พจนานุกรม

'เทพีเสรีป้า' สัญลักษณ์ใหม่ ตัวแทนคนไทยอยากไปเลือกตั้ง
กปปส. /  ขัดขวางการเลือกตั้ง / 

จากกรณีที่น.ส.พิจาริณี รัตนจำนอง เดินฝ่ากลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. ที่ขวางการเลือกตั้งล่วงหน้า เมื่อวันที่ 26 มกราคม ที่ผ่านมาที่หน่วยเลือกตั้งโรงเรียนเซนต์จอห์นโปลีเทคนิค เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 26 มกราคม ที่ผ่านมา โดยคุณป้าได้ส่องไฟฉายขึ้นฟ้าพร้อมทั้งค่อยเดินฝ่าไป  ส่งผลให้ชาวสังคมออนไลน์ทำภาพล้อเลียนกรณีดังกล่าว เรียกว่าเทพีเสรีป้า จนกลายเป็นกระแสตัดต่อล้อเลียนบนเฟซบุ๊คและสังคมออนไลน์ และได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของตัวแทนคนไทยที่ต้องการไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง แฟนเพจ พจนานุกรมศัพท์การเมืองไทยร่วมสมัย ได้นิยามคำว่า เทพีเสรีป้า ไว้ว่า เทพีเสรีป้า (น.) ความหมาย: สตรีวัยกลางคนนางหนึ่ง ซึ่งหาญกล้าฝ่าวงล้อมของกลุ่มผู้ต่อต้านประชาธิปไตย และกลายเป็นสัญลักษณ์ในการรักษาและปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์, สิทธิ, และเสรีภาพของตนตามระบอบประชาธิปไตยโดยสันติวิธี ในชั่วข้ามคืน. MThai News

จูบใครคิดว่าไม่สำคัญ! 13 สิ่งที่มั่นใจว่าคุณไม่รู้ เกี่ยวกับการจูบ
การจูบ /  การแสดงความรัก / 

การแสดงออกทางความรักที่ออกจะโรแมนติกก็คือ  "การจูบ"  ไม่ว่าหนังไทย หนังจีน หนังฝรั่ง หนังเกาหลี ก็ล้วนใช้การจูบเป็นตัวแสดงความรักของคนสองคน แล้วในชีวิตจริงเรารู้อะไรเกี่ยวกับการจูบบ้างล่ะ? หรือรู้แค่ว่าจูบก็เพื่อแสดงความรักกับคนรักเพียงอย่างเดียว ? วันนี้เรามีความรู้เกี่ยวกับการจูบมาฝากกัน ซึ่งมั่นใจเลยล่ะว่าน้อยคนนักที่จะรู้! 1. 2ใน3 ของคนที่จูบมักจะเอนหัวไปทางขวาเมื่อจูบ น่าแปลกเหมือนกันนะ แต่จริงๆแล้วเป็นนิสัยที่เราทำกันตั้งแต่เป็นทารกแล้วล่ะ เพราะทารกในครรภ์ส่วนใหญ่มักหันหัวไปทางขวาตั้งแต่อยู่ในครรภ์แล้ว 2.การจูบเป็นตัวชี้ชะตาในชีวิตคู่ได้เลย ถ้าคู่รักคู่ไหนจูบได้ดี เล้าโลมด้วยลิ้นเก่ง จะนำมาซึ่งความสัมพันธ์ที่แข็งแรงเลยล่ะ  3.การจูบช่วยปล่อยฮอร์โมนเอนโดรฟินและอ็อกซิโตซิน ซึ่งไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมจูบแล้ว สมองมันถึงปลอดโปร่งและมีความสุขอย่างประหลาดเลยล่ะ  4.จูบทำให้อายุยืนได้ด้วย ผลการศึกษามากมาย เผยว่า คู่รักที่จูบกันเป็นประจำมีแนวโน้มจะมีอายุยืน 5.ชาวฝรั่งเศสระบุคำว่า french kiss ในพจนานุกรมตั้งแต่ปี 2013 แม้จะได้ยินกันมาบ่อยกับคำว่า french kiss ที่หมายถึงการจูบดูดดื่มแบบแลกลิ้นกันนั่นแหละ แต่จริงๆแล้วคำนี้เพิ่งระบุคำว่า galocher ที่แปลว่าจูบด้วยลิ้นลงพจนานุกรมเมื่อปี 2013 นี้เอง 6.จูบช่วยให้สุขภาพดี หนึ่งในผลการศึกษาพบว่า การจูบช่วยสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ถ้าป่วยคราวหน้าก็แค่ดื่มน้ำมะนาวแล้วจูบแฟนได้เลย อิอิ 7.จูบที่นานที่สุดตามสถิติโลกคือ  58 ชั่วโมง 35 นาที 58 วินาที 8.แม้เรื่องจูบจะดูเป็นเรื่องธรรมด๊า แต่มีการศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจังนะ โดยศาสตร์แห่งการศึกษาเรื่องจูบนั้นเรียกว่า  philematology 9.ไม่ใช่ทุกประเทศที่แสดงความรักด้วยการจูบ มีมากมายหลายประเทศนะที่ไม่ได้แสดงความรักด้วยการจูบ จนกระทั่งชาวยุโรปได้เริ่มแนะนำการจูบ โดยบางที่อาจใช้การสัมผัสที่จมูกและหอมแก้มเท่านั้น  10.มีเหตุผลว่าทำไมเจ้าบ่าวเจ้าสาวต้องจูบกัน จากนักเขียน  Michael Philip Penn กล่าวว่า การจูบนั้น เป็นการให้สัญญาแก่กันว่าจะดูแลกันไปตลอดชีวิต ไม่ใช่จูบโชว์อย่างเดียวนะจ๊ะ 11.ไม่ใช่มนุษย์อย่างเดียวที่จูบนะ วัว กระรอก หอยทาก หรือนกพัฟฟินก็ใช้การจูบเหมือนกันนะ แต่ก็มีเพียงเจ้าชิมแปนซีที่พอจะเป็นสัตว์ที่จูบเหมือนคนมากที่สุด 12.จูบแบบ French kiss ใช้กล้ามเนื้อ 34 ส่วนในใบหน้า ในขณะที่จูบธรรมดาใช้กล้าวเนื้อเพียงแค่ 2 ส่วนเท่านั้น แต่ถ้าจูบจริงจูบแรงล่ะก็ ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมเหนื่อย เพราะคุณใช้กล้ามเนื้อไปถึง 32 ส่วนเลยล่ะ 13.จูบช่วยเบิร์นแคลอรี่ได้ถึง 5 กิโลแคลอรี่ในไม่กี่นาที ถ้าวันๆไม่คิดจะทำอะไร จูบกันทั้งวันเป็น 10 ชั่วโมง ก็ไม่ต้องไปออกกำลังกายยังได้เลย ที่มา seventeen เรียบเรียงโดย Women Mthai Team 

ชูวิทย์ซัด! เมื่อโบนันซ่าผิด คีรีมายาจะถูกได้อย่างไร?
คีรีมายา /  บุกรุกที่ดิน / 

ชูวิทย์ซัด กฎหมายฉบับเดียวกัน โบนันซ่าผิด คีรีมายา เอาที่ดินของเกษตรกรผู้ยากไร้ ไปทำสนามกอล์ฟ รีสอร์ท จะถูกได้อย่างไร? วันนี้ (17เม.ย.) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ได้โพสต์ผ่านเพจเฟซบุ๊ค ชูวิทย์ I′m No.5 ได้มีการโพสต์ถึงกรณีการถือครองเอกสารสิทธิ์ที่ดินของบุคคลบางกลุ่ม ที่อาจเข้าข่ายบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ระบุว่า การตรวจสอบสมบัติของชาติ ผืนป่า ทรัพยากร มีความซับซ้อนอยู่ที่ คุณสมบัติและวัตถุประสงค์ เพราะคำว่า "เกษตรกร" กับ "นายทุน" เปิดพจนานุกรมเล่มไหนก็มีความหมายแตกต่างกันลิบลับ ส่วนวัตถุประสงค์ของที่ดิน กฎหมายยังกำหนดให้เกษตรกรยากจนทำกิน ไม่ได้ให้นายทุนเอาไปทำธุรกิจต่อความรวย แล้วทำตัวกร่างท้าทาย เมื่อ "โบนันซ่า" เอาผืนป่าไปทำสนามแข่งรถแล้วถูกดำเนินคดี แล้ว "คีรีมายา" เอาที่ดินของเกษตรกรผู้ยากไร้ ไปทำสนามกอล์ฟ รีสอร์ท จะถูกได้อย่างไร? กฎหมายก็ฉบับเดียวกัน ใช้กับคนไทยทุกผู้ทุกคน ไม่ว่าสีไหน รวยหรือจน ถึงจะเกลียดผม อยากสาปแช่งให้ตายโหง แต่เมื่อผมพูดเป็นประโยชน์ ก็อย่าดัดจริตแบ่งเขาแบ่งเรานักเลย MThai News

ความเชื่อ...! น้ำมนต์รักษาโรค
ความเชื่อ /  ความเชื่อน้ำมนต์ / 

น้ำมนต์ กับความเชื่อในการรักษาโรค นั้น จริงๆแล้ว ก็มีมานานคู่กับคนไทย ไม่ว่าจะไปทำบุญที่ไหน วัดไหน ก็มักจะให้หลวงพ่อ หลวงพี่ รด น้ำมนต์ เพื่อเป็นสิริมงคล หรือ ถ้ามีโรคภัยไข้เจ็บอยู่ก็จะนำ น้ำมนต์ หลวงพ่อกลับมาอาบ มาดื่ม อีกด้วย น้ำมนต์  คือ น้ำที่ได้ผ่านพิธีทำ น้ำมนต์ ปกติจะสำเร็จด้วยการเจริญพระพุทธมนต์ของพระสงฆ์ ในงานพิธีมงคลต่างๆ หรือการเสกของพระภิกษุ หรือ คฤหัสถ์ ผู้ทรงวิทยาคุณ ซึ่งก็คือ ผ่านการทำสมาธิ ที่แน่วแน่ และพระปริตร ที่เป็นมนต์ทางศาสนา มาแล้ว นั่นเอง น้ำมนต์ นิยมนำมาอาบ หรือดื่ม หรือประพรมที่ศีรษะ ประพรมภายในบ้าน บริเวณบ้าน ป้ายร้านค้า เป็นต้น  นี่เป็นความหมายของ น้ำมนต์ จากพจนานุกรมเพื่อการศึกษาพุทธศาสน์ ชุดคำวัดของพระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช) ป.ธ.๙ ราชบัณฑิต อย่างไรก็ตาม เพื่อเพิ่มความขลังและความศักดิ์สิทธิ์ ผู้จัดทำส่วนใหญ่จะนำ น้ำมนต์ จากพระอารามหลวง 75 จังหวัด มาเทผสมรวมกัน ซึ่ง น้ำมนต์ ที่ขึ้นชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์ นอกเหนือจากพระอารามหลวง ทั้ง 75 จังหวัดแล้ว ยังมีอีก 2 แห่ง คือ 1. น้ำมนต์ ศักดิ์สิทธิ์ จากเศียรหลวงพ่อทองสุข วัดตูม (พระอารามหลวง) อยู่ใน จ.พระนครศรีอยุธยา ตามตำนานกล่าวว่า …สมเด็จพระนเรศวรใช้ น้ำมนต์ วัดตูม ชุบพระแสง และเป็นอารามที่ประกอบพิธีปลุกเสกเครื่องพิชัยสงคราม มาแต่ครั้งสมัยอยุธยา 2. น้ำมนต์ จากเศียรหลวงพ่ออุ่นเมือง วัดน้ำฮูม อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ตามตำนานกล่าวว่า …พระเกศา พระสุพรรณกัลยา บรรจุอยู่ในสถูปวัดน้ำฮูมแห่งนี้ คติความเชื่อเรื่อง น้ำมนต์ นั้น นอกจากความเป็นสิริมงคลสำหรับผู้ประพรม อาบและดื่มแล้ว ยังมีคติความเชื่อ ที่ว่าด้วย น้ำมนต์ ยังนำสิริมงคล และความสวัสดีมีโชคมาให้ ตลอดถึงกำจัด ปัดเป่าสิ่งอัปมงคล อันตราย และภัยพิบัติต่างๆ ได้ เช่น กรณีของ น้ำมนต์ เสือกินน้ำ ซึ่งเป็นตำรับการทำ น้ำมนต์ ของพระครูปลัดปริยัติวรวัฒน์ หรือหลวงพ่อบุญเลิศ เจ้าอาวาสวัดปราโมทย์ อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม ซึ่งท่านได้รับการถ่ายทอดจากพระธุดงค์รูปหนึ่งเมื่อ ๒๐ ปีที่แล้ว ขอบคุณภาพจาก news.nipa watparsomdej1.com

ทำไม? ครูถึงให้นักเรียนหลังห้อง สอบเข้ามหาลัยที่ยากที่สุดของญี่ปุ่น!
ข่าวการศึกษา /  ประเทศญี่ปุ่น / 

