พญานาคสกลนคร

หนีตายจัดเต็ม! ชัยนาทคว้าตัว
ชัยนาท ฮอร์นบิล /  ธานัท จันทะยา / 

นกใหญ่พิฆาตเสริมทัพหนีตาย เปิดตัวผู้เล่นใหม่อีก 2 รายอย่าง “สรศักดิ์-ธานัท" หลังย้ายมาจากศรีสะเกษ เอฟซี และ แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล ชัยนาท ฮอร์นบิล ทีมในศึกโตโยต้า ไทยลีก ประกาศคว้าตัว สรศักดิ์ แก้วอินตา กองหลังจอมแกร่งจากศรีสะเกษ เอฟซี และ ธานัท จันทะยา ปีกขวาตัวเก่งจากแอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี มาเสริมทัพในเลกสอง “เฮียรุท” อนุรุทธิ์ นาคาศัย ผู้จัดการทีมชัยนาท ฮอร์นบิล กล่าวถึงสมาชิกใหม่ของทีมผ่านแฟนเพจสโมสรว่า “สรศักดิ์เป็นนักเตะที่มีพร้อมทั้งประสบการณ์และความแข็งแรง จะเสริมแนวรับของทีมชัยนาทฯ ให้แข็งแกร่งขึ้นแน่นอน ส่วนธานัทเป็นนักเตะที่มีความเร็ว เล่นบอลง่ายและไปกับบอลได้ดี จะช่วยให้ทีมทำเกมรุกได้ดียิ่งขึ้น” ทั้งนี้ก่อนหน้านี้นกใหญ่พิฆาตเพิ่งเปิดตัว ฉัตรชัย คุ้มพญา และ จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์ สองผู้เล่นที่ถูกยืมตัวมาจาก แบงค็อก ยูไนเต็ด และเพียงไม่ถึงสัปดาห์พวกเขาก็ได้ผู้เล่นใหม่รายที่ 3 กับ 4 เรียบร้อยแล้ว

Polycat - Somkiat นำทีมเฟ้นหาศิลปินเลือดใหม่ เวที Tiger Jams
Jelly Rocket /  Polycat / 

เอาใจคนชอบความแปลกแหวกแนวกับประสบการณ์ด้านดนตรีแบบใหม่ ที่จะมาฉีกกรอบดนตรีแบบเดิมๆ ไปกับ Tiger Jams เวทีที่จะชวนทุกคนมาปลดปล่อยความกล้า ร่วมฉีกกรอบประสบการณ์ทางดนตรีครั้งยิ่งใหญ่ กับศิลปินระดับคุณภาพระดับแนวหน้าของเมืองไทย ได้แก่ Polycat, Jelly Rocket และ Somkiat พร้อมด้วย 10 Undiscovered Artists เพื่อสร้างประสบการณ์ด้านดนตรี แบบไม่คิดถึงพรุ่งนี้ เพราะวันนี้มีแค่ครั้งเดียว โดย ไทเกอร์เบียร์ จับมือกับพันธมิตรด้านดนตรี “ฟังใจ” เปิดตัวแคมเปญ “TIGER JAMS” (ไทเกอร์ แจมส์) เวทีที่ผสมผสานทั้งดนตรี และศิลปะในรูปแบบที่แตกต่างไม่เหมือนใคร เพื่อค้นหา Undiscovered Artist (ศิลปินเลือดใหม่มากความสามารถ) ที่จะมาร่วมแจมกับศิลปินคุณภาพระดับแนวหน้าของไทยอย่าง Polycat, Jelly Rocket และ Somkiat พร้อมด้วยศิลปินวิชวล อาร์ตติสต์ นำโดย Note Dudesweet, Eyedropper Fill และ Tuna Dunn เพื่อสร้างประสบการณ์ด้านดนตรี แบบไม่คิดถึงพรุ่งนี้ เพราะวันนี้มีแค่ครั้งเดียว!! ซึ่งทีมฟังใจ และ curator (คณะกรรมการในวงการดนตรี) ได้แก่ วิภว์ บูรพาเดชะ, วราฤทธิ์ มังคลานนท์, เจนศักดิ์ดา จาระณะ, ต่อพงษ์ จันทร์บุปผา, ธัญธรวิชญ์ ริปุญชัยพงศ์ และ กิรตรา พรหมสาขา ณ สกลนคร ได้ร่วมกันคัดเลือก 10 Undiscovered Artists ที่ผ่านรอบแรก ซึ่งทั้ง 10 วงจะได้เข้ามาร่วมแจมส์กับกิจกรรม TIGER JAMS - Showcase คอนเสิร์ตที่จะเปลี่ยนข้างถนน ดาดฟ้า และระเบียงตามย่านสำคัญๆ ของกรุงเทพฯ ให้กลายเป็นเวทีกับวง Jelly Rocket, Polycat, และ Somkiat ซึ่งจะเกิดขึ้นในเดือนมิถุนายนนี้ วันที่ 17, 21 และ 25 ตามลำดับ ก่อนที่จะคัดเหลือศิลปินเลือดใหม่มากความสามารถ 3 วงที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุดเพื่อไปร่วมแสดงผลงานทางดนตรีและศิลปะกับศิลปินคุณภาพระดับแนวหน้าของไทย และศิลปินระดับโลก พร้อมกับ วิชวล อาร์ตติสต์ ชั้นนำบนเวที TIGER JAMS – Center Stage ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 3 กันยายนนี้ ด้วยการโหวตผ่านทางเว็บไซต์ www.tigerjams.com ปรากฎการณ์ทางดนตรีและศิลปะบนเวทีระดับเอเชียกับไทเกอร์สุดยิ่งใหญ่แบบนี้มีแค่ครั้งเดียวเท่านั้น! มาร่วมปลดปล่อยพลังทางดนตรีกับการแจมส์ครั้งยิ่งใหญ่ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพลังของคนดนตรีตัวจริงแห่งเอเชียด้วยกัน ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.tigerjams.comและ facebook.com/tigerbeer

ล้ำหรือไม่! จังหวะประตูปัญหา เทโร ผู้ช่วยยกธงเเต่ผู้ตัดสินเป่าให้ได้ประตู (มีคลิป)
ชนานันท์ ป้อมบุบผา /  บีอีซี เทโรศาสน / 

ช็อตประตูปัญหาที่เคลียร์กันไม่จบ เมื่อผู้ช่วยผู้ตัดสินตีธงขึ้นมาเเต่ผู้ตัดสินในสนามองว่าไม่ล้ำ ก่อนสุดท้ายกลายเป็นประตูของทัพมังกรไฟ กลายเป็นประเด็นให้เเฟนบอลต้องถกเถียงกันอีกเเล้ว กรณีประตูปัญหาของทัพ “มังกรไฟ” ที่ยิงประตูตีเสมออาร์มี่ ยูไนเต็ด 1-1 ช่วงนาที 38 ซึ่งเป็นจังหวะที่ พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล จ่ายบอลหน้ากรอบเขตโทษพยายามคล้ายจ่ายให้กับ มิลอส โบซานซิช ในกรอบเขตโทษ ทว่าบอลไปเเฉลบเท้า ชัยวัฒน์ นาคเอี่ยม เเนวรับอาร์มี่ ยูไนเต็ด เเละไปเข้าทาง ชนานันท์ ป้อมบุบผา ทางริมเส้นฝั่งขวาที่ยืนอยู่ในตำเเหน่งล้ำหน้า จากนั้นผู้ช่วยผู้ตัดสินยกธงขึ้นเเละผู้เล่นของอาร์มี่ ยูไนเต็ด หยุดเล่น ทว่าทาง ชนานันท์ ป้อมบุบผา เล่นบอลต่อลากจี้เข้าหากรอบเขตโทษเเละจ่ายบอลให้กับ ศิวกรณ์ เตียตระกูล เเปบอลเข้าประตูไป เเต่ทางผู้ตัดสิน อลงกรณ์ ฝีมือช่าง มองว่าจังหวะนี้ไม่ล้ำหน้าเเละเป่าให้เป็นประตูตีเสมอของ บีอีซี เทโรศาสน ไปในที่สุด... เครดิตคลิป : TPL_hotclips

รวมเด็ด 12 สถานที่ขอหวย! ใกล้ที่ไหนรีบไปที่นั่นเลยจ้าาาาา
ขอหวย /  สถานที่ขอหวย / 

