ฝิ่น

ละครชาติพยัคฆ์ , เรื่องย่อชาติพยัคฆ์
ละครชาติพยัคฆ์ ตอนแรก /  ละครชาติพยัคฆ์ ตอนจบ / 

เรื่องย่อละครชาติพยัคฆ์ บทโทรทัศน์โดย : ณพุทธ สุศรีฯ กำกับการแสดงโดย : โชติรัตน์ รักษ์เริ่มวงศ์ ผลิตโดย : บริษัท เมตตาและมหานิยม จำกัด ออกอากาศ ทุกวัน จันทร์-อังคาร ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อชาติพยัคฆ์ ใจผองป้องปกปฐพี ดวงชีวีถวายราช ดุจชาติพยัคฆ์ ปี พ.ศ. 2436 -ร.ศ.112 ราชอาณาจัรสยามต้องสูญเสียดินแดน และไพร่พลจำนวนมากจากการล่าอาณานิคมของต่างชาติ รวมทั้งต้องจ่ายเงินชดเชยถึงสามล้านฟรังก์ให้กับความพ่ายแพ้ กล้า...เป็นลูกของนายทหารที่เสียชีวิตลง เพราะไฟสงครามระหว่างสยามและต่างชาติ ทั้งเขาและนางเพียรผู้เป็นแม่ต้องขายตัวเองเป็นทาสเพื่อความอยู่รอด แต่เจ้านายของนางเพียรกลับหาเรื่องทารุณกล้า ชาติพยัคฆ์ เพื่อบีบนางเพียรให้ยอมเป็นเมียเก็บของตน ด้วยความเทิดทูนในศักดิ์ศรีของสามี นางเพียรจึงช่วยกล้าให้หลบหนีไป และนับจากนั้นกล้าก็ไม่เคยได้ข่าวของแม่อีกเลย คุณพระพิสุทธิ์มนตรี...นายอำเภอแห่งเมืองเวียงสิงห์ ได้รับเด็กชายกล้ามาเป็นบ่าวในบ้านด้วยความสงสาร กล้าจึงมีโอกาสได้รู้จักกับคุณพลอย บุตรสาวของคุณพระ ชาติพยัคฆ์ เด็กทั้งสองเติบโตมาด้วยกัน และผูกพันต่อกันเกินกว่าสหายทั่วไป ยังความไม่พอใจให้แก่คุณกุหลาบ ภรรยาของคุณพระเป็นอันมากแม้บ่าวไพร่คนอื่นในบ้านต่างมองกล้าเป็นทาสเสนียดที่ไม่ควรคบหา แต่ก็ยังมี ตาสังข์...คนเรือของบ้านกับลูกสาวคือนังบัว ที่เห็นกล้าเป็นเหมือนสมาชิกครอบครัวคนนึง กล้ารักตาสังข์เหมือนญาติผู้ใหญ่ และเห็นบัวเป็นเหมือนน้องสาวแท้ ๆ โดยไม่รู้ว่าบัวกลับแอบหลงรักกล้าเสมอมา ความสนิทสนมระหว่างกล้าและบัว ได้สร้างความเคืองแค้นให้แก่ นายนิ่งบ่าวคนสนิทของคุณพระพิสุทธิ์ มิ่งเป็นหัวหน้าบ่าวไพร่ในเรือน เป็นคนที่คุณพระไว้วางใจให้ ดูแลความเรียบร้อยภายในบ้านมิ่ง จึงหาเรื่องข่มแหงกล้าอยู่เนือง ๆ โดยที่กล้าไม่สามารถจะตอบโต้อะไรได้ เพราะตัวเองไม่ได้มีวิชาการต่อสู้เหมือนกับมิ่ง ซึ่งเป็นคนฝึกการต่อสู้ให้กับบ่าวผู้ชายภายในบ้านด้วยแต่แล้วโชคชะตาก็บันดาลให้กล้า มีโอกาสช่วยเหลือนายทองอินนักโทษหนีคดีผู้หนึ่งเอาไว้ นายทองอินเป็นอดีตทหารที่ช่ำชองในด้านเพลงมวยไชยา ชาติพยัคฆ์ แต่ต้องกลายเป็นคนร้ายเพราะติดลอบสังหารมิสเตอร์ปีเตอร์ นายวาณิชหนุ่มลูกครึ่ง ผู้มีเบื้องหลังเป็นสมุนของฝรั่งต่างชาติ ซึ่งกำลังคิดยึดครองสยามประเทศอยู่ในขณะนั้น นายทองอิน ได้ตอบแทนกล้าด้วยการปกป้องครอบครัวคุณพระพิสุทธิ์ฯ จากพวกนักเลงหัวไม้ที่คิดบุกปล้นบ้าน ส่งผลให้นายด้วง หัวหน้านักเลงหัวไม้ที่เข้าปล้นต้องจบชีวิตลงด้วยฝีมือมวยไชยาของทองอิน ขณะที่รื่น สมุนมือขวาของไอ้ด้วง ต้องถูกส่งตัวไปรับโทษที่เรือนจำ นอกจากนี้นายทองอิน ยังได้ถ่ายทอดวิชาเพลงมวยให้กล้าอีกด้วย ซึ่งในเหตุการณ์เข้าปล้นคืนนั้นเอง มิ่ง และไอ้ทิว สมุนคนสนิทในบ้านคุณพระ ก็ได้แอบทำการยักยอกทรัพย์ จากกำปั่นเก็บทองและของมีค่าของคุณกุหลาบไปขาย โดยคำยุยงและความโลภของไอ้ทิว โดยมิ่ง และทิว ได้โยนความผิดไปให้กล้า ทั้ง ๆ ที่กล้า กับนายทองอิน เป็นคนช่วยไม่ให้โจรเอากำปั่นใส่ทองไปได้ ยังผลให้คุณกุหลาบภรรยาของคุณพระ ผู้ไม่ชอบกล้าเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว โกรธแค้นกล้ายิ่งนัก เมื่อรู้ว่าทองได้หายไปจากกำปั่น หนำซ้ำไอ้ทิวยังเอาทองไปส่วนหนึ่งไปซ่อนในกระท่อมของกล้า เพื่อกลั่นแกล้งกล้า แต่กล้าปฏิเสธใครจะเชื่อในเมื่อมิ่งกับทิวพาคุณพระและภรรยาไปค้นในกระท่อมของกล้า...หลักฐานก็คากระท่อม!! กล้าจึงโดนลงโทษมัดโซ่ตรวนเพื่อสอบสวนอย่างหนัก แต่เดชะบุญ...ตาสังข์ เห็นไอ้ทิว หอบเอาทองส่วนที่หายไปของเจ้านายไปขาย แต่ด้วยความฉลาดแกมโกงของไอทิว มันจึงให้ไอ้ขาบ เป็นคนออกหน้าเอาของไปขายแทน ให้กับ พ่อค้ารับซื้อของโจร ที่ชื่อจีนหลง ตาสังข์ เห็นดังนั้น จึงนำความไปบอกคุณพระฯ ผู้ใหญ่เชื้อ ผู้ติดตามคดีนี้อยู่จึงยกพวกไปจับจีนหลง ๆ โดนจับ พร้อมหลักฐานไอทิว พอรู้ว่าตาสังข์เห็นหน้าไอ้ขาบ มันจึงเก็บไอ้ขาบ เพื่อปิดปากเพื่อไม่ให้ไอ้ขาบ สาวความผิดมาถึงตัวมัน และลูกพี่ คือไอ้มิ่ง เมื่อความจริงถูกปิดเผยพระยาพิสุทธิ์ ชาติพยัคฆ์ จึงได้ปล่อยตัวกล้าในที่สุด ไม่นานต่อมา พระยาประเสริฐภักดี และคุณโชติผู้เป็นบุตรชาย ก็ได้เดินทางมาเวียงสิงห์เพื่อตามล่าตัวทองอิน กล้าได้เจอกับ นายยอดองครักษ์ของพระยาประเสริฐภักดี และจำได้ว่าอีกฝ่ายคือหัวหน้าทาสที่เคยทารุณตนเองกับนางเพียรในอดีต กล้าจึงพยายามสืบหาข่าวของแม่จากมัน แต่นายยอดกลับท้าทายให้กล้าโค่นมันในงานสมโภชเจดีย์เวียงสิงห์เสียก่อน ด้วยความเป็นห่วงแม่ กล้าจึงยอมละเมิดคำสั่งของอาจารย์ทองอิน ที่กำชับให้ปกปิดวิชามวยไว้เป็นความลับ เขาสามารถเอาชนะนายยอดได้สำเร็จ และได้รู้ว่านางเพียรแม่ของตน ได้ถูกเจ้านายเก่าขายต่อให้กับนายทหารฝรั่งรายหนึ่ง การกระทำของกล้าในครั้งนั้นก็ทำให้ ท่านเตี่ยหรือหม่อมเจ้านภากรเกียรติวงศ์ พระญาติสนิทของพระพุทธเจ้าหลวง ซึ่งดินทางมายังเวียงสิงห์พร้อมด้วยลงครักษ์คู่ใจ คือ นายยันต์กับนายเที่ยง ได้รู้เบาะแสของทองอิน ชาติพยัคฆ์ ซึ่งเคยเป็นทหารร่วมสังกัดเดียวกัน ท่านเตี่ย วางแผนจะช่วยเหลือทองอิน โดยวานให้พระยาประเสริฐช่วยเปิดทางให้ แต่พระยาประเสริฐกลับมีใจฝักใฝ่ต่อพวกต่างชาติ จึงให้คนส่งข่าวไปบอกมิสเตอร์ปีเตอร์ เชื้อพาคนมุกจับตัวทองอิน กล้ารีบมาบอก ท่านเตี่ย ยันต์ เที่ยง ช่วยให้กล้ากับทองอินหนีไป พระยาประเสริฐให้คนจับตัวทองอินไว้ ทองอินจึงจะยิงพระยาประเสริฐ แต่พระพิสุทธิ์เอาตัวเข้ากำบัง จึงถูกยิงเสียชีวิต กุหลาบกับพลอยเสียใจมากโชติรีบพูดใส่ไฟเรื่องที่กล้า ซุกซ่อนคนร้ายเอาไว้จนเกิดเรื่องทองอินถูกปีเตอร์ฆ่าตายในที่สุด ชาติพยัคฆ์ ส่วนกล้าก็โดนปีเตอร์จับมา ส่วนตาสังข์และบัว สองพ่อ-ลูก ถูกมิ่งจับ ตัวส่งให้ปีเตอร์ โทษฐานที่ช่วยเหลือนายทองอินเอาไว้ โดยนิ่งหันไปแปรพักตร์กับฝรั่งอย่าง ปีเตอร์ มันจึงอยากเสนอหน้าได้ความดีความชอบจากปีเตอร์ ปีเตอร์สั่งประหารสังข์กับกล้าในวันรุ่งขึ้น ติพาพลอยมาดูหน้ากล้าเป็นครั้งสุดท้าย กล้าขอโทษที่เป็นสาเหตุที่ทำให้คุณพิสุทธิ์ เสียชีวิต แต่พลอยไม่ให้อภัย ทั้งคู่จากกันด้วยความเสียใจ ก่อนที่จะมีการประหารเกิดขึ้น ท่านเตี่ยมาขอให้ปีเตอร์ไว้ชีวิต ปีเตอร์เลยแกล้งส่งทั้งสองไปที่คุกฝรั่งแบบตายทั้งเป็นท่านเตี่ยสัญญาจะมาช่วยกล้าให้ได้สักวัน ในขณะที่บัวนั้น ก็ลูกปีเตอร์พาตัวไปขายที่เหลาบุปเผา สถานเริงรมย์ที่หรูหราที่สุดในพระนคร บัวถูกประมูลขายตัว เธอหนีอย่างไม่คิดชีวิต จนเอาเหวิน ที่กำลังลากรถอยู่แถวนั้น มาช่วยบัวเอาไว้ อาเหวินพาบัวไปนอนที่บ้าน เขารู้สึกถูกชะตากับบัวอย่างบอกไม่ถูก รุ่งขึ้น พี่สาวของอาเหวินกลับมาที่บ้าน ซึ่งก็คือเจ๊คิ้มนั่นเอง อาเหวินเป็นน้องแม่เดียวกัน ชาติพยัคฆ์ แต่คนละพ่อกับเจ๊คิ้ม ปีเตอร์สั่งมิ่งกับทิวให้กระทืบบัว เหวินเข้าช่วยเจ๊คิ้มไม่กล้าห้าม เหวินกับบัวเจ็บตัวด้วยกันทั้งคู่ หน้าของบัวต้องมีแผลเป็น เหตุเกิดจากการต่อสู้ เธอจึงต้องไปทำงานในครัวเป็นการชั่วคราวก่อนที่บัวจะถูกขายไปอีกครั้ง ทางด้านคุณพลอย ก็ได้ตามคุณกุหลาบอาศัยอยู่กับพระยาประเสริฐภักดี โดยอีกฝ่ายมีแผนร้ายที่จะครอบครองมรดกของพ่อเธอ ด้วยการจับเธอกับคุณโชติให้แต่งงานกัน คุณโชติพยายามมัดใจคุณพลอยด้วยวิธีต่าง ๆ จนคุณพลอยจำยอมต้องรับหมั้นหมาย ทั้ง ๆ ที่ใจยังไม่ลืมกล้า ส่วนกล้ากับตาสังข์ ก็ต้องใช้ชีวิตในคุกอย่างทุกข์ทรมาน เพราะนอกจากจะต้องทำงานหนักแล้วยังต้องถูกรังควานจากอริเก่าอย่าง...รื่น ที่บังเอิญมาเจอกันในคุกอีกด้วย แต่ความมีใจนักเลงของกล้า ก็ทำให้รื่นต้องยอมรับและเลิกอาฆาต เรื่องที่ด้วงถูกทองอินฆ่าตาย ต่อมาได้เกิดการจลาจลขึ้นในคุก กล้า ตาสังข์ และรื่นได้ปกป้องกันนายพลอังเครหัวหน้าค่ายเอาไว้ วีรกรรมครั้งนั้นของกล้าทำให้นายพลอังเดรยอมปล่อยเขากับตาสังข์และรื่นเป็นอิสระ ทั้งสามจึงรีบเดินทางไปยังพระนครเพื่อตามหาบัวทันที กล้าโกรธมาก เมื่อรู้ว่าปีเตอร์หาบัวไปขายที่เหลาบุปผา ชาติพยัคฆ์ จึงบุกเข้าเพื่อชิงตัวออกมาแต่ก็ถูกสมุนของปีเตอร์ขัดขวางเอาไว้ ก่อนที่ปีเตอร์จะบีบบังคับให้กล้าหาเงินก้อนโตมาเป็นค่าไถ่และค่าเสียหายสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น อาเหวินพยายามช่วยบัวจากมิ่ง จนโดนซ้อมอาการสาหัส อาฉาง อาเฉียง ตาสังข์ รื่น พาไปรักษาที่วังของ่านเตี่ย สังข์ได้เห็นหน้า จึงจำท่านเตี่ยได้ วันต่อมา จึงพากล้าไปกราบท่านเตี่ยที่วัง ทั้งกล้า บัว รื่น ตาสังข์ จึงไปอาศัยอยู๋ที่วังท่านเตี่ย และดูอาการของเหวินไปด้วย เมื่อปีเตอร์รู้ข่าว ก็พาทั้งประเสริฐ มิ่ง ทิว ยอด โชติ จะไปจับตัวกล้าที่วัง พอดีท่านเตี่ยไม่อยู่ ทั้งมิ่งและยอด ต่างรุมต่อยกล้า ชาติพยัคฆ์ แต่ทั้งสองสู้ไม่ได้ ท่านเตี่ยกลับมาพอดี บอกกับปีเตอร์ ประเสริฐ และทุกคนว่า กล้า บัว สังข์ เป็นไทแก่ตัวแล้ว ท่านเตี่ยกลับมานำจดหมายของเบอร์นาร์ด มาให้ทุกคนดูว่า หนังสือรับรองความเป็นไทของนายกล้าและพวกพ้องทุกคนรวมไปถึงนังบัว เขียนโดยท่านกงสุลเบอนาร์ดตัวแทนแห่งเจ้าอาณานิคม ต่อจากนี้ไป นายกล้ากับพวกถือว่าเป็นอิสระอย่างแท้จริง จะมีผู้ใดมาข่มเหง หรือจับกุมมิได้ ประเสริฐให้ปีเตอร์กลับก่อน เพราะเป็นรอง ปีเตอร์แค้นมาก อาเหมยยุให้ล้างแค้นท่านเตี่ย และเหตุการณ์ การต่อสู้ครั้งนี้เอง ในวันที่ยอดจะมาจับตัวกล้าทำให้ยอดต้องขาพิการ พ่ายแพ้ต่อกรบวนท่ามวยของกล้าอย่างหมดรูป เมื่อเหวินฟื้นขึ้น จึงเห็นแววตามที่บัวมองกล้า ชาติพยัคฆ์ ทำให้รู้ว่าบัวรักกล้า เหวินเสียใจมาก พลอยแอบมาพบกล้า ให้รีบหนีไป กล้าเข้าใจว่าพลอยยังโกรธเรื่องที่คนเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณพิสุทธิ์ตาย จึงขอชดใช้ด้วยชีวิต เมื่อแม่เอียดกับบัว บอกว่าโชติกำลังเอาปืนเดินมาตามหาพลอย สุดท้ายพลอยต้องคุณเข่าของให้กล้าหนีไปด้วยน้ำตานองหน้า ทั้งกล้า พลอย บัว หนีโชติมาหลบอยู่ภายในวัด แต่หลังจากที่แม่เอียดและพลอยขึ้นรถลากของอาเฉียงกลับบ้าน โชติกับชด ก็จับตัวกล้ากับบัวไปที่โรงนา ตั้งใจจะฆ่าให้ตาย ยอดก็มาร่วมทำร้ายกล้าด้วย สุดท้ายกล้าสู้ โชตจะเอาปืนยิงกล้า แต่กลับพลาดไปโดนยอดตาย แม้ในนาทีสุดท้ายของชีวิต ยอดก็ไม่ยอมบอกกับกล้า ว่าแม่ของเขาอยู่ไหน ซึ่งเป็นเหตุผลเดียว ที่กล้ายอมเสี่ยงชีวิตอยู่ในพระนคร โชติบอกกับประเสริฐและทุกคนว่ากล้าฆ่ายอดตาย โยนความผิดให้กักล้าทันที กุหลาบโกรธมากที่พลอยหนีไปพบกับกล้าจนเกิดเรื่อง กุหลาบตบหน้าพลอย ทำให้พลอยเสียใจมาก... ระหว่างนั้น บัวได้แอบฟังและรับรู้ถึงแผนการอันชั่วร้ายของปีเตอร์ ที่คบคิดกับพวกฝรั่งล่าอาณานิคม วางแผนหวังตักตวงผลประโยชน์จากแผ่นดินสยาม ซึ่งหนึ่งในนั้น ได้มุขนนางไทยอย่าง พระยาประเสริฐภักดี (ผู้ซึ่งหาได้มีความภักดีต่อแผ่นดินเกิดไม่) ได้เข้าร่วมคบคิดแผนชั่ว ๆ ในทุกครั้งด้วยบัว ได้นำความเหล่านี้ไปปรับทุกข์กับเพื่อนคนเดียวของเธอ อย่าง...อาเหวิน อยู่บ่อย ๆ อาเหวิน...ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาทำหน้าที่เป็นทั้งเพื่อน เป็นทั้งพี่ เป็นผู้ฟังที่ดี พร้อมที่จะปลอบใจ และให้กำลังใจกับบัว โดยบัวหารู้ไม่ว่า...เพื่อนหนุ่มชาวจีน นิสัยดีมีน้ำใจคนนี้ ไดแอบหลงรักเธอมาโดยตลอดมา อาเหวิน จึงนำเรื่องที่บัวสืบทราบมาไปบอกกับกล้า ชาติพยัคฆ์ เพื่อที่กล้าจะได้คิดหาทางช่วยแก้ไข หาทางสกัดกั้นแผนชั่วร้ายของคนเหล่านั้น โดยกล้าและอาเหวิน ได้ร่วมมือกัน และสืบมาว่า ท่านเตี่ย ได้ถูกพระยาประเสริฐภักดี ใช้เล่ห์กลการเมืองใส่ร้ายจนต้องออกจากกราชการ และด้วยอาชีพรับจ้างลากรถเจ๊กของอาเหวิน ไปในที่ต่าง ๆ และพบเจอผู้คนมากหน้าหลาบตา อาเหวินก็ได้พบว่า ท่านเตี่ย ได้มาเปิดโรงหมอรักษาชาวบ้าน ในย่านคนจีนนั่นเอง จากนั้น กล้าและอาเหวิน จึงได้ส่งข่าวคราวความเคลื่อนไหวของพวกคนชั่ว ไปให้ท่านเตี่ย ได้รับทราบอยู่เนือง ๆ และแล้วสวรรค์ ก็ตอบแทนความดีของบัว เสียทีเวลาต่อมาได้มีการจัดประลองมวยในสังเวียนบ่อนแห่งหนึ่ง รื่นจึงแนะนำกล้าให้ลงแข่งขัน ซึ่งกล้าก็สามารถเอาชนะนักมวยเอกในงานได้อย่างง่ายดายและเนื่องจากพระยาประเสริฐภักดีเป็นประธานของงานดังกล่าว กล้าจึงได้มีโอกาสพบกับคุณพลอยอีกครั้ง การปรากฏตัวของกล้า สร้างความไม่พอใจให้แก่คุณติเป็นอันมาก คุณโชติ จึงอ้างเรื่องที่กล้าเป็นต้นเหตุให้คุณพระพิสุทธิ์ บิดาของคุณพลอยเสียชีวิตมาบีบคั้นไม่ให้คุณพลอยใกล้ชิดกล้า หลังจากการชกชนะ กล้าก็นำเงินไปไถ่บัว ชาติพยัคฆ์ ที่เหลาบุปผา แต่ปีเตอร์ก็ยังเล่นแง่บ่ายเบี่ยงจะโก่งราคาอีก จนร้อนถึง ท่านเตี่ย ที่ต้องมาไถ่บัวเสียเอง ซึ่งถึงแม้ว่าท่านเตี่ยจะโดนกลการเมืองจากพระยาประเสริฐฯ ใส่ร้ายจนต้องออกจากราชการ แต่บารมีของท่านก็ยังมีคนยำเกรงอยู่มาก ปีเตอร์ไม่กล้ามีปัญหา จึงยอมให้ท่านเตี่ยรับบัวไปอุปการะพร้อมกับตาสังข์ ชื่อเสียงของกล้าเริ่มโด่งดังจากการชกครั้งนั้น แม้แต่ จีนหยง ซึ่งเป็นนายอากรโรงฝิ่ง ก็ยังส่งคนมาทาบทาม กล้ากับรื่นไปเป็นสมุน แต่ทั้งสองกลับปฏิเสธและพอใจที่จะทำงานเป็นคนลากรถมากกว่า เพราะอย่างน้อย...อาเหวินและเพื่อนพ้องชาวจีน ก็ไม่มีใครดูถูกเรื่องที่ทั้งสองเคยติดคุกมาก่อน อาเหวิน มีโอกาสไปมาหาสู่กับบัวอยู่เสมอ เวลารับส่งท่านเตี่ย เขาพยายามที่จะเอาชนะใจบัวด้วยวิธีต่าง ๆ นานา แต่ดูเหมือนว่าจะทำอย่างไร บัวก็ไม่เคยเปิดใจยอมรับคนอื่นอยู่ดี เช่นเดียวกับกล้า ที่ยังไม่ลืมคุณพลอย แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายได้หมั้นหมายกับคุณโชติแล้วก็ตาม เมื่อรู้ว่าคุณพลอยต้องไปสอนหนังสือไทยให้ลูกนายพลต่างชาติท่านหนึ่ง กล้าก็แอบไปเฝ้าดูเธอหลังเลิกงานเสมอ ชาติพยัคฆ์ แต่ในเวลานั้นสงครามแย่งชิงอำนาจระหว่าง พระยาประเสริฐและจีนหยง ก็ทวีความรุนแรงถึงขีดสุด เมื่อท่านกงสุลคนเก่า ที่เคยหนุนหลังจีนหยงได้เกษียณอายุราชการ ปีเตอร์จึงหนุนพระยาประเสริฐให้แย่งชิงธุรกิจค้าฝิ่นของจีนหยงมาเป็นของตน จีนหยงแค้นใจเลยส่งคนไปอุ้มตัวคุณพลอยเพื่อต่อรอง แต่เคราะห์ดีที่กล้ามาเจอเข้าเสียก่อน เขาจึงได้ช่วยเหลือคุณพลอยเอาไว้ คุณโชติ พอทราบเรื่องเข้า ก็เลยแกล้งประชดลองใจ ด้วยการให้กล้ารับหน้าที่คอยลากรถ รับส่งคุณพลอยเป็นประจำมานับแต่นั้น สร้างความยืดอัดใจให้แก่กล้าและคุณพลอยเป็นอย่างมาก ในขณะที่จีนหยงก็ถูกพวกของปีเตอร์และพระยาประเสริฐสั่งเก้บในเวลาต่อมา หลังจากนั้นกงสุลคนใหม่ก็เดินทางมาถึงพระนคร กล้าจึงได้รู้ว่าบิดาของเด็กที่คุณพลอยสอนหนังสือให้ก็คือ นายพลอังเดรที่เคยเป็นผู้คุมค่ายนักโทษ แต่ที่น่าตกใจกว่านั้นก็คือ ภรรยาของนายพลอังเดรกลับกลายเป็น นางเพียร แม่ของกล้านั่นเอง ด้วยเวลาที่ล่วงเลยผ่านไปทำให้นางเพียรจำกล้าไม่ได้ กล้ามาทราบความในภายหลังว่า หลังจากเขาได้หนีไปตอนเด็ก ชาติพยัคฆ์ เจ้านายเก่าก็จะเอานางเพียรไปขายที่ช่องแห่งหนึ่งเพื่อเป็นการลงโทษ แต่นายพลยังเดรมาเจอเข้าเสียก่อนจึงอุปการะเธอเอาไว้กล้าแค้นใจมาก เพราะคิดว่านางเพียรยอมตกเป็นนางป่าเรอของคนต่างชาติ ทั้ง ๆ ที่รู้เต็มอกว่าพ่อของกล้าต้องตายในการรบกับพวกล่าอาณานิคม แต่นางเพียรก็อธิบายความจริงให้ฟังว่าไม่ได้มีอะไรกับท่านนายพล และขอร้องกล้าให้มาอยู่ในอุปการะของนายพลอังเดรเช่นเดียวกับตน เพื่อกล้าจะได้มีชีวิตที่สุขสบาย แต่กล้าก็ปฏิเสธไปอย่างไม่ใยดี ระหว่างนั้นก็ได้เกิดโรคระบาดขึ้นในชุมชนชาวจีน อาการป่วยของคนไข้หนักหนาเกินกว่าท่านเตี่ยจะเยียวยาได้ เพราะว่ายาฝรั่งที่ใช้รักษา ถูกปีเตอร์กักตูนไว้เพื่อโก่งราคา ด้วยเหตุนี้ กล้าจึงยอมขึ้นชกในงานเลี้ยงต้อนรับกงสุลคนใหม่ที่จัดขึ้น ณ เหลาบุปาผา โดยมีคู่ต่อสู้เป็นถึงนักมวยฝรั่งจอมพลังรายหนึ่งพระยาประเสริฐภักดีขอร้องแกมขู่ ให้กล้าล้มมวยเพื่อเอาใจท่านกงสุล แต่กล้าสับเล่นงานนักมวยต่างชาติจนยับคาเวที ทำให้พระยาประเสริฐแค้นใจมากและคิดจะทำร้ายกล้า แต่ท่านเตี่ยก็มาออกหน้าขวางไว้ ทำให้กล้ารอดตัวและสามารถนำยามาช่วยรื่น และทุกคนได้ในที่สุด ช่วงเวลาดังกล่าว ชาติพยัคฆ์ พระยาประเสริฐพบว่าท่านเตี่ย ได้ขัดขวางกิจการค้าฝิ่งของตนอย่างลับ ๆ ด้วยการส่งคนมาทำลายสินค้า รวมถึงเผาโรงฝิ่นที่ตนกับปีเตอร์เป็นหุ้นส่วนกัน พระยาประเสริฐ จึงคิดลอบสังหารท่านเตี่ย เพื่อกำจัดเสี้ยนหนาม แต่โชคร้ายกลับตกเป็นของตาสังข์ที่เกิดรู้แผนการณ์เข้าเสียก่อน จึงปกป้องท่านเตี่ยไว้ด้วยชีวิตของตน ด้วยความสำนึกในวีรกรรมของตาสังข์ ท่านเตี่ยจึงรับบัวเป็นบุตรบุญธรรม และอุ้มชูให้มีฐานะไม่แพ้คุณพลอยในเวลาต่อมา แต่บัวรู้ว่าถึงเธอจะเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน ก็ไม่อาจแย่งเชิงหัวใจรักของกล้า มาจากคุณพลอยได้อยู่ดี และเฉกเช่นกัน ที่ถึงอาเหวิน จะภักดีต่อเอเพียงใด บัวก็ไม่อาจเปลี่ยนใจมารักเขาได้ บัวจึงแกล้งเฉยชาต่ออาเหวินเพื่อให้อีกฝ่ายตัดใจ จนอาเหวินเข้าใจผิด คิดว่าบัวที่กลายเป็นดอกฟ้าคงไม่เห็นค่าตนอีกต่อไป จึงตรอมใจด้วยความเศร้าโศกการตายของตาสังข์ ทำให้กล้าหมดสิ้นความอดทน และวางแผนที่จะบุกไปลอบสังหารปีเตอร์ แต่รื่นรู้เข้าเสียก่อนจึงชิงตัดหน้าลงมือแทน แต่กลับพลาดท่าถูกปีเตอร์จับได้และถูกสั่งประหารในที่สุด สร้างความปวดร้าวให้แก่คนรอบข้างเป็นอันมาก โดยเฉพาะกล้า ยิ่งเสียศูนย์มากขึ้น เพราะโทษตนเองว่าเป็นต้นเหตุให้รื่นต้องตาย ด้วยความห่วงใยที่กล้าคุณพลอยจึงแวะเวียนไปดูแลเขาเสมอ จนต้องมีปากเสียงกับคุณโชติที่ทราบเรื่องเข้า คุณโชติสะเทือนใจที่คุณพลอยยังไม่ลืมความรักที่มีต่อกล้า ในช่วงเวลาที่เคว้งคว้างนี้เอง ปีเตอร์จึงเข้ามอมมาคุณโชติ โดยความร่วมมือของมิ่ง...ชาติพยัคฆ์ จนคุณโชติต้องตกเป็นทาสของยาฝิ่น โดยมีเป้าหมายที่จะได้ครอบงำคุณโชติไว้ใช้งานโดยง่าย โดยมีมิ่ง คอยส่งฝิ่น และคอยเสี้ยม เป่าหูคุณโชติ ในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคุณพลอย และกล้า และที่สำคัญ คือมิ่ง ยุให้คุณโชติ คิดกระทำการเลว ๆ ทรยศต่อแผ่นดินสยาม แผ่นดินเกิดของตัวเอง ต่อมาท่านเตี่ย ก็ได้รับการสนับสนุนจากเบื้องบนให้กลับเข้ารับราชการอีกครั้ง จึงมีการตรวจสอบเรื่องทุจริตในการประมูลอากรภาษี และคดีสังหารจีนหยง นายอากรฝิ่นคนเก่า ทำให้พระยาประเสริฐร้อนตัว คิดจะโยนความผิดทั้งหมดให้แก้ปีเตอร์ ด้วยเหตุนี้ ปีเตอร์จึงแก้แค้นด้วยการฆ่าพระยาประเสริฐทิ้ง ก่อนจะป้ายความผิดว่าเป็นฝีมือของท่านเตี่ย ก่อนจะหลอกล่อคุณติรับช่วงแทนบิดา และด้วยความแค้นที่บดบังสติ คุณโชติจึงสนับสนุนปีเตอร์ในการทำจัดท่านเตี่ยอย่างเต็มที่ ด้วยฤทธิ์ของยาฝิ่นที่ปีเตอร์ และมิ่ง ได้มอมเมาคุณโชติมาหลายเพลา ก็ทำให้นิสัยของคุณโชติแปรเปลี่ยนไป คุณโชติ เริ่มหึงหวงโมโหร้าย เกรี้ยวกราด จนคุณพลอยไม่อาจยอมรับได้ จึงขอถอนหมั้นในที่สุด ส่วนคุณกุหลาบก็คิดทวงคืนทรัพย์สินของคุณพระพิสุทธิ์ฯ ชาติพยัคฆ์ คืนมา แต่เพราะคุณโชติและบิดาได้ยักยอกไปถลุงจนหมดสิ้น คุณโชติ กับมิ่ง จึงได้ร่วมกันวางแผน เพื่อหลอกฆ่าคุณกุหลาบ เพื่อเป็นการล้างหนี้ รวมถึงคิดจะฆ่าคุณพลอยอีกด้วย แต่โชคดีที่คุณพลอยไหวตัวเสียก่อน จึงให้ อาเหวิน พาหนีไปหากล้าได้ทัน กล้าฝากนางเพียร รับอุปกระคุณพลอยชั่วคราว และให้อาเหวินคอยเฝ้าอยู่ด้วยเพื่อความปลอดภัยจังหวะนั้นเอง ที่อาเหวิน ซึ่งยังช้ำรักจากบัว ก็มีโอกาสตั้งต้นใหม่ เมื่อนายพลอังเดร ได้เล็งเห็น ถึงความซื่อสัตย์ ความสามารถในการใช้ภาษาจีนและการบวกคิดเลขของเขา ซึ่งมีพื้นฐานจากครอบครัวที่เป็นเสมียนมาหลายชั่วคน จึงว่าจ้างอาเหวินให้เป็นผู้ติดตาม ทำให้อาเหวินได้มีหน้ามีตาเขยิบฐานะตัวเองบ้าง และเริ่มมีความหวังว่าจะเอาชนะใจบัวสำเร็จในไม่ช้า ความผันแปรต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทำให้กล้ารู้สึกท้อใจจนคิดจะไปจากพระนคร เขาตั้งใจจะไปบอกลาคุณพลอยเป็นครั้งสุดท้าย แต่การพบกันครั้งนั้นกลับทำให้คุณพลอยและกล้าได้เปิดเผยความรู้สึกที่มีต่อกันคุณพลอยจึงตัดสินใจที่จะกลับไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เวียงสิงห์พร้อมกล้า ระหว่างนั้น ท่านเตี่ยกับนายพลอังเดร ซึ่งดำรงตำแหน่งกงสุลก็ได้นัดเจรจากัน ด้วยถึงแม้จะอยู่ต่างฝ่าย แต่ก็เห็นห้องต้องกันว่ากิจการค้าฝิ่นของปีเตอร์ กำลังเป็นภัยต่อความมั่นคงของแผ่นดินสยาม จึงมีความคิดจะลดทอนอำนาจของปีเตอร์ลง ชาติพยัคฆ์ เมื่อปีเตอร์ทราบเรื่อง จึงวางแผนที่จะลวงท่านกงสุลและท่านเตี่ยมาสังหารพร้อมกันที่เหลาบุปผา โดยหวังจะให้กลายเป็นความขัดแย้งจนเกิดเป็นขนวนสงคราม เพื่อตนจะได้แสวงหาอำนาจใหม่อีกครั้ง วันนั้น เป็นวันที่กล้าและคุณพลอย มีนัดหมายจะหนีไปจากพระนครด้วยกัน แต่คุณโชติเกิดทราบเรื่องเข้าเสียก่อน คุณโชติจึงแกล้งเปิดเผยแผนการณ์ของปีเตอร์ให้กล้าได้รู้ในวินาทีสุดท้าย กล้าเลยต้องรีบย้อนไปช่วยท่านเตี่ยและท่านกงสุลที่เหลาบุปผา แทนที่จะไปตามนัดของคุณพลอย อีกไม่นานเรือกลไฟจะออกจากท่า อีกไม่นานวิญญาณของกล้าอาจถูกปลิดออกจากร่าง เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป ชาติพยัคฆ์ ติดตามชมกันต่อได้ใน ละครชาติพยัคฆ์ เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 รายชื่อนักแสดงนำใน ละครชาติพยัคฆ์ จรณ โสรัตน์ รับบท กล้า นิษฐา จิรยั่งยืน รับบท คุณพลอย กมลเนคร เรืองศรี รับบท บัว ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์ รับบท อาเหวิน ฉัตรชัย เปล่งพานิช รับบท ท่านเตี่ย สินจัย เปล่งพานิช รับบท นางเพียร สมิทธิ ลิขิตมาศกุล รับบท คุณโชติ จิรายุ ตันตระกูล รับบท รื่น โชคชัย บุญวรเมธี รับบท มิ่ง นพพล โกมารชุน รับบท พระยาประเสริฐ เกรียงไกร อุณหะนันทน์ รับบท พระพิสุทธิ์ สรวงสุดา ลาวัณย์ประเสริฐ รับบท คุณกุหลาบ นภัสกร มิตรเอม รับบท ทองอิน