จากหนังสือขายดีของญี่ปุ่น เรื่องราวของ "ซายากะจัง" นักเรียนสาว แต่งตัวจัด นิสัยเกเร ไม่ตั้งใจเรียน ในขณะที่เธอเรียนอยู่ ม. 5 แต่ความรู้ที่เธอมีนั้นแค่เด็ก ป.4!! แต่แล้วชีวิตของเด็กสาวคนนี้ก็เปลี่ยนไปเมื่อเธอได้เจอกับครูติวเตอร์คนหนึ่ง ครูคนนี้ทำให้ชีวิตของเธอเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทำให้เด็กสาวไม่เอาไหนคนนี้สอบเข้ามหาลัยที่สอบเข้ายากที่สุดของญี่ปุ่นได้ ภายในเวลา 1 ปี! แล้วครูติวเตอร์คนนี้เขาทำยังไงล่ะ? อย่ารอช้าไปติดตามเรื่องราวที่ทีนเอ็มไทยนำมาฝากกันเลยดีกว่าค่ะ ^^ ทำไม? ครูถึงให้นักเรียนหลังห้อง สอบเข้ามหาลัยที่ยากที่สุดของญี่ปุ่น! ทำไม? ครูถึงให้นักเรียนหลังห้อง สอบเข้ามหาลัยที่ยากที่สุดของญี่ปุ่น! ครืด ... เสียงเปิดประตู เด็กสาวหัวทอง ใส่เสื้อเอวลอยกับกระโปรงสั้นจู๋ ทาเล็บสีสด ใส่น้ำหอมกลิ่นแรงสุดๆ เดินเข้ามาที่โรงเรียนกวดวิชาพร้อมคุณแม่ คุณแม่บอกว่า “รูปลักษณ์ภายนอกอาจจะดูแรง แต่ลูกสาวเป็นเด็กดีมากค่ะ” นั่นคือวันแรกที่ Tsubota Nobutaka (ครูติวเตอร์) ได้พบกับ ซายากะจัง เด็กสาวสุดเปรี้ยวที่สอบได้คะแนนติดอันดับโหล่ของโรงเรียน ซายากะถูกพักการเรียนตอน ม. 5 เพราะทำผิดกฎโรงเรียน แม่เห็นซายากะว่างๆ เลยส่งมาเรียนพิเศษที่โรงเรียนของครู Tsubota ซึ่งสิ่งแรกที่ครู Tsubota ให้ ซายากะ ทำคือ สอบวัดระดับ เช่น ครู Tsubota : “คำว่า Strong แปลว่า อะไร” ซายากะ : “อือ … วันอาทิตย์?” ครู Tsubota : “คำว่า “พวกเขา” ภาษาอังกฤษคือคำว่า ?” ซายากะ : “Hi” (น้องคงจะอยากตอบคำว่า “ฮี” แต่สะกดผิด แต่คำตอบที่ถูกคือ “They”) ผลการประเมิน ซายากะมีผลการเรียนเท่ากับเด็ก ป.4 (ตอนที่เธออยู่ ม. 5) ถ้าเพื่อนๆ เป็นติวเตอร์จะทำยังไงคะ? คงจะคืนเงินคุณแม่แล้วเชิญหนูน้อยไปเรียนที่อื่นดีกว่า ใช่ไหมล่ะ แต่ครู Tsubota ไม่ได้คิดเช่นนั้น เขาถามซายากะว่า .. ครู Tsubota : อยากเข้ามหาวิทยาลัยไหน? ซายากะ :  "ไม่รู้สิ" >,< ครู Tsubota :  แหย่ว่า “ลองเข้าโตไดไหม” ซายากะ :  “ไม่เอาอ่ะ มีแต่ผู้ชายบ้าเรียนใส่แว่นหนาๆ” ครู Tsubota : “งั้น สอบเข้า Keio ไหม? เคยได้ยินคำว่า Keio Boy ไหม?” ซายากะ : “ว้ายยย!! หนุ่มหล่อเยอะนิ่ ซายากะกับเคโอ น่าสนๆ” กับเด็ก ม.5 ที่ยังแปลคำว่า “Strong” ไม่ออก ครู Tsubota ยุให้เด็กคนนี้สอบเข้า 'เคโอ' มหาวิทยาลัยเอกชนที่สอบเข้ายากที่สุดในญี่ปุ่น ครูคิดอะไรอยู่ … ?? “อ่านเด็กให้ขาด!!” เด็กแต่ละแบบ มีวิธีสอนและวิธีกระตุ้นไม่เหมือนกัน นอกจากแบบทดสอบวัดระดับความรู้ ครู Tsubota ให้เด็กๆ ทุกคนทำแบบทดสอบจิตวิทยา (เอ็นเนียแกรม) และแบ่งเด็กๆ เป็น 9 ประเภท ซึ่งซายากะเป็นประเภท “ผู้เสพย์สุข” มองโลกในแง่ดี เวลาสอน ต้องขายฝัน โม้เป้าหมายสูงๆ ก็ไม่เป็นไร เด็กพวกนี้ไม่สงสัย ครู Tsubota จึงบอกซายากะว่า “ถ้าไป Keio เธอจะได้เจอคนเก๋ๆ คูลๆ นะ ได้อยู่โตเกียวด้วยนะ” ซายากะผู้มองโลกในแง่ดีก็เริ่มฝันหวาน และมีแรงอ่านหนังสือสอบ ในทางกลับกัน ถ้าเด็กเป็นประเภท "Realistic" ขืนครูมานั่งขายฝันแบบนี้ เด็กคงดูถูก หาว่าครูไม่ได้เรื่องแน่ๆ ถ้าเป็นเด็กประเภท "Perfectionist" เด็กจะมีนิสัยชอบทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ละเอียดที่สุด แต่สุดท้าย จะเครียดเพราะไม่เป็นไปตามแผน ครูจึงไม่ตั้งเป้าหมายให้เด็กกลุ่มนี้ และพยายามเน้นเรื่องการจับเวลา และแบ่งเวลาตอบข้อสอบ “ไม่มีเด็กที่เกลียดความก้าวหน้าของตัวเอง” ครู Tsubota ไม่ได้รู้สึกท้อใจหรือหนักใจเลย ที่เห็นซายากะสอบได้แค่ระดับ ป.4 ครูเชื่อว่าเด็กที่ทำคะแนนไม่ดี ไม่ใช่เด็กไม่เก่ง เพียงแต่พวกเขาแค่ยังไม่ได้เรียน หรือไม่รู้เกี่ยวกับความรู้นั้นๆ เท่านั้น สิ่งสำคัญ คือจะทำอย่างไรให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ว่า การเรียน ก็คือการฝึกทำสิ่งที่คิดว่าทำไม่ได้ ให้ทำได้และสนุกไปกับ process นั้น เด็กที่แยกคำว่า They กับ He ไม่ออก เพราะเขาไม่เข้าใจ แต่ถ้าเขาเข้าใจความหมาย เข้าใจวิธีใช้ และใช้คำเหล่านั้นมาแต่งประโยคใหม่ๆ ได้ เขาย่อมทึ่งกับความสามารถกับตัวเอง เขาย่อมอยากรู้ศัพท์คำใหม่ๆ อีก นั่นคือ วิธีที่ ครู Tsubota ทำให้เด็กหนีเรียนอย่างซายากะหันมาสนุกกับการเรียนได้ ก่อนอื่น ครูสอนโครงสร้างภาษา เอาให้พื้นฐานแน่น จากนั้นค่อยๆ ทำแบบฝึกหัดภาษาอังกฤษ ฝึกให้ใช้พจนานุกรม พอเริ่มอ่านบทความง่ายๆ เข้าใจ เด็กก็เริ่มสนุกและอยากอ่านอีก ครูก็ป้อนบทความที่ยาวขึ้น ยากขึ้นให้อ่าน เมื่อซายากะไปโรงเรียน เธอตกใจที่เธอทำข้อสอบที่โรงเรียนได้ ทั้งๆ ที่ผ่านมาส่งกระดาษเปล่าตลอด! เธอเริ่มมั่นใจ และรู้สึกดีกับตัวเองขึ้นเรื่อยๆ และยิ่งอ่านหนังสือหนักขึ้น ครู Tsubota เชื่อว่าในโลกนี้มีเด็กที่เกลียดการเรียนอยู่เยอะ แต่ไม่มีเด็กคนไหนที่เกลียดความก้าวหน้าของตัวเอง และครู Tsubota เป็นผู้ชี้ทางให้เด็กเห็น “ความก้าวหน้า” ของตัวเอง "ตัวเองในวันนี้ ที่รู้มากกว่าตัวเองเมื่อวาน ตัวเองในวันนี้ ที่รู้มากกว่าตัวเองในเดือนก่อนมากๆ" นี่คือบางส่วนของจดหมายที่ซายากะเขียนถึงครู .. “ก่อนที่จะได้เจอครู หนูเกลียดผู้ใหญ่รอบตัวมาก ทุกคนมองว่าหนูเป็นเด็กไม่ได้เรื่อง คนที่เข้าใจหนู มีแต่เพื่อนเท่านั้น เพื่อนสำคัญที่สุด ถ้าไม่ได้เจอครู หนูคงไม่คิดจะเรียนต่อมหาลัย คงหางานอะไรสักอย่างทำไปวันๆ แต่งงาน มีลูก แต่พอเจอครู ครูรับที่หนูเป็นหนู ครูชมหนูบ่อยๆ ครูไม่หน้าบึ้งใส่หนูเหมือนผู้ใหญ่คนอื่น แถมครูยิ้มและหัวเราะบ่อยๆ ด้วย ครูยังฟังเรื่องที่หนูเล่าโน่นเล่านี่ด้วย ตอนที่หนูบอกคนรอบตัวว่าจะเข้าม. เคโอ มีแต่คนบอกว่าหนูบ้าไปแล้ว  แต่ครูทำให้การเรียนที่เคโอ เป็นเรื่องน่าตื่นเต้น น่าสนุกสำหรับหนู ทำให้หนูเริ่มสนใจ … แต่ว่า พอลองตั้งใจเรียนจริงๆ หนูตกใจมากว่า ทำไมหนูไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรขนาดนี้ ขณะเดียวกัน การได้รู้ว่าเราไม่รู้อะไร มันเป็นเรื่องที่สนุกมากๆ หนังสือที่อ่านสนุกกว่าที่คิด หนูยังรู้สึกเสียดายเลยว่า หนูกลับมาเรียนช้าไป เวลาครูเล่าเรื่องการเมืองให้ฟัง หนูกลับไปบ้าน ก็เริ่มฟังข่าวเข้าใจมากขึ้น เวลาหนูอ่านการ์ตูนประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นที่ครูแนะนำ หนูก็เริ่มฝันอยากเดินทางไปดูของจริงที่โน่นที่นี่ หนูเสียดายเวลาที่ผ่านมาเหลือเกิน เวลาที่หนูทำตัวไร้สาระ โลกนี้ยังมีอะไรให้เรียนรู้อีกตั้งเยอะนะคะ ตอนที่หนูสอบเข้าเคโอได้ หนูสัมผัสได้ถึงอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปมากในตัวหนู ครูบอกว่า “เธอจะมั่นใจในตัวเองมากขึ้น” หนูยังจำคำนี้ได้ไม่ลืมเลยค่ะ  "หนูได้เรียนรู้ว่า หากเราพยายามอะไรถึงที่สุด พยายามจนเกือบตาย ชีวิตมันเปลี่ยนไปจริงๆ  ชีวิต … ขึ้นอยุ่กับการที่เราเลือกเดินจริงๆ" เรื่องราวของ ซายากะ จัง ถูกถ่ายทอดลงในหนังสือที่เขียนโดยครู Tsubota และมียอดขายมากกว่า 100 ล้านเล่ม เป้นหนังสือที่ขายที่สุดของญี่ปุ่น รวมถึงได้ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ด้วย! ขอบคุณข้อมูล : แปลโดย facebook - Japan Gossip by เกตุวดี Marumura เพื่อนๆ สามารถติดตามเรื่องราวชีวิต สังคม และสิ่งต่างๆ ของประเทศญี่ปุ่น เพิ่มเติมได้ที่นี่นะคะ ^^

