พญานาคสกลนคร

รวมเกล็ดความเชื่อ! เมื่อต้องตั้ง ศาลพระพรหม พระภูมิและเจ้าที่
ความเชื่อ /  พราหมณ์ / 

ความเชื่อกับคนไทยเป็นเรื่องที่อยู่คู่กันมานาน ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันไม่ว่าเทคโนโลยีจะพัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปมากแค่ไหน แต่ความเชื่อ ความศรัทธา ที่มีต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็ยังไม่เลือนหายไป โดยเฉพาะการตั้งศาลพระภูมิ ศาลพระพรหม หรือศาลเจ้าที่ ที่ยังคงมีให้เห็นอยู่ทุกที่ในเมืองไทย การตั้งศาลเหล่านี้เกิดจากหลายเหตุผล มีทั้งที่เชื่อด้วยตัวเองตั้งแต่แรก และบางท่านอาจจะมีปัญหาต่างๆรุมเร้า เช่นสุขภาพไม่ดี เจ็บป่วยอยู่บ่อยครั้ง ครอบครัวไม่มีความสุข มีแต่เรื่องทุกข์ใจ บ้านร้อนดั่งไฟ คนในบ้านทะเลาะกัน  หรือธุรกิจที่ทำอยู่กำลังอยู่ในขั้นวิกฤติ ซึ่งไม่ว่าคุณจะมีจุดเริ่มต้นเป็นอย่างไร แต่สุดท้ายต่างก็ต้องการที่พึ่งทางจิตใจเหมือนๆกัน การตั้งศาลจึงเป็นทางออกที่หลายท่านเลือกที่จะทำ นอกจากนี้ยังต้องอาศัยพราหมณ์ที่มีความรู้ ความชำนาญอย่างแท้จริง เพื่อที่จะช่วยให้พิธีมีความศักดิ์สิทธิ์และเห็นผล! หลายท่านอาจยังไม่เคยทราบว่าใต้ฐานของ ศาลพระพรหม และพระภูมินั้น มีการนำไม้มงคล 9 อย่าง, แผ่นนาคเงิน นาคทอง และพลอยนพเก้าลงไปด้วย เพื่อเสริมสิริมงคลให้กับเจ้าของบ้านและธุรกิจที่ทำอยู่ให้เจริญมากยิ่งขึ้น หลังจากที่ตั้งศาลเรียบร้อยแล้ว สิ่งหนึ่งที่สำคัญและขาดไม่ได้เลย คือการหมั่นดูแลเอาใจใส่ เปลี่ยนน้ำ เปลี่ยนผลไม้ของไหว้ และรักษาความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ อย่าให้ขาดตกบกพร่อง เพราะหากต้องการให้ท่านมาปกป้องคุ้มครองคุณจะต้องไม่ลืมที่จะให้ความเคารพจากใจจริงเสียก่อน เปรียบเสมือนเราสร้างวิมานให้เทพอยู่ จึงต้องดูแลเป็นอย่างดี ข้อห้ามในการตั้งศาลนั้น ความจริงแล้วมีมากมายหลายสิบข้อ แต่ที่เป็นพื้นฐานหลักที่ไม่ควรทำคือ 1. ห้ามตั้งศาลไว้ทางทิศตะวันตก 2. การทำบันไดฐานให้ศาล จำนวนขั้นควรเป็นเลขคี่ 3. ห้ามตั้งวางศาลในพื้นที่ใต้คานหรือเสาเด็ดขาด เรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com ขอบคุณรูปภาพจาก : ร้านศาลพระภูมิ อินทรศิลป์

ละครดั่งสวรรค์สาป , เรื่องย่อดั่งสวรรค์สาป
ปู ไปรยา ดาหวัน ดั่งสวรรค์บาป /  ละคร ดั่งสวรรค์สาป / 

เรื่องย่อละคร ดั่งสวรรค์สาป บทประพันธ์โดย : โสภี พรรณรายกำกับการแสดงโดย : มารุต สาโรวาทผลิตโดย : ค่าย มาสเตอร์ เรดออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.25 น ทางช่อง 7 สี สวรรค์ ส่งให้เธอเกิดมามีพร้อมทั้งทรัพย์สมบัติ และหน้าตา เพราะ..ความพร้อมในทุกด้านของชีวิต เธอจึงเลือกที่จะใช้ชีวิตอย่างทนงตัว และโปรยเสน่ห์ให้กับผู้ชายทุกคนที่เข้ามารุมรัก โดยไม่ได้คิดเลยว่า ถ้าหากวันหนึ่ง...เธอตื่นมาแล้วต้องกลายเป็นผู้หญิงอีกคน เธอจะทำเช่นไร กับอดีตของเธอ เช้าวันหนึ่งที่โรงพยาบาล ดาหวัน (ปู-ไปรยา) ฟื้นขึ้นมาพร้อมกับความว่างเปล่าในหัว แม้แต่ชื่อของตัวเองเธอยังจำไม่ได้ ภาพที่เธอมองเห็นคือ มาลัย (ตรีนุช ทิมเจริญ) แม่นมคนสนิทที่พยามเรียกความทรงจำของเธอกลับคืนมา โดยอธิบายให้ฟังว่า กานต์ (อ๋อม-อรรคพันธ์) ผู้ชายที่มีท่าทีเย็นชา และยืนมองดูเธออยู่ห่าง ๆ นั้น คือคู่หมั้นของเธอ แต่ดาหวันก็ต้องสับสน เมื่อชายคนที่นั่งจับมือเธออย่างใกล้ชิดอยู่ข้างเตียง กลับเป็น อติเทพ (แดน-ดนัย สมุทรโคจร) หนุ่มคารมดีที่ออกตัวว่าเป็นแฟนกับดาหวันตลอดเวลา หลังออกจากโรงพยาบาล เธอได้รับรู้ว่า ทวี (สถาพร นาควิไลโรจน์) พ่อของเธอเสียชีวิตไปก่อนหน้านี้ไม่กี่ปี ในทุก ๆ วันดาหวันต้องเรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ มากมายบนความสับสน ว่าทำไมคนรอบข้างจึงดูเหมือนมีแต่คนที่เกลียดชังเธอ จนหญิงสาวเริ่มสงสัยว่าก่อนหน้าที่จะเกิดอุบัติเหตุขึ้นนั้น เธอเคยมีชีวิตยังไง? กานต์ต้องมาเยี่ยมดาหวันทุกวันตามคำสั่งของพ่อ ซึ่งทำให้ ครองขวัญ (กีฟ-อรลีฬห์) คนรักเก่าที่ยังรอคอยวันที่กานต์จะถอนหมั้นไม่พอใจมาก กานต์ได้แต่ขอให้ครองขวัญเข้าใจ เพราะตัวเขาเองก็ไม่ได้เห็นคุณค่าอะไรในตัวดาหวัน มองว่าดาหวันคือผู้หญิงเอาแต่ใจ รักการปาร์ตี้ ที่ชอบโปรยเสน่ห์ให้ผู้ชายไปทั่ว และแม้ว่าในวงสังคมจะรู้ดีว่า เขาและเธอคือคู่หมั้นกัน แต่ดาหวันก็ยังควงอติเทพไปเที่ยวอย่างออกหน้าออกตา ทำให้ เพียงนภา (ธัญสินี พรมสุทธิ์) ญาติผู้น้องของดาหวัน และเป็นแฟนเก่าของอติเทพไม่พอใจเช่นกัน ดาหวันเริ่มเรียนรู้ว่า ทำไมเธอจึงมีศัตรูอยู่มากมาย อติเทพพยายามพาเธอไปรื้อฟื้นความจำในที่ต่าง ๆ ที่เธอชอบไป ในขณะที่กานต์ก็เข้าไปขอร้อง ประจวบ (กบ-ทรงสิทธิ์) ผู้เป็นพ่อให้ยกเลิกการแต่งงาน แต่ประจวบไม่ยอม เพราะเชื่อว่าตนเองมองคนไม่ผิด แถมเร่งให้กานต์ต้องแต่งงานเร็วขึ้น กานต์ได้แต่พูดไม่ออกกับคำสั่งของพ่อ ด้านอติเทพและครองขวัญจึงต้องร่วมมือกันวางแผนขัดขวางการแต่งงานครั้งนี้ ดาหวันรู้สึกวุ่นวายใจ เพราะสับสนกับเรื่องราวในอดีตของเธอเอง ยังไม่พอต้องมาเสียใจกับการแต่งงานที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วัน และว่าที่เจ้าบ่าวของเธอนั้น ก็ไม่ได้รู้สึกยินดีกับตัวเธอแม้แต่น้อย... เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป ติดตามชมกันต่อได้ใน ละครดั่งสวรรค์สาป ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.25 น ทางช่อง 7 สี รายฃื่อนักแสดงนำใน ละคร ดั่งสวรรค์สาป อรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท กานต์ ไปรยา สวนดอกไม้ รับบท ดาหวัน ดนัย สมุทรโคจร รับบท อติเทพ อรลีฬห์ โสตถิวันวงศ์ รับบท ครองขวัญ ธัญสินี พรมสุทธิ์ รับบท เพียงนภา ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี รับบท ประจวบ ตรีนุช ทิมเจริญ รับบท มาลัย สถาพร นาควิไลโรจน์ รับบท ทวี

