ฝิ่น

ตรวจเช็คสารจากนัยน์ตา ใครใช้สาร ยาเสพติดอะไร รู้หมด ไม่รอด
ตรวจเช็คสารจากนัยน์ตา /  สารเสพติด / 

ตรวจเช็คสารจากนัยน์ตา ใครใช้สาร ยาเสพติดอะไร รู้หมด ไม่รอด เอาแหละครับ เรียกได้ว่างานนี้ผู้ที่ชอบใช้สารผิดกฏหมายต้องมีหนาวกันแล้วแหละ เพราะว่าในยุคนี้การตรวจหาสารเสพติดในร่างกายของมนุษย์ไม่ได้เป็นอะไรที่ยากเย็นเหมือนกับเมื่อก่อนอีกแล้วนะ เพราะว่าแค่มองตาก็รู้แล้วแหละ (หมายถึงถ่ายรูปโฟกัสที่ตามาตรวจนะครับ ไม่ได้หมายความว่าให้ไปนั่งจ้องตากันนะ 55555) โดยวันนี้ทาง Men.MThai เราจะขอนำเสนอวิธีดูว่าใครคนไหนใช้สารอะไรกับร่างกายมาบ้างด้วยวิธี ตรวจเช็คสารจากนัยน์ตา ครับผม ทางทีมงานของ VICE ได้นำภาพและเนื้อหาเกี่ยวกับการ ตรวจเช็คสารจากนัยน์ตา ที่สามารถบอกได้ว่าคน คนนั้นใช้สารอะไรกับร่างกายมาบ้าง ซึ่งในจุดนี้การแยกประเภทของสารที่ผู้ใช้เสพเข้าไปยังสามารถบอกได้ทั้งหมด ไม่ว่าสารที่ถูก และผิดกฏหมาย ได้จากขนาดและความกว้างของนัยน์ตาของผู้ใช้สารนั่นเอง โดยพวกเข้าถ่ายทอดผลการทดลองนี้ผ่านทางการถ่ายภาพแบบ โคลสอัพ เน้นที่นัยน์ตาเพื่อบ่งชี้ว่า สารที่แต่ละคนใช้นั้นมีอะไรบ้าง ซึ่งผลสำรวจได้ออกมาว่า สารจำพวก ฝิ่น (Opiates) จะส่งผลทำให้รูม่านตาของผู้ที่ใช้ หด ลง ส่วน สารจำพวก โคเคน ยาอี และ แอมเฟตามีน จะส่งผลทำให้รูม่านตาขยายขึ้น อีกทั้งทางตำรวจประเทศ เยอรมัน ยังได้ใช้เทคนิค ตรวจเช็คสารจากนัยน์ตา วิเคราะห์ว่าคนไหนใช้สารอะไรเพื่อมาลงโทษอีกด้วย ซึ่งเขาเรียกวิธีนี้ว่า Pupillograph เป็นการรวมคำว่า pupils ที่แปลว่า นัยน์ตา กับคำว่า Photograph ที่แปลว่ารูปถ่ายเอาไว้ด้วยกันนั่นเอง ซึ่งเป็นการ ตรวจเช็คสารจากนัยน์ตา โดยใช้รูม่านตาบ่งชี้ ซึ่งเป็นอะไรที่รวดเร็วกว่าการรอผลตรวจเลือดซะอีก!!! แหล่งที่มา www.vice.com/read/can-you-tell-what-drugs-someones-on-just-by-looking-at-their-eyes-876?utm_source=vicefbus

ละครเลือดมังกร ตอนสิงห์  , เรื่องย่อเลือดมังกร ตอนสิงห์
เลือดมังกร ตอนสิงห์ /  ละครเลือดมังกร ตอนสิงห์ / 

เลือดมังกร ตอนสิงห์ บทประพันธ์ ลิซบทโทรทัศน์ พิมพ์ธนาดำเนินการผลิต บริษัท แอคอาร์ต เจเนเรชั่น จำกัดออกอากาศ วันจันทร์ และ อังคาร เวลา 20.15-22.45 น. ทางช่อง 3 “ลูกผู้ชายหัวเข่ามีค่าดั่งทองคำ แม้ตาย ต้องตายอย่างมีศักดิ์ศรี” ทรงกลด ลูกชายคนเดียวของเจ้าสัวตง มหาเศรษฐีเจ้าของเซียงกงย่านเยาวราช ผู้มีพร้อมทุกสิ่งทุกอย่าง แต่สิ่งที่ขาดไปคือความรักและความอบอุ่นทางใจ ตงไล่เขากับวรดีผู้เป็นแม่ไปจากชีวิต ทรงกลดจึงไม่ลงรอยกับพ่อเท่าไรนัก เจ้าสัวตงแต่งงานอีกครั้งกับ เหมยลี่ หญิงสาวคราวลูกยิ่งทำให้เขากลายเป็นส่วนเกินของครอบครัวแต่แล้วหัวใจที่หยาบกระด้างของเขาก็กลับอ่อนละมุนลงเมื่อได้พบกับอาจู สาวน้อยที่ก้าวเข้ามาสมัครงานในตำแหน่งเลขานุการส่วนตัวที่ช่วยเติมเต็มสิ่งที่เขาขาดหายมาทั้งชีวิต ในเทศกาลสารทจีน ทรงกลดถูกลอบปองร้ายจากใครบางคนจนแทบเอาชีวิตไม่รอดที่โรงงิ้ว ทำให้อาจู ต้องพลอยรับชะตากรรมไปด้วย ถึงแม้ภายนอกของอาจูจะดูเป็นผู้หญิงเรียบร้อย แต่กลับฉลาดทันเกมเขาไปเสียทุกเรื่อง ทำให้ทรงกลดอดเอ็นดูเลขาสาวไม่ได้ ทรงกลดมืดแปดด้านไม่รู้ว่าใครที่เป็นหมาลอบกัดกล้าปองร้ายสิงห์หนุ่มอย่างเขาในช่วงที่เกิดเหตุชุลมุน อาอัน มือขวาของทรงกลดสืบข่าวจนรู้เบาะแสบางอย่างจากหยกมณี คนรักที่เป็นนักร้องในภัตตาคารฉั่วเทียนเหลาว่าคนที่ลอบทำร้ายทรงกลดอาจจะเป็นคนของแก๊งเต่ามังกร ของเสี่ยเคี้ยง ก็เป็นได้ ทรงกลดปักใจเชื่อเนื่องจากแก๊งเต่ามังกรคือแก๊งอันธพาลที่เก็บค่าคุ้มครองในย่านเยาวราชจนกระทั่งรุกล้ำเข้ามาในเขตของแก๊งเขี้ยวสิงห์ที่อยู่ภายใต้การปกครองของเจ้าสัวตงอยู่บ่อยครั้ง ด้วยความมุทะลุของสิงห์จึงพาอาอันกับสมุนบุกไปถึงถิ่นแก๊งเต่ามังกรอย่างไม่กลัวตายทันที ทรงกลดบุกเข้าไปเผชิญหน้ากับ เสี่ยเคี้ยง หัวหน้าแก๊งเต่ามังกรทันที ทรงกลดหาว่าเต่ามังกรเล่นไม่ซื่อ ส่งให้ อาอิก สมุนมือขวาวางแผนสกปรกลอบกัดทีเผลอ แต่เสี่ยเคี้ยงกลับยืนกรานปฏิเสธ ทรงกลดไม่ไว้ใจเสี่ยเคี้ยงตลอดมา ทรงกลดกับอาจูใกล้ชิดสนิทสนมในเวลาอันรวดเร็ว เขาอยากรู้จักอาจูจึงสะกดรอยตามไปที่บ้านของเธอ จนพบว่าอาจูอาศัยอยู่ห้องแถวไม้ซอมซ่อกับ เง็กผู้เป็นแม่ ย่าซิ่วเอ็ง และอาเว่ยน้องชาย โดยทำขนมถ้วยจีน ขายที่หน้าศาลเจ้า ส่วนพ่อตายตั้งแต่อาจูยังจำความไม่ได้ ทรงกลดรู้สึกเห็นใจและสงสารในชีวิตความเป็นอยู่ของอาจูที่ต้องทำงานหาเลี้ยงแม่และย่าและส่งเสียน้องชายให้เรียนมหาวิทยาลัย อาจูแนะนำทรงกลดให้แม่และย่ารู้จัก แต่แล้วเง็กก็ถึงกับหน้าถอดสีเมื่อรู้ว่าทรงกลดเป็นลูกชายของเจ้าสัวตง หัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์ ในขณะที่ซิ่วเอ็งตาวาวโรจน์ด้วยความยินดีที่การรอคอยเพื่อแก้แค้นให้อาเหลียง ลูกชายของนางเป็นเวลากว่า 20 ปีมาถึงแล้ว เง็กสั่งห้ามอาจูไม่ให้คบหากับทรงกลดเด็ดขาด จนถึงขั้นสั่งให้อาจูลาออกจากการเป็นเลขาส่วนตัวของทรงกลด เง็กยอมเล่าความจริงให้ฟังว่าไม่อยากให้อาจูคบหากับทรงกลดเพราะไม่ไว้ใจพวกนักเลง กลัวว่าทรงกลด จะพลอยทำให้อาจูเดือดร้อนไปด้วย อีกอย่างเจ้าสัวตงมีส่วนทำให้อาเหลียง ลูกชายของซิ่วเอ็งต้องผูกคอตาย ทรงกลดไปมาหาสู่อาจูเสมอ เขารักอาจูอย่างจริงใจ เพราะถึงแม้อาจูจะเป็นเพียงหญิงสาวตัวเล็กๆ แต่เธอก็เสี่ยวเป็นเสี่ยงตาย ร่วมกับทรงกลดมาหลายครั้ง ซิ่วเอ็งหาหนทางเข้าถึงตัวของตงได้ในที่สุด เพราะซิ่วเอ็ง เข้าใจว่า ตง พ่อของทรงกลด เป็นคนฆ่าเหลียง ลูกชายคนเดียวของซิ่วเอ็ง พ่อของเว่ยซิ่วเอ็งวางยาในน้ำชา ให้ทรงกลดและอาจูดื่ม วันที่ทรงกลดมาหาอาจูที่บ้าน แล้วจับคนทั้งคู่ ขึ้นไปนอนอยู่เตียงเดียวกัน เมื่อเง็กกลับมาที่บ้าน เห็นสภาพของทรงกลดและอาจู ก็โกรธจัด เฆี่ยนตีอาจูไม่ยั้ง ซิ่วเอ็ง ไปพบตงที่บ้าน บอกให้ตงรับผิดชอบด้วยการ ให้ทรงกลดแต่งงานกับอาจู อันเริ่มสงสัย ว่ามีคนอยู่เบื้องหลัง ทำให้ทรงกลดพลอยคิดมากไปด้วย แต่ก็ยังไม่รู้ว่าเป็นแผนของใคร อาจูจับได้ว่าซิ่วเอ็ง เป็นคนวางยา ซิ่วเอ็งบังคับให้อาจูเข้าไปอยู่ที่บ้านทรงกลด ไม่เช่นนั้น เง็กกับเว่ยจะเป็นอันตราย อาจูจึงจำใจยอมรับสภาพในที่สุด ไม่กล้าเล่าให้ใครฟัง งานแต่งของทรงกลดกับอาจู ถูกจัดขึ้นอย่างเงียบๆ ทรงกลด อัน มารับตัวอาจูที่บ้าน โดยมีเว่ย ตามไปส่งอาจูด้วย ระหว่างทาง อิก ลูกน้องของเคี้ยง มาจับตัวอาจูไป แล้วให้ทรงกลด ไปรับตัวอาจู ที่แก๊งเต่ามังกรของเคี้ยง เพราะเคี้ยงแค้นใจที่ทรงกลด ส่งคนไปบุกที่บ่อน และโรงฝิ่น ซึ่งทรงกลดเองไม่รู้เรื่องเลยว่า คนที่ให้ร้ายทรงกลด คือหมง และอิก ที่ร่วมมือกัน โดยมีเล้งบงการอยู่เบื้องหลัง เคี้ยงจึงเข้าใจทรงกลดผิดไป ทรงกลดยอมคุกเข่าขอขมาเคี้ยง ด้วยความแค้นใจ แต่ด้วยเพราะอยากช่วยอาจู แล้วทรงกลด ก็พาอาจูกลับบ้านไป เมื่อเง็กรู้ว่าเคี้ยงจับตัวอาจูไปก็แค้นใจจัด ตรงไปที่บ้านของเคี้ยง ตบตี ด่าว่า เคี้ยงสารพัด จนแทบไม่เหลือมาด หัวหน้าแก๊งเต่ามังการ เง็กเปิดเผยว่า อาจู คือลูกของเคี้ยงกับเง็ก ที่เง็กตั้งท้องตั้งแต่ยังสาว ตอนที่ยังอยู่กินกับเคี้ยง แล้วเง็กก็เลิกราไป เพราะรับสภาพของเคี้ยงไม่ได้ ที่ชอบเลือกเดินทางแบบนักเลง เคี้ยงทั้งดีใจ ทั้งตกใจ และเสียใจที่เป็นคนทำร้ายลูกสาวของตนเองกับมือ ที่สำคัญ เคี้ยงกลายเป็นพ่อตาของทรงกลดไปเสียแล้ว ตงทำพิธีต้อนรับอาจูที่บ้าน เคี้ยงระงับอารมณ์ไว้ไม่อยู่ จึงไปที่บ้านของตงพร้อมเง็ก และเปิดเผยต่อหน้า ตง ปอ อัน ทรงกลด เหมยลี่ หมง ว่าอาจูเป็นลูกสาวของตน ทุกคนช็อคไปตามๆ กัน อาจูรับไม่ได้ว่าเคี้ยงเป็นพ่อ ที่สร้างความร้ายกาจให้กับทรงกลดมากมาย ทรงกลดเองก็รับไม่ได้ ที่อาจูกลายเป็นลูกของเคี้ยง คืนนั้น อาจูต้องนอนอยู่ในห้องหอเพียงลำพัง เพราะทรงกลดทำใจยอมรับไม่ได้ รุ่งเช้า เธอจึงเก็บเสื้อผ้าออกจากบ้านตงทันที ทรงกลดทำอะไรไม่ถูก มีเพียงอันที่คอยเตือนสติ ให้ทรงกลด รีบคิด รีบแก้ไขเหตุการณ์แต่โดยเร็ว ก่อนที่จะไม่ได้เห็นหน้าอาจูอีก ทรงกลดไปถึงบ้านอาจู ก่อนที่อาจูจะกลับมาพบเง็ก เขามานั่งรออาจู พร้อมทั้งขนข้าวของให้ซิ่วเอ็ง เง็กและเว่ย ย้ายไปอยู่ที่บ้านตงด้วยกัน แรกทีเดียวอาจูไม่ยอม แต่สุดท้าย ทั้งซิ่วเอ็ง และเง้ก ก็เกลี้ยกล่อมให้อาจู ทำหน้าที่ภรรยาให้ดีที่สุด อาจู เลยต้องจำยอม ตงเห็นความตั้งใจของทรงกลด เรื่องการนำเข้ารถยนต์ จึงอนุมัติให้ทรงกลด ได้ทำงานในโครงการนี้ ซ้ำยังช่วยไปพูดให้อาจู ยอมเข้าหอกับตงในที่สุด ซิ่วเอ็ง เง็กเว่ย เข้าไปช่วยงานในครัว ตามที่เหมยลี่สั่ง ถึงแม้ตงจะไม่พอใจ เพราะครอบครัวของอาจู ไม่ได้อยู่ในฐานะคนอาศัย แต่อยู่ในฐานะ ครอบครัวของสะใภ้แก๊งเขี้ยวสิงห์ แต่ซิ่วเอ็งกลับตอบรับอย่างยินดี เพราะตั้งใจ จะต้มสมุนไพร ใส่ยาพิษให้ตงกินอยู่แล้ว เง็กเอง ก็ไม่กล้ามองหน้าตงเท่าใดนัก เพราะในอดีต พ่อของเว่ยเคยทำงานกับตง แต่ตงจำเง็กไม่ได้ ทรงกลด กับอัน จับได้ว่า หมงกับเหมยลี่ มีความสัมพันธ์กัน ทรงกลดตัดสินใจบอกความจริงกับตง แต่ตงไม่เชื่อ ทำให้ทรงกลดเสียใจมาก เหมยลี่เบื่อที่จะต้องเป็นเมียเก็บของหมง จึงยุให้หมงฆ่าตง หมงจะได้ขึ้นตำแหน่งหัวหน้าแก๊งแทน เพราะหมงเองก็รู้ดีว่า การที่ตงจะมอบตำแหน่งหัวหน้าแก๊งให้ตนเอง เพียงเพราะต้องการให้หมง เป็นเกราะกันกระสุนให้กับทรงกลด ตงไม่ต้องการให้ทรงกลด มีอันตราย จากศรัตรูรอบด้านนั่นเองทรงกลด กับอัน จับได้ว่า หมงกับเหมยลี่ มีความสัมพันธ์กัน ทรงกลดตัดสินใจบอกความจริงกับตง แต่ตงไม่เชื่อ ทำให้ทรงกลดเสียใจมาก เหมยลี่เบื่อที่จะต้องเป็นเมียเก็บของหมง จึงยุให้หมงฆ่าตงหมงจะได้ขึ้นตำแหน่งหัวหน้าแก๊งแทน เพราะหมงเองก็รู้ดีว่า การที่ตงจะมอบตำแหน่งหัวหน้าแก๊งให้ตนเอง เพียงเพราะต้องการให้หมง เป็นเกราะกันกระสุนให้กับทรงกลด ตงไม่ต้องการให้ทรงกลด มีอันตราย จากศรัตรูรอบด้านนั่นเอง เคี้ยงพยายามงอนง้อเง็กทุกวิถีทาง แต่เง็กไม่มีทีท่าว่าจะใจอ่อน เว่ยกับทรงกลด เลยวางแผนลองใจเคี้ยง โดยให้เคี้ยงไปช่วยเง็กหาบขนมขาย เคี้ยงก็ยอมทุกอย่าง กลายเป็นว่า เคี้ยงกับทรงกลด ญาติดีกันโดยปริยาย แต่เง้กก็ยังยื่นคำขาดอีกว่า หากเคี้ยงยังไม่เลิกเปิดบ่อน และโรงฝิ่น เง็กก็จะไม่ยอมฝากชีวิตไว้กับเคี้ยงอีกต่อไป ทำให้เคี้ยงคิดหนักมาก อิกเห็นภาพที่เคี้ยงกลายเป็นพ่อค้าขายขนมแล้วทำใจไม่ได้ ตัดสินใจขอไปอยู่กับเล้ง เล้งเลยสั่งให้อิกฆ่าเคี้ยง แล้วยังบอกให้หมง ฆ่าตงและทรงกลดอีกด้วย เมื่อหมงและอิก ได้ขึ้นเป็นหัวหน้าแก๊ง เล้งจะได้มีคะแนนเสียงเพิ่มอีกสองคะแนนในการสนับสนุน ให้เล้งเป็นหัวหน้าแก๊งทั้งหลายอีกที อิกไปเที่ยวที่ฉั่วเทียนเหลา แถมยังตามไปส่งหยกมณีถึงที่บ้าน อันหึงหยกมณีจนเห็นได้ชัด หยกมณีบอกว่าตนเองจะไปร้องเพลงที่ฮ่องกง อันไม่คัดค้าน เพราะเห็นว่าเป็นอนาคตของหยกมณี ยิ่งทำให้หยกมณีเสียใจที่อันไม่รั้งตนเองไว้ แต่สุดท้ายทรงกลด ก็พูดเตือนสติ ให้อันเห็นแก่ความรักที่หยกมณี มีต่ออัน จนสุดท้าย อันก็ตามมาง้อขอคืนดีกับหยกมณีได้ในที่สุด ทรงกลด มาตงไปหาหมอ จึงรู้ว่าตงโดนยาพิษ มุ่ยบอกว่า เห็นเหมยลี่ เอายาพิษใส่ไปในอาหารให้ตงกิน เหมยลี่ ถูกอัน และทรงกลดจับตัวไปขัง ซิ่วเอ็ง กับหมง กลัวเหมยลี่ ซัดทอดมาถึงตน ซิ่วเอ็งจึงเอายากล่อมประสาทให้เหมยลี่กิน และสั่งให้ฆ่าตัวตายในที่สุด ส่วนมุ่ย ก็รู้ความจริงเรื่อที่หมง ร่วมมือกับซิ่วเอ็ง จะฆ่าตง ซิ่วเอ็ง เลยฆ่ามุ่ย ตายตามไปอีกคนหนึ่ง ตงฟื้นขึ้นมา ได้รับรู้ทุกสิ่ง เขาทำใจยอมรับ เรื่องที่เหมยลี่ เป็นชู้กับหมงหมงกลัวความผิด จึงขอให้ซิ่วเอ็ง รีบกำจัดตงอีกครั้ง ตง ตั้งใจ จะให้ทรงกลดเป็นหัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์ จึงบอกกับปอ แต่ซิ่วเอ็ง วางยาตง จนตงกลายเป็นอัมพาต พูดไม่ได้ ไปเสียก่อน เคี้ยงยังคงแวะเวียนมาหาเง็กอยู่เสมอ เขาขอเวลาอีกนิด เพื่อที่จะเลิกทำธุรกิจผิดกฎหมาย แต่มากกว่านั้น เคี้ยงต้องการให้อาจูเรียกว่าป๊า เขารู้สึกภูมิใจมากที่มีลูกสาวที่เพียบพร้อมอย่างอาจู แต่อาจู ยังไม่มีทีท่าใจอ่อนลงเลย ทำให้เง็ก เริ่มสงสาร เห็นใจเคี้ยงมากขึ้นหยกมณี มาบอกอันด้วยความดีใจ ว่าได้ฤกษ์แต่งงานแล้ว อีก 3 เดือนข้างหน้า อันบอกว่า เมื่อทรงกลดได้เป็นหัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์เมื่อไหร่ อันเอง ก็จะมีลูกน้อง มาช่วยดูแลทรงกลด ทำให้มีโอกาสได้อยู่กับหยกมณีมากขึ้น หยกมณียิ้มปลื้มด้วยความดีใจ ที่บ้านทรงกลด ปอประกาศให้ทุกคนรู้ว่า ทรงกลดจะเป็นหัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์ จนกว่าตง จะหายจากอาการป่วย หมงไม่ยอม แค้นใจจัด จึงจับอาจูเป็นตัวประกัน หมงจะฆ่าอาจู อาจูหนี ทรงกลดยิงหมง แล้วหมงก็รีบหนี ไปขออาศัยอยู่กับเล้งในที่สุด ทรงกลดรู้สึกผิดที่ทำให้อาจูเจ็บตัวอีกครั้ง ซิ่วเอ็งไม่ได้ยินดียินร้ายเลย เรื่องที่อาจูต้องเจ็บตัวเพราะหมง กลับขู่ตงอีกว่า ไม่มีวันกลับไปเป็นปกติเหมือนเดิมได้ ตงรู้แล้วว่า ซิ่วเอ็งเป็นคนร้าย แต่ไม่สามารถบอกใครได้ วันเลือกตั้งนายกสมาคมเลือดมังกรคนใหม่แทนสุง ที่เสียชีวิตไป ทั้งภรพธรามคณิน หงส์ มาเป็นกำลังใจให้กับทรงกลดอย่างพร้อมหน้า ส่วนเล้งก็ขู่ให้เคี้ยงเลือกตนเองเป็นหัวหน้า ดั่งคำที่เคี้ยงเคยให้สัญญากับเล้งไว้ ไม่เช่นนั้น เคี้ยงอาจจะเดือดร้อน การเลือกตั้ง เป็นไปอย่างสูสี เล้งเรียกคะแนนด้วยการยอมสละเสียงของตนเองหนึ่งเสียง ไม่ยอมลงคะแนน ซึ่งสุดท้าย เคี้ยงจำใจต้องเลือกเล้ง ดังคำสัญญา เลยทำให้คะแนนของทรงกลด และเล้ง เท่ากันอยู่ 9 ต่อ 9 ทรงกลดตัวสินใจ ลงคะแนนให้ตนเอง จนทำให้ทรงกลดได้เป็นหัวหน้าแก๊งเลือดมังกรในที่สุด เล้งจับมือแสดงความยินดีกับทรงกลด ด้วยใจที่เจ็บแค้น ทรงกลดแถลงนโยบาย จะทำถิ่นมังกรสีขาว เลิกโรงน้ำชา โรงฝิ่น ฝ่ายเล้งไม่เห็นด้วย เล้งจึงท้าทรงกลด ว่าถ้าหากหนึ่งเดือนนับจากนี้ ทรงกลดทำไม่สำเร็จ เล้งจะเป็นฝ่ายยึดตำแหน่งหัวหน้าแก๊งเลือดมังกรจากทรงกลดกับมือ ทรงกลดขอแรงสนับสนุนจากเคี้ยง เพราะรู้ดีว่า หากเคี้ยงเปลี่ยนใจ มาอยู่ฝ่ายทรงกลด จะมีผู้นำ พวกพ้องของเคี้ยงอีกหลายคน ที่เห็นด้วยกับทรงกลด เคี้ยงยังไม่รับปากในทันที เขาบอกกับทรงกลด ว่าหากทรงกลด ทำให้อาจู เรียกเคี้ยงว่าอาป๊า เมื่อไหร่ จะยอมช่วย ทรงกลด เล้งแค้นใจทรงกลดมาก สั่งให้อิกกับหมง ฆ่าทรงกลด ธามคณิน และหงส์ให้ได้อาจูและทรงกลด พบจดหมายของตง และวรดี แม่ของทรงกลด เขียนติดต่อกัน ทำให้ทรงกลดรู้ว่า สาเหตุที่ตงส่งทรงกลดกับแม่ไปอยู่อเมริกา ก็เพื่อความปลอดภัย ทรงกลดรู้สึกผิดต่อพ่อ ถึงขนาดไปคุกเข่าขอโทษตง อาจูดีใจที่พ่อลูกปรับความเข้าใจกันได้ ทรงกลดเริ่มรู้ตัวว่า โชคชะตาของตนเองเริ่มเหมือนกับต่อ ที่จะต้องเสียสละเพื่อคนรัก เพราะเขาเอง เริ่มรู้แล้วว่า การต่อสู้กับเล้ง กำลังจะเริ่มขึ้น และคนที่น่าเป็นห่วงที่สุด ก็คืออาจู ทรงกลด ธามคณิน หงส์ นัดเจอกันที่ฉั่วเทียนเหลา เพื่อหาทางพูดจาโน้มน้าว ให้สมาชิกเลือดมังกร เห็นด้วยกับนโยบายของทรงกลด แต่เล้ง สั่งให้อิกและหมง มากำจัดทรงกลด และ ธาม คณิน หงส์ จึงเกิดการยิงปะทะกัน ทุกคนแยกย้ายกันไป ทรงกลด ฝ่าดงกระสุนออกมาได้ อาจูตามมาด้วยความเป็นห่วง อันจึงยิงต่อสู้ เพื่อปกป้องอาจู สุดท้ายทรงกลด วิ่งออกมาเจอกับอาจู อันตามไปยิงสกัดอิก จนอิกหนีรอดไปได้ หมงจะยิงทรงกลด พอดีอาจูเห็นเข้าเสียก่อน อาจูจึงโชคร้าย ถูกหมงยิงบาดเจ็บ ทรงกลดแค้นหมงมาก จะตามหมงไป แต่ก็เป็นห่วงอาจู เลยต้องพาอาจูไปรักษาที่โรงพยาบาลก่อน ทั้งเง็กเคี้ยง ต่างก็โกรธจัดที่ทรงกลดทำให้อาจูต้องเจ็บตัว ถึงแม้อาจู จะบอกว่าไม่ใช่ความผิดของทรงกลดก็ตาม ทรงกลดตัดสินใจในที่สุด เพื่อทำให้อาจูปลอดภัย จากคนร้าย เขาพาตัวอาจู เง็ก ให้ไปอยู่ที่บ้านเคี้ยงเง็กเข้าใจถึงเจตนาของทรงกลดเอง ว่าต้องการปกป้องอาจู แต่อาจูกลับเข้าใจผิด คิดว่าทรงกลดไม่รักตนแล้ว จึงทอดทิ้งตน และลูกในท้อง ทำให้ทรงกลดเองก็เสียใจมาก เพราะไม่รู้ด้วยว่า อาจู มีลูกติดท้องไปด้วย เว่ย ต้องอยู่กับซิ่วเอ็งที่บ้านของตงต่อไป เพราะซิ่วเอ็งไม่ยอมไหนจนกว่า จะฆ่าตงได้ ยิ่งเมื่อรู้ว่าอาจูท้อง ตงมีผู้สืบสกุล ยิ่งทำให้ซิ่วเอ็งแค้นใจหนัก ซิ่วเอ็งสารภาพว่าเธอคือแม่ของเหลียง ถึงแม้ตงจะพยายามบอกว่า เขาไม่ได้โกงเหลียง ดั่งที่เหลียงบอกแก่ซิ่วเอ็ง ก่อนผูกคอตาย แต่ซิ่วเอ็งตอนนี้ ก็กลายเป็นคนที่คุ้มคลั่งจนน่ากลัวไปแล้ว ซิ่วเอ็งพาเว่ยออกไปจากบ้าน แล้วเขียนจดหมายถึงทรงกลด ทำทีว่าหมงจับตัวเว่ยกับตนเองไป ทำให้ทรงกลดร้อนใจจะออกตามหาเว่ย และไปเล่าเรื่องราวทุกอย่างให้เคี้ยงเง็ก อาจู ได้รับรู้ หมงไปจับตัวตงถึงที่ในบ้าน ทรงกลดบุกไปช่วยซิ่วเอ็งและเว่ย ที่โกดังร้าง เขาโดนอิกกับหมง เล่นงานจนแทบสู้ไม่ได้ พอดีอันมาช่วย เลยทำให้ทรงกลดรอดมาได้อย่างหวุดหวิด แต่เขาแทบช็อค เมื่อเห็นซิ่วเอ็งกำลังจะฆ่าตงผู้เป็นพ่อ ทำให้ทรงกลดรู้ว่า แท้ที่จริงแล้ว ซิ่วเอ็งกับหมง ร่วมมือกันจะฆ่าคนในครอบครัวของเขานั่นเอง อาจูเอง ก็ตามมาด้วย เพราะสงสัย ว่าซิ่วเอ็งจะรู้เห็นเป็นใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น แล้วก็เป็นดังคาด ซิ่วเอ็ง กำลังจะฆ่าทรงกลด เคี้ยงก็ปรากฏตัวขึ้น บอกกับซิ่วเอ็ง ว่า เหลียงติดการพนันจนหมดตัว เลยเอาร้านมาขายให้ตง แล้วเอาเงินตงไป โดยเคี้ยงเป็นพยานให้ ซิ่วเอ็งรู้ความจริงเริ่มคุ้มคลั่ง หมงจะยิงทรงกลด อาจูยิงไว้ได้ก่อน แล้วก็การเกิดต่อสู้กันขึ้น หมงจะยิงทรงกลด อันเห็นก่อน เอาตัวเข้าขวาง ทรงกลดแค้น ยิงหมงตาย แต่อันก็ถูกหมงยิงเช่นเดียวกัน อันฝากให้ทรงกลด เอาสร้อยคอแก๊งเขี้ยวสิงห์ไปให้หยก ทรงกลดรับฝากทั้งน้ำตา อันบอก ว่าเขาได้ทำหน้าที่ปกป้องทรงกลด อย่างสมบูรณ์แล้ว แล้วอันก็หมดลมหายใจ ในอ้อมกอดทรงกลด ทั้งเคี้ยงเง็ก อาจู ปอ ตง ต่างเศร้าไปตามๆ กัน อาจูสงสารทรงกลดอย่างจับหัวใจซิ่วเอ็ง ทำใจไม่ได้ ที่เป็นต้นเหตุ อยากร่ำรวย จนทำให้อาเหลียง ต้องหาเงินแบบผิดๆ จนสุดท้ายต้องฆ่าตัวตาย ซิ่วเอ็งเลยตัดสินใจ ฆ่าตัวตายในที่สุด ทั้งเง็ก อาจู เว่ย เวทนาซิ่วเอ็งเป็นอย่างมาก หยกมณีเสียใจที่สุด ที่อันจากไป ทรงกลดเองก็รู้สึกผิด ที่ไม่อาจทำให้อัน ได้แต่งงานกับหยกมณี แต่ถึงแม้หยกมณีจะเสียใจ ที่ไม่อาจได้ร่วมชีวิตกับอัน แต่เธอก็ยืนหยัด ใช้ชีวิตเพียงลำพัง โดยมีอันอยู่ในใจเสมอ ตงเริ่มมีอาการดีขึ้น จนสามารถเดินได้ดังเดิม ตงบอกให้ทรงกลด ไปพาอาจูกลับมาเป็นนายหญิงแห่งแก๊งเขี้ยวสิงห์ให้ได้ อาจูยอมเรียกเคี้ยงว่า ป๊า ในที่สุด ทำให้เคี้ยงดีใจมาก ส่วนทรงกลด ก็ไปง้ออาจู จนอาจูใจอ่อน ยอมกลับมาอยู่ที่บ้านทรงกลด ทั้งเคี้ยงเง็กเว่ย ตง ปอ ต่างดีใจที่อาจูกำลังตั้งท้อง โดยเฉพาะทรงกลด เขาให้คำมั่น จะดูแล ปกป้องอาจู และทุกคนในครอบครัว ให้มีความสุขตลอดไป รายชื่อนักแสดงนำ เจษฎาภรณ์ ผลดี รับบท ทรงกลดนิษฐา จิรยั่งยืน รับบท อาจู หรือ จิรัสยาอนันดา เอเวอริงแฮม รับบท ภรพธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ รับบท ธามแอนดริว เกร้กสัน รับบท คณินเจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ รับบท หงส์ธนากร โปษยานนท์ รับบท อัน หรือ อรรณพรฐา โพธิ์งาม รับบท หยกมณีพศิน เรืองวุฒิ รับบท หมงพิมพ์พรรณ ชลายนคุปต์ รับบท เหมยลี่อนุชิต สพันธุ์พงษ์ รับบท อิก

