พจนานุกรม

'มาร์ค'ยันพูด 'อีโง่' ไม่ได้ดูถูกเพศแม่
ข่าว /  ข่าวด่วน / 

"มาร์ค"ลั่นชงถอดถอน"สมศักดิ์" 16 กย. ขู่ส.ว.ผ่านแก้รธน.วาระ3โดนด้วย จ่อร้องศาลซ้ำ ปม พ.ร.บ.เงินกู้2ล้านๆ ยันพูด "อีโง่" ไม่ได้ดูถูกเพศแม่ เหน็บพจนานุกรมคงบางลง เผยพบ "เติ้ง"จะพูดจุดยืนปชป.คงเดิม-----------------------ขอบคุณข่าวจาก

วิธีเล่นตุ๊กตาเฟอร์บี้ Furby
Furby /  ตุ๊กตาเฟอร์บี้

ตุ๊กตาเฟอร์บี้ ลองย้อนกลับไปสมันเด็กๆกันหน่อย เพื่อนๆบางคนก็คงจะเคยได้เล่นเจ้าตุ๊กตาขนฟูสุดน่ารัก อย่าง ตุ๊กตาเฟอร์บี้ Furby กันแน่ๆ มันเปรียบเสมือนเพื่อน สัตว์เลี้ยงของเรา เราสามารถคุยกับมัน เล่น และร้องเต้นไปกับมันได้ น่ารักจริงๆ ^^ และในปีนี้ ตุ๊กตาเฟอร์บี้ Furby ได้กลับมาสร้างความน่ารัก สนุกสนานให้เพื่อนๆได้เล่นกันอีกแล้วคะ แถมลูกเล่นของมันนั้นสุดยอดและทันสมัย เหมาะกับเด็กวัยรุ่นสมัยนี้จริงๆ!!! ... ข้อมูล/เรียบเรียง teen.mthai วิธีเล่นเฟอร์บี้ ตุ๊กตาเฟอร์บี้ Furby ตุ๊กตาเฟอร์บี้ Furby มาจากไหน? ตุ๊กตาเฟอร์บี้ Furby มีถิ่นกำเนิดมาจากเกาะเฟอร์บี้ ซึ่งมีครอบครัวหนึ่งไปค้นพบเฟอร์บี้ 2 ตัวที่มีชื่อว่า อี-โล และ อี-ไฮ เข้า และเมื่อครอบครัวนั้นต้องเดินทางเพื่อผจญภัยต่อไป พวกเขาก็ตัดสินใจพา อี-โล และ อี-ไฮ ไปด้วยเพื่ออกค้นหาเฟอร์บี้ ตัวอื่นๆต่อไป การกำเนิด ตุ๊กตาเฟอร์บี้ Furby ตอนที่เจ้าตุ๊กตาแก้มยุ้ย ขี้เล่น ขนฟูตัวนี้ออกสู่สายตาชาวโลกในปี 2541 สีของ ตุ๊กตาเฟอร์บี้ Furby โดยมีสีขาว สีดำกับสีขาว สีเทากับสีชมพู สีน้ำตาลกับสีชมพู มันก็สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นของเล่นขายดีที่สร้างยอดจำหน่ายได้ถึง 40 ล้านตัวทั่วโลก วิวัฒนาการใหม่ ตุ๊กตาเฟอร์บี้ Furby เพื่อให้กลายเป็นเพื่อนซี้ (นูล่า) ของทุกคน ลองจินตนาการดูว่าจะดีแค่ไหนถ้าคุณมีเพื่อนที่ทำทุกอย่างที่คุณชอบ ในเวลาที่คุณชอบ ไม่ว่าจะเป็นร้องเพลง เต้นรำ เล่นเกม เล่าเรื่องตลก หรือแม้แต่สอนภาษาใหม่ๆ ให้คุณ นี่คือสุดยอดของความล้ำสมัยของเทคโนโลยี ตุ๊กตาเฟอร์บี้ มีหน่วยความจำขนาด 500 KB ที่ให้ชีวิตแก่เฟอร์บี้ จะว่าไปแล้วเฟอร์บี้มันดูล้ำยุคมากซะจนเราลืมไปว่ามันคือของเล่น ในปีนี้ 2012-2013 มันมีหน่วยความจำที่มากกว่าเก่าถึง 6 เท่า มีวิวัฒนาการที่ล้ำหน้าไปมาก เจ้าเฟอร์บี้พร้อมที่จะสร้างปรากฏการณ์อีกครั้งในฐานะเพื่อนคู่ใจเด็กๆที่หลงไหลของเล่นไฮเทคทั้งหลาย ตุ๊กตาเฟอร์บี้ เป็นของเล่นชนิดแรกที่ใช้เทคโนโลยี Emoto-Tronics เพื่อช่วยทำให้การขยับเขยื่อนหรือแสดงอารมณ์บนใบหน้าและท่าทางดูสมจริง ไม่ว่าจะเป็นริมฝีปาก หูและขนตาที่ขยับได้ ช่วยให้มันหัวเราะ ยิ้ม ทำหน้าเศร้า หาวนอน หรือแม้แต่อาการน่าเกลียดน่ากลัว อาการกลัวและเบื่อ ท่าทางที่เหมือนจริงของ ตุ๊กตาเฟอร์บี้ ทำได้ด้วยเซ็นเซอร์สัมผัส 3 ตัว และการจดจำเสียงที่มาจากชิปคอมพิวเตอร์หลายตัวรวมไปถึงชิปแบบ 14 เมกกาเฮิร์ทซ์ และมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ลองจั๊กจี๊ที่ท้องมันก็จะหัวเราะ และถ้าลูบหลังมันก็จะส่งเสียงมีความสุข มันจะเคี้ยวอาหารเมื่อหิว และจะบอกให้เราทราบว่าเมื่อไรมันถึงจะอิ่ม วิธีเล่นเฟอร์บี้ ตุ๊กตาเฟอร์บี้ Furby และการจดจำเสียง ตุ๊กตาเฟอร์บี้ สามารถรับรู้เฟอร์บี้ตัวอื่นได้ สามารถคุยกับเฟอร์บี้ด้วยกันเองได้ และมันก็ฉลาดมากด้วยที่สามารถพูดได้หลายร้อยคำหลายร้อยวลีทั้งในภาษาเฟอร์บีส ซึ่งเป็นภาษาของมันเอง (เฟอร์บี้จะพูดคุยภาษา Furbish กัน) และภาษาอังกฤษ ยิ่งพูดภาษาเฟอร์บีสกับมันมากเท่าไร มันก็จะพูดกลับมาเป็นภาษาอังกฤษมากเท่านั้น วิธีนี้ทำให้เด็กๆได้เรียนรู้ภาษาของมัน โดยมีพจนานุกรม เฟอร์บีส/อังกฤษ และ อังกฤษ/เฟอร์บีส ให้ด้วย การจดจำเสียงได้หมายความว่าเฟอร์บี้มันจะฟังที่เราพูด และตอบสนองตามอารมณ์ของมัน ถ้าให้มันเล่าอะไรให้ฟังมันก็จะเล่าเรื่องชีวิตของมันสมัยที่อยู่บนเกาะโนนามี ถ้าจะเอาเสียงหัวเราะ เฟอร์บี้ก็เล่นมุข น็อกๆ เคาะประตูบ้านได้ หรือถ้าอยากเล่นเกมส์ มันก็สามารถท้าเราเล่นเกมไฟแดงไฟเขียวได้ นั่นคือเฟอร์บี้จะนับ 1 ถึง 10 ในขณะที่เราเดินหนี จากนั้นเราต้องกลับมาให้ใกล้มันมากที่สุดเพื่อจั๊กจี๊พุงมันให้ได้โดยที่ไม่ถูกจับได้ ในขณะที่มันลืมตาและหลับตา มันทำได้ทุกอย่างจริงๆ ไม่ว่าจะร้องเพลง หรือเต้นรำ ปีนี้ลุ๊คใหม่!! ตุ๊กตาเฟอร์บี้ Furby พร้อมเทคโนโลยีการควบคุมสุดล้ำในระบบ iOS The Verge ได้ทำการรายงานว่า ตุ๊กตาเฟอร์บี้ Furby ตัวล่าสุดนี้มาพร้อมกับนวัตกรรมทางด้านเทคโนโลยีครั้งสำคัญ เพื่อให้สอดคล้องกับความก้าวล้ำของยุคสมาร์ทโฟน โดยจุดเด่นของ ตุ๊กตาเฟอร์บี้ อยู่ที่ดวงตากลมโตที่ใช้สื่ออารมณ์ในเวลาโกรธ ดีใจ หรือแม้กระทั่งไร้เดียงสา ด้วยไฟหน้าจอ LCD และตัวรับสัญญาณอินฟราเรดบนหน้าผาก เฟอร์บี้เว่อร์ชั่นใหม่นี้ยังคงความน่ารักไม่ต่างจากรุ่นที่ผ่านมาทั้ง ความสามารถในการร้องเพลง การเต้นรำ สนทนากับเจ้าเฟอร์บี้ตัวอื่น ขนฟูฟ่องของมันยังถูกปกคลุมด้วยขนนีออน หางหนานุ่ม มีใบหูและเท้าเป็นพลาสติก พร้อมจะงอยปากที่ขยับเปิดปิดและลิ้นไว้รับรู้รสในการป้อนอาหาร แน่นอนว่ามีแอพพลิเคชั่นให้ดาว์นโหลดฟรีในระบบ iOS ตุ๊กตาเฟอร์บี้ Furby การเล่นผ่าน Application บน iphone, ipad, ipod touch, android เฟอร์บี้รุ่นเก่านั้น หน้าตาก็คล้ายดังรูป สูงประมาณ 5 นิ้ว เป็นหุ่นยนต์หน้าตาเป็น สัตว์เลี้ยง ที่ไม่มีอยู่ในโลกนี้ ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงหุ่นยนต์ ช่างจ้อพูดไม่หยุด โดยตา ปาก สามารถขยับได้ อีกทั้งยังสามารถเต้นได้ด้วยถ้า เฟอร์บี้อารมณ์ดี สุดท้ายก็คือ เหมือนรุ่นเก่า เฟอร์บี้จะไม่มีปุ่มปิด ต้องไม่สนใจมัน ๆ ก็เงียบไปเอง (หลับ) หรือต้องจับถอดถ่านออกเอง วิธีเล่นเฟอร์บี้ ตุ๊กตาเฟอร์บี้ Furby : แอพพลิเคชั่น Furby ข้อมูล/เรียบเรียง teen.mthai ที่มา blog.lnw.co.th,Toy R Us,furbythai ข่าวที่เกี่ยวข้อง ภาษาเฟอร์บี้ ตุ๊กตาเฟอร์บี้ Furby สำหรับเพื่อนๆที่เพิ่งจะเคยเล่นเจ้าเฟอร์บี้ บางคนก็งง?ว่ามันพูดอะไรยืดยาว ไม่รู้เรื่องแล้วจะสื่อสารกับเจ้าเฟอร์บี้ยังไงดี? วันนี้ก็เลยจัดมาให้เลย .. เกี่ยวกับ ภาษาเฟอร์บี้ หรือที่เราเรียกกันว่า ภาษาเฟอร์บีส (Furbish) นั่นเองคะ ^^ เครื่องประดับเฟอร์บี้ ตุ๊กตาเฟอร์บี้ furby ตุ๊กตาเฟอร์บี้ มันจะขาดอะไรไปหลายอย่างเลย เล่นอย่างเดียวเดี๋ยวก็จะเบื่อเอาก็เลยนำ เครื่องประดับเฟอร์บี้ มาให้เพื่อนๆได้เลือกแต่งตัว แต่งหน้าเจ้าตัวนี้กันซะหน่อย เอาหล่ะบรรจงแต่งเติมให้สัตว์เลี้ยงของคุณกันดีกว่า ^^

พจนานุกรมรูปภาพ ค้นหาคำด้วยGoogle
หนังสือ /  เกร็ดความรู้ / 

มีคนเคยบอกว่า รูปภาพหนึ่งรูปภาพแทนคำพูดได้เป็นล้านคำ ... น่าจริงเพราะ Ben West และ Felix Heyes สองศิลปินและนักออกแบบจากลอนดอน ได้ทดลองทำ พจนานุกรมรูปภาพ?พจนานุกรม รูปแบบใหม่ด้วยการ นำภาพมาใช้แทนคำศัพท์กว่า 21,000 คำ ที่พบใน พจนานุกรม ที่ใช้งานกันทั่วไป ซึ่งภาพเหล่านี้ได้มาจากการใช้ image search ของกูเกิลโดยใช้ภาพแรกที่ปรากฏขึ้นมาของคำค้นหานั้นๆ พจนานุกรมรูปภาพ พจนานุกรมรูปภาพ?เล่มนี้มีทั้งหมด 1240 หน้าประกอบด้วยภาพในฟอร์แมตของ JPGs, GIFs และ PNGs เรียงลำดับตามตัวอักษร เพื่อ สร้างสรรค์หนังสือ เล่มนี้ขึ้นมาเค้าทั้งคู่ใช้ ?PHP scripts ในการดาวน์โหลดภาพแรกของการค้นหาในแต่ละคำด้วยบริการค้นหาของกูเกิล หลังจากนั้นนำภาพที่ได้มาจัดวางบนหน้ากระดาษเป็นสามแถว แล้วทำการ export ไฟล์ออกมาเป็น PDF เพื่อใช้ในการพิมพ์ ต่อจากนั้นก็นำหน้ากระดาษมา เย็บกี่ด้วยมือเข้าเล่มเป็นหนังสือ West อธิบายถึง พจนานุกรมรูปภาพ?หนังสือเล่มนี้ว่า มันคือบันทึกที่ไม่สำคัญที่แสดงออกถึงวัฒนธรรมของมนุษย์ในปี 2012 ซึ่งรูปภาพเกินกว่าครึ่งจะเกี่ยวข้องกับการปฏิวัติทางการแพทย์, รูปโป๊เปลีอย,การเหยียดชนชาติหรือการ์ตูนล้อเลียน ตอนนี้ทาง Heyes และ West วางแผนที่จะพิมพ์ หนังสือเล่มนี้ในเวอร์ชั่นปกอ่อนออกมาจำหน่ายในจำนวนที่ไม่มากก่อนค่ะ ถ้าใครอยากรู้ความคืบหน้าของ พจนานุกรมรูปภาพ?หนังสือเล่มนี้ว่าจะพิมพ์ออกมาเมื่อไหร่ก็ติดตามได้ที่เว็บของ Ben West และ Felix Heyes thank :: vimeo.com /?dailygizmo.tv

เวลา เกิด บอกตัวตนคุณ
เกิด /  เวลาเกิด / 

เวลา เกิด บอกตัวตนคุณ คนไทยเราเชื่อกันว่าเกิดห่างกันแค่นาทีเดียว  นิสัยใจคอก็แตกต่างกันแล้วเพราะเวลาที่เราอุแว้ออกมาจากท้องแม่มีอิทธิพลกับ คนเรายิ่งกว่าที่คิด ดังข้อมูลที่ Horoscope.Mthai.com นำมาฝากกันครับ เกิด เวลา  05.00-06.59 น. คุณเป็นคนที่มีมารยาทละเอียดถี่ถ้วน  ทำงานอะไรแล้วไว้ใจได้ว่าไม่ผิดพลาด แถมยังใจกว้างชอบช่วยคนอื่นพร้อมจะให้อภัยทุกกรณีออกจะนิสัยดีขนาดนี้ไม่รู้ ทำไมถึงชอบเก็บตัวนัก คนอื่นเลยไม่รู้เลยว่าแม่พระตัวจริงอยู่ตรงนี้อีกคน เกิด เวลา  07.00-08.59 น. คุณมีบุคลิกของผู้นำ เป็นคนไม่กลัวใคร ชอบทำอะไรเสี่ยงๆยิ่งท้าทายยิ่งชอบเพราะสิ่งที่วิ่งปรู๊ดๆอยู่ในเส้นเลือด ของคุณคือความมั่นใจในตัวเองแบบเกินพิกัดคำว่าทำไม่ได้เลยไม่มีอยู่ใน พจนานุกรมของคุณ เกิด เวลา  09.00-10.59 น. รสนิยมดี  ชอบความสะอาดสะอ้าน สุภาพอ่อนโยน มีมารยาทเข้ากับคนได้ง่าย คือนิยามความเป็นคุณ  ขณะเดียวกันก็เป็นคนทะเยอทะยาน มีเป้าหมายในชีวิตสูง เรื่องจะไปกัดก้อนเกลือกินนั้นลืมไปได้เลย เกิด เวลา  11.00-12.59 น. คุณเป็นคนร่าเริง มีอารมณ์ขัน มีชีวิตชีวา กระตือรือร้นไม่จู้จี้จุกจิก  ไม่ชอบให้ใครมาบังคับ คนแบบนี้มักจะมาแนวเดียวกันคือชอบเดินทางไปรู้เห็นอะไรใหม่ๆให้อยู่บ้านนานๆ ไม่ได้จะคันคะเยอเหมือนโดนหมามุ่ยทันที เกิด เวลา  13.00-14.59 น. คุณเป็นคนรักสงบไม่ชอบอะไรที่สับสนวุ่นวายติดนิสัยระวังตัวเกินเหตุจนทำให้ ชีวิตหมดสนุกเป็นคนที่ซื่อสัตย์ จิตใจดีไม่ชอบทะเลาะกับใครแถมยังรักแล้วรักเลยพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อคนที่ เรารักถ้าเจอคนรักจริงก็ดีไปแต่ถ้าไปเจอคนหน้าเนื้อใจเสือก็จะเจ็บไปนาน เกิด เวลา  15.00-16.59 น. คุณเป็นคนเอาแต่ใจ คิดจะทำอะไรแล้วต้องทำให้ได้ไม่สนใจว่าใครจะมองแบบไหนจึงต้องสู้กับเสียง นินทาอยู่เป็นประจำ โชคดีที่คุณเป็นคนฉลาดไหวพริบดีเลยเอาตัวรอดจากปัญหาที่ขยันสร้างไว้ได้ เกิด เวลา  17.00-18.59 น. คุณคือแม่นางระเบียบตัวจริง ชอบให้ทุกอย่างอยู่ในที่ที่ควรจะเป็น ไม่มีการออกนอกลู่นอกทางเป็นคนละเอียดถี่ถ้วน ทำงานอย่างจริงจังและมีมาตรฐานในการทำงานที่สูงมาก แต่อาจจะจู้จี้ ขี้บ่น น่ารำคาญมากถึงมากที่สุด นี่คือเหตุผลที่คุณเปลี่ยนแฟนบ่อยมาก เพราะหนุ่มๆทนคุณบ่นจนหูชาไม่ไหว เกิด เวลา  17.00-18.59 น. คุณเป็นขยัน สู้งาน ทำอะไรตรงไปตรงมากล้าพูดกล้าทำ เป็นคนกระตือรือร้นในทุกๆเรื่องไม่ชอบฝันกลางวันแต่ชอบลงมือปั้นความฝันให้ เป็นจริง ใจกว้าง น่าคบ มีความจริงใจให้กับทุกคน ดีๆทั้งนั้นเลยแฮะ เกิด เวลา  21.00-22.59 น. นิสัยโดยรวมของคุณเป็นคนใจดี  พูดจาสุภาพ มีเสน่ห์  นุ่มนวลอ่อนโยน  แต่ติดที่จะเฉื่อยไปหน่อย ขี้เกียจไปนิด ถ้าเปลี่ยนแปลงตรงจุดนี้ได้อะไรๆก็จะเริ่ดมากๆ เกิด เวลา  23.00-00.59 น. คุณเป็นคนมีชีวิตชีวา  ไม่อยู่นิ่ง ชอบท่องเที่ยวไปในที่แปลกใหม่ เกลียดการถูกสั่งให้ทำโน่นนี่เป็นคนใจดีและหวงความโสดมากไม่ยอมผูกพันกับใคร ง่ายๆ เกิด เวลา  01.00-02.59 น. เห็นคุณใจเย็น ดูเอื่อยๆ เฉื่อยๆอย่างนี้เถอะบทจะโกรธขึ้นมาก็น่ากลัวเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน แต่คุณเป็นคนร่าเริง มนุษย์สัมพันธ์ดี คนอื่นเลยไม่ค่อยได้เห็นบทนางยักษ์พิโรธของคุณ เกิด เวลา  03.00-04.49 น. คุณรักความท้าทาย ค่อนข้างดื้อ เชื่อมั่นในตัวเองสูง กล้าแสดงความเห็น ไม่ยอมแพ้ใคร เป็นคนใจกว้าง มองโลกในแง่ดี แถมรักใครรักจริงด้วยแต่เป็นคนตกหลุมรักง่าย เจอใครหน้าตาดีหน่อยก็เสร็จเค้าซะแล้ว อ.เทวีโชค ขอบคุณภาพจาก themovielive,ram-hosp ขอบคุณข้อมูลจาก ดูดวงปี 2556 ดูดวง 12 ราศี กับ อ.คฑา

หน้าไม่ไหวแล้ว!!! พี่เวียร์ เมาไม่ขับเบลล่า พร้อมรับ-ส่ง ถึงบ้าน
เบลล่า ราณี /  เวียร์ ศกลวัฒน์

ช่วยกันเหยียบ ช่วยกันปกปิด ไม่ยอมเปิดเผยสถานะทางหัวใจทั้งคู่ สำหรับ เวียร์ ศุกลวัฒน์ & เบลล่า ราณี ที่มีข่าวด้วยกันไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่ทั้งคู่ก็ยังคงปากแข็งยืนยันความสัมพันธ์ว่าเป็นแค่พี่น้องกันเท่านั้น ตามแบบฉบับพจนานุกรมของซุป’ตาร์ไทย แม้ว่าช่วงหลังๆ ทั้งคู่จะไปมีข่าวกับคนอื่นชวนให้สงสัย ว่าคนไหนคือตัวจริงหรือว่าตัวหลอก โดยเฉพาะหนุ่มเวียร์ที่ยังแอบไปจิ๊จ๊ะกับอดีตกิ๊กเก่าอย่าง กีฟ อรลีฬห์ จนโดนปาปารัซซี่แชะภาพทั้งคู่ขณะกำลังซับเหงื่อให้กัน แม้แต่ตัวสาวเบลล่าเอง ก็ยังมีภาพแนบชิดสนิทสนมกับพระเอกหนุ่ม เจมส์ จิรายุ ออกมาอย่างถี่ยิบ จนกลายเป็นคู่จิ้นพระนางที่แฟนคลับเชียร์อยากให้ทั้งคู่เป็นแฟนกันนอกจอจริงๆ แต่งานนี้ดูท่าทางแฟนคลับคงจะต้องอารมณ์เสีย เพราะตัวจริงของกันและกันเขาก็แอบย่องมาเจอกันอยู่ดี ล่าสุดปาปารัซซี่ตาไวของเราก็สอยหลักฐานเด็ดๆ มัดตัวทั้งระหว่าง เวียร์-เบลล่า ในขณะที่ทั้งคู่กำลังนั่งสวีทกินดื่มอยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านเลียบทางด่วน ซึ่งดูจากสภาพหน้าตาของหนุ่มเวียร์แล้วคาดการณ์ว่าน่าจะดื่มไปแล้วหลายแก้ว แต่แหม...จะไม่ให้ดื่มหลายแก้วได้อย่างไร ก็ในเมื่อสาวเบลล่าเธอเล่นเป็นคนรินให้เองกับมือ งานนี้สาวเบลล่าไม่มีการห้ามปรามแต่ประการใด มีแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียร์ดริ๊งก์ให้พี่เวียร์เต็มที่กับการดื่ม & ดูดตามสไตล์ มีหวานใจดี๊...ดี เข้าใจหัวอกลูกผู้ชายอย่างเวียร์แบบนี้ ถึงว่าสิทำไมหนุ่มเวียร์ถึงเลือกที่จะคบหากับสาวเบลล่า ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้หนุ่มเวียร์มีสาวๆ เป็นร้อยวิ่งเข้าหาอยากจะนั่งซ้อนทั้งท้ายรถ & ท้ายคน อิอิอิ!!! ก็ไม่รู้คืนนั้นหนุ่มเวียร์จะเมาหนักขนาดไหน แต่เชื่อว่าคงไม่ได้ขับรถกลับบ้านเองแน่นอน สงสัยสารถีที่ไปส่งถึงบ้านก็คงหนีไม้พ้นหวานใจอย่างสาวเบลล่าแหงๆ เบลล่า-เวียร์ เบลล่า-เวียร์ เบลล่า-เวียร์

