พญานาคสกลนคร

สั่งปิดอุทยานฯ 77 แห่ง บางจุด ช่วงวันแม่
ข่าววันนี้ /  ปิดอุทยานฯ / 

กรมอุทยานแห่งชาติ ประกาศปิดอุทยานฯ 77 แห่งบางจุด ช่วงวันแม่ หวังป้องอันตรายจากภัยธรรมชาติ แนะตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.dnp.go และสายด่วน 1362 รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (6 ส.ค. 57) กรมอุทยานฯ แห่งชาติ ได้ออกประกาศแจ้งปิดอุทยานฯ 77 แห่งทั่วประเทศในช่วงเทศกาลวันแม่ เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดจากการแปรปวนของสภาพอาการในช่วงดังกล่าว ทั้งฝนตกหนัก คลื่นลมในทะเลแรงในบางจุดของอุทยานฯ ได้  ซึ่งอุทยานฯ ดังกล่าว ประกอบด้วย -อุทยานฯ แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ปิดที่บ้านกร่าง ห้วยแม่สะเรียง เขาพะเนินทุ่ง ถึงวันที่ 31 ต.ค.นี้ -อุทยานฯ แก่งกรุง จ.สุราษฎร์ธานี ปิดล่องแก่งลำน้ำคลองยัน ถึงวันที่ 15 ธ.ค. -จ.พิษณุโลก ปิดที่แก่งเสือ – แก่งปู่เต้น ถึงวันที่ 31 ต.ค. -อุทยานฯ ขุนแจ จ.เชียงราย ปิดดอยลังกาหลวง ดอยมด ถึงวันที่ 31 ต.ค. -อุทยานฯ ขุนสถาน จ.น่าน ปิดน้ำตกขุนลี น้ำตกตาดลี น้ำตกผาแดง ถ้ำละโอ่ง น้ำตกน้ำลีหลวง ถึงวันที่ 30 ก.ย. -อุทยานฯ เขาหลวง จ.นครศรีธรรมราช ปิดยอดผาเหยียบเมฆ ยอดเขาหลวง ถึงวันที่ 31 ธ.ค. -อุทยานฯ เขาแหลมหญ้า-เกาะเสม็ด ปิด เกาะกุฎี เกาะทะลุ ถึงวันที่ 30 ก.ย. -อุทยานฯ เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา ปิดผาเดียวดาย ถึงวันที่ 30 ก.ย. -อุทยานฯ ดอยผ่าห่มปก จ.เชียงใหม่ ปิดลานกางเต้นท์กิ่วลม น้ำตกนามะอื้น ห้วยเฮี้ยน ปู่หมื่น แม่แฮงและโครงการบ้านเล็กในบ้านใหญ่ ถึงวันที่ 30 ก.ย. -อุทยานฯ ดอยภูคา จ.น่าน ปิดดอยภูแว เส้นทางศึกษาธรรมชาติดอกชมพูภูคา เส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าดึกดำบรรพ์(ดอยดงหวาย) น้ำตกภูฟ้า น้ำตกวังเปียน น้ำตกตาดหลวง แหล่งท่องเที่ยวแก่งน้ำว้าตอนกลาง ถ้ำผาฆ้อง ถ้ำรวยสายไทย ถึงวันที่ 30 ก.ย. -อุทยานฯดอยสุเทพ-ปุย จ.เชียงใหม่ ปิดลานกางเต้นท์ดอยปุย ถึงวันที่ 31 ต.ค. -อุทยานฯ ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ ปิดเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน ถึงวันที่ 31 ต.ค. -อุทยานฯ ตะรุเตา จ.สตูล ปิดหมู่เกาะอาดัง-ราวี ถึงวันที่ 31 ต.ค. -อุทยานฯทุ่งแสลงหลวง จ.พิษณุโลก ปิดทุ่งโนนสน ถึงวันที่ 31 ส.ค. -อุทยานฯ ภูกระดึง จ.เลย ปิดยอดภูกระดึง ถึงวันที่ 30 ก.ย. -อุทยานฯภูผาม่าน จ.ขอนแก่น ปิดถ้ำพญานาคราช ถึงวันที่ 30 ก.ย. -อุทยานฯภูลังกา จ.จ.นครพนม ปิดทางขึ้นนมัสการพระธาตุเจดีย์กองข้างศรีบุญเนาว์และพระธาตุเจดีย์หลวงปู่วังด้านทิศตะวันตก ถึงวันที่ 31 ต.ค. -อุทยานฯธารเสด็จ – เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ปิดน้ำตกธารเสด็จ ถึงวันที่ 23 ธ.ค. -อุทยานฯแม่วงศ์ จ.กำแพงเพชร ปิดเส้นทางเดินป่าระยะไกลเพื่อพิชิตยอดดอยโมโกจู น้ำตกแม่กระสา น้ำตกแม่กีและน้ำตกแม่รีวา ถึงวันที่ 30 ก.ย. -อุทยานฯศรีน่าน จ.น่าน ปิดแก่งหลวงแม่น้ำน่าน ดอยเสมอดาวและผาหัวสิงห์ ถึงวันที่ 30 ก.ย. -หมู่เกาะช้าง จ.ตราด ปิดเกาะทองหลาง เกาะกระ เกาะเทียน ไม่มีกำหนด -อุทยานฯ หมู่เกาะชุมพร จ.ชุมพร ปิดบริเวณเกาะในเขตอุทยานฯ หมู่เกาะชุมพร ถึงวันที่ 15 ธ.ค. -อุทยานฯ หมู่เกาะระนอง ปิดอ่าวไข่เต่า เกาะช้าง ถึงวันที่ 31 ต.ค. -อุทยานฯหมู่เกาะลันตา จ.กระบี่ ปิดเกาะรอกใน-เกาะรอกนอก เกาะไหง หมุ่เกาะห้า(ตุกนลิมา) กองหินแดง – หินม่วง ถึงวันที่ 31 ต.ค. -อุทยานฯ หมู่เกาะสิมิลัน จ.พังงา ปิดถึงวันที่ 31 ต.ค. -อุทยานฯ ห้วยน้ำดัง จ.เชียงใหม่ ปิดลานกางเต้นท์ ถึงวันที่ 30 ก.ย. -อุทยานฯหาดเจ้าไหม จ.ตรัง ปิดเกาะเชือกไม่มีกำหนด -อุทยานฯแม่ปิง จ.เชียงใหม่ ปิดน้ำตกก้อหลวง แก่งก้อ ถึงวันที่ 30 ก.ย. -อุทยานฯแม่เมย จ.ตาก ปิดถ้ำแม่อุสุ ถึงวันที่ 30 ก.ย. และ อุทยานฯเขาพนมเบญจา จ.กระบี่ ปิดเส้นทางเดินขึ้นเขาพนมเบญจา ไม่มีกำหนด เป็นต้น อย่างไรก็ดีแม้ในช่วงเทศกาลวันแม่จะมีการปิดอุทยานฯ บ้างแต่ก็ยังมีอีกหลายสถานที่ที่สามารถไปพักผ่อนได้ ซึ่งหากประชาชนท่านใดสนใจหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ www.dnp.go หรือ สายด่วนกรมอุทยานแห่งชาติ 1362 MThai news

จับแล้ว บุญธรรม ทับทิมนาค ผู้ต้องหาที่หลบหนีจากรพ.ตำรวจ
ข่าววันนี้ /  บุญธรรม ทับทิมนาค / 

ตำรวจนำกำลังจับกุมแล้ว บุญธรรม ทับทิมนาค ผู้ต้องหาที่หลบหนีออกจากโรงพยาบาลตำรวจ หลังสืบพบหนีไปกบดานบ้านญาติย่านลาดกระบัง จากกรณีที่นายบุญธรรม หรือ เปี๊ยก ทับทิมนาค อายุ 52ปี ผู้ต้องหาในคดีพยายามฆ่า ได้ถอดพันธนาการ ก่อนจะหลบหนีไป ขณะรักษาอาการบาดเจ็บอยู่ในโรงพยาบาลตำรวจ เมื่อวันที่ 14ส.ค. ที่ผ่านมานั้น วันนี้ (21 ส.ค. 57) เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาคนดังกล่าวได้แล้ว ที่บ้านพักเลขที่ 41 ถนนประชาอุทิศ เขตลาดกระบัง แต่ระหว่างที่เข้าจับกุม ผู้ต้องหาได้ต่อสู้ขัดขืน เจ้าหน้าที่จึงได้ใช้กำลังจนทำให้ผู้ต้องหาได้รับบาดเจ็บเพิ่ม เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหากับนายบุญธรรม อีก 1 กระทง ก่อนจะส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป รวมถึงเตรียมตั้งคณะกรรมการสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาในวันเกิดเหตุ ถึงสาเหตุที่ผู้ต้องหาหลบหนีไปได้ด้วย MThai news .............................................................................................. ข่าวที่เกี่ยวข้อง ตร.เร่งล่าผู้ต้องหาหลายคดีหนีออกจากร.พ.ตร. ตำรวจ สน.ปทุมวัน เร่งติดตามผู้ต้องหาหมายจับหลายคดี มาดำเนินคดี หลังหลบหนีออกจากห้องควบคุมตัว โรงพยาบาลตำรวจ

