ฝิ่น

10 อันดับแหล่งท่องเที่ยวประเภทป่าเขา น้ำตก ในประเทศไทย ประจำปี 2553
ดอย /  ดอยปุย / 

ใกล้เข้าหน้าหนาวแล้ว ได้เวลาขึ้นเขาไปพิชิตยอดดอย สูดอากาศสดชื่นกันอีกแล้ว ลองมาดูกันซิว่า 10 อันดับป่าเขา น้ำตกของไทย ประจำปี 2553 มีที่ไหนน่าไปเที่ยวชมกันบ้าง... ชอบ-ไม่ชอบยังไง แนะนำที่เที่ยวในใจเพื่อนๆ กันเข้ามาได้นะคะ อันดับที่ 10 อุทยานแห่งชาติดอยฟ้าห่มปก จังหวัดเชียงใหม่ ดอยฟ้าห่มปก ดอยสูงอันดับ 2 ของประเทศไทย ด้วยความสูงประมาณ 2,285 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง บนยอดดอยสูงเป็นทุ่งโล่งอันเกิดจากสภาพธรณี วิทยาที่มีชั้นดินตื้น พื้นเป็นหินแกรนิต ประกอบกับมีลมกระโชกแรงตลอดทั้งปี จากยอดดอยจะเห็นทิวทัศน์ทะเลหมอกและถนนบนสันเขาขนานกับชายแดนไทย-พม่า จุดเด่นอีกอย่างของอุทยานฯ แห่งนี้คือ บ่อน้ำร้อนธรรมชาติที่เกิดจากความร้อนใต้ดินมีจำนวนมากมายหลายบ่อ ในพื้นที่ประมาณ 10 ไร่ ไอร้อนกรุ่นพวยพุ่งอยู่ตลอดเวลา อุณหภูมิของน้ำประมาณ 40-88 องศาเซลเซียส บ่อหนึ่งทางอุทยานฯ เจาะช่องใส่ท่อให้น้ำพุร้อนขึ้นสูงถึง 40-50 เมตร พร้อมทั้งได้จัดบริการห้องอาบน้ำแร่และอบไอน้ำ บ่อน้ำร้อนจะอยู่ใกล้กับที่ทำการอุทยานฯ นอกจากนี้ ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติขึ้นเขาผ่านป่าเบญจพรรณ มาถึงบ่อน้ำร้อน ระยะทางประมาณ 1.2 กิโลเมตรอีกด้วย อันดับที่ 9 อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน จังหวัดลำปาง ผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์และเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร โดดเด่นในความเป็นอุทยานแห่งชาติที่เน้นการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ ด้วยมีแอ่งอาบน้ำอุ่นที่เกิดจากน้ำร้อนในบ่อน้ำพุร้อนมาบรรจบกับน้ำเย็นที่ มาจากน้ำตกแจ้ซ้อน ดำเนินงานตามแนวพระราชดำริในการใช้พลังงานน้ำธรรมชาติมาประยุกต์ อุทยานฯ ใช้ไฟฟ้าที่ผลิตเองจาก โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกแจ้ซ้อน ที่บนเส้นทางพบสัตว์หายากอย่างนกเขนเทาหางแดง ปลาปุง รวมทั้งพรรณไม้ต่างๆ สามารถศึกษาระบบนิเวศและสภาพภูมิศาสตร์โดยรอบลานน้ำพุร้อน และเส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกแม่เปียก ศึกษาความรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศและการนำทรัพยากรจากป่ามาใช้ประโยชน์ อันดับที่ 8 อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จังหวัดเลย- พิษณุโลก-เพชรบูรณ์ แหล่งธรรมชาติที่มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์สอดแทรกอยู่ แหล่งท่องเที่ยวจึงแบ่งออกเป็นด้านประวัติศาสตร์ ได้แก่ สถานที่ต่างๆ ที่อดีตพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยเคยใช้เป็นฐานที่มั่น ซึ่งสถานที่เหล่านี้ได้รับการดูแลรักษาให้คงอยู่ในสภาพเดิม เช่น ผาชูธง โรงเรียนการเมืองการทหาร ในขณะที่ด้านธรรมชาติ ภูหินร่องกล้าก็ยังมีสภาพภูมิทัศน์สวยงาม แปลกตา ผิดจากเทือกเขาโดยทั่วไป ได้แก่ ลานหินแตก ลานหินปุ่ม ซึ่งเกิดจากการโก่งตัวหรือเคลื่อนตัวของผิวโลก การสึกกร่อนตามธรรมชาติของหิน ปกคลุมไปด้วยมอส ไลเคน ตะไคร่ เฟิร์น และกล้วยไม้ชนิดต่างๆ ทั้งยังอุดมด้วยน้ำตกสวยอีกหลายแห่ง เช่น น้ำตกหมันแดง น้ำตกร่มเกล้าภราดร น้ำตกศรีพัชรินทร์ น้ำตกแก่งลาด และน้ำตกตาดฟ้า อันดับที่ 7 อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี อุทยานฯ ที่มีพื้นที่มากที่สุดของประเทศไทย คือ 2,915 ตารางกิโลเมตร เป็นป่าดิบชื้น ภูเขาสลับซับซ้อนอยู่ในเทือกเขาตะนาวศรี สภาพภูมิประเทศอุดมสมบูรณ์ มีสัตว์ป่ามากจึงมีชื่อเสียงในด้านการเป็นแหล่งดูนกที่มีนกให้ดูมากที่สุด แห่งหนึ่ง คือ 430 ชนิด จาก 900 กว่าชนิดที่มีในประเทศไทย ทั้งยังเป็นแหล่งดูผีเสื้อแห่งสำคัญเพราะมีมากกว่า 150 ชนิด โดยมีจุดพักค้างแรมกางเต็นท์สำหรับผู้สนใจดูนกและผีเสื้อที่บ้านกร่างแคมป์ ในขณะเดียวกันยังมีจุดชมทะเลหมอกในตอนเช้าได้สวยงาม คือที่แคมป์พะเนินทุ่ง หรือ กม. 30 อันเป็นจุดกางเต็นท์พักแรมของอุทยานฯ อันดับที่ 6 อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย จังหวัดเชียงใหม่ เหนือภูเขาสูงสลับซับซ้อนหลายลูก อันได้แก่ ดอยสุเทพ ดอยบวกห้าและดอยปุย เป็นแหล่งกำเนิดของต้นน้ำลำธารลำห้วย เช่น ห้วยแก้ว ห้วยช่างเคี่ยน ห้วยแม่ปาน ที่ไหลลงสู่แม่น้ำปิง และน้ำตกงามอีกหลายแห่ง ได้แก่ น้ำตกมณฑาธาร น้ำตกแม่สา เป็นน้ำตกที่สวยงาม น้ำตกตาดหมอก-วังฮาง น้ำตกตาดหมอกฟ้า น้ำตกมหิดล น้ำตกศรีสังวาล น้ำตกผาลาด และน้ำตกห้วยแก้ว ยังมีหน้าผาอันเป็นจุดชมทิวทัศน์หลายแห่ง โดยเฉพาะยอดดอยปุยซึ่งเป็นป่าสนเขา มองเห็นทัศนียภาพได้โดยรอบ ทั้งยังสามารถเยี่ยมเยือนหมู่บ้านชาวไทยภูเขาเผ่าต่างๆ เช่น ม้ง เย่า อาข่า ลีซอ มูเซอ ได้สะดวก เพราะมีทางเดินไปถึงทุกหมู่บ้าน บนเส้นทางขึ้นสู่อุทยานฯ ยังมีจุดแวะน่าสนใจอย่างอนุสาวรีย์ครูบาวิชัย และพระตำหนักภูพิงราชนิเวศน์ ซึ่งประดับประดาด้วยดอกไม้นานาพรรณงดงามตระการตา อันดับที่ 5 อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง จังหวัดเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน เป็นผืนป่าต้นน้ำลำธารที่โดดเด่นด้วยป่าและธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ และทิวเทือกเขาสูงชันสลับซับซ้อน มีจุดชมทิวทัศน์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย คือ จุดชมวิวห้วยน้ำดัง อันเป็นสถานที่ซึ่งสามารถชมทะเลหมอกยามเช้าได้อย่างชัดเจนงดงาม ท่ามกลางแสงสีทองของอรุณรุ่ง แต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวนับพันมาพักแรมเพื่อรอชม นอกจากนี้ ยังมียอดดอยที่มีธรรมชาติงดงามอีกหลายแห่ง เช่น ดอยช้าง ดอยสามหมื่น รวมทั้งโป่งเดือดซึ่งเป็นน้ำพุร้อนธรรมชาติ ทางอุทยานฯ ได้จัดสร้างบ้านพักพร้อมบ่อสำหรับอาบน้ำแร่แช่น้ำร้อนครบวงจรพร้อมบริการ อันดับที่ 4 สถานีเกษตรหลวงดอยอ่างขาง จังหวัดเชียงใหม่ สถานีวิจัยแห่งแรกของโครงการหลวง จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2512 ตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ หัว ที่ทรงต้องการเปลี่ยนพื้นที่จากไร่ฝิ่นของชาวไทยภูเขามาเป็นแปลงเกษตรเมือง หนาวที่สามารถสร้างรายได้ วันนี้ดอยอ่างขางได้เปลี่ยนสภาพจากภูเขาซึ่งถูกตัดไม้ทำลายป่ามาเป็นพื้นที่ อุดมสมบูรณ์ สภาพอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี มีแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจให้เที่ยวชมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นไม้ดอกเมืองหนาวกว่า 20 ชนิด พันธุ์ไม้ผลกว่า 12 ชนิด และแปลงผักเมืองหนาวอีกกว่า 60 ชนิด รวมทั้งหมู่บ้านชาวไทยภูเขาหลายเผ่า คือ จีนฮ่อ ไทยใหญ่ มูเซอดำ และปะหล่อง ทิวทัศน์ชายแดนไทย-พม่า อีกทั้งยังเป็นแหล่งดูนกสำคัญที่มีนกน่าสนใจหลายชนิด อันดับที่ 3 อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา-นครนายก-ปราจีนบุรี-สระบุรี อุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย ตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2505 ได้เป็นมรดกโลกเมื่อปี พ.ศ. 2548 โดยขึ้นทะเบียนร่วมกับป่า 5 ผืนใหญ่ คือ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อุทยานแห่งชาติปางสีดา อุทยานแห่งชาติตาพระยา อุทยานแห่งชาติทับลาน และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ ถือว่าเป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งที่ 2 ของไทย ต่อจากผืนป่าทุ่งใหญ่นเรศวร-ห้วยขาแข้ง เขาใหญ่เป็นแหล่งที่สามารถพบเห็นสัตว์ป่าน้อยใหญ่นานาชนิด ทั้งยังมีน้ำตกใหญ่ที่สวยงาม เช่น น้ำตกเหวนรก น้ำตกเหวสุวัต น้ำตกผากล้วยไม้ และน้ำตกอื่นๆ อีกมากมายกว่า 20 แห่ง รวมทั้งยังมีเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติอีก 13 เส้นทาง จึงเป็นขวัญใจของบรรดานักท่องเที่ยวผู้ชื่นชอบสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิดมา ตลอดทุกยุคทุกสมัย อันดับที่ 2 อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย อุทยานแห่งชาติลำดับที่ 2 ของประเทศไทยต่อจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เหนือที่ราบกว้างใหญ่บนยอดภูสูง 1,200 เมตร จากระดับทะเลปานกลาง งามตาด้วยทิวสนเรียงราย นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ชื่นชอบภูกระดึงเพราะความหลากหลายในด้านการท่องเที่ยว เนื่องจากมีหน้าผาจุดชมทิวทัศน์มากมายหลายจุด ที่โด่งดังเป็นที่รู้จักคือจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่นและจุดชมพระ อาทิตย์ตกที่ผาหล่มสัก ทั้งยังมีน้ำตกขนาดกลางและขนาดเล็กที่สวยงาม เช่น น้ำตกถ้ำใหญ่ น้ำตกวังกวาง น้ำตกธารสวรรค์ ฯลฯ อีกทั้งสภาพป่าที่มีทั้งป่าสนเขา ป่าดิบเขา ป่าเต็งรัง และป่าเบญจพรรณ ทำให้มีพรรณไม้แปลกๆ สวยงามในยามดอกไม้ป่าสะพรั่งบานเปรียบเสมือนกับอุทยานบนสรวงสวรรค์ อันดับที่ 1 อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ สุดยอดเหนือใครในสยามประเทศด้านความสูงด้วยดอยอินทนนท์ ยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย 2,565 เมตร จากระดับทะเลปานกลาง ท่ามกลางเทือกเขาสลับซับซ้อน อากาศหนาวเย็นตลอดปี แวดล้อมด้วยสภาพป่าแบบดึกดำบรรพ์ อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพรรณไม้หลากหลายชนิด และนกสวยงามนานาพันธุ์ ด้วยเป็นป่าต้นน้ำ จึงมีน้ำตกสวยงามขนาดใหญ่หลายแห่ง เช่น น้ำตกแม่ยะ น้ำตกสิริภูมิ น้ำตกแม่กลาง ฯลฯ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของพระมหาธาตุนภเมทนีดลและพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ ซึ่งกองทัพอากาศสร้างถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบอีกด้วย ที่มา : http://www.toptenthailand.com/display.php?id=1333

อั้งยี่ ลูกผู้ชายพันธุ์มังกร (2543) 2/2 จบ (คลิปอื่นๆ ให้อ่านรายละเอียดคลิปแบบเต็มๆ)
หนังไทย

ในปี 2480 ได้มีกลุ่มอิทธิพลชาวจีนที่เรียกตัวเองว่า อั้งยี่ รวมตัวกันก่อตั้งเป็นสมาคมลับ เพื่อปกครองชาวจีนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย สมาคมลับอั้งยี่มีอิทธิพลมากและเป็นที่รู้จักกันดี ในเวลานั้นมีอยู่ 2 สมาคม คือ สมาคมตั้งกงสีและสมาคมซาเตี้ยม ซึ่งต่างมีความขัดแย้งกันตลอดมา และมีเรื่องทะเลาะวิวาทกันเป็นประจำ จนกลายเป็นศัตรูกันในที่สุด วันหนึ่ง เล้ง ผู้มีตำแหน่งเป็นผู้คุ้มกฎของพรรคซาเตี้ยม ถูกส่งมาสังหารสมาชิกคนสำคัญของตั้งกงสีถึงถิ่น โดยการปลอมตัวมากับคณะงิ้วที่มาแสดงในงานฉลองประจำปี เล้งฆ่าพัดกระดาษขาวของพรรคตั้งกงสีได้สำเร็จ แต่ตนเองบาดเจ็บสาหัส เง็กหงส์ สาวจีนที่เห็นเหตุการณ์และประทับใจในความสามารถ ได้พาเล้งไปพักรักษาตัวที่บ้าน ซึ่งอาศัยอยู่กับอาม่าและอาโฮ่ว พี่ชายของเง็กหงส์ อาโฮ่วเกรงว่าจะมีปัญหากับพรรคตั้งกงสีที่ให้ความช่วยเหลือศัตรู จึงสั่งให้ไล่เล้งออกจากบ้าน แต่อาม่ากับเง็กหงส์ได้ขอร้องให้เล้งพักรักษาตัวจนแข็งแรงก่อน อาโฮ่วจึงต้องยอมและปกปิดความจริงกับเพื่อนสนิทที่อยู่ในพรรคตั้งกงสีอย่างไม่มีทางเลือก เล้งพักรักษาตัวอยู่ระยะหนึ่งจนกระทั่งหาย จึงลาจากไป เง็กหงส์แอบมาหาเล้งในเขตของซาเตี้ยม ตั่วเท้า ผู้มีตำแหน่งพัดกระดาษขาวของซาเตี้ยมเห็นเข้า และต้องการจับตัวเง็กหงส์ ซึ่งเป็นหญิงสาวบริสุทธิ์ไปให้ ซานจู๊ หัวหน้าพรรค แต่ถูกอาม่าขัดขวาง เขาจึงฆ่าอาม่าและฉุดตัวเง็กหงส์ แต่ก่อนที่เง็กหงส์จะเสียตัว เล้งได้มาช่วยเง็กหงส์ทันเวลา เล้งมาขอไหว้ศพอาม่า แต่ถูกอาโฮ่วทำร้าย เพราะเล้งเป็นพวกซาเตี้ยมที่ฆ่าอาม่า เล้งยอมให้อาโฮ่วทุบตีโดยไม่ตอบโต้ ทั้งที่มีฝีมือเหนือชั้นกว่า เพราะเขาต้องการตอบแทนบุญคุณอาม่าที่เคยช่วยชีวิต อาโฮ่วจึงแสดงความเป็นลูกผู้ชายด้วยการปล่อยเล้งกลับไป อาโฮ่วตัดสินใจเข้าเป็นสมาชิกอั้งยี่พรรคตั้งกงสี เพื่อล้างแค้นให้อาม่า อาโฮ่วกับเพื่อนในพรรคพากันบุกทลายบ่อน โรงสูบฝิ่น และธุรกิจการค้าของซาเตี้ยมจนเสียหายอย่างหนัก ซานจู๊สั่งให้เล้งนำพรรคพวกบุกไปทลายตั้งกงสีบ้าง อาโฮ่วต่อสู้กับเล้งจนพลาดท่า แต่เล้งยอมปล่อยตัวอาโฮ่วไป เพื่อตอบแทนที่อาโฮ่วเคยไว้ชีวิตเมื่อคราวก่อน ตั่วเท้ากลับมาฟ้องซานจู๊ที่เล้งไว้ชีวิตศัตรู ซานจู๊ซึ่งหาโอกาสกำจัดเล้งอยู่แล้ว จึงสั่งประหารเล้งตามกฎ แต่สมาชิกคนอื่นพากันขอร้องไว้และยอมตายหากเล้งถูกประหาร เล้งยอมแทงตัวเองเพื่อชดใช้ความผิด ซานจู๊ยอมยกโทษให้เล้งเพื่อตบตาทุกคน แต่สั่งตั่วเท้าและสมุนให้ลอบสังหารเล้งภายหลัง เล้งหนีการตามล่าและได้รับบาดเจ็บสาหัสตกน้ำจมหายไป เวลาผ่านไปราว 1 เดือน อาโฮ่วมาพบกับเล้งในสภาพที่อดโซเหมือนขอทาน จึงชวนเล้งให้เป็นสมาชิกพรรคตั้งกงสี แต่เล้งไม่อาจทรยศต่อพรรคพวกในพรรคซาเตี้ยมได้ หากกำจัดคนที่ต้องการแก้แค้นได้แล้ว เขาจะไปตามทางของเขาเอง อั้งยี่ ลูกผู้ชายพันธุ์มังกร ภาพยนตร์แอ็คชั่นทุ่มทุนสร้างระหว่างไทย - ไต้หวัน พ.ศ. 2543 เรื่อง อั้งยี่ ลูกผู้ชายพันธุ์มังกร นำแสดงโดย อำพล ลำพูน , หลินจื้ออิง , ฌัชชา รุจินานนท์ , เมธี อมรวุฒิกุล , อู๋เฉินจวิน , อภิชาติ ชูสกุล , ทองขาว ภัทรโชคชัย กำกับโดย นพพร วาทิน ที่มา : http://rabbit-1963.blogspot.com/2014/07/2543-master-vcd.html 1/2 - http://video.mthai.com/trailer/player/1406279358.html 2/2 - http://video.mthai.com/trailer/player/1406279887.html

