พจนานุกรม

โอ๊ค โพสต์ซัด
ทักษิณ ชินวัตร /  นายกฯ ไทย / 

โอ๊ค โพสต์ซัด "เหี้ย กะหรี่ อีโง่" ทำภาพ ปชป. ติดลบ เผยคนจำภาพทักษิณ จากประชานิยมมากสุด  นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว @Oak Panthongtae Shinawatra หลังเจ้าตัวได้ทำโพลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนถึงเรื่อง "พี่น้องประชาชนไทย มีภาพจำในนโยบายและคำพูดของอดีตนายกรัฐมนตรีไทยคนไหนบ้าง" โดยยกตัวอย่างนายกฯ 5คน ที่มีผลงานโดดเด่น และมีคนโหวตมากที่สุด โดยระบุว่า "พานทองแท้โพลล์" ได้สำรวจความคิดเห็น ของพี่น้องประชาชน ในหัวข้อ "พี่น้องประชาชนไทย มีภาพจำในนโยบายและคำพูดของอดีตนายกรัฐมนตรีไทยคนไหนบ้าง" ได้ผลออกมาน่าสนใจครับ แถมพูดหยาบคาย เหี้ย กะหรี่ อีโง่ ผมขอคัดเอามาเฉพาะที่มีคนโหวตสูงสุดจำนวน 5 ท่านแรก เรียงตามปีที่ดำรงตำแหน่งนะครับ เป็นท่านอดีตนายกฯ ที่มาจากหลายพรรคฯ ด้วยกัน เห็นรูปที่โพสต์นี้แล้ว บรรดาสลิ่ม-แมลงสาบ และคนไทยหัวใจอำมาตย์ทั้งหลาย ที่ชอบแอบเข้ามาอ่านเพจ "พานทองแท้" ทุกวัน บ่อยและเยอะกว่าเข้าไปดูเพจของพรรคประชาธิปัตย์ อาจจะยิ้มกันแก้มแทบปริ เพราะมีอดีตนายกฯ ที่มาจากพรรคประชาธิปัตย์ ติดโผที่ประชาชนจำฝังใจถึง 2 คนด้วยกัน อดีตนายกจำนวน 5 ท่านนี้ได้แก่... 1. ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ภาพจำของท่าน ได้แก่ นโยบาย "เงินผัน" และคำพูดว่า "กูไม่กลัวมึง" ครับ 2. พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ภาพจำของท่าน ได้แก่ นโยบาย "เปลี่ยนสนามรบ เป็นสนามการค้า" และคำพูดว่า "No Problem" ครับ 3. นายชวน หลีกภัย ภาพจำของท่าน ได้แก่ นโยบาย "สปก.4-01" (มีภาพจำเรื่อง "ปล่อยหมากัดม็อบ" เยอะเลยครับ แต่คงเป็นเรื่องของพฤติกรรมชั่ววูบ ไม่น่าจะใช่เรื่องนโยบาย เลยขอตัดทิ้งครับ และคำพูดว่า "เสียใจแต่ไม่ขอโทษ" ครับฅ 4. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ภาพจำของท่าน ได้แก่ นโยบาย "ประชานิยม" และคำพูดว่า "ผมจะเป็นนายกฯ ที่ทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย และผมขอประกาศสงคราม ยาเสพติด ความยากจน และคอร์รัปชั่น" ครับ (ไม่ได้เข้าข้างพ่อ เลยเขียนยาวกว่าท่านอื่นนะครับ แต่คนโหวตแบบนี้เยอะจริง ๆ ครับ) 5. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ภาพจำของท่าน ได้แก่ นโยบาย "โรงพักเข้มแข็ง, ไข่ชั่งกิโล, นมโรงเรียน(บูด) และปลากระป๋อง(เน่า)" และคำพูดว่า "เหี้ย กะหรี่ อีโง่" ครับ (ไม่ได้เข้าข้างอภิสิทธิ์ฯ เลยเขียนยาวกว่าท่านอื่นนะครับ แต่คนโหวต "เหี้ย" นี่เยอะจริง ๆ ครับ) ก็ต้องขอแสดงความยินดีกับอดีตนายกรัฐมนตรี ทั้ง 5 ท่านไว้ตรงนี้นะครับ สิ่งที่ท่านทำมาประสบความสำเร็จในการ Branding หรือการทำให้พี่น้องประชาชนเกิด "ภาพจำ ติดตา ติดใจ" ในนโยบายและคำพูดของท่านมากกว่าคนอื่น ๆ ส่วน "ภาพจำ" ดังกล่าวนั้น ใครจะคิดในแง่บวกหรือแง่ลบนั้น ผมว่ามันเป็นเรื่องนานาจิตตังครับ อดีตนายกหมายเลข 1 และ 2 นั้น ท่านล่วงลับไปแล้ว ท่านทำประโยชน์ให้กับประเทศมากมาย ความเห็นจึงมักเป็นไปในทางบวกเหมือนกัน ไม่ค่อยมีประเด็นอะไรที่เป็นลบที่จะต้องมาถกเถียงกัน ส่วนอดีตนายกท่านที่ 3, 4, 5 นี่ เสียงแตกออกเป็น 2 สี 2 ทางเลยครับ ตัวอย่างเช่นเรื่อง สปก.4-01 บรรดาสลิ่ม-แมลงสาบทั้งหลาย อาจมองนโยบายสปก.4-01 เป็นการนำที่ดินมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะถ้านำที่ดินให้คนจนไปเพาะปลูก ต่อไปก็ต้องมาประกันหรือรับจำนำผลผลิตกันอีก รายได้ต่อพื้นที่ภาคการเกษตรหรือจะดีสู้การท่องเที่ยวสู้ให้นายทุนนำไปสร้างรีสอร์ทไม่ได้ พวกพ้องรวยกันถ้วนหน้า สรุปว่าถ้าจะตะแบงมองเข้าข้างตัวเองกันแบบนี้ โรงพักเข้มแข็ง, ไข่ชั่งกิโล, นมโรงเรียนบูด, ปลากระป๋องเน่า ก็มองในแง่ดีได้หมดแหละ แม้กระทั่งคำพูด เหี้ย, กระหรี่, อีโง่ ศิษย์เก่าอ็อกซ์ฟอร์ดยังมองว่า การพูดคำหยาบเป็นการอนุรักษ์คำไทยโบราณ เพื่อไม่ให้พจนานุกรมมีขนาดเล็กลงเลย (เฮ้อออ...ไม่ทราบเอาสมองส่วนไหนคิดนะครับ..?) ส่วนมุมมองความเห็นของคนส่วนใหญ่ของประเทศ ยังมองภาพของ สปก.4-01 เป็นภาพลบครับ เป็นภาพของการนำที่ดินทำกินของเกษตรกร ไปแจกให้กับนายทุนพรรคพวกตัวเอง ที่รวยอยู่แล้วก็รวยยิ่ง ๆ ขึ้นกันไปอีก เราจึงได้ยินคนพูดกันติดปากอยู่เสมอว่า นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์นั้น "อุ้มคนรวย ไม่ช่วยคนจน" พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกรคนยากคนจน จึงโกรธและเกลียดพรรคประชาธิปัตย์ฝังใจมาจนทุกวันนี้ ส่วนเรื่องคำพูดหยาบคายนั้นหลายคนมองว่า คนเป็นถึงอดีตนายกรัฐมนตรี ควรประพฤติตัวเป็นตัวอย่างที่ดีแก่เยาวชน ดันพูดจาปราศรัยใช้คำพูดหยาบ ๆ แบบนี้นี่ ใช้ไม่ได้ครับ ก็อย่างที่ผมบอกไว้ว่า "นานาจิตตัง" ครับ มุมมองแต่ละคนไม่เหมือนกัน เรื่องง่าย ๆ เรื่องเดียว คนยังมองตรงข้ามกันได้อย่างสิ้นเชิง ระบอบประชาธิปไตยในประเทศที่เจริญแล้ว เขาจึงต้องฟังเสียงส่วนใหญ่ และเสียงส่วนน้อยต้องรู้แพ้รู้ชนะไม่ตีรวนครับ เมืองไทยของเราไม่ทราบว่า จะต้องเรียนรู้กันไป อีกนานเท่าไหร่จึงจะหันมา รักษากฎกติกามารยาทในระบอบรัฐสภากันอย่างจริงจังเสียทีนะครับ มีเวลาว่างเลยเขียนยาวหน่อยนะครับ พอดีช่วงนี้ผ่อนงานที่ Voice TV ให้คนอื่นรับช่วงทำไปเยอะ และเห็นว่าคราวที่แล้ว ไปเยี่ยมชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วม พรรคประชาธิปัตย์ออกมาตีอกชกลมกันใหญ่ วันนี้นึกสนุกเลยจะลงพื้นที่...เอ๊ยยย..!!...ไปเยี่ยมพี่น้องที่จังหวัดเชียงใหม่ดูบ้าง ว่ามีประเด็นอะไรที่จะมาเล่าสู่กันฟังหรือไม่ แล้วจะโพสต์รูปให้ดูกันนะคร้าบบบบ.....!! MThai News

ศัพท์ใหม่วัยโจ๋ สื่อสารได้ ไม่ทำให้วิบัติ
จุงเบย /  บ่องตง / 

ภาษาไทย ในยุคปัจจุบัน มีแนวโน้มว่าจะมีศัพท์ใหม่เกิดขึ้นมามากมาย เพราะการเปลี่ยนแปลงของภาษา เป็นไปตามกาลเวลา และกระแสของโซเชียลเน็ตเวิร์ค ทำให้บรรดาผู้ใหญ่หลายคน ยังไม่คุ้นหูกับศัพท์ ที่ไม่คาดคิดว่าเกิดขึ้นมาได้อย่างไร โดยวันภาษาไทย ที่เพิ่งจะผ่านพ้นไป ทำให้มีการพิจารณาว่า "การใช้คำศัพท์ใหม่ๆของวัยรุ่นนั้น สามารถยอมรับได้หรือไม่" ซึ่งนายอุดม วิโรตม์สิกขดิตถ์ อุปนายกราชบัณฑิตยสถาน ได้ออกมาระบุว่า คำศัพท์ใหม่วัยรุ่นสามารถนำมาใช้ได้ ถ้าใช้สื่อสารได้เข้าใจ ก็ไม่เป็นปัญหาอะไร เพราะธรรมชาติของภาษานั้นมีการเปลี่ยนแปลงซึ่งเป็นไปตามธรรมชาติ และเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย และที่ผ่านมา ราชบัณฑิตยสถานมีการรวบรวม พจนานุกรมคำใหม่ ทั้งคำศัพท์ใหม่-ศัพท์วัยรุ่น-คำแสลง ซึ่งเป็นคำศัพท์ที่ยังไม่ได้บรรจุอยู่ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 นับ 1,000 คำ เพื่อเป็นแหล่งค้นคว้า และรวบรวมข้อมูลคำใหม่ต่างๆ และบันทึกคำเหล่านี้ไว้เป็นหลักฐานแสดงการเกิด และการเปลี่ยนแปลงของคำที่ใช้ในสังคมไทย ตัวอย่างที่แสดงให้เห็นชัดเจนถึงความเปลี่ยนแปลงของภาษานั่นก็คือ เมื่อย้อนกลับไปดูวรรณกรรมไทยโบราณ ละครย้อนยุค หรือหลักฐานทางวรรณคดีต่างๆ ก็จะพบว่า มีบางคำที่วัยรุ่นไม่คุ้นหูเช่นเดียวกัน และถูกเลิกใช้ไป เป็นความเปลี่ยนแปลงของภาษาทั้งเกิดขึ้นใหม่ และสูญไป เช่นคำว่า ขอรับ(ครับ) อุรา(จิตใจ) แต่สิ่งที่สำคัญก็คือ การใช้คำให้ถูกต้องตามความหมายที่สื่อสาร และการเขียนให้ถูกต้อง แม้ว่าจะเป็นคำใหม่ ก็จะต้องเขียน และอ่านให้ตรงกับหลักภาษาเช่นกัน ฉะนั้นจึงต้องทำความเข้าใจกับศัพท์ใหม่ที่เกิดขึ้น อาทิ จิ้น  หมายถึง จินตนาการ ตัวอย่าง ดาราทั้งสองเป็นคู่จิ้นกัน ฟิน  หมายถึง ที่สุด สุดๆ มาจากภาษาฝรั่งเศส ฟินาเล่ (Finale) และถึงจุดไคลแมกซ์ จุงเบย เพี้ยนมาจากคำว่า จังเลย ตัวอย่างเช่น น่ารักจุงเบย คีบับ มาจากคำว่า คือแบบ บ่องตง มาจากคำว่า บอกตรงๆ อัลไล มาจากคำว่า อะไร แอ๊ว หมายถึง ยั่วยวน จีบ ซั่ม หมายถึง มีเพศสัมพันธ์ โลกสวย หมายถึง ผู้ที่มองในแง่ดีไปทุกเรื่อง ติ่ง หมายถึง แฟนคลับ ผู้คลั่งไคล้ หรา มาจากคำว่า หรือ, เหรอ  เช่น จริงหรือ จิงเหรอ (คนละความหมายกับคำว่า โชว์หรา) หยั่มมา มาจากคำว่า อย่ามา เช่น อย่ามาทำอวดดี เตง หมายถึง ตัวเอง ใช้เรียกกับคนอื่น เช่น ไปทำอะไรมาอ่ะเตง น่ามคาน หมายถึง น่ารำคาญ ฝุดฝุด มาจากคำว่า สุดสุด เมายาคุม ใช้เรียกคนที่มีอาการเบลอ ทำอะไรไม่อยู่กับร่องกับรอย คล้ายกับคำว่า เวิ่นเว้อ ช๊ะ (ใช่ป่ะ) ใช้พูดต่อท้ายประโยค อุต๊ะ คำอุทานมาจากคำว่า อุ้ยตาย อย่างไรก็ตาม คำเหล่านี้ มักจะเกิดมาแล้วหายไปตามกระแส อยู่ได้เพียงไม่นาน แม่ว่าจะไม่ใช่เรื่องผิดในการสื่อสาร แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องคงรักษาภาษาไทยที่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์เอาไว้ ทั้งการพูดในที่ชุมชน การเขียนหนังสือรายงานต่างๆ รวมถึงการสื่อสารกับผู้ที่ไม่คุ้นเคยหรือพูดคุยอย่างเป็นทางการ เพราะภาษาไทย ถือเป็นวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของชาติ ชาวต่างชาติหลายคนก็ให้ความสนใจเรียนภาษาไทยกันมากขึ้น แม้แต่ประเทศเพื่อนบ้านก็หันมาเรียนภาษาไทย จึงควรทำให้ภาษาไทยเข้าใจง่ายและถูกต้อง MThai News

ที่ว่าการอำเภอปากเกร็ด

อาคารที่ว่าการอำเภอปากเกร็ด สร้างเมื่อ พ.ศ.2427 ตรงบริเวณที่ดินธรณีสงฆ์ของวัดสนามเหนือ ตำบลปากเกร็ด ขณะนั้นเป็นแขวงเรียกว่า แขวงตลาดขวัญ และประกาศยกฐานะเป็นอำเภอในปีเดียวกัน พระรามัญนนทเขตคดี เนียม นนทนาคร เป็นนายอำเภอปากเกร็ดคนแรก และนายอำเภอ คนปัจจุบัน คือ นายวัฒนา เลิศธรรมเทวี ปัจจุบันที่ต้งอาคารอยู่ที่ริมถนนแจ้งวัฒนะ ตรงข้างโรงเรียนปากเกร็ด เป็นอาคาร 5 ชั้น คำว่า ปาก สันนิษฐานว่า คงจะเนื่องมาจากชื่อวัดปากอ่าว ส่วนคำว่าเกร็ด ตามความหมายในพจนานุกรมของราชบัณฑิตยสถานฉบับ พ.ศ.2493 หมายถึงง ห้วงน้ำแคบ ต่อจากห้วงน้ำใหญ่ ทั้งสอง ฉะนั้น คำว่าปากเกร็ด น่าจะหมายถึง บริเวณผืนแผ่นดินที่เป็นปากอ่าวมีอาณาเขตติดต่อกับแม่น้ำใหญ่

 TVXQ เปิดตัวอัลบั้มชุดที่ 7 Tense 6 ม.ค.2014
TVXQ /  ประเทศเกาหลี

TVXQ จะเปิดตัวอัลบั้มชุดที่ 7 'Tense' ในวันที่ 6 มกราคม ปี 2014 โดยการเปิดตัวอัลบั้มในครั้งนี้จะเป็นอัลบั้มใหม่ที่จะเปิดตัวออกมาต่อจากอัลบั้ม 'Catch Me' ที่เปิดตัวออกมาเมื่อเดือนกันยายน ปี 2012  TVXQ เปิดตัวอัลบั้มชุดที่ 7 Tense 6 ม.ค.2014 สำหรับชื่ออัลบั้ม 'Tense' ออกเสียงคล้ายคลึงกับคำว่า '10th' ที่มาจากคำว่า '10th Anniversary' มีความหมายถึงครบรอบ 10 ปี และมีความหมายทางพจนานุกรมว่า 'ตึงเครียด', 'เกร็ง' ซึ่งก็เข้ากับสถานะของ TVXQ ที่เดบิวท์ครบ 10 ปี ในวันที่ 26 อย่างน่าอัศจรรย์ TVXQ เตรียมทำกิจกรรมโปรโมทอัลบั้มชุดที่ 7 ในรายการเพลงทางสถานีโทรทัศน์ช่องสาธารณะ โดยจะเริ่มจาก KBS 'Music Bank' ในวันที่ 3 มกราคม ตามด้วย MBC 'Show! Music Core' ในวันที่ 4 มกราคม และ SBS 'Inkigayo' ในวันที่ 5 มกราคม ตามลำดับ TVXQ ปิดฉากเวิลด์ทัวร์ที่อเมริกา ชิลี จีน และมาเลเซีย ตลอดปี 2013 ลงอย่างประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง TVXQ ยังเป็นนักร้องชาวต่างชาติวงแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้จัดคอนเสิร์ตขึ้นที่ Nissan Stadium ซึ่งเฉพาะทัวร์ที่ประเทศญี่ปุ่นก็มีผู้เข้าร่วมชมคอนเสิร์ตตลอดทั้งปี ทั้งสิ้น 850,000 นับเป็นนักร้องเกาหลีที่ทำสถิติผู้เข้าชมคอนเสิร์ตได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์เลยทีเดียว อนึ่ง TVXQ จะจัดคอนเสิร์ตเดี่ยว 'SMTOWN Week' ขึ้นที่ Kintex อิลซาน ในวันที่ 26-27 ธันวาคม โดยหลังจากส่งท้ายปี 2013 อย่างมีความหมายแล้ว TVXQ ก็จะเข้าสู่การเตรียมตัวคัมแบ็คทันที ข้อมูลจาก popcornfor2.com

