พจนานุกรม

เทคนิคเรียนภาษาที่ 3 ด้วยตัวเอง
นิค นิคโค้ โวกูก้า /  เทคนิคการเรียน / 

เรียนเอง เก่งเองเทคนิคเรียนภาษาที่ 3 ด้วยตัวเองในแบบเด็กลูกครึ่ง ของ 2 หนุ่ม แอนดรูว์ นักร้องวง Evo nine และ นิค นิคโค้ พิธีกรรายการสตรอเบอร์รีครับเค้ก ทั้งคู่มีวิธีการที่น่าสนใจมากๆ เลยอยากนำมาเสนอให้น้องๆ ที่สนใจฝึกภาษาด้วยตัวเอง ได้ลองเป็นอีกหนึ่งแนวทางกันค่ะ งั้นวันนี้เราไปติดตามเทคนิคพวกเขากันเลย... เทคนิคเรียนภาษาที่ 3 ด้วยตัวเอง ศรันยู ศรุติสุต ชื่อเล่น แอนดรูว์ อายุ 22 ปี นักร้องวง Evo nine แอนดรูว์เด็กไทยสัญชาติอเมริกัน พ่อ-แม่เปิดธุกิจและอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา เขาเกิดและโตที่แอลเอ จนถึงอายุ 18 ปี จึงตัดสินใจย้ายจากโรงเรียน Stamforcl Uni nter เกรด 11 มาเรียนต่อโรงเรียนนานาชาติที่เมืองไทย เพื่อเป็นเด็กเทรนด์ โดยสำหรับแอนดรูว์แล้ว การพูดภาษาไทยให้ชัดเป็นสิ่งที่เขาพยายามมากที่สุด ถ้าอย่างนั้นเรามาฟังกันว่าเด็กไทยที่ไม่เคยอยู่เมืองไทยเลย แต่อยากพูดสำเนียงใช้ชัด เค้ามีเทคนิคการใช้ภาษาไทยอย่างไร ช่วงแรกผมเครียดมาก เพราะต้องสื่อสารเป็นภาษาไทยกับคนไทยให้เข้าใจ เชื่อไหมว่าตอนนั้นผมไม่มีเพื่อนเลย จนค่อยๆ ปรับตัวได้ หลังจากนั้นเวลาคนไทยพูดภาษาอังกฤษกับผม ผมจะพยายามพูดกลับเป็นภาษาไทยอย่างเดียว ไม่อยากให้คนคิดว่าเป็นเด็กนอก พูดไทยคำอังกฤษคำ ซึ่งสำหรับคนไทยที่อยากเก่งภาษาอังกฤษ อย่างแรกที่ผมอยากแนะนำคือห้ามอาย คนไทยที่ผมสังเกตหลายคนเขาสามารถพูดได้ แต่อายที่จะพูด กลัวว่าพูดผิด พูดแล้วดูตลก ผมแนะนำว่าอย่าอาย ยิ่งถ้ามีเพื่อนอินเตอร์พูดกับเขาเยอะๆ ฝึกพูดเองง่ายกว่าที่จะต้องไปเรียน แล้วภาษาอังกฤษก็ง่ายกว่าภาษาไทยเยอะครับ นิค นิคโค้ โวกูก้า อายุ 19 ปี ลูกครึ่งไทย-เยอรมัน พิธีกรรายการสตรอเบอร์รีครับเค้ก นิคเกิดที่สเปน เรียนอนุบาลที่สเปนก่อนจะย้ายไปอยู่ออสเตรียและใช้ภาษาเยอรมันเป็นหลัก จนเมื่อ 4 ปีก่อนนิคและคุณแม่มาเที่ยวเมืองไทย แล้วตัดสินใจอยู่ที่จังหวัดโคราช ฝรั่งสำเนียงโคราชมีขั้นตอนการฝึกภาษาไทยยังไงจากที่พูดไทยไม่ได้เลย จนกลายมาเป็นพิธีกรรายการวัยรุ่น จนถึงทุกวันนี้ได้ ?ผมมาอยู่อำเภอประทายที่โคราช เป็นเด็กฝรั่งบ้านนอก นี่ก็ติดสำเนียงโคราชมาด้วยครับ ผมเริ่มฝึกภาษาไทยเอง ฟังเอง คุณแม่ไม่ได้สอน คุณแม่พูดชัดเลยเอามาใช้ ตอนย้ายมาพูดภาษาไทยไม่ได้เลย ก็เลยต้องเริ่มหัดพูดเองจากคำง่ายๆ อย่างคำว่า ไปไหน? ไปทำอะไร? มีคำพื้นเป็นคำว่า ?ไป? ถ้าจำไม่ได้ก็จดแล้วก็ฟังคนอื่นเขาพูดเยอะๆ พอเขาพูด เฮ้ย...ไปไหน? เราก็เข้าใจคำว่า เฮ้ย เพิ่มล่ะ แต่พวกคำว่า แก ฉัน จะไม่ใช้ จะใช้คำว่า ผม กับ คุณ อย่างเดียว เพราะคนไทยมีสรรพนามเยอะ ฝึกพูดกับเพื่อนเยอะๆ ก็จะพูดได้ เทคนิคการเรียนต่างประเทศ อย่างเช่น ภาษาอังกฤษเองง่ายๆ 1. การฟัง การฟังเป็นการเรียนรู้ที่สามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะแค่ 1 นาที 5 นาที หรือเป็นชั่วโมง การฝึกที่ดีที่สุดคือ การฟังข่าวภาษาอังกฤษ ช่องทางการฟังมีหลากหลายมาก เช่น ดูข่าวผ่านทีวี CNN, BBC หรือช่องอื่นๆ หรือ ฟังข่าวออนไลน์ผ่านมือถือ ซึ่งหาดาวน์โหลด Application เหล่านี้ได้ง่ายมาก ประเด็นคือฟังไม่รู้เรื่อง มันมืดไปหมด แล้วอย่างนี้จะเรียนรู้ได้อย่างไร อย่าเพิ่งถอดใจเพราะเป็นเรื่องธรรมดาหากฟังไม่เข้าใจ เพราะแม้กระทั่งคนที่ระดับภาษาอังกฤษค่อนข้างดีแล้ว บางทีเขายังฟังข่าวไม่ค่อยรู้เรื่องก็มี สิ่งที่จะแนะนำคือพยายามฟังบ่อยๆ หากมีเวลาพยายามตั้งใจฟังและพยายามจับให้ได้ว่าเขากำลังรายงานข่าวเรื่องอะไรอยู่ พยายามแยกแยะคำศัพท์แต่ละคำออกจากกันให้ได้ ถึงแม้จะไม่รู้ความหมายของคำนั้นๆ ก็ตาม เพราะถ้าเราฟังเฉยๆ ลอยๆ จะเหมือนกับเวลาฝรั่งอ่านหนังสือภาษาไทยที่ไม่รู้ว่าแต่ละคำจบตรงไหน เพราะเขียนติดกันเป็นพืดไปหมด ดังนั้นช่วงเริ่มฟังใหม่ๆ ไม่จำเป็นต้องรู้ความหมายหรือรู้เรื่องทั้งหมด แค่พยายามจับคำของนักข่าวให้ได้ก็พอ แต่ถ้าไม่ได้จริงๆ อย่าเพิ่งท้อ เพราะการฟังบ่อยก็ช่วยให้เราคุ้นชินกับสำเนียง ท่วงทำนอง ระดับสูงต่ำ ของภาษาได้ไปในตัว ฟังไปนานๆ มันจะฝังอยู่ในจิตใต้สำนึกเราเอง และไม่ช้าเราจะจับคำพูดที่เราฟัง ได้โดยที่ไม่ต้องพยายามอีกต่อไป ดังนั้นว่างๆ หากมีสมาร์ทโฟนให้เข้าไปดาวโหลด Podcast ข่าวของ CNN หรือ BBC มาไว้ในมือถือ ขึ้นบีทีเอสหรือรอรถเมย์เมื่อไหร่ก็หยิบออกมาฟังเพลินๆ หรือเข้าไปที่ Leaning English ของ Voice of America จาก http://learningenglish.voanews.com ในนี้จะรวบรวมข่าวพร้อมคลิปเสียงการบรรยายข่าวนั้นๆ โดยเขาทำไว้เพื่อให้คนฝึกฟังภาษาอังกฤษโดยเฉพาะ ดังนั้นการรายงานข่าวจึงไม่เร็วเกินไปและชัดถ้อยชัดคำมาก การฝึกฟังจากการดูหนัง หรือซีรีส์ฝรั่ง คำแนะนำคือห้ามมี Subtitle หรือถ้าต้องมีจริงๆ ต้องเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น ห้ามเป็นภาษาไทยโดยเด็ดขาด เพราะคุณจะไม่ได้อะไรเลยจากการดูหนังในครั้งนั้น การดูหนังหรือซีรีส์ภาษาอังกฤษจะดีตรงที่ภาษาจะเป็นภาษาพูดที่ใช้ในชีวิตประจำวันทั่วไป แนะนำอย่าเลือกหนังที่เป็นหนังประวัติศาสตร์ย้อนยุค เพราะเราจะไม่เข้าใจภาษา ถ้าเลือกได้แนะนำหนังการ์ตูนของ Walt Disney ดูน่ารักเพลินๆ และภาษาเข้าใจง่าย ส่วนซีรีส์ก็เลือกดูที่เราถนัด การฟังจากการฟังเพลง เชื่อว่าทุกคนฟังเพลงสากล แต่มีกี่คนที่รู้ว่าเพลงที่ฟังอยู่สื่อถึงอะไร หรือเนื้อเพลงแปลว่าอะไร หากฟังแบบนั้นจะเป็นแค่การฟังเพื่อความเพลิดเพลิน การฟังที่ได้เรียนรู้ไปด้วยแนะนำให้เปิดหาความหมายของเนื้อร้องประกอบไปด้วย อาจจะฝึกแปลเองหรือเข้าไปหาดูบทแปลจากอินเทอร์เน็ต แต่ระวังนิดนึงเพราะบางเว็บที่แปลเพลงสากลอาจแปลได้ไม่ค่อยตรงความหมายของเพลง หรือความหมายไม่ได้ตามอารมณ์ที่ควรจะเป็นของเพลงนั้นๆ ข้อดีของการฟังเพลงคือเพลงหนึ่งเพลง ปกติเราไม่ฟังแค่รอบเดียวแล้วเลิกฟัง เรามักจะฟังซ้ำๆ ทุกวัน จึงทำให้เกิดการคุ้นหูและเคยชินกับประโยคในเพลง หากเรารู้ความหมายจะเป็นการดีที่เราได้เรียนรู้ทั้งคำศัพท์และตัวอย่างการใช้ไปในตัว เวลาจำไปใช้ก็เอาไปทั้งประโยคได้เลย 2. การอ่าน อ่านน้อยได้น้อย อ่านมากได้มาก อันนี้ขึ้นอยู่กับความขยันของตัวบุคคลจริงๆ ทุกครั้งที่เราอ่านเราจะได้อะไรเสมอ สำหรับการอ่านภาษาอังกฤษไหนๆ ก็จะเริ่มอ่านแล้ว ควรอ่านให้ได้ประโยชน์มากที่สุด แนะนำให้อ่านข่าวภาษาอังกฤษ บทความ หรือนิตยสารภาษาอังกฤษ การอ่านจะต่างจากการฟังตรงที่เวลาอ่านพยายามทำความเข้าใจในสิ่งที่เรากำลังอ่าน หากเจอคำศัพท์แปลกที่เราไม่รู้ความหมายให้เปิดพจนานุกรมและเขียนกำกับไว้เลย (แนะนำให้เขียนลงในเนื้อหาที่เราอ่านเลย) หากเป็นไปได้ควรอ่านทุกวัน อย่างน้อยวันละหนึ่งหัวข้อข่าว หรือหนึ่งบทความ เจอคำที่ไม่รู้ให้เปิดพจนานุกรมและเขียนไว้ ถึงแม้จะเป็นคำเดิมที่เราเคยเจอ และเคยเปิดมาแล้ว เพราะถ้าเปิดอีกรอบนั่นหมายความว่าเรายังจำไม่ได้ หากอ่านทุกวันเราจะเห็นว่าเราจะเจอคำศัพท์เดิมๆ บ่อยครั้ง ในที่สุดเราจะจำคำนั้นๆ ได้โดยอัตโนมัติ แต่การอ่านไม่จำเป็นต้องเปิดแบบละเอียดทุกคำ เพราะมันจะทำให้เราเกิดอาการหงุดหงิด ท้อและเลิกอ่านไปในที่สุด บางทีเราสามารถเดาความหมายจากบริบทได้ อันนี้อาจต้องฝึกบ่อยๆ นะคะ การเรียนรู้ภาษาที่สามจะต้องมาควบคู่กับความขยันและอดทน หากขาดสิ่งนี้การเรียนรู้แทบจะไม่ได้ผลเลย ยังไงก็พยายามกันนะคะ โดยเฉพาะสากลอย่างภาษาอังกฤษ ไม่ใช่สิ่งที่ยากหรือน่ากลัว แต่หากเราไม่รู้แล้วเกิดจำเป็นต้องใช้ในวันข้างหน้าความน่ากลัวจะมาเยือน ที่มา นิตยสารแคนดี้, เรียบเรียงโดย http://teen.mthai.com/หากนำไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยค่ะ

