พจนานุกรม

วิธีจำศัพท์ภาษาอังกฤษ ง่ายๆจาก ชีวิตประจำวัน
ข่าวการศึกษา /  วัยรุ่น / 

เพื่อนๆที่อยากเรียน ภาษอังกฤษ แต่คิดว่ามันยาก ไม่รู้จะเรียนที่ไหน ยังไง? .. teen.mthai อยากจะบอกกว่า มันไม่ได้ยากอย่างที่เพื่อนๆคิดเลยนะคะ ถ้าอยากเรียนรู้แต่ไม่อยากไปเรียนพิเศษละก็ ลองฝึกด้วยตัวเองก็ได้นะคะ อย่างเช่น?วิธีจำศัพท์ภาษาอังกฤษ ง่ายๆจาก ชีวิตประจำวัน นี่ไงคะ ^^ วิธีจำศัพท์ภาษาอังกฤษ ง่ายๆจาก ชีวิตประจำวัน 1. เรียนคำศัพท์จาก ชีวิตประจำวัน อาจเริ่มในสิ่งที่สนใจก่อน เช่น ฟังเพลง ดูหนัง หรือเมื่อพบข้อความตามสื่อต่าง ๆ ควรหมั่นอ่านอยู่ตลอดแม้ไม่รู้เรื่องทุกถ้อยคำ นอกจากจะช่วยสร้างความคุ้นเคยกับศัพท์มากมายแล้ว ยังเป็นการทบทวนความหมายของคำที่พบบ่อย ๆ ด้วย 2. เรียนคำศัพท์จาก พจนานุกรม โดยพกขนาดกะทัดรัดติดตัวไว้เปิดหาความหมายเมื่อเกิดข้อสงสัย ทั้งนี้ ควรเลือกใช้แบบอังกฤษ-อังกฤษ เพื่อฝึกทักษะการแปล หากมีตัวอย่างการใช้ศัพท์ด้วยจะดีทีเดีย 3. เรียนคำศัพท์จาก กระดาษโน้ต ด้วยการจดศัพท์ พร้อมคำแปลอย่างน้อยวันละ 10 คำ แล้วแปะไว้ในที่ ๆ มองเห็นได้ง่าย เช่น กระจกโต๊ะเครื่องแป้ง โต๊ะหนังสือ ตู้เย็น ผนังห้องนอน ฯลฯ โดยเมื่อกระทบสายตาเมื่อไหร่ให้ท่องเมื่อนั้น เป็นอีกหนึ่งเทคนิคช่วยจำได้ดี ขณะเดียวกัน ยังช่วยฝึกทักษะการเขียนอีกด้วย 4. เรียนคำศัพท์จาก การจัดหมวดหมู่ โดยจำศัพท์ที่มีความสัมพันธ์กัน หรือมีความหมายตรงข้ามกัน จากนั้น ลองนึกถึงคำภาษาไทย แล้วแปลเป็นภาษาอังกฤษ ก่อนจะแต่งประโยค เพื่อฝึกการเรียบเรียงต่อไป สิ่งหนึ่งที่สำคัญ : ถ้าอยากเรียนรู้ ภาษาอังกฤษ ได้ดีก็ต้องขึ้นอยู่กับว่า เราขยันมากน้อยแค่ไหน และหมั่นทบทวน ความรู้ นั้นอยู่เรื่อยๆ นะคะ ^^ ขอบคุณhappyschoolbreak.com

iOS 7 beta พบบั๊ก bypass lockscreen เข้าถึงทุกแอพได้เพียงวิ !!
apple /  bug / 

" ระวัง iOS 7 beta บั๊กอื้อ !! ล่าสุดพบ bypass lockscreen "   แน่นอนว่า flat สไตล์บน iOS 7 ที่มากับ ลูกเล่น 3d เอียงหงายๆ นั้นน่าตื่นเต้นปลุกใจสาวก ให้อยากอัพเดทอย่างมาก แถมตอนนี้ก็มีตัวเบต้า มายั่วสำหรับนักลองของกันแล้วด้วย   แต่ด้วยความที่มันกำลังเบต้านี้เอง มันจึงเต็มไปด้วยสารพัด bug ซึ่งร้อยทั้งร้อยเหล่าผู้เชี่ยวชาญ ก็ไม่แนะนำให้คุณรีบอัพเดท โดยเฉพาะกับมือใหม่ ล่าสุด หลังจากปล่อยให้ developer ดาวน์โหลดไปเพียง 2 วัน iOS 7 beta  ก็ถูกรายงานบั๊ก bypass lockscreen เข้าถึงทุกแอพ โดยไม่ต้องผ่านล๊อคสกรีนได้ ซึ่งก็เป็นบั๊กที่มักพบในโอเอส ที่เพิ่งเบต้าเสร็จหมาดๆ แทบทุกครั้ง   นอกจากปัญหาความปลอดภัย  bypass lockscreen แล้ว ใครที่ Download iOS 7 beta มารัน iDevice ยังจะต้องเผชิญกับบั๊กประปราย ที่ถูกรายงานบน sinfuliphone และ macrumors เหล่านี้ด้วยนะ ตุ้มบอกไว้ก่อน...     iOS 7  bug รวมฮิต   - บางทีวอลเปเปอร์ย่อส่วน หลังดูแอพใน Folder - บางที Messages แอพ Sending ก็ overlaps - บางที  Voicemail ก็ค้าง ข้อความใน voicemails ก็ overlap - ใน Settings บางทีก็โชว์ Wallpaper ผิด - Notification Center ไม่สามารถโชว์พรีวิวการแจ้งเตือน ( Alert Styles ) ได้ - ไอค่อนไม่ตรงกับเนื้อหาแอพ เช่น Camera, FaceTime, iTunes, Siri  ฯลฯ - Keypad ใส่ passcode บางที ก็เป็นสีเทาขาว มองไม่เห็นเลข -  แอพ Videos ยังเน่าเยอะ ทั้งสีเพี้ยน ค้าง เปิดแล้วก็หายไป - แอพ Messages มีอาการก๊ง ลบข้อความเอง - หน้า Lockscreen นาฬิกา ซ้อนกับ music controls - จิ้ม Define รันพจนานุกรม แต่กลับไปพิมพ์ข้อความไม่ได้ - แอพ Music ไม่โชว์ Album Artists - notification center ไม่โชว์ฟีเจอร์ missed - Automatic Updates ไม่ดาวน์โหลด ต้องรีสตาร์ทใหม่ - บางทีก็ไม่สามารถใช้งาน wi-fi ได้ตามปกติ - คียฺบอร์ดค้า ช้า , แจ้งเตือนซ้ำ Source : zdnet ,forbe , sinfuliphone , macrumors

เทียนพรรษา ทำมาจากอะไร
ประวัติ /  วันเข้าพรรษา / 

รู้หรือไม่? เทียนพรรษา ทำมาจากอะไร? หลายคนอาจจะสงสัย ว่า เทียนพรรษา คืออะไร??เทียนพรรษา?ใช้ทำอะไร? เพราะช่วงนี้เป็นช่วง เข้าพรรษา ก็จะต้องมีการนำเทียนมาถวายวัด หรือ การยกขบวน แห่เทียนพรรษา เอาละเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราไปดูกันดีกว่าว่า?เทียนพรรษา ทำมาจากอะไร? กำเนิด เทียนพรรษา ศาสนาพราหมณ์ - ฮินดู นับถือวัวเพราะถือว่า วัวเป็นพาหนะของพระอิศวร เมื่อวัวตาย จะเอาไขจากวัวมาทำเป็นน้ำมันเพื่อจุดบูชาพระผู้เป็นเจ้าที่ตนเคารพ?แต่ชาวพุทธซึ่งนับถือ ศาสนาพุทธ จะทำเทียนเพื่อจุดบูชา พระรัตนตรัย โดยการเอารังผึ้ง ร้างมาต้มเอาขี้ผึ้ง แล้วฟั่นเป็นเทียนเล่มเล็ก ๆ มีความยาวตามต้องการ เช่น ยาวเป็นคืบ หรือเป็น ศอกแล้วใช้จุดบูชาพระ เทียนพรรษา เริ่มมีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล ชาวพุทธจะยึดถือเป็นประเพณีนำเทียนไป ถวายพระภิกษุในเทศกาล เข้าพรรษา เพื่อปรารถนาให้ตนเองเป็นผู้เฉลียวฉลาด มีไหวพริบ ประดุจ แสงสว่างของดวงเทียน วิวัฒนาการของ เทียนพรรษา เทียนพรรษา คือ เทียนขนาดใหญ่และยาวเป็นพิเศษกว่าเทียนชนิดอื่น สำหรับจุดใน โบสถ์ตั้งแต่วัน เข้าพรรษา จนถึงวัน ออกพรรษา (พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525) การทำเทียนพรรษา มีวิวัฒนาการมาเป็นลำดับ จากการนำรังผึ้งมาต้มเอาขี้ผึ้งไปฟั่น เป็นเทียนนำไปถวายพระภิกษุ เอาเทียนเล่มเล็ก ๆ หลาย ๆ เล่ม มามัดรวมกันเป็นลำต้นคล้ายกับ ต้นกล้วย หรือลำไม้ไผ่ แล้วนำไปติดกับฐาน ซึ่งการมัดรวมกันแบบนี้เป็นสาเหตุหนึ่งที่นิยมเรียกว่า ต้นเทียน หรือต้นเทียนพรรษา ภาพขบวนแห่?เทียนพรรษา?ไปถวายพระที่วัดในอดีต ต้น เทียนพรรษา?ประเภทแรก คือ " มัดรวมติดลาย " เป็นการเอาเทียนเล่มเล็ก ๆ มามัด รวมกันบนแกนไม้ไผ่ให้เป็น ต้นเทียน ขนาดใหญ่ แล้วตัดกระดาษเงิน กระดาษทองเป็นลายต่าง ๆ ติดประดับโดยรอบต้นเทียน ต่อมามีการคิดทำต้นเทียนเป็นต้นเดี่ยว เพื่อใช้จุดให้ได้นาน โดย การใช้ลำไม้ไผ่ที่ทะลุปล้องเป็นแบบหล่อ เมื่อหล่อเทียนเป็นต้นเสร็จแล้วจึงนำมาติดที่ฐาน และจัด ขบวนแห่เทียนไปถวายพระที่วัด การตกแต่งต้นเทียน เริ่มมีขึ้นโดยภูมิปัญญาชาวบ้าน ใช้ขี้ผึ้งลนไฟหรือตากแดดให้อ่อน แล้วปั้นเป็นรูปดอกลำดวนติดต้นเทียน หรือเอาขี้ผึ้งไปต้มให้ละลาย แล้วใช้ผลมะละกอ หรือ ผล ฟักทองนำมาแกะเป็นลวดลาย ใช้ไม้เสียบนำไปจุ่มในน้ำขี้ผึ้ง แล้วนำไปจุ่มในน้ำเย็น แกะขี้ผึ้งออก จากแบบ ตัดและตกแต่งให้สวยงามนำไปติดที่ต้นเทียน พ.ศ. 2482 มีช่างทองชื่อ นายโพธิ์ ส่งศรี เริ่มทำลายไทยไปประดับบนเทียน โดยมี การทำแบบพิมพ์ลงในแผ่นปูนซีเมนต์ซึ่งถือว่าเป็นแบบพิมพ์ หรือแม่พิมพ์ แล้วเอาขี้ผึ้งที่อ่อนตัว ไปกดลงบนแม่พิมพ์จะได้ขี้ผึ้งเป็นลายไทย นำไปติดกับลำต้นเทียน ต่อมา นายสวน คูณผล ได้คิดทำลายให้นูนและสลับสี จนเห็นได้ชัด เมื่อส่งเทียนเข้า ประกวดจึงได้รับรางวัลชนะเลิศ และในปี พ.ศ. 2497 นายประดับ ก้อนแก้ว คิดประดิษฐ์ทำหุ่นเป็น เรื่องราวพุทธประวัติ และเอาลวดลายขี้ผึ้งติดเข้าไปที่หุ่น ทำให้มีลักษณะแปลกออกไป จึงทำให้ เทียนพรรษาได้รับรางวัลชนะเลิศ และชนะเลิศมาทุกปี ในเทียนพรรษาประเภทติดพิมพ์ ปี พ.ศ. 2502 มีช่างแกะสลักลงใน เทียนพรรษา คนแรก คือ นายคำหมา แสงงาม และ คณะกรรมการตัดสินให้ชนะการประกวด ทำให้เกิดการประท้วงคณะกรรมการตัดสิน ทำให้ในปี ต่อๆ มามีการแยกประเภทต้นเทียนออกเป็น 2 ประเภทชัดเจนคือ ประเภทติดพิมพ์ (ตามแบบเดิม) ประเภทแกะสลัก การทำ เทียนพรรษา มีวิวัฒนาการเรื่อยมาไม่หยุดนิ่ง ในปี พ.ศ. 2511 ผู้คนได้พบเห็น ต้น เทียนพรรษา ขนาดใหญ่และสูงขึ้น มีการแกะสลักลวดลายในส่วนลำต้นอย่างวิจิตรพิสดาร ใน ส่วนฐานก็มีการสร้างหุ่นแสดงเรื่องราวทางศาสนา และความเป็นไปในสังคมขณะนั้น กลายเป็น ประติมากรรม เทียนพรรษา ที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งช่างผู้ริเริ่มในการทำต้นเทียนยุคหลังคือ นายอุตส่าห์ และ นายสมัย จันทรวิจิตร สองพี่น้อง นับเป็นงานสร้างสรรค์ทางศิลปะอันเกิดจากภูมิปัญญาชาวบ้าน อย่างแท้จริง คราวนี้เราก็ทราบกันแล้วใช่ไหมละว่า?เทียนพรรษา?ทำมาจาก?อะไร? ซึ่งเทศกาลงานบุญ เข้าพรรษา เรียกได้ว่าเป็น เทศกาลประจำชาติไทย อยากจะเชิญชวนวัยรุ่นทุกคน ร่วมงานบุญใหญ่ในครั้งนี้ เพราะสามารถช่วยกันสืบสานประเพณีวัฒนธรรมไทย ที่ดีงามนี้ไว้ให้เพื่อนๆลูกๆหลานๆวัยรุ่นไทย ต่อๆไป thank:: isangate.com /mohanamai.com