15 ประโยคเขียนเฟรนด์ชิปภาษาอังกฤษ
10 อันดับ /  นักศึกษา / 

งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา แล้วฉะไหนเลย เวลาเรียนจบจะไม่จากกัน ! อย่างน้อยก็เป็นประสบการณ์ครั้งนึงในชีวิตที่ต้องเจอ (แต่ถ้าเรียนที่เดียวกันต่อก็อาจจะได้เจอหน้ากัน) แต่ถ้าเพื่อนรัก ชาวแก็งของเราต้องกระจายหายกันไปตามทางของตัวเอง มันก็ต้อง ทิ้งร่องรอยจารึก และ ตัวตนให้เพื่อนได้ติดต่อ บ้างละน่ะ ... แต่ถ้าเขียนเป็นภาษาไทย มันจะดูกลืนๆเบสิค ธรรมดาไปหน่อย ทีนเอมไทย เลยจัด 15 ประโยคเขียนเฟรนด์ชิปภาษาอังกฤษ มาให้เพื่อนๆระบายความในใจลงไปเก๋ๆ ! 15 ประโยคเขียนเฟรนด์ชิปภาษาอังกฤษ * สิ่งที่ต้องมีเบๆ (เบสิค)ใน เฟรนด์ชิพ ที่เขียนให้เพื่อนๆ 1. หมวดแนะนำตัวทั่วๆ ไป ชื่อ สกุล ชื่อเล่น ฉายา บางคนที่ครีเอทหน่อย ก็จะประมาณว่า "ชื่อนี้ท่านพ่อเรียก, เรียกเล่นๆ, คุณครูเรียกในห้องเรียน, เรามีนามว่า, เรียกกันในกลุ่ม วันเกิด (เอาไว้ทวงของขวัญกลายๆ เผื่อเค้าเปิดเจอ) ที่อยู่ เยอร์โทร.(เผื่อจะได้ส่งของขวัญมาให้ได้ถูกไง้) ความชอบ สิ่งที่เกลียด สิ่งที่กลัว สีที่ชอบ ความรู้สึก ลึกๆ ในใจเราที่อยากบอกเพื่อน ภาพวาดประกอบ (อันนี้สำคัญมาก เพื่อจะได้ทำให้พื้นที่หน้านั้นหมดไป ) *3 บางคนมีรูปแป่ะไว้ให้ด้วย 2. หมวด กลอน, เนื้อเพลง อาจจะฮาๆ ซึ้งๆ ก็แล้วแต่คนจะนึกออก 3. หมวด(วาด)ภาพประกอบ  สมัยก่อน สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้นอกเหนือจากประวัติส่วนตัว ความชอบ นิสัย ความใฝ่ฝัน คำคม ที่อยู่.. นั่นก็คือต้องวาด ดอกฝิ่น (ไม่รู้จะฮิตวาดกันไปทำไม ? ดอกฝิ่นต้องหักด้วยค่ะ ถึงจะเริ่ดด) จะเห็นกันไปเลยว่า ฝีมือใครเยี่ยมแค่ไหน ในการสร้างสรรค์ผลงาน ศิลปะ ไอเดียใครดี เจ๋งน่าประทับใจ บางคนเอาเฟรนด์ชิพเพื่อนไปดองไว้เป็นเดือน บางคนก็ทำสุดจะเริ่ด เอาไฟลนบ้าง ฉีกสมุดเป็นขอบๆ ปะๆ บ้าง ฯลฯ แต่พอกลับไปดูของเหล่านี้ เชื่อว่า เรียกรอยยิ้มจากเราได้แน่ๆ 4. ภาพกลุ่ม หรือภาพเดี่ยว แป่ะให้เพื่อน เพื่อนซี้ที่สนิทมากกว่าคนอื่น ก็อาจจะมีรูปแป่ะไว้ให้หน่อย (คราวนี้เราก็จะไปอัดรูปกันเป็นกระตั๊กๆ เลยทีเดียว) โพสต์รูปแกงค์ของตัวเอง รูปภาพประทับใจวันอำลา หรือไอเดียเขียนเฟรนด์ชิพเก๋ๆ ไว้ด้วยน๊า ตอนนี้มีอินเตอร์เน็ต มือถือ เข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิตเรามากมาย บางคนจึงอาจจะไม่ค่อยเขียนเฟรนด์ชิพ แต่แลก hi5 แลกเบอร์กันแทน สะดวกดี แต่ความประทับใจไม่คงนานเท่าเขียนเฟรนด์ชิพแน่ๆ ..ฟันธ๊งงงงงงงงง ประโยคเขียนเฟรนด์ชิปภาษาอังกฤษ Be well, do good work, and keep in touch. ขอให้อยู่ดีมีสุข ทำสิ่งดีๆ แล้วอย่าขาดการติดต่อกันนะ You've had my heart since hello. Nothing will ever change that. Not distance, not time, not space. Nothing will ever take my heart away from you. เธอได้ใจฉันไปตั้งแต่สวัสดี ไม่มีอะไรจะมาเปลี่ยนมันได้ ไม่ว่าจะระยะทางหรือกาลเวลา ไม่มีอะไรจะมาพรากเธอไปจากใจฉันได้ Goodbyes are not forever. Goodbyes are not the end. They simply mean I'll miss you. Until we meet again! ลาก่อนไม่ใช่ชั่วนิรันดร์ ลาก่อนไม่ใช่จุดจบ มันเป็นแค่การบอกว่าฉันจะคิดถึงเธอ จนกว่าเราจะได้พบกันอีก A true friend is someone who is there for you when he'd rather be anywhere else. เพื่อนแท้คือคนที่อยู่ตรงนั้นเพื่อคุณในเวลาที่เขาสามารถไปอยู่ที่อื่นก็ได้ We only part to meet again. เราแค่จากกันเพื่อจะได้พบกันอีก Friendship isn't a big thing - it's a million little things. มิตรภาพไม่ใช่เรื่องใหญ่ มันคือเรื่องเล็กๆ ล้านเรื่องรวมกัน There are big ships and small ships. But the best ship of all is friendship. มีทั้งเรือใหญ่และเรือเล็ก แต่เรือที่ดีที่สุดคือเรือแห่งมิตรภาพ (เล่นคำว่า ?ship?) We have been friends together. In sunshine and in shade. เราเป็นเพื่อนกันตลอด ไม่ว่าจะในแสงสว่างหรือในความมืด I miss you a little; a little too much, a little too often, a little more every day. ฉันคิดถึงเธอนิดหน่อย แบบมากไปหน่อย บ่อยไปหน่อย และเพิ่มขึ้นทีละน้อยๆ ในทุกๆ วัน Saying goodbye doesn't mean anything. It's the time we spent together that matters, not how we left it. การบอกลาไม่ได้มีความหมายอะไร เวลาที่เราใช้ร่วมกันต่างหากที่สำคัญ ไม่ใช่การที่เราต้องจากกัน How lucky I am to have known someone who was so hard to say goodbye to. ฉันโชคดีขนาดไหนที่ได้รู้จักคนคนนึงที่ทำให้การบอกลากลายเป็นเรื่องยาก ?I always knew that when I looked back on the times I cried I would smile. But I never knew that when I looked back on the times I smiled I would cry. ฉันรู้มาตลอดว่าเมื่อฉันมองกลับไปยังเวลาที่ฉันร้องไห้ ฉันจะยิ้ม แต่ฉันไม่เคยรู้เลยว่าเวลาที่มองกลับไปยังตอนที่ยิ้ม ฉันจะร้องไห้ A part of you has grown in me, together forever we shall be, never apart, maybe in distance, but not in the heart. ส่วนหนึ่งของเธอได้โตในใจฉัน เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป ระยะทางอาจแยกเราจากกัน แต่ไม่มีวันแยกเราจากใจ "We'll be Friends Forever, won't we, Pooh?" asked Piglet. "Even longer," Pooh answered. ?เราจะเป็นเพื่อนกันตลอดไปใช่มั้ยพูห์? พิกเล็ตถาม ?นานกว่านั้นอีก? พูห์ตอบ ?If you're alone, I'll be your shadow. If you want to cry, I'll be your shoulder. If you want a hug, I'll be your pillow. If you need to be happy, I'll be your smile. But anytime you need a friend, I'll just be me. ถ้าเธอเหงา ฉันจะเป็นเงาของเธอ ถ้าเธออยากร้องไห้ ฉันจะเป็นไหล่ให้ซบ ถ้าเธออยากได้กอด ฉันจะเป็นหมอนของเธอ ถ้าเธออยากมีความสุข ฉันจะเป็นรอยยิ้ม แต่เมื่อไหร่ที่เธอต้องการเพื่อน ฉันก็จะเป็นแค่ฉัน ในภาษาไทยเวลาเราพูดว่าลาก่อน ทุกวันนี้เราคงพูดกันว่า บ๊ายบาย ใช่ไหมคะ แต่น้องๆ เคยสังเกตมั้ยคะว่าในภาษาอังกฤษมีตั้งหลายคำทั้ง Goodbye, Bye-bye หรือ Bye และอื่นๆ อีกหลายคำ เอ... แล้วมันต่างกันยังไงนะ Goodbye เป็นคำมาตรฐานที่สุด จะใช้แบบเป็นทางการ กึ่งทางการ หรือกับเพื่อนฝูงก็ได้ค่ะ นอกจากนี้ก็ใช้ได้ทุกโอกาส ทั้งจบการสนทนาทางโทรศัพท์ เลิกเรียน หลังเที่ยวกันเสร็จ หรือจะพูดปิดท้ายตอนรายงานหน้าห้องเสร็จแล้วก็ได้ ถือเป็นคำกลางๆ ค่ะ Bye คือคำย่อของ Goodbye ทำให้ดูเป็นทางการน้อยกว่า ไม่เหมาะใช้กับระดับที่เป็นทางการ แต่สามารถใช้ได้ในระดับกึ่งทางการ หรือ ไม่เป็นทางการเลย อย่างพูดกับเพื่อน หรือใช้กับร้านค้า เวลาเราไปซื้อของหรือไปรับบริการ Bye-bye เป็นคำที่คุ้นปากคนไทยที่สุด เพราะเรามักพูดกันว่า ?บ๊ายบาย? ในภาษาอังกฤษจริงๆ คือการเล่นเสียงของ Bye ให้ฟังดูน่ารัก ขี้เล่นมากขึ้น แต่เดิมมักใช้กับเด็กหรือสัตว์เลี้ยง (ที่เวลาเราพูดด้วยจะต้องทำเสียงเล็กเสียงน้อยประจำ) แต่ปัจจุบันนี้ก็ทำมาใช้ทั่วไปได้ แต่ต้องระวังหน่อยนะคะว่าผู้ที่เราพูดด้วยเป็นใคร เพราะผู้สูงอายุ คนหัวโบราณหรือผู้ที่อยู่ในแถบชนบทบางแห่ง (ของฝรั่ง) จะยังรู้สึกว่าเป็นคำที่ใช้กับเด็ก เขาอาจจะคิดว่าเรามองเขาเป็นคนที่ต่ำต้อยกว่าหรือมองเป็นเด็ก ซึ่งผู้สูงอายุหลายคนจะไม่ชอบให้ลูกหลานทำเหมือนตัวเองเป็นเด็ก ข้อมูล teen.mthai.com อ้างอิง yenta4.com

83 เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์
ความรู้รอบโลก /  วิทยาศาสตร์ / 

