ฝิ่น

MThai ลุย ดงฝิ่นกลางป่าลึกภาคเหนือ นายทุนพื้นที่ต้นเหตุทำระบาด
ปลูกฝิ่น /  ฝิ่น / 

ทหารผู้ปิดทองหลังพระ เดินเท้าลุยเข้าทำลาย MThai News ฝิ่น ยาเสพติดประเภทที่ 2 ที่มีบทบาทเป็นวัตถุดิบนำไปสู่การปรุงเพื่อเป็นยาเสพติดประเภทที่ 1 และพร้อมเป็นยาแรงทำลายโสตประสาทถาวร นั่นจึงทำให้ทางกรมกิจการพลเรือนทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย เล็งเห็นความสำคัญด้านสิ่งเสพติดระยะเริ่มต้น จึงจับมือกองทัพภาคที่ 3 สำรวจพื้นที่ป่ากลางหุบเขา ซึ่งดัดแปลงใช้เป็นพื้นที่ป่านรก ปลูกและผลิตสิ่งเสพติดอย่างเช่นต้นฝิ่น จากสิถิติการลงพื้นที่สำรวจของ ผู้สื่อข่าว MThai News นั้นจำนวนไร่ฝิ่นที่สำรวจพบ มากถึงจำนวน 54,854 ไร่ จนถึงปี 2555 นั้นไร่ฝิ่นที่สำรวจพบ มีจำนวน 1,257 ไร่ ทั้งนี้สาเหตุหลักที่ทำให้การปลูกลดลง คือ การใช้มาตรการตัดฟันทำลาย ซึ่งในฤดูการปลูกปี 2527 – 2528 เป็นปีแรกที่ใช้มาตรการนี้อย่างเป็นทางการ โดยได้ให้โอกาส แก่ผู้ปลูกในพื้นที่ต่างๆ ในการเตรียมความพร้อมของชุมชนบนที่สูงต่างๆ ผ่านทางโครงการ พัฒนาที่สูงหลายโครงการ  ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวที่อยากเห็น ความอยู่ดีกินดี ความเสมอภาค ของชนเผ่าต่างๆ ให้มีชีวิต ที่ไม่ต้องพึ่งพาราย ได้จากฝิ่น โดยการพระราชทานโครงการหลวง เป็นโครงการนำร่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2512 และยังมีโครงการในลักษณะคล้ายกันตามมาจากภาคราชการอีกมากมายคลุม พื้นที่ที่มีการปลูกฝิ่นเกือบทั้งหมดที่มีอยู่ในเวลานั้น แต่กระนั้น สถานการณ์การลักลอบปลูกฝิ่นในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ยังคงมีการลักลอบปลูกฝิ่นอยู่ โดยเฉพาะบริเวณแนวชายแดน จังหวัดที่มีการลักลอบปลูกฝิ่นหนาแน่นคือ จังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย ตาก ลำปาง พะเยา และน่าน รูปแบบการปลูกมีทั้งปลูกเพื่อใช้เสพ และปลูกเพื่อการค้าโดยมี นักการเมืองพื้นที่ (ท้องถิ่น) นายทุนสนับสนุน อีกทั้งวิธีการปลูกได้มีการพัฒนาเทคนิคเพื่ออำพรางการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ โดยจะปลูกปะปนกับพืชผักชนิดอื่น และอาจปลูกฝิ่นนอกฤดู แนวโน้มการปลูกฝิ่นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาลดลง ร้อยละ 20 – 30 เนื่องจากสภาพอากาศแปรปวน ความเข้มงวดและจริงจังของหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ประสิทธิภาพในการตัดทำลายไร่ฝิ่น ความเข้มงวดด้านกฎหมาย แต่ยังมีปัจจัยและเงื่อนไขที่จูงใจให้ผู้ลักลอบปลูกอยู่ คือ ราคาของฝิ่นดิบยังค่อนข้างสูง จำนวนผู้เสพมากขึ้น อีกทั้งยังมีกลุ่มบุคคลที่อาศัยประโยชน์จากฝิ่นเป็นรายได้และค่าจ้างแรงงาน จึงเชื่อได้ว่า สถานการณ์ในเรื่องราคาและความต้องการใช้ฝิ่นเพื่อป้อนโรงงานผลิตยาเสพติด ชนิดต่างๆ ยังไม่ลดลง และจะมีการขยายพื้นที่ปลูกในบริเวณชายแดนรวมทั้งการนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันพื้นที่การปลูกฝิ่นที่อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของ กองทัพภาคที่ 3 ได้กำหนดเป็นกลุ่มพื้นที่ที่มีแนวโน้มในการลักลอบปลูกฝิ่นและการเฝ้าระวัง คือ จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ ตาก น่าน พะเยา แม่ฮ่องสอน และ ลำปาง มีทั้งสิ้น 65 พื้นที่เป้าหมาย โดยมีพื้นที่การปลูกฝิ่นมีทั้งที่เป็นแปลงเก่า และมีการเปิดพื้นที่ใหม่ ในพื้นที่แปลงเก่าส่วนใหญ่อยู่พื้นที่แม่สะต๊อบ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ และพื้นที่เชียงดาว-ดอยนาง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เปิดพื้นที่ใหม่ พื้นที่แปเปอร์ และ พื้นที่ท่าสองยาง-ปิตุคี เขตติดต่อระหว่าง อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ กับ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก เป็นจำนวนมาก โดยย้ายพื้นที่ปลูกเข้าไปในป่าลึก เพื่อหลบเลี่ยง ขณะที่รูปแบบของการปลูกฝิ่นนั้น พื้นที่การปลูกนั้นจะอยู่ห่างไกลและกันดารยิ่งขึ้น เป็นบริเวณพื้นที่สูงได้มีการย้ายพื้นที่ปลูกเข้าไปในป่าลึกห่างจากหมู่บ้านยิ่งขึ้น ซึ่งลักษณะแปลงฝิ่นจะมีขนาดเล็กลง แต่จะมีการกระจายตัวอยู่ในบริเวณเดียวกันหลายแปลง เช่น แปลงฝิ่นที่ปลูกกระจายหลายแปลงในบริเวณเดียวกัน การปลูกฝิ่นกระจายเป็นแปลงเล็กแปลงน้อยยากแก่การเข้าตัดทำลาย แปลงฝิ่นที่ปลูกกระจายตัว ฝิ่นที่ปลูกเป็นแปลงเล็กๆ หลายแปลง แปลงฝิ่นที่ปลูกกระจายหลายแปลงในบริเวณเดียวกัน แปลงฝิ่นที่ปลูกเป็นแนวตามร่องน้ำ นั่นจึงทำให้ กองทัพภาคที่ 3 และศูนย์ปฏิบัติการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดกองทัพภาคที่ 3 ได้จัดตั้ง กองบัญชาการเฉพาะกิจศูนย์ปฏิบัติการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดกองทัพภาคที่ 3 และมอบให้ กองทัพน้อยที่ 3 จัดผู้บังคับบัญชาและกำลังพลปฏิบัติงาน ใน กองบัญชาการเฉพาะกิจฯ ควบคุม อำนวยการ กำกับดูแลและประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งวิธีการป้องกันปราบปรามนั้น เจ้าหน้าที่ดำเนินการอย่างบูรณาการร่วมกัน รวมทั้งประสานงานกับ ส่วนราชการ ที่เกี่ยวข้อง ร่วมปฏิบัติ และ ใช้กำลังพลของหน่วยปฏิบัติ ระดับพื้นที่ ในการควบคุมพื้นที่ และการตัดทำลายไร่ฝิ่น ในพื้นที่เป้าหมาย โดยกำหนดขั้นตอนการปฏิบัติออกเป็น 3 ขั้นคือขั้นการสำรวจ ดำเนินการด้วยการลาดตระเวนป้องปราม และสำรวจพื้นที่การปลูกฝิ่น รวมถึง ปฏิบัติการจิตวิทยาและประชาสัมพันธ์ เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจกับราษฎรในพื้นที่เป้าหมายควบคู่ไปด้วย ขั้นการควบคุมพื้นที่ปลูกฝิ่น และการตัดทำลาย เจ้าหน้าที่จะจัดกำลังเข้าปฏิบัติการควบคุมพื้นที่ปลูกฝิ่น และการตัดทำลายไร่ฝิ่นในพื้นที่ ตามที่ได้กำหนดมอบให้และ ในพื้นที่ที่มีการตรวจพบเพิ่มเติม และขั้นการดำเนินการหลังการตัดทำลายไร่ฝิ่น เจ้าหน้าที่จะดำเนินการ ปฏิบัติการจิตวิทยา และช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่หลังการตัดทำลาย อย่างไรก็ตาม ฝิ่นเป็นพืชล้มลุก ขึ้นในที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 3,000 ฟุตขึ้นไป เป็นยาเสพติด ที่เป็นต้นตอของยาเสพติดร้ายแรง เช่น มอร์ฟิน เฮโรอีน และโคเคอีน เนื้อฝิ่น ได้มาจากยางของผลฝิ่นที่ถูกกรีดจะมีสีขาว นายทุน เมื่อถูกอากาศจะมีสีคล้ำลงกลายเป็น ยางเหนียวสีน้ำตาลไหม้ หรือดำ มีกลิ่นเหม็นเขียวและรสขม เรียกว่า ฝิ่นดิบ ส่วนฝิ่นที่มีการนำมาใช้เสพเรียกว่าฝิ่นสุก ได้มาจากการนำฝิ่นดิบไปต้มหรือเคี่ยวจนสุก นี่จึงถือเป็นบทบาทที่ปิดทองหลังพระของเจ้าหน้าที่ทหาร ที่ยอมเหน็ดเหนื่อยกับการเดินเท้านานนับวันข้ามเขาปีนป่า เพื่อทำลายแปลงฝิ่นที่ไม่มีวันรู้จบ MThai News

กุหลาบพันปี แห่ง ดอยช้างมูบ  จังหวัดเชียงราย
ดอยช้างมูบ /  เที่ยวเชียงราย

ยิ่งสูงยิ่งหนาว ยิ่งสูงยิ่งสวย เรื่องจริงที่ธรรมชาติได้ปั้นแต่งให้กับพื้นที่บนยอดเขาสูง แห่ง ดอยช้างมูบ กุหลาบพันปี แห่ง ดอยช้างมูบ จังหวัดเชียงราย ยิ่งสูงยิ่งหนาว ยิ่งสูงยิ่งสวย เป็นเรื่องจริงที่ธรรมชาติได้ปั้นแต่งให้กับพื้นที่บนยอดเขาสูง ซึ่งไม่ว่าจะเป็นยอดเขาใดในประเทศไทย ส่วนใหญ่ล้วนแต่ยังคงความเป็นธรรมชาติ และผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ งดงาม ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าภูมิใจไม่น้อยของคนทั้งประเทศ แต่ก็มีพื้นที่ของยอดเขาบางส่วนเหมือนกัน ที่ถูกทำลายจากผู้ที่นำผลประโยชน์ใส่ตน จนทำให้ธรรมชาติต้องสูญเสียไป แต่ด้วยน้ำพระทัยของสมเด็จย่า ผืนป่าบนยอดดอยจึงกลับมามีชีวิตอีกครั้ง จนแทบไม่เหลือเงาอดีตให้จดจำ อย่างเช่น ดอยช้างมูบ ยอดดอยหนึ่งของจังหวัดเชียงราย “ช้างมูบ” คือ ชื่อดอยที่มีจุดสูงที่สุดของเทือกเขาแนวนอน โดยสูงประมาณ 1,520 เมตร จากระดับน้ำทะเล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในเขตพัฒนาดอยตุง ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มีลักษณะคล้ายกับดอยตุง คือ อดีตเป็นเขาหัวโล้นอันเสื่อมโทรม และผืนป่าถูกทำลายจนหมดสิ้น เนื่องจาก บริเวณนี้ เคยเป็นพื้นที่ที่มีการปลูกฝิ่น และเป็นเส้นทางลำเลียงสิ่งเสพติดผิดกฏหมาย แต่ด้วยน้ำพระทัยของสมเด็จย่า ทรงมีพระราชประสงค์ให้ฟื้นฟูผืนป่าแถบนี้ ให้กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง โดยโครงการพัฒนาดอยตุง ได้พัฒนาให้เป็นสวนรุกขชาติ ที่รวบรวมทั้งพันธุ์ไม้พื้นเมือง และพันธุ์ไม้ป่าที่หายาก รวมถึงกุหลาบพันธุ์ปีจากหลายประเทศ ที่ดูเหมือนเป็นนางพญาของสวนรุกชาติแห่งนี้ อีกทั้งยังมีเหล่านางงามทั้งหลาย ที่น่าตาสะสวยไม่แพ้กัน ต่างพากันมาอวดโฉม ทั้ง พญาเสือโคร่ง หรือซากุระเมืองไทย ดอกเสี้ยวขาว กล้วยไม้ดิน กล้วยไม้พื้นเมือง รองเท้านารี สนภูเขา ฯลฯ ซึ่งนักท่องเที่ยวที่มาดอยตุง จะต้องแวะขึ้นมาชมความงามที่สวนรุกขชาติแห่งนี้กันแทบทุกคน ดอยช้างมูบ เป็นที่ตั้งของสวนรุกขชาติแม่ฟ้าหลวง ที่สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2535 บนพื้นที่ 250 ไร่ บริเวณทางเข้าของสวน มีพระสถูปช้างมูบตั้งอยู่บนหินขนาดใหญ่ ซึ่งมีลักษณะเหมือนช้างหมอบ เป็นเจดีย์ขนาดเล็กที่เก่าแก่ อายุประมาณ 100 กว่าปี ซึ่งน่าจะเป็นที่มาของชื่อดอยแห่งนี้ เส้นทางเดินในสวนรุกขชาติที่ลัดเลาะไปตามไหล่เขา จะมีลานพักผ่อน จุดชมวิว และลานปิคนิค ชื่อว่า “จุดส่องสามแคว้น” สามารถมองเห็นทิวทัศน์กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ซึ่งไกลไปจนถึงชายแดนฝั่งพม่า และลาว รวมถึงแม่น้ำโขง และยอดดอยแม่สลองอีกด้วย ห่างจากสวนรุกขชาติไปประมาณ 1 กิโลเมตร จะเป็นจุดชมวิวฐานปฏิบัติการดอยช้างมูบ ซึ่งเป็นจุดชมความงามของทะเลหมอก พระอาทิตย์ขึ้นและตก ที่สวยงามชัดเจน การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงรายถนนสายพหลโยธิน ให้วิ่งผ่านอำเภอแม่จันมาเรื่อยๆ ก่อนถึงอำเภอแม่สาย ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 870-871 จะมีทางแยกซ้ายมือเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1149 ให้วิ่งตรงมาตามทางประมาณ 24 กิโลเมตร ก็จะถึงจุดหมาย ฤดูกาลที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวนั้น สามารถไปได้ทุกฤดู แต่หากจะให้ได้บรรยากาศที่หนาวเย็น และทิวทิศน์ที่สวยงาม ก็ควรไปช่วงฤดูหนาว คุณก็จะได้สัมผัสกับธรรมชาติที่งดงามที่สุด ติดต่อสอบถาม โทร. 053 767015-7 ต่อ 230, 231 จังหวัดเชียงรายมี ยอดเขาสูง เทือกเขาสวย ให้ได้ตะลอนทัวร์กันอีกมากมาย หากคุณมีหัวใจแอดแวนเจอร์แล้วล่ะก็ ไม่ควรพลาดในตอนต่อๆ ไป เรื่องโดย Omyim บทความน่าอ่านจาก http://www.emaginfo.com ร่วมกับ travel.mthai.com View Larger Map

เหวี่ยงใหญ่...ให้ติดดิน 1/2
หนังจีน

หยวนเปียว - เจิ้นจื้อตัน : นําแสดง เนื้อเรื่องโดยย่อ : คณะกายกรรมชางฟางโดนระเบิดจากญี่ปุ่น ทำให้ต้องอพยพจากเซี่ยงไฮ้มาที่เมืองหนาน เเละหาที่ตั้งกายกรรมใหม่ เเต่กลับต้องเข้าไปพัวพันกับการค้าฝิ่น ของญี่ปุ่น เเละต้องร่วม มือกันทั้งคณะกายกรรมทลายการค้าผิ่นนี้ให้­ได้ โดยมี อาตง (รับบทโดย หยวนเปียว ) เเละ ความช่วยเหลือจาก ตงฟา ตำรวจหนุ่ม (รับบทโดย ดอนนี่ เยน) ร่วมมือกันต่อสู้เเละจะทลาย การค้าฝิ่นได้หรือไม่ต้องติดตาม แหล่งที่มา : http://www.youtube.com/watch?v=6Yfpm6GUOFg