Haken no Hinkaku EP1-1
Haken /  no / 

Haken no Hinkaku EP1-1 โอมาเอะ ฮารุโกะ พนักงานชั่วคราวเกรดเอ ผู้ซึ่งไม่เคยยิ้มและไม่ค่อยพูดถ้าไม่จำเป็น และเลิกงานตรงเวลาทุกครั้ง พจนานุกรมของเธอไม่มีคำว่า "เป็นไปไม่ได้" กับคำว่า "ล่วงเวลา" เธอเซ็นสัญญาทำงานในบริษัทต่างๆ มากมาย และหลังจากทำงานที่บริษัทแห่งนั้นครบ 3 เดือน เธอก็จะหายไปอย่างไรร่องรอยเสมอ ฮารุโกะได้เข้ามาทำงานในบริษัท S&F เพื่อช่วยงานแผนกใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวเป็นเวลา 3 เดือน แต่ในความแปลกประหลาดของเธอ ได้แสดงให้เห็นว่าเธอมีความปวดร้าวอยู่ข้างใน ซาโตนากะ เคนสุเกะ ผู้ซึ่งได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้เป็นหัวหน้าแผนกการตลาดที่เพิ่งเพิ่มเข้ามาใหม่ ของบริษัท S&F เนื่องจากบุลลากรในแผนกไม่เพียงพอ เขาประสบกับความยากในการเริ่มต้นแผนกใหม่มาก จนกระทั้ง โอมาเอะ ได้เข้ามาช่วยงานในแผนกของ เคนสุเกะในฐานะ (ฮาเคน) พนักงานชั่วคราว เธอทำงานในแผนกใหม่ของ เคนสุเกะได้อย่างดีเยี่ยม ด้วยความสามารถของเธอ ซีรีส์เรื่องนี้การนำเสนอทัศนะคติที่แตกต่างระหว่าง พนักงานประจำ กับ พนักงานชัวคราว (ฮาเคน) ได้อยางสนุกสนานและให้ข้อคิดได้อย่างดีอีกด้วย

ครูลิลลี่ไม่เห็นด้วย แก้ 176 คำทับศัพท์ ชี้ ทำให้เด็กเกิดความสับสน
ครูลิลลี่ /  คำทับศัพท์ / 

ผู้ที่เห็นด้วยมองว่าการเปลี่ยนแปลงอาจช่วยให้เด็กอ่านศัพท์ได้ง่ายขึ้น เว็บไซต์มติชนรายงานว่า จากกรณีที่กองศิลปกรรมได้จัดทำแบบสำรวจความคิดเห็นประมาณ 300 ชุด เกี่ยวกับการเขียนคำยืมจากภาษาอังกฤษในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 เพื่อสอบถามความเห็นจากคณะกรรมการราชบัณฑิต ภาคีสมาชิก และผู้ที่เกี่ยวข้องในการเปลี่ยนแปลงการเขียนคำที่ยืมจากภาษาอังกฤษใหม่ เนื่องจากพบว่ามีคำศัพท์ที่ยืมมาจากคำภาษาอังกฤษ 176 คำ เขียนผิด และไม่ตรงกับเสียงวรรณยุกต์ของคำนั้นๆ ตามอักขรวิธีไทย และการอ่านออกเสียง ได้มีกระแสสะท้อนความคิดเห็นจากนักวิชาการและครูผู้สอน ทั้งจากฝ่าย ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ซึ่งเกรงว่าจะทำให้เกิดความสับสนมากขึ้นกว่าเดิม นายกิจมาโนจญ์ โรจนทรัพย์ หรือครูลิลลี่ ครูวิชาภาษาไทยสถาบันกวดวิชาชื่อดัง ได้แสดงความคิดเห็นไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เพราะอาจทำให้เด็กเกิดความสับสนมากยิ่งขึ้น แม้ว่าคำยืมจากภาษาอังกฤษในปัจจุบันจะยังออกเสียงไม่ตรงวรรณยุกต์แต่เห็นว่าไม่จำเป็น เพราะทุกคนทราบดีว่าคำเหล่านั้นต้องออกเสียงยังไง ในฐานะเป็นครูภาษาไทย คิดว่าวิธีการดีที่สุดควรจะสอนให้เด็กอ่าน ออกเสียงให้ถูกต้องว่า ถ้าอ่านออกเสียงแบบนี้เป็นการออกเสียงตามแบบภาษาอังกฤษ และ แบบนี้คือการออกเสียงแบบภาษาไทย เพื่อให้เด็กมีความเข้าใจถูกต้อง ส่วนกรณีกังวลว่าชาวต่างชาติที่มาเรียนภาษาไทยแล้วจะสับสนว่าศัพท์บางตัวไม่มีวรรณยุกต์นั้น ครูลิลลี่แสดงความเห็นว่า ควรจะมองคนในชาติเป็นหลักมากกว่าจะไปห่วงชาวต่างชาติ เพราะเวลาคนไทยไปเรียนภาษาต่างประเทศก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับเจ้าของภาษาเช่นกัน เช่นเดียวกับนายบุญส่ง อุษณรัสมี อนุกรรมการประเมินผลงานครูวิชาภาษาไทย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และอดีตครูเชี่ยวชาญภาษาไทย โรงเรียนสตรีวิทยา 2 กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยเช่นกัน เพราะรูปแบบการเขียนภาษาอังกฤษไม่เหมือนกับภาษาไทย ซึ่งเป็นภาษาที่มีวรรณยุกต์ แต่ภาษาอังกฤษไม่มี ดังนั้นไม่ควรนำการออกเสียงของไทยไปกำหนดรูปแบบการเขียนทับศัพท์ในภาษาอังกฤษ ควรจะคงรูปแบบการเขียนเดิมเอาไว้ ขณะที่ผู้ที่เห็นด้วยก็มีการแสดงความคิดเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงอาจช่วยให้เด็กอ่านศัพท์ได้ง่ายขึ้นและคิดว่าเด็กจะไม่เกิดความสับสน นางเบญจลักษณ์ น้ำฟ้า รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า หากราชบัณฑิตมีการเปลี่ยนแปลงคำยืมมาจากในภาษาอังกฤษ เพื่อให้อ่านออกเสียงง่ายขึ้นคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับเด็ก ทั้งในการเรียนวิชาภาษาไทย และภาษาอังกฤษ นางสาววีณา อัครธรรม ผู้อำนวยการ สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สพฐ.กล่าวว่า ในมิติของ สพฐ.ซึ่งเป็นส่วนราชการ หากราชบัณฑิตเปลี่ยนแปลงคำศัพท์อะไรก็คงต้องใช้ตาม เชื่อว่าคงไม่เกิดความสับสน หากมีการชี้แจงให้รอบด้าน และเท่าที่ทราบเป็นการเปลี่ยนแปลงการเขียนคำที่นำมาจากต่างประเทศ ให้ชัดเจนขึ้นระหว่างภาษาอ่านกับภาษาเขียน ส่วนตัวแล้วเห็นด้วยเป็นเรื่องดี ไม่ใช่เรื่องเสียหาย นายสมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เห็นด้วย เป็นเรื่องที่น่าทำ เพราะจะทำให้ภาษามี วิวัฒนาการร่วมสมัยมากขึ้น และที่สำคัญทำให้ช่องว่างเรื่องภาษาลดลง เป็นประโยชน์กับนักเรียนในการสะกดคำให้ตรงตัวมากขึ้น ซึ่งทางราชบัณฑิตฯเองจะต้องทำประชา สัมพันธ์เกี่ยวกับศัพท์ใหม่ผ่านช่องทางต่าง ๆ หรืออาจเชิญนักเรียนมาร่วมพูดคุยรับฟังความคิดเห็นเพื่อให้เด็กๆ ได้เข้ามามีส่วนร่วม ขอบคุณข้อมูลจาก มติชนออนไลน์ Mthai News

