พจนานุกรม

Drag Queen ตัวแม่ รวมสุดยอด แดรกควีน ก่อนแต่งแบบจัดเต็ม
Drag Queen /  Gayaround / 

Drag Queen ตัวแม่  รวมสุดยอดแดรกควีนก่อนแต่งแบบจัดเต็ม ตามพจนานุกรมฝรั่งบอกว่า Drag หมายถึง คราด ,เครื่องกวาดถนน ,ลาก ,เลื่อน ,เทียมม้า ส่วนคำว่า Queen นอกจากความหมายว่าราชินีแล้วยังมีความหมายในเชิงว่าเป็นผู้นำ นางพญา ตัวแม่ จำพวกนี้ ซึ่งถ้าเราจะตีความหมายคำว่า แดรกควีน ก็คงจะให้ความหมายว่า เกย์ เก้ง-กวาง ที่แต่งจัดเต็มมากกว่าหญิงและวางมาดเป็นนางพญา เชิดๆ เริดๆ นั่นเอง Drag Queen กับ Transgender ไม่หมือนกัน เพราะ Transgender คือสาวประเภทสองที่ผ่าตัดแปลงเพศแล้ว ส่วน Drag Queen คือเกย์ที่ยังคงเป็นผู้ชาย แต่แต่งตัวเป็นหญิงเนื่องในโอกาส หรืองานต่างๆ นั่นเอง และเมื่อเราจะพูดถึง แดรกควีน แล้วเราคงจต้องนึกถึงการแต่งหน้าแต่งตัวที่จัดเต็มตลอดเว จนเรียกว่าผู้หญิงยังอายเลยจริงๆ วันนี้ทาง Men.MThai เราเลยรวบรวมความเก๋เริดของเหล่า แดรกควีน ระหว่างก่อนแต่งและหลังแต่งมาฝากเพื่อนๆ กันครับ เริ่มต้นกันที่คุณแม่ของแดรกควีนนั่นก็คือ รูพอล Rupaul นั่นเอง ต่อกันที่ผู้ชนะ Drag Race ซีซั่น 2 ราชา ถัดมาที่ผู้ชนะซีซั่น 3 จาก Drag Race ชารอน นีดเดิล และต่อกันที่ผู้ชนะซีซั่น 4  Drag Race จิงซ์ มอนซูน สวยและเหมือนผู้หญิงที่สุด คอร์ทนี่ย์ แอ็ค

20 คำแปลกในหนังสือพจนานุกรรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน
นักศึกษา /  นักเรียน / 

หนังสือที่เราจะมาแนะนำในวันนี้?เป็นหนังสือที่จะทำให้คุณ รู้ รัก และเขียนภาษาไทย ได้ถูกต้องยิ่งขึ้น กับ?พจนานุกรรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๕๔ ?ของสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์?ที่ได้เพิ่มเติมจากพจนานุกรรมปี ๒๕๕๒ ด้วยคำศัพท์ใหม่ถึง ๒,000 คำ ทั้งคำพูดภาษาปาก คำศัพท์เฉพาะสาขาวิชาและมีศัพท์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงใช้ในการพัฒนา รวมทั้งคำที่รู้จักกันแพร่หลาย แต่ยังไม่มีในพจนานุกรม เช่น เด็ดสะระตี่ ดูดเสียง ของสูง ฯลฯ งั้นเราลองมาดูคำศัพท์ใหม่ๆ ที่เพิ่มเติมเข้ามาในเล่ม สนุกๆ คลายเครียดกัน เพราะ 20 คำเหล่านี้ อาจเป็นคำที่คุณรู้อยู่แล้วแต่มักเขียนผิด หรือเป็นคำที่คุณอาจไม่เคยได้ยินเลยก็ได้ วันนี้เราจะมารู้จัก และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ถูกต้องกัน...20 คำแปลกในหนังสือพจนานุกรรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน 20 คำแปลกในหนังสือพจนานุกรรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน 1.แกล้งเกลา หมายถึง ประณีต, ประดิดประดอย 2.?กุกขี้หมู คือ?ดู รักหมู ที่ รัก 3.ขนเพชร หลายคนอาจตีความหมายคำนี้ผิด เพราะความหมายตามพจนานุกรรมไทย หมายถึง ขนสีขาวที่ขึ้นแปลกเป็นพิเศษ มีลักษณะยาวกว่าปรกติ 4.ขยุ้มตีนหมา คือ ชื่อโรคผิวหนังชนิดหนึ่ง มีพิษอักเสบ ออกเป็นเม็ดผื่นดวงๆ 5 จับเจี๋ยว (ออกเสียงกันให้ถูกนะจ๊ะ ไม่งั้นผิดความหมายแน่) หมายถึง หม้อดินเล็กๆ มีพวยและที่จับ สำหรับต้มน้ำ 6.จิ่ม ก็คือ การล่วงเข้าไปแต่น้อย เช่น ใส่กลอนจิ่มไว้นิดเดียว 7.จ้อกวอก คือ ขาวมาก ขาวมากเกินไป 8. จางปาง คือ สว่างจ้า, สว่างโล่ง 9.ชาคระ (ออกเสียง ชาคะระ) คือ ความเพียร 10.ชุมรุม คือ ที่พัก, ที่อาศัย 11. ซ่อกๆ คือ เที่ยวไปที่โน่นที่นี่ตลอดเวลาไม่อยู่นิ่ง 12. ด๊กๆ (ภาษาปาก) คือ อาการที่รีบไปทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้ ด้วยความเต็มใจ เช่น พอเจ้านายอยากได้ต้นไม้มาประดับห้อง เขาก็ด๊กๆ ไปหามาให้ 13. ตีอีตื้อ คือ นิ่งเฉย, ดื้อด้าน 14. มะเรื่อง คือ วันถัดจากวันมะรืนไปวันหนึ่ง 15. มุคคะ (หรือ มุกคะ) คือ ถั่วเขียว 16. ซัด หมายถึง กิน หรือ การชกต่อย 17. ตุ๊ยตุ่ย, ตุ๋ยตุ่น คือ ชื่อว่าว คล้ายว่าวจุฬา เมื่อถูกลมพัดใบธนูที่ทำด้วยใบลานจะพลิกไปมา ทำให้เกิดเสียงตุ๊ยตุ่ย 18. ทรรป (ออกเสียงว่า ทับ) คือ ความโง่, ความเซ่อ, ความโอ้อวด, ความเย่อหยิ่ง 19. ผกเรือก คือ ต้นไทร 20.เพิดเพ้ย คือ เย้อยหยัน หรือ ร้องเฮ้ย (ใช้เป็นคำร้องไล่ ให้หนีไป) เป็นไงกันบ้างคะ? สำหรับ?20 คำแปลกที่ลองยกตัวอย่างมา พอจะคุ้นหูคุ้นตากันบ้างไหม? จริงๆ แล้วยังมีอีกหลายคำศัพท์แปลกๆ ที่มีความหมายน่าสนใจมากมาย สามารถติดตามได้ในหนังสือพจนานุกรรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ๒๕๕๔ กันได้เลยค่ะ เรียบเรียงโดย?http://teen.mthai.com/?หากนำไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยค่ะ ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ พจนานุกรรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน

หน้าไม่ไหวแล้ว!!! พี่เวียร์ เมาไม่ขับเบลล่า พร้อมรับ-ส่ง ถึงบ้าน
เบลล่า ราณี /  เวียร์ ศกลวัฒน์

ช่วยกันเหยียบ ช่วยกันปกปิด ไม่ยอมเปิดเผยสถานะทางหัวใจทั้งคู่ สำหรับ เวียร์ ศุกลวัฒน์ & เบลล่า ราณี ที่มีข่าวด้วยกันไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่ทั้งคู่ก็ยังคงปากแข็งยืนยันความสัมพันธ์ว่าเป็นแค่พี่น้องกันเท่านั้น ตามแบบฉบับพจนานุกรมของซุป’ตาร์ไทย แม้ว่าช่วงหลังๆ ทั้งคู่จะไปมีข่าวกับคนอื่นชวนให้สงสัย ว่าคนไหนคือตัวจริงหรือว่าตัวหลอก โดยเฉพาะหนุ่มเวียร์ที่ยังแอบไปจิ๊จ๊ะกับอดีตกิ๊กเก่าอย่าง กีฟ อรลีฬห์ จนโดนปาปารัซซี่แชะภาพทั้งคู่ขณะกำลังซับเหงื่อให้กัน แม้แต่ตัวสาวเบลล่าเอง ก็ยังมีภาพแนบชิดสนิทสนมกับพระเอกหนุ่ม เจมส์ จิรายุ ออกมาอย่างถี่ยิบ จนกลายเป็นคู่จิ้นพระนางที่แฟนคลับเชียร์อยากให้ทั้งคู่เป็นแฟนกันนอกจอจริงๆ แต่งานนี้ดูท่าทางแฟนคลับคงจะต้องอารมณ์เสีย เพราะตัวจริงของกันและกันเขาก็แอบย่องมาเจอกันอยู่ดี ล่าสุดปาปารัซซี่ตาไวของเราก็สอยหลักฐานเด็ดๆ มัดตัวทั้งระหว่าง เวียร์-เบลล่า ในขณะที่ทั้งคู่กำลังนั่งสวีทกินดื่มอยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านเลียบทางด่วน ซึ่งดูจากสภาพหน้าตาของหนุ่มเวียร์แล้วคาดการณ์ว่าน่าจะดื่มไปแล้วหลายแก้ว แต่แหม...จะไม่ให้ดื่มหลายแก้วได้อย่างไร ก็ในเมื่อสาวเบลล่าเธอเล่นเป็นคนรินให้เองกับมือ งานนี้สาวเบลล่าไม่มีการห้ามปรามแต่ประการใด มีแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียร์ดริ๊งก์ให้พี่เวียร์เต็มที่กับการดื่ม & ดูดตามสไตล์ มีหวานใจดี๊...ดี เข้าใจหัวอกลูกผู้ชายอย่างเวียร์แบบนี้ ถึงว่าสิทำไมหนุ่มเวียร์ถึงเลือกที่จะคบหากับสาวเบลล่า ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้หนุ่มเวียร์มีสาวๆ เป็นร้อยวิ่งเข้าหาอยากจะนั่งซ้อนทั้งท้ายรถ & ท้ายคน อิอิอิ!!! ก็ไม่รู้คืนนั้นหนุ่มเวียร์จะเมาหนักขนาดไหน แต่เชื่อว่าคงไม่ได้ขับรถกลับบ้านเองแน่นอน สงสัยสารถีที่ไปส่งถึงบ้านก็คงหนีไม้พ้นหวานใจอย่างสาวเบลล่าแหงๆ เบลล่า-เวียร์ เบลล่า-เวียร์ เบลล่า-เวียร์

'เทพีเสรีป้า' สัญลักษณ์ใหม่ ตัวแทนคนไทยอยากไปเลือกตั้ง
กปปส. /  ขัดขวางการเลือกตั้ง / 

จากกรณีที่น.ส.พิจาริณี รัตนจำนอง เดินฝ่ากลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. ที่ขวางการเลือกตั้งล่วงหน้า เมื่อวันที่ 26 มกราคม ที่ผ่านมาที่หน่วยเลือกตั้งโรงเรียนเซนต์จอห์นโปลีเทคนิค เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 26 มกราคม ที่ผ่านมา โดยคุณป้าได้ส่องไฟฉายขึ้นฟ้าพร้อมทั้งค่อยเดินฝ่าไป  ส่งผลให้ชาวสังคมออนไลน์ทำภาพล้อเลียนกรณีดังกล่าว เรียกว่าเทพีเสรีป้า จนกลายเป็นกระแสตัดต่อล้อเลียนบนเฟซบุ๊คและสังคมออนไลน์ และได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของตัวแทนคนไทยที่ต้องการไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง แฟนเพจ พจนานุกรมศัพท์การเมืองไทยร่วมสมัย ได้นิยามคำว่า เทพีเสรีป้า ไว้ว่า เทพีเสรีป้า (น.) ความหมาย: สตรีวัยกลางคนนางหนึ่ง ซึ่งหาญกล้าฝ่าวงล้อมของกลุ่มผู้ต่อต้านประชาธิปไตย และกลายเป็นสัญลักษณ์ในการรักษาและปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์, สิทธิ, และเสรีภาพของตนตามระบอบประชาธิปไตยโดยสันติวิธี ในชั่วข้ามคืน. MThai News

น่ารู้ !! พจนานุกรมคำใหม่ ศัพท์วัยรุ่นมาเต็มทั้ง วีนแตก,จุ๊บุ,เผือกร้อน
พจนานุกรม /  ศัพท์วัยรุ่น / 