พจนานุกรมฉบับใหม่ 2554 เพิ่มศัพท์กว่า 1,000 คำ
ประวัติ /  ภาษาวัยรุ่น / 

สาวก พจนานุกรม เตรียมเฮ เพราะเดือนธันวา 2556 ราชบัณฑิตยสถาน เปิดตัว พจนานุกรมฉบับใหม่ 2554 เพิ่มศัพท์กว่า 1,000 คำ?ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 ว่า สาเหตุที่ผลิต พจนานุกรมฉบับใหม่ 2554?ฉบับนี้ขึ้นมาเป็นเพราะภาษาไทยเป็นภาษาประจำชาติไทย เป็นภาษาที่คนไทยทั้งประเทศภูมิใจ และเป็นภาษาที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดังนั้นจึงต้องรวบรวมและจัดเป็นหมวดหมู่ใหม่อีกครั้ง นอกจากนี้ พจนานุกรมดังกล่าวทางราชบัณฑิตยสถานได้นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์อีกด้วย เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ใช้ ก่อนที่จะแจกจ่ายต่อองค์กรสถาบันการศึกษาและหน่วยงานรัฐประมาณ 85,000 แห่ง คาดว่าใช้งบประมาณทั้งหมด 40 ล้านบาท ส่วนประชาชนทั่วไปสามารถหาซื้อได้ในเดือนธันวาคมนี้ สำหรับ?พจนานุกรมฉบับใหม่ 2554?ฉบับใหม่นี้ จัดพิมพ์เรียบร้อยแล้วจำนวน 100,000 เล่ม โดยมีเพิ่มเติมศัพท์ใหม่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ศัพท์เฉพาะสาขาวิชากว่า 1,000 คำ อาทิ ธนาคารโค, แก้มลิง เป็นต้น รวมถึงคำที่มาจากภาษาปาก เช่น คำว่า ซัด ซึ่งหมายถึงกินหรือการชกต่อย หรือคำศัพท์ทั่ว ๆ ไปที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย เช่น เครื่องดื่ม สปา วัตถุมงคล ห้างสรรพสินค้า ก็ยังอยู่ในพจนานุกรมฉบับนี้ ส่งผลให้ฉบับนี้เป็นฉบับที่พิเศษกว่าฉบับอื่น และมีคำศัพท์รวมทั้งหมดประมาณ 39,000 คำ ขณะที่พจนานุกรมปี 2542 มีคำศัพท์ที่ 37,000 คำ เท่านั้น นอกจากนี้ เรื่องการพิมพ์จะให้เอกชนเข้ามาใช้สิทธิจัดพิมพ์จำนวน 50,000 เล่ม และระหว่างนี้สามารถสืบค้นคำจาก พจนานุกรมฉบับใหม่ 2554?ฉบับนี้ได้จากเว็บไซต์ของ ราชบัณฑิตยสถาน www.royin.go.th เพื่ออำนวยความสะดวกในการสืบค้นหาทางสื่อออนไลน์ และเป็นการส่งเสริมคนไทยให้ใช้ภาษาไทยอย่างเป็นมาตรฐานเดียวกัน ก่อนที่จะไปเรียนภาษาอื่น

