ฝิ่น

ถนนพญาเสือโคร่ง ดอยแม่สลอง
ดอยแม่สลอง /  ถนนพญาเสือโคร่ง / 

ถนนพญาเสือโคร่ง ดอยแม่สลอง นี่คือผืนแผ่นดินไทยที่งดงาม ที่รายล้อมไปด้วยดอกพญาเสือโคร่ง พร้อมรับนักท่องเที่ยวทั้งไทย และต่างชาติ นี่คือผืนแผ่นดินไทยที่งดงาม ด้วยตลอดสองข้างทางที่มุ่งขึ้นสู่ ดอยแม่สลอง นั้น รายล้อมไปด้วย ดอกพญาเสือโคร่ง หรือ ดอกซากุระเมืองไทย ที่บานสะพรั่งในช่วงเดือนธันวาคม พร้อมรับนักท่องเที่ยวทั้งไทย และต่างชาติ จากเมืองไกลให้มาเยือน ซึ่งเมื่อได้มายืนเด่นตระหง่านอยู่บนยอดดอยสูงแห่งนี้ แทบจะไม่อยากเชื่อสายตาเลยว่า นี่มันแผ่นดินไทยจริงๆ หรือ เพราะด้วยบรรยากาศที่หนาวเย็นจับใจในช่วงเหมันต์ ตลอดจนบรรยากาศ และทิวทัศน์ที่เห็นอยู่ตรงหน้า มันช่างให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในชนบทของประเทศจีนไม่มีผิดเพี้ยน เหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เนื่องจาก ยอดดอยแม่สลองเป็นที่ลงหลักปักฐานของชาวจีนฮ่อแถบมณฑลยูนาน ที่ลี้ภัยมาหลบอาศัยอยู่ตั้งแต่ครั้งอดีต และพากันประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยปลูกชา และพืชผักเมืองหนาวเป็นหลัก ซึ่งชาที่โด่งดังจนเป็นที่รู้จักกันดีคือ ชาอู่หลง นอกจากนี้ ดอยแม่สลอง ยังอบอวลไปด้วยวัฒนธรรมชาวจีน ไม่ว่าจะการแต่งกาย หรือ อาหารการกิน ซึ่งโดยเฉพาะอาหารนั้น จะเป็นที่ขึ้นชื่อลือชาเป็นอย่างยิ่ง อย่างเช่น ขาหมูยูนาน ที่เสริฟมาในจานใหญ่ และต้องกินเคียงคู่กับหมั่นโถเท่านั้น ถึงจะเรียกว่าต้นตำหรับ ประวัติของแดนดินถิ่นดอยสูงนี้มีอยู่ว่า ในอดีตเคยเป็นที่อยู่ของชาวเขาเผ่าต่างๆ ที่ยังชีพด้วยการทำไล่เลื่อนลอย จนเป็นเหตุให้ดอยแห่งนี้เตียนโล่ง ต่อมาดอยแม่สลองเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในปี พ.ศ.2504 จากการอพยพเข้ามาของทหารจีนกองพล 93 จากมณฑลยูนาน ที่ทำการรบอยู่ทางตอนใต้ของจีนในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่เมื่อจีนถูกพรรคคอมมิวนิสต์ยึดอำนาจสำเร็จ จึงทำให้ทหารกองพล 93 กลายเป็นกองกำลังพลัดถิ่น และถูกกดดันอย่างหนัก จนถอยร่นเข้ามาในเขตพม่า แต่ก็ถูกทางฝ่ายพม่ากดดันจนถอยร่นมาถึงดอยตุงเขตแดนไทย ทางฝ่ายพม่าก็ได้ร้องเรียนกับทางสหประชาชาติ ให้กองกำลังพลัดถิ่นอพยพไปยังประเทศใต้หวัน แต่เนื่องจากผู้นำกองกำลังพล 93 โดย นายพลหลีเหวินฝาน และ นายพลต้วยซีเหวิน ได้ทำเรื่องร้องเรียนขอลี้ภัยในประเทศไทย เนื่องจากยังไม่แน่ใจในอนาคต เพราะใต้หวันเป็นเพียงเกาะเล็กๆ รัฐบาลไทยจึงอนุญาต โดยจัดแบ่งเป็นสองกอง โดยให้ทหารของนายพลหลีเหวินฝานไปอยู่ที่ ถ้ำงอบ อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ และทหารของนายพลต้วนซีเหวินอยู่บนดอยแม่สลอง จนกระทั่งในปี พ.ศ.2515 ครม. มีมติให้รับทหารจีนอาศัยบนผืนแผ่นดินไทยอย่างเป็นทางการ และได้ยุติการค้าฝิ่น มีการปลดอาวุธ และให้หันมาประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยได้ริเริ่มโครงการปลูกชา และปลูกต้นสนสามใบเพื่อเป็นการพลิกฟื้นผืนป่าให้กลับมามีความสมบูรณ์อีกครั้ง และได้มีการเปลี่ยนชื่อชุมชนบนดอยแม่สลองใหม่ โดยใช้ชื่อว่า บ้านสันติคีรี จึงทำให้ดอยแม่สลองจึงมีความสงบ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเชียงราย นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา สถานที่ท่องเที่ยวบนดอยแม่สลองยังมีอีกหลายแห่ง เช่น พระบรมธาตุเจดีย์ศรีนครินทร์สถิตมหาสันติคีรี ตั้งอยู่จุดสูงสุดบนดอยแม่สลอง ที่ความสูง 1,500 เมตร ซึ่งห่างจากหมู่บ้านขึ้นไปประมาณ 4 กิโลเมตร เส้นทางขึ้นคดเคี้ยว สูงชัน พระธาตุสร้างแล้วเสร็จเมื่อประมาณปี พ.ศ.2539 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จย่า เป็นเจดีย์แบบล้านนาประยุกต์ บนฐานสี่เหลี่ยมลดชั้น สูงประมาณ 30 เมตร ประดับกระเบื้องสีเทา นอกจากนั้น บริเวณนี้ยังเป็นจุดชมวิวที่สวยงาม โดยเฉพาะในยามเย็น ซึ่งองค์พระธาตุเองก็สามารถที่จะมองเห็นมาแต่ไกลด้วยเช่นกัน จึงพูดได้ว่า พระบรมธาตุเจดีย์แห่งนี้ เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของดอยแม่สลองอีกด้วย อีกหนึ่งสถานที่คือ สุสานนายพลต้วน ผู้นำทหารชาวจีนฮ่อแห่งกองพล 93 ที่ได้นำกองกำลังอพยพมาตั้งหลักปักฐานบนผืนแผ่นดินไทย ตัวสุสานทำด้วยหินอ่อนทั้งหมด มีแท่นหินอ่อนที่บรรจุร่างของนายพลต้วน อยู่ภายในเก๋งจีนสีขาวขนาดใหญ่ การเดินทางขึ้นมาเที่ยวบนยอด ดอยแม่สลอง นั้น สิ่งที่พลาดไม่ได้คือ การลิ้มลองชาพันธุ์แท้ ตลอดจนชมวิธีการชงชาแบบต้นตำหรับชาวจีนฮ่อ ซึ่งการเดินทางก็มาได้สะดวก หากมีโอกาสช่วงปลายปีนี้ ลองแวะไปสัมผัสบรรยากาศที่หนาวเย็น แล้วจิบชาอุ่นๆ บนถนนพญาเสือโคร่งกันดู รับรองว่าสัมผัสที่สุดประทับใจกำลังรอคุณอยู่ และนี่คือ ผืนดินถิ่นไทยจริงๆ เรื่องโดย Omyim บทความน่าอ่านจาก http://www.emaginfo.com ร่วมกับ travel.mthai.com View Larger Map

ละครนางทาส , เรื่องย่อนางทาส
ละคร นางทาส /  เรื่องย่อละครนางทาส / 

เรื่องย่อนางทาสบทประพันธ์โดย : วรรณสิริบทโทรทัศน์โดย : บทกรกำกับการแสดงโดย : กิตติศักดิ์ ชีวาสัจจาสกุลผลิตโดย : บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด เย็น เด็กสาววัยเพียง 16 ปี ซึ่งเกิดในครอบครัวยากจนข้นแค้น ได้ถูกขายมาเป็นทาสบ้าน พระยาสีหโยธิน เพื่อเอาเงินไปให้พ่อแม่ที่กำลังลำบาก ทันทีที่เข้ามาในบ้าน เย็นก็ต้องเผชิญกับการกลั่นแกล้งของเหล่าทาสที่อยู่มาก่อน ดีที่ได้ ฟัก ทาสสาวรุ่นพี่ กับ เที่ยง ทาสหนุ่มหน้าตาดีช่วยเอาไว้ ฟักพาเย็นมาอยู่เรือนทาสของตนและคอยสอนงานต่างๆให้ จนเย็นสนิทกับฟักมากกว่าใคร และทำให้เย็นได้รู้ความเป็นไปในเรือนหลังนี้มากขึ้น พระยาสีหโยธินเจ้าของเรือนเป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่ แต่อายุไม่มากนัก เพราะทำความดีความชอบไว้มาก เลยได้เป็นพระยาตั้งแต่ยังหนุ่ม (ราชทินนามที่มีคำว่า โยธิน ต่อท้าย แสดงว่าเป็นทหาร) โดย ท่านเจ้าคุณ เป็นคนหล่อเหลาเจ้าชู้กรุ้มกริ่ม นอกจาก คุณหญิงแย้ม ซึ่งเป็นเอกภรรยาแล้ว ยังมีอนุภรรยา 2 คนคือ สาลี่ กับ บุญมี แต่ท่านเจ้าคุณยังไม่เคยมีลูกกับภรรยาคนไหนทั้งสิ้น แต่สิ่งที่เย็นไม่รู้ ก็คือการชิงอำนาจกันในหมู่ภรรยาของท่านเจ้าคุณเอง ทำให้ทั้งเรือนเหมือนตกอยู่ในสงครามเย็นไม่มีผิด โดยสาลี่เป็นคนสวยที่สุดในหมู่ภรรยาของท่านเจ้าคุณ แต่ฐานะเดิมยากจนมาก ซึ่งก่อนจะมาเป็นอนุภรรยา สาลี่ได้มีโอกาสเจอกับท่านเจ้าคุณ แต่ครั้งที่ท่านเจ้าคุณยังเป็นคุณหลวงหนุ่ม แต่ด้วยความยากจนและอยู่ในตระกูลต่ำ พ่อแม่ของคุณหลวงจึงรังเกียจ และได้ไปสู่ขอคุณแย้มซึ่งเป็นลูกผู้ดีมีตระกูลมาเป็นเอกภรรยาแทน ทำให้สาลี่แค้นใจมาตลอดหลังจากแต่งงานได้ไม่นาน คุณหลวงก็รับสาลี่มาเป็นอนุภรรยา ทำให้สาลี่คิดชิงดีชิงเด่นกับคุณแย้มมาตลอด โดยมี อีแอบ ทาสคนสนิทคอยเป็นมือเป็นเท้าให้ คุณแย้มโดนสาลี่ท้าทายจนทนไม่ไหว แต่ก็ทำอะไรไม่ถนัด เพราะคุณหลวงคอยออกรับแทน คุณแย้มเลยไปหาอนุภรรยาอีกคนมาให้คุณหลวงชื่อ บุญมี บุญมีเป็นคนสะสวย ทำให้คุณหลวงลุ่มหลงมากในช่วงแรกๆ แต่ด้วยความที่บุญมีเป็นคนเอาแต่ใจ ไม่อ่อนหวาน ไม่นานนัก คุณหลวงก็กลับไปหาสาลี่เหมือนเดิม ละคร นางทาส การชิงอำนาจในบ้านยิ่งเข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อคุณหลวงได้เลื่อนขั้นตามลำดับจนได้เป็นพระยา และคุณแย้มได้รับการแต่งตั้งเป็น “คุณหญิงแย้ม” ยิ่งทำให้สาลี่ริษยาหนักขึ้น และยิ่งชิงดีชิงเด่นมากกว่าเดิม จนบางครั้งถึงกับกล้าหักหน้าคุณหญิงแย้มเลยทีเดียว คุณหญิงทนเก็บความไม่พอใจเอาไว้ และรู้ดีว่าวิธีเดียวที่จะทำให้ท่านเจ้าคุณออกห่างจากสาลี่ได้ ก็คือการมีลูกให้ท่านเจ้าคุณ แต่ก็ไม่มีภรรยาคนใดสามารถทำได้มาก่อนท่านเจ้าคุณเป็นนายทหารที่ซื่อสัตย์ กล้าหาญ แต่กลับมีเพื่อนเป็นขุนนางทุจริต ชื่อ พระมหาเทพ ซึ่งพยายามจะวิ่งเต้นกับท่านเจ้าคุณอยู่บ่อยๆ แต่ท่านเจ้าคุณก็ไม่ยอมรับเงินสินบนแม้แต่น้อย ซึ่งสาลี่รู้เรื่องนี้ดี เลยแอบติดต่อกับพระมหาเทพแทน และแอบช่วยเหลือรับเงินสินบนมาโดยที่ท่านเจ้าคุณไม่รู้เรื่อง สาลี่ได้เงินทุจริตมาก็กินใช้อย่างฟุ่มเฟือย ทำตัวเทียมคุณหญิงแย้มมากขึ้นทุกวัน โดยหวังว่าซักวัน ตนจะได้ขึ้นแทนคุณหญิงแย้มได้สำเร็จ ทางด้านเย็น หลังจากที่ฟักคอยสอนงานบ้านงานเรือนให้ เย็นก็เรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เป็นที่เอ็นดูของฟัก และด้วยความมีน้ำใจ และเป็นคนซื่อๆ ทำให้เป็นที่รักใคร่ของคนเกือบทั้งเรือน เว้นแต่แอบบ่าวของสาลี่ และ ม้วน ของบุญมีเท่านั้นที่หมั่นไส้เย็นจนคอยหาเรื่องกลั่นแกล้งอยู่ตลอด แต่ก็ได้ฟักกับเที่ยงคอยช่วยไว้ ทำให้เย็นอยู่รอดปลอดภัยมาได้ โดยที่เย็นไม่รู้เลย ว่าเที่ยงแอบชอบตนอยู่เที่ยงเป็นทาสที่แปลกกว่าทาสทั่วไป เพราะนอกจากจะตั้งใจทำงานแล้ว ยังมีความตั้งใจที่จะหลุดพ้นจากการเป็นทาส และสร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมา ด้วยความหล่อเหลาเจ้าคารม ทำให้ทาสสาวน้อยใหญ่ในเรือน ล้วนจ้องเที่ยงตาเป็นมัน แต่เที่ยงก็ไม่สนใจใครนอกจากเย็นเพียงคนเดียว แต่เย็นกลับไม่มีใจให้เที่ยง และคิดเพียงอยากจะกลับไปอยู่กับพ่อแม่และพี่ชายเท่านั้น จนกระทั่งวันหนึ่ง เย็นได้ช่วยคุณหญิงแย้มเอาไว้จากพวกวิ่งราวทรัพย์ ท่านเจ้าคุณเลยเรียกเย็นไปให้รางวัล และเพียงครั้งแรกที่เย็นได้สบตาท่านเจ้าคุณ ก็รู้สึกหวั่นไหวอย่างประหลาด แบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน ท่านเจ้าคุณเองก็นึกชอบในความน่ารัก ใสซื่อของเย็นเหมือนกัน แต่ด้วยความที่เย็นเป็นทาส ทำให้ท่านเจ้าคุณกระดากใจ ไม่กล้าแสดงออกมากนัก แต่เรื่องนี้กลับไม่พ้นสายตาแอบไปได้ แอบรีบไปชิงยุสาลี่ให้ยกเย็นขึ้นมาเป็นเมียน้อยท่านเจ้าคุณอีกคน ท่านเจ้าคุณจะได้หลงใหลสาลี่ และทำให้คุณหญิงแย้มตกที่นั่งลำบากไปเรื่อยๆ แต่สาลี่หึงหวงท่านเจ้าคุณ ไม่ต้องการให้ใครขึ้นมาแข่งกับตน รวมทั้งมั่นใจในความสวยของตัวเองอยู่แล้วเลยไม่สนแผนนี้ แถมยังให้แอบไปแกล้งเย็นจนเย็นล้มป่วยฟักเห็นเย็นป่วยหนัก เลยไปบอกคุณหญิงแย้ม คุณหญิงเลยพาหมอมารักษาเย็นจนหาย ทำให้เย็นซาบซึ้งในบุญคุณของคุณหญิงมาก คุณหญิงเห็นเย็นเป็นคนสวย ว่านอนสอนง่าย ไม่กระด้างเหมือนบุญมี เลยคิดจะยกเย็นขึ้นมาเป็นเมียน้อยอีกคน คุณหญิงแย้มเลยให้เย็นขึ้นมารับใช้บนเรือน เที่ยงรู้เรื่องนี้ก็เดาแผนคุณหญิงออก เลยยิ่งร้อนใจ เที่ยงเลยไปสารภาพรักกับเย็น แต่เย็นกลับปฏิเสธกลับมา ทำให้เที่ยงอกหักไม่มีชิ้นดี เย็นอยู่รับใช้บนเรือนก็สุขสบายขึ้น แถมคุณหญิงขัดสีฉวีวรรณจนเย็นสวยขึ้นผิดหูผิดตา ท่านเจ้าคุณเห็นเข้าก็ยิ่งชอบเย็นมากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุด ท่านเจ้าคุณก็เอ่ยปากขอรับเย็นเป็นภรรยาอีกคน ละคร นางทาส หลักจากเย็นรู้ว่าตนจะได้เป็นภรรยาท่านเจ้าคุณ ใจนึงเย็นก็ดีใจเพราะตนแอบมีใจให้ท่านเจ้าคุณอยู่แล้ว แต่อีกใจตนก็หวาดหวั่น เพราะเริ่มรู้แล้วว่าการชิงอำนาจในเรือนนั้นน่ากลัวเพียงใด สาลี่ บุญมี รู้เรื่องนี้เข้าก็ไม่พอใจ พยายามขัดขวางไม่ให้ท่านเจ้าคุณรับเย็นขึ้นมา แต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะมีคุณหญิงแย้มคอยให้ท้าย เย็นจึงกลายเป็นอนุภรรยาคนล่าสุดของท่านเจ้าคุณ ท่านเจ้าคุณหลงเย็นมาก ไม่เคยรู้สึกรักผู้หญิงคนไหนมากเท่าเย็นมาก่อน แต่ด้วยวัยที่ต่างกัน เลยทำให้ท่านเจ้าคุณไม่กล้าแสดงออกมากนัก แต่ก็ยังให้สร้อยทองกับเย็นเป็นของขวัญ ซึ่งเย็นก็ใส่ติดตัวไว้ตลอดอย่างมีความสุขสาลี่เจ็บใจเรื่องนี้มาก เพราะตั้งแต่วันนั้นท่านเจ้าคุณก็ไม่ได้มาหาตนที่เรือนอีกเลย แม้ว่าจะพยายามใช้เล่ห์เหลี่ยมมารยาสารพัด แต่ก็ไม่สำเร็จ สาลี่เลยไปจ้างนักเลงคุมบ่อนชื่อ เครา มาดักฉุดเย็น แต่เที่ยงก็ช่วยเอาไว้ได้ ทำให้เครากับพวกต้องหนีกระเซอะกระเซิง แถมสาลี่ยังหมดเงินทองไปไม่น้อย บุญมีได้โอกาสพยายามยุแยงว่าเที่ยงกับเย็นเป็นชู้กัน ท่านเจ้าคุณหึงหวงเย็น เลยวางแผนจะดักจับ แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แถมทำให้ท่านเจ้าคุณไม่เชื่อบุญมีอีก สาลี่ บุญมีทำอะไรเย็นไม่ได้ก็ยิ่งแค้นใจ แถมต่อมาคุณหญิงแย้มกับเย็นท้องขึ้นมาพร้อมกันอีก ทำให้ท่านเจ้าคุณดีใจสุดๆ และไม่แวะเวียนไปหาทั้งคู่อีกเลย สร้างความเกลียดชังให้สาลี่ บุญมีหนักขึ้นไปอีก เย็นรู้ตัวว่าท้องก็ดีใจ ความเป็นแม่ทำให้เย็นเฝ้าประคบประหงมลูกในท้องด้วยความรักทั้งๆที่ไม่รู้ว่าเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงด้วยซ้ำ จนกระทั่งวันคลอด คุณหญิงแย้มกับเย็นคลอดลูกพร้อมกัน คุณหญิงคลอดลูกเป็นผู้ชายแต่ตายตั้งแต่คลอด ส่วนเย็นคลอดลูกเป็นผู้หญิง ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงคุณหญิงเสียใจที่ลูกตัวเองตาย และกลัวฐานะของตนเองจะสั่นคลอน เลยให้ฟักไปขอลูกจากเย็นมาเป็นลูกของตน เพราะตอนนี้ท่านเจ้าคุณไม่อยู่ และทาสทั้งเรือนก็ยังไม่มีใครรู้เรื่องนี้ เย็นรักลูกมาก ไม่อยากให้ลูกไป แต่ด้วยบุญคุณที่คุณหญิงมี เลยยอมยกลูกให้คุณหญิงไป ท่านเจ้าคุณกลับมา รู้ว่าลูกของเย็นตายก็เสียใจ และหันไปทุ่มเทความรักให้ลูกของคุณหญิง โดยตั้งชื่อให้ว่า อุ่นเรือน โดยมีชื่อเล่นว่า “แดง” แม้เย็นไม่อาจให้ใครรู้ได้ว่าตนเป็นแม่ของคุณแดง แต่เย็นก็คอยเลี้ยงดูคุณแดงด้วยความรักทุกวัน ทำให้ท่านเจ้าคุณประทับใจมาก เพราะคิดว่าเย็นรักลูกของตนกับคุณหญิงเหมือนลูกของตน ท่านเจ้าคุณเลยยิ่งรักเย็นมากกว่าเดิม สร้างความริษยาให้สาลี่กับบุญมีมากขึ้นทุกที จนกระทั่งวันหนึ่ง ยืน พี่ชายของเย็นมาขอพบเย็น เพื่อบอกข่าวว่าพ่อไม่สบายมาก ขอเงินเย็นไปรักษาพ่อ เย็นไม่มีเงิน เลยถอดสร้อยทองที่ท่านเจ้าคุณให้เป็นของขวัญกับพี่ไป บุญมีมาเห็นเข้า เลยรีบไปตามท่านเจ้าคุณมาดูแล้วใส่ร้ายว่าเย็นคบชู้ ยืนตกใจที่เห็นคนมาเลยรีบกระโดดลงคลองหนีไปเย็นถูกจับมาสอบสวน ท่านเจ้าคุณเห็นคาตา รวมทั้งบุญมียังเก็บเครื่องประดับบางชิ้นได้เป็นหลักฐานว่าเย็นเอาไปให้ชู้ เย็นเล่าความจริงให้ฟังว่าพี่มาขอเงินไปรักษาพ่อ ตนเลยถอดสร้อยให้ไป แต่ก็ฟังไม่ขึ้น ประกอบกับสาลี่ยุแยงซ้ำ ท่านเจ้าคุณเลยโมโหจนขาดสติ เพราะรักเย็นมากก็เลยหึงหวงมากกว่าปกติ ท่านเจ้าคุณเลยสั่งเฆี่ยนเย็นจนเกือบตาย แล้วสั่งไม่ให้เย็นเหยียบขึ้นมาบนเรือนอีก พร้อมกับปลดเย็นลงไปเป็นทาสเหมือนเดิม เย็นเสียใจสุดๆกับเหตุการณ์ครั้งนี้ โดยเฉพาะกับการที่ต้องจากกับคุณแดง ไม่ได้เลี้ยงดูเลือดในอกของตนอีกต่อไป ละคร นางทาส ฟักเชื่อเย็น แต่ก็ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้ นอกจากดูแลเย็นจนหายป่วย แต่เย็นก็ต้องถูกใช้งานหนัก และถูกกลั่นแกล้งโดยแอบและม้วนอีก เที่ยงซึ่งไถ่ตัวออกไปเป็นไทแล้ว รู้เรื่องเข้าก็แค้นใจ เลยพยายามช่วยเย็นออกมาจากเรือน ทำให้ผิดใจกับท่านเจ้าคุณอย่างมาก จนเที่ยงต้องหนีเอาตัวรอดไปพึ่งพาพวกนักเลงเพื่อป้องกันตัวแทนเย็นพยายามจะเห็นหน้าลูกของตนให้ได้ แต่ท่านเจ้าคุณสั่งไว้ไม่ให้เย็นเหยียบขึ้นเรือน แต่เย็นก็พยายามหาทางลอบขึ้นเรือนไปจนได้ แต่ขณะที่เย็นกำลังอุ้มลูกด้วยความดีใจ ท่านเจ้าคุณก็มาเห็นเข้าแล้วสั่งจับเย็นไปขังที่เรือนขังทาสทันที พร้อมกับโบยตีบรรดาทาสที่หละหลวมปล่อยให้เย็นขึ้นมาบนเรือน ทำให้ไม่มีใครกล้าปล่อยเย็นเข้าใกล้เรือนอีก เที่ยงพยายามกลับมาช่วยเย็นให้ได้ โดยที่เที่ยงไม่เคยรู้เลยว่า คนที่แอบชอบตนมาตลอดคือบุญมีนั่นเอง บุญมีเข้ามาเป็นอนุภรรยาของท่านเจ้าคุณโดยไม่ได้รักท่านเจ้าคุณแม้แต่น้อย และหลังจากได้เจอเที่ยง บุญมีก็แอบหลงรักเที่ยงมาตลอด แต่ด้วยฐานะที่ต่างกัน ทำให้บุญมีไม่กล้าแสดงออก นอกจากหยิบยื่นน้ำใจให้เที่ยงบางครั้งที่มีโอกาส และยิ่งพอรู้ว่าเที่ยงชอบเย็น บุญมีก็ยิ่งหึงหวงจนหาเรื่องทำร้ายใส่ร้ายเย็นมาตลอดนั่นเองท่านเจ้าคุณไปราชการเพื่อรบกับข้าศึก แต่แผนเกิดรั่วทำให้ถูกลอบโจมตี จนท่านเจ้าคุณเกือบตาย แต่ได้ยืนซึ่งเป็นพ่อค้าเร่ช่วยเอาไว้ได้ ยืนพาท่านเจ้าคุณไปรักษา โดยที่ทั้งคู่ต่างไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ท่านเจ้าคุณซึ้งในบุญคุณของยืน เลยให้เงินยืนไว้ทำทุนก่อนจะจากกัน ท่านเจ้าคุณกลับมาอย่างปลอดภัย และพยายามสืบหาคนที่เป็นหนอนบ่อนไส้ แต่ก็ไม่ร่องรอยแม้แต่น้อย ในขณะที่ สาลี่เริ่มถลำลึกลงไปเรื่อยๆ จากที่แค่รับสินบนจากพระมหาเทพ ก็เริ่มคบค้ากับพวกนักเลง ตอนแรกก็เพื่อประโยชน์ในการวิ่งเต้นของตน แต่กลับกลายเป็นสาลี่ที่เข้าบ่อนติดการพนันซะเอง เย็นถูกห้ามไม่ให้เข้าใกล้คุณแดง แต่เย็นก็คอยเมียงๆมองๆอยู่ห่างๆตลอดเวลา จนได้โอกาสก็เข้าไปกอด หอมคุณแดง ด้วยความรักและคิดถึงเต็มเปี่ยม แต่ก็เกิดเรื่องจนได้ เมื่อกำไลข้อเท้าทองคำของคุณแดงหายไป คุณหญิงแย้มสั่งสอบสวนทุกคน แต่กลับกลายเป็นว่าคนสุดท้ายที่อยู่กับคุณแดงคือเย็นนั่นเอง ท่านเจ้าคุณโกรธมาก คิดว่าเย็นขโมยกำไลทองของคุณแดงไป เลยสั่งเฆี่ยนเย็นเสียปางตาย คุณหญิงเลยรีบเอากำไลทองอันอื่นมาหลอกท่านเจ้าคุณว่าหาเจอแล้ว เย็นเลยรอดไปได้อย่างหวุดหวิดเย็นเจ็บหนักจนเกือบตาย แต่ก็ไม่เคยได้รับการเหลียวแลจากท่านเจ้าคุณแม้แต่น้อย มีเพียงฟักกับคุณหญิงแย้มเท่านั้นที่คอยดูแลตน แต่เย็นก็อดทนทุกอย่าง เพียงเพราะต้องการอยู่ใกล้ลูกเท่านั้น ในขณะที่บุญมีค่อยๆเผยใจให้เที่ยงรู้มากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุด ทั้งคู่ก็เผลอใจมีความสัมพันธ์กันจนได้ ละคร นางทาส หลังจากมีความสัมพันธ์กัน เที่ยงก็รู้ความจริง ว่าบุญมีเป็นลูกสาวของจีนค้าฝิ่นที่ถูกทัพของท่านเจ้าคุณส่งไปปราบปราม จนพ่อของบุญมีต้องเสียชีวิต บุญมีพกความแค้นไว้ พอรู้ว่าคุณหญิงแย้มจะหาอนุภรรยาให้ท่านเจ้าคุณ ตนก็รีบเสนอตัวทันที เพื่อแฝงตัวเข้ามาทำลายท่านเจ้าคุณกับครอบครัว แต่เพราะความเกลียดชังตนเลยกระด้างกับท่านเจ้าคุณ จนท่านเจ้าคุณไม่โปรดปรานตน ทำให้ตนไม่มีโอกาสแก้แค้นท่านเจ้าคุณเลยตลอดเวลาที่ผ่านมา นอกจากการแอบส่งข่าวจนทัพของท่านเจ้าคุณถูกโจมตีในครั้งล่าสุดนั่นเอง เที่ยงแอบเก็บความลับนี้ไว้ เพราะตนก็ต้องการล้างแค้นท่านเจ้าคุณเช่นกันฟักลอบตามบุญมีไป จนรู้ความลับเรื่องนี้เข้า ทำให้ถูกบุญมีทำร้ายจนพิการเป็นอัมพาต เที่ยงเห็นความโหดเหี้ยมของบุญมี ก็เลยต้องระมัดระวังตัวมากขึ้น ในขณะที่เย็นคอยดูแลฟักด้วยความห่วงใย เพราะฟักเป็นคนเดียวที่ดีกับตนจากใจจริง เย็นจึงไม่เคยทิ้งฟัก แม้ว่าจะโดนแอบ ม้วนรังแกยังไง เย็นก็อดทนเพื่อดูแลฟักต่อไป 5-6 ปี ผ่านไป คุณแดงเป็นเด็กกำลังน่ารักซุกซน แต่กลับถูกเสี้ยมสอนจากบุญมีว่าเย็นเป็นคนน่ารังเกียจ นิสัยชั่วช้า ด้วยความเป็นเด็กและพ่อแม่ตามใจมาก คุณแดงเลยแสดงความรังเกียจใส่เย็น ถึงกับไล่เย็นไปให้พ้นหน้า ทำให้เย็นเสียใจมากแต่ตนก็ไม่โกรธ เพราะรู้ว่าคุณแดงทำไปเพราะไม่รู้ว่าตนเป็นแม่แท้ๆ ภายใต้การดูแลของเย็นมาหลายปี ทำให้ฟักอาการดีขึ้น แต่ฟักกลัวว่าบุญมีจะรู้แล้วตนกับเย็นจะไม่ปลอดภัย เลยแกล้งนอนเป็นผักนึ่งต่อไป และหาโอกาสที่จะแฉความจริงเรื่องบุญมีออกมาให้ได้ บุญมีท้องกับเที่ยง แต่ท่านเจ้าคุณไม่ยุ่งเกี่ยวกับตนนานแล้ว บุญมีเลยต้องแกล้งทำดีกับท่านเจ้าคุณจนมีความสัมพันธ์กันอีกครั้ง เที่ยงรู้เรื่องเข้าก็ไม่พอใจ แต่ก็ขวางบุญมีไม่ได้ บุญมีแสดงตนว่ามีลูกกับท่านเจ้าคุณเลยเหิมเกริมหนัก ไม่เห็นหัวใครทั้งนั้นแม้แต่คุณหญิงแย้ม ประกอบกับสาลี่ตกเป็นทาสการพนันอย่างหนักจนแทบสิ้นเนื้อประดาตัว ทำให้สาลี่วางแผนลักพาตัวคุณแดง เพื่อแลกกับเงินค่าไถ่มหาศาลจากท่านเจ้าคุณ แต่เย็นเสี่ยงตายไปช่วยคุณแดงออกมาได้ ทำให้สาลี่ถูกจับและเคราเจ้าของบ่อนถูกฆ่าตาย บุญมีเลยก้าวขึ้นมาเป็นใหญ่ในเรือนแทนสาลี่ ซึ่งแม้แต่คุณหญิงแย้มก็ยังต้องเกรงสาลี่เลยถูกปลดไปเป็นทาส ทำให้ถูกพวกทาสที่ตนเคยออกฤทธิ์ออกเดชไว้ทำร้าย มีเพียงแอบที่ยังจงรักภักดี แต่แอบก็ถูกทำร้ายจนล้มเจ็บ เย็นเข้ามาช่วยดูแล จนสาลี่ซึ้งใจในความดีของเย็น หลังจากที่สาลี่หมดวาสนา ไม่มีใครคอยช่วยพระมหาเทพ ทำให้เรื่องพระมหาเทพทุจริตเริ่มแดงขึ้นมา พระมหาเทพวางแผนใส่ร้ายให้ท่านเจ้าคุณรับผิดแทนตน แต่สาลี่เก็บหลักฐานที่พระมหาเทพทุจริตเอาไว้หมด และพยายามเอาออกมาแฉ แต่ก็ถูกขัดขวางจากพระมหาเทพ ละคร นางทาส พระมหาเทพกลัวสาลี่จะแฉสำเร็จ เลยขู่จะทำร้ายคุณแดงเพื่อบีบให้เย็นเอาหลักฐานไปให้ตน เพราะพระมหาเทพรู้เรื่องจากบุญมีว่าคุณแดงเป็นลูกของเย็น เนื่องจากบุญมีต้องการให้ท่านเจ้าคุณต้องโทษ เลยบอกความลับนี้กับพระมหาเทพ เย็นห่วงลูกเลยขโมยหลักฐานจากสาลี่เพื่อเอาไปให้พระมหาเทพ แต่ฟักซึ่งแกล้งป่วยมาตลอดกลับไปแทน ทำให้ฟักรับเคราะห์ถูกพระมหาเทพฆ่า แต่ก็ช่วยคุณแดงได้สำเร็จ ก่อนตายฟักบอกเย็น เรื่องบุญมีและบอกหนทางเอาผิดบุญมีเย็นทำตามที่ฟักบอก ทำให้สามารถจัดการบุญมีได้สำเร็จ บุญมีไม่ยอมรับความพ่ายแพ้เลยฆ่าตัวตาย เที่ยงเสียใจกับการตายของบุญมีมาก แต่ไม่อยากให้พยาบาทจองเวรกันต่อไป เลยนำลูกของตนกับบุญมีไปเลี้ยงที่ต่างจังหวัดเงียบๆ สาลี่เอาหลักฐานไปแฉพระมหาเทพได้สำเร็จ ยืนยันความบริสุทธิ์ของท่านเจ้าคุณ ทำให้ท่านเจ้าคุณพ้นมลทิน และพระมหาเทพถูกจับติดคุกในที่สุด แต่ตัวสาลี่เองก็ต้องรับผิดติดคุกไปเช่นกัน ท่านเจ้าคุณซาบซึ้งในความรักที่สาลี่มีต่อตน และบอกว่าถ้าสาลี่ออกจากคุกเมื่อไหร่ ตนก็พร้อมรับสาลี่ให้กลับมาอยู่ด้วยกัน ทุกอย่างดูเหมือนจะคลี่คลายไป แต่ยืมก็กลับมาหาเย็นอีกครั้ง โดยยืนได้เงินจากท่านเจ้าคุณไปทำทุนค้าขาย จนชีวิตดีขึ้นกว่าเดิมมาก เลยรวบรวมเงินมาไถ่ตัวเย็น ความจริงเลยปรากฏเมื่อท่านเจ้าคุณจำยืมได้ และรู้ว่ายืมคือพี่ชายแท้ๆของเย็น ซึ่งเพราะความหึงหวง ตนเลยทำร้ายเย็นมาตลอดเวลาท่านเจ้าคุณรู้สึกผิดมาก และยอมตัดใจให้เย็นไปกับพี่ชาย คุณหญิงแย้มทนไม่ไหว ไม่อยากเห็นแก่ตัวต่อไป เลยสารภาพความจริงทั้งหมด ว่าคุณแดงไม่ใช่ลูกตนแต่เป็นลูกของเย็น เย็นทั้งรักและห่วงลูกมาก แม้จะเป็นไทแล้วแต่ก็ไม่ยอมกลับไปกับพี่ เลือกที่อยู่ที่นี่ต่อ ท่านเจ้าคุณดีใจที่เย็นอยู่กับตน และยกเย็นกลับขึ้นมาเป็นอนุภรรยาอีกครั้ง และอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข รายชื่อนักแสดงนางทาส ณัฐวุฒิ สกิดใจ รับบท พระยาสีหโยธินมทิรา ตันติประสุต รับบท เย็นวิริฒิพา แย้มนาม รับบท คุณหญิงแย้มหยาดทิพย์ ราชปาล รับบท สาลี่รวีวรรณ บุญประชม รับบท บุญมีเกียรติกมล ล่าทา รับบท พระมหาเทพ วริษฐ์ ทิพโกมุท รับบท บุญมา

