พจนานุกรม

จุงเบย แปลว่าอะไร จักแร้เปี้ยก
ภาษาวัยรุ่น /  เกร็ดความรู้

คำว่า จุงเบย แปลว่าอะไร แล้วมีที่มาที่ไปยังไง? ทำไม จุงเบย ถึงเกิดคำนี้ขึ้นมา...(เออนั้นสิ) แล้วยังจะบรรจุคำศัพท์ใหม่ คำวัยรุ่น คำแสลง ที่ในปัจจุบันเขาพูดกัน ลง?พจนานุกรมคำศัพท์ใหม่?เล่ม4 อีก (โอ้ยตาย!นึกว่า นารูโตะ ) ความหมายของ จุงเบย ในไทย? จุงเบย?เพี้ยนมาจาก?จังเลย?แสดงความแอ๊บแบ๊ว บางคนบอกว่าปัญญาอ่อน ความหมายของ จุงเบย ในต่างประเทศ แต่รู้หรือไม่คำว่า จุงเบย ในภาษา คัสซาบลังกา หรือ?คาซาบลังกา (?โมร็อกโก ) แปลว่า จักแร้เปี้ยก ! เธอน่ารัก จุงเบย =?เธอน่ารัก?จักแร้เปี้ยก (555555) ที่มาของ จุงเบย จุง ? จัง สระ อุ และ ไม้หันอากาศ (?ั)?เป็นสระที่อยู่ใกล้กันในคีย์บอร์ด ทำให้พิมพ์ผิด โดยพิมพ์สลับกันบ่อยๆ จนเลยเถิดกลายเป็นศัพท์วัยรุ่น เบย ? เลย ล และ บ เป็นตัวอักษรที่อยู่ใกล้กันในคีย์บอร์ด ทำให้พิมพ์ผิด โดยพิมพ์สลับกันบ่อยๆ จนเลยเถิดกลายเป็นศัพท์วัยรุ่น ตัวอย่าง การใช้ จุงเบย? คิดถึงจุงเบย เธอน่ารักจุงเบย คำว่า ? จุงเบย ? กับ?พจนานุกรม ฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน ล่าสุดราชบัณฑิตฯ เตรียมบัญญัติ คำว่า ? จุงเบย ? เป็นศัพท์ใหม่ใน พจนานุกรมคำศัพท์ใหม่?รวมถึงคำว่า ?เม้าธ์มอย, กาก, กินตับ, เกรียน, เช็ดเม็ด ,?จอนูน, จอแบน, โนเวสเตชั่น, แพล้งกิ้ง?และอื่นๆ อยากรู้ ดูที่นี้ อัพเดทศัพท์วัยรุ่น เยอะจุงเบย http://teen.mthai.com/variety/47312.html เรียบเรียง teen.mthai?ข้อมูล?guchill.com หมายถึง จุงเบย daddy หรอคะ? เตรียมพร้อมรับมือ จุงเบย บุกโลก นั้นไง?ต็มไปหมดเบย กริ๊ดๆๆ โดนตบ เบย น่ารัก จุงเบย ได้แฟนเพราะ จุงเบย? ถ้าไม่พูดว่า จุงเบย จะเฉยป่าวว่ะ ( เอิ้บ ไม่พูด จุงเบย ไม่เท่าไร แต่ถ้าใครไม่รู้จัก โคตรเฉย จุงเบย นะ !) อาย อี ไพร่สถุนสยามตัวไหนมาพูด จุงเบย กูจักจับกุดหัวเสีย จักได้เป็นเยี่ยงอย่างแก่ลูกหลานชาวสยามสืบไป คำขวัญประเทศไทย ปีหน้า ?เรารักประเทศไทย จุงเบย

20 คำแปลกในหนังสือพจนานุกรรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน
นักศึกษา /  นักเรียน / 

หนังสือที่เราจะมาแนะนำในวันนี้?เป็นหนังสือที่จะทำให้คุณ รู้ รัก และเขียนภาษาไทย ได้ถูกต้องยิ่งขึ้น กับ?พจนานุกรรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๕๔ ?ของสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์?ที่ได้เพิ่มเติมจากพจนานุกรรมปี ๒๕๕๒ ด้วยคำศัพท์ใหม่ถึง ๒,000 คำ ทั้งคำพูดภาษาปาก คำศัพท์เฉพาะสาขาวิชาและมีศัพท์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงใช้ในการพัฒนา รวมทั้งคำที่รู้จักกันแพร่หลาย แต่ยังไม่มีในพจนานุกรม เช่น เด็ดสะระตี่ ดูดเสียง ของสูง ฯลฯ งั้นเราลองมาดูคำศัพท์ใหม่ๆ ที่เพิ่มเติมเข้ามาในเล่ม สนุกๆ คลายเครียดกัน เพราะ 20 คำเหล่านี้ อาจเป็นคำที่คุณรู้อยู่แล้วแต่มักเขียนผิด หรือเป็นคำที่คุณอาจไม่เคยได้ยินเลยก็ได้ วันนี้เราจะมารู้จัก และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ถูกต้องกัน...20 คำแปลกในหนังสือพจนานุกรรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน 20 คำแปลกในหนังสือพจนานุกรรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน 1.แกล้งเกลา หมายถึง ประณีต, ประดิดประดอย 2.?กุกขี้หมู คือ?ดู รักหมู ที่ รัก 3.ขนเพชร หลายคนอาจตีความหมายคำนี้ผิด เพราะความหมายตามพจนานุกรรมไทย หมายถึง ขนสีขาวที่ขึ้นแปลกเป็นพิเศษ มีลักษณะยาวกว่าปรกติ 4.ขยุ้มตีนหมา คือ ชื่อโรคผิวหนังชนิดหนึ่ง มีพิษอักเสบ ออกเป็นเม็ดผื่นดวงๆ 5 จับเจี๋ยว (ออกเสียงกันให้ถูกนะจ๊ะ ไม่งั้นผิดความหมายแน่) หมายถึง หม้อดินเล็กๆ มีพวยและที่จับ สำหรับต้มน้ำ 6.จิ่ม ก็คือ การล่วงเข้าไปแต่น้อย เช่น ใส่กลอนจิ่มไว้นิดเดียว 7.จ้อกวอก คือ ขาวมาก ขาวมากเกินไป 8. จางปาง คือ สว่างจ้า, สว่างโล่ง 9.ชาคระ (ออกเสียง ชาคะระ) คือ ความเพียร 10.ชุมรุม คือ ที่พัก, ที่อาศัย 11. ซ่อกๆ คือ เที่ยวไปที่โน่นที่นี่ตลอดเวลาไม่อยู่นิ่ง 12. ด๊กๆ (ภาษาปาก) คือ อาการที่รีบไปทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้ ด้วยความเต็มใจ เช่น พอเจ้านายอยากได้ต้นไม้มาประดับห้อง เขาก็ด๊กๆ ไปหามาให้ 13. ตีอีตื้อ คือ นิ่งเฉย, ดื้อด้าน 14. มะเรื่อง คือ วันถัดจากวันมะรืนไปวันหนึ่ง 15. มุคคะ (หรือ มุกคะ) คือ ถั่วเขียว 16. ซัด หมายถึง กิน หรือ การชกต่อย 17. ตุ๊ยตุ่ย, ตุ๋ยตุ่น คือ ชื่อว่าว คล้ายว่าวจุฬา เมื่อถูกลมพัดใบธนูที่ทำด้วยใบลานจะพลิกไปมา ทำให้เกิดเสียงตุ๊ยตุ่ย 18. ทรรป (ออกเสียงว่า ทับ) คือ ความโง่, ความเซ่อ, ความโอ้อวด, ความเย่อหยิ่ง 19. ผกเรือก คือ ต้นไทร 20.เพิดเพ้ย คือ เย้อยหยัน หรือ ร้องเฮ้ย (ใช้เป็นคำร้องไล่ ให้หนีไป) เป็นไงกันบ้างคะ? สำหรับ?20 คำแปลกที่ลองยกตัวอย่างมา พอจะคุ้นหูคุ้นตากันบ้างไหม? จริงๆ แล้วยังมีอีกหลายคำศัพท์แปลกๆ ที่มีความหมายน่าสนใจมากมาย สามารถติดตามได้ในหนังสือพจนานุกรรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ๒๕๕๔ กันได้เลยค่ะ เรียบเรียงโดย?http://teen.mthai.com/?หากนำไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยค่ะ ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ พจนานุกรรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน

Beat stress at work เอาชนะความเครียดในที่ทำงาน
work /  ความเครียด / 

ใครไม่อยากเป็น Office Syndrome ต้องรู้จักวิธีการบริหารจัดการความเครียดในที่ทำงาน เพื่อให้เราสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มาดูกันว่าคุณสามารถเอาชนะความเครียดที่มักตอแยและระรานคุณในที่ทำงานได้อย่างไร • ดื่มน้ำอุ่น เข้าใจว่าอยู่ในเมืองร้อน แต่ไหนๆ ลมหนาวก็เริ่มโชยมาแล้ว ก็ลองหัดดื่มน้ำอุ่นกันดูบ้าง เพราะมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพหลายประการ ทั้งการช่วยขับสารพิษที่สะสมในร่างกาย อันจะเป็นเหตุให้เกิดการปวดเมื่อยเนื้อตัว ปวดหัว เจ็บตามส่วนต่างๆ ที่สำคัญน้ำอุ่นยังช่วยระบบย่อยอาหารให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และที่สำคัญสำหรับคุณสาวๆ การดื่มน้ำอุ่นช่วยให้ผิวหนังชุ่มชื้น ลดรอยเหี่ยวย่นอีกต่างหาก จะมัวแต่หวังพึ่งครีมราคาแพงก็คงช่วยอะไรไม่ได้มากเท่ากับการดูแลสุขภาพจากภายใน • กรี๊ดได้ก็กรี๊ด เมื่อเกิดความเครียดขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นความเครียดสะสมจากการไม่ถูกชะตากับเพื่อนร่วมงานที่ต้องนั่เผชิญหน้ากันทุกวัน หรือเป็นความเครียดแบบปัจจุบันทันด่วน เพราะไม่สบอารมณ์ที่บริษัทเพิ่งติดประกาศว่าไม่มีนโยบายขึ้นเงินเดือนให้ในปีหน้า หรือเครียดหนักเมื่ออินเตอร์เน็ตที่ออฟฟิศล่มมาครึ่งค่อนวัน ทำให้ทำงานส่งลูกค้าไม่ทัน ก็จงอย่าอัดอั้น หัดพูดออกมาดังๆ บ้างเพื่อเป็นการระบาย การกรี๊ดหรือร้องตะโกนในห้องน้ำ (ช่วงปลอดคน) จะทำให้คุณรู้สึกโล่งขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ • ยืดเส้นยืดสาย การยืดกล้ามเนื้อแบบง่าย ๆ ที่โต๊ะทำงาน ก็ช่วยให้ร่างกายเราผ่อนคลายได้ เช่น การหมุนคอ การยักไหล่หมุนไหล่ การไขว้และบิดแขน เป็นต้น การเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ ย่อมดีกว่าการนั่งหลังขดหลังแข็งเป็นเวลานาน อ้อ! ที่สำคัญ สำหรับสาวๆ ทั้งหลายไม่ควรนั่งไขว่ห้างทำงานนานๆ เข้าใจว่าเป็นท่านั่งที่สวยและอาจจะเคยชิน แต่การไขว่ห้างเป็นท่านั่งที่ต้องเทน้ำหนักไปด้านใดด้านหนึ่งซ้ำๆ เป็นเวลานานๆ ดังนั้นระหว่างที่นั่งไขว่ห้างเส้นเลือดใหญ่ที่ต้นขาทั้งสองจะถูกแรงของขาทั้งสองข้างบีบเอาไว้ ทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น เพราะต้องสูบฉีดเลือดให้ร่างกายลำเลียงไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ให้ทั่วถึง • วางท่วงท่าให้เหมาะสม ควรวางแขนขนานราบกับพื้น แป้นพิมพ์อยู่ในระดับต่ำกว่าข้อศอกเล็กน้อย ทำให้ไม่รู้สึกเมื่อย นั่งหลังตรง หน้าจออยู่ระดับสายตาหรือต่ำกว่าระดับสายตา 10-20 องศา ทำให้ไม่เงยหน้าหรือก้มหน้าจนเกินไป ที่สำคัญอย่านั่งไหล่ห่อ หลังค่อม เพราะนอกจากจะเสียบุคลิกภาพแล้วยังจะทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อได้ • ละสายตาจากหน้าจอคอมฯ ทุกๆ 20 นาที ควรคลายกล้ามเนื้อสายตาด้วยการมองไกลๆ ราว 20 วินาที และเวลาที่ใช้คอมพิวเตอร์เราจะกะพริบตาน้อยลงกว่าปกติ 5 เท่า ทำให้เกิดอาการตาแห้งได้ ทางแก้คือการใช้น้ำตาเทียม นอกจากนี้การหลับตาเพียง 5-10 วินาที ก็นับเป็นการพักระหว่างการทำงานที่ดี • ปิดคอมฯ เมื่อไม่ใช้งาน ควรปิดเครื่องคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊กทุกครั้งที่ไม่ได้ใช้งาน เพื่อลดระยะเวลาในการรับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง และความเครียด • อย่ากินจุบจิบ อย่าให้การทำงานในออฟฟิศที่ต้องนั่งจมจ่อมอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ กลายเป็นเครื่องสังหารที่ทำให้คุณอ้วนเบอะบะโดยไม่รู้ตัว ด้วยการทานนั่นทานนี่ตลอดทั้งวัน โปรดบอกลาลูกอม และขนมหวานต่างๆ เสียตั้งแต่วันนี้ หรือหากอยากกินของหวานแก้เครียด ขอแนะนำว่าแทนที่จะซัดของหวานชามโต ก็เปลี่ยนมาเป็นละเลียดไอศกรีมถ้วยเล็กๆ จะดีกว่า • ออกไปเดินเล่นบ้าง การได้ออกไปสูดอากาศในตอนกลางวันเพียงไม่กี่นาที ก็สามารถช่วยลดความเครียด หรือความวิตกกังวลได้ แทนที่จะอุดอู้อยู่กับห้องแอร์ทั้งวัน • ใช้สิทธิ์พักร้อนให้เต็มที่ คำว่า Vacation ไม่ได้ถูกบัญญัติไว้เฉพาะในพจนานุกรม หรือเขียนไว้ในระเบียบข้อบังคับของบริษัทเท่านั้น กรุณานำมาใช้ในชีวิตจริงด้วย อย่าบ้างานจนปล่อยให้ร่างกายและจิตใจทรุดโทรม แล้วอ้างว่าไม่มีเวลาชาร์จแบตฯ เพราะคุณประโยชน์ของการพักร้อน คือ การที่คุณจะได้พักผ่อนจริงๆ เป็นการหลีกหนีจากงานชั่วขณะ เพื่อเติมพลังชีวิตให้สามารถกลับมาสะสางภาระหน้าที่ต่างๆ ต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญเพื่อให้คุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ พึงระลึกไว้เสมอว่า ‘Work Smarter, Not Harder’ เพราะหมดยุคหมดสมัยที่จะมาตรากตรำทำงานหนักกันแล้ว ยุคนี้เป็นโอกาสของคนที่รู้จักหาหนทางในการทำงานอย่างชาญฉลาดต่างหาก ทำงานหนักใช่ว่าจะทำให้ได้ผลงานที่ดี แต่ทำงานอย่างฉลาดต่างหากที่จะให้ผลงานที่น่าชื่นชม

โคตรเท่! สวีเดน เพิ่มคำ “ซลาตัน” ลงพจนานุกรมประเทศ
ซลาตัน อิบราฮิโมวิช /  พจนานุกรม / 

น่าภูมิใจแทนจริงๆสำหรับ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ยอดยาวยิงชาวสวีเดนของ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ที่ได้รับเกียรติอย่างสูงจากบ้านเกิดประเทศสวีเดน นำชื่อของตัวเองมาบัญญัติศัพท์ใหม่ ลงในพจนานุกรมของประเทศ รายงานเผยว่าสภาอักษรศาสตร์ของประเทศสวีเดน พิจารณานำชื่อของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช สุดยอดนักฟุตบอลของพวกเขา มาบัญญัติคำศัพท์ใหม่ว่า "ซลาตาเนรา" ลงในพจนานุกรมของประเทศ ปี 2013 ซึ่งคำว่า "ซลาตาเนรา" มีที่มาจากภาษาฝรั่งเศส "ซลาตาเนอร์" ซึ่งคนสวีดิช ใช้คำว่า "ซลาตัน" เป็นคำกิริยา ที่มีความหมายอย่างเป็นทางการว่า “ความมีอิทธิพลทั้งในและนอกสนาม” ทั้งนี้ คำว่า "ซลาตาเนรา" ถูกใช้และกล่าวถึงกันอย่างแพร่หลายในประเทศมาตลอดหลายเดือนมานี้ ซึ่งเป็นคำที่ใช้แซวคนที่มีบุคลิกยอดเยี่ยมน่าเกรงขามอย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช

9 เรื่องชวนอึ้ง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ที่คุณอาจไม่เคยรู้
ซลาตัน /  ซลาตัน อิบราฮิโมวิช / 

หากจะกล่าวถึงกองหน้าที่ดีที่สุดในโลก 1-10 นั้นต้องมี ซลาตัน อิบราฮิโมวิช อยู่ในลิสต์รายชื่อแน่นอน เพราะทักษะการทำประตูที่หาเลียนแบบไม่ได้แล้ว ซลาตัน กองหน้าชาวสวีเดนรายนี้ยังมีอัตลักษณ์ที่แตกต่างจากนักฟุตบอลอาชีพคนอื่นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งบุคลิก พฤติกรรมการแสดงออก การพูดจา แต่เหนือสิ่งอื่นใดยังมีเรื่องราวเด็ดๆชวนอึ้งอีก 9 เรื่องของกองหน้าคนนี้ เรื่องที่ 1. ซลาตัน มองเห็นอนาคต : เมื่อตอนเขาอายุ 16 ปี อาจารย์ที่โรงเรียนมอบหมายงานให้เขียนเรียงความว่า "5 ปี หลังจากนี้คุณจะเป็นอะไร" ยังไม่ทันเริ่มเขียน ซลาตัน ก็ตอบอาจารย์ไปว่า "ผมจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพที่อิตาลีและจะสร้างรายได้มหาศาล" แต่ความจริงแล้ว ซลาตัน ใช้เวลา 6 ปีถึงได้เซ็นสัญญาค้าแข้งกับ ยูเวนตุส และแน่นอนเขาประสบความสำเร็จทำรายได้มหาศาลที่ตามที่เขาบอกกับอาจารย์เอาไว้ตอนนั้น เรื่องที่ 2. ซลาตัน คือขี้ขโมยตัวพ่อ : เมื่อสมัยเด็กๆ ซลาตัน ชอบสะสมจักรยานเป็นชีวิตจิตใจ แต่จักรยานส่วนมาจากการขโมย! ครั้งหนึ่งสมัยที่ยังเป็นนักฟุตบอลเยาวชนกับ มัลโม่ ซลาตัน ขี่จักรที่ขโมยมาก่อนจะถูกขโมยไป ซลาตัน แก้ปัญหาด้วยการขโมยจักรยานแถวนั้นคืนก่อนจะขี่กลับบ้านแบบไม่รู้สึกอะไร หลังจากนั้นราวๆ หนึ่งสัปดาห์ก็มีการแจ้งว่าจักรยานของผู้ช่วยผู้จัดการทีม มัลโม่ หายไปจนกลายเป็นเรื่องราวยกใหญ่ เรื่องที่ 3. ซลาตัน เกือบเป็นนักเตะ เซาธ์แฮมป์ตัน : หลังจากย้ายมาเป็นนักเตะกับ อาแจ็กซ์ ได้หนึ่งปี ซลาตัน ไม่สามารถโชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจ และพยายามจะหาความท้าทายใหม่กับ เซาธ์แฮมป์ตัน แต่สุดท้ายโชคดีที่ ยูเวนตุส ยังเห็นแววในตัวเขาคว้าตัวไปเสียก่อน เรื่องที่ 4. ความหมายของคำว่า "ซลาตัน" : ชื่อนี้มีที่มาจากทางใต้ของ ซลาวิค หรือละแวกประเทศโคเอเชีย เซอร์เบียและสโลเวเนีย ที่คำว่า "ซลาตัน" นั้นแปลว่า "ทองคำ" เรื่อง 5. ซลาตัน กับธุรกิจ : ซลาตัน เป็นนักกีฬาฟุตบอลคนแรกที่นำชื่อของตนเองไปทำเป็นเครื่องหมายการค้าไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลผม ยานยนต์ เบียร์ ของใช้อุปโภคบริโภค และสุดท้ายเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม เรื่องที่ 6. ซลาตัน ในพจนานุกรม : พจนานุกรมในสวีเดนบัญญัติคำว่า ซลาตาเนร่า ลงในพจนานุกรมของประเทศเพื่อยกย่อง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช พร้อมกับมีความหมายว่า "ขจัดให้สิ้นด้วยพลังที่แก่กล้า" เรื่องที่ 7. สถิติที่ยอดเยี่ยมในแชมเปี่ยนส์ลีก : ซลาตัน เป็นเพียงคนเดียวที่สามารถทำประตูได้ในแชมเปี่ยนส์ลีกจากการลงเล่น 6 สโมสร อาแจ็กซ์ ยูเวนตุส อินเตอร์ มิลาน บาร์เซโลน่า เอซี มิลาน และ ปารีส แต่ถึงอย่างไรเขายังไม่เคยได้ชูถ้วยใบนี้เสียที เรื่องที่ 8. ไอดอล ของ ซลาตัน : ซลาตัน เติบโตมากับการชื่นชม "โล้นทองคำ" โรนัลโด้ กองหน้าโคตรคงาสสิคคนหนึ่งที่โลกเคยมี ซลาตัน เคยบอกว่า "โรนัลโด้ คือ นักฟุตบอลที่เก่งที่สุดตลอดกาล" เรื่องที่ 9. ซลาตัน กับสนามฟุตบอลแรกในชีวิต : ซลาตัน เริ่มเล่นฟุตบอลครั้งแรกตอน 6 ขวบแถวลานหินกรวดละแวกบ้าน ต่อมาในปี 2007 ซลาตัน จับมือกับ ไนกี้ ร่วมกันเนรมิตลานหินกรวดดังกล่าวให้เป็นสนามบอลขนามย่อมที่ทันสมัย นอกจากนี้ ซลาตัน ยังสลักข้อความไว้ที่สนามแห่งนี้ด้วยว่า "ที่แห่งนี้คือหัวใจ ที่แห่งนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยเรื่องราว ที่แห่งนี้คือที่ที่ผมโลดแล่น และมันสร้างอนาคต"