ถนนพญาเสือโคร่ง ดอยแม่สลอง
ดอยแม่สลอง /  ถนนพญาเสือโคร่ง / 

ถนนพญาเสือโคร่ง ดอยแม่สลอง นี่คือผืนแผ่นดินไทยที่งดงาม ที่รายล้อมไปด้วยดอกพญาเสือโคร่ง พร้อมรับนักท่องเที่ยวทั้งไทย และต่างชาติ นี่คือผืนแผ่นดินไทยที่งดงาม ด้วยตลอดสองข้างทางที่มุ่งขึ้นสู่ ดอยแม่สลอง นั้น รายล้อมไปด้วย ดอกพญาเสือโคร่ง หรือ ดอกซากุระเมืองไทย ที่บานสะพรั่งในช่วงเดือนธันวาคม พร้อมรับนักท่องเที่ยวทั้งไทย และต่างชาติ จากเมืองไกลให้มาเยือน ซึ่งเมื่อได้มายืนเด่นตระหง่านอยู่บนยอดดอยสูงแห่งนี้ แทบจะไม่อยากเชื่อสายตาเลยว่า นี่มันแผ่นดินไทยจริงๆ หรือ เพราะด้วยบรรยากาศที่หนาวเย็นจับใจในช่วงเหมันต์ ตลอดจนบรรยากาศ และทิวทัศน์ที่เห็นอยู่ตรงหน้า มันช่างให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในชนบทของประเทศจีนไม่มีผิดเพี้ยน เหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เนื่องจาก ยอดดอยแม่สลองเป็นที่ลงหลักปักฐานของชาวจีนฮ่อแถบมณฑลยูนาน ที่ลี้ภัยมาหลบอาศัยอยู่ตั้งแต่ครั้งอดีต และพากันประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยปลูกชา และพืชผักเมืองหนาวเป็นหลัก ซึ่งชาที่โด่งดังจนเป็นที่รู้จักกันดีคือ ชาอู่หลง นอกจากนี้ ดอยแม่สลอง ยังอบอวลไปด้วยวัฒนธรรมชาวจีน ไม่ว่าจะการแต่งกาย หรือ อาหารการกิน ซึ่งโดยเฉพาะอาหารนั้น จะเป็นที่ขึ้นชื่อลือชาเป็นอย่างยิ่ง อย่างเช่น ขาหมูยูนาน ที่เสริฟมาในจานใหญ่ และต้องกินเคียงคู่กับหมั่นโถเท่านั้น ถึงจะเรียกว่าต้นตำหรับ ประวัติของแดนดินถิ่นดอยสูงนี้มีอยู่ว่า ในอดีตเคยเป็นที่อยู่ของชาวเขาเผ่าต่างๆ ที่ยังชีพด้วยการทำไล่เลื่อนลอย จนเป็นเหตุให้ดอยแห่งนี้เตียนโล่ง ต่อมาดอยแม่สลองเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในปี พ.ศ.2504 จากการอพยพเข้ามาของทหารจีนกองพล 93 จากมณฑลยูนาน ที่ทำการรบอยู่ทางตอนใต้ของจีนในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่เมื่อจีนถูกพรรคคอมมิวนิสต์ยึดอำนาจสำเร็จ จึงทำให้ทหารกองพล 93 กลายเป็นกองกำลังพลัดถิ่น และถูกกดดันอย่างหนัก จนถอยร่นเข้ามาในเขตพม่า แต่ก็ถูกทางฝ่ายพม่ากดดันจนถอยร่นมาถึงดอยตุงเขตแดนไทย ทางฝ่ายพม่าก็ได้ร้องเรียนกับทางสหประชาชาติ ให้กองกำลังพลัดถิ่นอพยพไปยังประเทศใต้หวัน แต่เนื่องจากผู้นำกองกำลังพล 93 โดย นายพลหลีเหวินฝาน และ นายพลต้วยซีเหวิน ได้ทำเรื่องร้องเรียนขอลี้ภัยในประเทศไทย เนื่องจากยังไม่แน่ใจในอนาคต เพราะใต้หวันเป็นเพียงเกาะเล็กๆ รัฐบาลไทยจึงอนุญาต โดยจัดแบ่งเป็นสองกอง โดยให้ทหารของนายพลหลีเหวินฝานไปอยู่ที่ ถ้ำงอบ อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ และทหารของนายพลต้วนซีเหวินอยู่บนดอยแม่สลอง จนกระทั่งในปี พ.ศ.2515 ครม. มีมติให้รับทหารจีนอาศัยบนผืนแผ่นดินไทยอย่างเป็นทางการ และได้ยุติการค้าฝิ่น มีการปลดอาวุธ และให้หันมาประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยได้ริเริ่มโครงการปลูกชา และปลูกต้นสนสามใบเพื่อเป็นการพลิกฟื้นผืนป่าให้กลับมามีความสมบูรณ์อีกครั้ง และได้มีการเปลี่ยนชื่อชุมชนบนดอยแม่สลองใหม่ โดยใช้ชื่อว่า บ้านสันติคีรี จึงทำให้ดอยแม่สลองจึงมีความสงบ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเชียงราย นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา สถานที่ท่องเที่ยวบนดอยแม่สลองยังมีอีกหลายแห่ง เช่น พระบรมธาตุเจดีย์ศรีนครินทร์สถิตมหาสันติคีรี ตั้งอยู่จุดสูงสุดบนดอยแม่สลอง ที่ความสูง 1,500 เมตร ซึ่งห่างจากหมู่บ้านขึ้นไปประมาณ 4 กิโลเมตร เส้นทางขึ้นคดเคี้ยว สูงชัน พระธาตุสร้างแล้วเสร็จเมื่อประมาณปี พ.ศ.2539 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จย่า เป็นเจดีย์แบบล้านนาประยุกต์ บนฐานสี่เหลี่ยมลดชั้น สูงประมาณ 30 เมตร ประดับกระเบื้องสีเทา นอกจากนั้น บริเวณนี้ยังเป็นจุดชมวิวที่สวยงาม โดยเฉพาะในยามเย็น ซึ่งองค์พระธาตุเองก็สามารถที่จะมองเห็นมาแต่ไกลด้วยเช่นกัน จึงพูดได้ว่า พระบรมธาตุเจดีย์แห่งนี้ เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของดอยแม่สลองอีกด้วย อีกหนึ่งสถานที่คือ สุสานนายพลต้วน ผู้นำทหารชาวจีนฮ่อแห่งกองพล 93 ที่ได้นำกองกำลังอพยพมาตั้งหลักปักฐานบนผืนแผ่นดินไทย ตัวสุสานทำด้วยหินอ่อนทั้งหมด มีแท่นหินอ่อนที่บรรจุร่างของนายพลต้วน อยู่ภายในเก๋งจีนสีขาวขนาดใหญ่ การเดินทางขึ้นมาเที่ยวบนยอด ดอยแม่สลอง นั้น สิ่งที่พลาดไม่ได้คือ การลิ้มลองชาพันธุ์แท้ ตลอดจนชมวิธีการชงชาแบบต้นตำหรับชาวจีนฮ่อ ซึ่งการเดินทางก็มาได้สะดวก หากมีโอกาสช่วงปลายปีนี้ ลองแวะไปสัมผัสบรรยากาศที่หนาวเย็น แล้วจิบชาอุ่นๆ บนถนนพญาเสือโคร่งกันดู รับรองว่าสัมผัสที่สุดประทับใจกำลังรอคุณอยู่ และนี่คือ ผืนดินถิ่นไทยจริงๆ เรื่องโดย Omyim บทความน่าอ่านจาก http://www.emaginfo.com ร่วมกับ travel.mthai.com View Larger Map

ปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) ทำอย่างไรให้ถูกต้อง!
CPR /  หัวใจหยุดเต้น / 

ปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพ (Cardiopulmonary resuscitation : CPR) หมายถึง การช่วยเหลือผู้ที่หยุดหายใจหรือหัวใจหยุดเต้น ให้มีการหายใจและการไหลเวียนกลับคืนสู่สภาพเดิม ป้องกันเนื้อเยื่อได้รับอันตรายจากการขาดออกซิเจนอย่างถาวร ซึ่งสามารถทำได้โดยการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน (Basic life support) ได้แก่ การผายปอด และการนวดหัวใจภายนอก ภาวะหยุดหายใจและหัวใจหยุดเต้น ภาวะหยุดหายใจ (respiratory arrest) และภาวะหัวใจหยุดเต้น (cardiac arrest) - เป็นภาวะที่มีการหยุดการทำงานของอวัยวะในระบบทางเดินหายใจและการไหลเวียนเลือด ส่วนมากมักจะพบว่ามีการหยุดหายใจก่อนเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้น และ ถ้าไม่ได้รับการช่วยเหลือที่ถูกต้อง จะทำให้เสียชีวิตได้ สาเหตุของการหยุดหายใจ ทางเดินหายใจอุดตันจากสาเหตุต่างๆ เช่น จากสิ่งแปลกปลอมอุดกั้นทางเดินหายใจ การแขวนคอ การถูกบีบรัดคอ การรัดคอ เป็นต้น ในเด็กเล็กสาเหตุจากการหยุดหายใจที่พบได้มากที่สุดคือ การสำลักสิ่งแปลกปลอมเข้าหลอดลม เช่น ของเล่นชิ้นเล็ก ๆ เมล็ดถั่ว เป็นต้น มีการสูดดมสารพิษ แก็สพิษ ควันพิษ การถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงดูด การจมน้ำ การบาดเจ็บที่ทรวงอก ทำให้ทางเดินหายใจได้รับอันตรายและเนื้อเยื่อได้รับบาดเจ็บ โรคระบบประสาท เช่น บาดทะยัก ไขสันหลังอักเสบ ทำให้กล้ามเนื้อหายใจเป็นอัมพาต การได้รับสารพิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย เช่น ผึ้ง ต่อ แตน ต่อยบริเวณคอ หน้า ทำให้มีการบวมของเนื้อเยื่อของทางเดินหายใจและหลอดลมมีการหดเกร็ง การได้รับยากดศูนย์ควบคุมการหายใจ เช่น มอร์ฟีน ฝิ่น โคเคน บาร์บิทูเรต ฯลฯ โรคหัวใจ เช่น กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดไปเลี้ยงอย่างเฉียบพลัน มีการติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจ และมีภาวะหายใจวายจากสาเหตุต่างๆ สาเหตุของหัวใจหยุดเต้น หัวใจวายจากโรคหัวใจ จากการออกกำลังกายมากเกินปกติ หรือตกใจหรือเสียใจกระทันหัน มีภาวะช็อคเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน จากการสูญเสียเลือดมาก ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หรือมีเลือดมาเลี้ยงไม่เพียงพอ ทางเดินหายใจอุดกั้น ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ การได้รับยาเกินขนาดหรือการแพ้ ข้อบ่งชี้ในการ ปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพ ผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจ โดยที่หัวใจยังคงเต้นอยู่ประมาณ 2-3 นาที ให้ผายปอดทันที จะช่วยป้องกันภาวะหัวใจหยุดเต้นได้ และช่วยป้องกันการเกิดภาวะเนื้อเยื่อสมองขาดออกซิเจนอย่างถาวร ผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจและหัวใจหยุดเต้นพร้อมกัน ซึ่งเรียกว่า clinical death การช่วยฟื้นคืนชีพทันทีจะช่วยป้องกันการเกิด biological death คือ เนื้อเยื่อโดยเฉพาะเนื้อเยื่อสมองขาดออกซิเจน ระยะเวลาของการเกิด biological death หลังจาก clinical death ยังไม่มีใครทราบแน่ชัด แต่โดยทั่วไป มักจะเกิดช่วง 4-6 นาที หลังเกิด clinical death ดังนั้นการ ปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพ จึงควรทำภายใน 4 นาที ลำดับขั้นในการ ปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพ การปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพ ขั้นพื้นฐานประกอบด้วย 3 ขั้นตอนใหญ่สำคัญ คือ A B C ซึ่งต้องทำตามลำดับคือ 1. A : Airway หมายถึง การเปิดทางเดินหายใจให้โล่ง ซึ่งเป็นการปฏิบัติการขั้นแรก ที่ต้องทำอย่างรวดเร็ว เพราะเนื่องจากโคนลิ้นและกล่องเสียงมีการตกลงไปอุดทางเดินหายใจส่วนบนในผู้ป่วยที่หมดสติ ดังนั้นจึงต้องมีการเปิดทางเดินหายใจให้โล่ง โดยการดัดคางขึ้นร่วมกับการกดหน้าผากให้หน้าแหงนเรียกว่า "head tilt chin lift" ในกรณีที่มีกระดูกสันหลังส่วนคอหัก หรือในรายที่สงสัย ควรใช้วิธี "jaw thrust maneuver" โดยการดึงขากรรไกรทั้งสองข้างขึ้นไปข้างบน ผู้ช่วยเหลืออยู่เหนือศีรษะผู้ป่วย 2. B : Breathing คือ การช่วยหายใจ เนื่องจากการหายใจหยุด ร่างกายจะมีออกซิเจนคงอยู่ในปอดและกระแสเลือด แต่ไม่มีสำรองไว้ใช้ดังนั้น เมื่อหยุดหายใจ จึงต้องช่วยหายใจ เป็นวิธีที่จะช่วยให้ออกซิเจนเข้าสู่ปอดผู้ป่วยได้ ซึ่งออกซิเจนที่เป่าออกไปนั้นมีออกซิเจนประมาณ 16-17 % ซึ่งเพียงพอสำหรับใช้ในร่างกาย สามารถทำได้หลายวิธี คือ ด้วยการเป่าปาก (mouth to mouth) เป่าจมูก (mouth to nose) และวิธีการกดหลังยกแขนของโฮลเกอร์ - นิลสัน (back pressure arm lift or Holger - Nielson method) ทำได้ดังนี้ 2.1 กรณีเป่าปาก บีบจมูกของผู้ป่วย ผู้ช่วยเหลือหายใจเข้าปอดลึก ๆ ซัก 2-3 ครั้ง หายใจ เข้าเต็มที่แล้วประกบปากให้แนบสนิทกับปากของผู้ป่วย แล้วเป่าลมหายใจเข้าไปในปอดให้เต็มที่ 2.2 กรณีเป่าจมูก ใช้ในรายที่มีการบาดเจ็บในปาก หรือในเด็กเล็ก ต้องปิดปากของผู้ป่วยก่อน และเป่าลมหายใจเข้าทางจมูกแทน ขณะที่เป่าให้เหลือบมองยอดอกของผู้รับบริการด้วยว่ามีการยกตัวขึ้นหรือไม่ การเป่าลมหายใจของผู้ช่วยเหลือผ่านทางปากหรือจมูก จะต้องทำอย่างช้าๆ ปล่อยปากหรือผู้ช่วยเหลือออกจากปากหรือจมูกของผู้ป่วย เพื่อให้ผู้ป่วยหายใจออก ให้ ผายปอด 2 ครั้ง ๆ ละ 1-1.5 วินาที (แต่ละครั้งได้ออกซิเจน 16 %) อัตราเร็วในการเป่า คือ 12 -15 ครั้ง / นาที ใกล้เคียงกับการหายใจปกติ 3. C : Circulation คือการนวดหัวใจภายนอก ทำในรายที่ประเมินภาวะหัวใจหยุดเต้น โดยการจับชีพที่ carotid artery แล้วไม่พบว่ามีการเต้นของชีพจร ก็จะช่วยให้มีการไหลเวียนของเลือดโดยการกดนวดหัวใจภายนอก (cardiac massage) โดยมีหลักการคือ กดให้กระดูกหน้าอก (sternum) ลงไปชิดกับกระดูกสันหลัง ซึ่งจะทำให้หัวใจที่อยู่ระหว่างกระดูกทั้งสองอัน ถูกกดไปด้วย ทำให้มีการบีบเลือดออกจากหัวใจไปเลี้ยงร่างกาย เสมือนการบีบตัวของหัวใจ วิธีนวดหัวใจ จัดให้ผู้ป่วยนอนหงายราบ บนพื้นแข็ง ถ้าพื้นอ่อนนุ่มให้สอดไม้กระดานแข็งใต้ลำตัว วัดตำแหน่งที่เหมาะสำหรับการนวดหัวใจ โดยใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางข้างที่ถนัด วาดจากขอบชายโครงล่างของผู้ป่วยขึ้นไป จนถึง ปลายกระดูกหน้าอก วัดเหนือปลายกระดูกหน้าอกขึ้นมา 2 นิ้วมือ แล้วใช้สันมือข้างที่ไม่ถนัดวางบนตำแหน่งดังกล่าว และใช้สันมือข้างที่ถนัดวางทับลงไป และเกี่ยวนิ้วมือให้นิ้วมือที่วางทับแนบชิดในร่องนิ้วมือของมือข้างล่าง (interlocked fingers) ยกปลายนิ้วขึ้นจากหน้าอก ผู้ช่วยเหลือยืดไหล่และแขนเหยียดตรง จากนั้นปล่อยน้ำหนักตัวผ่านจากไหล่ไปสู่ลำแขนทั้งสองและลงไปสู่กระดูกหน้าอกในแนวตั้งฉากกับลำตัวของผู้เจ็บป่วยในผู้ใหญ่และเด็กโต กดลงไปลึกประมาณ 1.5 - 2 นิ้ว ให้กดลงไปในแนวดิ่ง และอย่ากระแทก ผ่อนมือที่กดขึ้นให้เต็มที่เพื่อให้ทรวงอกมีการขยายตัว และหัวใจได้รับเลือดที่อุดมไปด้วยออกซิเจน ขณะที่ผ่อนมือไม่จำเป็นต้องยกมือขึ้นสูง มือยังคงสัมผัสอยู่ที่กระดูกหน้าอก อย่ายกมือออกจากหน้าอก จะทำให้มีเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ในร่างกาย และมีเลือดไหลกลับเข้าสู่หัวใจ ทำให้มีการไหลเวียนเลือดในร่างกาย การกดนวดหัวใจจะนวดเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ในอัตราเร็ว 100 ครั้ง/นาที ถ้าน้อยกว่านี้จะไม่ได้ผล การปฏิบัติในการช่วยฟื้นคืนชีพเบื้องต้น 1. เมื่อพบคนนอนอยู่ คล้ายหมดสติ ต้องลองตรวจดูว่าหมดสติจริงหรือไม่ โดยการเรียกและเขย่าตัว เขย่าหรือตบที่ไหล่ ถ้าหมดสติจะไม่มีการโต้ตอบ หรือมีเสียงคราง หรือมีการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย 2. ประเมินการหายใจโดยการทำ look listen and feel look คือ ดูการเคลื่อนไหวของทรวงอก และหน้าท้องว่ามีการยกตัวขึ้นหรือไม่ หรือ หายใจหรือไม่ listen คือ ฟังเสียงลมหายใจ โดยเอียงหูของผู้ช่วยเหลือเข้าไปใกล้บริเวณจมูกและปากของผู้ป่วย ว่าได้ยินเสียงอากาศผ่านออกมาทางจมูกหรือปากหรือไม่ feel คือ สัมผัส โดยการใช้แก้มของผู้ช่วยเหลือสัมผัสกับความรู้สึกว่ามีลมหายใจที่ผ่านออกจากปากหรือจมูก อาจใช้สำลีหรือวัสดุบางเบาจ่อบริเวณจมูก 3. ถ้าพบว่าไม่หายใจให้เรียกขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น พร้อมทั้งจัดท่านอนหงายราบบนพื้นแข็ง เริ่มขั้นตอนการ ปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพ ขั้นตอนที่ 1 Airway โดยการเปิดทางเดินหายใจให้โล่ง ด้วยวิธี head tilt chin lift หรือ jaw thrust maneuver (ถ้ามีการหักของกระดูกสันหลังส่วนคอ) - ดูภาพที่ 3 และ 4 ในหัวข้อ Airway 4. ทดสอบการหายใจโดยการทำ look listen and feel อีกครั้งหนึ่งถ้ายังไม่หายใจ ให้ทำขั้นตอนต่อไปคือ ขั้นตอนที่ 2 Breathing คือ เป่าลมหายใจ 2 ครั้ง - ดูภาพที่ 5 และ 6 ในหัวข้อ Breathing 5. ทดสอบว่าหัวใจหยุดเต้นหรือไม่ด้วยการจับชีพจร ถ้าไม่มีการเต้นของหัวใจ เป่าปากอีก 2 ครั้ง แล้วทำ cardiac massage ด้วยอัตราเร็ว 100 ครั้ง/นาที โดยการนับ 1 และ2 และ 3 และ………จนถึง 30 ครั้ง - ดูภาพที่ 9 ในหัวข้อ Circulation 6. ทำสลับกันอย่างนี้ ไปจนครบ 4 รอบ (1 นาที) จึงประเมินการหายใจและการเต้นของชีพจร และประเมินอีก ทุก 1 นาที 7. ถ้ามีผู้ช่วยเหลือมาช่วยอีก ให้แบ่งการทำหน้าที่กัน เช่น ผู้ช่วยเหลือคนที่ 1 ผายปอด ผู้ช่วยเหลือคนที่ 2 กดนวดหัวใจ ถ้าผู้ช่วยเหลือแต่ละคนอาจเหนื่อยและต้องการเปลี่ยนหน้าที่กัน โดยการตะโกนว่า "เปลี่ยน" ก็จะสลับหน้าที่กัน 8. ให้ปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐานอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งมีบุคลากรนำอุปกรณ์มาช่วยเหลือเพิ่มเติม และรีบนำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที การจัดท่าผู้ป่วยหลัง ปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพ หลังปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพ จนกระทั่งผู้ป่วยมีชีพจรและหายใจได้เองแล้ว แต่ยังหมดสติอยู่ หรือพบผู้ป่วยหมดสติ แต่ยังมีชีพจรและหายใจอยู่ ควรจัดให้อยู่ในท่าพักฟื้น (recovery position) ซึ่งท่านี้จะช่วยป้องกันลิ้นตกไปอุดกั้นทางเดินหายใจ ช่วยให้น้ำลายหรือเสมหะไหลออกจากปากได้ ทำให้ปลอดภัยจากการสูดสำลัก การจัดท่าทำได้ดังนี้ นั่งคุกเข่าข้าง ๆ ผู้ป่วย ทำ head tilt chin lift เหยียดขาผู้ป่วยให้ตรง จับแขนด้านใกล้ตัวงอและหงายมือขึ้นดังภาพ จับแขนด้านไกลตัวข้ามหน้าอกมาวางมือไว้ที่แก้มอีกข้างหนึ่ง ใช้แขนอีกข้างหนึ่งจับขาไว้ ดึงพลิกตัวผู้ป่วยให้เข่างอข้ามตัวมาด้านที่ผู้ปฏิบัติอยู่ ให้ผู้ป่วยอยู่ในท่าตะแคง จับศีรษะแหงนเล็กน้อย เพื่อเปิดทางเดินหายใจให้โล่ง ปรับมือให้อยู่ใต้แก้ม และจัดขาให้งอเล็กน้อย อันตรายของการทำ CPR ไม่ถูกวิธี วางมือผิดตำแหน่ง ทำให้ซี่โครงหัก , xiphoid หัก , กระดูกที่หักทิ่มโดนอวัยวะสำคัญ เช่น ตับ ม้าม เกิดการตกเลือดถึงตายได้ การกดด้วยอัตราเร็วเกินไป เบาไป ถอนแรงหลังกดไม่หมด ทำให้ปริมาณเลือดไปถึงอวัยวะต่างๆ ที่สำคัญได้น้อย ทำให้ขาดออกซิเจน การกดแรงและเร็วมากเกินไป ทำให้กระดูกหน้าอกกระดอนขึ้น ลงอย่างรวดเร็ว หัวใจช้ำเลือดหรือกระดูกหักได้ การกดหน้าอกลึกเกินไป ทำให้หัวใจชอกช้ำได้ การเปิดทางเดินหายใจไม่เต็มที่ เป่าลมมากเกินไป ทำให้ลมเข้ากระเพาะอาหาร เกิดท้องอืด อาเจียน ลมเข้าปอดไม่สะดวก ปอดขยายตัวไม่เต็มที่ ถ้ามีอาการอาเจียนเกิดขึ้นก่อน หรือ ระหว่างการทำ CPR ต้องล้วงเอาเศษอาหารออกก่อน มิฉะนั้นจะเป็นสาเหตุของ การอุดตันของทางเดินหายใจ (airway obstruction) การช่วยหายใจไม่ได้ผล เกิดการขาดออกซิเจน ถ้ามีอาการท้องอืดขึ้น ระหว่างการทำ CPR ให้จัดท่าเปิดทางเดินหายใจใหม่ และช่วยการหายใจด้วยปริมาณลมที่ไม่มากเกินไป ขอบคุณที่มาจาก : amgaobirdmaew.blogspot.com