ระวัง! ยาเสพติด ในคราบยาแก้ปวด เด็กกินผสมน้ำอัดลม วูบคาห้องเรียน
ดื่มน้ำอัดลม /  ฝิ่น / 

รายงานข่าวแจ้งว่า น.ส.กุ้ง (นามสมมุติ) ผู้ปกครองของ ด.ช.เอ (นามสมมุติ) นักเรียนชั้นม. 2  ของโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ ได้เข้าร้องเรียนกับสื่อ หลังลูกชายกินยาแก้ปวดผสมกับน้ำอัดลมแล้วหมดสติคาห้องเรียน เมื่อวันที่ 24 ส.ค. ที่ผ่านมา ทั้งนี้ แพทย์ได้ลงความเห็นว่าด.ช.เอ กินยาแก้ปวดเกินขนาด เมื่อกลับบ้านน.ส.กุ้งจึงได้คาดคั้นหาความจริงกับด.ช.เอ ก่อนทราบว่าได้ถูกชักชวนจากพี่ม.4 ให้กินยาแก้ปวดดังกล่าวผสมกับน้ำอัดลม ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในหมู่นักเรียนในโรงเรียน โดยบอกว่ากินแล้วจะตัวลอย มีความสุข หากอยากให้ยาออกฤทธิ์ได้เร็ว ต้องผสมเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ โดยหาซื้อยาดังกล่าวมาจากร้านตลาดปากน้ำ และย่านแพรกษา ซึ่งจะจำหน่ายให้เฉพาะกลุ่มนักเรียนที่ซื้อประจำ เคยซื้อได้มากสุดถึง 90 เม็ด ในราคาเม็ดละ 2-4 บาท น.ส.กุ้งกล่าวว่าช่วงหลังมานี้ ลูกชายมีพฤติกรรมติดน้ำอัดลม มีอาการคล้ายกับคนเมาเหล้า ทานอาหารไม่ค่อยได้ ถามตอบไม่ค่อยรู้เรื่อง จะทำอะไรต้องคิดนานกว่าปกติ เข้านอนเร็วขึ้น จนมาเกิดเหตุหมดสติคาห้องเรียน ต่อมาเมื่อนำยาดังกล่าวไปให้เพื่อนบ้านที่เป็นเภสัชกรตรวจสอบก็พบว่าเป็นยาแก้ปวดชนิดเฉียบพลัน ทั้งยังเป็นยาเสพติดรูปแบบใหม่  ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ประกาศเฝ้าระวัง ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในสถานบันเทิง โดยมีจำหน่ายตามร้านขายยาทั่วไป หากกินพร้อมน้ำอัดลม, เครื่องดื่มชูกำลัง หรือน้ำร้อน ก็จะมีอาการคล้ายคนเมาฝิ่น ซึ่งยาดังกล่าวมีฤทธิ์คล้ายกับมอร์ฟีน หากใช้มากเกินความจำเป็น หรือผสมกับแอลกอฮอล์จะเป็นอันตรายต่อระบบประสาท ด้านพ.ต.อ. พัลลภ แอร่มล้า ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ กล่าวว่า ได้รับรายงานเรื่องนี้แล้ว หลังจากประสานเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดเพื่อตรวจสอบยาดังกล่าวพบว่าเป็นยาต้องห้าม ต้องมีใบสั่งจากแพทย์เท่านั้น พร้อมจัดส่งตำรวจไปร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเข้าดูแลเด็กชาย รวมทั้งหารือผู้ปกครองเด็กถึงรายละเอียดที่เกิดขึ้นเพื่อดำเนินการต่อไป MThai News

โครงการหลวง ดอยอ่างขาง จุดเริ่มต้นชีวิตใหม่ของชนเผ่าปะหล่องที่ 'พ่อหลวง' พระราชทานให้
ดอยอ่างขาง /  วันพ่อแห่งชาติ / 

พระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานให้ชาวปะหล่องเกือบ 300 ชีวิต บนยอดดอยสูง ยังอยู่ในความทรงจำมิรู้ลืมของพ่อเฒ่านาโม  หมั่นเฮิง อดีตผู้ใหญ่บ้านปะหล่องมิรู้ลืม พ่อเฒ่านาโม เป็นชาวปะหร่องที่อพยพหนีร้อนมาพึ่งเย็นบนแผ่นดินไทย  โดยมารับจ้างชาวจีนปลูกฝิ่นและทำไร่อยู่ในพื้นที่ตะเข็บชายแดนไทย – พม่า กระทั่งปี พ.ศ. 2527 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเยี่ยมราษฎรบนดอยอ่างขาง นายจ้างจึงแนะนำให้พ่อเฒ่ามาเข้าเฝ้า ฯ เพื่อขอพระราชทานที่อยู่อาศัย พ่อเฒ่าเล่าว่าครั้งแรกที่มาเข้าเฝ้าฯในหลวงก็กลัว เพราะไม่เคยเจอในหลวงมาก่อน แต่ผู้ใหญ่บ้านคนจีนบอกไม่ต้องกลัว ในหลวงชอบช่วยคนจน ท่านมาช่วยชาวเขา พ่อเฒ่าจึงนำของมาถวาย และเข้าเฝ้าฯ ในหลวงพร้อมกับพระสงฆ์ชาวปะหล่องที่มาด้วยกัน คุณมณพัฒ ยานนท์  นักประชาสัมพันธ์โครงการหลวงบอกต่อว่า ‘พระเจ้าอยู่หัวรับสั่งถามผู้ว่าฯ นายอำเภอ ซึ่งไม่มีใครรู้จักชนเผ่านี้ และในตอนนั้นสมเด็จพระเทพรัตนฯเสด็จฯด้วย ในหลวงก็รับสั่งถามสมเด็จพระเทพพระรัตนฯว่าเคยเห็นมั้ย พระองค์ท่านบอกว่าไม่เคยเห็น แต่มีฝรั่งบอกปะหล่องเป็นชนเผ่าของพม่า พระเจ้าอยู่หัวเลยถามพ่อเฒ่าว่า นับถือศาสนาอะไร พ่อเฒ่าแกบอกนับถือศาสนาพุทธ และพระเจ้าอยู่หัวถามว่าจะอยู่ที่ไหน ระหว่างข้างล่างหรือบนดอย พ่อเฒ่าเลยเลือกที่จะอยู่บนนี้ พระองค์ท่านก็เลยให้มาอยู่ที่บ้านนอแล ซึ่งเดิมเป็นไร่ฝิ่นของชนกลุ่มน้อยของพม่า และแปลงเพาะกล้าของป่าไม้” อีกทั้งพ่อเฒ่ายังเล่าความประทับใจต่ออีกว่า “พระเจ้าแผ่นดินพระราชทานเงิน 5,000 บาท ให้สร้างกุฏิให้พระอยู่ด้วย” เมื่อได้รับพระราชทานที่อยู่บนแผ่นดินไทยแล้ว คนปะหล่องในหมู่บ้านเดียวกันที่พม่าก็ค่อย ๆ ทยอยกันมาอยู่ที่บ้านนอแลกันทั้งหมู่บ้าน รวม 300 กว่าคน ซึ่งพ่อเฒ่านาโม รับจ้างปลูกฝิ่น เผือก ลูกท้อ ได้รายได้วันละ 30 บาท จนเมื่อปี 2535 โครงการหลวง เข้ามาส่งเสริมชาวเขาที่ดอยอ่างขางให้ปลูกพืชเมืองหนาวทดแทนฝิ่น ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวปะหล่องก็เปลี่ยนในทางที่ดีขึ้น ปัจจุบันแต่ละครอบครัวมีรายได้จากการปลูกพืชผักขายโครงการหลวงปีละเกือบแสนบาท “ชีวิตดีขึ้น ไม่ทุกข์ยากอะไร ข้าวก็มีกิน มีเงินทำบุญ มีน้ำมีไฟใช้ เมื่อก่อนตอนอยู่ฝั่งโน้น ไม่สบายก็ไม่มีหมอรักษา ต้องกินยาป่า บางคนตายพราย บางคนก็เกิดลูกตาย ตายกันเยอะ” พ่อเฒ่าเล่า คุณมณจึงเสริมต่อว่า  “เผ่านี้มีประเพณีทำบุญสืบสายน้ำ น้ำนี่ตัดไม่ขาด เขาอยากให้ในหลวงมีชีวิตที่ยืนยาวเหมือนสายน้ำ พอมีข่าวในหลวงไม่สบายเขาก็จะทำพิธี เหมือนสืบชะตาต่ออายุให้ในหลวงมีอายุยืนยาว เขาจะได้อยู่พึ่งบารมี” มองไปรอบบ้านของพ่อเฒ่ามีพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวติดเต็มไปหมด ซึ่งแสดงถึงความจงรักภักดีของพ่อเฒ่าที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างเต็มเปี่ยม

เผายานรกเกือบหมื่นกิโลฯ เนื่องในวันยาเสพติดโลก
ทำลายยาเสพติด /  ยานรก / 

รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยรมว.สาธารณสุข ร่วมพิธีเผาทำลายยาเสพติดครั้งที่ 45 เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติด วันนี้ 26 มิ.ย. ที่ศูนย์บริหารสาธารณูปโภคและสิ่งแวดล้อม ภายในนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรี ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สาธารณสุข เป็นประธานในพิธีเผาทำลายยาเสพติดให้โทษของกลางครั้งที่ 45 เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติด ในการเผาทำลายในครั้งนี้ มีจำนวนของกลาง 7,340 กิโลกรัม จาก 5,508 คดี ที่มีการพิจารณาสิ้นสุดแล้ว ซึ่งมีทั้ง ยาบ้า ยาไอซ์ เฮโรอีน โคเคอีน ยาอี และฝิ่น รวมมูลค่า 22,334 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีกัญชาของกลางจากกองบัญชาการปราบปรามยาเสพติดจำนวน 2,128 กิโลกรัม มูลค่า 5 ล้านบาท ของกลางทั้งหมดจะถูกนำมาเผาทำลาย ผ่านระบบไพโรไลติก อินซิเนอเรชัน ด้วยอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 850 องศาเซลเซียส ไม่ก่อให้เกิดมลพิษในอากาศและสิ่งแวดล้อม จากนั้นจะมีการนำเอาขี้เถ้าจากการเผายาเสพติดมาตรวจสอบว่าไม่มีสารเสพติดหลงเหลืออยู่ ก่อนจะทำการฝังกลบตามระบบต่อไป MThai News ขอบคุณ ข่าวสด

อั้งยี่ ลูกผู้ชายพันธุ์มังกร (2543) 1/2 (คลิปอื่นๆ ให้อ่านรายละเอียดคลิปแบบเต็มๆ)
หนังไทย

ในปี 2480 ได้มีกลุ่มอิทธิพลชาวจีนที่เรียกตัวเองว่า อั้งยี่ รวมตัวกันก่อตั้งเป็นสมาคมลับ เพื่อปกครองชาวจีนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย สมาคมลับอั้งยี่มีอิทธิพลมากและเป็นที่รู้จักกันดี ในเวลานั้นมีอยู่ 2 สมาคม คือ สมาคมตั้งกงสีและสมาคมซาเตี้ยม ซึ่งต่างมีความขัดแย้งกันตลอดมา และมีเรื่องทะเลาะวิวาทกันเป็นประจำ จนกลายเป็นศัตรูกันในที่สุด วันหนึ่ง เล้ง ผู้มีตำแหน่งเป็นผู้คุ้มกฎของพรรคซาเตี้ยม ถูกส่งมาสังหารสมาชิกคนสำคัญของตั้งกงสีถึงถิ่น โดยการปลอมตัวมากับคณะงิ้วที่มาแสดงในงานฉลองประจำปี เล้งฆ่าพัดกระดาษขาวของพรรคตั้งกงสีได้สำเร็จ แต่ตนเองบาดเจ็บสาหัส เง็กหงส์ สาวจีนที่เห็นเหตุการณ์และประทับใจในความสามารถ ได้พาเล้งไปพักรักษาตัวที่บ้าน ซึ่งอาศัยอยู่กับอาม่าและอาโฮ่ว พี่ชายของเง็กหงส์ อาโฮ่วเกรงว่าจะมีปัญหากับพรรคตั้งกงสีที่ให้ความช่วยเหลือศัตรู จึงสั่งให้ไล่เล้งออกจากบ้าน แต่อาม่ากับเง็กหงส์ได้ขอร้องให้เล้งพักรักษาตัวจนแข็งแรงก่อน อาโฮ่วจึงต้องยอมและปกปิดความจริงกับเพื่อนสนิทที่อยู่ในพรรคตั้งกงสีอย่างไม่มีทางเลือก เล้งพักรักษาตัวอยู่ระยะหนึ่งจนกระทั่งหาย จึงลาจากไป เง็กหงส์แอบมาหาเล้งในเขตของซาเตี้ยม ตั่วเท้า ผู้มีตำแหน่งพัดกระดาษขาวของซาเตี้ยมเห็นเข้า และต้องการจับตัวเง็กหงส์ ซึ่งเป็นหญิงสาวบริสุทธิ์ไปให้ ซานจู๊ หัวหน้าพรรค แต่ถูกอาม่าขัดขวาง เขาจึงฆ่าอาม่าและฉุดตัวเง็กหงส์ แต่ก่อนที่เง็กหงส์จะเสียตัว เล้งได้มาช่วยเง็กหงส์ทันเวลา เล้งมาขอไหว้ศพอาม่า แต่ถูกอาโฮ่วทำร้าย เพราะเล้งเป็นพวกซาเตี้ยมที่ฆ่าอาม่า เล้งยอมให้อาโฮ่วทุบตีโดยไม่ตอบโต้ ทั้งที่มีฝีมือเหนือชั้นกว่า เพราะเขาต้องการตอบแทนบุญคุณอาม่าที่เคยช่วยชีวิต อาโฮ่วจึงแสดงความเป็นลูกผู้ชายด้วยการปล่อยเล้งกลับไป อาโฮ่วตัดสินใจเข้าเป็นสมาชิกอั้งยี่พรรคตั้งกงสี เพื่อล้างแค้นให้อาม่า อาโฮ่วกับเพื่อนในพรรคพากันบุกทลายบ่อน โรงสูบฝิ่น และธุรกิจการค้าของซาเตี้ยมจนเสียหายอย่างหนัก ซานจู๊สั่งให้เล้งนำพรรคพวกบุกไปทลายตั้งกงสีบ้าง อาโฮ่วต่อสู้กับเล้งจนพลาดท่า แต่เล้งยอมปล่อยตัวอาโฮ่วไป เพื่อตอบแทนที่อาโฮ่วเคยไว้ชีวิตเมื่อคราวก่อน ตั่วเท้ากลับมาฟ้องซานจู๊ที่เล้งไว้ชีวิตศัตรู ซานจู๊ซึ่งหาโอกาสกำจัดเล้งอยู่แล้ว จึงสั่งประหารเล้งตามกฎ แต่สมาชิกคนอื่นพากันขอร้องไว้และยอมตายหากเล้งถูกประหาร เล้งยอมแทงตัวเองเพื่อชดใช้ความผิด ซานจู๊ยอมยกโทษให้เล้งเพื่อตบตาทุกคน แต่สั่งตั่วเท้าและสมุนให้ลอบสังหารเล้งภายหลัง เล้งหนีการตามล่าและได้รับบาดเจ็บสาหัสตกน้ำจมหายไป เวลาผ่านไปราว 1 เดือน อาโฮ่วมาพบกับเล้งในสภาพที่อดโซเหมือนขอทาน จึงชวนเล้งให้เป็นสมาชิกพรรคตั้งกงสี แต่เล้งไม่อาจทรยศต่อพรรคพวกในพรรคซาเตี้ยมได้ หากกำจัดคนที่ต้องการแก้แค้นได้แล้ว เขาจะไปตามทางของเขาเอง อั้งยี่ ลูกผู้ชายพันธุ์มังกร ภาพยนตร์แอ็คชั่นทุ่มทุนสร้างระหว่างไทย - ไต้หวัน พ.ศ. 2543 เรื่อง อั้งยี่ ลูกผู้ชายพันธุ์มังกร นำแสดงโดย อำพล ลำพูน , หลินจื้ออิง , ฌัชชา รุจินานนท์ , เมธี อมรวุฒิกุล , อู๋เฉินจวิน , อภิชาติ ชูสกุล , ทองขาว ภัทรโชคชัย กำกับโดย นพพร วาทิน ที่มา : http://rabbit-1963.blogspot.com/2014/07/2543-master-vcd.html 1/2 - http://video.mthai.com/trailer/player/1406279358.html 2/2 - http://video.mthai.com/trailer/player/1406279887.html

สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง กับการเดินทางสุดประทับใจ
ดอยอ่างขาง /  ที่เที่ยวหน้าหนาว / 