ผุดคำศัพท์ฮิตติดปากในพจนานุกรมฉบับใหม่ วันนี้ (17 มิ.ย.) นายธีรัตถ์ รัตนเสวี อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้โพสต์รูปภาพลงในสื่อสังคมออนไลน์ เฟซบุ๊คส่วนตัว ชื่อ'Teerat Ratanasevi' แสดงให้เห็น คำใหม่ในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ฉบับการรวบรวมเอาคำศัพท์ที่บัญญัติขึ้นใหม่ หลายหลายคำ รวบรวมไว้ โดยมีคำศัพท์เกิดขึ้นใหม่ พร้อมความหมาย และตัวอย่างประโยคที่น่าสนใจที่เป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นของประเทศไทย และพูดกันจนติดปาก ทว่า พจนานุกรมคำใหม่ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ดังกล่าว ผลิตโดยสำนักพิมพ์ 'นานมีบุ๊คส์' ซึ่งคำศัพท์ที่บัญญัติขึ้นใหม่เหล่านี้ ถูกจัดเรียงตามตัวอักษร ก-ฮ เหมือนกับพจนานุกรมทั่วไป กระนั้น คำที่ถูกกำหนดขึ้นใหม่อาทิ เผือกร้อน,กรีดนิ้ว, กะเปิ๊บ, เกรียน, ขอบาย, ง้องแง้ง, ต่อมเอ๊ะ, ติ๊สต์, ทวีน, เบลอร์, ไปไม่เป็น,ไม่อยากจะเซดเลย, เสร่อ,คอนเวิร์ส และอินดี เป็นต้น MThai News ที่มา ทวิตเตอร์ @pui_tuangporn , เฟซบุ๊ค Teerat

รับน้องได้ แต่ไม่ว้ากได้ไหมพี่  MThai ข่าวภาคซ่าส์
ANTI SOTUS /  Mthaiข่าวภาคซ่าส์ / 

กิจกรรมรับน้องเป็นสิ่งที่นักเรียนนักศึกษาใหม่หลายๆ คนให้ความสนใจและอยากจะเข้าร่วม ในอดีตกิจกรรมนี้คงมีเพียงในรั้วมหาวิทยาลัย แต่ปัจจุบันบางโรงเรียนเองก็มีการจัดกิจกรรมนี้ขึ้นเช่นกัน วัตถุประสงค์หลักๆ คงเป็นเรื่องของการละลายพฤติกรรมให้เหล่านักเรียนนักศึกษาได้ผูกมิตรไมตรีกับเพื่อนใหม่ ที่มาจากต่างที่ต่างสถาบันได้อยู่ร่วมกัน เมื่อยุคสมัยมันเปลี่ยนไปกิจกรรมที่ทางรุ่นพี่ได้จัดเตรียมไว้ให้รุ่นน้องได้ร่วมสนุก บางกิจกรรมดูจะไม่ถูกใจทั้งผู้ร่วมกิจกรรมและผู้ปกครอง MThai ข่าวภาคซ่าส์ วันนี้จะมาพูดถึงประเด็นนี้กัน รับน้องให้อะไร ทำไมต้องมี…? แม้จะมีผู้คนจำนวนไม่น้อยมองว่า กิจกรรมรับน้องไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ และตั้งคำถามว่ามีไปแล้วได้อะไรมันช่วยอะไร? แต่ยังมีผู้คนอีกจำนวนไม่น้อยเห็นว่า กิจกรรมรับน้องเป็นสิ่งมีประโยชน์ ซึ่งกิจกรรมการรับน้องใหม่ ตามพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน นั้นหมายถึง “สิ่งที่นิยมถือประพฤติปฏิบัติสืบ ๆ กันมา จนเป็นแบบแผน ขนบธรรมเนียม หรือจารีตประเพณี” ซึ่งกิจกรรมรับน้องนั้นก็ถือเป็นสิ่งที่มีการสืบทอดต่อ ๆ กันมาจากรุ่นสู่รุ่น อาจเรียกได้ว่ามันคือประเพณีหนึ่งในรั้วมหาวิทยาลัย ผู้จัดกิจกรรมต่างมองว่า หากน้องๆได้เข้าร่วมกิจกรรมจะสามารถละลายพฤติกรรม สร้างความสมัครสมานสามัคคีให้เกิดขึ้นในหมู่คณะ โดยเฉพาะในรั้วมหาวิทยาลัยที่กว้างขวาง มันจะช่วยสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเพื่อน พี่น้อง ที่อยู่ในสถาบันเดียวกัน อีกทั้งยังมองว่า หากไม่มีอาจทำให้นักเรียนนักศึกษาต่างคนต่างอยู่ไม่รักใคร่กัน มีได้แต่ไม่ว้ากได้ไหมหล่ะรุ่นพี่…? ทางกลุ่ม ANTI SOTUS ได้ร่วมกับ สมัชชาเสรีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เชิญร่วมลงชื่อสนับสนุน ยกเลิกการว้ากในกิจกรรมรับน้องประชุมเชียร์ เพื่อนำรายชื่อไปเสนอแก่ ทางมหาวิทยาลัย และ กระทรวงให้พิจารณาต่อ ซึ่งทางกลุ่มมองว่า การที่รุ่นพี่ว้ากรุ่นน้อง เป็นการละเมิดสิทธิขึ้นพื้นฐาน นักศึกษาซึ่งถือเป็นผู้ใหญ่แล้ว ควรมีความเข้าใจและเคารพในหลักการสิทธิมนุษยชน อันมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย อีกทั้งยัง เรียกร้องให้ทางมหาวิทยาลัยออกระเบียบว่า ด้วยการทำกิจกรรมการรับน้อง โดยให้เป็นไปตามกฎระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการและหลักสิทธิมนุษยชน รวมถึงไม่อนุญาตให้มีการรับน้องนอกสถานที่ ทางกลุ่มมองว่า การรับน้องที่รุนแรงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ ไม่ได้ต้องการให้ยกเลิกกิจกรรมแต่อยากให้มีการรับน้องแบบสร้างสรรค์ไม่กระทบต่อชีวิตผู้อื่น โดยเริ่มต้นจาก เลิกว้าก อย่างไรก็ตามกิจกรรมรับน้องในแต่ละสถาบัน จะมีการสอบถามความสมัครใจของผู้เข้าร่วมก่อน โดยมีการทำหนังสือขออนุญาตผู้ปกครอง แต่นักศึกษาใหม่ส่วนใหญ่ก็จะเข้าร่วมทั้งนั้น หากใครไม่เข้าอาจถูกมองว่า น้องคนนี้ไม่เอาระบบ น้องคนนั้นไม่เอารุ่น สิ่งที่จะตามมาสำหรบคนกลุ่มน้อยเหล่านี้ พวกเขาอาจตกเป็น เป้าสายตาถูกวิพากษ์วิจารณ์ และสุดท้ายพวกเขาอาจอยู่ในรั้วโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยไม่ได้ การยกเลิกกิจกรรมอาจไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้อง เพราะพวกเขาอาจแอบไปจัดกิจกรรมกันเอง โดยที่อาจารย์หรือผู้ปกครองไม่รู้ ยิ่งจะควบคุมกันยากเข้าไปอีก หากคงกิจกรรมไว้ก็ควรมีอาจารย์ดูแลและส่งเสริมกิจกรรมสร้างสรรค์ รวมทั้งมีบทลงโทษชัดเจนหากรุ่นพี่ฝ่าฝืนทำกิจกรรมที่รุนแรง MThai News

กันกัน สนิท แพรวา เข้าฉากฉลุย อย่าถามหาความรักจากคนหมดใจ
กันกัน /  ขนมปัง / 

กันกัน ณัฐวัฒน์ ชัยณรงค์โสภณ หนุ่มหน้าใสมาแรง หลังจากสร้างความประทับใจ เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนๆ ด้วยผลงานการแสดงทั้งภาพยนตร์และซีรี่ส์ รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์, สิ่งเล็กเล็กที่น่าร็อค, รูม อะโลน 401-410 มาแล้ว ล่าสุดมาในบทบาทนักร้องน้องใหม่ พร้อมออกซิงเกิ้ลแรก “อย่าถามหาความรักจากคนหมดใจ” จาก “จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่” ประโยคบอกเล่าเชิงตัดพ้อที่เหมือนคำพูดลอยๆ แต่แฝงไปด้วยความเหนื่อยใจกับความรัก ที่รู้คำบอกลา ก่อนที่จะถามว่ายังรักกันอยู่ไหม ถ่ายทอดเป็นมิวสิกวิดีโอ โดยมี แพรวา-ณิชาภัทร ฉัตรชัยพลรัตน์ หรือ “ขนมปัง” จากฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ซีซั่น 2 รับบทเป็นนางเอก “กันกัน” รับบทเป็นพระเอก และ “เต-ตะวัน วิหครัตน์” พิธีกรจาก “Five Live Fresh” รับบทเป็นแฟนของแพรวา พูดถึงเรื่องราวความรักที่ฝ่ายหนึ่ง “ถามหา” แต่อีกฝ่ายจงใจที่จะ “เงียบ” จนในที่สุด “กันกัน” ก็ได้คำตอบว่าคือความรักที่หมดใจและผู้ชายอีกคนที่เข้ามาแทนที่ ซึ่งวันนี้มีเบื้องหลังฉาก “กันกัน” ประชันหน้ากับ “แพรวา” กับแฟน ที่สยามฯ เรียกว่าเป็นซีนดราม่าสุดๆ “กันกัน” เลยต้องทำอารมณ์ทำสมาธิ เพราะต้องทั้งช็อกทั้งอึ้งทั้งเศร้าเสียใจจนร้องไห้ “สนุกและตื่นเต้นมากครับ ถ่ายทำที่สยามฯ คนเยอะมาก แต่ไม่เกร็ง เพราะผมรู้จักกับแพรวาอยู่แล้ว เลยรับส่งอารมณ์กันไม่ยากครับ ความหมายเพลงนี้คือเมื่อความรักไม่สมบูรณ์ก็ไม่ต้องไปถามหา อยู่กับตัวเองนี่แหละดีที่สุด เพราะยิ่งหายิ่งไม่เจอ สำหรับฉากที่เจอแพรวาอยู่กับแฟน ผมต้องเศร้า เสียใจ และร้องไห้ ก็พยายามทำอารมณ์ทำสมาธิ แล้วก็นึกว่าถ้าตัวเองต้องอยู่ในสถานการณ์แบบนี้จะรู้สึกเศร้าแค่ไหน กว่าพี่ผู้กำกับฯ จะให้ผ่าน ก็หลายเทคเหมือนกันครับ ยังไงก็ขอฝาก อย่าถามหาความรักจากคนหมดใจ ด้วยนะครับ เป็นซิงเกิ้ลแรก ผมร้องและเล่นมิวสิกฯ เองด้วย อยากให้ฟังกันเยอะๆ และเป็นกำลังให้ด้วยนะครับ” กันกัน ณัฐวัฒน์ เผย ติดตามชมมิวสิกวิดีโอ “อย่าถามหาความรักจากคนหมดใจ” ของศิลปินหนุ่มหน้าใหม่ “กันกัน” พร้อมกันครั้งแรก วันที่ 23 ก.พ.นี้ รายการ “Five Live Fresh” เวลา 17.15 น. ทาง Bang Channel หรือดาวน์โหลดได้ที่ *1234500 หรือทาง Itunes Store และฟังได้ทาง Application KKBOX -------------------------------------------------------------------- ฟังเพลง อย่าถามหาความรักจากคนหมดใจ ภาษาอะไรอยากหาความหมาย ก็มีในพจนานุกรม นาฬิากาที่มันตาย ยังบอกเวลาสองครั้งต่อวัน ฟ้ามืดมนหรือดาวเต็มฟ้า ปฏิทินยังบอกให้รู้ อุณหภูมิจะร้อนหรือว่าเย็น ก็มีครื่องมือที่วัดได้ แต่กับเธอเธอที่เคยรักกัน และวันนี้กลับไม่รู้เลย ว่าเธอคิดอะไร แต่ก็เริ่มเข้าใจว่าเพราะอะไร ก็อย่าไปถามหาเลยไอ้คำว่ารัก กับคนที่หมดใจ ก็รู้ว่าคงไม่ได้อะไร ใจคนที่มันไม่มีแล้ว ยิ่งค้นเข้าไปยิ่งว่างเปล่า ก็เหลือเพียงคำตอบเดียว คือเธอไม่รักกัน คำว่ารัก คำว่าเรา มันคงไม่เหลือในใจของเธอ เดินเข้าไปแต่เหมือนว่ายิ่งไกล คือความห่างเหินที่รู้ได้ แต่กับเธอเธอที่เคยรักกัน และวันนี้กลับไม่รู้เลย ว่าเธอคิดอะไร แต่ก็เริ่มเข้าใจว่าเพราะอะไร ก็อย่าไปถามหาเลยไอ้คำว่ารัก กับคนที่หมดใจ ก็รู้ว่าคงไม่ได้อะไร ใจคนที่มันไม่มีแล้ว ยิ่งค้นเข้าไปยิ่งว่างเปล่า ก็เหลือเพียงคำตอบเดียว คือเธอไม่รักกัน แต่กับเธอเธอที่เคยรักกัน และวันนี้กลับไม่รู้เลย ว่าเธอคิดอะไร แต่ก็เริ่มเข้าใจว่าเพราะอะไร ก็อย่าไปถามหาเลยไอ้คำว่ารัก กับคนที่หมดใจ ก็รู้ว่าคงไม่ได้อะไร ใจคนที่มันไม่มีแล้ว ยิ่งค้นเข้าไปยิ่งว่างเปล่า ก็เหลือเพียงคำตอบเดียว คือเธอไม่รักกัน สุดท้ายคือคำตอบเดียว คือเธอไม่รักกัน -------------------------------------------------------------------- อย่าถามหาความรักจากคนหมดใจ ศิลปิน : กันกัน คำร้อง/ทำนอง เหมือนเพชร อำมะระ เรียบเรียง ศุภวัฒน์ เพ็ชรบุรี มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ศัพท์ใหม่วัยโจ๋ สื่อสารได้ ไม่ทำให้วิบัติ
จุงเบย /  บ่องตง / 

