พจนานุกรม

หนังสือที่ลึกลับที่สุดในโลก Voynich Manuscript
ต่างประเทศ /  ที่สุดในโลก / 

หนังสือที่ลึกลับที่สุดในโลก Voynich Manuscript ห้องสมุดเบนเนคเก้ (Beinecke Rare Bood & Manuscript Library) ของมหาวิทยาลัยเยล สหรัฐอเมริกา เป็นแหล่งหนังสือหายาก รวมทั้งเอกสารต้นฉบับ สมุดบันทึกด้วยลายมือของเจ้าของหลายพันเล่ม  จากยุคกลางและเรอเนสซองส์ มีสมุดบันทึกที่มีนักวิชาการจำนวนมากได้แวะเวียนเข้ามาศึกษาโดยตลอด แต่ไม่มีผู้ใดสามารถทำความเข้าใจสาระที่บันทึกไว้ในสมุดเล่มนี้ได้เลย หนังสือที่ลึกลับที่สุดในโลก Voynich Manuscript หนังสือเล่มนี้พบในปี 1912 โดยนักค้าหนังสือเก่าชาวอเมริกัน-รัสเซีย ชื่อนาย วิลฟริด เอ็ม. วอยนิช (Wilfrid M.Voynich) ขนาด 6 x 9 นิ้ว หนา 1 1/2 นิ้ว มีอยู่ 240 หน้า แต่บางหน้าขาดหายไป ปกสมุดทำจากหนังลูกวัวสีครีม ไม่มีการระบุชื่อผู้เขียน ชื่อเรื่องหรือปีที่เขียนใดๆ ทั้งสิ้น รายละเอียดมีทั้งภาพและอักษรในสมุดมีความเฉพาะตัวเขียนด้วย ปากกาขนนกซึ่งทำให้ดูสง่างาม เป็นตัวอักษรที่ไม่เคยพบเห็นในที่ใดๆ ในโลกมาก่อนและแทบทุกหน้ามีวาดภาพประกอบ มีทั้งพืชพรรณแปลกๆ ภาพผู้หญิงเปลือยเชื่อมด้วยท่อที่ดูคล้ายเส้นโลหิต มีภาพคล้ายแผนผังเกี่ยวกับดาราศาสตร์ที่มองจากกล้องเทเลสโคป และภาพคล้ายเซลล์สิ่งมีชีวิตที่มองผ่านกล้องจุลทรรศน์ นายวอยนิชได้มาจากอิตาลีและกลับไป อเมริกาเพื่อประกาศหาผู้เชี่ยวชาญมาดูเพื่อศึกษาและแปลอักขระ จนถึงวันนี้เกือบ 100 ปี ก็ยังไม่มีใครสามารถแปลความหมายของสมุดบันทึกเล่มนี้ได้แม้แต่คำเดียว สิ่งที่บอกได้คืออายุและแหล่งที่มาของ สมุด จากการวิเคราะห์ลักษณะของภาพวาด เสื้อผ้า ทรงผมของรูปคน รูปปราสาท รวมถึงหนังสัตว์และสีที่ใช้ภายในเล่ม สันนิษฐานว่า เขียนขึ้นโดยชาวยุโรป ราวศตวรรษที่ 15 หรือ ระหว่างปี 1450-1520 ภายในสมุดมีจดหมายสอดอยู่ เขียนด้วยภาษาลาติน วันที่ 19 สิงหาคม 1666 เป็นจดหมายที่ โจฮันส์ มาร์คุส มาร์ซี่ อดีตอธิการบดีของมหาวิทยาลัยชาร์ลส์แห่งกรุงปราก (ปัจจุบันอยู่ในสาธารณรัฐเชค) เขียนถึง อธานาเซียส เคอร์เชอร์ นักวิชาการนิกายเจซูอิทแห่งวิทยาลัยโรมาโนในกรุงโรม เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านภาษา ผู้จัดทำพจนานุกรมภาษาคอปติค (เป็นภาษาอียิปต์โบราณที่ใช้ในระหว่าง ปีค.ศ. 200-1100) ภายในจดหมายมีใจความว่า “สมุดบันทึกที่ส่งมาด้วยนี้ จอร์จ บาเรช (Georg Baresch) เพื่อนสนิทได้มอบให้ข้าพเจ้าก่อนเสียชีวิต และเป็นผู้ซึ่งเคยได้ส่งสำเนาบางส่วนของสมุดเล่มนี้มาให้ท่านเพื่อลองศึกษา และแปลความหมายดูแล้ว แต่เวลานั้นท่านได้ขอให้ส่งสมุดทั้งเล่มมา แต่ บาเรช ได้ปฏิเสธ ทำให้เรื่องหายเงียบไปอย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้ายังมั่นใจว่าท่านจะสามารถแปลความหมายในสมุดบันทึกเล่มนี้ได้อย่าง แน่นนอน...” นอกจากนี้ในจดหมายได้เล่าว่าสมุดเล่มนี้เคยอยู่ในครอบครอง ของจักรพรรดิรูดอล์ฟที่ 2 แห่งโบฮีเมีย ปี 1552-1612 ซึ่งซื้อมาด้วยเหรียญทองคำถึง 600 เหรียญ (เทียบเท่าทองคำที่น้ำหนักประมาณ 3.5 กิโลกรัมในปัจจุบัน) ในสมุดเล่มนี้ได้บันทึกอะไรไว้บ้างไม่มีใครสามารถบอกได้ เนื่องจากอักขระที่ใช้เขียนนั้นไม่มีผู้สามารถถอดความได้ สิ่งเดียวที่จะชี้นำก็คือ รูปภาพภายในเล่ม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภาพของพืชพรรณคล้ายสมุนไพรและแผนผังดาราศาสตร์ จึงเข้าใจว่าน่าจะเป็นสมุดบันทึกทางสายวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะด้านยาที่ทำจากสมุนไพร ซึ่งมีการพัฒนากันมากในยุคกลาง แต่บางแหล่งก็มีข้อสันนิษฐานเป็นบันทึกข้อมูลที่เกี่ยวกับการแปรธาตุในช่วง ศตวรรษที่ 15 ที่พยายามแปรโลหะชนิดต่างๆ ให้เป็นทอง เพราะพบบางภาพในสมุดมีลักษณะคล้ายกับสัญลักษณ์ที่ใช้ในเรื่องของแร่ธาตุและ เหตุผลที่สำคัญ พบว่า จักรพรรดิรูดอล์ฟที่ 2 ยอมซื้อสมุดเล่มนี้ถึง 600 เหรียญ พระองค์เป็นจักรพรรดิที่มีความสนใจสิ่งแปลกประหลาดยิ่งกว่ากษัตริย์อื่นๆ ของยุโรป ทั้งยังเป็นผู้ที่ชอบเรื่องเวทมนต์ เล่มเกม ทำรหัส ทรงมีนักโหราศาสตร์รายล้อมอยู่มากมาย พระองค์เป็นผู้สนับสนุนคนสำคัญในการค้นคว้าและเผยแพร่เรื่องการแปรธาตุอีก ด้วย ลักษณะพื้นฐานของ หนังสือที่ลึกลับที่สุดในโลก Voynich Manuscript  แบ่งเป็น 5 ส่วน 1. ส่วน พฤกษศาสตร์ มีสาระประมาณครึ่งหนึ่งของสมุด ราว 130 หน้า แต่ละหน้าจะมีภาพวาดของพรรณไม้ชนิดหนึ่ง พร้อมกับตัวอักษรกำลังอยู่ข้างๆ ซึ่งน่าจะเป็นรายละเอียดของพันธุ์ไม้นั้นๆ และอักษรบนแต่ละหน้านั้นก็เป็นชื่อพรรณไม้ 2. ส่วนดาราศาสตร์และจักรวาล ภาพส่วนใหญ่จะวาดในลักษณะของทรงกลม มีพระอาทิตย์ พระจันทร์และกลุ่มดาวต่างๆ แต่บางภาพมีองค์ประกอบแปลกๆ เช่น ภาพแผนภูมิจักรราศี มีภาพผู้หญิงเปลือยถือดวงดาวล้อมรอบจักรราศีอยู่ บางหน้าก็สามารถคลี่ออกมาได้อีกเป็น 6 หน้า มีภาพวาดหน้าผังดาราศาสตร์ ภาพคล้ายกาแลคซี่แอนโดรมีดาที่มองจากกล้องเทเลสโคป ส่วนนี้มี 26 หน้า 3. ส่วนชีววิทยา มีภาพวาดที่ดูคล้ายอวัยวะในร่างกาย ซึ่งมีลักษณะค่อนข้างแปลก มีภาพผู้หญิงเปลือยอยู่ในสระที่มีท่อเชื่อมโยงคล้ายเส้นเลือด ผู้หญิงบางคนก็สวมมงกุฎ ส่วนนี้มี 4 หน้า กับ 28 ภาพวาด 4. ส่วนเภสัชศาสตร์ มีความคล้ายกับส่วนพฤกษศาสตร์ ส่วนนี้มีภาพคล้ายภาชนะที่ใช้ในร้านขายยายุค ศตวรรษที่ 15 และมีตัวอักษรเขียนกำกับที่ตัวภาชนะ ส่วนนี้มี 34 หน้า 5. สูตร คาดว่าเกี่ยวกับสูตรยา เพราะมีการเขียนด้วยย่อหน้าสั้นๆ ถึง 324 ย่อหน้า แต่ถ้านับรวมกับส่วนที่ขาดหายไปแล้ว มีมากถึง 360-365 ย่อหน้า ทุกย่อหน้าเริ่มต้นด้วยรูปดอกจัน แต่มีผู้สันนิษฐานว่าส่วนนี้อาจเป็นปฏิทินแบบพิศดาร มีการระบุเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นไว้ด้วย ส่วนนี้มี 23 หน้า โดยหน้าส่วนท้ายสันนิษฐานกันว่าเป็นบันทึกกุญแจไขปริศนาอักษร อีก 1 หน้า ที่ใช้ในสมุดบันทึกเล่มนี้ทั้งหมด เมื่อแรกเห็นสมุดนี้ ผู้เชี่ยวชาญส่วนมากมักคิดว่าไม่ยากที่จะเข้าใจ แต่ในที่สุดก็พบว่า ตัวอักษรที่บันทึกไว้ไม่ได้มีพื้นฐานมาจากภาษาลาติน อังกฤษ เยอรมันหรือภาษาใดๆ ที่เคยพบมาก่อน จากการวิเคราะห์ในแง่ภาษาศาสตร์ พบว่าการเขียนเป็นไปอย่างต่อเนื่องเหมือนกับว่าผู้เขียนมีความชำนาญในภาษา นั้นอย่างยิ่ง ไม่มีลักษณะที่ต้องหยุดคิดก่อนเขียนพยัญชนะแต่ละตัวทั้งยังไม่พบร่องรอยการ ลบหรือแก้ไขใดๆ เลย เป็นการเขียนจากซ้ายไปขวาและจากบนลงล่าง การตั้งสมมุติฐานผู้เขียนหนังสือ หนังสือที่ลึกลับที่สุดในโลก Voynich Manuscript  เล่มนี้ คนแรก คือ โรเจอร์ เบค่อน เพราะเป็นชื่อที่ทำให้จักรพรรดิรูดอล์ฟ ยอมจ่ายถึง 600 เหรียญทองคำ ซึ่งในปี 1919 วิลเลียม โรเมน นิวโบลด์ ได้ยืนยันว่าสมุดเล่มนี้เป็นงานของ โรเจอร์ เบค่อน จริง เพราะเบค่อนคือผู้ประดิษฐ์กล้องเทเลสโคปและกล้องจุลทรรศน์ แต่ในปี 1931 ก็ถูกโต้แย้งว่าการมองเห็นกาแลคซีแอนโดรมีดาและโครงสร้างเซลล์ของสิ่งมีชีวิตนั้น ต้องใช้กล้องเทเลสโคปและกลอ้งจุลทรรศน์ที่ทันสมัยเท่านั้น สมมุติฐานที่น่าสนใจที่สุด ดร. อีดิธ เชอร์วูด (Edith Sherwood) ได้เสนอในปี 2002 นี้เองว่า สมุดเล่มนี้เป็นของ ลีโอนาร์โด ดาวินชี - Davinci code ของจริง ประเด็นที่เขาหยิบยกขึ้นมามีน้ำหนักไม่น้อย 1. คือ ส่วนดาราศาสตร์นั้นมีภาพหนึ่งที่มีสัญลักษณ์ราศีเมษอยู่ตรงกลางและมีผู้หญิง เปลือย 15 คน ยืนอยู่ในถัง ซึ่งรายล้อมรอบจักรราศี ส่วนใหญ่กำลังตั้งท้อง ในถังใบหนึ่งแปลกออกไปคือมีผู้หญิงอยู่กับเด็กคนหนึ่ง โดยผู้หญิงนั้นมีหน้าท้องแบน เธอถือคฑา ในยุคกลางนั้นจะทำการคลอดลูกในถังน้ำ ทำให้สันนิษฐานว่าเป็นการบันทึกกำเนิดของใครสักคนในวันที่ 15 เมษายน ระหว่าง 21 นาฬิกา-เที่ยงคืน เพราะตำแหน่งของถังน้ำที่มีเด็กกับผู้หญิงนั้นอยู่ตรงกลางระหว่างเลข 9 ถึงเลข 12 ของหน้าปัด นาฬิกาในยุคกลางนั้นแตกต่างจากปัจจุบัน ทั้ง 24 ชั่วโมงบนหน้าปัดและมีเข็มชี้เวลาเพียงก้านเดียว ดร. เชอร์วูดบอกว่า ในยุคนั้นจะเริ่มนับวันใหม่หลังจากพระอาทิตย์ตกและเขายังเคยอ่านพบบันทึกปู่ ของดาวินชีเกี่ยวกับการเกิดของหลานชายคือ ดาวินชี ในปี 1452 ว่า " หลานชายของฉัน ลูกชายของ Ser Piero เกิดในวันที่ 15 เมษายน วันเสาร์ เวลา 3 นาฬิกากลางคืน เขาชื่อว่า Lionardo" และเมื่อเช็คจากปฏิทินของยุคนั้นพบเป็นเวลา 3 นาฬิกากลางคืน หมายถึงเวลาประมาณ 22 นาฬิกา ภาพในถังน้ำที่มีเด็กมีตัวเลข 1452 และยังมีอีกคำหนึ่งที่อยู่ใกล้กับภาพที่พอแปลได้ จากการมองภาพสะท้อนในกระจกเงา คือ "Sabatta Notto" ซึ่งแปลว่า Saturday Night จะเห็นได้ว่า ความบังเอิญนี้เกิดขึ้นได้ยากที่จะมีคนอื่นที่กำเนิดวันและเวลาเดียวกันกับ ลีโอนาร์โด ดาวินชี 2. คือจุดตรงกลางของภาพเดียวกันนั้นมีภาพแกะที่เป็นสัญลักษณ์ของราศีเมษอยู่ และตัวอักษรใต้ภาพแกะนั้น เมื่อมองในกระจกเงาจะเห็นคล้ายคำว่า "Lionardo" โดยมีตัว r เขียนเสริมไว้ด้านบน ซึ่งเห็นว่าคล้ายกับลายเซ็นของ ลีโอนาร์โด ดาวินชี ซึ่งเขาสะกดชื่อตัวเองว่า "Lionardo" ไม่ใช่ "Leonardo" อย่างที่ใช้กันในปัจจุบัน ข้อสุดท้าย ในส่วนดาราศาสตร์นั้นต้องมองผ่านกระจกเงาจึงจะเข้าใจ เป็นภาพเกี่ยวกับแผนภูมิจักราศี แต่ละราศีก็มีชื่อกำกับไว้ ก็พอจะอ่านชื่อของแต่ละภาพได้ แต่บางชื่อก็ไม่ได้เขียนแบบกลับด้าน    ภาพคล้ายแกแลคซีที่แสดงทิศทางตามเข็ม นาฬิกา ซึ่งตามจริงคือต้องทวนเข็มนาฬิกา เพราะฉะนั้นเป็นภาพที่ต้องมองผ่านกระจกเงาเช่นกัน และเป็นที่ทราบกันดีว่า ดาวินชี มีความชำนาญวาดภาพและเขียนตัวหนังสือกลับด้าน  ภาพแกแลคซี แอนโดรมีดา สังเกตว่าวงรัศมีกลับด้านกัน เพราะเขาเขียนกลับด้านนั่นเอง ภาพวาดฝีมือ ดาวินชี จากการสันนิษฐาน ถ้าหากว่า ดาวินชีเขียนหนังสือเล่มนี้จริง ก็คงไม่ใช่งานเขียนตอนที่เขาเป็นผู้ใหญ่ เพราะมีหลายภาพมีการเขียนแบบ เด็กๆ เช่น ภาพของพืชพรรณในส่วนพฤกษศาสตร์ แต่ละต้นมีดอก รากและใบที่ไม่สอดคล้องกัน ภาพราศีและภาพในส่วนของชีววิทยาก็ดูคล้ายฝีมือเด็ก และบางภาพจะเห็นว่าภาพผู้หญิงที่มีเต้านมและอวัยวะเพศชาย ซึ่งแสดงถึงการเขียนที่ผู้เขียนไม่เข้าใจถึงสรีระของเพศหญิงอีกด้วย ส่วนเรื่องราวในวัยเยาว์ของดาวินชี นั้นไม่สามารถหาได้ จึงยากแก่การสันนิษฐาน อย่างไรก็ตาม ดร.เชอร์วูด สรุปว่า ลีโอนาร์โด ดาวินชี คือผู้ที่เขียนขึ้นมา เมื่อเขาอายุ 8 ขวบ ราวปี 1460 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อได้ค้นหาภาพที่เป็นงานเขียนของดาวินชี เช่น ภาพ Embryos และ ภาพ Vitruvian Man มาเปรียบเทียบกับสมุดบันทึกแล้วจะดูไปในทิศทางเดียวกัน  อย่างไรก็ตามสมุดบันทึกเล่มนี้ไม่ว่าจะเป็นงานเขียนของใคร ผู้เขียนสามารถเขียนอักษรที่ประดิษฐ์ขึ้นมาอย่างชำนาญและยังสามารถรักษาความลับของผู้เขียนได้นานเกือบ 600 ปี ยังไงก็คงต้องใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยนี้ก็ยังไม่แน่ว่าจะไขปริศนาในสมุดเล่ม นี้ได้ ผู้เชี่ยวชาญจึงยกให้เป็น สมุดบันทึกที่ลึกลับที่สุดในโลก. ขอบคุณข้อมูล creatures.igetweb.com