โครงการหลวงในประเทศไทย มีมากมายหลายแห่ง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร เพียบไปด้วยองค์ความรู้ ที่นักท่องเที่ยวควรมาศึกษา วันนี้ travel.mthai.com ขอพาคุณไปเพลิดเพลินกับ สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง โครงการหลวงที่ได้รับความนิยม เลื่องชื่อเรื่องพืชพันธุ์ โดดเด่นด้วยนางพญาเสือโคร่ง เต็มเปี่ยมไปด้วยเรื่องราวและทัศนียภาพอันสวยงาม สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง กับการเดินทางสุดประทับใจ สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง เป็นสถานีวิจัยแห่งแรกของโครงการหลวง ตั้งอยู่บนเทือกเขาตะนาวศรี ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ มีความสูงจากระดับน้ำทะ 1,400 เมตร และมียอดดอยสูงถึง 1,928 เมตร พื้นที่รับผิดชอบประมาณ 26.52 ตารางกิโลเมตร หรือ 16,577 ไร่ จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2512 ตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ว่า “ให้เขาช่วยตัวเอง” เปลี่ยนพื้นที่จากไร่ฝิ่นมาเป็นแปลงเกษตรเมืองหนาวที่สร้างรายได้ดีกว่าเก่าก่อน ปัจจุบันดอยอ่างขางได้เปลี่ยนสภาพจากภูเขาซึ่งถูกตัดไม้ทำลายป่ามาเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ มีพันธุ์ไม้ผลกว่า 12 ชนิด ผักเมืองหนาวกว่า 60 ชนิด และไม้ดอกเมืองหนาวมากกว่า 20 ชนิด สภาพอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี มีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 16.9 องศาเซลเซียส มีชาวไทยภูเขาเผ่าจีนฮ่อ ไทยใหญ่ มูเซอดำ และปะหล่อง อาศัยอยู่โดยรอบกว่า 600 ครัวเรือนใน 6 หมู่บ้าน กิจกรรมการท่องเที่ยว ชมแปลงสาธิต ผัก ผลไม้ ต้นนางพญาเสือโคร่งและไม้ดอกเมืองหนาวภายในศูนย์ฯ สามารถขับรถวนเป็นวงกลม ค่าเข้าชมคนละ 30 บาท ยานพาหนะคันละ 50 บาท เยี่ยมหมู่บ้านหลวง สัมผัสชีวิตชาวจีนฮ่อ เยี่ยมหมู่บ้านนอแล สัมผัสวิถีชีวิตชาวปะหล่อง อดีตชนเผ่าดั้งเดิมของพม่า มีผลิตภัณฑ์หัตถกรรมของกลุ่มแม่บ้าน จำหน่ายและเยี่ยมฐานปฏิบัติการนอแล ชมชายแดนไทย-พม่า เดินป่าระยะสั้น ชมความงามธรรมชาติของผืนป่าปลูกทดแทน มีบริการให้ขี่ล่อ กิจกรรมดูนก ที่มีทั้งนกประจำถิ่นและนกหายากต่างถิ่นให้ศึกษาหลากสายพันธุ์ สวนบอนไซและสวนหินธรรมชาติ ตั้งอยู่ตรงปากทางเข้า เป็นสวนที่รวบรวมบอนไซนานาชนิดมาให้ได้ชมกัน โรงเรือนดอกไม้ เป็นโรงเรือนที่รวบรวมพันธุไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาวชนิดต่างๆ มากมาย อาทิเช่น บีโกเนีย รองเท้านารี พืชกิน แมลง มีมุมน้ำตกในสวนสวย ซึ่งดอกไม้ในสวนเหล่านี้จะหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันออกดอกตลอดทั้งปี นอกจากนี้ ภายในบริเวณโรงเรือนจะมีจุดจำหน่ายผลผลิตของสถานีและผลิตภัณฑ์แปรรูป พร้อมมีมุมนั่งพักจิบกาแฟอีกด้วย สวนแปดสิบ เป็นสวนจัดกลางแจ้ง ตรงข้ามบริเวณสโมสร ซึ่งสวนนี้ตั้งชื่อตามอายุขององค์ประธานมูลนิธิ โครงการหลวงหม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี ในวาระที่ทรงมีอายุครบ 80 ชันษา โดยจะจัดตกแต่งสวนในสไตล์อังกฤษ ด้วยพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับ เมืองหนาวนานาชนิด เช่น กะหล่ำประดับ เดซี ลินาเลีย ชบาอาบูติลอน ฯลฯ สวนคำดอย เป็นสวนที่รวบรวมพันธุ์ไม้ดอกกุหลาบพันปี สายพันธุ์นำเข้าจากต่างประเทศ เช่น นิวซีแลนด์ ฮอลแลนด์ และ อังกฤษ ซึ่งจะไม่มีปลูกที่ อื่นนอกจากที่สวนแห่งนี่ที่เดียว แปลงไม้ผลเมืองหนาว เป็นแปลงทดลองปลูกไม้ผลเมืองหนาวชนิดต่างๆ ได้แก่ พีช บ๊วย พลับ สาลี่ พลัม กีวีฟรุ๊ต ราสพ์เบอรี่ บูลเบอรี่ สตรอเบอรี่ หยางเมย การเดินทางสู่ดอยอ่างขาง สามารถเดินทางได้ 2 เส้นทาง - เส้นทางที่ 1 จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 107 สายเชียงใหม่-ฝาง เลี้ยวซ้ายทางแยกตำบลเมืองงาย ตรงเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 1178 ผ่านบ้านอรุโณทัยไปยังศูนย์ฯ - เส้นทางที่ 2 จากตัวเมืองเชียงใหม่ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 107 สายเชียงใหม่-ฝาง ถึง กม. 137 แยกบ้านปางควาย เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1249 ตรงไปประมาณ 25 กิโลเมตร หมายเหตุ- ใช้รถยนต์ได้ทุกประเภท (ควรเช็คสภาพเครื่องยนต์ก่อนขึ้นเขา และผู้ขับขี่ควรมีประสบการณ์ เพราะเส้นทางมีความชันมาก) หรือใช้บริการรถยนต์รับจ้าง จุดจอด ณ ปากทางขึ้นดอยอ่างขาง ราคาเหมา 1,000 - 1,500 บาท ภาพจาก yimresearch.net สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง โทร : 053-450107-9 สำหรับจองที่พัก หรือสอบถามร้านอาหารสถานีฯ อ่างขาง โทร : 053-450107-9 ต่อ 113 หรือ 114 ศูนย์บริการข้อมูลนักท่องเที่ยวอ่างขาง โทร : 053-450077 หรือ www.angkhangstation.com  ,  www.facebook.com/angkhangstation ขอบคุณข้อมูลจาก : www.oceansmile.com  ,  รูปภาพจาก : www.angkhangstation.com เรียบเรียงโดย : Travel MThai

ละครเลือดมังกร ตอนสิงห์  , เรื่องย่อเลือดมังกร ตอนสิงห์
เลือดมังกร ตอนสิงห์ /  ละครเลือดมังกร ตอนสิงห์ / 

เลือดมังกร ตอนสิงห์ บทประพันธ์ ลิซบทโทรทัศน์ พิมพ์ธนาดำเนินการผลิต บริษัท แอคอาร์ต เจเนเรชั่น จำกัดออกอากาศ วันจันทร์ และ อังคาร เวลา 20.15-22.45 น. ทางช่อง 3 “ลูกผู้ชายหัวเข่ามีค่าดั่งทองคำ แม้ตาย ต้องตายอย่างมีศักดิ์ศรี” ทรงกลด ลูกชายคนเดียวของเจ้าสัวตง มหาเศรษฐีเจ้าของเซียงกงย่านเยาวราช ผู้มีพร้อมทุกสิ่งทุกอย่าง แต่สิ่งที่ขาดไปคือความรักและความอบอุ่นทางใจ ตงไล่เขากับวรดีผู้เป็นแม่ไปจากชีวิต ทรงกลดจึงไม่ลงรอยกับพ่อเท่าไรนัก เจ้าสัวตงแต่งงานอีกครั้งกับ เหมยลี่ หญิงสาวคราวลูกยิ่งทำให้เขากลายเป็นส่วนเกินของครอบครัวแต่แล้วหัวใจที่หยาบกระด้างของเขาก็กลับอ่อนละมุนลงเมื่อได้พบกับอาจู สาวน้อยที่ก้าวเข้ามาสมัครงานในตำแหน่งเลขานุการส่วนตัวที่ช่วยเติมเต็มสิ่งที่เขาขาดหายมาทั้งชีวิต ในเทศกาลสารทจีน ทรงกลดถูกลอบปองร้ายจากใครบางคนจนแทบเอาชีวิตไม่รอดที่โรงงิ้ว ทำให้อาจู ต้องพลอยรับชะตากรรมไปด้วย ถึงแม้ภายนอกของอาจูจะดูเป็นผู้หญิงเรียบร้อย แต่กลับฉลาดทันเกมเขาไปเสียทุกเรื่อง ทำให้ทรงกลดอดเอ็นดูเลขาสาวไม่ได้ ทรงกลดมืดแปดด้านไม่รู้ว่าใครที่เป็นหมาลอบกัดกล้าปองร้ายสิงห์หนุ่มอย่างเขาในช่วงที่เกิดเหตุชุลมุน อาอัน มือขวาของทรงกลดสืบข่าวจนรู้เบาะแสบางอย่างจากหยกมณี คนรักที่เป็นนักร้องในภัตตาคารฉั่วเทียนเหลาว่าคนที่ลอบทำร้ายทรงกลดอาจจะเป็นคนของแก๊งเต่ามังกร ของเสี่ยเคี้ยง ก็เป็นได้ ทรงกลดปักใจเชื่อเนื่องจากแก๊งเต่ามังกรคือแก๊งอันธพาลที่เก็บค่าคุ้มครองในย่านเยาวราชจนกระทั่งรุกล้ำเข้ามาในเขตของแก๊งเขี้ยวสิงห์ที่อยู่ภายใต้การปกครองของเจ้าสัวตงอยู่บ่อยครั้ง ด้วยความมุทะลุของสิงห์จึงพาอาอันกับสมุนบุกไปถึงถิ่นแก๊งเต่ามังกรอย่างไม่กลัวตายทันที ทรงกลดบุกเข้าไปเผชิญหน้ากับ เสี่ยเคี้ยง หัวหน้าแก๊งเต่ามังกรทันที ทรงกลดหาว่าเต่ามังกรเล่นไม่ซื่อ ส่งให้ อาอิก สมุนมือขวาวางแผนสกปรกลอบกัดทีเผลอ แต่เสี่ยเคี้ยงกลับยืนกรานปฏิเสธ ทรงกลดไม่ไว้ใจเสี่ยเคี้ยงตลอดมา ทรงกลดกับอาจูใกล้ชิดสนิทสนมในเวลาอันรวดเร็ว เขาอยากรู้จักอาจูจึงสะกดรอยตามไปที่บ้านของเธอ จนพบว่าอาจูอาศัยอยู่ห้องแถวไม้ซอมซ่อกับ เง็กผู้เป็นแม่ ย่าซิ่วเอ็ง และอาเว่ยน้องชาย โดยทำขนมถ้วยจีน ขายที่หน้าศาลเจ้า ส่วนพ่อตายตั้งแต่อาจูยังจำความไม่ได้ ทรงกลดรู้สึกเห็นใจและสงสารในชีวิตความเป็นอยู่ของอาจูที่ต้องทำงานหาเลี้ยงแม่และย่าและส่งเสียน้องชายให้เรียนมหาวิทยาลัย อาจูแนะนำทรงกลดให้แม่และย่ารู้จัก แต่แล้วเง็กก็ถึงกับหน้าถอดสีเมื่อรู้ว่าทรงกลดเป็นลูกชายของเจ้าสัวตง หัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์ ในขณะที่ซิ่วเอ็งตาวาวโรจน์ด้วยความยินดีที่การรอคอยเพื่อแก้แค้นให้อาเหลียง ลูกชายของนางเป็นเวลากว่า 20 ปีมาถึงแล้ว เง็กสั่งห้ามอาจูไม่ให้คบหากับทรงกลดเด็ดขาด จนถึงขั้นสั่งให้อาจูลาออกจากการเป็นเลขาส่วนตัวของทรงกลด เง็กยอมเล่าความจริงให้ฟังว่าไม่อยากให้อาจูคบหากับทรงกลดเพราะไม่ไว้ใจพวกนักเลง กลัวว่าทรงกลด จะพลอยทำให้อาจูเดือดร้อนไปด้วย อีกอย่างเจ้าสัวตงมีส่วนทำให้อาเหลียง ลูกชายของซิ่วเอ็งต้องผูกคอตาย ทรงกลดไปมาหาสู่อาจูเสมอ เขารักอาจูอย่างจริงใจ เพราะถึงแม้อาจูจะเป็นเพียงหญิงสาวตัวเล็กๆ แต่เธอก็เสี่ยวเป็นเสี่ยงตาย ร่วมกับทรงกลดมาหลายครั้ง ซิ่วเอ็งหาหนทางเข้าถึงตัวของตงได้ในที่สุด เพราะซิ่วเอ็ง เข้าใจว่า ตง พ่อของทรงกลด เป็นคนฆ่าเหลียง ลูกชายคนเดียวของซิ่วเอ็ง พ่อของเว่ยซิ่วเอ็งวางยาในน้ำชา ให้ทรงกลดและอาจูดื่ม วันที่ทรงกลดมาหาอาจูที่บ้าน แล้วจับคนทั้งคู่ ขึ้นไปนอนอยู่เตียงเดียวกัน เมื่อเง็กกลับมาที่บ้าน เห็นสภาพของทรงกลดและอาจู ก็โกรธจัด เฆี่ยนตีอาจูไม่ยั้ง ซิ่วเอ็ง ไปพบตงที่บ้าน บอกให้ตงรับผิดชอบด้วยการ ให้ทรงกลดแต่งงานกับอาจู อันเริ่มสงสัย ว่ามีคนอยู่เบื้องหลัง ทำให้ทรงกลดพลอยคิดมากไปด้วย แต่ก็ยังไม่รู้ว่าเป็นแผนของใคร อาจูจับได้ว่าซิ่วเอ็ง เป็นคนวางยา ซิ่วเอ็งบังคับให้อาจูเข้าไปอยู่ที่บ้านทรงกลด ไม่เช่นนั้น เง็กกับเว่ยจะเป็นอันตราย อาจูจึงจำใจยอมรับสภาพในที่สุด ไม่กล้าเล่าให้ใครฟัง งานแต่งของทรงกลดกับอาจู ถูกจัดขึ้นอย่างเงียบๆ ทรงกลด อัน มารับตัวอาจูที่บ้าน โดยมีเว่ย ตามไปส่งอาจูด้วย ระหว่างทาง อิก ลูกน้องของเคี้ยง มาจับตัวอาจูไป แล้วให้ทรงกลด ไปรับตัวอาจู ที่แก๊งเต่ามังกรของเคี้ยง เพราะเคี้ยงแค้นใจที่ทรงกลด ส่งคนไปบุกที่บ่อน และโรงฝิ่น ซึ่งทรงกลดเองไม่รู้เรื่องเลยว่า คนที่ให้ร้ายทรงกลด คือหมง และอิก ที่ร่วมมือกัน โดยมีเล้งบงการอยู่เบื้องหลัง เคี้ยงจึงเข้าใจทรงกลดผิดไป ทรงกลดยอมคุกเข่าขอขมาเคี้ยง ด้วยความแค้นใจ แต่ด้วยเพราะอยากช่วยอาจู แล้วทรงกลด ก็พาอาจูกลับบ้านไป เมื่อเง็กรู้ว่าเคี้ยงจับตัวอาจูไปก็แค้นใจจัด ตรงไปที่บ้านของเคี้ยง ตบตี ด่าว่า เคี้ยงสารพัด จนแทบไม่เหลือมาด หัวหน้าแก๊งเต่ามังการ เง็กเปิดเผยว่า อาจู คือลูกของเคี้ยงกับเง็ก ที่เง็กตั้งท้องตั้งแต่ยังสาว ตอนที่ยังอยู่กินกับเคี้ยง แล้วเง็กก็เลิกราไป เพราะรับสภาพของเคี้ยงไม่ได้ ที่ชอบเลือกเดินทางแบบนักเลง เคี้ยงทั้งดีใจ ทั้งตกใจ และเสียใจที่เป็นคนทำร้ายลูกสาวของตนเองกับมือ ที่สำคัญ เคี้ยงกลายเป็นพ่อตาของทรงกลดไปเสียแล้ว ตงทำพิธีต้อนรับอาจูที่บ้าน เคี้ยงระงับอารมณ์ไว้ไม่อยู่ จึงไปที่บ้านของตงพร้อมเง็ก และเปิดเผยต่อหน้า ตง ปอ อัน ทรงกลด เหมยลี่ หมง ว่าอาจูเป็นลูกสาวของตน ทุกคนช็อคไปตามๆ กัน อาจูรับไม่ได้ว่าเคี้ยงเป็นพ่อ ที่สร้างความร้ายกาจให้กับทรงกลดมากมาย ทรงกลดเองก็รับไม่ได้ ที่อาจูกลายเป็นลูกของเคี้ยง คืนนั้น อาจูต้องนอนอยู่ในห้องหอเพียงลำพัง เพราะทรงกลดทำใจยอมรับไม่ได้ รุ่งเช้า เธอจึงเก็บเสื้อผ้าออกจากบ้านตงทันที ทรงกลดทำอะไรไม่ถูก มีเพียงอันที่คอยเตือนสติ ให้ทรงกลด รีบคิด รีบแก้ไขเหตุการณ์แต่โดยเร็ว ก่อนที่จะไม่ได้เห็นหน้าอาจูอีก ทรงกลดไปถึงบ้านอาจู ก่อนที่อาจูจะกลับมาพบเง็ก เขามานั่งรออาจู พร้อมทั้งขนข้าวของให้ซิ่วเอ็ง เง็กและเว่ย ย้ายไปอยู่ที่บ้านตงด้วยกัน แรกทีเดียวอาจูไม่ยอม แต่สุดท้าย ทั้งซิ่วเอ็ง และเง้ก ก็เกลี้ยกล่อมให้อาจู ทำหน้าที่ภรรยาให้ดีที่สุด อาจู เลยต้องจำยอม ตงเห็นความตั้งใจของทรงกลด เรื่องการนำเข้ารถยนต์ จึงอนุมัติให้ทรงกลด ได้ทำงานในโครงการนี้ ซ้ำยังช่วยไปพูดให้อาจู ยอมเข้าหอกับตงในที่สุด ซิ่วเอ็ง เง็กเว่ย เข้าไปช่วยงานในครัว ตามที่เหมยลี่สั่ง ถึงแม้ตงจะไม่พอใจ เพราะครอบครัวของอาจู ไม่ได้อยู่ในฐานะคนอาศัย แต่อยู่ในฐานะ ครอบครัวของสะใภ้แก๊งเขี้ยวสิงห์ แต่ซิ่วเอ็งกลับตอบรับอย่างยินดี เพราะตั้งใจ จะต้มสมุนไพร ใส่ยาพิษให้ตงกินอยู่แล้ว เง็กเอง ก็ไม่กล้ามองหน้าตงเท่าใดนัก เพราะในอดีต พ่อของเว่ยเคยทำงานกับตง แต่ตงจำเง็กไม่ได้ ทรงกลด กับอัน จับได้ว่า หมงกับเหมยลี่ มีความสัมพันธ์กัน ทรงกลดตัดสินใจบอกความจริงกับตง แต่ตงไม่เชื่อ ทำให้ทรงกลดเสียใจมาก เหมยลี่เบื่อที่จะต้องเป็นเมียเก็บของหมง จึงยุให้หมงฆ่าตง หมงจะได้ขึ้นตำแหน่งหัวหน้าแก๊งแทน เพราะหมงเองก็รู้ดีว่า การที่ตงจะมอบตำแหน่งหัวหน้าแก๊งให้ตนเอง เพียงเพราะต้องการให้หมง เป็นเกราะกันกระสุนให้กับทรงกลด ตงไม่ต้องการให้ทรงกลด มีอันตราย จากศรัตรูรอบด้านนั่นเองทรงกลด กับอัน จับได้ว่า หมงกับเหมยลี่ มีความสัมพันธ์กัน ทรงกลดตัดสินใจบอกความจริงกับตง แต่ตงไม่เชื่อ ทำให้ทรงกลดเสียใจมาก เหมยลี่เบื่อที่จะต้องเป็นเมียเก็บของหมง จึงยุให้หมงฆ่าตงหมงจะได้ขึ้นตำแหน่งหัวหน้าแก๊งแทน เพราะหมงเองก็รู้ดีว่า การที่ตงจะมอบตำแหน่งหัวหน้าแก๊งให้ตนเอง เพียงเพราะต้องการให้หมง เป็นเกราะกันกระสุนให้กับทรงกลด ตงไม่ต้องการให้ทรงกลด มีอันตราย จากศรัตรูรอบด้านนั่นเอง เคี้ยงพยายามงอนง้อเง็กทุกวิถีทาง แต่เง็กไม่มีทีท่าว่าจะใจอ่อน เว่ยกับทรงกลด เลยวางแผนลองใจเคี้ยง โดยให้เคี้ยงไปช่วยเง็กหาบขนมขาย เคี้ยงก็ยอมทุกอย่าง กลายเป็นว่า เคี้ยงกับทรงกลด ญาติดีกันโดยปริยาย แต่เง้กก็ยังยื่นคำขาดอีกว่า หากเคี้ยงยังไม่เลิกเปิดบ่อน และโรงฝิ่น เง็กก็จะไม่ยอมฝากชีวิตไว้กับเคี้ยงอีกต่อไป ทำให้เคี้ยงคิดหนักมาก อิกเห็นภาพที่เคี้ยงกลายเป็นพ่อค้าขายขนมแล้วทำใจไม่ได้ ตัดสินใจขอไปอยู่กับเล้ง เล้งเลยสั่งให้อิกฆ่าเคี้ยง แล้วยังบอกให้หมง ฆ่าตงและทรงกลดอีกด้วย เมื่อหมงและอิก ได้ขึ้นเป็นหัวหน้าแก๊ง เล้งจะได้มีคะแนนเสียงเพิ่มอีกสองคะแนนในการสนับสนุน ให้เล้งเป็นหัวหน้าแก๊งทั้งหลายอีกที อิกไปเที่ยวที่ฉั่วเทียนเหลา แถมยังตามไปส่งหยกมณีถึงที่บ้าน อันหึงหยกมณีจนเห็นได้ชัด หยกมณีบอกว่าตนเองจะไปร้องเพลงที่ฮ่องกง อันไม่คัดค้าน เพราะเห็นว่าเป็นอนาคตของหยกมณี ยิ่งทำให้หยกมณีเสียใจที่อันไม่รั้งตนเองไว้ แต่สุดท้ายทรงกลด ก็พูดเตือนสติ ให้อันเห็นแก่ความรักที่หยกมณี มีต่ออัน จนสุดท้าย อันก็ตามมาง้อขอคืนดีกับหยกมณีได้ในที่สุด ทรงกลด มาตงไปหาหมอ จึงรู้ว่าตงโดนยาพิษ มุ่ยบอกว่า เห็นเหมยลี่ เอายาพิษใส่ไปในอาหารให้ตงกิน เหมยลี่ ถูกอัน และทรงกลดจับตัวไปขัง ซิ่วเอ็ง กับหมง กลัวเหมยลี่ ซัดทอดมาถึงตน ซิ่วเอ็งจึงเอายากล่อมประสาทให้เหมยลี่กิน และสั่งให้ฆ่าตัวตายในที่สุด ส่วนมุ่ย ก็รู้ความจริงเรื่อที่หมง ร่วมมือกับซิ่วเอ็ง จะฆ่าตง ซิ่วเอ็ง เลยฆ่ามุ่ย ตายตามไปอีกคนหนึ่ง ตงฟื้นขึ้นมา ได้รับรู้ทุกสิ่ง เขาทำใจยอมรับ เรื่องที่เหมยลี่ เป็นชู้กับหมงหมงกลัวความผิด จึงขอให้ซิ่วเอ็ง รีบกำจัดตงอีกครั้ง ตง ตั้งใจ จะให้ทรงกลดเป็นหัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์ จึงบอกกับปอ แต่ซิ่วเอ็ง วางยาตง จนตงกลายเป็นอัมพาต พูดไม่ได้ ไปเสียก่อน เคี้ยงยังคงแวะเวียนมาหาเง็กอยู่เสมอ เขาขอเวลาอีกนิด เพื่อที่จะเลิกทำธุรกิจผิดกฎหมาย แต่มากกว่านั้น เคี้ยงต้องการให้อาจูเรียกว่าป๊า เขารู้สึกภูมิใจมากที่มีลูกสาวที่เพียบพร้อมอย่างอาจู แต่อาจู ยังไม่มีทีท่าใจอ่อนลงเลย ทำให้เง็ก เริ่มสงสาร เห็นใจเคี้ยงมากขึ้นหยกมณี มาบอกอันด้วยความดีใจ ว่าได้ฤกษ์แต่งงานแล้ว อีก 3 เดือนข้างหน้า อันบอกว่า เมื่อทรงกลดได้เป็นหัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์เมื่อไหร่ อันเอง ก็จะมีลูกน้อง มาช่วยดูแลทรงกลด ทำให้มีโอกาสได้อยู่กับหยกมณีมากขึ้น หยกมณียิ้มปลื้มด้วยความดีใจ ที่บ้านทรงกลด ปอประกาศให้ทุกคนรู้ว่า ทรงกลดจะเป็นหัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์ จนกว่าตง จะหายจากอาการป่วย หมงไม่ยอม แค้นใจจัด จึงจับอาจูเป็นตัวประกัน หมงจะฆ่าอาจู อาจูหนี ทรงกลดยิงหมง แล้วหมงก็รีบหนี ไปขออาศัยอยู่กับเล้งในที่สุด ทรงกลดรู้สึกผิดที่ทำให้อาจูเจ็บตัวอีกครั้ง ซิ่วเอ็งไม่ได้ยินดียินร้ายเลย เรื่องที่อาจูต้องเจ็บตัวเพราะหมง กลับขู่ตงอีกว่า ไม่มีวันกลับไปเป็นปกติเหมือนเดิมได้ ตงรู้แล้วว่า ซิ่วเอ็งเป็นคนร้าย แต่ไม่สามารถบอกใครได้ วันเลือกตั้งนายกสมาคมเลือดมังกรคนใหม่แทนสุง ที่เสียชีวิตไป ทั้งภรพธรามคณิน หงส์ มาเป็นกำลังใจให้กับทรงกลดอย่างพร้อมหน้า ส่วนเล้งก็ขู่ให้เคี้ยงเลือกตนเองเป็นหัวหน้า ดั่งคำที่เคี้ยงเคยให้สัญญากับเล้งไว้ ไม่เช่นนั้น เคี้ยงอาจจะเดือดร้อน การเลือกตั้ง เป็นไปอย่างสูสี เล้งเรียกคะแนนด้วยการยอมสละเสียงของตนเองหนึ่งเสียง ไม่ยอมลงคะแนน ซึ่งสุดท้าย เคี้ยงจำใจต้องเลือกเล้ง ดังคำสัญญา เลยทำให้คะแนนของทรงกลด และเล้ง เท่ากันอยู่ 9 ต่อ 9 ทรงกลดตัวสินใจ ลงคะแนนให้ตนเอง จนทำให้ทรงกลดได้เป็นหัวหน้าแก๊งเลือดมังกรในที่สุด เล้งจับมือแสดงความยินดีกับทรงกลด ด้วยใจที่เจ็บแค้น ทรงกลดแถลงนโยบาย จะทำถิ่นมังกรสีขาว เลิกโรงน้ำชา โรงฝิ่น ฝ่ายเล้งไม่เห็นด้วย เล้งจึงท้าทรงกลด ว่าถ้าหากหนึ่งเดือนนับจากนี้ ทรงกลดทำไม่สำเร็จ เล้งจะเป็นฝ่ายยึดตำแหน่งหัวหน้าแก๊งเลือดมังกรจากทรงกลดกับมือ ทรงกลดขอแรงสนับสนุนจากเคี้ยง เพราะรู้ดีว่า หากเคี้ยงเปลี่ยนใจ มาอยู่ฝ่ายทรงกลด จะมีผู้นำ พวกพ้องของเคี้ยงอีกหลายคน ที่เห็นด้วยกับทรงกลด เคี้ยงยังไม่รับปากในทันที เขาบอกกับทรงกลด ว่าหากทรงกลด ทำให้อาจู เรียกเคี้ยงว่าอาป๊า เมื่อไหร่ จะยอมช่วย ทรงกลด เล้งแค้นใจทรงกลดมาก สั่งให้อิกกับหมง ฆ่าทรงกลด ธามคณิน และหงส์ให้ได้อาจูและทรงกลด พบจดหมายของตง และวรดี แม่ของทรงกลด เขียนติดต่อกัน ทำให้ทรงกลดรู้ว่า สาเหตุที่ตงส่งทรงกลดกับแม่ไปอยู่อเมริกา ก็เพื่อความปลอดภัย ทรงกลดรู้สึกผิดต่อพ่อ ถึงขนาดไปคุกเข่าขอโทษตง อาจูดีใจที่พ่อลูกปรับความเข้าใจกันได้ ทรงกลดเริ่มรู้ตัวว่า โชคชะตาของตนเองเริ่มเหมือนกับต่อ ที่จะต้องเสียสละเพื่อคนรัก เพราะเขาเอง เริ่มรู้แล้วว่า การต่อสู้กับเล้ง กำลังจะเริ่มขึ้น และคนที่น่าเป็นห่วงที่สุด ก็คืออาจู ทรงกลด ธามคณิน หงส์ นัดเจอกันที่ฉั่วเทียนเหลา เพื่อหาทางพูดจาโน้มน้าว ให้สมาชิกเลือดมังกร เห็นด้วยกับนโยบายของทรงกลด แต่เล้ง สั่งให้อิกและหมง มากำจัดทรงกลด และ ธาม คณิน หงส์ จึงเกิดการยิงปะทะกัน ทุกคนแยกย้ายกันไป ทรงกลด ฝ่าดงกระสุนออกมาได้ อาจูตามมาด้วยความเป็นห่วง อันจึงยิงต่อสู้ เพื่อปกป้องอาจู สุดท้ายทรงกลด วิ่งออกมาเจอกับอาจู อันตามไปยิงสกัดอิก จนอิกหนีรอดไปได้ หมงจะยิงทรงกลด พอดีอาจูเห็นเข้าเสียก่อน อาจูจึงโชคร้าย ถูกหมงยิงบาดเจ็บ ทรงกลดแค้นหมงมาก จะตามหมงไป แต่ก็เป็นห่วงอาจู เลยต้องพาอาจูไปรักษาที่โรงพยาบาลก่อน ทั้งเง็กเคี้ยง ต่างก็โกรธจัดที่ทรงกลดทำให้อาจูต้องเจ็บตัว ถึงแม้อาจู จะบอกว่าไม่ใช่ความผิดของทรงกลดก็ตาม ทรงกลดตัดสินใจในที่สุด เพื่อทำให้อาจูปลอดภัย จากคนร้าย เขาพาตัวอาจู เง็ก ให้ไปอยู่ที่บ้านเคี้ยงเง็กเข้าใจถึงเจตนาของทรงกลดเอง ว่าต้องการปกป้องอาจู แต่อาจูกลับเข้าใจผิด คิดว่าทรงกลดไม่รักตนแล้ว จึงทอดทิ้งตน และลูกในท้อง ทำให้ทรงกลดเองก็เสียใจมาก เพราะไม่รู้ด้วยว่า อาจู มีลูกติดท้องไปด้วย เว่ย ต้องอยู่กับซิ่วเอ็งที่บ้านของตงต่อไป เพราะซิ่วเอ็งไม่ยอมไหนจนกว่า จะฆ่าตงได้ ยิ่งเมื่อรู้ว่าอาจูท้อง ตงมีผู้สืบสกุล ยิ่งทำให้ซิ่วเอ็งแค้นใจหนัก ซิ่วเอ็งสารภาพว่าเธอคือแม่ของเหลียง ถึงแม้ตงจะพยายามบอกว่า เขาไม่ได้โกงเหลียง ดั่งที่เหลียงบอกแก่ซิ่วเอ็ง ก่อนผูกคอตาย แต่ซิ่วเอ็งตอนนี้ ก็กลายเป็นคนที่คุ้มคลั่งจนน่ากลัวไปแล้ว ซิ่วเอ็งพาเว่ยออกไปจากบ้าน แล้วเขียนจดหมายถึงทรงกลด ทำทีว่าหมงจับตัวเว่ยกับตนเองไป ทำให้ทรงกลดร้อนใจจะออกตามหาเว่ย และไปเล่าเรื่องราวทุกอย่างให้เคี้ยงเง็ก อาจู ได้รับรู้ หมงไปจับตัวตงถึงที่ในบ้าน ทรงกลดบุกไปช่วยซิ่วเอ็งและเว่ย ที่โกดังร้าง เขาโดนอิกกับหมง เล่นงานจนแทบสู้ไม่ได้ พอดีอันมาช่วย เลยทำให้ทรงกลดรอดมาได้อย่างหวุดหวิด แต่เขาแทบช็อค เมื่อเห็นซิ่วเอ็งกำลังจะฆ่าตงผู้เป็นพ่อ ทำให้ทรงกลดรู้ว่า แท้ที่จริงแล้ว ซิ่วเอ็งกับหมง ร่วมมือกันจะฆ่าคนในครอบครัวของเขานั่นเอง อาจูเอง ก็ตามมาด้วย เพราะสงสัย ว่าซิ่วเอ็งจะรู้เห็นเป็นใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น แล้วก็เป็นดังคาด ซิ่วเอ็ง กำลังจะฆ่าทรงกลด เคี้ยงก็ปรากฏตัวขึ้น บอกกับซิ่วเอ็ง ว่า เหลียงติดการพนันจนหมดตัว เลยเอาร้านมาขายให้ตง แล้วเอาเงินตงไป โดยเคี้ยงเป็นพยานให้ ซิ่วเอ็งรู้ความจริงเริ่มคุ้มคลั่ง หมงจะยิงทรงกลด อาจูยิงไว้ได้ก่อน แล้วก็การเกิดต่อสู้กันขึ้น หมงจะยิงทรงกลด อันเห็นก่อน เอาตัวเข้าขวาง ทรงกลดแค้น ยิงหมงตาย แต่อันก็ถูกหมงยิงเช่นเดียวกัน อันฝากให้ทรงกลด เอาสร้อยคอแก๊งเขี้ยวสิงห์ไปให้หยก ทรงกลดรับฝากทั้งน้ำตา อันบอก ว่าเขาได้ทำหน้าที่ปกป้องทรงกลด อย่างสมบูรณ์แล้ว แล้วอันก็หมดลมหายใจ ในอ้อมกอดทรงกลด ทั้งเคี้ยงเง็ก อาจู ปอ ตง ต่างเศร้าไปตามๆ กัน อาจูสงสารทรงกลดอย่างจับหัวใจซิ่วเอ็ง ทำใจไม่ได้ ที่เป็นต้นเหตุ อยากร่ำรวย จนทำให้อาเหลียง ต้องหาเงินแบบผิดๆ จนสุดท้ายต้องฆ่าตัวตาย ซิ่วเอ็งเลยตัดสินใจ ฆ่าตัวตายในที่สุด ทั้งเง็ก อาจู เว่ย เวทนาซิ่วเอ็งเป็นอย่างมาก หยกมณีเสียใจที่สุด ที่อันจากไป ทรงกลดเองก็รู้สึกผิด ที่ไม่อาจทำให้อัน ได้แต่งงานกับหยกมณี แต่ถึงแม้หยกมณีจะเสียใจ ที่ไม่อาจได้ร่วมชีวิตกับอัน แต่เธอก็ยืนหยัด ใช้ชีวิตเพียงลำพัง โดยมีอันอยู่ในใจเสมอ ตงเริ่มมีอาการดีขึ้น จนสามารถเดินได้ดังเดิม ตงบอกให้ทรงกลด ไปพาอาจูกลับมาเป็นนายหญิงแห่งแก๊งเขี้ยวสิงห์ให้ได้ อาจูยอมเรียกเคี้ยงว่า ป๊า ในที่สุด ทำให้เคี้ยงดีใจมาก ส่วนทรงกลด ก็ไปง้ออาจู จนอาจูใจอ่อน ยอมกลับมาอยู่ที่บ้านทรงกลด ทั้งเคี้ยงเง็กเว่ย ตง ปอ ต่างดีใจที่อาจูกำลังตั้งท้อง โดยเฉพาะทรงกลด เขาให้คำมั่น จะดูแล ปกป้องอาจู และทุกคนในครอบครัว ให้มีความสุขตลอดไป รายชื่อนักแสดงนำ เจษฎาภรณ์ ผลดี รับบท ทรงกลดนิษฐา จิรยั่งยืน รับบท อาจู หรือ จิรัสยาอนันดา เอเวอริงแฮม รับบท ภรพธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ รับบท ธามแอนดริว เกร้กสัน รับบท คณินเจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ รับบท หงส์ธนากร โปษยานนท์ รับบท อัน หรือ อรรณพรฐา โพธิ์งาม รับบท หยกมณีพศิน เรืองวุฒิ รับบท หมงพิมพ์พรรณ ชลายนคุปต์ รับบท เหมยลี่อนุชิต สพันธุ์พงษ์ รับบท อิก

