พจนานุกรม

ชูวิทย์ซัด! เมื่อโบนันซ่าผิด คีรีมายาจะถูกได้อย่างไร?
คีรีมายา /  บุกรุกที่ดิน / 

ชูวิทย์ซัด กฎหมายฉบับเดียวกัน โบนันซ่าผิด คีรีมายา เอาที่ดินของเกษตรกรผู้ยากไร้ ไปทำสนามกอล์ฟ รีสอร์ท จะถูกได้อย่างไร? วันนี้ (17เม.ย.) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ได้โพสต์ผ่านเพจเฟซบุ๊ค ชูวิทย์ I′m No.5 ได้มีการโพสต์ถึงกรณีการถือครองเอกสารสิทธิ์ที่ดินของบุคคลบางกลุ่ม ที่อาจเข้าข่ายบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ระบุว่า การตรวจสอบสมบัติของชาติ ผืนป่า ทรัพยากร มีความซับซ้อนอยู่ที่ คุณสมบัติและวัตถุประสงค์ เพราะคำว่า "เกษตรกร" กับ "นายทุน" เปิดพจนานุกรมเล่มไหนก็มีความหมายแตกต่างกันลิบลับ ส่วนวัตถุประสงค์ของที่ดิน กฎหมายยังกำหนดให้เกษตรกรยากจนทำกิน ไม่ได้ให้นายทุนเอาไปทำธุรกิจต่อความรวย แล้วทำตัวกร่างท้าทาย เมื่อ "โบนันซ่า" เอาผืนป่าไปทำสนามแข่งรถแล้วถูกดำเนินคดี แล้ว "คีรีมายา" เอาที่ดินของเกษตรกรผู้ยากไร้ ไปทำสนามกอล์ฟ รีสอร์ท จะถูกได้อย่างไร? กฎหมายก็ฉบับเดียวกัน ใช้กับคนไทยทุกผู้ทุกคน ไม่ว่าสีไหน รวยหรือจน ถึงจะเกลียดผม อยากสาปแช่งให้ตายโหง แต่เมื่อผมพูดเป็นประโยชน์ ก็อย่าดัดจริตแบ่งเขาแบ่งเรานักเลย MThai News

'เทพีเสรีป้า' สัญลักษณ์ใหม่ ตัวแทนคนไทยอยากไปเลือกตั้ง
กปปส. /  ขัดขวางการเลือกตั้ง / 

จากกรณีที่น.ส.พิจาริณี รัตนจำนอง เดินฝ่ากลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. ที่ขวางการเลือกตั้งล่วงหน้า เมื่อวันที่ 26 มกราคม ที่ผ่านมาที่หน่วยเลือกตั้งโรงเรียนเซนต์จอห์นโปลีเทคนิค เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 26 มกราคม ที่ผ่านมา โดยคุณป้าได้ส่องไฟฉายขึ้นฟ้าพร้อมทั้งค่อยเดินฝ่าไป  ส่งผลให้ชาวสังคมออนไลน์ทำภาพล้อเลียนกรณีดังกล่าว เรียกว่าเทพีเสรีป้า จนกลายเป็นกระแสตัดต่อล้อเลียนบนเฟซบุ๊คและสังคมออนไลน์ และได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของตัวแทนคนไทยที่ต้องการไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง แฟนเพจ พจนานุกรมศัพท์การเมืองไทยร่วมสมัย ได้นิยามคำว่า เทพีเสรีป้า ไว้ว่า เทพีเสรีป้า (น.) ความหมาย: สตรีวัยกลางคนนางหนึ่ง ซึ่งหาญกล้าฝ่าวงล้อมของกลุ่มผู้ต่อต้านประชาธิปไตย และกลายเป็นสัญลักษณ์ในการรักษาและปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์, สิทธิ, และเสรีภาพของตนตามระบอบประชาธิปไตยโดยสันติวิธี ในชั่วข้ามคืน. MThai News

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก : 6 นาที 2 เม็ด! เรือใบ ปล่อยสึนามิซัด สิงห์ผยอง ท้ายเกมแบบสุดช้ำ 2-0
คีแรน ริชาร์ดสัน /  ชาร์ลส เอ็นซ็อกเบีย / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 4 ตุลาคม 2557 แอสตัน วิลล่า 0-2 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รายชื่อคนทำประตู : 0-1 ยาย่า ตูเร่ น.82, 0-2 เซร์คิโอ อเกวโร่ น.88 เวลา : 23.30 น. สนาม : วิลล่า ปาร์ค ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 5 ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก นัดสุดท้ายของค่ำคืนวันเสาร์ แอสตัน วิลล่า เปิดรัง วิลล่า ปาร์ค รับการมาเยือนของแชมป์เก่าอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ น่าสนใจว่าเจ้าบ้านจะรับเมือยังไงหลังจากพวกเขาฟาดแข้งกับ บิ๊กทีม มาตลอด 3 เกมในลีก ไม่ว่าจะเป็น ลิเวอร์พูล, อาร์เซน่อล, เชลซี และวันนี้จะเจอกับ แมนฯ ซิตี้ ต้องมาดูว่างานนี้ ลูกทีมของ พอล แลมเบิร์ต(แอสตัน วิลล่า) และมานูเอล เปเยกรินี่(แมนฯ ซิตี้) จะทำได้ดีแค่ไหน เริ่มเกมได้ 5 นาที บอลยังอยู่บริเวณกลางสนามซะส่วนใหญ่ แต่เป็นทางฝั่งทีมเยือนที่ดูจะมีลูกล่อลกชนมากกว่า นาที 11 เรือใบสีฟ้า เกือบขึ้นนำจากลูกยิงของ กุน อเกวโล่ ได้ยิงแต่ไปติดบล็อค บอลหลุดมาถึง อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ ได้หวดด้วยซ้ายเต็มแข้งบอลพุ่งชนเสาออกหลังไปแบบหวุดหวิด ผ่านมาถึง นาที 17 แมนฯ ซิตี้ เอาบอลมาครองได้เกือบทั้งหมดและค่อยๆต่อเกมกันขึ้นไป โดย "สิงห์ผยอง" ลงไปรับกันลึกและรอสวนกลับจากบรรดาแนวรุกคความเร็วสูง นาที 22 เจ้าบ้านเกือบขึ้นนำ! ชาร์ลส เอ็นซ็อกเบีย ได้ลุยสวนขึ้นมาก่อนจะเปิดตัดไปให้ อันเดรียส ไวมันน์ โฉบเข้ามาจับบอลในกรอบเขตโทษ แต่สุดท้ายบอลแรงจนหลุดไปถึงมือ โจ ฮาร์ท อย่างน่าเสียดาย นาที 28 "เรือใบสีฟ้า" โหมบุกใส่ทางเจ้าบ้านจนแทบไม่ได้หายใจ จังหวะนี้เป็นทาง โคลารอฟ บรรจงเปิดเข้ากรอบเขตโทษให้ อเกวโร่ สบัดหัวโขกไปทางเสาสอง แบร็ด กูซาน หมดสิทธิเซฟไปแล้ว แต่บอลดันหลุดออกหลังไป นาที 34 แมนฯ ซิตี้ พลาดโอกาสขึ้นนำแบบเหลือเชื่อ หลังจากที่ ซาบาเลต้า ลุยขึ้นมาทางขวาก่อนตัดเข้ากลางให้ เซโก้ อย่างสวย แต่จังหวะจบดันยิงสอยนกตายห้าตัว นาที 41 แมนฯ ซิตี้ ไม่ได้ประตูขึ้นนำอีกแล้ว และเป็นทาง เอดิน เซโก้ คนเดิมที่ล็อกซ้าย,ขวาจนช้า สุดท้ายจะยิงก็โดนบล็อคผู้เล่น วิลล่า ตามมาสกัดไว้ได้ทัน นาที 45 "เรือใบสีฟ้า" บุกขึ้นมาอีกชุด ครั้งนี้เป็น เจมส์ มิลเนอร์ ได้กดด้วยซ้าย บอลแฉลบแนวรับ "สิงห์ผยอง" ชนหน้าต่างออกไป ผู้ตัดสินเวลาบาดเจ็บ 1 นาที ทีมเยือนระดมยิงเจ้าบ้านอย่างต่อเนื่องแต่สุดท้ายทำอะไรกันไม่ได้ จบครึ่งแรก แอสตัน วิลล่า อาศัยความเหนีวยันเจ๊า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้สำเร็จ 0-0 เริ่มครึ่งหลังมาไม่ทันไรเผ็ดร้อนทันที เป็นจังหวะของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลุดเดี่ยวแต่ดันซัดไปชนเสา หลังจากนั้น "สิงห์ผยอง" รีบโต้กลับเร็ว บอลหลุดไปถึง คีแรน ริชาร์ดสัน เข้าไปในกรอบเขตโทษ แต่จังหวะง้างเท้า ปาโบล ซาบาเลต้า สอดตัวเข้ามาบล็อคช่วยทีมเอาไว้ได้ นาที 51 แมนฯ ซิตี้ เริ่มตั้งตัวได้ คราวนี้ โคลารอฟ ดันขึ้นสูง ก่อนจะเปิดยัดเข้ามาในกรอบเขตโทษ บอลเกือบหลุดเข้าเสาสอง แต่โชคไม่ดีที่น้ำหนักขาดไปนิด สุดท้ายก็หลุดออกหลังไป นาที 56 ทางฝั่งทีมเยือนจำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเป็นคนแรก หลังจาก แฟร์นานดินโญ่ ได้รับบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว และส่ง แฟร้งค์ แลมพาร์ด ลงมาแทน นาที 61 แอสตัน วิลล่า เปลี่ยนตัวโดยการถอด อันเดรียส ไวมันน์ ออกไปพักและส่ง คริสเตียน เบนเตเก้ ที่เพิ่งกลับมาหลังหายหน้าไปกับอาการบาดเจ็บร่วมครึ่งปี ลงสนามในแมตช์นี้เป็นครั้งแรก ผ่านไปถึงนาที 70 แมนฯ ซิตี้ โอกาสลุ้นประตูแบบสมควรจะได้หลายครั้ง แต่จังหวะจบยังไร้คำว่าเฉียบขาดในพจนานุกรม GOAL!นาที 82 ยาย่า ตูเร่ ครองบอลหน้ากรอบเขตโทษก่อนตัดสินใจแปรยัดบอลมุดก้นตาข่ายอย่างสวยงาม ช่วยให้ "เรือใบสีฟ้า" ปลดล็อคขึ้นนำ "สิงห์ผยอง" ไปแล้ว 1-0 นาที 84 ดาบิด ซิลบา ถูกเปลี่ยนตัวออก และส่ง เฆซุส นาบาส ลงมาแทน GOAL! นาที 88 หลังจากที่ขึ้นนำ เรือใบสีฟ้า ยังไม่เพลาเกมบุก ไล่นวด วิลล่า ไปเรื่อนจนถึงจังหวะ เซร์คิโอ อเกวโร่ คลึงบอลนิดๆ ก่อนจะซัดเต็มข้อเข้ามุมไปอย่างเวิล์ดคลาส ช่วยให้ทีมตอกฝาโรงเจ้าบ้านเป็น 2-0 นาที 90 ทดเจ็บ 4 นาที เวลาที่ทำอะไรกันไม่ได้ สุดท้ายแชมป์เก่า เชือดท้ายเกมเจ้าบ้าน วิลล่า ไป 2-0 เก็บ 3 แต้มได้ตามเป้า รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม แอสตัน วิลล่า : แบร็ด กูซาน, อลัน ฮัตตัน, นาธาน เบเกอร์, ฟิลิปป์ เซนเดอรอส, อาลี ซิสโซโก้, แอชลี่ย์ เวสต์วู้ด, ฟาเบียง เดล์ฟ, ทอม เคลเวอร์ลี่ย์, คีแรน ริชาร์ดสัน, ชาร์ลส เอ็นซ็อกเบีย, อันเดรียส ไวมันน์ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท, ปาโบล ซาบาเลต้า, แวงซ็อง ก็องปานี, อีเลียกิม ม็องกาล่า, อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ, เจมส์ มิลเนอร์, แฟร์นานดินโญ่, ยาย่า ตูเร่, ดาบิด ซิลบา, เอดิน เซโก้, เซร์คิโอ อเกวโร่

น่ารู้ !! พจนานุกรมคำใหม่ ศัพท์วัยรุ่นมาเต็มทั้ง วีนแตก,จุ๊บุ,เผือกร้อน
พจนานุกรม /  ศัพท์วัยรุ่น / 

ผุดคำศัพท์ฮิตติดปากในพจนานุกรมฉบับใหม่ วันนี้ (17 มิ.ย.) นายธีรัตถ์ รัตนเสวี อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้โพสต์รูปภาพลงในสื่อสังคมออนไลน์ เฟซบุ๊คส่วนตัว ชื่อ'Teerat Ratanasevi' แสดงให้เห็น คำใหม่ในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ฉบับการรวบรวมเอาคำศัพท์ที่บัญญัติขึ้นใหม่ หลายหลายคำ รวบรวมไว้ โดยมีคำศัพท์เกิดขึ้นใหม่ พร้อมความหมาย และตัวอย่างประโยคที่น่าสนใจที่เป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นของประเทศไทย และพูดกันจนติดปาก ทว่า พจนานุกรมคำใหม่ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ดังกล่าว ผลิตโดยสำนักพิมพ์ 'นานมีบุ๊คส์' ซึ่งคำศัพท์ที่บัญญัติขึ้นใหม่เหล่านี้ ถูกจัดเรียงตามตัวอักษร ก-ฮ เหมือนกับพจนานุกรมทั่วไป กระนั้น คำที่ถูกกำหนดขึ้นใหม่อาทิ เผือกร้อน,กรีดนิ้ว, กะเปิ๊บ, เกรียน, ขอบาย, ง้องแง้ง, ต่อมเอ๊ะ, ติ๊สต์, ทวีน, เบลอร์, ไปไม่เป็น,ไม่อยากจะเซดเลย, เสร่อ,คอนเวิร์ส และอินดี เป็นต้น MThai News ที่มา ทวิตเตอร์ @pui_tuangporn , เฟซบุ๊ค Teerat

8 กฎเหล็ก ของนักรบหน่วยที่ 7 แห่ง Last  Knights ล่าล้างทรชน
Last Knights /  กฎเหล็กของนักรบ / 