วันนี้ทีนเอ็มไทยมี 83 เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์ มาฝากเพื่อนๆ กันคะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ร่างกาย อวัยวะของเรา หรือแม้กระทั้งเรื่องของธรรมชาติ สัตว์ สิ่งของด้วย ลองไปดูกันคะว่า เรื่องน่ารู้นี้จะมีอะไรที่เรายังไม่เคยรู้มาก่อนบ้างนะ ^^ 83 เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์ 1. เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์ มนุษย์พลังงาน เชื่อหรือไม่ว่าร่างกายของคนผลิตกระแสไฟฟ้าได้ คนแต่ละคนจะมีพลังงานเทียบเท่ากับการเปิดหลอดไฟฟ้าขนาด 120 วัตต์ เพราะคนที่กินอาหารเข้าไปปริมาณ 2,500 แคลอรีในแต่ละวันจะให้พลังงานความร้อน 104 แคลอรีต่อชั่วโมง ซึ่งเทียบเท่ากระแสไฟฟ้าที่มีพลังงาน 120 วัตต์ 2. กะพริบตา ตลอดชีวิตของคนเรานั้นเราต้องกะพริบตาถึง 250 ล้านครั้งทีเดียว เพราะเราจะต้องกะพริบตาทุก ๆ 6 วินาที ทำให้กล้ามเนื้อตาเคลื่อนไหวประมาณ 10,000 ครั้งต่อวัน ถ้าเปรียบกับการทำงานของกล้ามเนื้อขาแล้ว จะ เท่ากับวิ่งระยะทาง 80 กิโลเมตรต่อวัน 3. สมองบริโภค เชื่อหรือไม่ว่าตอนแรกเกิดสมองของเราหนักประมาณ 3% ของน้ำหนักตัวเท่านั้น แต่เมื่ออายุได้ประมาณ 15 ปี สมองจะหนักถึง 1.4 กิโลกรัมและจะมีขนาดคงที่ สมองเติบโตได้เพราะใช้พลังงานจากอากาศที่เราหายใจเข้าไป 20% และใช้เลือดหล่อเลี้ยงถึง 15% ของเลือดทั้งหมดในร่างกาย 4. กระบวนการคิด นักวิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้วว่า อิริยาบถต่าง ๆ มีผลต่อการคิดและการตัดสินใจของมนุษย์ การนอนคิดจะทำให้ความคิดกว้างไกล การยืนทำให้ความคิดแคบลงสามารถตัดสินใจได้เร็วขึ้น ส่วนการนั่งเป็นอิริยาบถที่เหมาะกับการตัดสินใจที่ไม่รีบร้อนเท่าใดนัก ผมงอก โดยปกติ ใน 1 สัปดาห์ผมจะงอกออกมา 2 มิลลิเมตรใน 1 วัน จะมีช่วงที่ผมงอกได้ดี 2 ช่วง คือ ระหว่างเวลา 10.00 ? 11.00 น. และ 16.00 ? 18.00 น. แต่ไม่ต้องเอากระจกไปส่องดูการงอกของเส้นผมหรอกนะ เพราะมันแทบจะมองไม่เห็นเลย 5. เส้นขนแข็งแรง โดยเฉลี่ยแล้ว คนเราจะมีเส้นขนประมาณ 5 ล้านเส้นทั่วร่างกาย ยกเว้นบริเวณริมฝีปาก ฝ่ามือและฝ่าเท้า เส้นขนที่แข็งแรงที่สุดคือหนวด เชื่อหรือไม่ว่าหนวดแข็งแรงพอ ๆ กับลวดทองแดงที่มีขนาดเท่ากันเลยทีเดียว 6. เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์ ตาแหลมคม ตาของเหยี่ยวสามารถมองเห็นแมลงวันที่อยู่ในระยะครึ่งไมล์ได้ ส่วนเสือดาวก็สามารถมองเห็นคนกะพริบตาที่ระยะห่าง 100 หลาได้ ตาของคนก็มีความพิเศษเช่นเดียวกัน เพราะสามารถแยกแยะความแตกต่างของสีได้มากถึง 17,000 สี 7. ตาที่สาม เชื่อหรือไม่ว่ามนุษย์มีสามตา ตาที่สามนี้ก็คือต่อมไพเนียลซึ่งอยู่ด้านหลังของกะโหลกศีรษะ ภายในต่อมมีสารเคมีที่มีชื่อว่าเซโรโตนินอยู่เป็นจำนวนมาก เชื่อกันว่า สารชนิดนี้ช่วยส่งผลให้มนุษย์มีการคิดอย่างสมเหตุสมผล นักวิทยาศาสตร์จึงเปรียบต่อมนี้ว่าเป็นตาที่สามของมนุษย์ 8. ฮัดเช้ย! เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาทำให้จมูกของเราเกิดการระคายเคือง เราจะจามออกมาโดยอัตโนมัติ ทุกครั้งที่เราจามจะมีน้ำลายฟุ้งกระจายออกมาถึง 100,000 หยด ด้วยอัตราเร็ว 152 ฟุตต่อวินาที 9. ริมฝีปาก เคยสงสัยกันหรือไม่ครับว่าทำไมริมฝีปากของเราจึงมีสีแดงมากกว่าส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะผิวหนังบริเวณริมฝีปากบางกว่าส่วนอื่น ๆ นั่นเอง จึงทำให้สามารถมองเห็นสีของเลือดใต้ผิวหนังได้ 10. ยิ้มแย้ม ร่างกายของเราประกอบด้วยกล้ามเนื้อประมาณ 650 มัด หากเราหน้าบึ้งจะต้องใช้กล้ามเนื้อประมาณ 400 มัด ในขณะที่การยิ้มใช้กล้ามเนื้อ 15 มัด เท่านั้น และพลังงานที่ใช้ก็น้อยกว่าการขมวดคิ้ว 1 ครั้งเสียอีก เชื่อกันว่าการขมวดคิ้ว 200,000 ครั้ง ทำให้เกิดรอยตีนกา 1 รอย 11. เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์ ฟันปลา เชื่อกันว่าเมื่อประมาณ 1 ล้านปีที่แล้ว ฟันของมนุษย์มีลักษณะคล้ายกับฟันปลาเพราะมีการค้นพบฟันลักษณะเดียวกันกับของมนุษย์อยู่ในกรามของปลาฉลามยุคก่อนประวัติศาสตร์ ดังนั้น ฟันของมนุษย์และปลาฉลามจึงมีโครงสร้างพื้นฐานเหมือนกัน แต่ฟันของมนุษย์ได้พัฒนาจนมีรูปร่างเหมือนในปัจจุบัน ปลาเปคู (Pacu) ปลาฟันคน http://teen.mthai.com/variety/59011.html 12. การทรงตัว เชื่อหรือไม่ว่าหูมีผลต่อการทรงตัว อวัยวะที่ช่วยให้เราสามารถทรงตัวอยู่ได้คือ เซมิเซอร์คิวลาร์ คาแนล (semicir-cular canel) ในหูซึ่งภายในมีของเหลวที่ไวต่อการกระตุ้นของเหลวนี้จะทำหน้าที่ในการรับรู้สมดุล หากเราหมุนไปรอบ ๆ ตัวเร็ว ๆ หลาย ๆ ครั้ง จะทำให้อวัยวะนี้เกิดความสับสน เราจึงรู้สึกเวียนศีรษะ 13. เสียงกรน เสียงกรนเป็นเสียงที่สร้างความรำคาญแก่ผู้ได้ยินเพราะดังพอ ๆ กับเสียงของสว่านไฟฟ้าซึ่งดังถึง 70 เดซิเบล 14. พลังปอด เชื่อหรือไม่ว่าปกติเราจะหายใจเอาอากาศเข้าไปประมาณ 6 ลิตรต่อนาที แต่ระหว่างออกกำลังกายและหลังออกกำลังกายใหม่ ๆ เราอาจหายใจเอาอากาศเข้าไปได้มากถึง 100 ลิตรต่อนาที 15. น้ำหนักวิญญาณ เชื่อหรือไม่ครับว่าวิญญาณของพวกเราก็มีน้ำหนักด้วยเหมือนกัน นักวิทยาศาสตร์ทดลองชั่งน้ำหนักของวิญญาณโดยชั่งน้ำหนักของคนในขณะที่มีชีวิตอยู่เปรียบเทียบกับน้ำหนักหลังจากเสียชีวิตทันที พบว่าน้ำหนักหายไป 21 กรัม จึงสรุปว่าดวงวิญญาณของพวกเรามีน้ำหนัก 21 กรัมด้วย 16. เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์ สารฆ่าความเจ็บปวด น้องๆเคยสังเกตไหมว่าทำไมบางครั้งนักกีฬาที่ได้รับบาดเจ็บในระหว่างการแข่งขันยังสามารถลงแข่งขันได้จนจบหรือทหารที่ได้รับบาดเจ็บในสนามรบยังคงทนต่อสู้ข้าศึกอยู่ได้ พวกเขาไม่เจ็บกันหรือ นักวิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้วครับว่าเมื่อมนุษย์เผชิญสถานการณ์ที่ตึงเครียด สมองจะปล่อยสารออกมายับยั้งความรู้สึกเจ็บปวดเอาไว้ ทำให้มนุษย์ต่อสู้กับความเจ็บปวดได้ 17. ไม่มีน้ำตา รู้หรือปล่าวว่าตอนที่เราอายุ 4-5 เดือน เราร้องไห้ไม่มีน้ำตากันหรอกครับ แม้จะร้องเสียงดังแค่ไหนก็ตาม ที่เป็นเช่นนี้เพราะต่อมน้ำตาของคนเราจะพัฒนาขึ้นหลังจากเกิดมาแล้ว 4-5 เดือน ตอนนี้พวกเราคงจะร้องไห้มีน้ำตากันทุกคนแล้วนะครับ 18. หิวเพราะกลิ่น พอกลิ่นหอมของอาหารลอยมา พวกเราคงเคยรู้สึกหิวตามกลิ่นนั้นไปด้วยใช่ไหมล่ะ ก็กลิ่นอาหารเข้าไปกระตุ้นระบบการย่อยอาหารของเราน่ะสิครับ ทำให้น้ำย่อยในปากและท้องทำงาน เราจึงรู้สึกหิวทั้งๆที่บางครั้งเราไม่ต้องการกินอีกแล้ว 19. กระเพาะแข็งแกร่ง ในกระเพาะอาหารของเรามีน้ำย่อยที่มีฤทธิ์เป็นกรดสูงมาก จนสามารถละลายสังกะสีได้ แต่กรดเหล่านี้ไม่สามารถละลายผนังกระเพาะของเราได้ เนื่องจากทุกนาทีเซลล์ผนังกระเพาะเก่า 5000 เซลล์ จะถูกเซลล์ใหม่แทนที่และเปลี่ยนเป็นเซลล์ใหม่ทั้งหมดทุกๆ 3 วัน 20. ท้องร้องจ๊อกๆ พวกเราเคยได้ยินเสียงท้องร้องเมื่อรู้สึกหิวบ้างไหมครับ สาเหตุที่ท้องร้องก็เพราะสมองซึ่งเป็นส่วนที่ควบคุมความรู้สึกหิวของเรา จะคอยจัดลำดับการทำงานของกระเพาะอาหารและลำไส้ ถ้าในเลือดมีสารอาหารพอเพียง สมองก็จะสั่งให้ระบบย่อยอาหารทำงานช้าลง แต่เมื่อใดที่มีสารอาหารในเลือดน้อยระบบย่อยอาหารจะทำงานเร็วขึ้นเราจึงได้ยินเสียงท้องร้อง 21. เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์ ตกใจจนหน้าซีด เมื่อเราตกใจหน้าจะซีด เนื่องจากเลือดบริเวณแก้มจะไหลย้อนกลับอย่างรวดเร็วเพื่อทำหน้าที่ฉุกเฉิน คือให้สารอาหารและออกซิเจนแก่กล้ามเนื้อส่วนอื่น เนื่องจากร่างกายไม่ได้เตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลาว่าจะต้องเผชิญความตกใจ เมื่อเลือดจากแก้มไหลออกไป หน้าเราจึงซีด 22. เขินอาย เมื่อเรารู้สึกเชินอายหน้าเราก็จะแดง โดยเฉพาะบริเวณแก้มและลำคอ เพราะขณะที่เราเขินอาย เซลล์ประสาทจะถูกกระตุ้นให้ปล่อยสารเคมีที่พลังงานสูงชื่อว่า เปปไตด์ (peptide) ออกมา ทำให้เส้นเลือดที่แก้มและลำคอขยายตัว หน้าของเราจึงแดงมากกว่าปกติ 23. มาจากดวงดาว ร่างกายของเราประกอบด้วยอะตอมจำนวนมาก อะตอมเหล่านี้มาจากไหน นักวิทยาศาสตร์บางกลุ่มเชื่อว่าอะตอมเกิดมาจากดวงดาวที่ดับแล้วเมื่อ 5000 ล้านปี ก่อนที่จะมีพระอาทิตย์เกิดขึ้น และดวงดวงนี้เคยมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ก่อนเมื่อโลกเกิดขึ้น เซลล์ของสิ่งมีชีวิตนี้ก็ได้พัฒนาเรื่อยมาจนกลายเป็นคน 24. สารพัดสาร เชื่อหรือไม่ว่าในร่างกายของเรามีสารอยู่มากมาย เช่น มีฟอสฟอรัสในปริมาณที่มากพอจะทำหัวไม้ขีดไฟ 2,000 ก้าน มีไขมันพอที่จะทำสบู่ได้ 7 ก้อน มีเหล็กมากพอที่จะทำตะปูได้ 1 ตัว มีปูนขาวที่สามารถละลายน้ำแล้วนำไปทาห้องเล็ก ๆ ได้ 1 ห้อง มีซัลเฟอร์ 1 ช้อนชาและโลหะอีกประมาณ 30 กรัม 25. นอนแล้วสูง การนอนช่วยให้เราสูงขึ้นได้ เพราะเมื่อเรายืนหรือนั่ง แผ่นกระดูกอ่อนที่กระดูกสันหลังจะถูกแรงดึงดูดของโลกกดลง การนอนช่วยให้แรงกดนี้หายไป แผ่นกระดูกอ่อนที่ถูกกดก็จะพองตัว ทำให้เราสูงขึ้นได้อีก 8 มิลลิเมตร แต่เมื่อตื่นมาเราก็จะสูงเท่าเดิม 26. เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์ พลังกาย ร่างกายของคนเราแข็งแกร่งมากกว่าที่เราคิดเสียอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสามารถในการยกน้ำหนัก เช่น ถ้าเรานอนหลับโดยห่มผ้าหนัก 2.5 กิโลกรัม หายใจโดยเฉลี่ย 16 ครั้งต่อนาที และนอนนานประมาณ 8 ชั่วโมง ทรวงอกของเราสามารถยกน้ำหนักได้ถึง 20 ตัน 27. ฉันทำไม่ได้ สิ่งที่ร่างกายของคนเราไม่สามารถทำได้ คือหายใจและกลืนอาหารไปพร้อม ๆ กัน เพราะกระบวนการกลืนจะไปรบกวนกระบวนการหายใจด้วยการปิดกั้นอากาศไม่ให้ผ่านเข้าไปขณะที่อาหารเคลื่อนจากปากไปยังคอหอยและผ่านไปที่กระเพาะอาหาร 28. หัวใจที่รัก ในช่วงชีวิตของมนุษย์นั้น หัวใจจะสูบฉีดโลหิตประมาณ 500 ล้านลิตรและเต้น 2,000 ล้านครั้ง ดังนั้น ใน 1 วัน หัวใจจะสูบฉีดโลหิตมากกว่า 13,500 ลิตร และเต้น 100,000 ครั้ง แต่ละวันหัวใจจึงต้องทำงานหนักเพื่อให้ได้พลังงานมากพอ เชื่อหรือไม่ว่าพลังงานที่ได้นี้สามารถยกรถยนต์ได้สูงถึง 15 เมตรเลยทีเดียว 29. เรื่องของผิวหนัง เชื่อหรือไม่ว่าพื้นที่เพียง 1 ตารางนิ้วบนผิวหนังของเรานั้นประกอบไปด้วยเซลล์ถึง 19 ล้านเซลล์ ขน 60 เส้น ต่อมน้ำมัน 90 ต่อม ต่อมเหงื่อ 625 ต่อม เส้นเลือดยาว 19 ฟุต และเซลล์รับความรู้สึก 19,000 เซลล์ 30. เซลล์เม็ดเลือด มีผู้เชี่ยวชาญสันนิษฐานว่าถ้านำเซลล์เม็ดเลือดของเรามาต่อเป็นสายยาวจะสามารถพันรอบเส้นศูนย์สูตรได้ถึง 4 รอบเลยทีเดียว 31. เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์ น้ำในร่างกาย น้อง ๆ คิดว่า ร่างกายของเรามีสถานะใดตามหลักวิทยาศาสตร์ หลายคนอาจจะคิดว่า มีสถานะเป็นของแข็ง แต่น้อง ๆ รู้หรือไม่ว่าร่างกายของเราประกอบด้วยน้ำถึง 2 ใน 3 ด้วยเหตุนี้ตลอดชีวิตของคน 1 คนจึงต้องดื่มน้ำเป็นจำนวนมากถึง 70,000 ลิตร 32. ความสำคัญของเกลือแร่ เกลือแร่เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย เพราะช่วยทำให้กระดูกแข็งแรง หากนำเกลือแร่ออกจากกระดูกโดยนำกระดูกไปแช่ในน้ำกรด เกลือแร่จะละลายออกมาจนสามารถนำกระดูกนั้นมาผูกให้เป็นปมได้ 33. หนาวสั่น อาการหนาวสั่นเป็นอาการที่ร่างกายแสดงออกมาเพื่อรักษาอุณหภูมิของร่างกายให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม หลังจากที่ได้รับความเย็นมากเกินไป เพราะความเย็นจะทำให้กระบวนการต่าง ๆ ในร่างกายทำงานช้าลง และเป็นอันตรายได้หากอุณหภูมิลดต่ำลงมาก ๆ ดังนั้น กล้ามเนื้อจึงผลิตความร้อนด้วยการทำให้กล้ามเนื้อหดตัวไปมาอย่างรวดเร็ว 34. สูงและต่ำ ตอนกลางวัน อุณหภูมิในร่างกายของเราอาจสูงขึ้นได้มาก ๆ หากเรารับประทานอาหารมื้อใหญ่ อยู่ในที่อากาศร้อน หรือออกกำลังกายอย่างหนัก แต่ตอนกลางคืน อุณหภูมิในร่างกายของเราจะค่อย ๆ ลดลงจนต่ำที่สุดเมื่อเรานอนหลับเพื่อเป็นการรักษาสมดุล 35. ลูกผู้ชาย การที่ผู้ชายเชื่อว่าลูกผู้ชายต้องไม่หลั่งน้ำตานั้น ส่งผลกระทบให้ผู้ชายเป็นโรคเครียดได้ง่ายกว่าผู้หญิง เพราะมีโอกาสปลดปล่อยอารมณ์ที่ถูกกดดันได้น้อย รู้อย่างนี้แล้ว ใครที่กำลังเครียดก็ลองหาโอกาสปลดปล่อยอารมณ์บ้างก็ดีนะครับ แต่ไม่ใช่เอาแต่นั่งร้องไห้อยู่ล่ะ การออกกำลังกายก็สามารถช่วยคลายเครียดได้เช่นกัน 36. เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์ ตัวยารักษาโรค การฉีดยาเป็นวิธีการรักษาโรคอีกวิธีหนึ่งที่แพร่หลาย ทราบหรือไม่ว่าแพทย์ได้ตัวยามาจากไหน ในยาฉีดนั้นมีส่วนประกอบของแบคทีเรียที่ทำให้มีฤทธิ์อ่อนลง ซึ่งได้มาจากเชื้อโรคของผู้ป่วยรายอื่นที่ป่วยเป็นโรคเดียวกับเรา นอกจากนำไปทำเป็นยาฉีดแล้ว เชื้อโรคเหล้านั้นยังสามารถนำไปทำเป็นวัคซีนป้องกันโรคได้อีกด้วย โดยวัคซีนจะเข้าไปสร้างภูมิคุ้มกันโรคชนิดนั้น ๆ ในร่างกาย 37. หาวนอน อาการง่วงเหงาหาวนอนเกิดจากการที่เรารู้สึกเหนื่อยหรืออ่อนเพลีย ระบบทางเดินหายใจของเราจึงทำงานช้าลงเป็นผลให้กล้ามเนื้อคอหอยปิดโดยอัตโนมัติ ทำให้ร่างกายต้องการอากาศเพิ่มขึ้น เราจึงต้องหาวเพื่อเอาอากาศเข้าไปใช้ในกระบวนการหายใจ 38. ใบหน้า วันหนึ่ง ๆ เราอาจมีอารมณ์และความรู้สึกเหล่านั้นถูกถ่ายทอดออกมาบ่อยครั้งทางใบหน้า เชื่อหรือไม่ว่ากล้ามเนื้อทั้งที่เป็นวงกลมและเป็นเส้นบนใบหน้าสามารถแสดงอารมณ์ที่หลากหลายได้มากกว่า 1,000 รูปแบบ 39. นอนหลับ ขณะนอนหลับเราสามารถเรียนรู้ได้หรือไม่ ในสมัยก่อนนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่ามนุษย์ไม่สามารถเรียนรู้ในขณะนอนหลับได้ แต่จากการทดลองอย่างละเอียดของนักวิทยาศาสตร์รุ่นหลังพบว่า มนุษย์จะไม่สามารถเรียนรู้ได้ในขณะที่นอนหลับสนิท แต่จะสามารถเรียนรู้ได้ในขณะที่อยู่ในช่วงสะลึมสะลือ 40. ล้มตัวลงนอน เชื่อหรือไม่ว่า ในบรรดาสิ่งมีชีวิต มีสัตว์เพียง 2-3 ชนิดเท่านั้น ที่นอนหลับโดยเอนหลังแนบกับพื้น และสัตว์ชนิดหนึ่งที่สามารถทำเช่นนี้ได้ก็คือมนุษย์ 41. เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์?น้ำหนักลด ไม่ว่าเราจะมีน้ำหนักมากน้อยเพียงใดก็ตาม น้ำหนักของเราจะสามารถลดลงได้ 300 กรัม ทุกวันในขณะที่เรานอนหลับแต่อย่าเพิ่งดีใจไปนะครับ เพราะทันทีที่ตื่นขึ้นมา น้ำหนักของเราก็จะเท่าเดิม 42. อาณาจักรแห่งความฝัน นักวิทยาศาสตร์พบว่า ถ้าวันหนึ่ง ๆ เรานอนหลับประมาณ 8 ชั่วโมง เราจะฝัน 3-5 ครั้งต่อคืน โดยช่วงความฝันแต่ละครั้งใช้เวลานานประมาณ 10-30 นาที และถ้าเราถูกปลุกขึ้นมาในระหว่างที่กำลังฝันอยู่ เราอาจจะจำความฝันนั้นได้หรือไม่ได้ก็ได้ 43. ความฝัน เชื่อหรือไม่ว่า ความฝันช่วยทำให้จิตใจของเราสดชื่นเบิกบานได้ ไม่ว่าเราจะจำความฝันนั้นได้หรือไม่ก็ตาม เพราะความฝันจะแสดงถึงสิ่งที่เราอยากทำเมื่อตื่น แต่เราไม่สามารถทำได้ด้วยเหตุผลนานาประการ 44. เวลาของความฝัน ผู้เชี่ยวชาญแสดงทัศนะเกี่ยวกับเวลาในช่วงของความฝันไว้ว่า เวลาที่เราตื่นอยู่ประสาทความรู้สึกเกี่ยวกับเวลาของเราจะเป็นแนวตั้ง ดังนั้น เราจึงรับรู้แต่ขณะปัจจุบันเท่านั้น แต่เมื่อเราหลับมันจะกลายเป็นเส้นแนวนอน ทำให้เราสามารถเดินทางไปในอดีตและอนาคตได้ 45. สร้างความฝัน ถ้าอยากให้ความฝันสวยงามลองงดดื่มเครื่องดื่มทุกชนิดประมาณ 1-2 ชั่วโมงก่อนเข้านอนสิครับ เพราะผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าจะทำให้ความฝันยิ่งใหญ่ และถ้าใครเห็นความฝันของตนเองเป็นสีต่าง ๆ ละก็แสดงว่าเป็นคนที่ไวต่อการกระตุ้นต่าง ๆ รอบตัวมากทีเดียว 46. เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์ จมูกของมด ใครรู้บ้างว่ามดใช้อะไรในการดมกลิ่น คำตอบก็คือใช้เท้านั่นเอง การใช้เท้าดมกลิ่นช่วยให้มันสามารถตามกลิ่นที่เพื่อนของมันทิ้งไว้ตามทางได้ นอกจากนี้มันยังสามารถใช้ข้อต่อที่หนวดรับกลิ่นได้อีกด้วย 47. นายช่างใหญ่ บีเวอร์เป็นสัตว์ที่ชอบสร้างเขื่อนและบ้านของมันมาก มันจะคาบกิ่งไม้และกินไม้เป็นอาหาร ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะถ้าไม่ได้กัดไม้ทุกวัน ฟันของมันก็จะงอกและยาวขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้มันกินอาหารไม่ได้และอดตายในที่สุด 48. อูฐลื่น อูฐเป็นสัตว์ที่ขาแต่ละข้างประกอบด้วยนิ้วขนาดใหญ่ 2 นิ้ว ปกคลุมด้วยแผ่นรองเท้าที่หนาและเหนียวทั้งยังมีแผ่นหนังบาง ๆ เชื่อมนิ้วเท้าให้ติดกัน ทำให้เท้าอูฐแข็งแรงเหมาะสำหรับเดินในทะเลทราย แต่หากจับอูฐมาอยู่ในโคลนละก็ เท้าแบบนี้ก็ไร้ประโยชน์เพราะจะทำให้อูฐลื่นไถลได้ง่าย 49. หางเก็บอาหาร มีสัตว์อยู่หลายชนิดที่มีหางและหางของมันก็ใช้ประโยชน์ได้แตกต่างกันไป อย่างเช่น แกะพันธุ์หนึ่งที่ใช้หางของมันทำหน้าที่เก็บหญ้าซึ่งเป็นอาหารของมันไว้ เมื่อหญ้าขาดแคลน หญ้าที่ถูกสะสมไว้ที่หางก็จะเปลี่ยนเป็นไขมันเพื่อให้พลังงานแก่ร่างกาย 50. หูหนวกเต้นระบำ หากใครเคยชมภาพยนตร์อินเดียคงจะเคยเห็นงูที่เต้นระบำเมื่อได้ยินเสียงปี่ จริง ๆ แล้วมันไม่ได้เต้นระบำเพราะเสียงปี่หรอกครับ งูเป็นสัตว์ที่หูหนวกจึงไม่ได้ยินเสียงปี่ แต่ที่มันเต้นส่ายไปส่ายมาก็เพราะจังหวะการเคลื่อนไหวของหมองูต่างหาก ถ้าลองใช้ไม้แทนปี่ งูก็ยังคงเต้นระบำได้เหมือนกั 51. เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์ สุนัขน้ำร้อน สุนัขเป็นสัตว์ที่คนนิยมเลี้ยงกันโดยทั่วไป เพราะนอกจากจะใช้เฝ้าบ้านแล้ว สุนัขยังทำหน้าที่ได้หลายอย่าง นานมาแล้วชาวอินเดียนแอซเทคนำสุนัขพันธุ์เม็กซิโกซึ่งตัวเล็กนิดเดียวและมีขนสั้นบางมาใช้แทนกระเป๋าน้ำร้อน เพื่อสร้างความอบอุ่นแก่เท้าเจ้าของเมื่ออากาศหนาว 52. ช้างนักกิน ช้างแอฟริกามีขนาดใหญ่มาก หนักถึง 7 ตัน ที่ตัวใหญ่ขนาดนี้เพราะมันใช้เวลาในการกินประมาณ 18-20 ชั่วโมงต่อหนึ่งวัน โดยกินพืชผักประมาณวันละ 350 กิโลกรัมและกินน้ำ 90 ลิตร 53. กินทางตา โดยปกติสัตว์จะกินอาหารทางปาก แต่สำหรับคางคกและกบแล้ว พวกมันจะกินอาหารทางตา เมื่อกินอาหารมันจะปิดตาแน่น ดันลูกตาที่แข็งให้ชนเพดานปากทำให้เพดานปากถูกกดลงมาแนบกับลิ้นแล้วดันอาหารลงสู่กระเพาะอาหาร นอกจากนี้มันยังดื่มน้ำโดยการดูดซึมน้ำผ่านทางผิวหนังด้วย 54. ปลิงป้องกันตัว ปลิงทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกมีวิธีป้องกันตัวเองที่แปลกคือ เมื่อถูกทำร้ายมันจะหดตัวทันทีและจะดันอวัยวะภายในของมันออกมา แต่มันก็ยังไม่ตาย อวัยวะเหล่านั้นจะเป็นอาหารของผู้ที่ทำร้ายมัน แล้วมันจะค่อย ๆ หลบหนีไป จากนั้น 2 ?3 สัปดาห์อวัยวะภายในของมันก็จะงอกใหม่ 55. ตาเคลื่อนที่ ปลาลิ้นหมาไม่ได้มีตาเดียวอย่างที่พวกเราเห็นกัน ตอนแรกที่มันเกิดมามันจะมี 2 ตา แต่เมื่ออายุมากขึ้น ตาของมันจะย้ายตำแหน่งมารวมกัน โดยเคลื่อนที่ไปรวมกับตาอีกข้างหนึ่งซึ่งอยู่บนหัว 56. เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์ ระเบิดควัน ปลาหมึกยักษ์มีวิธีการป้องกันตัวคล้ายการสร้างระเบิดควันของทหาร เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรู มันจะพ่นหมึกดำในถุงด้านหลังลำตัวออกมาทำให้น้ำบริเวณรอบ ๆ ขุ่นดำ แล้วมันจะรีบหนีไป นักวิทยาศาสตร์พบว่ามันสามารถเปลี่ยนสีหมึกของมันให้เข้ากับสภาพแวดล้อมได้ด้วย เช่น สีแดง สีเหลือง สีเทา เป็นต้น 57. กบหดตัว กบพาราดอกซิคัล (Paradoxical) ในอเมริกาใต้มีความพิเศษคือยิ่งมันเจริญเติบโตขึ้นตัวก็ยิ่งเล็กลง เมื่อเป็นลูกอ๊อดมันมีลำตัวยาวถึง 10 นิ้ว แต่เมื่อโตเป็นกบลำตัวจะหดลงจนเหลือขนาดไม่เกิน 3 นิ้วเท่านั้น 58. หนอนกระสือ หนอนกระสือตัวเมียจะมีอวัยวะที่เรืองแสงอยู่บริเวณใต้ท้องซึ่งใช้ส่งสัญญาณไปยังปีกของตัวผู้ที่บินอยู่ด้านบน หนอนกระสือตัวเมียสามารถควบคุมการเปล่งแสงได้ โดยจะใช้แสงต่อเมื่อต้องการดึงดูดตัวผู้เท่านั้น 59. แสงนำทาง รู้ไหมทำไมผีเสื้อกลางคืนจึงชอบบินเข้าหาแสงไฟในตอนกลางคืน เพราะปกติผีเสื้อกลางคืนจะใช้แสงจันทร์นำทาง แต่แสงอื่นทำให้มันสับสนและประสาททางด้านทิศทางเสียไป ดังนั้น มันจึงพยายามปรับแสงจันทร์ปลอมให้ทำมุมเดียวกันกับแสงจันทร์จริง ๆ โดยการบินเป็นวงกลมเข้ามาใกล้แสงนั้นมากขึ้น 60. เครื่องขยายเสียง จิ้งหรีดตัวผู้จะใช้เสียงเพลงซึ่งเกิดจากขาหน้าเสียดสีกันการดึงดูดตัวเมีย แต่จะไม่ดังนัก มันจึงสร้างเครื่องขยายเสียงชนิดพิเศษ โดยการขุดรังใต้ดินให้มีอุโมงค์ทางเข้าสองทาง แล้วก็ยืนส่งเสียงไพเราะอยู่ทางอุโมงค์ด้านหนึ่ง แต่ที่แปลกอีกอย่างหนึ่งก็คือ หูที่ไวต่อเสียงของมันไม่ได้อยู่ที่หัวแต่ที่อยู่ที่ขา 61. เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์?สัตว์มีเหงื่อหรือไม่ สุนัขก็มีเหงื่อครับ แต่เหงื่อของมันจะออกบริเวณฝ่าเท้า นอกจากนี้สัตว์อื่น ๆ เช่น วัว จะมีเหงื่อออกทางจมูก ส่วนเหงื่อของฮิปโปโปเตมัสจะออกมาจากทุกส่วนของร่างกายและจะเป็นเหงื่อสีแดง ลองสังเกตนะครับว่าสัตว์อื่น ๆ มีเหงื่อออกที่ส่วนใดของร่างกาย 62. หนึ่งไม่มีสอง คนเรามีลายนิ้วมือไม่เหมือนกัน ม้าลายแต่ละตัวก็มีแถบลายเฉพาะที่ซึ่งจะไม่ซ้ำกับม้าลายตัวอื่น ๆ เช่นกัน 63. หนูนักร้อง หนูเป็นสัตว์ที่สามารถร้องเพลงได้ แต่เสียงร้องของมันจะเป็นเสียงซูเปอร์โซนิค (Supersonic) ซึ่งมีลักษณะเป็นเสียงสูงและรัว ทำให้เราไม่ได้ยินเสียงเพลงของมัน แต่ถ้ามันลดระดับเสียงให้ต่ำลงจนถึงระดับปกติที่เราสามารถได้ยิน เราก็จะได้ยินเสียงเพลงจากหนูได้ 64. สัตว์ปากกว้าง สัตว์ที่สามารถอ้าปากได้กว้างที่สุดคืองูเหลือมเรติคูเลเตด (Reticulated python) มันสามารถยืดตัวได้ถึง 10 เมตร และอ้าปากกว้างจนกลืนกินสัตว์ที่มีน้ำหนัก 55 กิโลกรัม จึงไม่แปลกที่จะมีคนพบสัตว์ใหญ่ ๆ อย่างเสือดาวในท้องของมัน 65. ไม่เอาไมโครโฟน ไซเมียง (Simiang) เป็นสัตว์บกที่มีถุงลมขนาดใหญ่ จึงตะโกนได้เสียงดังกว่าสัตว์อื่น ๆ มันสามารถตะโกนให้สัตว์ที่อยู่ห่างออกไปถึง 8 กิโลเมตรได้ยินได้ ส่วนสัตว์น้ำที่สามารถตะโกนได้เสียงดังที่สุดคือ ปลาวาฬรอร์ควอล (Rorqual whale) มันสามารถร้องเพลงด้วยความถี่ 20 เฮิรตซ์ ให้ได้ยินไปไกลถึง 150 กิโลเมตรเลยทีเดียว 66. เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์ นักแม่นธนู ปลาเสือมีวิธีจับเหยื่อที่คล้ายกับการยิงธนู โดยมันจะพ่นน้ำไปยังแมลงที่เกาะอยู่บนต้นพืชเหนือน้ำ ทำให้แมลงตกลงในน้ำ จากนั้นก็จะตรงเข้าไปฮุบแมลงนั้นไว้ทันที ปลาเสือสามารถพ่นน้ำใส่เหยื่อของมันในระยะ 3 เมตรได้อย่างแม่นยำ 67. อาวุธของทากทะเล ทากทะเลไม่มีเปลือกห่อหุ้มร่างกาย ดังนั้น มันจึงป้องกันตัวโดยการกินเซลล์เข็มพิษของแมงกะพรุนเข้าไปเพื่อใช้เป็นอาวุธ เข็มพิษนี้จะไม่ถูกย่อยไปพร้อมกับอาหาร แต่จะถูกส่งไปเก็บไว้ที่ใต้ผิวหนังบริเวณด้านหลัง เมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูมันก็จะป้องกันตัวด้วยการปล่อยเข็มพิษออกมา 68. ปลาฉลามว่ายน้ำ ถ้าเรามีโอกาสได้เฝ้าดูปลาฉลามอย่างใกล้ชิดก็จะพบว่าปลาฉลามต้องว่ายน้ำตลอดเวลา หากหยุดว่ายน้ำมันจะตาย เพราะปลาชนิดอื่น ๆ จะมีถุงลมทำให้หายใจได้แม้ไม่เคลื่อนที่ แต่ปลาฉลามไม่มีถุงลม ดังนั้น ถ้ามันหยุดว่ายน้ำก็จะทำให้ไม่มีออกซิเจนไหลผ่านเหงือกจึงไม่มีออกซิเจนใช้ในการหายใจ 69. สุดยอดตัวอ่อน ตัวอ่อนของสัตว์ที่กินเก่งที่สุดในโลกคือตัวอ่อนของผีเสื้อกลางคืนในอเมริกาเหนือ เนื่องจากมันสามารถกินอาหารที่มีน้ำหนักมากถึง 86,000 เท่าของน้ำหนักตัวภายในเวลา 48 ชั่วโมงแรกที่มันเกิดมา 70. หมอกเพื่อชีวิต ด้วงแอฟริกาใต้ที่อาศัยอยู่ในทะเลทรายนามิบมีชีวิตอยู่ได้ด้วยการกินหมอก ปกติมันจะอาศัยอยู่ใต้เนินทรายซึ่งอุณหภูมิค่อนข้างคงที่ แต่เมื่อมันกระหายน้ำ มันก็จะบินออกมาเกาะยอดเนินแล้วปล่อยให้ลดพัดพาหมอกมาจับบนตัวของมัน เมื่อหมอกเกิดการควบแน่นจนกลายเป็นหยดน้ำมันก็จะกินน้ำนั้นแก้กระหาย 71. เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์ เพลงรัก ปูทรอปิคัล ฟีดเดลอร์ (Tropical Fiddler) เป็นปูที่มีสีสันสวยงาม ก้ามข้างซ้ายของปูตัวผู้จะมีขนาดใหญ่สะดุดตา ซึ่งมันจะใช้ดึงดูดตัวเมียในช่วงฤดูผสมพันธุ์ โดยจะขยับก้ามไปข้างหลังและข้างหน้าสลับกันคล้ายการสีไวโอลิน แม้จะไม่มีเสียงออกมา แต่ก็สร้างความประทับใจและดึงดูดตัวเมียให้เข้าไปหามันอย่างรวดเร็วได้ 72. เวลาของพืช คน สัตว์ และพืชเป็นสิ่งมีชีวิตเหมือนกัน แต่สิ่งที่คนและสัตว์ต่างจากพืชก็คือ การเจริญเติบโต คนและสัตว์จะมีช่วงที่เจริญเติบโตและหยุดโตเมื่อถึงอีกช่วงอายุหนึ่ง แต่สำหรับพืชแล้ว มันจะยังคงเจริญเติบโตไปเรื่อย ๆ และจะหยุดก็ต่อเมื่อมันตายเท่านั้น 73. ราโตเร็ว ราบราซิเลียน (Brazillian fungus) เป็นพืชที่โตเร็วที่สุดมันจะงอกจากพื้นดินด้วยอัตราเร็ว 5 มิลลิเมตรต่อนาที และเจริญเติบโตเต็มที่ภายใน 20 นาที น้ำจะช่วยให้มันเจริญเติบโตได้ดีเป็นพิเศษ และเรายังสามารถได้เยินเสียงปริแตกเนื่องจากอาการบวมน้ำและเห็นน้ำไหลออกมาได้ด้วย 74. ต้นไม้พูดได้ นักวิทยาศาสตร์พบว่าต้นไม้สามารถสื่อสารกันได้หากอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน พืชมีความรู้สึกชอบและไม่ชอบเช่นเดียวกับคน ดังนั้น หากมีต้นไม้ที่มันไม่ชอบขึ้นบริเวณนั้น มันก็จะปล่อยสารฟีโรโมน (Pheromones) เพื่อสื่อสารให้ต้นอื่นรับรู้ สารนี้จะไปกระตุ้นให้พืชที่มันชอบเจริญเติบโตและจะทำลายพืชที่มันไม่ชอบ 75. พืชป้องกันตัว มีพืชอยู่หลายชนิดที่จะป้องกันตัวเองเมื่อถูกแมลงรบกวน โดยภายใน 1 ชั่วโมงหลังจากถูกรบกวน พืชจะปล่อยสารที่มีชื่อว่าเทอร์เพนและแทนนิน (Terpene, Tannin) ที่บริเวณใบโปรตีนในใบจะเปลี่ยนเป็นโปรตีนที่ย่อยยากขึ้น แมลงที่บุกรุกก็จะขาดโปรตีน พืชก็จะรอดพ้นจากการถูกแมลงรบกวน 76. เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์ ชีวิตในความตาย ต้นปาล์มทาลิพอต (Talipot) เป็นไม้ดอกที่มีขนาดใหญ่ที่สุด มีช่วงชีวิตประมาณ 70 ปี แต่ตลอดชีวิตของมันจะออกดอกเพียงครั้งเดียว ดอกสูงถึง 6 เมตร มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 เมตร กว่าเมล็ดทั้งหมดจะสุกเป็นผลใช้เวลาประมาณ 1 ปี ต่อจากนั้นเมื่อมีการผสมพันธุ์อีกครั้งมันก็จะตาย 77. เรื่องบังเอิญ เมื่อประมาณพันกว่าปีมาแล้ว คนดูแลฝูงแกะชาวอบิสซีเนียค้นพบกาแฟโดยบังเอิญ เพราะวันหนึ่งเขาได้กลิ่นหอมของพุ่มไม้ป่าที่ถูกเผาจึงลองชิมดูและเกิดติดใจในรสชาติ เขาจึงนำไปต้มในน้ำเดือด ตั้งแต่นั้นมากาแฟจึงกลายเป็นสิ่งที่นิยมบริโภค 78. ต้นสารพัดประโยชน์ ปาล์มเป็นต้นไม้สารพัดประโยชน์คล้ายต้นกล้วยเพราะทุกส่วนนำไปใช้ประโยชน์ได้ตั้งแต่นำใบมามุงหลังคา ก้านนำมาทำเป็นเชือก ผล ลำต้น และใบอ่อนนำมาทำเป็นอาหาร เปลือกใช้ทำผ้าและกระดาษ เมล็ดนำมาทำกระดุม นอกจากนี้ยางของปาล์มยังสามารถใช้ทำไวน์ได้อีกด้วย 79. ไฟช่วยชีวิต สนเป็นพืชอีกชนิดหนึ่งที่ต้องใช้ไฟป่าในการแพร่ขยายพันธุ์ ความร้อนของไฟจะทำให้ผลของสนปริแตก เมล็ดก็จะกระเด็นไปตกบริเวณอื่นแล้วเกิดเป็นสนต้นใหม่ แต่ถึงอย่างไรป่าสนที่ถูกไฟไหม้ก็จะต้องถูกทำลายไปเพื่อแลกกับป่าสนที่จะเกิดขึ้นใหม่ 80. บานวันละดอก ต้นหญ้าบลูอาย มีก้านดอกไม่แข็งแรงพอที่จะรองรับน้ำหนักของดอกที่บานมากกว่า 1 ดอก ดังนั้น ธรรมชาติจึงสร้างให้ดอกของมันบานในตอนเช้าแล้วเหี่ยวแห้งตายในตอนกลางคืน เพื่อจะได้มีดอกไม้ดอกใหม่ผลิบานในวันรุ่งขึ้น 81. เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์ เพราะแสงอาทิตย์ ต้นอินเดียนเทเลกราฟ (Indian Telegraph) สามารถเคลื่อนไหวได้ด้วยตนเอง เมื่ออยู่ท่ามกลางแสงแดดจ้า ใบของมันจะเคลื่อนที่ขึ้นลงและจากข้างหนึ่งไปยังอีกข้างหนึ่ง แล้วจะหยุดเคลื่อนไหว หลังจากนั้นอีก 2-3 นาทีมันก็จะเคลื่อนไหวแบบนี้อีกครั้ง 82. สมองพืช เชื่อหรือไม่ว่าพืชสามารถผลิตสารชนิดเดียวกับที่สมองของคนและสัตว์ผลิตได้ ต้นฝิ่นสามารถผลิตสารที่คล้ายกับเอนโดฟีน (Endorphin) ซึ่งถูกปล่อยออกมาจากสมองของคน นอกจากนี้ต้นโจโจบายังสามารถให้น้ำมันซึ่งมีคุณสมบัติคล้ายสารที่ได้จากปลาวาฬเสปิร์มอีกด้วย 83. ต้นไผ่พิศวง ในหนึ่งวัน ต้นไผ่ฮัมเบิลสามารถเจริญเติบโตได้สูงกว่า 40 เซนติเมตร คนจีนโบราณจะใช้ต้นไผ่นี้เป็นเครื่องทรมาน โดยผู้เคราะห์ร้ายจะถูกนำมามัดติดไว้ที่ต้นไผ่โดยมีหน่ออ่อนของมันแทงอยู่ที่หลัง ภายใน 2-3 ชั่วโมง หน่อไผ่ก็จะแทงทะลุหลังของผู้เคราะห์ร้าย เรียบเรียง teen.mthai อ้างอิง atcloud