ภาษาไทย ในยุคปัจจุบัน มีแนวโน้มว่าจะมีศัพท์ใหม่เกิดขึ้นมามากมาย เพราะการเปลี่ยนแปลงของภาษา เป็นไปตามกาลเวลา และกระแสของโซเชียลเน็ตเวิร์ค ทำให้บรรดาผู้ใหญ่หลายคน ยังไม่คุ้นหูกับศัพท์ ที่ไม่คาดคิดว่าเกิดขึ้นมาได้อย่างไร โดยวันภาษาไทย ที่เพิ่งจะผ่านพ้นไป ทำให้มีการพิจารณาว่า "การใช้คำศัพท์ใหม่ๆของวัยรุ่นนั้น สามารถยอมรับได้หรือไม่" ซึ่งนายอุดม วิโรตม์สิกขดิตถ์ อุปนายกราชบัณฑิตยสถาน ได้ออกมาระบุว่า คำศัพท์ใหม่วัยรุ่นสามารถนำมาใช้ได้ ถ้าใช้สื่อสารได้เข้าใจ ก็ไม่เป็นปัญหาอะไร เพราะธรรมชาติของภาษานั้นมีการเปลี่ยนแปลงซึ่งเป็นไปตามธรรมชาติ และเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย และที่ผ่านมา ราชบัณฑิตยสถานมีการรวบรวม พจนานุกรมคำใหม่ ทั้งคำศัพท์ใหม่-ศัพท์วัยรุ่น-คำแสลง ซึ่งเป็นคำศัพท์ที่ยังไม่ได้บรรจุอยู่ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 นับ 1,000 คำ เพื่อเป็นแหล่งค้นคว้า และรวบรวมข้อมูลคำใหม่ต่างๆ และบันทึกคำเหล่านี้ไว้เป็นหลักฐานแสดงการเกิด และการเปลี่ยนแปลงของคำที่ใช้ในสังคมไทย ตัวอย่างที่แสดงให้เห็นชัดเจนถึงความเปลี่ยนแปลงของภาษานั่นก็คือ เมื่อย้อนกลับไปดูวรรณกรรมไทยโบราณ ละครย้อนยุค หรือหลักฐานทางวรรณคดีต่างๆ ก็จะพบว่า มีบางคำที่วัยรุ่นไม่คุ้นหูเช่นเดียวกัน และถูกเลิกใช้ไป เป็นความเปลี่ยนแปลงของภาษาทั้งเกิดขึ้นใหม่ และสูญไป เช่นคำว่า ขอรับ(ครับ) อุรา(จิตใจ) แต่สิ่งที่สำคัญก็คือ การใช้คำให้ถูกต้องตามความหมายที่สื่อสาร และการเขียนให้ถูกต้อง แม้ว่าจะเป็นคำใหม่ ก็จะต้องเขียน และอ่านให้ตรงกับหลักภาษาเช่นกัน ฉะนั้นจึงต้องทำความเข้าใจกับศัพท์ใหม่ที่เกิดขึ้น อาทิ จิ้น  หมายถึง จินตนาการ ตัวอย่าง ดาราทั้งสองเป็นคู่จิ้นกัน ฟิน  หมายถึง ที่สุด สุดๆ มาจากภาษาฝรั่งเศส ฟินาเล่ (Finale) และถึงจุดไคลแมกซ์ จุงเบย เพี้ยนมาจากคำว่า จังเลย ตัวอย่างเช่น น่ารักจุงเบย คีบับ มาจากคำว่า คือแบบ บ่องตง มาจากคำว่า บอกตรงๆ อัลไล มาจากคำว่า อะไร แอ๊ว หมายถึง ยั่วยวน จีบ ซั่ม หมายถึง มีเพศสัมพันธ์ โลกสวย หมายถึง ผู้ที่มองในแง่ดีไปทุกเรื่อง ติ่ง หมายถึง แฟนคลับ ผู้คลั่งไคล้ หรา มาจากคำว่า หรือ, เหรอ  เช่น จริงหรือ จิงเหรอ (คนละความหมายกับคำว่า โชว์หรา) หยั่มมา มาจากคำว่า อย่ามา เช่น อย่ามาทำอวดดี เตง หมายถึง ตัวเอง ใช้เรียกกับคนอื่น เช่น ไปทำอะไรมาอ่ะเตง น่ามคาน หมายถึง น่ารำคาญ ฝุดฝุด มาจากคำว่า สุดสุด เมายาคุม ใช้เรียกคนที่มีอาการเบลอ ทำอะไรไม่อยู่กับร่องกับรอย คล้ายกับคำว่า เวิ่นเว้อ ช๊ะ (ใช่ป่ะ) ใช้พูดต่อท้ายประโยค อุต๊ะ คำอุทานมาจากคำว่า อุ้ยตาย อย่างไรก็ตาม คำเหล่านี้ มักจะเกิดมาแล้วหายไปตามกระแส อยู่ได้เพียงไม่นาน แม่ว่าจะไม่ใช่เรื่องผิดในการสื่อสาร แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องคงรักษาภาษาไทยที่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์เอาไว้ ทั้งการพูดในที่ชุมชน การเขียนหนังสือรายงานต่างๆ รวมถึงการสื่อสารกับผู้ที่ไม่คุ้นเคยหรือพูดคุยอย่างเป็นทางการ เพราะภาษาไทย ถือเป็นวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของชาติ ชาวต่างชาติหลายคนก็ให้ความสนใจเรียนภาษาไทยกันมากขึ้น แม้แต่ประเทศเพื่อนบ้านก็หันมาเรียนภาษาไทย จึงควรทำให้ภาษาไทยเข้าใจง่ายและถูกต้อง MThai News

9 เรื่องชวนอึ้ง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ที่คุณอาจไม่เคยรู้
ซลาตัน /  ซลาตัน อิบราฮิโมวิช / 

หากจะกล่าวถึงกองหน้าที่ดีที่สุดในโลก 1-10 นั้นต้องมี ซลาตัน อิบราฮิโมวิช อยู่ในลิสต์รายชื่อแน่นอน เพราะทักษะการทำประตูที่หาเลียนแบบไม่ได้แล้ว ซลาตัน กองหน้าชาวสวีเดนรายนี้ยังมีอัตลักษณ์ที่แตกต่างจากนักฟุตบอลอาชีพคนอื่นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งบุคลิก พฤติกรรมการแสดงออก การพูดจา แต่เหนือสิ่งอื่นใดยังมีเรื่องราวเด็ดๆชวนอึ้งอีก 9 เรื่องของกองหน้าคนนี้ เรื่องที่ 1. ซลาตัน มองเห็นอนาคต : เมื่อตอนเขาอายุ 16 ปี อาจารย์ที่โรงเรียนมอบหมายงานให้เขียนเรียงความว่า "5 ปี หลังจากนี้คุณจะเป็นอะไร" ยังไม่ทันเริ่มเขียน ซลาตัน ก็ตอบอาจารย์ไปว่า "ผมจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพที่อิตาลีและจะสร้างรายได้มหาศาล" แต่ความจริงแล้ว ซลาตัน ใช้เวลา 6 ปีถึงได้เซ็นสัญญาค้าแข้งกับ ยูเวนตุส และแน่นอนเขาประสบความสำเร็จทำรายได้มหาศาลที่ตามที่เขาบอกกับอาจารย์เอาไว้ตอนนั้น เรื่องที่ 2. ซลาตัน คือขี้ขโมยตัวพ่อ : เมื่อสมัยเด็กๆ ซลาตัน ชอบสะสมจักรยานเป็นชีวิตจิตใจ แต่จักรยานส่วนมาจากการขโมย! ครั้งหนึ่งสมัยที่ยังเป็นนักฟุตบอลเยาวชนกับ มัลโม่ ซลาตัน ขี่จักรที่ขโมยมาก่อนจะถูกขโมยไป ซลาตัน แก้ปัญหาด้วยการขโมยจักรยานแถวนั้นคืนก่อนจะขี่กลับบ้านแบบไม่รู้สึกอะไร หลังจากนั้นราวๆ หนึ่งสัปดาห์ก็มีการแจ้งว่าจักรยานของผู้ช่วยผู้จัดการทีม มัลโม่ หายไปจนกลายเป็นเรื่องราวยกใหญ่ เรื่องที่ 3. ซลาตัน เกือบเป็นนักเตะ เซาธ์แฮมป์ตัน : หลังจากย้ายมาเป็นนักเตะกับ อาแจ็กซ์ ได้หนึ่งปี ซลาตัน ไม่สามารถโชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจ และพยายามจะหาความท้าทายใหม่กับ เซาธ์แฮมป์ตัน แต่สุดท้ายโชคดีที่ ยูเวนตุส ยังเห็นแววในตัวเขาคว้าตัวไปเสียก่อน เรื่องที่ 4. ความหมายของคำว่า "ซลาตัน" : ชื่อนี้มีที่มาจากทางใต้ของ ซลาวิค หรือละแวกประเทศโคเอเชีย เซอร์เบียและสโลเวเนีย ที่คำว่า "ซลาตัน" นั้นแปลว่า "ทองคำ" เรื่อง 5. ซลาตัน กับธุรกิจ : ซลาตัน เป็นนักกีฬาฟุตบอลคนแรกที่นำชื่อของตนเองไปทำเป็นเครื่องหมายการค้าไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลผม ยานยนต์ เบียร์ ของใช้อุปโภคบริโภค และสุดท้ายเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม เรื่องที่ 6. ซลาตัน ในพจนานุกรม : พจนานุกรมในสวีเดนบัญญัติคำว่า ซลาตาเนร่า ลงในพจนานุกรมของประเทศเพื่อยกย่อง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช พร้อมกับมีความหมายว่า "ขจัดให้สิ้นด้วยพลังที่แก่กล้า" เรื่องที่ 7. สถิติที่ยอดเยี่ยมในแชมเปี่ยนส์ลีก : ซลาตัน เป็นเพียงคนเดียวที่สามารถทำประตูได้ในแชมเปี่ยนส์ลีกจากการลงเล่น 6 สโมสร อาแจ็กซ์ ยูเวนตุส อินเตอร์ มิลาน บาร์เซโลน่า เอซี มิลาน และ ปารีส แต่ถึงอย่างไรเขายังไม่เคยได้ชูถ้วยใบนี้เสียที เรื่องที่ 8. ไอดอล ของ ซลาตัน : ซลาตัน เติบโตมากับการชื่นชม "โล้นทองคำ" โรนัลโด้ กองหน้าโคตรคงาสสิคคนหนึ่งที่โลกเคยมี ซลาตัน เคยบอกว่า "โรนัลโด้ คือ นักฟุตบอลที่เก่งที่สุดตลอดกาล" เรื่องที่ 9. ซลาตัน กับสนามฟุตบอลแรกในชีวิต : ซลาตัน เริ่มเล่นฟุตบอลครั้งแรกตอน 6 ขวบแถวลานหินกรวดละแวกบ้าน ต่อมาในปี 2007 ซลาตัน จับมือกับ ไนกี้ ร่วมกันเนรมิตลานหินกรวดดังกล่าวให้เป็นสนามบอลขนามย่อมที่ทันสมัย นอกจากนี้ ซลาตัน ยังสลักข้อความไว้ที่สนามแห่งนี้ด้วยว่า "ที่แห่งนี้คือหัวใจ ที่แห่งนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยเรื่องราว ที่แห่งนี้คือที่ที่ผมโลดแล่น และมันสร้างอนาคต"