พจนานุกรม ความหมายของ
ความรักวัยรุ่น

พจนานุกรม ความหมายของ "ใจ"  ได้รับฟอร์เวิร์ดเมล์มาจากเพื่อนๆ เกี่ยวกับเรื่อง ความหมายของใจ เลยเอามาฝากชาว Teen.mthai.com กันค่ะ มาดูกันหน่อยซิว่า .. ความรัก ที่มีเรื่องของ ใจ มาเกี่ยวข้องจะมีอาการอะไรบ้างนะ .. ^^ น้อยใจ  อาการอ่อนแอของจิตใจที่ไม่ได้รับการตอบสนอง ยามที่เกิดความต้องการให้คนเอาใจ วิธีแก้ อย่าเอาแต่ใจ เจ็บใจ  อาการเป็นพิษของจิตใจที่ลามมาจากหาง เวลามีใครมาเหยียบมัน วิธีแก้  ตัดหางทิ้งซะ อย่ายกหางตัวเอง ละอายใจ  อาการใฝ่ดีของจิตใจ ที่ออกมาชี้หน้าด่าเรา ข้อแนะนำ เมื่อละชั่วได้ ก็ไม่อายแก่ใจ เสียใจ  อาการวูปทางจิตใจ เกิดจากความไม่มั่นคง เพราะชอบเอาใจไปผูกเอาไว้กับสิ่งอื่น วิธีแก้ ตัดใจซะสิ อย่าไปผูกมันไว้ ใจหาย  อาการนี้ชื่อก็บอกอยู่แล้ว วิธีแก้ หายใจเข้าสิ หายใจลึกๆ แล้วจะเลิกใจหาย หลายใจ  อาการสืบพันธุ์ของจิตใจโดยการแบ่งตัว นำไปสู่อาการน้อยใจแก่คนรอบข้างได้ในเวลาต่อมา วิธีแก้ ระลึกไว้ มีแต่พวกอะมีบาที่ใช้วิธีแบ่งแบบนี้ ทำใจ  อาการที่แปลกที่สุดของใจ ยิ่งทำมากเท่าไร ใจยิ่งว่างเท่านั้น ใครเคยมีอาการไหนกันบ้างนะ .. ผู้หญิง อาจจะมีน้อยใจเยอะหน่อย ผู้ชายก็อาจจะมี หลายใจ (รึเปล่า) เอ๊ะๆ ไม่รู้ไม่ชี้ ^^ narak.com พจนานุกรม ความหมายของ "ใจ" 

วิธีจำศัพท์ภาษาอังกฤษ ง่ายๆจาก ชีวิตประจำวัน
ข่าวการศึกษา /  วัยรุ่น / 

เพื่อนๆที่อยากเรียน ภาษอังกฤษ แต่คิดว่ามันยาก ไม่รู้จะเรียนที่ไหน ยังไง? .. teen.mthai อยากจะบอกกว่า มันไม่ได้ยากอย่างที่เพื่อนๆคิดเลยนะคะ ถ้าอยากเรียนรู้แต่ไม่อยากไปเรียนพิเศษละก็ ลองฝึกด้วยตัวเองก็ได้นะคะ อย่างเช่น?วิธีจำศัพท์ภาษาอังกฤษ ง่ายๆจาก ชีวิตประจำวัน นี่ไงคะ ^^ วิธีจำศัพท์ภาษาอังกฤษ ง่ายๆจาก ชีวิตประจำวัน 1. เรียนคำศัพท์จาก ชีวิตประจำวัน อาจเริ่มในสิ่งที่สนใจก่อน เช่น ฟังเพลง ดูหนัง หรือเมื่อพบข้อความตามสื่อต่าง ๆ ควรหมั่นอ่านอยู่ตลอดแม้ไม่รู้เรื่องทุกถ้อยคำ นอกจากจะช่วยสร้างความคุ้นเคยกับศัพท์มากมายแล้ว ยังเป็นการทบทวนความหมายของคำที่พบบ่อย ๆ ด้วย 2. เรียนคำศัพท์จาก พจนานุกรม โดยพกขนาดกะทัดรัดติดตัวไว้เปิดหาความหมายเมื่อเกิดข้อสงสัย ทั้งนี้ ควรเลือกใช้แบบอังกฤษ-อังกฤษ เพื่อฝึกทักษะการแปล หากมีตัวอย่างการใช้ศัพท์ด้วยจะดีทีเดีย 3. เรียนคำศัพท์จาก กระดาษโน้ต ด้วยการจดศัพท์ พร้อมคำแปลอย่างน้อยวันละ 10 คำ แล้วแปะไว้ในที่ ๆ มองเห็นได้ง่าย เช่น กระจกโต๊ะเครื่องแป้ง โต๊ะหนังสือ ตู้เย็น ผนังห้องนอน ฯลฯ โดยเมื่อกระทบสายตาเมื่อไหร่ให้ท่องเมื่อนั้น เป็นอีกหนึ่งเทคนิคช่วยจำได้ดี ขณะเดียวกัน ยังช่วยฝึกทักษะการเขียนอีกด้วย 4. เรียนคำศัพท์จาก การจัดหมวดหมู่ โดยจำศัพท์ที่มีความสัมพันธ์กัน หรือมีความหมายตรงข้ามกัน จากนั้น ลองนึกถึงคำภาษาไทย แล้วแปลเป็นภาษาอังกฤษ ก่อนจะแต่งประโยค เพื่อฝึกการเรียบเรียงต่อไป สิ่งหนึ่งที่สำคัญ : ถ้าอยากเรียนรู้ ภาษาอังกฤษ ได้ดีก็ต้องขึ้นอยู่กับว่า เราขยันมากน้อยแค่ไหน และหมั่นทบทวน ความรู้ นั้นอยู่เรื่อยๆ นะคะ ^^ ขอบคุณhappyschoolbreak.com

Beat stress at work เอาชนะความเครียดในที่ทำงาน
สุขภาพจิต /  ความเครียด / 

ใครไม่อยากเป็น Office Syndrome ต้องรู้จักวิธีการบริหารจัดการความเครียดในที่ทำงาน เพื่อให้เราสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มาดูกันว่าคุณสามารถเอาชนะความเครียดที่มักตอแยและระรานคุณในที่ทำงานได้อย่างไร • ดื่มน้ำอุ่น เข้าใจว่าอยู่ในเมืองร้อน แต่ไหนๆ ลมหนาวก็เริ่มโชยมาแล้ว ก็ลองหัดดื่มน้ำอุ่นกันดูบ้าง เพราะมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพหลายประการ ทั้งการช่วยขับสารพิษที่สะสมในร่างกาย อันจะเป็นเหตุให้เกิดการปวดเมื่อยเนื้อตัว ปวดหัว เจ็บตามส่วนต่างๆ ที่สำคัญน้ำอุ่นยังช่วยระบบย่อยอาหารให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และที่สำคัญสำหรับคุณสาวๆ การดื่มน้ำอุ่นช่วยให้ผิวหนังชุ่มชื้น ลดรอยเหี่ยวย่นอีกต่างหาก จะมัวแต่หวังพึ่งครีมราคาแพงก็คงช่วยอะไรไม่ได้มากเท่ากับการดูแลสุขภาพจากภายใน • กรี๊ดได้ก็กรี๊ด เมื่อเกิดความเครียดขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นความเครียดสะสมจากการไม่ถูกชะตากับเพื่อนร่วมงานที่ต้องนั่เผชิญหน้ากันทุกวัน หรือเป็นความเครียดแบบปัจจุบันทันด่วน เพราะไม่สบอารมณ์ที่บริษัทเพิ่งติดประกาศว่าไม่มีนโยบายขึ้นเงินเดือนให้ในปีหน้า หรือเครียดหนักเมื่ออินเตอร์เน็ตที่ออฟฟิศล่มมาครึ่งค่อนวัน ทำให้ทำงานส่งลูกค้าไม่ทัน ก็จงอย่าอัดอั้น หัดพูดออกมาดังๆ บ้างเพื่อเป็นการระบาย การกรี๊ดหรือร้องตะโกนในห้องน้ำ (ช่วงปลอดคน) จะทำให้คุณรู้สึกโล่งขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ • ยืดเส้นยืดสาย การยืดกล้ามเนื้อแบบง่าย ๆ ที่โต๊ะทำงาน ก็ช่วยให้ร่างกายเราผ่อนคลายได้ เช่น การหมุนคอ การยักไหล่หมุนไหล่ การไขว้และบิดแขน เป็นต้น การเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ ย่อมดีกว่าการนั่งหลังขดหลังแข็งเป็นเวลานาน อ้อ! ที่สำคัญ สำหรับสาวๆ ทั้งหลายไม่ควรนั่งไขว่ห้างทำงานนานๆ เข้าใจว่าเป็นท่านั่งที่สวยและอาจจะเคยชิน แต่การไขว่ห้างเป็นท่านั่งที่ต้องเทน้ำหนักไปด้านใดด้านหนึ่งซ้ำๆ เป็นเวลานานๆ ดังนั้นระหว่างที่นั่งไขว่ห้างเส้นเลือดใหญ่ที่ต้นขาทั้งสองจะถูกแรงของขาทั้งสองข้างบีบเอาไว้ ทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น เพราะต้องสูบฉีดเลือดให้ร่างกายลำเลียงไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ให้ทั่วถึง • วางท่วงท่าให้เหมาะสม ควรวางแขนขนานราบกับพื้น แป้นพิมพ์อยู่ในระดับต่ำกว่าข้อศอกเล็กน้อย ทำให้ไม่รู้สึกเมื่อย นั่งหลังตรง หน้าจออยู่ระดับสายตาหรือต่ำกว่าระดับสายตา 10-20 องศา ทำให้ไม่เงยหน้าหรือก้มหน้าจนเกินไป ที่สำคัญอย่านั่งไหล่ห่อ หลังค่อม เพราะนอกจากจะเสียบุคลิกภาพแล้วยังจะทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อได้ • ละสายตาจากหน้าจอคอมฯ ทุกๆ 20 นาที ควรคลายกล้ามเนื้อสายตาด้วยการมองไกลๆ ราว 20 วินาที และเวลาที่ใช้คอมพิวเตอร์เราจะกะพริบตาน้อยลงกว่าปกติ 5 เท่า ทำให้เกิดอาการตาแห้งได้ ทางแก้คือการใช้น้ำตาเทียม นอกจากนี้การหลับตาเพียง 5-10 วินาที ก็นับเป็นการพักระหว่างการทำงานที่ดี • ปิดคอมฯ เมื่อไม่ใช้งาน ควรปิดเครื่องคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊กทุกครั้งที่ไม่ได้ใช้งาน เพื่อลดระยะเวลาในการรับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง และความเครียด • อย่ากินจุบจิบ อย่าให้การทำงานในออฟฟิศที่ต้องนั่งจมจ่อมอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ กลายเป็นเครื่องสังหารที่ทำให้คุณอ้วนเบอะบะโดยไม่รู้ตัว ด้วยการทานนั่นทานนี่ตลอดทั้งวัน โปรดบอกลาลูกอม และขนมหวานต่างๆ เสียตั้งแต่วันนี้ หรือหากอยากกินของหวานแก้เครียด ขอแนะนำว่าแทนที่จะซัดของหวานชามโต ก็เปลี่ยนมาเป็นละเลียดไอศกรีมถ้วยเล็กๆ จะดีกว่า • ออกไปเดินเล่นบ้าง การได้ออกไปสูดอากาศในตอนกลางวันเพียงไม่กี่นาที ก็สามารถช่วยลดความเครียด หรือความวิตกกังวลได้ แทนที่จะอุดอู้อยู่กับห้องแอร์ทั้งวัน • ใช้สิทธิ์พักร้อนให้เต็มที่ คำว่า Vacation ไม่ได้ถูกบัญญัติไว้เฉพาะในพจนานุกรม หรือเขียนไว้ในระเบียบข้อบังคับของบริษัทเท่านั้น กรุณานำมาใช้ในชีวิตจริงด้วย อย่าบ้างานจนปล่อยให้ร่างกายและจิตใจทรุดโทรม แล้วอ้างว่าไม่มีเวลาชาร์จแบตฯ เพราะคุณประโยชน์ของการพักร้อน คือ การที่คุณจะได้พักผ่อนจริงๆ เป็นการหลีกหนีจากงานชั่วขณะ เพื่อเติมพลังชีวิตให้สามารถกลับมาสะสางภาระหน้าที่ต่างๆ ต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญเพื่อให้คุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ พึงระลึกไว้เสมอว่า ‘Work Smarter, Not Harder’ เพราะหมดยุคหมดสมัยที่จะมาตรากตรำทำงานหนักกันแล้ว ยุคนี้เป็นโอกาสของคนที่รู้จักหาหนทางในการทำงานอย่างชาญฉลาดต่างหาก ทำงานหนักใช่ว่าจะทำให้ได้ผลงานที่ดี แต่ทำงานอย่างฉลาดต่างหากที่จะให้ผลงานที่น่าชื่นชม