DRINK Safe...แผ่นรองแก้ว กันเสียสาว
ป้องกัน /  เสียสาว / 

DRINK Safe...แผ่นรองแก้ว กันเสียสาว Drink Safe คือ สิ่งประดิษฐ์ สุดเจ๋ง ในรูปแบบแผ่นรองแก้ว เหมาะสำหรับหญิงนักเที่ยว เพื่อป้องกันการถูกมอมยา คุณไม่จำเป็นต้องกังวลจนต้องคิดจะหยิบแก้วเหล้าไปห้องน้ำอีกแล้ว แผ่นรองแก้ว กัน เสียสาว สามารถตรวจหา ยาอะไรได้บ้าง ? - GHB ( gamma hydroxybutyrate ) - ยาเค หรือชื่อเต็มคือ ยาเคตามีน( Ketamine) - ยานอนหลับ Zopiclone (Lunesta) wowboom - ยาแก้ไอ Diphenhydramine ของบริษัท Benadryl - ยาอื่นที่มีสารจากฝิ่น Narcotic Alkaloids วิธีใช้งาน แผ่นรองแก้ว กัน เสียสาว ง่ายๆ เพี่ยงหยดเครื่องดื่มต้องสงสัย ลงไปบนจุดกลมที่มุมแผ่นรองแก้ว หากจุดดังกล่าวเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำเงิน ก็แสดงว่า คุณถูกมอมยา ถ้าเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน อย่างนี้ถ้ากินก็เตรียมตัว ไปเสียสาว หรือไม่ก็ได้สามี รายละเอียดผลิตภัณฑ์ แผ่นรองแก้วทำจากกระดาษ ขนาด 10x10 เซ็นติเมตร หนึ่งแผ่นสามารถทดสอบได้ 2 ครั้ง ราคาหรือ แผ่นละ ประมาณ 14 บาท หรือถ้าใครอยากเสียสาวไม่ใช้เจ้าแผ่นนี้ก็ไม่ว่ากันนะค๊า....

ทวารบาลวัดบวรฯ เลือดไหลออกปาก ลือกันใหญ่
ทวารบาล /  ทวารบาลติดฝิ่น / 

ทวารบาลวัดบวรฯ เลือดไหลออกปาก จนเกิดกระแสวิพากษ์ว่าอาจเป็นลางบอกเหตุ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 14 ก.ย.   คนจำนวนมากแห่ไปชมรูปตัวแกะสลักที่บานประตูทางเข้าพระอุโบสถ วัดบวรนิเวศวิหาร ถ.พระสุเมรุ มีคราบคล้ายเลือดออกมาจากปาก จนเกิดกระแสวิพากษ์ว่าอาจเป็นลางบอกเหตุอะไรบางอย่าง โดยเป็นรูปทวารบาลบานประตูไม้แกะสลักบริเวณซุ้มประตูทางเข้าพระอุโบสถ และรูปแกะสลักลอยองค์เทพเจ้าจีน มีรอยคราบสีน้ำตาลเข้มไหลเป็นทางยาวออกจากปากจนมองคล้ายเป็นคราบเลือด แต่บ้างก็ว่าเป็น ทวารบาลติดฝิ่น เรื่องดังกล่าวทาง แม่ค้าขายพวงมาลัยหน้าวัดบวรนิเวศวิหาร นางปะจิน วงศ์ศรีรา  เผยที่มาของคราบดังกล่าวว่าเป็นคราบกาแฟ ไม่ใช่คราบเลือด พร้อมระบุว่าเทพเจ้าจีนองค์ดังกล่าวมีชื่อว่าเซี่ยวกาง มีชื่อเสียงเกี่ยวกับเรื่องโชคลาภและเรื่องทำมาค้าขาย เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวจีนมาเป็นเวลาช้านาน สมัยก่อนเมื่อผู้มาบนบานศาลกล่าวแล้วประสบผลดังหวังจะนำฝิ่นมาปั้นเป็นก้อนป้ายไว้ที่ปากองค์เซี่ยวกางเป็นการแก้บน สมัยก่อนที่ฝิ่นยังไม่เป็นสิ่งผิดกฎหมายจะมีผู้นำชุดฝิ่นจัดเป็นชุดเซ่นไหว้สำหรับแก้บน กระทั่งฝิ่นกลายเป็นสิ่งผิดกฎหมายจึงมีผู้คิดทำฝิ่นเทียมสำหรับแก้บนโดยใช้ผงกาแฟมาปั้นเป็นก้อนแทน เมื่อผงกาแฟถูกความชื้นและความร้อนจึงละลายไหลเยิ้มลงมาจนคล้ายคราบเลือดดังกล่าว ทวารบาลติดฝิ่น ตำนานทวารบาลของประตูเซี่ยวกางว่า ในยุคก่อนยังดูดฝิ่นได้ มีชาวจีนคนหนึ่งติดฝิ่นงอมแงม แต่เมื่อทางการได้ปราบ ทำให้เขาหาฝิ่นดูดไม่ได้ จนกระทั่งมาลงแดงเสียชีวิตอยู่ที่ประตูดังกล่าว จากนั้นเมื่อทางวัดมาพบก็ได้ทำพิธีกงเต๊กให้ ต่อมาดวงวิญญาณของชาวจีนรายนั้นก็ไปเข้าฝันสมเด็จท่านเจ้าอาวาสว่า ให้ทำที่ให้เขาอยู่ แล้วเขาจะช่วยเฝ้าวัดให้ ดังกล่าว // // // // ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ทวิตเตอร์ @mnakin

ละครเรือนเสน่หา , เรื่องย่อเรือนเสน่หา
แท่ง ศักดิ์สิทธิ์ /  บี น้ำทิพย์ / 

บทประพันธ์โดย : แพรลัญจกร บทโทรทัศน์โดย : ชวนนท์ สารพัฒน์, อภิศรา วงศร, วรรณถวิล สุขน้อย กำกับการแสดงโดย : ฉัตรชัย สุรสิทธิ์ อำนวยการผลิตโดย : นิพนธ์ ผิวเณร, ถกลเกียรติ วีรวรรณ ผลิตโดย : บริษัท เอ็กแซ็กท์ และ ซีเนริโอ จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.10 น. ทางช่อง 5 พุทธศักราช 2448 ในปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ยกเลิกการมีทาสไปแล้ว ผู้ชายโดยเฉพาะเจ้าขุนมูลนายนิยมมีภรรยาหลายคน ขณะที่ฝ่ายชายต่อสู้และแย่งชิงตำแหน่งและหน้าที่ทางสังคม ฝ่ายหญิงก็ต่อสู้เพื่ออำนาจในเรือน ครอบครัวของ คุณหลวงปราบ ธำรงค์นครา (ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง) เองก็เช่นกัน คุณหลวงมีภรรยาเอกคือ ชมนาด (น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์) หญิงสาวจากตระกูลสูง และ เอื้องคำ (พิมพ์มาดา บริรักษ์ศุภกร) ลูกสาวพ่อค้าจากเชียงใหม่ ทั้งสองคนต่างต่อสู้แย่งชิงกันเพื่อให้เป็นคนโปรดของคุณหลวง ชมนาด นั้นมี อีอี่ (รัญญา ศิยานนท์) เป็นบ่าวคนสนิทคอยรับใช้เป็นหูเป็นตาให้ ส่วน เอื้องคำ มี อีมุ่ย (ณหทัย พิจิตรา) บ่าวที่ติดตามมาจากเชียงใหม่เป็นบ่าวคนสนิท และคอยเป็นหูเป็นตาเช่นกัน ทั้งชมนาดและเอื้องคำมักมีเรื่องกันบ่อยครั้ง เพราะเอื้องคำนั้นมีนิสัยเอาแต่ใจ เจ้าคิดเจ้าแค้น จึงไม่ยอมลงให้กับชมนาดเมียเอก ส่วนชมนาดนั้น ภายนอกดูเป็นคนจิตใจดี มีเมตตากรุณา แต่ซ่อนความเลือดเย็นเอาไว้ แต่เอื้องคำและอีมุ่ยมองทะลุเข้าไปถึงใต้ท่าทีเหล่านั้น จึงไม่วางใจในตัวชมนาด เมื่อเมียบ่าวที่ชื่อ สร้อย (อุทัยศรี ศรีณรงค์) เกิดตั้งท้องขึ้นมา ชมนาดก็แอบจัดการฆ่าไปเสียโดยใช้บึ้งชะงัก แล้วแอบใส่ความโยนความผิดให้เอื้องคำ ระหว่างนั้นเอื้องคำเกิดตั้งท้อง คุณหลวงจึงให้รอคลอดลูกให้เรียบร้อย แล้วไสหัวเอื้องคำและอีมุ่ยออกไป เอื้องคำแค้นใจมากที่ไม่มีใครเชื่อตน ด้วยความแค้นเอื้องคำจึงแอบไปบนเรือนชมนาดจะฆ่า แต่ก็พลาดต้องตกบันไดลงมาแท้งลูก ทำให้เอื้องคำไม่เหลืออะไรอีกแล้ว รอเพียงวันที่จะออกไปจากเรือนเท่านั้น ปราฏกว่าในวันที่ต้องออกไปจากเรือน เอื้องคำเกิดเสียสติร้องหาลูก ทำให้คุณหลวงสงสารเลี้ยงดูให้อยู่ในเรือนต่อไป แม้เอื้องคำจะตกต่ำลงไปแล้ว ชมนาดก็ยังนอนใจไม่ได้ เพราะยังเหลือ มะลิ (โสภิตนภา ชุมภาณี) เมียบ่าวแสนซื่อของคุณหลวงอีกคนที่เป็นหนามยอกอก ยิ่งไปกว่านั้น มะลิ และ ไอ้มิ่ง (อาณัตพล ศิริชุมแสง) บ่าวชายเกิดไปรู้เห็นเรื่องบึ้งชะงักเข้า ยิ่งทำให้ชมนาดต้องกำจัดมะลิกับไอ้มิ่ง ด้วยการใส่ความว่าทั้งสองคนเป็นชู้กัน เมื่อคุณหลวงมาเห็นก็โมโหมาก สั่งลงโทษและไล่ออกจากเรือนไป มะลิ ไอ้มิ่งและ ป้าพิศ (พิมพ์แข กุญชร ณ อยุธยา) ป้าของไอ้มิ่งหนีไปตั้งหลักที่วัด ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากบ้านคุณหลวงมากนัก หลวงตาน้อย (สรพงศ์ ชาตรี) พระที่ให้ความช่วยเหลือ ให้ทั้งหมดอยู่ที่กระท่อมท้ายวัด ปรากฏว่า มะลิมีลูกคุณหลวงติดท้องมาด้วย ทำให้ทุกคนยังออกเดินทางไปตั้งรกรากที่อื่นไม่ได้ ต้องอยู่ที่นี่ไปก่อน ส่วนชมนาดเองก็เกิดตั้งท้องขึ้นมาเช่นกัน วันหนึ่ง อีอี่ไปที่วัดก็แอบเห็นไอ้มิ่งแล้วตามไป จึงได้รู้ว่ามะลิตั้งท้องลูกของคุณหลวงเช่นกัน ชมนาดสั่งอีอี่ให้จัดการพวกของมะลิ เย็นวันนั้นมะลิคลอดลูกแฝดชายออกมา พอตกดึกอีอี่แอบตามมาเผาบ้านหวังให้ทุกคนตายคากองเพลิง มะลิคว้าลูกมาได้เพียงคนเดียว ส่วนลูกอีกคนที่หน้าอกโดนพระที่หลวงตาน้อยให้มาร่วงใส่อกจนเป็นรอยแผลเป็นนั้นคาอยู่ในกองไฟกับป้าพิศ มะลิและไอ้มิ่งหนีออกมาได้ก็สลบอยู่ที่ข้างบ้าน หารู้ไม่ว่าป้าพิศโยนเด็กอีกคนออกมาได้ เด็กไปคาอยู่บนกอผักบุ้ง ทางฝั่งชมนาดที่รออีอี่กลับมารายงานนั้น ก็เกิดเจ็บท้องจะคลอดลูกเช่นกัน แต่ร้องหาบ่าวไพร่ไม่ได้สักคนเพราะบ่าวไพร่มัวแต่ไปช่วยกันดับไฟที่เรือนบ่าว คนที่ขึ้นมาดูชมนาดก็คือเอื้องคำ เมื่อชมนาดคลอดลูกสาว เอื้องคำก็แย่งเอาลูกไป ทำให้ชมนาดรู้ทันทีว่าเอื้องคำแกล้งบ้า เอื้องคำสะใจ อุ้มลูกสาวชมนาดหนีออกไปกับอีมุ่ยในคืนนั้นเอง เมื่ออีอี่กลับมาพบจึงรีบออกไปตามหาเอื้องคำเพื่อเอาลูกชมนาดกลับมา แต่เด็กที่อีอี่ได้กลับมานั้น คือลูกชายของมะลิ ที่หลวงตาน้อยเป็นคนไปพบบนกอบัว ชมนาดจึงตกกระไดพลอยโจนเอาลูกคนอื่นมาเลี้ยงแทนลูกตนเอง อีอี่นั้นแม้จะรู้จากหลวงตาน้อยว่าเป็นลูกของมะลิ แต่ก็มิได้บอกชมนาด ฝั่งมะลินั้นเมื่อเข้าใจว่าลูกอีกคนตายไปในกองเพลิงกับป้าพิศแล้วก็เศร้าโศกเสียใจ พากันย้ายไปตั้งรกรากอยู่ที่อยุธยา ระหว่างทางได้เจอกันหญิงท้องแก่คนหนึ่ง ซึ่งเกิดเจ็บท้องจะคลอดลูกกะทันหัน หญิงคนนั้นรู้ว่าตนจะไม่รอด จึงฝากลูกสาวที่เพิ่งคลอดให้มะลิช่วยดูแลแทนตน ก่อนจะขาดใจตายไป มะลิตั้งชื่อเด็กผู้หญิงคนนั้นว่า สายหยุดและตั้งชื่อลูกชายของตนว่า เมือง ส่วนเอื้องคำและอีมุ่ยที่ขโมยลูกชมนาดไป จับผลัดจับผลูได้ไปเป็นเมียของ เถ้าแก่ซ้ง (ประกาศิต โบสุวรรณ) เจ้าของโรงฝิ่น เอื้องคำตั้งชื่อให้ลูกสาวชมนาดว่า ชวนชม และได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น เหม่ยฟาง ส่วนอีมุ่ยก็เปลี่ยนเป็นชื่อเง็ก เอื้องคำเลี้ยงดูชวนชมเป็นอย่างดี ให้ฝึกหัดทุกอย่างตามแบบฉบับของสาวชาววัง ท่ามกลางความแปลกใจของอีมุ่ยว่าเหตุใดต้องทำเช่นนั้นคุณหลวงรักและหลงลูกชายคนแรกมาก ตั้งชื่อให้ว่า สุข เพราะเชื่อว่าลูกจะนำมาซึ่งความสงบสุขของบ้าน จากนั้นไม่นาน ชมนาดตั้งท้องอีกครั้ง คราวนี้ชมนาดได้ลูกชาย และให้ชื่อว่า เทพ ชมนาดเลี้ยงดูลูกอย่างลำเอียง ทำให้มีปากเสียงกับคุณหลวงบ่อยครั้ง อีอี่นั้นเฝ้าฟูมฟักเลี้ยงดูสุขด้วยความสงสาร ฝั่งมะลิและไอ้มิ่งก็เลี้ยงดู เมือง และ สายหยุดมาเป็นพี่น้องกัน โดยทั้งสองเข้าใจว่ามะลิและไอ้มิ่งคือพ่อแม่ที่แท้จริงของตน ทั้งที่ความจริงแล้วมะลิและไอ้มิ่งอยู่กันแบบพี่น้องเรื่อยมา 18 ปีผ่านไป รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว คุณหลวงได้เลื่อนขั้นเป็นคุณพระธำรงค์นครา สุขนั้นเติบใหญ่มาท่ามกลางความเกลียดชังของชมนาด เพราะคุณพระรักและหลงในตัวสุขมาก ยิ่งสุขเรียนเก่งและดีเท่าไร ก็ยิ่งเป็นข้อเปรียบเทียบกับเทพ ลูกแท้ ๆ ของชมนาด เทพไม่สนใจการเรียน เอาแต่หาเรื่องเที่ยวเตร่ สนุกสนานไปวัน ๆ ไม่ได้อย่างใจคุณหลวง แม้สุขจะรู้สึกอยู่เสมอว่าแม่ไม่รักตน ก็ยังเฝ้ากตัญญูพยายามทำให้แม่รักตน และไม่เคยอิจฉาริษยาน้องเลย คุณพระนั้นหวังให้เป็นคู่หมั้นคู่หมายกับ เดือน ลูกสาวของ คุณหลวงไว (ศรุต วิจิตรานนท์) เพื่อนของตนเอง ส่วนมะลิและไอ้มิ่งนั้น เลี้ยงเมืองและสายหยุดมาจนเติบโต เมืองไปมีเรื่องกับนักเลงที่จะมาฉุดสายหยุด จนพวกนักเลงตามไล่ฆ่า ทำให้ทั้งครอบครัวนั้นหนีลงเรือ จับผลัดจับผลูเข้ามาอยู่ที่พระนครอีกครั้ง วันหนึ่ง เถ้าแก่ซ้งเกิดรู้ว่าที่แท้ชวนชมเป็นลูกสาวของชมนาดกับคุณพระ ก็ตั้งใจจะไปบอกความจริงกับคุณพระ เอื้องคำเลยใช้แก่นรัญจวนแก่นไม้ที่เพิ่มกำหนัด ซึ่งเอื้องคำเคยใช้ได้ผลมาหลายครั้งทั้งตอนที่ยั่วยวนคุณหลวง และเถ้าแก่ซ้งมาแล้ว แต่คราวนี้ออกฤทธิ์หนักจนทำให้เถ้าแก่ซ้งตายคาอกเอื้องคำ ทำให้เอื้องคำได้ขึ้นเป็นใหญ่ทันที เอื้องคำเลี้ยงดูชวนชมอย่างดี ชวนชมทำตามคำสั่งเอื้องคำทุกอย่าง และเฝ้ารอเพียงวันที่เอื้องคำจะบอกว่าพ่อแม่ที่แท้จริงของตนเป็นใคร อีมุ่ยเพิ่งจะได้รู้ว่าแท้จริงแล้ว ทุกอย่างที่เอื้องคำทำมาทั้งหมด ก็เพียงเพื่อจะรอวันแก้แค้นชมนาด ให้ชมนาดเจ็บปวดอย่างสาสม! โศกนาฏกรรมความเสน่หาอาฆาตบทนี้ จะลงเอยเช่นไร? ติดตามกันต่อได้ใน ละครเรือนเสน่หา ออกอากาศทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.10 น. ทางช่อง 5 ละครเรือนเสน่หา เริ่มตอนแรกวันอังคารที่ 16 เมษายน 2556

