พจนานุกรม

หนังสือที่ลึกลับที่สุดในโลก Voynich Manuscript
ต่างประเทศ /  ที่สุดในโลก / 

หนังสือที่ลึกลับที่สุดในโลก Voynich Manuscript ห้องสมุดเบนเนคเก้ (Beinecke Rare Bood & Manuscript Library) ของมหาวิทยาลัยเยล สหรัฐอเมริกา เป็นแหล่งหนังสือหายาก รวมทั้งเอกสารต้นฉบับ สมุดบันทึกด้วยลายมือของเจ้าของหลายพันเล่ม  จากยุคกลางและเรอเนสซองส์ มีสมุดบันทึกที่มีนักวิชาการจำนวนมากได้แวะเวียนเข้ามาศึกษาโดยตลอด แต่ไม่มีผู้ใดสามารถทำความเข้าใจสาระที่บันทึกไว้ในสมุดเล่มนี้ได้เลย หนังสือที่ลึกลับที่สุดในโลก Voynich Manuscript หนังสือเล่มนี้พบในปี 1912 โดยนักค้าหนังสือเก่าชาวอเมริกัน-รัสเซีย ชื่อนาย วิลฟริด เอ็ม. วอยนิช (Wilfrid M.Voynich) ขนาด 6 x 9 นิ้ว หนา 1 1/2 นิ้ว มีอยู่ 240 หน้า แต่บางหน้าขาดหายไป ปกสมุดทำจากหนังลูกวัวสีครีม ไม่มีการระบุชื่อผู้เขียน ชื่อเรื่องหรือปีที่เขียนใดๆ ทั้งสิ้น รายละเอียดมีทั้งภาพและอักษรในสมุดมีความเฉพาะตัวเขียนด้วย ปากกาขนนกซึ่งทำให้ดูสง่างาม เป็นตัวอักษรที่ไม่เคยพบเห็นในที่ใดๆ ในโลกมาก่อนและแทบทุกหน้ามีวาดภาพประกอบ มีทั้งพืชพรรณแปลกๆ ภาพผู้หญิงเปลือยเชื่อมด้วยท่อที่ดูคล้ายเส้นโลหิต มีภาพคล้ายแผนผังเกี่ยวกับดาราศาสตร์ที่มองจากกล้องเทเลสโคป และภาพคล้ายเซลล์สิ่งมีชีวิตที่มองผ่านกล้องจุลทรรศน์ นายวอยนิชได้มาจากอิตาลีและกลับไป อเมริกาเพื่อประกาศหาผู้เชี่ยวชาญมาดูเพื่อศึกษาและแปลอักขระ จนถึงวันนี้เกือบ 100 ปี ก็ยังไม่มีใครสามารถแปลความหมายของสมุดบันทึกเล่มนี้ได้แม้แต่คำเดียว สิ่งที่บอกได้คืออายุและแหล่งที่มาของ สมุด จากการวิเคราะห์ลักษณะของภาพวาด เสื้อผ้า ทรงผมของรูปคน รูปปราสาท รวมถึงหนังสัตว์และสีที่ใช้ภายในเล่ม สันนิษฐานว่า เขียนขึ้นโดยชาวยุโรป ราวศตวรรษที่ 15 หรือ ระหว่างปี 1450-1520 ภายในสมุดมีจดหมายสอดอยู่ เขียนด้วยภาษาลาติน วันที่ 19 สิงหาคม 1666 เป็นจดหมายที่ โจฮันส์ มาร์คุส มาร์ซี่ อดีตอธิการบดีของมหาวิทยาลัยชาร์ลส์แห่งกรุงปราก (ปัจจุบันอยู่ในสาธารณรัฐเชค) เขียนถึง อธานาเซียส เคอร์เชอร์ นักวิชาการนิกายเจซูอิทแห่งวิทยาลัยโรมาโนในกรุงโรม เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านภาษา ผู้จัดทำพจนานุกรมภาษาคอปติค (เป็นภาษาอียิปต์โบราณที่ใช้ในระหว่าง ปีค.ศ. 200-1100) ภายในจดหมายมีใจความว่า “สมุดบันทึกที่ส่งมาด้วยนี้ จอร์จ บาเรช (Georg Baresch) เพื่อนสนิทได้มอบให้ข้าพเจ้าก่อนเสียชีวิต และเป็นผู้ซึ่งเคยได้ส่งสำเนาบางส่วนของสมุดเล่มนี้มาให้ท่านเพื่อลองศึกษา และแปลความหมายดูแล้ว แต่เวลานั้นท่านได้ขอให้ส่งสมุดทั้งเล่มมา แต่ บาเรช ได้ปฏิเสธ ทำให้เรื่องหายเงียบไปอย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้ายังมั่นใจว่าท่านจะสามารถแปลความหมายในสมุดบันทึกเล่มนี้ได้อย่าง แน่นนอน...” นอกจากนี้ในจดหมายได้เล่าว่าสมุดเล่มนี้เคยอยู่ในครอบครอง ของจักรพรรดิรูดอล์ฟที่ 2 แห่งโบฮีเมีย ปี 1552-1612 ซึ่งซื้อมาด้วยเหรียญทองคำถึง 600 เหรียญ (เทียบเท่าทองคำที่น้ำหนักประมาณ 3.5 กิโลกรัมในปัจจุบัน) ในสมุดเล่มนี้ได้บันทึกอะไรไว้บ้างไม่มีใครสามารถบอกได้ เนื่องจากอักขระที่ใช้เขียนนั้นไม่มีผู้สามารถถอดความได้ สิ่งเดียวที่จะชี้นำก็คือ รูปภาพภายในเล่ม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภาพของพืชพรรณคล้ายสมุนไพรและแผนผังดาราศาสตร์ จึงเข้าใจว่าน่าจะเป็นสมุดบันทึกทางสายวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะด้านยาที่ทำจากสมุนไพร ซึ่งมีการพัฒนากันมากในยุคกลาง แต่บางแหล่งก็มีข้อสันนิษฐานเป็นบันทึกข้อมูลที่เกี่ยวกับการแปรธาตุในช่วง ศตวรรษที่ 15 ที่พยายามแปรโลหะชนิดต่างๆ ให้เป็นทอง เพราะพบบางภาพในสมุดมีลักษณะคล้ายกับสัญลักษณ์ที่ใช้ในเรื่องของแร่ธาตุและ เหตุผลที่สำคัญ พบว่า จักรพรรดิรูดอล์ฟที่ 2 ยอมซื้อสมุดเล่มนี้ถึง 600 เหรียญ พระองค์เป็นจักรพรรดิที่มีความสนใจสิ่งแปลกประหลาดยิ่งกว่ากษัตริย์อื่นๆ ของยุโรป ทั้งยังเป็นผู้ที่ชอบเรื่องเวทมนต์ เล่มเกม ทำรหัส ทรงมีนักโหราศาสตร์รายล้อมอยู่มากมาย พระองค์เป็นผู้สนับสนุนคนสำคัญในการค้นคว้าและเผยแพร่เรื่องการแปรธาตุอีก ด้วย ลักษณะพื้นฐานของ หนังสือที่ลึกลับที่สุดในโลก Voynich Manuscript  แบ่งเป็น 5 ส่วน 1. ส่วน พฤกษศาสตร์ มีสาระประมาณครึ่งหนึ่งของสมุด ราว 130 หน้า แต่ละหน้าจะมีภาพวาดของพรรณไม้ชนิดหนึ่ง พร้อมกับตัวอักษรกำลังอยู่ข้างๆ ซึ่งน่าจะเป็นรายละเอียดของพันธุ์ไม้นั้นๆ และอักษรบนแต่ละหน้านั้นก็เป็นชื่อพรรณไม้ 2. ส่วนดาราศาสตร์และจักรวาล ภาพส่วนใหญ่จะวาดในลักษณะของทรงกลม มีพระอาทิตย์ พระจันทร์และกลุ่มดาวต่างๆ แต่บางภาพมีองค์ประกอบแปลกๆ เช่น ภาพแผนภูมิจักรราศี มีภาพผู้หญิงเปลือยถือดวงดาวล้อมรอบจักรราศีอยู่ บางหน้าก็สามารถคลี่ออกมาได้อีกเป็น 6 หน้า มีภาพวาดหน้าผังดาราศาสตร์ ภาพคล้ายกาแลคซี่แอนโดรมีดาที่มองจากกล้องเทเลสโคป ส่วนนี้มี 26 หน้า 3. ส่วนชีววิทยา มีภาพวาดที่ดูคล้ายอวัยวะในร่างกาย ซึ่งมีลักษณะค่อนข้างแปลก มีภาพผู้หญิงเปลือยอยู่ในสระที่มีท่อเชื่อมโยงคล้ายเส้นเลือด ผู้หญิงบางคนก็สวมมงกุฎ ส่วนนี้มี 4 หน้า กับ 28 ภาพวาด 4. ส่วนเภสัชศาสตร์ มีความคล้ายกับส่วนพฤกษศาสตร์ ส่วนนี้มีภาพคล้ายภาชนะที่ใช้ในร้านขายยายุค ศตวรรษที่ 15 และมีตัวอักษรเขียนกำกับที่ตัวภาชนะ ส่วนนี้มี 34 หน้า 5. สูตร คาดว่าเกี่ยวกับสูตรยา เพราะมีการเขียนด้วยย่อหน้าสั้นๆ ถึง 324 ย่อหน้า แต่ถ้านับรวมกับส่วนที่ขาดหายไปแล้ว มีมากถึง 360-365 ย่อหน้า ทุกย่อหน้าเริ่มต้นด้วยรูปดอกจัน แต่มีผู้สันนิษฐานว่าส่วนนี้อาจเป็นปฏิทินแบบพิศดาร มีการระบุเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นไว้ด้วย ส่วนนี้มี 23 หน้า โดยหน้าส่วนท้ายสันนิษฐานกันว่าเป็นบันทึกกุญแจไขปริศนาอักษร อีก 1 หน้า ที่ใช้ในสมุดบันทึกเล่มนี้ทั้งหมด เมื่อแรกเห็นสมุดนี้ ผู้เชี่ยวชาญส่วนมากมักคิดว่าไม่ยากที่จะเข้าใจ แต่ในที่สุดก็พบว่า ตัวอักษรที่บันทึกไว้ไม่ได้มีพื้นฐานมาจากภาษาลาติน อังกฤษ เยอรมันหรือภาษาใดๆ ที่เคยพบมาก่อน จากการวิเคราะห์ในแง่ภาษาศาสตร์ พบว่าการเขียนเป็นไปอย่างต่อเนื่องเหมือนกับว่าผู้เขียนมีความชำนาญในภาษา นั้นอย่างยิ่ง ไม่มีลักษณะที่ต้องหยุดคิดก่อนเขียนพยัญชนะแต่ละตัวทั้งยังไม่พบร่องรอยการ ลบหรือแก้ไขใดๆ เลย เป็นการเขียนจากซ้ายไปขวาและจากบนลงล่าง การตั้งสมมุติฐานผู้เขียนหนังสือ หนังสือที่ลึกลับที่สุดในโลก Voynich Manuscript  เล่มนี้ คนแรก คือ โรเจอร์ เบค่อน เพราะเป็นชื่อที่ทำให้จักรพรรดิรูดอล์ฟ ยอมจ่ายถึง 600 เหรียญทองคำ ซึ่งในปี 1919 วิลเลียม โรเมน นิวโบลด์ ได้ยืนยันว่าสมุดเล่มนี้เป็นงานของ โรเจอร์ เบค่อน จริง เพราะเบค่อนคือผู้ประดิษฐ์กล้องเทเลสโคปและกล้องจุลทรรศน์ แต่ในปี 1931 ก็ถูกโต้แย้งว่าการมองเห็นกาแลคซีแอนโดรมีดาและโครงสร้างเซลล์ของสิ่งมีชีวิตนั้น ต้องใช้กล้องเทเลสโคปและกลอ้งจุลทรรศน์ที่ทันสมัยเท่านั้น สมมุติฐานที่น่าสนใจที่สุด ดร. อีดิธ เชอร์วูด (Edith Sherwood) ได้เสนอในปี 2002 นี้เองว่า สมุดเล่มนี้เป็นของ ลีโอนาร์โด ดาวินชี - Davinci code ของจริง ประเด็นที่เขาหยิบยกขึ้นมามีน้ำหนักไม่น้อย 1. คือ ส่วนดาราศาสตร์นั้นมีภาพหนึ่งที่มีสัญลักษณ์ราศีเมษอยู่ตรงกลางและมีผู้หญิง เปลือย 15 คน ยืนอยู่ในถัง ซึ่งรายล้อมรอบจักรราศี ส่วนใหญ่กำลังตั้งท้อง ในถังใบหนึ่งแปลกออกไปคือมีผู้หญิงอยู่กับเด็กคนหนึ่ง โดยผู้หญิงนั้นมีหน้าท้องแบน เธอถือคฑา ในยุคกลางนั้นจะทำการคลอดลูกในถังน้ำ ทำให้สันนิษฐานว่าเป็นการบันทึกกำเนิดของใครสักคนในวันที่ 15 เมษายน ระหว่าง 21 นาฬิกา-เที่ยงคืน เพราะตำแหน่งของถังน้ำที่มีเด็กกับผู้หญิงนั้นอยู่ตรงกลางระหว่างเลข 9 ถึงเลข 12 ของหน้าปัด นาฬิกาในยุคกลางนั้นแตกต่างจากปัจจุบัน ทั้ง 24 ชั่วโมงบนหน้าปัดและมีเข็มชี้เวลาเพียงก้านเดียว ดร. เชอร์วูดบอกว่า ในยุคนั้นจะเริ่มนับวันใหม่หลังจากพระอาทิตย์ตกและเขายังเคยอ่านพบบันทึกปู่ ของดาวินชีเกี่ยวกับการเกิดของหลานชายคือ ดาวินชี ในปี 1452 ว่า " หลานชายของฉัน ลูกชายของ Ser Piero เกิดในวันที่ 15 เมษายน วันเสาร์ เวลา 3 นาฬิกากลางคืน เขาชื่อว่า Lionardo" และเมื่อเช็คจากปฏิทินของยุคนั้นพบเป็นเวลา 3 นาฬิกากลางคืน หมายถึงเวลาประมาณ 22 นาฬิกา ภาพในถังน้ำที่มีเด็กมีตัวเลข 1452 และยังมีอีกคำหนึ่งที่อยู่ใกล้กับภาพที่พอแปลได้ จากการมองภาพสะท้อนในกระจกเงา คือ "Sabatta Notto" ซึ่งแปลว่า Saturday Night จะเห็นได้ว่า ความบังเอิญนี้เกิดขึ้นได้ยากที่จะมีคนอื่นที่กำเนิดวันและเวลาเดียวกันกับ ลีโอนาร์โด ดาวินชี 2. คือจุดตรงกลางของภาพเดียวกันนั้นมีภาพแกะที่เป็นสัญลักษณ์ของราศีเมษอยู่ และตัวอักษรใต้ภาพแกะนั้น เมื่อมองในกระจกเงาจะเห็นคล้ายคำว่า "Lionardo" โดยมีตัว r เขียนเสริมไว้ด้านบน ซึ่งเห็นว่าคล้ายกับลายเซ็นของ ลีโอนาร์โด ดาวินชี ซึ่งเขาสะกดชื่อตัวเองว่า "Lionardo" ไม่ใช่ "Leonardo" อย่างที่ใช้กันในปัจจุบัน ข้อสุดท้าย ในส่วนดาราศาสตร์นั้นต้องมองผ่านกระจกเงาจึงจะเข้าใจ เป็นภาพเกี่ยวกับแผนภูมิจักราศี แต่ละราศีก็มีชื่อกำกับไว้ ก็พอจะอ่านชื่อของแต่ละภาพได้ แต่บางชื่อก็ไม่ได้เขียนแบบกลับด้าน    ภาพคล้ายแกแลคซีที่แสดงทิศทางตามเข็ม นาฬิกา ซึ่งตามจริงคือต้องทวนเข็มนาฬิกา เพราะฉะนั้นเป็นภาพที่ต้องมองผ่านกระจกเงาเช่นกัน และเป็นที่ทราบกันดีว่า ดาวินชี มีความชำนาญวาดภาพและเขียนตัวหนังสือกลับด้าน  ภาพแกแลคซี แอนโดรมีดา สังเกตว่าวงรัศมีกลับด้านกัน เพราะเขาเขียนกลับด้านนั่นเอง ภาพวาดฝีมือ ดาวินชี จากการสันนิษฐาน ถ้าหากว่า ดาวินชีเขียนหนังสือเล่มนี้จริง ก็คงไม่ใช่งานเขียนตอนที่เขาเป็นผู้ใหญ่ เพราะมีหลายภาพมีการเขียนแบบ เด็กๆ เช่น ภาพของพืชพรรณในส่วนพฤกษศาสตร์ แต่ละต้นมีดอก รากและใบที่ไม่สอดคล้องกัน ภาพราศีและภาพในส่วนของชีววิทยาก็ดูคล้ายฝีมือเด็ก และบางภาพจะเห็นว่าภาพผู้หญิงที่มีเต้านมและอวัยวะเพศชาย ซึ่งแสดงถึงการเขียนที่ผู้เขียนไม่เข้าใจถึงสรีระของเพศหญิงอีกด้วย ส่วนเรื่องราวในวัยเยาว์ของดาวินชี นั้นไม่สามารถหาได้ จึงยากแก่การสันนิษฐาน อย่างไรก็ตาม ดร.เชอร์วูด สรุปว่า ลีโอนาร์โด ดาวินชี คือผู้ที่เขียนขึ้นมา เมื่อเขาอายุ 8 ขวบ ราวปี 1460 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อได้ค้นหาภาพที่เป็นงานเขียนของดาวินชี เช่น ภาพ Embryos และ ภาพ Vitruvian Man มาเปรียบเทียบกับสมุดบันทึกแล้วจะดูไปในทิศทางเดียวกัน  อย่างไรก็ตามสมุดบันทึกเล่มนี้ไม่ว่าจะเป็นงานเขียนของใคร ผู้เขียนสามารถเขียนอักษรที่ประดิษฐ์ขึ้นมาอย่างชำนาญและยังสามารถรักษาความลับของผู้เขียนได้นานเกือบ 600 ปี ยังไงก็คงต้องใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยนี้ก็ยังไม่แน่ว่าจะไขปริศนาในสมุดเล่ม นี้ได้ ผู้เชี่ยวชาญจึงยกให้เป็น สมุดบันทึกที่ลึกลับที่สุดในโลก. ขอบคุณข้อมูล creatures.igetweb.com