วัยรุ่นคิดยังไง กับ การแก้ไข คำทับศัพท์
ข่าวการศึกษา /  นักศึกษา / 

นางกาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิต และนายกสมาคมครูภาษาไทยแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้กองศิลปกรรมได้จัดทำแบบสำรวจความคิดเห็นประมาณ 300 ชุด เกี่ยวกับการเขียนคำยืมจากภาษาอังกฤษในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 เพื่อสอบถามความเห็นจากคณะกรรมการราชบัณฑิต และผู้ที่เกี่ยวข้องในการเปลี่ยนแปลงการเขียนคำที่ยืมจากภาษาอังกฤษใหม่ เนื่องจากพบว่ามีคำศัพท์ที่ยืมมาจากคำภาษาอังกฤษ 176 คำ เขียนผิด และไม่ตรงกับเสียงวรรณยุกต์ของคำนั้นๆ นางกาญจนา กล่าวต่อว่า ปัญหานี้เกิดขึ้นมาจากขั้นตอนการถอดคำ หรือว่ายืมคำมาจากภาษาอังกฤษ เมื่อแปลมาเป็น ภาษาไทย ไม่ได้เติมวรรณยุกต์เสียงเอก โท หรือตรี ให้ตรงตามอักขรวิธีไทย อย่างคำว่า"แคลอรี" การเขียนให้ตรงกับการออกเสียงต้องเป็น "แคลอรี่" หรือว่าคำว่า "โควตา" ถ้าจะให้ตรงกับการออกเสียงต้องเป็นคำว่า "โควต้า" รวมทั้ง "เรดาร์" ต้องเป็นคำว่า "เรด้าร์" การศึกษา นางกาญจนา กล่าวต่อว่า เบื้องต้นได้สอบถามความเห็นจากสภาราชบัณฑิต ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการเติมวรรณยุกต์ และเปลี่ยนแปลงคำศัพท์ทั้ง 176 คำ เพื่อเขียนให้ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม คงต้องรอดูผลการสำรวจความคิดเห็นอีกครั้งว่าส่วนใหญ่จะเห็นด้วยทุกคำ หรือเห็นด้วยเฉพาะบางคำ ซึ่งตามกำหนดเวลาแล้ว ภายในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ ทุกคนต้องส่งแบบสอบถามดังกล่าวกลับที่กองศิลปกรรม เพื่อประมวลผลความคิดเห็นว่าเห็นด้วยหรือไม่ ทั้งนี้การขอปรับแก้คำศัพท์ทั้ง 176 คำนั้น หากเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยว่าควรเปลี่ยน ก็จะนำไปบรรจุในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตย สถาน พ.ศ.2554 ซึ่งกำลังดำเนินการปรับปรุงเพื่อจัดพิมพ์เล่มใหม่ คำศัพท์ ที่อยู่ในแบบสำรวจ เพื่อขอความเห็นในการเปลี่ยนแปลงการเขียนใหม่ มีดังนี้ 1.คำที่ใส่เครื่องหมายไม้ไต่คู้เพื่อแสดงสระเสียงสั้น ได้แก่ ซีเมนต์ - ซีเม็นต์ เซต-เซ็ต เซนติกรัม-เซ็นติกรัม เซนติเกรด-เซ็นติเกรด เซนติลิตร-เซ็นติลิตร ไดเรกตริกซ์-ไดเร็กตริก เทนนิส-เท็นนิส นอต-น็อต นิวตรอน-นิวตร็อน เนตบอล-เน็ตบอล เนปจูน-เน็ปจูน เบนซิน-เบ็นซิน แบคทีเรีย-แบ็คทีเรีย มะฮอกกานี-มะฮ็อกกานี เมตริก-เม็ตตริก เมตริกตัน- เม็ตริกตัน แมงกานิน-แม็งกานิน อิเล็กตรอน-อิเล็กตร็อน เฮกโตกรัม-เฮ็กโตกรัม เฮกโตลิตร-เฮ็กโตลิตร 2.คำที่เปลี่ยนตัวพยัญชนะเป็นอักษรสูง ได้แก่ คอร์ด-ขอร์ด แคโทด-แคโถด ซัลเฟต-ซัลเฝต ไทเทรต-ไทเถรต ไนต์คลับ-ไน้ต์ขลับ พาร์เซก-พาร์เส็ก แฟลต-แฝล็ต สเปกโทรสโกป-สเป็กโทรสโขป ไอโซโทป-ไอโซโถป 3.คำที่ใส่เครื่องหมายวรรณยุกต์เอก ได้แก่ กอริลลา-กอริลล่า แกโดลิเนียม-แกโดลิเนี่ยม แกมมา-แกมม่า แกลเลียม-แกลเลี่ยม คูเรียม-คูเรี่ยม แคดเมียม-แคดเมี่ยม แคลเซียม-แคลเซี่ยม แคลอรี-แคลอรี่ โครเมียม-โครเมี่ยม ซิงโคนา-ซิงโคน่า ซิลิคอน-ซิลิค่อน ซีเซียม-ซีเซี่ยม ซีนอน-ซีน่อน ซีเรียม-ซีเรี่ยม โซลา-โซล่า ดอลลาร์-ดอลล่าร์ เทคโนโลยี-เท็คโนโลยี่ แทนทาลัม-แทนทาลั่ม ไทเทเนียม-ไทเทเนี่ยม เนบิวลา-เนบิวล่า ไนลอน-ไนล่อน แบเรียม-แบเรี่ยม ปริซึม-ปริซึ่ม  ปิโตรเลียม-ปิโตรเลี่ยม แพลทินัม-แพลทินั่ม ฟังก์ชัน-ฟังก์ชั่น ฟาทอม-ฟาท่อม ไมครอน-ไมคร่อน ยิปซัม-ยิปซั่ม ยูเรเนียม-ยูเรเนี่ยม เลเซอร์-เลเซ่อร์ วอลเลย์บอล-วอลเล่ย์บอล อะลูมิเนียม-อะลูมิเนี่ยม อีเทอร์-อีเท่อร์ เอเคอร์-เอเค่อร์ แอลฟา-แอลฟ่า ฮาห์เนียม-ฮาห์เนี่ยม ฮีเลียม-ฮีเลี่ยม 4.คำที่ใส่ ห นำเพื่อแสดงเสียงวรรณยุกต์เอก ได้แก่ กะรัต-กะหรัต แกรนิต-แกรหนิต คลินิก-คลิหนิก คาทอลิก-คาทอหลิก คาร์บอเนต-คาร์บอเหนต คาร์บอลิก-คาร์บอหลิก โคออร์ดิเนต-โคออร์ดิเหนต รูเล็ตต์- รูเหล็ตต์ 5.คำที่เติมเครื่องหมายวรรณยุกต์โท ได้แก่ กลูโคส-กลูโค้ส กิโลไซเกิล-กิโลไซเกิ้ล กิโลเมตร-กิโลเม้ตร กิโลเฮิรตซ์-กิโลเฮิ้รตซ์ กีตาร์-กีต้าร์ แกรไฟต์-แกรไฟ้ต์ คาร์บอน-คาร์บ้อน คาร์บูเรเตอร์-คาร์บูเรเต้อร์ เคเบิล-เคเบิ้ล โควตา-โควต้า ชอล์ก-ช้อล์ก ซอส-ซ้อส โซเดียม-โซเดี้ยม ไดนาไมต์-ไดนาไม้ต์ แทนเจนต์-แทนเจ้นต์ แทรกเตอร์-แทรกเต้อร์ นิกเกิล-นิกเกิ้ล ไนต์คลับ-ไน้ต์ขลับ ไนโตรเจน-ไนโตรเจ้น บารอมิเตอร์-บารอมิเต้อร์ บีตา-บีต้า ปาทังกา-ปาทังก้า ปาร์เกต์-ปาร์เก้ต์ พลาสติก-พล้าสติก ฟาสซิสต์- ฟ้าสซิสต์ มอเตอร์-มอเต้อร์ เมตร-เม้ตร ไมกา-ไมก้า ยีราฟ-ยีร้าฟ เรดอน-เรด้อน เรดาร์-เรด้าร์ เรเดียม-เรเดี้ยม ลิกไนต์- ลิกไน้ต์ แวนดา-แวนด้า อาร์กอน-อาร์ก้อน แอนติบอดี-แอนติบอดี้ เฮิรตซ์-เฮิ้รตซ์ ไฮดรา-ไฮดร้า ไฮโดรเจน-ไฮโดรเจ้น 6.คำที่เติมเครื่องหมายวรรณยุกต์ตรี ได้แก่ กราฟ-กร๊าฟ ก๊อซ-ก๊อซ กอล์ฟ-ก๊อล์ฟ เกาต์-เก๊าต์ ออกไซด์-อ๊อกไซด์ โคบอลต์- โคบ๊อลต์ ดราฟต์-ดร๊าฟต์ ดัตช์-ดั๊ตช์ ดิสโพรเซียม-ดิ๊สโพรเซี่ยม เดกซ์โทรส-เด๊กโทรัส เต็นท์-เต๊นท์ บาสเกตบอล-บ๊าสเก้ตบอล บิสมัท-บิ๊สมั้ท แบงก์-แบ๊งก์ โบต-โบ๊ต ปลาสเตอร์-ปล๊าสเต้อร์ ปิกนิก-ปิ๊กหนิก ออกซิเจน-อ๊อกซิเย่น ออกซิเดชัน-อ๊อกซิเดชั่น ออกไซด์-อ๊อกไซด์ อาร์ต-อ๊าร์ต เอกซเรย์-เอ๊กซเรย์ แอสไพริน-แอ๊สไพริน แอสฟัลต์-แอ๊สฟัลต์ โอ๊ด-โอ๊ต 7.คำที่มีหลายพยางค์ ได้แก่ คอนเดนเซอร์-ค็อนเด็นเซ่อร์ คอนแวนต์-ค็อนแว็นต์ คอนเสิร์ต-ค็อนเสิร์ต คอมพิวเตอร์-ค็อมพิ้วเต้อร์ คอมมานโด-ค็อมมานโด คอมมิวนิสต์-ค็อมมิวนิสต์ คูปอง- คูป็อง เครดิตฟองซิเอร์-เครดิตฟ็องซิเอร์ แคดเมียม-แค็ดเมี่ยม แคปซูล-แค็ปซูล แคลเซียมไซคลาเมต-แคลเซี่ยมไซคลาเมต ช็อกโกเลต/ ช็อกโกแลต-ช็อกโกแล็ต เซนติเมตร-เซ็นติเม้ตร โซเดียมคาร์บอเนต-โซเดี้ยมคาร์บอเหนต โซเดียมไซคลาเมต-โซเดี้ยมไซคลาเหมต โซเดียมไฮโดรเจนกลูทาเมต-โซเดี้ยมไฮโดรเจ้นกลูตาเหมต โซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต-โซเดี้ยมไฮโดรเจ้นคาร์บอเหนต ดีเปรสชัน-ดีเปร๊สชั่น เทคโนโลยี-เท็คโนโลยี่ แทรกเตอร์-แทร็กเต้อร์ แบดมินตัน-แบ็ดมินตั้น แบตเตอรี่-แบ็ตเตอรี่ พลาสมา-พล้าสม่า โพแทสเซียม-โพแท้สเซี่ยม เมนทอล-เม็นท่อล แมงกานีส-แม็งกานี้ส แมกนีเซียม-แม็กนีเซี่ยม รีดักชัน-รีดั๊กชั่น ลอการิทึม-ล็อกการิทึ่ม สเปกตรัม-สเป๊กตรั้ม สเปกโทรสโกป-สเป็กโตรสโขป ออกซิเดชัน-อ๊อกซิเดชั่น อัลตราไวโอเลต-อัลตร้าไวโอเหล็ต แอกทิเนียม-แอ๊กทิเนี่ยม แอนติอิเล็กตรอน-แอ็นติอิเล็กตร็อน เฮกตาร์-เฮ็กต้าร์ เฮกโตเมตร- เฮ็กโตเม้ตร ขอขอบคุณข้อมูลจาก

เรียนเกาหลีที่มหาวิทยาลัยบูรพา
ข่าวการศึกษา /  ประเทศเกาหลี / 

เรียนเกาหลีที่มหาวิทยาลัยบูรพา น้องๆ ที่สนใจเรียนเอกภาษาเกาหลีในระดับอุดมศึกษา คงจะมี มหาวิทยาลัยบูรพา เป็นหนึ่งในตัวเลือกการสอบเข้ากันใช่ไหมคะ เพราะในประเทศไทย มีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนภาษาเกาหลีเป็นสาขาวิชาเอกเพียงไม่กี่แห่ง?ขยับเข้ามาใกล้ๆ เราจะมาทำความรู้จักกับเอกภาษาเกาหลี ที่มหาวิทยาลัยบูรพา จากการสัมภาษณ์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์อุไรวรรณ จิตเป็นธม คิม อาจารย์ใจดีประจำสาขาวิชาภาษาเกาหลี มหาวิทยาลัยบูรพา ไปพร้อมๆ กันค่ะ! เอกภาษาเกาหลีที่ ม.บูรพา เริ่มต้นจากการเปิดสอนเป็นวิชาโท เมื่อ พ.ศ.2542 แล้วได้รับความสนใจมากจนทุกวันนี้กลายมาเป็น สาขาวิชาภาษาเกาหลี ภาควิชาภาษาตะวันออก คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ หลักสูตรที่เปิดสอนมีเพียงวิชาเอก ภาคปกติเท่านั้น! ปัจจุบันมีอาจารย์ชาวไทย 5 ท่าน (กำลังศึกษาต่อ 1 ท่าน) อาจารย์ชาวเกาหลี 4 ท่าน และมีพี่ๆ บัณฑิตที่จบไปแล้วทั้งสิ้น 9 รุ่น ที่มา :: พีรีย์นุช สมิงวรรณ เรียนเกาหลีที่มหาวิทยาลัยบูรพา เรียนอะไรบ้าง หลักสูตรสาขาวิชาเกาหลีที่ ม.บูรพา รายวิชาจะแบ่งออกเป็นกลุ่มตามทักษะ 4 ด้าน ได้แก่ ฟัง พูด อ่าน เขียน มีวิชาทักษะรวม อาจารย์ชาวไทยจะรับหน้าที่สอนในระดับต้น ส่วนในระดับสูงขึ้นมาหน่อยอาจารย์ชาวเกาหลีจะเป็นผู้สอน กลุ่มวิชาทักษะการอ่าน เช่น วิชาโครงสร้างภาษาเกาหลี (อาจารย์ชาวไทย) กลุ่มทักษะการฟัง พูดและเขียน (อาจารย์ชาวเกาหลี) พอช่วงภาคเรียนที่สองของชั้นปีที่ 3 จะเน้นสอนวิชาที่ต้องนำไปใช้ในวิชาชีพมากขึ้น เช่น การแปลเกาหลี การสื่อสารเกาหลีเชิงวิชาชีพ ภาษาเพื่อการโรงแรม และเพื่อมัคคุเทศก์ นอกจากนี้ยังเสริมด้วยวิชาด้านวัฒนธรรม วรรณกรรม สัมมนา สามารถดูรายละเอียดของหลักสูตรเพิ่มเติมได้ที่ http://www.huso.buu.ac.th สร้างประสบการณ์ด้วยกิจกรรม ส่วนใหญ่เป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมเกาหลีอย่าง " วันฮันกุกอึยนาล " (Korean's Day) ก็จะมีการใส่ชุดฮันบก ถ่ายรูป การแสดงรำพัดเกาหลี ทำกิมจิ ทำอาหารเกาหลี รวมไปถึงการเต้นโคฟเวอร์ศิลปินเกาหลี ในทุกๆ ปียังมีการพานิสิตเอกเกาหลีไปร่วมสอบวัดระดับความสามารถทางภาษาเกาหลี และเข้าร่วมงานของชุมชนชาวเกาหลีตามโอกาส ทั้งยังสร้างความคุ้นเคยและความผูกพันกับภาษาเกาหลีด้วยการตั้งชื่อเป็นภาษาเกาหลีให้นิสิตทุกคน กิจกรรมทางวิชาการก็เด่นไม่แพ้กัน ทางสาขาได้ส่งเสริมให้นิสิตมีส่วนร่วมในงานสัมมนาระดับชาติที่เกี่ยวกับเกาหลีหรือการประกวดสุนทรพจน์ภาษาเกาหลีด้วย เรียนดี มีทุนให้ ทาง มหาวิทยาลัยบูรพา?มีทุนให้นิสิตนักศึกษาเยอะจริงๆ ค่ะ เริ่มกันที่ทุนแลกเปลี่ยนก่อนเลยนะคะ - มหาวิทยาลัยชุงนัม (เมืองแทจอน) มีทุนแลกเปลี่ยน ระยะเวลา 10 เดือน (2ภาคเรียน) จำนวน 5 ทุนต่อปีและระยะเวลา 4 เดือน (1ภาคเรียน) จำนวน 2 ทุนต่อปี - มหาวิทยาลัยชุงอัง (จังหวัดคย็องกิ)ทุนแลกเปลี่ยน ระยะเวลา 4 เดือน (1ภาคเรียน) จำนวน 2 ทุนต่อเทอม - มหาวิทยาลัยแทกู (เมืองคย็องซาน)เป็นการเข้าค่ายระยะสั้น 10 วัน ทุนการศึกษาอื่นๆ นั้นก็ขึ้นอยู่กับแต่ละปี เช่นทุนของ AKS, ทุนจากสถานทูตเกาหลี ฯลฯ แต่ถ้าหากสนใจจะไปศึกษาภาษาเกาหลีภาคฤดูร้อน ก็จะได้รับสิทธิ์ลดหย่อนค่าธรรมเนียมการศึกษา เช่น ม.คย็องฮี (โซล), ม.ชุงนัม (เมืองแทจอน), ม.คังวอน (จังหวัดคังวอน) ยังค่ะ ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ นอกเหนือจากทุนแลกเปลี่ยนแล้ว ยังมีทุนการศึกษาที่ทางม.บูรพาได้รับความกรุณาจากท่านภิกษุณีวัดฮันมาอึมซอนวอน สุขุมวิท กรุงเทพฯ มอบทุนการศึกษาแก่นิสิตเอกภาษาเกาหลีอีกด้วย การเรียนภาษาเกาหลีที่ประเทศเกาหลีจะหนักกว่าที่ไทย อาจารย์จึงต้องคัดเลือกนิสิตที่สมัครชิงทุนจากนิสิตชั้นปีที่ 3 ที่มีผลการเรียนดี มีการสอบสัมภาษณ์เพื่อพิจารณาทัศนคติ การวางตัว อุปนิสัยที่ดี อาจารย์กระซิบมาว่าบางรุ่นแทบจะได้ทุนกันครึ่งห้องเลยทีเดียว อยากเรียนเอกเกาหลีที่ มหาวิทยาลัยบูรพา?ต้องทำอย่างไร เนื่องจากมีจำนวนผู้สนใจเรียนมาก ทางสาขาจึงต้องจำกัดจำนวนนิสิตให้เหมาะสมเพราะเกรงว่าจะดูแลได้ไม่ทั่วถึง โดยเปิดสอนแค่ภาคปกติ มีการรับนิสิตจากแอดมิดชั่นกลางจำนวนหนึ่ง และรับตรง (12 จังหวัดภาคตะวันออก) อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งจะมีการสอบสัมภาษณ์ด้วย คุณสมบัติของนิสิตก็ยึดจากเกณฑ์ของมหาวิทยาลัย ทำคะแนนให้ดีเข้าไว้ เราก็จะสามารถเข้าเรียนในเอกที่เราต้องการได้ จุดเด่นของ เอกเกาหลี?มหาวิทยาลัยบูรพา? เอกเกาหลีมีจำนวนผู้สอบเข้าเพิ่มขึ้นทุกปี แต่ทางสาขาสามารถรับได้จำนวนจำกัด เพื่อการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ หลักสูตรของม. บูรพาจะมีการปรับปรุงทุกๆ 4 ปี ลดวิชาที่ล้าสมัยหรือไม่เข้ากับสถานการณ์ในยุคปัจจุบันลงไป และเพิ่มรายวิชาที่น่าสนใจเข้ากับสถานการณ์ของโลก จบเอกเกาหลี มีงานทำ อาจารย์อุไรวรรณกล่าวว่ากระแสเกาหลีฟีเวอร์ในประเทศไทยยังคงแรงดีไม่มีตก ถ้าเรียนจนสามารถใช้ภาษาเกาหลีได้ดี มีงานรองรับเยอะมากส่วนใหญ่จะเป็นพวกบริษัทสัญชาติเกาหลี ล่าม เกมออนไลน์เกาหลี อุตสาหกรรมบันเทิง และไปเป็นนักแปลกันเยอะมาก ฝากถึงเด็กๆ หรือผู้สนใจด้านการเรียนภาษาเกาหลี ?เชื่อว่าทุกภาษาเรียนยากหมด ต้องใช้ความพยายาม อดทน ฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง เด็กๆ ที่ชอบดารานักร้องเกาหลี อาจจะเห็นว่าการเรียนภาษาเกาหลีเป็นเรื่องสนุก แต่เมื่อมาเรียนจริงอาจจะเจอการท่องศัพท์เยอะ หรือไวยกรณ์ยากๆ แล้วก็ท้อถอดใจกันไป อาจารย์อยากบอกว่า เราชอบดารานักร้องเกาหลี แต่ไม่จำเป็นต้องเรียนเอกเกาหลีก็ได้ แค่ขอให้เรียนในสิ่งที่ตนเองถนัด ?แต่นิสิตเอกเกาหลีของเราบางคน เริ่มต้นจากการชอบนักร้องเกาหลี แล้วเด็กๆก็พยายามใช้ความชอบตรงนี้เป็นแรงฮึด ผลักดันให้มุมานะ เรียนเกาหลีจนสามารถใช้ภาษาเกาหลีได้ ก็รู้สึกดีใจที่เขาประสบความสำเร็จและมีความสุขกับการเรียน? ศูนย์เกาหลีศึกษา คืออะไร มหาวิทยาลัยบูรพามีหน่วยงานชื่อศูนย์เกาหลีศึกษา ที่ศูนย์เกาหลีศึกษาจะดูแลด้านวิชาการเป็นหลัก เช่น การจัดประชุมสัมมนาทั้งในระดับชาติ และนานาชาติที่เกี่ยวข้องกับเกาหลี โดยเฉพาะระดับภูมิภาคอาเซียน+ออสเตรเลีย มีการจัดประกวดสุนทรพจน์ภาษาเกาหลีระดับอุดมศึกษาแห่งประเทศไทยทุกปี รวมไปถึงการทำโครงการร่วมกับองค์กรต่างๆ ในประเทศเกาหลีและยังเป็นศูนย์จำหน่ายพจนานุกรม ไทย-เกาหลี และ เกาหลี-ไทยที่นำเข้าจากเกาหลี ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://ksc.buu.ac.th ผู้ช่วยศาสตราจารย์อุไรวรรณ จิตเป็นธม คิม

สเปนคลั่ง!! เพิ่มศัพท์ Messi ลงพจนานุกรม
บาร์เซโลน่า /  พจนานุกรม / 

ลิโอเนล เมสซี่ ยอดนักเตะแห่งยุคของ บาร์เซโลน่า ได้รับเกียรติบรรจุศัพท์ใหม่ "Inmessionante" ลงในพจนานุกรมภาษาสเปน ฉบับล่าสุด โดยมีที่มาจาก ลิโอเนล เมสซี สุดยอดนักเตะของโลกนั้นเอง ซึ่งมีความหมายถึงการเล่นฟุตบอลที่เฟอร์เฟคและนักเตะที่ดีที่สุดตลอดกาล โดยในพจนานุกรมเล่มนี้ ได้บัญญัติคำใหม่ว่า "Inmessionante" ซึ่งเป็นคำคุณศัพท์ มี 2 ความหมายด้วยกัน 1. แนวทางการเล่นฟุตบอลที่สมบูรณ์แบบ, ความสามารถที่ไร้ขีดจำกัดที่จะพัฒนาตัวเอง และ 2. บรรยายถึงผู้เล่นที่ดีที่สุดในโลกตลอดกาล :) ที่มา : http://www.101greatgoals.com/blog/inmessionante-lionel-messi-makes-it-into-the-spanish-dictionary-picture/ //////////////////////////////////////////////////////////////////