ภาษาไทยที่มักเขียนผิด บ่อยๆพร้อมความหมาย
นักศึกษา /  นักเรียน / 

ต่อไปนี้เป็น คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด?เรียงลำดับตามตัวอักษรของ คำที่เขียนถูก ตามที่ปรากฏในพจนานุกรมภาษาไทยหรือตามประกาศของหน่วยงานราชการไทย หมายเหตุ: การเขียนสะกดคำในนี้เป็นกรณีทั่วไป แต่ในกรณีเฉพาะ เช่น เป็นวิสามานยนาม อาทิ เป็นชื่อบุคคล ชื่อสถานที่ หรือในทางร้อยกรอง สามารถเขียนสะกดคำแตกต่างได้ คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ก คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ก็ ก้อ กงเกวียนกำเกวียน กงกำกงเกวียน กง และ กำ เป็นส่วนประกอบของล้อเกวียน กงสุล กงศุล "กงสุล" มาจากคำในภาษาฝรั่งเศสว่า "consul" กฎ กฏ กฎ ทุกอย่าง ใช้ ฎ ชฎา ยกเว้น ปรากฏ ใช้ ฏ ปฏัก ส่วน กรกฎ/กรกฏ สะกดได้ทั้งสองแบบ กบฏ กบฎ, กบถ - "กบฏ" ใช้ ฏ ปฏัก- ในสมัยโบราณ เคยสะกดด้วย ฎ ชฎา (ดู?พจนานุกรมกฎหมาย ของ ขุนสมาหารหิตะคดี) - ถ้าออกเสียง "ขะ-บด" เขียน "ขบถ" กบาล, กระบาล กะบาล, -บาน ใช้เรียกศีรษะ แต่เป็นคำไม่สุภาพ กรรมกร กรรมกรณ์ - "กรรมกร" = คนงาน, ลูกจ้างที่ใช้แรงงาน- "กรรมกรณ์" = อาญา, เครื่องสำหรับลงอาญา ฯลฯ กรรมกรณ์ กรรมกร - "กรรมกร" = คนงาน, ลูกจ้างที่ใช้แรงงาน- "กรรมกรณ์" = อาญา, เครื่องสำหรับลงอาญา ฯลฯ กระเพาะ กะเพาะ, กะเพราะ, กระเพราะ ระวังสับสนกับ กะเพรา กริยา กิริยา "กริยา" (กฺริ-) คือ คำชนิดหนึ่ง บอกอาการ การกระทำ เช่น เดิน วิ่ง เขียน เหล่านี้ คือ คำกริยา กรีฑา กรีธา, กรีทา กีฬาประเภทหนึ่ง กรีธา กรีฑา เคลื่อน ยก เดินเป็นหมู่หรือเป็นกระบวน เช่น กรีธาทัพ กลยุทธ์ กลยุทธ, กลยุทธิ, กลยุทธิ์ กลางคัน กลางครัน กลิ่นอาย กลิ่นไอ กสิณ กสิน กเฬวราก กเลวราก กอปร กอป, กอปร์ อ่านว่า "กอบ" กอล์ฟ กลอฟ, กอลฟ์, ก็อลฟ์, ก็อล์ฟ, ก๊อลฟ์, ก๊อล์ฟ กะทันหัน กระทันหัน กะเทย กระเทย กะเทาะ กระเทาะ กะบังลม กระบังลม กะปิ กระปิ กะพง กระพง กะพริบ กระพริบ กะพรุน กระพรุน กะเพรา กะเพา, กระเพา, กระเพรา ระวังสับสนกับ กระเพาะ กะล่อน กระล่อน กะละมัง กาละมัง กะลาสี กลาสี กะละแม กาละแม, กาลาแม, กาละแมร์ กะหรี่ กระหรี่ กะเหรี่ยง กระเหรี่ยง กะหล่ำ กระหล่ำ กะโหลก กระโหลก จำไว้ว่า กะโหลก กะลา กังวาน กังวาล กันทรลักษ์ กันทรลักษณ์, กัณ- กันแสง กรรแสง, กรรณแสง กาลเทศะ กาละเทศะ กาลเวลา กาฬเวลา กาล หมายถึง เวลา , กาฬ แปลว่า รอยดำ หรือ แดง กาฬสินธุ์ กาฬสินธ์, กาล- กำเหน็จ กำเน็จ, กำเหน็ด กิตติมศักดิ์ กิติมศักดิ์, เกียรติมศักดิ์ กินรี กินนรี แต่ "กิน-นอน" เขียน 'กินนร' กิริยา กริยา "กิริยา" คือ อาการ การกระทำ เช่น ปฏิกิริยา กุฎี,?กุฏิ กุฎ, กุฎิ "กุฏิ" อ่านว่า "กุด" หรือ "กุด-ติ" , ถ้าต้องการอ่าน "กุ-ดี" ต้องเขียน "กุฎี" (ใช้คำไหนก็ได้) กู กรู คำสรรพนามบุรุษที่หนึ่ง เกม เกมส์ ในภาษาไทยสำหรับกรณีทั่วไปจะไม่มีการเปลี่ยนรูปแบบคำใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าสื่อความหมายถึงเอกพจน์หรือพหูพจน์เว้นแต่เป็นการทับศัพท์วิสามานยนาม เช่น "SEA Games" ว่า?ซีเกมส์ เกล็ดเลือด เกร็ดเลือด เกษียณ เกษียน, เกษียร เกษียณ = สิ้นไป เช่นเกษียณอายุ; เกษียน = เขียน; เกษียร = น้ำนม เกสร เกษร ส่วนในของดอกไม้ เกาต์ เก๊าท์ เกียรติ เกียตร, เกียรต, เกียรต์, เกียรติ์ อ่านว่า "เกียด", ถ้าเขียน "เกียรติ์" อ่านว่า "เกียน" เช่น รามเกียรติ์ แก๊ง แก๊งค์, แก๊งก์ "แก๊ง" มาจากภาษาอังกฤษว่า "gang" ในภาษาไทยเป็นภาษาปาก?หมายความว่า "กลุ่มคนที่ตั้งเป็นก๊กเป็นเหล่า (มักใช้ในความหมายไม่ดี) เช่น แก๊งโจร แก๊งอันธพาล" แกร็น แกน, แกรน ไม่เจริญเติบโตตามปรกติ (ใช้แก่คน สัตว์ และพืช), เช่น แคระแกร็น คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ข คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ขบถ ขบฏ ดู กบฏ ขโมย โขมย ขวาน ขวาญ ขะมักเขม้น ขมักเขม้น ขัณฑสกร ขัณท-, ขันท-, ขันฑ- ขาดดุล ขาดดุลย์ ดู "ดุล", "สมดุล" ข้าวเหนียวมูน ข้าวเหนียวมูล มูน = เอากะทิเคล้ากับข้าวเหนียวเพื่อให้มัน ขี้เกียจ ขี้เกลียด, ขี้เกียด ขึ้นฉ่าย คึ่น-, -ช่าย, -ไฉ่, -ไช่ เขยก ขเยก, ขะเหยก ไข่มุก ไข่มุกข์, ไข่มุกด์, ไข่มุข คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ฃ ปัจจุบันไม่มีคำที่ใช้ "ฃ" โดยหันไปใช้ "ข" แทน เช่น "ฃวด" ก็ใช้เป็น "ขวด" เป็นต้น คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ค คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ คทา คฑา, คธา คน ฅน ฅ ไม่เคยใช้เขียนคำว่า ฅน ครรไล ครรลัย ครองราชย์ ครองราช คำว่า "ราชย์" หมายถึง ความเป็นราชา, "ครองราชย์" จึงหมายถึง ครองความเป็นราชาทั้งนี้ คำว่า "ครองราชสมบัติ" หมายความว่า ครองสมบัติของพระราชา ก็คือ ครองความเป็นราชา (มิใช่ "ครองราชยสมบัติ" อันแปลว่า ครองสมบัติแห่งความเป็นพระราชา) คริสตกาล คริสต์กาล ใช้ตามโบราณ คริสตจักร คริสต์จักร ใช้ตามโบราณ คริสต์ทศวรรษ คริสตทศวรรษ ไม่นิยมสมาสข้ามภาษา คริสต์ศตวรรษ คริสตศตวรรษ ไม่นิยมสมาสข้ามภาษา คริสต์ศักราช คริสตศักราช คริสต์ศาสนา คริสตศาสนา ไม่นิยมสมาสข้ามภาษา คริสต์ศาสนิกชน คริสตศาสนิกชน คริสต์มาส คริสตมาส ครุฑ ครุท ครุภัณฑ์ คุรุภัณฑ์ ครุศาสตร์ คุรุศาสตร์ คฤหาสน์ คฤหาสถ์ คฤห + อาสน คลิก คลิ้ก, คลิ๊ก คลินิก คลีนิก, คลินิค ค้อน ฆ้อน คะ ค๊ะ คะนอง คนอง คัดสรร คัดสรรค์ คาร์ป คาร์ฟ, คราฟ, คาร์พ, คราพ ชื่อปลา ทับศัพท์มาจาก carp คารวะ เคารวะ คำนวณ คำนวน คำสดุดี คำดุษฎี คุกกี้ คุ้กกี้, คุ๊กกี้ ออกเสียง คุก โดยไม่ต้องใส่วรรณยุกต์ คุรุศึกษา ครุศึกษา เค้ก เค็ก, เค๊ก เครียด เคลียด เครื่องราง เครื่องลาง แค็ตตาล็อก แคตตาล็อก, แคตาล็อก แคบหมู แค็บ-, แคป-, แค็ป- แคระแกร็น แคะแกน, แคะแกรน, แคระแกน, แคระแกรน ไม่เจริญเติบโตตามปรกติ (ใช้แก่คน สัตว์ และพืช) โค่ง โข่ง โข่ง = เปิ่น ไม่เข้าท่า / โค่ง = โตกว่าเพื่อน โคตร โครต, โคต, โคด โครงการ โครงการณ์ การ คือ งาน โควตา โควต้า ออกเสียง คว ควบกล้ำ และออกเสียง ต้า โดยไม่ต้องใส่วรรณยุกต์ คอลัมน์ คอลัมม์ คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด?ฅ ปัจจุบันไม่มีคำที่ใช้ "ฅ" โดยหันไปใช้ "ค" แทน เช่น "ฅอ" ก็ใช้เป็น "คอ" เป็นต้น คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด?ฆ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ฆราวาส ฆรวาส, ฆารวาส, -วาท ฆาตกร ฆาตรกร ฆาต แปลว่า ฆ่า, ทำลาย หรือ ตี ฆาตกรรม ฆาตรกรรม ฆาต แปลว่า ฆ่า, ทำลาย หรือ ตี เฆี่ยน เคี่ยน - "เฆี่ยน" = ตีด้วยหวายหรือไม้เรียวเป็นต้นเป็นการลงโทษ เป็นต้น- "เคี่ยน" ไม่มีความหมาย คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด?ง คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ งบดุล งบดุลย์ ไม่ใช่ ดุลย์ งูสวัด งูสวัส, งูสวัสดิ์ คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด?จ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ จงกรม จงกลม การฝึกสมาธิ จระเข้ จรเข้ เครื่องดนตรีไทย เรียก จะเข้; ชื่อสถานที่บางแห่งยังสะกดว่า จรเข้ อยู่เช่น คลองจรเข้บัว ตำบลจรเข้สามพัน ตำบลจรเข้ร้อง จลนศาสตร์ จลศาสตร์ จลาจล จราจล มาจากคำ จล + อจล จะงอย จงอย จะจะ จะ ๆ คำมูลสองพยางค์ จะละเม็ด จาละเม็ด, จาระเม็ด, จรเม็ด, จระเม็ด จักจั่น จั๊กจั่น จักร จักร์ จักรพรรดิ จักรพรรดิ์ อ่านว่า "จัก-กฺระ-พัด" จักรวรรดิ จักรวรรดิ์ อ่านว่า "จัก-กฺระ-หวัด" จักสาน จักรสาน เครื่องใช้ที่ทำด้วยมือ จาระไน จารไน จาระบี จารบี จำนง จำนงค์ แผลงจาก "จง" จินตนาการ จินตะนาการ, จินตรนาการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ปัจจุบันใช้แบบมีทัณฑฆาตตามที่ได้รับพระราชทาน (ขัดหลักคำสมาส) เจตจำนง เจตจำนงค์ จำนง แผลงจาก จง เจตนารมณ์ เจตนารมย์ เจียระไน เจียรไน โจทก์ โจทย์ โจทก์ หมายถึง ผู้ฟ้องร้องในศาลกล่าวหาจำเลย โจทย์ หมายถึง ปัญหา เช่น โจทย์เลข ใจ จัย คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด?ฉ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ฉบับ ฉะบับ ฉะนั้น ฉนั้น ฉะนี้ ฉนี้ ฉัน ฉันท์ เสมือน เช่น ฉันญาติ ฉันมิตร; รับประทาน ใช้กับพระสงฆ์ ฉันท์ ฉัน ความพอใจ หรือร้อยกรองประเภทหนึ่งมีบังคับครุลหุ เฉพาะ ฉะเพาะ, ฉเพาะ ไฉน ฉไน คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด?ช คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ชมพู ชมภู ชมพู่ ชมภู่ ชะนี ชนี ชะมด ชมด ชะลอ ชลอ ชัชวาล ชัชวาลย์ ชีพิตักษัย ชีพตักษัย ชีวประวัติ ชีวะประวัติ สมาสแล้วลบวิสรรชนีย์ คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด?ซ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ซวดเซ ทรวดเซ ซ่องเสพ ส้องเสพ ซาบซ่าน ทราบซ่าน, -ส้าน ซาบซึ้ง ทราบซึ้ง ซาลาเปา ซาละเปา, ซะละเปา ซาวเสียง ซาวด์เสียง, ซาวน์เสียง, ซาวนด์เสียง หยั่งเสียงเพื่อฟังความคิดเห็น ซีเมนต์ ซีเม็นต์, ซีเมนท์, ซีเม็นท์, ซีเม็น ซุ่ม สุ่ม, สุ้ม ซุ่ม = ซ่อน, แอบซ่อนคอยทีอยู่ / สุ่ม = เครื่องมือจับปลา, เครื่องสานครอบขังไก่, ไม่เฉพาะเจาะจง ซุ้ม สุ้ม สิ่งที่เป็นพุ่มมีทางลอดได้, ส่วนบนของประตูหน้าต่าง เซ็นชื่อ เซ็นต์ชื่อ จากคำอังกฤษ sign, ไม่มี ต การันต์ เซนติเมตร เซ็นติเมตร ไซ้ ไซร้ ไซ้ = กิริยาที่นกหรือเป็ดเอาปากยํ้า ๆ ขนหรือหาอาหาร ฯลฯ, เช่น เป็ดไซ้ขนไซร้ = คําสําหรับเน้นความหมายของคําหน้า, เช่น ลูกหนี้ยังไม่ชำระหนี้ไซร้ ลูกหนี้ได้ชื่อว่าผิดนัด โซม โทรม โซม = เปียกทั่ว, เช่น เหงื่อโซมตัวโทรม = เสื่อมสภาพ, ระดมฟันแทง, ร่วมกันข่มขืนกระทําชําเราหญิง ฯลฯ คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด?ฌ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ฌาน ฌาณ ฌาปนกิจ ฌาปณกิจ เฌอ กะเฌอ คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ญ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ญวน ญวณ ญัตติ ญัติ ญาณ ญาน ญาติ ญาต คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด?ฎ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ฎีกา ฏีกา ใช้ ฎ ชฎา ตัวอักษรที่คล้ายกันทำให้เกิดความสับสน คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ฏ ปัจจุบันไม่มีคำที่ขึ้นต้นด้วย "ฏ" คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ฐ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ฐาน ฐาณ คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ฑ ไม่มีคำที่เขียนผิด คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ฒ ไม่มีคำที่เขียนผิด สำหรับ "เฒ่าแก่" และ "เถ้าแก่" ใช้ได้ทั้งสองคำ คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ณ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ณ ณ. อ่านว่า "นะ" มีความหมายว่า ที่ในการเขียน ไม่มีจุดข้างหลังเพราะมิใช่คำย่อ แต่ "ณ" แผลงรูปมาจาก "ใน" และมักเว้นวรรคหน้าวรรคหลัง "ณ" ด้วย เช่น "อยู่ ณ ที่นี้" คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ด คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ดอกจัน ดอกจันท์, ดอกจันทน์, ดอกจันทร์ เครื่องหมาย *, ดอกของต้นจัน ดอกจันทน์ ดอกจัน, ดอกจันท์, ดอกจันทร์ รกหุ้มเมล็ดจันทน์เทศ ดอกไม้จันทน์ ดอกไม้จัน, ดอกไม้จันท์, ดอกไม้จันทร์ ดอกไม้ประดิษฐ์สำหรับงานเผาศพ ดัตช์ ดัชต์, ดัชท์, ดัทช์ ดาดตะกั่ว ดาษตะกั่ว ดาดฟ้า ดาษฟ้า ดาษดื่น ดาดดื่น ดำรง ดำรงค์ ดำริ ดำหริ, ดำริห์ อ่านว่า "ดำ-หริ", โบราณเขียน "ดำริห์" ดุล ดุลย์ "ดุล" เป็นคำนามแปลว่า ความเท่ากัน หรือความเสมอกัน, ส่วน "ดุลย์" เป็นคำวิเศษณ์แปลว่า เท่ากัน หรือเสมอกัน ดุษณี โดยดุษฎี ดุษณี หมายถึง นิ่งดุษฎี หมายถึง ยินดี มักใช้สลับกัน เช่น ในถ้อยคำว่า "ยอมรับโดยดุษณี" เดินเหิน เดินเหิร โบราณเขียน "เหิร" แดก แดรก, แด่ก, แดร่ก, แด๊ก เป็นภาษาปาก หมายถึง กิน หรือ พูดกระทบให้โกรธ ฯลฯ คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ต คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ตรรกศาสตร์ ตรรกะศาสตร์ ตรรกะ, ตรรก- ตรรกกะ ตราสัง ตราสังข์ ตรึงตรา ตรึงตา หมายถึง ติดแน่น ตะกร้า ตระกร้า ตะราง ตาราง ที่คุมขัง ตานขโมย ตาลขโมย ตาราง ตะราง ช่องสี่เหลี่ยม ตำรับ ตำหรับ ใต้ ไต้ ใช้แสดงตำแหน่ง เช่น ใต้โต๊ะ?ภาคใต้?แสงใต้?(ออโรรา) ใต้เท้า ไต้เท้า เปรียบเหมือนเราอยู่ข้างใต้ เท้าของผู้มีอำนาจบารมี ทำนองเดียวกับ ใต้ฝ่าพระบาท ฯลฯ ไต้ ใต้ หมายถึงคบเพลิง เช่น ขี้ไต้ จุดไต้ตำตอ น้ำตาแสงไต้ หรือใช้ทับศัพท์ภาษาอื่น ไต้ก๋ง ใต้ก๋ง นายท้ายเรือสำเภาหรือเรือประมง ทับศัพท์จากภาษาจีน ไต้ฝุ่น ใต้ฝุ่น ทับศัพท์มาจาก typhoon ไตรยางศ์ ไตรยางค์ ไต้หวัน ใต้หวัน ทับศัพท์จากภาษาจีน คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ถ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ถนนลาดยาง ถนนราดยาง ลาด หมายถึง ปู ถ่วงดุล ถ่วงดุลย์ ถั่วพู ถั่วพลู ถั่วที่ด้านข้างมีรอยเป็นพู เถา เถาว์ ไถ่ตัว ถ่ายตัว เรียกค่าไถ่ ก็ใช้คำนี้ คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ท คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ทโมน ทะโมน, โทมน ทยอย ทะยอย ทแยง ทะแยง, แทยง ทรงกลด ทรงกรด ทรมาทรกรรม ทรมานทรกรรม ทรราช ทรราชย์ - ทรราช = ผู้ปกครองบ้านเมืองที่ใช้อำนาจสร้างความเดือดร้อน, ตามรากศัพท์หมายถึง ราชาชั่ว แต่สามารถใช้ได้กับทั้งที่เป็นราชาและไม่เป็นราชา- ทรราชย์ = รูปแบบ ระบบ หรือลัทธิการปกครองแบบทรราช ทระนง, ทะนง ทรนง, ทนง ทลาย ทะลาย พังทลาย ถล่มทลาย ทศกัณฐ์ ทศกัณฑ์ กัณฑ์ แปลว่า คำเทศน์ตอนหนึ่ง; กัณฐ์ แปลว่า คอ ทอนซิล ทอมซิน ทะนุถนอม ทนุถนอม ทะนุบำรุง, ทำนุบำรุง ทนุบำรุง ทะลาย ทลาย ช่อผลของมะพร้าว ทะเลสาบ ทะเลสาป ทัณฑ์ ฑัณฑ์ ทายาด ทายาท ทายาด = ยิ่งยวด เช่น ทนทายาดทายาท = ผู้สืบสกุล ทายาท ทายาด, ทาญาติ ทารุณ ทารุน ทีฆายุโก ฑีฆายุโก ทีฆายุ หมายถึง อายุยืนยาว ทุกรกิริยา ทุกขกิริยา, ทุกขรกิริยา หมายถึง กิจที่ทำได้ยาก ทุคติ ทุกข์คติ ทุพพลภาพ ทุพลภาพ ทุพภิกขภัย ทุภิกขภัย ทุส + ภิกขภัย, เปลี่ยน ส เป็น พ ตามหลักการสมาส ทุศีล ทุจศีล ทูต ฑูต ทูตทุกอย่าง ใช้ ท ทหาร ทูนหัว ทูลหัว พ่อทูนหัว แม่ทูนหัว ทูลกระหม่อม ทูนกระหม่อม เท่ เท่ห์ เทพนม เทพพนม เทวะ + นมะ ไม่ใช่ เทพ + พนม เทเวศร์ เทเวศ, เทเวศน์ เทว + อิศร์ เทอญ เทิญ เทอม เทิม, เทิร์ม เท้าความ ท้าวความ เขียนเหมือน "เท้า" เทิด เทอด เทิดทูน เทิดทูล แท็กซี่ แท๊กซี่ แทรกแซง แซกแซง โทรทรรศน์ โทรทัศน์ กล้องส่องทางไกล โทรทัศน์ โทรทรรศน์ เครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดหนึ่ง โทรม โซม โทรม = เสื่อมสภาพ, ระดมฟันแทง, ร่วมกันข่มขืนกระทําชําเราหญิง ฯลฯโซม = เปียกทั่ว, เช่น เหงื่อโซมตัว โทรศัพท์ โทรศัพย์ คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ธ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ธนบัตร ธนาบัตร ธนาณัติ ธนานัติ, ธนาณัต ธรรมเนียม ทำเนียม ในหนังสือเก่า ๆ เขียน "ทำเนียม" ก็มี, แต่ปัจจุบัน ใช้ "ธรรมเนียม" (มาจาก ธรรม + นิยม) ธัญพืช ธัญญพืช ธำมรงค์ ธำมรง, ทำมะรงค์ แปลว่า "แหวน" ธำรง ธำรงค์ ธุรกิจ ธุระกิจ คำสมาส หรือใช้ กิจธุระ คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??น คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ นพปฎล นพปดล แปลว่า เก้าชั้น นภดล นพดล เว้นแต่ "นพดล" ที่เป็นชื่อเฉพาะ นวัตกรรม นวตกรรม นอต น็อต, น๊อต ทับศัพท์จาก nut ในภาษาอังกฤษที่หมายถึงอุปกรณ์ช่าง นะ น๊ะ ออกเสียงวรรณยุกต์ตรี โดยไม่ปรากฏรูป นะคะ นะค่ะ, นะค๊ะ คะ เป็นเสียงตรี ไม่ต้องใช้ไม้ตรี ในขณะที่ ค่ะ เป็นเสียงโท นันทนาการ สันทนาการ นัย นัยยะ อ่านได้ทั้ง ไน และ ไน-ยะ นัยน์ตา นัยตา น่า หน้า คำประกอบหน้ากริยา หมายความว่า ควร เช่น น่าจะทำอย่างนั้น น่าจะเป็นอย่างนี้; ชวนให้, ทำให้อยากจะ, เช่น น่ากิน น่ารัก นาฏกรรม นาฎกรรม ใช้ ฏ ปฏัก นาที นาฑี นาฑี เป็นภาษาสันสกฤต พบบ้างในหนังสือเก่า ปัจจุบันพจนานุกรมให้สะกดแบบเดียวเท่านั้น นานัปการ นานับประการ นานา นา ๆ คำมูลสองพยางค์ น้ำจัณฑ์ น้ำจัน น้ำมันก๊าด น้ำมันก๊าซ, -ก๊าส น้ำแข็งไส น้ำแข็งใส หมายถึงการนำน้ำแข็งไปไสบนกบ จนได้เกล็ดน้ำแข็ง เป็นวิธีทำแบบดั้งเดิม นิจศีล นิจสิน นิเทศ นิเทศน์, นิเทส นิมิต นิมิตร, นิรมิตร นิเวศวิทยา นิเวศน์วิทยา เนรมิต เนรมิตร เนืองนิตย์ เนืองนิจ แน่นหนา หนาแน่น - "แน่นหนา" ว่า มั่นคง เช่น ใส่กุญแจแน่นหนา มีหลักฐานมัดตัวแน่นหนา, แข็งแรง เช่น ประตูหน้าต่างแน่นหนา, บางทีก็ใช้เข้าคู่กับ ปึกแผ่น เป็น เป็นปึกแผ่นแน่นหนา.- "หนาแน่น" ว่า คับคั่ง, แออัด, เช่น กรุงเทพฯ มีประชากรหนาแน่นมาก. โน้ต โน๊ต, โน้ท, โน๊ท อักษรต่ำ ไม่ใส่ไม้ตรี คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??บ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ บรรทัด บันทัด บรรทุก บันทุก บรรลุ บันลุ บรรเลง บันเลง บรั่นดี บะหรั่นดี บริสุทธิ์ บริสุทธ, บริสุทธิ บล็อก บล็อค, บล๊อก หลักการทับศัพท์ บ่วงบาศ บ่วงบาศก์, บ่วงบาต, บ่วงบาท บอระเพ็ด บรเพ็ด, บอระเพชร บังสุกุล บังสกุล บังเอิญ บังเอิน บัญญัติไตรยางศ์ บัญญัติไตรยางค์ เหมือน ไตรยางศ์ บัตรสนเท่ห์ บัตรสนเท่ บันดาล บรรดาล บันได บรรได บันเทิง บรรเทิง บันลือ บรรลือ บางลำพู บางลำภู บาดทะยัก บาททะยัก, บาดทยัก บาตร บาต เครื่องใช้อย่างหนึ่งของพระสงฆ์ บาทบงสุ์ บาทบงส์ อ่านว่า บาด-ทะ-บง บาทหลวง บาดหลวง บำเหน็จ บำเน็จ บิณฑบาต บิณฑบาตร, บิณฑบาท บิดพลิ้ว บิดพริ้ว บุคคล บุคล บุคลากร บุคคลากร บุคลิกภาพ บุคคลิกภาพ บุปผชาติ บุปผาชาติ บุษราคัม บุษราคำ บูชายัญ บูชายัน, บูชายันต์ บูรณปฏิสังขรณ์ บูรณะปฏิสังขรณ์ คำสมาส เบญจเพส เบญจเพศ เพส มาจากคำว่า วีสะ=20 เบญจ =5, เบญจเพส = 25 เบนซิน เบ็นซิน, เบนซิล เบรก เบรค ศัพท์บัญญัติ หรือใช้คำว่า ห้ามล้อ คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ป คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ปฏิกิริยา ปฏิกริยา ปฏิสันถาร ปฏิสัณฐาน, ปฏิสันถาน ปฏิทิน ปติทิน ปฏิพัทธ์ ประติพัทธ์ ปฏิสังขรณ์ ปฏิสังขร ปฐมนิเทศ ปฐมนิเทศก์, ปฐมนิเทศน์ ปณิธาน, ประณิธาน ปนิธาน, ประนิธาน ตั้งใจไว้ ปรนนิบัติ ปรณนิบัติ ปรมาณู ปรมณู ปรม + อณู ปรองดอง ปองดอง ประกายพรึก ประกายพฤกษ์ ประกาศนียบัตร ประกาศณียบัตร ประกาศิต ประกาษิต ประจัญบาน ประจันบาน, ประจันบาล, ประจัญบาล ประจันหน้า ประจัญหน้า ประจันห้อง ประจัญห้อง ประจำการ ประจำการณ์ ประณต ประนต (กริยา) น้อมไหว้ ประณม ประนม (อาการนาม) การน้อมไหว้ ประณาม ประนาม ประณีต ปราณีต, ประนีต ประดิดประดอย ประดิษฐ์ประดอย ประนีประนอม ประณีประณอม ประมาณ ประมาน ประเมิน ประเมิณ ประสบการณ์ ประสพการณ์ ประสบผลสำเร็จ, ประสบความสำเร็จ ประสพผลสำเร็จ, ประสพความสำเร็จ "ประสบ" เป็นคำกริยาแปลว่าพบหรือพบปะ ส่วน "ประสพ" เป็นคำนามมีความหมายว่าการเกิดผล ในภาษาไทยจึงใช้ "ประสบ" เพียงรูปเดียว เช่น ประสบความสำเร็จ ประสบการณ์ ประสบอุทกภัย ประสบโชค ประสูติ ประสูต, ประสูตร ประสูติการ ประสูติกาล การคลอด ประสูติกาล ประสูติการ เวลาที่คลอด ประหลาด ปะหลาด, ปลาด ประหัตประหาร ประหัดประหาร, ประหัตถ์ประหาร ประหาณ, ปหาน ประหาร ประหาณ หรือ ปหาน หมายถึง ละทิ้ง เช่น สมุจเฉทประหาณ (การตัดขาดและการละทิ้ง), ปหานกิเลส (ละทิ้งกิเลส) ประหาร, ปหาร ประหาณ, -หาน, ปะ- ประหาร หมายถึง ตี ฟัน ทำลาย หรือ ฆ่า เช่น ประหารชีวิต ปรัมปรา ปรำปรา, ปะรำปะรา อ่านว่า ปะ-รำ-ปะ-รา ปรัศนี ปรัศนีย์ ปรากฏ ปรากฎ ใช้ ฏ ปฏัก ปราณี ปรานี ปราณี = สิ่งมีชีวิต ผู้มีชีวิต คือ ผู้มีลมหายใจ ได้แก่ สัตว์ คน เป็นต้น ปรานี ปราณี ปรานี = กรุณา,เมตตา,เอื้ออาทร,เมตตากรุณา เอ็นดู เผื่อแผ่ เอ็นดูด้วยความสงสาร ปรานีปราศรัย ปราณีปราศัย ปรารถนา ปราถนา อ่านว่า "ปราด-ถะ-หนา" ปราศจาก ปราศจาค ปราศรัย ปราศัย ปล้นสะดม ปล้นสดมภ์ สดมภ์ แปลว่า เสาหรือช่องตามแนวตั้ง ปวารณา ปวารนา ปะทะ ประทะ ปะแล่ม ปแล่ม, แปล่ม ปักษิน ปักษิณ ปาฏิหาริย์ ปาฏิหาร, ปาฏิหารย์ ปาติโมกข์ ปาฏิโมกข์ ปาริชาต ปาริชาติ ชื่อบุคคลจำนวนมากยังใช้ ปาริชาติ อยู่ ปิกนิก ปิคนิค คำทับศัพท์ ปุโรหิต ปุโลหิต เปอร์เซ็นต์ เปอร์เซนต์ คำทับศัพท์ เป๋อเหลอ เป๋อเล๋อ อักษรต่ำ ไม่ใช้วรรณยุกต์จัตวา คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ผ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ผดุง ผะดุง ผรุสวาท ผรุสวาส ผลลัพธ์ ผลลัพท์ ผล็อย ผลอย ผลัดเปลี่ยน ผัดเปลี่ยน ผลัดผ้า ผัดผ้า ผลัดเวร ผัดเวร ผลานิสงส์ ผลานิสงฆ์ ผอบ ผะอบ ผัดไทย ผัดไท ผัดผ่อน ผลัดผ่อน ผัดวันประกันพรุ่ง ผลัดวันประกันพรุ่ง ผัดหนี้ ผลัดหนี้ ผาสุก ผาสุข ชื่อบุคคลและสถานที่จำนวนมากยังใช้ ผาสุข อยู่ ผีซ้ำด้ำพลอย ผีซ้ำด้ามพลอย ด้ำ เป็นภาษาเหนือ แปลว่า ผีเรือน ผุดลุกผุดนั่ง ผลุดลุกผลุดนั่ง ผูกพัน ผูกพันธ์ ผู้เยาว์ ผู้เยา เผชิญ ผเชิญ, ผะเชิญ เผลอไผล เผอไผ เผอเรอ เผลอเรอ เผอิญ ผเอิญ, ผะเอิญ เผ่าพันธุ์ เผ่าพัน แผ่ซ่าน แผ่ส้าน, แผ่ซ้าน แผนการ แผนการณ์ แผลงฤทธิ์ แผงฤทธิ์ ไผท ผไท, ผะไท คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ฝ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ฝรั่งเศส ฝรั่งเศษ ฝักฝ่าย ฝักใฝ่, ฝักไฝ่ พวก, ข้าง ฝักใฝ่ ฝักฝ่าย, ฝักไฝ่ เอาใจใส่, ผูกพัน ฝากครรภ์ ฝากครร ฝีดาษ ฝีดาด ไข้ทรพิษ ฝึกปรือ ฝึกปือ, ฝึกปลือ ไฝ ใฝ คำนอกกฎการใช้ไม้ม้วน คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??