อัพเดทศัพท์วัยรุ่น เยอะจุงเบย
ภาษาวัยรุ่น /  เกร็ดความรู้

ราชบัณฑิตยสถาน?จัดหนัก?อัพเดทศัพท์วัยรุ่น?กว่าพันคำ?ลง พจนานุกรมคำใหม่เล่ม 4 ออกเผยแพร่ปลายปี?ไม่ว่าจะเป็น ศัพท์ใหม่? ศัพท์วัยรุ่น ที่ทันยุคสมัย คำสแลง เพื่อเป็นแหล่งค้นคว้าและรวบรวมข้อมูลคำใหม่ต่างๆ และบันทึกคำเหล่านี้ไว้เป็นหลักฐานแสดงการเกิดและการเปลี่ยนแปลงของคำที่ใช้ในสังคมไทย (โอ้มันลึกซึ่งมาก O0O! ) ซึ่งวัยรุ่นไทยอย่างเราก็ไม่รู้หรอกว่าเคยพูดเคยใช้ กันมั้งหรึเปล่า! แต่ ราชบัณฑิตยสถาน บอกว่ามี?ศัพท์วัยรุ่น?กว่า 1พันคำ (โห้เยอะจุงเบย ^^)?เอาละเรามาดูกันคะว่า?ศัพท์ใหม่ ศัพท์วัยรุ่น ที่?ราชบัณฑิตยสถาน จัดแจงรวบรวมกว่าพันคำมีอะไรบ้าง ? ตัวอย่างคำและความหมายของ ศัพท์วัยรุ่น บางส่วน บางคำ กรรมสะสมไมล์ -?เป็นการเปรียบเทียบคนที่ชอบทำบาปกรรมว่าเป็นการสะสมไมล์ เหมือนที่สายการบินให้ลูกค้าสะสมไมล์เมื่อเดินทาง กระบือบำบัด -?คำนี้มาจากโครงการใช้ควายบำบัดเด็กออทิสติกจนประสบความสำเร็จ กองร้อยน้ำหวาน - ตำรวจจราจรหญิงในยุคบุกเบิก เป็นกองกำลังหนึ่งของกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน กองบัญชาการ ตำรวจนครบาล กอดเสาเข่าทรุด -?เกิดขึ้นจากเหตุการณ์อุทกภัยช่วงปลายปีที่ผ่านมาหลังจากประชาชนกลับเข้าไปบ้านเมื่อเห็นสภาพความเสียหายมากมายถึงขั้นเกิดอาการกอดเสาเข่าทรุด กากๆ - คำศัพท์ที่วัยรุ่นนิยมใช้ในอินเตอร์เน็ต โดยเป็นการดูถูกว่าเป็นคนที่ทำตัวไม่ค่อยมีประโยชน์ กิจกาม - เป็นคำที่ใช้เลียนแบบคำว่า กิจกรรม ซึ่งแทนที่จะไปทำกิจกรรมต่างๆ ก็มุ่งไปเรื่องเพศสัมพันธ์อย่างเดียว กินตับ - มีความหมายมาจากเพลงกินตับ (หรออ!) กินอิ่มนอนอุ่น - แทนที่วัยรุ่นจะพูดว่ากินอิ่มนอนหลับ เพื่อความเท่และทันสมัยก็จะพูดคำดังกล่าว เกรียน - เป็นคำสแลงของคนที่มีพฤติกรรมก่อกวนคนอื่นและก้าวร้าวทางคำพูด ขนแขน สแตนอั้ป - พูดเมื่อเวลาเจอเรื่องน่าตื่นเต้น ขออภัยมณีศรีสุวรรณ - แทนที่จะพูดว่าขออภัยคำเดียว ก็จะเติมสร้อยให้ดูทันสมัย ครูตู้ - คือทีวีการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม จอนูน /จอแบน - เป็นการพูดถึงลักษณะของผู้หญิง (ลักษณะอะไรคะ?) จัดชุดใหญ่/จัดเต็ม/จัดแน่น/จัดหนัก/จัดใหญ่ - เป็นคำที่ใช้พูดในสถานการณ์ที่ต้องการทำอะไรบางอย่างแบบเต็มที่ แพล้งกิ้ง - ช่วงที่ผ่านมาวัยรุ่นได้ฮิตทำท่าแปลกๆ คล้ายคนที่ตาย แท็บเหล็ต/แท็บเบล็ต - หนึ่งในนโยบายของ รัฐบาลชุดปัจจุบันที่แจกแท็บเหล็ตให้กับนักเรียน ป.1 เฟ้สบุ๊ก - โปรแกรมที่คนทั่วโลกกำลังนิยมเล่น ชะโงกทัวร์ - มาจากการได้ไปท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆ แต่ทำได้แค่ยืนมองโดยไม่ได้ลงไปชมความงามอย่างเต็มที่ แต๊งกิ้วหลาย - เป็นคำที่วัยรุ่นทับศัพท์มาจากภาษาอังกฤษแล้วใช้ภาษาอีสานเติมเป็นสร้อย ตีขอร์ดหยอดสาว - พฤติกรรมของผู้ชายที่ใช้เวลาในการเล่นกีฬาไปจีบผู้หญิง (เพิ่งเคยได้ยินวันนี้แหละ!) นักปั้นน้ำ - มีความหมายมาจากคนที่ชอบโกหกไปเรื่อยๆ ซ่อนดาบในรอยยิ้ม - ใบหน้ายิ้มแย้มแต่ในใจลึกๆ กำลังคิดร้าย เม้าธ์มอย - เป็นการนินทาหรือกล่าวหาผู้อื่น, ?มีหัวไว้คั่นหู? ใช้ด่าและประชดประชันคนที่ถูกมองว่าโง่ สมใจนึกบางลำพู - มาจากร้านขายเสื้อผ้าย่านบางลำพู ใครๆ ก็รู้จัก เวลาพูดว่าจะไปซื้อเสื้อผ้าที่บางลำพู ก็จะบอกว่าไปร้านนี้ (ไม่เคยนะ!) เคลียร์คัดชัดเจน - ใช้พูดเวลาที่ทำความเข้าใจในเรื่องนั้นจนชัดเจนกระจ่างแจ้งแล้ว โนเวย์สเตชั่น - แทนที่จะใช้คำว่า ไม่ ก็จะใช้คำนี้แทน ฟ้ามีตา - ใช้พูดเตือนสติคนที่คิดว่าทำชั่วแล้วจะไม่มีใครรู้เห็น ขั้นเทพ? - ดีอย่างยิ่ง, เก่งอย่างยิ่ง, เช่น แกงนี่อร่อยขั้นเทพเลย, ฝีมือวาดภาพขั้นเทพอย่างนี้ ราคาคงแพงมาก เข็มขัดสั้น?- คาดการณ์ไม่ถึง, คาดไม่ถึง, (ใช้พูดเล่น) เช่น ถ้าจะให้อีกฝ่ายสนใจ เราจะต้องปฏิบัติการแบบ เข็มขัดสั้น คนเคยรวย? - ผู้ที่มีฐานะดี แต่ได้รับผลจากวิกฤตเศรษฐกิจ ทำให้ฐานะตกต่ำลง เช่น ตอนนี้พวกคนเคยรวยพากันขนข้าวของในบ้านใส่รถมาเปิดท้ายขายของ คาร์บอมบ์? - ระเบิดที่ซุกซ่อนไว้ในรถเพื่อให้ระเบิดทำลายบุคคล หรือสถานที่ที่ต้องการ เช่น ผู้ก่อการร้ายใช้คาร์บอมบ์ระเบิดสะพาน งามไส้? ?- น่าขายหน้าอย่างยิ่ง เช่น งามไส้ไหมล่ะ เจ้าหน้าที่เป็นโจรเสียเอง ตั้งแก๊งฉกทรัพย์ในสนามบิน ชัวร์ป้าบ,ชัวร์ป้าบนิ่ม?- แน่นอนอย่างยิ่ง เช่น วันนี้เขาต้องมาที่นี่แน่ ๆ ชัวร์ป้าบนิ่ม ชาบู ชาบู? - อาหารหม้อไฟแบบญี่ปุ่นที่นำมาปรุงรับประทานเอง ใช้เนื้อวัว หรือหมูหั่นบางมาก ลวกจิ้มน้ำจิ้มปรุงรสด้วยเต้าเจี้ยวบด ซีอิ๊ว งา กระเทียม ?(เห้ย ! ที่ฉันรู้และพูดมา มันไม่ได้หมายถึง หมอไฟญี่ปุ่นนะเจ๊ มัน เดี้ยะ บร๊ะเจ้าก็โกรธหรอก) ชื่นสะดือ?- ชื่นใจ, สบายใจ, สมดังที่ต้องการ, เช่น หยุดคราวนี้จะไปเที่ยวให้ชื่นสะดือเลย (ห๊ะ! มีคำนี้ด้วยหรือนี้) ชุมชนออนไลน์?- กลุ่มคนที่เป็นสมาชิกเว็บไซต์ที่ให้สมาชิกมีส่วนร่วมในการพูดคุย เผยแพร่ภาพ คลิปวิดีโอ รวมทั้งแบ่งปันข้อมูลอื่น ๆ แก่กันและกัน เช่น เขาหมกมุ่นอยู่แต่ในชุมชนออนไลน์จนไม่มีเวลาทำการบ้าน โชะ, โชะ ๆ?- ถูกต้องชัดเจน, ตรงประเด็น,สำเร็จเรียบร้อยอย่างรวดเร็ว,(มักใช้ซ้ำ)เช่นเวลาสั่งงานอย่าอ้อมค้อม ต้องสั่งแบบโชะ ๆ เลย ซะ?- ?มากจน (ตามด้วยกริยาที่ละไว้) เช่น เขาทำแค่นิดเดียว ชม ซะ (อาย) ซื้อเวลา?- ทำเพื่อให้เหตุการณ์ที่จะเป็นปัญหา หรือก่อปัญหาทอดยาวออกไปได้อีกระยะหนึ่ง เช่น ถ้าเรามัวแต่ซื้อเวลาไปเรื่อย ๆ แบบนี้ ปัญหาก็ไม่จบหรอก เซโรงัง?- เซ, เดินไม่ตรง, เช่น เขาให้มาช่วยเดินแบบงานการกุศล ไอ้เราก็อายุมากแล้ว เวลาหมุนตัวก็กลัวว่าจะเซโรงังตกแคตวอล์ก เซียะ?- สวยมาก เช่น ชุดใหม่ของเธอเซียะสุดสุด นางเอกคนใหม่นี่ทั้งแซ่บ ทั้งเซียะเลย ดราม่า?- ละครที่แสดงบนเวที หรือทางวิทยุโทรทัศน์เกี่ยวกับปัญหาชีวิตที่หนักหน่วง มีการแสดงอารมณ์ ( เอิ้บ ฉันว่า ดราม่าในวัยรุ่น หมายถึง เหตุการณ์ไม่ดี ที่มีการ ทะเลาะโต้เถียง โต้แย้ง กัน จนทำให้เกิด การดราม่า ไม่ใช่ละครเวที) เด็กในคาถา?- ลูกน้องที่ทำทุกอย่างตามความต้องการของเจ้านาย เช่น คนนี้ไว้ใจได้แน่นอนเพราะเป็นเด็กในคาถาของผมเอง เด๊ด, เด๊ดสะมอเร่?- ตาย เช่น ไอ้ตูบข้างบ้านถูกรถชนเด๊ดสะมอเร่ไปแล้ว เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว?- ทำเรื่องเสียหายเพียงเล็กน้อยแต่ก่อผลกระเทือนเป็นทอด ๆ จนเกิดความเสียหายอย่างมากต่อสิ่งแวดล้อมของโลก (อันนี้เหมือนเคยได้ยินแวปๆ) เดี๊ยะ?- ทุกประการ เช่น แกงที่นี่รสชาติเหมือนที่บ้านเดี๊ยะเลย ติดสาย?- ไม่สามารถรับโทรศัพท์ได้เพราะกำลังใช้โทรศัพท์อีกเครื่องหนึ่ง เช่น หัวหน้าติดสาย จะฝากข้อความไว้ไหมคะ ไต่สวนสาธารณะ?- กระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่มีส่วนเกี่ยวข้องก่อนที่จะตัดสินใจอย่างเป็นทางการในการดำเนินการใด ๆ ท็อปฟอร์ม?- รูปแบบ หรือลักษณะที่ดีที่สุด (ใช้กับการเล่นกีฬา) เช่น เขากำลังอยู่ในช่วงท็อปฟอร์ม แข่งขันสนามไหนก็ชนะหมด และนอกจากนี้ยังมี :: คิดเองเออเอง, คุ้ยแคะแกะเกา, จิ้งจกเปลี่ยนสี, เจิมปาก, ชื่นรูหู, เช็ดเม็ด, ซูโดกุ, ตายซับตายซ้อน, พรแสวง, ยิมน้าสติก, ร้องเพลงรอ, ริกเต้อร์ และโลว์ซีซั่น (?โห้เยอะจุงเบย?ไม่ไหวจะเคลียร์ เพลียร่างมากๆ เยอะจัด ! ) ซึ่งถ้า ราชบัณฑิตยสถาน ได้ทำการคัดเลือก ศัพท์วัยรุ่น?คำศัพท์ใหม่ เสร็จเรียบร้อย ก็จะตีพิมพ์ออกเผยแพร่ในช่วงปลายปี 2555 ทันที !

8 แอพฯ ช่วยให้ชีวิตสบายเมื่อเรียนต่อต่างประเทศ
ต่างประเทศ /  เคล็ดลับ / 

วันนี้ทีนเอ็มไทยมีแอพพลิเคชั่นมาแนะนำเพื่อนๆ น้องๆ สำหรับคนที่กำลังจะไปเรียนต่อต่างประเทศ หรือกำลังเตรียมความพร้อมกันอยู่ การไปเรียนต่อต่างประเทศนั้นเราก็ต้องเตรียมพร้อมทางด้านภาษา สถานที่ต่างๆ บริเวณนั้น นี่เป็น 8 แอพฯ ช่วยให้ชีวิตสบายเมื่อเรียนต่อต่างประเทศ ที่อาจจะช่วยให้การใช้ชีวิตในต่างประเทศของเพื่อนๆ ง่ายขึ้นก็ได้นะคะ ^^ ต้องโหลด!! 8 แอพฯ ช่วยให้ชีวิตสบายเมื่อเรียนต่อต่างประเทศ 1 . AroundMe  แอ พนี้จะสามารถบอกให้เรารู้ว่า ตอนนี้เราอยู่ที่ไหนและรอบตัวเรามีร้านค้า ธนาคาร ปั๊มน้ำมัน โรงพยาบาล โรงหนัง ร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต หรือ บาร์ ฯลฯ อะไรอยู่ใกล้ๆ บ้าง พร้อมทั้งยังบอกระยะทางและสามารถดูเส้นทางจากแผนที่ แถมยังมีที่อยู่และเบอร์โทรของสถานที่นั้นๆ ให้อีกด้วย ของดีฟรีๆ แบบนี้รีบโหลดด่วนเลยจ้า 2. Skype แอ พสุดฮิตสำหรับการติดต่อสื่อสารกันข้ามประเทศแบบเรียลไทม์ ที่สามารถส่งได้ทั้งข้อความ เสียง และภาพเคลื่อนไหว แอพนี้จึงนิยมใช้คุยกันแบบเห็นหน้า (Video Call) เรียกได้ว่าคิดถึงคนที่บ้านเมื่อไหร่ก็ Skype คุยกันได้ทันทีแบบไม่มีค่าใช้จ่าย ขอแค่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตเท่านั้น หรือหากพ่อแม่ไม่ถนัดใช้เทคโนโลยี Skype ก็ยังสามารถใช้โทรหาโทรศัพท์ได้ทั่วโลก ในราคาประหยัดกว่าการโทรศัพท์ข้ามประเทศทั่วไป 3. Weather Channel การ ใช้ชีวิตต่างแดนนั้น สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามก็คือเรื่องของสภาพอากาศในแต่ละวัน โดยเฉพาะเมื่อคุณเลือกไปอยู่ประเทศที่มีอากาศแตกต่างจากเมืองไทยค่อนข้างมาก การเตรียมพร้อมล่วงหน้าเกี่ยวกับสภาพอากาศในแต่ละวัน จะช่วยให้ชีวิตคุณราบรื่นขึ้นอย่างแน่นอน แอพพยากรณ์อากาศยอดฮิตที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้ทั่วโลกอย่าง Weather Channel จึงเป็นอีกแอพหนึ่งที่คุณไม่ควรพลาด 4. Dropbox แอ พสำหรับจัดเก็บและแชร์ไฟล์ตัวนี้ จะช่วยให้คุณสามารถเรียกใช้ไฟล์งานต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย โดยมีพื้นที่ให้ใช้ฟรีมากถึง 2GB ใช้งานได้ทั้งบนแล็ปท็อปและสมาร์ทโฟน ซึ่งนอกจากจะใช้ในการจัดเก็บไฟล์ส่วนตัวแล้ว คุณยังสามารถใช้ Dropbox ในการแชร์โฟลเดอร์ต่างๆ เพื่อการทำงานกลุ่มร่วมกับคนอื่นได้อีกด้วย 5. Thai Fast Dict ช่วง ปรับตัวในการไปเรียนต่อเมืองนอก หลายคนอาจจะยังมีอุปสรรคด้านภาษาอยู่บ้าง ก็อย่าลืมโหลดแอพพจนานุกรมที่ช่วยในการแปลศัพท์ต่างๆ ติดตัวไว้สักหน่อย โดยจุดเด่นของแอพ Thai Fast Dict ก็คือการใช้งานที่สะดวก ง่ายดาย และรวดเร็ว มีภาพประกอบช่วยให้เข้าใจคำศัพท์มากขึ้น สามารถฟังคำศัพท์เพื่อฝึกออกเสียงได้ แถมยังมีเกม Hangpig ไว้สำหรับฝึกฝนคำศัพท์ใหม่ๆ พ่วงมาให้ด้วย 6. iTunes U แอ พนี้ช่วยให้นักศึกษาที่ใฝ่หาความรู้ทั้งหลาย สามารถเข้าถึงแหล่งความรู้จากคอร์สที่เรียนอยู่ ได้อย่างง่ายดายเพียงแค่ปลายนิ้ว โดยแหล่งข้อมูลจะมีทั้งไฟล์หนังสือเรียน แบบฝึกหัด และเสียงหรือวิดีโอแลคเชอร์ ที่สามารถเข้าไปอ่าน ส่งการบ้าน ทำเลคเชอร์ส่วนตัวได้  เป็นเจ๋งสุดๆ ไปเลยใช่ไหมล่ะ มหาวิทยาลัยใน UK ที่ใช้แอพนี้ Harvard, Imperial, Cambridge ส่วนใน USA จะมี Standford, Yale และ Columbia 7. Skyscanner ของ ฟรีอีกแอพที่น่าสนใจสำหรับนักเรียนนอกคือ Skyscanner แอพหาข้อมูลตั๋วเครื่องบินที่ยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพ สามารถเปรียบเทียบข้อมูลสายการบินได้ทั่วโลก จึงช่วยหาตั๋วราคาถูกที่สุดได้ในเวลาไม่กี่วินาที แถมยังรองรับภาษาและสกุลเงินของไทยอีกด้วย จะหาตั๋วบินกลับบ้านหรือหาตั๋วไปเที่ยวก็สะดวกสบายสุดๆ 8. TripAdvisor คน รักการท่องเที่ยวหาประสบการณ์นอกห้องเรียนต้องไม่พลาดแอพ TripAdvisor ผู้ช่วยสุดเจ๋งในการวางแผนการท่องเที่ยว พร้อมให้คำแนะนำต่างๆ จากรีวิวของนักท่องเที่ยวที่เคยไปมาก่อน ไม่ว่าจะเรื่องที่พัก ที่กิน ที่เที่ยว หรือการเดินทาง ก็มีข้อมูลให้บริการอย่างครบครัน และรองรับหลากหลายภาษาทั่วโลก รวมถึงภาษาไทยด้วย ขอบคุณข้อมูล SUTASINEE LERTWATCHA hotcourses.in.th