ทำนายดวงผู้เกิดวันอาทิตย์ …โดยละเอียด
ดูดวง /  ดูดวงคนเกิดวันอาทิตย์ / 

ทำนายดวงผู้เกิดวันอาทิตย์ จะเป็นอย่างไร พร้อมพระประจำวันอาทิตย์และบทสวดบูชาทั้งหมด Horoscope.Mthai.com ได้รวบรวมคำทำนายและข้อมูลต่างๆ มาฝากคนที่เกิดวันอาทิตย์ให้ได้รับทราบกันแล้วครับ คนเกิดวันอาทิตย์  พระประจำวันปางถวายเนตร ผู้ใดเกิดวันอาทิตย์ ผู้นั้นใจจิตจะพลันมักง่าย ทำการเสมอตัว ดีชั่วใด ๆ ทำคุณแก่ใครเหมือนไฟตกน้ำ จะมีผู้ใหญ่เป็นผู้อุปถัมภ์ เจรจาล้ำเลิศ ไม่มีความผิด น้ำใจซื่อตรง คงสัตย์ต่อมิตร รักง่ายใจจิต ไม่คิดเสียดาย ถ้อยความมาต้อง ถึงสองสามราย ร้ายแล้วกลับกลายเป็นดีภายหลัง เมื่อน้อยไร้ทรัพย์ เมื่อเติบโตกลับมั่งคั่งบริบูรณ์ พร้อมพรั่งมีมาก แต่จากที่อยู่ จิตใจนั้นใหญ่ มักชอบเจ้าชู้ จะมีความรู้ะเป็นที่สำคัญ พระอาทิตย์  ทรงพญาราชสีห์เป็นพาหนะ สิทธิการิยะ ผู้ใดเกิดวันอาทิตย์ ๑ เป็นอัตะ ทายว่าผู้นั้นจะมีวาสนา เมื่อคลอดมีแต่พี่น้องมาประชุมกันมากมาย เป็นคนเจรจาดี จะได้ดีเพราะตัวเอง ๒ เป็นหินะ ทายว่าผู้นั้นได้ข้าวของมักรักแต่ต้นมือ นานไปมักแหนงหน่าย ๓ เป็นธะนัง ทายว่าผู้นั้นเก็บทรัพย์ไว้กับตัวไม่ค่อยอยู่ มักจะมีคนคอยเบียดเบียน ๔ เป็นปิตา ทายว่าพ่อตายก่อนแม่ ๕ เป็นมาตา ทายว่าญาติพี่น้องข้างแม่สูงกว่าข้างพ่อ ๖ เป็นโภคา ทายว่าผู้นั้นมีข้าวของมักให้ผู้อื่น เก็บทรัพย์ไว้มิใคร่จะคงที่ ๗ เป็นมัชฌิมา ทายว่าผู้นั้นมิคค่อยสนใจในเรื่องผู้หญิง ชอบแต่ในการทหารแล คนเกิดวันอาทิตย์  สิทธิการิยะ ผู้ใดเกิดวัน ๑ คืออาทิตย์ อาทิตย์เป็นบริวาร มีลูกมากเมียหลาย แต่ว่าไปมาเชื่องช้า ๒ จันทร์เป็นอายุ เป็นคนที่เข้ากับพี่น้องมิใคร่ได้ ๓ อังคารเป็นเดช มีเดชังราชสีห์ ๔ พุธเป็นศรีมีทรัพย์ดังมหาเศรษฐี ๗ เสาร์ เป็นมูลละ มีรูปชั่วดำแดงเสมอดังชูชก ๕ พฤหัสบดี เป็นอุตสาหะ มีความรู้ยิ่งกว่าคนทั้งปวง ย่อมเป็นครูคน ๘ ราหูเป็นมนตรี มีลูกเมียข้าไท ย่อมว่าง่ายสอนง่าย ๖ ศุกร์เป็นกาลกิณีร้ายนัก ผู้ใดเกิดวันอาทิตย์  ทำชอบได้ผิด ดังไฟตกน้ำดับหาย มักง่ายอาภัพจนตาย มีพงษ์วงศ์ร้าย มักให้เสื่อมสูญรัศมี ชื่อต่างเพิ่มพูน ความคิดเสียสูญ มักผิดด้วยเขาหลายครา จะจากที่อยู่สามท่าจึงได้สุขา ธาตุหิน นามครุฑโดยนัย โชคชะตาของผู้ที่เกิดวันอาทิตย์ ทำนายว่า เป็นดังนี้. สิทธิการิยะ อันว่านรชนหญิง ชายผู้ใดที่เกิดในวัน อาทิตย์ นับว่าเป็นครุฑสิทธิ์ โดยนาม จงรู้ความตามระบิล เป็นคนธาตุหินจินต์เป็นกุศลยิ่ง คุณคนประวิงใฝ่ที่จะกระทำ แต่ก็เหมือนตักน้ำรดต้นไม้ให้ชุ่มฉ่ำขั่วนิดเดียว เขาก็ปราดเปรียวผละจาก แถมยังฝากคำเย้ยเยาะว่าตนไม่เคยทำคุณให้ แต่ตนทำเป็ไม่สนใจแม้แต่น้อยนิด  ความมัวหมองมาสนิทเมื่อยี่สิบเอ็ด ยากเด็ดคัดตัดทิ้งทุกข์เข้าตีงต่อมี ในยี่สิบห้าโดยกล ยี่สิบปากตนยิ่งระวัง จะพลาดพลั้งผิดได้ ยี่สิบเจ็ดใซร้แสนทุกข์ยากลำบาก ตรากตรำ ทำให้เหน็ดเหนื่อยเมื่อยหล้า จนตราบถึงชรากาล  สุขสำราญยิ่งนัก อันคนลักขณากล่าวนี้ ท่านกล่าชี้บังคับไว้ จงรู้นัยอย่าสูญ ทิศมูลของตนคือ พายัพ งามสรรพพระ ไว้ทิศทักษิณ ปลูกดอกไม้แสนโสภิณในทิศอิสาน บ่อน่ำใช้สารธารให้ไว้ทิศบูรพา ส่วนอาคะเนไว้ยุ้งฉาง บ่าวไพร่เรือนวางไว้ในทิศอุดร ศาสตราวุธรานรอนหนีข้าศึกไว้ทิศหรดี เตาอักคีครัวเอาไว้ทิศปัจจิมจงรู้จัก  เกิดมงคงดูเด่น ยิ่งนักแล. ทำนายผู้เกิดวันอาทิตย์อีกแบบหนึ่ง ผู้เกิดวันอาทิตย์ ดวงจิตมักง่าย ทำงานตามสบายหมายการบุญทาน หมายเอื้ิอเจือขาน ทุกคนที่ขอเหมือนไฟตกน้ำ บุญกรรมที่สรา้ง ทุกก้าวเหยียบย่าง ดังดับไฟต่อ ผู้ใหญ่เจือจุน อุดหนุนตนต่อเกิดงามตามพะนอ พอเหมาะสมตน เมื่อน้อยจนอับ พอใหญ่กลับสมบูรณ์ ข้าทาสมากมูล พร้อมพรั่งเคียงตัก จิตใจเติบนัก ความมักมาระคนราวสองสามหน จึงพ้นความหมอง มักจะเจ้าชู้ รอบรู้วิชา ทั้งมีปัญญา พาเกียรติ์ลำพอง พระปางถวายเนตร พิเศษสมปอง ควรแท้แต่ต้อง ตั้งหิ้งบูชา และจะนำพาให้ได้เกิดสุข ท่านเอย. บทสวดบูชาพระประจำวันอาทิตย์ อุเทตะยัญจักขุมา เอกะราชา หะริสสะวัณโณ ปะฐะวิปปะำภาโส ตังตัง นะมัสสามิ หะรัสสะวัณณัง ปะฐะวิปปะภาสัง ตะยัชชะ คุตตา วิหะเรมุทิวะสัง เย พราหมณา เวทะคุ สัพพะธัมเม เต เม นะโม เตจะมัง ปาละยันตุ นะมัตถุ พุทธานัง นะมัตถุ โพธิยา นะโม วิมุตตานัง นะโม วิมุตติยา อิมังโส ปะริตตัง กัตตะวา โมโร จะระติ เอสะนา. ให้สวดวันละ  ๖ จบ จะมีความสุข ความเจริญรุ่งเรือง และมีความสุขสวัสดีตลอดกาล

เปิดประวัติ คณะรัฐมนตรี รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา(1)
ข่าววันนี้ /  คณะรัฐมนตรี / 