Last  Knights ล่าล้างทรชน เรื่องราวของนักรบหน่วยที่ 7 นำโดย เรเดน (ไคล์ฟ โอเว่น) อัศวินผู้นำที่ยังคงยึดถือกับความจงรักภักดีและความซื่อสัตย์ โดยเขาและพวกพ้องจะต้องมีกฎเพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณ และถือว่าเป็นกฎเหล็กของนักรบ และนี่คือกฎเหล็ก 8 ข้อ ที่เมื่ออ่านจบ คุณจะรู้เลยว่า คุณคู่ควรที่จะเป็นนักรบหน่วยที่ 7 ของ Last Knights ล่าล้างทรชน หรือไม่ กฎข้อที่ 1  ‘จงสละตนเอง เพื่อเคารพและเชื่อฟังต่อผู้บังคับบัญชาเพียงผู้เดียว’ เมื่อผู้บังคับบัญชาใหญ่ที่สุดในหน่วยรบ พวกเขาจะต้องเชื่อฟังและเคารพการตัดสินใจของผู้บังคับบัญชาไม่ว่าจะกรณีใดๆทั้งสิ้น และจะต้องสละชีวิตตนเองได้เพื่อหัวหน้า เพื่อจะได้แสดงถึงความจงรักภัคดีและความซื่อสัตย์ กฎข้อที่ 2 ‘จงอย่ากลัว ความตาย แต่จงยอมรับมัน’ คำว่า ‘กลัวตาย’ ต้องไม่มีในพจนานุกรมของนักรบหน่วยที่ 7  พวกเขาจะต้องพร้อมรับมือ พร้อมสู้ ถึงจะไม่รู้ว่าผลจะเป็นอย่างไร แต่พวกเขาจะต้องสละชีวิต เนื้อแลกเนื้อ เลือดแลกเลือด แม้จะอยู่บนเส้นด้ายหรือจนมุมแค่ไหน พวกเขาจะต้องสู้จนสุดลมหายใจที่มีอยู่ กฎข้อที่ 3 ‘จงปกป้องเพื่อนพ้อง ทั้งในและนอกสนามรบ’ เพราะพวกพ้องและความสามัคคีที่ทำให้พวกเขามีชีวิตรอดอยู่ถึงทุกวันนี้ กฎเหล็กอีกข้อที่พวกเขาต้องยึดมั่น ไม่ใช่เพียงต้องซื่อสัตย์ต่อหัวหน้าหรือผู้มีพระคุณอย่างเดียว พวกพ้องพวกเขาก็ต้องมีความซื่อสัตย์ด้วย คอยช่วยเหลือและปกป้องซึ่งกันและกัน กฎข้อที่ 4 ‘จงรักษาเกียรติยิ่งกว่าชีวิตของตน’ ความมีศักดิ์ศรีเป็นอีกสิ่งที่พวกเขายึดมั่น ถึงแม้จะต้องแลกมาด้วยชีวิตเพื่อเขาก็ยอม ยอมที่จะไม่ต้องก้มหัวให้ใครง่ายๆ ยอมเพื่อศักดิ์ศรีของตนเอง เพื่อพวกพ้อง หรือเพื่อเกียรติของเหล่าทหาร กฎข้อที่ 5 ‘จงเสียสละประโยชน์ส่วนตน และอุทิศตนเองให้ส่วนรวม’ หากเพื่อจะให้ส่วนรวมมีชีวิตรอดต่อไป หรือเพื่อผลประโยชน์ของส่วนรวม พวกเขาจะยอมเสียสละชีวิตตนเองทันที เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดี การรักษาพวกพ้อง กฎข้อที่ 6 ‘หากเจ้าให้คำสัญญากับผู้ใดไว้ จงรักษาสัญญานั้น’ คำมั่นสัญญา คือ กฎเหล็กอีกข้อของเหล่าหน่วยรบที่ 7 หากพวกเขาให้คำมั่นสัญญากับใครไว้ พวกเขาจะไม่มีวันลืมและรักษาคำพูดเด็ดขาด กฎข้อที่ 7 ‘จงปกป้องประชาชน และไม่รังแกผู้ที่ด้อยกว่าตน เมื่อพวกเขาคือหน่วยรบที่ 7 การปกป้องประชาชนถือว่าเป็นอีกหน้าที่หนึ่งที่พวกเขาต้องปฏิบัติ และพวกเขาจะต้องไม่รังแกคนที่ด้อยกว่าตน และจะต้องคอยช่วยเหลือคนที่เดือดร้อน กฎข้อที่ 8 ‘จงรักษาความสามัคคีในหมู่เพื่อนพ้อง’ ความสามัคคี คือ ความอยู่รอดของพวกเขา ความพร้อมเพรียงกัน  ความกลมเกลียวกัน ความปรองดองกัน พวกเขาจะต้องต่อสู้ไปพร้อมๆกัน เพื่อที่จะแก้แค้นให้อาจารย์อันเป็นที่รัก เรื่องราวของนักรบหน่วยที่ 7 นำโดย ลอร์ด บาร์ทอค (มอร์แกน ฟรีแมน) และ เรเดน (ไคล์ฟ โอเว่น) พวกเขาถูกทรยศและถูกทำให้เสียเกียรติ โดยผู้ครองเมืองที่ไม่เป็นธรรมอย่าง เกซซ่า มอท (อัคเซล เฮนนี่) เรเดนและหน่วยรบของเขาจึงต้องหลบหนีออกจากเมือง และวางแผนเพื่อที่จะกลับมาทวงคืนศักดิ์ศรีและชำระแค้นด้วยการถล่มปราสาท ที่มั่นสุดท้ายของเกซซ่า มอท Last  Knights ล่าล้างทรชน  30 กรกฎาคมนี้ในโรงภาพยนตร์

เทคนิคเรียนภาษาที่ 3 ด้วยตัวเอง
นิค นิคโค้ โวกูก้า /  เทคนิคการเรียน / 

เรียนเอง เก่งเองเทคนิคเรียนภาษาที่ 3 ด้วยตัวเองในแบบเด็กลูกครึ่ง ของ 2 หนุ่ม แอนดรูว์ นักร้องวง Evo nine และ นิค นิคโค้ พิธีกรรายการสตรอเบอร์รีครับเค้ก ทั้งคู่มีวิธีการที่น่าสนใจมากๆ เลยอยากนำมาเสนอให้น้องๆ ที่สนใจฝึกภาษาด้วยตัวเอง ได้ลองเป็นอีกหนึ่งแนวทางกันค่ะ งั้นวันนี้เราไปติดตามเทคนิคพวกเขากันเลย... เทคนิคเรียนภาษาที่ 3 ด้วยตัวเอง ศรันยู ศรุติสุต ชื่อเล่น แอนดรูว์ อายุ 22 ปี นักร้องวง Evo nine แอนดรูว์เด็กไทยสัญชาติอเมริกัน พ่อ-แม่เปิดธุกิจและอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา เขาเกิดและโตที่แอลเอ จนถึงอายุ 18 ปี จึงตัดสินใจย้ายจากโรงเรียน Stamforcl Uni nter เกรด 11 มาเรียนต่อโรงเรียนนานาชาติที่เมืองไทย เพื่อเป็นเด็กเทรนด์ โดยสำหรับแอนดรูว์แล้ว การพูดภาษาไทยให้ชัดเป็นสิ่งที่เขาพยายามมากที่สุด ถ้าอย่างนั้นเรามาฟังกันว่าเด็กไทยที่ไม่เคยอยู่เมืองไทยเลย แต่อยากพูดสำเนียงใช้ชัด เค้ามีเทคนิคการใช้ภาษาไทยอย่างไร ช่วงแรกผมเครียดมาก เพราะต้องสื่อสารเป็นภาษาไทยกับคนไทยให้เข้าใจ เชื่อไหมว่าตอนนั้นผมไม่มีเพื่อนเลย จนค่อยๆ ปรับตัวได้ หลังจากนั้นเวลาคนไทยพูดภาษาอังกฤษกับผม ผมจะพยายามพูดกลับเป็นภาษาไทยอย่างเดียว ไม่อยากให้คนคิดว่าเป็นเด็กนอก พูดไทยคำอังกฤษคำ ซึ่งสำหรับคนไทยที่อยากเก่งภาษาอังกฤษ อย่างแรกที่ผมอยากแนะนำคือห้ามอาย คนไทยที่ผมสังเกตหลายคนเขาสามารถพูดได้ แต่อายที่จะพูด กลัวว่าพูดผิด พูดแล้วดูตลก ผมแนะนำว่าอย่าอาย ยิ่งถ้ามีเพื่อนอินเตอร์พูดกับเขาเยอะๆ ฝึกพูดเองง่ายกว่าที่จะต้องไปเรียน แล้วภาษาอังกฤษก็ง่ายกว่าภาษาไทยเยอะครับ นิค นิคโค้ โวกูก้า อายุ 19 ปี ลูกครึ่งไทย-เยอรมัน พิธีกรรายการสตรอเบอร์รีครับเค้ก นิคเกิดที่สเปน เรียนอนุบาลที่สเปนก่อนจะย้ายไปอยู่ออสเตรียและใช้ภาษาเยอรมันเป็นหลัก จนเมื่อ 4 ปีก่อนนิคและคุณแม่มาเที่ยวเมืองไทย แล้วตัดสินใจอยู่ที่จังหวัดโคราช ฝรั่งสำเนียงโคราชมีขั้นตอนการฝึกภาษาไทยยังไงจากที่พูดไทยไม่ได้เลย จนกลายมาเป็นพิธีกรรายการวัยรุ่น จนถึงทุกวันนี้ได้ ?ผมมาอยู่อำเภอประทายที่โคราช เป็นเด็กฝรั่งบ้านนอก นี่ก็ติดสำเนียงโคราชมาด้วยครับ ผมเริ่มฝึกภาษาไทยเอง ฟังเอง คุณแม่ไม่ได้สอน คุณแม่พูดชัดเลยเอามาใช้ ตอนย้ายมาพูดภาษาไทยไม่ได้เลย ก็เลยต้องเริ่มหัดพูดเองจากคำง่ายๆ อย่างคำว่า ไปไหน? ไปทำอะไร? มีคำพื้นเป็นคำว่า ?ไป? ถ้าจำไม่ได้ก็จดแล้วก็ฟังคนอื่นเขาพูดเยอะๆ พอเขาพูด เฮ้ย...ไปไหน? เราก็เข้าใจคำว่า เฮ้ย เพิ่มล่ะ แต่พวกคำว่า แก ฉัน จะไม่ใช้ จะใช้คำว่า ผม กับ คุณ อย่างเดียว เพราะคนไทยมีสรรพนามเยอะ ฝึกพูดกับเพื่อนเยอะๆ ก็จะพูดได้ เทคนิคการเรียนต่างประเทศ อย่างเช่น ภาษาอังกฤษเองง่ายๆ 1. การฟัง การฟังเป็นการเรียนรู้ที่สามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะแค่ 1 นาที 5 นาที หรือเป็นชั่วโมง การฝึกที่ดีที่สุดคือ การฟังข่าวภาษาอังกฤษ ช่องทางการฟังมีหลากหลายมาก เช่น ดูข่าวผ่านทีวี CNN, BBC หรือช่องอื่นๆ หรือ ฟังข่าวออนไลน์ผ่านมือถือ ซึ่งหาดาวน์โหลด Application เหล่านี้ได้ง่ายมาก ประเด็นคือฟังไม่รู้เรื่อง มันมืดไปหมด แล้วอย่างนี้จะเรียนรู้ได้อย่างไร อย่าเพิ่งถอดใจเพราะเป็นเรื่องธรรมดาหากฟังไม่เข้าใจ เพราะแม้กระทั่งคนที่ระดับภาษาอังกฤษค่อนข้างดีแล้ว บางทีเขายังฟังข่าวไม่ค่อยรู้เรื่องก็มี สิ่งที่จะแนะนำคือพยายามฟังบ่อยๆ หากมีเวลาพยายามตั้งใจฟังและพยายามจับให้ได้ว่าเขากำลังรายงานข่าวเรื่องอะไรอยู่ พยายามแยกแยะคำศัพท์แต่ละคำออกจากกันให้ได้ ถึงแม้จะไม่รู้ความหมายของคำนั้นๆ ก็ตาม เพราะถ้าเราฟังเฉยๆ ลอยๆ จะเหมือนกับเวลาฝรั่งอ่านหนังสือภาษาไทยที่ไม่รู้ว่าแต่ละคำจบตรงไหน เพราะเขียนติดกันเป็นพืดไปหมด ดังนั้นช่วงเริ่มฟังใหม่ๆ ไม่จำเป็นต้องรู้ความหมายหรือรู้เรื่องทั้งหมด แค่พยายามจับคำของนักข่าวให้ได้ก็พอ แต่ถ้าไม่ได้จริงๆ อย่าเพิ่งท้อ เพราะการฟังบ่อยก็ช่วยให้เราคุ้นชินกับสำเนียง ท่วงทำนอง ระดับสูงต่ำ ของภาษาได้ไปในตัว ฟังไปนานๆ มันจะฝังอยู่ในจิตใต้สำนึกเราเอง และไม่ช้าเราจะจับคำพูดที่เราฟัง ได้โดยที่ไม่ต้องพยายามอีกต่อไป ดังนั้นว่างๆ หากมีสมาร์ทโฟนให้เข้าไปดาวโหลด Podcast ข่าวของ CNN หรือ BBC มาไว้ในมือถือ ขึ้นบีทีเอสหรือรอรถเมย์เมื่อไหร่ก็หยิบออกมาฟังเพลินๆ หรือเข้าไปที่ Leaning English ของ Voice of America จาก http://learningenglish.voanews.com ในนี้จะรวบรวมข่าวพร้อมคลิปเสียงการบรรยายข่าวนั้นๆ โดยเขาทำไว้เพื่อให้คนฝึกฟังภาษาอังกฤษโดยเฉพาะ ดังนั้นการรายงานข่าวจึงไม่เร็วเกินไปและชัดถ้อยชัดคำมาก การฝึกฟังจากการดูหนัง หรือซีรีส์ฝรั่ง คำแนะนำคือห้ามมี Subtitle หรือถ้าต้องมีจริงๆ ต้องเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น ห้ามเป็นภาษาไทยโดยเด็ดขาด เพราะคุณจะไม่ได้อะไรเลยจากการดูหนังในครั้งนั้น การดูหนังหรือซีรีส์ภาษาอังกฤษจะดีตรงที่ภาษาจะเป็นภาษาพูดที่ใช้ในชีวิตประจำวันทั่วไป แนะนำอย่าเลือกหนังที่เป็นหนังประวัติศาสตร์ย้อนยุค เพราะเราจะไม่เข้าใจภาษา ถ้าเลือกได้แนะนำหนังการ์ตูนของ Walt Disney ดูน่ารักเพลินๆ และภาษาเข้าใจง่าย ส่วนซีรีส์ก็เลือกดูที่เราถนัด การฟังจากการฟังเพลง เชื่อว่าทุกคนฟังเพลงสากล แต่มีกี่คนที่รู้ว่าเพลงที่ฟังอยู่สื่อถึงอะไร หรือเนื้อเพลงแปลว่าอะไร หากฟังแบบนั้นจะเป็นแค่การฟังเพื่อความเพลิดเพลิน การฟังที่ได้เรียนรู้ไปด้วยแนะนำให้เปิดหาความหมายของเนื้อร้องประกอบไปด้วย อาจจะฝึกแปลเองหรือเข้าไปหาดูบทแปลจากอินเทอร์เน็ต แต่ระวังนิดนึงเพราะบางเว็บที่แปลเพลงสากลอาจแปลได้ไม่ค่อยตรงความหมายของเพลง หรือความหมายไม่ได้ตามอารมณ์ที่ควรจะเป็นของเพลงนั้นๆ ข้อดีของการฟังเพลงคือเพลงหนึ่งเพลง ปกติเราไม่ฟังแค่รอบเดียวแล้วเลิกฟัง เรามักจะฟังซ้ำๆ ทุกวัน จึงทำให้เกิดการคุ้นหูและเคยชินกับประโยคในเพลง หากเรารู้ความหมายจะเป็นการดีที่เราได้เรียนรู้ทั้งคำศัพท์และตัวอย่างการใช้ไปในตัว เวลาจำไปใช้ก็เอาไปทั้งประโยคได้เลย 2. การอ่าน อ่านน้อยได้น้อย อ่านมากได้มาก อันนี้ขึ้นอยู่กับความขยันของตัวบุคคลจริงๆ ทุกครั้งที่เราอ่านเราจะได้อะไรเสมอ สำหรับการอ่านภาษาอังกฤษไหนๆ ก็จะเริ่มอ่านแล้ว ควรอ่านให้ได้ประโยชน์มากที่สุด แนะนำให้อ่านข่าวภาษาอังกฤษ บทความ หรือนิตยสารภาษาอังกฤษ การอ่านจะต่างจากการฟังตรงที่เวลาอ่านพยายามทำความเข้าใจในสิ่งที่เรากำลังอ่าน หากเจอคำศัพท์แปลกที่เราไม่รู้ความหมายให้เปิดพจนานุกรมและเขียนกำกับไว้เลย (แนะนำให้เขียนลงในเนื้อหาที่เราอ่านเลย) หากเป็นไปได้ควรอ่านทุกวัน อย่างน้อยวันละหนึ่งหัวข้อข่าว หรือหนึ่งบทความ เจอคำที่ไม่รู้ให้เปิดพจนานุกรมและเขียนไว้ ถึงแม้จะเป็นคำเดิมที่เราเคยเจอ และเคยเปิดมาแล้ว เพราะถ้าเปิดอีกรอบนั่นหมายความว่าเรายังจำไม่ได้ หากอ่านทุกวันเราจะเห็นว่าเราจะเจอคำศัพท์เดิมๆ บ่อยครั้ง ในที่สุดเราจะจำคำนั้นๆ ได้โดยอัตโนมัติ แต่การอ่านไม่จำเป็นต้องเปิดแบบละเอียดทุกคำ เพราะมันจะทำให้เราเกิดอาการหงุดหงิด ท้อและเลิกอ่านไปในที่สุด บางทีเราสามารถเดาความหมายจากบริบทได้ อันนี้อาจต้องฝึกบ่อยๆ นะคะ การเรียนรู้ภาษาที่สามจะต้องมาควบคู่กับความขยันและอดทน หากขาดสิ่งนี้การเรียนรู้แทบจะไม่ได้ผลเลย ยังไงก็พยายามกันนะคะ โดยเฉพาะสากลอย่างภาษาอังกฤษ ไม่ใช่สิ่งที่ยากหรือน่ากลัว แต่หากเราไม่รู้แล้วเกิดจำเป็นต้องใช้ในวันข้างหน้าความน่ากลัวจะมาเยือน ที่มา นิตยสารแคนดี้, เรียบเรียงโดย http://teen.mthai.com/หากนำไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยค่ะ

