ฝิ่น

10 อันดับ พิพิธภัณฑ์แนะนำในประเทศไทย
TripAdvisor /  ทริปแอดไวเซอร์ / 

หลายคนอาจจะอยากรู้ว่า สถานที่ท่องเที่ยวในไทยในมุมของ พิพิธภัณฑ์ ที่คนนิยมไปเที่ยวนั้นมีที่ไหนบ้าง ลองมาดู ที่ ทริปแอดไวเซอร์ ได้ประกาศรางวัล ทราเวลเลอร์ส ช้อยส์ อวอร์ดส (Traveller's Choice Awards) สำหรับพิพิธภัณฑ์ โดยเผยพิพิธภัณฑ์ยอดนิยมสูงสุด 25 อันดับในโลก พร้อมจำแนกรายนามพิพิธภัณฑ์เด่นทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น เอเชีย ยุโรป อเมริกาใต้ เอเชียแปซิฟิก สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และประเทศไทย 10 อันดับ พิพิธภัณฑ์แนะนำในประเทศไทย จาก Traveller's Choice Award 1.    พิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาด จังหวัดกาญจนบุรี (678 รีวิว) 2.    พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย (MOCA) จังหวัดกรุงเทพฯ (151 รีวิว) 3.    พิพิธภัณฑ์แมลงโลกและสิ่งมหัศจรรย์ธรรมชาติ จังหวัดเชียงใหม่ (107 รีวิว) 4.    พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ จังหวัดกรุงเทพฯ (201 รีวิว) ภาพจาก : http://travel.mthai.com 5.    หอฝิ่น อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ เชียงแสน จังหวัดเชียงราย (236 รีวิว) ภาพจาก : http://travel.mthai.com 6.    อเนกกุศลศาลา (วิหารเซียน) พัทยา จังหวัดชลบุรี (74 รีวิว) ภาพจาก : www.tlcthai.com 7.    พิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราช จังหวัดกรุงเทพฯ (159 รีวิว) ภาพจาก : www.vcharkarn.com 8.    พิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จังหวัดกรุงเทพฯ (207 รีวิว) ภาพจาก : www.prachachat.net 9.    พิพิธภัณฑ์บ้านดำ จังหวัดเชียงราย (296 รีวิว) ภาพจาก : www.manager.co.th 10.    พิพิธภัณฑ์วังสวนผักกาด จังหวัดกรุงเทพฯ (77 รีวิว) ภาพจาก : mblog.manager.co.th ทริปแอดไวเซอร์ คือ เว็บไซต์ท่องเที่ยวรายใหญ่ที่สุดในโลก ที่ช่วยให้นักเดินทางสามารถวางแผนการเดินทางท่องเที่ยวและได้รับประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ดีที่สุด ทริปแอดไวเซอร์ยังเสนอคำแนะนำที่น่าเชื่อถือจากนักเดินทางจริง และเสนอทางเลือกในการเดินทางที่หลากหลายเพื่อช่วยในการวางแผนการท่องเที่ยว สามารถดูรายละเอียดพิพิธภัณฑ์ที่ได้รับรางวัลทราเวลเลอร์ส ช้อยส์ อวอร์ดส ทั้งหมด 509 แห่ง พร้อมรูปภาพจริงของนักท่องเที่ยวได้ที่ http://th.tripadvisor.com/TravellersChoice-Attractions-cMuseums บทความท่องเที่ยวน่าสนใจ : 10 อันดับ พิพิธภัณฑ์แนะนำในเอเชีย : 10 อันดับ พิพิธภัณฑ์แนะนำระดับโลก!! : 10 อันดับ พิพิธภัณฑ์แนะนำในประเทศไทย

เหวี่ยงใหญ่...ให้ติดดิน 1/2
หนังจีน

หยวนเปียว - เจิ้นจื้อตัน : นําแสดง เนื้อเรื่องโดยย่อ : คณะกายกรรมชางฟางโดนระเบิดจากญี่ปุ่น ทำให้ต้องอพยพจากเซี่ยงไฮ้มาที่เมืองหนาน เเละหาที่ตั้งกายกรรมใหม่ เเต่กลับต้องเข้าไปพัวพันกับการค้าฝิ่น ของญี่ปุ่น เเละต้องร่วม มือกันทั้งคณะกายกรรมทลายการค้าผิ่นนี้ให้­ได้ โดยมี อาตง (รับบทโดย หยวนเปียว ) เเละ ความช่วยเหลือจาก ตงฟา ตำรวจหนุ่ม (รับบทโดย ดอนนี่ เยน) ร่วมมือกันต่อสู้เเละจะทลาย การค้าฝิ่นได้หรือไม่ต้องติดตาม แหล่งที่มา : http://www.youtube.com/watch?v=6Yfpm6GUOFg

แพ็กเกจพิเศษ พันเดียวเที่ยวเชียงราย
ททท. /  พันเดียวเที่ยวเชียงราย / 

ททท. สำนักงานเชียงรายจัดแพ็กเกจพิเศษ "พันเดียวเที่ยวเชียงราย" นำเที่ยว 7 เส้นทาง ในราคาพิเศษ เส้นทางละ 1,000 บาท ในเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน ปี 2557 แพ็กเกจพิเศษ พันเดียวเที่ยวเชียงราย ททท.สำนักงานเชียงราย ร่วมกับมัคคุเทศก์ในจังหวัดเชียงราย จัดนำเที่ยวในราคาพิเศษ “พันเดียวเที่ยวเชียงราย” ช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน 2557 นักท่องเที่ยว และผู้สนใจ สามารถสมัครเที่ยวในราคา 1,000 บาท ต่อหนึ่งเส้นทางต่อวัน โดยเลือกเดินทางท่องเที่ยวใน 7 เส้นทางที่กำหนดไว้ (สามารถปรับเปลี่ยนเส้นทางตามต้องการได้) ราคาดังกล่าวรวมค่ามัคคุเทศก์นำเที่ยว พาหนะรถตู้ อาหารกลางวัน อาหารค่ำสุดแสนประทับใจ และค่าธรรมเนียมการเข้าชมแหล่งท่องเที่ยว ส่วนค่าที่พักและค่าใช้จ่ายการเดินทางมาเชียงรายนักท่องเที่ยวเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเอง เส้นทางท่องเที่ยว “พันเดียวเที่ยวเชียงราย" มีให้เลือก 7 เส้นทางดังนี้ เส้นทางที่ 1 “สักการะพระหยก สัมผัสความงามงานศิลป์” (วัดพระแก้ว-วัดพระสิงห์-เสาสะดือเมืองที่วัดดอยจอมทอง-วัดร่องขุ่น-พิพิธภัณฑ์บ้านดำ-ไร่แม่ฟ้าหลวง) เส้นทางที่ 2 “ขึ้นดอยชิมชา ชมสวนไม้งาม นมัสการพระธาตุดอยตุง” (ชิมและชมไร่ชาบนดอยแม่สลอง-สวนแม่ฟ้าหลวง / พระตำหนักดอยตุง-พระธาตุดอยตุง) เส้นทางที่ 3 “ชมพิพิธภัณฑ์ ล่องลำน้ำกก เลียบโขงสู่เชียงแสน ขึ้นแดนสุดสยาม” (พิพิธภัณฑ์อูบคำ-หมู่บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร-ช็อปปิ้งแม่สาย-สามเหลี่ยมทองคำ-วัดพระ ธาตุผาเงา) เส้นทางที่ 4 “ศึกษาเรื่องราวของฝิ่น ล่องเรือชมวิวน้ำโขง” (นมัสการวัดพระธาตุผาเงา-ล่องเรือแม่น้ำโขง-หอฝิ่นอุทยานสามเหลี่ยมทองคำ-ช็อปปิ้งแม่สาย) เส้นทางที่ 5 “เล่าขานตำนาน สักการะพระธาตุเก้าจอม” (กราบนมัสการพระธาตุเก้าจอม : จอมทอง จอมหมอกแก้ว จอมสัก จอมแจ้ง จอมแว่ จอมผ่อ จอมจันทร์ จอมกิตติ จอมจ้อ) เส้นทางที่ 6 “เที่ยววงรอบแบบครบวงจร” (ดอยตุง-แม่สาย-สามเหลี่ยมทองคำ-อำเภอเชียงแสน) เส้นทางที่ 7 “นมัสการพระเจ้าตนหลวง ล่องเรือไหว้พระกลางกว๊านพะเยา” (หอวัฒนธรรมนิทัศน์-นมัสการพระเจ้าตนหลวงที่วัดศรีโคมคำ-ล่องเรือไหว้พระกลางกว๊าน พะเยา-น้ำตกปูแกง-ศาลพระเจ้าจี้กง) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงราย โทรศัพท์ 08 9635 3918, 0 5374 4674-5 ขอบคุณข่าวสารจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ป้านงค์ กะเทยเฒ่า คนต้นเรื่อง คนค้นคน จากไปอย่างสงบแล้ว
กะเทยเฒ่า /  คนค้นคน / 

ป้านงค์ กะเทยเฒ่า คนต้นเรื่อง คนค้นคน จากไปอย่างสงบแล้ว Mthainews: วานนี้(15ก.พ.) มีการรายงานจากเฟสบุ้ค ของทีมงานคนค้นฅน ระบุว่า ป้านงค์ ชื่อจริงในบัตรประจำตัวประชาชน คือ นายสวิง นิศากรเสน นางโชว์กะเทยที่มีอายุมากที่สุดในโลก ได้จากไปอย่างสงบแล้ว โดยทีมงานได้ติดต่อจัดการเรื่องทำศพของป้างนงค์แล้ว ซึ่งศพป้านงค์จะตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดแก้วแจ่มฟ้า ถ.สี่พระยา ศาลา 5 เป็นเวลา 3 วัน ทั้งนี้ ทีมงานระบุว่า เพื่อนบ้านในห้องเช่ามาช่วยกันแต่งชุดนางรำซึ่งเป็นสิ่งที่ป้านงค์ได้ขอเอาไว้ก่อนเสียชีวิต ทีมงานโทรไปหาพี่จิ๊ก เนาวรัตน์ รบกวนให้มาช่วยแต่งหน้าให้ป้านงค์ พี่จิ๊กก็ให้ทีมงานพาไปหาป้านงค์ที่ศาลาตั้งแต่เมื่อคืน เพื่อขอแต่งหน้าให้ทั้งที่ตนเองต้องเดินทางไปเนปาลเช้าวันนี้(16ก.พ.) ชีวิตของป้านง เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่กะเทยทุกรุ่นทุกวงการในชื่อ “ป้านงค์” ซึ่งเป็นคำย่อมาจาก “นวลอนงค์” ดำรงเลี้ยงชีพตัวคนเดียวด้วยการเป็น “นางโชว์” ในบาร์เกย์แห่งหนึ่งบนถนนสุรวงศ์  ความนิยมเลือนหายไปพร้อมกับอายุที่มากขึ้น ไม่มีใครอยากจ้าง ป้านงค์ เล่าว่า “ช่วงชีวิตในวัยเด็กของป้ายอมรับว่ามีปมด้อย ด้วยครอบครัวที่ยากจน พ่อเป็นทหารสมัยสงครามอินโดจีนที่ติดฝิ่น แม่ต้องลำบากเลี้ยงดูลูกทั้ง 7 คน ในย่านบางลำพู ตอนเด็กๆ ต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินมา ส่วนการเป็นกะเทย ป้ามีแววตั้งแต่เด็กแล้ว สมัยนั้นไม่มีใครยอมรับความเป็นกะเทยของป้า ถ้าใครเป็น หรือมีอาการตุ่งติ้งก็จะได้รับความอับอายทั้งตัวเอง และคนรอบข้าง พ่อแม่พี่น้องก็ไม่ยอมรับ ยิ่งพี่ชายด้วยแล้วเจอเป็นไม่ได้ทั้งเตะทั้งตบสารพัด จนกระทั่งป้าอายุได้ประมาณ 15 ปี ป้าก็หนีออกจากบ้าน ตอนออกมามีเพียงเสื้อตัวกางเกงขาสั้นตัว ไม่มีเงินติดตัวเลยสักบาท ต้องไปซุกตัวนอนแถวๆ โรงหนังเฉลิมกรุงบ้าง วัดบวรบ้าง ข้าวปลาก็อาศัยยกมือไหว้ขอเขากิน แต่ป้าก็ได้มีโอกาสติดสอยห้อยตามคณะรำวงไปตามที่ต่างๆ จนได้เข้าร่วมเป็นสาวรำวงปะปนกับผู้หญิงแท้ๆ ซึ่งก็ไม่มีใครรู้ว่าป้าเป็นผู้ชาย สาวรำวงบางคนยังอิจฉาป้าเลย เพราะป้าสวย และมีคนมาคล้องพวงมาลัยเยอะมาก จนป้าอายุได้ 20 ปี ป้าก็มีแฟนคนแรกรุ่นๆ เดียวกับป้า เขามานั่งดูป้ารำวงทุกวัน จนวันสุดท้ายป้าก็บอกเขาไปตามตรงว่าป้าเป็นอะไร เขาก็ว่าไม่จำเป็น แต่ป้าก็ยังเปลี่ยนผู้ชายไปเรื่อยๆ ก็เพราะว่าเบื่อ และอีกอย่างกลัวว่าผู้ชายจะมาหลอกเรา กลัวว่าถ้าเขาทิ้งเราไปแล้ว เราจะเหงา ป้าเป็นคนที่มีพรสวรรค์เรื่องรำ ไม่ได้ร่ำเรียนมาจากไหน อาศัยดูแล้วก็จำๆ เขามาก็มาซ้อมรำหน้ากระจก จนมีโอกาสได้รำหน้าศพ และมีพวกคณะคาบาเร่ได้มาเห็นป้ารำระบำแขกที่กำลังฮิตในสมัยนั้นก็เกิดชอบ ติดต่อให้ป้าไปโชว์กับคณะคาบาเร่ของเขา รายได้ป้าก็ดีขึ้น ตกวันละ 50-80 บาท ทิปต่างหาก แต่ดวงป้าเก็บเงินไม่ได้ไม่รู้เป็นอะไร มีเท่าไหร่ก็หมด ทั้งๆที่ตอนรุ่งๆ เดือนๆ นึงป้ามีรายได้เกือบหมื่น แต่ก็หมด ทุกวันนี้อยู่คนเดียวในห้องเช่าเล็กๆ ให้พอมีที่ซุกหัวนอน กิจวัตรประจำวันเมื่อเลิกจากการแสดงโชว์ประมาณ ตี1 หรือ ตี2 ก็จะนั่งตุ๊กตุ๊ก กลับบ้าน ไปถึงที่ห้องก็เปลี่ยนเครื่องทรงที่ใช้ในการแสดง อาบน้ำล้างหน้า แล้วก็นอน จะตื่นประมาณ 9 โมงเช้า ตื่นมาก็ไปที่ร้านข้างหน้าปากซอย นั่งคุยสักพักก็กลับมาที่ห้องเปิดทีวีที่ไม่มีภาพฟังแต่เสียง ถ้าไม่นอนงีบก็จะรื้อชุดการแสดงออกมาซ่อมแซม หรือถ้ายามว่างก็จะไปทำบุญที่วัดนั่งฟังเทศน์ พอเกือบๆ 1 ทุ่มละครมาก็จะเริ่มแต่งหน้าแต่งตัว แต่งเสร็จก็ประมาณเกือบ 4 ทุ่ม ที่แต่งหน้านาน เพราะหูตาป้ามันไม่ค่อยดีก็ต้องใช้เวลานานหน่อย เสร็จแล้วก็นั่งตุ๊กตุ๊กไปทำงานที่ซอยทานตะวันถนนสุรวงศ์ ค่ารถไป – กลับ ก็ประมาณ 50 บาท ได้ค่าโชว์ 100 – 200 บาท หักค่ารถก็จะพอกินข้าวซื้อบุหรี่สูบไปวันๆ ส่วนที่เหลือป้าก็ต้องเก็บไว้จ่ายค่าห้อง ค่าน้ำ ค่าไฟ ทุกวันนี้ป้าไม่คิดไม่หวังอะไรอีกแล้วในชีวิต ขอเพียงอย่างเดียวอย่าได้อด มีกินมีใช้ไปวันๆนึงก็ดีแล้ว วันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ไม่รู้ ขอทำหน้าที่นางโชว์อย่างนี้จนกว่าจะไม่มีแรง” การตีแผ่คุณค่า ของกะเทยเฒ่าคนหนึ่ง จากรายการคนค้นคน ทำให้ได้เห็นว่า คุณค่าชีวิต มีได้ไม่ใช่เพียงแค่เพศชายหรือเพศหญิง หรือแม้กระทั่งคนหนุ่มสาวเท่านั้น แต่ในฐานะกะเทยเฒ่าคนหนึ่ง ที่สู้ชีวิตด้วยอาชีพที่สุจริต และมีจิตวิญญาณของนางโชว์ วันนี้ ป้านงค์ จะอยู่เป็นความทรงจำ ตลอดไป Mthai News ขอบคุณภาพและแหล่งที่มา : เฟสบุคคนค้นฅน vdo.palungjit.com เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com

