พญานาคสกลนคร

ขนลุก!! ทหารยังเผ่นเมื่อเจอเก้าอี้ผีสิงเลื่อนเองได้
ข่าววันนี้ /  ทหารวิ่งหนีเก้าอี้ผีสิง / 

ทหารยังเผ่นเมื่อเจอเก้าอี้ผีสิงเลื่อนเองได้  เมื่อวันที่ 6 ต.ค. กลายกระแสที่ผู้คนบนสังคมออนไลน์พากันแชร์และพูดถึงเป็นอย่างมาก สำหรับคลิป "เก้าอี้หลอนทหารวิ่งป่าราบ" โดยคลิปดังกล่าวมีควายาว 29 วินาที เป็นภาพจากกล้องวงจรปิดเผยให้เห็นถึงเหตุการณ์ที่ด้านหน้ากรมทหารแห่งหนึ่ง และปรากฏให้เห็นเจ้าหน้าที่ทหารนายหนึ่งกำลังถือปืนเฝ้าระวังในช่วงเวลาค่ำคืน แต่จู่ ๆสิ่งผิดปกติบางอย่างก็เกิดขึ้น เมื่อเก้าอี้ที่ตั้งอยู่ใกล้นายทหารสามารถขยับเขยื้อนเองได้ จนนายทหารดังกล่าวเริ่มเอะใจ จากนั้นก็ยังพยายามเพ่งมองไปที่เก้าอี้ แต่แล้วเก้าอี้ตัวเดิมก็เคลื่อนตัวมาที่ด้านหลังอย่างรวดเร็วคล้ายถูกดึงอย่างแรง ซึ่งในคลิปนั้นไม่ปรากฏร่างผู้ใดในคลิปเลยนอกจากนายทหารที่ยืนเข้าเวร จึงส่งผลทำให้ทหารตกใจ และรีบวิ่งหนีไปทันที ภายหลังคลิปถูกเผยแพร่ผู้คนต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นในมุมมองที่ต่างกัน บางก็เชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจเกิดจาก พลังงานจากสิ่งเร้นลับที่ลากเก้าอี้ไปมา ขณะที่อีกฝั่งหนึ่งกลับมองว่า น่าจะเป็นการแกล้งกันของเพื่อนทหารมากกว่า ขอบคุณคลิปจาก สมาชิกยูทูป กช พญายม น่ารักจริงๆ MThai News 

ฮือฮา!! พญานาคโผล่เล่นน้ำกลางแม่น้ำโขง มุกดาหาร แห่ตีเลขเด็ด
พญานาค /  พญานาคโผล่แม่น้ำโขง / 

 ฮือฮา!! พญานาคโผล่เล่นน้ำกลางแม่น้ำโขง มุกดาหาร ชาวบ้านแห่ตีเลขเด็ด วันที่  15 ต.ค. 2557   ได้รับแจ้งว่า ที่บ้านเหล่าล้อม ตำบล นาสีนวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ได้มีชาวบ้านเกือบ 200 คน ได้ทยอยมาจับจองที่ เพื่อต้องการดูพญานาคที่ชาวบ้านมีความเชื่อกันว่าเป็นพญานาคโผล่มาเล่นน้ำกลางแม่น้ำโขง โดยชาวบ้านได้นำเครื่องเซ่นไหว้ และจุดธูปไหว้ ที่เชื่อกันว่า เป็นพญานาค โผล่ขึ้นมาเล่นน้ำที่แม่น้ำโขง สร้างความฮือฮาเป็นอย่างมาก นาง บุ แข็งแรง อายุ 73 ปี บ้านเลขที่ 43 บ้านโนนศรี ตำบลนาสีนวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดหาร ได้เปิดเผยว่า ตนเองได้ทราบข่าวจากเพื่อนบ้านว่า มีพญานาคขึ้นที่บ้านเหล่าล้อม ตนเองจึงได้เดินทางมาดู พญานาค เพื่อสักการะเพื่อเป็นศิริมงคลให้กับตนเองและครอบครัว พอมาดูก็ได้พบพญานาค ลักษณะเป็นเกลียวคลื่นสีดำยาวประมาณ 7-8 เมตร จำนวน 3-4 ตัว ได้โผล่ขึ้น ลงเหนือผิวน้ำ จากนั้นชาวบ้านบรรดาคอหวยก็ได้มาจุดธูปกราบไหว้ ขอหวยกับพญานาค ที่เชื่อกันว่าท่านมาให้โชคลาภ ส่วนใหญ่จะตีกันเป็นเลขเด็ด 32 72 งวดวันที่ 16 ต.ค. นี้ ซึ่งก็ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาตรวจสอบดูหรือพิสูจน์ว่าเป็นตัวอะไรหรือปลาอยู่ในน้ำ ดังกล่าว ขอบคุณภาพแลพข้อมูลจาก สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร

'พาณิชย์' หั่นเป้าส่งออกเหลือโต 0.5-1% จากเดิม 3.5%
กระทรวงพาณิชย์ /  ข่าว / 

 พาณิชย์ เล็งหั่นเป้าส่งออกปีนี้เหลือโต 0.5-1% จากเดิมที่คาดโต 3.5% เหตุ ศก. ฟื้นตัวช้า ขณะที่ส่งออก ส.ค.57 ติดลบ 7.40.% นำเข้าติดลบ 14.17% เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน และเกินดุลการค้า 3 หมื่นล้านบาท นางนันทวัลย์ ศกุลตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จะมีการปรับลดเป้าการส่งออกในปีนี้ลง ภายหลังการประชุม และหารือกับนักวิชาการ ภาคเอกชน ทูตพาณิชย์ ในวันที่ 18 ต.ค.นี้ โดยเบื้องต้นคาดว่าจะอยู่ที่ 0.5-1% จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโตที่ 3.5% เนื่องจาก เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวช้า ทำให้ตลาดส่งออกหลักๆ ยังไม่ค่อยดีขึ้น ทั้งนี้การส่งออกเดือนส.ค.ที่ผ่านมา มีมูลค่า 18,943.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 6 แสนล้านบาท หดตัว 7.40% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และ 8 เดือนที่ผ่านมาของปีนี้ มีมูลค่า 150,543.9 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 4.8 ล้านล้านบาท ส่วนการนำเข้าเดือน ส.ค. 57 มีมูลค่า 17,797.1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 5.7 แสนล้านบาท หดตัว 14.17% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และ 8 เดือนที่ผ่านมาของปีนี้ มีมูลค่า 150,263.1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 4.7 ล้านล้านบาท ส่งผลให้ดุลการค้าระหว่างประเทศ เดือน ส.ค. 57 เกินดุลการค้ารวม 1,146.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 3 หมื่นล้านบาท และ 8 เดือนที่ผ่านมาของปีนี้ เกินดุลการค้ารวม 280 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 8,400 ล้านบาท MThai News

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

รวบแก๊งเงินกู้รายใหญ่เมืองระยอง ยึดกว่า10ล.
ของกลาง10ล้าน /  ระยอง / 

ผบช.ภ.2 แถลงข่าวรวบแก๊งเงินกู้รายใหญ่เมืองระยอง ยึดของกลางกว่า 10 ล้านบาท ที่กองบังคับการตำรวจภูธร จ.ระยอง พล.ต.ท.ธเนตร์ พิณเมืองงาม ผบช.ภ.2 แถลงข่าวจับกุม นางนิตยา ไชยปัญญา อายุ 36 ปี ชาว จ.ปทุมธานี นายอำพรศักดิ์ แจ่มผล อายุ 33 ปี ชาว จ.อุทัยธานี นายประสิทธิ นพรัตน์ อายุ 36 ปี ชาว จ.ชัยนาท นายเอกราช กมลเวช อายุ 28 ปี ชาว จ.ปทุมธานี นายสุทัศน์ ใจกล้า อายุ 39 ปี ชาว จ.นครราชสีมา นายอาทิตย์พงษ์ เพ็งหนู อายุ 33 ปี ชาว จ.ชัยนาท นายสันทัด ทองเพ็ง อายุ 31 ปี ชาว จ.ชัยนาท นายทวีศักดิ์ พวงทอง อายุ 33 ปี ชาว จ.อุทัยธานี นายแสนศักดิ์ เกาะกลาง อายุ 29 ปี ชาว จ.นครสวรรค์ นายคำวรร สืบเสนาะ อายุ 32 ปี ชาว จ.อุบลราชธานี นายวิทูลย์ จันทร์ศรี อายุ 31 ปี ชาว จ.อุทัยธานี นายกิตติศักดิ์ ทองพูล อายุ 29 ปี ชาว จ.อุทัยธานี นายทโนทัย โสภณศักดิ์ อายุ 30 ปี ชาว จ.อุทัยธานี และนายอุทัย คันทะชิต อายุ 39 ปี ชาว จ.สกลนคร พร้อมด้วยของกลางบัญชีสิ่งของทั้งหมด 27 รายการ เอกสารจำนวน 2 แผ่น บัญชีกลาง 10 รายการ บัญชีตรวจยึดโทรศัพท์ 14 รายการ บัญชีตรวจยึดรถยนต์ รถจักรยานยนต์ 10 รายการ เงินสดจำนวน 100,000 บาท โทรศัพท์มือถือจำนวน 23 เครื่อง ไอแพด 1 เครื่อง สมุดบัญชีธนาคารต่าง ๆ กว่าสิบเล่ม เล่มทะเบียนรถยนต์และแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์กว่าสิบรายการ เครื่องคิดเลข 6 เครื่อง รถยนต์กระบะ 6 คัน รถยนต์เก๋ง 2 คัน รถจักรยานยนต์ 2 คัน บัญชีหมุนเวียนเงินกู้รายวันจำนวน 10 กว่าล้านบาท

เปลืองงบ! สนช.สั่งยุบโครงการรัฐสภาจังหวัด
ประะานสนช. /  พรเพชร วิชิตชลชัย / 

มติที่ประชุมสนช.สั่งยุบสำนักงานรัฐสภาจังหวัด ระบุสิ้นเปลืองงบประมาณและบุคลากร ภาระงานซ้ำซ้อน เผยเตรียมประชุมวิปสนช.หารือคัด กมธ.ยกร่างรธน.พรุ่งนี้ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. กล่าวหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายรัฐสภาว่า พรเพชร วิชิตชลชัย ที่ประชุมมีมติให้ยุบโครงการรัฐสภา 6 จังหวัดนำร่อง เนื่องจากผลการตรวจสอบการทำงานพบว่า ไม่คุ้มค่าทั้งงบประมาณและบุคลากร เพราะมีภาระงานซ้ำซ้อนกับส่วนกลาง ทั้งนี้ ให้บุคลากรที่ประจำใน 6 จังหวัด กลับมาปฏิบัติงานที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรส่วนกลางเดิม นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติเรื่องการแต่งตั้งเลขาธิการสปช. ผู้ช่วยเลขาธิการสปช. ที่ปรึกษาชำนาญการ และผู้ช่วยที่ปรึกษา ว่าจะต้องใช้หลักเกณฑ์เดียวกันกับสนช. ส่วนผู้ช่วยสมาชิก สปช.แต่ละคน ที่ประชุมมีมติให้ สมาชิก สปช.แต่ละคนจะต้องมีผู้ช่วยอย่างน้อย 1 คนมาจากกลุ่มบุคคลที่สมัครเข้าร่วมการปฏิรูปกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง ส่วนการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ วิปสนช.ในวันพรุ่งนี้ (14 ต.ค.) จะมีการหารือถึงคุณสมบัติผู้ที่จะไปทำหน้าที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งในเบื้องต้นนายพรเพชรกล่าวว่าจะต้องเป็นคนขยัน เพราะต้องทำงานควบ 2 ตำแหน่ง ส่วนเรื่องสำนวนถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้น นายพรเพชร ระบุว่า ในขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ ส่วนบรรยากาศการรายงานตัวของสมาชิก สปช.ในช่วงเช้า นายเทียนฉาย กีระนันทน์ สมาชิก สปช. ลำดับที่ 93 เดินทางมารายงานตัว โดยได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนที่มารอเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นหนึ่งในบุคคลที่มีรายชื่อในการนั่งเป็นประธาน สปช. โดยสมาชิกสปช. คนอื่นๆได้เข้ามารายงานตัวอย่างต่อเนื่อง อาทิ นายนิพนธ์ นาคสมภพ สมาชิก สปช. ลำดับที่ 113, นายทองฉัตร หงศ์ลดารมภ์ สมาชิก สปช. ลำดับที่ 87, นางพันธุ์ทิพย์ สายสุนทร สมาชิก สปช. ลำดับที่ 155 และ นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิก สปช. ลำดับที่ 157 โดยรวม 6 วัน มีมารายงานตัวแล้ว จำนวน 226 คน จากทั้งหมด 250 คน เหลือผู้ที่ยังไม่ได้มารายงานตัว จำนวน 24 คน MThai News

โรเบิร์ต ดาวนี่ย์ จูเนียร์ สมทบ Captain American 3 เนื้อเรื่องอิงสงครามซูเปอร์ฮีโร่ Civil War
Captain America 3 /  Civil War / 