10 อันดับ พิพิธภัณฑ์แนะนำในประเทศไทย
TripAdvisor /  ทริปแอดไวเซอร์ / 

หลายคนอาจจะอยากรู้ว่า สถานที่ท่องเที่ยวในไทยในมุมของ พิพิธภัณฑ์ ที่คนนิยมไปเที่ยวนั้นมีที่ไหนบ้าง ลองมาดู ที่ ทริปแอดไวเซอร์ ได้ประกาศรางวัล ทราเวลเลอร์ส ช้อยส์ อวอร์ดส (Traveller's Choice Awards) สำหรับพิพิธภัณฑ์ โดยเผยพิพิธภัณฑ์ยอดนิยมสูงสุด 25 อันดับในโลก พร้อมจำแนกรายนามพิพิธภัณฑ์เด่นทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น เอเชีย ยุโรป อเมริกาใต้ เอเชียแปซิฟิก สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และประเทศไทย 10 อันดับ พิพิธภัณฑ์แนะนำในประเทศไทย จาก Traveller's Choice Award 1.    พิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาด จังหวัดกาญจนบุรี (678 รีวิว) 2.    พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย (MOCA) จังหวัดกรุงเทพฯ (151 รีวิว) 3.    พิพิธภัณฑ์แมลงโลกและสิ่งมหัศจรรย์ธรรมชาติ จังหวัดเชียงใหม่ (107 รีวิว) 4.    พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ จังหวัดกรุงเทพฯ (201 รีวิว) ภาพจาก : http://travel.mthai.com 5.    หอฝิ่น อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ เชียงแสน จังหวัดเชียงราย (236 รีวิว) ภาพจาก : http://travel.mthai.com 6.    อเนกกุศลศาลา (วิหารเซียน) พัทยา จังหวัดชลบุรี (74 รีวิว) ภาพจาก : www.tlcthai.com 7.    พิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราช จังหวัดกรุงเทพฯ (159 รีวิว) ภาพจาก : www.vcharkarn.com 8.    พิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จังหวัดกรุงเทพฯ (207 รีวิว) ภาพจาก : www.prachachat.net 9.    พิพิธภัณฑ์บ้านดำ จังหวัดเชียงราย (296 รีวิว) ภาพจาก : www.manager.co.th 10.    พิพิธภัณฑ์วังสวนผักกาด จังหวัดกรุงเทพฯ (77 รีวิว) ภาพจาก : mblog.manager.co.th ทริปแอดไวเซอร์ คือ เว็บไซต์ท่องเที่ยวรายใหญ่ที่สุดในโลก ที่ช่วยให้นักเดินทางสามารถวางแผนการเดินทางท่องเที่ยวและได้รับประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ดีที่สุด ทริปแอดไวเซอร์ยังเสนอคำแนะนำที่น่าเชื่อถือจากนักเดินทางจริง และเสนอทางเลือกในการเดินทางที่หลากหลายเพื่อช่วยในการวางแผนการท่องเที่ยว สามารถดูรายละเอียดพิพิธภัณฑ์ที่ได้รับรางวัลทราเวลเลอร์ส ช้อยส์ อวอร์ดส ทั้งหมด 509 แห่ง พร้อมรูปภาพจริงของนักท่องเที่ยวได้ที่ http://th.tripadvisor.com/TravellersChoice-Attractions-cMuseums บทความท่องเที่ยวน่าสนใจ : 10 อันดับ พิพิธภัณฑ์แนะนำในเอเชีย : 10 อันดับ พิพิธภัณฑ์แนะนำระดับโลก!! : 10 อันดับ พิพิธภัณฑ์แนะนำในประเทศไทย

