พญานาคสกลนคร

วันลอยกระทง! กับความเชื่อโบราณ 9 ข้อ ที่ควรรู้
ความเชื่อ /  ประเพณี / 

9 ความเชื่อโบราณ วันลอยกระทง วันลอยกระทง เป็นอีกหนึ่งในเทศกาลที่เป็นนิยมมากที่สุดของไทย ซึ่งเฉลิมฉลองทุกปีในวันเพ็ญของเดือนที่สิบสองตามปฏิทินจันทรคติ ในช่วงนี้อากาศจะดีเพราะฤดูฝนก็ได้พ้นผ่านแล้ว และระดับน้ำก็สูงเต็มตลิ่งทั่วทั้งประเทศ 1. เป็นการขอขมาพระแม่คงคา ที่มนุษย์ได้ใช้น้ำ ได้ดื่มกินน้ำ รวมไปถึงการทิ้งสิ่งปฏิกูลต่างๆ ลงในแม่น้ำ ข้อนี้แม่หมอเชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินกันมานาน ซึ่งความหมายที่ลึกซึ้งของข้อนี้คือการส่งเสริมและกระตุ้นให้มนุษย์เราใช้น้ำอย่างประหยัด และรู้คุณค่ามากที่สุด 2. การลอยกระทง เพื่อบูชาพระผู้เป็นเจ้าตามคติพราหมณ์ ตามความเชื่อที่มนุษย์เราทุกคนจะมีเทวดาประจำตัว เพื่อปกปักรักษาให้รอดพ้นจากอันตรายต่างๆ เมื่อถึงวันลอยกระทงจึงต้องทำการขอขมาและขอบคุณที่คอยดูแลกันมาตลอด เป็นการเสริมพลัง รับพลังดีๆ เข้ามาเพิ่มอีกด้วย 3. เป็นการสักการะรอยพระพุทธบาท ที่พระพุทธเจ้าทรงได้ประทับรอยพระบาทไว้หาดทรายแม่น้ำนัมมทานที ในประเทศอินเดีย โดยมีความเป็นมาเกี่ยวข้องกับพุทธประวัติ คือ ครั้งหนึ่งพญานาคทูลอาราธนาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้เสด็จไปแสดงธรรมโปรดในนาคพิภพ เมื่อพระองค์จะเสด็จกลับ พญานาคทูลขออนุสาวรีย์ไว้กราบไหว้บูชา พระพุทธองค์จึงทรงประดิษฐานรอยพระพุทธบาทไว้ที่หาดทราย ริมฝั่งแม่น้ำนัมมทานที เพื่อให้บรรดานาคทั้งหลายได้สักการะ บูชา 4. เป็นการลอยความทุกข์ ความโศกรวมถึงโรคภัยต่างๆ ให้ลอยไปกับแม่น้ำ หลังจากที่ฝ่าฝันปัญหาต่างๆ มาตลอดเกือบทั้งปี ถือเป็นฤกษ์ดีที่หลายคนจะลอยความทุกข์ ความไม่สบายใจ และปัญหาต่างๆที่ผ่านเข้ามา ให้ลอยออกไปจากตัวเอง และพร้อมเปิดรับสิ่งดีๆ เพื่อเริ่มต้นใหม่ในปีต่อไป จึงเห็นหลายคนที่มาลอยกระทงแล้วยกกระทงขึ้นมาขอพร 5. ชาวไทยในภาคเหนือมีความเชื่อว่า การลอยกระทงเป็นการบูชาพระอุปคุต ตามตำนานเล่าว่า พระอุปคุตทรงสามารถปราบพญามารได้ 6. การลอยกระทง เพื่อต้อนรับพระพุทธเจ้า ในวันที่เสด็จกลับจากเทวโลก เมื่อครั้งเสด็จไปจำพรรษาอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อทรงเทศนาอภิธรรมโปรดพระพุทธมารดา ความเชื่อข้อนี้เป็นความเชื่อมาแต่โบราณกาล ว่าในการเสด็จลงสู่โลกมนุษย์ครั้งนี้ เหล่าทวยเทพและประชาชนทั้งหลาย ได้พร้อมใจกันทำ การสักการบูชาด้วยทิพย์บุปผามาลัย การลอยกระทงตามคตินี้ จึงเป็นการรับเสด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจากดาวดึงส์พิภพ (เป็นตำนานเดียวกับประเพณีการตักบาตรเทโวรับเสด็จพระพุทธองค์ลงจากดาวดึงส์) 7. การลอยกระทง เพื่อบูชาพระจุฬามณีบนสวรรค์ ซึ่งเป็นที่บรรจุพระเกศาของพระพุทธเจ้า พระจุฬามณีตามปกติมีเทวดาเหาะมาบูชาเป็นประจำแม้พระศรีอริยเมตไตรยเทวโพธิสัตว์ซึ่งในอนาคต จะมาจุติบนโลกและตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งก็ยังเสด็จมาไหว้ การลอยกระทงเพื่อบูชาพระจุฬามณี จึงถือเป็นการไหว้บูชาพระศรีอริยไตรยด้วย 8. การลอยกระทง เพื่อบูชาท้าวพกาพรหม บนสวรรค์ชั้นพรหมโลก มีนิทานโบราณเล่าต่อกันมาว่า มีฤาษี 5 ตน ต่างตั้งจิตอธิษฐาน ว่าถ้าต่อไปจะได้ไปเกิดเป็นพระพุทธเจ้า ขอให้ร้อนไปถึงมารดา ด้วยแรงอธิษฐาน ท้าวพกาพรหมจึงเสด็จมาจากเทวโลก จำแลงองค์เป็นกาเผือก แล้วเล่าเรื่องราวแต่ทนหลังให้ฟัง พร้อมบอกว่าถ้าคิดถึงมารดา เมื่อถึงเพ็ญเดือน 11 เดือน 12 ให้เอาด้ายดิบผูกไม้ตีนกา ปักธูปเทียนบูชาลอยกระทงในแม่น้ำ ทำอย่างนี้เรียกว่าคิดถึงมารดา แล้วท้าวพกาพรหมก็ลากลับไป ตั้งแต่นั้นมา จึงมีการลอยกระทงเพื่อบูชาท้าวพกาพรหม แล้วเพื่อบูชารอยพระบาท ซึ่งประดิษฐานอยู่ริมฝั่งแม่น้ำนัมมทานที ส่วนฤาษีทั้ง 5 ต่อมาได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า 9. การลอยกระทง เพื่อบูชาพระอุปคุดตเถระ ซึ่งบำเพ็ญเพียรบริกรรมคาถาอยู่ในท้องทะเลลึกหรือสะดือทะเล รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