ขณะที่ดีซีจะจับให้ซูเปอร์แมนกับแบทแมนมาปะทะกันใน Batman v Superman: Dawn of Justice ที่จะออกฉาย มี.ค. 2016 มาร์เวลก็ดูเหมือนจะไม่น้อยหน้าและจะต้องเกิดความเปรียบเทียบกันแน่ๆ เมื่อหนังฉาย เพราะ Captain America 3 จะมีโรเบิร์ต ดาวนี่ย์ จูเนียร์ จะมาสมทบในเนื้อหาที่จะเป็นการให้ไอร์ออนแมนปะทะกับกัปตันอเมริกา ตามรายงานจากวาไรตี้ ในรายงานบอกว่าดาวนี่ย์อยู่ระหว่างเจรจาขั้นตอนสุดท้ายเพื่อมาสมทบในหนัง Captain America 3 ด้วยเนื้อเรื่องที่จะอิงจากคอมมิคชุด Civil War ซึ่งวางจำหน่ายระหว่างปี 2006-2007 โดยคาดหวังให้หนังเป็นการปูทางสู่เฟสใหม่ของจักรวาลโลกภาพยนตร์ของมาร์เวล หนังจะเปิดกล้องต้นปี 2015 เพื่อออกฉาย พ.ค. 2016 ในฉบับคอมมิค หรือฉบับหนังสือการ์ตูนนั้น ไอร์ออนแมน กับ กัปตันอเมริกา ต้องอยู่กันคงละฝ่าย เนื่องจากความเห็นขัดแย้งกันเรื่องกฎหมายลงทะเบียนซูเปอร์ฮีโร่ (Superhero Registration Act) ที่กำหนดให้ผู้ที่มีพลังพิเศษเหนือมนุษย์ทั้งหลายต้องเปิดเผยตัวตนแท้จริงออกมาแก่รัฐบาลสหรัฐ และทำหน้าที่คล้ายเป็นหน่วยตำรวจให้กับทางการ โทนี่ สตาร์ก สนับสนุนกฎหมายดังกล่าว แต่สตีฟ โรเจอร์ส ไม่เห็นด้วย เพราะเห็นว่าเป็นการล่วงละเมิดสิทธิพลเมือง ผลก็คือทำให้โรเจอร์สกับเหล่าซูเปอร์ฮีโร่อีกหลายคนต้องหนีการถูกจับกุม ทำให้สตาร์กต้องรับบทคล้ายกับเป็นตัวร้ายของเรื่องราว และเหตุการณ์ที่ตามมาก็น่าจะทำให้เกิดเรื่องราวสะเทือนใจอันเข้มข้นที่จะนำสู่ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่เรื่องอื่นๆ ของมาร์เวลในอนาคต มาร์เวลคอมมิคชุด Civil War รายงานบอกเสริมอีกว่าทีแรกมาร์เวลแค่ต้องการให้ดาวนี่ย์มารับบทรับเชิญไม่มากใน Captain American 3 ใช้เวลาถ่ายทำเพียง 3 สัปดาห์ แต่ดาวนี่ย์ได้ยื่นเงื่อนไขว่าเขาอยากให้สตาร์กมีบทบาทกับโครงเรื่องมากกว่านั้น ซึ่งจะทำให้เขามีฉากในหนังมากขึ้น และได้ค่าจ้างมากขึ้นตามไปด้วย เป็นผลให้ ไอค์ เพิร์ลมัตเตอร์ ประธานของมาร์เวล เอ็นเตอร์เทนเมนท์ โกรธ และให้ทีมเขียนบทแก้บทใหม่ให้เอาไอร์ออนแมนออกไปจากบททั้งหมดเลย มาร์เวลคอมมิคชุด Civil War อย่างไรก็ดี เควิน ไฟกี ประธานของมาร์เวลสตูดิโอ กับตัวแทนของดาวนี่ย์ได้เจรจากันนอกรอบอยู่เรื่อยๆ เพื่อหาทางแก้ไขปัญหา แล้วไฟกีก็ใช้เหตุผลเกลี้ยกล่อมให้ผู้บริหารของเขามองเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นที่จะส่งผลต่ออนาคตตัวละครของมาร์เวลไปอีกอย่างน้อย 7 ปี ข้างหน้า โดยให้กิจารณาถึงเนื้อเรื่องชุด Civil War ที่จะเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเรื่องราวของหนังชุดใหม่ๆ ตามมา ไม่ว่าจะเป็นผลจากการกระทำของรัฐบาลและโทนี่ สตาร์ก ที่จะกระทบต่อเนื้อเรื่อง Avengers 4 และยิ่งกว่านั้นก็จะทำให้มีการรวมเหล่าของตัวละครใหม่ ไม่ว่าจะเป็น Ant-Man หรือ Dr. Strange เป็นต้น ในแง่ของค่าตัว ดาวนี่ย์จะได้รับค่าจ้าง 40 ล้านเหรียญ ในการมาร่วมงานใน Captain America 3 และหากหนังทำรายได้สูงกว่า Captain America: The Winter Soldier ที่ทำเงินทั่วโลก 714 ล้านเหรียญสหรัฐ เขาก็จะได้เงินพิเศษเพิ่มเข้ามาอีก เพราะถือว่าหากหนังประสบความสำเร็จทางรายได้มากกว่าก็มาจากตัวเขาส่วนหนึ่ง ขณะที่มาร์เวลยังไม่ยืนยันข่าวนี้ของวาไรตี้ พวกเขาได้ประกาศเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาตามเวลาของสหรัฐว่าจะยกเครื่องใหม่ให้หนังสือการ์ตูนตอน Civil War เพื่อนำพาผู้อ่านเข้าสู่หนัง Captain America 3 ซึ่งถือเป็นการนำตัวละครซูเปอร์ฮีโร่ต่างๆ ข้ามมาเจอกันมากที่สุดนับจากปี 2006 ที่มา: JEDIYUTH ---------------------

จอห์น วอล์คเกอร์ นักเคมีผู้คิดค้นไม้ขีดไฟ
จอห์น วอล์คเกอร์ /  ประวัติ / 

เรื่องน่ารู้ในวันนี้เราจะมาติดตามความคิดและประวัติความเป็นมาของจอห์น วอล์คเกอร์กันว่า เค้าทำอย่างไร กว่าจะมาเป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับจุดไฟ บนแท่งไม้อันเล็กๆ หรือที่เราเรียกว่า "ไม้ขีดไฟ" และรวมไปถึงที่มาของไม้ขีดไฟในประเทศไทยเราด้วย งั้นไม่รอช้าไปติดตามเรื่องราวพร้อมๆ กันเลยค่ะ...จอห์น วอล์คเกอร์ นักเคมีผู้คิดค้นไม้ขีดไฟ  จอห์น วอล์คเกอร์ นักเคมีผู้คิดค้นไม้ขีดไฟ จุดเริ่มต้นของ "ไม้ขีดไฟ" นี้ ถูกคิดค้นขึ้นโดยความบังเอิญของจอห์น วอล์กเกอร์ นักเคมีและเภสัชกรชาวอังกฤษในระหว่างที่เขาทำการทดลองก็พบว่าเมื่อขีดปลายไม้ที่เคลือบด้วยสารโพแทสเซียมคลอเรตผสมกับแอนติโมนัซัลไฟด์ลงบนวัตถุ จะทำให้ติดไฟได้ วอล์กเกอร์จึงทำไม้ขีดไฟออกวางขายเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1827 โดยบรรจุขายเป็นกล่องและมีกระดาษทรายสำหรับขีดเพื่อจุดไฟ แต่ไม้ขีดไฟวอล์กเกอร์ยังมีปัญหาตรงที่ เมื่อไม้ขีดไฟในกล่องเสียดสีกันเอง ก็จะติดไฟขึ้น ซึ่งไม้ขีดไฟที่ผลิตขึ้นแรกๆ นี้จะเป็นแบบที่ใช้ขีดกับวัตถุอะไรก็ได้ เหมือนที่เราเห็นในหนังว่า พวกคาวบอยมักจุดไฟโดยเอาไม้ขีดมาขีดกับรองเท้า จึงไม่ปลอดภัย ในปี ค.ศ. 1831 ประเทศฝรั่งเศส ชาร์ลส์ โซเรีย ใช้ฟอสฟอรัสขาวเป็นส่วนผสมในหัวไม้ขีดไฟ และมีการผลิตไม้ขีดไฟอย่างแพร่หลาย แต่พบว่าฟอสฟอรัสขาวมีพิษร้ายแรงทำให้คนงานในโรงงานผลิตไม้ขีดไฟเจ็บป่วยและเสียชีวิตด้วยโรคที่เรียกกันว่า phossy jaw หลังจากนั้นก็มีการผลิตไม้ขีดไฟที่มีความปลอดภัยมากขึ้น โดยใช้ฟอสฟอรัสแดงที่ไม่เป็นพิษ และไม่มีปัญหาเรื่องการติดไฟขึ้นเอง เพราะมีการแยกส่วนผสมที่ทำให้ไฟติดไว้ที่หัวไม้ขีดและแถบสำหรับขีดที่ข้างกล่อง เวลาจุดไฟจะต้องใช้ไม้ขีดลงบนแถบที่อยู่ข้างกล่องเท่านั้น ไฟจึงจะติดได้ และสำหรับวัสดุอื่นๆ อีกที่สามารถใช้เป็นก้านไม่ขีดไฟได้เช่น ด้ายเคลือบขี้ผึ้ง และกระดาษแข็งเคลือบขี้ผึ้ง แต่วัสดุที่ใช้ทำก้านไม้ขีดได้ดีที่สุดก็คือไม้ ลักษณะไม้ซึ่งเหมาะสำหรับทำก้านไม้ขีดควรจะเป็นไม้สีขาว ไม่มีกลิ่น เนื้อไม้ไม่แข็งหรืออ่อนเกินไป นิยมใช้ไม้มะยมป่า ไม้มะกอก ไม้อ้อยช้าง ไม้ปออกแตก เป็นต้น ก่อนจุ่มทำหัวไม้ขีดจะต้องเอาปลายก้านไม้ขีดที่จะติดหัวนั้นไปจุ่มขี้ผึ้งพาราฟินก่อน หากเนื้อไม้แข็งเกินไปก็จะไม่ดูดซึมพาราฟิน พาราฟินจะเป็นตัวส่งผ่านจากหัวไม้ขีดไปสู่ก้านไม้ขีด หากไม่มีพาราฟิน เมื่อไฟติดก็จะดับในทันที และหากเนื้อของไม้อ่อนจนเกินไปก้านไม้ขีดก็จะไม่คงรูปเป็นก้านตรงได้ซึ่งไม้ขีดไฟแบบนี้ก็ได้พัฒนามาเป็นไม้ขีดไฟในปัจจุบัน สำหรับไม้ขีดไฟในประเทศไทย สมัยแรกจะเป็นการนำเข้าไม้ขีดไฟจากสวีเดนและญี่ปุ่นมาใช้ โดยของญี่ปุ่นนั้นมักจะมีตราภาพวาดต่างๆ บนฉลากไม้ขีดไฟเรียกว่า หน้าไม้ขีดไฟ ทำให้มีนักสะสมชอบเก็บรวบรวมหน้าไม้ขีดไฟเป็นจำนวนมาก ต่อมาช่วงสมัยรัชกาลที่ 7 คนไทยสามารถริเริ่มผลิตไม้ขีดไฟเองได้ จนมีโรงงานไม้ขีดไฟของเมืองไทยในยุคนั้น ได้แก่ บริษัทมิ่นแซจำกัด ผลิตตรานกแก้ว ตรารถกูบ บริษัทตังอาจำกัด ผลิตตรามิกกี้เม้าส์ ตราแมวเฟลิกซ์ บริษัทไทยไฟ ผลิตตรา 24 มิถุนา เป็นรูปพระที่นั่งอนันตสมาคม ซึ่งเป็นของที่ระลึกในการเปลี่ยนแปลงการปกครอง มาเป็นระบอบประชาธิปไตย บริษัทเอเซียไม้ขีดไฟจำกัด ผลิตชุด ก.ไก่ ข.ไข่ บริษัทสยามแมตซ์แฟ็กตอรี่ ภายหลังเปลี่ยนมาเป็นบริษัทไม้ขีดไฟไทย ผลิตตราธงไตรรงค์ ตราพระยานาค เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ข้อมูลและภาพ : วิกิพีเดีย, atcloud.com, flagfrog.com

พิชญ์ เสียความรู้สึกRS สั่งถอนตัวละครไทยรัฐ-กันตนา!
พิชญ์ กาไชย /  พิชญ์ ซีควินท์ / 