นักรบไอซิสรวมตัว เตรียมรุกเข้าเอเชียกลาง
กลุ่มไอเอส /  นักรบไอซิส / 

สายลับรัสเซีย เตือน นักรบไอซิส รวมตัวเตรียมฝ่าชายแดนอัฟกานิสถานเข้าเอเชียกลาง สำนักข่าวต่างประเทศ รายงาน กลุ่มก่อกการร้ายรัฐอิสลามอิรักและซีเรีย หรือ ไอซิส เตรียมรุกรานเข้าเอเชียกลาง ข้อมูลดังกล่าวเป็นการเปิดเผยจาก เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองของรัสเซียที่เปิดเผยข้อมูล ระบุว่า กลุ่มนักรบไอซิสจำนวนาก กำลังรวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่ บริเวณชายแดนทางตอนเหนือของอัฟกานิสถาน เตรียมเคลื่อนพลเข้าสู่เขตเพื่อนบ้าน หัวหน้าสายลับของรัสเซีย เตือนว่า กลุ่มนักรบของตาลิบัน เป็นจำนวนมาก ได้ปฏิญาณตนสวามิภักดิ์กับกลุ่มไอซิส และพร้อมจะเป็นกองกำลังติดอาวุธแนวหน้าฝ่าชายแดนที่มีการควบคุมป้องกันจากเจ้าหน้าที่รัฐอย่างหนาแน่นด้วย อย่างไรก็ตาม มีการวิเคราะห์สถานการณ์ ว่า กลุ่มหัวรุนแรงไอซิส พยายามที่จะรุกไปทางทิศเหนือ หลังโดนรัสเซียโจมตีต้อนจากซีเรียกลับเขามายังดินแดนของตนเอง นอกจากนี้ ยังพบว่ากลุ่มไอซิสพยายามโจมตีฐานที่มั่นของกองทัพรัสเซีย เพื่อเปิดทางเข้าไปยังพื้นที่ในกลุ่มประเทศอดีตสหภาพโซเวียต อย่าง เติร์กเมนิสถาน อุซเบกิสถาน และทาจิกิสถาน ซึ่งเป็นประเทศที่ยังมีความสนิทสนมกับรัสเซียอย่างใกล้ชิดด้วย ทั้งนี้ ไอซิสยังคุมเส้นทางขนส่งยาเสพติด ที่ทำกำไรมหาศาลจากการขนฝิ่นดิบจากอัฟกานิสถาน ส่งไปแปรรูปเป็นเฮโรอีน ไปยังรัสเซียและยุโรป อย่างเหนียวแน่นด้วย อย่างไรก็ตาม ไอซิส มองหาการขยายอิทธิพล ในเอเชียซึ่งมีเครือข่ายที่ปฏิบัติงานอยู่ในอินเดีย ปากีสถาน และมาเลเซีย สำหรับเป็นฐานขยายอิทธิพลในปัจจุบันด้วย ด้าน นายวลาดิเมีย ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย เรียกสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นว่า "อยู่ในขั้นวิกฤติ" พร้อมเรียกร้องให้ เหล่าประเทศอดีตสมาชิกสหภาพโซเวียต เตรียมรับมือและร่วมกันขับไล่กลุ่มหัวรุนแรงกลุ่มนี้ ด้วย

เที่ยวเส้นทางอิ่มบุญ ไหว้เจ้า 9 ศาล เทศกาลกินเจสมุทรสาคร
เทศกาลกินเจ /  เที่ยวสมุทรสาคร / 

ประเพณีการถือศีลกินเจของจังหวัดสมุทรสาคร ถือเป็นวัฒนธรรมที่ได้รับการสืบต่อมาเป็นระยะเวลายาวนาน โดยเฉพาะชาวไทยเชื้อสายจีนที่อพยพย้ายมาตั้งถิ่นฐานในสยามประเทศเมื่อครั้งอดีต และสมุทรสาครก็เป็นเมืองท่าสำคัญในอ่าวไทย ทำให้วัฒนธรรมจีนที่เป็นพิธีกรรมทางพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน เข้ามามีอิทธิพลในบริเวณนี้อย่างแพร่หลาย จนกลายมาเป็นประเพณีสำคัญของชาวเมืองสมุทรสาครไปเสียแล้ว ไหว้เจ้า 9 ศาล เที่ยวกินเจ อิ่มบุญ เมืองสมุทรสาคร ในปี 2558 นี้ เทศกาลกินเจตามปฏิทินจีนจะตรงกับวันที่ 12-21 ตุลาคม 2558 เทศบาลเมืองสมุทรสาครร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสมุทรสงคราม โดยได้รับความร่วมมือจากศาลเจ้า 9 แห่ง และการสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชนอีกมากมาย โดยใช้ชื่องานในการประชาสัมพันธ์ว่า "งานไหว้เจ้า 9 ศาล เทศกาลกินเจสมุทรสาคร 2558 เทิดพระเกียรติ 88 พรรษา มหาราชา" ประชาชนที่สนใจเข้าร่วมงาน สามารถเดินทางมาเที่ยวได้อย่างสะดวก โดยศาลเจ้าทั้ง 9 แห่ง จะตั้งอยู่ที่ตำบลมหาชัยและตำบลท่าฉลอม มีพิธีกรรมและเทศกาลอาหารเจหลากหลายชนิด พร้อมบริการรถรางรับส่งในแต่ละศาล 1. ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร เจ้าพ่อหลักเมือง ศาลเจ้าสถาปัตยกรรมจีนอันสวยงาม เป็นที่เคารพของชาวไทยเชื้อสายจีน โดยเฉพาะชาวประมง มักขอพรบนบานขอให้ทำการค้ารุ่งเรืองปลอดภัย จะมีการแก้บนด้วยฝิ่นเสมอ โดยนำมาป้ายที่บริเวณปาก 2. โรงเจมูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร เดิมพื้นที่แห่งนี้เป็นโรงเรียนจีน ต่อมาได้มีการจัดสร้างให้เป็นโรงเจ โดยเงินที่นำมาสร้างนั้นมาจากการบริจาคการล้างป่าช้า เมื่อถึงเทศกาลกินเจของทุกปี ชาวไทยเชื้อสายจีนฝั่งมหาชัยก็จะมาเข้าร่วมปฏิบัติธรรม ณ โรงเจแห่งนี้ 3. ศาลเจ้าปุนเถ้ากง คลองมหาชัย ศาลเจ้าปุนเถ้ากง คลองมหาชัย ศาลเจ้าเก่าแก่อายุนับร้อยปี เป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจของชาวบ้านและชาวประมง ในยุคแรกสร้างเป็นศาลไม้เล็ก ๆ ภายหลังได้มีการบูรณะใหม่ โดยก่ออิฐถือปูนมาเป็นเวลากว่า 30 ปีแล้ว 4. ศาลเจ้าแม่กวนอิมพันมือ คลองจาก ศาลเจ้าแม่กวนอิมพันมือ คลองจาก สร้างมากว่า 40 ปี ในอดีตเป็นศาลเจ้าไม้หลังเล็ก ๆ แต่เมื่อปี พ.ศ. 2548 ได้มีการบูรณะขึ้นใหม่และอัญเชิญรูปหล่อเจ้าแม่กวนอิมพันมือมาประดิษฐานภายในศาลเจ้า 5. ศาลเจ้าพ่อกวนอู ท่าฉลอม ศาลเจ้าพ่อกวนอู ท่าฉลอม มีอายุกว่าร้อยปีแล้ว ในอดีตเป็นศาลไม้เล็ก ๆ หลังคามุงจาก ปัจจุบันได้มีการบูรณะครั้งใหญ่ สร้างแบบก่ออิฐถือปูนเพื่อความแข็งแรงทนทาน เป็นที่เคารพสักการะอย่างมากของชาวท่าฉลอม 6. ศาลเจ้าแม่จุ๋ยบ๋วยเนี้ย ศาลเจ้าแม่จุ๋ยบ๋วยเนี้ย หรือศาลเจ้าแม่ทับทิม เป็นศาลเจ้าที่มีผู้คนศรัทธาเป็นจำนวนมาก และหนึ่งในพิธีกรรมเด่นของศาลเจ้าแห่งนี้คือพิธีลุยไฟ จะทำเฉพาะร่างทรงที่ทำนายทายทักว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้น 7. โรงเจเชงเฮียงตั๊ว ท่าฉลอม โรงเจเชงเฮียงตั๊ว ท่าฉลอม การก่อสร้างเริ่มขึ้นในปีใดไม่ปรากฎหลักฐานแน่ชัด โรงเจแห่งนี้มีพื้นที่กว้างขวาง ด้านหลังมีศาลเจ้าที่สร้างด้วยปูนโดดเด่นสวยงาม ในเทศกาลกินเจจะพบกับเทศกาลอาหารเจหลากหลายชนิด 8. ศาลเจ้าปุนเถ้ากง ท่าฉลอม ศาลเจ้าปุนเถ้ากง ท่าฉลอม แห่งนี้ จัดสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2382 เดิมทีเป็นศาลไม้ หลังคามุงจาก ต่อมาปี พ.ศ. 2456 ได้มีการบูรณะศาลใหม่เป็นไม้ระแนง ไม้สักทอง เป็นศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดอีกแห่งหนึ่งของท่าฉลอม 9. อุทยานพระโพธิสัตว์กวนอิม ท่าฉลอม ศาลเจ้านี้ โดดเด่นด้วยรูปหล่อพระโพธิสัตว์กวนอิม ปางเมตตา หล่อจากทองเหลืองปิดด้วยทองคำเปลวขนาดใหญ่ ทาสีสวยงาม มีความสูง 9.98 เมตร พระหัตถ์ขวาเทน้ำจากคนโทประทับบนฐานดอกบัว มีมังกรโอบล้อมรอบ กิจกรรมไหว้เจ้า 9 ศาล ตามเส้นทางบุญหนุนชีวิต ท่านสามารถรับพาสปอร์ตท่องเที่ยวและเดินทางสักการะศาลเจ้าทั้ง 9 แห่ง พร้อมประทับตราครบทั้งหมด รับไปเลย "เหรียญเจ้าแม่ทับทิม" (จำกัดวันละ 1,000 เหรียญ) โดยรับเหรียญได้ที่ ศาลเจ้าแม่จุ๋ยบ๋วยเนี้ย ท่าฉลอม แห่งเดียวเท่านั้น ขอให้สนุก อิ่มท้อง อิ่มบุญกันถ้วนหน้านะครับ ขอขอบคุณ : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสมุทรสงคราม ถ่ายภาพโดย : Travel MThai

เผายานรกเกือบหมื่นกิโลฯ เนื่องในวันยาเสพติดโลก
ทำลายยาเสพติด /  ยานรก / 

รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยรมว.สาธารณสุข ร่วมพิธีเผาทำลายยาเสพติดครั้งที่ 45 เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติด วันนี้ 26 มิ.ย. ที่ศูนย์บริหารสาธารณูปโภคและสิ่งแวดล้อม ภายในนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรี ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สาธารณสุข เป็นประธานในพิธีเผาทำลายยาเสพติดให้โทษของกลางครั้งที่ 45 เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติด ในการเผาทำลายในครั้งนี้ มีจำนวนของกลาง 7,340 กิโลกรัม จาก 5,508 คดี ที่มีการพิจารณาสิ้นสุดแล้ว ซึ่งมีทั้ง ยาบ้า ยาไอซ์ เฮโรอีน โคเคอีน ยาอี และฝิ่น รวมมูลค่า 22,334 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีกัญชาของกลางจากกองบัญชาการปราบปรามยาเสพติดจำนวน 2,128 กิโลกรัม มูลค่า 5 ล้านบาท ของกลางทั้งหมดจะถูกนำมาเผาทำลาย ผ่านระบบไพโรไลติก อินซิเนอเรชัน ด้วยอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 850 องศาเซลเซียส ไม่ก่อให้เกิดมลพิษในอากาศและสิ่งแวดล้อม จากนั้นจะมีการนำเอาขี้เถ้าจากการเผายาเสพติดมาตรวจสอบว่าไม่มีสารเสพติดหลงเหลืออยู่ ก่อนจะทำการฝังกลบตามระบบต่อไป MThai News ขอบคุณ ข่าวสด

เหวี่ยงใหญ่...ให้ติดดิน 1/2
หนังจีน

หยวนเปียว - เจิ้นจื้อตัน : นําแสดง เนื้อเรื่องโดยย่อ : คณะกายกรรมชางฟางโดนระเบิดจากญี่ปุ่น ทำให้ต้องอพยพจากเซี่ยงไฮ้มาที่เมืองหนาน เเละหาที่ตั้งกายกรรมใหม่ เเต่กลับต้องเข้าไปพัวพันกับการค้าฝิ่น ของญี่ปุ่น เเละต้องร่วม มือกันทั้งคณะกายกรรมทลายการค้าผิ่นนี้ให้­ได้ โดยมี อาตง (รับบทโดย หยวนเปียว ) เเละ ความช่วยเหลือจาก ตงฟา ตำรวจหนุ่ม (รับบทโดย ดอนนี่ เยน) ร่วมมือกันต่อสู้เเละจะทลาย การค้าฝิ่นได้หรือไม่ต้องติดตาม แหล่งที่มา : http://www.youtube.com/watch?v=6Yfpm6GUOFg

ส้มตำ อาหารสุดแซ่บ ประโยชน์มหาศาล
กระเทียม /  ถั่วฝักยาว / 

ส้มตำ เป็นอาหารยอดนิยมประเภทหนึ่ง ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันมีรสชาติอร่อยและถูกปากคนไทยหลายๆ คน ทั่วทุกภาคของประเทศไทย แต่จะมีใครรู้บ้างว่านอกจากความอร่อยแล้ว ส้มตำ มีประโยชน์อย่างอื่นอีกหรือไม่ ส้มตำ นั้นเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการและมีสรรพคุณทางยา คุณค่าจากพืชสมุนไพรที่เป็นองค์ประกอบใน ส้มตำ อาทิ มะละกอ เป็นยานำบำรุงน้ำนม ขับพยาธิ แก้บิด แก้เลือดออกตามไรฟัน แก้ริดสีดวงทวาร ช่วยย่อยอาหาร ขับน้ำดี น้ำเหลือง มะเขือเทศ รสเปรี้ยว เป็นผักที่ใช้แต่งสีและกลิ่นอาหาร ช่วยระบาย บำรุงผิว มะกอก รสเปรี้ยว ฝาด หวาน แก้โรคธาตุพิการเพราะน้ำดีไม่ปกติแก้บิด แก้โรคเลือดออกตามไรฟัน ผลสุกทำให้ชุ่มคอ แก้กระหายน้ำ พริกขี้หนู รสเผ็ดร้อนช่วยเจริญอาหาร ขับลม ช่วยย่อย กระเทียม รสเผ็ดร้อน ขับลมในลำไส้ แก้ไอ ขับเสมหะ ช่วยย่อยอาหาร แก้โรคผิวหนัง น้ำมันกระเทียมมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเชื้อรา แบคทีเรียและไวรัส ลดน้ำตาลในเลือด ลดไขมันในหลอดเลือด มะนาว เปลือกผลรสขม ช่วยขับลมน้ำในลูกรสเปรี้ยวแก้เสมหะ แก้ไอ แก้เลือดออกตามไรฟัน ฟอกโลหิต ผักแกล้มต่างๆ ได้แก่ ถั่วฝักยาว รสมันหวาน ช่วยกระตุ้นการทำงานของกะเพาะลำไส้ บำรุงธาตุดิน กะหล่ำปลี รสจืดเย็น กระตุ้นการทำงานของกระเพาะลำไส้ บำรุงธาตุไฟ ผักบุ้ง รสจืดเย็น ต้มกินไข้เป็นยาระบายทำให้อาเจียน เนื่องจากพิษของฝิ่นและสารหนู กระถิน รสมัน แก้ท้องร่วง สมานแผล ห้ามเลือด ถ่ายพยาธิ ส่วนผสม ส้มตำ มะละกอดิบ 1 ลูก กระเทียม 5-6 กลีบ พริกขี้หนู 5-6 เม็ด มะเขือเทศผ่าครึ่ง 2 ลูก ถั่วฝักยาวหั่น 1 ฝัก น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว หรือ น้ำมะขามเปียก 1/4 ถ้วย น้ำตาลปีป 1 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ส้มตำ ปลอกมะละกอ และล้างด้วยน้ำให้สะอาด แล้วทำการเฉาะและสับ แล้วใช้มีด ฝานให้เป็นเส้นๆ หรืออาจใช้ที่ไสมะละกอก็ได้ ใส่กระเทียมและพริกขี้หนู ลงในครก แล้วตำให้พอแตก ใส่มะเขื่อเทศ, ถั่วฝักยาว, แล้วตำให้เข้ากัน ใส่มะละกอ และ เครื่องปรุงที่เหลือ แล้วตำเบาๆ คลุกเคล้าให้เข้ากัน เป็นอันเสร็จ ทั้งนี้การกิน ส้มตำ ต้องคำนึงถึงความสะอาดด้วย ลองเลือกร้านที่ทำสะอาด แม่ค้าใส่ถุงมือ และไม่มีแมลงวันตอม ภาชนะสะอาด เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว จากที่เราจะได้รับประโยชน์จากการกิน nederlandsegokken.nl ส้มตำ อาจจะทำให้เราท้องเสียแทนได้ ขอบคุณที่มาจาก : www.samunpri.com

ละครชาติพยัคฆ์ , เรื่องย่อชาติพยัคฆ์
ละครชาติพยัคฆ์ ตอนแรก /  ละครชาติพยัคฆ์ ตอนจบ / 