10 อันดับแหล่งท่องเที่ยวประเภทป่าเขา น้ำตก ในประเทศไทย ประจำปี 2553
ดอย /  ดอยปุย / 

ใกล้เข้าหน้าหนาวแล้ว ได้เวลาขึ้นเขาไปพิชิตยอดดอย สูดอากาศสดชื่นกันอีกแล้ว ลองมาดูกันซิว่า 10 อันดับป่าเขา น้ำตกของไทย ประจำปี 2553 มีที่ไหนน่าไปเที่ยวชมกันบ้าง... ชอบ-ไม่ชอบยังไง แนะนำที่เที่ยวในใจเพื่อนๆ กันเข้ามาได้นะคะ อันดับที่ 10 อุทยานแห่งชาติดอยฟ้าห่มปก จังหวัดเชียงใหม่ ดอยฟ้าห่มปก ดอยสูงอันดับ 2 ของประเทศไทย ด้วยความสูงประมาณ 2,285 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง บนยอดดอยสูงเป็นทุ่งโล่งอันเกิดจากสภาพธรณี วิทยาที่มีชั้นดินตื้น พื้นเป็นหินแกรนิต ประกอบกับมีลมกระโชกแรงตลอดทั้งปี จากยอดดอยจะเห็นทิวทัศน์ทะเลหมอกและถนนบนสันเขาขนานกับชายแดนไทย-พม่า จุดเด่นอีกอย่างของอุทยานฯ แห่งนี้คือ บ่อน้ำร้อนธรรมชาติที่เกิดจากความร้อนใต้ดินมีจำนวนมากมายหลายบ่อ ในพื้นที่ประมาณ 10 ไร่ ไอร้อนกรุ่นพวยพุ่งอยู่ตลอดเวลา อุณหภูมิของน้ำประมาณ 40-88 องศาเซลเซียส บ่อหนึ่งทางอุทยานฯ เจาะช่องใส่ท่อให้น้ำพุร้อนขึ้นสูงถึง 40-50 เมตร พร้อมทั้งได้จัดบริการห้องอาบน้ำแร่และอบไอน้ำ บ่อน้ำร้อนจะอยู่ใกล้กับที่ทำการอุทยานฯ นอกจากนี้ ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติขึ้นเขาผ่านป่าเบญจพรรณ มาถึงบ่อน้ำร้อน ระยะทางประมาณ 1.2 กิโลเมตรอีกด้วย อันดับที่ 9 อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน จังหวัดลำปาง ผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์และเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร โดดเด่นในความเป็นอุทยานแห่งชาติที่เน้นการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ ด้วยมีแอ่งอาบน้ำอุ่นที่เกิดจากน้ำร้อนในบ่อน้ำพุร้อนมาบรรจบกับน้ำเย็นที่ มาจากน้ำตกแจ้ซ้อน ดำเนินงานตามแนวพระราชดำริในการใช้พลังงานน้ำธรรมชาติมาประยุกต์ อุทยานฯ ใช้ไฟฟ้าที่ผลิตเองจาก โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกแจ้ซ้อน ที่บนเส้นทางพบสัตว์หายากอย่างนกเขนเทาหางแดง ปลาปุง รวมทั้งพรรณไม้ต่างๆ สามารถศึกษาระบบนิเวศและสภาพภูมิศาสตร์โดยรอบลานน้ำพุร้อน และเส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกแม่เปียก ศึกษาความรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศและการนำทรัพยากรจากป่ามาใช้ประโยชน์ อันดับที่ 8 อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จังหวัดเลย- พิษณุโลก-เพชรบูรณ์ แหล่งธรรมชาติที่มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์สอดแทรกอยู่ แหล่งท่องเที่ยวจึงแบ่งออกเป็นด้านประวัติศาสตร์ ได้แก่ สถานที่ต่างๆ ที่อดีตพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยเคยใช้เป็นฐานที่มั่น ซึ่งสถานที่เหล่านี้ได้รับการดูแลรักษาให้คงอยู่ในสภาพเดิม เช่น ผาชูธง โรงเรียนการเมืองการทหาร ในขณะที่ด้านธรรมชาติ ภูหินร่องกล้าก็ยังมีสภาพภูมิทัศน์สวยงาม แปลกตา ผิดจากเทือกเขาโดยทั่วไป ได้แก่ ลานหินแตก ลานหินปุ่ม ซึ่งเกิดจากการโก่งตัวหรือเคลื่อนตัวของผิวโลก การสึกกร่อนตามธรรมชาติของหิน ปกคลุมไปด้วยมอส ไลเคน ตะไคร่ เฟิร์น และกล้วยไม้ชนิดต่างๆ ทั้งยังอุดมด้วยน้ำตกสวยอีกหลายแห่ง เช่น น้ำตกหมันแดง น้ำตกร่มเกล้าภราดร น้ำตกศรีพัชรินทร์ น้ำตกแก่งลาด และน้ำตกตาดฟ้า อันดับที่ 7 อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี อุทยานฯ ที่มีพื้นที่มากที่สุดของประเทศไทย คือ 2,915 ตารางกิโลเมตร เป็นป่าดิบชื้น ภูเขาสลับซับซ้อนอยู่ในเทือกเขาตะนาวศรี สภาพภูมิประเทศอุดมสมบูรณ์ มีสัตว์ป่ามากจึงมีชื่อเสียงในด้านการเป็นแหล่งดูนกที่มีนกให้ดูมากที่สุด แห่งหนึ่ง คือ 430 ชนิด จาก 900 กว่าชนิดที่มีในประเทศไทย ทั้งยังเป็นแหล่งดูผีเสื้อแห่งสำคัญเพราะมีมากกว่า 150 ชนิด โดยมีจุดพักค้างแรมกางเต็นท์สำหรับผู้สนใจดูนกและผีเสื้อที่บ้านกร่างแคมป์ ในขณะเดียวกันยังมีจุดชมทะเลหมอกในตอนเช้าได้สวยงาม คือที่แคมป์พะเนินทุ่ง หรือ กม. 30 อันเป็นจุดกางเต็นท์พักแรมของอุทยานฯ อันดับที่ 6 อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย จังหวัดเชียงใหม่ เหนือภูเขาสูงสลับซับซ้อนหลายลูก อันได้แก่ ดอยสุเทพ ดอยบวกห้าและดอยปุย เป็นแหล่งกำเนิดของต้นน้ำลำธารลำห้วย เช่น ห้วยแก้ว ห้วยช่างเคี่ยน ห้วยแม่ปาน ที่ไหลลงสู่แม่น้ำปิง และน้ำตกงามอีกหลายแห่ง ได้แก่ น้ำตกมณฑาธาร น้ำตกแม่สา เป็นน้ำตกที่สวยงาม น้ำตกตาดหมอก-วังฮาง น้ำตกตาดหมอกฟ้า น้ำตกมหิดล น้ำตกศรีสังวาล น้ำตกผาลาด และน้ำตกห้วยแก้ว ยังมีหน้าผาอันเป็นจุดชมทิวทัศน์หลายแห่ง โดยเฉพาะยอดดอยปุยซึ่งเป็นป่าสนเขา มองเห็นทัศนียภาพได้โดยรอบ ทั้งยังสามารถเยี่ยมเยือนหมู่บ้านชาวไทยภูเขาเผ่าต่างๆ เช่น ม้ง เย่า อาข่า ลีซอ มูเซอ ได้สะดวก เพราะมีทางเดินไปถึงทุกหมู่บ้าน บนเส้นทางขึ้นสู่อุทยานฯ ยังมีจุดแวะน่าสนใจอย่างอนุสาวรีย์ครูบาวิชัย และพระตำหนักภูพิงราชนิเวศน์ ซึ่งประดับประดาด้วยดอกไม้นานาพรรณงดงามตระการตา อันดับที่ 5 อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง จังหวัดเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน เป็นผืนป่าต้นน้ำลำธารที่โดดเด่นด้วยป่าและธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ และทิวเทือกเขาสูงชันสลับซับซ้อน มีจุดชมทิวทัศน์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย คือ จุดชมวิวห้วยน้ำดัง อันเป็นสถานที่ซึ่งสามารถชมทะเลหมอกยามเช้าได้อย่างชัดเจนงดงาม ท่ามกลางแสงสีทองของอรุณรุ่ง แต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวนับพันมาพักแรมเพื่อรอชม นอกจากนี้ ยังมียอดดอยที่มีธรรมชาติงดงามอีกหลายแห่ง เช่น ดอยช้าง ดอยสามหมื่น รวมทั้งโป่งเดือดซึ่งเป็นน้ำพุร้อนธรรมชาติ ทางอุทยานฯ ได้จัดสร้างบ้านพักพร้อมบ่อสำหรับอาบน้ำแร่แช่น้ำร้อนครบวงจรพร้อมบริการ อันดับที่ 4 สถานีเกษตรหลวงดอยอ่างขาง จังหวัดเชียงใหม่ สถานีวิจัยแห่งแรกของโครงการหลวง จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2512 ตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ หัว ที่ทรงต้องการเปลี่ยนพื้นที่จากไร่ฝิ่นของชาวไทยภูเขามาเป็นแปลงเกษตรเมือง หนาวที่สามารถสร้างรายได้ วันนี้ดอยอ่างขางได้เปลี่ยนสภาพจากภูเขาซึ่งถูกตัดไม้ทำลายป่ามาเป็นพื้นที่ อุดมสมบูรณ์ สภาพอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี มีแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจให้เที่ยวชมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นไม้ดอกเมืองหนาวกว่า 20 ชนิด พันธุ์ไม้ผลกว่า 12 ชนิด และแปลงผักเมืองหนาวอีกกว่า 60 ชนิด รวมทั้งหมู่บ้านชาวไทยภูเขาหลายเผ่า คือ จีนฮ่อ ไทยใหญ่ มูเซอดำ และปะหล่อง ทิวทัศน์ชายแดนไทย-พม่า อีกทั้งยังเป็นแหล่งดูนกสำคัญที่มีนกน่าสนใจหลายชนิด อันดับที่ 3 อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา-นครนายก-ปราจีนบุรี-สระบุรี อุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย ตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2505 ได้เป็นมรดกโลกเมื่อปี พ.ศ. 2548 โดยขึ้นทะเบียนร่วมกับป่า 5 ผืนใหญ่ คือ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อุทยานแห่งชาติปางสีดา อุทยานแห่งชาติตาพระยา อุทยานแห่งชาติทับลาน และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ ถือว่าเป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งที่ 2 ของไทย ต่อจากผืนป่าทุ่งใหญ่นเรศวร-ห้วยขาแข้ง เขาใหญ่เป็นแหล่งที่สามารถพบเห็นสัตว์ป่าน้อยใหญ่นานาชนิด ทั้งยังมีน้ำตกใหญ่ที่สวยงาม เช่น น้ำตกเหวนรก น้ำตกเหวสุวัต น้ำตกผากล้วยไม้ และน้ำตกอื่นๆ อีกมากมายกว่า 20 แห่ง รวมทั้งยังมีเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติอีก 13 เส้นทาง จึงเป็นขวัญใจของบรรดานักท่องเที่ยวผู้ชื่นชอบสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิดมา ตลอดทุกยุคทุกสมัย อันดับที่ 2 อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย อุทยานแห่งชาติลำดับที่ 2 ของประเทศไทยต่อจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เหนือที่ราบกว้างใหญ่บนยอดภูสูง 1,200 เมตร จากระดับทะเลปานกลาง งามตาด้วยทิวสนเรียงราย นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ชื่นชอบภูกระดึงเพราะความหลากหลายในด้านการท่องเที่ยว เนื่องจากมีหน้าผาจุดชมทิวทัศน์มากมายหลายจุด ที่โด่งดังเป็นที่รู้จักคือจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่นและจุดชมพระ อาทิตย์ตกที่ผาหล่มสัก ทั้งยังมีน้ำตกขนาดกลางและขนาดเล็กที่สวยงาม เช่น น้ำตกถ้ำใหญ่ น้ำตกวังกวาง น้ำตกธารสวรรค์ ฯลฯ อีกทั้งสภาพป่าที่มีทั้งป่าสนเขา ป่าดิบเขา ป่าเต็งรัง และป่าเบญจพรรณ ทำให้มีพรรณไม้แปลกๆ สวยงามในยามดอกไม้ป่าสะพรั่งบานเปรียบเสมือนกับอุทยานบนสรวงสวรรค์ อันดับที่ 1 อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ สุดยอดเหนือใครในสยามประเทศด้านความสูงด้วยดอยอินทนนท์ ยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย 2,565 เมตร จากระดับทะเลปานกลาง ท่ามกลางเทือกเขาสลับซับซ้อน อากาศหนาวเย็นตลอดปี แวดล้อมด้วยสภาพป่าแบบดึกดำบรรพ์ อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพรรณไม้หลากหลายชนิด และนกสวยงามนานาพันธุ์ ด้วยเป็นป่าต้นน้ำ จึงมีน้ำตกสวยงามขนาดใหญ่หลายแห่ง เช่น น้ำตกแม่ยะ น้ำตกสิริภูมิ น้ำตกแม่กลาง ฯลฯ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของพระมหาธาตุนภเมทนีดลและพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ ซึ่งกองทัพอากาศสร้างถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบอีกด้วย ที่มา : http://www.toptenthailand.com/display.php?id=1333

