พจนานุกรม

ชูวิทย์ซัด! เมื่อโบนันซ่าผิด คีรีมายาจะถูกได้อย่างไร?
คีรีมายา /  บุกรุกที่ดิน / 

ชูวิทย์ซัด กฎหมายฉบับเดียวกัน โบนันซ่าผิด คีรีมายา เอาที่ดินของเกษตรกรผู้ยากไร้ ไปทำสนามกอล์ฟ รีสอร์ท จะถูกได้อย่างไร? วันนี้ (17เม.ย.) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ได้โพสต์ผ่านเพจเฟซบุ๊ค ชูวิทย์ I′m No.5 ได้มีการโพสต์ถึงกรณีการถือครองเอกสารสิทธิ์ที่ดินของบุคคลบางกลุ่ม ที่อาจเข้าข่ายบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ระบุว่า การตรวจสอบสมบัติของชาติ ผืนป่า ทรัพยากร มีความซับซ้อนอยู่ที่ คุณสมบัติและวัตถุประสงค์ เพราะคำว่า "เกษตรกร" กับ "นายทุน" เปิดพจนานุกรมเล่มไหนก็มีความหมายแตกต่างกันลิบลับ ส่วนวัตถุประสงค์ของที่ดิน กฎหมายยังกำหนดให้เกษตรกรยากจนทำกิน ไม่ได้ให้นายทุนเอาไปทำธุรกิจต่อความรวย แล้วทำตัวกร่างท้าทาย เมื่อ "โบนันซ่า" เอาผืนป่าไปทำสนามแข่งรถแล้วถูกดำเนินคดี แล้ว "คีรีมายา" เอาที่ดินของเกษตรกรผู้ยากไร้ ไปทำสนามกอล์ฟ รีสอร์ท จะถูกได้อย่างไร? กฎหมายก็ฉบับเดียวกัน ใช้กับคนไทยทุกผู้ทุกคน ไม่ว่าสีไหน รวยหรือจน ถึงจะเกลียดผม อยากสาปแช่งให้ตายโหง แต่เมื่อผมพูดเป็นประโยชน์ ก็อย่าดัดจริตแบ่งเขาแบ่งเรานักเลย MThai News

ช่วยกันสนับสนุน! ชื่นชม น้องอาร์ม ขายหนังสือหาเงินเรียน
ขายหนังสือ /  น้องอาร์ม / 

ช่วยกันสนับสนุน! ชื่นชม น้องอาร์ม ขายหนังสือหาเงินเรียน ชาวสังคมออนไลน์ชื่นชมเด็กใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ในการช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของพ่อแม่ โดยได้มีการแชร์เรื่องราวของน้องอาร์ม เด็กนักเรียนที่ตระเวนขายหนังสืออ่านนอกเวลาตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งเรื่องนี้ถูกเผยแพร่โดยสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อคุณ Wanicha Watanawanichkorn ได้โพสต์ภาพและข้อความระบุว่า น้องชื่อน้องอาร์ม เรียนโรงเรียนวัดสังเวช แถวบางลำพู เราเจอน้องที่ กรมการขนส่งทางบก จตุจักร น้องมาขายหนังสืออ่านเล่นนอกเวลา เพื่อการศึกษาตัวเอง น้องบอกว่าแม่ตอนนี้ ขายข้าวแกง ไอเดียที่มาขายหนังสือได้จากแม่เพื่อน ตนช่วยซื้อด้วยความหวังดี ไม่ได้คิดมากอะไร น้องอาร์มขายหนังสือตามราคาปก หนังสือเช่น พจนานุกรม หนังสือนิทานอีสป หนังสือธรรมมะ เป็นต้น "ใครเจอน้องก็ช่วยซื้อบ้างนะคะ เราบอกว่าเอาเงินไปเรียนนะ อย่าเอาเงินไปเล่นเกมส์ น้องก็ครับ ยิ้ม และไหว้ " ทั้งนี้เรื่องราวดังกล่าวชาวสังคมออนไลน์ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นชื่นชมและเป็นกำลังใจให้น้องอาร์ม และมองว่าเป็นเด็กที่ขยัน รู้จักคิดใช้เวลาเป็นประโยชน์กว่าเด็กคนอื่น ขอบคุณภาพจากสมาชิกเฟซบุ๊ค Wanicha Watanawanichkorn MThai News

Beat stress at work เอาชนะความเครียดในที่ทำงาน
work /  ความเครียด / 

ใครไม่อยากเป็น Office Syndrome ต้องรู้จักวิธีการบริหารจัดการความเครียดในที่ทำงาน เพื่อให้เราสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มาดูกันว่าคุณสามารถเอาชนะความเครียดที่มักตอแยและระรานคุณในที่ทำงานได้อย่างไร • ดื่มน้ำอุ่น เข้าใจว่าอยู่ในเมืองร้อน แต่ไหนๆ ลมหนาวก็เริ่มโชยมาแล้ว ก็ลองหัดดื่มน้ำอุ่นกันดูบ้าง เพราะมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพหลายประการ ทั้งการช่วยขับสารพิษที่สะสมในร่างกาย อันจะเป็นเหตุให้เกิดการปวดเมื่อยเนื้อตัว ปวดหัว เจ็บตามส่วนต่างๆ ที่สำคัญน้ำอุ่นยังช่วยระบบย่อยอาหารให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และที่สำคัญสำหรับคุณสาวๆ การดื่มน้ำอุ่นช่วยให้ผิวหนังชุ่มชื้น ลดรอยเหี่ยวย่นอีกต่างหาก จะมัวแต่หวังพึ่งครีมราคาแพงก็คงช่วยอะไรไม่ได้มากเท่ากับการดูแลสุขภาพจากภายใน • กรี๊ดได้ก็กรี๊ด เมื่อเกิดความเครียดขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นความเครียดสะสมจากการไม่ถูกชะตากับเพื่อนร่วมงานที่ต้องนั่เผชิญหน้ากันทุกวัน หรือเป็นความเครียดแบบปัจจุบันทันด่วน เพราะไม่สบอารมณ์ที่บริษัทเพิ่งติดประกาศว่าไม่มีนโยบายขึ้นเงินเดือนให้ในปีหน้า หรือเครียดหนักเมื่ออินเตอร์เน็ตที่ออฟฟิศล่มมาครึ่งค่อนวัน ทำให้ทำงานส่งลูกค้าไม่ทัน ก็จงอย่าอัดอั้น หัดพูดออกมาดังๆ บ้างเพื่อเป็นการระบาย การกรี๊ดหรือร้องตะโกนในห้องน้ำ (ช่วงปลอดคน) จะทำให้คุณรู้สึกโล่งขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ • ยืดเส้นยืดสาย การยืดกล้ามเนื้อแบบง่าย ๆ ที่โต๊ะทำงาน ก็ช่วยให้ร่างกายเราผ่อนคลายได้ เช่น การหมุนคอ การยักไหล่หมุนไหล่ การไขว้และบิดแขน เป็นต้น การเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ ย่อมดีกว่าการนั่งหลังขดหลังแข็งเป็นเวลานาน อ้อ! ที่สำคัญ สำหรับสาวๆ ทั้งหลายไม่ควรนั่งไขว่ห้างทำงานนานๆ เข้าใจว่าเป็นท่านั่งที่สวยและอาจจะเคยชิน แต่การไขว่ห้างเป็นท่านั่งที่ต้องเทน้ำหนักไปด้านใดด้านหนึ่งซ้ำๆ เป็นเวลานานๆ ดังนั้นระหว่างที่นั่งไขว่ห้างเส้นเลือดใหญ่ที่ต้นขาทั้งสองจะถูกแรงของขาทั้งสองข้างบีบเอาไว้ ทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น เพราะต้องสูบฉีดเลือดให้ร่างกายลำเลียงไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ให้ทั่วถึง • วางท่วงท่าให้เหมาะสม ควรวางแขนขนานราบกับพื้น แป้นพิมพ์อยู่ในระดับต่ำกว่าข้อศอกเล็กน้อย ทำให้ไม่รู้สึกเมื่อย นั่งหลังตรง หน้าจออยู่ระดับสายตาหรือต่ำกว่าระดับสายตา 10-20 องศา ทำให้ไม่เงยหน้าหรือก้มหน้าจนเกินไป ที่สำคัญอย่านั่งไหล่ห่อ หลังค่อม เพราะนอกจากจะเสียบุคลิกภาพแล้วยังจะทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อได้ • ละสายตาจากหน้าจอคอมฯ ทุกๆ 20 นาที ควรคลายกล้ามเนื้อสายตาด้วยการมองไกลๆ ราว 20 วินาที และเวลาที่ใช้คอมพิวเตอร์เราจะกะพริบตาน้อยลงกว่าปกติ 5 เท่า ทำให้เกิดอาการตาแห้งได้ ทางแก้คือการใช้น้ำตาเทียม นอกจากนี้การหลับตาเพียง 5-10 วินาที ก็นับเป็นการพักระหว่างการทำงานที่ดี • ปิดคอมฯ เมื่อไม่ใช้งาน ควรปิดเครื่องคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊กทุกครั้งที่ไม่ได้ใช้งาน เพื่อลดระยะเวลาในการรับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง และความเครียด • อย่ากินจุบจิบ อย่าให้การทำงานในออฟฟิศที่ต้องนั่งจมจ่อมอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ กลายเป็นเครื่องสังหารที่ทำให้คุณอ้วนเบอะบะโดยไม่รู้ตัว ด้วยการทานนั่นทานนี่ตลอดทั้งวัน โปรดบอกลาลูกอม และขนมหวานต่างๆ เสียตั้งแต่วันนี้ หรือหากอยากกินของหวานแก้เครียด ขอแนะนำว่าแทนที่จะซัดของหวานชามโต ก็เปลี่ยนมาเป็นละเลียดไอศกรีมถ้วยเล็กๆ จะดีกว่า • ออกไปเดินเล่นบ้าง การได้ออกไปสูดอากาศในตอนกลางวันเพียงไม่กี่นาที ก็สามารถช่วยลดความเครียด หรือความวิตกกังวลได้ แทนที่จะอุดอู้อยู่กับห้องแอร์ทั้งวัน • ใช้สิทธิ์พักร้อนให้เต็มที่ คำว่า Vacation ไม่ได้ถูกบัญญัติไว้เฉพาะในพจนานุกรม หรือเขียนไว้ในระเบียบข้อบังคับของบริษัทเท่านั้น กรุณานำมาใช้ในชีวิตจริงด้วย อย่าบ้างานจนปล่อยให้ร่างกายและจิตใจทรุดโทรม แล้วอ้างว่าไม่มีเวลาชาร์จแบตฯ เพราะคุณประโยชน์ของการพักร้อน คือ การที่คุณจะได้พักผ่อนจริงๆ เป็นการหลีกหนีจากงานชั่วขณะ เพื่อเติมพลังชีวิตให้สามารถกลับมาสะสางภาระหน้าที่ต่างๆ ต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญเพื่อให้คุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ พึงระลึกไว้เสมอว่า ‘Work Smarter, Not Harder’ เพราะหมดยุคหมดสมัยที่จะมาตรากตรำทำงานหนักกันแล้ว ยุคนี้เป็นโอกาสของคนที่รู้จักหาหนทางในการทำงานอย่างชาญฉลาดต่างหาก ทำงานหนักใช่ว่าจะทำให้ได้ผลงานที่ดี แต่ทำงานอย่างฉลาดต่างหากที่จะให้ผลงานที่น่าชื่นชม