พ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ พงศ์พันธุ์ พงพันธุ์, พงษ์พันธุ์ พจนานุกรม พจณานุกรม พจน + อนุกรม ฯพณฯ พณฯ, ฯพณ, พณ อ่านว่า "พะ-นะ-ท่าน" พยัก พะยัก พยักพเยิด พะยักพะเยิด, พยักเพยิด พยัคฆ์ พยัค, พยัฆ เสือ พยาน พะยาน พยาบาท พญาบาท, พยาบาตร พยุง พะยุง พเยีย พะเยีย, เพยีย พวงดอกไม้ พรรณนา พรรณา อ่านว่า พัน-นะ-นา พรหมจรรย์ พรมจรรย์ พราหมณ์ พราห์มณ์, พรามณ์ อ่านว่า พฺราม พร่ำพลอด พร่ำพรอด พฤศจิกายน พฤษจิกายน พฤษภาคม พฤศภาคม พลการ พละการ คำสมาส พลศึกษา พละศึกษา คำสมาส พละกำลัง พลกำลัง พลาสติก พลาสติค พหูสูต พหูสูตร พะแนง พแนง, แพนง พะยอม พยอม ชื่อต้นไม้ มีดอกสีขาว พะวักพะวน พวักพวน พังทลาย พังทะลาย พันทาง พันธุ์ทาง ลูกผสมต่างสายพันธุ์ พันธกิจ พันธะกิจ คำสมาส พันธสัญญา พันธะสัญญา คำสมาส พัศดี พัสดี พัสดุ พัศดุ พากย์ พากษ์ พากย์หนัง พาณิชย์,?พาณิชย,พณิชย์พาณิช,?พณิช พานิชย์, พานิชย, พนิชย์พานิช, พนิช ใช้ ณ เสมอ รวมถึงรูปศัพท์เดิมก่อนแผลง ว เป็น พ เช่น วาณิชย์ วาณิชกะ วณิชย์ วณิชยา วาณิช วณิชพาณิชย์ พาณิชย หรือ พณิชย์ แปลว่าการค้า พาณิชหรือพณิชหมายถึงพ่อค้า ยกเว้นวิสามานยนามบางคำ เช่น ไทยวัฒนาพานิช, กรุงไทยพานิชประกันภัย,?ศุภชัย พานิชภักดิ์,?วิจารณ์ พานิช?และชิน โสภณพนิช พานจะเป็นลม พาลจะเป็นลม พาหุรัด พาหุรัต, พาหุรัตน์ พิณพาทย์ พิณภาทย์ พิธีรีตอง พิธีรีตรอง พิบูล พิบูลย์ พิพิธภัณฑ์ พิพิทธภัณฑ์ พิราบ พิราป นกชนิดหนึ่ง พิลาป พิราป คร่ำครวญ, ร้องไห้ เช่น?รำพันพิลาป พิศวง พิสวง พิศวาส พิสวาส, พิสวาท พิสดาร พิศดาร พิสมัย พิศมัย พึมพำ พึมพัม พุดตาน พุดตาล ดอกไม้ชนิดหนึ่ง พุทธชาด พุทธชาติ ดอกไม้ชนิดหนึ่ง พู่กัน ภู่กัน พู่ระหง ภู่ระหง เพชฌฆาต เพชรฆาต, เพ็ชรฆาต เพชร เพ็ชร เพศสัมพันธ์ เพศสัมพันธุ์ เพนียด พเนียด, พะเนียด เพริศพริ้ง เพริดพริ้ง เพิ่มพูน เพิ่มพูล เพียบพร้อม เพรียบพร้อม แพทยศาสตร์ แพทย์ศาสตร์ โพชฌงค์ โพชงค์ โพดำ โพธิ์ดำ โพแดง โพธิ์แดง โพทะเล โพธิ์ทะเล โพนทะนา โพนทนา โพระดก โพรดก โพสพ โพศพ ไพฑูรย์ ไพทูรย์ คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ฟ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ฟังก์ชัน ฟังก์ชั่น ไม่มีไม้เอก ฟั่น ฝั้น เช่น ฟั่นเชือก ฟั่นเทียน ฟันคุด ฟันครุฑ, ฟันครุท คุด หมายถึง งอกงออยู่ภายในไม่โผล่ออกมาตามปรกติ?ครุฑเป็นสัตว์ในตำนานอินเดีย ฟาทอม ฟาธอม, แฟทอม, แฟธอม หน่วยวัดระยะทาง ฟิล์ม ฟิลม์, ฟลิม, ฟิมล์, ฟิม์ล ฟิวส์ ฟิว ฟุตบอล ฟุทบอล ฟุลสแก๊ป ฟูลสแกป หน้ากระดาษที่มีเส้นบรรทัด เฟิน เฟิร์น ถ้านำไปเขียนคำทับศัพท์อาจอนุโลมใช้ เฟิร์น ได้ แฟชั่น แฟชัน มีไม้เอก ไฟแช็ก ไฟแชค, ไฟแช็ค คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ภ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ภคินี ภคิณี ภวังค์ พวังศ์ ภัณฑารักษ์ พันธารักษ์ ภาคทัณฑ์ ภาคฑัณฑ์ ภาคภูมิ ภาคภูม ภาพยนตร์ ภาพยนต์ ภารกิจ ภาระกิจ คำสมาส ภาวการณ์ ภาวะการณ์, ภาวะการ คำสมาส ภาววิสัย ภาวะวิสัย "ภาววิสัย" ตรงกับภาษาอังกฤษว่า "objective" บางทีใช้ "ปรนัย" (ปะระไน), "ปรวิสัย" (ปะระวิสัย) หรือ "วัตถุวิสัย" หมายความว่า "ที่เกี่ยวข้องกับวัตถุ โดยไม่เกี่ยวกับความคิดหรือความรู้สึก" ภุชงค์ พุชงค์ ภูตผี ภูติผี ภูต แปลว่า ผี; ภูติ แปลว่า ความรุ่งเรือง ภูมิใจ ภูมใจ ภูมิลำเนา ภูมลำเนา อ่านว่า พูม-ลำ-เนา หรือ พู-มิ-ลำ-เนา ก็ได้ เภตรา เพตรา คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ม คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ มกุฎ มกุฏ ใช้ ฎ ชฎา เช่น มกุฎราชกุมาร มกุฎราชกุมารี ยกเว้น มหามกุฏราชวิทยาลัย และ มกุฏกษัตริยาราม ที่ใช้ ฏ ปฏัก มงกุฎ มงกุฏ ใช้ ฎ ชฎา มณฑป มนฑป, มณทป อ่านว่า มน-ดบ มนเทียร มนเฑียร, มณเฑียร มนุษยสัมพันธ์ มนุษย์สัมพันธ์ คำสมาส มรณภาพ มรณะภาพ มฤตยู มฤตญู มลทิน มนทิน มลังเมลือง มะลังมะเลือง มหรรณพ มหรรนพ, มหันนพ มหรสพ มหรศพ อ่านว่า มะ-หอ-ระ-สบ มหัศจรรย์ มหรรศจรรย์ มหาหิงคุ์ มหาหิงค์ มเหสักข์ มเหศักดิ์ มเหสี มเหศรี, มเหศี, มเหษี, เมหสี มไหศวรรย์ มไหสวรรค์ ม่อห้อม,?ม่อฮ่อม, หม้อห้อม หม้อฮ่อม มะหะหมัด มหะหมัด, มะหะมัด มัคคุเทศก์ มัคคุเทศ, มัคคุเทศน์ มัคนายก, มรรคนายก มัคทายก, มรรคทายก (บาลี) มคฺค + นายก (สันสกฤต) มารฺค + นายก หมายถึง ผู้นำทาง ได้แก่ ผู้จัดการทางกุศล หรือผู้ชี้แจงทางบุญทางกุศลและป่าวประกาศให้ประชาชนมาทำบุญทำกุศลในวัด มัณฑนศิลป์ มันทนศิลป์, มันฑณศิลป์ มัธยัสถ์ มัธยัสต์ มัศยา, มัตสยา มัสยา ปลา มัสตาร์ด มัสตาด มัสมั่น มัสหมั่น อ่านว่า มัด-สะ-หมั่น มาตรการ มาตราการ ระวังการใช้ในบริบท มาตรา-การ มาตรฐาน มาตราฐาน ระวังการใช้ในบริบท มาตรา-ฐาน มานุษยวิทยา มนุษยวิทยา มานุษย = ที่เกี่ยวกับมนุษย์ ม่าเหมี่ยว มะเหมี่ยว ด้วงปีกแข็งชนิดหนึ่ง, ชมพู่ผลสีแดงเข้ม มึง เมิง มืดมน มืดมนต์, มืดมล มุกตลก มุขตลก ราชบัณฑิตยสถานสะกดว่า มุก ในขณะที่พจนานุกรมฉบับมติชนสะกดว่า มุข แมงมุม แมลงมุม แมลงดา แมงดา เฉพาะแมลง(มี 6 ขา) ส่วนแมงดาจะใช้กับแมงดาทะเล (มี 12 ขา) แมลงภู่ แมลงพู่, แมงภู่ ทั้งชื่อแมลงและหอย แมลงวัน แมงวัน แมลงสาบ แมลงสาป, แมงสาบ, แมงสาป ไมยราบ ไมยราพ ชื่อพืชชนิดหนึ่ง ไมยราพณ์, มัยราพณ์ ไมยราพ ตัวละครในรามเกียรติ์ ไมล์ ไมร์, ไมค์ หน่วยวัดระยะทาง คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ย คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ยศถาบรรดาศักดิ์ ยศฐาบรรดาศักดิ์ ย่อมเยา ย่อมเยาว์ ราคาย่อมเยา ยาเกร็ด ยาเกล็ด หมายถึง ตำรา ยานัตถุ์ ยานัตถ์, ยานัด นัตถุ์ แปลว่า จมูก ยีราฟ จีราฟ เยอรมนี, เยอรมัน เยอรมันนี เยาว์วัย เยาวัย เยื่อใย เยื่อไย คำซ้อน เยื่อ + ใย ใยแมงมุม ไยแมงมุม ไย ใย หมายถึงไฉน, อะไร, ทำไม ไยดี ใยดี ไยไพ ใยไพ หมายถึงเยาะเย้ย, พูดให้อาย โยธวาทิต โยธวาฑิต คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ร คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ รกชัฏ รกชัฎ ใช้ ฏ ปฏัก รณรงค์ รนรงค์ รถยนต์ รถยนตร์ รมณีย์ รมนีย์, รมณี รสชาติ รสชาด ร้องไห้ ร้องให้ ระบบนิเวศ ระบบนิเวศน์ ระเบงเซ็งแซ่ ระเบ็งเซ็งแซ่ ระเห็จ รเห็จ, เรห็จ รักษาการ รักษาการณ์ ปฏิบัติหน้าที่แทน เช่น รักษาการในตำแหน่ง... รักษาการณ์ รักษาการ เฝ้าดูแลเหตุการณ์ เช่น ยามรักษาการณ์ รังเกียจ รังเกลียด, รังเกียด รังควาน รังควาญ รังสี รังษี, รังศี ยกเว้นชื่อเฉพาะ รัชดาภิเษก รัชฎาภิเษก คำสนธิ รชต (เงิน) + อภิเษก (แต่งตั้ง); รัชฎาภิเษกเป็นรูปคำโบราณ รัญจวน รัญจวญ, รัญจวณ รัฐวิสาหกิจ รัฐวิสาหะกิจ รัศมี รัสมี, รัษมี รากเหง้า รากเง่า เง่า หมายถึงโง่เง่า ราชภัฏ ราชภัฎ ใช้ ฏ ปฏัก ราชัน ราชันย์ "ราชัน" หมายถึง พระเจ้าแผ่นดิน, "ราชันย์" หมายถึง เชื้อสายของพระเจ้าแผ่นดิน ราชวงศ์ ราชวงค์ ราดหน้า ลาดหน้า ราพณาสูร ราพนาสูร ราศี ราศรี รากศัพท์ต่างกัน ราศี มาจาก ราสิ, ศรี มาจาก สิริ รำคาญ รำคราญ, รำคาน ริบบิ้น ริ้บบิ้น ออกเสียง ริบ โดยไม่มีรูปวรรณยุกต์ รื่นรมย์ รื่นรมณ์ เรี่ยไร เรี่ยราย เรี่ยราย = เกลื่อนกลาด แร็กเกต แร็กเก็ต โรงธารคำนัล โรงธารกำนัล หมายถึง ท้องพระโรง โรมันคาทอลิก โรมันคาธอลิค ฤ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ฤกษ์พานาที ฤกษ์ผานาที สองคำที่สับสน คือ "ฤกษ์พานาที" กับ "เลขผานาที" ฤทธิ์ ฤทธ, ฤทธ์ ฤๅ ฤา ใช้ลากข้างยาว ฤๅษี, ฤษี ฤาษี ใช้ลากข้างยาว คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด?ล คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ลดาวัลย์ ลัดดาวัลย์, ลดาวัณย์ ชื่อไม้เถาชนิดหนึ่ง ยกเว้นชื่อเฉพาะ ลมปราณ ลมปราน ลมหวน ลมหวล ล็อกเกต ล็อกเก็ต ลองไน ลองใน ชื่อจักจั่นขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง ละคร ละคอน "ละคอน" เป็นคำไทยโบราณ ใช้เมื่อต้องการรักษาความดั้งเดิมไว้ เช่น สาขาศิลปะและการละคอน ละเมียดละไม ลเมียดลไม ละโมบ ลโมบ,ละโมภ ละเอียดลออ ลเอียดลออ, ละเอียดละออ ลักเพศ ลักเพท, ลักเพส ลังถึง รังถึง ลาดตระเวน ลาดตระเวณ มักสับสนกับ "บริเวณ" ลาดยาง ราดยาง เรียกถนนที่ปูผิวจราจรด้วยยางมะตอยผสมกับหินหรือทรายเป็นต้นว่า "ถนนลาดยาง" ลายเซ็น ลายเซ็นต์ ลาวัณย์ ลาวัลย์ หมายถึง ความงาม ความน่ารัก ลำไย ลำใย คำนอกกฎการใช้ไม้ม้วน ลำไส้ ลำใส้ คำนอกกฎการใช้ไม้ม้วน ลิงก์ ลิงค์ ลิงก์ = คำภาษาอังกฤษ link;?ลิงค์?= เครื่องหมายเพศ, ประเภทคําในไวยากรณ์ที่บอกให้รู้ว่าคํานั้น เป็นเพศอะไร ลิดรอน ริดรอน ลิปสติก ลิปสติค ลิฟต์ ลิปต์, ลิฟ, ลิฟท์ มาจากคำภาษาอังกฤษ lift ลือชา ฦๅชา ฦ ฦๅ ไม่มีที่ใช้ในปัจจุบัน ลุกลี้ลุกลน ลุกลี้ลุกรน ลูกเกด ลูกเกตุ ลูกนิมิต ลูกนิมิตร ลูกบาศก์ ลูกบาศ เล่นพิเรนทร์ เล่นพิเรนท์ เลย เรย เล่ห์กระเท่ห์ เล่กระเท่ เลือกสรร เลือกสรรค์ เลือดกบปาก เลือดกลบปาก โล่ โล่ห์ มิได้แผลงมาจาก "โลหะ" โลกาภิวัตน์ โลกาภิวัฒน์ ไล่เลียง ไล่เรียง, ไร่เรียง, ไร่เลียง ซักไซ้ ไต่ถาม มักใช้ว่า ซักไซ้ไล่เลียง คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ฦ ปัจจุบันคำที่ขึ้นต้นด้วย ฦ ฦๅ ไม่นิยมใช้ คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด?ว คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ วงศ์,?วงษ์ วงค์ วงษ์ เป็นการสะกดแบบโบราณ วงศ์วาน วงษ์วาน เช่น ชื่อถนน?งามวงศ์วาน วัคซีน วักซีน วัณโรค วันโรค, วรรณโรค วันทยหัตถ์ วันทยาหัตถ์ วันทยาวุธ วันทยวุธ วางก้าม วางกล้าม วางโต วาทกรรม วาทะกรรม สมาสแล้วไม่มีสระอะ วาทิต วาฑิต วาทิต หมายความว่า ดนตรี หรือผู้บรรเลงดนตรี วายชนม์ วายชน วารดิถี วาระดิถี สมาสแล้วไม่มีสระอะ วาฬ วาล วิ่งเปี้ยว วิ่งเปรี้ยว วิ่งผลัด วิ่งผัด วิตถาร วิตถาน, วิตถาล วิตามิน วิตตามิน, วิตะมิน วินาที วินาฑี วินาศกรรม วินาศะกรรม วิหารคด วิหารคต วิญญาณ วิญญาน เวท เวทย์ เวท เป็นนาม?แปลว่า ถ้อยคำศักดิ์สิทธิ์สำหรับเสกเป่า ฯลฯเวทย์ เป็นวิเศษณ์?แปลว่า ควรรู้ เวทมนตร์ เวทย์มนตร์, เวทมนต์ เวนคืน เวรคืน เวียดนาม เวียตนาม ไวยากรณ์ ไวยกรณ์ คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด?ศ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ศรัทธา, สัทธา ศัทธา นิยมใช้ "ศรัทธา" มากกว่า ศศิธร สสิธร, ศศิทร ศศิธร หมายถึง ดวงจันทร์ ศักย์ ศักดิ์ ศักย์ ที่หมายถึง ศักย์ไฟฟ้า ศักยภาพ ใช้ ย แต่ ศักดิ์ที่กล่าวถึง ศักดินา ใช้ ด ศัตรู สัตรู, ศตรู ศัพท์ ศัพย์ -ศาสตรดุษฎีบัณฑิต -ศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต ปริญญาเอก เช่น รัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิต -ศาสตรบัณฑิต -ศาสตร์บัณฑิต ปริญญาตรี เช่น เศรษฐศาสตรบัณฑิต -ศาสตรมหาบัณฑิต -ศาสตร์มหาบัณฑิต ปริญญาโท เช่น นิติศาสตรมหาบัณฑิต ศิลป์,?ศิลปะ ศิลป ใช้เป็นศัพท์โดด ศิลปกรรม ศิลปะกรรม คำสมาส ศิลปวัฒนธรรม ศิลปะวัฒนธรรม หากต้องการแยกคำควรใช้ "ศิลปะและวัฒนธรรม" ศิลปวัตถุ ศิลปะวัตถุ คำสมาส ศีรษะ ศรีษะ ศึกษานิเทศก์ ศึกษานิเทศ, ศึกษานิเทศน์ โศกนาฏกรรม โศกะนาฏกรรม, โศกนาฎกรรม ใช้ ฏ ปฏัก โศกศัลย์ โสกศัลย์, โศกสันต์ โศกเศร้า โสกเศร้า ไศล ไสล, ศไล หมายถึง เขาหิน คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ส คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ สกัด สะกัด สกาว สะกาว สแกน แสกน สดับ สะดับ สถานการณ์ สถานการ, สถานะการณ์ สถิต สถิตย์ ยกเว้น "สถิตยศาสตร์" สนนราคา สงวนราคา "สนนราคา" หมายถึง ราคา?; "สงวนราคา" หมายถึง รักษาระดับราคาไว้ สบง สะบง สบาย สะบาย สบู่ สะบู่ สไบ สะไบ, ไสบ สเปน เสปน, สเปญ สภาวการณ์, สภาพการณ์ สภาวะการณ์ สมดุล สมดุลย์ สมเพช สมเพท, สมเพศ, สมเพส สรรเพชญ สรรเพชร สรรแสร้ง สรรค์แสร้ง สรรหา สรรค์หา สรรค์ หมายถึง สร้าง, ทำให้เกิดขึ้น สรวงสวรรค์ สวงสวรรค์ สร้างสรรค์ สร้างสรร สวรรคต สวรรณคต, สวรรค์คต สอบเชาวน์ สอบเชาว์ สะกด สกด สะกิด สกิด สะคราญ สคราญ สะดวก สดวก สะพรึงกลัว สะพึงกลัว สะพาน สพาน สะเหล่อ สะเหร่อ, เสร่อ, เสล่อ สะอาด สอาด สักการบูชา สักการะบูชา คำสมาส สังเกต สังเกตุ สังเขป สังเขบ สังวร สังวรณ์ สังวาล สังวาลย์ ยกเว้นชื่อเฉพาะ "สังวาลย์" สังสรรค์ สังสรร สัญลักษณ์ สัญลักษ์, สัญญลักษณ์ สัณฐาน สันฐาน, สันฐาณ, สัณฐาณ รูปพรรณสัณฐาน สันโดษ สัญโดษ สันนิษฐาน สันนิฐาน, -ฐาณ สับปลับ สัปลับ สับปะรด สัปรด, สัปปะรด, สับปะรส มิได้แผลงมาจาก สรรพรส สัปเหร่อ สัพเหร่อ, สัปปะเหร่อ สัพยอก สรรพยอก สัมภาษณ์ สัมภาษ, สัมภาสน์ สัมมนา สัมนา, สำมะนา สาทร สาธร ชื่อถนนสายหนึ่ง และเขตการปกครองในกรุงเทพมหานคร สาธารณชน สาธารณะชน คำสมาส ระวังการใช้ในบริบท สาธารณะ-ชน สาธารณประโยชน์ สาธารณะประโยชน์ คำสมาส สาธารณสถาน สาธารณะสถาน คำสมาส สาธารณสมบัติ สาธารณะสมบัติ คำสมาส สาธารณสุข สาธารณะสุข คำสมาส สาบสูญ สาปสูญ สาบาน สาบาญ สาปแช่ง สาบแช่ง สาปสรร สาบสรร สามเส้า สามเศร้า เส้า หมายถึง ไม้หลักหรือวัตถุที่ตั้งหรือปักเป็นสามมุมสำหรับรองรับ สายสิญจน์ สายสิญจ์ สารประโยชน์ สาระประโยชน์ คำสมาส สารภี สาระพี, สารพี ชื่อไม้ต้นชนิดหนึ่ง ดอกสีขาวกลิ่นหอม, มิได้หมายถึง เครื่องครัว สาระสำคัญ สารสำคัญ มิใช่คำสมาส สารัตถประโยชน์ สารัตถะประโยชน์ คำสมาส สารัตถะสำคัญ สารัตถสำคัญ มิใช่คำสมาส สำอาง สำอางค์ เครื่องสำอาง สิงโต สิงห์โต หรือใช้เพียงคำว่า สิงห์ สิทธิ, สิทธิ์ สิทธ, สิทธ์ สีสวาด สีสวาท, สีสวาส แมวสีสวาด สีสัน สีสรร, สีสรรค์ สุกียากี้ สุกี้ยากี้ สามารถเรียกสั้น ๆ ว่า สุกี้ สุคติ สุขคติ สุญญากาศ สูญญากาศ ใช้สระ "อุ" สูจิบัตร สูติบัตร ใบแจ้งกำหนดการ สูติบัตร สูจิบัตร เอกสารหลักฐานการเกิด เสบียง สะเบียง, สเบียง เสพ เสพย์ ปัจจุบันพจนานุกรมให้สะกดแบบเดียวเท่านั้น เช่น เสพสุรา เสพยา เสพเมถุน เสพสม เสพติด (สารเสพติด สิ่งเสพติด ยาเสพติด) เสิร์ฟ เสริฟ, เสริฟ์ มาจาก serve ไม่ใช่อักษรควบกล้ำ เสื้อกาวน์ เสื้อกาว, เสื้อกาวด์ มาจาก gown เสื้อเชิ้ต เสื้อเชิ๊ต แสตมป์ สแตมป์ คำที่ปรากฏในพจนานุกรมไทย โสฬส โสรส อ่านว่า "โส-ลด" ไส้ ใส้ คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ห คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ หกคะเมน หกคเมน, หกคะเมร หงส์ หงษ์ หน็อยแน่ หนอยแน่ หนาแน่น แน่นหนา - "หนาแน่น" ว่า คับคั่ง, แออัด, เช่น กรุงเทพฯ มีประชากรหนาแน่นมาก.- "แน่นหนา" ว่า มั่นคง เช่น ใส่กุญแจแน่นหนา มีหลักฐานมัดตัวแน่นหนา, แข็งแรง เช่น ประตูหน้าต่างแน่นหนา, บางทีก็ใช้เข้าคู่กับ ปึกแผ่น เป็น เป็นปึกแผ่นแน่นหนา. หน้าปัดนาฬิกา หน้าปัทม์นาฬิกา หม้อห้อม, ม่อห้อม,ม่อฮ่อม หม้อฮ่อม หมาใน หมาไน หมามุ่ย, หมามุ้ย หมาหมุ้ย หมูหย็อง หมูหยอง ของกินทำด้วยหมูเนื้อแดงปรุงรส ต้มเคี่ยวให้เปื่อยจนงวด นำไปผัดจนแห้ง ขยี้ให้เป็นฝอย, รวมถึงที่ทำจากวัตถุดิบอื่นด้วย เช่น ไก่หยอง ฯลฯ หยากไย่, หยักไย่ หยากใย่, หยักใย่ หย่าร้าง อย่าร้าง หยิบหย่ง หยิบย่ง, หยิบโย่ง ห่วงใย ห่วงไย คำที่ใช้ไม้ม้วน หัวมังกุท้ายมังกร หัวมงกุฎท้ายมังกร (สำนวน) ไม่เข้ากัน ไม่กลมกลืนกัน (มังกุคือเรือที่มีกระดูกงูใหญ่) หัวหน่าว หัวเหน่า เหม็นสาบ เหม็นสาป เหล็กใน เหล็กไน ให้จำว่า เหล็กอยู่ข้างใน เหิน เหิร แหลกลาญ แหลกราญ, แหลกราน โหยหวน โหยหวล โหระพา โหรพา, โหระภา ใหลตาย ไหลตาย ใหล หมายถึงหลับใหล (ดู?ราชบัณฑิตยสถาน) ไหม มั๊ย, ไม๊ อักษรต่ำเติมไม้ตรีไม่ได้ อาจอนุโลมใช้ มั้ย ตามเสียงพูด แผลงมาจาก "หรือไม่" ไหหลำ ใหหลำ ทับศัพท์จากภาษาจีน คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ฬ ปัจจุบันไม่มีคำที่ขึ้นต้นด้วย "ฬ" คำโบราณที่ขึ้นต้นด้วย "ฬ" หันไปใช้ "ล" แทน เช่น "ฬา" ก็ใช้เป็น "ลา", "ฬ่อ" ก็ใช้เป็น "ล่อ" เป็นต้น คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??อ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ องคชาต องคชาติ องคุลิมาล องคุลีมาล, องคุลีมาร, องคุลิมาร องคุลี (นิ้วมือ) + มาล (สร้อยคอ, สาย หรือ แถว) = องคุลิมาล (สร้อยคอที่ทำจากนิ้วมือ) โดยที่ ลี ใน องคุลี ลดเป็น ลิ เสียงสั้นตามหลักการสมาส อธิษฐาน, อธิฏฐาน อธิฐาน, -ฐาณ อนาถ อนาจ อนาทร อนาธร อนุกาชาด อนุกาชาติ อนุญาต อนุญาติ ญาติ เขียนมีสระ อิ อนุมัติ อนุมัต อนุรักษนิยม อนุรักษ์นิยม คำสมาส อนุสาวรีย์ อนุเสาวรีย์, อณุสาวรีย์ อเนก เอนก มาจาก อน+เอก ตัวอย่างเช่น อเนกประสงค์ อเนกประการ อเนกอนันต์ เว้นแต่วิสามานยนามเช่น?เอนก เหล่าธรรมทัศน์?เอนก นาวิกมูล อเนจอนาถ อเนถอนาถ อภิรมย์ อภิรมณ์ อภิเษก อภิเสก อมต, อมตะ อัมตะ, อำมตะ อมรินทร์ อัมรินทร์ ยกเว้นชื่อเฉพาะ "อัมรินทร์" อมฤต, อำมฤต อัมฤต อริยเมตไตรย อริยเมตตรัย, อริยเมตไตร อริยสัจ อริยสัจจ์ อลักเอลื่อ อะหลักอะเหลื่อ อลังการ อลังการ์ อ่านว่า อะ-ลัง-กาน อวสาน อวสาณ, อวสานต์ อสงไขย อสงขัย อหังการ์ อหังการ อ่านว่า อะ-หัง-กา อหิวาตกโรค อะหิวาตกโรค ออฟฟิศ อ็อฟ-, -ฟิซ, -ฟิส, -ฟิต คำที่ปรากฏในพจนานุกรมไทย หรือใช้คำว่า สำนักงาน, ที่ทำการ อะลุ่มอล่วย, อะลุ้มอล่วย อะลุ่มอะล่วย, อลุ่มอล่วย อะฟลาทอกซิน อัลฟาทอกซิน ทับศัพท์จาก aflatoxin อะไหล่ อะหลั่ย อักขรวิธี อักขระวิธี สมาสแล้วตัดสระอะ อักษร อักศร, อักสร อัญชัน อัญชัญ อัฒจันทร์ อัธจันทร์ อัตคัด อัตคัต อัตนัย อัตตะนัย "อัตนัย" ตรงกับภาษาอังกฤษว่า "subjective" บางทีใช้ "อัตวิสัย" หรือ "จิตวิสัย" หมายความว่า "ที่มีอยู่ในจิต, ที่เกี่ยวกับจิต; ที่จิตคิดขึ้นเองโดยไม่อาศัยวัตถุภายนอก" อัธยาศัย อัทยาศัย, อัธยาษัย อัมพาต อัมพาส อากาศ อากาส อาฆาตมาดร้าย อาฆาตมาตร้าย อาเจียน อาเจียร อานิสงส์ อานิสงฆ์ อาเพศ อาเพส, อาเภส อายัด อายัติ, อายัต อารมณ์ อารมย์ อาวรณ์ อาวร อาสน์สงฆ์ อาสสงฆ์ อำนาจบาตรใหญ่ อำนาจบาทใหญ่ อำมหิต อัมหิต อินทรธนู อินธนู, อินทร์ธนู อินทรี (นกอินทรี, ปลาอินทรี) อินทรีย์ (นกอินทรีย์, ปลาอินทรีย์) อินทรียวัตถุ อินทรีวัตถุ, อินทรีย์วัตถุ อินฟราเรด อินฟาเรด, อินฟาร์เรด ทับศัพท์จาก infrared อิริยาบถ อิริยาบท อิสรภาพ อิสระภาพ คำสมาส อิสรเสรี อิสระเสรี คำสมาส อีเมล อีเมล์ ทับศัพท์จาก e-mail อีสาน อิสาน, -สาณ อุกกาบาต อุกาบาต อุกฤษฏ์ อุกฤติ อุดมการณ์ อุดมการ อุทธรณ์ อุธรณ์ อุทาหรณ์ อุธาหรณ์, อุทาหร อุบาทว์ อุบาท อุปการคุณ อุปการะคุณ คำสมาส อุปถัมภ์ อุปถัมธ์, อุปถัมน์ อุปโลกน์ อุปโลก อุปัชฌาย์ อุปัชฌา, อุปัชชา อุปาทาน อุปทาน - อุปาทาน = การยึดมั่นถือมั่น, การนึกเอาเอง เช่น?อุปาทานหมู่-?อุปทาน (เศรษฐศาสตร์)?= สินค้าหรือบริการที่พร้อมจะขายในตลาดเพื่อตอบสนองความต้องการซื้อ อุโมงค์ อุโมง เอกเขนก เอกขเนก เอกฉันท์ เอกฉัน, เอกะฉันท์ เอ็นดอร์ฟิน เอ็นโดรฟิน ทับศัพท์จาก endorphine โอกาส โอกาศ ไอศกรีม ไอศครีม, ไอติม คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ฮ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ฮ่อยจ๊อ หอยจ๊อ, ห้อยจ๊อ, -จ้อ ? เฮโลสาระพา, เฮละโลสาระพา เฮโลโหระพา, เฮละโลโหระพา