เพิ่งได้ฤกษ์บวงสรวงกันไปเมื่อเดือนก่อน สำหรับซีรี่ส์ดังเรื่อง ยัยเป็ดขี้เหร่ Ugly Betty Thailand ละครเรื่องแรกของ ไทยรัฐทีวี โดยได้ กันตนาโมชั่นพิคเจอร์ เป็นผู้ดำเนินการผลิต ล่าสุดพระเอกของเรื่องอย่าง พิชญ์ กาไชย ออกมาแถลงข่าวขอโทษทางไทยรัฐและกันตนา เหตุถอนตัวละครกะทันหันทำให้มีการเปลี่ยนตัวพระเอก เจ้าตัวชี้แจงว่า ต้นสังกัดอย่าง RS ไม่อนุญาตให้เล่น เพราะยังเหลือสัญญากับทาง RS อยู่ ยอมรับเสียความรู้สึกที่ยังเหลือสัญญาแต่ไม่ป้อนงานให้ โดยเรื่องทั้งหมดยังคงรอเคลียร์กับทางผู้ใหญ่อีกที!! "วันที่เราได้บวงสรวง Ugly Betty ทางไทยรัฐและกันตนาเป็นผู้ผลิต แต่วันนี้เกิดการเปลี่ยนตัวนิดหน่อย วันนี้ผมเลยมาบอกอีกทีว่าตอนนี้ผมไม่ได้เล่นแล้ว ต้องขอโทษทุกฝ่ายทั้งกันตนา ไทยรัฐและผู้ใหญ่หลายคนที่ผมทำให้เสียเวลา ปัญหาที่เกิดขึ้นผมไม่ทราบ เรื่องมันคงเกิดตั้งแต่เริ่ม คือผมอยู่ RS มา 7-8 ปีอย่างที่ทราบกันดี หลังๆ มานี้ 5-6 เดือนผมยังไม่มีงาน แต่ผมยังมีภาระอยู่ พอไทยรัฐติดต่อมาเราก็ยังไม่ได้คิดอะไร เพราะ RS จะเป็นคนหางานรับงานให้เราอยู่ตลอด คือเราไม่เคยรับงานเอง บังเอิญทางไทยรัฐติดต่อมาให้ไปแคส เราก็ว่างๆ อยู่ก็อยากจะลองฝึกฝีมือไปลองแคสดู" "สุดท้ายเราได้ขึ้นมา เราก็คิดว่า RS กับไทยรัฐน่าจะเป็นพันธมิตรที่ดีเพราะเป็นองค์กรใหญ่ทั้งคู่ เค้าคงจะยินดีด้วยกัน เพราะที่ผมได้รับงานนี้เป็นพระเอกด้วยก็น่าจะสร้างมูลค่าให้กับตัวเองด้วย และเป็นแบรนด์มูลค่าซึ่งกันและกันด้วย เราก็ไม่นึกว่าจะมีปัญหาอะไร ผมก็ติดต่อไปทาง RS ว่าจะไปคุยเรื่องนี้ แต่ยังไม่ได้รับการติดต่อมาว่าขอคุยได้มั้ย แล้วมันต้องบวงสรวงแล้ว พอบวงสรวงเสร็จก็คงมีผู้ใหญ่ติดต่อไปทางกันตนาว่าเรายังมีสัญญาอยู่ บอกว่าไม่ได้ให้เล่น แต่รายละเอียดตรงนั้นผมไม่ทราบเพราะเกินส่วนที่ผมรับผิดชอบแล้ว แต่พอทราบว่าเค้ามีการส่งเด็กคนอื่นไปแคสแทนเรา ณ ตอนนั้นผมไม่รู้เรื่องไรแล้ว เค้าบอกว่า RS ไม่ให้เล่นนะ เค้าบอกว่าเราไม่ได้บอกเค้า ก็เลยเป็นการทำโทษเราหรือเปล่า ก็พยายามจะคุยนะครับ ใครนัดได้ก็อยากเข้าไปคุยเหมือนกัน" "ก่อนหน้านี้ผมได้ขอโทษทางกันตนากับไทยรัฐอยู่แล้วครับ ต่อให้ผมไม่ได้ร่วมงานกันแต่อย่างน้อยช่วงเวลานึงทำให้ผมได้รู้จักทีมงานดีๆ ผมได้คุยกับเค้า เค้าก็พยายามจะคุยให้ ยอมรับว่าก็เสียความรู้สึกนิดนึงแหละครับ เราก็รู้สึกว่าเราเป็นเด็ก จะไปว่าผู้ใหญ่ไม่ได้ ทำไรไม่ได้หรอกครับ แต่เราก็มีภาระในการดูแลค่าใช้จ่ายต่างๆ ถามว่าเสียดายมั้ยก็เสียดาย เสียใจมั้ยก็เสียใจ แต่มันอาจจะไม่ได้เป็นเรื่องที่ผมจะต้องเล่น ตอนนี้ยังไม่มีการฟ้องร้อง เรื่องสัญญาผมไม่ค่อยรู้ จะเป็นแม่ที่ดูแลให้ ทางไทยรัฐกับกันตนาคงไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหาย แต่กับทาง RS ยังไม่ทราบเลยครับ ลองพยายามถามเค้าอยู่แต่ก็ยังไม่ได้รับการติดต่อกลับ" "ตอนนี้สัญญากับทาง RS น่าจะเหลือ 2 ปีครับ เพราะผมเซ็นต์ไว้นานแล้ว ฉบับเก่าเพิ่งหมดก็เลยมาฉบับนี้ ตอนนี้ก็คงให้เป็นไปตามระบบเดิมก่อน เพราะตอนนี้ยังไม่มีใครติดต่องานอะไรเลย ผมยังงงๆ สถานะตัวเองอยู่ด้วยครับ กลัวจะโดนดองงานมั้ย อันนี้เราไม่ได้กลัว แต่เราอยู่ตรงนี้มานานก็พอรู้ว่าธรรมเนียมเป็นยังไงเกิดอะไรขึ้นบ้าง เรื่องขอสัญญาคืนก็อยากจะคุยกับผู้ใหญ่ก่อนดีกว่า มาไกล่เกลี่ยกันว่าเป็นยังไงบ้าง ผมอยากเข้าไปคุยนะครับถ้าใครนัดได้ก็อยากเข้า ที่ต้นสังกัดส่งเด็กคนอื่นมาแคสแทน อันนั้นผมไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองเป็นลูกรักหรือไม่เป็นลูกรัก ผมมีหน้าที่ทำงาน มีหน้าที่ร้องเพลงตามที่เค้าสั่งมา นับตั้งแต่เซ็นต์สัญญาฉบับใหม่ก็ยังไม่ได้รับงานอะไรจากต้นสังกัดเลยครับ ที่เราไม่ถูกป้อนงานก็ไม่ทราบว่าเพราะอะไร อาจจะเป็นการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในค่าย ในช่อง เราก็ไม่ค่อยทราบเรื่องตรงนั้น แต่เด็กในสังกัดมีอีกเยอะครับ ทุกคนก็ต้องเป็นแบบผม ทุกคนก็หางานอีกเยอะครับ" "ก่อนหน้านี้เรากับ RS ไม่เคยมีปัญหาเลย หลังจากนี้ถ้ามีละครติดต่อมาก็คงต้องปรึกษาผู้ใหญ่ก่อน แต่ผมไม่แน่ใจว่าถ้าบอกก่อนแล้วจะอนุญาตมั้ย เพราะนโยบายเหมือนเปลี่ยนได้อยู่เรื่อยๆ ครับ ช่วงนี้อาจจะให้ ช่วงนี้อาจจะไม่ให้ ผมก็ไม่อยากจะพูดว่าปิดกั้นโอกาสในการรับงานของเรา จริงๆ ผลกระทบไม่มีเลย แต่มันเป็นเรื่องความรู้สึกมากกว่า เพราะเราอยู่กันมา 7-8 ปีเนอะ หวังว่ามีอะไรดีๆ ก็แลกเปลี่ยนกัน ณ ตอนนี้สถานะก็ยังมีสัญญาอยู่ ที่ผ่านมาใน RS ก็ไม่ค่อยมีการเล่นข้ามค่ายอยู่แล้วส่วนใหญ่ เรื่องจะฉีกสัญญาหรือเปล่า ตอนนี้ต้องให้ผู้ใหญ่คุยกัน ผมยังไงก็ได้แล้วครับ" พิชญ์ กล่าว พิชญ์ กาไชย พิชญ์ กาไชย พิชญ์ กาไชย พิชญ์ กาไชย พระ-นาง ละครยัยเป็ดขี้เหร่ Ugly Betty Thailand พระ-นาง ละครยัยเป็ดขี้เหร่ Ugly Betty Thailand

The Voice ซีซั่น 3 ประเดิมรอบแบทเทิล เข้มข้น
Battle /  Steal / 

The Voice ซีซั่น 3 เดินทางมาถึงสัปดาห์แรกของการแข่งขัน ในรอบ Battle แล้ว แค่เทปแรก ก็เข้มข้นเกินคาด เพราะ 4 โค้ช ที่โชว์พลังทุ่ม “ติวเทคนิค” มากับมือ แต่สุดท้ายต้องกลายเป็นคน “ตัดเชือก!” เลือกลูกทีมออกด้วยตัวเอง ด้วยความลำบากใจ รักพี่ เสียดายน้อง ต้องวิงวอนเพื่อนโค้ชช่วย Steal กลับไป เดอะวอยซ์ เสียงจริง ตัวจริง ซีซั่น 3 Presented by TrueMove H สัปดาห์แรกของ รอบแบทเทิล (Battle) หลังจากที่สู้กันด้วยเสียงร้อง จากรอบ Blind Audition จนชนะใจ 4 โค้ช มาแล้ว ในรอบแบทเทิลสัปดาห์นี้แต่ละโค้ช นำโดย โค้ชก้อง สหรัถ, โค้ชเจนนิเฟอร์ คิ้ม, โค้ชโจอี้ บอย และ โค้ชแสตมป์ อภิวัชร์ ก็งัดวิชามาติวเข้มลูกทีมเต็มเหนี่ยว ดึงศักยภาพการร้องเพลงและถ่ายทอดเทคนิคลีลา เพื่อให้ลูกทีมมาปะทะกันอย่างสมศักดิ์ศรี ใครดีกว่า เจ๋งกว่า โค้ชเท่านั้นเป็นผู้ตัดสินให้อยู่ต่อ!! ยังดีที่มียาสมานแผล จากกติกาการ Steal มาช่วยให้ “ตัวจริง” ที่แม้จะเป็นฝ่ายพ่ายในเกมยังมีพื้นที่ยืนในรายการได้ต่อไป ประเดิมรอบแบทเทิลสัปดาห์นี้ก็สร้างความหนักใจให้กับโค้ชอย่างหนัก จับตาดูไฮไลท์ที่ทุกคนแทบหยุดหายใจ เมื่อ โค้ชโจอี้ บอย คว้า จิมมี่-สุรชัย หนุ่มมุกดาหารที่มีเสียงสูงเป็นอาวุธ จับคู่ปะทะเดือดกับสาวไทยหน้าฝรั่งพลังสูง อิงกฤต วิทซานี่ ในเพลง “สุดใจ” ที่ทั้งคู่ต่างงัดกลเม็ดทางน้ำเสียง มาร่วมกันโชว์จนแทบอยากให้เจ้าของเพลงอย่าง “พี่ปู-พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์” มานั่งดูด้วยตัวเองให้เห็นกะตา!! ส่วนศิษย์ “โค้ชแสตมป์” หนุ่มอาร์แอนด์บีจากสกลนคร ฟาร์ม ปณิธาน และ โอม นวพล มาดวลกันในเพลง “รักแรกพบ” งานนี้ หนุ่มฟาร์ม เอ่ยปากถามโค้ชซื่อๆ ระหว่างซ้อมว่า “ผมต้องสู้เหรอครับ” เห็นทีต้องโด้บกำลังใจอย่างด่วน!!! และเมื่อผลการตัดสินออกมา ยิ่งเร้าใจ...โค้ชจะอาลัยอาวรณ์ ผู้พ่ายเกมแค่ไหน และที่สำคัญจะโดน Steal หรือไม่?? The Voice Thailand รอบ Battle - เอ้ VS พัด จากทีม โค้ชแสตมป์ เพลง ไม่รักดี ผู้ที่ผ่านเข้ารอบ Knock Out ได้แก่ เอ้ The Voice Thailand รอบ Battle - เบียร์ VS บอส จากทีม โค้ชเจนนิเฟอร์ คิ้ม เพลง เธอ ผู้ที่ผ่านเข้ารอบ Knock Out ได้แก่ บอส และจากการกด Steal โดย โค้ช โจอี้ บอย ทำให้ เบียร์ ผ่านเข้ารอบ Knock Out The Voice Thailand รอบ Battle - เคท VS จอห์นนิเฟอร์ จากทีม โค้ชโจอี้ บอย เพลง Love Never Felt So Good ผู้ที่ผ่านเข้ารอบ Knock Out ได้แก่ จอห์นนิเฟอร์ The Voice Thailand รอบ Battle - ฟาร์ม VS โอม จากทีม โค้ชแสตมป์ เพลง รักแรกพบ ผู้ที่ผ่านเข้ารอบ Knock Out ได้แก่ ฟาร์ม The Voice Thailand รอบ Battle - จอห์น VS บาส จากทีม โค้ชก้อง เพลง ม้าเหล็ก ผู้ที่ผ่านเข้ารอบ Knock Out ได้แก่ จอห์น The Voice Thailand รอบ Battle - จิมมี่ VS อิงกฤต จากทีม โค้ชโจอี้ บอย เพลง สุดใจ ผู้ที่ผ่านเข้ารอบ Knock Out ได้แก่ อิงกฤต และจากการกด Steal โดย โค้ช เจนนิเฟอร์ คิ้ม ทำให้ จิมมี่ ผ่านเข้ารอบ Knock Out สรุปการแข่งขัน สัปดาห์แรกของรอบ Battle โค้ชก้อง : จอห์น โค้ชโจอี้ บอย : จอห์นนิเฟอร์,อิงกฤต,เบียร์ (Steal) โค้ชเจนนิเฟอร์ คิ้ม : บอส,จิมมี่ (Steal) โค้ชแสตมป์ : เอ้,ฟาร์ม ติดตามชม เดอะวอยซ์ เสียงจริง ตัวจริง ซีซั่น 3 ทุกวันอาทิตย์ เวลา 17.15 น. ทางช่อง 3 และช่อง 3 HD (ช่อง 33 และ ช่อง 43) และสามารถรับชมรายการย้อนหลังได้ทางช่อง True Music ทุกวันอังคารเวลา 20.00 น.