ไอซ์ อภิษฎา ขึ้นดอย! พบคำตอบว่าทำไมคนไทยถึงรักในหลวง ร.9
ไอซ์ อภิษฎา /  ในหลวงรัชกาลที่ 9

    สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ดาราสาว ไอซ์ อภิษฎา เดินทางไปถ่ายละครบนดอย ได้ร่วมพูดคุยกับชาวดอยถึงความยากลำบากในการเดินทางในสมัยก่อน เปรยนี่แหล่ะทำไมคนไทยถึงรักในหลวงรัชกาลที่ 9    “วันนี้มาถ่ายละครเป็นชาวไร่กาแฟดอยช้าง ที่นี่ธรรมชาติมาก ชาวดอยที่นี่บอกว่าตอนเค้าเด็กเคยรับเสด็จด้วย ขนาดปัจจุบันยังเดินทางค่อนข้างไกล เมื่อก่อนคงเดินทางลำบากมาก นี่แหละเหตุผลที่ทำไมคนไทยถึงรักพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่๙ ถ้าไม่มีท่านแถวนี้คงยังปลูกฝิ่น ชาวบ้านคงไม่มีชีวิตที่เป็นอยู่ที่ดีอย่างทุกวันนี้” ขอขอบคุณ ภาพและข้อมูลจากอินสตาแกรม @apitsada ไอซ์ อภิษฎา   ไอซ์ อภิษฎา   ไอซ์ อภิษฎา   ไอซ์ อภิษฎา   ไอซ์ อภิษฎา  

อุ้ม กวิสรา คะกิจ PR สาวสวย เจ้าของธุรกิจในวัย 34 ปี ที่สตาร์ทจาก เงินเดือนเพียง 7,000 บาท !!!
Channel V /  PR / 

ในวันนี้ที่เรามองเห็นชีวิตผู้คนรอบตัวที่อยู่ตรงหน้า ใครจะไปเชื่อว่า เด็กผู้หญิงเฮี้ยวๆ คนหนึ่ง ที่แทบจะสร้างวีรกรรมในรั้วโรงเรียนได้แบบสุดๆ  เที่ยวผับ หนีเรียน ฯลฯ เรียนจบมาก็เริ่มต้นทำงานหาเลี้ยงตัวเองในเมืองกรุง ด้วยเงินเดือนเพียง 7,000 บาท แถมติดหนี้บัตรเครดิตเป็นแสน  ในวันหนึ่งจะก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าของกิจการ เป็นผู้บริหารบริษัทของตัวเอง ในวัยเพียง 34 ปี  วันนี้ Women.MThai ขอชวนคุณมาพูดคุยกับ อุ้ม กวิสรา คะกิจ กรรมการผู้จัดการบริษัท แบรนด์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ดูแลด้านภาพลักษณ์ การประชาสัมพันธ์ และการสร้างแบรนด์ให้บริษัทต่างๆ มากมาย และ ยังขอท้าทายความสามารถตัวเองขึ้นไปอีก ด้วยการจับมือกับพาร์ทเนอร์ เปิดอีก 1  ธุรกิจ ในฐานะผู้ออกแบบความบันเทิงหน้าใหม่ให้กับเมืองไทย ในชื่อ บริษัท มอร์ เอ็น มอร์ จำกัด.... อะไรกันหนอที่พลิกชีวิตของเธอได้ขนาดนี้ ....ลองมาคุยกับเธอกันค่ะ วีรกรรมสุดโต่งในวัยเด็ก ของ อุ้ม กวิสรา คะกิจ ชีวิตสุดโต่งในวัยเด็ก MThai เป็นคนแรกที่รู้เรื่องนี้ พ่อกับแม่ครอบครัวก็ไม่รู้เรื่องนี้ มันมีช่องว่างของคนที่เป็นลูกทหาร พอเราเป็นลูกทหาร ชีวิตอยู่ในกรอบระเบียบวินัยหมดเลย ตั้งแต่ตื่น 6 โมงเช้า ทานข้าว ทำกิจกรรมประจำวัน แต่มันก็มีช่องว่างตรงที่ เป็นเด็กเรียนดี เป็นเด็กกิจกรรม ที่เป็นคนเด่นคนดังในสมัยเรียน แต่เราก็ซ่อน ความเฟี้ยว ไว้ตรงที่ดื้อทุกประเภท อันนี้เป็นอุทาหรณ์สอนใจน้องๆ อย่า เอาไปเลียนแบบนะคะ 1. ยุคนั้นเป็นยุคที่ไม่ต้องตรวจบัตรประชาชน เข้าผับตั้งแต่อายุ 15 2. แอบดูดบุหรี่ เป็นตัวอย่างที่ไม่ดี น้องๆ อย่าเลียนแบบ 3. เป็นเด็กเรียนที่ดื้อ เฟี้ยวขนาดนี้ กิจกรรมเริ่ด การเรียนดี รู้ม่ะได้เหรียญนะจ๊ะ เรื่องหนีโรงเรียนนี่ไม่ต้องนับ เป็นเรื่องง่ายมาก เพราะว่าเรียนประถม กับ มัธยมที่ สกลนคร ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการ์เม้นท์ เสื้อผ้า เพื่อนก็จะมีรถกระบะ ก็จะมีผ้าใบปิดข้างหลัง เพื่อที่กันฝนกันแดดของข้างใน ก็อัดกันลงไปในนั้น ขับออกจากโรงเรียน ไปเที่ยว ไปเล่นน้ำคลอง ไปใช้ชีวิต แล้วก็ เฮี้ยวสุดคือเราเป็นเด็กสายวิทย์ แต่เราเป็นคนตัวเล็ก เราจะมีคดีกับเด็กสายศิลป์บ่อยมาก เพราะเด็กสายศิลป์ผู้ชายจะหน้าตาดี ส่วนเด็กสายวิทย์ก็จะหน้าตาน่ารัก จะหน้าตาคุณหนู กรุ้มกริ่มเหมือนถูกเทรนมาเพื่อไปเป็นหมอ ก็จะไปแย่งหนุ่มๆ กับสาวสายศิลป์ หนุ่มๆ ก็จะเป็นนักร้อง ในยุคนั้นใส่ชุดนักเรียน ในแบบที่เป็นผู้นำแฟชั่น ใส่กระโปรงเอวสูง เรียกว่า กระดุม 3 เม็ด ภาษายุคนั้น แล้วกระโปรงต้องห้ามเกินหัวเข่า เข้าห้องน้ำโรงเรียน ที่มีกำแพงกั้นแต่ว่ามันสามารถปีนได้ เจอขันสาดน้ำข้ามเข้ามาอีกห้องหนึ่ง แล้วนึกสภาพเด็กนักเรียนชุดขาว เปียกทั้งตัว ถ้าเป็นคนอื่นคงนั่งร้องไห้ แต่อุ้มและกลุ่ม วิ่งออกมาดักอีกข้างนึง เพื่อวิ่งไปดึงเพื่อนคนนั้น เข้าไปทำร้ายต่อในห้องน้ำ ไม่นับครั้งการขึ้นห้องปกครองเลย แต่มันหักลบกลบหนี้ได้ตรงเรียนดี เกรด 4 ตลอด เป็นประชาสัมพันธ์โรงเรียน เป็นคนนำสวดมนต์ เป็นคนเชิญธง เป็นนักกิจกรรมทุกอย่าง ในโลกใบนี้ที่โรงเรียนให้ทำ อุ้มทำหมดเลย มันก็เลย เป็นความบาลานซ์ที่จะทำโทษมัน สุดโต่งก็ไม่ได้ เพราะว่าสร้างชื่อเสียงให้โรงเรียน แต่ถ้าไม่ทำโทษเลยก็จะเป็นรุ่นพี่ ที่ไม่ดี นั่นล่ะค่ะ  วีรกรรมสุดโต่งตอนเรียน เป็นนางงามกีฬาสีนะ เอาสิ แถมนำสวดมนต์ตอนเช้าตลอด จากความแก่น ของตัวเอง คิดอะไรได้บ้าง เราเห็นอะไรบ้าง ณ ตรงนั้น ในวัยนั้น คิดอะไรไม่ได้เลยนะ ไม่ได้คิดไปต่อเลย ว่า ทำไปแล้วจะดี -ไม่ดียังไง จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ว่าคิดได้แค่ว่าจุดนั้นคือเท่สุดแล้ว ทำได้ตรงนั้นคือเก่งมาก เท่มาก ได้รับการยอมรับ จากเพื่อน จากรุ่นน้อง จากสังคมตรงนั้น ไม่ได้คิดต่อเลยว่า จากตรงนั้นมันมีข้อดี ข้อเสียยังไง แต่ จุดที่ทำให้คิดได้ คือ โรงเรียนจะชอบ พาไปดูหนัง แต่จะไปกันทั้งกลุ่ม โรงเรียนพาไปดูเรื่องเสียดาย 2 นั่นน่ะคือ จุดเปลี่ยนชีวิตเลย พอเห็นแล้ว ดูแล้วหายใจไม่ออก ดูแล้วอึดอัด เป็นอย่างนั้นเลย มันจะมีฉากหนึ่งที่ น้องนักแสดงที่เล่นเป็น แป๋ม ใส่แว่นตา เขาฉีดยาเข้าเส้น แล้วเขาช็อกไปเลย โห เราเหงื่อออกทั้งมือ จับแขนเพื่อน เห้ย ไม่เอาอีกแล้ว กลัว เหมือนเห็นตัวเองว่าถ้ายังข้ามลิมิตตรงนั้นไปอีก ผลมันคือจะเป็นตรงนั้น เรื่องเสียดาย 2 เลยเป็นเรื่องที่เปลี่ยนชีวิตว่า อย่าอยากรู้อยากเห็น เกินกว่าสิ่งที่มันถูกต้องเลยจะดีกว่า ก็เลยถอยตัวเองกลับมา ซีนหนึ่งในภาพยนตร์ เสียดาย 2 ตัวละครแป๋ม ในชุดยุวกาชาด ภาพจากภาพยนตร์ เสียดาย 2 ชีวิตแรกบิน...พ้นอกพ่อแม่ ทำมาหากิน เลี้ยงตัวเอง ในกรุงเทพฯ ด้วยเงินเดือนเพียง 7,000 บาท เมื่อเรียนจบแล้ว ชีวิตมีอยู่ 3 ทางเลือก ทางเลือกแรก ไปอยู่ต่างประเทศกับยาย ทางเลือกที่ 2 คือ ทำงานที่บ้าน ไม่ต้องออกไปไหนจากอกพ่อกับแม่ เพราะพ่อไม่อยากให้ไปไหนเลย อยากให้อยู่ด้วยตลอดเวลา ทางเลือกที่ 3 คือ  มาใช้ชีวิตที่อยากใช้ เหมือนเด็กต่างจังหวัดทั่วไปคือหนีมาตายเอาดาบหน้า ที่กรุงเทพ เลือกทางเลือกที่ 3 จำเลยได้ว่า วันแรกที่จะมาอยู่กรุงเทพฯ ขอเงินพ่อกับแม่มา 3 หมื่นบาทที่จะมาเช่าหออยู่ ทำงานที่แรกเงินเดือน 7 พัน ร้องไห้ทุกวัน เพราะไม่เคยใช้เงิน 7 พันแล้วพอ เพราะตอนเรียนคือ  ขอเท่าไหร่ได้เท่านั้น ขอวันนี้ได้วันนี้ ขอพรุ่งนี้ได้พรุ่งนี้ ไม่จุดหยุดของการใช้ตังค์ เพราะว่าเป็นเด็กใช้ชีวิตสุดโต่งมาก  แต่พอมาทำงานได้ 7 พันบาท ถ้าบอกพ่อกับแม่ว่าได้เงินเดือน 7 พันบาท ซวยแน่ๆ ถูกเรียกกลับบ้านแน่ๆ พ่อแม่ไม่รู้ คิดดูว่าอยู่ยังไง  7 พันบาท เช่าหออยู่ใช้ชีวิตในเงินเดือน  7 พันบาท ทำงาน เดินทาง กิน รับผิดชอบชีวิตตัวเองทุกอย่าง ทำงาน 7 วัน เหนื่อยมั่กมากกกกกก (ลากเสียงยาว) ทำยังไง...ร้องไห้ อ๊ะ ถ้าร้องไห้ปุ๊บได้กลับบ้านแน่ๆ เพราะถ้าร้องไห้ คนแรกที่จะโทรไปร้องไห้คือ ร้องไห้กับแม่ ถ้าเป็นแบบนั้น เรื่องถึงพ่อแน่นอน ได้กลับบ้านแน่ๆ  เลยเลือกวิธีที่ 2 หาอาชีพเสริม คุณอุ้ม กับครอบครัว อาชีพแรกที่ได้ทำงานคือเป็นพีอาร์ ตอนนั้นไม่เข้าใจคำว่า ประชาสัมพันธ์กับ สาวเชียร์เบียร์หรือว่า พริตตี้ ในร้านอาหารแถว RCA หรือแถว รัชดามันต่างกันยังไงไม่รู้ เพราะเพิ่งมาจากต่างจังหวัดใหม่ๆ  รู้แค่ว่าหางานทำ อะไรก็ได้ที่ทำงานได้ทั้งกลางวันและกลางคืน จะได้มีเงินซัพพอร์ตตัวเอง พุ่งไปรัชดาเลย ไปสมัคร ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเขาเลือกเพราะหน้าตาน่ารักหรือเพราะอะไร ไม่รู้ แต่เขารับเลย ค่าจ้างก็วันละ 350 พรุ่งนี้มาเริ่มงานเลย แล้วจะได้มากกว่านั้นเป็นร้อย เป็นพัน เป็นแสน ก็ขึ้นอยู่ที่ความสามารถ ก็งง เอ๊ะ! ทำไมเงินไม่เหมือนกันกะงานที่เราทำ ก็เลยไปเสิร์ช อินเตอร์เน็ต เห้ย ...มันคนละความหมาย นี่หว่า ประชาสัมพันธ์กับ พีอาร์กลางคืน คนละความหมาย กันเลย ก็เลยถอยตัวเองกลับมา มีเงินติดตัวอยู่ 3,500 บาท ทำอะไรดีกับก้อนนี้ เลือกไปเป็นสาวเชียร์เบียร์ เชื่อป่ะ ไปสมัครเป็นสาวเชียร์เบียร์  ได้ไปเชียร์เบียร์ที่สนามกอล์ฟ  ออลสตาร์ ก็อาจจะขาว อาจจะตัวเล็ก อาจจะถูกสเป็ก ญี่ปุ่น เจอ ญี่ปุ่น ตบตูดไป 2 ที ฟาดเบียร์ไป 1 ที ไม่ได้เงินคืนเลย มัดจำ 3,000 (เล่าไปหัวเราะไป) กลับมาร้องไห้ที่บ้าน ทำยังไงล่ะ ไม่มีเงินเหลือแล้ว โทรไปยืมตังค์พี่ชาย พอยืมปุ๊บ ถึงหูแม่ปั๊บเลยค่ะ  น้าขับรถมาเลยจากพุทธมณฑลสาย 2 ดิ่งมาหาอุ้ม นั่นเป็นครั้งแรกที่ รู้ว่าหลานอยู่ยังไง มีชีวิตเป็นอยู่ยังไง ก็เลยบอกเขาว่า ขอเวลา 3 ปี ถ้า 3 ปี ดูแลตัวเองไม่ได้จะกลับบ้าน ไม่มีเงื่อนไขแล้ว น้าเลยกลับ เห้ย แต่ชนะ!  เราอยู่ได้ เพราะตั้งเป้ากับตัวเองเป็นเม็ดเงินไว้ว่า ถ้าอายุเท่านี้จะต้องมีเงินเท่านี้ ไปในแต่ละสเต็ปอายุ เลยกลายเป็นเด็กที่ทำงานหนักกว่าคนอื่น ทำงาน 24 ชั่วโมง ในสมองคิดงานตลอดเวลา เพราะมีเป้าเป็นเงิน เพื่อที่จะได้ไม่ต้องกลับบ้าน ชีวิตที่ Channel [V] เปลี่ยนงาน เปลี่ยนชีวิตที่ Channel [V] Thailand  Channel [V] Thailand  เป็นงานที่ 2 ผู้ใหญ่เห็นความขยัน ความสามารถและเราเป็นคนชอบฟังเพลง มีแรงบันดาลใจคือพี่ตะแง๋ว บุษบา มหัตถพงศ์ สมัยก่อนบ้านไม่สามารถที่จะดูเคเบิลได้ ขอไปดูบ้านคนอื่น ที่บ้านรุ่นพี่ ดูเสร็จต้องปั่นจักรยานไปออฟฟิศพ่อที่ค่ายทหารเพื่อขอส่งแฟ็กซ์ มีวันหนึ่งที่รับงานฝิ่น ( คำแสลง แปลว่า ฟรีแลนซ์)  แล้วไปเจอคนที่ Channel [V] Thailand  ชื่อน้องนนท์ ไปงานนี้ด้วย แล้วเป็นจังหวะที่ Channel [V] Thailand หาพีอาร์ เค้าเห็นงานที่เราทำแล้วคงชอบในตอนนั้นเลยเรียกมาสัมภาษณ์งาน และตอนนี้คนคนนั้น ก็กลายมาเป็นลูกค้ากัน“น้องนนท์ – นนท์ อมาตย์ทัศน์”Brand Manager ที่คอนเนตโต ตอนนั้นนั่งทำพอร์ท ทำทุกอย่าง เป็นครั้งแรกที่เตรียมความพร้อมไปสัมภาษณ์งานโดยการ พูดกับกระจก เพื่อที่จะไม่ให้หลุดทุกคำถามที่เขาถาม ไปถึงเขาไม่สัมภาษณ์อะไรเลยอ่ะ เขาพูดประโยคสั้นๆ ว่าสวย เหมาะกับคาแรคเตอร์ Channel [V] Thailand ขออย่างนี้แล้วกัน ไปส่งข่าวพอลล่าให้หน่อย ถ้าได้ลงปุ๊บรับเลย ไม่คิดอะไรเลย กลับไปทำปึ๊งๆ โทรหาเลย เล่มที่ลงให้คือหนังสือพิมพ์บ้านเมือง พี่บี สุทธีวรรณ ถิตย์ผาด  ลงพอลล่าให้เกือบครึ่งหน้าขอกราบและจดจำเป็นพระคุณจนทุกวันนี้ Channel [V] Thailand ....ชีวิตไม่เหมือนฝัน Channel [V] Thailand โทรกลับมาเลย รับเข้าทำงาน โคตรภูมิใจ โคตรดีใจ ได้เดินเข้าไปทำงานที่ Channel [V] Thailand แต่....เข้าไปทำในยุคเปลี่ยนน้ำ มียุคเจนเก่า กับยุคเจนใหม่ เข้าไปทำได้ 3 วันร้องไห้เลย อยากจะลาออก เคยได้ยินไหมว่า ที่ทำงานในฝัน แต่เข้าไปแล้วมันไม่เหมือนฝัน มันไม่เหมือนกันเลย ไม่เคยเจอสภาพแบบนี้ ตอนนั้น ได้กำลังใจจากครอบครัว บอกว่า ถ้ามีฝันแล้ว อย่าทิ้งฝัน มีฝันแล้วต้องสู้ ทำให้ถึงฝัน อุ้มก็สู้เลย ก็ทำทุกอย่างจนได้รับการยอมรับ ถ้าพูดถึง Channel [V] Thailand  มี 6 - 7 คนที่ต้องพูดถึงเลย คนแรก นนนี่-คุณนนท์ อามาตย์ทัศน์ คนที่ 2 คือ  พี่ดาว-แสงดาว อินทร์อ่อน  ซึ่งเป็น ผู้จัดการฝ่ายการตลาดในตอนนั้น คนที่รับอุ้มเข้าทำงานคนที่ 3 คือ ผู้จัดการทั่วไปพี่ตาม-หม่อมราชวงศ์ รุจยารักษ์ อาภากร นายคนถัดมาคือ พี่เส-คุณปชญา ตอยยีบี คนต่อมาคือ พี่อ๊อด-คุณนิมิตร สุขุมาสวินซึ่งคนนี้เป็นครูในทุกๆอย่างของชีวิต ครูที่สอนความคิด สอนการใช้ชีวิต สอนในการทำงานแบบไม่พูด แต่ทำให้ดู และพาทำ และภรรยาพี่อ๊อด คนที่มาเป็นนายคนต่อไปคือ พี่อุ๋ย-ฉัตรชนก แรงเพ็ชร ซึ่งตอนนี้ เป็นผู้อำนวยการฝ่ายขาย ที่ GMM 25 ทั้งหมดคือนายที่หล่อหลอมให้เราเป็นเราในทุกวันนี้และมีอีกหลายๆ ท่านในบริษัทอื่นที่เล่าถึงไม่หมด Channel [V] Thailand ไม่ใช่ออฟฟิศ เป็นสถาบัน เป็นโรงเรียน เป็นบ้าน เป็นทุกอย่าง ไม่มีเวลาหยุดทำงาน ตีสามยังประชุมอยู่เลย แต่มันโคตรสนุก ใช้คำว่าสนุกธรรมดาไม่ได้ เพราะมันเป็นที่รวมวัยรุ่น ที่สุดโต่งมาอยู่ด้วยกัน นั่นแหละ คือ Channel [V] Thailand Work Hard and Pay Harder...เรียนรู้ทุกข์จากการเป็นหนี้ ตอนเราอยู่ Channel [V] Thailand เราอยู่กับความหรูหรา ใจกลางกรุงเทพ สยามเนอะ(หัวเราะ) มีบัตรเครดิต 7 ใบ แต่เต็มวงเงินทุกใบ หมุนเงินไม่ทัน ทางแก้มี 2 ทาง บอกแม่ แม่จ่ายให้ได้สบายมาก แต่ก็ซวยแน่ๆ ถ้าบอกปุ๊บกลับบ้านแน่นอน  อ่ะ โอเค ไปกู้เงิน กู้จากอันนี้มาผ่อนอันนี้ จ่ายตรงนี้ โหย....เป็นทุกข์มาก เหมือนจะเป็นบ้าเลย ตัดสินใจบอกแม่ เพราะถ้าไปขอยืมคนอื่น ก็คงไม่มีใครให้ยืมหรอกแพงขนาดนั้น  เลยยืมเงินแม่มาจ่าย ...จนเมื่อ Channel [V] Thailand ปิดตัวลง อุ้ม กวิสรา ก็ยังยึดสายงานด้าน PR ตลอด....จนหันมาสร้างธุรกิจของตัวเอง เปิด บริษัท แบรนด์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด เริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง บริษัท แบรนด์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ถ่ายกับ บอย โกสิยพงษ์ เปรียบเทียบตัวเองตอนอายุเลข 2 กับเลข 3 เปรียบเทียบนะ อายุเลข 2 คือวัยที่ตื่นเต้นกับการที่ได้รับความสนใจ ก็เหมือนผู้หญิงที่ต้องออกไปเที่ยวกลางคืน แล้วต้องแต่งตัวสวยๆ ไปเช็คเรตติ้ง แต่พอเป็นอายุเลข 3 ตื่นเต้นกับการที่ได้ใช้วิธีคิด เพื่อที่จะดึงคนนี้เข้ามา พี่อุ้มชอบเทียบให้ลูกน้องฟังเสมอ อายุเลข 2 จะต้องไปหาผู้ชายโสดในผับ แต่อายุเลข 3 ต้องไปเที่ยวบาร์โฮสท์ แล้วซื้อได้ นั่นคือวิธีคิด ณ วันนี้รู้สึกว่าตัวเองพอใจแล้วหรือยัง ยังเป็นคนมีฝัน มีสเต็ปทุกปี เป็นคนมีฝันเรื่องตัวเลข แล้วก็จะเอาตัวเลขมาเป็นตัวคิดว่า ถ้าตัวเลขเท่านี้่ จะต้องทำอะไรเพื่อให้ซัพพอร์ตตัวเลขเท่านี้ได้ ยังมีอะไรที่อยากทำแล้วยังไม่ได้ทำอีกบ้าง อย่าขำนะ อยากทำฟาร์มกวาง อยากทำกับครอบครัว... คือมันต้องมี Work Balance และ Life Balance ด้าน Entertain ที่อยากทำคืออยากทำคอนเทนต์ ที่ Entertain แบบไม่มีข้อจำกัดในการทำธุรกิจบันเทิง อย่าง ลูกค้าต้องการแบบนี้ รูปแบบคนดูชอบแบบนี้ แต่ในความเป็นส่วนตัวคือ อยากทำฝันใหม่ คือ สร้าง Platform ใหม่ขึ้นมา ที่มันตอบโจทย์ทุกคนหมดเลย ตอบโจทย์ลูกค้า ตอบโจทย์คนดู และตอบโจทย์เราด้วย ในขณะเดียวกัน มันคือความท้าทาย แต่อีกด้านที่มัน Slow Life มันต้องมีสีเขียวในชีวิต มันก็เลยเป็นอีกด้านหนึ่งที่ การทำงานด้านบันเทิงมันไม่ได้แปลว่าเรามี แรงบันดาลใจ จากคนที่ทำธุรกิจบันเทิงเสมอไป มันจะต้อง มี แรงบันดาลใจจากการหยุดนิ่ง ได้พัก สมองคิดตลอด มันไม่บันเทิงหรอก มันต้องได้พัก จุดพักของเราคือจุดที่ได้อยู่กับสัตว์ อยู่กับทุ่งสีเขียว จุดนั้นแหละที่ทำให้อุ้มได้ แรงบันดาลใจ มาคิดเรื่องบันเทิง ได้ในมุมแตกต่างจากคนอื่น แรงบันดาลใจในชีวิต  แม่เป็น Officially กำลังใจ แม่เป็นทุกอย่างในชีวิต แม่จบป.4 เพราะว่าต้องให้น้องๆ เรียน  วันที่แม่ได้มาแต่งงานกับพ่อ ไม่ใช่เพราะว่าพ่อมาชอบแม่นะคะ แม่ไม่เคยมีแฟน แล้วแม่มาชอบนายทหารคนนี้มาก จึงตกลงปลงใจโดยไม่คิด แม่ก็เป็นสาวเฟี้ยว อุ้มเลยมี DNA ความเฟี้ยวมาจากแม่ แม่ทำทุกอย่างและสอนลูกทุกอย่าง เพื่อให้ลูกไปอยู่ในจุดที่ประสบความสำเร็จมากกว่าเขา นั่นคือแม่ของอุ้ม อุ้ม กวิสรา กับ คุณแม่ ชีวิตของ อุ้ม กวิสราเกิดมาเพื่อสิ่งไหน เกิดมาเพื่อทำงาน เราชอบทำงานมาก เราทำอะไรไม่เก่งเลยในชีวิต ซักผ้าไม่เก่ง รีดผ้าไม่เก่ง แต่งหน้าไม่เก่ง ทำผมไม่เก่ง ไม่เก่งอะไรเลยเป็นเป็ดทุกอย่างแต่เราชอบและเรามั่นใจว่า เราเก่งในการทำงาน ถึงแม้ตอนวัยรุ่นเธอจะแก่น จะเฟี้ยวขนาดไหน แต่เธอยังรู้จักหยุดตัวเอง ยังดีที่วันนั้นเธอได้ดูหนังเรื่องนั้น ยังดีที่เธอเห็นทัน และดึงตัวเองกลับมาได้ทัน ไม่ใช่ทุกคนที่จะกลับมามีอนาคตได้แบบเธอ ยังดีที่เธอรู้จักหยุดตัวเองเมื่อเป็นหนี้ และมีความรักจากครอบครัวที่อบอุ่น นอกจากนี้ เธอยังมีแรงผลักดันตัวเอง สู่อนาคต ไม่หยุดนิ่ง ...ไม่ใช่ทุกคนที่จะเห็นตัวเอง จับตัวเองได้ทันแบบเธอ เจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน จนมีธุรกิจของตัวเองถึง 2 ธุรกิจด้วยกัน กับผลงานล่าสุด ของ โปรโมเตอร์ ผู้ออกแบบความบันเทิงหน้าใหม่ของไทย ในชื่อบริษัท มอร์ เอ็น มอร์ จำกัด กับคอนเสิร์ตครั้งแรก " 5 วงเพื่อนรัก คึกคักเวลาลงเล่น circle of friends" บทสัมภาษณ์และเนื้อหาโดย WOMEN MThai Team