กลับมาครั้งนี้ เธอจะรักเธอ..กว่าเดิม ในตย.แรก 'Yes or No 2.5 กลับมา เพื่อรักเธอ'
ComeOn Sweet /  Yes Or No 2.5 / 

จัดได้ว่าเป็นหนังภาคต่อ ที่เกิดขึ้นมาจากหนังภาคแรกที่เป็นเพียงหนังโรแมนติคเล็กๆ แต่กลับมีกลุ่มแฟนคลับสูงทั้งในประเทศไทย และ ต่างประเทศ เอง สำหรับหนังเฟรนไซส์ Yes or No ที่คราวนี้มีภาคแยกออกมาอีกแล้ว ในชื่อว่า 'Yes or No 2.5 กลับมา เพื่อรักเธอ' ซึ่งยังคงได้ผกก.อย่าง 'กิรติ นาคอินทนนท์' กลับมากำกับ พร้อมนักแสดงสาวอย่าง ติ๊นา ศุภนาฎ มารับบทนำ ร่วมด้วยนักแสดงชุดใหม่อย่าง นัน AF10, ปีเก้ พิมพกานต์ และ หงหยก AF10 'Yes or No 2.5 กลับมา เพื่อรักเธอ' คือเรื่องราวของสองสาวหล่อเพื่อนซี้ ไวน์ ช่างภาพมาดเท่และพี เชฟยอดฝีมือ (ติ๊นา-ศุภนาฏ และ นัน-สุนันทา) กับความสัมพันธ์ของทั้งคู่ที่มีต่อพิมและฟ­้า (ปีเก้-พิมพกานต์ และ หงหยก-จันษกร) ความรัก ความหลัง อดีต และ ปัจจุบัน พาทั้งสี่โคจรมาเจอกันอีกครั้ง ไวน์นั้นยังปักใจอยู่กับรุ่นน้องอย่างพิม แต่พิมกลับกำลังคบอยู่กับแฟนหนุ่ม พีที่อยากช่วยเพื่อนให้ตัดใจจากรักเก่า จึงวางแผนเป็นพ่อสื่อจับคู่ไวน์กับฟ้า เพื่อนสนิทของพิม แต่เมื่อฟ้ากลับหลงเสน่ห์ของพีแทน ความสับสนอลเวงจึงเกิดขึ้น สุดท้าย ชีวิตและหัวใจสี่ดวงจะลงเอยแบบไหน ความรักแท้จริงสัมผัสกันที่หัวใจ ใช่หรือไม่ พบคำตอบได้ 28 พ.ค. นี้ ในโรงภาพยนตร์

ชาวสกลนครดวงขึ้น แห่ถูกลอตเตอรี่เพียบ
ดวงดี /  ถูกหวย / 

คนสกลนครดวงขึ้น ถูกลอตเตอรี่งวดล่าสุดกันถ้วนหน้า บางรายหลบหนีหลังถูกหวยหวังหนีความวุ่นวาย ทั้งมีอีกหลายกลุ่มถูกรางวัลแต่ไม่เปิดเผยตัว วันนี้ (17 พ.ค. 58)  มีรายงานว่า ชาวบ้านพังขว้าง หมู่ 11 ต.พังขว้าง อ.เมืองสกลนคร ถูกลอตเตอรี่ รางวัลที่ 1 งวด 16 พ.ค.58 โดย น.ส.สาวิตรี ไขประพาย อายุ 30 ปี เผยว่า ดีใจมาก หลังทราบว่าถูกลอตเตอรี่ โดยซื้อมาจากตลาดในเมืองสกลนคร เพื่อลองเสี่ยงโชคดู  ปกติซื้อเป็นประจำงวดละ 1-2 ใบ ไม่ได้คิดอะไรมาก เมื่อหวยออกนำมาตรวจจากโทรศัพท์ จึงรู้ว่าถูก 4 ล้านบาท ส่วนเงินที่ได้จะนำมาใช้หนี้ที่บ้าน ส่วนหนึ่งจะนำมาเป็นทุนและทำบ้าน นอกจากนี้ ยังพบว่ามีแม่ค้าในตลาดสดบ้านธาตุนาเวง ชื่อว่า เจ้อุไร  ถูกรางวัล จำนวน 4 ใบ หรือ 16 ล้าน เจ้อุไร เผยว่า ซื้อลอตเตอรี่เป็นประจำ งวดละไม่มาก 4-5 ใบ เลือกซื้อตามแผงที่หน้าตลาด ช่วงเช้าวันหวยออก ให้สามีที่สุขภาพไม่คอยดีเดินไปซื้อได้มา 5 ใบ เลขท้าย 21 จำนวน 4 ใบ หวยออกสามีบอกว่าถูกรางวัลที่ 1 เงินเบื้องต้นจะนำมาทำบุญก่อนนำเงินที่เหลือไปลงทุน ทั้งยังมีหนุ่มดวงดีอีกคน ชื่อ นายฉัตรชัย คำเมือง อายุ 47 ปี อยู่ ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมืองสกลนคร ได้ลงบันทึกประจำวันไว้ ที่ สภ.เมืองสกลนคร ถูกลอตเตอรี่จำนวน 30 ล้านบาท เมื่อติดตามไปสอบถามทราบว่านายฉัตรชัยไม่อยู่บ้าน คาดว่าน่าจะหลบไปก่อนสักพัก จากนั้นค่อยกลับเข้าบ้าน เพื่อหนีความวุ่นวาย โดยญาตินายฉัตรชัยบอกว่า ทราบแต่ว่านายฉัตรชัยถูกหวยเท่านั้น หลังจากที่ ข่าวการถูกหวยของคนสกลนคร สร้างความคึกคัก ประชาชนจับกลุ่มคุยกันสนุก บางรายก็ตั้งความหวังว่าใกล้ถึงคิวตนเองแล้ว และจากการที่ชาวบ้านถูกรางวัลที่ 1 กระจายไปหลายราย เนื่องมาจากการไม่ทำสลากฯ ชุดใหญ่ออกขาย ไม่มีชุด 20-30 ใบ รางวัลจึงกระจายออกไป ซึ่งในงวดนี้ ลอตเตอรี่ราคาไม่สูงเกินไป ทุกรายที่ถูกซื้อใบละ 100 บาทเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ยังมีกลุ่มผู้ถูกรางวัลที่ 1 อีก แต่ยังไม่ยอมเปิดเผยตัว โดยเดินทางเข้ามาลงบันทึกประจำวันไว้ แต่ได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ให้เปิดเผย เพราะเกรงอันตรายและความวุ่นวาย จึงไม่สามารถติดตามตัวได้ ขอบคุณข้อมูล/ภาพ ข่าวสด MThai News

จำกันได้ไหม 14 นักแสดงหนังผีไทย สุดสยอง
จ๋า วรัลชญาน์ จินดารักษ์วงศ์ /  ชาม ไอยวริญท์ โอสถานนท์ / 

