พญานาคสกลนคร

ละครเพชรตัดเพชร , เรื่องย่อเพชรตัดเพชร
เพชรตัดเพชร /  ละครเพชรตัดเพชร / 

ละคร เพชรตัดเพชร บทประพันธ์โดย : เศก ดุสิตบทโทรทัศน์โดย : แพรพริมาผลิตโดย : บริษัท พอดีคำ จำกัดออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางช่อง 7 สี เรื่องย่อ ละครเพชรตัดเพชร ชาติ ชายผู้สุขุมมุ่งมั่นรักความยุติธรรม ต้องกลายเป็นคู่ปรับรับมือกับการตามล่าของ ยอด ชายผู้เต็มไปด้วยไฟแห่งความทะเยอทะยาน หลังจากที่ทั้งคู่ต้องกลายเป็นคนที่ตายแล้ว และถูกนำตัวมาฝึกเป็น อีกายมทูต สุดยอดมือสังหารขององค์กรก่อการร้าย อีกาพญายม ซึ่งมี มาตามหลุยส์ เป็นผู้นำองค์กรเพื่อเป้าหมายเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้มีอำนาจสูงสุดในเอเชีย แต่ชาติไม่เห็นด้วยกับแผนการผลิตยาเสพติดโคคิโน่เพื่อทำลายประเทศแล้วสร้างไทยขึ้นมาใหม่ตามโรคแมพของมาดามหลุยส์ที่ร่วมกับ ไตร มือขวาคนสำคัญ ละครเพชรตัดเพชร ละคร เพชรตัดเพชร ชาติจึงต้องหนีจากเกาะอีกาฐานลับของอีกาพญายมจนได้พบกับ ไป่หลู สายลับสาวสวยลูกครึ่งไทย-ฮ่องกง หัวรั้นมากฝีมือแห่งหน่วย KCAS หน่วยลับที่ไม่เปิดเผยตัวตนของรัฐบาลซึ่งมีหน้าที่ต่อด้านการก่อการร้ายในประเทศ แต่ KCAS กลับถูกทำลายโดย มานพ คนรักของไป่หลูสายลับอีกคนที่เป็นหนอนบ่อนไส้ให้กับพวกอีกา ไป่หลูหลงคิดว่าชาติหักหลังเธอทำให้จนท หน่วย KCAS ตายเกือบหมดรวมทั้งพ่อเธอ จนต้องหลบหนีไปกบดานที่ฮ่องกงกับ ไอ้แสบ คู่หูตัวป่วนที่รู้ความจริงว่าชาติจำเป็นต้องหักหลังไป๋หลู เพื่อแผนสายลับสองหน้าบ่อนทำลายอีกาจากข้างในด้วยฝีมือของเขาเอง และเพื่อค้นหากำเนิดที่แท้จริงของตนเองหลังจากพบว่ามาตามหลุยส์คือคนที่กุมความลับนี้ไว้ ขวัญ ละคร เพชรตัดเพชร แต่ถึงไป่หลูจะรู้ความจำเป็นของชาติเธอก็ไม่เคยให้อภัยทั้ง ๆ ที่ลึก ๆ แล้วทั้งคู่ต่างก็มีใจให้กัน เมื่อต้องร่วมมือทำงานกันอีกครั้งภายใต้การนำของ เชิดศักดิ์ หัวหน้าหน่วย KCAS ที่รอดจากการสังหารหมู่ ทั้งคู่จึงกลายเป็นทั้งคู่รัก และคู่กัดที่ไม่ลงรอยกันเสมอ ชาติได้รับความไว้วางใจจากมาดามหลุยส์สร้างตัวตนใหม่เพื่อปูทางให้เป็นผู้นำคนต่อไป โดยส่ง เป๊กกี้ สายลับสาวสุดเซ็กส์ซี่ขององค์กรให้มาทำหน้าที่เมียคอยช่วยชาติ อนาคตสดใสของชาติในองค์กรนี่เองที่ทำให้ยอดไม่พอใจเพราะยอดต้องการเป็นที่หนึ่ง และรู้ว่าชาติไม่ได้จงรักภัคคีแต่มีแผนจ้องทำลายองค์กรยอดจึงต้องหาทางกำจัดชาติเพื่อใช้เป็นบันไดก้าวขึ้นแทนที่ แต่ชาติรู้มาตลอดว่ายอดคือคู่ปรับที่จ้องเล่นงานตน ชาติเลยจำเป็นต้องใช้ชีวิตของ รัศมี คนรักที่ยอดพร้อมทำทุกอย่างในชีวิตได้เพื่อเธอมาเป็นข้อต่อรองไม่ให้ยอดเล่นงานชาติได้ และชาติยังเสนอให้ยอดร่วมมือกับคนโค่นล้มพวกอีกาเพื่อเห็นแก่รัศมี ละคร เพชรตัดเพชร ยอดยอมรับข้อตกลงในการกิจที่มาดามหลุยส์สั่งให้ทั้งคู๋ไปจัดการกับ ฟิเดลโร่ ราชาค้ายาเสพติดระดับโลกชาวคิวบาที่ต้องการสูตรการผลิตโคคิโน่เช่นกัน แต่ภารกิจนี้ยอดหักหลังชาติแอบทำข้อตกลงกับฟิเดลโร่แลกเงินจำนวนมหาศาลหวังใช้พารัศมีหนีไปสร้างชีวิตใหม่ด้วยกันทำให้ชาติเกือบถูกฆ่าตาย ยอดได้ตัวไป่หลูเพื่อพาไปหารัศมีแต่ก็ถูกพวกฟิเดลโร่หักหลัง และได้ตัวรัศมีไปแทน ฟิเดลโร่ใช้รัศมีบังคับให้ยอดขโมยสูตรลับโคคิโน่ที่มาดามหลุยส์ซ่อนเอาไว้ในจี้เพชร หนทางที่จะได้มาจึงมีทางเดียวคือต้องฆ่ามาดามหลุยส์เท่านั้น ละคร เพชรตัดเพชร สถานการณ์พลิกเมื่อยอดกลายเป็นคนทรยศต่อองค์กร มาดามหลุยส์จึงให้ชาติพร้อม เฉิน และแองจี้ 2 มือสังหารฝีมือดีออกตามล่ายอด แต่ชาติใช้อุบายหลอกว่าได้ฆ่ายอดตายแล้ว เพราะครั้งนี้ยอดยอมร่วมมือหันมาทำลายทั้งองค์กรอีกา และฟิเดลโร่ให้สิ้นซากเพื่อพิสูจน์ความดีให้รัศมีเห็น ภารกิจชิงไหวชิงพริบครั้งสุดท้ายระเบิดขึ้น จากคู่อริที่ไล่ลำเกลียดขี้หน้ากันมาตลอดต้องจับมือร่วมสู้กับองค์กรอีกาที่มีมือสังหารฝีมือดีมากมาย มันคือ เติมพันชีวิตครั้งสำคัญเพื่อปกป้องประเทศจากความชั่วร้ายและเพื่อคนรัก และร่วมค้นหาความจริงถึงต้นตอที่แท้จริงขององค์กรอีกาพญายมซึ่งเกี่ยวพันกับกำเนิดของชาติ ติดตามความมันส์ระห่ำนี้ได้ใน ละครเพชรตัดเพชร ที่เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางช่อง 7 สี ละครเพชรตัดเพชร รายชื่อนักแสดง ละคร เพชรตัดเพชร ศุกลวัฒน์ คณารศ รับบท ชาติมิกต์ ทองระย้า รับบท ยอดอุษามณี ไวทยานนท์ รับบท ไป่หลูขอขวัญ เรสตอล รับบท รัศมีณัฐริกา ธรรมปรีดานันท์ รับบท มาดามหลุยส์ณัฐวัฒน์ เปล่งศิริวัชธน์ รับบท ไตรภคมน สถิรบุตร รับบท เป็กกี้กนิษฐรินทร์ พัชรภักดีโชติ รับบท แองจี้อติรุจ สิงหลำพล รับบท เฉินหลง ละคร เพชรตัดเพชร ละคร เพชรตัดเพชร ละคร เพชรตัดเพชร ละคร เพชรตัดเพชร ละคร เพชรตัดเพชร ละคร เพชรตัดเพชร

ธุดงควัตร
ธุดงควัตร /  บุญส่ง นาคภู่

ธุดงควัตร ภาพยนตร์แห่งพุทธศาสนา ที่ทำขึ้นเพื่อคนไทยโดยเฉพาะ กำกับโดย บุญส่ง นาคภู่ ถ่ายภาพโดย อุรุพงศ์ รักษาสัตย์ สร้างโดย ปลาเป็นว่ายทวนน้ำ สนับสนุนโดย กระทรวงวัฒนธรรม, มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา, โก๋ฟิล์ม และไวท์ไลท์ กำหนดการฉาย มีดังนี้: - กรุงเทพ ฯ ฉายที่โรงภาพยนตร์ House RCA วันที่ 7-20 ก.ค. 59 - เชียงใหม่ ฉายที่โรงภาพยนตร์ วิสต้า กาดสวนแก้ว วันที่ 14-20 ก.ค. 59 - อีสาน ฉายที่โรงภาพยนตร์ MVP บุรีรัมย์ วันที่ 21-27 ก.ค. 59 - ฉายที่โรงหนังกันตนา 9 แห่ง วันที่ 11-24 ส.ค. 59 ได้แก่ ราชบุรี / สิงห์บุรี / พะเยา / อ. หล่มสัก (เพชรบูรณ์) / อ. ร้องกวาง (แพร่) / อ. บ้านนาสาร และ อ. พระแสง (สุราษฎร์ธานี) / อ. ปักธงชัย (นครราชสีมา) / อ. ศรีสงคราม (นครพนม)

ดี้ นิติพงษ์ นั่งแท่นที่ปรึกษา Retrocity ค่ายน้องใหม่ใต้ชายคาแกรมมี่
Covercity /  Retrocity / 

ดี้ นิติพงษ์ นั่งแท่นที่ปรึกษา Covercity โปรเจคพิเศษแรกของค่ายน้องใหม่ Retrocity ใต้ชายคา แกรมมี่ GMM GRAMMY เปิดตัวค่าย Retrocity (เรโทรซิตี้) ค่ายเพลงน้องใหม่ ภายใต้การดูแลของ ฟ้าใหม่ ดำรงชัยธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการสายงานการตลาดและการขาย บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) โดยได้คนดนตรีคุณภาพ ดี้ นิติพงษ์ ห่อนาค นั่งแท่นที่ปรึกษาค่าย ในตำแหน่ง Music Production Advisor เปิดตัวปุ๊บ Retrocity (เรโทรซิตี้) ก็ผุดโปรเจ็คพิเศษ Covercity (คัฟเวอร์ซิตี้) โปรเจ็คแรกของค่ายทันที! โดย Retrocity จะค้นหาศิลปินหน้าใหม่มาร่วมงานกับค่ายผ่านการคัฟเวอร์เพลงของ GMM GRAMMY โดยได้ดึงศิลปินระดับไอคอนในด้านการคัฟเวอร์เพลง อย่าง แป้งโกะ จินตนัดดา ลัมมะกานนท์, แม็กซ์ เจนมานะ, มุก วรนิษฐ์ ถาวรวงศ์, ซีดี กันต์ธีร์ ปิติธัญ และ กิ่ง เหมือนแพร พานะบุตร มาร่วมแจมในโปรเจ็คพิเศษนี้ พร้อมขึ้นเวทีโชว์เพลงคัฟเวอร์สดๆ อย่าง ฉันอยู่ตรงนี้, ค่ำนี้, หัวใจไม่ใช่กระดาษ, อยากให้รู้ว่าเหงา และ กวีบทเก่า ในเวอร์ชั่นอะคูสติก ในงานแถลงข่าวซึ่งจัดขึ้นที่ตึกแกรมมี่ เมื่อวันที่ 13 กรกฏาคมที่ผ่านมาด้วย หัวเรือใหญ่ อย่าง ดี้ นิติพงษ์ ได้เผยถึงที่มาที่ไปของค่าย Retrocity ไว้ว่า... "เพลงเก่าๆ ในแกรมมี่มีเยอะมาก ผมก็เป็นหนึ่งคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเพลงเหล่านั้นมานานหลายปีแล้ว มีความคิดว่าน่าจะนำเพลงมาทำให้มันคงอยู่ต่อไปอีกนานๆ เลยเกิดค่าย Retrocity ขึ้นมา โดยผมรับหน้าที่เป็นที่ปรึกษา และมี เบิ้ล กรวิทย์ ชูวิทย์ เป็นผู้จัดการ" "ค่าย Retrocity เป็นค่ายที่นำเพลงยุคเก่ามาทำใหม่ให้คนรุ่นใหม่ฟังในสไตล์ใหม่ นอกจากนี้เรายังคิดว่านักร้องในยุคนั้น ทุกวันนี้ก็ยังสามารถร้องเพลงได้ดี เราก็จะทำเพลงใหม่ให้เขาเพื่อเป็นการต่ออายุให้กับนักร้องที่มีคุณภาพ สำหรับโปรเจค Covercity เป็นส่วนหนึ่งของค่าย น้องๆ 5 คนที่มาร่วมเก่งๆ ทั้งนั้นครับ เสน่ห์ของการร้องคัฟเวอร์คือการตีความของนักร้องทำให้เกิดบุคลิกใหม่ของเพลง จากเพลงนันทิดา, พี่เบิร์ด หรือ นูโว พอน้องๆ ตีความใหม่ที่แตกต่างออกไป ทำให้เพลงมีชีวิตชีวาขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีครับ" ติดตามรายละเอียดโปรเจ็ค Covercity (คัฟเวอร์ซิตี้) และข่าวสารต่างๆ จาก ค่าย Retrocity (เรโทรซิตี้) เพิ่มเติมได้ทาง FB: RetrocityOffical / IG: RetrocityOfficial และ Youtube: RetrocityOfficial มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ตามไปดู 10 ที่เที่ยวอันซีนเมืองไทยที่น้อยคนจะรู้จัก
10 สถานที่ /  ท่องเที่ยวไทย / 

ด้วยวัฒนธรรมที่หลากหลาย ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทยของเรา มีอยู่มากมายมหาศาล จนบางครั้งคุณจะต้องทึ่ง เมื่อได้เห็นบางสถานที่ ว่ามันมีอยู่ด้วยหรือ ? ความอันซีนยังถูกค้นพบขึ้นเรื่อยๆ สถานที่เหล่านี้ต่างรอคุณให้ไปเยี่ยมเยือนและสัมผัส บางท่านอาจรู้จักแต่ไม่เคยไป ทาง Travel.mthai.com จึงขอรวบรวม 10 ที่เที่ยวอันซีนเมืองไทยที่น้อยคนจะรู้จัก มาให้ท่านได้เพลินเพลินกัน แต่จะฟินกว่า หากท่านได้ไปเห็นด้วยตาของตัวเอง จริงมั้ยครับ ? ตามไปดู 10 ที่เที่ยวอันซีนเมืองไทยที่น้อยคนจะรู้จัก 1. แก่งชมดาว จ.อุบลราชธานี เห็นแว้บแรก หลายท่านคงคิดว่าที่นี่คือสามพันโบกแน่ ๆ แต่ผิดครับ เพราะนี่คือแก่งชมดาว ตั้งอยู่ที่ อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี เป็นแก่งหินที่ถูกกัดเซาะโดยน้ำวน จนเกิดเป็นผาหินและแอ่งหลุมรูปทรงแปลกตาซึ่งจะมีน้ำสีเขียวใสปรากฏให้เห็นอยู่ตลอด ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ยามเช้าและช่วงโพล้เพล้ เพราะแสงจะสวยมากๆ  ช่วงเวลาที่แนะนำให้มาเที่ยวคือ ตั้งแต่เดือน มกราคม - มิถุนายน 2. วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว จังหวัดอุบลราชธานี วัดเล็กๆ แห่งหนึ่งในจังหวัดอุบลราชธานี ที่เมื่อเวลาพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า จะปรากฏแสงเรืองรองขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์ เกิดจากศิลปกรรมต้นไม้เรืองแสง ที่ค่อยๆ เผยความพิเศษขึ้นมาทีละน้อย จนกลายเป็น Unseen Thailand อีกแห่งที่น่าหลงใหล นอกจากนี้ วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว ยังเหมาะแก่การชมดวงดาวที่สุกสกาวอยู่เต็มท้องฟ้า 3. ซุ้มต้นลีลาวดี พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ จังหวัดน่าน ซุ้มต้นลีลาวดีหรือต้นลั่นทม บริเวณหน้าพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ จังหวัดน่าน ที่ขึ้นเป็นแถวเรียงรายแผ่ขยายกิ่งก้านโค้งเข้าหากัน ราวกับอุโมงค์ต้นไม้ยิ่งใหญ่อลังการ ถือเป็นแลนด์มาร์กสำคัญ และเหมาะอย่างยิ่งที่จะมาพักผ่อนหย่อนใจด้วยการปั่นจักรยาน เก็บภาพสวยๆ กลับบ้านไปอย่างชื่นมื่น 4. ดอยเมี่ยง อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ดอยเมี่ยง สวรรค์แห่งใหม่แห่งเมืองปาย จ.แม่ฮ่องสอน เป็นดอยสูงประมาณ 1,600 เมตร ภูมิประเทศเป็นป่าดิบชื้นและภูเขาสลับซับซ้อน อุดมไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ เช่น ต้นสน ต้นพญาเสือโคร่ง และต้นมะค่า มีจุดชมวิวที่สวยงาม สามารถมองเห็นเมืองปายได้แบบ 360 องศา มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่คุณไม่ควรพลาด 5. วัดป่าภูก้อน จังหวัดอุดรธานี ด้วยป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์กว่า 3,000 ไร่ ของป่าสงวนแห่งชาตินายูงและป่าน้ำโสม ที่รายล้อมวัดป่าภูก้อนแห่งนี้เอาไว้ วัดแห่งนี้ไม่ได้โดดเด่นเพียงแค่วิวทิวทัศน์รอบนอกเท่านั้น แต่ภายในวัดยังมีพระมหาวิหารที่ตกแต่งด้วยสำริดทั้งหมด นอกจากนี้ยังได้มากราบนมัสการ “พระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี” ความยาว 20 เมตร ที่สร้างขึ้นด้วยหินอ่อนสีขาวจากประเทศอิตาลี รวมถึง “องค์พระปฐมรัตนบูรพาจารย์มหาเจดีย์” ซึ่งบริเวณชั้นบนของยอดเจดีย์ ได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ไว้ให้ประชาชนผู้ศรัทธาได้มากราบสักการะ 6. วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ จังหวัดลำปาง แหล่งท่องเที่ยวสุดอันซีนในจังหวัดลำปาง ที่จะทำให้คุณได้ยลโฉมวิวสวยอลังการของอำเภอแจ้ห่ม เห็นลำน้ำแม่สอย แม่มอญและแม่วัง ขนานไปกับบท้องนาเขียวขจีสุดขอบฟ้า โดยมีภูเขาดอยปู่ยักษ์ทอดแนวยาว การเดินทางขึ้นไปอาจจะลำบากสักหน่อย แต่รับรองว่าคุ้มค่ากับสิ่งที่คุณจะเห็นแน่นอน 7. ถนนดอกไม้ตาเบบูญ่า จังหวัดสุพรรณบุรี บนถนนหมายเลข 3502 อ.สามชุก- อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี สองข้างทางจะเต็มไปด้วยสีเหลืองทองอร่ามจากดอกตาเบบูญ่า (เหลืองปรีดียาธร) ที่บานสะพรั่งสวยงามจนต้องหยุดรถลงไปถ่ายรูป แต่เจ้าดอกนี้มันจะปรากฏโฉมให้ชื่นชมในช่วงระยะเวลาสั้นๆ เพียง 1 ถึง 2 สัปดาห์เท่านั้น ราวกลางเดือนกุมภาพันธ์ ถึงต้นเดือนมีนาคม 8. เกาะไม้ท่อน จังหวัดภูเก็ต หลังจากถูกปิดไว้นานนับสิบปี เกาะสวรรค์แห่งนี้พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวแล้ว เกาะเล็กๆ บรรยากาศโรแมนติกเงียบสงบเป็นส่วนตัว จนได้รับฉายาว่า Honeymoon Private Island เหมาะกับคู่รักที่จะมาดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์อย่างยิ่ง ด้วยน้ำทะเลสีเขียวใสบริสุทธิ์ และความสมบูรณ์ของธรรมชาติบนเกาะ รวมทั้งโลกใต้ทะเล ที่รอให้คุณมาแหวกว่ายจนชุ่มฉ่ำ รับรองจะต้องติดใจจนไม่อยากกลับบ้านเลยล่ะ !! 9. วิหารเทพวิทยาคม วัดบ้านไร่ จังหวัดนครราชสีมา ด้วยความอุตสาหะและความสามัคคีของชาวบ้าน ทำให้เกิดวิหารเซรามิคโมเสกกลางน้ำที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย! สร้างขึ้นจากความตั้งใจของหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ที่ต้องการให้คนเข้าใจพระพุทธศาสนาได้อย่างง่ายๆ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่สุดแสนอลังการ ตั้งแต่ รูปปั้นพญานาค19 เศียร ประตูท้าวจตุโลกบาล และเศียรช้างขนาดใหญ่ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สุดแสนจะจรรโลงใจ 10. แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์รูปหัวใจ จังหวัดสุโขทัย แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์รูปหัวใจหรือเกาะรูปหัวใจ ถูกเนรมิตขึ้นมาได้อย่างงดงาม เกิดจากแนวคิดโครงการแก้มลิงตามแนวพระราชดำริเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม-แล้ง โดยทำพื้นที่เก็บน้ำไว้ใช้ จากนั้นมีการทำ “บุญพิธีกลั่นแผ่นดิน” นำดินจากทุกหมู่บ้านในจังหวัดสุโขทัย 843 หมู่บ้าน มาปลุกเสกและนำมาไว้ใต้ฐานของมณฑป ซึ่งเป็นที่ประดิษฐาน “พระพุทธรัตนสิริสุโขทัย” จึงนับเป็นการนำความศักดิ์สิทธิ์มาสู่แผ่นดิน และรูปหัวใจยังสะท้อนถึงความรักใคร่สามัคคีของคนสุโขทัย ที่ช่วยกันรักษาสถานที่สำคัญแห่งนี้ไว้ให้คนทั่วโลกได้จดจำ ที่มา : painaidii.com   เรียบเรียงข้อมูลโดย : Travel MThai ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง : 10 วัดสวยที่สุดในเมืองไทย , แนะนำ 10 ที่เที่ยวเปิดใหม่ ปี 57

ละครเทพธิดาป่าคอนกรีต , เรื่องย่อเทพธิดาป่าคอนกรีต
ละครเทพธิดาป่าคอนกรีต /  ละครเทพธิดาป่าคอนกรีต ช่อง7 / 

