พจนานุกรม

ภาษาไทยที่มักเขียนผิด บ่อยๆพร้อมความหมาย
นักศึกษา /  นักเรียน / 

ต่อไปนี้เป็น คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด?เรียงลำดับตามตัวอักษรของ คำที่เขียนถูก ตามที่ปรากฏในพจนานุกรมภาษาไทยหรือตามประกาศของหน่วยงานราชการไทย หมายเหตุ: การเขียนสะกดคำในนี้เป็นกรณีทั่วไป แต่ในกรณีเฉพาะ เช่น เป็นวิสามานยนาม อาทิ เป็นชื่อบุคคล ชื่อสถานที่ หรือในทางร้อยกรอง สามารถเขียนสะกดคำแตกต่างได้ คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ก คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ก็ ก้อ กงเกวียนกำเกวียน กงกำกงเกวียน กง และ กำ เป็นส่วนประกอบของล้อเกวียน กงสุล กงศุล "กงสุล" มาจากคำในภาษาฝรั่งเศสว่า "consul" กฎ กฏ กฎ ทุกอย่าง ใช้ ฎ ชฎา ยกเว้น ปรากฏ ใช้ ฏ ปฏัก ส่วน กรกฎ/กรกฏ สะกดได้ทั้งสองแบบ กบฏ กบฎ, กบถ - "กบฏ" ใช้ ฏ ปฏัก- ในสมัยโบราณ เคยสะกดด้วย ฎ ชฎา (ดู?พจนานุกรมกฎหมาย ของ ขุนสมาหารหิตะคดี) - ถ้าออกเสียง "ขะ-บด" เขียน "ขบถ" กบาล, กระบาล กะบาล, -บาน ใช้เรียกศีรษะ แต่เป็นคำไม่สุภาพ กรรมกร กรรมกรณ์ - "กรรมกร" = คนงาน, ลูกจ้างที่ใช้แรงงาน- "กรรมกรณ์" = อาญา, เครื่องสำหรับลงอาญา ฯลฯ กรรมกรณ์ กรรมกร - "กรรมกร" = คนงาน, ลูกจ้างที่ใช้แรงงาน- "กรรมกรณ์" = อาญา, เครื่องสำหรับลงอาญา ฯลฯ กระเพาะ กะเพาะ, กะเพราะ, กระเพราะ ระวังสับสนกับ กะเพรา กริยา กิริยา "กริยา" (กฺริ-) คือ คำชนิดหนึ่ง บอกอาการ การกระทำ เช่น เดิน วิ่ง เขียน เหล่านี้ คือ คำกริยา กรีฑา กรีธา, กรีทา กีฬาประเภทหนึ่ง กรีธา กรีฑา เคลื่อน ยก เดินเป็นหมู่หรือเป็นกระบวน เช่น กรีธาทัพ กลยุทธ์ กลยุทธ, กลยุทธิ, กลยุทธิ์ กลางคัน กลางครัน กลิ่นอาย กลิ่นไอ กสิณ กสิน กเฬวราก กเลวราก กอปร กอป, กอปร์ อ่านว่า "กอบ" กอล์ฟ กลอฟ, กอลฟ์, ก็อลฟ์, ก็อล์ฟ, ก๊อลฟ์, ก๊อล์ฟ กะทันหัน กระทันหัน กะเทย กระเทย กะเทาะ กระเทาะ กะบังลม กระบังลม กะปิ กระปิ กะพง กระพง กะพริบ กระพริบ กะพรุน กระพรุน กะเพรา กะเพา, กระเพา, กระเพรา ระวังสับสนกับ กระเพาะ กะล่อน กระล่อน กะละมัง กาละมัง กะลาสี กลาสี กะละแม กาละแม, กาลาแม, กาละแมร์ กะหรี่ กระหรี่ กะเหรี่ยง กระเหรี่ยง กะหล่ำ กระหล่ำ กะโหลก กระโหลก จำไว้ว่า กะโหลก กะลา กังวาน กังวาล กันทรลักษ์ กันทรลักษณ์, กัณ- กันแสง กรรแสง, กรรณแสง กาลเทศะ กาละเทศะ กาลเวลา กาฬเวลา กาล หมายถึง เวลา , กาฬ แปลว่า รอยดำ หรือ แดง กาฬสินธุ์ กาฬสินธ์, กาล- กำเหน็จ กำเน็จ, กำเหน็ด กิตติมศักดิ์ กิติมศักดิ์, เกียรติมศักดิ์ กินรี กินนรี แต่ "กิน-นอน" เขียน 'กินนร' กิริยา กริยา "กิริยา" คือ อาการ การกระทำ เช่น ปฏิกิริยา กุฎี,?กุฏิ กุฎ, กุฎิ "กุฏิ" อ่านว่า "กุด" หรือ "กุด-ติ" , ถ้าต้องการอ่าน "กุ-ดี" ต้องเขียน "กุฎี" (ใช้คำไหนก็ได้) กู กรู คำสรรพนามบุรุษที่หนึ่ง เกม เกมส์ ในภาษาไทยสำหรับกรณีทั่วไปจะไม่มีการเปลี่ยนรูปแบบคำใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าสื่อความหมายถึงเอกพจน์หรือพหูพจน์เว้นแต่เป็นการทับศัพท์วิสามานยนาม เช่น "SEA Games" ว่า?ซีเกมส์ เกล็ดเลือด เกร็ดเลือด เกษียณ เกษียน, เกษียร เกษียณ = สิ้นไป เช่นเกษียณอายุ; เกษียน = เขียน; เกษียร = น้ำนม เกสร เกษร ส่วนในของดอกไม้ เกาต์ เก๊าท์ เกียรติ เกียตร, เกียรต, เกียรต์, เกียรติ์ อ่านว่า "เกียด", ถ้าเขียน "เกียรติ์" อ่านว่า "เกียน" เช่น รามเกียรติ์ แก๊ง แก๊งค์, แก๊งก์ "แก๊ง" มาจากภาษาอังกฤษว่า "gang" ในภาษาไทยเป็นภาษาปาก?หมายความว่า "กลุ่มคนที่ตั้งเป็นก๊กเป็นเหล่า (มักใช้ในความหมายไม่ดี) เช่น แก๊งโจร แก๊งอันธพาล" แกร็น แกน, แกรน ไม่เจริญเติบโตตามปรกติ (ใช้แก่คน สัตว์ และพืช), เช่น แคระแกร็น คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ข คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ขบถ ขบฏ ดู กบฏ ขโมย โขมย ขวาน ขวาญ ขะมักเขม้น ขมักเขม้น ขัณฑสกร ขัณท-, ขันท-, ขันฑ- ขาดดุล ขาดดุลย์ ดู "ดุล", "สมดุล" ข้าวเหนียวมูน ข้าวเหนียวมูล มูน = เอากะทิเคล้ากับข้าวเหนียวเพื่อให้มัน ขี้เกียจ ขี้เกลียด, ขี้เกียด ขึ้นฉ่าย คึ่น-, -ช่าย, -ไฉ่, -ไช่ เขยก ขเยก, ขะเหยก ไข่มุก ไข่มุกข์, ไข่มุกด์, ไข่มุข คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ฃ ปัจจุบันไม่มีคำที่ใช้ "ฃ" โดยหันไปใช้ "ข" แทน เช่น "ฃวด" ก็ใช้เป็น "ขวด" เป็นต้น คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ค คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ คทา คฑา, คธา คน ฅน ฅ ไม่เคยใช้เขียนคำว่า ฅน ครรไล ครรลัย ครองราชย์ ครองราช คำว่า "ราชย์" หมายถึง ความเป็นราชา, "ครองราชย์" จึงหมายถึง ครองความเป็นราชาทั้งนี้ คำว่า "ครองราชสมบัติ" หมายความว่า ครองสมบัติของพระราชา ก็คือ ครองความเป็นราชา (มิใช่ "ครองราชยสมบัติ" อันแปลว่า ครองสมบัติแห่งความเป็นพระราชา) คริสตกาล คริสต์กาล ใช้ตามโบราณ คริสตจักร คริสต์จักร ใช้ตามโบราณ คริสต์ทศวรรษ คริสตทศวรรษ ไม่นิยมสมาสข้ามภาษา คริสต์ศตวรรษ คริสตศตวรรษ ไม่นิยมสมาสข้ามภาษา คริสต์ศักราช คริสตศักราช คริสต์ศาสนา คริสตศาสนา ไม่นิยมสมาสข้ามภาษา คริสต์ศาสนิกชน คริสตศาสนิกชน คริสต์มาส คริสตมาส ครุฑ ครุท ครุภัณฑ์ คุรุภัณฑ์ ครุศาสตร์ คุรุศาสตร์ คฤหาสน์ คฤหาสถ์ คฤห + อาสน คลิก คลิ้ก, คลิ๊ก คลินิก คลีนิก, คลินิค ค้อน ฆ้อน คะ ค๊ะ คะนอง คนอง คัดสรร คัดสรรค์ คาร์ป คาร์ฟ, คราฟ, คาร์พ, คราพ ชื่อปลา ทับศัพท์มาจาก carp คารวะ เคารวะ คำนวณ คำนวน คำสดุดี คำดุษฎี คุกกี้ คุ้กกี้, คุ๊กกี้ ออกเสียง คุก โดยไม่ต้องใส่วรรณยุกต์ คุรุศึกษา ครุศึกษา เค้ก เค็ก, เค๊ก เครียด เคลียด เครื่องราง เครื่องลาง แค็ตตาล็อก แคตตาล็อก, แคตาล็อก แคบหมู แค็บ-, แคป-, แค็ป- แคระแกร็น แคะแกน, แคะแกรน, แคระแกน, แคระแกรน ไม่เจริญเติบโตตามปรกติ (ใช้แก่คน สัตว์ และพืช) โค่ง โข่ง โข่ง = เปิ่น ไม่เข้าท่า / โค่ง = โตกว่าเพื่อน โคตร โครต, โคต, โคด โครงการ โครงการณ์ การ คือ งาน โควตา โควต้า ออกเสียง คว ควบกล้ำ และออกเสียง ต้า โดยไม่ต้องใส่วรรณยุกต์ คอลัมน์ คอลัมม์ คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด?ฅ ปัจจุบันไม่มีคำที่ใช้ "ฅ" โดยหันไปใช้ "ค" แทน เช่น "ฅอ" ก็ใช้เป็น "คอ" เป็นต้น คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด?ฆ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ฆราวาส ฆรวาส, ฆารวาส, -วาท ฆาตกร ฆาตรกร ฆาต แปลว่า ฆ่า, ทำลาย หรือ ตี ฆาตกรรม ฆาตรกรรม ฆาต แปลว่า ฆ่า, ทำลาย หรือ ตี เฆี่ยน เคี่ยน - "เฆี่ยน" = ตีด้วยหวายหรือไม้เรียวเป็นต้นเป็นการลงโทษ เป็นต้น- "เคี่ยน" ไม่มีความหมาย คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด?ง คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ งบดุล งบดุลย์ ไม่ใช่ ดุลย์ งูสวัด งูสวัส, งูสวัสดิ์ คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด?จ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ จงกรม จงกลม การฝึกสมาธิ จระเข้ จรเข้ เครื่องดนตรีไทย เรียก จะเข้; ชื่อสถานที่บางแห่งยังสะกดว่า จรเข้ อยู่เช่น คลองจรเข้บัว ตำบลจรเข้สามพัน ตำบลจรเข้ร้อง จลนศาสตร์ จลศาสตร์ จลาจล จราจล มาจากคำ จล + อจล จะงอย จงอย จะจะ จะ ๆ คำมูลสองพยางค์ จะละเม็ด จาละเม็ด, จาระเม็ด, จรเม็ด, จระเม็ด จักจั่น จั๊กจั่น จักร จักร์ จักรพรรดิ จักรพรรดิ์ อ่านว่า "จัก-กฺระ-พัด" จักรวรรดิ จักรวรรดิ์ อ่านว่า "จัก-กฺระ-หวัด" จักสาน จักรสาน เครื่องใช้ที่ทำด้วยมือ จาระไน จารไน จาระบี จารบี จำนง จำนงค์ แผลงจาก "จง" จินตนาการ จินตะนาการ, จินตรนาการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ปัจจุบันใช้แบบมีทัณฑฆาตตามที่ได้รับพระราชทาน (ขัดหลักคำสมาส) เจตจำนง เจตจำนงค์ จำนง แผลงจาก จง เจตนารมณ์ เจตนารมย์ เจียระไน เจียรไน โจทก์ โจทย์ โจทก์ หมายถึง ผู้ฟ้องร้องในศาลกล่าวหาจำเลย โจทย์ หมายถึง ปัญหา เช่น โจทย์เลข ใจ จัย คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด?ฉ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ฉบับ ฉะบับ ฉะนั้น ฉนั้น ฉะนี้ ฉนี้ ฉัน ฉันท์ เสมือน เช่น ฉันญาติ ฉันมิตร; รับประทาน ใช้กับพระสงฆ์ ฉันท์ ฉัน ความพอใจ หรือร้อยกรองประเภทหนึ่งมีบังคับครุลหุ เฉพาะ ฉะเพาะ, ฉเพาะ ไฉน ฉไน คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด?ช คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ชมพู ชมภู ชมพู่ ชมภู่ ชะนี ชนี ชะมด ชมด ชะลอ ชลอ ชัชวาล ชัชวาลย์ ชีพิตักษัย ชีพตักษัย ชีวประวัติ ชีวะประวัติ สมาสแล้วลบวิสรรชนีย์ คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด?ซ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ซวดเซ ทรวดเซ ซ่องเสพ ส้องเสพ ซาบซ่าน ทราบซ่าน, -ส้าน ซาบซึ้ง ทราบซึ้ง ซาลาเปา ซาละเปา, ซะละเปา ซาวเสียง ซาวด์เสียง, ซาวน์เสียง, ซาวนด์เสียง หยั่งเสียงเพื่อฟังความคิดเห็น ซีเมนต์ ซีเม็นต์, ซีเมนท์, ซีเม็นท์, ซีเม็น ซุ่ม สุ่ม, สุ้ม ซุ่ม = ซ่อน, แอบซ่อนคอยทีอยู่ / สุ่ม = เครื่องมือจับปลา, เครื่องสานครอบขังไก่, ไม่เฉพาะเจาะจง ซุ้ม สุ้ม สิ่งที่เป็นพุ่มมีทางลอดได้, ส่วนบนของประตูหน้าต่าง เซ็นชื่อ เซ็นต์ชื่อ จากคำอังกฤษ sign, ไม่มี ต การันต์ เซนติเมตร เซ็นติเมตร ไซ้ ไซร้ ไซ้ = กิริยาที่นกหรือเป็ดเอาปากยํ้า ๆ ขนหรือหาอาหาร ฯลฯ, เช่น เป็ดไซ้ขนไซร้ = คําสําหรับเน้นความหมายของคําหน้า, เช่น ลูกหนี้ยังไม่ชำระหนี้ไซร้ ลูกหนี้ได้ชื่อว่าผิดนัด โซม โทรม โซม = เปียกทั่ว, เช่น เหงื่อโซมตัวโทรม = เสื่อมสภาพ, ระดมฟันแทง, ร่วมกันข่มขืนกระทําชําเราหญิง ฯลฯ คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด?ฌ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ฌาน ฌาณ ฌาปนกิจ ฌาปณกิจ เฌอ กะเฌอ คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ญ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ญวน ญวณ ญัตติ ญัติ ญาณ ญาน ญาติ ญาต คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด?ฎ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ฎีกา ฏีกา ใช้ ฎ ชฎา ตัวอักษรที่คล้ายกันทำให้เกิดความสับสน คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ฏ ปัจจุบันไม่มีคำที่ขึ้นต้นด้วย "ฏ" คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ฐ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ฐาน ฐาณ คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ฑ ไม่มีคำที่เขียนผิด คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ฒ ไม่มีคำที่เขียนผิด สำหรับ "เฒ่าแก่" และ "เถ้าแก่" ใช้ได้ทั้งสองคำ คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ณ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ณ ณ. อ่านว่า "นะ" มีความหมายว่า ที่ในการเขียน ไม่มีจุดข้างหลังเพราะมิใช่คำย่อ แต่ "ณ" แผลงรูปมาจาก "ใน" และมักเว้นวรรคหน้าวรรคหลัง "ณ" ด้วย เช่น "อยู่ ณ ที่นี้" คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ด คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ดอกจัน ดอกจันท์, ดอกจันทน์, ดอกจันทร์ เครื่องหมาย *, ดอกของต้นจัน ดอกจันทน์ ดอกจัน, ดอกจันท์, ดอกจันทร์ รกหุ้มเมล็ดจันทน์เทศ ดอกไม้จันทน์ ดอกไม้จัน, ดอกไม้จันท์, ดอกไม้จันทร์ ดอกไม้ประดิษฐ์สำหรับงานเผาศพ ดัตช์ ดัชต์, ดัชท์, ดัทช์ ดาดตะกั่ว ดาษตะกั่ว ดาดฟ้า ดาษฟ้า ดาษดื่น ดาดดื่น ดำรง ดำรงค์ ดำริ ดำหริ, ดำริห์ อ่านว่า "ดำ-หริ", โบราณเขียน "ดำริห์" ดุล ดุลย์ "ดุล" เป็นคำนามแปลว่า ความเท่ากัน หรือความเสมอกัน, ส่วน "ดุลย์" เป็นคำวิเศษณ์แปลว่า เท่ากัน หรือเสมอกัน ดุษณี โดยดุษฎี ดุษณี หมายถึง นิ่งดุษฎี หมายถึง ยินดี มักใช้สลับกัน เช่น ในถ้อยคำว่า "ยอมรับโดยดุษณี" เดินเหิน เดินเหิร โบราณเขียน "เหิร" แดก แดรก, แด่ก, แดร่ก, แด๊ก เป็นภาษาปาก หมายถึง กิน หรือ พูดกระทบให้โกรธ ฯลฯ คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ต คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ตรรกศาสตร์ ตรรกะศาสตร์ ตรรกะ, ตรรก- ตรรกกะ ตราสัง ตราสังข์ ตรึงตรา ตรึงตา หมายถึง ติดแน่น ตะกร้า ตระกร้า ตะราง ตาราง ที่คุมขัง ตานขโมย ตาลขโมย ตาราง ตะราง ช่องสี่เหลี่ยม ตำรับ ตำหรับ ใต้ ไต้ ใช้แสดงตำแหน่ง เช่น ใต้โต๊ะ?ภาคใต้?แสงใต้?