สื่อออนไลน์ แฉ ตีแผ่เปิดโปง หรือสะท้อนสังคม??
คลิปนักเรียนตบ /  นิสิต ม.เกษตรฯ / 

ในปัจจุบันโซเชียลเน็ตเวิร์คแทบจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนเราไปแล้ว ไม่ว่าจะทำกิจกรรมอะไร อยู่ที่ไหน อยู่กับใครก็กลายเป็นประเด็นชวนคุยในโลกออนไลน์ได้เสมอ หากประเด็นไหนน่าสนใจก็จะถูกพูดถึงจนกลายเป็นกระแสสังคม จึงทำให้สื่อมวลชนต้องมีการปรับตัวให้ทันกับเหตุการณ์โลกยุคโซเชียลที่มาเร็วไปเร็ว การนำเสนอข่าวจากโลกออนไลน์ จึงมาเป็นอีก 1 ช่องทางทำข่าวของสื่อทั้งโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่อออนไลน์ ตามเว็บไซต์ต่างๆ แน่นอนว่าประเด็นที่สื่อมวลชนจับมาเล่น มักเกิดจากการส่งต่อ การถูกประโคมข่าวจากคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งจนเกิดเป็นกระแส และถูกนำเสนอเป็นข่าวในที่สุด ไม่ว่าเรื่องราวนั้นจะเป็นเรื่องดี ไม่ดี ข่าวฉาว ข่าวสร้างสรรค์ แต่หากเป็นที่สนใจของคนในสังคมออนไลน์ขึ้นมา เรื่องราวนั้นมักถูกตีแผ่เป็นข่าวได้เสมอ ซึ่งสอดคล้องกับ ความหมายของคำว่า "ข่าว" ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ หมายถึง "น. คําบอกเล่าเรื่องราวซึ่งโดยปกติมักเป็นเรื่องเกิดใหม่หรือเป็นที่สนใจ, คําบอกกล่าว, คําเล่าลือ." ประเด็นที่มักได้รับความสนใจนั้น ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกระทบกับความรู้สึกของคนเรา อย่างที่เรียกกันว่า Human Interest และสิ่งที่ตามมาจากการอ่านข่าว ก็คือการแสดงความคิดเห็นต่อข่าวนั้นๆ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละบุคคล ซึ่งข่าวเหล่านี้อาจแยกเป็นหลากหลายประเภท ดังนี้ กระแสชื่นชม อย่างกรณีภาพ นิสิตชายม.เกษตรศาสตร์ นำอิฐวางบนถนนเพื่อให้นิสิตหญิงเดินข้ามไปท่ามกลางสายฝน เมื่อภาพนี้ถูกนำมาทำเป็นข่าวก็ได้รับเสียงชื่นชมจากผู้ใช้อินเตอร์เน็ตจำนวนมาก หรือกรณีล่าสุดที่นักศึกษาสาวรายหนึ่ง ป้อนขนมให้กับขอทานพิการไม่มีแขน บนสะพานลอยที่อนุสาวรีย์ชัยฯ ก็เรียกคะแนนความชื่นชมจากผู้คนบนโลกออนไลน์ได้เยอะเช่นกัน หรือจะเป็นคลิปสาวชาวต่างชาติที่ร้องเพลง “ฉันไม่พูดภาษาไทย” บอกเล่าเรื่องราวการเรียนรู้ภาษาไทยของเธอ เมื่อคลิปนี้ถูกจับมานำเสนอ ก็มีผู้ติดตามดูและชื่นชมในความพยายามของเธอ กระแสถก เป็นกระแสที่นำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของคน จึงทำให้มีทั้งผู้เห็นด้วยและมองต่างมุมออกไป กรณีการรับน้องด้วยระบบโซตัสของมหาวิทยาลัยรัฐบาลแห่งหนึ่ง ซึ่งกลายเป็นกระแสข่าวคึกโครม เนื่องจาก มีการโพสต์ข้อความแสดงความเห็นกันผ่านเฟสบุ๊ก และถูกนำมาเผยแพร่ต่อ คนจำนวนมากไม่เห็นด้วยกับระบบโซตัส มองว่าเป็นระบบที่สร้างความแตกแยกให้นิสิตนักศึกษา เป็นระบบที่ต่างชาติไม่มี เพราะไม่ได้คารพกันที่อายุ แต่เคารพกันที่วุฒิภาวะ มีผู้แสดงความเห็นเข้ามามากมาย แต่ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นการแสดงความเห็นที่บอกเล่าทั้งความรุ้สึกและแง่คิดให้สังคมได้ ความเห็นจากสมาชิกเว็บไซต์ MThai.com คุณ A344GT5 ได้แสดงความเห็นว่า ..."ต่างชาติเค้าไม่มา สนใจว่าคุณอายุเท่าไร แต่เค้ามองแค่คุณมีความสามารถแค่ไหน ไม่แคร์ว่าคุณแก่หรือเด็ก ถ้าความสามารถคุณมีพร้อม ก็ได้รับการนับหน้าถือตา มีเครดิต แต่เมืองไทยนี่อะไร บ้าบอคอแตกกับระบบโซตัส รุ่นน้องต้องกราบรุ่นพี่ เพราะ มันเข้าเรียนก่อน ทำมาอ้างว่า เด็กจะได้เรียนรู้การอยู่ในสังคม ถุ_ย….ชีวิตในสังคมจริงๆ กับมหาลัยมันคนละเรื่องเลย" ขณะที่ผู้ที่เห็นด้วยกับระบบโซตัสก็แสดงความเห็นในอีกด้านว่า การรับน้องจะช่วยหล่อหลอมพฤติกรรมได้ คุณ  sarasin ได้แสดงความคิดเห็นว่า  ..."เอาแค่พอควร ไม่ต้องหักดิบ ค่อยเป็นค่อยไป รุ่นน้องมาใหม่ร้อยพ่อพันแม่ บางคนมาแข็งท้าต่อยรุ่นพี่ sotus หลอมกลายเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตนพลิกหน้ามือเป็นหลังมือก็มี จบไปได้ดีหลายคน อีกอย่าง sotus ไม่ใช่แค่รับน้อง มันเป็นรากฐานปูไปถึงอนาคต รุ่นพี่จบไปเขาก็ดูความประพฤติน้องๆนั่นแหละ น้องทำตัวดี สอนง่าย คุยง่าย เขาก็เอาไปทำงานด้วย น้องแข็งกร้าว ไม่เคารพ เกรงใจผู้ที่มีคุณวุฒิหรือวัยวุฒิมากกว่า เขาก็ไม่ค่อยเอาเข้าร่วมงานหรอก แม้จะเกียรตินิยมก็เถอะ"... กระแสดราม่า นอกจากประเด็นนี้แล้ว ยังมีกระแสข่าวอีกมากมายที่เกิดขึ้นเพราะโลกออนไลน์ ที่เกิดเป็นกระแสแบบปากต่อไป ในเรื่องที่ไม่ค่อยดีนัก กลายเป็นคำที่ชาวบ้านเรียกว่า "แฉ" ที่เห็นได้ชัดในปัจจุบันคงหนีไปพ้น คลิปหลุดการทำอนาจาร หรือคลิปเด็กนักเรียนตบตีกัน อย่างคลิปพระสงฆ์นั่งเครื่องบิน ก็ถือเป็นประเด็นวิจารณ์อย่างหนักและเกิดการขุดคุ้ยค้นหาข้อมูลที่ลึกลงไปเรื่อยๆ  ล่าสุดกับการเผยโฉมบ้านสุดหรูของพ่อแม่ของพระสงฆ์ที่ตกเป็นข่าว หรือภาหลุดคล้ายพระองค์ดังกล่าวนอนกับหญิงสาว ก็เช่นกัน ปฎิเสธไมได้ว่าโลกออนไลน์เป็นอีกแหล่งข่าวที่ถึงคนยุคโซเชียล จึงเป็นอีกช่องทางในการนำเสนอแง่มุมต่างๆให้สังคมรับรู้ ซึ่งก็คงไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเหรียญนั้นมี 2  ด้าน ขณะที่ผู้รับสาร คนดูข่าวบางคนพอใจกับการได้รับรู้ข่าว เพราะถือเป็นความจริงของสังคม และสามารถใช้เป็นแนวทางในการดำรงชีวิตให้ดีขึ้นได้ ในมุมกลับกันก็มีคนบางกลุ่มที่มองว่าไม่สมควรถูกตีแผ่ เพราะจะทำให้สภาพสังคมแย่ลง ถือเป็นการส่งเสริมให้คนเห็นช่องทางในการกระทำผิดมากขึ้น ดังนั้นแล้วก็ต้องขึ้นอยู่ที่วิจารณญาณของผู้รับสารเอง ที่จะเป็นผู้เลือกรับสาร หรือเลือกนำข้อคิดจากข่าวสารมาประยุกต์ใช้กับชีวิตอย่างรู้เท่าทัน MThai News

เทียนพรรษา ทำมาจากอะไร
ประวัติ /  วันเข้าพรรษา / 

รู้หรือไม่? เทียนพรรษา ทำมาจากอะไร? หลายคนอาจจะสงสัย ว่า เทียนพรรษา คืออะไร??เทียนพรรษา?ใช้ทำอะไร? เพราะช่วงนี้เป็นช่วง เข้าพรรษา ก็จะต้องมีการนำเทียนมาถวายวัด หรือ การยกขบวน แห่เทียนพรรษา เอาละเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราไปดูกันดีกว่าว่า?เทียนพรรษา ทำมาจากอะไร? กำเนิด เทียนพรรษา ศาสนาพราหมณ์ - ฮินดู นับถือวัวเพราะถือว่า วัวเป็นพาหนะของพระอิศวร เมื่อวัวตาย จะเอาไขจากวัวมาทำเป็นน้ำมันเพื่อจุดบูชาพระผู้เป็นเจ้าที่ตนเคารพ?แต่ชาวพุทธซึ่งนับถือ ศาสนาพุทธ จะทำเทียนเพื่อจุดบูชา พระรัตนตรัย โดยการเอารังผึ้ง ร้างมาต้มเอาขี้ผึ้ง แล้วฟั่นเป็นเทียนเล่มเล็ก ๆ มีความยาวตามต้องการ เช่น ยาวเป็นคืบ หรือเป็น ศอกแล้วใช้จุดบูชาพระ เทียนพรรษา เริ่มมีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล ชาวพุทธจะยึดถือเป็นประเพณีนำเทียนไป ถวายพระภิกษุในเทศกาล เข้าพรรษา เพื่อปรารถนาให้ตนเองเป็นผู้เฉลียวฉลาด มีไหวพริบ ประดุจ แสงสว่างของดวงเทียน วิวัฒนาการของ เทียนพรรษา เทียนพรรษา คือ เทียนขนาดใหญ่และยาวเป็นพิเศษกว่าเทียนชนิดอื่น สำหรับจุดใน โบสถ์ตั้งแต่วัน เข้าพรรษา จนถึงวัน ออกพรรษา (พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525) การทำเทียนพรรษา มีวิวัฒนาการมาเป็นลำดับ จากการนำรังผึ้งมาต้มเอาขี้ผึ้งไปฟั่น เป็นเทียนนำไปถวายพระภิกษุ เอาเทียนเล่มเล็ก ๆ หลาย ๆ เล่ม มามัดรวมกันเป็นลำต้นคล้ายกับ ต้นกล้วย หรือลำไม้ไผ่ แล้วนำไปติดกับฐาน ซึ่งการมัดรวมกันแบบนี้เป็นสาเหตุหนึ่งที่นิยมเรียกว่า ต้นเทียน หรือต้นเทียนพรรษา ภาพขบวนแห่?เทียนพรรษา?ไปถวายพระที่วัดในอดีต ต้น เทียนพรรษา?ประเภทแรก คือ " มัดรวมติดลาย " เป็นการเอาเทียนเล่มเล็ก ๆ มามัด รวมกันบนแกนไม้ไผ่ให้เป็น ต้นเทียน ขนาดใหญ่ แล้วตัดกระดาษเงิน กระดาษทองเป็นลายต่าง ๆ ติดประดับโดยรอบต้นเทียน ต่อมามีการคิดทำต้นเทียนเป็นต้นเดี่ยว เพื่อใช้จุดให้ได้นาน โดย การใช้ลำไม้ไผ่ที่ทะลุปล้องเป็นแบบหล่อ เมื่อหล่อเทียนเป็นต้นเสร็จแล้วจึงนำมาติดที่ฐาน และจัด ขบวนแห่เทียนไปถวายพระที่วัด การตกแต่งต้นเทียน เริ่มมีขึ้นโดยภูมิปัญญาชาวบ้าน ใช้ขี้ผึ้งลนไฟหรือตากแดดให้อ่อน แล้วปั้นเป็นรูปดอกลำดวนติดต้นเทียน หรือเอาขี้ผึ้งไปต้มให้ละลาย แล้วใช้ผลมะละกอ หรือ ผล ฟักทองนำมาแกะเป็นลวดลาย ใช้ไม้เสียบนำไปจุ่มในน้ำขี้ผึ้ง แล้วนำไปจุ่มในน้ำเย็น แกะขี้ผึ้งออก จากแบบ ตัดและตกแต่งให้สวยงามนำไปติดที่ต้นเทียน พ.ศ. 2482 มีช่างทองชื่อ นายโพธิ์ ส่งศรี เริ่มทำลายไทยไปประดับบนเทียน โดยมี การทำแบบพิมพ์ลงในแผ่นปูนซีเมนต์ซึ่งถือว่าเป็นแบบพิมพ์ หรือแม่พิมพ์ แล้วเอาขี้ผึ้งที่อ่อนตัว ไปกดลงบนแม่พิมพ์จะได้ขี้ผึ้งเป็นลายไทย นำไปติดกับลำต้นเทียน ต่อมา นายสวน คูณผล ได้คิดทำลายให้นูนและสลับสี จนเห็นได้ชัด เมื่อส่งเทียนเข้า ประกวดจึงได้รับรางวัลชนะเลิศ และในปี พ.ศ. 2497 นายประดับ ก้อนแก้ว คิดประดิษฐ์ทำหุ่นเป็น เรื่องราวพุทธประวัติ และเอาลวดลายขี้ผึ้งติดเข้าไปที่หุ่น ทำให้มีลักษณะแปลกออกไป จึงทำให้ เทียนพรรษาได้รับรางวัลชนะเลิศ และชนะเลิศมาทุกปี ในเทียนพรรษาประเภทติดพิมพ์ ปี พ.ศ. 2502 มีช่างแกะสลักลงใน เทียนพรรษา คนแรก คือ นายคำหมา แสงงาม และ คณะกรรมการตัดสินให้ชนะการประกวด ทำให้เกิดการประท้วงคณะกรรมการตัดสิน ทำให้ในปี ต่อๆ มามีการแยกประเภทต้นเทียนออกเป็น 2 ประเภทชัดเจนคือ ประเภทติดพิมพ์ (ตามแบบเดิม) ประเภทแกะสลัก การทำ เทียนพรรษา มีวิวัฒนาการเรื่อยมาไม่หยุดนิ่ง ในปี พ.ศ. 2511 ผู้คนได้พบเห็น ต้น เทียนพรรษา ขนาดใหญ่และสูงขึ้น มีการแกะสลักลวดลายในส่วนลำต้นอย่างวิจิตรพิสดาร ใน ส่วนฐานก็มีการสร้างหุ่นแสดงเรื่องราวทางศาสนา และความเป็นไปในสังคมขณะนั้น กลายเป็น ประติมากรรม เทียนพรรษา ที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งช่างผู้ริเริ่มในการทำต้นเทียนยุคหลังคือ นายอุตส่าห์ และ นายสมัย จันทรวิจิตร สองพี่น้อง นับเป็นงานสร้างสรรค์ทางศิลปะอันเกิดจากภูมิปัญญาชาวบ้าน อย่างแท้จริง คราวนี้เราก็ทราบกันแล้วใช่ไหมละว่า?เทียนพรรษา?ทำมาจาก?อะไร? ซึ่งเทศกาลงานบุญ เข้าพรรษา เรียกได้ว่าเป็น เทศกาลประจำชาติไทย อยากจะเชิญชวนวัยรุ่นทุกคน ร่วมงานบุญใหญ่ในครั้งนี้ เพราะสามารถช่วยกันสืบสานประเพณีวัฒนธรรมไทย ที่ดีงามนี้ไว้ให้เพื่อนๆลูกๆหลานๆวัยรุ่นไทย ต่อๆไป thank:: isangate.com /mohanamai.com

ศัพท์ใหม่วัยโจ๋ สื่อสารได้ ไม่ทำให้วิบัติ
จุงเบย /  บ่องตง / 

ภาษาไทย ในยุคปัจจุบัน มีแนวโน้มว่าจะมีศัพท์ใหม่เกิดขึ้นมามากมาย เพราะการเปลี่ยนแปลงของภาษา เป็นไปตามกาลเวลา และกระแสของโซเชียลเน็ตเวิร์ค ทำให้บรรดาผู้ใหญ่หลายคน ยังไม่คุ้นหูกับศัพท์ ที่ไม่คาดคิดว่าเกิดขึ้นมาได้อย่างไร โดยวันภาษาไทย ที่เพิ่งจะผ่านพ้นไป ทำให้มีการพิจารณาว่า "การใช้คำศัพท์ใหม่ๆของวัยรุ่นนั้น สามารถยอมรับได้หรือไม่" ซึ่งนายอุดม วิโรตม์สิกขดิตถ์ อุปนายกราชบัณฑิตยสถาน ได้ออกมาระบุว่า คำศัพท์ใหม่วัยรุ่นสามารถนำมาใช้ได้ ถ้าใช้สื่อสารได้เข้าใจ ก็ไม่เป็นปัญหาอะไร เพราะธรรมชาติของภาษานั้นมีการเปลี่ยนแปลงซึ่งเป็นไปตามธรรมชาติ และเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย และที่ผ่านมา ราชบัณฑิตยสถานมีการรวบรวม พจนานุกรมคำใหม่ ทั้งคำศัพท์ใหม่-ศัพท์วัยรุ่น-คำแสลง ซึ่งเป็นคำศัพท์ที่ยังไม่ได้บรรจุอยู่ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 นับ 1,000 คำ เพื่อเป็นแหล่งค้นคว้า และรวบรวมข้อมูลคำใหม่ต่างๆ และบันทึกคำเหล่านี้ไว้เป็นหลักฐานแสดงการเกิด และการเปลี่ยนแปลงของคำที่ใช้ในสังคมไทย ตัวอย่างที่แสดงให้เห็นชัดเจนถึงความเปลี่ยนแปลงของภาษานั่นก็คือ เมื่อย้อนกลับไปดูวรรณกรรมไทยโบราณ ละครย้อนยุค หรือหลักฐานทางวรรณคดีต่างๆ ก็จะพบว่า มีบางคำที่วัยรุ่นไม่คุ้นหูเช่นเดียวกัน และถูกเลิกใช้ไป เป็นความเปลี่ยนแปลงของภาษาทั้งเกิดขึ้นใหม่ และสูญไป เช่นคำว่า ขอรับ(ครับ) อุรา(จิตใจ) แต่สิ่งที่สำคัญก็คือ การใช้คำให้ถูกต้องตามความหมายที่สื่อสาร และการเขียนให้ถูกต้อง แม้ว่าจะเป็นคำใหม่ ก็จะต้องเขียน และอ่านให้ตรงกับหลักภาษาเช่นกัน ฉะนั้นจึงต้องทำความเข้าใจกับศัพท์ใหม่ที่เกิดขึ้น อาทิ จิ้น  หมายถึง จินตนาการ ตัวอย่าง ดาราทั้งสองเป็นคู่จิ้นกัน ฟิน  หมายถึง ที่สุด สุดๆ มาจากภาษาฝรั่งเศส ฟินาเล่ (Finale) และถึงจุดไคลแมกซ์ จุงเบย เพี้ยนมาจากคำว่า จังเลย ตัวอย่างเช่น น่ารักจุงเบย คีบับ มาจากคำว่า คือแบบ บ่องตง มาจากคำว่า บอกตรงๆ อัลไล มาจากคำว่า อะไร แอ๊ว หมายถึง ยั่วยวน จีบ ซั่ม หมายถึง มีเพศสัมพันธ์ โลกสวย หมายถึง ผู้ที่มองในแง่ดีไปทุกเรื่อง ติ่ง หมายถึง แฟนคลับ ผู้คลั่งไคล้ หรา มาจากคำว่า หรือ, เหรอ  เช่น จริงหรือ จิงเหรอ (คนละความหมายกับคำว่า โชว์หรา) หยั่มมา มาจากคำว่า อย่ามา เช่น อย่ามาทำอวดดี เตง หมายถึง ตัวเอง ใช้เรียกกับคนอื่น เช่น ไปทำอะไรมาอ่ะเตง น่ามคาน หมายถึง น่ารำคาญ ฝุดฝุด มาจากคำว่า สุดสุด เมายาคุม ใช้เรียกคนที่มีอาการเบลอ ทำอะไรไม่อยู่กับร่องกับรอย คล้ายกับคำว่า เวิ่นเว้อ ช๊ะ (ใช่ป่ะ) ใช้พูดต่อท้ายประโยค อุต๊ะ คำอุทานมาจากคำว่า อุ้ยตาย อย่างไรก็ตาม คำเหล่านี้ มักจะเกิดมาแล้วหายไปตามกระแส อยู่ได้เพียงไม่นาน แม่ว่าจะไม่ใช่เรื่องผิดในการสื่อสาร แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องคงรักษาภาษาไทยที่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์เอาไว้ ทั้งการพูดในที่ชุมชน การเขียนหนังสือรายงานต่างๆ รวมถึงการสื่อสารกับผู้ที่ไม่คุ้นเคยหรือพูดคุยอย่างเป็นทางการ เพราะภาษาไทย ถือเป็นวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของชาติ ชาวต่างชาติหลายคนก็ให้ความสนใจเรียนภาษาไทยกันมากขึ้น แม้แต่ประเทศเพื่อนบ้านก็หันมาเรียนภาษาไทย จึงควรทำให้ภาษาไทยเข้าใจง่ายและถูกต้อง MThai News

เกรียน กาก กินตับ ติดโผ!! ราชบัณฑิต เตรียมเพิ่มศัพท์โจ๋เข้าพจนานุกรม
กาก /  กินตับ / 