ถึงแม้ว่าหลายคนจะบอกว่า กลัวผี!! แต่เชื่อว่าคุณก็ยังอยากดูหนังผีอยู่ดี ซึ่งภาพยนตร์ไทย ก็ทำหนังแนวระทึกขวัญ สยองขวัญออกมามากมาย ไม่ว่าตอนจบจะตายกันหมด หรือการหักมุมตอนท้าย หรือเรื่องราวทั้งหมดจะเกิดจากจินตนาการ ก็มีทั้งนั้น รวมถึงดาราที่มารับบทผีนั้น บางคนแต่งหน้าจนจำไม่ได้เลยว่า หน้าจริงๆ ของพวกเขาคือใคร วันนี้เราจะมาติดตามดูกันว่าจะมีใครกันบ้าง และคุณจำกันได้ 14 นักแสดงหนังผีไทย สุดสยอง จำกันได้ 14 นักแสดงหนังผีไทย สุดสยอง เริ่มจากเรื่องแรกผีนักศึกษา "เนตรดาว" จากเรื่อง ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ (2547) เป็นหนังผีที่ฮือฮาถึงความน่ากลัวมาที่สุดในตอนนั้น พูดได้ว่าไม่กล้าลืมตาดูจบทั้งเรื่องได้ง่ายๆ รับบทโดย หนูอิมอิม ก้าวมหัศาจรรย์ หรือ อิม อชิตะ  มาดูฝ่ายชายกันบ้าง ผีเด็กหอ "วิเชียร" จากเรื่องเด็กหอ (2549) รับบทโดย ไมเคิล ศิรชัช เจียรถาวร  เป็นวิญญาณเด็กที่จมน้ำเสียชีวิต และต้องกลับมาตายที่เก่าเวลา เพื่อลิ้มรสความทรมานจากการจมน้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกวัน ถ้าใครได้ดูภาพยนตร์ ห้าแพร่ง (2552) จะรู้เลยว่า แยกออกยากมาก ว่าไหนผีไหนคน หลอกกันไปหมด กับบท ผีน้องเกด โดย โอ้ต พรปวีณ์ รัศมีชวลิต แค่มองหน้าก็หลอนแล้ว มาถึงคิวของนักแสดงเด็ก พู่กัน นัดตะวัน ศักดิ์ศิริ กับบทผีเด็ก ชื่อ "ปลา" ในหนังเรื่อง บุปผาราตรี 3.1, บุปผาราตรี 3.2 (2552) ทั้งสองภาค หากใครที่ดูเรื่องนี้ จะรู้ว่า เด็กผีจะชอบขี่คอ พร้อมถือมีดไล่ล่าไปทั้งตึก วิญญาณผีสาวในชุดแต่งงานที่ถูกขังไว้ ระดับความเฮี้ยนขั้นเทพ รับบทโดย อะตอม ภัคจิรา วิศววิสุทธิ์ จากเรื่อง แก๊งค์ตบผี (2555) เรียกได้ว่าเป็นผีที่สวย เซ็กซี่มากๆ แต่หน้าตาในเรื่องสยองพอดูเลยอ่ะ คราวนี้สาวสวย จ๋า วรัลชญาน์ จินดารักษ์วงศ์ (ณัฐฐาวีรนุช ทองมี) ขอมารับบทผีกันบ้าง ในเรื่อง i miss you รักฉันอย่าคิดถึงฉัน (2555) กับบทหมอนก ที่เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์จนเสียชีวิต ต่อมา กับหนังผีเรื่อง ทองสุก 13 (2556) หนังสยองขวัญกลุ่มเพื่อนวัยรุ่น ที่ลองดีจนได้เรื่อง โดย ฐา กิตติ์ลภัส กรสุทธิ์ไรวรรณ รับบท ปุ้ม เป็นผีนางรำ ตัวอ่อน เป็นภาพยนต์ผี ระดับตำนาน ที่ถูกเล่าขาน และสร้างเป็นหนัง, ละคร หลายรุ่นมากมาย และล่าสุดกับเรื่อง พี่มากพระโขนง (2556) ก็เช่นกัน โดยเวอร์ชั่นนี้ บทแม่นาค หรือผีตายทั้งกลม รับบทโดย สาวสวย ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ ที่แสดงความรักได้ออกมาน่ารัก และซึ้งปนหลอนมากๆ นอกจากนี้ล่าสุดเธอก็ได้รับบทผีอีกครั้งในละครเรื่อง นางชฎา สวยสยอง บรื้อออออออออ ต่อมากับภาพยนต์ สยองขวัญวัยรุ่น Last Summer ฤดูร้อนนั้น ฉันตาย (2556) เรียกได้ว่า เป็นหนังผีที่ลุ้นระทึกกันตลอดทั้งเรื่อง กับผีนักแสดงสาว จอย รับบทโดย อาย พิมพกานต์ แพร่คุณธรรม ที่พยายามตามล่า อาฆาตคนที่กระทำไม่ดีกับเธอ ผีนักเรียนชาย ในเรื่อง ม.6/5 ปาก หมา ท้า ผี 3D (2556) รับบทโดย มาร์ค วิทวัส ท้าวคำลือ หรือ มาร์ค AF7 มาร์คกระโดดเข้าวงการการแสดงภาพยนตร์อย่างท้าทายกับบทบาทผีหัวแบะ เลือดอาบ เพราะตกจากตึกเรียนลงมา เห็นหน้าแว๊บแรก แทบจำไม่ได้ ผีสาวอาฆาตแบบเอาเป็นเอาตาย  กับสาว โดนัท มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล รับบท พลอย ในเรื่อง ตายโหง ตายเฮี้ยน (2557) ตอน ทุบ "กรรม" เรียกได้ว่าสยองจริงๆ ค่ะ อีก 1 สาวในเรื่อง ตายโหง ตายเฮี้ยน (2557) ตอน"ผี" ในช่องแอร์ โดย ชาม ไอยวริญท์ โอสถานนท์ รับบท หญิงสาวแสนสวย ที่ถูกฆาตกรรมและถูกหมกอยู่ในช่องแอร์ เป็นจุดเริ่มต้นของความเฮี้ยน อีกหนึ่งหนังผี วัยรุ่น ที่นำนักแสดงฮอร์โมน มาร่วมกัน ในเรื่อง ฝากไว้ในกายเธอ (2557) ที่พูดถึงความรักความผูกผันของเพื่อน และแฟนเพื่อน จนเกิดเรื่องขึ้น เมื่อความไม่ตั้งใจทำให้หญิงสาวที่รับบทโดย เก้า สุภัสสรา ธนชาต เป็น "ไอซ์" ต้องตาย และวิญญาณเธอต้องการเรียกร้องให้คนผิดรับผิดชอบกับการกระทำ หนุ่มคนสุดท้าย แบงค์ พงศกร ฉายสุริยะ รับบทเป็นยิ่งรบ ผีรด. ในเรื่อง รด. เขาชนผี ที่เขาชนไก่ (2558) ที่ตายเพราะเป็นเด็กขี้โรคแต่พยายามที่จะเอาชนะความอ่อนแอของร่างกายโดยการออกกำลังและมาเรียนรด. โดยปิดบังไม่ให้คนอื่นๆ รู้ เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ภาพจาก ไอจีดารา

เปิดรายชื่อ31กรรมการ ตรวจทรัพย์สิน หลวงพ่อคูณ
31คณะกรรมการ /  ทรัพย์สินหลวงพ่อคูณ / 