บทประพันธ์โดย : นันทนา วีระชนบทโทรทัศน์โดย : สรรพชัย เกิดอุทัย, วรวรรณ ชัยสกุลสุรินทร์ ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.35 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 18.20 น. ทางช่อง 7 สี เรื่องย่อละคร เทพธิดาป่าคอนกรีต ชัย (วีระชัย หัตถโกวิท) ผู้รับเหมาก่อสร้างรายเล็ก มีภรรยาคือ กอบแก้ว (รัศมี ทองสิริไพรศรี) ติดตามไปขายอาหารในไซด์งานด้วย ทั้งคู่มีลูก 2 คน คนโตชื่อ แววดาว (ตาล-กัญญา รัตนพชร์) ฝันอยากสบาย และไม่ค่อยพอใจความเป็นอยู่ครอบครัวนัก ขณะที่ แววเดือน (เจด้า-ศรัณย่า ชุณหศาสตร์) ลูกคนเล็ก เรียนจบสถาปัตย์ฯ และตั้งใจจะช่วยงานพ่อ 2 พี่น้องมีความฝันที่เหมือนกันคือ มีบ้านให้พ่อแม่อยู่สบายขึ้นความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น เมื่อชัยพลัดตกจากนั่งร้านเสียชีวิต ยืนยง (กลม-นพพล พิทักษ์โล่พานิช) ผู้ช่วยชัย ซึ่งแอบรักแววดาวอยู่ เข้ามาสานต่องานที่ค้าง และช่วยทุกอย่างด้วยความเคารพรักชัย และกอบแก้ว ทั้งที่รู้ว่าถูกแววดาวรังเกียจ แถมยังต้องตกเป็นขี้ปาก นางเปลี่ยน (ราตรี วิทวัส) และลูก ๆ ที่คอยพูดเหน็บว่าเขาคิดเหมาผู้หญิงทั้งบ้านทำเมีย เหตุการณ์ที่เกิดกับยืนยง อยู่ในสายตา ใยไหม (น้ำฝน-ปริตา ไชยรักษ์) ลูกร้านวัสดุก่อสร้าง ที่ทั้งเห็นใจ และเป็นห่วงยืนยง หนุ่มที่เธอแอบชอบ บริษัทของ 3 พี่น้อง ยุดาวดี (มาริสา แอนนิต้า), พฤกษ์ (แอมป์-พีรวัศ กุลนัสท์วัฒน์) และพงษ์สิทธิ์ (หมู-ภูษณะ บัวงาม) มีการคัดเลือกสาวสวยมาเป็นพรีเซ็นเตอร์แชมพู คู่กับ เมญ่า (แพร-พรรัมภา สุขได้พึ่ง) นักแสดงที่กำลังจะร่วงในอีกไม่ช้า เพราะไปยุ่งกับ ธรรธนพ (เซน-ณัฐวัฒน์ เปล่งศิริวัธน์) ผู้ชายของยุดาวดีเข้า เรื่องนี้ทำให้ยุดาวดีโกรธจึงคิดลดบทบาทเธอลงด้วยการหานางแบบใหม่มาเสริม จึงเป็นโอกาสดีของแววดาว เธอไปสมัครทันทีโดยมีพงษ์สิทธิ์คอยช่วยเพราะถูกใจเธออยู่ แววเดือนผลักดันพี่สาวเต็มที่ แต่หลังจากแววดาวได้งานนี้ แววเดือนก็ถูกกันออกห่าง อนุชา (เสนาหอย-เกียรติศักดิ์ อุดมนาค) ผู้จัดการซึ่งดูแลแววดาว อ้างว่าพื้นฐานครอบครัวจะเป็นตัวถ่วงไม่ให้ดัง จากนั้นก็ให้แววดาวย้ายไปอยู่ลำพังที่คอนโด ตามคำสั่งพงษ์สิทธิ์ เพื่อเขาจะได้ใกล้ชิดเธอโดยไม่มีแววเดือนคอยขวาง แต่ชายหนุ่มที่แววดาวรักตั้งแต่แรกพบกลับเป็นพฤกษ์พี่ชายของเขา โดยแววดาวก็ไม่รู้ว่าพฤกษ์นั้นมีใจให้น้องสาวต่างหากไม่ใช่ตัวเธอ ยืนยงยังคงคาใจเรื่องสาเหตุการตายของชัย จึงแอบสืบเรื่องนี้อย่างลับ ๆ และพุ่งเป้าไปที่ครอบครัวของนางเปลี่ยน และลูก ๆ ซึ่งมีหนี้สินกับชัยอยู่ก้อนหนึ่ง โดยเรื่องนี้มีเพียงใยไหมที่รับรู้ และคอยช่วยเหลือเขา อนุชาหางานป้อนให้แววดาวมากมายทั้งงานโฆษณา และละครจนโด่งดัง ชีวิตแววดาวเริ่มถอยห่างจากแม่ และน้องสาวออกไป ขณะที่แววเดือนยังคงตั้งใจขยันขันแข็ง ช่วยยืนยงทำโครงการของพ่อต่อ ส่วนกอบแก้วก็ยังคงไปขายอาหารที่ไซด์ก่อสร้างตามเดิม โดยมีพฤกษ์แวะเวียนไปที่ไซด์งานบ่อยครั้ง จนเขาและแววเดือนเริ่มสนิทสนม และมีความรู้สึกดี ๆ ให้กัน หลังจากรู้ว่าแววเดือนนั้นเรียนจบสถาปัตย์พฤกษ์จึงเอ่ยปากชวนให้ไปสมัครงานที่บริษัทของเขา แววเดือนดีใจ เพราะนี่คือโอกาสที่จะได้มีชีวิตที่ดีขึ้น เพียงแต่ขอเวลาเพื่อทำโครงการสุดท้ายของพ่อให้สำเร็จลุล่วงไปก่อน ธรรธนพ พบแววดาวก็ถูกใจ พอรู้ว่าแววดาวปกปิดนักข่าวเรื่องครอบครัวเลยเอาเรื่องนี้ไปขู่จนแววดาวต้องจำใจยอมไปกินข้าวด้วย เมญ่าพยายามเตือนแววดาวว่าอย่าไปยุ่งกับธรรธนพ ไปรมา (เฟิร์น-ณัฐชยกานต์ ปากหวาน) นักแสดงคู่อริที่เคยมีเรื่องตบตีกับแววดาว แกล้งโทรบอกนักข่าว พอยุดาวดีเห็นข่าวก็โกรธ จะถอดแววดาวออกจากงาน แต่พงษ์สิทธิ์ห้ามไว้ ยุดาวดีรู้ว่าน้องชายชอบแววดาวจึงสั่งห้ามไม่ให้ยุ่งกับแววดาวอีก โครงการสุดท้ายของชัยใกล้เสร็จแล้ว แววเดือนตกลงใจไปทำงานที่บริษัทของพฤกษ์ เพราะเห็นลู่ทางเพื่อชีวิตที่ดีกว่าเพื่อแม่ ที่บริษัท แววเดือนสนิทกับ ปุ๊ก (น้ำ-ธรณสร กุมชพร) และเจนจบ (ม.ล.อรรถดิศ ดิศกุล) พนักงานฝ่ายการตลาด แต่ไม่ถูกกับ พิมพ์ชนก (มีน-พิมพ์ชนก แก้วลุ่มใหญ่) เลขาขี้อิจฉาที่ชอบประจบยุดาวดี และคอยหาเรื่องแกล้งเธอ มาริสา (หมิว-สิริลภัส กองตระการ) ผู้ช่วยของพฤกษ์ ชวนแววเดือนไปร่วมงานเลี้ยงที่บ้านพฤกษ์ จึงได้พบกับแววดาวที่ไปในงานเดียวกัน พี่น้องไม่ได้ทักทายกันเพราะแววดาวเคยสั่งห้ามไม่ให้แววเดือนแสดงตนว่ารู้จักเธอ เมื่อแววดาวรู้ว่าน้องสาวสนิทกับพฤกษ์ก็เริ่มไม่พอใจ ถึงกับเอ่ยปากขอพฤกษ์จากแววเดือน ๆ เห็นแก่พี่สาวจึงตัดสินใจลาออกจากบริษัทพฤกษ์ และพยายามพาตัวออกห่างจากเขา ยุดาวดีที่สืบรู้ว่าแววเดือนเป็นน้องสาวแววดาวเลยพาลนึกรังเกียจไปด้วย เธอจึงวางแผนเปิดทางให้ ดลฤทัย (แพร เอมเมอรี่) อดีตคนรักของพฤกษ์ที่ต้องการจะกลับมาสานสัมพันธ์ต่อ ได้มีโอกาสเข้ามาใกล้ชิดกับพฤกษ์อีกครั้ง ด้วยการรับดลฤทัยเข้ามาทำงานในบริษัท ส่วนแววดาวที่พยายามจะใช้พงษ์สิทธิ์เพื่อเข้าให้ถึงตัวพฤกษ์ แต่กลับทำให้พงษ์สิทธิ์รู้ตัวว่าเป็นได้แค่สะพาน จึงตัดใจเลิกยุ่งกับแววดาวแล้วหันไปควงกับไปรมาแทน ยืนยงสืบจนแน่ใจว่า การตายของชัย มีครอบครัวนางเปลี่ยนอยู่เบื้องหลัง จึงตัดสินใจบอกให้แววเดือนรู้ ทั้งคู่ชวนกันไปหาแววดาวเพื่อจะบอกเรื่องนี้ แต่แววดาวกลับแสดงทีท่าไม่ต้อนรับ ยืนยง และแววเดือนจึงกลับมาด้วยความรู้สึกผิดหวัง ขณะเดียวกันกอบแก้วเกิดล้มป่วย ต้องเข้าผ่าตัด แววเดือนพยายามส่งข่าวให้พี่สาวรู้ แต่ถูกอนุชากีดกัน จนไม่สามารถเข้าถึงตัวแววดาวได้ พอไปหาที่คอนโดก็ไม่ได้รับการต้อนรับอีก ความน้อยใจทำให้แววเดือนตัดสินใจไม่รับเงินที่แววดาวฝากอนุชามาให้ ขณะที่แววดาวเข้าใจว่าทางบ้านได้รับเงินไปแล้ว เพราะอนุชายักยอกเงินนั้นไว้เอง พฤกษ์รู้เรื่องกอบแก้วป่วยก็ยื่นมือเข้าช่วยจนได้รับการผ่าตัด กอบแก้วมีอาการดีขึ้น สองแม่ลูกรู้สึกขอบคุณพฤกษ์ และหวังว่าจะมีโอกาสตอบแทนบุญคุณของเขา เมื่อไม่มีใคร แววดาวจึงหันไปคว้าธรรธนพเพราะคิดว่าเขาจะเป็นตัวเชื่อมให้เธอเข้าถึงพฤกษ์ได้ แต่สุดท้ายแววดาวก็เสียท่า โดนธรรธนพวางยา แถมถ่ายภาพเปลือยไว้ขู่จนเธอต้องยอมมีสัมพันธ์ด้วย ยืนยงเห็นธรรธนพออกจากคอนโดของแววดาว ก็เป็นห่วง จึงเตือนแววดาวและต่อว่าที่เธอทำตัวเหลวแหลก แต่แววดาวไม่ฟังแถมยังด่าว่าดูถูกยืนยง ทำให้ยืนยงตัดใจจากแววดาวทันที หันมามุมานะทำงานสร้างเนื้อสร้างตัว โดยมีใยไหมเป็นตัวช่วย 3 ปีต่อมา ชีวิตแววดาวที่เคยโด่งดังเต็มที่เริ่มเปลี่ยนไปในทางเลวร้าย เมื่อวินัยในการทำงานลดลง แถมมีข่าวเสียหายจนอนุชาระอาที่ต้องคอยแก้ข่าวให้ แววเดือนที่ออกจากงานประจำมาทำงานฟรีแลนซ์ ยอมลำบากโดยไม่คิดจะรับเงินจากพี่สาว จนในที่สุดก็ได้งานในบริษัทแห่งหนึ่ง แต่โชคชะตาก็พาให้ได้พบพฤกษ์อีกครั้ง เมื่อบริษัทที่เธอทำงานถูกควบรวมกิจการกับบริษัทพฤกษ์ แววเดือนเลยจำต้องมาทำงานที่บริษัทพฤกษ์อีก เมื่อได้ใกล้ชิดกันความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็กลับมาดีดังเดิม แม้ดลฤทัยจะพยายามพาตัวเข้ามาแทรกแต่ก็ไม่อาจทำลายความสัมพันธ์ลงได้ แววเดือนเก็บเงินได้ก้อนหนึ่งจึงตัดสินใจผ่อนบ้านหลังเล็กๆ แล้วพาแม่ย้ายมาอยู่ด้วย พฤกษ์ช่วยติดต่อจนได้ราคาลดพิเศษ พิมพ์ชนกเอาข่าวไปสอพลอ จนยุดาวดีไม่พอใจ หาทางกีดกันน้องชายจากแววเดือน แววดาวรู้ตัวว่าท้องกับธรรธนพเลยวางแผนจับพงษ์สิทธิ์ แต่พงษ์สิทธิ์ไม่ติดกับ พอไปปรึกษาอนุชา ๆ ก็ไม่รับรู้ จึงตัดสินใจไปทำแท้งโดยไม่ฟังคำทัดทานจากเมญ่าที่พยายามจะเตือนสติ ยุดาวดีที่ให้คนตามถ่ายรูป ยืมมือไปรมาให้ไปบอกนักข่าว โชคดีที่ยืนยงมาช่วยพาแววดาวหนีออกจากโรงพยาบาลได้ทัน พฤกษ์ช่วยแววเดือนปิดข่าวพี่สาวแต่แววดาวกลับคิดว่าพฤกษ์มีใจให้ เธอจึงวาดฝันจะต้องจับพฤกษ์ให้ได้ แววเดือนเตือนสติพี่สาว แต่แววดาวกลับโกรธ ด่าแววเดือนว่าอยากกันท่าเอาไว้เอง พฤกษ์สารภาพรักกับแววเดือน แววเดือนเห็นใจพี่สาวจึงปฏิเสธ แต่พฤกษ์ก็ยืนยันว่าจะรอเธอ สุดท้ายแววเดือนก็ใจอ่อนยอมแต่งงานกับพฤกษ์เงียบ ๆ เพื่อไม่ให้แววดาวรู้ ท่ามกลางเสียงคัดค้านของยุดาวดี ชีวิตแววดาวตกต่ำลงเรื่อย ๆ เพราะมีปัญหา ทั้งเบี้ยวงาน เสพยา แถมยังมีคลิปโป๊แพร่ออกไปอีก กอบแก้วเห็นข่าวก็ตกใจจนช็อกเข้าโรงพยาบาล พฤกษ์ที่ตามมาบังเอิญเห็นยืนยงกอดปลอบใจแววเดือน จึงเริ่มระแวงทั้งคู่ ดลฤทัยก็หาเรื่องแกล้งแววเดือนโดยไม่ให้พฤกษ์รู้ แถมยังเข้าหาพฤกษ์จนแววเดือนเข้าใจผิด ขณะที่พฤกษ์ก็เข้าใจผิดคิดว่าแววเดือนเป็นชู้กับยืนยงโดยมียุดาวดีคอยยุ จนทั้งคู่ระหองระแหงกัน ยุดาวดีส่งทนายไปเจรจาเรื่องหย่ากับแววเดือน โดยอ้างว่าพฤกษ์เห็นชอบแล้ว และจะให้เงิน 10 ล้าน เพื่อจ้างให้หย่า แววเดือนที่รู้ตัวว่าท้องแต่เพราะน้อยใจพฤกษ์ จึงยอมหย่าให้โดยไม่รับเงินแม้แต่บาทเดียว เพราะลูกเท่านั้นคือสิ่งที่เธอต้องการ จากนั้นก็ย้ายกลับมาอยู่ที่บ้าน แววดาวซ้ำเติมน้องว่าท้องไม่มีพ่อ แถมยังเชื่อตามข่าวลือคิดว่าแววเดือนมีสัมพันธ์กับยืนยงอีก ใยไหมที่รู้ความจริงทุกอย่างโกรธแทนถึงกับจะตบแววดาวแต่แววเดือนห้ามไว้ และขอให้ปิดเรื่องนี้เป็นความลับ ยุดาวดีสะใจมากที่ทุกอย่างเป็นไปตามต้องการ เมื่อหมดประโยชน์ดลฤทัยจึงเป็นรายต่อมาที่ถูกไล่ออก ยุดาวดีรู้ว่าธรรธนพเลี้ยงผู้หญิงจึงตามไปตบตีกับแววดาว และถูกธรรธนพทำร้ายรุนแรงจนมดลูกแตก ไม่สามารถมีลูกได้ เมื่อรู้ว่าแววเดือนท้อง จึงไปทวงหลาน บอกว่าลูกของพฤกษ์เป็นทรัพย์สินของตระกูลเธอ แววเดือนโมโหไล่ยุดาวดีไป แต่ก็ทำให้แววดาวรู้ว่า แท้จริงลูกในท้องแววเดือนเป็นลูกของพฤกษ์ไม่ใช่ยืนยง แววดาวติดยาหนักขึ้น จนกอบแก้ว และยืนยงต้องช่วยกันจับส่งสถานบำบัด ด้านยุดาวดีก็บังคับให้พฤกษ์ไปเอาลูกคืนให้ได้ เพราะแววเดือนไม่ยอมให้ ยืนยันว่าลูกเป็นของเธอไม่ว่าพ่อจะเป็นใคร พฤกษ์ก็ไม่มีสิทธิ์ พฤกษ์ที่รู้ตัวว่าเข้าใจผิด และรู้ว่าแววเดือนท้องจึงพยายามง้อขอปรับความเข้าใจแต่แววเดือนก็ใจแข็ง แววเดือนเกิดหกล้มจนต้องคลอดก่อนกำหนด พฤกษ์นั่งเฝ้าแววเดือนไม่ห่าง ยืนยง และกอบแก้วช่วยเกลี้ยกล่อมให้แววเดือนใจอ่อนเพื่อเห็นแก่ลูก แต่แววเดือนยังลังเล เมื่อแม่ และเด็กแข็งแรงขึ้นจนกลับบ้านได้ ยุดาวดีวางแผนให้ธรรธนพใช้แววดาวไปขโมยหลาน แววเดือนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นพฤกษ์จึงไปต่อว่า กอบแก้วที่รู้ความจริงว่าแววดาวเป็นคนทำ โกรธมากขนาดจะตัดแม่ตัดลูกหากแววดาวไม่ยอมเอาหลานมาคืน กอบแก้วเสียใจ พูดเตือนสติจนแววดาวเริ่มสำนึก แววเดือนบุกไปชิงลูกคืนจากยุดาวดี โดยมียืนยง และใยไหมไปด้วย ยุดาวดียอมคืนให้เพราะแววเดือนขู่จะแจ้งความ แต่หลังจากนั้นก็สั่งให้ธรรธนพตามไปชิงคืนมาอีก ธรรธนพตามไปชิงเด็ก แถมใช้ปืนทำร้ายพฤกษ์ และยืนยงจนบาดเจ็บ ก่อนจะเอาเด็กไปยังที่ ๆ นัดกับยุดาวดีไว้ แววดาวที่สำนึกตัวว่าได้ทำผิดมามาก ตัดสินใจไปหายุดาวดีเพื่อจบทุกอย่าง เมื่อธรรธนพไปถึง จึงพบยุดาวดีถูกแทงนอนจมกองเลือดอยู่ก่อนแล้ว แววดาวทำร้ายธรรธนพอีกคนเพื่อแก้แค้น ทุกคนตามมาช่วยเด็กไว้ได้ แววดาวยอมมอบตัวเข้าไปชดใช้ความผิดในคุก เรื่องทุกอย่างจบลง พฤกษ์กับแววเดือนปรับความเข้าใจกัน และกลับมาใช้ชีวิตร่วมกันอีกครั้ง ติดตามชมละคร เทพธิดาป่าคอนกรีต ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.35 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 18.20 น. ทางช่อง 7 สี ละคร เทพธิดาป่าคอนกรีต เริ่มตอนแรกวันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคมคม 2559 รายชื่อนักแสดงนำใน ละครเทพธิดาป่าคอนกรีต ศรัณย่า ชุณหศาสตร์ รับบท แววเดือนพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท พฤกษ์ กัญญา รัตนเพชร์ รับบท แววดาวภูษณะ บัวงาม รับบท พงษ์สิทธิ์นพพล พิทักษ์โล่พานิช รับบท ยืนยงปริตา ไชยรักษ์ รับบท ใยไหมมาริสา แอนนิต้า รับบท ยุดาวดีณัฐวัฒน์ เปล่งศิริวัธน์ รับบท ธรรธนพวีระชัย หัตถ์โกวิท รับบท ชัยรัศมี ทองสิริไพรศรี รับบท กอบแก้วแพร เอมเมอรี่ รับบท ดลฤทัยเกียรติศักดิ์ อุดมนาค รับบท อนุชาพรรัมภา สุขได้พึ่ง รับบท เมญ่า

ใบเตย รำสีนวล ขอขมา ย่านาค เจอ เพลงสะดุดหลายรอบ
แม่นาก /  ใบเตย สุธีวัน

   ถ่ายทำกันมาพักใหญ่ สำหรับ ละครเรื่อง “แม่นาก” ทางช่อง8  ก็ได้ฤกษ์บวงสรวง (22 ก.ค.) ที่ศาลย่านาค วัดมหาบุศย์ (อ่อนนุช ซอย7) ซึ่งนักแสดงนำอย่าง ใบเตย สุธีวัน ทวีสินได้เดินทางมาร่วมพิธีบวงสรวง เพื่อเป็นการขอขมาพร้อมเสริมสิริมงคลให้กับตนเอง และ ทีมงานนักแสดงทุกคน หลังจากที่ ใบเตย สุธีวัน และ มาร์ติน มิดาล คู่พระนางในละครดังกล่าว ได้เกิดอุบัติเหตุพลัดตกหลังควายขณะถ่ายทำ ฉากขี่ควาย ที่อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังเกิดเหตุการณ์อาถรรพ์มากมายในระหว่างถ่ายทำหลายครั้ง ทั้งนี้ มีดารานักแสดงมากมาย อาทิ ฟ้าใส อรจิรา ,ซัน ประชากร, กระต่าย อาร์สยาม, แม่แดง ฉันทนา กิตติพันธ์, เอ๊าะ กีรติ, บุ๋มบิ๋ม –สุธีรัชย์ และ บิวตี้ พิชชาภรณ์ ร่วมพิธีบวงสรวงละครดังกล่าวด้วย ซึ่งละคร เรื่อง “แม่นาก” กำหนดออกอากาศทางช่อง8 ในวันที่ 25 กรกฎาคม นี้ ทุกวันจันทร์ อังคาร เวลา 19.50 น. นี้    ด้าน ใบเตย-สุธีวัน กล่าวว่า “ วันนี้ ตั้งใจมารำถวายย่านาค เพื่อมาขอขมาท่านค่ะ เพลงสีนวลก็สะดุดหลายครั้ง ก็อธิษฐานในใจขอให้ ย่านาคเมตตาคะ แต่ก็ลุล่วงไปด้วยดี มาวันนี้ก็อย่างที่ทราบกัน คือที่ผ่านมา ก็เกิดเหตุการณ์หลายอย่าง เรื่องอุบัติเหตุ ตกควายที่บางปลาม้า และหนูโดยเชือกรัดคอลากพื้น ซึ่งก็บาดเจ็บมากทั้งคู่กับ มาร์ติน รวมถึง มีภาพมือ ภาพคนโบราณ ที่ถ่ายติดในระหว่างการถ่ายทำ เลยเป็นความตั้งใจมาก ว่าอยากมารำสีนวล ถวายท่าน พร้อมกับ น้องนางรำ ซึ่งเป็นท่ารำที่ยากมาก เรียนและซ้อมอยู่หลายชั่วโมง เพื่อให้ท่านเมตตาเห็นถึงความตั้งใจของใบเตย นักแสดง และทีมงานทุกคนที่มาร่วมพิธีบวงสรวงในวันนี้ และเพื่อความเป็นสิริมงคล ให้กับคนทำงาน เบื้องหน้าเบื้องหลัง ของละครแม่นาก ทุกคนด้วย เพราะจะออกอากาศในวันที่ 25 กรกฎาคม นี้แล้ว ออกอากาศทุกวันจันทร์ อังคารค่ะ ก็อยากให้ ละครประสบความสำเร็จ ถูกใจ ท่านผู้ชม คนดู ทุกคนค่ะ " ใบเตย กล่าว

โปรแกรมมวยไทยวันนี้ วันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม 2559
ราชดำเนิน /  วันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม 2559 / 

โปรแกรมมวยไทยวันนี้ วันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม 2559 ศึกเพชรเจ้าพระยา เวทีมวย ราชดำเนิน เวลา 18:30 น. 1. พันมงคลเล็ก ศิษย์พันมงคล  Vs  ยอดฉัตร ส.กาญจนา 2. มาลัยเงิน ศ.มาลัยทอง  Vs  แสงนำชัย เจ.เอส.พี 3. สำเร็จเพชร (เงาพยัคฆ์) ภ.หลักบุญ  Vs  เพชรดำ เพชรนพเก้า 4. เลิศชาย เอ็นแอนด์พีบ๊อกซิ่งยิมส์  Vs  ศักดิ์มงคล ส.สมหมาย 5. ลมทะเล ศิษย์ซ้ออึ่ง  Vs  คชสาร ว.วิวัฒนานนท์ 6. ยุทธศักดิ์ ยุทธชลบุรี  Vs  ชาญคริต อ.พิมลศรี 7. เพชรดำ ส.สง่าการช่าง  Vs  พญาต่อ อ.ขวัญเมือง 8. อินทรีเหล็ก ตี๋เมืองเลย  Vs  จักรพงษ์ (อ.ประเสริฐ) เจ.เอส.พี 9. เจริญฤทธิ์ จ.จินดา  Vs   ค้างคาวน้อย ค้างคาวร้อยล้าน ** หมายเหตุ อาจมีการเปลี่ยนแปลงคู่ชก

เที่ยวไหนดี? แนะนำ 5 สถานที่ท่องเที่ยวในช่วงหน้าฝน
ที่เที่ยวหน้าฝน /  ทุ่งแสลงหลวง / 