เที่ยว ตรอกโรงยา ถนนสายวัฒนธรรม จังหวัดอุทัยธานี
ตรอกโรงยา /  อุทัยธานี

วันนี้ Travel MThai ขอพาสมาชิกที่รัก ไปรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวบนถนนสายวัฒนธรรมแห่งหนึ่งของจังหวัดอุทัยธานี เพื่อไปสัมผัสผู้คนในชุมชน ยังคงผูกพันกับวีถีชีวิตในอดีต ที่มีให้นักท่องเที่ยวพบเห็นกันอยู่ในปัจจุบัน กันที่ ถนนคนเดิน ตรอกโรงยา กันครับ เสน่ห์ของ ถนนคนเดินตรอกโรงยา ก็คือ บ้านเรือนไม้เก่าๆ ที่ทุกวันเสาร์ บนถนนสายเล็กๆ แห่งนี้ จะมีนักท่องเที่ยวต่างพากันมาเดินเที่ยว กินอาหารอร่อยๆ ขึ้นชื่อของเมืองอุทัยฯ ผู้คนในชุมชนจะเปิดบ้านชาวจีนในสมัยก่อนหลายหลัง รวมถึงมีการเล่าถึงประวัติของตรอกโรงยาในสมัยก่อน ให้นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ได้ทราบกัน นอกจากจะอิ่มความรู้กันแล้ว แถมยังได้ช๊อบของฝากเล็กๆ น้อยๆ กลับมาฝากคนที่บ้านอีกด้วยนะ ถนนคนเดินตรอกโรงยา เป็นถนนคนเดินที่เกิดจากการบูรณาการความร่วมมือของภาคเอกชน และภาคประชาชน และมหาวิทยาลัยนเรศวร เป้าหมายที่สำคัญ คือ การปลุกชุมชน ด้วยการสร้างจุดเริ่มต้นของห้องเรียนชีวิต การเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อเชื่อมโยงประวัติศาสตร์ระหว่างคนรุ่นเก่าสู่คนรุ่นใหม่ด้วย พลังความร่วมมือของคนในชุมชน และยังเป็นสถานที่พบปะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นของประชาชน และส่งเสริมการท่องเที่ยวของชุมชน อันจะก่อให้ เกิดความภาคภูมิใจในวิถีชีวิตของชาวอุทัยธานี นำไปสู่การพัฒนาเมืองให้เกิดความยั่งยืนต่อไป ในอดีตบนถนนสายนี้ เคยเป็นที่อยู่อาศัย และทำมาหากินแหล่งใหญ่ของชาวจีนอพยพ ที่มาตั้งรกรากถิ่นฐานในจังหวัดอุทัยธานี ซึ่งมีหลายฐานะทางเศรษฐกิจไม่ว่า จะเป็นเถ้าแก่เจ้าร้าน ไปจนถึงชนชั้นกรรมกร แต่ทุกคนในชุมชนแห่งก็อยู่ร่วมกันได้สงบสุข และช่วยเหลือจุนเจือกันมา ส่วนชื่อ ถนนคนเดินตรอกโรงยา นั้นมาจาก คนจีนกลุ่มหนึ่ง ได้มีการตั้งขบวนการอั้งยี่ โดยมีเถ้าแก่จีนในซอยนั้นเป็นผู้นำ ได้สร้างโรงฝิ่นอย่างถูกกฏหมายขึ้นมาในสมัยของจอมพลป. พิบูลสงคราม ซึ่งต่อมาในปี พ.ศ.2500 ได้ถูกคำสั่งให้ปิดลง จึงกลายมาเป็นตำนานของชื่อตรอกโรงยา จนกระทั้งถึงปัจจุบัน นอกจากนี้แล้ว นักท่องเที่ยวที่มาเยือนยังจะได้พบกับกิจกรรมที่หลากหลายของผู้คนจังหวัด อุทัยธานี บนเส้นทางถนนคนเดินตรอกโรงยา เขต เทศบาลเมืองอุทัยธานี ทุกวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 16.00 - 21.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุทัยธานี โทร. 0-5651-4982 และคณะกรรมการพัฒนาเมืองอุทัยฯ โทร. 08-6680-9955­­ e-mail : tatuthai@tat.or.th ข้อมูลและภาพ : idotravellers.com / สยามรัฐ / ททท. เรียบเรียงโดย Travel MThai

สายธาราจิตอาสา!! บอย-ภัทร-วันใหม่ แจกข้าวแจกน้ำ จำคำพ่อสอน อยู่อย่างพอเพียง!!
บอย ปกรณ์ /  น้องวันใหม่ / 

  ยังคงหลั่งไหลเป็นสายธารกับการทำความดีเพื่อพ่อ ด้วยเป็นจิตอาสาของประชาชนคนไทย รวมถึง บอย ปกรณ์ และครอบครัวฉัตรบริรักษ์ ที่เมื่อวันก่อนได้เดินทางมาอาดงความอาลัยสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมกับแจกน้ำดื่มให้ประชาชนที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ ล่าสุดวันนี้ (17ต.ค.59) บอย ปกรณ์ พร้อมด้วย ภัทร ฉัตรบริรักษ์ และ น้องวันใหม่ ได้เดินทางมาด้วยจิตอาสาอีกครั้งพร้อมกับนำข้าว น้ำ และขนม มาแจกจ่ายแก่พี่น้องประชาชนที่เดินทางมาด้วยใจเป็นหนึ่งเดียวกัน พร้อมกับเผยถึงการนำเรื่องความพยายามและการพอเพียงของพ่อหลวง มาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต บอย "ก็เหมือนทุกๆ คนที่มาครับ มาด้วยจุดประสงค์เดียวกันคือเพื่อแสดงความเคารพพระบรมศพ และก็มีลูกๆ ของพ่อคนเดียวกันมาช่วยแจกน้ำ แจกข้าวของ มีรถรับส่งฟรี มีพี่ๆ อาสา ผมเห็นแบบนี้มาหลายวันแล้วครับ ส่วนตัวผมเองถ้าหากวันไหนว่างก็จะมาซึ่งวันนี้เป็นวันที่สองแล้ว คนอื่นๆ ในครอบครัวถ้าหากใครว่างก็จะมาเหมือนกัน รวมถึงยังมีเพื่อนๆ พี่ๆ ที่สนิทมาช่วยด้วย ไม่ใช่มีแค่พวกเรา" บอย "อย่างที่ผมบอกไปวันนี้ทุกคนมาในฐานะลูก เราเป็นพี่น้องกันเราเลยมาดูแลกันครับ" เห็นภาพความสามัคคีในวันนี้แล้วรู้สึกยังไงบ้าง ? บอย "ดีใจครับ อย่างเมื่อวานซืนที่ผมนั่งมอเตอร์ไซค์มา ผมก็เห็นพี่ๆ มอเตอร์ไซค์ติดป้ายรับส่งฟรี เป็นภาพที่เห็นแล้วรู้สึกดีครับที่ทุกคนได้ช่วยเหลือกัน" ในครอบครัวเรามีใครเคยถวายงานให้พระองค์ท่านบ้างไหม ? ภัทร "ยังไม่เคยได้ถวายงานโดยตรงครับ แต่ตอนเด็กๆ ผมเคยได้ถวายงานกับสมเด็จพระเทพฯ" บอย "เช่นกันครับ ผมก็ยังไม่เคยได้ถวายงานโดยตรง แต่บางทีการที่ผมได้ทำงานตรงนี้ ได้ไปถ่ายรายการบางครั้งมันก็มีส่วนที่ผมได้เผยแพร่พระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านให้กับทุกคนได้ทราบ" มีพระราชกรณียกิจไหนบ้างที่เราจำได้จนถึงทุกวันนี้ ? บอย "ความจริงก็เยอะนะครับในสิ่งที่พระองค์ได้ทรงทำไว้ อย่างพระราชกรณียกิจชิ้นหนึ่งที่ผมรู้สึกว่าทำไมท่านถึงสามารถทำได้ ตอนนั้นผมมีโอกาสได้ไปถ่ายรายการที่ต่างจังหวัดซึ่งแต่ก่อนเป็นพื้นที่ที่มีแต่การปลูกฝิ่นเยอะมาก แต่ท่านทรงเปลี่ยนพื้นที่ที่เป็นเลือดให้กลายเป็นพื้นที่สีขาว ให้เป็นไร่สตรอว์เบอร์รี่และไร่การเกษตร ซึ่งทั่วทุกมุมโลกต่างก็ยกย่องท่านที่สามารถเปลี่ยนพื้นที่สีแดงให้กลายเป็นสีขาวได้ โดยไม่มีการเสียเลือดเนื้ออะไรเลย ซึ่งเป็นที่ผมคิดว่าคงยากมากๆ" เราได้นำพระราชดำริอะไรมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันบ้างหรือเปล่า ? บอย "หลักๆ ผมว่าเป็นเรื่องของความพยายามที่จะทำสิ่งที่ดีให้สำเร็จ และเรื่องการใช้ชีวิตอย่างพอเพียง ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่คนไทยทุกคนยึดกันเยอะ การใช้ชีวิตพอเพียงเป็นสิ่งที่ทำง่าย แค่เรารู้จักประมาณตัวเอง รู้จักความเหมาะสมของตัวเอง ก็สามารถทำให้ทุกคนก้าวหน้าในชีวิตไปได้อย่างมั่นคงครับ" ภัทร "อย่างที่พี่บอยบอกครับ เรื่องความพอเพียงเป็นเหมือนสิ่งที่พระองค์ท่านมอบปณิธานให้กับคนไทย ทำและดีกับตัวเอง ไม่ต้องลงทุนหรือใช้ความพยายามเลยครับ ผมคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่อย่างน้อยเราจะทำให้พระองค์ท่านได้ คือการน้อมนำปณิธานที่พระองค์ท่านได้มอบให้มาใช้กับชีวิต" บอย ปกรณ์ น้องวันใหม่   บอย ปกรณ์ น้องวันใหม่   บอย ปกรณ์ น้องวันใหม่   บอย ปกรณ์ น้องวันใหม่   บอย ปกรณ์ น้องวันใหม่   บอย ปกรณ์ น้องวันใหม่   บอย ปกรณ์ น้องวันใหม่   บอย ภัทร น้องวันใหม่   บอย ภัทร น้องวันใหม่   บอย ภัทร น้องวันใหม่   บอย ภัทร  

10 อันดับ พิพิธภัณฑ์แนะนำในประเทศไทย
TripAdvisor /  ทริปแอดไวเซอร์ / 

หลายคนอาจจะอยากรู้ว่า สถานที่ท่องเที่ยวในไทยในมุมของ พิพิธภัณฑ์ ที่คนนิยมไปเที่ยวนั้นมีที่ไหนบ้าง ลองมาดู ที่ ทริปแอดไวเซอร์ ได้ประกาศรางวัล ทราเวลเลอร์ส ช้อยส์ อวอร์ดส (Traveller's Choice Awards) สำหรับพิพิธภัณฑ์ โดยเผยพิพิธภัณฑ์ยอดนิยมสูงสุด 25 อันดับในโลก พร้อมจำแนกรายนามพิพิธภัณฑ์เด่นทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น เอเชีย ยุโรป อเมริกาใต้ เอเชียแปซิฟิก สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และประเทศไทย 10 อันดับ พิพิธภัณฑ์แนะนำในประเทศไทย จาก Traveller's Choice Award 1.    พิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาด จังหวัดกาญจนบุรี (678 รีวิว) 2.    พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย (MOCA) จังหวัดกรุงเทพฯ (151 รีวิว) 3.    พิพิธภัณฑ์แมลงโลกและสิ่งมหัศจรรย์ธรรมชาติ จังหวัดเชียงใหม่ (107 รีวิว) 4.    พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ จังหวัดกรุงเทพฯ (201 รีวิว) ภาพจาก : http://travel.mthai.com 5.    หอฝิ่น อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ เชียงแสน จังหวัดเชียงราย (236 รีวิว) ภาพจาก : http://travel.mthai.com 6.    อเนกกุศลศาลา (วิหารเซียน) พัทยา จังหวัดชลบุรี (74 รีวิว) ภาพจาก : www.tlcthai.com 7.    พิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราช จังหวัดกรุงเทพฯ (159 รีวิว) ภาพจาก : www.vcharkarn.com 8.    พิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จังหวัดกรุงเทพฯ (207 รีวิว) ภาพจาก : www.prachachat.net 9.    พิพิธภัณฑ์บ้านดำ จังหวัดเชียงราย (296 รีวิว) ภาพจาก : www.manager.co.th 10.    พิพิธภัณฑ์วังสวนผักกาด จังหวัดกรุงเทพฯ (77 รีวิว) ภาพจาก : mblog.manager.co.th ทริปแอดไวเซอร์ คือ เว็บไซต์ท่องเที่ยวรายใหญ่ที่สุดในโลก ที่ช่วยให้นักเดินทางสามารถวางแผนการเดินทางท่องเที่ยวและได้รับประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ดีที่สุด ทริปแอดไวเซอร์ยังเสนอคำแนะนำที่น่าเชื่อถือจากนักเดินทางจริง และเสนอทางเลือกในการเดินทางที่หลากหลายเพื่อช่วยในการวางแผนการท่องเที่ยว สามารถดูรายละเอียดพิพิธภัณฑ์ที่ได้รับรางวัลทราเวลเลอร์ส ช้อยส์ อวอร์ดส ทั้งหมด 509 แห่ง พร้อมรูปภาพจริงของนักท่องเที่ยวได้ที่ http://th.tripadvisor.com/TravellersChoice-Attractions-cMuseums บทความท่องเที่ยวน่าสนใจ : 10 อันดับ พิพิธภัณฑ์แนะนำในเอเชีย : 10 อันดับ พิพิธภัณฑ์แนะนำระดับโลก!! : 10 อันดับ พิพิธภัณฑ์แนะนำในประเทศไทย