Alex Face ศิลปิน กราฟิตี้ เจ้าของคาแร็คเตอร์เด็กน้อยสามตานหน้าบึ้ง
alex Face /  Graffit / 

มาทำความรู้จัก Alex Face ศิลปิน กราฟิตี้ ดังของเมืองไทย Alex Face ‘กำแพง’ ความหมายในพจนานุกรมคือเครื่องกั้น เครื่องล้อม ที่ก่อด้วยอิฐ ดิน หรือ หิน แต่สำหรับ กราฟิตี้ ‘กำแพง’ มีหน้าที่ ปลดปล่อยตัวตนออกมาเป็นผลงานที่จับต้องได้และเข้าถึงง่ายแก่ผู้พบเห็น เช่นเดียวกับ พัชรพล แตงรื่น หรือ  Alex Face ศิลปินกราฟิตี้มือฉมังที่หลายคนอาจคุ้นตากับคาแร็คเตอร์เด็กน้อยสามตาหน้าบึ้งหลากหลายอากัปกิริยาที่มักจะเล่นซนไปทั่วกำแพงกรุงเทพฯ และวันนี้เราก็มีนัดกับ Alex Face และเด็กน้อยคนเดิมที่กำแพงเก่าแห่งหนึ่งในซอยหลังสวน เริ่มทำงาน กราฟิตี้ ตั้งแต่เมื่อไหร่ ? เริ่มพ่นประมาณ 2002 สีเต็มปอดแล้วล่ะตอนนี้  ตอนแรกก็ไม่คิดอะไรรู้สึกว่ามันสนุกอย่างเดียว คัลเจอร์นี้มันมากับฮิปฮอปเมื่อ 10 ปีก่อน หลังจากนั้นก็ทำมาเรื่อยๆ จุดเริ่มต้นคาแร็คเตอร์เด็กผู้หญิงหน้าบึ้ง? งานช่วงแรกๆ จะเละมากเหมือนเราแค่สนุกแค่พ่นเหมือนเด็กมือบอน หลังจากนั้นเรามีคาแร็คเตอร์ที่ชัดเจนพ่นเป็นหน้าคนทำมา 6 – 7 ปีแล้วแต่เหมือนจังหวะชีวิตเปลี่ยน ลูกสาว (Mardi) ได้กำเนิดขึ้นมาซึ่งเป็นแรงบันดาลใจชิ้นใหม่กลายเป็นรูปเด็กผู้หญิงหน้าบู้เหมือนลูกเราก็เลยเอาฟีลความรู้สึกของลูกตอนนั้นมาเป็นแรงบันดาลใจในงาน ซึ่งก็คิดว่ามันเข้ากันดีกลับสภาพแวดล้อมในเมืองที่วุ่นวายนะ งานของคุณสื่อถึงอะไรบ้าง? คาแร็คเตอร์นี้อาจเป็นตัวแทนของเราในการจะสื่อเมจเสจออกมาหลายคนบอกว่างานเราเป็นการเสียดสีสังคมแต่เรามองว่าเป็นเชิงอารมณ์ขันมากกว่า แน่นอนอยู่แล้วเราอยู่ในสังคมก็ต้องพูดเรื่องที่เราเห็นอยู่ทุกวัน ตาที่สามของเด็กหมายถึงอะไร? ตาที่สามหมายถึงสิ่งที่เรามองไม่เห็นด้วยตาสองตาแต่มันมีอยู่อธิบายทางวิทยาศาสตร์ไม่ได้ อย่างความเชื่อเรื่องวิญญาณสืบทอดกันมายาวนานไม่มีใครตอบได้ว่ามันมีจริงหรือไม่ มันเป็นเรื่องจิตวิญญาณ ความเชื่อ คำจำกัดความของ Alex Face ? ที่จริงเราชอบทุกอย่างเลยทั้ง กราฟิตี้ วาดบนแคนวาส สเตนซิล เลยไม่รู้ว่าจะจำกัดความให้ตัวเองว่าอะไร อาจเป็นคนที่ชอบวาดรูปตามถนนมั้ง ทำงานเพ้นท์ติ้งอยู่บ้านด้วย ทุกอย่างเป็นงานที่เราชอบ ขั้นตอนการทำงาน? ต้องสเก็ตลงสมุดก่อน บางทีเราก็วาดรูปเล่นไปเรื่อยๆ บางทีรูปในนั้นอาจนำมาใช้พ่นจริงก็ได้ แต่บางทีเราเตรียมรูปมาพร้อมแต่พื้นที่จริงอาจไม่เอื้อในการทำงานทำให้ต้องใช้วิธีด้นสดตอนหน้างานบ่อยๆ อุปกรณ์ที่ต้องมี ? ไม่มีอะไรมาก สีสเปรย์ หน้ากาก สมุดสเก็ต ที่กลิ้งสีถ้าเกิดบางทีกำแพงไม่ค่อยเรียบร้อย อุบัติเหตุที่พบเจอบ่อยๆ ? บางทีต้องไปทำงานในสถานที่มีหนาม ตะปู รองเท้าควรต้องเป็นแบบเซฟๆ หน่อย ส่วนมากเป็นเรื่องทำๆ อยู่โดนไล่มากกว่าแต่ตอนหลังไม่ค่อยโดนเท่าไหร่เพราะเราตั้งใจมาทำงานให้ดีเราคุยกับเค้าดีๆ อยากทำให้ดูดีสวยงามเป็นงานศิลปะ ต้องพลางตัวมั้ยเวลาทำงาน? บ้านเราไม่ค่อยซีเรียสเรื่องแบบนี้เท่าไหร่ แต่บางที่ไม่อนุญาติ ในกรุงเทพมีพื้นที่ที่สามารถทำได้อยู่แต่สำหรับเราให้พรางตัวตอนนี้คงไม่ทันแล้วมาถึงขนาดนี้แล้ว กฏข้อห้ามสำหรับ กราฟิตี้ ? มันเป็นเรื่องของแพสชั่นไม่มีกฎตายตัว บางคนถามว่าทำเพื่ออะไรอีกไม่นานกำแพงก็ถูกทุบทิ้งแล้ว เราก็รู้แต่แค่ถ่ายรูปเก็บเอาไว้ก็พออย่างน้อยวันนึงก็มีคนได้เห็นก่อนที่จะถูกทำลายไป อยากให้คนที่เห็นงานเรานึกถึงอะไร? แล้วแต่ประสบการณ์ของแต่ละคนว่าเห็นแล้วคิดอะไร แต่เราไม่ได้คาดหวังว่าคนเห็นงานแล้วรู้สึกยังไงทั้งๆ ที่เราก็มีเมจเสจที่อยากจะบอกอยู่ อยากให้คนไทยได้อะไรจากงานของคุณ? คนไทยอาจไม่ค่อยได้เข้าไปดูงานในแกลเลอรี่นี่อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะได้เห็นงานศิลปะที่เข้าถึงได้ง่ายโดยไม่ต้องเดินเข้าไปในพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะ กระแส กราฟิตี้ ในบ้านเรา? เป็นเวิลด์ไวด์หมดแล้วโดยเฉพาะระแวกเซาท์อีสท์ เอเชีย ไปมาหาสู่กันบ่อยเวลาอัพเฟสบุ๊คก็จะเห็นกันสำหรับคนที่ชอบแนวเดียวกันทุกอย่างมันง่ายไปหมดแล้ว ผลงานในต่างประเทศ? ไปทำที่ประเทศพม่า  เกาหลี ไต้หวัน อังกฤษ ล่าสุดอินโดนีเซีย กฎข้อห้ามของ กราฟิตี้ ?  ค่อนข้างจะฟรีสไตล์แต่จริงๆ แล้วก็มีอยู่ หลักๆ คือถ้าจะทำทับต้องให้งานดีกว่าไม่ใช่มาทับแบบเละๆ แต่บางทีมันก็มีแหกกฎกันตลอดเพราะไม่มีใครมาเฝ้ากำแพงทั้งวันทั้งคืน ปรัชญาในการทำงาน? พ่นแต่ละครั้งเสียตังค์ สีไม่ใช่กระป๋องละบาทสองบาทก็เลยต้องทำให้ดีที่สุดเพราะถ้าเราทำเละๆ มั่วๆ เอาตังค์ไปซื้อขนมให้ลูกกินดีกว่ามั้ย กราฟิตี้ ให้อะไรกับคุณบ้าง? ให้คนรู้จักเรามากขึ้น ได้พูดในสิ่งที่เราอยากพูดผ่านกำแพงเหมือนการปลดปล่อยอะไรบางอย่าง เป็นสิ่งที่โชคดีนะที่ได้มาทำสิ่งที่รักในขณะที่บางคนอาจไม่มีโอกาสแบบนั้น “Bon”  Graffiti Artist สไตล์งานของคุณ เป็นเรื่องราวในสังคม อย่างคาแร็คเตอร์นกแทนเป็นมนุษย์ที่ต้องการอิสรภาพแต่ไม่ใช่นกทุกตัวมีปีกแล้วจะบินได้ ใช้เทคนิค สีสเปรย์เป็นส่วนใหญ่ สถานที่ปล่อยของ กำแพงเก่าที่มีเรื่องราว สถานที่คนเยอะๆ สามารถของเห็นผลงานได้ชัดเจนงานเราสามารถพูดกับคนได้เต็มที่ สิ่งที่คาดหวังจากคนที่ได้เห็น อยากให้คนที่เห็นเกิดไอเดีย มุมมองความคิดต่องานของเรามากกว่าป้ายโฆษณาที่ชี้นำให้เขาไปกิน ซื้อ จับจ่ายใช้สอย จุดอิ่มตัว จะทำงานต่อไปจนกว่าไม่มีแรง จนกว่าไม่มีตังค์ซื้อสี ไม่มีกำแพงให้พ่นแต่ไม่ใช่หยุดทำเพราะเบื่อแน่นอน เพราะทุกครั้งที่ออกไปหาที่ใหม่ๆ ก็จะได้แรงบันดาลใจทุกครั้ง อารมณ์งานเปลี่ยนไปตามโลเกชั่น บางทีจะตระเวนออกไปหาสถานที่ใหม่ๆ ตามต่างจังหวัดที่ยังไม่มีกราฟิตี้เราก็ไปเผยแพร่ แต่ใจจริงก็ยังหลงใหลกับพื้นที่ในเมืองที่มีคนพลุกพล่านอยู่ดีเพราะเวลาไปทำงานต่างจังหวัดอารมณ์งานจะเปลี่ยน อาจจะดูชิลล์ขึ้นจะเอาเรื่องแรงๆ ไปใส่ตรงนั้นทำไมในเมื่อสังคมต่างจังหวัดมันดีอยู่แล้ว ข้อมูลจาก A'Lure Magazine 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก : 6 นาที 2 เม็ด! เรือใบ ปล่อยสึนามิซัด สิงห์ผยอง ท้ายเกมแบบสุดช้ำ 2-0
คีแรน ริชาร์ดสัน /  ชาร์ลส เอ็นซ็อกเบีย / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 4 ตุลาคม 2557 แอสตัน วิลล่า 0-2 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รายชื่อคนทำประตู : 0-1 ยาย่า ตูเร่ น.82, 0-2 เซร์คิโอ อเกวโร่ น.88 เวลา : 23.30 น. สนาม : วิลล่า ปาร์ค ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 5 ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก นัดสุดท้ายของค่ำคืนวันเสาร์ แอสตัน วิลล่า เปิดรัง วิลล่า ปาร์ค รับการมาเยือนของแชมป์เก่าอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ น่าสนใจว่าเจ้าบ้านจะรับเมือยังไงหลังจากพวกเขาฟาดแข้งกับ บิ๊กทีม มาตลอด 3 เกมในลีก ไม่ว่าจะเป็น ลิเวอร์พูล, อาร์เซน่อล, เชลซี และวันนี้จะเจอกับ แมนฯ ซิตี้ ต้องมาดูว่างานนี้ ลูกทีมของ พอล แลมเบิร์ต(แอสตัน วิลล่า) และมานูเอล เปเยกรินี่(แมนฯ ซิตี้) จะทำได้ดีแค่ไหน เริ่มเกมได้ 5 นาที บอลยังอยู่บริเวณกลางสนามซะส่วนใหญ่ แต่เป็นทางฝั่งทีมเยือนที่ดูจะมีลูกล่อลกชนมากกว่า นาที 11 เรือใบสีฟ้า เกือบขึ้นนำจากลูกยิงของ กุน อเกวโล่ ได้ยิงแต่ไปติดบล็อค บอลหลุดมาถึง อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ ได้หวดด้วยซ้ายเต็มแข้งบอลพุ่งชนเสาออกหลังไปแบบหวุดหวิด ผ่านมาถึง นาที 17 แมนฯ ซิตี้ เอาบอลมาครองได้เกือบทั้งหมดและค่อยๆต่อเกมกันขึ้นไป โดย "สิงห์ผยอง" ลงไปรับกันลึกและรอสวนกลับจากบรรดาแนวรุกคความเร็วสูง นาที 22 เจ้าบ้านเกือบขึ้นนำ! ชาร์ลส เอ็นซ็อกเบีย ได้ลุยสวนขึ้นมาก่อนจะเปิดตัดไปให้ อันเดรียส ไวมันน์ โฉบเข้ามาจับบอลในกรอบเขตโทษ แต่สุดท้ายบอลแรงจนหลุดไปถึงมือ โจ ฮาร์ท อย่างน่าเสียดาย นาที 28 "เรือใบสีฟ้า" โหมบุกใส่ทางเจ้าบ้านจนแทบไม่ได้หายใจ จังหวะนี้เป็นทาง โคลารอฟ บรรจงเปิดเข้ากรอบเขตโทษให้ อเกวโร่ สบัดหัวโขกไปทางเสาสอง แบร็ด กูซาน หมดสิทธิเซฟไปแล้ว แต่บอลดันหลุดออกหลังไป นาที 34 แมนฯ ซิตี้ พลาดโอกาสขึ้นนำแบบเหลือเชื่อ หลังจากที่ ซาบาเลต้า ลุยขึ้นมาทางขวาก่อนตัดเข้ากลางให้ เซโก้ อย่างสวย แต่จังหวะจบดันยิงสอยนกตายห้าตัว นาที 41 แมนฯ ซิตี้ ไม่ได้ประตูขึ้นนำอีกแล้ว และเป็นทาง เอดิน เซโก้ คนเดิมที่ล็อกซ้าย,ขวาจนช้า สุดท้ายจะยิงก็โดนบล็อคผู้เล่น วิลล่า ตามมาสกัดไว้ได้ทัน นาที 45 "เรือใบสีฟ้า" บุกขึ้นมาอีกชุด ครั้งนี้เป็น เจมส์ มิลเนอร์ ได้กดด้วยซ้าย บอลแฉลบแนวรับ "สิงห์ผยอง" ชนหน้าต่างออกไป ผู้ตัดสินเวลาบาดเจ็บ 1 นาที ทีมเยือนระดมยิงเจ้าบ้านอย่างต่อเนื่องแต่สุดท้ายทำอะไรกันไม่ได้ จบครึ่งแรก แอสตัน วิลล่า อาศัยความเหนีวยันเจ๊า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้สำเร็จ 0-0 เริ่มครึ่งหลังมาไม่ทันไรเผ็ดร้อนทันที เป็นจังหวะของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลุดเดี่ยวแต่ดันซัดไปชนเสา หลังจากนั้น "สิงห์ผยอง" รีบโต้กลับเร็ว บอลหลุดไปถึง คีแรน ริชาร์ดสัน เข้าไปในกรอบเขตโทษ แต่จังหวะง้างเท้า ปาโบล ซาบาเลต้า สอดตัวเข้ามาบล็อคช่วยทีมเอาไว้ได้ นาที 51 แมนฯ ซิตี้ เริ่มตั้งตัวได้ คราวนี้ โคลารอฟ ดันขึ้นสูง ก่อนจะเปิดยัดเข้ามาในกรอบเขตโทษ บอลเกือบหลุดเข้าเสาสอง แต่โชคไม่ดีที่น้ำหนักขาดไปนิด สุดท้ายก็หลุดออกหลังไป นาที 56 ทางฝั่งทีมเยือนจำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเป็นคนแรก หลังจาก แฟร์นานดินโญ่ ได้รับบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว และส่ง แฟร้งค์ แลมพาร์ด ลงมาแทน นาที 61 แอสตัน วิลล่า เปลี่ยนตัวโดยการถอด อันเดรียส ไวมันน์ ออกไปพักและส่ง คริสเตียน เบนเตเก้ ที่เพิ่งกลับมาหลังหายหน้าไปกับอาการบาดเจ็บร่วมครึ่งปี ลงสนามในแมตช์นี้เป็นครั้งแรก ผ่านไปถึงนาที 70 แมนฯ ซิตี้ โอกาสลุ้นประตูแบบสมควรจะได้หลายครั้ง แต่จังหวะจบยังไร้คำว่าเฉียบขาดในพจนานุกรม GOAL!นาที 82 ยาย่า ตูเร่ ครองบอลหน้ากรอบเขตโทษก่อนตัดสินใจแปรยัดบอลมุดก้นตาข่ายอย่างสวยงาม ช่วยให้ "เรือใบสีฟ้า" ปลดล็อคขึ้นนำ "สิงห์ผยอง" ไปแล้ว 1-0 นาที 84 ดาบิด ซิลบา ถูกเปลี่ยนตัวออก และส่ง เฆซุส นาบาส ลงมาแทน GOAL! นาที 88 หลังจากที่ขึ้นนำ เรือใบสีฟ้า ยังไม่เพลาเกมบุก ไล่นวด วิลล่า ไปเรื่อนจนถึงจังหวะ เซร์คิโอ อเกวโร่ คลึงบอลนิดๆ ก่อนจะซัดเต็มข้อเข้ามุมไปอย่างเวิล์ดคลาส ช่วยให้ทีมตอกฝาโรงเจ้าบ้านเป็น 2-0 นาที 90 ทดเจ็บ 4 นาที เวลาที่ทำอะไรกันไม่ได้ สุดท้ายแชมป์เก่า เชือดท้ายเกมเจ้าบ้าน วิลล่า ไป 2-0 เก็บ 3 แต้มได้ตามเป้า รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม แอสตัน วิลล่า : แบร็ด กูซาน, อลัน ฮัตตัน, นาธาน เบเกอร์, ฟิลิปป์ เซนเดอรอส, อาลี ซิสโซโก้, แอชลี่ย์ เวสต์วู้ด, ฟาเบียง เดล์ฟ, ทอม เคลเวอร์ลี่ย์, คีแรน ริชาร์ดสัน, ชาร์ลส เอ็นซ็อกเบีย, อันเดรียส ไวมันน์ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท, ปาโบล ซาบาเลต้า, แวงซ็อง ก็องปานี, อีเลียกิม ม็องกาล่า, อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ, เจมส์ มิลเนอร์, แฟร์นานดินโญ่, ยาย่า ตูเร่, ดาบิด ซิลบา, เอดิน เซโก้, เซร์คิโอ อเกวโร่