25 ศัพท์ฮิตโซเชียล 2015
คำศัพท์ภาษาอังกฤษ /  ภาษาอังกฤษ / 

ในช่วงปีที่ผ่านมานั้น กระแส "selfie" นั้นเป็นศัพท์ฮิตโซเชียลที่มาแรงสุดๆ รวมถึงแฮชแทค (# hashtag) และทวีพ (tweep)ด้วย นอกจากนี้ก็ยังมีคำอื่นๆที่ใช้บนโลกโซเชียลอีกมากมาย วันนี้ทีนเอ็มไทยเลยนำ 25 ศัพท์ฮิตโซเชียล 2015 มาฝากเพื่อนๆ กันคะ เผื่อว่าไปเห็นในสื่อโซเชียลไหนเราก็จะสามารถเข้าใจได้ง่ายขึ้น ^^ 25 ศัพท์ฮิตโซเชียล 2015 พจนานุกรมดัง ขายดีที่สุดในสหรัฐ "เมอร์เรียม-เว็บสเตอร์" ของสหรัฐ ก็ประกาศอัพเดทคำศัพท์ใหม่กว่า 150 คำ รวมนิยามคำใหม่ที่เกิดจากการใช้สื่อออนไลน์ โดยเฉพาะโซเชียล มีเดียที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตของผู้คนยุคใหม่ ตอกย้ำอิทธิพลของเทคโนโลยีที่กำลังเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของผู้คนเพิ่มขึ้น 1. legsie มาจากคำว่า leg และ selfie หมายถึง การถ่ายภาพช่วงขาของตัวเองขณะนั่งหรือนอนเหยียดอยู่ที่สระว่ายน้ำหรือชายหาด เพื่อเป็นการอวดว่าตัวเองกำลังดื่มด่ำกับทิวทัศน์และบรรยากาศตรงหน้า 2. gelfie มาจากคำว่า gym และ selfie หมายถึง การถ่ายภาพตัวเองขณะออกกำลังกาย 3. couplie มาจากคำว่า couple และ selfie หมายถึง การถ่ายภาพตัวเองกับคนรัก 4. selfie stick หมายถึง วัตถุด้ามยาวที่สามารถติดตั้งสมาร์ทโฟนไว้สำหรับถ่ายรูปเซลฟี่ นอกจาก selfie แล้วยังมีคำศัพท์เกี่ยวกับโซเชียลมีเดียอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น 5. vaguebooking หมายถึง การโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กที่คลุมเครือโดยมีเจตนาให้ผู้อื่นเข้ามาถามว่าเกิดอะไรขึ้น หรือเพียงเพื่อเรียกความสนใจ 6. subtweet มาจากคำว่า subliminal และ tweet หมายถึง การโพสต์ข้อความลงบนทวิตเตอร์เกี่ยวกับคนใดคนหนึ่งโดยไม่เอ่ยชื่อ มักมีเจตนาที่จะล้อเลียนหรือวิพากษ์วิจารณ์ 7. BBFL เป็นคำย่อที่เกิดจากอักษรตัวแรกของคำในวลี best buddies for life ที่มีความหมายว่า เพื่อนคู่หูที่ดีที่สุดชั่วชีวิต 8. OP มาจาก original poster ที่มีความหมายว่า คนแรกที่โพสต์เรื่องใดเรื่องหนึ่งขึ้นบนโซเชียลมีเดีย 9. Trowback  (โทรว์แบ็ค) คือการนำรูปเก่าๆมาเล่าใหม่ แต่ที่นิยมทำกันมากทาง instagram ก็คือต้องทำในวันพฤหัสบดี หรือเรียกกันว่า Throwback Thursday โดยที่ผู้ใช้เอารูปตอนเด็กๆมาลง รูปในอดีต รูปตลกๆ หรือรูปที่ตัวเองชื่นชอบมาลง แล้วก็แทก #throwback เพื่อความสนุกสนานของคนกลุ่มหนึ่ง จนเริ่มแพร่หลายกันมากในหมู่ผู้ใช้ IG 10. Staycation (สเตเคชั่น) ซึ่งจะคล้ายๆ กับคำว่า vacation นั่นเองเป็นการพักร้อนแต่แทนที่จะไปเที่ยวที่อื่น แต่ก็ดันเลือกที่จะติสแตกอยู่ที่บ้าน 11. Amazeballs (อเมซบอลซ์) คล้ายๆคำว่า Amazing แต่มันมากกว่าอเมซิ่งอีก ใช้ในเวลาที่รู้สึกว่า สิ่งๆนี้เป็นอะไรที่เจ๋งมากๆ แบบมันโดนมากๆ เราก็จะพูดว่า Amazeballs!!!! 12. Photobomb (โฟโต้บอม) คำนี้ใช้กับพวกที่เห็นชาวบ้านกำลังจะถ่ายรูป แล้วรีบโดดเข้าด้านหลังก่อนที่เค้าจะกดถ่ายรูป สรุปคือ ไปยืนข้างหลังเป็นแบล็คกราวน์ทำให้รูปเค้าเสียนั่นเอง เป็นการกลั่นแกล้งที่เจ็บแสบมากเลยว่ามั้ย ><” 13. Chillaxing (ชิลแลกซ์ซิ่ง) เกิดจากการการผสมคำ Chilling กับ Relaxing ร่วมกันแปลว่า ผักผ่อนแบบชิวๆ คือรีแลกซ์อย่างเดียวมันไม่สะใจพอ จึงกลายเป็นพักผ่อนอย่างชิวๆ ไปด้วยสิเออ 14. Frenemy (เฟรเนมี่) คำศัพท์ยอดฮิตเด็กไฮสคูล เกิดจากการที่เด็กๆ ชอบคิดว่า เพื่อนๆ บางคนแกล้งเป็นเพื่อนตัวเองแต่จริงๆคิดร้าย คำนี้เลยหมายถึง ศัตรูที่แกล้งเป็นเพื่อนเรานั่นเอง 15. Nano break (นาโนเบรค) หมายถึง เป็นการหยุดลาพักร้อนแต่แค่ 1คืนเท่านั้น 16. Trashion (แทรชชั่น) คำนี้ดกิดจากการเอาคำว่า ‘trash’ ที่แปลว่า ขยะ กับคำว่า ‘fashion’ ที่แปลว่า แฟชั่น เมื่อเอาสองคำพอรวมกันเลยหมายถึงแฟชั่นที่เอาของเก่าหรือใช้แล้วมาแต่งใหม่นั่นเอง (ครีเอทีฟสุดๆ ไปเลย) 17. Catfish (แคทฟิช) กล่าวถึงบุคคลที่ชอบทำโปรไฟล์ปลอม เอารูปของคนอื่นมาเป็นของตัวเอง มโนว่าเป็นคนๆ นั้นบนโลกแห่งโซเชียลเน็ตเวิร์ค เพื่อจุดประสงค์ไม่ดี 18. Adorkable (อะดอร์คเรเบิ้ล) หมายถึง ‘แปลกแต่น่ารัก’ หรือ ‘น่ารักแบบพิลึกๆ’ เป็นการผสมกันของคำว่า adorable = น่ารักน่าเอ็นดู กับ dork = คนที่มีพฤติกรรมแปลกๆ (คล้ายๆnerd หรือ geek) แต่มีอารมณ์ขันและเข้าสังคมได้ดีเลยเป็นที่มาของคำว่า แปลกแต่น่ารักนะเออ!!! 19. Phubbing (ฟับบิ้ง) ‘โอมจงเงย’ เป็นอาการของคนที่ตัดขาดจากโลกภายนอก นั่งเล่นแต่โทรศัพท์ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเฟสบุค ไลน์ หรือทวิตเตอร์ โดยไม่สนใจเพื่อนหรือคนรอบตัวเลย 20. Attention seeker (แอทแทนชั่น ซีคเคอร์) คือพวกที่เรียกร้องความสนใจตลอดเวลา ต้องโพสข้อความ อัพรูปบ่อยๆ เขียนเรื่องเว่อร์ๆ เช็คเรตติ้งเป็นระยะเก็บสะสมยอดไลค์ 21. Crowdfunding (คราวด์ฟันดิ้ง) การรวบรวมทุนจากผู้คนจำนวนมากเพื่อนำมาใช้ประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งทั้งเพื่อประโยชน์ส่วนตัว ประโยชน์ทางธุรกิจ หรือเพื่อช่วยเหลือสังคมที่ในขณะนี้เริ่มมีการนำแนวคิดการระดมทุนรูปแบบดังกล่าวนี้มาเป็นเครื่องมือทางการเงินในยุคปัจจุบันแล้วด้วย และถูกพัฒนามาอยู่ในรูปแบบของเว็บไซต์ ที่จากเดิมการระดมทุนที่ทำได้เพียงวงแคบ เช่น กลุ่มคนรู้จัก หรือกลุ่มเพื่อนเท่านั้น 22. Big Data (บิ๊ก ดาต้า) การนำข้อมูลที่มีปริมาณมากๆ มาผ่านการประมวลผล การวิเคราะห์ และแสดงผลด้วยวิธีที่เหมาะสม ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับองค์กรของท่านแล้วล่ะว่าต้องการจะนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ทางธุรกิจหรือจะปล่อยให้มันอยู่อย่างไร้ค่าและสิ้นเปลือง Storage ต่อไป 23. TGIF ย่อมาจาก Thanks God It’s Friday นิยมใช้กันมากในวันศุกร์ เพื่อปลดปล่อยความเครียดที่ผ่านมาทั้งสัปดาห์ 24.  LOL (Laughing Out Loud) เป็นการพิมพ์ความหมายว่า หัวเราะ แบบคนไทยที่ว่า ฮ่าๆๆๆๆ , 55555 , 555+ 25. LMAO (Laughing My Ass Off)  เป็นการพิมพ์ความหมายว่า หัวเราะ เหมือนกันแต่อันนี้ขำมากกว่า ประมาณว่า "ขำขี้แตกขี้แตน" ขอบคุณข้อมูล variety.teenee.com, www.scholarship.in.th