เทคนิคเรียนภาษาที่ 3 ด้วยตัวเอง
นิค นิคโค้ โวกูก้า /  เทคนิคการเรียน / 

เรียนเอง เก่งเองเทคนิคเรียนภาษาที่ 3 ด้วยตัวเองในแบบเด็กลูกครึ่ง ของ 2 หนุ่ม แอนดรูว์ นักร้องวง Evo nine และ นิค นิคโค้ พิธีกรรายการสตรอเบอร์รีครับเค้ก ทั้งคู่มีวิธีการที่น่าสนใจมากๆ เลยอยากนำมาเสนอให้น้องๆ ที่สนใจฝึกภาษาด้วยตัวเอง ได้ลองเป็นอีกหนึ่งแนวทางกันค่ะ งั้นวันนี้เราไปติดตามเทคนิคพวกเขากันเลย... เทคนิคเรียนภาษาที่ 3 ด้วยตัวเอง ศรันยู ศรุติสุต ชื่อเล่น แอนดรูว์ อายุ 22 ปี นักร้องวง Evo nine แอนดรูว์เด็กไทยสัญชาติอเมริกัน พ่อ-แม่เปิดธุกิจและอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา เขาเกิดและโตที่แอลเอ จนถึงอายุ 18 ปี จึงตัดสินใจย้ายจากโรงเรียน Stamforcl Uni nter เกรด 11 มาเรียนต่อโรงเรียนนานาชาติที่เมืองไทย เพื่อเป็นเด็กเทรนด์ โดยสำหรับแอนดรูว์แล้ว การพูดภาษาไทยให้ชัดเป็นสิ่งที่เขาพยายามมากที่สุด ถ้าอย่างนั้นเรามาฟังกันว่าเด็กไทยที่ไม่เคยอยู่เมืองไทยเลย แต่อยากพูดสำเนียงใช้ชัด เค้ามีเทคนิคการใช้ภาษาไทยอย่างไร ช่วงแรกผมเครียดมาก เพราะต้องสื่อสารเป็นภาษาไทยกับคนไทยให้เข้าใจ เชื่อไหมว่าตอนนั้นผมไม่มีเพื่อนเลย จนค่อยๆ ปรับตัวได้ หลังจากนั้นเวลาคนไทยพูดภาษาอังกฤษกับผม ผมจะพยายามพูดกลับเป็นภาษาไทยอย่างเดียว ไม่อยากให้คนคิดว่าเป็นเด็กนอก พูดไทยคำอังกฤษคำ ซึ่งสำหรับคนไทยที่อยากเก่งภาษาอังกฤษ อย่างแรกที่ผมอยากแนะนำคือห้ามอาย คนไทยที่ผมสังเกตหลายคนเขาสามารถพูดได้ แต่อายที่จะพูด กลัวว่าพูดผิด พูดแล้วดูตลก ผมแนะนำว่าอย่าอาย ยิ่งถ้ามีเพื่อนอินเตอร์พูดกับเขาเยอะๆ ฝึกพูดเองง่ายกว่าที่จะต้องไปเรียน แล้วภาษาอังกฤษก็ง่ายกว่าภาษาไทยเยอะครับ นิค นิคโค้ โวกูก้า อายุ 19 ปี ลูกครึ่งไทย-เยอรมัน พิธีกรรายการสตรอเบอร์รีครับเค้ก นิคเกิดที่สเปน เรียนอนุบาลที่สเปนก่อนจะย้ายไปอยู่ออสเตรียและใช้ภาษาเยอรมันเป็นหลัก จนเมื่อ 4 ปีก่อนนิคและคุณแม่มาเที่ยวเมืองไทย แล้วตัดสินใจอยู่ที่จังหวัดโคราช ฝรั่งสำเนียงโคราชมีขั้นตอนการฝึกภาษาไทยยังไงจากที่พูดไทยไม่ได้เลย จนกลายมาเป็นพิธีกรรายการวัยรุ่น จนถึงทุกวันนี้ได้ ?ผมมาอยู่อำเภอประทายที่โคราช เป็นเด็กฝรั่งบ้านนอก นี่ก็ติดสำเนียงโคราชมาด้วยครับ ผมเริ่มฝึกภาษาไทยเอง ฟังเอง คุณแม่ไม่ได้สอน คุณแม่พูดชัดเลยเอามาใช้ ตอนย้ายมาพูดภาษาไทยไม่ได้เลย ก็เลยต้องเริ่มหัดพูดเองจากคำง่ายๆ อย่างคำว่า ไปไหน? ไปทำอะไร? มีคำพื้นเป็นคำว่า ?ไป? ถ้าจำไม่ได้ก็จดแล้วก็ฟังคนอื่นเขาพูดเยอะๆ พอเขาพูด เฮ้ย...ไปไหน? เราก็เข้าใจคำว่า เฮ้ย เพิ่มล่ะ แต่พวกคำว่า แก ฉัน จะไม่ใช้ จะใช้คำว่า ผม กับ คุณ อย่างเดียว เพราะคนไทยมีสรรพนามเยอะ ฝึกพูดกับเพื่อนเยอะๆ ก็จะพูดได้ เทคนิคการเรียนต่างประเทศ อย่างเช่น ภาษาอังกฤษเองง่ายๆ 1. การฟัง การฟังเป็นการเรียนรู้ที่สามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะแค่ 1 นาที 5 นาที หรือเป็นชั่วโมง การฝึกที่ดีที่สุดคือ การฟังข่าวภาษาอังกฤษ ช่องทางการฟังมีหลากหลายมาก เช่น ดูข่าวผ่านทีวี CNN, BBC หรือช่องอื่นๆ หรือ ฟังข่าวออนไลน์ผ่านมือถือ ซึ่งหาดาวน์โหลด Application เหล่านี้ได้ง่ายมาก ประเด็นคือฟังไม่รู้เรื่อง มันมืดไปหมด แล้วอย่างนี้จะเรียนรู้ได้อย่างไร อย่าเพิ่งถอดใจเพราะเป็นเรื่องธรรมดาหากฟังไม่เข้าใจ เพราะแม้กระทั่งคนที่ระดับภาษาอังกฤษค่อนข้างดีแล้ว บางทีเขายังฟังข่าวไม่ค่อยรู้เรื่องก็มี สิ่งที่จะแนะนำคือพยายามฟังบ่อยๆ หากมีเวลาพยายามตั้งใจฟังและพยายามจับให้ได้ว่าเขากำลังรายงานข่าวเรื่องอะไรอยู่ พยายามแยกแยะคำศัพท์แต่ละคำออกจากกันให้ได้ ถึงแม้จะไม่รู้ความหมายของคำนั้นๆ ก็ตาม เพราะถ้าเราฟังเฉยๆ ลอยๆ จะเหมือนกับเวลาฝรั่งอ่านหนังสือภาษาไทยที่ไม่รู้ว่าแต่ละคำจบตรงไหน เพราะเขียนติดกันเป็นพืดไปหมด ดังนั้นช่วงเริ่มฟังใหม่ๆ ไม่จำเป็นต้องรู้ความหมายหรือรู้เรื่องทั้งหมด แค่พยายามจับคำของนักข่าวให้ได้ก็พอ แต่ถ้าไม่ได้จริงๆ อย่าเพิ่งท้อ เพราะการฟังบ่อยก็ช่วยให้เราคุ้นชินกับสำเนียง ท่วงทำนอง ระดับสูงต่ำ ของภาษาได้ไปในตัว ฟังไปนานๆ มันจะฝังอยู่ในจิตใต้สำนึกเราเอง และไม่ช้าเราจะจับคำพูดที่เราฟัง ได้โดยที่ไม่ต้องพยายามอีกต่อไป ดังนั้นว่างๆ หากมีสมาร์ทโฟนให้เข้าไปดาวโหลด Podcast ข่าวของ CNN หรือ BBC มาไว้ในมือถือ ขึ้นบีทีเอสหรือรอรถเมย์เมื่อไหร่ก็หยิบออกมาฟังเพลินๆ หรือเข้าไปที่ Leaning English ของ Voice of America จาก http://learningenglish.voanews.com ในนี้จะรวบรวมข่าวพร้อมคลิปเสียงการบรรยายข่าวนั้นๆ โดยเขาทำไว้เพื่อให้คนฝึกฟังภาษาอังกฤษโดยเฉพาะ ดังนั้นการรายงานข่าวจึงไม่เร็วเกินไปและชัดถ้อยชัดคำมาก การฝึกฟังจากการดูหนัง หรือซีรีส์ฝรั่ง คำแนะนำคือห้ามมี Subtitle หรือถ้าต้องมีจริงๆ ต้องเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น ห้ามเป็นภาษาไทยโดยเด็ดขาด เพราะคุณจะไม่ได้อะไรเลยจากการดูหนังในครั้งนั้น การดูหนังหรือซีรีส์ภาษาอังกฤษจะดีตรงที่ภาษาจะเป็นภาษาพูดที่ใช้ในชีวิตประจำวันทั่วไป แนะนำอย่าเลือกหนังที่เป็นหนังประวัติศาสตร์ย้อนยุค เพราะเราจะไม่เข้าใจภาษา ถ้าเลือกได้แนะนำหนังการ์ตูนของ Walt Disney ดูน่ารักเพลินๆ และภาษาเข้าใจง่าย ส่วนซีรีส์ก็เลือกดูที่เราถนัด การฟังจากการฟังเพลง เชื่อว่าทุกคนฟังเพลงสากล แต่มีกี่คนที่รู้ว่าเพลงที่ฟังอยู่สื่อถึงอะไร หรือเนื้อเพลงแปลว่าอะไร หากฟังแบบนั้นจะเป็นแค่การฟังเพื่อความเพลิดเพลิน การฟังที่ได้เรียนรู้ไปด้วยแนะนำให้เปิดหาความหมายของเนื้อร้องประกอบไปด้วย อาจจะฝึกแปลเองหรือเข้าไปหาดูบทแปลจากอินเทอร์เน็ต แต่ระวังนิดนึงเพราะบางเว็บที่แปลเพลงสากลอาจแปลได้ไม่ค่อยตรงความหมายของเพลง หรือความหมายไม่ได้ตามอารมณ์ที่ควรจะเป็นของเพลงนั้นๆ ข้อดีของการฟังเพลงคือเพลงหนึ่งเพลง ปกติเราไม่ฟังแค่รอบเดียวแล้วเลิกฟัง เรามักจะฟังซ้ำๆ ทุกวัน จึงทำให้เกิดการคุ้นหูและเคยชินกับประโยคในเพลง หากเรารู้ความหมายจะเป็นการดีที่เราได้เรียนรู้ทั้งคำศัพท์และตัวอย่างการใช้ไปในตัว เวลาจำไปใช้ก็เอาไปทั้งประโยคได้เลย 2. การอ่าน อ่านน้อยได้น้อย อ่านมากได้มาก อันนี้ขึ้นอยู่กับความขยันของตัวบุคคลจริงๆ ทุกครั้งที่เราอ่านเราจะได้อะไรเสมอ สำหรับการอ่านภาษาอังกฤษไหนๆ ก็จะเริ่มอ่านแล้ว ควรอ่านให้ได้ประโยชน์มากที่สุด แนะนำให้อ่านข่าวภาษาอังกฤษ บทความ หรือนิตยสารภาษาอังกฤษ การอ่านจะต่างจากการฟังตรงที่เวลาอ่านพยายามทำความเข้าใจในสิ่งที่เรากำลังอ่าน หากเจอคำศัพท์แปลกที่เราไม่รู้ความหมายให้เปิดพจนานุกรมและเขียนกำกับไว้เลย (แนะนำให้เขียนลงในเนื้อหาที่เราอ่านเลย) หากเป็นไปได้ควรอ่านทุกวัน อย่างน้อยวันละหนึ่งหัวข้อข่าว หรือหนึ่งบทความ เจอคำที่ไม่รู้ให้เปิดพจนานุกรมและเขียนไว้ ถึงแม้จะเป็นคำเดิมที่เราเคยเจอ และเคยเปิดมาแล้ว เพราะถ้าเปิดอีกรอบนั่นหมายความว่าเรายังจำไม่ได้ หากอ่านทุกวันเราจะเห็นว่าเราจะเจอคำศัพท์เดิมๆ บ่อยครั้ง ในที่สุดเราจะจำคำนั้นๆ ได้โดยอัตโนมัติ แต่การอ่านไม่จำเป็นต้องเปิดแบบละเอียดทุกคำ เพราะมันจะทำให้เราเกิดอาการหงุดหงิด ท้อและเลิกอ่านไปในที่สุด บางทีเราสามารถเดาความหมายจากบริบทได้ อันนี้อาจต้องฝึกบ่อยๆ นะคะ การเรียนรู้ภาษาที่สามจะต้องมาควบคู่กับความขยันและอดทน หากขาดสิ่งนี้การเรียนรู้แทบจะไม่ได้ผลเลย ยังไงก็พยายามกันนะคะ โดยเฉพาะสากลอย่างภาษาอังกฤษ ไม่ใช่สิ่งที่ยากหรือน่ากลัว แต่หากเราไม่รู้แล้วเกิดจำเป็นต้องใช้ในวันข้างหน้าความน่ากลัวจะมาเยือน ที่มา นิตยสารแคนดี้, เรียบเรียงโดย http://teen.mthai.com/หากนำไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยค่ะ