เตรียมรับของมงคล! อ.คฑา ร่วมพิธีเททองหล่อ พระอุปคุต และเหรียญมงคลแห่งปี
พระอุปคุต /  พิธีเททองหล่อ / 

อ.คฑา ชินบัญชร และคณะผู้บริหารในเครือโมโนกรุ๊ป ทำพิธีเททองหล่อองค์พระอุปคุต และพุทธาภิเษกเหรียญพญาไก่เรียกทรัพย์ เหรียญมงคลแห่งปี ต้องมีทุกคน   ณ โรงหล่อพระปฏิมาพรเลิศ จ.นครปฐม โดยในพิธีได้รับเกียรติจากสมเด็จพระวันรัต เจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต กรรมการมหาเถรสมาคมและเจ้าอาวาสวัดวรนิเวศวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในพิธีเททองหล่อพระอุปคุต  พร้อมด้วยพระครูปลัดอุเทน สิริสาโร เจ้าอาวาสวัดท่าไม้ และเจ้าอาวาสวัดปลักไม้ลาย, วัดหนองขามพัฒนา, วัดหนองปลาไหล, วัดลาดหญ้าไทรเข้าร่วมพิธี โดยจะมีพิธีสมโภชและประดิษฐาน ณ วัดท่าไม้ จ.สมุทรสาคร ต่อไป สำหรับผู้ที่ศรัทธาเหรียญพญาไก่เรียกทรัพย์  เหรียญมงคลแห่งปีต้องมีทุกคน  อ.คฑา ร่วมพิธีเททองหล่อพระอุปคุต  อ.คฑา ร่วมพิธีเททองหล่อพระอุปคุต ตั้งจิตระลึกถึงพระอุปคุตและสวดคาถาบูชาดังนี้ อุปะคุตโต จะ มหาเถโร สัมพุทเธนะ วิยากะโต มารัญจะ มาระพะลัญจะโส อิทานิ มหาเถโร นะมัสสิตตะวา ปะติสฐิโต อะหังวันทามิ อิทาเนวะ อุปะคุตตัง จะ มหาเถรัง ยัง ยัง อุปัททะวัง ชาตังวิธังเสติ อะเสสะโต มหาลาภัง ภะวันตุเมฯ ตามตำนาน เล่าขานสืบต่อกันมาว่า ผู้ใดได้ทำบุญ ร่วมบุญ ใส่บาตรพระอุปคุต หรือบูชาพระอุปคุต จะส่งเสริมอำนาจบารมี มีกินมีใช้ ดุจดังบารมีที่องค์พระอุปคุตบำเพ็ญเพียร ขอพุทธานุภาพ สังฆานุภาพ เทวานุภาพ บารมีแห่งองค์พระอุปคุต ได้โปรดดลบันดาลประทานพร ให้กัลยาณมิตรทุกท่าน เปี่ยมด้วยบารมีธรรม เพิ่มพูนความสุข เจริญรุ่งเรือง สุขภาพ แข็งแรง มีกินมีใช้ตลอดไป...อนุโมทนา..สาธุ อ.คฑา ร่วมพิธีเททองหล่อพระอุปคุต และเหรียญมงคลแห่งปี อ.คฑา ร่วมพิธีเททองหล่อพระอุปคุต และเหรียญมงคลแห่งปี อ.คฑา ร่วมพิธีเททองหล่อพระอุปคุต และเหรียญมงคลแห่งปี ติดตามข่าวสารได้ที่ horoscope.mthai และ horolifepublishing

ดี้ นิติพงษ์ แชร์คลิปหาดูยาก 'ในหลวง รัชกาลที่9 ทรง โซปราโนแซ็กโซโฟน'
ดี้ นิติพงษ์ /  นิติพงษ์ ห่อนาค / 

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นคีตราชาอย่างแท้จริง นอกจากพระองค์จะพระราชนิพนธ์บทเพลงมากถึง 48 บทเพลงแล้ว พระอัจฉริยภาพด้านดนตรียังมากมายและรอบด้านอย่างหาที่สุดมิได้ด้วย ดี้ นิติพงษ์ ห่อนาค ศิลปินและนักแต่งเพลงชื่อดัง ได้แชร์คลิปวีดิโอหาชมยากผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว บ่งบอกถึงพระอัจฉริยภาพทางดนตรี ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งพระองค์ทรงโซปราโนแซ็กโซโฟนอย่างสุดไพเราะ ไว้เมื่อปี 1988 พร้อมเขียนข้อความว่า มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

จั๊กจั่น แจ้งจับ!! สาวอ้างเป็นลูกชาวนาให้ช่วยขายข้าวแล้วชิ่งหาย
จั๊กจั่น อคัมย์สิริ

    เรียกว่าออกโรงช่วยเหลือชาวนาขายข้าวตั้งแต่ต้นๆ เริ่มจากอาสาช่วยออกแบบโลโก้ข้าวให้กับชาวนาฟรี สำหรับนางเอกสาวน้ำใจงามอย่าง จั๊กจั่น อคัมย์สิริ จนต่อมามีสาวรายหนึ่งอ้างเป็นลูกของชาวนาที่เดือดร้อน เป็นหนี้และจะถูกยึดข้าว ได้ติดต่อมาหานางเอกสาวเพื่อขอความช่วยเหลือ ซึ่งเมื่อหลายวันก่อนทางสาวจั๊กจั่นก็ได้โพสต์ช่วยหญิงสาวคนดังกล่าวขายข้าวผ่านทางโซเชียล    แต่ล่าสุดวันนี้(14 พ.ย.) ทางดาราสาวจั้กจั่น พร้อมด้วยผู้เสียหายรายหนึ่ง ได้เดินทางไปยัง สน.มีนบุรี เพื่อดำเนินคดีกับหญิงสาวอ้างเป็นลูกชาวนาคนที่เธอช่วยขายข้าว เนื่องจากคาดว่าเป็นมิจฉาชีพเพราะมีคนโอนเงินไปสั่งซื้อข้าวจำนวนมากแต่กลับไม่ได้รับข้าวตามที่ตกลง และไม่สามารถติดต่อได้นั่นเอง    โดยสาวจั๊กจั่นเผยรู้สึกเสียใจและเสียความรู้สึกมากกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ โดยเธอจะขอรับผิดชอบโอนเงินคืนให้กับผู้เสียหายทั้งหมดเอง ส่วนกับคู่กรณีปล่อยให้เป็นเรื่องของคดีความต่อไป...ขอขอบคุณ ภาพและข้อมูลจากอินสตาแกรม @jakjaan_akhamsiri จั๊กจั่น แจ้งจับสาวอ้างเป็นลูกชาวนา   จั๊กจั่น ช่วยชาวนาขายข้าว   จั๊กจั่น ช่วยชาวนาขายข้าว   จั๊กจั่น ช่วยชาวนา   จั๊กจั่น อคัมย์สิริ   จั๊กจั่น อคัมย์สิริ  