ป้านงค์ กะเทยเฒ่า คนต้นเรื่อง คนค้นคน จากไปอย่างสงบแล้ว
กะเทยเฒ่า /  คนค้นคน / 

ป้านงค์ กะเทยเฒ่า คนต้นเรื่อง คนค้นคน จากไปอย่างสงบแล้ว Mthainews: วานนี้(15ก.พ.) มีการรายงานจากเฟสบุ้ค ของทีมงานคนค้นฅน ระบุว่า ป้านงค์ ชื่อจริงในบัตรประจำตัวประชาชน คือ นายสวิง นิศากรเสน นางโชว์กะเทยที่มีอายุมากที่สุดในโลก ได้จากไปอย่างสงบแล้ว โดยทีมงานได้ติดต่อจัดการเรื่องทำศพของป้างนงค์แล้ว ซึ่งศพป้านงค์จะตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดแก้วแจ่มฟ้า ถ.สี่พระยา ศาลา 5 เป็นเวลา 3 วัน ทั้งนี้ ทีมงานระบุว่า เพื่อนบ้านในห้องเช่ามาช่วยกันแต่งชุดนางรำซึ่งเป็นสิ่งที่ป้านงค์ได้ขอเอาไว้ก่อนเสียชีวิต ทีมงานโทรไปหาพี่จิ๊ก เนาวรัตน์ รบกวนให้มาช่วยแต่งหน้าให้ป้านงค์ พี่จิ๊กก็ให้ทีมงานพาไปหาป้านงค์ที่ศาลาตั้งแต่เมื่อคืน เพื่อขอแต่งหน้าให้ทั้งที่ตนเองต้องเดินทางไปเนปาลเช้าวันนี้(16ก.พ.) ชีวิตของป้านง เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่กะเทยทุกรุ่นทุกวงการในชื่อ “ป้านงค์” ซึ่งเป็นคำย่อมาจาก “นวลอนงค์” ดำรงเลี้ยงชีพตัวคนเดียวด้วยการเป็น “นางโชว์” ในบาร์เกย์แห่งหนึ่งบนถนนสุรวงศ์  ความนิยมเลือนหายไปพร้อมกับอายุที่มากขึ้น ไม่มีใครอยากจ้าง ป้านงค์ เล่าว่า “ช่วงชีวิตในวัยเด็กของป้ายอมรับว่ามีปมด้อย ด้วยครอบครัวที่ยากจน พ่อเป็นทหารสมัยสงครามอินโดจีนที่ติดฝิ่น แม่ต้องลำบากเลี้ยงดูลูกทั้ง 7 คน ในย่านบางลำพู ตอนเด็กๆ ต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินมา ส่วนการเป็นกะเทย ป้ามีแววตั้งแต่เด็กแล้ว สมัยนั้นไม่มีใครยอมรับความเป็นกะเทยของป้า ถ้าใครเป็น หรือมีอาการตุ่งติ้งก็จะได้รับความอับอายทั้งตัวเอง และคนรอบข้าง พ่อแม่พี่น้องก็ไม่ยอมรับ ยิ่งพี่ชายด้วยแล้วเจอเป็นไม่ได้ทั้งเตะทั้งตบสารพัด จนกระทั่งป้าอายุได้ประมาณ 15 ปี ป้าก็หนีออกจากบ้าน ตอนออกมามีเพียงเสื้อตัวกางเกงขาสั้นตัว ไม่มีเงินติดตัวเลยสักบาท ต้องไปซุกตัวนอนแถวๆ โรงหนังเฉลิมกรุงบ้าง วัดบวรบ้าง ข้าวปลาก็อาศัยยกมือไหว้ขอเขากิน แต่ป้าก็ได้มีโอกาสติดสอยห้อยตามคณะรำวงไปตามที่ต่างๆ จนได้เข้าร่วมเป็นสาวรำวงปะปนกับผู้หญิงแท้ๆ ซึ่งก็ไม่มีใครรู้ว่าป้าเป็นผู้ชาย สาวรำวงบางคนยังอิจฉาป้าเลย เพราะป้าสวย และมีคนมาคล้องพวงมาลัยเยอะมาก จนป้าอายุได้ 20 ปี ป้าก็มีแฟนคนแรกรุ่นๆ เดียวกับป้า เขามานั่งดูป้ารำวงทุกวัน จนวันสุดท้ายป้าก็บอกเขาไปตามตรงว่าป้าเป็นอะไร เขาก็ว่าไม่จำเป็น แต่ป้าก็ยังเปลี่ยนผู้ชายไปเรื่อยๆ ก็เพราะว่าเบื่อ และอีกอย่างกลัวว่าผู้ชายจะมาหลอกเรา กลัวว่าถ้าเขาทิ้งเราไปแล้ว เราจะเหงา ป้าเป็นคนที่มีพรสวรรค์เรื่องรำ ไม่ได้ร่ำเรียนมาจากไหน อาศัยดูแล้วก็จำๆ เขามาก็มาซ้อมรำหน้ากระจก จนมีโอกาสได้รำหน้าศพ และมีพวกคณะคาบาเร่ได้มาเห็นป้ารำระบำแขกที่กำลังฮิตในสมัยนั้นก็เกิดชอบ ติดต่อให้ป้าไปโชว์กับคณะคาบาเร่ของเขา รายได้ป้าก็ดีขึ้น ตกวันละ 50-80 บาท ทิปต่างหาก แต่ดวงป้าเก็บเงินไม่ได้ไม่รู้เป็นอะไร มีเท่าไหร่ก็หมด ทั้งๆที่ตอนรุ่งๆ เดือนๆ นึงป้ามีรายได้เกือบหมื่น แต่ก็หมด ทุกวันนี้อยู่คนเดียวในห้องเช่าเล็กๆ ให้พอมีที่ซุกหัวนอน กิจวัตรประจำวันเมื่อเลิกจากการแสดงโชว์ประมาณ ตี1 หรือ ตี2 ก็จะนั่งตุ๊กตุ๊ก กลับบ้าน ไปถึงที่ห้องก็เปลี่ยนเครื่องทรงที่ใช้ในการแสดง อาบน้ำล้างหน้า แล้วก็นอน จะตื่นประมาณ 9 โมงเช้า ตื่นมาก็ไปที่ร้านข้างหน้าปากซอย นั่งคุยสักพักก็กลับมาที่ห้องเปิดทีวีที่ไม่มีภาพฟังแต่เสียง ถ้าไม่นอนงีบก็จะรื้อชุดการแสดงออกมาซ่อมแซม หรือถ้ายามว่างก็จะไปทำบุญที่วัดนั่งฟังเทศน์ พอเกือบๆ 1 ทุ่มละครมาก็จะเริ่มแต่งหน้าแต่งตัว แต่งเสร็จก็ประมาณเกือบ 4 ทุ่ม ที่แต่งหน้านาน เพราะหูตาป้ามันไม่ค่อยดีก็ต้องใช้เวลานานหน่อย เสร็จแล้วก็นั่งตุ๊กตุ๊กไปทำงานที่ซอยทานตะวันถนนสุรวงศ์ ค่ารถไป – กลับ ก็ประมาณ 50 บาท ได้ค่าโชว์ 100 – 200 บาท หักค่ารถก็จะพอกินข้าวซื้อบุหรี่สูบไปวันๆ ส่วนที่เหลือป้าก็ต้องเก็บไว้จ่ายค่าห้อง ค่าน้ำ ค่าไฟ ทุกวันนี้ป้าไม่คิดไม่หวังอะไรอีกแล้วในชีวิต ขอเพียงอย่างเดียวอย่าได้อด มีกินมีใช้ไปวันๆนึงก็ดีแล้ว วันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ไม่รู้ ขอทำหน้าที่นางโชว์อย่างนี้จนกว่าจะไม่มีแรง” การตีแผ่คุณค่า ของกะเทยเฒ่าคนหนึ่ง จากรายการคนค้นคน ทำให้ได้เห็นว่า คุณค่าชีวิต มีได้ไม่ใช่เพียงแค่เพศชายหรือเพศหญิง หรือแม้กระทั่งคนหนุ่มสาวเท่านั้น แต่ในฐานะกะเทยเฒ่าคนหนึ่ง ที่สู้ชีวิตด้วยอาชีพที่สุจริต และมีจิตวิญญาณของนางโชว์ วันนี้ ป้านงค์ จะอยู่เป็นความทรงจำ ตลอดไป Mthai News ขอบคุณภาพและแหล่งที่มา : เฟสบุคคนค้นฅน vdo.palungjit.com เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com

ระวัง! ยาเสพติด ในคราบยาแก้ปวด เด็กกินผสมน้ำอัดลม วูบคาห้องเรียน
ดื่มน้ำอัดลม /  ฝิ่น / 

รายงานข่าวแจ้งว่า น.ส.กุ้ง (นามสมมุติ) ผู้ปกครองของ ด.ช.เอ (นามสมมุติ) นักเรียนชั้นม. 2  ของโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ ได้เข้าร้องเรียนกับสื่อ หลังลูกชายกินยาแก้ปวดผสมกับน้ำอัดลมแล้วหมดสติคาห้องเรียน เมื่อวันที่ 24 ส.ค. ที่ผ่านมา ทั้งนี้ แพทย์ได้ลงความเห็นว่าด.ช.เอ กินยาแก้ปวดเกินขนาด เมื่อกลับบ้านน.ส.กุ้งจึงได้คาดคั้นหาความจริงกับด.ช.เอ ก่อนทราบว่าได้ถูกชักชวนจากพี่ม.4 ให้กินยาแก้ปวดดังกล่าวผสมกับน้ำอัดลม ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในหมู่นักเรียนในโรงเรียน โดยบอกว่ากินแล้วจะตัวลอย มีความสุข หากอยากให้ยาออกฤทธิ์ได้เร็ว ต้องผสมเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ โดยหาซื้อยาดังกล่าวมาจากร้านตลาดปากน้ำ และย่านแพรกษา ซึ่งจะจำหน่ายให้เฉพาะกลุ่มนักเรียนที่ซื้อประจำ เคยซื้อได้มากสุดถึง 90 เม็ด ในราคาเม็ดละ 2-4 บาท น.ส.กุ้งกล่าวว่าช่วงหลังมานี้ ลูกชายมีพฤติกรรมติดน้ำอัดลม มีอาการคล้ายกับคนเมาเหล้า ทานอาหารไม่ค่อยได้ ถามตอบไม่ค่อยรู้เรื่อง จะทำอะไรต้องคิดนานกว่าปกติ เข้านอนเร็วขึ้น จนมาเกิดเหตุหมดสติคาห้องเรียน ต่อมาเมื่อนำยาดังกล่าวไปให้เพื่อนบ้านที่เป็นเภสัชกรตรวจสอบก็พบว่าเป็นยาแก้ปวดชนิดเฉียบพลัน ทั้งยังเป็นยาเสพติดรูปแบบใหม่  ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ประกาศเฝ้าระวัง ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในสถานบันเทิง โดยมีจำหน่ายตามร้านขายยาทั่วไป หากกินพร้อมน้ำอัดลม, เครื่องดื่มชูกำลัง หรือน้ำร้อน ก็จะมีอาการคล้ายคนเมาฝิ่น ซึ่งยาดังกล่าวมีฤทธิ์คล้ายกับมอร์ฟีน หากใช้มากเกินความจำเป็น หรือผสมกับแอลกอฮอล์จะเป็นอันตรายต่อระบบประสาท ด้านพ.ต.อ. พัลลภ แอร่มล้า ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ กล่าวว่า ได้รับรายงานเรื่องนี้แล้ว หลังจากประสานเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดเพื่อตรวจสอบยาดังกล่าวพบว่าเป็นยาต้องห้าม ต้องมีใบสั่งจากแพทย์เท่านั้น พร้อมจัดส่งตำรวจไปร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเข้าดูแลเด็กชาย รวมทั้งหารือผู้ปกครองเด็กถึงรายละเอียดที่เกิดขึ้นเพื่อดำเนินการต่อไป MThai News

10 อันดับแหล่งท่องเที่ยวประเภทป่าเขา น้ำตก ในประเทศไทย ประจำปี 2553
ดอย /  ดอยปุย / 