“หวย” หนึ่งในกิจกรรมเสี่ยงโชคยอดฮิตของคนไทย จนในแต่ละเดือนจะเกิดเงินหมุนเวียนทางด้านหวยเป็นหลักหลายล้านบาท เหล่าผู้คนต่างใช้สารพัดวิธีในการหาตัวเลขนำโชคจากรอบกายเพื่อให้ได้เลขเด็ดๆ ทั้งเลขจากอาจารย์ชื่อดัง การตีเลขจากความฝันหรือจากเหตุการณ์ที่ได้พบเจอ หรือแม้แต่การไปขอเลขจากสถานที่ที่มีคนไทยจำนวนมากเลื่อมใสศรัทธา ซึ่งในวันนี้เราจะยกมาทั้งหมด 12 สถานที่ขอหวย แสนศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับการกล่าวขานว่าให้เลขเด็ดแม่นสุดๆ 1. หลวงพ่อเหลือ – วัดสร้อยทอง สะพานพระราม 7 กรุงเทพฯ วัดสร้อยทองเป็นวัดที่ตั้งอยู่ริมฝั่งน้ำเจ้าพระยา สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2394 ปูชนียวัตถุชิ้นสำคัญคือ พระพุทธรูปหล่อด้วยโลหะทองเหลืองที่เหลือจากการสร้างพระประธานในปี พ.ศ.2445 มีนามว่า “หลวงพ่อเหลือ” มีผู้ศรัทธาเดินทางมากราบไหว้บูชาขอโชคลาภกันอย่างไม่ขาดสาย และหลังจากได้รับประทานพรแล้วสิ่งของที่นิยมนำมาแก้บนคือ ดอกไม้ธูปเทียนและอาหารคาวหวานต่างๆ คาถาบูชาหลวงพ่อเหลือ กล่าวนะโม 3 จบ แล้วว่าคาถาดังนี้ นะ โม พุท ธา ยะ นะ เหลือดี โม เหลือยิ่ง พุท เหลือใช้ ธา เหลือล้น ยะ เหลือรวย 2. ศาลตายาย – สนามบินเล็ก ถนนเดชะตุงคะ ดอนเมือง กรุงเทพฯ ศาลตายายเป็นศาลที่ประดิษฐานอยู่ใกล้กับสนามบินเล็ก แถบดอนเมือง ถึงศาลตายายจะไม่ได้ประดิษฐานอยู่ในวัดอันใหญ่โต แต่ผู้ที่ศรัทธาในปฏิหาริย์อันศักดิ์สิทธิ์และได้รับความสมหวังก็มีอยู่นับไม่ถ้วน การขอเลขเด็ดจากศาลเจ้าตายายครั้งในอดีตเคยใช้วิธีรอให้ตากับยายมาเข้าฝัน หรือสังเกตการคดงอของก้านธูปว่าเป็นเลขอะไร แต่ในปัจจุบันชาวบ้านนิยมการใช้การเขย่าเซียมซีแทน มีการเล่าขายกันมาว่าอาหารที่ตากับยายชื่นชอบมากคือ หัวหมู ไก่ต้ม ไข่ต้ม ของหวานเป็นทองหยิบ ทองหยอด ยาเส้นหรือหมากพลู   3. ศาลแม่นาคพระโขนง – วัดมหาบุศย์ เขตพระโขนง กรุงเทพฯ ประวัติความเป็นมาของแม่นาคพระโขนงคิดว่าคงเป็นที่คุ้นเคยของคนไทยดี เพราะได้มีการนำเรื่องราวมาสร้างเป็นภาพยนตร์และละครมากมาย แถมตัวศาลแม่นาคพระโขนงยังเป็นสถานที่ยอดนิยมติดอันดับต้นๆที่ผู้คนนิยมเดินทางไปขอเลขเด็ด วิธีขอเลขจากศาลเม่นาคพระโขนง ใช้วิธีเสี่ยงดวงเขย่าเซียมซีและขูดหาเลขจากซากต้นตะเคียนข้างศาล ผู้คนส่วนใหญ่นิยมนำของหวาน เสื้อผ้าผู้ใหญ่ และของเล่นเด็กมาแก้บนแม่นาคในศาล โดยตัววัดมหาบุศย์ ตั้งอยู่บนถนนอ่อนนุช7 เขตพระโขนง กรุงเทพ   4. พระแม่ธรณีบีบมวยผม – สนามหลวง ใกล้โรงแรมรัตนโกสินทร์ กรุงเทพฯ สร้างเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม 2541 โดยพระแม่ธรณีบีบมวยผมนั้น หมายถึงความอุดมสมบูรณ์ นอกจากเรื่องการขอหวยแล้ว ชาวบ้านยังนิยมมาบนบานศาลกล่าวให้ช่วยเหลือเรื่องต่างๆนับไม่ถ้วน หากสมหวังแล้วผู้คนนิยมใช้ดอกดาวเรืองและผลไม้สดสำหรับการแก้บน ศาลประดิษฐานอยู่ที่มุมท้องสนามหลวงด้านทิศตะวันออกฉียงเหนือ ใกล้โรงแรมรัตนโกสินทร์ กรุงเทพมหานคร คาถาพระแม่ธรณีบีบมวยผม ท่องนะโม 3 จบ ตัสสา เกสีสะโต ยะถาคงคา โสตัง ปะวันตันติ มาระเสนา ปะฎิฐาตุง อาสักโถนโต ปะลายิงสุปาริมานุภาเวนะมาระ เสนาปะราชิตาทิโส ทิสัง ปะลายันติ วิทังเวนติ อะเสสะโต   5. ศาลขุนด่านเจ้าพ่อเสือ – บางเขน กรุงเทพฯ ศาลเจ้าพ่อเสือ ไม่มีปรากฏประวัติความเป็นแม่อันแท้จริง มีแต่ตำนานที่ชาวบ้านเล่าขานกันมาปากต่อปากเท่านั้น ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ทำให้ความศรัทธาของชาวบ้านที่มีต่อเจ้าพ่อเสือเสื่อมคลายลง ในทุกๆวันมักจะมีผู้คนแวะเวียนมากราบไหว้เจ้าพ่อเสือกันอย่างไม่ขาดสาย ทั้งการขอพรเพื่อเป็นสิริมงคล มีเรื่องให้ช่วยเหลือ หรือแม้แต่การขอเลขเด็ดก็ตาม โดยจะนิยมกราบไหว้ด้วย เนื้อสด, ผลไม้สด, ไข่ไก่ต้ม, ดอกดาวเรือง, ชุดหมาก, น้ำเปล่า   6. ศาลหลวงปู่เหมือน นนทฺสร – วัดนาวง (วัดโรงหีบเดิม) อำเภอเมือง จ.ปทุมธานี หลวงปู่เหมือน ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์จอมขมังเวทย์อีกรูปหนึ่งในยุคสมัยนั้น มีลูกศิษย์ที่ให้ความเคารพมากมาย เป็นเหมือนที่พึ่งทางจิตใจของชาวบ้านในละแวกวัดนาวงและเมืองเอก จังหวัดปทุมธานี ตั้งแต่ระดับชาวบ้านไปจนถึงข้าราชการระดับสูง แม้ในปัจจุบันหลวงปู่จะมรณภาพไปนานแล้ว แต่ความขลังและความศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่ได้เลือนหายไปไหน ทำให้ยังคงมีผู้คนแวะเวียนมาที่ศาลหลวงปู่เหมือนกันอย่างต่อเนื่อง โดยรูปปั้นหลวงปู่เหมือน นนทฺสร จะประดิษฐานอยู่ที่ วัดนาวง (วัดโรงหีบเดิม) อ.เมือง จ.ปทุมธานี   7. ศาลองค์เทพพระวิษณุ (พระนารายณ์) – ศาลข้างวัดสุทัศนฯ และใกล้ศาลว่าการกรุงเทพมหานคร องค์เทพพระวิษณุ (พระนารายณ์) สร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2525 ซึ่งเป็นของลัทธิฮินดู ที่ได้รับการเผยแพร่มาจากประเทศอินเดีย ประดิษฐานอยู่ที่ศาลข้างวัดสุทัศนฯ ใกล้กับศาลาว่ากลางกรุงเทพมหานคร ถนนอุณากรรณ เสาชิงช้า กรุงเทพ เหล่าผู้นับถือนิยมใช้ดอกดาวเรือง, นมสด, ธูป, สับปะรด, กล้วยน้ำว้าสุก เป็นเครื่องสำหรับสักการะบูชา คำอธิษฐานขอพรพระวิษณุ (พระนารายณ์) โอม สะศางขะจักรัม สะกิริฏะกุณตะลัม สะปิตะวัสตรัม สะระสีรูเหกะษะณัม สะหาระวักษะสะถะละ เกาสะตุภะ ศะริยัม นะมานิวิษณุม ศิระสา จะคุระภุชัม (ท่อง1จบ หรือ 3 จบ หรือ 12จบ) 8. ศาลเจ้าแม่ต้นไทร – ถนนมุ่งหน้าไปอำเภอสังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ตามถนนที่ทอดตัวยาว เรามักจะได้พบกับศาลเจ้าพ่อ เจ้าแม่ พระพุทธรูปองค์ใหญ่ หรือต้นไม้ใหญ่ อยู่ตามริมทางเสมอ ซึ่งคนส่วนใหญ่มักมีความเชื่อว่า สิ่งเหล่านี้จะมีองค์เทพารักษ์ หรือนางไม้ประทับอยู่ เช่นเดียวกับเจ้าแม่ต้นไทรที่มีอายุกว่าร้อยปี ยืนต้นสูงตระหง่านพร้อมผ้าแพรบาง 7 สีผูกอยู่โดยรอบ รอยแป้งสีขาวที่เกิดจากการขูดหาเลขกระจัดกระจายตามลำต้น เครื่องสักการะบูชาวางเรียงรายเป็นจำนวนมาก แสดงให้เห็นถึงความศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าแม่ต้นไทรแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี โดยเจ้าแม่ต้นไทรแห่งนี้ตั้งอยู่ริมถนนที่มุ่งหน้าไปอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี   9. ศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง (วัดหนองผักชี) – ตรงข้ามตลาดยิ่งเจริญ สะพานใหม่ เขตบางเขน กรุงเทพฯ มีความเชื่อกันว่า นางฟ้าจากสวรรค์จุติลงมาเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านให้พ้นจากความทุกข์ โดยนางฟ้าเหล่านั้นจะสถิตอยู่ที่ต้นตะเคียน จึงได้ตั้งชื่อว่าเจ้าแม่นางตะเคียนนับตั้งแต่ตอนนั้นเป้นต้นมา และที่วัดหนองฝักชีก็มีต้นตะเคียนทองที่มีอายุมากกว่า 100 ปี โดยใช้ชุดไทยโบราณ, เครื่องแป้ง, กระจกเงา, ดอกไม้สด ในการแก้บนเจ้าแม่ตะเคียนทอง คาถาขอพรเจ้าแม่ตะเคียนทอง ตั้งนะโม 3 จบ สัมปะจิตฉามิ นาสังสีฆ พรหมมา จะ มะหาเทวา สัพเพยักขา ปะรายันติ พรหมมา จะ มะหาเทวา อภิลาภา ภะวันตุเม มะหาปุญโญ มะหาลาโภ ภะวันตุเม มิเตพาหุหะติ พุทธะมะอะอุ นะโมพุทธายะ วิระทะโย วิระโคนายัง วิระหิงสา วิระทาสี วิระทาวส วิระอิตถิโย พุทธัสสะ มานีมามะ พุทธัสสะ สวาโหม สัมปะติจฉามิ เพ็ง เพ็ง พา พา หา หา ฤาฤา 10. ศาลเจ้าพ่อเขาสามชั้น – เส้นทางไปอำเภอทองผาภูมิ-สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี หากเดินทางไปบนสายที่จะมุ่งหน้าเข้าอำเภอทองผาภูมิ สังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี บางครั้งจะเห็นว่าเหล่ารถราที่ขับผ่านศาลเจ้าพ่อเขาสามชั้นมักจะบีบแตรเพื่อให้สัญญาณแสดงความเคารพต่อเจ้าพ่อ และขอคำอวยพรเพื่อให้เจ้าพ่อเขาสามชั้นคุ้มครองให้เดินทางรอดปลอดภัยตลอดทาง นอกจากเรื่องคุ้มครองภัยแล้ว ชาวบ้านยังว่ากันว่าเจ้าพ่อเขาสามชั้นให้หวยแม่นมาก มีชาวบ้านที่ได้รับโชคลาภไปนับไม่ถ้วน หากใครมีโอกาสเดินทางไปแถวนั้น อย่าลืมแวะจอดรถไปกราบไหว้ขอพรจากศาลเจ้าพ่อเขาสามชั้น ไม่แน่บางทีอาจจะได้รับลาภลอยเข้ามาโดยไม่รู้ตัว   11. ศาลอนุสาวรีย์เจ้าแม่หมูทองคำ – ตรงข้ามกระทรวงมหาดไทย กรุงเทพฯ ศาลอนุสาวรีย์เจ้าแม่หมูทองคำ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า อนุสาวรีย์สหชาติ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2456 ในแต่ละวันมีผู้คนที่ศรัทธาเดินทางมาสักการะบูชากันอย่างต่อเนื่อง ทั้งขอเลขเด็ดเพื่อไปเสี่ยงโชคหรือเรื่องหน้าที่การงานก็ดี ต่างก็ได้รับความช่วยเหลือและสมหวังกันไปถ้วนหน้า ก่อนเดินทางไปไหว้เจ้าแม่หมูทองคำ อย่าลืมเตรียมเครื่องเซ่นไหว้เป็นผลไม้สดทุกชนิด ยกเว้นมังคุด ติดไม้ติดมือไปด้วย บทสวดบูชา สวดนะโม 3 จบ โอมพระปิยะมะหาราชินี สัพพะโสตถี ภะวันตุเม สัพพะลาภา สัพพะยศา สุขิตา โหติ สัพพะทุกขะ สัพพะภะยะ วินัสสันติ พระปิยะมะหาราชินี ปิยังมะมา 12. ศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง (วังสราญรมย์) – สวนวังสราญรมย์ ใกล้วัดโพธิ์-วัดพระแก้วมรกต ศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง (วังสราญรมย์ ประดิษฐานอยู่ในสวนวังสราญรมย์ ก็เป็นอีกแห่งที่ร่ำลือถึงความศักดิ์สิทธิ์ในบรรดานักเสี่ยงโชคกันอย่างหนาหู ผู้คนนิยมเดินทางมาขอโชคลาภด้วยวิธี 3 แบบคือ จุดธูปอธิษฐานให้เจ้าแม่ตะเคียนทองมาเข้าฝันเพื่อบอกเลข การเสี่ยงเซียมซี หรือขูดซากตอตะเขียนเพื่อหาเลข หลายคนที่มีแรงศรัทธาแรงกล้าก็ได้รับการช่วยเหลือให้สมหวังไปตามๆกัน    ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ : เคล็ดลับขอหวย ๑๒ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

พาแอ่วเหนือ! ปั่นจักรยาน เที่ยวไป ถีบไป กินไป @น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ (ตอนที่ 2)
จังหวัดน่าน /  ปั่นจักรยาน / 