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก : 6 นาที 2 เม็ด! เรือใบ ปล่อยสึนามิซัด สิงห์ผยอง ท้ายเกมแบบสุดช้ำ 2-0
คีแรน ริชาร์ดสัน /  ชาร์ลส เอ็นซ็อกเบีย / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 4 ตุลาคม 2557 แอสตัน วิลล่า 0-2 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รายชื่อคนทำประตู : 0-1 ยาย่า ตูเร่ น.82, 0-2 เซร์คิโอ อเกวโร่ น.88 เวลา : 23.30 น. สนาม : วิลล่า ปาร์ค ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 5 ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก นัดสุดท้ายของค่ำคืนวันเสาร์ แอสตัน วิลล่า เปิดรัง วิลล่า ปาร์ค รับการมาเยือนของแชมป์เก่าอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ น่าสนใจว่าเจ้าบ้านจะรับเมือยังไงหลังจากพวกเขาฟาดแข้งกับ บิ๊กทีม มาตลอด 3 เกมในลีก ไม่ว่าจะเป็น ลิเวอร์พูล, อาร์เซน่อล, เชลซี และวันนี้จะเจอกับ แมนฯ ซิตี้ ต้องมาดูว่างานนี้ ลูกทีมของ พอล แลมเบิร์ต(แอสตัน วิลล่า) และมานูเอล เปเยกรินี่(แมนฯ ซิตี้) จะทำได้ดีแค่ไหน เริ่มเกมได้ 5 นาที บอลยังอยู่บริเวณกลางสนามซะส่วนใหญ่ แต่เป็นทางฝั่งทีมเยือนที่ดูจะมีลูกล่อลกชนมากกว่า นาที 11 เรือใบสีฟ้า เกือบขึ้นนำจากลูกยิงของ กุน อเกวโล่ ได้ยิงแต่ไปติดบล็อค บอลหลุดมาถึง อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ ได้หวดด้วยซ้ายเต็มแข้งบอลพุ่งชนเสาออกหลังไปแบบหวุดหวิด ผ่านมาถึง นาที 17 แมนฯ ซิตี้ เอาบอลมาครองได้เกือบทั้งหมดและค่อยๆต่อเกมกันขึ้นไป โดย "สิงห์ผยอง" ลงไปรับกันลึกและรอสวนกลับจากบรรดาแนวรุกคความเร็วสูง นาที 22 เจ้าบ้านเกือบขึ้นนำ! ชาร์ลส เอ็นซ็อกเบีย ได้ลุยสวนขึ้นมาก่อนจะเปิดตัดไปให้ อันเดรียส ไวมันน์ โฉบเข้ามาจับบอลในกรอบเขตโทษ แต่สุดท้ายบอลแรงจนหลุดไปถึงมือ โจ ฮาร์ท อย่างน่าเสียดาย นาที 28 "เรือใบสีฟ้า" โหมบุกใส่ทางเจ้าบ้านจนแทบไม่ได้หายใจ จังหวะนี้เป็นทาง โคลารอฟ บรรจงเปิดเข้ากรอบเขตโทษให้ อเกวโร่ สบัดหัวโขกไปทางเสาสอง แบร็ด กูซาน หมดสิทธิเซฟไปแล้ว แต่บอลดันหลุดออกหลังไป นาที 34 แมนฯ ซิตี้ พลาดโอกาสขึ้นนำแบบเหลือเชื่อ หลังจากที่ ซาบาเลต้า ลุยขึ้นมาทางขวาก่อนตัดเข้ากลางให้ เซโก้ อย่างสวย แต่จังหวะจบดันยิงสอยนกตายห้าตัว นาที 41 แมนฯ ซิตี้ ไม่ได้ประตูขึ้นนำอีกแล้ว และเป็นทาง เอดิน เซโก้ คนเดิมที่ล็อกซ้าย,ขวาจนช้า สุดท้ายจะยิงก็โดนบล็อคผู้เล่น วิลล่า ตามมาสกัดไว้ได้ทัน นาที 45 "เรือใบสีฟ้า" บุกขึ้นมาอีกชุด ครั้งนี้เป็น เจมส์ มิลเนอร์ ได้กดด้วยซ้าย บอลแฉลบแนวรับ "สิงห์ผยอง" ชนหน้าต่างออกไป ผู้ตัดสินเวลาบาดเจ็บ 1 นาที ทีมเยือนระดมยิงเจ้าบ้านอย่างต่อเนื่องแต่สุดท้ายทำอะไรกันไม่ได้ จบครึ่งแรก แอสตัน วิลล่า อาศัยความเหนีวยันเจ๊า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้สำเร็จ 0-0 เริ่มครึ่งหลังมาไม่ทันไรเผ็ดร้อนทันที เป็นจังหวะของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลุดเดี่ยวแต่ดันซัดไปชนเสา หลังจากนั้น "สิงห์ผยอง" รีบโต้กลับเร็ว บอลหลุดไปถึง คีแรน ริชาร์ดสัน เข้าไปในกรอบเขตโทษ แต่จังหวะง้างเท้า ปาโบล ซาบาเลต้า สอดตัวเข้ามาบล็อคช่วยทีมเอาไว้ได้ นาที 51 แมนฯ ซิตี้ เริ่มตั้งตัวได้ คราวนี้ โคลารอฟ ดันขึ้นสูง ก่อนจะเปิดยัดเข้ามาในกรอบเขตโทษ บอลเกือบหลุดเข้าเสาสอง แต่โชคไม่ดีที่น้ำหนักขาดไปนิด สุดท้ายก็หลุดออกหลังไป นาที 56 ทางฝั่งทีมเยือนจำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเป็นคนแรก หลังจาก แฟร์นานดินโญ่ ได้รับบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว และส่ง แฟร้งค์ แลมพาร์ด ลงมาแทน นาที 61 แอสตัน วิลล่า เปลี่ยนตัวโดยการถอด อันเดรียส ไวมันน์ ออกไปพักและส่ง คริสเตียน เบนเตเก้ ที่เพิ่งกลับมาหลังหายหน้าไปกับอาการบาดเจ็บร่วมครึ่งปี ลงสนามในแมตช์นี้เป็นครั้งแรก ผ่านไปถึงนาที 70 แมนฯ ซิตี้ โอกาสลุ้นประตูแบบสมควรจะได้หลายครั้ง แต่จังหวะจบยังไร้คำว่าเฉียบขาดในพจนานุกรม GOAL!นาที 82 ยาย่า ตูเร่ ครองบอลหน้ากรอบเขตโทษก่อนตัดสินใจแปรยัดบอลมุดก้นตาข่ายอย่างสวยงาม ช่วยให้ "เรือใบสีฟ้า" ปลดล็อคขึ้นนำ "สิงห์ผยอง" ไปแล้ว 1-0 นาที 84 ดาบิด ซิลบา ถูกเปลี่ยนตัวออก และส่ง เฆซุส นาบาส ลงมาแทน GOAL! นาที 88 หลังจากที่ขึ้นนำ เรือใบสีฟ้า ยังไม่เพลาเกมบุก ไล่นวด วิลล่า ไปเรื่อนจนถึงจังหวะ เซร์คิโอ อเกวโร่ คลึงบอลนิดๆ ก่อนจะซัดเต็มข้อเข้ามุมไปอย่างเวิล์ดคลาส ช่วยให้ทีมตอกฝาโรงเจ้าบ้านเป็น 2-0 นาที 90 ทดเจ็บ 4 นาที เวลาที่ทำอะไรกันไม่ได้ สุดท้ายแชมป์เก่า เชือดท้ายเกมเจ้าบ้าน วิลล่า ไป 2-0 เก็บ 3 แต้มได้ตามเป้า รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม แอสตัน วิลล่า : แบร็ด กูซาน, อลัน ฮัตตัน, นาธาน เบเกอร์, ฟิลิปป์ เซนเดอรอส, อาลี ซิสโซโก้, แอชลี่ย์ เวสต์วู้ด, ฟาเบียง เดล์ฟ, ทอม เคลเวอร์ลี่ย์, คีแรน ริชาร์ดสัน, ชาร์ลส เอ็นซ็อกเบีย, อันเดรียส ไวมันน์ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท, ปาโบล ซาบาเลต้า, แวงซ็อง ก็องปานี, อีเลียกิม ม็องกาล่า, อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ, เจมส์ มิลเนอร์, แฟร์นานดินโญ่, ยาย่า ตูเร่, ดาบิด ซิลบา, เอดิน เซโก้, เซร์คิโอ อเกวโร่

เมื่อลูกศิษย์อยากเล่าความประทับใจถึงครู
เรื่องน่ารู้

วันนี้ทีนเอ็มไทย นำเรื่องราวน่ารักๆ ระหว่างลูกศิษย์กับครู มาฝากกันค่ะ จะเป็นอย่างไร เมื่อลูกศิษย์อยากเล่าความประทับใจถึงครู ที่คอยสั่งสอน จ้ำจี้จ้ำไชให้พวกเขาดีขึ้น และเชื่อว่าทั้ง 8 เรื่องต่อไปนี้จะต้องตรงกับเพื่อนๆ หลายคนแน่นอน แต่จะมีเรื่องราวอะไรบ้าง มาติดตามพร้อมๆ กันเลยค่ะ...  เมื่อลูกศิษย์อยากเล่าความประทับใจถึงครู 1. The Transformer เมื่อตอนที่ฉันเรียนไฮสคูล คุณครู Caryl Gatzlaff คือคนที่เปลี่ยนสไตล์การเรียนให้ฉัน จากเมื่อก่อนการเขียนของฉันแย่มาก แต่ก็ได้คุณครูที่คอยจ้ำจี้จ้ำไชให้ จนทุกวันนี้สไตล์การเขียนของฉันดีกว่าเมื่อก่อนมาก —Candace Lowry  2. The Life Coach คุณครู Gould เป็นคุณครูเมื่อสมัยที่ฉันยังเรียนมัธยมต้น คุณครูไม่เพียงแต่สอนความรู้ให้ห้องเรียน แต่คุณครูสอนการใช้ชีวิตให้กับฉัน เช่น ให้ถอดแว่นดำเวลาคุยกับผู้อื่น ตอนนั้นมันอาจจะดูน่าเบื่อ แต่มาตอนนี้ฉันรู้แล้วว่า คุณครูเป็นมากกว่าผู้ให้ความรู้จริงๆ—Kasia Galazka 3. The Idiom Idol ฉันย้ายมาอยู่ที่สหรัฐอเมริกา โดยอยู่ที่เมืองเล็กๆใน Tennessee ตอนอายุได้ 11 ขวบ ตอนนั้นฉันพูดภาษาอังกฤษไม่เก่ง แต่ก็มีความอยากที่เรียนฝึก ก็ได้คุณครู Jones ที่ทำให้ฉันกลายเป็นคนอเมริกันอย่างแท้จริง เพราะเธอมักจะสอนสุภาษิตใหม่ๆ ที่ฉันไม่รู้จักอยู่เสมอ —Senka Hadzimuratovic 4. The Buddy Abroad ฉันเคยได้ไปเรียนต่างประเทศที่เยอรมนี ที่เมือง Heidelberg ตอนนั้นฉันแทบจะไม่มีเพื่อน ไม่รู้จักใคร แต่ก็มีคุณครู Frau Wuttke ที่เป็นมากกว่าคุณครู เพราะครูคอยให้คำปรึกษาต่างๆ พาไปเที่ยว พาไปกินข้าว คุณครูเปรียบเสมือนเพื่อนชาวต่างชาติที่สนิทที่สุดของฉันเลยหล่ะ —Candace Lowry 5. The Tumbler คุณครู Koehnemann เป็นครูที่ฉันรักที่สุดในชีวิต เธอจะสร้างสีสันให้กับห้องเรียนด้วยรอยยิ้มของเธอ เธอสอนเด็กนักเรียนในชั้น ป.4 ของเธอทุกคนด้วยความรัก ราวกับว่าเด็กทุกคนคือคนที่สำคัญที่สุดของเธอ และคุณครูเป็นคนที่ไม่ชอบความรู้สึกเวลาจามไม่ออก และเมื่อไหร่ที่เธอจากได้ เธอก็จะดีใจสุดขีด และเด็กนักเรียนก็จะพากันดีใจไปกับคุณครู ความทรงจำดีๆแบบนั้นฉันจะไม่ลืมเลย —Maycie Thornton 6. The Tireless Tutor เมื่อตอนที่ฉันอยู่ ป.3 คุณครู Warter เป็นคุณครูคอยเอาใจใส่เด็กๆนักเรียนดีมาก เธอยอมที่จะสละเวลาว่างของเธอ เพื่อที่จะสอนเด็กนักเรียนที่ไม่เข้าใจนอกเวลาเรียน และเธอยังเป็นคนที่สอนให้ฉันลบคำว่า “ทำไม่ได้” ออกจากพจนานุกรมส่วนตัวของฉันอีกด้วย—Deena Shanker 7. The Encourager คุณครู Hardisty เป็นคุณครูชั้น ป.5 ของฉัน ที่เคยบอกฉันว่าฉันเป็นผู้เขียนที่ดี และยังเป็นผู้อ่านที่ดี เธอเป็นคนที่ทำให้ฉันค้นพบตัวเองว่าฉันมีความสามารถอะไร ครูคือคนที่ทำให้ฉันกลายมาเป็นฉันในวันนี้ได้—Chelsea Marshall 8. The Reassurer เมื่อตอนที่ฉันเรียนในระดับวิทยาลัย ฉันเป็นคนที่ไม่มีความมั่นใจเอาเสียเลย แต่ความคิดนั้นก็เปลี่ยนไปเมื่อฉันเรียนกับคุณครูคนหนึ่ง เธอคอบบอกฉันเสมอว่าฉันเป็นคนที่ฉลาด ฉันสามารถที่จะทำอะไรได้หลายๆอย่าง จนทำให้ฉันกลายเป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเองแบบทุกวันนี้—Deena Shanker ว้าวววว เห็นแบบนี้แล้ว อยากรู้ความรู้สึกของเด็กบ้านเราบ้างจัง ว่าถ้าจะถ่ายทอดถึงครูในดวงใจออกมาเป็นยังไง และเชื่อว่าต้องซึ้งกว่าเมืองนอกแน่นอน... ข้อมูลจาก: BuzzFeed, wegointer