ถ้าเพื่อนๆ คนไหนขี้เกียจนอนอยู่บ้าน อยากออกทริปสนุกๆ แต่ไม่รู้ว่า หน้าฝนแบบนี้จะไปไหนดี? Travel.MThai มี 5 สถานที่ท่องเที่ยวในช่วงหน้าฝน มาฝากกันค่ะ ซึ่งการท่องเที่ยวหน้าฝนแบบนี้ เราสามารถสัมผัสกับธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิด ได้ชมความงามของดอกไม้ ต้นไม้ที่ผลิบานหน้าฝน รับรองว่าทริปหน้าฝนนี้ประทับใจแน่นอน ^^ เที่ยวไหนดี? แนะนำ 5 สถานที่ท่องเที่ยวในช่วงหน้าฝน น้ำตกทีลอซู : อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก หรือภาษากะเหรี่ยงแปลว่า น้ำตกดำ ถือเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงเรื่องความสวยงามและใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และจะสวยงามเป็นพิเศษในช่วงฤดูฝน ระหว่าง 1 มิ.ย. - 31 พ.ย. ปริมาณน้ำฝนที่มากจะเพิ่มปริมาณน้ำในลำธารทำให้สายน้ำตกกว้างใหญ่กว่าฤดูอื่น (แต่ก็ต้องระวังเรื่องการเดินทางด้วยรถยนต์) มีจุดเด่นคือ "รุ้งกินน้ำ" โดยจะปรากฏให้เห็นช่วง 10 โมงเท่านั้น ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ห่างจากที่ทำการเขตฯ 3 กิโลเมตร น้ำตกทีลอซู มีลักษณะเป็นน้ำตกภูเขาหินปูนขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนความสูงจากระดับน้ำทะเล 900 เมตร เกิดจากลำห้วยกล้อท้อ ลำน้ำทั้งสายตกลงสู่หน้าผาสูงชัน มีน้ำไหลแรงตลอดปี ความกว้างของตัวน้ำตกประมาณ 500 เมตร ไหลลดหลั่นเป็นชั้นๆ มากถึง 97 ชั้น มีความสูงประมาณ 300 เมตร ล้อมรอบด้วยป่าดงดิบที่สมบูรณ์ เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 6 ของเอเชีย สิ่งที่น่าสนใจ ก่อนที่เราจะเดินทางขึ้นไปยังจุดมุ่งหมาย ก็คือ น้ำตกทีลอซู ระหว่างทางเราจะผ่านเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติระยะทาง 1.5 กม. ผ่านป่าไผ่และป่าเบญจพรรณ มีดอกกระเจียวขึ้นตามพื้นป่าระหว่างทางมีป้ายสื่อความหมายเกี่ยวกับธรรมชาติและพืชพันธุ์ตามจุดต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ศึกษา, ผ่านน้ำตกสายรุ่ง น้ำตกขนาดเล็ก สูงประมาณ 10 เมตร , ผ่านบ่อน้ำพุร้อน ซึ่งเราสามารถนั่งแช่กันได้ และผ่าน ผ่าผึ้ง เป็นบริเวณที่มีผึ่งอยู่เป็นจำนวนมาก ชมความงามของธรรมชาติกันอย่างใกล้ชิด การเดินทาง โดยรถยนต์ จากอำเภออุ้มผางใช้เส้นทางสายอุ้มผาง-แม่สอด ถึงหลักกิโลเมตรที่ 161 มีทางแยกซ้ายที่บ้านแม่กลองใหม่ไปด่านเดลอ หรือจุดตรวจ “เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง” เป็นระยะทาง 30 กิโลเมตร จากนั้นเดินทางไปตามถนนลูกรังอีก 26 กิโลเมตร ถึงที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง ใช้เวลาในการเดินทางโดยรถยนต์ประมาณ 3 ชั่วโมง เส้นทางช่วงนี้เป็นทางดิน ควรใช้รถปิคอัพ หรือรถขับเคลื่อน 4 ล้อที่ช่วงล่างมีความสูงมากพอสมควร ในฤดูฝนรถอาจเข้าไม่ได้ และจากที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางต้องเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ 1.5 กิโลเมตร จึงถึงตัวน้ำตกทีลอซู สอบถามรายละเอียดได้ที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง โทร. 0 5550 0919-20 และที่ทำการชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและอนุรักษ์อุ้มผาง โทร. 0 5556 1338 อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว : อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นพื้นที่ที่มีสภาพป่าค่อนข้างสมบูรณ์ปกคลุมไปด้วยป่าธรรมชาติที่สวยงาม เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร ยอดสูงสุดของภูสอยดาวสูงจากระดับน้ำทะเล 2,102 เมตร ซึ่งสูงเป็นอันดับ 5 ของประเทศไทย อุทยานแห่งนี้มีจุดเด่นที่น่าสนใจและเป็นที่ดึงดูดใจของนักท่องเที่ยว เริ่มจากเดินเข้าอุทยานกว่าจะถึงยอดภูสอยดาวนั้นเราจะต้องออกเดินป่า แอดเวนเจอร์กันหน่อย โดยผ่านเนินส่งญาติ, เนินปราบเซียน เป็นที่สองต่อจากเนินส่งญาติ ระดับความสูง 780 เมตร, เนินป่าต่อ, เนินเสือโคร่ง และ เนินมรณะ เนินสุดท้ายก่อนถึงยอดภูสอยดาว ระดับความสูง 1410 เมตร น้ำตกภูสอยดาว : อยู่ใกล้กับที่ทำการอุทยานแห่งชาติ มีทั้งหมด 5 ชั้น แต่ละชั้นมีชื่อไว้อย่างไพเราะว่า ภูสอยดาว สกาวเดือน เหมือนฝัน กรรณิการ์ และสุภาภรณ์ มีน้ำไหลตลอดปี น้ำตกสายทิพย์ : เป็นน้ำตกขนาดเล็ก มี 7 ชั้น ความสูงแต่ละชั้นประมาณ 5-10 เมตร สภาพป่าโดยรอบน้ำตกมีความชุ่มชื้นมาก จึงมีมอสส์สีเขียวขึ้นปกคลุมทั่วไปตามก้อนหินริมน้ำ ทุ่งดอกหงอนนาค : ในอุทยานแห่งชาติภูสอยดาวผลิบานเต็มุท่งเฉพาะในช่วงฤดูฝนเท่านั้น รอรับนักท่องเที่ยวที่ได้ปีนป่ายขึ้นมาเยือน โดยดอกหงอนนาคจะมีทั้งสีม่วงอ่อนหรือม่วงน้ำเงิน สีขาว และสีชมพู ค่อนข้างหายาก ยามเช้าดอกหงอนนาคจะหุบดอก และจะบานเมื่อมีแสงแดด ส่วนกลางของดอกมักมีหยดน้ำติดอยู่ เป็นที่มาของชื่อน้ำค้างกลางเที่ยง ซึ่งทุ่งดอกหงอนนาคที่ภูสอยดาวแห่งนี้ เป็นทุ่งดอกหงอนนาคที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย นอกจากนี้ก็จะมี ดอกสร้อยสุวรรณา และดอกหญ้ารากหอม ในฤดูหนาวจะมีดอกกระดุมเงิน, กล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์ และต้นเมเปิลซึ่งจะเปลี่ยนเป็นสีแดงสวยงามมาก ลานสนสามใบภูสอยดาว : เป็นพื้นที่ป่าธรรมชาติเป็นที่ราบบนเทือกเขาภูสอยดาว มีพื้นที่ประมาณ 1,000 กว่าไร่ ตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,633 เมตร สภาพพื้นที่ของลานสนสามใบจะเป็นเนินสูงต่ำสลับกันไป การเดินทางไปเที่ยวลานสนสามใบภูสอยดาว ต้องเดินทางเท้าจากน้ำตกภูสอยดาวริมเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1268 ขึ้นสู่ยอดภูสอยดาวระยะทางประมาณ 6.5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 4-6 ชั่วโมง มีถนนลาดยาง เข้าถึงพื้นที่ทำให้สะดวกสบายในการเดินทางพักผ่อนหย่อนใจ และมีอากาศเย็นสบายตลอดปี บนยอดเป็นลานสนและมีพื้นที่สำหรับกางเต็นท์และตั้งแคมป์ การเดินทาง การเดินทางด้วยรถยนต์สามารถไปได้ 2 เส้นทางคือ โดยรถยนต์ จากจังหวัดพิษณุโลก ไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 แล้วแยกเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1246 ถึงบ้านแพะแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 1143 ผ่านอำเภอชาติตระการแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 1237 ผ่านบ้านบ่อภาคไปบรรจบกับเส้นทางแผ่นดินหมายเลข 1268 ถึงน้ำตกภูสอยดาว อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว รวมระยะทางประมาณ 188 กิโลเมตร[3] สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ ระยะทางประมาณ 133 กม. โดยใช้เส้นทาง อุตรดิตถ์-น้ำปาด (ทางหลวงหมายเลข 1047) ออกจากจังหวัดอุตรดิตถ์ พอถึง อ.น้ำปาดให้เลี้ยวรถเข้าไปใช้ ทางหลวงจังหวัด หมายเลข 1239 แล้วขับรถไปอีกประมาณ 46 กม. แล้วจึงเลี้ยวรถเข้าไปใช้ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1268 ขับรถไปประมาณ 19 กิโลเมตรก็จะถึง อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว สอบถามรายละเอียดได้ที่ ททท. สำนักงานแพร่ (เขตรับผิดชอบ อุตรดิตถ์, แพร่, น่าน) โทร. 0 5452 1127 ภูทับเบิก : จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดเพชรบูรณ์ มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,768 เมตร อยู่ตำบลวังบาล ห่างจากอำเภอหล่มสักและหล่มเก่าประมาณ 40 กิโลเมตร มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี และเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ซึ่งได้อพยพมาอาศัยอยู่ที่บ้านทับเบิก ภายในบริเวณจะมี ไร่กะหล่ำปลี ที่สวยงาม ตั้งอยู่เลยจุดชมวิวไม้กางเขน โดยชาวไทยภูเขาเผ่าม้งจะทำอาชีพทำการเกษตรแบบขั้นบันไดตามเชิงเขา กะหล่ำปลีจะมีให้ชมเยอะช่วงเดือนกรกฏาคมถึงพฤศจิกายน ส่วนหน้าหนาวมีดอกนางพญาเสือโคร่งบานเต็มภูทับเบิก นอกจานี้ยังมี ร้านค้าชุมชน ร้านขายของที่ระลึก, ที่พักสไตล์รีสอร์ทและโฮมเตย์ ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกพักตามสะดวก เช่น ไร่ภูทะเลหมอกทับเบิก และ ภูทะเลหมอกโฮมสเตย์ ตั้งอยู๋ใกล้ใกล้กับไร่กะหล่ำปลี ส่วน ไร่ริมผา ที่พักแนะนำใกล้จุดชมวิวทะเลหมอกสูงสุด จุดสูงสุดชมทะเลหมอก : จะมีลานกางเต็นท์ ใกล้กับบริเวณหอวัดอุณหภูมิ ซึ่งเป็นจุดชมวิวสูงสุดของภูทับเบิก พิกัด GPS : 16.896719, 101.106135 ที่อยู่ : 2331 ตำบล วังบาล อำเภอ หล่มเก่า เพชรบูรณ์ 42120 ทุ่งแสลงหลวง : จังหวัดพิษณุโลก หรือที่รู้จักกันดีในนาม “ทุ่งหญ้าสะวันนาแห่งเมืองไทย” เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ ถือเป็นแหล่งผืนป่าสะวันนาแห่งเดียวของภาคเหนือที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ พร้อมด้วยความแตกต่างแห่งพืชพรรณที่ไม่พบเห็นบ่อยนัก พื้นที่อุทยานตั้งอยู่ในเขตเทือกเขาเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตระหว่าง จ.พิษณุโลกและ จ.เพชรบูรณ์ ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ หนองแม่นา ประมาณ 25 กิโลเมตร มีพื้นที่เป็นที่โล่งกว้างใหญ่ เนื้อที่ประมาณ 16 ตรกม. ตามเส้นทางจะตัดผ่านป่าเบญจพรรณจะพบสัตว์ป่าออกมาหากินตามข้างทาง และมีพันธุ์ไม้ดอกมากมาย นอกจากนี้ยังมีทุ่งหญ้าแบบสะวันนาสลับกับป่าสนสองใบ คือทุ่งหญ้าเมืองเลนและทุ่งโนนสน สิ่งที่น่าสนใจ อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงมีพื้นที่ที่น่าท่องเที่ยวมากมายให้เราได้เลือกทำกัน ไม่ว่าจะเป็น น้ำตกแก่งโสภา นักท่องเที่ยวสามารถชมความงามได้จากทางด้านบนของตัวน้ำตก ทุ่งโนนสน ทุ่งหญ้าแบบสะวันนาสลับกับป่าสนเขา ตั้งอยู่ใจกลางอุทยาน ทุ่งนางพญา เป็นทุ่งหญ้าแบบสะวันนา มีพื้นที่ ประมาณ 5 ตารางกิโลเมตร เหมาะแก่การนั่งรถชมวิว และตั้งค่ายพักแรม แก่งวังน้ำเย็น น้ำตกซอนโสม ถ้ำเดือน-ดาว ถ้ำพระวังแดง และถ้ำค้างคาว ปั่นจักรยานเสือภูเขา ชมดอกเอื้องพิสมร  เป็นดอกไม้บานในหน้าฝนเท่านั้น การเดินทาง สามารถใช้เส้นทางได้ 2 เส้นทาง คือ เส้นทางแรก จากจังหวัดเพชรบูรณ์ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 2 ไปทางอำเภอหล่มสัก ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ถึงบ้านนางั่วแล้วเลี้ยวซ้าย ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 2258 ขึ้นเขาค้อผ่านสี่แยกบ้านสะเดาพงษ์ผ่านพระตำหนักเขาค้อ ตรงไปจนถึงบ้านทานตะวันเลี้ยวขวาไปอีกประมาณ 4 กิโลเมตรจะถึงหน่วยพิทักษ์อุทยาน สล.8 (หนองแม่นา) เส้นที่สอง จากจังหวัดพิษณุโลกใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 2 เส้นพิษณุโลก-หล่มสัก ประมาณ กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าสู่เขาค้อผ่านหน้าอำเภอเขาค้อ ถึงสี่แยกบ้านสะเดาพงษ์แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2258 ผ่านพระตำหนักเขาค้อตรงไปบ้านทานตะวัน เลี้ยวขวาไปอีกประมาณ 4 กิโลเมตร จะถึงหน่วยพิทักษ์อุทยาน สล. 8 (หนองแม่นา) ล่องแก่งหินเพิง : จังหวัดปราจีนบุรี แก่งหินเพิง เป็นแก่งหินตอนปลายสุดของแม่น้ำใสใหญ่ ซึ่งมีลักษณะทางธรณีวิทยา เป็นชั้นหินทราย ครั้นเมื่อถึงฤดูฝน กระแสน้ำจะไหลหลากอย่างรุนแรง จนทำให้เกิดเกาะแก่งต่างๆ มากมาย แก่งหินเพิงเป็นที่มีความเหมาะสมอย่างยิ่ง สำหรับผู้ที่ชอบความท้าทายกับสายน้ำอันเชี่ยวกราก โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงเดือนตุลาคม กระแสน้ำบริเวณแก่งหินเพิงจะไหลรุนแรงมาก การล่องแก่งที่นี่ใช้แพยางนั่งได้ประมาณ 8-10 คน ล่องในลำน้ำใสใหญ่ สภาพแก่งน้ำอยู่ในระดับ 3 -5 
นักล่องแก่งจะต้องใช้ทักษะและความชำนาญในการพายสูง แก่งทั้ง 6 จะมีระดับที่ท้าทายแตกต่างกัน เริ่มตั้งแต่ แก่งหินเพิง เป็นจุดเริ่มต้นของการล่องแก่ง ลักษณะหินของแก่งหินเพิง เป็นแก่งยาวประมาณ 150 เมตร ในช่วงฤดูฝน เป็นสุดยอดของการล่องแก่ง ทริปนี้ แก่งผักหนามล้อม มีลักษณะเป็นวังน้ำขนาดใหญ่กระแสไหลวนไปมา แก่งวังบอน เป็นแก่งหินสั้นๆ ยาวประมาณ 30 เมตร กระแสน้ำจะไหล ลาดเอียงลงมาประมาณ 30 องศาผ่านชั้นหินและเกาะต่างๆ จากนั้นน้ำจะไหล เอื่อยๆ ลงมายังแก่งลูกเสือ แก่งลูกเสือ มีลักษณะเป็นแก่งน้ำเล็กๆ มีร่องน้ำสามารถพายเรือยางผ่านไปได้ แต่ต้องระมัดระวังอันตรายจากกิ่งไม้ที่ยื่นออกมา แก่งวังไทร มีลักษณะเป็นแก่งหินกว้างประมาณ 50-60 เมตร ยาวประมาณ 150 เมตร ความกว้างของแก่งพอๆ กับแก่งลูกเสือ มีความลาดชันประมาณ 30 องศา กระแสน้ำจะไหลผ่านเกาะแก่งต่างๆ แล้วม้วนตัวเป็นวงคลื่น ต้องใช้ ทักษะความชำนาญในการพายเรือค่อนข้างสูง แก่งงูเห่า ตั้งอยู่บริเวณหน่วยพิทักษ์ป่าที่ ขญ.9 ถ้าปริมาณน้ำไม่มากนัก จะแลเห็นเกาะแก่งต่างๆ โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ แต่ถ้าอยู่ในช่วงฤดูฝน กระแสน้ำ จะไหลท่วมเกาะแก่งต่างๆ จนมีลักษณะคล้ายกับฝายกั้นน้ำ การล่องแก่งหินเพิง ส่วนมากจะมาขึ้นฝั่งกันบริเวณแก่งวังไทร เพราะมีห้องสุขา และห้องอาบน้ำไว้บริการนักล่องแก่ง หรืออยากจะพักผ่อนนั่งรับประทาน อาหารกลางวันที่ทางรีสอร์ทจัดไว้ให้ก็ได้ เป็นอันสิ้นสุดการผจญภัยในแก่งหินเพิง ขอบคุณที่มาข้อมูล ททท., wikipedia

ละครประทีปรักแห่งใจ (ละครเย็น) , เรื่องย่อประทีปรักแห่งใจ (ละครเย็น)
ละครประทีปรักแห่งใจ /  เรื่องย่อละครประทีปรักแห่งใจ / 