5 เทคนิคเรียนยังไงให้เก่งภาษาอังกฤษ!
เคล็ดลับการเรียน /  เทคนิคการเรียน / 

เพื่อนๆ หลายคนคงจะเคยลองมาหลายวิธีแล้ว ที่จะทำให้เราเรียนรู้และเข้าใจภาษาอังกฤษมากขึ้น แต่บางครั้งวิธีต่างๆ ที่เราทำมันก็ไม่ได้ผลสักที แบบนี้ลองมาดู 5 เทคนิคเรียนยังไงให้เก่งภาษาอังกฤษ! กันหน่อย แล้วลองนำไปปรับใช้กันดูค่ะ เผื่อว่าจะทำให้เพื่อนๆ เข้าใจและเรียนรู้ได้ง่ายยิ่งขึ้นก็ได้ ^^ 5 เทคนิคเรียนยังไงให้เก่งภาษาอังกฤษ! 1. เลือกอ่านหนังสือเล่มที่อยากอ่านจริงๆเท่านั้น เพราะจะเป็นแรงบันดาลใจให้อ่านได้ต่อเนื่อง จนเกิดนิสัยรักการอ่านในอนาคต ถ้าเราไปเลือกผิด จับหนังสือที่ไม่สนุก หรือใช้ภาษาที่ซับซ้อนเกินไป ถึงอ่านไปก็ไม่เข้าใจ พาลชวนให้ล้มเลิกความพยายามเสียเปล่าๆ ดังนั้นต้องถามตัวเองก่อนนะว่าเราชอบหนังสือภาษาอังกฤษแนวไหนกันแน่? อาจเป็นการ์ตูนฝรั่ง นิตยสารแฟชั่น หรือแม้แต่นิยายภาษาอังกฤษก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีได้ทั้งนั้น 2. ถ้ารู้สึกเบื่อหรือหนังสือยากเกินไป ให้หยุดอ่านแล้วเปลี่ยนเล่มใหม่ทันที แนะนำให้หาเล่มที่อ่านง่ายก่อน เพราะดูเหมือนเราจะยังไม่พร้อมที่จะอ่านเล่มยากๆตอนนี้ ถ้าไม่มีสมาธิ อ่านไปเรื่อยๆยังไงก็ไม่ซึมซับครับ สู้อ่านเรื่องที่เราชอบ หรือถนัดดีกว่า พอมีอารมณ์ร่วมไปกับหนังสือภาษาอังกฤษแล้วมันก็จะทำให้เราอ่านได้นานๆจนลืมเวลาไปเลยล่ะ 3. ฝึกเดาความหมายศัพท์ที่ไม่รู้ โดยพิจารณาจากศัพท์หรือประโยคข้างเคียง ถ้าเดาไม่ออกก็ให้อ่านข้ามไปได้ อย่าไปกลัวว่าจะไม่เข้าใจเนื้อหาทั้งหมดอย่างครบถ้วน เพราะการอ่านหนังสือภาษาอังกฤษเพื่อฝึกภาษาอังกฤษนั้นเน้นทำความเข้าใจเนื้อเรื่องโดยรวม และการเห็นคำศัพท์และโครงสร้างไวยากรณ์ซ้ำๆ บ่อยๆก็จะจำและตีความได้เอง 4. เปิดพจนานุกรมขณะอ่านให้น้อยที่สุด มีงานวิจัยด้านภาษาได้ระบุไว้ว่า นักอ่านที่หยุดอ่านเป็นระยะๆ (slow reader) จะมีกระบวนการเรียนรู้ภาษาช้ากว่าคนที่ฝึกอ่านเร็วๆ (speed reader) ในช่วงแรกอาจต้องพึ่งพาดิกชันนารี่ แต่พอผ่านไปถึงจุดๆหนึ่งก็ต้องพึ่งพาตัวเองแล้วล่ะ จะได้ฝึกอ่านภาษาอังกฤษอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สุดท้ายแล้วมีความรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษอยู่ในหัวก็ยังดีกว่าต้องมาคอยเปิดดิกชันนารี่หาความหมายทุกคำอยู่ดี 5. อ่านหลายๆ รอบ ยิ่งอ่านซ้ำหลายๆรอบ จะช่วยทำให้เข้าใจเนื้อเรื่องและเพิ่มความสามารถภาษาอังกฤษได้มากขึ้นโดยอัตโนมัติ อ่านไปเถอะไม่ต้องไปนับว่ากี่ครั้ง จะเป็นสิบ หรือเป็นร้อยรอบแต่ถ้ามันทำให้เราเก่งภาษาอังกฤษ อ่านข่าวภาษาอังกฤษรู้เรื่อง ก็คุ้มค่าแล้วจริงมั้ย? ขอบคุณข้อมูลจาก SE-ED Genius Readers, www.dailyenglish.in.th