เหวี่ยงใหญ่...ให้ติดดิน 2/2 จบ
หนังจีน

หยวนเปียว - เจิ้นจื้อตัน : นําแสดง เนื้อเรื่องโดยย่อ : คณะกายกรรมชางฟางโดนระเบิดจากญี่ปุ่น ทำให้ต้องอพยพจากเซี่ยงไฮ้มาที่เมืองหนาน เเละหาที่ตั้งกายกรรมใหม่ เเต่กลับต้องเข้าไปพัวพันกับการค้าฝิ่น ของญี่ปุ่น เเละต้องร่วม มือกันทั้งคณะกายกรรมทลายการค้าผิ่นนี้ให้­ได้ โดยมี อาตง (รับบทโดย หยวนเปียว ) เเละ ความช่วยเหลือจาก ตงฟา ตำรวจหนุ่ม (รับบทโดย ดอนนี่ เยน) ร่วมมือกันต่อสู้เเละจะทลาย การค้าฝิ่นได้หรือไม่ต้องติดตาม แหล่งที่มา : http://www.youtube.com/watch?v=7uDdRWs8GcI

ชงครม.1.8ล้าน ขยายโครงการหลวง แก้ปลูกฝิ่นยั่งยืน
ข่าว /  ข่าวด่วน / 

"เฉลิม อยู่บำรุง" รองนายกรัฐมนตรี ชง ครม.ดันแผนแม่บท ขยายโครงการหลวง แก้ปัญหาปลูกฝิ่นยั่งยืน ทุ่มงบ 1.875 พันล้าน-----------------------ขอบคุณข่าวจาก

อั้งยี่ ลูกผู้ชายพันธุ์มังกร (2543) 2/2 จบ (คลิปอื่นๆ ให้อ่านรายละเอียดคลิปแบบเต็มๆ)
หนังไทย

ในปี 2480 ได้มีกลุ่มอิทธิพลชาวจีนที่เรียกตัวเองว่า อั้งยี่ รวมตัวกันก่อตั้งเป็นสมาคมลับ เพื่อปกครองชาวจีนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย สมาคมลับอั้งยี่มีอิทธิพลมากและเป็นที่รู้จักกันดี ในเวลานั้นมีอยู่ 2 สมาคม คือ สมาคมตั้งกงสีและสมาคมซาเตี้ยม ซึ่งต่างมีความขัดแย้งกันตลอดมา และมีเรื่องทะเลาะวิวาทกันเป็นประจำ จนกลายเป็นศัตรูกันในที่สุด วันหนึ่ง เล้ง ผู้มีตำแหน่งเป็นผู้คุ้มกฎของพรรคซาเตี้ยม ถูกส่งมาสังหารสมาชิกคนสำคัญของตั้งกงสีถึงถิ่น โดยการปลอมตัวมากับคณะงิ้วที่มาแสดงในงานฉลองประจำปี เล้งฆ่าพัดกระดาษขาวของพรรคตั้งกงสีได้สำเร็จ แต่ตนเองบาดเจ็บสาหัส เง็กหงส์ สาวจีนที่เห็นเหตุการณ์และประทับใจในความสามารถ ได้พาเล้งไปพักรักษาตัวที่บ้าน ซึ่งอาศัยอยู่กับอาม่าและอาโฮ่ว พี่ชายของเง็กหงส์ อาโฮ่วเกรงว่าจะมีปัญหากับพรรคตั้งกงสีที่ให้ความช่วยเหลือศัตรู จึงสั่งให้ไล่เล้งออกจากบ้าน แต่อาม่ากับเง็กหงส์ได้ขอร้องให้เล้งพักรักษาตัวจนแข็งแรงก่อน อาโฮ่วจึงต้องยอมและปกปิดความจริงกับเพื่อนสนิทที่อยู่ในพรรคตั้งกงสีอย่างไม่มีทางเลือก เล้งพักรักษาตัวอยู่ระยะหนึ่งจนกระทั่งหาย จึงลาจากไป เง็กหงส์แอบมาหาเล้งในเขตของซาเตี้ยม ตั่วเท้า ผู้มีตำแหน่งพัดกระดาษขาวของซาเตี้ยมเห็นเข้า และต้องการจับตัวเง็กหงส์ ซึ่งเป็นหญิงสาวบริสุทธิ์ไปให้ ซานจู๊ หัวหน้าพรรค แต่ถูกอาม่าขัดขวาง เขาจึงฆ่าอาม่าและฉุดตัวเง็กหงส์ แต่ก่อนที่เง็กหงส์จะเสียตัว เล้งได้มาช่วยเง็กหงส์ทันเวลา เล้งมาขอไหว้ศพอาม่า แต่ถูกอาโฮ่วทำร้าย เพราะเล้งเป็นพวกซาเตี้ยมที่ฆ่าอาม่า เล้งยอมให้อาโฮ่วทุบตีโดยไม่ตอบโต้ ทั้งที่มีฝีมือเหนือชั้นกว่า เพราะเขาต้องการตอบแทนบุญคุณอาม่าที่เคยช่วยชีวิต อาโฮ่วจึงแสดงความเป็นลูกผู้ชายด้วยการปล่อยเล้งกลับไป อาโฮ่วตัดสินใจเข้าเป็นสมาชิกอั้งยี่พรรคตั้งกงสี เพื่อล้างแค้นให้อาม่า อาโฮ่วกับเพื่อนในพรรคพากันบุกทลายบ่อน โรงสูบฝิ่น และธุรกิจการค้าของซาเตี้ยมจนเสียหายอย่างหนัก ซานจู๊สั่งให้เล้งนำพรรคพวกบุกไปทลายตั้งกงสีบ้าง อาโฮ่วต่อสู้กับเล้งจนพลาดท่า แต่เล้งยอมปล่อยตัวอาโฮ่วไป เพื่อตอบแทนที่อาโฮ่วเคยไว้ชีวิตเมื่อคราวก่อน ตั่วเท้ากลับมาฟ้องซานจู๊ที่เล้งไว้ชีวิตศัตรู ซานจู๊ซึ่งหาโอกาสกำจัดเล้งอยู่แล้ว จึงสั่งประหารเล้งตามกฎ แต่สมาชิกคนอื่นพากันขอร้องไว้และยอมตายหากเล้งถูกประหาร เล้งยอมแทงตัวเองเพื่อชดใช้ความผิด ซานจู๊ยอมยกโทษให้เล้งเพื่อตบตาทุกคน แต่สั่งตั่วเท้าและสมุนให้ลอบสังหารเล้งภายหลัง เล้งหนีการตามล่าและได้รับบาดเจ็บสาหัสตกน้ำจมหายไป เวลาผ่านไปราว 1 เดือน อาโฮ่วมาพบกับเล้งในสภาพที่อดโซเหมือนขอทาน จึงชวนเล้งให้เป็นสมาชิกพรรคตั้งกงสี แต่เล้งไม่อาจทรยศต่อพรรคพวกในพรรคซาเตี้ยมได้ หากกำจัดคนที่ต้องการแก้แค้นได้แล้ว เขาจะไปตามทางของเขาเอง อั้งยี่ ลูกผู้ชายพันธุ์มังกร ภาพยนตร์แอ็คชั่นทุ่มทุนสร้างระหว่างไทย - ไต้หวัน พ.ศ. 2543 เรื่อง อั้งยี่ ลูกผู้ชายพันธุ์มังกร นำแสดงโดย อำพล ลำพูน , หลินจื้ออิง , ฌัชชา รุจินานนท์ , เมธี อมรวุฒิกุล , อู๋เฉินจวิน , อภิชาติ ชูสกุล , ทองขาว ภัทรโชคชัย กำกับโดย นพพร วาทิน ที่มา : http://rabbit-1963.blogspot.com/2014/07/2543-master-vcd.html 1/2 - http://video.mthai.com/trailer/player/1406279358.html 2/2 - http://video.mthai.com/trailer/player/1406279887.html

เที่ยว ตรอกโรงยา ถนนสายวัฒนธรรม จังหวัดอุทัยธานี
ตรอกโรงยา /  อุทัยธานี

วันนี้ Travel MThai ขอพาสมาชิกที่รัก ไปรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวบนถนนสายวัฒนธรรมแห่งหนึ่งของจังหวัดอุทัยธานี เพื่อไปสัมผัสผู้คนในชุมชน ยังคงผูกพันกับวีถีชีวิตในอดีต ที่มีให้นักท่องเที่ยวพบเห็นกันอยู่ในปัจจุบัน กันที่ ถนนคนเดิน ตรอกโรงยา กันครับ เสน่ห์ของ ถนนคนเดินตรอกโรงยา ก็คือ บ้านเรือนไม้เก่าๆ ที่ทุกวันเสาร์ บนถนนสายเล็กๆ แห่งนี้ จะมีนักท่องเที่ยวต่างพากันมาเดินเที่ยว กินอาหารอร่อยๆ ขึ้นชื่อของเมืองอุทัยฯ ผู้คนในชุมชนจะเปิดบ้านชาวจีนในสมัยก่อนหลายหลัง รวมถึงมีการเล่าถึงประวัติของตรอกโรงยาในสมัยก่อน ให้นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ได้ทราบกัน นอกจากจะอิ่มความรู้กันแล้ว แถมยังได้ช๊อบของฝากเล็กๆ น้อยๆ กลับมาฝากคนที่บ้านอีกด้วยนะ ถนนคนเดินตรอกโรงยา เป็นถนนคนเดินที่เกิดจากการบูรณาการความร่วมมือของภาคเอกชน และภาคประชาชน และมหาวิทยาลัยนเรศวร เป้าหมายที่สำคัญ คือ การปลุกชุมชน ด้วยการสร้างจุดเริ่มต้นของห้องเรียนชีวิต การเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อเชื่อมโยงประวัติศาสตร์ระหว่างคนรุ่นเก่าสู่คนรุ่นใหม่ด้วย พลังความร่วมมือของคนในชุมชน และยังเป็นสถานที่พบปะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นของประชาชน และส่งเสริมการท่องเที่ยวของชุมชน อันจะก่อให้ เกิดความภาคภูมิใจในวิถีชีวิตของชาวอุทัยธานี นำไปสู่การพัฒนาเมืองให้เกิดความยั่งยืนต่อไป ในอดีตบนถนนสายนี้ เคยเป็นที่อยู่อาศัย และทำมาหากินแหล่งใหญ่ของชาวจีนอพยพ ที่มาตั้งรกรากถิ่นฐานในจังหวัดอุทัยธานี ซึ่งมีหลายฐานะทางเศรษฐกิจไม่ว่า จะเป็นเถ้าแก่เจ้าร้าน ไปจนถึงชนชั้นกรรมกร แต่ทุกคนในชุมชนแห่งก็อยู่ร่วมกันได้สงบสุข และช่วยเหลือจุนเจือกันมา ส่วนชื่อ ถนนคนเดินตรอกโรงยา นั้นมาจาก คนจีนกลุ่มหนึ่ง ได้มีการตั้งขบวนการอั้งยี่ โดยมีเถ้าแก่จีนในซอยนั้นเป็นผู้นำ ได้สร้างโรงฝิ่นอย่างถูกกฏหมายขึ้นมาในสมัยของจอมพลป. พิบูลสงคราม ซึ่งต่อมาในปี พ.ศ.2500 ได้ถูกคำสั่งให้ปิดลง จึงกลายมาเป็นตำนานของชื่อตรอกโรงยา จนกระทั้งถึงปัจจุบัน นอกจากนี้แล้ว นักท่องเที่ยวที่มาเยือนยังจะได้พบกับกิจกรรมที่หลากหลายของผู้คนจังหวัด อุทัยธานี บนเส้นทางถนนคนเดินตรอกโรงยา เขต เทศบาลเมืองอุทัยธานี ทุกวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 16.00 - 21.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุทัยธานี โทร. 0-5651-4982 และคณะกรรมการพัฒนาเมืองอุทัยฯ โทร. 08-6680-9955­­ e-mail : tatuthai@tat.or.th ข้อมูลและภาพ : idotravellers.com / สยามรัฐ / ททท. เรียบเรียงโดย Travel MThai

