พญานาคสกลนคร

ชัยภูมิ ของขวัญจากธรรมชาติ และกาลเวลา
ของฝาก /  ทุ่งดอกกระเจียว / 

ชัยภูมิ ดินแดนแห่งทุ่งดอกกระเจียวงาม สายน้ำตกชุ่มฉ่ำ และผืนป่าอันกว้างใหญ่ แหล่งรวมความหลากหลายทางธรรมชาติ จังหวัดชัยภูมินั้นนับเป็นจังหวัดในภาคอีสาน ที่มีพื้นที่ติดต่อกับทั้งภาคกลาง ภาคเหนือ มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 7 ของประเทศ เป็นต้นกำเนิดแม่น้ำชี มีพื้นที่ป่าและเทือกเขาถึงร้อยละ 50 ของพื้นที่จังหวัด จึงไม่น่าแปลกใจ หากจะบอกว่าจุดเด่นของชัยภูมินั้น คือ ความสวยงาม และหลากหลายทางธรรมชาตินั่นเอง ชัยภูมิ ของขวัญจากธรรมชาติ และกาลเวลา ประเพณีแห่บุญกระธูป ที่จังหวัดชัยภูมิ แต่ใช่ว่าจังหวัดชัยภูมิจะมีแต่เรื่องธรรมชาติ เพราะอีกหนึ่งจุดเด่นของชัยภูมินั้น คือเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เป็นพื้นที่ที่มีอารยธรรมซ้อนทับกันหลายสมัยทั้งทวารวดีขอม ไปจนถึงลาวล้านช้าง อันเห็นได้จากการค้นพบโบราณสถานและโบราณวัตถุมากมายในจังหวัดจนมีคำขวัญว่า “ทิวทัศน์สวยรวยป่าใหญ่มีช้างหลายดอกไม้งามลือนามวีรบุรุษสุดยอดผ้าไหมพระใหญ่ทวารวดี” ในเมื่อจังหวัดชัยภูมิที่สถานที่ท่องเที่ยวทั้งทางธรรมชาติ และประวัติศาสตร์ จึงทำให้ชัยภูมิเป็นจังหวัดที่ท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่ช่วงที่น่าไปที่สุดคือ ช่วงดอกกระเจียวบาน ในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม โดยเฉพาะที่ป่าหินงามเทพสถิต และอุทยานแห่งชาติไทรทอง ที่เมื่อดอกกระเจียวพร้อมใจกันออกดอก ลำต้นและก้านใบสีเขียวสด เมื่ออยู่คู่กับดอกสีชมพูปนขาวนั้น สวยงามปานประหนึ่งทุ่งดอกไม้ในสวรรค์เลยทีเดียว อีกหนึ่งของขวัญล้ำค่าจากธรรมชาติของชัยภูมิที่ไม่ควรพลาดชม คือ ประติมากรรมหิน ณ ลานหินงาม ในอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม โดยหินรูปร่างประหลาดแปลกตานั้นเกิดจากการกัดเซาะของลม และฝน จนทำให้แท่งหินมีรูปลักษณ์แตกต่างกันไปให้นักท่องเที่ยวได้จินตนาการ นอกจากนั้นยังสามารถไปชมวิวสันเขาสลับซับซ้อน และพื้นที่ราบภาคกลางได้ที่ ผาสุดแผ่นดิน ในอุทยานแห่งชาติป่าหินงามเช่นกัน เมื่อพูดถึงแท่งหินแล้ว จะไม่พูดถึงแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งที่มีความสวยงามแปลกตาไม่แพ้กันอย่าง มอหินขาว ได้อย่างไร โดยมอหินขาวนั้นตั้งอยู่ใน อุทยานแห่งชาติภูแลนคา เป็นแท่งหินขนาดยักษ์ 5 ต้น ตั้งเรียงรายอยู่ในทุ่งหญ้ากว้าง สันนิษฐานกันว่าแท่งหินนี้มีอายุมากถึง 175-195 ล้านปี จนได้รับสมญานามว่าสโตนเฮนจ์เมืองไทย นอกจากมีผืนป่า มีภูเขาแล้ว ชัยภูมิยังมีน้ำตกที่นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อของจังหวัดด้วย โดยเฉพาะ น้ำตกตาดโตน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติตาดโตน โดยน้ำตกแห่งนี้มีน้ำไหลตลอดทั้งปี แม้แต่ช่วงหน้าแล้ง และอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของชัยภูมิที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้คือ ช้าง โดยเฉพาะที่อำเภอจัตุรัส ที่นับได้ว่ามีช้างอยู่เป็นจำนวนมากไม่แพ้เมืองแห่งช้างอย่างจังหวัดสุรินทร์เลยทีเดียว งานฉลองเจ้าพ่อพระยาแล จ.ชัยภูมิ ส่วนอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ปรากฎอยู่ในคำขวัญของจังหวัดอย่าง ลือนามวีรบุรุษ นั้นคือ พระยาภักดีชุมพล หรือที่ชาวชัยภูมิเรียกกันว่า เจ้าพ่อพระยาแล หรือ พญาแล มีความสำคัญคือท่านเป็นผู้ก่อตั้งเมืองชัยภูมิ และเป็นเจ้าเมืองชัยภูมิคนแรก สามารถไปศักการะขอพรท่านได้ทั้งที่ศาลเจ้าพ่อพระยาแล และที่อนุสาวรีย์กลางเมือง ส่วนโบราณวัตถุที่สำคัญ ที่ทำให้ชัยภูมิเป็นจังหวัดที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน คือ หลวงพ่อใหญ่แห่งวัดคอนสวรรค์ พระพุทธรูปใหญ่สมัยทวารดี เป็นพระพุทธรูปหินทรายองค์ใหญ่งดงาม เป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านเป็นอย่างมาก โบราณสถานอีกแห่งที่มีความสำคัญไม่แพ้กันคือ ปรางค์กู่ ปราสาทหินสมัยขอมที่ในอดีตใช้เป็นสถานพยาบาลสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่18 โดยปัจจุบันยังคงมีพระปรางค์ประธานวิหารกำแพงศิลาแลงและทับหลังภาพพระพุทธรูปไวให้นักท่องเที่ยวได้ชมความงาม ของฝากจากเมืองชัยภูมิ เมื่อเที่ยวกันจนเต็มอิ่มแล้ว ก่อนกลับอย่าลืมซื้อของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้าน อย่างผ้าไหมชัยภูมิ ที่ถือเป็นสุดยอดผ้าไหมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยเฉพาะผ้าไหมของอำเภอบ้านเขว้า ซึ่งมีชื่อเสียงในเรื่องการทอผ้าไหมและผ้าฝ้ายคุณภาพดีลวดลายสวยงามจนเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย ในชื่อผ้าไหมบ้านเขว้า ที่มีการใช้สีและลายอันเป็นเอกลักษณ์ในชื่อผ้าไหมมัดหมี่ลายขอน้อย ซึ่งหากใครอยากเรียนรู้เรื่องราวและกระบวนการผลิตผ้าไหมก็สามารถไปศึกษารวมถึงเลือกซื้อสินค้ากันได้ที่ศูนย์ส่งเสริมผ้าไหมจังหวัดชัยภูมิ ของกิน หม่ำเนื้อ หม่ำหมู (ใส้กรอกเนื้อ ใส้กรอกหมู) ถึงแม้หลายคนจะรู้จักชัยภูมิเพราะความสวยงามของดอกกระเจียว แต่หากลองใช้เวลาสำรวจชัยภูมิอย่างละเอียด เราก็จะพบว่า นอกจากดอกกระเจียวแล้วชัยภูมิยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่สวยงามมากมาย รวมไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์โบราณคดี ที่น่าศึกษาอยู่ไม่น้อย ดังนั้นคงไม่ผิดนักหากจะบอกว่าชัยภูมิคือจังหวัดที่เป็นดั่งของขวัญจากธรรมชาติและกาลเวลา การตีคลีไฟ ชัยภูมิ ของขวัญจากธรรมชาติ และกาลเวลา

จ้อนกับเเดง (2533) 2/2 จบ
หนังไทย

โห่ เล้...เล้ เห่ โล้...โล้ น้าต๋อย แซมเบ้ - ศันสนีย์ นาคพงศ์ : นําแสดง ที่มา : http://rabbit-1963.blogspot.com/2013/12/2533-master-vcd.html 1/2 - http://video.mthai.com/trailer/player/1415438028.html 2/2 - http://video.mthai.com/trailer/player/1415442399.html

เผยคลิปนาทีระทึก  เก๋งพุ่งตกจากลานจอดรถห้างดัง
ข่าววันนี้ /  รถตกจากลานจอดรถ / 

นาทีระทึก  เก๋งพุ่งตกจากลานจอดรถห้างดัง วันนี้(26พ.ย.)จากเหตุการณ์ที่น.ส.สุภาภรณ์ เวียงนาค อายุ 35 ปี ขับรถรถฮอนด้า สตรีม สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ศง 5323 กทม. ตกลงจากชั้น 7 อาคารจอดรถห้างเดอะมอลล์บางกะปิ จนเสียชีวิตนั้น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ระบบรถอาจเกิดข้อผิดพลาด คันเร่งอาจค้าง ทำให้ไม่สามารถหยุดรถได้ จึงเกิดอุบัติเหตุชนรถคันอื่นก่อนเสียหลักพุ่งชนผนังตกลงไปด้านล่าง ล่าสุดมีการเผยแพร่คลิปขณะที่รถเก๋งคันดังกล่าวพุ่งตกจากลานจอดรถ ภายในคลิปเผยให้เห็นรถเก๋งตกลงกระแทกพื้น และมีผู้อยู่ใกล้บริเวณที่เกิดเหตุ 2 คน MThai News

จ้อนกับเเดง (2533) 1/2
หนังไทย

โห่ เล้...เล้ เห่ โล้...โล้ น้าต๋อย แซมเบ้ - ศันสนีย์ นาคพงศ์ : นําแสดง ที่มา : http://rabbit-1963.blogspot.com/2013/12/2533-master-vcd.html

ละครเนตรนาคราช , เรื่องย่อเนตรนาคราช
เรื่องย่อละคร เนตรนาคราช /  ละครเนตรนาคราช / 