เทคนิคเรียนภาษาที่ 3 ด้วยตัวเอง
นิค นิคโค้ โวกูก้า /  เทคนิคการเรียน / 

เรียนเอง เก่งเองเทคนิคเรียนภาษาที่ 3 ด้วยตัวเองในแบบเด็กลูกครึ่ง ของ 2 หนุ่ม แอนดรูว์ นักร้องวง Evo nine และ นิค นิคโค้ พิธีกรรายการสตรอเบอร์รีครับเค้ก ทั้งคู่มีวิธีการที่น่าสนใจมากๆ เลยอยากนำมาเสนอให้น้องๆ ที่สนใจฝึกภาษาด้วยตัวเอง ได้ลองเป็นอีกหนึ่งแนวทางกันค่ะ งั้นวันนี้เราไปติดตามเทคนิคพวกเขากันเลย... เทคนิคเรียนภาษาที่ 3 ด้วยตัวเอง ศรันยู ศรุติสุต ชื่อเล่น แอนดรูว์ อายุ 22 ปี นักร้องวง Evo nine แอนดรูว์เด็กไทยสัญชาติอเมริกัน พ่อ-แม่เปิดธุกิจและอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา เขาเกิดและโตที่แอลเอ จนถึงอายุ 18 ปี จึงตัดสินใจย้ายจากโรงเรียน Stamforcl Uni nter เกรด 11 มาเรียนต่อโรงเรียนนานาชาติที่เมืองไทย เพื่อเป็นเด็กเทรนด์ โดยสำหรับแอนดรูว์แล้ว การพูดภาษาไทยให้ชัดเป็นสิ่งที่เขาพยายามมากที่สุด ถ้าอย่างนั้นเรามาฟังกันว่าเด็กไทยที่ไม่เคยอยู่เมืองไทยเลย แต่อยากพูดสำเนียงใช้ชัด เค้ามีเทคนิคการใช้ภาษาไทยอย่างไร ช่วงแรกผมเครียดมาก เพราะต้องสื่อสารเป็นภาษาไทยกับคนไทยให้เข้าใจ เชื่อไหมว่าตอนนั้นผมไม่มีเพื่อนเลย จนค่อยๆ ปรับตัวได้ หลังจากนั้นเวลาคนไทยพูดภาษาอังกฤษกับผม ผมจะพยายามพูดกลับเป็นภาษาไทยอย่างเดียว ไม่อยากให้คนคิดว่าเป็นเด็กนอก พูดไทยคำอังกฤษคำ ซึ่งสำหรับคนไทยที่อยากเก่งภาษาอังกฤษ อย่างแรกที่ผมอยากแนะนำคือห้ามอาย คนไทยที่ผมสังเกตหลายคนเขาสามารถพูดได้ แต่อายที่จะพูด กลัวว่าพูดผิด พูดแล้วดูตลก ผมแนะนำว่าอย่าอาย ยิ่งถ้ามีเพื่อนอินเตอร์พูดกับเขาเยอะๆ ฝึกพูดเองง่ายกว่าที่จะต้องไปเรียน แล้วภาษาอังกฤษก็ง่ายกว่าภาษาไทยเยอะครับ นิค นิคโค้ โวกูก้า อายุ 19 ปี ลูกครึ่งไทย-เยอรมัน พิธีกรรายการสตรอเบอร์รีครับเค้ก นิคเกิดที่สเปน เรียนอนุบาลที่สเปนก่อนจะย้ายไปอยู่ออสเตรียและใช้ภาษาเยอรมันเป็นหลัก จนเมื่อ 4 ปีก่อนนิคและคุณแม่มาเที่ยวเมืองไทย แล้วตัดสินใจอยู่ที่จังหวัดโคราช ฝรั่งสำเนียงโคราชมีขั้นตอนการฝึกภาษาไทยยังไงจากที่พูดไทยไม่ได้เลย จนกลายมาเป็นพิธีกรรายการวัยรุ่น จนถึงทุกวันนี้ได้ ?ผมมาอยู่อำเภอประทายที่โคราช เป็นเด็กฝรั่งบ้านนอก นี่ก็ติดสำเนียงโคราชมาด้วยครับ ผมเริ่มฝึกภาษาไทยเอง ฟังเอง คุณแม่ไม่ได้สอน คุณแม่พูดชัดเลยเอามาใช้ ตอนย้ายมาพูดภาษาไทยไม่ได้เลย ก็เลยต้องเริ่มหัดพูดเองจากคำง่ายๆ อย่างคำว่า ไปไหน? ไปทำอะไร? มีคำพื้นเป็นคำว่า ?ไป? ถ้าจำไม่ได้ก็จดแล้วก็ฟังคนอื่นเขาพูดเยอะๆ พอเขาพูด เฮ้ย...ไปไหน? เราก็เข้าใจคำว่า เฮ้ย เพิ่มล่ะ แต่พวกคำว่า แก ฉัน จะไม่ใช้ จะใช้คำว่า ผม กับ คุณ อย่างเดียว เพราะคนไทยมีสรรพนามเยอะ ฝึกพูดกับเพื่อนเยอะๆ ก็จะพูดได้ เทคนิคการเรียนต่างประเทศ อย่างเช่น ภาษาอังกฤษเองง่ายๆ 1. การฟัง การฟังเป็นการเรียนรู้ที่สามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะแค่ 1 นาที 5 นาที หรือเป็นชั่วโมง การฝึกที่ดีที่สุดคือ การฟังข่าวภาษาอังกฤษ ช่องทางการฟังมีหลากหลายมาก เช่น ดูข่าวผ่านทีวี CNN, BBC หรือช่องอื่นๆ หรือ ฟังข่าวออนไลน์ผ่านมือถือ ซึ่งหาดาวน์โหลด Application เหล่านี้ได้ง่ายมาก ประเด็นคือฟังไม่รู้เรื่อง มันมืดไปหมด แล้วอย่างนี้จะเรียนรู้ได้อย่างไร อย่าเพิ่งถอดใจเพราะเป็นเรื่องธรรมดาหากฟังไม่เข้าใจ เพราะแม้กระทั่งคนที่ระดับภาษาอังกฤษค่อนข้างดีแล้ว บางทีเขายังฟังข่าวไม่ค่อยรู้เรื่องก็มี สิ่งที่จะแนะนำคือพยายามฟังบ่อยๆ หากมีเวลาพยายามตั้งใจฟังและพยายามจับให้ได้ว่าเขากำลังรายงานข่าวเรื่องอะไรอยู่ พยายามแยกแยะคำศัพท์แต่ละคำออกจากกันให้ได้ ถึงแม้จะไม่รู้ความหมายของคำนั้นๆ ก็ตาม เพราะถ้าเราฟังเฉยๆ ลอยๆ จะเหมือนกับเวลาฝรั่งอ่านหนังสือภาษาไทยที่ไม่รู้ว่าแต่ละคำจบตรงไหน เพราะเขียนติดกันเป็นพืดไปหมด ดังนั้นช่วงเริ่มฟังใหม่ๆ ไม่จำเป็นต้องรู้ความหมายหรือรู้เรื่องทั้งหมด แค่พยายามจับคำของนักข่าวให้ได้ก็พอ แต่ถ้าไม่ได้จริงๆ อย่าเพิ่งท้อ เพราะการฟังบ่อยก็ช่วยให้เราคุ้นชินกับสำเนียง ท่วงทำนอง ระดับสูงต่ำ ของภาษาได้ไปในตัว ฟังไปนานๆ มันจะฝังอยู่ในจิตใต้สำนึกเราเอง และไม่ช้าเราจะจับคำพูดที่เราฟัง ได้โดยที่ไม่ต้องพยายามอีกต่อไป ดังนั้นว่างๆ หากมีสมาร์ทโฟนให้เข้าไปดาวโหลด Podcast ข่าวของ CNN หรือ BBC มาไว้ในมือถือ ขึ้นบีทีเอสหรือรอรถเมย์เมื่อไหร่ก็หยิบออกมาฟังเพลินๆ หรือเข้าไปที่ Leaning English ของ Voice of America จาก http://learningenglish.voanews.com ในนี้จะรวบรวมข่าวพร้อมคลิปเสียงการบรรยายข่าวนั้นๆ โดยเขาทำไว้เพื่อให้คนฝึกฟังภาษาอังกฤษโดยเฉพาะ ดังนั้นการรายงานข่าวจึงไม่เร็วเกินไปและชัดถ้อยชัดคำมาก การฝึกฟังจากการดูหนัง หรือซีรีส์ฝรั่ง คำแนะนำคือห้ามมี Subtitle หรือถ้าต้องมีจริงๆ ต้องเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น ห้ามเป็นภาษาไทยโดยเด็ดขาด เพราะคุณจะไม่ได้อะไรเลยจากการดูหนังในครั้งนั้น การดูหนังหรือซีรีส์ภาษาอังกฤษจะดีตรงที่ภาษาจะเป็นภาษาพูดที่ใช้ในชีวิตประจำวันทั่วไป แนะนำอย่าเลือกหนังที่เป็นหนังประวัติศาสตร์ย้อนยุค เพราะเราจะไม่เข้าใจภาษา ถ้าเลือกได้แนะนำหนังการ์ตูนของ Walt Disney ดูน่ารักเพลินๆ และภาษาเข้าใจง่าย ส่วนซีรีส์ก็เลือกดูที่เราถนัด การฟังจากการฟังเพลง เชื่อว่าทุกคนฟังเพลงสากล แต่มีกี่คนที่รู้ว่าเพลงที่ฟังอยู่สื่อถึงอะไร หรือเนื้อเพลงแปลว่าอะไร หากฟังแบบนั้นจะเป็นแค่การฟังเพื่อความเพลิดเพลิน การฟังที่ได้เรียนรู้ไปด้วยแนะนำให้เปิดหาความหมายของเนื้อร้องประกอบไปด้วย อาจจะฝึกแปลเองหรือเข้าไปหาดูบทแปลจากอินเทอร์เน็ต แต่ระวังนิดนึงเพราะบางเว็บที่แปลเพลงสากลอาจแปลได้ไม่ค่อยตรงความหมายของเพลง หรือความหมายไม่ได้ตามอารมณ์ที่ควรจะเป็นของเพลงนั้นๆ ข้อดีของการฟังเพลงคือเพลงหนึ่งเพลง ปกติเราไม่ฟังแค่รอบเดียวแล้วเลิกฟัง เรามักจะฟังซ้ำๆ ทุกวัน จึงทำให้เกิดการคุ้นหูและเคยชินกับประโยคในเพลง หากเรารู้ความหมายจะเป็นการดีที่เราได้เรียนรู้ทั้งคำศัพท์และตัวอย่างการใช้ไปในตัว เวลาจำไปใช้ก็เอาไปทั้งประโยคได้เลย 2. การอ่าน อ่านน้อยได้น้อย อ่านมากได้มาก อันนี้ขึ้นอยู่กับความขยันของตัวบุคคลจริงๆ ทุกครั้งที่เราอ่านเราจะได้อะไรเสมอ สำหรับการอ่านภาษาอังกฤษไหนๆ ก็จะเริ่มอ่านแล้ว ควรอ่านให้ได้ประโยชน์มากที่สุด แนะนำให้อ่านข่าวภาษาอังกฤษ บทความ หรือนิตยสารภาษาอังกฤษ การอ่านจะต่างจากการฟังตรงที่เวลาอ่านพยายามทำความเข้าใจในสิ่งที่เรากำลังอ่าน หากเจอคำศัพท์แปลกที่เราไม่รู้ความหมายให้เปิดพจนานุกรมและเขียนกำกับไว้เลย (แนะนำให้เขียนลงในเนื้อหาที่เราอ่านเลย) หากเป็นไปได้ควรอ่านทุกวัน อย่างน้อยวันละหนึ่งหัวข้อข่าว หรือหนึ่งบทความ เจอคำที่ไม่รู้ให้เปิดพจนานุกรมและเขียนไว้ ถึงแม้จะเป็นคำเดิมที่เราเคยเจอ และเคยเปิดมาแล้ว เพราะถ้าเปิดอีกรอบนั่นหมายความว่าเรายังจำไม่ได้ หากอ่านทุกวันเราจะเห็นว่าเราจะเจอคำศัพท์เดิมๆ บ่อยครั้ง ในที่สุดเราจะจำคำนั้นๆ ได้โดยอัตโนมัติ แต่การอ่านไม่จำเป็นต้องเปิดแบบละเอียดทุกคำ เพราะมันจะทำให้เราเกิดอาการหงุดหงิด ท้อและเลิกอ่านไปในที่สุด บางทีเราสามารถเดาความหมายจากบริบทได้ อันนี้อาจต้องฝึกบ่อยๆ นะคะ การเรียนรู้ภาษาที่สามจะต้องมาควบคู่กับความขยันและอดทน หากขาดสิ่งนี้การเรียนรู้แทบจะไม่ได้ผลเลย ยังไงก็พยายามกันนะคะ โดยเฉพาะสากลอย่างภาษาอังกฤษ ไม่ใช่สิ่งที่ยากหรือน่ากลัว แต่หากเราไม่รู้แล้วเกิดจำเป็นต้องใช้ในวันข้างหน้าความน่ากลัวจะมาเยือน ที่มา นิตยสารแคนดี้, เรียบเรียงโดย http://teen.mthai.com/หากนำไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยค่ะ

ราชบัณฑิตยฯยัน ยังไม่แก้คำทับศัพท์ ชี้เป็นเพียงข้อเสนอ
คำทับศัพท์ /  ราชบัณฑิตยสถาน

เลขาธิการราชบัณฑิตยสถาน ยืนยันยังไม่มีการแก้ไขคำทับศัพท์ในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 แน่นอน เพราะขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการจัดพิมพ์แล้ว น.ส.กนกวลี ชูชัยยะ เลขาธิการราชบัณฑิตยสถาน กล่าวถึงกรณีข้อเสนอการแก้ไขคำทับศัพท์ 176 คำ ที่มีการเขียนถอดคำไม่ถูกต้องตามเสียงวรรณยุกต์ ว่า ข้อเสนอดังกล่าวเป็นเพียงข้อเสนอส่วนบุคคลของ ศ.กิตติคุณ ดร.กาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิตภาษาไทย ซึ่งยังอยู่ระหว่างการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาเป็นการภายในราชบัณฑิตยสถาน โดยการออกแบบสอบถามภายในองค์กรไปถึงภาคีสมาชิกและกรรมการวิชาการ ก่อนที่จะสรุปผลเสนอสภาราชบัณฑิตในเดือนธันวาคมนี้ จากนั้นจะต้องมีกระบวนการประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เนื่องจากถือเป็นเรื่องใหญ่ที่คนไทยทุกคนควรต้องมีส่วนร่วมในภาษาของชาติ เลขาธิการราชบัณฑิตยสถาน ยืนยันด้วยว่า จะยังไม่มีการแก้ไขคำทับศัพท์ดังกล่าวในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 ที่จะเผยแพร่ภายในต้นปี 2556 อย่างแน่นอน เพราะขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการจัดพิมพ์แล้ว โดยพจนานุกรมฉบับนี้นับเป็นฉบับที่ 4 ในรัชกาลปัจจุบัน ต่อจากฉบับ พ.ศ.2493 พ.ศ.2525 และ พ.ศ.2542 เป็นฉบับเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งจะบรรจุคำที่เกี่ยวข้องกับพระเจ้าอยู่หัว และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เช่น คำว่า “แกล้งดิน” และยังเป็นฉบับแรกที่จะจัดพิมพ์ 100,000 เล่ม แจกจ่ายให้กับสถานศึกษา องค์กร หน่วยงาน และสื่อสารมวลชนด้วย(สำนักข่าวไทย) Mthai News .................................................................. ข่าวที่เกี่ยวข้อง ราชบัณฑิต เสนอแก้ 176 คำทับศัพท์ แนะเพิ่มวรรณยุกต์เขียนตรงเสียง ครูลิลลี่ไม่เห็นด้วย แก้ 176 คำทับศัพท์ ชี้ ทำให้เด็กเกิดความสับสน

Haken no Hinkaku EP1-1
Haken /  no / 

Haken no Hinkaku EP1-1 โอมาเอะ ฮารุโกะ พนักงานชั่วคราวเกรดเอ ผู้ซึ่งไม่เคยยิ้มและไม่ค่อยพูดถ้าไม่จำเป็น และเลิกงานตรงเวลาทุกครั้ง พจนานุกรมของเธอไม่มีคำว่า "เป็นไปไม่ได้" กับคำว่า "ล่วงเวลา" เธอเซ็นสัญญาทำงานในบริษัทต่างๆ มากมาย และหลังจากทำงานที่บริษัทแห่งนั้นครบ 3 เดือน เธอก็จะหายไปอย่างไรร่องรอยเสมอ ฮารุโกะได้เข้ามาทำงานในบริษัท S&F เพื่อช่วยงานแผนกใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวเป็นเวลา 3 เดือน แต่ในความแปลกประหลาดของเธอ ได้แสดงให้เห็นว่าเธอมีความปวดร้าวอยู่ข้างใน ซาโตนากะ เคนสุเกะ ผู้ซึ่งได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้เป็นหัวหน้าแผนกการตลาดที่เพิ่งเพิ่มเข้ามาใหม่ ของบริษัท S&F เนื่องจากบุลลากรในแผนกไม่เพียงพอ เขาประสบกับความยากในการเริ่มต้นแผนกใหม่มาก จนกระทั้ง โอมาเอะ ได้เข้ามาช่วยงานในแผนกของ เคนสุเกะในฐานะ (ฮาเคน) พนักงานชั่วคราว เธอทำงานในแผนกใหม่ของ เคนสุเกะได้อย่างดีเยี่ยม ด้วยความสามารถของเธอ ซีรีส์เรื่องนี้การนำเสนอทัศนะคติที่แตกต่างระหว่าง พนักงานประจำ กับ พนักงานชัวคราว (ฮาเคน) ได้อยางสนุกสนานและให้ข้อคิดได้อย่างดีอีกด้วย