หนุ่มเมาซิ่งกระบะแหกโค้งชนจยย. ดับ 4 ศพ
ดับ4ศพ /  รถกระบะชนมอเตอร์ไซค์ / 

หนุ่มเมาซิ่งกระบะ เสียหลักแหกโค้ง ชนรถจักรยานยนต์ 2 คัน กลางเมืองเพชรบูรณ์ มีผู้เสียชีวิต 4 ราย ร.ต.ท. สุภัคสิทธิ์ บัวบุตร ร้อยเวร สภ.เมืองเพชรบูรณ์ รับแจ้งว่า เกิดอุบัติเหตุรถปิกอัพ ทะเบียน บล-1663 เพชรบูรณ์ แหกโค้งชนรถจักรยานยนต์ บริเวณถนนบูรกรรมโกวิท เขตเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ เมื่อช่วงดึกของคืนที่ผ่านมา (02.30 น.วันที่ 16 ต.ค.) เป็นเหตุให้เสียชีวิตจำนวน 4 คน และเมื่อเดินทางไปตรวจสอบพบผู้ตายชื่อ นายรัชพล คำวิเศษ อายุ 16 ปี, นายธนพล ลุนไธสง อายุ 18 ปี, น.ส.สุภาพร กองเขียน อายุ 18 ปี และ น.ส.อนัญญา เพิ่มธรรมการ อายุ 17 ปี จากการ สอบสวนทราบว่า นายวิษณุ นาคธรรมชาติ ขับรถยนต์กระบะกลับจากการไปเที่ยวผับในเมือง โดยมีเพื่อนนั่งโดยสารมาด้วยรวม 3 คน และต่างอยู่ในอาการเมาสุรา เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุรถเกิดเสียหลักเพราะขับมาด้วยความเร็ว ทำให้ควบคุมรถไม่อยู่ รถจึงพุ่งแหกโค้งไปชนรถจักรยานยนต์ 2 คัน ที่วิ่งสวนทางมา เป็นเหตุให้คนขับรถ จยย. และคนนั่งซ้อนท้ายมาด้วยเสียชีวิตรวม 4 คน ล่าสุด ทางตำรวจได้ควบคุม นายวิษณุ ซึ่งได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยไว้ดำเนินคดี ในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ชนรถผู้อื่น ทำให้มีผู้ถึงแก่ความตาย และขับรถขณะมึนเมา

พบรอยคล้ายพญานาคโผล่หน้าบ้านที่ขอนแก่น
ขอนแก่น /  ทอดกฐิน / 

พบรอยคล้ายพญานาค โผล่ทางหน้าบ้านที่ขอนแก่น ขณะเจ้าของบ้านตั้งองค์กฐินไปทอดถวายที่ จ.ยโสธร ชาว บ้านจำนวนมาก ต่างพากันมาดูรอยคล้ายรอยพญานาค ซึ่งเกิดขึ้นบริเวณหน้าบ้าน ของบ้านเลขที่ 78/1 ม.7 บ.ดอนบม ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น พร้อมทั้งการนำดอกไม้ธูปเทียนมาบูชาเพื่อขอโชคลาภกันอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ประชาชนที่ทราบข่าวต่างพากันมากราบไหว้เพื่อขอเลขเด็ดเลขดังประจำ งวดวันที่ 16 ต.ค.ที่กำลังจะมาถึง นางนพมณ  วงษ์ชาลี เจ้าของบ้าน กล่าวว่า ได้มีการจัดตั้งองค์กฐินไว้ที่บ้านพักเพื่อนำไปทอดถวายที่ อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร หลังเสร็จสิ้นเทศกาลวันออกพรรษา โดยเมือช่วงเช้าที่ผ่านมาขณะจัดเตรียมสิ่งของเพื่อเดินทางไปทอดกฐินนั้นพบ รอยดังกล่าวขึ้นจำนวนมาก หลายคนเชื่อว่าน่าจะมีมากกว่า 2 ตัว ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่มีผู้ใดพบเห็นมาก่อน โดยคนในครอบครัวเชื่อว่ารอยดังกล่าวน่าจะเกิดจากการย้ายรูปปั้นพญานาคที่ บริเวณหน้าบ้าน เพื่อจัดเตรียมสถานที่ตั้งกองกฐิน โดยไม่บอกกล่าวเจ้าที่ จึงเป็นเหตุให้แสดงปาฎิหารย์เกิดขึ้นที่บริเวณหน้าบ้านให้กับคนในครอบครัว และชุมชนพบเห็นดังกล่าว