(ออโรรา) ใต้เท้า ไต้เท้า เปรียบเหมือนเราอยู่ข้างใต้ เท้าของผู้มีอำนาจบารมี ทำนองเดียวกับ ใต้ฝ่าพระบาท ฯลฯ ไต้ ใต้ หมายถึงคบเพลิง เช่น ขี้ไต้ จุดไต้ตำตอ น้ำตาแสงไต้ หรือใช้ทับศัพท์ภาษาอื่น ไต้ก๋ง ใต้ก๋ง นายท้ายเรือสำเภาหรือเรือประมง ทับศัพท์จากภาษาจีน ไต้ฝุ่น ใต้ฝุ่น ทับศัพท์มาจาก typhoon ไตรยางศ์ ไตรยางค์ ไต้หวัน ใต้หวัน ทับศัพท์จากภาษาจีน คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ถ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ถนนลาดยาง ถนนราดยาง ลาด หมายถึง ปู ถ่วงดุล ถ่วงดุลย์ ถั่วพู ถั่วพลู ถั่วที่ด้านข้างมีรอยเป็นพู เถา เถาว์ ไถ่ตัว ถ่ายตัว เรียกค่าไถ่ ก็ใช้คำนี้ คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ท คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ทโมน ทะโมน, โทมน ทยอย ทะยอย ทแยง ทะแยง, แทยง ทรงกลด ทรงกรด ทรมาทรกรรม ทรมานทรกรรม ทรราช ทรราชย์ - ทรราช = ผู้ปกครองบ้านเมืองที่ใช้อำนาจสร้างความเดือดร้อน, ตามรากศัพท์หมายถึง ราชาชั่ว แต่สามารถใช้ได้กับทั้งที่เป็นราชาและไม่เป็นราชา- ทรราชย์ = รูปแบบ ระบบ หรือลัทธิการปกครองแบบทรราช ทระนง, ทะนง ทรนง, ทนง ทลาย ทะลาย พังทลาย ถล่มทลาย ทศกัณฐ์ ทศกัณฑ์ กัณฑ์ แปลว่า คำเทศน์ตอนหนึ่ง; กัณฐ์ แปลว่า คอ ทอนซิล ทอมซิน ทะนุถนอม ทนุถนอม ทะนุบำรุง, ทำนุบำรุง ทนุบำรุง ทะลาย ทลาย ช่อผลของมะพร้าว ทะเลสาบ ทะเลสาป ทัณฑ์ ฑัณฑ์ ทายาด ทายาท ทายาด = ยิ่งยวด เช่น ทนทายาดทายาท = ผู้สืบสกุล ทายาท ทายาด, ทาญาติ ทารุณ ทารุน ทีฆายุโก ฑีฆายุโก ทีฆายุ หมายถึง อายุยืนยาว ทุกรกิริยา ทุกขกิริยา, ทุกขรกิริยา หมายถึง กิจที่ทำได้ยาก ทุคติ ทุกข์คติ ทุพพลภาพ ทุพลภาพ ทุพภิกขภัย ทุภิกขภัย ทุส + ภิกขภัย, เปลี่ยน ส เป็น พ ตามหลักการสมาส ทุศีล ทุจศีล ทูต ฑูต ทูตทุกอย่าง ใช้ ท ทหาร ทูนหัว ทูลหัว พ่อทูนหัว แม่ทูนหัว ทูลกระหม่อม ทูนกระหม่อม เท่ เท่ห์ เทพนม เทพพนม เทวะ + นมะ ไม่ใช่ เทพ + พนม เทเวศร์ เทเวศ, เทเวศน์ เทว + อิศร์ เทอญ เทิญ เทอม เทิม, เทิร์ม เท้าความ ท้าวความ เขียนเหมือน "เท้า" เทิด เทอด เทิดทูน เทิดทูล แท็กซี่ แท๊กซี่ แทรกแซง แซกแซง โทรทรรศน์ โทรทัศน์ กล้องส่องทางไกล โทรทัศน์ โทรทรรศน์ เครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดหนึ่ง โทรม โซม โทรม = เสื่อมสภาพ, ระดมฟันแทง, ร่วมกันข่มขืนกระทําชําเราหญิง ฯลฯโซม = เปียกทั่ว, เช่น เหงื่อโซมตัว โทรศัพท์ โทรศัพย์ คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ธ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ธนบัตร ธนาบัตร ธนาณัติ ธนานัติ, ธนาณัต ธรรมเนียม ทำเนียม ในหนังสือเก่า ๆ เขียน "ทำเนียม" ก็มี, แต่ปัจจุบัน ใช้ "ธรรมเนียม" (มาจาก ธรรม + นิยม) ธัญพืช ธัญญพืช ธำมรงค์ ธำมรง, ทำมะรงค์ แปลว่า "แหวน" ธำรง ธำรงค์ ธุรกิจ ธุระกิจ คำสมาส หรือใช้ กิจธุระ คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??น คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ นพปฎล นพปดล แปลว่า เก้าชั้น นภดล นพดล เว้นแต่ "นพดล" ที่เป็นชื่อเฉพาะ นวัตกรรม นวตกรรม นอต น็อต, น๊อต ทับศัพท์จาก nut ในภาษาอังกฤษที่หมายถึงอุปกรณ์ช่าง นะ น๊ะ ออกเสียงวรรณยุกต์ตรี โดยไม่ปรากฏรูป นะคะ นะค่ะ, นะค๊ะ คะ เป็นเสียงตรี ไม่ต้องใช้ไม้ตรี ในขณะที่ ค่ะ เป็นเสียงโท นันทนาการ สันทนาการ นัย นัยยะ อ่านได้ทั้ง ไน และ ไน-ยะ นัยน์ตา นัยตา น่า หน้า คำประกอบหน้ากริยา หมายความว่า ควร เช่น น่าจะทำอย่างนั้น น่าจะเป็นอย่างนี้; ชวนให้, ทำให้อยากจะ, เช่น น่ากิน น่ารัก นาฏกรรม นาฎกรรม ใช้ ฏ ปฏัก นาที นาฑี นาฑี เป็นภาษาสันสกฤต พบบ้างในหนังสือเก่า ปัจจุบันพจนานุกรมให้สะกดแบบเดียวเท่านั้น นานัปการ นานับประการ นานา นา ๆ คำมูลสองพยางค์ น้ำจัณฑ์ น้ำจัน น้ำมันก๊าด น้ำมันก๊าซ, -ก๊าส น้ำแข็งไส น้ำแข็งใส หมายถึงการนำน้ำแข็งไปไสบนกบ จนได้เกล็ดน้ำแข็ง เป็นวิธีทำแบบดั้งเดิม นิจศีล นิจสิน นิเทศ นิเทศน์, นิเทส นิมิต นิมิตร, นิรมิตร นิเวศวิทยา นิเวศน์วิทยา เนรมิต เนรมิตร เนืองนิตย์ เนืองนิจ แน่นหนา หนาแน่น - "แน่นหนา" ว่า มั่นคง เช่น ใส่กุญแจแน่นหนา มีหลักฐานมัดตัวแน่นหนา, แข็งแรง เช่น ประตูหน้าต่างแน่นหนา, บางทีก็ใช้เข้าคู่กับ ปึกแผ่น เป็น เป็นปึกแผ่นแน่นหนา.- "หนาแน่น" ว่า คับคั่ง, แออัด, เช่น กรุงเทพฯ มีประชากรหนาแน่นมาก. โน้ต โน๊ต, โน้ท, โน๊ท อักษรต่ำ ไม่ใส่ไม้ตรี คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??บ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ บรรทัด บันทัด บรรทุก บันทุก บรรลุ บันลุ บรรเลง บันเลง บรั่นดี บะหรั่นดี บริสุทธิ์ บริสุทธ, บริสุทธิ บล็อก บล็อค, บล๊อก หลักการทับศัพท์ บ่วงบาศ บ่วงบาศก์, บ่วงบาต, บ่วงบาท บอระเพ็ด บรเพ็ด, บอระเพชร บังสุกุล บังสกุล บังเอิญ บังเอิน บัญญัติไตรยางศ์ บัญญัติไตรยางค์ เหมือน ไตรยางศ์ บัตรสนเท่ห์ บัตรสนเท่ บันดาล บรรดาล บันได บรรได บันเทิง บรรเทิง บันลือ บรรลือ บางลำพู บางลำภู บาดทะยัก บาททะยัก, บาดทยัก บาตร บาต เครื่องใช้อย่างหนึ่งของพระสงฆ์ บาทบงสุ์ บาทบงส์ อ่านว่า บาด-ทะ-บง บาทหลวง บาดหลวง บำเหน็จ บำเน็จ บิณฑบาต บิณฑบาตร, บิณฑบาท บิดพลิ้ว บิดพริ้ว บุคคล บุคล บุคลากร บุคคลากร บุคลิกภาพ บุคคลิกภาพ บุปผชาติ บุปผาชาติ บุษราคัม บุษราคำ บูชายัญ บูชายัน, บูชายันต์ บูรณปฏิสังขรณ์ บูรณะปฏิสังขรณ์ คำสมาส เบญจเพส เบญจเพศ เพส มาจากคำว่า วีสะ=20 เบญจ =5, เบญจเพส = 25 เบนซิน เบ็นซิน, เบนซิล เบรก เบรค ศัพท์บัญญัติ หรือใช้คำว่า ห้ามล้อ คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ป คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ปฏิกิริยา ปฏิกริยา ปฏิสันถาร ปฏิสัณฐาน, ปฏิสันถาน ปฏิทิน ปติทิน ปฏิพัทธ์ ประติพัทธ์ ปฏิสังขรณ์ ปฏิสังขร ปฐมนิเทศ ปฐมนิเทศก์, ปฐมนิเทศน์ ปณิธาน, ประณิธาน ปนิธาน, ประนิธาน ตั้งใจไว้ ปรนนิบัติ ปรณนิบัติ ปรมาณู ปรมณู ปรม + อณู ปรองดอง ปองดอง ประกายพรึก ประกายพฤกษ์ ประกาศนียบัตร ประกาศณียบัตร ประกาศิต ประกาษิต ประจัญบาน ประจันบาน, ประจันบาล, ประจัญบาล ประจันหน้า ประจัญหน้า ประจันห้อง ประจัญห้อง ประจำการ ประจำการณ์ ประณต ประนต (กริยา) น้อมไหว้ ประณม ประนม (อาการนาม) การน้อมไหว้ ประณาม ประนาม ประณีต ปราณีต, ประนีต ประดิดประดอย ประดิษฐ์ประดอย ประนีประนอม ประณีประณอม ประมาณ ประมาน ประเมิน ประเมิณ ประสบการณ์ ประสพการณ์ ประสบผลสำเร็จ, ประสบความสำเร็จ ประสพผลสำเร็จ, ประสพความสำเร็จ "ประสบ" เป็นคำกริยาแปลว่าพบหรือพบปะ ส่วน "ประสพ" เป็นคำนามมีความหมายว่าการเกิดผล ในภาษาไทยจึงใช้ "ประสบ" เพียงรูปเดียว เช่น ประสบความสำเร็จ ประสบการณ์ ประสบอุทกภัย ประสบโชค ประสูติ ประสูต, ประสูตร ประสูติการ ประสูติกาล การคลอด ประสูติกาล ประสูติการ เวลาที่คลอด ประหลาด ปะหลาด, ปลาด ประหัตประหาร ประหัดประหาร, ประหัตถ์ประหาร ประหาณ, ปหาน ประหาร ประหาณ หรือ ปหาน หมายถึง ละทิ้ง เช่น สมุจเฉทประหาณ (การตัดขาดและการละทิ้ง), ปหานกิเลส (ละทิ้งกิเลส) ประหาร, ปหาร ประหาณ, -หาน, ปะ- ประหาร หมายถึง ตี ฟัน ทำลาย หรือ ฆ่า เช่น ประหารชีวิต ปรัมปรา ปรำปรา, ปะรำปะรา อ่านว่า ปะ-รำ-ปะ-รา ปรัศนี ปรัศนีย์ ปรากฏ ปรากฎ ใช้ ฏ ปฏัก ปราณี ปรานี ปราณี = สิ่งมีชีวิต ผู้มีชีวิต คือ ผู้มีลมหายใจ ได้แก่ สัตว์ คน เป็นต้น ปรานี ปราณี ปรานี = กรุณา,เมตตา,เอื้ออาทร,เมตตากรุณา เอ็นดู เผื่อแผ่ เอ็นดูด้วยความสงสาร ปรานีปราศรัย ปราณีปราศัย ปรารถนา ปราถนา อ่านว่า "ปราด-ถะ-หนา" ปราศจาก ปราศจาค ปราศรัย ปราศัย ปล้นสะดม ปล้นสดมภ์ สดมภ์ แปลว่า เสาหรือช่องตามแนวตั้ง ปวารณา ปวารนา ปะทะ ประทะ ปะแล่ม ปแล่ม, แปล่ม ปักษิน ปักษิณ ปาฏิหาริย์ ปาฏิหาร, ปาฏิหารย์ ปาติโมกข์ ปาฏิโมกข์ ปาริชาต ปาริชาติ ชื่อบุคคลจำนวนมากยังใช้ ปาริชาติ อยู่ ปิกนิก ปิคนิค คำทับศัพท์ ปุโรหิต ปุโลหิต เปอร์เซ็นต์ เปอร์เซนต์ คำทับศัพท์ เป๋อเหลอ เป๋อเล๋อ อักษรต่ำ ไม่ใช้วรรณยุกต์จัตวา คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ผ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ผดุง ผะดุง ผรุสวาท ผรุสวาส ผลลัพธ์ ผลลัพท์ ผล็อย ผลอย ผลัดเปลี่ยน ผัดเปลี่ยน ผลัดผ้า ผัดผ้า ผลัดเวร ผัดเวร ผลานิสงส์ ผลานิสงฆ์ ผอบ ผะอบ ผัดไทย ผัดไท ผัดผ่อน ผลัดผ่อน ผัดวันประกันพรุ่ง ผลัดวันประกันพรุ่ง ผัดหนี้ ผลัดหนี้ ผาสุก ผาสุข ชื่อบุคคลและสถานที่จำนวนมากยังใช้ ผาสุข อยู่ ผีซ้ำด้ำพลอย ผีซ้ำด้ามพลอย ด้ำ เป็นภาษาเหนือ แปลว่า ผีเรือน ผุดลุกผุดนั่ง ผลุดลุกผลุดนั่ง ผูกพัน ผูกพันธ์ ผู้เยาว์ ผู้เยา เผชิญ ผเชิญ, ผะเชิญ เผลอไผล เผอไผ เผอเรอ เผลอเรอ เผอิญ ผเอิญ, ผะเอิญ เผ่าพันธุ์ เผ่าพัน แผ่ซ่าน แผ่ส้าน, แผ่ซ้าน แผนการ แผนการณ์ แผลงฤทธิ์ แผงฤทธิ์ ไผท ผไท, ผะไท คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ฝ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ฝรั่งเศส ฝรั่งเศษ ฝักฝ่าย ฝักใฝ่, ฝักไฝ่ พวก, ข้าง ฝักใฝ่ ฝักฝ่าย, ฝักไฝ่ เอาใจใส่, ผูกพัน ฝากครรภ์ ฝากครร ฝีดาษ ฝีดาด ไข้ทรพิษ ฝึกปรือ ฝึกปือ, ฝึกปลือ ไฝ ใฝ คำนอกกฎการใช้ไม้ม้วน คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??พ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ พงศ์พันธุ์ พงพันธุ์, พงษ์พันธุ์ พจนานุกรม พจณานุกรม พจน + อนุกรม ฯพณฯ พณฯ, ฯพณ, พณ อ่านว่า "พะ-นะ-ท่าน" พยัก พะยัก พยักพเยิด พะยักพะเยิด, พยักเพยิด พยัคฆ์ พยัค, พยัฆ เสือ พยาน พะยาน พยาบาท พญาบาท, พยาบาตร พยุง พะยุง พเยีย พะเยีย, เพยีย พวงดอกไม้ พรรณนา พรรณา อ่านว่า พัน-นะ-นา พรหมจรรย์ พรมจรรย์ พราหมณ์ พราห์มณ์, พรามณ์ อ่านว่า พฺราม พร่ำพลอด พร่ำพรอด พฤศจิกายน พฤษจิกายน พฤษภาคม พฤศภาคม พลการ พละการ คำสมาส พลศึกษา พละศึกษา คำสมาส พละกำลัง พลกำลัง พลาสติก พลาสติค พหูสูต พหูสูตร พะแนง พแนง, แพนง พะยอม พยอม ชื่อต้นไม้ มีดอกสีขาว พะวักพะวน พวักพวน พังทลาย พังทะลาย พันทาง พันธุ์ทาง ลูกผสมต่างสายพันธุ์ พันธกิจ พันธะกิจ คำสมาส พันธสัญญา พันธะสัญญา คำสมาส พัศดี พัสดี พัสดุ พัศดุ พากย์ พากษ์ พากย์หนัง พาณิชย์,?พาณิชย,พณิชย์พาณิช,?พณิช พานิชย์, พานิชย, พนิชย์พานิช, พนิช ใช้ ณ เสมอ รวมถึงรูปศัพท์เดิมก่อนแผลง ว เป็น พ เช่น วาณิชย์ วาณิชกะ วณิชย์ วณิชยา วาณิช วณิชพาณิชย์ พาณิชย หรือ พณิชย์ แปลว่าการค้า พาณิชหรือพณิชหมายถึงพ่อค้า ยกเว้นวิสามานยนามบางคำ เช่น ไทยวัฒนาพานิช, กรุงไทยพานิชประกันภัย,?ศุภชัย พานิชภักดิ์,?วิจารณ์ พานิช?และชิน โสภณพนิช พานจะเป็นลม พาลจะเป็นลม พาหุรัด พาหุรัต, พาหุรัตน์ พิณพาทย์ พิณภาทย์ พิธีรีตอง พิธีรีตรอง พิบูล พิบูลย์ พิพิธภัณฑ์ พิพิทธภัณฑ์ พิราบ พิราป นกชนิดหนึ่ง พิลาป พิราป คร่ำครวญ, ร้องไห้ เช่น?รำพันพิลาป พิศวง พิสวง พิศวาส พิสวาส, พิสวาท พิสดาร พิศดาร พิสมัย พิศมัย พึมพำ พึมพัม พุดตาน พุดตาล ดอกไม้ชนิดหนึ่ง พุทธชาด พุทธชาติ ดอกไม้ชนิดหนึ่ง พู่กัน ภู่กัน พู่ระหง ภู่ระหง เพชฌฆาต เพชรฆาต, เพ็ชรฆาต เพชร เพ็ชร เพศสัมพันธ์ เพศสัมพันธุ์ เพนียด พเนียด, พะเนียด เพริศพริ้ง เพริดพริ้ง เพิ่มพูน เพิ่มพูล เพียบพร้อม เพรียบพร้อม แพทยศาสตร์ แพทย์ศาสตร์ โพชฌงค์ โพชงค์ โพดำ โพธิ์ดำ โพแดง โพธิ์แดง โพทะเล โพธิ์ทะเล โพนทะนา โพนทนา โพระดก โพรดก โพสพ โพศพ ไพฑูรย์ ไพทูรย์ คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ฟ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ฟังก์ชัน ฟังก์ชั่น ไม่มีไม้เอก ฟั่น ฝั้น เช่น ฟั่นเชือก ฟั่นเทียน ฟันคุด ฟันครุฑ, ฟันครุท คุด หมายถึง งอกงออยู่ภายในไม่โผล่ออกมาตามปรกติ?ครุฑเป็นสัตว์ในตำนานอินเดีย ฟาทอม ฟาธอม, แฟทอม, แฟธอม หน่วยวัดระยะทาง ฟิล์ม ฟิลม์, ฟลิม, ฟิมล์, ฟิม์ล ฟิวส์ ฟิว ฟุตบอล ฟุทบอล ฟุลสแก๊ป ฟูลสแกป หน้ากระดาษที่มีเส้นบรรทัด เฟิน เฟิร์น ถ้านำไปเขียนคำทับศัพท์อาจอนุโลมใช้ เฟิร์น ได้ แฟชั่น แฟชัน มีไม้เอก ไฟแช็ก ไฟแชค, ไฟแช็ค คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ภ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ภคินี ภคิณี ภวังค์ พวังศ์ ภัณฑารักษ์ พันธารักษ์ ภาคทัณฑ์ ภาคฑัณฑ์ ภาคภูมิ ภาคภูม ภาพยนตร์ ภาพยนต์ ภารกิจ ภาระกิจ คำสมาส ภาวการณ์ ภาวะการณ์, ภาวะการ คำสมาส ภาววิสัย ภาวะวิสัย "ภาววิสัย" ตรงกับภาษาอังกฤษว่า "objective" บางทีใช้ "ปรนัย" (ปะระไน), "ปรวิสัย" (ปะระวิสัย) หรือ "วัตถุวิสัย" หมายความว่า "ที่เกี่ยวข้องกับวัตถุ โดยไม่เกี่ยวกับความคิดหรือความรู้สึก" ภุชงค์ พุชงค์ ภูตผี ภูติผี ภูต แปลว่า ผี; ภูติ แปลว่า ความรุ่งเรือง ภูมิใจ ภูมใจ ภูมิลำเนา ภูมลำเนา อ่านว่า พูม-ลำ-เนา หรือ พู-มิ-ลำ-เนา ก็ได้ เภตรา เพตรา คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ม คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ มกุฎ มกุฏ ใช้ ฎ ชฎา เช่น มกุฎราชกุมาร มกุฎราชกุมารี ยกเว้น มหามกุฏราชวิทยาลัย และ มกุฏกษัตริยาราม ที่ใช้ ฏ ปฏัก มงกุฎ มงกุฏ ใช้ ฎ ชฎา มณฑป มนฑป, มณทป อ่านว่า มน-ดบ มนเทียร มนเฑียร, มณเฑียร มนุษยสัมพันธ์ มนุษย์สัมพันธ์ คำสมาส มรณภาพ มรณะภาพ มฤตยู มฤตญู มลทิน มนทิน มลังเมลือง มะลังมะเลือง มหรรณพ มหรรนพ, มหันนพ มหรสพ มหรศพ อ่านว่า มะ-หอ-ระ-สบ มหัศจรรย์ มหรรศจรรย์ มหาหิงคุ์ มหาหิงค์ มเหสักข์ มเหศักดิ์ มเหสี มเหศรี, มเหศี, มเหษี, เมหสี มไหศวรรย์ มไหสวรรค์ ม่อห้อม,?