เที่ยวแบบ Slow Life ที่หนองคายเมืองชายโขง
ชุมชนธาตุใต้ /  ตลาดท่าเสด็จ / 

เที่ยวแบบ Slow Life ที่หนองคายเมืองชายโขง... เมื่อพูดถึงจังหวัดหนองคาย หลายคนรู้จักแค่ว่าเป็นเมืองทางผ่านไปเที่ยวประเทศลาว บางคนรู้จักแค่เรื่องราวของบั้งไฟพญานาค ใครจะรู้ว่าจังหวัดเล็กๆ ริมแม่น้ำโขงแห่งนี้จะมีประสบการณ์ใหม่ๆ ที่รอให้คุณได้สัมผัส แล้วคุณจะรู้ว่า... หนองคายไม่ใช่แค่เมืองทางผ่านอีกต่อไป แต่เหมาะกับการเก็บกระเป๋าแล้วไปใช้ชีวิต Slow Life... เดินทางปั่นจักรยานไปพบกับผู้คนที่พร้อมจะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ดีๆ ร่วมกันมากกว่า มาดูกันว่าจะมีที่ไหนกันบ้าง ตลาดท่าเสด็จ หลายคนรู้จักในชื่อ ตลาดอินโดจีน บางคนเรียกเก๋ๆ ว่าตลาดท่าเรือ เพราะในอดีตเป็นท่าเรือซื้อขายสินค้าระหว่างไทยและลาว ขาช้อปต้องไม่พลาดด้วยประการทั้งปวง เพราะปัจจุบันตลาดท่าเสด็จเป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าจากกลุ่มประเทศอินโดจีน ทั้ง ไทย ลาว พม่าเวียดนาม และจีน พูดง่ายๆ ว่า มาที่เดียวเหมือนได้ช้อปพร้อมกัน 5 ประเทศ นอกจากนี้บริเวณอาคารตลาดท่าเรือ ได้จำลองบรรยากาศร้านค้าโบราณในยุคคุณพ่อคุณแม่ยังสาวๆ ลองย้อนเวลาวันวานดูสักครั้งก็ดีนะบรรยากาศที่หายากแบบนี้จะทำให้เราได้เห็นภาพว่า ยุครุ่นคุณพ่อคุณแม่นั้นมีความเป็นอยู่และใช้ชีวิตกันอย่างไร วัดโพธิ์ชัย หรือหลายคนเรียกว่า วัดหลวงพ่อพระใสหลวงพ่อพระใสถูกสร้างในอาณาจักรล้านช้าง หรือประเทศลาวในปัจจุบัน หลังจากที่ล้านช้างได้แพ้สงครามให้กับสยาม จึงได้อัญเชิญหลวงพ่อพระใสมาที่ฝั่งไทยเพื่อนำกลับไปยังกรุงเทพฯ แต่ระหว่างทางได้เกิดปาฏิหาริย์เกวียนที่อัญเชิญหลวงพ่อพระใสหักไม่สามารถเดินทางต่อไปได้ จึงได้นำมาประดิษฐานที่วัดโพธิ์ชัยในปัจจุบันนอกจากนี้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์จะมีการแห่หลวงพ่อพระใสรอบเมืองเพื่อให้ประชาชนได้สรงน้ำพระ ซึ่งถือว่าเป็นงานใหญ่ประจำภูมิภาคเลยทีเดียว พระธาตุกลางน้ำ เดิมนั้นชื่อพระธาตุหล้าหนอง ตามตำนานกล่าวว่าสร้างมาพร้อมกับพระธาตุพนมพระธาตุแห่งนี้สร้างเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุฝ่าพระบาทเก้าพระองค์เดิมตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง แต่เมื่อน้ำหลากกระแสน้ำจึงได้พัดพาองค์พระธาตุจมลงสู่กลางแม่น้ำโขงอย่างที่เห็นกันในปัจจุบัน ยามน้ำลดก็จะเห็นตัวพระธาตุได้มากหน่อย เพราะในช่วงหน้าแล้งส่วนฐานของพระธาตุจะโผล่พ้นน้ำขึ้นมาให้เราชมได้อย่างเต็มตา แต่ถ้าใครยังอยากสัมผัสพระธาตุใกล้ๆ ก็สามารถนั่งเรือหางยาวลัดเลาะลำ น้ำโขงออกไปชมรอบๆ พระธาตุก็ได้ และปัจจุบันก็ยังได้สร้างพระธาตุจำ ลองขึ้นมาใหม่ในตำแหน่งเดิมบนชายฝั่ง เพื่อให้ผู้คนได้มาสักการะบูชาด้วย ชุมชนธาตุใต้ ชุมชนที่ใช้ชีวิตร่วมกันกับสายน้ำ ผู้คนในชุมชนแห่งนี้จะหาเลี้ยงชีพด้วยการประกอบอาชีพหาปลาเป็นหลักด้วยอุปกรณ์พื้นบ้านที่เรียกว่า “เบ็ดเผือก”แค่ฟังชื่อก็งงไปตามๆ กัน เบ็ดเผือกที่ว่านี้มีหลักการคล้ายๆ กับเบ็ดตกปลาทั่วไปแต่จะใช้สายสลิงยาว 20 เมตร แทนเอ็นตกปลา แถมเหยื่อที่ใช้ก็สุดแปลกเพราะใช้ขนมชั้น บางทีก็ใช้ลูกชิ้น ซึ่งก็เป็นเหยื่อชั้นดีที่ทำให้จับปลาได้จำนวนไม่น้อยสงสัยปลาแถวนี้คงติดขนมหวานกันซะแล้ว สะพานมิตรภาพไทย - ลาว เป็นสะพานที่เชื่อมระหว่างหนองคายและเมืองท่านาแล้ง แขวงเวียงจันทน์ในประเทศลาว เราสามารถเดินขึ้นสะพานเที่ยวชมบรรยากาศกลางแม่น้ำโขงอันเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างไทยและลาวได้อย่างใกล้ชิดได้ แต่เดินได้เพียงครึ่งทางของสะพานเท่านั้นนะ เพราะอีกครึ่งทางจะเป็นเขตของประเทศลาวไปแล้ว ตลาดแคมของ ตลาดแคมของเป็นภาษาอีสานแปลว่า ตลาดริมแม่น้ำโขง ที่นี่จะเปิดทุกๆ วันเสาร์ ณ ตลาดริมโขงนี้จะมีการจำ หน่ายสินค้าท้องถิ่น ของฝาก อาหารมากมาย เรียกได้ว่าขาช้อป ขากินกิน ห้ามพลาดเด็ดขาด หากใครอยากหลีกหนีความวุ่นวายในเมืองใหญ่แล้วคิดอยากจะออกมาใช้ชีวิต Slow Life ในแบบฉบับคนริมแม่น้ำโขงสักครั้ง ก็ให้เตรียมเก็บกระเป๋าแล้วลองมาเที่ยวที่หนองคายสักคืน มาสัมผัสวิถีชีวิตมาลองกินอาหาร มาชมที่เที่ยวสวยๆ ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเรื่องเล่า ณ หนองคายเมืองชายโขงแห่งนี้ ที่พร้อมจะแบ่งปันความสุขให้แก่นักเดินทางทุกคนเสมอ เครดิตจาก นิตยสาร Weekendฉบับเดือนสิงหาคม 2016 อ่านเพิ่มเติม ได้ที่ www.mbookstore.com