ราชบัณฑิต เตรียมเพิ่มศัพท์โจ๋ เข้าพจนานุกรม กากๆ กินตับ ติดโผ ราชบัณฑิตยสถาน เผยศัพท์ใหม่ ศัพท์วัยรุ่น ศัพท์โจ๋ ศัพท์แสลง โดยนางกาญจนา นาคสกุล ในฐานะราชบัณฑิต  สำนักศิลปกรรม ประเภทวรรณศิลป์ สาขาภาษาไทย กล่าวว่า เตรียมบัญญัติคำเหล่านี้ไว้ในพจนานุกรม ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมให้ทันยุคทันสมัย คาดว่าจะมีการรวบรวมคำใหม่กว่า 1 พันคำ โดยจะมีการออกเผยแพร่ในปลายปีนี้ โดยตัวอย่างคำศัพท์ที่ราชบัณฑิตยสถานจะรวบรวมใหม่ เช่น กากๆ กินตับ กรรมสะสมไมล์ กองร้อยน้ำหวาน กอดเสาเข่าทรุด เกรียน กระบือบำบัด ขออภัยมณีศรีสุวรรณ แตงกิ้วหลาย มีหัวไว้คั่นหู โนเวย์สเตชั่น เม้าธ์มอย สมใจนึกบางลำภ คุ้ยแคะแกะเกา ร้องเพลงรอ ซูโดกุ ทั้งนี้ ถือว่าเป็นครั้งที่ 4 ที่มีการบัญญัติศัพท์ใหม่ลงในพจนานุกรม โดยจะมีการอธิบายคำ และตัวอย่างวิธีการใชีคำให้ถูกต้อง Mthai News

สเปนคลั่ง!! เพิ่มศัพท์ Messi ลงพจนานุกรม
บาร์เซโลน่า /  พจนานุกรม / 

ลิโอเนล เมสซี่ ยอดนักเตะแห่งยุคของ บาร์เซโลน่า ได้รับเกียรติบรรจุศัพท์ใหม่ "Inmessionante" ลงในพจนานุกรมภาษาสเปน ฉบับล่าสุด โดยมีที่มาจาก ลิโอเนล เมสซี สุดยอดนักเตะของโลกนั้นเอง ซึ่งมีความหมายถึงการเล่นฟุตบอลที่เฟอร์เฟคและนักเตะที่ดีที่สุดตลอดกาล โดยในพจนานุกรมเล่มนี้ ได้บัญญัติคำใหม่ว่า "Inmessionante" ซึ่งเป็นคำคุณศัพท์ มี 2 ความหมายด้วยกัน 1. แนวทางการเล่นฟุตบอลที่สมบูรณ์แบบ, ความสามารถที่ไร้ขีดจำกัดที่จะพัฒนาตัวเอง และ 2. บรรยายถึงผู้เล่นที่ดีที่สุดในโลกตลอดกาล :) ที่มา : http://www.101greatgoals.com/blog/inmessionante-lionel-messi-makes-it-into-the-spanish-dictionary-picture/ //////////////////////////////////////////////////////////////////

คำที่เขียนผิด ในชีวิตประจำวัน
นักศึกษา /  นักเรียน / 

เนื่องจาก ภาษาไทย ในปัจจุบันนี้มี วัยรุ่น จำนวนมากจะมี คำที่เขียนผิด?อาจจะเป็น เพราะทุกวันนี้ เด็กไทยไม่ได้ อ่านหนังสือ หรือ เขียนหนังสือกันสักเท่าไร ! ยิ่งตอนนี้ก็มีแท็ปแล็ต คอมพิวเตอร์เล่นกัน เวลาหาข้อมูลทำการบ้าน รายงาน ก็แค่ ก๊อปปี้ แล้ว วาง ง่ายสะดวก ก็เลยอาจจะเป็นหนึ่งในสาเหตุ ที่ทำให้เด็กไทยเขียนหนังสือ ผิดๆถูกๆ หรือ สะกดคำ ไม่ถูกต้อง (บางทีเราก็เขียนผิด เข้าใจผิดอยู่) เพื่อให้กระจ่างแจ้ง ตาม teen.mthai ไปดู คำที่เขียนผิด?พร้อมคำอธิบาย กันว่าจะมีคำไหนบ้าง? ลองนับดูเล่นๆ ว่าเพื่อนๆเคยเขียนผิดกันมาแล้วกี่คำ? ^_^ "สังเกตุ" หรือ "สังเกต" คำนี้หลายคนเข้าใจว่า ต้องเขียนว่า "สังเกตุ" คือ มีสระอุ ใต้ "ต"?แต่ที่ถูกต้องตามพจนานุกรม จะต้องเขียนว่า "สังเกต" คือ ไม่มีสระอุ เพราะหากเติมสระอุ เมื่อใด ความหมายจะผิดเพี้ยน ความหมายตามพจนานุกรม "สังเกต" ก. กําหนดไว้, หมายไว้, เช่น ทำเครื่องหมายไว้เป็นที่สังเกต; ตั้งใจดู, จับตาดู, เช่น ไม่ได้สังเกตว่าวันนี้เขาแต่งตัวสีอะไร สังเกตกิริยาท่าทางเขาไว้ว่าเป็นคนดีหรือคนร้าย "เกตุ", "เกตุ"- [เกด, เก-ตุ-, เกด-] น. ธง; (โหร) ชื่อดาวพระเคราะห์ดวงที่ ๙ หมายถึงตําแหน่งที่ดวงจันทร์ผ่านจากเหนือระนาบสุริยวิถี ลงสู่ใต้ระนาบสุริยวิถี ส่วนตําแหน่งที่ดวงจันทร์ผ่านจาก ใต้ระนาบสุริยวิถีขึ้นเหนือระนาบสุริยวิถี เรียกว่า พระราหู. (ป., ส.). "สร้างสรรค์" กับ "สรรค์สร้าง" หรือ "สรรสร้าง" โดยทั่วไปเราทราบกันดีว่า คำว่า "สร้างสรรค์" นั้น ความหมายคือ การสร้างสิ่งที่ไม่มีให้มีขึ้น ความหมายตามพจนานุกรม สร้างสรรค์ ก. สร้างให้มีให้เป็นขึ้น (มักใช้ทางนามธรรม) เช่น สร้างสรรค์ความสุขความเจริญให้แก่สังคม. ว. มีลักษณะริเริ่มในทางดี เช่น ความคิดสร้างสรรค์ ศิลปะสร้างสรรค์. แต่บางครั้ง เราพบว่า มีการใช้คำๆ นี้ สลับกัน จาก "สร้างสรรค์" เป็น "สรรค์สร้าง" โดยผู้ใช้ ที่ใช้ตาม อาจจะได้ยินมา (สัน-สร้าง) และเข้าใจว่า ต้องเขียนเป็น "สรรค์สร้าง" ซึ่งดูแปลก และเก๋ ดี แต่ความจริงแล้ว เมื่อใดก็ตามหากจะเขียนให้ออกเสียงต่างกัน นั่นต้องมาจากจุดประสงค์ ที่เข้าใจว่าต้องการสื่ออะไร เพราะการที่ใช้คำว่า "สรรค์สร้าง" การเขียนที่ถูกต้องคือ "สรรสร้าง" คือ ไม่มี "ค์" ต่อหลัง "สรร" เพราะโดยแท้จริงผู้ที่เข้าใจถูกต้องจะใช้คำนี้โดยสื่อว่า "สรร" นั่นคือ การหามา รวบรวมมา แล้วนำมาสร้าง ซึ่งความหมายจะแตกต่างจากคำว่า "สร้างสรรค์" "สร้างสรรค์" กับ "รังสรรค์" ใช้อย่างไร อีกคำหนึ่งที่เราเห็นใช้กันบ่อยหน และคิดว่าเป็นคำที่สวยงาม โดยขาดความเข้าใจว่า สองคำนี้ แม้จะความหมายเดียวกัน แต่การนำมาใช้นั้น ต้องเลือกใช้ให้ถูกต้อง ซึ่งเรามักจะพบใช้คำว่า "สร้างสรรค์" กันโดยส่วนใหญ่ แต่บางครั้งจะได้ยินหรือได้เห็นผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ใช้คำว่า "รังสรรค์" คำว่า "รังสรรค์" โดยความหมายแล้ว จะใช้เฉพาะกับสิ่งที่กล่าวถึงนั้น เป็นงานศิลปะ งานจิตรกรรม เช่น "กาลิเลโอ คีนิ จิตรกรเอกผู้รังสรรค์งานศิลป์ ในพระที่นั่งอนันตสมาคม" เราจะไม่ใช้ว่า "ให้เรามาร่วมกัน รังสรรค์สังคมให้น่าอยู่" แต่จะใช้ "สร้างสรรค์สังคม" "นะคะ" หรือ "นะค่ะ" อีกคำหนึ่งที่มักเห็นเขียนผิดกันบ่อยครั้ง คือคำว่า "นะคะ" กับ "นะค่ะ" คำที่ลงท้ายว่า "คะ" ใช้กับการบอกกล่าว คำที่ลงท้ายว่า "ค่ะ" ใช้กับการ รับคำ แต่เรามักเห็น เขียนคำว่า "นะค่ะ" เป็นคำบอกกล่าว เช่น "อย่าลืมซื้อเค้ก มาฝาก นะค่ะ" ซึ่งจริงๆ ต้องเขียนว่า "นะคะ" (ออกเสียงค๊ะ) โดยไม่ต้องเติม ไม้เอก เพราะว่า... "คะ" อักษรต่ำ คำตาย สระเสียงสั้น ไม่มีวรรณยุกต์ ออกเสียงตรี เช่นเดียวกับ "นะ" "จ๊ะ" "วะ" "ค่ะ" อักษรต่ำ คำตาย สระเสียงสั้น มีวรรณยุกต์เอก ออกเสียงโท เช่นเดียวกับ "น่ะ" "จ้ะ" "ว่ะ" "โอกาศ" หรือ "โอกาส" เป็นคำที่พบบ่อยคำหนึ่ง ส่วนใหญ่มักจะเขียนเป็น "โอกาศ" ซึ่งในพจนานุกรมไม่ปรากฏความหมายของคำนี้ ความหมายตามพจนานุกรม โอกาส [กาด] น. อธิบายไว้ว่า หมายถึง ช่อง, ทาง; เวลาที่เหมาะ, จังหวะ. (ป.; ส. อวกาศ).?บางครั้งเมื่อใช้ในพระราชพิธี หรือ งานที่มีพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จฯ จะใช้ "วโรกาส" ซึ่งเป็นราชาศัพท์ ที่สื่อความหมายเดียวกันกับข้างต้น ขอให้พึงจำว่า "กาศ" ใช้กับ "อากาศ" "อวกาศ" "ประกาศ" เป็นอาทิ เหตุเพราะคำว่า "โอกาศ" เขียนผิดเป็นส่วนมาก ฉะนั้น เราจึงต้องหา "โอกาส" เรียนรู้ ฝึกฝน เพื่อที่จะเขียนคำว่า "โอกาส" ให้ถูกต้อง "อนุญาต" หรือ "อนุญาติ" กันแน่ หลายคนคุ้นตา กับ การเขียนเป็น "อนุญาติ" ซึ่งแท้จริงแล้วคำนี้ เขียนผิด และไม่มีความหมาย ความหมายตามพจนานุกรม "อนุญาต" ไม่ต้องมีสระ "อิ" หลัง "ต" โดยให้ความหมายของคำไว้ว่า อนุญาต ก. ยินยอม, ยอมให้, ตกลง. "ญาติ" , ญาติ- [ยาด, ยาติ-, ยาดติ-] น. ได้อธิบายว่า หมายถึง คนในวงศ์วานที่ยังนับรู้กันได้ทางเชื้อสาย ฝ่ายพ่อหรือฝ่ายแม่. (ป.). ฉะนั้น ต่อไปเราจะไม่ยอมเขียนว่า "อนุญาติ" แต่จะพึงจำและเขียนว่า "อนุญาต" เสมอและ "อนุญาต" ให้ทุกท่านฝึกฝน หัดเขียนหลายๆ หน จนคุ้นตา "น้ำแข็งใส" ไม่ใช่...พึงจำไว้ต้องเขียน "น้ำแข็งไส" หลายครั้ง เมื่อเราผ่านร้านขนมหวาน ทีมีรายการชวนทานให้ชื่นใจ ที่ใส่มาพร้อมน้ำแข็งเกล็ดละเอียด หลายร้านมักเขียนเป็น "น้ำแข็งใส"?อาจจะเป็นเพราะ คิดเหมาสรุปความไปเอง เข้าใจไปเอง จากที่เคยได้ยินมา เลยเขียนเป็น "น้ำแข็งใส" โดยคิดว่า ความหมายคือ ความ "ใส" ของน้ำแข็ง แต่แท้จริงแล้ว ที่มาของ "น้ำแข็งไส" ว่าเป็นกริยา การไสน้ำแข็งไปบนม้า ที่มีลิ้นเป็นใบมีด เมื่อไสก้อนน้ำแข็งไปบนใบมีด ก็จะได้เกล็ดน้ำแข็งเป็นแผ่นเล็กๆ ร่วงลงมาในถ้วยที่รองรับ ก่อนที่จะราดด้วยนม น้ำเชื่อม น้ำหวาน พร้อมเครื่องเคราอีกตามชอบ ซึ่งหากย้อนไปสัก 20-30 ปี จะพบ การขายน้ำแข็งไสแบบนี้อยู่ดาษดื่น โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อน เป็นที่นิยมนัก ฉะนั้น "น้ำแข็งไส" คือเกล็ดน้ำแข็งที่ได้จากการ "ไส" น้ำแข็ง หาใช่ความ "ใส" ของน้ำแข็ง ฉะนั้น จึงต้องเขียนให้ถูกเป็น "น้ำแข็งไส" คำนี้เขียนอย่างไรดี "สีสรรค์" "สีสัน" หรือว่า "สีสรร" หลายครั้ง เราอาจจะเคยอ่านพบข้อเขียน "บรรยากาศในวันนั้น มีหลากหลายรายการที่ผู้จัดงานได้นำมาช่วยสร้างสีสรร" บ้างก็เขียนว่า "วันนี้ ทุกคนต่างสนุกสนานกันถ้วนหน้า ที่นักแสดงชื่อดัง ได้มาร่วมร้องเพลงสร้างสีสรรค์" หากไม่คุ้นกับการเขียนคำนี้ หลายคนก็อาจจะผ่านตาไป ไม่ได้สนใจ แต่บางคนก็จะนึกขัดๆ ตา และถามตัวเองว่า จริงๆ แล้วคำนี้ เขียนว่า "สีสัน" "สีสรรค์" หรือว่า "สีสรร" กันแน่ ความหมายตามพจนานุกรม "สีสรรค์" เราจะไม่พบอะไร ส่วนคำว่า "สีสรร" เมื่อค้น ก็จะไม่พบความหมายเช่นกัน แต่อาจจะแปลความตามหลักการผสมคำได้ว่า สี+สรร ซึ่งจะรวมความหมายแปลได้ว่า สีที่สรร หรือ สีที่เลือกสรร มา ซึ่งความหมายก็จะไม่ตรงกับจุดประสงค์ที่ต้องการสื่อผ่านประโยคดังข้างต้น ครั้นค้นความหมายคำว่า "สีสัน" เราก็จะไม่พบความหมายในพจนานุกรมเช่นกัน ทว่า ได้มีการนำมาใช้เขียนเมื่อต้องการบรรยายในเชิงศิลปะ หรือ บรรยากาศ ที่เกี่ยวเนื่องด้วยภาพ เสียงดนตรี หรือความรื่นรมย์ บันเทิงต่างๆ ซึ่งในหมู่นักเขียน จะเข้าใจในทิศทางเดียวกัน เมื่อใด ที่เห็นว่า เหมาะควรจะใช้คำนี้ เราจึงเขียนว่า "สีสัน" "ราดหน้า" หรือว่า "ลาดหน้า"..."ราดยาง" หรือ "ลาดยาง" อีกคำหนึ่งที่มักเห็นเขียนผิดกันมาก คือคำว่า ก๋วยเตี๋ยว "ราดหน้า" หลายๆ ร้าน มักจะเขียนก๋วยเตี๋ยว "ลาดหน้า" ขณะเดียวกัน คำว่า ถนนลาดยาง มักเขียนผิดเป็น "ถนนราดยาง" ความหมายตามพจนานุกรม ลาด ก. ปูแผ่ออกไป เช่น ลาดพรม ปูลาดอาสนะ, โดยปริยายหมายถึง สิ่งที่มีอาการคล้ายคลึงเช่นนั้น เช่น ถนนลาดยาง. ว. เทตํ่าหรือ เอียงขึ้นน้อยๆ เช่น ที่ลาด ราด ก. เทของเหลวๆ เช่นนํ้าให้กระจายแผ่ไปหรือให้เรี่ยรายไปทั่ว เช่น ราดนํ้า, ก๋วยเตี๋ยวราดหน้า, ข้าวราดแกง โดยปริยายหมายถึงอาการที่ คล้ายคลึงเช่นนั้น เช่น ปัสสาวะราด เมื่อพิจารณาการผสมคำ เราจะจำได้ง่ายขึ้น และเข้าใจว่าทำไม "ลาดหน้า" และ "ราดยาง" ทั้ง 2 คำนี้จึงเขียนผิด "อบอวน" กับ "อบอวล" ชวนสงสัย เป็นอีกคำหนึ่ง ที่หลายๆ คนสับสน สงสัย ว่าเขียนอย่างไร จึงถูก ซึ่งคำว่า "อบอวน" หากแปลตรงๆ จะได้ความหมายว่า นำ "อวน" ซึ่งเป็นเครื่องมือประเภทหนึ่ง ที่ใช้สำหรับหาปลา นำมา "อบ" คือการปรุงกลิ่นด้วยควัน หรือ ใช้ความร้อนจากไฟ จากไอน้ำ โดยไม่ให้ความร้อนหรือกลิ่นออกไป ซึ่งเมื่อพิจารณาถึงเบื้องหลังของการใช้คำนี้เพื่อขยายความแล้ว การใช้คำว่า "อบอวน" จึงผิด เพราะหมายถึงการทำให้ เครื่องมือหาปลามีกลิ่น ขณะที่ เมื่อเราเขียนว่า "อบอวล" เพื่อขยายความ เช่นประโยคที่ว่า "เพียงเดินเข้าไปยังห้องบรรทม ก็อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้" หาก ลองค้นคำ ในพจนานุกรม จะพบการอธิบายคำว่า "อบอวล" ไว้ว่า...อบอวล ก. ตลบ, ฟุ้ง, (ใช้แก่กลิ่น). ว. มีกลิ่นตลบ, มีกลิ่นฟุ้ง. จึงเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง และควรจำไว้เสมอว่า "อบอวน" เขียนผิด แต่ "อบอวล" เขียนถูก "เท่" ดีไหม...หรือจะ "เท่ห์" ดี บ่อยหน ที่เราจะพบคนส่วนใหญ่ มักจะเขียนว่า "เท่ห์" เพื่อขยายความในสิ่งที่พบเจอ ซึ่งแท้จริง คำว่า "เท่ห์" เป็นคำที่ไม่มีความหมายแต่อย่างใด หากค้นคว้าในพจนานุกรม ก็จะไม่พบคำอธิบาย เมื่อพิจารณาดู จะพบว่า "เท่ห์" มักตั้งเป็นแต่ชื่อคนเท่านั้น ขณะที่ลอง ตัด "ห์" ออกไป แล้วค้นคำว่า "เท่" เราจะได้ความหมายของคำอธิบายในพจนานุกรมว่า... ความหมายตามพจนานุกรม เท่ ว. เอียงน้อยๆ (มักใช้แก่การสวมหมวก); โก้เก๋ เช่น แต่งตัวเท่ ฉะนั้น คำว่า "เท่" จึงเป็นคำที่ถูกต้อง ต่อไปนี้ ขอให้ลืมไปเลยกับคำว่า "เท่ห์" เว้นแต่ใช้เป็นนามเฉพาะในการตั้งชื่อคน ซึ่งเป็นที่นิยมตั้งชื่อ ทั้งชื่อจริง และชื่อเล่นว่า "เท่ห์" ขอให้จำไว้ว่า เมื่อต้องการขยายความในสิ่งที่เห็น "เท่ห์" เขียนผิด ต้องเขียน "เท่" จึงจะถูกต้อง อยากรู้คำว่า ญัตติ.. เขียนแบบไหน "ญัติติ" หรือ "ญัตติ" เราจะมาพิจารณาด้วยกัน ว่าเขียนอย่างไรจึงจะถูก...เริ่มจาก ค้นหาคำว่า "ญัติติ" ซึ่งค้นหาเท่าไร ก็ไม่พบความหมาย ครั้นค้นคำว่า "ญัตติ" จะพบข้อมูลดังนี้ ความหมายตามพจนานุกรม ญัตติ น. คําประกาศให้สงฆ์ทราบเพื่อทํากิจของสงฆ์ร่วมกัน เช่น ญัตติทุติยกรรมวาจา ญัตติจตุตถกรรมวาจา, คําเผดียงสงฆ์ ก็ว่า ข้อเสนอเพื่อลงมติ เช่น ผู้แทนราษฎรเสนอญัตติเข้าสู่สภาเพื่อขอให้ที่ประชุมลงมติว่าจะเห็นชอบด้วยหรือไม่; หัวข้อโต้วาที เช่น โต้วาทีในญัตติว่า ขุนช้างดีกว่าขุนแผน. (ป.). ฉะนั้น "ญัติติ" เขียนผิด ต้องเขียน "ญัตติ" จึงจะถูกต้อง "หลับไหล" หรือ "หลับใหล"... "หลงไหล" กับ "หลงใหล" เป็นอีก 2 ประโยค ทีชวนให้สงสัย และสับสนกันมานาน สำหรับคำที่ใช้สระ-ใ (ไอ-ไม้ม้วน) จริงๆ คำที่ใช้ สระไอ-ไม้ม้วน ถ้าท่องคำกลอน 20 ม้วนจำจงดี เมื่อตอนเรียนสมัยประถมน่าจะถูกนะครับ" พร้อมฝากบทกลอนไว้ดังนี้... ผู้ใหญ่หาผ้าใหม่ให้สะใภ้ใช้คล้องคอ ใฝ่ใจเอาใส่ห่อมิหลงใหลใครขอดู จะใคร่ลงเรือใบดูน้ำใสและปลาปู สิ่งใดอยู่ในตู้มิใช่อยู่ใต้ตั่งเตียง บ้าใบ้ถือใยบัวหูตามัวมาใกล้เคียง เล่าท่องอย่าละเลี่ยงยี่สิบม้วนจำจงดี พร้อมกำชับว่า "ส่วนคำไหนไม่ได้อยู่ในนี้ก็ใช้สระไอ ไม้มลายนะคะ" ความหมายตามพจนานุกรม "ไหล" เปรียบเทียบกับ "ใหล" ซึ่งคำว่า "ไหล" หมายถึง เลื่อนไป หรือเคลื่อนที่ไปอย่างของเหลว "หลงใหล" หมายถึง เผลอไผล สติเฟือน (...สองเผือพี่หลับใหล ลืมตื่น ฤาพี่.../ในลิลิตพระลอ) จะเห็นว่า ส่วนใหญ่จะใช้ "หลับใหล" จะมีบ้างที่ใช้ หลับไหล แต่ไม่นิยม ควรรู้เพิ่มเติมว่า โดยปกติแล้วคำว่า "ใหล" ที่ใช้ไม้ม้วน จะไม่ใช้ลำพัง แต่ต้องใช้ซ้อนกับคำอื่น ได้แก่ ใช้ซ้อนกับคำว่า หลง เป็น หลงใหล และซ้อนกับคำว่า หลับ เป็น หลับใหล คำว่า "ใหล" ที่ใช้ไม้ม้วนนี้ จึงทำให้เข้าใจได้ว่า หมายถึงอาการคล้ายละเมอ เพราะในภาษาลาวมีคำว่า ใหล (สะกดด้วยสระไอ ไม้ม้วน) หมายถึง ละเมอ หรือ พูดในเวลาเผลอสติ อย่างคนบ้าจี้ที่ถูกหลอกให้ตกใจแล้วมักจะพูดโพล่งออกมา จึงเข้าใจได้ว่า "หลับใหล" เป็นอาการของคนที่หลับไม่รู้สึกตัว เผลอ ละเมอออกมา อย่างไม่ได้สติ ฉะนั้น จึงพบราชบัณฑิตและผู้ที่เข้าใจรากศัพท์ภาษา เขียนเป็น "หลับใหล" ส่วนอีกคำ เชื่อว่าหลายคนจะจำได้แล้วว่า ต้องเขียนว่า "หลงใหล" จึงถูกต้อง ขอบคุณบทความ :: ทิวสน ชลนรา คำที่มักเขียนผิด?ในชีวิตประจำวัน