ม่อฮ่อม, หม้อห้อม หม้อฮ่อม มะหะหมัด มหะหมัด, มะหะมัด มัคคุเทศก์ มัคคุเทศ, มัคคุเทศน์ มัคนายก, มรรคนายก มัคทายก, มรรคทายก (บาลี) มคฺค + นายก (สันสกฤต) มารฺค + นายก หมายถึง ผู้นำทาง ได้แก่ ผู้จัดการทางกุศล หรือผู้ชี้แจงทางบุญทางกุศลและป่าวประกาศให้ประชาชนมาทำบุญทำกุศลในวัด มัณฑนศิลป์ มันทนศิลป์, มันฑณศิลป์ มัธยัสถ์ มัธยัสต์ มัศยา, มัตสยา มัสยา ปลา มัสตาร์ด มัสตาด มัสมั่น มัสหมั่น อ่านว่า มัด-สะ-หมั่น มาตรการ มาตราการ ระวังการใช้ในบริบท มาตรา-การ มาตรฐาน มาตราฐาน ระวังการใช้ในบริบท มาตรา-ฐาน มานุษยวิทยา มนุษยวิทยา มานุษย = ที่เกี่ยวกับมนุษย์ ม่าเหมี่ยว มะเหมี่ยว ด้วงปีกแข็งชนิดหนึ่ง, ชมพู่ผลสีแดงเข้ม มึง เมิง มืดมน มืดมนต์, มืดมล มุกตลก มุขตลก ราชบัณฑิตยสถานสะกดว่า มุก ในขณะที่พจนานุกรมฉบับมติชนสะกดว่า มุข แมงมุม แมลงมุม แมลงดา แมงดา เฉพาะแมลง(มี 6 ขา) ส่วนแมงดาจะใช้กับแมงดาทะเล (มี 12 ขา) แมลงภู่ แมลงพู่, แมงภู่ ทั้งชื่อแมลงและหอย แมลงวัน แมงวัน แมลงสาบ แมลงสาป, แมงสาบ, แมงสาป ไมยราบ ไมยราพ ชื่อพืชชนิดหนึ่ง ไมยราพณ์, มัยราพณ์ ไมยราพ ตัวละครในรามเกียรติ์ ไมล์ ไมร์, ไมค์ หน่วยวัดระยะทาง คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ย คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ยศถาบรรดาศักดิ์ ยศฐาบรรดาศักดิ์ ย่อมเยา ย่อมเยาว์ ราคาย่อมเยา ยาเกร็ด ยาเกล็ด หมายถึง ตำรา ยานัตถุ์ ยานัตถ์, ยานัด นัตถุ์ แปลว่า จมูก ยีราฟ จีราฟ เยอรมนี, เยอรมัน เยอรมันนี เยาว์วัย เยาวัย เยื่อใย เยื่อไย คำซ้อน เยื่อ + ใย ใยแมงมุม ไยแมงมุม ไย ใย หมายถึงไฉน, อะไร, ทำไม ไยดี ใยดี ไยไพ ใยไพ หมายถึงเยาะเย้ย, พูดให้อาย โยธวาทิต โยธวาฑิต คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ร คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ รกชัฏ รกชัฎ ใช้ ฏ ปฏัก รณรงค์ รนรงค์ รถยนต์ รถยนตร์ รมณีย์ รมนีย์, รมณี รสชาติ รสชาด ร้องไห้ ร้องให้ ระบบนิเวศ ระบบนิเวศน์ ระเบงเซ็งแซ่ ระเบ็งเซ็งแซ่ ระเห็จ รเห็จ, เรห็จ รักษาการ รักษาการณ์ ปฏิบัติหน้าที่แทน เช่น รักษาการในตำแหน่ง... รักษาการณ์ รักษาการ เฝ้าดูแลเหตุการณ์ เช่น ยามรักษาการณ์ รังเกียจ รังเกลียด, รังเกียด รังควาน รังควาญ รังสี รังษี, รังศี ยกเว้นชื่อเฉพาะ รัชดาภิเษก รัชฎาภิเษก คำสนธิ รชต (เงิน) + อภิเษก (แต่งตั้ง); รัชฎาภิเษกเป็นรูปคำโบราณ รัญจวน รัญจวญ, รัญจวณ รัฐวิสาหกิจ รัฐวิสาหะกิจ รัศมี รัสมี, รัษมี รากเหง้า รากเง่า เง่า หมายถึงโง่เง่า ราชภัฏ ราชภัฎ ใช้ ฏ ปฏัก ราชัน ราชันย์ "ราชัน" หมายถึง พระเจ้าแผ่นดิน, "ราชันย์" หมายถึง เชื้อสายของพระเจ้าแผ่นดิน ราชวงศ์ ราชวงค์ ราดหน้า ลาดหน้า ราพณาสูร ราพนาสูร ราศี ราศรี รากศัพท์ต่างกัน ราศี มาจาก ราสิ, ศรี มาจาก สิริ รำคาญ รำคราญ, รำคาน ริบบิ้น ริ้บบิ้น ออกเสียง ริบ โดยไม่มีรูปวรรณยุกต์ รื่นรมย์ รื่นรมณ์ เรี่ยไร เรี่ยราย เรี่ยราย = เกลื่อนกลาด แร็กเกต แร็กเก็ต โรงธารคำนัล โรงธารกำนัล หมายถึง ท้องพระโรง โรมันคาทอลิก โรมันคาธอลิค ฤ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ฤกษ์พานาที ฤกษ์ผานาที สองคำที่สับสน คือ "ฤกษ์พานาที" กับ "เลขผานาที" ฤทธิ์ ฤทธ, ฤทธ์ ฤๅ ฤา ใช้ลากข้างยาว ฤๅษี, ฤษี ฤาษี ใช้ลากข้างยาว คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด?ล คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ลดาวัลย์ ลัดดาวัลย์, ลดาวัณย์ ชื่อไม้เถาชนิดหนึ่ง ยกเว้นชื่อเฉพาะ ลมปราณ ลมปราน ลมหวน ลมหวล ล็อกเกต ล็อกเก็ต ลองไน ลองใน ชื่อจักจั่นขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง ละคร ละคอน "ละคอน" เป็นคำไทยโบราณ ใช้เมื่อต้องการรักษาความดั้งเดิมไว้ เช่น สาขาศิลปะและการละคอน ละเมียดละไม ลเมียดลไม ละโมบ ลโมบ,ละโมภ ละเอียดลออ ลเอียดลออ, ละเอียดละออ ลักเพศ ลักเพท, ลักเพส ลังถึง รังถึง ลาดตระเวน ลาดตระเวณ มักสับสนกับ "บริเวณ" ลาดยาง ราดยาง เรียกถนนที่ปูผิวจราจรด้วยยางมะตอยผสมกับหินหรือทรายเป็นต้นว่า "ถนนลาดยาง" ลายเซ็น ลายเซ็นต์ ลาวัณย์ ลาวัลย์ หมายถึง ความงาม ความน่ารัก ลำไย ลำใย คำนอกกฎการใช้ไม้ม้วน ลำไส้ ลำใส้ คำนอกกฎการใช้ไม้ม้วน ลิงก์ ลิงค์ ลิงก์ = คำภาษาอังกฤษ link;?ลิงค์?= เครื่องหมายเพศ, ประเภทคําในไวยากรณ์ที่บอกให้รู้ว่าคํานั้น เป็นเพศอะไร ลิดรอน ริดรอน ลิปสติก ลิปสติค ลิฟต์ ลิปต์, ลิฟ, ลิฟท์ มาจากคำภาษาอังกฤษ lift ลือชา ฦๅชา ฦ ฦๅ ไม่มีที่ใช้ในปัจจุบัน ลุกลี้ลุกลน ลุกลี้ลุกรน ลูกเกด ลูกเกตุ ลูกนิมิต ลูกนิมิตร ลูกบาศก์ ลูกบาศ เล่นพิเรนทร์ เล่นพิเรนท์ เลย เรย เล่ห์กระเท่ห์ เล่กระเท่ เลือกสรร เลือกสรรค์ เลือดกบปาก เลือดกลบปาก โล่ โล่ห์ มิได้แผลงมาจาก "โลหะ" โลกาภิวัตน์ โลกาภิวัฒน์ ไล่เลียง ไล่เรียง, ไร่เรียง, ไร่เลียง ซักไซ้ ไต่ถาม มักใช้ว่า ซักไซ้ไล่เลียง คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ฦ ปัจจุบันคำที่ขึ้นต้นด้วย ฦ ฦๅ ไม่นิยมใช้ คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด?ว คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ วงศ์,?วงษ์ วงค์ วงษ์ เป็นการสะกดแบบโบราณ วงศ์วาน วงษ์วาน เช่น ชื่อถนน?งามวงศ์วาน วัคซีน วักซีน วัณโรค วันโรค, วรรณโรค วันทยหัตถ์ วันทยาหัตถ์ วันทยาวุธ วันทยวุธ วางก้าม วางกล้าม วางโต วาทกรรม วาทะกรรม สมาสแล้วไม่มีสระอะ วาทิต วาฑิต วาทิต หมายความว่า ดนตรี หรือผู้บรรเลงดนตรี วายชนม์ วายชน วารดิถี วาระดิถี สมาสแล้วไม่มีสระอะ วาฬ วาล วิ่งเปี้ยว วิ่งเปรี้ยว วิ่งผลัด วิ่งผัด วิตถาร วิตถาน, วิตถาล วิตามิน วิตตามิน, วิตะมิน วินาที วินาฑี วินาศกรรม วินาศะกรรม วิหารคด วิหารคต วิญญาณ วิญญาน เวท เวทย์ เวท เป็นนาม?แปลว่า ถ้อยคำศักดิ์สิทธิ์สำหรับเสกเป่า ฯลฯเวทย์ เป็นวิเศษณ์?แปลว่า ควรรู้ เวทมนตร์ เวทย์มนตร์, เวทมนต์ เวนคืน เวรคืน เวียดนาม เวียตนาม ไวยากรณ์ ไวยกรณ์ คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด?ศ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ศรัทธา, สัทธา ศัทธา นิยมใช้ "ศรัทธา" มากกว่า ศศิธร สสิธร, ศศิทร ศศิธร หมายถึง ดวงจันทร์ ศักย์ ศักดิ์ ศักย์ ที่หมายถึง ศักย์ไฟฟ้า ศักยภาพ ใช้ ย แต่ ศักดิ์ที่กล่าวถึง ศักดินา ใช้ ด ศัตรู สัตรู, ศตรู ศัพท์ ศัพย์ -ศาสตรดุษฎีบัณฑิต -ศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต ปริญญาเอก เช่น รัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิต -ศาสตรบัณฑิต -ศาสตร์บัณฑิต ปริญญาตรี เช่น เศรษฐศาสตรบัณฑิต -ศาสตรมหาบัณฑิต -ศาสตร์มหาบัณฑิต ปริญญาโท เช่น นิติศาสตรมหาบัณฑิต ศิลป์,?ศิลปะ ศิลป ใช้เป็นศัพท์โดด ศิลปกรรม ศิลปะกรรม คำสมาส ศิลปวัฒนธรรม ศิลปะวัฒนธรรม หากต้องการแยกคำควรใช้ "ศิลปะและวัฒนธรรม" ศิลปวัตถุ ศิลปะวัตถุ คำสมาส ศีรษะ ศรีษะ ศึกษานิเทศก์ ศึกษานิเทศ, ศึกษานิเทศน์ โศกนาฏกรรม โศกะนาฏกรรม, โศกนาฎกรรม ใช้ ฏ ปฏัก โศกศัลย์ โสกศัลย์, โศกสันต์ โศกเศร้า โสกเศร้า ไศล ไสล, ศไล หมายถึง เขาหิน คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ส คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ สกัด สะกัด สกาว สะกาว สแกน แสกน สดับ สะดับ สถานการณ์ สถานการ, สถานะการณ์ สถิต สถิตย์ ยกเว้น "สถิตยศาสตร์" สนนราคา สงวนราคา "สนนราคา" หมายถึง ราคา?; "สงวนราคา" หมายถึง รักษาระดับราคาไว้ สบง สะบง สบาย สะบาย สบู่ สะบู่ สไบ สะไบ, ไสบ สเปน เสปน, สเปญ สภาวการณ์, สภาพการณ์ สภาวะการณ์ สมดุล สมดุลย์ สมเพช สมเพท, สมเพศ, สมเพส สรรเพชญ สรรเพชร สรรแสร้ง สรรค์แสร้ง สรรหา สรรค์หา สรรค์ หมายถึง สร้าง, ทำให้เกิดขึ้น สรวงสวรรค์ สวงสวรรค์ สร้างสรรค์ สร้างสรร สวรรคต สวรรณคต, สวรรค์คต สอบเชาวน์ สอบเชาว์ สะกด สกด สะกิด สกิด สะคราญ สคราญ สะดวก สดวก สะพรึงกลัว สะพึงกลัว สะพาน สพาน สะเหล่อ สะเหร่อ, เสร่อ, เสล่อ สะอาด สอาด สักการบูชา สักการะบูชา คำสมาส สังเกต สังเกตุ สังเขป สังเขบ สังวร สังวรณ์ สังวาล สังวาลย์ ยกเว้นชื่อเฉพาะ "สังวาลย์" สังสรรค์ สังสรร สัญลักษณ์ สัญลักษ์, สัญญลักษณ์ สัณฐาน สันฐาน, สันฐาณ, สัณฐาณ รูปพรรณสัณฐาน สันโดษ สัญโดษ สันนิษฐาน สันนิฐาน, -ฐาณ สับปลับ สัปลับ สับปะรด สัปรด, สัปปะรด, สับปะรส มิได้แผลงมาจาก สรรพรส สัปเหร่อ สัพเหร่อ, สัปปะเหร่อ สัพยอก สรรพยอก สัมภาษณ์ สัมภาษ, สัมภาสน์ สัมมนา สัมนา, สำมะนา สาทร สาธร ชื่อถนนสายหนึ่ง และเขตการปกครองในกรุงเทพมหานคร สาธารณชน สาธารณะชน คำสมาส ระวังการใช้ในบริบท สาธารณะ-ชน สาธารณประโยชน์ สาธารณะประโยชน์ คำสมาส สาธารณสถาน สาธารณะสถาน คำสมาส สาธารณสมบัติ สาธารณะสมบัติ คำสมาส สาธารณสุข สาธารณะสุข คำสมาส สาบสูญ สาปสูญ สาบาน สาบาญ สาปแช่ง สาบแช่ง สาปสรร สาบสรร สามเส้า สามเศร้า เส้า หมายถึง ไม้หลักหรือวัตถุที่ตั้งหรือปักเป็นสามมุมสำหรับรองรับ สายสิญจน์ สายสิญจ์ สารประโยชน์ สาระประโยชน์ คำสมาส สารภี สาระพี, สารพี ชื่อไม้ต้นชนิดหนึ่ง ดอกสีขาวกลิ่นหอม, มิได้หมายถึง เครื่องครัว สาระสำคัญ สารสำคัญ มิใช่คำสมาส สารัตถประโยชน์ สารัตถะประโยชน์ คำสมาส สารัตถะสำคัญ สารัตถสำคัญ มิใช่คำสมาส สำอาง สำอางค์ เครื่องสำอาง สิงโต สิงห์โต หรือใช้เพียงคำว่า สิงห์ สิทธิ, สิทธิ์ สิทธ, สิทธ์ สีสวาด สีสวาท, สีสวาส แมวสีสวาด สีสัน สีสรร, สีสรรค์ สุกียากี้ สุกี้ยากี้ สามารถเรียกสั้น ๆ ว่า สุกี้ สุคติ สุขคติ สุญญากาศ สูญญากาศ ใช้สระ "อุ" สูจิบัตร สูติบัตร ใบแจ้งกำหนดการ สูติบัตร สูจิบัตร เอกสารหลักฐานการเกิด เสบียง สะเบียง, สเบียง เสพ เสพย์ ปัจจุบันพจนานุกรมให้สะกดแบบเดียวเท่านั้น เช่น เสพสุรา เสพยา เสพเมถุน เสพสม เสพติด (สารเสพติด สิ่งเสพติด ยาเสพติด) เสิร์ฟ เสริฟ, เสริฟ์ มาจาก serve ไม่ใช่อักษรควบกล้ำ เสื้อกาวน์ เสื้อกาว, เสื้อกาวด์ มาจาก gown เสื้อเชิ้ต เสื้อเชิ๊ต แสตมป์ สแตมป์ คำที่ปรากฏในพจนานุกรมไทย โสฬส โสรส อ่านว่า "โส-ลด" ไส้ ใส้ คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ห คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ หกคะเมน หกคเมน, หกคะเมร หงส์ หงษ์ หน็อยแน่ หนอยแน่ หนาแน่น แน่นหนา - "หนาแน่น" ว่า คับคั่ง, แออัด, เช่น กรุงเทพฯ มีประชากรหนาแน่นมาก.- "แน่นหนา" ว่า มั่นคง เช่น ใส่กุญแจแน่นหนา มีหลักฐานมัดตัวแน่นหนา, แข็งแรง เช่น ประตูหน้าต่างแน่นหนา, บางทีก็ใช้เข้าคู่กับ ปึกแผ่น เป็น เป็นปึกแผ่นแน่นหนา. หน้าปัดนาฬิกา หน้าปัทม์นาฬิกา หม้อห้อม, ม่อห้อม,ม่อฮ่อม หม้อฮ่อม หมาใน หมาไน หมามุ่ย, หมามุ้ย หมาหมุ้ย หมูหย็อง หมูหยอง ของกินทำด้วยหมูเนื้อแดงปรุงรส ต้มเคี่ยวให้เปื่อยจนงวด นำไปผัดจนแห้ง ขยี้ให้เป็นฝอย, รวมถึงที่ทำจากวัตถุดิบอื่นด้วย เช่น ไก่หยอง ฯลฯ หยากไย่, หยักไย่ หยากใย่, หยักใย่ หย่าร้าง อย่าร้าง หยิบหย่ง หยิบย่ง, หยิบโย่ง ห่วงใย ห่วงไย คำที่ใช้ไม้ม้วน หัวมังกุท้ายมังกร หัวมงกุฎท้ายมังกร (สำนวน) ไม่เข้ากัน ไม่กลมกลืนกัน (มังกุคือเรือที่มีกระดูกงูใหญ่) หัวหน่าว หัวเหน่า เหม็นสาบ เหม็นสาป เหล็กใน เหล็กไน ให้จำว่า เหล็กอยู่ข้างใน เหิน เหิร แหลกลาญ แหลกราญ, แหลกราน โหยหวน โหยหวล โหระพา โหรพา, โหระภา ใหลตาย ไหลตาย ใหล หมายถึงหลับใหล (ดู?ราชบัณฑิตยสถาน) ไหม มั๊ย, ไม๊ อักษรต่ำเติมไม้ตรีไม่ได้ อาจอนุโลมใช้ มั้ย ตามเสียงพูด แผลงมาจาก "หรือไม่" ไหหลำ ใหหลำ ทับศัพท์จากภาษาจีน คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ฬ ปัจจุบันไม่มีคำที่ขึ้นต้นด้วย "ฬ" คำโบราณที่ขึ้นต้นด้วย "ฬ" หันไปใช้ "ล" แทน เช่น "ฬา" ก็ใช้เป็น "ลา", "ฬ่อ" ก็ใช้เป็น "ล่อ" เป็นต้น คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??อ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ องคชาต องคชาติ องคุลิมาล องคุลีมาล, องคุลีมาร, องคุลิมาร องคุลี (นิ้วมือ) + มาล (สร้อยคอ, สาย หรือ แถว) = องคุลิมาล (สร้อยคอที่ทำจากนิ้วมือ) โดยที่ ลี ใน องคุลี ลดเป็น ลิ เสียงสั้นตามหลักการสมาส อธิษฐาน, อธิฏฐาน อธิฐาน, -ฐาณ อนาถ อนาจ อนาทร อนาธร อนุกาชาด อนุกาชาติ อนุญาต อนุญาติ ญาติ เขียนมีสระ อิ อนุมัติ อนุมัต อนุรักษนิยม อนุรักษ์นิยม คำสมาส อนุสาวรีย์ อนุเสาวรีย์, อณุสาวรีย์ อเนก เอนก มาจาก อน+เอก ตัวอย่างเช่น อเนกประสงค์ อเนกประการ อเนกอนันต์ เว้นแต่วิสามานยนามเช่น?เอนก เหล่าธรรมทัศน์?เอนก นาวิกมูล อเนจอนาถ อเนถอนาถ อภิรมย์ อภิรมณ์ อภิเษก อภิเสก อมต, อมตะ อัมตะ, อำมตะ อมรินทร์ อัมรินทร์ ยกเว้นชื่อเฉพาะ "อัมรินทร์" อมฤต, อำมฤต อัมฤต อริยเมตไตรย อริยเมตตรัย, อริยเมตไตร อริยสัจ อริยสัจจ์ อลักเอลื่อ อะหลักอะเหลื่อ อลังการ อลังการ์ อ่านว่า อะ-ลัง-กาน อวสาน อวสาณ, อวสานต์ อสงไขย อสงขัย อหังการ์ อหังการ อ่านว่า อะ-หัง-กา อหิวาตกโรค อะหิวาตกโรค ออฟฟิศ อ็อฟ-, -ฟิซ, -ฟิส, -ฟิต คำที่ปรากฏในพจนานุกรมไทย หรือใช้คำว่า สำนักงาน, ที่ทำการ อะลุ่มอล่วย, อะลุ้มอล่วย อะลุ่มอะล่วย, อลุ่มอล่วย อะฟลาทอกซิน อัลฟาทอกซิน ทับศัพท์จาก aflatoxin อะไหล่ อะหลั่ย อักขรวิธี อักขระวิธี สมาสแล้วตัดสระอะ อักษร อักศร, อักสร อัญชัน อัญชัญ อัฒจันทร์ อัธจันทร์ อัตคัด อัตคัต อัตนัย อัตตะนัย "อัตนัย" ตรงกับภาษาอังกฤษว่า "subjective" บางทีใช้ "อัตวิสัย" หรือ "จิตวิสัย" หมายความว่า "ที่มีอยู่ในจิต, ที่เกี่ยวกับจิต; ที่จิตคิดขึ้นเองโดยไม่อาศัยวัตถุภายนอก" อัธยาศัย อัทยาศัย, อัธยาษัย อัมพาต อัมพาส อากาศ อากาส อาฆาตมาดร้าย อาฆาตมาตร้าย อาเจียน อาเจียร อานิสงส์ อานิสงฆ์ อาเพศ อาเพส, อาเภส อายัด อายัติ, อายัต อารมณ์ อารมย์ อาวรณ์ อาวร อาสน์สงฆ์ อาสสงฆ์ อำนาจบาตรใหญ่ อำนาจบาทใหญ่ อำมหิต อัมหิต อินทรธนู อินธนู, อินทร์ธนู อินทรี (นกอินทรี, ปลาอินทรี) อินทรีย์ (นกอินทรีย์, ปลาอินทรีย์) อินทรียวัตถุ อินทรีวัตถุ, อินทรีย์วัตถุ อินฟราเรด อินฟาเรด, อินฟาร์เรด ทับศัพท์จาก infrared อิริยาบถ อิริยาบท อิสรภาพ อิสระภาพ คำสมาส อิสรเสรี อิสระเสรี คำสมาส อีเมล อีเมล์ ทับศัพท์จาก e-mail อีสาน อิสาน, -สาณ อุกกาบาต อุกาบาต อุกฤษฏ์ อุกฤติ อุดมการณ์ อุดมการ อุทธรณ์ อุธรณ์ อุทาหรณ์ อุธาหรณ์, อุทาหร อุบาทว์ อุบาท อุปการคุณ อุปการะคุณ คำสมาส อุปถัมภ์ อุปถัมธ์, อุปถัมน์ อุปโลกน์ อุปโลก อุปัชฌาย์ อุปัชฌา, อุปัชชา อุปาทาน อุปทาน - อุปาทาน = การยึดมั่นถือมั่น, การนึกเอาเอง เช่น?อุปาทานหมู่-?อุปทาน (เศรษฐศาสตร์)?= สินค้าหรือบริการที่พร้อมจะขายในตลาดเพื่อตอบสนองความต้องการซื้อ อุโมงค์ อุโมง เอกเขนก เอกขเนก เอกฉันท์ เอกฉัน, เอกะฉันท์ เอ็นดอร์ฟิน เอ็นโดรฟิน ทับศัพท์จาก endorphine โอกาส โอกาศ ไอศกรีม ไอศครีม, ไอติม คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด??ฮ คำที่เขียนถูก มักเขียนผิดเป็น หมายเหตุ ฮ่อยจ๊อ หอยจ๊อ, ห้อยจ๊อ, -จ้อ ? เฮโลสาระพา, เฮละโลสาระพา เฮโลโหระพา, เฮละโลโหระพา