โอ๊ค โพสต์ซัด
ทักษิณ ชินวัตร /  นายกฯ ไทย / 

โอ๊ค โพสต์ซัด "เหี้ย กะหรี่ อีโง่" ทำภาพ ปชป. ติดลบ เผยคนจำภาพทักษิณ จากประชานิยมมากสุด  นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว @Oak Panthongtae Shinawatra หลังเจ้าตัวได้ทำโพลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนถึงเรื่อง "พี่น้องประชาชนไทย มีภาพจำในนโยบายและคำพูดของอดีตนายกรัฐมนตรีไทยคนไหนบ้าง" โดยยกตัวอย่างนายกฯ 5คน ที่มีผลงานโดดเด่น และมีคนโหวตมากที่สุด โดยระบุว่า "พานทองแท้โพลล์" ได้สำรวจความคิดเห็น ของพี่น้องประชาชน ในหัวข้อ "พี่น้องประชาชนไทย มีภาพจำในนโยบายและคำพูดของอดีตนายกรัฐมนตรีไทยคนไหนบ้าง" ได้ผลออกมาน่าสนใจครับ แถมพูดหยาบคาย เหี้ย กะหรี่ อีโง่ ผมขอคัดเอามาเฉพาะที่มีคนโหวตสูงสุดจำนวน 5 ท่านแรก เรียงตามปีที่ดำรงตำแหน่งนะครับ เป็นท่านอดีตนายกฯ ที่มาจากหลายพรรคฯ ด้วยกัน เห็นรูปที่โพสต์นี้แล้ว บรรดาสลิ่ม-แมลงสาบ และคนไทยหัวใจอำมาตย์ทั้งหลาย ที่ชอบแอบเข้ามาอ่านเพจ "พานทองแท้" ทุกวัน บ่อยและเยอะกว่าเข้าไปดูเพจของพรรคประชาธิปัตย์ อาจจะยิ้มกันแก้มแทบปริ เพราะมีอดีตนายกฯ ที่มาจากพรรคประชาธิปัตย์ ติดโผที่ประชาชนจำฝังใจถึง 2 คนด้วยกัน อดีตนายกจำนวน 5 ท่านนี้ได้แก่... 1. ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ภาพจำของท่าน ได้แก่ นโยบาย "เงินผัน" และคำพูดว่า "กูไม่กลัวมึง" ครับ 2. พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ภาพจำของท่าน ได้แก่ นโยบาย "เปลี่ยนสนามรบ เป็นสนามการค้า" และคำพูดว่า "No Problem" ครับ 3. นายชวน หลีกภัย ภาพจำของท่าน ได้แก่ นโยบาย "สปก.4-01" (มีภาพจำเรื่อง "ปล่อยหมากัดม็อบ" เยอะเลยครับ แต่คงเป็นเรื่องของพฤติกรรมชั่ววูบ ไม่น่าจะใช่เรื่องนโยบาย เลยขอตัดทิ้งครับ และคำพูดว่า "เสียใจแต่ไม่ขอโทษ" ครับฅ 4. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ภาพจำของท่าน ได้แก่ นโยบาย "ประชานิยม" และคำพูดว่า "ผมจะเป็นนายกฯ ที่ทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย และผมขอประกาศสงคราม ยาเสพติด ความยากจน และคอร์รัปชั่น" ครับ (ไม่ได้เข้าข้างพ่อ เลยเขียนยาวกว่าท่านอื่นนะครับ แต่คนโหวตแบบนี้เยอะจริง ๆ ครับ) 5. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ภาพจำของท่าน ได้แก่ นโยบาย "โรงพักเข้มแข็ง, ไข่ชั่งกิโล, นมโรงเรียน(บูด) และปลากระป๋อง(เน่า)" และคำพูดว่า "เหี้ย กะหรี่ อีโง่" ครับ (ไม่ได้เข้าข้างอภิสิทธิ์ฯ เลยเขียนยาวกว่าท่านอื่นนะครับ แต่คนโหวต "เหี้ย" นี่เยอะจริง ๆ ครับ) ก็ต้องขอแสดงความยินดีกับอดีตนายกรัฐมนตรี ทั้ง 5 ท่านไว้ตรงนี้นะครับ สิ่งที่ท่านทำมาประสบความสำเร็จในการ Branding หรือการทำให้พี่น้องประชาชนเกิด "ภาพจำ ติดตา ติดใจ" ในนโยบายและคำพูดของท่านมากกว่าคนอื่น ๆ ส่วน "ภาพจำ" ดังกล่าวนั้น ใครจะคิดในแง่บวกหรือแง่ลบนั้น ผมว่ามันเป็นเรื่องนานาจิตตังครับ อดีตนายกหมายเลข 1 และ 2 นั้น ท่านล่วงลับไปแล้ว ท่านทำประโยชน์ให้กับประเทศมากมาย ความเห็นจึงมักเป็นไปในทางบวกเหมือนกัน ไม่ค่อยมีประเด็นอะไรที่เป็นลบที่จะต้องมาถกเถียงกัน ส่วนอดีตนายกท่านที่ 3, 4, 5 นี่ เสียงแตกออกเป็น 2 สี 2 ทางเลยครับ ตัวอย่างเช่นเรื่อง สปก.4-01 บรรดาสลิ่ม-แมลงสาบทั้งหลาย อาจมองนโยบายสปก.4-01 เป็นการนำที่ดินมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะถ้านำที่ดินให้คนจนไปเพาะปลูก ต่อไปก็ต้องมาประกันหรือรับจำนำผลผลิตกันอีก รายได้ต่อพื้นที่ภาคการเกษตรหรือจะดีสู้การท่องเที่ยวสู้ให้นายทุนนำไปสร้างรีสอร์ทไม่ได้ พวกพ้องรวยกันถ้วนหน้า สรุปว่าถ้าจะตะแบงมองเข้าข้างตัวเองกันแบบนี้ โรงพักเข้มแข็ง, ไข่ชั่งกิโล, นมโรงเรียนบูด, ปลากระป๋องเน่า ก็มองในแง่ดีได้หมดแหละ แม้กระทั่งคำพูด เหี้ย, กระหรี่, อีโง่ ศิษย์เก่าอ็อกซ์ฟอร์ดยังมองว่า การพูดคำหยาบเป็นการอนุรักษ์คำไทยโบราณ เพื่อไม่ให้พจนานุกรมมีขนาดเล็กลงเลย (เฮ้อออ...ไม่ทราบเอาสมองส่วนไหนคิดนะครับ..?) ส่วนมุมมองความเห็นของคนส่วนใหญ่ของประเทศ ยังมองภาพของ สปก.4-01 เป็นภาพลบครับ เป็นภาพของการนำที่ดินทำกินของเกษตรกร ไปแจกให้กับนายทุนพรรคพวกตัวเอง ที่รวยอยู่แล้วก็รวยยิ่ง ๆ ขึ้นกันไปอีก เราจึงได้ยินคนพูดกันติดปากอยู่เสมอว่า นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์นั้น "อุ้มคนรวย ไม่ช่วยคนจน" พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกรคนยากคนจน จึงโกรธและเกลียดพรรคประชาธิปัตย์ฝังใจมาจนทุกวันนี้ ส่วนเรื่องคำพูดหยาบคายนั้นหลายคนมองว่า คนเป็นถึงอดีตนายกรัฐมนตรี ควรประพฤติตัวเป็นตัวอย่างที่ดีแก่เยาวชน ดันพูดจาปราศรัยใช้คำพูดหยาบ ๆ แบบนี้นี่ ใช้ไม่ได้ครับ ก็อย่างที่ผมบอกไว้ว่า "นานาจิตตัง" ครับ มุมมองแต่ละคนไม่เหมือนกัน เรื่องง่าย ๆ เรื่องเดียว คนยังมองตรงข้ามกันได้อย่างสิ้นเชิง ระบอบประชาธิปไตยในประเทศที่เจริญแล้ว เขาจึงต้องฟังเสียงส่วนใหญ่ และเสียงส่วนน้อยต้องรู้แพ้รู้ชนะไม่ตีรวนครับ เมืองไทยของเราไม่ทราบว่า จะต้องเรียนรู้กันไป อีกนานเท่าไหร่จึงจะหันมา รักษากฎกติกามารยาทในระบอบรัฐสภากันอย่างจริงจังเสียทีนะครับ มีเวลาว่างเลยเขียนยาวหน่อยนะครับ พอดีช่วงนี้ผ่อนงานที่ Voice TV ให้คนอื่นรับช่วงทำไปเยอะ และเห็นว่าคราวที่แล้ว ไปเยี่ยมชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วม พรรคประชาธิปัตย์ออกมาตีอกชกลมกันใหญ่ วันนี้นึกสนุกเลยจะลงพื้นที่...เอ๊ยยย..!!...ไปเยี่ยมพี่น้องที่จังหวัดเชียงใหม่ดูบ้าง ว่ามีประเด็นอะไรที่จะมาเล่าสู่กันฟังหรือไม่ แล้วจะโพสต์รูปให้ดูกันนะคร้าบบบบ.....!! MThai News

เทคนิคเรียนภาษาที่ 3 ด้วยตัวเอง
นิค นิคโค้ โวกูก้า /  เทคนิคการเรียน / 

เรียนเอง เก่งเองเทคนิคเรียนภาษาที่ 3 ด้วยตัวเองในแบบเด็กลูกครึ่ง ของ 2 หนุ่ม แอนดรูว์ นักร้องวง Evo nine และ นิค นิคโค้ พิธีกรรายการสตรอเบอร์รีครับเค้ก ทั้งคู่มีวิธีการที่น่าสนใจมากๆ เลยอยากนำมาเสนอให้น้องๆ ที่สนใจฝึกภาษาด้วยตัวเอง ได้ลองเป็นอีกหนึ่งแนวทางกันค่ะ งั้นวันนี้เราไปติดตามเทคนิคพวกเขากันเลย... เทคนิคเรียนภาษาที่ 3 ด้วยตัวเอง ศรันยู ศรุติสุต ชื่อเล่น แอนดรูว์ อายุ 22 ปี นักร้องวง Evo nine แอนดรูว์เด็กไทยสัญชาติอเมริกัน พ่อ-แม่เปิดธุกิจและอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา เขาเกิดและโตที่แอลเอ จนถึงอายุ 18 ปี จึงตัดสินใจย้ายจากโรงเรียน Stamforcl Uni nter เกรด 11 มาเรียนต่อโรงเรียนนานาชาติที่เมืองไทย เพื่อเป็นเด็กเทรนด์ โดยสำหรับแอนดรูว์แล้ว การพูดภาษาไทยให้ชัดเป็นสิ่งที่เขาพยายามมากที่สุด ถ้าอย่างนั้นเรามาฟังกันว่าเด็กไทยที่ไม่เคยอยู่เมืองไทยเลย แต่อยากพูดสำเนียงใช้ชัด เค้ามีเทคนิคการใช้ภาษาไทยอย่างไร ช่วงแรกผมเครียดมาก เพราะต้องสื่อสารเป็นภาษาไทยกับคนไทยให้เข้าใจ เชื่อไหมว่าตอนนั้นผมไม่มีเพื่อนเลย จนค่อยๆ ปรับตัวได้ หลังจากนั้นเวลาคนไทยพูดภาษาอังกฤษกับผม ผมจะพยายามพูดกลับเป็นภาษาไทยอย่างเดียว ไม่อยากให้คนคิดว่าเป็นเด็กนอก พูดไทยคำอังกฤษคำ ซึ่งสำหรับคนไทยที่อยากเก่งภาษาอังกฤษ อย่างแรกที่ผมอยากแนะนำคือห้ามอาย คนไทยที่ผมสังเกตหลายคนเขาสามารถพูดได้ แต่อายที่จะพูด กลัวว่าพูดผิด พูดแล้วดูตลก ผมแนะนำว่าอย่าอาย ยิ่งถ้ามีเพื่อนอินเตอร์พูดกับเขาเยอะๆ ฝึกพูดเองง่ายกว่าที่จะต้องไปเรียน แล้วภาษาอังกฤษก็ง่ายกว่าภาษาไทยเยอะครับ นิค นิคโค้ โวกูก้า อายุ 19 ปี ลูกครึ่งไทย-เยอรมัน พิธีกรรายการสตรอเบอร์รีครับเค้ก นิคเกิดที่สเปน เรียนอนุบาลที่สเปนก่อนจะย้ายไปอยู่ออสเตรียและใช้ภาษาเยอรมันเป็นหลัก จนเมื่อ 4 ปีก่อนนิคและคุณแม่มาเที่ยวเมืองไทย แล้วตัดสินใจอยู่ที่จังหวัดโคราช ฝรั่งสำเนียงโคราชมีขั้นตอนการฝึกภาษาไทยยังไงจากที่พูดไทยไม่ได้เลย จนกลายมาเป็นพิธีกรรายการวัยรุ่น จนถึงทุกวันนี้ได้ ?ผมมาอยู่อำเภอประทายที่โคราช เป็นเด็กฝรั่งบ้านนอก นี่ก็ติดสำเนียงโคราชมาด้วยครับ ผมเริ่มฝึกภาษาไทยเอง ฟังเอง คุณแม่ไม่ได้สอน คุณแม่พูดชัดเลยเอามาใช้ ตอนย้ายมาพูดภาษาไทยไม่ได้เลย ก็เลยต้องเริ่มหัดพูดเองจากคำง่ายๆ อย่างคำว่า ไปไหน? ไปทำอะไร? มีคำพื้นเป็นคำว่า ?ไป? ถ้าจำไม่ได้ก็จดแล้วก็ฟังคนอื่นเขาพูดเยอะๆ พอเขาพูด เฮ้ย...ไปไหน? เราก็เข้าใจคำว่า เฮ้ย เพิ่มล่ะ แต่พวกคำว่า แก ฉัน จะไม่ใช้ จะใช้คำว่า ผม กับ คุณ อย่างเดียว เพราะคนไทยมีสรรพนามเยอะ ฝึกพูดกับเพื่อนเยอะๆ ก็จะพูดได้ เทคนิคการเรียนต่างประเทศ อย่างเช่น ภาษาอังกฤษเองง่ายๆ 1. การฟัง การฟังเป็นการเรียนรู้ที่สามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะแค่ 1 นาที 5 นาที หรือเป็นชั่วโมง การฝึกที่ดีที่สุดคือ การฟังข่าวภาษาอังกฤษ ช่องทางการฟังมีหลากหลายมาก เช่น ดูข่าวผ่านทีวี CNN, BBC หรือช่องอื่นๆ หรือ ฟังข่าวออนไลน์ผ่านมือถือ ซึ่งหาดาวน์โหลด Application เหล่านี้ได้ง่ายมาก ประเด็นคือฟังไม่รู้เรื่อง มันมืดไปหมด แล้วอย่างนี้จะเรียนรู้ได้อย่างไร อย่าเพิ่งถอดใจเพราะเป็นเรื่องธรรมดาหากฟังไม่เข้าใจ เพราะแม้กระทั่งคนที่ระดับภาษาอังกฤษค่อนข้างดีแล้ว บางทีเขายังฟังข่าวไม่ค่อยรู้เรื่องก็มี สิ่งที่จะแนะนำคือพยายามฟังบ่อยๆ หากมีเวลาพยายามตั้งใจฟังและพยายามจับให้ได้ว่าเขากำลังรายงานข่าวเรื่องอะไรอยู่ พยายามแยกแยะคำศัพท์แต่ละคำออกจากกันให้ได้ ถึงแม้จะไม่รู้ความหมายของคำนั้นๆ ก็ตาม เพราะถ้าเราฟังเฉยๆ ลอยๆ จะเหมือนกับเวลาฝรั่งอ่านหนังสือภาษาไทยที่ไม่รู้ว่าแต่ละคำจบตรงไหน เพราะเขียนติดกันเป็นพืดไปหมด ดังนั้นช่วงเริ่มฟังใหม่ๆ ไม่จำเป็นต้องรู้ความหมายหรือรู้เรื่องทั้งหมด แค่พยายามจับคำของนักข่าวให้ได้ก็พอ แต่ถ้าไม่ได้จริงๆ อย่าเพิ่งท้อ เพราะการฟังบ่อยก็ช่วยให้เราคุ้นชินกับสำเนียง ท่วงทำนอง ระดับสูงต่ำ ของภาษาได้ไปในตัว ฟังไปนานๆ มันจะฝังอยู่ในจิตใต้สำนึกเราเอง และไม่ช้าเราจะจับคำพูดที่เราฟัง ได้โดยที่ไม่ต้องพยายามอีกต่อไป ดังนั้นว่างๆ หากมีสมาร์ทโฟนให้เข้าไปดาวโหลด Podcast ข่าวของ CNN หรือ BBC มาไว้ในมือถือ ขึ้นบีทีเอสหรือรอรถเมย์เมื่อไหร่ก็หยิบออกมาฟังเพลินๆ หรือเข้าไปที่ Leaning English ของ Voice of America จาก http://learningenglish.voanews.com ในนี้จะรวบรวมข่าวพร้อมคลิปเสียงการบรรยายข่าวนั้นๆ โดยเขาทำไว้เพื่อให้คนฝึกฟังภาษาอังกฤษโดยเฉพาะ ดังนั้นการรายงานข่าวจึงไม่เร็วเกินไปและชัดถ้อยชัดคำมาก การฝึกฟังจากการดูหนัง หรือซีรีส์ฝรั่ง คำแนะนำคือห้ามมี Subtitle หรือถ้าต้องมีจริงๆ ต้องเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น ห้ามเป็นภาษาไทยโดยเด็ดขาด เพราะคุณจะไม่ได้อะไรเลยจากการดูหนังในครั้งนั้น การดูหนังหรือซีรีส์ภาษาอังกฤษจะดีตรงที่ภาษาจะเป็นภาษาพูดที่ใช้ในชีวิตประจำวันทั่วไป แนะนำอย่าเลือกหนังที่เป็นหนังประวัติศาสตร์ย้อนยุค เพราะเราจะไม่เข้าใจภาษา ถ้าเลือกได้แนะนำหนังการ์ตูนของ Walt Disney ดูน่ารักเพลินๆ และภาษาเข้าใจง่าย ส่วนซีรีส์ก็เลือกดูที่เราถนัด การฟังจากการฟังเพลง เชื่อว่าทุกคนฟังเพลงสากล แต่มีกี่คนที่รู้ว่าเพลงที่ฟังอยู่สื่อถึงอะไร หรือเนื้อเพลงแปลว่าอะไร หากฟังแบบนั้นจะเป็นแค่การฟังเพื่อความเพลิดเพลิน การฟังที่ได้เรียนรู้ไปด้วยแนะนำให้เปิดหาความหมายของเนื้อร้องประกอบไปด้วย อาจจะฝึกแปลเองหรือเข้าไปหาดูบทแปลจากอินเทอร์เน็ต แต่ระวังนิดนึงเพราะบางเว็บที่แปลเพลงสากลอาจแปลได้ไม่ค่อยตรงความหมายของเพลง หรือความหมายไม่ได้ตามอารมณ์ที่ควรจะเป็นของเพลงนั้นๆ ข้อดีของการฟังเพลงคือเพลงหนึ่งเพลง ปกติเราไม่ฟังแค่รอบเดียวแล้วเลิกฟัง เรามักจะฟังซ้ำๆ ทุกวัน จึงทำให้เกิดการคุ้นหูและเคยชินกับประโยคในเพลง หากเรารู้ความหมายจะเป็นการดีที่เราได้เรียนรู้ทั้งคำศัพท์และตัวอย่างการใช้ไปในตัว เวลาจำไปใช้ก็เอาไปทั้งประโยคได้เลย 2. การอ่าน อ่านน้อยได้น้อย อ่านมากได้มาก อันนี้ขึ้นอยู่กับความขยันของตัวบุคคลจริงๆ ทุกครั้งที่เราอ่านเราจะได้อะไรเสมอ สำหรับการอ่านภาษาอังกฤษไหนๆ ก็จะเริ่มอ่านแล้ว ควรอ่านให้ได้ประโยชน์มากที่สุด แนะนำให้อ่านข่าวภาษาอังกฤษ บทความ หรือนิตยสารภาษาอังกฤษ การอ่านจะต่างจากการฟังตรงที่เวลาอ่านพยายามทำความเข้าใจในสิ่งที่เรากำลังอ่าน หากเจอคำศัพท์แปลกที่เราไม่รู้ความหมายให้เปิดพจนานุกรมและเขียนกำกับไว้เลย (แนะนำให้เขียนลงในเนื้อหาที่เราอ่านเลย) หากเป็นไปได้ควรอ่านทุกวัน อย่างน้อยวันละหนึ่งหัวข้อข่าว หรือหนึ่งบทความ เจอคำที่ไม่รู้ให้เปิดพจนานุกรมและเขียนไว้ ถึงแม้จะเป็นคำเดิมที่เราเคยเจอ และเคยเปิดมาแล้ว เพราะถ้าเปิดอีกรอบนั่นหมายความว่าเรายังจำไม่ได้ หากอ่านทุกวันเราจะเห็นว่าเราจะเจอคำศัพท์เดิมๆ บ่อยครั้ง ในที่สุดเราจะจำคำนั้นๆ ได้โดยอัตโนมัติ แต่การอ่านไม่จำเป็นต้องเปิดแบบละเอียดทุกคำ เพราะมันจะทำให้เราเกิดอาการหงุดหงิด ท้อและเลิกอ่านไปในที่สุด บางทีเราสามารถเดาความหมายจากบริบทได้ อันนี้อาจต้องฝึกบ่อยๆ นะคะ การเรียนรู้ภาษาที่สามจะต้องมาควบคู่กับความขยันและอดทน หากขาดสิ่งนี้การเรียนรู้แทบจะไม่ได้ผลเลย ยังไงก็พยายามกันนะคะ โดยเฉพาะสากลอย่างภาษาอังกฤษ ไม่ใช่สิ่งที่ยากหรือน่ากลัว แต่หากเราไม่รู้แล้วเกิดจำเป็นต้องใช้ในวันข้างหน้าความน่ากลัวจะมาเยือน ที่มา นิตยสารแคนดี้, เรียบเรียงโดย http://teen.mthai.com/หากนำไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยค่ะ