หนังสือที่ลึกลับที่สุดในโลก Voynich Manuscript
ตำนานลี้ลับ /  ต่างประเทศ / 

หนังสือที่ลึกลับที่สุดในโลก Voynich Manuscript?ห้องสมุดเบนเนคเก้ (Beinecke Rare Bood & Manuscript Library) ของมหาวิทยาลัยเยล สหรัฐอเมริกา เป็นแหล่งหนังสือหายาก รวมทั้งเอกสารต้นฉบับ สมุดบันทึกด้วยลายมือของเจ้าของหลายพันเล่ม? จากยุคกลางและเรอเนสซองส์ มีสมุดบันทึกที่มีนักวิชาการจำนวนมากได้แวะเวียนเข้ามาศึกษาโดยตลอด แต่ไม่มีผู้ใดสามารถทำความเข้าใจสาระที่บันทึกไว้ในสมุดเล่มนี้ได้เลย หนังสือที่ลึกลับที่สุดในโลก Voynich Manuscript หนังสือเล่มนี้พบในปี 1912 โดยนักค้าหนังสือเก่าชาวอเมริกัน-รัสเซีย ชื่อนาย วิลฟริด เอ็ม. วอยนิช (Wilfrid M.Voynich) ขนาด 6 x 9 นิ้ว หนา 1 1/2 นิ้ว มีอยู่ 240 หน้า แต่บางหน้าขาดหายไป ปกสมุดทำจากหนังลูกวัวสีครีม ไม่มีการระบุชื่อผู้เขียน ชื่อเรื่องหรือปีที่เขียนใดๆ ทั้งสิ้น รายละเอียดมีทั้งภาพและอักษรในสมุดมีความเฉพาะตัวเขียนด้วย ปากกาขนนกซึ่งทำให้ดูสง่างาม เป็นตัวอักษรที่ไม่เคยพบเห็นในที่ใดๆ ในโลกมาก่อนและแทบทุกหน้ามีวาดภาพประกอบ มีทั้งพืชพรรณแปลกๆ ภาพผู้หญิงเปลือยเชื่อมด้วยท่อที่ดูคล้ายเส้นโลหิต มีภาพคล้ายแผนผังเกี่ยวกับดาราศาสตร์ที่มองจากกล้องเทเลสโคป และภาพคล้ายเซลล์สิ่งมีชีวิตที่มองผ่านกล้องจุลทรรศน์ นายวอยนิชได้มาจากอิตาลีและกลับไป อเมริกาเพื่อประกาศหาผู้เชี่ยวชาญมาดูเพื่อศึกษาและแปลอักขระ จนถึงวันนี้เกือบ 100 ปี ก็ยังไม่มีใครสามารถแปลความหมายของสมุดบันทึกเล่มนี้ได้แม้แต่คำเดียว สิ่งที่บอกได้คืออายุและแหล่งที่มาของ สมุด จากการวิเคราะห์ลักษณะของภาพวาด เสื้อผ้า ทรงผมของรูปคน รูปปราสาท รวมถึงหนังสัตว์และสีที่ใช้ภายในเล่ม สันนิษฐานว่า เขียนขึ้นโดยชาวยุโรป ราวศตวรรษที่ 15 หรือ ระหว่างปี 1450-1520 ภายในสมุดมีจดหมายสอดอยู่ เขียนด้วยภาษาลาติน วันที่ 19 สิงหาคม 1666 เป็นจดหมายที่ โจฮันส์ มาร์คุส มาร์ซี่ อดีตอธิการบดีของมหาวิทยาลัยชาร์ลส์แห่งกรุงปราก (ปัจจุบันอยู่ในสาธารณรัฐเชค) เขียนถึง อธานาเซียส เคอร์เชอร์ นักวิชาการนิกายเจซูอิทแห่งวิทยาลัยโรมาโนในกรุงโรม เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านภาษา ผู้จัดทำพจนานุกรมภาษาคอปติค (เป็นภาษาอียิปต์โบราณที่ใช้ในระหว่าง ปีค.ศ. 200-1100) ภายในจดหมายมีใจความว่า ?สมุดบันทึกที่ส่งมาด้วยนี้ จอร์จ บาเรช (Georg Baresch) เพื่อนสนิทได้มอบให้ข้าพเจ้าก่อนเสียชีวิต และเป็นผู้ซึ่งเคยได้ส่งสำเนาบางส่วนของสมุดเล่มนี้มาให้ท่านเพื่อลองศึกษา และแปลความหมายดูแล้ว แต่เวลานั้นท่านได้ขอให้ส่งสมุดทั้งเล่มมา แต่ บาเรช ได้ปฏิเสธ ทำให้เรื่องหายเงียบไปอย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้ายังมั่นใจว่าท่านจะสามารถแปลความหมายในสมุดบันทึกเล่มนี้ได้อย่าง แน่นนอน...? นอกจากนี้ในจดหมายได้เล่าว่าสมุดเล่มนี้เคยอยู่ในครอบครอง ของจักรพรรดิรูดอล์ฟที่ 2 แห่งโบฮีเมีย ปี 1552-1612 ซึ่งซื้อมาด้วยเหรียญทองคำถึง 600 เหรียญ (เทียบเท่าทองคำที่น้ำหนักประมาณ 3.5 กิโลกรัมในปัจจุบัน) ในสมุดเล่มนี้ได้บันทึกอะไรไว้บ้างไม่มีใครสามารถบอกได้ เนื่องจากอักขระที่ใช้เขียนนั้นไม่มีผู้สามารถถอดความได้ สิ่งเดียวที่จะชี้นำก็คือ รูปภาพภายในเล่ม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภาพของพืชพรรณคล้ายสมุนไพรและแผนผังดาราศาสตร์ จึงเข้าใจว่าน่าจะเป็นสมุดบันทึกทางสายวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะด้านยาที่ทำจากสมุนไพร ซึ่งมีการพัฒนากันมากในยุคกลาง แต่บางแหล่งก็มีข้อสันนิษฐานเป็นบันทึกข้อมูลที่เกี่ยวกับการแปรธาตุในช่วง ศตวรรษที่ 15 ที่พยายามแปรโลหะชนิดต่างๆ ให้เป็นทอง เพราะพบบางภาพในสมุดมีลักษณะคล้ายกับสัญลักษณ์ที่ใช้ในเรื่องของแร่ธาตุและ เหตุผลที่สำคัญ พบว่า จักรพรรดิรูดอล์ฟที่ 2 ยอมซื้อสมุดเล่มนี้ถึง 600 เหรียญ พระองค์เป็นจักรพรรดิที่มีความสนใจสิ่งแปลกประหลาดยิ่งกว่ากษัตริย์อื่นๆ ของยุโรป ทั้งยังเป็นผู้ที่ชอบเรื่องเวทมนต์ เล่มเกม ทำรหัส ทรงมีนักโหราศาสตร์รายล้อมอยู่มากมาย พระองค์เป็นผู้สนับสนุนคนสำคัญในการค้นคว้าและเผยแพร่เรื่องการแปรธาตุอีก ด้วย ลักษณะพื้นฐานของ หนังสือที่ลึกลับที่สุดในโลก Voynich Manuscript ?แบ่งเป็น 5 ส่วน 1. ส่วน พฤกษศาสตร์ มีสาระประมาณครึ่งหนึ่งของสมุด ราว 130 หน้า แต่ละหน้าจะมีภาพวาดของพรรณไม้ชนิดหนึ่ง พร้อมกับตัวอักษรกำลังอยู่ข้างๆ ซึ่งน่าจะเป็นรายละเอียดของพันธุ์ไม้นั้นๆ และอักษรบนแต่ละหน้านั้นก็เป็นชื่อพรรณไม้ 2. ส่วนดาราศาสตร์และจักรวาล ภาพส่วนใหญ่จะวาดในลักษณะของทรงกลม มีพระอาทิตย์ พระจันทร์และกลุ่มดาวต่างๆ แต่บางภาพมีองค์ประกอบแปลกๆ เช่น ภาพแผนภูมิจักรราศี มีภาพผู้หญิงเปลือยถือดวงดาวล้อมรอบจักรราศีอยู่ บางหน้าก็สามารถคลี่ออกมาได้อีกเป็น 6 หน้า มีภาพวาดหน้าผังดาราศาสตร์ ภาพคล้ายกาแลคซี่แอนโดรมีดาที่มองจากกล้องเทเลสโคป ส่วนนี้มี 26 หน้า 3. ส่วนชีววิทยา มีภาพวาดที่ดูคล้ายอวัยวะในร่างกาย ซึ่งมีลักษณะค่อนข้างแปลก มีภาพผู้หญิงเปลือยอยู่ในสระที่มีท่อเชื่อมโยงคล้ายเส้นเลือด ผู้หญิงบางคนก็สวมมงกุฎ ส่วนนี้มี 4 หน้า กับ 28 ภาพวาด 4. ส่วนเภสัชศาสตร์ มีความคล้ายกับส่วนพฤกษศาสตร์ ส่วนนี้มีภาพคล้ายภาชนะที่ใช้ในร้านขายยายุค ศตวรรษที่ 15 และมีตัวอักษรเขียนกำกับที่ตัวภาชนะ ส่วนนี้มี 34 หน้า 5. สูตร คาดว่าเกี่ยวกับสูตรยา เพราะมีการเขียนด้วยย่อหน้าสั้นๆ ถึง 324 ย่อหน้า แต่ถ้านับรวมกับส่วนที่ขาดหายไปแล้ว มีมากถึง 360-365 ย่อหน้า ทุกย่อหน้าเริ่มต้นด้วยรูปดอกจัน แต่มีผู้สันนิษฐานว่าส่วนนี้อาจเป็นปฏิทินแบบพิศดาร มีการระบุเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นไว้ด้วย ส่วนนี้มี 23 หน้า โดยหน้าส่วนท้ายสันนิษฐานกันว่าเป็นบันทึกกุญแจไขปริศนาอักษร อีก 1 หน้า ที่ใช้ในสมุดบันทึกเล่มนี้ทั้งหมด เมื่อแรกเห็นสมุดนี้ ผู้เชี่ยวชาญส่วนมากมักคิดว่าไม่ยากที่จะเข้าใจ แต่ในที่สุดก็พบว่า ตัวอักษรที่บันทึกไว้ไม่ได้มีพื้นฐานมาจากภาษาลาติน อังกฤษ เยอรมันหรือภาษาใดๆ ที่เคยพบมาก่อน จากการวิเคราะห์ในแง่ภาษาศาสตร์ พบว่าการเขียนเป็นไปอย่างต่อเนื่องเหมือนกับว่าผู้เขียนมีความชำนาญในภาษา นั้นอย่างยิ่ง ไม่มีลักษณะที่ต้องหยุดคิดก่อนเขียนพยัญชนะแต่ละตัวทั้งยังไม่พบร่องรอยการ ลบหรือแก้ไขใดๆ เลย เป็นการเขียนจากซ้ายไปขวาและจากบนลงล่าง การตั้งสมมุติฐานผู้เขียนหนังสือ หนังสือที่ลึกลับที่สุดในโลก Voynich Manuscript ?เล่มนี้ คนแรก คือ โรเจอร์ เบค่อน เพราะเป็นชื่อที่ทำให้จักรพรรดิรูดอล์ฟ ยอมจ่ายถึง 600 เหรียญทองคำ ซึ่งในปี 1919 วิลเลียม โรเมน นิวโบลด์ ได้ยืนยันว่าสมุดเล่มนี้เป็นงานของ โรเจอร์ เบค่อน จริง เพราะเบค่อนคือผู้ประดิษฐ์กล้องเทเลสโคปและกล้องจุลทรรศน์ แต่ในปี 1931 ก็ถูกโต้แย้งว่าการมองเห็นกาแลคซีแอนโดรมีดาและโครงสร้างเซลล์ของสิ่งมีชีวิตนั้น ต้องใช้กล้องเทเลสโคปและกลอ้งจุลทรรศน์ที่ทันสมัยเท่านั้น สมมุติฐานที่น่าสนใจที่สุด ดร. อีดิธ เชอร์วูด (Edith Sherwood) ได้เสนอในปี 2002 นี้เองว่า สมุดเล่มนี้เป็นของ ลีโอนาร์โด ดาวินชี - Davinci code ของจริง ประเด็นที่เขาหยิบยกขึ้นมามีน้ำหนักไม่น้อย 1. คือ ส่วนดาราศาสตร์นั้นมีภาพหนึ่งที่มีสัญลักษณ์ราศีเมษอยู่ตรงกลางและมีผู้หญิง เปลือย 15 คน ยืนอยู่ในถัง ซึ่งรายล้อมรอบจักรราศี ส่วนใหญ่กำลังตั้งท้อง ในถังใบหนึ่งแปลกออกไปคือมีผู้หญิงอยู่กับเด็กคนหนึ่ง โดยผู้หญิงนั้นมีหน้าท้องแบน เธอถือคฑา ในยุคกลางนั้นจะทำการคลอดลูกในถังน้ำ ทำให้สันนิษฐานว่าเป็นการบันทึกกำเนิดของใครสักคนในวันที่ 15 เมษายน ระหว่าง 21 นาฬิกา-เที่ยงคืน เพราะตำแหน่งของถังน้ำที่มีเด็กกับผู้หญิงนั้นอยู่ตรงกลางระหว่างเลข 9 ถึงเลข 12 ของหน้าปัด นาฬิกาในยุคกลางนั้นแตกต่างจากปัจจุบัน ทั้ง 24 ชั่วโมงบนหน้าปัดและมีเข็มชี้เวลาเพียงก้านเดียว ดร. เชอร์วูดบอกว่า ในยุคนั้นจะเริ่มนับวันใหม่หลังจากพระอาทิตย์ตกและเขายังเคยอ่านพบบันทึกปู่ ของดาวินชีเกี่ยวกับการเกิดของหลานชายคือ ดาวินชี ในปี 1452 ว่า " หลานชายของฉัน ลูกชายของ Ser Piero เกิดในวันที่ 15 เมษายน วันเสาร์ เวลา 3 นาฬิกากลางคืน เขาชื่อว่า Lionardo" และเมื่อเช็คจากปฏิทินของยุคนั้นพบเป็นเวลา 3 นาฬิกากลางคืน หมายถึงเวลาประมาณ 22 นาฬิกา ภาพในถังน้ำที่มีเด็กมีตัวเลข 1452 และยังมีอีกคำหนึ่งที่อยู่ใกล้กับภาพที่พอแปลได้ จากการมองภาพสะท้อนในกระจกเงา คือ "Sabatta Notto" ซึ่งแปลว่า Saturday Night จะเห็นได้ว่า ความบังเอิญนี้เกิดขึ้นได้ยากที่จะมีคนอื่นที่กำเนิดวันและเวลาเดียวกันกับ ลีโอนาร์โด ดาวินชี 2. คือจุดตรงกลางของภาพเดียวกันนั้นมีภาพแกะที่เป็นสัญลักษณ์ของราศีเมษอยู่ และตัวอักษรใต้ภาพแกะนั้น เมื่อมองในกระจกเงาจะเห็นคล้ายคำว่า "Lionardo" โดยมีตัว r เขียนเสริมไว้ด้านบน ซึ่งเห็นว่าคล้ายกับลายเซ็นของ ลีโอนาร์โด ดาวินชี ซึ่งเขาสะกดชื่อตัวเองว่า "Lionardo" ไม่ใช่ "Leonardo" อย่างที่ใช้กันในปัจจุบัน ข้อสุดท้าย ในส่วนดาราศาสตร์นั้นต้องมองผ่านกระจกเงาจึงจะเข้าใจ เป็นภาพเกี่ยวกับแผนภูมิจักราศี แต่ละราศีก็มีชื่อกำกับไว้ ก็พอจะอ่านชื่อของแต่ละภาพได้ แต่บางชื่อก็ไม่ได้เขียนแบบกลับด้าน??? ภาพคล้ายแกแลคซีที่แสดงทิศทางตามเข็ม นาฬิกา ซึ่งตามจริงคือต้องทวนเข็มนาฬิกา เพราะฉะนั้นเป็นภาพที่ต้องมองผ่านกระจกเงาเช่นกัน และเป็นที่ทราบกันดีว่า ดาวินชี มีความชำนาญวาดภาพและเขียนตัวหนังสือกลับด้าน? ภาพแกแลคซี แอนโดรมีดา สังเกตว่าวงรัศมีกลับด้านกัน เพราะเขาเขียนกลับด้านนั่นเอง ภาพวาดฝีมือ ดาวินชี จากการสันนิษฐาน ถ้าหากว่า ดาวินชีเขียนหนังสือเล่มนี้จริง ก็คงไม่ใช่งานเขียนตอนที่เขาเป็นผู้ใหญ่ เพราะมีหลายภาพมีการเขียนแบบ เด็กๆ เช่น ภาพของพืชพรรณในส่วนพฤกษศาสตร์ แต่ละต้นมีดอก รากและใบที่ไม่สอดคล้องกัน ภาพราศีและภาพในส่วนของชีววิทยาก็ดูคล้ายฝีมือเด็ก และบางภาพจะเห็นว่าภาพผู้หญิงที่มีเต้านมและอวัยวะเพศชาย ซึ่งแสดงถึงการเขียนที่ผู้เขียนไม่เข้าใจถึงสรีระของเพศหญิงอีกด้วย ส่วนเรื่องราวในวัยเยาว์ของดาวินชี นั้นไม่สามารถหาได้ จึงยากแก่การสันนิษฐาน อย่างไรก็ตาม ดร.เชอร์วูด สรุปว่า ลีโอนาร์โด ดาวินชี คือผู้ที่เขียนขึ้นมา เมื่อเขาอายุ 8 ขวบ ราวปี 1460 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อได้ค้นหาภาพที่เป็นงานเขียนของดาวินชี เช่น ภาพ Embryos และ ภาพ Vitruvian Man มาเปรียบเทียบกับสมุดบันทึกแล้วจะดูไปในทิศทางเดียวกัน ?อย่างไรก็ตามสมุดบันทึกเล่มนี้ไม่ว่าจะเป็นงานเขียนของใคร ผู้เขียนสามารถเขียนอักษรที่ประดิษฐ์ขึ้นมาอย่างชำนาญและยังสามารถรักษาความลับของผู้เขียนได้นานเกือบ 600 ปี ยังไงก็คงต้องใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยนี้ก็ยังไม่แน่ว่าจะไขปริศนาในสมุดเล่ม นี้ได้ ผู้เชี่ยวชาญจึงยกให้เป็น สมุดบันทึกที่ลึกลับที่สุดในโลก. ขอบคุณข้อมูล creatures.igetweb.com