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก : 6 นาที 2 เม็ด! เรือใบ ปล่อยสึนามิซัด สิงห์ผยอง ท้ายเกมแบบสุดช้ำ 2-0
คีแรน ริชาร์ดสัน /  ชาร์ลส เอ็นซ็อกเบีย / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 4 ตุลาคม 2557 แอสตัน วิลล่า 0-2 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รายชื่อคนทำประตู : 0-1 ยาย่า ตูเร่ น.82, 0-2 เซร์คิโอ อเกวโร่ น.88 เวลา : 23.30 น. สนาม : วิลล่า ปาร์ค ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 5 ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก นัดสุดท้ายของค่ำคืนวันเสาร์ แอสตัน วิลล่า เปิดรัง วิลล่า ปาร์ค รับการมาเยือนของแชมป์เก่าอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ น่าสนใจว่าเจ้าบ้านจะรับเมือยังไงหลังจากพวกเขาฟาดแข้งกับ บิ๊กทีม มาตลอด 3 เกมในลีก ไม่ว่าจะเป็น ลิเวอร์พูล, อาร์เซน่อล, เชลซี และวันนี้จะเจอกับ แมนฯ ซิตี้ ต้องมาดูว่างานนี้ ลูกทีมของ พอล แลมเบิร์ต(แอสตัน วิลล่า) และมานูเอล เปเยกรินี่(แมนฯ ซิตี้) จะทำได้ดีแค่ไหน เริ่มเกมได้ 5 นาที บอลยังอยู่บริเวณกลางสนามซะส่วนใหญ่ แต่เป็นทางฝั่งทีมเยือนที่ดูจะมีลูกล่อลกชนมากกว่า นาที 11 เรือใบสีฟ้า เกือบขึ้นนำจากลูกยิงของ กุน อเกวโล่ ได้ยิงแต่ไปติดบล็อค บอลหลุดมาถึง อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ ได้หวดด้วยซ้ายเต็มแข้งบอลพุ่งชนเสาออกหลังไปแบบหวุดหวิด ผ่านมาถึง นาที 17 แมนฯ ซิตี้ เอาบอลมาครองได้เกือบทั้งหมดและค่อยๆต่อเกมกันขึ้นไป โดย "สิงห์ผยอง" ลงไปรับกันลึกและรอสวนกลับจากบรรดาแนวรุกคความเร็วสูง นาที 22 เจ้าบ้านเกือบขึ้นนำ! ชาร์ลส เอ็นซ็อกเบีย ได้ลุยสวนขึ้นมาก่อนจะเปิดตัดไปให้ อันเดรียส ไวมันน์ โฉบเข้ามาจับบอลในกรอบเขตโทษ แต่สุดท้ายบอลแรงจนหลุดไปถึงมือ โจ ฮาร์ท อย่างน่าเสียดาย นาที 28 "เรือใบสีฟ้า" โหมบุกใส่ทางเจ้าบ้านจนแทบไม่ได้หายใจ จังหวะนี้เป็นทาง โคลารอฟ บรรจงเปิดเข้ากรอบเขตโทษให้ อเกวโร่ สบัดหัวโขกไปทางเสาสอง แบร็ด กูซาน หมดสิทธิเซฟไปแล้ว แต่บอลดันหลุดออกหลังไป นาที 34 แมนฯ ซิตี้ พลาดโอกาสขึ้นนำแบบเหลือเชื่อ หลังจากที่ ซาบาเลต้า ลุยขึ้นมาทางขวาก่อนตัดเข้ากลางให้ เซโก้ อย่างสวย แต่จังหวะจบดันยิงสอยนกตายห้าตัว นาที 41 แมนฯ ซิตี้ ไม่ได้ประตูขึ้นนำอีกแล้ว และเป็นทาง เอดิน เซโก้ คนเดิมที่ล็อกซ้าย,ขวาจนช้า สุดท้ายจะยิงก็โดนบล็อคผู้เล่น วิลล่า ตามมาสกัดไว้ได้ทัน นาที 45 "เรือใบสีฟ้า" บุกขึ้นมาอีกชุด ครั้งนี้เป็น เจมส์ มิลเนอร์ ได้กดด้วยซ้าย บอลแฉลบแนวรับ "สิงห์ผยอง" ชนหน้าต่างออกไป ผู้ตัดสินเวลาบาดเจ็บ 1 นาที ทีมเยือนระดมยิงเจ้าบ้านอย่างต่อเนื่องแต่สุดท้ายทำอะไรกันไม่ได้ จบครึ่งแรก แอสตัน วิลล่า อาศัยความเหนีวยันเจ๊า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้สำเร็จ 0-0 เริ่มครึ่งหลังมาไม่ทันไรเผ็ดร้อนทันที เป็นจังหวะของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลุดเดี่ยวแต่ดันซัดไปชนเสา หลังจากนั้น "สิงห์ผยอง" รีบโต้กลับเร็ว บอลหลุดไปถึง คีแรน ริชาร์ดสัน เข้าไปในกรอบเขตโทษ แต่จังหวะง้างเท้า ปาโบล ซาบาเลต้า สอดตัวเข้ามาบล็อคช่วยทีมเอาไว้ได้ นาที 51 แมนฯ ซิตี้ เริ่มตั้งตัวได้ คราวนี้ โคลารอฟ ดันขึ้นสูง ก่อนจะเปิดยัดเข้ามาในกรอบเขตโทษ บอลเกือบหลุดเข้าเสาสอง แต่โชคไม่ดีที่น้ำหนักขาดไปนิด สุดท้ายก็หลุดออกหลังไป นาที 56 ทางฝั่งทีมเยือนจำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเป็นคนแรก หลังจาก แฟร์นานดินโญ่ ได้รับบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว และส่ง แฟร้งค์ แลมพาร์ด ลงมาแทน นาที 61 แอสตัน วิลล่า เปลี่ยนตัวโดยการถอด อันเดรียส ไวมันน์ ออกไปพักและส่ง คริสเตียน เบนเตเก้ ที่เพิ่งกลับมาหลังหายหน้าไปกับอาการบาดเจ็บร่วมครึ่งปี ลงสนามในแมตช์นี้เป็นครั้งแรก ผ่านไปถึงนาที 70 แมนฯ ซิตี้ โอกาสลุ้นประตูแบบสมควรจะได้หลายครั้ง แต่จังหวะจบยังไร้คำว่าเฉียบขาดในพจนานุกรม GOAL!นาที 82 ยาย่า ตูเร่ ครองบอลหน้ากรอบเขตโทษก่อนตัดสินใจแปรยัดบอลมุดก้นตาข่ายอย่างสวยงาม ช่วยให้ "เรือใบสีฟ้า" ปลดล็อคขึ้นนำ "สิงห์ผยอง" ไปแล้ว 1-0 นาที 84 ดาบิด ซิลบา ถูกเปลี่ยนตัวออก และส่ง เฆซุส นาบาส ลงมาแทน GOAL! นาที 88 หลังจากที่ขึ้นนำ เรือใบสีฟ้า ยังไม่เพลาเกมบุก ไล่นวด วิลล่า ไปเรื่อนจนถึงจังหวะ เซร์คิโอ อเกวโร่ คลึงบอลนิดๆ ก่อนจะซัดเต็มข้อเข้ามุมไปอย่างเวิล์ดคลาส ช่วยให้ทีมตอกฝาโรงเจ้าบ้านเป็น 2-0 นาที 90 ทดเจ็บ 4 นาที เวลาที่ทำอะไรกันไม่ได้ สุดท้ายแชมป์เก่า เชือดท้ายเกมเจ้าบ้าน วิลล่า ไป 2-0 เก็บ 3 แต้มได้ตามเป้า รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม แอสตัน วิลล่า : แบร็ด กูซาน, อลัน ฮัตตัน, นาธาน เบเกอร์, ฟิลิปป์ เซนเดอรอส, อาลี ซิสโซโก้, แอชลี่ย์ เวสต์วู้ด, ฟาเบียง เดล์ฟ, ทอม เคลเวอร์ลี่ย์, คีแรน ริชาร์ดสัน, ชาร์ลส เอ็นซ็อกเบีย, อันเดรียส ไวมันน์ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท, ปาโบล ซาบาเลต้า, แวงซ็อง ก็องปานี, อีเลียกิม ม็องกาล่า, อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ, เจมส์ มิลเนอร์, แฟร์นานดินโญ่, ยาย่า ตูเร่, ดาบิด ซิลบา, เอดิน เซโก้, เซร์คิโอ อเกวโร่