เปิดตำนาน เสี่ยงเซียมซี! ความเชื่อจากจีนสู่ไทยนานกว่า 400 ปี
ดูดวง /  ทำนายโชคชะตา / 

เสี่ยงเซียมซี ตำนานบทกลอนพยากรณ์ ยาวนานกว่า 400 ปี สภาพจอแจภายในบริเวณวัดหรือศาลเจ้า และกลิ่นควันธูปลอยคลุ้งชวนแสบตา เสียงสวดมนต์อธิฐานดังระงมไปทั่วสารทิศ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความตั้งใจที่จะตั้งจิตเพื่อเสี่ยงทายจากการ เสี่ยงเซียมซี ลดน้อยลงไปเลยสักนิด แคร่กๆๆๆๆ เสียงแผ่นไม้กระทบกับกระบอก เป็นเสียงที่หลายท่านคงคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี สองมือพนม เปลือกตาปิดลง ตั้งจิตตั้งใจอธิฐานขอพรสิ่งที่ต้องการ ก่อนลืมตาแล้วเขย่าอย่างเบามือ ปล่อยให้โชคชะตา บุญกรรมที่ทำมาในชาตินี้ ได้ผลักดันผลคำทำนายที่ร้อยเรียงจากตัวหนังสือนับร้อย ให้มีความสละสลวย แต่แฝงไปด้วยความหมาย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานได้ให้ความหมายของเซียมซีว่า คือ ใบทำนายโชคชะตาตามศาลเจ้าหรือวัดมีเลขหมายเทียบกับเลขหมายบนติ้วที่เสี่ยงได้ ส่วนความเชื่อเรื่องของต้นกำเนิดนั้น คาดเดากันว่ามาจากประเทศจีน ซึ่งในสมัยนั้นมีการทำนายโดยผู้รู้อย่างแท้จริง แต่ต่อมาผู้รู้เหล่านี้เริ่มหายากมากขึ้น ประกอบกับศาลเจ้า มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นกว่าแต่ก่อน จึงได้ทำการเขียนคำทำนายเอาไว้บนแผ่นกระจก โดยอาศัยข้อความในคัมภีร์อี้จิงซึ่งมีอยู่ 64 บท เป็นหลักในการทำนาย ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการจัดงานเสี่ยงเซียมซีที่วัดกัลยาณมิตร ฝั่งธนบุรี ซึ่งภายในงานมีใบคำนายเป็นภาษาไทย ถูกเขียนและเรียงไว้บนแผ่นกระจกจำนวน 28 แผ่น ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการมีคำทำนายเซียมซีเป็นภาษาไทยครั้งแรก คำทำนายที่ถูกเรียบเรียงผ่านบทกลอนที่แสนไพเราะนั้น มีความหมายทั้งเรื่องดีและเรื่องไม่ดี หากว่าคุณรู้สึกไม่สบายใจกับคำทำนาย ก็สามารถเก็บกระดาษใบนั้นคืนไว้ที่วัดหรือใต้ต้นไม้ใหญ่ก็ได้ เปรียบเสมือนการทิ้งสิ่งไม่ดีไว้ที่วัด เรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

5 เทคนิคเรียนยังไงให้เก่งภาษาอังกฤษ!
เคล็ดลับการเรียน /  เทคนิคการเรียน / 

เพื่อนๆ หลายคนคงจะเคยลองมาหลายวิธีแล้ว ที่จะทำให้เราเรียนรู้และเข้าใจภาษาอังกฤษมากขึ้น แต่บางครั้งวิธีต่างๆ ที่เราทำมันก็ไม่ได้ผลสักที แบบนี้ลองมาดู 5 เทคนิคเรียนยังไงให้เก่งภาษาอังกฤษ! กันหน่อย แล้วลองนำไปปรับใช้กันดูค่ะ เผื่อว่าจะทำให้เพื่อนๆ เข้าใจและเรียนรู้ได้ง่ายยิ่งขึ้นก็ได้ ^^ 5 เทคนิคเรียนยังไงให้เก่งภาษาอังกฤษ! 1. เลือกอ่านหนังสือเล่มที่อยากอ่านจริงๆเท่านั้น เพราะจะเป็นแรงบันดาลใจให้อ่านได้ต่อเนื่อง จนเกิดนิสัยรักการอ่านในอนาคต ถ้าเราไปเลือกผิด จับหนังสือที่ไม่สนุก หรือใช้ภาษาที่ซับซ้อนเกินไป ถึงอ่านไปก็ไม่เข้าใจ พาลชวนให้ล้มเลิกความพยายามเสียเปล่าๆ ดังนั้นต้องถามตัวเองก่อนนะว่าเราชอบหนังสือภาษาอังกฤษแนวไหนกันแน่? อาจเป็นการ์ตูนฝรั่ง นิตยสารแฟชั่น หรือแม้แต่นิยายภาษาอังกฤษก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีได้ทั้งนั้น 2. ถ้ารู้สึกเบื่อหรือหนังสือยากเกินไป ให้หยุดอ่านแล้วเปลี่ยนเล่มใหม่ทันที แนะนำให้หาเล่มที่อ่านง่ายก่อน เพราะดูเหมือนเราจะยังไม่พร้อมที่จะอ่านเล่มยากๆตอนนี้ ถ้าไม่มีสมาธิ อ่านไปเรื่อยๆยังไงก็ไม่ซึมซับครับ สู้อ่านเรื่องที่เราชอบ หรือถนัดดีกว่า พอมีอารมณ์ร่วมไปกับหนังสือภาษาอังกฤษแล้วมันก็จะทำให้เราอ่านได้นานๆจนลืมเวลาไปเลยล่ะ 3. ฝึกเดาความหมายศัพท์ที่ไม่รู้ โดยพิจารณาจากศัพท์หรือประโยคข้างเคียง ถ้าเดาไม่ออกก็ให้อ่านข้ามไปได้ อย่าไปกลัวว่าจะไม่เข้าใจเนื้อหาทั้งหมดอย่างครบถ้วน เพราะการอ่านหนังสือภาษาอังกฤษเพื่อฝึกภาษาอังกฤษนั้นเน้นทำความเข้าใจเนื้อเรื่องโดยรวม และการเห็นคำศัพท์และโครงสร้างไวยากรณ์ซ้ำๆ บ่อยๆก็จะจำและตีความได้เอง 4. เปิดพจนานุกรมขณะอ่านให้น้อยที่สุด มีงานวิจัยด้านภาษาได้ระบุไว้ว่า นักอ่านที่หยุดอ่านเป็นระยะๆ (slow reader) จะมีกระบวนการเรียนรู้ภาษาช้ากว่าคนที่ฝึกอ่านเร็วๆ (speed reader) ในช่วงแรกอาจต้องพึ่งพาดิกชันนารี่ แต่พอผ่านไปถึงจุดๆหนึ่งก็ต้องพึ่งพาตัวเองแล้วล่ะ จะได้ฝึกอ่านภาษาอังกฤษอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สุดท้ายแล้วมีความรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษอยู่ในหัวก็ยังดีกว่าต้องมาคอยเปิดดิกชันนารี่หาความหมายทุกคำอยู่ดี 5. อ่านหลายๆ รอบ ยิ่งอ่านซ้ำหลายๆรอบ จะช่วยทำให้เข้าใจเนื้อเรื่องและเพิ่มความสามารถภาษาอังกฤษได้มากขึ้นโดยอัตโนมัติ อ่านไปเถอะไม่ต้องไปนับว่ากี่ครั้ง จะเป็นสิบ หรือเป็นร้อยรอบแต่ถ้ามันทำให้เราเก่งภาษาอังกฤษ อ่านข่าวภาษาอังกฤษรู้เรื่อง ก็คุ้มค่าแล้วจริงมั้ย? ขอบคุณข้อมูลจาก SE-ED Genius Readers, www.dailyenglish.in.th