รำลึก วันปิยมหาราช! พร้อมคาถาบูชาเสด็จพ่อ รัชกาลที่ 5
คาถาบูชา ร.5 /  คาถาบูชาค้าขายดี / 

23 ตุลาคม ของทุกปี เป็น วันปิยมหาราช หลายคนน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ต่อประเทศไทยหลายด้าน ทรงเป็นที่รักใคร่อย่างล้นเหลือของพสกนิกรทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ และอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุด เห็นจะไม่พ้นเรื่องการประกาศเลิกทาส จึงได้รับการถวายพระราชสมัญญานามว่า "สมเด็จพระปิยมหาราช" โดยมีความหมายว่า "พระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชน" หากต้องการจะบูชาเสด็จพ่อ ร.5 สามารถทำได้ทุกวัน ไม่จำเป็นต้องรอเฉพาะวันปิยมหาราชเท่านั้น แต่เมื่อได้เริ่มบูชาแล้ว ควรจะมีการบูชาอย่างต่อเนื่อง อย่าปล่อยทิ้งช่วงนานเกินไป และถ้าหากช่วงไหนไม่ว่างจริงๆ มีธุระต้องทำ ก็อนุโลมให้บูชาได้ในวันอังคาร วันพฤหัสบดี หรือวันพระ !! โดยของบูชาที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ ดอกกุหลาบสีชมพู นอกจากนี้ก็จะมีของคาวหวาน เช่น ทองหยิบ ทองหยอด ข้าวคลุกกะปิ น้ำมะพร้าวอ่อน กล้วยน้ำว้า ส่วนอื่นๆ ก็เป็นประเภทบุหรี่ และบรั่นดี แต่ถ้าหากว่าบูชาในวันพระ ก็ควรจะเว้นของบูชาพวกเหล้ากับบุหรี่นะคะ เมื่อเตรียมของไหว้เรียบร้อยแล้ว จุดธูปบูชาสำหรับท่านที่ไหว้ครั้งแรกให้จุดธูป 16 ดอก แล้วครั้งต่อไป จุดธูป 9 ดอก  แล้วตามด้วยคาถาบูชา (ตั้งจิตอธิษฐานขอสิ่งที่ต้องการจากท่าน โดยมีข้อแม้ว่าห้ามบนบานนะคะ )*** คาถานี้นิยมมากสำหรับท่านใดที่มีอาชีพค้าขาย จะช่วยให้กิจการของท่านดีขึ้น คาถาบูชา นะโม  (3 จบ) พระสะยามะมินโท วะโร อิติ พุทธะสังมิ อิติ อะระหัง สะหัสสะกายัง วะรัง พุทโธ นะโม พุทธายะ ปิยะ มะมะ นะโม พุทธายะ (กล่าว 3 ครั้ง) คาถาอธิษฐานขอพร นะโม (3 จบ) พระสยามะมินโท วะโร อัตตัง พุทธะสังมิ อิติ อะระหัง วะรัง พุทโธ นะโม พุทธายะ ปิโย เทวามนุสสานัง จงเป็นที่รักของมนุษย์และเทวดาทั้งหลาย ปิโย นาคะสัมปันนานัง จงบังเกิดความรักที่มีอนุภาคสูงสุด ปิโย พรหมานะมุตตะโม จงบังเกิดความรักกับผู้มีอำนาจท่านท้าวมหาพรหม เจ้าจอม อินทรา นาค ครุฑ และคนธรรพ์ ปินันทิยัง นะมามินัง ความรัก ความยินดี ความเมตตา จงบังเกิดในเรือนร่างข้าพเจ้าทุกส่วนแม้ปลายเส้นผม ปิยะ มะมะ นะโม พุทธายะ (5 จบ) ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาท ข้าพระพุทธเจ้า (นาย นาง นางสาว) ชื่อ...นามสกุล... ต้องการให้พระองค์ท่านช่วยเรื่อง..... อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเส พุทธะ นาเมอิ อิเมนา พุทธะตังโสอิ อิโสตัง พุทธะปิติอิ ปิยะ มะมะ นะโม พุทธายะ (3 จบ) พระพุทธเจ้าขอรับด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะขอให้บุญบารมีขององค์เสด็จพ่อ ร.5 สูงยิ่งๆ ขึ้น และแกร่งกล้ายิ่งๆ ขึ้น รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

กัน นภัทร ปลงผมนาคแล้ว เตรียมบวชพรุ่งนี้ที่สุพรรณบุรี!!
กัน นภัทร /  กัน นภัทร บวช / 

  ในที่สุดก็ใกล้ถึงฤกษ์บวชเข้ามาทุกที สำหรับนักร้องหนุ่ม กัน นภัทร โดยล่าสุดช่วงบ่ายของวันนี้ (9ธ.ค.59) หนุ่มกัน ได้เข้าพิธีปลงผมนาคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีเพื่อนในวงการบันเทิงและแฟนคลับที่เดินทางมาร่วมอนุโมทาบุญเป็นจำนวนมาก ซึ่งการบวชครั้งนี้เป็นการบวชเพื่อทดแทนคุณบุพการีและถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยจะมีพิธีอุปสมบทในวันพรุ่งนี้ (10ธ.ค.59) เวลา 07.00น. ณ วัดโพธาราม อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี ทั้งนี้ กัน นภัทร ได้รับฉายาทางธรรมว่า “อินทวังโส” แปลว่า “ผู้มีเชื้อสายมาจากพระอินทร์"   ทีมข่าว gossipstar.mthai.com ขออนุโมทนาบุญกับ หนุ่มกัน และครอบครัวมา ณ โอกาสนี้ ขอบคุณภาพจาก IG gunnapat23, jeabkiatsuda, baifern_srougrat_tfc, nookhong และภาพจากแฟนคลับ #gunnapatordination2016 กัน นภัทร กัน นภัทร กัน นภัทร กัน นภัทร กัน นภัทร กัน นภัทร กัน นภัทร กัน นภัทร กัน นภัทร กัน นภัทร กัน นภัทร กัน นภัทร กัน นภัทร กัน นภัทร กัน นภัทร นาคกัน นภัทร กัน นภัทร