เที่ยว ตรอกโรงยา ถนนสายวัฒนธรรม จังหวัดอุทัยธานี
ตรอกโรงยา /  อุทัยธานี

วันนี้ Travel MThai ขอพาสมาชิกที่รัก ไปรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวบนถนนสายวัฒนธรรมแห่งหนึ่งของจังหวัดอุทัยธานี เพื่อไปสัมผัสผู้คนในชุมชน ยังคงผูกพันกับวีถีชีวิตในอดีต ที่มีให้นักท่องเที่ยวพบเห็นกันอยู่ในปัจจุบัน กันที่ ถนนคนเดิน ตรอกโรงยา กันครับ เสน่ห์ของ ถนนคนเดินตรอกโรงยา ก็คือ บ้านเรือนไม้เก่าๆ ที่ทุกวันเสาร์ บนถนนสายเล็กๆ แห่งนี้ จะมีนักท่องเที่ยวต่างพากันมาเดินเที่ยว กินอาหารอร่อยๆ ขึ้นชื่อของเมืองอุทัยฯ ผู้คนในชุมชนจะเปิดบ้านชาวจีนในสมัยก่อนหลายหลัง รวมถึงมีการเล่าถึงประวัติของตรอกโรงยาในสมัยก่อน ให้นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ได้ทราบกัน นอกจากจะอิ่มความรู้กันแล้ว แถมยังได้ช๊อบของฝากเล็กๆ น้อยๆ กลับมาฝากคนที่บ้านอีกด้วยนะ ถนนคนเดินตรอกโรงยา เป็นถนนคนเดินที่เกิดจากการบูรณาการความร่วมมือของภาคเอกชน และภาคประชาชน และมหาวิทยาลัยนเรศวร เป้าหมายที่สำคัญ คือ การปลุกชุมชน ด้วยการสร้างจุดเริ่มต้นของห้องเรียนชีวิต การเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อเชื่อมโยงประวัติศาสตร์ระหว่างคนรุ่นเก่าสู่คนรุ่นใหม่ด้วย พลังความร่วมมือของคนในชุมชน และยังเป็นสถานที่พบปะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นของประชาชน และส่งเสริมการท่องเที่ยวของชุมชน อันจะก่อให้ เกิดความภาคภูมิใจในวิถีชีวิตของชาวอุทัยธานี นำไปสู่การพัฒนาเมืองให้เกิดความยั่งยืนต่อไป ในอดีตบนถนนสายนี้ เคยเป็นที่อยู่อาศัย และทำมาหากินแหล่งใหญ่ของชาวจีนอพยพ ที่มาตั้งรกรากถิ่นฐานในจังหวัดอุทัยธานี ซึ่งมีหลายฐานะทางเศรษฐกิจไม่ว่า จะเป็นเถ้าแก่เจ้าร้าน ไปจนถึงชนชั้นกรรมกร แต่ทุกคนในชุมชนแห่งก็อยู่ร่วมกันได้สงบสุข และช่วยเหลือจุนเจือกันมา ส่วนชื่อ ถนนคนเดินตรอกโรงยา นั้นมาจาก คนจีนกลุ่มหนึ่ง ได้มีการตั้งขบวนการอั้งยี่ โดยมีเถ้าแก่จีนในซอยนั้นเป็นผู้นำ ได้สร้างโรงฝิ่นอย่างถูกกฏหมายขึ้นมาในสมัยของจอมพลป. พิบูลสงคราม ซึ่งต่อมาในปี พ.ศ.2500 ได้ถูกคำสั่งให้ปิดลง จึงกลายมาเป็นตำนานของชื่อตรอกโรงยา จนกระทั้งถึงปัจจุบัน นอกจากนี้แล้ว นักท่องเที่ยวที่มาเยือนยังจะได้พบกับกิจกรรมที่หลากหลายของผู้คนจังหวัด อุทัยธานี บนเส้นทางถนนคนเดินตรอกโรงยา เขต เทศบาลเมืองอุทัยธานี ทุกวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 16.00 - 21.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุทัยธานี โทร. 0-5651-4982 และคณะกรรมการพัฒนาเมืองอุทัยฯ โทร. 08-6680-9955­­ e-mail : tatuthai@tat.or.th ข้อมูลและภาพ : idotravellers.com / สยามรัฐ / ททท. เรียบเรียงโดย Travel MThai