AEC กับความสุขของคนไทย
AEC /  อาเซียน

AEC กับความสุขของคนไทย ทุกวันนี้ต้องยอมรับว่าประเด็น AEC  เป็นเรื่องท๊อปฮิต เพราะในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2558 หรืออีกสี่ปีข้างหน้าข้อตกลง AEC จะมีผลบังคับใช้ ซึ่งทําให้ประเทศต่าง ๆ ในกลุ่มอาเซียนรวมทั้งประเทศไทยด้วย ต้องเปิดเสรีทางการค้า มีภาษีต่อกันเป็นศูนย์การเคลื่อนย้ายเงินทุนและแรงงานทําได้โดยเสรี พรมแดนต่าง ๆ จะจางหายไป คําถามที่น่าสนใจคือ คนไทยควรมีมุมมองอย่างไรที่จะทำให้การเปลี่ยนแปลงที่กําลังจะเกิดขึ้นนี้เป็นไปอย่างมีความสุข 1)    มองอุปสรรคให้เป็นโอกาส AEC เป็นได้ทั้งโอกาสและอุปสรรค ขึ้นอยู่กับความพร้อมขององค์กรและมุมมองของแต่ละคน สําหรับองค์กรที่มีความพร้อม จะมองว่านี่คือโอกาสของบริษัทเพราะ •    เป็นการรวมตัวของ 10 ประเทศที่มีประชากรประมาณ 500 ล้านคน จะทําให้การค้าขายดีขึ้น ยังไม่นับรวมกับอีก 6 ประเทศที่เมื่อรวมกันแล้วมีประชากรถึงครึ่งโลก •    แรงงานที่จะมีการเคลื่อนย้ายอย่างเสรีจะทําให้อุปทาน (Supply) ของตลาดแรงงานเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ต่อไปจะสามารถคัดสรรคนเก่งคนดีมีความสามารถมาทํางานได้ง่ายขึ้น ปัญหาการขาดแคลนแรงงานและต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ ใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฏหมายน่าจะหมดไป •    ความยุ่งยากในการทําเอกสารขออนุญาตทํางานสําหรับชาวต่างชาติ (Work Permits) ก็จะลดลง การจ้างแรงงานต่างชาติที่มาจากประเทศในกลุ่มอาเซียนด้วยกัน ทําได้ง่ายขึ้น •    การจัดตั้งธุรกิจและเปิดสาขาในประเทศต่างๆ ในกลุ่ม จะทําได้ง่ายขึ้น นอกจากการดําเนินธุรกิจนอกประเทศจะสะดวกขึ้น ไม่ต่างจากการเปิดสาขาใหม่ในต่างจังหวัดการเคลื่อนย้ายเงินลงทุนและกําไรก็จะทําได้ง่ายขึ้น อันมีผลทําให้การทําธุรกิจคล่องตัว ความสามารถในการแข่งขันกับภูมิภาคอื่นก็จะเพิ่มสูงขึ้นด้วย •    จากผลสำรวจพบว่าศักยภาพและความพร้อมของไทยอยู่ในระดับ "กลางๆ" เมื่อเทียบกับประเทศอื่นในอาเซียน และเป็นรองแม้กระทั่งอินโดนีเซียและห่างไกลมากกับมาเลเซียที่มีศักยภาพเป็นอันดับสอง ส่วนสิงคโปร์นั้นมีศักยภาพสูงสุด ทำให้เรามองว่านี่เป็นโอกาสที่จะเรียนรู้เพิ่มขึ้น 2)    จะทำอะไรต้องมีการเตรียมตัวเตรียมใจจึงจะไม่เครียด •    ต้องเตรียมวัฒนธรรมองค์กรให้พร้อม วัฒนธรรมหลาย ๆ อย่างของคนไทย ไม่ใช่สิ่งที่ไม่ดี แต่เมื่อเวลาผ่านไป วัฒนธรรมเหล่านั้นอาจไม่เหมาะและกลายเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา เช่น การใช้ระบบอาวุโส หรือการไม่เถียงผู้ใหญ่ เป็นต้น •    เราต้องสร้างวัฒนธรรมที่ให้พนักงานสามารถทํางาน ภายใต้ความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นพื้นเพความหลังที่แตกต่าง เชื้อชาติ ศาสนา ภาษา หรือแม้แต่ความคิดและความเชื่อที่ไม่เหมือนกัน เราต้องเตรียมความรู้ด้านภาษา โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ วันนี้หากพูดอ่านเขียนได้คล่อง ถือเป็นเรื่องพิเศษ อีกสัก 5 ปีจากนี้ไป ตลาดอาจถามหาภาษาที่ 3 แล้วก็ได้ •    ต้องเตรียมมองหาและรักษาคนเก่งให้อยู่กับองค์กรให้ได้เพราะต่อไปการแย่งชิงตัว พนักงานโดยเฉพาะพนักงานเก่ง ๆ คงมากขึ้นเรื่อย ๆ เราต้องสร้างบรรยากาศให้การทำงานมีความสุขพนักงานก็จะอยู่กับบริษัทได้นาน ไม่คิดจะย้ายไปทำงานที่อื่น •    ต้องเตรียมรับกับการเปลี่ยนแปลงที่กําลังจะมาถึง จงบอกกับตัวเองว่า วิธีคิดและการทํางานแบบเดิม ๆ ที่เคยสําเร็จอาจไม่ได้ผลอีกต่อไป องค์กรที่น่าเป็นห่วงคือองค์กรที่บุคลากรไม่เคยมีการหมุนเวียนงาน (Rotation) เลย เพราะคนเหล่านี้จะรับกับการเปลี่ยนแปลงได้ค่อนข้างยาก •    ต้องตัดคําว่า “ความมั่นคงในการทํางาน” (Job Security) และ “ความภักดี” (Loyalty) ออกจากพจนานุกรม เพราะต่อไปสองคํานี้คงไม่มีในการทํางาน ทั้งหมดขึ้นอยู่กับความสามารถ (Employability) หากพนักงานมีความสามารถ การงานย่อมมั่นคง หากองค์กรมีความสุข พนักงานก็จะเกิดความภักดีขึ้นเอง 3)    เป็นผู้นำที่นำความสุขมาให้องค์กร •    ผู้นําต้องเป็นแบบอย่างในการเรียนรู้และรับรู้ข่าวสาร เป็นคนแรกในองค์กรที่รับรู้และตื่นตัวเปิดรับข้อมูลใหม่ ๆ และมีหน้าที่สื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจให้คนในองค์กรให้เกิดความตระหนัก ตื่นตัว แต่ไม่ตื่นตระหนก •    ผู้นําต้องมีหน้าที่ให้การสนับสนุนทั้งงบประมาณ และทรัพยากรในการพัฒนาและรักษาคน เพราะสิ่งเหล่านี้ต้องทําตั้งแต่วันนี้ •    ผู้นําควรปรับสภาพแวดล้อมและวัฒนธรรมในการทํางานให้เป็นองค์กรน่าอยู่ เช่น ปรับปรุงสถานที่ให้มีบรรยากาศที่ดีในการทํางาน การจัดสิ่งอํานวยความสะดวกที่เหมาะสม ไม่ปล่อยปละละเลยหรือมองข้ามเพราะเห็นว่าไม่ใช่สิ่งจําเป็น เป็นต้น •    ผู้นำต้องเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น เพราะการแข่งขันจะมีมากขึ้น และวิธีการเดิม ๆ อาจจะใช้ไม่ได้ เช่น การลงคลาสิฟลายด์เพื่อรับสมัครงาน ต่อไปอาจจะต้องใช้เฟซบุ๊กในการสรรหาคน เป็นต้น 4)    สร้างสังคมให้มีความสุขเพื่อรับ AEC •    โลกวันนี้ไม่ใช่แค่ประเทศไทย แต่คือ “โลกทั้งใบ” ที่เปลี่ยนแปลงไปไม่หยุดนิ่ง เราจะต้องไม่ยึดติดกับอดีต หันมาให้ความสําคัญกับ “คน” สร้าง “สังคมแห่งความสุข” ที่มีการก้าวย่างที่รวดเร็วและรู้จักปรับตัว หรือไม่ยึดติดกับความคิดเดิม ๆ •    ช่วยกันส่งผ่านไอเดียเรื่อง “The Value of Happiness” คุณค่าของความสุข ตอกย้ำแนวคิดการสร้างสมดุลระหว่างงานกับชีวิต ในองค์กรที่เตรียมพร้อม ถ้าคุณดูแลคนของคุณดีเท่าไร คุณจะทํากําไรได้มากขึ้นเท่านั้น นี่คือคุณค่าของการสร้างความสุขร่วมกัน” •    จากผลสำรวจพบว่า การที่พนักงานรักกัน ทําให้ทํางานได้ดีขึ้น มีประสิทธิภาพในการทํางานมากขึ้น แต่หากไม่ได้รับการกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง ทุกอย่างก็จะกลับสู่ภาวะปกติ เราต้องสร้างองค์กรแห่งความสุขที่ตอบโจทย์รอบด้าน ไล่ตั้งแต่ “พนักงาน” ที่อยู่ในองค์กรมีความสุข รู้สึกมีคุณค่า “ลูกค้า” ที่สัมผัสได้ถึงคุณค่าของสินค้าและบริการนั้น “คุณค่าของงาน” ที่พนักงานมีความสุขเมื่อได้บริการหรือทําสิ่งดี ๆ ให้กับลูกค้า •    สุดท้ายคือ “คุณค่าขององค์กร” องค์กรมีคุณค่า จากการที่คนรู้จักคุณค่าของตัวเององค์กรแบบนี้จะเป็นองค์กรที่ไม่มีวันตาย ซึ่งไม่จําเป็นต้องใหญ่โตเลย แค่ร้านก๋วยเตี๋ยวเล็ก ๆ ก็เป็นองค์กรแห่งความสุขได้โดยที่พนักงานทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใส สนุกสนาน ท่ามกลางคนเยอะแยะไปหมด เพราะเขาคือองค์กรแห่งความสุข ที่ไม่ได้เอาระบบเป็นตัวนํา แต่เอาความสัมพันธ์ของคนในองค์กรเป็นตัวนํา” 5)    งานคือส่วนหนึ่งของชีวิต อดีตเรามองว่า “งานคือชีวิต” แต่กับคนวันนี้ “งานเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต” ไปแล้ว เพราะเทคโนโลยีทําให้เป็นอย่างนั้น แต่ด้วยความสามารถของเด็กรุ่นใหม่ ในการจัดการและความรู้เรื่องเทคโนโลยีนี่เอง ที่ทําให้เขาสามารถทําอะไรได้เยอะกว่าคนรุ่นเก่ามหาศาล นี่เป็นความท้าทายในการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยและโลก วันนี้เราเป็นส่วนหนึ่งของภูมิภาค ไม่ใช่อยู่คนเดียว ถ้ายังอยู่กับโลกใบเดิม คิดเหมือนเดิม ทําเหมือนเดิม เราจะเจอกับจุดอ่อนจากการเปลี่ยนแปลง อย่างการเปิด AEC อย่างน้อยคนของเราต้องเข้าถึงคําว่าความหลากหลายทางวัฒนธรรม ต้องเลิกความคิดดูถูกประเทศเพื่อนบ้าน หรือคิดว่าเราเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคนี้มันใช้ไม่ได้สําหรับอนาคต เพราะโลกเปลี่ยนไปแล้ว โลกไม่ใช่แค่ประเทศไทย แต่คือโลกทั้งใบ การเตรียมพร้อมเรื่องคน ด้วยการเข้าใจไลฟ์สไตล์หรือวิธีคิด ของคนยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไป ต้องให้คนนํางานไม่ใช่งานนําคน และเข้าใจว่าสิ่งที่ยึดคนให้อยู่กับองค์กรได้ ไม่ใช่ตัวเลขเงินเดือนหรือสวัสดิการ แต่คือ การเป็นที่ที่เขา “มีความสุข” ได้รู้จัก “คุณค่าของตัวเอง” และเมื่อไรก็ตามที่คนไทยทุกคนรับรู้คุณค่าแห่งความสุขและการได้ใช้ชีวิตร่วมกัน วันนั้นคนไทยก็พร้อมแล้วที่จะอยู่ในยุค AEC ได้อย่างมีความสุขท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่ไม่รู้จักจบสิ้น แล้วตอนนี้คุณล่ะได้สร้างความสุขให้กับองค์กรและสังคมของคุณบ้างหรือยัง? หนึ่งในกูรูของ Businessnetworkguru ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.slideshare.net/bright9977 http://www.facebook.com/Happinessforbetterlife http://www.facebook.com/businessnetworkguru

พจนานุกรมฉบับใหม่ 2554 เพิ่มศัพท์กว่า 1,000 คำ
ประวัติ /  ภาษาวัยรุ่น / 

สาวก พจนานุกรม เตรียมเฮ เพราะเดือนธันวา 2556 ราชบัณฑิตยสถาน เปิดตัว พจนานุกรมฉบับใหม่ 2554 เพิ่มศัพท์กว่า 1,000 คำ?ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 ว่า สาเหตุที่ผลิต พจนานุกรมฉบับใหม่ 2554?ฉบับนี้ขึ้นมาเป็นเพราะภาษาไทยเป็นภาษาประจำชาติไทย เป็นภาษาที่คนไทยทั้งประเทศภูมิใจ และเป็นภาษาที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดังนั้นจึงต้องรวบรวมและจัดเป็นหมวดหมู่ใหม่อีกครั้ง นอกจากนี้ พจนานุกรมดังกล่าวทางราชบัณฑิตยสถานได้นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์อีกด้วย เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ใช้ ก่อนที่จะแจกจ่ายต่อองค์กรสถาบันการศึกษาและหน่วยงานรัฐประมาณ 85,000 แห่ง คาดว่าใช้งบประมาณทั้งหมด 40 ล้านบาท ส่วนประชาชนทั่วไปสามารถหาซื้อได้ในเดือนธันวาคมนี้ สำหรับ?พจนานุกรมฉบับใหม่ 2554?ฉบับใหม่นี้ จัดพิมพ์เรียบร้อยแล้วจำนวน 100,000 เล่ม โดยมีเพิ่มเติมศัพท์ใหม่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ศัพท์เฉพาะสาขาวิชากว่า 1,000 คำ อาทิ ธนาคารโค, แก้มลิง เป็นต้น รวมถึงคำที่มาจากภาษาปาก เช่น คำว่า ซัด ซึ่งหมายถึงกินหรือการชกต่อย หรือคำศัพท์ทั่ว ๆ ไปที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย เช่น เครื่องดื่ม สปา วัตถุมงคล ห้างสรรพสินค้า ก็ยังอยู่ในพจนานุกรมฉบับนี้ ส่งผลให้ฉบับนี้เป็นฉบับที่พิเศษกว่าฉบับอื่น และมีคำศัพท์รวมทั้งหมดประมาณ 39,000 คำ ขณะที่พจนานุกรมปี 2542 มีคำศัพท์ที่ 37,000 คำ เท่านั้น นอกจากนี้ เรื่องการพิมพ์จะให้เอกชนเข้ามาใช้สิทธิจัดพิมพ์จำนวน 50,000 เล่ม และระหว่างนี้สามารถสืบค้นคำจาก พจนานุกรมฉบับใหม่ 2554?ฉบับนี้ได้จากเว็บไซต์ของ ราชบัณฑิตยสถาน www.royin.go.th เพื่ออำนวยความสะดวกในการสืบค้นหาทางสื่อออนไลน์ และเป็นการส่งเสริมคนไทยให้ใช้ภาษาไทยอย่างเป็นมาตรฐานเดียวกัน ก่อนที่จะไปเรียนภาษาอื่น

20 คำแปลกในหนังสือพจนานุกรรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน
20 คำแปลก /  นักศึกษา / 