พจนานุกรมรูปภาพ ค้นหาคำด้วยGoogle
หนังสือ /  เกร็ดความรู้ / 

มีคนเคยบอกว่า รูปภาพหนึ่งรูปภาพแทนคำพูดได้เป็นล้านคำ ... น่าจริงเพราะ Ben West และ Felix Heyes สองศิลปินและนักออกแบบจากลอนดอน ได้ทดลองทำ พจนานุกรมรูปภาพ?พจนานุกรม รูปแบบใหม่ด้วยการ นำภาพมาใช้แทนคำศัพท์กว่า 21,000 คำ ที่พบใน พจนานุกรม ที่ใช้งานกันทั่วไป ซึ่งภาพเหล่านี้ได้มาจากการใช้ image search ของกูเกิลโดยใช้ภาพแรกที่ปรากฏขึ้นมาของคำค้นหานั้นๆ พจนานุกรมรูปภาพ พจนานุกรมรูปภาพ?เล่มนี้มีทั้งหมด 1240 หน้าประกอบด้วยภาพในฟอร์แมตของ JPGs, GIFs และ PNGs เรียงลำดับตามตัวอักษร เพื่อ สร้างสรรค์หนังสือ เล่มนี้ขึ้นมาเค้าทั้งคู่ใช้ ?PHP scripts ในการดาวน์โหลดภาพแรกของการค้นหาในแต่ละคำด้วยบริการค้นหาของกูเกิล หลังจากนั้นนำภาพที่ได้มาจัดวางบนหน้ากระดาษเป็นสามแถว แล้วทำการ export ไฟล์ออกมาเป็น PDF เพื่อใช้ในการพิมพ์ ต่อจากนั้นก็นำหน้ากระดาษมา เย็บกี่ด้วยมือเข้าเล่มเป็นหนังสือ West อธิบายถึง พจนานุกรมรูปภาพ?หนังสือเล่มนี้ว่า มันคือบันทึกที่ไม่สำคัญที่แสดงออกถึงวัฒนธรรมของมนุษย์ในปี 2012 ซึ่งรูปภาพเกินกว่าครึ่งจะเกี่ยวข้องกับการปฏิวัติทางการแพทย์, รูปโป๊เปลีอย,การเหยียดชนชาติหรือการ์ตูนล้อเลียน ตอนนี้ทาง Heyes และ West วางแผนที่จะพิมพ์ หนังสือเล่มนี้ในเวอร์ชั่นปกอ่อนออกมาจำหน่ายในจำนวนที่ไม่มากก่อนค่ะ ถ้าใครอยากรู้ความคืบหน้าของ พจนานุกรมรูปภาพ?หนังสือเล่มนี้ว่าจะพิมพ์ออกมาเมื่อไหร่ก็ติดตามได้ที่เว็บของ Ben West และ Felix Heyes thank :: vimeo.com /?dailygizmo.tv

พจนานุกรมหัวใจ คำบอก ความนัย
ความนัย /  คำบอกความนัย / 

พจนานุกรมหัวใจ คำบอก ความนัย ลองมาดูกันครับ เวลาคุณพูดคำแต่ละคำออกมานั้น  น้อยใจ เจ็บใจ ละอายใจ หรือ เสียใจ คำพวกนี้มันสื่อความหมาย ความนัย ของคุณอย่างไร Horoscope.Mthai.com มีคำตอบครับ น้อยใจ อาการอ่อนแอของจิตใจ . . . ที่ไม่ได้รับการตอบสนอง ยามที่เกิดความต้องการให้คนเอาใจ วิธีแก้ . . . อย่าเอาแต่ใจ เจ็บใจ อาการเป็นพิษของจิตใจ . . . ที่ลามมาจากหาง เวลามีใครมาเหยียบมัน วิธีแก้ . . . ตัดหางทิ้งซะ อย่ายกหางตัวเอง ละอายใจ อาการใฝ่ดีของจิตใจ . . . ที่ออกมาชี้หน้าด่าเรา ข้อแนะนำ . . . เมื่อละชั่วได้ ก็ไม่อายแก่ใจ เสียใจ อาการวูบทางจิตใจ . . . เกิดจากความไม่มั่นคง เพราะชอบเอาใจไปผูกเอาไว้กับสิ่งอื่น วิธีแก้ . . . ตัดใจซะสิ อย่าไปผูกมันไว้ ใจหาย อาการนี้ . . . ชื่อก็บอกอยู่แล้ว วิธีแก้ . . . หายใจเข้าสิ หายใจลึกๆ แล้วจะเลิกใจหาย หลายใจ อาการสืบพันธุ์ของจิตใจ โดยการแบ่งตัว นำไปสู่อาการน้อยใจ . . . แก่คนรอบข้างได้ในเวลาต่อมา วิธีแก้ . . . ระลึกไว้ มีแต่พวกอะมีบาที่ใช้วิธีแบ่งแบบนี้ ทำใจ อาการที่แปลกที่สุดของใจ . . . ยิ่งทำมากเท่าไร . . . ใจยิ่งว่างเท่านั้น ข้อแนะนำ . . . ทำทุกครั้ง ทำบ่อยๆ ค่อยๆ ทำ ขอบคุณข้อมูลจาก yenta4.com ดูดวงปี 2556 ดูดวง 12 ราศี กับ อ.คฑา

มาร์คจัดหนัก ชี้แจงปมพูดไม่เหมาะสม
ข่าวอีโง่ /  ผ่าความจริง / 

มาร์คจัดหนัก ชี้แจงปมพูดไม่เหมาะสม ชี้ต่อไปพจนานุกรมคงจะเล่มเล็กลงๆ เพราะหลายคำพูดไม่ได้ ยันไม่ได้หมายถึงใคร ซัดพวกดูถูกแม่ตัวเองนำผ้าถุงมามอบให้ มีรายงานว่า บนเวทีปราศรัยผ่าความจริงของพรรคประชาธิปัตย์ ที่โรงเรียนมัธยมเวฬุวนาราม เขตดอนเมือง เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (15 ก.ย.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคได้ขึ้นเวทีชี้แจงถึงกรณีคำพูดไม่เหมาะสม จนถูกนำไปตั้งกกระทู้ถามสดในสภา โดยระบุว่า ตนข้อน้อมรับถ้าคำว่า อีโง่ เป็นถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม แต่ต่อไปนี้พจนานุกรมคงจะเล่มเล็กลงๆ เพราะหลายคำพูดไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็น อีโง่ แรด หรือ กะหรี่ ถ้าผมไปเรียกใครอย่างนี้ ถึงเรียกว่า ไม่ได้ ไม่เหมาะสม แต่กลับยัดเยียดให้ผมพูด ยืนยันไม่ได้พูด แต่ส.ส.หญิงพรรคเพื่อไทยก็ยังย้ำถามว่าเป็นใคร ก็คิดกันอยู่แค่นั้นว่าเป็นคนคนนั้น ผมไม่มีที่จะไปดูหมิ่นสตรี แต่เตือนสิ่งที่นำมาเล่นงานอยู่นี้กำลังไปตอกย้ำสถานภาพสตรีในสังคมว่าตรวจสอบไม่ได้ ส่วนพวกที่นำผ้าถุงมาให้ตนแล้วคิดว่าเป็นการดูถูกผู้ชายนั้น เท่ากับว่าเป็นการดูถูกแม่ของตัวเอง เพราะในอดีตการไปออกรบผู้ชายยังพกผ้าถุงของแม่ไปด้วย ถือเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ดังนั้นขอเรียกร้องให้สตรีและองค์กรเกี่ยวกับสตรีต่างๆ ออกมาต่อต้านผู้ที่มีความคิดเรื่องนี้ MThai News

สเปนคลั่ง!! เพิ่มศัพท์ Messi ลงพจนานุกรม
บาร์เซโลน่า /  พจนานุกรม / 

ลิโอเนล เมสซี่ ยอดนักเตะแห่งยุคของ บาร์เซโลน่า ได้รับเกียรติบรรจุศัพท์ใหม่ "Inmessionante" ลงในพจนานุกรมภาษาสเปน ฉบับล่าสุด โดยมีที่มาจาก ลิโอเนล เมสซี สุดยอดนักเตะของโลกนั้นเอง ซึ่งมีความหมายถึงการเล่นฟุตบอลที่เฟอร์เฟคและนักเตะที่ดีที่สุดตลอดกาล โดยในพจนานุกรมเล่มนี้ ได้บัญญัติคำใหม่ว่า "Inmessionante" ซึ่งเป็นคำคุณศัพท์ มี 2 ความหมายด้วยกัน 1. แนวทางการเล่นฟุตบอลที่สมบูรณ์แบบ, ความสามารถที่ไร้ขีดจำกัดที่จะพัฒนาตัวเอง และ 2. บรรยายถึงผู้เล่นที่ดีที่สุดในโลกตลอดกาล :) ที่มา : http://www.101greatgoals.com/blog/inmessionante-lionel-messi-makes-it-into-the-spanish-dictionary-picture/ //////////////////////////////////////////////////////////////////

พจนานุกรม ของ ผู้หญิง อารมณ์ร้าย
ผู้หญิง /  พจนานุกรม / 

พจนานุกรม ของ ผู้หญิง อารมณ์ร้าย พจนานุกรม ฉบับนี้ออกมาเพื่อ ตีความ แปลความ ถอดความ การกระทำ คำพูดและจิตสำนึกของผู้หญิง หลายๆ สิ่งที่  ผู้หญิง เรามักทำอะไรตรงข้ามกับใจเสมอ  ปากไล่เขา "ไป " แต่ใจกำลังขอให้เขา " อยู่ " เรื่องที่คุณผู้ชายไม่เคยรู้ ลองมาดูอาการ คำพูด และ ความคิดของคุณผู้หญิงอย่างเรานี้ดู จะได้แปลออกและรู้ซะทีว่า สิ่งที่ฉันพูด กับสิ่งที่ฉันคิด มันใช่อย่างที่ฉันแสดงออกหรือเปล่า  ขอบอกก่อนว่า พวกเราไม่ได้ซับซ้อน  แต่มันเป็นไปตามฮอร์โมน เข้าใจเราบ้างอย่างที่เราก็พยายามจะเข้าใจคุณ ขอขอบคุณภาพจากคุณ อายตา ห้าบาท Pantip

ลูก หลาน เหลน ไม่มีโหลน?
ข่าวการศึกษา /  เกร็ดความรู้

ภาษาไทย ถือได้ว่าเป็นอีกภาษาหนึ่งที่เรียนรู้ได้อยากที่สุด เพราะด้วยสระ พยัญชนะ การผันเสียง ที่มีมากมายเหลือเกิน .. แต่ teen.mthai ว่าภาษาไทยก็มีเสน่ห์ และเป็นภาษาที่สนุก ยังไง? ก็ภาษาไทยของเราหลากคำ แต่ความหมายเดียว และมีศัพท์ให้เลือกใช้หลายคำได้ เช่น หากจะพูดถึง "ผู้หญิง" ก็สามารถใช้ได้ตั้งแต่ สตรี,นารี,อิตถี,กัลยา,อร,อนงค์ ,ยุพา ฯลฯ เกร็ดความรู้ : ลูก หลาน เหลน ไม่มีโหลน? นอกจากนี้มีคำยืมจากภาษาอื่น มีระดับของภาษา แถมมีคำสร้อยต่อท้ายเพื่อให้เกิดคำคล้องจองที่เป็นนิสัยของคนไทย เช่น "ไม่กงไม่กินมันละ" , "รู้สึกปวดแข้งปวดขา" แต่ทุกวันนี้ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป คำสร้อยพวกนี้อาจส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิดได้ เช่นกรณีของคำว่า "โหลน" ที่เพื่อนๆแทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ในยุคนี้เชื่อว่าเป็นศักดิ์การนับรุ่นในครอบครัว เป็นลูกของ "เหลน" เพราะมักจะได้ยินเพลงปลุกใจคุ้นหูที่มีคำร้องว่า "ลูกหลานเหลนโหลนภายหน้า จะได้มีพสุธาอาศัย"  แต่ถ้าเพื่อนลองเอาคำว่า "โหลน" ไปค้นในพจนานุกรมแล้วละก็ จะไม่พบคำนี้อยู่เลย เป็นเพราะอะไร? ก็มันไม่มี มันผิดหน่ะสิ!! จริงๆ แล้ว คนทั่วไปรู้จักคำว่า ลูก หลาน เหลน และรู้ว่าเหลนเป็นลูกของหลาน และหลานเป็นลูกของลูก  จึงมักจะคิดว่า โหลน น่าจะเป็นลูกของเหลนด้วย  แต่ที่ถูกนั้น โหลน เป็นเพียงคำสร้อย ที่มาต่อท้ายคำว่า ลูก หลาน เหลน ให้ได้จังหวะ 4 พยางค์ ไม่มีความหมายอะไร   และที่ถูกนั้น  ลูกของเหลน เรียกว่า "ลื่อ" ส่วน ลูกของลื่อ เรียกว่า "ลืบ" และ รุ่นลูกของลืบ เรียกว่า "ลืด" ตะหากหล่ะจ๊ะ ^^ ลูก หลาน เหลน ไม่มีโหลน ที่มา knowledge.truelife.com