แล้วจะหลงรัก... ปางมะผ้า
ถ้ำปลา /  ถ้ำลอด / 

ปางมะผ้า อำเภอเล็กๆ ที่แฝงตัวอยู่ในขุนเขาสีเขียวชอุ่ม อำเภอหนึ่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอน อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 77 กิโลเมตร ที่นี่มีทีเด็ดที่นักเดินทางที่ชอบผจญภัยไม่อาจพลาดได้ แล้วจะหลงรัก... ปางมะผ้า ปางมะผ้า อยู่ระหว่างการเดินทางจากปาย ไปแม่ฮ่องสอน หลายคนรู้จักปางมะผ้าจากหนังเรื่อง "รักจัง" ในฉากหมู่บ้านชาวเขาเล็กๆ เรียบง่าย ใสซื่อ ของวิถีชีวิตที่ห้อมล้อมด้วยธรรมชาติที่ยังบริสุทธิ์ อากาศหนาวๆ มีหมอกขาวๆ โรแมนติกสุดๆ ด้วยกลิ่นอายแห่งธรรมชาติ ที่แสนบริสุทธิ์ของเมืองเล็กๆ ในแดนสามหมอกเมืองนี้ ทำให้เราตัดสินใจเดินทางไปทันทีได้ไม่ยาก อยากจะสูดอากาศให้เต็มปอด เติมพลังก่อนกลับสู่โลกการทำงานในเมืองกรุง ปางมะผ้า ไม่ได้มีจุดเด่นอยู่เพียงแค่ธรรมชาติและทิวเขา อันบริสุทธิ์ เท่านั้นนะคะ ทุกวันนี้ปางมะผ้า เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวแนวแอดเวนเจอร์พลาดไม่ได้แห่งหนึ่งทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรม ล่องแพ พายเรือคายัค เที่ยวหมู่บ้านกะเหรี่ยง ชมวิวที่ดอยกิ่วลม ในความบุกบั่นลัดเลาะขุนเขามาตามเส้นทางสู่แม่ฮ่องสอน นำพาให้เรามาพบธรรมชาติอันงดงามที่ซุกซ่อนอยู่เบื้องหลังขุนเขาหลายสิบลูก ที่ลัดเลาะผ่านมา ชมวิวดอยกิ่วลม จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น และทะเลหมอก เป็นทางผ่านที่ต้องจอดแวะถ่ายภาพ สูดบรรยากาศก่อนเดินทางต่อ ไม่ว่าจะทั้งขาไปและขากลับ ในช่วงหน้าหนาวนี้ที่สวยงามมีชื่อเสียงมาก เป็นลานกว้างบนสันเขา นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นวิวได้แบบ 360 องศา ณ จุดชมวิวดอยกิ่วลม มีความสูงประมาณ 2,175 เมตรจากระดับน้ำทะเล จุดชมวิวนี้สามารถชมได้ทั้งสองฟากถนน มีทัศนียภาพที่สวยงามและหลากจินตนาการของทิวเขาที่สลับซับซ้อนของยอดดอย เชียงดาว มีเมฆขาวสลับกันสวยงาม มีร้านขายของอาคารขายสินค้าของพี่น้องชาวเขาเผ่าลีซอ มีสินค้าหัตถกรรม และสินค้าอื่นๆ วางขายบริการแก่นักท่องเที่ยว ปัจจุบัน จุดชมวิวดอยกิ่วลม ได้มีการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว และมีจุดบริการนักท่องเที่ยวซึ่งสร้างอาคารที่เป็นสถาปัตยกรรมแบบไทใหญ่ และมีร้านกาแฟชื่อเท่ “กาแฟปลายฟ้า” ร้านกาแฟชาวไทยภูเขาจุดเริ่มต้นเล็กๆจากการส่งเสริมชาวเขาทดแทนการปลูกฝิ่น โดยการปลูกกาแฟ ซึ่งใครที่ชอบ จิบ ชา กาแฟ ก็ต้อง มาแวะกัน อุทยานแห่งชาติถ้ำปลา – ผาเสื่อ ดินแดนอุทยานแห่งเทือกเขาสลับซับซ้อน ประกอบด้วยป่าดิบเขา ป่าสนเขา ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง ภายในอุทยานมี ถ้ำปลาหรือวนอุทยานถ้ำปลา ให้เราได้แวะไปชม และพักผ่อนหย่อนใจ ในบรรยากาศลำธาร กลางป่าเขา ถ้ำปลา มีลักษณะเป็นโพรงปากถ้ำ และมีแอ่งน้ำขนาดใหญ่กว้างประมาณ 2 เมตร ลึก 1.50 เมตร ภายในแอ่งน้ำมีน้ำไหลออกจากถ้ำใต้ภูเขาอยู่ตลอดเวลา และมีปลาตัวโตๆ อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก เรียกว่าปลามุง หรือปลาคัง เป็นปลามีเกล็ดขนาดใหญ่ ในวงศ์เดียวกับปลาคาร์พ และถึงแม้จะมีอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ก็ไม่มีใครกล้าทำอันตราย เนื่องจากมีความเชื่อว่าเป็นปลาเจ้า หากใครนำไปรับประทานแล้วจะต้องมีอันเป็นไป นอกจากนี้่ ยังมี น้ำตกผาเสื่อ น้ำตกแห่งนี้ไหลลงมาจากน้ำตกแม่สะงาในพม่า เป็นน้ำตกขนาดกลางสูงประมาณ 10 เมตร กว้าง 15 เมตร ช่วงฤดูฝนสายน้ำจะตกลงมาเต็มหน้าผาหินกว้างลักษณะคล้ายเสื่อปูลาด มีน้ำตลอดปีช่วงที่เหมาะสมจะไปท่องเที่ยวคือ เดือนกรกฎาคม-กันยายน หมู่บ้านกะเหรี่ยงบ้านในสอย มาสัมผัสความสุขในหมู่บ้านชาวกะเหรี่ยงกันหน่อยเป็นไร ที่ หมู่บ้านกะเหรี่ยงบ้านในสอย เป็นหมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว ที่อพยพมาจากบ้านน้ำเพียงดิน บ้านในสอยเป็นชุมชนกะเหรี่ยงขนาดใหญ่ มีวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่สร้างความสุขให้แก่ผู้มาเยือน ชาวกะเหรี่ยงบ้านในสอยจะตั้งบ้านเรือนอยู่ในหุบเขา มีลำห้วยไหลผ่าน บ้านจะมีหลังคามุงจากบ้าง สังกะสีบ้าง ผู้คนที่นี่น่ารัก เด็กกะเหรี่ยงตัวน้อยๆ วิ่งเล่นเต็มไปหมด แต่ละครอบครัวจะมีการนำของเก่า ของที่ระลึกมาวางขาย บ้างก็นั้นดีดกีต้าร์ขับกล่อมให้ฟัง บ้างก็นั่งทอผ้าผืนสวยเพื่อไว้ขาย หรือถ้าใครอยากลองยิงปืนหน้าไม้ ที่นี่ก็มีให้ประลองฝีมือกันสักตั้ง ที่บ้านในสอยแห่งนี้ ยังมีกะเหรี่ยงคอยาวที่ใส่ห่วงเหลือไว้ให้เราดูอยู่ พร้อมกับบอกเล่าเรื่องราวการใส่ห่วงที่พวกเขายังคงอนุรักษ์ไว้ ซึ่งถ้าใครอยากถ่ายรูปแบบใส่ห่วงคอสีทองอร่าม ที่นี่ก็มีให้เราใส่ถ่ายรูปเก๋ๆ กันด้วย แวะผจญภัย ที่ถ้ำน้ำลอด “ถ้ำน้ำลอด” เป็นถ้ำหินธรรมชาติ ถือเป็นสถานที่แอดเวนเจอร์ทีเด็ด แห่งอำเภอปางมะผ้า โถงถ้ำกว้างที่มีลำน้ำลางไหลลอดผ่านเป็นสายทะลุออกจากภูเขา ซึ่งภายใน จะมีถ้ำที่จะให้ผู้มาเยือนได้ล่องแพเข้าไปชมความงามภายในถึง 3 ถ้ำ เริ่มตั้งแต่ถ้ำเสาหินหลวง ถ้ำตุ๊กตา ไปจนสิ้นสุดที่ถ้ำผีแมน แต่ก่อนที่จะพบความตื่นตาที่แตกต่างกันไปภายในแต่ละโถงถ้ำ นักเดินทางทุกคนจะได้สนุกไปกับการล่องแพธรรมชาติไปตามธารน้ำ เพื่อไปขึ้นชมโถงถ้ำแต่ละโถง ภายใต้ความมืดมิด มีเพียงแสงตะเกียงจากชาวบ้านผู้นำทางพาเราชมถ้ำ ทันทีที่แสงจากตะเกียงสาดส่อง ทัศนียภาพภายในปรากฏขึ้นมาทันตา เพดานหินย้อยไล่ระดับลดหลั่นกันไป อีกทั้งหินที่ตั้งสูงเสมือนเสา บ้างก็เป็นหินทรายขาว ประกายระยิบแวววับคล้ายเพชร บ้างก็ย้อยเป็นรูปหุ่น รูปหัวโขน งอกเป็นรูปตุ๊กตาหลากหลายรูปลักษณ์ ตามธรรมชาติสรรสร้างให้เป็น และยิ่งเดินเข้าไปลึกๆ ก็ยิ่งตื่นตาตื่นใจ ถือเป็นเมืองเล็กๆ แต่บรรยากาศของที่ ปางมะผ้า แห่งนี้ นั้นล้นเหลือ ทั้งสวย ทั้งบริสุทธิ์ และมีอะไรสนุกๆ ให้เราได้โลดโผนผจญภัย ถ้าได้มาเที่ยวที่นี่แล้ว จะไม่หลงรัก ปางมะผ้า ได้ยังไง…. บทความน่าอ่านจาก http://www.emaginfo.com ร่วมกับ travel.mthai.com View Larger Map แล้วจะหลงรัก... ปางมะผ้า

เจนนิเฟอร์ คิ้ม จัดเต็ม คอนเสิร์ตครั้งสุดท้าย......ก่อนวัยทอง
45ปี เจนนิเฟอร์ คิ้ม...คอนเสิร์ตสุดท้ายก่อนวัยทอง /  Jennifer Kim / 

เจนนิเฟอร์ คิ้ม ครบรส ร้อง เล่น เต้น เม้าท์ ฉลองคอนเสิร์ต 45 ปี ก่อนวัยทอง ไม่ธรรมดาจริงๆ สำหรับคอนเสิร์ต 45 ปี เจนนิเฟอร์ คิ้ม คอนเสิร์ตครั้งสุดท้ายก่อนวัยทอง ของนักร้องสาวเสียงดี เจนนิเฟอร์ คิ้ม เพราะเอ-ไทม์ โชว์บิช เนรมิตพารากอน ฮอลล์ ประหนึ่งเป็นเวทีละครเดอะมิวสิคัล จัดเต็มโปรดักชั่น แสง สี เสียง จำลองฉากย้อนกลับไปเมื่อ 45 ปี ที่เธอเติบและโตอยู่ในตรอกสลักหิน ที่เต็มไปด้วยซ่องและโรงฝิ่น พร้อมเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่อลังการบนเวทีด้วยชุดเดรสสีแดงเพลิง สลับกับการโชว์เพลง แสงสุดท้าย ตามด้วยโชว์เล่าเรื่องราวชีวิตที่ก้าวสู่อาชีพนักร้องกลางคืนที่ต้องเป็นนักร้องร่างทรงร้องเพลง ได้สารพัดแนว จนทำให้คิ้มคุ้นเคยกับเพลงฮิตทั้งเก่าและใหม่ ก่อนที่คิ้มจะขอโชว์ทักษะการร้องหยิบเอาเพลง ทั้ง ไทย จีน ฝรั่ง อย่าง Skyfall เหมยฮัว Can’t Fight The Moonlight มาร้องให้ฟัง และเพื่อให้สมกับเป็นคอนเสิร์ตส่งท้าย ก่อนย่างเข้าวัยทอง เจนนิเฟอร์ คิ้ม ขอสานฝันจัดเหล่าบรรดา แขกรับเชิญมาร่วมโชว์ที่งานนี้เรียกว่าเด็ดมาก เริ่มด้วยสาวสองพันปีหุ่นเซี๊ยะ ต่าย เพ็ญพักตร์ ที่ออกมาร้อง ฉันเลยโอเค คู่กัน ก่อนจะทิ้งเวทีให้ ต่าย ฉายเดี่ยวร้องเพลงไว้อาลัยให้กับบรรดาคนเหล่าคนรักเก่าของคิ้ม ในเพลง คนไม่รักดี แถมออกปากว่า 19 ปีที่ร้างไมค์ไป ยอมมาขึ้นคอนเสิร์ตครั้งนี้เพราะต่างฝ่ายต่างปลื้มผลงานของกันและกัน จากนั้นแขกรับเชิญคนที่ 2 ก็ขึ้นมาสร้างเซอร์ไพร้ส์ให้กับคนดูทั้งฮอลล์เมื่อ นก ฉัตรชัย ก้าวออกมาในมาดท่านชายพจน์ร้องเพลง แค่คืบ พร้อมโชว์ซีนหวานสานฝันให้คิ้มที่ขอสวมบทเป็นนางเอก ทำเอาฟินกันไป ทั้งฮอลล์ อีกหนึ่งแขกรับเชิญที่ออกปากยอมรับว่าหลงเสน่ห์เสียงคิ้มมานาน พอมีโอกาสได้ขึ้นเวทีเลยขอโชว์ ความหวานร้องเพลงคู่กันใน อยากเป็นคนนั้น หวานจนคิ้มเคลิ้มอยากจะลดวัยไปเท่ากับ พอร์ช ศรัณย์ เลยจ้า ครั้นจะรวบรวมเฉพาะพระเอกรุ่นใหญ่และรุ่นเล็กมาร้องเพลงคู่ดูจะไม่ครบรส งานนี้คิ้มเลยขอควงหนุ่มน้อยร่างท้วมน้องสนิท โก๊ะตี๋ มาโชว์ความสนุกสนานทั้งร้อง ทั้งเต้น ในเพลง คิดถึง จนเวทีสะเทือน แถมยังปะทะฝีปากดวลมุขสาดใส่กันกันไปมาแบบหมัดต่อหมัดจนคนดูในฮอลล์ขำจนขากรรไกรค้าง มาถึงช่วงเจ้ดัน เจนนิเฟอร์ คิ้ม ขอชวนเด็กๆ ในสังกัด กบ กลม และคิง เดอะวอยซ์ มาโชว์เพลง Stand by me ด้วยกัน ก่อนจะขนเพลงฮิตยุคปัจจุบัน ไกลแค่ไหนคือใกล้ รักแท้อยู่เหนือกาลเวลา และ ลมเปลี่ยนทิศ มาร้องคัฟเวอร์เอาใจคนดูในสไตล์คิ้มชนิดเพราะจับใจ จากนั้นเวทีลุกเป็นไฟอีกครั้งเมื่อ เบน ชลาทิศ ขึ้นมาร้องเพลง If I ain’t got you กับคิ้ม ถูกใจคนดูถึงกับส่งเสียงกรีดร้องพร้อมปรบมือดังลั่นฮอลล์ให้กับนักร้องคุณภาพทั้งสอง ปิดฉากความประทับใจกับ โก้ มิสเตอร์แซกแมน และ พี่นิ่ม สีฟ้า ในเพลงแรกที่แต่งให้เธอร้อง และแจ้งเกิดฐานะดีว่าแถวหน้าของเมืองไทยกับ คิดถึงเธอทุกทีที่อยู่คนเดียว ส่งท้าย ไม่ยอมหมดหวัง เพลงที่แทนทุกเรื่องราวของคิ้มที่ฝ่าฟันมาจนมีทุกวันนี้ได้ และยังให้กำลังใจกับทุกคนที่ท้อแท้ได้สู้ต่อไป เล่นเอาเธอและคนดูกว่าหมื่นคนน้ำตารื้นไปตามๆ กัน และรายได้ส่วนหนึ่งของคอนเสิร์ตครั้งนี้ยังได้ร่วมทำบุญกับ “ศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศรีษะ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย” อีกด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

เที่ยวหอฝิ่น สะท้อนอดีตด้านมืด สามเหลี่ยมทองคำ
พิพิธภัณฑ์ /  สามเหลี่ยมทองคำ / 

ณ บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติในฝันสำหรับใครหลายคน อดีตเคยเป็นดินแดนแห่งความมืดมน และดูน่าหวาดกลัว โดยเฉพาะเรื่องราวของ ฝิ่น พืชมหันตภัยร้าย ได้เป็นที่รู้จักกันมากในที่แห่งนี้ ทีมงาน Travel MThai ขอพาสมาชิกมิตรรัก ไปชมพิพิธภัณฑ์ หอฝิ่น เพื่อเสริมความรู้ และตระหนักกันว่า สิ่งเสพติด ไม่เคยให้คุณกับใครเลยสักคน และเมื่อได้รับมันไปเสมือนเดินเข้าใกล้ปากขุมนรก! เที่ยวหอฝิ่น สะท้อนอดีตด้านมืด สามเหลี่ยมทองคำ สามเหลี่ยมทองคำ คือบริเวณรอยต่อระหว่าง 3 ประเทศ ได้แก่ พม่า ไทย ลาว หอฝิ่น อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ เริ่มทำการก่อสร้างระหว่างปี พ.ศ. 2542 – พ.ศ. 2545 เปิดให้เข้าชมครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2546 และทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันพุธที่ 6 กรกฎาคม 2548 โดยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฏราชกุมาร หอฝิ่น อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ เป็นเสมือนประตูเปิดสู่โลกอันลึกลับของพืชชนิดนี้ จากความมืดมนน่าหวาดกลัว สู่ความแจ่มจรัสและรู้แจ้ง พื้นที่ 5,600 ตารางเมตร หอฝิ่น แหล่งเรียนรู้ รวมถึงกรณีศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับฝิ่น ที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับเยาวชน และประชาชนทั่วไป หอฝิ่น แสดงลำดับเรื่องราวของฝิ่น โดยเริ่มจากธรรมชาติวิทยาของฝิ่น การสืบประวัติการใช้ฝิ่นในยุคโบราณกลับไป 5,000 ปี ประวัติการแพร่กระจายของฝิ่นจากการค้าสมัยจักรวรรดินิยม เหตุการณ์พลิกประวัติศาสตร์ ที่สร้างความอดสูแก่ผู้ชนะและผู้แพ้สงครามฝิ่น อันนำไปสู่การล่มสลายของราชวงค์แมนจู ความชาญฉลาดของประเทศสยามในการเผชิญกับมหาอำนาจตะวันตก และการควบคุมปัญหา ฝิ่น ยาเสพติดเริ่มใกล้ชิดกับชีวิตประจำวันในรูปแบบของยามหัศจรรย์ หอฝิ่นได้นำเสนอสนธิสัญญาฝิ่น กฎหมายเกี่ยวกับฝิ่น องค์การที่แก้ไขปัญหานี้ ความขัดแย้งและการพัวพันอาชญากรรม ผลกระทบที่เลวร้ายของยาเสพติดที่ทำให้ผู้เสพไม่สามารถต่อต้านได้ มาตรการควบคุมและปราบปรามยาเสพติด และกรณีศึกษาที่นำเสนอทางเลือก โอกาสที่จะต่อสู้กับความเย้ายวนจากสารเสพ ติด หอฝิ่น ได้จัดแสดงอุปกรณ์การสูบฝิ่น การขายฝิ่น ชมภาพถ่าย ภาพยนต์และวีดิทัศน์เรื่องราวเกี่ยวกับ และยาเสพติดจากหลายประเทศทั่วโลก ความเป็นมาของ หอฝิ่น ในดินแดนสามเหลี่ยมทองคำ คือ จุดที่ประเทศไทย ลาว และพม่า มาบรรจบกัน เป็นที่ที่แม่น้ำรวกไหลมารวมกันกับแม่น้ำโขง และยังหมายถึงพื้นที่กว้างครอบคลุมบริเวณถึงสามประเทศ และในพื้นที่นี้เองมีการปลูกฝิ่น ผลิตเฮโรอีน และลักลอบนำออกไปขาย เมื่อได้ยินคำว่า “ สามเหลี่ยมทองคำ “  คนส่วนมากมักจะนึกถึง ดอกฝิ่น ชาวไทยภูเขา เทือกเขาที่ปกคลุมไปด้วยเมฆหมอก แม่น้ำโขง หรือภาพของภาพป่าเบจพรรณ แต่ภาพที่นึกถึงมากที่สุดคงจะเป็นภาพของฝิ่นและเฮโรอีน ภาพความลึกลับ น่าสะพรึงกลัวของการปลูกและการลักลอบค้าฝิ่น ภาพสงครามกลางเมือง กองทหารการสู้รบของพวกลักลอบการค้าฝิ่น ชาวบ้านยากจน การกวาดล้างโรงงานผลิตเฮโรอีน คาราวานขนฝิ่นไปตามเส้นทางในป่า สามเหลี่ยมทองคำ คือ แหล่งที่มาของเฮโรอีนกว่าครึ่งของจำนวนที่มีอยู่ทั้งหมดในโลก เป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น สมเด็จย่า ทรงทรงเริ่มโครงการพัฒนาเหนือสุดของประเทศไทย มีจุดมุ่งหมายคืนผืนป่า และฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น สามเหลี่ยมทองคำ คือ รากเหง้าของอาชญากรรม และการกระทำอันทุจริตที่เกิดขึ้นในทวีปเอเชีย แพร่ไป สู่แอฟริกา ยุโรปและอเมริกา ทุกๆ ปีจะมีนักท่องเที่ยวเกือบแสนเดินทางมาที่นี่เพียงเพราะชื่อ สามเหลี่ยมทองคำ ปี พ.ศ.2531 (1988) สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ได้ทรงเริ่มโครงการพัฒนาดอยตุงขึ้นในจุด เหนือสุดของประเทศไทยโครงการนี้มีจุดหมายที่จะคืนผืนป่าและฟื้นฟูคุณภาพ ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เทือกเขานางนอนในเขตพื้นที่ ประเทศไทย และหยุดการปลูกและการเสพฝิ่นในดินแดนแห่งนี้ ในอีกไม่กี่ปีต่อมา สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีได้ทรงริเริ่มโครงการที่จะช่วยให้การศึกษา แก่ประชาชนในเรื่องของการศึกษาประวัติของฝิ่นในดินแดนสามเหลี่ยมทองคำและ ทั่วโลก ทั้งนี้เพื่อเป็นการปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนร่วมกันต่อสู้ยาเสพติด ให้คนส่วนใหญ่เข้าใจว่า ยาเสพติดประเภทต่างๆ ไม่เฉพาะก่อให้เกิดปัญหากับประชากรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เท่านั้น แต่ยังสร้างปัญหาให้กับประชากรและสังคมโลกโดยรวมอีกด้วย การริเริ่มโครงการในพระราชดำริในครั้งนั้น ส่งผลสืบเนื่องให้เกิด หอฝิ่น อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ หอฝิ่น อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ ตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 250 ไร่ ห่างจากอำเภอเชียงแสนประมาณ 10 กิโลเมตร หอฝิ่นฯซึ่งล้อมรอบด้วยสวนอันสวยงามของอุทยานสามเหลี่ยมทองคำ จะเป็นศูนย์นิทรรศการแสดงประวัติความเป็นมาของฝิ่นเมื่อสมัยที่มีการใช้กัน อย่างถูกกฎหมายและผลกระทบของการเสพติดฝิ่น อีกทั้งยังทำหน้าที่เป็นศูนย์ข้อมูลเพื่อการค้นคว้าวิจัยและการศึกษาต่อ เนื่องในหัวข้อฝิ่น สารสกัดจากฝิ่นในรูปแบบต่างๆและยาเสพติดในชนิดอื่นๆ นิทรรศการภายในของหอฝิ่นประกอบด้วย อุโมงค์มุข (TUNNEL)  นิทรรศการเริ่มตั้งแต่อุโมงค์ที่มืดสนิท ดูลึกลับที่มีความยาว 137 เมตร ซึ่งเจาะทะลุภูเขาทางด้านตึกรับรองไปถึงตัวอาคารใหญ่อีกฟากหนึ่ง ที่กว้าง สว่าง ลม โปร่ง และเป็นทุ่งฝิ่นจำลอง ห้องโถง (LOBBY) ผู้คนจะได้เห็นทุ่งฝิ่นจำลอง และศึกษาเรื่องราว และความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับพันธุ์ต่างๆของดอกป๊อปปี้ทั้งที่เป็นพันธุ์สวย งามและเป็นพันธุ์ที่ใช้กรีดเอายางมาผลิตเป็นยา การเจริญเติบโตในระยะต่างๆของดอกป๊อปปี้ รวมทั้งการเปาะแห้งของดอกป๊อปปี้ที่ใช้ประโยชน์ในการตกแต่งดอกไม้แห้งประดับ ห้องประชุม (AUDITORIUM)  ห้องโสตทัศนศึกษาในห้องนี้มีการจัดฉาย VTR เล่าถึงที่มาจุดประสงค์และเรื่องราวที่บรรจุในการจัดหอฝิ่น อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ ปัญจสหัสวรรษแรก (THE FIRST 5,000 YEARS)  ผู้ชมจะเดินทางเข้าสู่การแกะรอยประวัติศาสตร์อันยาวนาน และเปี่ยมไปด้วยมนต์เสน่ห์ของพืชพิเศษประเภทนี้ การแกะรอยประวัติศาสตร์ของฝิ่นเริ่มต้นจากการกำเนิดของฝิ่น บริเวณชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน โดยมีหลักฐานการค้นพบครั้งแรกที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ตลอดจนหลักฐานที่มีการ เขียนเป็นรายลักษณ์อักษรชิ้นแรกในตำราทางการแพทย์ SUMERIAN และการใช้เชิงการแพทย์ และการศาสนาในกรีกโบราณ โมและ อียิปต์ ได้มีการใช้ฝิ่นซึ่งเป็นยาที่มีประสิทธิผลที่ต่ำมาตลอดระยะเวลาอันยาวนาน มีดสองคม (LIGHT AND DARK HALLWAY) ผนังสองด้านของทางเดินเชื่อมต่อนี้จะถูกออกแบบให้สะท้อนถึงด้านดีและด้านร้ายที่ได้จากการใช้ ”ฝิ่น” - ด้านที่ดี จะเป็นด้านที่สว่างเห็นภาพของการใช้ยาที่ได้จากการสกัด จากฝิ่น เพื่อประโยชน์จากการรักษาและบรรเทาอาการเจ็บปวด ผลผลิตที่ได้จากดอกป๊อปปี้ เช่น สินค้า เค้ก ขนมปัง ดอกไม่ประดับ - ด้านร้าย เป็นด้านที่มืดจะเห็นอาการที่ทุกข์ทรมานจากการเสพติด ภาพการใช้เข็มฉีดยา และภาพการเสื่อมโทรมทางกายภาพของผู้ติดยา ประจิมสู่บูรพา (FROM WES TO EAST)  ต่อจากนั้นผู้ชมจะก้าวเข้าสู่ยุคของการค้าระหว่างจักรวรรดิยุโรปกับเอเชีย เพื่อที่จะได้เรียนรู้ว่าฝิ่นเป็นสินค้าในเชิงพาณิชย์อย่างไรและฝิ่นกลาย เป็นสารเสพติดที่แพร่หลายในวงกว้างอย่างไร โดยจำลองฉากท่าเรือพาณิชย์อังกฤษผู้ชมจะเดินทางผ่านห่อใบชา ผ้าไหม เครื่องลายคราม และเครื่องเทศ อันเป็นสินค้าของตะวันออกและวัฒนธรรมการดื่มชาของชาวอังกฤษ และเป็นสาเหตุของการขาดดุลการค้าอย่างมหาศาลเกือบทำให้ประเทศนี้เกือบล่ม สลาย ต่อจากนั้นจึงเดินทางเข้าสู่เรือสินค้าของยุโรปที่ออกเดินทางจากอังกฤษมา อินเดียพร้อมทั้งชมโรงงานฝิ่นในอินเดีย เรือบรรทุกสินค้าจะหยุดพักที่เมืองสิงคโปร์เพื่อเติมเสบียง และขนถ่ายสินค้าบางส่วนลงเรือขนาดเล็ก สู่ท่าเรือท้องถิ่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น เมืองสงขลา และจันทบุรี เมืองสิงคโปร์จึงกลายเป็นศูนย์กลางการค้าระหว่างอินเดียและจีน ก่อนที่จะรวมการเดินทางราวติดปีกของฝิ่นมาสู่ประเทศจีนที่ท่าเรืออันเป็น หัวใจของจีน กวางตุ้ง ศึกยาฝิ่น (OPIUM WARS)  ร่องรอยประวัติศาสตร์นี้จะนำนักท่องเที่ยวสู่ความขัดแย้งที่รู้จักกันในนาม “ สงครามฝิ่น “ เมื่อชาวอังกฤษบังคับให้จีนเปิดประเทศเข้าสู่การค้าเสรีและภายใน ค.ศ. 1900 คนจีนกว่า 13 ล้านคน ติดฝิ่นเศรษฐกิจของจีนถูกทำลายลงอย่างย่อยยับจากการที่จีนต้องนำเข้าฝิ่น เป็นจำนวนมากมายมหาศาลและราชวงค์แมนจู(ราชวงค์ชิง) ก็ตกอยู่ในภาวะล่มสลาย ภายในห้องนี้จะเล่าถึงเหตุการณ์ สำคัญรวมทั้งสงครามที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ ของจีนโดยมีการจัดแสดงหุ่นจำลองของสามบุคลสำคัญของจีนและสามบุคลสำคัญของ อังกฤษทั้งหมดมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับสงครามฝิ่น ห้องถัดมาจะเป็นการจัดแสดงเหตุการณ์สำคัญสามเหตุการณ์ ได้แก่ การทำลายฝิ่นที่หูเหมินโดยข้าหลวงหลินเจ๋อสวี การเผาทำลายหยวนหมิง – หยวน ซึ่งเป็นพระราชวังฤดูร้อนอายุกว่า 150 ปี การถูกลิดรอนสิทธิและผลกระทบด้านความเป็นอยู่ของชาวจีนหลังสงคราม ฝิ่นในสยาม ( OPIUM IN SIAM )  เมื่อลองเข้ามาในห้องนี้จะมีเจดีย์รัตนโกสินทร์ตั้งอยู่และจะผ่านเข้าประตู เมือง มีการจำลองโรงน้ำชาจีนในเยาวราชโดยมีหุ่นนอนสูบฝิ่นสองคน ความเป็นมาของฝิ่นในสยาม แม่ฝิ่นจะไม่ได้มีต้นกำเนิดในประเทศไทยแต่ก็มีหลักฐานยืนยันว่าคนไทยรู้จัก ฝิ่นมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้วในสมัยรัชการที่ 1,2 และ3 พระราชบัญญัติห้ามค้าฝิ่นและสูบฝิ่นยังคงถูกประกาศใช้อย่างต่อเนื่อง สถานการณ์ฝิ่นในสยามเริ่มเปลี่ยนแปลงหลังจากอังกฤษรบชนะจีนในสงครามฝิ่น อีกส่วนต่อมาจะจัดแสดงของหายาก เช่น ลูกแป้ง กลักยาฝิ่น หมอน เป็นต้น รวมทั้งพื้นที่จำลองในการเคี่ยวฝิ่น,พระพุทธรูปที่ได้จากการหลอมกลักฝิ่น ยามหัศจรรย์ (MEDICAL MARVELS)  ต่อจากนั้นนักท่องเที่ยวจะได้รู้ถึง พัฒนาการทางวิทยาศาสตร์ ของตะวันตกที่นำไปสู่การแยกตัวของมอร์ฟีน พัฒนาการของเฮโรอีน และการฉีดเฮโรอีนเข้าใต้ผิวหนังชาวตะวันตกส่วนมาจะติดยาแก้ปวดประเภทนี้และ ยาอื่นๆรวมถึงฝิ่นและยาเสพติดอื่นๆ ข้อห้ามทางกฎหมาย/อาชญากรรม/การขัดแย้ง ( PROHIBITION/CRIME/CONFLICT) การ ตามรอยประวัติศาสตร์จบลงด้วยการที่ทั่วโลกต้องหันมาป้องกันฝิ่นและยาเสพติด ในช่วงทศวรรษที่ 20 โดยยาเสพติดที่ผิดกฎหมายอยู่ภายใต้การควบคุมขององค์การอาชญากรรมอันเป็นควาน พยามของชาวโลกในการร่วมใจพัฒนาเพื่อต่อสู้กับการลักลอบค้ายาเสพติดและการใช้ ยาในทางที่ผิด   แหล่งซุกซ่อน (HIDE-OUT HALLWAY) ต้องการให้ผู้ชมทราบ ถึงการรู้เท่าทันของเจ้าหน้าที่ตำรวจจับยาเสพติดว่า ไม่ว่าจะซ่อนไว้ที่ไหนก็ตามก็สามารถจับได้ เช่น การซ่อนไว้ที่รองเท้า ในกระหล่ำปลี เป็นต้น ผลร้ายของยาเสพติด (EFFECTS OF DRUGS) ผู้ชมจะได้เห็น ว่าการติดยาเสพติดเป็นสิ่งที่ทุกข์ทรมานจะเกิดผลร้ายที่กระทบกันอย่างต่อ เนื่องทังทางด้านเศรษฐกิจด้านสังคมและตัวผู้เสพเอง ทางด้านร่างกายและจิตใจ ผู้ชมจะได้ทราบถึงยาเสพติดประเภทต่างๆ เช่น ยาเสพติดในกลุ่มฝิ่น,ยากดประสาท,ยากระตุ้นประสาท,ยาหลอนประสาท,กลุ่มสาร ระเหย ฯลฯ ใครที่คิดว่ายาเสพติดไม่เกี่ยวกับเขาเพราะเขาหรือใครในครอบครัวไม่ติดยา คนนั้นคิดผิดยาเสพติดมีผลกระทบต่อชีวิตทุกคน โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ นักแสดงฮอลลีวูดชื่อดัง เคยมีประวัติเสื่อมเสียจากการเสพยาเสพติดมาก่อน ภายหลังตัดสินใจเลิก และได้เข้ารับการบำบัด ฟื้นฟูร่างกาย จนกลับมามีชื่อเสียงโด่งดังอีกครั้ง การศึกษา (CASE STUDIES) เป็นกรณีศึกษาจริงว่าเกิดอะไร ขึ้นกับครอบครัวที่ติดยาเสพติดการจัดแสดงเรื่องราวของครอบครัวที่ตกเป็นทาส ยาเสพติดว่าต้องประสบชะตากรรมอย่างไรบ้าง บางครอบครัวก็สามารถเอาชนะได้และบางครอบครัวก็ต้องประสบทุกข์ทรมานอย่างแสน สาหัส หลอกตัวเอง/หลอกคนอื่น (GALLERY OF EXCUSES/GALLERY OF VICTIMS) เป็น เรื่องราวเกี่ยวกับการแก้ตัว แก้ต่าง กล่าวโทษกันไปมา ไม่มีประโยชน์ ไม่มีข้อสรุป สุดท้ายคือความตาย และเรื่องราวที่เกี่ยวกับเอดส์และผู้ตกเป็นเหยื่อ ห้องคิดคำนึง (HALL OF REFLECTION)  ผู้ชมได้มีโอกาสที่ได้อยู่กับตัวเองและตั้งคำถามเกี่ยวกับประสบการณ์ทั้งหมด ที่ได้รับจากการชมนิทรรศการทั้งหมด ซึ่งเราหวังว่านักท่องเที่ยวแต่ละท่านที่ได้เข้ามาสัมผัส หอฝิ่น อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ จะก้าวออกจากนิทรรศการแห่งนี้ไปด้วยความรู้สึกที่ปรารถนาจะมีส่วนร่วมในอัน ที่จะแก้ไขปัญหายาเสพติดต่อไป ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับ หอฝิ่น อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ - ดร. ชาร์ลส์ บี เมห์ล (Charles B. Mehl,Ph.D.) ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงได้ใช้เวลาศึกษาค้นคว้าข้อมูล ประวัติความเป็นมาถึงเรื่องราว ตลอดจนคุณและโทษของฝิ่นอยู่นานถึง 9 ปี - ได้รับความช่วยเหลือจากมหาวิทยาลัย CARNELL ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีผู้ที่เขียนหนังสือเรื่องราวเกี่ยวกับฝิ่นและภาพถ่ายมากกว่าหนึ่งแสน หน้ากระดาษ ที่บันทึกไว้ในไมโครฟิล์ม - ได้รับความร่วมมือจากรัฐบาลจีนให้เข้าไปศึกษาค้นคว้าในพิพิธภัณฑ์ของจีนเกี่ยวกับเรื่องราวของสงคราม ฝิ่น - OECF ( กองทุนความร่วมมือทางเศรฐกิจภาคโพ้นทะเล) ของประเทศญี่ปุ่น สนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างตัวอาคารและตกแต่งภายในเป็นเงิน 9.5 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา หรือคิดเป็นเงินไทยในขณะนั้นประมาณ 358 ล้านบาท มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงได้สนับสนุนการจัดหารูปภาพ ระบบแสงสีเสียง อุปกรณ์การแสดงต่างๆ ที่ตกแต่งภายในโดยทีมงานศึกษาวิจัยของมูลนิธิแม่ฟ้า หลวง - UN ได้ให้การสนับสนุนภาพบางส่วน -ดร. เสกสรร ประเสริฐกุล ได้ให้การสนับสนุนเรื่องราวของฝิ่นในประเทศสยาม -ปัจจุบันประชากรทั้งโลกมีประมาณ 6 พันล้านคนมีเพียง1% ที่ได้รับผลประโยชน์จากการผลิต - เป้าหมายของหอฝิ่น อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ คือการลดความต้องการสารเสพติด หมายถึง เป็นสถานศึกษา มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงทีความประสงค์ที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดยเฉพาะ กลุ่มเยาวชน โดยพยามที่จะให้คนทั่วโลกเข้าใจและมีความเห็นพ้องต้องกันที่จะช่วยกันแก้ไข ปัญหายาเสพติดให้หมดไป ขณะที่ปัญหาเกิดจากผู้ผลิตที่เราพบได้ง่ายในบริเวณที่ประเทศที่กำลังพัฒนา จะต้องช่วยกันหยุดความต้องการของผู้ใช้และผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ให้หมดสิ้น ไป - หวังว่าหลังจากที่พวกเราได้เดินชมกันทั่วแล้ว คงจะมีความคิดเห็นว่าจะทำอย่างไรที่จะทำให้เราร่วมกันต่อสู้และต่อต้านปัญหา ยาเสพติดเพื่อทำให้สังคมโลกของเราดีขึ้น วันและเวลาดำเนินการ ** วันอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 8.30 – 16.00 น. ( เวลา 16.00 น. เป็นเวลาขายบัตรรอบสุดท้าย ) ** จำนวนผู้เข้าชมมากสุดไม่ควรเกิน 50 คน/ รอบ ระยะเวลาสำหรับการชมนิทรรศการโดยเฉลี่ย 1-2 ชั่วโมง ***ทางเจ้าหน้าที่ของ หอฝิ่น อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ ไม่อนุญาติให้นักท่องเที่ยวบันทึกภาพภายในพิพิธภัณฑ์ได้*** สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หอฝิ่น อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ หมู่ 1. บ้านสบรวก ต. เวียง อ. เชียงแสน จ. เชียงราย 57150 โทร (053) 784-444-6 , แฟกซ์ (053) 652-133 เว็ปไซต์: www.maefahluang.org , อีเมลล์ hallofopium@doitung.org   View Larger Map หอฝิ่น อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ จังหวัดเชียงราย ข้อมูลและภาพ : chiangraifocus.com / sadoodta.com / maefahluang.org เรียบเรียงโดย Travel MThai