วิธีเล่นตุ๊กตาเฟอร์บี้ Furby
Furby /  ตุ๊กตาเฟอร์บี้

ตุ๊กตาเฟอร์บี้ ลองย้อนกลับไปสมันเด็กๆกันหน่อย เพื่อนๆบางคนก็คงจะเคยได้เล่นเจ้าตุ๊กตาขนฟูสุดน่ารัก อย่าง ตุ๊กตาเฟอร์บี้ Furby กันแน่ๆ มันเปรียบเสมือนเพื่อน สัตว์เลี้ยงของเรา เราสามารถคุยกับมัน เล่น และร้องเต้นไปกับมันได้ น่ารักจริงๆ ^^ และในปีนี้ ตุ๊กตาเฟอร์บี้ Furby ได้กลับมาสร้างความน่ารัก สนุกสนานให้เพื่อนๆได้เล่นกันอีกแล้วคะ แถมลูกเล่นของมันนั้นสุดยอดและทันสมัย เหมาะกับเด็กวัยรุ่นสมัยนี้จริงๆ!!! ... ข้อมูล/เรียบเรียง teen.mthai วิธีเล่นเฟอร์บี้ ตุ๊กตาเฟอร์บี้ Furby ตุ๊กตาเฟอร์บี้ Furby มาจากไหน? ตุ๊กตาเฟอร์บี้ Furby มีถิ่นกำเนิดมาจากเกาะเฟอร์บี้ ซึ่งมีครอบครัวหนึ่งไปค้นพบเฟอร์บี้ 2 ตัวที่มีชื่อว่า อี-โล และ อี-ไฮ เข้า และเมื่อครอบครัวนั้นต้องเดินทางเพื่อผจญภัยต่อไป พวกเขาก็ตัดสินใจพา อี-โล และ อี-ไฮ ไปด้วยเพื่ออกค้นหาเฟอร์บี้ ตัวอื่นๆต่อไป การกำเนิด ตุ๊กตาเฟอร์บี้ Furby ตอนที่เจ้าตุ๊กตาแก้มยุ้ย ขี้เล่น ขนฟูตัวนี้ออกสู่สายตาชาวโลกในปี 2541 สีของ ตุ๊กตาเฟอร์บี้ Furby โดยมีสีขาว สีดำกับสีขาว สีเทากับสีชมพู สีน้ำตาลกับสีชมพู มันก็สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นของเล่นขายดีที่สร้างยอดจำหน่ายได้ถึง 40 ล้านตัวทั่วโลก วิวัฒนาการใหม่ ตุ๊กตาเฟอร์บี้ Furby เพื่อให้กลายเป็นเพื่อนซี้ (นูล่า) ของทุกคน ลองจินตนาการดูว่าจะดีแค่ไหนถ้าคุณมีเพื่อนที่ทำทุกอย่างที่คุณชอบ ในเวลาที่คุณชอบ ไม่ว่าจะเป็นร้องเพลง เต้นรำ เล่นเกม เล่าเรื่องตลก หรือแม้แต่สอนภาษาใหม่ๆ ให้คุณ นี่คือสุดยอดของความล้ำสมัยของเทคโนโลยี ตุ๊กตาเฟอร์บี้ มีหน่วยความจำขนาด 500 KB ที่ให้ชีวิตแก่เฟอร์บี้ จะว่าไปแล้วเฟอร์บี้มันดูล้ำยุคมากซะจนเราลืมไปว่ามันคือของเล่น ในปีนี้ 2012-2013 มันมีหน่วยความจำที่มากกว่าเก่าถึง 6 เท่า มีวิวัฒนาการที่ล้ำหน้าไปมาก เจ้าเฟอร์บี้พร้อมที่จะสร้างปรากฏการณ์อีกครั้งในฐานะเพื่อนคู่ใจเด็กๆที่หลงไหลของเล่นไฮเทคทั้งหลาย ตุ๊กตาเฟอร์บี้ เป็นของเล่นชนิดแรกที่ใช้เทคโนโลยี Emoto-Tronics เพื่อช่วยทำให้การขยับเขยื่อนหรือแสดงอารมณ์บนใบหน้าและท่าทางดูสมจริง ไม่ว่าจะเป็นริมฝีปาก หูและขนตาที่ขยับได้ ช่วยให้มันหัวเราะ ยิ้ม ทำหน้าเศร้า หาวนอน หรือแม้แต่อาการน่าเกลียดน่ากลัว อาการกลัวและเบื่อ ท่าทางที่เหมือนจริงของ ตุ๊กตาเฟอร์บี้ ทำได้ด้วยเซ็นเซอร์สัมผัส 3 ตัว และการจดจำเสียงที่มาจากชิปคอมพิวเตอร์หลายตัวรวมไปถึงชิปแบบ 14 เมกกาเฮิร์ทซ์ และมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ลองจั๊กจี๊ที่ท้องมันก็จะหัวเราะ และถ้าลูบหลังมันก็จะส่งเสียงมีความสุข มันจะเคี้ยวอาหารเมื่อหิว และจะบอกให้เราทราบว่าเมื่อไรมันถึงจะอิ่ม วิธีเล่นเฟอร์บี้ ตุ๊กตาเฟอร์บี้ Furby และการจดจำเสียง ตุ๊กตาเฟอร์บี้ สามารถรับรู้เฟอร์บี้ตัวอื่นได้ สามารถคุยกับเฟอร์บี้ด้วยกันเองได้ และมันก็ฉลาดมากด้วยที่สามารถพูดได้หลายร้อยคำหลายร้อยวลีทั้งในภาษาเฟอร์บีส ซึ่งเป็นภาษาของมันเอง (เฟอร์บี้จะพูดคุยภาษา Furbish กัน) และภาษาอังกฤษ ยิ่งพูดภาษาเฟอร์บีสกับมันมากเท่าไร มันก็จะพูดกลับมาเป็นภาษาอังกฤษมากเท่านั้น วิธีนี้ทำให้เด็กๆได้เรียนรู้ภาษาของมัน โดยมีพจนานุกรม เฟอร์บีส/อังกฤษ และ อังกฤษ/เฟอร์บีส ให้ด้วย การจดจำเสียงได้หมายความว่าเฟอร์บี้มันจะฟังที่เราพูด และตอบสนองตามอารมณ์ของมัน ถ้าให้มันเล่าอะไรให้ฟังมันก็จะเล่าเรื่องชีวิตของมันสมัยที่อยู่บนเกาะโนนามี ถ้าจะเอาเสียงหัวเราะ เฟอร์บี้ก็เล่นมุข น็อกๆ เคาะประตูบ้านได้ หรือถ้าอยากเล่นเกมส์ มันก็สามารถท้าเราเล่นเกมไฟแดงไฟเขียวได้ นั่นคือเฟอร์บี้จะนับ 1 ถึง 10 ในขณะที่เราเดินหนี จากนั้นเราต้องกลับมาให้ใกล้มันมากที่สุดเพื่อจั๊กจี๊พุงมันให้ได้โดยที่ไม่ถูกจับได้ ในขณะที่มันลืมตาและหลับตา มันทำได้ทุกอย่างจริงๆ ไม่ว่าจะร้องเพลง หรือเต้นรำ ปีนี้ลุ๊คใหม่!! ตุ๊กตาเฟอร์บี้ Furby พร้อมเทคโนโลยีการควบคุมสุดล้ำในระบบ iOS The Verge ได้ทำการรายงานว่า ตุ๊กตาเฟอร์บี้ Furby ตัวล่าสุดนี้มาพร้อมกับนวัตกรรมทางด้านเทคโนโลยีครั้งสำคัญ เพื่อให้สอดคล้องกับความก้าวล้ำของยุคสมาร์ทโฟน โดยจุดเด่นของ ตุ๊กตาเฟอร์บี้ อยู่ที่ดวงตากลมโตที่ใช้สื่ออารมณ์ในเวลาโกรธ ดีใจ หรือแม้กระทั่งไร้เดียงสา ด้วยไฟหน้าจอ LCD และตัวรับสัญญาณอินฟราเรดบนหน้าผาก เฟอร์บี้เว่อร์ชั่นใหม่นี้ยังคงความน่ารักไม่ต่างจากรุ่นที่ผ่านมาทั้ง ความสามารถในการร้องเพลง การเต้นรำ สนทนากับเจ้าเฟอร์บี้ตัวอื่น ขนฟูฟ่องของมันยังถูกปกคลุมด้วยขนนีออน หางหนานุ่ม มีใบหูและเท้าเป็นพลาสติก พร้อมจะงอยปากที่ขยับเปิดปิดและลิ้นไว้รับรู้รสในการป้อนอาหาร แน่นอนว่ามีแอพพลิเคชั่นให้ดาว์นโหลดฟรีในระบบ iOS ตุ๊กตาเฟอร์บี้ Furby การเล่นผ่าน Application บน iphone, ipad, ipod touch, android เฟอร์บี้รุ่นเก่านั้น หน้าตาก็คล้ายดังรูป สูงประมาณ 5 นิ้ว เป็นหุ่นยนต์หน้าตาเป็น สัตว์เลี้ยง ที่ไม่มีอยู่ในโลกนี้ ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงหุ่นยนต์ ช่างจ้อพูดไม่หยุด โดยตา ปาก สามารถขยับได้ อีกทั้งยังสามารถเต้นได้ด้วยถ้า เฟอร์บี้อารมณ์ดี สุดท้ายก็คือ เหมือนรุ่นเก่า เฟอร์บี้จะไม่มีปุ่มปิด ต้องไม่สนใจมัน ๆ ก็เงียบไปเอง (หลับ) หรือต้องจับถอดถ่านออกเอง วิธีเล่นเฟอร์บี้ ตุ๊กตาเฟอร์บี้ Furby : แอพพลิเคชั่น Furby ข้อมูล/เรียบเรียง teen.mthai ที่มา blog.lnw.co.th,Toy R Us,furbythai ข่าวที่เกี่ยวข้อง ภาษาเฟอร์บี้ ตุ๊กตาเฟอร์บี้ Furby สำหรับเพื่อนๆที่เพิ่งจะเคยเล่นเจ้าเฟอร์บี้ บางคนก็งง?ว่ามันพูดอะไรยืดยาว ไม่รู้เรื่องแล้วจะสื่อสารกับเจ้าเฟอร์บี้ยังไงดี? วันนี้ก็เลยจัดมาให้เลย .. เกี่ยวกับ ภาษาเฟอร์บี้ หรือที่เราเรียกกันว่า ภาษาเฟอร์บีส (Furbish) นั่นเองคะ ^^ เครื่องประดับเฟอร์บี้ ตุ๊กตาเฟอร์บี้ furby ตุ๊กตาเฟอร์บี้ มันจะขาดอะไรไปหลายอย่างเลย เล่นอย่างเดียวเดี๋ยวก็จะเบื่อเอาก็เลยนำ เครื่องประดับเฟอร์บี้ มาให้เพื่อนๆได้เลือกแต่งตัว แต่งหน้าเจ้าตัวนี้กันซะหน่อย เอาหล่ะบรรจงแต่งเติมให้สัตว์เลี้ยงของคุณกันดีกว่า ^^

ราชบัณฑิต เสนอแก้ 176 คำทับศัพท์ แนะเพิ่มวรรณยุกต์เขียนตรงเสียง
คำทับศัพท์ /  คำศัพท์ / 

นางกาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิต และนายกสมาคมครูภาษาไทยแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้กองศิลปกรรมได้จัดทำแบบสำรวจความคิดเห็นประมาณ 300 ชุด เกี่ยวกับการเขียนคำยืมจากภาษาอังกฤษในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 เพื่อสอบถามความเห็นจากคณะกรรมการราชบัณฑิต ภาคีสมาชิก และผู้ที่เกี่ยวข้องในการเปลี่ยนแปลงการเขียนคำที่ยืมจากภาษาอังกฤษใหม่ เนื่องจากพบว่ามีคำศัพท์ที่ยืมมาจากคำภาษาอังกฤษ 176 คำ เขียนผิด และไม่ตรงกับเสียงวรรณยุกต์ของคำนั้นๆ ตามอักขรวิธีไทย และการอ่านออกเสียง ที่ผ่านมามีหลายคนตั้งคำถามว่าทำไมคำคำนี้ เขียนแบบนี้ โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่มาเรียนภาษาไทย หรือว่าฝึกอ่านภาษาไทย ซึ่งได้เรียนวิธีการเขียนและอ่านอย่างถูกต้องมาแล้ว เมื่อมาเจอคำศัพท์บางคำที่ไม่มีวรรณยุกต์ ก็เกิดความสับสน และอ่านไม่ออก นางกาญจนากล่าวต่อว่า ปัญหานี้เกิดขึ้นมาจากขั้นตอนการถอดคำ หรือว่ายืมคำมาจากภาษาอังกฤษ เมื่อแปลมาเป็นภาษาไทย ไม่ได้เติมวรรณยุกต์เสียงเอก โท หรือตรี รวมทั้ง ไม้ไต่คู้ ให้ตรงตามอักขรวิธีไทย อย่างคำว่า "แคลอรี" การเขียนให้ตรงกับการออกเสียงต้องเป็น "แคลอรี่" หรือว่าคำว่า "โควตา" ถ้าจะให้ตรงกับการออกเสียงต้องเป็นคำว่า "โควต้า" รวมทั้ง "เรดาร์" ต้องเป็นคำว่า "เรด้าร์" เพื่อให้ตรงตามเสียงของคำนี้ เป็นต้น "ที่หลายคนกังวลว่าการเปลี่ยนวิธีการเขียนคำครั้งนี้ อาจทำให้สับสน หรือว่าเข้าใจผิดเกี่ยวกับการเขียนศัพท์ต่างๆ นั้น ไม่น่าจะสับสน เพราะถ้าอ่านภาษาไทยก็ไม่น่าสับสน คำศัพท์หลายๆ คำในปัจจุบันมีคนเขียนตามคำศัพท์ที่จะเปลี่ยนแปลงแล้ว แต่ถ้าใครจะเขียนแบบเดิมๆ ก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ที่เสนอให้แก้ไข เพื่อให้เขียนถูกต้องตามเสียงของคำนั้นๆ แม้ว่าหลายคนอาจมองว่าแปลก และไม่ควรแก้ไข" นางกาญจนากล่าว นางกาญจนากล่าวต่อว่า เบื้องต้นได้สอบถามความเห็นจากสภาราชบัณฑิต ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการเติมวรรณยุกต์ และเปลี่ยนแปลงคำศัพท์ทั้ง 176 คำ เพื่อเขียนให้ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม คงต้องรอดูผลการสำรวจความคิดเห็นอีกครั้งว่าส่วนใหญ่จะเห็นด้วยทุกคำ หรือเห็นด้วยเฉพาะบางคำ ซึ่งตามกำหนดเวลาแล้ว ภายในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ ทุกคนต้องส่งแบบสอบถามดังกล่าวกลับที่กองศิลปกรรม เพื่อประมวลผลความคิดเห็นว่าเห็นด้วยหรือไม่ และมีข้อเสนออะไร ทั้งนี้ การขอปรับแก้คำศัพท์ทั้ง 176 คำนั้น หากเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยว่าควรเปลี่ยน ก็จะนำไปบรรจุในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตย สถาน พ.ศ.2554 ซึ่งกำลังดำเนินการปรับปรุงเพื่อจัดพิมพ์เล่มใหม่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คำศัพท์ที่อยู่ในแบบสำรวจ เพื่อขอความเห็นในการเปลี่ยนแปลงการเขียนใหม่ ดังนี้ 1.คำที่ใส่เครื่องหมายไม้ไต่คู้เพื่อแสดงสระเสียงสั้น ได้แก่ ซีเมนต์ เปลี่ยนเป็น ซีเม็นต์, เซต-เซ็ต, เซนติกรัม-เซ็นติกรัม, เซนติเกรด-เซ็นติเกรด, เซนติลิตร-เซ็นติลิตร, ไดเรกตริกซ์-ไดเร็กตริก, เทนนิส-เท็นนิส, นอต-น็อต, นิวตรอน-นิวตร็อน, เนตบอล-เน็ตบอล, เนปจูน-เน็ปจูน, เบนซิน-เบ็นซิน, แบคทีเรีย-แบ็คทีเรีย, มะฮอกกานี-มะฮ็อกกานี, เมตริก-เม็ตตริก, เมตริกตัน- เม็ตริกตัน, แมงกานิน-แม็งกานิน, อิเล็ก ตรอน-อิเล็กตร็อน, เฮกโตกรัม-เฮ็กโตกรัม, เฮกโตลิตร-เฮ็กโตลิตร 2.คำที่เปลี่ยนตัวพยัญชนะเป็นอักษรสูง ได้แก่ คอร์ด-ขอร์ด, แคโทด-แคโถด, ซัลเฟต-ซัลเฝต, ไทเทรต-ไทเถรต, ไนต์คลับ-ไน้ต์ขลับ, พาร์เซก-พาร์เส็ก, แฟลต-แฝล็ต, สเปกโทร สโกป-สเป็กโทรสโขป, ไอโซโทป-ไอโซโถป 3.คำที่ใส่เครื่องหมายวรรณยุกต์เอก ได้แก่ กอริลลา-กอริลล่า, แกโดลิเนียม-แกโดลิ เนี่ยม, แกมมา-แกมม่า, แกลเลียม-แกลเลี่ยม, คูเรียม-คูเรี่ยม, แคดเมียม-แคดเมี่ยม, แคลเซียม-แคลเซี่ยม, แคลอรี-แคลอรี่, โครเมียม-โครเมี่ยม, ซิงโคนา-ซิงโคน่า, ซิลิคอน-ซิลิค่อน, ซีเซียม-ซีเซี่ยม, ซีนอน-ซีน่อน, ซีเรียม-ซีเรี่ยม, โซลา-โซล่า, ดอลลาร์-ดอลล่าร์, เทคโนโลยี-เท็คโนโลยี่, แทนทาลัม-แทนทาลั่ม, ไทเทเนียม-ไทเท เนี่ยม, เนบิวลา-เนบิวล่า, ไนลอน-ไนล่อน, แบเรียม-แบเรี่ยม, ปริซึม-ปริซึ่ม, ปิโตรเลียม-ปิโตรเลี่ยม, แพลทินัม-แพลทินั่ม, ฟังก์ชัน-ฟังก์ชั่น, ฟาทอม-ฟาท่อม, ไมครอน-ไมคร่อน, ยิปซัม-ยิปซั่ม, ยูเรเนียม-ยูเรเนี่ยม, เลเซอร์-เลเซ่อร์, วอลเลย์บอล-วอลเล่ย์บอล, อะลูมิเนียม-อะลูมิเนี่ยม, อีเทอร์-อีเท่อร์, เอเคอร์-เอเค่อร์, แอลฟา-แอลฟ่า, ฮาห์เนียม-ฮาห์เนี่ยม, ฮีเลียม-ฮีเลี่ยม 4.คำที่ใส่ ห นำเพื่อแสดงเสียงวรรณยุกต์เอก ได้แก่ กะรัต-กะหรัต, แกรนิต-แกรหนิต, คลินิก-คลิหนิก, คาทอลิก-คาทอหลิก, คาร์บอเนต-คาร์บอเหนต, คาร์บอลิก-คาร์บอหลิก, โคออร์ดิเนต-โคออร์ดิเหนต, รูเล็ตต์- รูเหล็ตต์, 5.คำที่เติมเครื่องหมายวรรณยุกต์โท ได้แก่ กลูโคส-กลูโค้ส, กิโลไซเกิล-กิโลไซเกิ้ล, กิโลเมตร-กิโลเม้ตร, กิโลเฮิรตซ์-กิโลเฮิ้รตซ์, กีตาร์-กีต้าร์, แกรไฟต์-แกรไฟ้ต์, คาร์บอน-คาร์บ้อน, คาร์บูเรเตอร์-คาร์บูเรเต้อร์, เคเบิล-เคเบิ้ล, โควตา-โควต้า, ชอล์ก-ช้อล์ก, ซอส-ซ้อส, โซเดียม-โซเดี้ยม, ไดนาไมต์-ไดนาไม้ต์, แทนเจนต์-แทนเจ้นต์, แทรกเตอร์-แทรกเต้อร์, นิกเกิล-นิกเกิ้ล, ไนต์คลับ-ไน้ต์ขลับ, ไนโตรเจน-ไนโตรเจ้น, บารอมิเตอร์-บารอมิเต้อร์, บีตา-บีต้า, ปาทังกา-ปาทังก้า, ปาร์เกต์-ปาร์เก้ต์, พลาสติก-พล้าสติก, ฟาสซิสต์- ฟ้าสซิสต์, มอเตอร์-มอเต้อร์, เมตร-เม้ตร, ไมกา-ไมก้า, ยีราฟ-ยีร้าฟ, เรดอน-เรด้อน, เรดาร์-เรด้าร์, เรเดียม-เรเดี้ยม, ลิกไนต์- ลิกไน้ต์, แวนดา-แวนด้า, อาร์กอน-อาร์ก้อน, แอนติบอดี-แอนติบอดี้, เฮิรตซ์-เฮิ้รตซ์, ไฮดรา-ไฮดร้า, ไฮโดรเจน-ไฮโดรเจ้น 6.คำที่เติมเครื่องหมายวรรณยุกต์ตรี ได้แก่ กราฟ-กร๊าฟ, ก๊อซ-ก๊อซ, กอล์ฟ-ก๊อล์ฟ, เกาต์-เก๊าต์, ออกไซด์-อ๊อกไซด์, โคบอลต์- โคบ๊อลต์, ดราฟต์-ดร๊าฟต์, ดัตช์-ดั๊ตช์, ดิสโพรเซียม-ดิ๊สโพรเซี่ยม, เดกซ์โทรส-เด๊ก โทรัส, เต็นท์-เต๊นท์, บาสเกตบอล-บ๊าสเก้ต บอล, บิสมัท-บิ๊สมั้ท, แบงก์-แบ๊งก์, โบต-โบ๊ต, ปลาสเตอร์-ปล๊าสเต้อร์, ปิกนิก-ปิ๊กหนิก, ออกซิเจน-อ๊อกซิเย่น, ออกซิเดชัน-อ๊อก ซิเดชั่น, ออกไซด์-อ๊อกไซด์, อาร์ต-อ๊าร์ต, เอกซเรย์-เอ๊กซเรย์, แอสไพริน-แอ๊สไพริน, แอสฟัลต์-แอ๊สฟัลต์, โอ๊ด-โอ๊ต และ 7.คำที่มีหลายพยางค์ ได้แก่ คอนเดนเซอร์-ค็อนเด็นเซ่อร์, คอนแวนต์-ค็อนแว็นต์, คอนเสิร์ต-ค็อนเสิร์ต, คอมพิวเตอร์-ค็อมพิ้วเต้อร์, คอมมานโด-ค็อมมานโด, คอมมิวนิสต์-ค็อมมิวนิสต์, คูปอง- คูป็อง, เครดิตฟองซิเอร์-เครดิตฟ็องซิเอร์, แคดเมียม-แค็ดเมี่ยม, แคปซูล-แค็ปซูล, แคลเซียมไซคลาเมต-แคลเซี่ยมไซคลาเมต, ช็อกโกเลต/ ช็อกโกแลต-ช็อกโกแล็ต, เซนติเมตร-เซ็นติเม้ตร, โซเดียมคาร์บอเนต-โซเดี้ยมคาร์บอเหนต, โซเดียมไซคลาเมต-โซเดี้ยมไซคลาเหมต, โซเดียมไฮโดรเจนกลูทาเมต-โซเดี้ยมไฮโดรเจ้นกลูตาเหมต, โซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต-โซเดี้ยมไฮโดร เจ้นคาร์บอเหนต, ดีเปรสชัน-ดีเปร๊สชั่น, เทคโนโลยี-เท็คโนโลยี่, แทรกเตอร์-แทร็ก เต้อร์, แบดมินตัน-แบ็ดมินตั้น, แบตเตอรี่-แบ็ตเตอรี่, พลาสมา-พล้าสม่า, โพแทสเซียม-โพแท้สเซี่ยม, เมนทอล-เม็นท่อล, แมงกานีส-แม็งกานี้ส, แมกนีเซียม-แม็กนีเซี่ยม, รีดักชัน-รีดั๊กชั่น, ลอการิทึม-ล็อกการิทึ่ม, สเปกตรัม-สเป๊กตรั้ม, สเปกโทรสโกป-สเป็กโตรสโขป, ออกซิเดชัน-อ๊อกซิเดชั่น, อัลตราไวโอเลต-อัลตร้าไวโอเหล็ต, แอกทิเนียม-แอ๊กทิเนี่ยม, แอนติอิเล็ก ตรอน-แอ็นติอิเล็กตร็อน, เฮกตาร์-เฮ็กต้าร์ และเฮกโตเมตร- เฮ็กโตเม้ตร ขอบคุณข้อมูลจาก มติชนออนไลน์ Mthai News

ราชบัณฑิตยฯยัน ยังไม่แก้คำทับศัพท์ ชี้เป็นเพียงข้อเสนอ
คำทับศัพท์ /  ราชบัณฑิตยสถาน