ละครเพลงรักผาปืนแตก , เรื่องย่อเพลงรักผาปืนแตก
พอร์ช ศรัณย์ /  แซมมี่ ปัณฑิตา / 

เพลงรักผาปืนแตก บทประพันธ์โดย : วาเจณบทโทรทัศน์โดย : แพรพริมาผลิตโดย : บริษัท พอดีคำ จำกัดควบคุมการผลิตโดย : ธงชัย ประสงค์สันติละครเพลงรักผาปืนแตก ออกอากาศเร็ว ๆ นี้ทางช่อง 7 สี ปี 2514 ท่ามกลางสมรภูมิรบอันดุเดือดตามแนวตะเข็บชายแดน เชน เชิงพระกาฬ ตชด.หนุ่มเลือดร้อน ฝ่าฝืนคำสั่งของหัวหน้ากองร้อยบุกเดี่ยวตลุยเข้าไปดงข้าศึกของพวกกอง กำลังค้าอาวุธสงครามเถื่อน หลังจากที่กองร้อยตัวเองถูกซุ่มโจมตีเพื่อนร่วมกองร้อยบาดเจ็บ และติดกับดักจนมุมยากจะรอดไปได้ เหตุที่เชนตัดสินใจลุยดะอย่างไม่คิดชีวิตเพราะหวังสละ ชีวิตในสนามรบหลังจากได้อ่านจดหมายของคนรักที่ส่งมาถึง ใจความนั้นสร้างความเจ็บปวด รวดร้าวแสนสาหัส เพราะ เนื้อทอง หญิงอันเป็นที่รักที่เชนมีเหตุจำเป็นต้องจากเธอมานั้นกำลังจะเข้าพิธีวิวาห์กับศัตรูผู้เป็นต้นเหตุทำให้เชนต้องหนีจากบ้านเกิดเมืองนอนมาเป็นตชด. เสี่ยงชีวิตอยู่ที่ชายแดน เชนเดินหน้าลุยเดี่ยวพร้อมเอ็ม 16 และน้ำตาอันเจ็บปวดพร้อมคำกล่าว ลาหัวหน้ากองร้อยว่า "ขอไปตายเยี่ยงวีรบุรุษในสนามรบ ดีกว่าต้องกลับไปตายอย่างผู้แพ้ที่บ้านเกิด" แต่ความตายที่เชนพยายามวิ่งเข้าหา กลับวิ่งหนีห่างจากเชนเหมือนไม่ต้องการให้เขามา จบชีวิตในสนามรบ เมื่อเชนบุกตะลุยเข้าไปถึงค่ายของ ฟ้าลั่น คำรามศึก หัวหน้ากองกำลังค้า อาวุธสงครามเถื่อนลูกชายวัยหนุ่มของ ลายเสือ คำลือ ราชาค้ายาเสพติดผู้โหดเหี้ยม เชนสู้ตัว ต่อตัวกับฟ้าลั่นแต่พลาดท่าเสียทีและถูกปืนจ่อยิง แต่กระสุนปืนขัดลำกล้องยิงยังไงก็ไม่ออก จนกระทั่งกำลังเสริมยกพลมาช่วยเหลือ ฟ้าลั่นจึงถูกเชนจับกุมเอาไว้ได้ส่วนกองกำลังก็ถูกตี แตกจนพ่ายยับ ที่รอดตายก็หนีข้ามชายแดนกลับไปสมทบกับลายเสือ คำลือ เชนได้รับความดี ความชอบจากต้นสังกัด หัวหน้ากองร้อยที่เชนเคารพนับถือที่บาดเจ็บสาหัสและกำลังจะตายได้ กล่าวคำสุดท้ายกับเชนขณะที่ช่วยติดเหรียญกล้าหาญให้กับเขา "เมื่อเป็นวีรบุรุษในสนามรบ แล้ว ก็จงกลับไปเป็นวีรบุรุษที่บ้านเกิด"ในเวลาเดียวกันขณะที่ฟ้าลั่นถูกนำตัวส่งเข้าเรือนจำ ลายเสือ คำลือได้วางแผนช่วย เหลือลูกชายขณะที่กำลังมีการขนย้ายนักโทษ โดยได้สั่งให้ ไอ้ก้าน พาดกลอน สมุนมือขวา ที่ไว้ใจได้ให้ไปติดต่อขอความร่วมมือจาก เพลิง พญาไฟ ไอ้หนุ่มสิงห์รถบรรทุกพูดน้อยต่อย หนัก อดีตเคยเป็นนักร้องหนุ่มในไนท์คลับอนาคตกำลังรุ่ง แต่กลับต้องโทษติดคุกอยู่ 10 ปีด้วย ข้อหาฆ่านักร้องสาวคนรักตายด้วยมือตัวเอง จนเมื่อพ้นโทษก็หันเหมาขับรถบรรทุกเลี้ยงชีพและ ใช้เวลาสืบเสาะตามล่าหาตัวไอ้โม่งที่ยัดเยียดหาข้อฆาตกรให้เขาต้องรับผิดอย่างอยุติธรรม !! ลายเสือเจ็บใจที่เพลิงไม่ยอมร่วมมือจึงสั่งให้ไอ้ก้านปิดปากเพลิงเพื่อป้องกันไม่ให้ข่าวรั่วถึงหูตำรวจ แต่การพบกันของเพลิงกับไอ้ก้านก็เล็ดรอดไปถึงหูของ ผู้กองสมาน แสนธรรม เจ้าของฉายาเพชรฆาตศาลเตี้ยของพวกอาชญากร เขาเป็นผู้จับกุมเพลิงได้ในคดีฆาตกรรมและ ไม่เคยเชื่อว่าเพลิงจะเป็นผู้บริสุทธิ์ คิดแต่ว่าเพลิงเป็นพวกอาชญากรที่ต้องเฝ้าจับตาดูเป็นพิเศษ และต้องลากคอเข้าคุกให้ไปตายในคุก ผู้กองสมานจึงเป็นไม้เบื่อไม้เมาที่คอยตามรังควาญชีวิต เพลิงอยู่ตลอดเวลา และแม้ว่าเพลิงจะรอดตายจากการถูกไอ้ก้านลอบฆ่าปิดปาก แต่ผู้กองก็ยัง ไม่เชื่อคำให้การของเพลิงว่าไม่รู้เห็นกับการช่วย เหลือฟ้าลั่นจนเจ้าหน้าที่เรือนจำต้องถูกฆ่าตาย ไปหลายคน และยิ่งมั่นใจว่าเพลิงต้องเป็นพวกเดียวกับฟ้าลั่น แม้จะไม่มีหลักฐานที่ใช้มัดตัวแต่ ผู้กองก็ยังพยายามจะยัดเยียดข้อหาอื่นเพื่อจะเอาตัวเพลิงเข้าคุกอีกครั้งให้ได้ เมื่อความยุติธรรมที่เพลิงพยายามเรียกหามาตลอดก็ไม่เคยเดินเข้ามาหาตัวเองเลย ตรง กันข้ามกลับยิ่งถูกยัดเยียดความอยุติธรรมให้เสมอ เลยทำให้เพลิงเกือบหลงผิดคิดสั้นเมื่อเป็น คนดีไม่ได้ก็ขอเป็นอาชญากรให้มันรู้แล้วรู้รอด แต่เพราะฉุกคิดได้ถึงคำสอนของ หลวงพ่อสิน พระอาจารย์ที่เคารพของเพลิงตั้งแต่เด็ก ที่สอนให้ยึดมั่นในคุณธรรมความดีที่จะเป็นเกราะคุ้ม ภัย เพลิงจึงไม่หลงไปกับความคิดชั่ววูบ แต่เปลี่ยนใจหาทางหนีเพื่อหันหน้าเข้าสู่พระธรรมโดย ได้รับความช่วยเหลือจากพรรคพวกสิงห์รถบรรทุก จนสามารถหนีจากผู้กองสมานได้สำเร็จ แล้วมุ่งหน้าสู่วัดหน้าผาที่หมู่บ้านผาปืนแตกเพื่อขอให้หลวงพ่อสินอุปสมบทให้หนึ่งสุภาพบุรุษมุ่งหน้ากอบกู้รัก อีกหนึ่งสุภาพบุรุษมุ่งหน้ากอบกู้ความยุติธรรม ณ จุดหมายปลายทางเดียวกัน…บ้านผาปืนแตก หมู่บ้านผาปืนแตกเป็นหมู่บ้านใกล้ชายแดน เต็มไปด้วยป่าและหน้าผาสูงชัน ในอดีต คือสนามรบของกองทัพไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ต่อเนื่องถึงยุคสงครามโลกก็ยังถูกใช้เป็น พื้นที่สู้รบกันอีก พื้นที่แห่งนี้จึงเต็มไปด้วยประวัติความเป็นมาเกี่ยวกับการต่อสู้เพื่อให้มีชีวิตรอด ไม่ว่ายุคไหนสมัยไหนก็ไม่เคยว่างเว้นจากเสียงปืน จึงเป็นที่มาของคำว่าบ้านผาปืนแตก แม้แต่ในยุคนี้ถึงจะไม่มีสงคราม แต่พื้นที่ทั้งหมดก็ถูกอิทธิพลของกำนันปราบ ทองปั้น ที่หน้าฉากคือเศรษฐีใจบุญเป็นที่พึ่งของชาวบ้าน แต่เบื้องหลังทำธุรกิจผิดกฏหมายทุกรูปแบบค้าเฮโรอีน วัตถุโบราณ ไม้เถื่อน อาวุธสงคราม บ่อนพนันและผู้หญิง โดยให้ ชาติ ตะลุมพุก ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคอยทำหน้าที่ดูแลธุรกิจนอกกฏหมายให้ และเพราะชาติ ตะลุมพุกนี่เองที่เป็นต้นเหตุทำให้เชนต้องหนีออกจากบ้านผาปืนแตกไปเป็นตชด. เพราะเชนไปมีเรื่องชกต่อยกับชาติในงานวัดประจำปี ตอนนั้นเชนเป็นนักร้องนำประจำวงพราวฟ้า วงดนตรีเชียร์รำวงเพียงวงเดียวของหมู่บ้านที่มี ครูประสิทธิ์ ครูใหญ่ของโรงเรียนผาปืนแตกเป็นหัวหน้าวงและยังเป็นพ่อบังเกิดเกล้าของเชน แม้ว่าครูประสิทธิ์จะพยายามห้ามไม่ให้เชนมีเรื่องกับชาติ แต่เพราะความใจร้อนของเชนที่ไม่ยอมฟังพ่อเลยทำให้เรื่องบานปลาย ครูประสิทธิ์กลัวว่าถ้าลูกชายยังอยู่ที่บ้านผาปืนแตกต่อไปก็คงต้องถูกยิงทิ้ง จึงสั่งให้เชนไปเป็นตชด. เพื่อรักษาชีวิตตัวเองเอาไว้ รอให้เรื่องสงบแล้วจึงค่อยกลับมา เนื้อทองซึ่งเป็นสาวสวยประจำหมู่บ้านและเป็นคนรักของเชนเห็นด้วยกับครูประสิทธิ์ จึงขอร้องให้เชนจากไปเพื่อวันหนึ่งจะได้กลับมาเจอกันทั้งที่ยังมีลมหายใจ แต่มาวันนี้เนื้อทองกลับแปรเปลี่ยนไปยอมแต่งงานกับชาติทั้ง ๆ ที่มันคือศัตรูที่เขาเกลียดขี้หน้า โดยเนื้อทองไม่ยอมให้คำตอบใด ๆ กับเขาเลย เชนจึงวางแผนฉุดเนื้อทองจากงานวิวาห์โดยร่วมมือกับ จิก ทรัมเปต , แสน สัปเหร่อ และ น้อย ชะชะช่า ครูสอนรำวงเมียของแสน ทั้งหมด เป็นสมาชิกอยู่ในวงที่สนิทสนมและเลี้ยงดูเชนมาตั้งแต่เล็ก ๆ ขณะเดียวกันเพลิงที่เดินทางมาขอให้หลวงพ่อสินบวชให้เพราะต้องการหนีให้พ้น จากผู้กองสมาน ได้รับคำแนะนำจากหลวงพ่อว่าถ้าอยากบวชจริงก็จะบวชให้ แต่อยากให้มั่น ใจว่าสามารถละกิเลศทั้งหมดออกไปจากใจได้ก่อน เพราะรู้ดีว่าเพลิงยังต้องการตามล่าหาตัว ไอ้โม่งที่ซัดทอดความผิดให้เขาอยู่ หลวงพ่อจึงให้เพลิงเข้าป่าไปทำสมาธิสงบจิตตัวเอง แล้ว ค่อยกลับมาให้คำตอบอีกครั้ง แต่ขณะที่อยู่ในป่าเพลิงมีโอกาสได้ช่วยเหลือหมอ เอื้อมเดือน คุณหมอสาวสวยที่เพิ่งย้ายมาประจำที่อนามัยหมู่บ้าน ระหว่างที่เอื้อมเดือนเข้าไปช่วยเหลือ ควาญช้างที่ได้รับบาดเจ็บอยู่ในป่าแล้วเกิดหลงทาง เอื้อมเดือนรู้สึกประทับใจเพลิง แต่เขากลับ แสดงท่าทีเฉยเมยดูเหมือนคนไร้จิตวิญญาณให้จับต้อง เมื่อช่วยเธอได้แล้วก็หายเข้าไปในป่านอกจากงานวิวาห์ของชาติกับเนื้อทองจะถูกเตรียมการเอาไว้อย่างยิ่งใหญ่สมฐานะของลูกชายกำนันผู้มากอิทธิพลแล้ว งานนี้ยังเป็นงานเลี้ยงต้อนรับการมาของ ลำดวน นักร้องสาว สวยหุ่นเซ็กส์ซี่ ว่าที่เมียใหม่ของกำนันปราบที่คอยดูแลธุรกิจตกเขียว หาเด็กสาวหน้าตาดีๆส่ง ไปขายตามซ่องในกรุงเทพฯ โดยลำดวนยังได้พา วัลภา เด็กสาวแก่นแก้วดีดกะโหลก ลูกสาว คนสวยของเธอมากราบกำนันในฐานะพ่อเลี้ยงด้วย วัลภาเป็นคนดีผิดกับแม่หน้ามือเป็นหลังมือ เธอไม่เคยรู้มาก่อนว่าแม่ตัวเองร่วมมือกับกำนันทำเรื่องผิดกฏหมายอย่างไม่น่าให้อภัย ความ มาแตกเอาก็เมื่อมาถึงบ้านผาปืนแตกได้เจอกำนันและชาติ เธอทั้งเสียใจและน้อยใจชีวิตที่ถูก แม่ปิดบังความจริงนึกว่าแม่เป็นคนดีมาตลอด นี่หรือชีวิตที่เธอต้องมาทนอยู่ท่ามกลางคนเลว ในค่ำคืนงานวิวาห์เชนวางแผนบุกฉุดเนื้อทองไว้อย่างดิบดี แต่เชนต้องพบกับความผิด หวัง เพราะแทนที่เนื้อทองจะยอมหนีตาม เธอกลับปฏิเสธก้มหน้ายอมเข้าพิธีวิวาห์กับชาติ โดย ร่ำไห้น้ำตานองหน้าว่า พ่อแม่ของเธอได้ขายเธอให้กับชาติไปแล้ว ถ้าเธอหนีไปชีวิตของพ่อ แม่ก็ต้องตกอยู่ในอันตราย ส่วนชีวิตของชาติและครูประสิทธิ์รวมถึงทุกคนที่วงดนตรีก็ต้องถูก อิทธิพลของกำนันปราบรังควาญจนอาจจะต้องล้มหายตายจากกันไป เมื่อไม่มีทางเลือกที่ดีกว่า นี้ เธอจึงขอเสียสละตัวเองเพื่อให้ทุกคนได้มีลมหายใจต่อ ได้ร้องเพลงและทำวงดนตรีสืบไป เชนแทบคลั่งที่เนื้อทองไม่ยอมหนีตามเขา หัวเด็ดตีนขาดก็จะพาเนื้อทองไปด้วยให้ได้ แต่เชน ก็ถูกขัดจังหวะโดยวัลภาที่มาพบเข้าพอดี พวกชาติกับกำนันเองก็รู้ตัวและพยายามจะจัดการ กับเชน เมื่อจนตรอกไม่มีทางหนี เชนจำเป็นต้องลักพาตัววัลภา ลูกเลี้ยงของกำนันไปเป็นตัว ประกันหนีหายเข้าไปในป่าด้วยกัน กลางป่าที่เชนฉุดกระชากวัลภาหวังใช้เป็นเชลยแลกเปลี่ยนกับเนื้อทอง แต่วัลภาฮึดสู้ เพราะพอมีฝีมือป้องกันตัวอยู่บ้างเลยเล่นงานเชนเจ็บตัวไปไม่น้อย แต่สุดท้ายก็โดนเชนสั่งสอน ข่มขู่ถ้าไม่เลิกพยศก็จะยัดเยียดหน้าที่สามีให้ วัลภากราดเกรี้ยวไม่ยอมแพ้ยังดื้อดึงขัดขืน เชน เลยต้องลงมือทำร้ายเธอจนสลบ และเมื่อฟื้นขึ้นมาก็พบตัวเองถูกจับถอดเสื้อผ้านอนหมดสติอยู่ เคียงข้างเชน วัลภาเจ็บใจคิดว่าตัวเองได้เสียความบริสุทธิ์ให้กับเชน จึงเอาไม้ตีหัวเชนแล้วหา ทางหนีออกจากป่า เชนไล่ตามเธอจนเกือบจะได้ตัวแต่ก็ถูกขัดขวางจากเพลิงที่มาพบเข้าพอดี เพลิงมีเชิงมวยดีกว่าเลยเล่นงานเชนและช่วยพาวัลภาไปส่งคืนให้กำนันปราบ เพลิงได้เจอกับ ลำดวนก็จำหน้าค่าตากันได้ เพราะสมัยเพลิงยังเป็นนักร้องในไนท์คลับ ลำดวนก็ร้องเพลงอยู่ที่ เดียวกันและเป็นผู้มีพระคุณกับคนรักที่ตายไป ลำดวนชวนให้เพลิงพักอยู่กับกำนันและรับปาก จะหางานให้ทำ แต่เพลิงปฏิเสธเพราะมีคำตอบที่ตัวเองต้องกลับไปตอบหลวงพ่อสิน คำตอบที่เพลิงมีให้กับหลวงพ่อสินก็คือตัดสินใจจะไม่บวช เพราะตลอดเวลาที่อยู่ในป่า เขาไม่สามารถลดละตัดกิเลศ ลืมเหตุการณ์ในวันที่พบคนรักถูกฆ่าตายและโดนยัดเยียดข้อหา ฆาตกรได้เลย เขายังคงต้องการตามล่าหาตัวไอ้ฆาตกรคนนั้นเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้ ตัวเอง หลวงพ่อสินเข้าใจลูกศิษย์คนนี้ดี จึงขอให้เพลิงพักอยู่ที่หมู่บ้านผาปืนแตกไปก่อน โดย แนะนำให้เพลิงไปทำงานที่วงดนตรีพราวฟ้า ครูประสิทธิ์ถูกชะตาและชื่นชอบลูกคอของเพลิง เป็นอย่างมาก เพราะตั้งแต่เชนออกจากวงไปเป็นตชด. วงพราวฟ้าก็ขาดนักร้องนำฝีมือดีๆ และ พอเชนกลับมาก็เอาแต่คิดเรื่องเนื้อทองจนไม่ยอมกลับมาร้องเพลงอีก แต่เชนกับเพลิงเคยปะทะ ฝีมือกันมาจากในป่า พอเจอหน้ากันอีกครั้งเชนก็เขม่นไม่ชอบขี้หน้าเพลิง จนครูประสิทธิ์ต้อง ใช้ไม้แข็งบังคับให้เชนยอมรับเพลิงเข้ามาวง เพราะสิ่งที่เชนบุ่มบ่ามทำลงไปกับวัลภาลูกเลี้ยง ของกำนันปราบกำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ให้ต้องตามแก้ วัลภาตกเป็นขี้ปากชาวบ้านเรื่องที่ถูกฉุดหายเข้าไปในป่าและเสียตัวให้เชน สร้างความ ไม่พอใจให้กำนันปราบและชาติจนคิดจะไปลากคอเชนมาสั่งสอน แต่เพราะเนื้อทองร้องขอชีวิต เชนเอาไว้กับชาติและเสนอให้หาทางออกเรื่องนี้ด้วยการประนีประนอม เพื่อไม่ให้วัลภาต้อง เสื่อมเสียมากไปกว่านี้เห็นควรให้เชนมาสู่ขอไปเป็นเมียให้ถูกต้องตามประเพณี ตอนแรกกำนัน ปราบไม่เห็นด้วย แต่เมื่อมาคิดดูแล้ววัลภาก็เป็นแค่ลูกเลี้ยง เป็นลูกติดของลำดวนที่ชอบแสดง ท่าทีไม่อยากอยู่ร่วมชายคาเดียวกับตนอยู่แล้ว วันข้างหน้าอาจจะสร้างปัญหาให้กำนันปวดหัว ได้ ชาติก็เห็นด้วยเพราะถ้าเชนแต่งงานมีเมียไป เชนก็จะได้เลิกตอแยเนื้อทองอีก ครูประสิทธิ์ เองก็ยอมรับข้อเสนอนี้กับทางกำนันปราบ เพราะเห็นว่าเป็นทางออกเดียวที่จะยุติความขัดแย้ง ไม่ให้เชนต้องมีเรื่องมีราวอีก แม้ว่าเชนจะมาสารภาพกับครูประสิทธิ์ว่าตอนที่อยู่ในป่าเขาไม่ได้ ล่วงเกินวัลภาเลยแม้แต่นิดเดียว เพียงแค่จัดฉากหลอกให้วัลภาเข้าใจผิดเพื่อหวังแก้แค้นบ้าน กำนันปราบให้ได้อับอาย แต่เชนก็แก้ไขอะไรไม่ได้แล้วเพราะครูประสิทธิ์สั่งให้เชนต้องแต่งงาน กับวัลภาเท่านั้น ซ้ำเมื่อรู้ว่าเนื้อทองเป็นคนเสนอให้เขาอยู่กินกับวัลภา เชนก็ยิ่งเจ็บปวดรวดร้าว น้อยใจเนื้อทองจึงตกลงแต่งงานกับวัลภาเพื่อประชด เพียงแค่คืนแรกของพิธีวิวาห์เชนก็บอกความจริงให้วัลภารู้ว่าเธอยังบริสุทธิ์ไม่ได้ถูกเขา ชิงเอาความสาวไปแม้แต่น้อย วัลภาโกรธจัดที่โดนเชนหลอกเลยลงมือทุบตี แต่ก็ถูกเชนใช้กำลัง กอดรัดขู่ว่าจะปล้ำจริงเพราะตอนนี้เป็นผัวเมียกันอย่างถูกต้องแล้ว วัลภาเจ็บปวดได้แต่ร้องไห้ เสียใจ น้อยใจชีวิตตัวเองที่อยู่กับแม่ก็ต้องอยู่ท่ามกลางคนเลว พอแต่งงานออกมาได้ก็ต้องมา เจอสามีที่ดีแต่ข่มเหงรังแก เธออยากจะหนีไปให้พ้นจากบ้านผาปืนแตกให้รู้แล้วรู้รอด เชนอด สงสารวัลภาไม่ได้เลยยื่นข้อเสนอว่าจะปล่อยวัลภาให้เป็นอิสระ ถ้าวัลภาช่วยทำให้เนื้อทองกับ ชาติเลิกกัน และช่วยขัดขวางหยุดยั้งอิทธิพลของกำนันทำให้หมู่บ้านผาปืนแตกกลับมามีแต่ ความสงบสุข วัลภายอมรับข้อเสนอของเชนเพราะอยากช่วยเหลือแม่ให้พ้นจากอิทธิพลของ กำนัน เผื่อว่าวันข้างหน้าแม่จะกลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดีได้ เชนเอาความคิดที่จะใช้แผนไอ้โม่งคอยซุ่มโจมตีเล่นงานธุรกิจผิดกฏหมายของกำนัน เหมือนหมาลอบกัดคอยไล่งับคนเลวไปปรึกษากับพรรคพวกในวง ทั้งจิก แสนและน้อยต่างเห็น ด้วยพร้อมช่วยเต็มที่ เพราะอยากหยุดยั้งอิทธิพลของกำนันไม่ให้แผ่ขยายไปมากกว่านี้เช่นกัน วัลภาไปชักชวนเพลิงให้มาร่วมขบวนการด้วย แต่เพลิงปฏิเสธเพราะไม่อยากยุ่งกับเรื่องแบบนี้ อีก เขาเพียงแค่อยากใช้ชีวิตสงบๆไม่อยากตายก่อนที่จะตามล่าเจอตัวไอ้โม่งที่ยัดเยียดความ อยุติธรรมให้ เชนเลยอดหมั่นไส้เพลิงไม่ได้ด่าว่าเป็นพวกเห็นแก่ตัว สองคนเลยกลายเป็นไม้เบื่อ ไม้เมากันบ่อยๆ ทั้งบนเวทีเวลาวงพราวฟ้าออกแสดงและนอกเวทีที่ต้องอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน โดยมีวัลภาที่กลายเป็นคนเติมเชื้อไฟให้เชนกับเพลิงแตกคอกันมากขึ้น เพราะความใกล้ชิดที่ ต้องอยู่กินกันอย่างสามีภรรยาปลอมๆของเชนกับวัลภาทำให้เชนรู้สึกหลงรักวัลภาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนบางทีก็หลุดอารมณ์หึงหวงใส่เพลิง เมื่อเห็นวัลภาให้ความสนิทสนมกับเพลิงโดยไม่รู้ว่าที่จริง แล้วเพลิงเองก็กำลังมีใจให้คุณหมอเอื้อมเดือน แต่ไม่กล้าแสดงความรักออกมาเพราะปมเรื่อง คนรักเก่าที่ยังฝังใจ วัลภาแอบเห็นน้ำตาของคุณหมอที่หลงรักเพลิงก็คิดอยากช่วย เลยทำตัว เป็นแม่สื่อกามเทพช่วยให้เพลิงได้ใกล้ชิดกับคุณหมอ แต่ทำไปทำมาวัลภายิ่งใกล้ชิดกับเพลิง จนเชนอดไม่ได้ต้องลงไม้ลงมือกับเพลิงหาว่าเพลิงคิดจะตีท้ายครัว แผนการไอ้โม่งซุ่มโจมตีเล่นงานธุรกิจผิดกฏหมายของเชนสร้างความปั่นป่วนให้กำนัน จนเริ่มหงุดหงิดทนไม่ไหวคิดหาทางกระชากหน้ากากพวกมัน ชาติวางแผนล่อให้พวกของเชน มาติดกับจนเกือบจะถูกฆ่าตายหมด งานนี้เพลิงเลยทนนิ่งเฉยไม่ได้ต้องตามไปช่วยเหลือจนรอด ครั้งนี้เชนติดหนี้ชีวิตเพลิงและเริ่มที่จะมองเพลิงในแง่มุมที่ดีขึ้น ส่วนความล้มเหลวที่กำนันต้อง เพลี่ยงพล้ำให้พวกไอ้โม่งบ่อยๆก็ทำให้ธุรกิจนอกกฏหมายต้องเสียหายไปมาก จนกระทบไปถึง ลายเสือ คำลือ ผู้ที่อยู่เบื้องหลังกำนันปราบมาตลอด งานนี้ลายเสือกับฟ้าลั่นจึงต้องเดินทางมา ที่ผาปืนแตกด้วยตัวเอง เพื่อจัดการกับศัตรูที่มองไม่เห็นตัวให้สิ้นซากเมื่อเชนและเพลิงรู้เห็นถึงการมาของลายเสือกับฟ้าลั่น ทั้งคู่ก็รู้ดีว่าความโหดเหี้ยมของ พวกมันกำลังจะทำให้บ้านผาปืนแตกต้องกลายเป็นทะเลเพลิง และครูประสิทธิ์ก็ได้กลายเป็น เหยื่อคนแรกจากฝีมือของฟ้าลั่นที่วางแผนตามล่าแกงค์ไอ้โม่ง ครูประสิทธิ์ถูกฆ่าตายประจาน กลางหมู่บ้านเพื่อกระตุ้นความโกรธแค้นให้พวกไอ้โม่งเผยตัว เชนโกรธแค้นแสนสาหัสที่พ่อต้อง ตายเลยคิดไปแก้แค้น แต่กลับถูกเพลิงกับหลวงพ่อสินห้ามปรา,เอาไว้ เพราะถ้าเชนลงมือตอบ โต้ก็เท่ากับตกหลุมพรางของพวกมัน เชนเลยต้องเผาพ่อทั้งน้ำตาและสาบานว่าจะกำจัดพวกมัน ให้สิ้นซาก ต้องเอาดินในหมู่บ้านผาปืนแตกกลบหน้าพวกมันให้จงได้ โดยที่เพลิงเองก็ยอมหัน มาร่วมมือกับเชนอย่างเต็มที่ เพราะครูประสิทธิ์ก็เหมือนญาติผู้ใหญ่ที่เพลิงให้ความเคารพ เชนกับเพลิงชวนพรรคพวกไปถล่มไร่ฝิ่นแหล่งทำเงินของพวกมันจนราบเป็นหน้ากลอง วีรกรรมเผาไร่ฝิ่นของพวกไอ้โม่งขจรไปทั่วพร้อมกับการมาของผู้กองสมานที่ปรากฏตัว ขึ้นที่หมู่บ้านผาปืนแตก เพราะผู้กองสมานคือพี่ชายแท้ๆของหมอเอื้อมดาวที่มาเยี่ยมน้องสาว ซึ่งได้ข่าวว่ากำลังมีความรักกับไอ้หนุ่มบ้านนอก ยิ่งพอรู้ว่าไอ้หนุ่มคนนั้นคือไอ้เพลิงที่ตัวเอง เกลียดขี้หน้าอยู่ ก็พร้อมที่จะจัดการกับเพลิงพยายามจะลากคอกลับไปที่กรุงเทพฯด้วยกัน แต่ความจริงก็ถูกเปิดเผยในเวลาต่อมาว่าผู้กองสมานไม่มีอำนาจในการจับกุมอีกแล้ว เพราะ ถูกปลดจากราชการด้วยข้อหาทำเกินกว่าเหตุซ้อมผู้ต้องหาจนถูกฟ้องร้องเป็นคดี เพลิงเลยรอด จากมือผู้กองสมานที่ยังไม่ลดละทิฐิที่มีต่อเพลิง จนเอื้อมเดือนต้องเล่าความจริงให้พี่ชายฟังว่า ตอนนี้ทั้งเพลิงและเชนคือวีรบุรุษที่กำลังช่วยกอบกู้ความสงบสุขให้กลับคืนมาสู่หมู่บ้านผาปืน แตก คนเลวตัวจริงที่ควรจะต้องถูกกฏหมายเล่นงานก็คือพวกกำนันปราบกับลายเสือ เมื่อผู้กอง สมานได้รู้ความจริงจากน้องสาวและได้เห็นกับตาถึงความเลวสุดๆของพวกมัน ผู้กองสมานเลย ยอมร่วมอุดมการณ์กับเชนและเพลิง พร้อมกวาดล้างพวกอิทธิเถื่อนให้หมดสิ้น เนื้อทองรับรู้วีรกรรมของเชนกับพรรคพวกในวงพราวฟ้าผ่านทางวัลภาที่ยังเข้านอกออก ในบ้านกำนันได้ในฐานะลูกเลี้ยง ฟ้าลั่นได้เจอวัลภาก็รู้สึกถูกอกถูกใจและพยายามหาทางฉุด วัลภาไปทำเมีย แต่เนื้อทองเอาตัวเข้าช่วยวัลภาไว้ และบอกความลับให้เธอรู้ว่าเร็วๆนี้ลำดวน จะพาเด็กสาวที่ไปตกเขียวมา มาขังไว้ที่กระท่อมกลางป่าก่อนจะส่งไปขายซ่อง เธออยากให้เชน บุกไปช่วยเหลือ วัลภารับปากเนื้อทองว่าจะช่วยหญิงสาวพวกนั้นให้ได้จึงรีบไปบอกเชน โดยหา รู้ไม่ว่านี่คือแผนการค้นหาความจริงของกำนันปราบ ที่สงสัยว่าเนื้อทองจะเป็นคนขายความลับ ในบ้านให้พวกไอ้โม่งรู้ เมื่อความแตกว่าเนื้อทองสมรู้ร่วมคิดกำนันปราบจึงจับตัวเนื้อทองไปขัง รวมกับพวกเด็กสาวในกระท่อม โดยชาติก็ไม่ได้สนใจใยดีแม้ว่าเนื้อทองจะเป็นเมีย เพราะแค้น ที่เนื้อทองยังมีใจให้เชนอยู่ตลอดเวลาที่อยู่กินด้วยกัน เชนกับเพลิงพาพวกบุกไปที่กระท่อมกลางป่าตามที่วัลภาบอก แต่เมื่อไปถึงกลับตกหลุม พรางพวกมัน เด็กสาวถูกพาตัวออกไปหมดแล้วเหลือแต่เนื้อทองที่ถูกยิงให้นอนหายใจรวยริน และร้องไห้ขอโทษเชนที่ทำให้เชนต้องเสียใจมาตลอด เนื้อทองขอให้เชนลืมเธอแล้วเปิดใจรัก วัลภา เพราะชีวิตวัลภานั้นน่าสงสารกว่าเธอและก็ยังเชื่อด้วยว่าวัลภาจะเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ ทำให้เชนมีความสุขได้ เชนกอดเนื้อทองร้องไห้เสียใจและรับปากว่าจะดูแลและรักวัลภาไม่ให้ น้อยไปกว่าเนื้อทองที่จากเขาไปอย่างตลอดกาลในอ้อมกอดของเขาเพลิงกับผู้กองสมานไล่ล่าตามแกะรอยพวกกำนันเพื่อช่วยเหลือเด็กสาวให้พ้นจากขุม นรก การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือด เชนตามมาเล่นงานพวกมันด้วยกันเป็นสามแรงสู้ ชาติถูก เชนยิงตายเป็นการแก้แค้นให้กับเนื้อทอง ส่วนกำนันปราบก็ถูกเพลิงเล่นงานจนบาดเจ็บสาหัส หนีไปกับพวกลายเสือและฟ้าลั่น และได้ถูกลายเสือฆ่าทิ้งระหว่างทางเพราะกลายเป็นตัวถ่วง ระหว่างหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ ที่ผู้กองสมานได้ติดต่อขอความช่วยเหลือจากทางราช การ ส่วนลำดวนถูกจับกุมตัวได้และได้สารภาพความผิดกับเพลิงว่าแท้ที่จริงแล้วเธอเองนี่แหละ ที่เป็นไอ้โม่งที่ฆ่าคนรักของเพลิงแล้วป้ายความผิดให้กับเพลิงจนต้องติดคุกแทน สาเหตุเพราะ ตอนนั้นเธอพยายามจะล่อลวงคนรักของเพลิงให้ไปหลับนอนกับเสี่ย แต่เกิดการต่อสู้ขัดขืน จนพลั้งมือฆ่าคนรักของเพลิงตาย แล้วจัดฉากป้ายความผิดให้เพลิงเป็นฆาตกร ผู้กองสมานได้ รู้ความจริงเรื่องนี้ก็มาขอโทษเพลิงที่ไม่เคยเชื่อเลยว่าเพลิงเป็นผู้บริสุทธิ์ กลับยัดเยียดให้เพลิง ต้องรับโทษที่ไม่ได้ก่ออยู่ในคุกนานถึง 10 ปี เพลิงไม่ถือโกรธผู้กองกลับมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือ ผู้กองตามไล่ล่าจับกุมพวกลายเสือที่ยังลอยนวลอยู่ เพื่อพิสูจน์อุดมการณ์ของผู้กองว่าโลกนี้จะ ต้องมีความยุติธรรม คนเลวต้องได้รับโทษไม่สมควรปล่อยให้มันลอยนวล ศึกครั้งสุดท้ายของเชน เพลิงและผู้กองสมานเดินหน้าเข้าประจัญบาญกับกองทัพของ ลายเสือที่พากันยกพลมาถล่มหมู่บ้านผาปืนแตก เลือด ชีวิตและจิตวิญญาณต่างพร้อมยอมพลี เพื่อเป้าประสงค์เดียวคือการปกป้องแผ่นดินของบ้านผาปืนแตกให้กลับมาสงบสุขอีกครั้ง ผู้กอง สมานต่อสู้จนตัวตายปกป้องชีวิตของเชนและเพลิงเอาไว้ เพื่อให้ทั้งคู่ได้สู้กับกำนันลายเสือและ ฟ้าลั่นจนพวกมันถูกกวาดล้างสิ้นซาก จบชีวิตอาชญากรผู้เหี้ยมโหดด้วยก้อนดินก้อนกรวดของ หมู่บ้านผาปืนแตกที่ฝังกลบให้จมธรณีไปชั่วกัลปาวสานและแล้วความสงบสุขก็กลับคืนมาสู่หมู่บ้านผาปืนแตกอีกครั้ง เชนสารภาพรักกับวัลภา และพร้อมทำหน้าที่สามี โดยสัญญาว่าจะดูแลวัลภาอย่างดีถ้าเธอเต็มใจยอมรับเขาเป็นสามี จริงๆ วัลภาเขินอายและกระซิบข้างหูเชนว่าถ้าเชนผิดคำสัญญาเธอจะยิงเชนทิ้ง ส่วนเพลิงหลัง จากที่ได้ลบแผลใจในอดีตออกไปจนหมดสิ้น เพลิงก็เปิดใจเข้าหาหมอเอื้อมเดือนเป็นฝ่ายคุก เข่าร้องเพลงขอความรักจากเธอเพื่อให้เธออยู่คู่กับเขาไปชั่วชีวิตนับแต่นี้ไปบ้านผาปืนแตกจะไม่มีเสียงปืน ที่แผดเสียงสร้างความหวาดกลัวให้ชาวบ้านอีก แต่จะเหลือเพียงเสียงเพลงแห่งความสุขที่คอยสร้างรอยยิ้มให้ทุกคนจากเชน เชิงพระกาฬ และเพลิงพญาไฟ พร้อมคณะชาววงพราวฟ้าตลอดไป ติดตามชมความสนุกสนานของ ละครเพลงรักผาปืนแตก ได้ทางช่อง 7 สี เร็ว ๆ นี้ รายชื่อนักแสดงนำ ศรัณย์ ศิริลักษณ์ รับบท เชน แซมมี่ เคาวเวลล์ รับบท วัลภา รังสิโรจน์ พันธุ์เพ็ง รับบท เพลิง พญาไฟ กวินตรา โพธิจักร รับบท เอื้อมเดือน ณัฐวัฒน์ เปล่งศิริวัธน์ รับบท ชาติ อธิชนัน ศรีเสวก รับบท เนื้อทอง สุรวุฑ ไหมกัน รับบท กำนันปราบ พาเมล่า เบาว์เด้น รับบท ลำดวน เฉลิมพร พุ่มพันธ์วงศ์ รับบท ครูประสิทธิ์ พิพัฒน์พล โกมารทัต รับบท ลายเสือ คำลือ พูลภัทร อัตถปัญญาพล รับบท ฟ้าลั่น คำรามศึก

ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เรื่องราวที่คนไทยไม่ค่อยรู้
จิตรลดา /  จิตรลดารโหฐาน / 

นี่คงเป็นอีกหนึ่งเนื้อหาที่พูดถึง สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งพูดกันตามตรง เราไม่เคยได้รู้เรื่องราวคุณความดีอะไรกันนักหรอก เราได้ยินแต่เรื่องของ "มูลค่าทรัพย์สินที่ในหลวงถือครอง" ติดอันดับ พระมหากษัตริย์ที่รวยที่สุดในโลก เรื่องราวการทวงคืนที่ดินในทรัพย์สินดังกล่าว หรือแม้กระทั่งการก้าวล่วงทวงถามถึงภาษีที่เกิดจากรายได้ของพระองค์ท่าน ผมได้ยินมานานจริงๆ และไม่ได้รับทราบข้อเท็จจริงมากนัก รู้อย่างเดียวคือ ในหลวงท่านทรงลำบากตรากตรำเพื่อประชาชนมามากนัก ดังนั้น ผมจึงลืมข้อสงสัยนั้น (แต่ก็มีคนนำเสนอข้อมูลเชิงลบ ซึ่งก็เริ่มต้นด้วยข้อสงสัยแบบเดียวกันผม) (ตราสำนักงาน [1]) วันนี้ เรามาค้นข้อเท็จจริงกันเถอะ เป็นข้อมูลที่ได้จากสำนักงานโดยตรงเลยครับ (ซึ่งจะขอตัดตอนบางคำให้กระชับ อ่านง่าย) 1. ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ vs ทรัพย์สินส่วนพระองค์ ไม่เหมือนกัน ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ คือ ทรัพย์สิน (เงิน ของมีค่า ที่ดิน การลงทุน ฯ) ประจำผู้ดำรงตำแหน่งพระมหากษัตริย์ (ไม่ใช่การตกทอดในครอบครัว) โดยตกทอดมาจาก "ราชวงศ์จักรี"  ตั้งแต่รัชกาลที่ 1 ต่อมา เมื่อเปลี่ยนแปลงการปกครอง (สมัยรัชกาลที่ 7) จึงยึดมาเป็นของกลางของแผ่นดิน แต่ให้เกียรติ พระเจ้าอยู่หัว แต่งตั้ง เจ้าหน้าที่ มาบริหารทรัพย์สิน เพื่อประโยชน์โดยรวม (มิใช่นำมาใช้ตามพระราชอัธยาศัย) โดยมี รมต.กระทรวงการคลังเป็นประธาน ทรัพย์สินส่วนพระองค์ คือ ทรัพย์ในบัญชีพระองค์เอง ซึ่งพระองค์นำไปใช้จ่ายส่วนพระองค์ ดังนั้น สื่อต่างประเทศที่นับทรัพย์สินของพระองค์จนติดอันดับโลก คงจะบิดเบือนตรงที่นับรวมเอาทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เข้าไปด้วย [3] ส่วนที่เกี่ยวข้องกันสองส่วนนี้คือ เงินบางส่วนจากทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ จะนำถวายเป็นทรัพย์สินส่วนพระองค์ [2] (อ่านเพิ่มเติม ที่ลิงก์ของ อ้างอิง [2] นะครับ) (ภาพ วังลดาวัลย์ ที่ตั้งของ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ [1]) 2. ในหลวงทรงเสียภาษีเช่นกัน พระองค์ทรงเสียภาษีในส่วนของ ทรัพย์สินส่วนพระองค์ตามปกติ ส่วนสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ได้รับการยกเว้นภาษี (เช่นเดียวกับการบริหารทรัพย์สินของแผ่นดิน) แต่เสียภาษีจากรายได้การลงทุนอื่นๆ ได้เคยมีการส่งรูป หน้าซอง ภงด.94 ระบุพระนามของในหลวง แต่ต่อมามีผู้โต้แย้งว่า น่าจะเป็นของปลอม เพราะรหัสไปรษณีย์ผิด 3. สำนักงานมีเรื่องปิดบังซ่อนเร้นหรือไม่ มักจะมีการกล่าวถึงบ่อยๆว่า สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ จะสามารถเปิดเผย งบและข้อมูลการเงิน ให้เหมือนกับ สำนักงานที่คล้ายกันของราชวงศ์อังกฤษ ที่ชื่อว่า Crown Estate ได้มั้ย? (โดยที่ Crown Estate มีรายงานเปิดเผยต่อสาธารณชน และบ่งบอกวัตถุประสงค์ชัดเจนว่า ใช้กองทุนในการบูรณะสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ และลงทุนในบริษัทพลังงาน) (ภาพจาก http://www.crownestate.co.uk บันทึกภาพจากเว็บไซท์ เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 2557) สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ของไทย ก็มีการเปิดเผยข้อมูลมากขึ้นเช่นกัน ด้วยระบุวัตถุประสงค์ที่กว้างกว่า เป็นการบำรุงสาธารณสมบัติ และจัดทำรายงาน ที่สื่อต่างๆสามารถเปิดอ่านได้ (ดาวน์โหลดจากเว็บไซท์ http://www.crownproperty.or.th ได้เลย) 4. ทรงใช้วิถีชีวิตอย่างคนรวยหรือไม่ ได้มีผู้รู้ นักวิชาการหลายท่าน ยืนยันว่า รถพระที่นั่งราคาแพงนั้น (ที่หลายคนยกขึ้นมาโจมตี) ทรงได้มา เพราะมีคนนำมาถวาย ส่วนวิถีชีวิตในรั้วพระราชวังจิตรลดารโหฐาน เป็นอย่างไร ก็ให้นึกว่า หากพระองค์เป็นเศรษฐีที่ฟุ้งเฟ้อคิดจะมีที่นาปลูกข้าว เลี้ยงวัว โรงทำปุ๋ย โดยหวังว่าจะสร้างผลลัพธ์ให้เกษตรกร ในบ้าน (วัง) ของตนเองทำไม ถามแค่นี้ คุณน่าจะได้คำตอบเองนะ (ภาพบ่อปลานิล โดย สายหมอกและก้อนเมฆ ชื่อเรื่อง " กิจกรรมเดินย้อนรอยพิพิธศิลปวัฒนธรรม อภิเนาว์สถานวังเจ้า พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา", http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=morkmek&month=05-04-2013&group=14&gblog=13) 5. บูรณะวัด ไม่ใช่งานของ กรมศาสนา หรือ กรมศิลปากร หรือ? โครงการของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ หลายส่วน เกี่ยวข้องกับการบูรณะวัดวาอาราม ที่สำคัญหลายแห่งในประเทศไทย (ในรูปด้านล่างคือ ส่วนหนึ่งของ 35 โครงการปฏิสังขรณ์) ทีมงานสงสัยจึงถามว่า งานที่ว่า ไม่ใช่งานของกรมศาสนา หรือกรมศิลปากรหรือ? ก็ได้คำตอบว่า เป็นความร่วมมือกันกับสองหน่วยดังกล่าว แต่ที่สำคัญมากๆ คือ ทุนทรัพย์ในการบูรณะซ่อมแซม ซึ่ง สนง. ได้รับผลดอกจากการลงทุน ก็นำมาใช้เพื่อประโยชน์ตามที่ระบุไว้ตั้งแต่แรก การบำรุงศาสนา และสถานที่สำคัญ ก็รวมอยู่แล้ว [2] แต่การปฏิสังขรณ์อาจจะไม่ใช่ทางออกสุดท้าย เพราะคนเข้าวัดน้อยลง ทาง สนง. จึงคิดแบบคนรุ่นใหม่ ที่จะแฝงเทคโนโลยีที่น่าสนใจเข้าไปในบางวัด (เท่าที่จะทำได้ แต่เหมาะสม) เพื่ออำนวยการเรียนรู้ของคนยุคอินเตอร์เน็ทด้วย ที่เราได้มาเยี่ยมชมล่าสุด คือ การซ่อมแซมภายใน โลหะปราสาท (วัดราชนัดดา) ซึ่งภายในทำเป็นพิพิธภัณฑ์ ที่มีเทคโนโลยีผสมผสาน (ทั้งเรื่องของ display, AR, และการใช้ meditation music) การนำเสนอเกี่ยวกับ ศาสนาและประวัติการก่อสร้าง รวมทั้งกำลังหุ้มทองคำแท้ที่ยอดโลหะปราสาททั้ง 37 ยอด 6. สวนสาธารณะ ไม่ใช่งานของ กทม. หรือ? นี่ก็เป็นความเกี่ยวเนื่องกัน เมื่อ สนง.ในการมีการปรับปรุงพื้นที่บางจุดให้เป็นสวนสาธารณะสวยงามเป็นปอดของคนกรุงเทพฯ ด้วย แต่ที่จัดการได้เลย ก็เพราะใช้พื้นที่ที่อยู่ในความครอบครองของ สนง. อยู่แล้วมาปรับปรุง (ดังนั้น จะเห็นได้ว่า หาก สนง. เล็งเห็นแต่ผลกำไรเสียทั้งหมด คงไม่นำพื้นที่ ที่เดิมให้เช่าอยู่อาศัย มาทำเป็นสวนสาธารณะหรอก) (สวนนาคราภิรมย์ ใกล้กับวัดพระเชตุพนฯ และวัดพระแก้ว ที่สร้างขึ้นใหม่) อีกหนึ่งความภูมิใจคือ นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ พิพิธภัณฑ์ (กึ่งนิทรรศการ) รูปแบบใหม่ผสมผสานแสงเสียง เทคโนโลยี ที่ทำให้คุณรักรัตนโกสินทร์ และรักสถาบันพระมหากษัตริย์เพิ่มขึ้น เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์นี้แบกรับภาระความรับผิดชอบ ความอยู่รอด เอกราช และการพัฒนาความเจริญของประเทศไทยและคนไทยทั้งชาติมาตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมา ไม่แปลกที่ทุกพระองค์ถูกเปรียบเทียบว่าเป็น "พ่อของแผ่นดิน" แนะนำให้ ไปชมกันครับ ท่านละ 100 บาท (ผมชอบ การใช้เทคโนโลยี ที่ทำได้ดีไม่แพ้ ฮอลลีวู้ด หรือ พิพิธภัณฑ์ของสิงคโปร์เลยล่ะ) 7. อ้าว แล้ว พื้นที่ และทีดิน ที่ปล่อยให้เช่า คิดราคาเท่าไหร่? ถามไป เจ้าหน้าที่สำนักงานก็ ขำ และบอกว่า หลายพื้นที่ให้เช่าบ้านเราเก็บค่าเช่ากัน หลักร้อย ต่อ (เว้นวรรค) ปี นะครับ เพราะว่าไม่แสวงกำไรกับประชาชนไงล่ะ ส่วนที่ให้เช่าสำนักงาน เช่น สำนักงานสหประชาชาติ (ราชดำเนิน) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ราชดำริ) ก็เก็บค่าเช่าถูกมากๆ เช่นกัน (สำนักงาน สหประชาชาติ ประจำประเทศไทย ภาพจาก http://www.un.or.th) ค่าเช่าไปไหน? ก็นำมาปรับปรุงชุมชน หรือ สาธารณสมบัติอื่นๆต่อไป ซึ่งชุมชนในการดูแลบางแห่ง ได้รับการฟื้นฟูสร้างใหม่ หรือจัดระบบใหม่ให้สอาดสะอ้าน ซึ่งผู้เช่ารายย่อยมากมายนั้น เป็นทั้งที่อยู่อาศัยและตลาด น่าแปลกใจ ตรงที่ มีผู้เช่าอยู่อาศัยหลายคน ติดค้างชำระค่าเช่าหลายงวด โดยคิดว่า ในหลวงใจดี ยอมให้เบี้ยวค่าเช่าได้ (เพราะเขาก็ไม่รู้จริงๆว่า สนง. กับทรัพย์สินส่วนพระองค์คนละเรื่องกัน ในหลวงท่านไม่ได้เกี่ยวด้วยเล้ย) และบางคนก็คิดว่า ที่ดินที่อยู่อาศัยมาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย เขาควรมีสิทธิ์ (อ้าว เข้าใจคำว่า "เช่า" หรือเปล่าเนี่ย) 8. สนง. เอาเงินมาจากไหน? สนง.ได้เปิดบริษัทเพื่อบริหารจัดการ (โดยเสียภาษีนิติบุคคลทั่วไป) และมีการลงทุนหุ้นในตลาดหลักทรัพย์หรือถือหุ้นบริษัทใหญ่ที่น่าเชื่อถือ ซึ่งมีรายได้ร้อยละ 90% จากส่วนนี้ และอีก 8% จากการเก็บค่าเช่าในทรัพย์สินที่ดิน [2] ทั้งนี้ ก็จะเห็นว่า สนง. มีการดำเนินงานด้านรายได้ส่วนหนึ่งเป็น "เอกชน" แต่มีวัตถุประสงค์การทำงานแบบ "รัฐ" จึงเป็นการดำเนินที่คล่องตัวกว่า ส่วนคุณความดีที่ได้ทำนั้น มักจะถูกมองข้าม เพราะคนสับสนว่าเป็นงานของรัฐบาลหรือของจังหวัด หรือเทศบาล ไปซะอย่างงั้น เพราะผลลัพธ์มีความคาบเกี่ยวกันอยู่ อย่างน้อย คนไทยก็จะได้ภูมิใจและสบายใจ ที่ทรัพย์สินฯที่หลายคนพูดถึง คือ กองทุนที่นำไปใช้ประโยชน์เพื่อส่วนรวม และยังมีอีกมากที่ไม่ได้กล่าวถึง เช่น วัฒนธรรม การศึกษา การส่งเสริมศาสนา รวมถึงโครงการในพระราชดำริ ผู้ติดตามเสด็จท่านหนึ่งเล่าว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงให้รับซื้อสินค้าหัตถกรรมจากชาวเขาในราคาสูงกว่าปกติ โดยทรงรับสั่งว่า หากไม่ซื้อที่ราคาสูง พวกเขาจะเลือกกลับไปปลูกฝิ่น ดังนั้นจึงต้องสร้างรายได้ให้เขาในมูลค่าที่เขาจะไม่กลับไปปลูกฝิ่นอีก และพระองค์จะทรงเสื้อที่ทำจากผ้าของโครงการ และทรงถือกระเป๋าจากโครงการในพระบรมราชินูปถัมภ์เองออกงานต่างๆ เพื่อให้ชาวโลกได้ชื่นชมสินค้าฝีมือคนไทย ไม่มีอะไรที่จะสรุปได้ดีกว่าคำสั้นๆ ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน * ทั้งนี้ ขอขอบคุณ ทีมงานเจ้าหน้าที่ ประจำ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ที่ให้ความรู้ และให้ความกระจ่างกับการถามตอบกับทีมงาน MThai News อ้างอิง [1] เว็บไซท์สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์, http://www.crownproperty.or.th [2] https://th.wikipedia.org/wiki/สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ [3] ดร.สุเมธถามสื่อนอกตีข่าว"กษัตริย์ไทย"รวยสุดในโลกเจตนาอะไร ยันทรัพย์สินไม่ใช่ของพระองค์ ตอกฝรั่งก็โง่, http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1298463206&grpid=01&catid=02 รูปจาก https://www.facebook.com/pagecpb (fanpage ของ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์)