ทริป "เที่ยวเหนือ เที่ยวไหน เที่ยวไป ถีบไป กินไป @แพร่ น่าน อุตรดิตถ์" กับทาง ททท. ในวันแรกเราได้ปั่นจักรยานชมวิถีชีวิต โบราณสถาน วัดวาอาราม และแวะทานของอร่อยกันไปแล้ว เข้าวันที่สองนี้เราจะออกเดินทางไปยัง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ กันค่ะ พาแอ่วเหนือ! ปั่นจักรยาน เที่ยวไป ถีบไป กินไป @น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ (ตอนที่ 2)  >> พาแอ่วเหนือ! ปั่นจักรยาน เที่ยวไป ถีบไป กินไป @น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ (ตอนที่ 1) เมื่อวานนี้เราปั่นจักรยานรอบตัวเมืองน่าน เช้าวันที่สอง เราจะออกเดินทางไปยัง จ.อุตรดิตถ์ กันค่ะ ระยะทางประมาณ 170 กิโลเมตร แต่ก่อนที่เราจะต้องนั่งรถเป็นเวลาหลายชั่วโมง ขอแวะเติมพลังให้อิ่มท้องกันหน่อย ร้าน "เจ้เล็ก ข้าวมันไก่" ร้านตึกแถว ตั้งอยู่ตรงถนนข้าหลวง ขับผ่านสี่แยกข่วงเมืองน่านมาไม่ไกลมากนัก ร้านเจ้เล็กนั้นมีเมนูให้เลือกเยอะมากๆ ทั้งข้าวมันไก่, ข้าวมันไก่ทอด, ข้าวขาหมู, ข้าวหมูแดง, ข้าวหมูหรอบ, กระเพาะปลา .. เราอยากกินไปซะทุกอย่าง ก็เลยสั่งมาแบบรวมทุกอย่าง เพิ่มเครื่องในด้วย แล้วก็สั่งข้าวมันแยกเป็นจาน ไก่นุ่ม หมูกรอบอร่อย เนื้อขาหมูก็เริ่ด แถมน้ำราดหมูแดง น้ำจิ้มขาหมู อร่อยติดใจเลยค่ะ คอนเฟิร์ม ^^ เนื่องจากเราวางแพลนไว้ว่าจะปั่นจักรยานที่ อ.ลับแล ช่วงบ่าย เพราะฉะนั้นเรายังพอมีเวลาว่างเที่ยว จ.น่าน ช่วงเช้าๆ เราเดินทางไปสักการะ "พระธาตุแช่แห้ง" กันค่ะ อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 3 กิโลเมตร "พระธาตุแช่แห้ง" ตั้งอยู่ที่อำเภอภูเพียง เดิมเป็นวัดราษฎร์ ปัจจุบันเป็นพระอารามหลวง องค์พระธาตุสีทองเหลืองอร่าม เป็นอนุสรณ์ของความรักและความสัมพันธ์ ระหว่างเมืองน่านกับเมืองสุโขทัยในอดีต และยังเป็นพระธาตุประจำปีเกิด ของคนที่เกิดปีเถาะ (ปีนักษัตรกระต่าย) ด้วย ตรงทางเข้าประตูก็จะมีดอกไม้ ธูป เทียน วางไว้ให้ แล้วก็มีกระต่ายหลากหลายสี ให้เลือกนำเข้าไปสักการะพระธาตุกันด้วย สีของกระต่ายน่าจะเป็นสีของคนที่เกิดในแต่ละวันค่ะ บริเวณรอบๆ ก็จะมีให้เราปิดทองลูกนิมิตร ทำบุญ "ด้ายสีสาย" เพื่อ สะเดาะเคราะห์ เสริมศิริมงคล บูชา "ไม้ค้ำชาตา" โดยเขียนชื่อ วัน เดือน ปี เกิด ติดไว้ที่ไม้ เสริมดวงชะตา ให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง เดินมาอีกนิดก็จะเห็น พระวิหารพระพุทธไสยาสน์ (พระวิหารพระเจ้านอน) ค่ะ จากนั้นเราก็เดินทางไปยัง "พระธาตุเขาน้อย" กันต่อ ที่วัดนี้ถือเป็นแลนด์มาร์กอีกหนึ่งที่ สามารถมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบของตัวเมืองน่านที่สวยงามด้วยค่ะ บริเวณลานชมทิวทัศน์ ประดิษฐานพระพุทธรูปปางประทานพร "พระพุทธมหาอุดมมงคลนันทบุรีศรีเมืองน่าน" บนฐานดอกบัวสูง 9 เมตร บนยอดพระเกศาทำจากทองคำหนัก 27 บาท สร้างขึ้นเนื่องในมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ฯ ทรงเจริญ พระชนมพรรษา 6 รอบ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2542 ด้านหน้าพระพุทธรูปปางประทานพร "พระพุทธมหาอุดมมงคลนันทบุรีศรีเมืองน่าน" องค์พระธาตุ สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2030 สมัยเจ้าปู่แข็ง เป็นศิลปะพม่าผสมล้านนา ภายในบรรจุพระเกศาธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัม พุทธเจ้า และได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ระหว่างปี พ.ศ. 2449-2454 โดยช่างชาวพม่า วัดพระธาตุเขาน้อย เป็นปูชนียสถานที่สำคัญ และเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของ จ.น่าน สันนิษฐานว่ามีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับพระธาตุแช่แห้ง ตั้งอยู่บนดอยเบาน้อย สูงจากระดับน้ำทะเล ประมาณ 240 ม. หน้าวัดมีทางขึ้นเป็นบันไดนาค 303 ขั้น สักการะวัดพระธาตุเขาน้อยเสร็จ เราก็ออกเดินทางไปยัง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิถต์ นั่งรถมาได้สักพักก็แวะ ร้าน Tree Park Coffee กินกาแฟ ขนมเค้ก ยืดเส้นยืดสายกันหน่อย ต้นไม้เยอะ บรรยากาศร่มรื่น ที่อยู่ : ต.แม่จั๊วะ อ.เด่นชัย จ.แพร่ โทรศัพท์ : 054-613063 , 086-1924456 เรามาถึงอุตรดิถต์ช่วงเที่ยงๆ บ่ายๆ ได้เวลาข้าวกลางวันแล้วอีกแล้วสิ และก็ต้องไม่พลาด ร้านก๋วยเตี๋ยวเป่าปากชามกะลา ร้านขึ้นชื่อเมืองอุตรดิตถ์ ก๋วยเตี๋ยวที่นี่มีเอกลักษณ์ก็คือ ชามกะลา และรสชาติของก๋วยเตี่ยวก็กลมกล่อมและเผ็ดจี๊ด ที่นี่เราสามารถสั่งได้ว่าอยากให้เผ็ดระดับไหน คือ เจ็บภูสอยดาวคือเผ็ดมาตรฐานเป่าปาก เจ็บเขื่อนสิริกิติ์คือเผ็ดกลาง และเจ็บลับแลคือไม่เผ็ด นอกจากก๋วยเตี๋ยวก็ยังมีเนื้อ-ลูกชิ้นลวกจิ้ม เสิร์ฟกับน้ำจิ้มรสเด็ด, ไส้อั่ว, ลูกชิ้นยักษ์ และไอติมกะทิ ที่อยู่ : แยกหนองผา ถนนเจษฎาบดินทร์ ตำบลท่าอิฐ อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ โทรศัพท์ : 085-8780522 กินอิ่มปุ๊บก็พร้อมลุย! ช่วงใกล้เข้าหน้าฝนแบบนี้อากาศเย็นสบาย แดดร่มลมตก ปั่นจักรยานกันชิลๆ ได้เลย เส้นทางปั่นจักรยานจังหวัดอุตรดิถต์มี 2 เส้นทาง คือ อ.ลับแล กับ อ.เมือง เราเลือกเส้นทาง อ.ลับแล ค่ะ จุดแรกที่เราไปนั้นก็คือ "ศูนย์บริการท่องเที่ยววิถีเมืองลับแล" จุดประทับตราที่ 1 (ใกล้ซุ้มประตูเมืองลับแล) มีพี่สาวสวย เจ้าหน้าที่คอยให้บริการและดูแลอย่างเป็นกันเอง ทางศูนย์เปิดบริการ 8.30-16.30 น. โดยบริเวณนี้ก็จะมีพิพิธภัณฑ์เมืองลับแล, ลานกิจกรรม, อาคารจำหน่ายสินค้า ที่นี่มีจักรยานให้เช่าด้วยค่ะ พิกัด GPS : 17.651813, 100.044312 เบอร์โทรศัพท์ : 055-431076 ขอปั๊มก่อน 1 ดวง เสร็จแล้วเราก็เริ่มลุยปั่นจักรยานไปยังจุดหมายที่เหลืออีก 3 ที่กันเลย เมื่อปั่นเข้าเมืองลับแลตามทางมาจนเจอ อนุสาวรีย์พระศรีพนมมาศ ขอแวะถ่ายรูปที่นี่กันก่อน จากนั้นก็เลี้ยวขวาปั่นจักรยานตามทางถนนเขาน้ำตก สองข้างทางนั้นเพื่อนๆจะได้เห็นบ้านเรือนแบบดั้งเดิม วิถีชีวิตแบบเรียบง่าย สงบ ไม่วุ่นวายมากนัก ^^ จนมาถึง จุดประทับตราที่ 2 "ร้านข้าวแคบคุณสาว" จะอยู่ติดกับสำนักงานเทศบาลศรีพนมมาศ(เมืองลับแล) เป็นครั้งแรกที่เคยได้ยินชื่อ "ข้าวแคบ" และได้ลองกิน ข้าวแคบเป็นอาหารว่างอย่างหนึ่ง โดยการนำเอาแผ่นแป้งไปตากแดด (แบบรูปข้างล่าง) และเอาไปทำให้สุกโดยปิ้งหรือทอด อาจโรยงาเพิ่มความหอมอร่อย ของคาวอีกอย่างที่น่าสนใจ (เพราะเพิ่งเคยลองกินอีกเหมือนกัน >,<) คือ ข้าวพัน โดยการใช้แป้งข้าวเจ้ามานึ่งคล้ายข้าวเกรียบปากหม้อ แต่ข้าวพันจะกินกับน้ำจิ้มสูตรเด็ด ไม่ใส่ไส้ หลังจากสุกแล้ว ก็จะม้วนขึ้นมาเป็นแผ่นกลมแบบนี้ จิ้มกินกับน้ำจิ้มสูตรเด็ดเผ็ดอร่อย ร้านข้าวแคบคุณสาว เปิดให้บริการทุกวัน พิกัด GPS : 17.655042, 100.037202 เบอร์โทรศัพท์ : 089-5039617 ประทับตราจุดที่ 2 เสร็จก็บอกลาคุณป้า ร้านข้าวแคบคุณสาว ไปยังจุดหมายต่อไปกัน เราปั่นจักรยานตามถนนเขาน้ำตกแล้วเลี้ยวเข้าซอยเขาน้ำตก 6 (จะอยู่ทางขวามือ) เพื่อลัดมาที่ถนนราษฎร์อุทิศ หรือ ถนนคนกิน ออกจากซอยเลี้ยวขวามาอีกสักหน่อยก็จะเจอ "ร้านป้าหว่างหมี่พัน" จุดประทับตราที่ 3 ของเรา (อยู่ติดถนนราษฎร์อุทิศ ซอย 5) พอถึงร้านปุ๊บ! คุณป้าก็กำลังทำหมี่พันอยู่เลย "หมี่พัน" เป็นอาหารพื้นเมืองดั้งเดิมของคนลับแล จะเอาแผ่นข้าวแคบ (เหมือนร้านแรกที่เราไปจำได้เปล่า?) มาใส่ผัก เส้นหมี่ลงไป และห่อให้เป็นชิ้นกลมๆ การห่อแบบนี้ยังช่วยถนอมอาหารด้วยนะคะ เป็นภูมิปัญญาของคนลับแล    หน้าตาหมี่พันเป็นแบบนี้ รสชาติกลมกล่อม ออกเผ็ดนิดๆ อร่อยดีค่ะ ชิ้นละ 3 บาท ราคาน่ารัก ^^ ร้านป้าหว่างหมี่พัน เปิดทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ พิกัด GPS : 17.653923, 100.040084 หลังงจากประทับตราจุดที่ 3 เสร็จแล้ว เราปั่นจักรยานย้อนกลับไปทางถนนราษฎร์อุทิศ ก็จะเจอ "ร้านข้าวพันผักอินดี้" จุดประทับตราที่ 4 ร้านข้าวพันผักอินดี้ หรือร้านข้าวพันผักป้าตอ เมื่อมาลับแลแล้วจะพลาดร้านนี้ไม่ได้ สำหรับนักท่องเที่ยวและนักชิม เพราะข้าวพันผักอินดี้นั้นจะมีเมนูที่หลากหลาย ไม่ซ้ำกัน พ่อค้าจะคิดสูตรข้าวพันผักใหม่ๆ ขึ้นมาตลอด บางเมนูจะใส่ใข่ผสมกับแป้ง, ใส่เห็ดเข็มทอง เป็นต้น แถมรสชาติอร่อยด้วย ^^ อย่างวันนี้เราได้กิน ข้าวพันผักเนื้อเปื่อย, ไข้ม้วนเห็ดเย็นตาโฟ, ข้าวพันผักห่อไข่ โป๊ะไข่ดาว คอนเฟิร์มว่าอร่อย แบบไม่ต้องปรุงเลย รสชาติกลมกล่อมค่ะ  ^^ แล้วถ้าใครมาแวะร้านนี้ ก็จะมาเขียนข้อความด้วย เขียนได้ทุกที่ในร้านเลย สแตมป์ดวงที่ 4 เสร็จแล้ว เดินทางต่อไปยังจุดหมายสุดท้ายกันจากถนนคนกิน ก็ปั่นจักรยานกลับไปยัง ศูนย์บริการท่องเที่ยววิถีเมืองลับแล จะเจอกับ ร้านลับแลคลับ wifi cafe (Lublae Club Coffee) จุดประทับตราที่ 5 ค่ะ ประทับตราเสร็จ ก็นั่งทานเครื่องดื่มให้หายเหนื่อย สดชื่น ^^ ร้านน่ารัก บรรยากาศดี มีมุมให้เลือกนั่งเยอะเลย  เราก็ตระเวนเดินเล่นแถวลานวัฒนธรรมกันหน่อย ตรงนี้มีพิพิธภัณฑ์เมืองลับแล, ขายสินค้าพื้นเมืองเยอะพอสมควร พิพิธภัณฑ์เมืองลับแล จัดแสดงวิถีชีวิตคนเมืองในสมัยก่อน บอกเล่าเรื่องราวประเพณี วัฒนธรรม เดินมาอีกนิดก็จะเป็นตัวอาคารที่ขายสินค้า สะดุดตาร้านนี้แหละ! "วันวานลับแล"  ขายของเล่น ของกิน ขนม สมัยวัยเด็ก เห็นแล้วคิดถึงชีวิตวัยเด็กจริงๆ 555 เดินเล่นกันจนเย็นแล้ว เราก็เดินทางกลับที่พักกัน โดยคืนนี้เราย้อนกลับไปพักที่ Mee bed and breakfast โรงแรมสุดฮิปในราคาหลักร้อย! จังหวัดแพร่ กัน โรงแรมเปิดใหม่แถวตัวเมือง แค่ชื่อก็น่ารักแล้ว พอได้เห็นสถานที่จริง โอ้ว! ประทับใจ ตกแต่งแบบเรียบง่าย สไตล์ฮิปสเตอร์แบบที่ชอบเลย แถมราคานี่ดึงดูดสุดๆ ในราคาหลักร้อยเท่านั้น! ตั้งอยู่ที่ถนนราษฎร์ดำเนิน ตำบลในเวียง อำเภอเมืองแพร่ เจ้าของใจดี และใส่ใจลูกค้ามากๆ และตั้งแต่ข้างหน้าโรงแรมจนขึ้นไปถึงห้องพัก เรายังไม่หยุดถ่ายรูปเลย สวยทุกมุม! ห้องพักแต่ละห้องนั้นจะตกแต่งไม่เหมือนกันสักห้องเลย! มันเจ๋งตรงนี้แหละ เราไม่รู้ว่าเราจะได้พ้องพักแบบไหน ส่วนเราได้ห้องพักชั้นที่ 4 ห้อง 402 ผนังห้องทาด้วยสีขาว มีกรอบรูปเรียงเต็มไปหมด ชอบมากๆ! ที่นี่ส่วนมากเน้น ใช้ปูนเปลือยและอิฐแดง ห้องโปร่ง อากาศเย็นสบาย อ่านเพิ่มเติม : Mee bed and breakfast โรงแรมสุดฮิปในราคาหลักร้อย! จ.แพร่ นอนเต็มอิ่มบนเตียงนุ่มสบายกันทั้งคืน ก็ต้องตื่นเช้าเก็บกระเป๋ากลับกันแล้ว ก่อนกลับก็แวะทานข้าวเช้า กับของหวานแถวแยกประตูชัยที่ ร้านกองหนุน มีของหวานเยอะแยะไปหมด เจ้าของใจดีจัด ข้าวเหนียวมะม่วง ข้าวเหนียวทุเรียน ข้าวเหนียวสังขยา มาให้กินกัน รสชาติอร่อย หวานมัน แบบนี้น้ำหนักตัวขึ้นก็ไม่เสียใจนะ อิอิ ที่อยู่ : ซอยรอบเมือง แยกประตูชัย ตำบลในเวียง อำเภอเมืองแพร่  จังหวัดแพร่ โทรศัพท์ : 054-531597 , 086-1961869   นั่งรถมาได้แปบนึงก็มาแวะที่ พิพิธภัณฑ์บ้านเทพ มีของสะสมหายากในสมัยก่อนหลายอย่าง เช่นเงินพดด้วง, ตะเกียงเก่า, ไม้แกะสลัก, ชามลายครามต่างๆ เป็นต้น ที่นี่เปิดให้ชมฟรีทุกวัน ตั้งแต่ 09.00 น-17.00 น. ค่ะ ที่อยู่ : 8/1 ถนนเทศบาล2 ตำบลในเวียง อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ โทรศัพท์ : 08-79871164 ถึงเวลาต้องกลับบ้านแล้วสิ อยากเที่ยวไม่ครบเลย แต่คราวหน้าสัญญาว่าจะต้องเที่ยวให้ครบแน่นอน ทริป  "เที่ยวเหนือ เที่ยวไหน เที่ยวไป ถีบไป กินไป @แพร่ น่าน อุตรดิตถ์" กับทาง ททท. ในครั้งนี้เป็นทริปที่สนุก และประทับใจมากๆ ^^ งั้นขอตัวลาไปก่อน เจอกันทริปหน้านะคะ .. >> พาแอ่วเหนือ! ปั่นจักรยาน เที่ยวไป ถีบไป กินไป @น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ (ตอนที่ 1) ขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานแพร่ (พื้นที่รับผิดชอบ: แพร่,น่าน,อุตรดิตถ์) เว็บไซต์ : http://www.tourismthailand.org/phrae

CAT โชว์ศักยภาพในงานดิจิทัล ไทยแลนด์ 2016 พร้อมเป็น GATEWAY TO THE WORLD
CAT /  Smart TV / 

CAT โชว์ศักยภาพในงานดิจิทัล ไทยแลนด์ 2016 พร้อมเป็น GATEWAY TO THE WORLD เตรียมดัน SMART CITY เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัล เมื่อวันที่ 26 – 28 พฤษภาคม ที่ผ่านมา รัฐบาลไทย โดยกระทรวงไอซีที จัดงาน “ดิจิทัลไทยแลนด์ 2016” ขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจต่อการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (Digital Economy) ทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ รวมถึงเป็นการเปิดตัวแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย โดย บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT ผู้ให้บริการโครงข่ายสื่อสารโทรคมนาคมรายใหญ่ของไทย ได้ร่วมจัดแสดงนิทรรศการ ภายใต้คอนเซปต์ GATEWAY TO THE WORLD พร้อมทั้ง ร่วมอภิปรายในหัวข้อการเสวนาที่น่าสนใจ และลงนามในข้อตกลงเพื่อการพัฒนาประเทศให้ก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัลภายในงานครั้งนี้ด้วย ดร. สุรพันธ์ เมฆนาวิน กรรมการบริษัท รักษาการในตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาประเทศให้ก้าวไปสู่ยุค ไทยแลนด์ 4.0 โดยมุ่งไปที่การสร้างความสามารถในการแข่งขัน โดยมีวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและพัฒนา ขับเคลื่อนภาคการผลิตสินค้าและบริการของประเทศ โดยภายในงานดิจิทัลไทยแลนด์นี้ ได้มีการเปิดตัวแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรมภายในระยะเวลา 20 ปี ซึ่งกำหนดเป็น 6 ยุทธศาสตร์หลัก ทั้งนี้ CAT จะเป็นกำลังสำคัญให้แก่รัฐบาลในทุกยุทธศาสตร์ โดยโครงการเร่งด่วนคือ ยุทธศาสตร์ที่ 1 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลประสิทธิภาพสูงให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่ง CAT ร่วมมือกับรัฐบาลในการดำเนินงานโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ (National Infrastructure) ด้วยมูลค่าเงินลงทุนประมาณ 20,000 ล้านบาทจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) โครงการนี้จะเติมเต็มช่องว่างระหว่างเมืองและชนบทด้วยโครงสร้างใยแก้วนำแสงที่จะครอบคลุมเกือบ 40,000 หมู่บ้านทั่วประเทศ รวมทั้งการพัฒนาอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ความเร็วสูง (High-Speed Broadband Internet) สำหรับสัญญาณอินเทอร์เน็ตไร้สายโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในพื้นที่สาธารณะ พื้นที่ห่างไกล สถานศึกษา รวมถึงเครือข่ายทางการศึกษา (NEdNet) และเครือข่ายข้อมูลของรัฐบาล (GIN) เพื่อให้บริการข้อมูลที่มีประโยชน์และจำเป็นทั่วประเทศ นอกจากนี้ CAT ยังให้ความสำคัญ และร่วมสนับสนุนโครงสร้างระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Digital Infrastructure) สำหรับโครงการเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ซึ่งเป็นการขานรับนโยบาย Digital Economy ของรัฐบาล โดยมีภูเก็ตเป็นเมืองนำร่องในการขับเคลื่อนชุมชนด้วยดิจิทัล ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้กับเมืองเพื่อให้เกิดความสะดวกสบาย การเข้าถึงบริการของเมืองได้รวดเร็ว และสร้างความปลอดภัยแก่ประชาชนมากขึ้น โดยอาศัยเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐาน ศูนย์ข้อมูล และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี IoT มาช่วยในเรื่องของระบบจัดการการจราจร ไปจนถึงระบบจัดการน้ำ การจัดการขยะ ระบบตรวจจับ ตลอดจนการเฝ้าระวังความปลอดภัย” ด้าน นายชัยยุทธ สันทนานุการ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาดและการขาย บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เผยรายละเอียดว่า “จากที่รัฐบาลได้ให้การสนับสนุนการพัฒนาจังหวัดให้เป็น Smart City ทั้งนี้ CAT จึงได้มีการศึกษาอย่างต่อเนื่องสำหรับการพัฒนา Smart City ในพื้นที่เศรษฐกิจของภูมิภาคต่างๆ โดยขณะนี้มีการศึกษาเพิ่มเติมที่จะพัฒนาพื้นที่ขนาด 700 ไร่ ในอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ใกล้กับจุดเชื่อมต่อเครือข่ายทางทะเล ซึ่งมีความได้เปรียบในด้านทำเลที่ตั้ง และขนาดของพื้นที่สู่การเป็น “Digital Innovation Park” ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ภายใต้แนวคิด Smart City เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี โดยจะให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัย มีคุณภาพ และสามารถตอบสนองผู้ใช้บริการได้ตรงความต้องการ อย่างครบวงจร นำมาซึ่งการเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัย และตรงต่อความต้องการได้มากขึ้น เป็นการเสริมสร้างการจ้างงานและพัฒนาบุคลากร รวมถึงการเพิ่มผลผลิตและผลตอบแทนทางธุรกิจ ซึ่ง Digital Innovation Park จะเป็นพื้นที่ของการคิดค้นพัฒนา ระบบไอทีสำหรับองค์กร, สนับสนุนกลุ่ม Startup ให้เกิดการพัฒนาในอุตสาหกรรมแขนงต่างๆ” ทั้งนี้ ภายในงานดิจิทัลไทยแลนด์ 2016  CAT ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือสองฉบับ โดยฉบับแรก ได้แก่ การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเครือข่ายศูนย์บ่มเพาะดิจิทัลสตาร์ทอัพ (Digital Startup Incubation Network) โดย กระทรวงไอซีที ร่วมกับ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน), สถาบันการเงิน ,สถาบันการศึกษา และภาคเอกชน รวมถึงตัวแทนผู้ประกอบการรายใหม่ กว่า 21 องค์กร ลงนามเพื่อสร้างความร่วมมือกันอย่างเข้มแข็ง โดยในการดำเนินงาน จะมีการจัดทำนโยบายเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนทั้งด้านการบ่มเพาะ การสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ๆ เน้นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือของหน่วยงานทั้งภาคนโยบายและภาคปฏิบัติเพื่อส่งเสริมสนับสนุนธุรกิจ ดิจิทัลสตาร์ทอัพ ส่งเสริมด้านการตลาดและการลงทุน เพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ ฉบับที่สองเป็น การลงนามบันทึกข้อตกลงกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสองแห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง และมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ซึ่งจะเป็นโครงการนำร่อง เพื่อพัฒนาระบบโครงข่ายสื่อสารโทรคมนาคม ระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์บ่มเพาะธุรกิจดิจิทัลคอมเมิร์ซ ในมหาวิทยาลัยราชภัฏ เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในชุมชนท้องถิ่นและเพิ่มศักยภาพด้านการแข่งขัน โดยCAT จะสนับสนุนการติดตั้งและพัฒนาระบบโครงข่ายสื่อสารโทรคมนาคมเพื่อรองรับอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ความเร็วสูง (High-Speed Broadband Internet) ให้แก่มหาวิทยาลัยดังกล่าวในเบื้องต้น

เบิ้ล ปทุมราช อาร์สยาม ส่งเอ็มวีภาคต่อ 'เฟสก็หายไลน์ก็เงียบ'
เบิ้ล ปทุมราช /  เบิ้ล ปทุมราช อาร์สยาม / 