iOS 7 beta พบบั๊ก bypass lockscreen เข้าถึงทุกแอพได้เพียงวิ !!
apple /  bug / 

" ระวัง iOS 7 beta บั๊กอื้อ !! ล่าสุดพบ bypass lockscreen "   แน่นอนว่า flat สไตล์บน iOS 7 ที่มากับ ลูกเล่น 3d เอียงหงายๆ นั้นน่าตื่นเต้นปลุกใจสาวก ให้อยากอัพเดทอย่างมาก แถมตอนนี้ก็มีตัวเบต้า มายั่วสำหรับนักลองของกันแล้วด้วย   แต่ด้วยความที่มันกำลังเบต้านี้เอง มันจึงเต็มไปด้วยสารพัด bug ซึ่งร้อยทั้งร้อยเหล่าผู้เชี่ยวชาญ ก็ไม่แนะนำให้คุณรีบอัพเดท โดยเฉพาะกับมือใหม่ ล่าสุด หลังจากปล่อยให้ developer ดาวน์โหลดไปเพียง 2 วัน iOS 7 beta  ก็ถูกรายงานบั๊ก bypass lockscreen เข้าถึงทุกแอพ โดยไม่ต้องผ่านล๊อคสกรีนได้ ซึ่งก็เป็นบั๊กที่มักพบในโอเอส ที่เพิ่งเบต้าเสร็จหมาดๆ แทบทุกครั้ง   นอกจากปัญหาความปลอดภัย  bypass lockscreen แล้ว ใครที่ Download iOS 7 beta มารัน iDevice ยังจะต้องเผชิญกับบั๊กประปราย ที่ถูกรายงานบน sinfuliphone และ macrumors เหล่านี้ด้วยนะ ตุ้มบอกไว้ก่อน...     iOS 7  bug รวมฮิต   - บางทีวอลเปเปอร์ย่อส่วน หลังดูแอพใน Folder - บางที Messages แอพ Sending ก็ overlaps - บางที  Voicemail ก็ค้าง ข้อความใน voicemails ก็ overlap - ใน Settings บางทีก็โชว์ Wallpaper ผิด - Notification Center ไม่สามารถโชว์พรีวิวการแจ้งเตือน ( Alert Styles ) ได้ - ไอค่อนไม่ตรงกับเนื้อหาแอพ เช่น Camera, FaceTime, iTunes, Siri  ฯลฯ - Keypad ใส่ passcode บางที ก็เป็นสีเทาขาว มองไม่เห็นเลข -  แอพ Videos ยังเน่าเยอะ ทั้งสีเพี้ยน ค้าง เปิดแล้วก็หายไป - แอพ Messages มีอาการก๊ง ลบข้อความเอง - หน้า Lockscreen นาฬิกา ซ้อนกับ music controls - จิ้ม Define รันพจนานุกรม แต่กลับไปพิมพ์ข้อความไม่ได้ - แอพ Music ไม่โชว์ Album Artists - notification center ไม่โชว์ฟีเจอร์ missed - Automatic Updates ไม่ดาวน์โหลด ต้องรีสตาร์ทใหม่ - บางทีก็ไม่สามารถใช้งาน wi-fi ได้ตามปกติ - คียฺบอร์ดค้า ช้า , แจ้งเตือนซ้ำ Source : zdnet ,forbe , sinfuliphone , macrumors

เทคนิคเรียนภาษาที่ 3 ด้วยตัวเอง
นิค นิคโค้ โวกูก้า /  เทคนิคการเรียน / 

เรียนเอง เก่งเองเทคนิคเรียนภาษาที่ 3 ด้วยตัวเองในแบบเด็กลูกครึ่ง ของ 2 หนุ่ม แอนดรูว์ นักร้องวง Evo nine และ นิค นิคโค้ พิธีกรรายการสตรอเบอร์รีครับเค้ก ทั้งคู่มีวิธีการที่น่าสนใจมากๆ เลยอยากนำมาเสนอให้น้องๆ ที่สนใจฝึกภาษาด้วยตัวเอง ได้ลองเป็นอีกหนึ่งแนวทางกันค่ะ งั้นวันนี้เราไปติดตามเทคนิคพวกเขากันเลย... เทคนิคเรียนภาษาที่ 3 ด้วยตัวเอง ศรันยู ศรุติสุต ชื่อเล่น แอนดรูว์ อายุ 22 ปี นักร้องวง Evo nine แอนดรูว์เด็กไทยสัญชาติอเมริกัน พ่อ-แม่เปิดธุกิจและอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา เขาเกิดและโตที่แอลเอ จนถึงอายุ 18 ปี จึงตัดสินใจย้ายจากโรงเรียน Stamforcl Uni nter เกรด 11 มาเรียนต่อโรงเรียนนานาชาติที่เมืองไทย เพื่อเป็นเด็กเทรนด์ โดยสำหรับแอนดรูว์แล้ว การพูดภาษาไทยให้ชัดเป็นสิ่งที่เขาพยายามมากที่สุด ถ้าอย่างนั้นเรามาฟังกันว่าเด็กไทยที่ไม่เคยอยู่เมืองไทยเลย แต่อยากพูดสำเนียงใช้ชัด เค้ามีเทคนิคการใช้ภาษาไทยอย่างไร ช่วงแรกผมเครียดมาก เพราะต้องสื่อสารเป็นภาษาไทยกับคนไทยให้เข้าใจ เชื่อไหมว่าตอนนั้นผมไม่มีเพื่อนเลย จนค่อยๆ ปรับตัวได้ หลังจากนั้นเวลาคนไทยพูดภาษาอังกฤษกับผม ผมจะพยายามพูดกลับเป็นภาษาไทยอย่างเดียว ไม่อยากให้คนคิดว่าเป็นเด็กนอก พูดไทยคำอังกฤษคำ ซึ่งสำหรับคนไทยที่อยากเก่งภาษาอังกฤษ อย่างแรกที่ผมอยากแนะนำคือห้ามอาย คนไทยที่ผมสังเกตหลายคนเขาสามารถพูดได้ แต่อายที่จะพูด กลัวว่าพูดผิด พูดแล้วดูตลก ผมแนะนำว่าอย่าอาย ยิ่งถ้ามีเพื่อนอินเตอร์พูดกับเขาเยอะๆ ฝึกพูดเองง่ายกว่าที่จะต้องไปเรียน แล้วภาษาอังกฤษก็ง่ายกว่าภาษาไทยเยอะครับ นิค นิคโค้ โวกูก้า อายุ 19 ปี ลูกครึ่งไทย-เยอรมัน พิธีกรรายการสตรอเบอร์รีครับเค้ก นิคเกิดที่สเปน เรียนอนุบาลที่สเปนก่อนจะย้ายไปอยู่ออสเตรียและใช้ภาษาเยอรมันเป็นหลัก จนเมื่อ 4 ปีก่อนนิคและคุณแม่มาเที่ยวเมืองไทย แล้วตัดสินใจอยู่ที่จังหวัดโคราช ฝรั่งสำเนียงโคราชมีขั้นตอนการฝึกภาษาไทยยังไงจากที่พูดไทยไม่ได้เลย จนกลายมาเป็นพิธีกรรายการวัยรุ่น จนถึงทุกวันนี้ได้ ?ผมมาอยู่อำเภอประทายที่โคราช เป็นเด็กฝรั่งบ้านนอก นี่ก็ติดสำเนียงโคราชมาด้วยครับ ผมเริ่มฝึกภาษาไทยเอง ฟังเอง คุณแม่ไม่ได้สอน คุณแม่พูดชัดเลยเอามาใช้ ตอนย้ายมาพูดภาษาไทยไม่ได้เลย ก็เลยต้องเริ่มหัดพูดเองจากคำง่ายๆ อย่างคำว่า ไปไหน? ไปทำอะไร? มีคำพื้นเป็นคำว่า ?ไป? ถ้าจำไม่ได้ก็จดแล้วก็ฟังคนอื่นเขาพูดเยอะๆ พอเขาพูด เฮ้ย...ไปไหน? เราก็เข้าใจคำว่า เฮ้ย เพิ่มล่ะ แต่พวกคำว่า แก ฉัน จะไม่ใช้ จะใช้คำว่า ผม กับ คุณ อย่างเดียว เพราะคนไทยมีสรรพนามเยอะ ฝึกพูดกับเพื่อนเยอะๆ ก็จะพูดได้ เทคนิคการเรียนต่างประเทศ อย่างเช่น ภาษาอังกฤษเองง่ายๆ 1. การฟัง การฟังเป็นการเรียนรู้ที่สามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะแค่ 1 นาที 5 นาที หรือเป็นชั่วโมง การฝึกที่ดีที่สุดคือ การฟังข่าวภาษาอังกฤษ ช่องทางการฟังมีหลากหลายมาก เช่น ดูข่าวผ่านทีวี CNN, BBC หรือช่องอื่นๆ หรือ ฟังข่าวออนไลน์ผ่านมือถือ ซึ่งหาดาวน์โหลด Application เหล่านี้ได้ง่ายมาก ประเด็นคือฟังไม่รู้เรื่อง มันมืดไปหมด แล้วอย่างนี้จะเรียนรู้ได้อย่างไร อย่าเพิ่งถอดใจเพราะเป็นเรื่องธรรมดาหากฟังไม่เข้าใจ เพราะแม้กระทั่งคนที่ระดับภาษาอังกฤษค่อนข้างดีแล้ว บางทีเขายังฟังข่าวไม่ค่อยรู้เรื่องก็มี สิ่งที่จะแนะนำคือพยายามฟังบ่อยๆ หากมีเวลาพยายามตั้งใจฟังและพยายามจับให้ได้ว่าเขากำลังรายงานข่าวเรื่องอะไรอยู่ พยายามแยกแยะคำศัพท์แต่ละคำออกจากกันให้ได้ ถึงแม้จะไม่รู้ความหมายของคำนั้นๆ ก็ตาม เพราะถ้าเราฟังเฉยๆ ลอยๆ จะเหมือนกับเวลาฝรั่งอ่านหนังสือภาษาไทยที่ไม่รู้ว่าแต่ละคำจบตรงไหน เพราะเขียนติดกันเป็นพืดไปหมด ดังนั้นช่วงเริ่มฟังใหม่ๆ ไม่จำเป็นต้องรู้ความหมายหรือรู้เรื่องทั้งหมด แค่พยายามจับคำของนักข่าวให้ได้ก็พอ แต่ถ้าไม่ได้จริงๆ อย่าเพิ่งท้อ เพราะการฟังบ่อยก็ช่วยให้เราคุ้นชินกับสำเนียง ท่วงทำนอง ระดับสูงต่ำ ของภาษาได้ไปในตัว ฟังไปนานๆ มันจะฝังอยู่ในจิตใต้สำนึกเราเอง และไม่ช้าเราจะจับคำพูดที่เราฟัง ได้โดยที่ไม่ต้องพยายามอีกต่อไป ดังนั้นว่างๆ หากมีสมาร์ทโฟนให้เข้าไปดาวโหลด Podcast ข่าวของ CNN หรือ BBC มาไว้ในมือถือ ขึ้นบีทีเอสหรือรอรถเมย์เมื่อไหร่ก็หยิบออกมาฟังเพลินๆ หรือเข้าไปที่ Leaning English ของ Voice of America จาก http://learningenglish.voanews.com ในนี้จะรวบรวมข่าวพร้อมคลิปเสียงการบรรยายข่าวนั้นๆ โดยเขาทำไว้เพื่อให้คนฝึกฟังภาษาอังกฤษโดยเฉพาะ ดังนั้นการรายงานข่าวจึงไม่เร็วเกินไปและชัดถ้อยชัดคำมาก การฝึกฟังจากการดูหนัง หรือซีรีส์ฝรั่ง คำแนะนำคือห้ามมี Subtitle หรือถ้าต้องมีจริงๆ ต้องเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น ห้ามเป็นภาษาไทยโดยเด็ดขาด เพราะคุณจะไม่ได้อะไรเลยจากการดูหนังในครั้งนั้น การดูหนังหรือซีรีส์ภาษาอังกฤษจะดีตรงที่ภาษาจะเป็นภาษาพูดที่ใช้ในชีวิตประจำวันทั่วไป แนะนำอย่าเลือกหนังที่เป็นหนังประวัติศาสตร์ย้อนยุค เพราะเราจะไม่เข้าใจภาษา ถ้าเลือกได้แนะนำหนังการ์ตูนของ Walt Disney ดูน่ารักเพลินๆ และภาษาเข้าใจง่าย ส่วนซีรีส์ก็เลือกดูที่เราถนัด การฟังจากการฟังเพลง เชื่อว่าทุกคนฟังเพลงสากล แต่มีกี่คนที่รู้ว่าเพลงที่ฟังอยู่สื่อถึงอะไร หรือเนื้อเพลงแปลว่าอะไร หากฟังแบบนั้นจะเป็นแค่การฟังเพื่อความเพลิดเพลิน การฟังที่ได้เรียนรู้ไปด้วยแนะนำให้เปิดหาความหมายของเนื้อร้องประกอบไปด้วย อาจจะฝึกแปลเองหรือเข้าไปหาดูบทแปลจากอินเทอร์เน็ต แต่ระวังนิดนึงเพราะบางเว็บที่แปลเพลงสากลอาจแปลได้ไม่ค่อยตรงความหมายของเพลง หรือความหมายไม่ได้ตามอารมณ์ที่ควรจะเป็นของเพลงนั้นๆ ข้อดีของการฟังเพลงคือเพลงหนึ่งเพลง ปกติเราไม่ฟังแค่รอบเดียวแล้วเลิกฟัง เรามักจะฟังซ้ำๆ ทุกวัน จึงทำให้เกิดการคุ้นหูและเคยชินกับประโยคในเพลง หากเรารู้ความหมายจะเป็นการดีที่เราได้เรียนรู้ทั้งคำศัพท์และตัวอย่างการใช้ไปในตัว เวลาจำไปใช้ก็เอาไปทั้งประโยคได้เลย 2. การอ่าน อ่านน้อยได้น้อย อ่านมากได้มาก อันนี้ขึ้นอยู่กับความขยันของตัวบุคคลจริงๆ ทุกครั้งที่เราอ่านเราจะได้อะไรเสมอ สำหรับการอ่านภาษาอังกฤษไหนๆ ก็จะเริ่มอ่านแล้ว ควรอ่านให้ได้ประโยชน์มากที่สุด แนะนำให้อ่านข่าวภาษาอังกฤษ บทความ หรือนิตยสารภาษาอังกฤษ การอ่านจะต่างจากการฟังตรงที่เวลาอ่านพยายามทำความเข้าใจในสิ่งที่เรากำลังอ่าน หากเจอคำศัพท์แปลกที่เราไม่รู้ความหมายให้เปิดพจนานุกรมและเขียนกำกับไว้เลย (แนะนำให้เขียนลงในเนื้อหาที่เราอ่านเลย) หากเป็นไปได้ควรอ่านทุกวัน อย่างน้อยวันละหนึ่งหัวข้อข่าว หรือหนึ่งบทความ เจอคำที่ไม่รู้ให้เปิดพจนานุกรมและเขียนไว้ ถึงแม้จะเป็นคำเดิมที่เราเคยเจอ และเคยเปิดมาแล้ว เพราะถ้าเปิดอีกรอบนั่นหมายความว่าเรายังจำไม่ได้ หากอ่านทุกวันเราจะเห็นว่าเราจะเจอคำศัพท์เดิมๆ บ่อยครั้ง ในที่สุดเราจะจำคำนั้นๆ ได้โดยอัตโนมัติ แต่การอ่านไม่จำเป็นต้องเปิดแบบละเอียดทุกคำ เพราะมันจะทำให้เราเกิดอาการหงุดหงิด ท้อและเลิกอ่านไปในที่สุด บางทีเราสามารถเดาความหมายจากบริบทได้ อันนี้อาจต้องฝึกบ่อยๆ นะคะ การเรียนรู้ภาษาที่สามจะต้องมาควบคู่กับความขยันและอดทน หากขาดสิ่งนี้การเรียนรู้แทบจะไม่ได้ผลเลย ยังไงก็พยายามกันนะคะ โดยเฉพาะสากลอย่างภาษาอังกฤษ ไม่ใช่สิ่งที่ยากหรือน่ากลัว แต่หากเราไม่รู้แล้วเกิดจำเป็นต้องใช้ในวันข้างหน้าความน่ากลัวจะมาเยือน ที่มา นิตยสารแคนดี้, เรียบเรียงโดย http://teen.mthai.com/หากนำไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยค่ะ