เลขาธิการราชบัณฑิตยสถาน ยืนยันยังไม่มีการแก้ไขคำทับศัพท์ในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 แน่นอน เพราะขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการจัดพิมพ์แล้ว น.ส.กนกวลี ชูชัยยะ เลขาธิการราชบัณฑิตยสถาน กล่าวถึงกรณีข้อเสนอการแก้ไขคำทับศัพท์ 176 คำ ที่มีการเขียนถอดคำไม่ถูกต้องตามเสียงวรรณยุกต์ ว่า ข้อเสนอดังกล่าวเป็นเพียงข้อเสนอส่วนบุคคลของ ศ.กิตติคุณ ดร.กาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิตภาษาไทย ซึ่งยังอยู่ระหว่างการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาเป็นการภายในราชบัณฑิตยสถาน โดยการออกแบบสอบถามภายในองค์กรไปถึงภาคีสมาชิกและกรรมการวิชาการ ก่อนที่จะสรุปผลเสนอสภาราชบัณฑิตในเดือนธันวาคมนี้ จากนั้นจะต้องมีกระบวนการประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เนื่องจากถือเป็นเรื่องใหญ่ที่คนไทยทุกคนควรต้องมีส่วนร่วมในภาษาของชาติ เลขาธิการราชบัณฑิตยสถาน ยืนยันด้วยว่า จะยังไม่มีการแก้ไขคำทับศัพท์ดังกล่าวในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 ที่จะเผยแพร่ภายในต้นปี 2556 อย่างแน่นอน เพราะขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการจัดพิมพ์แล้ว โดยพจนานุกรมฉบับนี้นับเป็นฉบับที่ 4 ในรัชกาลปัจจุบัน ต่อจากฉบับ พ.ศ.2493 พ.ศ.2525 และ พ.ศ.2542 เป็นฉบับเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งจะบรรจุคำที่เกี่ยวข้องกับพระเจ้าอยู่หัว และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เช่น คำว่า “แกล้งดิน” และยังเป็นฉบับแรกที่จะจัดพิมพ์ 100,000 เล่ม แจกจ่ายให้กับสถานศึกษา องค์กร หน่วยงาน และสื่อสารมวลชนด้วย(สำนักข่าวไทย) Mthai News .................................................................. ข่าวที่เกี่ยวข้อง ราชบัณฑิต เสนอแก้ 176 คำทับศัพท์ แนะเพิ่มวรรณยุกต์เขียนตรงเสียง ครูลิลลี่ไม่เห็นด้วย แก้ 176 คำทับศัพท์ ชี้ ทำให้เด็กเกิดความสับสน

20 คำแปลกในหนังสือพจนานุกรรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน
20 คำแปลก /  นักศึกษา / 

หนังสือที่เราจะมาแนะนำในวันนี้ เป็นหนังสือที่จะทำให้คุณ รู้ รัก และเขียนภาษาไทย ได้ถูกต้องยิ่งขึ้น กับ พจนานุกรรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๕๔  ของสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ ที่ได้เพิ่มเติมจากพจนานุกรรมปี ๒๕๕๒ ด้วยคำศัพท์ใหม่ถึง ๒,000 คำ ทั้งคำพูดภาษาปาก คำศัพท์เฉพาะสาขาวิชาและมีศัพท์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงใช้ในการพัฒนา รวมทั้งคำที่รู้จักกันแพร่หลาย แต่ยังไม่มีในพจนานุกรม เช่น เด็ดสะระตี่ ดูดเสียง ของสูง ฯลฯ งั้นเราลองมาดูคำศัพท์ใหม่ๆ ที่เพิ่มเติมเข้ามาในเล่ม สนุกๆ คลายเครียดกัน เพราะ 20 คำเหล่านี้ อาจเป็นคำที่คุณรู้อยู่แล้วแต่มักเขียนผิด หรือเป็นคำที่คุณอาจไม่เคยได้ยินเลยก็ได้ วันนี้เราจะมารู้จัก และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ถูกต้องกัน...20 คำแปลกในหนังสือพจนานุกรรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน 20 คำแปลกในหนังสือพจนานุกรรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน 1.แกล้งเกลา หมายถึง ประณีต, ประดิดประดอย 2. กุกขี้หมู คือ ดู รักหมู ที่ รัก 3.ขนเพชร หลายคนอาจตีความหมายคำนี้ผิด เพราะความหมายตามพจนานุกรรมไทย หมายถึง ขนสีขาวที่ขึ้นแปลกเป็นพิเศษ มีลักษณะยาวกว่าปรกติ 4.ขยุ้มตีนหมา คือ ชื่อโรคผิวหนังชนิดหนึ่ง มีพิษอักเสบ ออกเป็นเม็ดผื่นดวงๆ 5 จับเจี๋ยว (ออกเสียงกันให้ถูกนะจ๊ะ ไม่งั้นผิดความหมายแน่) หมายถึง หม้อดินเล็กๆ มีพวยและที่จับ สำหรับต้มน้ำ 6.จิ่ม ก็คือ การล่วงเข้าไปแต่น้อย เช่น ใส่กลอนจิ่มไว้นิดเดียว 7.จ้อกวอก คือ ขาวมาก ขาวมากเกินไป 8. จางปาง คือ สว่างจ้า, สว่างโล่ง 9.ชาคระ (ออกเสียง ชาคะระ) คือ ความเพียร 10.ชุมรุม คือ ที่พัก, ที่อาศัย 11. ซ่อกๆ คือ เที่ยวไปที่โน่นที่นี่ตลอดเวลาไม่อยู่นิ่ง 12. ด๊กๆ (ภาษาปาก) คือ อาการที่รีบไปทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้ ด้วยความเต็มใจ เช่น พอเจ้านายอยากได้ต้นไม้มาประดับห้อง เขาก็ด๊กๆ ไปหามาให้ 13. ตีอีตื้อ คือ นิ่งเฉย, ดื้อด้าน 14. มะเรื่อง คือ วันถัดจากวันมะรืนไปวันหนึ่ง 15. มุคคะ (หรือ มุกคะ) คือ ถั่วเขียว 16. ซัด หมายถึง กิน หรือ การชกต่อย 17. ตุ๊ยตุ่ย, ตุ๋ยตุ่น คือ ชื่อว่าว คล้ายว่าวจุฬา เมื่อถูกลมพัดใบธนูที่ทำด้วยใบลานจะพลิกไปมา ทำให้เกิดเสียงตุ๊ยตุ่ย 18. ทรรป (ออกเสียงว่า ทับ) คือ ความโง่, ความเซ่อ, ความโอ้อวด, ความเย่อหยิ่ง 19. ผกเรือก คือ ต้นไทร 20.เพิดเพ้ย คือ เย้อยหยัน หรือ ร้องเฮ้ย (ใช้เป็นคำร้องไล่ ให้หนีไป) เป็นไงกันบ้างคะ? สำหรับ 20 คำแปลกที่ลองยกตัวอย่างมา พอจะคุ้นหูคุ้นตากันบ้างไหม? จริงๆ แล้วยังมีอีกหลายคำศัพท์แปลกๆ ที่มีความหมายน่าสนใจมากมาย สามารถติดตามได้ในหนังสือพจนานุกรรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ๒๕๕๔ กันได้เลยค่ะ เรียบเรียงโดย http://teen.mthai.com/ หากนำไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยค่ะ