วัยรุ่นคิดยังไง กับ การแก้ไข คำทับศัพท์
ข่าวการศึกษา /  นักศึกษา / 

นางกาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิต และนายกสมาคมครูภาษาไทยแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้กองศิลปกรรมได้จัดทำแบบสำรวจความคิดเห็นประมาณ 300 ชุด เกี่ยวกับการเขียนคำยืมจากภาษาอังกฤษในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 เพื่อสอบถามความเห็นจากคณะกรรมการราชบัณฑิต และผู้ที่เกี่ยวข้องในการเปลี่ยนแปลงการเขียนคำที่ยืมจากภาษาอังกฤษใหม่ เนื่องจากพบว่ามีคำศัพท์ที่ยืมมาจากคำภาษาอังกฤษ 176 คำ เขียนผิด และไม่ตรงกับเสียงวรรณยุกต์ของคำนั้นๆ นางกาญจนา กล่าวต่อว่า ปัญหานี้เกิดขึ้นมาจากขั้นตอนการถอดคำ หรือว่ายืมคำมาจากภาษาอังกฤษ เมื่อแปลมาเป็น ภาษาไทย ไม่ได้เติมวรรณยุกต์เสียงเอก โท หรือตรี ให้ตรงตามอักขรวิธีไทย อย่างคำว่า"แคลอรี" การเขียนให้ตรงกับการออกเสียงต้องเป็น "แคลอรี่" หรือว่าคำว่า "โควตา" ถ้าจะให้ตรงกับการออกเสียงต้องเป็นคำว่า "โควต้า" รวมทั้ง "เรดาร์" ต้องเป็นคำว่า "เรด้าร์" การศึกษา นางกาญจนา กล่าวต่อว่า เบื้องต้นได้สอบถามความเห็นจากสภาราชบัณฑิต ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการเติมวรรณยุกต์ และเปลี่ยนแปลงคำศัพท์ทั้ง 176 คำ เพื่อเขียนให้ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม คงต้องรอดูผลการสำรวจความคิดเห็นอีกครั้งว่าส่วนใหญ่จะเห็นด้วยทุกคำ หรือเห็นด้วยเฉพาะบางคำ ซึ่งตามกำหนดเวลาแล้ว ภายในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ ทุกคนต้องส่งแบบสอบถามดังกล่าวกลับที่กองศิลปกรรม เพื่อประมวลผลความคิดเห็นว่าเห็นด้วยหรือไม่ ทั้งนี้การขอปรับแก้คำศัพท์ทั้ง 176 คำนั้น หากเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยว่าควรเปลี่ยน ก็จะนำไปบรรจุในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตย สถาน พ.ศ.2554 ซึ่งกำลังดำเนินการปรับปรุงเพื่อจัดพิมพ์เล่มใหม่ คำศัพท์ ที่อยู่ในแบบสำรวจ เพื่อขอความเห็นในการเปลี่ยนแปลงการเขียนใหม่ มีดังนี้ 1.คำที่ใส่เครื่องหมายไม้ไต่คู้เพื่อแสดงสระเสียงสั้น ได้แก่ ซีเมนต์ - ซีเม็นต์ เซต-เซ็ต เซนติกรัม-เซ็นติกรัม เซนติเกรด-เซ็นติเกรด เซนติลิตร-เซ็นติลิตร ไดเรกตริกซ์-ไดเร็กตริก เทนนิส-เท็นนิส นอต-น็อต นิวตรอน-นิวตร็อน เนตบอล-เน็ตบอล เนปจูน-เน็ปจูน เบนซิน-เบ็นซิน แบคทีเรีย-แบ็คทีเรีย มะฮอกกานี-มะฮ็อกกานี เมตริก-เม็ตตริก เมตริกตัน- เม็ตริกตัน แมงกานิน-แม็งกานิน อิเล็กตรอน-อิเล็กตร็อน เฮกโตกรัม-เฮ็กโตกรัม เฮกโตลิตร-เฮ็กโตลิตร 2.คำที่เปลี่ยนตัวพยัญชนะเป็นอักษรสูง ได้แก่ คอร์ด-ขอร์ด แคโทด-แคโถด ซัลเฟต-ซัลเฝต ไทเทรต-ไทเถรต ไนต์คลับ-ไน้ต์ขลับ พาร์เซก-พาร์เส็ก แฟลต-แฝล็ต สเปกโทรสโกป-สเป็กโทรสโขป ไอโซโทป-ไอโซโถป 3.คำที่ใส่เครื่องหมายวรรณยุกต์เอก ได้แก่ กอริลลา-กอริลล่า แกโดลิเนียม-แกโดลิเนี่ยม แกมมา-แกมม่า แกลเลียม-แกลเลี่ยม คูเรียม-คูเรี่ยม แคดเมียม-แคดเมี่ยม แคลเซียม-แคลเซี่ยม แคลอรี-แคลอรี่ โครเมียม-โครเมี่ยม ซิงโคนา-ซิงโคน่า ซิลิคอน-ซิลิค่อน ซีเซียม-ซีเซี่ยม ซีนอน-ซีน่อน ซีเรียม-ซีเรี่ยม โซลา-โซล่า ดอลลาร์-ดอลล่าร์ เทคโนโลยี-เท็คโนโลยี่ แทนทาลัม-แทนทาลั่ม ไทเทเนียม-ไทเทเนี่ยม เนบิวลา-เนบิวล่า ไนลอน-ไนล่อน แบเรียม-แบเรี่ยม ปริซึม-ปริซึ่ม  ปิโตรเลียม-ปิโตรเลี่ยม แพลทินัม-แพลทินั่ม ฟังก์ชัน-ฟังก์ชั่น ฟาทอม-ฟาท่อม ไมครอน-ไมคร่อน ยิปซัม-ยิปซั่ม ยูเรเนียม-ยูเรเนี่ยม เลเซอร์-เลเซ่อร์ วอลเลย์บอล-วอลเล่ย์บอล อะลูมิเนียม-อะลูมิเนี่ยม อีเทอร์-อีเท่อร์ เอเคอร์-เอเค่อร์ แอลฟา-แอลฟ่า ฮาห์เนียม-ฮาห์เนี่ยม ฮีเลียม-ฮีเลี่ยม 4.คำที่ใส่ ห นำเพื่อแสดงเสียงวรรณยุกต์เอก ได้แก่ กะรัต-กะหรัต แกรนิต-แกรหนิต คลินิก-คลิหนิก คาทอลิก-คาทอหลิก คาร์บอเนต-คาร์บอเหนต คาร์บอลิก-คาร์บอหลิก โคออร์ดิเนต-โคออร์ดิเหนต รูเล็ตต์- รูเหล็ตต์ 5.คำที่เติมเครื่องหมายวรรณยุกต์โท ได้แก่ กลูโคส-กลูโค้ส กิโลไซเกิล-กิโลไซเกิ้ล กิโลเมตร-กิโลเม้ตร กิโลเฮิรตซ์-กิโลเฮิ้รตซ์ กีตาร์-กีต้าร์ แกรไฟต์-แกรไฟ้ต์ คาร์บอน-คาร์บ้อน คาร์บูเรเตอร์-คาร์บูเรเต้อร์ เคเบิล-เคเบิ้ล โควตา-โควต้า ชอล์ก-ช้อล์ก ซอส-ซ้อส โซเดียม-โซเดี้ยม ไดนาไมต์-ไดนาไม้ต์ แทนเจนต์-แทนเจ้นต์ แทรกเตอร์-แทรกเต้อร์ นิกเกิล-นิกเกิ้ล ไนต์คลับ-ไน้ต์ขลับ ไนโตรเจน-ไนโตรเจ้น บารอมิเตอร์-บารอมิเต้อร์ บีตา-บีต้า ปาทังกา-ปาทังก้า ปาร์เกต์-ปาร์เก้ต์ พลาสติก-พล้าสติก ฟาสซิสต์- ฟ้าสซิสต์ มอเตอร์-มอเต้อร์ เมตร-เม้ตร ไมกา-ไมก้า ยีราฟ-ยีร้าฟ เรดอน-เรด้อน เรดาร์-เรด้าร์ เรเดียม-เรเดี้ยม ลิกไนต์- ลิกไน้ต์ แวนดา-แวนด้า อาร์กอน-อาร์ก้อน แอนติบอดี-แอนติบอดี้ เฮิรตซ์-เฮิ้รตซ์ ไฮดรา-ไฮดร้า ไฮโดรเจน-ไฮโดรเจ้น 6.คำที่เติมเครื่องหมายวรรณยุกต์ตรี ได้แก่ กราฟ-กร๊าฟ ก๊อซ-ก๊อซ กอล์ฟ-ก๊อล์ฟ เกาต์-เก๊าต์ ออกไซด์-อ๊อกไซด์ โคบอลต์- โคบ๊อลต์ ดราฟต์-ดร๊าฟต์ ดัตช์-ดั๊ตช์ ดิสโพรเซียม-ดิ๊สโพรเซี่ยม เดกซ์โทรส-เด๊กโทรัส เต็นท์-เต๊นท์ บาสเกตบอล-บ๊าสเก้ตบอล บิสมัท-บิ๊สมั้ท แบงก์-แบ๊งก์ โบต-โบ๊ต ปลาสเตอร์-ปล๊าสเต้อร์ ปิกนิก-ปิ๊กหนิก ออกซิเจน-อ๊อกซิเย่น ออกซิเดชัน-อ๊อกซิเดชั่น ออกไซด์-อ๊อกไซด์ อาร์ต-อ๊าร์ต เอกซเรย์-เอ๊กซเรย์ แอสไพริน-แอ๊สไพริน แอสฟัลต์-แอ๊สฟัลต์ โอ๊ด-โอ๊ต 7.คำที่มีหลายพยางค์ ได้แก่ คอนเดนเซอร์-ค็อนเด็นเซ่อร์ คอนแวนต์-ค็อนแว็นต์ คอนเสิร์ต-ค็อนเสิร์ต คอมพิวเตอร์-ค็อมพิ้วเต้อร์ คอมมานโด-ค็อมมานโด คอมมิวนิสต์-ค็อมมิวนิสต์ คูปอง- คูป็อง เครดิตฟองซิเอร์-เครดิตฟ็องซิเอร์ แคดเมียม-แค็ดเมี่ยม แคปซูล-แค็ปซูล แคลเซียมไซคลาเมต-แคลเซี่ยมไซคลาเมต ช็อกโกเลต/ ช็อกโกแลต-ช็อกโกแล็ต เซนติเมตร-เซ็นติเม้ตร โซเดียมคาร์บอเนต-โซเดี้ยมคาร์บอเหนต โซเดียมไซคลาเมต-โซเดี้ยมไซคลาเหมต โซเดียมไฮโดรเจนกลูทาเมต-โซเดี้ยมไฮโดรเจ้นกลูตาเหมต โซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต-โซเดี้ยมไฮโดรเจ้นคาร์บอเหนต ดีเปรสชัน-ดีเปร๊สชั่น เทคโนโลยี-เท็คโนโลยี่ แทรกเตอร์-แทร็กเต้อร์ แบดมินตัน-แบ็ดมินตั้น แบตเตอรี่-แบ็ตเตอรี่ พลาสมา-พล้าสม่า โพแทสเซียม-โพแท้สเซี่ยม เมนทอล-เม็นท่อล แมงกานีส-แม็งกานี้ส แมกนีเซียม-แม็กนีเซี่ยม รีดักชัน-รีดั๊กชั่น ลอการิทึม-ล็อกการิทึ่ม สเปกตรัม-สเป๊กตรั้ม สเปกโทรสโกป-สเป็กโตรสโขป ออกซิเดชัน-อ๊อกซิเดชั่น อัลตราไวโอเลต-อัลตร้าไวโอเหล็ต แอกทิเนียม-แอ๊กทิเนี่ยม แอนติอิเล็กตรอน-แอ็นติอิเล็กตร็อน เฮกตาร์-เฮ็กต้าร์ เฮกโตเมตร- เฮ็กโตเม้ตร ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ที่มาของคำว่า เด็กเนิร์ด!
ข่าวการศึกษา /  ปัญหาวัยรุ่น / 