เปิดประวัติ คณะรัฐมนตรี ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้งหมด 32 คน 34 ตำแหน่ง แบ่งเป็นพลเรือน 20 คน ทหารและตำรวจ 12 คน ประกอบด้วย เกิดเมื่อวันที่ 11 ส.ค. 2488 อายุ 69 ปี สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเซนต์คาเบรียล โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 6 ปี 12 โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 17 ปี 21 โรงเรียนเสนาธิการทหารบก สำหรับตำแหน่งสำคัญที่รับราชการ อาทิ ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (ร.2 พัน.2 รอ.) ปี 32 เป็นผู้บังคับการกรมทหาราบที่ 12 รักษาพระองค์ (ร.12 รอ.) ปี 39 ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.2 รอ.) ในปี 40 ได้รับตำแหน่งรองแม่ทัพภาคที่ 1 ปี 41 เป็นแม่ทัพน้อยที่ 1 ปี 43 และผู้ช่วยเสนาธิการทหารบกฝ่ายยุทธการ (ผช.เสธ.ทบ.ฝยก.) ได้รับตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 1 และขึ้นเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก และผู้บัญชาการทหารบก ปี 47 เกิดเมื่อวันที่ 15 ส.ค. 2498 อายุ 59 ปี สมรสกับนางวิภาดา สีตบุตร สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเซนต์คาเบรียล โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 14 โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 25 โรงเรียนเสนาธิการทหารบก หลักสูตรหลักประจำ ชุดที่ 65 เริ่มรับราชการตั้งแต่ปี 21 ผู้บังคับหมวดกองร้อยอาวุธเบา กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ฯ ส่วนตำแหน่งสำคัญ รองผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ร.21 รอ.), ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ พ.ศ.2545, รองผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) ปี 47, เสนาธิการกองทัพภาคที่ 1 ปี 49, ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 ปี 51, รองแม่ทัพภาคที่ 1 พ.ศ.2552, แม่ทัพภาคที่ 1 พ.ศ.2553, เสนาธิการทหารบก (เสธ.ทบ.) ปี 55, รองผู้บัญชาการทหารบก ปี 56   เกิดเมื่อวันที่ 9 พ.ย. 2496 อายุ 60 ปี สมรสกับนางเพ็ญลักษณ์ ปฏิมาประกร (บุนนาค) จบการศึกษาจากโรงเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 12 (ตท.12) และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้ารุ่นที่ 23 ตท.12 และ จปร.23 ร่วมรุ่นเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร เติบโตมาจากกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ทหารเสือราชินี) และหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จ.ลพบุรี และเคยเป็นผู้บังคับบัญชาหน่วยนี้มาก่อน นอกจากนี้ยังเคยเป็นผู้บังคับบัญชาคนแรกของหน่วยปฏิบัติการเฉพาะกิจ 90 (ฉก.90)   เกิดเมื่อวันที่ 25 ม.ค. 2493 อายุ 64 ปี สมรสกับนางนรีรัตน์ ปรมัตถ์วินัย นายดอนจบการศึกษาจากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนรับทุน ก.พ.เรียนต่อสหรัฐอเมริกา UCLA (ป.ตรีและโท) Fletcher School of Law and Diplomacy, Tufts University (ป.โท) เป็นอดีตข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ และเคยเป็นทูตใหญ่ประจำในหลายประเทศ ก่อนเกษียณอายุราชการในตำแหน่ง เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรแห่งประเทศไทยประจำสหประชาชาติ   เกิดเมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2494 อายุ 63 ปี สมรสกับนางวัชราภรณ์ เครืองาม มีบุตรชาย 1 คน ชื่อนายวิชญะ เครืองาม จบการศึกษาคณะนิติศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมดีมาก) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และจบเนติบัณฑิตไทย สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา ระดับปริญญาโท Master of Laws (LL.M.) และปริญญาเอก Doctor of the Science of Law (J.S.D.) จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ประเทศสหรัฐอเมริกาด้วยทุนรัฐบาล เริ่มรับราชการโดยเป็นอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ก่อนจะย้ายไปประจำที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เริ่มงานทางการเมืองในตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อปี พ.ศ.2535 สมัยรัฐบาล พล.อ.สุจินดา คราประยูร และได้เข้าทำงานการเมืองอีกครั้งในรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อปี พ.ศ.2545 โดยรับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีถึง 2 สมัย ต่อมาหลังการรัฐประหาร ปี 49 ได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ร่วมร่างรัฐธรรมนูญปี 50 ด้วย   เกิดเมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2490 อายุ 67 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาโทบริหารธุรกิจ สาขาธุรกิจระหว่างประเทศ จาก Wharton School มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย เริ่มทำงานที่ธนาคารกสิกรไทย แล้วมารับตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ นายกรัฐมนตรี เป็น รมช.พาณิชย์ ในรัฐบาลนายอานันท์ ปันยารชุน และ พล.อ.สุจินดา คราประยูร จากนั้นดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก่อนมารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลังในรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์   เกิดเมื่อวันที่ 4 พ.ค. 2487 อายุ 70 ปี สมรสกับนางอรชุมา ยุทธวงศ์ จบโรงเรียนเซนต์คาเบรียล และเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ (มหาวิทยาลัยมหิดลในปัจจุบัน) คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้รับปริญญาตรีเคมี เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง จากมหาวิทยาลัยลอนดอน และปริญญาเอกสาขาอินทรีย์เคมีจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ได้รับรางวัล "นักวิทยาศาสตร์ดีเด่น" และได้รับการยกย่องเป็น "นักวิทยาศาสตร์อาวุโส" เคยเป็น รมว.วิทยาศาสตร์ฯในสมัยรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์   เกิดเมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2499 อายุ 58 ปี จบโรงเรียนสาธิต มศว ประสานมิตร จากนั้นจึงติดตามครอบครัวไปศึกษาต่อในต่างประเทศ ณ โรงเรียนเตรียมทหารคิงส์ ประเทศออสเตรเลีย โดยสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีทางวิทยาศาสตร์ และปริญญาโททางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จาก Brigham Young University สหรัฐอเมริกา เริ่มต้นเข้ารับราชการในกองทัพบก ตำแหน่ง อาจารย์ สังกัดส่วนการศึกษา กองวิชากฎหมายและสังคมศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ชั้นยศร้อยเอก จากนั้นได้โอนย้ายมารับราชการ สังกัดกองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่ง ทั้งรองผู้ว่าฯสมุทรสาคร รองผู้ว่าฯปทุมธานี และรองผู้ว่าฯบุรีรัมย์ ต่อมาในเดือนพ.ค. 2550 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน ระดับ 10 (ชช.) ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคง สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย และเป็นผู้ว่าฯนครปฐม ในปี 2552 ต่อมาในปี 2553 ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯเชียงใหม่ จนปี 2555 ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย และในปี 2557 คสช.ได้แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี   อายุ 60 ปี เคยผ่านงานที่สำคัญของหน่วยข่าวกรอง อาทิ ทำงานปฏิบัติการที่ประเทศกัมพูชา ปฏิบัติงานที่ประเทศออสเตรเลีย ผ่านงานด้านการรักษาความปลอดภัย ผ่านงานด้านการต่อต้านการก่อการร้าย ผ่านการปฏิบัติการในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผ่านงานการบริหารในสำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สขช.) เป็นรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ และเป็นผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ   เกิดเมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2492 สมรสกับนางกุลยา เผ่าจินดา มีบุตร-ธิดา 2 คน ชื่อนายยุทธพงษ์ เผ่าจินดา และ น.ส.วิมลิน เผ่าจินดา จบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนอำนวยศิลป์ พระนคร โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 10 โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 21 โรงเรียนเสนาธิการทหารบก จบศิลปศาสตรบัณฑิต (รัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยรามคำแหง และรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต (การจัดการสำหรับนักบริหาร) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เป็นนายทหารที่อยู่ในสายงานคุมกำลังรบมาตั้งแต่เริ่มรับราชการใหม่ เคยเป็นผู้บัญชาการกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ ทหารเสือราชินี (ผบ.ร.21 รอ.) เป็นผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.1 รอ.) ก่อนจะได้เลื่อนเป็นรองแม่ทัพภาคที่ 1 และแม่ทัพภาคที่ 1 ซึ่งในขณะที่ดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 1 นั้น ได้เป็นหนึ่งในทหารผู้ก่อการรัฐประหารในประเทศไทย 19 ก.ย. 49 ต่อมาได้รับเลือกให้เป็นผู้บัญชาการทหารบก (คนที่ 36) เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 50   เกิดเมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2493 ปัจจุบันอายุ 64 ปี สมรสกับนางต้องฤดี มากบุญ จบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนอำนวยศิลป์ พระนคร จบรัฐศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) รับราชการครั้งแรกเมื่อปี 17 ในตำแหน่งปลัดอำเภอตรี อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี และได้รับการบรรจุเป็นนายอำเภอตาลสุม จ.อุบลราชธานี ปี 31 และย้ายสลับระหว่างตำแหน่งนายอำเภอและเป็นผู้อำนวยการกอง จนกระทั่งปี 2539 ก้าวเข้าสู่ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม จากนั้นในปี 40 เป็นรองผู้ว่าฯสกลนคร ลพบุรี นครสวรรค์ มุกดาหาร ตามลำดับ ก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ว่าฯยโสธร ปี 45 ย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯอุบลราชธานี ปี 48 และผู้ว่าฯนครราชสีมา ปี 50 กระทั่งเกษียณอายุราชการในตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในปี 52   เกิดเมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 2498 สมรสกับนางพจนี คุ้มฉายา จบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนอู่ทอง เป็นโรงเรียนประจำอำเภอ และจบจากโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่น 15 (ตท.15) และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่น 26 (จปร.26) รุ่นเดียวกับ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ท.ปรีชา จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 3 ศึกษาต่อปริญญาโท หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้รับราชการตำแหน่งหลักของกองทัพบก ผู้บังคับกองพัน ผู้บังคับการกรม ทั้ง 3 กรม ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ แม่ทัพภาคที่ 1 ก่อนขึ้นสู่ผู้ช่วย ผู้บัญชาการทหารบก เป็น ผบ.หน่วย ฉก.เพชราวุธ เป็นทหารหน่วยแรกนอก ทภ.4 ที่ไปปฏิบัติงาน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่ปี 47 และเป็นนายทหารสายวงศ์เทวัญเพียงคนเดียวที่อยู่ท่ามกลางบูรพาพยัคฆ์   เกิดเมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2497 ชาวนครพนม อายุ 59 ปี สมรสกับนางอรัญญา อรัณยกานนท์ มีบุตรชาย 1 คน จบมัธยมโรงเรียนเทเวศร์ศึกษา เป็นนักเรียนโรงเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) รุ่นที่ 29 จบปริญญาโทด้านพัฒนาสังคม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, ปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยนครพนม เริ่มต้นชีวิตราชการ รอง สวป.สน.ปทุมวัน ย้ายเป็นผู้บังคับหมวดหน่วยปฏิบัติการพิเศษ จ.นครพนม เป็น สวป.เมืองมุกดาหาร สว.สภ.กิ่ง อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร สว.สภ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร, เป็นหัวหน้าแผนก 3 ยุทธการ กก.ตชด.13 จ.กาญจนบุรี, รอง ผกก.อก.ตชด.ภาค 1, รอง ผกก.2 สสน.ตชด., อาจารย์ภาควิชาทหารและทหารฝึก ร.ร.นรต., รอง ผบก.รร.นรต., รอง ผบก.ตชด.ภาค 1, ผบก.สำนักงานแผนงานและงบประมาณ ผบก.จร., ผู้ช่วย ผบช.น., รอง ผบช.น., ผบช.ภ.3, ก่อนลงใต้เป็น ผบช.ภ.9 ทำหน้าที่ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนหน้า นำทัพกองกำลังตำรวจในภารกิจดับไฟใต้ กระทั่งเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร.ก็ยังคงอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นปรึกษา (สบ 10), รอง ผบ.ตร. และเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ก่อนเป็น ผบ.ตร.ในเดือน ต.ค. 55 และถูกย้ายไปประจำสำนักนายกฯหลังปฏิวัติ 22 พ.ค. 57   เกิดเมื่อวันที่ 5 ส.ค. 2498 อายุ 59 ปี สมรสกับ พล.ต.หญิง อัญรัช สาริกัลยะ จบการศึกษาจากโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่น 12 (ตท.12) และ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่น 23 (จปร.23) รุ่นเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เติบโตมาจากเหล่า "ทหารช่าง" และถือเป็น "ขุนศึก" ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านเศรษฐกิจ-การเงิน มากที่สุดคนหนึ่งของกองทัพบก ตำแหน่งสำคัญ เจ้ากรมการเงินทหารบก รองปลัดบัญชีทหารบก ผู้ช่วยเสธ.ทบ. ฝ่ายส่งกำลังบำรุง รอง เสธ.ทบ. ก่อนขยับขึ้นพลเอกในตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ แล้วก้าวสู่ตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ทบ.เคยเป็นกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ททบ.5   จบการศึกษาปริญญาโทด้านการค้าระหว่างประเทศ Syracuse University, U.S.A รับราชการในกระทรวงพาณิชย์หลายตำแหน่ง อาทิ เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทย ประจำองค์การการค้าโลก ณ นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อธิบดีกรมเศรษฐกิจการพาณิชย์ อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ประธานบริหาร หัวหน้าคณะเจรจาเขตการค้าเสรีระหว่างประเทศไทยกับประเทศต่างๆ   เกิดเมื่อวันที่ 9 ก.ย. พ.ศ.2498 ปัจจุบันอายุ 59 ปี จบปริญญาเอก ด้านนโยบายและการจัดการสาธารณะจาก Wharton School, University of Pennsylvania ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ผ่านมาเคยดำรงตำแหน่งทั้งหน่วยงานของรัฐและระดับมหาวิทยาลัยมากมาย อาทิ ผู้อำนวยการสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งชาติ ผู้อำนวยการสถาบันคลังสมองของชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กรรมการร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมในสมัยรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ กรรมการผู้คุณวุฒิในสำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) กรรมการมูลนิธิสิ่งแวดล้อมไทย และที่ปรึกษาอธิการบดีด้านนโยบายและแผน มจธ. โดยถือเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในระดับต้นๆ ของประเทศไทย   เกิดวันที่ 7 ก.ย. 2497 อายุ 59 ปี สมรสกับ นางแสงอรุณ กาญจนรัตน์ มีบุตร 2 คน เพื่อนเตรียมทหาร รุ่น 12 (ตท.12) และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่น 23 (จปร.23) ของ พล.อ.ประยุทธ์ เติบโตมาในสายกิจการพลเรือน โดยเป็นอาจารย์หัวหน้าวิชาการปฏิบัติการจิตวิทยา โรงเรียนกิจการพลเรือน กรมกิจการพลเรือน ทบ. และผ่านตำแหน่งสำคัญๆ ประกอบด้วย เจ้ากรมกิจการพลเรือน ทบ. ผู้ช่วย เสธ.ทบ.ฝ่ายกิจการพลเรือน ทบ. รองเสนาธิการ ทบ. หัวหน้าสำนักงานผู้บัญชาการ ทบ. และรองปลัดกระทรวงกลาโหม ก่อนได้รักษาราชการในตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหมแทน พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ที่ถูกโยกไปเป็นประธานที่ปรึกษากระทรวงกลาโหมตามคำสั่ง คสช. ก่อนจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นปลัดกระทรวงกลาโหมอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 2557   เกิดเมื่อวันที่ 7 มี.ค. 2497 อายุ 60 ปี สมรสกับ นางจินตนา จั่นตอง มีบุตร 2 คน จบโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่น 13 (ตท.13), โรงเรียนนายเรืออากาศ รุ่นที่ 20 (นรอ.20), วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 48 (วปรอ.48) และสำเร็จการศึกษาระดับดุษฎีบัณฑิต จากสถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เคยผ่านตำแหน่งสำคัญๆ มากมาย เช่น ผู้อำนวยการกองนโยบายและแผน กรมยุทธการ ทอ. ผู้บังคับการกองบิน 1 กองพลบินที่ 2 กองบัญชาการยุทธทางอากาศ ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารอากาศไทยประจำกรุงบอนน์ รักษาการผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารอากาศไทยประจำกรุงปารีส รักษาการผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารอากาศไทยประจำกรุงโรม เจ้ากรมข่าวทหารอากาศ เจ้ากรมยุทธการทหารอากาศ ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งเสนาธิการ ทอ. ในปี 2552 ก่อนจะขยับขึ้นนั่งงเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการ ทอ. ในปี 2554 และรับตำแหน่งผู้บัญชาการ ทอ.ในปี 2555 (ยังมีต่อ) เปิดประวัติ คณะรัฐมนตรี รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา(2) MThai News