พจนานุกรมฉบับใหม่ 2554 เพิ่มศัพท์กว่า 1,000 คำ
ประวัติ /  ภาษาวัยรุ่น / 

สาวก พจนานุกรม เตรียมเฮ เพราะเดือนธันวา 2556 ราชบัณฑิตยสถาน เปิดตัว พจนานุกรมฉบับใหม่ 2554 เพิ่มศัพท์กว่า 1,000 คำ?ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 ว่า สาเหตุที่ผลิต พจนานุกรมฉบับใหม่ 2554?ฉบับนี้ขึ้นมาเป็นเพราะภาษาไทยเป็นภาษาประจำชาติไทย เป็นภาษาที่คนไทยทั้งประเทศภูมิใจ และเป็นภาษาที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดังนั้นจึงต้องรวบรวมและจัดเป็นหมวดหมู่ใหม่อีกครั้ง นอกจากนี้ พจนานุกรมดังกล่าวทางราชบัณฑิตยสถานได้นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์อีกด้วย เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ใช้ ก่อนที่จะแจกจ่ายต่อองค์กรสถาบันการศึกษาและหน่วยงานรัฐประมาณ 85,000 แห่ง คาดว่าใช้งบประมาณทั้งหมด 40 ล้านบาท ส่วนประชาชนทั่วไปสามารถหาซื้อได้ในเดือนธันวาคมนี้ สำหรับ?พจนานุกรมฉบับใหม่ 2554?ฉบับใหม่นี้ จัดพิมพ์เรียบร้อยแล้วจำนวน 100,000 เล่ม โดยมีเพิ่มเติมศัพท์ใหม่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ศัพท์เฉพาะสาขาวิชากว่า 1,000 คำ อาทิ ธนาคารโค, แก้มลิง เป็นต้น รวมถึงคำที่มาจากภาษาปาก เช่น คำว่า ซัด ซึ่งหมายถึงกินหรือการชกต่อย หรือคำศัพท์ทั่ว ๆ ไปที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย เช่น เครื่องดื่ม สปา วัตถุมงคล ห้างสรรพสินค้า ก็ยังอยู่ในพจนานุกรมฉบับนี้ ส่งผลให้ฉบับนี้เป็นฉบับที่พิเศษกว่าฉบับอื่น และมีคำศัพท์รวมทั้งหมดประมาณ 39,000 คำ ขณะที่พจนานุกรมปี 2542 มีคำศัพท์ที่ 37,000 คำ เท่านั้น นอกจากนี้ เรื่องการพิมพ์จะให้เอกชนเข้ามาใช้สิทธิจัดพิมพ์จำนวน 50,000 เล่ม และระหว่างนี้สามารถสืบค้นคำจาก พจนานุกรมฉบับใหม่ 2554?ฉบับนี้ได้จากเว็บไซต์ของ ราชบัณฑิตยสถาน www.royin.go.th เพื่ออำนวยความสะดวกในการสืบค้นหาทางสื่อออนไลน์ และเป็นการส่งเสริมคนไทยให้ใช้ภาษาไทยอย่างเป็นมาตรฐานเดียวกัน ก่อนที่จะไปเรียนภาษาอื่น

ที่มาของคำว่า เด็กเนิร์ด!
ข่าวการศึกษา /  ปัญหาวัยรุ่น / 

ภาพลักษณ์ของ "เด็กเนิร์ด"  ในปัจจุบันที่เพื่อนๆรู้จักกันก็คงคิดว่า เป็นเด็กที่ไม่ชอบเข้าสังคม หมกมุ่นเรื่องเรียน ถือตำราเยอะๆ แว่นหนาๆ แต่งตัวเชยๆ กันใช่ไหมล่ะ  แต่ที่จริงแล้วเพื่อนๆเคยสงสัยกันบ้งารึเปล่า?ว่า คำที่วัยรุ่นชอบเรียกกันว่า "เด็กเนิร์ด" เนี่ย ความจริงแล้วที่มาที่ไปเป็นอย่างไร? ตาม teen.mthai ไปหาคำตอบกันคะ ^^ ที่มาของคำว่า เด็กเนิร์ด ! ‘เนิร์ด’ (Nerd) เป็นคำเรียกสั้นๆที่ฮิตฮอตนี้ ที่จริงแล้ว นิยามของเนิร์ดมีมาตั้งแต่ยุค 40’ จากการที่ Rensselaer Polytechnic Institute สถาบันการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของอเมริกา แบ่งนิยามของนักศึกษาออกเป็นสองกลุ่ม คือ ‘Drunk’ กลุ่มที่ไม่ชอบเรียน ตกกลางคืนเอาแต่ปาร์ตี้ กินเหล้าเมาหัวราน้ำ (อันนี้รู้สึกว่าเด็กไทยเป็นกันเยอะนะ อิอิ ^^) ส่วนอีกกลุ่มตกเย็นกลับที่พัก ทำการบ้านอ่านหนังสือ เรียกว่า ’Knurd’ (สะกดตัวอักษรกลับหลังจาก Drunk) ต่อมาก็ได้ตัด k และเปลี่ยนมาเป็น ‘Nerd’ ในปัจจุบัน หากสนใจเรื่องราวประมาณนี้ก็หาดูได้จากภาพยนตร์ปี 1984 เรื่อง Revenge of Nerds และตามพจนานุกรมฉบับ Oxford Advanced Learners’ ได้แปลความหมายของคำว่า ‘เนิร์ด’ เอาไว้ 2 รูปแบบด้วยกัน ความหมายแรกเนิร์ดคือบุคคลที่แสนจะน่าเบื่อ งี่เง่า และเชยแหลก ความหมายต่อมาคือ บุคคลที่บ้าคลั่งในคอมพิวเตอร์อย่างรุนแรง  แต่ความหมายที่แท้จริงของคำว่า ‘เนิร์ด’ ในชีวิตประจำวันแล้ว มันคืออะไรที่กว้างกว่านั้น เนิร์ด (Nerd) หมายถึง กลุ่มคนที่มีระดับสติปัญญาสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน พูดง่ายๆก็คือฉลาดกว่าคนทั่วๆไป และชอบในเรื่องที่ชาวบ้านเขาไม่สนใจกัน ส่วนมากก็จะเป็นเรื่องวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ห้องเรียน หรือคอมพิวเตอร์ที่ได้จากหน้าจอสี่เหลี่ยม แม้กระทั่งภาษาไทย สังคม อังกฤษ ก็ยังสามารถจัดในหมวดหมู่ในชาวเนิร์ดได้  ซึ่งคำนี้จะใช้กันแพร่หลายที่สุดในอเมริกา ภาพลักษณ์ของพวกเขาก็คือ นึกภาพคนใส่แว่นหนาเตอะ ขลุกอยู่กับกองหนังสือทั้งวันนั้นแหละใช่เลย แต่ภาพลักษณ์ด้วยส่วนมากก็จะเป็นชายหนุ่มใส่แว่นหนากรอบดำ มีไม้โปรเทกเตอร์ติดกระเป๋า ใส่ชุดที่เป็นทางการมากเกินไป และบางครั้งภาพที่ออกมาก็เป็นคนที่ไม่รักษาความสะอาด และถ้าไม่ผอมก็อ้วนเกินไป เป็นคนเข้าสังคมไม่เก่ง ไม่สามารถสนทนาเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องเทคนิคกับคนอื่นๆได้ ที่มาของคำว่า เด็กเนิร์ด!  :  อัฉริยะที่เรียกว่าเนิร์ด       รู้รึเปล่าว่า ? จริงๆ แล้วที่พวกเรามีเทคโนโลยี ให้ใช้ได้จนถึงทุกวันนี้ 90 เปอร์เซ็นต์ พวกเด็กเนิร์ดเป็นผู้คิดค้นขึ้นมา และเมื่อผู้ยิ่งใหญ่อย่าง บิลล์ เกตต์ , สตีฟ จ๊อบส์ อบรวมถึงการที่บรรดาเนิร์ดก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าของอาณาจักรธุรกิจไอทีระดับโลกแล้ว ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครรู้สึกเคอะเขินกับการถูกเรียกว่า ‘เนิร์ด’ อีกต่อไป      ที่มาของคำว่า เด็กเนิร์ด!  : เนิร์ดคือ แฟชั่นใหม่        ตั้งแต่ในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษ 1990 มีเนิร์ดจำนวนมากบนโลกอินเตอร์เน็ต ซึ่งเอาคำนี้มาใช้ด้วยความภาคภูมิใจ และใช้ในความหมายที่เป็นแง่บวก เพื่ออธิบายถึงบุคคลที่มีความสามารถทางด้านเทคนิค โดยดั้งเดิมนั้น เนิร์ดใช้กับผู้ชายเท่านั้น แต่ตอนนี้ผู้หญิงก็เริ่มหันมาสนใจเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และวิชาอื่นๆ ที่ปกติมีแต่ผู้ชายสนใจ ดังนั้น เนิร์ดจึงใช้ได้ทั้งชายและหญิง ตัวอย่างเด็กเนิร์ด เวลม่า ดิงเลย์ ในเรื่อง สกูปิดู, โคจิโร่ อิซึมิ และมิยาโกะ อิโนอุเอะ ในเรื่อง ดิจิมอน, เด็กซ์เตอร์ ในเรื่อง ห้องทดลองของเด็กซ์เตอร์, เดคิสุงิคุง ในโดราเอมอน, เอ็มม่า วัตสัน (เฮอร์ไมโอนี่) ในเรื่องแฮร์รี่พอตเตอร์, Tobey Maquire ในบท Peter Parker จาก Spider man ปัจจุบันเนิร์ดกลายเป็นรสนิยมและกำลังกลายเป็นแฟชั่นสไตล์หนึ่ง โดยมีที่มาจากฝรั่ง ซึ่งถ้าเป็นผู้ชายจะมีลักษณ์ที่เห็นได้ชัดคือดัดฟัน แว่นหนาๆ เอาเสื้อเข้าในกางเกง ใส่รองเท้าเชยๆ และชอบโดนแกล้งอยู่เสมอๆ และถ้าเป็นเด็กผู้หญิงมักจะผูกผมเรียบร้อย ตัดหน้าม้า ใส่แว่น ดัดฟัน หน้าเป็นกระ ชอบทำตัวแปลกๆ เฉิ่มๆ และดูไม่มีอะไรน่าสนใจ สำหรับเนิร์ดในเมืองไทยเวลานี้กำลังเป็นแฟชั่น เหมือนกับเมื่อก่อนที่มีเด็กแนว เด็กอินดี้ ซึ่งทุกคนพยายามที่จะแต่งตัว หรือสร้างอัตลักษณ์ให้โดดเด่น และแตกต่างกันออกไป การแต่งตัวแบบเด็กเนิร์ดจึงหาทางออกหนึ่ง มันเริ่มต้นมาจากการที่เด็กเนิร์ดสวมแว่นเปลี่ยนกรอบแว่นจากโลหะธรรมดาๆ เชยๆ มาใส่เป็นกรอบพลาสติกสีสันสดใส จนทำให้คนที่ไม่ได้สายตาสั้นเห็นแล้วอยากใส่แว่นบ้าง แว่นตาจึงเป็นแมททีเรียลที่เห็นแล้วให้ความรู้สึกชัดเจนถึงความเป็นเด็กเนิร์ดที่สุด เวลานี้เด็กสยาม หรือเด็กแนว ทั่วไปก็สามารถกลายเป็นเด็กเนิร์ดได้ เนิร์ดจึงกลายมาเป็นประเด็นที่วัยรุ่นนำมาล้อเลียนและประชดประชัน จนคำว่า เนิร์ด กลายเป็นคำพูดที่อยู่ในกระแสพอสมควร พูดกันเวลานี้แล้วทุกคนรู้จักแล้วเข้าใจ เรียกว่ามันเริ่มขยายวงกว้างมากขึ้น ติดท็อปแล้วเหมือนกัน แต่ถ้าหลังจากนี้ไปมีคนสนใจกันมากๆ อาจเป็นช่วงขาลง เพราะวัยรุ่นแทบทุกคนเวลานี้มองหาแต่สิ่งที่แตกต่าง     ที่มาของคำว่า เด็กเนิร์ด! :  เผ่าพันธุ์ชาวเนิร์ด  นอกจากคำว่า 'เนิร์ด' แล้ว ยังมีศัพท์ที่ใกล้เคียงที่บ่งบอกลักษณะการใช้ชีวิตของเด็กเนิร์ดทั้งหลาย เช่น กี๊ก (Geek) ซึ่งตอนนี้ก็ยังมีการถกเถียงกันอยู่ระหว่างคำนี้กับเนิร์ด เพราะทั้งสองคำมีความหมายใกล้เคียงกัน แต่สรุปแล้วกี๊กนั้นดูเป็นเฉพาะกลุ่มมากว่าเนิร์ด เพราะว่าเขาสนใจในสิ่งที่ตัวเองคลั่งไคล้ เช่น พวกบ้าเกม บ้าคอมพิวเตอร์ บ้าวิทยาศาสตร์ ไม่สนใจเรื่องแฟชั่น จึงออกแนวเชยๆ ไม่ทันสมัย ดอร์ก (Dork) เด็กกลุ่มนี้ค่อนข้างแตกต่างกับสองกลุ่มข้างบน เพราะมีลักษณะที่ค่อนข้างชัดเจน เพราะดอร์กจะออกแนวเป็นคนที่ซุ่มซ่าม เป๋อ กะเปิ๊บกะป๊าบ ไปที่ไหนก็จะสร้างเสียงหัวเราะอยู่เสมอ ด้วยความเฉิ่มและตลกของพวกเขานี้เองเลยดูเป็นผู้ชายที่ไม่ห่วงลุค นอกจากนี้ ฝรั่งจะมีเนิร์ดอีกจำพวกหนึ่งที่เรียกตัวเองว่า ‘เทคโนเนิร์ด’ อารมณ์เนิร์ดแบบเด็กแนวหน่อยๆ เนิร์ดแบบฉลาดๆ และสุขุมมากกว่าเด็กเนิร์ดโดยทั่วไป เพราะส่วนใหญ่เนิร์ดในคำจำกัดความเก่าๆ จะเป็นผู้ที่สนใจแต่เรียน อ่านแต่หนังสือ และไม่เข้าสังคม แต่พวกเทคโนเนิร์ดจะเป็นพวกแสวงหาเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เป็นสิ่งที่น่าสนใจในช่วงเวลานั้นๆ จนรู้สึกว่าตนเองฉลาดล้ำ เนิร์ดในญี่ปุ่น จะเรียกว่า "โอตาคุ"  มีลักษณะภายนอกคล้ายๆ กัน แต่โอตาคุจะหมกมุ่นกับ anime' (หนังการ์ตูน) หรือ manga (การ์ตูนเล่ม) โอตาคุหลงใหลในเรื่องราวที่หลากหลายมากกว่า โอตาคุเป็นทั้งคำในแง่บวกและคำในแง่ลบขึ้นอยู่กับทัศนคติของคนที่ใช้และคนที่ถูกพาดพิงถึง ที่มาของคำว่า เด็กเนิร์ด! : วิธีเช็คความเป็น เนิร์ด  ใช้เหตุผลหรือความชอบของตนเองเป็นพื้นฐานในการตัดสินใจ ทำสิ่งต่างๆตามเป้าหมาย ไม่ใช่เพื่อ เงิน หรือการยอมรับของสังคม แต่เพื่อทำตามความชอบหรือความหลงใหลของตนเอง ลักษณะการใช้ชีวิตของเด็กเนิร์ด จึงแตกต่างจากคนอื่นที่ใช้ชีวิตตามกรอบของสังคม ฉลาดหลักแหลมกว่าคนธรรมดาอื่นๆ เป็นคนที่มุ่งทำตามความสนใจของตนเอง โดยส่วนใหญ่มักเป็นความชอบส่วนตัวในเฉพาะด้าน เป็นคนที่มีจินตนาการสูง เห็นว่าเรื่องที่ตนเองสนใจเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด โดยไม่สนใจการยอมรับจากสังคมส่วนใหญ่ มักชอบความแปลกใหม่ และของใหม่ๆ ดังนั้นพวกเขาจึงมีความคล่องในโลกของอินเตอร์เนตเป็นอย่างมาก และเป็นคนที่ทุ่มเทให้กับสิ่งที่สนใจ โดยไม่แคร์สังคม โลกของเนิร์ดกับโลกของคนส่วนที่เหลือนั้น อาจแบ่งแยกกันได้อย่างสิ้นเชิงราวกับซ้ายกับขวา สมัยก่อนการเป็นเด็กเนิร์ดอาจจะอับอายและโดนล้อเลียน แต่ในยุคที่ เทคโนโลยี ก้าวล้ำไปมากวัฒนธรรมก็เปลี่ยนไป ใครๆ ก็หันมาพิงเด็กเนิร์ดทั้งนั้น ตั้งแต่ลอกการบ้าน จนถึงผลิตเทคโนโลยีใหม่ๆ เด็กเนิร์ดทั้งหลายจึงมีความภูมิใจในความเป็นเนิร์ด ไม่เช่นนั้นคงไม่กล้าเรียกตัวเองอย่างเต็มปากเช่นทุกวันนี้ kroobannok.com