ภาพลักษณ์ของ "เด็กเนิร์ด"  ในปัจจุบันที่เพื่อนๆรู้จักกันก็คงคิดว่า เป็นเด็กที่ไม่ชอบเข้าสังคม หมกมุ่นเรื่องเรียน ถือตำราเยอะๆ แว่นหนาๆ แต่งตัวเชยๆ กันใช่ไหมล่ะ  แต่ที่จริงแล้วเพื่อนๆเคยสงสัยกันบ้งารึเปล่า?ว่า คำที่วัยรุ่นชอบเรียกกันว่า "เด็กเนิร์ด" เนี่ย ความจริงแล้วที่มาที่ไปเป็นอย่างไร? ตาม teen.mthai ไปหาคำตอบกันคะ ^^ ที่มาของคำว่า เด็กเนิร์ด ! ‘เนิร์ด’ (Nerd) เป็นคำเรียกสั้นๆที่ฮิตฮอตนี้ ที่จริงแล้ว นิยามของเนิร์ดมีมาตั้งแต่ยุค 40’ จากการที่ Rensselaer Polytechnic Institute สถาบันการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของอเมริกา แบ่งนิยามของนักศึกษาออกเป็นสองกลุ่ม คือ ‘Drunk’ กลุ่มที่ไม่ชอบเรียน ตกกลางคืนเอาแต่ปาร์ตี้ กินเหล้าเมาหัวราน้ำ (อันนี้รู้สึกว่าเด็กไทยเป็นกันเยอะนะ อิอิ ^^) ส่วนอีกกลุ่มตกเย็นกลับที่พัก ทำการบ้านอ่านหนังสือ เรียกว่า ’Knurd’ (สะกดตัวอักษรกลับหลังจาก Drunk) ต่อมาก็ได้ตัด k และเปลี่ยนมาเป็น ‘Nerd’ ในปัจจุบัน หากสนใจเรื่องราวประมาณนี้ก็หาดูได้จากภาพยนตร์ปี 1984 เรื่อง Revenge of Nerds และตามพจนานุกรมฉบับ Oxford Advanced Learners’ ได้แปลความหมายของคำว่า ‘เนิร์ด’ เอาไว้ 2 รูปแบบด้วยกัน ความหมายแรกเนิร์ดคือบุคคลที่แสนจะน่าเบื่อ งี่เง่า และเชยแหลก ความหมายต่อมาคือ บุคคลที่บ้าคลั่งในคอมพิวเตอร์อย่างรุนแรง  แต่ความหมายที่แท้จริงของคำว่า ‘เนิร์ด’ ในชีวิตประจำวันแล้ว มันคืออะไรที่กว้างกว่านั้น เนิร์ด (Nerd) หมายถึง กลุ่มคนที่มีระดับสติปัญญาสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน พูดง่ายๆก็คือฉลาดกว่าคนทั่วๆไป และชอบในเรื่องที่ชาวบ้านเขาไม่สนใจกัน ส่วนมากก็จะเป็นเรื่องวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ห้องเรียน หรือคอมพิวเตอร์ที่ได้จากหน้าจอสี่เหลี่ยม แม้กระทั่งภาษาไทย สังคม อังกฤษ ก็ยังสามารถจัดในหมวดหมู่ในชาวเนิร์ดได้  ซึ่งคำนี้จะใช้กันแพร่หลายที่สุดในอเมริกา ภาพลักษณ์ของพวกเขาก็คือ นึกภาพคนใส่แว่นหนาเตอะ ขลุกอยู่กับกองหนังสือทั้งวันนั้นแหละใช่เลย แต่ภาพลักษณ์ด้วยส่วนมากก็จะเป็นชายหนุ่มใส่แว่นหนากรอบดำ มีไม้โปรเทกเตอร์ติดกระเป๋า ใส่ชุดที่เป็นทางการมากเกินไป และบางครั้งภาพที่ออกมาก็เป็นคนที่ไม่รักษาความสะอาด และถ้าไม่ผอมก็อ้วนเกินไป เป็นคนเข้าสังคมไม่เก่ง ไม่สามารถสนทนาเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องเทคนิคกับคนอื่นๆได้ ที่มาของคำว่า เด็กเนิร์ด!  :  อัฉริยะที่เรียกว่าเนิร์ด       รู้รึเปล่าว่า ? จริงๆ แล้วที่พวกเรามีเทคโนโลยี ให้ใช้ได้จนถึงทุกวันนี้ 90 เปอร์เซ็นต์ พวกเด็กเนิร์ดเป็นผู้คิดค้นขึ้นมา และเมื่อผู้ยิ่งใหญ่อย่าง บิลล์ เกตต์ , สตีฟ จ๊อบส์ อบรวมถึงการที่บรรดาเนิร์ดก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าของอาณาจักรธุรกิจไอทีระดับโลกแล้ว ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครรู้สึกเคอะเขินกับการถูกเรียกว่า ‘เนิร์ด’ อีกต่อไป      ที่มาของคำว่า เด็กเนิร์ด!  : เนิร์ดคือ แฟชั่นใหม่        ตั้งแต่ในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษ 1990 มีเนิร์ดจำนวนมากบนโลกอินเตอร์เน็ต ซึ่งเอาคำนี้มาใช้ด้วยความภาคภูมิใจ และใช้ในความหมายที่เป็นแง่บวก เพื่ออธิบายถึงบุคคลที่มีความสามารถทางด้านเทคนิค โดยดั้งเดิมนั้น เนิร์ดใช้กับผู้ชายเท่านั้น แต่ตอนนี้ผู้หญิงก็เริ่มหันมาสนใจเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และวิชาอื่นๆ ที่ปกติมีแต่ผู้ชายสนใจ ดังนั้น เนิร์ดจึงใช้ได้ทั้งชายและหญิง ตัวอย่างเด็กเนิร์ด เวลม่า ดิงเลย์ ในเรื่อง สกูปิดู, โคจิโร่ อิซึมิ และมิยาโกะ อิโนอุเอะ ในเรื่อง ดิจิมอน, เด็กซ์เตอร์ ในเรื่อง ห้องทดลองของเด็กซ์เตอร์, เดคิสุงิคุง ในโดราเอมอน, เอ็มม่า วัตสัน (เฮอร์ไมโอนี่) ในเรื่องแฮร์รี่พอตเตอร์, Tobey Maquire ในบท Peter Parker จาก Spider man ปัจจุบันเนิร์ดกลายเป็นรสนิยมและกำลังกลายเป็นแฟชั่นสไตล์หนึ่ง โดยมีที่มาจากฝรั่ง ซึ่งถ้าเป็นผู้ชายจะมีลักษณ์ที่เห็นได้ชัดคือดัดฟัน แว่นหนาๆ เอาเสื้อเข้าในกางเกง ใส่รองเท้าเชยๆ และชอบโดนแกล้งอยู่เสมอๆ และถ้าเป็นเด็กผู้หญิงมักจะผูกผมเรียบร้อย ตัดหน้าม้า ใส่แว่น ดัดฟัน หน้าเป็นกระ ชอบทำตัวแปลกๆ เฉิ่มๆ และดูไม่มีอะไรน่าสนใจ สำหรับเนิร์ดในเมืองไทยเวลานี้กำลังเป็นแฟชั่น เหมือนกับเมื่อก่อนที่มีเด็กแนว เด็กอินดี้ ซึ่งทุกคนพยายามที่จะแต่งตัว หรือสร้างอัตลักษณ์ให้โดดเด่น และแตกต่างกันออกไป การแต่งตัวแบบเด็กเนิร์ดจึงหาทางออกหนึ่ง มันเริ่มต้นมาจากการที่เด็กเนิร์ดสวมแว่นเปลี่ยนกรอบแว่นจากโลหะธรรมดาๆ เชยๆ มาใส่เป็นกรอบพลาสติกสีสันสดใส จนทำให้คนที่ไม่ได้สายตาสั้นเห็นแล้วอยากใส่แว่นบ้าง แว่นตาจึงเป็นแมททีเรียลที่เห็นแล้วให้ความรู้สึกชัดเจนถึงความเป็นเด็กเนิร์ดที่สุด เวลานี้เด็กสยาม หรือเด็กแนว ทั่วไปก็สามารถกลายเป็นเด็กเนิร์ดได้ เนิร์ดจึงกลายมาเป็นประเด็นที่วัยรุ่นนำมาล้อเลียนและประชดประชัน จนคำว่า เนิร์ด กลายเป็นคำพูดที่อยู่ในกระแสพอสมควร พูดกันเวลานี้แล้วทุกคนรู้จักแล้วเข้าใจ เรียกว่ามันเริ่มขยายวงกว้างมากขึ้น ติดท็อปแล้วเหมือนกัน แต่ถ้าหลังจากนี้ไปมีคนสนใจกันมากๆ อาจเป็นช่วงขาลง เพราะวัยรุ่นแทบทุกคนเวลานี้มองหาแต่สิ่งที่แตกต่าง     ที่มาของคำว่า เด็กเนิร์ด! :  เผ่าพันธุ์ชาวเนิร์ด  นอกจากคำว่า 'เนิร์ด' แล้ว ยังมีศัพท์ที่ใกล้เคียงที่บ่งบอกลักษณะการใช้ชีวิตของเด็กเนิร์ดทั้งหลาย เช่น กี๊ก (Geek) ซึ่งตอนนี้ก็ยังมีการถกเถียงกันอยู่ระหว่างคำนี้กับเนิร์ด เพราะทั้งสองคำมีความหมายใกล้เคียงกัน แต่สรุปแล้วกี๊กนั้นดูเป็นเฉพาะกลุ่มมากว่าเนิร์ด เพราะว่าเขาสนใจในสิ่งที่ตัวเองคลั่งไคล้ เช่น พวกบ้าเกม บ้าคอมพิวเตอร์ บ้าวิทยาศาสตร์ ไม่สนใจเรื่องแฟชั่น จึงออกแนวเชยๆ ไม่ทันสมัย ดอร์ก (Dork) เด็กกลุ่มนี้ค่อนข้างแตกต่างกับสองกลุ่มข้างบน เพราะมีลักษณะที่ค่อนข้างชัดเจน เพราะดอร์กจะออกแนวเป็นคนที่ซุ่มซ่าม เป๋อ กะเปิ๊บกะป๊าบ ไปที่ไหนก็จะสร้างเสียงหัวเราะอยู่เสมอ ด้วยความเฉิ่มและตลกของพวกเขานี้เองเลยดูเป็นผู้ชายที่ไม่ห่วงลุค นอกจากนี้ ฝรั่งจะมีเนิร์ดอีกจำพวกหนึ่งที่เรียกตัวเองว่า ‘เทคโนเนิร์ด’ อารมณ์เนิร์ดแบบเด็กแนวหน่อยๆ เนิร์ดแบบฉลาดๆ และสุขุมมากกว่าเด็กเนิร์ดโดยทั่วไป เพราะส่วนใหญ่เนิร์ดในคำจำกัดความเก่าๆ จะเป็นผู้ที่สนใจแต่เรียน อ่านแต่หนังสือ และไม่เข้าสังคม แต่พวกเทคโนเนิร์ดจะเป็นพวกแสวงหาเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เป็นสิ่งที่น่าสนใจในช่วงเวลานั้นๆ จนรู้สึกว่าตนเองฉลาดล้ำ เนิร์ดในญี่ปุ่น จะเรียกว่า "โอตาคุ"  มีลักษณะภายนอกคล้ายๆ กัน แต่โอตาคุจะหมกมุ่นกับ anime' (หนังการ์ตูน) หรือ manga (การ์ตูนเล่ม) โอตาคุหลงใหลในเรื่องราวที่หลากหลายมากกว่า โอตาคุเป็นทั้งคำในแง่บวกและคำในแง่ลบขึ้นอยู่กับทัศนคติของคนที่ใช้และคนที่ถูกพาดพิงถึง ที่มาของคำว่า เด็กเนิร์ด! : วิธีเช็คความเป็น เนิร์ด  ใช้เหตุผลหรือความชอบของตนเองเป็นพื้นฐานในการตัดสินใจ ทำสิ่งต่างๆตามเป้าหมาย ไม่ใช่เพื่อ เงิน หรือการยอมรับของสังคม แต่เพื่อทำตามความชอบหรือความหลงใหลของตนเอง ลักษณะการใช้ชีวิตของเด็กเนิร์ด จึงแตกต่างจากคนอื่นที่ใช้ชีวิตตามกรอบของสังคม ฉลาดหลักแหลมกว่าคนธรรมดาอื่นๆ เป็นคนที่มุ่งทำตามความสนใจของตนเอง โดยส่วนใหญ่มักเป็นความชอบส่วนตัวในเฉพาะด้าน เป็นคนที่มีจินตนาการสูง เห็นว่าเรื่องที่ตนเองสนใจเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด โดยไม่สนใจการยอมรับจากสังคมส่วนใหญ่ มักชอบความแปลกใหม่ และของใหม่ๆ ดังนั้นพวกเขาจึงมีความคล่องในโลกของอินเตอร์เนตเป็นอย่างมาก และเป็นคนที่ทุ่มเทให้กับสิ่งที่สนใจ โดยไม่แคร์สังคม โลกของเนิร์ดกับโลกของคนส่วนที่เหลือนั้น อาจแบ่งแยกกันได้อย่างสิ้นเชิงราวกับซ้ายกับขวา สมัยก่อนการเป็นเด็กเนิร์ดอาจจะอับอายและโดนล้อเลียน แต่ในยุคที่ เทคโนโลยี ก้าวล้ำไปมากวัฒนธรรมก็เปลี่ยนไป ใครๆ ก็หันมาพิงเด็กเนิร์ดทั้งนั้น ตั้งแต่ลอกการบ้าน จนถึงผลิตเทคโนโลยีใหม่ๆ เด็กเนิร์ดทั้งหลายจึงมีความภูมิใจในความเป็นเนิร์ด ไม่เช่นนั้นคงไม่กล้าเรียกตัวเองอย่างเต็มปากเช่นทุกวันนี้ kroobannok.com

จุงเบย แปลว่าอะไร จักแร้เปี้ยก
ภาษาวัยรุ่น /  เกร็ดความรู้

คำว่า จุงเบย แปลว่าอะไร แล้วมีที่มาที่ไปยังไง? ทำไม จุงเบย ถึงเกิดคำนี้ขึ้นมา...(เออนั้นสิ) แล้วยังจะบรรจุคำศัพท์ใหม่ คำวัยรุ่น คำแสลง ที่ในปัจจุบันเขาพูดกัน ลง?พจนานุกรมคำศัพท์ใหม่?เล่ม4 อีก (โอ้ยตาย!นึกว่า นารูโตะ ) ความหมายของ จุงเบย ในไทย? จุงเบย?เพี้ยนมาจาก?จังเลย?แสดงความแอ๊บแบ๊ว บางคนบอกว่าปัญญาอ่อน ความหมายของ จุงเบย ในต่างประเทศ แต่รู้หรือไม่คำว่า จุงเบย ในภาษา คัสซาบลังกา หรือ?คาซาบลังกา (?โมร็อกโก ) แปลว่า จักแร้เปี้ยก ! เธอน่ารัก จุงเบย =?เธอน่ารัก?จักแร้เปี้ยก (555555) ที่มาของ จุงเบย จุง ? จัง สระ อุ และ ไม้หันอากาศ (?ั)?เป็นสระที่อยู่ใกล้กันในคีย์บอร์ด ทำให้พิมพ์ผิด โดยพิมพ์สลับกันบ่อยๆ จนเลยเถิดกลายเป็นศัพท์วัยรุ่น เบย ? เลย ล และ บ เป็นตัวอักษรที่อยู่ใกล้กันในคีย์บอร์ด ทำให้พิมพ์ผิด โดยพิมพ์สลับกันบ่อยๆ จนเลยเถิดกลายเป็นศัพท์วัยรุ่น ตัวอย่าง การใช้ จุงเบย? คิดถึงจุงเบย เธอน่ารักจุงเบย คำว่า ? จุงเบย ? กับ?พจนานุกรม ฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน ล่าสุดราชบัณฑิตฯ เตรียมบัญญัติ คำว่า ? จุงเบย ? เป็นศัพท์ใหม่ใน พจนานุกรมคำศัพท์ใหม่?รวมถึงคำว่า ?เม้าธ์มอย, กาก, กินตับ, เกรียน, เช็ดเม็ด ,?จอนูน, จอแบน, โนเวสเตชั่น, แพล้งกิ้ง?และอื่นๆ อยากรู้ ดูที่นี้ อัพเดทศัพท์วัยรุ่น เยอะจุงเบย http://teen.mthai.com/variety/47312.html เรียบเรียง teen.mthai?ข้อมูล?guchill.com หมายถึง จุงเบย daddy หรอคะ? เตรียมพร้อมรับมือ จุงเบย บุกโลก นั้นไง?ต็มไปหมดเบย กริ๊ดๆๆ โดนตบ เบย น่ารัก จุงเบย ได้แฟนเพราะ จุงเบย? ถ้าไม่พูดว่า จุงเบย จะเฉยป่าวว่ะ ( เอิ้บ ไม่พูด จุงเบย ไม่เท่าไร แต่ถ้าใครไม่รู้จัก โคตรเฉย จุงเบย นะ !) อาย อี ไพร่สถุนสยามตัวไหนมาพูด จุงเบย กูจักจับกุดหัวเสีย จักได้เป็นเยี่ยงอย่างแก่ลูกหลานชาวสยามสืบไป คำขวัญประเทศไทย ปีหน้า ?เรารักประเทศไทย จุงเบย