Haken no Hinkaku EP1-1
Haken /  no / 

Haken no Hinkaku EP1-1 โอมาเอะ ฮารุโกะ พนักงานชั่วคราวเกรดเอ ผู้ซึ่งไม่เคยยิ้มและไม่ค่อยพูดถ้าไม่จำเป็น และเลิกงานตรงเวลาทุกครั้ง พจนานุกรมของเธอไม่มีคำว่า "เป็นไปไม่ได้" กับคำว่า "ล่วงเวลา" เธอเซ็นสัญญาทำงานในบริษัทต่างๆ มากมาย และหลังจากทำงานที่บริษัทแห่งนั้นครบ 3 เดือน เธอก็จะหายไปอย่างไรร่องรอยเสมอ ฮารุโกะได้เข้ามาทำงานในบริษัท S&F เพื่อช่วยงานแผนกใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวเป็นเวลา 3 เดือน แต่ในความแปลกประหลาดของเธอ ได้แสดงให้เห็นว่าเธอมีความปวดร้าวอยู่ข้างใน ซาโตนากะ เคนสุเกะ ผู้ซึ่งได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้เป็นหัวหน้าแผนกการตลาดที่เพิ่งเพิ่มเข้ามาใหม่ ของบริษัท S&F เนื่องจากบุลลากรในแผนกไม่เพียงพอ เขาประสบกับความยากในการเริ่มต้นแผนกใหม่มาก จนกระทั้ง โอมาเอะ ได้เข้ามาช่วยงานในแผนกของ เคนสุเกะในฐานะ (ฮาเคน) พนักงานชั่วคราว เธอทำงานในแผนกใหม่ของ เคนสุเกะได้อย่างดีเยี่ยม ด้วยความสามารถของเธอ ซีรีส์เรื่องนี้การนำเสนอทัศนะคติที่แตกต่างระหว่าง พนักงานประจำ กับ พนักงานชัวคราว (ฮาเคน) ได้อยางสนุกสนานและให้ข้อคิดได้อย่างดีอีกด้วย

 TVXQ เปิดตัวอัลบั้มชุดที่ 7 Tense 6 ม.ค.2014
TVXQ /  ประเทศเกาหลี

TVXQ จะเปิดตัวอัลบั้มชุดที่ 7 'Tense' ในวันที่ 6 มกราคม ปี 2014 โดยการเปิดตัวอัลบั้มในครั้งนี้จะเป็นอัลบั้มใหม่ที่จะเปิดตัวออกมาต่อจากอัลบั้ม 'Catch Me' ที่เปิดตัวออกมาเมื่อเดือนกันยายน ปี 2012  TVXQ เปิดตัวอัลบั้มชุดที่ 7 Tense 6 ม.ค.2014 สำหรับชื่ออัลบั้ม 'Tense' ออกเสียงคล้ายคลึงกับคำว่า '10th' ที่มาจากคำว่า '10th Anniversary' มีความหมายถึงครบรอบ 10 ปี และมีความหมายทางพจนานุกรมว่า 'ตึงเครียด', 'เกร็ง' ซึ่งก็เข้ากับสถานะของ TVXQ ที่เดบิวท์ครบ 10 ปี ในวันที่ 26 อย่างน่าอัศจรรย์ TVXQ เตรียมทำกิจกรรมโปรโมทอัลบั้มชุดที่ 7 ในรายการเพลงทางสถานีโทรทัศน์ช่องสาธารณะ โดยจะเริ่มจาก KBS 'Music Bank' ในวันที่ 3 มกราคม ตามด้วย MBC 'Show! Music Core' ในวันที่ 4 มกราคม และ SBS 'Inkigayo' ในวันที่ 5 มกราคม ตามลำดับ TVXQ ปิดฉากเวิลด์ทัวร์ที่อเมริกา ชิลี จีน และมาเลเซีย ตลอดปี 2013 ลงอย่างประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง TVXQ ยังเป็นนักร้องชาวต่างชาติวงแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้จัดคอนเสิร์ตขึ้นที่ Nissan Stadium ซึ่งเฉพาะทัวร์ที่ประเทศญี่ปุ่นก็มีผู้เข้าร่วมชมคอนเสิร์ตตลอดทั้งปี ทั้งสิ้น 850,000 นับเป็นนักร้องเกาหลีที่ทำสถิติผู้เข้าชมคอนเสิร์ตได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์เลยทีเดียว อนึ่ง TVXQ จะจัดคอนเสิร์ตเดี่ยว 'SMTOWN Week' ขึ้นที่ Kintex อิลซาน ในวันที่ 26-27 ธันวาคม โดยหลังจากส่งท้ายปี 2013 อย่างมีความหมายแล้ว TVXQ ก็จะเข้าสู่การเตรียมตัวคัมแบ็คทันที ข้อมูลจาก popcornfor2.com

สวีเดนเพิ่ม 'สรรพนามเพศกลาง' ในพจนานุกรม
พจนานุกรม /  สรรพนามเพศกลาง / 

'สวีเดน'เพิ่มคำสรรพนาม เพื่อความเป็นกลางทางเพศ สำหรับผู้ที่ผ่านการแปลงเพศและผู้ที่ไม่ระบุเพศชัดเจน ลงในพจนานุกรมฉบับทางการแล้ว สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าว ทางการสวีเดน ประกาศเพิ่ม 'คำสรรพนามเพศกลาง' ซึ่งเป็นคำสรรพนามที่มีความเป็นกลางทางเพศ ลงในพจนานุกรมฉบับทางการของประเทศแล้ว โดยสรรพนามดังกล่าวคือคำว่า 'เฮ็น' (hen) เพิ่มเติมจากคำว่า 'ฮาน' (han) ที่ใช้เรียกผู้ชาย และ 'โฮน' (hon) ที่ใช้เรียกผู้หญิง ซึ่งไม่ได้มีการระบุว่า  'เฮน' (hen) หลังจากมีการบัญญัติขึ้นมาเพื่อชี้ถึงเพศใดอย่างจำเพาะเจาะจง สรรพนามที่ระบุเพิ่มในพจนานุกรมดังกล่าว กำหนดเพื่อใช้เรียก ผู้ที่ผ่าตัดแปลงเพศแล้ว รวมไปถึงผู้ที่ไม่สามารถระบุเพศได้อย่างแน่ชัด คำว่า 'เฮ็น' เริ่มปรากฏครั้งแรกในช่วงปี 1960 เพื่อต่อต้านการใช้คำว่าฮานหรือโฮน กับผู้ที่ผ่านการแปลงเพศ ซึ่งแสดงถึงการเหยียดหยามผู้ที่ผ่านการแปลงเพศ โดยในช่วงทีผ่านมา กลุ่มเพศทางเลือกในสวีเดน พยายามผลักดันให้มีการใช้คำว่าเฮ็นอย่างแพร่หลายมากขึ้น อย่างไรก็ตามการเพิ่มคำว่าเฮ็นลงในพจนานุกรม มำให้ถือเป็นคำสรรพนามเพศกลาง ที่จะปรากฏบนสิ่งพิมพ์ต่างๆ ของประเทศ อย่างถูกต้องตามหลักภาษา พจนานุกรมเวอร์ชันใหม่ที่เพิ่มคำว่าสรรพนามเพศกลางลงไปนี้มีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 15 เมษายนที่จะถึงนี้ MThai News ที่มา theguardian

มาร์คจัดหนัก ชี้แจงปมพูดไม่เหมาะสม
ข่าวอีโง่ /  ผ่าความจริง / 

มาร์คจัดหนัก ชี้แจงปมพูดไม่เหมาะสม ชี้ต่อไปพจนานุกรมคงจะเล่มเล็กลงๆ เพราะหลายคำพูดไม่ได้ ยันไม่ได้หมายถึงใคร ซัดพวกดูถูกแม่ตัวเองนำผ้าถุงมามอบให้ มีรายงานว่า บนเวทีปราศรัยผ่าความจริงของพรรคประชาธิปัตย์ ที่โรงเรียนมัธยมเวฬุวนาราม เขตดอนเมือง เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (15 ก.ย.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคได้ขึ้นเวทีชี้แจงถึงกรณีคำพูดไม่เหมาะสม จนถูกนำไปตั้งกกระทู้ถามสดในสภา โดยระบุว่า ตนข้อน้อมรับถ้าคำว่า อีโง่ เป็นถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม แต่ต่อไปนี้พจนานุกรมคงจะเล่มเล็กลงๆ เพราะหลายคำพูดไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็น อีโง่ แรด หรือ กะหรี่ ถ้าผมไปเรียกใครอย่างนี้ ถึงเรียกว่า ไม่ได้ ไม่เหมาะสม แต่กลับยัดเยียดให้ผมพูด ยืนยันไม่ได้พูด แต่ส.ส.หญิงพรรคเพื่อไทยก็ยังย้ำถามว่าเป็นใคร ก็คิดกันอยู่แค่นั้นว่าเป็นคนคนนั้น ผมไม่มีที่จะไปดูหมิ่นสตรี แต่เตือนสิ่งที่นำมาเล่นงานอยู่นี้กำลังไปตอกย้ำสถานภาพสตรีในสังคมว่าตรวจสอบไม่ได้ ส่วนพวกที่นำผ้าถุงมาให้ตนแล้วคิดว่าเป็นการดูถูกผู้ชายนั้น เท่ากับว่าเป็นการดูถูกแม่ของตัวเอง เพราะในอดีตการไปออกรบผู้ชายยังพกผ้าถุงของแม่ไปด้วย ถือเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ดังนั้นขอเรียกร้องให้สตรีและองค์กรเกี่ยวกับสตรีต่างๆ ออกมาต่อต้านผู้ที่มีความคิดเรื่องนี้ MThai News