ประทีปรักแห่งใจ บทประพันธ์โดย : นภาสรรบทโทรทัศน์โดย : ปารดากำกับการแสดงโดย : ทวีวัฒน์ วันทา ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 19.05-19.50 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อละครประทีปรักแห่งใจ ประทีปรักแห่งใจ เป็นเรื่องราวของ เมลดา คุณหนูไฮโซผู้เกิดมาพร้อมกับความสมบูรณ์ในชีวิต และไม่เคยคาดคิดว่าชีวิตนี้จะต้องตกระกำลำบาก เพราะมัลลิกา ผู้เป็นแม่ปลูกฝังว่าไม่จำเป็นต้องคิดอะไรมากมาย แค่ใช้ชีวิตหรูหราสุขสบาย และแต่งงานกับผู้ชายรวย ๆ สักคนก็พอ ครั้นคุณหนูเมลดาผู้มีชีวิตแสนสุขสบายต้องกลายเป็น หงส์ปีกหักในชั่วข้ามคืน สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง และต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่ตั้งแต่ศูนย์ ซ้ำแม่ที่คิดว่าจะเป็นหลักยึดเหนี่ยว ให้แก่ชีวิตก็หวังพึ่งอะไรไม่ได้ แล้วยังกลายเป็นภาระให้อีก เมื่อเจอปัญหารุมเร้าทุกด้าน คุณหนูเมลดาผู้ใช้ชีวิต ในโลกสีชมพูจะเอาตัวรอดได้อย่างไร นี่คือจุดเริ่มต้นของเรื่อง ที่นำไปสู่การปรับเปลี่ยนชีวิตของเมลดา ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ พระบรมราชินีนาถ คือ แม่ที่ทรงหยิบยื่นดวงประทีปชีวิตให้แก่เธอ เมลดา ศรานุสรณ์ หรือ มินนี่ คือหญิงสาวที่เกิดมาพร้อมกับความสมบูรณ์ในชีวิต ไม่ว่ารูปร่างหน้า ฐานะ ชื่อเสียงในวงสังคม พร้อมกับการปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กว่าผู้หญิงที่เกิดมามีความเพียบพร้อม ไม่จำเป็นต้องขวนขวาย ทำสิ่งใดให้เหนื่อยยากลำบาก แค่รอเวลาให้เหมาะสมแต่งงานกับผู้ชายที่ดีพร้อมก็พอแล้ว ดังนั้นเมื่อจบการศึกษา ในปีนี้แล้วเธอจึงไม่มีเป้าหมายในชีวิตอะไรนอกจากรอเวลาแต่งงานกับ เป็นหนึ่ง เอกนุกูลกิจ ชายหนุ่มที่เมลดา คบหามานานเป็นปี ในขณะที่มีความยินดีกับงานแต่งงานที่จะเกิดขึ้นในเดือนหน้า แต่เธอกลับมีความสับสนและไม่แน่ใจอยู่ด้วยว่า อยากแต่งงานกับเป็นหนึ่งจริงหรือเปล่า หรือว่าจำเป็นต้องแต่ง เมื่อนำเรื่องนี้ไปปรึกษา กับมัลลิกาผู้เป็นมารดา ก็ได้รับคำตอบว่าอยู่กันไปก็เรียนรู้นิสัยกันปรับตัวเข้าหากันได้เอง ระหว่างที่เมลดาและเพื่อน ๆ นั่งปรึกษาหารือกันเรื่องชุดแต่งงาน ต้องใจ เพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยผ่านมา แล้วพูดจากระแทกแดกดัน เมลดาลุกขึ้นตอบโต้จนเพื่อน ๆ ต้องห้ามปรามไม่ให้ไปสนใจกับพวกบ้านนอก ที่ไม่มีเงินพอจะทำอย่างคนรวยเขาทำกันได้ จึงคิดอิจฉาเท่านั้นเอง แล้วเมื่อเพื่อนทั้งสองคนแยกย้ายกันไป คนที่เข้ามา แทนที่คือ แพรวดาว แฟนเก่าของเป็นหนึ่ง ที่แม้จะเลิกรากันไปก่อนที่เป็นหนึ่งจะมาคบหากับเมลดา แต่แพรวดาว ก็ยังพูดจาว่าเมลดานั้นเป็นมือที่สามแย่งคนรักของเธอ อย่างวันนี้ก็เข้ามาพูดจาบอกว่าการที่เป็นเป็นหนึ่งจะแต่งงาน ก็เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจเท่านั้น หาใช่ความรักไม่เป็นหนึ่งมารับเมลดาไปลองแหวนหมั้นที่ร้านเพชร แต่กลับกลายเป็นว่าแหวนที่เมลดาลองสวมนั้นหลวม เพราะทำผิดไซส์ เพชรประดับ เจ้าของร้านเพชรเผลอหลุดปากบอกว่าแหวนที่ทำมานั้น อาจจะเป็นไซส์นิ้ว ของแพรวดาว ทำให้เมลดาโกรธมาก และสั่งให้เขาทำแหวนให้เธอใหม่ และงอนออกจากร้านกลับบ้านทันที โดยที่เป็นหนึ่งก็ไม่ได้ตามมาง้องอน เมลดาเริ่มรู้สึกว่าเป็นหนึ่งอาจจะไม่ได้รักเธอจริงอย่างที่แพรวดาวบอก และตัวเธอเอง ก็ไม่ได้เจ็บปวดหรือเสียใจอะไรมากมายนอกจากรู้สึกเสียหน้าเท่านั้น ซึ่งตัวเธอเองก็อาจจะไม่ได้รักเป็นหนึ่งมากอย่างที่คิดก็ได้ ละครประทีปรักแห่งใจ เมื่อกลับมาปรึกษากับมารดาถึงความไม่แน่ใจในความรัก และอยากจะเลื่อนการแต่งงาน กลับถูกมารดาห้ามปรามไม่ให้เธอคิดมาก และยืนยันว่าไม่มีทางที่เป็นหนึ่งจะไม่รักหญิงสาวที่มีความเพียบพร้อมอย่างเธอ แม้แต่บิดาของเธอก็ไม่ยินยอมให้เธอได้มีโอกาสตัดสินใจสิ่งใด ในขณะที่เป็นหนึ่งก็ตามง้องอน และเปลี่ยนร้านทำแหวนพิสูจน์ ความจริงใจโดยการพาเธอไปเลือกซื้อเพชรใหม่ ทำแหวนวงใหม่จนเมลดาใจอ่อนลืมความขุ่นข้องหมองใจทั้งหมด เพราะรู้ว่าถึงแม้เธอจะเลื่อนการแต่งงานออกไป เธอเองก็ไม่มีแผนชีวิตสำรองด้านอื่นๆ เลยพิธีหมั้นช่วงเช้าผ่านไปด้วยดี เมลดาเตรียมตัวสำหรับงานเลี้ยงในช่วงค่ำ ภาพเจ้าสาวที่เห็นในกระจกนั้นเหมือน ตุ๊กตากระเบื้องเนื้อดีมากกว่าจะเป็นคนจริง เครื่องหน้าที่งดงามอยู่แล้วยิ่งถูกแต่งเติมลงไปอีกก็ยิ่งสวยงามไม่มีที่ติ ระหว่างที่คู่บ่าวสาวกำลังถ่ายรูป และรับแขกที่มาในงานอยู่นั้น แพรวดาวก็เข้ามาในงานด้วยชุดราตรีขาวฟูฟ่อง ประหนึ่งชุดเจ้าสาว ปฏิกิริยาของเป็นหนึ่งเมื่อเห็นแพรวดาวนั้นทำให้เมลดารู้สึกหน้าชา แม้จะเตรียมใจมาแล้วว่าจะต้องเจอสถานการณ์นี้ แต่ไม่สามารถบังคับตัวเองได้ ยิ่งมีเสียงซุบซิบจากแขกเหรื่อว่าแพรวดาวเป็นคนรักเก่าของ เจ้าบ่าวด้วย เมลดาพยายามจะทักทายด้วยดี แต่แพรวดาวกลับทิ้งคำพูดบางอย่างไว้ทำให้เมลดาไม่สบายใจนัก ขณะที่งานเลี้ยงและพิธีการทุกอย่างดำเนินไป ท่ามกลางความไม่แน่ใจของเมลดาที่ไม่อาจจะเปลี่ยนแปลง อะไรได้อีกแล้ว แม้ว่าตัวเองอยากจะยกเลิกตอนนี้ก็คงจะสายไปแล้ว แต่ปรากฏว่า ชัยพงศ์ บิดาของเป็นหนึ่ง เข้ามาประกาศยกเลิกงานแต่งงานเพราะรู้ข่าวมาว่ากิจการของ ประยุทธ บิดาของเธอนั้นกำลังจะล้มละลาย เมลดาเริ่ม รับรู้ความจริงใจของเป็นหนึ่งเมื่อเขาสลัดมือเธอออกอย่างเมินเฉย แล้วยิ่งรับรู้มากยิ่งขึ้นเมื่อบิดายอมรับความเป็นจริง เรื่องที่กำลังจะล้มละลาย แม้เขาจะยืนยันว่าไม่คิดจะให้ครอบครัว ของเป็นหนึ่งต้องเข้ามาช่วยโอบอุ้มกิจการ แต่ขอร้องไม่ให้ยกเลิกงานแต่งงานเท่านั้น แต่ชัยพงศ์กลับไม่สนใจแล้วพาเป็นหนึ่งกลับออกไปทันทีประยุทธอับอาย และเครียดมากจนโรคหัวใจกำเริบ และเสียชีวิตที่โรงพยาบาล สองแม่ลูกที่ไม่เคยมีแผนในการดำเนินชีวิตด้วยตัวเอง และไม่ได้เตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต จึงไม่มีเงินออมในธนาคารเหลือมากนัก เงินสดก้อนสุดท้ายที่ต้องจ่ายให้โรงพยาบาล และจัดงานศพอย่างเรียบง่าย มีคนมาร่วมงานอย่างบางตาจน น่าใจหาย เมื่อล้มละลายก็ทำให้ญาติมิตรสหายที่เคยมีมากมายขาดหายไปในพริบตา แม้แต่เพื่อนสนิทร่วมมหาวิทยาลัย ของเมลดาก็ไม่ได้ปรากฏกายขึ้นในงานศพเลย เมลดานัดพบเพื่อนเพื่อจะหางานทำ แต่เพื่อนไม่ได้คิดจะให้ความช่วยเหลือแถมยังพูดจาดูถูกอีก หล่อนจึงแยกออกมาแล้วเดินเล่นเรื่อยเปื่อยในห้าง จนมาพบกับเป็นหนึ่ง และแพรวดาวในร้านเสื้อ เขาจะจ่ายค่าเสื้อผ้าให้ แต่เมื่อแรกเมลดาไม่คิดจะรับความเอื้อเฟื้อนี้ แต่อยากประชดแพรวดาวจึงยอมรับมาทั้งหมด สร้างความขุ่นเคืองให้กับแพรวดาว โดยที่เมลดาก็ไม่รู้ตัวเลยว่าจะมีผลร้ายติดตามมาอย่างไรบ้างข่าวไฮโซตกยากอย่างเมลดาดังไปถึงบ้านของ ปองคุณ ชายหนุ่มผู้เคยอกหักจากสาวเมืองกรุง และแบกความเจ็บช้ำไว้จนไม่ยอมชายตามองหญิงอื่นอีกเลย แถมยังมีอคติในใจอีกต่างหาก เขารับรู้ข่าวนี้อย่างไม่มีความเห็นอกเห็นใจนักต่างจาก ใจใส มารดาของเขาที่รู้สึกสงสารเมลดา แล้วเมื่อต้องใจเข้ามาหาแล้วแสดงตัวว่ารู้จักกับไฮโซสาว ผู้ตกยากนี้ แล้วแสดงความคิดเห็นในเชิงสมน้ำหน้า ทำให้ใจใสรู้สึกไม่ชอบใจ ทั้งยังรู้ว่าต้องใจมีความรู้สึกพิเศษ กับปองคุณด้วยแล้ว จึงเอ่ยปากตักเตือนลูกชายโดยที่เจ้าตัวก็ไม่ได้ให้ความสนใจนัก เมลดากลับมาถึงโรงแรมที่เช่าพักอาศัยชั่วคราวอยู่กับมารดา เพราะยังไม่รู้ว่าจะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ไหน ท่ามกลางความรู้สึกที่ต้องคิดหาทางออกด้วยเงินที่มีเหลืออยู่ไม่มากนัก มัลลิกาผู้เป็นแม่ที่หวังว่าจะเป็นที่พึ่งพิงได้ กลับไม่มีความคิดอะไรเลย นอกจากการคร่ำครวญ และยังใช้ชีวิตเหมือนเดิม สร้างความหนักใจให้กับเธอยิ่งนัก แถมยัง มีคนโทรศัพท์มาข่มขู่ให้หนี้อีกในจำนวนเงินห้าแสนบาท สองแม่ลูกจึงคิดหาทางหนีออกจากโรงแรม เมลดามืดแปดด้าน ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป มัลลิกาจึงคิดว่าจะไปบากหน้าไปหา มาลัย พี่สาวร่วมสายเลือดที่เธอไม่เคยติดต่อมานานกว่ายี่สิบปีแล้วระหว่างที่สองแม่ลูกกำลังคิดจะเดินทางไปหามาลัย ทางด้านมาลัยเองก็ฝันถึงน้องสาว และคิดห่วงใยขึ้นมาบ้าง แต่ต้องใจก็ทักท้วงอย่างไม่เห็นด้วยนัก เพราะหล่อนรู้มาตลอดว่าเมลดานั้นเป็นญาติที่เรียนร่วมมหาวิทยาลัยเดียวกันมาตลอด แต่ไม่เคยแสดงตัวเพราะรังเกียจที่เมลดาเป็นสาวสวยไฮโซที่ทำตัวเหมือนคนไร้สมอง แม้จะได้รับรู้ข่าวว่า บัดนี้เมลดานั้นกำลังตกยากลำบาก ต้องใจก็ไม่มีความรู้สึกสงสารสองแม่ลูกเลยสักนิด นอกจากจะคิดสมน้ำหน้าเท่านั้น ละครประทีปรักแห่งใจ สองแม่ลูกเดินทางมาถึงแถวบ้านมาลัยแล้ว แต่เพราะไม่ได้กลับมานานกว่ายี่สิบปี สภาพบ้านเรือนที่เปลี่ยน แปลงไป ทำให้มัลลิกาไม่มั่นใจ จึงให้เมลดาไปถามหามาลัยกับชาวบ้านแถว ๆ นั้นเอง เมลดาไม่เข้าใจมารดา ตัวเองสักนิดว่าทำไมต้องเป็นตนที่ต้องทำอย่างนั้น แต่ในจังหวะนั้นเองที่หล่อนเห็นชายหนุ่มหน้าเหมือนโจรขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านมา แล้วหยุดจะเข้าไปหามัลลิกาที่ยืนทำท่าจะเป็นลมอยู่ข้างทาง เมลดาเข้าใจว่าเขาเป็นโจรจะเข้ามาขโมยข้าวของ ของเธอกับแม่ จึงเข้าไปอาละวาดทุบตีชายคนนั้น จนมาลัยเข้ามาห้ามปรามแล้วจึงรู้ตัวว่าเธอเข้าใจผิด เลยตัดสินใจ แกล้งเป็นลมเพื่อเป็นการแก้หน้าให้ตัวเองเมื่อมาลัยพาสองแม่ลูกเข้ามาในบ้านแล้ว เมลดาก็แทบช็อกเมื่อรับรู้ว่าต้องใจ เพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยที่ชอบพูดกระแนะแหนเธอนั้นกลับกลายมาเป็นญาติกัน เพราะต้องใจ คือลูกสาวของ มาลัย พี่สาวของมารดาเธอนั่นเอง แล้วชายหน้าโจรที่เธอเข้าใจผิดก็คือ ปองคุณ ชายหนุ่มที่ต้องใจหมายปองนั่นเอง เพราะฉะนั้นเมื่อต้องใจรับรู้ว่าสอง แม่ลูกจะมาพักอาศัยอยู่ด้วย หล่อนจึงแสดงความไม่พอใจ และคัดค้านหัวชนฝา มาลัยต้องตัดความรำคาญแล้ว ขอตัดสินใจเอง ด้วยการให้สองแม่ลูกมาอยู่ด้วยกันได้ แต่ต้องทำงานบ้านแลกเปลี่ยน และต้องทำงานเพื่อหาเงินเลี้ยง ชีพเองด้วย แค่วันแรกเมลดาก็แทบจะรับกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นที่หลับที่นอน การต้องทำในสิ่งที่ตนเองไม่เคยต้องหยิบจับทำเลยสักครั้งในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการกวาดบ้าน ถูบ้าน ล้างจาน แล้วยังถูกบังคับ ให้ทำกับข้าว แถมมารดายังรักสบายหลบเลี่ยงไปปล่อยให้เธอผจญกับสิ่งใหม่ ๆ นี้เพียงคนเดียว ซึ่งระหว่างนี้ เธอยังไปมีเรื่องขัดแย้งกับปองคุณ ที่ต่างคนต่างไม่ชอบหน้ากัน ปองคุณแบกอาการอารมณ์เสียกลับไปถึงบ้าน แต่ในจิตสำนึกก็ยังสงสัยตัวเองว่าทำไมเขาต้องอคติกับเมลดาขนาดนี้ หรือว่าเขาเกิดสนใจเธอขึ้นมา แม้จะไม่มีความเชื่อในเรื่องของรักแรกพบเลยก็ตามเช้าวันแรกในสิ่งแวดล้อมใหม่ ๆ เมลดาเอาตัวรอดจากอาหารมื้อแรก ด้วยการแอบออกไปซื้อข้าวต้มมาเป็นอาหารเช้าแทนการทำเอง ซึ่งก็ถูกมาลัยจับได้ และคาดโทษเอาไว้ หลังจากนั้นหล่อนก็ต้องมาหัดทำงานจักสาน จึงได้รู้ว่ามาลัยรวบรวมชาวบ้านมาตั้งกลุ่มสมาคมแม่บ้าน เพื่อหารายได้กับการสร้างกลุ่มงานจักสานขึ้นมา เมลดาได้พบกับใจใส ที่จะมาเป็นครูสอนเรื่องงานจักสานให้กับเธอ และมารดา เมื่อเริ่มต้นเมลดาก็ปากเสียวิจารณ์ และอวดรู้จนสร้างความไม่พอใจให้กับชาวบ้าน รวมทั้งใจใสเองที่เมื่อแรกยังมีความเมตตาสงสาร ใจใสสวนคำพูดของเมลดา และสั่งสอนจนหล่อนต้องยอมสงบปากสงบคำลง เมลดาหัดสานปลาตะเพียนอย่างตั้งอกตั้งใจ แต่ก็ต้องมาสะดุดลงอีก เมื่อต้องใจเข้ามาสั่งให้หล่อนไปทำกับข้าว มื้อกลางวัน เมลลาจำต้องอดทนเชื่อฟัง แล้วยังต้องไปทำคนเดียวเพราะดันไปประกาศว่าหล่อนสามารถทำได้ แต่พอมาถึงในครัวหล่อนก็ต้องยืนเคว้ง เพราะไม่เคยทำสิ่งเหล่านี้เลย ข้าวก็หุงไม่เป็น เตาแก๊สก็ไม่รู้จะเปิดยังไง หล่อนหยิบจับทำทุกอย่างไปอย่างคนไม่รู้ จนปองคุณเข้ามาพบวิธีการเปิดเตาแก๊สของหล่อนที่อันตรายมาก เขาตำหนิหล่อนจนร้องไห้ ปองคุณใจอ่อนยอมช่วยเหลือให้หล่อนรอดพ้นมีอาหารมื้อกลางวันสำหรับทุกคน ดูเหมือนทุกอย่างจะผ่านไปได้ แต่ต้องใจที่ตั้งใจจะจับผิดเมลดา จึงทำให้ทุกคนรู้ว่าอาหารมื้อนี้เป็นฝีมือ ปองคุณ มาลัยจึงลงโทษไม่ให้สองแม่ลูกได้กินอาหารกลางวัน เมลดากลัวมารดาจะทนไม่ไหว จึงแอบออกไปซื้อก๋วยเตี๋ยวที่ร้านมาให้ ระหว่างที่นั่งแอบกินอยู่นั้น หล่อนได้ยินเสียงชาวบ้านที่มาทำงานจักสานที่บ้านมาลัย นินทาว่าร้ายหล่อน กับมารดาและดูถูกว่าหุ่นไล่กาในท้องนายังมีประโยชน์เสียยิ่งกว่าตัวหล่อนกับมารดาเสียอีก เมลดาเจ็บปวด และพยายามระงับอารมณ์เต็มที่ หล่อนคิดมากจนต้องหันมาพิจารณาตัวเองว่าหล่อนไร้ค่าถึงเพียงนั้นเชียวหรือ ระหว่างนั้นเมลดาไม่รู้ตัวเลยว่ามีนักข่าวเห็นเหตุการณ์นั้น และแอบถ่ายรูปหล่อนพร้อมกับอัดคลิปเสียงไปด้วย ช่วงบ่ายวันนั้นเมลดาเงียบขรึมจนมัลลิกามองอย่างเป็นห่วง หล่อนโมโหหญิงชาวบ้านที่นินทาหล่อนจนเกิด แรงฮึดจนสามารถสานปลาตะเพียนได้ดี จนใจใสออกปากชมและบอกว่าถ้าหล่อนตั้งใจที่จะทำก็จะทำได้ และยังบอกว่าเห็นแววในตัวหญิงสาวจะสามารถทำงานจักสานได้ดีเหมือนคนอื่น ๆ วันต่อมาเมลดาทำอาหารเช้าได้ดีขึ้น เพราะมัลลิกาเข้ามาช่วยด้วยไม่ได้หลบเลี่ยงไปเหมือนทุกครั้ง แต่ต้องใจก็ ยังหาเรื่องว่าได้อีก แต่ เดช พ่อของต้องใจออกปากปกป้องทำให้ต้องใจไม่พอใจ และออกไปกินข้าวนอกบ้าน จึงได้ไปพบว่ามีข่าวของเมลดาที่ตกยากมานั่งกินก๋วยเตี๋ยวอยู่ที่อยุธยา แถมยังลงถึงเรื่องราวที่ชาวบ้านเม้าท์เมลดาด้วย แม้ต้องใจจะสะใจ แต่ก็พยายามจะบอกชาวบ้านที่รู้เรื่องให้ปิดข่าวเรื่องนี้ เพราะกลัวว่าเจ้าหนี้ที่สองแม่ลูกหนีมา จะตามมาถึงที่นี่ แล้วรีบกลับบ้านมาแจ้งข่าวกับมาลัย แต่ไม่อยากให้สองแม่ลูกรู้เรื่องนี้จึงไล่ให้ออกไปซื้อของที่ห้างในเมือง แต่กลับกลายเป็นว่าเมลดาไปเปิดเช็กอีเมล์แล้วทราบเรื่องข่าวทั้งหมดด้วยความอับอาย ละครประทีปรักแห่งใจ เมื่อกลับมาถึงจึงไปเก็บตัวอยู่ในห้องเก็บของแล้วไม่ออกไม่ได้ ปองคุณเข้ามาช่วยเพราะเข้าใจผิดว่าหล่อนจะฆ่าตัวตาย หลังจากถกเถียงกันแล้ว เมลดาก็แสดงความคิดว่าอยากจะพัฒนางานจักสาน ที่ป้ามาลัยทำอยู่ให้ดีขึ้น และมีราคามากกว่านี้ ปองคุณจึงแนะนำให้หญิงสาวไปเรียนรู้ที่ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร เมลดาสนใจมากแต่ก็ยังติดที่มารดา จะยอมไปด้วยหรือไม่ ปองคุณจึงรับอาสาว่าวันรุ่งขึ้นเขาจะพาหล่อนและมารดาไปเที่ยวชมที่ศูนย์ศิลปาชีพ ก่อนการตัดสินใจ ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นไม่ค่อยดีนักของสองหนุ่มสาวเริ่มเป็นไปในทางที่ดีขึ้น เมลลาเริ่มนับข้อดีของปองคุณ ได้หลายข้อแล้วที่สำคัญเขาทำให้หัวใจของหล่อนอบอุ่นกว่าผู้ชายคนไหน ๆ ที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิต ทางด้านครอบครัวของแพรวดาว และเป็นหนึ่ง มาร่วมเฉลิมฉลองอย่างเป็นทางการหลังงานแต่งงานของเป็นหนึ่ง และเมลดาถูกยกเลิกไป และถือว่าเป็นการฉลองหมั้นระหว่างเป็นหนึ่งกับแพรวดาวด้วย แม้เป็นหนึ่งจะรู้สึกผิดกับเมลดามากแค่ไหน แต่เขาเองก็รู้ว่าใจของเขานั้นมีแพรวดาวอยู่เสมอ ความรู้สึกที่มีต่อเมลดานั้นคือความเป็นพี่น้องกันมากกว่า เพราะความรู้สึกนี้นี่เองที่ทำให้เขายังแสดงความห่วงใย และกังวลว่าป่านนี้เมลดาจะเป็นอย่างไรบ้าง เมื่อมีการพูดถึงกันในเรื่องของเมลดาทำให้เขาเหม่อลอยคิดมาก และด้วยอาการที่เขาเป็นแบบนี้ทำให้แพรวดาว เข้าใจผิดว่าเขายังมีใจเผื่อให้เมลดาด้วย ทำให้เป็นเป็นภัยไปสู่เมลดาอีกครั้งอย่างไม่รู้ตัว เมื่อแพรวดาวคิดจะตัดบัวไม่ให้เหลือใย หล่อนจึงว่าจ้างนิคมลูกน้องคนสนิทของบิดา ให้โทรไปข่มขู่ว่าประยุทธเคยยืมเงินแล้วไม่คืน โดยตั้งใจจะแค่ข่มขู่เพื่อให้สองแม่ลูกหนีไปอยู่ไกล ๆ เพื่อไม่ให้เป็นหนึ่งติดต่อกับสองแม่ลูกนั้นได้อีกเท่านั้น แต่เมื่อรับรู้ว่าสองแม่ลูกนั้นหนีไปอยู่แค่อยุธยา หล่อนจึงสั่งให้นิคมตามไปจัดการอีกครั้ง ปองคุณพาเมลดา และมัลลิกาไปเยี่ยมชมศูนย์ศิลปาชีพ โดยมีต้องใจตามไปด้วย สร้างความหนักอกหนักใจ ให้กับเมลดาตั้งแต่เริ่มต้นเลยทีเดียว เริ่มตั้งแต่มัลลิกาที่ทำท่าจะไม่ยอมไปด้วย แถมยังมีต้องใจที่อาจจะมาแสดง ลมเพชรหึงใส่เธออีก คิดไปคิดว่าก็เริ่มสงสัยตัวเองขึ้นมาซะอีกว่าตัวเองเริ่มมีใจให้ปองคุณหรือเปล่า ปองคุณใช้จักรยานในการเที่ยวชมศูนย์ศิลปาชีพ เมลดาขี่จักรยานไม่เป็นจึงต้องซ้อนหลังปองคุณ สร้างความขุ่นเคืองให้กับต้องใจยิ่งนัก แต่สำหรับเมลลาแล้วคือความอบอุ่นใจที่บังเกิดขึ้นเงียบ ๆ ในระหว่างที่หล่อนกำลัง ผจญเจอมรสุมชีวิตที่หนักหนาสาหัสนี้ เมลดาเดินชมการฝึกงานวิชาชีพต่าง ๆ ด้วยความสนใจ แต่วิชาชีพที่เมลดาให้ความสนใจเป็นพิเศษ คือแผนกสอดย่านลิเภา ส่วนมัลลิกาสนใจแผนกศิลปะประดิษฐ์ และนี่เป็นครั้งแรกสนใจสิ่งอื่นนอกเหนือจากการสังสรรค์ และช็อปปิ้ง และหล่อนก็เห็นด้วยที่มารดาจะสนใจในวิชาชีพนี้ หล่อนเริ่มเรียนรู้ว่าที่ศูนย์ศิลปาชีพนี้คือสถานที่ที่นำแสงสว่างที่จะนำความหวังมาสู้ชีวิตต่อไปได้ ระหว่างที่เมลดาเดินเที่ยวชมในศูนย์ศิลปาชีพด้วยความรู้สึกของการเริ่มมีหวังขึ้นมาบ้าง ต้องใจก็ได้ข่าวว่าที่บ้านมีนักเลงบุกมาทวงหนี้สองแม่ลูก พอไม่เจอก็อาละวาดทำลายข้าวของในบ้านของมาลัยด้วย เมลดาจึงคิดว่าจะย้ายหนีไปอยู่ที่อื่นเพื่อตัดปัญหา แต่ปองคุณกลับเสนอให้ย้ายไปอยู่ที่บ้านของเขาเพื่อความปลอดภัย ทำให้ต้องใจเกิดความไม่พอใจและพยายามคัดค้านอย่างมาก แต่ปองคุณยังยืนยันว่าเขาทำเพื่อเพราะมนุษธรรม ไม่สามารถจะปล่อยให้สองคนแม่ลูกออกไปผจญภัยกันเพียงสองคนได้ เมลดานั้นแม้จะดีใจที่มีทางออก แต่หล่อนก็ยังกังวลว่าถ้าย้ายไปอยู่บ้านปองคุณ เธอจะต้องมีปัญหากับต้องใจอีกต่อไปอย่างไม่จบไม่สิ้นแน่ๆ เมื่อทุกคนไปรวมตัวกันที่บ้านของปองคุณ ต่างก็ปรึกษาหารือกันถึงการแก้ไขปัญหาหนี้สินที่เกิดขึ้น มาลัยนั้น คิดจะใช้หนี้แทนให้จบกันไป แต่พวกนักเลงกลับไม่ยอมรับเงิน ยืนยันว่าจะต้องเป็นเงินของสองแม่ลูกนี้เท่านั้น ทำให้เกิดความสงสัยกันขึ้นมาว่าจริง ๆ แล้ว ประยุทธเป็นหนี้จริง ๆ หรือเปล่า เมื่อสอบถามมัลลิกาผู้เป็นภรรยา ก็ไม่เคยรู้เรื่องของสามีตัวเองเลย ทำให้เมลดาเผลอตัวตำหนิมัลลิกาอย่างรุนแรง จนมาลัยต้องห้ามปราม ในที่สุดปองคุณรับอาสาจะสืบเรื่องหนี้สินของประยุทธให้เพื่อความสบายใจของทุกคน การพักอาศัยในบ้านปองคุณแตกต่างจากการพักอาศัยที่บ้านของมาลัยอย่างคนละขั้ว ที่นี่ห้องพักสะดวกสบาย ข้าวของเครื่องใช้มีพร้อมสรรพ แถมยังไม่ต้องทำงาน ทำอาหารเองอีกด้วย แต่เมลดาก็พยายามจะเข้าช่วยเหลือ หยิบโน่นทำนี่ เพื่อต้องการจะทดแทนพระคุณเจ้าของบ้าน ที่ยื่นมือเข้ามาช่วยหล่อนกับมารดา ใจใสแนะนำให้ทั้งสอง คนเข้าไปฝึกอาชีพที่ศูนย์ศิลปาชีพ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยจากพวกนักเลงที่สุด แถมยังได้ฝึกอาชีพ ซึ่งสองแม่ลูกก็เห็นดีตามนั้นทางด้านแพรวดาวรับรู้ว่านิคมทำงานให้ไม่สำเร็จตามที่เธอต้องการ จึงต่อว่าและยังไม่ยอมจ่ายเงินค่าจ้าง เป็นหนึ่งเดินเข้ามาได้ยินโดยไม่ที่แแพรวดาวไม่รู้ตัว เป็นหนึ่งกลับมาบ้านพบว่าบิดามีแขก และไม่ยอมให้ใครเข้ามา รบกวนรวมทั้งตัวเขาด้วย เพราะลูกน้องของบิดาที่กางกั้นห้ามมิให้เขาเข้าบ้าน ครั้นบิดาได้ยินเสียงเขาโวยวาย อยู่ด้านนอกจึงเรียกเขาให้เข้าไปได้ ยิ่งเพิ่มพูนความสงสัยขึ้นอีกมากนักว่าบิดามีลับลมคมในอะไรปิดบังเขา ซึ่งเป็นลูกชายคนเดียวด้วย ละครประทีปรักแห่งใจ ในห้องนั้นเป็นหนึ่งได้พบกับ ศุภวัฒน์ พัฒนะกิจกำจร ที่บิดาแนะนำว่าบุคคลผู้นี้จะเข้ามาเป็นหุ้นส่วน ซึ่งเขาพอจะรู้ประวัติชายหนุ่มคนนี้ว่าไม่ค่อยจะขาวสะอาดนัก มีข่าวกับสาวน้อยสาวใหญ่มากมาย หลังจากการหย่าร้างกับสิริมน ภรรยาสาวสวยชื่อดังในวงสังคม แต่แค่ความเจ้าชู้ของเขาไม่ใช่สิ่งที่เป็นหนึ่งจะไม่ชอบใจ แต่เป็นเพราะ ชื่อเสียงที่ไม่ดีว่าเขาเป็นคนเจ้าเล่ห์เพทุบายมากกว่า แต่เป็นหนึ่งก็รักษามารยาทในการพูดจาด้วยเป็นอย่างดี แล้วก็อดเป็นห่วงบิดาไม่ได้จึงเอ่ยปากตักเตือน ซึ่งนอกจากจะไม่สำเร็จแล้วยังทำให้ชัยพงศ์หัวเสียเป็นอย่างมากด้วยเป็นหนึ่งรู้สึกเหนื่อยล้ากับเรื่องราวที่เขาได้รับรู้ทั้งสองเรื่องในวันนี้เป็นอย่างมาก เมื่อนอนครุ่นคิดถึงเรื่องราว ต่าง ๆ แล้วจึงตัดสินโทรหานักสืบที่เขาจ้างไปตามหาที่อยู่ของเมลดา ทำให้ได้รับรู้เรื่องว่าเมลดามีผู้ชายบ้านนอกคนหนึ่งคอยดูแลอยู่ แล้วยังได้ดูคลิปที่มีนักเลงตามไปอาละวาดที่บ้านของมาลัยด้วย เขาจำหน้านิคมได้ จึงรู้สึกผิดหวังกับแพรวดาวมากขึ้นเรื่อย ๆ นั่นทำให้เขาตัดสินที่จะไม่วางมือจากเมลดาแม้จะรู้ว่าเขากำลังนำตัวเองไปสู่ปัญหา และสิ่งที่เขาคาดคิดไม่ถึงเลยว่าการตัดสินใจครั้งนี้ จะนำปัญหาและหายนะมาสู่ครอบครัวของเขาอย่างอเนกอนันต์ วันที่ปองคุณนัดจะพาเมลดากับมารดาไปสมัครเข้าเรียนที่ศูนย์ศิลปาชีพ ต้องใจแวะมาแต่เช้าด้วยบุคลิกที่เปลี่ยนไปจากเดิม หล่อนหันมาใส่กระโปรง แต่งหน้าเข้มจัด หล่อนกลายเป็นตัวตลกของทุกคนแบบไม่รู้ตัว ปองคุณเองก็ไม่กล้าจะพูดตรง ๆ จึงบอกแค่ว่าหล่อนดูสวยแปลกตาดี ต้องใจจึงคิดว่าเมื่อตัวเองหันมาแต่งตัวแต่งหน้าแบบนี้จะ สามารถดึงใจของปองคุณได้ เมื่อเมลดาสมัครเรียนเรียบร้อยแล้ว ต้องใจยังไม่วายแขวะว่ากระทบกระแทกจนมาลัยต้องออกโรงปกป้อง สองแม่ลูกทำให้ต้องใจงอนเดินหนีออกมา เมลดาตามไปพูดคุยเพื่ออยากจะปรับความเข้าใจ โดยไม่รู้ว่าปองคุณเดินตามไปด้วย ต้องใจสารภาพว่ารักปองคุณ และไม่อยากให้ปองคุณต้องมาเสียใจกับสาวไฮโซซ้ำสองอีก แล้วเล่าเรื่องของ สิริมน คนรักเก่าของปองคุณที่ทิ้งเขาไปแต่งงาน ปล่อยให้ชายหนุ่มต้องชอกช้ำใจมากว่าห้าปี เมลดาเองก็เคยรู้จัก สิริมนแต่ไม่สนิท เคยเจอกันตามงานสังคมเท่านั้น หล่อนจึงแสดงความแปลกใจถึงความสัมพันธ์ของปองคุณ กับสิริมน และแม้ว่าตัวเองจะมีความรู้สึกดี ๆ กับปองคุณอยู่มาก แต่ไม่อยากจะมีปัญหากับญาติอย่างต้องใจ จึงพูดรับปากว่าเธอจะไม่ยุ่งเกี่ยว และคิดอะไรเกินเลยกับปองคุณอย่างเด็ดขาด นั่นทำให้ปองคุณซึ่งแอบฟังอยู่รู้สึกเจ็บแปลบในหัวใจคล้ายถูกมีดกรีดซ้ำที่รอยแผลเดิม และคิดว่าจะเปิดใจให้กับต้องใจ ที่เห็นคุณค่าและมั่นคงในรักที่มีต่อเขา เสมอมาปองคุณพาเมลดากับต้องใจไปไหว้พระ ขณะที่อยู่ในวัดเมลดารู้สึกว่ามีคนแอบมองอยู่ตลอดเวลา เธอเข้าใจว่า เป็นพวกแก๊งทวงหนี้ หลังจากส่งต้องใจลงที่ตลาดแล้วทั้งสองจึงขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางปองคุณรู้ว่ามีคนขี่มอเตอร์ไซค์ตามมา เขาจึงหลอกพาไปในที่เปลี่ยวแล้วยิงยางรถจนคนขับไม่สามารถหนีได้ เมื่อใช้ปืนขู่จนมารู้ ทีหลังว่าคนที่ตามมานั้นไม่ใช่แก๊งทวงหนี้ และกลายเป็นเป็นหนึ่งที่แอบติดตามเมลดามาจากวัดนั่นเอง ปองคุณยอมจ่ายค่าเสียหายค่าซ่อมรถ และพาสองคนไปนั่งคุยกันที่ร้านกาแฟ ตามประสงค์ของเป็นหนึ่งที่ร้องขอ เขาแยกตัวออกมานั่งรอโดยมีเมลดามองตามด้วยความไม่สบายใจสร้างความฉุนเฉียวให้กับเป็นหนึ่งเพิ่มขึ้นไปอีก เมื่อรับรู้ได้ว่าบัดนี้เมลดาอาจจะเปลี่ยนใจจากเขาไปเต็มร้อยแล้ว หันมาไปสนใจหนุ่มท่าทางบ้านนอกคนนั้น เขาจึงพยายามพูดจาเกลี้ยกล่อมให้เมลดากลับกรุงเทพฯ โดยเขายินดีจะรับดูแลหล่อนและมารดาอย่างดี และจะจัดการ เรื่องหนี้สินให้ด้วย แต่เมลดาไม่ยอมรับการช่วยเหลือนั้น และยืนยันว่าเธอยินดีจะใช้ชีวิตแบบที่กำลังทำอยู่ปองคุณอดไม่ได้ที่จะถามไถ่ว่าเมลดาพูดจาสิ่งใดกับคนรักเก่า เมื่อได้รับคำตอบที่เขารู้สึกยินดี เมื่อรู้ว่าเมลดายืนยันจะทำตามเจตนารมย์เดิม คือการเข้าไปเรียนฝึกอาชีพที่ศูนย์ศิลปาชีพ โดยไม่คิดจะกลับกรุงเทพฯตามคำชวนของเป็นหนึ่ง ปองคุณเริ่มสืบเรื่องการเป็นหนี้ของประยุทธจากโทรศัพท์ที่เมลดายังเก็บไว้ ทำให้เขาพบว่าประยุทธมีการติดต่อ กับศุภวัฒน์ เขาไม่อยากจะคิดว่าเป็นคนคนเดียวที่เคยทำลายหัวใจของเขา เขาจึงโทรไปขอให้ศรุต เพื่อนตำรวจช่วยสืบให้ ทำให้เขาโดนเพื่อนแซวว่าเขาคงกำลังจะมีความรักอีกครั้ง ก่อนจะส่งเมลดาและมารดาเข้าศูนย์ศิลปาชีพ ปองคุณจึงพาทั้งสองคนไปห้าง เพื่อซื้อของใช้เตรียมตัวเข้าไปอยู่หอ โดยมีต้องใจตามไปอีกตามเคยเมื่อทานอาหารกลางวันเสร็จ เมลดากับมัลลิกาแยกตัวไปซื้อของกันสองคน แต่ช่วงจังหวะที่มัลลิกาขอไปห้องน้ำ เมลดาถูกชายสองคนใช้มีดจี้ให้เดินออกจากห้าง โชคดีที่มีหญิงอ้วนคนหนึ่ง เข้ามาช่วยเมลดาไว้ได้ แพรวดาวรับรู้ว่าลูกน้องทำงานพลาดด้วยความโมโห จึงตัดสินใจจ่ายเงินปิดปากไป เพราะกลัวจะมีหลักฐานโยงใยมาถึงตัวเพราะเริ่มรู้สึกว่าพักหลัง ๆ มานี้ เป็นหนึ่งเริ่มมาเลียบ ๆ เคียง ๆ ถามถึงนิคม แล้วเป็นหนึ่งคงไม่รู้ตัวว่าหล่อนทราบเรื่องที่เขาตามไปเมลดาถึงอยุธยา หล่อนเก็บความหึงหวงและคับแค้นใจไว้เงียบ ๆ จึงสั่งให้นิคมไปจัดการขั้นเด็ดขาดอีกครั้งแต่ก็พลาดอีกตามเคย ยังดีที่พักหลัง ๆ หล่อนเริ่มไม่ค่อยจะใส่ใจกับเป็นหนึ่งมากเท่าเดิม เพราะความสนใจของหล่อนตอนนี้กำลังอยู่ที่ ศุภวัฒน์ นักธุรกิจหนุ่มพ่อม่ายเนื้อหอม ที่แม้เขาจะไม่ได้หล่อเหลา อะไรมากมาย แต่ก็มีเสน่ห์บางอย่างที่ทำให้แพรวดาวไม่อาจจะละสายตาจากผู้ชายคนนี้ได้เลย ละครประทีปรักแห่งใจ เหตุการณ์ที่เกิดกับเมลดาในห้าง ทำให้ปองคุณคิดว่าต้องรีบสืบเรื่องเจ้าหนี้ของเมลดาให้เร็วที่สุด เพื่อนของเขาแนะนำให้ไปแจ้งความไว้ก่อน แต่ปองคุณกลับคิดว่าถ้าย้ายเข้าไปอยู่ในศูนย์ศิลปาชีพแล้วก็น่าจะปลอดภัย ศรุตวิเคราะห์เหตุการณ์นี้มาอย่างมากมาย และมีข้อสงสัยไปถึงแพรวดาวด้วยในเรื่องของการหึงหวง และสิ่งที่ได้รับรู้ อย่างชัดเจนก็คือ ศุภวัฒน์ คือคนคนเดียวกันจริง ๆ ปองคุณจึงตัดสินใจติดต่อกับสิริมนอีกครั้งเป็นหนึ่งพบยุทธชัย ลูกน้องคนสนิทของประยุทธที่บริษัทของตัวเอง ยุทธชัยกลายมาเป็นคนสนิทของ ศุภวัฒน์แทน ทำให้เขารู้สึกว่าคนนี้ อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้บริษัทของประยุทธล้มละลาย เพราะเห็นแก่ผลประโยชน์ที่มากกว่าจึงสามารถหักหลังเจ้านายตัวเองได้ นี่เป็นจุดเริ่มต้นให้เป็นหนึ่งเริ่มสืบหาเรื่องราวอย่างเงียบ ๆ รวมทั้ง เรื่องที่แพรวดาวใช้นิคมทำด้วย แม้เขาค่อนข้างจะแน่ใจว่าเป็นแผนของแพรวดาวที่ส่งคนไปข่มขู่เมลดา แต่ก็ไม่มีหลักฐานจะจัดการกับหล่อนได้ แล้วเรื่องที่สำคัญคือถ้าเขาแตกหักกับแพรวดาวเรื่องนี้ จะกระทบไปถึงธุรกิจของสองครอบครัวต้องแตกหักลง ซึ่งพ่อของเขาคงไม่ยินยอมให้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน เมลดากับมัลลิกาย้ายตัวเองจากบ้านปองคุณไปเข้าหอพักในศูนย์ศิลปาชีพ ระหว่างทางที่ปองคุณไปส่งสองแม่ลูก เขาก็มีเรื่องต้องถกเถียงกับเมลดา และแสดงความไม่พอใจเมื่อญิงสาวพูดถึงเป็นหนึ่ง มัลลิกาซึ่งนั่งอยู่เริ่มสงสัยและบอกกับเมลดาตรง ๆ ว่าเธอสงสัยว่าปองคุณจะมีใจให้กับลูกสาวของเธอ เมื่อเจอกับสภาพหอพักที่อยู่ร่วมกับ คนอื่นอีกนับสิบ เมลดาก็แทบจะถอดใจ แต่เมื่อเจอว่ามัลลิกาโอดครวญอย่างหนักหล่อนจึงต้องทำใจให้เข้มแข็ง และคิดว่าต้องยอมรับสภาพนี้ให้ได้ และยังต้องเตือนให้มารดาแสดงสีหน้าให้ดี เพราะกลัวคนอื่นจะเข้าใจผิดแล้วสิ่งที่ทำให้หล่อนดีใจจนลืมนึกเรื่องอื่นไปเลย ก็คือหล่อนได้พบกับหญิงสาวร่างอวบที่เคยช่วยเหลือหล่อนในวันที่ถูกจี้ การเริ่มเรียนวันแรก เมลดารับรู้ว่าแผนกที่เธอเลือกเรียนการสอดย่านลิเภานั้นด้วยอาการใจฝ่อนิด ๆ ว่าหล่อน จะไปรอดไหม เพราะแผนกนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นการฝึกอาชีพที่ยากที่สุด มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะเรียนงานสอดย่านลิเภาได้สำเร็จ และการจะเริ่มเรียนได้ก็ต้องมีการทดสอบก่อน ที่น่าแปลกใจที่สุดคือปองคุณมาช่วยสอนในแผนกนี้ด้วย แค่เริ่มต้นเขาก็เชือดหล่อนเสียไม่มีชิ้นดีแล้วสิริมน และปองคุณ ไปปรากฎตัวในงานเลี้ยงเปิดตัวหุ้นส่วนระหว่างชัยพงศ์ วินัย พ่อของแพรวดาว และศุภวัฒน์ โดยไม่ได้รับเชิญ แพรวดาวออกอาการเป็นเดือดเป็นร้อนแทนศุภวัฒน์ จนเป็นหนึ่งเริ่มสงสัยในความสัมพันธ์ ของคนทั้งคู่ ในขณะที่ศุภวัฒน์นั้นเริ่มรับรู้ว่าสิริมนกำลังจะมาเอาคืน เพราะเมื่อตอนที่เขาเป็นแต่งงานกับสิริมนนั้น ได้ถ่ายโอนหุ้นในกิจการห้างสรรพสินค้าของครอบครัวหล่อนไปให้เจษฎา กว่าครอบครัวหล่อนจะรู้ตัวห้างนั้นก็หลุดมือไปแล้ว ยังดีว่าหล่อนยังมีกิจการทางด้านอื่นรองรับอยู่ จึงยังคงอยู่ได้โดยไม่ล้มละลายไปเหมือนกับประยุทธ เพราะปองคุณหายหน้าไป ทำให้เมลดาไม่มีสมาธิพอที่เรียนรู้จนหล่อนแทบจะถอดใจ แต่ได้ครูอย่างผลที่มากล่าวเตือนสติ และบอกว่าแท้จริงแล้วปองคุณเป็นห่วงหล่อนมาก ถึงขนาดฝากฝังให้ช่วยดูแลอย่างดี ในระหว่างที่เขาไปทำธุระที่อื่น เมลดาหวั่นไหวจนเริ่มจะรู้ใจตัวเองว่าคงจะรักปองคุณเข้าให้ แต่ก็ไม่อยากจะคาดหวังมาก เพราะกลัวจะผิดหวัง และจะไม่ยอมเปิดเผยความในใจก่อน แม้คนรอบตัวจะบอกว่าปองคุณเองก็คงจะมีใจให้หล่อนเช่นกัน แล้วเมื่อได้รับฟังคำบอกเล่าจากผลและผู้ร่วมเรียนคนอื่น ๆ ช่วยกันให้กำลังใจก็ทำให้เมลดามีใจที่หึกเหิมขึ้นอีกครั้ง พร้อมจิตใจที่หวั่นไหว และอบอุ่นขึ้นในคราเดียวกัน ต่อให้ปองคุณจะปากร้าย แต่เขาก็เป็นคนที่คอยให้กำลังใจหล่อนเสมอมา และที่น่าแปลกคือก็คือเขาเข้ามานั่งในหัวใจของหล่อนโดยไม่รู้ตัวเป็นหนึ่งเริ่มระแคะระคายว่า ศุภวัฒน์ อาจจะคิดไม่ซื่อ เมื่อบิดาเริ่มขยายการลงทุนอย่างรวดเร็ว เขาจึงหาทางที่จะพูดคุยกับยุทธชัยโดยไม่ให้ใครรู้ระหว่างนี้เขาเลยลองโทรไปหาเมลดาตามเบอร์ที่หล่อนให้ไว้ แทนที่จะเป็นป้ามาลัยรับ กลับเป็นต้องใจมารับแทนและพูดจาไม่ดีจนเป็นหนึ่งนึกโมโห แต่เขาต้องการจะติดต่อกับเมลดาให้ได้ จึงขอให้ต้องใจมาพบเขาที่กรุงเทพฯ เมลดาผ่านบททดสอบแล้วจึงเริ่มฝึกการสานย่านลิเภา หล่อนเริ่มทำตลับทรงรีขนาดเล็กจนสำเร็จ และมีความรู้สึกภาคภูมิใจที่ตอนนี้ใครจะว่าหล่อนไร้ค่ายิ่งกว่าหุ่นไล่กาไม่ได้อีกแล้ว ปองคุณโผล่เข้ามาเงียบ ๆ และยังใช้คำพูดแรง ๆ ให้หญิงสาวน้อยใจอีกเช่นเคย แต่เพื่อน ๆ ร่วมชั้นเรียนของหล่อนต่างพากันล้อเลียน ที่เห็นปองคุณมาถกเถียงแง่งอนกัน เพราะรู้ถึงความในใจของสองหนุ่มสาว ผลจึงอนุญาตให้เลิกเรียนก่อนเวลาได้ปองคุณบอกกับเมลดาว่าบิดาของหล่อนไม่ได้หนี้ใคร แต่ที่ถูกข่มขู่น่าจะเกิดจากแพรวดาวที่ต้องการให้หล่อนไปให้ไกลจากเป็นหนึ่งเพราะความหึงหวง หล่อนจึงคิดว่าถ้าอยู่ที่นี่ต่อไปเรื่องราวคงจะเงียบ ๆ ไปเอง และปองคุณยังบอกเพิ่มเติมอีกถึงเรื่องว่า ศุภวัฒน์อาจจะมีส่วนในเบื้องหลัง ที่บิดาต้องล้มละลายจึงร่วมมือกับสิริมนที่โดนศุภวัฒน์ โกงเหมือนกันสืบเรื่องนี้ เมลดาจึงเข้าใจผิดไปอีกว่าทั้งหมดที่ปองคุณกำลังทำนั้น ทำเพื่อคนรักเก่าอย่างสิริมนมากกว่าที่จะคิดช่วยเหลือหล่อนจริงๆ ทางด้านต้องใจไปพบกับเป็นหนึ่งตามนัดที่ห้างสรรพสินค้า หล่อนแต่งตัวแบบที่คิดว่าดูดีที่สุด แต่กลับกลายเป็นตลกมากในสายตาของชายหนุ่ม หลังจากกินข้าวพูดคุย และฝากโทรศัพท์มาให้เมลดาแล้ว เขาจึงพาหล่อนไปเดินดูเสื้อผ้าที่เหมาะสม และดูดีจริง ๆ ระหว่างนั้นทั้งสองคนก็เห็นแพรวดาวเดินควงมากับศุภวัฒน์ ทำให้ต้องใจไม่ค่อย เข้าใจในความรักของคนในวงสังคมนัก แล้วออกโรงปกป้องเมลดาเมื่อคิดว่าเป็นหนึ่งจะแอบคบหาลับหลังแพรวดาว ในขณะที่ปองคุณกำลังกลัดกลุ้มในท่าทีหมางเมินของเมลดา และกำลังคิดหาวิธีที่จะง้อหล่อน ต้องใจก็โผล่มาที่บ้าน หล่อนบอกว่าเจอกับเป็นหนึ่งที่กรุงเทพฯ และเขาได้ฝากโทรศัพท์มาให้เมลดา แล้วพูดทำนองว่าเมลดาคงจะไม่ทนอยู่ที่นี่ได้นาน ยิ่งมีคนรักเก่ามาให้ความช่วยเหลือแบบนี้สักวันเมลดาก็คงจะกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม ยิ่งทำให้ใจของปองคุณแย่ลงไปมากกว่าเดิมแต่ต้องใจก็พูดสะกิดใจเขาที่ว่าหล่อนพบศุภวัฒน์เดินควงกับแพรวดาว เขาเริ่มมั่นใจว่าศุภวัฒน์ต้องอยู่เบื้องหลังเรื่องการล้มละลายของประยุทธ และการโอนย้ายหุ้นของสิริมนแน่นอน ต้องใจนำโทรศัพท์มาให้เมลดาที่ศูนย์ศิลปาชีพแต่เมลดาไม่ยอมรับกลับจะยกให้หล่อนแทน ละครประทีปรักแห่งใจ เป็นหนึ่งนัดพบยุทธชัยที่โรงแรมแห่งหนึ่งเพื่อสอบถามเรื่องราวต่าง ๆ ที่เขาสืบมาได้ เมื่อยุทธชัยรับรู้ว่าเป็นหนึ่งรู้เรื่องบางอย่างมาแล้ว เขาจึงบอกเล่าเหตุผลที่เขาเข้ามาเป็นที่ปรึกษาให้ศุภวัฒน์นั้น เพื่อต้องการจะทวงคืนความยุติธรรมให้กับประยุทธ เจ้านายเก่าที่เขารัก และเคารพมาก โดยการยอมเป็นคนเห็นแก่เงินในสายตาคนอื่นแล้วแฝงตัวเข้ามารวบรวมหลักฐานเพื่อจะเอาผิดศุภวัฒน์ แล้วในความจริงอีกอย่างที่ทำให้เป็นหนึ่งแทบจะช็อกตายคือบิดาของเขาและของแพรวดาวมีส่วนร่วมในการทำให้ประยุทธต้องล้มละลายด้วยเป็นหนึ่งตัดสินใจที่จะพูดคุยกับแพรวดาวก่อนที่จะคุยกับบิดา เขาพยายามจะหาทางออกร่วมกันระหว่างหล่อนกับเขา แต่ดูเหมือนแพรวดาวจะมั่นใจในตัวศุภวัฒน์ จนบอกกับเป็นหนึ่งว่างานแต่งงานจะไม่มีวันล้ม จะต้องแต่งเพื่อรักษาหน้าตาและผลประโยชน์ทางธุรกิจไว้แล้วหลังจากก็ต่างคนต่างใช้ชีวิตที่ตัวเองพอใจ โดยจะยอมให้เป็นหนึ่งมีผู้หญิงคนอื่นได้แต่ต้องยกเว้นเมลดา ส่วนตัวหล่อนนั้นก็จะไม่เลิกกับศุภวัฒน์แล้วยังขู่อีกด้วยว่าหล่อนจะต้องจัดการกับเมลดาขั้นเด็ดขาดเพื่อไม่ให้เขาได้มีโอกาสพบกับเมลดาอีก เขาจึงโทรไปหาต้องใจเพราะติดต่อเมลดาไม่ได้ พร้อมกับกับเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังด้วยแล้วบอกต้องใจรีบไปบอกเมลดาให้ระวังตัว แต่พอต้องใจมาถึงที่ศูนย์ศิลปาชีพ กลับพบว่าปองคุณกับเมลดากำลังสารภาพรักกันทำให้ความตั้งใจที่จะมาเตือนเรื่องแพรวดาวจะส่งนักเลงมาข่มขู่ เกิดความคิดชั่ววูบขึ้นมาว่าถ้าไม่บอกเรื่องนี้ให้เมลดารู้ แล้วปล่อยให้เมลดาถูกขู่เพื่อให้หนีไปอยู่ที่อื่นบางทีต้องใจอาจมีโอกาสแย่งปองคุณกลับคืนมาก็ได้แพรวดาวไปออกงานสังคมกับศุภวัฒน์ แล้วก็ไปจบกันที่คอนโดแล้วรับปากกับหล่อนว่าจะส่งคนไปจัดการกับเมลดาให้ตามที่หล่อนร้องขอ แล้วศุภวัฒน์ชักชวนให้แพรวดาวยกเลิกงานแต่งงานกับเป็นหนึ่งแล้วให้พ่อของเธอถอนหุ้นออกจากบริษัทของเป็นหนึ่ง แพรวดาวเกิดความรู้สึกผิดถ้าจะต้องทำอย่างนั้นก็เท่ากับเธอเป็นคนทำลาย ครอบครัวของเป็นหนึ่งให้ล่มจม แต่ศุภวัฒน์ก็พยายามเกลี้ยกล่อมจนแพรวดาวเริ่มคล้อยตาม เพราะสงสัยว่าเป็นหนึ่งเองก็กำลังสืบเรื่องของเธออยู่เหมือนกันทำให้เธอต้องตัดสินใจเพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ทางด้านเป็นหนึ่งก็พยายามจะพูดคุยกับบิดาของเขา และบอกว่าศุภวัฒน์กับวินัยกำลังจะคิดหักหลังเขาอยู่ เมื่อความโกรธมาครอบงำ และเขาก็ยังไม่ปักใจเชื่อว่าจะเป็นเช่นนั้นได้ เมื่อยุทธชัยถูกลอบยิง สิริมนจึงวางแผนปล่อยข่าวว่าเขามีอาการโคม่าใกล้ตาย แล้วเริ่มดำเนินตามแผนที่จะจับ ศุภวัฒน์ให้ได้โดยเรียกเป็นหนึ่งมาร่วมรับรู้ด้วยว่าศุภวัฒน์ และวินัยมีแผนจะโดยความผิดเกี่ยวกับของการทำลายบริษัทของประยุทธ ให้เป็นความผิดของชัยพงศ์คนเดียว ด้วยการสร้างหลักฐานปลอมขึ้นมาในวันที่วินัยจะมา ขอถอนหุ้นแล้วเธอจะนำเอาหลักฐานจริงมาตลบหลังสองคนนั้นทีหลัง เป็นหนึ่งรับรู้ด้วยความรู้สึกผิดต่อเมลดา เขาได้แต่หวังว่าหล่อนคงจะยอมให้อภัยกับครอบครัวของเขา ในขณะที่เรื่องราวทางด้านธุรกิจกำลังขับเคี่ยวกัน ทางด้านเมลดาก็กำลังมีความสุขกับงานที่ทำได้สำเร็จเป็นชิ้นแรกและผลงานนั้นผ่านการทดสอบด้วย หล่อนดีใจจนเผลอกระโดดกอดปองคุณต่อหน้าทุกคน ซึ่งช่วงนี้เมลดา และมัลลิกาต่างปรับตัวเข้ากับสังคมใหม่ได้อย่างมีความสุข และรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่ามากขึ้น และความรักของเมลดา ก็กำลังเติบโตเบ่งบานสุขสมหวังอีกด้วย ปองคุณให้รางวัลเมลดาด้วยการพาออกไปกินข้าวข้างนอกศูนย์ศิลปาชีพ โดยบอกกับมัลลิกาว่าขอไปกันเพียงลำพัง แม้มัลลิกาจะออกอาการงอน ๆ บ้างแต่ก็ยอมแต่โดยดี เมื่อถึงที่ร้านแล้วปองคุณก็เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ เมลดาโกรธเป็นหนึ่งจนคิดว่าจะไม่ยอมรับความช่วยเหลือใด ๆ แต่ปองคุณกลับช่วยแก้ต่างแทน เป็นหนึ่งจนหล่อนน้อยใจ และเดินหนีออกจากร้านโดยที่ยังไม่ได้กินอะไรเลย แต่ออกมาได้ไม่ไกลมากนัก หล่อนก็เจอชายร่างสูงใหญ่เข้ามาทำร้าย และพูดข่มขู่ให้รีบย้ายหนีไปอยู่ที่อื่น และไม่ให้ติดต่อกับคนทางกรุงเทพฯอีก กว่าปองคุณจะวิ่งตามมาช่วยทัน เมลดาก็โดนชกที่ท้องจนลงไปนอนกองอยู่กับพื้นแล้ว ปองคุณพาเมลดาไปแจ้งความ และบอกว่าหล่อนไม่ต้องหนีไปไหน เขาจะเป็นคนจัดการเรื่องนี้เอง พร้อมทั้งบอกเล่าถึงแผนการที่สิริมนได้วางไว้เพื่อจัดการกับศุภวัฒน์ แม้เมลดาจะแย้งด้วยความไม่มั่นใจแต่ปองคุณก็ยืนยันว่าทุกอย่างจะต้องเรียบร้อยแน่นอน เมลดากลับมาปรึกษากับมัลลิกาว่าจะทำอย่างไรกับชีวิต ในเมื่อตอนนี้หล่อนมีความผูกพันกับที่นี่ และเริ่มสนุกกับการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ไม่อยากกลับไปเป็นคุณหนูไฮโซอีก แต่ด้วยความน้อยใจปองคุณที่เหมือนจะขับไล่ไสส่งให้เธอกลับไป มัลลิกาจึงให้คำปรึกษาว่าให้กลับไปจัดการเรื่องทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนแล้วค่อยตัดสินใจว่าจะเลือกอยู่ทางไหน ศุภวัฒน์กับวินัยมาประกาศถอนหุ้นในที่ประชุม และโยนความผิดทุกอย่างให้กับชัยพงศ์ โดยมีหลักฐานที่ทำปลอมขึ้นแถลงกับนักข่าวด้วย เมื่อข่าวแพร่ออกไป สิริมนจึงพายุทธชัย พยานปากสำคัญไปให้การที่โรงพัก ศุภวัฒน์พยายามดิ้นเพื่อจะเอาตัวรอดเต็มที่ แต่ก็ไม่สามารถจะหลุดพ้นจากหลักฐานที่มีมามัดตัวเองได้ ทั้งหมดถูกจับกุมโดย ไม่มีการให้ประกัน ทางด้านมาลัยที่ได้รับข่าวว่าเมลดาถูกทำร้าย จึงบอกกับต้องใจทำให้หล่อนรู้สึกผิดมาก และสารภาพกับมารดาว่าตัวเองผิดที่ไม่ยอมบอกเมลดาทั้ง ๆ ที่รู้ล่วงหน้าแล้วว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น มาลัยปลอบโยน และให้ข้อคิดจนต้องใจรู้สึกโล่งใจที่ได้คุยกับมารดา หล่อนพร้อมจะขอโทษเมลดากับมัลลิกาเพื่อจะเริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่เพื่อสร้างความรักและความเข้าใจอันดีให้แก่กัน เป็นหนึ่งเคลียร์เรื่องราวทางกรุงเทพฯ เสร็จแล้วจึงมารับเมลดากับมัลลิกาที่ศูนย์ศิลปาชีพ ทั้งสองคนแม้จะมีความอาลัยอาวรณ์กับสถานที่นี้ แต่ก็จำเป็นที่จะต้องกลับไปกรุงเทพฯ เพื่อจะฟื้นฟูกิจการของประยุทธขึ้นมาใหม่ เพราะเป็นหนึ่งยินดีจะรับผิดชอบสิ่งที่บิดาของเขาได้กระทำกับครอบครัวของเมลดาด้วยการคืนเงินสองร้อยล้าน พร้อมซื้อบ้านคืนจากแบงก์ให้หญิงสาวด้วย เมลดาแวะไปลาผลที่โรงฝึก ผลจึงมอบกระเป๋าย่านลิเภาให้เมลดาเป็นที่ระลึก ก่อนจะเข้ากรุงเทพฯ เมลดาขอแวะที่บ้านป้ามาลัยเพื่อไปล่ำลากันก่อน และต้องใจก็ถือโอกาสกราบโทษมัลลิกา และขอโทษเมลดาด้วยที่ตนเคยทำเรื่องไม่ดีไว้กับทั้งสองคนอย่างมาก บรรยากาศเต็มไปด้วยความเข้าอกเข้าใจกัน มีความรักความอบอุ่นอบอวลของครอบครัว ที่พร้อมจะช่วยเหลือประคับประคองชีวิตในยามทุกข์ และสุขร่วมกันตลอดไป ละครประทีปรักแห่งใจ ขณะที่เมลดากลับกรุงเทพฯไปแล้ว ปองคุณกลับไม่แน่ใจว่าตัวเองทำถูกหรือไม่ เพราะรู้ว่าเมลดามีนิสัยที่มุ่งมั่น หากหล่อนกลับไปเป็นนักธุรกิจเต็มตัวเพื่อจะสานฝันของบิดาต่อไปแล้วเขาจะทำอย่างไรกับความรักครั้งนี้ แต่เขาก็ได้รับกำลังจากต้องใจ และมารดาให้เขาลุกขึ้นต่อสู้กล้าที่จะเผชิญหน้ากับความรัก โดยไม่ยึดติดกับความผิดหวังที่เคยมีมาในอดีตอีก เมลดา และมัลลิกากลับมาใช้ชีวิตในบ้านหลังเดิม แต่ความรู้สึกกลับไม่เหมือนเดิม หญิงสาวยังตื่นมาทำอาหารเช้า ทั้งที่เป็นหนึ่งก็ได้จัดคนงานมาคอยรับใช้ไว้ให้อย่างเพียบพร้อมแล้วแม้จะมีความสุขสบายเหมือนเดิม แต่ก็ยังคิดถึงความเป็นอยู่ที่ศูนย์ศิลปาชีพ เมลดาไปออกงานทอล์กโชว์โดยถือกระเป๋าย่านลิเภาที่ผลให้มาเพื่อเป็นประชาสัมพันธ์ให้คนไทยหันมาสนใจงานย่านลิเภากันมากขึ้น ซึ่งได้รับผลตอบรับดีจนเมลดามีความคิดที่จะทำธุรกิจที่ส่งเสริมงานฝีมือคนไทย โดยจะยุติธุรกิจเดิมของบิดาที่ทำเกี่ยวกับเครื่องหนัง ซึ่งจะเป็นผลดีกับบริษัทของเป็นหนึ่งที่อาจจะมีโอกาสฟื้นตัวได้อีกครั้ง หล่อนจึงไปหายุทธชัย และยกหุ้นของกิจการให้ห้าสิบเปอร์เซ็นต์ ในขณะที่หล่อนวางแผนชีวิตแล้วว่าจะขายคฤหาสน์หลังงาม แล้วไปซื้อบ้านหลังเล็ก ๆ อยู่ที่อยุธยา ในขณะที่เมลดาจัดการเรื่องธุรกิจในกรุงเทพฯให้เรียบร้อย เพื่อจะรีบไปตามหาหัวใจของตัวเองนั้น ก็เกิดอุปสรรคในชีวิตรักขึ้นมาอีก เมื่อวันที่หล่อนกับเป็นหนึ่งกอดเพื่อล่ำลากันอยู่นั้น ปองคุณที่พร้อมจะกล้าเผชิญหน้ากับความรัก ก็ดันมาเห็นและไม่ถามไถ่ใด ๆ หนีกลับอยุธยาไปเลย ทำให้เมลดาต้องหันมาวางแผนง้องอนปองคุณ โดยได้รับความช่วยเหลือจากต้องใจ และทุกคนที่ศูนย์ศิลปาชีพ แผนการง้องอนเกิดขึ้นในงานฉลองเลื่อนตำแหน่งของวิชัย ที่จัดขึ้นในศูนย์ศิลปาชีพ เลยกลายเป็นว่างานเลื่อนตำแหน่งถูกแย่งซีนเป็นงานง้องอนเปิดเผยความรัก และขอแต่งงานกันของหนุ่มสาวสองคน ได้มาปรับความเข้าใจกัน ท่ามกลางบรรยากาศของความรักแบบเพื่อน แบบครอบครัว แบบครูและศิษย์ ความเป็นพี่เป็นน้อง และมีคู่รัก ที่ทำให้ยิ่งอบอวลไปด้วยรัก และความอบอุ่นยิ่งขึ้น ติดตามชมละคร ประทีปรักแห่งใจ ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 19.05-19.50 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครประทีปรักแห่งใจ เริ่มตอนแรกวันอังคารที่ 16 สิงหาคม 2559 นักแสดงนำ ละครประทีปรักแห่งใจ ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์ รับบท ปองคุณปรียากานต์ ใจกันทะ รับบท เมลดาน้ำหนึ่ง สุทธิเดชานัย รับบท ต้องใจวิธวัฒน์ สิงห์ลำพอง รับบท เป็นหนึ่งธีรตี บุตรดีหงส์ รับบท แพรวดาวจินตหรา สุขพัฒน์ รับบท มัลลิกาสมมาตร ไพรหิรัญ รับบท ประยุทธเวนย์ ฟอลโคเนอร์ รับบท ชัยพงศ์นฤมล พงษ์สุภาพ รับบท หนึ่งฤทัยขวัญฤดี กลมกล่อม รับบท ใจใสอนันต์ บุญนาค รับบท เอกชัยปวีณา ชารีฟสกุล รับบท มาลัย