เจ้าคณะจังหวัดโคราช แต่งตั้ง 31 คณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินหลวงพ่อคูณและวัดบ้านไร่ ตั้ง "พระราชสีมาภรณ์" รองเจ้าคณะจังหวัด เป็นประธาน วันที่ 19 พ.ค. ที่วัดพายัพ อ.เมือง จ.นครราชสีมา พระราชวิมลโมลี เจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ได้มีการลงนามในคำสั่งแต่งตั้ง คณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินของพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ และวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทดแล้ว โดยคณะกรรมการชุดนี้ มีทั้งพระสงฆ์และฆราวาส รวมทั้งหมดจำนวน 31 คน มีพระราชสีมาภรณ์ รองเจ้าคณะจังหวัด เป็นประธานกรรมการ นายธงชัย ลืออดุลย์ ผู้ว่าราชการฯ และพระราชวิมลโมลี เจ้าคณะจังหวัดเป็นที่ปรึกษา สำหรับการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินของหลวงพ่อคูณและวัดบ้านไร่นั้น ตนได้ใช้อำนาจตามความในข้อ 15(5) แห่งกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 23 (พ.ศ.2541) ว่าด้วยระเบียบการปกครองคณะสงฆ์ ลงนามแต่งตั้งไปตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมาแล้ว โดยคณะกรรมการชุดนี้ มีอำนาจในการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของหลวงพ่อคูณ และทรัพย์สินของวัดบ้านไร่ อาทิ เงินสด บัญชีเงินรับบริจาคทุกรายการ บัญชีเช่าบูชาวัตถุมงคล บัญชีเงินฝากธนาคาร บัญชีเงินมูลนิธิ สิ่งของมีค่า รายการวัตถุมงคลที่มีอยู่ บัญชีรายรับ-รายจ่ายของวัด หรือบัญชีหนี้สินค่าใช้จ่ายต่างๆ ซึ่งการตรวจสอบครั้งนี้ จะต้องมีการประสานผู้เชี่ยวชาญด้านการสืบสวนสอบสวน เข้ามาร่วมตรวจสอบด้วย เนื่องจากทรัพย์สินของวัดบ้านไร่ มีอยู่จำนวนมาก และไม่ได้ต้องการที่จะตรวจสอบเพื่อเอาผิดใคร แต่ต้องการที่จะทำบัญชีให้ละเอียดชัดเจน เพื่อสามารถนำมาชี้แจงให้กับศิษยานุศิษย์และประชาชนทั่วประเทศได้รับทราบ จะได้ไม่เกิดข้อปัญหาคลางแคลงใจในภายหลัง สำหรับคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินของหลวงพ่อคูณ และวัดบ้านไร่ ประกอบด้วย 1. พระราชวิมลโมลี เจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา 2. นายธงชัย ลืออดุลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นที่ปรึกษา 3. พระราชสีมาภรณ์ รองเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธาน 4. พระครูศรีปริยัติวิสุทธิ์ เจ้าคณะอำเภอด่านขุนทด 5. พระภาวนาประชานารถ รักษาการเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ 6. นายบัญชายุทธ นาคมุจลินท์ ผอ.สนง.พระพุทธศาสนาจังหวัด 7. นายสมพงษ์ วิริยะจารุ วัฒนธรรมจังหวัด 8. นายศักดิ์สิทธิ์ สกุลลิขเรศสีมา นายอำเภอด่านขุนทด เป็นรองประธานกรรมการ 9. พระครูศรีปริยัติพิธาน รองเจ้าคณะอำเภอด่านขุนทด 10. พระครูปราโมทย์ธรรมรส รองเจ้าคณะอำเภอด่านขุนทด 11. พระครูพีรเดชดำรง เจ้าคณะตำบลกุดพิมาน 12. พระครูปริยัติวรญาณ เจ้าคณะตำบลบ้านเก่า 13. พระครูเมตตานุรักษ์ เจ้าคณะตำบลพันชนะ 14. นายไพศาล ผลฟัก ปลัดอาวุโส อ.ด่านขุนทด 15. แพทย์หญิงต้องตา ชนยุทธ ผอ.โรงพยาบาลด่านขุนทด 16. พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ กานตานนท์ ผกก.สภ.ด่านขุนทด 17. นายศุภเดช จีมขุนทด นายกพุทธสมาคม อ.ด่านขุนทด 18. นายธวัฒน์ชัย แสนประสิทธิ์ กำนัน ต.กุดพิมาน 19. นายสุรพล หาจัตุรัส สารวัตรกำนัน ต.กุดพิมาน 20. นางนาฏธยาน์ แสนประสิทธิ์ นายก อบต.กุดพิมาน 21. นายสมบูรณ์ พามขุนทด ผช.ผู้ใหญ่บ้านไร่ 22. นายชาญ ใกล้พุดซา ผช.ผู้ใหญ่บ้านไร่ 23. นายสุรศักดิ์ พืบพุดซา ส.อบต.กุดพิมาน 24. นายสม ชัดขุนทด ส.อบต.กุดพิมาน 25. นายธวัช เรืองหร่าย รักษาการไวยาวัจรกร วัดบ้านไร่ 26. นางสาวจู ปริสุทธชาติ รักษาการกรรมการ วัดบ้านไร่ 27. นายสมบูรณ์ โสตถิอนันต์ รักษาการกรรมการ วัดบ้านไร่ 28. นายอนันต์ พูลสวาย รักษาการกรรมการวัดบ้านไร่ เป็นคณะกรรมการ 29. ดร.พระมหาสิงขร ปริยัตติเมธี เลขานุการเจ้าคณะอำเภอด่านขุนทด เป็นคณะกรรมการและเลขานุการ 30. พระครูวินัยธรนรินทร์ กันตสีโล เลขานุการรองเจ้าคณะอำเภอด่านขุนทด 31. พระสมุห์วุฒิภัทร วุฑฒญาโณ เลขานุการรองเจ้าคณะอำเภอด่านขุนทด เป็นผู้ช่วยเลขานุการ MThai News

ดวงการเมือง จาก 5 หมอดูในกระแส จะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้ ?
ดูดวงการเมือง /  ทำนาย / 

ดวงการเมือง ประเทศไทยจาก 5 หมอดู จะเป็นอย่างไร ? หลังจากปีที่ผ่านมาเหตุการณ์บ้านเมืองมีการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมาก ในปีนี้ 2558 การเมืองไทยในอนาคตจะเป็นอย่างไร ? เรียกเสียงฮือฮาได้เป็นอย่างมาก กับการเชิญ 5 สุดยอด หมอดู ในประเทศ ให้มารวมตัวกัน ได้แก่ 1. อาจารย์ขุนทอง อสุนี ณ อยุธยา (ปรมาจารย์ไพ่ยิปซี) 2. หมอนา พญานาค (ใช้มณีนาคราชมาเป็นศาสตร์ในการทำนาย) 3. หมอแม็ก ขั้นเทพ (แค่หลับตาก็เห็นถึงอนาคต) 4. หมอปลาย พรายกระซิบ (ใช้การสัมผัสกับยม หยั่งรู้อนาคต) และ 5. หมอเก่ง สเก็ตช์กรรม (สเก็ตช์ได้ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นวิญญาณ อนาคตหรือ สิ่งเร้นลับ) มาร่วมกันทำนายดวงชะตาเรื่องต่างๆในปี 2558 ในรายการวูดดี้เกิดมาคุย โดยเฉพาะ ดวงการเมือง ที่หลายคนอยากรู้ และแทบไม่น่าเชื่อว่าทั้ง 5 ท่านมองเห็นอนาคตของ ดวงการเมืองไทย ในทิศทางเดียวกัน นั่นคือช่วงระหว่างกลางปี 2558 ถึง 2559 จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ มีการเลือกตั้ง เศรษฐกิจจะดีขึ้น และผู้นำจะเป็นผู้หญิง !!!!! คำทำนายจากสุดยอดหมอดูทั้ง 5 จะเป็นจริงอย่างที่ทำนายหรือไม่ ต้องคอยติดตามตามกันค่ะ เรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com ที่มาจาก : วูดดี้เกิดมาคุย