8 แอพฯ ช่วยให้ชีวิตสบายเมื่อเรียนต่อต่างประเทศ
ต่างประเทศ /  เคล็ดลับ / 

วันนี้ทีนเอ็มไทยมีแอพพลิเคชั่นมาแนะนำเพื่อนๆ น้องๆ สำหรับคนที่กำลังจะไปเรียนต่อต่างประเทศ หรือกำลังเตรียมความพร้อมกันอยู่ การไปเรียนต่อต่างประเทศนั้นเราก็ต้องเตรียมพร้อมทางด้านภาษา สถานที่ต่างๆ บริเวณนั้น นี่เป็น 8 แอพฯ ช่วยให้ชีวิตสบายเมื่อเรียนต่อต่างประเทศ ที่อาจจะช่วยให้การใช้ชีวิตในต่างประเทศของเพื่อนๆ ง่ายขึ้นก็ได้นะคะ ^^ ต้องโหลด!! 8 แอพฯ ช่วยให้ชีวิตสบายเมื่อเรียนต่อต่างประเทศ 1 . AroundMe  แอ พนี้จะสามารถบอกให้เรารู้ว่า ตอนนี้เราอยู่ที่ไหนและรอบตัวเรามีร้านค้า ธนาคาร ปั๊มน้ำมัน โรงพยาบาล โรงหนัง ร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต หรือ บาร์ ฯลฯ อะไรอยู่ใกล้ๆ บ้าง พร้อมทั้งยังบอกระยะทางและสามารถดูเส้นทางจากแผนที่ แถมยังมีที่อยู่และเบอร์โทรของสถานที่นั้นๆ ให้อีกด้วย ของดีฟรีๆ แบบนี้รีบโหลดด่วนเลยจ้า 2. Skype แอ พสุดฮิตสำหรับการติดต่อสื่อสารกันข้ามประเทศแบบเรียลไทม์ ที่สามารถส่งได้ทั้งข้อความ เสียง และภาพเคลื่อนไหว แอพนี้จึงนิยมใช้คุยกันแบบเห็นหน้า (Video Call) เรียกได้ว่าคิดถึงคนที่บ้านเมื่อไหร่ก็ Skype คุยกันได้ทันทีแบบไม่มีค่าใช้จ่าย ขอแค่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตเท่านั้น หรือหากพ่อแม่ไม่ถนัดใช้เทคโนโลยี Skype ก็ยังสามารถใช้โทรหาโทรศัพท์ได้ทั่วโลก ในราคาประหยัดกว่าการโทรศัพท์ข้ามประเทศทั่วไป 3. Weather Channel การ ใช้ชีวิตต่างแดนนั้น สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามก็คือเรื่องของสภาพอากาศในแต่ละวัน โดยเฉพาะเมื่อคุณเลือกไปอยู่ประเทศที่มีอากาศแตกต่างจากเมืองไทยค่อนข้างมาก การเตรียมพร้อมล่วงหน้าเกี่ยวกับสภาพอากาศในแต่ละวัน จะช่วยให้ชีวิตคุณราบรื่นขึ้นอย่างแน่นอน แอพพยากรณ์อากาศยอดฮิตที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้ทั่วโลกอย่าง Weather Channel จึงเป็นอีกแอพหนึ่งที่คุณไม่ควรพลาด 4. Dropbox แอ พสำหรับจัดเก็บและแชร์ไฟล์ตัวนี้ จะช่วยให้คุณสามารถเรียกใช้ไฟล์งานต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย โดยมีพื้นที่ให้ใช้ฟรีมากถึง 2GB ใช้งานได้ทั้งบนแล็ปท็อปและสมาร์ทโฟน ซึ่งนอกจากจะใช้ในการจัดเก็บไฟล์ส่วนตัวแล้ว คุณยังสามารถใช้ Dropbox ในการแชร์โฟลเดอร์ต่างๆ เพื่อการทำงานกลุ่มร่วมกับคนอื่นได้อีกด้วย 5. Thai Fast Dict ช่วง ปรับตัวในการไปเรียนต่อเมืองนอก หลายคนอาจจะยังมีอุปสรรคด้านภาษาอยู่บ้าง ก็อย่าลืมโหลดแอพพจนานุกรมที่ช่วยในการแปลศัพท์ต่างๆ ติดตัวไว้สักหน่อย โดยจุดเด่นของแอพ Thai Fast Dict ก็คือการใช้งานที่สะดวก ง่ายดาย และรวดเร็ว มีภาพประกอบช่วยให้เข้าใจคำศัพท์มากขึ้น สามารถฟังคำศัพท์เพื่อฝึกออกเสียงได้ แถมยังมีเกม Hangpig ไว้สำหรับฝึกฝนคำศัพท์ใหม่ๆ พ่วงมาให้ด้วย 6. iTunes U แอ พนี้ช่วยให้นักศึกษาที่ใฝ่หาความรู้ทั้งหลาย สามารถเข้าถึงแหล่งความรู้จากคอร์สที่เรียนอยู่ ได้อย่างง่ายดายเพียงแค่ปลายนิ้ว โดยแหล่งข้อมูลจะมีทั้งไฟล์หนังสือเรียน แบบฝึกหัด และเสียงหรือวิดีโอแลคเชอร์ ที่สามารถเข้าไปอ่าน ส่งการบ้าน ทำเลคเชอร์ส่วนตัวได้  เป็นเจ๋งสุดๆ ไปเลยใช่ไหมล่ะ มหาวิทยาลัยใน UK ที่ใช้แอพนี้ Harvard, Imperial, Cambridge ส่วนใน USA จะมี Standford, Yale และ Columbia 7. Skyscanner ของ ฟรีอีกแอพที่น่าสนใจสำหรับนักเรียนนอกคือ Skyscanner แอพหาข้อมูลตั๋วเครื่องบินที่ยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพ สามารถเปรียบเทียบข้อมูลสายการบินได้ทั่วโลก จึงช่วยหาตั๋วราคาถูกที่สุดได้ในเวลาไม่กี่วินาที แถมยังรองรับภาษาและสกุลเงินของไทยอีกด้วย จะหาตั๋วบินกลับบ้านหรือหาตั๋วไปเที่ยวก็สะดวกสบายสุดๆ 8. TripAdvisor คน รักการท่องเที่ยวหาประสบการณ์นอกห้องเรียนต้องไม่พลาดแอพ TripAdvisor ผู้ช่วยสุดเจ๋งในการวางแผนการท่องเที่ยว พร้อมให้คำแนะนำต่างๆ จากรีวิวของนักท่องเที่ยวที่เคยไปมาก่อน ไม่ว่าจะเรื่องที่พัก ที่กิน ที่เที่ยว หรือการเดินทาง ก็มีข้อมูลให้บริการอย่างครบครัน และรองรับหลากหลายภาษาทั่วโลก รวมถึงภาษาไทยด้วย ขอบคุณข้อมูล SUTASINEE LERTWATCHA hotcourses.in.th

Alex Face ศิลปิน กราฟิตี้ เจ้าของคาแร็คเตอร์เด็กน้อยสามตานหน้าบึ้ง
alex Face /  Graffit / 

มาทำความรู้จัก Alex Face ศิลปิน กราฟิตี้ ดังของเมืองไทย Alex Face ‘กำแพง’ ความหมายในพจนานุกรมคือเครื่องกั้น เครื่องล้อม ที่ก่อด้วยอิฐ ดิน หรือ หิน แต่สำหรับ กราฟิตี้ ‘กำแพง’ มีหน้าที่ ปลดปล่อยตัวตนออกมาเป็นผลงานที่จับต้องได้และเข้าถึงง่ายแก่ผู้พบเห็น เช่นเดียวกับ พัชรพล แตงรื่น หรือ  Alex Face ศิลปินกราฟิตี้มือฉมังที่หลายคนอาจคุ้นตากับคาแร็คเตอร์เด็กน้อยสามตาหน้าบึ้งหลากหลายอากัปกิริยาที่มักจะเล่นซนไปทั่วกำแพงกรุงเทพฯ และวันนี้เราก็มีนัดกับ Alex Face และเด็กน้อยคนเดิมที่กำแพงเก่าแห่งหนึ่งในซอยหลังสวน เริ่มทำงาน กราฟิตี้ ตั้งแต่เมื่อไหร่ ? เริ่มพ่นประมาณ 2002 สีเต็มปอดแล้วล่ะตอนนี้  ตอนแรกก็ไม่คิดอะไรรู้สึกว่ามันสนุกอย่างเดียว คัลเจอร์นี้มันมากับฮิปฮอปเมื่อ 10 ปีก่อน หลังจากนั้นก็ทำมาเรื่อยๆ จุดเริ่มต้นคาแร็คเตอร์เด็กผู้หญิงหน้าบึ้ง? งานช่วงแรกๆ จะเละมากเหมือนเราแค่สนุกแค่พ่นเหมือนเด็กมือบอน หลังจากนั้นเรามีคาแร็คเตอร์ที่ชัดเจนพ่นเป็นหน้าคนทำมา 6 – 7 ปีแล้วแต่เหมือนจังหวะชีวิตเปลี่ยน ลูกสาว (Mardi) ได้กำเนิดขึ้นมาซึ่งเป็นแรงบันดาลใจชิ้นใหม่กลายเป็นรูปเด็กผู้หญิงหน้าบู้เหมือนลูกเราก็เลยเอาฟีลความรู้สึกของลูกตอนนั้นมาเป็นแรงบันดาลใจในงาน ซึ่งก็คิดว่ามันเข้ากันดีกลับสภาพแวดล้อมในเมืองที่วุ่นวายนะ งานของคุณสื่อถึงอะไรบ้าง? คาแร็คเตอร์นี้อาจเป็นตัวแทนของเราในการจะสื่อเมจเสจออกมาหลายคนบอกว่างานเราเป็นการเสียดสีสังคมแต่เรามองว่าเป็นเชิงอารมณ์ขันมากกว่า แน่นอนอยู่แล้วเราอยู่ในสังคมก็ต้องพูดเรื่องที่เราเห็นอยู่ทุกวัน ตาที่สามของเด็กหมายถึงอะไร? ตาที่สามหมายถึงสิ่งที่เรามองไม่เห็นด้วยตาสองตาแต่มันมีอยู่อธิบายทางวิทยาศาสตร์ไม่ได้ อย่างความเชื่อเรื่องวิญญาณสืบทอดกันมายาวนานไม่มีใครตอบได้ว่ามันมีจริงหรือไม่ มันเป็นเรื่องจิตวิญญาณ ความเชื่อ คำจำกัดความของ Alex Face ? ที่จริงเราชอบทุกอย่างเลยทั้ง กราฟิตี้ วาดบนแคนวาส สเตนซิล เลยไม่รู้ว่าจะจำกัดความให้ตัวเองว่าอะไร อาจเป็นคนที่ชอบวาดรูปตามถนนมั้ง ทำงานเพ้นท์ติ้งอยู่บ้านด้วย ทุกอย่างเป็นงานที่เราชอบ ขั้นตอนการทำงาน? ต้องสเก็ตลงสมุดก่อน บางทีเราก็วาดรูปเล่นไปเรื่อยๆ บางทีรูปในนั้นอาจนำมาใช้พ่นจริงก็ได้ แต่บางทีเราเตรียมรูปมาพร้อมแต่พื้นที่จริงอาจไม่เอื้อในการทำงานทำให้ต้องใช้วิธีด้นสดตอนหน้างานบ่อยๆ อุปกรณ์ที่ต้องมี ? ไม่มีอะไรมาก สีสเปรย์ หน้ากาก สมุดสเก็ต ที่กลิ้งสีถ้าเกิดบางทีกำแพงไม่ค่อยเรียบร้อย อุบัติเหตุที่พบเจอบ่อยๆ ? บางทีต้องไปทำงานในสถานที่มีหนาม ตะปู รองเท้าควรต้องเป็นแบบเซฟๆ หน่อย ส่วนมากเป็นเรื่องทำๆ อยู่โดนไล่มากกว่าแต่ตอนหลังไม่ค่อยโดนเท่าไหร่เพราะเราตั้งใจมาทำงานให้ดีเราคุยกับเค้าดีๆ อยากทำให้ดูดีสวยงามเป็นงานศิลปะ ต้องพลางตัวมั้ยเวลาทำงาน? บ้านเราไม่ค่อยซีเรียสเรื่องแบบนี้เท่าไหร่ แต่บางที่ไม่อนุญาติ ในกรุงเทพมีพื้นที่ที่สามารถทำได้อยู่แต่สำหรับเราให้พรางตัวตอนนี้คงไม่ทันแล้วมาถึงขนาดนี้แล้ว กฏข้อห้ามสำหรับ กราฟิตี้ ? มันเป็นเรื่องของแพสชั่นไม่มีกฎตายตัว บางคนถามว่าทำเพื่ออะไรอีกไม่นานกำแพงก็ถูกทุบทิ้งแล้ว เราก็รู้แต่แค่ถ่ายรูปเก็บเอาไว้ก็พออย่างน้อยวันนึงก็มีคนได้เห็นก่อนที่จะถูกทำลายไป อยากให้คนที่เห็นงานเรานึกถึงอะไร? แล้วแต่ประสบการณ์ของแต่ละคนว่าเห็นแล้วคิดอะไร แต่เราไม่ได้คาดหวังว่าคนเห็นงานแล้วรู้สึกยังไงทั้งๆ ที่เราก็มีเมจเสจที่อยากจะบอกอยู่ อยากให้คนไทยได้อะไรจากงานของคุณ? คนไทยอาจไม่ค่อยได้เข้าไปดูงานในแกลเลอรี่นี่อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะได้เห็นงานศิลปะที่เข้าถึงได้ง่ายโดยไม่ต้องเดินเข้าไปในพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะ กระแส กราฟิตี้ ในบ้านเรา? เป็นเวิลด์ไวด์หมดแล้วโดยเฉพาะระแวกเซาท์อีสท์ เอเชีย ไปมาหาสู่กันบ่อยเวลาอัพเฟสบุ๊คก็จะเห็นกันสำหรับคนที่ชอบแนวเดียวกันทุกอย่างมันง่ายไปหมดแล้ว ผลงานในต่างประเทศ? ไปทำที่ประเทศพม่า  เกาหลี ไต้หวัน อังกฤษ ล่าสุดอินโดนีเซีย กฎข้อห้ามของ กราฟิตี้ ?  ค่อนข้างจะฟรีสไตล์แต่จริงๆ แล้วก็มีอยู่ หลักๆ คือถ้าจะทำทับต้องให้งานดีกว่าไม่ใช่มาทับแบบเละๆ แต่บางทีมันก็มีแหกกฎกันตลอดเพราะไม่มีใครมาเฝ้ากำแพงทั้งวันทั้งคืน ปรัชญาในการทำงาน? พ่นแต่ละครั้งเสียตังค์ สีไม่ใช่กระป๋องละบาทสองบาทก็เลยต้องทำให้ดีที่สุดเพราะถ้าเราทำเละๆ มั่วๆ เอาตังค์ไปซื้อขนมให้ลูกกินดีกว่ามั้ย กราฟิตี้ ให้อะไรกับคุณบ้าง? ให้คนรู้จักเรามากขึ้น ได้พูดในสิ่งที่เราอยากพูดผ่านกำแพงเหมือนการปลดปล่อยอะไรบางอย่าง เป็นสิ่งที่โชคดีนะที่ได้มาทำสิ่งที่รักในขณะที่บางคนอาจไม่มีโอกาสแบบนั้น “Bon”  Graffiti Artist สไตล์งานของคุณ เป็นเรื่องราวในสังคม อย่างคาแร็คเตอร์นกแทนเป็นมนุษย์ที่ต้องการอิสรภาพแต่ไม่ใช่นกทุกตัวมีปีกแล้วจะบินได้ ใช้เทคนิค สีสเปรย์เป็นส่วนใหญ่ สถานที่ปล่อยของ กำแพงเก่าที่มีเรื่องราว สถานที่คนเยอะๆ สามารถของเห็นผลงานได้ชัดเจนงานเราสามารถพูดกับคนได้เต็มที่ สิ่งที่คาดหวังจากคนที่ได้เห็น อยากให้คนที่เห็นเกิดไอเดีย มุมมองความคิดต่องานของเรามากกว่าป้ายโฆษณาที่ชี้นำให้เขาไปกิน ซื้อ จับจ่ายใช้สอย จุดอิ่มตัว จะทำงานต่อไปจนกว่าไม่มีแรง จนกว่าไม่มีตังค์ซื้อสี ไม่มีกำแพงให้พ่นแต่ไม่ใช่หยุดทำเพราะเบื่อแน่นอน เพราะทุกครั้งที่ออกไปหาที่ใหม่ๆ ก็จะได้แรงบันดาลใจทุกครั้ง อารมณ์งานเปลี่ยนไปตามโลเกชั่น บางทีจะตระเวนออกไปหาสถานที่ใหม่ๆ ตามต่างจังหวัดที่ยังไม่มีกราฟิตี้เราก็ไปเผยแพร่ แต่ใจจริงก็ยังหลงใหลกับพื้นที่ในเมืองที่มีคนพลุกพล่านอยู่ดีเพราะเวลาไปทำงานต่างจังหวัดอารมณ์งานจะเปลี่ยน อาจจะดูชิลล์ขึ้นจะเอาเรื่องแรงๆ ไปใส่ตรงนั้นทำไมในเมื่อสังคมต่างจังหวัดมันดีอยู่แล้ว ข้อมูลจาก A'Lure Magazine 