ลัดฟ้ามวยไทยไปกับ ป๋อง ลำปาง 13 ต.ค.2554
muaythai /  มวยไทย

สวัสดีครับแฟนหมัดมวยที่รักเคารพทุกท่าน ป๋อง ลำปาง มารับใช้ข่าวสารวงการหมัดมวยไทยไปนอก  ตามแบบฉบับมวยไทยนานาชาติหรือมวยไทยโลก เริ่มต้นข่าวแรกขอรายงานผลการแข่งขัน รายการมวยไทยพรีเมียร์ลีก ครั้งที่ 2 ณ เมืองปาโดว่า อิตาลี เมื่อวันเสาร์ที่ 8 ตุลาคม มี 2 นักชกไทยเข้าร่วมมวยรอบถึง 2 รุ่น เริ่มจากรอบแรก ในรุ่น 147 ปอนด์ (66.7 กก.) “ขุนศอกโกอินเตอร์ฯ” ไทรโยค วินดี้สปอร์ต (พุ่มพันธ์ม่วง) แค่ยกแรกกระโดดเข่าลอยเต็มพุงเล่นงานเอา Mauro Serra นักมวยอิตาเลี่ยนลงไปกองนับแปด แต่นักมวยเมืองมะกะโรนีก็สู้ยิบตาทนทายาทไม่ยอมทุกน็อค ชกเสร็จไทรโยคเป็นฝ่ายชนะคะแนนไปแบบขาดลอย  ขณะที่ “แจ๊คผู้ฆ่ายักษ์” ก้าวไกล แก่นนรสิงห์ ขึ้นชกรอบแรกในรุ่นครุยเซอร์เวท (82.5 กก) เป็นฝ่ายใช้จังหวะฝีมือที่เหนือกว่าดักเตะดักต่อยเอาชนะ Roberto Coccoo นักมวยชาวเลี่ยนไปแบบขาดลอย ส่วนคู่ประกอบรายการอื่นๆ ในรุ่น เวลเตอร์เวท (147 ปอนด์) โมติ คาเมล นักชกฮอลแลนด์บวกโมร็อคโก เอาชนะคะแนน เลียม แฮริสัน สำหรับ โมติ คาเมล เป็นอีกนักชกตัวเต็ง ซึ่งหากไม่พลิกโผน่าที่จะทะลุเข้าไปเจอไทรโยค ในรอบลึกๆเผลอๆเจอกันในนัดชิงชนะเลิศ สำหรับรายการซุปเปอร์ไฟท์ “ไอ้แมงมุมดำ” ขาวผ่องเล็ก ลูกสุรธรรม เขยอิตาลี ฟันศอกชนะแตก ชาร์ล ฟร้องชัวร์ นักชกผิวสีจากฝรั่งเศส สำหรับคู่มวยประกอบรายการคู่อื่น รุ่น 82.5 กก. มาร์ค เด มอนเทล (เบลเยียม) เสมอ เจริ แซค (เช็ค) รุ่น  72.5 กก. วลาดิเมียร์ วาโรวิค (สโลวาเกีย) เสมอ ซ่าโร่ เพรสตี้ (อิตาลี) และ จอร์แดน วัตสัน (อังกฤษ) พลิกแพ้คะแนนให้แก่  กีร์ ฮอลแลนเบค นักมวยอเมริกาแบบได้เลือดแตกเละเทะ ส่วนมวยหญิง ชานเทา อูก้า (อิตาลี) พลิกแพ้ในถิ่นให้แก่  เอลโลนา วิลเจม (ฮอลแลนด์) และเทเลน่า บริสเตียน (เบลารุส) ชนะคะแนน  แซนดร้า บรัสเตียน (แคนาดา) สำหรับนัดหน้าครั้งที่ 3 ย้ายสังเวียนสัญจรไปที่ ฮอลแลนด์ โดยนักชกที่ชกเดือน กันยายนที่ อเมริกาจะเดินทางไปชกยังนัดนี้ ในส่วนของนักมวยที่ชกที่อิตาลี ก็จะบินมาต่อยรายการ มวยไทยพรีเมียร์ลีก ในวันที่ 5 ธันวาคม ที่กรุงเทพมหานคร เมืองหลวงบ้านเรา ดังนั้น ปีนี้ สภามวยไทยโลก ร่วมกับทีมงาน วอริออร์ ของ คลิฟตัน บราวน์ บอสส์ใหญ่ ทัวร์นาเม้นต์นี้ จะจัดรายการนัดนี้ที่ สนามหลวงอย่างยิ่งใหญ่อลังการ จะมียอดมวยไทยชื่อดังก้องโลกอย่าง ก้าวไกล แก่นนรสิงห์ ไทรโยค พุ่มพันธ์ม่วง และ ยอดแสนไกล แฟร์เท็กซ์ มาร่วมต่อยมวยรอบให้ได้ดูกันแบบฟรีๆไม่มีการตีตั๋วแต่อย่างใดทั้งสิ้น เนื่องในวโรกาสร่วมเฉลิมฉลองในงานครบรอบพระราชสมภพ 84 พรรษาของ องค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชของพวกเราที่ปีนี้คิดว่าทุกๆหน่วยงานต้องจัดงานร่วมฉลองพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 5 ธันวาคม 2553 ในส่วนของมวยรอบ ตอนนี้ ทั้ง ก้าวไกลและไทรโยค เปิดตัวต่อยหนแรกกันไปแล้วยังคงเหลือแต่ ยอดแสนไกล แฟร์เท็กซ์ ที่ถอนชกไปในไฟท์แรกที่ อเมริกา ซึ่งจากการเปิดเผยของทีมงานยังบอกว่า ยอดแสนไกล ยังยืนยันที่จะชกในมวยรอบรุ่น 72.5 กก.อย่างแน่นอน ในวันที่ 6 พ.ย. ที่ฮอลแลนด์ แต่คงคิดว่าเป็นงานหนักของ ยอดแสนไกลอย่างแน่นอน เพราะคิวรายการแน่นเอี้ยดจากการเดินทางไปชกวันที่ 21 ต.ค. จากการไปต่อยรายการ King of Rumble กรุงสตอคโฮมส์ สวีเดน จากนั้นปลายเดือนกลับมาชกมวยรอบ โตโยต้ามาราธอน หลังจากรับรายการตอนต้นเดือนอีกที ก็ไม่รู้ว่า”เจ้ายอด”จะมีคิวชกจริงๆรายการไหนบ้างเดี๋ยวคงได้รู้ว่ารายการไหนของจริงหรือฝิ่น ขึ้นป้ายไว้หลอกลวงแฟนมวย หมดรายการที่ อิตาลี 21 ต.ค. มหานครลอสแอนเจลิส ระเบิดศึก M-1 Grand Muaythai จากการประกบคู่โดย “มาสเตอร์กบ” ฐากูร ผ่องสุภา ที่รับประกบคู่มวยในรายการนี้มี4 นักชกไทยขึ้นต่อยร่วมรายการนี้  นำทีมลุยโดย “แจ๊คผู้ฆ่ายักษ์” ก้าวไกล แก่นนรสิงห์ สะเก็ดดาว เพชรพญาไท รุ่งราวี และ หลังสวนเล็ก ศศิประภายิม รายการนัดนี้มีการถ่ายทอดสดกลับมาเมืองไทยทางช่อง 9 อสมท.ตั้งแต่เวลา 9 โมงเช้าเป็นต้นไป นัดนี้ “มิสเตอร์กบ”ถอดหัวใจประกบคู่มวยเอาใจคอมวยแดนมะกันและแฟนคลับมวยไทยทั่วโลก รายการมวยไทยที่น่าดูอีกรายการหนึ่งแต่ข้ามไปยังทวีปออสเตรเลีย ยังเมืองบริสเบรน รัฐควีนแลนด์ รายการ REPUTATION 2 Thailand Vs Australia จากการจัดของโปรโมเตอร์เอียน บรอนสัน  มี 10 นักชกไทยร่วมชกกะยอดมวยชื่อดังของแดนจิงโจ้ คู่เอกนำรายการ “เดอะบอดี้การ์ด” โนนไทร ส แสนยากร ขึ้นตามล่าแค้น “ไอ้หัวสี” บรู๊ค แมคฟรี่ พิกัด 72.5 กก.ตามด้วย อามีน แบล๊คดราก้อนสวิสฯ, ขวัญข้าว ช ราชพัสดุอีสาน, พลังชล และ จ่าแมว –เขียวส่องแสง พุ่มพันธ์ม่วง, ฤทธิ์ เคอาร์เอสยิม, รุ่งจรัส พิชิตมาร, ขุมทรัพย์ เกียรตินครชล, ยอดแสนเก่ง มวยไทยพลาซ่า 2004 รายการนัดนี้มีการถ่ายทอดสทางทีวีของออสเตรเลียเต็มอิ่มถึง 3 ชั่วโมง ชกกันภายใต้กติกามวยไทยครบเครื่องหมัดเท้าเข่าศอก โดยนัดนี้จะมีแขกวีไอพีจากเมืองไทย “พีมด” นพพร วาทิน บอสส์ใหญ่ของ ไทยไฟท์ร่วมเดินทางไปชมรายการนัดนี้โดย ทางไทยไฟท์แปลนงานเอางานไว้แล้วว่าปีหน้า จะนำเอา THAI FIGHT EXTREAM 2012 สัญจรมาต่อยที่ เมืองโกลด์คอต และเปิดค่ายมวย ไทยไฟท์แห่งแรกขึ้นที่ เมืองซีดนีย์อีกด้วย เดินทางมาติดต่อนักมวยไทยแต่เนิ่นๆสำหรับ มิสเตอร์เดฟเลส ชาวเยอรมันนี ซึ่งติดต่อนำพาเอา ไทรโยค วินดี้สปอร์ต โนนไทร ส แสนยากร และ อามีน แบล๊คดราก้อนสวิสฯ ไปชกในรายการฉลองความสัมพันธ์ 150 ปี ไทย-เยอรมันนี ในเดือน เมษายนปีหน้าที่ ณ เมืองดูเบต เมืองประวัติศาสตร์ของไทยและเยอรมันนี โดยคู่ชกจะเป็นยอดนักสู้ลูกหลานของ อดอฟ ฮิตเล่อร์ เจ้าถิ่นอย่างแน่นอน ก่อนจะถึงปีหน้า 6 พ.ย. รายการ THAILAND VS CHALLENGER นำทีมลุย โดย เบอร์หนึ่ง ท๊อปคิงส์บ๊อกซิ่ง, จ้าวฉลาม ฉัตรกนกยิม, ใจเพชร เกียรติเมืองกาฬ ปลายเดือนสุดสัปดาห์ อย่าพลาดกะความมันของมหากาพย์มวยไทย THAI FIGHT ครั้งที่ 2 ล่าสุดทีมงานออกคู่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว บัวขาวถล่ม มิเกล พิเชลโล่ นักชกแดนน้ำหอม แฟร้งกี้ จอร์จี้ ยอดนักสู้แดนจิ้งโจ้ลุย นักชกแดนกระทิงโหด รุ่น 67 กก เข้มต่อยกะนักมวยเกาหลีใต้ และ มูซาบ อามรานี่ซัด “แชมป์เก่า”ฟราบิโอ ปินก้า ตอนนี้คงพอจะเห็นเค้าลางของมวยคู่ชิงชนะเลิศกันแบบลางๆแล้ว คิวชกยังขายดีต่อเนื่อง นอกจากจะเดินทางไปสอนมวยไทยอยู่แดนนาฬิกาโรเล็กซ์ ล่าสุด อามีน แบล๊คดราก้อนสวิสฯ ขึ้นลุยกะนักมวยสวิสฯอีกรอบในวันที่ 15 ต.ค.นี้ จากนั้นก็จะต่อเครื่องเดินทางกลับเมืองไทยแล้วมีคิวลุย เกาะยูเรเนี่ยนพร้อมกะ ไทรโยค พุ่มพันธ์ม่วง และ อภิสิทธิ์ เคทียิม อีกที ในวันที่9 พ.ย. นำทีมลุย โดย เลี่ยเล็ก เอสเควียิม ดาบเขี้ยว ปากช่อง และ มิสเตอร์อดัม อุสา ponglpg@yahoo.com

ประกาศิตยาจกซู (ช่วงเดียวจบ)
หนังจีน

ไฟล์จาก : youtube.com ชื่ออื่นๆ : Hero Among Heroes ชื่อไทย : ประกาศิต ยาจกซู ประเภท : Action/Adventure นำแสดงโดย : Donnie Yen (เจิน จื่อตัน) กลับมาอีกครั้งกับตำนานสุดยอดกังฟู.... ฮีโร่ผู้ผดุงคุณธรรม ยุทธภพต้องสะเทือน เรื่องย่อ : ปลายราชวงค์ชิง ชาวต่างชาติทำให้คนจีนติดฝิ่นเป็นจำนวนมากโดยการสนับสนุนของอ๋องสิบสอง หวงเฟ่ยหงและหลินเจ๋อฉีผู้ตรวจการใหญ่ร่วมมือกันกำจัดฝิ่นให้หมดไป ทำให้อ๋องสิบสองโกรธแค้นมาก จึงหลอกให้ซูฉ่านหนึ่งในสิบพยัคฆ์กวางตุ้ง เช่นเดียวกับหวงเฟ่ยหง เข้าใจหวงเฟ่ยหงผิด และยังหลอกให้เข้ามาติดฝิ่น สุดท้ายก็ให้ไปลอบฆ่าหลินเจ๋อฉี แต่หวงเฟ่ยหงมาช่วยไว้ทัน และช่วยรักษาซูฉ่านให้หายจากการติดฝิ่น แต่เขาก็หนีไป และพบกับพ่อบุญธรรมของเขาฝึกวิชาหมัดเมาจนสำเร็จ และสุดท้ายชูฉ่านก็ไปแก้แค้น (เนื้อเรื่องจาก : www.nonstop2011.com)

วันนี้ของชายขอบ เชียงแสน ดินแดนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ
สามเหลี่ยมทองคำ /  เชียงแสน / 