ภาษาไทยที่มักเขียนผิด บ่อยๆพร้อมความหมาย
นักศึกษา /  นักเรียน / 

ต่อไปนี้เป็น คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด?เรียงลำดับตามตัวอักษรของ คำที่เขียนถูก ตามที่ปรากฏในพจนานุกรมภาษาไทยหรือตามประกาศของหน่วยงานราชการไทย หมายเหตุ: การเขียนสะกดคำในนี้เป็นกรณีทั่วไป แต่ในกรณีเฉพาะ เช่น เป็นวิสามานยนาม อาทิ เป็นชื่อบุคคล ชื่อสถานที่ หรือในทางร้อยกรอง สามารถเขียนสะกดคำแตกต่างได้ คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ก คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ก็ ก้อ กงเกวียนกำเกวียน กงกำกงเกวียน กง และ กำ เป็นส่วนประกอบของล้อเกวียน กงสุล กงศุล "กงสุล" มาจากคำในภาษาฝรั่งเศสว่า "consul" กฎ กฏ กฎ ทุกอย่าง ใช้ ฎ ชฎา ยกเว้น ปรากฏ ใช้ ฏ ปฏัก ส่วน กรกฎ/กรกฏ สะกดได้ทั้งสองแบบ กบฏ กบฎ, กบถ - "กบฏ" ใช้ ฏ ปฏัก- ในสมัยโบราณ เคยสะกดด้วย ฎ ชฎา (ดู?พจนานุกรมกฎหมาย ของ ขุนสมาหารหิตะคดี) - ถ้าออกเสียง "ขะ-บด" เขียน "ขบถ" กบาล, กระบาล กะบาล, -บาน ใช้เรียกศีรษะ แต่เป็นคำไม่สุภาพ กรรมกร กรรมกรณ์ - "กรรมกร" = คนงาน, ลูกจ้างที่ใช้แรงงาน- "กรรมกรณ์" = อาญา, เครื่องสำหรับลงอาญา ฯลฯ กรรมกรณ์ กรรมกร - "กรรมกร" = คนงาน, ลูกจ้างที่ใช้แรงงาน- "กรรมกรณ์" = อาญา, เครื่องสำหรับลงอาญา ฯลฯ กระเพาะ กะเพาะ, กะเพราะ, กระเพราะ ระวังสับสนกับ กะเพรา กริยา กิริยา "กริยา" (กฺริ-) คือ คำชนิดหนึ่ง บอกอาการ การกระทำ เช่น เดิน วิ่ง เขียน เหล่านี้ คือ คำกริยา กรีฑา กรีธา, กรีทา กีฬาประเภทหนึ่ง กรีธา กรีฑา เคลื่อน ยก เดินเป็นหมู่หรือเป็นกระบวน เช่น กรีธาทัพ กลยุทธ์ กลยุทธ, กลยุทธิ, กลยุทธิ์ กลางคัน กลางครัน กลิ่นอาย กลิ่นไอ กสิณ กสิน กเฬวราก กเลวราก กอปร กอป, กอปร์ อ่านว่า "กอบ" กอล์ฟ กลอฟ, กอลฟ์, ก็อลฟ์, ก็อล์ฟ, ก๊อลฟ์, ก๊อล์ฟ กะทันหัน กระทันหัน กะเทย กระเทย กะเทาะ กระเทาะ กะบังลม กระบังลม กะปิ กระปิ กะพง กระพง กะพริบ กระพริบ กะพรุน กระพรุน กะเพรา กะเพา, กระเพา, กระเพรา ระวังสับสนกับ กระเพาะ กะล่อน กระล่อน กะละมัง กาละมัง กะลาสี กลาสี กะละแม กาละแม, กาลาแม, กาละแมร์ กะหรี่ กระหรี่ กะเหรี่ยง กระเหรี่ยง กะหล่ำ กระหล่ำ กะโหลก กระโหลก จำไว้ว่า กะโหลก กะลา กังวาน กังวาล กันทรลักษ์ กันทรลักษณ์, กัณ- กันแสง กรรแสง, กรรณแสง กาลเทศะ กาละเทศะ กาลเวลา กาฬเวลา กาล หมายถึง เวลา , กาฬ แปลว่า รอยดำ หรือ แดง กาฬสินธุ์ กาฬสินธ์, กาล- กำเหน็จ กำเน็จ, กำเหน็ด กิตติมศักดิ์ กิติมศักดิ์, เกียรติมศักดิ์ กินรี กินนรี แต่ "กิน-นอน" เขียน 'กินนร' กิริยา กริยา "กิริยา" คือ อาการ การกระทำ เช่น ปฏิกิริยา กุฎี,?กุฏิ กุฎ, กุฎิ "กุฏิ" อ่านว่า "กุด" หรือ "กุด-ติ" , ถ้าต้องการอ่าน "กุ-ดี" ต้องเขียน "กุฎี" (ใช้คำไหนก็ได้) กู กรู คำสรรพนามบุรุษที่หนึ่ง เกม เกมส์ ในภาษาไทยสำหรับกรณีทั่วไปจะไม่มีการเปลี่ยนรูปแบบคำใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าสื่อความหมายถึงเอกพจน์หรือพหูพจน์เว้นแต่เป็นการทับศัพท์วิสามานยนาม เช่น "SEA Games" ว่า?ซีเกมส์ เกล็ดเลือด เกร็ดเลือด เกษียณ เกษียน, เกษียร เกษียณ = สิ้นไป เช่นเกษียณอายุ; เกษียน = เขียน; เกษียร = น้ำนม เกสร เกษร ส่วนในของดอกไม้ เกาต์ เก๊าท์ เกียรติ เกียตร, เกียรต, เกียรต์, เกียรติ์ อ่านว่า "เกียด", ถ้าเขียน "เกียรติ์" อ่านว่า "เกียน" เช่น รามเกียรติ์ แก๊ง แก๊งค์, แก๊งก์ "แก๊ง" มาจากภาษาอังกฤษว่า "gang" ในภาษาไทยเป็นภาษาปาก?หมายความว่า "กลุ่มคนที่ตั้งเป็นก๊กเป็นเหล่า (มักใช้ในความหมายไม่ดี) เช่น แก๊งโจร แก๊งอันธพาล" แกร็น แกน, แกรน ไม่เจริญเติบโตตามปรกติ (ใช้แก่คน สัตว์ และพืช), เช่น แคระแกร็น คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ข คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ขบถ ขบฏ ดู กบฏ ขโมย โขมย ขวาน ขวาญ ขะมักเขม้น ขมักเขม้น ขัณฑสกร ขัณท-, ขันท-, ขันฑ- ขาดดุล ขาดดุลย์ ดู "ดุล", "สมดุล" ข้าวเหนียวมูน ข้าวเหนียวมูล มูน = เอากะทิเคล้ากับข้าวเหนียวเพื่อให้มัน ขี้เกียจ ขี้เกลียด, ขี้เกียด ขึ้นฉ่าย คึ่น-, -ช่าย, -ไฉ่, -ไช่ เขยก ขเยก, ขะเหยก ไข่มุก ไข่มุกข์, ไข่มุกด์, ไข่มุข คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ฃ ปัจจุบันไม่มีคำที่ใช้ "ฃ" โดยหันไปใช้ "ข" แทน เช่น "ฃวด" ก็ใช้เป็น "ขวด" เป็นต้น คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ค คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ คทา คฑา, คธา คน ฅน ฅ ไม่เคยใช้เขียนคำว่า ฅน ครรไล ครรลัย ครองราชย์ ครองราช คำว่า "ราชย์" หมายถึง ความเป็นราชา, "ครองราชย์" จึงหมายถึง ครองความเป็นราชาทั้งนี้ คำว่า "ครองราชสมบัติ" หมายความว่า ครองสมบัติของพระราชา ก็คือ ครองความเป็นราชา (มิใช่ "ครองราชยสมบัติ" อันแปลว่า ครองสมบัติแห่งความเป็นพระราชา) คริสตกาล คริสต์กาล ใช้ตามโบราณ คริสตจักร คริสต์จักร ใช้ตามโบราณ คริสต์ทศวรรษ คริสตทศวรรษ ไม่นิยมสมาสข้ามภาษา คริสต์ศตวรรษ คริสตศตวรรษ ไม่นิยมสมาสข้ามภาษา คริสต์ศักราช คริสตศักราช คริสต์ศาสนา คริสตศาสนา ไม่นิยมสมาสข้ามภาษา คริสต์ศาสนิกชน คริสตศาสนิกชน คริสต์มาส คริสตมาส ครุฑ ครุท ครุภัณฑ์ คุรุภัณฑ์ ครุศาสตร์ คุรุศาสตร์ คฤหาสน์ คฤหาสถ์ คฤห + อาสน คลิก คลิ้ก, คลิ๊ก คลินิก คลีนิก, คลินิค ค้อน ฆ้อน คะ ค๊ะ คะนอง คนอง คัดสรร คัดสรรค์ คาร์ป คาร์ฟ, คราฟ, คาร์พ, คราพ ชื่อปลา ทับศัพท์มาจาก carp คารวะ เคารวะ คำนวณ คำนวน คำสดุดี คำดุษฎี คุกกี้ คุ้กกี้, คุ๊กกี้ ออกเสียง คุก โดยไม่ต้องใส่วรรณยุกต์ คุรุศึกษา ครุศึกษา เค้ก เค็ก, เค๊ก เครียด เคลียด เครื่องราง เครื่องลาง แค็ตตาล็อก แคตตาล็อก, แคตาล็อก แคบหมู แค็บ-, แคป-, แค็ป- แคระแกร็น แคะแกน, แคะแกรน, แคระแกน, แคระแกรน ไม่เจริญเติบโตตามปรกติ (ใช้แก่คน สัตว์ และพืช) โค่ง โข่ง โข่ง = เปิ่น ไม่เข้าท่า / โค่ง = โตกว่าเพื่อน โคตร โครต, โคต, โคด โครงการ โครงการณ์ การ คือ งาน โควตา โควต้า ออกเสียง คว ควบกล้ำ และออกเสียง ต้า โดยไม่ต้องใส่วรรณยุกต์ คอลัมน์ คอลัมม์ คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด?ฅ ปัจจุบันไม่มีคำที่ใช้ "ฅ" โดยหันไปใช้ "ค" แทน เช่น "ฅอ" ก็ใช้เป็น "คอ" เป็นต้น คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด?ฆ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ฆราวาส ฆรวาส, ฆารวาส, -วาท ฆาตกร ฆาตรกร ฆาต แปลว่า ฆ่า, ทำลาย หรือ ตี ฆาตกรรม ฆาตรกรรม ฆาต แปลว่า ฆ่า, ทำลาย หรือ ตี เฆี่ยน เคี่ยน - "เฆี่ยน" = ตีด้วยหวายหรือไม้เรียวเป็นต้นเป็นการลงโทษ เป็นต้น- "เคี่ยน" ไม่มีความหมาย คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด?ง คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ งบดุล งบดุลย์ ไม่ใช่ ดุลย์ งูสวัด งูสวัส, งูสวัสดิ์ คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด?จ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ จงกรม จงกลม การฝึกสมาธิ จระเข้ จรเข้ เครื่องดนตรีไทย เรียก จะเข้; ชื่อสถานที่บางแห่งยังสะกดว่า จรเข้ อยู่เช่น คลองจรเข้บัว ตำบลจรเข้สามพัน ตำบลจรเข้ร้อง จลนศาสตร์ จลศาสตร์ จลาจล จราจล มาจากคำ จล + อจล จะงอย จงอย จะจะ จะ ๆ คำมูลสองพยางค์ จะละเม็ด จาละเม็ด, จาระเม็ด, จรเม็ด, จระเม็ด จักจั่น จั๊กจั่น จักร จักร์ จักรพรรดิ จักรพรรดิ์ อ่านว่า "จัก-กฺระ-พัด" จักรวรรดิ จักรวรรดิ์ อ่านว่า "จัก-กฺระ-หวัด" จักสาน จักรสาน เครื่องใช้ที่ทำด้วยมือ จาระไน จารไน จาระบี จารบี จำนง จำนงค์ แผลงจาก "จง" จินตนาการ จินตะนาการ, จินตรนาการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ปัจจุบันใช้แบบมีทัณฑฆาตตามที่ได้รับพระราชทาน (ขัดหลักคำสมาส) เจตจำนง เจตจำนงค์ จำนง แผลงจาก จง เจตนารมณ์ เจตนารมย์ เจียระไน เจียรไน โจทก์ โจทย์ โจทก์ หมายถึง ผู้ฟ้องร้องในศาลกล่าวหาจำเลย โจทย์ หมายถึง ปัญหา เช่น โจทย์เลข ใจ จัย คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด?ฉ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ฉบับ ฉะบับ ฉะนั้น ฉนั้น ฉะนี้ ฉนี้ ฉัน ฉันท์ เสมือน เช่น ฉันญาติ ฉันมิตร; รับประทาน ใช้กับพระสงฆ์ ฉันท์ ฉัน ความพอใจ หรือร้อยกรองประเภทหนึ่งมีบังคับครุลหุ เฉพาะ ฉะเพาะ, ฉเพาะ ไฉน ฉไน คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด?ช คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ชมพู ชมภู ชมพู่ ชมภู่ ชะนี ชนี ชะมด ชมด ชะลอ ชลอ ชัชวาล ชัชวาลย์ ชีพิตักษัย ชีพตักษัย ชีวประวัติ ชีวะประวัติ สมาสแล้วลบวิสรรชนีย์ คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด?ซ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ซวดเซ ทรวดเซ ซ่องเสพ ส้องเสพ ซาบซ่าน ทราบซ่าน, -ส้าน ซาบซึ้ง ทราบซึ้ง ซาลาเปา ซาละเปา, ซะละเปา ซาวเสียง ซาวด์เสียง, ซาวน์เสียง, ซาวนด์เสียง หยั่งเสียงเพื่อฟังความคิดเห็น ซีเมนต์ ซีเม็นต์, ซีเมนท์, ซีเม็นท์, ซีเม็น ซุ่ม สุ่ม, สุ้ม ซุ่ม = ซ่อน, แอบซ่อนคอยทีอยู่ / สุ่ม = เครื่องมือจับปลา, เครื่องสานครอบขังไก่, ไม่เฉพาะเจาะจง ซุ้ม สุ้ม สิ่งที่เป็นพุ่มมีทางลอดได้, ส่วนบนของประตูหน้าต่าง เซ็นชื่อ เซ็นต์ชื่อ จากคำอังกฤษ sign, ไม่มี ต การันต์ เซนติเมตร เซ็นติเมตร ไซ้ ไซร้ ไซ้ = กิริยาที่นกหรือเป็ดเอาปากยํ้า ๆ ขนหรือหาอาหาร ฯลฯ, เช่น เป็ดไซ้ขนไซร้ = คําสําหรับเน้นความหมายของคําหน้า, เช่น ลูกหนี้ยังไม่ชำระหนี้ไซร้ ลูกหนี้ได้ชื่อว่าผิดนัด โซม โทรม โซม = เปียกทั่ว, เช่น เหงื่อโซมตัวโทรม = เสื่อมสภาพ, ระดมฟันแทง, ร่วมกันข่มขืนกระทําชําเราหญิง ฯลฯ คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด?ฌ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ฌาน ฌาณ ฌาปนกิจ ฌาปณกิจ เฌอ กะเฌอ คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ญ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ญวน ญวณ ญัตติ ญัติ ญาณ ญาน ญาติ ญาต คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด?ฎ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ฎีกา ฏีกา ใช้ ฎ ชฎา ตัวอักษรที่คล้ายกันทำให้เกิดความสับสน คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ฏ ปัจจุบันไม่มีคำที่ขึ้นต้นด้วย "ฏ" คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ฐ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ฐาน ฐาณ คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ฑ ไม่มีคำที่เขียนผิด คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ฒ ไม่มีคำที่เขียนผิด สำหรับ "เฒ่าแก่" และ "เถ้าแก่" ใช้ได้ทั้งสองคำ คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ณ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ณ ณ. อ่านว่า "นะ" มีความหมายว่า ที่ในการเขียน ไม่มีจุดข้างหลังเพราะมิใช่คำย่อ แต่ "ณ" แผลงรูปมาจาก "ใน" และมักเว้นวรรคหน้าวรรคหลัง "ณ" ด้วย เช่น "อยู่ ณ ที่นี้" คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ด คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ดอกจัน ดอกจันท์, ดอกจันทน์, ดอกจันทร์ เครื่องหมาย *, ดอกของต้นจัน ดอกจันทน์ ดอกจัน, ดอกจันท์, ดอกจันทร์ รกหุ้มเมล็ดจันทน์เทศ ดอกไม้จันทน์ ดอกไม้จัน, ดอกไม้จันท์, ดอกไม้จันทร์ ดอกไม้ประดิษฐ์สำหรับงานเผาศพ ดัตช์ ดัชต์, ดัชท์, ดัทช์ ดาดตะกั่ว ดาษตะกั่ว ดาดฟ้า ดาษฟ้า ดาษดื่น ดาดดื่น ดำรง ดำรงค์ ดำริ ดำหริ, ดำริห์ อ่านว่า "ดำ-หริ", โบราณเขียน "ดำริห์" ดุล ดุลย์ "ดุล" เป็นคำนามแปลว่า ความเท่ากัน หรือความเสมอกัน, ส่วน "ดุลย์" เป็นคำวิเศษณ์แปลว่า เท่ากัน หรือเสมอกัน ดุษณี โดยดุษฎี ดุษณี หมายถึง นิ่งดุษฎี หมายถึง ยินดี มักใช้สลับกัน เช่น ในถ้อยคำว่า "ยอมรับโดยดุษณี" เดินเหิน เดินเหิร โบราณเขียน "เหิร" แดก แดรก, แด่ก, แดร่ก, แด๊ก เป็นภาษาปาก หมายถึง กิน หรือ พูดกระทบให้โกรธ ฯลฯ คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ต คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ตรรกศาสตร์ ตรรกะศาสตร์ ตรรกะ, ตรรก- ตรรกกะ ตราสัง ตราสังข์ ตรึงตรา ตรึงตา หมายถึง ติดแน่น ตะกร้า ตระกร้า ตะราง ตาราง ที่คุมขัง ตานขโมย ตาลขโมย ตาราง ตะราง ช่องสี่เหลี่ยม ตำรับ ตำหรับ ใต้ ไต้ ใช้แสดงตำแหน่ง เช่น ใต้โต๊ะ?ภาคใต้?แสงใต้?(ออโรรา) ใต้เท้า ไต้เท้า เปรียบเหมือนเราอยู่ข้างใต้ เท้าของผู้มีอำนาจบารมี ทำนองเดียวกับ ใต้ฝ่าพระบาท ฯลฯ ไต้ ใต้ หมายถึงคบเพลิง เช่น ขี้ไต้ จุดไต้ตำตอ น้ำตาแสงไต้ หรือใช้ทับศัพท์ภาษาอื่น ไต้ก๋ง ใต้ก๋ง นายท้ายเรือสำเภาหรือเรือประมง ทับศัพท์จากภาษาจีน ไต้ฝุ่น ใต้ฝุ่น ทับศัพท์มาจาก typhoon ไตรยางศ์ ไตรยางค์ ไต้หวัน ใต้หวัน ทับศัพท์จากภาษาจีน คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ถ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ถนนลาดยาง ถนนราดยาง ลาด หมายถึง ปู ถ่วงดุล ถ่วงดุลย์ ถั่วพู ถั่วพลู ถั่วที่ด้านข้างมีรอยเป็นพู เถา เถาว์ ไถ่ตัว ถ่ายตัว เรียกค่าไถ่ ก็ใช้คำนี้ คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ท คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ทโมน ทะโมน, โทมน ทยอย ทะยอย ทแยง ทะแยง, แทยง ทรงกลด ทรงกรด ทรมาทรกรรม ทรมานทรกรรม ทรราช ทรราชย์ - ทรราช = ผู้ปกครองบ้านเมืองที่ใช้อำนาจสร้างความเดือดร้อน, ตามรากศัพท์หมายถึง ราชาชั่ว แต่สามารถใช้ได้กับทั้งที่เป็นราชาและไม่เป็นราชา- ทรราชย์ = รูปแบบ ระบบ หรือลัทธิการปกครองแบบทรราช ทระนง, ทะนง ทรนง, ทนง ทลาย ทะลาย พังทลาย ถล่มทลาย ทศกัณฐ์ ทศกัณฑ์ กัณฑ์ แปลว่า คำเทศน์ตอนหนึ่ง; กัณฐ์ แปลว่า คอ ทอนซิล ทอมซิน ทะนุถนอม ทนุถนอม ทะนุบำรุง, ทำนุบำรุง ทนุบำรุง ทะลาย ทลาย ช่อผลของมะพร้าว ทะเลสาบ ทะเลสาป ทัณฑ์ ฑัณฑ์ ทายาด ทายาท ทายาด = ยิ่งยวด เช่น ทนทายาดทายาท = ผู้สืบสกุล ทายาท ทายาด, ทาญาติ ทารุณ ทารุน ทีฆายุโก ฑีฆายุโก ทีฆายุ หมายถึง อายุยืนยาว ทุกรกิริยา ทุกขกิริยา, ทุกขรกิริยา หมายถึง กิจที่ทำได้ยาก ทุคติ ทุกข์คติ ทุพพลภาพ ทุพลภาพ ทุพภิกขภัย ทุภิกขภัย ทุส + ภิกขภัย, เปลี่ยน ส เป็น พ ตามหลักการสมาส ทุศีล ทุจศีล ทูต ฑูต ทูตทุกอย่าง ใช้ ท ทหาร ทูนหัว ทูลหัว พ่อทูนหัว แม่ทูนหัว ทูลกระหม่อม ทูนกระหม่อม เท่ เท่ห์ เทพนม เทพพนม เทวะ + นมะ ไม่ใช่ เทพ + พนม เทเวศร์ เทเวศ, เทเวศน์ เทว + อิศร์ เทอญ เทิญ เทอม เทิม, เทิร์ม เท้าความ ท้าวความ เขียนเหมือน "เท้า" เทิด เทอด เทิดทูน เทิดทูล แท็กซี่ แท๊กซี่ แทรกแซง แซกแซง โทรทรรศน์ โทรทัศน์ กล้องส่องทางไกล โทรทัศน์ โทรทรรศน์ เครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดหนึ่ง โทรม โซม โทรม = เสื่อมสภาพ, ระดมฟันแทง, ร่วมกันข่มขืนกระทําชําเราหญิง ฯลฯโซม = เปียกทั่ว, เช่น เหงื่อโซมตัว โทรศัพท์ โทรศัพย์ คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ธ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ธนบัตร ธนาบัตร ธนาณัติ ธนานัติ, ธนาณัต ธรรมเนียม ทำเนียม ในหนังสือเก่า ๆ เขียน "ทำเนียม" ก็มี, แต่ปัจจุบัน ใช้ "ธรรมเนียม" (มาจาก ธรรม + นิยม) ธัญพืช ธัญญพืช ธำมรงค์ ธำมรง, ทำมะรงค์ แปลว่า "แหวน" ธำรง ธำรงค์ ธุรกิจ ธุระกิจ คำสมาส หรือใช้ กิจธุระ คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??น คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ นพปฎล นพปดล แปลว่า เก้าชั้น นภดล นพดล เว้นแต่ "นพดล" ที่เป็นชื่อเฉพาะ นวัตกรรม นวตกรรม นอต น็อต, น๊อต ทับศัพท์จาก nut ในภาษาอังกฤษที่หมายถึงอุปกรณ์ช่าง นะ น๊ะ ออกเสียงวรรณยุกต์ตรี โดยไม่ปรากฏรูป นะคะ นะค่ะ, นะค๊ะ คะ เป็นเสียงตรี ไม่ต้องใช้ไม้ตรี ในขณะที่ ค่ะ เป็นเสียงโท นันทนาการ สันทนาการ นัย นัยยะ อ่านได้ทั้ง ไน และ ไน-ยะ นัยน์ตา นัยตา น่า หน้า คำประกอบหน้ากริยา หมายความว่า ควร เช่น น่าจะทำอย่างนั้น น่าจะเป็นอย่างนี้; ชวนให้, ทำให้อยากจะ, เช่น น่ากิน น่ารัก นาฏกรรม นาฎกรรม ใช้ ฏ ปฏัก นาที นาฑี นาฑี เป็นภาษาสันสกฤต พบบ้างในหนังสือเก่า ปัจจุบันพจนานุกรมให้สะกดแบบเดียวเท่านั้น นานัปการ นานับประการ นานา นา ๆ คำมูลสองพยางค์ น้ำจัณฑ์ น้ำจัน น้ำมันก๊าด น้ำมันก๊าซ, -ก๊าส น้ำแข็งไส น้ำแข็งใส หมายถึงการนำน้ำแข็งไปไสบนกบ จนได้เกล็ดน้ำแข็ง เป็นวิธีทำแบบดั้งเดิม นิจศีล นิจสิน นิเทศ นิเทศน์, นิเทส นิมิต นิมิตร, นิรมิตร นิเวศวิทยา นิเวศน์วิทยา เนรมิต เนรมิตร เนืองนิตย์ เนืองนิจ แน่นหนา หนาแน่น - "แน่นหนา" ว่า มั่นคง เช่น ใส่กุญแจแน่นหนา มีหลักฐานมัดตัวแน่นหนา, แข็งแรง เช่น ประตูหน้าต่างแน่นหนา, บางทีก็ใช้เข้าคู่กับ ปึกแผ่น เป็น เป็นปึกแผ่นแน่นหนา.- "หนาแน่น" ว่า คับคั่ง, แออัด, เช่น กรุงเทพฯ มีประชากรหนาแน่นมาก. โน้ต โน๊ต, โน้ท, โน๊ท อักษรต่ำ ไม่ใส่ไม้ตรี คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??บ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ บรรทัด บันทัด บรรทุก บันทุก บรรลุ บันลุ บรรเลง บันเลง บรั่นดี บะหรั่นดี บริสุทธิ์ บริสุทธ, บริสุทธิ บล็อก บล็อค, บล๊อก หลักการทับศัพท์ บ่วงบาศ บ่วงบาศก์, บ่วงบาต, บ่วงบาท บอระเพ็ด บรเพ็ด, บอระเพชร บังสุกุล บังสกุล บังเอิญ บังเอิน บัญญัติไตรยางศ์ บัญญัติไตรยางค์ เหมือน ไตรยางศ์ บัตรสนเท่ห์ บัตรสนเท่ บันดาล บรรดาล บันได บรรได บันเทิง บรรเทิง บันลือ บรรลือ บางลำพู บางลำภู บาดทะยัก บาททะยัก, บาดทยัก บาตร บาต เครื่องใช้อย่างหนึ่งของพระสงฆ์ บาทบงสุ์ บาทบงส์ อ่านว่า บาด-ทะ-บง บาทหลวง บาดหลวง บำเหน็จ บำเน็จ บิณฑบาต บิณฑบาตร, บิณฑบาท บิดพลิ้ว บิดพริ้ว บุคคล บุคล บุคลากร บุคคลากร บุคลิกภาพ บุคคลิกภาพ บุปผชาติ บุปผาชาติ บุษราคัม บุษราคำ บูชายัญ บูชายัน, บูชายันต์ บูรณปฏิสังขรณ์ บูรณะปฏิสังขรณ์ คำสมาส เบญจเพส เบญจเพศ เพส มาจากคำว่า วีสะ=20 เบญจ =5, เบญจเพส = 25 เบนซิน เบ็นซิน, เบนซิล เบรก เบรค ศัพท์บัญญัติ หรือใช้คำว่า ห้ามล้อ คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ป คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ปฏิกิริยา ปฏิกริยา ปฏิสันถาร ปฏิสัณฐาน, ปฏิสันถาน ปฏิทิน ปติทิน ปฏิพัทธ์ ประติพัทธ์ ปฏิสังขรณ์ ปฏิสังขร ปฐมนิเทศ ปฐมนิเทศก์, ปฐมนิเทศน์ ปณิธาน, ประณิธาน ปนิธาน, ประนิธาน ตั้งใจไว้ ปรนนิบัติ ปรณนิบัติ ปรมาณู ปรมณู ปรม + อณู ปรองดอง ปองดอง ประกายพรึก ประกายพฤกษ์ ประกาศนียบัตร ประกาศณียบัตร ประกาศิต ประกาษิต ประจัญบาน ประจันบาน, ประจันบาล, ประจัญบาล ประจันหน้า ประจัญหน้า ประจันห้อง ประจัญห้อง ประจำการ ประจำการณ์ ประณต ประนต (กริยา) น้อมไหว้ ประณม ประนม (อาการนาม) การน้อมไหว้ ประณาม ประนาม ประณีต ปราณีต, ประนีต ประดิดประดอย ประดิษฐ์ประดอย ประนีประนอม ประณีประณอม ประมาณ ประมาน ประเมิน ประเมิณ ประสบการณ์ ประสพการณ์ ประสบผลสำเร็จ, ประสบความสำเร็จ ประสพผลสำเร็จ, ประสพความสำเร็จ "ประสบ" เป็นคำกริยาแปลว่าพบหรือพบปะ ส่วน "ประสพ" เป็นคำนามมีความหมายว่าการเกิดผล ในภาษาไทยจึงใช้ "ประสบ" เพียงรูปเดียว เช่น ประสบความสำเร็จ ประสบการณ์ ประสบอุทกภัย ประสบโชค ประสูติ ประสูต, ประสูตร ประสูติการ ประสูติกาล การคลอด ประสูติกาล ประสูติการ เวลาที่คลอด ประหลาด ปะหลาด, ปลาด ประหัตประหาร ประหัดประหาร, ประหัตถ์ประหาร ประหาณ, ปหาน ประหาร ประหาณ หรือ ปหาน หมายถึง ละทิ้ง เช่น สมุจเฉทประหาณ (การตัดขาดและการละทิ้ง), ปหานกิเลส (ละทิ้งกิเลส) ประหาร, ปหาร ประหาณ, -หาน, ปะ- ประหาร หมายถึง ตี ฟัน ทำลาย หรือ ฆ่า เช่น ประหารชีวิต ปรัมปรา ปรำปรา, ปะรำปะรา อ่านว่า ปะ-รำ-ปะ-รา ปรัศนี ปรัศนีย์ ปรากฏ ปรากฎ ใช้ ฏ ปฏัก ปราณี ปรานี ปราณี = สิ่งมีชีวิต ผู้มีชีวิต คือ ผู้มีลมหายใจ ได้แก่ สัตว์ คน เป็นต้น ปรานี ปราณี ปรานี = กรุณา,เมตตา,เอื้ออาทร,เมตตากรุณา เอ็นดู เผื่อแผ่ เอ็นดูด้วยความสงสาร ปรานีปราศรัย ปราณีปราศัย ปรารถนา ปราถนา อ่านว่า "ปราด-ถะ-หนา" ปราศจาก ปราศจาค ปราศรัย ปราศัย ปล้นสะดม ปล้นสดมภ์ สดมภ์ แปลว่า เสาหรือช่องตามแนวตั้ง ปวารณา ปวารนา ปะทะ ประทะ ปะแล่ม ปแล่ม, แปล่ม ปักษิน ปักษิณ ปาฏิหาริย์ ปาฏิหาร, ปาฏิหารย์ ปาติโมกข์ ปาฏิโมกข์ ปาริชาต ปาริชาติ ชื่อบุคคลจำนวนมากยังใช้ ปาริชาติ อยู่ ปิกนิก ปิคนิค คำทับศัพท์ ปุโรหิต ปุโลหิต เปอร์เซ็นต์ เปอร์เซนต์ คำทับศัพท์ เป๋อเหลอ เป๋อเล๋อ อักษรต่ำ ไม่ใช้วรรณยุกต์จัตวา คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ผ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ผดุง ผะดุง ผรุสวาท ผรุสวาส ผลลัพธ์ ผลลัพท์ ผล็อย ผลอย ผลัดเปลี่ยน ผัดเปลี่ยน ผลัดผ้า ผัดผ้า ผลัดเวร ผัดเวร ผลานิสงส์ ผลานิสงฆ์ ผอบ ผะอบ ผัดไทย ผัดไท ผัดผ่อน ผลัดผ่อน ผัดวันประกันพรุ่ง ผลัดวันประกันพรุ่ง ผัดหนี้ ผลัดหนี้ ผาสุก ผาสุข ชื่อบุคคลและสถานที่จำนวนมากยังใช้ ผาสุข อยู่ ผีซ้ำด้ำพลอย ผีซ้ำด้ามพลอย ด้ำ เป็นภาษาเหนือ แปลว่า ผีเรือน ผุดลุกผุดนั่ง ผลุดลุกผลุดนั่ง ผูกพัน ผูกพันธ์ ผู้เยาว์ ผู้เยา เผชิญ ผเชิญ, ผะเชิญ เผลอไผล เผอไผ เผอเรอ เผลอเรอ เผอิญ ผเอิญ, ผะเอิญ เผ่าพันธุ์ เผ่าพัน แผ่ซ่าน แผ่ส้าน, แผ่ซ้าน แผนการ แผนการณ์ แผลงฤทธิ์ แผงฤทธิ์ ไผท ผไท, ผะไท คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ฝ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ฝรั่งเศส ฝรั่งเศษ ฝักฝ่าย ฝักใฝ่, ฝักไฝ่ พวก, ข้าง ฝักใฝ่ ฝักฝ่าย, ฝักไฝ่ เอาใจใส่, ผูกพัน ฝากครรภ์ ฝากครร ฝีดาษ ฝีดาด ไข้ทรพิษ ฝึกปรือ ฝึกปือ, ฝึกปลือ ไฝ ใฝ คำนอกกฎการใช้ไม้ม้วน คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??พ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ พงศ์พันธุ์ พงพันธุ์, พงษ์พันธุ์ พจนานุกรม พจณานุกรม พจน + อนุกรม ฯพณฯ พณฯ, ฯพณ, พณ อ่านว่า "พะ-นะ-ท่าน" พยัก พะยัก พยักพเยิด พะยักพะเยิด, พยักเพยิด พยัคฆ์ พยัค, พยัฆ เสือ พยาน พะยาน พยาบาท พญาบาท, พยาบาตร พยุง พะยุง พเยีย พะเยีย, เพยีย พวงดอกไม้ พรรณนา พรรณา อ่านว่า พัน-นะ-นา พรหมจรรย์ พรมจรรย์ พราหมณ์ พราห์มณ์, พรามณ์ อ่านว่า พฺราม พร่ำพลอด พร่ำพรอด พฤศจิกายน พฤษจิกายน พฤษภาคม พฤศภาคม พลการ พละการ คำสมาส พลศึกษา พละศึกษา คำสมาส พละกำลัง พลกำลัง พลาสติก พลาสติค พหูสูต พหูสูตร พะแนง พแนง, แพนง พะยอม พยอม ชื่อต้นไม้ มีดอกสีขาว พะวักพะวน พวักพวน พังทลาย พังทะลาย พันทาง พันธุ์ทาง ลูกผสมต่างสายพันธุ์ พันธกิจ พันธะกิจ คำสมาส พันธสัญญา พันธะสัญญา คำสมาส พัศดี พัสดี พัสดุ พัศดุ พากย์ พากษ์ พากย์หนัง พาณิชย์,?พาณิชย,พณิชย์พาณิช,?พณิช พานิชย์, พานิชย, พนิชย์พานิช, พนิช ใช้ ณ เสมอ รวมถึงรูปศัพท์เดิมก่อนแผลง ว เป็น พ เช่น วาณิชย์ วาณิชกะ วณิชย์ วณิชยา วาณิช วณิชพาณิชย์ พาณิชย หรือ พณิชย์ แปลว่าการค้า พาณิชหรือพณิชหมายถึงพ่อค้า ยกเว้นวิสามานยนามบางคำ เช่น ไทยวัฒนาพานิช, กรุงไทยพานิชประกันภัย,?ศุภชัย พานิชภักดิ์,?วิจารณ์ พานิช?และชิน โสภณพนิช พานจะเป็นลม พาลจะเป็นลม พาหุรัด พาหุรัต, พาหุรัตน์ พิณพาทย์ พิณภาทย์ พิธีรีตอง พิธีรีตรอง พิบูล พิบูลย์ พิพิธภัณฑ์ พิพิทธภัณฑ์ พิราบ พิราป นกชนิดหนึ่ง พิลาป พิราป คร่ำครวญ, ร้องไห้ เช่น?รำพันพิลาป พิศวง พิสวง พิศวาส พิสวาส, พิสวาท พิสดาร พิศดาร พิสมัย พิศมัย พึมพำ พึมพัม พุดตาน พุดตาล ดอกไม้ชนิดหนึ่ง พุทธชาด พุทธชาติ ดอกไม้ชนิดหนึ่ง พู่กัน ภู่กัน พู่ระหง ภู่ระหง เพชฌฆาต เพชรฆาต, เพ็ชรฆาต เพชร เพ็ชร เพศสัมพันธ์ เพศสัมพันธุ์ เพนียด พเนียด, พะเนียด เพริศพริ้ง เพริดพริ้ง เพิ่มพูน เพิ่มพูล เพียบพร้อม เพรียบพร้อม แพทยศาสตร์ แพทย์ศาสตร์ โพชฌงค์ โพชงค์ โพดำ โพธิ์ดำ โพแดง โพธิ์แดง โพทะเล โพธิ์ทะเล โพนทะนา โพนทนา โพระดก โพรดก โพสพ โพศพ ไพฑูรย์ ไพทูรย์ คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ฟ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ฟังก์ชัน ฟังก์ชั่น ไม่มีไม้เอก ฟั่น ฝั้น เช่น ฟั่นเชือก ฟั่นเทียน ฟันคุด ฟันครุฑ, ฟันครุท คุด หมายถึง งอกงออยู่ภายในไม่โผล่ออกมาตามปรกติ?ครุฑเป็นสัตว์ในตำนานอินเดีย ฟาทอม ฟาธอม, แฟทอม, แฟธอม หน่วยวัดระยะทาง ฟิล์ม ฟิลม์, ฟลิม, ฟิมล์, ฟิม์ล ฟิวส์ ฟิว ฟุตบอล ฟุทบอล ฟุลสแก๊ป ฟูลสแกป หน้ากระดาษที่มีเส้นบรรทัด เฟิน เฟิร์น ถ้านำไปเขียนคำทับศัพท์อาจอนุโลมใช้ เฟิร์น ได้ แฟชั่น แฟชัน มีไม้เอก ไฟแช็ก ไฟแชค, ไฟแช็ค คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ภ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ภคินี ภคิณี ภวังค์ พวังศ์ ภัณฑารักษ์ พันธารักษ์ ภาคทัณฑ์ ภาคฑัณฑ์ ภาคภูมิ ภาคภูม ภาพยนตร์ ภาพยนต์ ภารกิจ ภาระกิจ คำสมาส ภาวการณ์ ภาวะการณ์, ภาวะการ คำสมาส ภาววิสัย ภาวะวิสัย "ภาววิสัย" ตรงกับภาษาอังกฤษว่า "objective" บางทีใช้ "ปรนัย" (ปะระไน), "ปรวิสัย" (ปะระวิสัย) หรือ "วัตถุวิสัย" หมายความว่า "ที่เกี่ยวข้องกับวัตถุ โดยไม่เกี่ยวกับความคิดหรือความรู้สึก" ภุชงค์ พุชงค์ ภูตผี ภูติผี ภูต แปลว่า ผี; ภูติ แปลว่า ความรุ่งเรือง ภูมิใจ ภูมใจ ภูมิลำเนา ภูมลำเนา อ่านว่า พูม-ลำ-เนา หรือ พู-มิ-ลำ-เนา ก็ได้ เภตรา เพตรา คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ม คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ มกุฎ มกุฏ ใช้ ฎ ชฎา เช่น มกุฎราชกุมาร มกุฎราชกุมารี ยกเว้น มหามกุฏราชวิทยาลัย และ มกุฏกษัตริยาราม ที่ใช้ ฏ ปฏัก มงกุฎ มงกุฏ ใช้ ฎ ชฎา มณฑป มนฑป, มณทป อ่านว่า มน-ดบ มนเทียร มนเฑียร, มณเฑียร มนุษยสัมพันธ์ มนุษย์สัมพันธ์ คำสมาส มรณภาพ มรณะภาพ มฤตยู มฤตญู มลทิน มนทิน มลังเมลือง มะลังมะเลือง มหรรณพ มหรรนพ, มหันนพ มหรสพ มหรศพ อ่านว่า มะ-หอ-ระ-สบ มหัศจรรย์ มหรรศจรรย์ มหาหิงคุ์ มหาหิงค์ มเหสักข์ มเหศักดิ์ มเหสี มเหศรี, มเหศี, มเหษี, เมหสี มไหศวรรย์ มไหสวรรค์ ม่อห้อม,?ม่อฮ่อม, หม้อห้อม หม้อฮ่อม มะหะหมัด มหะหมัด, มะหะมัด มัคคุเทศก์ มัคคุเทศ, มัคคุเทศน์ มัคนายก, มรรคนายก มัคทายก, มรรคทายก (บาลี) มคฺค + นายก (สันสกฤต) มารฺค + นายก หมายถึง ผู้นำทาง ได้แก่ ผู้จัดการทางกุศล หรือผู้ชี้แจงทางบุญทางกุศลและป่าวประกาศให้ประชาชนมาทำบุญทำกุศลในวัด มัณฑนศิลป์ มันทนศิลป์, มันฑณศิลป์ มัธยัสถ์ มัธยัสต์ มัศยา, มัตสยา มัสยา ปลา มัสตาร์ด มัสตาด มัสมั่น มัสหมั่น อ่านว่า มัด-สะ-หมั่น มาตรการ มาตราการ ระวังการใช้ในบริบท มาตรา-การ มาตรฐาน มาตราฐาน ระวังการใช้ในบริบท มาตรา-ฐาน มานุษยวิทยา มนุษยวิทยา มานุษย = ที่เกี่ยวกับมนุษย์ ม่าเหมี่ยว มะเหมี่ยว ด้วงปีกแข็งชนิดหนึ่ง, ชมพู่ผลสีแดงเข้ม มึง เมิง มืดมน มืดมนต์, มืดมล มุกตลก มุขตลก ราชบัณฑิตยสถานสะกดว่า มุก ในขณะที่พจนานุกรมฉบับมติชนสะกดว่า มุข แมงมุม แมลงมุม แมลงดา แมงดา เฉพาะแมลง(มี 6 ขา) ส่วนแมงดาจะใช้กับแมงดาทะเล (มี 12 ขา) แมลงภู่ แมลงพู่, แมงภู่ ทั้งชื่อแมลงและหอย แมลงวัน แมงวัน แมลงสาบ แมลงสาป, แมงสาบ, แมงสาป ไมยราบ ไมยราพ ชื่อพืชชนิดหนึ่ง ไมยราพณ์, มัยราพณ์ ไมยราพ ตัวละครในรามเกียรติ์ ไมล์ ไมร์, ไมค์ หน่วยวัดระยะทาง คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ย คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ยศถาบรรดาศักดิ์ ยศฐาบรรดาศักดิ์ ย่อมเยา ย่อมเยาว์ ราคาย่อมเยา ยาเกร็ด ยาเกล็ด หมายถึง ตำรา ยานัตถุ์ ยานัตถ์, ยานัด นัตถุ์ แปลว่า จมูก ยีราฟ จีราฟ เยอรมนี, เยอรมัน เยอรมันนี เยาว์วัย เยาวัย เยื่อใย เยื่อไย คำซ้อน เยื่อ + ใย ใยแมงมุม ไยแมงมุม ไย ใย หมายถึงไฉน, อะไร, ทำไม ไยดี ใยดี ไยไพ ใยไพ หมายถึงเยาะเย้ย, พูดให้อาย โยธวาทิต โยธวาฑิต คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ร คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ รกชัฏ รกชัฎ ใช้ ฏ ปฏัก รณรงค์ รนรงค์ รถยนต์ รถยนตร์ รมณีย์ รมนีย์, รมณี รสชาติ รสชาด ร้องไห้ ร้องให้ ระบบนิเวศ ระบบนิเวศน์ ระเบงเซ็งแซ่ ระเบ็งเซ็งแซ่ ระเห็จ รเห็จ, เรห็จ รักษาการ รักษาการณ์ ปฏิบัติหน้าที่แทน เช่น รักษาการในตำแหน่ง... รักษาการณ์ รักษาการ เฝ้าดูแลเหตุการณ์ เช่น ยามรักษาการณ์ รังเกียจ รังเกลียด, รังเกียด รังควาน รังควาญ รังสี รังษี, รังศี ยกเว้นชื่อเฉพาะ รัชดาภิเษก รัชฎาภิเษก คำสนธิ รชต (เงิน) + อภิเษก (แต่งตั้ง); รัชฎาภิเษกเป็นรูปคำโบราณ รัญจวน รัญจวญ, รัญจวณ รัฐวิสาหกิจ รัฐวิสาหะกิจ รัศมี รัสมี, รัษมี รากเหง้า รากเง่า เง่า หมายถึงโง่เง่า ราชภัฏ ราชภัฎ ใช้ ฏ ปฏัก ราชัน ราชันย์ "ราชัน" หมายถึง พระเจ้าแผ่นดิน, "ราชันย์" หมายถึง เชื้อสายของพระเจ้าแผ่นดิน ราชวงศ์ ราชวงค์ ราดหน้า ลาดหน้า ราพณาสูร ราพนาสูร ราศี ราศรี รากศัพท์ต่างกัน ราศี มาจาก ราสิ, ศรี มาจาก สิริ รำคาญ รำคราญ, รำคาน ริบบิ้น ริ้บบิ้น ออกเสียง ริบ โดยไม่มีรูปวรรณยุกต์ รื่นรมย์ รื่นรมณ์ เรี่ยไร เรี่ยราย เรี่ยราย = เกลื่อนกลาด แร็กเกต แร็กเก็ต โรงธารคำนัล โรงธารกำนัล หมายถึง ท้องพระโรง โรมันคาทอลิก โรมันคาธอลิค ฤ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ฤกษ์พานาที ฤกษ์ผานาที สองคำที่สับสน คือ "ฤกษ์พานาที" กับ "เลขผานาที" ฤทธิ์ ฤทธ, ฤทธ์ ฤๅ ฤา ใช้ลากข้างยาว ฤๅษี, ฤษี ฤาษี ใช้ลากข้างยาว คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด?ล คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ลดาวัลย์ ลัดดาวัลย์, ลดาวัณย์ ชื่อไม้เถาชนิดหนึ่ง ยกเว้นชื่อเฉพาะ ลมปราณ ลมปราน ลมหวน ลมหวล ล็อกเกต ล็อกเก็ต ลองไน ลองใน ชื่อจักจั่นขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง ละคร ละคอน "ละคอน" เป็นคำไทยโบราณ ใช้เมื่อต้องการรักษาความดั้งเดิมไว้ เช่น สาขาศิลปะและการละคอน ละเมียดละไม ลเมียดลไม ละโมบ ลโมบ,ละโมภ ละเอียดลออ ลเอียดลออ, ละเอียดละออ ลักเพศ ลักเพท, ลักเพส ลังถึง รังถึง ลาดตระเวน ลาดตระเวณ มักสับสนกับ "บริเวณ" ลาดยาง ราดยาง เรียกถนนที่ปูผิวจราจรด้วยยางมะตอยผสมกับหินหรือทรายเป็นต้นว่า "ถนนลาดยาง" ลายเซ็น ลายเซ็นต์ ลาวัณย์ ลาวัลย์ หมายถึง ความงาม ความน่ารัก ลำไย ลำใย คำนอกกฎการใช้ไม้ม้วน ลำไส้ ลำใส้ คำนอกกฎการใช้ไม้ม้วน ลิงก์ ลิงค์ ลิงก์ = คำภาษาอังกฤษ link;?ลิงค์?= เครื่องหมายเพศ, ประเภทคําในไวยากรณ์ที่บอกให้รู้ว่าคํานั้น เป็นเพศอะไร ลิดรอน ริดรอน ลิปสติก ลิปสติค ลิฟต์ ลิปต์, ลิฟ, ลิฟท์ มาจากคำภาษาอังกฤษ lift ลือชา ฦๅชา ฦ ฦๅ ไม่มีที่ใช้ในปัจจุบัน ลุกลี้ลุกลน ลุกลี้ลุกรน ลูกเกด ลูกเกตุ ลูกนิมิต ลูกนิมิตร ลูกบาศก์ ลูกบาศ เล่นพิเรนทร์ เล่นพิเรนท์ เลย เรย เล่ห์กระเท่ห์ เล่กระเท่ เลือกสรร เลือกสรรค์ เลือดกบปาก เลือดกลบปาก โล่ โล่ห์ มิได้แผลงมาจาก "โลหะ" โลกาภิวัตน์ โลกาภิวัฒน์ ไล่เลียง ไล่เรียง, ไร่เรียง, ไร่เลียง ซักไซ้ ไต่ถาม มักใช้ว่า ซักไซ้ไล่เลียง คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ฦ ปัจจุบันคำที่ขึ้นต้นด้วย ฦ ฦๅ ไม่นิยมใช้ คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด?ว คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ วงศ์,?วงษ์ วงค์ วงษ์ เป็นการสะกดแบบโบราณ วงศ์วาน วงษ์วาน เช่น ชื่อถนน?งามวงศ์วาน วัคซีน วักซีน วัณโรค วันโรค, วรรณโรค วันทยหัตถ์ วันทยาหัตถ์ วันทยาวุธ วันทยวุธ วางก้าม วางกล้าม วางโต วาทกรรม วาทะกรรม สมาสแล้วไม่มีสระอะ วาทิต วาฑิต วาทิต หมายความว่า ดนตรี หรือผู้บรรเลงดนตรี วายชนม์ วายชน วารดิถี วาระดิถี สมาสแล้วไม่มีสระอะ วาฬ วาล วิ่งเปี้ยว วิ่งเปรี้ยว วิ่งผลัด วิ่งผัด วิตถาร วิตถาน, วิตถาล วิตามิน วิตตามิน, วิตะมิน วินาที วินาฑี วินาศกรรม วินาศะกรรม วิหารคด วิหารคต วิญญาณ วิญญาน เวท เวทย์ เวท เป็นนาม?แปลว่า ถ้อยคำศักดิ์สิทธิ์สำหรับเสกเป่า ฯลฯเวทย์ เป็นวิเศษณ์?แปลว่า ควรรู้ เวทมนตร์ เวทย์มนตร์, เวทมนต์ เวนคืน เวรคืน เวียดนาม เวียตนาม ไวยากรณ์ ไวยกรณ์ คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด?ศ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ศรัทธา, สัทธา ศัทธา นิยมใช้ "ศรัทธา" มากกว่า ศศิธร สสิธร, ศศิทร ศศิธร หมายถึง ดวงจันทร์ ศักย์ ศักดิ์ ศักย์ ที่หมายถึง ศักย์ไฟฟ้า ศักยภาพ ใช้ ย แต่ ศักดิ์ที่กล่าวถึง ศักดินา ใช้ ด ศัตรู สัตรู, ศตรู ศัพท์ ศัพย์ -ศาสตรดุษฎีบัณฑิต -ศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต ปริญญาเอก เช่น รัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิต -ศาสตรบัณฑิต -ศาสตร์บัณฑิต ปริญญาตรี เช่น เศรษฐศาสตรบัณฑิต -ศาสตรมหาบัณฑิต -ศาสตร์มหาบัณฑิต ปริญญาโท เช่น นิติศาสตรมหาบัณฑิต ศิลป์,?ศิลปะ ศิลป ใช้เป็นศัพท์โดด ศิลปกรรม ศิลปะกรรม คำสมาส ศิลปวัฒนธรรม ศิลปะวัฒนธรรม หากต้องการแยกคำควรใช้ "ศิลปะและวัฒนธรรม" ศิลปวัตถุ ศิลปะวัตถุ คำสมาส ศีรษะ ศรีษะ ศึกษานิเทศก์ ศึกษานิเทศ, ศึกษานิเทศน์ โศกนาฏกรรม โศกะนาฏกรรม, โศกนาฎกรรม ใช้ ฏ ปฏัก โศกศัลย์ โสกศัลย์, โศกสันต์ โศกเศร้า โสกเศร้า ไศล ไสล, ศไล หมายถึง เขาหิน คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ส คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ สกัด สะกัด สกาว สะกาว สแกน แสกน สดับ สะดับ สถานการณ์ สถานการ, สถานะการณ์ สถิต สถิตย์ ยกเว้น "สถิตยศาสตร์" สนนราคา สงวนราคา "สนนราคา" หมายถึง ราคา?; "สงวนราคา" หมายถึง รักษาระดับราคาไว้ สบง สะบง สบาย สะบาย สบู่ สะบู่ สไบ สะไบ, ไสบ สเปน เสปน, สเปญ สภาวการณ์, สภาพการณ์ สภาวะการณ์ สมดุล สมดุลย์ สมเพช สมเพท, สมเพศ, สมเพส สรรเพชญ สรรเพชร สรรแสร้ง สรรค์แสร้ง สรรหา สรรค์หา สรรค์ หมายถึง สร้าง, ทำให้เกิดขึ้น สรวงสวรรค์ สวงสวรรค์ สร้างสรรค์ สร้างสรร สวรรคต สวรรณคต, สวรรค์คต สอบเชาวน์ สอบเชาว์ สะกด สกด สะกิด สกิด สะคราญ สคราญ สะดวก สดวก สะพรึงกลัว สะพึงกลัว สะพาน สพาน สะเหล่อ สะเหร่อ, เสร่อ, เสล่อ สะอาด สอาด สักการบูชา สักการะบูชา คำสมาส สังเกต สังเกตุ สังเขป สังเขบ สังวร สังวรณ์ สังวาล สังวาลย์ ยกเว้นชื่อเฉพาะ "สังวาลย์" สังสรรค์ สังสรร สัญลักษณ์ สัญลักษ์, สัญญลักษณ์ สัณฐาน สันฐาน, สันฐาณ, สัณฐาณ รูปพรรณสัณฐาน สันโดษ สัญโดษ สันนิษฐาน สันนิฐาน, -ฐาณ สับปลับ สัปลับ สับปะรด สัปรด, สัปปะรด, สับปะรส มิได้แผลงมาจาก สรรพรส สัปเหร่อ สัพเหร่อ, สัปปะเหร่อ สัพยอก สรรพยอก สัมภาษณ์ สัมภาษ, สัมภาสน์ สัมมนา สัมนา, สำมะนา สาทร สาธร ชื่อถนนสายหนึ่ง และเขตการปกครองในกรุงเทพมหานคร สาธารณชน สาธารณะชน คำสมาส ระวังการใช้ในบริบท สาธารณะ-ชน สาธารณประโยชน์ สาธารณะประโยชน์ คำสมาส สาธารณสถาน สาธารณะสถาน คำสมาส สาธารณสมบัติ สาธารณะสมบัติ คำสมาส สาธารณสุข สาธารณะสุข คำสมาส สาบสูญ สาปสูญ สาบาน สาบาญ สาปแช่ง สาบแช่ง สาปสรร สาบสรร สามเส้า สามเศร้า เส้า หมายถึง ไม้หลักหรือวัตถุที่ตั้งหรือปักเป็นสามมุมสำหรับรองรับ สายสิญจน์ สายสิญจ์ สารประโยชน์ สาระประโยชน์ คำสมาส สารภี สาระพี, สารพี ชื่อไม้ต้นชนิดหนึ่ง ดอกสีขาวกลิ่นหอม, มิได้หมายถึง เครื่องครัว สาระสำคัญ สารสำคัญ มิใช่คำสมาส สารัตถประโยชน์ สารัตถะประโยชน์ คำสมาส สารัตถะสำคัญ สารัตถสำคัญ มิใช่คำสมาส สำอาง สำอางค์ เครื่องสำอาง สิงโต สิงห์โต หรือใช้เพียงคำว่า สิงห์ สิทธิ, สิทธิ์ สิทธ, สิทธ์ สีสวาด สีสวาท, สีสวาส แมวสีสวาด สีสัน สีสรร, สีสรรค์ สุกียากี้ สุกี้ยากี้ สามารถเรียกสั้น ๆ ว่า สุกี้ สุคติ สุขคติ สุญญากาศ สูญญากาศ ใช้สระ "อุ" สูจิบัตร สูติบัตร ใบแจ้งกำหนดการ สูติบัตร สูจิบัตร เอกสารหลักฐานการเกิด เสบียง สะเบียง, สเบียง เสพ เสพย์ ปัจจุบันพจนานุกรมให้สะกดแบบเดียวเท่านั้น เช่น เสพสุรา เสพยา เสพเมถุน เสพสม เสพติด (สารเสพติด สิ่งเสพติด ยาเสพติด) เสิร์ฟ เสริฟ, เสริฟ์ มาจาก serve ไม่ใช่อักษรควบกล้ำ เสื้อกาวน์ เสื้อกาว, เสื้อกาวด์ มาจาก gown เสื้อเชิ้ต เสื้อเชิ๊ต แสตมป์ สแตมป์ คำที่ปรากฏในพจนานุกรมไทย โสฬส โสรส อ่านว่า "โส-ลด" ไส้ ใส้ คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ห คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ หกคะเมน หกคเมน, หกคะเมร หงส์ หงษ์ หน็อยแน่ หนอยแน่ หนาแน่น แน่นหนา - "หนาแน่น" ว่า คับคั่ง, แออัด, เช่น กรุงเทพฯ มีประชากรหนาแน่นมาก.- "แน่นหนา" ว่า มั่นคง เช่น ใส่กุญแจแน่นหนา มีหลักฐานมัดตัวแน่นหนา, แข็งแรง เช่น ประตูหน้าต่างแน่นหนา, บางทีก็ใช้เข้าคู่กับ ปึกแผ่น เป็น เป็นปึกแผ่นแน่นหนา. หน้าปัดนาฬิกา หน้าปัทม์นาฬิกา หม้อห้อม, ม่อห้อม,ม่อฮ่อม หม้อฮ่อม หมาใน หมาไน หมามุ่ย, หมามุ้ย หมาหมุ้ย หมูหย็อง หมูหยอง ของกินทำด้วยหมูเนื้อแดงปรุงรส ต้มเคี่ยวให้เปื่อยจนงวด นำไปผัดจนแห้ง ขยี้ให้เป็นฝอย, รวมถึงที่ทำจากวัตถุดิบอื่นด้วย เช่น ไก่หยอง ฯลฯ หยากไย่, หยักไย่ หยากใย่, หยักใย่ หย่าร้าง อย่าร้าง หยิบหย่ง หยิบย่ง, หยิบโย่ง ห่วงใย ห่วงไย คำที่ใช้ไม้ม้วน หัวมังกุท้ายมังกร หัวมงกุฎท้ายมังกร (สำนวน) ไม่เข้ากัน ไม่กลมกลืนกัน (มังกุคือเรือที่มีกระดูกงูใหญ่) หัวหน่าว หัวเหน่า เหม็นสาบ เหม็นสาป เหล็กใน เหล็กไน ให้จำว่า เหล็กอยู่ข้างใน เหิน เหิร แหลกลาญ แหลกราญ, แหลกราน โหยหวน โหยหวล โหระพา โหรพา, โหระภา ใหลตาย ไหลตาย ใหล หมายถึงหลับใหล (ดู?ราชบัณฑิตยสถาน) ไหม มั๊ย, ไม๊ อักษรต่ำเติมไม้ตรีไม่ได้ อาจอนุโลมใช้ มั้ย ตามเสียงพูด แผลงมาจาก "หรือไม่" ไหหลำ ใหหลำ ทับศัพท์จากภาษาจีน คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ฬ ปัจจุบันไม่มีคำที่ขึ้นต้นด้วย "ฬ" คำโบราณที่ขึ้นต้นด้วย "ฬ" หันไปใช้ "ล" แทน เช่น "ฬา" ก็ใช้เป็น "ลา", "ฬ่อ" ก็ใช้เป็น "ล่อ" เป็นต้น คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??อ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ องคชาต องคชาติ องคุลิมาล องคุลีมาล, องคุลีมาร, องคุลิมาร องคุลี (นิ้วมือ) + มาล (สร้อยคอ, สาย หรือ แถว) = องคุลิมาล (สร้อยคอที่ทำจากนิ้วมือ) โดยที่ ลี ใน องคุลี ลดเป็น ลิ เสียงสั้นตามหลักการสมาส อธิษฐาน, อธิฏฐาน อธิฐาน, -ฐาณ อนาถ อนาจ อนาทร อนาธร อนุกาชาด อนุกาชาติ อนุญาต อนุญาติ ญาติ เขียนมีสระ อิ อนุมัติ อนุมัต อนุรักษนิยม อนุรักษ์นิยม คำสมาส อนุสาวรีย์ อนุเสาวรีย์, อณุสาวรีย์ อเนก เอนก มาจาก อน+เอก ตัวอย่างเช่น อเนกประสงค์ อเนกประการ อเนกอนันต์ เว้นแต่วิสามานยนามเช่น?เอนก เหล่าธรรมทัศน์?เอนก นาวิกมูล อเนจอนาถ อเนถอนาถ อภิรมย์ อภิรมณ์ อภิเษก อภิเสก อมต, อมตะ อัมตะ, อำมตะ อมรินทร์ อัมรินทร์ ยกเว้นชื่อเฉพาะ "อัมรินทร์" อมฤต, อำมฤต อัมฤต อริยเมตไตรย อริยเมตตรัย, อริยเมตไตร อริยสัจ อริยสัจจ์ อลักเอลื่อ อะหลักอะเหลื่อ อลังการ อลังการ์ อ่านว่า อะ-ลัง-กาน อวสาน อวสาณ, อวสานต์ อสงไขย อสงขัย อหังการ์ อหังการ อ่านว่า อะ-หัง-กา อหิวาตกโรค อะหิวาตกโรค ออฟฟิศ อ็อฟ-, -ฟิซ, -ฟิส, -ฟิต คำที่ปรากฏในพจนานุกรมไทย หรือใช้คำว่า สำนักงาน, ที่ทำการ อะลุ่มอล่วย, อะลุ้มอล่วย อะลุ่มอะล่วย, อลุ่มอล่วย อะฟลาทอกซิน อัลฟาทอกซิน ทับศัพท์จาก aflatoxin อะไหล่ อะหลั่ย อักขรวิธี อักขระวิธี สมาสแล้วตัดสระอะ อักษร อักศร, อักสร อัญชัน อัญชัญ อัฒจันทร์ อัธจันทร์ อัตคัด อัตคัต อัตนัย อัตตะนัย "อัตนัย" ตรงกับภาษาอังกฤษว่า "subjective" บางทีใช้ "อัตวิสัย" หรือ "จิตวิสัย" หมายความว่า "ที่มีอยู่ในจิต, ที่เกี่ยวกับจิต; ที่จิตคิดขึ้นเองโดยไม่อาศัยวัตถุภายนอก" อัธยาศัย อัทยาศัย, อัธยาษัย อัมพาต อัมพาส อากาศ อากาส อาฆาตมาดร้าย อาฆาตมาตร้าย อาเจียน อาเจียร อานิสงส์ อานิสงฆ์ อาเพศ อาเพส, อาเภส อายัด อายัติ, อายัต อารมณ์ อารมย์ อาวรณ์ อาวร อาสน์สงฆ์ อาสสงฆ์ อำนาจบาตรใหญ่ อำนาจบาทใหญ่ อำมหิต อัมหิต อินทรธนู อินธนู, อินทร์ธนู อินทรี (นกอินทรี, ปลาอินทรี) อินทรีย์ (นกอินทรีย์, ปลาอินทรีย์) อินทรียวัตถุ อินทรีวัตถุ, อินทรีย์วัตถุ อินฟราเรด อินฟาเรด, อินฟาร์เรด ทับศัพท์จาก infrared อิริยาบถ อิริยาบท อิสรภาพ อิสระภาพ คำสมาส อิสรเสรี อิสระเสรี คำสมาส อีเมล อีเมล์ ทับศัพท์จาก e-mail อีสาน อิสาน, -สาณ อุกกาบาต อุกาบาต อุกฤษฏ์ อุกฤติ อุดมการณ์ อุดมการ อุทธรณ์ อุธรณ์ อุทาหรณ์ อุธาหรณ์, อุทาหร อุบาทว์ อุบาท อุปการคุณ อุปการะคุณ คำสมาส อุปถัมภ์ อุปถัมธ์, อุปถัมน์ อุปโลกน์ อุปโลก อุปัชฌาย์ อุปัชฌา, อุปัชชา อุปาทาน อุปทาน - อุปาทาน = การยึดมั่นถือมั่น, การนึกเอาเอง เช่น?อุปาทานหมู่-?อุปทาน (เศรษฐศาสตร์)?= สินค้าหรือบริการที่พร้อมจะขายในตลาดเพื่อตอบสนองความต้องการซื้อ อุโมงค์ อุโมง เอกเขนก เอกขเนก เอกฉันท์ เอกฉัน, เอกะฉันท์ เอ็นดอร์ฟิน เอ็นโดรฟิน ทับศัพท์จาก endorphine โอกาส โอกาศ ไอศกรีม ไอศครีม, ไอติม คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ฮ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ฮ่อยจ๊อ หอยจ๊อ, ห้อยจ๊อ, -จ้อ ? เฮโลสาระพา, เฮละโลสาระพา เฮโลโหระพา, เฮละโลโหระพา