'เทพีเสรีป้า' สัญลักษณ์ใหม่ ตัวแทนคนไทยอยากไปเลือกตั้ง
กปปส. /  ขัดขวางการเลือกตั้ง / 

จากกรณีที่น.ส.พิจาริณี รัตนจำนอง เดินฝ่ากลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. ที่ขวางการเลือกตั้งล่วงหน้า เมื่อวันที่ 26 มกราคม ที่ผ่านมาที่หน่วยเลือกตั้งโรงเรียนเซนต์จอห์นโปลีเทคนิค เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 26 มกราคม ที่ผ่านมา โดยคุณป้าได้ส่องไฟฉายขึ้นฟ้าพร้อมทั้งค่อยเดินฝ่าไป  ส่งผลให้ชาวสังคมออนไลน์ทำภาพล้อเลียนกรณีดังกล่าว เรียกว่าเทพีเสรีป้า จนกลายเป็นกระแสตัดต่อล้อเลียนบนเฟซบุ๊คและสังคมออนไลน์ และได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของตัวแทนคนไทยที่ต้องการไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง แฟนเพจ พจนานุกรมศัพท์การเมืองไทยร่วมสมัย ได้นิยามคำว่า เทพีเสรีป้า ไว้ว่า เทพีเสรีป้า (น.) ความหมาย: สตรีวัยกลางคนนางหนึ่ง ซึ่งหาญกล้าฝ่าวงล้อมของกลุ่มผู้ต่อต้านประชาธิปไตย และกลายเป็นสัญลักษณ์ในการรักษาและปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์, สิทธิ, และเสรีภาพของตนตามระบอบประชาธิปไตยโดยสันติวิธี ในชั่วข้ามคืน. MThai News

9 เรื่องชวนอึ้ง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ที่คุณอาจไม่เคยรู้
ซลาตัน /  ซลาตัน อิบราฮิโมวิช / 

หากจะกล่าวถึงกองหน้าที่ดีที่สุดในโลก 1-10 นั้นต้องมี ซลาตัน อิบราฮิโมวิช อยู่ในลิสต์รายชื่อแน่นอน เพราะทักษะการทำประตูที่หาเลียนแบบไม่ได้แล้ว ซลาตัน กองหน้าชาวสวีเดนรายนี้ยังมีอัตลักษณ์ที่แตกต่างจากนักฟุตบอลอาชีพคนอื่นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งบุคลิก พฤติกรรมการแสดงออก การพูดจา แต่เหนือสิ่งอื่นใดยังมีเรื่องราวเด็ดๆชวนอึ้งอีก 9 เรื่องของกองหน้าคนนี้ เรื่องที่ 1. ซลาตัน มองเห็นอนาคต : เมื่อตอนเขาอายุ 16 ปี อาจารย์ที่โรงเรียนมอบหมายงานให้เขียนเรียงความว่า "5 ปี หลังจากนี้คุณจะเป็นอะไร" ยังไม่ทันเริ่มเขียน ซลาตัน ก็ตอบอาจารย์ไปว่า "ผมจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพที่อิตาลีและจะสร้างรายได้มหาศาล" แต่ความจริงแล้ว ซลาตัน ใช้เวลา 6 ปีถึงได้เซ็นสัญญาค้าแข้งกับ ยูเวนตุส และแน่นอนเขาประสบความสำเร็จทำรายได้มหาศาลที่ตามที่เขาบอกกับอาจารย์เอาไว้ตอนนั้น เรื่องที่ 2. ซลาตัน คือขี้ขโมยตัวพ่อ : เมื่อสมัยเด็กๆ ซลาตัน ชอบสะสมจักรยานเป็นชีวิตจิตใจ แต่จักรยานส่วนมาจากการขโมย! ครั้งหนึ่งสมัยที่ยังเป็นนักฟุตบอลเยาวชนกับ มัลโม่ ซลาตัน ขี่จักรที่ขโมยมาก่อนจะถูกขโมยไป ซลาตัน แก้ปัญหาด้วยการขโมยจักรยานแถวนั้นคืนก่อนจะขี่กลับบ้านแบบไม่รู้สึกอะไร หลังจากนั้นราวๆ หนึ่งสัปดาห์ก็มีการแจ้งว่าจักรยานของผู้ช่วยผู้จัดการทีม มัลโม่ หายไปจนกลายเป็นเรื่องราวยกใหญ่ เรื่องที่ 3. ซลาตัน เกือบเป็นนักเตะ เซาธ์แฮมป์ตัน : หลังจากย้ายมาเป็นนักเตะกับ อาแจ็กซ์ ได้หนึ่งปี ซลาตัน ไม่สามารถโชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจ และพยายามจะหาความท้าทายใหม่กับ เซาธ์แฮมป์ตัน แต่สุดท้ายโชคดีที่ ยูเวนตุส ยังเห็นแววในตัวเขาคว้าตัวไปเสียก่อน เรื่องที่ 4. ความหมายของคำว่า "ซลาตัน" : ชื่อนี้มีที่มาจากทางใต้ของ ซลาวิค หรือละแวกประเทศโคเอเชีย เซอร์เบียและสโลเวเนีย ที่คำว่า "ซลาตัน" นั้นแปลว่า "ทองคำ" เรื่อง 5. ซลาตัน กับธุรกิจ : ซลาตัน เป็นนักกีฬาฟุตบอลคนแรกที่นำชื่อของตนเองไปทำเป็นเครื่องหมายการค้าไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลผม ยานยนต์ เบียร์ ของใช้อุปโภคบริโภค และสุดท้ายเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม เรื่องที่ 6. ซลาตัน ในพจนานุกรม : พจนานุกรมในสวีเดนบัญญัติคำว่า ซลาตาเนร่า ลงในพจนานุกรมของประเทศเพื่อยกย่อง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช พร้อมกับมีความหมายว่า "ขจัดให้สิ้นด้วยพลังที่แก่กล้า" เรื่องที่ 7. สถิติที่ยอดเยี่ยมในแชมเปี่ยนส์ลีก : ซลาตัน เป็นเพียงคนเดียวที่สามารถทำประตูได้ในแชมเปี่ยนส์ลีกจากการลงเล่น 6 สโมสร อาแจ็กซ์ ยูเวนตุส อินเตอร์ มิลาน บาร์เซโลน่า เอซี มิลาน และ ปารีส แต่ถึงอย่างไรเขายังไม่เคยได้ชูถ้วยใบนี้เสียที เรื่องที่ 8. ไอดอล ของ ซลาตัน : ซลาตัน เติบโตมากับการชื่นชม "โล้นทองคำ" โรนัลโด้ กองหน้าโคตรคงาสสิคคนหนึ่งที่โลกเคยมี ซลาตัน เคยบอกว่า "โรนัลโด้ คือ นักฟุตบอลที่เก่งที่สุดตลอดกาล" เรื่องที่ 9. ซลาตัน กับสนามฟุตบอลแรกในชีวิต : ซลาตัน เริ่มเล่นฟุตบอลครั้งแรกตอน 6 ขวบแถวลานหินกรวดละแวกบ้าน ต่อมาในปี 2007 ซลาตัน จับมือกับ ไนกี้ ร่วมกันเนรมิตลานหินกรวดดังกล่าวให้เป็นสนามบอลขนามย่อมที่ทันสมัย นอกจากนี้ ซลาตัน ยังสลักข้อความไว้ที่สนามแห่งนี้ด้วยว่า "ที่แห่งนี้คือหัวใจ ที่แห่งนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยเรื่องราว ที่แห่งนี้คือที่ที่ผมโลดแล่น และมันสร้างอนาคต"