ทิโมธี โดเนอร์ เด็กอเมริกาอัจฉริยะภาษา 23 ภาษา
นักเรียน /  เกร็ดความรู้ / 

ขอต้อนรับสู่ ประชาคมอาเซียน อย่างจริงจังเพราะเราต้องเรียนรู้ให้ทัน ภาษาต่างชาติ ยิ่งรู้เยอะ ยิ่งได้เปรียบ (จริงไหมละ) อย่างเช่น หนุ่มอเมริกา ทิโมธี โดเนอร์?อายุ 17 ปี ที่มีทักษะด้านภาษาขั้นเทพ สามารถคุย พูดได้ถึง 23 ภาษาในเวลาเดียวกัน (บร๊ะจ่าง เขาทำได้ไงนะ) ด้วยการเรียนรู้จาก?หนังสือ ภาพยนตร์ และคอมพิวเตอร์ โดยใช้เวลาเรียนภาษาละไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น !!! ประวัติ ทิโมธี โดเนอร์?เด็กอเมริกาอัจฉริยะภาษา 23 ภาษา ทิโมธี โดเนอร์? อาศัยอยู่ในแมนฮัตตัน?มหานครนิวยอร์ก สหรัฐฯ เรียนรู้ภาษาด้วยตัวเอง จาก?หนังสือต่าง ๆ พจนานุกรม คอมพิวเตอร์ ภาพยนตร์ จากเพื่อน ๆ ของเขา ร้านอาหาร รวมทั้งผู้คนที่สัญจรไปมาบนท้องถนน เด็กอเมริกาอัจฉริยะภาษา 23 ภาษา ภาษาฝรั่งเศส ภาษาอังกฤษ ภาษาเฮาซา ภาษาโวลอฟ ภาษารัสเซีย ภาษาเยอรมัน ภาษายิดดิช ภาษาฮิบรู ภาษาอารบิก ภาษาพาชตู ภาษาฟาร์ซี ภาษาเปอร์เซีย ภาษาจีนกลาง ภาษาตุรกี ภาษาอิตาลี ภาษาอินโดนีเซีย ภาษาดัตช์ ภาษาโคซา (?ภาษาราชการของแอฟริกาใต้ ) ภาษาสวาฮีลี ภาษาฮินดี ภาษาโอจีบวี ภาษาเซอร์เบีย ภาษาสเปน คลิปวิดีโอ เด็กอเมริกาอัจฉริยะภาษา 23 ภาษา?ที่แสดงการพูดถึงภาษาต่อเนื่องของเขาลงในยูทูบ บอกเล่าถึงความสนใจในแต่ละภาษา รวมถึงวิธีการศึกษาบางภาษา และสุดท้ายนี้ทิโมธี เด็กอเมริกาอัจฉริยะภาษา 23 ภาษา?ตั้งใจว่าเขาอยากจะเรียนภาษาซูดาน และภาษามาเลย์ต่อไปด้วย

Haken no Hinkaku EP1-1
Haken /  no / 

Haken no Hinkaku EP1-1 โอมาเอะ ฮารุโกะ พนักงานชั่วคราวเกรดเอ ผู้ซึ่งไม่เคยยิ้มและไม่ค่อยพูดถ้าไม่จำเป็น และเลิกงานตรงเวลาทุกครั้ง พจนานุกรมของเธอไม่มีคำว่า "เป็นไปไม่ได้" กับคำว่า "ล่วงเวลา" เธอเซ็นสัญญาทำงานในบริษัทต่างๆ มากมาย และหลังจากทำงานที่บริษัทแห่งนั้นครบ 3 เดือน เธอก็จะหายไปอย่างไรร่องรอยเสมอ ฮารุโกะได้เข้ามาทำงานในบริษัท S&F เพื่อช่วยงานแผนกใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวเป็นเวลา 3 เดือน แต่ในความแปลกประหลาดของเธอ ได้แสดงให้เห็นว่าเธอมีความปวดร้าวอยู่ข้างใน ซาโตนากะ เคนสุเกะ ผู้ซึ่งได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้เป็นหัวหน้าแผนกการตลาดที่เพิ่งเพิ่มเข้ามาใหม่ ของบริษัท S&F เนื่องจากบุลลากรในแผนกไม่เพียงพอ เขาประสบกับความยากในการเริ่มต้นแผนกใหม่มาก จนกระทั้ง โอมาเอะ ได้เข้ามาช่วยงานในแผนกของ เคนสุเกะในฐานะ (ฮาเคน) พนักงานชั่วคราว เธอทำงานในแผนกใหม่ของ เคนสุเกะได้อย่างดีเยี่ยม ด้วยความสามารถของเธอ ซีรีส์เรื่องนี้การนำเสนอทัศนะคติที่แตกต่างระหว่าง พนักงานประจำ กับ พนักงานชัวคราว (ฮาเคน) ได้อยางสนุกสนานและให้ข้อคิดได้อย่างดีอีกด้วย

ฌอห์ณ-เอสเธอร์ ว่าไง หมาก ถามเป็นแฟนกันเหรอ??
ฌอห์ณ จินดาโชติ /  เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา / 

เมื่อพระเอกหนุ่ม หมาก ปริญ ผู้มีประสบการณ์พัฒนาคู่จิ้นเป็นคู่จริง เกิดความสงสัยในความสัมพันธ์ของพี่ชายอย่าง ฌอห์ณ จินดาโชติ และนางเอก เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา จึงขอพลีชีพคอมเม้นท์ถามตรงๆ แทนใจติ่งหลายคนว่า "เป็นแฟนกันหรอครับพี่" และคำตอบที่ได้จาก หนุ่มฌอห์น คือ "พี่ก็ตอบเหมือนเดิมแหละว่า เอ็นดู น้อง... :)) ไม่เอาสิ พี่น้องกันเขาไม่แกล้งกันนะ" งานนี้ติ่งฟินไปอีกกกกก!! เพราะคำว่า "เอ็นดู" ตามความหมายพจนานุกรมไทย แปลว่า "มีใจรักใคร่ ปรานี" แบบนี้จะไม่ให้จิ้นได้ไง ชิมิทุกคน!! ขอบคุณภาพจาก IG @seanjindachot, esthersupree และสมาชิกพันทิป Memories In The Rain หมาก ถามรูปคู่ ฌอห์ณ-เอสเธอร์ ฌอห์ณ-เอสเธอร์ ฌอห์ณ-เอสเธอร์ ฌอห์ณ-เอสเธอร์ ฌอห์ณ-เอสเธอร์ ฌอห์ณ-เอสเธอร์

รับน้องได้ แต่ไม่ว้ากได้ไหมพี่  MThai ข่าวภาคซ่าส์
ANTI SOTUS /  Mthaiข่าวภาคซ่าส์ / 

กิจกรรมรับน้องเป็นสิ่งที่นักเรียนนักศึกษาใหม่หลายๆ คนให้ความสนใจและอยากจะเข้าร่วม ในอดีตกิจกรรมนี้คงมีเพียงในรั้วมหาวิทยาลัย แต่ปัจจุบันบางโรงเรียนเองก็มีการจัดกิจกรรมนี้ขึ้นเช่นกัน วัตถุประสงค์หลักๆ คงเป็นเรื่องของการละลายพฤติกรรมให้เหล่านักเรียนนักศึกษาได้ผูกมิตรไมตรีกับเพื่อนใหม่ ที่มาจากต่างที่ต่างสถาบันได้อยู่ร่วมกัน เมื่อยุคสมัยมันเปลี่ยนไปกิจกรรมที่ทางรุ่นพี่ได้จัดเตรียมไว้ให้รุ่นน้องได้ร่วมสนุก บางกิจกรรมดูจะไม่ถูกใจทั้งผู้ร่วมกิจกรรมและผู้ปกครอง MThai ข่าวภาคซ่าส์ วันนี้จะมาพูดถึงประเด็นนี้กัน รับน้องให้อะไร ทำไมต้องมี…? แม้จะมีผู้คนจำนวนไม่น้อยมองว่า กิจกรรมรับน้องไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ และตั้งคำถามว่ามีไปแล้วได้อะไรมันช่วยอะไร? แต่ยังมีผู้คนอีกจำนวนไม่น้อยเห็นว่า กิจกรรมรับน้องเป็นสิ่งมีประโยชน์ ซึ่งกิจกรรมการรับน้องใหม่ ตามพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน นั้นหมายถึง “สิ่งที่นิยมถือประพฤติปฏิบัติสืบ ๆ กันมา จนเป็นแบบแผน ขนบธรรมเนียม หรือจารีตประเพณี” ซึ่งกิจกรรมรับน้องนั้นก็ถือเป็นสิ่งที่มีการสืบทอดต่อ ๆ กันมาจากรุ่นสู่รุ่น อาจเรียกได้ว่ามันคือประเพณีหนึ่งในรั้วมหาวิทยาลัย ผู้จัดกิจกรรมต่างมองว่า หากน้องๆได้เข้าร่วมกิจกรรมจะสามารถละลายพฤติกรรม สร้างความสมัครสมานสามัคคีให้เกิดขึ้นในหมู่คณะ โดยเฉพาะในรั้วมหาวิทยาลัยที่กว้างขวาง มันจะช่วยสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเพื่อน พี่น้อง ที่อยู่ในสถาบันเดียวกัน อีกทั้งยังมองว่า หากไม่มีอาจทำให้นักเรียนนักศึกษาต่างคนต่างอยู่ไม่รักใคร่กัน มีได้แต่ไม่ว้ากได้ไหมหล่ะรุ่นพี่…? ทางกลุ่ม ANTI SOTUS ได้ร่วมกับ สมัชชาเสรีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เชิญร่วมลงชื่อสนับสนุน ยกเลิกการว้ากในกิจกรรมรับน้องประชุมเชียร์ เพื่อนำรายชื่อไปเสนอแก่ ทางมหาวิทยาลัย และ กระทรวงให้พิจารณาต่อ ซึ่งทางกลุ่มมองว่า การที่รุ่นพี่ว้ากรุ่นน้อง เป็นการละเมิดสิทธิขึ้นพื้นฐาน นักศึกษาซึ่งถือเป็นผู้ใหญ่แล้ว ควรมีความเข้าใจและเคารพในหลักการสิทธิมนุษยชน อันมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย อีกทั้งยัง เรียกร้องให้ทางมหาวิทยาลัยออกระเบียบว่า ด้วยการทำกิจกรรมการรับน้อง โดยให้เป็นไปตามกฎระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการและหลักสิทธิมนุษยชน รวมถึงไม่อนุญาตให้มีการรับน้องนอกสถานที่ ทางกลุ่มมองว่า การรับน้องที่รุนแรงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ ไม่ได้ต้องการให้ยกเลิกกิจกรรมแต่อยากให้มีการรับน้องแบบสร้างสรรค์ไม่กระทบต่อชีวิตผู้อื่น โดยเริ่มต้นจาก เลิกว้าก อย่างไรก็ตามกิจกรรมรับน้องในแต่ละสถาบัน จะมีการสอบถามความสมัครใจของผู้เข้าร่วมก่อน โดยมีการทำหนังสือขออนุญาตผู้ปกครอง แต่นักศึกษาใหม่ส่วนใหญ่ก็จะเข้าร่วมทั้งนั้น หากใครไม่เข้าอาจถูกมองว่า น้องคนนี้ไม่เอาระบบ น้องคนนั้นไม่เอารุ่น สิ่งที่จะตามมาสำหรบคนกลุ่มน้อยเหล่านี้ พวกเขาอาจตกเป็น เป้าสายตาถูกวิพากษ์วิจารณ์ และสุดท้ายพวกเขาอาจอยู่ในรั้วโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยไม่ได้ การยกเลิกกิจกรรมอาจไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้อง เพราะพวกเขาอาจแอบไปจัดกิจกรรมกันเอง โดยที่อาจารย์หรือผู้ปกครองไม่รู้ ยิ่งจะควบคุมกันยากเข้าไปอีก หากคงกิจกรรมไว้ก็ควรมีอาจารย์ดูแลและส่งเสริมกิจกรรมสร้างสรรค์ รวมทั้งมีบทลงโทษชัดเจนหากรุ่นพี่ฝ่าฝืนทำกิจกรรมที่รุนแรง MThai News