โอ๊ค โพสต์ซัด
ทักษิณ ชินวัตร /  นายกฯ ไทย / 

โอ๊ค โพสต์ซัด "เหี้ย กะหรี่ อีโง่" ทำภาพ ปชป. ติดลบ เผยคนจำภาพทักษิณ จากประชานิยมมากสุด  นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว @Oak Panthongtae Shinawatra หลังเจ้าตัวได้ทำโพลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนถึงเรื่อง "พี่น้องประชาชนไทย มีภาพจำในนโยบายและคำพูดของอดีตนายกรัฐมนตรีไทยคนไหนบ้าง" โดยยกตัวอย่างนายกฯ 5คน ที่มีผลงานโดดเด่น และมีคนโหวตมากที่สุด โดยระบุว่า "พานทองแท้โพลล์" ได้สำรวจความคิดเห็น ของพี่น้องประชาชน ในหัวข้อ "พี่น้องประชาชนไทย มีภาพจำในนโยบายและคำพูดของอดีตนายกรัฐมนตรีไทยคนไหนบ้าง" ได้ผลออกมาน่าสนใจครับ แถมพูดหยาบคาย เหี้ย กะหรี่ อีโง่ ผมขอคัดเอามาเฉพาะที่มีคนโหวตสูงสุดจำนวน 5 ท่านแรก เรียงตามปีที่ดำรงตำแหน่งนะครับ เป็นท่านอดีตนายกฯ ที่มาจากหลายพรรคฯ ด้วยกัน เห็นรูปที่โพสต์นี้แล้ว บรรดาสลิ่ม-แมลงสาบ และคนไทยหัวใจอำมาตย์ทั้งหลาย ที่ชอบแอบเข้ามาอ่านเพจ "พานทองแท้" ทุกวัน บ่อยและเยอะกว่าเข้าไปดูเพจของพรรคประชาธิปัตย์ อาจจะยิ้มกันแก้มแทบปริ เพราะมีอดีตนายกฯ ที่มาจากพรรคประชาธิปัตย์ ติดโผที่ประชาชนจำฝังใจถึง 2 คนด้วยกัน อดีตนายกจำนวน 5 ท่านนี้ได้แก่... 1. ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ภาพจำของท่าน ได้แก่ นโยบาย "เงินผัน" และคำพูดว่า "กูไม่กลัวมึง" ครับ 2. พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ภาพจำของท่าน ได้แก่ นโยบาย "เปลี่ยนสนามรบ เป็นสนามการค้า" และคำพูดว่า "No Problem" ครับ 3. นายชวน หลีกภัย ภาพจำของท่าน ได้แก่ นโยบาย "สปก.4-01" (มีภาพจำเรื่อง "ปล่อยหมากัดม็อบ" เยอะเลยครับ แต่คงเป็นเรื่องของพฤติกรรมชั่ววูบ ไม่น่าจะใช่เรื่องนโยบาย เลยขอตัดทิ้งครับ และคำพูดว่า "เสียใจแต่ไม่ขอโทษ" ครับฅ 4. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ภาพจำของท่าน ได้แก่ นโยบาย "ประชานิยม" และคำพูดว่า "ผมจะเป็นนายกฯ ที่ทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย และผมขอประกาศสงคราม ยาเสพติด ความยากจน และคอร์รัปชั่น" ครับ (ไม่ได้เข้าข้างพ่อ เลยเขียนยาวกว่าท่านอื่นนะครับ แต่คนโหวตแบบนี้เยอะจริง ๆ ครับ) 5. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ภาพจำของท่าน ได้แก่ นโยบาย "โรงพักเข้มแข็ง, ไข่ชั่งกิโล, นมโรงเรียน(บูด) และปลากระป๋อง(เน่า)" และคำพูดว่า "เหี้ย กะหรี่ อีโง่" ครับ (ไม่ได้เข้าข้างอภิสิทธิ์ฯ เลยเขียนยาวกว่าท่านอื่นนะครับ แต่คนโหวต "เหี้ย" นี่เยอะจริง ๆ ครับ) ก็ต้องขอแสดงความยินดีกับอดีตนายกรัฐมนตรี ทั้ง 5 ท่านไว้ตรงนี้นะครับ สิ่งที่ท่านทำมาประสบความสำเร็จในการ Branding หรือการทำให้พี่น้องประชาชนเกิด "ภาพจำ ติดตา ติดใจ" ในนโยบายและคำพูดของท่านมากกว่าคนอื่น ๆ ส่วน "ภาพจำ" ดังกล่าวนั้น ใครจะคิดในแง่บวกหรือแง่ลบนั้น ผมว่ามันเป็นเรื่องนานาจิตตังครับ อดีตนายกหมายเลข 1 และ 2 นั้น ท่านล่วงลับไปแล้ว ท่านทำประโยชน์ให้กับประเทศมากมาย ความเห็นจึงมักเป็นไปในทางบวกเหมือนกัน ไม่ค่อยมีประเด็นอะไรที่เป็นลบที่จะต้องมาถกเถียงกัน ส่วนอดีตนายกท่านที่ 3, 4, 5 นี่ เสียงแตกออกเป็น 2 สี 2 ทางเลยครับ ตัวอย่างเช่นเรื่อง สปก.4-01 บรรดาสลิ่ม-แมลงสาบทั้งหลาย อาจมองนโยบายสปก.4-01 เป็นการนำที่ดินมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะถ้านำที่ดินให้คนจนไปเพาะปลูก ต่อไปก็ต้องมาประกันหรือรับจำนำผลผลิตกันอีก รายได้ต่อพื้นที่ภาคการเกษตรหรือจะดีสู้การท่องเที่ยวสู้ให้นายทุนนำไปสร้างรีสอร์ทไม่ได้ พวกพ้องรวยกันถ้วนหน้า สรุปว่าถ้าจะตะแบงมองเข้าข้างตัวเองกันแบบนี้ โรงพักเข้มแข็ง, ไข่ชั่งกิโล, นมโรงเรียนบูด, ปลากระป๋องเน่า ก็มองในแง่ดีได้หมดแหละ แม้กระทั่งคำพูด เหี้ย, กระหรี่, อีโง่ ศิษย์เก่าอ็อกซ์ฟอร์ดยังมองว่า การพูดคำหยาบเป็นการอนุรักษ์คำไทยโบราณ เพื่อไม่ให้พจนานุกรมมีขนาดเล็กลงเลย (เฮ้อออ...ไม่ทราบเอาสมองส่วนไหนคิดนะครับ..?) ส่วนมุมมองความเห็นของคนส่วนใหญ่ของประเทศ ยังมองภาพของ สปก.4-01 เป็นภาพลบครับ เป็นภาพของการนำที่ดินทำกินของเกษตรกร ไปแจกให้กับนายทุนพรรคพวกตัวเอง ที่รวยอยู่แล้วก็รวยยิ่ง ๆ ขึ้นกันไปอีก เราจึงได้ยินคนพูดกันติดปากอยู่เสมอว่า นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์นั้น "อุ้มคนรวย ไม่ช่วยคนจน" พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกรคนยากคนจน จึงโกรธและเกลียดพรรคประชาธิปัตย์ฝังใจมาจนทุกวันนี้ ส่วนเรื่องคำพูดหยาบคายนั้นหลายคนมองว่า คนเป็นถึงอดีตนายกรัฐมนตรี ควรประพฤติตัวเป็นตัวอย่างที่ดีแก่เยาวชน ดันพูดจาปราศรัยใช้คำพูดหยาบ ๆ แบบนี้นี่ ใช้ไม่ได้ครับ ก็อย่างที่ผมบอกไว้ว่า "นานาจิตตัง" ครับ มุมมองแต่ละคนไม่เหมือนกัน เรื่องง่าย ๆ เรื่องเดียว คนยังมองตรงข้ามกันได้อย่างสิ้นเชิง ระบอบประชาธิปไตยในประเทศที่เจริญแล้ว เขาจึงต้องฟังเสียงส่วนใหญ่ และเสียงส่วนน้อยต้องรู้แพ้รู้ชนะไม่ตีรวนครับ เมืองไทยของเราไม่ทราบว่า จะต้องเรียนรู้กันไป อีกนานเท่าไหร่จึงจะหันมา รักษากฎกติกามารยาทในระบอบรัฐสภากันอย่างจริงจังเสียทีนะครับ มีเวลาว่างเลยเขียนยาวหน่อยนะครับ พอดีช่วงนี้ผ่อนงานที่ Voice TV ให้คนอื่นรับช่วงทำไปเยอะ และเห็นว่าคราวที่แล้ว ไปเยี่ยมชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วม พรรคประชาธิปัตย์ออกมาตีอกชกลมกันใหญ่ วันนี้นึกสนุกเลยจะลงพื้นที่...เอ๊ยยย..!!...ไปเยี่ยมพี่น้องที่จังหวัดเชียงใหม่ดูบ้าง ว่ามีประเด็นอะไรที่จะมาเล่าสู่กันฟังหรือไม่ แล้วจะโพสต์รูปให้ดูกันนะคร้าบบบบ.....!! MThai News