ความเชื่อ...! น้ำมนต์รักษาโรค
ความเชื่อ /  ความเชื่อน้ำมนต์ / 

น้ำมนต์ กับความเชื่อในการรักษาโรค นั้น จริงๆแล้ว ก็มีมานานคู่กับคนไทย ไม่ว่าจะไปทำบุญที่ไหน วัดไหน ก็มักจะให้หลวงพ่อ หลวงพี่ รด น้ำมนต์ เพื่อเป็นสิริมงคล หรือ ถ้ามีโรคภัยไข้เจ็บอยู่ก็จะนำ น้ำมนต์ หลวงพ่อกลับมาอาบ มาดื่ม อีกด้วย น้ำมนต์  คือ น้ำที่ได้ผ่านพิธีทำ น้ำมนต์ ปกติจะสำเร็จด้วยการเจริญพระพุทธมนต์ของพระสงฆ์ ในงานพิธีมงคลต่างๆ หรือการเสกของพระภิกษุ หรือ คฤหัสถ์ ผู้ทรงวิทยาคุณ ซึ่งก็คือ ผ่านการทำสมาธิ ที่แน่วแน่ และพระปริตร ที่เป็นมนต์ทางศาสนา มาแล้ว นั่นเอง น้ำมนต์ นิยมนำมาอาบ หรือดื่ม หรือประพรมที่ศีรษะ ประพรมภายในบ้าน บริเวณบ้าน ป้ายร้านค้า เป็นต้น  นี่เป็นความหมายของ น้ำมนต์ จากพจนานุกรมเพื่อการศึกษาพุทธศาสน์ ชุดคำวัดของพระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช) ป.ธ.๙ ราชบัณฑิต อย่างไรก็ตาม เพื่อเพิ่มความขลังและความศักดิ์สิทธิ์ ผู้จัดทำส่วนใหญ่จะนำ น้ำมนต์ จากพระอารามหลวง 75 จังหวัด มาเทผสมรวมกัน ซึ่ง น้ำมนต์ ที่ขึ้นชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์ นอกเหนือจากพระอารามหลวง ทั้ง 75 จังหวัดแล้ว ยังมีอีก 2 แห่ง คือ 1. น้ำมนต์ ศักดิ์สิทธิ์ จากเศียรหลวงพ่อทองสุข วัดตูม (พระอารามหลวง) อยู่ใน จ.พระนครศรีอยุธยา ตามตำนานกล่าวว่า …สมเด็จพระนเรศวรใช้ น้ำมนต์ วัดตูม ชุบพระแสง และเป็นอารามที่ประกอบพิธีปลุกเสกเครื่องพิชัยสงคราม มาแต่ครั้งสมัยอยุธยา 2. น้ำมนต์ จากเศียรหลวงพ่ออุ่นเมือง วัดน้ำฮูม อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ตามตำนานกล่าวว่า …พระเกศา พระสุพรรณกัลยา บรรจุอยู่ในสถูปวัดน้ำฮูมแห่งนี้ คติความเชื่อเรื่อง น้ำมนต์ นั้น นอกจากความเป็นสิริมงคลสำหรับผู้ประพรม อาบและดื่มแล้ว ยังมีคติความเชื่อ ที่ว่าด้วย น้ำมนต์ ยังนำสิริมงคล และความสวัสดีมีโชคมาให้ ตลอดถึงกำจัด ปัดเป่าสิ่งอัปมงคล อันตราย และภัยพิบัติต่างๆ ได้ เช่น กรณีของ น้ำมนต์ เสือกินน้ำ ซึ่งเป็นตำรับการทำ น้ำมนต์ ของพระครูปลัดปริยัติวรวัฒน์ หรือหลวงพ่อบุญเลิศ เจ้าอาวาสวัดปราโมทย์ อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม ซึ่งท่านได้รับการถ่ายทอดจากพระธุดงค์รูปหนึ่งเมื่อ ๒๐ ปีที่แล้ว ขอบคุณภาพจาก news.nipa watparsomdej1.com

ฌอห์ณ-เอสเธอร์ ว่าไง หมาก ถามเป็นแฟนกันเหรอ??
ฌอห์ณ จินดาโชติ /  เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา / 

เมื่อพระเอกหนุ่ม หมาก ปริญ ผู้มีประสบการณ์พัฒนาคู่จิ้นเป็นคู่จริง เกิดความสงสัยในความสัมพันธ์ของพี่ชายอย่าง ฌอห์ณ จินดาโชติ และนางเอก เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา จึงขอพลีชีพคอมเม้นท์ถามตรงๆ แทนใจติ่งหลายคนว่า "เป็นแฟนกันหรอครับพี่" และคำตอบที่ได้จาก หนุ่มฌอห์น คือ "พี่ก็ตอบเหมือนเดิมแหละว่า เอ็นดู น้อง... :)) ไม่เอาสิ พี่น้องกันเขาไม่แกล้งกันนะ" งานนี้ติ่งฟินไปอีกกกกก!! เพราะคำว่า "เอ็นดู" ตามความหมายพจนานุกรมไทย แปลว่า "มีใจรักใคร่ ปรานี" แบบนี้จะไม่ให้จิ้นได้ไง ชิมิทุกคน!! ขอบคุณภาพจาก IG @seanjindachot, esthersupree และสมาชิกพันทิป Memories In The Rain หมาก ถามรูปคู่ ฌอห์ณ-เอสเธอร์ ฌอห์ณ-เอสเธอร์ ฌอห์ณ-เอสเธอร์ ฌอห์ณ-เอสเธอร์ ฌอห์ณ-เอสเธอร์ ฌอห์ณ-เอสเธอร์

5 เทคนิคเรียนยังไงให้เก่งภาษาอังกฤษ!
เคล็ดลับการเรียน /  เทคนิคการเรียน / 

เพื่อนๆ หลายคนคงจะเคยลองมาหลายวิธีแล้ว ที่จะทำให้เราเรียนรู้และเข้าใจภาษาอังกฤษมากขึ้น แต่บางครั้งวิธีต่างๆ ที่เราทำมันก็ไม่ได้ผลสักที แบบนี้ลองมาดู 5 เทคนิคเรียนยังไงให้เก่งภาษาอังกฤษ! กันหน่อย แล้วลองนำไปปรับใช้กันดูค่ะ เผื่อว่าจะทำให้เพื่อนๆ เข้าใจและเรียนรู้ได้ง่ายยิ่งขึ้นก็ได้ ^^ 5 เทคนิคเรียนยังไงให้เก่งภาษาอังกฤษ! 1. เลือกอ่านหนังสือเล่มที่อยากอ่านจริงๆเท่านั้น เพราะจะเป็นแรงบันดาลใจให้อ่านได้ต่อเนื่อง จนเกิดนิสัยรักการอ่านในอนาคต ถ้าเราไปเลือกผิด จับหนังสือที่ไม่สนุก หรือใช้ภาษาที่ซับซ้อนเกินไป ถึงอ่านไปก็ไม่เข้าใจ พาลชวนให้ล้มเลิกความพยายามเสียเปล่าๆ ดังนั้นต้องถามตัวเองก่อนนะว่าเราชอบหนังสือภาษาอังกฤษแนวไหนกันแน่? อาจเป็นการ์ตูนฝรั่ง นิตยสารแฟชั่น หรือแม้แต่นิยายภาษาอังกฤษก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีได้ทั้งนั้น 2. ถ้ารู้สึกเบื่อหรือหนังสือยากเกินไป ให้หยุดอ่านแล้วเปลี่ยนเล่มใหม่ทันที แนะนำให้หาเล่มที่อ่านง่ายก่อน เพราะดูเหมือนเราจะยังไม่พร้อมที่จะอ่านเล่มยากๆตอนนี้ ถ้าไม่มีสมาธิ อ่านไปเรื่อยๆยังไงก็ไม่ซึมซับครับ สู้อ่านเรื่องที่เราชอบ หรือถนัดดีกว่า พอมีอารมณ์ร่วมไปกับหนังสือภาษาอังกฤษแล้วมันก็จะทำให้เราอ่านได้นานๆจนลืมเวลาไปเลยล่ะ 3. ฝึกเดาความหมายศัพท์ที่ไม่รู้ โดยพิจารณาจากศัพท์หรือประโยคข้างเคียง ถ้าเดาไม่ออกก็ให้อ่านข้ามไปได้ อย่าไปกลัวว่าจะไม่เข้าใจเนื้อหาทั้งหมดอย่างครบถ้วน เพราะการอ่านหนังสือภาษาอังกฤษเพื่อฝึกภาษาอังกฤษนั้นเน้นทำความเข้าใจเนื้อเรื่องโดยรวม และการเห็นคำศัพท์และโครงสร้างไวยากรณ์ซ้ำๆ บ่อยๆก็จะจำและตีความได้เอง 4. เปิดพจนานุกรมขณะอ่านให้น้อยที่สุด มีงานวิจัยด้านภาษาได้ระบุไว้ว่า นักอ่านที่หยุดอ่านเป็นระยะๆ (slow reader) จะมีกระบวนการเรียนรู้ภาษาช้ากว่าคนที่ฝึกอ่านเร็วๆ (speed reader) ในช่วงแรกอาจต้องพึ่งพาดิกชันนารี่ แต่พอผ่านไปถึงจุดๆหนึ่งก็ต้องพึ่งพาตัวเองแล้วล่ะ จะได้ฝึกอ่านภาษาอังกฤษอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สุดท้ายแล้วมีความรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษอยู่ในหัวก็ยังดีกว่าต้องมาคอยเปิดดิกชันนารี่หาความหมายทุกคำอยู่ดี 5. อ่านหลายๆ รอบ ยิ่งอ่านซ้ำหลายๆรอบ จะช่วยทำให้เข้าใจเนื้อเรื่องและเพิ่มความสามารถภาษาอังกฤษได้มากขึ้นโดยอัตโนมัติ อ่านไปเถอะไม่ต้องไปนับว่ากี่ครั้ง จะเป็นสิบ หรือเป็นร้อยรอบแต่ถ้ามันทำให้เราเก่งภาษาอังกฤษ อ่านข่าวภาษาอังกฤษรู้เรื่อง ก็คุ้มค่าแล้วจริงมั้ย? ขอบคุณข้อมูลจาก SE-ED Genius Readers, www.dailyenglish.in.th