วัยรุ่นคิดยังไง กับ การแก้ไข คำทับศัพท์
ข่าวการศึกษา /  นักศึกษา / 

นางกาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิต และนายกสมาคมครูภาษาไทยแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้กองศิลปกรรมได้จัดทำแบบสำรวจความคิดเห็นประมาณ 300 ชุด เกี่ยวกับการเขียนคำยืมจากภาษาอังกฤษในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 เพื่อสอบถามความเห็นจากคณะกรรมการราชบัณฑิต และผู้ที่เกี่ยวข้องในการเปลี่ยนแปลงการเขียนคำที่ยืมจากภาษาอังกฤษใหม่ เนื่องจากพบว่ามีคำศัพท์ที่ยืมมาจากคำภาษาอังกฤษ 176 คำ เขียนผิด และไม่ตรงกับเสียงวรรณยุกต์ของคำนั้นๆ นางกาญจนา กล่าวต่อว่า ปัญหานี้เกิดขึ้นมาจากขั้นตอนการถอดคำ หรือว่ายืมคำมาจากภาษาอังกฤษ เมื่อแปลมาเป็น ภาษาไทย ไม่ได้เติมวรรณยุกต์เสียงเอก โท หรือตรี ให้ตรงตามอักขรวิธีไทย อย่างคำว่า"แคลอรี" การเขียนให้ตรงกับการออกเสียงต้องเป็น "แคลอรี่" หรือว่าคำว่า "โควตา" ถ้าจะให้ตรงกับการออกเสียงต้องเป็นคำว่า "โควต้า" รวมทั้ง "เรดาร์" ต้องเป็นคำว่า "เรด้าร์" การศึกษา นางกาญจนา กล่าวต่อว่า เบื้องต้นได้สอบถามความเห็นจากสภาราชบัณฑิต ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการเติมวรรณยุกต์ และเปลี่ยนแปลงคำศัพท์ทั้ง 176 คำ เพื่อเขียนให้ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม คงต้องรอดูผลการสำรวจความคิดเห็นอีกครั้งว่าส่วนใหญ่จะเห็นด้วยทุกคำ หรือเห็นด้วยเฉพาะบางคำ ซึ่งตามกำหนดเวลาแล้ว ภายในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ ทุกคนต้องส่งแบบสอบถามดังกล่าวกลับที่กองศิลปกรรม เพื่อประมวลผลความคิดเห็นว่าเห็นด้วยหรือไม่ ทั้งนี้การขอปรับแก้คำศัพท์ทั้ง 176 คำนั้น หากเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยว่าควรเปลี่ยน ก็จะนำไปบรรจุในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตย สถาน พ.ศ.2554 ซึ่งกำลังดำเนินการปรับปรุงเพื่อจัดพิมพ์เล่มใหม่ คำศัพท์ ที่อยู่ในแบบสำรวจ เพื่อขอความเห็นในการเปลี่ยนแปลงการเขียนใหม่ มีดังนี้ 1.คำที่ใส่เครื่องหมายไม้ไต่คู้เพื่อแสดงสระเสียงสั้น ได้แก่ ซีเมนต์ - ซีเม็นต์ เซต-เซ็ต เซนติกรัม-เซ็นติกรัม เซนติเกรด-เซ็นติเกรด เซนติลิตร-เซ็นติลิตร ไดเรกตริกซ์-ไดเร็กตริก เทนนิส-เท็นนิส นอต-น็อต นิวตรอน-นิวตร็อน เนตบอล-เน็ตบอล เนปจูน-เน็ปจูน เบนซิน-เบ็นซิน แบคทีเรีย-แบ็คทีเรีย มะฮอกกานี-มะฮ็อกกานี เมตริก-เม็ตตริก เมตริกตัน- เม็ตริกตัน แมงกานิน-แม็งกานิน อิเล็กตรอน-อิเล็กตร็อน เฮกโตกรัม-เฮ็กโตกรัม เฮกโตลิตร-เฮ็กโตลิตร 2.คำที่เปลี่ยนตัวพยัญชนะเป็นอักษรสูง ได้แก่ คอร์ด-ขอร์ด แคโทด-แคโถด ซัลเฟต-ซัลเฝต ไทเทรต-ไทเถรต ไนต์คลับ-ไน้ต์ขลับ พาร์เซก-พาร์เส็ก แฟลต-แฝล็ต สเปกโทรสโกป-สเป็กโทรสโขป ไอโซโทป-ไอโซโถป 3.คำที่ใส่เครื่องหมายวรรณยุกต์เอก ได้แก่ กอริลลา-กอริลล่า แกโดลิเนียม-แกโดลิเนี่ยม แกมมา-แกมม่า แกลเลียม-แกลเลี่ยม คูเรียม-คูเรี่ยม แคดเมียม-แคดเมี่ยม แคลเซียม-แคลเซี่ยม แคลอรี-แคลอรี่ โครเมียม-โครเมี่ยม ซิงโคนา-ซิงโคน่า ซิลิคอน-ซิลิค่อน ซีเซียม-ซีเซี่ยม ซีนอน-ซีน่อน ซีเรียม-ซีเรี่ยม โซลา-โซล่า ดอลลาร์-ดอลล่าร์ เทคโนโลยี-เท็คโนโลยี่ แทนทาลัม-แทนทาลั่ม ไทเทเนียม-ไทเทเนี่ยม เนบิวลา-เนบิวล่า ไนลอน-ไนล่อน แบเรียม-แบเรี่ยม ปริซึม-ปริซึ่ม  ปิโตรเลียม-ปิโตรเลี่ยม แพลทินัม-แพลทินั่ม ฟังก์ชัน-ฟังก์ชั่น ฟาทอม-ฟาท่อม ไมครอน-ไมคร่อน ยิปซัม-ยิปซั่ม ยูเรเนียม-ยูเรเนี่ยม เลเซอร์-เลเซ่อร์ วอลเลย์บอล-วอลเล่ย์บอล อะลูมิเนียม-อะลูมิเนี่ยม อีเทอร์-อีเท่อร์ เอเคอร์-เอเค่อร์ แอลฟา-แอลฟ่า ฮาห์เนียม-ฮาห์เนี่ยม ฮีเลียม-ฮีเลี่ยม 4.คำที่ใส่ ห นำเพื่อแสดงเสียงวรรณยุกต์เอก ได้แก่ กะรัต-กะหรัต แกรนิต-แกรหนิต คลินิก-คลิหนิก คาทอลิก-คาทอหลิก คาร์บอเนต-คาร์บอเหนต คาร์บอลิก-คาร์บอหลิก โคออร์ดิเนต-โคออร์ดิเหนต รูเล็ตต์- รูเหล็ตต์ 5.คำที่เติมเครื่องหมายวรรณยุกต์โท ได้แก่ กลูโคส-กลูโค้ส กิโลไซเกิล-กิโลไซเกิ้ล กิโลเมตร-กิโลเม้ตร กิโลเฮิรตซ์-กิโลเฮิ้รตซ์ กีตาร์-กีต้าร์ แกรไฟต์-แกรไฟ้ต์ คาร์บอน-คาร์บ้อน คาร์บูเรเตอร์-คาร์บูเรเต้อร์ เคเบิล-เคเบิ้ล โควตา-โควต้า ชอล์ก-ช้อล์ก ซอส-ซ้อส โซเดียม-โซเดี้ยม ไดนาไมต์-ไดนาไม้ต์ แทนเจนต์-แทนเจ้นต์ แทรกเตอร์-แทรกเต้อร์ นิกเกิล-นิกเกิ้ล ไนต์คลับ-ไน้ต์ขลับ ไนโตรเจน-ไนโตรเจ้น บารอมิเตอร์-บารอมิเต้อร์ บีตา-บีต้า ปาทังกา-ปาทังก้า ปาร์เกต์-ปาร์เก้ต์ พลาสติก-พล้าสติก ฟาสซิสต์- ฟ้าสซิสต์ มอเตอร์-มอเต้อร์ เมตร-เม้ตร ไมกา-ไมก้า ยีราฟ-ยีร้าฟ เรดอน-เรด้อน เรดาร์-เรด้าร์ เรเดียม-เรเดี้ยม ลิกไนต์- ลิกไน้ต์ แวนดา-แวนด้า อาร์กอน-อาร์ก้อน แอนติบอดี-แอนติบอดี้ เฮิรตซ์-เฮิ้รตซ์ ไฮดรา-ไฮดร้า ไฮโดรเจน-ไฮโดรเจ้น 6.คำที่เติมเครื่องหมายวรรณยุกต์ตรี ได้แก่ กราฟ-กร๊าฟ ก๊อซ-ก๊อซ กอล์ฟ-ก๊อล์ฟ เกาต์-เก๊าต์ ออกไซด์-อ๊อกไซด์ โคบอลต์- โคบ๊อลต์ ดราฟต์-ดร๊าฟต์ ดัตช์-ดั๊ตช์ ดิสโพรเซียม-ดิ๊สโพรเซี่ยม เดกซ์โทรส-เด๊กโทรัส เต็นท์-เต๊นท์ บาสเกตบอล-บ๊าสเก้ตบอล บิสมัท-บิ๊สมั้ท แบงก์-แบ๊งก์ โบต-โบ๊ต ปลาสเตอร์-ปล๊าสเต้อร์ ปิกนิก-ปิ๊กหนิก ออกซิเจน-อ๊อกซิเย่น ออกซิเดชัน-อ๊อกซิเดชั่น ออกไซด์-อ๊อกไซด์ อาร์ต-อ๊าร์ต เอกซเรย์-เอ๊กซเรย์ แอสไพริน-แอ๊สไพริน แอสฟัลต์-แอ๊สฟัลต์ โอ๊ด-โอ๊ต 7.คำที่มีหลายพยางค์ ได้แก่ คอนเดนเซอร์-ค็อนเด็นเซ่อร์ คอนแวนต์-ค็อนแว็นต์ คอนเสิร์ต-ค็อนเสิร์ต คอมพิวเตอร์-ค็อมพิ้วเต้อร์ คอมมานโด-ค็อมมานโด คอมมิวนิสต์-ค็อมมิวนิสต์ คูปอง- คูป็อง เครดิตฟองซิเอร์-เครดิตฟ็องซิเอร์ แคดเมียม-แค็ดเมี่ยม แคปซูล-แค็ปซูล แคลเซียมไซคลาเมต-แคลเซี่ยมไซคลาเมต ช็อกโกเลต/ ช็อกโกแลต-ช็อกโกแล็ต เซนติเมตร-เซ็นติเม้ตร โซเดียมคาร์บอเนต-โซเดี้ยมคาร์บอเหนต โซเดียมไซคลาเมต-โซเดี้ยมไซคลาเหมต โซเดียมไฮโดรเจนกลูทาเมต-โซเดี้ยมไฮโดรเจ้นกลูตาเหมต โซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต-โซเดี้ยมไฮโดรเจ้นคาร์บอเหนต ดีเปรสชัน-ดีเปร๊สชั่น เทคโนโลยี-เท็คโนโลยี่ แทรกเตอร์-แทร็กเต้อร์ แบดมินตัน-แบ็ดมินตั้น แบตเตอรี่-แบ็ตเตอรี่ พลาสมา-พล้าสม่า โพแทสเซียม-โพแท้สเซี่ยม เมนทอล-เม็นท่อล แมงกานีส-แม็งกานี้ส แมกนีเซียม-แม็กนีเซี่ยม รีดักชัน-รีดั๊กชั่น ลอการิทึม-ล็อกการิทึ่ม สเปกตรัม-สเป๊กตรั้ม สเปกโทรสโกป-สเป็กโตรสโขป ออกซิเดชัน-อ๊อกซิเดชั่น อัลตราไวโอเลต-อัลตร้าไวโอเหล็ต แอกทิเนียม-แอ๊กทิเนี่ยม แอนติอิเล็กตรอน-แอ็นติอิเล็กตร็อน เฮกตาร์-เฮ็กต้าร์ เฮกโตเมตร- เฮ็กโตเม้ตร ขอขอบคุณข้อมูลจาก

คำที่เขียนผิด ในชีวิตประจำวัน
นักศึกษา /  นักเรียน / 

เนื่องจาก ภาษาไทย ในปัจจุบันนี้มี วัยรุ่น จำนวนมากจะมี คำที่เขียนผิด?อาจจะเป็น เพราะทุกวันนี้ เด็กไทยไม่ได้ อ่านหนังสือ หรือ เขียนหนังสือกันสักเท่าไร ! ยิ่งตอนนี้ก็มีแท็ปแล็ต คอมพิวเตอร์เล่นกัน เวลาหาข้อมูลทำการบ้าน รายงาน ก็แค่ ก๊อปปี้ แล้ว วาง ง่ายสะดวก ก็เลยอาจจะเป็นหนึ่งในสาเหตุ ที่ทำให้เด็กไทยเขียนหนังสือ ผิดๆถูกๆ หรือ สะกดคำ ไม่ถูกต้อง (บางทีเราก็เขียนผิด เข้าใจผิดอยู่) เพื่อให้กระจ่างแจ้ง ตาม teen.mthai ไปดู คำที่เขียนผิด?พร้อมคำอธิบาย กันว่าจะมีคำไหนบ้าง? ลองนับดูเล่นๆ ว่าเพื่อนๆเคยเขียนผิดกันมาแล้วกี่คำ? ^_^ "สังเกตุ" หรือ "สังเกต" คำนี้หลายคนเข้าใจว่า ต้องเขียนว่า "สังเกตุ" คือ มีสระอุ ใต้ "ต"?แต่ที่ถูกต้องตามพจนานุกรม จะต้องเขียนว่า "สังเกต" คือ ไม่มีสระอุ เพราะหากเติมสระอุ เมื่อใด ความหมายจะผิดเพี้ยน ความหมายตามพจนานุกรม "สังเกต" ก. กําหนดไว้, หมายไว้, เช่น ทำเครื่องหมายไว้เป็นที่สังเกต; ตั้งใจดู, จับตาดู, เช่น ไม่ได้สังเกตว่าวันนี้เขาแต่งตัวสีอะไร สังเกตกิริยาท่าทางเขาไว้ว่าเป็นคนดีหรือคนร้าย "เกตุ", "เกตุ"- [เกด, เก-ตุ-, เกด-] น. ธง; (โหร) ชื่อดาวพระเคราะห์ดวงที่ ๙ หมายถึงตําแหน่งที่ดวงจันทร์ผ่านจากเหนือระนาบสุริยวิถี ลงสู่ใต้ระนาบสุริยวิถี ส่วนตําแหน่งที่ดวงจันทร์ผ่านจาก ใต้ระนาบสุริยวิถีขึ้นเหนือระนาบสุริยวิถี เรียกว่า พระราหู. (ป., ส.). "สร้างสรรค์" กับ "สรรค์สร้าง" หรือ "สรรสร้าง" โดยทั่วไปเราทราบกันดีว่า คำว่า "สร้างสรรค์" นั้น ความหมายคือ การสร้างสิ่งที่ไม่มีให้มีขึ้น ความหมายตามพจนานุกรม สร้างสรรค์ ก. สร้างให้มีให้เป็นขึ้น (มักใช้ทางนามธรรม) เช่น สร้างสรรค์ความสุขความเจริญให้แก่สังคม. ว. มีลักษณะริเริ่มในทางดี เช่น ความคิดสร้างสรรค์ ศิลปะสร้างสรรค์. แต่บางครั้ง เราพบว่า มีการใช้คำๆ นี้ สลับกัน จาก "สร้างสรรค์" เป็น "สรรค์สร้าง" โดยผู้ใช้ ที่ใช้ตาม อาจจะได้ยินมา (สัน-สร้าง) และเข้าใจว่า ต้องเขียนเป็น "สรรค์สร้าง" ซึ่งดูแปลก และเก๋ ดี แต่ความจริงแล้ว เมื่อใดก็ตามหากจะเขียนให้ออกเสียงต่างกัน นั่นต้องมาจากจุดประสงค์ ที่เข้าใจว่าต้องการสื่ออะไร เพราะการที่ใช้คำว่า "สรรค์สร้าง" การเขียนที่ถูกต้องคือ "สรรสร้าง" คือ ไม่มี "ค์" ต่อหลัง "สรร" เพราะโดยแท้จริงผู้ที่เข้าใจถูกต้องจะใช้คำนี้โดยสื่อว่า "สรร" นั่นคือ การหามา รวบรวมมา แล้วนำมาสร้าง ซึ่งความหมายจะแตกต่างจากคำว่า "สร้างสรรค์" "สร้างสรรค์" กับ "รังสรรค์" ใช้อย่างไร อีกคำหนึ่งที่เราเห็นใช้กันบ่อยหน และคิดว่าเป็นคำที่สวยงาม โดยขาดความเข้าใจว่า สองคำนี้ แม้จะความหมายเดียวกัน แต่การนำมาใช้นั้น ต้องเลือกใช้ให้ถูกต้อง ซึ่งเรามักจะพบใช้คำว่า "สร้างสรรค์" กันโดยส่วนใหญ่ แต่บางครั้งจะได้ยินหรือได้เห็นผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ใช้คำว่า "รังสรรค์" คำว่า "รังสรรค์" โดยความหมายแล้ว จะใช้เฉพาะกับสิ่งที่กล่าวถึงนั้น เป็นงานศิลปะ งานจิตรกรรม เช่น "กาลิเลโอ คีนิ จิตรกรเอกผู้รังสรรค์งานศิลป์ ในพระที่นั่งอนันตสมาคม" เราจะไม่ใช้ว่า "ให้เรามาร่วมกัน รังสรรค์สังคมให้น่าอยู่" แต่จะใช้ "สร้างสรรค์สังคม" "นะคะ" หรือ "นะค่ะ" อีกคำหนึ่งที่มักเห็นเขียนผิดกันบ่อยครั้ง คือคำว่า "นะคะ" กับ "นะค่ะ" คำที่ลงท้ายว่า "คะ" ใช้กับการบอกกล่าว คำที่ลงท้ายว่า "ค่ะ" ใช้กับการ รับคำ แต่เรามักเห็น เขียนคำว่า "นะค่ะ" เป็นคำบอกกล่าว เช่น "อย่าลืมซื้อเค้ก มาฝาก นะค่ะ" ซึ่งจริงๆ ต้องเขียนว่า "นะคะ" (ออกเสียงค๊ะ) โดยไม่ต้องเติม ไม้เอก เพราะว่า... "คะ" อักษรต่ำ คำตาย สระเสียงสั้น ไม่มีวรรณยุกต์ ออกเสียงตรี เช่นเดียวกับ "นะ" "จ๊ะ" "วะ" "ค่ะ" อักษรต่ำ คำตาย สระเสียงสั้น มีวรรณยุกต์เอก ออกเสียงโท เช่นเดียวกับ "น่ะ" "จ้ะ" "ว่ะ" "โอกาศ" หรือ "โอกาส" เป็นคำที่พบบ่อยคำหนึ่ง ส่วนใหญ่มักจะเขียนเป็น "โอกาศ" ซึ่งในพจนานุกรมไม่ปรากฏความหมายของคำนี้ ความหมายตามพจนานุกรม โอกาส [กาด] น. อธิบายไว้ว่า หมายถึง ช่อง, ทาง; เวลาที่เหมาะ, จังหวะ. (ป.; ส. อวกาศ).?บางครั้งเมื่อใช้ในพระราชพิธี หรือ งานที่มีพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จฯ จะใช้ "วโรกาส" ซึ่งเป็นราชาศัพท์ ที่สื่อความหมายเดียวกันกับข้างต้น ขอให้พึงจำว่า "กาศ" ใช้กับ "อากาศ" "อวกาศ" "ประกาศ" เป็นอาทิ เหตุเพราะคำว่า "โอกาศ" เขียนผิดเป็นส่วนมาก ฉะนั้น เราจึงต้องหา "โอกาส" เรียนรู้ ฝึกฝน เพื่อที่จะเขียนคำว่า "โอกาส" ให้ถูกต้อง "อนุญาต" หรือ "อนุญาติ" กันแน่ หลายคนคุ้นตา กับ การเขียนเป็น "อนุญาติ" ซึ่งแท้จริงแล้วคำนี้ เขียนผิด และไม่มีความหมาย ความหมายตามพจนานุกรม "อนุญาต" ไม่ต้องมีสระ "อิ" หลัง "ต" โดยให้ความหมายของคำไว้ว่า อนุญาต ก. ยินยอม, ยอมให้, ตกลง. "ญาติ" , ญาติ- [ยาด, ยาติ-, ยาดติ-] น. ได้อธิบายว่า หมายถึง คนในวงศ์วานที่ยังนับรู้กันได้ทางเชื้อสาย ฝ่ายพ่อหรือฝ่ายแม่. (ป.). ฉะนั้น ต่อไปเราจะไม่ยอมเขียนว่า "อนุญาติ" แต่จะพึงจำและเขียนว่า "อนุญาต" เสมอและ "อนุญาต" ให้ทุกท่านฝึกฝน หัดเขียนหลายๆ หน จนคุ้นตา "น้ำแข็งใส" ไม่ใช่...พึงจำไว้ต้องเขียน "น้ำแข็งไส" หลายครั้ง เมื่อเราผ่านร้านขนมหวาน ทีมีรายการชวนทานให้ชื่นใจ ที่ใส่มาพร้อมน้ำแข็งเกล็ดละเอียด หลายร้านมักเขียนเป็น "น้ำแข็งใส"?อาจจะเป็นเพราะ คิดเหมาสรุปความไปเอง เข้าใจไปเอง จากที่เคยได้ยินมา เลยเขียนเป็น "น้ำแข็งใส" โดยคิดว่า ความหมายคือ ความ "ใส" ของน้ำแข็ง แต่แท้จริงแล้ว ที่มาของ "น้ำแข็งไส" ว่าเป็นกริยา การไสน้ำแข็งไปบนม้า ที่มีลิ้นเป็นใบมีด เมื่อไสก้อนน้ำแข็งไปบนใบมีด ก็จะได้เกล็ดน้ำแข็งเป็นแผ่นเล็กๆ ร่วงลงมาในถ้วยที่รองรับ ก่อนที่จะราดด้วยนม น้ำเชื่อม น้ำหวาน พร้อมเครื่องเคราอีกตามชอบ ซึ่งหากย้อนไปสัก 20-30 ปี จะพบ การขายน้ำแข็งไสแบบนี้อยู่ดาษดื่น โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อน เป็นที่นิยมนัก ฉะนั้น "น้ำแข็งไส" คือเกล็ดน้ำแข็งที่ได้จากการ "ไส" น้ำแข็ง หาใช่ความ "ใส" ของน้ำแข็ง ฉะนั้น จึงต้องเขียนให้ถูกเป็น "น้ำแข็งไส" คำนี้เขียนอย่างไรดี "สีสรรค์" "สีสัน" หรือว่า "สีสรร" หลายครั้ง เราอาจจะเคยอ่านพบข้อเขียน "บรรยากาศในวันนั้น มีหลากหลายรายการที่ผู้จัดงานได้นำมาช่วยสร้างสีสรร" บ้างก็เขียนว่า "วันนี้ ทุกคนต่างสนุกสนานกันถ้วนหน้า ที่นักแสดงชื่อดัง ได้มาร่วมร้องเพลงสร้างสีสรรค์" หากไม่คุ้นกับการเขียนคำนี้ หลายคนก็อาจจะผ่านตาไป ไม่ได้สนใจ แต่บางคนก็จะนึกขัดๆ ตา และถามตัวเองว่า จริงๆ แล้วคำนี้ เขียนว่า "สีสัน" "สีสรรค์" หรือว่า "สีสรร" กันแน่ ความหมายตามพจนานุกรม "สีสรรค์" เราจะไม่พบอะไร ส่วนคำว่า "สีสรร" เมื่อค้น ก็จะไม่พบความหมายเช่นกัน แต่อาจจะแปลความตามหลักการผสมคำได้ว่า สี+สรร ซึ่งจะรวมความหมายแปลได้ว่า สีที่สรร หรือ สีที่เลือกสรร มา ซึ่งความหมายก็จะไม่ตรงกับจุดประสงค์ที่ต้องการสื่อผ่านประโยคดังข้างต้น ครั้นค้นความหมายคำว่า "สีสัน" เราก็จะไม่พบความหมายในพจนานุกรมเช่นกัน ทว่า ได้มีการนำมาใช้เขียนเมื่อต้องการบรรยายในเชิงศิลปะ หรือ บรรยากาศ ที่เกี่ยวเนื่องด้วยภาพ เสียงดนตรี หรือความรื่นรมย์ บันเทิงต่างๆ ซึ่งในหมู่นักเขียน จะเข้าใจในทิศทางเดียวกัน เมื่อใด ที่เห็นว่า เหมาะควรจะใช้คำนี้ เราจึงเขียนว่า "สีสัน" "ราดหน้า" หรือว่า "ลาดหน้า"..."ราดยาง" หรือ "ลาดยาง" อีกคำหนึ่งที่มักเห็นเขียนผิดกันมาก คือคำว่า ก๋วยเตี๋ยว "ราดหน้า" หลายๆ ร้าน มักจะเขียนก๋วยเตี๋ยว "ลาดหน้า" ขณะเดียวกัน คำว่า ถนนลาดยาง มักเขียนผิดเป็น "ถนนราดยาง" ความหมายตามพจนานุกรม ลาด ก. ปูแผ่ออกไป เช่น ลาดพรม ปูลาดอาสนะ, โดยปริยายหมายถึง สิ่งที่มีอาการคล้ายคลึงเช่นนั้น เช่น ถนนลาดยาง. ว. เทตํ่าหรือ เอียงขึ้นน้อยๆ เช่น ที่ลาด ราด ก. เทของเหลวๆ เช่นนํ้าให้กระจายแผ่ไปหรือให้เรี่ยรายไปทั่ว เช่น ราดนํ้า, ก๋วยเตี๋ยวราดหน้า, ข้าวราดแกง โดยปริยายหมายถึงอาการที่ คล้ายคลึงเช่นนั้น เช่น ปัสสาวะราด เมื่อพิจารณาการผสมคำ เราจะจำได้ง่ายขึ้น และเข้าใจว่าทำไม "ลาดหน้า" และ "ราดยาง" ทั้ง 2 คำนี้จึงเขียนผิด "อบอวน" กับ "อบอวล" ชวนสงสัย เป็นอีกคำหนึ่ง ที่หลายๆ คนสับสน สงสัย ว่าเขียนอย่างไร จึงถูก ซึ่งคำว่า "อบอวน" หากแปลตรงๆ จะได้ความหมายว่า นำ "อวน" ซึ่งเป็นเครื่องมือประเภทหนึ่ง ที่ใช้สำหรับหาปลา นำมา "อบ" คือการปรุงกลิ่นด้วยควัน หรือ ใช้ความร้อนจากไฟ จากไอน้ำ โดยไม่ให้ความร้อนหรือกลิ่นออกไป ซึ่งเมื่อพิจารณาถึงเบื้องหลังของการใช้คำนี้เพื่อขยายความแล้ว การใช้คำว่า "อบอวน" จึงผิด เพราะหมายถึงการทำให้ เครื่องมือหาปลามีกลิ่น ขณะที่ เมื่อเราเขียนว่า "อบอวล" เพื่อขยายความ เช่นประโยคที่ว่า "เพียงเดินเข้าไปยังห้องบรรทม ก็อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้" หาก ลองค้นคำ ในพจนานุกรม จะพบการอธิบายคำว่า "อบอวล" ไว้ว่า...อบอวล ก. ตลบ, ฟุ้ง, (ใช้แก่กลิ่น). ว. มีกลิ่นตลบ, มีกลิ่นฟุ้ง. จึงเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง และควรจำไว้เสมอว่า "อบอวน" เขียนผิด แต่ "อบอวล" เขียนถูก "เท่" ดีไหม...หรือจะ "เท่ห์" ดี บ่อยหน ที่เราจะพบคนส่วนใหญ่ มักจะเขียนว่า "เท่ห์" เพื่อขยายความในสิ่งที่พบเจอ ซึ่งแท้จริง คำว่า "เท่ห์" เป็นคำที่ไม่มีความหมายแต่อย่างใด หากค้นคว้าในพจนานุกรม ก็จะไม่พบคำอธิบาย เมื่อพิจารณาดู จะพบว่า "เท่ห์" มักตั้งเป็นแต่ชื่อคนเท่านั้น ขณะที่ลอง ตัด "ห์" ออกไป แล้วค้นคำว่า "เท่" เราจะได้ความหมายของคำอธิบายในพจนานุกรมว่า... ความหมายตามพจนานุกรม เท่ ว. เอียงน้อยๆ (มักใช้แก่การสวมหมวก); โก้เก๋ เช่น แต่งตัวเท่ ฉะนั้น คำว่า "เท่" จึงเป็นคำที่ถูกต้อง ต่อไปนี้ ขอให้ลืมไปเลยกับคำว่า "เท่ห์" เว้นแต่ใช้เป็นนามเฉพาะในการตั้งชื่อคน ซึ่งเป็นที่นิยมตั้งชื่อ ทั้งชื่อจริง และชื่อเล่นว่า "เท่ห์" ขอให้จำไว้ว่า เมื่อต้องการขยายความในสิ่งที่เห็น "เท่ห์" เขียนผิด ต้องเขียน "เท่" จึงจะถูกต้อง อยากรู้คำว่า ญัตติ.. เขียนแบบไหน "ญัติติ" หรือ "ญัตติ" เราจะมาพิจารณาด้วยกัน ว่าเขียนอย่างไรจึงจะถูก...เริ่มจาก ค้นหาคำว่า "ญัติติ" ซึ่งค้นหาเท่าไร ก็ไม่พบความหมาย ครั้นค้นคำว่า "ญัตติ" จะพบข้อมูลดังนี้ ความหมายตามพจนานุกรม ญัตติ น. คําประกาศให้สงฆ์ทราบเพื่อทํากิจของสงฆ์ร่วมกัน เช่น ญัตติทุติยกรรมวาจา ญัตติจตุตถกรรมวาจา, คําเผดียงสงฆ์ ก็ว่า ข้อเสนอเพื่อลงมติ เช่น ผู้แทนราษฎรเสนอญัตติเข้าสู่สภาเพื่อขอให้ที่ประชุมลงมติว่าจะเห็นชอบด้วยหรือไม่; หัวข้อโต้วาที เช่น โต้วาทีในญัตติว่า ขุนช้างดีกว่าขุนแผน. (ป.). ฉะนั้น "ญัติติ" เขียนผิด ต้องเขียน "ญัตติ" จึงจะถูกต้อง "หลับไหล" หรือ "หลับใหล"... "หลงไหล" กับ "หลงใหล" เป็นอีก 2 ประโยค ทีชวนให้สงสัย และสับสนกันมานาน สำหรับคำที่ใช้สระ-ใ (ไอ-ไม้ม้วน) จริงๆ คำที่ใช้ สระไอ-ไม้ม้วน ถ้าท่องคำกลอน 20 ม้วนจำจงดี เมื่อตอนเรียนสมัยประถมน่าจะถูกนะครับ" พร้อมฝากบทกลอนไว้ดังนี้... ผู้ใหญ่หาผ้าใหม่ให้สะใภ้ใช้คล้องคอ ใฝ่ใจเอาใส่ห่อมิหลงใหลใครขอดู จะใคร่ลงเรือใบดูน้ำใสและปลาปู สิ่งใดอยู่ในตู้มิใช่อยู่ใต้ตั่งเตียง บ้าใบ้ถือใยบัวหูตามัวมาใกล้เคียง เล่าท่องอย่าละเลี่ยงยี่สิบม้วนจำจงดี พร้อมกำชับว่า "ส่วนคำไหนไม่ได้อยู่ในนี้ก็ใช้สระไอ ไม้มลายนะคะ" ความหมายตามพจนานุกรม "ไหล" เปรียบเทียบกับ "ใหล" ซึ่งคำว่า "ไหล" หมายถึง เลื่อนไป หรือเคลื่อนที่ไปอย่างของเหลว "หลงใหล" หมายถึง เผลอไผล สติเฟือน (...สองเผือพี่หลับใหล ลืมตื่น ฤาพี่.../ในลิลิตพระลอ) จะเห็นว่า ส่วนใหญ่จะใช้ "หลับใหล" จะมีบ้างที่ใช้ หลับไหล แต่ไม่นิยม ควรรู้เพิ่มเติมว่า โดยปกติแล้วคำว่า "ใหล" ที่ใช้ไม้ม้วน จะไม่ใช้ลำพัง แต่ต้องใช้ซ้อนกับคำอื่น ได้แก่ ใช้ซ้อนกับคำว่า หลง เป็น หลงใหล และซ้อนกับคำว่า หลับ เป็น หลับใหล คำว่า "ใหล" ที่ใช้ไม้ม้วนนี้ จึงทำให้เข้าใจได้ว่า หมายถึงอาการคล้ายละเมอ เพราะในภาษาลาวมีคำว่า ใหล (สะกดด้วยสระไอ ไม้ม้วน) หมายถึง ละเมอ หรือ พูดในเวลาเผลอสติ อย่างคนบ้าจี้ที่ถูกหลอกให้ตกใจแล้วมักจะพูดโพล่งออกมา จึงเข้าใจได้ว่า "หลับใหล" เป็นอาการของคนที่หลับไม่รู้สึกตัว เผลอ ละเมอออกมา อย่างไม่ได้สติ ฉะนั้น จึงพบราชบัณฑิตและผู้ที่เข้าใจรากศัพท์ภาษา เขียนเป็น "หลับใหล" ส่วนอีกคำ เชื่อว่าหลายคนจะจำได้แล้วว่า ต้องเขียนว่า "หลงใหล" จึงถูกต้อง ขอบคุณบทความ :: ทิวสน ชลนรา คำที่มักเขียนผิด?ในชีวิตประจำวัน