5 อันดับข่าวฮอต MThai News ประจำวันที่ 24 ก.ค. 57
ข่าวประจำวัน /  ข่าววันนี้ / 

รวมข่าว 5 อันดับเด่น MThai News ประจำวันที่ 24 กันยายน 2557 อันดับ 1 คสช. เห็นชอบขยายถนน ผ่านเขาใหญ่-ดงพญาเย็น คสช. เห็นชอบขยายถนน ผ่านเขาใหญ่-ดงพญาเย็น เชื่อมผืนป่ามรดกโลก แก้ปัญหาอุบัติเหตุ ขณะที่กรมทางหลวง เล็งของบฯ 2,900 ล้านบาท สร้างเป็นอุโมงค์ หวังให้คนและสัตว์สามารถร่วมใช้เส้นทางด้วยกันได้ (อ่านต่อ . . .) อันดับ 2 อุจาด! ภาพส้วมโผล่กลาง ภูเขาหญ้า จ.ระนอง ส้วมหลุม-บ่อพัก โผล่กลาง ภูเขาหญ้า สถานที่ท่องเที่ยวมีชื่อ จ.ระนอง ขณะที่ชาวบ้านจี้ รื้อถอนด่วน เหตุบัดบังทัศนะวิสัยธรรมชาติอันซีนชื่อดังของประเทศ (อ่านต่อ . . .) อันดับ 3 หนุ่มเว็บบอร์ดดัง หาคนแฉข้อมูล อ.อุบล ช่วยด้วย สมาชิกเว็บไซต์พันทิปท่านหนึ่งได้ประกาศเชิญชวนคนบนโลกออนไลน์ให้ร่วมส่งหลักฐานและข้อมูลเกี่ยวกับ อ.อุบลแห่งบ้านสวนพีระมิด (อ่านต่อ . . .) อันดับ 4 หนุ่มหน้าตาดี แอบถ่ายใต้กระโปรงสาวแบบเนียนๆ แห่แชร์คลิป หนุ่มหน้าตาดีพยายามใช้โทรศัพท์มือถือแอบถ่ายใต้กระโปรงสาวบนรถไฟฟ้า แต่ชาวเน็ตส่วนหนึ่งกลับมองว่าหากเป็นการแอบถ่ายจริงทำไมไม่พบแสงไฟจากมือถือ (อ่านต่อ . . .) อันดับ 5 แอนดี้ ลูอิสทำลายสถิติโลกลีลาไต่เชือกสุดเสียว “แอนดี้ ลูอิส” เจ้าของแชมป์โลกการแข่งขันไต่เชือกผาดโผนหลายสมัย เดินทางมาวาดลีลาการไต่เชือกที่เมืองไทยเมื่อ วันที่ 23 ก.ค. พร้อมทำลายสถิติโลกที่เจ้าตัวเคยทำไว้ได้สำเร็จ (อ่านต่อ . . .)

หรือตำนานเด็กช่างจะกลับมา ใน 4Kings อาชีวะ ยุค 90 โดยผกก. พุฒิพงษ์ นาคทอง
4Kings /  กนก อาชีวะ / 

เป็นอันทราบกันดีว่า ในยุค 90 เป็นช่วงปีที่สถานการณ์ความระหองระแหงของบรรดา เด็กช่าง นั้นเข้าขั้นดุเดือดเลือดพล่าน จนเกิดเป็นข่าวอยู่ไม่เว้นแต่ละวัน แต่ล่าสุดมีข่าวมาแว่วๆมาว่า เรื่องราวเหล่านั้น อาจจะกำลังกลับมาสู่สายตาคุณผู้ชมอีกครั้ง ในภาพยนตร์เรื่อง อาชีวะยุค 90 หรือ 4Kings โดยผู้กำกับ พุฒิพงษ์ นาคทอง โดยในแฟนเพจของหนัง อาชีวะ ยุค 90 นี้ ได้เผยรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้บ้างแล้ว ทั้งบรรยากาศในกองถ่าย ภาพนิ่งบางส่วน ภาพจริงของเด็กอาชีวะในยุคนั้นๆ และเผยชื่อสถาบันทั้ง 4 อันจะเป็นส่วนสำคัญของเรื่อง ได้แก่ ช่างกล บุรณพนธ์, กนก อาชีวะ, อินทร อาชีวะ และ เทคโนฯประชาชื่น นอกจากนี้ ในแฟนเพจ ยังมีคำบอกเล่าจากผู้กำกับ ที่เผยถึงผลงานภาพยนตร์เรื่องนี้ ไว้ว่า "ขอบคุณมากครับ ที่วันนี้ทำให้ผมได้เห็นพลังของพี่ๆน้องๆชาวอาชีวะและทุกๆคน ที่มาช่วยกันไลค์ ช่วยกันแชร์ ช่วยกันคอมเม้นท์ จนตอนนี้กระแสตอบรับของโปรเจ็คหนังเรื่องนี้อยู่ในทิศทางที่ดี แต่ในความโชคดีอาจมีความโชคร้ายแฝงอยู่......... ผมแค่ไม่อยากเห็นหนังเรื่องนี้ มีผู้กำกับ ที่ไม่ใช่เลือดอาชีวะมาทำหนังอาชีวะ สิ่งนี้แหละครับ คือแรงบันดาลใจที่ทำให้ผมเดินหน้าทำหนังเรื่องนี้ ผมขอแรงทุกคนเดินหน้าไปกับผม จากใจ...พุฒิพงษ์ นาคทอง" ทั้งนี้ ผู้กำกับยังบอกมาว่า อีกไม่นาน คุณผู้ชมน่าจะได้ดูตัวอย่างหนัง อาชีวะ ยุค 90 หรือ 4Kings เรื่องนี้กัน ส่วนเรื่องที่จะเข้าฉายในโรงหรือไม่ และเมื่อไหร่นั้น ต้องรอติดตามกันต่อไป แต่ที่สำคัญ ผู้กำกับ พุฒิพงษ์ นาคทอง ก็การันตีมาแล้วว่า ถ้าหนังเรื่องนี้ได้ฉายโรงเป็นหนังใหญ่ เรื่องชุด นักเเสดง และสถานที่จะจัดเต็มครบรส ไม่ทำให้เสียชื่ออย่างแน่นอน ติดตามรายละเอียดเพิ่มเตืมได้ที่ เฟสบุ๊คแฟนเพจของหนัง อาชีวะ ยุค 90 ----------------------------------------

เมืองอุดรฯ ฮือฮา หนุ่มใหญ่แจกไข่ไก่ 2 แสนฟอง
ข่าววันนี้ /  ถูกหวยแจกไข่ / 

นักธุรกิจเมืองอุดรฯ ถูกหวยรวยอื้อซ่ากว่า 20 ล้าน  ลงทุนซื้อไข่ไก่ 200,000 ฟองแจกชาวบ้าน วันนี้ (26 ส.ค.) ที่หน้าห้างหุ้นส่วนจำกัดเทพสร้าง บ้านนาดี ต.นาดี อ.เมือง จ.อุดรธานี นายสุเทพ คำขันตี อายุ 49 ปี ได้นำไข่ไก่ 200,000 ฟองมาแจกจ่ายให้ชาวบ้าน นายสุเทพเปิดเผยว่า เมื่อ 2 ปีที่แล้วได้ขายห้างสำเพ็งอุดรธานีให้เพื่อนไป 35 ล้านบาท แล้วมาทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยสร้างอาคารพาณิชย์ขาย ซึ่งป็นสำนักงานเอยู่ในปัจจุบัน ก่อนหน้านี้เป็นที่ดินว่างเปล่า มีสระน้ำขนาดใหญ่ จึงได้ซื้อเอาไว้แล้วทำการสร้างอาคารพาณิชย์ขาย ต่อมาได้ฝันว่ามีชายสูงอายุห่มขาว มัดผมจุกมาชี้ป้ายทะเบียนรถ จึงได้ซื้อหวยงวดแรกถูกเลข 3 ตัว ได้เงิน 4.6 ล้านบาท งวดที่สองฝันว่ามากระซิบข้างหูบอกเป็นตัวเลข ถูก 3 ตัว ได้เงิน 11.8 ล้านบาท และงวดที่สามมากระซิบข้างหูบอกเป็นตัวเลขถูกเลข 2 ตัว ได้เงิน 4.9 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 21.3 ล้านบาท ซึ่งตนเคยบนบานเอาไว้ว่าถ้าถูกหวยจะสร้างศาลพระพรหมและศาลเจ้าที่ ให้พญานาคราชมาอยู่ พร้อมทั้งแจกไข่ไก่ 200,000 ฟองแก่ชาวบ้านเพื่อเป็นการทำบุญใหญ่ด้วย โดยเมื่อวานนี้ได้ตั้งศาลพระพรหม และศาลเจ้าที่เสร็จ วันนี้จึงได้ซื้อไข่ไก่มาแจกชาวบ้าน และตำรวจทุกโรงพักในจังหวัด เนื่องจากตนเป็น กต.ตร.จังหวัด ส่วนสาเหตุที่เลือกแจกไข่ไก่นั้น เพราะท่านพญานาคราชชอบไข่และรังผึ้ง จึงได้นำไข่ไก่มาแจก MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก

มติกมธ.ประกันวินาศภัยให้ 'พงษ์ชัย' นั่งปธ.
ข่าววันนี้ /  ประกันวินาศภัยให้ / 

ที่ประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกันวินาศภัย เห็นชอบ "พ.ต.ท.พงษ์ชัย" เป็น ปธ.กมธ. มอง เหมาะสม มีความรู้ ความชำนาญ การประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย ครั้งที่ 1 หลังจากที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. ครั้งที่ 5 มีมติรับหลักการและกำหนดให้พิจารณาร่าง พ.ร.บ. 2 ฉบับ ประกอบด้วย ร่าง พ.ร.บ.ประกันวินาศภัย และ ร่าง พ.ร.บ.ประกันชีวิต โดยในวันนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ พ.ต.ท.พงษ์ชัย วราชิต ทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการฯ โดยสมาชิกเห็นตรงกันว่า พ.ต.ท.พงษ์ชัย มีความเหมาะสม และมีความรู้ ความชำนาญเรื่องประกันวินาศภัย ขณะที่ พล.อ.ไพโรจน์ พานิชสมัย นายภิรมย์ กมลรัตนกุล และ พล.อ.อ.ไพศาล สีตบุร ทำหน้าที่รองประธาน นายภัทรศักดิ์ วรรณแสง ทำหน้าที่เลขาธิการ พล.ต.ไพโรจน์ ทองมาเอง ทำหน้าที่รองเลขาธิการ พล.ท.ภาณุวัชร นาควงษม์ และ นายยุทธนา ทัพเจริญ ทำหน้าที่โฆษก ทั้งนี้ พ.ต.ท.พงษ์ชัย กล่าวว่า จากที่ได้ศึกษากฎหมาย พ.ร.บ.ประกันวินาศภัย และ พ.ร.บ.ประกันชีวิต พบว่า มีความเชื่อมโยงกัน จึงเห็นว่าควรเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายดังกล่าวเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติมต่อคณะกรรมาธิการฯ นำมาประกอบการพิจารณา เพื่อไม่ให้เกิดข้อกฎหมายที่ซ้ำซ้อนกัน

“แผลเก่า” มุมมองใหม่ มิติใหม่ ปรากฏการณ์ใหม่ ชุมนุมนักแสดงชั้นนำคับคั่งเป็นประวัติการณ์
บอย-ถกลเกียรติ วีรวรรณ /  ม.ล. พันธุ์เทวนพ เทวกุล / 

จากวรรณกรรมอมตะที่ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ชีวิตรักอันยิ่งใหญ่หลายครั้งที่สุดของไทย “แผลเก่า” ยุค2014นี้ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ครั้งที่5โดยสหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล และได้ “หม่อมน้อย-หม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล” เป็นผู้กำกับภาพยนตร์ ภายใต้แนวคิด “มุมมองใหม่ มิติใหม่ ปรากฏการณ์ใหม่” โดยชุมนุมนักแสดงชั้นนำทั้งรุ่นใหญ่รุ่นเล็กมาประชันบทบาทมากที่สุดเป็นประวัติการณ์แห่งวงการภาพยนตร์กว่า 30ชีวิต เพื่อให้สมเกียรติยศวรรณกรรมอันยิ่งใหญ่ของชาติ ไม่ว่าจะเป็น นิว-ชัยพล จูเลี่ยน พูพาร์ต (รับบท ขวัญ), ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ (เรียม), สินจัย เปล่งพานิช (คุณหญิงทองคำเปลว), พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง (ผู้ใหญ่เขียน), ศักราช ฤกษ์ธำรงค์ (กำนันเรือง), ณัฎฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา (คุณสมชาย), ปานเลขา ว่านม่วง (นางรวย), พงศ์สิรี บรรลือวงศ์ (จ้อย), รัดเกล้า อามระดิษ (แม่สาย), ตั้ม-วราวุธ โพธิ์ยิ้ม (เริญ), โดม-จารุวัฒน์ เชี่ยวอร่าม (เปีย), แคน-อติรุจ กิตติพัฒนะ (สมิง), อ้น-กรกฎ ตุ่นแก้ว (เยื้อน), จูเนียร์-กรวิชญ์ สูงกิจบูลย์ (แฉ่ง) กวาง-ธัญญรัศม์ ไตรสุทธิวงษ์ (แก้ม) สมาย-ภาลฎา ฐิตะวชิระ (ชมพู่) ดิว-นัทธพงศ์ พรมสิงห์ (ชิด), ฮัท-จิรวิชญ์ พงษ์ไพจิตร (ร้อยตรีสง่า), เอก-ศุภากร ประทีปถิ่นทอง(นายแพทย์สงัด), คิมมี่-บดินทร์ บางเสน (รอด), กรุง ศรีวิไล (หลวงตา), อาร์- อาณัตพล ศิริชุมแสง (ท่านผู้นำ), มัดหมี่-พิมพ์ดาว พานิชสมัย (ท่านผู้หญิง), สถาพร นาควิไลโรจน์ (ท่านชาย), ดารณีนุช โพธิปิติ (แม่ค้า), ปิยะ เศวตพิกุล (อากง) ฯลฯ “แผลเก่า” ในเวอร์ชั่นนี้เป็นภาพยนตร์ชีวิตรักโรแมนติกที่ย้อนยุคไปในปีพ.ศ. 2479-2483 ที่จะสะท้อนภาพวิถีชีวิตและขนบธรรมเนียมประเพณีชาวสยามในอดีตที่สูญหายไปจากโลกปัจจุบัน ท่ามกลางความงดงามวิจิตรของท้องทุ่งนาบางกะปิและความร่มรื่นของคลองแสนแสบ โดยเฉพาะวัฒนธรรมการทำนาและงานเฉลิมฉลองฤดูเก็บเกี่ยว ท่ามกลางความรักอันซื่อบริสุทธิ์ของ “ขวัญ” และ “เรียม” ที่จะมาสร้างทั้งรอยยิ้มและน้ำตา รวมทั้งภาพประวัติศาสตร์ในยุค “รัฐนิยม” พ.ศ. 2483 ไม่ว่าจะเป็นภาพงานฉลองรัฐธรรมนูญ ภาพเดินขบวนครั้งแรกในประเทศไทยเพื่อเรียกร้องมณฑลบูรพาคืนจากฝรั่งเศส หรือภาพงานเต้นรำสวมหมวกในยุค “มาลานำไทย” ที่ถูกถ่ายทำกันอย่างประณีตบรรจงโดยผ่านการค้นคว้าข้อมูลอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อจำลองภาพประวัติศาสตร์ในอดีตอย่างถูกต้องและยิ่งใหญ่ตามยุคสมัย และที่ขาดไม่ได้เลยคือบทเพลงอมตะของ “พรานบูรพ์” บรมครูวงการดนตรีของเมืองไทยที่เป็นเพลงดำเนินเรื่องในภาพยนตร์ ไม่ว่าจะเป็นเพลง “ขวัญของเรียม”, “เคียงเรียม”, “สั่งเรียม” หรือ “แสนแสบ” ฯลฯ ซึ่งได้ถูกเรียบเรียงเสียงประสานและขับร้องใหม่ให้เหมาะสมกับยุคสมัย โดยนักร้องคุณภาพรุ่นใหม่ “กัน-นภัทร อินทร์ใจเอื้อ” และ “แก้ม-วิชญาณี เปียกลิ่น” ซึ่งขับร้องได้อย่างไพเราะจับใจไม่แพ้ “ไพรวัลย์ ลูกเพชร” และ “ผ่องศรี วรนุช” ศิลปินแห่งชาติ และด้วยเจตนารมณ์ที่จะรักษาวรรณกรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีอันล้ำค่าของชาติ ภาพยนตร์เรื่อง “แผลเก่า” จึงถือกำเนิดขึ้นเพื่อเป็นสมบัติอีกชิ้นหนึ่งที่ชาวไทยทั้งชาติได้ภาคภูมิในความเป็นไทย 12 สิงหาคมนี้ทุกโรงภาพยนตร์

เก่ง-การุณ ลาบวช ทดแทนคุณแม่ 9 วันที่วัดดอนเมือง
การุณ โหสกุล /  เก่ง การุณ / 

 เก่ง-การุณ โหสกุล โพสต์ข้อความลงเฟสบุ๊ก ขอลาบวช ทดแทนคุณแม่ เป็นเวลา 9 วัน  ภรรยายันโกนหัวนาคเวลา 15.00 น.วันนี้ (25 ก.ค.) วันนี้(25 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายการุณ โหสกุล อดีต ส.ส.กทม.เขตดอนเมือง พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความลงเฟสบุ๊กส่วนตัว ขอลาบวช ทดแทนคุณแม่ เป็นเวลา 9 วันโดยระบุว่า กราบลาอุปสมบทครับ...เพื่อนๆทุกท่าน ครับที่ผ่านมาผมไม่มีโอกาสได้ทำหน้าที่ลูกผู้ชายไทยที่เป็นชาวพุทธให้ครบถ้วนสมบูรณ์ เนื่องจากต้องทำงานต่อสู้ชีวิตตั้งแต่เป็นวัยรุ่นเพราะครอบครัวฐานะยากจน ตอนนี้มีโอกาสผมขอทำหน้าที่ทดแทนคุณให้กับคุณแม่ และผู้มีพระคุณ ผมจะตั้งใจปฏิบัติอย่างเคร่งครัดอย่างน้อย9 วัน และขอกุศลผลบุญนี้ส่งถึงเพื่อนๆทุกคนด้วยความเต็มใจ นอกจากนั้น นายการุณ ยังโพสต์ภาพกราบเท้าคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย พร้อมภาพที่ถ่ายคู่กับคุณหญิงพจมานดามาพงศ์ และพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในการลาอุปสมบทครั้งนี้ด้วย ด้านนางพิมพ์ชนา โหสกุล ภรรยานายการุณ เผยว่า นายการุณ จะโกนผมนาคในเวลา 15.00 น.วันนี้ (25 ก.ค.) จากนั้น เวลา 17.00 น.จะฟังเทศน์สอนนาค ที่วัดดอนเมือง สำหรับสาเหตุที่นายการุณตัดสินใจบวชในครั้งนี้ เนื่องจากเป็นความตั้งใจที่นายการุณ ต้องการบวชทดแทนคุณมารดา โดยจะบวชเป็นเวลา 9 วัน MThai News