Beat stress at work เอาชนะความเครียดในที่ทำงาน
สุขภาพจิต /  ความเครียด / 

ใครไม่อยากเป็น Office Syndrome ต้องรู้จักวิธีการบริหารจัดการความเครียดในที่ทำงาน เพื่อให้เราสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มาดูกันว่าคุณสามารถเอาชนะความเครียดที่มักตอแยและระรานคุณในที่ทำงานได้อย่างไร • ดื่มน้ำอุ่น เข้าใจว่าอยู่ในเมืองร้อน แต่ไหนๆ ลมหนาวก็เริ่มโชยมาแล้ว ก็ลองหัดดื่มน้ำอุ่นกันดูบ้าง เพราะมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพหลายประการ ทั้งการช่วยขับสารพิษที่สะสมในร่างกาย อันจะเป็นเหตุให้เกิดการปวดเมื่อยเนื้อตัว ปวดหัว เจ็บตามส่วนต่างๆ ที่สำคัญน้ำอุ่นยังช่วยระบบย่อยอาหารให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และที่สำคัญสำหรับคุณสาวๆ การดื่มน้ำอุ่นช่วยให้ผิวหนังชุ่มชื้น ลดรอยเหี่ยวย่นอีกต่างหาก จะมัวแต่หวังพึ่งครีมราคาแพงก็คงช่วยอะไรไม่ได้มากเท่ากับการดูแลสุขภาพจากภายใน • กรี๊ดได้ก็กรี๊ด เมื่อเกิดความเครียดขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นความเครียดสะสมจากการไม่ถูกชะตากับเพื่อนร่วมงานที่ต้องนั่เผชิญหน้ากันทุกวัน หรือเป็นความเครียดแบบปัจจุบันทันด่วน เพราะไม่สบอารมณ์ที่บริษัทเพิ่งติดประกาศว่าไม่มีนโยบายขึ้นเงินเดือนให้ในปีหน้า หรือเครียดหนักเมื่ออินเตอร์เน็ตที่ออฟฟิศล่มมาครึ่งค่อนวัน ทำให้ทำงานส่งลูกค้าไม่ทัน ก็จงอย่าอัดอั้น หัดพูดออกมาดังๆ บ้างเพื่อเป็นการระบาย การกรี๊ดหรือร้องตะโกนในห้องน้ำ (ช่วงปลอดคน) จะทำให้คุณรู้สึกโล่งขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ • ยืดเส้นยืดสาย การยืดกล้ามเนื้อแบบง่าย ๆ ที่โต๊ะทำงาน ก็ช่วยให้ร่างกายเราผ่อนคลายได้ เช่น การหมุนคอ การยักไหล่หมุนไหล่ การไขว้และบิดแขน เป็นต้น การเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ ย่อมดีกว่าการนั่งหลังขดหลังแข็งเป็นเวลานาน อ้อ! ที่สำคัญ สำหรับสาวๆ ทั้งหลายไม่ควรนั่งไขว่ห้างทำงานนานๆ เข้าใจว่าเป็นท่านั่งที่สวยและอาจจะเคยชิน แต่การไขว่ห้างเป็นท่านั่งที่ต้องเทน้ำหนักไปด้านใดด้านหนึ่งซ้ำๆ เป็นเวลานานๆ ดังนั้นระหว่างที่นั่งไขว่ห้างเส้นเลือดใหญ่ที่ต้นขาทั้งสองจะถูกแรงของขาทั้งสองข้างบีบเอาไว้ ทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น เพราะต้องสูบฉีดเลือดให้ร่างกายลำเลียงไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ให้ทั่วถึง • วางท่วงท่าให้เหมาะสม ควรวางแขนขนานราบกับพื้น แป้นพิมพ์อยู่ในระดับต่ำกว่าข้อศอกเล็กน้อย ทำให้ไม่รู้สึกเมื่อย นั่งหลังตรง หน้าจออยู่ระดับสายตาหรือต่ำกว่าระดับสายตา 10-20 องศา ทำให้ไม่เงยหน้าหรือก้มหน้าจนเกินไป ที่สำคัญอย่านั่งไหล่ห่อ หลังค่อม เพราะนอกจากจะเสียบุคลิกภาพแล้วยังจะทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อได้ • ละสายตาจากหน้าจอคอมฯ ทุกๆ 20 นาที ควรคลายกล้ามเนื้อสายตาด้วยการมองไกลๆ ราว 20 วินาที และเวลาที่ใช้คอมพิวเตอร์เราจะกะพริบตาน้อยลงกว่าปกติ 5 เท่า ทำให้เกิดอาการตาแห้งได้ ทางแก้คือการใช้น้ำตาเทียม นอกจากนี้การหลับตาเพียง 5-10 วินาที ก็นับเป็นการพักระหว่างการทำงานที่ดี • ปิดคอมฯ เมื่อไม่ใช้งาน ควรปิดเครื่องคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊กทุกครั้งที่ไม่ได้ใช้งาน เพื่อลดระยะเวลาในการรับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง และความเครียด • อย่ากินจุบจิบ อย่าให้การทำงานในออฟฟิศที่ต้องนั่งจมจ่อมอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ กลายเป็นเครื่องสังหารที่ทำให้คุณอ้วนเบอะบะโดยไม่รู้ตัว ด้วยการทานนั่นทานนี่ตลอดทั้งวัน โปรดบอกลาลูกอม และขนมหวานต่างๆ เสียตั้งแต่วันนี้ หรือหากอยากกินของหวานแก้เครียด ขอแนะนำว่าแทนที่จะซัดของหวานชามโต ก็เปลี่ยนมาเป็นละเลียดไอศกรีมถ้วยเล็กๆ จะดีกว่า • ออกไปเดินเล่นบ้าง การได้ออกไปสูดอากาศในตอนกลางวันเพียงไม่กี่นาที ก็สามารถช่วยลดความเครียด หรือความวิตกกังวลได้ แทนที่จะอุดอู้อยู่กับห้องแอร์ทั้งวัน • ใช้สิทธิ์พักร้อนให้เต็มที่ คำว่า Vacation ไม่ได้ถูกบัญญัติไว้เฉพาะในพจนานุกรม หรือเขียนไว้ในระเบียบข้อบังคับของบริษัทเท่านั้น กรุณานำมาใช้ในชีวิตจริงด้วย อย่าบ้างานจนปล่อยให้ร่างกายและจิตใจทรุดโทรม แล้วอ้างว่าไม่มีเวลาชาร์จแบตฯ เพราะคุณประโยชน์ของการพักร้อน คือ การที่คุณจะได้พักผ่อนจริงๆ เป็นการหลีกหนีจากงานชั่วขณะ เพื่อเติมพลังชีวิตให้สามารถกลับมาสะสางภาระหน้าที่ต่างๆ ต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญเพื่อให้คุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ พึงระลึกไว้เสมอว่า ‘Work Smarter, Not Harder’ เพราะหมดยุคหมดสมัยที่จะมาตรากตรำทำงานหนักกันแล้ว ยุคนี้เป็นโอกาสของคนที่รู้จักหาหนทางในการทำงานอย่างชาญฉลาดต่างหาก ทำงานหนักใช่ว่าจะทำให้ได้ผลงานที่ดี แต่ทำงานอย่างฉลาดต่างหากที่จะให้ผลงานที่น่าชื่นชม

รัฐชวนคนไทยใช้'พจนานุกรม'ฉบับปี 54 ถวายพระเกียรติ'ในหลวง'
ข่าว /  ข่าวด่วน / 

รบ.เตรียมจัดพิมพ์ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 เผยแพร่ให้ สื่อมวลชน หน่วยราชการ สถาบันการศึกษา เพื่อถวายพระเกียรติแด่ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" พร้อมเชิญชวนคนไทยร่วมกันใช้อ้างอิง เพื่อเป็นมาตรฐานเดียวกัน -----------------------ขอบคุณข่าวจาก

พจนานุกรมฉบับใหม่ 2554 เพิ่มศัพท์กว่า 1,000 คำ
ประวัติ /  ภาษาวัยรุ่น / 

สาวก พจนานุกรม เตรียมเฮ เพราะเดือนธันวา 2556 ราชบัณฑิตยสถาน เปิดตัว พจนานุกรมฉบับใหม่ 2554 เพิ่มศัพท์กว่า 1,000 คำ?ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 ว่า สาเหตุที่ผลิต พจนานุกรมฉบับใหม่ 2554?ฉบับนี้ขึ้นมาเป็นเพราะภาษาไทยเป็นภาษาประจำชาติไทย เป็นภาษาที่คนไทยทั้งประเทศภูมิใจ และเป็นภาษาที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดังนั้นจึงต้องรวบรวมและจัดเป็นหมวดหมู่ใหม่อีกครั้ง นอกจากนี้ พจนานุกรมดังกล่าวทางราชบัณฑิตยสถานได้นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์อีกด้วย เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ใช้ ก่อนที่จะแจกจ่ายต่อองค์กรสถาบันการศึกษาและหน่วยงานรัฐประมาณ 85,000 แห่ง คาดว่าใช้งบประมาณทั้งหมด 40 ล้านบาท ส่วนประชาชนทั่วไปสามารถหาซื้อได้ในเดือนธันวาคมนี้ สำหรับ?พจนานุกรมฉบับใหม่ 2554?ฉบับใหม่นี้ จัดพิมพ์เรียบร้อยแล้วจำนวน 100,000 เล่ม โดยมีเพิ่มเติมศัพท์ใหม่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ศัพท์เฉพาะสาขาวิชากว่า 1,000 คำ อาทิ ธนาคารโค, แก้มลิง เป็นต้น รวมถึงคำที่มาจากภาษาปาก เช่น คำว่า ซัด ซึ่งหมายถึงกินหรือการชกต่อย หรือคำศัพท์ทั่ว ๆ ไปที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย เช่น เครื่องดื่ม สปา วัตถุมงคล ห้างสรรพสินค้า ก็ยังอยู่ในพจนานุกรมฉบับนี้ ส่งผลให้ฉบับนี้เป็นฉบับที่พิเศษกว่าฉบับอื่น และมีคำศัพท์รวมทั้งหมดประมาณ 39,000 คำ ขณะที่พจนานุกรมปี 2542 มีคำศัพท์ที่ 37,000 คำ เท่านั้น นอกจากนี้ เรื่องการพิมพ์จะให้เอกชนเข้ามาใช้สิทธิจัดพิมพ์จำนวน 50,000 เล่ม และระหว่างนี้สามารถสืบค้นคำจาก พจนานุกรมฉบับใหม่ 2554?ฉบับนี้ได้จากเว็บไซต์ของ ราชบัณฑิตยสถาน www.royin.go.th เพื่ออำนวยความสะดวกในการสืบค้นหาทางสื่อออนไลน์ และเป็นการส่งเสริมคนไทยให้ใช้ภาษาไทยอย่างเป็นมาตรฐานเดียวกัน ก่อนที่จะไปเรียนภาษาอื่น

โคตรเท่! สวีเดน เพิ่มคำ “ซลาตัน” ลงพจนานุกรมประเทศ
ซลาตัน อิบราฮิโมวิช /  พจนานุกรม / 