Haken no Hinkaku EP1-1
Haken /  no / 

Haken no Hinkaku EP1-1 โอมาเอะ ฮารุโกะ พนักงานชั่วคราวเกรดเอ ผู้ซึ่งไม่เคยยิ้มและไม่ค่อยพูดถ้าไม่จำเป็น และเลิกงานตรงเวลาทุกครั้ง พจนานุกรมของเธอไม่มีคำว่า "เป็นไปไม่ได้" กับคำว่า "ล่วงเวลา" เธอเซ็นสัญญาทำงานในบริษัทต่างๆ มากมาย และหลังจากทำงานที่บริษัทแห่งนั้นครบ 3 เดือน เธอก็จะหายไปอย่างไรร่องรอยเสมอ ฮารุโกะได้เข้ามาทำงานในบริษัท S&F เพื่อช่วยงานแผนกใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวเป็นเวลา 3 เดือน แต่ในความแปลกประหลาดของเธอ ได้แสดงให้เห็นว่าเธอมีความปวดร้าวอยู่ข้างใน ซาโตนากะ เคนสุเกะ ผู้ซึ่งได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้เป็นหัวหน้าแผนกการตลาดที่เพิ่งเพิ่มเข้ามาใหม่ ของบริษัท S&F เนื่องจากบุลลากรในแผนกไม่เพียงพอ เขาประสบกับความยากในการเริ่มต้นแผนกใหม่มาก จนกระทั้ง โอมาเอะ ได้เข้ามาช่วยงานในแผนกของ เคนสุเกะในฐานะ (ฮาเคน) พนักงานชั่วคราว เธอทำงานในแผนกใหม่ของ เคนสุเกะได้อย่างดีเยี่ยม ด้วยความสามารถของเธอ ซีรีส์เรื่องนี้การนำเสนอทัศนะคติที่แตกต่างระหว่าง พนักงานประจำ กับ พนักงานชัวคราว (ฮาเคน) ได้อยางสนุกสนานและให้ข้อคิดได้อย่างดีอีกด้วย

พจนานุกรมฉบับใหม่ 2554 เพิ่มศัพท์กว่า 1,000 คำ
ประวัติ /  ภาษาวัยรุ่น / 

สาวก พจนานุกรม เตรียมเฮ เพราะเดือนธันวา 2556 ราชบัณฑิตยสถาน เปิดตัว พจนานุกรมฉบับใหม่ 2554 เพิ่มศัพท์กว่า 1,000 คำ?ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 ว่า สาเหตุที่ผลิต พจนานุกรมฉบับใหม่ 2554?ฉบับนี้ขึ้นมาเป็นเพราะภาษาไทยเป็นภาษาประจำชาติไทย เป็นภาษาที่คนไทยทั้งประเทศภูมิใจ และเป็นภาษาที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดังนั้นจึงต้องรวบรวมและจัดเป็นหมวดหมู่ใหม่อีกครั้ง นอกจากนี้ พจนานุกรมดังกล่าวทางราชบัณฑิตยสถานได้นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์อีกด้วย เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ใช้ ก่อนที่จะแจกจ่ายต่อองค์กรสถาบันการศึกษาและหน่วยงานรัฐประมาณ 85,000 แห่ง คาดว่าใช้งบประมาณทั้งหมด 40 ล้านบาท ส่วนประชาชนทั่วไปสามารถหาซื้อได้ในเดือนธันวาคมนี้ สำหรับ?พจนานุกรมฉบับใหม่ 2554?ฉบับใหม่นี้ จัดพิมพ์เรียบร้อยแล้วจำนวน 100,000 เล่ม โดยมีเพิ่มเติมศัพท์ใหม่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ศัพท์เฉพาะสาขาวิชากว่า 1,000 คำ อาทิ ธนาคารโค, แก้มลิง เป็นต้น รวมถึงคำที่มาจากภาษาปาก เช่น คำว่า ซัด ซึ่งหมายถึงกินหรือการชกต่อย หรือคำศัพท์ทั่ว ๆ ไปที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย เช่น เครื่องดื่ม สปา วัตถุมงคล ห้างสรรพสินค้า ก็ยังอยู่ในพจนานุกรมฉบับนี้ ส่งผลให้ฉบับนี้เป็นฉบับที่พิเศษกว่าฉบับอื่น และมีคำศัพท์รวมทั้งหมดประมาณ 39,000 คำ ขณะที่พจนานุกรมปี 2542 มีคำศัพท์ที่ 37,000 คำ เท่านั้น นอกจากนี้ เรื่องการพิมพ์จะให้เอกชนเข้ามาใช้สิทธิจัดพิมพ์จำนวน 50,000 เล่ม และระหว่างนี้สามารถสืบค้นคำจาก พจนานุกรมฉบับใหม่ 2554?ฉบับนี้ได้จากเว็บไซต์ของ ราชบัณฑิตยสถาน www.royin.go.th เพื่ออำนวยความสะดวกในการสืบค้นหาทางสื่อออนไลน์ และเป็นการส่งเสริมคนไทยให้ใช้ภาษาไทยอย่างเป็นมาตรฐานเดียวกัน ก่อนที่จะไปเรียนภาษาอื่น

น่ารู้ !! พจนานุกรมคำใหม่ ศัพท์วัยรุ่นมาเต็มทั้ง วีนแตก,จุ๊บุ,เผือกร้อน
พจนานุกรม /  ศัพท์วัยรุ่น / 

ผุดคำศัพท์ฮิตติดปากในพจนานุกรมฉบับใหม่ วันนี้ (17 มิ.ย.) นายธีรัตถ์ รัตนเสวี อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้โพสต์รูปภาพลงในสื่อสังคมออนไลน์ เฟซบุ๊คส่วนตัว ชื่อ'Teerat Ratanasevi' แสดงให้เห็น คำใหม่ในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ฉบับการรวบรวมเอาคำศัพท์ที่บัญญัติขึ้นใหม่ หลายหลายคำ รวบรวมไว้ โดยมีคำศัพท์เกิดขึ้นใหม่ พร้อมความหมาย และตัวอย่างประโยคที่น่าสนใจที่เป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นของประเทศไทย และพูดกันจนติดปาก ทว่า พจนานุกรมคำใหม่ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ดังกล่าว ผลิตโดยสำนักพิมพ์ 'นานมีบุ๊คส์' ซึ่งคำศัพท์ที่บัญญัติขึ้นใหม่เหล่านี้ ถูกจัดเรียงตามตัวอักษร ก-ฮ เหมือนกับพจนานุกรมทั่วไป กระนั้น คำที่ถูกกำหนดขึ้นใหม่อาทิ เผือกร้อน,กรีดนิ้ว, กะเปิ๊บ, เกรียน, ขอบาย, ง้องแง้ง, ต่อมเอ๊ะ, ติ๊สต์, ทวีน, เบลอร์, ไปไม่เป็น,ไม่อยากจะเซดเลย, เสร่อ,คอนเวิร์ส และอินดี เป็นต้น MThai News ที่มา ทวิตเตอร์ @pui_tuangporn , เฟซบุ๊ค Teerat

8 แอพฯ ช่วยให้ชีวิตสบายเมื่อเรียนต่อต่างประเทศ
ต่างประเทศ /  เคล็ดลับ / 

วันนี้ทีนเอ็มไทยมีแอพพลิเคชั่นมาแนะนำเพื่อนๆ น้องๆ สำหรับคนที่กำลังจะไปเรียนต่อต่างประเทศ หรือกำลังเตรียมความพร้อมกันอยู่ การไปเรียนต่อต่างประเทศนั้นเราก็ต้องเตรียมพร้อมทางด้านภาษา สถานที่ต่างๆ บริเวณนั้น นี่เป็น 8 แอพฯ ช่วยให้ชีวิตสบายเมื่อเรียนต่อต่างประเทศ ที่อาจจะช่วยให้การใช้ชีวิตในต่างประเทศของเพื่อนๆ ง่ายขึ้นก็ได้นะคะ ^^ ต้องโหลด!! 8 แอพฯ ช่วยให้ชีวิตสบายเมื่อเรียนต่อต่างประเทศ 1 . AroundMe  แอ พนี้จะสามารถบอกให้เรารู้ว่า ตอนนี้เราอยู่ที่ไหนและรอบตัวเรามีร้านค้า ธนาคาร ปั๊มน้ำมัน โรงพยาบาล โรงหนัง ร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต หรือ บาร์ ฯลฯ อะไรอยู่ใกล้ๆ บ้าง พร้อมทั้งยังบอกระยะทางและสามารถดูเส้นทางจากแผนที่ แถมยังมีที่อยู่และเบอร์โทรของสถานที่นั้นๆ ให้อีกด้วย ของดีฟรีๆ แบบนี้รีบโหลดด่วนเลยจ้า 2. Skype แอ พสุดฮิตสำหรับการติดต่อสื่อสารกันข้ามประเทศแบบเรียลไทม์ ที่สามารถส่งได้ทั้งข้อความ เสียง และภาพเคลื่อนไหว แอพนี้จึงนิยมใช้คุยกันแบบเห็นหน้า (Video Call) เรียกได้ว่าคิดถึงคนที่บ้านเมื่อไหร่ก็ Skype คุยกันได้ทันทีแบบไม่มีค่าใช้จ่าย ขอแค่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตเท่านั้น หรือหากพ่อแม่ไม่ถนัดใช้เทคโนโลยี Skype ก็ยังสามารถใช้โทรหาโทรศัพท์ได้ทั่วโลก ในราคาประหยัดกว่าการโทรศัพท์ข้ามประเทศทั่วไป 3. Weather Channel การ ใช้ชีวิตต่างแดนนั้น สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามก็คือเรื่องของสภาพอากาศในแต่ละวัน โดยเฉพาะเมื่อคุณเลือกไปอยู่ประเทศที่มีอากาศแตกต่างจากเมืองไทยค่อนข้างมาก การเตรียมพร้อมล่วงหน้าเกี่ยวกับสภาพอากาศในแต่ละวัน จะช่วยให้ชีวิตคุณราบรื่นขึ้นอย่างแน่นอน แอพพยากรณ์อากาศยอดฮิตที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้ทั่วโลกอย่าง Weather Channel จึงเป็นอีกแอพหนึ่งที่คุณไม่ควรพลาด 4. Dropbox แอ พสำหรับจัดเก็บและแชร์ไฟล์ตัวนี้ จะช่วยให้คุณสามารถเรียกใช้ไฟล์งานต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย โดยมีพื้นที่ให้ใช้ฟรีมากถึง 2GB ใช้งานได้ทั้งบนแล็ปท็อปและสมาร์ทโฟน ซึ่งนอกจากจะใช้ในการจัดเก็บไฟล์ส่วนตัวแล้ว คุณยังสามารถใช้ Dropbox ในการแชร์โฟลเดอร์ต่างๆ เพื่อการทำงานกลุ่มร่วมกับคนอื่นได้อีกด้วย 5. Thai Fast Dict ช่วง ปรับตัวในการไปเรียนต่อเมืองนอก หลายคนอาจจะยังมีอุปสรรคด้านภาษาอยู่บ้าง ก็อย่าลืมโหลดแอพพจนานุกรมที่ช่วยในการแปลศัพท์ต่างๆ ติดตัวไว้สักหน่อย โดยจุดเด่นของแอพ Thai Fast Dict ก็คือการใช้งานที่สะดวก ง่ายดาย และรวดเร็ว มีภาพประกอบช่วยให้เข้าใจคำศัพท์มากขึ้น สามารถฟังคำศัพท์เพื่อฝึกออกเสียงได้ แถมยังมีเกม Hangpig ไว้สำหรับฝึกฝนคำศัพท์ใหม่ๆ พ่วงมาให้ด้วย 6. iTunes U แอ พนี้ช่วยให้นักศึกษาที่ใฝ่หาความรู้ทั้งหลาย สามารถเข้าถึงแหล่งความรู้จากคอร์สที่เรียนอยู่ ได้อย่างง่ายดายเพียงแค่ปลายนิ้ว โดยแหล่งข้อมูลจะมีทั้งไฟล์หนังสือเรียน แบบฝึกหัด และเสียงหรือวิดีโอแลคเชอร์ ที่สามารถเข้าไปอ่าน ส่งการบ้าน ทำเลคเชอร์ส่วนตัวได้  เป็นเจ๋งสุดๆ ไปเลยใช่ไหมล่ะ มหาวิทยาลัยใน UK ที่ใช้แอพนี้ Harvard, Imperial, Cambridge ส่วนใน USA จะมี Standford, Yale และ Columbia 7. Skyscanner ของ ฟรีอีกแอพที่น่าสนใจสำหรับนักเรียนนอกคือ Skyscanner แอพหาข้อมูลตั๋วเครื่องบินที่ยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพ สามารถเปรียบเทียบข้อมูลสายการบินได้ทั่วโลก จึงช่วยหาตั๋วราคาถูกที่สุดได้ในเวลาไม่กี่วินาที แถมยังรองรับภาษาและสกุลเงินของไทยอีกด้วย จะหาตั๋วบินกลับบ้านหรือหาตั๋วไปเที่ยวก็สะดวกสบายสุดๆ 8. TripAdvisor คน รักการท่องเที่ยวหาประสบการณ์นอกห้องเรียนต้องไม่พลาดแอพ TripAdvisor ผู้ช่วยสุดเจ๋งในการวางแผนการท่องเที่ยว พร้อมให้คำแนะนำต่างๆ จากรีวิวของนักท่องเที่ยวที่เคยไปมาก่อน ไม่ว่าจะเรื่องที่พัก ที่กิน ที่เที่ยว หรือการเดินทาง ก็มีข้อมูลให้บริการอย่างครบครัน และรองรับหลากหลายภาษาทั่วโลก รวมถึงภาษาไทยด้วย ขอบคุณข้อมูล SUTASINEE LERTWATCHA hotcourses.in.th