ศัพท์ใหม่วัยโจ๋ สื่อสารได้ ไม่ทำให้วิบัติ
จุงเบย /  บ่องตง / 

ภาษาไทย ในยุคปัจจุบัน มีแนวโน้มว่าจะมีศัพท์ใหม่เกิดขึ้นมามากมาย เพราะการเปลี่ยนแปลงของภาษา เป็นไปตามกาลเวลา และกระแสของโซเชียลเน็ตเวิร์ค ทำให้บรรดาผู้ใหญ่หลายคน ยังไม่คุ้นหูกับศัพท์ ที่ไม่คาดคิดว่าเกิดขึ้นมาได้อย่างไร โดยวันภาษาไทย ที่เพิ่งจะผ่านพ้นไป ทำให้มีการพิจารณาว่า "การใช้คำศัพท์ใหม่ๆของวัยรุ่นนั้น สามารถยอมรับได้หรือไม่" ซึ่งนายอุดม วิโรตม์สิกขดิตถ์ อุปนายกราชบัณฑิตยสถาน ได้ออกมาระบุว่า คำศัพท์ใหม่วัยรุ่นสามารถนำมาใช้ได้ ถ้าใช้สื่อสารได้เข้าใจ ก็ไม่เป็นปัญหาอะไร เพราะธรรมชาติของภาษานั้นมีการเปลี่ยนแปลงซึ่งเป็นไปตามธรรมชาติ และเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย และที่ผ่านมา ราชบัณฑิตยสถานมีการรวบรวม พจนานุกรมคำใหม่ ทั้งคำศัพท์ใหม่-ศัพท์วัยรุ่น-คำแสลง ซึ่งเป็นคำศัพท์ที่ยังไม่ได้บรรจุอยู่ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 นับ 1,000 คำ เพื่อเป็นแหล่งค้นคว้า และรวบรวมข้อมูลคำใหม่ต่างๆ และบันทึกคำเหล่านี้ไว้เป็นหลักฐานแสดงการเกิด และการเปลี่ยนแปลงของคำที่ใช้ในสังคมไทย ตัวอย่างที่แสดงให้เห็นชัดเจนถึงความเปลี่ยนแปลงของภาษานั่นก็คือ เมื่อย้อนกลับไปดูวรรณกรรมไทยโบราณ ละครย้อนยุค หรือหลักฐานทางวรรณคดีต่างๆ ก็จะพบว่า มีบางคำที่วัยรุ่นไม่คุ้นหูเช่นเดียวกัน และถูกเลิกใช้ไป เป็นความเปลี่ยนแปลงของภาษาทั้งเกิดขึ้นใหม่ และสูญไป เช่นคำว่า ขอรับ(ครับ) อุรา(จิตใจ) แต่สิ่งที่สำคัญก็คือ การใช้คำให้ถูกต้องตามความหมายที่สื่อสาร และการเขียนให้ถูกต้อง แม้ว่าจะเป็นคำใหม่ ก็จะต้องเขียน และอ่านให้ตรงกับหลักภาษาเช่นกัน ฉะนั้นจึงต้องทำความเข้าใจกับศัพท์ใหม่ที่เกิดขึ้น อาทิ จิ้น  หมายถึง จินตนาการ ตัวอย่าง ดาราทั้งสองเป็นคู่จิ้นกัน ฟิน  หมายถึง ที่สุด สุดๆ มาจากภาษาฝรั่งเศส ฟินาเล่ (Finale) และถึงจุดไคลแมกซ์ จุงเบย เพี้ยนมาจากคำว่า จังเลย ตัวอย่างเช่น น่ารักจุงเบย คีบับ มาจากคำว่า คือแบบ บ่องตง มาจากคำว่า บอกตรงๆ อัลไล มาจากคำว่า อะไร แอ๊ว หมายถึง ยั่วยวน จีบ ซั่ม หมายถึง มีเพศสัมพันธ์ โลกสวย หมายถึง ผู้ที่มองในแง่ดีไปทุกเรื่อง ติ่ง หมายถึง แฟนคลับ ผู้คลั่งไคล้ หรา มาจากคำว่า หรือ, เหรอ  เช่น จริงหรือ จิงเหรอ (คนละความหมายกับคำว่า โชว์หรา) หยั่มมา มาจากคำว่า อย่ามา เช่น อย่ามาทำอวดดี เตง หมายถึง ตัวเอง ใช้เรียกกับคนอื่น เช่น ไปทำอะไรมาอ่ะเตง น่ามคาน หมายถึง น่ารำคาญ ฝุดฝุด มาจากคำว่า สุดสุด เมายาคุม ใช้เรียกคนที่มีอาการเบลอ ทำอะไรไม่อยู่กับร่องกับรอย คล้ายกับคำว่า เวิ่นเว้อ ช๊ะ (ใช่ป่ะ) ใช้พูดต่อท้ายประโยค อุต๊ะ คำอุทานมาจากคำว่า อุ้ยตาย อย่างไรก็ตาม คำเหล่านี้ มักจะเกิดมาแล้วหายไปตามกระแส อยู่ได้เพียงไม่นาน แม่ว่าจะไม่ใช่เรื่องผิดในการสื่อสาร แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องคงรักษาภาษาไทยที่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์เอาไว้ ทั้งการพูดในที่ชุมชน การเขียนหนังสือรายงานต่างๆ รวมถึงการสื่อสารกับผู้ที่ไม่คุ้นเคยหรือพูดคุยอย่างเป็นทางการ เพราะภาษาไทย ถือเป็นวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของชาติ ชาวต่างชาติหลายคนก็ให้ความสนใจเรียนภาษาไทยกันมากขึ้น แม้แต่ประเทศเพื่อนบ้านก็หันมาเรียนภาษาไทย จึงควรทำให้ภาษาไทยเข้าใจง่ายและถูกต้อง MThai News

เปิดตำนาน เสี่ยงเซียมซี! ความเชื่อจากจีนสู่ไทยนานกว่า 400 ปี
ดูดวง /  ทำนายโชคชะตา / 

เสี่ยงเซียมซี ตำนานบทกลอนพยากรณ์ ยาวนานกว่า 400 ปี สภาพจอแจภายในบริเวณวัดหรือศาลเจ้า และกลิ่นควันธูปลอยคลุ้งชวนแสบตา เสียงสวดมนต์อธิฐานดังระงมไปทั่วสารทิศ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความตั้งใจที่จะตั้งจิตเพื่อเสี่ยงทายจากการ เสี่ยงเซียมซี ลดน้อยลงไปเลยสักนิด แคร่กๆๆๆๆ เสียงแผ่นไม้กระทบกับกระบอก เป็นเสียงที่หลายท่านคงคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี สองมือพนม เปลือกตาปิดลง ตั้งจิตตั้งใจอธิฐานขอพรสิ่งที่ต้องการ ก่อนลืมตาแล้วเขย่าอย่างเบามือ ปล่อยให้โชคชะตา บุญกรรมที่ทำมาในชาตินี้ ได้ผลักดันผลคำทำนายที่ร้อยเรียงจากตัวหนังสือนับร้อย ให้มีความสละสลวย แต่แฝงไปด้วยความหมาย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานได้ให้ความหมายของเซียมซีว่า คือ ใบทำนายโชคชะตาตามศาลเจ้าหรือวัดมีเลขหมายเทียบกับเลขหมายบนติ้วที่เสี่ยงได้ ส่วนความเชื่อเรื่องของต้นกำเนิดนั้น คาดเดากันว่ามาจากประเทศจีน ซึ่งในสมัยนั้นมีการทำนายโดยผู้รู้อย่างแท้จริง แต่ต่อมาผู้รู้เหล่านี้เริ่มหายากมากขึ้น ประกอบกับศาลเจ้า มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นกว่าแต่ก่อน จึงได้ทำการเขียนคำทำนายเอาไว้บนแผ่นกระจก โดยอาศัยข้อความในคัมภีร์อี้จิงซึ่งมีอยู่ 64 บท เป็นหลักในการทำนาย ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการจัดงานเสี่ยงเซียมซีที่วัดกัลยาณมิตร ฝั่งธนบุรี ซึ่งภายในงานมีใบคำนายเป็นภาษาไทย ถูกเขียนและเรียงไว้บนแผ่นกระจกจำนวน 28 แผ่น ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการมีคำทำนายเซียมซีเป็นภาษาไทยครั้งแรก คำทำนายที่ถูกเรียบเรียงผ่านบทกลอนที่แสนไพเราะนั้น มีความหมายทั้งเรื่องดีและเรื่องไม่ดี หากว่าคุณรู้สึกไม่สบายใจกับคำทำนาย ก็สามารถเก็บกระดาษใบนั้นคืนไว้ที่วัดหรือใต้ต้นไม้ใหญ่ก็ได้ เปรียบเสมือนการทิ้งสิ่งไม่ดีไว้ที่วัด เรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

ภาพสุดซึ้ง! บัณฑิตสาวถือภาพพ่อแม่ผู้ล่วงลับ ในวันแห่งความสำเร็จ
ถือภาพพ่อแม่ /  ถ่ายชุดครุย / 

ภาพสุดซึ้ง! บัณฑิตสาวถือภาพพ่อแม่ผู้ล่วงลับ ในวันแห่งความสำเร็จ วันนี้(18 พ.ย.) บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพของบัณฑิตสาวป้ายแดงจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ซึ่งถือภาพของพ่อแม่ที่ล่วงลับไปแล้วร่วมถ่ายกับชุดครุยปริญญา โดยบัณฑิตสาวที่อยู่ในภาพคือ น.ส.พรพัสนันท์ ชัยสิทธิ์ปรุ หรือเกมส์ บัณฑิตสาขาวิชาวิศวกรรมอากาศยาน ซึ่งในภาพของแม่ระบุวันเสียชีวิต 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ก่อนหน้าวันรับปริญญาไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น โดยภาพดังกล่าวสร้างความซาบซึ้งให้กับคนบนโลกสังคมออนไลน์เป็นอย่างมาก โดยหลายคนได้เข้าไปให้กำลังใจบัณฑิตสาวและเชื่อว่าพ่อแม่ของน้องเกมส์ อาจจะรับรู้ได้และคงภาคภูมิใจกับวันแห่งความสำเร็จนี้ "...ความคาดหวังของพ่อแม่ คือ ความสำเร็จของลูก หลับให้สบายนะจ้ะ "ไม่มีคำว่าสายเกินไป ในพจนานุกรมของคนที่มีความพยายาม" รักและคิดถึงตลอดไป ความตั้งใจแรกเมื่อครั้งเป็นลูกเครื่องกลบูมให้พี่บัณฑิต วันไหนเกมส์เป็นบัณฑิตเกมส์จะพาพ่อกับแม่เข้าวงบูมและกราบ3ครั้ง วันนี้เกมส์ทำตามสัญญาแล้วนะ..." พรพัสนันท์ ชัยสิทธิ์ปรุ ขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก Pornpassanan Chaiyasitpru MThai News ข่าวที่เกี่ยวข้อง สำรวจ ค่าใช่จ่ายงานรับปริญญา เสียตังค์กันไปเท่าไร ? 5 ทรงผมรับปริญญา สวย เฉิดฉาย มั่นใจสุดๆ มาดูดารารับปริญญากัน (แอบดูทรงผมไปด้วย)