เรื่องย่อละครชาติพยัคฆ์ บทโทรทัศน์โดย : ณพุทธ สุศรีฯ กำกับการแสดงโดย : โชติรัตน์ รักษ์เริ่มวงศ์ ผลิตโดย : บริษัท เมตตาและมหานิยม จำกัด ออกอากาศ ทุกวัน จันทร์-อังคาร ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อชาติพยัคฆ์ ใจผองป้องปกปฐพี ดวงชีวีถวายราช ดุจชาติพยัคฆ์ ปี พ.ศ. 2436 -ร.ศ.112 ราชอาณาจัรสยามต้องสูญเสียดินแดน และไพร่พลจำนวนมากจากการล่าอาณานิคมของต่างชาติ รวมทั้งต้องจ่ายเงินชดเชยถึงสามล้านฟรังก์ให้กับความพ่ายแพ้ กล้า...เป็นลูกของนายทหารที่เสียชีวิตลง เพราะไฟสงครามระหว่างสยามและต่างชาติ ทั้งเขาและนางเพียรผู้เป็นแม่ต้องขายตัวเองเป็นทาสเพื่อความอยู่รอด แต่เจ้านายของนางเพียรกลับหาเรื่องทารุณกล้า ชาติพยัคฆ์ เพื่อบีบนางเพียรให้ยอมเป็นเมียเก็บของตน ด้วยความเทิดทูนในศักดิ์ศรีของสามี นางเพียรจึงช่วยกล้าให้หลบหนีไป และนับจากนั้นกล้าก็ไม่เคยได้ข่าวของแม่อีกเลย คุณพระพิสุทธิ์มนตรี...นายอำเภอแห่งเมืองเวียงสิงห์ ได้รับเด็กชายกล้ามาเป็นบ่าวในบ้านด้วยความสงสาร กล้าจึงมีโอกาสได้รู้จักกับคุณพลอย บุตรสาวของคุณพระ ชาติพยัคฆ์ เด็กทั้งสองเติบโตมาด้วยกัน และผูกพันต่อกันเกินกว่าสหายทั่วไป ยังความไม่พอใจให้แก่คุณกุหลาบ ภรรยาของคุณพระเป็นอันมากแม้บ่าวไพร่คนอื่นในบ้านต่างมองกล้าเป็นทาสเสนียดที่ไม่ควรคบหา แต่ก็ยังมี ตาสังข์...คนเรือของบ้านกับลูกสาวคือนังบัว ที่เห็นกล้าเป็นเหมือนสมาชิกครอบครัวคนนึง กล้ารักตาสังข์เหมือนญาติผู้ใหญ่ และเห็นบัวเป็นเหมือนน้องสาวแท้ ๆ โดยไม่รู้ว่าบัวกลับแอบหลงรักกล้าเสมอมา ความสนิทสนมระหว่างกล้าและบัว ได้สร้างความเคืองแค้นให้แก่ นายนิ่งบ่าวคนสนิทของคุณพระพิสุทธิ์ มิ่งเป็นหัวหน้าบ่าวไพร่ในเรือน เป็นคนที่คุณพระไว้วางใจให้ ดูแลความเรียบร้อยภายในบ้านมิ่ง จึงหาเรื่องข่มแหงกล้าอยู่เนือง ๆ โดยที่กล้าไม่สามารถจะตอบโต้อะไรได้ เพราะตัวเองไม่ได้มีวิชาการต่อสู้เหมือนกับมิ่ง ซึ่งเป็นคนฝึกการต่อสู้ให้กับบ่าวผู้ชายภายในบ้านด้วยแต่แล้วโชคชะตาก็บันดาลให้กล้า มีโอกาสช่วยเหลือนายทองอินนักโทษหนีคดีผู้หนึ่งเอาไว้ นายทองอินเป็นอดีตทหารที่ช่ำชองในด้านเพลงมวยไชยา ชาติพยัคฆ์ แต่ต้องกลายเป็นคนร้ายเพราะติดลอบสังหารมิสเตอร์ปีเตอร์ นายวาณิชหนุ่มลูกครึ่ง ผู้มีเบื้องหลังเป็นสมุนของฝรั่งต่างชาติ ซึ่งกำลังคิดยึดครองสยามประเทศอยู่ในขณะนั้น นายทองอิน ได้ตอบแทนกล้าด้วยการปกป้องครอบครัวคุณพระพิสุทธิ์ฯ จากพวกนักเลงหัวไม้ที่คิดบุกปล้นบ้าน ส่งผลให้นายด้วง หัวหน้านักเลงหัวไม้ที่เข้าปล้นต้องจบชีวิตลงด้วยฝีมือมวยไชยาของทองอิน ขณะที่รื่น สมุนมือขวาของไอ้ด้วง ต้องถูกส่งตัวไปรับโทษที่เรือนจำ นอกจากนี้นายทองอิน ยังได้ถ่ายทอดวิชาเพลงมวยให้กล้าอีกด้วย ซึ่งในเหตุการณ์เข้าปล้นคืนนั้นเอง มิ่ง และไอ้ทิว สมุนคนสนิทในบ้านคุณพระ ก็ได้แอบทำการยักยอกทรัพย์ จากกำปั่นเก็บทองและของมีค่าของคุณกุหลาบไปขาย โดยคำยุยงและความโลภของไอ้ทิว โดยมิ่ง และทิว ได้โยนความผิดไปให้กล้า ทั้ง ๆ ที่กล้า กับนายทองอิน เป็นคนช่วยไม่ให้โจรเอากำปั่นใส่ทองไปได้ ยังผลให้คุณกุหลาบภรรยาของคุณพระ ผู้ไม่ชอบกล้าเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว โกรธแค้นกล้ายิ่งนัก เมื่อรู้ว่าทองได้หายไปจากกำปั่น หนำซ้ำไอ้ทิวยังเอาทองไปส่วนหนึ่งไปซ่อนในกระท่อมของกล้า เพื่อกลั่นแกล้งกล้า แต่กล้าปฏิเสธใครจะเชื่อในเมื่อมิ่งกับทิวพาคุณพระและภรรยาไปค้นในกระท่อมของกล้า...หลักฐานก็คากระท่อม!! กล้าจึงโดนลงโทษมัดโซ่ตรวนเพื่อสอบสวนอย่างหนัก แต่เดชะบุญ...ตาสังข์ เห็นไอ้ทิว หอบเอาทองส่วนที่หายไปของเจ้านายไปขาย แต่ด้วยความฉลาดแกมโกงของไอทิว มันจึงให้ไอ้ขาบ เป็นคนออกหน้าเอาของไปขายแทน ให้กับ พ่อค้ารับซื้อของโจร ที่ชื่อจีนหลง ตาสังข์ เห็นดังนั้น จึงนำความไปบอกคุณพระฯ ผู้ใหญ่เชื้อ ผู้ติดตามคดีนี้อยู่จึงยกพวกไปจับจีนหลง ๆ โดนจับ พร้อมหลักฐานไอทิว พอรู้ว่าตาสังข์เห็นหน้าไอ้ขาบ มันจึงเก็บไอ้ขาบ เพื่อปิดปากเพื่อไม่ให้ไอ้ขาบ สาวความผิดมาถึงตัวมัน และลูกพี่ คือไอ้มิ่ง เมื่อความจริงถูกปิดเผยพระยาพิสุทธิ์ ชาติพยัคฆ์ จึงได้ปล่อยตัวกล้าในที่สุด ไม่นานต่อมา พระยาประเสริฐภักดี และคุณโชติผู้เป็นบุตรชาย ก็ได้เดินทางมาเวียงสิงห์เพื่อตามล่าตัวทองอิน กล้าได้เจอกับ นายยอดองครักษ์ของพระยาประเสริฐภักดี และจำได้ว่าอีกฝ่ายคือหัวหน้าทาสที่เคยทารุณตนเองกับนางเพียรในอดีต กล้าจึงพยายามสืบหาข่าวของแม่จากมัน แต่นายยอดกลับท้าทายให้กล้าโค่นมันในงานสมโภชเจดีย์เวียงสิงห์เสียก่อน ด้วยความเป็นห่วงแม่ กล้าจึงยอมละเมิดคำสั่งของอาจารย์ทองอิน ที่กำชับให้ปกปิดวิชามวยไว้เป็นความลับ เขาสามารถเอาชนะนายยอดได้สำเร็จ และได้รู้ว่านางเพียรแม่ของตน ได้ถูกเจ้านายเก่าขายต่อให้กับนายทหารฝรั่งรายหนึ่ง การกระทำของกล้าในครั้งนั้นก็ทำให้ ท่านเตี่ยหรือหม่อมเจ้านภากรเกียรติวงศ์ พระญาติสนิทของพระพุทธเจ้าหลวง ซึ่งดินทางมายังเวียงสิงห์พร้อมด้วยลงครักษ์คู่ใจ คือ นายยันต์กับนายเที่ยง ได้รู้เบาะแสของทองอิน ชาติพยัคฆ์ ซึ่งเคยเป็นทหารร่วมสังกัดเดียวกัน ท่านเตี่ย วางแผนจะช่วยเหลือทองอิน โดยวานให้พระยาประเสริฐช่วยเปิดทางให้ แต่พระยาประเสริฐกลับมีใจฝักใฝ่ต่อพวกต่างชาติ จึงให้คนส่งข่าวไปบอกมิสเตอร์ปีเตอร์ เชื้อพาคนมุกจับตัวทองอิน กล้ารีบมาบอก ท่านเตี่ย ยันต์ เที่ยง ช่วยให้กล้ากับทองอินหนีไป พระยาประเสริฐให้คนจับตัวทองอินไว้ ทองอินจึงจะยิงพระยาประเสริฐ แต่พระพิสุทธิ์เอาตัวเข้ากำบัง จึงถูกยิงเสียชีวิต กุหลาบกับพลอยเสียใจมากโชติรีบพูดใส่ไฟเรื่องที่กล้า ซุกซ่อนคนร้ายเอาไว้จนเกิดเรื่องทองอินถูกปีเตอร์ฆ่าตายในที่สุด ชาติพยัคฆ์ ส่วนกล้าก็โดนปีเตอร์จับมา ส่วนตาสังข์และบัว สองพ่อ-ลูก ถูกมิ่งจับ ตัวส่งให้ปีเตอร์ โทษฐานที่ช่วยเหลือนายทองอินเอาไว้ โดยนิ่งหันไปแปรพักตร์กับฝรั่งอย่าง ปีเตอร์ มันจึงอยากเสนอหน้าได้ความดีความชอบจากปีเตอร์ ปีเตอร์สั่งประหารสังข์กับกล้าในวันรุ่งขึ้น ติพาพลอยมาดูหน้ากล้าเป็นครั้งสุดท้าย กล้าขอโทษที่เป็นสาเหตุที่ทำให้คุณพิสุทธิ์ เสียชีวิต แต่พลอยไม่ให้อภัย ทั้งคู่จากกันด้วยความเสียใจ ก่อนที่จะมีการประหารเกิดขึ้น ท่านเตี่ยมาขอให้ปีเตอร์ไว้ชีวิต ปีเตอร์เลยแกล้งส่งทั้งสองไปที่คุกฝรั่งแบบตายทั้งเป็นท่านเตี่ยสัญญาจะมาช่วยกล้าให้ได้สักวัน ในขณะที่บัวนั้น ก็ลูกปีเตอร์พาตัวไปขายที่เหลาบุปเผา สถานเริงรมย์ที่หรูหราที่สุดในพระนคร บัวถูกประมูลขายตัว เธอหนีอย่างไม่คิดชีวิต จนเอาเหวิน ที่กำลังลากรถอยู่แถวนั้น มาช่วยบัวเอาไว้ อาเหวินพาบัวไปนอนที่บ้าน เขารู้สึกถูกชะตากับบัวอย่างบอกไม่ถูก รุ่งขึ้น พี่สาวของอาเหวินกลับมาที่บ้าน ซึ่งก็คือเจ๊คิ้มนั่นเอง อาเหวินเป็นน้องแม่เดียวกัน ชาติพยัคฆ์ แต่คนละพ่อกับเจ๊คิ้ม ปีเตอร์สั่งมิ่งกับทิวให้กระทืบบัว เหวินเข้าช่วยเจ๊คิ้มไม่กล้าห้าม เหวินกับบัวเจ็บตัวด้วยกันทั้งคู่ หน้าของบัวต้องมีแผลเป็น เหตุเกิดจากการต่อสู้ เธอจึงต้องไปทำงานในครัวเป็นการชั่วคราวก่อนที่บัวจะถูกขายไปอีกครั้ง ทางด้านคุณพลอย ก็ได้ตามคุณกุหลาบอาศัยอยู่กับพระยาประเสริฐภักดี โดยอีกฝ่ายมีแผนร้ายที่จะครอบครองมรดกของพ่อเธอ ด้วยการจับเธอกับคุณโชติให้แต่งงานกัน คุณโชติพยายามมัดใจคุณพลอยด้วยวิธีต่าง ๆ จนคุณพลอยจำยอมต้องรับหมั้นหมาย ทั้ง ๆ ที่ใจยังไม่ลืมกล้า ส่วนกล้ากับตาสังข์ ก็ต้องใช้ชีวิตในคุกอย่างทุกข์ทรมาน เพราะนอกจากจะต้องทำงานหนักแล้วยังต้องถูกรังควานจากอริเก่าอย่าง...รื่น ที่บังเอิญมาเจอกันในคุกอีกด้วย แต่ความมีใจนักเลงของกล้า ก็ทำให้รื่นต้องยอมรับและเลิกอาฆาต เรื่องที่ด้วงถูกทองอินฆ่าตาย ต่อมาได้เกิดการจลาจลขึ้นในคุก กล้า ตาสังข์ และรื่นได้ปกป้องกันนายพลอังเครหัวหน้าค่ายเอาไว้ วีรกรรมครั้งนั้นของกล้าทำให้นายพลอังเดรยอมปล่อยเขากับตาสังข์และรื่นเป็นอิสระ ทั้งสามจึงรีบเดินทางไปยังพระนครเพื่อตามหาบัวทันที กล้าโกรธมาก เมื่อรู้ว่าปีเตอร์หาบัวไปขายที่เหลาบุปผา ชาติพยัคฆ์ จึงบุกเข้าเพื่อชิงตัวออกมาแต่ก็ถูกสมุนของปีเตอร์ขัดขวางเอาไว้ ก่อนที่ปีเตอร์จะบีบบังคับให้กล้าหาเงินก้อนโตมาเป็นค่าไถ่และค่าเสียหายสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น อาเหวินพยายามช่วยบัวจากมิ่ง จนโดนซ้อมอาการสาหัส อาฉาง อาเฉียง ตาสังข์ รื่น พาไปรักษาที่วังของ่านเตี่ย สังข์ได้เห็นหน้า จึงจำท่านเตี่ยได้ วันต่อมา จึงพากล้าไปกราบท่านเตี่ยที่วัง ทั้งกล้า บัว รื่น ตาสังข์ จึงไปอาศัยอยู๋ที่วังท่านเตี่ย และดูอาการของเหวินไปด้วย เมื่อปีเตอร์รู้ข่าว ก็พาทั้งประเสริฐ มิ่ง ทิว ยอด โชติ จะไปจับตัวกล้าที่วัง พอดีท่านเตี่ยไม่อยู่ ทั้งมิ่งและยอด ต่างรุมต่อยกล้า ชาติพยัคฆ์ แต่ทั้งสองสู้ไม่ได้ ท่านเตี่ยกลับมาพอดี บอกกับปีเตอร์ ประเสริฐ และทุกคนว่า กล้า บัว สังข์ เป็นไทแก่ตัวแล้ว ท่านเตี่ยกลับมานำจดหมายของเบอร์นาร์ด มาให้ทุกคนดูว่า หนังสือรับรองความเป็นไทของนายกล้าและพวกพ้องทุกคนรวมไปถึงนังบัว เขียนโดยท่านกงสุลเบอนาร์ดตัวแทนแห่งเจ้าอาณานิคม ต่อจากนี้ไป นายกล้ากับพวกถือว่าเป็นอิสระอย่างแท้จริง จะมีผู้ใดมาข่มเหง หรือจับกุมมิได้ ประเสริฐให้ปีเตอร์กลับก่อน เพราะเป็นรอง ปีเตอร์แค้นมาก อาเหมยยุให้ล้างแค้นท่านเตี่ย และเหตุการณ์ การต่อสู้ครั้งนี้เอง ในวันที่ยอดจะมาจับตัวกล้าทำให้ยอดต้องขาพิการ พ่ายแพ้ต่อกรบวนท่ามวยของกล้าอย่างหมดรูป เมื่อเหวินฟื้นขึ้น จึงเห็นแววตามที่บัวมองกล้า ชาติพยัคฆ์ ทำให้รู้ว่าบัวรักกล้า เหวินเสียใจมาก พลอยแอบมาพบกล้า ให้รีบหนีไป กล้าเข้าใจว่าพลอยยังโกรธเรื่องที่คนเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณพิสุทธิ์ตาย จึงขอชดใช้ด้วยชีวิต เมื่อแม่เอียดกับบัว บอกว่าโชติกำลังเอาปืนเดินมาตามหาพลอย สุดท้ายพลอยต้องคุณเข่าของให้กล้าหนีไปด้วยน้ำตานองหน้า ทั้งกล้า พลอย บัว หนีโชติมาหลบอยู่ภายในวัด แต่หลังจากที่แม่เอียดและพลอยขึ้นรถลากของอาเฉียงกลับบ้าน โชติกับชด ก็จับตัวกล้ากับบัวไปที่โรงนา ตั้งใจจะฆ่าให้ตาย ยอดก็มาร่วมทำร้ายกล้าด้วย สุดท้ายกล้าสู้ โชตจะเอาปืนยิงกล้า แต่กลับพลาดไปโดนยอดตาย แม้ในนาทีสุดท้ายของชีวิต ยอดก็ไม่ยอมบอกกับกล้า ว่าแม่ของเขาอยู่ไหน ซึ่งเป็นเหตุผลเดียว ที่กล้ายอมเสี่ยงชีวิตอยู่ในพระนคร โชติบอกกับประเสริฐและทุกคนว่ากล้าฆ่ายอดตาย โยนความผิดให้กักล้าทันที กุหลาบโกรธมากที่พลอยหนีไปพบกับกล้าจนเกิดเรื่อง กุหลาบตบหน้าพลอย ทำให้พลอยเสียใจมาก... ระหว่างนั้น บัวได้แอบฟังและรับรู้ถึงแผนการอันชั่วร้ายของปีเตอร์ ที่คบคิดกับพวกฝรั่งล่าอาณานิคม วางแผนหวังตักตวงผลประโยชน์จากแผ่นดินสยาม ซึ่งหนึ่งในนั้น ได้มุขนนางไทยอย่าง พระยาประเสริฐภักดี (ผู้ซึ่งหาได้มีความภักดีต่อแผ่นดินเกิดไม่) ได้เข้าร่วมคบคิดแผนชั่ว ๆ ในทุกครั้งด้วยบัว ได้นำความเหล่านี้ไปปรับทุกข์กับเพื่อนคนเดียวของเธอ อย่าง...อาเหวิน อยู่บ่อย ๆ อาเหวิน...ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาทำหน้าที่เป็นทั้งเพื่อน เป็นทั้งพี่ เป็นผู้ฟังที่ดี พร้อมที่จะปลอบใจ และให้กำลังใจกับบัว โดยบัวหารู้ไม่ว่า...เพื่อนหนุ่มชาวจีน นิสัยดีมีน้ำใจคนนี้ ไดแอบหลงรักเธอมาโดยตลอดมา อาเหวิน จึงนำเรื่องที่บัวสืบทราบมาไปบอกกับกล้า ชาติพยัคฆ์ เพื่อที่กล้าจะได้คิดหาทางช่วยแก้ไข หาทางสกัดกั้นแผนชั่วร้ายของคนเหล่านั้น โดยกล้าและอาเหวิน ได้ร่วมมือกัน และสืบมาว่า ท่านเตี่ย ได้ถูกพระยาประเสริฐภักดี ใช้เล่ห์กลการเมืองใส่ร้ายจนต้องออกจากกราชการ และด้วยอาชีพรับจ้างลากรถเจ๊กของอาเหวิน ไปในที่ต่าง ๆ และพบเจอผู้คนมากหน้าหลาบตา อาเหวินก็ได้พบว่า ท่านเตี่ย ได้มาเปิดโรงหมอรักษาชาวบ้าน ในย่านคนจีนนั่นเอง จากนั้น กล้าและอาเหวิน จึงได้ส่งข่าวคราวความเคลื่อนไหวของพวกคนชั่ว ไปให้ท่านเตี่ย ได้รับทราบอยู่เนือง ๆ และแล้วสวรรค์ ก็ตอบแทนความดีของบัว เสียทีเวลาต่อมาได้มีการจัดประลองมวยในสังเวียนบ่อนแห่งหนึ่ง รื่นจึงแนะนำกล้าให้ลงแข่งขัน ซึ่งกล้าก็สามารถเอาชนะนักมวยเอกในงานได้อย่างง่ายดายและเนื่องจากพระยาประเสริฐภักดีเป็นประธานของงานดังกล่าว กล้าจึงได้มีโอกาสพบกับคุณพลอยอีกครั้ง การปรากฏตัวของกล้า สร้างความไม่พอใจให้แก่คุณติเป็นอันมาก คุณโชติ จึงอ้างเรื่องที่กล้าเป็นต้นเหตุให้คุณพระพิสุทธิ์ บิดาของคุณพลอยเสียชีวิตมาบีบคั้นไม่ให้คุณพลอยใกล้ชิดกล้า หลังจากการชกชนะ กล้าก็นำเงินไปไถ่บัว ชาติพยัคฆ์ ที่เหลาบุปผา แต่ปีเตอร์ก็ยังเล่นแง่บ่ายเบี่ยงจะโก่งราคาอีก จนร้อนถึง ท่านเตี่ย ที่ต้องมาไถ่บัวเสียเอง ซึ่งถึงแม้ว่าท่านเตี่ยจะโดนกลการเมืองจากพระยาประเสริฐฯ ใส่ร้ายจนต้องออกจากราชการ แต่บารมีของท่านก็ยังมีคนยำเกรงอยู่มาก ปีเตอร์ไม่กล้ามีปัญหา จึงยอมให้ท่านเตี่ยรับบัวไปอุปการะพร้อมกับตาสังข์ ชื่อเสียงของกล้าเริ่มโด่งดังจากการชกครั้งนั้น แม้แต่ จีนหยง ซึ่งเป็นนายอากรโรงฝิ่ง ก็ยังส่งคนมาทาบทาม กล้ากับรื่นไปเป็นสมุน แต่ทั้งสองกลับปฏิเสธและพอใจที่จะทำงานเป็นคนลากรถมากกว่า เพราะอย่างน้อย...อาเหวินและเพื่อนพ้องชาวจีน ก็ไม่มีใครดูถูกเรื่องที่ทั้งสองเคยติดคุกมาก่อน อาเหวิน มีโอกาสไปมาหาสู่กับบัวอยู่เสมอ เวลารับส่งท่านเตี่ย เขาพยายามที่จะเอาชนะใจบัวด้วยวิธีต่าง ๆ นานา แต่ดูเหมือนว่าจะทำอย่างไร บัวก็ไม่เคยเปิดใจยอมรับคนอื่นอยู่ดี เช่นเดียวกับกล้า ที่ยังไม่ลืมคุณพลอย แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายได้หมั้นหมายกับคุณโชติแล้วก็ตาม เมื่อรู้ว่าคุณพลอยต้องไปสอนหนังสือไทยให้ลูกนายพลต่างชาติท่านหนึ่ง กล้าก็แอบไปเฝ้าดูเธอหลังเลิกงานเสมอ ชาติพยัคฆ์ แต่ในเวลานั้นสงครามแย่งชิงอำนาจระหว่าง พระยาประเสริฐและจีนหยง ก็ทวีความรุนแรงถึงขีดสุด เมื่อท่านกงสุลคนเก่า ที่เคยหนุนหลังจีนหยงได้เกษียณอายุราชการ ปีเตอร์จึงหนุนพระยาประเสริฐให้แย่งชิงธุรกิจค้าฝิ่นของจีนหยงมาเป็นของตน จีนหยงแค้นใจเลยส่งคนไปอุ้มตัวคุณพลอยเพื่อต่อรอง แต่เคราะห์ดีที่กล้ามาเจอเข้าเสียก่อน เขาจึงได้ช่วยเหลือคุณพลอยเอาไว้ คุณโชติ พอทราบเรื่องเข้า ก็เลยแกล้งประชดลองใจ ด้วยการให้กล้ารับหน้าที่คอยลากรถ รับส่งคุณพลอยเป็นประจำมานับแต่นั้น สร้างความยืดอัดใจให้แก่กล้าและคุณพลอยเป็นอย่างมาก ในขณะที่จีนหยงก็ถูกพวกของปีเตอร์และพระยาประเสริฐสั่งเก้บในเวลาต่อมา หลังจากนั้นกงสุลคนใหม่ก็เดินทางมาถึงพระนคร กล้าจึงได้รู้ว่าบิดาของเด็กที่คุณพลอยสอนหนังสือให้ก็คือ นายพลอังเดรที่เคยเป็นผู้คุมค่ายนักโทษ แต่ที่น่าตกใจกว่านั้นก็คือ ภรรยาของนายพลอังเดรกลับกลายเป็น นางเพียร แม่ของกล้านั่นเอง ด้วยเวลาที่ล่วงเลยผ่านไปทำให้นางเพียรจำกล้าไม่ได้ กล้ามาทราบความในภายหลังว่า หลังจากเขาได้หนีไปตอนเด็ก ชาติพยัคฆ์ เจ้านายเก่าก็จะเอานางเพียรไปขายที่ช่องแห่งหนึ่งเพื่อเป็นการลงโทษ แต่นายพลยังเดรมาเจอเข้าเสียก่อนจึงอุปการะเธอเอาไว้กล้าแค้นใจมาก เพราะคิดว่านางเพียรยอมตกเป็นนางป่าเรอของคนต่างชาติ ทั้ง ๆ ที่รู้เต็มอกว่าพ่อของกล้าต้องตายในการรบกับพวกล่าอาณานิคม แต่นางเพียรก็อธิบายความจริงให้ฟังว่าไม่ได้มีอะไรกับท่านนายพล และขอร้องกล้าให้มาอยู่ในอุปการะของนายพลอังเดรเช่นเดียวกับตน เพื่อกล้าจะได้มีชีวิตที่สุขสบาย แต่กล้าก็ปฏิเสธไปอย่างไม่ใยดี ระหว่างนั้นก็ได้เกิดโรคระบาดขึ้นในชุมชนชาวจีน อาการป่วยของคนไข้หนักหนาเกินกว่าท่านเตี่ยจะเยียวยาได้ เพราะว่ายาฝรั่งที่ใช้รักษา ถูกปีเตอร์กักตูนไว้เพื่อโก่งราคา ด้วยเหตุนี้ กล้าจึงยอมขึ้นชกในงานเลี้ยงต้อนรับกงสุลคนใหม่ที่จัดขึ้น ณ เหลาบุปาผา โดยมีคู่ต่อสู้เป็นถึงนักมวยฝรั่งจอมพลังรายหนึ่งพระยาประเสริฐภักดีขอร้องแกมขู่ ให้กล้าล้มมวยเพื่อเอาใจท่านกงสุล แต่กล้าสับเล่นงานนักมวยต่างชาติจนยับคาเวที ทำให้พระยาประเสริฐแค้นใจมากและคิดจะทำร้ายกล้า แต่ท่านเตี่ยก็มาออกหน้าขวางไว้ ทำให้กล้ารอดตัวและสามารถนำยามาช่วยรื่น และทุกคนได้ในที่สุด ช่วงเวลาดังกล่าว ชาติพยัคฆ์ พระยาประเสริฐพบว่าท่านเตี่ย ได้ขัดขวางกิจการค้าฝิ่งของตนอย่างลับ ๆ ด้วยการส่งคนมาทำลายสินค้า รวมถึงเผาโรงฝิ่นที่ตนกับปีเตอร์เป็นหุ้นส่วนกัน พระยาประเสริฐ จึงคิดลอบสังหารท่านเตี่ย เพื่อกำจัดเสี้ยนหนาม แต่โชคร้ายกลับตกเป็นของตาสังข์ที่เกิดรู้แผนการณ์เข้าเสียก่อน จึงปกป้องท่านเตี่ยไว้ด้วยชีวิตของตน ด้วยความสำนึกในวีรกรรมของตาสังข์ ท่านเตี่ยจึงรับบัวเป็นบุตรบุญธรรม และอุ้มชูให้มีฐานะไม่แพ้คุณพลอยในเวลาต่อมา แต่บัวรู้ว่าถึงเธอจะเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน ก็ไม่อาจแย่งเชิงหัวใจรักของกล้า มาจากคุณพลอยได้อยู่ดี และเฉกเช่นกัน ที่ถึงอาเหวิน จะภักดีต่อเอเพียงใด บัวก็ไม่อาจเปลี่ยนใจมารักเขาได้ บัวจึงแกล้งเฉยชาต่ออาเหวินเพื่อให้อีกฝ่ายตัดใจ จนอาเหวินเข้าใจผิด คิดว่าบัวที่กลายเป็นดอกฟ้าคงไม่เห็นค่าตนอีกต่อไป จึงตรอมใจด้วยความเศร้าโศกการตายของตาสังข์ ทำให้กล้าหมดสิ้นความอดทน และวางแผนที่จะบุกไปลอบสังหารปีเตอร์ แต่รื่นรู้เข้าเสียก่อนจึงชิงตัดหน้าลงมือแทน แต่กลับพลาดท่าถูกปีเตอร์จับได้และถูกสั่งประหารในที่สุด สร้างความปวดร้าวให้แก่คนรอบข้างเป็นอันมาก โดยเฉพาะกล้า ยิ่งเสียศูนย์มากขึ้น เพราะโทษตนเองว่าเป็นต้นเหตุให้รื่นต้องตาย ด้วยความห่วงใยที่กล้าคุณพลอยจึงแวะเวียนไปดูแลเขาเสมอ จนต้องมีปากเสียงกับคุณโชติที่ทราบเรื่องเข้า คุณโชติสะเทือนใจที่คุณพลอยยังไม่ลืมความรักที่มีต่อกล้า ในช่วงเวลาที่เคว้งคว้างนี้เอง ปีเตอร์จึงเข้ามอมมาคุณโชติ โดยความร่วมมือของมิ่ง...ชาติพยัคฆ์ จนคุณโชติต้องตกเป็นทาสของยาฝิ่น โดยมีเป้าหมายที่จะได้ครอบงำคุณโชติไว้ใช้งานโดยง่าย โดยมีมิ่ง คอยส่งฝิ่น และคอยเสี้ยม เป่าหูคุณโชติ ในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคุณพลอย และกล้า และที่สำคัญ คือมิ่ง ยุให้คุณโชติ คิดกระทำการเลว ๆ ทรยศต่อแผ่นดินสยาม แผ่นดินเกิดของตัวเอง ต่อมาท่านเตี่ย ก็ได้รับการสนับสนุนจากเบื้องบนให้กลับเข้ารับราชการอีกครั้ง จึงมีการตรวจสอบเรื่องทุจริตในการประมูลอากรภาษี และคดีสังหารจีนหยง นายอากรฝิ่นคนเก่า ทำให้พระยาประเสริฐร้อนตัว คิดจะโยนความผิดทั้งหมดให้แก้ปีเตอร์ ด้วยเหตุนี้ ปีเตอร์จึงแก้แค้นด้วยการฆ่าพระยาประเสริฐทิ้ง ก่อนจะป้ายความผิดว่าเป็นฝีมือของท่านเตี่ย ก่อนจะหลอกล่อคุณติรับช่วงแทนบิดา และด้วยความแค้นที่บดบังสติ คุณโชติจึงสนับสนุนปีเตอร์ในการทำจัดท่านเตี่ยอย่างเต็มที่ ด้วยฤทธิ์ของยาฝิ่นที่ปีเตอร์ และมิ่ง ได้มอมเมาคุณโชติมาหลายเพลา ก็ทำให้นิสัยของคุณโชติแปรเปลี่ยนไป คุณโชติ เริ่มหึงหวงโมโหร้าย เกรี้ยวกราด จนคุณพลอยไม่อาจยอมรับได้ จึงขอถอนหมั้นในที่สุด ส่วนคุณกุหลาบก็คิดทวงคืนทรัพย์สินของคุณพระพิสุทธิ์ฯ ชาติพยัคฆ์ คืนมา แต่เพราะคุณโชติและบิดาได้ยักยอกไปถลุงจนหมดสิ้น คุณโชติ กับมิ่ง จึงได้ร่วมกันวางแผน เพื่อหลอกฆ่าคุณกุหลาบ เพื่อเป็นการล้างหนี้ รวมถึงคิดจะฆ่าคุณพลอยอีกด้วย แต่โชคดีที่คุณพลอยไหวตัวเสียก่อน จึงให้ อาเหวิน พาหนีไปหากล้าได้ทัน กล้าฝากนางเพียร รับอุปกระคุณพลอยชั่วคราว และให้อาเหวินคอยเฝ้าอยู่ด้วยเพื่อความปลอดภัยจังหวะนั้นเอง ที่อาเหวิน ซึ่งยังช้ำรักจากบัว ก็มีโอกาสตั้งต้นใหม่ เมื่อนายพลอังเดร ได้เล็งเห็น ถึงความซื่อสัตย์ ความสามารถในการใช้ภาษาจีนและการบวกคิดเลขของเขา ซึ่งมีพื้นฐานจากครอบครัวที่เป็นเสมียนมาหลายชั่วคน จึงว่าจ้างอาเหวินให้เป็นผู้ติดตาม ทำให้อาเหวินได้มีหน้ามีตาเขยิบฐานะตัวเองบ้าง และเริ่มมีความหวังว่าจะเอาชนะใจบัวสำเร็จในไม่ช้า ความผันแปรต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทำให้กล้ารู้สึกท้อใจจนคิดจะไปจากพระนคร เขาตั้งใจจะไปบอกลาคุณพลอยเป็นครั้งสุดท้าย แต่การพบกันครั้งนั้นกลับทำให้คุณพลอยและกล้าได้เปิดเผยความรู้สึกที่มีต่อกันคุณพลอยจึงตัดสินใจที่จะกลับไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เวียงสิงห์พร้อมกล้า ระหว่างนั้น ท่านเตี่ยกับนายพลอังเดร ซึ่งดำรงตำแหน่งกงสุลก็ได้นัดเจรจากัน ด้วยถึงแม้จะอยู่ต่างฝ่าย แต่ก็เห็นห้องต้องกันว่ากิจการค้าฝิ่นของปีเตอร์ กำลังเป็นภัยต่อความมั่นคงของแผ่นดินสยาม จึงมีความคิดจะลดทอนอำนาจของปีเตอร์ลง ชาติพยัคฆ์ เมื่อปีเตอร์ทราบเรื่อง จึงวางแผนที่จะลวงท่านกงสุลและท่านเตี่ยมาสังหารพร้อมกันที่เหลาบุปผา โดยหวังจะให้กลายเป็นความขัดแย้งจนเกิดเป็นขนวนสงคราม เพื่อตนจะได้แสวงหาอำนาจใหม่อีกครั้ง วันนั้น เป็นวันที่กล้าและคุณพลอย มีนัดหมายจะหนีไปจากพระนครด้วยกัน แต่คุณโชติเกิดทราบเรื่องเข้าเสียก่อน คุณโชติจึงแกล้งเปิดเผยแผนการณ์ของปีเตอร์ให้กล้าได้รู้ในวินาทีสุดท้าย กล้าเลยต้องรีบย้อนไปช่วยท่านเตี่ยและท่านกงสุลที่เหลาบุปผา แทนที่จะไปตามนัดของคุณพลอย อีกไม่นานเรือกลไฟจะออกจากท่า อีกไม่นานวิญญาณของกล้าอาจถูกปลิดออกจากร่าง เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป ชาติพยัคฆ์ ติดตามชมกันต่อได้ใน ละครชาติพยัคฆ์ เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 รายชื่อนักแสดงนำใน ละครชาติพยัคฆ์ จรณ โสรัตน์ รับบท กล้า นิษฐา จิรยั่งยืน รับบท คุณพลอย กมลเนคร เรืองศรี รับบท บัว ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์ รับบท อาเหวิน ฉัตรชัย เปล่งพานิช รับบท ท่านเตี่ย สินจัย เปล่งพานิช รับบท นางเพียร สมิทธิ ลิขิตมาศกุล รับบท คุณโชติ จิรายุ ตันตระกูล รับบท รื่น โชคชัย บุญวรเมธี รับบท มิ่ง นพพล โกมารชุน รับบท พระยาประเสริฐ เกรียงไกร อุณหะนันทน์ รับบท พระพิสุทธิ์ สรวงสุดา ลาวัณย์ประเสริฐ รับบท คุณกุหลาบ นภัสกร มิตรเอม รับบท ทองอิน