เครื่องรางอาถรรพ์เรียกคนรักกลับ
คนรัก /  เครื่องราง / 

ถ้าพูดถึง เครื่องรางอาถรรพ์ ที่เรียกคนรักกลับมา มีหลากหลายชนิดเหมือนกัน ซึ่งแต่ละชนิดก็จะมี อำนาจสามารถผูกจิตมัดใจ แรงมาก อำนาจพุทธคุณ และเทวา แต่ไม่ใช่ผี จึงไม่ต้องกลัวดวงตก หรือหากินไม่ขึ้น แต่จะมีอะไรบ้างนั้น ลองไปดูกันครับ ตะกรุดนางร่ำไร หนุนดวงเรื่องรักโดยเฉพาะ หาคู่สมพงษ์ คู่อุปถัมถ์ คนไม่มีคู่ก็จะหาคู่ดีให้ คนทีมีคู่แล้วเรื่องรักก็จะดียิ่งขึ้น เพทพญาธร บอกได้เลยว่าชิ้นนี้แรงมากๆจริงๆ เป็นเครื่องรางที่บรรดาคณาจารย์ในวงการไสยเวทได้ให้การยอมรับและกล่าวขานเป็นเสียงเดียวกันว่าแรงและพลังฤทธานุภาพมากมาย โดดเด่นในเรื่องสร้างภาพนิมิตในฝันคน เรียกจิตผู้คน คนรัก โดยการสร้างนิมิตให้ฝันถึง สร้างภาพให้อยู่ในหัวให้คิดถึงจนทนไม่ไหวยังไงต้องมาหา ผู้ใดบูชาเพทพญาธร ก็จะบังเกิดมหาเสน่ห์ มหานิยม เป็นที่เมตตาแก่ผู้พบเห็น แคล้วคลาด คงกะพัน กันคุณไสยที่มากับลม บังเกิดโชคลาภอีกด้วยค่ะ และจารยันต์ผูกรูป มัดใจคนรักค่าครู 1500 บาทบอกได้เลยว่าประสบการณ์เยอะมากๆ และเนื่องจากมีลูกศิษย์ท่าอาจารย์ได้มาบอกข่าวว่ามีผู้ลอกเลียนเพทพญาธรเเละวัตถุมงคลชิ้นอื่นมาเพื่อการค้า ดังนั้นของที่มาจากทีร่าที่รารับประกันว่าของแท้เพราะท่านอาจารย์จะทำสัญลักษณ์ไว้ให้ ขุนแผนสามอาถรรพ์ เป็นวิชาการปลุกเสกขุนแผนจากผงมหาภูติ เป็นการรวมของสองวิชาเข้าด้วยกัน คือ สายพรายล้านนา+สายพรายอีสานใต้ เสกด้วยมนต์มหาเสน่ห์ของครูเขมรโบราณเพศตรงข้ามจะพิศมัยเราในแรกเห็น คนทั่วไปจะเมตตารักใคร่ จะมีโชคเรื่องความรักมิได้ขาด ขุนแผนนางเคียง มวลสารสร้างจากผงพรายล้วนจึงแรงมากเมื่อใช้งาน ผู้บูชาควรเช่นประจำทุกวันโกน เป็นความขลังด้วยมนตราลี้ลับสายอีสานและเขมร มีไม่ถึง 20 ชิ้น เพื่อต้องการอิทธิฤทธิ์ทางเสน่ห์รัก หลงที่เต็มเปี่ยม ผู้บูชาหลายคนกลับมาเล่าถึงประสบการณ์ที่คาดไม่ถึงให้ฟังอยู่เป็นนิจเลยทีเดียว น้ำมันหลงมหาหลง ชื่อก็บอกในตัวแล้วว่าหลงมหาหลง เวลาใช้จึงควรพิจารณาให้ดีอย่าได้ทำเป็นเล่นเป็นอันขาด เค้าจะหลงเราโดยเป็นตัวของเค้าเองแต่จะเห็นเรามีเสน่ห์อยู่ตลอดเวลา ท่านอาจารย์แนะให้ไว้ใช้เจิมหน้าผาก เจิมคิ้วเป็นเสน่ห์กับตัวเองจะดีกว่า แล้วคอยบริหารรางรถไฟที่จะวิ่งมาชนกันให้ดีก็แล้วกัน ตะกรุดหนุนดวงบัว 5 ดอก เป็น ตะกรุดครอบจักรวาลมีอิทธิคุณ 108 ไม่ว่าจะเป็นโชคลาภ มหาเสน่ห์ เมตตา แคล้วคลาดคงกะพัน กันคุณไสย หนุนดวงชะตา ช่วยเสริมอิทธิฤทธ์วัตถุมงคลชิ้นอื่นๆ สีผึ้งวิหกราตรี มีอานุภาพรุนแรงตามพลังอาถรรพ์ของป่าช้า ปลุกเสก 7 เสาร์ 7 อังคาร เหมาะมากสำหรับผู้ที่ต้องการเป็นที่หมายปองยามค่ำคืน ชนิดที่ว่าไม่ได้คู่กลับบ้านให้มันรู้ไป สรรพคุณมากมีวิธีใช้เพื่อเป็นเสน่ห์อยู่ในคู่มือให้หลายวิธี น้ำมันตุ๊กแก อาถรรพณ์ของตุ๊กแกป่า และมวลสารอาถรรพ์อีกนับสิบที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ คุณสมบัติของตุ๊กแกก็คือการเกาะยึดที่มั่นแบบไม่มีการปล่อย สำหรับผู้ที่ไม่ต้องการให้ผู้อุปถัมภ์ไปไหน มีคนอุปถัมภ์แล้ว หรือยังไม่มี ลองใช้ดู จะมีคนเอาเงินมาให้คุณช่วยใช้ อุปถัมภ์จุนเจือไม่ขาดมือเลยละกัน สีผึ้งอิ่มเอี๊ยง เป็นการผสมผสานระหว่างเมตตามหานิยมและเมตตามหาเสน่ห์ สีดำ ใช้เป็นมหาเสน่ห์ใช้เจิมในที่ลับ สีเขียว ใช้เป็นมหานิยมใฃ้เจิมในที่แจ้ง มีคาถากับวิธีใช้ สุพรรณหงสา (ปางเทวดา) บูชาเพื่อเพิ่ม เสริมสง่า ราศี บารมี สำหรับคนที่คิดว่าตัวเองไม่มีคนสนใจขาดความมั่นใจ ไม่มีสง่าราศี เพิ่มเสน่ห์ โชคลาภในตัวเอง อธิษฐานขอสิ่งที่ปรารถนากับพระสุวรรณหงสาซึ่งเป็นเทพได้ตามใจคุณต้องการ พญาจิ้งจก ต้นกำเนิดพ่องั่งของเขมร พญาจิ้งจกนี้ให้คุณวิเศษนัก เป็นยอดมนตราให้คุณทั่งเป็นมหาโชค มหาลาภ และมหาเสน่ห์ อยู่ในองค์เดียว เหมาะสำหรับผู้ประกอบการค้า บูชาเรียกโชคลาภและกำไร คนทั่วไปพกพาก็จะเป็นที่เมตตารักใคร่กับคนรอบข้าง ทั้งยังส่งอิทธิผลให้เพศตรงข้ามมองท่านอย่างน่าพิสมัยด้วย น้ำมันปลิงเงิน ใช้ทาตรงที่ลับ ว่ากันว่าคนที่ได้ร่วมหลับนอนกับเราจะไปไหนไม่ได้อีกติดเราหนึบคล้ายดั่ง ปลิงฉันนั้น เพิ่มเสน่ห์ทางกามคุณด้วยน้ำมันนี้ลงไปใครจะไปไหนได้อีก ตะกรุดหมาเข้าไส้อุดผงพรายมหาภูติ เป็นวิชาทำตะกรุดเสน่ห์ขั้นรุนแรง ชนิดที่ว่า พ่อ แม่ พี่ น้องท้องเดียวกัน ยังทำกันได้ลง…ชายหญิงในบ้านจะมีใจฝักใฝ่กันเอง กับผู้ที่ครอบครองตะกรุดนี้ เป็นที่นิยมและแสวงหากับชายหนุ่มทางภาคเหนือมาก และปัจจุบันเอง สายวิชานี้มีผู้สืบทอดมาน้อย และหาผู้ที่รู้จริงในศาสตร์นี้น้อยคนแล้ว และผู้ที่รู้จริงก็มักมิค่อยทำของออกมาให้บูชากัน สีผึ้งไท้เศรษฐี ผู้ที่พกพาสีผึ้งนี้ เป็นเสน่ห์ เรียกโชคลาภ บันดาลทรัพย์ แม้ยาจกคนจร ยังกลับกลายไปเป็นเศรษฐีได้นั้นเอง พระมนต์ที่ใช้เสกนี้เป็นคาถาแรงและสูง ผู้มีบุญจุงจะได้พบและ ผู้ใดพบแล้วน้ำมาบูชาจักบังเกิดผลประสิทธิ์ดั่งพระมนต์ที่อวยพรจากครูบาอาจารย์ เป็นของค้ำของคูน ให้เพิ่มทรัพย์เพิ่มสินพูนทวี เศียรพระแม่กาลี สร้างความร่ำรวยและช่วยเหลือคนที่ตกทุกข์ได้ยากมานักต่อนักแล้ว และในวันนี้ผงจินดามณีนี้ได้กลับมาอีกครั้งด้วยความศักดิ์สิทธิ์ ตามตำราโบราณทุกประการขนานแท้ ผู้ใดบูชาพระแม่กาลี สวดอ้อนวอนขอ ตามจิตประสงค์พระแม่มักประทานโชคลาภให้มิได้ขาดพร่อง ไม่มีอด ไม่มีอยาก ตะกรุดอ่อยหร่อยมหาภูติดลจิต เป็นวิชาการทำตะกรุดสายลาวโซ่ง ที่อาจารย์ดอน ได้ศึกษามาจากฮ้อยลุน ผู้เป็นตาแท้ๆของท่าน มีวิธิการเรียกสูตรเฉพาะตัว และจารตอนเที่ยงคืนของวันจันทร์เท่านั้น ตะกรุดอ่อยหร่อยดลจิตนี้ มีฤทธิ์ทางมหาเสน่ห์ พกติดตัวเป็นเมตตาล้นพ้นนอกจากอักขระยันต์แล้ว ยังมีดวงจิตมหาภูติ เพิ่อเพิ่มฤทธิ์ เหมือนดั่งเทพบุตรแสนหล่อที่เดินไปทางใด ผู้หญิงก็มองตาละห้อย อ่อยหร่อยใจถลิลหา ม้าเสพนางในน้ำมันพรายมหาเสน่ห์ เป็นเครื่องรางด้านกระตุ้นตัณหาราคะ กามารมณ์ ท่านอาจารย์ได้แนะว่าควรพกพาติดตัวไว้เป็นประจำเพื่อเป็นเสน่ห์ ผู้คนจะมองเรางามจับตาขึ้นด้วยพลังลึกลับของวัตถุอาถรรพ์ เพศตรงข้ามจะปรารถนาในตัวเรา โดยเฉพาะคนที่คุณปรารถนาก็จะมีคาถากำกับเฉพาะเพื่อจะให้คนคนนั้นรักและหลง และกำหนัดในตัวคุณตลอดเวลา ใช้เป็นเสน่ห์มัดใจคนรักหรือไว้บริหารเสน่ห์ก็สุดยอดทั้งนั้น กุมารีน้ำหวาน กุมารีนี้จะเป็นรุ่นสอง ต่อจากน้องมดดำ ก็ยังมีฤทธิ์แรงกล้าเช่นเดิม ลูกศิษย์ที่นำไปเช่าบูชามีทั้งในประเทศและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นไทย มาเก๊า ฝั่งเกาลูน สายการค้าการขาย ลูกศิษย์ชาวฮ่องกงจะนิยมมาก เนื่องจากุมารีน้ำหวานนั้น ปลุกเสกให้มีอุปนิสัย น่ารักไม่ดื้อ ชอบทำงาน และขยันเก็บเงิน ไม่ดุร้ายและซนเหมือนกุมารหลายสำนัก อาจารย์ตั้งใจให้เน้นดูแลครอบครัวเสมือนหนึ่งลูกสาว ที่ดูแลพ่อแม่และคนในครอบครัวอย่างดี และเอาใจใส่ เนื่องจากปัจจุบันเป็นยุคของการทำมาหากิน สะสมเงินทอง ผู้ที่ค้าขายเหมาะบูชาเป็นอย่างยิ่ง กุมารทองปิ่นเพชร เทวกุมาร โองการพระฤาษีทัศมงคล มีฤทธ์แรงที่สุด แรงมากกว่ากุมารพราย ท่านอาจารย์ปลุกเสกจนเห็นเป็นตัวตน มีอิทธิฤทธิมากสามารถตามคนรักได้ ให้โชคลาภชนิดไม่คาดฝัน แม่พรายน้ำฝน แม่พรายน้ำฝนนี้แหละที่ทำให้ลูกศิษย์ที่เชื่อมั่นบูชาไป บังเกิดโชคลาภต่างๆมานักต่อนัก เป็นวิชาสายพรายของพ่อหนานแก้ว บ้านท่าขาม อ.สันป่าตอง โดยลูกศิษย์ที่นำไปบูชาต่างเกิดประสบการณ์ที่แตกต่างกัน เช่นว่า เห็นมีผู้หญิงมาพักอาศัยในบ้าน นั่งดูทีวีในบ้าน หรือ นั่งรถไปพร้อมกับเจ้าของ และคอยดลจิตดลใจ แจ้งเหตุร้ายก่อนล่วงหน้า ไม่ว่าผู้บูชาจะมีพลังจิตแรงหรือไม่ ก็จะสามารถสัมผัสและสื่อกับแม่พรายน้ำฝนได้ (ถ้าสมาธิดี มีจิตละเอียดแม่พรายน้ำฝนท่านปรากฎตัวให้เห็นและพูดคุยกันได้ เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับผู้บูชาไปครั้งก่อน) สีผึ้งขาวดำ (หยิน-หยาง) เป็นสีผึ้งที่ว่าด้วยหลักการสัมพันธุ์กัน ระหว่าง ขาว-ดำ มืด- สว่าง ชาย – หญิง นั้นต้องคู่กันเสมอ เป็นเรืองธรรมชาติกำเนิด หรือหากเป็นเรื่องกามโลกีย์วิสัย เราต้องคำนึงถึงว่าทุกชีวิตล้วนถือกำเนิดจากกามกิจทั้งสิ้น เรียกว่า “ทวิภาวะ” เมื่อสีผึ้งนี้อยู่กับผู้ใดจะสามารถทำให้ความประสงค์เป็นจริง ได้อย่างไม่คาดฝัน ขาดคู่สิ่งใด ธาตุฝ่ายคู่จะวิ่งเข้ามาหา…. มหาภูติ พรายแฝด หนึ่งเชี่ยวชาญล้านนา หนึ่งช่ำชองอีสานใต้ ก่อกำเนิด มหาภูติพรายแฝด เป็นพรายกระซิบบอกโชคลาภ เตือนเหตุ เตือนภัย แรงมากเป็นที่ยอมรับกันในหมู่ผู้เล่นพรายมานานแล้ว เป็นความเชื่อส่วนบุคคลนะครับ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วย ทาง Horoscope.Mthai.com ต้องการนำเสนอเพื่อเป็นความรู้เท่านั้น ไม่ต้องการสนับสนุนให้เกิดเป็นความเชื่อหรืองมงายแต่อย่างใด