หนังสือที่เราจะมาแนะนำในวันนี้ เป็นหนังสือที่จะทำให้คุณ รู้ รัก และเขียนภาษาไทย ได้ถูกต้องยิ่งขึ้น กับ พจนานุกรรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๕๔  ของสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ ที่ได้เพิ่มเติมจากพจนานุกรรมปี ๒๕๕๒ ด้วยคำศัพท์ใหม่ถึง ๒,000 คำ ทั้งคำพูดภาษาปาก คำศัพท์เฉพาะสาขาวิชาและมีศัพท์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงใช้ในการพัฒนา รวมทั้งคำที่รู้จักกันแพร่หลาย แต่ยังไม่มีในพจนานุกรม เช่น เด็ดสะระตี่ ดูดเสียง ของสูง ฯลฯ งั้นเราลองมาดูคำศัพท์ใหม่ๆ ที่เพิ่มเติมเข้ามาในเล่ม สนุกๆ คลายเครียดกัน เพราะ 20 คำเหล่านี้ อาจเป็นคำที่คุณรู้อยู่แล้วแต่มักเขียนผิด หรือเป็นคำที่คุณอาจไม่เคยได้ยินเลยก็ได้ วันนี้เราจะมารู้จัก และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ถูกต้องกัน...20 คำแปลกในหนังสือพจนานุกรรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน 20 คำแปลกในหนังสือพจนานุกรรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน 1.แกล้งเกลา หมายถึง ประณีต, ประดิดประดอย 2. กุกขี้หมู คือ ดู รักหมู ที่ รัก 3.ขนเพชร หลายคนอาจตีความหมายคำนี้ผิด เพราะความหมายตามพจนานุกรรมไทย หมายถึง ขนสีขาวที่ขึ้นแปลกเป็นพิเศษ มีลักษณะยาวกว่าปรกติ 4.ขยุ้มตีนหมา คือ ชื่อโรคผิวหนังชนิดหนึ่ง มีพิษอักเสบ ออกเป็นเม็ดผื่นดวงๆ 5 จับเจี๋ยว (ออกเสียงกันให้ถูกนะจ๊ะ ไม่งั้นผิดความหมายแน่) หมายถึง หม้อดินเล็กๆ มีพวยและที่จับ สำหรับต้มน้ำ 6.จิ่ม ก็คือ การล่วงเข้าไปแต่น้อย เช่น ใส่กลอนจิ่มไว้นิดเดียว 7.จ้อกวอก คือ ขาวมาก ขาวมากเกินไป 8. จางปาง คือ สว่างจ้า, สว่างโล่ง 9.ชาคระ (ออกเสียง ชาคะระ) คือ ความเพียร 10.ชุมรุม คือ ที่พัก, ที่อาศัย 11. ซ่อกๆ คือ เที่ยวไปที่โน่นที่นี่ตลอดเวลาไม่อยู่นิ่ง 12. ด๊กๆ (ภาษาปาก) คือ อาการที่รีบไปทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้ ด้วยความเต็มใจ เช่น พอเจ้านายอยากได้ต้นไม้มาประดับห้อง เขาก็ด๊กๆ ไปหามาให้ 13. ตีอีตื้อ คือ นิ่งเฉย, ดื้อด้าน 14. มะเรื่อง คือ วันถัดจากวันมะรืนไปวันหนึ่ง 15. มุคคะ (หรือ มุกคะ) คือ ถั่วเขียว 16. ซัด หมายถึง กิน หรือ การชกต่อย 17. ตุ๊ยตุ่ย, ตุ๋ยตุ่น คือ ชื่อว่าว คล้ายว่าวจุฬา เมื่อถูกลมพัดใบธนูที่ทำด้วยใบลานจะพลิกไปมา ทำให้เกิดเสียงตุ๊ยตุ่ย 18. ทรรป (ออกเสียงว่า ทับ) คือ ความโง่, ความเซ่อ, ความโอ้อวด, ความเย่อหยิ่ง 19. ผกเรือก คือ ต้นไทร 20.เพิดเพ้ย คือ เย้อยหยัน หรือ ร้องเฮ้ย (ใช้เป็นคำร้องไล่ ให้หนีไป) เป็นไงกันบ้างคะ? สำหรับ 20 คำแปลกที่ลองยกตัวอย่างมา พอจะคุ้นหูคุ้นตากันบ้างไหม? จริงๆ แล้วยังมีอีกหลายคำศัพท์แปลกๆ ที่มีความหมายน่าสนใจมากมาย สามารถติดตามได้ในหนังสือพจนานุกรรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ๒๕๕๔ กันได้เลยค่ะ เรียบเรียงโดย http://teen.mthai.com/ หากนำไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยค่ะ

ครูลิลลี่ไม่เห็นด้วย แก้ 176 คำทับศัพท์ ชี้ ทำให้เด็กเกิดความสับสน
ครูลิลลี่ /  คำทับศัพท์ / 

ผู้ที่เห็นด้วยมองว่าการเปลี่ยนแปลงอาจช่วยให้เด็กอ่านศัพท์ได้ง่ายขึ้น เว็บไซต์มติชนรายงานว่า จากกรณีที่กองศิลปกรรมได้จัดทำแบบสำรวจความคิดเห็นประมาณ 300 ชุด เกี่ยวกับการเขียนคำยืมจากภาษาอังกฤษในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 เพื่อสอบถามความเห็นจากคณะกรรมการราชบัณฑิต ภาคีสมาชิก และผู้ที่เกี่ยวข้องในการเปลี่ยนแปลงการเขียนคำที่ยืมจากภาษาอังกฤษใหม่ เนื่องจากพบว่ามีคำศัพท์ที่ยืมมาจากคำภาษาอังกฤษ 176 คำ เขียนผิด และไม่ตรงกับเสียงวรรณยุกต์ของคำนั้นๆ ตามอักขรวิธีไทย และการอ่านออกเสียง ได้มีกระแสสะท้อนความคิดเห็นจากนักวิชาการและครูผู้สอน ทั้งจากฝ่าย ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ซึ่งเกรงว่าจะทำให้เกิดความสับสนมากขึ้นกว่าเดิม นายกิจมาโนจญ์ โรจนทรัพย์ หรือครูลิลลี่ ครูวิชาภาษาไทยสถาบันกวดวิชาชื่อดัง ได้แสดงความคิดเห็นไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เพราะอาจทำให้เด็กเกิดความสับสนมากยิ่งขึ้น แม้ว่าคำยืมจากภาษาอังกฤษในปัจจุบันจะยังออกเสียงไม่ตรงวรรณยุกต์แต่เห็นว่าไม่จำเป็น เพราะทุกคนทราบดีว่าคำเหล่านั้นต้องออกเสียงยังไง ในฐานะเป็นครูภาษาไทย คิดว่าวิธีการดีที่สุดควรจะสอนให้เด็กอ่าน ออกเสียงให้ถูกต้องว่า ถ้าอ่านออกเสียงแบบนี้เป็นการออกเสียงตามแบบภาษาอังกฤษ และ แบบนี้คือการออกเสียงแบบภาษาไทย เพื่อให้เด็กมีความเข้าใจถูกต้อง ส่วนกรณีกังวลว่าชาวต่างชาติที่มาเรียนภาษาไทยแล้วจะสับสนว่าศัพท์บางตัวไม่มีวรรณยุกต์นั้น ครูลิลลี่แสดงความเห็นว่า ควรจะมองคนในชาติเป็นหลักมากกว่าจะไปห่วงชาวต่างชาติ เพราะเวลาคนไทยไปเรียนภาษาต่างประเทศก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับเจ้าของภาษาเช่นกัน เช่นเดียวกับนายบุญส่ง อุษณรัสมี อนุกรรมการประเมินผลงานครูวิชาภาษาไทย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และอดีตครูเชี่ยวชาญภาษาไทย โรงเรียนสตรีวิทยา 2 กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยเช่นกัน เพราะรูปแบบการเขียนภาษาอังกฤษไม่เหมือนกับภาษาไทย ซึ่งเป็นภาษาที่มีวรรณยุกต์ แต่ภาษาอังกฤษไม่มี ดังนั้นไม่ควรนำการออกเสียงของไทยไปกำหนดรูปแบบการเขียนทับศัพท์ในภาษาอังกฤษ ควรจะคงรูปแบบการเขียนเดิมเอาไว้ ขณะที่ผู้ที่เห็นด้วยก็มีการแสดงความคิดเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงอาจช่วยให้เด็กอ่านศัพท์ได้ง่ายขึ้นและคิดว่าเด็กจะไม่เกิดความสับสน นางเบญจลักษณ์ น้ำฟ้า รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า หากราชบัณฑิตมีการเปลี่ยนแปลงคำยืมมาจากในภาษาอังกฤษ เพื่อให้อ่านออกเสียงง่ายขึ้นคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับเด็ก ทั้งในการเรียนวิชาภาษาไทย และภาษาอังกฤษ นางสาววีณา อัครธรรม ผู้อำนวยการ สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สพฐ.กล่าวว่า ในมิติของ สพฐ.ซึ่งเป็นส่วนราชการ หากราชบัณฑิตเปลี่ยนแปลงคำศัพท์อะไรก็คงต้องใช้ตาม เชื่อว่าคงไม่เกิดความสับสน หากมีการชี้แจงให้รอบด้าน และเท่าที่ทราบเป็นการเปลี่ยนแปลงการเขียนคำที่นำมาจากต่างประเทศ ให้ชัดเจนขึ้นระหว่างภาษาอ่านกับภาษาเขียน ส่วนตัวแล้วเห็นด้วยเป็นเรื่องดี ไม่ใช่เรื่องเสียหาย นายสมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เห็นด้วย เป็นเรื่องที่น่าทำ เพราะจะทำให้ภาษามี วิวัฒนาการร่วมสมัยมากขึ้น และที่สำคัญทำให้ช่องว่างเรื่องภาษาลดลง เป็นประโยชน์กับนักเรียนในการสะกดคำให้ตรงตัวมากขึ้น ซึ่งทางราชบัณฑิตฯเองจะต้องทำประชา สัมพันธ์เกี่ยวกับศัพท์ใหม่ผ่านช่องทางต่าง ๆ หรืออาจเชิญนักเรียนมาร่วมพูดคุยรับฟังความคิดเห็นเพื่อให้เด็กๆ ได้เข้ามามีส่วนร่วม ขอบคุณข้อมูลจาก มติชนออนไลน์ Mthai News

พจนานุกรมหัวใจ คำบอก ความนัย
ความนัย /  คำบอกความนัย / 

พจนานุกรมหัวใจ คำบอก ความนัย ลองมาดูกันครับ เวลาคุณพูดคำแต่ละคำออกมานั้น  น้อยใจ เจ็บใจ ละอายใจ หรือ เสียใจ คำพวกนี้มันสื่อความหมาย ความนัย ของคุณอย่างไร Horoscope.Mthai.com มีคำตอบครับ น้อยใจ อาการอ่อนแอของจิตใจ . . . ที่ไม่ได้รับการตอบสนอง ยามที่เกิดความต้องการให้คนเอาใจ วิธีแก้ . . . อย่าเอาแต่ใจ เจ็บใจ อาการเป็นพิษของจิตใจ . . . ที่ลามมาจากหาง เวลามีใครมาเหยียบมัน วิธีแก้ . . . ตัดหางทิ้งซะ อย่ายกหางตัวเอง ละอายใจ อาการใฝ่ดีของจิตใจ . . . ที่ออกมาชี้หน้าด่าเรา ข้อแนะนำ . . . เมื่อละชั่วได้ ก็ไม่อายแก่ใจ เสียใจ อาการวูบทางจิตใจ . . . เกิดจากความไม่มั่นคง เพราะชอบเอาใจไปผูกเอาไว้กับสิ่งอื่น วิธีแก้ . . . ตัดใจซะสิ อย่าไปผูกมันไว้ ใจหาย อาการนี้ . . . ชื่อก็บอกอยู่แล้ว วิธีแก้ . . . หายใจเข้าสิ หายใจลึกๆ แล้วจะเลิกใจหาย หลายใจ อาการสืบพันธุ์ของจิตใจ โดยการแบ่งตัว นำไปสู่อาการน้อยใจ . . . แก่คนรอบข้างได้ในเวลาต่อมา วิธีแก้ . . . ระลึกไว้ มีแต่พวกอะมีบาที่ใช้วิธีแบ่งแบบนี้ ทำใจ อาการที่แปลกที่สุดของใจ . . . ยิ่งทำมากเท่าไร . . . ใจยิ่งว่างเท่านั้น ข้อแนะนำ . . . ทำทุกครั้ง ทำบ่อยๆ ค่อยๆ ทำ ขอบคุณข้อมูลจาก yenta4.com ดูดวงปี 2556 ดูดวง 12 ราศี กับ อ.คฑา

iOS 7 beta พบบั๊ก bypass lockscreen เข้าถึงทุกแอพได้เพียงวิ !!
apple /  bug / 

" ระวัง iOS 7 beta บั๊กอื้อ !! ล่าสุดพบ bypass lockscreen "   แน่นอนว่า flat สไตล์บน iOS 7 ที่มากับ ลูกเล่น 3d เอียงหงายๆ นั้นน่าตื่นเต้นปลุกใจสาวก ให้อยากอัพเดทอย่างมาก แถมตอนนี้ก็มีตัวเบต้า มายั่วสำหรับนักลองของกันแล้วด้วย   แต่ด้วยความที่มันกำลังเบต้านี้เอง มันจึงเต็มไปด้วยสารพัด bug ซึ่งร้อยทั้งร้อยเหล่าผู้เชี่ยวชาญ ก็ไม่แนะนำให้คุณรีบอัพเดท โดยเฉพาะกับมือใหม่ ล่าสุด หลังจากปล่อยให้ developer ดาวน์โหลดไปเพียง 2 วัน iOS 7 beta  ก็ถูกรายงานบั๊ก bypass lockscreen เข้าถึงทุกแอพ โดยไม่ต้องผ่านล๊อคสกรีนได้ ซึ่งก็เป็นบั๊กที่มักพบในโอเอส ที่เพิ่งเบต้าเสร็จหมาดๆ แทบทุกครั้ง   นอกจากปัญหาความปลอดภัย  bypass lockscreen แล้ว ใครที่ Download iOS 7 beta มารัน iDevice ยังจะต้องเผชิญกับบั๊กประปราย ที่ถูกรายงานบน sinfuliphone และ macrumors เหล่านี้ด้วยนะ ตุ้มบอกไว้ก่อน...     iOS 7  bug รวมฮิต   - บางทีวอลเปเปอร์ย่อส่วน หลังดูแอพใน Folder - บางที Messages แอพ Sending ก็ overlaps - บางที  Voicemail ก็ค้าง ข้อความใน voicemails ก็ overlap - ใน Settings บางทีก็โชว์ Wallpaper ผิด - Notification Center ไม่สามารถโชว์พรีวิวการแจ้งเตือน ( Alert Styles ) ได้ - ไอค่อนไม่ตรงกับเนื้อหาแอพ เช่น Camera, FaceTime, iTunes, Siri  ฯลฯ - Keypad ใส่ passcode บางที ก็เป็นสีเทาขาว มองไม่เห็นเลข -  แอพ Videos ยังเน่าเยอะ ทั้งสีเพี้ยน ค้าง เปิดแล้วก็หายไป - แอพ Messages มีอาการก๊ง ลบข้อความเอง - หน้า Lockscreen นาฬิกา ซ้อนกับ music controls - จิ้ม Define รันพจนานุกรม แต่กลับไปพิมพ์ข้อความไม่ได้ - แอพ Music ไม่โชว์ Album Artists - notification center ไม่โชว์ฟีเจอร์ missed - Automatic Updates ไม่ดาวน์โหลด ต้องรีสตาร์ทใหม่ - บางทีก็ไม่สามารถใช้งาน wi-fi ได้ตามปกติ - คียฺบอร์ดค้า ช้า , แจ้งเตือนซ้ำ Source : zdnet ,forbe , sinfuliphone , macrumors

โอ๊ค โพสต์ซัด
ทักษิณ ชินวัตร /  นายกฯ ไทย / 

โอ๊ค โพสต์ซัด "เหี้ย กะหรี่ อีโง่" ทำภาพ ปชป. ติดลบ เผยคนจำภาพทักษิณ จากประชานิยมมากสุด  นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว @Oak Panthongtae Shinawatra หลังเจ้าตัวได้ทำโพลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนถึงเรื่อง "พี่น้องประชาชนไทย มีภาพจำในนโยบายและคำพูดของอดีตนายกรัฐมนตรีไทยคนไหนบ้าง" โดยยกตัวอย่างนายกฯ 5คน ที่มีผลงานโดดเด่น และมีคนโหวตมากที่สุด โดยระบุว่า "พานทองแท้โพลล์" ได้สำรวจความคิดเห็น ของพี่น้องประชาชน ในหัวข้อ "พี่น้องประชาชนไทย มีภาพจำในนโยบายและคำพูดของอดีตนายกรัฐมนตรีไทยคนไหนบ้าง" ได้ผลออกมาน่าสนใจครับ แถมพูดหยาบคาย เหี้ย กะหรี่ อีโง่ ผมขอคัดเอามาเฉพาะที่มีคนโหวตสูงสุดจำนวน 5 ท่านแรก เรียงตามปีที่ดำรงตำแหน่งนะครับ เป็นท่านอดีตนายกฯ ที่มาจากหลายพรรคฯ ด้วยกัน เห็นรูปที่โพสต์นี้แล้ว บรรดาสลิ่ม-แมลงสาบ และคนไทยหัวใจอำมาตย์ทั้งหลาย ที่ชอบแอบเข้ามาอ่านเพจ "พานทองแท้" ทุกวัน บ่อยและเยอะกว่าเข้าไปดูเพจของพรรคประชาธิปัตย์ อาจจะยิ้มกันแก้มแทบปริ เพราะมีอดีตนายกฯ ที่มาจากพรรคประชาธิปัตย์ ติดโผที่ประชาชนจำฝังใจถึง 2 คนด้วยกัน อดีตนายกจำนวน 5 ท่านนี้ได้แก่... 1. ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ภาพจำของท่าน ได้แก่ นโยบาย "เงินผัน" และคำพูดว่า "กูไม่กลัวมึง" ครับ 2. พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ภาพจำของท่าน ได้แก่ นโยบาย "เปลี่ยนสนามรบ เป็นสนามการค้า" และคำพูดว่า "No Problem" ครับ 3. นายชวน หลีกภัย ภาพจำของท่าน ได้แก่ นโยบาย "สปก.4-01" (มีภาพจำเรื่อง "ปล่อยหมากัดม็อบ" เยอะเลยครับ แต่คงเป็นเรื่องของพฤติกรรมชั่ววูบ ไม่น่าจะใช่เรื่องนโยบาย เลยขอตัดทิ้งครับ และคำพูดว่า "เสียใจแต่ไม่ขอโทษ" ครับฅ 4. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ภาพจำของท่าน ได้แก่ นโยบาย "ประชานิยม" และคำพูดว่า "ผมจะเป็นนายกฯ ที่ทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย และผมขอประกาศสงคราม ยาเสพติด ความยากจน และคอร์รัปชั่น" ครับ (ไม่ได้เข้าข้างพ่อ เลยเขียนยาวกว่าท่านอื่นนะครับ แต่คนโหวตแบบนี้เยอะจริง ๆ ครับ) 5. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ภาพจำของท่าน ได้แก่ นโยบาย "โรงพักเข้มแข็ง, ไข่ชั่งกิโล, นมโรงเรียน(บูด) และปลากระป๋อง(เน่า)" และคำพูดว่า "เหี้ย กะหรี่ อีโง่" ครับ (ไม่ได้เข้าข้างอภิสิทธิ์ฯ เลยเขียนยาวกว่าท่านอื่นนะครับ แต่คนโหวต "เหี้ย" นี่เยอะจริง ๆ ครับ) ก็ต้องขอแสดงความยินดีกับอดีตนายกรัฐมนตรี ทั้ง 5 ท่านไว้ตรงนี้นะครับ สิ่งที่ท่านทำมาประสบความสำเร็จในการ Branding หรือการทำให้พี่น้องประชาชนเกิด "ภาพจำ ติดตา ติดใจ" ในนโยบายและคำพูดของท่านมากกว่าคนอื่น ๆ ส่วน "ภาพจำ" ดังกล่าวนั้น ใครจะคิดในแง่บวกหรือแง่ลบนั้น ผมว่ามันเป็นเรื่องนานาจิตตังครับ อดีตนายกหมายเลข 1 และ 2 นั้น ท่านล่วงลับไปแล้ว ท่านทำประโยชน์ให้กับประเทศมากมาย ความเห็นจึงมักเป็นไปในทางบวกเหมือนกัน ไม่ค่อยมีประเด็นอะไรที่เป็นลบที่จะต้องมาถกเถียงกัน ส่วนอดีตนายกท่านที่ 3, 4, 5 นี่ เสียงแตกออกเป็น 2 สี 2 ทางเลยครับ ตัวอย่างเช่นเรื่อง สปก.4-01 บรรดาสลิ่ม-แมลงสาบทั้งหลาย อาจมองนโยบายสปก.4-01 เป็นการนำที่ดินมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะถ้านำที่ดินให้คนจนไปเพาะปลูก ต่อไปก็ต้องมาประกันหรือรับจำนำผลผลิตกันอีก รายได้ต่อพื้นที่ภาคการเกษตรหรือจะดีสู้การท่องเที่ยวสู้ให้นายทุนนำไปสร้างรีสอร์ทไม่ได้ พวกพ้องรวยกันถ้วนหน้า สรุปว่าถ้าจะตะแบงมองเข้าข้างตัวเองกันแบบนี้ โรงพักเข้มแข็ง, ไข่ชั่งกิโล, นมโรงเรียนบูด, ปลากระป๋องเน่า ก็มองในแง่ดีได้หมดแหละ แม้กระทั่งคำพูด เหี้ย, กระหรี่, อีโง่ ศิษย์เก่าอ็อกซ์ฟอร์ดยังมองว่า การพูดคำหยาบเป็นการอนุรักษ์คำไทยโบราณ เพื่อไม่ให้พจนานุกรมมีขนาดเล็กลงเลย (เฮ้อออ...ไม่ทราบเอาสมองส่วนไหนคิดนะครับ..?) ส่วนมุมมองความเห็นของคนส่วนใหญ่ของประเทศ ยังมองภาพของ สปก.4-01 เป็นภาพลบครับ เป็นภาพของการนำที่ดินทำกินของเกษตรกร ไปแจกให้กับนายทุนพรรคพวกตัวเอง ที่รวยอยู่แล้วก็รวยยิ่ง ๆ ขึ้นกันไปอีก เราจึงได้ยินคนพูดกันติดปากอยู่เสมอว่า นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์นั้น "อุ้มคนรวย ไม่ช่วยคนจน" พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกรคนยากคนจน จึงโกรธและเกลียดพรรคประชาธิปัตย์ฝังใจมาจนทุกวันนี้ ส่วนเรื่องคำพูดหยาบคายนั้นหลายคนมองว่า คนเป็นถึงอดีตนายกรัฐมนตรี ควรประพฤติตัวเป็นตัวอย่างที่ดีแก่เยาวชน ดันพูดจาปราศรัยใช้คำพูดหยาบ ๆ แบบนี้นี่ ใช้ไม่ได้ครับ ก็อย่างที่ผมบอกไว้ว่า "นานาจิตตัง" ครับ มุมมองแต่ละคนไม่เหมือนกัน เรื่องง่าย ๆ เรื่องเดียว คนยังมองตรงข้ามกันได้อย่างสิ้นเชิง ระบอบประชาธิปไตยในประเทศที่เจริญแล้ว เขาจึงต้องฟังเสียงส่วนใหญ่ และเสียงส่วนน้อยต้องรู้แพ้รู้ชนะไม่ตีรวนครับ เมืองไทยของเราไม่ทราบว่า จะต้องเรียนรู้กันไป อีกนานเท่าไหร่จึงจะหันมา รักษากฎกติกามารยาทในระบอบรัฐสภากันอย่างจริงจังเสียทีนะครับ มีเวลาว่างเลยเขียนยาวหน่อยนะครับ พอดีช่วงนี้ผ่อนงานที่ Voice TV ให้คนอื่นรับช่วงทำไปเยอะ และเห็นว่าคราวที่แล้ว ไปเยี่ยมชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วม พรรคประชาธิปัตย์ออกมาตีอกชกลมกันใหญ่ วันนี้นึกสนุกเลยจะลงพื้นที่...เอ๊ยยย..!!...ไปเยี่ยมพี่น้องที่จังหวัดเชียงใหม่ดูบ้าง ว่ามีประเด็นอะไรที่จะมาเล่าสู่กันฟังหรือไม่ แล้วจะโพสต์รูปให้ดูกันนะคร้าบบบบ.....!! MThai News