ใกล้เข้าหน้าหนาวแล้ว ได้เวลาขึ้นเขาไปพิชิตยอดดอย สูดอากาศสดชื่นกันอีกแล้ว ลองมาดูกันซิว่า 10 อันดับป่าเขา น้ำตกของไทย ประจำปี 2553 มีที่ไหนน่าไปเที่ยวชมกันบ้าง... ชอบ-ไม่ชอบยังไง แนะนำที่เที่ยวในใจเพื่อนๆ กันเข้ามาได้นะคะ อันดับที่ 10 อุทยานแห่งชาติดอยฟ้าห่มปก จังหวัดเชียงใหม่ ดอยฟ้าห่มปก ดอยสูงอันดับ 2 ของประเทศไทย ด้วยความสูงประมาณ 2,285 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง บนยอดดอยสูงเป็นทุ่งโล่งอันเกิดจากสภาพธรณี วิทยาที่มีชั้นดินตื้น พื้นเป็นหินแกรนิต ประกอบกับมีลมกระโชกแรงตลอดทั้งปี จากยอดดอยจะเห็นทิวทัศน์ทะเลหมอกและถนนบนสันเขาขนานกับชายแดนไทย-พม่า จุดเด่นอีกอย่างของอุทยานฯ แห่งนี้คือ บ่อน้ำร้อนธรรมชาติที่เกิดจากความร้อนใต้ดินมีจำนวนมากมายหลายบ่อ ในพื้นที่ประมาณ 10 ไร่ ไอร้อนกรุ่นพวยพุ่งอยู่ตลอดเวลา อุณหภูมิของน้ำประมาณ 40-88 องศาเซลเซียส บ่อหนึ่งทางอุทยานฯ เจาะช่องใส่ท่อให้น้ำพุร้อนขึ้นสูงถึง 40-50 เมตร พร้อมทั้งได้จัดบริการห้องอาบน้ำแร่และอบไอน้ำ บ่อน้ำร้อนจะอยู่ใกล้กับที่ทำการอุทยานฯ นอกจากนี้ ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติขึ้นเขาผ่านป่าเบญจพรรณ มาถึงบ่อน้ำร้อน ระยะทางประมาณ 1.2 กิโลเมตรอีกด้วย อันดับที่ 9 อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน จังหวัดลำปาง ผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์และเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร โดดเด่นในความเป็นอุทยานแห่งชาติที่เน้นการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ ด้วยมีแอ่งอาบน้ำอุ่นที่เกิดจากน้ำร้อนในบ่อน้ำพุร้อนมาบรรจบกับน้ำเย็นที่ มาจากน้ำตกแจ้ซ้อน ดำเนินงานตามแนวพระราชดำริในการใช้พลังงานน้ำธรรมชาติมาประยุกต์ อุทยานฯ ใช้ไฟฟ้าที่ผลิตเองจาก โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกแจ้ซ้อน ที่บนเส้นทางพบสัตว์หายากอย่างนกเขนเทาหางแดง ปลาปุง รวมทั้งพรรณไม้ต่างๆ สามารถศึกษาระบบนิเวศและสภาพภูมิศาสตร์โดยรอบลานน้ำพุร้อน และเส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกแม่เปียก ศึกษาความรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศและการนำทรัพยากรจากป่ามาใช้ประโยชน์ อันดับที่ 8 อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จังหวัดเลย- พิษณุโลก-เพชรบูรณ์ แหล่งธรรมชาติที่มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์สอดแทรกอยู่ แหล่งท่องเที่ยวจึงแบ่งออกเป็นด้านประวัติศาสตร์ ได้แก่ สถานที่ต่างๆ ที่อดีตพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยเคยใช้เป็นฐานที่มั่น ซึ่งสถานที่เหล่านี้ได้รับการดูแลรักษาให้คงอยู่ในสภาพเดิม เช่น ผาชูธง โรงเรียนการเมืองการทหาร ในขณะที่ด้านธรรมชาติ ภูหินร่องกล้าก็ยังมีสภาพภูมิทัศน์สวยงาม แปลกตา ผิดจากเทือกเขาโดยทั่วไป ได้แก่ ลานหินแตก ลานหินปุ่ม ซึ่งเกิดจากการโก่งตัวหรือเคลื่อนตัวของผิวโลก การสึกกร่อนตามธรรมชาติของหิน ปกคลุมไปด้วยมอส ไลเคน ตะไคร่ เฟิร์น และกล้วยไม้ชนิดต่างๆ ทั้งยังอุดมด้วยน้ำตกสวยอีกหลายแห่ง เช่น น้ำตกหมันแดง น้ำตกร่มเกล้าภราดร น้ำตกศรีพัชรินทร์ น้ำตกแก่งลาด และน้ำตกตาดฟ้า อันดับที่ 7 อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี อุทยานฯ ที่มีพื้นที่มากที่สุดของประเทศไทย คือ 2,915 ตารางกิโลเมตร เป็นป่าดิบชื้น ภูเขาสลับซับซ้อนอยู่ในเทือกเขาตะนาวศรี สภาพภูมิประเทศอุดมสมบูรณ์ มีสัตว์ป่ามากจึงมีชื่อเสียงในด้านการเป็นแหล่งดูนกที่มีนกให้ดูมากที่สุด แห่งหนึ่ง คือ 430 ชนิด จาก 900 กว่าชนิดที่มีในประเทศไทย ทั้งยังเป็นแหล่งดูผีเสื้อแห่งสำคัญเพราะมีมากกว่า 150 ชนิด โดยมีจุดพักค้างแรมกางเต็นท์สำหรับผู้สนใจดูนกและผีเสื้อที่บ้านกร่างแคมป์ ในขณะเดียวกันยังมีจุดชมทะเลหมอกในตอนเช้าได้สวยงาม คือที่แคมป์พะเนินทุ่ง หรือ กม. 30 อันเป็นจุดกางเต็นท์พักแรมของอุทยานฯ อันดับที่ 6 อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย จังหวัดเชียงใหม่ เหนือภูเขาสูงสลับซับซ้อนหลายลูก อันได้แก่ ดอยสุเทพ ดอยบวกห้าและดอยปุย เป็นแหล่งกำเนิดของต้นน้ำลำธารลำห้วย เช่น ห้วยแก้ว ห้วยช่างเคี่ยน ห้วยแม่ปาน ที่ไหลลงสู่แม่น้ำปิง และน้ำตกงามอีกหลายแห่ง ได้แก่ น้ำตกมณฑาธาร น้ำตกแม่สา เป็นน้ำตกที่สวยงาม น้ำตกตาดหมอก-วังฮาง น้ำตกตาดหมอกฟ้า น้ำตกมหิดล น้ำตกศรีสังวาล น้ำตกผาลาด และน้ำตกห้วยแก้ว ยังมีหน้าผาอันเป็นจุดชมทิวทัศน์หลายแห่ง โดยเฉพาะยอดดอยปุยซึ่งเป็นป่าสนเขา มองเห็นทัศนียภาพได้โดยรอบ ทั้งยังสามารถเยี่ยมเยือนหมู่บ้านชาวไทยภูเขาเผ่าต่างๆ เช่น ม้ง เย่า อาข่า ลีซอ มูเซอ ได้สะดวก เพราะมีทางเดินไปถึงทุกหมู่บ้าน บนเส้นทางขึ้นสู่อุทยานฯ ยังมีจุดแวะน่าสนใจอย่างอนุสาวรีย์ครูบาวิชัย และพระตำหนักภูพิงราชนิเวศน์ ซึ่งประดับประดาด้วยดอกไม้นานาพรรณงดงามตระการตา อันดับที่ 5 อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง จังหวัดเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน เป็นผืนป่าต้นน้ำลำธารที่โดดเด่นด้วยป่าและธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ และทิวเทือกเขาสูงชันสลับซับซ้อน มีจุดชมทิวทัศน์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย คือ จุดชมวิวห้วยน้ำดัง อันเป็นสถานที่ซึ่งสามารถชมทะเลหมอกยามเช้าได้อย่างชัดเจนงดงาม ท่ามกลางแสงสีทองของอรุณรุ่ง แต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวนับพันมาพักแรมเพื่อรอชม นอกจากนี้ ยังมียอดดอยที่มีธรรมชาติงดงามอีกหลายแห่ง เช่น ดอยช้าง ดอยสามหมื่น รวมทั้งโป่งเดือดซึ่งเป็นน้ำพุร้อนธรรมชาติ ทางอุทยานฯ ได้จัดสร้างบ้านพักพร้อมบ่อสำหรับอาบน้ำแร่แช่น้ำร้อนครบวงจรพร้อมบริการ อันดับที่ 4 สถานีเกษตรหลวงดอยอ่างขาง จังหวัดเชียงใหม่ สถานีวิจัยแห่งแรกของโครงการหลวง จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2512 ตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ หัว ที่ทรงต้องการเปลี่ยนพื้นที่จากไร่ฝิ่นของชาวไทยภูเขามาเป็นแปลงเกษตรเมือง หนาวที่สามารถสร้างรายได้ วันนี้ดอยอ่างขางได้เปลี่ยนสภาพจากภูเขาซึ่งถูกตัดไม้ทำลายป่ามาเป็นพื้นที่ อุดมสมบูรณ์ สภาพอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี มีแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจให้เที่ยวชมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นไม้ดอกเมืองหนาวกว่า 20 ชนิด พันธุ์ไม้ผลกว่า 12 ชนิด และแปลงผักเมืองหนาวอีกกว่า 60 ชนิด รวมทั้งหมู่บ้านชาวไทยภูเขาหลายเผ่า คือ จีนฮ่อ ไทยใหญ่ มูเซอดำ และปะหล่อง ทิวทัศน์ชายแดนไทย-พม่า อีกทั้งยังเป็นแหล่งดูนกสำคัญที่มีนกน่าสนใจหลายชนิด อันดับที่ 3 อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา-นครนายก-ปราจีนบุรี-สระบุรี อุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย ตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2505 ได้เป็นมรดกโลกเมื่อปี พ.ศ. 2548 โดยขึ้นทะเบียนร่วมกับป่า 5 ผืนใหญ่ คือ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อุทยานแห่งชาติปางสีดา อุทยานแห่งชาติตาพระยา อุทยานแห่งชาติทับลาน และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ ถือว่าเป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งที่ 2 ของไทย ต่อจากผืนป่าทุ่งใหญ่นเรศวร-ห้วยขาแข้ง เขาใหญ่เป็นแหล่งที่สามารถพบเห็นสัตว์ป่าน้อยใหญ่นานาชนิด ทั้งยังมีน้ำตกใหญ่ที่สวยงาม เช่น น้ำตกเหวนรก น้ำตกเหวสุวัต น้ำตกผากล้วยไม้ และน้ำตกอื่นๆ อีกมากมายกว่า 20 แห่ง รวมทั้งยังมีเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติอีก 13 เส้นทาง จึงเป็นขวัญใจของบรรดานักท่องเที่ยวผู้ชื่นชอบสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิดมา ตลอดทุกยุคทุกสมัย อันดับที่ 2 อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย อุทยานแห่งชาติลำดับที่ 2 ของประเทศไทยต่อจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เหนือที่ราบกว้างใหญ่บนยอดภูสูง 1,200 เมตร จากระดับทะเลปานกลาง งามตาด้วยทิวสนเรียงราย นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ชื่นชอบภูกระดึงเพราะความหลากหลายในด้านการท่องเที่ยว เนื่องจากมีหน้าผาจุดชมทิวทัศน์มากมายหลายจุด ที่โด่งดังเป็นที่รู้จักคือจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่นและจุดชมพระ อาทิตย์ตกที่ผาหล่มสัก ทั้งยังมีน้ำตกขนาดกลางและขนาดเล็กที่สวยงาม เช่น น้ำตกถ้ำใหญ่ น้ำตกวังกวาง น้ำตกธารสวรรค์ ฯลฯ อีกทั้งสภาพป่าที่มีทั้งป่าสนเขา ป่าดิบเขา ป่าเต็งรัง และป่าเบญจพรรณ ทำให้มีพรรณไม้แปลกๆ สวยงามในยามดอกไม้ป่าสะพรั่งบานเปรียบเสมือนกับอุทยานบนสรวงสวรรค์ อันดับที่ 1 อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ สุดยอดเหนือใครในสยามประเทศด้านความสูงด้วยดอยอินทนนท์ ยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย 2,565 เมตร จากระดับทะเลปานกลาง ท่ามกลางเทือกเขาสลับซับซ้อน อากาศหนาวเย็นตลอดปี แวดล้อมด้วยสภาพป่าแบบดึกดำบรรพ์ อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพรรณไม้หลากหลายชนิด และนกสวยงามนานาพันธุ์ ด้วยเป็นป่าต้นน้ำ จึงมีน้ำตกสวยงามขนาดใหญ่หลายแห่ง เช่น น้ำตกแม่ยะ น้ำตกสิริภูมิ น้ำตกแม่กลาง ฯลฯ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของพระมหาธาตุนภเมทนีดลและพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ ซึ่งกองทัพอากาศสร้างถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบอีกด้วย ที่มา : http://www.toptenthailand.com/display.php?id=1333

 เอ็มไทยลุยพม่า  เกาะถกแก้ปัญหายานรก 3 ฝ่าย ที่ยังคงระบาด
ปัญหายาเสพติด

MThai ลุย พม่า เกาะถกแก้ปัญหายานรก 3 ฝ่าย  พม่า – UN – สภากู้ชาติรัฐฉาน  แฉ! ยังมียิงแม้เจรจาหยุดยิงแล้ว เริ่มกำหนดท่าทีเตรียมพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของ 2 ฝ่ายที่เริ่มจับมือเจรจาสันติภาพหวังการพัฒนาแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบยังยืน ระหว่าง กองกำลังที่เรียกตัวเองว่า “กองกำลังกอบกู้รัฐฉาน” ที่มีเจ้ายอดศึกเป็นผู้นำทางการทหาร และรัฐบาลทหารพม่า ที่ 2 ฝ่ายต่างเป็นลิ้นกับฟันและงัดข้อยิ่งถล่มกันมาตลอดเวลานานนับปี โดยมี UN เข้ามาเป็นตัวสอดแทรกในการเจรจา โดยผู้สื่อข่าว MThai News ลงพื้นที่เกาะติดรายงานการประชุม จากหอประชุมแขวงท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า ว่า มีการประชุมแก้ไขปัญหายาเสพติด 3 ฝ่ายคือ รัฐบาลพม่า สภากอบกู้รัฐฉาน (SSA) และ ยูเอ็นโอดีซี (United Nations Office On Drugs And Crime) โดยจัดการประชุมที่หอประชุมแขวงท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า   ทั้งนี้ทาง ยูเอ็นโอดีซี ได้รับเป็นเจ้าภาพในการประชุมในครั้งนี้ ซึ่งการประชุมในครั้งนี้ทาง SSA นำข้อเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคือต้องการให้รัฐบาลพม่ากับ SSA มีการพัฒนาดินแดนร่วมกัน รวมถึงปัญหายาเสพติดที่ต้องการยังคงมีการแพร่ระบาดอยู่ในเวลานี้ นอกจากนี้มีการพูดคุยกันถึงเรื่องการปลุกพืชทดแทนฝิ่น หาแนวทางเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น มีการอบรมเรื่องเศรษฐกิจและอาชีพให้กับประชาชน ทั้งนี้สำหรับคนที่ติดยาเสพติดก็อยากให้มีการตั้งสถานบำบัดอย่างถาวร และอบรมให้กับผู้ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับปัญหายาเสพติด ส่วนผู้ค้าทาง SSA เสนอว่า อยากให้มีประชาสัมพันธ์เตือนสติให้หยุดการค้าขาย หากไม่ดำเนินการต้องถูกดำเนินการอย่างจริงจังในเรื่องของกฎหมาย ที่สำคัญคือการออกกฎหมายปราบปรามโดยเฉพาะ และยังไม่เชื่อฟังก็จะต้องถูกดำเนินการขั้นเด็ดขาดเช่นกัน นอกจากนี้จะต้องมีการตั้งคณะกรรมการของทั้ง 3 ฝ่ายในการปราบปรามอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในอำเภอต่าง ๆ มีการจัดหน่วยในการดูแล 60-100 หน่วย ในการดูแลพื้นที่ต่าง ๆ พร้อมกันนี้ การประชุมในครั้งนี้ทางรัฐบาลพม่า ได้ส่งตัวแทนคืออธิบดีกรมตำรวจ ส่วน SSAทาง พล.ท.เจ้ายอดศึก ประธานสภากอบกู้รัฐฉาน ได้ส่ง พ.อ.ป๋อง เค่ย เข้าร่วมประชุมแทน อย่างไรก็ตาม รายงานข่าวแจ้งว่า แม้ว่าที่ผ่านมาทั้งรัฐบาลพม่า และ SSA จะมีสนธิสัญญาในการหยุดยิงเมื่อปลายปี 2554 แต่สถานการณ์ในพื้นที่ก็ยังคงมีการโจมตีปะทะกันระหว่างทหารพม่า กับกองกำลังไทใหญ่ ซึ่งมีการปะทะกันไม่ต่ำกว่า 50 ครั้งแล้ว ซึ่งหลังจากการปะทะกันทั้ง 2 ฝ่ายก็ได้มีการส่งตัวแทนไปเจรจาแต่สุดท้ายก็ไม่ได้เป็นผลตามที่ได้ตกลงกัน นอกจากนี้ปัญหายาเสพติดในพื้นที่ชายแดนบริเวณ จ.เชียงใหม่ จ.เชียงราย และ จ.แม่ฮ่องสอน ยังคงมีลักลอบเข้ามาค้าขายกัน แม้ว่าพม่าจะประกาศที่จะเอาจริงเอาจังกับการปราบปรามยาเสพติดก็ตาม แต่กองกำลังที่ยังไม่อิงกับรัฐบาลพม่าแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ ก็ยังมีการลักลอบค้าขายเหมือนเดิม โดยพฤติกรรมจะมีการนำยาเสพติดมาพักไว้ตามโรงงานที่ปลูกสร้างไว้ตามแนวตะเข็บชายแดนเพื่อรอโอกาสในการเคลื่อนย้ายเข้ามาให้กับขบวนการค้ายาเสพติดในฝั่งไทย  มติการประชุม เกี่ยวกับการปราบปรามยาเสพติดระหว่าง รัฐบาลพม่า ,สำนักงานสหประชาชาติว่าด้วยอาชญกรรมและยาเสพติด ( UNODC )และสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน ( RCSS ) 1.ในการลงสำรวจพื้นที่ เมืองนายและเมืองปั่น ในรัฐฉานตอนใต้ นั้น ให้ทางรัฐบาลสหภาพพม่า,UNODC และ RCSS ร่วมมือกันในการดำเนินการ 2.จากข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้มาจากการร่วมมือกันในการลงสำรวจพื้นที่เหล่านั้น ในการกำหนดพื้นที่ ที่จะจัดเป็นพื้นที่โครงการนำร่องปลูกพืชทดแทนฝิ่น นั้น ให้ทั้งสามฝ่ายร่วมกันในการดำเนินการ 3.ให้ทั้งสามฝ่ายร่วมกันจัดทำแผนของโครงการนำร่องปลูกพืชทดแทนฝิ่น ที่จะจัดทำในพื้นที่ ที่คัดเลือกไว้นั้น เสนอต่อประชาชนในพื้นที่ให้ได้รับทราบ เพื่อทำเป็นประชาวิจารณ์ว่าประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่เห็นด้วยหรือไม่อย่างไรแล้วจึงจะดำเนินการในการปฏิบัติต่อไป 4.ในพื้นที่ ที่จะจัดทำโครงการนำร่องปลูกพืชทดแทนฝิ่นที่คัดเลือกไว้นั้น ให้ทั้งสามฝ่ายร่วมกันในการดำเนินการ 5.ในพื้นที่ ที่จะจัดทำโครงการนำร่องปลูกพืชทดแทนฝิ่น นั้น ทางฝ่าย UNODC จะให้การช่วยเหลือสนับสนุนทางด้านเทคนิคต่าง ๆ ในการดำเนินการ 6.เกี่ยวกับเงินงบประมาณในการช่วยเหลือสนับสนุน โครงการนำร่องปลูกพืชทดแทนฝิ่น ที่ทั้งสามฝ่ายจะร่วมกันในการดำเนินการนั้น ทางฝ่าย UNODC จะหาผู้ช่วยเหลือสนับสนุนจากนานาชาติ 7.ในการให้ความรู้แก่ประชาชนในพื้นที่ควบคุมดูแลของทาง RCSS รวมถึงกำลังพลของ RCSS เกี่ยวกับ พิษภัยจากยาเสพติด รวมทั้งการป้องกันภัยจากยาเพติด ตลอดจนการลดปริมาณการปลูกฝิ่นให้มีจำนวนลดน้อยลงนั้น ให้ทุกฝ่ายร่วมมือกัน ในการป้องกันและการดำเนินการปลูกพืชทดแทนฝิ่นนั้น ให้ใช้วิธี ประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้แก่ประชาชนในการดำเนินการ 8.ในการดำเนินการเกี่ยวกับการประสานความร่วมมือระหว่างกันในการควบคุมและป้องกันปัญหาจากยาเสพติด และการพัฒนาปลูกพืชทดแทนนั้น ทางฝ่าย ปปส.ของรัฐบาลสหภาพพม่า ,สำนักงานตำรวจรัฐฉานและ RCSS จะร่วมกันจัดตั้ง จนท.ฝ่ายประสานงาน ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ระหว่างกัน 9.เกี่ยวกับการดูแลด้านความปลอดภัย ในพื้นที่โครงการการนำร่องปลูกพืชทดแทนฝิ่น ที่ทางฝ่าย ปปส.ของรัฐบาลสหภาพพม่า , UNODC และRCSS จะร่วมมือกันในการดำเนินการนั้น จะรายงานให้ทางรัฐบาลสหภาพพม่าได้พิจารณาต่อไป สถานการณ์ทั่วไปในรัฐฉานขณะนี้ ทั่วทุกพื้นที่ ปัญหาผู้เสพและผู้ค้ายาเสพติดเพิ่มปริมาณมากขึ้นกว่าสถิติเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด เยาวชนที่หันมาเสพยาเสพติดก็มีปริมาณที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งปัญหาดังกล่าวนี้ ส่วนประสานความร่วมมือทางการเมือง ในสังกัดสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน (R.C.S.S.) ได้พบปะพูดคุยหารือกับตัวแทนฝ่ายพลเรือนจากทางทิศเหนือ ทิศใต้ และทิศตะวันออกของรัฐฉาน ทำให้ได้รับทราบข้อมูลว่า ปัญหายาเสพติดที่แพร่กระจายอยู่ตามเขตชุมชนในขณะนี้นั้น เป็นปัญหาอันหนักหน่วงปัญหาหนึ่ง หากปล่อยให้ปัญหาลุกลามต่อไป ก็น่าเป็นห่วงสำหรับเยาวชนซึ่งถือว่าเป็นกำลังอันสำคัญของชาติบ้านเมืองในอนาคต สำหรับการประสานความร่วมมือในการปราบปรามยาเสพติดจากหย่วยงานหลาย ๆ ฝ่ายนั้น ทางชาวบ้านในพื้นที่ ก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือและให้การสนับสนุนอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ รายงานของ UNODC ยังระบุว่า ปัญหาการปลูกฝิ่นในบางพื้นที่ของรัฐฉานนั้น นอกจากจะไม่ลดลงแล้ว กลับเพิ่มปริมาณสูงขึ้นกว่าเมื่อปีที่ผ่านมา.... ในปี ค.ศ.2012 ภายหลังที่มีการเจรจาหยุดยิงกับกองทัพรัฐบาลสหภาพพม่า ในพื้นที่เขตควบคุมของสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน (R.C.S.S.) ก็มีการดำเนินแผนการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับพิษภัยจากยาเสพติด ตลดจนมีการจัดสร้างสถานพยาบาลเพื่อดำเนินการบำบัดรักษา ฟื้นฟู ผู้เสพยาเพสติดในพื้นที่ MThai News