ส้มตำ อาหารสุดแซ่บ ประโยชน์มหาศาล
กระเทียม /  ถั่วฝักยาว / 

ส้มตำ เป็นอาหารยอดนิยมประเภทหนึ่ง ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันมีรสชาติอร่อยและถูกปากคนไทยหลายๆ คน ทั่วทุกภาคของประเทศไทย แต่จะมีใครรู้บ้างว่านอกจากความอร่อยแล้ว ส้มตำ มีประโยชน์อย่างอื่นอีกหรือไม่ ส้มตำ นั้นเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการและมีสรรพคุณทางยา คุณค่าจากพืชสมุนไพรที่เป็นองค์ประกอบใน ส้มตำ อาทิ มะละกอ เป็นยานำบำรุงน้ำนม ขับพยาธิ แก้บิด แก้เลือดออกตามไรฟัน แก้ริดสีดวงทวาร ช่วยย่อยอาหาร ขับน้ำดี น้ำเหลือง มะเขือเทศ รสเปรี้ยว เป็นผักที่ใช้แต่งสีและกลิ่นอาหาร ช่วยระบาย บำรุงผิว มะกอก รสเปรี้ยว ฝาด หวาน แก้โรคธาตุพิการเพราะน้ำดีไม่ปกติแก้บิด แก้โรคเลือดออกตามไรฟัน ผลสุกทำให้ชุ่มคอ แก้กระหายน้ำ พริกขี้หนู รสเผ็ดร้อนช่วยเจริญอาหาร ขับลม ช่วยย่อย กระเทียม รสเผ็ดร้อน ขับลมในลำไส้ แก้ไอ ขับเสมหะ ช่วยย่อยอาหาร แก้โรคผิวหนัง น้ำมันกระเทียมมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเชื้อรา แบคทีเรียและไวรัส ลดน้ำตาลในเลือด ลดไขมันในหลอดเลือด มะนาว เปลือกผลรสขม ช่วยขับลมน้ำในลูกรสเปรี้ยวแก้เสมหะ แก้ไอ แก้เลือดออกตามไรฟัน ฟอกโลหิต ผักแกล้มต่างๆ ได้แก่ ถั่วฝักยาว รสมันหวาน ช่วยกระตุ้นการทำงานของกะเพาะลำไส้ บำรุงธาตุดิน กะหล่ำปลี รสจืดเย็น กระตุ้นการทำงานของกระเพาะลำไส้ บำรุงธาตุไฟ ผักบุ้ง รสจืดเย็น ต้มกินไข้เป็นยาระบายทำให้อาเจียน เนื่องจากพิษของฝิ่นและสารหนู กระถิน รสมัน แก้ท้องร่วง สมานแผล ห้ามเลือด ถ่ายพยาธิ ส่วนผสม ส้มตำ มะละกอดิบ 1 ลูก กระเทียม 5-6 กลีบ พริกขี้หนู 5-6 เม็ด มะเขือเทศผ่าครึ่ง 2 ลูก ถั่วฝักยาวหั่น 1 ฝัก น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว หรือ น้ำมะขามเปียก 1/4 ถ้วย น้ำตาลปีป 1 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ส้มตำ ปลอกมะละกอ และล้างด้วยน้ำให้สะอาด แล้วทำการเฉาะและสับ แล้วใช้มีด ฝานให้เป็นเส้นๆ หรืออาจใช้ที่ไสมะละกอก็ได้ ใส่กระเทียมและพริกขี้หนู ลงในครก แล้วตำให้พอแตก ใส่มะเขื่อเทศ, ถั่วฝักยาว, แล้วตำให้เข้ากัน ใส่มะละกอ และ เครื่องปรุงที่เหลือ แล้วตำเบาๆ คลุกเคล้าให้เข้ากัน เป็นอันเสร็จ ทั้งนี้การกิน ส้มตำ ต้องคำนึงถึงความสะอาดด้วย ลองเลือกร้านที่ทำสะอาด แม่ค้าใส่ถุงมือ และไม่มีแมลงวันตอม ภาชนะสะอาด เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว จากที่เราจะได้รับประโยชน์จากการกิน nederlandsegokken.nl ส้มตำ อาจจะทำให้เราท้องเสียแทนได้ ขอบคุณที่มาจาก : www.samunpri.com

Savages คนเดือดท้าชนคนเถื่อน
Savages /  จอห์น ทราโวลต้า / 

โอลิเวอร์ สโตน ผู้กำกับเจ้าของสามรางวัลออสการ์ ได้หวนคืนสู่จอเงินอีกครั้งด้วยทริลเลอร์ดุเดือด Savages ที่นำแสดงโดยทีมนักแสดงระดับแนวหน้าซึ่งประกอบไปด้วยเทย์เลอร์ คิทส์ช, เบลค ไลฟ์ลี่, แอรอน จอห์นสัน, จอห์น ทราโวลตา, ซัลม่า ฮาเย็ก, เบนิซิโอ เดล โทโร, ซัลมา ฮาเย็ก, เอมิล เฮิร์สช์และเดเมียน บิเชียร์ ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างขึ้นจากนิยายอาชญากรรมขายดีโดยดอน วินสโลว์ ที่ติดหนึ่งในท็อป 10 หนังสือแห่งปี 2010 ของนิวยอร์ก ไทม์ และได้เสียงชื่นชมจากผู้อ่านมากมายด้วย เบน (จอห์นสัน) นักธุรกิจจากลากูนา บีช ชาวพุทธผู้รักสงบและใจบุญสุนทาน และเพื่อนสนิทของเขา ชอน (คิทส์ช) อดีตนาวี SEAL และทหารรับจ้าง ได้ร่วมกันดำเนินธุรกิจในท้องถิ่นที่ได้กำไรงาม ด้วยการปลูกดอกฝิ่นพันธุ์ดีที่สุดเท่าที่เคยมีการพัฒนาขึ้นมา นอกจากนี้ ทั้งคู่ยังมีความรักที่พิเศษสุดให้กับหญิงงาม โอฟิเลีย (ไลฟ์ลี) เหมือนๆ กันด้วย ชีวิตของพวกเขาในเมืองทางตอนใต้ของแคลิฟอร์เนียช่างสมบูรณ์แบบ...จนกระทั่ง แก๊งค้ายาชาวเม็กซิกันย้ายเข้ามาและเรียกร้องให้ทั้งสามคนเป็นหุ้นส่วนกับเขาเมื่อเอเลนา (ฮาเย็ก) หัวหน้าผู้ไร้ปรานีของแก๊งค้ายาเม็กซิกันและลาโด (เดล โทโร) ลูกสมุนผู้โหดเหี้ยมของเธอ ประเมินค่าความผูกพันที่แน่นแฟ้นระหว่างเพื่อนสามคนต่ำไป เบนและชอน ภายใต้ความช่วยเหลือแบบจำยอมจากเจ้าหน้าที่ยาเสพติดที่โกงกิน (ทราโวลตา) จึงได้เริ่มต้นทำสงครามที่ดูราวกับไม่มีหนทางชนะกับแก๊งค้ายา และนี่เองยังเป็นจุดเริ่มต้นของแผนการและลูกไม้ที่ร้ายกาจขึ้นเรื่อยๆ ในการประชันหน้าความเสี่ยงสูงที่แสนดุเดือดของสงครามสุดโฉดครั้งนี้เองแหละ ซาเวจส์ คนเดือดปะทะคนเถื่อน ภาพยนตร์ทริลเลอร์จาก โอลิเวอร์ สโตน ที่รวมดารารุ่นใหม่สุดฮอต อย่าง เทย์เลอร์ คิทส์ช, เบลค ไลฟ์ลี่,แอรอน จอห์นสัน มาปะทะกับรุ่นเก๋ายอดฝีมือ ซัลมา ฮาเย็ค, เบนิซิโอ เดล โทโร่, จอห์น ทราโวลตร้า ผลงานการแสดงชั้นเยี่ยมที่นักชมภาพยนตร์ห้ามพลาดเลย --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