โอ๊ค โพสต์ซัด
ทักษิณ ชินวัตร /  นายกฯ ไทย / 

โอ๊ค โพสต์ซัด "เหี้ย กะหรี่ อีโง่" ทำภาพ ปชป. ติดลบ เผยคนจำภาพทักษิณ จากประชานิยมมากสุด  นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว @Oak Panthongtae Shinawatra หลังเจ้าตัวได้ทำโพลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนถึงเรื่อง "พี่น้องประชาชนไทย มีภาพจำในนโยบายและคำพูดของอดีตนายกรัฐมนตรีไทยคนไหนบ้าง" โดยยกตัวอย่างนายกฯ 5คน ที่มีผลงานโดดเด่น และมีคนโหวตมากที่สุด โดยระบุว่า "พานทองแท้โพลล์" ได้สำรวจความคิดเห็น ของพี่น้องประชาชน ในหัวข้อ "พี่น้องประชาชนไทย มีภาพจำในนโยบายและคำพูดของอดีตนายกรัฐมนตรีไทยคนไหนบ้าง" ได้ผลออกมาน่าสนใจครับ แถมพูดหยาบคาย เหี้ย กะหรี่ อีโง่ ผมขอคัดเอามาเฉพาะที่มีคนโหวตสูงสุดจำนวน 5 ท่านแรก เรียงตามปีที่ดำรงตำแหน่งนะครับ เป็นท่านอดีตนายกฯ ที่มาจากหลายพรรคฯ ด้วยกัน เห็นรูปที่โพสต์นี้แล้ว บรรดาสลิ่ม-แมลงสาบ และคนไทยหัวใจอำมาตย์ทั้งหลาย ที่ชอบแอบเข้ามาอ่านเพจ "พานทองแท้" ทุกวัน บ่อยและเยอะกว่าเข้าไปดูเพจของพรรคประชาธิปัตย์ อาจจะยิ้มกันแก้มแทบปริ เพราะมีอดีตนายกฯ ที่มาจากพรรคประชาธิปัตย์ ติดโผที่ประชาชนจำฝังใจถึง 2 คนด้วยกัน อดีตนายกจำนวน 5 ท่านนี้ได้แก่... 1. ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ภาพจำของท่าน ได้แก่ นโยบาย "เงินผัน" และคำพูดว่า "กูไม่กลัวมึง" ครับ 2. พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ภาพจำของท่าน ได้แก่ นโยบาย "เปลี่ยนสนามรบ เป็นสนามการค้า" และคำพูดว่า "No Problem" ครับ 3. นายชวน หลีกภัย ภาพจำของท่าน ได้แก่ นโยบาย "สปก.4-01" (มีภาพจำเรื่อง "ปล่อยหมากัดม็อบ" เยอะเลยครับ แต่คงเป็นเรื่องของพฤติกรรมชั่ววูบ ไม่น่าจะใช่เรื่องนโยบาย เลยขอตัดทิ้งครับ และคำพูดว่า "เสียใจแต่ไม่ขอโทษ" ครับฅ 4. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ภาพจำของท่าน ได้แก่ นโยบาย "ประชานิยม" และคำพูดว่า "ผมจะเป็นนายกฯ ที่ทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย และผมขอประกาศสงคราม ยาเสพติด ความยากจน และคอร์รัปชั่น" ครับ (ไม่ได้เข้าข้างพ่อ เลยเขียนยาวกว่าท่านอื่นนะครับ แต่คนโหวตแบบนี้เยอะจริง ๆ ครับ) 5. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ภาพจำของท่าน ได้แก่ นโยบาย "โรงพักเข้มแข็ง, ไข่ชั่งกิโล, นมโรงเรียน(บูด) และปลากระป๋อง(เน่า)" และคำพูดว่า "เหี้ย กะหรี่ อีโง่" ครับ (ไม่ได้เข้าข้างอภิสิทธิ์ฯ เลยเขียนยาวกว่าท่านอื่นนะครับ แต่คนโหวต "เหี้ย" นี่เยอะจริง ๆ ครับ) ก็ต้องขอแสดงความยินดีกับอดีตนายกรัฐมนตรี ทั้ง 5 ท่านไว้ตรงนี้นะครับ สิ่งที่ท่านทำมาประสบความสำเร็จในการ Branding หรือการทำให้พี่น้องประชาชนเกิด "ภาพจำ ติดตา ติดใจ" ในนโยบายและคำพูดของท่านมากกว่าคนอื่น ๆ ส่วน "ภาพจำ" ดังกล่าวนั้น ใครจะคิดในแง่บวกหรือแง่ลบนั้น ผมว่ามันเป็นเรื่องนานาจิตตังครับ อดีตนายกหมายเลข 1 และ 2 นั้น ท่านล่วงลับไปแล้ว ท่านทำประโยชน์ให้กับประเทศมากมาย ความเห็นจึงมักเป็นไปในทางบวกเหมือนกัน ไม่ค่อยมีประเด็นอะไรที่เป็นลบที่จะต้องมาถกเถียงกัน ส่วนอดีตนายกท่านที่ 3, 4, 5 นี่ เสียงแตกออกเป็น 2 สี 2 ทางเลยครับ ตัวอย่างเช่นเรื่อง สปก.4-01 บรรดาสลิ่ม-แมลงสาบทั้งหลาย อาจมองนโยบายสปก.4-01 เป็นการนำที่ดินมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะถ้านำที่ดินให้คนจนไปเพาะปลูก ต่อไปก็ต้องมาประกันหรือรับจำนำผลผลิตกันอีก รายได้ต่อพื้นที่ภาคการเกษตรหรือจะดีสู้การท่องเที่ยวสู้ให้นายทุนนำไปสร้างรีสอร์ทไม่ได้ พวกพ้องรวยกันถ้วนหน้า สรุปว่าถ้าจะตะแบงมองเข้าข้างตัวเองกันแบบนี้ โรงพักเข้มแข็ง, ไข่ชั่งกิโล, นมโรงเรียนบูด, ปลากระป๋องเน่า ก็มองในแง่ดีได้หมดแหละ แม้กระทั่งคำพูด เหี้ย, กระหรี่, อีโง่ ศิษย์เก่าอ็อกซ์ฟอร์ดยังมองว่า การพูดคำหยาบเป็นการอนุรักษ์คำไทยโบราณ เพื่อไม่ให้พจนานุกรมมีขนาดเล็กลงเลย (เฮ้อออ...ไม่ทราบเอาสมองส่วนไหนคิดนะครับ..?) ส่วนมุมมองความเห็นของคนส่วนใหญ่ของประเทศ ยังมองภาพของ สปก.4-01 เป็นภาพลบครับ เป็นภาพของการนำที่ดินทำกินของเกษตรกร ไปแจกให้กับนายทุนพรรคพวกตัวเอง ที่รวยอยู่แล้วก็รวยยิ่ง ๆ ขึ้นกันไปอีก เราจึงได้ยินคนพูดกันติดปากอยู่เสมอว่า นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์นั้น "อุ้มคนรวย ไม่ช่วยคนจน" พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกรคนยากคนจน จึงโกรธและเกลียดพรรคประชาธิปัตย์ฝังใจมาจนทุกวันนี้ ส่วนเรื่องคำพูดหยาบคายนั้นหลายคนมองว่า คนเป็นถึงอดีตนายกรัฐมนตรี ควรประพฤติตัวเป็นตัวอย่างที่ดีแก่เยาวชน ดันพูดจาปราศรัยใช้คำพูดหยาบ ๆ แบบนี้นี่ ใช้ไม่ได้ครับ ก็อย่างที่ผมบอกไว้ว่า "นานาจิตตัง" ครับ มุมมองแต่ละคนไม่เหมือนกัน เรื่องง่าย ๆ เรื่องเดียว คนยังมองตรงข้ามกันได้อย่างสิ้นเชิง ระบอบประชาธิปไตยในประเทศที่เจริญแล้ว เขาจึงต้องฟังเสียงส่วนใหญ่ และเสียงส่วนน้อยต้องรู้แพ้รู้ชนะไม่ตีรวนครับ เมืองไทยของเราไม่ทราบว่า จะต้องเรียนรู้กันไป อีกนานเท่าไหร่จึงจะหันมา รักษากฎกติกามารยาทในระบอบรัฐสภากันอย่างจริงจังเสียทีนะครับ มีเวลาว่างเลยเขียนยาวหน่อยนะครับ พอดีช่วงนี้ผ่อนงานที่ Voice TV ให้คนอื่นรับช่วงทำไปเยอะ และเห็นว่าคราวที่แล้ว ไปเยี่ยมชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วม พรรคประชาธิปัตย์ออกมาตีอกชกลมกันใหญ่ วันนี้นึกสนุกเลยจะลงพื้นที่...เอ๊ยยย..!!...ไปเยี่ยมพี่น้องที่จังหวัดเชียงใหม่ดูบ้าง ว่ามีประเด็นอะไรที่จะมาเล่าสู่กันฟังหรือไม่ แล้วจะโพสต์รูปให้ดูกันนะคร้าบบบบ.....!! MThai News

8 แอพฯ ช่วยให้ชีวิตสบายเมื่อเรียนต่อต่างประเทศ
ต่างประเทศ /  เคล็ดลับ / 

วันนี้ทีนเอ็มไทยมีแอพพลิเคชั่นมาแนะนำเพื่อนๆ น้องๆ สำหรับคนที่กำลังจะไปเรียนต่อต่างประเทศ หรือกำลังเตรียมความพร้อมกันอยู่ การไปเรียนต่อต่างประเทศนั้นเราก็ต้องเตรียมพร้อมทางด้านภาษา สถานที่ต่างๆ บริเวณนั้น นี่เป็น 8 แอพฯ ช่วยให้ชีวิตสบายเมื่อเรียนต่อต่างประเทศ ที่อาจจะช่วยให้การใช้ชีวิตในต่างประเทศของเพื่อนๆ ง่ายขึ้นก็ได้นะคะ ^^ ต้องโหลด!! 8 แอพฯ ช่วยให้ชีวิตสบายเมื่อเรียนต่อต่างประเทศ 1 . AroundMe  แอ พนี้จะสามารถบอกให้เรารู้ว่า ตอนนี้เราอยู่ที่ไหนและรอบตัวเรามีร้านค้า ธนาคาร ปั๊มน้ำมัน โรงพยาบาล โรงหนัง ร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต หรือ บาร์ ฯลฯ อะไรอยู่ใกล้ๆ บ้าง พร้อมทั้งยังบอกระยะทางและสามารถดูเส้นทางจากแผนที่ แถมยังมีที่อยู่และเบอร์โทรของสถานที่นั้นๆ ให้อีกด้วย ของดีฟรีๆ แบบนี้รีบโหลดด่วนเลยจ้า 2. Skype แอ พสุดฮิตสำหรับการติดต่อสื่อสารกันข้ามประเทศแบบเรียลไทม์ ที่สามารถส่งได้ทั้งข้อความ เสียง และภาพเคลื่อนไหว แอพนี้จึงนิยมใช้คุยกันแบบเห็นหน้า (Video Call) เรียกได้ว่าคิดถึงคนที่บ้านเมื่อไหร่ก็ Skype คุยกันได้ทันทีแบบไม่มีค่าใช้จ่าย ขอแค่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตเท่านั้น หรือหากพ่อแม่ไม่ถนัดใช้เทคโนโลยี Skype ก็ยังสามารถใช้โทรหาโทรศัพท์ได้ทั่วโลก ในราคาประหยัดกว่าการโทรศัพท์ข้ามประเทศทั่วไป 3. Weather Channel การ ใช้ชีวิตต่างแดนนั้น สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามก็คือเรื่องของสภาพอากาศในแต่ละวัน โดยเฉพาะเมื่อคุณเลือกไปอยู่ประเทศที่มีอากาศแตกต่างจากเมืองไทยค่อนข้างมาก การเตรียมพร้อมล่วงหน้าเกี่ยวกับสภาพอากาศในแต่ละวัน จะช่วยให้ชีวิตคุณราบรื่นขึ้นอย่างแน่นอน แอพพยากรณ์อากาศยอดฮิตที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้ทั่วโลกอย่าง Weather Channel จึงเป็นอีกแอพหนึ่งที่คุณไม่ควรพลาด 4. Dropbox แอ พสำหรับจัดเก็บและแชร์ไฟล์ตัวนี้ จะช่วยให้คุณสามารถเรียกใช้ไฟล์งานต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย โดยมีพื้นที่ให้ใช้ฟรีมากถึง 2GB ใช้งานได้ทั้งบนแล็ปท็อปและสมาร์ทโฟน ซึ่งนอกจากจะใช้ในการจัดเก็บไฟล์ส่วนตัวแล้ว คุณยังสามารถใช้ Dropbox ในการแชร์โฟลเดอร์ต่างๆ เพื่อการทำงานกลุ่มร่วมกับคนอื่นได้อีกด้วย 5. Thai Fast Dict ช่วง ปรับตัวในการไปเรียนต่อเมืองนอก หลายคนอาจจะยังมีอุปสรรคด้านภาษาอยู่บ้าง ก็อย่าลืมโหลดแอพพจนานุกรมที่ช่วยในการแปลศัพท์ต่างๆ ติดตัวไว้สักหน่อย โดยจุดเด่นของแอพ Thai Fast Dict ก็คือการใช้งานที่สะดวก ง่ายดาย และรวดเร็ว มีภาพประกอบช่วยให้เข้าใจคำศัพท์มากขึ้น สามารถฟังคำศัพท์เพื่อฝึกออกเสียงได้ แถมยังมีเกม Hangpig ไว้สำหรับฝึกฝนคำศัพท์ใหม่ๆ พ่วงมาให้ด้วย 6. iTunes U แอ พนี้ช่วยให้นักศึกษาที่ใฝ่หาความรู้ทั้งหลาย สามารถเข้าถึงแหล่งความรู้จากคอร์สที่เรียนอยู่ ได้อย่างง่ายดายเพียงแค่ปลายนิ้ว โดยแหล่งข้อมูลจะมีทั้งไฟล์หนังสือเรียน แบบฝึกหัด และเสียงหรือวิดีโอแลคเชอร์ ที่สามารถเข้าไปอ่าน ส่งการบ้าน ทำเลคเชอร์ส่วนตัวได้  เป็นเจ๋งสุดๆ ไปเลยใช่ไหมล่ะ มหาวิทยาลัยใน UK ที่ใช้แอพนี้ Harvard, Imperial, Cambridge ส่วนใน USA จะมี Standford, Yale และ Columbia 7. Skyscanner ของ ฟรีอีกแอพที่น่าสนใจสำหรับนักเรียนนอกคือ Skyscanner แอพหาข้อมูลตั๋วเครื่องบินที่ยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพ สามารถเปรียบเทียบข้อมูลสายการบินได้ทั่วโลก จึงช่วยหาตั๋วราคาถูกที่สุดได้ในเวลาไม่กี่วินาที แถมยังรองรับภาษาและสกุลเงินของไทยอีกด้วย จะหาตั๋วบินกลับบ้านหรือหาตั๋วไปเที่ยวก็สะดวกสบายสุดๆ 8. TripAdvisor คน รักการท่องเที่ยวหาประสบการณ์นอกห้องเรียนต้องไม่พลาดแอพ TripAdvisor ผู้ช่วยสุดเจ๋งในการวางแผนการท่องเที่ยว พร้อมให้คำแนะนำต่างๆ จากรีวิวของนักท่องเที่ยวที่เคยไปมาก่อน ไม่ว่าจะเรื่องที่พัก ที่กิน ที่เที่ยว หรือการเดินทาง ก็มีข้อมูลให้บริการอย่างครบครัน และรองรับหลากหลายภาษาทั่วโลก รวมถึงภาษาไทยด้วย ขอบคุณข้อมูล SUTASINEE LERTWATCHA hotcourses.in.th

ราชบัณฑิต เสนอแก้ 176 คำทับศัพท์ แนะเพิ่มวรรณยุกต์เขียนตรงเสียง
คำทับศัพท์ /  คำศัพท์ / 

นางกาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิต และนายกสมาคมครูภาษาไทยแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้กองศิลปกรรมได้จัดทำแบบสำรวจความคิดเห็นประมาณ 300 ชุด เกี่ยวกับการเขียนคำยืมจากภาษาอังกฤษในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 เพื่อสอบถามความเห็นจากคณะกรรมการราชบัณฑิต ภาคีสมาชิก และผู้ที่เกี่ยวข้องในการเปลี่ยนแปลงการเขียนคำที่ยืมจากภาษาอังกฤษใหม่ เนื่องจากพบว่ามีคำศัพท์ที่ยืมมาจากคำภาษาอังกฤษ 176 คำ เขียนผิด และไม่ตรงกับเสียงวรรณยุกต์ของคำนั้นๆ ตามอักขรวิธีไทย และการอ่านออกเสียง ที่ผ่านมามีหลายคนตั้งคำถามว่าทำไมคำคำนี้ เขียนแบบนี้ โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่มาเรียนภาษาไทย หรือว่าฝึกอ่านภาษาไทย ซึ่งได้เรียนวิธีการเขียนและอ่านอย่างถูกต้องมาแล้ว เมื่อมาเจอคำศัพท์บางคำที่ไม่มีวรรณยุกต์ ก็เกิดความสับสน และอ่านไม่ออก นางกาญจนากล่าวต่อว่า ปัญหานี้เกิดขึ้นมาจากขั้นตอนการถอดคำ หรือว่ายืมคำมาจากภาษาอังกฤษ เมื่อแปลมาเป็นภาษาไทย ไม่ได้เติมวรรณยุกต์เสียงเอก โท หรือตรี รวมทั้ง ไม้ไต่คู้ ให้ตรงตามอักขรวิธีไทย อย่างคำว่า "แคลอรี" การเขียนให้ตรงกับการออกเสียงต้องเป็น "แคลอรี่" หรือว่าคำว่า "โควตา" ถ้าจะให้ตรงกับการออกเสียงต้องเป็นคำว่า "โควต้า" รวมทั้ง "เรดาร์" ต้องเป็นคำว่า "เรด้าร์" เพื่อให้ตรงตามเสียงของคำนี้ เป็นต้น "ที่หลายคนกังวลว่าการเปลี่ยนวิธีการเขียนคำครั้งนี้ อาจทำให้สับสน หรือว่าเข้าใจผิดเกี่ยวกับการเขียนศัพท์ต่างๆ นั้น ไม่น่าจะสับสน เพราะถ้าอ่านภาษาไทยก็ไม่น่าสับสน คำศัพท์หลายๆ คำในปัจจุบันมีคนเขียนตามคำศัพท์ที่จะเปลี่ยนแปลงแล้ว แต่ถ้าใครจะเขียนแบบเดิมๆ ก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ที่เสนอให้แก้ไข เพื่อให้เขียนถูกต้องตามเสียงของคำนั้นๆ แม้ว่าหลายคนอาจมองว่าแปลก และไม่ควรแก้ไข" นางกาญจนากล่าว นางกาญจนากล่าวต่อว่า เบื้องต้นได้สอบถามความเห็นจากสภาราชบัณฑิต ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการเติมวรรณยุกต์ และเปลี่ยนแปลงคำศัพท์ทั้ง 176 คำ เพื่อเขียนให้ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม คงต้องรอดูผลการสำรวจความคิดเห็นอีกครั้งว่าส่วนใหญ่จะเห็นด้วยทุกคำ หรือเห็นด้วยเฉพาะบางคำ ซึ่งตามกำหนดเวลาแล้ว ภายในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ ทุกคนต้องส่งแบบสอบถามดังกล่าวกลับที่กองศิลปกรรม เพื่อประมวลผลความคิดเห็นว่าเห็นด้วยหรือไม่ และมีข้อเสนออะไร ทั้งนี้ การขอปรับแก้คำศัพท์ทั้ง 176 คำนั้น หากเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยว่าควรเปลี่ยน ก็จะนำไปบรรจุในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตย สถาน พ.ศ.2554 ซึ่งกำลังดำเนินการปรับปรุงเพื่อจัดพิมพ์เล่มใหม่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คำศัพท์ที่อยู่ในแบบสำรวจ เพื่อขอความเห็นในการเปลี่ยนแปลงการเขียนใหม่ ดังนี้ 1.คำที่ใส่เครื่องหมายไม้ไต่คู้เพื่อแสดงสระเสียงสั้น ได้แก่ ซีเมนต์ เปลี่ยนเป็น ซีเม็นต์, เซต-เซ็ต, เซนติกรัม-เซ็นติกรัม, เซนติเกรด-เซ็นติเกรด, เซนติลิตร-เซ็นติลิตร, ไดเรกตริกซ์-ไดเร็กตริก, เทนนิส-เท็นนิส, นอต-น็อต, นิวตรอน-นิวตร็อน, เนตบอล-เน็ตบอล, เนปจูน-เน็ปจูน, เบนซิน-เบ็นซิน, แบคทีเรีย-แบ็คทีเรีย, มะฮอกกานี-มะฮ็อกกานี, เมตริก-เม็ตตริก, เมตริกตัน- เม็ตริกตัน, แมงกานิน-แม็งกานิน, อิเล็ก ตรอน-อิเล็กตร็อน, เฮกโตกรัม-เฮ็กโตกรัม, เฮกโตลิตร-เฮ็กโตลิตร 2.คำที่เปลี่ยนตัวพยัญชนะเป็นอักษรสูง ได้แก่ คอร์ด-ขอร์ด, แคโทด-แคโถด, ซัลเฟต-ซัลเฝต, ไทเทรต-ไทเถรต, ไนต์คลับ-ไน้ต์ขลับ, พาร์เซก-พาร์เส็ก, แฟลต-แฝล็ต, สเปกโทร สโกป-สเป็กโทรสโขป, ไอโซโทป-ไอโซโถป 3.คำที่ใส่เครื่องหมายวรรณยุกต์เอก ได้แก่ กอริลลา-กอริลล่า, แกโดลิเนียม-แกโดลิ เนี่ยม, แกมมา-แกมม่า, แกลเลียม-แกลเลี่ยม, คูเรียม-คูเรี่ยม, แคดเมียม-แคดเมี่ยม, แคลเซียม-แคลเซี่ยม, แคลอรี-แคลอรี่, โครเมียม-โครเมี่ยม, ซิงโคนา-ซิงโคน่า, ซิลิคอน-ซิลิค่อน, ซีเซียม-ซีเซี่ยม, ซีนอน-ซีน่อน, ซีเรียม-ซีเรี่ยม, โซลา-โซล่า, ดอลลาร์-ดอลล่าร์, เทคโนโลยี-เท็คโนโลยี่, แทนทาลัม-แทนทาลั่ม, ไทเทเนียม-ไทเท เนี่ยม, เนบิวลา-เนบิวล่า, ไนลอน-ไนล่อน, แบเรียม-แบเรี่ยม, ปริซึม-ปริซึ่ม, ปิโตรเลียม-ปิโตรเลี่ยม, แพลทินัม-แพลทินั่ม, ฟังก์ชัน-ฟังก์ชั่น, ฟาทอม-ฟาท่อม, ไมครอน-ไมคร่อน, ยิปซัม-ยิปซั่ม, ยูเรเนียม-ยูเรเนี่ยม, เลเซอร์-เลเซ่อร์, วอลเลย์บอล-วอลเล่ย์บอล, อะลูมิเนียม-อะลูมิเนี่ยม, อีเทอร์-อีเท่อร์, เอเคอร์-เอเค่อร์, แอลฟา-แอลฟ่า, ฮาห์เนียม-ฮาห์เนี่ยม, ฮีเลียม-ฮีเลี่ยม 4.คำที่ใส่ ห นำเพื่อแสดงเสียงวรรณยุกต์เอก ได้แก่ กะรัต-กะหรัต, แกรนิต-แกรหนิต, คลินิก-คลิหนิก, คาทอลิก-คาทอหลิก, คาร์บอเนต-คาร์บอเหนต, คาร์บอลิก-คาร์บอหลิก, โคออร์ดิเนต-โคออร์ดิเหนต, รูเล็ตต์- รูเหล็ตต์, 5.คำที่เติมเครื่องหมายวรรณยุกต์โท ได้แก่ กลูโคส-กลูโค้ส, กิโลไซเกิล-กิโลไซเกิ้ล, กิโลเมตร-กิโลเม้ตร, กิโลเฮิรตซ์-กิโลเฮิ้รตซ์, กีตาร์-กีต้าร์, แกรไฟต์-แกรไฟ้ต์, คาร์บอน-คาร์บ้อน, คาร์บูเรเตอร์-คาร์บูเรเต้อร์, เคเบิล-เคเบิ้ล, โควตา-โควต้า, ชอล์ก-ช้อล์ก, ซอส-ซ้อส, โซเดียม-โซเดี้ยม, ไดนาไมต์-ไดนาไม้ต์, แทนเจนต์-แทนเจ้นต์, แทรกเตอร์-แทรกเต้อร์, นิกเกิล-นิกเกิ้ล, ไนต์คลับ-ไน้ต์ขลับ, ไนโตรเจน-ไนโตรเจ้น, บารอมิเตอร์-บารอมิเต้อร์, บีตา-บีต้า, ปาทังกา-ปาทังก้า, ปาร์เกต์-ปาร์เก้ต์, พลาสติก-พล้าสติก, ฟาสซิสต์- ฟ้าสซิสต์, มอเตอร์-มอเต้อร์, เมตร-เม้ตร, ไมกา-ไมก้า, ยีราฟ-ยีร้าฟ, เรดอน-เรด้อน, เรดาร์-เรด้าร์, เรเดียม-เรเดี้ยม, ลิกไนต์- ลิกไน้ต์, แวนดา-แวนด้า, อาร์กอน-อาร์ก้อน, แอนติบอดี-แอนติบอดี้, เฮิรตซ์-เฮิ้รตซ์, ไฮดรา-ไฮดร้า, ไฮโดรเจน-ไฮโดรเจ้น 6.คำที่เติมเครื่องหมายวรรณยุกต์ตรี ได้แก่ กราฟ-กร๊าฟ, ก๊อซ-ก๊อซ, กอล์ฟ-ก๊อล์ฟ, เกาต์-เก๊าต์, ออกไซด์-อ๊อกไซด์, โคบอลต์- โคบ๊อลต์, ดราฟต์-ดร๊าฟต์, ดัตช์-ดั๊ตช์, ดิสโพรเซียม-ดิ๊สโพรเซี่ยม, เดกซ์โทรส-เด๊ก โทรัส, เต็นท์-เต๊นท์, บาสเกตบอล-บ๊าสเก้ต บอล, บิสมัท-บิ๊สมั้ท, แบงก์-แบ๊งก์, โบต-โบ๊ต, ปลาสเตอร์-ปล๊าสเต้อร์, ปิกนิก-ปิ๊กหนิก, ออกซิเจน-อ๊อกซิเย่น, ออกซิเดชัน-อ๊อก ซิเดชั่น, ออกไซด์-อ๊อกไซด์, อาร์ต-อ๊าร์ต, เอกซเรย์-เอ๊กซเรย์, แอสไพริน-แอ๊สไพริน, แอสฟัลต์-แอ๊สฟัลต์, โอ๊ด-โอ๊ต และ 7.คำที่มีหลายพยางค์ ได้แก่ คอนเดนเซอร์-ค็อนเด็นเซ่อร์, คอนแวนต์-ค็อนแว็นต์, คอนเสิร์ต-ค็อนเสิร์ต, คอมพิวเตอร์-ค็อมพิ้วเต้อร์, คอมมานโด-ค็อมมานโด, คอมมิวนิสต์-ค็อมมิวนิสต์, คูปอง- คูป็อง, เครดิตฟองซิเอร์-เครดิตฟ็องซิเอร์, แคดเมียม-แค็ดเมี่ยม, แคปซูล-แค็ปซูล, แคลเซียมไซคลาเมต-แคลเซี่ยมไซคลาเมต, ช็อกโกเลต/ ช็อกโกแลต-ช็อกโกแล็ต, เซนติเมตร-เซ็นติเม้ตร, โซเดียมคาร์บอเนต-โซเดี้ยมคาร์บอเหนต, โซเดียมไซคลาเมต-โซเดี้ยมไซคลาเหมต, โซเดียมไฮโดรเจนกลูทาเมต-โซเดี้ยมไฮโดรเจ้นกลูตาเหมต, โซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต-โซเดี้ยมไฮโดร เจ้นคาร์บอเหนต, ดีเปรสชัน-ดีเปร๊สชั่น, เทคโนโลยี-เท็คโนโลยี่, แทรกเตอร์-แทร็ก เต้อร์, แบดมินตัน-แบ็ดมินตั้น, แบตเตอรี่-แบ็ตเตอรี่, พลาสมา-พล้าสม่า, โพแทสเซียม-โพแท้สเซี่ยม, เมนทอล-เม็นท่อล, แมงกานีส-แม็งกานี้ส, แมกนีเซียม-แม็กนีเซี่ยม, รีดักชัน-รีดั๊กชั่น, ลอการิทึม-ล็อกการิทึ่ม, สเปกตรัม-สเป๊กตรั้ม, สเปกโทรสโกป-สเป็กโตรสโขป, ออกซิเดชัน-อ๊อกซิเดชั่น, อัลตราไวโอเลต-อัลตร้าไวโอเหล็ต, แอกทิเนียม-แอ๊กทิเนี่ยม, แอนติอิเล็ก ตรอน-แอ็นติอิเล็กตร็อน, เฮกตาร์-เฮ็กต้าร์ และเฮกโตเมตร- เฮ็กโตเม้ตร ขอบคุณข้อมูลจาก มติชนออนไลน์ Mthai News

Beat stress at work เอาชนะความเครียดในที่ทำงาน
สุขภาพจิต /  ความเครียด / 

ใครไม่อยากเป็น Office Syndrome ต้องรู้จักวิธีการบริหารจัดการความเครียดในที่ทำงาน เพื่อให้เราสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มาดูกันว่าคุณสามารถเอาชนะความเครียดที่มักตอแยและระรานคุณในที่ทำงานได้อย่างไร • ดื่มน้ำอุ่น เข้าใจว่าอยู่ในเมืองร้อน แต่ไหนๆ ลมหนาวก็เริ่มโชยมาแล้ว ก็ลองหัดดื่มน้ำอุ่นกันดูบ้าง เพราะมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพหลายประการ ทั้งการช่วยขับสารพิษที่สะสมในร่างกาย อันจะเป็นเหตุให้เกิดการปวดเมื่อยเนื้อตัว ปวดหัว เจ็บตามส่วนต่างๆ ที่สำคัญน้ำอุ่นยังช่วยระบบย่อยอาหารให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และที่สำคัญสำหรับคุณสาวๆ การดื่มน้ำอุ่นช่วยให้ผิวหนังชุ่มชื้น ลดรอยเหี่ยวย่นอีกต่างหาก จะมัวแต่หวังพึ่งครีมราคาแพงก็คงช่วยอะไรไม่ได้มากเท่ากับการดูแลสุขภาพจากภายใน • กรี๊ดได้ก็กรี๊ด เมื่อเกิดความเครียดขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นความเครียดสะสมจากการไม่ถูกชะตากับเพื่อนร่วมงานที่ต้องนั่เผชิญหน้ากันทุกวัน หรือเป็นความเครียดแบบปัจจุบันทันด่วน เพราะไม่สบอารมณ์ที่บริษัทเพิ่งติดประกาศว่าไม่มีนโยบายขึ้นเงินเดือนให้ในปีหน้า หรือเครียดหนักเมื่ออินเตอร์เน็ตที่ออฟฟิศล่มมาครึ่งค่อนวัน ทำให้ทำงานส่งลูกค้าไม่ทัน ก็จงอย่าอัดอั้น หัดพูดออกมาดังๆ บ้างเพื่อเป็นการระบาย การกรี๊ดหรือร้องตะโกนในห้องน้ำ (ช่วงปลอดคน) จะทำให้คุณรู้สึกโล่งขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ • ยืดเส้นยืดสาย การยืดกล้ามเนื้อแบบง่าย ๆ ที่โต๊ะทำงาน ก็ช่วยให้ร่างกายเราผ่อนคลายได้ เช่น การหมุนคอ การยักไหล่หมุนไหล่ การไขว้และบิดแขน เป็นต้น การเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ ย่อมดีกว่าการนั่งหลังขดหลังแข็งเป็นเวลานาน อ้อ! ที่สำคัญ สำหรับสาวๆ ทั้งหลายไม่ควรนั่งไขว่ห้างทำงานนานๆ เข้าใจว่าเป็นท่านั่งที่สวยและอาจจะเคยชิน แต่การไขว่ห้างเป็นท่านั่งที่ต้องเทน้ำหนักไปด้านใดด้านหนึ่งซ้ำๆ เป็นเวลานานๆ ดังนั้นระหว่างที่นั่งไขว่ห้างเส้นเลือดใหญ่ที่ต้นขาทั้งสองจะถูกแรงของขาทั้งสองข้างบีบเอาไว้ ทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น เพราะต้องสูบฉีดเลือดให้ร่างกายลำเลียงไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ให้ทั่วถึง • วางท่วงท่าให้เหมาะสม ควรวางแขนขนานราบกับพื้น แป้นพิมพ์อยู่ในระดับต่ำกว่าข้อศอกเล็กน้อย ทำให้ไม่รู้สึกเมื่อย นั่งหลังตรง หน้าจออยู่ระดับสายตาหรือต่ำกว่าระดับสายตา 10-20 องศา ทำให้ไม่เงยหน้าหรือก้มหน้าจนเกินไป ที่สำคัญอย่านั่งไหล่ห่อ หลังค่อม เพราะนอกจากจะเสียบุคลิกภาพแล้วยังจะทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อได้ • ละสายตาจากหน้าจอคอมฯ ทุกๆ 20 นาที ควรคลายกล้ามเนื้อสายตาด้วยการมองไกลๆ ราว 20 วินาที และเวลาที่ใช้คอมพิวเตอร์เราจะกะพริบตาน้อยลงกว่าปกติ 5 เท่า ทำให้เกิดอาการตาแห้งได้ ทางแก้คือการใช้น้ำตาเทียม นอกจากนี้การหลับตาเพียง 5-10 วินาที ก็นับเป็นการพักระหว่างการทำงานที่ดี • ปิดคอมฯ เมื่อไม่ใช้งาน ควรปิดเครื่องคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊กทุกครั้งที่ไม่ได้ใช้งาน เพื่อลดระยะเวลาในการรับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง และความเครียด • อย่ากินจุบจิบ อย่าให้การทำงานในออฟฟิศที่ต้องนั่งจมจ่อมอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ กลายเป็นเครื่องสังหารที่ทำให้คุณอ้วนเบอะบะโดยไม่รู้ตัว ด้วยการทานนั่นทานนี่ตลอดทั้งวัน โปรดบอกลาลูกอม และขนมหวานต่างๆ เสียตั้งแต่วันนี้ หรือหากอยากกินของหวานแก้เครียด ขอแนะนำว่าแทนที่จะซัดของหวานชามโต ก็เปลี่ยนมาเป็นละเลียดไอศกรีมถ้วยเล็กๆ จะดีกว่า • ออกไปเดินเล่นบ้าง การได้ออกไปสูดอากาศในตอนกลางวันเพียงไม่กี่นาที ก็สามารถช่วยลดความเครียด หรือความวิตกกังวลได้ แทนที่จะอุดอู้อยู่กับห้องแอร์ทั้งวัน • ใช้สิทธิ์พักร้อนให้เต็มที่ คำว่า Vacation ไม่ได้ถูกบัญญัติไว้เฉพาะในพจนานุกรม หรือเขียนไว้ในระเบียบข้อบังคับของบริษัทเท่านั้น กรุณานำมาใช้ในชีวิตจริงด้วย อย่าบ้างานจนปล่อยให้ร่างกายและจิตใจทรุดโทรม แล้วอ้างว่าไม่มีเวลาชาร์จแบตฯ เพราะคุณประโยชน์ของการพักร้อน คือ การที่คุณจะได้พักผ่อนจริงๆ เป็นการหลีกหนีจากงานชั่วขณะ เพื่อเติมพลังชีวิตให้สามารถกลับมาสะสางภาระหน้าที่ต่างๆ ต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญเพื่อให้คุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ พึงระลึกไว้เสมอว่า ‘Work Smarter, Not Harder’ เพราะหมดยุคหมดสมัยที่จะมาตรากตรำทำงานหนักกันแล้ว ยุคนี้เป็นโอกาสของคนที่รู้จักหาหนทางในการทำงานอย่างชาญฉลาดต่างหาก ทำงานหนักใช่ว่าจะทำให้ได้ผลงานที่ดี แต่ทำงานอย่างฉลาดต่างหากที่จะให้ผลงานที่น่าชื่นชม

จุงเบย แปลว่าอะไร จักแร้เปี้ยก
ภาษาวัยรุ่น /  เกร็ดความรู้

คำว่า จุงเบย แปลว่าอะไร แล้วมีที่มาที่ไปยังไง? ทำไม จุงเบย ถึงเกิดคำนี้ขึ้นมา...(เออนั้นสิ) แล้วยังจะบรรจุคำศัพท์ใหม่ คำวัยรุ่น คำแสลง ที่ในปัจจุบันเขาพูดกัน ลง?พจนานุกรมคำศัพท์ใหม่?เล่ม4 อีก (โอ้ยตาย!นึกว่า นารูโตะ ) ความหมายของ จุงเบย ในไทย? จุงเบย?เพี้ยนมาจาก?จังเลย?แสดงความแอ๊บแบ๊ว บางคนบอกว่าปัญญาอ่อน ความหมายของ จุงเบย ในต่างประเทศ แต่รู้หรือไม่คำว่า จุงเบย ในภาษา คัสซาบลังกา หรือ?คาซาบลังกา (?โมร็อกโก ) แปลว่า จักแร้เปี้ยก ! เธอน่ารัก จุงเบย =?เธอน่ารัก?จักแร้เปี้ยก (555555) ที่มาของ จุงเบย จุง ? จัง สระ อุ และ ไม้หันอากาศ (?ั)?เป็นสระที่อยู่ใกล้กันในคีย์บอร์ด ทำให้พิมพ์ผิด โดยพิมพ์สลับกันบ่อยๆ จนเลยเถิดกลายเป็นศัพท์วัยรุ่น เบย ? เลย ล และ บ เป็นตัวอักษรที่อยู่ใกล้กันในคีย์บอร์ด ทำให้พิมพ์ผิด โดยพิมพ์สลับกันบ่อยๆ จนเลยเถิดกลายเป็นศัพท์วัยรุ่น ตัวอย่าง การใช้ จุงเบย? คิดถึงจุงเบย เธอน่ารักจุงเบย คำว่า ? จุงเบย ? กับ?พจนานุกรม ฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน ล่าสุดราชบัณฑิตฯ เตรียมบัญญัติ คำว่า ? จุงเบย ? เป็นศัพท์ใหม่ใน พจนานุกรมคำศัพท์ใหม่?รวมถึงคำว่า ?เม้าธ์มอย, กาก, กินตับ, เกรียน, เช็ดเม็ด ,?จอนูน, จอแบน, โนเวสเตชั่น, แพล้งกิ้ง?และอื่นๆ อยากรู้ ดูที่นี้ อัพเดทศัพท์วัยรุ่น เยอะจุงเบย http://teen.mthai.com/variety/47312.html เรียบเรียง teen.mthai?ข้อมูล?guchill.com หมายถึง จุงเบย daddy หรอคะ? เตรียมพร้อมรับมือ จุงเบย บุกโลก นั้นไง?ต็มไปหมดเบย กริ๊ดๆๆ โดนตบ เบย น่ารัก จุงเบย ได้แฟนเพราะ จุงเบย? ถ้าไม่พูดว่า จุงเบย จะเฉยป่าวว่ะ ( เอิ้บ ไม่พูด จุงเบย ไม่เท่าไร แต่ถ้าใครไม่รู้จัก โคตรเฉย จุงเบย นะ !) อาย อี ไพร่สถุนสยามตัวไหนมาพูด จุงเบย กูจักจับกุดหัวเสีย จักได้เป็นเยี่ยงอย่างแก่ลูกหลานชาวสยามสืบไป คำขวัญประเทศไทย ปีหน้า ?เรารักประเทศไทย จุงเบย

หน้าไม่ไหวแล้ว!!! พี่เวียร์ เมาไม่ขับเบลล่า พร้อมรับ-ส่ง ถึงบ้าน
เบลล่า ราณี /  เวียร์ ศกลวัฒน์