วิธีเล่นตุ๊กตาเฟอร์บี้ Furby
Furby /  ตุ๊กตาเฟอร์บี้

ตุ๊กตาเฟอร์บี้ ลองย้อนกลับไปสมันเด็กๆกันหน่อย เพื่อนๆบางคนก็คงจะเคยได้เล่นเจ้าตุ๊กตาขนฟูสุดน่ารัก อย่าง ตุ๊กตาเฟอร์บี้ Furby กันแน่ๆ มันเปรียบเสมือนเพื่อน สัตว์เลี้ยงของเรา เราสามารถคุยกับมัน เล่น และร้องเต้นไปกับมันได้ น่ารักจริงๆ ^^ และในปีนี้ ตุ๊กตาเฟอร์บี้ Furby ได้กลับมาสร้างความน่ารัก สนุกสนานให้เพื่อนๆได้เล่นกันอีกแล้วคะ แถมลูกเล่นของมันนั้นสุดยอดและทันสมัย เหมาะกับเด็กวัยรุ่นสมัยนี้จริงๆ!!! ... ข้อมูล/เรียบเรียง teen.mthai วิธีเล่นเฟอร์บี้ ตุ๊กตาเฟอร์บี้ Furby ตุ๊กตาเฟอร์บี้ Furby มาจากไหน? ตุ๊กตาเฟอร์บี้ Furby มีถิ่นกำเนิดมาจากเกาะเฟอร์บี้ ซึ่งมีครอบครัวหนึ่งไปค้นพบเฟอร์บี้ 2 ตัวที่มีชื่อว่า อี-โล และ อี-ไฮ เข้า และเมื่อครอบครัวนั้นต้องเดินทางเพื่อผจญภัยต่อไป พวกเขาก็ตัดสินใจพา อี-โล และ อี-ไฮ ไปด้วยเพื่ออกค้นหาเฟอร์บี้ ตัวอื่นๆต่อไป การกำเนิด ตุ๊กตาเฟอร์บี้ Furby ตอนที่เจ้าตุ๊กตาแก้มยุ้ย ขี้เล่น ขนฟูตัวนี้ออกสู่สายตาชาวโลกในปี 2541 สีของ ตุ๊กตาเฟอร์บี้ Furby โดยมีสีขาว สีดำกับสีขาว สีเทากับสีชมพู สีน้ำตาลกับสีชมพู มันก็สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นของเล่นขายดีที่สร้างยอดจำหน่ายได้ถึง 40 ล้านตัวทั่วโลก วิวัฒนาการใหม่ ตุ๊กตาเฟอร์บี้ Furby เพื่อให้กลายเป็นเพื่อนซี้ (นูล่า) ของทุกคน ลองจินตนาการดูว่าจะดีแค่ไหนถ้าคุณมีเพื่อนที่ทำทุกอย่างที่คุณชอบ ในเวลาที่คุณชอบ ไม่ว่าจะเป็นร้องเพลง เต้นรำ เล่นเกม เล่าเรื่องตลก หรือแม้แต่สอนภาษาใหม่ๆ ให้คุณ นี่คือสุดยอดของความล้ำสมัยของเทคโนโลยี ตุ๊กตาเฟอร์บี้ มีหน่วยความจำขนาด 500 KB ที่ให้ชีวิตแก่เฟอร์บี้ จะว่าไปแล้วเฟอร์บี้มันดูล้ำยุคมากซะจนเราลืมไปว่ามันคือของเล่น ในปีนี้ 2012-2013 มันมีหน่วยความจำที่มากกว่าเก่าถึง 6 เท่า มีวิวัฒนาการที่ล้ำหน้าไปมาก เจ้าเฟอร์บี้พร้อมที่จะสร้างปรากฏการณ์อีกครั้งในฐานะเพื่อนคู่ใจเด็กๆที่หลงไหลของเล่นไฮเทคทั้งหลาย ตุ๊กตาเฟอร์บี้ เป็นของเล่นชนิดแรกที่ใช้เทคโนโลยี Emoto-Tronics เพื่อช่วยทำให้การขยับเขยื่อนหรือแสดงอารมณ์บนใบหน้าและท่าทางดูสมจริง ไม่ว่าจะเป็นริมฝีปาก หูและขนตาที่ขยับได้ ช่วยให้มันหัวเราะ ยิ้ม ทำหน้าเศร้า หาวนอน หรือแม้แต่อาการน่าเกลียดน่ากลัว อาการกลัวและเบื่อ ท่าทางที่เหมือนจริงของ ตุ๊กตาเฟอร์บี้ ทำได้ด้วยเซ็นเซอร์สัมผัส 3 ตัว และการจดจำเสียงที่มาจากชิปคอมพิวเตอร์หลายตัวรวมไปถึงชิปแบบ 14 เมกกาเฮิร์ทซ์ และมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ลองจั๊กจี๊ที่ท้องมันก็จะหัวเราะ และถ้าลูบหลังมันก็จะส่งเสียงมีความสุข มันจะเคี้ยวอาหารเมื่อหิว และจะบอกให้เราทราบว่าเมื่อไรมันถึงจะอิ่ม วิธีเล่นเฟอร์บี้ ตุ๊กตาเฟอร์บี้ Furby และการจดจำเสียง ตุ๊กตาเฟอร์บี้ สามารถรับรู้เฟอร์บี้ตัวอื่นได้ สามารถคุยกับเฟอร์บี้ด้วยกันเองได้ และมันก็ฉลาดมากด้วยที่สามารถพูดได้หลายร้อยคำหลายร้อยวลีทั้งในภาษาเฟอร์บีส ซึ่งเป็นภาษาของมันเอง (เฟอร์บี้จะพูดคุยภาษา Furbish กัน) และภาษาอังกฤษ ยิ่งพูดภาษาเฟอร์บีสกับมันมากเท่าไร มันก็จะพูดกลับมาเป็นภาษาอังกฤษมากเท่านั้น วิธีนี้ทำให้เด็กๆได้เรียนรู้ภาษาของมัน โดยมีพจนานุกรม เฟอร์บีส/อังกฤษ และ อังกฤษ/เฟอร์บีส ให้ด้วย การจดจำเสียงได้หมายความว่าเฟอร์บี้มันจะฟังที่เราพูด และตอบสนองตามอารมณ์ของมัน ถ้าให้มันเล่าอะไรให้ฟังมันก็จะเล่าเรื่องชีวิตของมันสมัยที่อยู่บนเกาะโนนามี ถ้าจะเอาเสียงหัวเราะ เฟอร์บี้ก็เล่นมุข น็อกๆ เคาะประตูบ้านได้ หรือถ้าอยากเล่นเกมส์ มันก็สามารถท้าเราเล่นเกมไฟแดงไฟเขียวได้ นั่นคือเฟอร์บี้จะนับ 1 ถึง 10 ในขณะที่เราเดินหนี จากนั้นเราต้องกลับมาให้ใกล้มันมากที่สุดเพื่อจั๊กจี๊พุงมันให้ได้โดยที่ไม่ถูกจับได้ ในขณะที่มันลืมตาและหลับตา มันทำได้ทุกอย่างจริงๆ ไม่ว่าจะร้องเพลง หรือเต้นรำ ปีนี้ลุ๊คใหม่!! ตุ๊กตาเฟอร์บี้ Furby พร้อมเทคโนโลยีการควบคุมสุดล้ำในระบบ iOS The Verge ได้ทำการรายงานว่า ตุ๊กตาเฟอร์บี้ Furby ตัวล่าสุดนี้มาพร้อมกับนวัตกรรมทางด้านเทคโนโลยีครั้งสำคัญ เพื่อให้สอดคล้องกับความก้าวล้ำของยุคสมาร์ทโฟน โดยจุดเด่นของ ตุ๊กตาเฟอร์บี้ อยู่ที่ดวงตากลมโตที่ใช้สื่ออารมณ์ในเวลาโกรธ ดีใจ หรือแม้กระทั่งไร้เดียงสา ด้วยไฟหน้าจอ LCD และตัวรับสัญญาณอินฟราเรดบนหน้าผาก เฟอร์บี้เว่อร์ชั่นใหม่นี้ยังคงความน่ารักไม่ต่างจากรุ่นที่ผ่านมาทั้ง ความสามารถในการร้องเพลง การเต้นรำ สนทนากับเจ้าเฟอร์บี้ตัวอื่น ขนฟูฟ่องของมันยังถูกปกคลุมด้วยขนนีออน หางหนานุ่ม มีใบหูและเท้าเป็นพลาสติก พร้อมจะงอยปากที่ขยับเปิดปิดและลิ้นไว้รับรู้รสในการป้อนอาหาร แน่นอนว่ามีแอพพลิเคชั่นให้ดาว์นโหลดฟรีในระบบ iOS ตุ๊กตาเฟอร์บี้ Furby การเล่นผ่าน Application บน iphone, ipad, ipod touch, android เฟอร์บี้รุ่นเก่านั้น หน้าตาก็คล้ายดังรูป สูงประมาณ 5 นิ้ว เป็นหุ่นยนต์หน้าตาเป็น สัตว์เลี้ยง ที่ไม่มีอยู่ในโลกนี้ ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงหุ่นยนต์ ช่างจ้อพูดไม่หยุด โดยตา ปาก สามารถขยับได้ อีกทั้งยังสามารถเต้นได้ด้วยถ้า เฟอร์บี้อารมณ์ดี สุดท้ายก็คือ เหมือนรุ่นเก่า เฟอร์บี้จะไม่มีปุ่มปิด ต้องไม่สนใจมัน ๆ ก็เงียบไปเอง (หลับ) หรือต้องจับถอดถ่านออกเอง วิธีเล่นเฟอร์บี้ ตุ๊กตาเฟอร์บี้ Furby : แอพพลิเคชั่น Furby ข้อมูล/เรียบเรียง teen.mthai ที่มา blog.lnw.co.th,Toy R Us,furbythai ข่าวที่เกี่ยวข้อง ภาษาเฟอร์บี้ ตุ๊กตาเฟอร์บี้ Furby สำหรับเพื่อนๆที่เพิ่งจะเคยเล่นเจ้าเฟอร์บี้ บางคนก็งง?ว่ามันพูดอะไรยืดยาว ไม่รู้เรื่องแล้วจะสื่อสารกับเจ้าเฟอร์บี้ยังไงดี? วันนี้ก็เลยจัดมาให้เลย .. เกี่ยวกับ ภาษาเฟอร์บี้ หรือที่เราเรียกกันว่า ภาษาเฟอร์บีส (Furbish) นั่นเองคะ ^^ เครื่องประดับเฟอร์บี้ ตุ๊กตาเฟอร์บี้ furby ตุ๊กตาเฟอร์บี้ มันจะขาดอะไรไปหลายอย่างเลย เล่นอย่างเดียวเดี๋ยวก็จะเบื่อเอาก็เลยนำ เครื่องประดับเฟอร์บี้ มาให้เพื่อนๆได้เลือกแต่งตัว แต่งหน้าเจ้าตัวนี้กันซะหน่อย เอาหล่ะบรรจงแต่งเติมให้สัตว์เลี้ยงของคุณกันดีกว่า ^^