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก : 6 นาที 2 เม็ด! เรือใบ ปล่อยสึนามิซัด สิงห์ผยอง ท้ายเกมแบบสุดช้ำ 2-0
คีแรน ริชาร์ดสัน /  ชาร์ลส เอ็นซ็อกเบีย / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 4 ตุลาคม 2557 แอสตัน วิลล่า 0-2 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รายชื่อคนทำประตู : 0-1 ยาย่า ตูเร่ น.82, 0-2 เซร์คิโอ อเกวโร่ น.88 เวลา : 23.30 น. สนาม : วิลล่า ปาร์ค ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 5 ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก นัดสุดท้ายของค่ำคืนวันเสาร์ แอสตัน วิลล่า เปิดรัง วิลล่า ปาร์ค รับการมาเยือนของแชมป์เก่าอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ น่าสนใจว่าเจ้าบ้านจะรับเมือยังไงหลังจากพวกเขาฟาดแข้งกับ บิ๊กทีม มาตลอด 3 เกมในลีก ไม่ว่าจะเป็น ลิเวอร์พูล, อาร์เซน่อล, เชลซี และวันนี้จะเจอกับ แมนฯ ซิตี้ ต้องมาดูว่างานนี้ ลูกทีมของ พอล แลมเบิร์ต(แอสตัน วิลล่า) และมานูเอล เปเยกรินี่(แมนฯ ซิตี้) จะทำได้ดีแค่ไหน เริ่มเกมได้ 5 นาที บอลยังอยู่บริเวณกลางสนามซะส่วนใหญ่ แต่เป็นทางฝั่งทีมเยือนที่ดูจะมีลูกล่อลกชนมากกว่า นาที 11 เรือใบสีฟ้า เกือบขึ้นนำจากลูกยิงของ กุน อเกวโล่ ได้ยิงแต่ไปติดบล็อค บอลหลุดมาถึง อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ ได้หวดด้วยซ้ายเต็มแข้งบอลพุ่งชนเสาออกหลังไปแบบหวุดหวิด ผ่านมาถึง นาที 17 แมนฯ ซิตี้ เอาบอลมาครองได้เกือบทั้งหมดและค่อยๆต่อเกมกันขึ้นไป โดย "สิงห์ผยอง" ลงไปรับกันลึกและรอสวนกลับจากบรรดาแนวรุกคความเร็วสูง นาที 22 เจ้าบ้านเกือบขึ้นนำ! ชาร์ลส เอ็นซ็อกเบีย ได้ลุยสวนขึ้นมาก่อนจะเปิดตัดไปให้ อันเดรียส ไวมันน์ โฉบเข้ามาจับบอลในกรอบเขตโทษ แต่สุดท้ายบอลแรงจนหลุดไปถึงมือ โจ ฮาร์ท อย่างน่าเสียดาย นาที 28 "เรือใบสีฟ้า" โหมบุกใส่ทางเจ้าบ้านจนแทบไม่ได้หายใจ จังหวะนี้เป็นทาง โคลารอฟ บรรจงเปิดเข้ากรอบเขตโทษให้ อเกวโร่ สบัดหัวโขกไปทางเสาสอง แบร็ด กูซาน หมดสิทธิเซฟไปแล้ว แต่บอลดันหลุดออกหลังไป นาที 34 แมนฯ ซิตี้ พลาดโอกาสขึ้นนำแบบเหลือเชื่อ หลังจากที่ ซาบาเลต้า ลุยขึ้นมาทางขวาก่อนตัดเข้ากลางให้ เซโก้ อย่างสวย แต่จังหวะจบดันยิงสอยนกตายห้าตัว นาที 41 แมนฯ ซิตี้ ไม่ได้ประตูขึ้นนำอีกแล้ว และเป็นทาง เอดิน เซโก้ คนเดิมที่ล็อกซ้าย,ขวาจนช้า สุดท้ายจะยิงก็โดนบล็อคผู้เล่น วิลล่า ตามมาสกัดไว้ได้ทัน นาที 45 "เรือใบสีฟ้า" บุกขึ้นมาอีกชุด ครั้งนี้เป็น เจมส์ มิลเนอร์ ได้กดด้วยซ้าย บอลแฉลบแนวรับ "สิงห์ผยอง" ชนหน้าต่างออกไป ผู้ตัดสินเวลาบาดเจ็บ 1 นาที ทีมเยือนระดมยิงเจ้าบ้านอย่างต่อเนื่องแต่สุดท้ายทำอะไรกันไม่ได้ จบครึ่งแรก แอสตัน วิลล่า อาศัยความเหนีวยันเจ๊า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้สำเร็จ 0-0 เริ่มครึ่งหลังมาไม่ทันไรเผ็ดร้อนทันที เป็นจังหวะของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลุดเดี่ยวแต่ดันซัดไปชนเสา หลังจากนั้น "สิงห์ผยอง" รีบโต้กลับเร็ว บอลหลุดไปถึง คีแรน ริชาร์ดสัน เข้าไปในกรอบเขตโทษ แต่จังหวะง้างเท้า ปาโบล ซาบาเลต้า สอดตัวเข้ามาบล็อคช่วยทีมเอาไว้ได้ นาที 51 แมนฯ ซิตี้ เริ่มตั้งตัวได้ คราวนี้ โคลารอฟ ดันขึ้นสูง ก่อนจะเปิดยัดเข้ามาในกรอบเขตโทษ บอลเกือบหลุดเข้าเสาสอง แต่โชคไม่ดีที่น้ำหนักขาดไปนิด สุดท้ายก็หลุดออกหลังไป นาที 56 ทางฝั่งทีมเยือนจำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเป็นคนแรก หลังจาก แฟร์นานดินโญ่ ได้รับบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว และส่ง แฟร้งค์ แลมพาร์ด ลงมาแทน นาที 61 แอสตัน วิลล่า เปลี่ยนตัวโดยการถอด อันเดรียส ไวมันน์ ออกไปพักและส่ง คริสเตียน เบนเตเก้ ที่เพิ่งกลับมาหลังหายหน้าไปกับอาการบาดเจ็บร่วมครึ่งปี ลงสนามในแมตช์นี้เป็นครั้งแรก ผ่านไปถึงนาที 70 แมนฯ ซิตี้ โอกาสลุ้นประตูแบบสมควรจะได้หลายครั้ง แต่จังหวะจบยังไร้คำว่าเฉียบขาดในพจนานุกรม GOAL!นาที 82 ยาย่า ตูเร่ ครองบอลหน้ากรอบเขตโทษก่อนตัดสินใจแปรยัดบอลมุดก้นตาข่ายอย่างสวยงาม ช่วยให้ "เรือใบสีฟ้า" ปลดล็อคขึ้นนำ "สิงห์ผยอง" ไปแล้ว 1-0 นาที 84 ดาบิด ซิลบา ถูกเปลี่ยนตัวออก และส่ง เฆซุส นาบาส ลงมาแทน GOAL! นาที 88 หลังจากที่ขึ้นนำ เรือใบสีฟ้า ยังไม่เพลาเกมบุก ไล่นวด วิลล่า ไปเรื่อนจนถึงจังหวะ เซร์คิโอ อเกวโร่ คลึงบอลนิดๆ ก่อนจะซัดเต็มข้อเข้ามุมไปอย่างเวิล์ดคลาส ช่วยให้ทีมตอกฝาโรงเจ้าบ้านเป็น 2-0 นาที 90 ทดเจ็บ 4 นาที เวลาที่ทำอะไรกันไม่ได้ สุดท้ายแชมป์เก่า เชือดท้ายเกมเจ้าบ้าน วิลล่า ไป 2-0 เก็บ 3 แต้มได้ตามเป้า รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม แอสตัน วิลล่า : แบร็ด กูซาน, อลัน ฮัตตัน, นาธาน เบเกอร์, ฟิลิปป์ เซนเดอรอส, อาลี ซิสโซโก้, แอชลี่ย์ เวสต์วู้ด, ฟาเบียง เดล์ฟ, ทอม เคลเวอร์ลี่ย์, คีแรน ริชาร์ดสัน, ชาร์ลส เอ็นซ็อกเบีย, อันเดรียส ไวมันน์ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท, ปาโบล ซาบาเลต้า, แวงซ็อง ก็องปานี, อีเลียกิม ม็องกาล่า, อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ, เจมส์ มิลเนอร์, แฟร์นานดินโญ่, ยาย่า ตูเร่, ดาบิด ซิลบา, เอดิน เซโก้, เซร์คิโอ อเกวโร่