สถาปัตยกรรม เชียงแสน ที่ซุ่มซ่อนตัวอยู่หลังแนวกำบังของหุบเขาราวกับจะหลบเร้นตัวเองจากยุคสมัย และความไหลบ่าของนักท่องเที่ยว ที่พร้อมจะท้าทายวิถีชีวิตและขนบธรรมเนียมล้านนาไท ทว่าอีกด้านหนึ่ง การมาถึงของอารยธรรม และความรุ่งเรืองกลับเป็นสัจธรรมที่ยากจะหลีกหนีได้ ในฐานะประตูม่านย้อยเชื่อมร้อยสามดินแดน บรรจบกันจนแน่นแฟ้น ที่เรียกว่า ดินแดนสบรวก หรือ สามเหลี่ยมทองคำ อันเลื่องชื่อ “เชียงแสน” เดิมคือ อาณาจักรใหญ่ที่สำคัญในดินแดนภาคเหนือ ทว่ากลับอาภัพดังเมืองที่ถูกสาปให้อยู่ภายใต้ ความตึงเครียดของคมหอกแห่งสงคราม และความอึมครึมของการค้าฝิ่นมาช้านาน ก่อนจะได้รับการบูรณะครั้งใหญ่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยมีร่องรอยของอดีตกาลเหลือไว้เป็นเครื่องเตือนใจ ให้ใครที่ใครจะศึกษาผ่านทาง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงแสน ได้เก็บเกี่ยวเป็นความรู้ไว้ หรือจะเดินทอดน่องท่องตัวอำเภอเชียงแสนในแบบสบายๆ ก็ยังคงมีกลิ่นอายของรากเหง้าวัฒนธรรมเก่าแก่เจือจางให้ได้เห็นเชียงแสนในวันนี้ ยังคงดำเนินตามวิถีที่เรียบง่ายแบบฝังรากลงลึกกับภูมิปัญญาท้องถิ่น การกิน การค้า สันทนาการ แม้ปากแม่น้ำสามเหลี่ยมทองคำจะยังคงคลาคล่ำไปด้วยกาสิโน โอ้อวดยวนเย้าเหล่านักเสี่ยงโชคจากพม่า ลาว และไทย จนกลายเป็นอีกหนึ่งวิถีชีวิตและภาพจำที่ติดตา เส้นทางสายใหม่ที่ถูกตัดผ่านเข้าสู่ตัว อ.แม่สาย รองรับความสะดวกสบายในอนาคต ยังแฝงไว้ด้วยความท้าทาย ให้นักผจญภัยหัวใจแกร่งควบบิ๊กไบค์สองล้อสัญจรท่องเที่ยวเก็บเกี่ยวบรรยากาศเมืองเหนือ ที่เหลือคือการตาม รอยอารยธรรมเชียงแสน มรดกโลกล้ำค่าแห่งล่าสุดอายุ 750 ปี ที่ล่วงผ่านวาระการเฉลิมฉลองไปเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา อีกฟากหนึ่งสู่เชียงแสนที่สะดวกสบายกว่า หากเดินทางจากตัวเมืองเชียงรายเพียงไม่กี่อึดใจ ประตูสู่เชียงแสนด่านแรก คือเมืองเล็กๆ ที่สงบเงียบ เมื่อย่ำแรกในเมืองเชียงแสนอาจชวนให้แปลกตา หากพบว่าซากกำแพงเมืองโบราณรกร้าง ตามหัวมุมต่างๆ รอบเมืองยังคงหลอมรวมกับวิถีชุมชนสมัยใหม่ ใครก็ตามที่ไม่พิศมัยในวิถีการค้าและแหล่งบันเทิงร่วมสมัย ความสงบเงียบร่มเย็นในบรรยากาศดั่งต้องมนต์ของชุมชนแห่งนี้ ก็มีเสน่ห์พอยามปรารถนาจะหลบลี้หนีความวุ่นวาย ค้นพบได้จากความร่มเย็น ณ วัดพระธาตุเจดีย์หลวง ตลอดรวมถึงประติมากรรมเก่าแก่จากยุคพ่อขุนเม็งรายที่จะหาชมได้เต็มตาที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงแสน ตลอดจน เมืองโบราณ จุดชมเมืองเก่าเพื่อย้อนรำลึกถึงความรุ่งเรืองแห่งอาณาจักรล้านนา เชียงแสน ในอดีตก่อนจะหลอมรวมมาเป็นแผ่นดินเดียว กับ เชียงราย ดังเช่นทุกวันนี้ เคยเป็นดินแดนในครอบครองของเงี้ยว ซึ่งเป็นอริรบร่วมกันกับกองโจรพม่า การสู้รบทำลายสถาปัตยกรรมอันมีค่าของเมืองเชียงแสนจนแทบจะหมดสิ้น ดังบันทึกของ คาร์ล บ็อค นักธรรมชาติวิทยาผู้เข้ามาสำรวจประเทศสยาม ในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้บันทึกเรื่องราวประวัติศาสตร์ ผ่านลายเส้นเอาไว้ดังนี้ว่า “…..เมืองนี้มีซากปรักหักพังซึ่งมีสถาปัตยกรรมที่แปลกตา ฝีมือประณีตพระเจดีย์บางองค์ ประดับด้วยลวดลายแกะสลัก แต่ทุกองค์ก็ถูกบุกรุกทำลาย ลักเอาของมีค่า ไปจนหมดสิ้น……ตามพื้นดินมีพระพุทธรูปสำริดกองอยู่เกลื่อนกลาด บางองค์ก็มีขนาดใหญ่โตมาก พวกเงี้ยวยังคงมาทำการสักการะ เพราะเป็นปูชนียสถานที่พวกเขานับถือ แต่ถูกพวกเชียงราย (รากเหง้าคนไทยในปัจจุบัน) มาบุกรุกทำลาย…..” จากบันทึกของบ็อคบ่งบอกได้ถึงความรุ่งเรืองของเมืองเชียงแสน ว่าเคยยิ่งใหญ่ป่านใด แต่ที่น่าสลดใจก็คือ แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังนำพระพุทธรูป จากซากพระเจดีย์กลับยุโรปไป เป็นจำนวนมาก ยิ่งทำให้น่าเสียดายว่าแม้แต่ความงามอันทรงคุณค่า ก็ยังพ่ายแพ้ต่อกิเลสตัณหาของมนุษย์อยู่ดี ไม่ว่าจะยุคไหนสมัยไหน ชัยภูมิสำคัญอีกด่านหนึ่ง ของเชียงแสนคือที่ประดิษฐานของ พระพุทธนวล้านตื๊อ พระพุทธรูปองค์สำคัญหล่อด้วยทองคำสำริดดูแววาวราวถูกหลอมขึ้นใหม่ เหตุเพราะเป็นองค์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทดแทนองค์เดิม ที่จมลงสู่เบื้องล่างของลุ่มน้ำโขง จุดนี้โยงใยเข้ากับบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำที่เป็นจุดชมวิวตะวันยามพลบค่ำ ที่สวยงามเพลินตา หากอากาศดี จะล่องเรือกลางลำน้ำโขง สัมผัสจิตวิญญาณและการเดินทางที่ต่อยอดสู่สิบสองปันนา ก็จะยิ่งเป็นการเดินทางที่คุ้มค่าน่าจดจำ ท้องถนนในตัวอำเภอ เชียงแสน ไม่ได้ทำลายมรดกทางสถาปัตยกรรมจากยุคเก่าฉันท์ใด สถาปัตยกรรมกลางเก่า-กลางใหม่ อย่างตู้ไปรษณีย์โบราณก็ยังคงมีให้เห็นอยู่ อิฐมอญเก่าแก่ตัวแทนที่ยังหลงเหลือของกำแพงเมืองในยุคโบราณ ทิวทัศน์ริมฝั่งโขงแห่งนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่อาหารตา หากแวะมารองท้องหรือต้องการอิ่มหนำย่ำบรรยากาศกับมื้อพิเศษแล้ว ความสุขข้างทางจากแผงขายปลาช่อนกระบอก หยอกเย้ากับลมเอื่อยๆ ริมฝั่งสบรวก หรือมุมกินเที่ยวแบบสะดวก กับตลาดโต้รุ่ง เรียบง่ายในบรรยากาศแบบชาวบ้านในตัวอำเภอ เป็นความเคลื่อนไหวที่ยังรอต้อนรับทุกชีวิต ที่มุ่งผ่านสู่เชียงแสนยามแวะพักให้เราทักทาย เพื่อเก็บแรงไว้พบกับความท้าทายของทริปต่อไป เช้าสายบ่ายค่ำ เราเดินทางตามใจปรารถนารอบเมือง เชียงแสน สูดกลิ่นไอวัฒนธรรมล้านนาจนชุ่มปอด ต่อยอดการเดินทาง ด้วยการค้นหาแหล่งอารยธรรมเดิมของเมืองเหนือ ข้ามพรมแดนสู่ประเทศเพื่อนบ้านผ่านปากแม่น้ำอันมีประวัติยาวนาน พบพานเพื่อนร่วมทางที่แตกต่างหลากหลายในแนวคิด แต่มีจิตใจเดียวกันคือการค้นหา เพื่อหวังว่าจะได้กลับมาเยือนอีกครั้ง… โดยหวังว่าศักราชใหม่ๆ จะไม่พัดพาเอาความเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมมาเบียดบังความงามดังเช่นเมืองเก่าอีกหลายๆ เมืองที่เราต้องจำใจบอกลา บทความน่าอ่านจาก http://www.emaginfo.com ร่วมกับ travel.mthai.com View Larger Map  เมืองเชียงแสน จังหวัดเชียงราย