ช่วยกันเหยียบ ช่วยกันปกปิด ไม่ยอมเปิดเผยสถานะทางหัวใจทั้งคู่ สำหรับ เวียร์ ศุกลวัฒน์ & เบลล่า ราณี ที่มีข่าวด้วยกันไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่ทั้งคู่ก็ยังคงปากแข็งยืนยันความสัมพันธ์ว่าเป็นแค่พี่น้องกันเท่านั้น ตามแบบฉบับพจนานุกรมของซุป’ตาร์ไทย แม้ว่าช่วงหลังๆ ทั้งคู่จะไปมีข่าวกับคนอื่นชวนให้สงสัย ว่าคนไหนคือตัวจริงหรือว่าตัวหลอก โดยเฉพาะหนุ่มเวียร์ที่ยังแอบไปจิ๊จ๊ะกับอดีตกิ๊กเก่าอย่าง กีฟ อรลีฬห์ จนโดนปาปารัซซี่แชะภาพทั้งคู่ขณะกำลังซับเหงื่อให้กัน แม้แต่ตัวสาวเบลล่าเอง ก็ยังมีภาพแนบชิดสนิทสนมกับพระเอกหนุ่ม เจมส์ จิรายุ ออกมาอย่างถี่ยิบ จนกลายเป็นคู่จิ้นพระนางที่แฟนคลับเชียร์อยากให้ทั้งคู่เป็นแฟนกันนอกจอจริงๆ แต่งานนี้ดูท่าทางแฟนคลับคงจะต้องอารมณ์เสีย เพราะตัวจริงของกันและกันเขาก็แอบย่องมาเจอกันอยู่ดี ล่าสุดปาปารัซซี่ตาไวของเราก็สอยหลักฐานเด็ดๆ มัดตัวทั้งระหว่าง เวียร์-เบลล่า ในขณะที่ทั้งคู่กำลังนั่งสวีทกินดื่มอยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านเลียบทางด่วน ซึ่งดูจากสภาพหน้าตาของหนุ่มเวียร์แล้วคาดการณ์ว่าน่าจะดื่มไปแล้วหลายแก้ว แต่แหม...จะไม่ให้ดื่มหลายแก้วได้อย่างไร ก็ในเมื่อสาวเบลล่าเธอเล่นเป็นคนรินให้เองกับมือ งานนี้สาวเบลล่าไม่มีการห้ามปรามแต่ประการใด มีแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียร์ดริ๊งก์ให้พี่เวียร์เต็มที่กับการดื่ม & ดูดตามสไตล์ มีหวานใจดี๊...ดี เข้าใจหัวอกลูกผู้ชายอย่างเวียร์แบบนี้ ถึงว่าสิทำไมหนุ่มเวียร์ถึงเลือกที่จะคบหากับสาวเบลล่า ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้หนุ่มเวียร์มีสาวๆ เป็นร้อยวิ่งเข้าหาอยากจะนั่งซ้อนทั้งท้ายรถ & ท้ายคน อิอิอิ!!! ก็ไม่รู้คืนนั้นหนุ่มเวียร์จะเมาหนักขนาดไหน แต่เชื่อว่าคงไม่ได้ขับรถกลับบ้านเองแน่นอน สงสัยสารถีที่ไปส่งถึงบ้านก็คงหนีไม้พ้นหวานใจอย่างสาวเบลล่าแหงๆ เบลล่า-เวียร์ เบลล่า-เวียร์ เบลล่า-เวียร์

AEC กับความสุขของคนไทย
AEC /  อาเซียน

AEC กับความสุขของคนไทย ทุกวันนี้ต้องยอมรับว่าประเด็น AEC  เป็นเรื่องท๊อปฮิต เพราะในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2558 หรืออีกสี่ปีข้างหน้าข้อตกลง AEC จะมีผลบังคับใช้ ซึ่งทําให้ประเทศต่าง ๆ ในกลุ่มอาเซียนรวมทั้งประเทศไทยด้วย ต้องเปิดเสรีทางการค้า มีภาษีต่อกันเป็นศูนย์การเคลื่อนย้ายเงินทุนและแรงงานทําได้โดยเสรี พรมแดนต่าง ๆ จะจางหายไป คําถามที่น่าสนใจคือ คนไทยควรมีมุมมองอย่างไรที่จะทำให้การเปลี่ยนแปลงที่กําลังจะเกิดขึ้นนี้เป็นไปอย่างมีความสุข 1)    มองอุปสรรคให้เป็นโอกาส AEC เป็นได้ทั้งโอกาสและอุปสรรค ขึ้นอยู่กับความพร้อมขององค์กรและมุมมองของแต่ละคน สําหรับองค์กรที่มีความพร้อม จะมองว่านี่คือโอกาสของบริษัทเพราะ •    เป็นการรวมตัวของ 10 ประเทศที่มีประชากรประมาณ 500 ล้านคน จะทําให้การค้าขายดีขึ้น ยังไม่นับรวมกับอีก 6 ประเทศที่เมื่อรวมกันแล้วมีประชากรถึงครึ่งโลก •    แรงงานที่จะมีการเคลื่อนย้ายอย่างเสรีจะทําให้อุปทาน (Supply) ของตลาดแรงงานเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ต่อไปจะสามารถคัดสรรคนเก่งคนดีมีความสามารถมาทํางานได้ง่ายขึ้น ปัญหาการขาดแคลนแรงงานและต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ ใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฏหมายน่าจะหมดไป •    ความยุ่งยากในการทําเอกสารขออนุญาตทํางานสําหรับชาวต่างชาติ (Work Permits) ก็จะลดลง การจ้างแรงงานต่างชาติที่มาจากประเทศในกลุ่มอาเซียนด้วยกัน ทําได้ง่ายขึ้น •    การจัดตั้งธุรกิจและเปิดสาขาในประเทศต่างๆ ในกลุ่ม จะทําได้ง่ายขึ้น นอกจากการดําเนินธุรกิจนอกประเทศจะสะดวกขึ้น ไม่ต่างจากการเปิดสาขาใหม่ในต่างจังหวัดการเคลื่อนย้ายเงินลงทุนและกําไรก็จะทําได้ง่ายขึ้น อันมีผลทําให้การทําธุรกิจคล่องตัว ความสามารถในการแข่งขันกับภูมิภาคอื่นก็จะเพิ่มสูงขึ้นด้วย •    จากผลสำรวจพบว่าศักยภาพและความพร้อมของไทยอยู่ในระดับ "กลางๆ" เมื่อเทียบกับประเทศอื่นในอาเซียน และเป็นรองแม้กระทั่งอินโดนีเซียและห่างไกลมากกับมาเลเซียที่มีศักยภาพเป็นอันดับสอง ส่วนสิงคโปร์นั้นมีศักยภาพสูงสุด ทำให้เรามองว่านี่เป็นโอกาสที่จะเรียนรู้เพิ่มขึ้น 2)    จะทำอะไรต้องมีการเตรียมตัวเตรียมใจจึงจะไม่เครียด •    ต้องเตรียมวัฒนธรรมองค์กรให้พร้อม วัฒนธรรมหลาย ๆ อย่างของคนไทย ไม่ใช่สิ่งที่ไม่ดี แต่เมื่อเวลาผ่านไป วัฒนธรรมเหล่านั้นอาจไม่เหมาะและกลายเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา เช่น การใช้ระบบอาวุโส หรือการไม่เถียงผู้ใหญ่ เป็นต้น •    เราต้องสร้างวัฒนธรรมที่ให้พนักงานสามารถทํางาน ภายใต้ความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นพื้นเพความหลังที่แตกต่าง เชื้อชาติ ศาสนา ภาษา หรือแม้แต่ความคิดและความเชื่อที่ไม่เหมือนกัน เราต้องเตรียมความรู้ด้านภาษา โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ วันนี้หากพูดอ่านเขียนได้คล่อง ถือเป็นเรื่องพิเศษ อีกสัก 5 ปีจากนี้ไป ตลาดอาจถามหาภาษาที่ 3 แล้วก็ได้ •    ต้องเตรียมมองหาและรักษาคนเก่งให้อยู่กับองค์กรให้ได้เพราะต่อไปการแย่งชิงตัว พนักงานโดยเฉพาะพนักงานเก่ง ๆ คงมากขึ้นเรื่อย ๆ เราต้องสร้างบรรยากาศให้การทำงานมีความสุขพนักงานก็จะอยู่กับบริษัทได้นาน ไม่คิดจะย้ายไปทำงานที่อื่น •    ต้องเตรียมรับกับการเปลี่ยนแปลงที่กําลังจะมาถึง จงบอกกับตัวเองว่า วิธีคิดและการทํางานแบบเดิม ๆ ที่เคยสําเร็จอาจไม่ได้ผลอีกต่อไป องค์กรที่น่าเป็นห่วงคือองค์กรที่บุคลากรไม่เคยมีการหมุนเวียนงาน (Rotation) เลย เพราะคนเหล่านี้จะรับกับการเปลี่ยนแปลงได้ค่อนข้างยาก •    ต้องตัดคําว่า “ความมั่นคงในการทํางาน” (Job Security) และ “ความภักดี” (Loyalty) ออกจากพจนานุกรม เพราะต่อไปสองคํานี้คงไม่มีในการทํางาน ทั้งหมดขึ้นอยู่กับความสามารถ (Employability) หากพนักงานมีความสามารถ การงานย่อมมั่นคง หากองค์กรมีความสุข พนักงานก็จะเกิดความภักดีขึ้นเอง 3)    เป็นผู้นำที่นำความสุขมาให้องค์กร •    ผู้นําต้องเป็นแบบอย่างในการเรียนรู้และรับรู้ข่าวสาร เป็นคนแรกในองค์กรที่รับรู้และตื่นตัวเปิดรับข้อมูลใหม่ ๆ และมีหน้าที่สื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจให้คนในองค์กรให้เกิดความตระหนัก ตื่นตัว แต่ไม่ตื่นตระหนก •    ผู้นําต้องมีหน้าที่ให้การสนับสนุนทั้งงบประมาณ และทรัพยากรในการพัฒนาและรักษาคน เพราะสิ่งเหล่านี้ต้องทําตั้งแต่วันนี้ •    ผู้นําควรปรับสภาพแวดล้อมและวัฒนธรรมในการทํางานให้เป็นองค์กรน่าอยู่ เช่น ปรับปรุงสถานที่ให้มีบรรยากาศที่ดีในการทํางาน การจัดสิ่งอํานวยความสะดวกที่เหมาะสม ไม่ปล่อยปละละเลยหรือมองข้ามเพราะเห็นว่าไม่ใช่สิ่งจําเป็น เป็นต้น •    ผู้นำต้องเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น เพราะการแข่งขันจะมีมากขึ้น และวิธีการเดิม ๆ อาจจะใช้ไม่ได้ เช่น การลงคลาสิฟลายด์เพื่อรับสมัครงาน ต่อไปอาจจะต้องใช้เฟซบุ๊กในการสรรหาคน เป็นต้น 4)    สร้างสังคมให้มีความสุขเพื่อรับ AEC •    โลกวันนี้ไม่ใช่แค่ประเทศไทย แต่คือ “โลกทั้งใบ” ที่เปลี่ยนแปลงไปไม่หยุดนิ่ง เราจะต้องไม่ยึดติดกับอดีต หันมาให้ความสําคัญกับ “คน” สร้าง “สังคมแห่งความสุข” ที่มีการก้าวย่างที่รวดเร็วและรู้จักปรับตัว หรือไม่ยึดติดกับความคิดเดิม ๆ •    ช่วยกันส่งผ่านไอเดียเรื่อง “The Value of Happiness” คุณค่าของความสุข ตอกย้ำแนวคิดการสร้างสมดุลระหว่างงานกับชีวิต ในองค์กรที่เตรียมพร้อม ถ้าคุณดูแลคนของคุณดีเท่าไร คุณจะทํากําไรได้มากขึ้นเท่านั้น นี่คือคุณค่าของการสร้างความสุขร่วมกัน” •    จากผลสำรวจพบว่า การที่พนักงานรักกัน ทําให้ทํางานได้ดีขึ้น มีประสิทธิภาพในการทํางานมากขึ้น แต่หากไม่ได้รับการกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง ทุกอย่างก็จะกลับสู่ภาวะปกติ เราต้องสร้างองค์กรแห่งความสุขที่ตอบโจทย์รอบด้าน ไล่ตั้งแต่ “พนักงาน” ที่อยู่ในองค์กรมีความสุข รู้สึกมีคุณค่า “ลูกค้า” ที่สัมผัสได้ถึงคุณค่าของสินค้าและบริการนั้น “คุณค่าของงาน” ที่พนักงานมีความสุขเมื่อได้บริการหรือทําสิ่งดี ๆ ให้กับลูกค้า •    สุดท้ายคือ “คุณค่าขององค์กร” องค์กรมีคุณค่า จากการที่คนรู้จักคุณค่าของตัวเององค์กรแบบนี้จะเป็นองค์กรที่ไม่มีวันตาย ซึ่งไม่จําเป็นต้องใหญ่โตเลย แค่ร้านก๋วยเตี๋ยวเล็ก ๆ ก็เป็นองค์กรแห่งความสุขได้โดยที่พนักงานทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใส สนุกสนาน ท่ามกลางคนเยอะแยะไปหมด เพราะเขาคือองค์กรแห่งความสุข ที่ไม่ได้เอาระบบเป็นตัวนํา แต่เอาความสัมพันธ์ของคนในองค์กรเป็นตัวนํา” 5)    งานคือส่วนหนึ่งของชีวิต อดีตเรามองว่า “งานคือชีวิต” แต่กับคนวันนี้ “งานเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต” ไปแล้ว เพราะเทคโนโลยีทําให้เป็นอย่างนั้น แต่ด้วยความสามารถของเด็กรุ่นใหม่ ในการจัดการและความรู้เรื่องเทคโนโลยีนี่เอง ที่ทําให้เขาสามารถทําอะไรได้เยอะกว่าคนรุ่นเก่ามหาศาล นี่เป็นความท้าทายในการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยและโลก วันนี้เราเป็นส่วนหนึ่งของภูมิภาค ไม่ใช่อยู่คนเดียว ถ้ายังอยู่กับโลกใบเดิม คิดเหมือนเดิม ทําเหมือนเดิม เราจะเจอกับจุดอ่อนจากการเปลี่ยนแปลง อย่างการเปิด AEC อย่างน้อยคนของเราต้องเข้าถึงคําว่าความหลากหลายทางวัฒนธรรม ต้องเลิกความคิดดูถูกประเทศเพื่อนบ้าน หรือคิดว่าเราเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคนี้มันใช้ไม่ได้สําหรับอนาคต เพราะโลกเปลี่ยนไปแล้ว โลกไม่ใช่แค่ประเทศไทย แต่คือโลกทั้งใบ การเตรียมพร้อมเรื่องคน ด้วยการเข้าใจไลฟ์สไตล์หรือวิธีคิด ของคนยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไป ต้องให้คนนํางานไม่ใช่งานนําคน และเข้าใจว่าสิ่งที่ยึดคนให้อยู่กับองค์กรได้ ไม่ใช่ตัวเลขเงินเดือนหรือสวัสดิการ แต่คือ การเป็นที่ที่เขา “มีความสุข” ได้รู้จัก “คุณค่าของตัวเอง” และเมื่อไรก็ตามที่คนไทยทุกคนรับรู้คุณค่าแห่งความสุขและการได้ใช้ชีวิตร่วมกัน วันนั้นคนไทยก็พร้อมแล้วที่จะอยู่ในยุค AEC ได้อย่างมีความสุขท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่ไม่รู้จักจบสิ้น แล้วตอนนี้คุณล่ะได้สร้างความสุขให้กับองค์กรและสังคมของคุณบ้างหรือยัง? หนึ่งในกูรูของ Businessnetworkguru ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.slideshare.net/bright9977 http://www.facebook.com/Happinessforbetterlife http://www.facebook.com/businessnetworkguru

ที่ว่าการอำเภอปากเกร็ด

อาคารที่ว่าการอำเภอปากเกร็ด สร้างเมื่อ พ.ศ.2427 ตรงบริเวณที่ดินธรณีสงฆ์ของวัดสนามเหนือ ตำบลปากเกร็ด ขณะนั้นเป็นแขวงเรียกว่า แขวงตลาดขวัญ และประกาศยกฐานะเป็นอำเภอในปีเดียวกัน พระรามัญนนทเขตคดี เนียม นนทนาคร เป็นนายอำเภอปากเกร็ดคนแรก และนายอำเภอ คนปัจจุบัน คือ นายวัฒนา เลิศธรรมเทวี ปัจจุบันที่ต้งอาคารอยู่ที่ริมถนนแจ้งวัฒนะ ตรงข้างโรงเรียนปากเกร็ด เป็นอาคาร 5 ชั้น คำว่า ปาก สันนิษฐานว่า คงจะเนื่องมาจากชื่อวัดปากอ่าว ส่วนคำว่าเกร็ด ตามความหมายในพจนานุกรมของราชบัณฑิตยสถานฉบับ พ.ศ.2493 หมายถึงง ห้วงน้ำแคบ ต่อจากห้วงน้ำใหญ่ ทั้งสอง ฉะนั้น คำว่าปากเกร็ด น่าจะหมายถึง บริเวณผืนแผ่นดินที่เป็นปากอ่าวมีอาณาเขตติดต่อกับแม่น้ำใหญ่

พจนานุกรม ความหมายของ
ความรักวัยรุ่น

พจนานุกรม ความหมายของ "ใจ"  ได้รับฟอร์เวิร์ดเมล์มาจากเพื่อนๆ เกี่ยวกับเรื่อง ความหมายของใจ เลยเอามาฝากชาว Teen.mthai.com กันค่ะ มาดูกันหน่อยซิว่า .. ความรัก ที่มีเรื่องของ ใจ มาเกี่ยวข้องจะมีอาการอะไรบ้างนะ .. ^^ น้อยใจ  อาการอ่อนแอของจิตใจที่ไม่ได้รับการตอบสนอง ยามที่เกิดความต้องการให้คนเอาใจ วิธีแก้ อย่าเอาแต่ใจ เจ็บใจ  อาการเป็นพิษของจิตใจที่ลามมาจากหาง เวลามีใครมาเหยียบมัน วิธีแก้  ตัดหางทิ้งซะ อย่ายกหางตัวเอง ละอายใจ  อาการใฝ่ดีของจิตใจ ที่ออกมาชี้หน้าด่าเรา ข้อแนะนำ เมื่อละชั่วได้ ก็ไม่อายแก่ใจ เสียใจ  อาการวูปทางจิตใจ เกิดจากความไม่มั่นคง เพราะชอบเอาใจไปผูกเอาไว้กับสิ่งอื่น วิธีแก้ ตัดใจซะสิ อย่าไปผูกมันไว้ ใจหาย  อาการนี้ชื่อก็บอกอยู่แล้ว วิธีแก้ หายใจเข้าสิ หายใจลึกๆ แล้วจะเลิกใจหาย หลายใจ  อาการสืบพันธุ์ของจิตใจโดยการแบ่งตัว นำไปสู่อาการน้อยใจแก่คนรอบข้างได้ในเวลาต่อมา วิธีแก้ ระลึกไว้ มีแต่พวกอะมีบาที่ใช้วิธีแบ่งแบบนี้ ทำใจ  อาการที่แปลกที่สุดของใจ ยิ่งทำมากเท่าไร ใจยิ่งว่างเท่านั้น ใครเคยมีอาการไหนกันบ้างนะ .. ผู้หญิง อาจจะมีน้อยใจเยอะหน่อย ผู้ชายก็อาจจะมี หลายใจ (รึเปล่า) เอ๊ะๆ ไม่รู้ไม่ชี้ ^^ narak.com พจนานุกรม ความหมายของ "ใจ" 