เนตรนาคราช บทประพันธ์โดย : นอร์แมน วีรธรรมบทโทรทัศน์โดย : นอร์แมน วีรธรรมผลิตโดย : นิว ลุค โพรดักชั่น เรื่องย่อเนตรนาคราช 500 ปี ในอดีต ตำนานบันทึกไว้ว่าเนตรนาคราชคือดวงตาของพญานาคที่สิงสถิตอยู่ภายใต้แม่น้ำโขงในขณะที่จำศีลอยู่ ได้ถูกผู้มีวิชาขโมยไปเพราะเชื่อว่าดวงตาพญานาคคือสิ่งทรงพลานุภาพที่จะเผาผลาญทุกสิ่งอย่างให้พินาศ ใครที่ได้ครอบครองก็จะมีอำนาจอยู่ในมือ ยิ่งใหญ่ อยู่เป็นอมตะ เหนือผู้ใด แต่ละปีพญานาคจะได้ตื่นจากจำศีลขึ้นมาหนึ่งวันคือวัน 15 ค่ำเดือน 11 และพ่นไฟทวงดวงตาของตนคืนเป็นปรากฏการต่อ ๆ มาจนกระทั่งทุกวันนี้ ตำนานกล่าวไว้อีกว่าถ้าพญานาคตื่นจากการจำศีล 500 ปีเมื่อไร ก็จะขึ้นมาตามหาดวงตาของตน จะเกิดภัยพิบัติ น้ำในแม่น้ำโขงจะปั่นป่วนลุกเป็นไฟชีวิตผู้คนจะสูญเสียเป็นเครื่องสังเวยนับล้านจนกว่าจะมีใครนำดวงตาทั้งสองมาคืน วันเวลาผ่านไป การจำศีลจะครบกำหนด 500 ปีในวันที่ 15 ค่ำเดือน 11 ของปีนีแต่ผู้คนหาเชื่อตำนานไม่ กิเลสทำให้คนหลงผิดคิดว่าเนตรนาคราชเป็นของมีค่า เป็นของวิเศษ ที่จะทำให้เป็นใหญ่ ชีวิตเป็นอมตะเพียบพร้อมด้วยอำนาจและทรัพย์สินเงินทอง จึงทำให้เนตรนาคราชมีมูลค่ามหาศาล มีการติดตามแย่งชิงค้นหาและเข่นฆ่ากันเพื่อให้ได้เนตรนาคราชมาครอบครองเป็นสมบัติของตน โดยหารู้ไม่ว่าสิ่งที่ตนจะได้รับคือความพินาศและความตายสืบต่อไปถึงลูกหลานชั่วกัลย์ 500 ปี ผ่านไป กรุงเทพฯ ปัจจุบัน (จุดเริ่มต้นของเรื่อง) ดร.มานพ อาจารย์ทางด้านโบราณคดี ถูกฆ่าตายอย่างเลือดเย็น ในห้องทำงานส่วนตัวที่ทางการจัดไว้ให้เป็นพิเศษสำหรับการค้นคว้าสืบหาของสำคัญทางประวัติศาสตร์อันเป็นมรดกของชาติ ดร.กาญจนา นักโบราณคดี ซึ่งเป็นบุตรสาวคนเล็ก เชื่อว่าต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับเนตรนาคราช ที่ดร.มานพมุ่งสืบสาวเรื่องราวค้นคว้ามากว่าห้าปีแล้ว ดร.มานพได้คุยกับตนเองอยู่เสมอและสั่งให้เก็บไว้เป็นความลับสุดยอด การตายครั้งนี้ของดร.มานพ ทำให้ผู้กองรัตนากร บุตรสาวคนโตของดร.มานพ แห่งหน่วยปราบปรามพิเศษซึ่งส่วนมากมักจะทำงานในต่างประเทศจนห่างเหินครอบครัวไปนาน ขอกลับมาประจำในประเทศเพื่อสืบสาวการตายของบิดาด้วยตัวเองหลายปีก่อนที่ ด.ร.มานพจะถูกฆ่าตาย อัศวิน หรือชื่อเล่นว่า โบนส์ (เพราะตอนเกิดมาผอมมีแต่กระดูก พอเป็นเด็กก็ผอมอีก) อดีตเจ้าหน้าที่หน่วยพิเศษ มีฝีมือ เชี่ยวชาญการต่อสู้และอาวุธ โตมากับครอบครัวของดร.มานพ รู้จักลูกสาวสองคนพี่น้องเป็นอย่างดีเนื่องจากบิดาของอัศวินเป็นเพื่อนรักกับ ดร.มานพ นั่นเอง บิดาของอัศวินเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยปราบปรามพิเศษจึงผลักดันให้อัศวินลูกชายเจริญรอยตามและนี่คือสาเหตุหนึ่งที่รัตนากรเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยพิเศษแทนที่จะเป็นนักโบราณคดีเหมือนดร.มานพ เพราะได้ยินได้ฟังเรื่องราวจากบิดาของอัศวินตั้งแต่เด็กจนได้แรงบันดาลใจ อัศวินกับรัตนากรมักเล่นเป็นสายลับต่อสู้กัน ในขณะที่ดร.กาญจนา สนใจเรื่องโบราณคดีตามรอยบิดา อัศวินและรัตนากร ศึกษาร่วมกัน ฝึกร่วมกัน แต่พอเรียนจบทั้งสองถูกส่งไปประจำคนละหน่วยงาน รัตนากรมักจะถูกส่งไปทำงานต่างประเทศบ่อย ๆ จนห่างเหินกัน สองปีผ่านไปมีเรื่องในระบบราชการทำให้อัศวินเซ็งจนต้องลาออก บังเอิญดร.มานพ ขณะนั้นเป็นหนึ่งในคณะกรรมการที่ติดตามเอามรดกล้ำค่าในประวัติศาสตร์ของไทยที่ถูกขโมยหรือขายให้ชาวต่างประเทศ กลับคืนชาติบ้านเมือง ได้เรียกตัวอัศวินไปช่วยให้ตามหาของโบราณชิ้นหนึ่ง โดยมีดร.กาญจนา ช่วยชี้แนะสอนให้รู้จักของโบราณชิ้นนี้เพื่อแยกแยะว่าอันไหนจริงอันไหนปลอมอยู่เกือบหกเดือน อัศวินเป็นคนฉลาดเรียนเร็วจึงผ่านการทดสอบได้เป็นที่น่าพอใจ อัศวินสืบสาวบุกไปชิงของโบราณชิ้นนี้จากมาเฟียต่างประเทศคนหนึ่ง ซึ่งต้องผ่านมือปืนที่วางกำลังรักษาไว้เป็นอย่างดี กลับมาจนได้ อัศวินรู้สึกดีที่ได้ใช้ความสามารถที่เรียนมา ช่วยทำประโยชน์ให้ชาติโดยไม่ต้องอยู่ใต้ระบบของราชการและการเมืองที่โบราณ คร่ำครึ และล่าช้าติดเส้นติดสาย จึงอาสาอยู่ช่วยดร. มานพต่อไปเวลาผ่านไปสองปีภายใต้การติวเข้มของดร.กาญจนา ซึ่งสนิทกันมาตั้งแต่เด็กเหมือนพี่เหมือนน้อง อัศวินจึงมีความชำนาญพอตัวในเรื่องของโบราณมรดกของชาติ และนำของโบราณกลับมาคืนได้หลายชิ้น เพื่อน ๆ ตั้งฉายาให้เป็น ดร.โบนส์ ล้อเลียน จาก ดร.โจนส์ ในหนังเรื่องอินเดียนน่าโจนส์นั่นเอง การตายครั้งนี้ของบิดา ทำให้ รัตนากร ที่ห่างครอบครัวไปทำงานที่ต่างประเทศตลอดเวลา มุ่งมั่นที่จะสืบสวนหาฆาตกรให้ได้ จึงขอกลับมาทำงานประจำที่ประเทศไทยอย่างไม่มีกำหนดรัตนากรไม่สนิทกับดร.กาญจนา เพราะมีอดีตที่กินใจกันอยู่ เนื่องด้วยเพื่อนของอัศวินชื่อ ภาคภูมิ เป็นตำรวจมาสนใจ ดร.กาญจนา จนเกิดความสนิทสนมกันระยะหนึ่ง แต่พอได้พบรัตนากร ซึ่งขณะนั้นกลับมารายงานตัวเพื่อรับภารกิจ ภาคภูมิถึงกับเปลี่ยนใจไปชอบรัตนากร รัตนากรไม่ได้สนใจภาคภูมิ และกลับไปทำงานที่ต่างประเทศของตนตามปรกติ และไม่ได้กลับมาเยี่ยมบ้านบ่อยเหมือนเดิม เพื่อหลีกทางให้กาญจนา นี่คือสาเหตุที่รัตนากรห่างเหินครอบครัวไป ภาคภูมิยอมรับความจริงหันมาสนิทสนมกับ ดร.กาญจนาต่อไป ภายหลังภาคภูมิออกปฏิบัติการถูกคนร้ายยิงอาการสาหัส ดร.กาญจนาไปเฝ้าอยู่ใกล้ ๆ แต่ภาคภูมิกลับเพ้อถึงรัตนากรก่อนสิ้นใจ ทำให้กาญจนาผิดหวัง และโกรธรัตนากรที่ไม่บอกตน ปล่อยให้ตนหลงสนิทกับภาคภูมิ รัตนากรจะอธิบายยังไงกาญจนาก็ไม่ยอมให้อภัยมาจนกระทั่งทุกวันนี้ การตายของดร.มานพ ทำให้ทั้งสามคนที่โตด้วยกันมากลับมาพบกันอีกครั้งหนึ่ง รัตนากรเคยได้ยิน ดร.มานพ กล่าวถึงเนตนาคราชเมื่อห้าปีก่อนตอนที่กลับมาเยี่ยมดร.มานพ ที่ป่วยไม่สบาย แต่ไม่เคยเชื่อเรื่องตามตำนานเพราะคิดว่าพญานาคเป็นเพียงตำนานไม่มีอยู่จริง ด้วยทิฐิกาญจนาไม่สนใจที่จะบอกรายละเอียดเรื่องเนตนาคราชกับรัตนากร และไม่สนว่ารัตนากรจะสืบสวนไปทางไหน กาญจนาเรียกอัศวินมาพบ และเล่าเรื่องแผนที่ที่ซ่อนเนตรนาคราช ที่บิดาเคยให้ตนเองดู และเล่าว่ามีเศรษฐีอเมริกันชื่อ เฮนรี เจมส์ มาขอพบและขอซื้อแผนที่จากดร.มานพ บิดาของตน กาญจนาคิดว่าคนที่อยู่เบื้องหลังการตายของดร.มานพ คือ เฮนรี่ เจมส์ ผู้นี้นี่เอง เฮนรี เจมส์ มาเปิดสาขาบริษัทการเงินใหญ่โตแห่งหนึ่งอยู่ในประเทศไทย อัศวิน จึงลอบเข้าไปในสำนักงานหรูของเฮนรี เจมส์ เพื่อตรวจหาแผนที่ แต่แล้วก็พบว่า มีคนร้ายกลุ่มหนึ่ง บุกเข้าไปขโมยแผนที่จาก เฮนรี เจมส์ และหลบหนีไปได้ อัศวินเล็ดรอดออกมาอย่างปลอดภัย แต่ก็พลาดโอกาสเรื่องแผนที่ลายแทงที่จะนำไปสู่เนตนาคราช ณ เวลานี้ กาญจนาและอัศวินรู้แล้วว่าแผนที่มีจริง อัศวินเริ่มสาวเรื่องติดตามหาแผนที่ อัศวินตัดสินใจลอบไปหารัตนากรและเล่าเรื่องราวให้ฟัง รัตนากรไม่เชื่อ ทั้งสองถกเถียงกัน ในที่สุดรัตนากรถึงแม้ปากแข็งว่าไม่เชื่อ แต่ในใจก็คิดว่าจะลองสาวเรื่องดู โดยอัศวินบอกให้รัตนากรรู้ว่า กาญจนาไม่ต้องการให้รัตนากรวุ่นวายเกี่ยวข้องกับเนตรนาคราช ทั้งสองคนจึงปกปิดการพบกันไม่ให้กาญจนารู้ โดยคิดว่าเรื่องราวกระจ่างเมื่อไหร่ค่อยบอกทีหลัง รัตนากรกลับไปที่บ้านเพื่อค้นหาดูว่า ดร.มานพ มีอะไรบ้างที่จะเป็นเบาะแส กาญจนาไม่พอใจไม่พูดด้วย รัตนากรตัดสินใจต้างที่บ้าน เพราะมีเอกสารมากมายที่จะต้องตรวจค้น ทั้งสองต่างไม่พูดกัน ต่างคนต่างทำงาน คืนนั้นมีคนร้ายกลุ่มหนึ่ง ลอบเข้ามาที่บ้านของดร.กาญจนา เพื่อค้นหาแผนที่ลายแทง กาญจนาตื่นมาพอดี ร้องเสียงดัง รัตนากรรู้ตัว เลยเข้ามาช่วยจัดการคนร้าย ต่อสู้ยิงกัน คนร้ายตายสอง หนีไปได้หนึ่ง อัศวินมาตรวจดูที่เกิดเหตุ ก็ได้พบจากศพของคนร้ายว่าคนร้ายพวกนี้เป็นคนละกลุ่มกับที่บุกบ้านเฮนรี เจมส์ ณ เวลานี้เอง ทั้งหมดก็ได้พบกับแฟนคนใหม่ของ กาญจนา เป็นไฮโซหนุ่มนักธุรกิจจบนอกชื่อ วรชัย ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง วรชัยได้ข่าวจากทีวี เลยรีบมาหากาญจนาด้วยความเป็นห่วง กาญจนาแนะนำให้อัศวินรู้จักเพียงคนเดียว โดยไม่สนรัตนากรที่ยืนอยู่ด้วย รัตนากรสังเกตุดูวรชัยรู้สึกไม่ถูกชะตา ที่ส่งสายตาจ้องรัตนากรอย่างสนใจ ทั้ง ๆ ที่กาญจนายืนอยู่ด้วย เวลาผ่านไป รัตนากรกับอัศวินร่วมกันสืบหาเบาะแสแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ทั้งสองเริ่มคุยกันรู้เรื่อง ส่วนกาญจนาเองยังไม่สนใจรัตนากร แม้ว่ารัตนากรช่วยตน ยังคงวางเฉย เย็นชากับรัตนากรเช่นเดิม อัศวินกับรัตนากรช่วยกันสาวเรื่อง ทำให้มีเวลาได้คุยกันถึงเรื่องราวต่าง ๆ ในอดีต สมัยเด็ก ๆ จนกระทั่งเรื่องราวที่กาญจนาไม่พอใจรัตนากร อัศวินจึงเข้าใจรัตนากรมากขึ้นว่าทำไมถึงไม่ค่อยกลับมาเยี่ยมบ้าน ความจริง อัศวินสนใจรัตนากรมาตั้งแต่ตอนเป็นเด็ก พอโตขึ้นรัตนากรไปเรียนต่อ และประจำอยู่ที่สหรัฐอเมริกา ด้วยสาเหตุเรื่องเกี่ยวกับกาญจนา ทำให้ขาดการติดต่อไม่ค่อยได้พบกัน อีกทั้งอัศวินก็เดินทางบ่อย ๆ เพราะต้องไปสืบหามรดกของชาติที่ถูกขายไปหรือขโมยไปแล้วนำกลับมา ทั้งสองจึงห่างเหินกันไปพอได้พบกันอีก ความสัมพันธ์เก่าก็เริ่มเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัวอัศวินพบว่ามีอยู่สามกลุ่มที่เกี่ยวกับเรื่องแผนที่คือกลุ่มนายเฮนรี่ เจมส์ หนึ่งกลุ่ม และกลุ่มที่สองคือกลุ่มที่ตนพบบุกบ้านนายเฮนรี่ เจมส์ ส่วนกลุ่มที่สามคือกลุ่มที่บุกบ้านของดร.มานพ ที่กาญจนาและรัตนากรยังอาศัยอยู่ร่วมกันตามแบบฉบับครอบครัวไทย แม้ว่าต่างคนต่างมีคอนโดส่วนตัวก็ตาม อัศวินร่วมติดตามสาวเรื่องกับรัตนากร เรื่องแผนที่บุกเข้าหาบุคคลสามกลุ่มจนตัวเองถูกลอบทำร้าย ถูกคนร้ายตามเก็บ บางครั้งก็ตามลำพัง บางครั้งก็ตอนที่อยู่ร่วมกันแต่ก็รอดมาได้ทุกครั้ง เพราะทั้งสองคนต่างก็มีฝีมือ การต่อสู้ร่วมกันทำให้ความสนิทสนมกันตอนเด็กหวนกลับคืนมาอีกครั้ง ทั้งสองเริ่มห่วงใยกันในอีกรูปแบบหนึ่งต่างคนต่างเก็บไว้ในใจ การเผชิญหน้ากับคนร้าย ทำให้อัศวินได้ข้อมูลกลุ่มคนร้ายที่บุกทำร้ายกาญจนาคือ กลุ่มคนจีนเป็นแก๊งมาเฟียใหญ่มาจากฮ่องกงชื่อ เจิ้งซา ได้รับคำสั่งบรรพบุรุษที่ต้องการเนตรนาคราชเช่นเดียวกัน เจิ้งซา เป็นตระกูลขุนนางกังฉินมีสมุนและเครือข่ายมากมายพร้อมที่จะมาแย่งชิงเอาเนตรนาคราชเอาไว้เป็นสมบัติของตระกูลและเพื่อความเป็นอมตะของตน เจิ้งซามีลูกสาวสวยจิตใจนักเลงเพราะตนบ่มสอนมากับมือชื่อ หลิน หลินต้องการพิสูจน์ฝีมือเพื่อให้เห็นว่าตนสามารถรับสืบทอดกิจการของพ่อได้ จึงอาสาเจิ้งซารับภารกิจครั้งนี้พร้อมนักฆ่าสาวสองพี่น้องชื่อหยกและปิงมาเป็นผู้คุ้มกันอย่างใกล้ชิด เหตุการณ์ที่ถูกทำร้ายที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ กับอัศวินและรัตนากรทำให้ต่างคนต่างเป็นห่วงกัน ช่วยเหลือกัน และสนิทสนมกันโดยไม่รู้ตัว ถึงกระนั้นก็ยังถกเถียงความคิดเห็นขัดแย้งเรื่องงานกันอยู่ตลอดเวลา กาญจนา หลบมาอยู่ที่คอนโดของตนตามที่อัศวินแนะนำ เพื่อความปลอดภัย คืนหนึ่งรัตนากรได้รับโทรศัพท์ลึกลับ ว่าคนร้ายกำลังวางแผนที่จะไปชิงแผนที่จากดร.กาญจนา รัตนากรโทรไปหากาญจนาเพื่อเตือนแต่กาญจนาเห็นว่าเป็นเบอร์ของรัตนากรเลยไม่ยอมรับสาย กาญจนาอยู่ที่คอนโดเห็นรูปภาพของตนและรัตนากรที่ถ่ายไว้กับดร.มานพ สามคนในตอนโตหลังจากมารดาเสียไปแล้วมาดู ขณะนั้นมีกลุ่มคนร้ายบุกเข้ามาเค้นหาความจริงเรื่องแผนที่อีก รัตนากรมาถึงพอดีจึงเขาขัดขวางเกิดการต่อสู้กัน คนร้ายมีจำนวนมาก รัตนากรกับกาญจนาจึงเริ่มเสียเปรียบ แต่แล้วก็มีสาวสวยลึกลับโผล่มาช่วยไว้ จนคนร้ายที่เหลือหลบหนีไป รัตนากรกับกาญจนาได้เผชิญหน้ากับสาวสวยแต่ยังไม่ทันได้คุยสอบสวน สาวสวยก็พรวดหายไป รัตนากรตรวจดูร่างของคนร้าย พบว่าอาวุธที่สาวสวยใช้ คือ ลูกธนู ที่ยิงจากหน้าไม้ขนาดกลาง สาวสวยเป็นใคร มาจากใหน รัตนากรพบแต่ความมืดมน อัศวินรีบมาตรวจดูและพบว่าเป็นพวกของมาเฟียจีน เจิ้งซา นั่นเอง ในขณะเดียวกันวรชัยมาโผล่มาพร้อมบอดี้การ์ดสองสามคนที่จ้างมา เพื่อคุ้มกันกาญจนา เพราะคิดว่าอัศวินกับรัตนากรนำอันตรายมาสู่กาญจนา รัตนากรกับอัศวินรำคาญจึงขอตัวกลับ วรชัยอยู่เป็นเพื่อนครู่หนึ่ง กาญจนาก็ไล่กลับบอกว่าต้องพักผ่อน วรชัยกลับไปแต่ยืนยันที่จะทิ้งบอดี้การ์ดของตนไว้คอยดูแลกาญจนา กาญจนาเก็บข้าวของเกลื่อนกลาดรวมทั้งรูปที่แตกกระจาย และได้พบว่ามีกระดาษโผล่มาจากด้านหลังของรูป ซึ่งเป็นแผนที่จริงที่บ่งจุดหมายสำคัญอยู่ในเขตป่าลึกแถวตะเข็บชายแดนพม่า เลียบแม่น้ำโขงไปจนถึงเครื่องหมายวงกลม ซึ่งไม่ได้บ่งว่าเป็นที่ใด มีจดหมายของดร.มานพถึงดร.กาญจนา ว่าแผนที่นี้คือเส้นทางที่จะนำไปสู่เนตนาคราชที่สูญหายไปเมื่อห้าร้อยปีก่อนกาญจนาเรียกอัศวินมาปรึกษา ต่างลงความเห็นว่าจะต้องเดินทางไปตามแผนที่ตามจุดประสงค์ของดร.มานพ เพื่อค้นหาความจริง กาญจนาจึงแจ้งไปยังคณะกรรมการกลุ่มนำมรดกคืนชาติว่าตนมีเบาะแสเรื่องเนตนาคราช ทางคณะกรรมการซึ่งล้วนแต่เป็นเพื่อนสนิทของดร.มานพและเชื่อใจในผลงานของดร.