เบิ้ล ปทุมราช อาร์สยาม แรงไม่หยุด ส่งมิวสิควิดีโอ เฟสก็หายไลน์ก็เงียบ สานต่อเรื่องราวความรักจาก อ้ายมีเหตุผล และ เหตุผลของคนจะไป หลังปล่อยซิงเกิ้ล อ้ายมีเหตุผล จนกลายเป็นเพลงดังเพลงฮิตมาแรงเข้าไปอยู่ในใจแฟนเพลงทั่วประเทศด้วยยอดฟังและยอดวิวในยูทูปกว่า 125 ล้านวิว ภายในเวลาแค่ 5 เดือน จนต้องมีเพลงร้องแก้ตามคำเรียกร้อง กับ เหตุผลของคนจะไป ของ ธัญญ่า อาร์สยาม... มาวันนี้เน็ตไอดอลบ้านนา เบิ้ล ปทุมราช อาร์สยาม (อาทิตย์ สมน้อย) สังกัดค่ายเพลง อาร์สยาม ในเครือ บมจ.อาร์เอส ขอตอกย้ำกระแสความแรงด้วยซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุด เฟสก็หายไลน์ก็เงียบ เพลงรักภาคต่อที่แต่งเองกับมือ หนุ่มเบิ้ล ให้สัมภาษณ์ว่า "ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณแฟนเพลงทั่วประเทศทุกคนครับที่ให้การต้อนรับเด็กบ้านนาคนนี้ จนทำให้เพลง อ้ายมีเหตุผล ทะลุ 125 ล้านวิวไปเรียบร้อยแล้ว ถือว่าเกินคาดมากๆ วันนี้เลยขอส่งอีกหนึ่งซิงเกิ้ล เฟสก็หายไลน์ก็เงียบ ซึ่งจริงๆ เพลงนี้ผมแต่งไว้นานแล้ว เคยร้องเล่นกีตาร์โพสต์ลงยูทูปไปตั้งแต่กลางปี 2558 ก่อนที่ผมจะเข้ามาเป็นศิลปินอาร์สยาม ก็เลยเลือกมาเป็นเพลงรักภาคต่อจาก อ้ายมีเหตุผล และ เหตุผลของคนจะไป ของ น้องธัญญ่า แต่คราวนี้ได้ พี่เติ้ล เส้นเล็ก มาช่วยเรียบเรียงให้ใหม่ ส่วนการถ่ายทำมิวสิควิดีโอก็ได้ทำอะไรหลายอย่างเลย ทั้งลุยโคลน ไถนา เหนื่อยแต่ก็สนุกมากครับ" "สำหรับเรื่องราวในเอ็มวีเพลง เฟสก็หายไลน์ก็เงียบ จะเข้มข้นกว่า 2 เพลงแรก เรียกว่ามีครบทุกอารมณ์เลย คือเราอยากไปบอกรักนางเอก อยากไปบอกเหตุผลจริงๆ ว่าที่ต้องบอกเลิกเพราะอะไร แต่กลับกลายเป็นว่าเธอไม่เข้าใจ เธอย้ายไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ ไม่ติดต่อกลับ แถมยังบล็อคเฟสบุ๊ค-บล็อคไลน์เราอีก เราเลยตัดสินใจไปตามหาเพื่อจะบอกให้เธอรู้ ซึ่งหลายคนที่ได้ดูแล้วก็คอมเม้นท์เข้ามาบอกว่าชอบ ทั้งซึ้ง เศร้า ฟิน จนตอนนี้ยอดวิวพุ่งขึ้นวันละล้านวิวเลยละครับ ต้องขอบคุณจริงๆ ที่ติดตามซิงเกิ้ล เฟสก็หายไลน์ก็เงียบ ทั้งทาง YouTube Rsiammusic และ LINE Music ยังไงก็เป็นกำลังใจให้ เบิ้ล ปทุมราช อาร์สยาม กันไปนานๆ นะครับ" [Official MV] เฟสก็หายไลน์ก็เงียบ : เบิ้ล ปทุมราช อาร์ สยาม youtube channel : RsiamMusic : อาร์สยาม มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

หลบฝนในกรุงกับ 5 คาเฟ่สำหรับวีคเอนด์นี้ !
cafe /  กรุงเทพ / 

วันหยุดทั้งที มีเวลาแค่สองวัน หากจะขับรถไปพักผ่อนที่ต่างจังหวัดแล้วขับกลับก็คงจะเหนื่อยแย่ วีคเอนด์แบบนี้ลองหาคาเฟ่เงียบๆ ซักที่ กาแฟคุณภาพดี ขนมอร่อยๆ ทานกันซิคะ วันนี้เรามี 5 คาเฟ่เก๋ๆ มาแนะนำกัน รับรองว่าคุณจะสามารถใช้วันหยุดของคุณ พักผ่อนได้อย่างสบายใจโดยที่ไม่ต้องเหนื่อยใจเหนื่อยกาย แถมยังมีเวลากับตัวเองมากขึ้นอีกด้วยค่ะ Maygori ถ้าใครที่ชอบรับประทานของหวานคงจะรู้จักร้าน After You ร้านขนมหวานที่มีสาขาทั่วทั้งกรุงเทพ ซึ่งร้าน Maygori นั้นก็เป็นร้านที่เปิดโดยคุณเมย์ที่เป็นผู้ริเริ่มร้าน After You แต่ร้านนี้จะแตกต่างก็ตรงที่ว่า จะมีแต่เมนูน้ำแข็งไสเท่านั้นค่ะ ! น้ำแข็งของที่นี่ก็จะละเอียดนุ่มเหมือนหิมะ ท้อปปิ้งก็มีให้เลือกหลากหลาย เหมาะรับประทานดับร้อนในช่วงนี้เหลือเกิน เมนูแนะนำก็เห็นจะไม่พ้น Mont Blanc ที่เป็นน้ำแข็งไสราดด้วยครีมเกาลัด แถมยังมีเกาลัดชิ้นเล็กๆ โรยเป็นท็อปปิ้ง เสิร์ฟมาพร้อมกับไซรัปเข้มข้นไว้ราดด้านบน หรือจะเป็นน้ำแข็งไส Ichigo Yoghurt Panna Cotta น้ำแข็งไสสตรอเบอร์รี่โยเกิร์ต พร้อมพานาคอตต้าหวานนุ่มละมุนลิ้นสอดแทรกอยู่ด้านใน เสิร์ฟมากับซอสสตรอเบอร์รี่ที่เอาไว้ราดเพิ่มถ้าหากไม่จุใจก็ได้ค่ะ พิกัด : ร้านตั้งอยู่ที่คอมมิวนิตี้มอลล์ The Common ซอย ทองหล่อ 17 เปิดตั้งแต่เที่ยงวันยันเที่ยงคืนเลยค่ะ Cafe Undichi คาเฟ่สไตล์ยุโรปแบบอบอุ่น ด้วยการตกแต่งร้านและขนาดพื้นที่ที่ไม่มากและไม่น้อยเกินไป จึงให้ฟีลราวกับว่านั่งพักผ่อนอยู่ที่บ้านเลยค่ะ โดยตัวร้านจะแบ่งออกเป็นสองส่วน จัดสรรพื้นที่ที่มีอย่างประหยัดได้เป็นอย่างดี เมื่อเข้าไปในร้านจะได้กลิ่นกาแฟหอมอบอวลทั่วร้าน และร้านนี้จะมีพนักงานเพียงสองคนเท่านั้น ซึ่งก็คือเจ้าของร้าน เสิร์ฟเองทำเองทุกอย่างเลยค่ะ เมนูที่นี่จะมีหลากหลาย ทั้งกาแฟ อาหาร แล้วก็ขนมหวาน เมนูที่อยากจะแนะนำก็คือ Affogato ซึ่งเป็นกาแฟช็อตราดบนไอศครีมวานิลลาหวานหอม หรือจะเป็นเมนูรักสุขภาพอย่าง เค้กช็อคโกแลตไร้แป้ง ที่ทำจากช็อคโกแลตชั้นดี ไม่มีแแป้ง เหมาะกับคนที่อยากลดน้ำหนักแต่ก็ขาดของหวานไม่ได้ค่ะ พิกัด : ร้านตั้งอยู่ที่ซอย พหลโยธิน 11 เลี้ยวเข้ามาในซอย ร้านจะอยู่ขวามือต้นซอยเลยค่ะ Sugar Pop ร้านคาเฟ่น้องใหม่ใจกลางย่านอารีย์ที่ใครผ่านไปผ่านมาก็จะเห็น Signature ของร้านซึ่งก็คือ เจ้ากระต่ายตัวใหญ่ ตั้งตระหง่านอยู่นั่นเองค่ะ ภายในร้านก็ตกแต่งแบบโมเดิร์น เน้นสีขาวดำดูสบายตา พร้อมกับมาสคอตของบร้านก็คือ กระต่าย ที่มีชื่อว่า Chef Chin เข้าไปในร้านก็จะมีเรื่องราวของเจ้ากระต่ายติดเอาไว้ที่ผนังร้าน เดินอ่านเพลินๆ ดีค่ะ เมนูของร้านจะเน้นเป็นขนมหวาน ที่พลาดไม่ได้คือเค้กสตรอเบอร์รี่ ครีมสดบวกกับสตรอเบอร์รี่หวานๆ เค้กเนื้อนุ่ม หรือจะเป็น บานอฟฟี่พายที่ฐานเค้กเป็นโอริโอ้เนยเข้มข้น บวกกับคาราเมลหอมหวาน แถมที่นี่ยังมีแพนเค้กและบิงซูให้บริการอีกด้วยค่ะ เรียกได้ว่ามาที่นี่ได้รับประทานขนมหวานครบทุกชาติเลยก็ว่าได้ พิกัด : ร้านตั้งอยู่ในซอยพหลโยธิน 7 เลี้ยวเข้าซอยมาจะอยู่ซ้ายมือติดกับซอยอารีย์ 4 ร้านสีดำๆ หาไม่ยากเลยค่ะ Gastro 1/6 RMA เป็นร้านสไตล์อังกฤษแบบ Open Air ให้บรรยากาศสดชื่น หากจะกลัวว่าอากาศจะร้อนมั้ย ขอบอกว่าไม่เลยค่ะ เพราะว่าในร้านตกแต่งแบบโล่งโปร่งสบาย แถมยังมีต้นไม้ช่วยบดบังแสงแดด ให้ร่มเงาแก่ลูกค้าทุกคนอีกด้วย ตัวร้านตั้งอยู่ใสถาบัน RMA อาจจะเดินทางลำบากซักนิดนึงแต่ถ้าได้เข้าไปแล้วจะไม่อยากออกจากร้านเลยล่ะค่ะ เมนูของร้านส่วนมากก็จะออกเป็นแนว Brunch อย่างเช่น เฟรนช์โทสต์ ครัวซอง แต่อาหารหลักอย่างสปาเก็ตตี้ก็มีพร้อมเสิร์ฟค่ะ อย่างเมนูที่แนะนำก็จะเป็นเฟรนช์โทสต์ ขนมปังชุบไข่เนื้อนุ่มเสิร์ฟพร้อมผลไม้สด ทานแล้วจะรู้สึกสดชื่นทันทีเลยค่ะ หรือจะเป็น Brunch อย่างออมเล็ต และเราสามารถบวกขนมปัง ไส้กรอก เพิ่มได้ด้วยค่ะ พิกัด : อยู่ที่ ซอย สายน้ำทิพย์ 2 คลองเตย ลง BTS พร้อมพงษ์แล้วต่อแท็กซี่จะง่ายสุดค่ะ Heritage Cafe เพียงเดินเข้าไปก็จะได้กลิ่นอบขนมปังใหม่ๆ หอมโชยออกมา เพราะว่าร้านนี้เขาทำขนมเอง อบเองทั้งนั้นค่ะ ตัวร้านก็จะเป็นร้านเล็กๆ มีโต๊ะเพียงไม่กี่โต๊ะ ให้ความรู้สึกอบอุ่นมากค่ะ ส่วนเบเกอรี่และอาหารส่วนมากจะออกสไตล์ฝรั่งเศสซะส่วนใหญ่ค่ะ เมนูที่นี่ก็จะมีครบตั้งแต่อาหารคาว ของหวาน และเครื่องดื่ม ที่อยากจะแนะนำคือ ครัวซองอบใหม่ทุกวัน ชุ่มเนย กรอบนอกนุ่มใน และมาการองที่พิเศษสุดๆ เพราะมีขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือเลย ขอบอกว่าราคาไม่แพงอย่างที่คิดด้วยค่ะ พิกัด : อยู่ในซอยเอกมัยซอย 4 ลง BTS เอกมัย ไม่ไกลจาก BTS มากจึงสามารถเดินไปได้ค่ะ วันหยุดเสาร์อาทิตย์นี้ ลองหาเวลาให้กับตัวเองและไปพักผ่อนตามสไตล์ที่ชอบได้เลยค่ะ !  -------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ขอบคุณภาพจากเว็บไซต์   www.instagram.com/maygori/,www.facebook.com/CaffeUndici, www.wongnai.com/restaurants/, www.facebook.com/Gastro16-162938943751545/, https://www.facebook.com/heritagebakerycafebistro

โหน่ง ชะชะช่า ปริ่ม! ลูกชายคนเล็กบวชแทนคุณเช้านี้
ข่าว โหน่ง ชะชะช่า /  บุหรี่ ลูกชาย โหน่ง / 

ตลกชื่อดัง โหน่ง ชะชะช่า สุดปลื้ม! ลูกชายคนเล็ก บุรี หรือชื่อเดิม บุหรี่ ศิวนาถ เอี่ยมสุข ถือฤกษ์ดีเมื่อช่วงเช้าของวันนี้(21 มิ.ย.) ปลงผมเข้าพิธีอุปสมบททดแทนคุณพ่อแม่ ณ วัดเอี่ยมประดิษฐ์ อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ได้รับฉายาทางธรรมว่า "ถาวโร" แปลว่า "ผู้มั่นคง" งานนี้มีเหล่าพี่น้องในวงการตลกแห่มาร่วมอนุโมทนาบุญกันเพียบ อาทิ เท่ง เถิดเทิง, ตุ๊กกี้ ชิงร้อย กับบูบู้ แฟนหนุ่ม, โน้ต เชิญยิ้ม, เจี๊ยบ เชิญยิ้ม, ส้มเช้ง สามช่า ฯลฯ สำหรับขบวนแห่นาคนั้นก็เก๋กู๊ดไปอีก เพราะได้นำรถคลาสสิคของนาคบุรีมาร่วมขบวนด้วยนั่นเอง ยังไงทีมข่าว Gossipstar.mthai.com ต้องขอร่วมอนุโมทนาบุญมา ณ โอกาสนี้ด้วยจ้าาาาาาาขอขอบคุณ ภาพและข้อมูลจาก ห้องข่าวบันเทิง workpoint และอินสตาแกรม @nong_chachacha ลูกชาย โหน่ง ชะชะช่า บวช ลูกชาย โหน่ง ชะชะช่า บวช ลูกชาย โหน่ง ชะชะช่า บวช ลูกชาย โหน่ง ชะชะช่า บวช ลูกชาย โหน่ง ชะชะช่า บวช ลูกชาย โหน่ง ชะชะช่า บวช ลูกชาย โหน่ง ชะชะช่า บวช