Savages คนเดือดท้าชนคนเถื่อน
Savages /  จอห์น ทราโวลต้า / 

โอลิเวอร์ สโตน ผู้กำกับเจ้าของสามรางวัลออสการ์ ได้หวนคืนสู่จอเงินอีกครั้งด้วยทริลเลอร์ดุเดือด Savages ที่นำแสดงโดยทีมนักแสดงระดับแนวหน้าซึ่งประกอบไปด้วยเทย์เลอร์ คิทส์ช, เบลค ไลฟ์ลี่, แอรอน จอห์นสัน, จอห์น ทราโวลตา, ซัลม่า ฮาเย็ก, เบนิซิโอ เดล โทโร, ซัลมา ฮาเย็ก, เอมิล เฮิร์สช์และเดเมียน บิเชียร์ ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างขึ้นจากนิยายอาชญากรรมขายดีโดยดอน วินสโลว์ ที่ติดหนึ่งในท็อป 10 หนังสือแห่งปี 2010 ของนิวยอร์ก ไทม์ และได้เสียงชื่นชมจากผู้อ่านมากมายด้วย เบน (จอห์นสัน) นักธุรกิจจากลากูนา บีช ชาวพุทธผู้รักสงบและใจบุญสุนทาน และเพื่อนสนิทของเขา ชอน (คิทส์ช) อดีตนาวี SEAL และทหารรับจ้าง ได้ร่วมกันดำเนินธุรกิจในท้องถิ่นที่ได้กำไรงาม ด้วยการปลูกดอกฝิ่นพันธุ์ดีที่สุดเท่าที่เคยมีการพัฒนาขึ้นมา นอกจากนี้ ทั้งคู่ยังมีความรักที่พิเศษสุดให้กับหญิงงาม โอฟิเลีย (ไลฟ์ลี) เหมือนๆ กันด้วย ชีวิตของพวกเขาในเมืองทางตอนใต้ของแคลิฟอร์เนียช่างสมบูรณ์แบบ...จนกระทั่ง แก๊งค้ายาชาวเม็กซิกันย้ายเข้ามาและเรียกร้องให้ทั้งสามคนเป็นหุ้นส่วนกับเขาเมื่อเอเลนา (ฮาเย็ก) หัวหน้าผู้ไร้ปรานีของแก๊งค้ายาเม็กซิกันและลาโด (เดล โทโร) ลูกสมุนผู้โหดเหี้ยมของเธอ ประเมินค่าความผูกพันที่แน่นแฟ้นระหว่างเพื่อนสามคนต่ำไป เบนและชอน ภายใต้ความช่วยเหลือแบบจำยอมจากเจ้าหน้าที่ยาเสพติดที่โกงกิน (ทราโวลตา) จึงได้เริ่มต้นทำสงครามที่ดูราวกับไม่มีหนทางชนะกับแก๊งค้ายา และนี่เองยังเป็นจุดเริ่มต้นของแผนการและลูกไม้ที่ร้ายกาจขึ้นเรื่อยๆ ในการประชันหน้าความเสี่ยงสูงที่แสนดุเดือดของสงครามสุดโฉดครั้งนี้เองแหละ ซาเวจส์ คนเดือดปะทะคนเถื่อน ภาพยนตร์ทริลเลอร์จาก โอลิเวอร์ สโตน ที่รวมดารารุ่นใหม่สุดฮอต อย่าง เทย์เลอร์ คิทส์ช, เบลค ไลฟ์ลี่,แอรอน จอห์นสัน มาปะทะกับรุ่นเก๋ายอดฝีมือ ซัลมา ฮาเย็ค, เบนิซิโอ เดล โทโร่, จอห์น ทราโวลตร้า ผลงานการแสดงชั้นเยี่ยมที่นักชมภาพยนตร์ห้ามพลาดเลย --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อย.เผาทำลายยาเสพติดกว่า3ตันค่ากว่า8,800ล้านบาท
อย.เผายาเสพติด /  เผาทำลายยาเสพติด

อย. เผาทำลายยาเสพติด กว่า 3 ตัน มูลค่ากว่า 8,800 ล้านบาท จ่อ เผาเพิ่มปลายปีอีก 1 ตัน ขานรับนโยบาย คสช. พล.ท.ฉัตร เฉลิม เฉลิมสุข รองเสนาธิการทหารบก รองหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เป็นประธานในพิธีเผาทำลายยาเสพติดให้โทษของกลาง ครั้งที่ 43 ที่นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน เพื่อร่วมต่อต้านยาเสพติดในวันต่อต้านยาเสพติดสากล สำหรับของกลางที่จะเผาทำลายในวันนี้ มีน้ำหนักรวมกว่า 3,000 กิโลกรัม ซึ่งยาบ้ามีจำนวนมากที่สุดถึง 27 กิโลกรัม รวมมูลค่ายาเสพติดของกลางทั้งหมดกว่า 8,800 ล้านบาท ซึ่งเป็นยาเสพติดที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้ว โดย ภก.ชาญชัย เอื้อชัยกุล ผู้อำนวยการกองควบคุมวัตถุเสพติด คณะกรรมการ อย. ระบุว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. มีความห่วงใยเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของยาเสพติด และเร่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งกวาดล้างจับกุม และอยากให้มีการเผาทำลายยาเสพติดเพิ่มมากขึ้น จากเดิมปีละ 1 ครั้ง เป็นปีละ 2-3ครั้ง ซึ่งทาง อย. ก็จะขานรับนโยบาย โดยนำข้อมูลหารือกับผู้บริหาร และคาดว่า ปลายปีนี้จะสามารถเผาทำลายยาเสพติก ได้อีกประมาณ 1 ตัน นาย ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวรายงานต่อ พล.ท.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข รองเสนาธิการทหารบก ในฐานะรองหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประธานในพิธีเผาทำลายยาเสพติดให้โทษ ของกลางครั้งที่ 43 ที่บริเวณศูนย์บริหารสาธารนูปโภคและสิ่งแวดล้อม นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติด ผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง พร้อมสื่อมวลชนร่วมเป็นสักขีพยาน ซึ่งยาเสพติดของกลางที่เผาทำลายรวมประกอบน้ำหนัก 3,094 กิโลกรัม จาก 2,911 คดี รวมมูลค่า 8,867 ล้านบาท ประกอบด้วยยาบ้า 2,504 กิโลกรัม หรือ 27 ล้านเม็ด ยาไอซ์ น้ำหนัก 243 กิโลกรัม เฮโรฮีน น้ำหนัก 21 กิโลกรัม ยาอี น้ำหนัก 2 กิโลกรัม ฝิ่น น้ำหนัก 74 กิโลกรัม และอื่น ๆ ซึ่งทำพิธีเผาทำลายยาเสพติดในเวลา 11.00 น. ของวันนี้

Savages : ความเถื่อนไม่เคยปราณี ความพอดีไม่เคยอยู่ในสัจจะของหมู่โจร
Savages /  คนเดือดท้าชนคนเถื่อน / 

เป็นหนังที่ถึงแม้เนื้อเรื่องจะออกแนวซ้ำซาก และ เดิมๆ เกี่ยวกับธุรกิจเถื่อนค้ายา แต่ด้วยตัวอย่างที่สามารถตัดต่อออกมาได้อย่างน่าสนใจ พร้อมทั้งยังเป็นผลงานการกำกับของ โอลิเวอร์ สโตน ที่นำทัพดารามายกโหล ทั้งหน้าใหม่อย่าง เทเลอร์ คิชต์ และหน้าเก่าอย่าง จอห์น ทราโวลต้า ก็มีหรือที่ผมจะพลาดไป เบน และ ชอน ได้ร่วมกันดำเนินธุรกิจในท้องถิ่นที่ได้กำไรงาม ด้วยการปลูกดอกฝิ่นพันธุ์ดีที่สุดเท่าที่เคยมีการพัฒนาขึ้นมา นอกจากนี้ ทั้งคู่ยังมีความรักที่พิเศษสุดให้กับหญิงงาม โอ เหมือนๆ กันด้วย ชีวิตของพวกเขาช่างสมบูรณ์แบบจนกระทั่ง แก๊งค้ายาชาวเม็กซิกันย้ายเข้ามาและเรียกร้องให้ทั้งสามคนเป็นหุ้นส่วนกับเขาเมื่อเอเลนา หัวหน้าผู้ไร้ปรานีของแก๊งค้ายาเม็กซิกันและลาโด ลูกสมุนผู้โหดเหี้ยมของเธอ ประเมินค่าความผูกพันที่แน่นแฟ้นระหว่างเพื่อนสามคนต่ำไป เบนและชอน ภายใต้ความช่วยเหลือแบบจำยอมจากเจ้าหน้าที่ยาเสพติดที่โกงกิน จึงได้เริ่มต้นทำสงครามที่ดูราวกับไม่มีหนทางชนะกับแก๊งค้ายาสุดเถื่อนนี่ Savages กำกับการแสดงโดย โอลิเวอร์ สโตน ที่คนรุ่นใหม่น่าจะได้ผ่านชื่อของเขามาบ้างกับ Wall Street : Money Never Sleep หรือแม้แต่ World Trade Center แต่ถ้าหากเป็นคนยุคเก่าจะรู้ดีว่าสมัยนั้นผู้กำกับคนนี่รุ่งเรืองแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็นหนังคัลท์คลาสสิคขึ้นหิ้งอย่าง Natural Born Killers หรือแม้แต่หนังสงครามอย่าง Platoon ก็ล้วนแต่เป็นหนังที่นักวิจารณ์อเมริกายกย่องว่าควรดูก่อนตายทั้งนั้น แต่ดูเหมือนว่าช่วงหลังๆนี่ผู้กำกับจะฝีมือตกไปหน่อยถ้าเทียบกับผลงานเก่านับตั้งแต่ World Trade Center เพราะฉะนั้นการที่ผู้กำกับได้ห่างหายจากจอเงินไปนานนับ 2 ปี เขาก็คงจะมีไม้เด็ดๆมานำเสนอคนดูใน Savages ได้บ้างอย่างแน่นอน โดยถ้าหากใครมาถามผมว่า Savages นั้นเป็นหนังที่เป็นการคืนฟอร์มของ สโตน ได้หรือไม่ ผมก็คงต้องเสียใจที่ต้องตอบว่า ไม่เลยสักนิด เพราะไม่รู้ว่าการที่ผู้กำกับ โอลิเวอร์ สโตน พยายามที่จะทำให้ Savages เป็น Natural Born Killers ในฉบับกวนตีนขึ้นมากไปรึปล่าว จนทำให้ท้ายสุดตัวหนังจึงดูเหมือนจะหาทางออก และ สไตล์ ของตัวเองไม่เจอ แถมด้านของ ตัวบท ก็ดูเหมือนจะเปรียบเสมือนกับสุนัขไล่งับหางตัวเองอยู่เกือบชั่วโมงกว่าที่จะหาทางกลับเข้าเนื้อเรื่องหลักได้ จนทำให้แฟนๆปู่ โอลิเวอร์ สโตน สมัยหนังเรื่อง JFK มีผิดหวังและบ่นพึมพัมกันตั้งแต่ครึ่งแรกอย่างแน่นอน แต่สำหรับผมเป็นคนที่ค่อนข้างเฉยๆกับหนังของ สโตน มาตั้งแต่ไหนแต่ไร จึงคิดว่า ถึงแม้ Savages จะมีบทที่อืดอาด ธรรมดา และ หาทางออกให้กับบทสรุป และ สไตล์ไม่เจอก็ตาม แต่มันถือว่าสามารถหักล้าง และ พอถูไถ ไปได้ เมื่อเทียบกับสิ่งที่ผู้กำกับ โอลิเวอร์ สโตน พยายามจะปรับเปลี่ยนให้ตัวหนังเข้ากับตลาดสมัยนี่ได้อย่าง ฉากแอ็คชั่น , การหักเหลี่ยม และ โทนตัวหนังสไตล์ แม็กซิกัน แก็งส์เตอร์ ที่ทั้งหมดที่กล่าวมานั้นสำหรับผมถือว่าผู้กำกับ โอลิเวอร์ สโตน ล้วนทำได้ผล โดยเฉพาะด้านของ ฉากแอ็คชั่น และ บทการหักเหลี่ยม ที่ถึงแม้จะค่อนข้างธรรมดาและสามารถเห็นได้จากหนังหลายเรื่องแล้ว แต่เมื่อมันมาผสมรวมกับอารมณ์ความเป็นหนัง แก๊งส์เตอร์ แบบ แม็กซิกัน ผลที่ออกมาจึงค่อนข้างน่าประทับใจในระดับนึง ที่มาพร้อมกับมุกตลกร้ายแนวรุนแรง พร้อมกับการยัดคติให้คนดูไปทีละนิดว่า 'ที่จริงแล้วเราทุกคนก็เป็นคนเถื่อน' จะต่างกันแค่ว่าเถื่อนแบบไหน เถื่อนแบบรูปลักษณ์ , จิตใจ หรือแม้แต่ อารมณ์ แต่เราทุกคนก็ต่างเถื่อนด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งหนังโปรยปรายด้านของเรื่อง 'ความเถื่อน' ออกมาผ่านจากการกระทำของตัวละคร และ ฉากความรุนแรง เซ็กห์ กัญชา และ อารมณ์บ้าๆในการกระทำ ที่ชี้ชัดว่าเมื่อมีสถานการณ์นึงมากดขี่ให้ตัวเราต้องลุกขึ้นมาทำอะไรบางอย่าง เราทุกคนก็ไม่ต่างอะไรกับ คนเถื่อน ทั้งนั้น โดยด้านของนักแสดงแถวหน้าที่ผู้กำกับเหมาโหลถูกกว่าสองมานั้น ก็ถือว่าสามารถสร้างสีสันได้แพ้สไตล์จัดจ้านของหนังเลยสักนิดไม่ว่าจะเป็น เทเลอร์ คิชต์ , แอร์รอน จอห์นสัน , เบลค ไลฟ์ลี่ , จอห์น ทราโวลต้า และ เบนนิซิโอ เดล โทโร่ ที่ล้วนแต่เป็นส่วนเติมเต็มให้ Savages ที่ถึงแม้จะไม่ใช่หนังที่เทียบกับยุคเก่าๆของสโตนได้ แต่ก็ดูสนุกพอถูไถได้อีกเรื่อง โดยสรุปแล้ว Savages จึงเป็นหนังที่ออกมาค่อนข้างน่าประทับใจในระดับนึง เพราะว่าหนังเต็มไปด้วย ความรุนแรง เซ็กห์ กัญชา และ นิสัยเถื่อนๆของมนุษย์ ที่มาด้วยอารมณ์หนัง แก๊งสเตอร์ แม็กซิกัน ที่ถึงแม้มันจะไม่สามารถเทียบกับ Natural Born Killers ได้ แต่ก็ถือว่าไม่ได้เป็นหนังที่ขี้เหร่อะไรมากมายนักครับ เรื่องนี้ผมให้ 8/10 ครับ โดย ลูกอบรสเขียด