น่าภูมิใจแทนจริงๆสำหรับ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ยอดยาวยิงชาวสวีเดนของ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ที่ได้รับเกียรติอย่างสูงจากบ้านเกิดประเทศสวีเดน นำชื่อของตัวเองมาบัญญัติศัพท์ใหม่ ลงในพจนานุกรมของประเทศ รายงานเผยว่าสภาอักษรศาสตร์ของประเทศสวีเดน พิจารณานำชื่อของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช สุดยอดนักฟุตบอลของพวกเขา มาบัญญัติคำศัพท์ใหม่ว่า "ซลาตาเนรา" ลงในพจนานุกรมของประเทศ ปี 2013 ซึ่งคำว่า "ซลาตาเนรา" มีที่มาจากภาษาฝรั่งเศส "ซลาตาเนอร์" ซึ่งคนสวีดิช ใช้คำว่า "ซลาตัน" เป็นคำกิริยา ที่มีความหมายอย่างเป็นทางการว่า “ความมีอิทธิพลทั้งในและนอกสนาม” ทั้งนี้ คำว่า "ซลาตาเนรา" ถูกใช้และกล่าวถึงกันอย่างแพร่หลายในประเทศมาตลอดหลายเดือนมานี้ ซึ่งเป็นคำที่ใช้แซวคนที่มีบุคลิกยอดเยี่ยมน่าเกรงขามอย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช

เกรียน กาก กินตับ ติดโผ!! ราชบัณฑิต เตรียมเพิ่มศัพท์โจ๋เข้าพจนานุกรม
กาก /  กินตับ / 

ราชบัณฑิต เตรียมเพิ่มศัพท์โจ๋ เข้าพจนานุกรม กากๆ กินตับ ติดโผ ราชบัณฑิตยสถาน เผยศัพท์ใหม่ ศัพท์วัยรุ่น ศัพท์โจ๋ ศัพท์แสลง โดยนางกาญจนา นาคสกุล ในฐานะราชบัณฑิต  สำนักศิลปกรรม ประเภทวรรณศิลป์ สาขาภาษาไทย กล่าวว่า เตรียมบัญญัติคำเหล่านี้ไว้ในพจนานุกรม ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมให้ทันยุคทันสมัย คาดว่าจะมีการรวบรวมคำใหม่กว่า 1 พันคำ โดยจะมีการออกเผยแพร่ในปลายปีนี้ โดยตัวอย่างคำศัพท์ที่ราชบัณฑิตยสถานจะรวบรวมใหม่ เช่น กากๆ กินตับ กรรมสะสมไมล์ กองร้อยน้ำหวาน กอดเสาเข่าทรุด เกรียน กระบือบำบัด ขออภัยมณีศรีสุวรรณ แตงกิ้วหลาย มีหัวไว้คั่นหู โนเวย์สเตชั่น เม้าธ์มอย สมใจนึกบางลำภ คุ้ยแคะแกะเกา ร้องเพลงรอ ซูโดกุ ทั้งนี้ ถือว่าเป็นครั้งที่ 4 ที่มีการบัญญัติศัพท์ใหม่ลงในพจนานุกรม โดยจะมีการอธิบายคำ และตัวอย่างวิธีการใชีคำให้ถูกต้อง Mthai News

หน้าไม่ไหวแล้ว!!! พี่เวียร์ เมาไม่ขับเบลล่า พร้อมรับ-ส่ง ถึงบ้าน
เบลล่า ราณี /  เวียร์ ศกลวัฒน์

ช่วยกันเหยียบ ช่วยกันปกปิด ไม่ยอมเปิดเผยสถานะทางหัวใจทั้งคู่ สำหรับ เวียร์ ศุกลวัฒน์ & เบลล่า ราณี ที่มีข่าวด้วยกันไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่ทั้งคู่ก็ยังคงปากแข็งยืนยันความสัมพันธ์ว่าเป็นแค่พี่น้องกันเท่านั้น ตามแบบฉบับพจนานุกรมของซุป’ตาร์ไทย แม้ว่าช่วงหลังๆ ทั้งคู่จะไปมีข่าวกับคนอื่นชวนให้สงสัย ว่าคนไหนคือตัวจริงหรือว่าตัวหลอก โดยเฉพาะหนุ่มเวียร์ที่ยังแอบไปจิ๊จ๊ะกับอดีตกิ๊กเก่าอย่าง กีฟ อรลีฬห์ จนโดนปาปารัซซี่แชะภาพทั้งคู่ขณะกำลังซับเหงื่อให้กัน แม้แต่ตัวสาวเบลล่าเอง ก็ยังมีภาพแนบชิดสนิทสนมกับพระเอกหนุ่ม เจมส์ จิรายุ ออกมาอย่างถี่ยิบ จนกลายเป็นคู่จิ้นพระนางที่แฟนคลับเชียร์อยากให้ทั้งคู่เป็นแฟนกันนอกจอจริงๆ แต่งานนี้ดูท่าทางแฟนคลับคงจะต้องอารมณ์เสีย เพราะตัวจริงของกันและกันเขาก็แอบย่องมาเจอกันอยู่ดี ล่าสุดปาปารัซซี่ตาไวของเราก็สอยหลักฐานเด็ดๆ มัดตัวทั้งระหว่าง เวียร์-เบลล่า ในขณะที่ทั้งคู่กำลังนั่งสวีทกินดื่มอยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านเลียบทางด่วน ซึ่งดูจากสภาพหน้าตาของหนุ่มเวียร์แล้วคาดการณ์ว่าน่าจะดื่มไปแล้วหลายแก้ว แต่แหม...จะไม่ให้ดื่มหลายแก้วได้อย่างไร ก็ในเมื่อสาวเบลล่าเธอเล่นเป็นคนรินให้เองกับมือ งานนี้สาวเบลล่าไม่มีการห้ามปรามแต่ประการใด มีแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียร์ดริ๊งก์ให้พี่เวียร์เต็มที่กับการดื่ม & ดูดตามสไตล์ มีหวานใจดี๊...ดี เข้าใจหัวอกลูกผู้ชายอย่างเวียร์แบบนี้ ถึงว่าสิทำไมหนุ่มเวียร์ถึงเลือกที่จะคบหากับสาวเบลล่า ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้หนุ่มเวียร์มีสาวๆ เป็นร้อยวิ่งเข้าหาอยากจะนั่งซ้อนทั้งท้ายรถ & ท้ายคน อิอิอิ!!! ก็ไม่รู้คืนนั้นหนุ่มเวียร์จะเมาหนักขนาดไหน แต่เชื่อว่าคงไม่ได้ขับรถกลับบ้านเองแน่นอน สงสัยสารถีที่ไปส่งถึงบ้านก็คงหนีไม้พ้นหวานใจอย่างสาวเบลล่าแหงๆ เบลล่า-เวียร์ เบลล่า-เวียร์ เบลล่า-เวียร์

ความเชื่อ น้ำมนต์ รักษาโรค ได้ไหม
ความเชื่อ /  ความเชื่อน้ำมนต์ / 

ความเชื่อ น้ำมนต์ รักษาโรค ได้ไหม น้ำมนต์ กับความเชื่อในการรักษาโรค นั้น จริงๆ แล้ว ก็มีมานาน คู่กับคนไทย ไม่ว่าจะไปทำบุญ ที่ไหน วัดไหน ก็มักจะให้หลวงพ่อ หลวงพี่ รด น้ำมนต์ เพื่อเป็นสิริมงคล หรือ ถ้ามีโรคภัยไข้เจ็บอยู่ก็จะนำ น้ำมนต์ หลวงพ่อกลับมาอาบ มาดื่ม อีกด้วย  น้ำมนต์  คือ น้ำที่ได้ผ่านพิธีทำ น้ำมนต์ ปกติจะสำเร็จด้วยการเจริญพระพุทธมนต์ของพระสงฆ์ ในงานพิธีมงคลต่างๆ หรือการเสกของพระภิกษุ หรือ คฤหัสถ์ ผู้ทรงวิทยาคุณ ซึ่งก็คือ ผ่านการทำสมาธิ ที่แน่วแน่ และพระปริตร ที่เป็นมนต์ทางศาสนา มาแล้ว นั่นเอง น้ำมนต์ นิยมนำมาอาบ หรือ ดื่ม หรือประพรมที่ศีรษะ ประพรมภายในบ้าน บริเวณบ้าน ป้ายร้านค้า เป็นต้น  นี่เป็นความหมายของ น้ำมนต์ จากพจนานุกรมเพื่อการศึกษาพุทธศาสน์ ชุด คำวัด ของ พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช) ป.ธ.๙ ราชบัณฑิต อย่างไรก็ตาม เพื่อเพิ่มความขลังและความศักดิ์สิทธิ์ ผู้จัดทำส่วนใหญ่จะนำ น้ำมนต์ จากพระอารามหลวง 75 จังหวัด มาเทผสมรวมกัน ซึ่ง น้ำมนต์ ที่ขึ้นชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์ นอกเหนือจากพระอารามหลวง ทั้ง 75 จังหวัดแล้ว ยังมีอีก 2 แห่ง คือ 1. น้ำมนต์ ศักดิ์สิทธิ์ จากเศียรหลวงพ่อทองสุข วัดตูม (พระอารามหลวง) อยู่ใน จ.พระนครศรีอยุธยา ตามตำนานกล่าวว่า …สมเด็จพระนเรศวรใช้ น้ำมนต์ วัดตูม ชุบพระแสง และเป็นอารามที่ประกอบพิธีปลุกเสกเครื่องพิชัยสงคราม มาแต่ครั้งสมัยอยุธยา 2. น้ำมนต์ จากเศียรหลวงพ่ออุ่นเมือง วัดน้ำฮูม อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ตามตำนานกล่าวว่า …พระเกศา พระสุพรรณกัลยา บรรจุอยู่ในสถูปวัดน้ำฮูมแห่งนี้ คติความเชื่อเรื่อง น้ำมนต์ นั้น นอกจากความเป็นสิริมงคลสำหรับผู้ประพรม อาบ และดื่มแล้ว ยังมีคติความเชื่อ ที่ว่าด้วย น้ำมนต์ ยังนำสิริมงคล และความสวัสดีมีโชคมาให้ ตลอดถึงกำจัด ปัดเป่าสิ่งอัปมงคล อันตราย และภัยพิบัติต่างๆ ได้ เช่น กรณีของ น้ำมนต์ เสือกินน้ำ ซึ่งเป็นตำรับการทำ น้ำมนต์ ของ พระครูปลัดปริยัติวรวัฒน์ หรือ หลวงพ่อบุญเลิศ เจ้าอาวาสวัดปราโมทย์ อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม ซึ่งท่านได้รับการถ่ายทอดจากพระธุดงค์รูปหนึ่งเมื่อ ๒๐ ปีที่แล้ว ความแตกต่างของ น้ำมนต์ กับ น้ำปกติธรรมดาทั่วๆ ไปนั้น มีคำกล่าวของ นายโอฬาร เพียรธรรม ผู้เขียนหนังสือ ตามหาความจริงวิทยาศาสตร์กับพุทธธรรม และถอดกฎพบกรรม บอกว่า ในระยะที่ผ่านมา มีการทดลองในญี่ปุ่น เกี่ยวกับน้ำที่ได้รับพลังจิตทางดี และทางร้าย ซึ่งมีผลทำให้รูปผลึกของน้ำเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางสวยงาม หรือน่าเกลียดได้ทั้ง 2 ทาง ทั้งนี้ จากการทดลองของ มิสเตอร์มาซารุ เอโมโตะ ได้ถ่ายรูปผลึกของน้ำ เมื่อผ่านการฟังเสียงพูด เสียงเพลง ที่มีเจตนา อารมณ์ ต่างๆ กัน ผลึกของน้ำก็จะแตกต่างกันไป มีทั้งสวยงาม และไม่สวยงาม การทดลองนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการทดลองทางวิทยาศาสตร์ ที่ใช้ตัวอย่างนับร้อย และทำซ้ำๆ กัน ที่สำคัญ ก็คือ ผลงานนี้ก็ได้มีการเผยแพร่ให้นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกได้รับรู้ด้วย จึงมีคำถามต่างๆ ตามมาว่า น้ำ ทำไมจึงรับ พลังจิต ได้หลากหลาย จนกลายเป็นน้ำมนต์ น้ำศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งมีกันทั่วโลกหลายพันปีแล้ว และกลายมาเป็นน้ำรักษาโรค ส่วนความศักดิ์สิทธิ์ของ น้ำมนต์ นั้น คงต้องเริ่มอธิบายด้วยวิชาฟิสิกส์ด้านควอนตัม ซึ่งหมายถึง อนุภาคที่เป็นส่วนย่อยของอะตอมน้ำ ประกอบด้วย อะตอมของไฮโดรเจน และออกซิเจน มาจับตัวกัน (H2O) โดยอะตอมของธาตุใดก็ตาม ก็จะมีนิวเคลียส (ประกอบด้วยโปรตอน และนิวตรอน) มีอิเล็กตรอนวิ่งอยู่รอบๆ โปรตอน และนิวตรอน แยกเป็นอนุภาคย่อยได้อีก เรียก ควาร์ก (Quark) มีหลายชนิด แต่เรียกรวมๆ กันได้ว่า เป็นอนุภาคควอนตัม สรุปว่า อนุภาคควอนตัมนี้ มีอยู่ในอะตอมของทุกๆ ธาตุในโลก ไม่ว่าของแข็ง ของเหลว หรือก๊าซ และอนุภาคควอนตัมนี้ มีคุณสมบัติแปลกๆ ที่น่าสนใจหลายอย่าง เช่น อนุภาคควอนตัม อาจแสดงตัวเป็นมวล (สสาร) หรือเป็นคลื่น (พลังงาน) ก็ได้ แล้วแต่สิ่งแวดล้อม (เช่น เมื่อคนส่งจิตไปดูมัน มันจะเปลี่ยนสภาพจาก คลื่น เป็น มวล ได้) อนุภาคควอนตัมตัวเดียว อาจแสดงพฤติกรรมเสมือนว่า มันอยู่ได้หลายๆ ที่ในเวลาเดียวกัน (เช่น วิ่งลอดช่องที่เจาะไว้ ๒ ช่อง หรือหลายๆ ช่องได้พร้อมๆ กัน ๓.อนุภาคควอนตัมที่มีปฏิสัมพันธ์กันมาก่อน เมื่อถูกจับแยกให้อยู่ห่างกัน แม้จะไกลเท่าใดก็ตาม (ห่างกันระยะเป็นปีแสง หรือ สุดขอบจักรวาล) มันก็จะรับส่งข้อมูลติดต่อกันได้ ด้วยความเร็วมากกว่าแสง อาจกล่าวได้ว่า อนุภาคควอนตัมเสมือน มีจิต หรือตัวรู้ (วิญญาณ) ที่ติดต่อกันได้ ด้วยความเร็วของจิต (ซึ่งมากกว่าแสง) จากผลการทดลองทางวิทยาศาสตร์ ผสมจากความเชื่อ และ ประสบการณ์แต่โบราณของชาวไทยเรา เชื่อว่า น้ำ ที่กลายเป็น น้ำมนต์ นั้น มี พลัง ที่จะรักษาโรคภัยไข้เจ็บ สร้างความสุขสวัสดีแก่ผู้ที่นำไปใช้ นอกจากนี้แล้ว ในเมืองไทย พระภิกษุผู้ปฏิบัติกรรมฐานได้ฌานระดับต่างๆ ก็ย่อมมีพลังจิตสูงแน่วแน่กว่าบุคคลธรรมดามาก สามารถส่งพลังจิตในแนวทางที่ต้องการ เพื่อบรรจุไว้ในน้ำ (หรือวัตถุมงคลอื่นๆ) ในการสวดมนต์บทต่างๆ ในพิธีกรรมนั้น เมื่อแปลดูก็จะเห็นได้ว่า บทสวดมนต์แต่ละบทมีจุดมุ่งหมายต่างๆ กันไป เช่น บทสวดชินบัญชร ก็เป็นการอาราธนาพระพุทธเจ้าและสาวก ให้มาคุ้มครองให้มีความสวัสดี เหมือนมีเกราะแก้วป้องกันภัย ในขณะที่บทสวดโพชฌังคปริตร ก็น้อมนำเอาองค์แห่งการรู้แจ้ง ๗ ประการ มาช่วยให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บ ส่วนบทสวดมงคลปริตร ก็เป็นการน้อมนำเอามงคลทั้ง ๓๘ ประการ จิตที่มีความเมตตากรุณา จิตที่อยากให้ผู้รับ ปราศจากทุกข์โศกทั้งปวง จิตที่อยากให้ผู้รับพ้นจากโรคภัยไข้เจ็บ หรืออยากให้แคล้วคลาดจากภยันตรายทั้งปวง มาก่อให้เกิดความเจริญความสวัสดีแก่ตน เป็นต้น “เมื่อพระภิกษุ หรือใครก็ตาม ที่มีพลังจิตสูง ส่งพลังจิตอย่างใดอย่างหนึ่งโดยผ่านการสวดมนต์ พลังจิตชนิดนั้นๆ ก็จะไปบันทึกไว้ในน้ำ (หรือวัตถุมงคลอื่นๆ) และสามารถถ่ายทอดออกมา นำเอาไปใช้ในโอกาสที่ต้องการ คือ ผู้ใช้ต้องตั้งจิตแน่วแน่ ขอรับเอาพลังในสิ่งนั้นๆ มาใช้ให้เกิดผลดีกับตนก็คงเป็นคำอธิบายโดยสั้นที่สุด ที่จะเป็นได้ว่า ทำไมน้ำมนต์ และวัตถุมงคลอื่นๆ จึงศักดิ์สิทธิ์ โดยใช้หลักการทั้งจากพุทธศาสนา และวิทยาศาสตร์ มาผสมกันครับ” นายโอฬารสรุปทิ้งท้าย ขอบคุณภาพจาก news.nipa ขอบคุณข้อมูลจาก ดูดวงปี 2556 ดูดวง 12 ราศี กับ อ.คฑ