กปปส.พระพุทธะอิสระ /  หลวงปู่ / 

หลวงปู่พุทธะอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เผยเรื่องจริงที่หลายคนยังไม่รู้ เกี่ยวกับการจัดเวทีเสวนาปฏิรูปพลังงาน วันนี้ (26 ก.ย.) หลวงปู่พุทธะอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กชื่อ "หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara)"  เรื่องจริงที่หลายคนยังไม่รู้ ถ้าต้องการรู้ต้องทนอ่าน ระบุข้อความเกี่ยวกับการจัดเวทีเสวนาปฏิรูปพลังงาน หลวงปู่พุทธะอิสระ พร้อมระบุข้อความว่า เรื่องจริงที่หลายคนยังไม่รู้ ถ้าต้องการรู้ต้องทนอ่าน หลังจากความผิดพลาดในการเสวนาครั้งแรกเกิดขึ้น ที่เอาแต่สร้างวิวาทะหาตัวคนผิด ฉันก็หวังว่าเสวนาครั้งที่สองจะต้องไม่มีวิวาทะหาคนผิดอีกแล้ว เพราะบ้านเมืองต้องการเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่เอาแต่ย้ำทำย้ำคิด หาคนผิดไม่หยุดหย่อน แล้วฉันก็ได้บอกได้แจ้งได้ขอร้อง ผู้ที่จะตั้งคำถามทุกคนแล้วว่า ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย ที่พวกเราจะต้องช่วยกันหาทางออก ชี้นำทิศทางพลังงานของประเทศให้ได้ ถึงขนาดฉันขอนัดประชุมนักสู้เพื่อพลังงานทุกท่านที่เกี่ยวข้อง ให้เข้ามามีส่วนร่วม ระดมสมอง ระดมแนวทาง ช่วยกันเสนอแนะสิ่งที่เห็นว่าชาติประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด และต้องเป็นประโยชน์ที่ยั่งยืนชั่วลูกชั่วหลานด้วย แล้วลองให้ทุกคนนำเสนอคำถามดู ผลปรากฏว่า พันโทรัฐเขต ขออนุญาตเสนอคำถามว่าต้องเอาคนผิดที่ทุจริตมาลงโทษ ควรจะมีบทลงโทษอย่างหนัก นี่คือตัวอย่างคำถามที่ฉันปฏิเสธและถามกลับว่า ประชาชนจะได้อะไร ทิศทางพลังงานจะเดินไปในทางไหน หากจะมีผู้ถามและตอบปัญหาของคุณแล้วบ้านเมืองจะได้อะไร ฉันจึงขอร้องทุกคน ซึ่งมี คุณหมอกมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี พันโท รัฐเขต แจ้งจำรัส มล. กรกสิวัฒน์ เกษมศรี คุณรุ่งชัย จันทสิงห์ คุณหมอระวี มาศฉมาดล คุณวีระ สมความคิด คุณอิฐบูรณ์ อ้นวงษา คุณบุญยืน ศิริธรรม อดีต สว. คุณศุภกิจ นันทะวรการ ดร. ณรรต นักวิชาการอิสระด้านพลังงานสะอาด ดร. นพ สัตยาศัย และคณะ วศ. รปปท. คุณสุทธิพงศ์ เทพพิทักษ์ อดีต รองผู้ว่าการฯ เชื้อเพลิง กฟผ. พ.ต.อ. สุรกฤษณ์ จันเจือมาศ (พลังงานปาล์ม) อีกทั้งยังมีภาคประชาชน, ภาคเอกชน และสื่อมวลชนมากมาย เป็นพยาน ซึ่งผู้ร่วมประชุมในวันนั้นมีทั้งฝ่ายพลังงานฟอสซิลและพลังงานทางเลือก ฉันแจ้งกติกาไว้ชัดเจนว่า ผู้ใดที่ขาดหรือไม่ได้มา เป็นที่น่าเสียดาย เพราะว่าผู้ที่มาในวันนี้เท่านั้นจึงมีสิทธิ์ขึ้นเวที ผู้ที่มาวันนี้เท่านั้นจึงจะมีสิทธิ์ตั้งประเด็นคำถาม และผู้ที่มาวันนี้เท่านั้นที่พร้อมส่งเอกสารของตนเพื่อมาใช้ยืนยันในทางกฎหมาย แล้วฉันขอร้องให้ผู้ที่มา ให้เลิกเสียทีเถิด บรรดานักสู้ที่ไม่รู้จะนำพาทิศทางของบ้านเมืองไปไหน เดี๋ยวจะกลายเป็นเหมือนกบเลือกนาย เสียของเปล่า ผู้ร่วมประชุมควรกลับไปช่วยกันทำการบ้าน สรรหาคำถามที่สอดคล้องกับข้อเสนอที่พวกเราวิพากษ์วิจารณ์ผ่านกระบวนการยอมรับในที่ประชุมแล้ว ขอให้เป็นคำถามที่จะนำมาซึ่งการชี้นำทิศทางพลังงานของประเทศในอนาคตได้อย่างยั่งยืน แล้วฉันก็ย้ำอีกว่า เวทีนี้ต้องไม่มีวิวาทะ ต้องไม่มีใครมาซักฟอกใคร เราจะไม่มาเสียเวลากับเรื่องเหล่านี้อีกต่อไปแล้ว ทุกคนต่างก็รับปากฉัน ฉันจึงนัดว่าขอให้ทุกคนส่งคำถามพร้อมรายชื่อผู้ถามมาให้ฉันตรวจสอบก่อนเพื่อให้แน่ใจ และจะได้ส่งคำถามนั้นไปให้กลุ่มผลประโยชน์เพื่อหาหลักฐานเอกสารมาตอบอย่างถูกต้อง พร้อมเซ็นรับรองเอกสารคำถามด้วยตัวผู้ถามเองด้วย เวลาต่อมาคุณหมอส่งคำถามมาให้ฉันอ่านแล้ว ส่วนใหญ่คำถามมีแต่เรื่องท่อ เรื่องจับผิดคนพลังงาน ฉันจึงได้ให้คนต่อสายถึงคุณหมอกมลพรรณ ถามว่าคุณหมอ เราตกลงกันแล้วไม่ใช่หรือว่า คำถามที่จะสร้างวิวาทะ เราจะไม่นำมาถามเพราะมันไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ แล้วฉันจึงอธิบายวัตถุประสงค์ในการทำเวทีนี้ขึ้นมา มิใช่ต้องการให้ใครมาทะเลาะกัน แต่ต้องการค้นหาทิศทางพลังงานที่ยั่งยืนของชาติ คุณหมอก็รับปากจะนำไปแก้ไข เวลาต่อมาเขาส่งมาให้อีกชุดหนึ่ง ทีนี้ยิ่งหนักกว่าเดิม แถมท้ายด้วยรายชื่อบุคคลที่มิได้เคยมาร่วมประชุม ฉันจึงได้พูดสายกับคุณหมออีกรอบแล้วถามว่า ทำไมคุณหมอถึงได้ส่งปัญหาในแนวทางที่จะทำให้เกิดวิวาทะมาอีก โดยเฉพาะเรื่องท่อ ถ้าต้องการจะรู้ความจริงและมีหลักฐาน ทำไมไม่นำไปฟ้องร้อง ขออย่ามาใช้เวทีนี้ซักฟอกคนผิด มันไม่เป็นประโยชน์แก่ทิศทางพลังงานในอนาคตเลย คุณหมอกมลพรรณจึงรายงานว่า พวกเขาประชุมกันแล้วว่าถ้าหากจะปฏิรูปพลังงาน จะต้องนำคนผิดมาลงโทษก่อน คสช.ไม่ควรแต่งตั้งคณะของนายปิยสวัสดิ์เข้ามาดำรงตำแหน่งในบอร์ด ปตท.เลย คุณหมอพูดต่อว่า เรื่องของนายปิยสวัสดิ์เป็นเรื่องใหญ่ เป็นมหากาพย์ที่ต้องซักฟอกเป็นรายตัว ฉันฟังแล้วถอนใจ รู้สึกเหนื่อยกับนักสู้เพื่อพลังงานพวกนี้ “ทำไมพวกเขาไม่ก้าวข้ามความขัดแย้งเสียที หรือพวกเขาออกมาต่อสู้เพื่อต้องการความขัดแย้งเท่านั้น มิใช่ต้องการนำพาบ้านเมืองให้ก้าวไปข้างหน้า” คิดดังนี้แล้วฉันจึงพูดเข้าโทรศัพท์ว่า หากพวกคุณคิดเช่นนี้ฉันรู้สึกผิดหวังมาก แล้วบ้านเมืองจะหาคำตอบที่ดีที่สุดอย่างไร ขอให้คุณหมอไปทบทวนคำถามมาใหม่ คุณหมอก็รับปากแถมท้ายด้วยคำกล่าวว่าหากจะส่งคำถามทั้งหมดไปให้ เดี๋ยวอีกฝ่ายจะรู้หมด ฉันจึงถามกลับไปว่า พวกคุณถามโดยมิได้ต้องการหลักฐานยืนยันคำตอบหรอกหรือ ถ้าเช่นนี้แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าคำตอบนั้นถูกต้อง เขาส่งมาให้ใหม่ในเวลาต่อมาเหมือนเดิมแถมด้วยบทความที่เขาใช้ชื่อว่ามหากาพย์ สรุปฉันต้องส่งคำถามแต่ละชุดของพลังงานฟอสซิลไปให้กลุ่มผลประโยชน์พลังงานพร้อมแจ้งว่าอาจไม่แน่นอน อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้อีก และด้วยประเด็นคำถามที่ไม่แน่นอน บุคคลผู้ถามก็ถามไม่ตรงต่อปัญหาที่ส่งมาให้ คำถามไม่สามารถชี้นำทิศทางพลังงานของประเทศได้อย่างแท้จริง ยกเว้นคำถามของคุณปานเทพ และคุณรุ่งชัย ทั้งคนผู้ถามพร้อมปัญหาไม่ตรงไปตรงมาอย่างที่ตกลงเอาไว้ แถมมีการใช้เทคนิคนักอภิปราย นักพูด นักการเมือง มาสร้างความชอบธรรมในสิ่งที่ตนทำและถาม มันทำให้ฉันรู้เช่นเห็นชาติถึงสันดานของนักสู้เพื่อพลังงานเหล่านี้ ยิ่งนึกภาพของหม่อมหลวงกรและคณะออกเดินสายให้ข้อมูลว่า พลังงานในประเทศนี้มีอีกมากมายมหาศาล เขาบอกชาวนาที่มาอยู่เวทีแจ้งวัฒนะว่า ใต้แผ่นดินที่พี่น้องใช้ทำไร่ทำนาอยู่นั้น มันเต็มไปด้วยพลังงานน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติมหาศาล พี่น้องจะไม่ยากจนอีกต่อไปหากพวกเราสามารถทวงคืนพลังงานกลับมาเป็นของประชาชน ด้วยคำพูดนี้ฉันจึงอยากเห็นหม่อมกรตั้งประเด็นคำถามที่จะนำมาซึ่งการเข้าถึงขุมทรัพย์มหาศาลอย่างที่หม่อมกรพูด แต่จนถึงวันนี้กลับไม่มีคำถามหลุดออกมาจากปากหม่อมกร ว่าพลังงานฟอสซิลใต้ดินมีมากจริงอย่างที่เขาพูดหรือไม่ นี่คือหนังตัวอย่างเรื่องแรกที่ฉันพอจำได้ ยังมีหนังตัวอย่างของนักสู้พลังงานอีกหลายคนหลายเรื่อง ซึ่งวิเคราะห์ดูแล้วฉันยังไม่รู้จริงๆว่า ประชาชนที่เชื่อเขาจะหาทางเดินได้ถูกต้องหรือไม่ หรือขอให้เชื่อก็พอ แล้วอย่าฟังใคร ฟังฉันคนเดียว ใครจะพูดอะไรก็อย่าฟัง ฉันจึงสงสัยว่า แล้วนักสู้พร้อมบริวารพวกนี้จะมีอะไรแตกต่างจากพวกคนเสื้อแดง ที่มวลชนคน กปปส. “มักจะก่นด่าเขาว่า งมงาย มีหูอยู่ข้างหัวฟังแล้วไม่รู้จักคิด หูมีสองข้างทำไมไม่ฟังให้รอบด้าน ใช้หัวคิดให้ถี่ถ้วนแล้วจึงเชื่อ” หากพญาราชสีห์อย่างฉันจะต้องนำทัพต่อสู้เพื่อหาทางรอดของบ้านเมือง แล้วมีบริวารที่เชื่อง่าย รับฟังความข้างเดียว ไม่ใช้หูและหัวให้ครบทั้งสองข้าง ฉันขอสู้คนเดียวดีกว่า เพราะคนไทยเชื่อคนง่ายเช่นนี้ล่ะกระมัง คนที่ถูกเชื่อจึงนำผู้เชื่อมาสู้ความขัดแย้งอย่างที่มีมาแต่อดีตและปัจจุบัน ขอร้อง ฉันขอร้อง ขออย่าให้ผู้ที่อ่าน ผู้ที่ฟังฉันพูด จงอย่าเชื่อฉัน ฉันกลัวจะพาพวกคุณมาสู่ความขัดแย้ง หากจิตใจฉันสกปรก ฉันกลัวจะเป็นคนบาปของแผ่นดิน สำหรับทิศทางพลังงานของบ้านเมือง เรื่องพลังงานฟอสซิล ฉันยังต้องต่อสู้ร้องขอให้กระทรวงพลังงานและคณะกรรมการกำกับดูแลพลังงานแห่งชาติ ให้คิดหาพลังงานทดแทน พลังงานทางเลือก เพื่อเป็นทางรอดของบ้านเมือง และหากอุตสาหกรรมปิโตรเคมีจำเป็นจะต้องใช้ก๊าซ LPG และ NGV ภายในประเทศที่มีอยู่อย่างจำกัดและจะหมดไปอีกไม่กี่ปีข้างหน้า หากอุตสาหกรรมปิโตรเคมีจะใช้ จะต้องยอมควักกระเป๋าบริจาคจ่ายเงินเพื่อสนับสนุนส่งเสริมให้เกิดพลังงานทดแทนที่ยั่งยืนในทุกจังหวัด โดยให้อยู่ในการกำกับดูแลของคณะกรรมการพลังงานจังหวัด สัดส่วนในการถือหุ้น ให้รัฐถือหุ้นอย่างน้อยร้อยละ ๗๐ หรือไม่ก็ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เหตุเพราะความมั่งคั่งของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ล้วนแล้วได้มาจากสมบัติของบรรพบุรุษไทยที่สะสมรักษาเอาไว้เพื่อลูกหลานไทยทั้งประเทศ - หากรัฐจะปล่อยลอยตัวให้ราคาก๊าซธรรมชาติและน้ำมันเป็นไปตามกลไกการตลาด จะต้องเสนอวิธีเยียวยาผู้มีรายได้น้อยอย่างไร - หากจำเป็นจะต้องยกเลิกกองทุน รัฐจะต้องอธิบายชี้แจงให้ได้ว่าจะบริหารความมั่นคงของพลังงานภายในประเทศอย่างไร - ภาครัฐจะต้องมีแนวทางเพิ่มสัดส่วนพลังงานทางเลือกมาทดแทนพลังงานฟอสซิลที่กำลังจะหมดไปให้ชัดเจนว่าใช้แต่ละปีต้องเพิ่มขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์ในทุกชนิด และหากชนิดใดยังเป็นข้อกังขาสงสัยของประชาชน รัฐต้องประชาสัมพันธ์ชี้แจงสร้างความเข้าใจให้ประชาชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง - รัฐต้องเปิดเผยข้อมูลในการบริหารจัดการพลังงานในแต่ละชนิดอย่างละเอียดในสื่อต่างๆที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ ตรวจสอบได้ เหล่านี้คือสิ่งที่คนหนึ่งหัวสองหูอย่างฉันจะเรียกร้องต่อสู้เพื่อชาติประชาชน หากฉันหาเพื่อนร่วมอุดมการณ์ที่มีสองหูหนึ่งหัวมาร่วมสู้ไม่ได้ ฉันก็จะสู้คนเดียว ซึ่งวันอังคารที่ ๓๐ ก.ย. ๕๗ นี้ ฉันจะเชิญตัวแทนกระทรวงพลังงานและคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการพลังงานแห่งชาติ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตและ ปตท. มาหารือเสนอแนะแนวคิดนี้ที่วัดอ้อน้อย(ธรรมอิสระ) ใครที่มีสองหูพร้อมที่จะรับฟัง หนึ่งหัวพร้อมที่จะคิดแล้วจึงเชื่อ ก็ขอให้มาร่วมงานกันที่ศาลาวัดอ้อน้อย เวลาบ่ายหนึ่งโมงเป็นต้นไป เพื่อแสวงหาสิ่งดีๆแก่อนาคตของลูกหลานไทย ๒๖ กันยายน ๒๕๕๗ พุทธะอิสระ MThai News

หินกลิ้งทับกุฏิปฏิบัติธรรมชะอำ ทำหญิงรัสเซียเสียชีวิต-ลูกเจ็บ
ข่าวจังหวัดเพชรบุรี /  ข่าววันนี้ / 

หินกลิ้งทับกุฏิปฏิบัติธรรมชะอำ ทำหญิงรัสเซียเสียชีวิต-ลูกเจ็บ หลังเกิดฝนหนักในพื้นที่ วันนี้ (6 ต.ค. 57) รายงานข่าวแจ้งว่า ได้เกิดเหตุมีหินขนาดใหญ่กลิ้งจากเขาตกทับสำนักสงฆ์ วัดถ้ำนาขวาง อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อคือ อัลฟียา เบคีว่า อายุ 36 ปี (Mrs.Alfieya Bakieva) จากการสอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุพื้นที่ดังกล่าวมีฝนตกหนักลงมาตลอดทั้งคืน ก่อนที่ในช่วงเที่ยงวันนี้ดินบริเวณดังกล่าวได้สไลด์ และมีหินจำนวนมากจากภูเขากลิ้งลงมาทับกุฏิที่พักของผู้ที่มาปฏิบัติธรรมที่วัด จนเป็นเหตุทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต นอกจากนั้นยังผลทำให้มีรถยนต์ และจักรยานยนต์เสียหายจำนวนหลายคันด้วย Cr.ภาพ ร.ต.ต.ญ.สุนิสา นาคฉาย พนักงานสอบสวน สภ.ชะอำ MThai news