เตือน20จว.รับมือฝนหนัก-เชียงใหม่เสี่ยงดินถล่ม
ดินถล่ม /  ฝนตกหนัก / 

กระทรวงมหาดไทย ร่อนหนังสือเตือน 20 จังหวัด รับมือฝนตกหนัก ด้านเชียงใหม่ เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงดินถล่ม นาย สุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ ผจว.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ทางจังหวัดได้รับหนังสือแจ้งเตือนด่วนที่สุดที่ มท.0616/ว 088 เรื่อง ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ 20 จังหวัด โดยมี 13 จังหวัดของภาคเหนือ ได้แก่ ตาก สุโขทัย พิษณุโลก อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน และ 7 จังหวัดภาคอีสาน ได้แก่ จ.นครพนม สกลนคร หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี เลย หนองบัวลำภู ให้กำชับทุกภาคส่วนได้เตรียมความพร้อม เฝ้าระวัง แจ้งเตือนประชาชน และปฏิบัติตาม แผนรองรับสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย ดินถล่ม อาจเกิดฝนตกหนักได้ในช่วง 19-21 ส.ค.57 เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านพม่า ลาว เวียดนามตอนบน ประกอบกับ ลมมรสุมตะวันตกพัดปกคลุมประเทศไทย ทำให้เกิดฝนตกหนัก หากเกิดสถานการณ์ ก็ให้รายงานเพื่อการอำนวยการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาต่อหน่วยบังคับบัญชา และ ปภ.ทราบทันที ทั้งนี้ จังหวัดเชียงใหม่ ได้วิทยุแจ้งด่วนถึงนายอำเภอทั้ง 25 แห่ง และหน่วยงานเกี่ยวข้องเพื่อเฝ้าระวัง พร้อมให้ทำการตรวจสอบอ่างเก็บน้ำจุดต่างๆ รวมถึงพื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่ม ดินสไลด์ ที่เคยเกิดเหตุประจำเพื่อประสิทธิภาพในการเฝ้าระวังด้วย

ดี้ นิติพงษ์ เตือนแฟนๆ ไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ ซีซั่น 4 อย่าอยู่เฉย เชียร์ใคร ต้องโหวต !!!
TGT4 /  thailand got talent 2014 / 

ไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ ซีซั่น 4 ห้ำหั่นเข้มข้น ในรอบ Semi-Final สัปดาห์ที่ 4 กับอีก 6 ทาเลนต์ที่พร้อมโชว์สปิริต “กล้าได้อีก ทำได้อีก” ดี้ นิติพงษ์ เตือนแฟนๆ TGT4 อย่าอยู่เฉย เชียร์ใคร ต้องโหวต !!! ได้ทีมผู้กล้าครึ่งหนึ่งเข้าไปเตรียมโชว์ทาเลนต์ที่ทั้งกล้าและมั่นใจยิ่งกว่าเดิม เพื่อพิชิต 10 ล้านบาทจากเรโซนาและเรโซนาเมนในรอบไฟนอลของรายการที่สนับสนุนทุกความกล้าอย่าง ไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ ซีซั่น 4-4D: กล้าได้อีก ทำได้อีกกับเรโซนา กันไปแล้ว งานนี้เหล่าทาเลนต์ที่เหลืออยู่เลยเร่งเครื่องฟิตซ้อมโชว์กันอย่างเต็มที่ เตรียมฟาดฟันกันอย่างดุเดือดในรอบเซมิไฟนอลประจำวีคที่ 4 วันอาทิตย์ที่ 10 ส.ค.นี้ เวลา 17.30-19.00 น. มาดูกันดีกว่าว่า 6 ทาเลนต์ของอาทิตย์นี้ ใครเป็นใครกันบ้าง… อึ้ง-ทึ่ง-เสียวกันตั้งแต่เริ่มรายการกับ TGT 19 ทีม UD Town Breakbeat ทีมวัยรุ่นเด็กแนวที่มาพร้อมกับโชว์บีบอยผสานบีทบ็อกซ์ในสไตล์ไทย ๆ ภายใต้คอนเซ็ปท์ชาวนากับความแห้งแล้ง ให้คนไทยรู้ว่าพวกเขาก็กล้าคิด กล้าทำไม่แพ้ใคร! ต่อด้วย TGT 20 น้องเฟียน บีโธเฟียน วัย 7 ขวบกับพรสวรรค์ทางด้านดนตรีกับโชว์เปียโนโซโลในเพลงที่ขึ้นชื่อว่าปราบเซียนสุดๆ เพราะต้องอาศัยทั้งประสาทสัมผัสและจังหวะนิ้วที่รวดเร็วในการบรรเลง TGT 21 ทีม Bar Flair Man กับโชว์ชงและผสมเครื่องดื่มที่ทั้งกล้าและยากขึ้นกว่าเดิมจากรอบออดิชั่น TGT 22 ทีมรากแก้ว กับโชว์นาฏศิลป์ไทยร่วมสมัย ถ่ายทอดเรื่องราวของนิทานพื้นบ้านที่โด่งดังของชาวอีสานอย่าง ก่องข้าวน้อยฆ่าแม่ จะซาบซึ้งกินใจแค่ไหน ต้องติดตาม TGT 23 น้องเท็น ทายานันท์ กับโชว์กายกรรมห่วงผสานทักษะความอ่อนตัวของร่างกายและความกล้าของจิตใจที่แทบไม่น่าเชื่อเลยว่านี่คือโชว์ของเด็กวัยเพียงแค่ 10 ขวบ ปิดท้ายด้วย TGT 24 ทีมจักรพงษ์ กับโชว์ยิมนาสติกผสานกายกรรมแสนอ่อนช้อยงดงามที่พร้อมจะสะกดตาสะกดใจผู้ชมทั่วประเทศให้หยุดนิ่งและเพลิดเพลินไปกับทาเลนต์ของพวกเขา “นาทีนี้ชอบใคร เชียร์ใคร อย่านั่งดูอยู่เฉย ๆ เด็ดขาดนะครับ ถ้าอยากให้พวกเขาได้เข้าไปโชว์ความสามารถที่กล้าได้อีก ทำได้อีกในรอบไฟนอล ต้องโหวตอย่างเดียวเท่านั้นครับ!! เพราะชะตาของที่สุดแห่งไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ก็อยู่ในมือของพวกคุณเช่นกันครับ ง่าย ๆ เพียง พิมพ์ TGT ตามด้วยหมายเลขโชว์ที่คุณชื่นชอบแล้วส่ง SMS มาที่ 4838999 (ครั้งละ 3 บาท) หรือจะโหวตผ่านทางแอพพลิเคชั่นสแกนแอด (ScanAd) พร้อมรับคะแนนสะสมพิเศษ 1,000 แต้ม ในช่วงรายการออกอากาศ วันอาทิตย์ที่ 10 สิงหาคมนี้ เวลา 17.30-19.00 น.” ดี้ นิติพงษ์ ห่อนาค กรรมการพี่ใหญ่ของรายการที่ขึ้นชื่อว่าเฉียบและคมอย่างฝากถึงแฟน ๆ รายการ ใครจะอยู่ ใครจะไป ชะตาของเหล่า 6 ทาเลนต์ประจำวีคนี้อยู่ในมือคุณแล้ว! เตรียมโหวตให้กับที่สุดแห่งความกล้าไปพร้อมๆ กันใน ไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ ซีซั่น 4-4D: กล้าได้อีก ทำได้อีกกับเรโซนา วันอาทิตย์ที่ 10 ส.ค. นี้ เวลา 17.30-19.00 น. พร้อมร่วมลุ้นของรางวัลมากมายจากเรโซนาทั้งทริปดู F1 และช้อปฟรีที่ประเทศสิงคโปร์รวมมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 700,000 บาท! ง่าย ๆ เพียงโหลดแอพพลิเคชั่น สแกนแอด (ScanAd) ผ่านทางแอพสโตร์ (Appstore) หรือ เพลย์สโตร์ (Playstore) และเปิดแอพพลิเคชั่นทิ้งไว้ระหว่างชมรายการ รายละเอียดเพิ่มเติมทาง facebook.com/thailandsgottalent ย้อนหลัง ไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ 4 รอบ Semi-Final  ย้อนหลัง TGT 4 รอบ Semi-Final 3 บอล โยคะ แท็กทีม W4D ผ่านเข้ารอบสุดท้าย ไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ ซีซั่น 4 งวดเข้ามาทุกทีสำหรับการแข่งขัน รอบเซมิไฟนอลของรายการ ไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ ซีซั่น 4-4D: กล้าได้อีก ทำได้อีกกับเรโซนา ย้อนหลัง TGT 4 รอบ Semi-Final 2 ป้าชมพู่-ป้าทับทิม ควง Metro Groover เข้า Final ไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ ซีซั่น 4 ไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ ซีซั่น 4 สัปดาห์ที่สองของรอบ Semi-Final ป้าชมพู่-ป้าทับทิม อินเนอร์จัดเต็มโชว์ร้อง-เต้นโดนใจ ควงแก๊งบีบอยสเต็ปเทพ Metro Groover ลอยลำเข้ารอบ ย้อนหลัง TGT 4 รอบ Semi-Final 1 Wheelchair Dance – มนัชญา อาร์ยู เข้ารอบไฟนอล ไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ เป็นคู่แรก ไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ ซีซั่น 4 ประเดิมการแข่งขันรอบ Semi-Final Wheelchair Dance โชว์ลีลาบีบอยบนวีลแชร์ขั้นเทพ โกยคะแนนโหวตทะลุเป้า จับมือ “มนัชญา อาร์ยู”