ไหว้พระ 12 วัด 12 ราศี เสริมมงคล อิ่มบุญอิ่มใจ รับวันหยุดยาว
ทำบุญ /  วัด / 

ไหว้พระ 12 วัด 12 ราศี เห็นว่าจะใกล้วันหยุดยาวกันอีกแล้ว แม่หมอ แห่ง Horoscope.mthai.com เลยมาแนะนำสถานที่ทำบุญของแต่ละราศีมาฝาก เผื่อว่าใครยังไม่มีโปรแกรมไปที่ไหนในช่วงวันหยุด จะได้พาครอบครัวและคนรักมา ไหว้พระ ทำบุญ แล้วแวะเที่ยวไปในตัว ซึ่งในเดือนพฤษภาคม 2558 นี้ อ.คฑา ชินบัญชร แนะนำวัดสำหรับไหว้พระเสริมมงคลไว้ครบทั้ง 12 ราศี ส่วนจะมีวัดไหนบ้าง ลองอ่านกันดูจ้า ราศี มังกร (14 มกราคม - 13 กุมภาพันธ์) วัดป่าภูก้อน จังหวัดอุดรธานี วัดนี้ตั้งอยู่บนเนินเขา ล้อมรอบด้วยผืนป่าเขียวขจีกว่า 3,000 ไร่ ซึ่งจุดมุ่งหมายในการสร้างวัดแห่งนี้ คือการรักษาธรรมชาติของป่าอันสมบูรณ์ และแหล่งต้นน้ำลำธาร จากการถูกบุกรุกทำลาย ภายในอุโบสถประดิษฐาน "พระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี" ที่สร้างเนื่องในวโรกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จรพะเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ โดยมีความยาวกว่า 20 เมตร และใช้เวลาก่อสร้างนานกว่า 6 ปี  นอกจากนี้ยังมีเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามอีกด้วยค่ะ ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ - 13 มีนาคม) วัดราชาธิวาสราชวรวิหาร กรุงเทพ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้ท่าวาสุกรี สามเสน ปฏิสังขรณ์ใหม่เมื่อสมัยรัชกาลที่ 4 เป็นวัดแรกที่ถือกำเนิดคณะสงฆ์ธรรยุติกนิกาย เมื่อไปวัดนี้แนะนำให้กราบสักการะพระสัมพุทธวัฒโนภาส ที่ประดิษฐานอยู่ในห้องหลังสุดของอุโบสถ เพื่อความเป็นสิริมงคล ราศีมีน (14 มีนาคม - 14 เมษายน) วัดพระธาตุเชิงชุม จังหวัดสกลนคร ภายในพระวิหารประดิษฐานหลวงพ่อพระองค์แสน เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาวสกลนคร ที่ศักดิ์สิทธิ์มากอีกองค์หนึ่งของประเทศ แนะนำให้ถือโอกาสมานั่งสมาธิอธิฐานจิต จะเป็นสิริมงคลกับชีวิตเป็นอย่างยิ่ง ราศีเมษ (15 เมษายน - 14 พฤกษภาคม) วัดทิพยวารีวิหาร หรือวัดกัมโล่วยี่ กรุงเทพ ตั้งอยู่บนถนนตรีเพชร สร้างในสมัยกรุงธนบุรีในปี พ.ศ.2319 รัชสมัยของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี เหตุที่ให้ชื่อวัดเป็นเช่นนี้เพราะที่วัดแห่งนี้ มีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ หรือ บ่อน้ำทิพย์ นอกจานี้ยังมีเทพมังกรเขียว เป็นเทพารักษ์ประจำบ่อน้ำ จนมีการตั้งศาลเทพเจ้ามังกรเขียวขึ้นมา และถือเป็นวัดที่คนจีนนับถือมากที่สุดแห่งหนึ่ง ท่านมักอวยพรให้ผู้ที่ศรัทธาได้ผลสมความปรารถนา คุ้มครองดวงชะตา เสริมพลังบารมี และโชคลาภ ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม - 14 มิถุนายน) วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร กรุงเทพ ตั้งอยู่ถนนมิตรภาพไทย-จีน แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ ต้องไปกราบไหว้หลวงพ่อทองคำ หรือพระสุโขทัยไตรมิตร พระพุทธรูปสมัยสุโขทัยที่มีความศักดิ์มาก เป็นที่เคารพและศรัทธาทั้งชาวไทยและชาวจีน ขอพรให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง ราศีเมถุน (15 มิถุนายน - 15 กรกฎาคม) วัดศรีชุม จังหวัดสุโขทัย เป็นโบราณสถานในเขตอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย วัดนี้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์ใหญ่ นามว่า พระอจนะ หมายถึง ความไม่หวั่นไหว ซึ่งมีความศักดิ์สิทธิ์มาก แนะนำให้สวดมนต์เสร็จแล้วนั่งสมาธิ ถวายบุญกุศลแก่เทวดารักษาตัว และเจ้ากรรมนายเวรจะส่งผลดีกับชีวิตค่ะ ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม - 16 สิงหาคม) วัดพนัญเชิง พระนครศรีอยุธยา เป็นพระอารามหลวงที่มีประวัติมายาวนาน มีพระพุทธไตรรัตนนายก หรือหลวงพ่อซำเปากง เป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ และใหญ่ที่สุดในพระนครศรีอยุธยา หน้าตักกว้าง 20 เมตรเศษ สูง 19 เมตร เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย ชื่อเสียงของหลวงพ่อซำเปากงโด่งดังเป็นอย่างมากในเรื่องของการค้าขาย ทำมาหากินเจริญรุ่งเรืองหากใครมีอาชีพค้าขายจะยิ่งเพิ่มสิริมงคลให้กับตัวเอง ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม - 15 กันยายน) วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร กรุงเทพ เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ตั้งอยู่ใกล้กับเชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้า ฝั่งธนบุรี มีการบูรณะวัดจนส่งผลให้ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมจากยูเนสโก ถือเป้นความภูมิของคนไทยเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ในวัดยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยากให้ทุกคนไปบูชา คือพระบรมสารีริกธาตุที่พระบรมธาตุมหาเจดีย์ ราศีกันย์ (16 กันยายน - 16 ตุลาคม) วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร กรุงเทพ ตั้งอยู่บนถนนตะนาวและถนนเฟื่องนคร บางลำภู ควรไปกราบไหว้พระบรมสารีริกธาตุ องค์พระไพรีพินาศ ให้ศัตรูผู้คิดไม่ดีกับตัวเราแพ้พ่าย หรือกลับใจมาเป็นมิตรกับเรา เป็นการอภัยทานขั้นสูงสุด และกราบพระประธานในพระอุโบสถ คือพระโต และพระพุทธชินสีห์ ให้ประสบแต่ความสุขยิ่งๆขึ้นไป ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน) วัดเขตร์นาบุญญาราม จังหวัดจันทบุรี เป็นวัดอนัมนิกาย หรือวัดญวณ เป็นวัดเก่าแก่สร้างในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้า เมื่อปี พ.ศ.2377 ตั้งอยู่ใจกลางเมืองจันทบุรี เป็นศูนย์รวมพุธศาสนิกชนฝ่ายมหายานทั้งใกล้และไกล พระประธานในวัดทั้ง 3 องค์มีความศักดิ์สิทธิ์มาก ภายในวัดมีอาคารโรงเจเพื่อรองรับผู้ที่มาถือศีลกินเจ เป็นเวลายาวนานกว่าร้อยปีมาแล้ว ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน - 14 ธันวาคม) วัดพนัญเชิง พระนครศรีอยุธยา เป็นพระอารามหลวงที่มีประวัติมายาวนาน มีพระพุทธไตรรัตนนายก หรือหลวงพ่อซำเปากง เป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ และใหญ่ที่สุดในพระนครศรีอยุธยา หน้าตักกว้าง 20 เมตรเศษ สูง 19 เมตร เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย ชื่อเสียงของหลวงพ่อซำเปากงโด่งดังเป็นอย่างมากในเรื่องของการค้าขาย ทำมาหากินเจริญรุ่งเรืองหากใครมีอาชีพค้าขายจะยิ่งเพิ่มสิริมงคลให้กับตัวเอง ราศีธนู (15 ธันวาคม - 13 มกราคม) วัดป่าภูก้อน จังหวัดอุดรธานี วัดนี้ตั้งอยู่บนเนินเขา ล้อมรอบด้วยผืนป่าเขียวขจีกว่า 3,000 ไร่ ซึ่งจุดมุ่งหมายในการสร้างวัดแห่งนี้ คือการรักษาธรรมชาติของป่าอันสมบูรณ์ และแหล่งต้นน้ำลำธาร จากการถูกบุกรุกทำลาย ภายในอุโบสถประดิษฐาน "พระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี" ที่สร้างเนื่องในวโรกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จรพะเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระ ชนมพรรษาครบ 7 รอบ โดยมีความยาวกว่า 20 เมตร และใช้เวลาก่อสร้างนานกว่า 6 ปี  นอกจากนี้ยังมีเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามอีกด้วยค่ะ เรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