25 ศัพท์ฮิตโซเชียล 2015
คำศัพท์ภาษาอังกฤษ /  ภาษาอังกฤษ / 

ในช่วงปีที่ผ่านมานั้น กระแส "selfie" นั้นเป็นศัพท์ฮิตโซเชียลที่มาแรงสุดๆ รวมถึงแฮชแทค (# hashtag) และทวีพ (tweep)ด้วย นอกจากนี้ก็ยังมีคำอื่นๆที่ใช้บนโลกโซเชียลอีกมากมาย วันนี้ทีนเอ็มไทยเลยนำ 25 ศัพท์ฮิตโซเชียล 2015 มาฝากเพื่อนๆ กันคะ เผื่อว่าไปเห็นในสื่อโซเชียลไหนเราก็จะสามารถเข้าใจได้ง่ายขึ้น ^^ 25 ศัพท์ฮิตโซเชียล 2015 พจนานุกรมดัง ขายดีที่สุดในสหรัฐ "เมอร์เรียม-เว็บสเตอร์" ของสหรัฐ ก็ประกาศอัพเดทคำศัพท์ใหม่กว่า 150 คำ รวมนิยามคำใหม่ที่เกิดจากการใช้สื่อออนไลน์ โดยเฉพาะโซเชียล มีเดียที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตของผู้คนยุคใหม่ ตอกย้ำอิทธิพลของเทคโนโลยีที่กำลังเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของผู้คนเพิ่มขึ้น 1. legsie มาจากคำว่า leg และ selfie หมายถึง การถ่ายภาพช่วงขาของตัวเองขณะนั่งหรือนอนเหยียดอยู่ที่สระว่ายน้ำหรือชายหาด เพื่อเป็นการอวดว่าตัวเองกำลังดื่มด่ำกับทิวทัศน์และบรรยากาศตรงหน้า 2. gelfie มาจากคำว่า gym และ selfie หมายถึง การถ่ายภาพตัวเองขณะออกกำลังกาย 3. couplie มาจากคำว่า couple และ selfie หมายถึง การถ่ายภาพตัวเองกับคนรัก 4. selfie stick หมายถึง วัตถุด้ามยาวที่สามารถติดตั้งสมาร์ทโฟนไว้สำหรับถ่ายรูปเซลฟี่ นอกจาก selfie แล้วยังมีคำศัพท์เกี่ยวกับโซเชียลมีเดียอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น 5. vaguebooking หมายถึง การโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กที่คลุมเครือโดยมีเจตนาให้ผู้อื่นเข้ามาถามว่าเกิดอะไรขึ้น หรือเพียงเพื่อเรียกความสนใจ 6. subtweet มาจากคำว่า subliminal และ tweet หมายถึง การโพสต์ข้อความลงบนทวิตเตอร์เกี่ยวกับคนใดคนหนึ่งโดยไม่เอ่ยชื่อ มักมีเจตนาที่จะล้อเลียนหรือวิพากษ์วิจารณ์ 7. BBFL เป็นคำย่อที่เกิดจากอักษรตัวแรกของคำในวลี best buddies for life ที่มีความหมายว่า เพื่อนคู่หูที่ดีที่สุดชั่วชีวิต 8. OP มาจาก original poster ที่มีความหมายว่า คนแรกที่โพสต์เรื่องใดเรื่องหนึ่งขึ้นบนโซเชียลมีเดีย 9. Trowback  (โทรว์แบ็ค) คือการนำรูปเก่าๆมาเล่าใหม่ แต่ที่นิยมทำกันมากทาง instagram ก็คือต้องทำในวันพฤหัสบดี หรือเรียกกันว่า Throwback Thursday โดยที่ผู้ใช้เอารูปตอนเด็กๆมาลง รูปในอดีต รูปตลกๆ หรือรูปที่ตัวเองชื่นชอบมาลง แล้วก็แทก #throwback เพื่อความสนุกสนานของคนกลุ่มหนึ่ง จนเริ่มแพร่หลายกันมากในหมู่ผู้ใช้ IG 10. Staycation (สเตเคชั่น) ซึ่งจะคล้ายๆ กับคำว่า vacation นั่นเองเป็นการพักร้อนแต่แทนที่จะไปเที่ยวที่อื่น แต่ก็ดันเลือกที่จะติสแตกอยู่ที่บ้าน 11. Amazeballs (อเมซบอลซ์) คล้ายๆคำว่า Amazing แต่มันมากกว่าอเมซิ่งอีก ใช้ในเวลาที่รู้สึกว่า สิ่งๆนี้เป็นอะไรที่เจ๋งมากๆ แบบมันโดนมากๆ เราก็จะพูดว่า Amazeballs!!!! 12. Photobomb (โฟโต้บอม) คำนี้ใช้กับพวกที่เห็นชาวบ้านกำลังจะถ่ายรูป แล้วรีบโดดเข้าด้านหลังก่อนที่เค้าจะกดถ่ายรูป สรุปคือ ไปยืนข้างหลังเป็นแบล็คกราวน์ทำให้รูปเค้าเสียนั่นเอง เป็นการกลั่นแกล้งที่เจ็บแสบมากเลยว่ามั้ย ><” 13. Chillaxing (ชิลแลกซ์ซิ่ง) เกิดจากการการผสมคำ Chilling กับ Relaxing ร่วมกันแปลว่า ผักผ่อนแบบชิวๆ คือรีแลกซ์อย่างเดียวมันไม่สะใจพอ จึงกลายเป็นพักผ่อนอย่างชิวๆ ไปด้วยสิเออ 14. Frenemy (เฟรเนมี่) คำศัพท์ยอดฮิตเด็กไฮสคูล เกิดจากการที่เด็กๆ ชอบคิดว่า เพื่อนๆ บางคนแกล้งเป็นเพื่อนตัวเองแต่จริงๆคิดร้าย คำนี้เลยหมายถึง ศัตรูที่แกล้งเป็นเพื่อนเรานั่นเอง 15. Nano break (นาโนเบรค) หมายถึง เป็นการหยุดลาพักร้อนแต่แค่ 1คืนเท่านั้น 16. Trashion (แทรชชั่น) คำนี้ดกิดจากการเอาคำว่า ‘trash’ ที่แปลว่า ขยะ กับคำว่า ‘fashion’ ที่แปลว่า แฟชั่น เมื่อเอาสองคำพอรวมกันเลยหมายถึงแฟชั่นที่เอาของเก่าหรือใช้แล้วมาแต่งใหม่นั่นเอง (ครีเอทีฟสุดๆ ไปเลย) 17. Catfish (แคทฟิช) กล่าวถึงบุคคลที่ชอบทำโปรไฟล์ปลอม เอารูปของคนอื่นมาเป็นของตัวเอง มโนว่าเป็นคนๆ นั้นบนโลกแห่งโซเชียลเน็ตเวิร์ค เพื่อจุดประสงค์ไม่ดี 18. Adorkable (อะดอร์คเรเบิ้ล) หมายถึง ‘แปลกแต่น่ารัก’ หรือ ‘น่ารักแบบพิลึกๆ’ เป็นการผสมกันของคำว่า adorable = น่ารักน่าเอ็นดู กับ dork = คนที่มีพฤติกรรมแปลกๆ (คล้ายๆnerd หรือ geek) แต่มีอารมณ์ขันและเข้าสังคมได้ดีเลยเป็นที่มาของคำว่า แปลกแต่น่ารักนะเออ!!! 19. Phubbing (ฟับบิ้ง) ‘โอมจงเงย’ เป็นอาการของคนที่ตัดขาดจากโลกภายนอก นั่งเล่นแต่โทรศัพท์ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเฟสบุค ไลน์ หรือทวิตเตอร์ โดยไม่สนใจเพื่อนหรือคนรอบตัวเลย 20. Attention seeker (แอทแทนชั่น ซีคเคอร์) คือพวกที่เรียกร้องความสนใจตลอดเวลา ต้องโพสข้อความ อัพรูปบ่อยๆ เขียนเรื่องเว่อร์ๆ เช็คเรตติ้งเป็นระยะเก็บสะสมยอดไลค์ 21. Crowdfunding (คราวด์ฟันดิ้ง) การรวบรวมทุนจากผู้คนจำนวนมากเพื่อนำมาใช้ประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งทั้งเพื่อประโยชน์ส่วนตัว ประโยชน์ทางธุรกิจ หรือเพื่อช่วยเหลือสังคมที่ในขณะนี้เริ่มมีการนำแนวคิดการระดมทุนรูปแบบดังกล่าวนี้มาเป็นเครื่องมือทางการเงินในยุคปัจจุบันแล้วด้วย และถูกพัฒนามาอยู่ในรูปแบบของเว็บไซต์ ที่จากเดิมการระดมทุนที่ทำได้เพียงวงแคบ เช่น กลุ่มคนรู้จัก หรือกลุ่มเพื่อนเท่านั้น 22. Big Data (บิ๊ก ดาต้า) การนำข้อมูลที่มีปริมาณมากๆ มาผ่านการประมวลผล การวิเคราะห์ และแสดงผลด้วยวิธีที่เหมาะสม ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับองค์กรของท่านแล้วล่ะว่าต้องการจะนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ทางธุรกิจหรือจะปล่อยให้มันอยู่อย่างไร้ค่าและสิ้นเปลือง Storage ต่อไป 23. TGIF ย่อมาจาก Thanks God It’s Friday นิยมใช้กันมากในวันศุกร์ เพื่อปลดปล่อยความเครียดที่ผ่านมาทั้งสัปดาห์ 24.  LOL (Laughing Out Loud) เป็นการพิมพ์ความหมายว่า หัวเราะ แบบคนไทยที่ว่า ฮ่าๆๆๆๆ , 55555 , 555+ 25. LMAO (Laughing My Ass Off)  เป็นการพิมพ์ความหมายว่า หัวเราะ เหมือนกันแต่อันนี้ขำมากกว่า ประมาณว่า "ขำขี้แตกขี้แตน" ขอบคุณข้อมูล variety.teenee.com, www.scholarship.in.th