สวีเดนเพิ่ม 'สรรพนามเพศกลาง' ในพจนานุกรม
พจนานุกรม /  สรรพนามเพศกลาง / 

'สวีเดน'เพิ่มคำสรรพนาม เพื่อความเป็นกลางทางเพศ สำหรับผู้ที่ผ่านการแปลงเพศและผู้ที่ไม่ระบุเพศชัดเจน ลงในพจนานุกรมฉบับทางการแล้ว สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าว ทางการสวีเดน ประกาศเพิ่ม 'คำสรรพนามเพศกลาง' ซึ่งเป็นคำสรรพนามที่มีความเป็นกลางทางเพศ ลงในพจนานุกรมฉบับทางการของประเทศแล้ว โดยสรรพนามดังกล่าวคือคำว่า 'เฮ็น' (hen) เพิ่มเติมจากคำว่า 'ฮาน' (han) ที่ใช้เรียกผู้ชาย และ 'โฮน' (hon) ที่ใช้เรียกผู้หญิง ซึ่งไม่ได้มีการระบุว่า  'เฮน' (hen) หลังจากมีการบัญญัติขึ้นมาเพื่อชี้ถึงเพศใดอย่างจำเพาะเจาะจง สรรพนามที่ระบุเพิ่มในพจนานุกรมดังกล่าว กำหนดเพื่อใช้เรียก ผู้ที่ผ่าตัดแปลงเพศแล้ว รวมไปถึงผู้ที่ไม่สามารถระบุเพศได้อย่างแน่ชัด คำว่า 'เฮ็น' เริ่มปรากฏครั้งแรกในช่วงปี 1960 เพื่อต่อต้านการใช้คำว่าฮานหรือโฮน กับผู้ที่ผ่านการแปลงเพศ ซึ่งแสดงถึงการเหยียดหยามผู้ที่ผ่านการแปลงเพศ โดยในช่วงทีผ่านมา กลุ่มเพศทางเลือกในสวีเดน พยายามผลักดันให้มีการใช้คำว่าเฮ็นอย่างแพร่หลายมากขึ้น อย่างไรก็ตามการเพิ่มคำว่าเฮ็นลงในพจนานุกรม มำให้ถือเป็นคำสรรพนามเพศกลาง ที่จะปรากฏบนสิ่งพิมพ์ต่างๆ ของประเทศ อย่างถูกต้องตามหลักภาษา พจนานุกรมเวอร์ชันใหม่ที่เพิ่มคำว่าสรรพนามเพศกลางลงไปนี้มีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 15 เมษายนที่จะถึงนี้ MThai News ที่มา theguardian

มาร์คจัดหนัก ชี้แจงปมพูดไม่เหมาะสม
ข่าวอีโง่ /  ผ่าความจริง / 

มาร์คจัดหนัก ชี้แจงปมพูดไม่เหมาะสม ชี้ต่อไปพจนานุกรมคงจะเล่มเล็กลงๆ เพราะหลายคำพูดไม่ได้ ยันไม่ได้หมายถึงใคร ซัดพวกดูถูกแม่ตัวเองนำผ้าถุงมามอบให้ มีรายงานว่า บนเวทีปราศรัยผ่าความจริงของพรรคประชาธิปัตย์ ที่โรงเรียนมัธยมเวฬุวนาราม เขตดอนเมือง เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (15 ก.ย.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคได้ขึ้นเวทีชี้แจงถึงกรณีคำพูดไม่เหมาะสม จนถูกนำไปตั้งกกระทู้ถามสดในสภา โดยระบุว่า ตนข้อน้อมรับถ้าคำว่า อีโง่ เป็นถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม แต่ต่อไปนี้พจนานุกรมคงจะเล่มเล็กลงๆ เพราะหลายคำพูดไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็น อีโง่ แรด หรือ กะหรี่ ถ้าผมไปเรียกใครอย่างนี้ ถึงเรียกว่า ไม่ได้ ไม่เหมาะสม แต่กลับยัดเยียดให้ผมพูด ยืนยันไม่ได้พูด แต่ส.ส.หญิงพรรคเพื่อไทยก็ยังย้ำถามว่าเป็นใคร ก็คิดกันอยู่แค่นั้นว่าเป็นคนคนนั้น ผมไม่มีที่จะไปดูหมิ่นสตรี แต่เตือนสิ่งที่นำมาเล่นงานอยู่นี้กำลังไปตอกย้ำสถานภาพสตรีในสังคมว่าตรวจสอบไม่ได้ ส่วนพวกที่นำผ้าถุงมาให้ตนแล้วคิดว่าเป็นการดูถูกผู้ชายนั้น เท่ากับว่าเป็นการดูถูกแม่ของตัวเอง เพราะในอดีตการไปออกรบผู้ชายยังพกผ้าถุงของแม่ไปด้วย ถือเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ดังนั้นขอเรียกร้องให้สตรีและองค์กรเกี่ยวกับสตรีต่างๆ ออกมาต่อต้านผู้ที่มีความคิดเรื่องนี้ MThai News

น่ารู้ !! พจนานุกรมคำใหม่ ศัพท์วัยรุ่นมาเต็มทั้ง วีนแตก,จุ๊บุ,เผือกร้อน
พจนานุกรม /  ศัพท์วัยรุ่น / 

ผุดคำศัพท์ฮิตติดปากในพจนานุกรมฉบับใหม่ วันนี้ (17 มิ.ย.) นายธีรัตถ์ รัตนเสวี อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้โพสต์รูปภาพลงในสื่อสังคมออนไลน์ เฟซบุ๊คส่วนตัว ชื่อ'Teerat Ratanasevi' แสดงให้เห็น คำใหม่ในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ฉบับการรวบรวมเอาคำศัพท์ที่บัญญัติขึ้นใหม่ หลายหลายคำ รวบรวมไว้ โดยมีคำศัพท์เกิดขึ้นใหม่ พร้อมความหมาย และตัวอย่างประโยคที่น่าสนใจที่เป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นของประเทศไทย และพูดกันจนติดปาก ทว่า พจนานุกรมคำใหม่ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ดังกล่าว ผลิตโดยสำนักพิมพ์ 'นานมีบุ๊คส์' ซึ่งคำศัพท์ที่บัญญัติขึ้นใหม่เหล่านี้ ถูกจัดเรียงตามตัวอักษร ก-ฮ เหมือนกับพจนานุกรมทั่วไป กระนั้น คำที่ถูกกำหนดขึ้นใหม่อาทิ เผือกร้อน,กรีดนิ้ว, กะเปิ๊บ, เกรียน, ขอบาย, ง้องแง้ง, ต่อมเอ๊ะ, ติ๊สต์, ทวีน, เบลอร์, ไปไม่เป็น,ไม่อยากจะเซดเลย, เสร่อ,คอนเวิร์ส และอินดี เป็นต้น MThai News ที่มา ทวิตเตอร์ @pui_tuangporn , เฟซบุ๊ค Teerat

จริงหรือไม่ ใช่หรือมั่ว? ความดัดจริตของสังคม ชอบมองคนจากภายนอก
Mthai ข่าวภาคซ่าส์ /  ความดัดจริต / 

อย่ามองคนแค่ภายนอก ประโยคนี้คงเคยได้ยินกันมาจนนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว แต่กับบางคนที่ประเมินผู้อื่นจากการแต่งตัว คนไหนแต่งตัวดีใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนมก็มักจะถูกมองว่า คนนี้รวย ฐานะดี น่าจะไว้ใจได้ หากเป็นเช่นนี้จะปฏิเสธได้อย่างไรว่าเราไม่ได้มองคนจากภายนอก MThai ข่าวภาคซ่าส์ วันนี้ จะมาพูดถึง ความดัดจริตของคนในสังคมกัน ดัดจริต แปลว่าอะไร ? ดัดจริต ประกอบไปด้วยคำสองคำ คือ ดัด+จริต ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 และให้ความหมายไว้ดังนี้ ดัด เป็นกิริยา หมายถึง ทำให้คดหรือตรงตามประสงค์ เช่นดัดไม้ ดัดนิสัยฯ จริต เป็นนาม หมายถึง ความประพฤติ กิริยาหรืออาการ เช่น พุทธจริต เสียจริตฯ เมื่อนำคำสองคำมารวมกันก็เป็นคำว่า “ดัดจริต” คำว่า ดัดจริต เมื่อแรกบัญญัติศัพท์นี้ ใช้ในทางที่ดี หมายถึง การดัดอุปนิสัยให้ดีให้งามขึ้น แต่ปัจจุบันคำว่า ดัดจริตใช้ในทางที่ไม่ดี กลายเป็น ดัดอุปนิสัยหรือดัดกิริยาท่าทางให้ดูเกินพอดีหรือเกินงาม หากจะถามว่าอะไรที่เข้าข่ายคำว่าดัดจริตบ้าง หลาย ๆ ท่านคงมีคำตอบเป็นร้อยเป็นพัน ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะอิทธิพลของโซเชียล และที่สำคัญคือปัจจุบันเรารับรู้สื่อกันมาก ซึ่งการรับอะไรมากๆ ก็จะส่งผลต่อพฤติกรรมได้เช่นกัน หากเรารับข้อมูลที่เป็นเรื่องดี ๆ แล้วนำไปปฏิบัติตามก็คงไม่เกิดปัญหาอะไร ซึ่งก็ต้องยอมรับด้วยว่า บางคนก็ขาดการกลั่นกรอง แยกแยะไม่ได้ว่าอะไรควรเอาอย่าง อะไรควรรับรู้และมองข้ามไป ดังเช่นคำว่า " อยู่เมืองดัดจริตชีวิตต้องป๊อป " ที่เคยฮอตฮิตบนโลกโซเชียล ดูจะเป็นอีกหนึ่งประโยคที่เสียดสีคนในสังคมได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว แต่การมองคนจากภายนอกแล้ว คิดเองเออเองว่าเขาต้องเป็นอย่างนั้น เขาต้องเป็นอย่างนี้ เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เราจะประเมินคน ๆ นั้น  ได้ ก็ต่อเมื่อรู้จักและศึกษาเรียนรู้นิสัยซึ่งกันและกันก่อน อย่าประเมินคนแค่ว่า เขาทำพฤติกรรมเช่นนี้เขาเป็นคนดัดจริต โซเชียลถือเป็นโลกใบใหญ่ที่ไม่ว่าใครก็สามารถเข้าไปอยู่ในโลกนั้นได้ การที่คน ๆ หนึ่งโพสต์บางสิ่งบางอย่างลงในโซเชียล กลับถูกมองหาว่าโอ้อวด แท้จริงเขาอาจต้องการเก็บสิ่งเหล่านั้นไว้เป็นความทรงจำ และส่งต่อความสุขไปให้เพื่อน ๆ แค่นั้นก็เป็นได้ YUI YUI : เรียบเรียง MThai News