'เทพีเสรีป้า' สัญลักษณ์ใหม่ ตัวแทนคนไทยอยากไปเลือกตั้ง
กปปส. /  ขัดขวางการเลือกตั้ง / 

จากกรณีที่น.ส.พิจาริณี รัตนจำนอง เดินฝ่ากลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. ที่ขวางการเลือกตั้งล่วงหน้า เมื่อวันที่ 26 มกราคม ที่ผ่านมาที่หน่วยเลือกตั้งโรงเรียนเซนต์จอห์นโปลีเทคนิค เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 26 มกราคม ที่ผ่านมา โดยคุณป้าได้ส่องไฟฉายขึ้นฟ้าพร้อมทั้งค่อยเดินฝ่าไป  ส่งผลให้ชาวสังคมออนไลน์ทำภาพล้อเลียนกรณีดังกล่าว เรียกว่าเทพีเสรีป้า จนกลายเป็นกระแสตัดต่อล้อเลียนบนเฟซบุ๊คและสังคมออนไลน์ และได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของตัวแทนคนไทยที่ต้องการไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง แฟนเพจ พจนานุกรมศัพท์การเมืองไทยร่วมสมัย ได้นิยามคำว่า เทพีเสรีป้า ไว้ว่า เทพีเสรีป้า (น.) ความหมาย: สตรีวัยกลางคนนางหนึ่ง ซึ่งหาญกล้าฝ่าวงล้อมของกลุ่มผู้ต่อต้านประชาธิปไตย และกลายเป็นสัญลักษณ์ในการรักษาและปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์, สิทธิ, และเสรีภาพของตนตามระบอบประชาธิปไตยโดยสันติวิธี ในชั่วข้ามคืน. MThai News

วิธีจำศัพท์ภาษาอังกฤษ ง่ายๆจาก ชีวิตประจำวัน
ข่าวการศึกษา /  วัยรุ่น / 

เพื่อนๆที่อยากเรียน ภาษอังกฤษ แต่คิดว่ามันยาก ไม่รู้จะเรียนที่ไหน ยังไง? .. teen.mthai อยากจะบอกกว่า มันไม่ได้ยากอย่างที่เพื่อนๆคิดเลยนะคะ ถ้าอยากเรียนรู้แต่ไม่อยากไปเรียนพิเศษละก็ ลองฝึกด้วยตัวเองก็ได้นะคะ อย่างเช่น?วิธีจำศัพท์ภาษาอังกฤษ ง่ายๆจาก ชีวิตประจำวัน นี่ไงคะ ^^ วิธีจำศัพท์ภาษาอังกฤษ ง่ายๆจาก ชีวิตประจำวัน 1. เรียนคำศัพท์จาก ชีวิตประจำวัน อาจเริ่มในสิ่งที่สนใจก่อน เช่น ฟังเพลง ดูหนัง หรือเมื่อพบข้อความตามสื่อต่าง ๆ ควรหมั่นอ่านอยู่ตลอดแม้ไม่รู้เรื่องทุกถ้อยคำ นอกจากจะช่วยสร้างความคุ้นเคยกับศัพท์มากมายแล้ว ยังเป็นการทบทวนความหมายของคำที่พบบ่อย ๆ ด้วย 2. เรียนคำศัพท์จาก พจนานุกรม โดยพกขนาดกะทัดรัดติดตัวไว้เปิดหาความหมายเมื่อเกิดข้อสงสัย ทั้งนี้ ควรเลือกใช้แบบอังกฤษ-อังกฤษ เพื่อฝึกทักษะการแปล หากมีตัวอย่างการใช้ศัพท์ด้วยจะดีทีเดีย 3. เรียนคำศัพท์จาก กระดาษโน้ต ด้วยการจดศัพท์ พร้อมคำแปลอย่างน้อยวันละ 10 คำ แล้วแปะไว้ในที่ ๆ มองเห็นได้ง่าย เช่น กระจกโต๊ะเครื่องแป้ง โต๊ะหนังสือ ตู้เย็น ผนังห้องนอน ฯลฯ โดยเมื่อกระทบสายตาเมื่อไหร่ให้ท่องเมื่อนั้น เป็นอีกหนึ่งเทคนิคช่วยจำได้ดี ขณะเดียวกัน ยังช่วยฝึกทักษะการเขียนอีกด้วย 4. เรียนคำศัพท์จาก การจัดหมวดหมู่ โดยจำศัพท์ที่มีความสัมพันธ์กัน หรือมีความหมายตรงข้ามกัน จากนั้น ลองนึกถึงคำภาษาไทย แล้วแปลเป็นภาษาอังกฤษ ก่อนจะแต่งประโยค เพื่อฝึกการเรียบเรียงต่อไป สิ่งหนึ่งที่สำคัญ : ถ้าอยากเรียนรู้ ภาษาอังกฤษ ได้ดีก็ต้องขึ้นอยู่กับว่า เราขยันมากน้อยแค่ไหน และหมั่นทบทวน ความรู้ นั้นอยู่เรื่อยๆ นะคะ ^^ ขอบคุณhappyschoolbreak.com