ผลบอลไทย : ปงโกลล์ไหน!ฉลามชลคืนฟอร์มโหดไล่ยำนกใหญ่แหลก
ชลบุรี เอฟซี /  ชัยนาท ฮอร์นบิล / 

โหดจัดฉลามชลดุเปิดรังถล่ม นกใหญ่พิฆาต สกอร์มโหฬาร ซิว 3 เเต้มในบ้านศึกโตโยต้า ไทยลีกเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา  ผลบอล โตโยต้าไทยลีก 2016 วันเสาร์ที่ 9 มิถุนายน 2559 ชลบุรี เอฟซี 5-1 ชัยนาท ฮอร์นบิล ผู้ทำประตู:1-0 ปกเกล้า อนันต์ น.6,1-1 โช ชิโมจิ น.30(จุดโทษ),2-1 เลอันโดร อัสซัมเซา น.42,3-1 ปกเกล้า อนันต์ น.56,4-1 เลอันโดร อัสซัมเซา น. 64,5-1 ปริ๊นส์ อัมปองซ่า น.76, 5-2 ฟลอรองต์ ซินามา ปงโกลล์ น.78, 6-2 โรดริโก้ เวอร์จิลิโอ้ น.89, 7-2 โรดริโก้ น.90 เวลา: 18.00 น. ถ่ายทอดสด: ทรูสปอร์ต เอชดี 3 ศึกโตโยต้า ไทยลีก 2016 ที่สนาม ชลบุรี สเตเดี้ยม “ฉามชล”​ชลบุรี เอฟซี เจ้าบ้าน ที่เพิ่งกระเด็นตกรอบ ฟุตบอลถ้วยโตโยต้า ลีกคัพ ส่ง นัสตพล มาลาพันธ์ นักเตะที่ยืมตัวจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ลงประเดิมสนาม ส่วนชัยนาท ที่ได้ ฟลอรองต์ ซินามา ปงโกลล์ อดีตกองหน้าจากลิเวอร์พูลมายังมีชื่อเป็นตัวสำรองเท่านั้น เริ่มเกมแค่ 6 นาที เจ้าบ้าน ชลบุรี เอฟซี ได้ประตูออกนำไปอย่างรวดเร็ว เมื่อ โรดริโก้ เวอร์จิลิโอ้ พักบอลในแดนหน้าแล้วจ่ายบอลต่อให้ ปกเกล้า อนันต์ ทะลุขึ้นมา คล้องบอลแล้วลากไปยิงลอดขา พิศาล ดอกไม้แก้ว เข้าประตูไปให้ เจ้าบ้านขึ้นนำ นาที 30 เจ้าบ้าน ชลบุรี เอฟซี เสียจุดโทษ จากจังหวะที่ ปกเกล้า อนันต์ คนทำประตู จับบอลไม่ดีและไปเกี่ยว ธานัท จันทะยา ล้มลง นที ชูสุวรรณ เป่าให้เป็นจุดโทษทันที และ โช ชิโมจิ สังหารเข้าไปให้ ชัยนาท ตามตีเสมอ 1-1 นาที 33 ชลบุรี เอฟซี ที่พลาดท่าโดนตามตีเสมอเปิดเกมบุกใส่ทันที และลุยขึ้นมาตรงกลาง ณรงค์ จันทร์เสวก ยกบอลให้ ปกเกล้า ควบเข้าไปในกรอบเขตโทษ พยายามจะแตะหนี พิศาล ดอกไม้แก้ว บอลมาเข้าทาง นูรูล ศรียานเก็ม ได้ยิงก็ไปติดนายทวารทีมเยือนอีก นาที 42 อดุล หละโสะ เก็บบอลที่ ชัยนาท สกัดออกมาไม่ดีแล้วทำชิ่งกับ นรูล ก่อนเปิดเข้ากลางให้ โรดริโก้ เวอร์จิลิโอ้ ข้ามหลอกให้ คู่หูเลือดแซมบ้าอย่าง เลอันโดร อัสซัมเซา สอดมายิงแสกหน้า พิศาล ให้ ชลบุรี เอฟซี ออกนำอีกครั้งที่สกอร์ 2-1 จบครึ่งแรกด้วยสกอร์ที่ ชลบุรี เอฟซี ออกนำ ชัยนาท 2-1 ครึ่งหลัง ชัยนาท ส่ง ฟลอรองต์ ซินามา ปงโกลล์ ลงเล่นแทน จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์ นาที 46 อดีตกองหน้าลิเวอร์พูล ใช้เวลาเพียงแค่ นาทีเศษๆเท่านั้นในการหาโอกาสจบสกอร์ครั้งแรกให้ตัวเองด้วยการขึ้นโขกในกรอบเขตโทษแต่ ชนินิทร์ แซ่เอียะ ยังพุ่งคว้าไว้ได้ นาที 56 เจ้าบ้านได้ประตูนำห่างเมื่อ นัสตพล มาลาพันธ์ วางบอลจากแดนหลังยาวไปให้ โรดริโก้ เวอร์จิลิโอ้ โขกชงให้ ปกเกล้า แต่พิศาล อ่านทางได้และพยายามออกมาสกัดบอล แต่อ่านจังหวะผิดโขกไม่โดนทำให้บอลข้ามไปให้ ปกเกล้าโหม่งโล่งๆเข้าไปให้ ชลบุรีหนี 3-1 นาที 62 ฉลามชลยิ่งเล่นยิ่งมั่นใจ อดุล เก็บบอลได้หน้ากรอบเขตโทษก่อนจ่ายต่อให้ โรดริโก้ เวอร์จิลิโอ้ ซัดด้วยซ้านข้างถนัดแต่บอลชนเสาเด้งมาเข้ามือพิศาล นาที 64 ปกเกล้า อนันต์ เบียดแย่งบอลกับ ไพโรจน์ โสคำ ก่อนที่จะล้มลงไปทั้งคู่แต่ ปกเกล้าลุกขึ้นมาไวกว่าและตอกส้นให้ เลอันโดร อัสซัมเซา หลุดเข้าไปแบบเน้นๆบอลลอดตัว พิศาล เข้าไปให้ชลบุรี หนีห่างชัยนาท 4-1 นาที 76 ปกเกล้า อนันต์ ใช้ความเร็ว กระชากบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษแล้วจิ้มบอลผ่าน พิศาล บอลไปติดกองหลังที่เคลียร์กันไม่ขาดสุดท้ายเป็น ปริ๊นส์ อัมปองซ่า ที่ตามซ้ำเข้าไปเป็นประตูแรกในสีเสื้อชลบุรี จากการลงสนามนัดแรกช่วยให้ ชลบุรี เอฟซี หนีห่าง 5-1 นาที 78 ชัยนาท ได้ประตูตีตื้นขึ้นมาเมื่อ เดฟดี้ เรส ได้โอกาสพลิกบอลในกรอบเขตโทษทางซ้ายแล้วเปิดยัดเข้ามาตรงกลาง แล้วเป็น ซินามา ปงโกลล์ เข้าชารจ์จ่อๆ ไม่เหลือเป็นประตูแรกในการค้าแข้งในไทยให้ ชัยนาท ฮอร์นบิล ไล่ชลบุรี เอฟซีมาเป็น 5-2 นาที 89 อดุล หละโสะ ยกบอลให้ โรดริโก้ เวอร์จิลิโอ้ ได้บอลก่อนดึงจังหวะเข้าซ้ายแล้วซัดเต็มข้อ บอลพุ่งเสาแบบหมดจดให้ ชลบุรี นำห่าง 6-2 ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ชลบุรี เอฟซี ได้ประตูปิดท้าย จากความแข็งแกร่งของ โรดริโก้ เวอร์จิลิโอ้ ที่ลากบอลแหวกผู้เล่นชัยนาท ก่อนซัดเต็มข้อบอลมุดเข้าเสาแรก เป็นประตูตอกย้ำชัยให้ ชลบุรี เอฟซี นำห่าง 7-2 จบเกม ชลบุรี เอฟซี คืนฟอร์มเก่ง เปิดรังถล่มเอาชนะ ชัยนาท ฮอร์นบิล ไปขาดลอย 7-2 ชลบุรี เอฟซี : ชนินทร์ แซ่เอียะ (GK)- นพนนท์ คชพลายุกต์, นัสตพล มาลาพันธ์,แอนเดอร์สัน ดอส ซานโต๊ส,อลงกรณ์ ประทุมวงศ์-อดุล หละโสะ, ณรงค์ จันทร์เสวก, ปกเกล้า อนันต์(สิทธิโชค ภาโส น.76)-เลอันโดร อัสซัมเซา(ปรินซ์ อัมปองซ่า น.71), นูรูล ศรียานเก็ม(ภานุพงศ์ พลซา น.61), โรดริโก้ เวอร์จิลิโอ้ ชัยนาท ฮอร์นบิล เอฟซี: พิศาล ดอกไม้แก้ว(GK)-ยอดรัก นาเมืองรักษ์,จีระ เจริญสุข,ไพโรจน์ โสคำ,สรศักดิ์ แก้วอินตา-คาซูโตะ คูชิดะ,อนุวัฒน์ น้อยชื่นพันธ์,ฉัตรชัย คุ้มพญา( เดฟดี้ เรส น.63),ธานัท จันทะยา(ลักษณะ คำรื่น น.69),จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์(ฟลอรองต์ ซินามา ปงโกลล์ น.46)-โช จิโมจิ