มานพ มาแล้วจึงได้ระดมทุนให้เป็นการเดินทางออกไปนำเนตรนาคราชคืนกลับมาให้ได้ ภายในวัน 15 ค่ำ เดือน 11 ของปีนี้ ซึ่งเหลือเวลาอีกสิบเดือนเท่านั้น กาญจนาได้ให้อัศวินเป็นผู้รวบรวมคณะเดินทางซึ่งมีนายแพทย์นพดล เพื่อนสนิทของทุกคนที่รู้จักกาญจนาและรัตนากรเป็นอย่างดี อัศวินให้รัตนากรมาร่วมทางด้วย โดยอ้างกับกาญจนาว่าต้องการคนที่มีฝีมือมาช่วยเพราะการเดินทางย่อมมีอันตรายจากกลุ่มคนหลายกลุ่มที่ต้องการแผนที่ กาญจนาไม่พอใจ แต่ก็ต้องจนด้วยเหตุผล วรชัยซึ่งเป็นแฟนของกาญจนาขอติดตามมาด้วย อ้างว่าเป็นห่วงกาญจนา และตนเองก็มีฝีมือในด้านยิงปืนล่าสัตว์ ดูแลตัวเองได้ รัตนากรคัดค้านว่าไม่สมควร การที่รัตนากรคัดค้านนี่เองทำให้กาญจนาต้องการเอาชนะ จึงตัดสินใจให้วรชัยร่วมทางอัศวินแจ้งให้เพื่อนสนิทของตนชื่อ ชาติ อดีตนายทหารพราน ซึ่งเชี่ยวชาญทางด้านแกะรอยเดินป่าและมีฝีมือในการต่อสู้ร่วมเดินทางไปด้วย โดยจะไปพบกันที่กาญจนบุรี พร้อมด้วย อิทธิ เพื่อนของชาติ ซึ่งเป็นเพื่อนทหารพรานด้วยกัน เชี่ยวชาญในด้านแกะรอยและระเบิด ทั้งสองคนจะเตรียมทีมมาช่วยระวัง และคุมคนขนสัมภาระอุปกรณ์ต่าง ๆ เฮนรี เจมส์ รู้ข่าวเรื่องนี้ จึงเรียกมือขวาของตนมาติดตามขบวนของอัศวินซึ่งเป็นชาวเอเชียอเมริกัน อดีตเนวีซีลผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบชื่อ โจชิง ได้ยินว่า โจซิง ผู้นี้คือหนึ่งในทีมเนวีซีลที่บุกเข้าไปสังหาร บินลาดิน โจซิง มีมือรองอดีตกองโจรทหารเวียตกง เชี่ยวชาญการแกะรอย หลบซุ่ม ซ่อนตัว แบบกองโจร ชื่อ เวจาง นำทีมติดตามบุกเพื่อหาทางชิงแผนที่มาให้ได้ ขบวนของอัศวินครบออกเดินทางมาพบกับชาติและอิทธิที่กาญจนบุรี พร้อมลูกทีมและอุปกรณ์นานาชนิด ในขณะที่พักที่โรงแรมก็ถูกจับตามองจากคนแปลกหน้าอีกสองกลุ่มด้วยกัน กลุ่มหนึ่งคือกลุ่มคนจีนที่อัศวินจำได้ แต่อีกกลุ่มหนึ่งเป็นกลุ่มที่ไม่เคยเห็นมาก่อน อัศวินคาดเดาว่าอาจจะเป็นกลุ่มที่บุกบ้านของ เฮนรี เจมส์ และที่หน้าแปลกใจก็คือรัตนากรเห็นสาวสวยแปลกหน้าที่มาช่วยตนที่คอนโดของกาญจนาอีกด้วย รัตนากรเก็บความสงสัยไว้ในใจไม่ได้บอกอัศวิน เพราะยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัด อัศวินเห็นสถานการณ์ล่อแหลมจึงให้ขบวนเดินทางออกจากตัวเมืองทันที และให้ชาติหาเส้นทางที่เหมาะสมและปลอดภัยยากต่อการโจมตี จนถึงสถานที่ที่เหมาะแก่การตั้งค่ายพักในยามค่ำคืน เหตุการณ์เป็นปรกติในสองสามวันแรกของการเดินทาง กาญจนาและรัตนากรยังคงห่างเหินกัน ส่วนใหญ่เป็นที่กาญจนามากกว่า วรชัยเป็นตัวป่วนไม่หยุด ถือว่ากาญจนาเป็นเจ้าของขบวน ชอบยิงเป้ายิงปืนโดยพละการเพื่อความสนุก กินเหล้าที่เอาติดมาออกนอกเส้นทางตามสัตว์ อัศวินในที่สุดต้องเด็ดขาดกับวรชัย ทำให้วรชัยไม่พอใจ พอนำเรื่องไปบ่นกับกาญจนา กาญจนาก็ไม่ฟังและยืนยันว่าอัศวินเป็นผู้นำและมีสิทธิ์ออกคำสั่งคนเดียวเท่านั้น ทำให้วรชัยจ๋อยไป แต่ก็คงความไม่พอใจเอาไว้ ชาติและอิทธิคุมเข้ม จับตาดูเหตุการณ์อย่างเชี่ยวชาญ รัตนากรถึงแม้จะเชี่ยวชาญการสอบสวนและต่อสู้ แต่ไม่มีความชำนาญป่า จึงได้แต่ทำตามไม่ก่อเรื่อง บางครั้งก็ร่วมกลุ่มสังสรรค์กับชาติและอิทธิและทีมงาน อัศวินเห็นก็นึกชมอยู่ในใจ ที่รัตนากรติดดินเข้ากับทีมได้ดี แต่แล้วขบวนของอัศวินก็ถูกโจมตีในยามค่ำคืน เกิดการต่อสู้กัน แต่สุดท้ายฝ่ายบุกก็พ่ายแพ้ถอยไป อัศวินรู้ว่าเป็นกลุ่มของ เฮนรี เจมส์ จากอาวุธปืนของคนร้ายที่ใช้ ทั้งหมดจึงวางแผนเดินทางอย่างรอบคอบ มีการระวังป้องกันอย่างเต็มที่ อีกครั้งที่รัตนากรเห็นสาวสวยลึกลับปรากฏอยู่ห่าง ๆ แล้วก็หลบหายไป โจซิงไม่พอใจที่ทีมทำงานพลาดและสูญเสียคน จึงสั่งทั้งคนทั้งอาวุธมาเพิ่ม เพื่อที่จะหาทางบุกแย่งชิงแผนที่ให้ได้ การเดินทางเริ่มลำบากขึ้นอย่างคาดไม่ถึง ทั้งภัยธรรมชาติ ไข้ป่า ภาพหลอน หลงทาง ทั้งหมดนี้ทำให้ทุกคนคิดว่าเป็นอาถรรพ์ของเนตนาคราช ที่เล่าสู่กันมาว่า ใครก็ตามที่เข้าใกล้และต้องการครอบครองเนตนาคราชมักจะมีอันเป็นไป ในระหว่างการพักแรม วรชัยแอบออกไปว่ายน้ำ แม้จะถูกเตือนให้ระวัง สุดท้ายถูกกลุ่มคนร้ายจับไป และทิ้งจดหมายให้อัศวินเอาแผนที่ไปแลกกับชีวิตของวรชัย เป็นกลุ่มของเฮนรีนั่นเองอัศวินกับชาติและอิทธิ จึงวางแผนบุกเข้าชิงตัววรชัย โดยแกล้งทำทีว่าจะเอาแผนที่ไปแลก แล้วซ้อนแผนแย่งตัววรชัยมาได้ แต่ในขณะเดียวกันก็ถูกคนกลุ่มหนึ่งบุกเข้ามาที่ค่าย พยายามจะจับตัวกาญจนา แต่รัตนากรโชว์ฝีมือและพากาญจนาหลบหนีออกมาจากค่ายได้ทันท่วงที แต่คนทั้งสองต้องหนีเตลิดเข้าไปในป่าลึก อัศวินกลับมาพบร่องรอยการจู่โจม และพบว่ากาญจนากับรัตนากรหายไป อัศวินโมโหซัดวรชัย เข้าหนึ่งหมัดที่เป็นต้นเหตุ แล้วรีบจัดขบวนติดตาม แต่ก็ให้อิทธิอยู่คอยระวังวรชัย และค่ายเพื่อป้องกันการบุกรุกซ้ำสอง รัตนากรพากาญจนาหลบหนีคนร้ายเข้าป่าลึก พวกคนร้ายตามล่า กาญจนาเริ่มเห็นว่าพี่สาวห่วงตน เริ่มลดทิฐิลงบ้างในขณะที่จนมุมสาวสวยลึกลับก็โผล่มาช่วยก่อกวนคนร้ายจนเสียขบวน โดยมีอาวุธเป็นหน้าไม้แบบทันสมัย จนกระทั่งขบวนของอัศวินกับชาติตามมาทันจัดการกับคนร้าย จนพวกที่เหลือต้องเตลิดหนีกลับไป ส่วนสาวลึกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอยเช่นเดิม อัศวินพาสองสาวกลับมาถึงค่ายด้วยความปลอดภัย วรชัยเข้ามาขอโทษกับกาญจนา กาญจนาแม้ว่าจะไม่พอใจวรชัยแต่ก็เห็นว่าวรชัยถูกซ้อมเจ็บตัวพอแล้วจึงไม่เอาเรื่อง แต่รัตนากรไม่พอใจวรชัย และย้ำว่าถ้าวรชัยก่อเรื่องอีก จะเล่นงานวรชัยด้วยตัวเอง ทำให้วรชัยไม่พอใจกาญจนามาพบรัตนากรและเอาแผนที่มาให้รัตนากรเป็นผู้ถือไว้แทนตน เพื่อความปลอดภัยของแผนที่ นับว่าเป็นก้าวแรกที่กาญจนาเข้าหารัตนากร รัตนากรจึงรับปากว่าจะเก็บแผนที่ไว้เป็นอย่างดี เป็นครั้งแรกที่ทั้งสองยิ้มให้กัน แม้ว่าจะเล็กน้อยอัศวินเห็นเหตุการณ์ คิดว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีระหว่างพี่น้องสองคน รัตนากรคุยกับ อัศวินถึงกลุ่มคนที่มาล่าตัวกาญจนาและสาวสวยที่มาช่วย อัศวินกับชาติพบว่าเป็นกลุ่มมาเฟียคนจีนที่มาจากฮ่องกง คุมเกมโดย หลิน ส่วนสาวสวยที่มาช่วยนั้นยังคาดการไม่ถูก แต่สันนิษฐานว่าต้องมีอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งอย่างน้อยก็ยังโชคดี ที่ไม่ได้ทำตัวเป็นศัตรู โจซิง เห็นว่าพวกตนได้รับความล้มเหลวและสูญเสีย รีบรายงานให้เฮนรีรู้ เฮนรีจึงวางแผนใหม่ให้กลุ่มหนึ่งแยกไปติดตามคอยแยกชิงแผนที่แบบกองโจรถ้ามีโอกาสอีกกลุ่มหนึ่งติดตามไปเรื่อย ๆ รอจังหวะให้กลุ่มของอัศวินพบเนตนาคราชก่อน แล้วหาทางปล้นแย่งมา ส่วนหลินได้ประมือกับอัศวิน และเกิดความพึงใจในอัศวินเงียบ ๆ จึงวางแผนที่จะสกัดกลุ่มของเฮนรีแทนที่จะบุกโจมตีกลุ่มของอัศวิน รอโอกาสให้กลุ่มของเฮนรีได้แผนที่มาก่อน ค่อยชิงจากเฮนรีอีกครั้ง เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าอย่างเอาเป็นเอาตายกับอัศวิน ในระหว่างการเดินทางมีการปะทะกันระหว่างสามกลุ่มอยู่บ่อย ๆ อัศวินก็มีโอกาสช่วยหลินให้พ้นจากฝีมือของ โจซิง ด้วยความบังเอิญทำให้หลินยิ่งประทับใจในตัวอัศวินมากขึ้น แต่หลินก็สังเกตุเห็นว่าอัศวินกับรัตนากรมีความห่วงใยซึ่งกันและกัน จึงคิดจะหาทางกำจัดรัตนากรทุกครั้งเมื่อมีโอกาส ในที่สุดขบวนก็มาถึงจุดหมายตามแผนที่ที่บ่งไว้ แต่สิ่งที่พบกับเป็นแผนที่อีกฉบับหนึ่ง ซึ่งเส้นทางการเดินทางที่ซับซ้อนลึกเข้าไปอีก อัศวินให้รัตนากรเป็นคนเก็บแผนที่ใหม่เช่นเดิม กาญจนาเริ่มคุยกับรัตนากรมากขึ้น วรชัยไม่ค่อยพอใจเท่าใดนักเพราะไม่มีใครเกรงใจหรือสนใจตนเหมือนอย่างตอนแรก ๆ ที่ทุกคนเกรงใจเพราะเป็นแฟนของกาญจนา ทุกคนพบว่าสัญญาญวิทยุหรือการติดต่อต่าง ๆ กลับขาดหายไปอย่างไม่มีเหตุผล ทำให้ยากยิ่งต่อการระมัดระวังศัตรูที่พร้อมจะบุกเข้าจู่โจมตลอดเวลา มีเสียงพึมพำคุยกันในกลุ่มว่าเป็นเพราะอาถรรพ์ของเนตนาคราช ทำให้ทุกคนหลงเข้ามาอยู่ในดินแดนที่ลึกลับแห่งนี้ขบวนของทั้งสามกลุ่มต่างพบกับเส้นทางวิบาก การเจ็บไข้ได้ป่วย ต้องหยุดรักษา เสียเวลาในการเดินทาง กองโจรของโจซิง นำโดย เวจาง ฉวยโอกาสเข้าบุก อัศวิน มีตอนหนึ่งพวกมันบุกเข้าถึงตัวกาญจนา หมายฆ่าโดยยิงปืนเข้าใส่ แต่ชาติเอาตัวเข้ามาบังไว้ได้ทันท่วงที กระสุนถูกชาติที่หัวไหล่ ในขณะคับขันสาวสวยคนเดิมก็พาคนมาช่วยสกัดและไล่กลุ่มของพวกของเวจางไปจนหมด ความจริงชาติในระหว่างเดินทางได้สนใจกาญจนา แต่ไม่กล้าแสดงออกได้แต่เก็บไว้ในใจ เนื่องด้วยกาญจนามี วรชัย ยามหน้าสิ่วหน้าขวานเผลอแสดงตัวปกป้องออกมาเป็นที่สังเกตของวรชัย และ รัตนากรซึ่งอยู่ในเหตุการณ์พอดี แม้ว่าชาติจะกลบเกลื่อนทำทีว่าเป็นหน้าที่ของตนที่ต้องป้องกันทุกคนก็ตาม สาวสวยได้แนะนำตนเองว่าชื่อ โรส เป็นทายาทของกลุ่มผู้พิทักษ์เนตรนาคราช ที่คอยติดตามหาเนตรนาคราชมาหลายชั่วอายุคนแล้ว โรสจบการศึกษามาจากอเมริกาทางด้านบริหารธุรกิจ พอกลับมาเมืองไทยก็ช่วยกิจการของทางบ้านในการท่องเที่ยว ซึ่งมีโรงแรมหลายแห่งอยู่ตรงสามเหลี่ยมทองคำ มีพี่ชายคนหนึ่งชื่อ อิฐ เป็นอดีตตำรวจตระเวณชายแดนเช่นเดียวกับชาติและอิทธิพอได้ข่าวว่ามีขบวนเดินทางมาหาเนตรนาคราช จึงรวบรวมผู้คนออกติดตาม อิฐและโรสรู้จักชื่อเสียงของอัศวินว่าเป็นคนดี จึงเข้าช่วยเหลือ พ่อของโรสเป็นนักเลงเก่า โรสจึงได้วิชาหมัดมวยการต่อสู้ติดตัวมาตั้งแต่เด็กอีกทั้งมีอิฐช่วยฝึกฝนเชิงการต่อสู้ให้เพื่อเตรียมตัวรับภารกิจของกลุ่มพิทักษ์เนตนาคราช ชอบเข้าป่าล่าสัตว์ทุกครั้งที่มีเวลา จึงพอชำนาญป่าอยู่มั่ง หน้าไม้เป็นกีฬาชอบมาตั้งแต่อยู่อเมริกา จึงยิงแม่นและชำนาญ ในที่สุดทั้งสองฝ่ายก็ทำความเข้าใจกันและจะช่วยเหลือกันต่อต้านกลุ่มมาเฟียจีน และพวกของเฮนรี โดยโรสจะร่วมเดินทางไปด้วย แต่อิฐจะคอยติดตามดูห่าง ๆ คอยระวังรอบนอกให้ ขบวนของอัศวินเดินทางต่อไป โรสน่ารัก ติดดิน เข้ากันได้กับทุกคน อิทธิพึงใจในตัวโรสทันทีที่ได้เห็น ทำให้ขบวนการเดินทางมีความรักที่ก่อตัวขึ้นมา จากหลายคนด้วยกันคือ อัศวินกับรัตนากร ชาติแอบพึงใจกาญจนาแม้ว่ากาญจนาจะยังไม่รู้สึกตัวก็ตาม และอิทธิแอบพึงใจในตัวโรส แต่แล้วการเดินทางก็ผ่านเข้าสู่แดนมรณะ ตามที่แผนที่บ่งไว้ ทุกคนพบสิ่งประหลาดที่ไม่คาดฝัน เหนือธรรมชาติเหนือความจริง วิญญาณป่า ฯลฯ ทำให้การเดินทางพบกับความลำบาก เสี่ยงชีวิต เลือดตาแทบกระเด็น ต่างยิ่งเริ่มเชื่อว่าเป็นอาถรรพ์ของเนตรนาคราช ซึ่งจะนำความวิบัติมาสู่ทุกคน แต่แล้วขบวนก็ได้พบกับกลุ่มลูกหลานของผู้มีอาคมที่ไปขโมยเอาดวงตาพญานาค (เนตรนาคราช) มาในอดีตเพื่อนำกลับไปคืนเช่นกัน เพราะเนตรนาคราชนอกจากทำให้ผู้มีอาคมถึงกับเสียดวงตาคนละหนึ่งข้างโดยไม่มีสาเหตุแล้ว ก็ยังทำครอบครัวของตระกูลมีอันเป็นไปต้องได้รับทุกข์ทรมานเพราะลูกหลานที่เกิดมาล้วนสายตาพิการหนึ่งข้างทั้งสิ้น กลุ่มนี้นำโดยลูกชายรุ่นหลังสุดคือ เคน ซึ่งเป็นมาเฟียคุมพื้นที่ป่าแถบสามเหลี่ยมทองคำทางใต้ เคนได้รับรายงานเรื่องคณะต่าง ๆ ที่เดินทางเข้ามาค้นหาเนตรนาคราชจึงรวบรวมผู้คนพร้อมชิงเนตรนาคราชให้ได้ แต่กลับคิดจะขายเอาเงินมากกว่าที่นำไปคืนตามความต้องการของบรรพบุรุษของตน เคนแยกตัวออกเดินทางตามลำพัง ไม่ขึ้นอยู่กับฝ่ายใด อัศวินจำได้ว่าเคนคือกลุ่มที่บุกบ้านของเฮนรีในตอนแรก จึงไม่ค่อยจะไว้ใจนัก จับตามองอย่างใกล้ชิด ทั้งหมดได้เดินทางเผชิญความลำบาก ต่อสู้ แย่งชิง กันตลอดระยะเส้นทาง ต่างฝ่ายต่างสูญเสียโดยเฉพาะฝ่ายของ เฮนนี่และฝ่ายของมาเฟียจีน เจิ้งซาจนในที่สุดก็ถึงจุดหมาย (อยู่บนยอดเขาสูงลึกลับที่มีแอ่งน้ำลึกเพราะเนตรนาคราชต้องเก็บไว้ในน้ำ) พบเนตนาคราชแต่วรชัยกลับหักหลัง จับกาญจนาไว้ใช้ปืนขู่ฆ่ากาญจนาจนทุกคนต่องยอมปล่อยให้พวกของเฮนรีเข้ามาเอาเนตรนาคราชไปได้ ความจริงตอนที่วรชัยถูกโจซิงจับไป ด้วยความไม่พอใจกลุ่มของอัศวิน เลยตกลงร่วมมือกับโจซิง โดยหวังได้ส่วนแบ่ง พวกโจซิงระเบิดถ้ำขังทุกคนไว้และฆ่าวรชัยตาย พร้อมนำเนตนาคราชกลับไปให้เฮนรี แต่สุดท้ายอิฐก็นำคนมาช่วยปล่อยทุกคนออกมาได้ ทุกคนเร่งติดตามที่จะเอาเนตรนาคราชกลับคืน เพราะวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 ใกล้เข้ามาแล้วเหลือเวลาไม่ถึง 10 วัน ขบวนของโจซิงมาหยุดรอ กองกำลังเสริมที่เฮนรีจะส่งมารับเนตนาคราชที่สามเหลี่ยมทองคำ เคนนำคนของตนเข้าบุกหมายแย่งชิงเช่นเดียวกับคนของมาเฟียจีน เจิ้งฟา เกิดการปะทะกันหลายฝ่าย แต่แพ้ฝ่ายของเฮนรีซึ่งเตรียมกำลังคนมามากมาย เคนหนีมาได้แต่ถูกอิฐสังหารเพราะรู้ว่าเคนไม่คิดจะนำเนตรนาคราชกลับไปคืน ท่ามกลางความชุลมุน เฮนรีได้เนตรนาคราชอยู่ในมือ ในที่สุดเฮนรีนำเนตรนาคราชขึ้นรถออกจากสามเหลี่ยมทองคำมาขึ้นเฮลิคอปเตอร์ที่ตนเตรียมไว้ในป่าที่ลับแห่งหนึ่ง แต่อัศวินกับ พวกตามมาทันจึงเกิดการต่อสู้กันอย่างดุเดือด ชาติ อิทธิ โรส บุกเข้าสกัดมือปืนของ เฮนรี เปิดทางให้อัศวินและรัตนากรเข้าถึงตัวเฮนรี โจซิง และเวจาง อัศวินกับรัตนากรบุกเข้าไปถึงตัวต่อสู้กับโจซิงและเวจางจนแย่งเนตรนาคราชจากเฮนรีจนได้ แต่ในขณะที่ออกมาก็พบกับหลินและนักฆ่าสาวหยกกับปิง เกิดการต่อสู้กัน หยกกับปิงเสียชีวิตแต่รัตนากรไว้ชีวิตหลิน ในที่สุดอัศวินกับรัตนากรก็ได้เนตรนาคราช ทั้งสองรีบเอาขึ้นเฮลิคอปเตอร์ของเฮนรี มุ่งไปยังแม่น้ำโขง แต่พวกของเฮนรียิงปืนสาดถูกเฮลิคอปเตอร์เสียหายอย่างหนัก แต่อัศวินก็บังคับไปถึงเหนือแม่น้ำโขงจนสำเร็จ เห็นแม่น้ำโขงปั่นป่วนเริ่มลุกเป็นไฟจากเบื้องบน ทั้งสองเห็นเงามหึมาลำตัวยาวปรากฏอยู่ใต้น้ำ ขณะที่เฮลิคอปเตอร์จะระเบิด อัศวินกับรัตนากรต่างถือเนตนาคราชในมือคนละดวง พุ่งออกจากเฮลิคอปเตอร์ลงน้ำได้ทันท่วงที อัศวินและรัตนากรปล่อยให้เนตรนาคราชจมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของแม่น้ำโขง อัศวินกับรัตนากรถูกแม่น้ำโขงที่ปั่นป่วนร้อนเป็นไฟพัดพาอยู่ท่ามกลางเงามหึมาจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ชาติและอิทธิเอาเรือเร็วบึ่งออกไปช่วยไว้ได้ทันท่วงที โดยมีกาญจนากับโรสและอิฐเฝ้าระวังคอยดูอยู่ที่ชายฝั่ง หลายนาทีผ่านไปแม่น้ำโขงก็ค่อยสงบลง ชาติและอิทธินำเรือกลับเข้ามาพร้อมด้วยอัศวินและรัตนากรได้อย่างปลอดภัย ทั้งสองต่างเดินเข้าสู้อ้อมแขนของกันและกันท่ามกลางเสียงเฮของทุกคนยามค่ำคืนอิฐและโรสจัดงานกองไฟเลี้ยงฉลองทุกคน ชาติเปิดเผยความในใจต่อกาญจนาเช่นเดียวกับอิทธิและโรส แน่นอนอัศวินและรัตนากรต่างอยู่ในอ้อมแขนของกันและกันท่ามกลางเสียงเฮของผู้คนมากมายจากกลุ่มพิทักษ์ และกลุ่ม บรรพบุรุษ ต่างร่วมกันฉลองที่เนตรนาคราชกลับคืนสู่เจ้าของเดิม ทั้งหมด ยืนมองแสงจากลูกไฟที่พุ่งขึ้นมาจากแม่น้ำโขง เสียงเฮจากผู้คนมากมายแห่กันมาชมเทศกาลนี้ ทุก ๆ วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 อัศวินและทุกคนคิดว่า ลูกไฟที่พุ่งขึ้นมาครั้งนี้สว่างสดใสมากกว่าทุกครั้ง เป็นแสงที่เย็นตาอย่างประหลาด คงเป็นเพราะเนตรนาคราชกลับคืนสู่เจ้าของแล้วนั่นเอง พลุสวยงามถูกจุดขึ้นเป็นประกาย เต็มท้องฟ้า ติดตามชม ละครเนตรนาคราช ได้ทางช่อง 7 สี รายชื่อนักแสดงนำ ใน ละคร เนตรนาคราช ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์ รับบท อัศวิน จีระนันท์ มะโนแจ่ม รับบท รัตนากร ชนะพล สัตยา รับบท ชาติ กวิตา จินดาวัฒน์ รับบท ดร.กาญจนา ธัญญ์ ธนากร รับบท อิทธิ รฐกร สถิรบุตร รับบท โรส นพพล พิทักษ์โล่พานิช รับบท หมอนพดล กรเศก โคร์นิน รับบท วีรกิจ สุรวุฑ ไหมกัน รับบท วรชัย วินัย ไกรบุตร รับบท เคน โอลิเวอร์ บีเวอร์ รับบท เฮนรี เจมส์ จรัล น้อยลำ รับบท เวจาง ธันย์ณภัทร ศิริมาตย์ รับบท อังโซะ ลสิสา สนธิรอด รับบท หลิน