ละครเพลงรักผาปืนแตก , เรื่องย่อเพลงรักผาปืนแตก
พอร์ช ศรัณย์ /  แซมมี่ ปัณฑิตา / 

เพลงรักผาปืนแตก บทประพันธ์โดย : วาเจณบทโทรทัศน์โดย : แพรพริมาผลิตโดย : บริษัท พอดีคำ จำกัดควบคุมการผลิตโดย : ธงชัย ประสงค์สันติละครเพลงรักผาปืนแตก ออกอากาศเร็ว ๆ นี้ทางช่อง 7 สี ปี 2514 ท่ามกลางสมรภูมิรบอันดุเดือดตามแนวตะเข็บชายแดน เชน เชิงพระกาฬ ตชด.หนุ่มเลือดร้อน ฝ่าฝืนคำสั่งของหัวหน้ากองร้อยบุกเดี่ยวตลุยเข้าไปดงข้าศึกของพวกกอง กำลังค้าอาวุธสงครามเถื่อน หลังจากที่กองร้อยตัวเองถูกซุ่มโจมตีเพื่อนร่วมกองร้อยบาดเจ็บ และติดกับดักจนมุมยากจะรอดไปได้ เหตุที่เชนตัดสินใจลุยดะอย่างไม่คิดชีวิตเพราะหวังสละ ชีวิตในสนามรบหลังจากได้อ่านจดหมายของคนรักที่ส่งมาถึง ใจความนั้นสร้างความเจ็บปวด รวดร้าวแสนสาหัส เพราะ เนื้อทอง หญิงอันเป็นที่รักที่เชนมีเหตุจำเป็นต้องจากเธอมานั้นกำลังจะเข้าพิธีวิวาห์กับศัตรูผู้เป็นต้นเหตุทำให้เชนต้องหนีจากบ้านเกิดเมืองนอนมาเป็นตชด. เสี่ยงชีวิตอยู่ที่ชายแดน เชนเดินหน้าลุยเดี่ยวพร้อมเอ็ม 16 และน้ำตาอันเจ็บปวดพร้อมคำกล่าว ลาหัวหน้ากองร้อยว่า "ขอไปตายเยี่ยงวีรบุรุษในสนามรบ ดีกว่าต้องกลับไปตายอย่างผู้แพ้ที่บ้านเกิด" แต่ความตายที่เชนพยายามวิ่งเข้าหา กลับวิ่งหนีห่างจากเชนเหมือนไม่ต้องการให้เขามา จบชีวิตในสนามรบ เมื่อเชนบุกตะลุยเข้าไปถึงค่ายของ ฟ้าลั่น คำรามศึก หัวหน้ากองกำลังค้า อาวุธสงครามเถื่อนลูกชายวัยหนุ่มของ ลายเสือ คำลือ ราชาค้ายาเสพติดผู้โหดเหี้ยม เชนสู้ตัว ต่อตัวกับฟ้าลั่นแต่พลาดท่าเสียทีและถูกปืนจ่อยิง แต่กระสุนปืนขัดลำกล้องยิงยังไงก็ไม่ออก จนกระทั่งกำลังเสริมยกพลมาช่วยเหลือ ฟ้าลั่นจึงถูกเชนจับกุมเอาไว้ได้ส่วนกองกำลังก็ถูกตี แตกจนพ่ายยับ ที่รอดตายก็หนีข้ามชายแดนกลับไปสมทบกับลายเสือ คำลือ เชนได้รับความดี ความชอบจากต้นสังกัด หัวหน้ากองร้อยที่เชนเคารพนับถือที่บาดเจ็บสาหัสและกำลังจะตายได้ กล่าวคำสุดท้ายกับเชนขณะที่ช่วยติดเหรียญกล้าหาญให้กับเขา "เมื่อเป็นวีรบุรุษในสนามรบ แล้ว ก็จงกลับไปเป็นวีรบุรุษที่บ้านเกิด"ในเวลาเดียวกันขณะที่ฟ้าลั่นถูกนำตัวส่งเข้าเรือนจำ ลายเสือ คำลือได้วางแผนช่วย เหลือลูกชายขณะที่กำลังมีการขนย้ายนักโทษ โดยได้สั่งให้ ไอ้ก้าน พาดกลอน สมุนมือขวา ที่ไว้ใจได้ให้ไปติดต่อขอความร่วมมือจาก เพลิง พญาไฟ ไอ้หนุ่มสิงห์รถบรรทุกพูดน้อยต่อย หนัก อดีตเคยเป็นนักร้องหนุ่มในไนท์คลับอนาคตกำลังรุ่ง แต่กลับต้องโทษติดคุกอยู่ 10 ปีด้วย ข้อหาฆ่านักร้องสาวคนรักตายด้วยมือตัวเอง จนเมื่อพ้นโทษก็หันเหมาขับรถบรรทุกเลี้ยงชีพและ ใช้เวลาสืบเสาะตามล่าหาตัวไอ้โม่งที่ยัดเยียดหาข้อฆาตกรให้เขาต้องรับผิดอย่างอยุติธรรม !! ลายเสือเจ็บใจที่เพลิงไม่ยอมร่วมมือจึงสั่งให้ไอ้ก้านปิดปากเพลิงเพื่อป้องกันไม่ให้ข่าวรั่วถึงหูตำรวจ แต่การพบกันของเพลิงกับไอ้ก้านก็เล็ดรอดไปถึงหูของ ผู้กองสมาน แสนธรรม เจ้าของฉายาเพชรฆาตศาลเตี้ยของพวกอาชญากร เขาเป็นผู้จับกุมเพลิงได้ในคดีฆาตกรรมและ ไม่เคยเชื่อว่าเพลิงจะเป็นผู้บริสุทธิ์ คิดแต่ว่าเพลิงเป็นพวกอาชญากรที่ต้องเฝ้าจับตาดูเป็นพิเศษ และต้องลากคอเข้าคุกให้ไปตายในคุก ผู้กองสมานจึงเป็นไม้เบื่อไม้เมาที่คอยตามรังควาญชีวิต เพลิงอยู่ตลอดเวลา และแม้ว่าเพลิงจะรอดตายจากการถูกไอ้ก้านลอบฆ่าปิดปาก แต่ผู้กองก็ยัง ไม่เชื่อคำให้การของเพลิงว่าไม่รู้เห็นกับการช่วย เหลือฟ้าลั่นจนเจ้าหน้าที่เรือนจำต้องถูกฆ่าตาย ไปหลายคน และยิ่งมั่นใจว่าเพลิงต้องเป็นพวกเดียวกับฟ้าลั่น แม้จะไม่มีหลักฐานที่ใช้มัดตัวแต่ ผู้กองก็ยังพยายามจะยัดเยียดข้อหาอื่นเพื่อจะเอาตัวเพลิงเข้าคุกอีกครั้งให้ได้ เมื่อความยุติธรรมที่เพลิงพยายามเรียกหามาตลอดก็ไม่เคยเดินเข้ามาหาตัวเองเลย ตรง กันข้ามกลับยิ่งถูกยัดเยียดความอยุติธรรมให้เสมอ เลยทำให้เพลิงเกือบหลงผิดคิดสั้นเมื่อเป็น คนดีไม่ได้ก็ขอเป็นอาชญากรให้มันรู้แล้วรู้รอด แต่เพราะฉุกคิดได้ถึงคำสอนของ หลวงพ่อสิน พระอาจารย์ที่เคารพของเพลิงตั้งแต่เด็ก ที่สอนให้ยึดมั่นในคุณธรรมความดีที่จะเป็นเกราะคุ้ม ภัย เพลิงจึงไม่หลงไปกับความคิดชั่ววูบ แต่เปลี่ยนใจหาทางหนีเพื่อหันหน้าเข้าสู่พระธรรมโดย ได้รับความช่วยเหลือจากพรรคพวกสิงห์รถบรรทุก จนสามารถหนีจากผู้กองสมานได้สำเร็จ แล้วมุ่งหน้าสู่วัดหน้าผาที่หมู่บ้านผาปืนแตกเพื่อขอให้หลวงพ่อสินอุปสมบทให้หนึ่งสุภาพบุรุษมุ่งหน้ากอบกู้รัก อีกหนึ่งสุภาพบุรุษมุ่งหน้ากอบกู้ความยุติธรรม ณ จุดหมายปลายทางเดียวกัน…บ้านผาปืนแตก หมู่บ้านผาปืนแตกเป็นหมู่บ้านใกล้ชายแดน เต็มไปด้วยป่าและหน้าผาสูงชัน ในอดีต คือสนามรบของกองทัพไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ต่อเนื่องถึงยุคสงครามโลกก็ยังถูกใช้เป็น พื้นที่สู้รบกันอีก พื้นที่แห่งนี้จึงเต็มไปด้วยประวัติความเป็นมาเกี่ยวกับการต่อสู้เพื่อให้มีชีวิตรอด ไม่ว่ายุคไหนสมัยไหนก็ไม่เคยว่างเว้นจากเสียงปืน จึงเป็นที่มาของคำว่าบ้านผาปืนแตก แม้แต่ในยุคนี้ถึงจะไม่มีสงคราม แต่พื้นที่ทั้งหมดก็ถูกอิทธิพลของกำนันปราบ ทองปั้น ที่หน้าฉากคือเศรษฐีใจบุญเป็นที่พึ่งของชาวบ้าน แต่เบื้องหลังทำธุรกิจผิดกฏหมายทุกรูปแบบค้าเฮโรอีน วัตถุโบราณ ไม้เถื่อน อาวุธสงคราม บ่อนพนันและผู้หญิง โดยให้ ชาติ ตะลุมพุก ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคอยทำหน้าที่ดูแลธุรกิจนอกกฏหมายให้ และเพราะชาติ ตะลุมพุกนี่เองที่เป็นต้นเหตุทำให้เชนต้องหนีออกจากบ้านผาปืนแตกไปเป็นตชด. เพราะเชนไปมีเรื่องชกต่อยกับชาติในงานวัดประจำปี ตอนนั้นเชนเป็นนักร้องนำประจำวงพราวฟ้า วงดนตรีเชียร์รำวงเพียงวงเดียวของหมู่บ้านที่มี ครูประสิทธิ์ ครูใหญ่ของโรงเรียนผาปืนแตกเป็นหัวหน้าวงและยังเป็นพ่อบังเกิดเกล้าของเชน แม้ว่าครูประสิทธิ์จะพยายามห้ามไม่ให้เชนมีเรื่องกับชาติ แต่เพราะความใจร้อนของเชนที่ไม่ยอมฟังพ่อเลยทำให้เรื่องบานปลาย ครูประสิทธิ์กลัวว่าถ้าลูกชายยังอยู่ที่บ้านผาปืนแตกต่อไปก็คงต้องถูกยิงทิ้ง จึงสั่งให้เชนไปเป็นตชด. เพื่อรักษาชีวิตตัวเองเอาไว้ รอให้เรื่องสงบแล้วจึงค่อยกลับมา เนื้อทองซึ่งเป็นสาวสวยประจำหมู่บ้านและเป็นคนรักของเชนเห็นด้วยกับครูประสิทธิ์ จึงขอร้องให้เชนจากไปเพื่อวันหนึ่งจะได้กลับมาเจอกันทั้งที่ยังมีลมหายใจ แต่มาวันนี้เนื้อทองกลับแปรเปลี่ยนไปยอมแต่งงานกับชาติทั้ง ๆ ที่มันคือศัตรูที่เขาเกลียดขี้หน้า โดยเนื้อทองไม่ยอมให้คำตอบใด ๆ กับเขาเลย เชนจึงวางแผนฉุดเนื้อทองจากงานวิวาห์โดยร่วมมือกับ จิก ทรัมเปต , แสน สัปเหร่อ และ น้อย ชะชะช่า ครูสอนรำวงเมียของแสน ทั้งหมด เป็นสมาชิกอยู่ในวงที่สนิทสนมและเลี้ยงดูเชนมาตั้งแต่เล็ก ๆ ขณะเดียวกันเพลิงที่เดินทางมาขอให้หลวงพ่อสินบวชให้เพราะต้องการหนีให้พ้น จากผู้กองสมาน ได้รับคำแนะนำจากหลวงพ่อว่าถ้าอยากบวชจริงก็จะบวชให้ แต่อยากให้มั่น ใจว่าสามารถละกิเลศทั้งหมดออกไปจากใจได้ก่อน เพราะรู้ดีว่าเพลิงยังต้องการตามล่าหาตัว ไอ้โม่งที่ซัดทอดความผิดให้เขาอยู่ หลวงพ่อจึงให้เพลิงเข้าป่าไปทำสมาธิสงบจิตตัวเอง แล้ว ค่อยกลับมาให้คำตอบอีกครั้ง แต่ขณะที่อยู่ในป่าเพลิงมีโอกาสได้ช่วยเหลือหมอ เอื้อมเดือน คุณหมอสาวสวยที่เพิ่งย้ายมาประจำที่อนามัยหมู่บ้าน ระหว่างที่เอื้อมเดือนเข้าไปช่วยเหลือ ควาญช้างที่ได้รับบาดเจ็บอยู่ในป่าแล้วเกิดหลงทาง เอื้อมเดือนรู้สึกประทับใจเพลิง แต่เขากลับ แสดงท่าทีเฉยเมยดูเหมือนคนไร้จิตวิญญาณให้จับต้อง เมื่อช่วยเธอได้แล้วก็หายเข้าไปในป่านอกจากงานวิวาห์ของชาติกับเนื้อทองจะถูกเตรียมการเอาไว้อย่างยิ่งใหญ่สมฐานะของลูกชายกำนันผู้มากอิทธิพลแล้ว งานนี้ยังเป็นงานเลี้ยงต้อนรับการมาของ ลำดวน นักร้องสาว สวยหุ่นเซ็กส์ซี่ ว่าที่เมียใหม่ของกำนันปราบที่คอยดูแลธุรกิจตกเขียว หาเด็กสาวหน้าตาดีๆส่ง ไปขายตามซ่องในกรุงเทพฯ โดยลำดวนยังได้พา วัลภา เด็กสาวแก่นแก้วดีดกะโหลก ลูกสาว คนสวยของเธอมากราบกำนันในฐานะพ่อเลี้ยงด้วย วัลภาเป็นคนดีผิดกับแม่หน้ามือเป็นหลังมือ เธอไม่เคยรู้มาก่อนว่าแม่ตัวเองร่วมมือกับกำนันทำเรื่องผิดกฏหมายอย่างไม่น่าให้อภัย ความ มาแตกเอาก็เมื่อมาถึงบ้านผาปืนแตกได้เจอกำนันและชาติ เธอทั้งเสียใจและน้อยใจชีวิตที่ถูก แม่ปิดบังความจริงนึกว่าแม่เป็นคนดีมาตลอด นี่หรือชีวิตที่เธอต้องมาทนอยู่ท่ามกลางคนเลว ในค่ำคืนงานวิวาห์เชนวางแผนบุกฉุดเนื้อทองไว้อย่างดิบดี แต่เชนต้องพบกับความผิด หวัง เพราะแทนที่เนื้อทองจะยอมหนีตาม เธอกลับปฏิเสธก้มหน้ายอมเข้าพิธีวิวาห์กับชาติ โดย ร่ำไห้น้ำตานองหน้าว่า พ่อแม่ของเธอได้ขายเธอให้กับชาติไปแล้ว ถ้าเธอหนีไปชีวิตของพ่อ แม่ก็ต้องตกอยู่ในอันตราย ส่วนชีวิตของชาติและครูประสิทธิ์รวมถึงทุกคนที่วงดนตรีก็ต้องถูก อิทธิพลของกำนันปราบรังควาญจนอาจจะต้องล้มหายตายจากกันไป เมื่อไม่มีทางเลือกที่ดีกว่า นี้ เธอจึงขอเสียสละตัวเองเพื่อให้ทุกคนได้มีลมหายใจต่อ ได้ร้องเพลงและทำวงดนตรีสืบไป เชนแทบคลั่งที่เนื้อทองไม่ยอมหนีตามเขา หัวเด็ดตีนขาดก็จะพาเนื้อทองไปด้วยให้ได้ แต่เชน ก็ถูกขัดจังหวะโดยวัลภาที่มาพบเข้าพอดี พวกชาติกับกำนันเองก็รู้ตัวและพยายามจะจัดการ กับเชน เมื่อจนตรอกไม่มีทางหนี เชนจำเป็นต้องลักพาตัววัลภา ลูกเลี้ยงของกำนันไปเป็นตัว ประกันหนีหายเข้าไปในป่าด้วยกัน กลางป่าที่เชนฉุดกระชากวัลภาหวังใช้เป็นเชลยแลกเปลี่ยนกับเนื้อทอง แต่วัลภาฮึดสู้ เพราะพอมีฝีมือป้องกันตัวอยู่บ้างเลยเล่นงานเชนเจ็บตัวไปไม่น้อย แต่สุดท้ายก็โดนเชนสั่งสอน ข่มขู่ถ้าไม่เลิกพยศก็จะยัดเยียดหน้าที่สามีให้ วัลภากราดเกรี้ยวไม่ยอมแพ้ยังดื้อดึงขัดขืน เชน เลยต้องลงมือทำร้ายเธอจนสลบ และเมื่อฟื้นขึ้นมาก็พบตัวเองถูกจับถอดเสื้อผ้านอนหมดสติอยู่ เคียงข้างเชน วัลภาเจ็บใจคิดว่าตัวเองได้เสียความบริสุทธิ์ให้กับเชน จึงเอาไม้ตีหัวเชนแล้วหา ทางหนีออกจากป่า เชนไล่ตามเธอจนเกือบจะได้ตัวแต่ก็ถูกขัดขวางจากเพลิงที่มาพบเข้าพอดี เพลิงมีเชิงมวยดีกว่าเลยเล่นงานเชนและช่วยพาวัลภาไปส่งคืนให้กำนันปราบ เพลิงได้เจอกับ ลำดวนก็จำหน้าค่าตากันได้ เพราะสมัยเพลิงยังเป็นนักร้องในไนท์คลับ ลำดวนก็ร้องเพลงอยู่ที่ เดียวกันและเป็นผู้มีพระคุณกับคนรักที่ตายไป ลำดวนชวนให้เพลิงพักอยู่กับกำนันและรับปาก จะหางานให้ทำ แต่เพลิงปฏิเสธเพราะมีคำตอบที่ตัวเองต้องกลับไปตอบหลวงพ่อสิน คำตอบที่เพลิงมีให้กับหลวงพ่อสินก็คือตัดสินใจจะไม่บวช เพราะตลอดเวลาที่อยู่ในป่า เขาไม่สามารถลดละตัดกิเลศ ลืมเหตุการณ์ในวันที่พบคนรักถูกฆ่าตายและโดนยัดเยียดข้อหา ฆาตกรได้เลย เขายังคงต้องการตามล่าหาตัวไอ้ฆาตกรคนนั้นเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้ ตัวเอง หลวงพ่อสินเข้าใจลูกศิษย์คนนี้ดี จึงขอให้เพลิงพักอยู่ที่หมู่บ้านผาปืนแตกไปก่อน โดย แนะนำให้เพลิงไปทำงานที่วงดนตรีพราวฟ้า ครูประสิทธิ์ถูกชะตาและชื่นชอบลูกคอของเพลิง เป็นอย่างมาก เพราะตั้งแต่เชนออกจากวงไปเป็นตชด. วงพราวฟ้าก็ขาดนักร้องนำฝีมือดีๆ และ พอเชนกลับมาก็เอาแต่คิดเรื่องเนื้อทองจนไม่ยอมกลับมาร้องเพลงอีก แต่เชนกับเพลิงเคยปะทะ ฝีมือกันมาจากในป่า พอเจอหน้ากันอีกครั้งเชนก็เขม่นไม่ชอบขี้หน้าเพลิง จนครูประสิทธิ์ต้อง ใช้ไม้แข็งบังคับให้เชนยอมรับเพลิงเข้ามาวง เพราะสิ่งที่เชนบุ่มบ่ามทำลงไปกับวัลภาลูกเลี้ยง ของกำนันปราบกำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ให้ต้องตามแก้ วัลภาตกเป็นขี้ปากชาวบ้านเรื่องที่ถูกฉุดหายเข้าไปในป่าและเสียตัวให้เชน สร้างความ ไม่พอใจให้กำนันปราบและชาติจนคิดจะไปลากคอเชนมาสั่งสอน แต่เพราะเนื้อทองร้องขอชีวิต เชนเอาไว้กับชาติและเสนอให้หาทางออกเรื่องนี้ด้วยการประนีประนอม เพื่อไม่ให้วัลภาต้อง เสื่อมเสียมากไปกว่านี้เห็นควรให้เชนมาสู่ขอไปเป็นเมียให้ถูกต้องตามประเพณี ตอนแรกกำนัน ปราบไม่เห็นด้วย แต่เมื่อมาคิดดูแล้ววัลภาก็เป็นแค่ลูกเลี้ยง เป็นลูกติดของลำดวนที่ชอบแสดง ท่าทีไม่อยากอยู่ร่วมชายคาเดียวกับตนอยู่แล้ว วันข้างหน้าอาจจะสร้างปัญหาให้กำนันปวดหัว ได้ ชาติก็เห็นด้วยเพราะถ้าเชนแต่งงานมีเมียไป เชนก็จะได้เลิกตอแยเนื้อทองอีก ครูประสิทธิ์ เองก็ยอมรับข้อเสนอนี้กับทางกำนันปราบ เพราะเห็นว่าเป็นทางออกเดียวที่จะยุติความขัดแย้ง ไม่ให้เชนต้องมีเรื่องมีราวอีก แม้ว่าเชนจะมาสารภาพกับครูประสิทธิ์ว่าตอนที่อยู่ในป่าเขาไม่ได้ ล่วงเกินวัลภาเลยแม้แต่นิดเดียว เพียงแค่จัดฉากหลอกให้วัลภาเข้าใจผิดเพื่อหวังแก้แค้นบ้าน กำนันปราบให้ได้อับอาย แต่เชนก็แก้ไขอะไรไม่ได้แล้วเพราะครูประสิทธิ์สั่งให้เชนต้องแต่งงาน กับวัลภาเท่านั้น ซ้ำเมื่อรู้ว่าเนื้อทองเป็นคนเสนอให้เขาอยู่กินกับวัลภา เชนก็ยิ่งเจ็บปวดรวดร้าว น้อยใจเนื้อทองจึงตกลงแต่งงานกับวัลภาเพื่อประชด เพียงแค่คืนแรกของพิธีวิวาห์เชนก็บอกความจริงให้วัลภารู้ว่าเธอยังบริสุทธิ์ไม่ได้ถูกเขา ชิงเอาความสาวไปแม้แต่น้อย วัลภาโกรธจัดที่โดนเชนหลอกเลยลงมือทุบตี แต่ก็ถูกเชนใช้กำลัง กอดรัดขู่ว่าจะปล้ำจริงเพราะตอนนี้เป็นผัวเมียกันอย่างถูกต้องแล้ว วัลภาเจ็บปวดได้แต่ร้องไห้ เสียใจ น้อยใจชีวิตตัวเองที่อยู่กับแม่ก็ต้องอยู่ท่ามกลางคนเลว พอแต่งงานออกมาได้ก็ต้องมา เจอสามีที่ดีแต่ข่มเหงรังแก เธออยากจะหนีไปให้พ้นจากบ้านผาปืนแตกให้รู้แล้วรู้รอด เชนอด สงสารวัลภาไม่ได้เลยยื่นข้อเสนอว่าจะปล่อยวัลภาให้เป็นอิสระ ถ้าวัลภาช่วยทำให้เนื้อทองกับ ชาติเลิกกัน และช่วยขัดขวางหยุดยั้งอิทธิพลของกำนันทำให้หมู่บ้านผาปืนแตกกลับมามีแต่ ความสงบสุข วัลภายอมรับข้อเสนอของเชนเพราะอยากช่วยเหลือแม่ให้พ้นจากอิทธิพลของ กำนัน เผื่อว่าวันข้างหน้าแม่จะกลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดีได้ เชนเอาความคิดที่จะใช้แผนไอ้โม่งคอยซุ่มโจมตีเล่นงานธุรกิจผิดกฏหมายของกำนัน เหมือนหมาลอบกัดคอยไล่งับคนเลวไปปรึกษากับพรรคพวกในวง ทั้งจิก แสนและน้อยต่างเห็น ด้วยพร้อมช่วยเต็มที่ เพราะอยากหยุดยั้งอิทธิพลของกำนันไม่ให้แผ่ขยายไปมากกว่านี้เช่นกัน วัลภาไปชักชวนเพลิงให้มาร่วมขบวนการด้วย แต่เพลิงปฏิเสธเพราะไม่อยากยุ่งกับเรื่องแบบนี้ อีก เขาเพียงแค่อยากใช้ชีวิตสงบๆไม่อยากตายก่อนที่จะตามล่าเจอตัวไอ้โม่งที่ยัดเยียดความ อยุติธรรมให้ เชนเลยอดหมั่นไส้เพลิงไม่ได้ด่าว่าเป็นพวกเห็นแก่ตัว สองคนเลยกลายเป็นไม้เบื่อ ไม้เมากันบ่อยๆ ทั้งบนเวทีเวลาวงพราวฟ้าออกแสดงและนอกเวทีที่ต้องอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน โดยมีวัลภาที่กลายเป็นคนเติมเชื้อไฟให้เชนกับเพลิงแตกคอกันมากขึ้น เพราะความใกล้ชิดที่ ต้องอยู่กินกันอย่างสามีภรรยาปลอมๆของเชนกับวัลภาทำให้เชนรู้สึกหลงรักวัลภาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนบางทีก็หลุดอารมณ์หึงหวงใส่เพลิง เมื่อเห็นวัลภาให้ความสนิทสนมกับเพลิงโดยไม่รู้ว่าที่จริง แล้วเพลิงเองก็กำลังมีใจให้คุณหมอเอื้อมเดือน แต่ไม่กล้าแสดงความรักออกมาเพราะปมเรื่อง คนรักเก่าที่ยังฝังใจ วัลภาแอบเห็นน้ำตาของคุณหมอที่หลงรักเพลิงก็คิดอยากช่วย เลยทำตัว เป็นแม่สื่อกามเทพช่วยให้เพลิงได้ใกล้ชิดกับคุณหมอ แต่ทำไปทำมาวัลภายิ่งใกล้ชิดกับเพลิง จนเชนอดไม่ได้ต้องลงไม้ลงมือกับเพลิงหาว่าเพลิงคิดจะตีท้ายครัว แผนการไอ้โม่งซุ่มโจมตีเล่นงานธุรกิจผิดกฏหมายของเชนสร้างความปั่นป่วนให้กำนัน จนเริ่มหงุดหงิดทนไม่ไหวคิดหาทางกระชากหน้ากากพวกมัน ชาติวางแผนล่อให้พวกของเชน มาติดกับจนเกือบจะถูกฆ่าตายหมด งานนี้เพลิงเลยทนนิ่งเฉยไม่ได้ต้องตามไปช่วยเหลือจนรอด ครั้งนี้เชนติดหนี้ชีวิตเพลิงและเริ่มที่จะมองเพลิงในแง่มุมที่ดีขึ้น ส่วนความล้มเหลวที่กำนันต้อง เพลี่ยงพล้ำให้พวกไอ้โม่งบ่อยๆก็ทำให้ธุรกิจนอกกฏหมายต้องเสียหายไปมาก จนกระทบไปถึง ลายเสือ คำลือ ผู้ที่อยู่เบื้องหลังกำนันปราบมาตลอด งานนี้ลายเสือกับฟ้าลั่นจึงต้องเดินทางมา ที่ผาปืนแตกด้วยตัวเอง เพื่อจัดการกับศัตรูที่มองไม่เห็นตัวให้สิ้นซากเมื่อเชนและเพลิงรู้เห็นถึงการมาของลายเสือกับฟ้าลั่น ทั้งคู่ก็รู้ดีว่าความโหดเหี้ยมของ พวกมันกำลังจะทำให้บ้านผาปืนแตกต้องกลายเป็นทะเลเพลิง และครูประสิทธิ์ก็ได้กลายเป็น เหยื่อคนแรกจากฝีมือของฟ้าลั่นที่วางแผนตามล่าแกงค์ไอ้โม่ง ครูประสิทธิ์ถูกฆ่าตายประจาน กลางหมู่บ้านเพื่อกระตุ้นความโกรธแค้นให้พวกไอ้โม่งเผยตัว เชนโกรธแค้นแสนสาหัสที่พ่อต้อง ตายเลยคิดไปแก้แค้น แต่กลับถูกเพลิงกับหลวงพ่อสินห้ามปรา,เอาไว้ เพราะถ้าเชนลงมือตอบ โต้ก็เท่ากับตกหลุมพรางของพวกมัน เชนเลยต้องเผาพ่อทั้งน้ำตาและสาบานว่าจะกำจัดพวกมัน ให้สิ้นซาก ต้องเอาดินในหมู่บ้านผาปืนแตกกลบหน้าพวกมันให้จงได้ โดยที่เพลิงเองก็ยอมหัน มาร่วมมือกับเชนอย่างเต็มที่ เพราะครูประสิทธิ์ก็เหมือนญาติผู้ใหญ่ที่เพลิงให้ความเคารพ เชนกับเพลิงชวนพรรคพวกไปถล่มไร่ฝิ่นแหล่งทำเงินของพวกมันจนราบเป็นหน้ากลอง วีรกรรมเผาไร่ฝิ่นของพวกไอ้โม่งขจรไปทั่วพร้อมกับการมาของผู้กองสมานที่ปรากฏตัว ขึ้นที่หมู่บ้านผาปืนแตก เพราะผู้กองสมานคือพี่ชายแท้ๆของหมอเอื้อมดาวที่มาเยี่ยมน้องสาว ซึ่งได้ข่าวว่ากำลังมีความรักกับไอ้หนุ่มบ้านนอก ยิ่งพอรู้ว่าไอ้หนุ่มคนนั้นคือไอ้เพลิงที่ตัวเอง เกลียดขี้หน้าอยู่ ก็พร้อมที่จะจัดการกับเพลิงพยายามจะลากคอกลับไปที่กรุงเทพฯด้วยกัน แต่ความจริงก็ถูกเปิดเผยในเวลาต่อมาว่าผู้กองสมานไม่มีอำนาจในการจับกุมอีกแล้ว เพราะ ถูกปลดจากราชการด้วยข้อหาทำเกินกว่าเหตุซ้อมผู้ต้องหาจนถูกฟ้องร้องเป็นคดี เพลิงเลยรอด จากมือผู้กองสมานที่ยังไม่ลดละทิฐิที่มีต่อเพลิง จนเอื้อมเดือนต้องเล่าความจริงให้พี่ชายฟังว่า ตอนนี้ทั้งเพลิงและเชนคือวีรบุรุษที่กำลังช่วยกอบกู้ความสงบสุขให้กลับคืนมาสู่หมู่บ้านผาปืน แตก คนเลวตัวจริงที่ควรจะต้องถูกกฏหมายเล่นงานก็คือพวกกำนันปราบกับลายเสือ เมื่อผู้กอง สมานได้รู้ความจริงจากน้องสาวและได้เห็นกับตาถึงความเลวสุดๆของพวกมัน ผู้กองสมานเลย ยอมร่วมอุดมการณ์กับเชนและเพลิง พร้อมกวาดล้างพวกอิทธิเถื่อนให้หมดสิ้น เนื้อทองรับรู้วีรกรรมของเชนกับพรรคพวกในวงพราวฟ้าผ่านทางวัลภาที่ยังเข้านอกออก ในบ้านกำนันได้ในฐานะลูกเลี้ยง ฟ้าลั่นได้เจอวัลภาก็รู้สึกถูกอกถูกใจและพยายามหาทางฉุด วัลภาไปทำเมีย แต่เนื้อทองเอาตัวเข้าช่วยวัลภาไว้ และบอกความลับให้เธอรู้ว่าเร็วๆนี้ลำดวน จะพาเด็กสาวที่ไปตกเขียวมา มาขังไว้ที่กระท่อมกลางป่าก่อนจะส่งไปขายซ่อง เธออยากให้เชน บุกไปช่วยเหลือ วัลภารับปากเนื้อทองว่าจะช่วยหญิงสาวพวกนั้นให้ได้จึงรีบไปบอกเชน โดยหา รู้ไม่ว่านี่คือแผนการค้นหาความจริงของกำนันปราบ ที่สงสัยว่าเนื้อทองจะเป็นคนขายความลับ ในบ้านให้พวกไอ้โม่งรู้ เมื่อความแตกว่าเนื้อทองสมรู้ร่วมคิดกำนันปราบจึงจับตัวเนื้อทองไปขัง รวมกับพวกเด็กสาวในกระท่อม โดยชาติก็ไม่ได้สนใจใยดีแม้ว่าเนื้อทองจะเป็นเมีย เพราะแค้น ที่เนื้อทองยังมีใจให้เชนอยู่ตลอดเวลาที่อยู่กินด้วยกัน เชนกับเพลิงพาพวกบุกไปที่กระท่อมกลางป่าตามที่วัลภาบอก แต่เมื่อไปถึงกลับตกหลุม พรางพวกมัน เด็กสาวถูกพาตัวออกไปหมดแล้วเหลือแต่เนื้อทองที่ถูกยิงให้นอนหายใจรวยริน และร้องไห้ขอโทษเชนที่ทำให้เชนต้องเสียใจมาตลอด เนื้อทองขอให้เชนลืมเธอแล้วเปิดใจรัก วัลภา เพราะชีวิตวัลภานั้นน่าสงสารกว่าเธอและก็ยังเชื่อด้วยว่าวัลภาจะเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ ทำให้เชนมีความสุขได้ เชนกอดเนื้อทองร้องไห้เสียใจและรับปากว่าจะดูแลและรักวัลภาไม่ให้ น้อยไปกว่าเนื้อทองที่จากเขาไปอย่างตลอดกาลในอ้อมกอดของเขาเพลิงกับผู้กองสมานไล่ล่าตามแกะรอยพวกกำนันเพื่อช่วยเหลือเด็กสาวให้พ้นจากขุม นรก การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือด เชนตามมาเล่นงานพวกมันด้วยกันเป็นสามแรงสู้ ชาติถูก เชนยิงตายเป็นการแก้แค้นให้กับเนื้อทอง ส่วนกำนันปราบก็ถูกเพลิงเล่นงานจนบาดเจ็บสาหัส หนีไปกับพวกลายเสือและฟ้าลั่น และได้ถูกลายเสือฆ่าทิ้งระหว่างทางเพราะกลายเป็นตัวถ่วง ระหว่างหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ ที่ผู้กองสมานได้ติดต่อขอความช่วยเหลือจากทางราช การ ส่วนลำดวนถูกจับกุมตัวได้และได้สารภาพความผิดกับเพลิงว่าแท้ที่จริงแล้วเธอเองนี่แหละ ที่เป็นไอ้โม่งที่ฆ่าคนรักของเพลิงแล้วป้ายความผิดให้กับเพลิงจนต้องติดคุกแทน สาเหตุเพราะ ตอนนั้นเธอพยายามจะล่อลวงคนรักของเพลิงให้ไปหลับนอนกับเสี่ย แต่เกิดการต่อสู้ขัดขืน จนพลั้งมือฆ่าคนรักของเพลิงตาย แล้วจัดฉากป้ายความผิดให้เพลิงเป็นฆาตกร ผู้กองสมานได้ รู้ความจริงเรื่องนี้ก็มาขอโทษเพลิงที่ไม่เคยเชื่อเลยว่าเพลิงเป็นผู้บริสุทธิ์ กลับยัดเยียดให้เพลิง ต้องรับโทษที่ไม่ได้ก่ออยู่ในคุกนานถึง 10 ปี เพลิงไม่ถือโกรธผู้กองกลับมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือ ผู้กองตามไล่ล่าจับกุมพวกลายเสือที่ยังลอยนวลอยู่ เพื่อพิสูจน์อุดมการณ์ของผู้กองว่าโลกนี้จะ ต้องมีความยุติธรรม คนเลวต้องได้รับโทษไม่สมควรปล่อยให้มันลอยนวล ศึกครั้งสุดท้ายของเชน เพลิงและผู้กองสมานเดินหน้าเข้าประจัญบาญกับกองทัพของ ลายเสือที่พากันยกพลมาถล่มหมู่บ้านผาปืนแตก เลือด ชีวิตและจิตวิญญาณต่างพร้อมยอมพลี เพื่อเป้าประสงค์เดียวคือการปกป้องแผ่นดินของบ้านผาปืนแตกให้กลับมาสงบสุขอีกครั้ง ผู้กอง สมานต่อสู้จนตัวตายปกป้องชีวิตของเชนและเพลิงเอาไว้ เพื่อให้ทั้งคู่ได้สู้กับกำนันลายเสือและ ฟ้าลั่นจนพวกมันถูกกวาดล้างสิ้นซาก จบชีวิตอาชญากรผู้เหี้ยมโหดด้วยก้อนดินก้อนกรวดของ หมู่บ้านผาปืนแตกที่ฝังกลบให้จมธรณีไปชั่วกัลปาวสานและแล้วความสงบสุขก็กลับคืนมาสู่หมู่บ้านผาปืนแตกอีกครั้ง เชนสารภาพรักกับวัลภา และพร้อมทำหน้าที่สามี โดยสัญญาว่าจะดูแลวัลภาอย่างดีถ้าเธอเต็มใจยอมรับเขาเป็นสามี จริงๆ วัลภาเขินอายและกระซิบข้างหูเชนว่าถ้าเชนผิดคำสัญญาเธอจะยิงเชนทิ้ง ส่วนเพลิงหลัง จากที่ได้ลบแผลใจในอดีตออกไปจนหมดสิ้น เพลิงก็เปิดใจเข้าหาหมอเอื้อมเดือนเป็นฝ่ายคุก เข่าร้องเพลงขอความรักจากเธอเพื่อให้เธออยู่คู่กับเขาไปชั่วชีวิตนับแต่นี้ไปบ้านผาปืนแตกจะไม่มีเสียงปืน ที่แผดเสียงสร้างความหวาดกลัวให้ชาวบ้านอีก แต่จะเหลือเพียงเสียงเพลงแห่งความสุขที่คอยสร้างรอยยิ้มให้ทุกคนจากเชน เชิงพระกาฬ และเพลิงพญาไฟ พร้อมคณะชาววงพราวฟ้าตลอดไป ติดตามชมความสนุกสนานของ ละครเพลงรักผาปืนแตก ได้ทางช่อง 7 สี เร็ว ๆ นี้ รายชื่อนักแสดงนำ ศรัณย์ ศิริลักษณ์ รับบท เชน แซมมี่ เคาวเวลล์ รับบท วัลภา รังสิโรจน์ พันธุ์เพ็ง รับบท เพลิง พญาไฟ กวินตรา โพธิจักร รับบท เอื้อมเดือน ณัฐวัฒน์ เปล่งศิริวัธน์ รับบท ชาติ อธิชนัน ศรีเสวก รับบท เนื้อทอง สุรวุฑ ไหมกัน รับบท กำนันปราบ พาเมล่า เบาว์เด้น รับบท ลำดวน เฉลิมพร พุ่มพันธ์วงศ์ รับบท ครูประสิทธิ์ พิพัฒน์พล โกมารทัต รับบท ลายเสือ คำลือ พูลภัทร อัตถปัญญาพล รับบท ฟ้าลั่น คำรามศึก