ไสยศาสตร์ คุณไสย มนต์ดำ คุณเชื่อมากน้อยเพียงใด
คุณไสย /  มนต์ดำ / 

ไสยศาสตร์ คุณไสย มนต์ดำ คุณเชื่อมากน้อยเพียงใด ในปัจจุบัน เรื่องของ ไสยศาสตร์ คุณมีความเชื่อมากน้อยเพียงใด และเคยเจอกับตัวบ้างไหม วันนี้ Horoscope.Mthai.com จะพาคุณมารู้จักกับที่มาของ ไสยศาสตร์ คุณไสย มนต์ดำ ในรูปแบบต่างๆ เพื่อเป็นความรู้ให้แก่ผู้อ่านในการป้องกันตัว และหลีกเลี่ยงหรือออกห่างจากสิ่งเหล่านี้ สำหรับ เรื่อง ไสยศาสตร์ หรือ ศาสตร์มืด คือการทำ คุณไสย ในพจนานุกรมไทยให้คำจำกัดความ คุณไสย ว่า เป็นพิธีกรรมเพื่อทำร้ายอมิตร เป็นศาสตร์ที่ทางวิทยาศาสตร์ไม่อาจจะพิสูจน์ได้ แต่เป็นที่รู้จักกันทั่วไป และมีคนเชื่อและผู้ปฏิบัติทั่วโลก ไสยศาสตร์ เป็นวิชาเกี่ยวกับเวทมนตร์ คาถา และ เลขยันต์ ประกอบกับการใช้อำนาจสมาธิจิต การสาธยายเวทมนตร์คาถา การภาวนา และการปลุกเสก ซึ่งในแต่ละพื้นที่และชุมชนจะมีรูปแบบของไสยศาสตร์ที่แตกต่างกันออกไป แต่สรุปแล้วไสยศาสตร์ก็คือการทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น โดยผิดแปลกจากกฏของธรรมชาติ เช่น ทำให้สามีภรรยาที่ดีกันทะเลาะและแยกทางกัน ทำให้สาวหลงรักหนุ่มที่เคยเกลียด ซึ่งปกติแล้วจะใช้ไสยศาสตร์มาใช้ในทางที่ชั่วร้าย โดยเฉพาะการทำ คุณไสย ที่เป็นพิธีกรรมเพื่อทำร้ายผู้ไม่เป็นมิตรด้วยการปลุกเสกสิ่งใดสิ่งหนึ่งเข้าไปในตัว หรือฝังรูปฝังรอย หรือการทำเสน่ห์ยาแฝด ลงนะ จากผู้ที่อ้างตัวว่ามีอาคม ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเป็นพวกที่ทำมาหากินด้วยการหลอกลวงผู้คน หรือที่เรียกว่า พวกสิบแปดมงกุฎ ถึงกระนั้นก็ตาม คุณไสย หรือ มนต์ดำ ยังมีผู้หลงงมงายมากมาย ไสยศาสตร์ ถือเป็นศาสตร์ที่ลี้ลับมีมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ และมีทั่วโลกแม้กระทั่งในเวลาปัจจุบัน แม้รูปแบบจะแตกต่างกัน แต่ก็มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือ การทำอันตรายต่อผู้คนด้วยวิธีที่ลี้ลับ ลัทธิไสยศาสตร์ คือการรวมอำนาจจิต รวมพลังงานทางจิตซึ่งได้ทำการอบรมจิตใจให้มีความยึดมั่น เชื่อถือ อย่างจริงจัง ดำเนินไปตามหลักทางไสยศาสตร์ ตามวิธีการนั้น ๆ ก็จะสามารถแสดงฤทธิ์ปาฏิหาริย์ได้ด้วยกระแสคลื่นแห่งพลังอำนาจจิตอันแรงกล้า ของ มโนภาพ สมาธิ จิตตานุภาพ ทั้งสามประการนี้ จึงเป็นบ่อเกิดแห่งอำนาจที่ประหลาดมหัศจรรย์ขึ้นได้ ไสยศาสตร์ แบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ได้ 3 กลุ่ม ได้แก่ ไสยศาสตร์ เพื่อการรักษา เป็นไสยขาว ได้ชื่อเช่นนี้เพราะเป็นประโยชน์ต่อผู้คน เช่น การสะเดาะเคราะห์ ต่อชะตารักษาโรค ไสยศาสตร์ เพื่อการป้องกัน ได้แก่ คาถาคงกระพันชาตรี ผ้ายันต์ เสื้อยันต์ สักยันต์เป็นรูปต่างๆ ไสยศาสตร์ เพื่อการทำลาย ประเภทนี้เรียกอีกอย่างว่าไสยศาสตร์ดำหรือมนต์ดำ เนื่องจากมีความชั่วร้ายประกอบอยู่ ลักษณะการใช้ ทำให้ผู้อื่นทุกข์ทรมานหรืออาจถึงเสียชีวิตได้ ถ้าพูดถึงเรื่องไสยศาสตร์แล้ว บางคนอาจจะคิดว่ามีแค่ที่เขมรหรือไทยเท่านั้น แต่รู้หรือไม่ว่า ซีกโลกตะวันตกอย่างประเทศ โตโก ก็ยังมีหมอผีนั่งบริกรรมคาถาอย่างขะมักเขม้นเช่นกัน ซึ่งเรื่องของความเชื่อ ความศรัทธา เป็นเรื่องของแต่ละคน สำหรับความเชื่อเรื่องไสยศาสตร์นี้ แม้ในปัจจุบันความเจริญด้านวิทยาศาสตร์จะก้าวหน้า แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าความเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ยังดำรงอยู่ และจะดำรงอยู่ต่อไป ตราบเท่าที่คนยังมีด้านมืดและด้านสว่าง (ขอบคุณข้อมูลและรูปจาก th.wikipedia.org,itti-patihan.com) (ขอบคุณภาพประกอบจาก aroonsawat.exteen.com)

รัฐชวนคนไทยใช้'พจนานุกรม'ฉบับปี 54 ถวายพระเกียรติ'ในหลวง'
ข่าว /  ข่าวด่วน / 

รบ.เตรียมจัดพิมพ์ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 เผยแพร่ให้ สื่อมวลชน หน่วยราชการ สถาบันการศึกษา เพื่อถวายพระเกียรติแด่ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" พร้อมเชิญชวนคนไทยร่วมกันใช้อ้างอิง เพื่อเป็นมาตรฐานเดียวกัน -----------------------ขอบคุณข่าวจาก

ความเชื่อ น้ำมนต์ รักษาโรค ได้ไหม
ความเชื่อ /  ความเชื่อน้ำมนต์ / 

ความเชื่อ น้ำมนต์ รักษาโรค ได้ไหม น้ำมนต์ กับความเชื่อในการรักษาโรค นั้น จริงๆ แล้ว ก็มีมานาน คู่กับคนไทย ไม่ว่าจะไปทำบุญ ที่ไหน วัดไหน ก็มักจะให้หลวงพ่อ หลวงพี่ รด น้ำมนต์ เพื่อเป็นสิริมงคล หรือ ถ้ามีโรคภัยไข้เจ็บอยู่ก็จะนำ น้ำมนต์ หลวงพ่อกลับมาอาบ มาดื่ม อีกด้วย  น้ำมนต์  คือ น้ำที่ได้ผ่านพิธีทำ น้ำมนต์ ปกติจะสำเร็จด้วยการเจริญพระพุทธมนต์ของพระสงฆ์ ในงานพิธีมงคลต่างๆ หรือการเสกของพระภิกษุ หรือ คฤหัสถ์ ผู้ทรงวิทยาคุณ ซึ่งก็คือ ผ่านการทำสมาธิ ที่แน่วแน่ และพระปริตร ที่เป็นมนต์ทางศาสนา มาแล้ว นั่นเอง น้ำมนต์ นิยมนำมาอาบ หรือ ดื่ม หรือประพรมที่ศีรษะ ประพรมภายในบ้าน บริเวณบ้าน ป้ายร้านค้า เป็นต้น  นี่เป็นความหมายของ น้ำมนต์ จากพจนานุกรมเพื่อการศึกษาพุทธศาสน์ ชุด คำวัด ของ พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช) ป.ธ.๙ ราชบัณฑิต อย่างไรก็ตาม เพื่อเพิ่มความขลังและความศักดิ์สิทธิ์ ผู้จัดทำส่วนใหญ่จะนำ น้ำมนต์ จากพระอารามหลวง 75 จังหวัด มาเทผสมรวมกัน ซึ่ง น้ำมนต์ ที่ขึ้นชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์ นอกเหนือจากพระอารามหลวง ทั้ง 75 จังหวัดแล้ว ยังมีอีก 2 แห่ง คือ 1. น้ำมนต์ ศักดิ์สิทธิ์ จากเศียรหลวงพ่อทองสุข วัดตูม (พระอารามหลวง) อยู่ใน จ.พระนครศรีอยุธยา ตามตำนานกล่าวว่า …สมเด็จพระนเรศวรใช้ น้ำมนต์ วัดตูม ชุบพระแสง และเป็นอารามที่ประกอบพิธีปลุกเสกเครื่องพิชัยสงคราม มาแต่ครั้งสมัยอยุธยา 2. น้ำมนต์ จากเศียรหลวงพ่ออุ่นเมือง วัดน้ำฮูม อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ตามตำนานกล่าวว่า …พระเกศา พระสุพรรณกัลยา บรรจุอยู่ในสถูปวัดน้ำฮูมแห่งนี้ คติความเชื่อเรื่อง น้ำมนต์ นั้น นอกจากความเป็นสิริมงคลสำหรับผู้ประพรม อาบ และดื่มแล้ว ยังมีคติความเชื่อ ที่ว่าด้วย น้ำมนต์ ยังนำสิริมงคล และความสวัสดีมีโชคมาให้ ตลอดถึงกำจัด ปัดเป่าสิ่งอัปมงคล อันตราย และภัยพิบัติต่างๆ ได้ เช่น กรณีของ น้ำมนต์ เสือกินน้ำ ซึ่งเป็นตำรับการทำ น้ำมนต์ ของ พระครูปลัดปริยัติวรวัฒน์ หรือ หลวงพ่อบุญเลิศ เจ้าอาวาสวัดปราโมทย์ อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม ซึ่งท่านได้รับการถ่ายทอดจากพระธุดงค์รูปหนึ่งเมื่อ ๒๐ ปีที่แล้ว ความแตกต่างของ น้ำมนต์ กับ น้ำปกติธรรมดาทั่วๆ ไปนั้น มีคำกล่าวของ นายโอฬาร เพียรธรรม ผู้เขียนหนังสือ ตามหาความจริงวิทยาศาสตร์กับพุทธธรรม และถอดกฎพบกรรม บอกว่า ในระยะที่ผ่านมา มีการทดลองในญี่ปุ่น เกี่ยวกับน้ำที่ได้รับพลังจิตทางดี และทางร้าย ซึ่งมีผลทำให้รูปผลึกของน้ำเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางสวยงาม หรือน่าเกลียดได้ทั้ง 2 ทาง ทั้งนี้ จากการทดลองของ มิสเตอร์มาซารุ เอโมโตะ ได้ถ่ายรูปผลึกของน้ำ เมื่อผ่านการฟังเสียงพูด เสียงเพลง ที่มีเจตนา อารมณ์ ต่างๆ กัน ผลึกของน้ำก็จะแตกต่างกันไป มีทั้งสวยงาม และไม่สวยงาม การทดลองนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการทดลองทางวิทยาศาสตร์ ที่ใช้ตัวอย่างนับร้อย และทำซ้ำๆ กัน ที่สำคัญ ก็คือ ผลงานนี้ก็ได้มีการเผยแพร่ให้นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกได้รับรู้ด้วย จึงมีคำถามต่างๆ ตามมาว่า น้ำ ทำไมจึงรับ พลังจิต ได้หลากหลาย จนกลายเป็นน้ำมนต์ น้ำศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งมีกันทั่วโลกหลายพันปีแล้ว และกลายมาเป็นน้ำรักษาโรค ส่วนความศักดิ์สิทธิ์ของ น้ำมนต์ นั้น คงต้องเริ่มอธิบายด้วยวิชาฟิสิกส์ด้านควอนตัม ซึ่งหมายถึง อนุภาคที่เป็นส่วนย่อยของอะตอมน้ำ ประกอบด้วย อะตอมของไฮโดรเจน และออกซิเจน มาจับตัวกัน (H2O) โดยอะตอมของธาตุใดก็ตาม ก็จะมีนิวเคลียส (ประกอบด้วยโปรตอน และนิวตรอน) มีอิเล็กตรอนวิ่งอยู่รอบๆ โปรตอน และนิวตรอน แยกเป็นอนุภาคย่อยได้อีก เรียก ควาร์ก (Quark) มีหลายชนิด แต่เรียกรวมๆ กันได้ว่า เป็นอนุภาคควอนตัม สรุปว่า อนุภาคควอนตัมนี้ มีอยู่ในอะตอมของทุกๆ ธาตุในโลก ไม่ว่าของแข็ง ของเหลว หรือก๊าซ และอนุภาคควอนตัมนี้ มีคุณสมบัติแปลกๆ ที่น่าสนใจหลายอย่าง เช่น อนุภาคควอนตัม อาจแสดงตัวเป็นมวล (สสาร) หรือเป็นคลื่น (พลังงาน) ก็ได้ แล้วแต่สิ่งแวดล้อม (เช่น เมื่อคนส่งจิตไปดูมัน มันจะเปลี่ยนสภาพจาก คลื่น เป็น มวล ได้) อนุภาคควอนตัมตัวเดียว อาจแสดงพฤติกรรมเสมือนว่า มันอยู่ได้หลายๆ ที่ในเวลาเดียวกัน (เช่น วิ่งลอดช่องที่เจาะไว้ ๒ ช่อง หรือหลายๆ ช่องได้พร้อมๆ กัน ๓.อนุภาคควอนตัมที่มีปฏิสัมพันธ์กันมาก่อน เมื่อถูกจับแยกให้อยู่ห่างกัน แม้จะไกลเท่าใดก็ตาม (ห่างกันระยะเป็นปีแสง หรือ สุดขอบจักรวาล) มันก็จะรับส่งข้อมูลติดต่อกันได้ ด้วยความเร็วมากกว่าแสง อาจกล่าวได้ว่า อนุภาคควอนตัมเสมือน มีจิต หรือตัวรู้ (วิญญาณ) ที่ติดต่อกันได้ ด้วยความเร็วของจิต (ซึ่งมากกว่าแสง) จากผลการทดลองทางวิทยาศาสตร์ ผสมจากความเชื่อ และ ประสบการณ์แต่โบราณของชาวไทยเรา เชื่อว่า น้ำ ที่กลายเป็น น้ำมนต์ นั้น มี พลัง ที่จะรักษาโรคภัยไข้เจ็บ สร้างความสุขสวัสดีแก่ผู้ที่นำไปใช้ นอกจากนี้แล้ว ในเมืองไทย พระภิกษุผู้ปฏิบัติกรรมฐานได้ฌานระดับต่างๆ ก็ย่อมมีพลังจิตสูงแน่วแน่กว่าบุคคลธรรมดามาก สามารถส่งพลังจิตในแนวทางที่ต้องการ เพื่อบรรจุไว้ในน้ำ (หรือวัตถุมงคลอื่นๆ) ในการสวดมนต์บทต่างๆ ในพิธีกรรมนั้น เมื่อแปลดูก็จะเห็นได้ว่า บทสวดมนต์แต่ละบทมีจุดมุ่งหมายต่างๆ กันไป เช่น บทสวดชินบัญชร ก็เป็นการอาราธนาพระพุทธเจ้าและสาวก ให้มาคุ้มครองให้มีความสวัสดี เหมือนมีเกราะแก้วป้องกันภัย ในขณะที่บทสวดโพชฌังคปริตร ก็น้อมนำเอาองค์แห่งการรู้แจ้ง ๗ ประการ มาช่วยให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บ ส่วนบทสวดมงคลปริตร ก็เป็นการน้อมนำเอามงคลทั้ง ๓๘ ประการ จิตที่มีความเมตตากรุณา จิตที่อยากให้ผู้รับ ปราศจากทุกข์โศกทั้งปวง จิตที่อยากให้ผู้รับพ้นจากโรคภัยไข้เจ็บ หรืออยากให้แคล้วคลาดจากภยันตรายทั้งปวง มาก่อให้เกิดความเจริญความสวัสดีแก่ตน เป็นต้น “เมื่อพระภิกษุ หรือใครก็ตาม ที่มีพลังจิตสูง ส่งพลังจิตอย่างใดอย่างหนึ่งโดยผ่านการสวดมนต์ พลังจิตชนิดนั้นๆ ก็จะไปบันทึกไว้ในน้ำ (หรือวัตถุมงคลอื่นๆ) และสามารถถ่ายทอดออกมา นำเอาไปใช้ในโอกาสที่ต้องการ คือ ผู้ใช้ต้องตั้งจิตแน่วแน่ ขอรับเอาพลังในสิ่งนั้นๆ มาใช้ให้เกิดผลดีกับตนก็คงเป็นคำอธิบายโดยสั้นที่สุด ที่จะเป็นได้ว่า ทำไมน้ำมนต์ และวัตถุมงคลอื่นๆ จึงศักดิ์สิทธิ์ โดยใช้หลักการทั้งจากพุทธศาสนา และวิทยาศาสตร์ มาผสมกันครับ” นายโอฬารสรุปทิ้งท้าย ขอบคุณภาพจาก news.nipa ขอบคุณข้อมูลจาก ดูดวงปี 2556 ดูดวง 12 ราศี กับ อ.คฑ

 TVXQ เปิดตัวอัลบั้มชุดที่ 7 Tense 6 ม.ค.2014
TVXQ /  ประเทศเกาหลี

TVXQ จะเปิดตัวอัลบั้มชุดที่ 7 'Tense' ในวันที่ 6 มกราคม ปี 2014 โดยการเปิดตัวอัลบั้มในครั้งนี้จะเป็นอัลบั้มใหม่ที่จะเปิดตัวออกมาต่อจากอัลบั้ม 'Catch Me' ที่เปิดตัวออกมาเมื่อเดือนกันยายน ปี 2012  TVXQ เปิดตัวอัลบั้มชุดที่ 7 Tense 6 ม.ค.2014 สำหรับชื่ออัลบั้ม 'Tense' ออกเสียงคล้ายคลึงกับคำว่า '10th' ที่มาจากคำว่า '10th Anniversary' มีความหมายถึงครบรอบ 10 ปี และมีความหมายทางพจนานุกรมว่า 'ตึงเครียด', 'เกร็ง' ซึ่งก็เข้ากับสถานะของ TVXQ ที่เดบิวท์ครบ 10 ปี ในวันที่ 26 อย่างน่าอัศจรรย์ TVXQ เตรียมทำกิจกรรมโปรโมทอัลบั้มชุดที่ 7 ในรายการเพลงทางสถานีโทรทัศน์ช่องสาธารณะ โดยจะเริ่มจาก KBS 'Music Bank' ในวันที่ 3 มกราคม ตามด้วย MBC 'Show! Music Core' ในวันที่ 4 มกราคม และ SBS 'Inkigayo' ในวันที่ 5 มกราคม ตามลำดับ TVXQ ปิดฉากเวิลด์ทัวร์ที่อเมริกา ชิลี จีน และมาเลเซีย ตลอดปี 2013 ลงอย่างประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง TVXQ ยังเป็นนักร้องชาวต่างชาติวงแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้จัดคอนเสิร์ตขึ้นที่ Nissan Stadium ซึ่งเฉพาะทัวร์ที่ประเทศญี่ปุ่นก็มีผู้เข้าร่วมชมคอนเสิร์ตตลอดทั้งปี ทั้งสิ้น 850,000 นับเป็นนักร้องเกาหลีที่ทำสถิติผู้เข้าชมคอนเสิร์ตได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์เลยทีเดียว อนึ่ง TVXQ จะจัดคอนเสิร์ตเดี่ยว 'SMTOWN Week' ขึ้นที่ Kintex อิลซาน ในวันที่ 26-27 ธันวาคม โดยหลังจากส่งท้ายปี 2013 อย่างมีความหมายแล้ว TVXQ ก็จะเข้าสู่การเตรียมตัวคัมแบ็คทันที ข้อมูลจาก popcornfor2.com