ละครภพรัก , เรื่องย่อภพรัก
ละครภพรัก /  ละครภพรัก ช่อง 3 / 

เรื่องย่อละครภพรัก บทประพันธ์ : คฑาหัสต์ บุษปะเกศบทโทรทัศน์ : คฑาหัสต์ บุษปะเกศกำกับการแสดง : ปิยะพันธุ์ ชูเพ็ชร์ ความตาย.. อาจเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ แต่สำหรับ “เธอ” .. การดับสูญที่ยิ่งใหญ่นำมาซึ่งความผูกพันล้ำค่าบนโลกใบสวย .. ความรักระหว่าง “เธอ” และ “เขา” อาจเป็นไปไม่ได้หากแต่ใน “ภพรัก”…ความสุขในความรักระหว่างเขาและเธอ สดใสและงดงามเสมอหมวดเหยี่ยว เป็นลูกชายคนเดียวของ วิหค นายตำรวจมือปราบที่เลื่องชื่อในอดีต เหยี่ยวกำพร้าพ่อและแม่มาตั้งแต่เล็กเพราะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมกัน ด้วยสาเหตุที่หลายคนยังตั้งข้อสงสัย วิหคเป็นตำรวจน้ำดีที่หลายคนให้การยกย่อง ทำงานตรงไปตรงมาแบบยอมหักไม่ยอมงอ แต่แล้วจู่ๆ ต้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนปริศนาที่คนขับชนแล้วหนี เหยี่ยวอาศัยอยู่ในชุมชนริมน้ำหลังวัดเก่ากับ ยายนวล ยายตาบอดอารมณ์ดี จิตใจแจ่มใส ชอบทำบุญอยู่ในศีลในธรรม มีข้อเดียวที่ยายนวลผิดศีลอย่างเลิกไม่ได้คือต้องเล่นหวยอยู่เป็นนิจ และยายนวลก็เหมือนมีพรายกระซิบทุก 15 วัน ??? ตั้งแต่เหยี่ยวเล็กจนโต.. ยายนวลถูกหวยงวดเว้นงวด !!! เหยี่ยว มุ่งมั่นเรียนจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จนสอบเข้าทำงานในสำนักงานสืบสวนพิเศษได้ หากแต่ในวิชาชีพตำรวจเหยี่ยวกลับทำไม่ได้ดีเหมือนพ่อ คดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบมักมีข้อผิดพลาดไม่ราบรื่น ยิ่งโดนเปรียบ เทียบกับพ่อ.. เหยี่ยวยิ่งทำงานพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งหลังผู้ต้องหาในคดีค้ายาเสพติดต้องรอดคดีไปได้อย่างลอยนวล เพราะการสอบสวนแบบถึงลูกถึงคนของแหยี่ยวโดนบันทึกภาพผ่านโทรศัพท์มือถือของ ทนายผู้ต้องหา และการนำสืบชี้นำไปที่เหยี่ยวขาดวุฒิภาวะในการควบคุมอารมณ์ ข่มขู่ผู้ต้องหาให้รับสารภาพ หมวดเหยี่ยวถูกคาดโทษจากผู้บัญชาการว่าจะต้องถูกย้ายหากมีข้อผิดพลาดอะไร เกิดขึ้นอีก !!! ดูเหมือนชีวิตของหมวดเหยี่ยวกำลังรอคอยใครบางคน ใครบางคนที่จะเติมเต็ม.. ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้นคืนวันหนึ่งขณะหมวดเหยี่ยวออกจากสำนักงานสืบฯ กำลังจะขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางเขารู้สึกแปลกๆ ในจิตใจคล้ายมีคลื่นพลังงานบางอย่างเข้ามากระทบในโสตสัมผัส เมื่อเลี้ยวรถตรงทางแยกหน้าปากซอย เขาพบรถสปอร์ตเกิดอุบัติเหตุตกบึงน้ำขนาดใหญ่ที่ข้างทาง เมื่อ กองพิสูจน์หลักฐานดึงรถยนต์คันงามขึ้นมา.. ทุกคนต้องแปลกใจเพราะภายในรถว่างเปล่า !! ไม่ปรากฏร่างเจ้าของรถผู้ขับขี่ ตำรวจตรวจดูโดยรอบแล้วไม่พบศพผู้เสียชีวิต !!! ขณะ เหยี่ยวช่วยตำรวจท้องที่กันบรรดาไทยมุงออกมาจากพื้นที่ เขาสะดุดสายตาเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางต่างจากชาวบ้านแถบนั้นโดยสิ้นเชิง เงอะๆ งะๆ จนเกือบจะเข้าไปในเขตห้ามเข้า เหยี่ยวต้องเอ่ยปากไล่ไม่ให้เข้ามาวุ่นวายในพื้นที่ เดี๋ยวจะเป็นการทำลายหลักฐานสำคัญ หญิงสาวคนนั้นสะดุ้งสุดตัวก่อนจะเดินหนีออกไปก่อนขับรถกลับบ้าน เหยี่ยวพบสร้อยคอพร้อมล็อกเก็ตรูปหัวใจตกอยู่ข้างรถ เขาหยิบล็อกเก็ตเส้นนั้นและนำกลับไปบ้านด้วยอย่าง เผลอตัว ความแปลกประหลาดเริ่มบังเกิดขึ้นกับเหยี่ยวนับตั้งแต่วินาทีนั้น.. ตอนกลับบ้าน เสียงหมาวัดแถวนั้นต่างพากันประสานเสียงหอนกันระงมราวกับเห็นผี ! ยายนวลที่ตาบอดยังร้องทักว่าเหยี่ยวพาเพื่อนมาเที่ยวบ้านทำไมไม่บอก จะได้หาข้าวหาปลาให้ทาน มิวายที่เหยี่ยวจะปฏิเสธ แต่ยายนวลกลับไม่เชื่อเถียงคอเป็นเอ็นหาว่าหลานชายแอบเอาสาวเข้าบ้านโดยไม่ บอกให้ยายรู้ จนเหยี่ยวต้องเรียก จ่านกน้อย ตำรวจคู่หูที่อยู่ข้างบ้านมายืนยันว่าไม่มีใครมาด้วย ยายนวลถึงจะเชื่อและเรียกจ่านกน้อยไปขูดต้นกล้วยหลังวัดด้วยกันอย่างออกรส ตามประสาคนบ้าหวยด้วยกัน จ่านกน้อยเป็นตำรวจที่มีอดีตไม่น่าจดจำ บ้าหวยทำตัวไร้สาระก็เพื่อลบปมเศร้าสะเทือนใจในชีวิต เมื่อ 5 ปีที่แล้ว.. นกยูง ลูกสาววัยรุ่นของจ่านกน้อยเสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาด เพราะพ่อบ้างานจนไม่มีเวลาให้ หลังเสียลูกสาวไม่นานเมียก็ต้องเสียชีวิตตามไปอีกคน เพราะโดนคนเมายาบ้าจับเป็นตัวประกัน แล้วจ่าเข้าไปช่วยไม่ทัน นับตั้งแต่นั้น.. ชีวิตจ่านกน้อยก็ไร้แก่นสาร ทำงานไปแบบวันเติมวัน เหมือนกำลังรอวันลาโลก!!!ย่ำ รุ่งคืนวันนั้นเอง เหยี่ยวกลับได้ยินเสียงร้องสะอื้นไห้อย่างน่าสงสารในสวนหลังบ้าน เหยี่ยวพบกับหญิงสาวคนเดียวกับเมื่อตอนหัวค่ำ เธออยู่ในชุดขาวสวยเฉี่ยวทันสมัย ร้องไห้พลางบอกว่าไม่มีที่ไป ไม่มีใครเห็นเธอเลยนอกจากเหยี่ยว ภาพหญิงสาวค่อยๆ จางหายไป พร้อมๆ กับพระอาทิตย์ที่กำลังโผล่ขึ้นพ้นขอบฟ้า !หมวดเหยี่ยวอึ้งแทบไม่เชื่อภาพที่ปรากฏต่อสายตา เขาพบกับผีสาว ! ตัวจริง ! เสียงจริง ! เช้าวันรุ่งขึ้น.. เหยี่ยวตื่นแต่เช้ามาใส่บาตรกับ หลวงตาเคี้ยง เขาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง หลวงตาฟังไปพร้อมกับตาลุกด้วยความตื่นเต้น อรรถาธิบายว่าผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นวิญญาณที่เพิ่งออกจากร่าง เพราะเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหัน วิญญาณจึงยังล่องลอยไม่มีที่พึ่ง พออธิบายเสร็จ หลวงตาเคี้ยงก็รีบให้ศีลให้พร จ้ำอ้าวๆ กลับกุฏิแทบไม่ทัน สมดังคำล่ำลือว่าหลวงตาเคี้ยงไม่ค่อยถูกชะตากับพลังงานลึกลับ ?!?!?ทุกวันเมื่อไปทำงานสำนักงานสืบฯ เหยี่ยวต้องปะทะคารมอย่างรุนแรงกับ ผบ.สงคราม ที่จ้องจับผิดตลอดเวลา แม้ผบ.สงครามจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับพ่อ แต่ความจริงที่เหยี่ยวไม่รู้ก็คือ.. สงครามไม่ได้เป็นเพื่อนกับวิหค แต่เป็นคู่แข่งกันมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยเรียนจนทำงานตำรวจ แข่งกันทุกครั้งสงครามก็แพ้วิหคทุกครั้ง .. หนำซ้ำการเสียชีวิตของวิหค ยังมีข่าวลืออีกว่าเป็นเพราะกำลังทำงานลับบางอย่างแข่งกับสงคราม จึงต้องเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ล่าสุดกับคดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบ..จับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่น เขาเกือบทำพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย เมื่อไว้ใจทิ้งหลักฐานวิดีโอการซื้อขายยาที่จะมัดตัวจอมบงการไว้กับสายสืบ นักข่าวคนหนึ่งที่แปรพักตร์เพราะโดนข่มขู่จากเจ้าพ่อ โชคดีที่ขณะจะกลับ เสียงผีสาวมาบอกให้ไปจับคนร้ายเสียก่อน เหยี่ยวจึงทำงานสำเร็จ ได้รับคำชมเชยเป็นครั้งแรกจาก ผบ.สงครามคืน วันนั้นเหยี่ยวออกมาที่ต้นลำดวนหลังบ้าน เรียกหญิงคนนั้นเพื่อสอบถามเรื่องราวทั้งหมด วิญญาณสาวคนเดิมออกมาตามเสียงเรียก เธอเรียกตัวเองว่า “น้ำ” แต่จำอะไรไม่ได้เลยนอกจากชื่อ น้ำริน ของตัวเอง น้ำ รินไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องตามเหยี่ยวมาที่นี่ รู้แต่ว่าเธอต้องตามติดเหยี่ยวไปในทุกที่.. เพียงแต่ในช่วงกลางวันเหยี่ยวจะมองไม่เห็นร่างของเธอเท่านั้นตั้งแต่ นั้นความโกลาหลในชีวิตเหยี่ยวจึงบังเกิด ?!? หมวดเหยี่ยวประสาทเสียที่จู่ๆ ก็มีวิญญาณสาวสวยคอยติดตามไปทุกที่ แม้ในเวลาที่ต้องเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ และ เวลานอน ?!? หนำซ้ำยายนวลยังเป็นอีกคนที่ได้ยินเสียงเหยี่ยว กับน้ำรินคุยกันบ่อยๆ เหยี่ยวเดาเอาเองจากการที่ยายถูกหวยทุกงวดว่าน่าจะเป็นเพราะยายมีสัมผัสที่ หก ได้ยินเสียงพรายกระซิบเป็นประจำ จึงไม่แปลกที่ยายจะได้ยินเสียงน้ำรินเช่นเดียวกับเขา เหยี่ยวโกหก ยายนวลว่าน้ำรินเป็นพยานปากเอกที่เขาได้รับมอบหมายจากสำนักงานสืบฯ ให้นำตัวมาเก็บไว้ โดยใช้บ้านเหยี่ยวเพื่อเป็นเซฟเฮ้าส์ ยายนวลจึงคลายใจหันมาคุยกับน้ำรินวิญญาณสาวอย่างออกรสด้วยนึกว่าหล่อนเป็นคนเมื่อเวลาผ่านไป.. การสนิทสนมกับน้ำรินทำให้ชีวิตยายนวลมีชีวิตชีวามากขึ้น น้ำรินเป็นผีสาวความจำเสื่อมที่อารมณ์ดี มองโลกสดใสในทางบวก ความทรงจำน้ำรินเริ่มกลับมาทีละน้อยๆ เธอจำได้ว่าตัวเองมีฝีมือในการทำขนมไทยอย่างหาตัวจับยาก ตั้งแต่นั้นบ้านหลังน้อยของหมวดเหยี่ยวจึงเกิดกิจกรรมพิเศษของสองคู่ซี้ต่าง วัยและต่างภพ ทำขนมไทยสารพัดชนิดเพื่อเป็นรายได้เสริม ขนมไทยแสนอร่อยของยายนวลเป็นที่นิยมชมชอบของคนในชุมชนมากขึ้นเรื่อยๆยาย นวลชวนจ่านกน้อยคู่ซี้มาทำขนมด้วยกันในตอนค่ำ เพื่อละเลิกจากกิจกรรมขี้เมาบ้าหวย สร้างความสนุกสนานและเพลิดเพลินให้กับจ่าไม่น้อย แต่จ่านกน้อยกับชาวบ้านแถบนั้นรวมไปถึงหลวงตาเคี้ยงยังไม่วายต้องผวาไปกับ เสียงแปลกๆ ยามค่ำ และพฤติกรรมเหมือนกำลังคุยกับผีของยายนวลอยู่เนืองๆ สินค้าขนมไทยของยายนวลในชุมชน ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก ธารา นักธุรกิจสาวที่ผันตัวเองจากโลกธุรกิจ มาทำมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ ธาราต้องนั่งรถเข็นจากการเกิดอุบัติเหตุเมื่อปีก่อน ตั้งแต่นั้นธาราจึงอุทิศตัวเองเพื่อสังคม หันหลังให้กับโลกธุรกิจปล่อยให้เป็นหน้าที่ผู้บริหารมืออาชีพ ส่วนตัวเองหันมาทำงานเพื่อสังคมส่วนรวม เมื่อน้ำรินเห็นหน้าธารา.. เธอรู้สึกแปลกๆ เหมือนรู้จักผู้หญิงคนนี้เป็นอย่างดี แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกว่าเคยพบกันที่ไหน ได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจดูเหมือนวิญญาณน้ำรินกำลังทำความดีชดเชยกับเรื่องราวในอดีตที่เธอยังจำไม่ได้ น้ำรินไม่รู้เลยว่าในตอนมีชีวิตอยู่ เธอมีส่วนทำให้นกยูงลูกสาวจ่านกน้อยเสียชีวิต เพราะ เสพยาเกินขนาด!! วันหนึ่งน้ำรินมีโอกาสเห็นรูปนกยูงโดยบังเอิญ เธอจำได้ทันทีว่าเด็กสาวคนนี้ เคยทำงานพาร์ทไทม์กับเธอที่ใดที่หนึ่งเกี่ยวกับการทำขนม ยิ่งไปกว่านั้น..น้ำรินจำได้ว่าเด็กสาวคนนี้เสียชีวิตเพราะเธอเฉยเมย ไม่ยอมช่วยนกยูงที่เอ่ยปากขอเบี้ยเลี้ยงล่วงหน้า ทำให้นกยูงเข้าสู่วังวนของการส่งยา ค้ายา จนถึงขั้นนกยูงโดนฆ่าตายเพราะคนร้ายต้องการปิดปากเรื่องเครือข่ายค้ายาฯ นกยูงโดนจัดฉากว่าเสพยาเกินขนาด เธอพยายามทำทุกวิถีทางให้ชีวิตของจ่านกน้อยดีขึ้น หลัง จากนั้นเป็นต้นมา เหยี่ยวกับน้ำรินยิ่งใกล้ชิดผูกพันกันมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งสนิทสนม ยิ่งทำให้ทั้งคู่กลายเป็นส่วนผสมของความกุ๊กกิ๊กอลวนที่ลงตัว น้ำรินแสดงถึงความเป็นคุณหนูไฮโซให้เห็นมากขึ้น เธอทั้งซุกซน ซุ่มซ่าม และเผลอเอาแต่ใจตัวเอง น้ำรินขอร้องให้ เหยี่ยวช่วยสืบหาว่าเธอเป็นผีมาจากไหน มีประวัติความเป็นมายังไง .. เหตุใดเธอจึงยังไม่ไปผุดไปเกิดซะทีแต่แล้ววันหนึ่งน้ำรินก็ได้พบกับ ป้าปริก วิญญาณอีกดวงนึงที่ดูเหมือนเป็นวิญญาณที่ความอารมณ์ดี ป้าปริกสอนให้น้ำรินกลายเป็นวิญญาณคุณภาพ สามารถควบคุมให้สิ่งของต่างๆ เคลื่อนที่ได้ น้ำรินสามารถหยิบจับของต่างๆ และรับรู้ความรู้สึกในการสัมผัสได้ราวกับมีเลือดเนื้อเหมือนมนุษย์ ต่างกันเพียงว่าไม่มีใครมองเห็นเธอได้… นอกจากเหยี่ยวเพียงคนเดียวและการที่รู้สึกและหยิบจับของต่างๆ ได้เหมือนมนุษย์นี่เอง ที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำรินกับเหยี่ยวออกอาการกุ๊กกิ๊กแนบแน่นมาก ขึ้นกว่าเดิม เพราะเหยี่ยวมักเผลอโอบคอน้ำรินเหมือนเคยๆ ทุกครั้งเพราะไม่เคยทำได้สักที แต่มาวันนี้กลับกลายเป็นรู้สึกได้ว่าเขากำลังกอดคอหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งยิ่งทำให้ทั้งคู่เขินอายและต้องระวังตัวระหว่างกันมากยิ่งขึ้น น้ำ รินมีโอกาสช่วยเหลือเหยี่ยวในการทำงานสำนักงานสืบฯ หลายครั้ง คดีสำคัญก็คือ.. เหยี่ยวสามารถคลี่คลายคดียาเสพติดในหมู่วัยรุ่นได้ เขาจับตัวการที่โยงใยทำให้นกยูงลูกสาวของจ่านกน้อยตาย จ่านกน้อยมีจิตใจดีขึ้นมากขึ้น เพราะความจริงปรากฏชัดว่านกยูงไม่ได้เสพยาเกินขนาดจนตาย แต่เธอตายเพราะต้องการเปิดโปงเครือข่ายค้ายา นกยูงตายเพื่อความถูกต้องในสังคม สมกับเป็นลูกสาวตำรวจอย่างจ่านกน้อย จ่านกน้อยเลิกขี้เมา บ้าหวย หันมาใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ อุทิศตนเองให้กับชุมชนฯเหยี่ยว เหมือนเป็นนายตำรวจพรายกระซิบ ทำงานสำคัญๆ สำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ น่าแปลกที่ทุกครั้ง ที่น้ำรินช่วยเหยี่ยวคลี่คลายคดีสำคัญได้ ความทรงจำของเธอจะกลับมาหนึ่งอย่างเสมอ เหมือนการช่วยแก้ไขคดีแต่ละคดีเป็นการทดแทนการทำความผิดพลาดในอดีตหมวดแนน แฟนเก่าของเหยี่ยว กลับมาคลุกคลีกับเหยี่ยวอีกครั้ง จนน้ำรินเริ่มหึง ซึ่งเหยี่ยวเริ่มจับสังเกตได้ ภพธร กับนับดาว ยังไม่หยุดแผนที่จะฆ่าธารา จนสงครามเริ่มสงสัยในตัวภพธร จึงพาธาราไปซ่อนตัวที่เซฟเฮ้าส์ โดยให้เหยี่ยวตามไปดูแล คุ้มครองธารา ที่นั่นเอง สงครามได้แสดงความรักที่มีต่อธารามาอย่างช้านาน แต่ธาราปฎิเสธ เพราะไม่อยากผิดต่อพ่อของน้ำริน ซึ่งเป็นเพื่อนรักของสงครามนั่นเองถนนทางเข้าเซฟเฮ้าส์ คือถนนที่ครั้งหนึ่ง เหยี่ยว เคยนั่งรถมาพร้อมกับพ่อและแม่ และที่นี่เอง เหยี่ยวได้สูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปกับอุบัติเหตุ ทุกครั้งที่เหยี่ยวขี่จักรยานผ่านจุดเกิดเหตุ เขาก็อดนึกถึงอดีตอันเจ็บปวดไม่ได้ น้ำรินซึ่งติดตามเหยี่ยวมาด้วย พยายามพูดให้กำลังใจ ให้เหยี่ยวต่อสู้กับอดีตอันเลวร้ายให้ได้ ทำให้เหยี่ยวรู้สึกเข้มแข็งขึ้นเมื่อได้อยู่กับน้ำรินน้ำรินเองก็รู้สึกคุ้นหน้าธารามาก แต่ยังนึกเหตุการณ์ในอดีตไม่ได้สักที จำได้แต่ว่า ก่อนตายเธอใกล้มีความสุขที่สุดในชีวิต .. น้ำรินกำลังจะแต่งงาน !!! แล้วจู่ๆ สร้อยล็อตเก็ตรูปหัวใจก็ตกลงจากลิ้นชักโต๊ะทำงานของเหยี่ยว เหยี่ยวระลึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองเผลอหยิบมาจากริมบึงที่มีรถจมน้ำ.. ต้องเป็นเพราะล็อคเก็ตรูปหัวใจแน่ๆ น้ำรินถึงมาติดอยู่กับเขาแบบนี้ !!!เหยี่ยว สืบเรื่องของน้ำรินโดยเริ่มจากคดีรถสปอร์ตจมหายไปในน้ำ ตามไปถึงบ้านใหญ่โตของเจ้าของรถ ในที่สุดเหยี่ยวจึงรู้ว่าน้ำรินคือเจ้าของรถคันนั้น เป็นลูกสาวคนเดียวของ ธารา เศรษฐีนีแม่ม่ายเจ้าของเครือโรงแรมสตาร์ออฟสยาม เครือข่ายโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันนี้ความจริงแล้วน้ำรินเป็นลูกสาวของคุณธารา สาวใหญ่ใจดีเจ้าของมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ วิญญาณเธอได้พบกับแม่ เพียงแต่เธอจำแม่ไม่ได้ เหยี่ยวปักใจเชื่อว่าคนที่น่าสงสัยที่สุดเห็นจะเป็น ภพธร นักธุรกิจหนุ่มผู้เป็นทั้งพี่ชายบุญธรรม ผู้บริหารเครือโรงแรมนี้ทั้งหมด และเป็นอดีตคู่หมั้นของน้ำริน ภพธรคือคนที่น่าสงสัยที่สุด เมื่อ ตอนมีชีวิตอยู่.. น้ำรินเติบโตมากับภพธรผู้เป็นเหมือนพี่ชาย ภพธรเป็นลูกชาย นุติ อดีตเจ้าของเดอะสตาร์ออฟสยาม ที่ฆ่าตัวตายเพราะทำธุรกิจผิดพลาดจนต้องให้ ธารา แม่ของน้ำรินเข้าซื้อกิจการ แต่มีข่าวลือในวงธุรกิจ.. ความจริงแล้วนุติฆ่าตัวตายเพราะทนไม่ได้ที่โดนธาราโกงจนหมดตัว ธารารู้สึกผิด.. จึงส่งเสียเลี้ยงดูภพธรเป็นลูกบุญธรรม ให้เติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กับน้ำรินลูกแท้ๆ ธาราเดินไม่ได้เพราะได้รับอุบัติเหตุจากการขับรถเมื่อปีก่อน ทำให้อำนาจการบริหารโรงแรมทั้งหมดอยู่ในมือของภพธรลูกบุญธรรมซึ่งกำลังจะ แต่งงานกับน้ำริน และธารารู้สึกผิดกับบาปที่ตัวเองสร้างไว้ในอดีต เธอจึงหันมาทำมูลนิธิช่วยเหลือคนด้อยโอกาสในสังคม ต้องการไถ่บาปสร้างความดีเพื่อชดเชยกับสิ่งที่ตัวเองเคยกระทำไว้ในอดีตน้ำ รินขอบคุณเหยี่ยวและขอให้พาเธอไปสถานที่แห่งหนึ่งเป็นครั้งสุดท้าย เป็นบ้านสวนริมน้ำของ นับดาว ผู้หญิงที่เป็นเพื่อนรักของเธอมาตั้งแต่เด็ก นับดาวเป็นเหมือนเพื่อนคู่หูน้ำรินมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมเรื่อยมาจน กระทั่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยและจบการศึกษา เธอเป็นเหมือนเพื่อนรัก… หากแต่ซ่อนปมความคิดอิจฉาริษยาเพื่อนที่เพียบพร้อมไปทุกอย่างอย่างน้ำรินมา ตลอด นับ ดาวกำลังอยู่กับภพธรฉันท์สามีภรรยา จากคำพูดที่ทั้งสองกำลังปรึกษากัน น้ำรินจึงรู้ว่าทั้งสองแอบคบกันมานานแล้ว เพราะปมชีวิตของนับดาวที่ไม่อาจจะสู้น้ำรินได้ตลอดมา ทำให้นับดาวคิดแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับน้ำรินโดยน้ำรินไม่รู้ตัว สิ่งที่นับดาวเอาชนะน้ำรินได้อย่างเด็ดขาดคือการพิชิตหัวใจของภพธร เพราะภพธรโกรธแค้นครอบครัวของน้ำรินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งสองตั้งใจจะฮุบกิจการโรงแรมของธาราโดยเร็วที่สุด ทั้งเพื่อแก้แค้นให้ภพธรและเพื่อตัวของพวกเขาเอง..นับดาวเป็นคนวาง แผนบงการทำให้ธาราต้องพิการ และวางแผนฆ่าน้ำรินก่อนการแต่งงานจะเกิดขึ้น !!! น้ำรินมีโรคประจำตัวที่ต้องทานยาเป็นประจำทุกวัน ภพธรแอบเปลี่ยนยาทำให้น้ำรินหมดสติ ขับรถตกบึงน้ำขนาดใหญ่ ก่อนจะอำพรางนำศพของเธอไปเผาทิ้ง ทำให้น้ำรินกลายเป็นบุคคลหายสาปสูญไปเพื่อทำลายหลักฐาน !!!นับดาวกับภพธรแอบเปิดประตูให้คนร้ายเข้าไปในคฤหาสน์ของธารา แต่ขณะที่กำลังจะทำอันตรายธารา เหยี่ยวกับน้ำรินเดินทางมาช่วยธาราได้ทันเวลา นับดาวกับภพธรถูกตำรวจจับ…และถูกลงโทษตามความผิดที่ตัวเองกระทำ ฐานทำร้ายน้ำรินถึงแก่ความตาย เวลานี้ภารกิจของน้ำรินดูเหมือนจะเสร็จสิ้นแล้ว พลังงานภายในวิญญาณของเธออ่อนแรงลง น้ำ รินรู้สึกว่าดวงวิญญาณของเธออาจดับสูญภายในคืนนี้.. เธอรวบรวมพลังงานทั้งหมดเท่าที่เหลืออยู่ ปรากฏกายให้เหยี่ยวเห็นเป็นครั้งสุดท้าย แม้ช่วงเวลาที่น้ำรินจะอยู่กับเหยี่ยวมีเพียงช่วงสั้นๆ หากแต่ความผูกพันในช่วงเวลาอันน้อยนิดระหว่างเธอกับเขา แนบแน่นจนกลายเป็น “ความรัก” ไปเสียแล้ว … เช่นเดียวกับเหยี่ยวที่รู้ใจตัวเองว่ารัก น้ำริน..วิญญาณ สาวที่กำลังจะดับสลายไปในอีกไม่กี่วินาทีต่อจากนี้ เหยี่ยวอยากจะอ้อนวอนขอให้น้ำรินอยู่กับเขาตลอดไป แต่เขารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้…ไม่มีใครฝืนสัจธรรมการแตกดับนี้ไปได้ เหยี่ยวจึงตั้งจิตมั่นสัญญาไว้กับน้ำริน เขาจะรักเธอตลอดไป จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงความรักที่เขามีให้เธอ ทั้งสองจากกันด้วยน้ำตา… 18 ปีต่อมา…หมวดเหยี่ยวนายตำรวจหนุ่มไฟแรงจบใหม่ในอดีต.. กลายเป็นหนุ่มใหญ่ผู้บัญชาการสำนักงานสืบสวนพิเศษในปัจจุบัน เขามุ่งมั่นในการทำงานจนไม่มีเวลาเหลือให้กับใคร คนเก่าคนแก่ภายในสำนักงานสืบสวนฯ ต่างรู้ดีว่าผู้บัญชาการผู้นี้ยังคงมีอดีตรักฝังใจที่ยากจะลืมเลือน ผบ.เหยี่ยวไม่มีหัวใจจะรักใครได้อีกแล้ว..จวบจนวันนี้…วันที่สำนักงานสืบสวนพิเศษได้มีโอกาสต้อนรับ น้ำค้าง นักข่าวหญิงเพิ่งจบใหม่จากรั้วมหาวิทยาลัย สาวนักข่าวที่ทันทีที่ผบ.เหยี่ยวเห็นหน้าแล้วต้องชะงักด้วยความตกใจ ฤาสัญญารักที่เขาเคยให้ไว้กับน้ำรินมีผลลัพธ์เกิดขึ้นแล้วในวันนี้…น้ำค้าง…มีใบหน้าบุคลิก ท่าทาง รอยยิ้ม เหมือนกับน้ำริน .. ราวกับเป็นคนๆ เดียวกัน ! รายชื่อนักแสดง ปริญ สุภารัตน์ รับบทเป็น เหยี่ยวราณี แคมเปน รับบทเป็น น้ำรินกัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล รับบทเป็น แนนณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา รับบทเป็น ภพธรพิชชาภา พันธุมจินดา รับบทเป็น นับดาวสินจัย เปล่งพานิช รับบทเป็น ธาราจอนนี่ แอนโฟเน รับบทเป็น ผบ.สงครามดวงตา ตุงคะมณี รับบทเป็น ยายนวลปวันรัตน์ นาคสุริยะ รับบทเป็น ป้าปริกตี๋ ดอกสะเดา รับบทเป็น จ่านกน้อยพัฒนพล กุญชร ณ อยุธยา รับบทเป็น ชลชาติกล้วย เชิญยิ้ม รับบทเป็น หลวงตาเคี้ยงแจ็ค เชิญยิ้ม รับบทเป็น ปลาทูชาลินี บุนนาค รับบทเป็น ปูอัด

รายการ
รายการทีวี /  ทีวีดิจิตอล / 

รายการ "เขย่าโต๊ะข่าว" เป็นรายการคุยข่าวการเมือง สังคม เศรษฐกิจ และเป็นครั้งแรกกับการเจอกันของสองนางพญาข่าว คุณศุภรัตน์ นาคบุญนำ และ คุณอัญชลีพร กุสุมภ์ ผู้มากด้วยประสบการณ์ด้านงานข่าว ที่จะมาวิเคราะห์ข่าวแบบเจาะลึกในทุกประเด็นและรอบด้าน โดยมุ่งเน้นการให้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นข้อเท็จจริง รวดเร็ว มั่นใจว่าผู้ชมรายการจะได้รับรู้ข่าวสารก่อนใคร ติดตามชมรายการ "เขย่าโต๊ะข่าว" ได้ทางสถานีโทรทัศน์ไบรท์ทีวี ช่อง 20 ระบบดาวเทียมและเคเบิล ช่อง 30 รายการสดทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 6.00 - 7.00 น. หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.brighttv.co.th

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

เอสเธอร์ ควง กันกัน ณัฐวัฒน์ มอบเสียงหัวเราะส่งท้ายปี กับ สิ่งเล็กเล็กที่น่าร็อก
APP LOVE /  กันกัน ณัฐวัฒน์ ชัยณรงค์โสภณ / 

ประเดิมผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิต ของนักแสดงสาวมากความสามารถอย่าง เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา กับภาพยนตร์โรแมนติก-คอเมดี้อารมณ์ดี๊ดีเรื่อง สิ่งเล็กเล็กที่น่าร็อก App Love ประกบคู่นักแสดงหนุ่มหน้าใสขวัญใจวัยทีนอย่าง กันกัน ณัฐวัฒน์ ชัยณรงค์โสภณ จากผลงานของ เพชร พุฒิพงศ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร ที่มานั่งแท่นกำกับเรื่องราวสุดป่วนชวนฮา และยังเป็นการโคจรกลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง ของทีมงานผู้สร้างภาพยนตร์ สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่ารัก แบบฟูลทีม สิ่งเล็กเล็กที่น่าร็อก App Love เสนอเรื่องราวของ "ติ๊ก" (รับบทโดย กันกัน ณัฐวัฒน์) เด็กหนุ่มที่ต้องแกล้งแอ๊บเป็นสาว (นะยะ) เพราะไม่อยากถูกพ่อส่งเข้าไปฝึกในกรมทหาร ติ๊กเลยสมัครเข้าแกงค์นางฟ้า ที่มีสมาชิกในแกงค์คือ  นนนี่ (รับบทโดย โยชิ) , อคิ (รับบทโดย มาร์คกี้) และ โจโจ้ (รับบทโดย ซันนี่) กลุ่มแอ๊บสาวตัวจี๊ดของโรงเรียน เมื่อติ๊กจับพลัดจับผลูเข้ามาอยู่ในแกงค์นี้ เธอจึงได้ฉายาใหม่ประจำแกงค์นางฟ้าว่า "ติ๊กโกะ" มาร่วมสร้างวีรกรรมสุดป่วนชวนฮา จนกลายเป็นแกงค์นางฟ้าตัวแม่ของโรงเรียน  แต่แล้ววันหนึ่งก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด เมื่ออยู่ๆแกงค์นางฟ้าดันไปสร้างชื่อเสียให้กับโรงเรียน งานนี้สมาชิกทุกคนจึงต้องผนึกกำลังกันช่วยคิดหาวิธีกอบกู้ชื่อเสียงกลับมาให้ได้ โดยมีป้าปูเป้ (รับบทโดย ปู แบล็คเฮด) คอยเป็นพี่เลี้ยงและที่ปรึกษาให้ "แนน" (รับบทโดย เอสเธอร์) น้องสาวฝาแฝดของ นนนี่ (สมาชิกแกงค์นางฟ้า)  เพิ่งบินกลับมาจากต่างประเทศ  ติ๊กตกหลุมรักแนน ทันทีที่ได้เจอ ติ๊กจึงพยายามตีสนิทกับแนน จนรู้ว่าแนนเกลียดคนโกหกเป็นอย่างมาก ทำให้ติ๊กไม่กล้าที่จะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมา ส่วนแนนก็เริ่มจะสงสัยในตัวเองว่าแอบชอบติ๊ก ทั้งๆ ที่ติ๊กแอ๊บเป็นสาว เรื่องราวความป่วนชวนหัวจึงเริ่มต้นขึ้น ติ๊กจะต้องแอ๊บสาวไปอีกนานแค่ไหน? แนนจะรู้จักหัวใจตัวเองหรือไม่? แล้วแกงค์นางฟ้าจะทำอย่างไร? เมื่อรู้ว่าเพื่อนในกลุ่มแอ๊บสาวเพื่อแอบเข้าแกงค์ บทสรุปของพวกเขาและเธอจะลงเอยอย่างไร เตรียมติดตามได้ในภาพยนตร์ สิ่งเล็กเล็กที่น่าร็อก App  Love ออกแบบเรื่องราวความรักโดย เพชร พุฒิพงศ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร  สนับสนุนสร้างแลนด์มาร์คพื้นที่ความรักโดย บริษัท แฮนด์เมด ดิสทริบิวชั่น จำกัด และ บริษัท เชเกลอ-5 จำกัด ปรากฏการณ์ความรักเล็กเล็ก ของ สิ่งเล็กเล็กที่น่าร็อก App Love จะเช็คอินทุกพื้นที่ในวันที่ 4 ธ.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกดูตัวอย่างภาพยนตร์ สิ่งเล็กเล็กที่น่าร็อก ได้ที่นี่เลย   --------------------------

12 เดือน 12 ประเทศ กับ สถานที่ท่องเที่ยว ที่น่าสนใจ
Europe /  Germany / 

วันลาพักร้อนเหลือเยอะ แถมโบนัสยังไม่ได้ใช้ แต่ยังไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน และไปเดือนไหนถึงจะดี วันนี้ Travel.mthai ขอเสนอสถานที่ท่องเที่ยว ที่เหมาะสำหรับแต่ละเดือนในปี 2558 ที่จะถึงนี้ เพื่อว่าจะได้เที่ยวอย่างสนุกสนาน ถูกใจ คุ้มค่าใช้จ่ายและไม่เสียดายเวลา มาดูกันเลยค่ะ แนะนำ สถานที่ท่องเที่ยว ที่เหมาะสำหรับแต่ละเดือน 1. มกราคม - นอร์เวย์ เพื่อดูปรากฏการณ์เหนือท้องฟ้า อันเป็นเอกลักษณ์ คือ แสงหนือ หรือ ออรอร่า ที่มีสีสันต่างๆ เช่น เขียวหรือขาว รวมทั้งแดง น้ำเงิน ม่วงและเหลืองในบางครั้ง จริงอยู่ว่า ปรากฏการณ์นี้สามารถเห็นได้ในหลายประเทศในซีกโลกเหนือ แต่ถ้าดูที่เมืองทรอมโซ เคิร์กเคนเนส อัลต้าหรือซวาลบาร์ดของนอร์เวย์ ก็เหมือนได้ที่นั่งหน้าเวทีเลยทีเดียว ถ้าเดินทางด้วยเรือครุยส์ไปตามแนวฟยอร์ด ก็สะดวกเพราะจะมีเจ้าหน้าที่ประจำเรือ คอยปลุกเมื่อแสงเหนือปรากฎ 2. กุมภาพันธ์ - เมืองริโอ เดอ จาเนโร บราซิล (Rio de Janeiro) เพราะเป็นเดือนแห่งเทศกาล คาร์นิวัล (Carnival) ว่ากันว่าระหว่างเทศกาลนี้ คนที่รักการเต้นรำเป็นชีวิตจิตใจจะไม่เดิน แต่จะเต้นรำกันทั้งเมืองเพื่อเฉลิมฉลอง สีสันของขบวนพาเหรดก็ฉูดฉาดและสวยงาม ผู้ชายทุกเพศทุกวัยก็พากันตั้งหน้าตั้งตาชมสาวๆ ในขบวนพาเหรดที่ถ่ายทอดไปทั่วโลก เพราะการแต่งกายที่เซ็กซี่และเร้าใจ นอกจากนี้ usa online pharmacy อุณภูมิ (32 องศาเซลเซียส) ก็เหมาะสำหรับการแต่งชุดบิกินี่ ออกไปเดินเล่นตามชายหาดที่สวยงามของเมืองนี้ รัฐรีโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล โดยเป็นเมืองที่กล่าวขานกันว่า งดงามที่สุดแห่งหนึ่งในโลก และเป็นที่รู้จักในด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะชายหาดโกปากาบานา (Copacabana) และอีปาเนมา (Ipanema) เทศกาลรื่นเริงประจำปีของบราซิล และ รูปปั้นพระเยซูขนาดใหญ่ ที่รู้จักในชื่อ กริชตูเรเดงโตร์ บนยอดเขากอร์โกวาดู เดือนไหน เที่ยวไหนดี 3. มีนาคม - นิวซีแลนด์ นักท่องเที่ยวที่โปรดปรานงานศิลปะและอาหาร ต้องไม่พลาดงานโอ้คแลนด์ อาร์ตเฟสติวัล (Auckland Arts Festival) ที่เมืองโอ้คแลนด์ ระหว่างวันที่ 6- 24 มีนาคม ส่วนใครที่ชอบเรื่องอาหาร ก็ไม่ควรพลาด เทศกาลอาหารป่า (Hokitika Wildfoods Festival) ที่เมืองโฮกิติก้าในวันที่ 9 มีนาคม เพราะจะมีอาหารแปลกๆ เช่น สมองแกะ หนอนทอด หรือไอศครีมราดหน้าด้วยแมลง เช่น ต่อหรือแตน - โอ้คแลนด์  อาร์ต http://www.aucklandfestival.co.nz/ - ภาพจาก http://blog.hostelbookers.com/travel/events-and-festivals/new-zealand-festivals/ 4. เมษายน - ภูเก็ต ไทย ถ้าเลือกไม่ถูกว่าจะไปเล่นน้ำที่หาดไหนดี เพราะมีให้เลือกมากมายและสวยไปหมดก็ให้ตั้งต้นที่เขานาคเกิด ที่ตั้งของพระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี หรือพระใหญ่ พระประจำเมืองภูเก็ต จากบนนั้น นักท่องเที่ยวจะมองเห็นภูเก็ตได้ 360 องศาและเลือกหาดที่ต้องการได้ 5. พฤษภาคม - โตเกียว เมืองหลวงของญี่ปุ่น เดือนพฤษภาคมไปเที่ยวไหนดี? เดือนนี้เหมาะอย่างยิ่งที่จะมาเที่ยวโตเกียว (Tokyo) เพราะเทศกาลซากุระบานตามหัวเมืองต่างๆ จะดึงผู้คนและนักท่องเที่ยวให้ออกจากโตเกียว เมืองที่เคยคลาคล่ำไปด้วยผู้คน จราจรติดขัดก็จะว่างลงชั่วคราว ร้านอาหารและโรงแรมก็จะว่างและมีให้เลือกมากมาย อากาศเย็นสบายและเมื่อคนเริ่มกลับเข้าโตเกียว คุณก็จะเริ่มออกเดินทางไปเกียวโตหรือฮอกไกโดแล้ว 6. มิถุนายน - กรุงโซล เกาหลีใต้ กีฬากอล์ฟเป็นที่นิยมอย่างมาก หลังจากที่วาย อี หยาง พลิกกลับมาชนะไทเกอร์ วู้ด ในการแข่งกอล์ฟฮาซเซลไดน์ พีจีเอ แชมเปี้ยนชิป เมื่อปี 2552 เขาเป็นนักกอล์ฟเอเชียชายคนแรกที่ชนะในการแข่งขันระดับสากลนอกจากนี้ ในปี 2558 จะมีการแข่งถ้วยเดอะ เพรสซิเด้นคัพ ทำให้สนามกอล์ฟต่างๆ พากันปรับปรุงและเกิดใหม่ บางแห่งตกแต่งเหมือนพิพิธภัณฑ์เลยทีเดียว 7. กรกฏาคม - แทนซาเนียและเคนยา นักเดินทางที่ชอบธรรมชาติและการผจญภัยหรือใครอยากมีประสบการณ์ไม่เหมือนใครจะได้เห็น “การอพยพครั้งใหญ่” (The Great Migration) ของสัตว์ป่านับหมื่นๆ ตัวที่เซเรนเกติ อุณภูมิในช่วงนั้นกำลังสบายคือประมาณ 28 องศาเซลเซียส 8. สิงหาคม - ควิเบก แคนาดา เดือนนี้เป็นเดือนที่คณะละครสัตว์ Cirque du Solei อันมีชื่อเสียงของแคนาดาและของโลกจะมาแสดงที่เมืองนี้ นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดการแสดงที่น่าตื่นตาตื่นใจและตระการตานี้ ตัวเมืองควิเบกก็มีประวัติศาสตร์และอาคารสถานที่ที่น่าสนใจ อากาศก็เย็นสบายเหมาะกับการเดินเล่นริมแม่น้ำเซนต์ลอร์เรนซ์ 9. กันยายน - เมืองเคปทาวน์ แอฟริกาใต้ จริงๆ แล้ว ที่นี่มีธรรมชาติสวยงามตลอดทั้งปี แต่เคปทาวน์ในช่วงเดือนนี้จะสวยที่สุด ดอกไม้นานาพันธุ์เบ่งบานทั่วไป นอกจากนี้ ยังเป็นช่วงโลว์ซีซั่นสำหรับการท่องเที่ยว ฉะนั้น นักท่องเที่ยวก็สามารถต่อรองและได้ราคาโปรโมชั่นแน่นอน 10. ตุลาคม - มิวนิค เยอรมัน หลายคนคงรู้เหตุผลว่าทำไมต้องมาที่มิวนิคในเดือนนี้ ก็เพราะเทศกาลเบียร์ Okterberfest ที่ทุกคนรอคอยนั่นเอง จริงๆ แล้วเทศกาลนี้เริ่มตั้งแต่ 21 กันยายนถึง 6 ตุลาคม แต่ละปีมีคนเข้างานถึงปีละ 6 ล้านคนเพื่อดื่มเบียร์นานาชนิดและอาหารมากมาย 11. พฤศจิกายน - นครซิดนีย์ ออสเตรเลีย ที่นี่มีชายหาดกว่า 50 แห่งและมีฟ้าใส พระอาทิตย์เจิดจ้า 300 วันต่อปี ดังนั้นสามารถท่องเที่ยวได้เกือบตลอดปี แต่เดือนนี้เป็นช่วงก่อนเดือนธันวาคมและหน้าร้อนที่ราคาตั๋วเครื่องบินและที่พักจะขึ้นราคา ดังนั้น นักท่องเที่ยวสามารถหาตั๋วและที่พักได้ในราคาประหยัด ช่วงเดือนนี้จะมีการแข่งขันม้า เดอะ เมลเบิร์น คัพ เมืองทั้งเมืองก็จะมีการเฉลิมฉลองอย่างสนุกสนาน 12. ธันวาคม : ลอนดอน นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด เดือนแห่งการเฉลิมฉลองคริสต์มาส และปีใหม่เมืองหลวงของอังกฤษแห่งนี้ เพราะที่นี่มีการประดับประดาสถานที่สำคัญต่างๆ สำหรับเทศกาลดังกล่าวอย่างสวยงามและหรูหราตระการตา ถึงแม้อากาศจะหนาวและเฉอะแฉะ แต่ก็ทำให้เหมาะสำหรับการจิบไวน์ไล่หนาว. หมดแล้วนะคะ 12 ประเทศ ใน 12 เดือน นี้  กับสถานที่ท่องเที่ยวที่เราได้แนะนำมา หวังว่าคงทำให้ชาว travel.mthai ได้ตัดสินใจถูกกันบ้าง ปีนี้ตัดสินใจยังไม่ได้ ก็หาข้อมูลเที่ยว เก็บตังค์เก็บแรง ไว้เที่ยวปีหน้าก็ยังได้นะคะ ไปถูก ที่ถูก เวลา ก็อาจจะคุ้มค่า ประทับใจ ไปผิดที่ ผิดเวลา บางทีก็อาจจะได้ราคาที่ถูกกว่าใครๆ ได้ เพราะมัน โลว์ ซีซั่นนนนน (ฮา) ............................................. ขอบคุณที่มา : CNN, Bangkokbiznews.com /  Jan 22, 2013 บทความท่องเที่ยวน่าสนใจ : 16 ข้อควรรู้ก่อนไปเที่ยวฮ่องกง : ข้อมูลเที่ยวเกาหลีแบบครบครัน : รวมเรื่องของคนรัก "สวนสนุก"