ละครพราว , เรื่องย่อพราว
อั้ม พัชราภา /  เวียร์ ศุกลวัฒน์ / 

เรื่องย่อ ละคร พราวผลิตโดย บ.พอดีคำ เอนเทอร์เทนเมนต์ฯ พราว เป็นเรื่องราวของ พราว นางเอกสาวซุปตาร์ตัวแม่ของวงการบันเทิง เจ้าแม่อีเว้นท์ โฆษณา มีความสามารถด้านการแสดงสูงปรี๊ด กวาดรางวัลเพียบ พราวเป็นคนที่มั่นใจและเชื่อมั่นในตัวเองสูง แต่แอบเจ้าอารมณ์และเอาแต่ใจ มีจุดอ่อนที่ความขี้กลัวและกลัว ตาย มีเสนาหอยรับบทเป็นคู่หูคนสนิท ที่ถอดแบบคาแร็คเตอร์มาจาก เอ ศุภชัย แบบเป๊ะ ๆ ส่วนหนุ่ม เวียร์ ศุกลวัฒน์ รับบทเป็น สมชาย นายตำรวจมือปราบหนุ่มมากฝีมือของสำนักงานตำรวจ ที่ครอบครัวเชียร์ให้รักกับพราว ละคร พราว นำแสดงโดย เวียร์ ศุกลวัฒน์ ,อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ ,เอส กันตพงศ์,อานัส ฬาพานิช,หยก ธัญยกันต์,ส้ม ธัญสินี,บี มาติกา,ดวงดาว จารุจินดา,อังคณา วรรัตนาชัย,สุพรรษา เนื่องภิรมย์,สรารัตน์ หรุ่มเรืองวงษ์,เสนาหอย เกียรติศักดิ์ อุดมนาค ละคร พราว ละคร พราว ละคร พราว ละคร พราว ละคร พราว ละคร พราว

เปิดโผรายชื่อ12นักวอลเลย์บอลสาวลุยศึกเวิล์ดกรังด์ปรีซ์ 2014
วอลเลย์บอล /  วอลเลย์บอลหญิง / 

ความเคลื่อนไหวของทีมวอลเลย์บอลสาวไทย ก่อนการแข่งขันในศึกเวิลด์กรังด์ปรีซ์ 2014 ล่าสุด โค้ชยะ ณัฐพนธ์ ศรีสมุทรนาค สต๊าฟฟ์โค้ชทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ได้ประกาศรายชื่อผู้เล่น 12 คน ออกมาเรียบร้อยแล้ว โดยทีมชุดนี้ มี โสรยา พรมหล้า และ กรรณิการ์ ธิปะโชติ 2 ผู้เล่นจากอยุธยา เอทีซีซี ติดทีมมาด้วย ขณะที่ วรรณา บัวแก้ว และ พรพรรณ เกิดปราชญ์ ไม่มีชื่อในทีมชุดนี้ ขณะ ที่ตัวหลักคนอื่นๆ ก็อยู่กันครบ อาทิ วิลาวัณย์ อภิญญาพงษ์, นุศรา ต้อมคำ, ปิยะนุช แป้นน้อย, อรอุมา สิทธิรักษ์, ทัดดาว นึกแจ้ง, ปลื้มจิตร์ ถินขาว, หัตถยา บำรุงสุข, มลิกา กันทอง, ฐาปไพพรรณ ไชยศรี และ อัจฉราพร คงยศ อย่างไรก็ตามสำหรับรายชื่อนี้สามารถเปลี่ยนแปลงได้ หลังจากจบการแข่งขัน 2 สนามแรกโดยทีมชาติไทยจะออกเดินทางเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นสนามแรกของการแข่งขันในวันที่ 29 ก.ค.นี้และจะลงสนามนัดแรกเจอกับทีมชาติเกาหลีใต้ในวันที่1ส.ค.57

งูอนาคอนด้า Vs จระเข้ กัดรัดฟัดเหวี่ยงไฝ้วในหนองน้ำ
งูอนาคอนด้า /  Vs / 

งูอนาคอนด้า Vs จระเข้ กัดรัดฟัดเหวี่ยงไฝ้วในหนองน้ำ

ตร.เร่งล่าผู้ต้องหาหลายคดีหนีออกจากร.พ.ตร.
ผู้ต้องหาหนี /  ผู้ต้องหาหนีออกจากโรงพยาบาล / 

ตำรวจ สน.ปทุมวัน เร่งติดตามผู้ต้องหาหมายจับหลายคดี มาดำเนินคดี หลังหลบหนีออกจากห้องควบคุมตัว โรงพยาบาลตำรวจ พ.ต.อ.จารุต ศรุตจรพร ผกก.สน.ปทุมวัน เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงกรณีที่ นายบุญธรรม หรือ เปี๊ยก ทับทิมนาค อายุ 52 ปี ผู้ต้องหาคดีมีอาวุธปืน ยาเสพติด และมีหมายจับคดีพยายามฆ่าเจ้าพนักงานและหมายจับหลายคดี ถูกตำรวจ สน.จรเข้น้อย และ สภ.เปร็ง ร่วมกันจับกุม เมื่อวันที่ 25 ก.ค. 57 ขณะที่จับกุมได้ยิงต่อสู้เจ้าพนักงานและถูกเจ้าพนักงานยิงได้รับบาดเจ็บอยู่ระหว่างฝากขังของศาลจังหวัดมีนบุรี โดยควบคุมตัวอยู่ห้องควบคุม ร.พ.ตำรวจ และวันนี้ (14 ส.ค. 57) เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. ผู้ต้องหาดังกล่าวได้หลบหนีออกจากห้องควบคุมตัว โรงพยาบาลตำรวจ ทั้งนี้ พ.ต.อ.จารุต กล่าวอีกว่า ขณะนี้ทางตำรวจทราบแล้วว่า ผู้ต้องหาคนดังกล่าวไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหน แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากผู้ต้องหาอาจจะไหวตัวทัน ทั้งนี้ ทางตำรวจอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการติดตามจับกุมผู้ต้องหาคนดังกล่าว และจะนำตัวมาดำเนินคดีโดยเร็ว

กองสลากเลือก พล.ต.ฉลองรัฐ นั่งผอ.ใหม่
กองสลาก /  ข่าววันนี้ / 

มติบอร์ดกองสลากเลือกพล.ต.ฉลองรัฐ นาคอาทิตย์นั่งผอ.ใหม่ชงคสช.พรุ่งนี้ เล็งประชุมบอร์ดนัดแรกสางปัญหาค้างค้า ในวันที่ 22 ส.ค. นี้ การประชุมคณะกรรมการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อพิจารณารายชื่อผู้อำนวยการคนใหม่ วันนี้ (18 ส.ค. 57) ที่ประชุมได้มีมติเลือก พล.ต.ฉลองรัฐ นาคอาทิตย์ ให้ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยกองสลากคนใหม่ หลังได้รับเสียงโหวตจากบอร์ดบริหารมากสุด จากที่เสนอชื่อทั้งหมด 2 ราย คือ พล.ต.ฉลองรัฐ นาคอาทิตย์ และนายอิสระ วงศ์รุ่ง โดย นายสมชัย สัจจพงศ์ อธิบดีกรมศุลกากร ในฐานะประธานกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล และประธานในที่ประชุมเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ (19 ส.ค. 57) ทางคณะกรรมการจะเสนอรายชื่อผู้อำนวยการกองสลากคนใหม่ให้ คสช. พิจารณาต่อไป ซึ่งหากทาง คสช. รับรองแล้ว ในวันที่ 22 สิงหาคมนี้ จะมีการประชุมบอร์ดนัดแรก เพื่อพิจารณาวาระเร่งด่วนหลายเรื่องที่ค้างอยู่ตามนโยบายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อแก้ปัญหาสลากเกินราคา ด้วยการรื้อโควตา 43 ล้านฉบับ เพื่อนำมาจัดสรรให้กับรายย่อยที่ต้องการขายจริง และหากไม่เป็นไปตามกำหนด ก็จะยึดโควต้าคืนทันที MThai news

การบินไทยเตรียมแถลงมาตรการป้องกันอีโบลา
การบินไทย /  การบินไทยมีมาตรการป้องอีโบลา / 

การบินไทย เตรียมแถลงข่าวออกมาตรการป้องกันโรคไวรัสอีโบลา เพิ่มความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้บริการ ตามที่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้ออกมาตรการป้องกันโรคไวรัสอีโบลา โดยเพื่อเป็นการเพิ่มความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้บริการ ซึ่งบริษัทฯ จะมีการแถลงข่าว “มาตรการป้องกันโรคไวรัสอีโบลา” พร้อมนำสื่อมวลชน ถ่ายภาพขั้นตอนการทำความสะอาดและพ่นยาฆ่าเชื้อโรคภายในอากาศยาน ในเวลา 10.00 น. ณ ห้องออดิทอเรียม ชั้น 2 อาคาร T1 ฝ่ายช่างการบินไทย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยมี ร้อยตรีอนุสสรณ์ นาคศรีชุ่ม รักษาการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ หน่วยธุรกิจการบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เป็นประธานในการแถลงข่าว ทั้งนี้ สำหรับมาตรการป้องกันไวรัสอีโบลาของไทย ล่าสุด ทางกระทรวงสาธารณสุข ได้หารือและออกมาตรการเพื่อป้องกันไวรัสชนิดนี้ 2 มาตรการใหญ่ คือ 1.มาตรการการตรวจสอบ คัดกรอง ผู้ที่เสี่ยงจากพื้นที่ระบาดที่จะเข้ามาในประเทศ ในท่าอากาศยาน 5 แห่ง และท่าเรือ 17 แห่ง รวมทั้งในชุมชน 2.เตรียมรับสถานการณ์ภายในประเทศ เตรียมพร้อมสถานพยาบาล บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข รวมถึงห้องปฏิบัติการของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์อย่างไรก็ตาม มาตรการทั้ง 2 จะนำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการโรคอุบัติใหม่แห่งชาติ ในวันที่ 20 ส.ค. นี้ เพื่อพิจารณาเห็นชอบ