ความเชื่อ...! น้ำมนต์รักษาโรค
ความเชื่อ /  ความเชื่อน้ำมนต์ / 

น้ำมนต์ กับความเชื่อในการรักษาโรค นั้น จริงๆแล้ว ก็มีมานานคู่กับคนไทย ไม่ว่าจะไปทำบุญที่ไหน วัดไหน ก็มักจะให้หลวงพ่อ หลวงพี่ รด น้ำมนต์ เพื่อเป็นสิริมงคล หรือ ถ้ามีโรคภัยไข้เจ็บอยู่ก็จะนำ น้ำมนต์ หลวงพ่อกลับมาอาบ มาดื่ม อีกด้วย น้ำมนต์  คือ น้ำที่ได้ผ่านพิธีทำ น้ำมนต์ ปกติจะสำเร็จด้วยการเจริญพระพุทธมนต์ของพระสงฆ์ ในงานพิธีมงคลต่างๆ หรือการเสกของพระภิกษุ หรือ คฤหัสถ์ ผู้ทรงวิทยาคุณ ซึ่งก็คือ ผ่านการทำสมาธิ ที่แน่วแน่ และพระปริตร ที่เป็นมนต์ทางศาสนา มาแล้ว นั่นเอง น้ำมนต์ นิยมนำมาอาบ หรือดื่ม หรือประพรมที่ศีรษะ ประพรมภายในบ้าน บริเวณบ้าน ป้ายร้านค้า เป็นต้น  นี่เป็นความหมายของ น้ำมนต์ จากพจนานุกรมเพื่อการศึกษาพุทธศาสน์ ชุดคำวัดของพระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช) ป.ธ.๙ ราชบัณฑิต อย่างไรก็ตาม เพื่อเพิ่มความขลังและความศักดิ์สิทธิ์ ผู้จัดทำส่วนใหญ่จะนำ น้ำมนต์ จากพระอารามหลวง 75 จังหวัด มาเทผสมรวมกัน ซึ่ง น้ำมนต์ ที่ขึ้นชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์ นอกเหนือจากพระอารามหลวง ทั้ง 75 จังหวัดแล้ว ยังมีอีก 2 แห่ง คือ 1. น้ำมนต์ ศักดิ์สิทธิ์ จากเศียรหลวงพ่อทองสุข วัดตูม (พระอารามหลวง) อยู่ใน จ.พระนครศรีอยุธยา ตามตำนานกล่าวว่า …สมเด็จพระนเรศวรใช้ น้ำมนต์ วัดตูม ชุบพระแสง และเป็นอารามที่ประกอบพิธีปลุกเสกเครื่องพิชัยสงคราม มาแต่ครั้งสมัยอยุธยา 2. น้ำมนต์ จากเศียรหลวงพ่ออุ่นเมือง วัดน้ำฮูม อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ตามตำนานกล่าวว่า …พระเกศา พระสุพรรณกัลยา บรรจุอยู่ในสถูปวัดน้ำฮูมแห่งนี้ คติความเชื่อเรื่อง น้ำมนต์ นั้น นอกจากความเป็นสิริมงคลสำหรับผู้ประพรม อาบและดื่มแล้ว ยังมีคติความเชื่อ ที่ว่าด้วย น้ำมนต์ ยังนำสิริมงคล และความสวัสดีมีโชคมาให้ ตลอดถึงกำจัด ปัดเป่าสิ่งอัปมงคล อันตราย และภัยพิบัติต่างๆ ได้ เช่น กรณีของ น้ำมนต์ เสือกินน้ำ ซึ่งเป็นตำรับการทำ น้ำมนต์ ของพระครูปลัดปริยัติวรวัฒน์ หรือหลวงพ่อบุญเลิศ เจ้าอาวาสวัดปราโมทย์ อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม ซึ่งท่านได้รับการถ่ายทอดจากพระธุดงค์รูปหนึ่งเมื่อ ๒๐ ปีที่แล้ว ขอบคุณภาพจาก news.nipa watparsomdej1.com

Haken no Hinkaku EP1-1
Haken /  no / 

Haken no Hinkaku EP1-1 โอมาเอะ ฮารุโกะ พนักงานชั่วคราวเกรดเอ ผู้ซึ่งไม่เคยยิ้มและไม่ค่อยพูดถ้าไม่จำเป็น และเลิกงานตรงเวลาทุกครั้ง พจนานุกรมของเธอไม่มีคำว่า "เป็นไปไม่ได้" กับคำว่า "ล่วงเวลา" เธอเซ็นสัญญาทำงานในบริษัทต่างๆ มากมาย และหลังจากทำงานที่บริษัทแห่งนั้นครบ 3 เดือน เธอก็จะหายไปอย่างไรร่องรอยเสมอ ฮารุโกะได้เข้ามาทำงานในบริษัท S&F เพื่อช่วยงานแผนกใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวเป็นเวลา 3 เดือน แต่ในความแปลกประหลาดของเธอ ได้แสดงให้เห็นว่าเธอมีความปวดร้าวอยู่ข้างใน ซาโตนากะ เคนสุเกะ ผู้ซึ่งได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้เป็นหัวหน้าแผนกการตลาดที่เพิ่งเพิ่มเข้ามาใหม่ ของบริษัท S&F เนื่องจากบุลลากรในแผนกไม่เพียงพอ เขาประสบกับความยากในการเริ่มต้นแผนกใหม่มาก จนกระทั้ง โอมาเอะ ได้เข้ามาช่วยงานในแผนกของ เคนสุเกะในฐานะ (ฮาเคน) พนักงานชั่วคราว เธอทำงานในแผนกใหม่ของ เคนสุเกะได้อย่างดีเยี่ยม ด้วยความสามารถของเธอ ซีรีส์เรื่องนี้การนำเสนอทัศนะคติที่แตกต่างระหว่าง พนักงานประจำ กับ พนักงานชัวคราว (ฮาเคน) ได้อยางสนุกสนานและให้ข้อคิดได้อย่างดีอีกด้วย

'เทพีเสรีป้า' สัญลักษณ์ใหม่ ตัวแทนคนไทยอยากไปเลือกตั้ง
กปปส. /  ขัดขวางการเลือกตั้ง / 

จากกรณีที่น.ส.พิจาริณี รัตนจำนอง เดินฝ่ากลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. ที่ขวางการเลือกตั้งล่วงหน้า เมื่อวันที่ 26 มกราคม ที่ผ่านมาที่หน่วยเลือกตั้งโรงเรียนเซนต์จอห์นโปลีเทคนิค เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 26 มกราคม ที่ผ่านมา โดยคุณป้าได้ส่องไฟฉายขึ้นฟ้าพร้อมทั้งค่อยเดินฝ่าไป  ส่งผลให้ชาวสังคมออนไลน์ทำภาพล้อเลียนกรณีดังกล่าว เรียกว่าเทพีเสรีป้า จนกลายเป็นกระแสตัดต่อล้อเลียนบนเฟซบุ๊คและสังคมออนไลน์ และได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของตัวแทนคนไทยที่ต้องการไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง แฟนเพจ พจนานุกรมศัพท์การเมืองไทยร่วมสมัย ได้นิยามคำว่า เทพีเสรีป้า ไว้ว่า เทพีเสรีป้า (น.) ความหมาย: สตรีวัยกลางคนนางหนึ่ง ซึ่งหาญกล้าฝ่าวงล้อมของกลุ่มผู้ต่อต้านประชาธิปไตย และกลายเป็นสัญลักษณ์ในการรักษาและปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์, สิทธิ, และเสรีภาพของตนตามระบอบประชาธิปไตยโดยสันติวิธี ในชั่วข้ามคืน. MThai News

เมื่อลูกศิษย์อยากเล่าความประทับใจถึงครู
เรื่องน่ารู้

วันนี้ทีนเอ็มไทย นำเรื่องราวน่ารักๆ ระหว่างลูกศิษย์กับครู มาฝากกันค่ะ จะเป็นอย่างไร เมื่อลูกศิษย์อยากเล่าความประทับใจถึงครู ที่คอยสั่งสอน จ้ำจี้จ้ำไชให้พวกเขาดีขึ้น และเชื่อว่าทั้ง 8 เรื่องต่อไปนี้จะต้องตรงกับเพื่อนๆ หลายคนแน่นอน แต่จะมีเรื่องราวอะไรบ้าง มาติดตามพร้อมๆ กันเลยค่ะ...  เมื่อลูกศิษย์อยากเล่าความประทับใจถึงครู 1. The Transformer เมื่อตอนที่ฉันเรียนไฮสคูล คุณครู Caryl Gatzlaff คือคนที่เปลี่ยนสไตล์การเรียนให้ฉัน จากเมื่อก่อนการเขียนของฉันแย่มาก แต่ก็ได้คุณครูที่คอยจ้ำจี้จ้ำไชให้ จนทุกวันนี้สไตล์การเขียนของฉันดีกว่าเมื่อก่อนมาก —Candace Lowry  2. The Life Coach คุณครู Gould เป็นคุณครูเมื่อสมัยที่ฉันยังเรียนมัธยมต้น คุณครูไม่เพียงแต่สอนความรู้ให้ห้องเรียน แต่คุณครูสอนการใช้ชีวิตให้กับฉัน เช่น ให้ถอดแว่นดำเวลาคุยกับผู้อื่น ตอนนั้นมันอาจจะดูน่าเบื่อ แต่มาตอนนี้ฉันรู้แล้วว่า คุณครูเป็นมากกว่าผู้ให้ความรู้จริงๆ—Kasia Galazka 3. The Idiom Idol ฉันย้ายมาอยู่ที่สหรัฐอเมริกา โดยอยู่ที่เมืองเล็กๆใน Tennessee ตอนอายุได้ 11 ขวบ ตอนนั้นฉันพูดภาษาอังกฤษไม่เก่ง แต่ก็มีความอยากที่เรียนฝึก ก็ได้คุณครู Jones ที่ทำให้ฉันกลายเป็นคนอเมริกันอย่างแท้จริง เพราะเธอมักจะสอนสุภาษิตใหม่ๆ ที่ฉันไม่รู้จักอยู่เสมอ —Senka Hadzimuratovic 4. The Buddy Abroad ฉันเคยได้ไปเรียนต่างประเทศที่เยอรมนี ที่เมือง Heidelberg ตอนนั้นฉันแทบจะไม่มีเพื่อน ไม่รู้จักใคร แต่ก็มีคุณครู Frau Wuttke ที่เป็นมากกว่าคุณครู เพราะครูคอยให้คำปรึกษาต่างๆ พาไปเที่ยว พาไปกินข้าว คุณครูเปรียบเสมือนเพื่อนชาวต่างชาติที่สนิทที่สุดของฉันเลยหล่ะ —Candace Lowry 5. The Tumbler คุณครู Koehnemann เป็นครูที่ฉันรักที่สุดในชีวิต เธอจะสร้างสีสันให้กับห้องเรียนด้วยรอยยิ้มของเธอ เธอสอนเด็กนักเรียนในชั้น ป.4 ของเธอทุกคนด้วยความรัก ราวกับว่าเด็กทุกคนคือคนที่สำคัญที่สุดของเธอ และคุณครูเป็นคนที่ไม่ชอบความรู้สึกเวลาจามไม่ออก และเมื่อไหร่ที่เธอจากได้ เธอก็จะดีใจสุดขีด และเด็กนักเรียนก็จะพากันดีใจไปกับคุณครู ความทรงจำดีๆแบบนั้นฉันจะไม่ลืมเลย —Maycie Thornton 6. The Tireless Tutor เมื่อตอนที่ฉันอยู่ ป.3 คุณครู Warter เป็นคุณครูคอยเอาใจใส่เด็กๆนักเรียนดีมาก เธอยอมที่จะสละเวลาว่างของเธอ เพื่อที่จะสอนเด็กนักเรียนที่ไม่เข้าใจนอกเวลาเรียน และเธอยังเป็นคนที่สอนให้ฉันลบคำว่า “ทำไม่ได้” ออกจากพจนานุกรมส่วนตัวของฉันอีกด้วย—Deena Shanker 7. The Encourager คุณครู Hardisty เป็นคุณครูชั้น ป.5 ของฉัน ที่เคยบอกฉันว่าฉันเป็นผู้เขียนที่ดี และยังเป็นผู้อ่านที่ดี เธอเป็นคนที่ทำให้ฉันค้นพบตัวเองว่าฉันมีความสามารถอะไร ครูคือคนที่ทำให้ฉันกลายมาเป็นฉันในวันนี้ได้—Chelsea Marshall 8. The Reassurer เมื่อตอนที่ฉันเรียนในระดับวิทยาลัย ฉันเป็นคนที่ไม่มีความมั่นใจเอาเสียเลย แต่ความคิดนั้นก็เปลี่ยนไปเมื่อฉันเรียนกับคุณครูคนหนึ่ง เธอคอบบอกฉันเสมอว่าฉันเป็นคนที่ฉลาด ฉันสามารถที่จะทำอะไรได้หลายๆอย่าง จนทำให้ฉันกลายเป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเองแบบทุกวันนี้—Deena Shanker ว้าวววว เห็นแบบนี้แล้ว อยากรู้ความรู้สึกของเด็กบ้านเราบ้างจัง ว่าถ้าจะถ่ายทอดถึงครูในดวงใจออกมาเป็นยังไง และเชื่อว่าต้องซึ้งกว่าเมืองนอกแน่นอน... ข้อมูลจาก: BuzzFeed, wegointer