มาเที่ยวชมความงดงามของ วัดร่องขุ่น จ.เชียงราย กัน
วัดร่องขุ่น /  เฉลิมชัย โกษิตพิพัฒน์ / 

เมื่อเราไปถึงเชียงราย จังหวัดเหนือสุดในสยาม เราก็คงคิดถึงธรรมชาติบนดอยที่สวยงาม อย่างเช่น แม่ฟ้าหลวง ดอยตุง และวัฒนธรรมอันงดงาม แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ผู้คนนิยมไป นั่นก็คือ วัดร่องขุ่น ซึ่งก่อตั้งโดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ดังนั้นวันนี้ขอพาทุกคนไปชมความงดงามของวัดร่องขุ่นพร้อมทำความรู้จักกับวัดนี้กัน.... วัดร่องขุ่น (Wat Rong Khun) วัดร่องขุ่น (Wat Rong Khun) ออกแบบและก่อสร้างโดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ซึ่งปรารถนาจะสร้างวัดให้เหมือนเมืองสวรรค์ที่มนุษย์สัมผัสได้ เริ่มสร้างตั้งแต่ พ.ศ.2540 จากเดิมมีเนื้อที่3 ไร่ ได้ซื้อที่ดินเพิ่มและมีผู้บริจาคคือคุณวันชัย วิชญชาคร จนปัจจุบันมีเนื้อที่9 ไร่ และมีพระกิตติพงษ์ กัลยาโณ รักษาการเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างวัดมาจาก 3 สิ่งต่อไปนี้คือ ชาติ : ด้วยความรักบ้านเมือง รักงานศิลป์ จึงหวังสร้างงานศิลปะที่ยิ่งใหญ่ไว้เป็นสมบัติของแผ่นดิน ศาสนา : ธรรมะได้เปลี่ยนชีวิตของอาจารย์เฉลิมชัยจากจิตที่ร้อนกลายเป็นเย็น จึงขออุทิศตนให้แก่พระพุทธศาสนา พระมหากษัตริย์ : จากการเข้าเฝ้าฯ ถวายงานพระองค์ท่านหลายครั้ง ทำให้อาจารย์เฉลิมชัย รักพระองค์ท่านมาก จากการพบเห็นพระอัจฉริยะภาพทางศิลปะและพระเมตตาของพระองค์ท่าน จนบังเกิดความตื้นตันและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ จึงปรารถนาที่จะสร้างงานพุทธศิลป์ถวายเป็นงานศิลปะประจำรัชกาลพระองค์ท่าน (ป้ายก่อนเข้าวัด พร้อมมีขวดเหล้ายี่ห้อหนึ่ง...)  ที่ตั้ง วัดร่องขุ่น อยู่ในท้องที่ตำบลป่าอ้อดอนชัย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เป็นวัดบ้านเกิดของอาจารย์ เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ วัดร่องขุ่นอยู่ก่อนตัวเมืองเชียงรายประมาณ13 กิโลเมตร ตรงสามแยกไฟแดงทางเข้าน้ำตกขุนกรณ์ จะเป็นที่ตั้งของวัดร่องขุ่น ซึ่งห่างถนนใหญ่เพียง100 เมตร เท่านั้น  (ทางขึ้นไปยังอุโบสถ ซึ่งขึ้นแล้วห้ามถอยหลังกลับมา เพราะจะกลับมาตกนรกอีกครั้ง) (สภาพขุมนรกที่เต็มไปด้วยบาป สังเกตเห็นเล็บสีแดงไหม... หมายถึง หลงใหลในความงามภายนอก) ความหมายของอุโบสถ สีขาว : พระบริสุทธิคุณของพระพุทธเจ้า สะพาน : การเดินข้ามจากวัฎสงสารสู่พุทธภูมิ เขี้ยว หรือ ปากพญามาร : กิเลสในใจ สันของสะพาน : มีอสูรอมกัน ข้างละ 8 ตัว 2 ข้าง รวมกันแทนอุปกิเลส 16 กึ่งกลางของสะพาน : เขาพระสุเมรุดอกบัวทิพย์ : มี 4 ดอกใหญ่ตรงทางขึ้นด้านข้างอุโบสถแทนซุ้มพระอริยเจ้า 4 พระองค์ คือ พระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี และพระอรหันต์ บันไดทางขึ้น : มี 3 ขั้นแทน อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา (ทางขึ้นไปยังอุโบสถ โดยผ่านนรกขนาบข้าง) การเดินทางก็ไม่ยาก....  ถ้ามาจากกรุงเทพฯ ใช้ถนนสายเชียงราย– กรุงเทพฯ ผ่าน จ.พะเยา ผ่าน อ.แม่ใจ จ.พะเยา เข้า อ.พาน จ.เชียงราย ขับรถมุ่งหน้าไปทาง จ.เชียงรายเรื่อยๆ พอออกจากตัว อ.พาน จะข้ามสพานแม่ลาว (แม่น้ำลาว) ขับรถไปซักพักจะถึงแยกปากทางแม่สรวย (แยกไป อ.แม่สรวย และไป จ.เชียงใหม่) ขับรถต่อไปอีกซักประมาณ10 ก.ม ก่อนจะถึงแยกขุนกรณ์ (ทางไปน้ำตกขุนกรณ์) ประมาณ200 เมตร ถ้ามองดูทางด้านซ้ายมือ จะเห็นตัววัดสีขาวสะดุดตายิ่งนัก เมื่อถึงทางแยกให้เลี้ยวซ้ายไปทางน้ำตกขุนกรณ์ วัดร่องขุ่นจะอยู่เข้าไปประมาณ100 เมตร ซึ่งวัดร่องขุ่นจะอยู่ก่อนถึงตัวเมืองเชียงราย13 ก.ม ตรงหลัก ก.ม ที่816 ถนนพลหลโยธิน (หมายเลข1/A2 ) ถ้ามาจาก อ.แม่สาย มาจากสนามบินนานาชาติเชียงราย หรือตัวเมืองเชียงราย ให้มาทางทิศใต้ ทางไป อ.พาน จ.เชียงราย ทางไป จ.พะเยา เมื่อออกจากตัวเมืองเชียงราย จะผ่านแยกไฟแดงสถานีขนส่งแห่งที่2 ขับตรงมาเรื่อยๆ จนถึงไฟแดง แยกขวา แยกขุนกรณ์ (ทางไปน้ำตกขุนกรณ์) ให้เลี้ยวขวาเข้ามา ซึ่งใช้เวลาเดินทางจากตัวเมืองเชียงรายไม่กี่นาทีก็จะถึงวัดร่องขุ่น ถ้ามาจาก จ.เชียงใหม่ ให้มาทาง อ.ดอยสะเก็ด เข้า อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย มาเรื่อยๆ ผ่าน อ.แม่สรวย มาจนถึง สามแยกปากทางแม่สรวยให้เลี้ยวซ้ายไปทาง จ.เชียงราย (เลี้ยวขวาไป อ.พาน, ไป จ.พะเยา) จากปากทางแม่สรวยขับไปทางตัวเมืองเชียงรายประมาณ10 ก.ม จนถึงแยกขุนกรณ์ (ทางไปน้ำตกขุนกรณ์) ให้เลี้ยวซ้ายเข้าไป (บริเวณรอบวัด)  (ส่วนบริเวณห้องน้ำ ซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่รู้ก็จะไหว้ก่อน...) วัดร่องขุ่นเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา6.30 – 18.00 น. ห้องแสดงภาพ : เปิดให้เข้าชมวันจันทร์– ศุกร์ เวลา8.00 – 17.30 น. วันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดราชการ เวลา8.00 – 18.00 น. สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่... สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬา จ.เชียงราย โทร.053-716519 ศูนย์บริหาร จัดการ การท่องเที่ยว จ.เชียงราย โทร.053-715690 วัดร่องขุ่น ต.ป่าอ้อดอนชัย อ.เมือง จ.เชียงราย57000 โทร.053-673579 หรือ www.วัดร่องขุ่น.com