GAT PAT 2/2556 ตารางสอบ สนามสอบ
GAT PAT 56 /  ข่าวการศึกษา / 

ตารางสอบ GAT PAT 2/2556 สนามสอบ GAT PAT 2/2556 10 กฏระเบียบการสอบ GAT PAT 2/2556? ข้อปฏิบัติสาหรับผู้เข้าสอบในการทดสอบวิชาความถนัดทั่วไป (GAT) และวิชาความถนัดทางวิชาการและวิชาชีพ (PAT) ประจำปีการศึกษา 2556 ในการสอบทุกวิชา ผู้เข้าสอบจะต้องนำบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวนักเรียนหรือบัตรที่ออกโดยทางราชการที่มีรูปถ่าย ลำยมือชื่อ และมีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ระบุชัดเจนเท่านั้น โดยจะต้องเป็นบัตรตัวจริงและยังไม่หมดอายุ แสดงต่อกรรมการคุมสอบก่อนเข้าห้องสอบ และวางไว้ บนโต๊ะที่นั่งสอบ ห้ามขีดเขียนข้อความ หรือทำเครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ อย่างใดอย่างหนึ่ง ไว้ใน บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวนักเรียนที่มีรูปถ่าย หรือบัตรที่ออกโดยทางราชการที่มีรูปถ่าย หรือตัวผู้เข้าสอบ หรือสิ่งอื่นใดที่ผู้เข้าสอบนำติดตัวเข้ามำสอบ ถ้าฝ่าฝืนถือว่ามีเจตนาทุจริตในการสอบ ไม่อนุญาตให้ผู้เข้าสอบเข้าห้องสอบหลังจากเวลากำหนดเริ่มสอบผ่านไปแล้วสามสิบนาที และไม่อนุญาตให้ผู้เข้าสอบทุกคนออกจากห้องสอบจนกว่าจะหมดเวลาสอบ หากมีเหตุจำเป็นระหว่างการสอบ ให้ผู้เข้าสอบแจ้งให้กรรมการคุมสอบทราบ และให้กรรมการคุมสอบพิจารณาดำเนินการตามเหตุจำเป็น เป็นรายกรณี อนุญาตให้นำเฉพาะปากกา ดินสอดำสองบี กบเหลาดินสอ และยางลบเข้าห้องสอบ ได้เท่านั้น (?ห้ามนำกล่องอุปกรณ์เครื่องเขียน กระดำาษ วิทยุติดตามตัว โทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์ สื่อสำรใดๆ อุปกรณ์ที่สามารถบันทึกภาพหรือเสียงได้ พจนานุกรมอิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์ช่วยคิดคำนวณ นาฬิกาที่ใช้คำนวณได้หรือถ่ายรูปได้ กล้องถ่ายรูป ไม้บรรทัด เข้าห้องสอบโดยเด็ดขำด ถ้าฝ่าฝืนถือว่ามีเจตนาทุจริต ในการสอบ และหากเกิดการสูญหายจะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น ) ห้ามเปิดหรือทำแบบทดสอบก่อนได้รับอนุญาตโดยเด็ดขำด เมื่อกรรมการคุมสอบประกาศอนุญาตจึงเปิดแบบทดสอบได้ และให้ผู้เข้าสอบทุกคนอ่านคำอธิบายในแบบทดสอบอย่างละเอียดและรอบคอบ และต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแบบทดสอบแต่ละวิชาอย่างเคร่งครัด การระบายวงกลมตัวเลือกในกระดาษคำตอบ ต้องปฏิบัติดังนี้ 6.1 การระบายวงกลมตัวเลือกในกระดาษคำตอบ จะต้องระบายให้ดำเข้มเต็มวงกลม จะระบายไม่เต็มวงกลมหรือใช้เครื่องหมายอื่นไม่ได้ และจะต้องใช้ดินสอดำที่มีความเข้มสองบีเท่านั้น จะใช้ดินสอที่จางกว่ากำหนดหรือใช้ดินสอสีอื่น หรือปากกาไม่ได้ 6.2 กระดาษคำตอบจะต้องสะอาดปราศจากรอยขีดเขียนหรือเครื่องหมายใด ในกรณีที่ต้องการแก้ไข ให้ใช้ยางลบลบให้สะอาดก่อน จึงระบายวงกลมใหม่เครื่องตรวจกระดาษคำตอบจะตรวจตามข้อมูลที่ผู้เข้าสอบระบายเท่านั้น สทศ. จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้นกับผลการตรวจกระดาษคำตอบของเครื่องตรวจกระดาษคำตอบ หากผู้เข้าสอบไม่ปฏิบัติตามแนวปฏิบัติ ในข้อนี้ ห้ามกระทำการใดๆ อันเป็นการทุจริตในการสอบ ถ้ามีการทุจริต หรือมีเหตุสงสัยว่าทุจริต ไม่ว่ากรณีใดๆ สทศ. อาจไม่พิจารณาตรวจกระดาษคำตอบในรายวิชานั้นๆ หรือทุกรายวิชา เมื่อหมดเวลาสอบ ให้ผู้เข้าสอบหยุดทำแบบทดสอบและระบายกระดาษคำตอบ ห้ามผู้เข้าสอบออกจากห้องสอบจนกว่ากรรมการคุมสอบจะได้เก็บแบบทดสอบและกระดาษคำตอบของผู้เข้าสอบในห้องครบ ทุกคน และอนุญาตให้ผู้เข้าสอบออกจากห้องสอบได้ (ห้ามผู้เข้าสอบนำแบบทดสอบและกระดาษคำตอบออกจากห้องสอบโดยเด็ดขาด ถ้าฝ่าฝืนถือว่ามีเจตนาทุจริตในการสอบ ) ผู้เข้าสอบต้องแต่งกายด้วยเครื่องแบบนักเรียน เครื่องแบบนักศึกษา หรือแต่งกายสุภาพ การฝ่าฝืนข้อปฏิบัติของประกาศนี้ สทศ.อาจไม่พิจารณาตรวจกระดาษคำตอบในรายวิชานั้นๆ หรือทุกรายวิชา GAT PAT 2/2556 ตารางสอบ สนามสอบ

ทิโมธี โดเนอร์ เด็กอเมริกาอัจฉริยะภาษา 23 ภาษา
นักเรียน /  เกร็ดความรู้ / 

ขอต้อนรับสู่ ประชาคมอาเซียน อย่างจริงจังเพราะเราต้องเรียนรู้ให้ทัน ภาษาต่างชาติ ยิ่งรู้เยอะ ยิ่งได้เปรียบ (จริงไหมละ) อย่างเช่น หนุ่มอเมริกา ทิโมธี โดเนอร์?อายุ 17 ปี ที่มีทักษะด้านภาษาขั้นเทพ สามารถคุย พูดได้ถึง 23 ภาษาในเวลาเดียวกัน (บร๊ะจ่าง เขาทำได้ไงนะ) ด้วยการเรียนรู้จาก?หนังสือ ภาพยนตร์ และคอมพิวเตอร์ โดยใช้เวลาเรียนภาษาละไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น !!! ประวัติ ทิโมธี โดเนอร์?เด็กอเมริกาอัจฉริยะภาษา 23 ภาษา ทิโมธี โดเนอร์? อาศัยอยู่ในแมนฮัตตัน?มหานครนิวยอร์ก สหรัฐฯ เรียนรู้ภาษาด้วยตัวเอง จาก?หนังสือต่าง ๆ พจนานุกรม คอมพิวเตอร์ ภาพยนตร์ จากเพื่อน ๆ ของเขา ร้านอาหาร รวมทั้งผู้คนที่สัญจรไปมาบนท้องถนน เด็กอเมริกาอัจฉริยะภาษา 23 ภาษา ภาษาฝรั่งเศส ภาษาอังกฤษ ภาษาเฮาซา ภาษาโวลอฟ ภาษารัสเซีย ภาษาเยอรมัน ภาษายิดดิช ภาษาฮิบรู ภาษาอารบิก ภาษาพาชตู ภาษาฟาร์ซี ภาษาเปอร์เซีย ภาษาจีนกลาง ภาษาตุรกี ภาษาอิตาลี ภาษาอินโดนีเซีย ภาษาดัตช์ ภาษาโคซา (?ภาษาราชการของแอฟริกาใต้ ) ภาษาสวาฮีลี ภาษาฮินดี ภาษาโอจีบวี ภาษาเซอร์เบีย ภาษาสเปน คลิปวิดีโอ เด็กอเมริกาอัจฉริยะภาษา 23 ภาษา?ที่แสดงการพูดถึงภาษาต่อเนื่องของเขาลงในยูทูบ บอกเล่าถึงความสนใจในแต่ละภาษา รวมถึงวิธีการศึกษาบางภาษา และสุดท้ายนี้ทิโมธี เด็กอเมริกาอัจฉริยะภาษา 23 ภาษา?ตั้งใจว่าเขาอยากจะเรียนภาษาซูดาน และภาษามาเลย์ต่อไปด้วย

Haken no Hinkaku EP1-1
Haken /  no / 

Haken no Hinkaku EP1-1 โอมาเอะ ฮารุโกะ พนักงานชั่วคราวเกรดเอ ผู้ซึ่งไม่เคยยิ้มและไม่ค่อยพูดถ้าไม่จำเป็น และเลิกงานตรงเวลาทุกครั้ง พจนานุกรมของเธอไม่มีคำว่า "เป็นไปไม่ได้" กับคำว่า "ล่วงเวลา" เธอเซ็นสัญญาทำงานในบริษัทต่างๆ มากมาย และหลังจากทำงานที่บริษัทแห่งนั้นครบ 3 เดือน เธอก็จะหายไปอย่างไรร่องรอยเสมอ ฮารุโกะได้เข้ามาทำงานในบริษัท S&F เพื่อช่วยงานแผนกใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวเป็นเวลา 3 เดือน แต่ในความแปลกประหลาดของเธอ ได้แสดงให้เห็นว่าเธอมีความปวดร้าวอยู่ข้างใน ซาโตนากะ เคนสุเกะ ผู้ซึ่งได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้เป็นหัวหน้าแผนกการตลาดที่เพิ่งเพิ่มเข้ามาใหม่ ของบริษัท S&F เนื่องจากบุลลากรในแผนกไม่เพียงพอ เขาประสบกับความยากในการเริ่มต้นแผนกใหม่มาก จนกระทั้ง โอมาเอะ ได้เข้ามาช่วยงานในแผนกของ เคนสุเกะในฐานะ (ฮาเคน) พนักงานชั่วคราว เธอทำงานในแผนกใหม่ของ เคนสุเกะได้อย่างดีเยี่ยม ด้วยความสามารถของเธอ ซีรีส์เรื่องนี้การนำเสนอทัศนะคติที่แตกต่างระหว่าง พนักงานประจำ กับ พนักงานชัวคราว (ฮาเคน) ได้อยางสนุกสนานและให้ข้อคิดได้อย่างดีอีกด้วย

ลูก หลาน เหลน ไม่มีโหลน?
ข่าวการศึกษา /  เกร็ดความรู้

ภาษาไทย ถือได้ว่าเป็นอีกภาษาหนึ่งที่เรียนรู้ได้อยากที่สุด เพราะด้วยสระ พยัญชนะ การผันเสียง ที่มีมากมายเหลือเกิน .. แต่ teen.mthai ว่าภาษาไทยก็มีเสน่ห์ และเป็นภาษาที่สนุก ยังไง? ก็ภาษาไทยของเราหลากคำ แต่ความหมายเดียว และมีศัพท์ให้เลือกใช้หลายคำได้ เช่น หากจะพูดถึง "ผู้หญิง" ก็สามารถใช้ได้ตั้งแต่ สตรี,นารี,อิตถี,กัลยา,อร,อนงค์ ,ยุพา ฯลฯ เกร็ดความรู้ : ลูก หลาน เหลน ไม่มีโหลน? นอกจากนี้มีคำยืมจากภาษาอื่น มีระดับของภาษา แถมมีคำสร้อยต่อท้ายเพื่อให้เกิดคำคล้องจองที่เป็นนิสัยของคนไทย เช่น "ไม่กงไม่กินมันละ" , "รู้สึกปวดแข้งปวดขา" แต่ทุกวันนี้ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป คำสร้อยพวกนี้อาจส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิดได้ เช่นกรณีของคำว่า "โหลน" ที่เพื่อนๆแทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ในยุคนี้เชื่อว่าเป็นศักดิ์การนับรุ่นในครอบครัว เป็นลูกของ "เหลน" เพราะมักจะได้ยินเพลงปลุกใจคุ้นหูที่มีคำร้องว่า "ลูกหลานเหลนโหลนภายหน้า จะได้มีพสุธาอาศัย"  แต่ถ้าเพื่อนลองเอาคำว่า "โหลน" ไปค้นในพจนานุกรมแล้วละก็ จะไม่พบคำนี้อยู่เลย เป็นเพราะอะไร? ก็มันไม่มี มันผิดหน่ะสิ!! จริงๆ แล้ว คนทั่วไปรู้จักคำว่า ลูก หลาน เหลน และรู้ว่าเหลนเป็นลูกของหลาน และหลานเป็นลูกของลูก  จึงมักจะคิดว่า โหลน น่าจะเป็นลูกของเหลนด้วย  แต่ที่ถูกนั้น โหลน เป็นเพียงคำสร้อย ที่มาต่อท้ายคำว่า ลูก หลาน เหลน ให้ได้จังหวะ 4 พยางค์ ไม่มีความหมายอะไร   และที่ถูกนั้น  ลูกของเหลน เรียกว่า "ลื่อ" ส่วน ลูกของลื่อ เรียกว่า "ลืบ" และ รุ่นลูกของลืบ เรียกว่า "ลืด" ตะหากหล่ะจ๊ะ ^^ ลูก หลาน เหลน ไม่มีโหลน ที่มา knowledge.truelife.com