หนังสือที่ลึกลับที่สุดในโลก Voynich Manuscript
ต่างประเทศ /  ที่สุดในโลก / 

หนังสือที่ลึกลับที่สุดในโลก Voynich Manuscript ห้องสมุดเบนเนคเก้ (Beinecke Rare Bood & Manuscript Library) ของมหาวิทยาลัยเยล สหรัฐอเมริกา เป็นแหล่งหนังสือหายาก รวมทั้งเอกสารต้นฉบับ สมุดบันทึกด้วยลายมือของเจ้าของหลายพันเล่ม  จากยุคกลางและเรอเนสซองส์ มีสมุดบันทึกที่มีนักวิชาการจำนวนมากได้แวะเวียนเข้ามาศึกษาโดยตลอด แต่ไม่มีผู้ใดสามารถทำความเข้าใจสาระที่บันทึกไว้ในสมุดเล่มนี้ได้เลย หนังสือที่ลึกลับที่สุดในโลก Voynich Manuscript หนังสือเล่มนี้พบในปี 1912 โดยนักค้าหนังสือเก่าชาวอเมริกัน-รัสเซีย ชื่อนาย วิลฟริด เอ็ม. วอยนิช (Wilfrid M.Voynich) ขนาด 6 x 9 นิ้ว หนา 1 1/2 นิ้ว มีอยู่ 240 หน้า แต่บางหน้าขาดหายไป ปกสมุดทำจากหนังลูกวัวสีครีม ไม่มีการระบุชื่อผู้เขียน ชื่อเรื่องหรือปีที่เขียนใดๆ ทั้งสิ้น รายละเอียดมีทั้งภาพและอักษรในสมุดมีความเฉพาะตัวเขียนด้วย ปากกาขนนกซึ่งทำให้ดูสง่างาม เป็นตัวอักษรที่ไม่เคยพบเห็นในที่ใดๆ ในโลกมาก่อนและแทบทุกหน้ามีวาดภาพประกอบ มีทั้งพืชพรรณแปลกๆ ภาพผู้หญิงเปลือยเชื่อมด้วยท่อที่ดูคล้ายเส้นโลหิต มีภาพคล้ายแผนผังเกี่ยวกับดาราศาสตร์ที่มองจากกล้องเทเลสโคป และภาพคล้ายเซลล์สิ่งมีชีวิตที่มองผ่านกล้องจุลทรรศน์ นายวอยนิชได้มาจากอิตาลีและกลับไป อเมริกาเพื่อประกาศหาผู้เชี่ยวชาญมาดูเพื่อศึกษาและแปลอักขระ จนถึงวันนี้เกือบ 100 ปี ก็ยังไม่มีใครสามารถแปลความหมายของสมุดบันทึกเล่มนี้ได้แม้แต่คำเดียว สิ่งที่บอกได้คืออายุและแหล่งที่มาของ สมุด จากการวิเคราะห์ลักษณะของภาพวาด เสื้อผ้า ทรงผมของรูปคน รูปปราสาท รวมถึงหนังสัตว์และสีที่ใช้ภายในเล่ม สันนิษฐานว่า เขียนขึ้นโดยชาวยุโรป ราวศตวรรษที่ 15 หรือ ระหว่างปี 1450-1520 ภายในสมุดมีจดหมายสอดอยู่ เขียนด้วยภาษาลาติน วันที่ 19 สิงหาคม 1666 เป็นจดหมายที่ โจฮันส์ มาร์คุส มาร์ซี่ อดีตอธิการบดีของมหาวิทยาลัยชาร์ลส์แห่งกรุงปราก (ปัจจุบันอยู่ในสาธารณรัฐเชค) เขียนถึง อธานาเซียส เคอร์เชอร์ นักวิชาการนิกายเจซูอิทแห่งวิทยาลัยโรมาโนในกรุงโรม เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านภาษา ผู้จัดทำพจนานุกรมภาษาคอปติค (เป็นภาษาอียิปต์โบราณที่ใช้ในระหว่าง ปีค.ศ. 200-1100) ภายในจดหมายมีใจความว่า “สมุดบันทึกที่ส่งมาด้วยนี้ จอร์จ บาเรช (Georg Baresch) เพื่อนสนิทได้มอบให้ข้าพเจ้าก่อนเสียชีวิต และเป็นผู้ซึ่งเคยได้ส่งสำเนาบางส่วนของสมุดเล่มนี้มาให้ท่านเพื่อลองศึกษา และแปลความหมายดูแล้ว แต่เวลานั้นท่านได้ขอให้ส่งสมุดทั้งเล่มมา แต่ บาเรช ได้ปฏิเสธ ทำให้เรื่องหายเงียบไปอย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้ายังมั่นใจว่าท่านจะสามารถแปลความหมายในสมุดบันทึกเล่มนี้ได้อย่าง แน่นนอน...” นอกจากนี้ในจดหมายได้เล่าว่าสมุดเล่มนี้เคยอยู่ในครอบครอง ของจักรพรรดิรูดอล์ฟที่ 2 แห่งโบฮีเมีย ปี 1552-1612 ซึ่งซื้อมาด้วยเหรียญทองคำถึง 600 เหรียญ (เทียบเท่าทองคำที่น้ำหนักประมาณ 3.5 กิโลกรัมในปัจจุบัน) ในสมุดเล่มนี้ได้บันทึกอะไรไว้บ้างไม่มีใครสามารถบอกได้ เนื่องจากอักขระที่ใช้เขียนนั้นไม่มีผู้สามารถถอดความได้ สิ่งเดียวที่จะชี้นำก็คือ รูปภาพภายในเล่ม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภาพของพืชพรรณคล้ายสมุนไพรและแผนผังดาราศาสตร์ จึงเข้าใจว่าน่าจะเป็นสมุดบันทึกทางสายวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะด้านยาที่ทำจากสมุนไพร ซึ่งมีการพัฒนากันมากในยุคกลาง แต่บางแหล่งก็มีข้อสันนิษฐานเป็นบันทึกข้อมูลที่เกี่ยวกับการแปรธาตุในช่วง ศตวรรษที่ 15 ที่พยายามแปรโลหะชนิดต่างๆ ให้เป็นทอง เพราะพบบางภาพในสมุดมีลักษณะคล้ายกับสัญลักษณ์ที่ใช้ในเรื่องของแร่ธาตุและ เหตุผลที่สำคัญ พบว่า จักรพรรดิรูดอล์ฟที่ 2 ยอมซื้อสมุดเล่มนี้ถึง 600 เหรียญ พระองค์เป็นจักรพรรดิที่มีความสนใจสิ่งแปลกประหลาดยิ่งกว่ากษัตริย์อื่นๆ ของยุโรป ทั้งยังเป็นผู้ที่ชอบเรื่องเวทมนต์ เล่มเกม ทำรหัส ทรงมีนักโหราศาสตร์รายล้อมอยู่มากมาย พระองค์เป็นผู้สนับสนุนคนสำคัญในการค้นคว้าและเผยแพร่เรื่องการแปรธาตุอีก ด้วย ลักษณะพื้นฐานของ หนังสือที่ลึกลับที่สุดในโลก Voynich Manuscript  แบ่งเป็น 5 ส่วน 1. ส่วน พฤกษศาสตร์ มีสาระประมาณครึ่งหนึ่งของสมุด ราว 130 หน้า แต่ละหน้าจะมีภาพวาดของพรรณไม้ชนิดหนึ่ง พร้อมกับตัวอักษรกำลังอยู่ข้างๆ ซึ่งน่าจะเป็นรายละเอียดของพันธุ์ไม้นั้นๆ และอักษรบนแต่ละหน้านั้นก็เป็นชื่อพรรณไม้ 2. ส่วนดาราศาสตร์และจักรวาล ภาพส่วนใหญ่จะวาดในลักษณะของทรงกลม มีพระอาทิตย์ พระจันทร์และกลุ่มดาวต่างๆ แต่บางภาพมีองค์ประกอบแปลกๆ เช่น ภาพแผนภูมิจักรราศี มีภาพผู้หญิงเปลือยถือดวงดาวล้อมรอบจักรราศีอยู่ บางหน้าก็สามารถคลี่ออกมาได้อีกเป็น 6 หน้า มีภาพวาดหน้าผังดาราศาสตร์ ภาพคล้ายกาแลคซี่แอนโดรมีดาที่มองจากกล้องเทเลสโคป ส่วนนี้มี 26 หน้า 3. ส่วนชีววิทยา มีภาพวาดที่ดูคล้ายอวัยวะในร่างกาย ซึ่งมีลักษณะค่อนข้างแปลก มีภาพผู้หญิงเปลือยอยู่ในสระที่มีท่อเชื่อมโยงคล้ายเส้นเลือด ผู้หญิงบางคนก็สวมมงกุฎ ส่วนนี้มี 4 หน้า กับ 28 ภาพวาด 4. ส่วนเภสัชศาสตร์ มีความคล้ายกับส่วนพฤกษศาสตร์ ส่วนนี้มีภาพคล้ายภาชนะที่ใช้ในร้านขายยายุค ศตวรรษที่ 15 และมีตัวอักษรเขียนกำกับที่ตัวภาชนะ ส่วนนี้มี 34 หน้า 5. สูตร คาดว่าเกี่ยวกับสูตรยา เพราะมีการเขียนด้วยย่อหน้าสั้นๆ ถึง 324 ย่อหน้า แต่ถ้านับรวมกับส่วนที่ขาดหายไปแล้ว มีมากถึง 360-365 ย่อหน้า ทุกย่อหน้าเริ่มต้นด้วยรูปดอกจัน แต่มีผู้สันนิษฐานว่าส่วนนี้อาจเป็นปฏิทินแบบพิศดาร มีการระบุเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นไว้ด้วย ส่วนนี้มี 23 หน้า โดยหน้าส่วนท้ายสันนิษฐานกันว่าเป็นบันทึกกุญแจไขปริศนาอักษร อีก 1 หน้า ที่ใช้ในสมุดบันทึกเล่มนี้ทั้งหมด เมื่อแรกเห็นสมุดนี้ ผู้เชี่ยวชาญส่วนมากมักคิดว่าไม่ยากที่จะเข้าใจ แต่ในที่สุดก็พบว่า ตัวอักษรที่บันทึกไว้ไม่ได้มีพื้นฐานมาจากภาษาลาติน อังกฤษ เยอรมันหรือภาษาใดๆ ที่เคยพบมาก่อน จากการวิเคราะห์ในแง่ภาษาศาสตร์ พบว่าการเขียนเป็นไปอย่างต่อเนื่องเหมือนกับว่าผู้เขียนมีความชำนาญในภาษา นั้นอย่างยิ่ง ไม่มีลักษณะที่ต้องหยุดคิดก่อนเขียนพยัญชนะแต่ละตัวทั้งยังไม่พบร่องรอยการ ลบหรือแก้ไขใดๆ เลย เป็นการเขียนจากซ้ายไปขวาและจากบนลงล่าง การตั้งสมมุติฐานผู้เขียนหนังสือ หนังสือที่ลึกลับที่สุดในโลก Voynich Manuscript  เล่มนี้ คนแรก คือ โรเจอร์ เบค่อน เพราะเป็นชื่อที่ทำให้จักรพรรดิรูดอล์ฟ ยอมจ่ายถึง 600 เหรียญทองคำ ซึ่งในปี 1919 วิลเลียม โรเมน นิวโบลด์ ได้ยืนยันว่าสมุดเล่มนี้เป็นงานของ โรเจอร์ เบค่อน จริง เพราะเบค่อนคือผู้ประดิษฐ์กล้องเทเลสโคปและกล้องจุลทรรศน์ แต่ในปี 1931 ก็ถูกโต้แย้งว่าการมองเห็นกาแลคซีแอนโดรมีดาและโครงสร้างเซลล์ของสิ่งมีชีวิตนั้น ต้องใช้กล้องเทเลสโคปและกลอ้งจุลทรรศน์ที่ทันสมัยเท่านั้น สมมุติฐานที่น่าสนใจที่สุด ดร. อีดิธ เชอร์วูด (Edith Sherwood) ได้เสนอในปี 2002 นี้เองว่า สมุดเล่มนี้เป็นของ ลีโอนาร์โด ดาวินชี - Davinci code ของจริง ประเด็นที่เขาหยิบยกขึ้นมามีน้ำหนักไม่น้อย 1. คือ ส่วนดาราศาสตร์นั้นมีภาพหนึ่งที่มีสัญลักษณ์ราศีเมษอยู่ตรงกลางและมีผู้หญิง เปลือย 15 คน ยืนอยู่ในถัง ซึ่งรายล้อมรอบจักรราศี ส่วนใหญ่กำลังตั้งท้อง ในถังใบหนึ่งแปลกออกไปคือมีผู้หญิงอยู่กับเด็กคนหนึ่ง โดยผู้หญิงนั้นมีหน้าท้องแบน เธอถือคฑา ในยุคกลางนั้นจะทำการคลอดลูกในถังน้ำ ทำให้สันนิษฐานว่าเป็นการบันทึกกำเนิดของใครสักคนในวันที่ 15 เมษายน ระหว่าง 21 นาฬิกา-เที่ยงคืน เพราะตำแหน่งของถังน้ำที่มีเด็กกับผู้หญิงนั้นอยู่ตรงกลางระหว่างเลข 9 ถึงเลข 12 ของหน้าปัด นาฬิกาในยุคกลางนั้นแตกต่างจากปัจจุบัน ทั้ง 24 ชั่วโมงบนหน้าปัดและมีเข็มชี้เวลาเพียงก้านเดียว ดร. เชอร์วูดบอกว่า ในยุคนั้นจะเริ่มนับวันใหม่หลังจากพระอาทิตย์ตกและเขายังเคยอ่านพบบันทึกปู่ ของดาวินชีเกี่ยวกับการเกิดของหลานชายคือ ดาวินชี ในปี 1452 ว่า " หลานชายของฉัน ลูกชายของ Ser Piero เกิดในวันที่ 15 เมษายน วันเสาร์ เวลา 3 นาฬิกากลางคืน เขาชื่อว่า Lionardo" และเมื่อเช็คจากปฏิทินของยุคนั้นพบเป็นเวลา 3 นาฬิกากลางคืน หมายถึงเวลาประมาณ 22 นาฬิกา ภาพในถังน้ำที่มีเด็กมีตัวเลข 1452 และยังมีอีกคำหนึ่งที่อยู่ใกล้กับภาพที่พอแปลได้ จากการมองภาพสะท้อนในกระจกเงา คือ "Sabatta Notto" ซึ่งแปลว่า Saturday Night จะเห็นได้ว่า ความบังเอิญนี้เกิดขึ้นได้ยากที่จะมีคนอื่นที่กำเนิดวันและเวลาเดียวกันกับ ลีโอนาร์โด ดาวินชี 2. คือจุดตรงกลางของภาพเดียวกันนั้นมีภาพแกะที่เป็นสัญลักษณ์ของราศีเมษอยู่ และตัวอักษรใต้ภาพแกะนั้น เมื่อมองในกระจกเงาจะเห็นคล้ายคำว่า "Lionardo" โดยมีตัว r เขียนเสริมไว้ด้านบน ซึ่งเห็นว่าคล้ายกับลายเซ็นของ ลีโอนาร์โด ดาวินชี ซึ่งเขาสะกดชื่อตัวเองว่า "Lionardo" ไม่ใช่ "Leonardo" อย่างที่ใช้กันในปัจจุบัน ข้อสุดท้าย ในส่วนดาราศาสตร์นั้นต้องมองผ่านกระจกเงาจึงจะเข้าใจ เป็นภาพเกี่ยวกับแผนภูมิจักราศี แต่ละราศีก็มีชื่อกำกับไว้ ก็พอจะอ่านชื่อของแต่ละภาพได้ แต่บางชื่อก็ไม่ได้เขียนแบบกลับด้าน    ภาพคล้ายแกแลคซีที่แสดงทิศทางตามเข็ม นาฬิกา ซึ่งตามจริงคือต้องทวนเข็มนาฬิกา เพราะฉะนั้นเป็นภาพที่ต้องมองผ่านกระจกเงาเช่นกัน และเป็นที่ทราบกันดีว่า ดาวินชี มีความชำนาญวาดภาพและเขียนตัวหนังสือกลับด้าน  ภาพแกแลคซี แอนโดรมีดา สังเกตว่าวงรัศมีกลับด้านกัน เพราะเขาเขียนกลับด้านนั่นเอง ภาพวาดฝีมือ ดาวินชี จากการสันนิษฐาน ถ้าหากว่า ดาวินชีเขียนหนังสือเล่มนี้จริง ก็คงไม่ใช่งานเขียนตอนที่เขาเป็นผู้ใหญ่ เพราะมีหลายภาพมีการเขียนแบบ เด็กๆ เช่น ภาพของพืชพรรณในส่วนพฤกษศาสตร์ แต่ละต้นมีดอก รากและใบที่ไม่สอดคล้องกัน ภาพราศีและภาพในส่วนของชีววิทยาก็ดูคล้ายฝีมือเด็ก และบางภาพจะเห็นว่าภาพผู้หญิงที่มีเต้านมและอวัยวะเพศชาย ซึ่งแสดงถึงการเขียนที่ผู้เขียนไม่เข้าใจถึงสรีระของเพศหญิงอีกด้วย ส่วนเรื่องราวในวัยเยาว์ของดาวินชี นั้นไม่สามารถหาได้ จึงยากแก่การสันนิษฐาน อย่างไรก็ตาม ดร.เชอร์วูด สรุปว่า ลีโอนาร์โด ดาวินชี คือผู้ที่เขียนขึ้นมา เมื่อเขาอายุ 8 ขวบ ราวปี 1460 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อได้ค้นหาภาพที่เป็นงานเขียนของดาวินชี เช่น ภาพ Embryos และ ภาพ Vitruvian Man มาเปรียบเทียบกับสมุดบันทึกแล้วจะดูไปในทิศทางเดียวกัน  อย่างไรก็ตามสมุดบันทึกเล่มนี้ไม่ว่าจะเป็นงานเขียนของใคร ผู้เขียนสามารถเขียนอักษรที่ประดิษฐ์ขึ้นมาอย่างชำนาญและยังสามารถรักษาความลับของผู้เขียนได้นานเกือบ 600 ปี ยังไงก็คงต้องใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยนี้ก็ยังไม่แน่ว่าจะไขปริศนาในสมุดเล่ม นี้ได้ ผู้เชี่ยวชาญจึงยกให้เป็น สมุดบันทึกที่ลึกลับที่สุดในโลก. ขอบคุณข้อมูล creatures.igetweb.com

พจนานุกรมฉบับใหม่ 2554 เพิ่มศัพท์กว่า 1,000 คำ
ประวัติ /  ภาษาวัยรุ่น / 

สาวก พจนานุกรม เตรียมเฮ เพราะเดือนธันวา 2556 ราชบัณฑิตยสถาน เปิดตัว พจนานุกรมฉบับใหม่ 2554 เพิ่มศัพท์กว่า 1,000 คำ?ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 ว่า สาเหตุที่ผลิต พจนานุกรมฉบับใหม่ 2554?ฉบับนี้ขึ้นมาเป็นเพราะภาษาไทยเป็นภาษาประจำชาติไทย เป็นภาษาที่คนไทยทั้งประเทศภูมิใจ และเป็นภาษาที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดังนั้นจึงต้องรวบรวมและจัดเป็นหมวดหมู่ใหม่อีกครั้ง นอกจากนี้ พจนานุกรมดังกล่าวทางราชบัณฑิตยสถานได้นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์อีกด้วย เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ใช้ ก่อนที่จะแจกจ่ายต่อองค์กรสถาบันการศึกษาและหน่วยงานรัฐประมาณ 85,000 แห่ง คาดว่าใช้งบประมาณทั้งหมด 40 ล้านบาท ส่วนประชาชนทั่วไปสามารถหาซื้อได้ในเดือนธันวาคมนี้ สำหรับ?พจนานุกรมฉบับใหม่ 2554?ฉบับใหม่นี้ จัดพิมพ์เรียบร้อยแล้วจำนวน 100,000 เล่ม โดยมีเพิ่มเติมศัพท์ใหม่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ศัพท์เฉพาะสาขาวิชากว่า 1,000 คำ อาทิ ธนาคารโค, แก้มลิง เป็นต้น รวมถึงคำที่มาจากภาษาปาก เช่น คำว่า ซัด ซึ่งหมายถึงกินหรือการชกต่อย หรือคำศัพท์ทั่ว ๆ ไปที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย เช่น เครื่องดื่ม สปา วัตถุมงคล ห้างสรรพสินค้า ก็ยังอยู่ในพจนานุกรมฉบับนี้ ส่งผลให้ฉบับนี้เป็นฉบับที่พิเศษกว่าฉบับอื่น และมีคำศัพท์รวมทั้งหมดประมาณ 39,000 คำ ขณะที่พจนานุกรมปี 2542 มีคำศัพท์ที่ 37,000 คำ เท่านั้น นอกจากนี้ เรื่องการพิมพ์จะให้เอกชนเข้ามาใช้สิทธิจัดพิมพ์จำนวน 50,000 เล่ม และระหว่างนี้สามารถสืบค้นคำจาก พจนานุกรมฉบับใหม่ 2554?ฉบับนี้ได้จากเว็บไซต์ของ ราชบัณฑิตยสถาน www.royin.go.th เพื่ออำนวยความสะดวกในการสืบค้นหาทางสื่อออนไลน์ และเป็นการส่งเสริมคนไทยให้ใช้ภาษาไทยอย่างเป็นมาตรฐานเดียวกัน ก่อนที่จะไปเรียนภาษาอื่น

เวลา เกิด บอกตัวตนคุณ
เกิด /  เวลาเกิด / 

เวลา เกิด บอกตัวตนคุณ คนไทยเราเชื่อกันว่าเกิดห่างกันแค่นาทีเดียว  นิสัยใจคอก็แตกต่างกันแล้วเพราะเวลาที่เราอุแว้ออกมาจากท้องแม่มีอิทธิพลกับ คนเรายิ่งกว่าที่คิด ดังข้อมูลที่ Horoscope.Mthai.com นำมาฝากกันครับ เกิด เวลา  05.00-06.59 น. คุณเป็นคนที่มีมารยาทละเอียดถี่ถ้วน  ทำงานอะไรแล้วไว้ใจได้ว่าไม่ผิดพลาด แถมยังใจกว้างชอบช่วยคนอื่นพร้อมจะให้อภัยทุกกรณีออกจะนิสัยดีขนาดนี้ไม่รู้ ทำไมถึงชอบเก็บตัวนัก คนอื่นเลยไม่รู้เลยว่าแม่พระตัวจริงอยู่ตรงนี้อีกคน เกิด เวลา  07.00-08.59 น. คุณมีบุคลิกของผู้นำ เป็นคนไม่กลัวใคร ชอบทำอะไรเสี่ยงๆยิ่งท้าทายยิ่งชอบเพราะสิ่งที่วิ่งปรู๊ดๆอยู่ในเส้นเลือด ของคุณคือความมั่นใจในตัวเองแบบเกินพิกัดคำว่าทำไม่ได้เลยไม่มีอยู่ใน พจนานุกรมของคุณ เกิด เวลา  09.00-10.59 น. รสนิยมดี  ชอบความสะอาดสะอ้าน สุภาพอ่อนโยน มีมารยาทเข้ากับคนได้ง่าย คือนิยามความเป็นคุณ  ขณะเดียวกันก็เป็นคนทะเยอทะยาน มีเป้าหมายในชีวิตสูง เรื่องจะไปกัดก้อนเกลือกินนั้นลืมไปได้เลย เกิด เวลา  11.00-12.59 น. คุณเป็นคนร่าเริง มีอารมณ์ขัน มีชีวิตชีวา กระตือรือร้นไม่จู้จี้จุกจิก  ไม่ชอบให้ใครมาบังคับ คนแบบนี้มักจะมาแนวเดียวกันคือชอบเดินทางไปรู้เห็นอะไรใหม่ๆให้อยู่บ้านนานๆ ไม่ได้จะคันคะเยอเหมือนโดนหมามุ่ยทันที เกิด เวลา  13.00-14.59 น. คุณเป็นคนรักสงบไม่ชอบอะไรที่สับสนวุ่นวายติดนิสัยระวังตัวเกินเหตุจนทำให้ ชีวิตหมดสนุกเป็นคนที่ซื่อสัตย์ จิตใจดีไม่ชอบทะเลาะกับใครแถมยังรักแล้วรักเลยพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อคนที่ เรารักถ้าเจอคนรักจริงก็ดีไปแต่ถ้าไปเจอคนหน้าเนื้อใจเสือก็จะเจ็บไปนาน เกิด เวลา  15.00-16.59 น. คุณเป็นคนเอาแต่ใจ คิดจะทำอะไรแล้วต้องทำให้ได้ไม่สนใจว่าใครจะมองแบบไหนจึงต้องสู้กับเสียง นินทาอยู่เป็นประจำ โชคดีที่คุณเป็นคนฉลาดไหวพริบดีเลยเอาตัวรอดจากปัญหาที่ขยันสร้างไว้ได้ เกิด เวลา  17.00-18.59 น. คุณคือแม่นางระเบียบตัวจริง ชอบให้ทุกอย่างอยู่ในที่ที่ควรจะเป็น ไม่มีการออกนอกลู่นอกทางเป็นคนละเอียดถี่ถ้วน ทำงานอย่างจริงจังและมีมาตรฐานในการทำงานที่สูงมาก แต่อาจจะจู้จี้ ขี้บ่น น่ารำคาญมากถึงมากที่สุด นี่คือเหตุผลที่คุณเปลี่ยนแฟนบ่อยมาก เพราะหนุ่มๆทนคุณบ่นจนหูชาไม่ไหว เกิด เวลา  17.00-18.59 น. คุณเป็นขยัน สู้งาน ทำอะไรตรงไปตรงมากล้าพูดกล้าทำ เป็นคนกระตือรือร้นในทุกๆเรื่องไม่ชอบฝันกลางวันแต่ชอบลงมือปั้นความฝันให้ เป็นจริง ใจกว้าง น่าคบ มีความจริงใจให้กับทุกคน ดีๆทั้งนั้นเลยแฮะ เกิด เวลา  21.00-22.59 น. นิสัยโดยรวมของคุณเป็นคนใจดี  พูดจาสุภาพ มีเสน่ห์  นุ่มนวลอ่อนโยน  แต่ติดที่จะเฉื่อยไปหน่อย ขี้เกียจไปนิด ถ้าเปลี่ยนแปลงตรงจุดนี้ได้อะไรๆก็จะเริ่ดมากๆ เกิด เวลา  23.00-00.59 น. คุณเป็นคนมีชีวิตชีวา  ไม่อยู่นิ่ง ชอบท่องเที่ยวไปในที่แปลกใหม่ เกลียดการถูกสั่งให้ทำโน่นนี่เป็นคนใจดีและหวงความโสดมากไม่ยอมผูกพันกับใคร ง่ายๆ เกิด เวลา  01.00-02.59 น. เห็นคุณใจเย็น ดูเอื่อยๆ เฉื่อยๆอย่างนี้เถอะบทจะโกรธขึ้นมาก็น่ากลัวเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน แต่คุณเป็นคนร่าเริง มนุษย์สัมพันธ์ดี คนอื่นเลยไม่ค่อยได้เห็นบทนางยักษ์พิโรธของคุณ เกิด เวลา  03.00-04.49 น. คุณรักความท้าทาย ค่อนข้างดื้อ เชื่อมั่นในตัวเองสูง กล้าแสดงความเห็น ไม่ยอมแพ้ใคร เป็นคนใจกว้าง มองโลกในแง่ดี แถมรักใครรักจริงด้วยแต่เป็นคนตกหลุมรักง่าย เจอใครหน้าตาดีหน่อยก็เสร็จเค้าซะแล้ว อ.เทวีโชค ขอบคุณภาพจาก themovielive,ram-hosp ขอบคุณข้อมูลจาก ดูดวงปี 2556 ดูดวง 12 ราศี กับ อ.คฑา