รีวิว “บุฟเฟต์เบียร์ ไซเดอร์ & ทาปาสรสเด็ด” ณ ห้องอาหารริเวอร์ไซด์ กริลล์ , รอยัลออคิด เชอราตัน
บุฟเฟ่ต์เบียร์ /  ห้องอาหารริเวอร์ไซด์

มีโอกาสได้รับเชิญไปทานอาหารที่ห้องอาหารริเวอร์ไซต์ กริลล์ โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน  โดยทางพีอาร์สาวคนสวยแอบกระซิบมาว่า ทางห้องอาหารแห่งนี้ มีบริการ “บุฟเฟต์เบียร์ ไซเดอร์ และทาปาส” ว่าแล้วทีมงาน MThai.com ก็อดไม่ได้จริงๆ ที่จะซอกแซกนำภาพบรรยากาศอาหาร เมนูนานาชนิดมาฝากสมาชิกกันค่ะ (เผื่อเพื่อนๆท่านไหนสนใจอยากไปทานจะได้ไม่เขินและงงตอนไปทานบุฟเฟต์) ว่าแล้วเราก็ไปบุกกันถึงห้องอาหารริเวอร์ไซต์ กริลล์กันเลยดีกว่าค่ะ บรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยายามเย็น ณ โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน บรรยากาศที่นั่งโซน Outdoor ติดริมน้ำเจ้าพระยา มีมุมโซฟาสีสันสวยงามให้นั่งชิลชิลท์ แฮงท์เอ้าท์กับเพื่อนๆ สิงคโปร์ว่ามีเมอร์ไลอ้อน เมืองไทยก็มีพญานาคนะจ๊ะ ชมบรรยากาศด้านนอกของห้องอาหารริเวอร์ไซด์ กริลล์ โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน กันไปเรียบร้อยแล้ว เราจะพาไปดูโซนไลน์บุฟเฟต์ที่จัดเตรียมไว้บริเวณด้านในร้านอาหาร Indoor กัน          มุมของเมนูอาหารจะเป็นเมนูคล้ายคอกเทล และทาปาสต่างๆ มีไว้ให้บริการ สามารถหยิบจานเปล่าแล้วเดินเลือกเมนูที่ชอบได้เลยค่ะ ส่วนใครที่อยากทานเมนู made by order จะมีพี่เชฟบริการอยู่อีกมุมถัดไปค่ะ ก่อนจะไปไลน์อาหารอีกโซนนั้น ทีมงานขอสุ่มเลือกโซนนี้กันก่อนเนอะ เริ่มจากเมนูแรกก่อนเลย "พาร์มาแฮมพันด้วยแตงกวาดอง"       ตามมาด้วยเมนู "มินิเบอร์เกอร์แซลมอน" แซลมอนชิ้นใหญ่และสดดี ส่วนตัวของขนมปังก็นุ่ม แน่นสีนวลสวย มีความเบาบางไม่หนาจนเกินไปเข้ากันดีกับเนื้อชิ้นปลาค่ะ           ขนมปังฝรั่งเศสสไลด์ชิ้นพอดีคำ ทอปหรือวางด้วยชีสและมะกอกดำ เป็นเมนู           กับแกล้มเข้ากันดีกับเบียร์และไซเดอร์แน่นอนค่ะ        เมนูนี้สาวๆต้องชอบเป็นพิเศษอย่างแน่นอน โดยเฉพาะสาวๆที่กลัวอ้วน "สลัดอโวคาโด้ปลาหมึก" จะมีมะเขือเทศเชอร์รี่ หอมแดงซอย และผักโตเหมี่ยวคลุกเคล้ามากับน้ำสลัด รสชาติดีค่ะ โดยเฉพาะความฉ่ำมันของอโวคาโด้ น้ำสลัดและปลาหมึกอร่อยมากเลยทีเดียว เข้ากันดี พี่เชฟสุดหล่อ กำลังตั้งใจปรุงมีทบอลผัดกับซอสมะเขือเทศ กันอย่างขะมักเขม้น มีทบอลผัดกับซอสมะเขือเทศ หรือ Spicy Meat Balls (ขวา)  มันฝรั่งกับไส้กรอกโชริโซ่ ผัดซอสมะเขือเทศ (ซ้าย) และของทางเล่นที่ขาดไม่ได้เลย "มันฝรั่งทอด เสิร์ฟพร้อมเชดด้าชีสซอส" เมนูนี้บอกเลยว่า มันส์ มันส์ มากกกก ฟินลื๊มมมมม!!!  โดยเฉพาะดิปเชดด้าชีสสสส เมนูนี้ขอเป็นเมนูแนะนำ BARBECUED PRAWNS หรือ "กุ้งย่างและน้ำจิ้มซีฟู้ด"                กุ้งย่างบาร์บีคิวสไตล์ เนื้อนุ่มหวานหอม ทานคู่กับผักร็อคเก็ตและน้ำจิ้มซีฟู้ดแซ้บ        จิบเบียร์ หรือสั่งไซเดอร์มาดริ้งค์ทานคู่กันบอกเลยว่าฟินมาก ดีงามพระรามแปดก็สู้ไม่ได้ค่ะ ^-^   GARLIC CHIPOLATA AND CHORIZOS มาถึงเมนูต่อไปเป็นเมนู ไส้กรอกกาลิก ชิพโพลาต้า และไส้กรอกโชริโซ่ จะเสิร์ฟพร้อมมันฝรั่งทอดแผ่นบางกรอบทานคู่กับซอสมะเขือเทศและซอสมัสตาร์ด FISH CROQUETTES "เนื้อปลาผสมมันฝรั่งชุบเกล็ดขนมปังทอด" NACHOS "นาโซส" เมนูนี้จะเป็นแผ่นแป้งข้าวโพดแบบบางทอดกรอบสไตล์แม็กซิกัน เสิร์ฟพร้อมมะกอกดำ พริกจาราปิโน่ ต้นหอม ซัลซ่ามะเขือเทศ ซาวครีมอะโวคาโด และกัวคาโมเล่ พร้อมกับท๊อปด้วยชีสเยิ้มๆ Serrano Ham ที่นี่นำเข้าจากต่างประเทศ จะมีเชฟคอยบริการหั่นให้เราเป็นจานค่ะ มีผักต่างๆแกล้มทั้ง เซอลารี่ มะเขือเทศเชอร์รี่ เบบี้แครอท และแตงกวาดอง ฯลฯ ฟินแค่ไหนถามใจเธอดู เมนูนี้แนะนำอร่อยมากทานกับเบียร์เข้ากันฝุดฝุด เมนูอาหารพร้อม อาวุธพร้อม เครื่องดื่มเต็มสูบ ลุยสิคพรออัลไล!! สำหรับใครที่กำลังคิดว่า เอ.... แล้วอาหารจะราคาสูงรึเปล่า เครื่องดื่มจะรวมรึเปล่านะ เรามีข้อมูลมาให้ท่านตามลายแทงด้านล่างนี้ ห้องอาหารริเวอร์ไซด์ กริลล์ ณ โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ขอเชิญคุณมาสังสรรค์พร้อมเพื่อนฝูงในค่ำคืนของเบียร์ ไซเดอร์ และทาปาส  ทุกคืนวันศุกร์แรกของทุกเดือน ตั้งแต่เวลา 18.30 – 20.30 น.  คุยเพลินไม่มีสะดุดพร้อมดื่มด่ำเบียร์ และไซเดอร์หลากหลายยี่ห้อไม่อั้น ทั้งแบบพรีเมียม และธรรมดา เคียงคุ่เมนูทาปาสชั้นนำที่ได้รับการคัดสรรมาได้คู่กันอย่างลงตัว เริ่มต้นที่ 599++ บาทต่อท่าน หรืออัพเกรดเบียร์ระดับพรีเมียม 999++ บาทต่อท่าน สำหรับวันนี้ ทีมงานเอ็มไทยก็คงต้องขอลากันไปก่อนกับเมนูของหวานล้างปาก รอบหน้าเราจะพาไปบุกซอกแซกตะลุยร้านไหนนั้น ต้องอย่าลืมติดตามชมกันนะจ๊ะ

เฉลียง เตรียมรวมตัว สร้าง 'ปรากฏการณ์เฉลียง' บนเวทีคอนเสิร์ต!
ฉัตรชัย ดุริยประณีต /  นิติพงษ์ ห่อนาค / 

6 ตัวโน้ตอารมณ์ดี เฉลียง เตรียมรวมตัวบนเวทีคอนเสิร์ตในรอบเกือบสิบปี!! สร้าง 'ปรากฏการณ์เฉลียง' 17-18 กันยายน ที่ รอยัลพารากอนฮอลล์ เปิดจำหน่ายบัตร เสาร์ที่ 18 มิถุนายนนี้!! ถือว่ากระแสดีและแรงเกินคาด เพราะเพียงเปิดจำหน่ายบัตร Early Bird ราคา 4,000 บาท ก็สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ บัตรเต็มทั้ง 2 รอบการแสดงในเวลาเพียง 40 นาที!... และพร้อมแล้วสำหรับบัตรทุกราคาของคอนเสิร์ต 'ปรากฏการณ์เฉลียง' จะเปิดจำหน่ายในวันเสาร์ที่ 18 มิถุนายนนี้ เพื่อต้อนรับกับการกลับมารวมตัวกันอีกครั้งของ 6 ตัวโน้ตอารมณ์ดี ดี้- นิติพงษ์ ห่อนาค, เจี๊ยบ – วัชระ ปานเอี่ยม, จุ้ย – ศุ บุญเลี้ยง, แต๋ง – ภูษิต ไล้ทอง, เกี๊ยง – เกียรติศักดิ์ เวทีวุฒาจารย์ และ นก – ฉัตรชัย ดุริยประณีต ที่เคยสร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการเพลงไทย ในยุค 80-90 ด้วยแนวเพลงเนื้อหาสาระที่แปลกแหวกแนว 'ไม่ต้องรักก็ฮิตได้' ไม่ว่าจะเป็น เพลง นิทานหิ่งห้อย, เที่ยวละไม, ต้นชบากับคนตาบอด, นายไข่เจียว, อื่นๆ อีกมากมาย แม้ว่าสไตล์ดนตรีจะเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย แต่ก็ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า สาระที่อยู่ในเพลงของ เฉลียง ยังคงทันเหตุการณ์และเข้ากับยุคสมัยเสมอ ซึ่งเป็นหนึ่งในหลายๆ เหตุผลที่ทำให้พวกเขากลายเป็นตำนาน และยังครองใจแฟนคลับนักฟังเพลงเสมอมา เกือบสิบปีที่ เฉลียง ห่างหายไปจากเวทีคอนเสิร์ต แต่ในเดือนกันยายน 2559 นี้ ตัวโน้ตอารมณ์ดีทั้ง 6 ได้ตกลงปลงใจ กลับมารวมกันเฉพาะกิจอีกครั้งแบบครบทีม บนเวทีรอยัล พารากอน ฮอลล์ เพื่อสร้าง 'ปรากฏการณ์เฉลียง' ครั้งใหม่ ที่นอกจากจะมีเพลงที่เคยสร้างความประทับใจ และโชว์ที่สนุกสนานในแบบเฉพาะตัวของเฉลียงแล้ว จิก – ประภาส ชลศรานนท์ ยังได้ช่วยแต่งเพลงใหม่เพื่อให้เฉลียงได้ใช้สำหรับงานนี้โดยเฉพาะ มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคอนเสิร์ต โตโยต้า พรีเซนต์ ปรากฏการณ์เฉลียง โดยบริษัท ครีเอท อินเทลลิเจ้นซ์ จำกัด ได้ในวันที่ 17-18 กันยายน 2559 นี้ ที่ รอยัล พารากอน ฮอลล์ เปิดจองบัตรวันที่ 18 มิถุนายน 2559 ทางไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา หรือเว็บไซต์ www.thaiticketmajor.com ติดตามรายละเอียดความเคลื่อนไหวของคอนเสิร์ต ได้ที่ www.chaliangteam.com หรือ www.facebook.com/chaliangteam โทร 089-811-1901 มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