เมื่อลูกศิษย์อยากเล่าความประทับใจถึงครู
เรื่องน่ารู้

วันนี้ทีนเอ็มไทย นำเรื่องราวน่ารักๆ ระหว่างลูกศิษย์กับครู มาฝากกันค่ะ จะเป็นอย่างไร เมื่อลูกศิษย์อยากเล่าความประทับใจถึงครู ที่คอยสั่งสอน จ้ำจี้จ้ำไชให้พวกเขาดีขึ้น และเชื่อว่าทั้ง 8 เรื่องต่อไปนี้จะต้องตรงกับเพื่อนๆ หลายคนแน่นอน แต่จะมีเรื่องราวอะไรบ้าง มาติดตามพร้อมๆ กันเลยค่ะ...  เมื่อลูกศิษย์อยากเล่าความประทับใจถึงครู 1. The Transformer เมื่อตอนที่ฉันเรียนไฮสคูล คุณครู Caryl Gatzlaff คือคนที่เปลี่ยนสไตล์การเรียนให้ฉัน จากเมื่อก่อนการเขียนของฉันแย่มาก แต่ก็ได้คุณครูที่คอยจ้ำจี้จ้ำไชให้ จนทุกวันนี้สไตล์การเขียนของฉันดีกว่าเมื่อก่อนมาก —Candace Lowry  2. The Life Coach คุณครู Gould เป็นคุณครูเมื่อสมัยที่ฉันยังเรียนมัธยมต้น คุณครูไม่เพียงแต่สอนความรู้ให้ห้องเรียน แต่คุณครูสอนการใช้ชีวิตให้กับฉัน เช่น ให้ถอดแว่นดำเวลาคุยกับผู้อื่น ตอนนั้นมันอาจจะดูน่าเบื่อ แต่มาตอนนี้ฉันรู้แล้วว่า คุณครูเป็นมากกว่าผู้ให้ความรู้จริงๆ—Kasia Galazka 3. The Idiom Idol ฉันย้ายมาอยู่ที่สหรัฐอเมริกา โดยอยู่ที่เมืองเล็กๆใน Tennessee ตอนอายุได้ 11 ขวบ ตอนนั้นฉันพูดภาษาอังกฤษไม่เก่ง แต่ก็มีความอยากที่เรียนฝึก ก็ได้คุณครู Jones ที่ทำให้ฉันกลายเป็นคนอเมริกันอย่างแท้จริง เพราะเธอมักจะสอนสุภาษิตใหม่ๆ ที่ฉันไม่รู้จักอยู่เสมอ —Senka Hadzimuratovic 4. The Buddy Abroad ฉันเคยได้ไปเรียนต่างประเทศที่เยอรมนี ที่เมือง Heidelberg ตอนนั้นฉันแทบจะไม่มีเพื่อน ไม่รู้จักใคร แต่ก็มีคุณครู Frau Wuttke ที่เป็นมากกว่าคุณครู เพราะครูคอยให้คำปรึกษาต่างๆ พาไปเที่ยว พาไปกินข้าว คุณครูเปรียบเสมือนเพื่อนชาวต่างชาติที่สนิทที่สุดของฉันเลยหล่ะ —Candace Lowry 5. The Tumbler คุณครู Koehnemann เป็นครูที่ฉันรักที่สุดในชีวิต เธอจะสร้างสีสันให้กับห้องเรียนด้วยรอยยิ้มของเธอ เธอสอนเด็กนักเรียนในชั้น ป.4 ของเธอทุกคนด้วยความรัก ราวกับว่าเด็กทุกคนคือคนที่สำคัญที่สุดของเธอ และคุณครูเป็นคนที่ไม่ชอบความรู้สึกเวลาจามไม่ออก และเมื่อไหร่ที่เธอจากได้ เธอก็จะดีใจสุดขีด และเด็กนักเรียนก็จะพากันดีใจไปกับคุณครู ความทรงจำดีๆแบบนั้นฉันจะไม่ลืมเลย —Maycie Thornton 6. The Tireless Tutor เมื่อตอนที่ฉันอยู่ ป.3 คุณครู Warter เป็นคุณครูคอยเอาใจใส่เด็กๆนักเรียนดีมาก เธอยอมที่จะสละเวลาว่างของเธอ เพื่อที่จะสอนเด็กนักเรียนที่ไม่เข้าใจนอกเวลาเรียน และเธอยังเป็นคนที่สอนให้ฉันลบคำว่า “ทำไม่ได้” ออกจากพจนานุกรมส่วนตัวของฉันอีกด้วย—Deena Shanker 7. The Encourager คุณครู Hardisty เป็นคุณครูชั้น ป.5 ของฉัน ที่เคยบอกฉันว่าฉันเป็นผู้เขียนที่ดี และยังเป็นผู้อ่านที่ดี เธอเป็นคนที่ทำให้ฉันค้นพบตัวเองว่าฉันมีความสามารถอะไร ครูคือคนที่ทำให้ฉันกลายมาเป็นฉันในวันนี้ได้—Chelsea Marshall 8. The Reassurer เมื่อตอนที่ฉันเรียนในระดับวิทยาลัย ฉันเป็นคนที่ไม่มีความมั่นใจเอาเสียเลย แต่ความคิดนั้นก็เปลี่ยนไปเมื่อฉันเรียนกับคุณครูคนหนึ่ง เธอคอบบอกฉันเสมอว่าฉันเป็นคนที่ฉลาด ฉันสามารถที่จะทำอะไรได้หลายๆอย่าง จนทำให้ฉันกลายเป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเองแบบทุกวันนี้—Deena Shanker ว้าวววว เห็นแบบนี้แล้ว อยากรู้ความรู้สึกของเด็กบ้านเราบ้างจัง ว่าถ้าจะถ่ายทอดถึงครูในดวงใจออกมาเป็นยังไง และเชื่อว่าต้องซึ้งกว่าเมืองนอกแน่นอน... ข้อมูลจาก: BuzzFeed, wegointer

จูบใครคิดว่าไม่สำคัญ! 13 สิ่งที่มั่นใจว่าคุณไม่รู้ เกี่ยวกับการจูบ
การจูบ /  การแสดงความรัก / 

การแสดงออกทางความรักที่ออกจะโรแมนติกก็คือ  "การจูบ"  ไม่ว่าหนังไทย หนังจีน หนังฝรั่ง หนังเกาหลี ก็ล้วนใช้การจูบเป็นตัวแสดงความรักของคนสองคน แล้วในชีวิตจริงเรารู้อะไรเกี่ยวกับการจูบบ้างล่ะ? หรือรู้แค่ว่าจูบก็เพื่อแสดงความรักกับคนรักเพียงอย่างเดียว ? วันนี้เรามีความรู้เกี่ยวกับการจูบมาฝากกัน ซึ่งมั่นใจเลยล่ะว่าน้อยคนนักที่จะรู้! 1. 2ใน3 ของคนที่จูบมักจะเอนหัวไปทางขวาเมื่อจูบ น่าแปลกเหมือนกันนะ แต่จริงๆแล้วเป็นนิสัยที่เราทำกันตั้งแต่เป็นทารกแล้วล่ะ เพราะทารกในครรภ์ส่วนใหญ่มักหันหัวไปทางขวาตั้งแต่อยู่ในครรภ์แล้ว 2.การจูบเป็นตัวชี้ชะตาในชีวิตคู่ได้เลย ถ้าคู่รักคู่ไหนจูบได้ดี เล้าโลมด้วยลิ้นเก่ง จะนำมาซึ่งความสัมพันธ์ที่แข็งแรงเลยล่ะ  3.การจูบช่วยปล่อยฮอร์โมนเอนโดรฟินและอ็อกซิโตซิน ซึ่งไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมจูบแล้ว สมองมันถึงปลอดโปร่งและมีความสุขอย่างประหลาดเลยล่ะ  4.จูบทำให้อายุยืนได้ด้วย ผลการศึกษามากมาย เผยว่า คู่รักที่จูบกันเป็นประจำมีแนวโน้มจะมีอายุยืน 5.ชาวฝรั่งเศสระบุคำว่า french kiss ในพจนานุกรมตั้งแต่ปี 2013 แม้จะได้ยินกันมาบ่อยกับคำว่า french kiss ที่หมายถึงการจูบดูดดื่มแบบแลกลิ้นกันนั่นแหละ แต่จริงๆแล้วคำนี้เพิ่งระบุคำว่า galocher ที่แปลว่าจูบด้วยลิ้นลงพจนานุกรมเมื่อปี 2013 นี้เอง 6.จูบช่วยให้สุขภาพดี หนึ่งในผลการศึกษาพบว่า การจูบช่วยสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ถ้าป่วยคราวหน้าก็แค่ดื่มน้ำมะนาวแล้วจูบแฟนได้เลย อิอิ 7.จูบที่นานที่สุดตามสถิติโลกคือ  58 ชั่วโมง 35 นาที 58 วินาที 8.แม้เรื่องจูบจะดูเป็นเรื่องธรรมด๊า แต่มีการศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจังนะ โดยศาสตร์แห่งการศึกษาเรื่องจูบนั้นเรียกว่า  philematology 9.ไม่ใช่ทุกประเทศที่แสดงความรักด้วยการจูบ มีมากมายหลายประเทศนะที่ไม่ได้แสดงความรักด้วยการจูบ จนกระทั่งชาวยุโรปได้เริ่มแนะนำการจูบ โดยบางที่อาจใช้การสัมผัสที่จมูกและหอมแก้มเท่านั้น  10.มีเหตุผลว่าทำไมเจ้าบ่าวเจ้าสาวต้องจูบกัน จากนักเขียน  Michael Philip Penn กล่าวว่า การจูบนั้น เป็นการให้สัญญาแก่กันว่าจะดูแลกันไปตลอดชีวิต ไม่ใช่จูบโชว์อย่างเดียวนะจ๊ะ 11.ไม่ใช่มนุษย์อย่างเดียวที่จูบนะ วัว กระรอก หอยทาก หรือนกพัฟฟินก็ใช้การจูบเหมือนกันนะ แต่ก็มีเพียงเจ้าชิมแปนซีที่พอจะเป็นสัตว์ที่จูบเหมือนคนมากที่สุด 12.จูบแบบ French kiss ใช้กล้ามเนื้อ 34 ส่วนในใบหน้า ในขณะที่จูบธรรมดาใช้กล้าวเนื้อเพียงแค่ 2 ส่วนเท่านั้น แต่ถ้าจูบจริงจูบแรงล่ะก็ ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมเหนื่อย เพราะคุณใช้กล้ามเนื้อไปถึง 32 ส่วนเลยล่ะ 13.จูบช่วยเบิร์นแคลอรี่ได้ถึง 5 กิโลแคลอรี่ในไม่กี่นาที ถ้าวันๆไม่คิดจะทำอะไร จูบกันทั้งวันเป็น 10 ชั่วโมง ก็ไม่ต้องไปออกกำลังกายยังได้เลย ที่มา seventeen เรียบเรียงโดย Women Mthai Team 

หน้าไม่ไหวแล้ว!!! พี่เวียร์ เมาไม่ขับเบลล่า พร้อมรับ-ส่ง ถึงบ้าน
เบลล่า ราณี /  เวียร์ ศกลวัฒน์

ช่วยกันเหยียบ ช่วยกันปกปิด ไม่ยอมเปิดเผยสถานะทางหัวใจทั้งคู่ สำหรับ เวียร์ ศุกลวัฒน์ & เบลล่า ราณี ที่มีข่าวด้วยกันไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่ทั้งคู่ก็ยังคงปากแข็งยืนยันความสัมพันธ์ว่าเป็นแค่พี่น้องกันเท่านั้น ตามแบบฉบับพจนานุกรมของซุป’ตาร์ไทย แม้ว่าช่วงหลังๆ ทั้งคู่จะไปมีข่าวกับคนอื่นชวนให้สงสัย ว่าคนไหนคือตัวจริงหรือว่าตัวหลอก โดยเฉพาะหนุ่มเวียร์ที่ยังแอบไปจิ๊จ๊ะกับอดีตกิ๊กเก่าอย่าง กีฟ อรลีฬห์ จนโดนปาปารัซซี่แชะภาพทั้งคู่ขณะกำลังซับเหงื่อให้กัน แม้แต่ตัวสาวเบลล่าเอง ก็ยังมีภาพแนบชิดสนิทสนมกับพระเอกหนุ่ม เจมส์ จิรายุ ออกมาอย่างถี่ยิบ จนกลายเป็นคู่จิ้นพระนางที่แฟนคลับเชียร์อยากให้ทั้งคู่เป็นแฟนกันนอกจอจริงๆ แต่งานนี้ดูท่าทางแฟนคลับคงจะต้องอารมณ์เสีย เพราะตัวจริงของกันและกันเขาก็แอบย่องมาเจอกันอยู่ดี ล่าสุดปาปารัซซี่ตาไวของเราก็สอยหลักฐานเด็ดๆ มัดตัวทั้งระหว่าง เวียร์-เบลล่า ในขณะที่ทั้งคู่กำลังนั่งสวีทกินดื่มอยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านเลียบทางด่วน ซึ่งดูจากสภาพหน้าตาของหนุ่มเวียร์แล้วคาดการณ์ว่าน่าจะดื่มไปแล้วหลายแก้ว แต่แหม...จะไม่ให้ดื่มหลายแก้วได้อย่างไร ก็ในเมื่อสาวเบลล่าเธอเล่นเป็นคนรินให้เองกับมือ งานนี้สาวเบลล่าไม่มีการห้ามปรามแต่ประการใด มีแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียร์ดริ๊งก์ให้พี่เวียร์เต็มที่กับการดื่ม & ดูดตามสไตล์ มีหวานใจดี๊...ดี เข้าใจหัวอกลูกผู้ชายอย่างเวียร์แบบนี้ ถึงว่าสิทำไมหนุ่มเวียร์ถึงเลือกที่จะคบหากับสาวเบลล่า ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้หนุ่มเวียร์มีสาวๆ เป็นร้อยวิ่งเข้าหาอยากจะนั่งซ้อนทั้งท้ายรถ & ท้ายคน อิอิอิ!!! ก็ไม่รู้คืนนั้นหนุ่มเวียร์จะเมาหนักขนาดไหน แต่เชื่อว่าคงไม่ได้ขับรถกลับบ้านเองแน่นอน สงสัยสารถีที่ไปส่งถึงบ้านก็คงหนีไม้พ้นหวานใจอย่างสาวเบลล่าแหงๆ เบลล่า-เวียร์ เบลล่า-เวียร์ เบลล่า-เวียร์