กันกัน สนิท แพรวา เข้าฉากฉลุย อย่าถามหาความรักจากคนหมดใจ
กันกัน /  ขนมปัง / 

กันกัน ณัฐวัฒน์ ชัยณรงค์โสภณ หนุ่มหน้าใสมาแรง หลังจากสร้างความประทับใจ เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนๆ ด้วยผลงานการแสดงทั้งภาพยนตร์และซีรี่ส์ รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์, สิ่งเล็กเล็กที่น่าร็อค, รูม อะโลน 401-410 มาแล้ว ล่าสุดมาในบทบาทนักร้องน้องใหม่ พร้อมออกซิงเกิ้ลแรก “อย่าถามหาความรักจากคนหมดใจ” จาก “จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่” ประโยคบอกเล่าเชิงตัดพ้อที่เหมือนคำพูดลอยๆ แต่แฝงไปด้วยความเหนื่อยใจกับความรัก ที่รู้คำบอกลา ก่อนที่จะถามว่ายังรักกันอยู่ไหม ถ่ายทอดเป็นมิวสิกวิดีโอ โดยมี แพรวา-ณิชาภัทร ฉัตรชัยพลรัตน์ หรือ “ขนมปัง” จากฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ซีซั่น 2 รับบทเป็นนางเอก “กันกัน” รับบทเป็นพระเอก และ “เต-ตะวัน วิหครัตน์” พิธีกรจาก “Five Live Fresh” รับบทเป็นแฟนของแพรวา พูดถึงเรื่องราวความรักที่ฝ่ายหนึ่ง “ถามหา” แต่อีกฝ่ายจงใจที่จะ “เงียบ” จนในที่สุด “กันกัน” ก็ได้คำตอบว่าคือความรักที่หมดใจและผู้ชายอีกคนที่เข้ามาแทนที่ ซึ่งวันนี้มีเบื้องหลังฉาก “กันกัน” ประชันหน้ากับ “แพรวา” กับแฟน ที่สยามฯ เรียกว่าเป็นซีนดราม่าสุดๆ “กันกัน” เลยต้องทำอารมณ์ทำสมาธิ เพราะต้องทั้งช็อกทั้งอึ้งทั้งเศร้าเสียใจจนร้องไห้ “สนุกและตื่นเต้นมากครับ ถ่ายทำที่สยามฯ คนเยอะมาก แต่ไม่เกร็ง เพราะผมรู้จักกับแพรวาอยู่แล้ว เลยรับส่งอารมณ์กันไม่ยากครับ ความหมายเพลงนี้คือเมื่อความรักไม่สมบูรณ์ก็ไม่ต้องไปถามหา อยู่กับตัวเองนี่แหละดีที่สุด เพราะยิ่งหายิ่งไม่เจอ สำหรับฉากที่เจอแพรวาอยู่กับแฟน ผมต้องเศร้า เสียใจ และร้องไห้ ก็พยายามทำอารมณ์ทำสมาธิ แล้วก็นึกว่าถ้าตัวเองต้องอยู่ในสถานการณ์แบบนี้จะรู้สึกเศร้าแค่ไหน กว่าพี่ผู้กำกับฯ จะให้ผ่าน ก็หลายเทคเหมือนกันครับ ยังไงก็ขอฝาก อย่าถามหาความรักจากคนหมดใจ ด้วยนะครับ เป็นซิงเกิ้ลแรก ผมร้องและเล่นมิวสิกฯ เองด้วย อยากให้ฟังกันเยอะๆ และเป็นกำลังให้ด้วยนะครับ” กันกัน ณัฐวัฒน์ เผย ติดตามชมมิวสิกวิดีโอ “อย่าถามหาความรักจากคนหมดใจ” ของศิลปินหนุ่มหน้าใหม่ “กันกัน” พร้อมกันครั้งแรก วันที่ 23 ก.พ.นี้ รายการ “Five Live Fresh” เวลา 17.15 น. ทาง Bang Channel หรือดาวน์โหลดได้ที่ *1234500 หรือทาง Itunes Store และฟังได้ทาง Application KKBOX -------------------------------------------------------------------- ฟังเพลง อย่าถามหาความรักจากคนหมดใจ ภาษาอะไรอยากหาความหมาย ก็มีในพจนานุกรม นาฬิากาที่มันตาย ยังบอกเวลาสองครั้งต่อวัน ฟ้ามืดมนหรือดาวเต็มฟ้า ปฏิทินยังบอกให้รู้ อุณหภูมิจะร้อนหรือว่าเย็น ก็มีครื่องมือที่วัดได้ แต่กับเธอเธอที่เคยรักกัน และวันนี้กลับไม่รู้เลย ว่าเธอคิดอะไร แต่ก็เริ่มเข้าใจว่าเพราะอะไร ก็อย่าไปถามหาเลยไอ้คำว่ารัก กับคนที่หมดใจ ก็รู้ว่าคงไม่ได้อะไร ใจคนที่มันไม่มีแล้ว ยิ่งค้นเข้าไปยิ่งว่างเปล่า ก็เหลือเพียงคำตอบเดียว คือเธอไม่รักกัน คำว่ารัก คำว่าเรา มันคงไม่เหลือในใจของเธอ เดินเข้าไปแต่เหมือนว่ายิ่งไกล คือความห่างเหินที่รู้ได้ แต่กับเธอเธอที่เคยรักกัน และวันนี้กลับไม่รู้เลย ว่าเธอคิดอะไร แต่ก็เริ่มเข้าใจว่าเพราะอะไร ก็อย่าไปถามหาเลยไอ้คำว่ารัก กับคนที่หมดใจ ก็รู้ว่าคงไม่ได้อะไร ใจคนที่มันไม่มีแล้ว ยิ่งค้นเข้าไปยิ่งว่างเปล่า ก็เหลือเพียงคำตอบเดียว คือเธอไม่รักกัน แต่กับเธอเธอที่เคยรักกัน และวันนี้กลับไม่รู้เลย ว่าเธอคิดอะไร แต่ก็เริ่มเข้าใจว่าเพราะอะไร ก็อย่าไปถามหาเลยไอ้คำว่ารัก กับคนที่หมดใจ ก็รู้ว่าคงไม่ได้อะไร ใจคนที่มันไม่มีแล้ว ยิ่งค้นเข้าไปยิ่งว่างเปล่า ก็เหลือเพียงคำตอบเดียว คือเธอไม่รักกัน สุดท้ายคือคำตอบเดียว คือเธอไม่รักกัน -------------------------------------------------------------------- อย่าถามหาความรักจากคนหมดใจ ศิลปิน : กันกัน คำร้อง/ทำนอง เหมือนเพชร อำมะระ เรียบเรียง ศุภวัฒน์ เพ็ชรบุรี มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

'มาร์ค'ยันพูด 'อีโง่' ไม่ได้ดูถูกเพศแม่
ข่าว /  ข่าวด่วน / 

"มาร์ค"ลั่นชงถอดถอน"สมศักดิ์" 16 กย. ขู่ส.ว.ผ่านแก้รธน.วาระ3โดนด้วย จ่อร้องศาลซ้ำ ปม พ.ร.บ.เงินกู้2ล้านๆ ยันพูด "อีโง่" ไม่ได้ดูถูกเพศแม่ เหน็บพจนานุกรมคงบางลง เผยพบ "เติ้ง"จะพูดจุดยืนปชป.คงเดิม-----------------------ขอบคุณข่าวจาก

ความเชื่อ...! น้ำมนต์รักษาโรค
ความเชื่อ /  ความเชื่อน้ำมนต์ / 

น้ำมนต์ กับความเชื่อในการรักษาโรค นั้น จริงๆแล้ว ก็มีมานานคู่กับคนไทย ไม่ว่าจะไปทำบุญที่ไหน วัดไหน ก็มักจะให้หลวงพ่อ หลวงพี่ รด น้ำมนต์ เพื่อเป็นสิริมงคล หรือ ถ้ามีโรคภัยไข้เจ็บอยู่ก็จะนำ น้ำมนต์ หลวงพ่อกลับมาอาบ มาดื่ม อีกด้วย น้ำมนต์  คือ น้ำที่ได้ผ่านพิธีทำ น้ำมนต์ ปกติจะสำเร็จด้วยการเจริญพระพุทธมนต์ของพระสงฆ์ ในงานพิธีมงคลต่างๆ หรือการเสกของพระภิกษุ หรือ คฤหัสถ์ ผู้ทรงวิทยาคุณ ซึ่งก็คือ ผ่านการทำสมาธิ ที่แน่วแน่ และพระปริตร ที่เป็นมนต์ทางศาสนา มาแล้ว นั่นเอง น้ำมนต์ นิยมนำมาอาบ หรือดื่ม หรือประพรมที่ศีรษะ ประพรมภายในบ้าน บริเวณบ้าน ป้ายร้านค้า เป็นต้น  นี่เป็นความหมายของ น้ำมนต์ จากพจนานุกรมเพื่อการศึกษาพุทธศาสน์ ชุดคำวัดของพระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช) ป.ธ.๙ ราชบัณฑิต อย่างไรก็ตาม เพื่อเพิ่มความขลังและความศักดิ์สิทธิ์ ผู้จัดทำส่วนใหญ่จะนำ น้ำมนต์ จากพระอารามหลวง 75 จังหวัด มาเทผสมรวมกัน ซึ่ง น้ำมนต์ ที่ขึ้นชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์ นอกเหนือจากพระอารามหลวง ทั้ง 75 จังหวัดแล้ว ยังมีอีก 2 แห่ง คือ 1. น้ำมนต์ ศักดิ์สิทธิ์ จากเศียรหลวงพ่อทองสุข วัดตูม (พระอารามหลวง) อยู่ใน จ.พระนครศรีอยุธยา ตามตำนานกล่าวว่า …สมเด็จพระนเรศวรใช้ น้ำมนต์ วัดตูม ชุบพระแสง และเป็นอารามที่ประกอบพิธีปลุกเสกเครื่องพิชัยสงคราม มาแต่ครั้งสมัยอยุธยา 2. น้ำมนต์ จากเศียรหลวงพ่ออุ่นเมือง วัดน้ำฮูม อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ตามตำนานกล่าวว่า …พระเกศา พระสุพรรณกัลยา บรรจุอยู่ในสถูปวัดน้ำฮูมแห่งนี้ คติความเชื่อเรื่อง น้ำมนต์ นั้น นอกจากความเป็นสิริมงคลสำหรับผู้ประพรม อาบและดื่มแล้ว ยังมีคติความเชื่อ ที่ว่าด้วย น้ำมนต์ ยังนำสิริมงคล และความสวัสดีมีโชคมาให้ ตลอดถึงกำจัด ปัดเป่าสิ่งอัปมงคล อันตราย และภัยพิบัติต่างๆ ได้ เช่น กรณีของ น้ำมนต์ เสือกินน้ำ ซึ่งเป็นตำรับการทำ น้ำมนต์ ของพระครูปลัดปริยัติวรวัฒน์ หรือหลวงพ่อบุญเลิศ เจ้าอาวาสวัดปราโมทย์ อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม ซึ่งท่านได้รับการถ่ายทอดจากพระธุดงค์รูปหนึ่งเมื่อ ๒๐ ปีที่แล้ว ขอบคุณภาพจาก news.nipa watparsomdej1.com

9 เรื่องชวนอึ้ง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ที่คุณอาจไม่เคยรู้
ซลาตัน /  ซลาตัน อิบราฮิโมวิช / 

หากจะกล่าวถึงกองหน้าที่ดีที่สุดในโลก 1-10 นั้นต้องมี ซลาตัน อิบราฮิโมวิช อยู่ในลิสต์รายชื่อแน่นอน เพราะทักษะการทำประตูที่หาเลียนแบบไม่ได้แล้ว ซลาตัน กองหน้าชาวสวีเดนรายนี้ยังมีอัตลักษณ์ที่แตกต่างจากนักฟุตบอลอาชีพคนอื่นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งบุคลิก พฤติกรรมการแสดงออก การพูดจา แต่เหนือสิ่งอื่นใดยังมีเรื่องราวเด็ดๆชวนอึ้งอีก 9 เรื่องของกองหน้าคนนี้ เรื่องที่ 1. ซลาตัน มองเห็นอนาคต : เมื่อตอนเขาอายุ 16 ปี อาจารย์ที่โรงเรียนมอบหมายงานให้เขียนเรียงความว่า "5 ปี หลังจากนี้คุณจะเป็นอะไร" ยังไม่ทันเริ่มเขียน ซลาตัน ก็ตอบอาจารย์ไปว่า "ผมจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพที่อิตาลีและจะสร้างรายได้มหาศาล" แต่ความจริงแล้ว ซลาตัน ใช้เวลา 6 ปีถึงได้เซ็นสัญญาค้าแข้งกับ ยูเวนตุส และแน่นอนเขาประสบความสำเร็จทำรายได้มหาศาลที่ตามที่เขาบอกกับอาจารย์เอาไว้ตอนนั้น เรื่องที่ 2. ซลาตัน คือขี้ขโมยตัวพ่อ : เมื่อสมัยเด็กๆ ซลาตัน ชอบสะสมจักรยานเป็นชีวิตจิตใจ แต่จักรยานส่วนมาจากการขโมย! ครั้งหนึ่งสมัยที่ยังเป็นนักฟุตบอลเยาวชนกับ มัลโม่ ซลาตัน ขี่จักรที่ขโมยมาก่อนจะถูกขโมยไป ซลาตัน แก้ปัญหาด้วยการขโมยจักรยานแถวนั้นคืนก่อนจะขี่กลับบ้านแบบไม่รู้สึกอะไร หลังจากนั้นราวๆ หนึ่งสัปดาห์ก็มีการแจ้งว่าจักรยานของผู้ช่วยผู้จัดการทีม มัลโม่ หายไปจนกลายเป็นเรื่องราวยกใหญ่ เรื่องที่ 3. ซลาตัน เกือบเป็นนักเตะ เซาธ์แฮมป์ตัน : หลังจากย้ายมาเป็นนักเตะกับ อาแจ็กซ์ ได้หนึ่งปี ซลาตัน ไม่สามารถโชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจ และพยายามจะหาความท้าทายใหม่กับ เซาธ์แฮมป์ตัน แต่สุดท้ายโชคดีที่ ยูเวนตุส ยังเห็นแววในตัวเขาคว้าตัวไปเสียก่อน เรื่องที่ 4. ความหมายของคำว่า "ซลาตัน" : ชื่อนี้มีที่มาจากทางใต้ของ ซลาวิค หรือละแวกประเทศโคเอเชีย เซอร์เบียและสโลเวเนีย ที่คำว่า "ซลาตัน" นั้นแปลว่า "ทองคำ" เรื่อง 5. ซลาตัน กับธุรกิจ : ซลาตัน เป็นนักกีฬาฟุตบอลคนแรกที่นำชื่อของตนเองไปทำเป็นเครื่องหมายการค้าไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลผม ยานยนต์ เบียร์ ของใช้อุปโภคบริโภค และสุดท้ายเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม เรื่องที่ 6. ซลาตัน ในพจนานุกรม : พจนานุกรมในสวีเดนบัญญัติคำว่า ซลาตาเนร่า ลงในพจนานุกรมของประเทศเพื่อยกย่อง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช พร้อมกับมีความหมายว่า "ขจัดให้สิ้นด้วยพลังที่แก่กล้า" เรื่องที่ 7. สถิติที่ยอดเยี่ยมในแชมเปี่ยนส์ลีก : ซลาตัน เป็นเพียงคนเดียวที่สามารถทำประตูได้ในแชมเปี่ยนส์ลีกจากการลงเล่น 6 สโมสร อาแจ็กซ์ ยูเวนตุส อินเตอร์ มิลาน บาร์เซโลน่า เอซี มิลาน และ ปารีส แต่ถึงอย่างไรเขายังไม่เคยได้ชูถ้วยใบนี้เสียที เรื่องที่ 8. ไอดอล ของ ซลาตัน : ซลาตัน เติบโตมากับการชื่นชม "โล้นทองคำ" โรนัลโด้ กองหน้าโคตรคงาสสิคคนหนึ่งที่โลกเคยมี ซลาตัน เคยบอกว่า "โรนัลโด้ คือ นักฟุตบอลที่เก่งที่สุดตลอดกาล" เรื่องที่ 9. ซลาตัน กับสนามฟุตบอลแรกในชีวิต : ซลาตัน เริ่มเล่นฟุตบอลครั้งแรกตอน 6 ขวบแถวลานหินกรวดละแวกบ้าน ต่อมาในปี 2007 ซลาตัน จับมือกับ ไนกี้ ร่วมกันเนรมิตลานหินกรวดดังกล่าวให้เป็นสนามบอลขนามย่อมที่ทันสมัย นอกจากนี้ ซลาตัน ยังสลักข้อความไว้ที่สนามแห่งนี้ด้วยว่า "ที่แห่งนี้คือหัวใจ ที่แห่งนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยเรื่องราว ที่แห่งนี้คือที่ที่ผมโลดแล่น และมันสร้างอนาคต"