เวลา เกิด บอกตัวตนคุณ
เกิด /  เวลาเกิด / 

เวลา เกิด บอกตัวตนคุณ คนไทยเราเชื่อกันว่าเกิดห่างกันแค่นาทีเดียว  นิสัยใจคอก็แตกต่างกันแล้วเพราะเวลาที่เราอุแว้ออกมาจากท้องแม่มีอิทธิพลกับ คนเรายิ่งกว่าที่คิด ดังข้อมูลที่ Horoscope.Mthai.com นำมาฝากกันครับ เกิด เวลา  05.00-06.59 น. คุณเป็นคนที่มีมารยาทละเอียดถี่ถ้วน  ทำงานอะไรแล้วไว้ใจได้ว่าไม่ผิดพลาด แถมยังใจกว้างชอบช่วยคนอื่นพร้อมจะให้อภัยทุกกรณีออกจะนิสัยดีขนาดนี้ไม่รู้ ทำไมถึงชอบเก็บตัวนัก คนอื่นเลยไม่รู้เลยว่าแม่พระตัวจริงอยู่ตรงนี้อีกคน เกิด เวลา  07.00-08.59 น. คุณมีบุคลิกของผู้นำ เป็นคนไม่กลัวใคร ชอบทำอะไรเสี่ยงๆยิ่งท้าทายยิ่งชอบเพราะสิ่งที่วิ่งปรู๊ดๆอยู่ในเส้นเลือด ของคุณคือความมั่นใจในตัวเองแบบเกินพิกัดคำว่าทำไม่ได้เลยไม่มีอยู่ใน พจนานุกรมของคุณ เกิด เวลา  09.00-10.59 น. รสนิยมดี  ชอบความสะอาดสะอ้าน สุภาพอ่อนโยน มีมารยาทเข้ากับคนได้ง่าย คือนิยามความเป็นคุณ  ขณะเดียวกันก็เป็นคนทะเยอทะยาน มีเป้าหมายในชีวิตสูง เรื่องจะไปกัดก้อนเกลือกินนั้นลืมไปได้เลย เกิด เวลา  11.00-12.59 น. คุณเป็นคนร่าเริง มีอารมณ์ขัน มีชีวิตชีวา กระตือรือร้นไม่จู้จี้จุกจิก  ไม่ชอบให้ใครมาบังคับ คนแบบนี้มักจะมาแนวเดียวกันคือชอบเดินทางไปรู้เห็นอะไรใหม่ๆให้อยู่บ้านนานๆ ไม่ได้จะคันคะเยอเหมือนโดนหมามุ่ยทันที เกิด เวลา  13.00-14.59 น. คุณเป็นคนรักสงบไม่ชอบอะไรที่สับสนวุ่นวายติดนิสัยระวังตัวเกินเหตุจนทำให้ ชีวิตหมดสนุกเป็นคนที่ซื่อสัตย์ จิตใจดีไม่ชอบทะเลาะกับใครแถมยังรักแล้วรักเลยพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อคนที่ เรารักถ้าเจอคนรักจริงก็ดีไปแต่ถ้าไปเจอคนหน้าเนื้อใจเสือก็จะเจ็บไปนาน เกิด เวลา  15.00-16.59 น. คุณเป็นคนเอาแต่ใจ คิดจะทำอะไรแล้วต้องทำให้ได้ไม่สนใจว่าใครจะมองแบบไหนจึงต้องสู้กับเสียง นินทาอยู่เป็นประจำ โชคดีที่คุณเป็นคนฉลาดไหวพริบดีเลยเอาตัวรอดจากปัญหาที่ขยันสร้างไว้ได้ เกิด เวลา  17.00-18.59 น. คุณคือแม่นางระเบียบตัวจริง ชอบให้ทุกอย่างอยู่ในที่ที่ควรจะเป็น ไม่มีการออกนอกลู่นอกทางเป็นคนละเอียดถี่ถ้วน ทำงานอย่างจริงจังและมีมาตรฐานในการทำงานที่สูงมาก แต่อาจจะจู้จี้ ขี้บ่น น่ารำคาญมากถึงมากที่สุด นี่คือเหตุผลที่คุณเปลี่ยนแฟนบ่อยมาก เพราะหนุ่มๆทนคุณบ่นจนหูชาไม่ไหว เกิด เวลา  17.00-18.59 น. คุณเป็นขยัน สู้งาน ทำอะไรตรงไปตรงมากล้าพูดกล้าทำ เป็นคนกระตือรือร้นในทุกๆเรื่องไม่ชอบฝันกลางวันแต่ชอบลงมือปั้นความฝันให้ เป็นจริง ใจกว้าง น่าคบ มีความจริงใจให้กับทุกคน ดีๆทั้งนั้นเลยแฮะ เกิด เวลา  21.00-22.59 น. นิสัยโดยรวมของคุณเป็นคนใจดี  พูดจาสุภาพ มีเสน่ห์  นุ่มนวลอ่อนโยน  แต่ติดที่จะเฉื่อยไปหน่อย ขี้เกียจไปนิด ถ้าเปลี่ยนแปลงตรงจุดนี้ได้อะไรๆก็จะเริ่ดมากๆ เกิด เวลา  23.00-00.59 น. คุณเป็นคนมีชีวิตชีวา  ไม่อยู่นิ่ง ชอบท่องเที่ยวไปในที่แปลกใหม่ เกลียดการถูกสั่งให้ทำโน่นนี่เป็นคนใจดีและหวงความโสดมากไม่ยอมผูกพันกับใคร ง่ายๆ เกิด เวลา  01.00-02.59 น. เห็นคุณใจเย็น ดูเอื่อยๆ เฉื่อยๆอย่างนี้เถอะบทจะโกรธขึ้นมาก็น่ากลัวเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน แต่คุณเป็นคนร่าเริง มนุษย์สัมพันธ์ดี คนอื่นเลยไม่ค่อยได้เห็นบทนางยักษ์พิโรธของคุณ เกิด เวลา  03.00-04.49 น. คุณรักความท้าทาย ค่อนข้างดื้อ เชื่อมั่นในตัวเองสูง กล้าแสดงความเห็น ไม่ยอมแพ้ใคร เป็นคนใจกว้าง มองโลกในแง่ดี แถมรักใครรักจริงด้วยแต่เป็นคนตกหลุมรักง่าย เจอใครหน้าตาดีหน่อยก็เสร็จเค้าซะแล้ว อ.เทวีโชค ขอบคุณภาพจาก themovielive,ram-hosp ขอบคุณข้อมูลจาก ดูดวงปี 2556 ดูดวง 12 ราศี กับ อ.คฑา

พจนานุกรม ของ ผู้หญิง อารมณ์ร้าย
ผู้หญิง /  พจนานุกรม / 

พจนานุกรม ของ ผู้หญิง อารมณ์ร้าย พจนานุกรม ฉบับนี้ออกมาเพื่อ ตีความ แปลความ ถอดความ การกระทำ คำพูดและจิตสำนึกของผู้หญิง หลายๆ สิ่งที่  ผู้หญิง เรามักทำอะไรตรงข้ามกับใจเสมอ  ปากไล่เขา "ไป " แต่ใจกำลังขอให้เขา " อยู่ " เรื่องที่คุณผู้ชายไม่เคยรู้ ลองมาดูอาการ คำพูด และ ความคิดของคุณผู้หญิงอย่างเรานี้ดู จะได้แปลออกและรู้ซะทีว่า สิ่งที่ฉันพูด กับสิ่งที่ฉันคิด มันใช่อย่างที่ฉันแสดงออกหรือเปล่า  ขอบอกก่อนว่า พวกเราไม่ได้ซับซ้อน  แต่มันเป็นไปตามฮอร์โมน เข้าใจเราบ้างอย่างที่เราก็พยายามจะเข้าใจคุณ ขอขอบคุณภาพจากคุณ อายตา ห้าบาท Pantip

AEC กับความสุขของคนไทย
AEC /  อาเซียน

AEC กับความสุขของคนไทย ทุกวันนี้ต้องยอมรับว่าประเด็น AEC  เป็นเรื่องท๊อปฮิต เพราะในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2558 หรืออีกสี่ปีข้างหน้าข้อตกลง AEC จะมีผลบังคับใช้ ซึ่งทําให้ประเทศต่าง ๆ ในกลุ่มอาเซียนรวมทั้งประเทศไทยด้วย ต้องเปิดเสรีทางการค้า มีภาษีต่อกันเป็นศูนย์การเคลื่อนย้ายเงินทุนและแรงงานทําได้โดยเสรี พรมแดนต่าง ๆ จะจางหายไป คําถามที่น่าสนใจคือ คนไทยควรมีมุมมองอย่างไรที่จะทำให้การเปลี่ยนแปลงที่กําลังจะเกิดขึ้นนี้เป็นไปอย่างมีความสุข 1)    มองอุปสรรคให้เป็นโอกาส AEC เป็นได้ทั้งโอกาสและอุปสรรค ขึ้นอยู่กับความพร้อมขององค์กรและมุมมองของแต่ละคน สําหรับองค์กรที่มีความพร้อม จะมองว่านี่คือโอกาสของบริษัทเพราะ •    เป็นการรวมตัวของ 10 ประเทศที่มีประชากรประมาณ 500 ล้านคน จะทําให้การค้าขายดีขึ้น ยังไม่นับรวมกับอีก 6 ประเทศที่เมื่อรวมกันแล้วมีประชากรถึงครึ่งโลก •    แรงงานที่จะมีการเคลื่อนย้ายอย่างเสรีจะทําให้อุปทาน (Supply) ของตลาดแรงงานเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ต่อไปจะสามารถคัดสรรคนเก่งคนดีมีความสามารถมาทํางานได้ง่ายขึ้น ปัญหาการขาดแคลนแรงงานและต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ ใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฏหมายน่าจะหมดไป •    ความยุ่งยากในการทําเอกสารขออนุญาตทํางานสําหรับชาวต่างชาติ (Work Permits) ก็จะลดลง การจ้างแรงงานต่างชาติที่มาจากประเทศในกลุ่มอาเซียนด้วยกัน ทําได้ง่ายขึ้น •    การจัดตั้งธุรกิจและเปิดสาขาในประเทศต่างๆ ในกลุ่ม จะทําได้ง่ายขึ้น นอกจากการดําเนินธุรกิจนอกประเทศจะสะดวกขึ้น ไม่ต่างจากการเปิดสาขาใหม่ในต่างจังหวัดการเคลื่อนย้ายเงินลงทุนและกําไรก็จะทําได้ง่ายขึ้น อันมีผลทําให้การทําธุรกิจคล่องตัว ความสามารถในการแข่งขันกับภูมิภาคอื่นก็จะเพิ่มสูงขึ้นด้วย •    จากผลสำรวจพบว่าศักยภาพและความพร้อมของไทยอยู่ในระดับ "กลางๆ" เมื่อเทียบกับประเทศอื่นในอาเซียน และเป็นรองแม้กระทั่งอินโดนีเซียและห่างไกลมากกับมาเลเซียที่มีศักยภาพเป็นอันดับสอง ส่วนสิงคโปร์นั้นมีศักยภาพสูงสุด ทำให้เรามองว่านี่เป็นโอกาสที่จะเรียนรู้เพิ่มขึ้น 2)    จะทำอะไรต้องมีการเตรียมตัวเตรียมใจจึงจะไม่เครียด •    ต้องเตรียมวัฒนธรรมองค์กรให้พร้อม วัฒนธรรมหลาย ๆ อย่างของคนไทย ไม่ใช่สิ่งที่ไม่ดี แต่เมื่อเวลาผ่านไป วัฒนธรรมเหล่านั้นอาจไม่เหมาะและกลายเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา เช่น การใช้ระบบอาวุโส หรือการไม่เถียงผู้ใหญ่ เป็นต้น •    เราต้องสร้างวัฒนธรรมที่ให้พนักงานสามารถทํางาน ภายใต้ความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นพื้นเพความหลังที่แตกต่าง เชื้อชาติ ศาสนา ภาษา หรือแม้แต่ความคิดและความเชื่อที่ไม่เหมือนกัน เราต้องเตรียมความรู้ด้านภาษา โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ วันนี้หากพูดอ่านเขียนได้คล่อง ถือเป็นเรื่องพิเศษ อีกสัก 5 ปีจากนี้ไป ตลาดอาจถามหาภาษาที่ 3 แล้วก็ได้ •    ต้องเตรียมมองหาและรักษาคนเก่งให้อยู่กับองค์กรให้ได้เพราะต่อไปการแย่งชิงตัว พนักงานโดยเฉพาะพนักงานเก่ง ๆ คงมากขึ้นเรื่อย ๆ เราต้องสร้างบรรยากาศให้การทำงานมีความสุขพนักงานก็จะอยู่กับบริษัทได้นาน ไม่คิดจะย้ายไปทำงานที่อื่น •    ต้องเตรียมรับกับการเปลี่ยนแปลงที่กําลังจะมาถึง จงบอกกับตัวเองว่า วิธีคิดและการทํางานแบบเดิม ๆ ที่เคยสําเร็จอาจไม่ได้ผลอีกต่อไป องค์กรที่น่าเป็นห่วงคือองค์กรที่บุคลากรไม่เคยมีการหมุนเวียนงาน (Rotation) เลย เพราะคนเหล่านี้จะรับกับการเปลี่ยนแปลงได้ค่อนข้างยาก •    ต้องตัดคําว่า “ความมั่นคงในการทํางาน” (Job Security) และ “ความภักดี” (Loyalty) ออกจากพจนานุกรม เพราะต่อไปสองคํานี้คงไม่มีในการทํางาน ทั้งหมดขึ้นอยู่กับความสามารถ (Employability) หากพนักงานมีความสามารถ การงานย่อมมั่นคง หากองค์กรมีความสุข พนักงานก็จะเกิดความภักดีขึ้นเอง 3)    เป็นผู้นำที่นำความสุขมาให้องค์กร •    ผู้นําต้องเป็นแบบอย่างในการเรียนรู้และรับรู้ข่าวสาร เป็นคนแรกในองค์กรที่รับรู้และตื่นตัวเปิดรับข้อมูลใหม่ ๆ และมีหน้าที่สื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจให้คนในองค์กรให้เกิดความตระหนัก ตื่นตัว แต่ไม่ตื่นตระหนก •    ผู้นําต้องมีหน้าที่ให้การสนับสนุนทั้งงบประมาณ และทรัพยากรในการพัฒนาและรักษาคน เพราะสิ่งเหล่านี้ต้องทําตั้งแต่วันนี้ •    ผู้นําควรปรับสภาพแวดล้อมและวัฒนธรรมในการทํางานให้เป็นองค์กรน่าอยู่ เช่น ปรับปรุงสถานที่ให้มีบรรยากาศที่ดีในการทํางาน การจัดสิ่งอํานวยความสะดวกที่เหมาะสม ไม่ปล่อยปละละเลยหรือมองข้ามเพราะเห็นว่าไม่ใช่สิ่งจําเป็น เป็นต้น •    ผู้นำต้องเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น เพราะการแข่งขันจะมีมากขึ้น และวิธีการเดิม ๆ อาจจะใช้ไม่ได้ เช่น การลงคลาสิฟลายด์เพื่อรับสมัครงาน ต่อไปอาจจะต้องใช้เฟซบุ๊กในการสรรหาคน เป็นต้น 4)    สร้างสังคมให้มีความสุขเพื่อรับ AEC •    โลกวันนี้ไม่ใช่แค่ประเทศไทย แต่คือ “โลกทั้งใบ” ที่เปลี่ยนแปลงไปไม่หยุดนิ่ง เราจะต้องไม่ยึดติดกับอดีต หันมาให้ความสําคัญกับ “คน” สร้าง “สังคมแห่งความสุข” ที่มีการก้าวย่างที่รวดเร็วและรู้จักปรับตัว หรือไม่ยึดติดกับความคิดเดิม ๆ •    ช่วยกันส่งผ่านไอเดียเรื่อง “The Value of Happiness” คุณค่าของความสุข ตอกย้ำแนวคิดการสร้างสมดุลระหว่างงานกับชีวิต ในองค์กรที่เตรียมพร้อม ถ้าคุณดูแลคนของคุณดีเท่าไร คุณจะทํากําไรได้มากขึ้นเท่านั้น นี่คือคุณค่าของการสร้างความสุขร่วมกัน” •    จากผลสำรวจพบว่า การที่พนักงานรักกัน ทําให้ทํางานได้ดีขึ้น มีประสิทธิภาพในการทํางานมากขึ้น แต่หากไม่ได้รับการกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง ทุกอย่างก็จะกลับสู่ภาวะปกติ เราต้องสร้างองค์กรแห่งความสุขที่ตอบโจทย์รอบด้าน ไล่ตั้งแต่ “พนักงาน” ที่อยู่ในองค์กรมีความสุข รู้สึกมีคุณค่า “ลูกค้า” ที่สัมผัสได้ถึงคุณค่าของสินค้าและบริการนั้น “คุณค่าของงาน” ที่พนักงานมีความสุขเมื่อได้บริการหรือทําสิ่งดี ๆ ให้กับลูกค้า •    สุดท้ายคือ “คุณค่าขององค์กร” องค์กรมีคุณค่า จากการที่คนรู้จักคุณค่าของตัวเององค์กรแบบนี้จะเป็นองค์กรที่ไม่มีวันตาย ซึ่งไม่จําเป็นต้องใหญ่โตเลย แค่ร้านก๋วยเตี๋ยวเล็ก ๆ ก็เป็นองค์กรแห่งความสุขได้โดยที่พนักงานทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใส สนุกสนาน ท่ามกลางคนเยอะแยะไปหมด เพราะเขาคือองค์กรแห่งความสุข ที่ไม่ได้เอาระบบเป็นตัวนํา แต่เอาความสัมพันธ์ของคนในองค์กรเป็นตัวนํา” 5)    งานคือส่วนหนึ่งของชีวิต อดีตเรามองว่า “งานคือชีวิต” แต่กับคนวันนี้ “งานเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต” ไปแล้ว เพราะเทคโนโลยีทําให้เป็นอย่างนั้น แต่ด้วยความสามารถของเด็กรุ่นใหม่ ในการจัดการและความรู้เรื่องเทคโนโลยีนี่เอง ที่ทําให้เขาสามารถทําอะไรได้เยอะกว่าคนรุ่นเก่ามหาศาล นี่เป็นความท้าทายในการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยและโลก วันนี้เราเป็นส่วนหนึ่งของภูมิภาค ไม่ใช่อยู่คนเดียว ถ้ายังอยู่กับโลกใบเดิม คิดเหมือนเดิม ทําเหมือนเดิม เราจะเจอกับจุดอ่อนจากการเปลี่ยนแปลง อย่างการเปิด AEC อย่างน้อยคนของเราต้องเข้าถึงคําว่าความหลากหลายทางวัฒนธรรม ต้องเลิกความคิดดูถูกประเทศเพื่อนบ้าน หรือคิดว่าเราเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคนี้มันใช้ไม่ได้สําหรับอนาคต เพราะโลกเปลี่ยนไปแล้ว โลกไม่ใช่แค่ประเทศไทย แต่คือโลกทั้งใบ การเตรียมพร้อมเรื่องคน ด้วยการเข้าใจไลฟ์สไตล์หรือวิธีคิด ของคนยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไป ต้องให้คนนํางานไม่ใช่งานนําคน และเข้าใจว่าสิ่งที่ยึดคนให้อยู่กับองค์กรได้ ไม่ใช่ตัวเลขเงินเดือนหรือสวัสดิการ แต่คือ การเป็นที่ที่เขา “มีความสุข” ได้รู้จัก “คุณค่าของตัวเอง” และเมื่อไรก็ตามที่คนไทยทุกคนรับรู้คุณค่าแห่งความสุขและการได้ใช้ชีวิตร่วมกัน วันนั้นคนไทยก็พร้อมแล้วที่จะอยู่ในยุค AEC ได้อย่างมีความสุขท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่ไม่รู้จักจบสิ้น แล้วตอนนี้คุณล่ะได้สร้างความสุขให้กับองค์กรและสังคมของคุณบ้างหรือยัง? หนึ่งในกูรูของ Businessnetworkguru ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.slideshare.net/bright9977 http://www.facebook.com/Happinessforbetterlife http://www.facebook.com/businessnetworkguru