Commart Comtech Thailand 2012 รวมโปรโมชั่น
arip /  commart / 

กลับมาอีกครั้งกับมหกรรมไอทีสิ้นปี อย่าง Commart Comtech Thailand 2012 “ Let’s Touch IT " จาก arip ที่ปีนี้ ได้ขนทัพสินค้าไอที ทั้งตัวฮอต ตัวประกอบ เข้ามาให้เลือกชมกัน ไม่ว่าจะเป็น  Samsung Galaxy Note2, HTC One X+, HTC One VX, LG Nexus 4, Nokia Lumia 920, Nokia Lumia 820 และพิเศษสุดกับเรื่องราวของ ไอโฟน 5 ที่ภายในงานจะมาให้ได้จับจองกัน 1,000 เครื่องต่อวัน แบบไม่จำกัดค่าย   นอกจากสมาร์ทโฟนตัวท้อปแล้ว ยังแน่นไปด้วยสินค้าไอทีอื่นๆ อาทิ แท็บเล็ต สมาร์ททีวี อัลตร้าบุ๊ก ฯลฯ พร้อมโปรโมชั่นสุดคุ้ม ใครกำลังรอของขวัญไอทีสิ้นปีให้กับตัวเอง และคนที่คุณรัก  Commart Comtech Thailand 2012 เป็นอะไรที่ใช่สุด ณ จุดนี้  สามารถไปช้อปแหลกกันได้ @ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 15 – 18 พ.ย. 55 เวลาเดิม 10.00 – 20.00 น. ห้ามพลาดดดดดด !! Commart Comtech Thailand 2012 รวมโปรโมชั่น ถูกสุดๆ กับ Satellite C800-1008X โน้ตบุ๊กราคาสบายๆ สำหรับนักเรียน หรือ Beginner Spec : Pentium® Dual-Core/No OS/RAM 2GB/HDD 500GB/การ์ดจอแยก Free : • RAM 4GB มูลค่า 1,990.- • ชุดรับประกันเพิ่มภายในประเทศ 1 ปี มูลค่า 1,390.- • Carrying Case มูลค่า 1,990.- ราคาปกติ 15,990 พิเศษในงาน 14,990.- คุ้มสุดดด กับ Satellite L840D-1001 โน้ตบุ๊กที่ตอบสนองการใช้งานได้อย่างดีเยี่ยม Spec : AMD Dual-Core/No OS/RAM 2GB/HDD 640GB/การ์ดจอแยก Free : •  RAM 2GB มูลค่า 990.- •  Carrying Case มูลค่า 1,990.- ราคาปกติ 17,990 พิเศษในงาน 15,990.- โดนใจวัยทีน กับ Satellite L840-1022X/R/W โน้ตบุ๊กหลากสีสันที่ตอบสนองการใช้งานได้อย่างดีเยี่ยม Spec : Core i5/No OS/RAM 4GB/HDD 640GB/การ์ดจอแยก Free : •  RAM 4GB มูลค่า 1,990.- •  ประกันเพิ่มภายในประเทศ 1 ปี มูลค่า 1,390.- •  Carrying Case มูลค่า 1,990.- ราคาปกติ 21,990 พิเศษในงาน 19,990.- ที่สุดแห่งความบางเบา กับ Portege Z930-2001 อัลตราบุ๊กดีไซน์โดดเด่นการันตีรางวัลระดับโลกโดย “The Good Design Award 2012” Spec : Core i5/Window® 7 Home Premium/RAM 4GB/SSD 128GB/ Free : •  Toshiba External DVD มูลค่า 1,390.- •  Carrying Case มูลค่า 1,990.- พิเศษในงาน 43,990.- พบ All-in-One ดีไซน์สวย ราคาพิเศษ กับ Qosmio DX730-1007XT ขนาดกระทัดรัด ประหยัดพื้นที่ ล้ำสมัยด้วยหน้าจอ TouchScreen Spec : Core i5/Window® 7 Home Premium/RAM 4GB/HDD 1TB/การ์ดจอแยก ราคาปกติ 36,990 พิเศษในงาน 29,990.- Dell Ultrabook XPS13 Intel Core i5-2467M (1.60 GHz) Windows 7 Home Premium 64 bit Ram 4 GB 1333 MHz DDR3, HDD 128 GB SSD 13.3” Hi-Def (720p), Intel HD 3000 graphics 2 years XPS Premier Service with 1 year ฟรี! Bluetooth Headset มูลค่า 1,390.- Targus synergy carry bag มูลค่า 1,190.- ปกติ 42,990.- พิเศษ 35,990.- จนกว่าของจะหมด / รวม Vat Dell Notebook Inspiron 3420 Intel Core i5-3210M Ram 4 GB DDR3 1600 MHz HDD 750 GB 14.0” HD WLED NVIDIA GeForce GT 620M 1 GB DDR3 ฟรี! Ram 4 GB Targus Bag มูลค่า 1,290.- พิเศษ 17,990.- จนกว่าของจะหมด / รวม Vat Dell Notebook Inspiron 5423 Intel Core i7-3517U Ram 4 GB DDR3 1600 MHz HDD 500 GB 14” HD WLED AMD Radeon HD 7570M with 1 GB GDDR5 ฟรี! Benetton Headset มูลค่า 990.- Targus Bag มูลค่า 1,290.- พิเศษ 24,990.- จนกว่าของจะหมด / รวม Vat Rapoo เสนอ wireless mice ที่ความถี่ 5GHz.รุ่น 3710P และรุ่น 7100P จากราคาปกติ 990 บาท เหลือเพียง 1 บาท !!!! เท่านั้น โปรโมชั่นเฉพาะคอมมาร์ท 15-18 พฤศจิกายนนี้เท่านั้น จำกัด 15 ตัวต่อวัน ที่บูทตัวแทนจำหน่าย Rapoo จัดเต็มในงาน Commart Comtech 2012 ด้วยสินค้าหลากหลายรายการที่พร้อมกระหน่ำโปรโมชันกันอย่างจุใจ ติดตามกันได้ที่บูท A615, A616, A621, A660 Buy 1 Get 1 แจกฟรี สำหรับลูกค้าองค์กร Ricoh Aficio SP C240DN - พรินเตอร์ เลเซอร์สี - ความเร็วในการพิมพ์ 16 หน้าต่อนาที่ - สามารถิพิมพ์ 2 หน้าแบบอัตโนมัน (Duplex) - รองรับการเชื่อมต่อผ่าน USB และ LAN ราคาปกติ 9990 พิเศษในงาน 3950.00 บาทเท่านั้น (รวม VAT แล้ว) สินค้ามีจำนวนจำกัด 30 เครื่องเท่านั้น (ตลอดงาน) มาก่อนมีสิทธิก่อน Belkin กระเป๋าโน๊ตบุค รุ่น F8N390qe สำหรับโน๊ตบุค 14 นิ้ว รับประกันตลอดอายุการใช้งาน เปลี่ยนสินค้าได้ที่ IT City หรือ SVOA ราคาปกติ 2,390 บาท พิเศษในงาน 1,190 บาท (รวม VAT แล้ว) แถมฟรี Mini Travel Surge with USB Charger - 3 AC Sockets, 2 USB Ports / มูลค่า 990 บาท 12.3 ล้านพิกเซล ชิปประมวลผลแบบใหม่ TruePic VI LCD 3”, ISO 12800 Art Filter สร้างสรรค์ภาพสวย บันทึก VDO ระดับ Full HD ราคาปกติ 15,990.- ราคาพิเศษในงาน 13,500.- 5 ตัว ต่อวัน / รวม Vat เพียงนำใบเสร็จที่ซื้อ Notebook ภายในงาน มารับคูปองแลกซื้อ จำนวนจำกัด 1 คน ต่อ 1 เครื่อง / รวม Vat ติดตามรายละเอียดได้ที่บูธ Epson จากปกติ 3,490.- เหลือแค่ 999. Scanner แบบพกพา สแกนภาพและข้อความขนาด A4 แปลงข้อความจากภาพเป็นไฟล์เอกสาร และสามารถแก้ไขได้โดยไม่ต้องพิมพ์ใหม่ ฟรี! ปากกาอัจฉริยะ Bluetooth Smart pen มูลค่า 4,990.- ราคาปกติ 8,990.- พิเศษในงาน 6,990.- จนกว่าของจะหมด / รวม Vat Live Voice ระบบเสียงคมชัดสมจริง Built-in 281 Dictionaries จุพจนานุกรมต่างๆ ถึง 281 เล่ม Pronunciation Corrector เสริมทักษะการออกเสียงคำศัพท์ Chinese Learning Course คอร์สเรียนภาษาจีนสำหรับคนไทยทั้งการพูด ฟัง อ่าน เขียน และแบบทดสอบ Android ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 2.3 WiFi เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเพื่อรับข่าวสาร สาระความรู้และสิ่งบันเทิงได้อย่างรวดเร็ว Download Free Apps ดาวน์โหลดฟรีแอปพลิเคชั่นต่างๆ ได้มากมาย ฟรี! ปากกาอัจฉริยะ Bluetooth Smart pen มูลค่า 4,990.- ราคาปกติ 15,900.- พิเศษในงน 13,900.- จนกว่าของจะหมด / รวม Vat

เวลา เกิด บอกตัวตนคุณ
เกิด /  เวลาเกิด / 

เวลา เกิด บอกตัวตนคุณ คนไทยเราเชื่อกันว่าเกิดห่างกันแค่นาทีเดียว  นิสัยใจคอก็แตกต่างกันแล้วเพราะเวลาที่เราอุแว้ออกมาจากท้องแม่มีอิทธิพลกับ คนเรายิ่งกว่าที่คิด ดังข้อมูลที่ Horoscope.Mthai.com นำมาฝากกันครับ เกิด เวลา  05.00-06.59 น. คุณเป็นคนที่มีมารยาทละเอียดถี่ถ้วน  ทำงานอะไรแล้วไว้ใจได้ว่าไม่ผิดพลาด แถมยังใจกว้างชอบช่วยคนอื่นพร้อมจะให้อภัยทุกกรณีออกจะนิสัยดีขนาดนี้ไม่รู้ ทำไมถึงชอบเก็บตัวนัก คนอื่นเลยไม่รู้เลยว่าแม่พระตัวจริงอยู่ตรงนี้อีกคน เกิด เวลา  07.00-08.59 น. คุณมีบุคลิกของผู้นำ เป็นคนไม่กลัวใคร ชอบทำอะไรเสี่ยงๆยิ่งท้าทายยิ่งชอบเพราะสิ่งที่วิ่งปรู๊ดๆอยู่ในเส้นเลือด ของคุณคือความมั่นใจในตัวเองแบบเกินพิกัดคำว่าทำไม่ได้เลยไม่มีอยู่ใน พจนานุกรมของคุณ เกิด เวลา  09.00-10.59 น. รสนิยมดี  ชอบความสะอาดสะอ้าน สุภาพอ่อนโยน มีมารยาทเข้ากับคนได้ง่าย คือนิยามความเป็นคุณ  ขณะเดียวกันก็เป็นคนทะเยอทะยาน มีเป้าหมายในชีวิตสูง เรื่องจะไปกัดก้อนเกลือกินนั้นลืมไปได้เลย เกิด เวลา  11.00-12.59 น. คุณเป็นคนร่าเริง มีอารมณ์ขัน มีชีวิตชีวา กระตือรือร้นไม่จู้จี้จุกจิก  ไม่ชอบให้ใครมาบังคับ คนแบบนี้มักจะมาแนวเดียวกันคือชอบเดินทางไปรู้เห็นอะไรใหม่ๆให้อยู่บ้านนานๆ ไม่ได้จะคันคะเยอเหมือนโดนหมามุ่ยทันที เกิด เวลา  13.00-14.59 น. คุณเป็นคนรักสงบไม่ชอบอะไรที่สับสนวุ่นวายติดนิสัยระวังตัวเกินเหตุจนทำให้ ชีวิตหมดสนุกเป็นคนที่ซื่อสัตย์ จิตใจดีไม่ชอบทะเลาะกับใครแถมยังรักแล้วรักเลยพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อคนที่ เรารักถ้าเจอคนรักจริงก็ดีไปแต่ถ้าไปเจอคนหน้าเนื้อใจเสือก็จะเจ็บไปนาน เกิด เวลา  15.00-16.59 น. คุณเป็นคนเอาแต่ใจ คิดจะทำอะไรแล้วต้องทำให้ได้ไม่สนใจว่าใครจะมองแบบไหนจึงต้องสู้กับเสียง นินทาอยู่เป็นประจำ โชคดีที่คุณเป็นคนฉลาดไหวพริบดีเลยเอาตัวรอดจากปัญหาที่ขยันสร้างไว้ได้ เกิด เวลา  17.00-18.59 น. คุณคือแม่นางระเบียบตัวจริง ชอบให้ทุกอย่างอยู่ในที่ที่ควรจะเป็น ไม่มีการออกนอกลู่นอกทางเป็นคนละเอียดถี่ถ้วน ทำงานอย่างจริงจังและมีมาตรฐานในการทำงานที่สูงมาก แต่อาจจะจู้จี้ ขี้บ่น น่ารำคาญมากถึงมากที่สุด นี่คือเหตุผลที่คุณเปลี่ยนแฟนบ่อยมาก เพราะหนุ่มๆทนคุณบ่นจนหูชาไม่ไหว เกิด เวลา  17.00-18.59 น. คุณเป็นขยัน สู้งาน ทำอะไรตรงไปตรงมากล้าพูดกล้าทำ เป็นคนกระตือรือร้นในทุกๆเรื่องไม่ชอบฝันกลางวันแต่ชอบลงมือปั้นความฝันให้ เป็นจริง ใจกว้าง น่าคบ มีความจริงใจให้กับทุกคน ดีๆทั้งนั้นเลยแฮะ เกิด เวลา  21.00-22.59 น. นิสัยโดยรวมของคุณเป็นคนใจดี  พูดจาสุภาพ มีเสน่ห์  นุ่มนวลอ่อนโยน  แต่ติดที่จะเฉื่อยไปหน่อย ขี้เกียจไปนิด ถ้าเปลี่ยนแปลงตรงจุดนี้ได้อะไรๆก็จะเริ่ดมากๆ เกิด เวลา  23.00-00.59 น. คุณเป็นคนมีชีวิตชีวา  ไม่อยู่นิ่ง ชอบท่องเที่ยวไปในที่แปลกใหม่ เกลียดการถูกสั่งให้ทำโน่นนี่เป็นคนใจดีและหวงความโสดมากไม่ยอมผูกพันกับใคร ง่ายๆ เกิด เวลา  01.00-02.59 น. เห็นคุณใจเย็น ดูเอื่อยๆ เฉื่อยๆอย่างนี้เถอะบทจะโกรธขึ้นมาก็น่ากลัวเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน แต่คุณเป็นคนร่าเริง มนุษย์สัมพันธ์ดี คนอื่นเลยไม่ค่อยได้เห็นบทนางยักษ์พิโรธของคุณ เกิด เวลา  03.00-04.49 น. คุณรักความท้าทาย ค่อนข้างดื้อ เชื่อมั่นในตัวเองสูง กล้าแสดงความเห็น ไม่ยอมแพ้ใคร เป็นคนใจกว้าง มองโลกในแง่ดี แถมรักใครรักจริงด้วยแต่เป็นคนตกหลุมรักง่าย เจอใครหน้าตาดีหน่อยก็เสร็จเค้าซะแล้ว อ.เทวีโชค ขอบคุณภาพจาก themovielive,ram-hosp ขอบคุณข้อมูลจาก ดูดวงปี 2556 ดูดวง 12 ราศี กับ อ.คฑา

เทียนพรรษา ทำมาจากอะไร
ประวัติ /  วันเข้าพรรษา / 

รู้หรือไม่? เทียนพรรษา ทำมาจากอะไร? หลายคนอาจจะสงสัย ว่า เทียนพรรษา คืออะไร??เทียนพรรษา?ใช้ทำอะไร? เพราะช่วงนี้เป็นช่วง เข้าพรรษา ก็จะต้องมีการนำเทียนมาถวายวัด หรือ การยกขบวน แห่เทียนพรรษา เอาละเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราไปดูกันดีกว่าว่า?เทียนพรรษา ทำมาจากอะไร? กำเนิด เทียนพรรษา ศาสนาพราหมณ์ - ฮินดู นับถือวัวเพราะถือว่า วัวเป็นพาหนะของพระอิศวร เมื่อวัวตาย จะเอาไขจากวัวมาทำเป็นน้ำมันเพื่อจุดบูชาพระผู้เป็นเจ้าที่ตนเคารพ?แต่ชาวพุทธซึ่งนับถือ ศาสนาพุทธ จะทำเทียนเพื่อจุดบูชา พระรัตนตรัย โดยการเอารังผึ้ง ร้างมาต้มเอาขี้ผึ้ง แล้วฟั่นเป็นเทียนเล่มเล็ก ๆ มีความยาวตามต้องการ เช่น ยาวเป็นคืบ หรือเป็น ศอกแล้วใช้จุดบูชาพระ เทียนพรรษา เริ่มมีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล ชาวพุทธจะยึดถือเป็นประเพณีนำเทียนไป ถวายพระภิกษุในเทศกาล เข้าพรรษา เพื่อปรารถนาให้ตนเองเป็นผู้เฉลียวฉลาด มีไหวพริบ ประดุจ แสงสว่างของดวงเทียน วิวัฒนาการของ เทียนพรรษา เทียนพรรษา คือ เทียนขนาดใหญ่และยาวเป็นพิเศษกว่าเทียนชนิดอื่น สำหรับจุดใน โบสถ์ตั้งแต่วัน เข้าพรรษา จนถึงวัน ออกพรรษา (พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525) การทำเทียนพรรษา มีวิวัฒนาการมาเป็นลำดับ จากการนำรังผึ้งมาต้มเอาขี้ผึ้งไปฟั่น เป็นเทียนนำไปถวายพระภิกษุ เอาเทียนเล่มเล็ก ๆ หลาย ๆ เล่ม มามัดรวมกันเป็นลำต้นคล้ายกับ ต้นกล้วย หรือลำไม้ไผ่ แล้วนำไปติดกับฐาน ซึ่งการมัดรวมกันแบบนี้เป็นสาเหตุหนึ่งที่นิยมเรียกว่า ต้นเทียน หรือต้นเทียนพรรษา ภาพขบวนแห่?เทียนพรรษา?ไปถวายพระที่วัดในอดีต ต้น เทียนพรรษา?ประเภทแรก คือ " มัดรวมติดลาย " เป็นการเอาเทียนเล่มเล็ก ๆ มามัด รวมกันบนแกนไม้ไผ่ให้เป็น ต้นเทียน ขนาดใหญ่ แล้วตัดกระดาษเงิน กระดาษทองเป็นลายต่าง ๆ ติดประดับโดยรอบต้นเทียน ต่อมามีการคิดทำต้นเทียนเป็นต้นเดี่ยว เพื่อใช้จุดให้ได้นาน โดย การใช้ลำไม้ไผ่ที่ทะลุปล้องเป็นแบบหล่อ เมื่อหล่อเทียนเป็นต้นเสร็จแล้วจึงนำมาติดที่ฐาน และจัด ขบวนแห่เทียนไปถวายพระที่วัด การตกแต่งต้นเทียน เริ่มมีขึ้นโดยภูมิปัญญาชาวบ้าน ใช้ขี้ผึ้งลนไฟหรือตากแดดให้อ่อน แล้วปั้นเป็นรูปดอกลำดวนติดต้นเทียน หรือเอาขี้ผึ้งไปต้มให้ละลาย แล้วใช้ผลมะละกอ หรือ ผล ฟักทองนำมาแกะเป็นลวดลาย ใช้ไม้เสียบนำไปจุ่มในน้ำขี้ผึ้ง แล้วนำไปจุ่มในน้ำเย็น แกะขี้ผึ้งออก จากแบบ ตัดและตกแต่งให้สวยงามนำไปติดที่ต้นเทียน พ.ศ. 2482 มีช่างทองชื่อ นายโพธิ์ ส่งศรี เริ่มทำลายไทยไปประดับบนเทียน โดยมี การทำแบบพิมพ์ลงในแผ่นปูนซีเมนต์ซึ่งถือว่าเป็นแบบพิมพ์ หรือแม่พิมพ์ แล้วเอาขี้ผึ้งที่อ่อนตัว ไปกดลงบนแม่พิมพ์จะได้ขี้ผึ้งเป็นลายไทย นำไปติดกับลำต้นเทียน ต่อมา นายสวน คูณผล ได้คิดทำลายให้นูนและสลับสี จนเห็นได้ชัด เมื่อส่งเทียนเข้า ประกวดจึงได้รับรางวัลชนะเลิศ และในปี พ.ศ. 2497 นายประดับ ก้อนแก้ว คิดประดิษฐ์ทำหุ่นเป็น เรื่องราวพุทธประวัติ และเอาลวดลายขี้ผึ้งติดเข้าไปที่หุ่น ทำให้มีลักษณะแปลกออกไป จึงทำให้ เทียนพรรษาได้รับรางวัลชนะเลิศ และชนะเลิศมาทุกปี ในเทียนพรรษาประเภทติดพิมพ์ ปี พ.ศ. 2502 มีช่างแกะสลักลงใน เทียนพรรษา คนแรก คือ นายคำหมา แสงงาม และ คณะกรรมการตัดสินให้ชนะการประกวด ทำให้เกิดการประท้วงคณะกรรมการตัดสิน ทำให้ในปี ต่อๆ มามีการแยกประเภทต้นเทียนออกเป็น 2 ประเภทชัดเจนคือ ประเภทติดพิมพ์ (ตามแบบเดิม) ประเภทแกะสลัก การทำ เทียนพรรษา มีวิวัฒนาการเรื่อยมาไม่หยุดนิ่ง ในปี พ.ศ. 2511 ผู้คนได้พบเห็น ต้น เทียนพรรษา ขนาดใหญ่และสูงขึ้น มีการแกะสลักลวดลายในส่วนลำต้นอย่างวิจิตรพิสดาร ใน ส่วนฐานก็มีการสร้างหุ่นแสดงเรื่องราวทางศาสนา และความเป็นไปในสังคมขณะนั้น กลายเป็น ประติมากรรม เทียนพรรษา ที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งช่างผู้ริเริ่มในการทำต้นเทียนยุคหลังคือ นายอุตส่าห์ และ นายสมัย จันทรวิจิตร สองพี่น้อง นับเป็นงานสร้างสรรค์ทางศิลปะอันเกิดจากภูมิปัญญาชาวบ้าน อย่างแท้จริง คราวนี้เราก็ทราบกันแล้วใช่ไหมละว่า?เทียนพรรษา?ทำมาจาก?อะไร? ซึ่งเทศกาลงานบุญ เข้าพรรษา เรียกได้ว่าเป็น เทศกาลประจำชาติไทย อยากจะเชิญชวนวัยรุ่นทุกคน ร่วมงานบุญใหญ่ในครั้งนี้ เพราะสามารถช่วยกันสืบสานประเพณีวัฒนธรรมไทย ที่ดีงามนี้ไว้ให้เพื่อนๆลูกๆหลานๆวัยรุ่นไทย ต่อๆไป thank:: isangate.com /mohanamai.com