ละครสามใบไม่เถา , เรื่องย่อสามใบไม่เถา
สมาร์ท กฤษฏา /  พรีม รณิดา / 

เรื่องย่อละคร “สามใบไม่เถา” บทประพันธ์ : อาริตาบทโทรทัศน์ : ชลนภัสส์/ตุณย์กำกับการแสดง : ชาตโยดม หิรัณยัษฐิติวันเวลาออกอากาศ : ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องรักของสามสาวในครอบครัวคุณพ่อจอมหวง.. หนึ่ง.. คือรักมั่นคงของลูกสาวคนโต ที่พร้อมจะท้าทายกฏเหล็ก อีกหนึ่ง.. คือรักสุดห้าวลูกสาวคนกลาง ที่รู้แจ้งเรื่องผู้ชายจนยากจะหาใครดีพร้อมสำหรับตัวเอง และอีกหนึ่ง.. คือรักซ่อนรูปของน้องสาวคนสุดท้องอันยากจะหักห้าม กว่าจะได้มาซึ่งความรักที่มีอุปสรรคคือคุณพ่อขี้หวง พวกเธอยังต้องเอาชนะทั้งหัวใจตัวเองและคนที่เธอรัก ที่นำมาซึ่งรสชาติหลากหลายของสิ่งที่เรียกว่า “ความรัก” อัษฎา มีลูกสาว 3 คน.. สวยล้ำทุกคน ผู้เป็นพ่อหวงลูกสาวเรียกว่าจงอางหวงไข่ยังน้อยไป อัษฎาเป็นเหมือนพญานาค 8 เศียรที่แผ่ทุกเศียรปกป้องลูกสาวจากบรรดาหนุ่มๆ ความสัมพันธ์ในครอบครัวอัษฎานับว่าแปลกทีเดียว อัษฎา กับ บราลี ภรรยา ต่างมีลูกติดและทั้งสองมีลูกของเรา อุรวสา คนโตเป็นลูกติดอัษฎาที่สนิทสนมกับแม่เลี้ยงตั้งแต่เล็ก ไม่ค่อยกินเส้นกับพ่อแท้ๆ ตัวเอง อันตรา คนรองเป็นลูกติดบราลี แต่กลับเป็นคู่ซี้อัษฎาพ่อเลี้ยง ลุยไหนลุยกัน คุยกันได้ทุกเรื่อง อินทุอร คนเล็กสนิทกับทั้งพ่อทั้งแม่ มีดีที่ลีลาออดอ้อนให้พ่อยอมทำตามทุกอย่างได้โดยดุษฏี สามศรีพี่น้องรักใคร่สามัคคีกันดี ต่างไม่คิดว่าเป็นลูกคนละพ่อคนละแม่ เนื่องด้วยพ่อกับแม่รักลูกทุกคนเท่ากัน เมื่อต้นปี อุรวสา กลับจากอเมริกาหลังไปใช้ชีวิตที่นั่นหลายปี หอบใบปริญญามหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก และดีกรีนักออกแบบมือรางวัลกลับมาให้พ่อแม่ภูมิใจ ทว่าสิ่งที่พ่อแม่ไม่รู้ก็คือ อุรวสาหอบสามีกลับมาด้วย... แสงฉาน แฟนหนุ่มจูงมืออุรวสาเข้าโบสถ์แต่งงานเรียบร้อยโรงเรียนอเมริกัน ทั้งสองอยู่กินกันฉันสามีภรรยามา 2 ปีแล้ว อุรวสาเป็นคนต้องการปิดเรื่องแต่งงาน เพราะพ่อคาดหวังกับลูกเขยคนโตไว้สูงลิบ ต้องเป็นคนดี เจ้าของกิจการใหญ่โต ฐานะมั่นคง แต่แสงฉานเป็นแค่เชฟจบใหม่ ไฟแรง จิตใจดี ดีกรีเกียรตินิยมเหรียญทองอันดับหนึ่งอุรวสาตั้งเงื่อนไขจะพาแสงฉานไปกราบพ่อในฐานะสามี ก็ต่อเมื่อแสงฉานสร้างเนื้อสร้างตัวทำตามฝันตัวเอง เป็นเจ้าของร้านอาหารไทยฟิวชั่นประยุกต์จนติดอันดับโลกได้ก่อน ฝ่ายแสงฉานได้แต่ยิ้มฟังตามประสาชายหนุ่มอารมณ์ดีอยู่เป็นนิจ รู้ดีว่าเมื่อแฟนสาวคนเก่งแสดงเจตจำนงใด อีกฝ่ายห้ามต่อรอง อันตรา สาวห้าวคนรองเปิดธุรกิจฟิตเนส แต่ด้านหน้าแบ่งเป็นสำนักงานนักสืบ เธอเจริญรอยตามพ่อแท้ ๆ ที่เป็นตำรวจสายสืบซึ่งเสียชีวิตตอนสืบคดีๆ หนึ่ง อันตราได้รับการว่าจ้างให้สะกดรอยตาม เวสน์ ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา ผู้ว่าจ้างสาวคนหนึ่งสงสัยว่าชายหนุ่มแอบซุกหญิงอื่นไว้ เวสม์รู้ตัวว่าถูกตาม พยายามคาดคั้นอันตราว่าใครจ้าง แต่เธอไม่ยอมบอกเพราะผิดจรรยาบรรณนักสืบ อันตราสมเพชเวสน์ที่หน้าตาก็ดีไม่น่า... ขายตัว เวสม์อึ้งที่อันตราหาว่าเป็นแมงดา เขาขำแกมประทับใจในจินตนาการของสาวเจ้า เพราะตั้งแต่เกิดมาไม่เคยโดนใครด่าว่าเป็นแมงดาแบบนี้...วสม์ไปสมัครเป็นสมาชิกฟิตเนสอันตรา อันตราประกาศไม่รับแมงดาเป็นสมาชิก แต่ลูกน้องดันรับเงินให้ใบเสร็จเวสน์ไปแล้ว จึงบังเกิดเรื่องโกลาหลอยู่เนืองๆ เมื่อเวสม์มาออกกำลังกาย ชายหนุ่มชอบยั่วให้อันตรายัวะแล้วเถียงกัน เวสม์สนุกเวลาต่อปากต่อคำกับอันตราสาวห้าวเป็นอย่างยิ่ง เขาพยายามเซ้าซี้ถามว่าใครจ้างตามสืบ.. แต่อันตรารูดซิปปากสนิท ซิปไม่มีแตกงานวันเกิดอัษฎาจัดขึ้นทุกปี ปีนี้พิเศษกว่าปีก่อนเพราะมีแขกพิเศษ ภิสิต เพิ่งเดินทางกลับจากฝรั่งเศสหลังไปทำงานเป็นผู้ช่วยทูตอยู่ 10 กว่าปี อินทุอรใจเต้นระส่ำเมื่อเห็น...คุณอาสิต ย้อนไปเมื่ออินทุอร 7 ขวบ เด็กหญิงตัวน้อยไปงานเลี้ยงกับพ่อ พวกผู้ใหญ่ออกไปเต้นรำ เด็กหญิงอินทุอรเฝ้ามองผู้ใหญ่เต้นรำกอดกัน ประหนึ่งเป็นเจ้าชายเจ้าหญิงในนิทาน เด็กหญิงอินทุอรฝัน จะมีเจ้าชายขี่ม้าขาวมาขอเต้นรำ อาสิตเดินมาหา โค้งให้เด็กหญิงตัวน้อย จูงมืออินทุอรออกไปเต้นรำโดยคุณอาสิตอุ้มอินทุอรตลอดเพลง ตั้งแต่นั้นมาเด็กหญิงอินทุอรก็ติดคุณอาสิตแจ จนกระทั่งภิสิตถูกส่งไปประจำที่ฝรั่งเศสจึงห่างเหินกัน ผ่านมา 10 กว่าปีใครต่อใครคิดว่าอินทุอรลืมภิสิตแล้ว หากแต่ความจริง...ภิสิตเป็น...รักฝังใจอินทุอร รักฝังใจที่เป็นไปไม่ได้... เพราะภิสิตแต่งงานแล้วภิสิตสนิทสนมกับครอบครัวอัษฎามากพอจะเล่าเรื่องส่วนตัว เขามีชีวิตการแต่งงานล้มเหลวไม่เป็นท่า เมื่อภิสิตพูดถึง บุษบาบัณ อินทุอรสังเกตเห็นนัยน์ตาเศร้า ๆ แล้วสงสารจับใจ โดยไม่รู้ตัวเลยว่านั่นคือ..จุดเริ่มต้นของ “ความรัก” ความที่เป็นคนมีหน้ามีตาในสังคม ภิสิตกับบุษบาบัณตกลงอยู่กันฉันท์สามีภรรยาแต่เพียงในนามมานานหลายปีแล้ว อัปสร ป้าของภิสิตรับรู้ความไม่ลงรอยในชีวิตคู่ของหลานชายคนเดียว เธอสงสารหลานมาตั้งแต่เริ่มต้นชีวิตคู่แล้ว ภิสิตถูกพ่อจับแต่งงานกับบุษบาบัณเพราะความเหมาะสมทางสังคม เขาเป็นคนหนุ่มบ้างานมุ่งมั่นจะประสบความสำเร็จในกระทรวงฯ ตรงข้ามกับบุษบาบัณที่เป็นสาวเปรี้ยวเฉี่ยว ชอบสังคม รักการเที่ยวเตร่ ใช้เงินซื้อความสุขทุกอย่าง แม้แต่ตอนที่แต่งงานแล้ว.. ขณะอยู่ที่ฝรั่งเศสบุษบาบัณก็ยังไม่หยุดเที่ยว เธอควงชายหนุ่มไม่เลือกหน้าโดยไม่เกรงใจภิสิตผู้เป็นสามีเลยแม้แต่น้อย จนในที่สุดภิสิตทนไม่ได้ ตกลงต่างคนต่างอยู่ มีชีวิตส่วนตัวเป็นของตัวเอง ซึ่งบุษบาบัณก็ไม่รู้สึกอะไร... ดีเสียอีกที่เธอจะได้สนุกกับชีวิตสาวโสดได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องเกรงใจใคร ! เมื่อภิสิตกลับมาเมืองไทยแล้ว ป้าอัปสรอยากให้ภิสิตหย่าขาดให้เป็นเรื่องเป็นราวเสียที เขาจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่...แผ่นดินไม่ไร้เท่าใบพุทรา ผู้หญิงดีๆ มีออกถมเถ แต่ภิสิตไม่กล้าพอที่จะทำแบบนั้น ด้วยเพราะภาระทางสังคมและเกียรติยศชื่อเสียงวงศ์ตระกูลระหว่างบุษบาบัณกับเขายังค้ำคออยู่ ในวันหยุดวันหนึ่ง.. ภิสิตเจออินทุอรที่บ้านป้าอัปสร จึงได้รู้ว่าอินทุอรเป็นเพื่อนต่างวัยของอัปสรเพราะชอบฟังเพลงลูกกรุงเหมือนๆ กัน อินทุอรมักจะจูงมืออัปสรไปดูคอนเสิร์ตชรินทร์ นันทนาคร อยู่บ่อยๆ เหตุที่อินทุอรชอบเพลงของชรินทร์ก็เพราะนั่นเป็นเพลงแรกที่ภิสิตเต้นรำกับอินทุอรตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ภิสิตกับอินทุอรจึงมีโอกาสพบกันอยู่บ่อยครั้ง อัปสรทำตนเป็นแม่สื่อชั้นดี ให้อินทุอรแสดงฝีมือทำกับข้าวให้ภิสิตกิน ให้อินทุอรถักเสื้อหนาวให้ภิสิตเผื่อภิสิตถูกส่งไปประจำเมืองหนาว หนำซ้ำอัปสรยังให้ภิสิตไปรับไปส่งอินทุอรที่บ้านอยู่บ่อยๆ ภิสิตรู้ทัน... อัปสรต้องการจับคู่เขากับอินทุอร ไม่ใช่อินทุอรคนเดียวที่จำงานเต้นรำคืนนั้นได้ ภิสิตเองก็จำภาพเด็กหญิงตัวน้อยน่ารักแก้มแดงสุกปลั่งเป็นที่น่าเอ็นดู โตเป็นสาวอินทุอรยิ่งสวย สวยจนทำให้ภิสิตหวั่นไหวตั้งแต่วันที่เจอกันงานวันเกิดอัษฎา ภิสิตไม่กล้าแสดงออกด้วยเกรงใจอัษฎา ภาระทางสังคมอันยิ่งใหญ่...ทำให้ความรักระหว่างเขากับอินทุทรเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้... หากแต่ขณะนี้ความรักระหว่างอินทุอรกับภิสิตเกิดขึ้นแล้ว .. เขาและเธอต่างพึงใจซึ่งกันและกัน ก่อเกิดความผูกพันโดยทั้งคู่ไม่ได้ตั้งใจเลยแม้แต่น้อย... อันตราขี่มอเตอร์ไซค์สะกดรอยตามเวสม์ตามภารกิจนักสืบ แต่เวสม์จับได้จึงแกล้งสะกดรอยอันตรากลับ อันตรารู้ตัวตกใจจึงขี่รถหนีแต่ก็ไม่พ้น เธอชนรถของเวสม์อย่างจังจนสลบ ระหว่างนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลอันตราบอกทุกคนว่าเวสม์จงใจขับรถชน เพราะเกลียดที่เธอตามสะกดรอยเขาที่กำลังติดพันกับผู้หญิงอื่นที่ไม่ใช่ภรรยาของตัวเอง อัษฎาจะเอาผิดเวสม์ แต่อุรวสาห้ามไว้เพราะเธอทำธุรกิจกับเวสม์มานานและรู้นิสัยเวสม์ดี แต่ทั้งสองคุยกันไม่รู้เรื่องตามประสาพ่อลูกที่ไม่มีใครยอมใครจากการแอบตามอันตราครั้งนั้นทำให้เวสม์รู้ว่าคนว่าจ้างคือ ศศิพิมล ศศิพิมลกลัวเวสม์มีผู้หญิงอื่นจึงจ้างนักสืบสะกดรอย เวสม์โกรธมากเพราะศศิพิมลไม่มีสิทธิ์ในตัวเขา ทั้งสองไม่ได้เป็นอะไรกัน นอกจากอดีตรักครั้งแรกที่ผ่านมานานแสนนาน เวสม์ขอให้ศศิพิมลออกไปจากชีวิตเพราะไม่อยากยุ่งกับผู้หญิงที่มีสามีแล้ว แต่ศศิพิมลตื๊อไม่เลิก ร้องห่มร้องไห้ว่าโดน พงษ์ชัย สามีเจ้าพ่อทำร้ายจิตใจสารพัด ครั้งหลังสุดเธอโดนทุบตีบาดเจ็บเจียนตาย เวสน์ถึงกับอึ้งเมื่อเห็นอาการร้องไห้แบบไม่สมประดีของสาวที่เขาเคยพึงใจ.. เวสม์สงสารศศิพิมลในฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน จึงช่วยเหลือให้ที่เธอพักที่คอนโดฯ เก่าซึ่งเขาไม่ได้อยู่แล้วเพื่อหนีจากพงษ์ชัย โดยไม่เฉลียวใจเลยว่านั่นยิ่งสร้างความหวังให้กับศศิพิมลมากขึ้นไปอีก เธอตั้งใจจะใช้จิตใจที่ดีงามของเวสม์...