แล้วจะหลงรัก... ปางมะผ้า
ถ้ำปลา /  ถ้ำลอด / 

ปางมะผ้า อำเภอเล็กๆ ที่แฝงตัวอยู่ในขุนเขาสีเขียวชอุ่ม อำเภอหนึ่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอน อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 77 กิโลเมตร ที่นี่มีทีเด็ดที่นักเดินทางที่ชอบผจญภัยไม่อาจพลาดได้ แล้วจะหลงรัก... ปางมะผ้า ปางมะผ้า อยู่ระหว่างการเดินทางจากปาย ไปแม่ฮ่องสอน หลายคนรู้จักปางมะผ้าจากหนังเรื่อง "รักจัง" ในฉากหมู่บ้านชาวเขาเล็กๆ เรียบง่าย ใสซื่อ ของวิถีชีวิตที่ห้อมล้อมด้วยธรรมชาติที่ยังบริสุทธิ์ อากาศหนาวๆ มีหมอกขาวๆ โรแมนติกสุดๆ ด้วยกลิ่นอายแห่งธรรมชาติ ที่แสนบริสุทธิ์ของเมืองเล็กๆ ในแดนสามหมอกเมืองนี้ ทำให้เราตัดสินใจเดินทางไปทันทีได้ไม่ยาก อยากจะสูดอากาศให้เต็มปอด เติมพลังก่อนกลับสู่โลกการทำงานในเมืองกรุง ปางมะผ้า ไม่ได้มีจุดเด่นอยู่เพียงแค่ธรรมชาติและทิวเขา อันบริสุทธิ์ เท่านั้นนะคะ ทุกวันนี้ปางมะผ้า เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวแนวแอดเวนเจอร์พลาดไม่ได้แห่งหนึ่งทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรม ล่องแพ พายเรือคายัค เที่ยวหมู่บ้านกะเหรี่ยง ชมวิวที่ดอยกิ่วลม ในความบุกบั่นลัดเลาะขุนเขามาตามเส้นทางสู่แม่ฮ่องสอน นำพาให้เรามาพบธรรมชาติอันงดงามที่ซุกซ่อนอยู่เบื้องหลังขุนเขาหลายสิบลูก ที่ลัดเลาะผ่านมา ชมวิวดอยกิ่วลม จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น และทะเลหมอก เป็นทางผ่านที่ต้องจอดแวะถ่ายภาพ สูดบรรยากาศก่อนเดินทางต่อ ไม่ว่าจะทั้งขาไปและขากลับ ในช่วงหน้าหนาวนี้ที่สวยงามมีชื่อเสียงมาก เป็นลานกว้างบนสันเขา นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นวิวได้แบบ 360 องศา ณ จุดชมวิวดอยกิ่วลม มีความสูงประมาณ 2,175 เมตรจากระดับน้ำทะเล จุดชมวิวนี้สามารถชมได้ทั้งสองฟากถนน มีทัศนียภาพที่สวยงามและหลากจินตนาการของทิวเขาที่สลับซับซ้อนของยอดดอย เชียงดาว มีเมฆขาวสลับกันสวยงาม มีร้านขายของอาคารขายสินค้าของพี่น้องชาวเขาเผ่าลีซอ มีสินค้าหัตถกรรม และสินค้าอื่นๆ วางขายบริการแก่นักท่องเที่ยว ปัจจุบัน จุดชมวิวดอยกิ่วลม ได้มีการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว และมีจุดบริการนักท่องเที่ยวซึ่งสร้างอาคารที่เป็นสถาปัตยกรรมแบบไทใหญ่ และมีร้านกาแฟชื่อเท่ “กาแฟปลายฟ้า” ร้านกาแฟชาวไทยภูเขาจุดเริ่มต้นเล็กๆจากการส่งเสริมชาวเขาทดแทนการปลูกฝิ่น โดยการปลูกกาแฟ ซึ่งใครที่ชอบ จิบ ชา กาแฟ ก็ต้อง มาแวะกัน อุทยานแห่งชาติถ้ำปลา – ผาเสื่อ ดินแดนอุทยานแห่งเทือกเขาสลับซับซ้อน ประกอบด้วยป่าดิบเขา ป่าสนเขา ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง ภายในอุทยานมี ถ้ำปลาหรือวนอุทยานถ้ำปลา ให้เราได้แวะไปชม และพักผ่อนหย่อนใจ ในบรรยากาศลำธาร กลางป่าเขา ถ้ำปลา มีลักษณะเป็นโพรงปากถ้ำ และมีแอ่งน้ำขนาดใหญ่กว้างประมาณ 2 เมตร ลึก 1.50 เมตร ภายในแอ่งน้ำมีน้ำไหลออกจากถ้ำใต้ภูเขาอยู่ตลอดเวลา และมีปลาตัวโตๆ อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก เรียกว่าปลามุง หรือปลาคัง เป็นปลามีเกล็ดขนาดใหญ่ ในวงศ์เดียวกับปลาคาร์พ และถึงแม้จะมีอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ก็ไม่มีใครกล้าทำอันตราย เนื่องจากมีความเชื่อว่าเป็นปลาเจ้า หากใครนำไปรับประทานแล้วจะต้องมีอันเป็นไป นอกจากนี้่ ยังมี น้ำตกผาเสื่อ น้ำตกแห่งนี้ไหลลงมาจากน้ำตกแม่สะงาในพม่า เป็นน้ำตกขนาดกลางสูงประมาณ 10 เมตร กว้าง 15 เมตร ช่วงฤดูฝนสายน้ำจะตกลงมาเต็มหน้าผาหินกว้างลักษณะคล้ายเสื่อปูลาด มีน้ำตลอดปีช่วงที่เหมาะสมจะไปท่องเที่ยวคือ เดือนกรกฎาคม-กันยายน หมู่บ้านกะเหรี่ยงบ้านในสอย มาสัมผัสความสุขในหมู่บ้านชาวกะเหรี่ยงกันหน่อยเป็นไร ที่ หมู่บ้านกะเหรี่ยงบ้านในสอย เป็นหมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว ที่อพยพมาจากบ้านน้ำเพียงดิน บ้านในสอยเป็นชุมชนกะเหรี่ยงขนาดใหญ่ มีวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่สร้างความสุขให้แก่ผู้มาเยือน ชาวกะเหรี่ยงบ้านในสอยจะตั้งบ้านเรือนอยู่ในหุบเขา มีลำห้วยไหลผ่าน บ้านจะมีหลังคามุงจากบ้าง สังกะสีบ้าง ผู้คนที่นี่น่ารัก เด็กกะเหรี่ยงตัวน้อยๆ วิ่งเล่นเต็มไปหมด แต่ละครอบครัวจะมีการนำของเก่า ของที่ระลึกมาวางขาย บ้างก็นั้นดีดกีต้าร์ขับกล่อมให้ฟัง บ้างก็นั่งทอผ้าผืนสวยเพื่อไว้ขาย หรือถ้าใครอยากลองยิงปืนหน้าไม้ ที่นี่ก็มีให้ประลองฝีมือกันสักตั้ง ที่บ้านในสอยแห่งนี้ ยังมีกะเหรี่ยงคอยาวที่ใส่ห่วงเหลือไว้ให้เราดูอยู่ พร้อมกับบอกเล่าเรื่องราวการใส่ห่วงที่พวกเขายังคงอนุรักษ์ไว้ ซึ่งถ้าใครอยากถ่ายรูปแบบใส่ห่วงคอสีทองอร่าม ที่นี่ก็มีให้เราใส่ถ่ายรูปเก๋ๆ กันด้วย แวะผจญภัย ที่ถ้ำน้ำลอด “ถ้ำน้ำลอด” เป็นถ้ำหินธรรมชาติ ถือเป็นสถานที่แอดเวนเจอร์ทีเด็ด แห่งอำเภอปางมะผ้า โถงถ้ำกว้างที่มีลำน้ำลางไหลลอดผ่านเป็นสายทะลุออกจากภูเขา ซึ่งภายใน จะมีถ้ำที่จะให้ผู้มาเยือนได้ล่องแพเข้าไปชมความงามภายในถึง 3 ถ้ำ เริ่มตั้งแต่ถ้ำเสาหินหลวง ถ้ำตุ๊กตา ไปจนสิ้นสุดที่ถ้ำผีแมน แต่ก่อนที่จะพบความตื่นตาที่แตกต่างกันไปภายในแต่ละโถงถ้ำ นักเดินทางทุกคนจะได้สนุกไปกับการล่องแพธรรมชาติไปตามธารน้ำ เพื่อไปขึ้นชมโถงถ้ำแต่ละโถง ภายใต้ความมืดมิด มีเพียงแสงตะเกียงจากชาวบ้านผู้นำทางพาเราชมถ้ำ ทันทีที่แสงจากตะเกียงสาดส่อง ทัศนียภาพภายในปรากฏขึ้นมาทันตา เพดานหินย้อยไล่ระดับลดหลั่นกันไป อีกทั้งหินที่ตั้งสูงเสมือนเสา บ้างก็เป็นหินทรายขาว ประกายระยิบแวววับคล้ายเพชร บ้างก็ย้อยเป็นรูปหุ่น รูปหัวโขน งอกเป็นรูปตุ๊กตาหลากหลายรูปลักษณ์ ตามธรรมชาติสรรสร้างให้เป็น และยิ่งเดินเข้าไปลึกๆ ก็ยิ่งตื่นตาตื่นใจ ถือเป็นเมืองเล็กๆ แต่บรรยากาศของที่ ปางมะผ้า แห่งนี้ นั้นล้นเหลือ ทั้งสวย ทั้งบริสุทธิ์ และมีอะไรสนุกๆ ให้เราได้โลดโผนผจญภัย ถ้าได้มาเที่ยวที่นี่แล้ว จะไม่หลงรัก ปางมะผ้า ได้ยังไง…. บทความน่าอ่านจาก http://www.emaginfo.com ร่วมกับ travel.mthai.com View Larger Map แล้วจะหลงรัก... ปางมะผ้า

ระวัง! ยาเสพติด ในคราบยาแก้ปวด เด็กกินผสมน้ำอัดลม วูบคาห้องเรียน
ดื่มน้ำอัดลม /  ฝิ่น / 

รายงานข่าวแจ้งว่า น.ส.กุ้ง (นามสมมุติ) ผู้ปกครองของ ด.ช.เอ (นามสมมุติ) นักเรียนชั้นม. 2  ของโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ ได้เข้าร้องเรียนกับสื่อ หลังลูกชายกินยาแก้ปวดผสมกับน้ำอัดลมแล้วหมดสติคาห้องเรียน เมื่อวันที่ 24 ส.ค. ที่ผ่านมา ทั้งนี้ แพทย์ได้ลงความเห็นว่าด.ช.เอ กินยาแก้ปวดเกินขนาด เมื่อกลับบ้านน.ส.กุ้งจึงได้คาดคั้นหาความจริงกับด.ช.เอ ก่อนทราบว่าได้ถูกชักชวนจากพี่ม.4 ให้กินยาแก้ปวดดังกล่าวผสมกับน้ำอัดลม ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในหมู่นักเรียนในโรงเรียน โดยบอกว่ากินแล้วจะตัวลอย มีความสุข หากอยากให้ยาออกฤทธิ์ได้เร็ว ต้องผสมเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ โดยหาซื้อยาดังกล่าวมาจากร้านตลาดปากน้ำ และย่านแพรกษา ซึ่งจะจำหน่ายให้เฉพาะกลุ่มนักเรียนที่ซื้อประจำ เคยซื้อได้มากสุดถึง 90 เม็ด ในราคาเม็ดละ 2-4 บาท น.ส.กุ้งกล่าวว่าช่วงหลังมานี้ ลูกชายมีพฤติกรรมติดน้ำอัดลม มีอาการคล้ายกับคนเมาเหล้า ทานอาหารไม่ค่อยได้ ถามตอบไม่ค่อยรู้เรื่อง จะทำอะไรต้องคิดนานกว่าปกติ เข้านอนเร็วขึ้น จนมาเกิดเหตุหมดสติคาห้องเรียน ต่อมาเมื่อนำยาดังกล่าวไปให้เพื่อนบ้านที่เป็นเภสัชกรตรวจสอบก็พบว่าเป็นยาแก้ปวดชนิดเฉียบพลัน ทั้งยังเป็นยาเสพติดรูปแบบใหม่  ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ประกาศเฝ้าระวัง ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในสถานบันเทิง โดยมีจำหน่ายตามร้านขายยาทั่วไป หากกินพร้อมน้ำอัดลม, เครื่องดื่มชูกำลัง หรือน้ำร้อน ก็จะมีอาการคล้ายคนเมาฝิ่น ซึ่งยาดังกล่าวมีฤทธิ์คล้ายกับมอร์ฟีน หากใช้มากเกินความจำเป็น หรือผสมกับแอลกอฮอล์จะเป็นอันตรายต่อระบบประสาท ด้านพ.ต.อ. พัลลภ แอร่มล้า ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ กล่าวว่า ได้รับรายงานเรื่องนี้แล้ว หลังจากประสานเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดเพื่อตรวจสอบยาดังกล่าวพบว่าเป็นยาต้องห้าม ต้องมีใบสั่งจากแพทย์เท่านั้น พร้อมจัดส่งตำรวจไปร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเข้าดูแลเด็กชาย รวมทั้งหารือผู้ปกครองเด็กถึงรายละเอียดที่เกิดขึ้นเพื่อดำเนินการต่อไป MThai News

เหวี่ยงใหญ่...ให้ติดดิน 2/2 จบ
หนังจีน

หยวนเปียว - เจิ้นจื้อตัน : นําแสดง เนื้อเรื่องโดยย่อ : คณะกายกรรมชางฟางโดนระเบิดจากญี่ปุ่น ทำให้ต้องอพยพจากเซี่ยงไฮ้มาที่เมืองหนาน เเละหาที่ตั้งกายกรรมใหม่ เเต่กลับต้องเข้าไปพัวพันกับการค้าฝิ่น ของญี่ปุ่น เเละต้องร่วม มือกันทั้งคณะกายกรรมทลายการค้าผิ่นนี้ให้­ได้ โดยมี อาตง (รับบทโดย หยวนเปียว ) เเละ ความช่วยเหลือจาก ตงฟา ตำรวจหนุ่ม (รับบทโดย ดอนนี่ เยน) ร่วมมือกันต่อสู้เเละจะทลาย การค้าฝิ่นได้หรือไม่ต้องติดตาม แหล่งที่มา : http://www.youtube.com/watch?v=7uDdRWs8GcI

ไอซ์ อภิษฎา ขึ้นดอย! พบคำตอบว่าทำไมคนไทยถึงรักในหลวง ร.9
ไอซ์ อภิษฎา /  ในหลวงรัชกาลที่ 9

    สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ดาราสาว ไอซ์ อภิษฎา เดินทางไปถ่ายละครบนดอย ได้ร่วมพูดคุยกับชาวดอยถึงความยากลำบากในการเดินทางในสมัยก่อน เปรยนี่แหล่ะทำไมคนไทยถึงรักในหลวงรัชกาลที่ 9    “วันนี้มาถ่ายละครเป็นชาวไร่กาแฟดอยช้าง ที่นี่ธรรมชาติมาก ชาวดอยที่นี่บอกว่าตอนเค้าเด็กเคยรับเสด็จด้วย ขนาดปัจจุบันยังเดินทางค่อนข้างไกล เมื่อก่อนคงเดินทางลำบากมาก นี่แหละเหตุผลที่ทำไมคนไทยถึงรักพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่๙ ถ้าไม่มีท่านแถวนี้คงยังปลูกฝิ่น ชาวบ้านคงไม่มีชีวิตที่เป็นอยู่ที่ดีอย่างทุกวันนี้” ขอขอบคุณ ภาพและข้อมูลจากอินสตาแกรม @apitsada ไอซ์ อภิษฎา   ไอซ์ อภิษฎา   ไอซ์ อภิษฎา   ไอซ์ อภิษฎา   ไอซ์ อภิษฎา  

ทวารบาลวัดบวรฯ เลือดไหลออกปาก ลือกันใหญ่
ทวารบาล /  ทวารบาลติดฝิ่น / 

ทวารบาลวัดบวรฯ เลือดไหลออกปาก จนเกิดกระแสวิพากษ์ว่าอาจเป็นลางบอกเหตุ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 14 ก.ย.   คนจำนวนมากแห่ไปชมรูปตัวแกะสลักที่บานประตูทางเข้าพระอุโบสถ วัดบวรนิเวศวิหาร ถ.พระสุเมรุ มีคราบคล้ายเลือดออกมาจากปาก จนเกิดกระแสวิพากษ์ว่าอาจเป็นลางบอกเหตุอะไรบางอย่าง โดยเป็นรูปทวารบาลบานประตูไม้แกะสลักบริเวณซุ้มประตูทางเข้าพระอุโบสถ และรูปแกะสลักลอยองค์เทพเจ้าจีน มีรอยคราบสีน้ำตาลเข้มไหลเป็นทางยาวออกจากปากจนมองคล้ายเป็นคราบเลือด แต่บ้างก็ว่าเป็น ทวารบาลติดฝิ่น เรื่องดังกล่าวทาง แม่ค้าขายพวงมาลัยหน้าวัดบวรนิเวศวิหาร นางปะจิน วงศ์ศรีรา  เผยที่มาของคราบดังกล่าวว่าเป็นคราบกาแฟ ไม่ใช่คราบเลือด พร้อมระบุว่าเทพเจ้าจีนองค์ดังกล่าวมีชื่อว่าเซี่ยวกาง มีชื่อเสียงเกี่ยวกับเรื่องโชคลาภและเรื่องทำมาค้าขาย เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวจีนมาเป็นเวลาช้านาน สมัยก่อนเมื่อผู้มาบนบานศาลกล่าวแล้วประสบผลดังหวังจะนำฝิ่นมาปั้นเป็นก้อนป้ายไว้ที่ปากองค์เซี่ยวกางเป็นการแก้บน สมัยก่อนที่ฝิ่นยังไม่เป็นสิ่งผิดกฎหมายจะมีผู้นำชุดฝิ่นจัดเป็นชุดเซ่นไหว้สำหรับแก้บน กระทั่งฝิ่นกลายเป็นสิ่งผิดกฎหมายจึงมีผู้คิดทำฝิ่นเทียมสำหรับแก้บนโดยใช้ผงกาแฟมาปั้นเป็นก้อนแทน เมื่อผงกาแฟถูกความชื้นและความร้อนจึงละลายไหลเยิ้มลงมาจนคล้ายคราบเลือดดังกล่าว ทวารบาลติดฝิ่น ตำนานทวารบาลของประตูเซี่ยวกางว่า ในยุคก่อนยังดูดฝิ่นได้ มีชาวจีนคนหนึ่งติดฝิ่นงอมแงม แต่เมื่อทางการได้ปราบ ทำให้เขาหาฝิ่นดูดไม่ได้ จนกระทั่งมาลงแดงเสียชีวิตอยู่ที่ประตูดังกล่าว จากนั้นเมื่อทางวัดมาพบก็ได้ทำพิธีกงเต๊กให้ ต่อมาดวงวิญญาณของชาวจีนรายนั้นก็ไปเข้าฝันสมเด็จท่านเจ้าอาวาสว่า ให้ทำที่ให้เขาอยู่ แล้วเขาจะช่วยเฝ้าวัดให้ ดังกล่าว // // // // ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ทวิตเตอร์ @mnakin

10 ที่เที่ยวเดือนกันยายน ไปลุยฝนกอดเมืองไทย
10 จุดหมายท่องเที่ยว /  เที่ยวหน้าฝน / 

เข้าสู่เดือน 9 เรียกได้ว่าเป็นช่วงพีคที่สุดของหน้าฝน หลายสถานที่ในเมืองไทยมีความงดงามเพียบพร้อมรอให้ทุกท่านไปสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นภูเขา น้ำตก ดูทะเลหมอก ทุ่งดอกไม้ หรือจะนั่งชิลริมทะเลอันเงียบสงบก็มีครบทั้งหมด travel.mthai.com จะพาทุกท่านออกไปกอดเมืองไทยให้ชื่นใจในเดือนกันยายนนี้ รับรองว่าฟินทุกที่แน่นอน แนะนำ 10 ที่เที่ยวเดือนกันยายน ลุยฝน กอดเมืองไทย 1. น้ำตกไทรโยคน้อย จ.กาญจนบุรี น้ำตกไทรโยคน้อย หรือชื่อเดิม น้ำตกเขาพัง ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี  ตั้งอยู่ติดริมทางหลวงหมายเลข 323 เส้นทางระหว่างไทรโยค – ทองผาภูมิ ตั้งอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 46 เป็นอีกหนึ่งน้ำตกที่สวยงามของจังหวัดกาญจนบุรี เหมาะแก่การแวะพักผ่อน พาลูก ๆ หลาน หรือ เพื่อน ๆ มานอนแช่น้ำตกเย็น ๆ ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติที่ร่มรืน ช่วงที่เหมาะสมที่สุดคือช่วงเดือนกรกฎาคม – ตุลาคม 2. อุทยานแห่งชาติออบหลวง จ.เชียงใหม่ ออบหลวง เป็นสถานที่น่าเที่ยวที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ความสวยงามและน่าเกรงขามไว้ในที่เดียวกัน เป็นเพราะว่าลักษณะทางภูมิศาสตร์ของออบหลวงที่เบื้องล่างเป็นแม่น้ำที่ไหลคดเคี้ยวผ่านช่องเขาขาด ซึ่งช่องเขานี้มีลักษณะเป็นผาสูงชัน และแคบมาก บีบทางน้ำไหลให้แคบเข้า ดังนั้นแม่น้ำตรงนี้จึงเชี่ยวจัด เกิดเสียงน้ำกระทบหน้าผาดังสนั่นโดยรอบ นอกจากนี้ยังมีสะพานเชื่อมช่องเขาขาดสำหรับนักท่องเที่ยวเพื่อชมทัศนียภาพอันงดงามของออบหลวง ภายในบริเวณอุทยานออบหลวง ยังมีการขุดค้นพบแหล่งโบราณคดียุคก่อนประวัติศาสตร์ด้วย เช่น หลุมฝังศพของมนุษย์โบราณ ภาพเขียนสีขาวที่บริเวณเพิงผาช้าง อีกด้วย 3. ภูสอยดาว จ.อุตรดิตถ์ ช่วงฤดูฝนอันสดชื่นประมาณเดือน ส.ค.- ก.ย. เป็นช่วงที่ “ดอกหงอนนาค” ในอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว เบ่งบานรอรับนักท่องเที่ยวที่ได้ปีนป่ายขึ้นมาเยือน ดอกไม้ชนิดนี้เป็นพืชล้มลุกที่มีหลายชื่อเรียก อาทิ หญ้าหงอนเงือก น้ำค้างกลางเที่ยง โดยดอกหงอนนาคจะมีทั้งสีม่วงอ่อนหรือม่วงน้ำเงิน สีขาว และสีชมพู ซึ่งค่อนข้างหายาก ยามเช้าดอกหงอนนาคจะหุบดอก และจะบานเมื่อมีแสงแดด ส่วนกลางของดอกมักมีหยดน้ำติดอยู่ เป็นที่มาของชื่อน้ำค้างกลางเที่ยง ดอกไม้ชนิดนี้จะเบ่งบานจนเป็นทุ่งดอกไม้ใหญ่ในช่วงฤดูฝน ซึ่งทุ่งดอกหงอนนาคที่ภูสอยดาวแห่งนี้ เป็นทุ่งดอกหงอนนาคที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สอบถามยามดอกไม้บาน ได้ที่ : ททท. สำนักงานแพร่ (เขตรับผิดชอบ อุตรดิตถ์, แพร่, น่าน) โทร. 0 5452 1127 4. จุมชมวิวเขามัทรี จ.ชุมพร จุดชมวิวเขามัทรี ตั้งอยู่บริเวณเส้นทางปากน้ำชุมพร ไปทางหาดทรายรี การขึ้นไปชมเขามัทรนั้นต้องขึ้นไปบนเขามัทรีซึ่งมีความชันในการเดินทาง แต่เป็นทางลาดยางตลอด มีความยาวประมาณ 1 กิโลเมตร ด้านบนมีพระมหาโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร (พระโพธิสัตว์กวนอิม) สำหรับให้นักท่องเที่ยวได้สักการะบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล ด้านบนสามารถมองเห็นเมืองปากน้ำชุมพร ทะเลฝั่งอ่าวไทย โดยแม่น้ำที่ทอดตัวผ่านหมู่บ้านชาวประมงลงสู่ทะเลฝั่งอ่าวไทย เห็นเรือประมงจอดเทียบท่าหน้าบ้านตนเอง และยังเห็นวิถีชีวิตของชาวประมงที่นี่ทำการออกเรือในช่วงเวลายามเย็นอีกด้วย 5. วัดท่าอิฐ จ.อ่างทอง วัดท่าอิฐ วัดที่สวยงามที่สุดวัดหนึ่งของภาคกลาง ชมความอลังการของพระธาตุเจดีย์ศรีโพธิ์ทอง ที่ตั้งตระหง่านทองอร่ามมาแต่ไกล พระเจดีย์มีความกว้าง 40 เมตร สูง 73 เมตร รูปแบบศิลปะลังกา-อยุธยา และรัตนโกสินทร์ ลักษณะเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม มีองค์ระฆังและปล้องไฉน 32 ปล้อง เพื่อทดแทนเจดีย์หลังเดิม ซึ่งตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าอุโบสถที่ผุพังไปตามกาลเวลาและเพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุส่วนพระศอของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระพุทธรูปปางต่าง ๆ ประดิษฐานในพระเจดีย์เป็นสมบัติของศาสนาและเพื่อระลึกถึงพระคุณของพระองค์ที่สั่งสอนสัตว์โลกจนเพียบพร้อมไปด้วยศีล สมาธิ ปัญญา 6. จุดชมวิวดอยกิ่วลม จ.แม่ฮ่องสอน จุดชมวิวดอยกิ่วลม มีความสูงประมาณ 2,175 เมตรจากระดับน้ำทะเล จุดชมวิวนี้สามารถชมได้ทั้งสองฟากถนน มีทัศนียภาพที่สวยงามและหลากจินตนาการของทิวเขาที่สลับซับซ้อนของยอดดอย เชียงดาว มีเมฆขาวสลับกันสวยงาม มีร้านขายของอาคารขายสินค้าของพี่น้องชาวเขาเผ่าลีซอ มีสินค้าหัตถกรรม และสินค้าอื่นๆ วางขายบริการแก่นักท่องเที่ยว ปัจจุบัน จุดชมวิวดอยกิ่วลม ได้มีการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว และมีจุดบริการนักท่องเที่ยวซึ่งสร้างอาคารที่เป็นสถาปัตยกรรมแบบไทใหญ่ และมีร้านกาแฟชาวไทยภูเขา จุดเริ่มต้นเล็ก ๆ จากการส่งเสริมชาวเขาทดแทนการปลูกฝิ่น โดยการปลูกกาแฟ ซึ่งใครที่ชอบ จิบ ชา กาแฟ ก็ต้อง มาแวะกัน 7. อ่างเก็บน้ำ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี ทางรถไฟกลางอ่างเก็บน้ำ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ในช่วงที่มีฝนตกน้อยแบบนี้ทำให้น้ำแห้งเหือดจนสามารถลงไปถ่ายรูปได้ เป็นมุมมองที่เราไม่ได้เห็นบ่อยนัก ยืนชมทิวทัศน์ สูดกลิ่นหญ้า มองรถไฟวิ่งผ่าน จะมีสักกี่ครั้งที่จะได้สัมผัสบรรยากาศแบบนี้ ที่สำคัญอยุ่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ คนชอบท่องเที่ยวถ่ายภาพ ห้ามพลาดเลยเชียว 8. น้ำตกทีลอซู จ.ตาก น้ำตกทีลอซู ตั้งอยู่ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง เป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีหลายชั้น ตกลดหลั่นลงมาจากหน้าผาสูง ผ่านโขดเขาหินปูนและดงไม้เขียวขจี พลังมหัศจรรย์ของสายน้ำตกแห่งนี้ หากใครปีนขึ้นไปเที่ยวชมบริเวณน้ำตกชั้นบนสุดในเวลาช่วงเช้าก็จะพบว่า มีพลังแห่งแสงที่สาดส่องผ่านละอองน้ำที่ฟุ้งกระจาย กลายเป็นสายน้ำตกงดงามด้วยรุ้งกินน้ำตัวโตที่พาดผ่านอย่างน่าอัศจรรย์ 9. ทุ่งแสลงหลวง จ.พิษณุโลก ทุ่งแสลงหลวง มีพื้นที่ 789,000 ไร่ ตั้งอยู่ในท้องที่จังหวัดพิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ถือเป็นแหล่งผืนป่าสะวันนาแห่งเดียวของภาคเหนือที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ พร้อมด้วยความแตกต่างแห่งพืชพรรณที่ไม่พบเห็นบ่อยนัก ตั้งอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ หนองแม่นา ประมาณ 25 กิโลเมตร เป็นทุ่งหญ้าแบบสะวันนา มีพื้นที่เป็นที่โล่งกว้างใหญ่ เนื้อที่ประมาณ 16 ตรกม. ตามเส้นทางจะตัดผ่านป่าเบญจพรรณจะพบสัตว์ป่าออกมาหากินตามข้างทาง และมีพันธุ์ไม้ดอกมากมาย นอกจากนี้ยังมีทุ่งหญ้าแบบสะวันนาสลับกับป่าสนสองใบ คือทุ่งหญ้าเมืองเลนและทุ่งโนนสน 10. เกาะนางยวน จ.สุราษฎร์ธานี มีชื่อเสียงเรื่อง “ทะเลแหวก” ซึ่งเป็นสันทรายเชื่อมต่อเกาะเล็กๆ 3 เกาะ ในเขตเกาะนางยวน นอกจากนี้ยังโด่งดังเรื่องน้ำทะเลใสเย็นเห็นตัวปลาและปะการังน้อยใหญ่ ถือเป็นจุดดำน้ำยอดนิยมแห่งหนึ่งของทะเลใต้ มีจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกบนชายหาดเดียวกัน ธรรมชาติบนเกาะก็ยังเขียวขจีและมีสะพานไม้เลาะโขดหินสำหรับเดินชมวิวได้รอบ เกาะ ที่พักบนเกาะมีค่อนข้างจำกัดและที่น่าสนใจคือบังกะโลริมหาดบนเกาะนางยวนทุก หลังจะหันหน้าเข้าหาทะเลและมีระเบียงส่วนตัว การเดินทางไปยังเกาะนางยวนสามารถไปได้จากเกาะสมุย ท่าเรือจังหวัดชุมพร หรือนั่งเรือจากเกาะเต่าไปเพียงแค่ 10 นาที ขอบคุณภาพถ่ายจาก www.facebook.com/littlesk8er www.facebook.com/moomor www.facebook.com/banky405 เรื่องและเรียบเรียงโดย : Travel MThai

เคพกูสเบอร์รี่ ผลไม้คุณประโยชน์ดี๊ดี จนต้องบอกต่อ
ตระกูลเบอร์รี่ /  ประโยชน์ของเคพกูสเบอร์รี่ / 