โปรไฟล์เริ่ดมาก! จณิน สาวสวยผู้คว้า Gold Buzzer จาก ดี้ นิติพงษ์
TGT6 /  Thailand Got Talent / 

เสียงปรบมือดังเกรียวกราว ไม่ผ่านก็ให้มันรู้ไป สำหรับเสียงร้องสุดไพเราะของสาวสวย อลิสา จณิน โวลล์มันน์! ที่ทำเอา ดี้-นิติพงษ์ ห่อนาค โดนใจอย่างแรงจนลุกขึ้นมากดปุ่ม Gold Buzzer (โกลด์ บัซเซอร์) ทำให้ จณิน ผ่านฉลุยเข้าสู่รอบเซมิไฟนอลเป็นคนแรกของ รายการ ไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ ซีซั่น 6 ท่ามกลางความชื่นชมของสี่คณะกรรมการ ดี้-นิติพงษ์, กาละแมร์-พัชรศรี, เบน-ชลาทิศ, แหม่ม-คัทลียา รวมทั้งผู้ชมทั้งสตูดิโอและผู้ชมที่หน้าจอทางบ้าน ... อ่านข่าวเพิ่มเติม เจ๋งจนต้องกด! รวมโชว์เด็ด พิชิต Gold buzzer จากไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ อลิสา จณิน โวลล์มันน์ สาวสวยสัญชาติเยอรมัน เป็นบุตรสาวของ ดร. ธอร์สเทน โวลล์มันน์ นักแต่งเพลงฮอลลีวู้ดและนักดนตรีแจ๊สชื่อดังระดับนานาชาติ เธอสามารถพูดภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และภาษาเยอรมัน ก่อนที่ จณิน จะก้าวสู่การเป็น จณิน TGT เธอเป็นนักศึกษาในสาขาเทคโนโลยีดนตรี ของ The British International School of Northern Thailand สถาบันอังกฤษเพื่อการศึกษาประยุกต์ วิทยาเขตลำปาง เธอเคยเป็น 1 ใน 6 นักเรียนจากประเทศไทย ที่ได้รับคัดเลือกให้ได้รับทุน YES Academy 2015 เข้าร่วมเวิร์คช็อปปฏิบัติการดนตรีแร็พและการผลิตดนตรี สอนโดยนักร้องและโปรดิวเซอร์แร็พชื่อดังระดับโลกชาวสหรัฐอเมริกา Farbeon ทึ่งมากขึ้นไปอีก เมื่อข้อมูลเผยว่า สาวสวย จณิน เคยผ่านเวทีการร้องเพลงคอนเสิร์ตกับศิลปินชาวต่างชาติมาแล้วมากมาย ทั้งจากสหรัฐอเมริกา อินโดนีเซีย เยอรมนี และเนเธอร์แลนด์ รวมทั้งเธอยังเคยไปร้องเพลงกับวง ETC ในเทศกาลดนตรีแจ๊สเฟสติวัลอีกด้วย นอกจากนั้น จณิน ยังเคยมีผลงานซิงเกิ้ลซึ่งวางจำหน่ายในประเทศกัมพูชา โดยโปรดิวเซอร์ Kenny Chase ค่าย RAD บริษัท Noizy Network เป็นเพลงสไตล์แร็พฟิวชั่น ซึ่งมีกลิ่นอายของดนตรีตะวันออกผสมกับแร๊พดั้งเดิมในสไตล์นิวยอร์ค ซึ่งเธอแสดงความสามารถแต่งเนื้อร้อง ทำนอง ขับร้อง และเล่นดนตรีเองทั้งหมด ไม่เพียงเท่านั้น เพราะเธอยังเคยมีผลงานภาพยนตร์ระดับฮอลลีวู้ดมาแล้วอีกต่างหาก โดย จณิน มีส่วนร่วมในภาคสองของภาพยนตร์ฮิตติดอันดับบ๊อกซ์ออฟฟิซของเยอรมนี 'Fack Ju Goethe' หรือชื่อภาษาอังกฤษ 'Suck Shakespeare' จากสังกัดคอนสแตนตินฟิล์มผู้สร้างภาพยนตร์คุณภาพที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปอีกด้วย ลองย้อนไปดูผลงานที่สาวคนนี้เคยฝากผลงานร้องเพลงโคฟเวอร์เอาไว้ มั่นใจได้เต็มร้อยว่า อนาคตของ จณิน TGT จะสดใสแน่นอน! ข้อมูลจาก www.facebook.com/thailandsgottalent และ www.facebook.com/thebritishinstituteofappliedlearning มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

โปรแกรมมวยไทยวันนี้ วันเสาร์ที่ 2 กรกฎาคม 2559
วันเสาร์ที่ 2 กรกฎาคม 2559 /  ศึกจ้าวมวยไทย / 

โปรแกรมมวยไทยวันนี้ วันเสาร์ที่ 2 กรกฎาคม 2559 ศึกจ้าวมวยไทย เวทีมวย สยามอ้อมน้อย เวลา 12:15 น. 1. ดาวเด่น ช.เกตุวีณา  Vs  เพชรบ้านแขก ส.สมหมาย 2. ค้างคาวแดง ฮัวโรงน้ำแข็ง  Vs  น้องวิว เพชรโกศล 3. เพชรมะกอก ศิษย์ดาบไหม  Vs  พญาหลวง ฟลุ๊คบะหมี่เกี้ยว 4. จักรณรงค์เล็ก ต.ศิลาชัย  Vs  แสงศักดา ศิษย์เจ๊เหมียว ศึกไบร์ทีวี เวทีมวย ลุมพีนี เวลา 14:00 น. 1. เสือพยัคฆ์ ภ.เจริญแพทย์  Vs  มูเซอร์ดำ ต.ผิวหล่อภักดี 2. อาณาจักร ศิษย์แก้วประยูร  Vs  ชัยณรงค์ จ่ายุทธกองสืบ 3. น้องบีเล็ก ท.เทพสุทิน  Vs  ก้องไกร แก้วสัมฤทธิ์ 4. สิงห์ดำ ศิษย์มิตรใหม่  Vs  ลูกเต้ ส.คงเดช ศึกยอดมวยไทยรัฐทีวี เวทีมวย มนตรีสตูดิโอ เวลา 15:00 น. 1. ยอดวิชา ซูจีบ๊ะหมี่เกี้ยว  Vs  เพชรเสกสรร เหลี่ยมธนวัฒน์ 2. ระฆังทอง ศิษย์อิติสุคโต  Vs  แสงตะวัน เกียรติกำธรยิมส์   3. เพชรเกรียงไกร ต.ศิลาชัย  Vs  ชนะเพชร 91รุ่งโรจน์ 4. ฟ้าสะท้าน ราชานนท์  Vs  ฉลามศึก สข.วาณิชสังข์รอด ศึกมวยไทยลุมพีนีเกริกไกร เวทีมวย ลุมพีนี เวลา 16:30 น. 1. มังกรเงิน ต.หมอศรี  Vs  ใจสิงห์ กีล่าสปอร์ต 2. เด่นพิชิต ศักดิ์บุรีรัมย์  Vs  โลตัส ต.เทวิน 3. มนต์ขาว ช.จันมณี  Vs  เทพบุตร ศิษย์อุ๊อุบล 4. ชัดเจน วิสูครเจริญยนต์  Vs  เสือเทพ เกียรติเจริญชัย ** หมายเหตุ อาจมีการเปลี่ยนแปลงคู่ชก

เที่ยวไหนดี? แนะนำ 5 สถานที่ท่องเที่ยวในช่วงหน้าฝน
ที่เที่ยวหน้าฝน /  ทุ่งแสลงหลวง / 