ช่วยกันสนับสนุน! ชื่นชม น้องอาร์ม ขายหนังสือหาเงินเรียน
ขายหนังสือ /  น้องอาร์ม / 

ช่วยกันสนับสนุน! ชื่นชม น้องอาร์ม ขายหนังสือหาเงินเรียน ชาวสังคมออนไลน์ชื่นชมเด็กใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ในการช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของพ่อแม่ โดยได้มีการแชร์เรื่องราวของน้องอาร์ม เด็กนักเรียนที่ตระเวนขายหนังสืออ่านนอกเวลาตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งเรื่องนี้ถูกเผยแพร่โดยสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อคุณ Wanicha Watanawanichkorn ได้โพสต์ภาพและข้อความระบุว่า น้องชื่อน้องอาร์ม เรียนโรงเรียนวัดสังเวช แถวบางลำพู เราเจอน้องที่ กรมการขนส่งทางบก จตุจักร น้องมาขายหนังสืออ่านเล่นนอกเวลา เพื่อการศึกษาตัวเอง น้องบอกว่าแม่ตอนนี้ ขายข้าวแกง ไอเดียที่มาขายหนังสือได้จากแม่เพื่อน ตนช่วยซื้อด้วยความหวังดี ไม่ได้คิดมากอะไร น้องอาร์มขายหนังสือตามราคาปก หนังสือเช่น พจนานุกรม หนังสือนิทานอีสป หนังสือธรรมมะ เป็นต้น "ใครเจอน้องก็ช่วยซื้อบ้างนะคะ เราบอกว่าเอาเงินไปเรียนนะ อย่าเอาเงินไปเล่นเกมส์ น้องก็ครับ ยิ้ม และไหว้ " ทั้งนี้เรื่องราวดังกล่าวชาวสังคมออนไลน์ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นชื่นชมและเป็นกำลังใจให้น้องอาร์ม และมองว่าเป็นเด็กที่ขยัน รู้จักคิดใช้เวลาเป็นประโยชน์กว่าเด็กคนอื่น ขอบคุณภาพจากสมาชิกเฟซบุ๊ค Wanicha Watanawanichkorn MThai News

เปิดตำนาน เสี่ยงเซียมซี! ความเชื่อจากจีนสู่ไทยนานกว่า 400 ปี
ดูดวง /  ทำนายโชคชะตา / 

เสี่ยงเซียมซี ตำนานบทกลอนพยากรณ์ ยาวนานกว่า 400 ปี สภาพจอแจภายในบริเวณวัดหรือศาลเจ้า และกลิ่นควันธูปลอยคลุ้งชวนแสบตา เสียงสวดมนต์อธิฐานดังระงมไปทั่วสารทิศ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความตั้งใจที่จะตั้งจิตเพื่อเสี่ยงทายจากการ เสี่ยงเซียมซี ลดน้อยลงไปเลยสักนิด แคร่กๆๆๆๆ เสียงแผ่นไม้กระทบกับกระบอก เป็นเสียงที่หลายท่านคงคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี สองมือพนม เปลือกตาปิดลง ตั้งจิตตั้งใจอธิฐานขอพรสิ่งที่ต้องการ ก่อนลืมตาแล้วเขย่าอย่างเบามือ ปล่อยให้โชคชะตา บุญกรรมที่ทำมาในชาตินี้ ได้ผลักดันผลคำทำนายที่ร้อยเรียงจากตัวหนังสือนับร้อย ให้มีความสละสลวย แต่แฝงไปด้วยความหมาย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานได้ให้ความหมายของเซียมซีว่า คือ ใบทำนายโชคชะตาตามศาลเจ้าหรือวัดมีเลขหมายเทียบกับเลขหมายบนติ้วที่เสี่ยงได้ ส่วนความเชื่อเรื่องของต้นกำเนิดนั้น คาดเดากันว่ามาจากประเทศจีน ซึ่งในสมัยนั้นมีการทำนายโดยผู้รู้อย่างแท้จริง แต่ต่อมาผู้รู้เหล่านี้เริ่มหายากมากขึ้น ประกอบกับศาลเจ้า มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นกว่าแต่ก่อน จึงได้ทำการเขียนคำทำนายเอาไว้บนแผ่นกระจก โดยอาศัยข้อความในคัมภีร์อี้จิงซึ่งมีอยู่ 64 บท เป็นหลักในการทำนาย ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการจัดงานเสี่ยงเซียมซีที่วัดกัลยาณมิตร ฝั่งธนบุรี ซึ่งภายในงานมีใบคำนายเป็นภาษาไทย ถูกเขียนและเรียงไว้บนแผ่นกระจกจำนวน 28 แผ่น ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการมีคำทำนายเซียมซีเป็นภาษาไทยครั้งแรก คำทำนายที่ถูกเรียบเรียงผ่านบทกลอนที่แสนไพเราะนั้น มีความหมายทั้งเรื่องดีและเรื่องไม่ดี หากว่าคุณรู้สึกไม่สบายใจกับคำทำนาย ก็สามารถเก็บกระดาษใบนั้นคืนไว้ที่วัดหรือใต้ต้นไม้ใหญ่ก็ได้ เปรียบเสมือนการทิ้งสิ่งไม่ดีไว้ที่วัด เรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

 TVXQ เปิดตัวอัลบั้มชุดที่ 7 Tense 6 ม.ค.2014
TVXQ /  ประเทศเกาหลี

TVXQ จะเปิดตัวอัลบั้มชุดที่ 7 'Tense' ในวันที่ 6 มกราคม ปี 2014 โดยการเปิดตัวอัลบั้มในครั้งนี้จะเป็นอัลบั้มใหม่ที่จะเปิดตัวออกมาต่อจากอัลบั้ม 'Catch Me' ที่เปิดตัวออกมาเมื่อเดือนกันยายน ปี 2012  TVXQ เปิดตัวอัลบั้มชุดที่ 7 Tense 6 ม.ค.2014 สำหรับชื่ออัลบั้ม 'Tense' ออกเสียงคล้ายคลึงกับคำว่า '10th' ที่มาจากคำว่า '10th Anniversary' มีความหมายถึงครบรอบ 10 ปี และมีความหมายทางพจนานุกรมว่า 'ตึงเครียด', 'เกร็ง' ซึ่งก็เข้ากับสถานะของ TVXQ ที่เดบิวท์ครบ 10 ปี ในวันที่ 26 อย่างน่าอัศจรรย์ TVXQ เตรียมทำกิจกรรมโปรโมทอัลบั้มชุดที่ 7 ในรายการเพลงทางสถานีโทรทัศน์ช่องสาธารณะ โดยจะเริ่มจาก KBS 'Music Bank' ในวันที่ 3 มกราคม ตามด้วย MBC 'Show! Music Core' ในวันที่ 4 มกราคม และ SBS 'Inkigayo' ในวันที่ 5 มกราคม ตามลำดับ TVXQ ปิดฉากเวิลด์ทัวร์ที่อเมริกา ชิลี จีน และมาเลเซีย ตลอดปี 2013 ลงอย่างประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง TVXQ ยังเป็นนักร้องชาวต่างชาติวงแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้จัดคอนเสิร์ตขึ้นที่ Nissan Stadium ซึ่งเฉพาะทัวร์ที่ประเทศญี่ปุ่นก็มีผู้เข้าร่วมชมคอนเสิร์ตตลอดทั้งปี ทั้งสิ้น 850,000 นับเป็นนักร้องเกาหลีที่ทำสถิติผู้เข้าชมคอนเสิร์ตได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์เลยทีเดียว อนึ่ง TVXQ จะจัดคอนเสิร์ตเดี่ยว 'SMTOWN Week' ขึ้นที่ Kintex อิลซาน ในวันที่ 26-27 ธันวาคม โดยหลังจากส่งท้ายปี 2013 อย่างมีความหมายแล้ว TVXQ ก็จะเข้าสู่การเตรียมตัวคัมแบ็คทันที ข้อมูลจาก popcornfor2.com