ละครเพลงรักผาปืนแตก , เรื่องย่อเพลงรักผาปืนแตก
พอร์ช ศรัณย์ /  แซมมี่ ปัณฑิตา / 

เพลงรักผาปืนแตก บทประพันธ์โดย : วาเจณบทโทรทัศน์โดย : แพรพริมาผลิตโดย : บริษัท พอดีคำ จำกัดควบคุมการผลิตโดย : ธงชัย ประสงค์สันติละครเพลงรักผาปืนแตก ออกอากาศเร็ว ๆ นี้ทางช่อง 7 สี ปี 2514 ท่ามกลางสมรภูมิรบอันดุเดือดตามแนวตะเข็บชายแดน เชน เชิงพระกาฬ ตชด.หนุ่มเลือดร้อน ฝ่าฝืนคำสั่งของหัวหน้ากองร้อยบุกเดี่ยวตลุยเข้าไปดงข้าศึกของพวกกอง กำลังค้าอาวุธสงครามเถื่อน หลังจากที่กองร้อยตัวเองถูกซุ่มโจมตีเพื่อนร่วมกองร้อยบาดเจ็บ และติดกับดักจนมุมยากจะรอดไปได้ เหตุที่เชนตัดสินใจลุยดะอย่างไม่คิดชีวิตเพราะหวังสละ ชีวิตในสนามรบหลังจากได้อ่านจดหมายของคนรักที่ส่งมาถึง ใจความนั้นสร้างความเจ็บปวด รวดร้าวแสนสาหัส เพราะ เนื้อทอง หญิงอันเป็นที่รักที่เชนมีเหตุจำเป็นต้องจากเธอมานั้นกำลังจะเข้าพิธีวิวาห์กับศัตรูผู้เป็นต้นเหตุทำให้เชนต้องหนีจากบ้านเกิดเมืองนอนมาเป็นตชด. เสี่ยงชีวิตอยู่ที่ชายแดน เชนเดินหน้าลุยเดี่ยวพร้อมเอ็ม 16 และน้ำตาอันเจ็บปวดพร้อมคำกล่าว ลาหัวหน้ากองร้อยว่า "ขอไปตายเยี่ยงวีรบุรุษในสนามรบ ดีกว่าต้องกลับไปตายอย่างผู้แพ้ที่บ้านเกิด" แต่ความตายที่เชนพยายามวิ่งเข้าหา กลับวิ่งหนีห่างจากเชนเหมือนไม่ต้องการให้เขามา จบชีวิตในสนามรบ เมื่อเชนบุกตะลุยเข้าไปถึงค่ายของ ฟ้าลั่น คำรามศึก หัวหน้ากองกำลังค้า อาวุธสงครามเถื่อนลูกชายวัยหนุ่มของ ลายเสือ คำลือ ราชาค้ายาเสพติดผู้โหดเหี้ยม เชนสู้ตัว ต่อตัวกับฟ้าลั่นแต่พลาดท่าเสียทีและถูกปืนจ่อยิง แต่กระสุนปืนขัดลำกล้องยิงยังไงก็ไม่ออก จนกระทั่งกำลังเสริมยกพลมาช่วยเหลือ ฟ้าลั่นจึงถูกเชนจับกุมเอาไว้ได้ส่วนกองกำลังก็ถูกตี แตกจนพ่ายยับ ที่รอดตายก็หนีข้ามชายแดนกลับไปสมทบกับลายเสือ คำลือ เชนได้รับความดี ความชอบจากต้นสังกัด หัวหน้ากองร้อยที่เชนเคารพนับถือที่บาดเจ็บสาหัสและกำลังจะตายได้ กล่าวคำสุดท้ายกับเชนขณะที่ช่วยติดเหรียญกล้าหาญให้กับเขา "เมื่อเป็นวีรบุรุษในสนามรบ แล้ว ก็จงกลับไปเป็นวีรบุรุษที่บ้านเกิด"ในเวลาเดียวกันขณะที่ฟ้าลั่นถูกนำตัวส่งเข้าเรือนจำ ลายเสือ คำลือได้วางแผนช่วย เหลือลูกชายขณะที่กำลังมีการขนย้ายนักโทษ โดยได้สั่งให้ ไอ้ก้าน พาดกลอน สมุนมือขวา ที่ไว้ใจได้ให้ไปติดต่อขอความร่วมมือจาก เพลิง พญาไฟ ไอ้หนุ่มสิงห์รถบรรทุกพูดน้อยต่อย หนัก อดีตเคยเป็นนักร้องหนุ่มในไนท์คลับอนาคตกำลังรุ่ง แต่กลับต้องโทษติดคุกอยู่ 10 ปีด้วย ข้อหาฆ่านักร้องสาวคนรักตายด้วยมือตัวเอง จนเมื่อพ้นโทษก็หันเหมาขับรถบรรทุกเลี้ยงชีพและ ใช้เวลาสืบเสาะตามล่าหาตัวไอ้โม่งที่ยัดเยียดหาข้อฆาตกรให้เขาต้องรับผิดอย่างอยุติธรรม !! ลายเสือเจ็บใจที่เพลิงไม่ยอมร่วมมือจึงสั่งให้ไอ้ก้านปิดปากเพลิงเพื่อป้องกันไม่ให้ข่าวรั่วถึงหูตำรวจ แต่การพบกันของเพลิงกับไอ้ก้านก็เล็ดรอดไปถึงหูของ ผู้กองสมาน แสนธรรม เจ้าของฉายาเพชรฆาตศาลเตี้ยของพวกอาชญากร เขาเป็นผู้จับกุมเพลิงได้ในคดีฆาตกรรมและ ไม่เคยเชื่อว่าเพลิงจะเป็นผู้บริสุทธิ์ คิดแต่ว่าเพลิงเป็นพวกอาชญากรที่ต้องเฝ้าจับตาดูเป็นพิเศษ และต้องลากคอเข้าคุกให้ไปตายในคุก ผู้กองสมานจึงเป็นไม้เบื่อไม้เมาที่คอยตามรังควาญชีวิต เพลิงอยู่ตลอดเวลา และแม้ว่าเพลิงจะรอดตายจากการถูกไอ้ก้านลอบฆ่าปิดปาก แต่ผู้กองก็ยัง ไม่เชื่อคำให้การของเพลิงว่าไม่รู้เห็นกับการช่วย เหลือฟ้าลั่นจนเจ้าหน้าที่เรือนจำต้องถูกฆ่าตาย ไปหลายคน และยิ่งมั่นใจว่าเพลิงต้องเป็นพวกเดียวกับฟ้าลั่น แม้จะไม่มีหลักฐานที่ใช้มัดตัวแต่ ผู้กองก็ยังพยายามจะยัดเยียดข้อหาอื่นเพื่อจะเอาตัวเพลิงเข้าคุกอีกครั้งให้ได้ เมื่อความยุติธรรมที่เพลิงพยายามเรียกหามาตลอดก็ไม่เคยเดินเข้ามาหาตัวเองเลย ตรง กันข้ามกลับยิ่งถูกยัดเยียดความอยุติธรรมให้เสมอ เลยทำให้เพลิงเกือบหลงผิดคิดสั้นเมื่อเป็น คนดีไม่ได้ก็ขอเป็นอาชญากรให้มันรู้แล้วรู้รอด แต่เพราะฉุกคิดได้ถึงคำสอนของ หลวงพ่อสิน พระอาจารย์ที่เคารพของเพลิงตั้งแต่เด็ก ที่สอนให้ยึดมั่นในคุณธรรมความดีที่จะเป็นเกราะคุ้ม ภัย เพลิงจึงไม่หลงไปกับความคิดชั่ววูบ แต่เปลี่ยนใจหาทางหนีเพื่อหันหน้าเข้าสู่พระธรรมโดย ได้รับความช่วยเหลือจากพรรคพวกสิงห์รถบรรทุก จนสามารถหนีจากผู้กองสมานได้สำเร็จ แล้วมุ่งหน้าสู่วัดหน้าผาที่หมู่บ้านผาปืนแตกเพื่อขอให้หลวงพ่อสินอุปสมบทให้หนึ่งสุภาพบุรุษมุ่งหน้ากอบกู้รัก อีกหนึ่งสุภาพบุรุษมุ่งหน้ากอบกู้ความยุติธรรม ณ จุดหมายปลายทางเดียวกัน…บ้านผาปืนแตก หมู่บ้านผาปืนแตกเป็นหมู่บ้านใกล้ชายแดน เต็มไปด้วยป่าและหน้าผาสูงชัน ในอดีต คือสนามรบของกองทัพไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ต่อเนื่องถึงยุคสงครามโลกก็ยังถูกใช้เป็น พื้นที่สู้รบกันอีก พื้นที่แห่งนี้จึงเต็มไปด้วยประวัติความเป็นมาเกี่ยวกับการต่อสู้เพื่อให้มีชีวิตรอด ไม่ว่ายุคไหนสมัยไหนก็ไม่เคยว่างเว้นจากเสียงปืน จึงเป็นที่มาของคำว่าบ้านผาปืนแตก แม้แต่ในยุคนี้ถึงจะไม่มีสงคราม แต่พื้นที่ทั้งหมดก็ถูกอิทธิพลของกำนันปราบ ทองปั้น ที่หน้าฉากคือเศรษฐีใจบุญเป็นที่พึ่งของชาวบ้าน แต่เบื้องหลังทำธุรกิจผิดกฏหมายทุกรูปแบบค้าเฮโรอีน วัตถุโบราณ ไม้เถื่อน อาวุธสงคราม บ่อนพนันและผู้หญิง โดยให้ ชาติ ตะลุมพุก ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคอยทำหน้าที่ดูแลธุรกิจนอกกฏหมายให้ และเพราะชาติ ตะลุมพุกนี่เองที่เป็นต้นเหตุทำให้เชนต้องหนีออกจากบ้านผาปืนแตกไปเป็นตชด. เพราะเชนไปมีเรื่องชกต่อยกับชาติในงานวัดประจำปี ตอนนั้นเชนเป็นนักร้องนำประจำวงพราวฟ้า วงดนตรีเชียร์รำวงเพียงวงเดียวของหมู่บ้านที่มี ครูประสิทธิ์ ครูใหญ่ของโรงเรียนผาปืนแตกเป็นหัวหน้าวงและยังเป็นพ่อบังเกิดเกล้าของเชน แม้ว่าครูประสิทธิ์จะพยายามห้ามไม่ให้เชนมีเรื่องกับชาติ แต่เพราะความใจร้อนของเชนที่ไม่ยอมฟังพ่อเลยทำให้เรื่องบานปลาย ครูประสิทธิ์กลัวว่าถ้าลูกชายยังอยู่ที่บ้านผาปืนแตกต่อไปก็คงต้องถูกยิงทิ้ง จึงสั่งให้เชนไปเป็นตชด. เพื่อรักษาชีวิตตัวเองเอาไว้ รอให้เรื่องสงบแล้วจึงค่อยกลับมา เนื้อทองซึ่งเป็นสาวสวยประจำหมู่บ้านและเป็นคนรักของเชนเห็นด้วยกับครูประสิทธิ์ จึงขอร้องให้เชนจากไปเพื่อวันหนึ่งจะได้กลับมาเจอกันทั้งที่ยังมีลมหายใจ แต่มาวันนี้เนื้อทองกลับแปรเปลี่ยนไปยอมแต่งงานกับชาติทั้ง ๆ ที่มันคือศัตรูที่เขาเกลียดขี้หน้า โดยเนื้อทองไม่ยอมให้คำตอบใด ๆ กับเขาเลย เชนจึงวางแผนฉุดเนื้อทองจากงานวิวาห์โดยร่วมมือกับ จิก ทรัมเปต , แสน สัปเหร่อ และ น้อย ชะชะช่า ครูสอนรำวงเมียของแสน ทั้งหมด เป็นสมาชิกอยู่ในวงที่สนิทสนมและเลี้ยงดูเชนมาตั้งแต่เล็ก ๆ ขณะเดียวกันเพลิงที่เดินทางมาขอให้หลวงพ่อสินบวชให้เพราะต้องการหนีให้พ้น จากผู้กองสมาน ได้รับคำแนะนำจากหลวงพ่อว่าถ้าอยากบวชจริงก็จะบวชให้ แต่อยากให้มั่น ใจว่าสามารถละกิเลศทั้งหมดออกไปจากใจได้ก่อน เพราะรู้ดีว่าเพลิงยังต้องการตามล่าหาตัว ไอ้โม่งที่ซัดทอดความผิดให้เขาอยู่ หลวงพ่อจึงให้เพลิงเข้าป่าไปทำสมาธิสงบจิตตัวเอง แล้ว ค่อยกลับมาให้คำตอบอีกครั้ง แต่ขณะที่อยู่ในป่าเพลิงมีโอกาสได้ช่วยเหลือหมอ เอื้อมเดือน คุณหมอสาวสวยที่เพิ่งย้ายมาประจำที่อนามัยหมู่บ้าน ระหว่างที่เอื้อมเดือนเข้าไปช่วยเหลือ ควาญช้างที่ได้รับบาดเจ็บอยู่ในป่าแล้วเกิดหลงทาง เอื้อมเดือนรู้สึกประทับใจเพลิง แต่เขากลับ แสดงท่าทีเฉยเมยดูเหมือนคนไร้จิตวิญญาณให้จับต้อง เมื่อช่วยเธอได้แล้วก็หายเข้าไปในป่านอกจากงานวิวาห์ของชาติกับเนื้อทองจะถูกเตรียมการเอาไว้อย่างยิ่งใหญ่สมฐานะของลูกชายกำนันผู้มากอิทธิพลแล้ว งานนี้ยังเป็นงานเลี้ยงต้อนรับการมาของ ลำดวน นักร้องสาว สวยหุ่นเซ็กส์ซี่ ว่าที่เมียใหม่ของกำนันปราบที่คอยดูแลธุรกิจตกเขียว หาเด็กสาวหน้าตาดีๆส่ง ไปขายตามซ่องในกรุงเทพฯ โดยลำดวนยังได้พา วัลภา เด็กสาวแก่นแก้วดีดกะโหลก ลูกสาว คนสวยของเธอมากราบกำนันในฐานะพ่อเลี้ยงด้วย วัลภาเป็นคนดีผิดกับแม่หน้ามือเป็นหลังมือ เธอไม่เคยรู้มาก่อนว่าแม่ตัวเองร่วมมือกับกำนันทำเรื่องผิดกฏหมายอย่างไม่น่าให้อภัย ความ มาแตกเอาก็เมื่อมาถึงบ้านผาปืนแตกได้เจอกำนันและชาติ เธอทั้งเสียใจและน้อยใจชีวิตที่ถูก แม่ปิดบังความจริงนึกว่าแม่เป็นคนดีมาตลอด นี่หรือชีวิตที่เธอต้องมาทนอยู่ท่ามกลางคนเลว ในค่ำคืนงานวิวาห์เชนวางแผนบุกฉุดเนื้อทองไว้อย่างดิบดี แต่เชนต้องพบกับความผิด หวัง เพราะแทนที่เนื้อทองจะยอมหนีตาม เธอกลับปฏิเสธก้มหน้ายอมเข้าพิธีวิวาห์กับชาติ โดย ร่ำไห้น้ำตานองหน้าว่า พ่อแม่ของเธอได้ขายเธอให้กับชาติไปแล้ว ถ้าเธอหนีไปชีวิตของพ่อ แม่ก็ต้องตกอยู่ในอันตราย ส่วนชีวิตของชาติและครูประสิทธิ์รวมถึงทุกคนที่วงดนตรีก็ต้องถูก อิทธิพลของกำนันปราบรังควาญจนอาจจะต้องล้มหายตายจากกันไป เมื่อไม่มีทางเลือกที่ดีกว่า นี้ เธอจึงขอเสียสละตัวเองเพื่อให้ทุกคนได้มีลมหายใจต่อ ได้ร้องเพลงและทำวงดนตรีสืบไป เชนแทบคลั่งที่เนื้อทองไม่ยอมหนีตามเขา หัวเด็ดตีนขาดก็จะพาเนื้อทองไปด้วยให้ได้ แต่เชน ก็ถูกขัดจังหวะโดยวัลภาที่มาพบเข้าพอดี พวกชาติกับกำนันเองก็รู้ตัวและพยายามจะจัดการ กับเชน เมื่อจนตรอกไม่มีทางหนี เชนจำเป็นต้องลักพาตัววัลภา ลูกเลี้ยงของกำนันไปเป็นตัว ประกันหนีหายเข้าไปในป่าด้วยกัน กลางป่าที่เชนฉุดกระชากวัลภาหวังใช้เป็นเชลยแลกเปลี่ยนกับเนื้อทอง แต่วัลภาฮึดสู้ เพราะพอมีฝีมือป้องกันตัวอยู่บ้างเลยเล่นงานเชนเจ็บตัวไปไม่น้อย แต่สุดท้ายก็โดนเชนสั่งสอน ข่มขู่ถ้าไม่เลิกพยศก็จะยัดเยียดหน้าที่สามีให้ วัลภากราดเกรี้ยวไม่ยอมแพ้ยังดื้อดึงขัดขืน เชน เลยต้องลงมือทำร้ายเธอจนสลบ และเมื่อฟื้นขึ้นมาก็พบตัวเองถูกจับถอดเสื้อผ้านอนหมดสติอยู่ เคียงข้างเชน วัลภาเจ็บใจคิดว่าตัวเองได้เสียความบริสุทธิ์ให้กับเชน จึงเอาไม้ตีหัวเชนแล้วหา ทางหนีออกจากป่า เชนไล่ตามเธอจนเกือบจะได้ตัวแต่ก็ถูกขัดขวางจากเพลิงที่มาพบเข้าพอดี เพลิงมีเชิงมวยดีกว่าเลยเล่นงานเชนและช่วยพาวัลภาไปส่งคืนให้กำนันปราบ เพลิงได้เจอกับ ลำดวนก็จำหน้าค่าตากันได้ เพราะสมัยเพลิงยังเป็นนักร้องในไนท์คลับ ลำดวนก็ร้องเพลงอยู่ที่ เดียวกันและเป็นผู้มีพระคุณกับคนรักที่ตายไป ลำดวนชวนให้เพลิงพักอยู่กับกำนันและรับปาก จะหางานให้ทำ แต่เพลิงปฏิเสธเพราะมีคำตอบที่ตัวเองต้องกลับไปตอบหลวงพ่อสิน คำตอบที่เพลิงมีให้กับหลวงพ่อสินก็คือตัดสินใจจะไม่บวช เพราะตลอดเวลาที่อยู่ในป่า เขาไม่สามารถลดละตัดกิเลศ ลืมเหตุการณ์ในวันที่พบคนรักถูกฆ่าตายและโดนยัดเยียดข้อหา ฆาตกรได้เลย เขายังคงต้องการตามล่าหาตัวไอ้ฆาตกรคนนั้นเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้ ตัวเอง หลวงพ่อสินเข้าใจลูกศิษย์คนนี้ดี จึงขอให้เพลิงพักอยู่ที่หมู่บ้านผาปืนแตกไปก่อน โดย แนะนำให้เพลิงไปทำงานที่วงดนตรีพราวฟ้า ครูประสิทธิ์ถูกชะตาและชื่นชอบลูกคอของเพลิง เป็นอย่างมาก เพราะตั้งแต่เชนออกจากวงไปเป็นตชด. วงพราวฟ้าก็ขาดนักร้องนำฝีมือดีๆ และ พอเชนกลับมาก็เอาแต่คิดเรื่องเนื้อทองจนไม่ยอมกลับมาร้องเพลงอีก แต่เชนกับเพลิงเคยปะทะ ฝีมือกันมาจากในป่า พอเจอหน้ากันอีกครั้งเชนก็เขม่นไม่ชอบขี้หน้าเพลิง จนครูประสิทธิ์ต้อง ใช้ไม้แข็งบังคับให้เชนยอมรับเพลิงเข้ามาวง เพราะสิ่งที่เชนบุ่มบ่ามทำลงไปกับวัลภาลูกเลี้ยง ของกำนันปราบกำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ให้ต้องตามแก้ วัลภาตกเป็นขี้ปากชาวบ้านเรื่องที่ถูกฉุดหายเข้าไปในป่าและเสียตัวให้เชน สร้างความ ไม่พอใจให้กำนันปราบและชาติจนคิดจะไปลากคอเชนมาสั่งสอน แต่เพราะเนื้อทองร้องขอชีวิต เชนเอาไว้กับชาติและเสนอให้หาทางออกเรื่องนี้ด้วยการประนีประนอม เพื่อไม่ให้วัลภาต้อง เสื่อมเสียมากไปกว่านี้เห็นควรให้เชนมาสู่ขอไปเป็นเมียให้ถูกต้องตามประเพณี ตอนแรกกำนัน ปราบไม่เห็นด้วย แต่เมื่อมาคิดดูแล้ววัลภาก็เป็นแค่ลูกเลี้ยง เป็นลูกติดของลำดวนที่ชอบแสดง ท่าทีไม่อยากอยู่ร่วมชายคาเดียวกับตนอยู่แล้ว วันข้างหน้าอาจจะสร้างปัญหาให้กำนันปวดหัว ได้ ชาติก็เห็นด้วยเพราะถ้าเชนแต่งงานมีเมียไป เชนก็จะได้เลิกตอแยเนื้อทองอีก ครูประสิทธิ์ เองก็ยอมรับข้อเสนอนี้กับทางกำนันปราบ เพราะเห็นว่าเป็นทางออกเดียวที่จะยุติความขัดแย้ง ไม่ให้เชนต้องมีเรื่องมีราวอีก แม้ว่าเชนจะมาสารภาพกับครูประสิทธิ์ว่าตอนที่อยู่ในป่าเขาไม่ได้ ล่วงเกินวัลภาเลยแม้แต่นิดเดียว เพียงแค่จัดฉากหลอกให้วัลภาเข้าใจผิดเพื่อหวังแก้แค้นบ้าน กำนันปราบให้ได้อับอาย แต่เชนก็แก้ไขอะไรไม่ได้แล้วเพราะครูประสิทธิ์สั่งให้เชนต้องแต่งงาน กับวัลภาเท่านั้น ซ้ำเมื่อรู้ว่าเนื้อทองเป็นคนเสนอให้เขาอยู่กินกับวัลภา เชนก็ยิ่งเจ็บปวดรวดร้าว น้อยใจเนื้อทองจึงตกลงแต่งงานกับวัลภาเพื่อประชด