เป็นหนทางกลับเข้ามาสู่ชีวิตของชายหนุ่มอีกครั้ง เวสม์มาเยี่ยมอันตราทุกวัน เวลามาต้องคอยหลบอัษฎาที่มีสายตาไม่เป็นมิตร เพราะคิดว่าเขาเป็นผู้ชายไม่ดี อำพล เพื่อนหมอของเวสม์เป็นเจ้าของไข้อันตราช่วยดูต้นทางให้ อำพลดีใจที่เห็นเวสม์เริ่มหันมาสนใจรู้จักรักผู้หญิง เพราะหลังจากเวสม์อกหักช้ำรักจากศศิพิมลตอนวัยรุ่น เวสม์ก็เตลิดไปเมืองนอก มุหาเงินเพื่อชดเชยปมที่โดนศศิพิมลทิ้งเพราะจน เขาประสบความสำเร็จในตลาดหุ้นข้ามชาติ ปัจจุบันเป็นนักการเงินชื่อดังหาตัวจับยาก แต่เวสม์เอาแต่หาเงินจนลืมหาแฟน อำพลเชียร์เวสม์กับอันตรา แต่ก่อนอื่นเวสม์ต้องทำให้อันตราเลิกเข้าใจผิดว่าเป็นไอ้ตัวซะก่อน เมื่อออกมาจากโรงพยาบาล อันตราเห็นเวสม์ดูแลศศิพิมลในวันที่โดนสามีเจ้าพ่อทำร้าย บางวันศศิพิมลก็นอนค้างคอนโดเก่าของเวศม์ ยิ่งทำให้อันตราเข้าใจผิด ขยะแขยงคิดว่าเวสม์เกาะผู้หญิงมีสามี เวสม์แกล้งไม่อธิบายปล่อยให้อันตราเข้าใจผิด เพราะสนุกดีเวลายั่วให้สาวห้าวด่าเล่น อันตราถึงขนาดท้าเวสม์ลงนวมต่อยมวยที่ฟิตเนส เวสม์ออมมือปล่อยให้อันตราชนะไป สาวห้าวยิ่งเหลิงน่าดู ทำซ่า ท้าตีท้าต่อยเวสม์ประจำ แสงฉานซื้อร้านอาหารเก่าเล็กๆ มาปรับปรุงใหม่ เปิดเป็นร้านขายอาหารฝรั่งและไทยประยุกต์ โดยลงทุนจากเงินเก็บของตัวเอง ไม่ยอมใช้เงินของอุรวสาผู้เป็นภรรยา แม้ว่าอุรวสาจะไม่เห็นด้วยและพยายามผลักดันให้แสงฉานเปิดร้านใหญ่มากกว่านี้ก็ตาม แสงฉานต้องการตั้งตัวให้ได้ด้วยตัวเองเพื่อพิสูจน์ให้อัษฎาเห็นว่าเขาเหมาะสมกับอุรวสา แสงฉานตั้งชื่อร้านว่า US Restaurant ตัว U มาจากชื่อ อุรวสา ส่วน S ก็คือชื่อ แสงฉาน ในวันเปิดร้าน อุรวสาพาอัษฎามา US Restaurant ด้วยหวังจะให้พ่อมองแสงฉานดีขึ้น เพราะก่อนหน้านี้แสงฉานเคยเจออัษฎาว่าที่พ่อตา แต่อัษฎาไม่ชอบแสงฉาน เพราะคุณสมบัติแสงฉานไม่ผ่านมาตรฐานสุดเนี๊ยบ และเพื่อให้บรรยากาศราบรื่น อุรวสาพาอินทุอรน้องสาวคนเล็กขวัญใจพ่อมาอีกคนทว่างานนี้ 10 อินทุอรก็ช่วยไม่ได้ อัษฎาตำหนิแสงฉานไม่รู้จักคิดการใหญ่ ร้านเข้ามาในซอยลึกทำเลไม่ดี ไม่น่าจะเจริญไปได้ แต่แสงฉานมั่นใจรสชาติอาหารของตนจะสามารถดึงลูกค้าได้ วันเปิดร้านจึงเกิดบรรยากาศโกลาหลของความไม่ลงรอยกันระหว่างว่าที่พ่อตากับลูกสาวและลูกเขยจนร้านแทบแตก แสงฉานทำงานหนักเป็นสองเท่า คิดเมนูอาหารไทยประยุกต์แบบใหม่ ๆ เพื่อดึงดูดลูกค้า ติดป้ายทางเข้าร้าน ซึ่งก็ได้ผลลูกค้าเริ่มมา แต่ก็ยังไม่เป็นที่พอใจอุรวสา อุรวสาต้องการให้ร้านเต็มทุกที่นั่ง แสงฉานอ่อนใจ บางครั้งมาตรฐานสูงลิบของอุรสาก็กดดันเขาอยู่ไม่น้อย คู่หนุ่มสาวทะเลาะกันบ่อยครั้ง การไม่ให้เกียรติสามีของอุรวสา ทำให้ความอดทนของแสงฉานหมดลงเรื่อย ๆ แสงฉานอาจไม่ใช่ผู้ชายที่เก่งที่สุด... แต่ก็ไม่ได้โง่ ขนาดต้องให้เมียเข้ามาจัดการชีวิตทุกอย่าง อัษฎาชวนภิสิตมากินข้าวที่บ้าน อินทุอรดูแลปรนนิบัติภิสิตอย่างดีจนบราลีและอุรวสาอดที่จะร้อนใจไม่ได้ว่าอินทุอรข้ามเส้นคิดเกินเลยกับภิสิต ภิสิตเห็นสายตาของอินทุอรที่ชื่นชมก็ยิ่งทรมานใจและรู้สึกผิดในสิ่งที่ทำอยู่ ขอตัวกลับ แต่อินทุอรเข้าใจผิดคิดว่าภิสิตโกรธ เมื่อเธอขอคำอธิบาย ภิสิตตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่าเขาไม่ได้เป็นคนดีอย่างที่อินทุอรคิด ทำให้อินทุอรช้ำใจกับความหมางเมินเหินห่าง บราลีกับอุรวสาแน่ใจว่าอินทุอรปักใจกับภิสิตแน่ๆ จึงตกลงกันว่าจะไม่แพร่งพรายเรื่องนี้ให้อัษฎารู้และรอดูท่าทีของภิสิต หากเขาแสดงออกว่าชอบอินทุอร อุรวสาและอันตราจะเป็นคนไปพูดกับภิสิตเอง อุรวสาต้องการเปิดสาขาร้าน แต่แสงฉานไม่เห็นด้วยอยากให้ร้านแรกอยู่ตัวก่อนแล้วค่อยขยับขยาย อุรวสาไม่ฟัง ซื้อร้านเก่ามาตกแต่งใหม่ แสงฉานโมโหไม่ยอมไปเป็นเชฟให้ ด้วยความเจ้าอารมณ์อุรวสาเผลอต่อว่าแสงฉานว่าไม่มีหัวธุรกิจ ไม่มีความทะเยอทะยาน เธอไม่ต้องการผู้ชายแบบนี้มาเป็นผู้นำครอบครัว แสงฉานเหมือนโดนตบหน้า... เมียปรามาสดูถูก แสงฉานขอเลิก ! อุรวสาโมโห เลิกก็เลิก ! แต่หลังเลิกรากันต่างฝ่ายต่างเสียใจ แสงฉานไม่มีจิตใจบริหารร้าน อุรวสาแทบไม่มีรอยยิ้มเพราะคนเดียวที่ทำให้อุรวสายิ้มได้... คือแสงฉาน บุษบาบัณมีโอกาสพบกับแสงฉานในงานปาร์ตี้ครั้งหนึ่งที่ก๊วนแก๊งจัดที่ US Restaurant ทันทีที่เห็นหน้า ด้วยความเป็นสาวเปรี้ยวเจ้าชู้.. บุษบาบัณถึงกับถูกใจในความหล่อเหลาของแสงฉานบุษบาบัณหาโอกาสเข้ามาใกล้ชิดแสงฉานอยู่ตลอดเวลา ใช้เล่ห์มารยาหญิงยั่วยวนแสงฉานแต่เขาไม่เล่นด้วย ผู้หญิงคนเดียวที่แสงฉานรักคือ...อุรวสาบุษบาบัณไม่ยอมแพ้วางแผนให้อุรวสาเข้าใจผิดว่าแสงฉานมีอะไรกับเธอ แต่อุรวสาไม่หลงกล...ตบหน้าบุษบาบัณฉาดใหญ่ ให้สาสมกับความหน้าไม่อายอยากจะแย่งผู้ชายที่เธอรัก เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้อุรวสาตระหนักว่ารักแสงฉานมากแค่ไหน .. ทั้งคู่กลับมาคืนดีกันอีกครั้ง ในงานเลี้ยงเปิดงานโครงการก่อสร้างแห่งใหม่ของอัษฎา เวสม์ไปด้วยในฐานะนักการเงิน อัษฎาจึงชวนภิสิตไปร่วมงานเพื่อกันเวสม์จากอินทุอร เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเวสม์ทำดีกับอันตราเพื่อจีบอินทุอร ยังไงเสียเขาก็ไม่ยอมเสียลูกสาวให้กับผู้ชายที่ไม่น่าไว้ใจเป็นอันขาด!! บุษบาบัณตามภิสิตมาด้วย เพราะเริ่มระแคะระคายคิดว่าภิสิตต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้หญิงคนใดคนหนึ่งแน่นอน แม้เธอไม่ได้รักภิสิต... แต่บุษบาบัณต้องการความเป็นเจ้าของผู้ชายคนนี้ บุษบาบัณยอมไม่ได้ที่ภิสิตจะทิ้งเธอ.. เพื่อไปหาผู้หญิงคนใหม่ !! อินทุอรสลดไปเมื่อเห็นภิสิตมากับบุษบาบัณ เธอต้องเลี่ยงไปคุยกับเวสม์แทน เมื่อบุษบาบัณเห็นแววตาของอินทุอร เธอมั่นใจขึ้นทันทีว่าผู้หญิงคนนี้คือคนที่ภิสิตแอบชอบอยู่ เธอยิ่งชิงชังอินทุอรมากขึ้นไปอีกอันตรากับอุรสาเห็นสายตาไม่เป็นมิตรของบุษบาบัณ รีบดึงอินทุอรออกมาเตือนด้วยความเป็นห่วงกลัวเธอปล่อยใจให้ภิสิต อินทุอรจำต้องยอมรับกับพี่สาวทั้งสองคนว่าเธอชอบภิสิตเกินกว่าจะห้ามใจ อันตราและอุรสาเข้าใจน้องสาว.. และสัญญาว่าจะไม่บอกเรื่องนี้ให้อัษฎารู้ อินทุอรถูกโทรศัพท์ลึกลับตามรังควานและยังถูกบุษบาบัณใส่ร้ายว่าแย่งภิสิตผ่านหน้านิตยสาร ภิสิตทะเลาะกับบุษบาบัณอย่างรุนแรง ที่ปล่อยข่าวทำลายชื่อเสียงของอินทุอรแบบนี้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้คนในสังคมรับรู้ว่าบุษบาบัณไม่เคยแยแสภิสิตแม้แต่นิดเดียว เมื่ออัปสรรู้เรื่องราวทั้งหมดจึงนัดอัษฎามาคุยเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง แนะนำให้อัษฎายอมรับความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสอง เพราะความรักระหว่างภิสิตกับอินทุอรมีแต่ความสวยงามและอยู่ในสายตาของเธอโดยตลอด อัษฎาถึงกับอึ้งเมื่อรับรู้เรื่องราวทั้งหมด...ยากจะทำใจจริงๆ ที่ลูกสาวคนเล็กจะรักกับเพื่อนรุ่นน้องอย่างภิสิต อุรสาช่วยย้ำให้อัษฎาเห็นว่าอินทุอรไม่ใช่ต้นเหตุที่ทำให้ครอบครัวของภิสิตแตกแยก เธอเล่าเรื่องราวระหว่างเธอ บุษบาบัณ และ แสงฉาน ให้พ่อฟัง เพื่อตอกย้ำว่าบุษบาบัณทำตัวแย่เพียงใด ผู้หญิงอย่างบุษบาบัณไม่เคยซื่อสัตย์กับภิสิตเลยสักครั้ง..สถานการณ์เรื่องราวระหว่างอินทุอรกับภิสิตเบาบางลง .. แต่เรื่องราวการแอบแต่งงานกันระหว่างอุรสากับแสงฉานกลับถูกรับรู้โดยอัษฎา.. ระเบิดระหว่างพ่อกับลูกสาวคนโตในบ้านประทุอีกครั้ง !! ศศิพิมลขอหย่าพงษ์ชัยเพื่อเดินหน้าแย่งชิงเวสม์ แต่พงษ์ชัยไม่ยอมหย่า ตบตีและทำร้ายศศิพิมลจนเข้าโรงพยาบาล เวสม์ขู่จะแจ้งความหากพงษ์ชัยยังทำร้ายศศิพิมลอีก ในที่สุดศศิพิมลพ่ายแพ้ต่อความดีของเวสน์ในครั้งนี้ ศศิพิมลเรียกอันตราเข้ามาบอกความจริงและความดีของเวสน์ในอดีตทั้งหมด เล่าให้อันตราฟังว่าเวสน์รักอันตรามากแค่ไหน เหตุการณ์ครั้งนี้.. ทำให้อินตรารับรู้ความจริงว่าเวสม์เป็นผู้ชายแสนดีและเป็นสุภาพบุรุษเพียงใด เป็นครั้งแรกที่สาวห้าว ยินดีเปิดใจรับชายหนุ่มอย่างเวสม์เข้ามาในหัวใจ คนในครอบครัวแปลกใจเมื่อเห็นอันตราใส่กระโปรง ตั้งแต่ใช้นางสาวนำหน้า สาวห้าวไม่เคยนุ่งกระโปรงอื่น.. นอกจากกระโปรงนักเรียน !! แม่พี่สาวน้องสาวถามไถ่ยกใหญ่ อะไรดลใจให้เปลี่ยนไป อันตราปิดปากเงียบแต่อัษฎารู้...ก็ไอ้แมงกะจั๊วหน้าหล่อนั่นไง ทำลูกสาวคนสนิทของเขากลายเป็นหญิงจ๋า อัษฎาบอกอันตรา...หัวเด็ดตีนขาด พ่อก็ไม่รับไอ้เจ้าเวสม์เป็นลูกเขย แม้ว่าอันตรากับบราลีผู้เป็นแม่.. จะอรรถาธิบายถึงเหตุผลความดีของเวสน์ยังไง คนหัวดื้ออย่างอัษฎาก็ไม่ยอมฟัง พงษ์ชัยสั่งให้ลูกน้องจับตัวเวสม์ไปซ้อมทำร้าย แล้วกลายเป็นอัษฎาที่เข้าไปช่วยเวสม์ออกมาจากเหล่าร้ายจนตัวเองเกือบโดนยิงตาย อัษฎายอมเสี่ยงตายเพื่อเวสม์เพราะรู้ว่าเวสม์เป็นผู้ชายที่อันตรารัก อัษฎารู้ว่าเวสม์ไม่ใช่แมงดา แต่ที่ไม่ยอมรับเพราะกลัวเวสม์แย่งลูกสาวไป เวสม์ตัดสินใจเข้าไปสู่ขออันตรา พร้อมๆ กับที่ภิสิตกับแสงฉานเอาธูปเทียนแพไปกราบขอขมาอัษฎา ที่ปิดปังความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากับลูกสาวอีกสองคนของอัษฎามาโดยตลอด บราลีพยายามชี้ให้อัษฎาตระหนักรับรู้ถึงความรักของหนุ่มสาวทั้งสามคู่... อุรวสา อันตรา และ อินทุอร โตเป็นผู้ใหญ่... ไม่ใช่เด็กหญิงตัวน้อยที่อัษฎาเคยดูแลและปกป้อง อาจถึงเวลาที่สาวน้อยของพ่อต้องออกไปเผชิญโลกกว้างกับผู้ชายที่รักแล้ว ในที่สุดอัษฎาจึงเปลี่ยนความคิด ยอมรับความจริงข้อนี้ทั้งหมด.. อัษฎาปลื้มใจที่ลูกทั้งสามคน แม้ไม่ใช่พี่น้องกันแท้ ๆ แต่รักกันมาก เสียสละดูแลกันและกันตลอดเวลาในทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนงานแต่งงานอย่างเป็นทางการระหว่างอุรวสากับแสงฉาน อัษฎาสอนอุรวสา...เป็นภรรยาไม่ควรข่มสามี ต้องให้เกียรติสามี เคารพสามี เพราะทั้งคู่เปรียบเหมือนส่วนเติมเต็มซึ่งกันและกัน อุรวสาพยักหน้ารับคำ...ก้มกราบพ่อ อันตราจะแต่งงานกับเวสม์เดือนหน้า...ส่วนอินทุอรมีแพลนจะแต่งกับภิสิตสิ้นปี ต้นปีหน้าภิสิตต้องจะต้องไปเป็นผู้ช่วยทูตที่ออสเตรียและจะพาอินทุอรไปอยู่ด้วยในฐานะภรรยา อีกไม่นานบ้านหลังใหญ่ของอัษฎา ลูกๆ ก็จะแยกย้ายไปมีครอบครัว แต่ไม่ว่าลูกของพ่อไปอยู่แห่งหนไหน สายใยรักของพ่อก็เชื่อมโยงถึงลูกเสมอ... รายชื่อนักแสดง กฤษฎา พรเวโรจน์ รับบทเป็น ภิสิตรณิดา เตชสิทธิ์ รับบทเป็น อินทิราหลุยส์ สก๊อตต์ รับบทเป็น เวศม์อามีนา กูล รับบทเป็น อันตราอเล็กซ์ เรนเดลล์ รับบทเป็น แสงฉานณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ (ณิชา) รับบทเป็น อุรวสาทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี รับบทเป็น อัษฎาอาภาศิริ นิติพน รับบทเป็น บราลีพิตต้า ณ พัทลุง รับบทเป็น บุษบาบัณอภิษฎา เครือคงคา รับบทเป็น ศศิพิมลอนันต์ บุนนาค รับบทเป็น สมศักดิ์ดนัย จารุจินดา รับบทเป็น พงษ์ชัยณัฐฐา ลอยด์ รับบทเป็น ป้าอัปสรปรารถนา สัชฌุกร รับบทเป็น ป้าแต๋วปาริฉัตร ไพรหิรัญ รับบทเป็น ป้าต้อย