เทคนิคเรียนภาษาที่ 3 ด้วยตัวเอง
นิค นิคโค้ โวกูก้า /  เทคนิคการเรียน / 

เรียนเอง เก่งเองเทคนิคเรียนภาษาที่ 3 ด้วยตัวเองในแบบเด็กลูกครึ่ง ของ 2 หนุ่ม แอนดรูว์ นักร้องวง Evo nine และ นิค นิคโค้ พิธีกรรายการสตรอเบอร์รีครับเค้ก ทั้งคู่มีวิธีการที่น่าสนใจมากๆ เลยอยากนำมาเสนอให้น้องๆ ที่สนใจฝึกภาษาด้วยตัวเอง ได้ลองเป็นอีกหนึ่งแนวทางกันค่ะ งั้นวันนี้เราไปติดตามเทคนิคพวกเขากันเลย... เทคนิคเรียนภาษาที่ 3 ด้วยตัวเอง ศรันยู ศรุติสุต ชื่อเล่น แอนดรูว์ อายุ 22 ปี นักร้องวง Evo nine แอนดรูว์เด็กไทยสัญชาติอเมริกัน พ่อ-แม่เปิดธุกิจและอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา เขาเกิดและโตที่แอลเอ จนถึงอายุ 18 ปี จึงตัดสินใจย้ายจากโรงเรียน Stamforcl Uni nter เกรด 11 มาเรียนต่อโรงเรียนนานาชาติที่เมืองไทย เพื่อเป็นเด็กเทรนด์ โดยสำหรับแอนดรูว์แล้ว การพูดภาษาไทยให้ชัดเป็นสิ่งที่เขาพยายามมากที่สุด ถ้าอย่างนั้นเรามาฟังกันว่าเด็กไทยที่ไม่เคยอยู่เมืองไทยเลย แต่อยากพูดสำเนียงใช้ชัด เค้ามีเทคนิคการใช้ภาษาไทยอย่างไร ช่วงแรกผมเครียดมาก เพราะต้องสื่อสารเป็นภาษาไทยกับคนไทยให้เข้าใจ เชื่อไหมว่าตอนนั้นผมไม่มีเพื่อนเลย จนค่อยๆ ปรับตัวได้ หลังจากนั้นเวลาคนไทยพูดภาษาอังกฤษกับผม ผมจะพยายามพูดกลับเป็นภาษาไทยอย่างเดียว ไม่อยากให้คนคิดว่าเป็นเด็กนอก พูดไทยคำอังกฤษคำ ซึ่งสำหรับคนไทยที่อยากเก่งภาษาอังกฤษ อย่างแรกที่ผมอยากแนะนำคือห้ามอาย คนไทยที่ผมสังเกตหลายคนเขาสามารถพูดได้ แต่อายที่จะพูด กลัวว่าพูดผิด พูดแล้วดูตลก ผมแนะนำว่าอย่าอาย ยิ่งถ้ามีเพื่อนอินเตอร์พูดกับเขาเยอะๆ ฝึกพูดเองง่ายกว่าที่จะต้องไปเรียน แล้วภาษาอังกฤษก็ง่ายกว่าภาษาไทยเยอะครับ นิค นิคโค้ โวกูก้า อายุ 19 ปี ลูกครึ่งไทย-เยอรมัน พิธีกรรายการสตรอเบอร์รีครับเค้ก นิคเกิดที่สเปน เรียนอนุบาลที่สเปนก่อนจะย้ายไปอยู่ออสเตรียและใช้ภาษาเยอรมันเป็นหลัก จนเมื่อ 4 ปีก่อนนิคและคุณแม่มาเที่ยวเมืองไทย แล้วตัดสินใจอยู่ที่จังหวัดโคราช ฝรั่งสำเนียงโคราชมีขั้นตอนการฝึกภาษาไทยยังไงจากที่พูดไทยไม่ได้เลย จนกลายมาเป็นพิธีกรรายการวัยรุ่น จนถึงทุกวันนี้ได้ ?ผมมาอยู่อำเภอประทายที่โคราช เป็นเด็กฝรั่งบ้านนอก นี่ก็ติดสำเนียงโคราชมาด้วยครับ ผมเริ่มฝึกภาษาไทยเอง ฟังเอง คุณแม่ไม่ได้สอน คุณแม่พูดชัดเลยเอามาใช้ ตอนย้ายมาพูดภาษาไทยไม่ได้เลย ก็เลยต้องเริ่มหัดพูดเองจากคำง่ายๆ อย่างคำว่า ไปไหน? ไปทำอะไร? มีคำพื้นเป็นคำว่า ?ไป? ถ้าจำไม่ได้ก็จดแล้วก็ฟังคนอื่นเขาพูดเยอะๆ พอเขาพูด เฮ้ย...ไปไหน? เราก็เข้าใจคำว่า เฮ้ย เพิ่มล่ะ แต่พวกคำว่า แก ฉัน จะไม่ใช้ จะใช้คำว่า ผม กับ คุณ อย่างเดียว เพราะคนไทยมีสรรพนามเยอะ ฝึกพูดกับเพื่อนเยอะๆ ก็จะพูดได้ เทคนิคการเรียนต่างประเทศ อย่างเช่น ภาษาอังกฤษเองง่ายๆ 1. การฟัง การฟังเป็นการเรียนรู้ที่สามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะแค่ 1 นาที 5 นาที หรือเป็นชั่วโมง การฝึกที่ดีที่สุดคือ การฟังข่าวภาษาอังกฤษ ช่องทางการฟังมีหลากหลายมาก เช่น ดูข่าวผ่านทีวี CNN, BBC หรือช่องอื่นๆ หรือ ฟังข่าวออนไลน์ผ่านมือถือ ซึ่งหาดาวน์โหลด Application เหล่านี้ได้ง่ายมาก ประเด็นคือฟังไม่รู้เรื่อง มันมืดไปหมด แล้วอย่างนี้จะเรียนรู้ได้อย่างไร อย่าเพิ่งถอดใจเพราะเป็นเรื่องธรรมดาหากฟังไม่เข้าใจ เพราะแม้กระทั่งคนที่ระดับภาษาอังกฤษค่อนข้างดีแล้ว บางทีเขายังฟังข่าวไม่ค่อยรู้เรื่องก็มี สิ่งที่จะแนะนำคือพยายามฟังบ่อยๆ หากมีเวลาพยายามตั้งใจฟังและพยายามจับให้ได้ว่าเขากำลังรายงานข่าวเรื่องอะไรอยู่ พยายามแยกแยะคำศัพท์แต่ละคำออกจากกันให้ได้ ถึงแม้จะไม่รู้ความหมายของคำนั้นๆ ก็ตาม เพราะถ้าเราฟังเฉยๆ ลอยๆ จะเหมือนกับเวลาฝรั่งอ่านหนังสือภาษาไทยที่ไม่รู้ว่าแต่ละคำจบตรงไหน เพราะเขียนติดกันเป็นพืดไปหมด ดังนั้นช่วงเริ่มฟังใหม่ๆ ไม่จำเป็นต้องรู้ความหมายหรือรู้เรื่องทั้งหมด แค่พยายามจับคำของนักข่าวให้ได้ก็พอ แต่ถ้าไม่ได้จริงๆ อย่าเพิ่งท้อ เพราะการฟังบ่อยก็ช่วยให้เราคุ้นชินกับสำเนียง ท่วงทำนอง ระดับสูงต่ำ ของภาษาได้ไปในตัว ฟังไปนานๆ มันจะฝังอยู่ในจิตใต้สำนึกเราเอง และไม่ช้าเราจะจับคำพูดที่เราฟัง ได้โดยที่ไม่ต้องพยายามอีกต่อไป ดังนั้นว่างๆ หากมีสมาร์ทโฟนให้เข้าไปดาวโหลด Podcast ข่าวของ CNN หรือ BBC มาไว้ในมือถือ ขึ้นบีทีเอสหรือรอรถเมย์เมื่อไหร่ก็หยิบออกมาฟังเพลินๆ หรือเข้าไปที่ Leaning English ของ Voice of America จาก http://learningenglish.voanews.com ในนี้จะรวบรวมข่าวพร้อมคลิปเสียงการบรรยายข่าวนั้นๆ โดยเขาทำไว้เพื่อให้คนฝึกฟังภาษาอังกฤษโดยเฉพาะ ดังนั้นการรายงานข่าวจึงไม่เร็วเกินไปและชัดถ้อยชัดคำมาก การฝึกฟังจากการดูหนัง หรือซีรีส์ฝรั่ง คำแนะนำคือห้ามมี Subtitle หรือถ้าต้องมีจริงๆ ต้องเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น ห้ามเป็นภาษาไทยโดยเด็ดขาด เพราะคุณจะไม่ได้อะไรเลยจากการดูหนังในครั้งนั้น การดูหนังหรือซีรีส์ภาษาอังกฤษจะดีตรงที่ภาษาจะเป็นภาษาพูดที่ใช้ในชีวิตประจำวันทั่วไป แนะนำอย่าเลือกหนังที่เป็นหนังประวัติศาสตร์ย้อนยุค เพราะเราจะไม่เข้าใจภาษา ถ้าเลือกได้แนะนำหนังการ์ตูนของ Walt Disney ดูน่ารักเพลินๆ และภาษาเข้าใจง่าย ส่วนซีรีส์ก็เลือกดูที่เราถนัด การฟังจากการฟังเพลง เชื่อว่าทุกคนฟังเพลงสากล แต่มีกี่คนที่รู้ว่าเพลงที่ฟังอยู่สื่อถึงอะไร หรือเนื้อเพลงแปลว่าอะไร หากฟังแบบนั้นจะเป็นแค่การฟังเพื่อความเพลิดเพลิน การฟังที่ได้เรียนรู้ไปด้วยแนะนำให้เปิดหาความหมายของเนื้อร้องประกอบไปด้วย อาจจะฝึกแปลเองหรือเข้าไปหาดูบทแปลจากอินเทอร์เน็ต แต่ระวังนิดนึงเพราะบางเว็บที่แปลเพลงสากลอาจแปลได้ไม่ค่อยตรงความหมายของเพลง หรือความหมายไม่ได้ตามอารมณ์ที่ควรจะเป็นของเพลงนั้นๆ ข้อดีของการฟังเพลงคือเพลงหนึ่งเพลง ปกติเราไม่ฟังแค่รอบเดียวแล้วเลิกฟัง เรามักจะฟังซ้ำๆ ทุกวัน จึงทำให้เกิดการคุ้นหูและเคยชินกับประโยคในเพลง หากเรารู้ความหมายจะเป็นการดีที่เราได้เรียนรู้ทั้งคำศัพท์และตัวอย่างการใช้ไปในตัว เวลาจำไปใช้ก็เอาไปทั้งประโยคได้เลย 2. การอ่าน อ่านน้อยได้น้อย อ่านมากได้มาก อันนี้ขึ้นอยู่กับความขยันของตัวบุคคลจริงๆ ทุกครั้งที่เราอ่านเราจะได้อะไรเสมอ สำหรับการอ่านภาษาอังกฤษไหนๆ ก็จะเริ่มอ่านแล้ว ควรอ่านให้ได้ประโยชน์มากที่สุด แนะนำให้อ่านข่าวภาษาอังกฤษ บทความ หรือนิตยสารภาษาอังกฤษ การอ่านจะต่างจากการฟังตรงที่เวลาอ่านพยายามทำความเข้าใจในสิ่งที่เรากำลังอ่าน หากเจอคำศัพท์แปลกที่เราไม่รู้ความหมายให้เปิดพจนานุกรมและเขียนกำกับไว้เลย (แนะนำให้เขียนลงในเนื้อหาที่เราอ่านเลย) หากเป็นไปได้ควรอ่านทุกวัน อย่างน้อยวันละหนึ่งหัวข้อข่าว หรือหนึ่งบทความ เจอคำที่ไม่รู้ให้เปิดพจนานุกรมและเขียนไว้ ถึงแม้จะเป็นคำเดิมที่เราเคยเจอ และเคยเปิดมาแล้ว เพราะถ้าเปิดอีกรอบนั่นหมายความว่าเรายังจำไม่ได้ หากอ่านทุกวันเราจะเห็นว่าเราจะเจอคำศัพท์เดิมๆ บ่อยครั้ง ในที่สุดเราจะจำคำนั้นๆ ได้โดยอัตโนมัติ แต่การอ่านไม่จำเป็นต้องเปิดแบบละเอียดทุกคำ เพราะมันจะทำให้เราเกิดอาการหงุดหงิด ท้อและเลิกอ่านไปในที่สุด บางทีเราสามารถเดาความหมายจากบริบทได้ อันนี้อาจต้องฝึกบ่อยๆ นะคะ การเรียนรู้ภาษาที่สามจะต้องมาควบคู่กับความขยันและอดทน หากขาดสิ่งนี้การเรียนรู้แทบจะไม่ได้ผลเลย ยังไงก็พยายามกันนะคะ โดยเฉพาะสากลอย่างภาษาอังกฤษ ไม่ใช่สิ่งที่ยากหรือน่ากลัว แต่หากเราไม่รู้แล้วเกิดจำเป็นต้องใช้ในวันข้างหน้าความน่ากลัวจะมาเยือน ที่มา นิตยสารแคนดี้, เรียบเรียงโดย http://teen.mthai.com/หากนำไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยค่ะ