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

 เอ็มไทยลุยพม่า  เกาะถกแก้ปัญหายานรก 3 ฝ่าย ที่ยังคงระบาด
ปัญหายาเสพติด

MThai ลุย พม่า เกาะถกแก้ปัญหายานรก 3 ฝ่าย  พม่า – UN – สภากู้ชาติรัฐฉาน  แฉ! ยังมียิงแม้เจรจาหยุดยิงแล้ว เริ่มกำหนดท่าทีเตรียมพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของ 2 ฝ่ายที่เริ่มจับมือเจรจาสันติภาพหวังการพัฒนาแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบยังยืน ระหว่าง กองกำลังที่เรียกตัวเองว่า “กองกำลังกอบกู้รัฐฉาน” ที่มีเจ้ายอดศึกเป็นผู้นำทางการทหาร และรัฐบาลทหารพม่า ที่ 2 ฝ่ายต่างเป็นลิ้นกับฟันและงัดข้อยิ่งถล่มกันมาตลอดเวลานานนับปี โดยมี UN เข้ามาเป็นตัวสอดแทรกในการเจรจา โดยผู้สื่อข่าว MThai News ลงพื้นที่เกาะติดรายงานการประชุม จากหอประชุมแขวงท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า ว่า มีการประชุมแก้ไขปัญหายาเสพติด 3 ฝ่ายคือ รัฐบาลพม่า สภากอบกู้รัฐฉาน (SSA) และ ยูเอ็นโอดีซี (United Nations Office On Drugs And Crime) โดยจัดการประชุมที่หอประชุมแขวงท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า   ทั้งนี้ทาง ยูเอ็นโอดีซี ได้รับเป็นเจ้าภาพในการประชุมในครั้งนี้ ซึ่งการประชุมในครั้งนี้ทาง SSA นำข้อเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคือต้องการให้รัฐบาลพม่ากับ SSA มีการพัฒนาดินแดนร่วมกัน รวมถึงปัญหายาเสพติดที่ต้องการยังคงมีการแพร่ระบาดอยู่ในเวลานี้ นอกจากนี้มีการพูดคุยกันถึงเรื่องการปลุกพืชทดแทนฝิ่น หาแนวทางเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น มีการอบรมเรื่องเศรษฐกิจและอาชีพให้กับประชาชน ทั้งนี้สำหรับคนที่ติดยาเสพติดก็อยากให้มีการตั้งสถานบำบัดอย่างถาวร และอบรมให้กับผู้ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับปัญหายาเสพติด ส่วนผู้ค้าทาง SSA เสนอว่า อยากให้มีประชาสัมพันธ์เตือนสติให้หยุดการค้าขาย หากไม่ดำเนินการต้องถูกดำเนินการอย่างจริงจังในเรื่องของกฎหมาย ที่สำคัญคือการออกกฎหมายปราบปรามโดยเฉพาะ และยังไม่เชื่อฟังก็จะต้องถูกดำเนินการขั้นเด็ดขาดเช่นกัน นอกจากนี้จะต้องมีการตั้งคณะกรรมการของทั้ง 3 ฝ่ายในการปราบปรามอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในอำเภอต่าง ๆ มีการจัดหน่วยในการดูแล 60-100 หน่วย ในการดูแลพื้นที่ต่าง ๆ พร้อมกันนี้ การประชุมในครั้งนี้ทางรัฐบาลพม่า ได้ส่งตัวแทนคืออธิบดีกรมตำรวจ ส่วน SSAทาง พล.ท.เจ้ายอดศึก ประธานสภากอบกู้รัฐฉาน ได้ส่ง พ.อ.ป๋อง เค่ย เข้าร่วมประชุมแทน อย่างไรก็ตาม รายงานข่าวแจ้งว่า แม้ว่าที่ผ่านมาทั้งรัฐบาลพม่า และ SSA จะมีสนธิสัญญาในการหยุดยิงเมื่อปลายปี 2554 แต่สถานการณ์ในพื้นที่ก็ยังคงมีการโจมตีปะทะกันระหว่างทหารพม่า กับกองกำลังไทใหญ่ ซึ่งมีการปะทะกันไม่ต่ำกว่า 50 ครั้งแล้ว ซึ่งหลังจากการปะทะกันทั้ง 2 ฝ่ายก็ได้มีการส่งตัวแทนไปเจรจาแต่สุดท้ายก็ไม่ได้เป็นผลตามที่ได้ตกลงกัน นอกจากนี้ปัญหายาเสพติดในพื้นที่ชายแดนบริเวณ จ.เชียงใหม่ จ.เชียงราย และ จ.แม่ฮ่องสอน ยังคงมีลักลอบเข้ามาค้าขายกัน แม้ว่าพม่าจะประกาศที่จะเอาจริงเอาจังกับการปราบปรามยาเสพติดก็ตาม แต่กองกำลังที่ยังไม่อิงกับรัฐบาลพม่าแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ ก็ยังมีการลักลอบค้าขายเหมือนเดิม โดยพฤติกรรมจะมีการนำยาเสพติดมาพักไว้ตามโรงงานที่ปลูกสร้างไว้ตามแนวตะเข็บชายแดนเพื่อรอโอกาสในการเคลื่อนย้ายเข้ามาให้กับขบวนการค้ายาเสพติดในฝั่งไทย  มติการประชุม เกี่ยวกับการปราบปรามยาเสพติดระหว่าง รัฐบาลพม่า ,สำนักงานสหประชาชาติว่าด้วยอาชญกรรมและยาเสพติด ( UNODC )และสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน ( RCSS ) 1.ในการลงสำรวจพื้นที่ เมืองนายและเมืองปั่น ในรัฐฉานตอนใต้ นั้น ให้ทางรัฐบาลสหภาพพม่า,UNODC และ RCSS ร่วมมือกันในการดำเนินการ 2.จากข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้มาจากการร่วมมือกันในการลงสำรวจพื้นที่เหล่านั้น ในการกำหนดพื้นที่ ที่จะจัดเป็นพื้นที่โครงการนำร่องปลูกพืชทดแทนฝิ่น นั้น ให้ทั้งสามฝ่ายร่วมกันในการดำเนินการ 3.ให้ทั้งสามฝ่ายร่วมกันจัดทำแผนของโครงการนำร่องปลูกพืชทดแทนฝิ่น ที่จะจัดทำในพื้นที่ ที่คัดเลือกไว้นั้น เสนอต่อประชาชนในพื้นที่ให้ได้รับทราบ เพื่อทำเป็นประชาวิจารณ์ว่าประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่เห็นด้วยหรือไม่อย่างไรแล้วจึงจะดำเนินการในการปฏิบัติต่อไป 4.ในพื้นที่ ที่จะจัดทำโครงการนำร่องปลูกพืชทดแทนฝิ่นที่คัดเลือกไว้นั้น ให้ทั้งสามฝ่ายร่วมกันในการดำเนินการ 5.ในพื้นที่ ที่จะจัดทำโครงการนำร่องปลูกพืชทดแทนฝิ่น นั้น ทางฝ่าย UNODC จะให้การช่วยเหลือสนับสนุนทางด้านเทคนิคต่าง ๆ ในการดำเนินการ 6.เกี่ยวกับเงินงบประมาณในการช่วยเหลือสนับสนุน โครงการนำร่องปลูกพืชทดแทนฝิ่น ที่ทั้งสามฝ่ายจะร่วมกันในการดำเนินการนั้น ทางฝ่าย UNODC จะหาผู้ช่วยเหลือสนับสนุนจากนานาชาติ 7.ในการให้ความรู้แก่ประชาชนในพื้นที่ควบคุมดูแลของทาง RCSS รวมถึงกำลังพลของ RCSS เกี่ยวกับ พิษภัยจากยาเสพติด รวมทั้งการป้องกันภัยจากยาเพติด ตลอดจนการลดปริมาณการปลูกฝิ่นให้มีจำนวนลดน้อยลงนั้น ให้ทุกฝ่ายร่วมมือกัน ในการป้องกันและการดำเนินการปลูกพืชทดแทนฝิ่นนั้น ให้ใช้วิธี ประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้แก่ประชาชนในการดำเนินการ 8.ในการดำเนินการเกี่ยวกับการประสานความร่วมมือระหว่างกันในการควบคุมและป้องกันปัญหาจากยาเสพติด และการพัฒนาปลูกพืชทดแทนนั้น ทางฝ่าย ปปส.ของรัฐบาลสหภาพพม่า ,สำนักงานตำรวจรัฐฉานและ RCSS จะร่วมกันจัดตั้ง จนท.ฝ่ายประสานงาน ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ระหว่างกัน 9.เกี่ยวกับการดูแลด้านความปลอดภัย ในพื้นที่โครงการการนำร่องปลูกพืชทดแทนฝิ่น ที่ทางฝ่าย ปปส.ของรัฐบาลสหภาพพม่า , UNODC และRCSS จะร่วมมือกันในการดำเนินการนั้น จะรายงานให้ทางรัฐบาลสหภาพพม่าได้พิจารณาต่อไป สถานการณ์ทั่วไปในรัฐฉานขณะนี้ ทั่วทุกพื้นที่ ปัญหาผู้เสพและผู้ค้ายาเสพติดเพิ่มปริมาณมากขึ้นกว่าสถิติเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด เยาวชนที่หันมาเสพยาเสพติดก็มีปริมาณที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งปัญหาดังกล่าวนี้ ส่วนประสานความร่วมมือทางการเมือง ในสังกัดสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน (R.C.S.S.) ได้พบปะพูดคุยหารือกับตัวแทนฝ่ายพลเรือนจากทางทิศเหนือ ทิศใต้ และทิศตะวันออกของรัฐฉาน ทำให้ได้รับทราบข้อมูลว่า ปัญหายาเสพติดที่แพร่กระจายอยู่ตามเขตชุมชนในขณะนี้นั้น เป็นปัญหาอันหนักหน่วงปัญหาหนึ่ง หากปล่อยให้ปัญหาลุกลามต่อไป ก็น่าเป็นห่วงสำหรับเยาวชนซึ่งถือว่าเป็นกำลังอันสำคัญของชาติบ้านเมืองในอนาคต สำหรับการประสานความร่วมมือในการปราบปรามยาเสพติดจากหย่วยงานหลาย ๆ ฝ่ายนั้น ทางชาวบ้านในพื้นที่ ก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือและให้การสนับสนุนอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ รายงานของ UNODC ยังระบุว่า ปัญหาการปลูกฝิ่นในบางพื้นที่ของรัฐฉานนั้น นอกจากจะไม่ลดลงแล้ว กลับเพิ่มปริมาณสูงขึ้นกว่าเมื่อปีที่ผ่านมา.... ในปี ค.ศ.2012 ภายหลังที่มีการเจรจาหยุดยิงกับกองทัพรัฐบาลสหภาพพม่า ในพื้นที่เขตควบคุมของสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน (R.C.S.S.) ก็มีการดำเนินแผนการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับพิษภัยจากยาเสพติด ตลดจนมีการจัดสร้างสถานพยาบาลเพื่อดำเนินการบำบัดรักษา ฟื้นฟู ผู้เสพยาเพสติดในพื้นที่ MThai News

Savages : ความเถื่อนไม่เคยปราณี ความพอดีไม่เคยอยู่ในสัจจะของหมู่โจร
Savages /  คนเดือดท้าชนคนเถื่อน / 