รวมที่เที่ยวหน้าหนาว นักท่องเที่ยวห้ามพลาด!
เที่ยวดอยอินทนนท์ /  เที่ยวภูเรือ / 

ในที่สุด ก็ใกล้ถึงช่วงปลายฝน ต้นหนาว กันแล้ว ช่วงเวลาที่ว่านี้ คงถูกอกถูกใจขาเที่ยวอย่างแน่นอน อย่างที่หลายๆ คน ทราบกันดีว่า ช่วงหน้าหนาวปลายปี เป็นช่วงเหมาะกับการท่องเที่ยวมากที่สุด จะบุกขึ้นดอยก็สวยแบบเย็นๆ หรือลงทะเลเพื่อพบน้ำทะเลใส ก็งามไม่ด้อยไปกว่ากัน แถมเป็นอีกช่วงเวลาในการถ่ายรูปที่สวยที่สุดอีกด้วย!!! แต่ขึ้นชื่อว่า "ฤดูหนาว" กำลังมาเยือน นักท่องเที่ยวควรที่จะไปสัมผัสความเย็นบนดอยสูงน่าจะเหมาะสมที่สุด ถึงถูกต้องตามฤดูกาลท่องเที่ยวในหน้าหนาว และสำหรับสมาชิก Travel MThai มิตรรัก ยังตัดสินใจไม่ได้ว่า จะไปท้าความหนาวเย็นกันที่ไหนดี วันนี้ทีมงานมีตัวเลือกที่เที่ยวน่าสนใจ กับ รวมที่เที่ยวหน้าหนาว นักท่องเที่ยวห้ามพลาด! ให้เหล่าบรรดาสานุแฟน ได้ลองไปพิจารณากันนะครับ 1. อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ชื่อนี้มักจะเป็นติดอันดับต้นๆ ของการท่องเที่ยว เดิมชื่อว่า ดอยหลวง หรือ ดอยอ่างกา ดอยหลวง หมายถึงภูเขาที่มีขนาดใหญ่ ส่วนที่เรียกว่า ดอยอ่างกานั้น เพราะมีหนองน้ำอยู่แห่งหนึ่งลักษณะเหมือน อ่างน้ำ มีฝูงกาไปเล่นน้ำกันมากมาย จึงเรียกว่า อ่างกา หรือ ดอยอ่างกา ดอยอินทนนท์ เป็นยอดดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทย (2,599 เมตร) จึงทำให้มีสภาพอากาศหนาวเย็นตลอดปี สถานที่น่าสนใจในอุทยานฯ มี น้ำตกแม่ยะ น้ำตกแม่กลาง น้ำตกวชิรธาร น้ำตกสิริภูมิ ถ้ำบริจินดา โครงการหลวงอินทนนท์ และ เส้นทางศึกษาธรรมชาติหลายจุด 2. ดอยอ่างขาง เป็นที่ตั้งสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง ภายในสถานีมีโครงการวิจัยผลไม้ ไม้ดอกเมืองหนาว งานสาธิตพืชไร่ แปลงทดลองปลูกไม้ผลเมืองหนาว สวนบอนไซ มีการจำหน่ายผลิตผลพืชผักเมืองหนาวที่ปลูก ในบริเวณโครงการฯ ให้แก่นักท่องเที่ยวตามฤดูกาล ในสถานีฯ มีที่พัก และมีสถานที่กางเต็นท์บริการแก่นักท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ 3. เขาค้อ – อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ชื่อว่าเขาค้อเป็นเพราะ ป่าบริเวณนี้มีต้นค้อขึ้นอยู่มาก เนื่องจากภูมิอากาศบนเขาค้อเย็นตลอดปี ค่อนข้างเย็นจัดในฤดูหนาว และมีทัศนียภาพสวยงาม จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่ง ของเพชรบูรณ์ สถานที่น่าสนใจบนเขาค้อได้แก่ อนุสาวรีย์จีนฮ่อ ฐานอิทธิเจดีย์ พระบรมสารีริกธาตุเขาค้อ หอสมุดนานาชาติเขาค้อ พระตำหนักเขาค้อ น้ำตกศรีดิษฐ์ สวนสัตว์เปิดเขาค้อ และเนินมหัศจรรย์ หมู่บ้านคุ้มจุดชมวิวกิ่วลม หมู่บ้านนอแล และหมู่บ้านขอบด้ง หมู่บ้านหลวง 4. อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง ด้วยสภาพอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี มีเทือกเขาและภูเขาสูง สลับซับซ้อน ครอบคลุมอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ภูเขาที่สูงที่สุด คือ ดอยช้าง เป็นป่าต้นน้ำลำธาร มีลำห้วยน้อยใหญ่มากมาย ฤดูหนาวอากาศเย็น ลมแรง 5. ภูชี้ฟ้า-ผาตั้ง จ.เชียงราย ภูชี้ฟ้า เป็นจุดชมวิวทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นอีกแห่งหนึ่ง มีลักษณะเป็นยอดเขาที่แหลมชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้า ยิ่งตอนที่พระอาทิตย์กำลังขึ้นมาตรงระหว่างปลายยอดเขา จะดูเหมือน เสือคาบแก้วมาก มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,628 เมตร ส่วนของหน้าผาเป็นแนวยาวยื่นไปทางฝั่งประเทศลาว ดอยผาตั้ง อยู่บนเทือกดอยผาหม่น เป็นจุดชมวิวสองฝั่งโขง ไทย-ลาว และทะเลหมอก บนดอยมีหมู่บ้านชาวจีนฮ่อ ม้ง และเย้า โดยเฉพาะ ชาวจีนฮ่อนั้น อดีตเคยเป็น ส่วนหนึ่งของกองพล 93 ซึ่งอพยพเข้ามา ตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ดอยผาตั้งนี้ ปัจจุบันประกอบอาชีพทางการเกษตร ปลูกพืชเมืองหนาว เช่น บ๊วย ท้อ สาลี่ แอปเปิ้ล 6. อุทยานแห่งชาติภูกระดึง เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ได้รับความนิยมมากแห่งหนึ่ง ของเมืองไทย เพราะมีสภาพธรรมชาติสมบูรณ์ประกอบด้วยระบบนิเวศและ ภูมิประเทศหลากหลาย ทั้งทุ่งหญ้า ป่าสนเขา ป่าดิบ น้ำตกและ หน้าผาชมทิวทัศน์ ลักษณะเด่นของอุทยานฯ แห่งนี้คือเป็นภูเขาหินทราย ยอดตัด เป็นที่ราบขนาดใหญ่คล้ายใบบอนหรือรูปหัวใจ มีเนื้อที่ประมาณ 60 ตารางกิโลเมตร มีความสูง 400-1,200 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง จุดท่องเที่ยวประทับใจได้แก่ ผานกแอ่น ผาหล่มสัก ผาหมากดูด น้ำตกเพ็ญพบ น้ำตกถ้ำสอเหนือ-ใต้ สระอโนดาด เป็นต้น 7. อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ตั้งอยู่บนรอยต่อของสามจังหวัดคือ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และเลย ไร่ภูหินร่องกล้ามียอดเขาสูง 1,617 เมตร มีทิวทัศน์สวยงาม ปกคลุมด้วยป่าเต็งรังป่าดิบเขา และป่าสนเขา มีสนสองใบและสนสามใบ ขึ้นปะปนกัน และพบกล้วยไม้ดอกไม้ป่าหลายชนิดขึ้นอยู่ตามลานหิน เคยเป็นศูนย์กลางที่ตั้งฐานที่มั่นการเผยแพร่ลัทธิคอมมิวนิสต์ที่ใหญ่ และสำคัญที่สุดของภาคเหนือ จุดที่น่าสนใจ ลานหินปุ่ม ลานหินแตก น้ำตกหมันแดง เป็นต้น 8. ทุ่งบัวตองดอยแม่อูคอ – ดอยแม่เหาะ จ.แม่ฮ่องสอน ดอยแม่อูคอ เป็นทุ่งดอกบัวตองที่มีพื้นที่ครอบคลุมเป็นเขากว้าง ประมาณ 1 พันไร่ ดอกบัวตองที่นี่เมื่อบานพร้อม ๆ กันในช่วงเดือน พฤศจิกายน-ธันวาคม จะเหลืองอร่ามปกคลุมทั่วทั้งภูเขา ดอยแม่เหาะ อยู่ริมทางหลวงหมายเลข 10-8 ตรงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 84 เขตตำบลแม่เหาะ เป็นที่ตั้งของศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา จังหวัดแม่ฮ่องสอน บริเวณนี้ มีภูมิประเทศที่งดงาม มีชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง อยู่เป็นส่วนมาก ในเดือนพฤศจิกายน ถึงธันวาคม ของทุกปี ดอกบัวตอง หรือทานตะวันป่า จะบานสะพรั่ง ไปทั่วหุบเขา สวยงามมากทีเดียว 9. อุทยานแห่งชาติภูเรือ เป็นภูเขาสูงใหญ่ บนยอดเขาเป็นที่ราบกว้างใหญ่ มีต้นสนขึ้นสลับซับซ้อน มีลักษณะแปลกคือ มีส่วนหนึ่งเป็นผา ชะโงกยื่นออกมาเหมือน หัวเรือสำเภาใหญ่ อุทยานแห่งชาติภูเรือ จุดที่น่าสนใจบนอุทยานได้แก่ ผาโหล่นน้อย ภูผาสาด และทะเลภูเขา ผาซับทอง หรือ ผากุหลาบขาว เป็นหน้าผาสูงชัน และแหล่งน้ำซับที่มีพืชน้ำไลเคนสีเหลืองคล้ายสีทอง ขึ้นเต็มไปทั่ว น้ำตกห้วยไผ่ เป็นน้ำตกที่ไหลจากหน้าผาสูงชัน ยอดภูเรือ เป็นจุดสูงสุดในอุทยานฯ สามารถมองเห็น แม่น้ำเหืองและแม่น้ำโขงที่กั้นพรมแดนระหว่างไทย-ลาว 10. อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว พื้นที่วนอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว ซึ่งตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำปาด ท้องที่อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ สภาพพื้นที่เป็นภูเขาสูงที่ป่าปกคลุมอากาศหนาวเย็นเกือบตลอดทั้งปี การเดินทางขึ้นดอยค่อนข้างลำบาก แต่เมื่อขึ้นไปถึงแล้วจะพบดอกไม้ป่า พันธุ์ต่าง ๆ เช่น ดอกหงอนนาค ดอกไม้ดินต่าง ๆ สวยงามมาก แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่น้ำตกภูสอยดาว และลานสน 11. ปางอุ๋ง หมู่บ้านรวมไทย เป็นหมู่บ้านโครงการพระราชดำริปางตอง 2 (ปางอุ๋ง) ในพระบรมราชินูปถัมป์ของสมเด็จพระบรมราชินีนาถลักษณะพื้นที่เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่บน ยอดเขาสูง ริมอ่างเก็บน้ำเป็นแนวสนที่ปลูกเรียงรายอย่างกลมกลืน ยามพระอาทิตย์ขึ้นจะสะท้อนผืนน้ำเป็นลำแสงสีทองผ่านแนวสนเขียวขจี งดงามจนถือได้ว่าเป็นทะเลสาบที่สวยที่สุดในเมืองไทย เปรียบได้กับ นิวซีแลนด์เมืองไทย และเมื่อได้สัมผัสกับแปลงพันธ์ไม้เมืองหนาวหลากสีสันที่ปลูกประดับในโครงการ ฯ ซึ่งเปรียบเสมือนกับ สวิสเซอร์แลนด์เมืองไทย ปางอุ๋ง …เมื่อฟากหนึ่งเป็นนิวซีแลนด์ และอีกฝั่งหนึ่งเป็นสวิสเซอร์แลนด์ 12. ปาย ในฤดูหนาวที่เยือนมาอีกรอบหนึ่งของเมืองไทย หลายๆ คนจัดแจงวางแผนบุกป่าผ่าเขา เพื่อค้นหาความเยือกเย็นที่ปีหนึ่งจะมีสัก ครั้งที่แน่ๆ เกือบทั้งหมดนั้นเดินทางขึ้นเหนือ จะไปที่ไหนก็ตามแต่ ที่นี่หลายคนบอกว่าไม่ควรพลาด อ.ปาย ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ปาย เป็นเมืองเล็ก ๆ ที่ถูกโอบล้อมไปด้วยขุนเขา สูงตระหง่านเป็นรอยต่อชายแดนไทย-พม่า ฤดูหนาวอากาศเย็นจัด เมืองเล็กๆแห่งนี้มักปกคลุมด้วยสายหมอก ละอองน้ำจางๆ ยามเช้า บรรยากาศอันเงียบสงบ ทุ่งนาสีเขียว ท้องฟ้าสีคราม กับแสงแดดอุ่นๆ ที่ทอดผ่านม่านหมอกหนา แลเห็นต้นสนไม้ยืนต้นเมืองหนาวสูงใหญ่เป็นทิวแถวตามเชิงเขา วิถีชีวิตที่เรียบง่ายของผู้คน ด้วยความเป็นเอกลักษณ์นี้ “ปาย” ได้ดึงดูดนักเดินทางให้มาสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งนี้ 13. ภูทับเบิก ตั้ง อยู่ที่ บ้านทับเบิก ต.วังตาล ห่างจากอ.หล่มเก่า 40 กม. และห่างจากตัวจังหวัดเพชรบูรณ์ประมาณ 97 กม. มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,768 เมตร และเป็นจุดที่สูงที่สุดของเพชรบูรณ์ ชาวเพชรบูรณ์เรียกว่า “ภูทับเบิก” ภูทับเบิก มีสภาพภูมิประเทศที่สวยงามด้วยธรรมชาติแบบทะเลภูเขา ป่าไม้ ต้นไม้เมืองหนาวและน้ำตก มีอากาศบริสุทธิ์ สภาพภูมิอากาศเย็นสบายตลอดปี เนื่องจากร่องลมเย็นจากเทือกเขาหิมาลัยและอยู่บนที่สูง จึงสามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกล โดยช่วงเข้าจะมองเห็นกลุ่มเมฆ และทะเลหมอกตัดกับยอดเทือกเขาเพชรบูรณ์ 14. ผาชะนะได อุทยานแห่งชาติผาแต้ม “รับตะวันก่อนใครในสยาม” คำขวัญแห่ง ผาชะนะได ผาริมโขง ในเขตอุทยานแห่งชาติผาแต้ม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ดินแดนตะวันออกสุดสยาม ผาชะนะได เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ดึงดูดใจด้วยหน้าผาที่ยื่นออกไปรับลมบนที่สูง ปกคลุมด้วยป่าสนสองใบ ทิวทัศน์เบื้องหน้าเป็นทิวเขาสลับซับซ้อน อีกหลายจุดชมวิวทางผ่านไปสู่ของ ผาชะนะได คือ ลานดอกไม้ดิน และการชมพะลานหิน ได้แก่ พะลานหินวัดภูอานนท์ พะลานถ้ำไฮ เป็นต้น หรือจะท่อง ป่าดงนาทาม ซึ่งมีความหลากหลายทางธรรมชาติ เป็นแหล่งเดินป่ายอดนิยมสำหรับนักผจญภัย และจุดสำคัญที่พลาดไม่ได้ คือ ทะเลหมอก คือหนึ่งไฮไลท์ของ ผาชะนะได เชื่อกันว่า ใครมีโอกาสเห็นพระอาทิตย์ขึ้นเป็นคนแรก เปรียบเสมือนการเพิ่มพลังให้ชีวิตโชติช่วงดังแสงที่ตัดเส้นขอบฟ้า ช่วงเวลาที่สวยงามที่สุดของการเที่ยว ผาชนะได คือ ปลายฝนต้นหนาว (ปลายตุลาคม-กุมภาพันธ์) เพราะอากาศที่เริ่มเย็นทำให้ดอกไม้นานาชนิดบานสะพรั่ง 15. ดอยม่อนจอง ขึ้นไปดอยรับลมหนาว หาวเป็นไอ บน ดอยม่อนจอง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ถือเป็นหนึ่งดอยที่หลายคนตั้งใจมาฝากรอยจารึก แม้ต้องฝ่าฟันเส้นทางเดินบน สันดอยไปสู่ยอดสูงสุดกว่า 3 กิโลเมตร แต่พี่ไทยก็ไม่เคยเหน็ดเหนื่อย ขอเพียงพิชิต ดอยม่อนจอง ดอยม่อนจอง ตั้งอยู่ในเขตลึกของป่าอมก๋อย ทิศตะวันออกจรดเขื่อนภูมิพล ทิศตะวันตกติดกับถนนสายอมก๋อย-บ้านแม่ตื่น ทิศเหนือจรดกับพื้นที่อำเภอดอยเต่า ทิศใต้จรดกับลำห้วยแม่ตื่นที่ไหลลงสู่เขื่อนภูมิพล สูงติดอันดับ 1 ใน 10 ของยอดดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทย จุดสูงสุดของ ดอยม่อนจอง เรียกว่า หัวสิงห์ เพราะมีลักษณะคล้ายหัวสิงโตสูง และแน่นอนว่าสูงๆ อย่างนี้ ดอยม่อนจอง ก็หนีไม่พ้นสถานที่ที่ชมพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตก ที่สวยงามมากแห่งหนึ่ง แถมยามค่ำคืนยังสามารถนอนคุดคู้นับดาวกันตัวสั่น เพราะอากาศบน ดอยม่อนจอง นั้นหนาวมาก อมก๋อยว่าหนาวแล้ว พี่ม่อนจองของเราหนาวเสียยิ่งกว่า ฉะนั้นเสื้อผ้า อุปกรณ์คลายหนาวต่างๆ จัดให้พร้อม! 16. ดอยม่อนแจ่ม ยอดดอยม่อนแจ่ม อยู่ใน ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ การเดินทางไม่ทุลักทุเล ใครมีรถพารถมาหย่อนไว้ แล้วเดินสูดบรรยากาศให้ฉ่ำปอด กอดภูเขา สูดเอากลิ่นดอกไม้กันได้เต็มที่ เพราะพื้นที่บน ดอยม่อนแจ่ม ไม่ กว้างใหญ่นัก เดินยังไม่ทันเมื่อยก็ได้สัมผัสทิวทัศน์โดยรอบ เตร็ดเตร่ทุกมุมแล้วก็นั่งจิบกาแฟ แชร์ประสบการณ์ สำราญไอเย็นกันแบบเบาๆ จุดชมวิวหลักๆ ของ ดอยม่อนแจ่ม มีอยู่สองด้าน ด้านหนึ่งเป็นทิวเขาสลับกันไปไกลสุดลูกหูลูกตา อีกด้านก็จะเป็นไร่ปลูกพืชต่างๆของโครงการหลวง ซึ่งจะเปลี่ยนพืชพรรณไปตามฤดูกาล 17. โมโกจู อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ กิเลสแห่งการเดินทางไม่เคยสิ้นสุด แม้จะ “ยิ่งสูง ยิ่งหนาว” แต่ “ยิ่งสวย ก็ยิ่งอยากเห็น” มนุษย์นี่แหละน้าไม่เคยหยุดดั้นด้น ต่อให้ต้องข้ามเขาจนขาพับขาอ่อนก็ไม่ยอมแพ้ ขอแค่สายตาได้แลในสิ่งที่อยากเห็น และที่เที่ยวชวนสัมผัสช่วงหน้าหนาวอย่าง ยอดเขา โมโกจู อีกหนึ่งบทพิสูจน์ของการเดินทาง ด้วยความสูง 1,964 เมตร จากระดับน้ำทะเล โมโกจู จึงเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดใน อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จังหวัดกำแพงเพชร , จังหวัดนครสวรรค์ คำว่า โมโกจู มาจากภาษากะเหรี่ยง แปลว่า “เหมือนฝนจะตก” เนื่อง จากมีหมอกปกคลุมจัดบนยอดเขา โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาว เย็นยะเยือก ควันออกปาก พ่นเล่นกันได้ทั้งวัน มองจากยอดเขาลงไปก็จะเห็นทะเลหมอกแห่งป่าตะวันตกอันกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอปางศิลาทอง จังหวัดกำแพงเพชร และอำเภอแม่วงก์ และอำเภอแม่เปิน จังหวัดนครสวรรค์ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำลำธาร ตามเทือกเขาสูงชันก่อกำเนิดเป็นน้ำตกที่สวยงาม 4-5 แห่ง ทั้งเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำแม่วงก์อันเป็นต้นน้ำของแม่น้ำสะแกกรัง นอกจากนี้ยังมีแก่งหินทำให้เกิดน้ำตกเล็กๆ ตามแก่งหินนี้ ตลอดจนมีหน้าผาที่สวยงามตามธรรมชาติ อุทยานมีเนื้อที่ประมาณ 558,750 ไร่ หรือ 894 ตารางกิโลเมตร ซึ่งในขณะนี้รัฐบาลกำลังดำเนินการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ในเขตพื้นที่อุทยานด้วย (ที่มา วิกิพีเดีย) 18. หมู่บ้านคีรีวง นครศรีธรรมราช หมู่บ้านคีรีวง ตั้งอยู่ที่ ตำบลกำโลน อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช แม้ที่นี่จะไม่ได้อยู่ตอนเหนือของประเทศก็ตาม แต่ธรรมชาติที่สวยงามอยู่ในท่ามกลางธรรมชาติ ย่อมน่าสนใจไม่ใช่น้อยๆ ที่นี่เป็นชุมชนเก่าแก่ที่อพยพไปอาศัยอยู่เชิงเขาหลวง ตำบลกำโลน อันเป็นเส้นทางเดินขึ้นสู่ยอดเขาหลวง ชาวบ้านมีวิถีชีวิตที่สงบสังคมแบบเครือญาติ จุดเด่นของหมู่บ้านคีรีวง ก็คือ ทัศนียภาพแห่งธรรมชาติ เพราะคีรีวงตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขา ป่าไม้ และสายน้ำ ถ้าหากว่าใครต้องการที่จะไปเที่ยวที่นี่ กิจกรรมที่น่าสนใจในหมู่บ้านคีรีวง ได้แก่ การพักในที่พักแบบโฮมสเตย์ การลองชิมอาหารพื้นเมือง ฯลฯ 19. สิงห์พาร์ค เชียงราย จ.เชียงราย ถือเป็นอีกหนึ่งสุดยอดไฮไลท์การท่องเที่ยวหน้าหนาวที่ใครต่อใครก็ ต้องมาเมื่อมีโอกาส และดูเหมือนว่า ภาพเชียงรายกับการท่องเที่ยวนับจากนี้ก็คงถึงคราวเปลี่ยนโฉม อีกครั้ง เมื่อ บุญรอด เทรดดิ้ง ได้พัฒนาปรับปรุงไร่บุญรอดเดิม บนพื้นที่ริม ถ.สายเด่นห้า-ดงมะดะ ต.แม่กรณ์ อ.เมืองเชียงราย ที่มีอาณาบริเวณกว้างใหญ่ไพศาลกว่า 8,600 ไร่ ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร พร้อมด้วยกิจกรรมสันทนาการหลากหลาย ในชื่อใหม่ไฉไลว่า “สิงห์พาร์ค เชียงราย” ที่ จะรวมทั้งบรรยากาศของไร่เกษตรอินทรีย์ ที่ให้ผลผลิตเก็บเกี่ยวตลอดทั้งปี ดื่มด่ำการพักผ่อนท่ามกลางทิวทัศน์ขุนเขาอันสุดวิเศษพร้อมเมนูอาหารรสเลิศ และเต็มอิ่มกับกิจกรรมพิเศษ ที่ถูกใจคอเอ็กซ์ตรีม สามสิ่งที่ดูเหมือนมีความต่างจึงถูกสร้างให้เกิดขึ้นบนพื้นที่เดียวกันอย่างลงตัว 20. สามเหลี่ยมทองคำ จ.เชียงราย อยู่ห่างจากอำเภอแม่สายประมาณ 28 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข ๑๒๙๐ เป็นบริเวณที่แม่น้ำโขงและแม่น้ำรวกมาบรรจบกัน หรือที่เรียกว่า สบรวก เป็นพรมแดนระหว่างประเทศไทย ลาว พม่า บริเวณนี้ในอดีตเคยมีการค้าฝิ่น โดยแลกเปลี่ยนกับทองคำ แต่ปัจจุบันได้กลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่มีทิวทัศน์ของแม่น้ำโขงบริเวณนี้มีความงดงามโดยเฉพาะยามเช้าที่ดวงอาทิตย์ขึ้นท่ามกลางสายหมอกด้านฝั่งพม่า และลาว นักท่องเที่ยวนิยมนั่งเรือเที่ยวชมทิวทัศน์จุดบรรจบของพรมแดนไทย ลาว และพม่า ถ้าต้องการนั่งชมทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำโขงไปไกลถึงเชียงแสนและเชียงของ ก็สามารถหาเช่าเรือได้ แต่ค่าเรือขึ้นอยู่กับระยะทางใกล้ไกล นักท่องเที่ยวที่สนใจล่องแม่น้ำโขงไปเที่ยวทางตอนใต้ของประเทศจีน เช่น สิบสองปันนา คุนหมิง สามารถติดต่อกับบริษัทนำเที่ยวในจังหวัดเชียงรายได้ หากต้องการจะชมทิวทัศน์มุมกว้างของสามเหลี่ยมทองคำบริเวณสบรวกและเพื่อนบ้าน ต้องขึ้นไปบนดอยเชียงเมี่ยง ที่อยู่ริมแม่น้ำโขง 21. ภูป่าเปาะ ฟูจิเมืองเลย ชมบรรยากาศ 360 องศา สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของ อำเภอหนองหิน และของจังหวัดเลย นั่นก็คือ “ภูป่าเปาะ” หรือที่นิยมเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ฟูจิเมืองเลย” ซึ่งสวยงามไม่แพ้ที่เที่ยวอื่นๆ เลยนะ คำว่า ภูป่าเปาะ นั้นมาจากภูเขาที่มีป่าไผ่เปาะ ไผ่เปาะ เป็นไผ่ชนิดหนึ่งที่ขึ้นได้ทั่วไปตามภูเขายังสามารถพบได้ทุกๆ อำเภอ ของจังหวัดเลย ลักษณะของ ไผ่เปาะนั้น เป็นไผ่ที่เปาะแตกหักง่าย และนี่คือที่มาของคำว่า ภูป่าเปาะ ส่วนที่เป็นจุดเด่น และเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยว ก็คือ การได้ขึ้นไปชมบรรยากาศ และมองเห็นยอดของ ภูหอ “ภูหอ” มีลักษณะเป็นภูเขาสูงปลายยอดตัดราบบนภู ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายกับภูเขาไฟฟูจิยามา ที่ประเทศญี่ปุ่น จึงเรียกกันว่า “ฟูจิเมืองเลย” 22. อุทยานแห่งชาติ ดอยฟ้าห่มปก จังหวัดเชียงใหม่ อุทยานแห่งชาติ ดอยฟ้าห่มปก มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 524 ตารางกิโลเมตร ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อนของทิวเขาผีปันน้ำ มีความสูงตั้งแต่ 400 – 2,285 เมตร จากระดับน้ำทะเล มีดอยสำคัญได้แก่ ดอยฟ้าห่มปก ดอยปู่หมื่น ดอยแหลม และดอยอ่างขางสภาพป่าทั่วไปมีความอุดมสมบูรณ์และเป็นป่าต้นน้ำแห่งแม่น้ำฝาง สถานที่น่าสนใจใน อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก ได้แก่ โป่งน้ำร้อนฝาง ดอยฟ้าห่มปก สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากตั้งแค้มป์พักแรม ต้องไปที่ กิ่วลม เท่านั้น เนื่องจากทางอุทยานฯไม่อนุญาตให้พักแรมบนยอด ดอยฟ้าห่มปก เพราะเป็นหน้าผาสูงชัน อาจเกิดอันตรายได้ง่าย การเดินทางขึ้นยอด ดอยฟ้าห่มปก ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 วัน 1 คืน ก่อนเดินทางควรติดต่อขออนุญาต ณ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่ฝาง 23. ดอยวาว อุทยานแห่งชาตินันทบุรี จ.น่าน ณ ดอยวาว อุทยานแห่งชาตินันทบุรี จ.น่าน ถือเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวที่นักเดินทางต้องหาโอกาสไปสัมผัส ยิ่งถ้าไปช่วงโอกาสเหมาะในฤดูหนาว จะได้ตื่นตากับซากุระ หรือ ดอกพญาเสือโคร่ง บานชมพูสะพรั่งทั่วดอย คละเคล้าสายหมอกยามเช้า เสริมสีสันให้ ดอยวาว เป็นหนึ่งสถานที่พาลให้อยากเที่ยว! ยอด ดอยวาว มีความสูง 1,674 เมตร จากระดับน้ำทะเล เป็นจุดที่สูงสุดของ อุทยานแห่งชาตินันทบุรี และเป็นแหล่งต้นน้ำหลายสาย ได้แก่ ลำน้ำสมุน ลำน้ำสะเนียน ลำน้ำวาว ลำน้ำยาว ลำน้ำพี้ ลำน้ำตึม ลำน้ำสีพัน ลำน้ำไสล ลำน้ำระพี และลำน้ำคาง เป็นต้น ดอยวาว ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะกับการกางเต็นท์ พักแรม กินลม ชมวิว ชิลล์ไอหมอก 24. ดอยเชียงดาว ทัศนียภาพ 360 องศา ที่ต้องสัมผัส ดอยเชียงดาว อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยเชียงดาว อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่มีลักษณะเป็นเทือกเขา เป็นภูเขาหินปูน ซึ่งประกอบไปด้วยยอดเขาสูงหลายยอด ยอดเขาที่สูงที่สุดคือ “ดอยหลวงเชียงดาว”สูงสุดเป็นอันดับ 3 ของบ้านเรา สูงพอจะทำให้ “น้ำ” ท้อใจ ด้วยความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 2,225เมตรรองจากดอยอินทนนท์ และดอยผ้าห่มปก ยอดดอยกิ่วลม และยอดดอยสูงสุด และการขึ้นดอยแต่ละครั้ง จะต้องได้รับอนุญาตจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว เท่านั้น โดยจะมีคนนำทางพาเราไปถึงที่หมายอย่างปลอดภัย ด้วยการจ่ายค่าเหงื่อให้พี่เค้าวันละ 400 บาท สัมภาระอย่าให้รก เดินกันคล่องๆ จ้างลูกหาบ ลดอาการหอบ ค่าหาบอยู่ที่วันละ 300 ต่อลูกหาบ 1 คน เชื่อเถอะว่าเรามีโอกาสเสียค่าลูกหาบแน่ๆ เพราะที่นั่นไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกใดๆ ทั้งสิ้น แม้แต่แหล่งน้ำตามธรรมชาติ น้ำดื่ม น้ำอาบ ก็ต้องขนขึ้นไปด้วย ใครไม่ใช่ขาลุยถอดใจอยู่บ้านซะ จะได้ไม่เป็นภาระเพื่อนฝูง อิอิ 25. สะพานเมฆ ณ เขาช้างเผือก แหล่งท่องเที่ยวในฝันที่ กาญจนบุรี “เขาช้างเผือก” เป็นชื่อของยอดเขาที่สูงที่สุดของอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ มีความสูงประมาณ 1,249 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นเส้นทางเดินป่าที่สวยงาม น่าตื่นตา จนทำให้นักเดินป่าทั่วไทยทั้งหน้าใหม่ หน้าเก่า ปรารถนาจะได้มาพิชิตซักครั้งหนึ่งในชีวิต เส้นทางเดินไปสู่ยอดเขาช้างเผือก เป็นป่าโปร่งสลับกับทุ่งหญ้า มีจุด Highlight ของการเดินทางอยู่ที่ “สันคมมีด” สันเขาที่สวยงาม และน่าหวาดเสียวไปพร้อมกัน เมื่อขึ้นไปถึงยอดเขา จะสามารถมองเห็นวิวได้รอบทิศทาง 360 องศา เส้นทางพิชิตยอดเขาช้างเผือก มีระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่นิยมการผจญภัย และมีร่างกายที่แข็งแรง ใช้เวลาเดินเท้า จากหมู่บ้านอีต่อง ประมาณ 6 ชั่วโมง และต้องพักค้างแบบกางเต้นท์บนยอดเขา โดยต้องประสานงานติดต่ออุทยานฯ จัดเจ้าหน้าที่เป็นผู้นำทาง และสามารถติดต่อจ้างในการช่วยขนสัมภาระ หวังว่าสมาชิกมิตรรักทุกท่าน คงได้ที่เที่ยวโดนใจในหน้าหนาวกันบ้างแล้ว สุดท้ายขอให้ทุกท่าน วางโปรแกรมเที่ยวให้สะดวก เที่ยวสนุกอย่างมีความสุข และขอให้เดินทางปลอดภัยกันทุกคนนะครับ สวัสดี.. :) ขอบคุณภาพจาก flickr.com / dog-hall.com / ททท. เรียบเรียงโดย Travel MThai