'มาร์ค'ยันพูด 'อีโง่' ไม่ได้ดูถูกเพศแม่
ข่าว /  ข่าวด่วน / 

"มาร์ค"ลั่นชงถอดถอน"สมศักดิ์" 16 กย. ขู่ส.ว.ผ่านแก้รธน.วาระ3โดนด้วย จ่อร้องศาลซ้ำ ปม พ.ร.บ.เงินกู้2ล้านๆ ยันพูด "อีโง่" ไม่ได้ดูถูกเพศแม่ เหน็บพจนานุกรมคงบางลง เผยพบ "เติ้ง"จะพูดจุดยืนปชป.คงเดิม-----------------------ขอบคุณข่าวจาก

พจนานุกรม ของ ผู้หญิง อารมณ์ร้าย
ผู้หญิง /  พจนานุกรม / 

พจนานุกรม ของ ผู้หญิง อารมณ์ร้าย พจนานุกรม ฉบับนี้ออกมาเพื่อ ตีความ แปลความ ถอดความ การกระทำ คำพูดและจิตสำนึกของผู้หญิง หลายๆ สิ่งที่  ผู้หญิง เรามักทำอะไรตรงข้ามกับใจเสมอ  ปากไล่เขา "ไป " แต่ใจกำลังขอให้เขา " อยู่ " เรื่องที่คุณผู้ชายไม่เคยรู้ ลองมาดูอาการ คำพูด และ ความคิดของคุณผู้หญิงอย่างเรานี้ดู จะได้แปลออกและรู้ซะทีว่า สิ่งที่ฉันพูด กับสิ่งที่ฉันคิด มันใช่อย่างที่ฉันแสดงออกหรือเปล่า  ขอบอกก่อนว่า พวกเราไม่ได้ซับซ้อน  แต่มันเป็นไปตามฮอร์โมน เข้าใจเราบ้างอย่างที่เราก็พยายามจะเข้าใจคุณ ขอขอบคุณภาพจากคุณ อายตา ห้าบาท Pantip

ลูก หลาน เหลน ไม่มีโหลน?
ข่าวการศึกษา /  เกร็ดความรู้

ภาษาไทย ถือได้ว่าเป็นอีกภาษาหนึ่งที่เรียนรู้ได้อยากที่สุด เพราะด้วยสระ พยัญชนะ การผันเสียง ที่มีมากมายเหลือเกิน .. แต่ teen.mthai ว่าภาษาไทยก็มีเสน่ห์ และเป็นภาษาที่สนุก ยังไง? ก็ภาษาไทยของเราหลากคำ แต่ความหมายเดียว และมีศัพท์ให้เลือกใช้หลายคำได้ เช่น หากจะพูดถึง "ผู้หญิง" ก็สามารถใช้ได้ตั้งแต่ สตรี,นารี,อิตถี,กัลยา,อร,อนงค์ ,ยุพา ฯลฯ เกร็ดความรู้ : ลูก หลาน เหลน ไม่มีโหลน? นอกจากนี้มีคำยืมจากภาษาอื่น มีระดับของภาษา แถมมีคำสร้อยต่อท้ายเพื่อให้เกิดคำคล้องจองที่เป็นนิสัยของคนไทย เช่น "ไม่กงไม่กินมันละ" , "รู้สึกปวดแข้งปวดขา" แต่ทุกวันนี้ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป คำสร้อยพวกนี้อาจส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิดได้ เช่นกรณีของคำว่า "โหลน" ที่เพื่อนๆแทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ในยุคนี้เชื่อว่าเป็นศักดิ์การนับรุ่นในครอบครัว เป็นลูกของ "เหลน" เพราะมักจะได้ยินเพลงปลุกใจคุ้นหูที่มีคำร้องว่า "ลูกหลานเหลนโหลนภายหน้า จะได้มีพสุธาอาศัย"  แต่ถ้าเพื่อนลองเอาคำว่า "โหลน" ไปค้นในพจนานุกรมแล้วละก็ จะไม่พบคำนี้อยู่เลย เป็นเพราะอะไร? ก็มันไม่มี มันผิดหน่ะสิ!! จริงๆ แล้ว คนทั่วไปรู้จักคำว่า ลูก หลาน เหลน และรู้ว่าเหลนเป็นลูกของหลาน และหลานเป็นลูกของลูก  จึงมักจะคิดว่า โหลน น่าจะเป็นลูกของเหลนด้วย  แต่ที่ถูกนั้น โหลน เป็นเพียงคำสร้อย ที่มาต่อท้ายคำว่า ลูก หลาน เหลน ให้ได้จังหวะ 4 พยางค์ ไม่มีความหมายอะไร   และที่ถูกนั้น  ลูกของเหลน เรียกว่า "ลื่อ" ส่วน ลูกของลื่อ เรียกว่า "ลืบ" และ รุ่นลูกของลืบ เรียกว่า "ลืด" ตะหากหล่ะจ๊ะ ^^ ลูก หลาน เหลน ไม่มีโหลน ที่มา knowledge.truelife.com

AEC กับความสุขของคนไทย
AEC /  อาเซียน

AEC กับความสุขของคนไทย ทุกวันนี้ต้องยอมรับว่าประเด็น AEC  เป็นเรื่องท๊อปฮิต เพราะในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2558 หรืออีกสี่ปีข้างหน้าข้อตกลง AEC จะมีผลบังคับใช้ ซึ่งทําให้ประเทศต่าง ๆ ในกลุ่มอาเซียนรวมทั้งประเทศไทยด้วย ต้องเปิดเสรีทางการค้า มีภาษีต่อกันเป็นศูนย์การเคลื่อนย้ายเงินทุนและแรงงานทําได้โดยเสรี พรมแดนต่าง ๆ จะจางหายไป คําถามที่น่าสนใจคือ คนไทยควรมีมุมมองอย่างไรที่จะทำให้การเปลี่ยนแปลงที่กําลังจะเกิดขึ้นนี้เป็นไปอย่างมีความสุข 1)    มองอุปสรรคให้เป็นโอกาส AEC เป็นได้ทั้งโอกาสและอุปสรรค ขึ้นอยู่กับความพร้อมขององค์กรและมุมมองของแต่ละคน สําหรับองค์กรที่มีความพร้อม จะมองว่านี่คือโอกาสของบริษัทเพราะ •    เป็นการรวมตัวของ 10 ประเทศที่มีประชากรประมาณ 500 ล้านคน จะทําให้การค้าขายดีขึ้น ยังไม่นับรวมกับอีก 6 ประเทศที่เมื่อรวมกันแล้วมีประชากรถึงครึ่งโลก •    แรงงานที่จะมีการเคลื่อนย้ายอย่างเสรีจะทําให้อุปทาน (Supply) ของตลาดแรงงานเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ต่อไปจะสามารถคัดสรรคนเก่งคนดีมีความสามารถมาทํางานได้ง่ายขึ้น ปัญหาการขาดแคลนแรงงานและต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ ใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฏหมายน่าจะหมดไป •    ความยุ่งยากในการทําเอกสารขออนุญาตทํางานสําหรับชาวต่างชาติ (Work Permits) ก็จะลดลง การจ้างแรงงานต่างชาติที่มาจากประเทศในกลุ่มอาเซียนด้วยกัน ทําได้ง่ายขึ้น •    การจัดตั้งธุรกิจและเปิดสาขาในประเทศต่างๆ ในกลุ่ม จะทําได้ง่ายขึ้น นอกจากการดําเนินธุรกิจนอกประเทศจะสะดวกขึ้น ไม่ต่างจากการเปิดสาขาใหม่ในต่างจังหวัดการเคลื่อนย้ายเงินลงทุนและกําไรก็จะทําได้ง่ายขึ้น อันมีผลทําให้การทําธุรกิจคล่องตัว ความสามารถในการแข่งขันกับภูมิภาคอื่นก็จะเพิ่มสูงขึ้นด้วย •    จากผลสำรวจพบว่าศักยภาพและความพร้อมของไทยอยู่ในระดับ "กลางๆ" เมื่อเทียบกับประเทศอื่นในอาเซียน และเป็นรองแม้กระทั่งอินโดนีเซียและห่างไกลมากกับมาเลเซียที่มีศักยภาพเป็นอันดับสอง ส่วนสิงคโปร์นั้นมีศักยภาพสูงสุด ทำให้เรามองว่านี่เป็นโอกาสที่จะเรียนรู้เพิ่มขึ้น 2)    จะทำอะไรต้องมีการเตรียมตัวเตรียมใจจึงจะไม่เครียด •    ต้องเตรียมวัฒนธรรมองค์กรให้พร้อม วัฒนธรรมหลาย ๆ อย่างของคนไทย ไม่ใช่สิ่งที่ไม่ดี แต่เมื่อเวลาผ่านไป วัฒนธรรมเหล่านั้นอาจไม่เหมาะและกลายเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา เช่น การใช้ระบบอาวุโส หรือการไม่เถียงผู้ใหญ่ เป็นต้น •    เราต้องสร้างวัฒนธรรมที่ให้พนักงานสามารถทํางาน ภายใต้ความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นพื้นเพความหลังที่แตกต่าง เชื้อชาติ ศาสนา ภาษา หรือแม้แต่ความคิดและความเชื่อที่ไม่เหมือนกัน เราต้องเตรียมความรู้ด้านภาษา โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ วันนี้หากพูดอ่านเขียนได้คล่อง ถือเป็นเรื่องพิเศษ อีกสัก 5 ปีจากนี้ไป ตลาดอาจถามหาภาษาที่ 3 แล้วก็ได้ •    ต้องเตรียมมองหาและรักษาคนเก่งให้อยู่กับองค์กรให้ได้เพราะต่อไปการแย่งชิงตัว พนักงานโดยเฉพาะพนักงานเก่ง ๆ คงมากขึ้นเรื่อย ๆ เราต้องสร้างบรรยากาศให้การทำงานมีความสุขพนักงานก็จะอยู่กับบริษัทได้นาน ไม่คิดจะย้ายไปทำงานที่อื่น •    ต้องเตรียมรับกับการเปลี่ยนแปลงที่กําลังจะมาถึง จงบอกกับตัวเองว่า วิธีคิดและการทํางานแบบเดิม ๆ ที่เคยสําเร็จอาจไม่ได้ผลอีกต่อไป องค์กรที่น่าเป็นห่วงคือองค์กรที่บุคลากรไม่เคยมีการหมุนเวียนงาน (Rotation) เลย เพราะคนเหล่านี้จะรับกับการเปลี่ยนแปลงได้ค่อนข้างยาก •    ต้องตัดคําว่า “ความมั่นคงในการทํางาน” (Job Security) และ “ความภักดี” (Loyalty) ออกจากพจนานุกรม เพราะต่อไปสองคํานี้คงไม่มีในการทํางาน ทั้งหมดขึ้นอยู่กับความสามารถ (Employability) หากพนักงานมีความสามารถ การงานย่อมมั่นคง หากองค์กรมีความสุข พนักงานก็จะเกิดความภักดีขึ้นเอง 3)    เป็นผู้นำที่นำความสุขมาให้องค์กร •    ผู้นําต้องเป็นแบบอย่างในการเรียนรู้และรับรู้ข่าวสาร เป็นคนแรกในองค์กรที่รับรู้และตื่นตัวเปิดรับข้อมูลใหม่ ๆ และมีหน้าที่สื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจให้คนในองค์กรให้เกิดความตระหนัก ตื่นตัว แต่ไม่ตื่นตระหนก •    ผู้นําต้องมีหน้าที่ให้การสนับสนุนทั้งงบประมาณ และทรัพยากรในการพัฒนาและรักษาคน เพราะสิ่งเหล่านี้ต้องทําตั้งแต่วันนี้ •    ผู้นําควรปรับสภาพแวดล้อมและวัฒนธรรมในการทํางานให้เป็นองค์กรน่าอยู่ เช่น ปรับปรุงสถานที่ให้มีบรรยากาศที่ดีในการทํางาน การจัดสิ่งอํานวยความสะดวกที่เหมาะสม ไม่ปล่อยปละละเลยหรือมองข้ามเพราะเห็นว่าไม่ใช่สิ่งจําเป็น เป็นต้น •    ผู้นำต้องเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น เพราะการแข่งขันจะมีมากขึ้น และวิธีการเดิม ๆ อาจจะใช้ไม่ได้ เช่น การลงคลาสิฟลายด์เพื่อรับสมัครงาน ต่อไปอาจจะต้องใช้เฟซบุ๊กในการสรรหาคน เป็นต้น 4)    สร้างสังคมให้มีความสุขเพื่อรับ AEC •    โลกวันนี้ไม่ใช่แค่ประเทศไทย แต่คือ “โลกทั้งใบ” ที่เปลี่ยนแปลงไปไม่หยุดนิ่ง เราจะต้องไม่ยึดติดกับอดีต หันมาให้ความสําคัญกับ “คน” สร้าง “สังคมแห่งความสุข” ที่มีการก้าวย่างที่รวดเร็วและรู้จักปรับตัว หรือไม่ยึดติดกับความคิดเดิม ๆ •    ช่วยกันส่งผ่านไอเดียเรื่อง “The Value of Happiness” คุณค่าของความสุข ตอกย้ำแนวคิดการสร้างสมดุลระหว่างงานกับชีวิต ในองค์กรที่เตรียมพร้อม ถ้าคุณดูแลคนของคุณดีเท่าไร คุณจะทํากําไรได้มากขึ้นเท่านั้น นี่คือคุณค่าของการสร้างความสุขร่วมกัน” •    จากผลสำรวจพบว่า การที่พนักงานรักกัน ทําให้ทํางานได้ดีขึ้น มีประสิทธิภาพในการทํางานมากขึ้น แต่หากไม่ได้รับการกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง ทุกอย่างก็จะกลับสู่ภาวะปกติ เราต้องสร้างองค์กรแห่งความสุขที่ตอบโจทย์รอบด้าน ไล่ตั้งแต่ “พนักงาน” ที่อยู่ในองค์กรมีความสุข รู้สึกมีคุณค่า “ลูกค้า” ที่สัมผัสได้ถึงคุณค่าของสินค้าและบริการนั้น “คุณค่าของงาน” ที่พนักงานมีความสุขเมื่อได้บริการหรือทําสิ่งดี ๆ ให้กับลูกค้า •    สุดท้ายคือ “คุณค่าขององค์กร” องค์กรมีคุณค่า จากการที่คนรู้จักคุณค่าของตัวเององค์กรแบบนี้จะเป็นองค์กรที่ไม่มีวันตาย ซึ่งไม่จําเป็นต้องใหญ่โตเลย แค่ร้านก๋วยเตี๋ยวเล็ก ๆ ก็เป็นองค์กรแห่งความสุขได้โดยที่พนักงานทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใส สนุกสนาน ท่ามกลางคนเยอะแยะไปหมด เพราะเขาคือองค์กรแห่งความสุข ที่ไม่ได้เอาระบบเป็นตัวนํา แต่เอาความสัมพันธ์ของคนในองค์กรเป็นตัวนํา” 5)    งานคือส่วนหนึ่งของชีวิต อดีตเรามองว่า “งานคือชีวิต” แต่กับคนวันนี้ “งานเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต” ไปแล้ว เพราะเทคโนโลยีทําให้เป็นอย่างนั้น แต่ด้วยความสามารถของเด็กรุ่นใหม่ ในการจัดการและความรู้เรื่องเทคโนโลยีนี่เอง ที่ทําให้เขาสามารถทําอะไรได้เยอะกว่าคนรุ่นเก่ามหาศาล นี่เป็นความท้าทายในการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยและโลก วันนี้เราเป็นส่วนหนึ่งของภูมิภาค ไม่ใช่อยู่คนเดียว ถ้ายังอยู่กับโลกใบเดิม คิดเหมือนเดิม ทําเหมือนเดิม เราจะเจอกับจุดอ่อนจากการเปลี่ยนแปลง อย่างการเปิด AEC อย่างน้อยคนของเราต้องเข้าถึงคําว่าความหลากหลายทางวัฒนธรรม ต้องเลิกความคิดดูถูกประเทศเพื่อนบ้าน หรือคิดว่าเราเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคนี้มันใช้ไม่ได้สําหรับอนาคต เพราะโลกเปลี่ยนไปแล้ว โลกไม่ใช่แค่ประเทศไทย แต่คือโลกทั้งใบ การเตรียมพร้อมเรื่องคน ด้วยการเข้าใจไลฟ์สไตล์หรือวิธีคิด ของคนยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไป ต้องให้คนนํางานไม่ใช่งานนําคน และเข้าใจว่าสิ่งที่ยึดคนให้อยู่กับองค์กรได้ ไม่ใช่ตัวเลขเงินเดือนหรือสวัสดิการ แต่คือ การเป็นที่ที่เขา “มีความสุข” ได้รู้จัก “คุณค่าของตัวเอง” และเมื่อไรก็ตามที่คนไทยทุกคนรับรู้คุณค่าแห่งความสุขและการได้ใช้ชีวิตร่วมกัน วันนั้นคนไทยก็พร้อมแล้วที่จะอยู่ในยุค AEC ได้อย่างมีความสุขท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่ไม่รู้จักจบสิ้น แล้วตอนนี้คุณล่ะได้สร้างความสุขให้กับองค์กรและสังคมของคุณบ้างหรือยัง? หนึ่งในกูรูของ Businessnetworkguru ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.slideshare.net/bright9977 http://www.facebook.com/Happinessforbetterlife http://www.facebook.com/businessnetworkguru

พจนานุกรมรูปภาพ ค้นหาคำด้วยGoogle
หนังสือ /  เกร็ดความรู้ / 

มีคนเคยบอกว่า รูปภาพหนึ่งรูปภาพแทนคำพูดได้เป็นล้านคำ ... น่าจริงเพราะ Ben West และ Felix Heyes สองศิลปินและนักออกแบบจากลอนดอน ได้ทดลองทำ พจนานุกรมรูปภาพ?พจนานุกรม รูปแบบใหม่ด้วยการ นำภาพมาใช้แทนคำศัพท์กว่า 21,000 คำ ที่พบใน พจนานุกรม ที่ใช้งานกันทั่วไป ซึ่งภาพเหล่านี้ได้มาจากการใช้ image search ของกูเกิลโดยใช้ภาพแรกที่ปรากฏขึ้นมาของคำค้นหานั้นๆ พจนานุกรมรูปภาพ พจนานุกรมรูปภาพ?เล่มนี้มีทั้งหมด 1240 หน้าประกอบด้วยภาพในฟอร์แมตของ JPGs, GIFs และ PNGs เรียงลำดับตามตัวอักษร เพื่อ สร้างสรรค์หนังสือ เล่มนี้ขึ้นมาเค้าทั้งคู่ใช้ ?PHP scripts ในการดาวน์โหลดภาพแรกของการค้นหาในแต่ละคำด้วยบริการค้นหาของกูเกิล หลังจากนั้นนำภาพที่ได้มาจัดวางบนหน้ากระดาษเป็นสามแถว แล้วทำการ export ไฟล์ออกมาเป็น PDF เพื่อใช้ในการพิมพ์ ต่อจากนั้นก็นำหน้ากระดาษมา เย็บกี่ด้วยมือเข้าเล่มเป็นหนังสือ West อธิบายถึง พจนานุกรมรูปภาพ?หนังสือเล่มนี้ว่า มันคือบันทึกที่ไม่สำคัญที่แสดงออกถึงวัฒนธรรมของมนุษย์ในปี 2012 ซึ่งรูปภาพเกินกว่าครึ่งจะเกี่ยวข้องกับการปฏิวัติทางการแพทย์, รูปโป๊เปลีอย,การเหยียดชนชาติหรือการ์ตูนล้อเลียน ตอนนี้ทาง Heyes และ West วางแผนที่จะพิมพ์ หนังสือเล่มนี้ในเวอร์ชั่นปกอ่อนออกมาจำหน่ายในจำนวนที่ไม่มากก่อนค่ะ ถ้าใครอยากรู้ความคืบหน้าของ พจนานุกรมรูปภาพ?หนังสือเล่มนี้ว่าจะพิมพ์ออกมาเมื่อไหร่ก็ติดตามได้ที่เว็บของ Ben West และ Felix Heyes thank :: vimeo.com /?dailygizmo.tv