GAT PAT 2/2556 ตารางสอบ สนามสอบ
GAT PAT 56 /  ข่าวการศึกษา / 

ตารางสอบ GAT PAT 2/2556 สนามสอบ GAT PAT 2/2556 10 กฏระเบียบการสอบ GAT PAT 2/2556? ข้อปฏิบัติสาหรับผู้เข้าสอบในการทดสอบวิชาความถนัดทั่วไป (GAT) และวิชาความถนัดทางวิชาการและวิชาชีพ (PAT) ประจำปีการศึกษา 2556 ในการสอบทุกวิชา ผู้เข้าสอบจะต้องนำบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวนักเรียนหรือบัตรที่ออกโดยทางราชการที่มีรูปถ่าย ลำยมือชื่อ และมีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ระบุชัดเจนเท่านั้น โดยจะต้องเป็นบัตรตัวจริงและยังไม่หมดอายุ แสดงต่อกรรมการคุมสอบก่อนเข้าห้องสอบ และวางไว้ บนโต๊ะที่นั่งสอบ ห้ามขีดเขียนข้อความ หรือทำเครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ อย่างใดอย่างหนึ่ง ไว้ใน บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวนักเรียนที่มีรูปถ่าย หรือบัตรที่ออกโดยทางราชการที่มีรูปถ่าย หรือตัวผู้เข้าสอบ หรือสิ่งอื่นใดที่ผู้เข้าสอบนำติดตัวเข้ามำสอบ ถ้าฝ่าฝืนถือว่ามีเจตนาทุจริตในการสอบ ไม่อนุญาตให้ผู้เข้าสอบเข้าห้องสอบหลังจากเวลากำหนดเริ่มสอบผ่านไปแล้วสามสิบนาที และไม่อนุญาตให้ผู้เข้าสอบทุกคนออกจากห้องสอบจนกว่าจะหมดเวลาสอบ หากมีเหตุจำเป็นระหว่างการสอบ ให้ผู้เข้าสอบแจ้งให้กรรมการคุมสอบทราบ และให้กรรมการคุมสอบพิจารณาดำเนินการตามเหตุจำเป็น เป็นรายกรณี อนุญาตให้นำเฉพาะปากกา ดินสอดำสองบี กบเหลาดินสอ และยางลบเข้าห้องสอบ ได้เท่านั้น (?ห้ามนำกล่องอุปกรณ์เครื่องเขียน กระดำาษ วิทยุติดตามตัว โทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์ สื่อสำรใดๆ อุปกรณ์ที่สามารถบันทึกภาพหรือเสียงได้ พจนานุกรมอิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์ช่วยคิดคำนวณ นาฬิกาที่ใช้คำนวณได้หรือถ่ายรูปได้ กล้องถ่ายรูป ไม้บรรทัด เข้าห้องสอบโดยเด็ดขำด ถ้าฝ่าฝืนถือว่ามีเจตนาทุจริต ในการสอบ และหากเกิดการสูญหายจะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น ) ห้ามเปิดหรือทำแบบทดสอบก่อนได้รับอนุญาตโดยเด็ดขำด เมื่อกรรมการคุมสอบประกาศอนุญาตจึงเปิดแบบทดสอบได้ และให้ผู้เข้าสอบทุกคนอ่านคำอธิบายในแบบทดสอบอย่างละเอียดและรอบคอบ และต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแบบทดสอบแต่ละวิชาอย่างเคร่งครัด การระบายวงกลมตัวเลือกในกระดาษคำตอบ ต้องปฏิบัติดังนี้ 6.1 การระบายวงกลมตัวเลือกในกระดาษคำตอบ จะต้องระบายให้ดำเข้มเต็มวงกลม จะระบายไม่เต็มวงกลมหรือใช้เครื่องหมายอื่นไม่ได้ และจะต้องใช้ดินสอดำที่มีความเข้มสองบีเท่านั้น จะใช้ดินสอที่จางกว่ากำหนดหรือใช้ดินสอสีอื่น หรือปากกาไม่ได้ 6.2 กระดาษคำตอบจะต้องสะอาดปราศจากรอยขีดเขียนหรือเครื่องหมายใด ในกรณีที่ต้องการแก้ไข ให้ใช้ยางลบลบให้สะอาดก่อน จึงระบายวงกลมใหม่เครื่องตรวจกระดาษคำตอบจะตรวจตามข้อมูลที่ผู้เข้าสอบระบายเท่านั้น สทศ. จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้นกับผลการตรวจกระดาษคำตอบของเครื่องตรวจกระดาษคำตอบ หากผู้เข้าสอบไม่ปฏิบัติตามแนวปฏิบัติ ในข้อนี้ ห้ามกระทำการใดๆ อันเป็นการทุจริตในการสอบ ถ้ามีการทุจริต หรือมีเหตุสงสัยว่าทุจริต ไม่ว่ากรณีใดๆ สทศ. อาจไม่พิจารณาตรวจกระดาษคำตอบในรายวิชานั้นๆ หรือทุกรายวิชา เมื่อหมดเวลาสอบ ให้ผู้เข้าสอบหยุดทำแบบทดสอบและระบายกระดาษคำตอบ ห้ามผู้เข้าสอบออกจากห้องสอบจนกว่ากรรมการคุมสอบจะได้เก็บแบบทดสอบและกระดาษคำตอบของผู้เข้าสอบในห้องครบ ทุกคน และอนุญาตให้ผู้เข้าสอบออกจากห้องสอบได้ (ห้ามผู้เข้าสอบนำแบบทดสอบและกระดาษคำตอบออกจากห้องสอบโดยเด็ดขาด ถ้าฝ่าฝืนถือว่ามีเจตนาทุจริตในการสอบ ) ผู้เข้าสอบต้องแต่งกายด้วยเครื่องแบบนักเรียน เครื่องแบบนักศึกษา หรือแต่งกายสุภาพ การฝ่าฝืนข้อปฏิบัติของประกาศนี้ สทศ.อาจไม่พิจารณาตรวจกระดาษคำตอบในรายวิชานั้นๆ หรือทุกรายวิชา GAT PAT 2/2556 ตารางสอบ สนามสอบ

'มาร์ค'ยันพูด 'อีโง่' ไม่ได้ดูถูกเพศแม่
ข่าว /  ข่าวด่วน / 

"มาร์ค"ลั่นชงถอดถอน"สมศักดิ์" 16 กย. ขู่ส.ว.ผ่านแก้รธน.วาระ3โดนด้วย จ่อร้องศาลซ้ำ ปม พ.ร.บ.เงินกู้2ล้านๆ ยันพูด "อีโง่" ไม่ได้ดูถูกเพศแม่ เหน็บพจนานุกรมคงบางลง เผยพบ "เติ้ง"จะพูดจุดยืนปชป.คงเดิม-----------------------ขอบคุณข่าวจาก