รวมที่เที่ยวหน้าหนาว นักท่องเที่ยวห้ามพลาด!
เที่ยวดอยอินทนนท์ /  เที่ยวภูเรือ / 

ในที่สุด ก็ใกล้ถึงช่วงปลายฝน ต้นหนาว กันแล้ว ช่วงเวลาที่ว่านี้ คงถูกอกถูกใจขาเที่ยวอย่างแน่นอน อย่างที่หลายๆ คน ทราบกันดีว่า ช่วงหน้าหนาวปลายปี เป็นช่วงเหมาะกับการท่องเที่ยวมากที่สุด จะบุกขึ้นดอยก็สวยแบบเย็นๆ หรือลงทะเลเพื่อพบน้ำทะเลใส ก็งามไม่ด้อยไปกว่ากัน แถมเป็นอีกช่วงเวลาในการถ่ายรูปที่สวยที่สุดอีกด้วย!!! แต่ขึ้นชื่อว่า "ฤดูหนาว" กำลังมาเยือน นักท่องเที่ยวควรที่จะไปสัมผัสความเย็นบนดอยสูงน่าจะเหมาะสมที่สุด ถึงถูกต้องตามฤดูกาลท่องเที่ยวในหน้าหนาว และสำหรับสมาชิก Travel MThai มิตรรัก ยังตัดสินใจไม่ได้ว่า จะไปท้าความหนาวเย็นกันที่ไหนดี วันนี้ทีมงานมีตัวเลือกที่เที่ยวน่าสนใจ กับ รวมที่เที่ยวหน้าหนาว นักท่องเที่ยวห้ามพลาด! ให้เหล่าบรรดาสานุแฟน ได้ลองไปพิจารณากันนะครับ 1. อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ชื่อนี้มักจะเป็นติดอันดับต้นๆ ของการท่องเที่ยว เดิมชื่อว่า ดอยหลวง หรือ ดอยอ่างกา ดอยหลวง หมายถึงภูเขาที่มีขนาดใหญ่ ส่วนที่เรียกว่า ดอยอ่างกานั้น เพราะมีหนองน้ำอยู่แห่งหนึ่งลักษณะเหมือน อ่างน้ำ มีฝูงกาไปเล่นน้ำกันมากมาย จึงเรียกว่า อ่างกา หรือ ดอยอ่างกา ดอยอินทนนท์ เป็นยอดดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทย (2,599 เมตร) จึงทำให้มีสภาพอากาศหนาวเย็นตลอดปี สถานที่น่าสนใจในอุทยานฯ มี น้ำตกแม่ยะ น้ำตกแม่กลาง น้ำตกวชิรธาร น้ำตกสิริภูมิ ถ้ำบริจินดา โครงการหลวงอินทนนท์ และ เส้นทางศึกษาธรรมชาติหลายจุด 2. ดอยอ่างขาง เป็นที่ตั้งสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง ภายในสถานีมีโครงการวิจัยผลไม้ ไม้ดอกเมืองหนาว งานสาธิตพืชไร่ แปลงทดลองปลูกไม้ผลเมืองหนาว สวนบอนไซ มีการจำหน่ายผลิตผลพืชผักเมืองหนาวที่ปลูก ในบริเวณโครงการฯ ให้แก่นักท่องเที่ยวตามฤดูกาล ในสถานีฯ มีที่พัก และมีสถานที่กางเต็นท์บริการแก่นักท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ 3. เขาค้อ – อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ชื่อว่าเขาค้อเป็นเพราะ ป่าบริเวณนี้มีต้นค้อขึ้นอยู่มาก เนื่องจากภูมิอากาศบนเขาค้อเย็นตลอดปี ค่อนข้างเย็นจัดในฤดูหนาว และมีทัศนียภาพสวยงาม จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่ง ของเพชรบูรณ์ สถานที่น่าสนใจบนเขาค้อได้แก่ อนุสาวรีย์จีนฮ่อ ฐานอิทธิเจดีย์ พระบรมสารีริกธาตุเขาค้อ หอสมุดนานาชาติเขาค้อ พระตำหนักเขาค้อ น้ำตกศรีดิษฐ์ สวนสัตว์เปิดเขาค้อ และเนินมหัศจรรย์ หมู่บ้านคุ้มจุดชมวิวกิ่วลม หมู่บ้านนอแล และหมู่บ้านขอบด้ง หมู่บ้านหลวง 4. อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง ด้วยสภาพอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี มีเทือกเขาและภูเขาสูง สลับซับซ้อน ครอบคลุมอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ภูเขาที่สูงที่สุด คือ ดอยช้าง เป็นป่าต้นน้ำลำธาร มีลำห้วยน้อยใหญ่มากมาย ฤดูหนาวอากาศเย็น ลมแรง 5. ภูชี้ฟ้า-ผาตั้ง จ.เชียงราย ภูชี้ฟ้า เป็นจุดชมวิวทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นอีกแห่งหนึ่ง มีลักษณะเป็นยอดเขาที่แหลมชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้า ยิ่งตอนที่พระอาทิตย์กำลังขึ้นมาตรงระหว่างปลายยอดเขา จะดูเหมือน เสือคาบแก้วมาก มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,628 เมตร ส่วนของหน้าผาเป็นแนวยาวยื่นไปทางฝั่งประเทศลาว ดอยผาตั้ง อยู่บนเทือกดอยผาหม่น เป็นจุดชมวิวสองฝั่งโขง ไทย-ลาว และทะเลหมอก บนดอยมีหมู่บ้านชาวจีนฮ่อ ม้ง และเย้า โดยเฉพาะ ชาวจีนฮ่อนั้น อดีตเคยเป็น ส่วนหนึ่งของกองพล 93 ซึ่งอพยพเข้ามา ตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ดอยผาตั้งนี้ ปัจจุบันประกอบอาชีพทางการเกษตร ปลูกพืชเมืองหนาว เช่น บ๊วย ท้อ สาลี่ แอปเปิ้ล 6. อุทยานแห่งชาติภูกระดึง เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ได้รับความนิยมมากแห่งหนึ่ง ของเมืองไทย เพราะมีสภาพธรรมชาติสมบูรณ์ประกอบด้วยระบบนิเวศและ ภูมิประเทศหลากหลาย ทั้งทุ่งหญ้า ป่าสนเขา ป่าดิบ น้ำตกและ หน้าผาชมทิวทัศน์ ลักษณะเด่นของอุทยานฯ แห่งนี้คือเป็นภูเขาหินทราย ยอดตัด เป็นที่ราบขนาดใหญ่คล้ายใบบอนหรือรูปหัวใจ มีเนื้อที่ประมาณ 60 ตารางกิโลเมตร มีความสูง 400-1,200 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง จุดท่องเที่ยวประทับใจได้แก่ ผานกแอ่น ผาหล่มสัก ผาหมากดูด น้ำตกเพ็ญพบ น้ำตกถ้ำสอเหนือ-ใต้ สระอโนดาด เป็นต้น 7. อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ตั้งอยู่บนรอยต่อของสามจังหวัดคือ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และเลย ไร่ภูหินร่องกล้ามียอดเขาสูง 1,617 เมตร มีทิวทัศน์สวยงาม ปกคลุมด้วยป่าเต็งรังป่าดิบเขา และป่าสนเขา มีสนสองใบและสนสามใบ ขึ้นปะปนกัน และพบกล้วยไม้ดอกไม้ป่าหลายชนิดขึ้นอยู่ตามลานหิน เคยเป็นศูนย์กลางที่ตั้งฐานที่มั่นการเผยแพร่ลัทธิคอมมิวนิสต์ที่ใหญ่ และสำคัญที่สุดของภาคเหนือ จุดที่น่าสนใจ ลานหินปุ่ม ลานหินแตก น้ำตกหมันแดง เป็นต้น 8. ทุ่งบัวตองดอยแม่อูคอ – ดอยแม่เหาะ จ.แม่ฮ่องสอน ดอยแม่อูคอ เป็นทุ่งดอกบัวตองที่มีพื้นที่ครอบคลุมเป็นเขากว้าง ประมาณ 1 พันไร่ ดอกบัวตองที่นี่เมื่อบานพร้อม ๆ กันในช่วงเดือน พฤศจิกายน-ธันวาคม จะเหลืองอร่ามปกคลุมทั่วทั้งภูเขา ดอยแม่เหาะ อยู่ริมทางหลวงหมายเลข 10-8 ตรงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 84 เขตตำบลแม่เหาะ เป็นที่ตั้งของศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา จังหวัดแม่ฮ่องสอน บริเวณนี้ มีภูมิประเทศที่งดงาม มีชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง อยู่เป็นส่วนมาก ในเดือนพฤศจิกายน ถึงธันวาคม ของทุกปี ดอกบัวตอง หรือทานตะวันป่า จะบานสะพรั่ง ไปทั่วหุบเขา สวยงามมากทีเดียว 9. อุทยานแห่งชาติภูเรือ เป็นภูเขาสูงใหญ่ บนยอดเขาเป็นที่ราบกว้างใหญ่ มีต้นสนขึ้นสลับซับซ้อน มีลักษณะแปลกคือ มีส่วนหนึ่งเป็นผา ชะโงกยื่นออกมาเหมือน หัวเรือสำเภาใหญ่ อุทยานแห่งชาติภูเรือ จุดที่น่าสนใจบนอุทยานได้แก่ ผาโหล่นน้อย ภูผาสาด และทะเลภูเขา ผาซับทอง หรือ ผากุหลาบขาว เป็นหน้าผาสูงชัน และแหล่งน้ำซับที่มีพืชน้ำไลเคนสีเหลืองคล้ายสีทอง ขึ้นเต็มไปทั่ว น้ำตกห้วยไผ่ เป็นน้ำตกที่ไหลจากหน้าผาสูงชัน ยอดภูเรือ เป็นจุดสูงสุดในอุทยานฯ สามารถมองเห็น แม่น้ำเหืองและแม่น้ำโขงที่กั้นพรมแดนระหว่างไทย-ลาว 10. อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว พื้นที่วนอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว ซึ่งตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำปาด ท้องที่อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ สภาพพื้นที่เป็นภูเขาสูงที่ป่าปกคลุมอากาศหนาวเย็นเกือบตลอดทั้งปี การเดินทางขึ้นดอยค่อนข้างลำบาก แต่เมื่อขึ้นไปถึงแล้วจะพบดอกไม้ป่า พันธุ์ต่าง ๆ เช่น ดอกหงอนนาค ดอกไม้ดินต่าง ๆ สวยงามมาก แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่น้ำตกภูสอยดาว และลานสน 11. ปางอุ๋ง หมู่บ้านรวมไทย เป็นหมู่บ้านโครงการพระราชดำริปางตอง 2 (ปางอุ๋ง) ในพระบรมราชินูปถัมป์ของสมเด็จพระบรมราชินีนาถลักษณะพื้นที่เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่บน ยอดเขาสูง ริมอ่างเก็บน้ำเป็นแนวสนที่ปลูกเรียงรายอย่างกลมกลืน ยามพระอาทิตย์ขึ้นจะสะท้อนผืนน้ำเป็นลำแสงสีทองผ่านแนวสนเขียวขจี งดงามจนถือได้ว่าเป็นทะเลสาบที่สวยที่สุดในเมืองไทย เปรียบได้กับ นิวซีแลนด์เมืองไทย และเมื่อได้สัมผัสกับแปลงพันธ์ไม้เมืองหนาวหลากสีสันที่ปลูกประดับในโครงการ ฯ ซึ่งเปรียบเสมือนกับ สวิสเซอร์แลนด์เมืองไทย ปางอุ๋ง …เมื่อฟากหนึ่งเป็นนิวซีแลนด์ และอีกฝั่งหนึ่งเป็นสวิสเซอร์แลนด์ 12. ปาย ในฤดูหนาวที่เยือนมาอีกรอบหนึ่งของเมืองไทย หลายๆ คนจัดแจงวางแผนบุกป่าผ่าเขา เพื่อค้นหาความเยือกเย็นที่ปีหนึ่งจะมีสัก ครั้งที่แน่ๆ เกือบทั้งหมดนั้นเดินทางขึ้นเหนือ จะไปที่ไหนก็ตามแต่ ที่นี่หลายคนบอกว่าไม่ควรพลาด อ.ปาย ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ปาย เป็นเมืองเล็ก ๆ ที่ถูกโอบล้อมไปด้วยขุนเขา สูงตระหง่านเป็นรอยต่อชายแดนไทย-พม่า ฤดูหนาวอากาศเย็นจัด เมืองเล็กๆแห่งนี้มักปกคลุมด้วยสายหมอก ละอองน้ำจางๆ ยามเช้า บรรยากาศอันเงียบสงบ ทุ่งนาสีเขียว ท้องฟ้าสีคราม กับแสงแดดอุ่นๆ ที่ทอดผ่านม่านหมอกหนา แลเห็นต้นสนไม้ยืนต้นเมืองหนาวสูงใหญ่เป็นทิวแถวตามเชิงเขา วิถีชีวิตที่เรียบง่ายของผู้คน ด้วยความเป็นเอกลักษณ์นี้ “ปาย” ได้ดึงดูดนักเดินทางให้มาสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งนี้ 13. ภูทับเบิก ตั้ง อยู่ที่ บ้านทับเบิก ต.วังตาล ห่างจากอ.หล่มเก่า 40 กม. และห่างจากตัวจังหวัดเพชรบูรณ์ประมาณ 97 กม. มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,768 เมตร และเป็นจุดที่สูงที่สุดของเพชรบูรณ์ ชาวเพชรบูรณ์เรียกว่า “ภูทับเบิก” ภูทับเบิก มีสภาพภูมิประเทศที่สวยงามด้วยธรรมชาติแบบทะเลภูเขา ป่าไม้ ต้นไม้เมืองหนาวและน้ำตก มีอากาศบริสุทธิ์ สภาพภูมิอากาศเย็นสบายตลอดปี เนื่องจากร่องลมเย็นจากเทือกเขาหิมาลัยและอยู่บนที่สูง จึงสามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกล โดยช่วงเข้าจะมองเห็นกลุ่มเมฆ และทะเลหมอกตัดกับยอดเทือกเขาเพชรบูรณ์ 14. ผาชะนะได อุทยานแห่งชาติผาแต้ม “รับตะวันก่อนใครในสยาม” คำขวัญแห่ง ผาชะนะได ผาริมโขง ในเขตอุทยานแห่งชาติผาแต้ม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ดินแดนตะวันออกสุดสยาม ผาชะนะได เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ดึงดูดใจด้วยหน้าผาที่ยื่นออกไปรับลมบนที่สูง ปกคลุมด้วยป่าสนสองใบ ทิวทัศน์เบื้องหน้าเป็นทิวเขาสลับซับซ้อน อีกหลายจุดชมวิวทางผ่านไปสู่ของ ผาชะนะได คือ ลานดอกไม้ดิน และการชมพะลานหิน ได้แก่ พะลานหินวัดภูอานนท์ พะลานถ้ำไฮ เป็นต้น หรือจะท่อง ป่าดงนาทาม ซึ่งมีความหลากหลายทางธรรมชาติ เป็นแหล่งเดินป่ายอดนิยมสำหรับนักผจญภัย และจุดสำคัญที่พลาดไม่ได้ คือ ทะเลหมอก คือหนึ่งไฮไลท์ของ ผาชะนะได เชื่อกันว่า ใครมีโอกาสเห็นพระอาทิตย์ขึ้นเป็นคนแรก เปรียบเสมือนการเพิ่มพลังให้ชีวิตโชติช่วงดังแสงที่ตัดเส้นขอบฟ้า ช่วงเวลาที่สวยงามที่สุดของการเที่ยว ผาชนะได คือ ปลายฝนต้นหนาว (ปลายตุลาคม-กุมภาพันธ์) เพราะอากาศที่เริ่มเย็นทำให้ดอกไม้นานาชนิดบานสะพรั่ง 15. ดอยม่อนจอง ขึ้นไปดอยรับลมหนาว หาวเป็นไอ บน ดอยม่อนจอง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ถือเป็นหนึ่งดอยที่หลายคนตั้งใจมาฝากรอยจารึก แม้ต้องฝ่าฟันเส้นทางเดินบน สันดอยไปสู่ยอดสูงสุดกว่า 3 กิโลเมตร แต่พี่ไทยก็ไม่เคยเหน็ดเหนื่อย ขอเพียงพิชิต ดอยม่อนจอง ดอยม่อนจอง ตั้งอยู่ในเขตลึกของป่าอมก๋อย ทิศตะวันออกจรดเขื่อนภูมิพล ทิศตะวันตกติดกับถนนสายอมก๋อย-บ้านแม่ตื่น ทิศเหนือจรดกับพื้นที่อำเภอดอยเต่า ทิศใต้จรดกับลำห้วยแม่ตื่นที่ไหลลงสู่เขื่อนภูมิพล สูงติดอันดับ 1 ใน 10 ของยอดดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทย จุดสูงสุดของ ดอยม่อนจอง เรียกว่า หัวสิงห์ เพราะมีลักษณะคล้ายหัวสิงโตสูง และแน่นอนว่าสูงๆ อย่างนี้ ดอยม่อนจอง ก็หนีไม่พ้นสถานที่ที่ชมพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตก ที่สวยงามมากแห่งหนึ่ง แถมยามค่ำคืนยังสามารถนอนคุดคู้นับดาวกันตัวสั่น เพราะอากาศบน ดอยม่อนจอง นั้นหนาวมาก อมก๋อยว่าหนาวแล้ว พี่ม่อนจองของเราหนาวเสียยิ่งกว่า ฉะนั้นเสื้อผ้า อุปกรณ์คลายหนาวต่างๆ จัดให้พร้อม! 16. ดอยม่อนแจ่ม ยอดดอยม่อนแจ่ม อยู่ใน ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ การเดินทางไม่ทุลักทุเล ใครมีรถพารถมาหย่อนไว้ แล้วเดินสูดบรรยากาศให้ฉ่ำปอด กอดภูเขา สูดเอากลิ่นดอกไม้กันได้เต็มที่ เพราะพื้นที่บน ดอยม่อนแจ่ม ไม่ กว้างใหญ่นัก เดินยังไม่ทันเมื่อยก็ได้สัมผัสทิวทัศน์โดยรอบ เตร็ดเตร่ทุกมุมแล้วก็นั่งจิบกาแฟ แชร์ประสบการณ์ สำราญไอเย็นกันแบบเบาๆ จุดชมวิวหลักๆ ของ ดอยม่อนแจ่ม มีอยู่สองด้าน ด้านหนึ่งเป็นทิวเขาสลับกันไปไกลสุดลูกหูลูกตา อีกด้านก็จะเป็นไร่ปลูกพืชต่างๆของโครงการหลวง ซึ่งจะเปลี่ยนพืชพรรณไปตามฤดูกาล 17. โมโกจู อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ กิเลสแห่งการเดินทางไม่เคยสิ้นสุด แม้จะ “ยิ่งสูง ยิ่งหนาว” แต่ “ยิ่งสวย ก็ยิ่งอยากเห็น” มนุษย์นี่แหละน้าไม่เคยหยุดดั้นด้น ต่อให้ต้องข้ามเขาจนขาพับขาอ่อนก็ไม่ยอมแพ้ ขอแค่สายตาได้แลในสิ่งที่อยากเห็น และที่เที่ยวชวนสัมผัสช่วงหน้าหนาวอย่าง ยอดเขา โมโกจู อีกหนึ่งบทพิสูจน์ของการเดินทาง ด้วยความสูง 1,964 เมตร จากระดับน้ำทะเล โมโกจู จึงเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดใน อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จังหวัดกำแพงเพชร , จังหวัดนครสวรรค์ คำว่า โมโกจู มาจากภาษากะเหรี่ยง แปลว่า “เหมือนฝนจะตก” เนื่อง จากมีหมอกปกคลุมจัดบนยอดเขา โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาว เย็นยะเยือก ควันออกปาก พ่นเล่นกันได้ทั้งวัน มองจากยอดเขาลงไปก็จะเห็นทะเลหมอกแห่งป่าตะวันตกอันกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอปางศิลาทอง จังหวัดกำแพงเพชร และอำเภอแม่วงก์ และอำเภอแม่เปิน จังหวัดนครสวรรค์ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำลำธาร ตามเทือกเขาสูงชันก่อกำเนิดเป็นน้ำตกที่สวยงาม 4-5 แห่ง ทั้งเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำแม่วงก์อันเป็นต้นน้ำของแม่น้ำสะแกกรัง นอกจากนี้ยังมีแก่งหินทำให้เกิดน้ำตกเล็กๆ ตามแก่งหินนี้ ตลอดจนมีหน้าผาที่สวยงามตามธรรมชาติ อุทยานมีเนื้อที่ประมาณ 558,750 ไร่ หรือ 894 ตารางกิโลเมตร ซึ่งในขณะนี้รัฐบาลกำลังดำเนินการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ในเขตพื้นที่อุทยานด้วย (ที่มา วิกิพีเดีย) 18. หมู่บ้านคีรีวง นครศรีธรรมราช หมู่บ้านคีรีวง ตั้งอยู่ที่ ตำบลกำโลน อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช แม้ที่นี่จะไม่ได้อยู่ตอนเหนือของประเทศก็ตาม แต่ธรรมชาติที่สวยงามอยู่ในท่ามกลางธรรมชาติ ย่อมน่าสนใจไม่ใช่น้อยๆ ที่นี่เป็นชุมชนเก่าแก่ที่อพยพไปอาศัยอยู่เชิงเขาหลวง ตำบลกำโลน อันเป็นเส้นทางเดินขึ้นสู่ยอดเขาหลวง ชาวบ้านมีวิถีชีวิตที่สงบสังคมแบบเครือญาติ จุดเด่นของหมู่บ้านคีรีวง ก็คือ ทัศนียภาพแห่งธรรมชาติ เพราะคีรีวงตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขา ป่าไม้ และสายน้ำ ถ้าหากว่าใครต้องการที่จะไปเที่ยวที่นี่ กิจกรรมที่น่าสนใจในหมู่บ้านคีรีวง ได้แก่ การพักในที่พักแบบโฮมสเตย์ การลองชิมอาหารพื้นเมือง ฯลฯ 19. สิงห์พาร์ค เชียงราย จ.เชียงราย ถือเป็นอีกหนึ่งสุดยอดไฮไลท์การท่องเที่ยวหน้าหนาวที่ใครต่อใครก็ ต้องมาเมื่อมีโอกาส และดูเหมือนว่า ภาพเชียงรายกับการท่องเที่ยวนับจากนี้ก็คงถึงคราวเปลี่ยนโฉม อีกครั้ง เมื่อ บุญรอด เทรดดิ้ง ได้พัฒนาปรับปรุงไร่บุญรอดเดิม บนพื้นที่ริม ถ.สายเด่นห้า-ดงมะดะ ต.แม่กรณ์ อ.เมืองเชียงราย ที่มีอาณาบริเวณกว้างใหญ่ไพศาลกว่า 8,600 ไร่ ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร พร้อมด้วยกิจกรรมสันทนาการหลากหลาย ในชื่อใหม่ไฉไลว่า “สิงห์พาร์ค เชียงราย” ที่ จะรวมทั้งบรรยากาศของไร่เกษตรอินทรีย์ ที่ให้ผลผลิตเก็บเกี่ยวตลอดทั้งปี ดื่มด่ำการพักผ่อนท่ามกลางทิวทัศน์ขุนเขาอันสุดวิเศษพร้อมเมนูอาหารรสเลิศ และเต็มอิ่มกับกิจกรรมพิเศษ ที่ถูกใจคอเอ็กซ์ตรีม สามสิ่งที่ดูเหมือนมีความต่างจึงถูกสร้างให้เกิดขึ้นบนพื้นที่เดียวกันอย่างลงตัว 20. สามเหลี่ยมทองคำ จ.เชียงราย อยู่ห่างจากอำเภอแม่สายประมาณ 28 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข ๑๒๙๐ เป็นบริเวณที่แม่น้ำโขงและแม่น้ำรวกมาบรรจบกัน หรือที่เรียกว่า สบรวก เป็นพรมแดนระหว่างประเทศไทย ลาว พม่า บริเวณนี้ในอดีตเคยมีการค้าฝิ่น โดยแลกเปลี่ยนกับทองคำ แต่ปัจจุบันได้กลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่มีทิวทัศน์ของแม่น้ำโขงบริเวณนี้มีความงดงามโดยเฉพาะยามเช้าที่ดวงอาทิตย์ขึ้นท่ามกลางสายหมอกด้านฝั่งพม่า และลาว นักท่องเที่ยวนิยมนั่งเรือเที่ยวชมทิวทัศน์จุดบรรจบของพรมแดนไทย ลาว และพม่า ถ้าต้องการนั่งชมทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำโขงไปไกลถึงเชียงแสนและเชียงของ ก็สามารถหาเช่าเรือได้ แต่ค่าเรือขึ้นอยู่กับระยะทางใกล้ไกล นักท่องเที่ยวที่สนใจล่องแม่น้ำโขงไปเที่ยวทางตอนใต้ของประเทศจีน เช่น สิบสองปันนา คุนหมิง สามารถติดต่อกับบริษัทนำเที่ยวในจังหวัดเชียงรายได้ หากต้องการจะชมทิวทัศน์มุมกว้างของสามเหลี่ยมทองคำบริเวณสบรวกและเพื่อนบ้าน ต้องขึ้นไปบนดอยเชียงเมี่ยง ที่อยู่ริมแม่น้ำโขง 21. ภูป่าเปาะ ฟูจิเมืองเลย ชมบรรยากาศ 360 องศา สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของ อำเภอหนองหิน และของจังหวัดเลย นั่นก็คือ “ภูป่าเปาะ” หรือที่นิยมเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ฟูจิเมืองเลย” ซึ่งสวยงามไม่แพ้ที่เที่ยวอื่นๆ เลยนะ คำว่า ภูป่าเปาะ นั้นมาจากภูเขาที่มีป่าไผ่เปาะ ไผ่เปาะ เป็นไผ่ชนิดหนึ่งที่ขึ้นได้ทั่วไปตามภูเขายังสามารถพบได้ทุกๆ อำเภอ ของจังหวัดเลย ลักษณะของ ไผ่เปาะนั้น เป็นไผ่ที่เปาะแตกหักง่าย และนี่คือที่มาของคำว่า ภูป่าเปาะ ส่วนที่เป็นจุดเด่น และเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยว ก็คือ การได้ขึ้นไปชมบรรยากาศ และมองเห็นยอดของ ภูหอ “ภูหอ” มีลักษณะเป็นภูเขาสูงปลายยอดตัดราบบนภู ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายกับภูเขาไฟฟูจิยามา ที่ประเทศญี่ปุ่น จึงเรียกกันว่า “ฟูจิเมืองเลย” 22. อุทยานแห่งชาติ ดอยฟ้าห่มปก จังหวัดเชียงใหม่ อุทยานแห่งชาติ ดอยฟ้าห่มปก มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 524 ตารางกิโลเมตร ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อนของทิวเขาผีปันน้ำ มีความสูงตั้งแต่ 400 – 2,285 เมตร จากระดับน้ำทะเล มีดอยสำคัญได้แก่ ดอยฟ้าห่มปก ดอยปู่หมื่น ดอยแหลม และดอยอ่างขางสภาพป่าทั่วไปมีความอุดมสมบูรณ์และเป็นป่าต้นน้ำแห่งแม่น้ำฝาง สถานที่น่าสนใจใน อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก ได้แก่ โป่งน้ำร้อนฝาง ดอยฟ้าห่มปก สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากตั้งแค้มป์พักแรม ต้องไปที่ กิ่วลม เท่านั้น เนื่องจากทางอุทยานฯไม่อนุญาตให้พักแรมบนยอด ดอยฟ้าห่มปก เพราะเป็นหน้าผาสูงชัน อาจเกิดอันตรายได้ง่าย การเดินทางขึ้นยอด ดอยฟ้าห่มปก ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 วัน 1 คืน ก่อนเดินทางควรติดต่อขออนุญาต ณ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่ฝาง 23. ดอยวาว อุทยานแห่งชาตินันทบุรี จ.น่าน ณ ดอยวาว อุทยานแห่งชาตินันทบุรี จ.น่าน ถือเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวที่นักเดินทางต้องหาโอกาสไปสัมผัส ยิ่งถ้าไปช่วงโอกาสเหมาะในฤดูหนาว จะได้ตื่นตากับซากุระ หรือ ดอกพญาเสือโคร่ง บานชมพูสะพรั่งทั่วดอย คละเคล้าสายหมอกยามเช้า เสริมสีสันให้ ดอยวาว เป็นหนึ่งสถานที่พาลให้อยากเที่ยว! ยอด ดอยวาว มีความสูง 1,674 เมตร จากระดับน้ำทะเล เป็นจุดที่สูงสุดของ อุทยานแห่งชาตินันทบุรี และเป็นแหล่งต้นน้ำหลายสาย ได้แก่ ลำน้ำสมุน ลำน้ำสะเนียน ลำน้ำวาว ลำน้ำยาว ลำน้ำพี้ ลำน้ำตึม ลำน้ำสีพัน ลำน้ำไสล ลำน้ำระพี และลำน้ำคาง เป็นต้น ดอยวาว ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะกับการกางเต็นท์ พักแรม กินลม ชมวิว ชิลล์ไอหมอก 24. ดอยเชียงดาว ทัศนียภาพ 360 องศา ที่ต้องสัมผัส ดอยเชียงดาว อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยเชียงดาว อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่มีลักษณะเป็นเทือกเขา เป็นภูเขาหินปูน ซึ่งประกอบไปด้วยยอดเขาสูงหลายยอด ยอดเขาที่สูงที่สุดคือ “ดอยหลวงเชียงดาว”สูงสุดเป็นอันดับ 3 ของบ้านเรา สูงพอจะทำให้ “น้ำ” ท้อใจ ด้วยความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 2,225เมตรรองจากดอยอินทนนท์ และดอยผ้าห่มปก ยอดดอยกิ่วลม และยอดดอยสูงสุด และการขึ้นดอยแต่ละครั้ง จะต้องได้รับอนุญาตจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว เท่านั้น โดยจะมีคนนำทางพาเราไปถึงที่หมายอย่างปลอดภัย ด้วยการจ่ายค่าเหงื่อให้พี่เค้าวันละ 400 บาท สัมภาระอย่าให้รก เดินกันคล่องๆ จ้างลูกหาบ ลดอาการหอบ ค่าหาบอยู่ที่วันละ 300 ต่อลูกหาบ 1 คน เชื่อเถอะว่าเรามีโอกาสเสียค่าลูกหาบแน่ๆ เพราะที่นั่นไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกใดๆ ทั้งสิ้น แม้แต่แหล่งน้ำตามธรรมชาติ น้ำดื่ม น้ำอาบ ก็ต้องขนขึ้นไปด้วย ใครไม่ใช่ขาลุยถอดใจอยู่บ้านซะ จะได้ไม่เป็นภาระเพื่อนฝูง อิอิ 25. สะพานเมฆ ณ เขาช้างเผือก แหล่งท่องเที่ยวในฝันที่ กาญจนบุรี “เขาช้างเผือก” เป็นชื่อของยอดเขาที่สูงที่สุดของอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ มีความสูงประมาณ 1,249 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นเส้นทางเดินป่าที่สวยงาม น่าตื่นตา จนทำให้นักเดินป่าทั่วไทยทั้งหน้าใหม่ หน้าเก่า ปรารถนาจะได้มาพิชิตซักครั้งหนึ่งในชีวิต เส้นทางเดินไปสู่ยอดเขาช้างเผือก เป็นป่าโปร่งสลับกับทุ่งหญ้า มีจุด Highlight ของการเดินทางอยู่ที่ “สันคมมีด” สันเขาที่สวยงาม และน่าหวาดเสียวไปพร้อมกัน เมื่อขึ้นไปถึงยอดเขา จะสามารถมองเห็นวิวได้รอบทิศทาง 360 องศา เส้นทางพิชิตยอดเขาช้างเผือก มีระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่นิยมการผจญภัย และมีร่างกายที่แข็งแรง ใช้เวลาเดินเท้า จากหมู่บ้านอีต่อง ประมาณ 6 ชั่วโมง และต้องพักค้างแบบกางเต้นท์บนยอดเขา โดยต้องประสานงานติดต่ออุทยานฯ จัดเจ้าหน้าที่เป็นผู้นำทาง และสามารถติดต่อจ้างในการช่วยขนสัมภาระ หวังว่าสมาชิกมิตรรักทุกท่าน คงได้ที่เที่ยวโดนใจในหน้าหนาวกันบ้างแล้ว สุดท้ายขอให้ทุกท่าน วางโปรแกรมเที่ยวให้สะดวก เที่ยวสนุกอย่างมีความสุข และขอให้เดินทางปลอดภัยกันทุกคนนะครับ สวัสดี.. :) ขอบคุณภาพจาก flickr.com / dog-hall.com / ททท. เรียบเรียงโดย Travel MThai