สวีเดนเพิ่ม 'สรรพนามเพศกลาง' ในพจนานุกรม
พจนานุกรม /  สรรพนามเพศกลาง / 

'สวีเดน'เพิ่มคำสรรพนาม เพื่อความเป็นกลางทางเพศ สำหรับผู้ที่ผ่านการแปลงเพศและผู้ที่ไม่ระบุเพศชัดเจน ลงในพจนานุกรมฉบับทางการแล้ว สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าว ทางการสวีเดน ประกาศเพิ่ม 'คำสรรพนามเพศกลาง' ซึ่งเป็นคำสรรพนามที่มีความเป็นกลางทางเพศ ลงในพจนานุกรมฉบับทางการของประเทศแล้ว โดยสรรพนามดังกล่าวคือคำว่า 'เฮ็น' (hen) เพิ่มเติมจากคำว่า 'ฮาน' (han) ที่ใช้เรียกผู้ชาย และ 'โฮน' (hon) ที่ใช้เรียกผู้หญิง ซึ่งไม่ได้มีการระบุว่า  'เฮน' (hen) หลังจากมีการบัญญัติขึ้นมาเพื่อชี้ถึงเพศใดอย่างจำเพาะเจาะจง สรรพนามที่ระบุเพิ่มในพจนานุกรมดังกล่าว กำหนดเพื่อใช้เรียก ผู้ที่ผ่าตัดแปลงเพศแล้ว รวมไปถึงผู้ที่ไม่สามารถระบุเพศได้อย่างแน่ชัด คำว่า 'เฮ็น' เริ่มปรากฏครั้งแรกในช่วงปี 1960 เพื่อต่อต้านการใช้คำว่าฮานหรือโฮน กับผู้ที่ผ่านการแปลงเพศ ซึ่งแสดงถึงการเหยียดหยามผู้ที่ผ่านการแปลงเพศ โดยในช่วงทีผ่านมา กลุ่มเพศทางเลือกในสวีเดน พยายามผลักดันให้มีการใช้คำว่าเฮ็นอย่างแพร่หลายมากขึ้น อย่างไรก็ตามการเพิ่มคำว่าเฮ็นลงในพจนานุกรม มำให้ถือเป็นคำสรรพนามเพศกลาง ที่จะปรากฏบนสิ่งพิมพ์ต่างๆ ของประเทศ อย่างถูกต้องตามหลักภาษา พจนานุกรมเวอร์ชันใหม่ที่เพิ่มคำว่าสรรพนามเพศกลางลงไปนี้มีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 15 เมษายนที่จะถึงนี้ MThai News ที่มา theguardian

หน้าไม่ไหวแล้ว!!! พี่เวียร์ เมาไม่ขับเบลล่า พร้อมรับ-ส่ง ถึงบ้าน
เบลล่า ราณี /  เวียร์ ศกลวัฒน์

ช่วยกันเหยียบ ช่วยกันปกปิด ไม่ยอมเปิดเผยสถานะทางหัวใจทั้งคู่ สำหรับ เวียร์ ศุกลวัฒน์ & เบลล่า ราณี ที่มีข่าวด้วยกันไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่ทั้งคู่ก็ยังคงปากแข็งยืนยันความสัมพันธ์ว่าเป็นแค่พี่น้องกันเท่านั้น ตามแบบฉบับพจนานุกรมของซุป’ตาร์ไทย แม้ว่าช่วงหลังๆ ทั้งคู่จะไปมีข่าวกับคนอื่นชวนให้สงสัย ว่าคนไหนคือตัวจริงหรือว่าตัวหลอก โดยเฉพาะหนุ่มเวียร์ที่ยังแอบไปจิ๊จ๊ะกับอดีตกิ๊กเก่าอย่าง กีฟ อรลีฬห์ จนโดนปาปารัซซี่แชะภาพทั้งคู่ขณะกำลังซับเหงื่อให้กัน แม้แต่ตัวสาวเบลล่าเอง ก็ยังมีภาพแนบชิดสนิทสนมกับพระเอกหนุ่ม เจมส์ จิรายุ ออกมาอย่างถี่ยิบ จนกลายเป็นคู่จิ้นพระนางที่แฟนคลับเชียร์อยากให้ทั้งคู่เป็นแฟนกันนอกจอจริงๆ แต่งานนี้ดูท่าทางแฟนคลับคงจะต้องอารมณ์เสีย เพราะตัวจริงของกันและกันเขาก็แอบย่องมาเจอกันอยู่ดี ล่าสุดปาปารัซซี่ตาไวของเราก็สอยหลักฐานเด็ดๆ มัดตัวทั้งระหว่าง เวียร์-เบลล่า ในขณะที่ทั้งคู่กำลังนั่งสวีทกินดื่มอยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านเลียบทางด่วน ซึ่งดูจากสภาพหน้าตาของหนุ่มเวียร์แล้วคาดการณ์ว่าน่าจะดื่มไปแล้วหลายแก้ว แต่แหม...จะไม่ให้ดื่มหลายแก้วได้อย่างไร ก็ในเมื่อสาวเบลล่าเธอเล่นเป็นคนรินให้เองกับมือ งานนี้สาวเบลล่าไม่มีการห้ามปรามแต่ประการใด มีแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียร์ดริ๊งก์ให้พี่เวียร์เต็มที่กับการดื่ม & ดูดตามสไตล์ มีหวานใจดี๊...ดี เข้าใจหัวอกลูกผู้ชายอย่างเวียร์แบบนี้ ถึงว่าสิทำไมหนุ่มเวียร์ถึงเลือกที่จะคบหากับสาวเบลล่า ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้หนุ่มเวียร์มีสาวๆ เป็นร้อยวิ่งเข้าหาอยากจะนั่งซ้อนทั้งท้ายรถ & ท้ายคน อิอิอิ!!! ก็ไม่รู้คืนนั้นหนุ่มเวียร์จะเมาหนักขนาดไหน แต่เชื่อว่าคงไม่ได้ขับรถกลับบ้านเองแน่นอน สงสัยสารถีที่ไปส่งถึงบ้านก็คงหนีไม้พ้นหวานใจอย่างสาวเบลล่าแหงๆ เบลล่า-เวียร์ เบลล่า-เวียร์ เบลล่า-เวียร์

 TVXQ เปิดตัวอัลบั้มชุดที่ 7 Tense 6 ม.ค.2014
TVXQ /  ประเทศเกาหลี

TVXQ จะเปิดตัวอัลบั้มชุดที่ 7 'Tense' ในวันที่ 6 มกราคม ปี 2014 โดยการเปิดตัวอัลบั้มในครั้งนี้จะเป็นอัลบั้มใหม่ที่จะเปิดตัวออกมาต่อจากอัลบั้ม 'Catch Me' ที่เปิดตัวออกมาเมื่อเดือนกันยายน ปี 2012  TVXQ เปิดตัวอัลบั้มชุดที่ 7 Tense 6 ม.ค.2014 สำหรับชื่ออัลบั้ม 'Tense' ออกเสียงคล้ายคลึงกับคำว่า '10th' ที่มาจากคำว่า '10th Anniversary' มีความหมายถึงครบรอบ 10 ปี และมีความหมายทางพจนานุกรมว่า 'ตึงเครียด', 'เกร็ง' ซึ่งก็เข้ากับสถานะของ TVXQ ที่เดบิวท์ครบ 10 ปี ในวันที่ 26 อย่างน่าอัศจรรย์ TVXQ เตรียมทำกิจกรรมโปรโมทอัลบั้มชุดที่ 7 ในรายการเพลงทางสถานีโทรทัศน์ช่องสาธารณะ โดยจะเริ่มจาก KBS 'Music Bank' ในวันที่ 3 มกราคม ตามด้วย MBC 'Show! Music Core' ในวันที่ 4 มกราคม และ SBS 'Inkigayo' ในวันที่ 5 มกราคม ตามลำดับ TVXQ ปิดฉากเวิลด์ทัวร์ที่อเมริกา ชิลี จีน และมาเลเซีย ตลอดปี 2013 ลงอย่างประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง TVXQ ยังเป็นนักร้องชาวต่างชาติวงแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้จัดคอนเสิร์ตขึ้นที่ Nissan Stadium ซึ่งเฉพาะทัวร์ที่ประเทศญี่ปุ่นก็มีผู้เข้าร่วมชมคอนเสิร์ตตลอดทั้งปี ทั้งสิ้น 850,000 นับเป็นนักร้องเกาหลีที่ทำสถิติผู้เข้าชมคอนเสิร์ตได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์เลยทีเดียว อนึ่ง TVXQ จะจัดคอนเสิร์ตเดี่ยว 'SMTOWN Week' ขึ้นที่ Kintex อิลซาน ในวันที่ 26-27 ธันวาคม โดยหลังจากส่งท้ายปี 2013 อย่างมีความหมายแล้ว TVXQ ก็จะเข้าสู่การเตรียมตัวคัมแบ็คทันที ข้อมูลจาก popcornfor2.com