ถนนพญาเสือโคร่ง ดอยแม่สลอง
ดอยแม่สลอง /  ถนนพญาเสือโคร่ง / 

ถนนพญาเสือโคร่ง ดอยแม่สลอง นี่คือผืนแผ่นดินไทยที่งดงาม ที่รายล้อมไปด้วยดอกพญาเสือโคร่ง พร้อมรับนักท่องเที่ยวทั้งไทย และต่างชาติ นี่คือผืนแผ่นดินไทยที่งดงาม ด้วยตลอดสองข้างทางที่มุ่งขึ้นสู่ ดอยแม่สลอง นั้น รายล้อมไปด้วย ดอกพญาเสือโคร่ง หรือ ดอกซากุระเมืองไทย ที่บานสะพรั่งในช่วงเดือนธันวาคม พร้อมรับนักท่องเที่ยวทั้งไทย และต่างชาติ จากเมืองไกลให้มาเยือน ซึ่งเมื่อได้มายืนเด่นตระหง่านอยู่บนยอดดอยสูงแห่งนี้ แทบจะไม่อยากเชื่อสายตาเลยว่า นี่มันแผ่นดินไทยจริงๆ หรือ เพราะด้วยบรรยากาศที่หนาวเย็นจับใจในช่วงเหมันต์ ตลอดจนบรรยากาศ และทิวทัศน์ที่เห็นอยู่ตรงหน้า มันช่างให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในชนบทของประเทศจีนไม่มีผิดเพี้ยน เหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เนื่องจาก ยอดดอยแม่สลองเป็นที่ลงหลักปักฐานของชาวจีนฮ่อแถบมณฑลยูนาน ที่ลี้ภัยมาหลบอาศัยอยู่ตั้งแต่ครั้งอดีต และพากันประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยปลูกชา และพืชผักเมืองหนาวเป็นหลัก ซึ่งชาที่โด่งดังจนเป็นที่รู้จักกันดีคือ ชาอู่หลง นอกจากนี้ ดอยแม่สลอง ยังอบอวลไปด้วยวัฒนธรรมชาวจีน ไม่ว่าจะการแต่งกาย หรือ อาหารการกิน ซึ่งโดยเฉพาะอาหารนั้น จะเป็นที่ขึ้นชื่อลือชาเป็นอย่างยิ่ง อย่างเช่น ขาหมูยูนาน ที่เสริฟมาในจานใหญ่ และต้องกินเคียงคู่กับหมั่นโถเท่านั้น ถึงจะเรียกว่าต้นตำหรับ ประวัติของแดนดินถิ่นดอยสูงนี้มีอยู่ว่า ในอดีตเคยเป็นที่อยู่ของชาวเขาเผ่าต่างๆ ที่ยังชีพด้วยการทำไล่เลื่อนลอย จนเป็นเหตุให้ดอยแห่งนี้เตียนโล่ง ต่อมาดอยแม่สลองเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในปี พ.ศ.2504 จากการอพยพเข้ามาของทหารจีนกองพล 93 จากมณฑลยูนาน ที่ทำการรบอยู่ทางตอนใต้ของจีนในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่เมื่อจีนถูกพรรคคอมมิวนิสต์ยึดอำนาจสำเร็จ จึงทำให้ทหารกองพล 93 กลายเป็นกองกำลังพลัดถิ่น และถูกกดดันอย่างหนัก จนถอยร่นเข้ามาในเขตพม่า แต่ก็ถูกทางฝ่ายพม่ากดดันจนถอยร่นมาถึงดอยตุงเขตแดนไทย ทางฝ่ายพม่าก็ได้ร้องเรียนกับทางสหประชาชาติ ให้กองกำลังพลัดถิ่นอพยพไปยังประเทศใต้หวัน แต่เนื่องจากผู้นำกองกำลังพล 93 โดย นายพลหลีเหวินฝาน และ นายพลต้วยซีเหวิน ได้ทำเรื่องร้องเรียนขอลี้ภัยในประเทศไทย เนื่องจากยังไม่แน่ใจในอนาคต เพราะใต้หวันเป็นเพียงเกาะเล็กๆ รัฐบาลไทยจึงอนุญาต โดยจัดแบ่งเป็นสองกอง โดยให้ทหารของนายพลหลีเหวินฝานไปอยู่ที่ ถ้ำงอบ อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ และทหารของนายพลต้วนซีเหวินอยู่บนดอยแม่สลอง จนกระทั่งในปี พ.ศ.2515 ครม. มีมติให้รับทหารจีนอาศัยบนผืนแผ่นดินไทยอย่างเป็นทางการ และได้ยุติการค้าฝิ่น มีการปลดอาวุธ และให้หันมาประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยได้ริเริ่มโครงการปลูกชา และปลูกต้นสนสามใบเพื่อเป็นการพลิกฟื้นผืนป่าให้กลับมามีความสมบูรณ์อีกครั้ง และได้มีการเปลี่ยนชื่อชุมชนบนดอยแม่สลองใหม่ โดยใช้ชื่อว่า บ้านสันติคีรี จึงทำให้ดอยแม่สลองจึงมีความสงบ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเชียงราย นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา สถานที่ท่องเที่ยวบนดอยแม่สลองยังมีอีกหลายแห่ง เช่น พระบรมธาตุเจดีย์ศรีนครินทร์สถิตมหาสันติคีรี ตั้งอยู่จุดสูงสุดบนดอยแม่สลอง ที่ความสูง 1,500 เมตร ซึ่งห่างจากหมู่บ้านขึ้นไปประมาณ 4 กิโลเมตร เส้นทางขึ้นคดเคี้ยว สูงชัน พระธาตุสร้างแล้วเสร็จเมื่อประมาณปี พ.ศ.2539 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จย่า เป็นเจดีย์แบบล้านนาประยุกต์ บนฐานสี่เหลี่ยมลดชั้น สูงประมาณ 30 เมตร ประดับกระเบื้องสีเทา นอกจากนั้น บริเวณนี้ยังเป็นจุดชมวิวที่สวยงาม โดยเฉพาะในยามเย็น ซึ่งองค์พระธาตุเองก็สามารถที่จะมองเห็นมาแต่ไกลด้วยเช่นกัน จึงพูดได้ว่า พระบรมธาตุเจดีย์แห่งนี้ เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของดอยแม่สลองอีกด้วย อีกหนึ่งสถานที่คือ สุสานนายพลต้วน ผู้นำทหารชาวจีนฮ่อแห่งกองพล 93 ที่ได้นำกองกำลังอพยพมาตั้งหลักปักฐานบนผืนแผ่นดินไทย ตัวสุสานทำด้วยหินอ่อนทั้งหมด มีแท่นหินอ่อนที่บรรจุร่างของนายพลต้วน อยู่ภายในเก๋งจีนสีขาวขนาดใหญ่ การเดินทางขึ้นมาเที่ยวบนยอด ดอยแม่สลอง นั้น สิ่งที่พลาดไม่ได้คือ การลิ้มลองชาพันธุ์แท้ ตลอดจนชมวิธีการชงชาแบบต้นตำหรับชาวจีนฮ่อ ซึ่งการเดินทางก็มาได้สะดวก หากมีโอกาสช่วงปลายปีนี้ ลองแวะไปสัมผัสบรรยากาศที่หนาวเย็น แล้วจิบชาอุ่นๆ บนถนนพญาเสือโคร่งกันดู รับรองว่าสัมผัสที่สุดประทับใจกำลังรอคุณอยู่ และนี่คือ ผืนดินถิ่นไทยจริงๆ เรื่องโดย Omyim บทความน่าอ่านจาก http://www.emaginfo.com ร่วมกับ travel.mthai.com View Larger Map