โด่งอรรถชัย เหน็บหมอ ทำไมเซลฟี่ตัวเองในห้องผ่าตัด
คุณหมอฝากบอกฐปณีย์ /  ฐปณีย์ / 

อรรถชัย อนันตเมฆ อยากให้เข้าใจทั้งหมอและ ฐปณีย์ ทำเพื่อมนุษยธรรมทั้งสองคน พร้อมเหน็บหมอ หากสนใจรักษาคนมาก ทำไมยังมีกระจิตกระใจ เซลฟี่ ตัวเองในห้องผ่าตัด วันนี้(21พ.ค.) หลังจาก นพ.จักรกฤษณ์ ปริโต แพทย์ประจำโรงพยาบาลสกลนครได้โพสต์ข้อความ ฝากถึงนักข่าวชื่อดัง ฐปณีย์ เอียดศรีไชย เกี่ยวกับการนำเสนอข่าวชาวโรฮิงญา พร้อมทั้งได้แนะนำว่า หาก‬รักในชาติไทยควรจะสละเวลาที่ทำข่าว‎โรฮิงญา‬ มาทำข่าว‎โรงพยาบาลที่ไทย รับรักษาคนไข้ต่างชาติยากไร้‬จากลาว‬ เขมร‬ ‪‎พม่า‬ เพื่อสะท้อนให้ประชาคมโลก UN เห็นว่า‪ ไทยได้ช่วยเหลือคนตามหลักมนุษยชาติมากแค่ไหน ซึ่งเรื่องดังกล่าวยังคงได้รับความสนใจอยู่ในขณะนี้ ล่าสุดนักแสดงชื่อดัง อรรถชัย อนันตเมฆ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวแสดงความเห็น ถึงกรณีที่หมอท่านดังกล่าวโพสต์ข้อความ ถึงการปฏิบัติหน้าที่ของฐปณีย์ว่า ในคำพูดที่ดูดี ดูมีความคิด ของคุณหมอ หากพิจารณาจริงๆ จะเห็นว่าคุณหมอไม่เข้าใจ ในหลายเรื่อง หมอไม่เข้าใจว่า นักข่าว ต่างจาก คนทำสารคดีอย่างไร นักข่าว ทำงานตามเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นเลือกไม่ได้ นักข่าวต่างจากคนทำสารคดี ที่จะมีการตั้งท๊อปปิก แล้วเลือกเคส ที่ดีดี่สุดในการทำงาน ความจริงก็ ไม่ต่างจากหมอ หากผมจะตั้งคำถามกับหมอบ้างว่า น่าจะไปรักษาคนโดนระเบิดที่ใต้ก่อน ที่จะรักษา เด็กเป็นหวัดที่ หนองคาย หมอจะว่าไง เวลารักษาคน หมอ สำรวจก่อนไหม ว่าคนทั้งประเทศมีใครเป็นอะไรที่ไหนบ้าง ใครมีอาการอย่างไร เสร็จแล้วค่อย เลือกว่าจะต้องวิ่งรักษา คนเป็นมะเร็งที่เชียงใหม่ก่อน แล้วค่อยไปรักษาคน เป็นหวัดที่กรุงเทพ หมอทำแบบนั้นรึป่าว หมอก็รักษาไปตามเคสที่เข้ามาอย่างดีที่สุดใช่ไหม? แล้วเอาเรื่องแบบนี้มาเปรียบกับฐปณีย์ ทำไม นอกจากนี้หมอก็อาจแยกไม่ถูกอีก ว่า นักข่าวกับพีอาร์ มีหน้าที่ต่างกันอย่างไร หมอเข้าใจหรือไม่ว่าอาชีพนักข่าว มีหน่าที่นำเสนอความจริงในทุกด้าน ไม่ว่าด้านลบหรือบวก เพื่อนำข้อมูลไปเสนอต่อประชาชนทั้งประเทศ ที่จะต้องมีส่วนรับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้น ในประเทศ หรือในโลก ในระบอบประชาธิปไตย ประชาชนมีสิทธื์ ที่จะรู้ความจริง เพราเขาคือเจ้าของประเทศ นั่นคือหน้าที่ ของนักข่าวไม่ใช่พีอาร์ ที่จะมีหน้าที่สร้างภาพให้ใคร ในมุมของความเป็นคนไทย ผมชอบที่ฐปณีย์ที่บอกว่า ประเทศของผมไม่ดีตรงไหน ผมคิดว่าเพื่อนแท้มีหน้าที่ต้องบอกสิ่งที่บกพร่องไม่ดีของเรา ไม่ใช่เพื่อนที่คอยแต่ป้อยอเพราะอยากให้เราชอบพอ เพื่อประโยชน์ของตัวเอง ส่วนตัวผมไม่ชอบ ที่เมืองไทยจะดูดีแค่เปลือก ผมอยากเห็นเมืองไทยยืนอยู่บนหลักการณ์ สากล อย่าสง่างาม ผมยอมที่จะรับคำตำหนิจากทั่วโลก หากมันจะเป็นความจริงที่มีประโยชน์ และสามารถจะนำไปสู่กันพัฒนาแก้ไขที่ไทยจะดีกว่าได้ในอนาคต ผมเชื่อว่า ถึงเวลาหมอก็คงเลือกที่จะบอก คนไข้ว่าเป็นมะเร็ง เพื่อที่จะรักษามากกว่าเก็บเอาไว้ใช่ไหม ความจริงมันก็ต่างกับฐปณีย์แค่ตรงที่ว่า หมอบอกแค่คนคนเดียวสามารถกระซิบบอกได้ แต่ฐปณีย์ ต้องบอกคนทั้งชาติ คงจะเดินไปกระซิบไม่ให้ใครได้ยินทีละคน ทั้ง 60 ล้านคงเป็นไปได้ยาก คงต้องยอมให้คนทั้งโลกรู้ ดีกว่าปล่อยให้ไทยเป็นมะเร็งต่อไป ในมุมนี้ผมถือว่าฐปณีย์คือเพื่อนแท้ของคนไทย มากกว่านั้นผมอยากให้หมอเปิดวิสัยทัศน์ ให้กว้างกว่ากะลาใบที่เราอยู่กันอีกนิด จากที่คุณหมอเล่าว่า คุณหมอทำ มันทำให้ผมสับสน มันย้อนแย้งกับสิ่งที่หมอพูดถึงฐปนีย์ ที่คุณหมอหมอรักษาเด็กชาติอื่นด้วยจิตใจดีไม่แบ่งแยก และมองเห็นชีวิตคนสำคัญกว่าเงิน นั้นประเสริฐมาก แต่หากทำด้วยความเข้าใจ ในสิ่งที่ผมพูดมา หากทำจากสามัญสำนึกแห่งมนุษยธรรมที่มาจากก้นบึ้งของจิตใจ แล้วทำไม หมอจึงไม่เข้าใจ ฐปณีย์ ทั้งที่ทั้งหมอและ ฐปณีย์ ทำเพื่อมนุษยธรรมทั้งสองคน สุดท้ายจริง ๆ ผมไม่เข้าใจอีกเรื่อง คือจากที่หมอพูดมันดูเหมือนว่า หมอสนใจที่จะรักษาคนมาก แต่ทำไมหมอยังมีกระจิตกระใจ เซลฟี่ ตัวเองในห้องผ่าตัด MThai News อ่านข้อความฉบับเต็มได้ที่ อรรถชัย อนันตเมฆ

ชาวบ้านเชื่อรอยพญานาคบนรถ แห่ขอหวยเพียบ!
ความเชื่อ /  ตีหวย / 

ชาวบ้านแห่ตีเลขเด็ดขอหวย หลังพบรอยแปลกประหลาดบนรถเจ้าหน้าที่ อบต. เชื่อกันว่าเป็นรอยพญานาค ก่อนจะไหว้ทำพิธีขอเลขไปเสี่ยงทายตามความเชื่อ วันนี้ (29 เม.ย. 58) เวลา 14.40 น. มีเจ้าหน้าที่ อบต.สะแบง และชาวบ้าน อ.หนองหาน จ.อุดรธานี พบรอยประหลาดบนรถเก๋ง โดยมีชาวบ้านจำนวนมากมุงดูรอยพญานาคบนรถเก๋ง ยี่ห้อฮุนได สีเทา หมายเลขทะเบียน กจ 622 ร้อยเอ็ด โดยจอดไว้นานเกือบปีบริเวณโรงรถของ อบต.สะแบง ซึ่งเจ้าของรถคือ น.ส.ชนิดาภา นันทะจันทร์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคล โดยปรากฏเป็นรอยเลื้อยจากเก๋งรถไปบนหลังคา จนถึงด้านหลังและด้านข้าง แต่ไม่มีรอยเลื้อยลง เมื่อชาวบ้านทราบข่าว ต่างมามุงดู พร้อมจดหมายเลขทะเบียนรถยนต์ไปแทงหวยตามความเชื่อ โดยเมื่อตีเลขจากเหตุการณ์ดังกล่าวพบว่าถูกซื้อไปหมดเกลี้ยงทั้งสลากกินแบ่งรัฐบาลและหวยใต้ดิน ด้าน น.ส.ชนิดาภา นันทะจันทร์ เจ้าของรถ กล่าวว่า รถของตนนำมาจอดไว้นานเกือบปีแล้ว เพื่อให้ช่างมาซ่อมระบบความเย็น จากนั้นมีพนักงานใน อบต. พบมีรอยประหลาดบนรถตีเลขไปซื้อสลากฯก็ถูกเพียงแต่ชาวบ้านยังไม่ทราบ ซึ่งพบรอยเยอะมากและจากรอยพบว่ามีความสวยงาม โดยชาวบ้านเชื่อว่าเป็นรอยพญานาค ขอบคุณข้อมูล/ภาพ ข่าวสด MThai News