10 เรื่องต้องรู้ก่อนสอบ Gat Pat
10 อันดับ /  gat/pat 57 / 

ข้อปฏิบัติสำหรับผู้เข้าสอบในการทดสอบวิชาความถนัดทั่วไป (GAT) และวิชาความถนัดทางวิชาการและวิชาชีพ (PAT) โดยทางสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทศ. ได้ออกประกาศผ่านเว็บไซต์ เพื่อย้ำข้อปฏิบัติสำหรับเพื่อนๆ ที่จะเข้าสอบ ดังนี้ 10 เรื่องต้องรู้ก่อนสอบ Gat Pat 10 เรื่องต้องรู้ก่อนสอบ Gat Pat 1. ในการสอบทุกครั้งผู้เข้าสอบจะต้องนำบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวนักเรียนที่มีรูปถ่าย หรือบัตรที่ออกโดยทางราชการที่มีรูปถ่าย แสดงต่อกรรมการคุมสอบก่อนเข้าห้องสอบและวางไว้บนโต๊ะที่นั่งสอบ (อย่าลืมตรวจดูบัตรประชาชนด้วยว่า ข้อความและรูป ยังชัดเจนอยู่หรือเปล่าถ้าของใครเลือนลาง มองหน้าไม่ชัดนั่นแปลว่าบัตรประชาชนของเราอาจชำรุด รีบไปทำใหม่ด่วน! เพราะกรรมการผู้คุมสอบอาจตัดสิทธิ์การเข้าสอบ ปรับตก หรือทุจริต เนื่องจากขาดหลักฐานสำคัญที่บ่งบอกถึงตัวตน!) 2. ห้ามขีดเขียนข้อความ หรือทำเครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ อย่างใดอย่างหนึ่ง ไว้ในบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวนักเรียนที่มีรูปถ่าย หรือบัตรที่ออกโดยทางราชการที่มีรูปถ่าย หรือตัวผู้เข้าสอบ หรือสิ่งอื่นใดที่ผู้เข้าสอบนำติดตัวเข้ามาสอบ มิฉะนั้นจะถือว่าเป็นการทุจริตในการสอบ 3. ไม่อนุญาตให้ผู้เข้าสอบเข้าห้องสอบหลังจากเวลากำหนดเริ่มสอบผ่านไปแล้วสามสิบนาที และไม่อนุญาตให้ผู้เข้าสอบทุกคนออกจากห้องสอบจนกว่าจะหมดเวลาสอบ หากมีเหตุจำเป็นระหว่างการสอบให้ผู้เข้าสอบแจ้งให้กรรมการคุมสอบทราบ และให้กรรมการคุมสอบพิจารณาดำเนินการตามเหตุจำเป็นเป็นรายกรณี 4. อนุญาตให้นำเฉพาะปากกา ดินสอดำสองบีขึ้นไป กบเหลาดินสอ และยางลบเข้าห้องสอบได้เท่านั้น โดยห้ามนำกล่องใส่อุปกรณ์เข้าห้องสอบ ห้ามนำกระดาษใดๆ วิทยุติดตามตัว โทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์ติดต่อสื่อสารใดๆ พจนานุกรมอิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์ช่วยคิดคำนวณ นาฬิกาที่ใช้คำนวณได้ ถ่ายรูปได้ กล้องถ่ายรูปและไม้บรรทัดที่มีสูตรต่างๆ เข้าห้องสอบโดยเด็ดขาด ถ้าฝ่าฝืนถือว่ามีเจตนาทุจริตในการสอบ และหากเกิดการสูญหายจะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น (ข้อนี้สำคัญมากๆ เพราะมีเพื่อนๆ หลายคนถูกปรับตก และทุจริตเพราะเครื่องมือสื่อสารมาแล้ว!!!) 5. ห้ามเปิดหรือทำข้อสอบก่อนได้รับอนุญาตโดยเด็ดขาด เมื่อกรรมการคุมสอบประกาศอนุญาตจึงเปิดข้อสอบได้ และให้ผู้เข้าสอบทุกคนอ่านคำอธิบายหน้าปกแบบทดสอบอย่างละเอียดและรอบคอบ และต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแบบทดสอบแต่ละวิชาอย่างเคร่งครัด 6. การระบายวงกลมตัวเลือกในกระดาษคำตอบ ต้องปฏิบัติดังนี้ - การระบายวงกลมตัวเลือกในกระดาษคำตอบ จะต้องระบายให้ดำเข้มเต็มวงกลมจะระบายไม่เต็มวงกลมหรือใช้เครื่องหมายอื่นไม่ได้ และจะต้องใช้ดินสอดำที่มีความเข้มสองบีขึ้นไปเท่านั้นจะใช้ดินสอที่จางกว่ากำหนดหรือใช้ดินสอสีอื่น หรือปากกาไม่ได้ - กระดาษคำตอบจะต้องสะอาดปราศจากรอยขีดเขียนหรือเครื่องหมายใด เครื่องตรวจกระดาษคำตอบจะตรวจตามข้อมูลที่ผู้เข้าสอบระบายเท่านั้น สทศ. จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้นกับผลการตรวจกระดาษคำตอบของเครื่องตรวจกระดาษคำตอบ หากผู้เข้าสอบไม่ปฏิบัติตามแนวปฏิบัติในข้อนี้ 7. ห้ามกระทำการใดๆ อันเป็นการทุจริตในการสอบ ถ้ามีการทุจริต หรือมีเหตุสงสัยว่าทุจริตไม่ว่ากรณีใดๆ กรรมการคุมสอบจะบันทึกไว้ที่กระดาษคำตอบ โดยที่ผู้เข้าสอบอาจจะไม่รับทราบก็ได้และจะไม่พิจารณาตรวจกระดาษคำตอบในรายวิชานั้นๆ หรือทุกรายวิชา 8. ขณะหมดเวลาสอบ ห้ามผู้เข้าสอบออกจากห้องสอบจนกว่ากรรมการคุมสอบจะได้เก็บกระดาษคำตอบของผู้เข้าสอบนั้นไปจากโต๊ะที่นั่งสอบแล้ว และเมื่ออนุญาตให้ผู้เข้าสอบออกจากห้องสอบผู้เข้าสอบจึงจะออกจากห้องสอบได้ และห้ามนำแบบทดสอบออกจากห้องสอบโดยเด็ดขาด 9. ผู้เข้าสอบต้องแต่งกายด้วยเครื่องแบบนักเรียน เครื่องแบบนักศึกษา หรือแต่งกายสุภาพ 10. การฝ่าฝืนข้อปฏิบัติของประกาศนี้ สทศ.อาจจะไม่พิจารณาตรวจกระดาษคำตอบในรายวิชานั้นๆ หรือทุกรายวิชาก็ได้ ขอบคุณ blog.eduzones.com

เรียนเกาหลีที่มหาวิทยาลัยบูรพา
ข่าวการศึกษา /  ประเทศเกาหลี / 

เรียนเกาหลีที่มหาวิทยาลัยบูรพา น้องๆ ที่สนใจเรียนเอกภาษาเกาหลีในระดับอุดมศึกษา คงจะมี มหาวิทยาลัยบูรพา เป็นหนึ่งในตัวเลือกการสอบเข้ากันใช่ไหมคะ เพราะในประเทศไทย มีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนภาษาเกาหลีเป็นสาขาวิชาเอกเพียงไม่กี่แห่ง?ขยับเข้ามาใกล้ๆ เราจะมาทำความรู้จักกับเอกภาษาเกาหลี ที่มหาวิทยาลัยบูรพา จากการสัมภาษณ์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์อุไรวรรณ จิตเป็นธม คิม อาจารย์ใจดีประจำสาขาวิชาภาษาเกาหลี มหาวิทยาลัยบูรพา ไปพร้อมๆ กันค่ะ! เอกภาษาเกาหลีที่ ม.บูรพา เริ่มต้นจากการเปิดสอนเป็นวิชาโท เมื่อ พ.ศ.2542 แล้วได้รับความสนใจมากจนทุกวันนี้กลายมาเป็น สาขาวิชาภาษาเกาหลี ภาควิชาภาษาตะวันออก คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ หลักสูตรที่เปิดสอนมีเพียงวิชาเอก ภาคปกติเท่านั้น! ปัจจุบันมีอาจารย์ชาวไทย 5 ท่าน (กำลังศึกษาต่อ 1 ท่าน) อาจารย์ชาวเกาหลี 4 ท่าน และมีพี่ๆ บัณฑิตที่จบไปแล้วทั้งสิ้น 9 รุ่น ที่มา :: พีรีย์นุช สมิงวรรณ เรียนเกาหลีที่มหาวิทยาลัยบูรพา เรียนอะไรบ้าง หลักสูตรสาขาวิชาเกาหลีที่ ม.บูรพา รายวิชาจะแบ่งออกเป็นกลุ่มตามทักษะ 4 ด้าน ได้แก่ ฟัง พูด อ่าน เขียน มีวิชาทักษะรวม อาจารย์ชาวไทยจะรับหน้าที่สอนในระดับต้น ส่วนในระดับสูงขึ้นมาหน่อยอาจารย์ชาวเกาหลีจะเป็นผู้สอน กลุ่มวิชาทักษะการอ่าน เช่น วิชาโครงสร้างภาษาเกาหลี (อาจารย์ชาวไทย) กลุ่มทักษะการฟัง พูดและเขียน (อาจารย์ชาวเกาหลี) พอช่วงภาคเรียนที่สองของชั้นปีที่ 3 จะเน้นสอนวิชาที่ต้องนำไปใช้ในวิชาชีพมากขึ้น เช่น การแปลเกาหลี การสื่อสารเกาหลีเชิงวิชาชีพ ภาษาเพื่อการโรงแรม และเพื่อมัคคุเทศก์ นอกจากนี้ยังเสริมด้วยวิชาด้านวัฒนธรรม วรรณกรรม สัมมนา สามารถดูรายละเอียดของหลักสูตรเพิ่มเติมได้ที่ http://www.huso.buu.ac.th สร้างประสบการณ์ด้วยกิจกรรม ส่วนใหญ่เป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมเกาหลีอย่าง " วันฮันกุกอึยนาล " (Korean's Day) ก็จะมีการใส่ชุดฮันบก ถ่ายรูป การแสดงรำพัดเกาหลี ทำกิมจิ ทำอาหารเกาหลี รวมไปถึงการเต้นโคฟเวอร์ศิลปินเกาหลี ในทุกๆ ปียังมีการพานิสิตเอกเกาหลีไปร่วมสอบวัดระดับความสามารถทางภาษาเกาหลี และเข้าร่วมงานของชุมชนชาวเกาหลีตามโอกาส ทั้งยังสร้างความคุ้นเคยและความผูกพันกับภาษาเกาหลีด้วยการตั้งชื่อเป็นภาษาเกาหลีให้นิสิตทุกคน กิจกรรมทางวิชาการก็เด่นไม่แพ้กัน ทางสาขาได้ส่งเสริมให้นิสิตมีส่วนร่วมในงานสัมมนาระดับชาติที่เกี่ยวกับเกาหลีหรือการประกวดสุนทรพจน์ภาษาเกาหลีด้วย เรียนดี มีทุนให้ ทาง มหาวิทยาลัยบูรพา?มีทุนให้นิสิตนักศึกษาเยอะจริงๆ ค่ะ เริ่มกันที่ทุนแลกเปลี่ยนก่อนเลยนะคะ - มหาวิทยาลัยชุงนัม (เมืองแทจอน) มีทุนแลกเปลี่ยน ระยะเวลา 10 เดือน (2ภาคเรียน) จำนวน 5 ทุนต่อปีและระยะเวลา 4 เดือน (1ภาคเรียน) จำนวน 2 ทุนต่อปี - มหาวิทยาลัยชุงอัง (จังหวัดคย็องกิ)ทุนแลกเปลี่ยน ระยะเวลา 4 เดือน (1ภาคเรียน) จำนวน 2 ทุนต่อเทอม - มหาวิทยาลัยแทกู (เมืองคย็องซาน)เป็นการเข้าค่ายระยะสั้น 10 วัน ทุนการศึกษาอื่นๆ นั้นก็ขึ้นอยู่กับแต่ละปี เช่นทุนของ AKS, ทุนจากสถานทูตเกาหลี ฯลฯ แต่ถ้าหากสนใจจะไปศึกษาภาษาเกาหลีภาคฤดูร้อน ก็จะได้รับสิทธิ์ลดหย่อนค่าธรรมเนียมการศึกษา เช่น ม.คย็องฮี (โซล), ม.ชุงนัม (เมืองแทจอน), ม.คังวอน (จังหวัดคังวอน) ยังค่ะ ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ นอกเหนือจากทุนแลกเปลี่ยนแล้ว ยังมีทุนการศึกษาที่ทางม.บูรพาได้รับความกรุณาจากท่านภิกษุณีวัดฮันมาอึมซอนวอน สุขุมวิท กรุงเทพฯ มอบทุนการศึกษาแก่นิสิตเอกภาษาเกาหลีอีกด้วย การเรียนภาษาเกาหลีที่ประเทศเกาหลีจะหนักกว่าที่ไทย อาจารย์จึงต้องคัดเลือกนิสิตที่สมัครชิงทุนจากนิสิตชั้นปีที่ 3 ที่มีผลการเรียนดี มีการสอบสัมภาษณ์เพื่อพิจารณาทัศนคติ การวางตัว อุปนิสัยที่ดี อาจารย์กระซิบมาว่าบางรุ่นแทบจะได้ทุนกันครึ่งห้องเลยทีเดียว อยากเรียนเอกเกาหลีที่ มหาวิทยาลัยบูรพา?ต้องทำอย่างไร เนื่องจากมีจำนวนผู้สนใจเรียนมาก ทางสาขาจึงต้องจำกัดจำนวนนิสิตให้เหมาะสมเพราะเกรงว่าจะดูแลได้ไม่ทั่วถึง โดยเปิดสอนแค่ภาคปกติ มีการรับนิสิตจากแอดมิดชั่นกลางจำนวนหนึ่ง และรับตรง (12 จังหวัดภาคตะวันออก) อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งจะมีการสอบสัมภาษณ์ด้วย คุณสมบัติของนิสิตก็ยึดจากเกณฑ์ของมหาวิทยาลัย ทำคะแนนให้ดีเข้าไว้ เราก็จะสามารถเข้าเรียนในเอกที่เราต้องการได้ จุดเด่นของ เอกเกาหลี?มหาวิทยาลัยบูรพา? เอกเกาหลีมีจำนวนผู้สอบเข้าเพิ่มขึ้นทุกปี แต่ทางสาขาสามารถรับได้จำนวนจำกัด เพื่อการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ หลักสูตรของม. บูรพาจะมีการปรับปรุงทุกๆ 4 ปี ลดวิชาที่ล้าสมัยหรือไม่เข้ากับสถานการณ์ในยุคปัจจุบันลงไป และเพิ่มรายวิชาที่น่าสนใจเข้ากับสถานการณ์ของโลก จบเอกเกาหลี มีงานทำ อาจารย์อุไรวรรณกล่าวว่ากระแสเกาหลีฟีเวอร์ในประเทศไทยยังคงแรงดีไม่มีตก ถ้าเรียนจนสามารถใช้ภาษาเกาหลีได้ดี มีงานรองรับเยอะมากส่วนใหญ่จะเป็นพวกบริษัทสัญชาติเกาหลี ล่าม เกมออนไลน์เกาหลี อุตสาหกรรมบันเทิง และไปเป็นนักแปลกันเยอะมาก ฝากถึงเด็กๆ หรือผู้สนใจด้านการเรียนภาษาเกาหลี ?เชื่อว่าทุกภาษาเรียนยากหมด ต้องใช้ความพยายาม อดทน ฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง เด็กๆ ที่ชอบดารานักร้องเกาหลี อาจจะเห็นว่าการเรียนภาษาเกาหลีเป็นเรื่องสนุก แต่เมื่อมาเรียนจริงอาจจะเจอการท่องศัพท์เยอะ หรือไวยกรณ์ยากๆ แล้วก็ท้อถอดใจกันไป อาจารย์อยากบอกว่า เราชอบดารานักร้องเกาหลี แต่ไม่จำเป็นต้องเรียนเอกเกาหลีก็ได้ แค่ขอให้เรียนในสิ่งที่ตนเองถนัด ?แต่นิสิตเอกเกาหลีของเราบางคน เริ่มต้นจากการชอบนักร้องเกาหลี แล้วเด็กๆก็พยายามใช้ความชอบตรงนี้เป็นแรงฮึด ผลักดันให้มุมานะ เรียนเกาหลีจนสามารถใช้ภาษาเกาหลีได้ ก็รู้สึกดีใจที่เขาประสบความสำเร็จและมีความสุขกับการเรียน? ศูนย์เกาหลีศึกษา คืออะไร มหาวิทยาลัยบูรพามีหน่วยงานชื่อศูนย์เกาหลีศึกษา ที่ศูนย์เกาหลีศึกษาจะดูแลด้านวิชาการเป็นหลัก เช่น การจัดประชุมสัมมนาทั้งในระดับชาติ และนานาชาติที่เกี่ยวข้องกับเกาหลี โดยเฉพาะระดับภูมิภาคอาเซียน+ออสเตรเลีย มีการจัดประกวดสุนทรพจน์ภาษาเกาหลีระดับอุดมศึกษาแห่งประเทศไทยทุกปี รวมไปถึงการทำโครงการร่วมกับองค์กรต่างๆ ในประเทศเกาหลีและยังเป็นศูนย์จำหน่ายพจนานุกรม ไทย-เกาหลี และ เกาหลี-ไทยที่นำเข้าจากเกาหลี ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://ksc.buu.ac.th ผู้ช่วยศาสตราจารย์อุไรวรรณ จิตเป็นธม คิม