AEC กับความสุขของคนไทย
AEC /  อาเซียน

AEC กับความสุขของคนไทย ทุกวันนี้ต้องยอมรับว่าประเด็น AEC  เป็นเรื่องท๊อปฮิต เพราะในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2558 หรืออีกสี่ปีข้างหน้าข้อตกลง AEC จะมีผลบังคับใช้ ซึ่งทําให้ประเทศต่าง ๆ ในกลุ่มอาเซียนรวมทั้งประเทศไทยด้วย ต้องเปิดเสรีทางการค้า มีภาษีต่อกันเป็นศูนย์การเคลื่อนย้ายเงินทุนและแรงงานทําได้โดยเสรี พรมแดนต่าง ๆ จะจางหายไป คําถามที่น่าสนใจคือ คนไทยควรมีมุมมองอย่างไรที่จะทำให้การเปลี่ยนแปลงที่กําลังจะเกิดขึ้นนี้เป็นไปอย่างมีความสุข 1)    มองอุปสรรคให้เป็นโอกาส AEC เป็นได้ทั้งโอกาสและอุปสรรค ขึ้นอยู่กับความพร้อมขององค์กรและมุมมองของแต่ละคน สําหรับองค์กรที่มีความพร้อม จะมองว่านี่คือโอกาสของบริษัทเพราะ •    เป็นการรวมตัวของ 10 ประเทศที่มีประชากรประมาณ 500 ล้านคน จะทําให้การค้าขายดีขึ้น ยังไม่นับรวมกับอีก 6 ประเทศที่เมื่อรวมกันแล้วมีประชากรถึงครึ่งโลก •    แรงงานที่จะมีการเคลื่อนย้ายอย่างเสรีจะทําให้อุปทาน (Supply) ของตลาดแรงงานเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ต่อไปจะสามารถคัดสรรคนเก่งคนดีมีความสามารถมาทํางานได้ง่ายขึ้น ปัญหาการขาดแคลนแรงงานและต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ ใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฏหมายน่าจะหมดไป •    ความยุ่งยากในการทําเอกสารขออนุญาตทํางานสําหรับชาวต่างชาติ (Work Permits) ก็จะลดลง การจ้างแรงงานต่างชาติที่มาจากประเทศในกลุ่มอาเซียนด้วยกัน ทําได้ง่ายขึ้น •    การจัดตั้งธุรกิจและเปิดสาขาในประเทศต่างๆ ในกลุ่ม จะทําได้ง่ายขึ้น นอกจากการดําเนินธุรกิจนอกประเทศจะสะดวกขึ้น ไม่ต่างจากการเปิดสาขาใหม่ในต่างจังหวัดการเคลื่อนย้ายเงินลงทุนและกําไรก็จะทําได้ง่ายขึ้น อันมีผลทําให้การทําธุรกิจคล่องตัว ความสามารถในการแข่งขันกับภูมิภาคอื่นก็จะเพิ่มสูงขึ้นด้วย •    จากผลสำรวจพบว่าศักยภาพและความพร้อมของไทยอยู่ในระดับ "กลางๆ" เมื่อเทียบกับประเทศอื่นในอาเซียน และเป็นรองแม้กระทั่งอินโดนีเซียและห่างไกลมากกับมาเลเซียที่มีศักยภาพเป็นอันดับสอง ส่วนสิงคโปร์นั้นมีศักยภาพสูงสุด ทำให้เรามองว่านี่เป็นโอกาสที่จะเรียนรู้เพิ่มขึ้น 2)    จะทำอะไรต้องมีการเตรียมตัวเตรียมใจจึงจะไม่เครียด •    ต้องเตรียมวัฒนธรรมองค์กรให้พร้อม วัฒนธรรมหลาย ๆ อย่างของคนไทย ไม่ใช่สิ่งที่ไม่ดี แต่เมื่อเวลาผ่านไป วัฒนธรรมเหล่านั้นอาจไม่เหมาะและกลายเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา เช่น การใช้ระบบอาวุโส หรือการไม่เถียงผู้ใหญ่ เป็นต้น •    เราต้องสร้างวัฒนธรรมที่ให้พนักงานสามารถทํางาน ภายใต้ความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นพื้นเพความหลังที่แตกต่าง เชื้อชาติ ศาสนา ภาษา หรือแม้แต่ความคิดและความเชื่อที่ไม่เหมือนกัน เราต้องเตรียมความรู้ด้านภาษา โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ วันนี้หากพูดอ่านเขียนได้คล่อง ถือเป็นเรื่องพิเศษ อีกสัก 5 ปีจากนี้ไป ตลาดอาจถามหาภาษาที่ 3 แล้วก็ได้ •    ต้องเตรียมมองหาและรักษาคนเก่งให้อยู่กับองค์กรให้ได้เพราะต่อไปการแย่งชิงตัว พนักงานโดยเฉพาะพนักงานเก่ง ๆ คงมากขึ้นเรื่อย ๆ เราต้องสร้างบรรยากาศให้การทำงานมีความสุขพนักงานก็จะอยู่กับบริษัทได้นาน ไม่คิดจะย้ายไปทำงานที่อื่น •    ต้องเตรียมรับกับการเปลี่ยนแปลงที่กําลังจะมาถึง จงบอกกับตัวเองว่า วิธีคิดและการทํางานแบบเดิม ๆ ที่เคยสําเร็จอาจไม่ได้ผลอีกต่อไป องค์กรที่น่าเป็นห่วงคือองค์กรที่บุคลากรไม่เคยมีการหมุนเวียนงาน (Rotation) เลย เพราะคนเหล่านี้จะรับกับการเปลี่ยนแปลงได้ค่อนข้างยาก •    ต้องตัดคําว่า “ความมั่นคงในการทํางาน” (Job Security) และ “ความภักดี” (Loyalty) ออกจากพจนานุกรม เพราะต่อไปสองคํานี้คงไม่มีในการทํางาน ทั้งหมดขึ้นอยู่กับความสามารถ (Employability) หากพนักงานมีความสามารถ การงานย่อมมั่นคง หากองค์กรมีความสุข พนักงานก็จะเกิดความภักดีขึ้นเอง 3)    เป็นผู้นำที่นำความสุขมาให้องค์กร •    ผู้นําต้องเป็นแบบอย่างในการเรียนรู้และรับรู้ข่าวสาร เป็นคนแรกในองค์กรที่รับรู้และตื่นตัวเปิดรับข้อมูลใหม่ ๆ และมีหน้าที่สื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจให้คนในองค์กรให้เกิดความตระหนัก ตื่นตัว แต่ไม่ตื่นตระหนก •    ผู้นําต้องมีหน้าที่ให้การสนับสนุนทั้งงบประมาณ และทรัพยากรในการพัฒนาและรักษาคน เพราะสิ่งเหล่านี้ต้องทําตั้งแต่วันนี้ •    ผู้นําควรปรับสภาพแวดล้อมและวัฒนธรรมในการทํางานให้เป็นองค์กรน่าอยู่ เช่น ปรับปรุงสถานที่ให้มีบรรยากาศที่ดีในการทํางาน การจัดสิ่งอํานวยความสะดวกที่เหมาะสม ไม่ปล่อยปละละเลยหรือมองข้ามเพราะเห็นว่าไม่ใช่สิ่งจําเป็น เป็นต้น •    ผู้นำต้องเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น เพราะการแข่งขันจะมีมากขึ้น และวิธีการเดิม ๆ อาจจะใช้ไม่ได้ เช่น การลงคลาสิฟลายด์เพื่อรับสมัครงาน ต่อไปอาจจะต้องใช้เฟซบุ๊กในการสรรหาคน เป็นต้น 4)    สร้างสังคมให้มีความสุขเพื่อรับ AEC •    โลกวันนี้ไม่ใช่แค่ประเทศไทย แต่คือ “โลกทั้งใบ” ที่เปลี่ยนแปลงไปไม่หยุดนิ่ง เราจะต้องไม่ยึดติดกับอดีต หันมาให้ความสําคัญกับ “คน” สร้าง “สังคมแห่งความสุข” ที่มีการก้าวย่างที่รวดเร็วและรู้จักปรับตัว หรือไม่ยึดติดกับความคิดเดิม ๆ •    ช่วยกันส่งผ่านไอเดียเรื่อง “The Value of Happiness” คุณค่าของความสุข ตอกย้ำแนวคิดการสร้างสมดุลระหว่างงานกับชีวิต ในองค์กรที่เตรียมพร้อม ถ้าคุณดูแลคนของคุณดีเท่าไร คุณจะทํากําไรได้มากขึ้นเท่านั้น นี่คือคุณค่าของการสร้างความสุขร่วมกัน” •    จากผลสำรวจพบว่า การที่พนักงานรักกัน ทําให้ทํางานได้ดีขึ้น มีประสิทธิภาพในการทํางานมากขึ้น แต่หากไม่ได้รับการกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง ทุกอย่างก็จะกลับสู่ภาวะปกติ เราต้องสร้างองค์กรแห่งความสุขที่ตอบโจทย์รอบด้าน ไล่ตั้งแต่ “พนักงาน” ที่อยู่ในองค์กรมีความสุข รู้สึกมีคุณค่า “ลูกค้า” ที่สัมผัสได้ถึงคุณค่าของสินค้าและบริการนั้น “คุณค่าของงาน” ที่พนักงานมีความสุขเมื่อได้บริการหรือทําสิ่งดี ๆ ให้กับลูกค้า •    สุดท้ายคือ “คุณค่าขององค์กร” องค์กรมีคุณค่า จากการที่คนรู้จักคุณค่าของตัวเององค์กรแบบนี้จะเป็นองค์กรที่ไม่มีวันตาย ซึ่งไม่จําเป็นต้องใหญ่โตเลย แค่ร้านก๋วยเตี๋ยวเล็ก ๆ ก็เป็นองค์กรแห่งความสุขได้โดยที่พนักงานทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใส สนุกสนาน ท่ามกลางคนเยอะแยะไปหมด เพราะเขาคือองค์กรแห่งความสุข ที่ไม่ได้เอาระบบเป็นตัวนํา แต่เอาความสัมพันธ์ของคนในองค์กรเป็นตัวนํา” 5)    งานคือส่วนหนึ่งของชีวิต อดีตเรามองว่า “งานคือชีวิต” แต่กับคนวันนี้ “งานเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต” ไปแล้ว เพราะเทคโนโลยีทําให้เป็นอย่างนั้น แต่ด้วยความสามารถของเด็กรุ่นใหม่ ในการจัดการและความรู้เรื่องเทคโนโลยีนี่เอง ที่ทําให้เขาสามารถทําอะไรได้เยอะกว่าคนรุ่นเก่ามหาศาล นี่เป็นความท้าทายในการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยและโลก วันนี้เราเป็นส่วนหนึ่งของภูมิภาค ไม่ใช่อยู่คนเดียว ถ้ายังอยู่กับโลกใบเดิม คิดเหมือนเดิม ทําเหมือนเดิม เราจะเจอกับจุดอ่อนจากการเปลี่ยนแปลง อย่างการเปิด AEC อย่างน้อยคนของเราต้องเข้าถึงคําว่าความหลากหลายทางวัฒนธรรม ต้องเลิกความคิดดูถูกประเทศเพื่อนบ้าน หรือคิดว่าเราเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคนี้มันใช้ไม่ได้สําหรับอนาคต เพราะโลกเปลี่ยนไปแล้ว โลกไม่ใช่แค่ประเทศไทย แต่คือโลกทั้งใบ การเตรียมพร้อมเรื่องคน ด้วยการเข้าใจไลฟ์สไตล์หรือวิธีคิด ของคนยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไป ต้องให้คนนํางานไม่ใช่งานนําคน และเข้าใจว่าสิ่งที่ยึดคนให้อยู่กับองค์กรได้ ไม่ใช่ตัวเลขเงินเดือนหรือสวัสดิการ แต่คือ การเป็นที่ที่เขา “มีความสุข” ได้รู้จัก “คุณค่าของตัวเอง” และเมื่อไรก็ตามที่คนไทยทุกคนรับรู้คุณค่าแห่งความสุขและการได้ใช้ชีวิตร่วมกัน วันนั้นคนไทยก็พร้อมแล้วที่จะอยู่ในยุค AEC ได้อย่างมีความสุขท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่ไม่รู้จักจบสิ้น แล้วตอนนี้คุณล่ะได้สร้างความสุขให้กับองค์กรและสังคมของคุณบ้างหรือยัง? หนึ่งในกูรูของ Businessnetworkguru ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.slideshare.net/bright9977 http://www.facebook.com/Happinessforbetterlife http://www.facebook.com/businessnetworkguru