Commart Comtech Thailand 2012 รวมโปรโมชั่น
arip /  commart / 

กลับมาอีกครั้งกับมหกรรมไอทีสิ้นปี อย่าง Commart Comtech Thailand 2012 “ Let’s Touch IT " จาก arip ที่ปีนี้ ได้ขนทัพสินค้าไอที ทั้งตัวฮอต ตัวประกอบ เข้ามาให้เลือกชมกัน ไม่ว่าจะเป็น  Samsung Galaxy Note2, HTC One X+, HTC One VX, LG Nexus 4, Nokia Lumia 920, Nokia Lumia 820 และพิเศษสุดกับเรื่องราวของ ไอโฟน 5 ที่ภายในงานจะมาให้ได้จับจองกัน 1,000 เครื่องต่อวัน แบบไม่จำกัดค่าย   นอกจากสมาร์ทโฟนตัวท้อปแล้ว ยังแน่นไปด้วยสินค้าไอทีอื่นๆ อาทิ แท็บเล็ต สมาร์ททีวี อัลตร้าบุ๊ก ฯลฯ พร้อมโปรโมชั่นสุดคุ้ม ใครกำลังรอของขวัญไอทีสิ้นปีให้กับตัวเอง และคนที่คุณรัก  Commart Comtech Thailand 2012 เป็นอะไรที่ใช่สุด ณ จุดนี้  สามารถไปช้อปแหลกกันได้ @ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 15 – 18 พ.ย. 55 เวลาเดิม 10.00 – 20.00 น. ห้ามพลาดดดดดด !! Commart Comtech Thailand 2012 รวมโปรโมชั่น ถูกสุดๆ กับ Satellite C800-1008X โน้ตบุ๊กราคาสบายๆ สำหรับนักเรียน หรือ Beginner Spec : Pentium® Dual-Core/No OS/RAM 2GB/HDD 500GB/การ์ดจอแยก Free : • RAM 4GB มูลค่า 1,990.- • ชุดรับประกันเพิ่มภายในประเทศ 1 ปี มูลค่า 1,390.- • Carrying Case มูลค่า 1,990.- ราคาปกติ 15,990 พิเศษในงาน 14,990.- คุ้มสุดดด กับ Satellite L840D-1001 โน้ตบุ๊กที่ตอบสนองการใช้งานได้อย่างดีเยี่ยม Spec : AMD Dual-Core/No OS/RAM 2GB/HDD 640GB/การ์ดจอแยก Free : •  RAM 2GB มูลค่า 990.- •  Carrying Case มูลค่า 1,990.- ราคาปกติ 17,990 พิเศษในงาน 15,990.- โดนใจวัยทีน กับ Satellite L840-1022X/R/W โน้ตบุ๊กหลากสีสันที่ตอบสนองการใช้งานได้อย่างดีเยี่ยม Spec : Core i5/No OS/RAM 4GB/HDD 640GB/การ์ดจอแยก Free : •  RAM 4GB มูลค่า 1,990.- •  ประกันเพิ่มภายในประเทศ 1 ปี มูลค่า 1,390.- •  Carrying Case มูลค่า 1,990.- ราคาปกติ 21,990 พิเศษในงาน 19,990.- ที่สุดแห่งความบางเบา กับ Portege Z930-2001 อัลตราบุ๊กดีไซน์โดดเด่นการันตีรางวัลระดับโลกโดย “The Good Design Award 2012” Spec : Core i5/Window® 7 Home Premium/RAM 4GB/SSD 128GB/ Free : •  Toshiba External DVD มูลค่า 1,390.- •  Carrying Case มูลค่า 1,990.- พิเศษในงาน 43,990.- พบ All-in-One ดีไซน์สวย ราคาพิเศษ กับ Qosmio DX730-1007XT ขนาดกระทัดรัด ประหยัดพื้นที่ ล้ำสมัยด้วยหน้าจอ TouchScreen Spec : Core i5/Window® 7 Home Premium/RAM 4GB/HDD 1TB/การ์ดจอแยก ราคาปกติ 36,990 พิเศษในงาน 29,990.- Dell Ultrabook XPS13 Intel Core i5-2467M (1.60 GHz) Windows 7 Home Premium 64 bit Ram 4 GB 1333 MHz DDR3, HDD 128 GB SSD 13.3” Hi-Def (720p), Intel HD 3000 graphics 2 years XPS Premier Service with 1 year ฟรี! Bluetooth Headset มูลค่า 1,390.- Targus synergy carry bag มูลค่า 1,190.- ปกติ 42,990.- พิเศษ 35,990.- จนกว่าของจะหมด / รวม Vat Dell Notebook Inspiron 3420 Intel Core i5-3210M Ram 4 GB DDR3 1600 MHz HDD 750 GB 14.0” HD WLED NVIDIA GeForce GT 620M 1 GB DDR3 ฟรี! Ram 4 GB Targus Bag มูลค่า 1,290.- พิเศษ 17,990.- จนกว่าของจะหมด / รวม Vat Dell Notebook Inspiron 5423 Intel Core i7-3517U Ram 4 GB DDR3 1600 MHz HDD 500 GB 14” HD WLED AMD Radeon HD 7570M with 1 GB GDDR5 ฟรี! Benetton Headset มูลค่า 990.- Targus Bag มูลค่า 1,290.- พิเศษ 24,990.- จนกว่าของจะหมด / รวม Vat Rapoo เสนอ wireless mice ที่ความถี่ 5GHz.รุ่น 3710P และรุ่น 7100P จากราคาปกติ 990 บาท เหลือเพียง 1 บาท !!!! เท่านั้น โปรโมชั่นเฉพาะคอมมาร์ท 15-18 พฤศจิกายนนี้เท่านั้น จำกัด 15 ตัวต่อวัน ที่บูทตัวแทนจำหน่าย Rapoo จัดเต็มในงาน Commart Comtech 2012 ด้วยสินค้าหลากหลายรายการที่พร้อมกระหน่ำโปรโมชันกันอย่างจุใจ ติดตามกันได้ที่บูท A615, A616, A621, A660 Buy 1 Get 1 แจกฟรี สำหรับลูกค้าองค์กร Ricoh Aficio SP C240DN - พรินเตอร์ เลเซอร์สี - ความเร็วในการพิมพ์ 16 หน้าต่อนาที่ - สามารถิพิมพ์ 2 หน้าแบบอัตโนมัน (Duplex) - รองรับการเชื่อมต่อผ่าน USB และ LAN ราคาปกติ 9990 พิเศษในงาน 3950.00 บาทเท่านั้น (รวม VAT แล้ว) สินค้ามีจำนวนจำกัด 30 เครื่องเท่านั้น (ตลอดงาน) มาก่อนมีสิทธิก่อน Belkin กระเป๋าโน๊ตบุค รุ่น F8N390qe สำหรับโน๊ตบุค 14 นิ้ว รับประกันตลอดอายุการใช้งาน เปลี่ยนสินค้าได้ที่ IT City หรือ SVOA ราคาปกติ 2,390 บาท พิเศษในงาน 1,190 บาท (รวม VAT แล้ว) แถมฟรี Mini Travel Surge with USB Charger - 3 AC Sockets, 2 USB Ports / มูลค่า 990 บาท 12.3 ล้านพิกเซล ชิปประมวลผลแบบใหม่ TruePic VI LCD 3”, ISO 12800 Art Filter สร้างสรรค์ภาพสวย บันทึก VDO ระดับ Full HD ราคาปกติ 15,990.- ราคาพิเศษในงาน 13,500.- 5 ตัว ต่อวัน / รวม Vat เพียงนำใบเสร็จที่ซื้อ Notebook ภายในงาน มารับคูปองแลกซื้อ จำนวนจำกัด 1 คน ต่อ 1 เครื่อง / รวม Vat ติดตามรายละเอียดได้ที่บูธ Epson จากปกติ 3,490.- เหลือแค่ 999. Scanner แบบพกพา สแกนภาพและข้อความขนาด A4 แปลงข้อความจากภาพเป็นไฟล์เอกสาร และสามารถแก้ไขได้โดยไม่ต้องพิมพ์ใหม่ ฟรี! ปากกาอัจฉริยะ Bluetooth Smart pen มูลค่า 4,990.- ราคาปกติ 8,990.- พิเศษในงาน 6,990.- จนกว่าของจะหมด / รวม Vat Live Voice ระบบเสียงคมชัดสมจริง Built-in 281 Dictionaries จุพจนานุกรมต่างๆ ถึง 281 เล่ม Pronunciation Corrector เสริมทักษะการออกเสียงคำศัพท์ Chinese Learning Course คอร์สเรียนภาษาจีนสำหรับคนไทยทั้งการพูด ฟัง อ่าน เขียน และแบบทดสอบ Android ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 2.3 WiFi เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเพื่อรับข่าวสาร สาระความรู้และสิ่งบันเทิงได้อย่างรวดเร็ว Download Free Apps ดาวน์โหลดฟรีแอปพลิเคชั่นต่างๆ ได้มากมาย ฟรี! ปากกาอัจฉริยะ Bluetooth Smart pen มูลค่า 4,990.- ราคาปกติ 15,900.- พิเศษในงน 13,900.- จนกว่าของจะหมด / รวม Vat

จุงเบย แปลว่าอะไร จักแร้เปี้ยก
ภาษาวัยรุ่น /  เกร็ดความรู้

คำว่า จุงเบย แปลว่าอะไร แล้วมีที่มาที่ไปยังไง? ทำไม จุงเบย ถึงเกิดคำนี้ขึ้นมา...(เออนั้นสิ) แล้วยังจะบรรจุคำศัพท์ใหม่ คำวัยรุ่น คำแสลง ที่ในปัจจุบันเขาพูดกัน ลง?พจนานุกรมคำศัพท์ใหม่?เล่ม4 อีก (โอ้ยตาย!นึกว่า นารูโตะ ) ความหมายของ จุงเบย ในไทย? จุงเบย?เพี้ยนมาจาก?จังเลย?แสดงความแอ๊บแบ๊ว บางคนบอกว่าปัญญาอ่อน ความหมายของ จุงเบย ในต่างประเทศ แต่รู้หรือไม่คำว่า จุงเบย ในภาษา คัสซาบลังกา หรือ?คาซาบลังกา (?โมร็อกโก ) แปลว่า จักแร้เปี้ยก ! เธอน่ารัก จุงเบย =?เธอน่ารัก?จักแร้เปี้ยก (555555) ที่มาของ จุงเบย จุง ? จัง สระ อุ และ ไม้หันอากาศ (?ั)?เป็นสระที่อยู่ใกล้กันในคีย์บอร์ด ทำให้พิมพ์ผิด โดยพิมพ์สลับกันบ่อยๆ จนเลยเถิดกลายเป็นศัพท์วัยรุ่น เบย ? เลย ล และ บ เป็นตัวอักษรที่อยู่ใกล้กันในคีย์บอร์ด ทำให้พิมพ์ผิด โดยพิมพ์สลับกันบ่อยๆ จนเลยเถิดกลายเป็นศัพท์วัยรุ่น ตัวอย่าง การใช้ จุงเบย? คิดถึงจุงเบย เธอน่ารักจุงเบย คำว่า ? จุงเบย ? กับ?พจนานุกรม ฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน ล่าสุดราชบัณฑิตฯ เตรียมบัญญัติ คำว่า ? จุงเบย ? เป็นศัพท์ใหม่ใน พจนานุกรมคำศัพท์ใหม่?รวมถึงคำว่า ?เม้าธ์มอย, กาก, กินตับ, เกรียน, เช็ดเม็ด ,?จอนูน, จอแบน, โนเวสเตชั่น, แพล้งกิ้ง?และอื่นๆ อยากรู้ ดูที่นี้ อัพเดทศัพท์วัยรุ่น เยอะจุงเบย http://teen.mthai.com/variety/47312.html เรียบเรียง teen.mthai?ข้อมูล?guchill.com หมายถึง จุงเบย daddy หรอคะ? เตรียมพร้อมรับมือ จุงเบย บุกโลก นั้นไง?ต็มไปหมดเบย กริ๊ดๆๆ โดนตบ เบย น่ารัก จุงเบย ได้แฟนเพราะ จุงเบย? ถ้าไม่พูดว่า จุงเบย จะเฉยป่าวว่ะ ( เอิ้บ ไม่พูด จุงเบย ไม่เท่าไร แต่ถ้าใครไม่รู้จัก โคตรเฉย จุงเบย นะ !) อาย อี ไพร่สถุนสยามตัวไหนมาพูด จุงเบย กูจักจับกุดหัวเสีย จักได้เป็นเยี่ยงอย่างแก่ลูกหลานชาวสยามสืบไป คำขวัญประเทศไทย ปีหน้า ?เรารักประเทศไทย จุงเบย