โครงการหลวง ดอยอ่างขาง จุดเริ่มต้นชีวิตใหม่ของชนเผ่าปะหล่องที่ 'พ่อหลวง' พระราชทานให้
ดอยอ่างขาง /  วันพ่อแห่งชาติ / 

พระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานให้ชาวปะหล่องเกือบ 300 ชีวิต บนยอดดอยสูง ยังอยู่ในความทรงจำมิรู้ลืมของพ่อเฒ่านาโม  หมั่นเฮิง อดีตผู้ใหญ่บ้านปะหล่องมิรู้ลืม พ่อเฒ่านาโม เป็นชาวปะหร่องที่อพยพหนีร้อนมาพึ่งเย็นบนแผ่นดินไทย  โดยมารับจ้างชาวจีนปลูกฝิ่นและทำไร่อยู่ในพื้นที่ตะเข็บชายแดนไทย – พม่า กระทั่งปี พ.ศ. 2527 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเยี่ยมราษฎรบนดอยอ่างขาง นายจ้างจึงแนะนำให้พ่อเฒ่ามาเข้าเฝ้า ฯ เพื่อขอพระราชทานที่อยู่อาศัย พ่อเฒ่าเล่าว่าครั้งแรกที่มาเข้าเฝ้าฯในหลวงก็กลัว เพราะไม่เคยเจอในหลวงมาก่อน แต่ผู้ใหญ่บ้านคนจีนบอกไม่ต้องกลัว ในหลวงชอบช่วยคนจน ท่านมาช่วยชาวเขา พ่อเฒ่าจึงนำของมาถวาย และเข้าเฝ้าฯ ในหลวงพร้อมกับพระสงฆ์ชาวปะหล่องที่มาด้วยกัน คุณมณพัฒ ยานนท์  นักประชาสัมพันธ์โครงการหลวงบอกต่อว่า ‘พระเจ้าอยู่หัวรับสั่งถามผู้ว่าฯ นายอำเภอ ซึ่งไม่มีใครรู้จักชนเผ่านี้ และในตอนนั้นสมเด็จพระเทพรัตนฯเสด็จฯด้วย ในหลวงก็รับสั่งถามสมเด็จพระเทพพระรัตนฯว่าเคยเห็นมั้ย พระองค์ท่านบอกว่าไม่เคยเห็น แต่มีฝรั่งบอกปะหล่องเป็นชนเผ่าของพม่า พระเจ้าอยู่หัวเลยถามพ่อเฒ่าว่า นับถือศาสนาอะไร พ่อเฒ่าแกบอกนับถือศาสนาพุทธ และพระเจ้าอยู่หัวถามว่าจะอยู่ที่ไหน ระหว่างข้างล่างหรือบนดอย พ่อเฒ่าเลยเลือกที่จะอยู่บนนี้ พระองค์ท่านก็เลยให้มาอยู่ที่บ้านนอแล ซึ่งเดิมเป็นไร่ฝิ่นของชนกลุ่มน้อยของพม่า และแปลงเพาะกล้าของป่าไม้” อีกทั้งพ่อเฒ่ายังเล่าความประทับใจต่ออีกว่า “พระเจ้าแผ่นดินพระราชทานเงิน 5,000 บาท ให้สร้างกุฏิให้พระอยู่ด้วย” เมื่อได้รับพระราชทานที่อยู่บนแผ่นดินไทยแล้ว คนปะหล่องในหมู่บ้านเดียวกันที่พม่าก็ค่อย ๆ ทยอยกันมาอยู่ที่บ้านนอแลกันทั้งหมู่บ้าน รวม 300 กว่าคน ซึ่งพ่อเฒ่านาโม รับจ้างปลูกฝิ่น เผือก ลูกท้อ ได้รายได้วันละ 30 บาท จนเมื่อปี 2535 โครงการหลวง เข้ามาส่งเสริมชาวเขาที่ดอยอ่างขางให้ปลูกพืชเมืองหนาวทดแทนฝิ่น ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวปะหล่องก็เปลี่ยนในทางที่ดีขึ้น ปัจจุบันแต่ละครอบครัวมีรายได้จากการปลูกพืชผักขายโครงการหลวงปีละเกือบแสนบาท “ชีวิตดีขึ้น ไม่ทุกข์ยากอะไร ข้าวก็มีกิน มีเงินทำบุญ มีน้ำมีไฟใช้ เมื่อก่อนตอนอยู่ฝั่งโน้น ไม่สบายก็ไม่มีหมอรักษา ต้องกินยาป่า บางคนตายพราย บางคนก็เกิดลูกตาย ตายกันเยอะ” พ่อเฒ่าเล่า คุณมณจึงเสริมต่อว่า  “เผ่านี้มีประเพณีทำบุญสืบสายน้ำ น้ำนี่ตัดไม่ขาด เขาอยากให้ในหลวงมีชีวิตที่ยืนยาวเหมือนสายน้ำ พอมีข่าวในหลวงไม่สบายเขาก็จะทำพิธี เหมือนสืบชะตาต่ออายุให้ในหลวงมีอายุยืนยาว เขาจะได้อยู่พึ่งบารมี” มองไปรอบบ้านของพ่อเฒ่ามีพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวติดเต็มไปหมด ซึ่งแสดงถึงความจงรักภักดีของพ่อเฒ่าที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างเต็มเปี่ยม

เจนนิเฟอร์ คิ้ม จัดเต็ม คอนเสิร์ตครั้งสุดท้าย......ก่อนวัยทอง
45ปี เจนนิเฟอร์ คิ้ม...คอนเสิร์ตสุดท้ายก่อนวัยทอง /  Jennifer Kim / 

เจนนิเฟอร์ คิ้ม ครบรส ร้อง เล่น เต้น เม้าท์ ฉลองคอนเสิร์ต 45 ปี ก่อนวัยทอง ไม่ธรรมดาจริงๆ สำหรับคอนเสิร์ต 45 ปี เจนนิเฟอร์ คิ้ม คอนเสิร์ตครั้งสุดท้ายก่อนวัยทอง ของนักร้องสาวเสียงดี เจนนิเฟอร์ คิ้ม เพราะเอ-ไทม์ โชว์บิช เนรมิตพารากอน ฮอลล์ ประหนึ่งเป็นเวทีละครเดอะมิวสิคัล จัดเต็มโปรดักชั่น แสง สี เสียง จำลองฉากย้อนกลับไปเมื่อ 45 ปี ที่เธอเติบและโตอยู่ในตรอกสลักหิน ที่เต็มไปด้วยซ่องและโรงฝิ่น พร้อมเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่อลังการบนเวทีด้วยชุดเดรสสีแดงเพลิง สลับกับการโชว์เพลง แสงสุดท้าย ตามด้วยโชว์เล่าเรื่องราวชีวิตที่ก้าวสู่อาชีพนักร้องกลางคืนที่ต้องเป็นนักร้องร่างทรงร้องเพลง ได้สารพัดแนว จนทำให้คิ้มคุ้นเคยกับเพลงฮิตทั้งเก่าและใหม่ ก่อนที่คิ้มจะขอโชว์ทักษะการร้องหยิบเอาเพลง ทั้ง ไทย จีน ฝรั่ง อย่าง Skyfall เหมยฮัว Can’t Fight The Moonlight มาร้องให้ฟัง และเพื่อให้สมกับเป็นคอนเสิร์ตส่งท้าย ก่อนย่างเข้าวัยทอง เจนนิเฟอร์ คิ้ม ขอสานฝันจัดเหล่าบรรดา แขกรับเชิญมาร่วมโชว์ที่งานนี้เรียกว่าเด็ดมาก เริ่มด้วยสาวสองพันปีหุ่นเซี๊ยะ ต่าย เพ็ญพักตร์ ที่ออกมาร้อง ฉันเลยโอเค คู่กัน ก่อนจะทิ้งเวทีให้ ต่าย ฉายเดี่ยวร้องเพลงไว้อาลัยให้กับบรรดาคนเหล่าคนรักเก่าของคิ้ม ในเพลง คนไม่รักดี แถมออกปากว่า 19 ปีที่ร้างไมค์ไป ยอมมาขึ้นคอนเสิร์ตครั้งนี้เพราะต่างฝ่ายต่างปลื้มผลงานของกันและกัน จากนั้นแขกรับเชิญคนที่ 2 ก็ขึ้นมาสร้างเซอร์ไพร้ส์ให้กับคนดูทั้งฮอลล์เมื่อ นก ฉัตรชัย ก้าวออกมาในมาดท่านชายพจน์ร้องเพลง แค่คืบ พร้อมโชว์ซีนหวานสานฝันให้คิ้มที่ขอสวมบทเป็นนางเอก ทำเอาฟินกันไป ทั้งฮอลล์ อีกหนึ่งแขกรับเชิญที่ออกปากยอมรับว่าหลงเสน่ห์เสียงคิ้มมานาน พอมีโอกาสได้ขึ้นเวทีเลยขอโชว์ ความหวานร้องเพลงคู่กันใน อยากเป็นคนนั้น หวานจนคิ้มเคลิ้มอยากจะลดวัยไปเท่ากับ พอร์ช ศรัณย์ เลยจ้า ครั้นจะรวบรวมเฉพาะพระเอกรุ่นใหญ่และรุ่นเล็กมาร้องเพลงคู่ดูจะไม่ครบรส งานนี้คิ้มเลยขอควงหนุ่มน้อยร่างท้วมน้องสนิท โก๊ะตี๋ มาโชว์ความสนุกสนานทั้งร้อง ทั้งเต้น ในเพลง คิดถึง จนเวทีสะเทือน แถมยังปะทะฝีปากดวลมุขสาดใส่กันกันไปมาแบบหมัดต่อหมัดจนคนดูในฮอลล์ขำจนขากรรไกรค้าง มาถึงช่วงเจ้ดัน เจนนิเฟอร์ คิ้ม ขอชวนเด็กๆ ในสังกัด กบ กลม และคิง เดอะวอยซ์ มาโชว์เพลง Stand by me ด้วยกัน ก่อนจะขนเพลงฮิตยุคปัจจุบัน ไกลแค่ไหนคือใกล้ รักแท้อยู่เหนือกาลเวลา และ ลมเปลี่ยนทิศ มาร้องคัฟเวอร์เอาใจคนดูในสไตล์คิ้มชนิดเพราะจับใจ จากนั้นเวทีลุกเป็นไฟอีกครั้งเมื่อ เบน ชลาทิศ ขึ้นมาร้องเพลง If I ain’t got you กับคิ้ม ถูกใจคนดูถึงกับส่งเสียงกรีดร้องพร้อมปรบมือดังลั่นฮอลล์ให้กับนักร้องคุณภาพทั้งสอง ปิดฉากความประทับใจกับ โก้ มิสเตอร์แซกแมน และ พี่นิ่ม สีฟ้า ในเพลงแรกที่แต่งให้เธอร้อง และแจ้งเกิดฐานะดีว่าแถวหน้าของเมืองไทยกับ คิดถึงเธอทุกทีที่อยู่คนเดียว ส่งท้าย ไม่ยอมหมดหวัง เพลงที่แทนทุกเรื่องราวของคิ้มที่ฝ่าฟันมาจนมีทุกวันนี้ได้ และยังให้กำลังใจกับทุกคนที่ท้อแท้ได้สู้ต่อไป เล่นเอาเธอและคนดูกว่าหมื่นคนน้ำตารื้นไปตามๆ กัน และรายได้ส่วนหนึ่งของคอนเสิร์ตครั้งนี้ยังได้ร่วมทำบุญกับ “ศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศรีษะ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย” อีกด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