MThai ลุย ดงฝิ่นกลางป่าลึกภาคเหนือ นายทุนพื้นที่ต้นเหตุทำระบาด
ปลูกฝิ่น /  ฝิ่น / 

ทหารผู้ปิดทองหลังพระ เดินเท้าลุยเข้าทำลาย MThai News ฝิ่น ยาเสพติดประเภทที่ 2 ที่มีบทบาทเป็นวัตถุดิบนำไปสู่การปรุงเพื่อเป็นยาเสพติดประเภทที่ 1 และพร้อมเป็นยาแรงทำลายโสตประสาทถาวร นั่นจึงทำให้ทางกรมกิจการพลเรือนทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย เล็งเห็นความสำคัญด้านสิ่งเสพติดระยะเริ่มต้น จึงจับมือกองทัพภาคที่ 3 สำรวจพื้นที่ป่ากลางหุบเขา ซึ่งดัดแปลงใช้เป็นพื้นที่ป่านรก ปลูกและผลิตสิ่งเสพติดอย่างเช่นต้นฝิ่น จากสิถิติการลงพื้นที่สำรวจของ ผู้สื่อข่าว MThai News นั้นจำนวนไร่ฝิ่นที่สำรวจพบ มากถึงจำนวน 54,854 ไร่ จนถึงปี 2555 นั้นไร่ฝิ่นที่สำรวจพบ มีจำนวน 1,257 ไร่ ทั้งนี้สาเหตุหลักที่ทำให้การปลูกลดลง คือ การใช้มาตรการตัดฟันทำลาย ซึ่งในฤดูการปลูกปี 2527 – 2528 เป็นปีแรกที่ใช้มาตรการนี้อย่างเป็นทางการ โดยได้ให้โอกาส แก่ผู้ปลูกในพื้นที่ต่างๆ ในการเตรียมความพร้อมของชุมชนบนที่สูงต่างๆ ผ่านทางโครงการ พัฒนาที่สูงหลายโครงการ  ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวที่อยากเห็น ความอยู่ดีกินดี ความเสมอภาค ของชนเผ่าต่างๆ ให้มีชีวิต ที่ไม่ต้องพึ่งพาราย ได้จากฝิ่น โดยการพระราชทานโครงการหลวง เป็นโครงการนำร่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2512 และยังมีโครงการในลักษณะคล้ายกันตามมาจากภาคราชการอีกมากมายคลุม พื้นที่ที่มีการปลูกฝิ่นเกือบทั้งหมดที่มีอยู่ในเวลานั้น แต่กระนั้น สถานการณ์การลักลอบปลูกฝิ่นในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ยังคงมีการลักลอบปลูกฝิ่นอยู่ โดยเฉพาะบริเวณแนวชายแดน จังหวัดที่มีการลักลอบปลูกฝิ่นหนาแน่นคือ จังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย ตาก ลำปาง พะเยา และน่าน รูปแบบการปลูกมีทั้งปลูกเพื่อใช้เสพ และปลูกเพื่อการค้าโดยมี นักการเมืองพื้นที่ (ท้องถิ่น) นายทุนสนับสนุน อีกทั้งวิธีการปลูกได้มีการพัฒนาเทคนิคเพื่ออำพรางการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ โดยจะปลูกปะปนกับพืชผักชนิดอื่น และอาจปลูกฝิ่นนอกฤดู แนวโน้มการปลูกฝิ่นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาลดลง ร้อยละ 20 – 30 เนื่องจากสภาพอากาศแปรปวน ความเข้มงวดและจริงจังของหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ประสิทธิภาพในการตัดทำลายไร่ฝิ่น ความเข้มงวดด้านกฎหมาย แต่ยังมีปัจจัยและเงื่อนไขที่จูงใจให้ผู้ลักลอบปลูกอยู่ คือ ราคาของฝิ่นดิบยังค่อนข้างสูง จำนวนผู้เสพมากขึ้น อีกทั้งยังมีกลุ่มบุคคลที่อาศัยประโยชน์จากฝิ่นเป็นรายได้และค่าจ้างแรงงาน จึงเชื่อได้ว่า สถานการณ์ในเรื่องราคาและความต้องการใช้ฝิ่นเพื่อป้อนโรงงานผลิตยาเสพติด ชนิดต่างๆ ยังไม่ลดลง และจะมีการขยายพื้นที่ปลูกในบริเวณชายแดนรวมทั้งการนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันพื้นที่การปลูกฝิ่นที่อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของ กองทัพภาคที่ 3 ได้กำหนดเป็นกลุ่มพื้นที่ที่มีแนวโน้มในการลักลอบปลูกฝิ่นและการเฝ้าระวัง คือ จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ ตาก น่าน พะเยา แม่ฮ่องสอน และ ลำปาง มีทั้งสิ้น 65 พื้นที่เป้าหมาย โดยมีพื้นที่การปลูกฝิ่นมีทั้งที่เป็นแปลงเก่า และมีการเปิดพื้นที่ใหม่ ในพื้นที่แปลงเก่าส่วนใหญ่อยู่พื้นที่แม่สะต๊อบ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ และพื้นที่เชียงดาว-ดอยนาง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เปิดพื้นที่ใหม่ พื้นที่แปเปอร์ และ พื้นที่ท่าสองยาง-ปิตุคี เขตติดต่อระหว่าง อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ กับ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก เป็นจำนวนมาก โดยย้ายพื้นที่ปลูกเข้าไปในป่าลึก เพื่อหลบเลี่ยง ขณะที่รูปแบบของการปลูกฝิ่นนั้น พื้นที่การปลูกนั้นจะอยู่ห่างไกลและกันดารยิ่งขึ้น เป็นบริเวณพื้นที่สูงได้มีการย้ายพื้นที่ปลูกเข้าไปในป่าลึกห่างจากหมู่บ้านยิ่งขึ้น ซึ่งลักษณะแปลงฝิ่นจะมีขนาดเล็กลง แต่จะมีการกระจายตัวอยู่ในบริเวณเดียวกันหลายแปลง เช่น แปลงฝิ่นที่ปลูกกระจายหลายแปลงในบริเวณเดียวกัน การปลูกฝิ่นกระจายเป็นแปลงเล็กแปลงน้อยยากแก่การเข้าตัดทำลาย แปลงฝิ่นที่ปลูกกระจายตัว ฝิ่นที่ปลูกเป็นแปลงเล็กๆ หลายแปลง แปลงฝิ่นที่ปลูกกระจายหลายแปลงในบริเวณเดียวกัน แปลงฝิ่นที่ปลูกเป็นแนวตามร่องน้ำ นั่นจึงทำให้ กองทัพภาคที่ 3 และศูนย์ปฏิบัติการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดกองทัพภาคที่ 3 ได้จัดตั้ง กองบัญชาการเฉพาะกิจศูนย์ปฏิบัติการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดกองทัพภาคที่ 3 และมอบให้ กองทัพน้อยที่ 3 จัดผู้บังคับบัญชาและกำลังพลปฏิบัติงาน ใน กองบัญชาการเฉพาะกิจฯ ควบคุม อำนวยการ กำกับดูแลและประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งวิธีการป้องกันปราบปรามนั้น เจ้าหน้าที่ดำเนินการอย่างบูรณาการร่วมกัน รวมทั้งประสานงานกับ ส่วนราชการ ที่เกี่ยวข้อง ร่วมปฏิบัติ และ ใช้กำลังพลของหน่วยปฏิบัติ ระดับพื้นที่ ในการควบคุมพื้นที่ และการตัดทำลายไร่ฝิ่น ในพื้นที่เป้าหมาย โดยกำหนดขั้นตอนการปฏิบัติออกเป็น 3 ขั้นคือขั้นการสำรวจ ดำเนินการด้วยการลาดตระเวนป้องปราม และสำรวจพื้นที่การปลูกฝิ่น รวมถึง ปฏิบัติการจิตวิทยาและประชาสัมพันธ์ เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจกับราษฎรในพื้นที่เป้าหมายควบคู่ไปด้วย ขั้นการควบคุมพื้นที่ปลูกฝิ่น และการตัดทำลาย เจ้าหน้าที่จะจัดกำลังเข้าปฏิบัติการควบคุมพื้นที่ปลูกฝิ่น และการตัดทำลายไร่ฝิ่นในพื้นที่ ตามที่ได้กำหนดมอบให้และ ในพื้นที่ที่มีการตรวจพบเพิ่มเติม และขั้นการดำเนินการหลังการตัดทำลายไร่ฝิ่น เจ้าหน้าที่จะดำเนินการ ปฏิบัติการจิตวิทยา และช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่หลังการตัดทำลาย อย่างไรก็ตาม ฝิ่นเป็นพืชล้มลุก ขึ้นในที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 3,000 ฟุตขึ้นไป เป็นยาเสพติด ที่เป็นต้นตอของยาเสพติดร้ายแรง เช่น มอร์ฟิน เฮโรอีน และโคเคอีน เนื้อฝิ่น ได้มาจากยางของผลฝิ่นที่ถูกกรีดจะมีสีขาว นายทุน เมื่อถูกอากาศจะมีสีคล้ำลงกลายเป็น ยางเหนียวสีน้ำตาลไหม้ หรือดำ มีกลิ่นเหม็นเขียวและรสขม เรียกว่า ฝิ่นดิบ ส่วนฝิ่นที่มีการนำมาใช้เสพเรียกว่าฝิ่นสุก ได้มาจากการนำฝิ่นดิบไปต้มหรือเคี่ยวจนสุก นี่จึงถือเป็นบทบาทที่ปิดทองหลังพระของเจ้าหน้าที่ทหาร ที่ยอมเหน็ดเหนื่อยกับการเดินเท้านานนับวันข้ามเขาปีนป่า เพื่อทำลายแปลงฝิ่นที่ไม่มีวันรู้จบ MThai News

เพลงสมัยเด็ก ร้องกันได้รึเปล่า?
10 อันดับ /  กิจกรรมวัยรุ่น / 

ตอนเด็กๆ เพื่อนๆทุกคนก็คงจะเล่นกับเพื่อนๆกับแทบทุกวันที่ไปโรงเรียน ไม่ว่าจะเด็กผู้หญิงหรือผู้ชายก็ต้องมีการเล่นกัน เช่น กระโดดยาง เป่ากบ ตบเปะ เป็นต้น ^^ แต่เพลงที่เล่นประกอบละ มันมาจากไหน มีที่มาอย่างไร เราก็ไม่รู้!! แต่ที่รู้ๆคือเราร้องกันได้ทุกคน ฮ่าๆ ...... teen.mthai นำเสนอ !!! เพลงสมัยเด็ก ร้องกันได้รึเปล่า?เพลงสมัยเด็ก เพลง รีรีข้าวสาร รีรีข้าวสาร สองทะนานข้าวเปลือก เลือกท้องใบลาน เก็บเบี้ยใต้ถุนร้าน คดข้าวใส่จาน  พานเอาคนข้างหลังไว้ เพลงสมัยเด็ก เพลง จ้ำจี้ผลไม้ จ้ำจี้ผลไม้ แตงไทย แตงกว่า ขนุนน้อยหน่า พุดทรา มังคุด ละมุด ลำไย มะเฟือง มะไฟมะกรูด มะนาว มะพร้าวส้มโอ ฟักแฟง แตงโม ไชโย โห่ฮิ้ว เพลงสมัยเด็ก เพลง 1 2 3 ปลาฉลามขึ้นบก 1 2 3 ปลาฉลามขึ้นบก 4 5 6 จิ้งจกยัดใส้ ไอแอมเชอรี่จั๊กจี้หัวใจไอแอมตกบันไดเพราะไอ้หมาตัวนี้.. เพลงสมัยเด็ก เพลง รถไฟจะไปโคราช รถไฟจะไปโคราช ตดดังป๊่าด ถึงราชบุรี ตดอีกทีถึงบริษัท บริษัทป้ำๆ เป๋อๆขอเสนอนิยายเรื่องสั้น ป้ากะปู่ กู้อีจู้ ป้าไม่อยุ่ ปู่ไปเที่ยว... เพลงสมัยเด็ก เพลง คนอะไร คนไทย.... คนอะไร คนไทย ไทยอะไร ไทยกอ กออะไร กอได่ ไก่อะไร ไก่แจ้ แจ้อะไร แจ้ฟ้า ฟ้าอะไร ฟ้าแล่บ แล่บอะไร แล่บลิ้น ลิ้นอะไร ลิ้นชัก ชักอะไร ชักว่าว ว่าวอะไร ว่าวจุฬา จุฬาอะไร จุฬาลงกรณ์ กรณ์อะไร กลอนประตู ประตูอะไร ประตูน้ำ น้ำอะไร น้ำตกตกอะไร ตกปลา ปลาอะไร ปลาหมอ หมดออะไร หมอดู ดูอะไร ดูไพ่ ไพ่อะไร ไพ่ป๊อก ป๊้อกอะไร ป๊อกเด้ง.... เพลงสมัยเด็ก เพลงสมัยเด็ก เพลง โดเรม่อน โดเรม่อน ม่อน ม่อน โดเรมี่ มี่ มี่ โนบิตะ ชิซุกะ โซเนะโอะ ใครชนะได้เป็นใจแอน (เป่ายิ้งฉุบกัน) เพลงสมัยเด็ก เพลง ปิงป่องแช่ ปิงป่องแช่ ปิงป่องแช่แช่ ปิงป่องแช่...(ร้องหลายท่อนนะเพลงนี้) เพลงสมัยเด็ก เพลง นางเงือกน้อย นางเงือกน้อย...มีชั้นบน มีชั้นล่าง มีชั้นหน้า มีชั้นหลัง มีทุก ๆ ชั้น ชั้นหนึ่ง ชั้นสอง ชั้นสาม ปิ๊ง ๆ ชั้นสี่ ชั้นห้า ชั้นหก ปิ๊ง ๆ ชั้นเจ็ด ชั้นแปด ชั้นเก้า ปักเป่ายิงฉุบ เพลงสมัยเด็ก เพลง กรรไกรไข่ผ้าไหม กรรไกรไข่ผ้าไหม ไข่หนึ่งใบสองบาทห้าสิบ ห้าสิบสองบาทหนึ่งใบ ไข่ผ้าไหม ไข่กรรไกร เพลงสมัยเด็ก เพลง สมบัติตกปลา สมบัติตกปลา ภรรยาตกกุ้ง สมบัติจอมยุ่งเข้ามุ้งภรรยา พอดีไฟดับ..ฉึกฉับ ฉึกฉัก พอดีไฟมาภรรยาท้องโต สมบัติดีใจตกบันไดคอหัก ภรรยาเสียใจตกบันไดผ้าถุงเปิด(ไฮไลท์มันอยู่ที่เพลงนี้จะเล่นเปิดกระโปรงกัน ใครใส่กางเกงในสีอะไรวันนั้นรู้หมด !!) เพลงสมัยเด็ก เพลง จ้ำจี้มะเขือเปาะ จ้ำจี้มะเขือเปาะ กะเทาะหน้าแว่น พายเรืออกแอ่น กระแท่นต้นกุ่ม สาวสาว หนุ่มหนุ่มอาบน้ำท่าไหน อาบน้ำท่าวัด เอาแป้งที่ไหนผัด เอากระจกที่ไหนส่อง เยี่ยมเยี่ยมมองมอง นกขุนทองร้องวู้... เพลงสมัยเด็ก เพลง เปาบุ้นจิ้น เปาบุ้นจิ้น ชอบกินไข่เต่า ส่วนจั่นเจาชอบกินโอเล่ เซอร์เลอร์มูนตาเหล่ ตกส้มตาย .. เพลงสมัยเด็ก เพลง ยา หย่า หย้า ยา หย่า หย้า ยู อยู่ ยู้ ยี หยี่ ยี้ คุณแม่ซักผ้า คุณยายสระผม ลูกอมโบตัน ยาสีฟันคอลเกต สบู่วิเศษ ปักเป่ายิงฉุบ เพลงสมัยเด็ก เพลง นกกระปูด ดุ๊กดุ๋ย ดุ๊กดุ๋ย นกกระปูด ดูดฝิ่นควันฉุย แมงสาบอยากกินขนม อมลูกอมซะจนแก้มตุ่ย ควายตัวเมีย ออกลูกก็เป็นตัวเมีย อยู่มาตั้งนานออกลูกออกหลานก็เป็นตัวเมีย.. เพลงสมัยเด็ก เพลง จี จ่อ เจี๊ยบ จี จ่อ เจี๊ยบ มะลงมะเลี้ยบ แช่วับ ตุ๊กแกไล่งับ ปิดประตูดังปั้ง! เพลงสมัยเด็ก เพลง กินกล้วยบนหลังคา แม่จ๋าช่วยหนูด้วยหนูกินกล้วยอยู่บนหลังคา ตกลงมาทายาหม่อง ยี่สิบกล่องก็ไม่หาย ไปหาหมอ หมอไม่อยู่ ไปหาปู่ ปู่กินเหล้า ไปหายาย ยายตำหมาก กระเด็นใส่ปากอร่อยจังเลย .. เพลงสมัยเด็ก เพลง กรุงเทพมหานคร กรุงเทพมหานคร อมรรัตน โกสินทร์มหินทรายุธยามหาดิลก ภพนพรัตน์ราชธานีบุรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน อมรพิมาน อวตารสถิตย์ สักกะทัตติยะ วิษณุกรรมประสิทธิ์ เพลงสมัยเด็ก เพลง ผู้ใหญ่ลี พ.ศ.2504 ผู้ใหญ่ลีตีกลองประชุม ชาวบ้านต่างมาชุมนุม มาประชุมที่บ้านผู้ใหญ่ลี  ต่อไปนี้ผู้ใหญ่ลีจะขอกล่าว ถึงเรื่องราวที่ได้ประชุมมา ทางการเขาสั่งมาว่า ให้ชาวนาเลี้ยงเป็ดและสุกร ฝ่ายตาสีหัวคลอนถามว่าสุกรนั้นคืออะไร ผู้ใหญ่ลีลุกขึ้นตอบทันใด สุกรนั้นไซร้คือหมาน่อยธรรมดา หมาน่อย หมาน่อยธรรมดา ร้องเล่นกันไป สนุกสนานตามประสาวัยเด็ก ^^ ใครที่เคยร้องเพลงอะไรอีกก็มาบอกกันได้นะ .. ที่มา teen.mthai