8 ที่เที่ยวตามรอย ละครนาคี กับสถานที่ Unseen ในเมืองไทย
ที่เที่ยวกาญจนบุรี /  ที่เที่ยวบุรีรัมย์ / 

ละครนาคี เป็นละครเกี่ยวกับตำนานความรักของชายหนุ่มกับนางพญานาคี ย้อนประวัติศาสตร์ โบราณคดี ใช้สถานที่นี้เป็นแหล่งท่องเที่ยว และแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม ซึ่งหากใครได้ดูละครเรื่องนี้ ก็คงจะได้เห็นฉากสวยๆ ทั้งปราสาท ถ้ำ และน้ำตก อยู่หลายฉาก ซึ่งวันนี้ Travel MThai จะพาไปเที่ยวตามรอยละครนาคีกัน ไปดูกันว่า เมืองไทยจะมีที่เที่ยวสวยๆ ที่ไหนกับบ้าง กับ 8 ที่เที่ยวตามรอย ละครนาคี กับสถานที่ Unseen ในเมืองไทย 8 ที่เที่ยวตามรอย ละครนาคี กับสถานที่ Unseen ในเมืองไทย 1. อุทยานประวัติศาตร์เมืองสิงห์ หรือ ปราสาทเมืองสิงห์ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นสถานที่แรกที่ อาจารย์และกลุ่มนักศึกษาเข้ามาสำรวจประวัติศาสตร์ โบราณคดี ปราสาทเมืองสิงห์ หรือ อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ ตั้งอยู่ที่ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี เป็นเมืองสำคัญในยุคขอมโบราณ อายุกว่า 800 ปี และเมืองโบราณขอมแห่งเดียวของเมืองกาญจน์ ที่ยังคงเหลือถึงปัจจุบัน ปราสาทเมืองสิงห์ : มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส ขนาดพื้นที่ประมาณ 1 ตารางกิโลเมตร มีแนวศิลาแลง และ คูเมือง ล้อมรอบทุกทิศ สร้างขึ้นมาในสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มหาราชองค์สุดท้ายของอาณาจักรกัมพูชาโบราณ (อาณาจักรขอม) เป็นหัวเมืองชั้นนอก คอยควบคุมดูแลเส้นทางการค้าที่เชื่อมระหว่างอินเดียกับสุวรรณภูมิ หลังจากที่อาณาจักรขอมล่มสลายในศตวรรษที่ 19 ที่นี่ก็ถูกทิ้งร้างผุพังจนเป็นอย่างที่เห็นในปัจจุบัน การเดินทาง : ขับรถส่วนตัวให้มุ่งหน้าไปทาง อ.ไทรโยค ประมาณ 25 กิโลเมตร จะเจอ 3 แยก เลี้ยวซ้ายตรงไปอีกประมาณ 6 กิโลเมตรก็จะเห็นปราสาทเมืองสิงห์อยู่ตรงหน้า หรือถ้านั่งรถไฟสายน้ำตก สามารถลงรถที่สถานีท่ากิเลนและต่อรถมาปราสาทเมืองสิงห์ก็ทำได้ไม่ยาก อ่านรีวิวเพิ่มเติม : ปราสาทเมืองสิงห์ เยือนเมืองขอมแห่งกาญจนบุรี ------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 2. อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง หรือ ปราสาทพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ ปราสาทพนมรุ้ง ปราสาทหินเก่าแก่ ได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะขอมโบราณ ที่วิจิตรงดงามผ่านลายสลักบนหินนับร้อยนับพันก้อน ก่อร่างสร้างจนเกิดเป็นความยิ่งใหญ่แห่งเทวสถาน ตั้งอยู่บนภูเขาไฟที่เคยประทุในอดีตและดับลงกว่าล้านปี (หนึ่งในหกลูกสำคัญของจังหวัดบุรีรัมย์) หลังจากยุคขอมสิ้นอำนาจลงปราสาทหินพนมรุ้งได้ถูกทิ้งร้างให้ผุพังไปหลายปี จนต่อมาก็ได้รับการบูรณะ นำชิ้นส่วนต่างๆ มาประกอบขึ้นใหม่ และ วางศูนย์กลางประตูอยู่ในแนวเดียวกับพระอาทิตย์ขึ้น สถานที่ถ่ายทำฉาก พิธีรำถวายเจ้าแม่นาคี ทุกวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 ของทุกปี เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นขนานกับยอดเขาเราสามารถชมและสัมผัสปรากฏการณ์แสงแรกแห่งอรุณรุ่ง มองเห็นพระอาทิตย์เป็นแนวเดียวกันตลอดทั้ง 15 ประตู ซึ่งเกิดเหตุการณ์อันน่าอัศจรรย์เพียงวันเดียวในทุกๆ ปี  ถือเป็นความเชื่อและความเป็นสิริมงคลในการเริ่มต้นดำเนินชีวิตในวันใหม่ การเดินทาง : จากกรุงเทพฯ เดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) ถึงสระบุรี เลี้ยวขวาเข้าทางหลวง หมายเลข 2 (มิตรภาพ) จากนั้นแยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 24 (โชคชัย-เดชอุดม) ผ่านอำเภอ หนองกี่ อำเภอนางรอง แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ตัวจังหวัดบุรีรัมย์ ตามทางหลวงหมายเลข 218 รวมระยะทาง 410 กม. หรือจากนครราชสีมา ตามทางหลวงหมายเลข 226 ผ่านอำเภอจักราช-ห้วยแถลง-ลำปลาย มาศ รวมระยะทาง 384 กม. อ่านรีวิว ปราสาทพนมรุ้งชมดวงอาทิตย์ลอด 15 ช่องประตู ------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 3. ถ้ำพุหวาย วนอุทยานถ้ำเขาวง จังหวัดอุทัยธานี ถ้ำพุหวาย ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติพุเตย จังหวัดอุทัยธานี ภายในถ้ำจะพบภูเขาหินปูนสูงชันสลับซับซ้อน หินงอกหินย้อย หลากหลายแบบ อาทิ หินดอกเห็ด, หินย้อย, เสาโรมัน, ดอกไม้หิน, หินรูปหัวปลาโลมา,หินเกร็ดเพชร, หินงอกดอกกุหลาบ เป็นต้น อีกทั้งยังมีค้างคาวอาศัยอยู่ถึง 9 ชนิด และ พระพุทธรูป ที่ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวเข้ามากราบไหว้ ทางด้านหลังของถ้ำพุหวาย คือ ถ้ำเทพมาลี หรือ ถ้ำพญานาค เป็นถ้ำขนาดเล็กค่อนข้างลึกมีความสวยงามตามธรรมชาติของหินงอกหินย้อย ยอดเขาพุหวาย สูง 700 เมตรจากระดับน้ำทะเล สามารถมองเห็นทัศนียภาพที่กว้างไกลอย่างสวยงาม บนสันเขามีสภาพเป็นป่าเต็งรังที่ค่อนข้างสมบูรณ์ ในฉากการถ่ายทำในละคร ด้านนอกทางเข้าเป็น ปราสาทเมืองสิงห์ จังหวัดกาญจนบุรี และเมื่อเข้ามาข้างในถ้ำจะเป็น ถ้ำพุหวาย จังหวัดอุทัยธานี แห่งนี้ การเดินทาง : จากทางหลวงหมายเลข 3011 แยกเข้าทางเดียวกับสวนห้วยป่าปกรีสอร์ท และวัดถ้ำเขาวง แต่ทางไปถ้ำจะอยู่เลยจากแยกเข้าวัดถ้ำเขาวงไปประมาณ 4 กิโลเมตร ------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 4. น้ำตกเอราวัณ จังหวัดกาญจนบุรี น้ำตกเอราวัณ เป็นน้ำตกใหญ่และสวยงามบนฝั่งแม่น้ำแควใหญ่ในเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “อุทยานแห่งชาติเขาสลอบ” หรือ น้ำตกสะด่องม่องลาย เป็นน้ำตกที่ทีมีความสวยงามติดอันดับต้นๆ ของเมืองไทย น้ำใสสีฟ้าอมเขียวมรกต ประกอบด้วยน้ำตกที่ไหลหลั่ง 7 ชั้นด้วยกัน แต่ละชั้นก็มีความสวยงามและมีชื่อเรียกแตกต่างกัน บริเวณน้ำตกชั้นที่ 1 - 4 จะมีปลาพลวง (ปลาตระกูลปลาตะเพียน ลำตัวสีน้ำตาลเขียวเกล็ดโต มีหนวดยาว 2 คู่) แหวกว่ายอยู่เป็นจำนวนมาก เป็นลักษณะเด่นอีกอย่างหนึ่งของที่แห่งนี้ ส่วน ไฮไลท์ของน้ำตกเอราวัณ ก็จะอยู่ตรงชั้น 7 เป็นชั้นที่สูงที่สุด 1,520 เมตร เรียกว่า ภูผาเอราวัณ (Phu Pha Erawan) ธารน้ำจะแยกเป็น 2 สาย  สีขาวของสายน้ำที่ตกจากผาสูงเมื่อมองไกลๆ จะมีลักษณะคล้ายงาของช้างและหัวของช้างที่ยื่นเดินออกมาจากภูผา  จึงได้ชื่อว่า “น้ำตกเอราวัณ” การเดินทาง : ไปตามถนนเพชรเกษม หรือ ถนนบรมราชชนนี ผ่านนครชัยศรี บ้านโป่ง ท่ามะกา ท่าม่วง ถึงจังหวัด กาญจนบุรี เดินทางต่อตามทางหลวงจังหวัด หมายเลข 3199 จนถึงเขื่อนศรีนครินทร์ ข้ามสะพานไปยังตลาดเขื่อน ศรีนครินทร์ แล้วจึงเลยเข้าไปยังที่ทำการอุทยานแห่งชาติเอราวัณ อ่านรีวิว : 10 ข้อควรรู้ก่อนไปเที่ยว น้ำตกเอราวัณ เที่ยวน้ำตกเอราวัณ สวรรค์ชั้น 7 จ.กาญจนบุรี ------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 5. จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม  แหล่งท่องเที่ยวเกษตรเชิงวัฒนธรรม ตั้งอยู่ในอำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา บนพื้นที่กว่า 600 ไร่ เปิดให้เข้าชมในเดือนธันวาคม-มกราคม ของทุกปี ภายในเราสามารถสัมผัสธรรมชาติได้แบบเต็มปอด ชมดอกไม้นานาชนิด เรียนรู้ด้านการเกษตร ชมแปลงพืชผัก รวมถึงสามารถเลือกซื้อไม้ดอกไม้ประดับและผลผลิตทางการเกษตรปลอดสารพิษ ที่ทางฟาร์มผลิตได้อีกด้วย จุดท่องเที่ยวภายใน จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม   อาทิ  ทุ่งคอสมอสและแปลงเก็บผักปลอดสาร บนพื้นที่กว่า 40 ไร่,  ลานฟักทองและทุ่งดอกไม้หลากสี, หมู่บ้านจิม ชมและเรียนรู้กระบวนการผลิตผ้าไหมอันเป็นเอกลักษณ์ของจิม ทอมป์สัน และ หมู่บ้านอีสานและหมู่บ้านโคราช เป็นจุดที่ละครนาคีมาถ่ายทำนั่นเอง หมู่บ้านอีสานและหมู่บ้านโคราช  เป็น “สถาปัตยกรรมอีสาน” ที่ได้รับการรวบรวมและสร้างขึ้นไว้มากที่สุด ทั้งบ้านเรือนโบราณและศาสนาคารอีสานดั้งเดิมอย่าง สิม หอไตร หอกลอง ฯลฯ รวมถึง “เรือนนางเผอะ” เรือนโคราชที่ได้รับรางวัลอนุรักษ์ศิลปะสถาปัตยกรรมดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2558 จากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ อ่านรีวิวเพิ่มเติม : ชวนเที่ยว จิมทอมป์สันฟาร์ม ------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 6. อุทยานประวัติศาสตร์แห่งชาติป่าหินงาม จังหวัดชัยภูมิ อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อยู่ในพื้นที่อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ มีสภาพป่าสมบูรณ์ เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของลุ่มน้ำชี และแม่น้ำป่าสักมีจุดเด่นทางธรรมชาติ ที่สวยงามหลายแห่งโดยเฉพาะทุ่งดอกกระเจียว มีเนื้อที่ประมาณ 62,437.50 ไร่ หรือ 99.9 ตารางกิโลเมตร เทือกเขาพังเหย จุดที่สูงสุดอยู่ในเขตของอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม (846 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง) ซึ่งเกิดจากการยกตัวของพื้นที่เป็นที่ราบสูงภาคอีสานจึงเป็นรอยต่อระหว่างภาคกลางกับภาคอีสาน ทำให้เรียกบริเวณนี้ว่า “สุดแผ่นดิน” ณ จุดนี้จะเห็นทิวทัศน์ของสันเขาพังเหยและเขตพื้นที่ป่าของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา จุดชุมวิวนี้อยู่ทางด้านทิศเหนือของที่ทำการอุทยานแห่งชาติ นักท่องเที่ยวนิยม ขึ้นไปสัมผัสสายหมอกตอนเช้าและชมพระอาทิตย์ตกตอนเย็น ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร การเดินทาง : จากกรุงเทพฯ มาตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 ผ่านสระบุรีจนถึงบ้านพุแค เลี้ยวขวามาตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 21 จนถึงอำเภอชัยบาดาล แล้วใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 205 ผ่านกิ่งอำเภอลำสนธิ ก่อนถึงอำเภอเทพสถิตประมาณ 1 กิโลเมตร ให้เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2354 ระยะทางประมาณ 17 กิโลเมตรแล้วเลี้ยวซ้ายไปตามถนนลาดยางระยะทางประมาณ 13 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม รวมระยะทางประมาณ 270 กิโลเมตร อ่านรีวิวเพิ่ม้ติม : อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม จังหวัดชัยภูมิ ------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 7. สวนรุกขชาติ ถ้ำจอมพล จังหวัดราชบุรี ถ้ำจอมพล ตั้งอยู่ที่ตำบลจอมบึง อำเภอจอมบึง ในบริเวณสวนรุกชาติจอมพล ติดกับมหาวิทยาลัยราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง ห่างจากตัวเมืองราชบุรีประมาณ 30 กิโลเมตร เราสามารถชมควาสวยงามของแสงจากช่องอากาศด้านบนของถ้ำจะส่องลงมาสวยงามตอนช่วงเวลา 13.15 น. ของทุกวัน ถ้ำจอมพล เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดราชบุรี ในอดีตมีพระมหากษัตริย์หลายพระองค์ทรงประพาสและทอดพระเนตรถ้ำจอมพลนี้เริ่มตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามกุฏราชกุมาร (ขอบคุณภาพและข้อมูล www.เที่ยวราชบุรี.com) ----------------------------------------------------------------------------------------------------------- 8. หุบป่าตาด - เขตห้ามล่าสัตว์ป่า ถ้ำประทุน จังหวัดอุทัยธานี หุบป่าตาด ตั้งอยู่ในอำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี ขึ้นชื่อว่าเป็น ดินแดนจูราสสิคเมืองไทย ชมความมหัศจรรย์ของผืนป่าดึกดำบรรพ์ บริเวณโดยรอบของหุบป่าตาดนี้เป็นระบบนิเวศค่อนข้างปิดเนื่องจากมีทางเข้าออก ทางเดียว แสงแดดจะส่องถึงเฉพาะช่วงเวลาเที่ยงวันเท่านั้น เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักผจญภัยลิสไว้ว่าต้องมาให้ได้ เป็นอีกหนึ่งที่ท่องเที่ยว Unseen ของเมืองไทยอีกด้วย ให้ความรู้สึกเหมือนเราเข้าไปอยู่ในยุคจูราสิคอย่างงั้นเลย ไฮไลท์สำคัญของหุบป่าตาด ได้แก่ “ต้นตาด” ที่เป็นพืชตระกูลปาล์มดึกดำบรรพ์ที่พบมากในบริเวณหุบเขาหินปูนนี้ และ “กิ้งกือมังกรสีชมพู” สัตว์หายากของโลกที่ในประเทศไทยสามารถพบเห็นได้ที่นี่ที่เดียวเท่านั้น ซึ่งหุบป่าตาดจะเปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.00-17.00 น. การเดินทาง : จากตัวเมืองอุทัยฯ ใช้ทางหลวง 333 (อุทัยธานี-หนองฉาง) จากนั้นเลี้ยวเข้าทางหลวง 3438 (หนองฉาง-ลานสัก) ประมาณ 90 กม. พิกัด : N15° 22.645’, E99° 37.822’ ติดต่อ-สอบถาม : ททท. สำนักงานอุทัยธานี โทรศัพท์ 056-514-651-2 นอกจากนี้ ละครนาคี ก็ยังยกกองกันไปถ่ายทำสถานที่สวยๆ ในประเทศไทยอีกหลายที่ ทั้งภาคเหนือ, ภาคกลาง , ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อาทิ จังหวัดนครราชสีมา , จังหวัดบุรัรัมย์ , จังหวัดกาญจนบุรี , จังหวัดชัยภูมิ , จังหวัดราชบุรี , จังหวัดอุทัยธานี , จังหวัดพระนครศรีอยุธยา , จังหวัดนครนายก , จังหวัดสระบุรี , จังหวัดปทุมธานี เป็นต้น