อัพเดทศัพท์วัยรุ่น เยอะจุงเบย
ภาษาวัยรุ่น /  เกร็ดความรู้

ราชบัณฑิตยสถาน?จัดหนัก?อัพเดทศัพท์วัยรุ่น?กว่าพันคำ?ลง พจนานุกรมคำใหม่เล่ม 4 ออกเผยแพร่ปลายปี?ไม่ว่าจะเป็น ศัพท์ใหม่? ศัพท์วัยรุ่น ที่ทันยุคสมัย คำสแลง เพื่อเป็นแหล่งค้นคว้าและรวบรวมข้อมูลคำใหม่ต่างๆ และบันทึกคำเหล่านี้ไว้เป็นหลักฐานแสดงการเกิดและการเปลี่ยนแปลงของคำที่ใช้ในสังคมไทย (โอ้มันลึกซึ่งมาก O0O! ) ซึ่งวัยรุ่นไทยอย่างเราก็ไม่รู้หรอกว่าเคยพูดเคยใช้ กันมั้งหรึเปล่า! แต่ ราชบัณฑิตยสถาน บอกว่ามี?ศัพท์วัยรุ่น?กว่า 1พันคำ (โห้เยอะจุงเบย ^^)?เอาละเรามาดูกันคะว่า?ศัพท์ใหม่ ศัพท์วัยรุ่น ที่?ราชบัณฑิตยสถาน จัดแจงรวบรวมกว่าพันคำมีอะไรบ้าง ? ตัวอย่างคำและความหมายของ ศัพท์วัยรุ่น บางส่วน บางคำ กรรมสะสมไมล์ -?เป็นการเปรียบเทียบคนที่ชอบทำบาปกรรมว่าเป็นการสะสมไมล์ เหมือนที่สายการบินให้ลูกค้าสะสมไมล์เมื่อเดินทาง กระบือบำบัด -?คำนี้มาจากโครงการใช้ควายบำบัดเด็กออทิสติกจนประสบความสำเร็จ กองร้อยน้ำหวาน - ตำรวจจราจรหญิงในยุคบุกเบิก เป็นกองกำลังหนึ่งของกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน กองบัญชาการ ตำรวจนครบาล กอดเสาเข่าทรุด -?เกิดขึ้นจากเหตุการณ์อุทกภัยช่วงปลายปีที่ผ่านมาหลังจากประชาชนกลับเข้าไปบ้านเมื่อเห็นสภาพความเสียหายมากมายถึงขั้นเกิดอาการกอดเสาเข่าทรุด กากๆ - คำศัพท์ที่วัยรุ่นนิยมใช้ในอินเตอร์เน็ต โดยเป็นการดูถูกว่าเป็นคนที่ทำตัวไม่ค่อยมีประโยชน์ กิจกาม - เป็นคำที่ใช้เลียนแบบคำว่า กิจกรรม ซึ่งแทนที่จะไปทำกิจกรรมต่างๆ ก็มุ่งไปเรื่องเพศสัมพันธ์อย่างเดียว กินตับ - มีความหมายมาจากเพลงกินตับ (หรออ!) กินอิ่มนอนอุ่น - แทนที่วัยรุ่นจะพูดว่ากินอิ่มนอนหลับ เพื่อความเท่และทันสมัยก็จะพูดคำดังกล่าว เกรียน - เป็นคำสแลงของคนที่มีพฤติกรรมก่อกวนคนอื่นและก้าวร้าวทางคำพูด ขนแขน สแตนอั้ป - พูดเมื่อเวลาเจอเรื่องน่าตื่นเต้น ขออภัยมณีศรีสุวรรณ - แทนที่จะพูดว่าขออภัยคำเดียว ก็จะเติมสร้อยให้ดูทันสมัย ครูตู้ - คือทีวีการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม จอนูน /จอแบน - เป็นการพูดถึงลักษณะของผู้หญิง (ลักษณะอะไรคะ?) จัดชุดใหญ่/จัดเต็ม/จัดแน่น/จัดหนัก/จัดใหญ่ - เป็นคำที่ใช้พูดในสถานการณ์ที่ต้องการทำอะไรบางอย่างแบบเต็มที่ แพล้งกิ้ง - ช่วงที่ผ่านมาวัยรุ่นได้ฮิตทำท่าแปลกๆ คล้ายคนที่ตาย แท็บเหล็ต/แท็บเบล็ต - หนึ่งในนโยบายของ รัฐบาลชุดปัจจุบันที่แจกแท็บเหล็ตให้กับนักเรียน ป.1 เฟ้สบุ๊ก - โปรแกรมที่คนทั่วโลกกำลังนิยมเล่น ชะโงกทัวร์ - มาจากการได้ไปท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆ แต่ทำได้แค่ยืนมองโดยไม่ได้ลงไปชมความงามอย่างเต็มที่ แต๊งกิ้วหลาย - เป็นคำที่วัยรุ่นทับศัพท์มาจากภาษาอังกฤษแล้วใช้ภาษาอีสานเติมเป็นสร้อย ตีขอร์ดหยอดสาว - พฤติกรรมของผู้ชายที่ใช้เวลาในการเล่นกีฬาไปจีบผู้หญิง (เพิ่งเคยได้ยินวันนี้แหละ!) นักปั้นน้ำ - มีความหมายมาจากคนที่ชอบโกหกไปเรื่อยๆ ซ่อนดาบในรอยยิ้ม - ใบหน้ายิ้มแย้มแต่ในใจลึกๆ กำลังคิดร้าย เม้าธ์มอย - เป็นการนินทาหรือกล่าวหาผู้อื่น, ?มีหัวไว้คั่นหู? ใช้ด่าและประชดประชันคนที่ถูกมองว่าโง่ สมใจนึกบางลำพู - มาจากร้านขายเสื้อผ้าย่านบางลำพู ใครๆ ก็รู้จัก เวลาพูดว่าจะไปซื้อเสื้อผ้าที่บางลำพู ก็จะบอกว่าไปร้านนี้ (ไม่เคยนะ!) เคลียร์คัดชัดเจน - ใช้พูดเวลาที่ทำความเข้าใจในเรื่องนั้นจนชัดเจนกระจ่างแจ้งแล้ว โนเวย์สเตชั่น - แทนที่จะใช้คำว่า ไม่ ก็จะใช้คำนี้แทน ฟ้ามีตา - ใช้พูดเตือนสติคนที่คิดว่าทำชั่วแล้วจะไม่มีใครรู้เห็น ขั้นเทพ? - ดีอย่างยิ่ง, เก่งอย่างยิ่ง, เช่น แกงนี่อร่อยขั้นเทพเลย, ฝีมือวาดภาพขั้นเทพอย่างนี้ ราคาคงแพงมาก เข็มขัดสั้น?- คาดการณ์ไม่ถึง, คาดไม่ถึง, (ใช้พูดเล่น) เช่น ถ้าจะให้อีกฝ่ายสนใจ เราจะต้องปฏิบัติการแบบ เข็มขัดสั้น คนเคยรวย? - ผู้ที่มีฐานะดี แต่ได้รับผลจากวิกฤตเศรษฐกิจ ทำให้ฐานะตกต่ำลง เช่น ตอนนี้พวกคนเคยรวยพากันขนข้าวของในบ้านใส่รถมาเปิดท้ายขายของ คาร์บอมบ์? - ระเบิดที่ซุกซ่อนไว้ในรถเพื่อให้ระเบิดทำลายบุคคล หรือสถานที่ที่ต้องการ เช่น ผู้ก่อการร้ายใช้คาร์บอมบ์ระเบิดสะพาน งามไส้? ?- น่าขายหน้าอย่างยิ่ง เช่น งามไส้ไหมล่ะ เจ้าหน้าที่เป็นโจรเสียเอง ตั้งแก๊งฉกทรัพย์ในสนามบิน ชัวร์ป้าบ,ชัวร์ป้าบนิ่ม?- แน่นอนอย่างยิ่ง เช่น วันนี้เขาต้องมาที่นี่แน่ ๆ ชัวร์ป้าบนิ่ม ชาบู ชาบู? - อาหารหม้อไฟแบบญี่ปุ่นที่นำมาปรุงรับประทานเอง ใช้เนื้อวัว หรือหมูหั่นบางมาก ลวกจิ้มน้ำจิ้มปรุงรสด้วยเต้าเจี้ยวบด ซีอิ๊ว งา กระเทียม ?(เห้ย ! ที่ฉันรู้และพูดมา มันไม่ได้หมายถึง หมอไฟญี่ปุ่นนะเจ๊ มัน เดี้ยะ บร๊ะเจ้าก็โกรธหรอก) ชื่นสะดือ?- ชื่นใจ, สบายใจ, สมดังที่ต้องการ, เช่น หยุดคราวนี้จะไปเที่ยวให้ชื่นสะดือเลย (ห๊ะ! มีคำนี้ด้วยหรือนี้) ชุมชนออนไลน์?- กลุ่มคนที่เป็นสมาชิกเว็บไซต์ที่ให้สมาชิกมีส่วนร่วมในการพูดคุย เผยแพร่ภาพ คลิปวิดีโอ รวมทั้งแบ่งปันข้อมูลอื่น ๆ แก่กันและกัน เช่น เขาหมกมุ่นอยู่แต่ในชุมชนออนไลน์จนไม่มีเวลาทำการบ้าน โชะ, โชะ ๆ?- ถูกต้องชัดเจน, ตรงประเด็น,สำเร็จเรียบร้อยอย่างรวดเร็ว,(มักใช้ซ้ำ)เช่นเวลาสั่งงานอย่าอ้อมค้อม ต้องสั่งแบบโชะ ๆ เลย ซะ?- ?มากจน (ตามด้วยกริยาที่ละไว้) เช่น เขาทำแค่นิดเดียว ชม ซะ (อาย) ซื้อเวลา?- ทำเพื่อให้เหตุการณ์ที่จะเป็นปัญหา หรือก่อปัญหาทอดยาวออกไปได้อีกระยะหนึ่ง เช่น ถ้าเรามัวแต่ซื้อเวลาไปเรื่อย ๆ แบบนี้ ปัญหาก็ไม่จบหรอก เซโรงัง?- เซ, เดินไม่ตรง, เช่น เขาให้มาช่วยเดินแบบงานการกุศล ไอ้เราก็อายุมากแล้ว เวลาหมุนตัวก็กลัวว่าจะเซโรงังตกแคตวอล์ก เซียะ?- สวยมาก เช่น ชุดใหม่ของเธอเซียะสุดสุด นางเอกคนใหม่นี่ทั้งแซ่บ ทั้งเซียะเลย ดราม่า?- ละครที่แสดงบนเวที หรือทางวิทยุโทรทัศน์เกี่ยวกับปัญหาชีวิตที่หนักหน่วง มีการแสดงอารมณ์ ( เอิ้บ ฉันว่า ดราม่าในวัยรุ่น หมายถึง เหตุการณ์ไม่ดี ที่มีการ ทะเลาะโต้เถียง โต้แย้ง กัน จนทำให้เกิด การดราม่า ไม่ใช่ละครเวที) เด็กในคาถา?- ลูกน้องที่ทำทุกอย่างตามความต้องการของเจ้านาย เช่น คนนี้ไว้ใจได้แน่นอนเพราะเป็นเด็กในคาถาของผมเอง เด๊ด, เด๊ดสะมอเร่?- ตาย เช่น ไอ้ตูบข้างบ้านถูกรถชนเด๊ดสะมอเร่ไปแล้ว เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว?- ทำเรื่องเสียหายเพียงเล็กน้อยแต่ก่อผลกระเทือนเป็นทอด ๆ จนเกิดความเสียหายอย่างมากต่อสิ่งแวดล้อมของโลก (อันนี้เหมือนเคยได้ยินแวปๆ) เดี๊ยะ?- ทุกประการ เช่น แกงที่นี่รสชาติเหมือนที่บ้านเดี๊ยะเลย ติดสาย?- ไม่สามารถรับโทรศัพท์ได้เพราะกำลังใช้โทรศัพท์อีกเครื่องหนึ่ง เช่น หัวหน้าติดสาย จะฝากข้อความไว้ไหมคะ ไต่สวนสาธารณะ?- กระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่มีส่วนเกี่ยวข้องก่อนที่จะตัดสินใจอย่างเป็นทางการในการดำเนินการใด ๆ ท็อปฟอร์ม?- รูปแบบ หรือลักษณะที่ดีที่สุด (ใช้กับการเล่นกีฬา) เช่น เขากำลังอยู่ในช่วงท็อปฟอร์ม แข่งขันสนามไหนก็ชนะหมด และนอกจากนี้ยังมี :: คิดเองเออเอง, คุ้ยแคะแกะเกา, จิ้งจกเปลี่ยนสี, เจิมปาก, ชื่นรูหู, เช็ดเม็ด, ซูโดกุ, ตายซับตายซ้อน, พรแสวง, ยิมน้าสติก, ร้องเพลงรอ, ริกเต้อร์ และโลว์ซีซั่น (?โห้เยอะจุงเบย?ไม่ไหวจะเคลียร์ เพลียร่างมากๆ เยอะจัด ! ) ซึ่งถ้า ราชบัณฑิตยสถาน ได้ทำการคัดเลือก ศัพท์วัยรุ่น?คำศัพท์ใหม่ เสร็จเรียบร้อย ก็จะตีพิมพ์ออกเผยแพร่ในช่วงปลายปี 2555 ทันที !

 TVXQ เปิดตัวอัลบั้มชุดที่ 7 Tense 6 ม.ค.2014
TVXQ /  ประเทศเกาหลี

TVXQ จะเปิดตัวอัลบั้มชุดที่ 7 'Tense' ในวันที่ 6 มกราคม ปี 2014 โดยการเปิดตัวอัลบั้มในครั้งนี้จะเป็นอัลบั้มใหม่ที่จะเปิดตัวออกมาต่อจากอัลบั้ม 'Catch Me' ที่เปิดตัวออกมาเมื่อเดือนกันยายน ปี 2012  TVXQ เปิดตัวอัลบั้มชุดที่ 7 Tense 6 ม.ค.2014 สำหรับชื่ออัลบั้ม 'Tense' ออกเสียงคล้ายคลึงกับคำว่า '10th' ที่มาจากคำว่า '10th Anniversary' มีความหมายถึงครบรอบ 10 ปี และมีความหมายทางพจนานุกรมว่า 'ตึงเครียด', 'เกร็ง' ซึ่งก็เข้ากับสถานะของ TVXQ ที่เดบิวท์ครบ 10 ปี ในวันที่ 26 อย่างน่าอัศจรรย์ TVXQ เตรียมทำกิจกรรมโปรโมทอัลบั้มชุดที่ 7 ในรายการเพลงทางสถานีโทรทัศน์ช่องสาธารณะ โดยจะเริ่มจาก KBS 'Music Bank' ในวันที่ 3 มกราคม ตามด้วย MBC 'Show! Music Core' ในวันที่ 4 มกราคม และ SBS 'Inkigayo' ในวันที่ 5 มกราคม ตามลำดับ TVXQ ปิดฉากเวิลด์ทัวร์ที่อเมริกา ชิลี จีน และมาเลเซีย ตลอดปี 2013 ลงอย่างประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง TVXQ ยังเป็นนักร้องชาวต่างชาติวงแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้จัดคอนเสิร์ตขึ้นที่ Nissan Stadium ซึ่งเฉพาะทัวร์ที่ประเทศญี่ปุ่นก็มีผู้เข้าร่วมชมคอนเสิร์ตตลอดทั้งปี ทั้งสิ้น 850,000 นับเป็นนักร้องเกาหลีที่ทำสถิติผู้เข้าชมคอนเสิร์ตได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์เลยทีเดียว อนึ่ง TVXQ จะจัดคอนเสิร์ตเดี่ยว 'SMTOWN Week' ขึ้นที่ Kintex อิลซาน ในวันที่ 26-27 ธันวาคม โดยหลังจากส่งท้ายปี 2013 อย่างมีความหมายแล้ว TVXQ ก็จะเข้าสู่การเตรียมตัวคัมแบ็คทันที ข้อมูลจาก popcornfor2.com

10 เรื่องต้องรู้ก่อนสอบ Gat Pat
10 อันดับ /  gat/pat 57 / 

ข้อปฏิบัติสำหรับผู้เข้าสอบในการทดสอบวิชาความถนัดทั่วไป (GAT) และวิชาความถนัดทางวิชาการและวิชาชีพ (PAT) โดยทางสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทศ. ได้ออกประกาศผ่านเว็บไซต์ เพื่อย้ำข้อปฏิบัติสำหรับเพื่อนๆ ที่จะเข้าสอบ ดังนี้ 10 เรื่องต้องรู้ก่อนสอบ Gat Pat 10 เรื่องต้องรู้ก่อนสอบ Gat Pat 1. ในการสอบทุกครั้งผู้เข้าสอบจะต้องนำบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวนักเรียนที่มีรูปถ่าย หรือบัตรที่ออกโดยทางราชการที่มีรูปถ่าย แสดงต่อกรรมการคุมสอบก่อนเข้าห้องสอบและวางไว้บนโต๊ะที่นั่งสอบ (อย่าลืมตรวจดูบัตรประชาชนด้วยว่า ข้อความและรูป ยังชัดเจนอยู่หรือเปล่าถ้าของใครเลือนลาง มองหน้าไม่ชัดนั่นแปลว่าบัตรประชาชนของเราอาจชำรุด รีบไปทำใหม่ด่วน! เพราะกรรมการผู้คุมสอบอาจตัดสิทธิ์การเข้าสอบ ปรับตก หรือทุจริต เนื่องจากขาดหลักฐานสำคัญที่บ่งบอกถึงตัวตน!) 2. ห้ามขีดเขียนข้อความ หรือทำเครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ อย่างใดอย่างหนึ่ง ไว้ในบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวนักเรียนที่มีรูปถ่าย หรือบัตรที่ออกโดยทางราชการที่มีรูปถ่าย หรือตัวผู้เข้าสอบ หรือสิ่งอื่นใดที่ผู้เข้าสอบนำติดตัวเข้ามาสอบ มิฉะนั้นจะถือว่าเป็นการทุจริตในการสอบ 3. ไม่อนุญาตให้ผู้เข้าสอบเข้าห้องสอบหลังจากเวลากำหนดเริ่มสอบผ่านไปแล้วสามสิบนาที และไม่อนุญาตให้ผู้เข้าสอบทุกคนออกจากห้องสอบจนกว่าจะหมดเวลาสอบ หากมีเหตุจำเป็นระหว่างการสอบให้ผู้เข้าสอบแจ้งให้กรรมการคุมสอบทราบ และให้กรรมการคุมสอบพิจารณาดำเนินการตามเหตุจำเป็นเป็นรายกรณี 4. อนุญาตให้นำเฉพาะปากกา ดินสอดำสองบีขึ้นไป กบเหลาดินสอ และยางลบเข้าห้องสอบได้เท่านั้น โดยห้ามนำกล่องใส่อุปกรณ์เข้าห้องสอบ ห้ามนำกระดาษใดๆ วิทยุติดตามตัว โทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์ติดต่อสื่อสารใดๆ พจนานุกรมอิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์ช่วยคิดคำนวณ นาฬิกาที่ใช้คำนวณได้ ถ่ายรูปได้ กล้องถ่ายรูปและไม้บรรทัดที่มีสูตรต่างๆ เข้าห้องสอบโดยเด็ดขาด ถ้าฝ่าฝืนถือว่ามีเจตนาทุจริตในการสอบ และหากเกิดการสูญหายจะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น (ข้อนี้สำคัญมากๆ เพราะมีเพื่อนๆ หลายคนถูกปรับตก และทุจริตเพราะเครื่องมือสื่อสารมาแล้ว!!!) 5. ห้ามเปิดหรือทำข้อสอบก่อนได้รับอนุญาตโดยเด็ดขาด เมื่อกรรมการคุมสอบประกาศอนุญาตจึงเปิดข้อสอบได้ และให้ผู้เข้าสอบทุกคนอ่านคำอธิบายหน้าปกแบบทดสอบอย่างละเอียดและรอบคอบ และต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแบบทดสอบแต่ละวิชาอย่างเคร่งครัด 6. การระบายวงกลมตัวเลือกในกระดาษคำตอบ ต้องปฏิบัติดังนี้ - การระบายวงกลมตัวเลือกในกระดาษคำตอบ จะต้องระบายให้ดำเข้มเต็มวงกลมจะระบายไม่เต็มวงกลมหรือใช้เครื่องหมายอื่นไม่ได้ และจะต้องใช้ดินสอดำที่มีความเข้มสองบีขึ้นไปเท่านั้นจะใช้ดินสอที่จางกว่ากำหนดหรือใช้ดินสอสีอื่น หรือปากกาไม่ได้ - กระดาษคำตอบจะต้องสะอาดปราศจากรอยขีดเขียนหรือเครื่องหมายใด เครื่องตรวจกระดาษคำตอบจะตรวจตามข้อมูลที่ผู้เข้าสอบระบายเท่านั้น สทศ. จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้นกับผลการตรวจกระดาษคำตอบของเครื่องตรวจกระดาษคำตอบ หากผู้เข้าสอบไม่ปฏิบัติตามแนวปฏิบัติในข้อนี้ 7. ห้ามกระทำการใดๆ อันเป็นการทุจริตในการสอบ ถ้ามีการทุจริต หรือมีเหตุสงสัยว่าทุจริตไม่ว่ากรณีใดๆ กรรมการคุมสอบจะบันทึกไว้ที่กระดาษคำตอบ โดยที่ผู้เข้าสอบอาจจะไม่รับทราบก็ได้และจะไม่พิจารณาตรวจกระดาษคำตอบในรายวิชานั้นๆ หรือทุกรายวิชา 8. ขณะหมดเวลาสอบ ห้ามผู้เข้าสอบออกจากห้องสอบจนกว่ากรรมการคุมสอบจะได้เก็บกระดาษคำตอบของผู้เข้าสอบนั้นไปจากโต๊ะที่นั่งสอบแล้ว และเมื่ออนุญาตให้ผู้เข้าสอบออกจากห้องสอบผู้เข้าสอบจึงจะออกจากห้องสอบได้ และห้ามนำแบบทดสอบออกจากห้องสอบโดยเด็ดขาด 9. ผู้เข้าสอบต้องแต่งกายด้วยเครื่องแบบนักเรียน เครื่องแบบนักศึกษา หรือแต่งกายสุภาพ 10. การฝ่าฝืนข้อปฏิบัติของประกาศนี้ สทศ.อาจจะไม่พิจารณาตรวจกระดาษคำตอบในรายวิชานั้นๆ หรือทุกรายวิชาก็ได้ ขอบคุณ blog.eduzones.com

วิธีจำศัพท์ภาษาอังกฤษ ง่ายๆจาก ชีวิตประจำวัน
ข่าวการศึกษา /  วัยรุ่น / 

เพื่อนๆที่อยากเรียน ภาษอังกฤษ แต่คิดว่ามันยาก ไม่รู้จะเรียนที่ไหน ยังไง? .. teen.mthai อยากจะบอกกว่า มันไม่ได้ยากอย่างที่เพื่อนๆคิดเลยนะคะ ถ้าอยากเรียนรู้แต่ไม่อยากไปเรียนพิเศษละก็ ลองฝึกด้วยตัวเองก็ได้นะคะ อย่างเช่น?วิธีจำศัพท์ภาษาอังกฤษ ง่ายๆจาก ชีวิตประจำวัน นี่ไงคะ ^^ วิธีจำศัพท์ภาษาอังกฤษ ง่ายๆจาก ชีวิตประจำวัน 1. เรียนคำศัพท์จาก ชีวิตประจำวัน อาจเริ่มในสิ่งที่สนใจก่อน เช่น ฟังเพลง ดูหนัง หรือเมื่อพบข้อความตามสื่อต่าง ๆ ควรหมั่นอ่านอยู่ตลอดแม้ไม่รู้เรื่องทุกถ้อยคำ นอกจากจะช่วยสร้างความคุ้นเคยกับศัพท์มากมายแล้ว ยังเป็นการทบทวนความหมายของคำที่พบบ่อย ๆ ด้วย 2. เรียนคำศัพท์จาก พจนานุกรม โดยพกขนาดกะทัดรัดติดตัวไว้เปิดหาความหมายเมื่อเกิดข้อสงสัย ทั้งนี้ ควรเลือกใช้แบบอังกฤษ-อังกฤษ เพื่อฝึกทักษะการแปล หากมีตัวอย่างการใช้ศัพท์ด้วยจะดีทีเดีย 3. เรียนคำศัพท์จาก กระดาษโน้ต ด้วยการจดศัพท์ พร้อมคำแปลอย่างน้อยวันละ 10 คำ แล้วแปะไว้ในที่ ๆ มองเห็นได้ง่าย เช่น กระจกโต๊ะเครื่องแป้ง โต๊ะหนังสือ ตู้เย็น ผนังห้องนอน ฯลฯ โดยเมื่อกระทบสายตาเมื่อไหร่ให้ท่องเมื่อนั้น เป็นอีกหนึ่งเทคนิคช่วยจำได้ดี ขณะเดียวกัน ยังช่วยฝึกทักษะการเขียนอีกด้วย 4. เรียนคำศัพท์จาก การจัดหมวดหมู่ โดยจำศัพท์ที่มีความสัมพันธ์กัน หรือมีความหมายตรงข้ามกัน จากนั้น ลองนึกถึงคำภาษาไทย แล้วแปลเป็นภาษาอังกฤษ ก่อนจะแต่งประโยค เพื่อฝึกการเรียบเรียงต่อไป สิ่งหนึ่งที่สำคัญ : ถ้าอยากเรียนรู้ ภาษาอังกฤษ ได้ดีก็ต้องขึ้นอยู่กับว่า เราขยันมากน้อยแค่ไหน และหมั่นทบทวน ความรู้ นั้นอยู่เรื่อยๆ นะคะ ^^ ขอบคุณhappyschoolbreak.com

มาร์คจัดหนัก ชี้แจงปมพูดไม่เหมาะสม
ข่าวอีโง่ /  ผ่าความจริง / 

มาร์คจัดหนัก ชี้แจงปมพูดไม่เหมาะสม ชี้ต่อไปพจนานุกรมคงจะเล่มเล็กลงๆ เพราะหลายคำพูดไม่ได้ ยันไม่ได้หมายถึงใคร ซัดพวกดูถูกแม่ตัวเองนำผ้าถุงมามอบให้ มีรายงานว่า บนเวทีปราศรัยผ่าความจริงของพรรคประชาธิปัตย์ ที่โรงเรียนมัธยมเวฬุวนาราม เขตดอนเมือง เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (15 ก.ย.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคได้ขึ้นเวทีชี้แจงถึงกรณีคำพูดไม่เหมาะสม จนถูกนำไปตั้งกกระทู้ถามสดในสภา โดยระบุว่า ตนข้อน้อมรับถ้าคำว่า อีโง่ เป็นถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม แต่ต่อไปนี้พจนานุกรมคงจะเล่มเล็กลงๆ เพราะหลายคำพูดไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็น อีโง่ แรด หรือ กะหรี่ ถ้าผมไปเรียกใครอย่างนี้ ถึงเรียกว่า ไม่ได้ ไม่เหมาะสม แต่กลับยัดเยียดให้ผมพูด ยืนยันไม่ได้พูด แต่ส.ส.หญิงพรรคเพื่อไทยก็ยังย้ำถามว่าเป็นใคร ก็คิดกันอยู่แค่นั้นว่าเป็นคนคนนั้น ผมไม่มีที่จะไปดูหมิ่นสตรี แต่เตือนสิ่งที่นำมาเล่นงานอยู่นี้กำลังไปตอกย้ำสถานภาพสตรีในสังคมว่าตรวจสอบไม่ได้ ส่วนพวกที่นำผ้าถุงมาให้ตนแล้วคิดว่าเป็นการดูถูกผู้ชายนั้น เท่ากับว่าเป็นการดูถูกแม่ของตัวเอง เพราะในอดีตการไปออกรบผู้ชายยังพกผ้าถุงของแม่ไปด้วย ถือเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ดังนั้นขอเรียกร้องให้สตรีและองค์กรเกี่ยวกับสตรีต่างๆ ออกมาต่อต้านผู้ที่มีความคิดเรื่องนี้ MThai News