อย.เผาทำลายยาเสพติดกว่า3ตันค่ากว่า8,800ล้านบาท
อย.เผายาเสพติด /  เผาทำลายยาเสพติด

อย. เผาทำลายยาเสพติด กว่า 3 ตัน มูลค่ากว่า 8,800 ล้านบาท จ่อ เผาเพิ่มปลายปีอีก 1 ตัน ขานรับนโยบาย คสช. พล.ท.ฉัตร เฉลิม เฉลิมสุข รองเสนาธิการทหารบก รองหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เป็นประธานในพิธีเผาทำลายยาเสพติดให้โทษของกลาง ครั้งที่ 43 ที่นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน เพื่อร่วมต่อต้านยาเสพติดในวันต่อต้านยาเสพติดสากล สำหรับของกลางที่จะเผาทำลายในวันนี้ มีน้ำหนักรวมกว่า 3,000 กิโลกรัม ซึ่งยาบ้ามีจำนวนมากที่สุดถึง 27 กิโลกรัม รวมมูลค่ายาเสพติดของกลางทั้งหมดกว่า 8,800 ล้านบาท ซึ่งเป็นยาเสพติดที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้ว โดย ภก.ชาญชัย เอื้อชัยกุล ผู้อำนวยการกองควบคุมวัตถุเสพติด คณะกรรมการ อย. ระบุว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. มีความห่วงใยเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของยาเสพติด และเร่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งกวาดล้างจับกุม และอยากให้มีการเผาทำลายยาเสพติดเพิ่มมากขึ้น จากเดิมปีละ 1 ครั้ง เป็นปีละ 2-3ครั้ง ซึ่งทาง อย. ก็จะขานรับนโยบาย โดยนำข้อมูลหารือกับผู้บริหาร และคาดว่า ปลายปีนี้จะสามารถเผาทำลายยาเสพติก ได้อีกประมาณ 1 ตัน นาย ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวรายงานต่อ พล.ท.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข รองเสนาธิการทหารบก ในฐานะรองหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประธานในพิธีเผาทำลายยาเสพติดให้โทษ ของกลางครั้งที่ 43 ที่บริเวณศูนย์บริหารสาธารนูปโภคและสิ่งแวดล้อม นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติด ผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง พร้อมสื่อมวลชนร่วมเป็นสักขีพยาน ซึ่งยาเสพติดของกลางที่เผาทำลายรวมประกอบน้ำหนัก 3,094 กิโลกรัม จาก 2,911 คดี รวมมูลค่า 8,867 ล้านบาท ประกอบด้วยยาบ้า 2,504 กิโลกรัม หรือ 27 ล้านเม็ด ยาไอซ์ น้ำหนัก 243 กิโลกรัม เฮโรฮีน น้ำหนัก 21 กิโลกรัม ยาอี น้ำหนัก 2 กิโลกรัม ฝิ่น น้ำหนัก 74 กิโลกรัม และอื่น ๆ ซึ่งทำพิธีเผาทำลายยาเสพติดในเวลา 11.00 น. ของวันนี้

 เอ็มไทยลุยพม่า  เกาะถกแก้ปัญหายานรก 3 ฝ่าย ที่ยังคงระบาด
ปัญหายาเสพติด

MThai ลุย พม่า เกาะถกแก้ปัญหายานรก 3 ฝ่าย  พม่า – UN – สภากู้ชาติรัฐฉาน  แฉ! ยังมียิงแม้เจรจาหยุดยิงแล้ว เริ่มกำหนดท่าทีเตรียมพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของ 2 ฝ่ายที่เริ่มจับมือเจรจาสันติภาพหวังการพัฒนาแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบยังยืน ระหว่าง กองกำลังที่เรียกตัวเองว่า “กองกำลังกอบกู้รัฐฉาน” ที่มีเจ้ายอดศึกเป็นผู้นำทางการทหาร และรัฐบาลทหารพม่า ที่ 2 ฝ่ายต่างเป็นลิ้นกับฟันและงัดข้อยิ่งถล่มกันมาตลอดเวลานานนับปี โดยมี UN เข้ามาเป็นตัวสอดแทรกในการเจรจา โดยผู้สื่อข่าว MThai News ลงพื้นที่เกาะติดรายงานการประชุม จากหอประชุมแขวงท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า ว่า มีการประชุมแก้ไขปัญหายาเสพติด 3 ฝ่ายคือ รัฐบาลพม่า สภากอบกู้รัฐฉาน (SSA) และ ยูเอ็นโอดีซี (United Nations Office On Drugs And Crime) โดยจัดการประชุมที่หอประชุมแขวงท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า   ทั้งนี้ทาง ยูเอ็นโอดีซี ได้รับเป็นเจ้าภาพในการประชุมในครั้งนี้ ซึ่งการประชุมในครั้งนี้ทาง SSA นำข้อเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคือต้องการให้รัฐบาลพม่ากับ SSA มีการพัฒนาดินแดนร่วมกัน รวมถึงปัญหายาเสพติดที่ต้องการยังคงมีการแพร่ระบาดอยู่ในเวลานี้ นอกจากนี้มีการพูดคุยกันถึงเรื่องการปลุกพืชทดแทนฝิ่น หาแนวทางเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น มีการอบรมเรื่องเศรษฐกิจและอาชีพให้กับประชาชน ทั้งนี้สำหรับคนที่ติดยาเสพติดก็อยากให้มีการตั้งสถานบำบัดอย่างถาวร และอบรมให้กับผู้ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับปัญหายาเสพติด ส่วนผู้ค้าทาง SSA เสนอว่า อยากให้มีประชาสัมพันธ์เตือนสติให้หยุดการค้าขาย หากไม่ดำเนินการต้องถูกดำเนินการอย่างจริงจังในเรื่องของกฎหมาย ที่สำคัญคือการออกกฎหมายปราบปรามโดยเฉพาะ และยังไม่เชื่อฟังก็จะต้องถูกดำเนินการขั้นเด็ดขาดเช่นกัน นอกจากนี้จะต้องมีการตั้งคณะกรรมการของทั้ง 3 ฝ่ายในการปราบปรามอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในอำเภอต่าง ๆ มีการจัดหน่วยในการดูแล 60-100 หน่วย ในการดูแลพื้นที่ต่าง ๆ พร้อมกันนี้ การประชุมในครั้งนี้ทางรัฐบาลพม่า ได้ส่งตัวแทนคืออธิบดีกรมตำรวจ ส่วน SSAทาง พล.ท.เจ้ายอดศึก ประธานสภากอบกู้รัฐฉาน ได้ส่ง พ.อ.ป๋อง เค่ย เข้าร่วมประชุมแทน อย่างไรก็ตาม รายงานข่าวแจ้งว่า แม้ว่าที่ผ่านมาทั้งรัฐบาลพม่า และ SSA จะมีสนธิสัญญาในการหยุดยิงเมื่อปลายปี 2554 แต่สถานการณ์ในพื้นที่ก็ยังคงมีการโจมตีปะทะกันระหว่างทหารพม่า กับกองกำลังไทใหญ่ ซึ่งมีการปะทะกันไม่ต่ำกว่า 50 ครั้งแล้ว ซึ่งหลังจากการปะทะกันทั้ง 2 ฝ่ายก็ได้มีการส่งตัวแทนไปเจรจาแต่สุดท้ายก็ไม่ได้เป็นผลตามที่ได้ตกลงกัน นอกจากนี้ปัญหายาเสพติดในพื้นที่ชายแดนบริเวณ จ.เชียงใหม่ จ.เชียงราย และ จ.แม่ฮ่องสอน ยังคงมีลักลอบเข้ามาค้าขายกัน แม้ว่าพม่าจะประกาศที่จะเอาจริงเอาจังกับการปราบปรามยาเสพติดก็ตาม แต่กองกำลังที่ยังไม่อิงกับรัฐบาลพม่าแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ ก็ยังมีการลักลอบค้าขายเหมือนเดิม โดยพฤติกรรมจะมีการนำยาเสพติดมาพักไว้ตามโรงงานที่ปลูกสร้างไว้ตามแนวตะเข็บชายแดนเพื่อรอโอกาสในการเคลื่อนย้ายเข้ามาให้กับขบวนการค้ายาเสพติดในฝั่งไทย  มติการประชุม เกี่ยวกับการปราบปรามยาเสพติดระหว่าง รัฐบาลพม่า ,สำนักงานสหประชาชาติว่าด้วยอาชญกรรมและยาเสพติด ( UNODC )และสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน ( RCSS ) 1.ในการลงสำรวจพื้นที่ เมืองนายและเมืองปั่น ในรัฐฉานตอนใต้ นั้น ให้ทางรัฐบาลสหภาพพม่า,UNODC และ RCSS ร่วมมือกันในการดำเนินการ 2.จากข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้มาจากการร่วมมือกันในการลงสำรวจพื้นที่เหล่านั้น ในการกำหนดพื้นที่ ที่จะจัดเป็นพื้นที่โครงการนำร่องปลูกพืชทดแทนฝิ่น นั้น ให้ทั้งสามฝ่ายร่วมกันในการดำเนินการ 3.ให้ทั้งสามฝ่ายร่วมกันจัดทำแผนของโครงการนำร่องปลูกพืชทดแทนฝิ่น ที่จะจัดทำในพื้นที่ ที่คัดเลือกไว้นั้น เสนอต่อประชาชนในพื้นที่ให้ได้รับทราบ เพื่อทำเป็นประชาวิจารณ์ว่าประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่เห็นด้วยหรือไม่อย่างไรแล้วจึงจะดำเนินการในการปฏิบัติต่อไป 4.ในพื้นที่ ที่จะจัดทำโครงการนำร่องปลูกพืชทดแทนฝิ่นที่คัดเลือกไว้นั้น ให้ทั้งสามฝ่ายร่วมกันในการดำเนินการ 5.ในพื้นที่ ที่จะจัดทำโครงการนำร่องปลูกพืชทดแทนฝิ่น นั้น ทางฝ่าย UNODC จะให้การช่วยเหลือสนับสนุนทางด้านเทคนิคต่าง ๆ ในการดำเนินการ 6.เกี่ยวกับเงินงบประมาณในการช่วยเหลือสนับสนุน โครงการนำร่องปลูกพืชทดแทนฝิ่น ที่ทั้งสามฝ่ายจะร่วมกันในการดำเนินการนั้น ทางฝ่าย UNODC จะหาผู้ช่วยเหลือสนับสนุนจากนานาชาติ 7.ในการให้ความรู้แก่ประชาชนในพื้นที่ควบคุมดูแลของทาง RCSS รวมถึงกำลังพลของ RCSS เกี่ยวกับ พิษภัยจากยาเสพติด รวมทั้งการป้องกันภัยจากยาเพติด ตลอดจนการลดปริมาณการปลูกฝิ่นให้มีจำนวนลดน้อยลงนั้น ให้ทุกฝ่ายร่วมมือกัน ในการป้องกันและการดำเนินการปลูกพืชทดแทนฝิ่นนั้น ให้ใช้วิธี ประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้แก่ประชาชนในการดำเนินการ 8.ในการดำเนินการเกี่ยวกับการประสานความร่วมมือระหว่างกันในการควบคุมและป้องกันปัญหาจากยาเสพติด และการพัฒนาปลูกพืชทดแทนนั้น ทางฝ่าย ปปส.ของรัฐบาลสหภาพพม่า ,สำนักงานตำรวจรัฐฉานและ RCSS จะร่วมกันจัดตั้ง จนท.ฝ่ายประสานงาน ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ระหว่างกัน 9.เกี่ยวกับการดูแลด้านความปลอดภัย ในพื้นที่โครงการการนำร่องปลูกพืชทดแทนฝิ่น ที่ทางฝ่าย ปปส.ของรัฐบาลสหภาพพม่า , UNODC และRCSS จะร่วมมือกันในการดำเนินการนั้น จะรายงานให้ทางรัฐบาลสหภาพพม่าได้พิจารณาต่อไป สถานการณ์ทั่วไปในรัฐฉานขณะนี้ ทั่วทุกพื้นที่ ปัญหาผู้เสพและผู้ค้ายาเสพติดเพิ่มปริมาณมากขึ้นกว่าสถิติเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด เยาวชนที่หันมาเสพยาเสพติดก็มีปริมาณที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งปัญหาดังกล่าวนี้ ส่วนประสานความร่วมมือทางการเมือง ในสังกัดสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน (R.C.S.S.) ได้พบปะพูดคุยหารือกับตัวแทนฝ่ายพลเรือนจากทางทิศเหนือ ทิศใต้ และทิศตะวันออกของรัฐฉาน ทำให้ได้รับทราบข้อมูลว่า ปัญหายาเสพติดที่แพร่กระจายอยู่ตามเขตชุมชนในขณะนี้นั้น เป็นปัญหาอันหนักหน่วงปัญหาหนึ่ง หากปล่อยให้ปัญหาลุกลามต่อไป ก็น่าเป็นห่วงสำหรับเยาวชนซึ่งถือว่าเป็นกำลังอันสำคัญของชาติบ้านเมืองในอนาคต สำหรับการประสานความร่วมมือในการปราบปรามยาเสพติดจากหย่วยงานหลาย ๆ ฝ่ายนั้น ทางชาวบ้านในพื้นที่ ก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือและให้การสนับสนุนอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ รายงานของ UNODC ยังระบุว่า ปัญหาการปลูกฝิ่นในบางพื้นที่ของรัฐฉานนั้น นอกจากจะไม่ลดลงแล้ว กลับเพิ่มปริมาณสูงขึ้นกว่าเมื่อปีที่ผ่านมา.... ในปี ค.ศ.2012 ภายหลังที่มีการเจรจาหยุดยิงกับกองทัพรัฐบาลสหภาพพม่า ในพื้นที่เขตควบคุมของสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน (R.C.S.S.) ก็มีการดำเนินแผนการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับพิษภัยจากยาเสพติด ตลดจนมีการจัดสร้างสถานพยาบาลเพื่อดำเนินการบำบัดรักษา ฟื้นฟู ผู้เสพยาเพสติดในพื้นที่ MThai News