มาแล้ว กำหนดการรับสมัครสอบ 7 วิชาสามัญ ปีการศึกษา 2558
การศึกษา /  นักเรียน / 

มาแล้ว กำหนดการรับสมัครสอบ 7 วิชาสามัญ ปีการศึกษา 2558 จากทางสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ที่จะเริ่มรับสมัครตั้งแต่วันที่ 3-24 พ.ย. 57 นี้แล้ว วันนี้ทีนเอ็มไทยจึงนำข้อมูลรายละเอียดและกำหนดการต่างๆ มาฝากน้องๆ ดังนี้ มาแล้ว กำหนดการรับสมัครสอบ 7 วิชาสามัญ ปีการศึกษา 2558 - ตารางสอบ 7 วิชาสามัญ ปีการศึกษา 2558 - คุณสมบัติผู้สมัครสอบ 7 วิชาสามัญ 1. กำลังศึกษา ม.6 หรือเทียบเท่า 2. สำเร็จการศึกษา ม.6 หรือเทียบเท่า - กำหนดการ 7 วิชาสามัญ ประจำปีการศึกษา 2558 - กำหนดการรับสมัครสอบและชำระเงิน  7 วิชาสามัญ - ค่าสมัครสอบ 7 วิชาสามัญ คาสมัครสอบ 7 วิชาสามัญ วิชาละ 100 บาท - จังหวัดที่เปดสนามสอบ 7 วิชาสามัญ จำนวน 45 จังหวัด ได้แก่ - ภาคกลาง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ นครปฐม พระนครศรีอยุธยา อางทอง ลพบุรี กาญจนบุรี นครสวรรค พิษณุโลก เพชรบูรณ - ภาคตะวันตก ได้แก่ เพชรบุรี ราชบุรี - ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ ขอนแกน เลย สกลนคร อุดรธานี ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย สุรินทร กาฬสินธุ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด นครพนม - ภาคเหนือ ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม นาน - ภาคตะวันออก ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง - ภาคใต้ ได้แก่ ชุมพร นครศรีธรรมราช สุราษฎรธานี กระบี่ ตรัง ปตตานี พัทลุง ภูเก็ต สงขลา สตูล นราธิวาส - การเลือกสนามสอบและการจัดสนามสอบ 7 วิชาสามัญ กลุ่มที่ 1 สำหรับผู้สมัครที่ประสงค์จะสอบใน กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี จะต้องเลือก กลุ่มเขตพื้นที่(อำเภอ/เขต) ที่ประสงค์จะสอบด้วย โดยเลือกได้ 3 อันดับ เรียงจากความต้องการสอบมากไปน้อย จากทั้งหมด 10 กลุ่มเขตพื้นที่(อำเภอ/เขต) สทศ. จะจัดสนามสอบให้ ผู้มีสิทธิ์สอบในกลุ่มที่ 1 ตามลำดับที่เลือก ทั้งนี้ ผู้มีสิทธิ์สอบกลุ่มที่ 1 จะได้สอบ ณ สนามสอบใดสนามสอบหนึ่งที่อยู่ใน กลุ่มเขตพื้นที่(อำเภอ/เขต) ที่ผู้มีสิทธิ์สอบกลุ่มที่ 1 ได้เลือกไว้ในลำดับที่ดีที่สุดที่สามารถจัดให้เข้าสอบได้ โดยพิจารณาจาก เลขที่ใบสมัครของผู้สมัครสอบที่ชำระเงินค่าสมัครสอบเรียบร้อยแล้วจากน้อยไปหามาก กรณี ผู้สมัครสอบรายใดดำเนินการสมัครสอบและชำระเงินค่าสมัครสอบด้วยใบสมัครหลายใบ การพิจารณาจะยึดตาม เลขที่ใบสมัครที่มากที่สุดของผู้สมัครรายดังกล่าว หาก สทศ. ไม่สามารถจัดสนามสอบให้ ผู้มีสิทธิ์สอบในกลุ่มที่ 1 ตามลำดับที่เลือก ทั้ง 3 อันดับได้ เนื่องจากที่นั่งในสนามสอบทั้ง 3 อันดับไม่เพียงพอ สทศ. จะจัดให้เข้าสอบ ณ สนามสอบอื่นๆ ตามความเหมาะสม โดยพิจารณาจากที่ตั้งของสถานศึกษาที่ระบุในใบสมัคร หรือ พื้นที่ที่ยังว่างอยู่ในจังหวัดนั้น กลุ่มที่ 2 สำหรับผู้ที่ประสงค์จะสอบใน จังหวัดอื่นๆ นอกจากกรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี เลือกเฉพาะ จังหวัด ที่ประสงค์จะสอบ เพียงจังหวัดเดียว เท่านั้น สทศ. จะจัดสนามสอบให้ ผู้มีสิทธิ์สอบในกลุ่มที่ 2 เข้าสอบ ณ สนามสอบของจังหวัดที่เลือกไว้ นอกจากนี้เพื่อนๆ น้องๆ ยังสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมอื่นๆ และเข้าไปสมัครสอบได้ที่  การทดสอบวิชาสามัญ 7 วิชา สทศ. cr. niets.or.th, eduzones

คลื่นแรงซัดหอย ขึ้นเกลื่อนหาดปากพนัง
ข่าวจังหวัดนครศรีธรรมราช /  ข่าววันนี้ / 

นครศรีธรรมราช 10 พ.ย.- ชาวบ้านปากพนังแห่เก็บหอยนับ 10 ตัน ถูกคลื่นซัดขึ้นเกลื่อนหาด สภาพพื้นที่ชายฝั่งทะเลบริเวณบ้านหน้าโกฏิ ต.ท่าพญา และบ้านขนาบนาค ต.ขนาบนาค อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช มีกลุ่มชาวบ้านแห่เก็บหอยนานาชนิดที่ถูกคลื่นซัดขึ้นมาเกลื่อนเต็มหาด หลังเกิดฝนตกหนักและมีคลื่นลมแรงในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา โดยชาวบ้านเลือกเก็บหอยที่ยังสมบูรณ์เพื่อนำไปขาย หรือแปรรูปเป็นหอยดอง รวมแล้วนับ 10 ตัน นายวันชัย นิคมจิตต์ ชาวตำบลขนาบนาค ระบุว่า หอยเหล่านี้ถูกคลื่นซัดมากองอยู่ริมหาดตั้งแต่วันเสาร์ที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งมีทั้งหอยแครง หอยลาย หอยกะพง หอยใส และหอยกาบ ถือว่าสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านในช่วงนี้ และปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นทุกปีในช่วงมรสุม. สำนักข่าวไทย ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ "นครศรีธรรมราช" ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>> MThai news .............................................................................................. ข่าวที่เกี่ยวข้อง แมงกะพรุนหลากสี โผล่ลอยเต็มทะเลระยอง เป็นอีกปรากฎการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นทุกปี ปรากฎการณ์แมงกะพรุนถ้วยหลากสีนับล้านตัว ลอยเหนือผิวน้ำทะเล ซึ่งปกติทุกปีจะเกิดขึ้นที่จังหวัดตราด แต่วันนี้ 22 สิงหาคม 2557