อัพเดทศัพท์วัยรุ่น เยอะจุงเบย
ภาษาวัยรุ่น /  เกร็ดความรู้

ราชบัณฑิตยสถาน?จัดหนัก?อัพเดทศัพท์วัยรุ่น?กว่าพันคำ?ลง พจนานุกรมคำใหม่เล่ม 4 ออกเผยแพร่ปลายปี?ไม่ว่าจะเป็น ศัพท์ใหม่? ศัพท์วัยรุ่น ที่ทันยุคสมัย คำสแลง เพื่อเป็นแหล่งค้นคว้าและรวบรวมข้อมูลคำใหม่ต่างๆ และบันทึกคำเหล่านี้ไว้เป็นหลักฐานแสดงการเกิดและการเปลี่ยนแปลงของคำที่ใช้ในสังคมไทย (โอ้มันลึกซึ่งมาก O0O! ) ซึ่งวัยรุ่นไทยอย่างเราก็ไม่รู้หรอกว่าเคยพูดเคยใช้ กันมั้งหรึเปล่า! แต่ ราชบัณฑิตยสถาน บอกว่ามี?ศัพท์วัยรุ่น?กว่า 1พันคำ (โห้เยอะจุงเบย ^^)?เอาละเรามาดูกันคะว่า?ศัพท์ใหม่ ศัพท์วัยรุ่น ที่?ราชบัณฑิตยสถาน จัดแจงรวบรวมกว่าพันคำมีอะไรบ้าง ? ตัวอย่างคำและความหมายของ ศัพท์วัยรุ่น บางส่วน บางคำ กรรมสะสมไมล์ -?เป็นการเปรียบเทียบคนที่ชอบทำบาปกรรมว่าเป็นการสะสมไมล์ เหมือนที่สายการบินให้ลูกค้าสะสมไมล์เมื่อเดินทาง กระบือบำบัด -?คำนี้มาจากโครงการใช้ควายบำบัดเด็กออทิสติกจนประสบความสำเร็จ กองร้อยน้ำหวาน - ตำรวจจราจรหญิงในยุคบุกเบิก เป็นกองกำลังหนึ่งของกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน กองบัญชาการ ตำรวจนครบาล กอดเสาเข่าทรุด -?เกิดขึ้นจากเหตุการณ์อุทกภัยช่วงปลายปีที่ผ่านมาหลังจากประชาชนกลับเข้าไปบ้านเมื่อเห็นสภาพความเสียหายมากมายถึงขั้นเกิดอาการกอดเสาเข่าทรุด กากๆ - คำศัพท์ที่วัยรุ่นนิยมใช้ในอินเตอร์เน็ต โดยเป็นการดูถูกว่าเป็นคนที่ทำตัวไม่ค่อยมีประโยชน์ กิจกาม - เป็นคำที่ใช้เลียนแบบคำว่า กิจกรรม ซึ่งแทนที่จะไปทำกิจกรรมต่างๆ ก็มุ่งไปเรื่องเพศสัมพันธ์อย่างเดียว กินตับ - มีความหมายมาจากเพลงกินตับ (หรออ!) กินอิ่มนอนอุ่น - แทนที่วัยรุ่นจะพูดว่ากินอิ่มนอนหลับ เพื่อความเท่และทันสมัยก็จะพูดคำดังกล่าว เกรียน - เป็นคำสแลงของคนที่มีพฤติกรรมก่อกวนคนอื่นและก้าวร้าวทางคำพูด ขนแขน สแตนอั้ป - พูดเมื่อเวลาเจอเรื่องน่าตื่นเต้น ขออภัยมณีศรีสุวรรณ - แทนที่จะพูดว่าขออภัยคำเดียว ก็จะเติมสร้อยให้ดูทันสมัย ครูตู้ - คือทีวีการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม จอนูน /จอแบน - เป็นการพูดถึงลักษณะของผู้หญิง (ลักษณะอะไรคะ?) จัดชุดใหญ่/จัดเต็ม/จัดแน่น/จัดหนัก/จัดใหญ่ - เป็นคำที่ใช้พูดในสถานการณ์ที่ต้องการทำอะไรบางอย่างแบบเต็มที่ แพล้งกิ้ง - ช่วงที่ผ่านมาวัยรุ่นได้ฮิตทำท่าแปลกๆ คล้ายคนที่ตาย แท็บเหล็ต/แท็บเบล็ต - หนึ่งในนโยบายของ รัฐบาลชุดปัจจุบันที่แจกแท็บเหล็ตให้กับนักเรียน ป.1 เฟ้สบุ๊ก - โปรแกรมที่คนทั่วโลกกำลังนิยมเล่น ชะโงกทัวร์ - มาจากการได้ไปท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆ แต่ทำได้แค่ยืนมองโดยไม่ได้ลงไปชมความงามอย่างเต็มที่ แต๊งกิ้วหลาย - เป็นคำที่วัยรุ่นทับศัพท์มาจากภาษาอังกฤษแล้วใช้ภาษาอีสานเติมเป็นสร้อย ตีขอร์ดหยอดสาว - พฤติกรรมของผู้ชายที่ใช้เวลาในการเล่นกีฬาไปจีบผู้หญิง (เพิ่งเคยได้ยินวันนี้แหละ!) นักปั้นน้ำ - มีความหมายมาจากคนที่ชอบโกหกไปเรื่อยๆ ซ่อนดาบในรอยยิ้ม - ใบหน้ายิ้มแย้มแต่ในใจลึกๆ กำลังคิดร้าย เม้าธ์มอย - เป็นการนินทาหรือกล่าวหาผู้อื่น, ?มีหัวไว้คั่นหู? ใช้ด่าและประชดประชันคนที่ถูกมองว่าโง่ สมใจนึกบางลำพู - มาจากร้านขายเสื้อผ้าย่านบางลำพู ใครๆ ก็รู้จัก เวลาพูดว่าจะไปซื้อเสื้อผ้าที่บางลำพู ก็จะบอกว่าไปร้านนี้ (ไม่เคยนะ!) เคลียร์คัดชัดเจน - ใช้พูดเวลาที่ทำความเข้าใจในเรื่องนั้นจนชัดเจนกระจ่างแจ้งแล้ว โนเวย์สเตชั่น - แทนที่จะใช้คำว่า ไม่ ก็จะใช้คำนี้แทน ฟ้ามีตา - ใช้พูดเตือนสติคนที่คิดว่าทำชั่วแล้วจะไม่มีใครรู้เห็น ขั้นเทพ? - ดีอย่างยิ่ง, เก่งอย่างยิ่ง, เช่น แกงนี่อร่อยขั้นเทพเลย, ฝีมือวาดภาพขั้นเทพอย่างนี้ ราคาคงแพงมาก เข็มขัดสั้น?- คาดการณ์ไม่ถึง, คาดไม่ถึง, (ใช้พูดเล่น) เช่น ถ้าจะให้อีกฝ่ายสนใจ เราจะต้องปฏิบัติการแบบ เข็มขัดสั้น คนเคยรวย? - ผู้ที่มีฐานะดี แต่ได้รับผลจากวิกฤตเศรษฐกิจ ทำให้ฐานะตกต่ำลง เช่น ตอนนี้พวกคนเคยรวยพากันขนข้าวของในบ้านใส่รถมาเปิดท้ายขายของ คาร์บอมบ์? - ระเบิดที่ซุกซ่อนไว้ในรถเพื่อให้ระเบิดทำลายบุคคล หรือสถานที่ที่ต้องการ เช่น ผู้ก่อการร้ายใช้คาร์บอมบ์ระเบิดสะพาน งามไส้? ?- น่าขายหน้าอย่างยิ่ง เช่น งามไส้ไหมล่ะ เจ้าหน้าที่เป็นโจรเสียเอง ตั้งแก๊งฉกทรัพย์ในสนามบิน ชัวร์ป้าบ,ชัวร์ป้าบนิ่ม?- แน่นอนอย่างยิ่ง เช่น วันนี้เขาต้องมาที่นี่แน่ ๆ ชัวร์ป้าบนิ่ม ชาบู ชาบู? - อาหารหม้อไฟแบบญี่ปุ่นที่นำมาปรุงรับประทานเอง ใช้เนื้อวัว หรือหมูหั่นบางมาก ลวกจิ้มน้ำจิ้มปรุงรสด้วยเต้าเจี้ยวบด ซีอิ๊ว งา กระเทียม ?(เห้ย ! ที่ฉันรู้และพูดมา มันไม่ได้หมายถึง หมอไฟญี่ปุ่นนะเจ๊ มัน เดี้ยะ บร๊ะเจ้าก็โกรธหรอก) ชื่นสะดือ?- ชื่นใจ, สบายใจ, สมดังที่ต้องการ, เช่น หยุดคราวนี้จะไปเที่ยวให้ชื่นสะดือเลย (ห๊ะ! มีคำนี้ด้วยหรือนี้) ชุมชนออนไลน์?- กลุ่มคนที่เป็นสมาชิกเว็บไซต์ที่ให้สมาชิกมีส่วนร่วมในการพูดคุย เผยแพร่ภาพ คลิปวิดีโอ รวมทั้งแบ่งปันข้อมูลอื่น ๆ แก่กันและกัน เช่น เขาหมกมุ่นอยู่แต่ในชุมชนออนไลน์จนไม่มีเวลาทำการบ้าน โชะ, โชะ ๆ?- ถูกต้องชัดเจน, ตรงประเด็น,สำเร็จเรียบร้อยอย่างรวดเร็ว,(มักใช้ซ้ำ)เช่นเวลาสั่งงานอย่าอ้อมค้อม ต้องสั่งแบบโชะ ๆ เลย ซะ?- ?มากจน (ตามด้วยกริยาที่ละไว้) เช่น เขาทำแค่นิดเดียว ชม ซะ (อาย) ซื้อเวลา?- ทำเพื่อให้เหตุการณ์ที่จะเป็นปัญหา หรือก่อปัญหาทอดยาวออกไปได้อีกระยะหนึ่ง เช่น ถ้าเรามัวแต่ซื้อเวลาไปเรื่อย ๆ แบบนี้ ปัญหาก็ไม่จบหรอก เซโรงัง?- เซ, เดินไม่ตรง, เช่น เขาให้มาช่วยเดินแบบงานการกุศล ไอ้เราก็อายุมากแล้ว เวลาหมุนตัวก็กลัวว่าจะเซโรงังตกแคตวอล์ก เซียะ?- สวยมาก เช่น ชุดใหม่ของเธอเซียะสุดสุด นางเอกคนใหม่นี่ทั้งแซ่บ ทั้งเซียะเลย ดราม่า?- ละครที่แสดงบนเวที หรือทางวิทยุโทรทัศน์เกี่ยวกับปัญหาชีวิตที่หนักหน่วง มีการแสดงอารมณ์ ( เอิ้บ ฉันว่า ดราม่าในวัยรุ่น หมายถึง เหตุการณ์ไม่ดี ที่มีการ ทะเลาะโต้เถียง โต้แย้ง กัน จนทำให้เกิด การดราม่า ไม่ใช่ละครเวที) เด็กในคาถา?- ลูกน้องที่ทำทุกอย่างตามความต้องการของเจ้านาย เช่น คนนี้ไว้ใจได้แน่นอนเพราะเป็นเด็กในคาถาของผมเอง เด๊ด, เด๊ดสะมอเร่?- ตาย เช่น ไอ้ตูบข้างบ้านถูกรถชนเด๊ดสะมอเร่ไปแล้ว เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว?- ทำเรื่องเสียหายเพียงเล็กน้อยแต่ก่อผลกระเทือนเป็นทอด ๆ จนเกิดความเสียหายอย่างมากต่อสิ่งแวดล้อมของโลก (อันนี้เหมือนเคยได้ยินแวปๆ) เดี๊ยะ?- ทุกประการ เช่น แกงที่นี่รสชาติเหมือนที่บ้านเดี๊ยะเลย ติดสาย?- ไม่สามารถรับโทรศัพท์ได้เพราะกำลังใช้โทรศัพท์อีกเครื่องหนึ่ง เช่น หัวหน้าติดสาย จะฝากข้อความไว้ไหมคะ ไต่สวนสาธารณะ?- กระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่มีส่วนเกี่ยวข้องก่อนที่จะตัดสินใจอย่างเป็นทางการในการดำเนินการใด ๆ ท็อปฟอร์ม?- รูปแบบ หรือลักษณะที่ดีที่สุด (ใช้กับการเล่นกีฬา) เช่น เขากำลังอยู่ในช่วงท็อปฟอร์ม แข่งขันสนามไหนก็ชนะหมด และนอกจากนี้ยังมี :: คิดเองเออเอง, คุ้ยแคะแกะเกา, จิ้งจกเปลี่ยนสี, เจิมปาก, ชื่นรูหู, เช็ดเม็ด, ซูโดกุ, ตายซับตายซ้อน, พรแสวง, ยิมน้าสติก, ร้องเพลงรอ, ริกเต้อร์ และโลว์ซีซั่น (?โห้เยอะจุงเบย?ไม่ไหวจะเคลียร์ เพลียร่างมากๆ เยอะจัด ! ) ซึ่งถ้า ราชบัณฑิตยสถาน ได้ทำการคัดเลือก ศัพท์วัยรุ่น?คำศัพท์ใหม่ เสร็จเรียบร้อย ก็จะตีพิมพ์ออกเผยแพร่ในช่วงปลายปี 2555 ทันที !

สื่อออนไลน์ แฉ ตีแผ่เปิดโปง หรือสะท้อนสังคม??
คลิปนักเรียนตบ /  นิสิต ม.เกษตรฯ / 

ในปัจจุบันโซเชียลเน็ตเวิร์คแทบจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนเราไปแล้ว ไม่ว่าจะทำกิจกรรมอะไร อยู่ที่ไหน อยู่กับใครก็กลายเป็นประเด็นชวนคุยในโลกออนไลน์ได้เสมอ หากประเด็นไหนน่าสนใจก็จะถูกพูดถึงจนกลายเป็นกระแสสังคม จึงทำให้สื่อมวลชนต้องมีการปรับตัวให้ทันกับเหตุการณ์โลกยุคโซเชียลที่มาเร็วไปเร็ว การนำเสนอข่าวจากโลกออนไลน์ จึงมาเป็นอีก 1 ช่องทางทำข่าวของสื่อทั้งโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่อออนไลน์ ตามเว็บไซต์ต่างๆ แน่นอนว่าประเด็นที่สื่อมวลชนจับมาเล่น มักเกิดจากการส่งต่อ การถูกประโคมข่าวจากคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งจนเกิดเป็นกระแส และถูกนำเสนอเป็นข่าวในที่สุด ไม่ว่าเรื่องราวนั้นจะเป็นเรื่องดี ไม่ดี ข่าวฉาว ข่าวสร้างสรรค์ แต่หากเป็นที่สนใจของคนในสังคมออนไลน์ขึ้นมา เรื่องราวนั้นมักถูกตีแผ่เป็นข่าวได้เสมอ ซึ่งสอดคล้องกับ ความหมายของคำว่า "ข่าว" ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ หมายถึง "น. คําบอกเล่าเรื่องราวซึ่งโดยปกติมักเป็นเรื่องเกิดใหม่หรือเป็นที่สนใจ, คําบอกกล่าว, คําเล่าลือ." ประเด็นที่มักได้รับความสนใจนั้น ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกระทบกับความรู้สึกของคนเรา อย่างที่เรียกกันว่า Human Interest และสิ่งที่ตามมาจากการอ่านข่าว ก็คือการแสดงความคิดเห็นต่อข่าวนั้นๆ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละบุคคล ซึ่งข่าวเหล่านี้อาจแยกเป็นหลากหลายประเภท ดังนี้ กระแสชื่นชม อย่างกรณีภาพ นิสิตชายม.เกษตรศาสตร์ นำอิฐวางบนถนนเพื่อให้นิสิตหญิงเดินข้ามไปท่ามกลางสายฝน เมื่อภาพนี้ถูกนำมาทำเป็นข่าวก็ได้รับเสียงชื่นชมจากผู้ใช้อินเตอร์เน็ตจำนวนมาก หรือกรณีล่าสุดที่นักศึกษาสาวรายหนึ่ง ป้อนขนมให้กับขอทานพิการไม่มีแขน บนสะพานลอยที่อนุสาวรีย์ชัยฯ ก็เรียกคะแนนความชื่นชมจากผู้คนบนโลกออนไลน์ได้เยอะเช่นกัน หรือจะเป็นคลิปสาวชาวต่างชาติที่ร้องเพลง “ฉันไม่พูดภาษาไทย” บอกเล่าเรื่องราวการเรียนรู้ภาษาไทยของเธอ เมื่อคลิปนี้ถูกจับมานำเสนอ ก็มีผู้ติดตามดูและชื่นชมในความพยายามของเธอ กระแสถก เป็นกระแสที่นำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของคน จึงทำให้มีทั้งผู้เห็นด้วยและมองต่างมุมออกไป กรณีการรับน้องด้วยระบบโซตัสของมหาวิทยาลัยรัฐบาลแห่งหนึ่ง ซึ่งกลายเป็นกระแสข่าวคึกโครม เนื่องจาก มีการโพสต์ข้อความแสดงความเห็นกันผ่านเฟสบุ๊ก และถูกนำมาเผยแพร่ต่อ คนจำนวนมากไม่เห็นด้วยกับระบบโซตัส มองว่าเป็นระบบที่สร้างความแตกแยกให้นิสิตนักศึกษา เป็นระบบที่ต่างชาติไม่มี เพราะไม่ได้คารพกันที่อายุ แต่เคารพกันที่วุฒิภาวะ มีผู้แสดงความเห็นเข้ามามากมาย แต่ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นการแสดงความเห็นที่บอกเล่าทั้งความรุ้สึกและแง่คิดให้สังคมได้ ความเห็นจากสมาชิกเว็บไซต์ MThai.com คุณ A344GT5 ได้แสดงความเห็นว่า ..."ต่างชาติเค้าไม่มา สนใจว่าคุณอายุเท่าไร แต่เค้ามองแค่คุณมีความสามารถแค่ไหน ไม่แคร์ว่าคุณแก่หรือเด็ก ถ้าความสามารถคุณมีพร้อม ก็ได้รับการนับหน้าถือตา มีเครดิต แต่เมืองไทยนี่อะไร บ้าบอคอแตกกับระบบโซตัส รุ่นน้องต้องกราบรุ่นพี่ เพราะ มันเข้าเรียนก่อน ทำมาอ้างว่า เด็กจะได้เรียนรู้การอยู่ในสังคม ถุ_ย….ชีวิตในสังคมจริงๆ กับมหาลัยมันคนละเรื่องเลย" ขณะที่ผู้ที่เห็นด้วยกับระบบโซตัสก็แสดงความเห็นในอีกด้านว่า การรับน้องจะช่วยหล่อหลอมพฤติกรรมได้ คุณ  sarasin ได้แสดงความคิดเห็นว่า  ..."เอาแค่พอควร ไม่ต้องหักดิบ ค่อยเป็นค่อยไป รุ่นน้องมาใหม่ร้อยพ่อพันแม่ บางคนมาแข็งท้าต่อยรุ่นพี่ sotus หลอมกลายเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตนพลิกหน้ามือเป็นหลังมือก็มี จบไปได้ดีหลายคน อีกอย่าง sotus ไม่ใช่แค่รับน้อง มันเป็นรากฐานปูไปถึงอนาคต รุ่นพี่จบไปเขาก็ดูความประพฤติน้องๆนั่นแหละ น้องทำตัวดี สอนง่าย คุยง่าย เขาก็เอาไปทำงานด้วย น้องแข็งกร้าว ไม่เคารพ เกรงใจผู้ที่มีคุณวุฒิหรือวัยวุฒิมากกว่า เขาก็ไม่ค่อยเอาเข้าร่วมงานหรอก แม้จะเกียรตินิยมก็เถอะ"... กระแสดราม่า นอกจากประเด็นนี้แล้ว ยังมีกระแสข่าวอีกมากมายที่เกิดขึ้นเพราะโลกออนไลน์ ที่เกิดเป็นกระแสแบบปากต่อไป ในเรื่องที่ไม่ค่อยดีนัก กลายเป็นคำที่ชาวบ้านเรียกว่า "แฉ" ที่เห็นได้ชัดในปัจจุบันคงหนีไปพ้น คลิปหลุดการทำอนาจาร หรือคลิปเด็กนักเรียนตบตีกัน อย่างคลิปพระสงฆ์นั่งเครื่องบิน ก็ถือเป็นประเด็นวิจารณ์อย่างหนักและเกิดการขุดคุ้ยค้นหาข้อมูลที่ลึกลงไปเรื่อยๆ  ล่าสุดกับการเผยโฉมบ้านสุดหรูของพ่อแม่ของพระสงฆ์ที่ตกเป็นข่าว หรือภาหลุดคล้ายพระองค์ดังกล่าวนอนกับหญิงสาว ก็เช่นกัน ปฎิเสธไมได้ว่าโลกออนไลน์เป็นอีกแหล่งข่าวที่ถึงคนยุคโซเชียล จึงเป็นอีกช่องทางในการนำเสนอแง่มุมต่างๆให้สังคมรับรู้ ซึ่งก็คงไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเหรียญนั้นมี 2  ด้าน ขณะที่ผู้รับสาร คนดูข่าวบางคนพอใจกับการได้รับรู้ข่าว เพราะถือเป็นความจริงของสังคม และสามารถใช้เป็นแนวทางในการดำรงชีวิตให้ดีขึ้นได้ ในมุมกลับกันก็มีคนบางกลุ่มที่มองว่าไม่สมควรถูกตีแผ่ เพราะจะทำให้สภาพสังคมแย่ลง ถือเป็นการส่งเสริมให้คนเห็นช่องทางในการกระทำผิดมากขึ้น ดังนั้นแล้วก็ต้องขึ้นอยู่ที่วิจารณญาณของผู้รับสารเอง ที่จะเป็นผู้เลือกรับสาร หรือเลือกนำข้อคิดจากข่าวสารมาประยุกต์ใช้กับชีวิตอย่างรู้เท่าทัน MThai News

รัฐชวนคนไทยใช้'พจนานุกรม'ฉบับปี 54 ถวายพระเกียรติ'ในหลวง'
ข่าว /  ข่าวด่วน / 

รบ.เตรียมจัดพิมพ์ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 เผยแพร่ให้ สื่อมวลชน หน่วยราชการ สถาบันการศึกษา เพื่อถวายพระเกียรติแด่ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" พร้อมเชิญชวนคนไทยร่วมกันใช้อ้างอิง เพื่อเป็นมาตรฐานเดียวกัน -----------------------ขอบคุณข่าวจาก