ละครเพลงรักผาปืนแตก , เรื่องย่อเพลงรักผาปืนแตก
พอร์ช ศรัณย์ /  แซมมี่ ปัณฑิตา / 

เพลงรักผาปืนแตก บทประพันธ์โดย : วาเจณบทโทรทัศน์โดย : แพรพริมาผลิตโดย : บริษัท พอดีคำ จำกัดควบคุมการผลิตโดย : ธงชัย ประสงค์สันติละครเพลงรักผาปืนแตก ออกอากาศเร็ว ๆ นี้ทางช่อง 7 สี ปี 2514 ท่ามกลางสมรภูมิรบอันดุเดือดตามแนวตะเข็บชายแดน เชน เชิงพระกาฬ ตชด.หนุ่มเลือดร้อน ฝ่าฝืนคำสั่งของหัวหน้ากองร้อยบุกเดี่ยวตลุยเข้าไปดงข้าศึกของพวกกอง กำลังค้าอาวุธสงครามเถื่อน หลังจากที่กองร้อยตัวเองถูกซุ่มโจมตีเพื่อนร่วมกองร้อยบาดเจ็บ และติดกับดักจนมุมยากจะรอดไปได้ เหตุที่เชนตัดสินใจลุยดะอย่างไม่คิดชีวิตเพราะหวังสละ ชีวิตในสนามรบหลังจากได้อ่านจดหมายของคนรักที่ส่งมาถึง ใจความนั้นสร้างความเจ็บปวด รวดร้าวแสนสาหัส เพราะ เนื้อทอง หญิงอันเป็นที่รักที่เชนมีเหตุจำเป็นต้องจากเธอมานั้นกำลังจะเข้าพิธีวิวาห์กับศัตรูผู้เป็นต้นเหตุทำให้เชนต้องหนีจากบ้านเกิดเมืองนอนมาเป็นตชด. เสี่ยงชีวิตอยู่ที่ชายแดน เชนเดินหน้าลุยเดี่ยวพร้อมเอ็ม 16 และน้ำตาอันเจ็บปวดพร้อมคำกล่าว ลาหัวหน้ากองร้อยว่า "ขอไปตายเยี่ยงวีรบุรุษในสนามรบ ดีกว่าต้องกลับไปตายอย่างผู้แพ้ที่บ้านเกิด" แต่ความตายที่เชนพยายามวิ่งเข้าหา กลับวิ่งหนีห่างจากเชนเหมือนไม่ต้องการให้เขามา จบชีวิตในสนามรบ เมื่อเชนบุกตะลุยเข้าไปถึงค่ายของ ฟ้าลั่น คำรามศึก หัวหน้ากองกำลังค้า อาวุธสงครามเถื่อนลูกชายวัยหนุ่มของ ลายเสือ คำลือ ราชาค้ายาเสพติดผู้โหดเหี้ยม เชนสู้ตัว ต่อตัวกับฟ้าลั่นแต่พลาดท่าเสียทีและถูกปืนจ่อยิง แต่กระสุนปืนขัดลำกล้องยิงยังไงก็ไม่ออก จนกระทั่งกำลังเสริมยกพลมาช่วยเหลือ ฟ้าลั่นจึงถูกเชนจับกุมเอาไว้ได้ส่วนกองกำลังก็ถูกตี แตกจนพ่ายยับ ที่รอดตายก็หนีข้ามชายแดนกลับไปสมทบกับลายเสือ คำลือ เชนได้รับความดี ความชอบจากต้นสังกัด หัวหน้ากองร้อยที่เชนเคารพนับถือที่บาดเจ็บสาหัสและกำลังจะตายได้ กล่าวคำสุดท้ายกับเชนขณะที่ช่วยติดเหรียญกล้าหาญให้กับเขา "เมื่อเป็นวีรบุรุษในสนามรบ แล้ว ก็จงกลับไปเป็นวีรบุรุษที่บ้านเกิด"ในเวลาเดียวกันขณะที่ฟ้าลั่นถูกนำตัวส่งเข้าเรือนจำ ลายเสือ คำลือได้วางแผนช่วย เหลือลูกชายขณะที่กำลังมีการขนย้ายนักโทษ โดยได้สั่งให้ ไอ้ก้าน พาดกลอน สมุนมือขวา ที่ไว้ใจได้ให้ไปติดต่อขอความร่วมมือจาก เพลิง พญาไฟ ไอ้หนุ่มสิงห์รถบรรทุกพูดน้อยต่อย หนัก อดีตเคยเป็นนักร้องหนุ่มในไนท์คลับอนาคตกำลังรุ่ง แต่กลับต้องโทษติดคุกอยู่ 10 ปีด้วย ข้อหาฆ่านักร้องสาวคนรักตายด้วยมือตัวเอง จนเมื่อพ้นโทษก็หันเหมาขับรถบรรทุกเลี้ยงชีพและ ใช้เวลาสืบเสาะตามล่าหาตัวไอ้โม่งที่ยัดเยียดหาข้อฆาตกรให้เขาต้องรับผิดอย่างอยุติธรรม !! ลายเสือเจ็บใจที่เพลิงไม่ยอมร่วมมือจึงสั่งให้ไอ้ก้านปิดปากเพลิงเพื่อป้องกันไม่ให้ข่าวรั่วถึงหูตำรวจ แต่การพบกันของเพลิงกับไอ้ก้านก็เล็ดรอดไปถึงหูของ ผู้กองสมาน แสนธรรม เจ้าของฉายาเพชรฆาตศาลเตี้ยของพวกอาชญากร เขาเป็นผู้จับกุมเพลิงได้ในคดีฆาตกรรมและ ไม่เคยเชื่อว่าเพลิงจะเป็นผู้บริสุทธิ์ คิดแต่ว่าเพลิงเป็นพวกอาชญากรที่ต้องเฝ้าจับตาดูเป็นพิเศษ และต้องลากคอเข้าคุกให้ไปตายในคุก ผู้กองสมานจึงเป็นไม้เบื่อไม้เมาที่คอยตามรังควาญชีวิต เพลิงอยู่ตลอดเวลา และแม้ว่าเพลิงจะรอดตายจากการถูกไอ้ก้านลอบฆ่าปิดปาก แต่ผู้กองก็ยัง ไม่เชื่อคำให้การของเพลิงว่าไม่รู้เห็นกับการช่วย เหลือฟ้าลั่นจนเจ้าหน้าที่เรือนจำต้องถูกฆ่าตาย ไปหลายคน และยิ่งมั่นใจว่าเพลิงต้องเป็นพวกเดียวกับฟ้าลั่น แม้จะไม่มีหลักฐานที่ใช้มัดตัวแต่ ผู้กองก็ยังพยายามจะยัดเยียดข้อหาอื่นเพื่อจะเอาตัวเพลิงเข้าคุกอีกครั้งให้ได้ เมื่อความยุติธรรมที่เพลิงพยายามเรียกหามาตลอดก็ไม่เคยเดินเข้ามาหาตัวเองเลย ตรง กันข้ามกลับยิ่งถูกยัดเยียดความอยุติธรรมให้เสมอ เลยทำให้เพลิงเกือบหลงผิดคิดสั้นเมื่อเป็น คนดีไม่ได้ก็ขอเป็นอาชญากรให้มันรู้แล้วรู้รอด แต่เพราะฉุกคิดได้ถึงคำสอนของ หลวงพ่อสิน พระอาจารย์ที่เคารพของเพลิงตั้งแต่เด็ก ที่สอนให้ยึดมั่นในคุณธรรมความดีที่จะเป็นเกราะคุ้ม ภัย เพลิงจึงไม่หลงไปกับความคิดชั่ววูบ แต่เปลี่ยนใจหาทางหนีเพื่อหันหน้าเข้าสู่พระธรรมโดย ได้รับความช่วยเหลือจากพรรคพวกสิงห์รถบรรทุก จนสามารถหนีจากผู้กองสมานได้สำเร็จ แล้วมุ่งหน้าสู่วัดหน้าผาที่หมู่บ้านผาปืนแตกเพื่อขอให้หลวงพ่อสินอุปสมบทให้หนึ่งสุภาพบุรุษมุ่งหน้ากอบกู้รัก อีกหนึ่งสุภาพบุรุษมุ่งหน้ากอบกู้ความยุติธรรม ณ จุดหมายปลายทางเดียวกัน…บ้านผาปืนแตก หมู่บ้านผาปืนแตกเป็นหมู่บ้านใกล้ชายแดน เต็มไปด้วยป่าและหน้าผาสูงชัน ในอดีต คือสนามรบของกองทัพไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ต่อเนื่องถึงยุคสงครามโลกก็ยังถูกใช้เป็น พื้นที่สู้รบกันอีก พื้นที่แห่งนี้จึงเต็มไปด้วยประวัติความเป็นมาเกี่ยวกับการต่อสู้เพื่อให้มีชีวิตรอด ไม่ว่ายุคไหนสมัยไหนก็ไม่เคยว่างเว้นจากเสียงปืน จึงเป็นที่มาของคำว่าบ้านผาปืนแตก แม้แต่ในยุคนี้ถึงจะไม่มีสงคราม แต่พื้นที่ทั้งหมดก็ถูกอิทธิพลของกำนันปราบ ทองปั้น ที่หน้าฉากคือเศรษฐีใจบุญเป็นที่พึ่งของชาวบ้าน แต่เบื้องหลังทำธุรกิจผิดกฏหมายทุกรูปแบบค้าเฮโรอีน วัตถุโบราณ ไม้เถื่อน อาวุธสงคราม บ่อนพนันและผู้หญิง โดยให้ ชาติ ตะลุมพุก ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคอยทำหน้าที่ดูแลธุรกิจนอกกฏหมายให้ และเพราะชาติ ตะลุมพุกนี่เองที่เป็นต้นเหตุทำให้เชนต้องหนีออกจากบ้านผาปืนแตกไปเป็นตชด. เพราะเชนไปมีเรื่องชกต่อยกับชาติในงานวัดประจำปี ตอนนั้นเชนเป็นนักร้องนำประจำวงพราวฟ้า วงดนตรีเชียร์รำวงเพียงวงเดียวของหมู่บ้านที่มี ครูประสิทธิ์ ครูใหญ่ของโรงเรียนผาปืนแตกเป็นหัวหน้าวงและยังเป็นพ่อบังเกิดเกล้าของเชน แม้ว่าครูประสิทธิ์จะพยายามห้ามไม่ให้เชนมีเรื่องกับชาติ แต่เพราะความใจร้อนของเชนที่ไม่ยอมฟังพ่อเลยทำให้เรื่องบานปลาย ครูประสิทธิ์กลัวว่าถ้าลูกชายยังอยู่ที่บ้านผาปืนแตกต่อไปก็คงต้องถูกยิงทิ้ง จึงสั่งให้เชนไปเป็นตชด. เพื่อรักษาชีวิตตัวเองเอาไว้ รอให้เรื่องสงบแล้วจึงค่อยกลับมา เนื้อทองซึ่งเป็นสาวสวยประจำหมู่บ้านและเป็นคนรักของเชนเห็นด้วยกับครูประสิทธิ์ จึงขอร้องให้เชนจากไปเพื่อวันหนึ่งจะได้กลับมาเจอกันทั้งที่ยังมีลมหายใจ แต่มาวันนี้เนื้อทองกลับแปรเปลี่ยนไปยอมแต่งงานกับชาติทั้ง ๆ ที่มันคือศัตรูที่เขาเกลียดขี้หน้า โดยเนื้อทองไม่ยอมให้คำตอบใด ๆ กับเขาเลย เชนจึงวางแผนฉุดเนื้อทองจากงานวิวาห์โดยร่วมมือกับ จิก ทรัมเปต , แสน สัปเหร่อ และ น้อย ชะชะช่า ครูสอนรำวงเมียของแสน ทั้งหมด เป็นสมาชิกอยู่ในวงที่สนิทสนมและเลี้ยงดูเชนมาตั้งแต่เล็ก ๆ ขณะเดียวกันเพลิงที่เดินทางมาขอให้หลวงพ่อสินบวชให้เพราะต้องการหนีให้พ้น จากผู้กองสมาน ได้รับคำแนะนำจากหลวงพ่อว่าถ้าอยากบวชจริงก็จะบวชให้ แต่อยากให้มั่น ใจว่าสามารถละกิเลศทั้งหมดออกไปจากใจได้ก่อน เพราะรู้ดีว่าเพลิงยังต้องการตามล่าหาตัว ไอ้โม่งที่ซัดทอดความผิดให้เขาอยู่ หลวงพ่อจึงให้เพลิงเข้าป่าไปทำสมาธิสงบจิตตัวเอง แล้ว ค่อยกลับมาให้คำตอบอีกครั้ง แต่ขณะที่อยู่ในป่าเพลิงมีโอกาสได้ช่วยเหลือหมอ เอื้อมเดือน คุณหมอสาวสวยที่เพิ่งย้ายมาประจำที่อนามัยหมู่บ้าน ระหว่างที่เอื้อมเดือนเข้าไปช่วยเหลือ ควาญช้างที่ได้รับบาดเจ็บอยู่ในป่าแล้วเกิดหลงทาง เอื้อมเดือนรู้สึกประทับใจเพลิง แต่เขากลับ แสดงท่าทีเฉยเมยดูเหมือนคนไร้จิตวิญญาณให้จับต้อง เมื่อช่วยเธอได้แล้วก็หายเข้าไปในป่านอกจากงานวิวาห์ของชาติกับเนื้อทองจะถูกเตรียมการเอาไว้อย่างยิ่งใหญ่สมฐานะของลูกชายกำนันผู้มากอิทธิพลแล้ว งานนี้ยังเป็นงานเลี้ยงต้อนรับการมาของ ลำดวน นักร้องสาว สวยหุ่นเซ็กส์ซี่ ว่าที่เมียใหม่ของกำนันปราบที่คอยดูแลธุรกิจตกเขียว หาเด็กสาวหน้าตาดีๆส่ง ไปขายตามซ่องในกรุงเทพฯ โดยลำดวนยังได้พา วัลภา เด็กสาวแก่นแก้วดีดกะโหลก ลูกสาว คนสวยของเธอมากราบกำนันในฐานะพ่อเลี้ยงด้วย วัลภาเป็นคนดีผิดกับแม่หน้ามือเป็นหลังมือ เธอไม่เคยรู้มาก่อนว่าแม่ตัวเองร่วมมือกับกำนันทำเรื่องผิดกฏหมายอย่างไม่น่าให้อภัย ความ มาแตกเอาก็เมื่อมาถึงบ้านผาปืนแตกได้เจอกำนันและชาติ เธอทั้งเสียใจและน้อยใจชีวิตที่ถูก แม่ปิดบังความจริงนึกว่าแม่เป็นคนดีมาตลอด นี่หรือชีวิตที่เธอต้องมาทนอยู่ท่ามกลางคนเลว ในค่ำคืนงานวิวาห์เชนวางแผนบุกฉุดเนื้อทองไว้อย่างดิบดี แต่เชนต้องพบกับความผิด หวัง เพราะแทนที่เนื้อทองจะยอมหนีตาม เธอกลับปฏิเสธก้มหน้ายอมเข้าพิธีวิวาห์กับชาติ โดย ร่ำไห้น้ำตานองหน้าว่า พ่อแม่ของเธอได้ขายเธอให้กับชาติไปแล้ว ถ้าเธอหนีไปชีวิตของพ่อ แม่ก็ต้องตกอยู่ในอันตราย ส่วนชีวิตของชาติและครูประสิทธิ์รวมถึงทุกคนที่วงดนตรีก็ต้องถูก อิทธิพลของกำนันปราบรังควาญจนอาจจะต้องล้มหายตายจากกันไป เมื่อไม่มีทางเลือกที่ดีกว่า นี้ เธอจึงขอเสียสละตัวเองเพื่อให้ทุกคนได้มีลมหายใจต่อ ได้ร้องเพลงและทำวงดนตรีสืบไป เชนแทบคลั่งที่เนื้อทองไม่ยอมหนีตามเขา หัวเด็ดตีนขาดก็จะพาเนื้อทองไปด้วยให้ได้ แต่เชน ก็ถูกขัดจังหวะโดยวัลภาที่มาพบเข้าพอดี พวกชาติกับกำนันเองก็รู้ตัวและพยายามจะจัดการ กับเชน เมื่อจนตรอกไม่มีทางหนี เชนจำเป็นต้องลักพาตัววัลภา ลูกเลี้ยงของกำนันไปเป็นตัว ประกันหนีหายเข้าไปในป่าด้วยกัน กลางป่าที่เชนฉุดกระชากวัลภาหวังใช้เป็นเชลยแลกเปลี่ยนกับเนื้อทอง แต่วัลภาฮึดสู้ เพราะพอมีฝีมือป้องกันตัวอยู่บ้างเลยเล่นงานเชนเจ็บตัวไปไม่น้อย แต่สุดท้ายก็โดนเชนสั่งสอน ข่มขู่ถ้าไม่เลิกพยศก็จะยัดเยียดหน้าที่สามีให้ วัลภากราดเกรี้ยวไม่ยอมแพ้ยังดื้อดึงขัดขืน เชน เลยต้องลงมือทำร้ายเธอจนสลบ และเมื่อฟื้นขึ้นมาก็พบตัวเองถูกจับถอดเสื้อผ้านอนหมดสติอยู่ เคียงข้างเชน วัลภาเจ็บใจคิดว่าตัวเองได้เสียความบริสุทธิ์ให้กับเชน จึงเอาไม้ตีหัวเชนแล้วหา ทางหนีออกจากป่า เชนไล่ตามเธอจนเกือบจะได้ตัวแต่ก็ถูกขัดขวางจากเพลิงที่มาพบเข้าพอดี เพลิงมีเชิงมวยดีกว่าเลยเล่นงานเชนและช่วยพาวัลภาไปส่งคืนให้กำนันปราบ เพลิงได้เจอกับ ลำดวนก็จำหน้าค่าตากันได้ เพราะสมัยเพลิงยังเป็นนักร้องในไนท์คลับ ลำดวนก็ร้องเพลงอยู่ที่ เดียวกันและเป็นผู้มีพระคุณกับคนรักที่ตายไป ลำดวนชวนให้เพลิงพักอยู่กับกำนันและรับปาก จะหางานให้ทำ แต่เพลิงปฏิเสธเพราะมีคำตอบที่ตัวเองต้องกลับไปตอบหลวงพ่อสิน คำตอบที่เพลิงมีให้กับหลวงพ่อสินก็คือตัดสินใจจะไม่บวช เพราะตลอดเวลาที่อยู่ในป่า เขาไม่สามารถลดละตัดกิเลศ ลืมเหตุการณ์ในวันที่พบคนรักถูกฆ่าตายและโดนยัดเยียดข้อหา ฆาตกรได้เลย เขายังคงต้องการตามล่าหาตัวไอ้ฆาตกรคนนั้นเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้ ตัวเอง หลวงพ่อสินเข้าใจลูกศิษย์คนนี้ดี จึงขอให้เพลิงพักอยู่ที่หมู่บ้านผาปืนแตกไปก่อน โดย แนะนำให้เพลิงไปทำงานที่วงดนตรีพราวฟ้า ครูประสิทธิ์ถูกชะตาและชื่นชอบลูกคอของเพลิง เป็นอย่างมาก เพราะตั้งแต่เชนออกจากวงไปเป็นตชด. วงพราวฟ้าก็ขาดนักร้องนำฝีมือดีๆ และ พอเชนกลับมาก็เอาแต่คิดเรื่องเนื้อทองจนไม่ยอมกลับมาร้องเพลงอีก แต่เชนกับเพลิงเคยปะทะ ฝีมือกันมาจากในป่า พอเจอหน้ากันอีกครั้งเชนก็เขม่นไม่ชอบขี้หน้าเพลิง จนครูประสิทธิ์ต้อง ใช้ไม้แข็งบังคับให้เชนยอมรับเพลิงเข้ามาวง เพราะสิ่งที่เชนบุ่มบ่ามทำลงไปกับวัลภาลูกเลี้ยง ของกำนันปราบกำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ให้ต้องตามแก้ วัลภาตกเป็นขี้ปากชาวบ้านเรื่องที่ถูกฉุดหายเข้าไปในป่าและเสียตัวให้เชน สร้างความ ไม่พอใจให้กำนันปราบและชาติจนคิดจะไปลากคอเชนมาสั่งสอน แต่เพราะเนื้อทองร้องขอชีวิต เชนเอาไว้กับชาติและเสนอให้หาทางออกเรื่องนี้ด้วยการประนีประนอม เพื่อไม่ให้วัลภาต้อง เสื่อมเสียมากไปกว่านี้เห็นควรให้เชนมาสู่ขอไปเป็นเมียให้ถูกต้องตามประเพณี ตอนแรกกำนัน ปราบไม่เห็นด้วย แต่เมื่อมาคิดดูแล้ววัลภาก็เป็นแค่ลูกเลี้ยง เป็นลูกติดของลำดวนที่ชอบแสดง ท่าทีไม่อยากอยู่ร่วมชายคาเดียวกับตนอยู่แล้ว วันข้างหน้าอาจจะสร้างปัญหาให้กำนันปวดหัว ได้ ชาติก็เห็นด้วยเพราะถ้าเชนแต่งงานมีเมียไป เชนก็จะได้เลิกตอแยเนื้อทองอีก ครูประสิทธิ์ เองก็ยอมรับข้อเสนอนี้กับทางกำนันปราบ เพราะเห็นว่าเป็นทางออกเดียวที่จะยุติความขัดแย้ง ไม่ให้เชนต้องมีเรื่องมีราวอีก แม้ว่าเชนจะมาสารภาพกับครูประสิทธิ์ว่าตอนที่อยู่ในป่าเขาไม่ได้ ล่วงเกินวัลภาเลยแม้แต่นิดเดียว เพียงแค่จัดฉากหลอกให้วัลภาเข้าใจผิดเพื่อหวังแก้แค้นบ้าน กำนันปราบให้ได้อับอาย แต่เชนก็แก้ไขอะไรไม่ได้แล้วเพราะครูประสิทธิ์สั่งให้เชนต้องแต่งงาน กับวัลภาเท่านั้น ซ้ำเมื่อรู้ว่าเนื้อทองเป็นคนเสนอให้เขาอยู่กินกับวัลภา เชนก็ยิ่งเจ็บปวดรวดร้าว น้อยใจเนื้อทองจึงตกลงแต่งงานกับวัลภาเพื่อประชด เพียงแค่คืนแรกของพิธีวิวาห์เชนก็บอกความจริงให้วัลภารู้ว่าเธอยังบริสุทธิ์ไม่ได้ถูกเขา ชิงเอาความสาวไปแม้แต่น้อย วัลภาโกรธจัดที่โดนเชนหลอกเลยลงมือทุบตี แต่ก็ถูกเชนใช้กำลัง กอดรัดขู่ว่าจะปล้ำจริงเพราะตอนนี้เป็นผัวเมียกันอย่างถูกต้องแล้ว วัลภาเจ็บปวดได้แต่ร้องไห้ เสียใจ น้อยใจชีวิตตัวเองที่อยู่กับแม่ก็ต้องอยู่ท่ามกลางคนเลว พอแต่งงานออกมาได้ก็ต้องมา เจอสามีที่ดีแต่ข่มเหงรังแก เธออยากจะหนีไปให้พ้นจากบ้านผาปืนแตกให้รู้แล้วรู้รอด เชนอด สงสารวัลภาไม่ได้เลยยื่นข้อเสนอว่าจะปล่อยวัลภาให้เป็นอิสระ ถ้าวัลภาช่วยทำให้เนื้อทองกับ ชาติเลิกกัน และช่วยขัดขวางหยุดยั้งอิทธิพลของกำนันทำให้หมู่บ้านผาปืนแตกกลับมามีแต่ ความสงบสุข วัลภายอมรับข้อเสนอของเชนเพราะอยากช่วยเหลือแม่ให้พ้นจากอิทธิพลของ กำนัน เผื่อว่าวันข้างหน้าแม่จะกลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดีได้ เชนเอาความคิดที่จะใช้แผนไอ้โม่งคอยซุ่มโจมตีเล่นงานธุรกิจผิดกฏหมายของกำนัน เหมือนหมาลอบกัดคอยไล่งับคนเลวไปปรึกษากับพรรคพวกในวง ทั้งจิก แสนและน้อยต่างเห็น ด้วยพร้อมช่วยเต็มที่ เพราะอยากหยุดยั้งอิทธิพลของกำนันไม่ให้แผ่ขยายไปมากกว่านี้เช่นกัน วัลภาไปชักชวนเพลิงให้มาร่วมขบวนการด้วย แต่เพลิงปฏิเสธเพราะไม่อยากยุ่งกับเรื่องแบบนี้ อีก เขาเพียงแค่อยากใช้ชีวิตสงบๆไม่อยากตายก่อนที่จะตามล่าเจอตัวไอ้โม่งที่ยัดเยียดความ อยุติธรรมให้ เชนเลยอดหมั่นไส้เพลิงไม่ได้ด่าว่าเป็นพวกเห็นแก่ตัว สองคนเลยกลายเป็นไม้เบื่อ ไม้เมากันบ่อยๆ ทั้งบนเวทีเวลาวงพราวฟ้าออกแสดงและนอกเวทีที่ต้องอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน โดยมีวัลภาที่กลายเป็นคนเติมเชื้อไฟให้เชนกับเพลิงแตกคอกันมากขึ้น เพราะความใกล้ชิดที่ ต้องอยู่กินกันอย่างสามีภรรยาปลอมๆของเชนกับวัลภาทำให้เชนรู้สึกหลงรักวัลภาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนบางทีก็หลุดอารมณ์หึงหวงใส่เพลิง เมื่อเห็นวัลภาให้ความสนิทสนมกับเพลิงโดยไม่รู้ว่าที่จริง แล้วเพลิงเองก็กำลังมีใจให้คุณหมอเอื้อมเดือน แต่ไม่กล้าแสดงความรักออกมาเพราะปมเรื่อง คนรักเก่าที่ยังฝังใจ วัลภาแอบเห็นน้ำตาของคุณหมอที่หลงรักเพลิงก็คิดอยากช่วย เลยทำตัว เป็นแม่สื่อกามเทพช่วยให้เพลิงได้ใกล้ชิดกับคุณหมอ แต่ทำไปทำมาวัลภายิ่งใกล้ชิดกับเพลิง จนเชนอดไม่ได้ต้องลงไม้ลงมือกับเพลิงหาว่าเพลิงคิดจะตีท้ายครัว แผนการไอ้โม่งซุ่มโจมตีเล่นงานธุรกิจผิดกฏหมายของเชนสร้างความปั่นป่วนให้กำนัน จนเริ่มหงุดหงิดทนไม่ไหวคิดหาทางกระชากหน้ากากพวกมัน ชาติวางแผนล่อให้พวกของเชน มาติดกับจนเกือบจะถูกฆ่าตายหมด งานนี้เพลิงเลยทนนิ่งเฉยไม่ได้ต้องตามไปช่วยเหลือจนรอด ครั้งนี้เชนติดหนี้ชีวิตเพลิงและเริ่มที่จะมองเพลิงในแง่มุมที่ดีขึ้น ส่วนความล้มเหลวที่กำนันต้อง เพลี่ยงพล้ำให้พวกไอ้โม่งบ่อยๆก็ทำให้ธุรกิจนอกกฏหมายต้องเสียหายไปมาก จนกระทบไปถึง ลายเสือ คำลือ ผู้ที่อยู่เบื้องหลังกำนันปราบมาตลอด งานนี้ลายเสือกับฟ้าลั่นจึงต้องเดินทางมา ที่ผาปืนแตกด้วยตัวเอง เพื่อจัดการกับศัตรูที่มองไม่เห็นตัวให้สิ้นซากเมื่อเชนและเพลิงรู้เห็นถึงการมาของลายเสือกับฟ้าลั่น ทั้งคู่ก็รู้ดีว่าความโหดเหี้ยมของ พวกมันกำลังจะทำให้บ้านผาปืนแตกต้องกลายเป็นทะเลเพลิง และครูประสิทธิ์ก็ได้กลายเป็น เหยื่อคนแรกจากฝีมือของฟ้าลั่นที่วางแผนตามล่าแกงค์ไอ้โม่ง ครูประสิทธิ์ถูกฆ่าตายประจาน กลางหมู่บ้านเพื่อกระตุ้นความโกรธแค้นให้พวกไอ้โม่งเผยตัว เชนโกรธแค้นแสนสาหัสที่พ่อต้อง ตายเลยคิดไปแก้แค้น แต่กลับถูกเพลิงกับหลวงพ่อสินห้ามปรา,เอาไว้ เพราะถ้าเชนลงมือตอบ โต้ก็เท่ากับตกหลุมพรางของพวกมัน เชนเลยต้องเผาพ่อทั้งน้ำตาและสาบานว่าจะกำจัดพวกมัน ให้สิ้นซาก ต้องเอาดินในหมู่บ้านผาปืนแตกกลบหน้าพวกมันให้จงได้ โดยที่เพลิงเองก็ยอมหัน มาร่วมมือกับเชนอย่างเต็มที่ เพราะครูประสิทธิ์ก็เหมือนญาติผู้ใหญ่ที่เพลิงให้ความเคารพ เชนกับเพลิงชวนพรรคพวกไปถล่มไร่ฝิ่นแหล่งทำเงินของพวกมันจนราบเป็นหน้ากลอง วีรกรรมเผาไร่ฝิ่นของพวกไอ้โม่งขจรไปทั่วพร้อมกับการมาของผู้กองสมานที่ปรากฏตัว ขึ้นที่หมู่บ้านผาปืนแตก เพราะผู้กองสมานคือพี่ชายแท้ๆของหมอเอื้อมดาวที่มาเยี่ยมน้องสาว ซึ่งได้ข่าวว่ากำลังมีความรักกับไอ้หนุ่มบ้านนอก ยิ่งพอรู้ว่าไอ้หนุ่มคนนั้นคือไอ้เพลิงที่ตัวเอง เกลียดขี้หน้าอยู่ ก็พร้อมที่จะจัดการกับเพลิงพยายามจะลากคอกลับไปที่กรุงเทพฯด้วยกัน แต่ความจริงก็ถูกเปิดเผยในเวลาต่อมาว่าผู้กองสมานไม่มีอำนาจในการจับกุมอีกแล้ว เพราะ ถูกปลดจากราชการด้วยข้อหาทำเกินกว่าเหตุซ้อมผู้ต้องหาจนถูกฟ้องร้องเป็นคดี เพลิงเลยรอด จากมือผู้กองสมานที่ยังไม่ลดละทิฐิที่มีต่อเพลิง จนเอื้อมเดือนต้องเล่าความจริงให้พี่ชายฟังว่า ตอนนี้ทั้งเพลิงและเชนคือวีรบุรุษที่กำลังช่วยกอบกู้ความสงบสุขให้กลับคืนมาสู่หมู่บ้านผาปืน แตก คนเลวตัวจริงที่ควรจะต้องถูกกฏหมายเล่นงานก็คือพวกกำนันปราบกับลายเสือ เมื่อผู้กอง สมานได้รู้ความจริงจากน้องสาวและได้เห็นกับตาถึงความเลวสุดๆของพวกมัน ผู้กองสมานเลย ยอมร่วมอุดมการณ์กับเชนและเพลิง พร้อมกวาดล้างพวกอิทธิเถื่อนให้หมดสิ้น เนื้อทองรับรู้วีรกรรมของเชนกับพรรคพวกในวงพราวฟ้าผ่านทางวัลภาที่ยังเข้านอกออก ในบ้านกำนันได้ในฐานะลูกเลี้ยง ฟ้าลั่นได้เจอวัลภาก็รู้สึกถูกอกถูกใจและพยายามหาทางฉุด วัลภาไปทำเมีย แต่เนื้อทองเอาตัวเข้าช่วยวัลภาไว้ และบอกความลับให้เธอรู้ว่าเร็วๆนี้ลำดวน จะพาเด็กสาวที่ไปตกเขียวมา มาขังไว้ที่กระท่อมกลางป่าก่อนจะส่งไปขายซ่อง เธออยากให้เชน บุกไปช่วยเหลือ วัลภารับปากเนื้อทองว่าจะช่วยหญิงสาวพวกนั้นให้ได้จึงรีบไปบอกเชน โดยหา รู้ไม่ว่านี่คือแผนการค้นหาความจริงของกำนันปราบ ที่สงสัยว่าเนื้อทองจะเป็นคนขายความลับ ในบ้านให้พวกไอ้โม่งรู้ เมื่อความแตกว่าเนื้อทองสมรู้ร่วมคิดกำนันปราบจึงจับตัวเนื้อทองไปขัง รวมกับพวกเด็กสาวในกระท่อม โดยชาติก็ไม่ได้สนใจใยดีแม้ว่าเนื้อทองจะเป็นเมีย เพราะแค้น ที่เนื้อทองยังมีใจให้เชนอยู่ตลอดเวลาที่อยู่กินด้วยกัน เชนกับเพลิงพาพวกบุกไปที่กระท่อมกลางป่าตามที่วัลภาบอก แต่เมื่อไปถึงกลับตกหลุม พรางพวกมัน เด็กสาวถูกพาตัวออกไปหมดแล้วเหลือแต่เนื้อทองที่ถูกยิงให้นอนหายใจรวยริน และร้องไห้ขอโทษเชนที่ทำให้เชนต้องเสียใจมาตลอด เนื้อทองขอให้เชนลืมเธอแล้วเปิดใจรัก วัลภา เพราะชีวิตวัลภานั้นน่าสงสารกว่าเธอและก็ยังเชื่อด้วยว่าวัลภาจะเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ ทำให้เชนมีความสุขได้ เชนกอดเนื้อทองร้องไห้เสียใจและรับปากว่าจะดูแลและรักวัลภาไม่ให้ น้อยไปกว่าเนื้อทองที่จากเขาไปอย่างตลอดกาลในอ้อมกอดของเขาเพลิงกับผู้กองสมานไล่ล่าตามแกะรอยพวกกำนันเพื่อช่วยเหลือเด็กสาวให้พ้นจากขุม นรก การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือด เชนตามมาเล่นงานพวกมันด้วยกันเป็นสามแรงสู้ ชาติถูก เชนยิงตายเป็นการแก้แค้นให้กับเนื้อทอง ส่วนกำนันปราบก็ถูกเพลิงเล่นงานจนบาดเจ็บสาหัส หนีไปกับพวกลายเสือและฟ้าลั่น และได้ถูกลายเสือฆ่าทิ้งระหว่างทางเพราะกลายเป็นตัวถ่วง ระหว่างหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ ที่ผู้กองสมานได้ติดต่อขอความช่วยเหลือจากทางราช การ ส่วนลำดวนถูกจับกุมตัวได้และได้สารภาพความผิดกับเพลิงว่าแท้ที่จริงแล้วเธอเองนี่แหละ ที่เป็นไอ้โม่งที่ฆ่าคนรักของเพลิงแล้วป้ายความผิดให้กับเพลิงจนต้องติดคุกแทน สาเหตุเพราะ ตอนนั้นเธอพยายามจะล่อลวงคนรักของเพลิงให้ไปหลับนอนกับเสี่ย แต่เกิดการต่อสู้ขัดขืน จนพลั้งมือฆ่าคนรักของเพลิงตาย แล้วจัดฉากป้ายความผิดให้เพลิงเป็นฆาตกร ผู้กองสมานได้ รู้ความจริงเรื่องนี้ก็มาขอโทษเพลิงที่ไม่เคยเชื่อเลยว่าเพลิงเป็นผู้บริสุทธิ์ กลับยัดเยียดให้เพลิง ต้องรับโทษที่ไม่ได้ก่ออยู่ในคุกนานถึง 10 ปี เพลิงไม่ถือโกรธผู้กองกลับมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือ ผู้กองตามไล่ล่าจับกุมพวกลายเสือที่ยังลอยนวลอยู่ เพื่อพิสูจน์อุดมการณ์ของผู้กองว่าโลกนี้จะ ต้องมีความยุติธรรม คนเลวต้องได้รับโทษไม่สมควรปล่อยให้มันลอยนวล ศึกครั้งสุดท้ายของเชน เพลิงและผู้กองสมานเดินหน้าเข้าประจัญบาญกับกองทัพของ ลายเสือที่พากันยกพลมาถล่มหมู่บ้านผาปืนแตก เลือด ชีวิตและจิตวิญญาณต่างพร้อมยอมพลี เพื่อเป้าประสงค์เดียวคือการปกป้องแผ่นดินของบ้านผาปืนแตกให้กลับมาสงบสุขอีกครั้ง ผู้กอง สมานต่อสู้จนตัวตายปกป้องชีวิตของเชนและเพลิงเอาไว้ เพื่อให้ทั้งคู่ได้สู้กับกำนันลายเสือและ ฟ้าลั่นจนพวกมันถูกกวาดล้างสิ้นซาก จบชีวิตอาชญากรผู้เหี้ยมโหดด้วยก้อนดินก้อนกรวดของ หมู่บ้านผาปืนแตกที่ฝังกลบให้จมธรณีไปชั่วกัลปาวสานและแล้วความสงบสุขก็กลับคืนมาสู่หมู่บ้านผาปืนแตกอีกครั้ง เชนสารภาพรักกับวัลภา และพร้อมทำหน้าที่สามี โดยสัญญาว่าจะดูแลวัลภาอย่างดีถ้าเธอเต็มใจยอมรับเขาเป็นสามี จริงๆ วัลภาเขินอายและกระซิบข้างหูเชนว่าถ้าเชนผิดคำสัญญาเธอจะยิงเชนทิ้ง ส่วนเพลิงหลัง จากที่ได้ลบแผลใจในอดีตออกไปจนหมดสิ้น เพลิงก็เปิดใจเข้าหาหมอเอื้อมเดือนเป็นฝ่ายคุก เข่าร้องเพลงขอความรักจากเธอเพื่อให้เธออยู่คู่กับเขาไปชั่วชีวิตนับแต่นี้ไปบ้านผาปืนแตกจะไม่มีเสียงปืน ที่แผดเสียงสร้างความหวาดกลัวให้ชาวบ้านอีก แต่จะเหลือเพียงเสียงเพลงแห่งความสุขที่คอยสร้างรอยยิ้มให้ทุกคนจากเชน เชิงพระกาฬ และเพลิงพญาไฟ พร้อมคณะชาววงพราวฟ้าตลอดไป ติดตามชมความสนุกสนานของ ละครเพลงรักผาปืนแตก ได้ทางช่อง 7 สี เร็ว ๆ นี้ รายชื่อนักแสดงนำ ศรัณย์ ศิริลักษณ์ รับบท เชน แซมมี่ เคาวเวลล์ รับบท วัลภา รังสิโรจน์ พันธุ์เพ็ง รับบท เพลิง พญาไฟ กวินตรา โพธิจักร รับบท เอื้อมเดือน ณัฐวัฒน์ เปล่งศิริวัธน์ รับบท ชาติ อธิชนัน ศรีเสวก รับบท เนื้อทอง สุรวุฑ ไหมกัน รับบท กำนันปราบ พาเมล่า เบาว์เด้น รับบท ลำดวน เฉลิมพร พุ่มพันธ์วงศ์ รับบท ครูประสิทธิ์ พิพัฒน์พล โกมารทัต รับบท ลายเสือ คำลือ พูลภัทร อัตถปัญญาพล รับบท ฟ้าลั่น คำรามศึก