ถ้าเพื่อนๆ คนไหนขี้เกียจนอนอยู่บ้าน อยากออกทริปสนุกๆ แต่ไม่รู้ว่า หน้าฝนแบบนี้จะไปไหนดี? Travel.MThai มี 5 สถานที่ท่องเที่ยวในช่วงหน้าฝน มาฝากกันค่ะ ซึ่งการท่องเที่ยวหน้าฝนแบบนี้ เราสามารถสัมผัสกับธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิด ได้ชมความงามของดอกไม้ ต้นไม้ที่ผลิบานหน้าฝน รับรองว่าทริปหน้าฝนนี้ประทับใจแน่นอน ^^ เที่ยวไหนดี? แนะนำ 5 สถานที่ท่องเที่ยวในช่วงหน้าฝน น้ำตกทีลอซู : อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก หรือภาษากะเหรี่ยงแปลว่า น้ำตกดำ ถือเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงเรื่องความสวยงามและใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และจะสวยงามเป็นพิเศษในช่วงฤดูฝน ระหว่าง 1 มิ.ย. - 31 พ.ย. ปริมาณน้ำฝนที่มากจะเพิ่มปริมาณน้ำในลำธารทำให้สายน้ำตกกว้างใหญ่กว่าฤดูอื่น (แต่ก็ต้องระวังเรื่องการเดินทางด้วยรถยนต์) มีจุดเด่นคือ "รุ้งกินน้ำ" โดยจะปรากฏให้เห็นช่วง 10 โมงเท่านั้น ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ห่างจากที่ทำการเขตฯ 3 กิโลเมตร น้ำตกทีลอซู มีลักษณะเป็นน้ำตกภูเขาหินปูนขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนความสูงจากระดับน้ำทะเล 900 เมตร เกิดจากลำห้วยกล้อท้อ ลำน้ำทั้งสายตกลงสู่หน้าผาสูงชัน มีน้ำไหลแรงตลอดปี ความกว้างของตัวน้ำตกประมาณ 500 เมตร ไหลลดหลั่นเป็นชั้นๆ มากถึง 97 ชั้น มีความสูงประมาณ 300 เมตร ล้อมรอบด้วยป่าดงดิบที่สมบูรณ์ เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 6 ของเอเชีย สิ่งที่น่าสนใจ ก่อนที่เราจะเดินทางขึ้นไปยังจุดมุ่งหมาย ก็คือ น้ำตกทีลอซู ระหว่างทางเราจะผ่านเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติระยะทาง 1.5 กม. ผ่านป่าไผ่และป่าเบญจพรรณ มีดอกกระเจียวขึ้นตามพื้นป่าระหว่างทางมีป้ายสื่อความหมายเกี่ยวกับธรรมชาติและพืชพันธุ์ตามจุดต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ศึกษา, ผ่านน้ำตกสายรุ่ง น้ำตกขนาดเล็ก สูงประมาณ 10 เมตร , ผ่านบ่อน้ำพุร้อน ซึ่งเราสามารถนั่งแช่กันได้ และผ่าน ผ่าผึ้ง เป็นบริเวณที่มีผึ่งอยู่เป็นจำนวนมาก ชมความงามของธรรมชาติกันอย่างใกล้ชิด การเดินทาง โดยรถยนต์ จากอำเภออุ้มผางใช้เส้นทางสายอุ้มผาง-แม่สอด ถึงหลักกิโลเมตรที่ 161 มีทางแยกซ้ายที่บ้านแม่กลองใหม่ไปด่านเดลอ หรือจุดตรวจ “เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง” เป็นระยะทาง 30 กิโลเมตร จากนั้นเดินทางไปตามถนนลูกรังอีก 26 กิโลเมตร ถึงที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง ใช้เวลาในการเดินทางโดยรถยนต์ประมาณ 3 ชั่วโมง เส้นทางช่วงนี้เป็นทางดิน ควรใช้รถปิคอัพ หรือรถขับเคลื่อน 4 ล้อที่ช่วงล่างมีความสูงมากพอสมควร ในฤดูฝนรถอาจเข้าไม่ได้ และจากที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางต้องเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ 1.5 กิโลเมตร จึงถึงตัวน้ำตกทีลอซู สอบถามรายละเอียดได้ที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง โทร. 0 5550 0919-20 และที่ทำการชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและอนุรักษ์อุ้มผาง โทร. 0 5556 1338 อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว : อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นพื้นที่ที่มีสภาพป่าค่อนข้างสมบูรณ์ปกคลุมไปด้วยป่าธรรมชาติที่สวยงาม เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร ยอดสูงสุดของภูสอยดาวสูงจากระดับน้ำทะเล 2,102 เมตร ซึ่งสูงเป็นอันดับ 5 ของประเทศไทย อุทยานแห่งนี้มีจุดเด่นที่น่าสนใจและเป็นที่ดึงดูดใจของนักท่องเที่ยว เริ่มจากเดินเข้าอุทยานกว่าจะถึงยอดภูสอยดาวนั้นเราจะต้องออกเดินป่า แอดเวนเจอร์กันหน่อย โดยผ่านเนินส่งญาติ, เนินปราบเซียน เป็นที่สองต่อจากเนินส่งญาติ ระดับความสูง 780 เมตร, เนินป่าต่อ, เนินเสือโคร่ง และ เนินมรณะ เนินสุดท้ายก่อนถึงยอดภูสอยดาว ระดับความสูง 1410 เมตร น้ำตกภูสอยดาว : อยู่ใกล้กับที่ทำการอุทยานแห่งชาติ มีทั้งหมด 5 ชั้น แต่ละชั้นมีชื่อไว้อย่างไพเราะว่า ภูสอยดาว สกาวเดือน เหมือนฝัน กรรณิการ์ และสุภาภรณ์ มีน้ำไหลตลอดปี น้ำตกสายทิพย์ : เป็นน้ำตกขนาดเล็ก มี 7 ชั้น ความสูงแต่ละชั้นประมาณ 5-10 เมตร สภาพป่าโดยรอบน้ำตกมีความชุ่มชื้นมาก จึงมีมอสส์สีเขียวขึ้นปกคลุมทั่วไปตามก้อนหินริมน้ำ ทุ่งดอกหงอนนาค : ในอุทยานแห่งชาติภูสอยดาวผลิบานเต็มุท่งเฉพาะในช่วงฤดูฝนเท่านั้น รอรับนักท่องเที่ยวที่ได้ปีนป่ายขึ้นมาเยือน โดยดอกหงอนนาคจะมีทั้งสีม่วงอ่อนหรือม่วงน้ำเงิน สีขาว และสีชมพู ค่อนข้างหายาก ยามเช้าดอกหงอนนาคจะหุบดอก และจะบานเมื่อมีแสงแดด ส่วนกลางของดอกมักมีหยดน้ำติดอยู่ เป็นที่มาของชื่อน้ำค้างกลางเที่ยง ซึ่งทุ่งดอกหงอนนาคที่ภูสอยดาวแห่งนี้ เป็นทุ่งดอกหงอนนาคที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย นอกจากนี้ก็จะมี ดอกสร้อยสุวรรณา และดอกหญ้ารากหอม ในฤดูหนาวจะมีดอกกระดุมเงิน, กล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์ และต้นเมเปิลซึ่งจะเปลี่ยนเป็นสีแดงสวยงามมาก ลานสนสามใบภูสอยดาว : เป็นพื้นที่ป่าธรรมชาติเป็นที่ราบบนเทือกเขาภูสอยดาว มีพื้นที่ประมาณ 1,000 กว่าไร่ ตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,633 เมตร สภาพพื้นที่ของลานสนสามใบจะเป็นเนินสูงต่ำสลับกันไป การเดินทางไปเที่ยวลานสนสามใบภูสอยดาว ต้องเดินทางเท้าจากน้ำตกภูสอยดาวริมเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1268 ขึ้นสู่ยอดภูสอยดาวระยะทางประมาณ 6.5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 4-6 ชั่วโมง มีถนนลาดยาง เข้าถึงพื้นที่ทำให้สะดวกสบายในการเดินทางพักผ่อนหย่อนใจ และมีอากาศเย็นสบายตลอดปี บนยอดเป็นลานสนและมีพื้นที่สำหรับกางเต็นท์และตั้งแคมป์ การเดินทาง การเดินทางด้วยรถยนต์สามารถไปได้ 2 เส้นทางคือ โดยรถยนต์ จากจังหวัดพิษณุโลก ไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 แล้วแยกเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1246 ถึงบ้านแพะแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 1143 ผ่านอำเภอชาติตระการแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 1237 ผ่านบ้านบ่อภาคไปบรรจบกับเส้นทางแผ่นดินหมายเลข 1268 ถึงน้ำตกภูสอยดาว อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว รวมระยะทางประมาณ 188 กิโลเมตร[3] สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ ระยะทางประมาณ 133 กม. โดยใช้เส้นทาง อุตรดิตถ์-น้ำปาด (ทางหลวงหมายเลข 1047) ออกจากจังหวัดอุตรดิตถ์ พอถึง อ.น้ำปาดให้เลี้ยวรถเข้าไปใช้ ทางหลวงจังหวัด หมายเลข 1239 แล้วขับรถไปอีกประมาณ 46 กม. แล้วจึงเลี้ยวรถเข้าไปใช้ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1268 ขับรถไปประมาณ 19 กิโลเมตรก็จะถึง อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว สอบถามรายละเอียดได้ที่ ททท. สำนักงานแพร่ (เขตรับผิดชอบ อุตรดิตถ์, แพร่, น่าน) โทร. 0 5452 1127 ภูทับเบิก : จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดเพชรบูรณ์ มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,768 เมตร อยู่ตำบลวังบาล ห่างจากอำเภอหล่มสักและหล่มเก่าประมาณ 40 กิโลเมตร มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี และเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ซึ่งได้อพยพมาอาศัยอยู่ที่บ้านทับเบิก ภายในบริเวณจะมี ไร่กะหล่ำปลี ที่สวยงาม ตั้งอยู่เลยจุดชมวิวไม้กางเขน โดยชาวไทยภูเขาเผ่าม้งจะทำอาชีพทำการเกษตรแบบขั้นบันไดตามเชิงเขา กะหล่ำปลีจะมีให้ชมเยอะช่วงเดือนกรกฏาคมถึงพฤศจิกายน ส่วนหน้าหนาวมีดอกนางพญาเสือโคร่งบานเต็มภูทับเบิก นอกจานี้ยังมี ร้านค้าชุมชน ร้านขายของที่ระลึก, ที่พักสไตล์รีสอร์ทและโฮมเตย์ ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกพักตามสะดวก เช่น ไร่ภูทะเลหมอกทับเบิก และ ภูทะเลหมอกโฮมสเตย์ ตั้งอยู๋ใกล้ใกล้กับไร่กะหล่ำปลี ส่วน ไร่ริมผา ที่พักแนะนำใกล้จุดชมวิวทะเลหมอกสูงสุด จุดสูงสุดชมทะเลหมอก : จะมีลานกางเต็นท์ ใกล้กับบริเวณหอวัดอุณหภูมิ ซึ่งเป็นจุดชมวิวสูงสุดของภูทับเบิก พิกัด GPS : 16.896719, 101.106135 ที่อยู่ : 2331 ตำบล วังบาล อำเภอ หล่มเก่า เพชรบูรณ์ 42120 ทุ่งแสลงหลวง : จังหวัดพิษณุโลก หรือที่รู้จักกันดีในนาม “ทุ่งหญ้าสะวันนาแห่งเมืองไทย” เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ ถือเป็นแหล่งผืนป่าสะวันนาแห่งเดียวของภาคเหนือที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ พร้อมด้วยความแตกต่างแห่งพืชพรรณที่ไม่พบเห็นบ่อยนัก พื้นที่อุทยานตั้งอยู่ในเขตเทือกเขาเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตระหว่าง จ.พิษณุโลกและ จ.เพชรบูรณ์ ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ หนองแม่นา ประมาณ 25 กิโลเมตร มีพื้นที่เป็นที่โล่งกว้างใหญ่ เนื้อที่ประมาณ 16 ตรกม. ตามเส้นทางจะตัดผ่านป่าเบญจพรรณจะพบสัตว์ป่าออกมาหากินตามข้างทาง และมีพันธุ์ไม้ดอกมากมาย นอกจากนี้ยังมีทุ่งหญ้าแบบสะวันนาสลับกับป่าสนสองใบ คือทุ่งหญ้าเมืองเลนและทุ่งโนนสน สิ่งที่น่าสนใจ อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงมีพื้นที่ที่น่าท่องเที่ยวมากมายให้เราได้เลือกทำกัน ไม่ว่าจะเป็น น้ำตกแก่งโสภา นักท่องเที่ยวสามารถชมความงามได้จากทางด้านบนของตัวน้ำตก ทุ่งโนนสน ทุ่งหญ้าแบบสะวันนาสลับกับป่าสนเขา ตั้งอยู่ใจกลางอุทยาน ทุ่งนางพญา เป็นทุ่งหญ้าแบบสะวันนา มีพื้นที่ ประมาณ 5 ตารางกิโลเมตร เหมาะแก่การนั่งรถชมวิว และตั้งค่ายพักแรม แก่งวังน้ำเย็น น้ำตกซอนโสม ถ้ำเดือน-ดาว ถ้ำพระวังแดง และถ้ำค้างคาว ปั่นจักรยานเสือภูเขา ชมดอกเอื้องพิสมร  เป็นดอกไม้บานในหน้าฝนเท่านั้น การเดินทาง สามารถใช้เส้นทางได้ 2 เส้นทาง คือ เส้นทางแรก จากจังหวัดเพชรบูรณ์ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 2 ไปทางอำเภอหล่มสัก ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ถึงบ้านนางั่วแล้วเลี้ยวซ้าย ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 2258 ขึ้นเขาค้อผ่านสี่แยกบ้านสะเดาพงษ์ผ่านพระตำหนักเขาค้อ ตรงไปจนถึงบ้านทานตะวันเลี้ยวขวาไปอีกประมาณ 4 กิโลเมตรจะถึงหน่วยพิทักษ์อุทยาน สล.8 (หนองแม่นา) เส้นที่สอง จากจังหวัดพิษณุโลกใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 2 เส้นพิษณุโลก-หล่มสัก ประมาณ กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าสู่เขาค้อผ่านหน้าอำเภอเขาค้อ ถึงสี่แยกบ้านสะเดาพงษ์แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2258 ผ่านพระตำหนักเขาค้อตรงไปบ้านทานตะวัน เลี้ยวขวาไปอีกประมาณ 4 กิโลเมตร จะถึงหน่วยพิทักษ์อุทยาน สล. 8 (หนองแม่นา) ล่องแก่งหินเพิง : จังหวัดปราจีนบุรี แก่งหินเพิง เป็นแก่งหินตอนปลายสุดของแม่น้ำใสใหญ่ ซึ่งมีลักษณะทางธรณีวิทยา เป็นชั้นหินทราย ครั้นเมื่อถึงฤดูฝน กระแสน้ำจะไหลหลากอย่างรุนแรง จนทำให้เกิดเกาะแก่งต่างๆ มากมาย แก่งหินเพิงเป็นที่มีความเหมาะสมอย่างยิ่ง สำหรับผู้ที่ชอบความท้าทายกับสายน้ำอันเชี่ยวกราก โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงเดือนตุลาคม กระแสน้ำบริเวณแก่งหินเพิงจะไหลรุนแรงมาก การล่องแก่งที่นี่ใช้แพยางนั่งได้ประมาณ 8-10 คน ล่องในลำน้ำใสใหญ่ สภาพแก่งน้ำอยู่ในระดับ 3 -5 
นักล่องแก่งจะต้องใช้ทักษะและความชำนาญในการพายสูง แก่งทั้ง 6 จะมีระดับที่ท้าทายแตกต่างกัน เริ่มตั้งแต่ แก่งหินเพิง เป็นจุดเริ่มต้นของการล่องแก่ง ลักษณะหินของแก่งหินเพิง เป็นแก่งยาวประมาณ 150 เมตร ในช่วงฤดูฝน เป็นสุดยอดของการล่องแก่ง ทริปนี้ แก่งผักหนามล้อม มีลักษณะเป็นวังน้ำขนาดใหญ่กระแสไหลวนไปมา แก่งวังบอน เป็นแก่งหินสั้นๆ ยาวประมาณ 30 เมตร กระแสน้ำจะไหล ลาดเอียงลงมาประมาณ 30 องศาผ่านชั้นหินและเกาะต่างๆ จากนั้นน้ำจะไหล เอื่อยๆ ลงมายังแก่งลูกเสือ แก่งลูกเสือ มีลักษณะเป็นแก่งน้ำเล็กๆ มีร่องน้ำสามารถพายเรือยางผ่านไปได้ แต่ต้องระมัดระวังอันตรายจากกิ่งไม้ที่ยื่นออกมา แก่งวังไทร มีลักษณะเป็นแก่งหินกว้างประมาณ 50-60 เมตร ยาวประมาณ 150 เมตร ความกว้างของแก่งพอๆ กับแก่งลูกเสือ มีความลาดชันประมาณ 30 องศา กระแสน้ำจะไหลผ่านเกาะแก่งต่างๆ แล้วม้วนตัวเป็นวงคลื่น ต้องใช้ ทักษะความชำนาญในการพายเรือค่อนข้างสูง แก่งงูเห่า ตั้งอยู่บริเวณหน่วยพิทักษ์ป่าที่ ขญ.9 ถ้าปริมาณน้ำไม่มากนัก จะแลเห็นเกาะแก่งต่างๆ โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ แต่ถ้าอยู่ในช่วงฤดูฝน กระแสน้ำ จะไหลท่วมเกาะแก่งต่างๆ จนมีลักษณะคล้ายกับฝายกั้นน้ำ การล่องแก่งหินเพิง ส่วนมากจะมาขึ้นฝั่งกันบริเวณแก่งวังไทร เพราะมีห้องสุขา และห้องอาบน้ำไว้บริการนักล่องแก่ง หรืออยากจะพักผ่อนนั่งรับประทาน อาหารกลางวันที่ทางรีสอร์ทจัดไว้ให้ก็ได้ เป็นอันสิ้นสุดการผจญภัยในแก่งหินเพิง ขอบคุณที่มาข้อมูล ททท., wikipedia