5 เทคนิคเรียนยังไงให้เก่งภาษาอังกฤษ!
เคล็ดลับการเรียน /  เทคนิคการเรียน / 

เพื่อนๆ หลายคนคงจะเคยลองมาหลายวิธีแล้ว ที่จะทำให้เราเรียนรู้และเข้าใจภาษาอังกฤษมากขึ้น แต่บางครั้งวิธีต่างๆ ที่เราทำมันก็ไม่ได้ผลสักที แบบนี้ลองมาดู 5 เทคนิคเรียนยังไงให้เก่งภาษาอังกฤษ! กันหน่อย แล้วลองนำไปปรับใช้กันดูค่ะ เผื่อว่าจะทำให้เพื่อนๆ เข้าใจและเรียนรู้ได้ง่ายยิ่งขึ้นก็ได้ ^^ 5 เทคนิคเรียนยังไงให้เก่งภาษาอังกฤษ! 1. เลือกอ่านหนังสือเล่มที่อยากอ่านจริงๆเท่านั้น เพราะจะเป็นแรงบันดาลใจให้อ่านได้ต่อเนื่อง จนเกิดนิสัยรักการอ่านในอนาคต ถ้าเราไปเลือกผิด จับหนังสือที่ไม่สนุก หรือใช้ภาษาที่ซับซ้อนเกินไป ถึงอ่านไปก็ไม่เข้าใจ พาลชวนให้ล้มเลิกความพยายามเสียเปล่าๆ ดังนั้นต้องถามตัวเองก่อนนะว่าเราชอบหนังสือภาษาอังกฤษแนวไหนกันแน่? อาจเป็นการ์ตูนฝรั่ง นิตยสารแฟชั่น หรือแม้แต่นิยายภาษาอังกฤษก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีได้ทั้งนั้น 2. ถ้ารู้สึกเบื่อหรือหนังสือยากเกินไป ให้หยุดอ่านแล้วเปลี่ยนเล่มใหม่ทันที แนะนำให้หาเล่มที่อ่านง่ายก่อน เพราะดูเหมือนเราจะยังไม่พร้อมที่จะอ่านเล่มยากๆตอนนี้ ถ้าไม่มีสมาธิ อ่านไปเรื่อยๆยังไงก็ไม่ซึมซับครับ สู้อ่านเรื่องที่เราชอบ หรือถนัดดีกว่า พอมีอารมณ์ร่วมไปกับหนังสือภาษาอังกฤษแล้วมันก็จะทำให้เราอ่านได้นานๆจนลืมเวลาไปเลยล่ะ 3. ฝึกเดาความหมายศัพท์ที่ไม่รู้ โดยพิจารณาจากศัพท์หรือประโยคข้างเคียง ถ้าเดาไม่ออกก็ให้อ่านข้ามไปได้ อย่าไปกลัวว่าจะไม่เข้าใจเนื้อหาทั้งหมดอย่างครบถ้วน เพราะการอ่านหนังสือภาษาอังกฤษเพื่อฝึกภาษาอังกฤษนั้นเน้นทำความเข้าใจเนื้อเรื่องโดยรวม และการเห็นคำศัพท์และโครงสร้างไวยากรณ์ซ้ำๆ บ่อยๆก็จะจำและตีความได้เอง 4. เปิดพจนานุกรมขณะอ่านให้น้อยที่สุด มีงานวิจัยด้านภาษาได้ระบุไว้ว่า นักอ่านที่หยุดอ่านเป็นระยะๆ (slow reader) จะมีกระบวนการเรียนรู้ภาษาช้ากว่าคนที่ฝึกอ่านเร็วๆ (speed reader) ในช่วงแรกอาจต้องพึ่งพาดิกชันนารี่ แต่พอผ่านไปถึงจุดๆหนึ่งก็ต้องพึ่งพาตัวเองแล้วล่ะ จะได้ฝึกอ่านภาษาอังกฤษอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สุดท้ายแล้วมีความรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษอยู่ในหัวก็ยังดีกว่าต้องมาคอยเปิดดิกชันนารี่หาความหมายทุกคำอยู่ดี 5. อ่านหลายๆ รอบ ยิ่งอ่านซ้ำหลายๆรอบ จะช่วยทำให้เข้าใจเนื้อเรื่องและเพิ่มความสามารถภาษาอังกฤษได้มากขึ้นโดยอัตโนมัติ อ่านไปเถอะไม่ต้องไปนับว่ากี่ครั้ง จะเป็นสิบ หรือเป็นร้อยรอบแต่ถ้ามันทำให้เราเก่งภาษาอังกฤษ อ่านข่าวภาษาอังกฤษรู้เรื่อง ก็คุ้มค่าแล้วจริงมั้ย? ขอบคุณข้อมูลจาก SE-ED Genius Readers, www.dailyenglish.in.th

จ่อสอบดารา-เซเลบ 7 คนหลังพบเอี่ยวแคมเปญเบียร์ดัง
ดารา เบียร์ /  ดาราโพสต์ดื่มแอลกอฮอล์ / 

จ่อสอบดารา-เซเลบ 7 คนหลังพบเอี่ยวแคมเปญเบียร์ดัง ขณะที่รองผบ.ตร. วอนประชาชนอย่าวิตก หลังตำรวจระบุผิดโพสต์ภาพแอลกอฮอล์ลงโซเชียล ชี้หากไม่มีเจตนาก็ไม่ผิด ความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบเอาผิดกับเหล่าศิลปินดารา-เซเลบชื่อดัง หลังจากมีการโพสต์ภาพโชว์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลงในอินสตาแกรมส่วนตัวเข้าข่ายเป็นการโฆษณาหรือไม่นั้น ล่าสุดวานนี้ (12 ต.ค. 58) นพ.สมาน ฟูตระกูล ผู้อำนวยการสำนักคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ได้ออกแถลงข่าวในเรื่องดังกล่าวว่า ตามกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปี 2551 ศิลปินดาราที่โพสต์รูปคู่กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เข้าข่ายความผิดกฎหมายชัดเจน แม้ไม่มีเจตนาส่งเสริมการขายให้กับยี่ห้อนั้น หรือไม่ได้รับการว่าจ้างก็ตาม และขณะนี้อยู่ในระหว่างขั้นตอนการดำเนินการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามีคนดังจาก 7 ใน 10 คน เข้าข่ายผิดกฎหมายด้วย เนื่องจากมีหลักฐานพบการว่าจ้าง อีกทั้งยังมีการเชิญชวนให้โพสต์รูปตัวเอง พร้อมติดแฮชแทกชื่อแคมเปญ และระบุชื่อดาราเซเลบใน 7 คนที่อยากถ่ายรูปผ่านโซเชียลมีเดีย และจะให้รางวัลเป็นไอโฟน 7 คน 7 เครื่อง เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนเตรียมจะส่งหนังสือเชิญดาราเหล่านั้นมาให้ปากคำ รวมถึงดาราที่เคยเข้าให้ปากคำก่อนหน้านี้ มาสอบสวนอีกภายในสัปดาห์นี้ และให้เวลามาชี้แจงภายใน 7-15 วัน ขณะที่พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ได้กล่าวช่วงหนึ่งระหว่างงานแถลงข่าวถึงความวิตกกังวลของประชาชนเกี่ยวกับการถ่ายภาพเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลงในโซเชียล ภายหลังทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกมาระบุว่าผิดกฎหมายนั้นว่า ก็ต้องตรวจสอบดูว่ามีการกระทำลักษณะดังกล่าวเข้าข่ายผิดข้อบังคับตามกฎหมายมาตรา 32 หรือไม่ ถ้ามีก็ถือว่าผิด แต่ถ้าประชาชนคนธรรมดาโพสต์ไปโดยไม่มีเจตนาเพื่อประโยชน์ทางการค้า ก็ไม่ต้องกังวลอะไร ภาพจาก INN ........................................................ วุ้นเส้น-หญิงแย้ พบตำรวจแจงโพสต์แอลกอฮอล์ลงอินสตาแกรม ขณะที่ ไทยเบฟฯ ยันไม่เคยจ้างดาราช่วยโปรโมทสินค้า รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. ที่ผ่านมา นักแสดงสาวและพริตตี้ชื่อดัง อย่าง "วุ้นเส้น วิริฒิพา ภักดีประสงค์" และ "หญิงแย้ นนทพร ธีระวัฒนะสุข" ได้เดินทางเข้าพบ"พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ" รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แล้ว เพื่อแสดงชี้แจงกรณีโพสต์ภาพเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยี่ห้อดัง ลงอินสตาแกรมส่วนตัว โดยวุ้นเส้นได้เผยว่า "ยอมรับว่าการโพสต์ภาพดังกล่าวเป็นการช่วยโปรโมทสินค้า หลังจากเพื่อนที่ทำงานในองค์กรนั้นให้ช่วยโปรโมทเนื่องจากมีการปรับโฉมใหม่ ทั้งนี้ตนไม่ทราบว่ามีกฎหมายนี้อยู่จึงได้กระทำการดังกล่าวลงไป พร้อมทั้งขอยอมรับผิดที่เป็นตัวอย่างไม่ดีด้วย ขณะเดียวกันยืนยันว่าไม่ได้รับจ้างในการช่วยโพสต์สินค้าแอลกอฮอล์ดังกล่าวแต่อย่างใด ส่วน หญิงแย้ เผยต่อว่า "ขอโทษภาพที่ออกไปเพราะมันค่อนข้างแรง ยืนยันว่าไม่มีการว่าจ้างเช่นกัน ที่ทำไปเพราะรู้จักกับคนในองค์กรนั้น โดยมีเพื่อนมาขอความช่วยเหลือให้ทำ ซึ่งตนยินดีที่จะรับผิดชอบไปตามกฎหมาย และตั้งใจจะทำประโยชน์ให้สังคมมากขึ้น และอยากฝากถึงคนใช้สื่อออนไลน์ และคนที่มีชื่อเสียงให้ระวังในเรื่องนี้ด้วย" ด้านทาง พล.ต.อ.พงศพัศ เผยว่า เรื่องนี้จะต้องมีการหารือกับทางกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยงข้องถึงทิศทางในการดำเนินการก่อน ถึงจะเรียกนักแสดงที่เหลือเพื่อมาเข้าพบ โดยตอนนี้ยังไม่สามารถระบุข้อหาหรือบทลงโทษได้ ซึ่งท้ายที่สุดอาจจะไม่มีอะไรที่รุนแรง และยังไม่ดำเนินการกับทางผลิตภัณฑ์ในเบื้องต้น นอกจากนี้ รายงานข่าวได้ระบุว่า วานนี้ 10 ต.ค.58 นายประภากร ทองเทพไพโรจน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่กลุ่มธุรกิจเบียร์ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวถึงกรณีที่เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับดาราถือเบียร์ของสินค้าตัวใหม่ยี่ห้อหนึ่ง โดยยืนยันว่าที่ผ่านมาได้ดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบข้อกฎหมายอย่างเคร่งครัด และไม่มีนโยบายให้ดาราที่มีชื่อเสียงประชาสัมพันธ์สินค้าประเภทแอลกอฮอล์แต่อย่างใด และยินดีที่จะให้ความร่วมมืออย่างเต็มทที่ในการตรวจสอบดังกล่าว ภาพจาก  @Pananat_PPTV ........................................................ เสก โลโซ โพสต์แนะจะเอาผิดควรฟังเสียง ปชช. ปมเล็งเอาผิดประชาชนโพสต์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผ่านเฟซบุ๊ก ด้านอัยการฯ บอกจะเอาผิดได้ต้องดูที่เจตนา ความคืบหน้าในประเด็นร้อนตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเกี่ยวกับการโพสต์ภาพเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของเหล่าศิลปินดารา จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ เนื่องจากมีความผิดเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 32 พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 เรื่องห้ามโฆษณา-โฆษณาแฝง ก่อนที่ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เตรียมจะเรียกเหล่าดาราเหล่านั้น มาให้ปากคำที่เรื่องที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งฝากเตือนไปยังประชาชนคนธรรมดาว่า อย่าโพสต์ภาพเหล้าเบียร์ผ่านสังคมโซเชียล เนื่องจากถือว่ามีความผิดฐานโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตามมาตรา 32 ด้วย หากในภาพถ่ายนั้นเห็นภาพฉลากของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้น ล่าสุดทางนายยรรยง เดชภิรัตนมงคล อัยการผู้เชี่ยวชาญในฐานะรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ได้ออกมากล่าวถึงคำกล่าวเตือนของรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ว่า การจะเอาผิดผู้โพสต์ภาพเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ต้องดูที่เจตนา ว่า โฆษณาตามนิยามกฎหมายหรือไม่ ซึ่งคำว่า การโฆษณา กฎหมายให้นิยามของว่า การกระทำไม่ว่าโดยวิธีใดๆ ให้ประชาชนเห็น ได้ยินหรือทราบข้อความเพื่อประโยชน์ในทางการค้า และให้หมายความรวมถึงการสื่อสารการตลาด ฉะนั้นการกระทำที่จะเป็นความผิดจะต้องมีเจตนาเพื่อประโยชน์ในทางการค้า หากการกระทำไม่ได้มีเจตนาเพื่อประโยชน์ในทางการค้าหรือการสื่อสารการตลาดแล้ว ย่อมไม่อยู่ในบทนิยามและไม่มีความผิด แต่หากมีคนไปแอบจ้างประชาชนจำนวนมากไปชูเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และหากถูกสอบสวนได้ข้อเท็จจริงเพื่อการโฆษณาก็อาจนำไปสู่การดำเนินการทางกฎหมายได้ บทนิยามของคำว่าโฆษณาใน พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2551 นั้นมีเจตนาพิเศษกว่าในพจนานุกรม งานกฎหมายหรือการพิจารณานั้นจะต้องดูเจตนาและข้อเท็จจริงเป็นกรณีไป เช่น คน 4 คนไปดื่มเบียร์ แล้วชูขวดที่มีโลโก้ยี่ห้อเบียร์ทั้ง 4 คน และถ่ายรูปเห็นฉลากทุกคนหันไปทางเดียวกันก็อาจเข้าข่ายมีเจตนา ทั้งนี้นอกจาก อัยการผู้เชี่ยวชาญในฐานะรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด จะได้ออกมาแสดงความเห็นเรื่องดังกล่าวแล้ว ร็อคสตาร์ชื่อดังของเมืองไทย นายเสกสรร สุขพิมาย หรือ เสก โลโซ ก็ได้แสดงความเห็นถึงเรื่องดังกล่าวว่า "POWER 2 DE PEOPLE!! จะทำอะไรให้คิดถึงประชาชนด้วย อ่านคอมเม้นท์ความคิดเห็นประชาชนหน่อย ด้วยความปรารถนาดี ..."S. LOSO ..." พร้อมโพสต์ภาพเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยี่ห้อที่ตนเองผลิตเอง โดยระบุว่า "ผมทำธุรกิจถูกกฎหมาย {ไม่ได้ขายยาเสพติด} ผมเป็นเจ้าของเอง ..." ด้วย ........................................................ จ่อเรียก24 'ดาราโพสต์เบียร์'สอบ เตือน ปชช.โพสต์โชว์ฉลากผิดด้วย สคบ.แจง ดาราโพสต์เบียร์-ดื่มแอลกอฮอล์ ผิดกฎหมาย ม.26 ขณะ "พงศพัศ" จ่อเรียก24ดาราสอบ ยัน ประชาชนโพสต์รูปโชว์ฉลากผิดกฎหมายเช่นกัน วันที่ 10 ต.ค.58 พลตำรวจเอกพงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ประชุมร่วมกับตำรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ ปคบ. สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. และกรมสรรพสามิต ถึงกรณีนักแสดง และบุคคลมีชื่อเสียง โฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผ่านโซเชียลมีเดีย โดย สคบ.ชี้แจงกรณี ดาราโพสต์ดื่มแอลกอฮอล์ลงอินสตาแกรมเข้าข่ายผิดกฏหมาย ม.26 ความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 ตามมาตรา 26 ว่าด้วยฉลาก มีอัตราโทษ จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ด้านสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจง ประชาชนทั่วไปหากมีการโพสต์ภาพเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แม้จะจงใจ หรือไม่มีเจตนา หรือไม่ทราบกฎหมาย ถือว่ามีความผิดตามมาตรานี้เช่นเดียวกัน เนื่องจากในภาพถ่ายนั้น เห็นภาพฉลากของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมไปถึง หากมีการใส่ข้อความเพื่อโฆษณา จะถือว่ามีความผิดฐานโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วย ตามมาตรา 32 ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ นอกจาก ได้เตรียมเรียกดารา 24 คน เข้าสอบเพิ่มเติม อาทิ โดม ปกรณ์ ลัม วุ้นเส้น วิริฒิพา ภักดีประสงค์ จ๋า ณัฐฐาวีรนุช ทองมี ป้อง ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ ดีเจภูมิ ภูมิใจ ตั้งสง่า และ ดีเจเพชรจ้า วิเชียร กุศลมโนมัย ที่มา matichon ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