10 สารยาเสพติดอันตราย
เกร็ดความรู้

ตอนนี้รู้กันดีอยู่แล้วว่า โลกสังคมออนไลน์ นั้นมันรวดเร็วซะเหลือเกิน ไม่ว่าจะเม้น จะแชร์ต่างๆ นาๆ มีทั้งเรื่องการทำความดี-ความชั่ว มีให้เห็นกันรวดเร็วมากๆ อย่างเช่น กรณีสดๆ ร้อนๆ ที่มีหญิงสาวให้เด็กชายซึ่งอายุเพียงไม่กี่ขวบ ได้สอนให้ทดลองสารเสพติดชนิดหนึ่ง! คลิปนี้ทำให้คนไทยแชร์คลิปกันอย่างรวดเร็ว และ รุมว่าหญิงสาวคนนี้อย่างรุนแรง! ว่าเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ เพื่อนๆบางคนอาจจะยังไม่รู้ว่า สารเสพติด นั้นมีโทษอย่างไร มีกี่ประเภท teen.mthai ก็เลย ยกตัวอย่างให้เพื่อนๆได้อ่าน เป็นเกร็ดความรู้ กันคะ ^^ ทางที่ดีอย่าไปอยากรู้ อยากลอง ในสิ่งที่เรารู้ดีอยู่แล้วว่ามัน "อันตราย" ลองง่ายแต่เลิกยากนะจ๊ะ!! 10 สารยาเสพติดอันตราย 1. สารยาเสพติดอันตราย เฮโรอีน (Heroin)  เฮโรอีนเป็นยาเสพติดที่ได้จากการสังเคราะห์ทางเคมี จากปฏิกิริยาระหว่างมอร์ฟีนกับสารเคมีบางชนิด เช่น อาเซ-ติคแอนไฮไดรด์ (Aceticanhydride) หรือ อาเซติลคลอไรด์ (Acetylchloride) หรือเอทิลิดีนไดอาเซเตท (Ethylidinediacetate) เฮโรอีนออกฤทธิ์แรงกว่ามอร์ฟีนประมาณ 4-8 เท่า และออกฤทธิ์แรงกว่าฝิ่น ประมาณ 30-90 เท่า โดยทั่วไปเฮโรอีนจะมีลักษณะเป็นผงสีขาว สีนวล หรือสีครีม มีรสขม ไม่มีกลิ่น เฮโรอีนที่แพร่ระบาดในประเทศไทย แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ 1. เฮโรอีนผสม หรือเรียกว่าเฮโรอีนเบอร์ 3 หรือไอระเหย เป็นเฮโรอีนที่มีความบริสุทธิ์ต่ำ เนื่องจากมีการผสมสารอื่น เข้าไปด้วย เช่น ผสมสารหนู สตริกนิน ยานอนหลับ กาเฟอีน แป้ง น้ำตาลและอาจผสมสี เช่น สีม่วงอ่อน สีชมพูอ่อน สีน้ำตาล อาจพบในลักษณะเป็นผง เป็นเกล็ด หรืออัดเป็นก้อนเล็ก ๆ มีวิธีการเสพโดยการสูดเอาไอสารเข้าร่างกาย จึงเรียกว่า "ไอระเหย" หรือ "แคป" 2. เฮโรอีนเบอร์ 4 เป็นเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์ที่มีความบริสุทธิ์สูง มีลักษณะเป็นผงละเอียด หรือเป็นเม็ดคล้ายไข่ปลา หรือพบในลักษณะอัดเป็นก้อนสี่เหลี่ยมผืนผ้า มักมีสีขาวหรือสีครีม ไม่มีกลิ่น มีรสขม เป็นที่รู้จัดทั่วไปว่า "ผงขาว" มักเสพโดยนำมาละลายน้ำและฉีดเข้าร่างกาย หรือผสมบุหรี่สูบ ฤทธิ์ในทางเสพติด เฮโรอีนออกฤทธิ์กดระบบประสาท มีอาการเสพติดทั้งทางร่างกายและจิตใจ มีอาการขาดยาทางร่างกายอย่างรุนแรง มีอาการปวดกล้ามเนื้อ ปวดกระดูก ปวดตามข้อ ปวดสันหลัง ปวดบั้นเอว ปวดหัวรุนแรง มีอาการจุกแน่นในอกคล้ายใจจะขาด อ่อนเพลียอย่างหนัก หมดเรี่ยวแรงมีอาการหนาว ๆ ร้อน ๆ อึดอัดทุรุนทุราย นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย บางรายมีอาการชักตาตั้ง น้ำลายฟูมปาก ม่านตาดำหดเล็กลง ใจคอหงุดหงิดฟุ้งซ่าน มึนงง หายใจไม่ออก ประสาทเสื่อม ความจำเสื่อม ผู้เสพติดเฮโรอีนที่ติดเชื้อ HIV ก็จะเป็นผู้แพร่ระบาด HIV เนื่องจากการจับกลุ่มใช้เข็มฉีดยาร่วมกันหรือ ในบางครั้งก็มีเพศสัมพันธ์ร่วมกัน โดยไม่ได้ป้องกัน โทษทางกฎหมาย จัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 2. สารยาเสพติดอันตราย ยาบ้า (Amphetamine)  ยาบ้า เป็นชื่อที่ใช้เรียกยาเสพติดที่มีส่วนผสมของสารเคมี ประเภทแอมเฟตามีน (Amphetamine) ยาบ้า จัดอยู่ในกลุ่มยาเสพติดที่ออกฤทธิ์กระตุ้นประสาท มีลักษณะเป็นยาเม็ดกลมแบนขนาดเล็ก มีสีต่างๆ กัน เช่น สีส้ม สีน้ำตาล มีสัญลักษณ์ที่ปรากฏบนเม็ดยา เช่น ฬ, M, PG, WY สัญลักษณ์รูปดาว เป็นต้น ฤทธิ์ในทางเสพติด : ออกฤทธิ์กระตุ้นประสาท มีอาการเสพติดทั้งทางร่างกายและจิตใจ ไม่มีอาการขาดยาทางร่างกาย เมื่อเสพเข้าสู่ร่างกายในระยะแรกจะออกฤทธิ์ทำให้ร่างกายตื่นตัว หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง ใจสั่น ประสาทตึงเครียด แต่เมื่อหมดฤทธิ์ยา จะรู้สึกอ่อนเพลียมากกว่าปกติ ประสาทล้าทำให้การตัดสินใจช้า และผิดพลาด เป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้ ถ้าใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน จะทำให้สมองเสื่อม เกิดอาการประสาทหลอน เห็นภาพลวงตา หวาดระแวง คลุ้มคลั่ง เสียสติ เป็นบ้าอาจทำร้ายตนเองและผู้อื่นได้ หรือในกรณีที่ได้รับยาในปริมาณมาก (Overdose) จะไปกดประสาท และระบบการหายใจทำให้หมดสติ และถึงแก่ความตายได้ โทษทางกฎหมาย จัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 3. สารยาเสพติดอันตราย ยาอี ยาเลิฟ เอ็คซ์ตาซี (Ecstasy) ยาอี ยาเลิฟ เอ็คซ์ตาซี (Ecstasy) เป็นยาเสพติดกลุ่มเดียวกัน จะแตกต่างกันบ้างในด้านโครงสร้างทางเคมี ลักษณะ ของยาอี มีทั้งที่เป็นแคปซูลและเป็นเม็ดยาสีต่าง ๆ แต่ที่พบในประเทศไทย ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นเม็ดกลมแบน ผิวเรียบ และปรากฏสัญลักษณ์บนเม็ดยาเป็นรูปต่าง ๆ เช่น กระต่าย ฯลฯ ฤทธิ์ในทางเสพติด  จะออกฤทธิ์ภายในเวลา 45 นาที และฤทธิ์ยา จะอยู่ในร่างกายได้นานประมาณ 6-8 ซม. แพร่ระบาดในกลุ่มวัยรุ่นที่ชอบเที่ยวกลางคืน ออกฤทธิ์กระตุ้นประสาทในระยะสั้น ๆ จากนั้นจะออกฤทธิ์หลอนประสาท มีอาการติดยาทางจิตใจ ไม่มีอาการขาดยา ทางร่างกาย เหงื่อออกมาก หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง ระบบประสาทการรับรู้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด (Psychedelic) ทำให้การได้ยินเสียงและการมองเห็นแสงสีต่าง ๆ ผิดไปจากความเป็นจริง เคลิบเคลิ้ม ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ โทษทางกฎหมาย จัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 4. สารยาเสพติดอันตราย โคเคน (Cocaine) : โคเคน หรือ โคคาอีนเป็นยาเสพติด ที่สกัดได้จากใบของต้นโคคา  ซึ่งเป็นต้นไม้ที่ลักลอบปลูกมากในประเทศแถบอเมริกาใต้ เช่น เปรู โบลิเวีย และโคลัมเบีย เป็นต้น โคเคนมีชื่อเรียกในกลุ่ม ผู้เสพว่า COKE, Snow, Speed Ball, Crack โคเคนที่พบในประเทศไทย มี 2 ชนิด ได้แก่ 1. โคเคนชนิดผง มีลักษณะเป็นผงละเอียดสีขาว รสขม ไม่มีกลิ่น 2. โคเคนรูปผลึกเป็นก้อน (Free base, Crack) ฤทธิ์ในทางเสพติด โคเคนออกฤทธิ์กระตุ้นประสาท มีอาการเสพติดทางร่างกายเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับวิธีการและปริมาณที่เสพ มีอาการทาง จิตใจ อาจมีอาการขาดยาทางร่างกายแต่ไม่รุนแรง หัวใจเต้นแรง ความดันโลหิตสูง กระวนกระวาย ตัวร้อนมีไข้ นอนไม่หลับ มีอาการซึมเศร้า ผนังจมูกขาดเลือด ทำให้เยื่อบุโพรงจมูกฝ่อ ขาดหรือทะลุ สมองถูกกระตุ้นอย่างรุนแรง ทำให้เกิดอาการชักมีเลือดออกในสมอง เนื้อสมองตายเป็นบางส่วน หัวใจถูกกระตุ้นอยู่เสมอ กล้ามเนื้อหัวใจเสื่อมลง ทีละน้อยจนหัวใจบีบตัวไม่ไหวทำให้หัวใจล้มเหลว ผลจากการเสพเป็นระยะเวลานาน ทำให้เกิดอาการโรคจิตซึมเศร้า โทษทางกฎหมาย จัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 2 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 5. สารยาเสพติดอันตราย ฝิ่น (Opium) ฝิ่นเป็นสารประกอบชนิดหนึ่ง ซึ่งได้จากยางของผลฝิ่น ในเนื้อฝิ่นมีสารเคมีผสมอยู่มากมาย ซึ่งประกอบด้วย โปรตีน เกลือแร่ ยางและกรดอินทรีย์เป็นแอลคะลอยด์ (Alkaloid) ซึ่งเป็นตัวการสำคัญ ที่ทำให้ฝิ่นกลายเป็นสารเสพติดให้โทษ ที่ร้ายแรง และเป็นยาเสพติดที่เป็นต้นตอของยาเสพติดร้ายแรง เช่น มอร์ฟีน เฮโรอีน และโคเคอีน มีการลักลอบปลูกฝิ่น มากทางภาคเหนือของประเทศไทยบริเวณแนวพรมแดน ที่เรียกว่า "สามเหลี่ยมทองคำ" ฤทธิ์ในทางเสพ  ฝิ่นออกฤทธิ์กดระบบประสาท มีอาการเสพติดทั้งทางร่างกายและจิตใจ มีอาการขาดยาทางร่างกาย หากเสพเกินขนาด จะทำให้กดระบบหายใจทำให้เสียชีวิต จิตใจเลื่อนลอย ง่วง ซึม แก้วตาหรี่ พูดจาวกวน ความคิดเชื่องช้า ไม่รู้สึกหิวชีพจรเต้นช้า โทษทางกฎหมาย จัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 2 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 6. สารยาเสพติดอันตราย มอร์ฟีน (Morphine) มอร์ฟีนเป็นแอลคะลอยด์ (Alkaloid) ของฝิ่นที่สำคัญที่สุด ซึ่งเป็นตัวการที่ออกฤทธิ์กดประสาท มอร์ฟีนเป็นผงสีขาว หรือเทาเกือบขาว ไม่มีกลิ่น มีรสขม มีฤทธิ์สูงกว่าฝิ่น เสพติดได้ง่าย มีลักษณะเป็นเม็ด เป็นผง และเป็นก้อน หรือละลาย บรรจุหลอดสำหรับฉีด นำเข้าสู่ร่างกายโดยวิธีฉีดเป็นส่วนมาก  มอร์ฟีนใช้เป็นยาหลักหรือยามาตรฐานของยาแก้ปวด ยาจำพวกนี้กดระบบประสาทส่วนกลาง ลดความรู้สึกเจ็บปวด ทำให้รู้สึกง่วงหลับไป และลดการทำงานของร่างกาย อาการข้างเคียงอื่น ๆ ก็คือ อาจทำให้คลื่นเหียนอาเจียน ท้องผูก เกิดอาการคันหน้า ตาแดงเพราะโลหิตฉีด ม่านตาดำ หดตีบ และหายใจลำบาก ฤทธิ์ทางเสพติด มอร์ฟีนออกฤทธิ์กดระบบประสาท มีอาการเสพติดทั้งร่างกายและจิตใจ มีอาการขาดยาทางร่างกาย คลื่นเหียนอาเจียน ท้องผูก เกิดอาการคันหน้า ตาแดง ซึม ง่วงนอน ไม่สนใจสิ่งแวดล้อม ร่างการทรุดโทรม สมองมึนชา สติปัญญาเสื่อมโทรม โทษทางกฎหมาย จัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 2 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 7. สารยาเสพติดอันตราย กัญชา (Cannabis) : กัญชา มีลักษณะใบจะแยกออกเป็นแฉกประมาณ 5-8 แฉกคล้ายใบมันสำปะหลังที่ขอบใบทุกใบจะมีรอยหยัก ออกดอกเป็นช่อเล็กๆ ตามง่ามของกิ่งและก้าน ส่วนที่คนนำมาเสพได้แก่ส่วนของกิ่ง ก้าน ใบ และยอดช่อดอกกัญชา โดยนำมาตากหรืออบแห้ง แล้วบดหรือหั่นให้เป็นผงหยาบๆ จากนั้นจึงนำมายัดไส้บุหรี่สูบ ยังอาจพบในรูปของ “น้ำมันกัญชา” (Hashish Oil) ซึ่งมีลักษณะเป็นของเหลวสีน้ำตาลเข้มหรือสีดำ ฤทธิ์ทางเสพติด กัญชาเป็นยาเสพติดให้โทษ ที่ออกฤทธิ์หลายอย่างต่อระบบประสาทส่วนกลาง คือ ทั้งกระตุ้นประสาทกดและหลอนประสาท สารออกฤทธิ์ที่อยู่ในกัญชามีหลายชนิด แต่สารที่สำคัญที่สุดที่มีฤทธิ์ต่อสมองและทำให้ร่างกาย อารมณ์ และจิตใจเปลี่ยนแปลงไป ในเบื้องต้นจะออกฤทธิ์กระตุ้นประสาท ทำให้ผู้เสพตื่นเต้น ช่างพูด และหัวเราะตลอดเวลา ต่อมาจะกดประสาท ทำให้ผู้เสพมีอาการคล้ายเมาเหล้าอย่างอ่อนๆ เซื่องซึม และง่วงนอน หากเสพเข้าไปในปริมาณมากๆ จะหลอนประสาททำให้เห็นภาพลวงตา หูแว่ว ความคิด สับสน ควบคุมตนเองไม่ได้  ทำลาย ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำลายสมอง ปอด โทษทางกฎหมาย จัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 8. สารยาเสพติดอันตราย กระท่อม (Kratom) กระท่อม เป็นพืชเสพติดชนิดหนึ่ง ส่วนมากพบในทวีปเอเชีย โดยเฉพาะในประเทศอินเดียและในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย ประเทศไทย ลักษณะเป็นต้นไม้ยืนต้นขนาดกลางมีแก่นเป็นเนื้อไม้แข็ง ใช้ส่วนของใบเป็นสิ่งเสพติด ลักษณะใบคล้ายกระดังงาหรือใบฝรั่งต้นหนาทึบ ต้นกระท่อมมี 2 ชนิด คือ ก้านเขียวและก้านแดง ฤทธิ์ในทางเสพ  ในใบกระท่อมมีสารไมตราจัยนินที่ออกฤทธิ์กระตุ้นประสาท มีอาการเสพติดทางร่างกายเล็กน้อย มีอาการเสพติด ทางจิตใจ อาจมีอาการขาดยาทางร่างกายแต่ไม่รุนแรง ทำงานไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ทนแดดไม่รู้สึกร้อน ทำให้ ผิวหนังไหม้เกรียมมีอาการมีนงง ปากแห้ง นอนไม่หลับ ท้องผูก แต่จะรู้สึกหนาวสั่น เมื่อมีอากาศชื้น หรือเมื่อฝนฟ้า คะนอง ร่างการทรุดโทรม มีอาการประสาทหลอน จิตใจสับสน โทษทางกฎหมาย กระท่อมเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 9. สารยาเสพติดอันตราย เห็ดขี้ควาย (Magic Mushroom) : เห็ดขี้ควายเป็นเห็ดพิษซึ่งขึ้นอยู่ตามกองมูลควายแห้ง สีของเห็ดจะมีสีเหลืองซีด คล้ายสีฟางแห้ง บนหัวของร่ม จะมีสีน้ำตาลเข้มจนถึงสีดำบริเวณก้าน (Stalk) บริเวณใกล้ตัวร่มจะมีแผ่นเนื้อเยื่อบางๆ สีขาว แผ่ขยายออก รอบก้าน แผ่นนี้มีลักษณะคล้ายวงแหวน ฤทธิ์ในทางเสพติด  ในเห็ดขี้ควายมีสารออกฤทธิ์ทำลายประสาทอย่างรุนแรงคือ ไซโลซีน และ ไซโลไซบีน ผสมอยู่ ซึ่งออกฤทธิ์ หลอนประสาท เมื่อบริโภคเข้าไปจะทำให้มีอาการเมา เคลิบเคลิ้มและบ้าคลั่งในที่สุด หากบริโภคเข้าไปมากๆ หรือผู้ที่บริโภคเข้าไปมีภูมิต้านทานน้อย อาจทำให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ โทษทางกฎหมาย  เห็ดขี้ควายจัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 10. สารยาเสพติดอันตราย ยาเค (ketamine) ยาเค มาจากคำว่า เคตามีน (ketamine) หรือชื่อทางการค้าว่า เคตาวา (Ketava) หรือเคตาลา (Ketalar) หรือคาสิบโชล ซึ่งตามพระราชบัญญัติวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 เป็นวัตถุออกฤทธิ์ใน ประเภท 2 หมายถึง ยาที่มีอันตรายสูงที่แพทย์จะจ่ายให้กับผู้ป่วย เฉพาะเมื่อมีความจำเป็นจริง ๆ เท่านั้น สาเหตุที่ทำให้ยาเคกลายเป็นปัญหา เพราะวัยรุ่นบางกลุ่มได้นำยาเคมาใช้เป็นสิ่งมึนเมา โดยนำมาทำให้เป็นผง นำมาสูดดมเพื่อให้เกิดอาการมึนเมา และมักพบว่ามีการนำยาเค มาใช้ร่วมกับยาเสพติดร้ายแรงชนิดอื่น เช่น ยาอี และโคเคน ฤทธิ์ในทางเสพติด ยาเค เป็นยาที่ออกฤทธิ์หลอนประสานอย่างรุนแรง เมื่อเสพ เข้าไปจะรู้สึกเคลิบเคลิ้ม (Euphoria) รู้สึกว่าตนเองมีอำนาจพิเศษ (Mystical) มีอาการสูญเสียกระบวนการ ทางความคิด ความคิดสับสน การรับรู้และตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมทั้งภาพ แสง สี เสียงจะเปลี่ยนแปลงไป ตาลาย ร่างกายเคลื่อนไหวไม่สัมพันธ์กัน หากใช้ปริมาณมากจะเกิดการติดขัดในการหายใจ  หากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน จะปรากฏอาการเช่นนี้อยู่บ่อย ๆ เรียกว่า Flashback ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว จะทำให้ผู้เสพประสพกับสภาวะโรคจิต และกลายเป็นคนวิกลจริตได้ ความคิดสับสน ตาลาย หูแว่ว การรับรู้และ การตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมจะเปลี่ยนแปลงไป การเคลื่อนไหวของร่างกายไม่สัมพันธ์กัน กฎหมายยาเสพติด ที่วัยรุ่นควรรู้!! --> http://www.mukdahannews.com/h-ampata.htm <-- ข้อมูลเพิ่มเติม  http://elib.fda.moph.go.th/library/default.asp?page2=subdetail&id_L1=27&id_L2=15682&id_L3=1228 เรียบเรียง teen.mthai อ้างอิง nct.ago.go.th,คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 10 สารยาเสพติดอันตราย

อย.เผาทำลายยาเสพติดกว่า3ตันค่ากว่า8,800ล้านบาท
อย.เผายาเสพติด /  เผาทำลายยาเสพติด

อย. เผาทำลายยาเสพติด กว่า 3 ตัน มูลค่ากว่า 8,800 ล้านบาท จ่อ เผาเพิ่มปลายปีอีก 1 ตัน ขานรับนโยบาย คสช. พล.ท.ฉัตร เฉลิม เฉลิมสุข รองเสนาธิการทหารบก รองหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เป็นประธานในพิธีเผาทำลายยาเสพติดให้โทษของกลาง ครั้งที่ 43 ที่นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน เพื่อร่วมต่อต้านยาเสพติดในวันต่อต้านยาเสพติดสากล สำหรับของกลางที่จะเผาทำลายในวันนี้ มีน้ำหนักรวมกว่า 3,000 กิโลกรัม ซึ่งยาบ้ามีจำนวนมากที่สุดถึง 27 กิโลกรัม รวมมูลค่ายาเสพติดของกลางทั้งหมดกว่า 8,800 ล้านบาท ซึ่งเป็นยาเสพติดที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้ว โดย ภก.ชาญชัย เอื้อชัยกุล ผู้อำนวยการกองควบคุมวัตถุเสพติด คณะกรรมการ อย. ระบุว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. มีความห่วงใยเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของยาเสพติด และเร่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งกวาดล้างจับกุม และอยากให้มีการเผาทำลายยาเสพติดเพิ่มมากขึ้น จากเดิมปีละ 1 ครั้ง เป็นปีละ 2-3ครั้ง ซึ่งทาง อย. ก็จะขานรับนโยบาย โดยนำข้อมูลหารือกับผู้บริหาร และคาดว่า ปลายปีนี้จะสามารถเผาทำลายยาเสพติก ได้อีกประมาณ 1 ตัน นาย ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวรายงานต่อ พล.ท.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข รองเสนาธิการทหารบก ในฐานะรองหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประธานในพิธีเผาทำลายยาเสพติดให้โทษ ของกลางครั้งที่ 43 ที่บริเวณศูนย์บริหารสาธารนูปโภคและสิ่งแวดล้อม นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติด ผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง พร้อมสื่อมวลชนร่วมเป็นสักขีพยาน ซึ่งยาเสพติดของกลางที่เผาทำลายรวมประกอบน้ำหนัก 3,094 กิโลกรัม จาก 2,911 คดี รวมมูลค่า 8,867 ล้านบาท ประกอบด้วยยาบ้า 2,504 กิโลกรัม หรือ 27 ล้านเม็ด ยาไอซ์ น้ำหนัก 243 กิโลกรัม เฮโรฮีน น้ำหนัก 21 กิโลกรัม ยาอี น้ำหนัก 2 กิโลกรัม ฝิ่น น้ำหนัก 74 กิโลกรัม และอื่น ๆ ซึ่งทำพิธีเผาทำลายยาเสพติดในเวลา 11.00 น. ของวันนี้

พบบ้องกัญชาทองคำอายุ 2,400 ปี แฉ !! เผ่าโบราณใช้เสพฉลองชัย
กัญชา /  ฉลองชัยสงคราม / 

นักโบราณคดี ขุดพบถ้วยทองคำขนาดเล็ก อายุ 2,400 ปี นักวิทยาศาสตร์เชื่อ ชนเผ่าโบราณใช้เสพสารเสพติดฉลองชัยสงคราม วันนี้ (30 พ.ค.) เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ 'มิรเรอร์' รายงานเรื่องราว กรณีที่นักโบราณคดี พบถ้วยทองขนาดเล็ก ในประเทศรัสเซีย ซึ่งเชื่อว่า มีอายุราว 2,400 ปี พร้อมทั้งให้ความเห็นว่า ในสมัยโบราณชนเผ่าใช้ถ้วยขนาดเล็กเหล่านี้ เป็นอุปกรณ์ในการใช้เสพสารเสพติด จำพวกกัญชา และฝิ่น ขณะทำพิธีกรรมตามความเชื่อบางอย่างที่เกิดขึ้นในอดีต ทว่า สิ่งประดิษฐ์เหล่านี้ ถูกค้นพบระหว่างการขุดสำรวจ บริเวณสุสานของชาวเผ่าโบราณชนเผ่าหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่บริเวณ ภาคใต้ของประเทศรัสเซีย ซึ่งการตรวจพบครั้งนี้ นอกจากอุปกรณ์ลึกลับเหล่านี้แล้ว ยังมีแก้วแหวน เงินทอง เครื่องประดับอีกจำนวนหนึ่ง ฝังรวมอยู่ด้วย ทั้งนี้รายงานระบุว่า ชนเผ่าที่กล่าวมาข้างต้น มีชื่อว่ากลุ่ม 'ไซเธียน' เป็นชนเผ่าเร่รอน ที่รอนแรมมาจากประเทศอิหร่าน อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ ทำการตั้งข้อสันนิษฐานว่า ชนเผ่า 'ไซเธียน' นิยมเสพสุขด้วยสารเสพติดเหล่านี้ เพื่อฉลองชัยชนะในการทำสงคราม หรืออาจจะใช้สารเสพติด เพื่อสร้างความกล้าหาญ ก่อนกรีฑาทัพเปิดศึกสู้รบ ซึ่งหากข้อพิสูจน์ในครั้งนี้เป็นจริง จะสามารถบอกเป็นนัยได้ว่า การเสพสารเสพติด เป็นพฤติกรรมที่มีมาอย่างยากนานนับตั้งแต่อดีตกาล MThai News ที่มา Mirror

รวบ!อดีตนักมวยดัง ต่อยสาวหมัดเดียวดับ ฉุนไม่จ่ายหนี้
จุดไฟเผาร่าง /  ต่อยสาวเสียชีวิต / 

จับอดีตนักมวยชื่อดัง จ.แม่ฮ่องสอน "พันธุ์ดุ ลูกราชวัง" หลังก่อเหตุต่อยสาวหมัดเดียวเสียชีวิต ก่อนจุดไฟเผาร่าง ฉุนผู้ตายไม่ยอมใช้หนี้ วันนี้13 พ.ค.ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค แถลงจับกุมนายเศวต หรือ โจ้ มะโนธรรม อายุ 32 ปี อดีตนักมวยชื่อดัง จ.แม่ฮ่องสอน ใช้ชื่อว่า "พันธุ์ดุ ลูกราชวัง" ถูกตั้งข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนาและกระทำการซ่อนเร้นอำพรางหรือเผาทำลายศพ , ลักทรัพย์สินหรือรับของโจร ซึ่งจับกุมตัวได้ที่บ้านของผู้ต้องหาดังกล่าว พร้อมรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา โดยผู้ต้องหาก่อเหตุเมื่อวันที่ 18 เม.ย. ที่ผ่านมา ได้โทรศัพท์นัดผู้ตาย คือ นางแสงคำ สุดแดนไกล หรือ วรรณวินิจ อายุ 40 ปี โดยนัดเจอกันที่ห้วยแม่โถ เพื่อตกลงเรื่องปัญหาหนี้สิน ได้พากันไปที่กระท่อมบ้านหนองแห้ง จ.แม่ฮ่องสอน และถามถึงเรื่องหนี้สิน ซื้อขายยาเสพติด ฝิ่น ซึ่งผู้ตายรับของไปแล้วไม่ยอมจ่ายเงิน ประมาณ 90,000 กว่าบาท แต่กับถูกนางแสงคำปฏิเสธไม่ยอมให้เงิน จึงได้ชกเข้าไปที่ใบหน้าของผู้ตาย 1 ครั้ง ก่อนจะทรุดลงและเสียชีวิตทันที จึงได้ให้เพื่อนที่มาด้วยกัน คือ นายทูน ชาวพม่า ทำการใช้ผ้าห่มคลุมตัวผู้ตาย แล้วหาเศษไม้มาคลุมทับ ก่อนจุดไฟเผาร่าง ทั้งนี้นายเศวต หรือ โจ้ มะโนธรรม เป็นอดีตนักมวยมาก่อน ใช้ชื่อว่า "พันธุ์ดุ ลูกราชวัง" ต่อยที่เวที ชั่วคราวแม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน ครั้งเดียว ต่อมาก็หันมาต่อยหาเงิน "มวยทะเล" ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมาและมาค้าขายผลไม้ เคยติดคุกคดีค้ายาบ้าจำนวน 16 เม็ดเมื่อปี 52 ติดคุกได้ 1 ปี 7 เดือน ก็พ้นโทษ และมาติดต่อค้าฝิ่นกับนางแสงคำ เมื่อ 4 ปี ก่อน และมาถูกเบี้ยวหนี้ ไม่ยอมจ่าย จึงได้ก่อเหตุดังกล่าว นอกจากนี้ตนยังเป็นสายให้กับตำรวจ ที่ จ.แม่ฮ่องสอนอีกด้วย เพื่อหารายได้พิเศษ ในบางครั้ง แต่ก็มาถูกจับกุมในที่สุด MThai News แหล่งที่มา ข่าวสด