เป็นหนังที่ถึงแม้เนื้อเรื่องจะออกแนวซ้ำซาก และ เดิมๆ เกี่ยวกับธุรกิจเถื่อนค้ายา แต่ด้วยตัวอย่างที่สามารถตัดต่อออกมาได้อย่างน่าสนใจ พร้อมทั้งยังเป็นผลงานการกำกับของ โอลิเวอร์ สโตน ที่นำทัพดารามายกโหล ทั้งหน้าใหม่อย่าง เทเลอร์ คิชต์ และหน้าเก่าอย่าง จอห์น ทราโวลต้า ก็มีหรือที่ผมจะพลาดไป เบน และ ชอน ได้ร่วมกันดำเนินธุรกิจในท้องถิ่นที่ได้กำไรงาม ด้วยการปลูกดอกฝิ่นพันธุ์ดีที่สุดเท่าที่เคยมีการพัฒนาขึ้นมา นอกจากนี้ ทั้งคู่ยังมีความรักที่พิเศษสุดให้กับหญิงงาม โอ เหมือนๆ กันด้วย ชีวิตของพวกเขาช่างสมบูรณ์แบบจนกระทั่ง แก๊งค้ายาชาวเม็กซิกันย้ายเข้ามาและเรียกร้องให้ทั้งสามคนเป็นหุ้นส่วนกับเขาเมื่อเอเลนา หัวหน้าผู้ไร้ปรานีของแก๊งค้ายาเม็กซิกันและลาโด ลูกสมุนผู้โหดเหี้ยมของเธอ ประเมินค่าความผูกพันที่แน่นแฟ้นระหว่างเพื่อนสามคนต่ำไป เบนและชอน ภายใต้ความช่วยเหลือแบบจำยอมจากเจ้าหน้าที่ยาเสพติดที่โกงกิน จึงได้เริ่มต้นทำสงครามที่ดูราวกับไม่มีหนทางชนะกับแก๊งค้ายาสุดเถื่อนนี่ Savages กำกับการแสดงโดย โอลิเวอร์ สโตน ที่คนรุ่นใหม่น่าจะได้ผ่านชื่อของเขามาบ้างกับ Wall Street : Money Never Sleep หรือแม้แต่ World Trade Center แต่ถ้าหากเป็นคนยุคเก่าจะรู้ดีว่าสมัยนั้นผู้กำกับคนนี่รุ่งเรืองแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็นหนังคัลท์คลาสสิคขึ้นหิ้งอย่าง Natural Born Killers หรือแม้แต่หนังสงครามอย่าง Platoon ก็ล้วนแต่เป็นหนังที่นักวิจารณ์อเมริกายกย่องว่าควรดูก่อนตายทั้งนั้น แต่ดูเหมือนว่าช่วงหลังๆนี่ผู้กำกับจะฝีมือตกไปหน่อยถ้าเทียบกับผลงานเก่านับตั้งแต่ World Trade Center เพราะฉะนั้นการที่ผู้กำกับได้ห่างหายจากจอเงินไปนานนับ 2 ปี เขาก็คงจะมีไม้เด็ดๆมานำเสนอคนดูใน Savages ได้บ้างอย่างแน่นอน โดยถ้าหากใครมาถามผมว่า Savages นั้นเป็นหนังที่เป็นการคืนฟอร์มของ สโตน ได้หรือไม่ ผมก็คงต้องเสียใจที่ต้องตอบว่า ไม่เลยสักนิด เพราะไม่รู้ว่าการที่ผู้กำกับ โอลิเวอร์ สโตน พยายามที่จะทำให้ Savages เป็น Natural Born Killers ในฉบับกวนตีนขึ้นมากไปรึปล่าว จนทำให้ท้ายสุดตัวหนังจึงดูเหมือนจะหาทางออก และ สไตล์ ของตัวเองไม่เจอ แถมด้านของ ตัวบท ก็ดูเหมือนจะเปรียบเสมือนกับสุนัขไล่งับหางตัวเองอยู่เกือบชั่วโมงกว่าที่จะหาทางกลับเข้าเนื้อเรื่องหลักได้ จนทำให้แฟนๆปู่ โอลิเวอร์ สโตน สมัยหนังเรื่อง JFK มีผิดหวังและบ่นพึมพัมกันตั้งแต่ครึ่งแรกอย่างแน่นอน แต่สำหรับผมเป็นคนที่ค่อนข้างเฉยๆกับหนังของ สโตน มาตั้งแต่ไหนแต่ไร จึงคิดว่า ถึงแม้ Savages จะมีบทที่อืดอาด ธรรมดา และ หาทางออกให้กับบทสรุป และ สไตล์ไม่เจอก็ตาม แต่มันถือว่าสามารถหักล้าง และ พอถูไถ ไปได้ เมื่อเทียบกับสิ่งที่ผู้กำกับ โอลิเวอร์ สโตน พยายามจะปรับเปลี่ยนให้ตัวหนังเข้ากับตลาดสมัยนี่ได้อย่าง ฉากแอ็คชั่น , การหักเหลี่ยม และ โทนตัวหนังสไตล์ แม็กซิกัน แก็งส์เตอร์ ที่ทั้งหมดที่กล่าวมานั้นสำหรับผมถือว่าผู้กำกับ โอลิเวอร์ สโตน ล้วนทำได้ผล โดยเฉพาะด้านของ ฉากแอ็คชั่น และ บทการหักเหลี่ยม ที่ถึงแม้จะค่อนข้างธรรมดาและสามารถเห็นได้จากหนังหลายเรื่องแล้ว แต่เมื่อมันมาผสมรวมกับอารมณ์ความเป็นหนัง แก๊งส์เตอร์ แบบ แม็กซิกัน ผลที่ออกมาจึงค่อนข้างน่าประทับใจในระดับนึง ที่มาพร้อมกับมุกตลกร้ายแนวรุนแรง พร้อมกับการยัดคติให้คนดูไปทีละนิดว่า 'ที่จริงแล้วเราทุกคนก็เป็นคนเถื่อน' จะต่างกันแค่ว่าเถื่อนแบบไหน เถื่อนแบบรูปลักษณ์ , จิตใจ หรือแม้แต่ อารมณ์ แต่เราทุกคนก็ต่างเถื่อนด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งหนังโปรยปรายด้านของเรื่อง 'ความเถื่อน' ออกมาผ่านจากการกระทำของตัวละคร และ ฉากความรุนแรง เซ็กห์ กัญชา และ อารมณ์บ้าๆในการกระทำ ที่ชี้ชัดว่าเมื่อมีสถานการณ์นึงมากดขี่ให้ตัวเราต้องลุกขึ้นมาทำอะไรบางอย่าง เราทุกคนก็ไม่ต่างอะไรกับ คนเถื่อน ทั้งนั้น โดยด้านของนักแสดงแถวหน้าที่ผู้กำกับเหมาโหลถูกกว่าสองมานั้น ก็ถือว่าสามารถสร้างสีสันได้แพ้สไตล์จัดจ้านของหนังเลยสักนิดไม่ว่าจะเป็น เทเลอร์ คิชต์ , แอร์รอน จอห์นสัน , เบลค ไลฟ์ลี่ , จอห์น ทราโวลต้า และ เบนนิซิโอ เดล โทโร่ ที่ล้วนแต่เป็นส่วนเติมเต็มให้ Savages ที่ถึงแม้จะไม่ใช่หนังที่เทียบกับยุคเก่าๆของสโตนได้ แต่ก็ดูสนุกพอถูไถได้อีกเรื่อง โดยสรุปแล้ว Savages จึงเป็นหนังที่ออกมาค่อนข้างน่าประทับใจในระดับนึง เพราะว่าหนังเต็มไปด้วย ความรุนแรง เซ็กห์ กัญชา และ นิสัยเถื่อนๆของมนุษย์ ที่มาด้วยอารมณ์หนัง แก๊งสเตอร์ แม็กซิกัน ที่ถึงแม้มันจะไม่สามารถเทียบกับ Natural Born Killers ได้ แต่ก็ถือว่าไม่ได้เป็นหนังที่ขี้เหร่อะไรมากมายนักครับ เรื่องนี้ผมให้ 8/10 ครับ โดย ลูกอบรสเขียด

อย.เผาทำลายยาเสพติดกว่า3ตันค่ากว่า8,800ล้านบาท
อย.เผายาเสพติด /  เผาทำลายยาเสพติด

อย. เผาทำลายยาเสพติด กว่า 3 ตัน มูลค่ากว่า 8,800 ล้านบาท จ่อ เผาเพิ่มปลายปีอีก 1 ตัน ขานรับนโยบาย คสช. พล.ท.ฉัตร เฉลิม เฉลิมสุข รองเสนาธิการทหารบก รองหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เป็นประธานในพิธีเผาทำลายยาเสพติดให้โทษของกลาง ครั้งที่ 43 ที่นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน เพื่อร่วมต่อต้านยาเสพติดในวันต่อต้านยาเสพติดสากล สำหรับของกลางที่จะเผาทำลายในวันนี้ มีน้ำหนักรวมกว่า 3,000 กิโลกรัม ซึ่งยาบ้ามีจำนวนมากที่สุดถึง 27 กิโลกรัม รวมมูลค่ายาเสพติดของกลางทั้งหมดกว่า 8,800 ล้านบาท ซึ่งเป็นยาเสพติดที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้ว โดย ภก.ชาญชัย เอื้อชัยกุล ผู้อำนวยการกองควบคุมวัตถุเสพติด คณะกรรมการ อย. ระบุว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. มีความห่วงใยเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของยาเสพติด และเร่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งกวาดล้างจับกุม และอยากให้มีการเผาทำลายยาเสพติดเพิ่มมากขึ้น จากเดิมปีละ 1 ครั้ง เป็นปีละ 2-3ครั้ง ซึ่งทาง อย. ก็จะขานรับนโยบาย โดยนำข้อมูลหารือกับผู้บริหาร และคาดว่า ปลายปีนี้จะสามารถเผาทำลายยาเสพติก ได้อีกประมาณ 1 ตัน นาย ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวรายงานต่อ พล.ท.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข รองเสนาธิการทหารบก ในฐานะรองหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประธานในพิธีเผาทำลายยาเสพติดให้โทษ ของกลางครั้งที่ 43 ที่บริเวณศูนย์บริหารสาธารนูปโภคและสิ่งแวดล้อม นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติด ผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง พร้อมสื่อมวลชนร่วมเป็นสักขีพยาน ซึ่งยาเสพติดของกลางที่เผาทำลายรวมประกอบน้ำหนัก 3,094 กิโลกรัม จาก 2,911 คดี รวมมูลค่า 8,867 ล้านบาท ประกอบด้วยยาบ้า 2,504 กิโลกรัม หรือ 27 ล้านเม็ด ยาไอซ์ น้ำหนัก 243 กิโลกรัม เฮโรฮีน น้ำหนัก 21 กิโลกรัม ยาอี น้ำหนัก 2 กิโลกรัม ฝิ่น น้ำหนัก 74 กิโลกรัม และอื่น ๆ ซึ่งทำพิธีเผาทำลายยาเสพติดในเวลา 11.00 น. ของวันนี้

พระราชินี ทรงห่วงใยสังคมไทย แนะให้นำความสงบสุขกลับคืนโดยเร็ว
12สิงหา /  ถวายพระพร / 

12 ส.ค. 54 รายงานข่าวแจ้งว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ และพระบรมวงานุวงศ์ ณ ศาลาดุสิดาลัย พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 11 สิงหาคม ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้คณะรัฐมนตรี ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรีและคู่สมรส องคมนตรี ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ พร้อมคณะบุคคลและประชาชนเข้าเฝ้าฯถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 79 พรรษา ในวันที่ 12 สิงหาคม เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์เปิดกรวยกระถงดอกไม้สดเพื่อแสดงความเคารพ ก่อนถวายพระพรชัยมงคลว่า ในนามพสกนิกรชาวไทย มีความปลาบปลื้มปีติ สำนึกพระมหากรุณาธิคุณที่ให้ปวงข้าพระพุทธเจ้าเฝ้าทูลละอองธุรีพระบาทถวายพระพรชัยมงคล และประชาชาชาวไทยทั้งปวงชื่นชมโสมนัส มีพระสุขภาพพลานามัย ทรงพระเกษมสำราญ มุ่งมั่นปฏิบัติพระราชกรณียกิจ เพื่อให้พสกนิกรพ้นความยากไร้ เป็นที่มาของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ข้าพุทธเจ้าพร้อมพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ขอพระราชทานน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ขออำนาจพระศรีรัตนตรัย ทรงพระเกษมสำราญยิ่งยืนนาน สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ มีพระราชดำรัสตอบว่า ขอขอบคุณนายกรัฐมนตรี และผู้แทนของข้าราชการทุกหมู่เหล่า ฝ่ายบริหาร นิติบัญญติ ตุลาการ ทหาร ตำรวจ พลเรือน รวมทั้งผู้แทนของสภา สมาคม องค์กรต่างๆ ที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้า ขอขอบคุณผู้ส่งจดหมาย คำประพันธ์คำอวยพรจำนวนมากผ่านทางโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ และสื่อสารมวลชนแขนงต่างๆ ข้าพเจ้าทราบซึ้งในน้ำใจไมตรีของทุกท่าน เวลานี้องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสบายขึ้นมากแล้ว แต่แพทย์แนะนำให้ทำกายภาพบำบัด พระองค์ทรงงานได้เพิ่มขึ้น ติดตามโครงการต่างๆ มากขึ้น ในระยะนี้ที่มีฝนตกหนัก น้ำท่วมในภาคเหนือ อีสาน ทรงเป็นห่วงมาก ได้พระราชทานสิ่งของประชานในพื้นที่น้ำท่วมหลายแห่ง เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือประชาชนมาร่วมมือในการแก้ไขปัญหาจะเห็นว่า คนไทยไม่เคยทอดทิ้งกันในยามทุกข์ยาก ทั้งภัยแล้ง น้ำท่วม เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยดูแลราษฎรอย่างใกล้ชิด ทุกวันที่ 11 สิงหาคม ที่ท่านทั้งหลายมาชุมนุมกันเพื่ออวยพรวันเกิด ข้าพเจ้าก็จะมีโอกาสเล่าเรื่อง มีทั้งเรื่องดีและเรื่องร้าย ที่เกิดขึ้นในรอบปี รวมทั้งบางเรื่องเล่าซ้ำ เพราตั้งใจจะเตือนความทรงจำ เรื่องแรก เป็นเรื่องโศกเศร้าของบ้านเมือง ในการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ซึ่งสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอพระองค์นี้ เมตตาประชาชนชาวไทยมาโดยตลอด ขอบคุณรัฐบาลที่จัดงานอย่างสมพระเกียรติ ข่าวเศร้าอีกข่าว เป็นข่าวใหญ่ข่าว ฮ.ตกในอุทยานแห่งชาติแก่งพระจาน จ.เพชรบุรี 3 ลำ สูญเสียกำลังพล 16 นาย และช่างภาพโทรทัศน์ 1 นาย ข้าพเจ้าเศร้าเสียใจอย่างยิ่ง ผู้สูญเสียทุกคนเป็นกำลังแข็งแกร่ง หลายคนมีลูกเล็กๆ ที่ไร้เดียงสา แม่ต้องรับดูแลเป็นทั้งพ่อทั้งแม่อย่างดีที่สุด เพราะทุกท่านปฏิบัติภารกิจปกป้องผืนป่า ควรระลึกในความดี และร่วมกันปกป้องผืนป่า อย่าให้ความสูญเสียครั้งใหญ่เป็นความสูญเปล่า ส่วนเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปช่วย เมื่อออกมาจากป่าข้าพเจ้าก็โล่งใจ คิดว่าบุญกุศลที่ลำบาก คงเป็นอานิสงส์ให้ทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรง ตลอดจนเจริญก้าวหน้าในอาชีพการงาน อยากขอความร่วมมือจากรัฐบาลจากคนไทยสังคมไทย นั่นคือ การแก้ไขปัญหายาเสพติดที่บ่อนทำลายสังคมไทย ที่นับวันจะรุนแรงขึ้น แต่ก่อนชาวไทยภูเขาปลูกฝิ่น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตั้งโครงการหลวงมาช่วยแก้ไขปัญหาชาวไทยภูเขาปลูกพืชเมืองหนาว จนเลิกปลูกฝิ่นหมดแล้ว ข้าพเจ้านึกว่าจะเบาใจเรื่องยาเสพติด ที่ไหนได้กลับมีผู้ใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านของยาเสพติด มีผู้ลักลอบผลิต เวลานี้ที่เผยแพร่เร็วกว่าเชื้อโรค คือยาบ้า ยาบ้า ผลคือคนไทยตกเป็นทาสยาบ้าเป็นล้านคน มีสุขภาพทรุดโทรม ร่างกาย จิตใจ สติปัญหาเสื่อมถอย "ยาบ้ากำลังทำลายสังคมไทยอย่างน่ากลัว ไม่สบายใจเลยที่มีการระบุว่า ยาบ้ามีขายทุกตรอกซอกซอย ในโรงเรียน ในวัด ผู้ค้ากำลังทำตัวเป็นฆาตกร ฆ่าลูกหลานไทยอย่างเลือดเย็น" ก่อนหน้านี้เคยสนับสนุนเงินให้กับสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ต่อมา ป.ป.ส.ได้นำเงินไปสมทบกับงบประมาณของสำนักงานตั้งเป็นกองทุนต่อต้านยาเสพติดขึ้นชื่อว่า "กองทุนแม่ของแผ่นดิน" มอบให้หมู่บ้านเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดในปี 2547 จำนวน 672 หมู่บ้าน ต่อมารัฐบาลคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไปขยายผลตั้งหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดินขึ้นทั่วประเทศ เวลานี้มีทั้งหมด 12,189 หมู่บ้าน และรัฐบาลนายกฯอภิสิทธิ์ ก็หาทุนมาสมทบอีก 300 ล้านบาท จึงมอบเงินให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เพื่อให้ดำเนินการหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดิน "เชื่อแน่ว่ารัฐบาลต่อไปจะสานต่อโครงการนี้ แต่ถ้ารัฐบาลทำงานฝ่ายเดียว คงไม่สำเร็จ คนไทยต้องผนึกกำลังช่วยกัน เริ่มจากคนในคอรบครัว ต่อจากนั้นเป็นเรื่องสังคม ควรต่อต้านและประณามผู้ผลิต ผู้ค้า และแจ้งให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการ ทำไมปล่อยให้ลูกหลานติดยา ไม่รักษา คงต้องให้เวลา ให้กำลังใจ ในการฟื้นฟู เเพื่อเป็นกำลังของสังคมและครอบครัวต่อไป" นอกจากนั้น ยังไม่สบายใจในเหตุการณ์ภาคใต้ ที่ทราบมาว่า มีผู้ก่อความไม่สงบลอบทำร้ายพระสงฆ์ที่ออกบิณฑบาต บางรูปมรณภาพ บางรูปทุพพลภาพ การบิณฑบาตถือเป็นการปฏิบัติกิจตามหลักของสงฆ์ ในอดีตทีผ่านมาไม่เคยมีประวัติทำร้ายพระสงฆ์ เพราะการทำบุญ ใส่บาตร ทำด้วยความสมัครใจ ข้าพเจ้าตกใจ เสียใจเป็นอย่างยิ่ง ถ้ามองย้อนกลับในอดีต สมัยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเสด็จพระราชดำเนินในพื้นที่ภาคใต้ ชาวไทยมุสลิมมาจุดเทียนเพื่อรอส่งเสด็จ เพราะหวั่นว่าจะเกิดอันตราย เพื่อเข้าไปในพื้นที่อันตราย ข้าพเจ้าซาบซึ้งในความมีน้ำใจชาวไทยมุสลิมอย่างไม่รู้ลืม เมื่อรู้ว่ามีการลอบทำร้ายพระสงฆ์ ชาวไทย ชาวไทยมุสลิม ข้าราชการ โดยเฉพาะข้าราชการครูอาสาที่เข้าไปในพื้นที่เสี่ยงภัย ข้าพเจ้าได้มอบเงินจัดตั้งศูนย์ครูใต้ที่ จ.ปัตตานี มีห้องสมุด มีห้องประชุม ห้องสันทนาการ สำหรับครูได้พักผ่อน แลกเปลี่ยน มีโรงเรียนสำหรับลูกหลานครู "ข้าพเจ้าไม่อยากเชื่อว่าเป็นฝีมือของชาวไทยมุสลิมที่ทำร้ายพระสงฆ์และไม่คิดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะเกิดขึ้นในบ้านเมืองของเรา ถือเป็นการกีดกันไม่ให้มีการใส่บาตร เป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการประกอบกิจทางศาสนา รู้สึกสะเทือน ใจ ไม่อยากให้เกิดขึ้นในบ้านเมืองเราอีกต่อไป ขอความร่วมมือได้ช่วยกันพาสันติสุขและความสงบกลับคืนมาสู่ภาคใต้โดยเร็ว" Mthai News เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com