เพียงแค่คืนแรกของพิธีวิวาห์เชนก็บอกความจริงให้วัลภารู้ว่าเธอยังบริสุทธิ์ไม่ได้ถูกเขา ชิงเอาความสาวไปแม้แต่น้อย วัลภาโกรธจัดที่โดนเชนหลอกเลยลงมือทุบตี แต่ก็ถูกเชนใช้กำลัง กอดรัดขู่ว่าจะปล้ำจริงเพราะตอนนี้เป็นผัวเมียกันอย่างถูกต้องแล้ว วัลภาเจ็บปวดได้แต่ร้องไห้ เสียใจ น้อยใจชีวิตตัวเองที่อยู่กับแม่ก็ต้องอยู่ท่ามกลางคนเลว พอแต่งงานออกมาได้ก็ต้องมา เจอสามีที่ดีแต่ข่มเหงรังแก เธออยากจะหนีไปให้พ้นจากบ้านผาปืนแตกให้รู้แล้วรู้รอด เชนอด สงสารวัลภาไม่ได้เลยยื่นข้อเสนอว่าจะปล่อยวัลภาให้เป็นอิสระ ถ้าวัลภาช่วยทำให้เนื้อทองกับ ชาติเลิกกัน และช่วยขัดขวางหยุดยั้งอิทธิพลของกำนันทำให้หมู่บ้านผาปืนแตกกลับมามีแต่ ความสงบสุข วัลภายอมรับข้อเสนอของเชนเพราะอยากช่วยเหลือแม่ให้พ้นจากอิทธิพลของ กำนัน เผื่อว่าวันข้างหน้าแม่จะกลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดีได้ เชนเอาความคิดที่จะใช้แผนไอ้โม่งคอยซุ่มโจมตีเล่นงานธุรกิจผิดกฏหมายของกำนัน เหมือนหมาลอบกัดคอยไล่งับคนเลวไปปรึกษากับพรรคพวกในวง ทั้งจิก แสนและน้อยต่างเห็น ด้วยพร้อมช่วยเต็มที่ เพราะอยากหยุดยั้งอิทธิพลของกำนันไม่ให้แผ่ขยายไปมากกว่านี้เช่นกัน วัลภาไปชักชวนเพลิงให้มาร่วมขบวนการด้วย แต่เพลิงปฏิเสธเพราะไม่อยากยุ่งกับเรื่องแบบนี้ อีก เขาเพียงแค่อยากใช้ชีวิตสงบๆไม่อยากตายก่อนที่จะตามล่าเจอตัวไอ้โม่งที่ยัดเยียดความ อยุติธรรมให้ เชนเลยอดหมั่นไส้เพลิงไม่ได้ด่าว่าเป็นพวกเห็นแก่ตัว สองคนเลยกลายเป็นไม้เบื่อ ไม้เมากันบ่อยๆ ทั้งบนเวทีเวลาวงพราวฟ้าออกแสดงและนอกเวทีที่ต้องอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน โดยมีวัลภาที่กลายเป็นคนเติมเชื้อไฟให้เชนกับเพลิงแตกคอกันมากขึ้น เพราะความใกล้ชิดที่ ต้องอยู่กินกันอย่างสามีภรรยาปลอมๆของเชนกับวัลภาทำให้เชนรู้สึกหลงรักวัลภาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนบางทีก็หลุดอารมณ์หึงหวงใส่เพลิง เมื่อเห็นวัลภาให้ความสนิทสนมกับเพลิงโดยไม่รู้ว่าที่จริง แล้วเพลิงเองก็กำลังมีใจให้คุณหมอเอื้อมเดือน แต่ไม่กล้าแสดงความรักออกมาเพราะปมเรื่อง คนรักเก่าที่ยังฝังใจ วัลภาแอบเห็นน้ำตาของคุณหมอที่หลงรักเพลิงก็คิดอยากช่วย เลยทำตัว เป็นแม่สื่อกามเทพช่วยให้เพลิงได้ใกล้ชิดกับคุณหมอ แต่ทำไปทำมาวัลภายิ่งใกล้ชิดกับเพลิง จนเชนอดไม่ได้ต้องลงไม้ลงมือกับเพลิงหาว่าเพลิงคิดจะตีท้ายครัว แผนการไอ้โม่งซุ่มโจมตีเล่นงานธุรกิจผิดกฏหมายของเชนสร้างความปั่นป่วนให้กำนัน จนเริ่มหงุดหงิดทนไม่ไหวคิดหาทางกระชากหน้ากากพวกมัน ชาติวางแผนล่อให้พวกของเชน มาติดกับจนเกือบจะถูกฆ่าตายหมด งานนี้เพลิงเลยทนนิ่งเฉยไม่ได้ต้องตามไปช่วยเหลือจนรอด ครั้งนี้เชนติดหนี้ชีวิตเพลิงและเริ่มที่จะมองเพลิงในแง่มุมที่ดีขึ้น ส่วนความล้มเหลวที่กำนันต้อง เพลี่ยงพล้ำให้พวกไอ้โม่งบ่อยๆก็ทำให้ธุรกิจนอกกฏหมายต้องเสียหายไปมาก จนกระทบไปถึง ลายเสือ คำลือ ผู้ที่อยู่เบื้องหลังกำนันปราบมาตลอด งานนี้ลายเสือกับฟ้าลั่นจึงต้องเดินทางมา ที่ผาปืนแตกด้วยตัวเอง เพื่อจัดการกับศัตรูที่มองไม่เห็นตัวให้สิ้นซากเมื่อเชนและเพลิงรู้เห็นถึงการมาของลายเสือกับฟ้าลั่น ทั้งคู่ก็รู้ดีว่าความโหดเหี้ยมของ พวกมันกำลังจะทำให้บ้านผาปืนแตกต้องกลายเป็นทะเลเพลิง และครูประสิทธิ์ก็ได้กลายเป็น เหยื่อคนแรกจากฝีมือของฟ้าลั่นที่วางแผนตามล่าแกงค์ไอ้โม่ง ครูประสิทธิ์ถูกฆ่าตายประจาน กลางหมู่บ้านเพื่อกระตุ้นความโกรธแค้นให้พวกไอ้โม่งเผยตัว เชนโกรธแค้นแสนสาหัสที่พ่อต้อง ตายเลยคิดไปแก้แค้น แต่กลับถูกเพลิงกับหลวงพ่อสินห้ามปรา,เอาไว้ เพราะถ้าเชนลงมือตอบ โต้ก็เท่ากับตกหลุมพรางของพวกมัน เชนเลยต้องเผาพ่อทั้งน้ำตาและสาบานว่าจะกำจัดพวกมัน ให้สิ้นซาก ต้องเอาดินในหมู่บ้านผาปืนแตกกลบหน้าพวกมันให้จงได้ โดยที่เพลิงเองก็ยอมหัน มาร่วมมือกับเชนอย่างเต็มที่ เพราะครูประสิทธิ์ก็เหมือนญาติผู้ใหญ่ที่เพลิงให้ความเคารพ เชนกับเพลิงชวนพรรคพวกไปถล่มไร่ฝิ่นแหล่งทำเงินของพวกมันจนราบเป็นหน้ากลอง วีรกรรมเผาไร่ฝิ่นของพวกไอ้โม่งขจรไปทั่วพร้อมกับการมาของผู้กองสมานที่ปรากฏตัว ขึ้นที่หมู่บ้านผาปืนแตก เพราะผู้กองสมานคือพี่ชายแท้ๆของหมอเอื้อมดาวที่มาเยี่ยมน้องสาว ซึ่งได้ข่าวว่ากำลังมีความรักกับไอ้หนุ่มบ้านนอก ยิ่งพอรู้ว่าไอ้หนุ่มคนนั้นคือไอ้เพลิงที่ตัวเอง เกลียดขี้หน้าอยู่ ก็พร้อมที่จะจัดการกับเพลิงพยายามจะลากคอกลับไปที่กรุงเทพฯด้วยกัน แต่ความจริงก็ถูกเปิดเผยในเวลาต่อมาว่าผู้กองสมานไม่มีอำนาจในการจับกุมอีกแล้ว เพราะ ถูกปลดจากราชการด้วยข้อหาทำเกินกว่าเหตุซ้อมผู้ต้องหาจนถูกฟ้องร้องเป็นคดี เพลิงเลยรอด จากมือผู้กองสมานที่ยังไม่ลดละทิฐิที่มีต่อเพลิง จนเอื้อมเดือนต้องเล่าความจริงให้พี่ชายฟังว่า ตอนนี้ทั้งเพลิงและเชนคือวีรบุรุษที่กำลังช่วยกอบกู้ความสงบสุขให้กลับคืนมาสู่หมู่บ้านผาปืน แตก คนเลวตัวจริงที่ควรจะต้องถูกกฏหมายเล่นงานก็คือพวกกำนันปราบกับลายเสือ เมื่อผู้กอง สมานได้รู้ความจริงจากน้องสาวและได้เห็นกับตาถึงความเลวสุดๆของพวกมัน ผู้กองสมานเลย ยอมร่วมอุดมการณ์กับเชนและเพลิง พร้อมกวาดล้างพวกอิทธิเถื่อนให้หมดสิ้น เนื้อทองรับรู้วีรกรรมของเชนกับพรรคพวกในวงพราวฟ้าผ่านทางวัลภาที่ยังเข้านอกออก ในบ้านกำนันได้ในฐานะลูกเลี้ยง ฟ้าลั่นได้เจอวัลภาก็รู้สึกถูกอกถูกใจและพยายามหาทางฉุด วัลภาไปทำเมีย แต่เนื้อทองเอาตัวเข้าช่วยวัลภาไว้ และบอกความลับให้เธอรู้ว่าเร็วๆนี้ลำดวน จะพาเด็กสาวที่ไปตกเขียวมา มาขังไว้ที่กระท่อมกลางป่าก่อนจะส่งไปขายซ่อง เธออยากให้เชน บุกไปช่วยเหลือ วัลภารับปากเนื้อทองว่าจะช่วยหญิงสาวพวกนั้นให้ได้จึงรีบไปบอกเชน โดยหา รู้ไม่ว่านี่คือแผนการค้นหาความจริงของกำนันปราบ ที่สงสัยว่าเนื้อทองจะเป็นคนขายความลับ ในบ้านให้พวกไอ้โม่งรู้ เมื่อความแตกว่าเนื้อทองสมรู้ร่วมคิดกำนันปราบจึงจับตัวเนื้อทองไปขัง รวมกับพวกเด็กสาวในกระท่อม โดยชาติก็ไม่ได้สนใจใยดีแม้ว่าเนื้อทองจะเป็นเมีย เพราะแค้น ที่เนื้อทองยังมีใจให้เชนอยู่ตลอดเวลาที่อยู่กินด้วยกัน เชนกับเพลิงพาพวกบุกไปที่กระท่อมกลางป่าตามที่วัลภาบอก แต่เมื่อไปถึงกลับตกหลุม พรางพวกมัน เด็กสาวถูกพาตัวออกไปหมดแล้วเหลือแต่เนื้อทองที่ถูกยิงให้นอนหายใจรวยริน และร้องไห้ขอโทษเชนที่ทำให้เชนต้องเสียใจมาตลอด เนื้อทองขอให้เชนลืมเธอแล้วเปิดใจรัก วัลภา เพราะชีวิตวัลภานั้นน่าสงสารกว่าเธอและก็ยังเชื่อด้วยว่าวัลภาจะเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ ทำให้เชนมีความสุขได้ เชนกอดเนื้อทองร้องไห้เสียใจและรับปากว่าจะดูแลและรักวัลภาไม่ให้ น้อยไปกว่าเนื้อทองที่จากเขาไปอย่างตลอดกาลในอ้อมกอดของเขาเพลิงกับผู้กองสมานไล่ล่าตามแกะรอยพวกกำนันเพื่อช่วยเหลือเด็กสาวให้พ้นจากขุม นรก การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือด เชนตามมาเล่นงานพวกมันด้วยกันเป็นสามแรงสู้ ชาติถูก เชนยิงตายเป็นการแก้แค้นให้กับเนื้อทอง ส่วนกำนันปราบก็ถูกเพลิงเล่นงานจนบาดเจ็บสาหัส หนีไปกับพวกลายเสือและฟ้าลั่น และได้ถูกลายเสือฆ่าทิ้งระหว่างทางเพราะกลายเป็นตัวถ่วง ระหว่างหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ ที่ผู้กองสมานได้ติดต่อขอความช่วยเหลือจากทางราช การ ส่วนลำดวนถูกจับกุมตัวได้และได้สารภาพความผิดกับเพลิงว่าแท้ที่จริงแล้วเธอเองนี่แหละ ที่เป็นไอ้โม่งที่ฆ่าคนรักของเพลิงแล้วป้ายความผิดให้กับเพลิงจนต้องติดคุกแทน สาเหตุเพราะ ตอนนั้นเธอพยายามจะล่อลวงคนรักของเพลิงให้ไปหลับนอนกับเสี่ย แต่เกิดการต่อสู้ขัดขืน จนพลั้งมือฆ่าคนรักของเพลิงตาย แล้วจัดฉากป้ายความผิดให้เพลิงเป็นฆาตกร ผู้กองสมานได้ รู้ความจริงเรื่องนี้ก็มาขอโทษเพลิงที่ไม่เคยเชื่อเลยว่าเพลิงเป็นผู้บริสุทธิ์ กลับยัดเยียดให้เพลิง ต้องรับโทษที่ไม่ได้ก่ออยู่ในคุกนานถึง 10 ปี เพลิงไม่ถือโกรธผู้กองกลับมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือ ผู้กองตามไล่ล่าจับกุมพวกลายเสือที่ยังลอยนวลอยู่ เพื่อพิสูจน์อุดมการณ์ของผู้กองว่าโลกนี้จะ ต้องมีความยุติธรรม คนเลวต้องได้รับโทษไม่สมควรปล่อยให้มันลอยนวล ศึกครั้งสุดท้ายของเชน เพลิงและผู้กองสมานเดินหน้าเข้าประจัญบาญกับกองทัพของ ลายเสือที่พากันยกพลมาถล่มหมู่บ้านผาปืนแตก เลือด ชีวิตและจิตวิญญาณต่างพร้อมยอมพลี เพื่อเป้าประสงค์เดียวคือการปกป้องแผ่นดินของบ้านผาปืนแตกให้กลับมาสงบสุขอีกครั้ง ผู้กอง สมานต่อสู้จนตัวตายปกป้องชีวิตของเชนและเพลิงเอาไว้ เพื่อให้ทั้งคู่ได้สู้กับกำนันลายเสือและ ฟ้าลั่นจนพวกมันถูกกวาดล้างสิ้นซาก จบชีวิตอาชญากรผู้เหี้ยมโหดด้วยก้อนดินก้อนกรวดของ หมู่บ้านผาปืนแตกที่ฝังกลบให้จมธรณีไปชั่วกัลปาวสานและแล้วความสงบสุขก็กลับคืนมาสู่หมู่บ้านผาปืนแตกอีกครั้ง เชนสารภาพรักกับวัลภา และพร้อมทำหน้าที่สามี โดยสัญญาว่าจะดูแลวัลภาอย่างดีถ้าเธอเต็มใจยอมรับเขาเป็นสามี จริงๆ วัลภาเขินอายและกระซิบข้างหูเชนว่าถ้าเชนผิดคำสัญญาเธอจะยิงเชนทิ้ง ส่วนเพลิงหลัง จากที่ได้ลบแผลใจในอดีตออกไปจนหมดสิ้น เพลิงก็เปิดใจเข้าหาหมอเอื้อมเดือนเป็นฝ่ายคุก เข่าร้องเพลงขอความรักจากเธอเพื่อให้เธออยู่คู่กับเขาไปชั่วชีวิตนับแต่นี้ไปบ้านผาปืนแตกจะไม่มีเสียงปืน ที่แผดเสียงสร้างความหวาดกลัวให้ชาวบ้านอีก แต่จะเหลือเพียงเสียงเพลงแห่งความสุขที่คอยสร้างรอยยิ้มให้ทุกคนจากเชน เชิงพระกาฬ และเพลิงพญาไฟ พร้อมคณะชาววงพราวฟ้าตลอดไป ติดตามชมความสนุกสนานของ ละครเพลงรักผาปืนแตก ได้ทางช่อง 7 สี เร็ว ๆ นี้ รายชื่อนักแสดงนำ ศรัณย์ ศิริลักษณ์ รับบท เชน แซมมี่ เคาวเวลล์ รับบท วัลภา รังสิโรจน์ พันธุ์เพ็ง รับบท เพลิง พญาไฟ กวินตรา โพธิจักร รับบท เอื้อมเดือน ณัฐวัฒน์ เปล่งศิริวัธน์ รับบท ชาติ อธิชนัน ศรีเสวก รับบท เนื้อทอง สุรวุฑ ไหมกัน รับบท กำนันปราบ พาเมล่า เบาว์เด้น รับบท ลำดวน เฉลิมพร พุ่มพันธ์วงศ์ รับบท ครูประสิทธิ์ พิพัฒน์พล โกมารทัต รับบท ลายเสือ คำลือ พูลภัทร อัตถปัญญาพล รับบท ฟ้าลั่น คำรามศึก

ส้มตำ อาหารสุดแซ่บ ประโยชน์มหาศาล
กระเทียม /  ถั่วฝักยาว / 

ส้มตำ เป็นอาหารยอดนิยมประเภทหนึ่ง ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันมีรสชาติอร่อยและถูกปากคนไทยหลายๆ คน ทั่วทุกภาคของประเทศไทย แต่จะมีใครรู้บ้างว่านอกจากความอร่อยแล้ว ส้มตำ มีประโยชน์อย่างอื่นอีกหรือไม่ ส้มตำ นั้นเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการและมีสรรพคุณทางยา คุณค่าจากพืชสมุนไพรที่เป็นองค์ประกอบใน ส้มตำ อาทิ มะละกอ เป็นยานำบำรุงน้ำนม ขับพยาธิ แก้บิด แก้เลือดออกตามไรฟัน แก้ริดสีดวงทวาร ช่วยย่อยอาหาร ขับน้ำดี น้ำเหลือง มะเขือเทศ รสเปรี้ยว เป็นผักที่ใช้แต่งสีและกลิ่นอาหาร ช่วยระบาย บำรุงผิว มะกอก รสเปรี้ยว ฝาด หวาน แก้โรคธาตุพิการเพราะน้ำดีไม่ปกติแก้บิด แก้โรคเลือดออกตามไรฟัน ผลสุกทำให้ชุ่มคอ แก้กระหายน้ำ พริกขี้หนู รสเผ็ดร้อนช่วยเจริญอาหาร ขับลม ช่วยย่อย กระเทียม รสเผ็ดร้อน ขับลมในลำไส้ แก้ไอ ขับเสมหะ ช่วยย่อยอาหาร แก้โรคผิวหนัง น้ำมันกระเทียมมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเชื้อรา แบคทีเรียและไวรัส ลดน้ำตาลในเลือด ลดไขมันในหลอดเลือด มะนาว เปลือกผลรสขม ช่วยขับลมน้ำในลูกรสเปรี้ยวแก้เสมหะ แก้ไอ แก้เลือดออกตามไรฟัน ฟอกโลหิต ผักแกล้มต่างๆ ได้แก่ ถั่วฝักยาว รสมันหวาน ช่วยกระตุ้นการทำงานของกะเพาะลำไส้ บำรุงธาตุดิน กะหล่ำปลี รสจืดเย็น กระตุ้นการทำงานของกระเพาะลำไส้ บำรุงธาตุไฟ ผักบุ้ง รสจืดเย็น ต้มกินไข้เป็นยาระบายทำให้อาเจียน เนื่องจากพิษของฝิ่นและสารหนู กระถิน รสมัน แก้ท้องร่วง สมานแผล ห้ามเลือด ถ่ายพยาธิ ส่วนผสม ส้มตำ มะละกอดิบ 1 ลูก กระเทียม 5-6 กลีบ พริกขี้หนู 5-6 เม็ด มะเขือเทศผ่าครึ่ง 2 ลูก ถั่วฝักยาวหั่น 1 ฝัก น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว หรือ น้ำมะขามเปียก 1/4 ถ้วย น้ำตาลปีป 1 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ส้มตำ ปลอกมะละกอ และล้างด้วยน้ำให้สะอาด แล้วทำการเฉาะและสับ แล้วใช้มีด ฝานให้เป็นเส้นๆ หรืออาจใช้ที่ไสมะละกอก็ได้ ใส่กระเทียมและพริกขี้หนู ลงในครก แล้วตำให้พอแตก ใส่มะเขื่อเทศ, ถั่วฝักยาว, แล้วตำให้เข้ากัน ใส่มะละกอ และ เครื่องปรุงที่เหลือ แล้วตำเบาๆ คลุกเคล้าให้เข้ากัน เป็นอันเสร็จ ทั้งนี้การกิน ส้มตำ ต้องคำนึงถึงความสะอาดด้วย ลองเลือกร้านที่ทำสะอาด แม่ค้าใส่ถุงมือ และไม่มีแมลงวันตอม ภาชนะสะอาด เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว จากที่เราจะได้รับประโยชน์จากการกิน nederlandsegokken.nl ส้มตำ อาจจะทำให้เราท้องเสียแทนได้ ขอบคุณที่มาจาก : www.samunpri.com