Alex Face ศิลปิน กราฟิตี้ เจ้าของคาแร็คเตอร์เด็กน้อยสามตานหน้าบึ้ง
alex Face /  Graffit / 

มาทำความรู้จัก Alex Face ศิลปิน กราฟิตี้ ดังของเมืองไทย Alex Face ‘กำแพง’ ความหมายในพจนานุกรมคือเครื่องกั้น เครื่องล้อม ที่ก่อด้วยอิฐ ดิน หรือ หิน แต่สำหรับ กราฟิตี้ ‘กำแพง’ มีหน้าที่ ปลดปล่อยตัวตนออกมาเป็นผลงานที่จับต้องได้และเข้าถึงง่ายแก่ผู้พบเห็น เช่นเดียวกับ พัชรพล แตงรื่น หรือ  Alex Face ศิลปินกราฟิตี้มือฉมังที่หลายคนอาจคุ้นตากับคาแร็คเตอร์เด็กน้อยสามตาหน้าบึ้งหลากหลายอากัปกิริยาที่มักจะเล่นซนไปทั่วกำแพงกรุงเทพฯ และวันนี้เราก็มีนัดกับ Alex Face และเด็กน้อยคนเดิมที่กำแพงเก่าแห่งหนึ่งในซอยหลังสวน เริ่มทำงาน กราฟิตี้ ตั้งแต่เมื่อไหร่ ? เริ่มพ่นประมาณ 2002 สีเต็มปอดแล้วล่ะตอนนี้  ตอนแรกก็ไม่คิดอะไรรู้สึกว่ามันสนุกอย่างเดียว คัลเจอร์นี้มันมากับฮิปฮอปเมื่อ 10 ปีก่อน หลังจากนั้นก็ทำมาเรื่อยๆ จุดเริ่มต้นคาแร็คเตอร์เด็กผู้หญิงหน้าบึ้ง? งานช่วงแรกๆ จะเละมากเหมือนเราแค่สนุกแค่พ่นเหมือนเด็กมือบอน หลังจากนั้นเรามีคาแร็คเตอร์ที่ชัดเจนพ่นเป็นหน้าคนทำมา 6 – 7 ปีแล้วแต่เหมือนจังหวะชีวิตเปลี่ยน ลูกสาว (Mardi) ได้กำเนิดขึ้นมาซึ่งเป็นแรงบันดาลใจชิ้นใหม่กลายเป็นรูปเด็กผู้หญิงหน้าบู้เหมือนลูกเราก็เลยเอาฟีลความรู้สึกของลูกตอนนั้นมาเป็นแรงบันดาลใจในงาน ซึ่งก็คิดว่ามันเข้ากันดีกลับสภาพแวดล้อมในเมืองที่วุ่นวายนะ งานของคุณสื่อถึงอะไรบ้าง? คาแร็คเตอร์นี้อาจเป็นตัวแทนของเราในการจะสื่อเมจเสจออกมาหลายคนบอกว่างานเราเป็นการเสียดสีสังคมแต่เรามองว่าเป็นเชิงอารมณ์ขันมากกว่า แน่นอนอยู่แล้วเราอยู่ในสังคมก็ต้องพูดเรื่องที่เราเห็นอยู่ทุกวัน ตาที่สามของเด็กหมายถึงอะไร? ตาที่สามหมายถึงสิ่งที่เรามองไม่เห็นด้วยตาสองตาแต่มันมีอยู่อธิบายทางวิทยาศาสตร์ไม่ได้ อย่างความเชื่อเรื่องวิญญาณสืบทอดกันมายาวนานไม่มีใครตอบได้ว่ามันมีจริงหรือไม่ มันเป็นเรื่องจิตวิญญาณ ความเชื่อ คำจำกัดความของ Alex Face ? ที่จริงเราชอบทุกอย่างเลยทั้ง กราฟิตี้ วาดบนแคนวาส สเตนซิล เลยไม่รู้ว่าจะจำกัดความให้ตัวเองว่าอะไร อาจเป็นคนที่ชอบวาดรูปตามถนนมั้ง ทำงานเพ้นท์ติ้งอยู่บ้านด้วย ทุกอย่างเป็นงานที่เราชอบ ขั้นตอนการทำงาน? ต้องสเก็ตลงสมุดก่อน บางทีเราก็วาดรูปเล่นไปเรื่อยๆ บางทีรูปในนั้นอาจนำมาใช้พ่นจริงก็ได้ แต่บางทีเราเตรียมรูปมาพร้อมแต่พื้นที่จริงอาจไม่เอื้อในการทำงานทำให้ต้องใช้วิธีด้นสดตอนหน้างานบ่อยๆ อุปกรณ์ที่ต้องมี ? ไม่มีอะไรมาก สีสเปรย์ หน้ากาก สมุดสเก็ต ที่กลิ้งสีถ้าเกิดบางทีกำแพงไม่ค่อยเรียบร้อย อุบัติเหตุที่พบเจอบ่อยๆ ? บางทีต้องไปทำงานในสถานที่มีหนาม ตะปู รองเท้าควรต้องเป็นแบบเซฟๆ หน่อย ส่วนมากเป็นเรื่องทำๆ อยู่โดนไล่มากกว่าแต่ตอนหลังไม่ค่อยโดนเท่าไหร่เพราะเราตั้งใจมาทำงานให้ดีเราคุยกับเค้าดีๆ อยากทำให้ดูดีสวยงามเป็นงานศิลปะ ต้องพลางตัวมั้ยเวลาทำงาน? บ้านเราไม่ค่อยซีเรียสเรื่องแบบนี้เท่าไหร่ แต่บางที่ไม่อนุญาติ ในกรุงเทพมีพื้นที่ที่สามารถทำได้อยู่แต่สำหรับเราให้พรางตัวตอนนี้คงไม่ทันแล้วมาถึงขนาดนี้แล้ว กฏข้อห้ามสำหรับ กราฟิตี้ ? มันเป็นเรื่องของแพสชั่นไม่มีกฎตายตัว บางคนถามว่าทำเพื่ออะไรอีกไม่นานกำแพงก็ถูกทุบทิ้งแล้ว เราก็รู้แต่แค่ถ่ายรูปเก็บเอาไว้ก็พออย่างน้อยวันนึงก็มีคนได้เห็นก่อนที่จะถูกทำลายไป อยากให้คนที่เห็นงานเรานึกถึงอะไร? แล้วแต่ประสบการณ์ของแต่ละคนว่าเห็นแล้วคิดอะไร แต่เราไม่ได้คาดหวังว่าคนเห็นงานแล้วรู้สึกยังไงทั้งๆ ที่เราก็มีเมจเสจที่อยากจะบอกอยู่ อยากให้คนไทยได้อะไรจากงานของคุณ? คนไทยอาจไม่ค่อยได้เข้าไปดูงานในแกลเลอรี่นี่อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะได้เห็นงานศิลปะที่เข้าถึงได้ง่ายโดยไม่ต้องเดินเข้าไปในพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะ กระแส กราฟิตี้ ในบ้านเรา? เป็นเวิลด์ไวด์หมดแล้วโดยเฉพาะระแวกเซาท์อีสท์ เอเชีย ไปมาหาสู่กันบ่อยเวลาอัพเฟสบุ๊คก็จะเห็นกันสำหรับคนที่ชอบแนวเดียวกันทุกอย่างมันง่ายไปหมดแล้ว ผลงานในต่างประเทศ? ไปทำที่ประเทศพม่า  เกาหลี ไต้หวัน อังกฤษ ล่าสุดอินโดนีเซีย กฎข้อห้ามของ กราฟิตี้ ?  ค่อนข้างจะฟรีสไตล์แต่จริงๆ แล้วก็มีอยู่ หลักๆ คือถ้าจะทำทับต้องให้งานดีกว่าไม่ใช่มาทับแบบเละๆ แต่บางทีมันก็มีแหกกฎกันตลอดเพราะไม่มีใครมาเฝ้ากำแพงทั้งวันทั้งคืน ปรัชญาในการทำงาน? พ่นแต่ละครั้งเสียตังค์ สีไม่ใช่กระป๋องละบาทสองบาทก็เลยต้องทำให้ดีที่สุดเพราะถ้าเราทำเละๆ มั่วๆ เอาตังค์ไปซื้อขนมให้ลูกกินดีกว่ามั้ย กราฟิตี้ ให้อะไรกับคุณบ้าง? ให้คนรู้จักเรามากขึ้น ได้พูดในสิ่งที่เราอยากพูดผ่านกำแพงเหมือนการปลดปล่อยอะไรบางอย่าง เป็นสิ่งที่โชคดีนะที่ได้มาทำสิ่งที่รักในขณะที่บางคนอาจไม่มีโอกาสแบบนั้น “Bon”  Graffiti Artist สไตล์งานของคุณ เป็นเรื่องราวในสังคม อย่างคาแร็คเตอร์นกแทนเป็นมนุษย์ที่ต้องการอิสรภาพแต่ไม่ใช่นกทุกตัวมีปีกแล้วจะบินได้ ใช้เทคนิค สีสเปรย์เป็นส่วนใหญ่ สถานที่ปล่อยของ กำแพงเก่าที่มีเรื่องราว สถานที่คนเยอะๆ สามารถของเห็นผลงานได้ชัดเจนงานเราสามารถพูดกับคนได้เต็มที่ สิ่งที่คาดหวังจากคนที่ได้เห็น อยากให้คนที่เห็นเกิดไอเดีย มุมมองความคิดต่องานของเรามากกว่าป้ายโฆษณาที่ชี้นำให้เขาไปกิน ซื้อ จับจ่ายใช้สอย จุดอิ่มตัว จะทำงานต่อไปจนกว่าไม่มีแรง จนกว่าไม่มีตังค์ซื้อสี ไม่มีกำแพงให้พ่นแต่ไม่ใช่หยุดทำเพราะเบื่อแน่นอน เพราะทุกครั้งที่ออกไปหาที่ใหม่ๆ ก็จะได้แรงบันดาลใจทุกครั้ง อารมณ์งานเปลี่ยนไปตามโลเกชั่น บางทีจะตระเวนออกไปหาสถานที่ใหม่ๆ ตามต่างจังหวัดที่ยังไม่มีกราฟิตี้เราก็ไปเผยแพร่ แต่ใจจริงก็ยังหลงใหลกับพื้นที่ในเมืองที่มีคนพลุกพล่านอยู่ดีเพราะเวลาไปทำงานต่างจังหวัดอารมณ์งานจะเปลี่ยน อาจจะดูชิลล์ขึ้นจะเอาเรื่องแรงๆ ไปใส่ตรงนั้นทำไมในเมื่อสังคมต่างจังหวัดมันดีอยู่แล้ว ข้อมูลจาก A'Lure Magazine 

จริงหรือไม่ ใช่หรือมั่ว? ความดัดจริตของสังคม ชอบมองคนจากภายนอก
Mthai ข่าวภาคซ่าส์ /  ความดัดจริต / 