15 ประโยคเขียนเฟรนด์ชิปภาษาอังกฤษ
10 อันดับ /  นักศึกษา / 

งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา แล้วฉะไหนเลย เวลาเรียนจบจะไม่จากกัน ! อย่างน้อยก็เป็นประสบการณ์ครั้งนึงในชีวิตที่ต้องเจอ (แต่ถ้าเรียนที่เดียวกันต่อก็อาจจะได้เจอหน้ากัน) แต่ถ้าเพื่อนรัก ชาวแก็งของเราต้องกระจายหายกันไปตามทางของตัวเอง มันก็ต้อง ทิ้งร่องรอยจารึก และ ตัวตนให้เพื่อนได้ติดต่อ บ้างละน่ะ ... แต่ถ้าเขียนเป็นภาษาไทย มันจะดูกลืนๆเบสิค ธรรมดาไปหน่อย ทีนเอมไทย เลยจัด 15 ประโยคเขียนเฟรนด์ชิปภาษาอังกฤษ มาให้เพื่อนๆระบายความในใจลงไปเก๋ๆ ! * สิ่งที่ต้องมีเบๆ (เบสิค)ใน เฟรนด์ชิพ ที่เขียนให้เพื่อนๆ 1. หมวดแนะนำตัวทั่วๆ ไป ชื่อ สกุล ชื่อเล่น ฉายา บางคนที่ครีเอทหน่อย ก็จะประมาณว่า "ชื่อนี้ท่านพ่อเรียก, เรียกเล่นๆ, คุณครูเรียกในห้องเรียน, เรามีนามว่า, เรียกกันในกลุ่ม วันเกิด (เอาไว้ทวงของขวัญกลายๆ เผื่อเค้าเปิดเจอ) ที่อยู่ เยอร์โทร.(เผื่อจะได้ส่งของขวัญมาให้ได้ถูกไง้) ความชอบ สิ่งที่เกลียด สิ่งที่กลัว สีที่ชอบ ความรู้สึก ลึกๆ ในใจเราที่อยากบอกเพื่อน ภาพวาดประกอบ (อันนี้สำคัญมาก เพื่อจะได้ทำให้พื้นที่หน้านั้นหมดไป ) *3 บางคนมีรูปแป่ะไว้ให้ด้วย 2. หมวด กลอน, เนื้อเพลง อาจจะฮาๆ ซึ้งๆ ก็แล้วแต่คนจะนึกออก 3. หมวด(วาด)ภาพประกอบ สมัยก่อน สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้นอกเหนือจากประวัติส่วนตัว ความชอบ นิสัย ความใฝ่ฝัน คำคม ที่อยู่.. นั่นก็คือต้องวาด ดอกฝิ่น (ไม่รู้จะฮิตวาดกันไปทำไม ? ดอกฝิ่นต้องหักด้วยค่ะ ถึงจะเริ่ดด) จะเห็นกันไปเลยว่า ฝีมือใครเยี่ยมแค่ไหน ในการสร้างสรรค์ผลงาน ศิลปะ ไอเดียใครดี เจ๋งน่าประทับใจ บางคนเอาเฟรนด์ชิพเพื่อนไปดองไว้เป็นเดือน บางคนก็ทำสุดจะเริ่ด เอาไฟลนบ้าง ฉีกสมุดเป็นขอบๆ ปะๆ บ้าง ฯลฯ แต่พอกลับไปดูของเหล่านี้ เชื่อว่า เรียกรอยยิ้มจากเราได้แน่ๆ 4. ภาพกลุ่ม หรือภาพเดี่ยว แป่ะให้เพื่อน เพื่อนซี้ที่สนิทมากกว่าคนอื่น ก็อาจจะมีรูปแป่ะไว้ให้หน่อย (คราวนี้เราก็จะไปอัดรูปกันเป็นกระตั๊กๆ เลยทีเดียว) โพสต์รูปแกงค์ของตัวเอง รูปภาพประทับใจวันอำลา หรือไอเดียเขียนเฟรนด์ชิพเก๋ๆ ไว้ด้วยน๊า ตอนนี้มีอินเตอร์เน็ต มือถือ เข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิตเรามากมาย บางคนจึงอาจจะไม่ค่อยเขียนเฟรนด์ชิพ แต่แลก hi5 แลกเบอร์กันแทน สะดวกดี แต่ความประทับใจไม่คงนานเท่าเขียนเฟรนด์ชิพแน่ๆ ..ฟันธ๊งงงงงงงงง ข้อมูล teen.mthai.com อ้างอิง yenta4.com/เด็กดีดอทคอม? ประโยคเขียนเฟรนด์ชิปภาษาอังกฤษ Be well, do good work, and keep in touch. ขอให้อยู่ดีมีสุข ทำสิ่งดีๆ แล้วอย่าขาดการติดต่อกันนะ You've had my heart since hello. Nothing will ever change that. Not distance, not time, not space. Nothing will ever take my heart away from you. เธอได้ใจฉันไปตั้งแต่สวัสดี ไม่มีอะไรจะมาเปลี่ยนมันได้ ไม่ว่าจะระยะทางหรือกาลเวลา ไม่มีอะไรจะมาพรากเธอไปจากใจฉันได้ Goodbyes are not forever. Goodbyes are not the end. They simply mean I'll miss you. Until we meet again! ลาก่อนไม่ใช่ชั่วนิรันดร์ ลาก่อนไม่ใช่จุดจบ มันเป็นแค่การบอกว่าฉันจะคิดถึงเธอ จนกว่าเราจะได้พบกันอีก A true friend is someone who is there for you when he'd rather be anywhere else. เพื่อนแท้คือคนที่อยู่ตรงนั้นเพื่อคุณในเวลาที่เขาสามารถไปอยู่ที่อื่นก็ได้ We only part to meet again. เราแค่จากกันเพื่อจะได้พบกันอีก ประโยคเขียนเฟรนด์ชิปภาษาอังกฤษ Friendship isn't a big thing - it's a million little things. มิตรภาพไม่ใช่เรื่องใหญ่ มันคือเรื่องเล็กๆ ล้านเรื่องรวมกัน There are big ships and small ships. But the best ship of all is friendship. มีทั้งเรือใหญ่และเรือเล็ก แต่เรือที่ดีที่สุดคือเรือแห่งมิตรภาพ (เล่นคำว่า ?ship?) We have been friends together. In sunshine and in shade. เราเป็นเพื่อนกันตลอด ไม่ว่าจะในแสงสว่างหรือในความมืด I miss you a little; a little too much, a little too often, a little more every day. ฉันคิดถึงเธอนิดหน่อย แบบมากไปหน่อย บ่อยไปหน่อย และเพิ่มขึ้นทีละน้อยๆ ในทุกๆ วัน Saying goodbye doesn't mean anything. It's the time we spent together that matters, not how we left it. การบอกลาไม่ได้มีความหมายอะไร เวลาที่เราใช้ร่วมกันต่างหากที่สำคัญ ไม่ใช่การที่เราต้องจากกัน ประโยคเขียนเฟรนด์ชิปภาษาอังกฤษ How lucky I am to have known someone who was so hard to say goodbye to. ฉันโชคดีขนาดไหนที่ได้รู้จักคนคนนึงที่ทำให้การบอกลากลายเป็นเรื่องยาก ?I always knew that when I looked back on the times I cried I would smile. But I never knew that when I looked back on the times I smiled I would cry. ฉันรู้มาตลอดว่าเมื่อฉันมองกลับไปยังเวลาที่ฉันร้องไห้ ฉันจะยิ้ม แต่ฉันไม่เคยรู้เลยว่าเวลาที่มองกลับไปยังตอนที่ยิ้ม ฉันจะร้องไห้ A part of you has grown in me, together forever we shall be, never apart, maybe in distance, but not in the heart. ส่วนหนึ่งของเธอได้โตในใจฉัน เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป ระยะทางอาจแยกเราจากกัน แต่ไม่มีวันแยกเราจากใจ "We'll be Friends Forever, won't we, Pooh?" asked Piglet. "Even longer," Pooh answered. ?เราจะเป็นเพื่อนกันตลอดไปใช่มั้ยพูห์? พิกเล็ตถาม ?นานกว่านั้นอีก? พูห์ตอบ ?If you're alone, I'll be your shadow. If you want to cry, I'll be your shoulder. If you want a hug, I'll be your pillow. If you need to be happy, I'll be your smile. But anytime you need a friend, I'll just be me. ถ้าเธอเหงา ฉันจะเป็นเงาของเธอ ถ้าเธออยากร้องไห้ ฉันจะเป็นไหล่ให้ซบ ถ้าเธออยากได้กอด ฉันจะเป็นหมอนของเธอ ถ้าเธออยากมีความสุข ฉันจะเป็นรอยยิ้ม แต่เมื่อไหร่ที่เธอต้องการเพื่อน ฉันก็จะเป็นแค่ฉัน ในภาษาไทยเวลาเราพูดว่าลาก่อน ทุกวันนี้เราคงพูดกันว่า ?บ๊ายบาย? ใช่ไหมคะ แต่น้องๆ เคยสังเกตมั้ยคะว่าในภาษาอังกฤษมีตั้งหลายคำทั้ง Goodbye, Bye-bye หรือ Bye และอื่นๆ อีกหลายคำ เอ... แล้วมันต่างกันยังไงนะ Goodbye เป็นคำมาตรฐานที่สุด จะใช้แบบเป็นทางการ กึ่งทางการ หรือกับเพื่อนฝูงก็ได้ค่ะ นอกจากนี้ก็ใช้ได้ทุกโอกาส ทั้งจบการสนทนาทางโทรศัพท์ เลิกเรียน หลังเที่ยวกันเสร็จ หรือจะพูดปิดท้ายตอนรายงานหน้าห้องเสร็จแล้วก็ได้ ถือเป็นคำกลางๆ ค่ะ Bye คือคำย่อของ Goodbye ทำให้ดูเป็นทางการน้อยกว่า ไม่เหมาะใช้กับระดับที่เป็นทางการ แต่สามารถใช้ได้ในระดับกึ่งทางการ หรือ ไม่เป็นทางการเลย อย่างพูดกับเพื่อน หรือใช้กับร้านค้า เวลาเราไปซื้อของหรือไปรับบริการ Bye-bye เป็นคำที่คุ้นปากคนไทยที่สุด เพราะเรามักพูดกันว่า ?บ๊ายบาย? ในภาษาอังกฤษจริงๆ คือการเล่นเสียงของ Bye ให้ฟังดูน่ารัก ขี้เล่นมากขึ้น แต่เดิมมักใช้กับเด็กหรือสัตว์เลี้ยง (ที่เวลาเราพูดด้วยจะต้องทำเสียงเล็กเสียงน้อยประจำ) แต่ปัจจุบันนี้ก็ทำมาใช้ทั่วไปได้ แต่ต้องระวังหน่อยนะคะว่าผู้ที่เราพูดด้วยเป็นใคร เพราะผู้สูงอายุ คนหัวโบราณหรือผู้ที่อยู่ในแถบชนบทบางแห่ง (ของฝรั่ง) จะยังรู้สึกว่าเป็นคำที่ใช้กับเด็ก เขาอาจจะคิดว่าเรามองเขาเป็นคนที่ต่ำต้อยกว่าหรือมองเป็นเด็ก ซึ่งผู้สูงอายุหลายคนจะไม่ชอบให้ลูกหลานทำเหมือนตัวเองเป็นเด็ก 15 ประโยคเขียนเฟรนด์ชิปภาษาอังกฤษ