พจนานุกรมคำใหม่เล่ม4 จาก ราชบัณฑิตยสถาน
ภาษาวัยรุ่น /  เกร็ดความรู้

เรียบเรียง teen.mthai ยังไม่จบ ! ราชบัณฑิตยสถาน?จะเตรียมทำ พจนานุกรมคำใหม่ เล่มที่ 4 ที่รวบรวม ศัพท์ใหม่ ศัพท์วัยรุ่น ที่ทันยุคสมัย และคำสแลง รวมถึงสำนวนที่ใช้จนติดปากกัน หลังจากที่ ราชบัณฑิตยสถาน ออกมายืนยันว่าจะไม่เปลี่ยนคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษ จำนวน 176 คำ?ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ฉบับล่าสุด เรามาดูพร้อมๆกันว่า จะมีศัพท์ใหม่ ศัพท์วัยรุ่น คำสแลง ไหนบรรจุอยู่ใน?พจนานุกรมคำใหม่ เล่มที่ 4 จาก ราชบัณฑิตยสถาน ขั้นเทพ? หมายถึง ดีอย่างยิ่ง, เก่งอย่างยิ่ง, เช่น แกงนี่อร่อยขั้นเทพเลย, ฝีมือวาดภาพขั้นเทพอย่างนี้ ราคาคงแพงมาก เข็มขัดสั้น?หมายถึง คาดการณ์ไม่ถึง, คาดไม่ถึง, (ใช้พูดเล่น) เช่น ถ้าจะให้อีกฝ่ายสนใจ เราจะต้องปฏิบัติการแบบ เข็มขัดสั้น คนเคยรวย? หมายถึง ผู้ที่มีฐานะดี แต่ได้รับผลจากวิกฤตเศรษฐกิจ ทำให้ฐานะตกต่ำลง เช่น ตอนนี้พวกคนเคยรวยพากันขนข้าวของในบ้านใส่รถมาเปิดท้ายขายของ คาร์บอมบ์? หมายถึง ระเบิดที่ซุกซ่อนไว้ในรถเพื่อให้ระเบิดทำลายบุคคล หรือสถานที่ที่ต้องการ เช่น ผู้ก่อการร้ายใช้คาร์บอมบ์ระเบิดสะพาน งามไส้? ?หมายถึง น่าขายหน้าอย่างยิ่ง เช่น งามไส้ไหมล่ะ เจ้าหน้าที่เป็นโจรเสียเอง ตั้งแก๊งฉกทรัพย์ในสนามบิน ชัวร์ป้าบ,ชัวร์ป้าบนิ่ม หมายถึง แน่นอนอย่างยิ่ง เช่น วันนี้เขาต้องมาที่นี่แน่ ๆ ชัวร์ป้าบนิ่ม ชาบู ชาบู? หมายถึง อาหารหม้อไฟแบบญี่ปุ่นที่นำมาปรุงรับประทานเอง ใช้เนื้อวัว หรือหมูหั่นบางมาก ลวกจิ้มน้ำจิ้มปรุงรสด้วยเต้าเจี้ยวบด ซีอิ๊ว งา กระเทียม ชื่นสะดือ หมายถึง ชื่นใจ, สบายใจ, สมดังที่ต้องการ, เช่น หยุดคราวนี้จะไปเที่ยวให้ชื่นสะดือเลย ชุมชนออนไลน์ หมายถึง กลุ่มคนที่เป็นสมาชิกเว็บไซต์ที่ให้สมาชิกมีส่วนร่วมในการพูดคุย เผยแพร่ภาพ คลิปวิดีโอ รวมทั้งแบ่งปันข้อมูลอื่น ๆ แก่กันและกัน เช่น เขาหมกมุ่นอยู่แต่ในชุมชนออนไลน์จนไม่มีเวลาทำการบ้าน โชะ, โชะ ๆ คือ ถูกต้องชัดเจน, ตรงประเด็น,สำเร็จเรียบร้อยอย่างรวดเร็ว,(มักใช้ซ้ำ)เช่นเวลาสั่งงานอย่าอ้อมค้อม ต้องสั่งแบบโชะ ๆ เลย ซะ หมายถึง มากจน (ตามด้วยกริยาที่ละไว้) เช่น เขาทำแค่นิดเดียว ชม ซะ (อาย) ซื้อเวลา หมายถึง ทำเพื่อให้เหตุการณ์ที่จะเป็นปัญหา หรือก่อปัญหาทอดยาวออกไปได้อีกระยะหนึ่ง เช่น ถ้าเรามัวแต่ซื้อเวลาไปเรื่อย ๆ แบบนี้ ปัญหาก็ไม่จบหรอก เซโรงัง หมายถึง เซ, เดินไม่ตรง, เช่น เขาให้มาช่วยเดินแบบงานการกุศล ไอ้เราก็อายุมากแล้ว เวลาหมุนตัวก็กลัวว่าจะเซโรงังตกแคตวอล์ก เซียะ หมายถึง สวยมาก เช่น ชุดใหม่ของเธอเซียะสุดสุด นางเอกคนใหม่นี่ทั้งแซ่บ ทั้งเซียะเลย ดราม่า หมายถึง ละครที่แสดงบนเวที หรือทางวิทยุโทรทัศน์เกี่ยวกับปัญหาชีวิตที่หนักหน่วง มีการแสดงอารมณ์ เด็กในคาถา หมายถึง ลูกน้องที่ทำทุกอย่างตามความต้องการของเจ้านาย เช่น คนนี้ไว้ใจได้แน่นอนเพราะเป็นเด็กในคาถาของผมเอง เด๊ด, เด๊ดสะมอเร่ หมายถึง ตาย เช่น ไอ้ตูบข้างบ้านถูกรถชนเด๊ดสะมอเร่ไปแล้ว เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว หมายถึง ทำเรื่องเสียหายเพียงเล็กน้อยแต่ก่อผลกระเทือนเป็นทอด ๆ จนเกิดความเสียหายอย่างมากต่อสิ่งแวดล้อมของโลก เดี๊ยะ หมายถึง ทุกประการ เช่น แกงที่นี่รสชาติเหมือนที่บ้านเดี๊ยะเลย ติดสาย หมายถึง ไม่สามารถรับโทรศัพท์ได้เพราะกำลังใช้โทรศัพท์อีกเครื่องหนึ่ง เช่น หัวหน้าติดสาย จะฝากข้อความไว้ไหมคะ ไต่สวนสาธารณะ หมายถึง กระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่มีส่วนเกี่ยวข้องก่อนที่จะตัดสินใจอย่างเป็นทางการในการดำเนินการใด ๆ ท็อปฟอร์ม หมายถึง รูปแบบ หรือลักษณะที่ดีที่สุด (ใช้กับการเล่นกีฬา) เช่น เขากำลังอยู่ในช่วงท็อปฟอร์ม แข่งขันสนามไหนก็ชนะหมด อัพเดทศัพท์วัยรุ่น เยอะจุงเบย http://teen.mthai.com/variety/47312.html

พจนานุกรม ของ ผู้หญิง อารมณ์ร้าย
ผู้หญิง /  พจนานุกรม / 

พจนานุกรม ของ ผู้หญิง อารมณ์ร้าย พจนานุกรม ฉบับนี้ออกมาเพื่อ ตีความ แปลความ ถอดความ การกระทำ คำพูดและจิตสำนึกของผู้หญิง หลายๆ สิ่งที่  ผู้หญิง เรามักทำอะไรตรงข้ามกับใจเสมอ  ปากไล่เขา "ไป " แต่ใจกำลังขอให้เขา " อยู่ " เรื่องที่คุณผู้ชายไม่เคยรู้ ลองมาดูอาการ คำพูด และ ความคิดของคุณผู้หญิงอย่างเรานี้ดู จะได้แปลออกและรู้ซะทีว่า สิ่งที่ฉันพูด กับสิ่งที่ฉันคิด มันใช่อย่างที่ฉันแสดงออกหรือเปล่า  ขอบอกก่อนว่า พวกเราไม่ได้ซับซ้อน  แต่มันเป็นไปตามฮอร์โมน เข้าใจเราบ้างอย่างที่เราก็พยายามจะเข้าใจคุณ ขอขอบคุณภาพจากคุณ อายตา ห้าบาท Pantip