กันกัน สนิท แพรวา เข้าฉากฉลุย อย่าถามหาความรักจากคนหมดใจ
กันกัน /  ขนมปัง / 

กันกัน ณัฐวัฒน์ ชัยณรงค์โสภณ หนุ่มหน้าใสมาแรง หลังจากสร้างความประทับใจ เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนๆ ด้วยผลงานการแสดงทั้งภาพยนตร์และซีรี่ส์ รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์, สิ่งเล็กเล็กที่น่าร็อค, รูม อะโลน 401-410 มาแล้ว ล่าสุดมาในบทบาทนักร้องน้องใหม่ พร้อมออกซิงเกิ้ลแรก “อย่าถามหาความรักจากคนหมดใจ” จาก “จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่” ประโยคบอกเล่าเชิงตัดพ้อที่เหมือนคำพูดลอยๆ แต่แฝงไปด้วยความเหนื่อยใจกับความรัก ที่รู้คำบอกลา ก่อนที่จะถามว่ายังรักกันอยู่ไหม ถ่ายทอดเป็นมิวสิกวิดีโอ โดยมี แพรวา-ณิชาภัทร ฉัตรชัยพลรัตน์ หรือ “ขนมปัง” จากฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ซีซั่น 2 รับบทเป็นนางเอก “กันกัน” รับบทเป็นพระเอก และ “เต-ตะวัน วิหครัตน์” พิธีกรจาก “Five Live Fresh” รับบทเป็นแฟนของแพรวา พูดถึงเรื่องราวความรักที่ฝ่ายหนึ่ง “ถามหา” แต่อีกฝ่ายจงใจที่จะ “เงียบ” จนในที่สุด “กันกัน” ก็ได้คำตอบว่าคือความรักที่หมดใจและผู้ชายอีกคนที่เข้ามาแทนที่ ซึ่งวันนี้มีเบื้องหลังฉาก “กันกัน” ประชันหน้ากับ “แพรวา” กับแฟน ที่สยามฯ เรียกว่าเป็นซีนดราม่าสุดๆ “กันกัน” เลยต้องทำอารมณ์ทำสมาธิ เพราะต้องทั้งช็อกทั้งอึ้งทั้งเศร้าเสียใจจนร้องไห้ “สนุกและตื่นเต้นมากครับ ถ่ายทำที่สยามฯ คนเยอะมาก แต่ไม่เกร็ง เพราะผมรู้จักกับแพรวาอยู่แล้ว เลยรับส่งอารมณ์กันไม่ยากครับ ความหมายเพลงนี้คือเมื่อความรักไม่สมบูรณ์ก็ไม่ต้องไปถามหา อยู่กับตัวเองนี่แหละดีที่สุด เพราะยิ่งหายิ่งไม่เจอ สำหรับฉากที่เจอแพรวาอยู่กับแฟน ผมต้องเศร้า เสียใจ และร้องไห้ ก็พยายามทำอารมณ์ทำสมาธิ แล้วก็นึกว่าถ้าตัวเองต้องอยู่ในสถานการณ์แบบนี้จะรู้สึกเศร้าแค่ไหน กว่าพี่ผู้กำกับฯ จะให้ผ่าน ก็หลายเทคเหมือนกันครับ ยังไงก็ขอฝาก อย่าถามหาความรักจากคนหมดใจ ด้วยนะครับ เป็นซิงเกิ้ลแรก ผมร้องและเล่นมิวสิกฯ เองด้วย อยากให้ฟังกันเยอะๆ และเป็นกำลังให้ด้วยนะครับ” กันกัน ณัฐวัฒน์ เผย ติดตามชมมิวสิกวิดีโอ “อย่าถามหาความรักจากคนหมดใจ” ของศิลปินหนุ่มหน้าใหม่ “กันกัน” พร้อมกันครั้งแรก วันที่ 23 ก.พ.นี้ รายการ “Five Live Fresh” เวลา 17.15 น. ทาง Bang Channel หรือดาวน์โหลดได้ที่ *1234500 หรือทาง Itunes Store และฟังได้ทาง Application KKBOX -------------------------------------------------------------------- ฟังเพลง อย่าถามหาความรักจากคนหมดใจ ภาษาอะไรอยากหาความหมาย ก็มีในพจนานุกรม นาฬิากาที่มันตาย ยังบอกเวลาสองครั้งต่อวัน ฟ้ามืดมนหรือดาวเต็มฟ้า ปฏิทินยังบอกให้รู้ อุณหภูมิจะร้อนหรือว่าเย็น ก็มีครื่องมือที่วัดได้ แต่กับเธอเธอที่เคยรักกัน และวันนี้กลับไม่รู้เลย ว่าเธอคิดอะไร แต่ก็เริ่มเข้าใจว่าเพราะอะไร ก็อย่าไปถามหาเลยไอ้คำว่ารัก กับคนที่หมดใจ ก็รู้ว่าคงไม่ได้อะไร ใจคนที่มันไม่มีแล้ว ยิ่งค้นเข้าไปยิ่งว่างเปล่า ก็เหลือเพียงคำตอบเดียว คือเธอไม่รักกัน คำว่ารัก คำว่าเรา มันคงไม่เหลือในใจของเธอ เดินเข้าไปแต่เหมือนว่ายิ่งไกล คือความห่างเหินที่รู้ได้ แต่กับเธอเธอที่เคยรักกัน และวันนี้กลับไม่รู้เลย ว่าเธอคิดอะไร แต่ก็เริ่มเข้าใจว่าเพราะอะไร ก็อย่าไปถามหาเลยไอ้คำว่ารัก กับคนที่หมดใจ ก็รู้ว่าคงไม่ได้อะไร ใจคนที่มันไม่มีแล้ว ยิ่งค้นเข้าไปยิ่งว่างเปล่า ก็เหลือเพียงคำตอบเดียว คือเธอไม่รักกัน แต่กับเธอเธอที่เคยรักกัน และวันนี้กลับไม่รู้เลย ว่าเธอคิดอะไร แต่ก็เริ่มเข้าใจว่าเพราะอะไร ก็อย่าไปถามหาเลยไอ้คำว่ารัก กับคนที่หมดใจ ก็รู้ว่าคงไม่ได้อะไร ใจคนที่มันไม่มีแล้ว ยิ่งค้นเข้าไปยิ่งว่างเปล่า ก็เหลือเพียงคำตอบเดียว คือเธอไม่รักกัน สุดท้ายคือคำตอบเดียว คือเธอไม่รักกัน -------------------------------------------------------------------- อย่าถามหาความรักจากคนหมดใจ ศิลปิน : กันกัน คำร้อง/ทำนอง เหมือนเพชร อำมะระ เรียบเรียง ศุภวัฒน์ เพ็ชรบุรี มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก : 6 นาที 2 เม็ด! เรือใบ ปล่อยสึนามิซัด สิงห์ผยอง ท้ายเกมแบบสุดช้ำ 2-0
คีแรน ริชาร์ดสัน /  ชาร์ลส เอ็นซ็อกเบีย / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 4 ตุลาคม 2557 แอสตัน วิลล่า 0-2 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รายชื่อคนทำประตู : 0-1 ยาย่า ตูเร่ น.82, 0-2 เซร์คิโอ อเกวโร่ น.88 เวลา : 23.30 น. สนาม : วิลล่า ปาร์ค ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 5 ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก นัดสุดท้ายของค่ำคืนวันเสาร์ แอสตัน วิลล่า เปิดรัง วิลล่า ปาร์ค รับการมาเยือนของแชมป์เก่าอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ น่าสนใจว่าเจ้าบ้านจะรับเมือยังไงหลังจากพวกเขาฟาดแข้งกับ บิ๊กทีม มาตลอด 3 เกมในลีก ไม่ว่าจะเป็น ลิเวอร์พูล, อาร์เซน่อล, เชลซี และวันนี้จะเจอกับ แมนฯ ซิตี้ ต้องมาดูว่างานนี้ ลูกทีมของ พอล แลมเบิร์ต(แอสตัน วิลล่า) และมานูเอล เปเยกรินี่(แมนฯ ซิตี้) จะทำได้ดีแค่ไหน เริ่มเกมได้ 5 นาที บอลยังอยู่บริเวณกลางสนามซะส่วนใหญ่ แต่เป็นทางฝั่งทีมเยือนที่ดูจะมีลูกล่อลกชนมากกว่า นาที 11 เรือใบสีฟ้า เกือบขึ้นนำจากลูกยิงของ กุน อเกวโล่ ได้ยิงแต่ไปติดบล็อค บอลหลุดมาถึง อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ ได้หวดด้วยซ้ายเต็มแข้งบอลพุ่งชนเสาออกหลังไปแบบหวุดหวิด ผ่านมาถึง นาที 17 แมนฯ ซิตี้ เอาบอลมาครองได้เกือบทั้งหมดและค่อยๆต่อเกมกันขึ้นไป โดย "สิงห์ผยอง" ลงไปรับกันลึกและรอสวนกลับจากบรรดาแนวรุกคความเร็วสูง นาที 22 เจ้าบ้านเกือบขึ้นนำ! ชาร์ลส เอ็นซ็อกเบีย ได้ลุยสวนขึ้นมาก่อนจะเปิดตัดไปให้ อันเดรียส ไวมันน์ โฉบเข้ามาจับบอลในกรอบเขตโทษ แต่สุดท้ายบอลแรงจนหลุดไปถึงมือ โจ ฮาร์ท อย่างน่าเสียดาย นาที 28 "เรือใบสีฟ้า" โหมบุกใส่ทางเจ้าบ้านจนแทบไม่ได้หายใจ จังหวะนี้เป็นทาง โคลารอฟ บรรจงเปิดเข้ากรอบเขตโทษให้ อเกวโร่ สบัดหัวโขกไปทางเสาสอง แบร็ด กูซาน หมดสิทธิเซฟไปแล้ว แต่บอลดันหลุดออกหลังไป นาที 34 แมนฯ ซิตี้ พลาดโอกาสขึ้นนำแบบเหลือเชื่อ หลังจากที่ ซาบาเลต้า ลุยขึ้นมาทางขวาก่อนตัดเข้ากลางให้ เซโก้ อย่างสวย แต่จังหวะจบดันยิงสอยนกตายห้าตัว นาที 41 แมนฯ ซิตี้ ไม่ได้ประตูขึ้นนำอีกแล้ว และเป็นทาง เอดิน เซโก้ คนเดิมที่ล็อกซ้าย,ขวาจนช้า สุดท้ายจะยิงก็โดนบล็อคผู้เล่น วิลล่า ตามมาสกัดไว้ได้ทัน นาที 45 "เรือใบสีฟ้า" บุกขึ้นมาอีกชุด ครั้งนี้เป็น เจมส์ มิลเนอร์ ได้กดด้วยซ้าย บอลแฉลบแนวรับ "สิงห์ผยอง" ชนหน้าต่างออกไป ผู้ตัดสินเวลาบาดเจ็บ 1 นาที ทีมเยือนระดมยิงเจ้าบ้านอย่างต่อเนื่องแต่สุดท้ายทำอะไรกันไม่ได้ จบครึ่งแรก แอสตัน วิลล่า อาศัยความเหนีวยันเจ๊า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้สำเร็จ 0-0 เริ่มครึ่งหลังมาไม่ทันไรเผ็ดร้อนทันที เป็นจังหวะของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลุดเดี่ยวแต่ดันซัดไปชนเสา หลังจากนั้น "สิงห์ผยอง" รีบโต้กลับเร็ว บอลหลุดไปถึง คีแรน ริชาร์ดสัน เข้าไปในกรอบเขตโทษ แต่จังหวะง้างเท้า ปาโบล ซาบาเลต้า สอดตัวเข้ามาบล็อคช่วยทีมเอาไว้ได้ นาที 51 แมนฯ ซิตี้ เริ่มตั้งตัวได้ คราวนี้ โคลารอฟ ดันขึ้นสูง ก่อนจะเปิดยัดเข้ามาในกรอบเขตโทษ บอลเกือบหลุดเข้าเสาสอง แต่โชคไม่ดีที่น้ำหนักขาดไปนิด สุดท้ายก็หลุดออกหลังไป นาที 56 ทางฝั่งทีมเยือนจำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเป็นคนแรก หลังจาก แฟร์นานดินโญ่ ได้รับบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว และส่ง แฟร้งค์ แลมพาร์ด ลงมาแทน นาที 61 แอสตัน วิลล่า เปลี่ยนตัวโดยการถอด อันเดรียส ไวมันน์ ออกไปพักและส่ง คริสเตียน เบนเตเก้ ที่เพิ่งกลับมาหลังหายหน้าไปกับอาการบาดเจ็บร่วมครึ่งปี ลงสนามในแมตช์นี้เป็นครั้งแรก ผ่านไปถึงนาที 70 แมนฯ ซิตี้ โอกาสลุ้นประตูแบบสมควรจะได้หลายครั้ง แต่จังหวะจบยังไร้คำว่าเฉียบขาดในพจนานุกรม GOAL!นาที 82 ยาย่า ตูเร่ ครองบอลหน้ากรอบเขตโทษก่อนตัดสินใจแปรยัดบอลมุดก้นตาข่ายอย่างสวยงาม ช่วยให้ "เรือใบสีฟ้า" ปลดล็อคขึ้นนำ "สิงห์ผยอง" ไปแล้ว 1-0 นาที 84 ดาบิด ซิลบา ถูกเปลี่ยนตัวออก และส่ง เฆซุส นาบาส ลงมาแทน GOAL! นาที 88 หลังจากที่ขึ้นนำ เรือใบสีฟ้า ยังไม่เพลาเกมบุก ไล่นวด วิลล่า ไปเรื่อนจนถึงจังหวะ เซร์คิโอ อเกวโร่ คลึงบอลนิดๆ ก่อนจะซัดเต็มข้อเข้ามุมไปอย่างเวิล์ดคลาส ช่วยให้ทีมตอกฝาโรงเจ้าบ้านเป็น 2-0 นาที 90 ทดเจ็บ 4 นาที เวลาที่ทำอะไรกันไม่ได้ สุดท้ายแชมป์เก่า เชือดท้ายเกมเจ้าบ้าน วิลล่า ไป 2-0 เก็บ 3 แต้มได้ตามเป้า รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม แอสตัน วิลล่า : แบร็ด กูซาน, อลัน ฮัตตัน, นาธาน เบเกอร์, ฟิลิปป์ เซนเดอรอส, อาลี ซิสโซโก้, แอชลี่ย์ เวสต์วู้ด, ฟาเบียง เดล์ฟ, ทอม เคลเวอร์ลี่ย์, คีแรน ริชาร์ดสัน, ชาร์ลส เอ็นซ็อกเบีย, อันเดรียส ไวมันน์ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท, ปาโบล ซาบาเลต้า, แวงซ็อง ก็องปานี, อีเลียกิม ม็องกาล่า, อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ, เจมส์ มิลเนอร์, แฟร์นานดินโญ่, ยาย่า ตูเร่, ดาบิด ซิลบา, เอดิน เซโก้, เซร์คิโอ อเกวโร่