อย่ามองคนแค่ภายนอก ประโยคนี้คงเคยได้ยินกันมาจนนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว แต่กับบางคนที่ประเมินผู้อื่นจากการแต่งตัว คนไหนแต่งตัวดีใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนมก็มักจะถูกมองว่า คนนี้รวย ฐานะดี น่าจะไว้ใจได้ หากเป็นเช่นนี้จะปฏิเสธได้อย่างไรว่าเราไม่ได้มองคนจากภายนอก MThai ข่าวภาคซ่าส์ วันนี้ จะมาพูดถึง ความดัดจริตของคนในสังคมกัน ดัดจริต แปลว่าอะไร ? ดัดจริต ประกอบไปด้วยคำสองคำ คือ ดัด+จริต ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 และให้ความหมายไว้ดังนี้ ดัด เป็นกิริยา หมายถึง ทำให้คดหรือตรงตามประสงค์ เช่นดัดไม้ ดัดนิสัยฯ จริต เป็นนาม หมายถึง ความประพฤติ กิริยาหรืออาการ เช่น พุทธจริต เสียจริตฯ เมื่อนำคำสองคำมารวมกันก็เป็นคำว่า “ดัดจริต” คำว่า ดัดจริต เมื่อแรกบัญญัติศัพท์นี้ ใช้ในทางที่ดี หมายถึง การดัดอุปนิสัยให้ดีให้งามขึ้น แต่ปัจจุบันคำว่า ดัดจริตใช้ในทางที่ไม่ดี กลายเป็น ดัดอุปนิสัยหรือดัดกิริยาท่าทางให้ดูเกินพอดีหรือเกินงาม หากจะถามว่าอะไรที่เข้าข่ายคำว่าดัดจริตบ้าง หลาย ๆ ท่านคงมีคำตอบเป็นร้อยเป็นพัน ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะอิทธิพลของโซเชียล และที่สำคัญคือปัจจุบันเรารับรู้สื่อกันมาก ซึ่งการรับอะไรมากๆ ก็จะส่งผลต่อพฤติกรรมได้เช่นกัน หากเรารับข้อมูลที่เป็นเรื่องดี ๆ แล้วนำไปปฏิบัติตามก็คงไม่เกิดปัญหาอะไร ซึ่งก็ต้องยอมรับด้วยว่า บางคนก็ขาดการกลั่นกรอง แยกแยะไม่ได้ว่าอะไรควรเอาอย่าง อะไรควรรับรู้และมองข้ามไป ดังเช่นคำว่า " อยู่เมืองดัดจริตชีวิตต้องป๊อป " ที่เคยฮอตฮิตบนโลกโซเชียล ดูจะเป็นอีกหนึ่งประโยคที่เสียดสีคนในสังคมได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว แต่การมองคนจากภายนอกแล้ว คิดเองเออเองว่าเขาต้องเป็นอย่างนั้น เขาต้องเป็นอย่างนี้ เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เราจะประเมินคน ๆ นั้น  ได้ ก็ต่อเมื่อรู้จักและศึกษาเรียนรู้นิสัยซึ่งกันและกันก่อน อย่าประเมินคนแค่ว่า เขาทำพฤติกรรมเช่นนี้เขาเป็นคนดัดจริต โซเชียลถือเป็นโลกใบใหญ่ที่ไม่ว่าใครก็สามารถเข้าไปอยู่ในโลกนั้นได้ การที่คน ๆ หนึ่งโพสต์บางสิ่งบางอย่างลงในโซเชียล กลับถูกมองหาว่าโอ้อวด แท้จริงเขาอาจต้องการเก็บสิ่งเหล่านั้นไว้เป็นความทรงจำ และส่งต่อความสุขไปให้เพื่อน ๆ แค่นั้นก็เป็นได้ YUI YUI : เรียบเรียง MThai News

หนังสือที่ลึกลับที่สุดในโลก Voynich Manuscript
ตำนานลี้ลับ /  ต่างประเทศ / 

หนังสือที่ลึกลับที่สุดในโลก Voynich Manuscript?ห้องสมุดเบนเนคเก้ (Beinecke Rare Bood & Manuscript Library) ของมหาวิทยาลัยเยล สหรัฐอเมริกา เป็นแหล่งหนังสือหายาก รวมทั้งเอกสารต้นฉบับ สมุดบันทึกด้วยลายมือของเจ้าของหลายพันเล่ม? จากยุคกลางและเรอเนสซองส์ มีสมุดบันทึกที่มีนักวิชาการจำนวนมากได้แวะเวียนเข้ามาศึกษาโดยตลอด แต่ไม่มีผู้ใดสามารถทำความเข้าใจสาระที่บันทึกไว้ในสมุดเล่มนี้ได้เลย หนังสือที่ลึกลับที่สุดในโลก Voynich Manuscript หนังสือเล่มนี้พบในปี 1912 โดยนักค้าหนังสือเก่าชาวอเมริกัน-รัสเซีย ชื่อนาย วิลฟริด เอ็ม. วอยนิช (Wilfrid M.Voynich) ขนาด 6 x 9 นิ้ว หนา 1 1/2 นิ้ว มีอยู่ 240 หน้า แต่บางหน้าขาดหายไป ปกสมุดทำจากหนังลูกวัวสีครีม ไม่มีการระบุชื่อผู้เขียน ชื่อเรื่องหรือปีที่เขียนใดๆ ทั้งสิ้น รายละเอียดมีทั้งภาพและอักษรในสมุดมีความเฉพาะตัวเขียนด้วย ปากกาขนนกซึ่งทำให้ดูสง่างาม เป็นตัวอักษรที่ไม่เคยพบเห็นในที่ใดๆ ในโลกมาก่อนและแทบทุกหน้ามีวาดภาพประกอบ มีทั้งพืชพรรณแปลกๆ ภาพผู้หญิงเปลือยเชื่อมด้วยท่อที่ดูคล้ายเส้นโลหิต มีภาพคล้ายแผนผังเกี่ยวกับดาราศาสตร์ที่มองจากกล้องเทเลสโคป และภาพคล้ายเซลล์สิ่งมีชีวิตที่มองผ่านกล้องจุลทรรศน์ นายวอยนิชได้มาจากอิตาลีและกลับไป อเมริกาเพื่อประกาศหาผู้เชี่ยวชาญมาดูเพื่อศึกษาและแปลอักขระ จนถึงวันนี้เกือบ 100 ปี ก็ยังไม่มีใครสามารถแปลความหมายของสมุดบันทึกเล่มนี้ได้แม้แต่คำเดียว สิ่งที่บอกได้คืออายุและแหล่งที่มาของ สมุด จากการวิเคราะห์ลักษณะของภาพวาด เสื้อผ้า ทรงผมของรูปคน รูปปราสาท รวมถึงหนังสัตว์และสีที่ใช้ภายในเล่ม สันนิษฐานว่า เขียนขึ้นโดยชาวยุโรป ราวศตวรรษที่ 15 หรือ ระหว่างปี 1450-1520 ภายในสมุดมีจดหมายสอดอยู่ เขียนด้วยภาษาลาติน วันที่ 19 สิงหาคม 1666 เป็นจดหมายที่ โจฮันส์ มาร์คุส มาร์ซี่ อดีตอธิการบดีของมหาวิทยาลัยชาร์ลส์แห่งกรุงปราก (ปัจจุบันอยู่ในสาธารณรัฐเชค) เขียนถึง อธานาเซียส เคอร์เชอร์ นักวิชาการนิกายเจซูอิทแห่งวิทยาลัยโรมาโนในกรุงโรม เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านภาษา ผู้จัดทำพจนานุกรมภาษาคอปติค (เป็นภาษาอียิปต์โบราณที่ใช้ในระหว่าง ปีค.ศ. 200-1100) ภายในจดหมายมีใจความว่า ?สมุดบันทึกที่ส่งมาด้วยนี้ จอร์จ บาเรช (Georg Baresch) เพื่อนสนิทได้มอบให้ข้าพเจ้าก่อนเสียชีวิต และเป็นผู้ซึ่งเคยได้ส่งสำเนาบางส่วนของสมุดเล่มนี้มาให้ท่านเพื่อลองศึกษา และแปลความหมายดูแล้ว แต่เวลานั้นท่านได้ขอให้ส่งสมุดทั้งเล่มมา แต่ บาเรช ได้ปฏิเสธ ทำให้เรื่องหายเงียบไปอย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้ายังมั่นใจว่าท่านจะสามารถแปลความหมายในสมุดบันทึกเล่มนี้ได้อย่าง แน่นนอน...? นอกจากนี้ในจดหมายได้เล่าว่าสมุดเล่มนี้เคยอยู่ในครอบครอง ของจักรพรรดิรูดอล์ฟที่ 2 แห่งโบฮีเมีย ปี 1552-1612 ซึ่งซื้อมาด้วยเหรียญทองคำถึง 600 เหรียญ (เทียบเท่าทองคำที่น้ำหนักประมาณ 3.5 กิโลกรัมในปัจจุบัน) ในสมุดเล่มนี้ได้บันทึกอะไรไว้บ้างไม่มีใครสามารถบอกได้ เนื่องจากอักขระที่ใช้เขียนนั้นไม่มีผู้สามารถถอดความได้ สิ่งเดียวที่จะชี้นำก็คือ รูปภาพภายในเล่ม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภาพของพืชพรรณคล้ายสมุนไพรและแผนผังดาราศาสตร์ จึงเข้าใจว่าน่าจะเป็นสมุดบันทึกทางสายวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะด้านยาที่ทำจากสมุนไพร ซึ่งมีการพัฒนากันมากในยุคกลาง แต่บางแหล่งก็มีข้อสันนิษฐานเป็นบันทึกข้อมูลที่เกี่ยวกับการแปรธาตุในช่วง ศตวรรษที่ 15 ที่พยายามแปรโลหะชนิดต่างๆ ให้เป็นทอง เพราะพบบางภาพในสมุดมีลักษณะคล้ายกับสัญลักษณ์ที่ใช้ในเรื่องของแร่ธาตุและ เหตุผลที่สำคัญ พบว่า จักรพรรดิรูดอล์ฟที่ 2 ยอมซื้อสมุดเล่มนี้ถึง 600 เหรียญ พระองค์เป็นจักรพรรดิที่มีความสนใจสิ่งแปลกประหลาดยิ่งกว่ากษัตริย์อื่นๆ ของยุโรป ทั้งยังเป็นผู้ที่ชอบเรื่องเวทมนต์ เล่มเกม ทำรหัส ทรงมีนักโหราศาสตร์รายล้อมอยู่มากมาย พระองค์เป็นผู้สนับสนุนคนสำคัญในการค้นคว้าและเผยแพร่เรื่องการแปรธาตุอีก ด้วย ลักษณะพื้นฐานของ หนังสือที่ลึกลับที่สุดในโลก Voynich Manuscript ?แบ่งเป็น 5 ส่วน 1. ส่วน พฤกษศาสตร์ มีสาระประมาณครึ่งหนึ่งของสมุด ราว 130 หน้า แต่ละหน้าจะมีภาพวาดของพรรณไม้ชนิดหนึ่ง พร้อมกับตัวอักษรกำลังอยู่ข้างๆ ซึ่งน่าจะเป็นรายละเอียดของพันธุ์ไม้นั้นๆ และอักษรบนแต่ละหน้านั้นก็เป็นชื่อพรรณไม้ 2. ส่วนดาราศาสตร์และจักรวาล ภาพส่วนใหญ่จะวาดในลักษณะของทรงกลม มีพระอาทิตย์ พระจันทร์และกลุ่มดาวต่างๆ แต่บางภาพมีองค์ประกอบแปลกๆ เช่น ภาพแผนภูมิจักรราศี มีภาพผู้หญิงเปลือยถือดวงดาวล้อมรอบจักรราศีอยู่ บางหน้าก็สามารถคลี่ออกมาได้อีกเป็น 6 หน้า มีภาพวาดหน้าผังดาราศาสตร์ ภาพคล้ายกาแลคซี่แอนโดรมีดาที่มองจากกล้องเทเลสโคป ส่วนนี้มี 26 หน้า 3. ส่วนชีววิทยา มีภาพวาดที่ดูคล้ายอวัยวะในร่างกาย ซึ่งมีลักษณะค่อนข้างแปลก มีภาพผู้หญิงเปลือยอยู่ในสระที่มีท่อเชื่อมโยงคล้ายเส้นเลือด ผู้หญิงบางคนก็สวมมงกุฎ ส่วนนี้มี 4 หน้า กับ 28 ภาพวาด 4. ส่วนเภสัชศาสตร์ มีความคล้ายกับส่วนพฤกษศาสตร์ ส่วนนี้มีภาพคล้ายภาชนะที่ใช้ในร้านขายยายุค ศตวรรษที่ 15 และมีตัวอักษรเขียนกำกับที่ตัวภาชนะ ส่วนนี้มี 34 หน้า 5. สูตร คาดว่าเกี่ยวกับสูตรยา เพราะมีการเขียนด้วยย่อหน้าสั้นๆ ถึง 324 ย่อหน้า แต่ถ้านับรวมกับส่วนที่ขาดหายไปแล้ว มีมากถึง 360-365 ย่อหน้า ทุกย่อหน้าเริ่มต้นด้วยรูปดอกจัน แต่มีผู้สันนิษฐานว่าส่วนนี้อาจเป็นปฏิทินแบบพิศดาร มีการระบุเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นไว้ด้วย ส่วนนี้มี 23 หน้า โดยหน้าส่วนท้ายสันนิษฐานกันว่าเป็นบันทึกกุญแจไขปริศนาอักษร อีก 1 หน้า ที่ใช้ในสมุดบันทึกเล่มนี้ทั้งหมด เมื่อแรกเห็นสมุดนี้ ผู้เชี่ยวชาญส่วนมากมักคิดว่าไม่ยากที่จะเข้าใจ แต่ในที่สุดก็พบว่า ตัวอักษรที่บันทึกไว้ไม่ได้มีพื้นฐานมาจากภาษาลาติน อังกฤษ เยอรมันหรือภาษาใดๆ ที่เคยพบมาก่อน จากการวิเคราะห์ในแง่ภาษาศาสตร์ พบว่าการเขียนเป็นไปอย่างต่อเนื่องเหมือนกับว่าผู้เขียนมีความชำนาญในภาษา นั้นอย่างยิ่ง ไม่มีลักษณะที่ต้องหยุดคิดก่อนเขียนพยัญชนะแต่ละตัวทั้งยังไม่พบร่องรอยการ ลบหรือแก้ไขใดๆ เลย เป็นการเขียนจากซ้ายไปขวาและจากบนลงล่าง การตั้งสมมุติฐานผู้เขียนหนังสือ หนังสือที่ลึกลับที่สุดในโลก Voynich Manuscript ?เล่มนี้ คนแรก คือ โรเจอร์ เบค่อน เพราะเป็นชื่อที่ทำให้จักรพรรดิรูดอล์ฟ ยอมจ่ายถึง 600 เหรียญทองคำ ซึ่งในปี 1919 วิลเลียม โรเมน นิวโบลด์ ได้ยืนยันว่าสมุดเล่มนี้เป็นงานของ โรเจอร์ เบค่อน จริง เพราะเบค่อนคือผู้ประดิษฐ์กล้องเทเลสโคปและกล้องจุลทรรศน์ แต่ในปี 1931 ก็ถูกโต้แย้งว่าการมองเห็นกาแลคซีแอนโดรมีดาและโครงสร้างเซลล์ของสิ่งมีชีวิตนั้น ต้องใช้กล้องเทเลสโคปและกลอ้งจุลทรรศน์ที่ทันสมัยเท่านั้น สมมุติฐานที่น่าสนใจที่สุด ดร. อีดิธ เชอร์วูด (Edith Sherwood) ได้เสนอในปี 2002 นี้เองว่า สมุดเล่มนี้เป็นของ ลีโอนาร์โด ดาวินชี - Davinci code ของจริง ประเด็นที่เขาหยิบยกขึ้นมามีน้ำหนักไม่น้อย 1. คือ ส่วนดาราศาสตร์นั้นมีภาพหนึ่งที่มีสัญลักษณ์ราศีเมษอยู่ตรงกลางและมีผู้หญิง เปลือย 15 คน ยืนอยู่ในถัง ซึ่งรายล้อมรอบจักรราศี ส่วนใหญ่กำลังตั้งท้อง ในถังใบหนึ่งแปลกออกไปคือมีผู้หญิงอยู่กับเด็กคนหนึ่ง โดยผู้หญิงนั้นมีหน้าท้องแบน เธอถือคฑา ในยุคกลางนั้นจะทำการคลอดลูกในถังน้ำ ทำให้สันนิษฐานว่าเป็นการบันทึกกำเนิดของใครสักคนในวันที่ 15 เมษายน ระหว่าง 21 นาฬิกา-เที่ยงคืน เพราะตำแหน่งของถังน้ำที่มีเด็กกับผู้หญิงนั้นอยู่ตรงกลางระหว่างเลข 9 ถึงเลข 12 ของหน้าปัด นาฬิกาในยุคกลางนั้นแตกต่างจากปัจจุบัน ทั้ง 24 ชั่วโมงบนหน้าปัดและมีเข็มชี้เวลาเพียงก้านเดียว ดร. เชอร์วูดบอกว่า ในยุคนั้นจะเริ่มนับวันใหม่หลังจากพระอาทิตย์ตกและเขายังเคยอ่านพบบันทึกปู่ ของดาวินชีเกี่ยวกับการเกิดของหลานชายคือ ดาวินชี ในปี 1452 ว่า " หลานชายของฉัน ลูกชายของ Ser Piero เกิดในวันที่ 15 เมษายน วันเสาร์ เวลา 3 นาฬิกากลางคืน เขาชื่อว่า Lionardo" และเมื่อเช็คจากปฏิทินของยุคนั้นพบเป็นเวลา 3 นาฬิกากลางคืน หมายถึงเวลาประมาณ 22 นาฬิกา ภาพในถังน้ำที่มีเด็กมีตัวเลข 1452 และยังมีอีกคำหนึ่งที่อยู่ใกล้กับภาพที่พอแปลได้ จากการมองภาพสะท้อนในกระจกเงา คือ "Sabatta Notto" ซึ่งแปลว่า Saturday Night จะเห็นได้ว่า ความบังเอิญนี้เกิดขึ้นได้ยากที่จะมีคนอื่นที่กำเนิดวันและเวลาเดียวกันกับ ลีโอนาร์โด ดาวินชี 2. คือจุดตรงกลางของภาพเดียวกันนั้นมีภาพแกะที่เป็นสัญลักษณ์ของราศีเมษอยู่ และตัวอักษรใต้ภาพแกะนั้น เมื่อมองในกระจกเงาจะเห็นคล้ายคำว่า "Lionardo" โดยมีตัว r เขียนเสริมไว้ด้านบน ซึ่งเห็นว่าคล้ายกับลายเซ็นของ ลีโอนาร์โด ดาวินชี ซึ่งเขาสะกดชื่อตัวเองว่า "Lionardo" ไม่ใช่ "Leonardo" อย่างที่ใช้กันในปัจจุบัน ข้อสุดท้าย ในส่วนดาราศาสตร์นั้นต้องมองผ่านกระจกเงาจึงจะเข้าใจ เป็นภาพเกี่ยวกับแผนภูมิจักราศี แต่ละราศีก็มีชื่อกำกับไว้ ก็พอจะอ่านชื่อของแต่ละภาพได้ แต่บางชื่อก็ไม่ได้เขียนแบบกลับด้าน??? ภาพคล้ายแกแลคซีที่แสดงทิศทางตามเข็ม นาฬิกา ซึ่งตามจริงคือต้องทวนเข็มนาฬิกา เพราะฉะนั้นเป็นภาพที่ต้องมองผ่านกระจกเงาเช่นกัน และเป็นที่ทราบกันดีว่า ดาวินชี มีความชำนาญวาดภาพและเขียนตัวหนังสือกลับด้าน? ภาพแกแลคซี แอนโดรมีดา สังเกตว่าวงรัศมีกลับด้านกัน เพราะเขาเขียนกลับด้านนั่นเอง ภาพวาดฝีมือ ดาวินชี จากการสันนิษฐาน ถ้าหากว่า ดาวินชีเขียนหนังสือเล่มนี้จริง ก็คงไม่ใช่งานเขียนตอนที่เขาเป็นผู้ใหญ่ เพราะมีหลายภาพมีการเขียนแบบ เด็กๆ เช่น ภาพของพืชพรรณในส่วนพฤกษศาสตร์ แต่ละต้นมีดอก รากและใบที่ไม่สอดคล้องกัน ภาพราศีและภาพในส่วนของชีววิทยาก็ดูคล้ายฝีมือเด็ก และบางภาพจะเห็นว่าภาพผู้หญิงที่มีเต้านมและอวัยวะเพศชาย ซึ่งแสดงถึงการเขียนที่ผู้เขียนไม่เข้าใจถึงสรีระของเพศหญิงอีกด้วย ส่วนเรื่องราวในวัยเยาว์ของดาวินชี นั้นไม่สามารถหาได้ จึงยากแก่การสันนิษฐาน อย่างไรก็ตาม ดร.เชอร์วูด สรุปว่า ลีโอนาร์โด ดาวินชี คือผู้ที่เขียนขึ้นมา เมื่อเขาอายุ 8 ขวบ ราวปี 1460 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อได้ค้นหาภาพที่เป็นงานเขียนของดาวินชี เช่น ภาพ Embryos และ ภาพ Vitruvian Man มาเปรียบเทียบกับสมุดบันทึกแล้วจะดูไปในทิศทางเดียวกัน ?อย่างไรก็ตามสมุดบันทึกเล่มนี้ไม่ว่าจะเป็นงานเขียนของใคร ผู้เขียนสามารถเขียนอักษรที่ประดิษฐ์ขึ้นมาอย่างชำนาญและยังสามารถรักษาความลับของผู้เขียนได้นานเกือบ 600 ปี ยังไงก็คงต้องใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยนี้ก็ยังไม่แน่ว่าจะไขปริศนาในสมุดเล่ม นี้ได้ ผู้เชี่ยวชาญจึงยกให้เป็น สมุดบันทึกที่ลึกลับที่สุดในโลก. ขอบคุณข้อมูล creatures.igetweb.com