10 เรื่องต้องรู้ก่อนสอบ Gat Pat
10 อันดับ /  gat/pat 57 / 

ข้อปฏิบัติสำหรับผู้เข้าสอบในการทดสอบวิชาความถนัดทั่วไป (GAT) และวิชาความถนัดทางวิชาการและวิชาชีพ (PAT) โดยทางสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทศ. ได้ออกประกาศผ่านเว็บไซต์ เพื่อย้ำข้อปฏิบัติสำหรับเพื่อนๆ ที่จะเข้าสอบ ดังนี้ 10 เรื่องต้องรู้ก่อนสอบ Gat Pat 10 เรื่องต้องรู้ก่อนสอบ Gat Pat 1. ในการสอบทุกครั้งผู้เข้าสอบจะต้องนำบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวนักเรียนที่มีรูปถ่าย หรือบัตรที่ออกโดยทางราชการที่มีรูปถ่าย แสดงต่อกรรมการคุมสอบก่อนเข้าห้องสอบและวางไว้บนโต๊ะที่นั่งสอบ (อย่าลืมตรวจดูบัตรประชาชนด้วยว่า ข้อความและรูป ยังชัดเจนอยู่หรือเปล่าถ้าของใครเลือนลาง มองหน้าไม่ชัดนั่นแปลว่าบัตรประชาชนของเราอาจชำรุด รีบไปทำใหม่ด่วน! เพราะกรรมการผู้คุมสอบอาจตัดสิทธิ์การเข้าสอบ ปรับตก หรือทุจริต เนื่องจากขาดหลักฐานสำคัญที่บ่งบอกถึงตัวตน!) 2. ห้ามขีดเขียนข้อความ หรือทำเครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ อย่างใดอย่างหนึ่ง ไว้ในบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวนักเรียนที่มีรูปถ่าย หรือบัตรที่ออกโดยทางราชการที่มีรูปถ่าย หรือตัวผู้เข้าสอบ หรือสิ่งอื่นใดที่ผู้เข้าสอบนำติดตัวเข้ามาสอบ มิฉะนั้นจะถือว่าเป็นการทุจริตในการสอบ 3. ไม่อนุญาตให้ผู้เข้าสอบเข้าห้องสอบหลังจากเวลากำหนดเริ่มสอบผ่านไปแล้วสามสิบนาที และไม่อนุญาตให้ผู้เข้าสอบทุกคนออกจากห้องสอบจนกว่าจะหมดเวลาสอบ หากมีเหตุจำเป็นระหว่างการสอบให้ผู้เข้าสอบแจ้งให้กรรมการคุมสอบทราบ และให้กรรมการคุมสอบพิจารณาดำเนินการตามเหตุจำเป็นเป็นรายกรณี 4. อนุญาตให้นำเฉพาะปากกา ดินสอดำสองบีขึ้นไป กบเหลาดินสอ และยางลบเข้าห้องสอบได้เท่านั้น โดยห้ามนำกล่องใส่อุปกรณ์เข้าห้องสอบ ห้ามนำกระดาษใดๆ วิทยุติดตามตัว โทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์ติดต่อสื่อสารใดๆ พจนานุกรมอิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์ช่วยคิดคำนวณ นาฬิกาที่ใช้คำนวณได้ ถ่ายรูปได้ กล้องถ่ายรูปและไม้บรรทัดที่มีสูตรต่างๆ เข้าห้องสอบโดยเด็ดขาด ถ้าฝ่าฝืนถือว่ามีเจตนาทุจริตในการสอบ และหากเกิดการสูญหายจะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น (ข้อนี้สำคัญมากๆ เพราะมีเพื่อนๆ หลายคนถูกปรับตก และทุจริตเพราะเครื่องมือสื่อสารมาแล้ว!!!) 5. ห้ามเปิดหรือทำข้อสอบก่อนได้รับอนุญาตโดยเด็ดขาด เมื่อกรรมการคุมสอบประกาศอนุญาตจึงเปิดข้อสอบได้ และให้ผู้เข้าสอบทุกคนอ่านคำอธิบายหน้าปกแบบทดสอบอย่างละเอียดและรอบคอบ และต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแบบทดสอบแต่ละวิชาอย่างเคร่งครัด 6. การระบายวงกลมตัวเลือกในกระดาษคำตอบ ต้องปฏิบัติดังนี้ - การระบายวงกลมตัวเลือกในกระดาษคำตอบ จะต้องระบายให้ดำเข้มเต็มวงกลมจะระบายไม่เต็มวงกลมหรือใช้เครื่องหมายอื่นไม่ได้ และจะต้องใช้ดินสอดำที่มีความเข้มสองบีขึ้นไปเท่านั้นจะใช้ดินสอที่จางกว่ากำหนดหรือใช้ดินสอสีอื่น หรือปากกาไม่ได้ - กระดาษคำตอบจะต้องสะอาดปราศจากรอยขีดเขียนหรือเครื่องหมายใด เครื่องตรวจกระดาษคำตอบจะตรวจตามข้อมูลที่ผู้เข้าสอบระบายเท่านั้น สทศ. จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้นกับผลการตรวจกระดาษคำตอบของเครื่องตรวจกระดาษคำตอบ หากผู้เข้าสอบไม่ปฏิบัติตามแนวปฏิบัติในข้อนี้ 7. ห้ามกระทำการใดๆ อันเป็นการทุจริตในการสอบ ถ้ามีการทุจริต หรือมีเหตุสงสัยว่าทุจริตไม่ว่ากรณีใดๆ กรรมการคุมสอบจะบันทึกไว้ที่กระดาษคำตอบ โดยที่ผู้เข้าสอบอาจจะไม่รับทราบก็ได้และจะไม่พิจารณาตรวจกระดาษคำตอบในรายวิชานั้นๆ หรือทุกรายวิชา 8. ขณะหมดเวลาสอบ ห้ามผู้เข้าสอบออกจากห้องสอบจนกว่ากรรมการคุมสอบจะได้เก็บกระดาษคำตอบของผู้เข้าสอบนั้นไปจากโต๊ะที่นั่งสอบแล้ว และเมื่ออนุญาตให้ผู้เข้าสอบออกจากห้องสอบผู้เข้าสอบจึงจะออกจากห้องสอบได้ และห้ามนำแบบทดสอบออกจากห้องสอบโดยเด็ดขาด 9. ผู้เข้าสอบต้องแต่งกายด้วยเครื่องแบบนักเรียน เครื่องแบบนักศึกษา หรือแต่งกายสุภาพ 10. การฝ่าฝืนข้อปฏิบัติของประกาศนี้ สทศ.อาจจะไม่พิจารณาตรวจกระดาษคำตอบในรายวิชานั้นๆ หรือทุกรายวิชาก็ได้ ขอบคุณ blog.eduzones.com

ศัพท์ใหม่วัยโจ๋ สื่อสารได้ ไม่ทำให้วิบัติ
จุงเบย /  บ่องตง / 

ภาษาไทย ในยุคปัจจุบัน มีแนวโน้มว่าจะมีศัพท์ใหม่เกิดขึ้นมามากมาย เพราะการเปลี่ยนแปลงของภาษา เป็นไปตามกาลเวลา และกระแสของโซเชียลเน็ตเวิร์ค ทำให้บรรดาผู้ใหญ่หลายคน ยังไม่คุ้นหูกับศัพท์ ที่ไม่คาดคิดว่าเกิดขึ้นมาได้อย่างไร โดยวันภาษาไทย ที่เพิ่งจะผ่านพ้นไป ทำให้มีการพิจารณาว่า "การใช้คำศัพท์ใหม่ๆของวัยรุ่นนั้น สามารถยอมรับได้หรือไม่" ซึ่งนายอุดม วิโรตม์สิกขดิตถ์ อุปนายกราชบัณฑิตยสถาน ได้ออกมาระบุว่า คำศัพท์ใหม่วัยรุ่นสามารถนำมาใช้ได้ ถ้าใช้สื่อสารได้เข้าใจ ก็ไม่เป็นปัญหาอะไร เพราะธรรมชาติของภาษานั้นมีการเปลี่ยนแปลงซึ่งเป็นไปตามธรรมชาติ และเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย และที่ผ่านมา ราชบัณฑิตยสถานมีการรวบรวม พจนานุกรมคำใหม่ ทั้งคำศัพท์ใหม่-ศัพท์วัยรุ่น-คำแสลง ซึ่งเป็นคำศัพท์ที่ยังไม่ได้บรรจุอยู่ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 นับ 1,000 คำ เพื่อเป็นแหล่งค้นคว้า และรวบรวมข้อมูลคำใหม่ต่างๆ และบันทึกคำเหล่านี้ไว้เป็นหลักฐานแสดงการเกิด และการเปลี่ยนแปลงของคำที่ใช้ในสังคมไทย ตัวอย่างที่แสดงให้เห็นชัดเจนถึงความเปลี่ยนแปลงของภาษานั่นก็คือ เมื่อย้อนกลับไปดูวรรณกรรมไทยโบราณ ละครย้อนยุค หรือหลักฐานทางวรรณคดีต่างๆ ก็จะพบว่า มีบางคำที่วัยรุ่นไม่คุ้นหูเช่นเดียวกัน และถูกเลิกใช้ไป เป็นความเปลี่ยนแปลงของภาษาทั้งเกิดขึ้นใหม่ และสูญไป เช่นคำว่า ขอรับ(ครับ) อุรา(จิตใจ) แต่สิ่งที่สำคัญก็คือ การใช้คำให้ถูกต้องตามความหมายที่สื่อสาร และการเขียนให้ถูกต้อง แม้ว่าจะเป็นคำใหม่ ก็จะต้องเขียน และอ่านให้ตรงกับหลักภาษาเช่นกัน ฉะนั้นจึงต้องทำความเข้าใจกับศัพท์ใหม่ที่เกิดขึ้น อาทิ จิ้น  หมายถึง จินตนาการ ตัวอย่าง ดาราทั้งสองเป็นคู่จิ้นกัน ฟิน  หมายถึง ที่สุด สุดๆ มาจากภาษาฝรั่งเศส ฟินาเล่ (Finale) และถึงจุดไคลแมกซ์ จุงเบย เพี้ยนมาจากคำว่า จังเลย ตัวอย่างเช่น น่ารักจุงเบย คีบับ มาจากคำว่า คือแบบ บ่องตง มาจากคำว่า บอกตรงๆ อัลไล มาจากคำว่า อะไร แอ๊ว หมายถึง ยั่วยวน จีบ ซั่ม หมายถึง มีเพศสัมพันธ์ โลกสวย หมายถึง ผู้ที่มองในแง่ดีไปทุกเรื่อง ติ่ง หมายถึง แฟนคลับ ผู้คลั่งไคล้ หรา มาจากคำว่า หรือ, เหรอ  เช่น จริงหรือ จิงเหรอ (คนละความหมายกับคำว่า โชว์หรา) หยั่มมา มาจากคำว่า อย่ามา เช่น อย่ามาทำอวดดี เตง หมายถึง ตัวเอง ใช้เรียกกับคนอื่น เช่น ไปทำอะไรมาอ่ะเตง น่ามคาน หมายถึง น่ารำคาญ ฝุดฝุด มาจากคำว่า สุดสุด เมายาคุม ใช้เรียกคนที่มีอาการเบลอ ทำอะไรไม่อยู่กับร่องกับรอย คล้ายกับคำว่า เวิ่นเว้อ ช๊ะ (ใช่ป่ะ) ใช้พูดต่อท้ายประโยค อุต๊ะ คำอุทานมาจากคำว่า อุ้ยตาย อย่างไรก็ตาม คำเหล่านี้ มักจะเกิดมาแล้วหายไปตามกระแส อยู่ได้เพียงไม่นาน แม่ว่าจะไม่ใช่เรื่องผิดในการสื่อสาร แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องคงรักษาภาษาไทยที่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์เอาไว้ ทั้งการพูดในที่ชุมชน การเขียนหนังสือรายงานต่างๆ รวมถึงการสื่อสารกับผู้ที่ไม่คุ้นเคยหรือพูดคุยอย่างเป็นทางการ เพราะภาษาไทย ถือเป็นวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของชาติ ชาวต่างชาติหลายคนก็ให้ความสนใจเรียนภาษาไทยกันมากขึ้น แม้แต่ประเทศเพื่อนบ้านก็หันมาเรียนภาษาไทย จึงควรทำให้ภาษาไทยเข้าใจง่ายและถูกต้อง MThai News