มาร์คจัดหนัก ชี้แจงปมพูดไม่เหมาะสม
ข่าวอีโง่ /  ผ่าความจริง / 

มาร์คจัดหนัก ชี้แจงปมพูดไม่เหมาะสม ชี้ต่อไปพจนานุกรมคงจะเล่มเล็กลงๆ เพราะหลายคำพูดไม่ได้ ยันไม่ได้หมายถึงใคร ซัดพวกดูถูกแม่ตัวเองนำผ้าถุงมามอบให้ มีรายงานว่า บนเวทีปราศรัยผ่าความจริงของพรรคประชาธิปัตย์ ที่โรงเรียนมัธยมเวฬุวนาราม เขตดอนเมือง เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (15 ก.ย.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคได้ขึ้นเวทีชี้แจงถึงกรณีคำพูดไม่เหมาะสม จนถูกนำไปตั้งกกระทู้ถามสดในสภา โดยระบุว่า ตนข้อน้อมรับถ้าคำว่า อีโง่ เป็นถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม แต่ต่อไปนี้พจนานุกรมคงจะเล่มเล็กลงๆ เพราะหลายคำพูดไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็น อีโง่ แรด หรือ กะหรี่ ถ้าผมไปเรียกใครอย่างนี้ ถึงเรียกว่า ไม่ได้ ไม่เหมาะสม แต่กลับยัดเยียดให้ผมพูด ยืนยันไม่ได้พูด แต่ส.ส.หญิงพรรคเพื่อไทยก็ยังย้ำถามว่าเป็นใคร ก็คิดกันอยู่แค่นั้นว่าเป็นคนคนนั้น ผมไม่มีที่จะไปดูหมิ่นสตรี แต่เตือนสิ่งที่นำมาเล่นงานอยู่นี้กำลังไปตอกย้ำสถานภาพสตรีในสังคมว่าตรวจสอบไม่ได้ ส่วนพวกที่นำผ้าถุงมาให้ตนแล้วคิดว่าเป็นการดูถูกผู้ชายนั้น เท่ากับว่าเป็นการดูถูกแม่ของตัวเอง เพราะในอดีตการไปออกรบผู้ชายยังพกผ้าถุงของแม่ไปด้วย ถือเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ดังนั้นขอเรียกร้องให้สตรีและองค์กรเกี่ยวกับสตรีต่างๆ ออกมาต่อต้านผู้ที่มีความคิดเรื่องนี้ MThai News

 TVXQ เปิดตัวอัลบั้มชุดที่ 7 Tense 6 ม.ค.2014
TVXQ /  ประเทศเกาหลี

TVXQ จะเปิดตัวอัลบั้มชุดที่ 7 'Tense' ในวันที่ 6 มกราคม ปี 2014 โดยการเปิดตัวอัลบั้มในครั้งนี้จะเป็นอัลบั้มใหม่ที่จะเปิดตัวออกมาต่อจากอัลบั้ม 'Catch Me' ที่เปิดตัวออกมาเมื่อเดือนกันยายน ปี 2012  TVXQ เปิดตัวอัลบั้มชุดที่ 7 Tense 6 ม.ค.2014 สำหรับชื่ออัลบั้ม 'Tense' ออกเสียงคล้ายคลึงกับคำว่า '10th' ที่มาจากคำว่า '10th Anniversary' มีความหมายถึงครบรอบ 10 ปี และมีความหมายทางพจนานุกรมว่า 'ตึงเครียด', 'เกร็ง' ซึ่งก็เข้ากับสถานะของ TVXQ ที่เดบิวท์ครบ 10 ปี ในวันที่ 26 อย่างน่าอัศจรรย์ TVXQ เตรียมทำกิจกรรมโปรโมทอัลบั้มชุดที่ 7 ในรายการเพลงทางสถานีโทรทัศน์ช่องสาธารณะ โดยจะเริ่มจาก KBS 'Music Bank' ในวันที่ 3 มกราคม ตามด้วย MBC 'Show! Music Core' ในวันที่ 4 มกราคม และ SBS 'Inkigayo' ในวันที่ 5 มกราคม ตามลำดับ TVXQ ปิดฉากเวิลด์ทัวร์ที่อเมริกา ชิลี จีน และมาเลเซีย ตลอดปี 2013 ลงอย่างประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง TVXQ ยังเป็นนักร้องชาวต่างชาติวงแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้จัดคอนเสิร์ตขึ้นที่ Nissan Stadium ซึ่งเฉพาะทัวร์ที่ประเทศญี่ปุ่นก็มีผู้เข้าร่วมชมคอนเสิร์ตตลอดทั้งปี ทั้งสิ้น 850,000 นับเป็นนักร้องเกาหลีที่ทำสถิติผู้เข้าชมคอนเสิร์ตได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์เลยทีเดียว อนึ่ง TVXQ จะจัดคอนเสิร์ตเดี่ยว 'SMTOWN Week' ขึ้นที่ Kintex อิลซาน ในวันที่ 26-27 ธันวาคม โดยหลังจากส่งท้ายปี 2013 อย่างมีความหมายแล้ว TVXQ ก็จะเข้าสู่การเตรียมตัวคัมแบ็คทันที ข้อมูลจาก popcornfor2.com

รับน้องได้ แต่ไม่ว้ากได้ไหมพี่  MThai ข่าวภาคซ่าส์
ANTI SOTUS /  Mthaiข่าวภาคซ่าส์ / 

กิจกรรมรับน้องเป็นสิ่งที่นักเรียนนักศึกษาใหม่หลายๆ คนให้ความสนใจและอยากจะเข้าร่วม ในอดีตกิจกรรมนี้คงมีเพียงในรั้วมหาวิทยาลัย แต่ปัจจุบันบางโรงเรียนเองก็มีการจัดกิจกรรมนี้ขึ้นเช่นกัน วัตถุประสงค์หลักๆ คงเป็นเรื่องของการละลายพฤติกรรมให้เหล่านักเรียนนักศึกษาได้ผูกมิตรไมตรีกับเพื่อนใหม่ ที่มาจากต่างที่ต่างสถาบันได้อยู่ร่วมกัน เมื่อยุคสมัยมันเปลี่ยนไปกิจกรรมที่ทางรุ่นพี่ได้จัดเตรียมไว้ให้รุ่นน้องได้ร่วมสนุก บางกิจกรรมดูจะไม่ถูกใจทั้งผู้ร่วมกิจกรรมและผู้ปกครอง MThai ข่าวภาคซ่าส์ วันนี้จะมาพูดถึงประเด็นนี้กัน รับน้องให้อะไร ทำไมต้องมี…? แม้จะมีผู้คนจำนวนไม่น้อยมองว่า กิจกรรมรับน้องไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ และตั้งคำถามว่ามีไปแล้วได้อะไรมันช่วยอะไร? แต่ยังมีผู้คนอีกจำนวนไม่น้อยเห็นว่า กิจกรรมรับน้องเป็นสิ่งมีประโยชน์ ซึ่งกิจกรรมการรับน้องใหม่ ตามพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน นั้นหมายถึง “สิ่งที่นิยมถือประพฤติปฏิบัติสืบ ๆ กันมา จนเป็นแบบแผน ขนบธรรมเนียม หรือจารีตประเพณี” ซึ่งกิจกรรมรับน้องนั้นก็ถือเป็นสิ่งที่มีการสืบทอดต่อ ๆ กันมาจากรุ่นสู่รุ่น อาจเรียกได้ว่ามันคือประเพณีหนึ่งในรั้วมหาวิทยาลัย ผู้จัดกิจกรรมต่างมองว่า หากน้องๆได้เข้าร่วมกิจกรรมจะสามารถละลายพฤติกรรม สร้างความสมัครสมานสามัคคีให้เกิดขึ้นในหมู่คณะ โดยเฉพาะในรั้วมหาวิทยาลัยที่กว้างขวาง มันจะช่วยสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเพื่อน พี่น้อง ที่อยู่ในสถาบันเดียวกัน อีกทั้งยังมองว่า หากไม่มีอาจทำให้นักเรียนนักศึกษาต่างคนต่างอยู่ไม่รักใคร่กัน มีได้แต่ไม่ว้ากได้ไหมหล่ะรุ่นพี่…? ทางกลุ่ม ANTI SOTUS ได้ร่วมกับ สมัชชาเสรีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เชิญร่วมลงชื่อสนับสนุน ยกเลิกการว้ากในกิจกรรมรับน้องประชุมเชียร์ เพื่อนำรายชื่อไปเสนอแก่ ทางมหาวิทยาลัย และ กระทรวงให้พิจารณาต่อ ซึ่งทางกลุ่มมองว่า การที่รุ่นพี่ว้ากรุ่นน้อง เป็นการละเมิดสิทธิขึ้นพื้นฐาน นักศึกษาซึ่งถือเป็นผู้ใหญ่แล้ว ควรมีความเข้าใจและเคารพในหลักการสิทธิมนุษยชน อันมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย อีกทั้งยัง เรียกร้องให้ทางมหาวิทยาลัยออกระเบียบว่า ด้วยการทำกิจกรรมการรับน้อง โดยให้เป็นไปตามกฎระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการและหลักสิทธิมนุษยชน รวมถึงไม่อนุญาตให้มีการรับน้องนอกสถานที่ ทางกลุ่มมองว่า การรับน้องที่รุนแรงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ ไม่ได้ต้องการให้ยกเลิกกิจกรรมแต่อยากให้มีการรับน้องแบบสร้างสรรค์ไม่กระทบต่อชีวิตผู้อื่น โดยเริ่มต้นจาก เลิกว้าก อย่างไรก็ตามกิจกรรมรับน้องในแต่ละสถาบัน จะมีการสอบถามความสมัครใจของผู้เข้าร่วมก่อน โดยมีการทำหนังสือขออนุญาตผู้ปกครอง แต่นักศึกษาใหม่ส่วนใหญ่ก็จะเข้าร่วมทั้งนั้น หากใครไม่เข้าอาจถูกมองว่า น้องคนนี้ไม่เอาระบบ น้องคนนั้นไม่เอารุ่น สิ่งที่จะตามมาสำหรบคนกลุ่มน้อยเหล่านี้ พวกเขาอาจตกเป็น เป้าสายตาถูกวิพากษ์วิจารณ์ และสุดท้ายพวกเขาอาจอยู่ในรั้วโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยไม่ได้ การยกเลิกกิจกรรมอาจไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้อง เพราะพวกเขาอาจแอบไปจัดกิจกรรมกันเอง โดยที่อาจารย์หรือผู้ปกครองไม่รู้ ยิ่งจะควบคุมกันยากเข้าไปอีก หากคงกิจกรรมไว้ก็ควรมีอาจารย์ดูแลและส่งเสริมกิจกรรมสร้างสรรค์ รวมทั้งมีบทลงโทษชัดเจนหากรุ่นพี่ฝ่าฝืนทำกิจกรรมที่รุนแรง MThai News