Songs For Mom 12 เพลงวันแม่
กาสะลอง /  ค่าน้ำนม / 

รวม เพลงวันแม่ ไปฟังเพลงเกี่ยวกับแม่กัน 12 สิงหาคม วันแม่แห่งชาติ วันสำคัญ วันหนึ่งของคนไทย นอกจากเป็นวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถแล้ว วันแม่ ยังเป็นวันที่ให้ลูกๆทุกคนได้ระลึกถึงพระคุณของแม่ที่ให้กำเนิดและเลี้ยงดูเรามาจนเติบใหญ่ ดนตรีก็ถือว่าเป็นสื่อที่ใช้บอกกล่าวเล่าเรื่องต่างๆได้ดี ดังนั้นในวันสำคัญเช่นนี้ การสื่อสารบอกให้รู้ถึงเรื่องราวที่เกี่ยวกับแม่ผ่านท่วงทำนองบทเพลงจึงเป็นสิ่งที่ช่วยให้การบอกเล่ามัน เต็มตื้น อิ่มอก ได้ไม่ยาก ซึ่งเราก็ได้รวบรวมเพลงเด่นๆ ในวงการเพลงที่เกี่ยวกับวันแม่มาให้ได้ฟังกัน ลองไปดูว่าจะมีเพลงไหนที่ประทับใจคุณบ้าง 1. เพลง ค่าน้ำนม เพลงนี้ใครๆก็ต้องรู้จักเพราะว่าเป็นเพลงที่ ได้ยินกันอยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะตอนเด็กๆที่คุณครูมักจะสอนให้ร้องเพลงนี้ตอนใกล้ๆวันแม่ เพื่อร้องให้คุณแม่ฟัง โดยเพลงนี้แต่งโดย ไพบูลย์ บุตรขัน เมื่อ พ.ศ. 2492  แม้ว่าตัวเพลงจะดูเก่าทั้งทำนองและเนื้อหา แต่ก็เป็นความเก่าที่อยู่เป็นอมตะ เนื้อหานั้นสื่อสารได้ชัดถึง ค่าของน้ำนมที่หล่อเลี้ยงให้เราเติบโตขึ้นมา โดยประโยคเด็ดของเพลงนี้คือ "โอ้ว่าแม่จ๋า ลูกคิดถึงค่าน้ำนม เลือดในอกผสม กลั่นเป็นน้ำนมให้ลูกดื่มกิน" นั่นหมายความว่าทุกๆหยาดหยดขอน้ำนมแม่นั้น คือเลือดของแม่ที่หล่อเลี้ยงลูกให้เติบโต หยิบเวอร์ชั่น น้อง ออย กุลจิรา แชมป์ The Voice Kids ซีซั่นแรก มาให้ลองฟัง แม่นี้มีบุญคุณอันใหญ่หลวง ที่เฝ้าหวงห่วงลูกแต่หลังเมื่อยังนอนเปล แม่เราเฝ้าโอ้ละเห่ กล่อมลูกน้อยนอนเปลไม่ห่างหันเหไปจนไกล เมื่อเล็กจนโตโอ้แม่ถนอม แม่ผ่ายผอมย่อมเกิดจากรักลูกปักดวงใจ เติบ โตโอ้เล็กจนใหญ่ นี่แหละหนาอะไร มิใช่ใดหนาเพราะค่าน้ำนม ควร คิดพินิจให้ดี ค่าน้ำนมแม่นี้ จะมีอะไรเหมาะสม โอ้ว่าแม่จ๋า ลูกคิดถึงค่าน้ำนม เลือดในอกผสม กลั่นเป็นน้ำนม ให้ลูกดื่มกิน ค่าน้ำนมควรชวนให้ลูกฝัง แต่เมื่อหลังเปรียบดังผืนฟ้าหนักกว่าแผ่นดิน บวช เรียนพากเพียรจนสิ้น หยดหนึ่งน้ำนมกิน ทดแทนไม่สิ้น พระคุณแม่เอย 2.เพลง อิ่มอุ่น เพลงนี้ถือว่าเป็นอีกเพลงที่นิยมนำมาเปิดในวันแม่  ศุ บุญเลี้ยง แต่งเพลง "อิ่มอุ่น" ตามคำขอของ อาจารย์หัวหน้าพยาบาลโรงพยาบาลศิริราช เมื่อปี พ.ศ.2534 โดยหัวหน้าของพี่สาวของศุ ซึ่งเป็นพยาบาลได้ทำโครงการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ แล้วต้องการให้เขาแต่งเพลงนี้ขึ้น เพราะเห็นว่า ในการให้นมลูก แม่ต้องตระกองกอดแล้วช้อนตัวลูกขึ้นมาจึงไม่ได้ทำให้ "อิ่ม" อย่างเดียว แต่ว่า "อุ่น" ด้วย อุ่นใดๆ โลกนี้มิมีเทียบเทียม อุ่นอกอ้อมแขนอ้อมกอดแม่ตระกอง รักเจ้าจึงปลูก รักลูกแม่ย่อมห่วงใย ไม่อยากจากไปไกล แม้เพียงครึ่งวัน ให้กายเราใกล้กัน ให้ดวงตาใกล้ตา ให้ดวงใจเราสองเชื่อมโยงผูกพัน อิ่มใดๆ โลกนี้มิมีเทียบเทียม อิ่มอกอิ่มใจ อิ่มรักลูกหลับนอน น้ำนมจากอก อาหารของความอาทร แม่พร่ำเตือนพร่ำสอน สอนสั่ง ให้เจ้าเป็นเด็กดี ให้เจ้ามีพลัง ให้เจ้าเป็นความหวังของแม่ต่อไป ใช่เพียงอิ่มท้อง ที่ลูกร่ำร้องเพราะต้องการไออุ่น อุ่นไอรัก อุ่นละมุน ขอน้ำนมอุ่นจากอกให้ลูกดื่มกิน 3.เพลง  แม่ เพลงนี้เป็นเพลงนี้ที่ทันสมัยขึ้นมาหน่อย ด้วยการเอาดนตรีแบบร็อคใส่ลงไป เพลงนี้เป็นของ โลโซ  โดยอยู่ในอัลบั้ม Loso Entertainment (พ.ศ. 2541) ขับร้องโดยขวัญใจชาวร็อค เสก เสกสรรค์ ศุขพิมาย โดยเนื้อหาจะบ่งบอกถึงความเหนื่อยล้าและท้อกับการเผชิญหน้าในเมืองกรุง คิดถึงแม่อยากจะกลับบ้านไปซบตักอุ่นๆของแม่ ป่านนี้จะเป็นอย่างไรจากมาไกลแสนนาน คิดถึง คิดถึงบ้านจากมาตั้งนานเมื่อไรจะได้กลับ แม่จ๋า... แม่รู้บ้างไหม ว่าดวงใจดวงนี้เป็นห่วง จากลูกน้อยที่แม่ห่วงหวง อยู่เมืองหลวงศิวิไลซ์ไกลบ้านเรา คิดถึงแม่ขึ้นมาน้ำตามันก็ไหล อยากกลับไปซบลงที่ตรงตักแม่ ในอ้อมกอดรักจริงที่เที่ยงแท้ ในอกแม่สุขเกินใคร อีกไม่นานลูกจะกลับไป หอบดวงใจเจ็บช้ำเกินทน เก็บเรื่องราววุ่นวายสับสน ใจที่วกวนของคนในเมืองกรุง กับบางคนที่ใจไม่แน่นอน ( ซ้ำ ) กับบางคนที่ใจไม่แน่นอน ลืมเรื่องบางคนไปซบลงที่ตรงตักแม่ แถมอีกเวอร์ชั่น จากสองสาว ข้าวโพด จินนี่ สองสาวดูโอเสียงหวานทรงพลัง ค่าย Frontage ที่พิเศษสุดๆจริงๆ ลองฟัง 4. เพลง แด่...แม่ - ก๊อท จักรพันธ์ ครบุรีธีรโชติ แม่มีพระคุณ อุ่นในหัวใจ โลกนี้ไม่มีแล้วใคร เหมือนดังแม่ ความรักใครไหนที่ว่าแน่ ยังไม่เที่ยงแท้ รักของแม่เสมือนทอง แม่มีน้ำใจใหญ่เกินนที เปี่ยมขลัง ด้วยความหวังดี ล้นเต็มห้อง อันทุกข์ภัย ไหนจะมาต้อง ทรวงแม่กั้นผอง ทุกข์ภัยมิให้บีฑา แผ่นดิน ยังมีถึงที่สิ้นสุด มหาสมุทร ยังมีฝั่งกักขังคงคา อันพระคุณแม่ ประดุจดังห้วงเวหา ไม่มีขอบฟ้า เขตสวรรค์ กั้นรักจากแม่ แม่คือพระพรหม อุดมพระคุณ เสมือนร่มโพธิ์ค้ำจุน หนุนนำเผื่อแผ่ คุณของใคร ไหนเกินคุณแม่ บริสุทธิ์เที่ยงแท้ รักแม่ต้องกตัญญู แม่คือพระพรหม อุดมพระคุณ เสมือนร่มโพธิ์ค้ำจุน หนุนนำเผื่อแผ่ คุณของใคร ไหนเกินคุณแม่ บริสุทธิ์เที่ยงแท้ รักแม่ต้องกตัญญู. 5. เพลง  เรียงความเรื่องแม่ เพลงนี้เป็นเพลงที่รวมศิลปิน RS และอยู่ในอัลบั้ม คิดถึงแม่ ตัวเพลงเป็นเพลงที่พูดในมุมมองที่เศร้าอยู่พอสมควร เนื้อหาว่าถึงลูกที่ไม่มีแม่คอยให้กอด ให้คิดถึง ไม่รู้ว่าแม่อยู่ที่ใด ความน่าสนใจของเพลงนี้คือเนื้อหาที่เป็นมุมมองของเด็กที่ไม่มีแม่ และใช้เสียงของเด็กๆจากสถานสงเคราะห์มาร้องจริงๆ หลังจากที่ปล่อยมานานแล้วแต่ว่าเพลงนี้โด่งดังอย่างมากในช่วงนี้ด้วยกระแสของรายการ Thailand's Got Talent ที่มีผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่ง ซึ่งก็คือ คุณ ดาวิด คิม ที่นำเพลงนี้มาร้องในการออดิชั่นโดยการที่เขามาแข่งขันในครั้งนี้ก็เพียงหวังว่าการได้ออกสื่อ จะทำให้เขาได้เจอกับ พ่อ แม่ ที่เขาไม่เคยได้เจอมาเลยตั้งแต่เด็กที่เรื่องราวชีวิตของเขานั้นก็เศร้า คล้ายๆกับเนื้อหาในเพลง เรียงความเรื่องแม่  คุณครูสั่งให้เขียน เรียงความเรื่องแม่ฉัน  บอกให้ส่งให้ทันวันพรุ่งนี้ มันยากจัง ทำไม่ใหว หนูแม่ไม่มี แล้วจะเขียนให้ดียังไง เป็นห่วงก็ไม่รู้ ดูแล ก็ไม่คุ้น กอดแม่อุ่นจริงๆ มันจริงไหม พร้อมหน้ากัน ทานอาหาร เคยมีแค่ฝันไป ไม่มีเพลงกล่อมใดไม่มี ห่มผ้าไม่เคยอุ่นเลย กอดหมอน ไม่เคยอุ่นใจ นอนหลับไปอย่างเดียวดายทุกที ไม่มีอะไรจะเขียนให้ครูได้อ่านพรุ่งนี้ บนหน้ากระดาษก็เลอะน้ำตา ถ้าแม่ฟังอยุ่ไม่ว่าแม่อยุ่ใหนไม่ว่าแม่เป็นใคร ช่วยส่งรักกลับมา ถ้าแม่ไม่อยุ่ คิดถึงหนูหน่อยนะ หนูขอสัญญาว่าหนูจะเป็นเด็กดี เป็นห่วงก็ไม่รู้ ดูแล ก็ไม่คุ้น กอดแม่อุ่นจริงๆ มันจริงไหม พร้อมหน้ากัน ทานอาหาร เคยมีแค่ฝันไป ไม่มีเพลงกล่อมใดไม่มี ห่มผ้าไม่เคยอุ่นเลย กอดหมอน ไม่เคยอุ่นใจ นอนหลับไปอย่างเดียวดายทุกที ไม่มีอะไรจะเขียนให้ครูได้อ่านพรุ่งนี้ บนหน้ากระดาษก็เลอะน้ำตา ถ้าแม่ฟังอยุ่ไม่ว่าแม่อยุ่ใหนไม่ว่าแม่เป็นใคร ช่วยส่งรักกลับมา ถ้าแม่ไม่อยุ่ คิดถึงหนูหน่อยนะ หนูขอสัญญาว่าหนูจะเป็นเด็กดี 6. เพลง Mama เพลงจากอัลบั้มแรกของ 5 สาวเกิร์ลกรุ๊ป Spice Girls ความหมายเพลงดี MV ดูแล้วยิ้ม ประทับใจ ยังไง ลองคลิกไปชมกันเลย 7.เพลง ด้วยรักของแม่ เพลงที่พูดถึงความรักที่ยิ่งใหญ่ของผู้เป็นแม่ที่เป็นกำลังใจและแรงผลักดันให้ลูกก้าวไปถึงฝัน และความมุ่งมั่นของลูปที่จะฝันให้เป็นจริง เพื่อให้แม่ได้ภูมิใจ ผ่าน 10 ศิลปินจาก I Am (ไอ แอม) และ ทรู แฟนเทเซีย ตุ้ย เกียรติกมล / พัดชา / ซานิ / ปอ อรรณพ / คชา นนทนันท์ / หนึ่ง ETC / สงกรานต์ / สีหนุ่ม สมศักดิ์ / นนท์ ธนนท์ / เมย์ ฝนพา 8.เพลง แม่ของคนไทย บทเพลงเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๕ เนื้อร้อง : วิเชียร ตันติพิมลพันธ์ ทำนอง : สราวุธ เลิศปัญญานุช พ่อเป็นดังสายธารกว้างใหญ่ แม่ดั่งพงไพรคอยเกื้อกูลกันมา แผ่นดินนี้มีน้ำและป่า อุดมสมบูรณ์ล้ำค่า ให้พึ่งพิงทำกินมานาน บ้านเรามีพ่อเป็นเสาหลัก ทำงานเหนื่อยนักไม่เคยพักสักวัน ยังมี แม่อยู่เคียงข้างกัน แม่ผู้อยู่เป็นพลังไท้เคยห่างไกล แม่คือแม่ของคนไทย ผู้เป็นแรงแห่งใจ ให้พ่อของแผ่นดิน จะกี่ร้อยเท้าที่ไปเหงื่อพ่อที่หลั่งริน ทั่วทุกถิ่นมีแม่ติดตามไม่หวั่นไหว แม่คือแม่ของคนไทย หัวใจเพื่อแผ่นดิน ด้วยรักและห่วงใย จะเหนื่อยจะล้าหนักหนาแม่พร้อมจะใส่ใจ แม่คอยสร้างสรรค์งานมากมาย เพื่อให้เราก้าวไกล รักของแม่ส่องทางที่สดใส ให้อยู่ร่มเย็นมานาน แม่คือแม่ของคนไทย ผู้เป็นแรงแห่งใจ ให้พ่อของแผ่นกิน จะกี่รอยเท้าที่ไปเหงื่อพ่อที่หลั่งริน ทั่วทุกถิ่นมีแม่ติดตามไม่หวั่นไหว แม่คือแม่ของคนไทย หัวใจเพื่อแผ่นดิน ด้วยรักและห่วงใย จะเหนื่อยจะล้าหนักหนาแม่พร้อมจะใส่ใจ แม่คอยสร้างสรรค์งานมากมาย เพื่อให้เราก้าวไกล รักของพ่อเปรียบดังเสาหลักในใจ รักของแม่เกื้อกูลหนุนอยู่คู่กัน เป็นมิ่งขวัญของชาวไทย 9.เพลง งานของแม่ไม่เคยหมด เพลง งานของแม่ไม่เคยหมด เพลงเทิดพระเกียรติเนื่องในวโรกาสพระราชพิ­ธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๔๗ เนื้อร้องโดย พี่ดี้ นิติพงษ์ ห่อนาค ขับร้องโดย นันทิดา แก้วบัวสาย เนื้อเพลง งานของแม่ไม่เคยหมด แค่หนึ่งชีวิต ที่ตัวเล็กเล็ก ลืมตาออกมา ก็เป็นภาระ กับใครบางคน มากมาย เพราะคำว่าแม่ เกิดด้วยวิญญาณ ส่วนลึกจากหัวใจ ต้องทำให้ดีที่สุด เพื่อชีวิตลูก มีทางก้าวไกล อย่างแข็งแรง อย่างสวยงาม มีจุดหมายยิ่งใหญ่ แต่กับชีวิต หกสิบกว่าล้าน ทั่วในแผ่นดิน จะเป็นภาระ ที่หนักกว่านั้น เท่าไหร่ มีแม่คนเดียว ที่รู้ได้ดี เมื่อลูกเกิดทุกข์ภัย และแม่ะจะทำทุกอย่าง เพื่อให้ทุกข์นั้นมลาย หายไป ด้วยทุกคน ย่อมรู้ดี แม่เหนื่อยขนาดไหน เมื่อเจ็ดสิบสองปีพ้นผ่าน และงานไม่เคยหมด ลูกบางคน ยังคงหิว ยังลำบาก เมื่อเจ็ดสิบสองปีพ้นผ่าน และงานแม่ยังหนัก ต้องลำบากอีกต่อไป และต้องเหนื่ออยู่ต่อไป ลูกจะจำเอาไว้ จะขอทดแทนด้วยการทำดี ตอบแทนด้วยความดี แม่เคยได้สอน ให้สู้ชีวิต สร้างเอง กับมือ ต้องแบก ต้องถือ ต้องถัก ต้องทอ ด้วยใจ ไม่อาจมีใคร ที่ได้รางวัล จากฟ้าอย่างง่ายดาย ไม่เคยมีใครได้ดี หากนั่งนั่ง นอนนอนร่ำไป หัดคิดเอง หัดสู้เอง มั่นคง ไม่หวั่นไหว เมื่อเจ็ดสิบสองปีพ้นผ่าน และงานไม่เคยหมด ลูกบางคน ยังคงหิว ยังลำบาก เมื่อเจ็ดสิบสองปีพ้นผ่าน และงานแม่ยังหนัก ต้องลำบากอีกต่อไป เหนื่ออยู่ต่อไป ลูกจะจำเอาไว้ จะขอทดแทนด้วยการทำดี ตอบแทนด้วยความดี จะเป็นคนดี ตอบแทนที่แม่เหนื่อย 10. เพลง น้ำตาแม่ จาก เคียส อัลบั้ม เป็นหนึ่งเดียว สังกัด รถไฟดนตรี 11. เพลง รักแม่ อีกหนึ่งเพลงดีๆ จาก Lamood Music Creator Group ถ้าอยากรู้ว่า พวกเขาเป็นใคร ลองไปติดตามฟอลโล่กันได้ในเฟซบุ๊คนะครับ เนื้อเพลง รักแม่ เนื้อร้อง ทำนอง เรียบเรียง โดย ละมุดทีม ชีวิตหนึ่งเกิดมา ค่อยๆเปิดตา เด็กน้อยผู้เป็นทุกสิ่ง ร้องเอาแต่เอาใจ จนเหนื่อยจนเงียบไป แต่ยิ้มเจ้าคือพลัง เวลาเปลี่ยนเจ้าเรียนรู้ เจอะคนหลากหลาย คล้ายแม่ดูห่างตา แต่เมื่อใดถ้าใจเจ็บ เจ็บเกินหัวใจเก็บ ให้เจ้าหันมองมา * แม่อยู่รอตรงนี้ รักไม่มีผันแปร อ้อมแขนของแม่จะกอดเจ้าไว้ แนบกาย หากว่าลูกเหนื่อยนัก วางใจพักตรงนี้ เอนหัวซบลงหนุนตัก และจงหลับตา ลมหายใจที่มี ทุกวินาที จะทำเพื่อลูกทุกอย่าง อาจไม่อยู่จนวันนั้น วันที่เจ้าฝัน แต่แม่จะภาวนา และเมื่อใดเจ้าล้มลง เจอะคนไม่ซื่อตรง เพียงเจ้าหันมองมา * แม่อยู่รอตรงนี้ รักไม่มีผันแปร อ้อมแขนของแม่จะกอดเจ้าไว้ แนบกาย หากว่าลูกเหนื่อยนัก วางใจพักตรงนี้ เอนหัวซบลงหนุนตัก และจงหลับตา อธิฐานอวยพรให้ลูกด้วยความรัก แม่ว่าห่างเพียงใดใจยังห่วง... ดังแก้วตา จะเป็นดังดวงตะวันในตอนเช้า เป็นดังดาวให้เจ้าแหงนมองเมื่อท้อขึ้นมา..­. เพื่อลูกคนเดียว ยังมีคนทางนี้ รออยู่ตรงที่เดิม หมดหัวใจที่เต็มเปี่ยมด้วยรัก ตราบเท่านาน... แม่อยู่รอตรงนี้ รักไม่มีผันแปร อ้อมแขนของแม่จะกอดเจ้าไว้ แนบกาย หากว่าลูกเหนื่อยนัก วางใจพักตรงนี้ เอนหัวซบลงหนุนตัก และจงหลับตา ลมหายใจยังอยู่ ความรักยังคงอยุ่ แม้จะเนิ่นนานซักเท่าไร หมดชีวิตที่เหลืออยู่ หมดหัวใจที่มีอยู่ จะรักไปจนวันสุดท้าย 12. เพลง เรารักแม่ เพลงจากอัลบั้ม คิดถึงแม่ ที่สร้างกระแสความรักระหว่างแม่-ลูกให้เกิดขึ้น เพื่อเป็นโอกาสดีที่จะสานต่อความรู้สึกรักแม่ให้เกิดขึ้น อัลบั้มนี้รวบรวมเรื่องราวเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ในความรู้สึกผูกพันระหว่างแม่กับลูก เรื่องราวเล็กๆ ที่ชวนให้คิดถึงแม่ ถ้ามีใครสักคนที่อดทนทุกเวลา พร้อมยอมเหนื่อยล้าเพื่อเราโดยไม่เกรง ถ้ามีใครสักคนที่ยอมรับความเจ็บไว้เอง คิดถึงตัวเองไม่เท่าเรา ถ้ามีใครสักคนที่ตีเราทั้งน้ำตา แล้วก็เป็นคนที่ทายาให้เรา ถ้ามีใครสักคนที่คอยเช็ดตัวให้ทุเลา ค่ำคืนที่เราไม่สบาย ร้อยล้านความผิดของเรา ที่ใครเขาไม่ใยดี มีคนคนนี้คนเดียวที่ให้อภัย ปากบ่นว่าแสนระอา ว่าเราไม่ดีเท่าใคร แต่ในใจก็รักไม่เปลี่ยน อยากขอบคุณฟ้า ให้เรามาเป็นลูกแม่ รักดีดี รักไม่มีแต่ ไม่เคยได้รับจากใคร มีเพียงคนนี้ ชีวิตก็วางให้ได้ คำเล็กเล็ก ที่ไม่ยิ่งใหญ่ อยากบอกด้วยหัวใจ...เรารักแม่ ถึงเพลงจะสื่อความหมายได้ดีเท่าไร ก็ไม่ดีเท่ากับการที่ลูกเป็นคนสื่อให้แม่รู้เองว่าลูกรักและซึ้งในพระคุณของท่านมากเพียงใด อีกอย่างวันแม่ ไม่ใช่เพียงวันเดียวที่ลูกจะมาแสดงความรักหรือสำนึกในบุญคุณ แต่ทุกๆวันก็เป็นวันแม่ได้ เราจะมานั่งคอยให้ถึงวันแม่แล้วทำดีกับแม่ ระลึกถึงพระคุณแม่แค่วันนี้ได้อย่างไร ถ้าลองหันกลับไปนึกดูในมุมมองของแม่ ก็คงไม่มีวันไหนเลยที่ไม่ใช่วันของลูก เพราะว่าทุกๆวันคือวันที่แม่พร้อมจะให้และรักลูกอยู่เสมอ "หยดหนึ่งน้ำนมกิน ทดแทนไม่สิ้นพระคุณแม่เอย" มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ปรากฏการณ์เฉลียง เพิ่มรอบ! พร้อมปล่อยเพลงใหม่ 'เข้าใจว่าไม่เข้าใจ'
ฉัตรชัย ดุริยประณีต /  นิติพงษ์ ห่อนาค / 

โค้งสุดท้าย! เพิ่มรอบ 'ปรากฏการณ์เฉลียง' รอบบ่ายโมง 18 กันยายนนี้ 6 ตัวโน้ตอารมณ์ดี เสิร์ฟเพลงใหม่ในรอบ 9 ปี 'เข้าใจว่าไม่เข้าใจ' หลังจากสร้างปรากฏการณ์บัตรหมดเต็มทุกที่นั่งอย่างรวดเร็วในคอนเสิร์ตทั้ง 2 รอบ แต่ บริษัท ครีเอท อินเทลลิเจ้นซ์ จำกัด ในฐานะผู้จัดและ ทีมเฉลียง ก็ขอเปิดโอกาสให้แฟนๆ ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคอนเสิร์ต โตโยต้า พรีเซนต์ ปรากฏการณ์เฉลียง อีกครั้ง ในวันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน 2559 เวลา 13:00 น. โดยคอนเสิร์ตรอบนี้การแสดงไม่มีความแตกต่างจากรอบอื่นๆ แต่ทางผู้จัดและทีมเฉลียงได้ร่วมมือกับคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายร่วมสมทบทุนเพื่อการกุศล สร้างอาคารศูนย์เรียนรู้สิ่งแวดล้อมกายภาพสู่สังคม ในกับทางคณะ พร้อมกันนั้น เฉลียง ก็ได้เสิร์ฟผลงานเพลงใหม่ เข้าใจว่าไม่เข้าใจ เพลงในแบบฉบับของ 'เฉลียง' ที่มีเนื้อหาสาระและแนวความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่เหมือนใคร ซิงเกิ้ลพิเศษที่ ดี้ นิติพงษ์ ได้แต่งขึ้นสำหรับคอนเสิร์ต โตโยต้า พรีเซนต์ ปรากฏการณ์เฉลียง ซึ่ง 6 ตัวโน้ตอารมณ์ดี ดี้-นิติพงษ์ ห่อนาค, เจี๊ยบ–วัชระ ปานเอี่ยม, แต๋ง–ภูษิต ไล้ทอง, จุ้ย–ศุ บุญเลี้ยง, เกี๊ยง–เกียรติศักดิ์ เวทีวุฒาจารย์ และ นก–ฉัตรชัย ดุริยประณีต ได้ปล่อยออกมาให้ฟังกันหลังจากพวกเขาห่างหายไป 9 ปีเต็ม มาร่วมเป็นหนึ่งในคอนเสิร์ต โตโยต้า พรีเซนต์ ปรากฏการณ์เฉลียง ได้ในวันเสาร์ที่ 17 กันยายน 2559 เวลา 13.00 น. และวันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน 2559 เวลา 19.00 น. ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ และเพิ่มรอบสุดท้ายและจะไม่มีการเพิ่มรอบการแสดงอีก! ในวันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน 2559 เวลา 13:00 น. ... แฟนๆ เฉลียงที่ยังไม่มีบัตรหรืออยากร่วมสมทบทุนเพื่อการกุศล สามารถจับจองบัตรคอนเสิร์ต ปรากฏการณ์เฉลียง รอบใหม่(18 ก.ย. บ่ายโมง) ได้ทางเว็บไซต์ www.thaiticketmajor.com และจุดจำหน่ายบัตรไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา และสามารถติดตามรายละเอียดความเคลื่อนไหวของคอนเสิร์ต ได้ที่ www.chaliangteam.com หรือ www.facebook.com/chaliangteam โทร 089-811-1901 มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