ภาพสุดซึ้ง! บัณฑิตสาวถือภาพพ่อแม่ผู้ล่วงลับ ในวันแห่งความสำเร็จ
ถือภาพพ่อแม่ /  ถ่ายชุดครุย / 

ภาพสุดซึ้ง! บัณฑิตสาวถือภาพพ่อแม่ผู้ล่วงลับ ในวันแห่งความสำเร็จ วันนี้(18 พ.ย.) บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพของบัณฑิตสาวป้ายแดงจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ซึ่งถือภาพของพ่อแม่ที่ล่วงลับไปแล้วร่วมถ่ายกับชุดครุยปริญญา โดยบัณฑิตสาวที่อยู่ในภาพคือ น.ส.พรพัสนันท์ ชัยสิทธิ์ปรุ หรือเกมส์ บัณฑิตสาขาวิชาวิศวกรรมอากาศยาน ซึ่งในภาพของแม่ระบุวันเสียชีวิต 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ก่อนหน้าวันรับปริญญาไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น โดยภาพดังกล่าวสร้างความซาบซึ้งให้กับคนบนโลกสังคมออนไลน์เป็นอย่างมาก โดยหลายคนได้เข้าไปให้กำลังใจบัณฑิตสาวและเชื่อว่าพ่อแม่ของน้องเกมส์ อาจจะรับรู้ได้และคงภาคภูมิใจกับวันแห่งความสำเร็จนี้ "...ความคาดหวังของพ่อแม่ คือ ความสำเร็จของลูก หลับให้สบายนะจ้ะ "ไม่มีคำว่าสายเกินไป ในพจนานุกรมของคนที่มีความพยายาม" รักและคิดถึงตลอดไป ความตั้งใจแรกเมื่อครั้งเป็นลูกเครื่องกลบูมให้พี่บัณฑิต วันไหนเกมส์เป็นบัณฑิตเกมส์จะพาพ่อกับแม่เข้าวงบูมและกราบ3ครั้ง วันนี้เกมส์ทำตามสัญญาแล้วนะ..." พรพัสนันท์ ชัยสิทธิ์ปรุ ขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก Pornpassanan Chaiyasitpru MThai News ข่าวที่เกี่ยวข้อง สำรวจ ค่าใช่จ่ายงานรับปริญญา เสียตังค์กันไปเท่าไร ? 5 ทรงผมรับปริญญา สวย เฉิดฉาย มั่นใจสุดๆ มาดูดารารับปริญญากัน (แอบดูทรงผมไปด้วย)

แฟชั่นชุดว่ายน้ำ ปู ไปรยา ซีซั่นใหม่ กับ รูปร่างใหม่
ชุดว่ายน้ำ /  ชุดว่ายน้ำ ปู ไปรยา / 

แฟชั่นชุดว่ายน้ำ ปู ไปรยา ซีซั่นใหม่ กับ รูปร่างใหม่ ภาพแฟชั่น จาก นิตยสาร VOGUE THAILAND Beach Chic on holiday with Praya Lundberg หากพจนานุกรมของ ปู ไปรยา ลุนด์เบิร์กไม่มีคำว่าพยายามและวินัย แผนลาออกจากวงการบันเทิงของเธอคงสำเร็จไปแล้ว และอาจไม่มีครั้งนี้ที่เธอกลับมาในมาดใหม่ ความมั่นใจอัดแน่นเต็มทุกกล้ามเนื้อ ติดตามบทสัมภาษณ์และภาพแฟชั่นเซตสุดฮ็อตของเธอได้ในนิตยสารโว้กฉบับเดือนเมษายน 2558 PHOTOGRAPHS BY TADA VARICH http://www.vogue.co.th/fashion

10 เรื่องต้องรู้ก่อนสอบ Gat Pat
10 อันดับ /  gat/pat 57 / 

ข้อปฏิบัติสำหรับผู้เข้าสอบในการทดสอบวิชาความถนัดทั่วไป (GAT) และวิชาความถนัดทางวิชาการและวิชาชีพ (PAT) โดยทางสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทศ. ได้ออกประกาศผ่านเว็บไซต์ เพื่อย้ำข้อปฏิบัติสำหรับเพื่อนๆ ที่จะเข้าสอบ ดังนี้ 10 เรื่องต้องรู้ก่อนสอบ Gat Pat 10 เรื่องต้องรู้ก่อนสอบ Gat Pat 1. ในการสอบทุกครั้งผู้เข้าสอบจะต้องนำบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวนักเรียนที่มีรูปถ่าย หรือบัตรที่ออกโดยทางราชการที่มีรูปถ่าย แสดงต่อกรรมการคุมสอบก่อนเข้าห้องสอบและวางไว้บนโต๊ะที่นั่งสอบ (อย่าลืมตรวจดูบัตรประชาชนด้วยว่า ข้อความและรูป ยังชัดเจนอยู่หรือเปล่าถ้าของใครเลือนลาง มองหน้าไม่ชัดนั่นแปลว่าบัตรประชาชนของเราอาจชำรุด รีบไปทำใหม่ด่วน! เพราะกรรมการผู้คุมสอบอาจตัดสิทธิ์การเข้าสอบ ปรับตก หรือทุจริต เนื่องจากขาดหลักฐานสำคัญที่บ่งบอกถึงตัวตน!) 2. ห้ามขีดเขียนข้อความ หรือทำเครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ อย่างใดอย่างหนึ่ง ไว้ในบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวนักเรียนที่มีรูปถ่าย หรือบัตรที่ออกโดยทางราชการที่มีรูปถ่าย หรือตัวผู้เข้าสอบ หรือสิ่งอื่นใดที่ผู้เข้าสอบนำติดตัวเข้ามาสอบ มิฉะนั้นจะถือว่าเป็นการทุจริตในการสอบ 3. ไม่อนุญาตให้ผู้เข้าสอบเข้าห้องสอบหลังจากเวลากำหนดเริ่มสอบผ่านไปแล้วสามสิบนาที และไม่อนุญาตให้ผู้เข้าสอบทุกคนออกจากห้องสอบจนกว่าจะหมดเวลาสอบ หากมีเหตุจำเป็นระหว่างการสอบให้ผู้เข้าสอบแจ้งให้กรรมการคุมสอบทราบ และให้กรรมการคุมสอบพิจารณาดำเนินการตามเหตุจำเป็นเป็นรายกรณี 4. อนุญาตให้นำเฉพาะปากกา ดินสอดำสองบีขึ้นไป กบเหลาดินสอ และยางลบเข้าห้องสอบได้เท่านั้น โดยห้ามนำกล่องใส่อุปกรณ์เข้าห้องสอบ ห้ามนำกระดาษใดๆ วิทยุติดตามตัว โทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์ติดต่อสื่อสารใดๆ พจนานุกรมอิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์ช่วยคิดคำนวณ นาฬิกาที่ใช้คำนวณได้ ถ่ายรูปได้ กล้องถ่ายรูปและไม้บรรทัดที่มีสูตรต่างๆ เข้าห้องสอบโดยเด็ดขาด ถ้าฝ่าฝืนถือว่ามีเจตนาทุจริตในการสอบ และหากเกิดการสูญหายจะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น (ข้อนี้สำคัญมากๆ เพราะมีเพื่อนๆ หลายคนถูกปรับตก และทุจริตเพราะเครื่องมือสื่อสารมาแล้ว!!!) 5. ห้ามเปิดหรือทำข้อสอบก่อนได้รับอนุญาตโดยเด็ดขาด เมื่อกรรมการคุมสอบประกาศอนุญาตจึงเปิดข้อสอบได้ และให้ผู้เข้าสอบทุกคนอ่านคำอธิบายหน้าปกแบบทดสอบอย่างละเอียดและรอบคอบ และต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแบบทดสอบแต่ละวิชาอย่างเคร่งครัด 6. การระบายวงกลมตัวเลือกในกระดาษคำตอบ ต้องปฏิบัติดังนี้ - การระบายวงกลมตัวเลือกในกระดาษคำตอบ จะต้องระบายให้ดำเข้มเต็มวงกลมจะระบายไม่เต็มวงกลมหรือใช้เครื่องหมายอื่นไม่ได้ และจะต้องใช้ดินสอดำที่มีความเข้มสองบีขึ้นไปเท่านั้นจะใช้ดินสอที่จางกว่ากำหนดหรือใช้ดินสอสีอื่น หรือปากกาไม่ได้ - กระดาษคำตอบจะต้องสะอาดปราศจากรอยขีดเขียนหรือเครื่องหมายใด เครื่องตรวจกระดาษคำตอบจะตรวจตามข้อมูลที่ผู้เข้าสอบระบายเท่านั้น สทศ. จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้นกับผลการตรวจกระดาษคำตอบของเครื่องตรวจกระดาษคำตอบ หากผู้เข้าสอบไม่ปฏิบัติตามแนวปฏิบัติในข้อนี้ 7. ห้ามกระทำการใดๆ อันเป็นการทุจริตในการสอบ ถ้ามีการทุจริต หรือมีเหตุสงสัยว่าทุจริตไม่ว่ากรณีใดๆ กรรมการคุมสอบจะบันทึกไว้ที่กระดาษคำตอบ โดยที่ผู้เข้าสอบอาจจะไม่รับทราบก็ได้และจะไม่พิจารณาตรวจกระดาษคำตอบในรายวิชานั้นๆ หรือทุกรายวิชา 8. ขณะหมดเวลาสอบ ห้ามผู้เข้าสอบออกจากห้องสอบจนกว่ากรรมการคุมสอบจะได้เก็บกระดาษคำตอบของผู้เข้าสอบนั้นไปจากโต๊ะที่นั่งสอบแล้ว และเมื่ออนุญาตให้ผู้เข้าสอบออกจากห้องสอบผู้เข้าสอบจึงจะออกจากห้องสอบได้ และห้ามนำแบบทดสอบออกจากห้องสอบโดยเด็ดขาด 9. ผู้เข้าสอบต้องแต่งกายด้วยเครื่องแบบนักเรียน เครื่องแบบนักศึกษา หรือแต่งกายสุภาพ 10. การฝ่าฝืนข้อปฏิบัติของประกาศนี้ สทศ.อาจจะไม่พิจารณาตรวจกระดาษคำตอบในรายวิชานั้นๆ หรือทุกรายวิชาก็ได้ ขอบคุณ blog.eduzones.com