ประมวลจุดไฟเผาตัวในไทย  สังเวียน รักษาเพ็ชร ไม่ใช่รายแรก
ข่าววันนี้ /  จุดไฟเผาตัวเอง / 

ประมวลเหตุการณ์จุดไฟเผาตัวในไทย  สังเวียน รักษาเพ็ชร ไม่ใช่รายแรก เหตุการณ์จุดไฟเผาตัวเองของนางสังเวียน รักษาเพ็ชร ชาวนาเมืองลพบุรี ที่เกิดขึ้นกลางศูนย์บริการรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนของรัฐบาล วานนี้ (16 ต.ค.) นับว่าเป็นอีกเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจเป็นอย่างมาก เพราะสะท้อนให้เห็นหลายปัญหาที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ผู้เดือดร้อนจึงขอเลือกเส้นทางนี้เพื่อเป็นทางออกแก้ปัญหา การราดน้ำมันจุดไฟเผาของนางสังเวียน มีสาเหตุมาจากการเรื่องปากท้อง หลังไม่ได้รับความเป็นธรรมจากปัญหาหนี้นอกระบบที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว จากเดิมที่มีหนี้อยู่เพียงแค่ 4แสน แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับมีหนี้เพิ่มขึ้นสูงถึง 1.5 ล้านบาท แม้ว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ส่งผลอันตรายถึงชีวิต แต่ชาวนาคนดังกล่าวก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสมีแผลไฟไหม้ทั่วร่างกว่า 50% การจุดไฟเผาตัวเองเพื่อประท้วงและเรียกร้องขอความเป็นธรรมครั้งนี้ ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้นในไทย แต่เหตุการณ์ลักษณะเดียวกันเคยมีมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งล้วนทำเพื่อแสดงออกทางการเมือง ไม่ใช่การเรียกร้องเพื่อปากท้องเช่นครั้งนี้ โดยเหตุการณ์แรกเกิดขึ้นวันที่14 ตุลาคม 2533 เมื่อนายธนาวุฒิ คลิ้งเชื้อ นักศึกษารามคำแหง ได้ใช้น้ำมันเบนซินราดและจุดไฟเผาตัวเองจนเสียชีวิต ระหว่างการชุมนุมในวาระครบรอบ 17 ปี เหตุการณ์ 14 ตุลา เรียกร้องให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งนำโดย พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณลาออก ต่อมาในเดือนมีนาคม 2551 นายแมน ตรวจมรรคา ก็จุดไฟเผาตัวเองจนเสียชีวิต เพื่อเรียกร้องให้นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา ในช่วงเวลาดังกล่าว ลาออกจากตำแหน่งเช่นกัน ทั้งนี้ไม่ใช่แค่เมืองไทย แต่ทั่วโลกก็มีการจุดไฟเผาตัวเองประท้วง อาทิเช่นอินเดีย ทิเบต จีน รวมไปถึงประเทศแถบตะวันออกกลาง ก็ได้การจุดไฟเผาตัวเองเพื่อส่งสารทางการเมือง แต่เหตุการณ์จุดไฟเผาตัวเองที่ถูกกล่าวขวัญและโด่งดังไปทั่วโลกคงหนีไม่พ้นพ้นภาพเหตุการณ์จุดไฟเผาตัวเองของ พระทิก กว๋าง ดึ๊ก พระภิกษุนิกายมหายานชาวเวียดนาม ที่เผาตัวเองจนมรณภาพ ที่ไซง่อน เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2506 เพื่อประท้วงรัฐบาลโง ดินห์ เดียม ที่มีนโยบายเข้มงวดกับผู้ที่ไม่ได้นับถือศาสนาคริสต์ นิกายโรมัน คาทอลิก ก่อนจะถูกแพร่กระจายและทำให้โลกหันมาจับตานโยบายของรัฐบาลชุดดังกล่าวในที่สุด MThai news

ยินดีด้วย! บัวขาว ซ้อมรับปริญญาปรัชญาดุษฏีบัณฑิตกิติมศักดิ์
ซ้อมใหญ่รับปริญญา /  ดำดอทคอม / 

ความเคลื่อนไหวของ “ดำดอทคอม” บัวขาว บัญชาเมฆ หรือ สมบัติ บัญชาเมฆ ยอดนักมวยไทยชื่อดัง ที่เวลานี้มีข่าวมากมาย ทั้งเรื่องการชกมวย และเรื่องของความรักกับอดีตนางงามไร้บัลลังก์ ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 ต.ค.57 บัวขาว บัญชาเมฆ ได้เข้าร่วมพิธีซ้อมใหญ่รับปริญญา ปรัชญาดุษฏีบัณฑิตกิติมศักดิ์ สาขายุทธศาสตร์การพัฒนาภูมิภาค (กลุ่มการศึกษาและการจัดการภูมิปัญญา) มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ก่อนจะเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ในวันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม 2557 จังหวัดสกลนคร สำหรับการอนุมัติปริญญาเอก หรือปริญญาปรัชญาดุษฎีกิตติมศักดิ์แก่ บัวขาว ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ พิจารณาจากเหตุผลที่ว่า บัวขาวเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงสูงสุดในวงการกีฬาทั้งในไทยและระดับโลก อีกทั้งยังเป็นทูตวัฒนธรรม โดยอาศัยภูมิปัญญาชาวบ้าน คือ ศิลปะแม่ไม้มวยไทยที่มีมาแต่ดั้งเดิมของบรรพบุรุษ รวมถึงการเป็นครูวิชามวยไทยที่ดีแก่ชาวไทยและชาวต่างชาติ จึงสมควรได้รับการยกย่องเป็นแบบอย่าง ทั้งนี้ปีที่แล้ว บัวขาว ได้เข้ารับพระราชทานปริญญาโท หรือ ปริญญาวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิทยาศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ขอบคุณภาพจาก : Banchamek Gym

อันเชล็อตติ ยันเอง เบล หมดสิทธิลงศึกเอล กลาซิโก้
คาร์โล อันเชล็อตติ /  บาร์เซโลน่า / 

เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า ในศึก เอล กลาซิโก้ ครั้งนี้จะไม่มีปีกพญาวานรอย่าง แกเร็ธ เบล อย่างแน่นอนจากการยืนยันจากปากของ คาร์โล อันเชล็อตติ นั้นเอง แกเร็ธ เบล มีอาการบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อบริเวณสะโพก ทำให้เขาพลาดในการทำศึก แชมเปียนส์ลีก ที่มาเยื่อนยังถิ่นของ หงส์แดง ลิเวอร์พูล และยังจะรวมไปถึงศึกแห่งศักดิ์ศรี เอล กลาซิโก้ ที่จะพบกับคู่รักคู่แค้นอย่าง บาร์เซโลน่า ในวันที่ 25 ตุลาคมนี้อีกด้วย คาร์โล อันเชล็อตติ ได้กล่าวว่า "เรากำลังทำงานอย่างหนักเพื่อให้นักเตะกลับมาฟิตสมบูรณ์ได้ตามปกติ แต่ถึงอย่างไร แกเร็ธ เบล ก็ไม่พร้อมลงสนามในวันเสาร์นี้" ทั้งนี้ มีการวิจารณ์กันอย่างหนักถึงการที่ อันเชล็อตติ ใส่ชื่อ เบล เป็นตัวสำรองในเกมที่ผ่านมากับ บาเลนเซีย โดยเขาได้ชี้แจงว่า "เราไม่คิดว่าของเขาน่ากังวลมันเป็นแค่อาการตึงๆ แต่พอได้รับการสแกนเราจึงรู้ถึงสถานการณ์เลย"