เทศกาลดูผีเสื้อปางสีดา ครั้งที่ 12 ปี 2559 จ.สระแก้ว
ผีเสื้อปางสีดา /  สระแก้ว / 

จังหวัดสระแก้ว เปิดเมืองผีเสื้อแห่งผืนป่าตะวันออก จัดงานเทศกาลดูผีเสื้อปางสีดา ครั้งที่ 12 ประจำปี 59 ชมผีเสื้อสวยงามหลากหลายสายพันธุ์กว่า 500 ชนิด ท่ามกลางธรรมชาติสวยๆ ณ อุทยานแห่งชาติปางสีดา จ.สระแก้ว เทศกาลดูผีเสื้อปางสีดา จ.สระแก้ว นายธรรมศักดิ์ รัตนธัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ประธานการแถลงข่าวเทศกาลดูผีเสื้อปางสีดา ครั้งที่ 12 ประจำปี 2559  พร้อมด้วยท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสระแก้ว และหัวหน้าส่วนราชการ แถลงข่าวจัดงาน “เทศกาลดูผีเสื้อที่ปางสีดา” ครั้งที่ 12 นี้ โดยมีวัตถุเพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของ จังหวัดสระแก้ว รวมทั้งกระจายรายได้ให้แก่ชุมชน และท้องถิ่น ซึ่งอุทยานแห่งชาติปางสีดา เป็นส่วนหนึ่งของมรดกโลกเขาใหญ่-ดงพญาเย็น มีป่าที่สมบูรณ์ และธรรมชาติที่สวยงาม เป็นแหล่งอาศัยของผีเสื้อสวยงามนานาชนิด หลากสีสัน มากกว่า 500 ชนิด จนเป็นที่ได้รับการยกย่องจากนักดูผีเสื้อให้เป็นเมืองผีเสื้อของผืนป่าภาคตะวันออก จังหวัดสระแก้ว ขอเชิญเที่ยวงาน “เทศกาลดูผีเสื้อปางสีดา ครั้งที่ 12 ประจำปี 2559” ตื่นตากับผีเสื้อนานาชนิดโบยบินทั่วอุทยานฯ ถ่ายภาพ/เดินชมผีเสื้อได้ตามแหล่งหากินของผีเสื้อ ทั้งที่จุดดูผีเสื้อ หรือจะเป็น “ทุ่งหญ้า ลานหิน ดินโป่ง โถงป่า” กระจายตามจุดต่างๆ ตั้งแต่วันนี้-สิงหาคม 2559 ณ อุทยานแห่งชาติปางสีดา อ.เมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว โดยช่วงเวลาที่เหมาะในการชมผีเสื้อตั้งแต่ 9.00-14.00 น. นักท่องเที่ยวสามารถมาดูผีเสื้อได้ตามโป่งผีเสื้อและทั่วไปในอุทยานฯ โดยเฉพาะช่วงเช้าที่มีแสงแดด จะมีผีเสื้อออกมาจำนวนมาก นักท่องเที่ยวสามารถเห็นผีเสื้อได้ตั้งแต่สองข้างทางถนนเข้าสู่อุทยานฯ จุดดูผีเสื้อสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป และกลุ่มครอบครัว บริเวณด้านล่างดูได้ที่จุดดูผีเสื้อด่าน 2 (โป่งรับแขก), ลานจอดรถทางลงน้ำตกปางสีดาและต้นไม้ 2 ข้างทาง ที่กำลังออกดอก , ลาน ฮ., โป่งฝายน้ำล้นหลังโรงอาหารอุทยานฯ – ทุ่งหญ้าแปลงปลูกป่า, หน้าศูนย์บริการนักท่องเที่ยว (หลังเก่า), ลานกางเต็นท์หลังศูนย์ฯ และถ้าขึ้นเขา ก็สามารถดูได้ที่ บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ปด.5 (กม.20) ด้านหน้าและริมห้วยน้ำเย็นหลังหน่วย, เส้นทางไปจุดชมวิว (กม.25) จุดดูผีเสื้อสำหรับช่างภาพ นอกจากจุดที่แจ้งแล้ว ยังสามารถดูผีเสื้อได้ที่ “ลานหินดาษ” กลางป่า 7 กม. ซึ่งอนุญาตให้เข้าไป เฉพาะรถขับเคลื่อนสี่ล้อของทางอุทยานฯ โดยต้องมีเจ้าหน้าที่ไปด้วย ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานฯ โทร.081-862-1511, 092-275-3969 หรือ ททท.สำนักงานนครนายก (ดูแลพื้นที่นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว) โทร.0-3731-2282, 0-3731-2284 ข้อมูลและรูปภาพจาก วันธรรมดาน่าเที่ยว

เยือนแดนปราสาทสองยุค...แซ่บนัวอาหารถิ่น จ.บุรีรัมย์
Thunder Castle /  ของดีบุรีรัมย์ / 

มุ่งหน้าสู่ภาคอีสาน ดินแดงแห่งความหลากหลายทางศิลปวัฒนธรรมและประเพณีที่แตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น ทำให้ภาคอีสานมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจไม่แพ้ภาคอื่นๆ วันนี้ Travel.MThai ได้มีโอกาสเยือนถิ่นอีสานใต้จ.บุรีรัมย์ หลายคนอาจยังติดภาพของอีสานในวันวานว่าแห้งแล้ง ความเจริญยังไปไม่ถึง แต่ขอบอกว่าวันนี้กับวันวานเปลี่ยนไปแล้วค่ะ สลัดภาพเก่าๆ แล้วมาเต็มอิ่มกับแหล่งท่องเที่ยวที่เราจะพาทุกท่านไป... เยือนแดนปราสาทสองยุค...แซ่บนัวอาหารถิ่น จ.บุรีรัมย์ "เมืองปราสาทหิน ถิ่นภูเขาไฟ ผ้าไหมสวย รวยวัฒนธรรม" คือคำขวัญของจังหวัดบุรีรัมย์ การเดินทางไปจังหวัดแห่งนี้ใช้เวลาไม่นานอีกต่อไป สะดวกยิ่งขึ้นกับสายการบินนกแอร์ ที่บินตรงสู่ อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ในเวลา 1 ชั่วโมงเศษ จากนั้นนั่งรถมุ่งหน้าสู่อ.เฉลิมพระเกียรติ ชมสัญลักษณ์ที่สำคัญของจังหวัดบุรีรัมย์ ทางผ่านแอบแวะรองท้อง ที่อ.นางรอง ร้านจิ้งนำ นางรองขาหมู รสเด็ดเข้มข้นที่เปิดมายาวนานกว่า 50 ปี ขาหมู (คากิ)อวบๆ กินคู่กับหมั่นโถวนุ่มๆ อิ่มท้องแล้ว ลุยขึ้นเขาสู่สถานที่แรก อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง หรือ ปราสาทหินพนมรุ้ง เป็นปราสาทหินทรายสีชมพู ที่สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 15-18 เพื่อถวยแด่พระศิวะ บนยอดภูเขาไฟที่ดับสนิท และยังเป็นปราสาทที่จะเกิดปรากฎการณ์ดวงอาทิตย์ขึ้นตรง 15 ช่องบานประตูเป็นประจำทุกปี ปีละ 4 ครั้ง ในเดือนเมษายนกับเดือนกันยายน และดวงอาทิตย์ตรงในเดือนมีนาคมและตุลาคม เรียกว่าที่นี้ยังเป็นปราสาทขอมโบราณที่ได้รับการยกย่องว่าสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย และยังได้รับทราบข้อมูลทางประวัติศาสตร์อีกมากมาย จากวิทยากร รศ.ดร.ศานติ ภักดีคำ หัวหน้าสาขาวิชาเขมร ภาควิชาภาษาไทยและภาษาตะวันออก คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ห้ามพลาดชม ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ ชิ้นส่วนที่เคยไปอยู่ไกลถึงประเทศอเมริกา ก่อนจะใช้ภาพถ่ายยืนยันเพื่อนำกลับมาสู่ประเทศไทยอีกครั้ง ปราสาทหินพนมรุ้ง ตั้งอยู่ในอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 06.00-18.00 น.ค่าเข้าชมชาวไทย 20 บาท ชาวต่างชาติ 100 บาท ไม่ใกล้ไม่ไกลจากที่แรก เราก็เดินทางมาชม ปราสาทเมืองต่ำ ที่ชื่อว่าเมืองต่ำนั้น เนื่องจากอยู่ต่ำลงมาจากปราสาทหินพนมรุ้ง ปราสาทแห่งนี้เป็นศิลปะแบบบาปวน ความโดดเด่นของปราสาทแห่งนี้คือ รูปปั้นพญานาคห้าเศียร ศีรษะเกลี้ยงไม่มีเครื่องประดับเหมือนพญานาคแห่งอื่นในปราสาทขอม และสระน้ำหักมุมประจำอยู่ทั้งสี่มุมในบริเวณปราสาท ปราสาทเมืองต่ำ ตั้งอยู่พื้นล่างห่างจากปราสาทพนมรุ้ง เพียง 8 กม. ในอ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 6:00 - 18:00 แวะพักทานอาหารกลางวัน ณ สวนแสงสว่าง ชิมอาหารอีสาน กับผัก organic (ออร์แกนิค) โดยเฉพาะ ต้นสลัดน้ำ ในเมนู ส้มตำวอเตอร์เครส อร่อยเด็ดเคี้ยวเพลิน ข้าวเหนียวไม่ได้มาเป็นกระติ๊บอย่างที่คิด แต่มาเป็นห่อใบตองสวยๆ หรือลองทางอาหารแกล้มด้วยผักสมุนไพร อย่าง มะม่วงหาว มะนาวโห่ ที่หาทานไม่ได้ง่ายๆ อย่างที่เกริ่นในหัวเรื่องว่าปราสาทสองยุค นั้นคือยุคประวัติศาสตร์ ปราสาทหินสมัยขอม กับไฮไลท์ที่สร้างชื่อเสียงให้กับชาวจ.บุรีรัมย์ ไม่แพ้กันนั้นคือ ปราสาทสายฟ้า (Thunder Castle) ปราสาทยุคใหม่ทันสมัย หรือก็คือ สนามฟุตบอล i-mobile สเตเดียม ที่เป็นสโมสรบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด นั่นเอง สนามที่ได้มาตรฐานระดับโลก จุผูเข้าชมได้ถึง 32,600 คน และใช้เวลาก่อสร้างเพียง 256 วัน ครั้งนี้สื่อได้มีโอกาสชมรอบสนามขนาดใหญ่ ห้องแถลงข่าวสื่อมวลชน ร้ายขายสินค้าที่ระลึก ห้องนักกีฬาทีมเหย้า-เยือน ไปจนถึงห้องอาบน้ำกันเลย แวะพักเหนื่อยที่ โรงแรมอัลวาเรซ (Alvarez Hotel) ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองบุรีรัมย์ ไม่ไกลจาก สนามฟุตบอล i-mobile สเตเดียม และรับประทานมื้อเย็นให้เต็มอิ่ม กับร้านอาหารถิ่น ณ บ้านชายน้ำ บุรีรัมย์ โดยเฉพาะ เมนูเด็ดขึ้นชื่อบุรีรัมย์ อย่าง “ยำแตร็ยปรัย” หรือ ยำกุ้งจ่อม ส่วนผสมหลัก คำว่า "แตร็ยปรัย" เป็นภาษาเขมร แตร็ยแปลว่า “ปลา” และ "ปรัย" แปลว่า “เค็ม” คนในพื้นที่นิยมนำปลาและกุ้งตัวเล็กๆ มาหมักเค็มหรือที่คนอีสานเรียกว่าการ “จ่อม” ด้วยน้ำปลาและข้าวคั่ว ก่อนนำมายำเสริมรสอีกที แซ่บนัวจริงๆ (ติดตามสูตร "ยำแตร็ยปรัย" สุดยอดอาหารถิ่นอีสาน ได้ที่นี่เลย) พร้อมเสิร์ฟเมนู ออร์เดิร์ฟอีสาน ทานเล่น ไม่ว่าจะเป็นไส้กรอกอีสาน แหนม หมูแดดเดียว ลาบทอด, ไข่เจียวห่อหมกทานตะวัน เต็มอิ่มจัดหนักตะลุยกินตะลุยเที่ยวครบ ขอขอบคุณ ศูนย์อบรมอาชีพและธุรกิจมติชน (Matichon Academy), การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

อ.คฑา ชินบัญชร ชวนทำบุญ พระประจำวันเกิด ชีวิตล้ำเลิศตลอดปี
ทำบุญ /  พระประจำวันเกิด / 

จากกิจกรรมท่องเที่ยววิถีไทย วิถีพุทธ ตามรอยศรัทธามหากุศล  พิธีสมโภชพระประจำวันเกิดในเดือนที่ผ่านมา  ที่วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม  โดยมี ท่านเจ้าพระคุณสมเด็จพระวันรัต (จุนท์พรหมคุตโต) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์  นายสมชาย วิทย์ดำรง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม  นายวิษณุ เจริญศิลป์ รองผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  เป็นประธานฝ่ายฆราวาส  และมีพระเทพวรมุณี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนม  อ.คฑา ชินบัญชร  อ.บุญมี เครือพันธ์  รวมถึงข้าราชการและประชาชนจำนวนมากร่วมพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ บรรจุในเศียรพระพุทธรูปประจำวันเกิด  และบวงสรวงพญานาคทั้งเจ็ดที่คอยปกปักรักษาองค์พระธาตุพนม พร้อมขบวนแห่ผ้าห่มพระธาตุที่มีความยาวกว่า 60 เมตร น้ำหนักหลายร้อยกิโลกรัม ทำขึ้นจากผ้าฝ้ายอิตาลี่ ประดับด้วยเพชรสวารอฟสกี้ เป็นตราธรรมจักรบนผืนผ้าอย่างงดงามก่อนจะนำไปห่มองค์พระธาตุพนม หลังจากนั้นจึงมีพิธีรำบูชาพระธาตุที่มีนางรำกว่า 200ชีวิต ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ทางประเพณีที่สืบต่อกันมาอย่างงดงาม  สำหรับพระพุทธรูปประจำวันเกิดองค์ต่างๆ ปัจจุบันนำไปประดิษฐานที่วัดพระธาตุประจำวันเกิดต่างๆ เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อย จึงขอเชิญชวนทุกท่านแวะเวียนไปร่วมทำบุญที่พระธาตุประจำวันเกิดต่างๆ ที่จังหวัดนครพนม พระประจำวันเกิดวันอาทิตย์                   ประดิษฐานที่วัดพระธาตุพนม  อ.ธาตุพนม   คาถาบูชาพระประจำวันเกิด  "อะ วิช สุ นุต สา นุส ติ" โดยมีความเชื่อกันว่า ผู้ใดได้ไปนมัสการพระธาตุแห่งนี้แล้ว ชีวิตจะพบแต่ความเจริญรุ่งเรือง พระประจำวันเกิดวันจันทร์                     ประดิษฐานที่วัดธาตุเรณู  อ.เรณูนคร  คาถาบูชาพระประจำวันเกิด  "อิ ระ ชา คะ ตะ ระ สา" โดยมีความเชื่อกันว่า ผู้ใดได้ไปนมัสการพระธาตุแห่งนี้แล้ว จะได้อานิสงค์ให้มีวรรณะงดงามผุดผ่อง พระประจำวันเกิดวันอังคาร                    ประดิษฐานที่วัดพระธาตุศรีคูณ  อ.นาแก  คาถาบูชาพระประจำวันเกิด  "ติ หัง จะ โต โร ถิ นัง" โดยมีความเชื่อกันว่า ผู้ใดได้ไปนมัสการพระธาตุแห่งนี้แล้ว จะได้รับอานิสงส์ให้มีศักดิ์ศรีทวีคูณ พระประจำวันเกิดวันพุธ (กลางวัน)                    ประดิษฐานที่วัดพระธาตุมหาชัย  อ.ปลาปาก  คาถาบูชาพระประจำวันเกิด  "ปิ สัม ระโล ปุ สัต พุท" โดยมีความเชื่อกันว่า ผู้ใดได้ไปนมัสการพระธาตุแห่งนี้แล้ว จะประสบแต่ชัยชนะในชีวิต ค้าขายคล่อง พูดจามีคนเชื่อถือ พระประจำวันเกิดวันพุธ (กลางคืน)                    ประดิษฐานที่ วัดมรุกขนคร อ.ธาตุพนม  คาถาบูชาพระประจำวันเกิด  "คะ พุท ปัน ทู ทัม วะ คะ" โดยมีความเชื่อกันว่า ผู้ใดได้ไปนมัสการพระธาตุแห่งนี้แล้ว จะดลบันดาลให้เกิดแต่สิ่งดีๆ  มีความเป็นสิริมงคล พระประจำวันเกิดวันพฤหัสบดี      ประดิษฐานที่วัดธาตุประสิทธิ์  อ.นาหว้า  คาถาบูชาพระประจำวันเกิด  "ภะ สัม สัม วิ สะ เท ภะ" โดยมีความเชื่อกันว่า ผู้ใดได้ไปนมัสการพระธาตุแห่งนี้แล้ว จะได้รับอานิสงส์ผลสำเร็จในหน้าที่การงาน พระประจำวันเกิดวันศุกร์             ประดิษฐานที่วัดพระธาตุท่าอุเทน  อ.ท่าอุเทน   คาถาบูชาพระประจำวันเกิด  "วา โธ โน อะ มะ มะ วา" โดยมีความเชื่อกันว่า  ผู้ใดได้ไปนมัสการพระธาตุแห่งนี้แล้ว จะได้รับอานิสงส์ให้ชีวิตรุ่งโรจน์เสมือนพระอาทิตย์ พระประจำวันเกิดวันเสาร์            ประดิษฐานที่วัดพระธาตุนคร  อ.เมืองนครพนม  คาถาบูชาพระประจำวันเกิด  "โส มา ระ กะ ริ กา โธ" โดยมีความเชื่อกันว่า  ผู้ใดได้ไปนมัสการพระธาตุแห่งนี้แล้ว จะได้รับความสุขสวัสดิ์ มีอำนาจ วาสนา บารมีที่ดี รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

ผลบอล ต่อลมหายใจ!บิ๊กแบงเปิดรับดับนกใหญ่ศึกดาร์บี้สีชมพู
ชัยนาท ฮอร์นบิล /  บีบีซียู เอฟซี / 

ผลบอล โตโยต้าไทยลีก 2016 วันเสาร์ที่ 14 สิงหาคม 2559 บีบีซียู เอฟซี 2-1 ชัยนาท ฮอร์นบิล ผู้ทำประตู:1-0 นรากร คณา น.14,2-0 อัครวินท์ สวัสดี น.18,2-1 โจ แทกึน น.47 เวลา: 20.00 น. สนาม:ศูนย์เยาวชนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ถ่ายทอดสด:ทรูสปอร์ต 2 ศึกฟุตบอล โตโยต้า ไทยลีก 2016 ที่สนาม ศูนย์เยาวชนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา นนทบุรี บีบีซียู เอฟซี ทีมบ๊วยของตารางเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ ชัยนาท ฮอร์นบิล ที่อยู่ในโซนตกชั้นเหมือนกัน เริ่มเกมมาแค่นาทีแรก ทีมเยือนเป็นฝ่ายได้ลุ้นก่อนจากลูกยิงไกลของ อนุวัติ น้อยชื่นพันธ์ แต่บอลหลุดกรอบออกไป นาทีที่ 7 เป็นโอกาสของเจ้าบ้านบ้างเมื่อขึ้นเกมมาทางซ้ายแล้ว นรากร คณา เปิดบอลมาให้ อู กึน ยอง ขึ้นโขกข้ามคาน นาทีที่ 8 ยังเป็นเจ้าบ้านที่ลุยต่อ และมาได้ลุ้นอีกครั้งเมื่อ นฤพน พุฒซ้อน เปิดลูกเตะมุม อู กึนยอง พยายามโหม่งบอลมาเข้าทาง ดิยาร์ร่า อาลี พยายามจะยิงแต่บอลฝกล้ตัวทำให้ไม่มีน้ำหนักและ พิศาล ดอกไม้แก้ว รับไว้ได้ นาทีที่ 10 เกมเริ่มเปิดแลกมากขึ้น ยอดรัก นาเมืองรักษ์ เติมขึ้นมาเปิดบอลทางซ้ายให้ ฟลอรองต์ ซินาม่า ปงโกลล์ แตะบอลต่อให้ โช ชิโมจิ สอดมายิงหลุดเสา นาที 14 เจ้าบ้านได้ประตูออกนำจากจังหวะโต้กลับเร็ว อู กึนยอง พาบอลขึ้นมาทางซ้ายแล้วจ่ายต่อให้ อัครวินท์ สวัสดี พักบอลรอจังหวะให้ นรากร คณา สอดขึ้นมาก่อนจ่ายให้ยิงเน้นๆผ่าน พิศาล ดอกไม้แก้ว เข้าไปให้ บีบีซียู​ เอฟซี ออกนำ 1-0 นาที 18 กลายเป็นเจ้าบ้านที่ทะยานหนีห่างไปอีก เมื่อกองหลังชัยนาท พลาดท่าปล่อยให้บอลตกหน้ากรอบเขตโทษ เลยถูก อัครวินท์ สวัสดี หมุนตัววอลเลย์ด้วยซ้ายเข้าประตูไปอย่างเฉียบขาดให้ บีบีซียู​ เอฟซี นำห่าง 2-0 นาที 25 ฟลอรองต์ ซินาม่า ปงโกลล์ พักบอลได้ในกรอบเขตโทษ แล้วไหลต่อให้ โช ชิโมจิ เกี่ยวบอลหลุดทะลุเข้าไปในกรอบเขตโทษก่อนซัดด้วยซ้ายตรงตัว วัชระ บัวทอง นาที 35 อนุวัติ น้อยชื่นพันธ์ ตักบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษให้ ฟลอรองต์ ซินาม่า ปงโกลล์ เกี่ยวบอลลงแล้วยิงผ่าน วัชระ บัวทอง แต่ยังไปติด มาซัง ฮุนที่คุมเส้นอยู่ก่อนสกัดทิ้งออกมาเข้าทา ยอดรัก ยิงสวนไม่ตรงกรอบ นาที 44 ชัยนาท ฮอร์นบิล ได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษตรงกลางประตู อนุวัติ ซัดเองบอลไม่ตรงกรอบ จบครึ่งแรก บีบีซียู เอฟซี ออกนำ ชัยนาท ฮอร์นบิล อยู่ 2-0 เร่ิมครึ่งหลัง นาที 47 ชัยนาท ฮอร์นบิล มาได้ประตูตีไข่แตกไล่ตามมาอย่างรวดเร็ว เมื่อ อนุวัติ น้อยชื่นพันธ์ เก็บบอล ได้ในกรอบเขตโทษก่อนที่จะหมุนตัวยิง วัชระ บัวทอง ล้มตัวเซฟไว้ได้ แต่บอลไม่พ้นอันตราย โจ แทกึน ตามไปซ้ำจ่อๆ เข้าไปให้ นกใหญ่ตามมาเป็น 2-1 หลังจากได้ประตูตามตีเสมอ ชัยนาท ฮอร์นบิล ที่ต้องการแต้มเพื่อลุ้นหนีตายเป็นฝ่ายเปิดเกมบุกใส่เจ้าบ้านอย่างหนัก นาที 63 เจ้าบ้านขึ้นเกมมาทางขวา นฤพน พุฒซ้อน ครอสบอลมาจากทางขวา โจ แทกึน พยายามสกัดบอลเกือบผิดเหลี่ยมเข้าประตูตัวเองแต่ พิศาล ดอกไม้แก้วยังพุ่งไปปัดบอลชนเสาเด้งออกไปได้ นาที 73 ยังเป็นโอกาสของเจ้าบ้านเมื่อ มา ซังฮุน เซนเตอร์ฮาร์ฟที่เติมมาเล่นเกมรุก พริ้วหนี โชตินันท์ วีรภัทรพงศ์ ก่อนลากไปจ่ายให้ อู กึนยอง ซัดบอลหลุดเสาแรกออกไป นาที 82 โชตินันท์ วีรภัทรพงศ์ เปิดบอลจากทางขวาให้ อนุวัติ น้อยชื่นพันธ์ แตะบอลให้ โช จิโมจิ ซัดหลุดกรอบออกไป เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม บีบีซียู​ เอฟซี เปิดบ้านเอาชนะ ชัยนาท ฮอร์นบิล ไปอย่างสนุก 2-1 ต่อลมหายใจในการลุ้นหนีตกชั้นต่อไป รายชื่อ บีบีซียู​ เอฟซี: วัชระ บัวทอง(GK)-วรเนตร ต่อเนื่อง,มาซัง ฮุน,ไมตรี กุหลาบขาว,ปวริศร์ แสนสุข-นฤพน พุฒซ้อน,วิษณุศักดิ์ อุ่นน้อย(ณกุนฑ์ ปิ่นทอง),ดิยาร์ร่า อาลี,นรากร คณา(นเรศ ฤทธิ์พิทักษวงศ์ น.90)-อัครวินทร์ สวัสดี,อู กึนยอง ชัยนาท ฮอร์นบิล:พิศาล ดอกไม้แก้ว(GK)-ยอดรัก นาเมืองรักษ์(โชตินันท์ วีรภัทรพงศ์ น.72),สมภพ นิลวงษ์,โจ แทกึน,จีระ เจริญสุข-คาซูโตะ คูชิดะ,ธานัท จันทะยา(จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์ น.52),อนุวัติ น้อยชื่นพันธ์,ฉัตรชัย คุ้มพญา(อาทิตย์ บุตรจินดา น.46)-โช ชิโมจิ,ฟลอรองต์ ซินาม่า ปงโกลล์