ที่ว่าการอำเภอปากเกร็ด

อาคารที่ว่าการอำเภอปากเกร็ด สร้างเมื่อ พ.ศ.2427 ตรงบริเวณที่ดินธรณีสงฆ์ของวัดสนามเหนือ ตำบลปากเกร็ด ขณะนั้นเป็นแขวงเรียกว่า แขวงตลาดขวัญ และประกาศยกฐานะเป็นอำเภอในปีเดียวกัน พระรามัญนนทเขตคดี เนียม นนทนาคร เป็นนายอำเภอปากเกร็ดคนแรก และนายอำเภอ คนปัจจุบัน คือ นายวัฒนา เลิศธรรมเทวี ปัจจุบันที่ต้งอาคารอยู่ที่ริมถนนแจ้งวัฒนะ ตรงข้างโรงเรียนปากเกร็ด เป็นอาคาร 5 ชั้น คำว่า ปาก สันนิษฐานว่า คงจะเนื่องมาจากชื่อวัดปากอ่าว ส่วนคำว่าเกร็ด ตามความหมายในพจนานุกรมของราชบัณฑิตยสถานฉบับ พ.ศ.2493 หมายถึงง ห้วงน้ำแคบ ต่อจากห้วงน้ำใหญ่ ทั้งสอง ฉะนั้น คำว่าปากเกร็ด น่าจะหมายถึง บริเวณผืนแผ่นดินที่เป็นปากอ่าวมีอาณาเขตติดต่อกับแม่น้ำใหญ่

ราชบัณฑิตยฯยัน ยังไม่แก้คำทับศัพท์ ชี้เป็นเพียงข้อเสนอ
คำทับศัพท์ /  ราชบัณฑิตยสถาน

เลขาธิการราชบัณฑิตยสถาน ยืนยันยังไม่มีการแก้ไขคำทับศัพท์ในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 แน่นอน เพราะขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการจัดพิมพ์แล้ว น.ส.กนกวลี ชูชัยยะ เลขาธิการราชบัณฑิตยสถาน กล่าวถึงกรณีข้อเสนอการแก้ไขคำทับศัพท์ 176 คำ ที่มีการเขียนถอดคำไม่ถูกต้องตามเสียงวรรณยุกต์ ว่า ข้อเสนอดังกล่าวเป็นเพียงข้อเสนอส่วนบุคคลของ ศ.กิตติคุณ ดร.กาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิตภาษาไทย ซึ่งยังอยู่ระหว่างการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาเป็นการภายในราชบัณฑิตยสถาน โดยการออกแบบสอบถามภายในองค์กรไปถึงภาคีสมาชิกและกรรมการวิชาการ ก่อนที่จะสรุปผลเสนอสภาราชบัณฑิตในเดือนธันวาคมนี้ จากนั้นจะต้องมีกระบวนการประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เนื่องจากถือเป็นเรื่องใหญ่ที่คนไทยทุกคนควรต้องมีส่วนร่วมในภาษาของชาติ เลขาธิการราชบัณฑิตยสถาน ยืนยันด้วยว่า จะยังไม่มีการแก้ไขคำทับศัพท์ดังกล่าวในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 ที่จะเผยแพร่ภายในต้นปี 2556 อย่างแน่นอน เพราะขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการจัดพิมพ์แล้ว โดยพจนานุกรมฉบับนี้นับเป็นฉบับที่ 4 ในรัชกาลปัจจุบัน ต่อจากฉบับ พ.ศ.2493 พ.ศ.2525 และ พ.ศ.2542 เป็นฉบับเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งจะบรรจุคำที่เกี่ยวข้องกับพระเจ้าอยู่หัว และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เช่น คำว่า “แกล้งดิน” และยังเป็นฉบับแรกที่จะจัดพิมพ์ 100,000 เล่ม แจกจ่ายให้กับสถานศึกษา องค์กร หน่วยงาน และสื่อสารมวลชนด้วย(สำนักข่าวไทย) Mthai News .................................................................. ข่าวที่เกี่ยวข้อง ราชบัณฑิต เสนอแก้ 176 คำทับศัพท์ แนะเพิ่มวรรณยุกต์เขียนตรงเสียง ครูลิลลี่ไม่เห็นด้วย แก้ 176 คำทับศัพท์ ชี้ ทำให้เด็กเกิดความสับสน

ภาพสุดซึ้ง! บัณฑิตสาวถือภาพพ่อแม่ผู้ล่วงลับ ในวันแห่งความสำเร็จ
ถือภาพพ่อแม่ /  ถ่ายชุดครุย / 

ภาพสุดซึ้ง! บัณฑิตสาวถือภาพพ่อแม่ผู้ล่วงลับ ในวันแห่งความสำเร็จ วันนี้(18 พ.ย.) บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพของบัณฑิตสาวป้ายแดงจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ซึ่งถือภาพของพ่อแม่ที่ล่วงลับไปแล้วร่วมถ่ายกับชุดครุยปริญญา โดยบัณฑิตสาวที่อยู่ในภาพคือ น.ส.พรพัสนันท์ ชัยสิทธิ์ปรุ หรือเกมส์ บัณฑิตสาขาวิชาวิศวกรรมอากาศยาน ซึ่งในภาพของแม่ระบุวันเสียชีวิต 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ก่อนหน้าวันรับปริญญาไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น โดยภาพดังกล่าวสร้างความซาบซึ้งให้กับคนบนโลกสังคมออนไลน์เป็นอย่างมาก โดยหลายคนได้เข้าไปให้กำลังใจบัณฑิตสาวและเชื่อว่าพ่อแม่ของน้องเกมส์ อาจจะรับรู้ได้และคงภาคภูมิใจกับวันแห่งความสำเร็จนี้ "...ความคาดหวังของพ่อแม่ คือ ความสำเร็จของลูก หลับให้สบายนะจ้ะ "ไม่มีคำว่าสายเกินไป ในพจนานุกรมของคนที่มีความพยายาม" รักและคิดถึงตลอดไป ความตั้งใจแรกเมื่อครั้งเป็นลูกเครื่องกลบูมให้พี่บัณฑิต วันไหนเกมส์เป็นบัณฑิตเกมส์จะพาพ่อกับแม่เข้าวงบูมและกราบ3ครั้ง วันนี้เกมส์ทำตามสัญญาแล้วนะ..." พรพัสนันท์ ชัยสิทธิ์ปรุ ขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก Pornpassanan Chaiyasitpru MThai News ข่าวที่เกี่ยวข้อง สำรวจ ค่าใช่จ่ายงานรับปริญญา เสียตังค์กันไปเท่าไร ? 5 ทรงผมรับปริญญา สวย เฉิดฉาย มั่นใจสุดๆ มาดูดารารับปริญญากัน (แอบดูทรงผมไปด้วย)

'มาร์ค'ยันพูด 'อีโง่' ไม่ได้ดูถูกเพศแม่
ข่าว /  ข่าวด่วน / 

"มาร์ค"ลั่นชงถอดถอน"สมศักดิ์" 16 กย. ขู่ส.ว.ผ่านแก้รธน.วาระ3โดนด้วย จ่อร้องศาลซ้ำ ปม พ.ร.บ.เงินกู้2ล้านๆ ยันพูด "อีโง่" ไม่ได้ดูถูกเพศแม่ เหน็บพจนานุกรมคงบางลง เผยพบ "เติ้ง"จะพูดจุดยืนปชป.คงเดิม-----------------------ขอบคุณข่าวจาก