สื่อออนไลน์ แฉ ตีแผ่เปิดโปง หรือสะท้อนสังคม??
คลิปนักเรียนตบ /  นิสิต ม.เกษตรฯ / 

ในปัจจุบันโซเชียลเน็ตเวิร์คแทบจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนเราไปแล้ว ไม่ว่าจะทำกิจกรรมอะไร อยู่ที่ไหน อยู่กับใครก็กลายเป็นประเด็นชวนคุยในโลกออนไลน์ได้เสมอ หากประเด็นไหนน่าสนใจก็จะถูกพูดถึงจนกลายเป็นกระแสสังคม จึงทำให้สื่อมวลชนต้องมีการปรับตัวให้ทันกับเหตุการณ์โลกยุคโซเชียลที่มาเร็วไปเร็ว การนำเสนอข่าวจากโลกออนไลน์ จึงมาเป็นอีก 1 ช่องทางทำข่าวของสื่อทั้งโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่อออนไลน์ ตามเว็บไซต์ต่างๆ แน่นอนว่าประเด็นที่สื่อมวลชนจับมาเล่น มักเกิดจากการส่งต่อ การถูกประโคมข่าวจากคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งจนเกิดเป็นกระแส และถูกนำเสนอเป็นข่าวในที่สุด ไม่ว่าเรื่องราวนั้นจะเป็นเรื่องดี ไม่ดี ข่าวฉาว ข่าวสร้างสรรค์ แต่หากเป็นที่สนใจของคนในสังคมออนไลน์ขึ้นมา เรื่องราวนั้นมักถูกตีแผ่เป็นข่าวได้เสมอ ซึ่งสอดคล้องกับ ความหมายของคำว่า "ข่าว" ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ หมายถึง "น. คําบอกเล่าเรื่องราวซึ่งโดยปกติมักเป็นเรื่องเกิดใหม่หรือเป็นที่สนใจ, คําบอกกล่าว, คําเล่าลือ." ประเด็นที่มักได้รับความสนใจนั้น ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกระทบกับความรู้สึกของคนเรา อย่างที่เรียกกันว่า Human Interest และสิ่งที่ตามมาจากการอ่านข่าว ก็คือการแสดงความคิดเห็นต่อข่าวนั้นๆ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละบุคคล ซึ่งข่าวเหล่านี้อาจแยกเป็นหลากหลายประเภท ดังนี้ กระแสชื่นชม อย่างกรณีภาพ นิสิตชายม.เกษตรศาสตร์ นำอิฐวางบนถนนเพื่อให้นิสิตหญิงเดินข้ามไปท่ามกลางสายฝน เมื่อภาพนี้ถูกนำมาทำเป็นข่าวก็ได้รับเสียงชื่นชมจากผู้ใช้อินเตอร์เน็ตจำนวนมาก หรือกรณีล่าสุดที่นักศึกษาสาวรายหนึ่ง ป้อนขนมให้กับขอทานพิการไม่มีแขน บนสะพานลอยที่อนุสาวรีย์ชัยฯ ก็เรียกคะแนนความชื่นชมจากผู้คนบนโลกออนไลน์ได้เยอะเช่นกัน หรือจะเป็นคลิปสาวชาวต่างชาติที่ร้องเพลง “ฉันไม่พูดภาษาไทย” บอกเล่าเรื่องราวการเรียนรู้ภาษาไทยของเธอ เมื่อคลิปนี้ถูกจับมานำเสนอ ก็มีผู้ติดตามดูและชื่นชมในความพยายามของเธอ กระแสถก เป็นกระแสที่นำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของคน จึงทำให้มีทั้งผู้เห็นด้วยและมองต่างมุมออกไป กรณีการรับน้องด้วยระบบโซตัสของมหาวิทยาลัยรัฐบาลแห่งหนึ่ง ซึ่งกลายเป็นกระแสข่าวคึกโครม เนื่องจาก มีการโพสต์ข้อความแสดงความเห็นกันผ่านเฟสบุ๊ก และถูกนำมาเผยแพร่ต่อ คนจำนวนมากไม่เห็นด้วยกับระบบโซตัส มองว่าเป็นระบบที่สร้างความแตกแยกให้นิสิตนักศึกษา เป็นระบบที่ต่างชาติไม่มี เพราะไม่ได้คารพกันที่อายุ แต่เคารพกันที่วุฒิภาวะ มีผู้แสดงความเห็นเข้ามามากมาย แต่ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นการแสดงความเห็นที่บอกเล่าทั้งความรุ้สึกและแง่คิดให้สังคมได้ ความเห็นจากสมาชิกเว็บไซต์ MThai.com คุณ A344GT5 ได้แสดงความเห็นว่า ..."ต่างชาติเค้าไม่มา สนใจว่าคุณอายุเท่าไร แต่เค้ามองแค่คุณมีความสามารถแค่ไหน ไม่แคร์ว่าคุณแก่หรือเด็ก ถ้าความสามารถคุณมีพร้อม ก็ได้รับการนับหน้าถือตา มีเครดิต แต่เมืองไทยนี่อะไร บ้าบอคอแตกกับระบบโซตัส รุ่นน้องต้องกราบรุ่นพี่ เพราะ มันเข้าเรียนก่อน ทำมาอ้างว่า เด็กจะได้เรียนรู้การอยู่ในสังคม ถุ_ย….ชีวิตในสังคมจริงๆ กับมหาลัยมันคนละเรื่องเลย" ขณะที่ผู้ที่เห็นด้วยกับระบบโซตัสก็แสดงความเห็นในอีกด้านว่า การรับน้องจะช่วยหล่อหลอมพฤติกรรมได้ คุณ  sarasin ได้แสดงความคิดเห็นว่า  ..."เอาแค่พอควร ไม่ต้องหักดิบ ค่อยเป็นค่อยไป รุ่นน้องมาใหม่ร้อยพ่อพันแม่ บางคนมาแข็งท้าต่อยรุ่นพี่ sotus หลอมกลายเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตนพลิกหน้ามือเป็นหลังมือก็มี จบไปได้ดีหลายคน อีกอย่าง sotus ไม่ใช่แค่รับน้อง มันเป็นรากฐานปูไปถึงอนาคต รุ่นพี่จบไปเขาก็ดูความประพฤติน้องๆนั่นแหละ น้องทำตัวดี สอนง่าย คุยง่าย เขาก็เอาไปทำงานด้วย น้องแข็งกร้าว ไม่เคารพ เกรงใจผู้ที่มีคุณวุฒิหรือวัยวุฒิมากกว่า เขาก็ไม่ค่อยเอาเข้าร่วมงานหรอก แม้จะเกียรตินิยมก็เถอะ"... กระแสดราม่า นอกจากประเด็นนี้แล้ว ยังมีกระแสข่าวอีกมากมายที่เกิดขึ้นเพราะโลกออนไลน์ ที่เกิดเป็นกระแสแบบปากต่อไป ในเรื่องที่ไม่ค่อยดีนัก กลายเป็นคำที่ชาวบ้านเรียกว่า "แฉ" ที่เห็นได้ชัดในปัจจุบันคงหนีไปพ้น คลิปหลุดการทำอนาจาร หรือคลิปเด็กนักเรียนตบตีกัน อย่างคลิปพระสงฆ์นั่งเครื่องบิน ก็ถือเป็นประเด็นวิจารณ์อย่างหนักและเกิดการขุดคุ้ยค้นหาข้อมูลที่ลึกลงไปเรื่อยๆ  ล่าสุดกับการเผยโฉมบ้านสุดหรูของพ่อแม่ของพระสงฆ์ที่ตกเป็นข่าว หรือภาหลุดคล้ายพระองค์ดังกล่าวนอนกับหญิงสาว ก็เช่นกัน ปฎิเสธไมได้ว่าโลกออนไลน์เป็นอีกแหล่งข่าวที่ถึงคนยุคโซเชียล จึงเป็นอีกช่องทางในการนำเสนอแง่มุมต่างๆให้สังคมรับรู้ ซึ่งก็คงไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเหรียญนั้นมี 2  ด้าน ขณะที่ผู้รับสาร คนดูข่าวบางคนพอใจกับการได้รับรู้ข่าว เพราะถือเป็นความจริงของสังคม และสามารถใช้เป็นแนวทางในการดำรงชีวิตให้ดีขึ้นได้ ในมุมกลับกันก็มีคนบางกลุ่มที่มองว่าไม่สมควรถูกตีแผ่ เพราะจะทำให้สภาพสังคมแย่ลง ถือเป็นการส่งเสริมให้คนเห็นช่องทางในการกระทำผิดมากขึ้น ดังนั้นแล้วก็ต้องขึ้นอยู่ที่วิจารณญาณของผู้รับสารเอง ที่จะเป็นผู้เลือกรับสาร หรือเลือกนำข้อคิดจากข่าวสารมาประยุกต์ใช้กับชีวิตอย่างรู้เท่าทัน MThai News