เพลงน้ำมันไทย ตั้มมาเหนี่ย / thailand oil (petroleum) tummania
น้ำมันไทย /  tummania

เพลงน้ำมันไทย ตั้มมาเหนี่ย / thailand oil tummania น้ำมันไทยเป็นของคนไทย เเต่ทำไมยกให้ชาวต่างชาติ ก้าวเข้ามาเอาเปรียบทุกอย่าง กำไรทุกทางตามหลักนายทุน วิงวอนให้รัฐบาล นำสัมปทานกลับคืนได้ไหม ช่วยเเก้ไขพ.ร.บ.ครั้งใหญ่ ช่วยให้คนไทยได้มีสิทธิ์ครอบครอง บทพูด1 ญ1หากสัมปทานกลับมาเป็นของคนไทยเราจะรวยนะ เธอรู้ไหม ญ2ห๊ะเราจะรวยเราจะรวยจริงเหรอ ญ1.จริงๆ เราก็จะรวยกันเเล้วไง *hookน้ำมันไม่ได้เเพงอย่างที่คิด เเละสามารถผลิตได้ในประเทศไทย (เรากลั่นได้) พลังงานไม่ใช่ว่าจะหมด เเต่ที่จะลดคงเป็นน้ำใจ (เเร้งน้ำใจ) ประเทศเราช่างอุดมสมบูรณ์ หากเเปรเปลี่ยนสินทรัพย์ของน้ำมันไทย (เรากลั่นได้) ไฟฟ้า ปิโตรเคมี เบนซินดีเซลอีกทั้งน้ำมันเจ็ต (เป็นของคนไทย) บทพูด2 ญ1เเก๊สหุงต้มจนมาถึงผัดข้าวกระเพราก็มาจากน้ำมันไทยนะ ญ2ขอมั่งจานนึงเร็วๆ ญ1จัดใป เเหล่งน้ำมันมีเเทบทุกจังหวัด อีสานเหนือใต้ทุกส่วนของไทย เเต่ไม่มีความจริงใจใดๆ เปิดเผยสู่สายของสื่อมวลชล เมืองคอนพิจิตรชุมพร สกลนครมีขุมทรัพย์ใหม่ มวลน้ำมันผุดขึ้นมาหลากหลาย ดุจทองคำใหลใต้เเผ่นดินเเละผืนทะเล บทพูด3 ญ1บอกว่าน้ำมันจะหมดกรุข่าวน้ำมันเเก๊สทองคำเรามีมหาศาลเลยนะ. ญ2นักเมืองทำเพื่ออะไร ญ1ใช่เพชรบูรณ์ สุพรรณ ขอนเเก่น กรุงเทพ เกือบทั้งประเทศเลย hook* บทพูด4 ญ1.น้ำมัน ทำยางมะตอยได้นะสีดำๆอะทำน้ำมันขัดเงาน้ำมันหล่อลื่นก็ด้วย ญ2.เอาไว้ทำให้อะไร ลื่นๆ ญ1อืม โบลิเวีย ยึดบริษัท คืนสู่รัฐพร้อมกับยื่นเงื่อนไข หมดเวลาต่อผลกำไร ทำสมบัติให้เป็นของเเผ่นดิน เชฟร่อนอเมริกา อ้างตามสัญญาบันทึกเอาไว้ บอกน้ำมัน ไม่มีคุณภาพ พี่กันไม่ยอมรับปลุกปั่นน้ำมันไทย บทพูด5 ญ1ประเทศเราไม่ต้องยึดคืนเเต่เป็นอำนาจของรัฐเเละศาล ญ2.ห๊า ญ1เค้าผิดสัญญาเราเปลี่ยนเป็นเเบ่งปันผลผลิตดีไหม ญ2ดี hook* บทพูด6. ญ1น้ำมันเตาใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมใหญ่ได้หมด ญ2.โอ้โหๆๆๆๆสุดๆสุดยอดดดดด ญ1 ทุกอย่างเราทำได้หมด ญ2.งั้นน้ำมันที่เราใช้ทั้งหมดก็เป็นของคนไทยนะซี่ ญ1.เราส่งออกน้ำมันเเละก๊าซได้มากกว่าข้าวหอมมะลินานเเล้วนะ ญ2อืม ญ1เราจะรวยเเล้ว ญ2.ลูกหลานเราจะรวยเเล้ว

งามแต๊เจ้า วัดพระธาตุสุโทนมงคลคีรีสามัคคีธรรม จ.แพร่
ท่องเที่ยวเชิงศาสนา /  ล้านนา / 

ศิลปะล้านนา ถือเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและสิ่งปลูกสร้างของภาคเหนือ โดยเฉพาะศาสนสถาน อย่างวัดวาอาราม วันนี้ travel.mthai.com ขอพาทุกท่านไปรู้จักกับ วัดพระธาตุสุโทนมงคลคีรีสามัคคีธรรม วัดที่งดงามไปด้วยสถาปัตยกรรมในแบบฉบับล้านนา ยิ่งใหญ่อลังการด้วยพระนอนที่มีรูปลักษณ์แปลกตา น่าค้นหา รวมถึงยอดเจดีย์น้อยใหญ่ ที่รอให้นักท่องเที่ยวมาสัมผัสความประทับใจ งามแต๊เจ้า วัดพระธาตุสุโทนมงคลคีรีสามัคคีธรรม จ.แพร่ วัดพระธาตุสุโทนมงคลคีรีสามัคคีธรรม ก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2527 โดยพระครูวิฑิตพิพัฒนาภรณ์ หรือ พระครูบามนตรี ธมฺมเมธี เจ้าอาวาส ตั้งอยู่ ณ บ้านห้วยน้ำพริก หมู่ที่ 5 ตำบลเด่นชัย อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ ห่างจากรุงเทพฯ 527 กิโลเมตร อยู่ริมถนนหมายเลข 101 เด่นชัย-ลำปาง ห่างจากสามแยกเด่นชัยประมาณ 5 กิโลเมตร ผ่านค่ายทหาร ม.พันสิบสองหรือค่ายพญาไชยบูรณ์ เป็นวัดบนยอดม่อนโทนสูงราว 20 เมตร เนื้อที่ราว 25 ไร่ ที่นี่เป็นที่รวมยอดงานศิลปะ และจำลองงานศิลป์ชั้นยอดของล้านนา จากหลายแหล่งหลายจังหวัดทั้งในไทยและสิบสองปันนาในมณฑลยูนานของจีน มารวมไว้ในที่เดียว น่าทึ่งไปกว่านั้น งานรวบรวมและจำลองของใหม่ เกิดจากแรงผลักดันของเจ้าอาวาสพระครูบามนตรี ธมฺมเมธี ผู้มีฝีมือเก่งกาจงานศิลปะล้านนา ทั้งการหล่อพระ การปั้นและแกะสลักไม้ การไปเยือนวัดนี้จึงดูประหนึ่งไหว้พระในวัดบนเขา และชมของดีเมืองเหนือที่ได้รวบรวมไว้อย่างน่าทึ่ง วิจิตรงดงาม เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นเกินกว่าจะประเมินค่าได้ วัดแห่งนี้ ได้รวบรวมความสุดยอดของศิลปะล้านนาไว้ถึง 11 แห่ง ที่นำมาประยุกต์สร้างโบสถ์วิหาร และสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ภายในวัดพระธาตุสุโทนฯ ได้แก่ - ซุ้มประตูด้านหน้าโบสถ์ จากวัดพระธาตุลำปางหลวง - ซุ้มประตูด้านตะวันออก จากวัดพระธาตุดอยสุเทพ - ซุ้มประตูด้านตะวันตกจากวัดพระธาตุหลวงเวียงจันทร์ซึ่งวัดนี้สร้าง จากช่างฝีมือเชียงใหม่ที่พระเจ้าชัยเชษฐาธิราชแห่งลาวเป็นผู้นำ ไปสร้าง - ฐานพระอุโบสถรูปซิกแซก วังประทับพระยามังราย จ.เชียงราย - ประตูและหน้าต่างลวดลายแกะสลัก วิหารลายคำวัดพระสิงห์ เชียงใหม่ - ปั้นลมลวดลายเก่าศิลปะทางเหนือ จากวัดต้นเกวน อ.สเมิง เชียงใหม่ - นาค 7 เศียร แบบขอม / นางอัปสรปูนปั้น จากวัดเจ็ดยอด เชียงใหม่ - หอไตร จากวัดพระสิงห์ เชียงใหม่ - หอระฆัง จากวัดพระธาตุหริภูญชัย - กุฏิหลังใหญ่สร้างจากไม้สักทองจากบ้านไทยสิบสองปันนาประเทศจีน - พระบรมธาตุ 30 ทัส ศิลปะเชียงแสนจากวัดพระธาตุนอ(หน่อ) ของพระชนกพระเจ้าเม็งรายมหาราช จากแคว้นสิบสองปันนา ขอบคุณข้อมูลจาก : www.paiduaykan.com , www.oceansmile.com  เรียบเรียงโดย : Travel MThai