ลัดฟ้ามวยไทยไปกับ ป๋อง ลำปาง 13 ต.ค.2554
muaythai /  มวยไทย

สวัสดีครับแฟนหมัดมวยที่รักเคารพทุกท่าน ป๋อง ลำปาง มารับใช้ข่าวสารวงการหมัดมวยไทยไปนอก  ตามแบบฉบับมวยไทยนานาชาติหรือมวยไทยโลก เริ่มต้นข่าวแรกขอรายงานผลการแข่งขัน รายการมวยไทยพรีเมียร์ลีก ครั้งที่ 2 ณ เมืองปาโดว่า อิตาลี เมื่อวันเสาร์ที่ 8 ตุลาคม มี 2 นักชกไทยเข้าร่วมมวยรอบถึง 2 รุ่น เริ่มจากรอบแรก ในรุ่น 147 ปอนด์ (66.7 กก.) “ขุนศอกโกอินเตอร์ฯ” ไทรโยค วินดี้สปอร์ต (พุ่มพันธ์ม่วง) แค่ยกแรกกระโดดเข่าลอยเต็มพุงเล่นงานเอา Mauro Serra นักมวยอิตาเลี่ยนลงไปกองนับแปด แต่นักมวยเมืองมะกะโรนีก็สู้ยิบตาทนทายาทไม่ยอมทุกน็อค ชกเสร็จไทรโยคเป็นฝ่ายชนะคะแนนไปแบบขาดลอย  ขณะที่ “แจ๊คผู้ฆ่ายักษ์” ก้าวไกล แก่นนรสิงห์ ขึ้นชกรอบแรกในรุ่นครุยเซอร์เวท (82.5 กก) เป็นฝ่ายใช้จังหวะฝีมือที่เหนือกว่าดักเตะดักต่อยเอาชนะ Roberto Coccoo นักมวยชาวเลี่ยนไปแบบขาดลอย ส่วนคู่ประกอบรายการอื่นๆ ในรุ่น เวลเตอร์เวท (147 ปอนด์) โมติ คาเมล นักชกฮอลแลนด์บวกโมร็อคโก เอาชนะคะแนน เลียม แฮริสัน สำหรับ โมติ คาเมล เป็นอีกนักชกตัวเต็ง ซึ่งหากไม่พลิกโผน่าที่จะทะลุเข้าไปเจอไทรโยค ในรอบลึกๆเผลอๆเจอกันในนัดชิงชนะเลิศ สำหรับรายการซุปเปอร์ไฟท์ “ไอ้แมงมุมดำ” ขาวผ่องเล็ก ลูกสุรธรรม เขยอิตาลี ฟันศอกชนะแตก ชาร์ล ฟร้องชัวร์ นักชกผิวสีจากฝรั่งเศส สำหรับคู่มวยประกอบรายการคู่อื่น รุ่น 82.5 กก. มาร์ค เด มอนเทล (เบลเยียม) เสมอ เจริ แซค (เช็ค) รุ่น  72.5 กก. วลาดิเมียร์ วาโรวิค (สโลวาเกีย) เสมอ ซ่าโร่ เพรสตี้ (อิตาลี) และ จอร์แดน วัตสัน (อังกฤษ) พลิกแพ้คะแนนให้แก่  กีร์ ฮอลแลนเบค นักมวยอเมริกาแบบได้เลือดแตกเละเทะ ส่วนมวยหญิง ชานเทา อูก้า (อิตาลี) พลิกแพ้ในถิ่นให้แก่  เอลโลนา วิลเจม (ฮอลแลนด์) และเทเลน่า บริสเตียน (เบลารุส) ชนะคะแนน  แซนดร้า บรัสเตียน (แคนาดา) สำหรับนัดหน้าครั้งที่ 3 ย้ายสังเวียนสัญจรไปที่ ฮอลแลนด์ โดยนักชกที่ชกเดือน กันยายนที่ อเมริกาจะเดินทางไปชกยังนัดนี้ ในส่วนของนักมวยที่ชกที่อิตาลี ก็จะบินมาต่อยรายการ มวยไทยพรีเมียร์ลีก ในวันที่ 5 ธันวาคม ที่กรุงเทพมหานคร เมืองหลวงบ้านเรา ดังนั้น ปีนี้ สภามวยไทยโลก ร่วมกับทีมงาน วอริออร์ ของ คลิฟตัน บราวน์ บอสส์ใหญ่ ทัวร์นาเม้นต์นี้ จะจัดรายการนัดนี้ที่ สนามหลวงอย่างยิ่งใหญ่อลังการ จะมียอดมวยไทยชื่อดังก้องโลกอย่าง ก้าวไกล แก่นนรสิงห์ ไทรโยค พุ่มพันธ์ม่วง และ ยอดแสนไกล แฟร์เท็กซ์ มาร่วมต่อยมวยรอบให้ได้ดูกันแบบฟรีๆไม่มีการตีตั๋วแต่อย่างใดทั้งสิ้น เนื่องในวโรกาสร่วมเฉลิมฉลองในงานครบรอบพระราชสมภพ 84 พรรษาของ องค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชของพวกเราที่ปีนี้คิดว่าทุกๆหน่วยงานต้องจัดงานร่วมฉลองพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 5 ธันวาคม 2553 ในส่วนของมวยรอบ ตอนนี้ ทั้ง ก้าวไกลและไทรโยค เปิดตัวต่อยหนแรกกันไปแล้วยังคงเหลือแต่ ยอดแสนไกล แฟร์เท็กซ์ ที่ถอนชกไปในไฟท์แรกที่ อเมริกา ซึ่งจากการเปิดเผยของทีมงานยังบอกว่า ยอดแสนไกล ยังยืนยันที่จะชกในมวยรอบรุ่น 72.5 กก.อย่างแน่นอน ในวันที่ 6 พ.ย. ที่ฮอลแลนด์ แต่คงคิดว่าเป็นงานหนักของ ยอดแสนไกลอย่างแน่นอน เพราะคิวรายการแน่นเอี้ยดจากการเดินทางไปชกวันที่ 21 ต.ค. จากการไปต่อยรายการ King of Rumble กรุงสตอคโฮมส์ สวีเดน จากนั้นปลายเดือนกลับมาชกมวยรอบ โตโยต้ามาราธอน หลังจากรับรายการตอนต้นเดือนอีกที ก็ไม่รู้ว่า”เจ้ายอด”จะมีคิวชกจริงๆรายการไหนบ้างเดี๋ยวคงได้รู้ว่ารายการไหนของจริงหรือฝิ่น ขึ้นป้ายไว้หลอกลวงแฟนมวย หมดรายการที่ อิตาลี 21 ต.ค. มหานครลอสแอนเจลิส ระเบิดศึก M-1 Grand Muaythai จากการประกบคู่โดย “มาสเตอร์กบ” ฐากูร ผ่องสุภา ที่รับประกบคู่มวยในรายการนี้มี4 นักชกไทยขึ้นต่อยร่วมรายการนี้  นำทีมลุยโดย “แจ๊คผู้ฆ่ายักษ์” ก้าวไกล แก่นนรสิงห์ สะเก็ดดาว เพชรพญาไท รุ่งราวี และ หลังสวนเล็ก ศศิประภายิม รายการนัดนี้มีการถ่ายทอดสดกลับมาเมืองไทยทางช่อง 9 อสมท.ตั้งแต่เวลา 9 โมงเช้าเป็นต้นไป นัดนี้ “มิสเตอร์กบ”ถอดหัวใจประกบคู่มวยเอาใจคอมวยแดนมะกันและแฟนคลับมวยไทยทั่วโลก รายการมวยไทยที่น่าดูอีกรายการหนึ่งแต่ข้ามไปยังทวีปออสเตรเลีย ยังเมืองบริสเบรน รัฐควีนแลนด์ รายการ REPUTATION 2 Thailand Vs Australia จากการจัดของโปรโมเตอร์เอียน บรอนสัน  มี 10 นักชกไทยร่วมชกกะยอดมวยชื่อดังของแดนจิงโจ้ คู่เอกนำรายการ “เดอะบอดี้การ์ด” โนนไทร ส แสนยากร ขึ้นตามล่าแค้น “ไอ้หัวสี” บรู๊ค แมคฟรี่ พิกัด 72.5 กก.ตามด้วย อามีน แบล๊คดราก้อนสวิสฯ, ขวัญข้าว ช ราชพัสดุอีสาน, พลังชล และ จ่าแมว –เขียวส่องแสง พุ่มพันธ์ม่วง, ฤทธิ์ เคอาร์เอสยิม, รุ่งจรัส พิชิตมาร, ขุมทรัพย์ เกียรตินครชล, ยอดแสนเก่ง มวยไทยพลาซ่า 2004 รายการนัดนี้มีการถ่ายทอดสทางทีวีของออสเตรเลียเต็มอิ่มถึง 3 ชั่วโมง ชกกันภายใต้กติกามวยไทยครบเครื่องหมัดเท้าเข่าศอก โดยนัดนี้จะมีแขกวีไอพีจากเมืองไทย “พีมด” นพพร วาทิน บอสส์ใหญ่ของ ไทยไฟท์ร่วมเดินทางไปชมรายการนัดนี้โดย ทางไทยไฟท์แปลนงานเอางานไว้แล้วว่าปีหน้า จะนำเอา THAI FIGHT EXTREAM 2012 สัญจรมาต่อยที่ เมืองโกลด์คอต และเปิดค่ายมวย ไทยไฟท์แห่งแรกขึ้นที่ เมืองซีดนีย์อีกด้วย เดินทางมาติดต่อนักมวยไทยแต่เนิ่นๆสำหรับ มิสเตอร์เดฟเลส ชาวเยอรมันนี ซึ่งติดต่อนำพาเอา ไทรโยค วินดี้สปอร์ต โนนไทร ส แสนยากร และ อามีน แบล๊คดราก้อนสวิสฯ ไปชกในรายการฉลองความสัมพันธ์ 150 ปี ไทย-เยอรมันนี ในเดือน เมษายนปีหน้าที่ ณ เมืองดูเบต เมืองประวัติศาสตร์ของไทยและเยอรมันนี โดยคู่ชกจะเป็นยอดนักสู้ลูกหลานของ อดอฟ ฮิตเล่อร์ เจ้าถิ่นอย่างแน่นอน ก่อนจะถึงปีหน้า 6 พ.ย. รายการ THAILAND VS CHALLENGER นำทีมลุย โดย เบอร์หนึ่ง ท๊อปคิงส์บ๊อกซิ่ง, จ้าวฉลาม ฉัตรกนกยิม, ใจเพชร เกียรติเมืองกาฬ ปลายเดือนสุดสัปดาห์ อย่าพลาดกะความมันของมหากาพย์มวยไทย THAI FIGHT ครั้งที่ 2 ล่าสุดทีมงานออกคู่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว บัวขาวถล่ม มิเกล พิเชลโล่ นักชกแดนน้ำหอม แฟร้งกี้ จอร์จี้ ยอดนักสู้แดนจิ้งโจ้ลุย นักชกแดนกระทิงโหด รุ่น 67 กก เข้มต่อยกะนักมวยเกาหลีใต้ และ มูซาบ อามรานี่ซัด “แชมป์เก่า”ฟราบิโอ ปินก้า ตอนนี้คงพอจะเห็นเค้าลางของมวยคู่ชิงชนะเลิศกันแบบลางๆแล้ว คิวชกยังขายดีต่อเนื่อง นอกจากจะเดินทางไปสอนมวยไทยอยู่แดนนาฬิกาโรเล็กซ์ ล่าสุด อามีน แบล๊คดราก้อนสวิสฯ ขึ้นลุยกะนักมวยสวิสฯอีกรอบในวันที่ 15 ต.ค.นี้ จากนั้นก็จะต่อเครื่องเดินทางกลับเมืองไทยแล้วมีคิวลุย เกาะยูเรเนี่ยนพร้อมกะ ไทรโยค พุ่มพันธ์ม่วง และ อภิสิทธิ์ เคทียิม อีกที ในวันที่9 พ.ย. นำทีมลุย โดย เลี่ยเล็ก เอสเควียิม ดาบเขี้ยว ปากช่อง และ มิสเตอร์อดัม อุสา ponglpg@yahoo.com

ชงครม.1.8ล้าน ขยายโครงการหลวง แก้ปลูกฝิ่นยั่งยืน
ข่าว /  ข่าวด่วน / 

"เฉลิม อยู่บำรุง" รองนายกรัฐมนตรี ชง ครม.ดันแผนแม่บท ขยายโครงการหลวง แก้ปัญหาปลูกฝิ่นยั่งยืน ทุ่มงบ 1.875 พันล้าน-----------------------ขอบคุณข่าวจาก