รสชาติ SEX กับ ราศีเกิด
sex /  เซ็กซ์ / 

รสชาติ SEX กับ ราศีเกิด sex กับราศีเกิด ของคนที่เกิดแต่ละราศี มีความแตกต่างกัน Horoscope.Mthai.com จึงนำเอารสชาติของ sex ในแต่ละราศี มาบอกกัน ลองมาดูกันว่า คนที่เกิดแต่ละราศีนั้น จะชอบ sex ในแบบใดกัน ราศีมังกร Capricorn (14 ม.ค.- 12 ก.พ.) เซ็กซ์ ของสาวราศีมังกร : เธอไม่ต้องการการเล้าโลมมากนัก เทียบกับการขับรถก็เหมือนติดเครื่องแล้วก็กดคันเร่งแบบเข็มไมล์กระฉูดตีจากศูนย์ถึง?ว้าวเลยไม่มีการละล้าละลังทั้งสิ้น ไม่สนใจความแปลกใหม่หรือความหลากหลาย ต้องการแต่ความทรงพลัง และด้วยความที่ชอบเป็นคนให้ตัวเองมีอำนาจ จึงชอบที่จะเป็นผู้อยู่เหนือร่างชายและสร้างจังหวะที่สร้างความพึงใจด้วยตัวเอง สำหรับเธอ…ในห้วงของการบรรเลงเพลงรัก จู่ๆเธอจะกลับกลายเป็นการแข่งขันกันไปถึงจุดสุดยอดอย่างดิบเถื่อนก็เป็นได้ และนั่นเป็นประหนึ่งรางวัลแห่งชัยชนะที่สามารถจะพิชิตได้เกินกว่าครั้งเดียว และแน่นอนว่าทั้งรอยเล็บและเสียงกรีดร้องก็เป็นส่วนหนึ่งที่ไม่ขาดหาย คู่สมที่สุดของสาวราศีมังกรคือ หนุ่มราศีพฤษภ พิจิก และมีน เซ็กซ์ ของหนุ่มของชายราศีมังกร : การปลุกเร้าอารมณ์รักเป็นสิ่งที่ถนัดนักสำหรับชายราศีมังกร เขาเป็นทั้งนักวางแผนและนักสร้างแผน (แต่ไม่สร้างแผล) ฝักใฝ่ในสาวที่รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่สร้างความพึงพอใจให้เขาได้ และคาดหวังว่าเธอก็อยากทำอย่างนั้นเหมือนกันและพร้อมเสมอสำหรับเขาในทุกขณะที่เขาต้องการ มีความอดทนประหนึ่งนักวิ่งมาราธอน เขาคือชายที่รั้งรอได้จนกว่าเธอจะพร้อมที่จะกรีดร้องหากจะเร้าอารมณ์เขาละก็…ลองใช้วิธีนวดช้าๆ จากแผ่นหลังตอนล่างไล้ขึ้นไปตามแนวด้านข้างของกระดูกสันหลัง รับรองว่าเขาเก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่และเริ่มเพลงรักกับคุณในทันที ราศีกุมภ์ Aquarius (13 ก.พ. – 13 มี.ค.) เซ็กซ์ ของสาวราศีกุมภ์ : สาวราศีกุมภ์ เรียกได้ว่าเป็นสาวเครื่องร้อน…ช้า การร่วมรักในอุดมคติของเธอต้องอุดมไปด้วยความอ่อนโยน หากเร้าได้ที่ต่อไปก็หายห่วง มีจิตนาการที่เพริศแพร้วสุดๆ และชอบที่จะลองของใหม่ ไม่มีอะไรในกามาสุตราที่เธอไม่กล้าลองและเชื่อเสมอว่าอะไรที่ทำให้อีกฝ่ายเกิดความพอใจนั้นคุ้มค่าน่าลองทั้งสิ้น คู่ขาที่เข้าขาจะได้แก่ ราศีเมษ เมถุน ตุลย์ ธนู และกุมภ์ ท่าที่โปรดปรานคือการร่วมรักกับคนที่เธอรักในน้ำ เซ็กซ์ ของหนุ่มราศีกุมภ์ : ชายราศีกุมภ์มีข้อดีในเรื่องรักคือ เขาไม่เคยคิดว่าผู้หญิงเป็นเพียงวัตถุทางเพศและชอบที่จะเล้าโลมในหลากหลายรูปแบบก่อนจะเข้าประเด็น อาจต้องหาวิธีเร่งเครื่องกันนิด แต่ถ้าเครื่องติดแล้วละก็เขาจะสร้างสรรค์เพลงรักอย่างอิสระและต่อเนื่องอย่างน่าอัศจรรย์ และเขานี่แหละที่จะได้เห็นการบรรลุจุดสุดยอดของคุณ สาวที่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรจะได้รับความสุขอย่างเหลือล้น มั่นใจได้เลยว่าเขาพาคุณไปถึงจุดนั้นได้ 2 ครั้งแน่ๆ ด้วยปากครั้งหนึ่ง กับอีกครั้งด้วยความเป็นชาย การสัมผัสบริเวณน่องและหัวเข่าจะช่วยเร้าอารมณ์เขามากขึ้น แต่ให้ระวังไว้อย่างหนึ่งว่าชายราศีกุมภ์บางคนอาจมีจิตผิดปกติ เป็นพวกซาดิสต์ที่ไม่ชอบให้ใครปฏิเสธก็ได้ ราศีมีน Pisces (14 มี.ค. – 12 เม.ย.) เซ็กซ์ ของสาวราศีมีน : ช่างเป็นคนที่ขยับท่าไหนพูดอะไร ก็ดูดีไปหมดแถมยังช่วยสร้างบรรยากาศดีๆ ได้ด้วย มีเสรีในการกามาและสนุกกับขอบเขตอันกว้างไกลของมัน หากจิตนาการมหัศจรรย์ของฝ่ายชายสอดคล้องกับเธอด้วยละก็ ปฏิกิริยาตอบสนองนั้นจะถึงขั้นเร่าร้อนเลยทีเดียว ไม่ว่าคู่รักจะเสนออะไรมา ดูยากจะปฏิเสธเสียจริง ชอบที่สุดหากได้เสพสมบนเตียงน้ำหรือบ่อน้ำร้อน คู่ขาที่น่านิยมก็ต้องเป็น หนุ่มกรกฎ พิจิก มังกร และชาวมีนด้วยกัน จุดอ่อนไหวของสาวราศีมีคือการได้รับการจูบและขบเบาๆ ช้าๆ บริเวณหลังคอ เซ็กซ์ ของหนุ่มราศีมีน : หนุ่มราศีมีนมักจะถือบทบาทผู้นำในการร่วมรักและมักไม่อดทนหากไม่ได้รับการสนองตอบอย่างทันท่วงที ไม่สนใจขอบเขตของกามารมณ์ทั้งในแง่ศีลธรรมและกฎหมาย ชอบคู่ขาที่มีความต้องการด้านนี้แบบล้นเหลือ ชอบการร่วมรักบนเก้าอี้และชอบเป็นฝ่ายถูกกระทำ และจะกลายเป็นคนที่ติดอยู่กับอะไรก็ตามที่สร้างความพึงพอใจและทำให้ได้ปลดปล่อย หากจะให้ดีลองนวดคลึงเท้าเขาซิ นั่นน่ะจุดอ่อนเชียวนะ ราศีเมษ Aries (13 เม.ย.-13 พ.ค.) เซ็กซ์ ของสาวราศีเมษ : สาวราศีเมษจะหมกมุ่นในเรื่องตัณหาราคะแถมยังชอบผจญภัยทางด้านนี้เอามาก เธอจะร่วมรักได้ในทุกที่และรู้ดีว่าตัวเองต้องการอะไร ก็ทั้งแบบว่าหนักหน่วงและบ่อยครั้งด้วย เธอต้องการการควบคุมแบบเบ็ดเสร็จแต่มักตกหลุมรักด้วยความรักจริงๆ เป็นคู่รักที่เร่าร้อน ซื่อสัตย์ อ่อนไหวและติดดิน กระสันเสียวกับหนวดเคราของชายหนุ่มเอามากๆ เซ็กซ์ ของหนุ่มราศีเมษ : หากได้นอนกับหนุ่มราศีเมษ คุณจะไม่มีทางรู้หรอกว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่าหวังว่าเขาจะรอให้คุณพร้อม หากเขาพร้อมขึ้นมาเสื้อผ้าคุณนะแหละที่จะถูกฉีกทึ้งออกจากตัว อย่ายั่วโมโหเขาล่ะ ทางที่ดีทำตัวให้พร้อมเสมอเถอะ นอกจากนี้ หนุ่มราศีเมษยังชอบเกมส์นายทาสมาก และจะเล่นอย่างถึงพริกถึงขิงเลยที่เดียว หนุ่มเมษเป็นนักสำรวจเสียด้วยสิ คุณจึงต้องเตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมที่จะไปถึงไหนๆ ที่หญิงอื่นยังไม่เคยไปถึง ท่าสุดโปรดคือผู้หญิงคุกเข่าและโน้มตัวไปข้างหน้า ราศีพฤษภ Taurus (14 พ.ค.-13 มิ.ย.) เซ็กซ์ ของสาวราศีพฤษภ : สาวราศีพฤษมักคาดหวังให้คู่เชยอ่อนโยนและอดทนและร่วมรักกันตามตำรา ชอบที่จะใช้เซ็กส์ไปในทางที่สร้างความพอใจ แต่จะไม่เหลียวหาอะไรๆที่แปลกประหลาด แต่เธอจะเป็นคู่รักที่เรียกร้องต้องการจนกระทั่งอีกฝ่ายแทบหมดลม เธอชอบการเสพสมด้วยปากทั้งเป็นฝ่ายให้และรับ คู่ขาเด็ดสุดต้องเป็นหนุ่มกรกฎ พิจิก และสิงห์ สิ่งที่สร้างความรัญจวนได้ก็เห็นจะเป็นการดูดนิ้วเท้าหล่อนทีละนิ้ว อ้อ! หล่อนยังชอบการขบกัดด้วยนะ อะแฮ้ม? เซ็กซ์ ของหนุ่มราศีพฤษภ : เขาเป็นคู่รักในอุดมคติ คือทั้งอ่อนไหวและเข้าอกเข้าใจถึงความรู้สึกของอีกฝ่ายเสมอ ชอบความค่อยเป็นค่อยไปแบบเรียบง่าย และจะไม่ใช่คนที่นำคุณไปสู่เรื่องแปลกๆ ที่คุณยังไม่รู้ แต่มุกอย่างที่เขาทำเขาจะทำได้อย่างงดงาม เขาเป็นชายที่พาคุณไปได้ถึงไหนๆ แถมยังปฏิบัติรักด้วยปากได้อย่างหรูเริ่ด อึดไหม?เขาเหมือนหุ้มด้วยน้ำแข็งเชียวนะ จุดอ่อนไหวของเขาคือการได้รับการจูบและขบเบาๆ ช้าๆ บริเวณหลังคอ ราศีเมถุน Gemini (14 มิ.ย. – 14 ก.ค.) เซ็กซ์ ของสาวราศีเมถุน : สาวก้าวร้าวอย่างสาวเมถุน ไม่เคยละอายกับการกระทำของตัวเองเพราะไม่เคยยึดติดกับกฎเกณฑ์ของคนอื่น ยกเว้นของตนเอง ความต้องการหลักคือคู่รักที่รู้จักใช้เวลา หล่อนเป็นหนึ่งในฮาเร็มแต่คู่เชยต้องรู้ด้วยว่าสาวเมถุนต้องการความสัมพันธ์ที่พร้อมทั้งกายและใจ ทั้งโรแมนติกและเป็นจริงเป็นจัง หล่อนต้องการการสนทนาหลังจากได้หัวหกก้นขวิดกันแล้วด้วย คู่เชยที่ยอดเยี่ยมได้แก่ หนุ่มสิงห์ พิจิก กุมภ์ ตุลย์และเมษ เครื่องเคียงสุดโปรดคือ Sex Toys ที่สามารถพาเธอไปสู่สรวงสวรรค์ได้ เซ็กซ์ ของหนุ่มราศีเมถุน : หนุ่มเปิดเผยอย่างหนุ่มเมถุน มักชอบร่วมรักหน้ากระจกท่ามกลางแสงไฟ ความสามารถของเขาคือชักจูงให้สาวๆ เคลิ้มตามอารมณ์ได้ เพราะพ่อคุณรู้ว่าจะจี้ไปที่จุดไหนถึงจะเร้าการตอบสนองได้ดี การฆ่าเวลาด้วยโอษฐ์กามานั้นไม่น่าพิสมัยสำหรับเขา แต่จะใช้วิธีอื่นในเบื้องต้นหลังจากนั้นก็จะกลับกลายเป็นเร่งร้อนบ้าคลั่ง…โดยเอาแต่ใจตัวเองมากกว่า แต่ถึงกระนั้น…เขามีความสามารถในการร่วมรักในแบบที่ชายอื่นมักมองข้าม เขาสามารถเอ่ยถ้อยคำได้ตรงตามที่สาวๆ อยากได้ยินด้วยนะ การใช้ริมฝีปากและลิ้นไล้ไปบนท่อนแขนจะเป็นสัมผัสที่ชวนให้เขาวาบหวิว ราศีกรกฏ Cancer (15 ก.ค.-16 ส.ค.) เซ็กซ์ ของสาวราศีกรกฎ : ไม่กล้าที่จะเริ่มต้น แต่เธอจะเป็นคู่รักที่เยี่ยมยอดเพราะสามารถที่จะเพิ่มความรู้สึกทางเพศให้แรงกล้าขึ้นได้ เธอจะหยิบยื่นไฟเสน่หาที่สุมใจเขาให้เร่าร้อนและกระตุ้นให้เขาแสดงออกมาอย่างยอดเยี่ยม ในเวลาที่เป็นส่วนตัวการช่วยตัวเองก็เป็นความสุขอีกแบบหนึ่ง และเธออาจตกเป็นทาสกามารมณ์ก็ได้ ท่าที่โปรดปรานคือนอนคว่ำให้ฝ่ายชายประกบเข้าทางข้างหลัง คู่นอนที่เข้ากันได้ดีคือหนุ่มพฤษก สิงห์ กันย์ พิจิก และมีน เซ็กซ์ ของหนุ่มราศีกรกฎ : เทคนิคที่น่าทึ่งสุดๆ ของหนุ่มกรกฎคือการร่วมประเวณีแบบไม่ต้องใช้มือไง เขาอยากได้ความต้องการที่คงเส้นคงวาและเติมปรี่อยู่เสมอซึ่งถ้าใครให้เขาได้ เขาจะกลายเป็นคู่รักที่น่าชื่นชมมาก เขาทั้งมีความอดทนและกร้าวและมักเริ่มต้นในที่ที่เรียกได้ว่ายิ่งกว่าห่วย เช่นทำตามคำสั่ง เป็นเจ้าแห่งการใช้มือกับปุ่มกระสัน เปรียบไปก็คล้ายกับการที่คุณบอกว่าชอบเดินทางตราบใดที่การเดินทางนั้นนำไปสู่จุดหมายที่ตั้งใจไว้ ราศีสิงห์ Leo (17 ส.ค.-16 ก.ย.) เซ็กซ์ ของสาวราศีสิงห์ : โฉบเฉี่ยวและอุดมไปด้วยราคะ ชอบล่อลวงให้หลงผิดและเกียจคร้าน นางสิงห์อยากได้อะไรก็ต้องได้ การตอบสนองในเชิงรักนั้นเข้มข้นชนิดถึงเลือดเนื้อ ไม่เชื่อก็ดูรอยขีดข่วนของชู้รักของเธอสิ ความที่เธอต้องการแสดงออกทำให้เธอชอบที่จะอยู่เหนือร่างคู่นอน ซึ่งจะทำให้เขาได้เห็นความงามของเนื้อตัวเธอได้เต็มตา ในตู้เสื้อผ้าก็จะเต็มไปด้วยชุดชั้นในตัวจิ๋วทั้งนั้น คู่เชยยอดเยี่ยมได้แก่หนุ่มตุลย์ พิจิก ธนู และเมษ เซ็กซ์ ของหนุ่มราศีสิงห์ : ปัดเรื่องกฎติกามารยาทออกง่ายๆ กฎเหล็กสำหรับเขาคือ อย่ามาล้อเล่น ความอึดของเขาเป็นที่รู้กันดีและเป็นคนที่เริ่มบทรักได้อย่างเรี่ยมเร้เรไร ชอบท่าที่ให้ความรู้สึกถึงการยอมจำนนของฝ่ายหญิง บทรักด้วยปากก็ไม่ได้เลวรายนักหากเขาจะเป็นฝ่ายรับในท้ายที่สุด ชอบสาวที่แสดงออกให้เห็นถึงความสุขที่ได้รับ จุดอ่อนของเขาอยู่ที่หลัง คู่ชู้ชื่นที่เหมาะเจาะคือสาวตุลย์ พิจิกและเมษ ราศีกันย์ Virgo (17 ก.ย.-16 ต.ค.) เซ็กซ์ ของสาวราศีกันย์ : สาวราศีกันย์ไม่มีภาพลวงของเซ็กซ์และอยากให้ทุกคนหยุดสาธยายถึงความสำคัญของเรื่องนี้เสียที่ เธอชอบชายที่ยินดีรอให้ความสัมพันธ์พัฒนาไปสู่จุดที่การมีเพศสัมพันธ์ในที่สุด เธอยังชอบให้ต่างคนต่างช่วยตัวเองและการถูกลงโทษแบบเล็กๆ ความนุ่มนวลและอ่อนโยนเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับเธอและจะกลายเป็นศิลปินที่ปรนเปรอคู่รัก ความวิปริต (น้อยๆ) หากมีบุคคลที่สามอยู่ด้วยจะทำให้สาวกันย์รู้สึกสนุกสุดเหวี่ยงกับการร่วมรักเป็นทวีคูณ ชู้คู่เชยได้แก่หนุ่มเมถุน กรกฎ และกุมภ์ เซ็กซ์ ของหนุ่มราศีกันย์ : เขาน่ะหรือ…ขี้อายเกินกว่าจะเปิดฉากรัก แต่ถ้าได้เวลาคุณต้องพร้อมที่จะขนอุปกรณ์ชุดนอนที่โกนหนวดและแปรงสีฟันของเขาไปด้วย เขาชอบคุยเรื่องความชอบของคุณและอยากให้คุณบอกออกมาและเขาจะทำให้คุณต้องสนองตอบอย่างเร่าร้อน อย่าให้เขาต้องจินตนาการ อยากได้อะไรก็บอกไป เขายินดีเปิดรับคำแนะนำและขยันที่จะทำตามจริงๆ ความลับอย่างหนึ่งก็คือเขามักหมกมุ่นในเรื่องลามก จุดอ่อนของเขาจะอยู่ที่….ก้นเนียนๆ ของเราน่ะแหละ ราศีตุลย์ Libra (17 ต.ค. -15 พ.ย.) เซ็กซ์ ของสาวราศีตุลย์: นาฏกรรมคือกุญแจดอกสำคัญในการประกอบกามกิจของสาวราศีตุลย์ เธอสามารถจัดแสดงฉากรักด้วยสัญชาตญาณของความเป็นผู้หญิง และรู้สึกว่าร่างกายนั้นถูกสร้างขึ้นมาให้คนมองและชื่นชม เธอคิดว่าการยั่วยวนเป็นศิลปะไม่ใช่การจู่โจม หากเข้าหาอย่างถูกวิธีแล้วละก็เธอจะตกลงได้อย่างง่ายดายกับทุกสิ่ง การควบคุมกล้ามเนื้อในภายในตัวเธอนั้นไม่ธรรมดาเลยทีเดียว ท่วงท่าที่เธอชอบคือ…ทุกท่วงท่าที่ช่วยให้เธอได้อวดบั้นท้ายงามของเธอ คู่ชื่นได้แก่ หนุ่มเมษ เมถุน สิงห์ พิจิก ธนู และกุมภ์ เซ็กซ์ ของหนุ่มราศีตุลย์ : หนุ่มราศีตุลย์ชอบมองหาประสบการณ์หลากหลายที่นอกเหนือไปจากการรุมรัดฟัดเหวี่ยงกับบนเตียง ถ้ำมองและการเข้าไปเป็นบุคคลที่สาม เขามีความต้องการจะทำจนเป็นที่พอใจ ชอบสาวผมยาวที่แต่ตัวดีๆ และเสื้อผ้าดีๆ พวกนั้นถ้าเจอหนุ่มคนนี้ละก็หลุดจากตัวสาวได้ง่ายๆ เพราะเขาทนเมินเฉยไม่ได้หรอก จุดอ่อนของเขาคือ หลังและบั้นท้าย…หากได้รับการเสียดสีด้วยยอดอกแล้วละก็…จะเป็นที่สำราญใจกับเขายิ่งนัก สาวคู่ใจได้แก่ สาวเมถุน สิงห์และ พิจิก ราศีพิจิก Scorpio (16 พ.ย.- 15 ธ.ค.) เซ็กซ์ ของสาวราศีพิจิก: อยากรู้อยากเห็น ช่างค้นหา และช่างทดลองคือสาวแมงป่องตัวจริง เธอรู้ดีว่ากามารมณ์นั้นกอปรด้วยสิ่งต่างๆ มากกว่าจะเป็นเพียงการปฏิบัติการร่วมรักทางกายเท่านั้น เธอจะเป็นสาวที่สมบูรณ์แบบต่อหน้าธารกำนัล แต่เมื่อใดที่เธออยู่บนเตียง เธอจะแปลงกลายเป็นสาวโสเภณีในทันที และด้วยฝีมือชั้นเยี่ยมของเธอ…ที่คุณจะไม่มีวันลืมเลยก็ได้ การควบคุมจุดสุดยอดของเธอนั้นถือเป็นเรื่องสำคัญ และจะพยายามช่วยคู่นอนคงความแข็งแกร่งไว้ให้นาน คำว่า ?ไม่? ไม่เคยมีในพจนานุกรมคำตอบ และหากชอบใครแล้วก็จะประกบติดอย่างไม่ลดละโดยไม่คำนึงถึงความควรไม่ควรเลย อุปกรณ์เสริมสุดโปรดของสาวแมงป่องคือ น้ำมันหอมสำหรับทาผิว เจลหล่อลื่นกลิ่นน่าหม่ำ และไวเบรเตอร์ ส่วนคู่ชู้ชมที่ร่วมหอลงเตียงได้ดีสำหรับเธอคือ หนุ่มเมถุน กรกฎ พิจิก และมีน เซ็กซ์ ของหนุ่มราศีพิจิก : จอมราคะ สัตว์โลกสุดเซ็กซี่ ชอบการขบ กัด ดูดและเชี่ยวชาญเกมส์การใช้ปากต้องยกให้หนุ่มแมงป่อง ความเจ็บปวดทรมานจะช่วยปลุกเร้าอารมณ์ให้คุโชน ดังนั้นการกัดยอดอกและต้นขาด้านในเป็นเรื่องที่หนีไม่พ้น ชอบร่วมรักในน้ำ ความวิปริตอยู่ที่ชอบทำตั้งแต่บนโต๊ะไม้ ไล่ลงบนพื้นแข็งๆ ไปจนจบบนผ้าซาตินและไหม จุดอ่อนอยู่ที่ความเป็นชาย คู่รักควรจะเป็นสาวเมถุน กรกฎ พิจิกและมีน ราศีธนู Sagittarius (16 ธ.ค. – 13 ม.ค.) เซ็กซ์ ของสาวราศีธนู: เธอชอบทำรักในที่กลางแจ้ง ยิ่งเจ๋งสุดหากเป็นในเต็นท์ ในค่ายหรือบนหาดทราย เธอสนุกกับการร่วมรักแต่ไม่ร่ำไรกับการโหมโรงและต้องการเข้าสู่ประเด็นสำคัญให้เร็วเท่าที่จะทำได้ เช่นการเย้าแหย่ให้คู่นอนขาดการควบคุม ไม่สนว่าคู่จะเสร็จเร็วไปหรือเปล่า เธอจะใจดีและยอมรับคู่รักของหล่อนได้ ก็ต่อเมื่อเขาคนนั้นคือ หนุ่มสิงห์ ตุลย์ และกุมภ์ สาวราศีธนูไม่มีรักที่โลดโผนโจนทะยานนัก ในตู้เสื้อผ้าของเธอจึงไม่มีอุปกรณ์เซ็กซ์ใดๆ นอกจากถุงมือกับรองเท้าเท่านั้นแหละ เซ็กซ์ ของหนุ่มราศีธนู : เซ็กส์ไม่ใช่ประสบการณ์อันโชกโชนของหนุ่มรายนี้ เขาจะเสร็จเร็วมาก แต่จะเป็นคนแรกที่จะลองท่าใหม่ๆ เขาเชี่ยวชาญการนวดที่เร้าอารมณ์ เนื่องจากเขาจะใช้ทั้งปากทั้งมือร่ายรักและนวดให้คุณสยิวได้ทั้งตัว นอกจากนี้เขายังมีลิ้นที่ร้ายกาจมาก ยิ่งประกอบกับริมฝีปากของเขาแล้วละก็ นับว่าเป็นอาวุธที่ใช้จุดระเบิดในตัวคุณได้ชงัดนัก หนุ่มธนูมักชอบมองสาวที่น่องกับต้นขาและชอบร่วมรักทั้งที่ใส่ถุงน่อง จุดอ่อนไหวของเขาจะอยู่ที่สะโพกและต้นขา (ขอบคุณภาพจาก nookjung,softfm) ดูดวงปี 2556 ดูดวง 12 ราศี กับ อ.คฑา