พบเรือขนโรฮีนจา300 คน ทหารให้เสบียงก่อนผลักดันพ้นไทย
ชาวโรฮีนญา /  ทะเลอันดามัน / 

ทหารเรือ พบเรือขน โรฮีนจา 300 ชีวิต เข้าน่านน้ำอันดามัน ฝั่งหัวแหลมห่างจากเกาะหลีเป๊ะ นำอาหารเสบียงให้ ก่อนผลักดันออกจากน่านน้ำ วันนี้ 14 พ.ค. มีรายงานด่วนแจ้งว่าพบเรือชาวโรฮีนจา ลอยเรือเข้ามาในน่านน้ำทะเลอันดามัน ฝั่งหัวแหลมห่างจากเกาะหลีเป๊ะ ประมาณ 17 กิโลเมตร ต.เกาะสาหร่าย อ.เมือง จ.สตูล ขณะนี้ทาง นาวาตรี วีระพงษ์ นาคประสิทธิ์ ผบ.หน่วยปฏิบัติการต่อสู้อากาศยาน และรักษาฝั่งที่ 491 หลีเป๊ะ สามารถจับพิกัดเรือลำดังกล่าวได้ พบว่ามีชาวโรฮีนจาลอยลำมา จำนวน 300 คน ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่า เรือเกิดมีปัญหาขัดข้อง และชาวโรฮีนจากลุ่มนี้ ต้องการเดินทางต่อไปยังประเทศมาเลเซีย และอินโดนีเซีย เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้นำอาหารเสบียงให้ ก่อนผลักดันออกจากน่านน้ำ MThai News 

สาธุหนักมาก! วิจารณ์แซด แห่แชร์เทพปู่วัว อ้างแชร์แล้วมีโชค
สาธุ /  เทพปู่วัว / 

สาธุหนักมาก! วิจารณ์แซด แห่แชร์เทพปู่วัว อ้างแชร์แล้วมีโชคลาภ หลังจากที่สัปดาห์ก่อนหน้านี้มีดราม่าเกี่ยวกับพญานาค ที่จังหวัดร้อยเอ็ด ล่าสุดมีประเด็นเกี่ยวกับความเชื่อที่กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์อีกครั้งเมื่อแฟนเพจ FuckGhost ฟักโกสต์ : สมาคมต่อต้านสิ่งงมงาย  ได้แชร์ภาพของอาจารย์สำนักหนึ่งที่โพสต์ภาพเทพเจ้าวัวให้ลูกศิษย์แชร์ โดยระบุว่า "ตั้งจิตบูชาปู่หน้าวัว! งดทานเนื้อหนึ่งมื้อถือศีลให้ได้30 นาทีท่านจะมีโชคลาภ แชร์ข้อความนี้เพื่อแบ่งบุญ " ซึ่งหลังจากที่มีการแชร์ภาพได้มีคนเข้ามากดไลค์และคอมเมนท์ด้วยข้อความคำว่าสาธุเป็นจำนวนมาก โดยแฟนเพจฟักโกสต์ได้แสดงความคิดเห็นว่า ศาสนาพุทธ มีคำสอนให้นับถือคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าไม่ใช่นับถือในเทพเจ้าวัวเช่นนี้ ซึ่งอยากให้คนไทยมีวิจารณญาณในการแชร์ภาพและข้อความไม่อยากให้งมงายจนเกินไป แต่บางคนก็บอกว่าเรื่องนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคลจะไปว่าหรือไปห้ามกันก็ไม่ได้ MThai News

อ.เจษฎา เผยตัวจริงปลาพญานาค ภาพที่สาธุกันทั่วบ้านทั่วเมือง
ทหารอเมริกา /  ปลาพญานาค / 

 อ.เจษฎา เผยตัวจริงปลาพญานาค ภาพที่สาธุกันทั่วบ้านทั่วเมือง  ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ นักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ภาพเผยถึงกรณีภาพถ่ายที่คนไทยและชาวบ้านในลุ่มแม่น้ำโขง เคารพกราบไหว้มาเป็นเวลานาน โดยอ้างว่าเป็นพญานาคที่จับได้ในแม่น้ำโขง แต่แท้จริงคือภาพของปลาออร์ฟิช ที่จับได้ที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งปลาดังกล่าวลักษณะส่วนหัวมีหงอนคล้ายพญานาค ทำให้ถูกนำไปเผยแพร่เป็นที่กว้างขวาง โดยดร.เจษฎา ได้เผยภาพส่วนหัวของปลาตัวดังกล่าวที่ถูกดองไว้กว่า 20 ปีแล้วในสภาพที่สมบูรณ์ พร้อมทั้งเผยว่า วันนี้พาคณะครูและนักเรียนจากโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนมาเยี่ยมชม Marine Vertebrate Collection ที่ Scripps Institution of Oceanography เลยได้ถือโอกาสโชว์ "หัวปลาออร์" ที่คนไทยนึกว่าเป็น "พญานาค" ความพิเศษคือ หัวที่ H.J. Walker -senior scientist- ที่นี่กำลังถือโชว์อยู่ คือหัวของปลาออร์ตัวจริงจากรูปข้างล่าง ที่ H.J. เป็นคนเดินทางไปเอามาจาก ทหารเรืออเมริกา ที่จับได้ที่ชายฝั่งแถวๆเมืองSan Diegoในปี 1996 ตัดมาแค่หัวเพราะตัวจริงยาว7เมตรกว่าๆ ซึ่งส่วนหัวมีขนาดใหญ่มาก ที่มา Jessada Denduangboripant MThai News

พบ 'ปลาพญานาค' ยาว 4ม. ที่ชายหาดเวียดนาม
4เมตร /  ปลาพญานาค / 

ชาวประมงเวียดนาม สุดตะลึง เมื่อพบ 'ปลาพญานาค' ความยาวกว่า 4 เมตร เกยตื้นบริเวณชายหาดในชุมชนตรังทัช วันนี้ (14 พ.ค.) เว็บไซต์ vietnambreakingnews ของเวียดนาม รายงานว่า มีชาวประมงท้องถิ่น พบ ปลาพญานาค หรือ ปลาออร์ฟิช ความยาวกว่า 4 เมตร หนักกว่า 40 กิโลกรัม ได้มาเกยตื้นที่ชายหาดในชุมชนตรังทัช เขตป๋อทรัช เมืองกว่างบิน ทางภาคกลางของประเทศเวียดนาม ขณะที่ชาวบ้านเห็นว่าปลาตัวดังกล่าวยังมีชีวิตอยู่ จึงได้ช่วยกันนำปลากลับลงทะเล แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว ชาวบ้านจึงนำปลาตัวนี้ไปฝังไว้พร้อมกับทำพิธีกรรมในท้องถิ่นต่อไป จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เปิดเผยว่า ปลาพญานาค ถือเป็นปลาที่มีความศักดิ์สิทธิ์และหายาก โดยจะอาศัยอยู่ในทะเลน้ำลึก กว่า 914 เมตร คาดว่าเกิดจากธรรมชาติภายในทะเลเปลี่ยนแปลง จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ปลาขึ้นมาเกยตื้นในครั้งนี้ MThai News ที่มา...vietnambreakingnews

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3