เมื่อช่วงปีใหม่ ที่ผ่านมา มีโอกาสได้ทะยานขึ้นดอย ไปสัมผัสบรรยากาศขุนเขา ท่ามกลางไอหมอก และอากาศหนาว ก็บังเอิ๊ญ บังเอิญไปเจอกับเจ้าผลไม้สกุลเบอร์รี่ แต่ชื่อไม่ยักคุ้น ที่ตลาดชาวเขา ก็เลยลิ้มรสและเก็บมาฝากผู้อ่านกันสักหน่อย เพราะว่าเจ้าผลไม้ดอยชนิดนี้ หอม อร่อย และคุณประโยชน์ดี๊ดี ไม่บอกต่อไม่ได้ เจ้าผลไม้ดอย สกุลเบอร์รี่ที่ว่า รูปร่างหน้าตาเป็นผลกลมๆ เล็กๆ ประมาณลูกพุทรา เมื่อผลสุกจะเป็นสีเหลืองอมส้ม ซ่อนอยู่ในกลีบบางๆสีเหลืองอ่อน เหมือนฟางข้าว ชาวเขาที่นำมาขาย เรียกมันว่า เคพกูสเบอร์รี่ แม้ว่าในบรรดาผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ต่างๆ ทั้งหลายที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันนั้น จะเป็นพวก สตรอว์เบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ เชอร์รี่ แต่ทว่า ต่อจากนี้  เคพกูสเบอร์รี่ จะกลายเป็นผลไม้ตระกูลเบอร์รี่อีกชนิดหนึ่งที่น่าจดจำ และรับประทานบ่อยๆ เพราะว่าสรรพคุณของลูกเคพกูสเบอร์รี่ นี่เด็ดดวงมากๆเลยค่ะคุณ เดิมนั้นเคพกูสเบอร์รี่ มีชื่อภาษาไทยว่า โทงเทงฝรั่ง ต่อมามีการเปลี่ยนชื่อใหม่ให้เป็น ระฆังทอง โดยเป็นไม้ผลที่มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศบราซิล และอยู่ในตระกูลเดียวกับพริก มะเขือ มะเขือเทศ มันฝรั่ง ยาสูบ และพิทูเนีย ซึ่งก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงมาเปลี่ยนเป็นสกุลเบอร์รี่ได้ เคพกูสเบอร์รี่เป็นหนึ่งในผลผลิตจากงานส่งเสริมและพัฒนาไม้ผลขนาดเล็ก มูลนิธิโครงการหลวงที่ชาวเขาปลูกเป็นการค้าบนพื้นที่สูง เพื่อเป็นพืชทดแทนฝิ่นในการสร้างรายได้ และนี่เองจึงเป็นเหตุผลให้บนดอยภาคเหนือของไทย แถบบริเวณที่อาศัยชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง บ้านขุนกลาง ดอยอินทนนท์ มี เคพกูสเบอร์รี่ ปลูกอยู่มาก และนั้นก็คือเรื่องราวคร่าวๆ ของ เคพกูสเบอร์รี่ ทีนี้เรามาดูกันดีกว่าว่า สรรพคุณ และคุณประโยชน์ดีๆของเจ้า เคพกูสเบอร์รี่ ที่เราจะปล่อยมันหลุดมือไปไม่ได้ นี้มีอะไรบ้าง คุณประโยชน์ดี๊ดี ของ เคพกูสเบอร์รี่ผลไม้ดอย ในลูกกลมสีเหลืองอมส้มนี้ หากผ่าเข้าไปดูเนื้อด้านในผลสุก จะเห็นเป็นสีเหลืองสวย ฉ่ำ ถ้าลองชิมดูรสชาติออกเปรี้ยวอมหวาน มีกลิ่นหอมเหมือนพวกลูกจันทร์ จะรับประทานผลสด ชุบช็อก โกแลต จุ่มน้ำผึ้ง ใส่ในสลัด ทำน้ำผลไม้ หรือนำไปทำเป็นแยมก็ได้ เคพกูสเบอร์รี่อุดมไปด้วยวิตามินซี สามารถช่วยป้องกันไข้หวัด ภูมิแพ้ และยังอุดมไปด้วยวิตามินเอ ที่ช่วยบำรุงสายตา ป้องกันอาการตาบอดในที่มืด ทำให้สายตาดี ผิวพรรณสวย ผมสวยดกดำ จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขของประเทศไทยในปัจจุบันรายงานว่า การรับประทานผักและผลไม้สดรวมทั้งผลิตภัณฑ์ที่ได้จากผักและผลไม้ พบว่ามีผลต่อการต้านทานของโรคเรื้อรังบางชนิดได้เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจและโรคมะเร็งบางชนิด และจากผลของการค้นพบในทางการแพทย์ยุคปัจจุบันนี้ ผล เคพกูสเบอร์รี่ สดถูกพบว่าเป็นแหล่งธรรมชาติที่ดีของสารต่อต้านอนุมูลอิสระ (antioxidants) ซึ่งประกอบไปด้วยวิตามินซี สาร anthocyanins, flavonoids และ phenolic acids ในปริมาณที่สูงมาก เมื่อเปรียบเทียบกับผลไม้ชนิดอื่น ๆ มีรายงานการวิจัยที่พบว่า anthocyanins สามารถลดการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งประเภท HT-29 และ HCT-116 ในคนเราได้ และหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์เนื้องอกได้อย่างชัดเจน รู้อย่างนี้แล้ว จะลองลิ้มชิมรสมันสักหน่อยหรือคะ ผลไม้ดี๊ดีแบบนี้ ไม่มีติดครัวไว้บำรุงสุขภาพเราและคนในครอบครัว ก็คงไม้ได้แล้ว ขอบคุณที่มาจาก : www.emaginfo.com

แพ็กเกจพิเศษ พันเดียวเที่ยวเชียงราย
ททท. /  พันเดียวเที่ยวเชียงราย / 

ททท. สำนักงานเชียงรายจัดแพ็กเกจพิเศษ "พันเดียวเที่ยวเชียงราย" นำเที่ยว 7 เส้นทาง ในราคาพิเศษ เส้นทางละ 1,000 บาท ในเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน ปี 2557 แพ็กเกจพิเศษ พันเดียวเที่ยวเชียงราย ททท.สำนักงานเชียงราย ร่วมกับมัคคุเทศก์ในจังหวัดเชียงราย จัดนำเที่ยวในราคาพิเศษ “พันเดียวเที่ยวเชียงราย” ช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน 2557 นักท่องเที่ยว และผู้สนใจ สามารถสมัครเที่ยวในราคา 1,000 บาท ต่อหนึ่งเส้นทางต่อวัน โดยเลือกเดินทางท่องเที่ยวใน 7 เส้นทางที่กำหนดไว้ (สามารถปรับเปลี่ยนเส้นทางตามต้องการได้) ราคาดังกล่าวรวมค่ามัคคุเทศก์นำเที่ยว พาหนะรถตู้ อาหารกลางวัน อาหารค่ำสุดแสนประทับใจ และค่าธรรมเนียมการเข้าชมแหล่งท่องเที่ยว ส่วนค่าที่พักและค่าใช้จ่ายการเดินทางมาเชียงรายนักท่องเที่ยวเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเอง เส้นทางท่องเที่ยว “พันเดียวเที่ยวเชียงราย" มีให้เลือก 7 เส้นทางดังนี้ เส้นทางที่ 1 “สักการะพระหยก สัมผัสความงามงานศิลป์” (วัดพระแก้ว-วัดพระสิงห์-เสาสะดือเมืองที่วัดดอยจอมทอง-วัดร่องขุ่น-พิพิธภัณฑ์บ้านดำ-ไร่แม่ฟ้าหลวง) เส้นทางที่ 2 “ขึ้นดอยชิมชา ชมสวนไม้งาม นมัสการพระธาตุดอยตุง” (ชิมและชมไร่ชาบนดอยแม่สลอง-สวนแม่ฟ้าหลวง / พระตำหนักดอยตุง-พระธาตุดอยตุง) เส้นทางที่ 3 “ชมพิพิธภัณฑ์ ล่องลำน้ำกก เลียบโขงสู่เชียงแสน ขึ้นแดนสุดสยาม” (พิพิธภัณฑ์อูบคำ-หมู่บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร-ช็อปปิ้งแม่สาย-สามเหลี่ยมทองคำ-วัดพระ ธาตุผาเงา) เส้นทางที่ 4 “ศึกษาเรื่องราวของฝิ่น ล่องเรือชมวิวน้ำโขง” (นมัสการวัดพระธาตุผาเงา-ล่องเรือแม่น้ำโขง-หอฝิ่นอุทยานสามเหลี่ยมทองคำ-ช็อปปิ้งแม่สาย) เส้นทางที่ 5 “เล่าขานตำนาน สักการะพระธาตุเก้าจอม” (กราบนมัสการพระธาตุเก้าจอม : จอมทอง จอมหมอกแก้ว จอมสัก จอมแจ้ง จอมแว่ จอมผ่อ จอมจันทร์ จอมกิตติ จอมจ้อ) เส้นทางที่ 6 “เที่ยววงรอบแบบครบวงจร” (ดอยตุง-แม่สาย-สามเหลี่ยมทองคำ-อำเภอเชียงแสน) เส้นทางที่ 7 “นมัสการพระเจ้าตนหลวง ล่องเรือไหว้พระกลางกว๊านพะเยา” (หอวัฒนธรรมนิทัศน์-นมัสการพระเจ้าตนหลวงที่วัดศรีโคมคำ-ล่องเรือไหว้พระกลางกว๊าน พะเยา-น้ำตกปูแกง-ศาลพระเจ้าจี้กง) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงราย โทรศัพท์ 08 9635 3918, 0 5374 4674-5 ขอบคุณข่าวสารจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

83 เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์
ความรู้รอบโลก /  วิทยาศาสตร์ / 

วันนี้ทีนเอ็มไทยมี 83 เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์ มาฝากเพื่อนๆ กันคะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ร่างกาย อวัยวะของเรา หรือแม้กระทั้งเรื่องของธรรมชาติ สัตว์ สิ่งของด้วย ลองไปดูกันคะว่า เรื่องน่ารู้นี้จะมีอะไรที่เรายังไม่เคยรู้มาก่อนบ้างนะ ^^ 83 เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์ 1. เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์ มนุษย์พลังงาน เชื่อหรือไม่ว่าร่างกายของคนผลิตกระแสไฟฟ้าได้ คนแต่ละคนจะมีพลังงานเทียบเท่ากับการเปิดหลอดไฟฟ้าขนาด 120 วัตต์ เพราะคนที่กินอาหารเข้าไปปริมาณ 2,500 แคลอรีในแต่ละวันจะให้พลังงานความร้อน 104 แคลอรีต่อชั่วโมง ซึ่งเทียบเท่ากระแสไฟฟ้าที่มีพลังงาน 120 วัตต์ 2. กะพริบตา ตลอดชีวิตของคนเรานั้นเราต้องกะพริบตาถึง 250 ล้านครั้งทีเดียว เพราะเราจะต้องกะพริบตาทุก ๆ 6 วินาที ทำให้กล้ามเนื้อตาเคลื่อนไหวประมาณ 10,000 ครั้งต่อวัน ถ้าเปรียบกับการทำงานของกล้ามเนื้อขาแล้ว จะ เท่ากับวิ่งระยะทาง 80 กิโลเมตรต่อวัน 3. สมองบริโภค เชื่อหรือไม่ว่าตอนแรกเกิดสมองของเราหนักประมาณ 3% ของน้ำหนักตัวเท่านั้น แต่เมื่ออายุได้ประมาณ 15 ปี สมองจะหนักถึง 1.4 กิโลกรัมและจะมีขนาดคงที่ สมองเติบโตได้เพราะใช้พลังงานจากอากาศที่เราหายใจเข้าไป 20% และใช้เลือดหล่อเลี้ยงถึง 15% ของเลือดทั้งหมดในร่างกาย 4. กระบวนการคิด นักวิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้วว่า อิริยาบถต่าง ๆ มีผลต่อการคิดและการตัดสินใจของมนุษย์ การนอนคิดจะทำให้ความคิดกว้างไกล การยืนทำให้ความคิดแคบลงสามารถตัดสินใจได้เร็วขึ้น ส่วนการนั่งเป็นอิริยาบถที่เหมาะกับการตัดสินใจที่ไม่รีบร้อนเท่าใดนัก ผมงอก โดยปกติ ใน 1 สัปดาห์ผมจะงอกออกมา 2 มิลลิเมตรใน 1 วัน จะมีช่วงที่ผมงอกได้ดี 2 ช่วง คือ ระหว่างเวลา 10.00 ? 11.00 น. และ 16.00 ? 18.00 น. แต่ไม่ต้องเอากระจกไปส่องดูการงอกของเส้นผมหรอกนะ เพราะมันแทบจะมองไม่เห็นเลย 5. เส้นขนแข็งแรง โดยเฉลี่ยแล้ว คนเราจะมีเส้นขนประมาณ 5 ล้านเส้นทั่วร่างกาย ยกเว้นบริเวณริมฝีปาก ฝ่ามือและฝ่าเท้า เส้นขนที่แข็งแรงที่สุดคือหนวด เชื่อหรือไม่ว่าหนวดแข็งแรงพอ ๆ กับลวดทองแดงที่มีขนาดเท่ากันเลยทีเดียว 6. เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์ ตาแหลมคม ตาของเหยี่ยวสามารถมองเห็นแมลงวันที่อยู่ในระยะครึ่งไมล์ได้ ส่วนเสือดาวก็สามารถมองเห็นคนกะพริบตาที่ระยะห่าง 100 หลาได้ ตาของคนก็มีความพิเศษเช่นเดียวกัน เพราะสามารถแยกแยะความแตกต่างของสีได้มากถึง 17,000 สี 7. ตาที่สาม เชื่อหรือไม่ว่ามนุษย์มีสามตา ตาที่สามนี้ก็คือต่อมไพเนียลซึ่งอยู่ด้านหลังของกะโหลกศีรษะ ภายในต่อมมีสารเคมีที่มีชื่อว่าเซโรโตนินอยู่เป็นจำนวนมาก เชื่อกันว่า สารชนิดนี้ช่วยส่งผลให้มนุษย์มีการคิดอย่างสมเหตุสมผล นักวิทยาศาสตร์จึงเปรียบต่อมนี้ว่าเป็นตาที่สามของมนุษย์ 8. ฮัดเช้ย! เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาทำให้จมูกของเราเกิดการระคายเคือง เราจะจามออกมาโดยอัตโนมัติ ทุกครั้งที่เราจามจะมีน้ำลายฟุ้งกระจายออกมาถึง 100,000 หยด ด้วยอัตราเร็ว 152 ฟุตต่อวินาที 9. ริมฝีปาก เคยสงสัยกันหรือไม่ครับว่าทำไมริมฝีปากของเราจึงมีสีแดงมากกว่าส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะผิวหนังบริเวณริมฝีปากบางกว่าส่วนอื่น ๆ นั่นเอง จึงทำให้สามารถมองเห็นสีของเลือดใต้ผิวหนังได้ 10. ยิ้มแย้ม ร่างกายของเราประกอบด้วยกล้ามเนื้อประมาณ 650 มัด หากเราหน้าบึ้งจะต้องใช้กล้ามเนื้อประมาณ 400 มัด ในขณะที่การยิ้มใช้กล้ามเนื้อ 15 มัด เท่านั้น และพลังงานที่ใช้ก็น้อยกว่าการขมวดคิ้ว 1 ครั้งเสียอีก เชื่อกันว่าการขมวดคิ้ว 200,000 ครั้ง ทำให้เกิดรอยตีนกา 1 รอย 11. เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์ ฟันปลา เชื่อกันว่าเมื่อประมาณ 1 ล้านปีที่แล้ว ฟันของมนุษย์มีลักษณะคล้ายกับฟันปลาเพราะมีการค้นพบฟันลักษณะเดียวกันกับของมนุษย์อยู่ในกรามของปลาฉลามยุคก่อนประวัติศาสตร์ ดังนั้น ฟันของมนุษย์และปลาฉลามจึงมีโครงสร้างพื้นฐานเหมือนกัน แต่ฟันของมนุษย์ได้พัฒนาจนมีรูปร่างเหมือนในปัจจุบัน ปลาเปคู (Pacu) ปลาฟันคน http://teen.mthai.com/variety/59011.html 12. การทรงตัว เชื่อหรือไม่ว่าหูมีผลต่อการทรงตัว อวัยวะที่ช่วยให้เราสามารถทรงตัวอยู่ได้คือ เซมิเซอร์คิวลาร์ คาแนล (semicir-cular canel) ในหูซึ่งภายในมีของเหลวที่ไวต่อการกระตุ้นของเหลวนี้จะทำหน้าที่ในการรับรู้สมดุล หากเราหมุนไปรอบ ๆ ตัวเร็ว ๆ หลาย ๆ ครั้ง จะทำให้อวัยวะนี้เกิดความสับสน เราจึงรู้สึกเวียนศีรษะ 13. เสียงกรน เสียงกรนเป็นเสียงที่สร้างความรำคาญแก่ผู้ได้ยินเพราะดังพอ ๆ กับเสียงของสว่านไฟฟ้าซึ่งดังถึง 70 เดซิเบล 14. พลังปอด เชื่อหรือไม่ว่าปกติเราจะหายใจเอาอากาศเข้าไปประมาณ 6 ลิตรต่อนาที แต่ระหว่างออกกำลังกายและหลังออกกำลังกายใหม่ ๆ เราอาจหายใจเอาอากาศเข้าไปได้มากถึง 100 ลิตรต่อนาที 15. น้ำหนักวิญญาณ เชื่อหรือไม่ครับว่าวิญญาณของพวกเราก็มีน้ำหนักด้วยเหมือนกัน นักวิทยาศาสตร์ทดลองชั่งน้ำหนักของวิญญาณโดยชั่งน้ำหนักของคนในขณะที่มีชีวิตอยู่เปรียบเทียบกับน้ำหนักหลังจากเสียชีวิตทันที พบว่าน้ำหนักหายไป 21 กรัม จึงสรุปว่าดวงวิญญาณของพวกเรามีน้ำหนัก 21 กรัมด้วย 16. เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์ สารฆ่าความเจ็บปวด น้องๆเคยสังเกตไหมว่าทำไมบางครั้งนักกีฬาที่ได้รับบาดเจ็บในระหว่างการแข่งขันยังสามารถลงแข่งขันได้จนจบหรือทหารที่ได้รับบาดเจ็บในสนามรบยังคงทนต่อสู้ข้าศึกอยู่ได้ พวกเขาไม่เจ็บกันหรือ นักวิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้วครับว่าเมื่อมนุษย์เผชิญสถานการณ์ที่ตึงเครียด สมองจะปล่อยสารออกมายับยั้งความรู้สึกเจ็บปวดเอาไว้ ทำให้มนุษย์ต่อสู้กับความเจ็บปวดได้ 17. ไม่มีน้ำตา รู้หรือปล่าวว่าตอนที่เราอายุ 4-5 เดือน เราร้องไห้ไม่มีน้ำตากันหรอกครับ แม้จะร้องเสียงดังแค่ไหนก็ตาม ที่เป็นเช่นนี้เพราะต่อมน้ำตาของคนเราจะพัฒนาขึ้นหลังจากเกิดมาแล้ว 4-5 เดือน ตอนนี้พวกเราคงจะร้องไห้มีน้ำตากันทุกคนแล้วนะครับ 18. หิวเพราะกลิ่น พอกลิ่นหอมของอาหารลอยมา พวกเราคงเคยรู้สึกหิวตามกลิ่นนั้นไปด้วยใช่ไหมล่ะ ก็กลิ่นอาหารเข้าไปกระตุ้นระบบการย่อยอาหารของเราน่ะสิครับ ทำให้น้ำย่อยในปากและท้องทำงาน เราจึงรู้สึกหิวทั้งๆที่บางครั้งเราไม่ต้องการกินอีกแล้ว 19. กระเพาะแข็งแกร่ง ในกระเพาะอาหารของเรามีน้ำย่อยที่มีฤทธิ์เป็นกรดสูงมาก จนสามารถละลายสังกะสีได้ แต่กรดเหล่านี้ไม่สามารถละลายผนังกระเพาะของเราได้ เนื่องจากทุกนาทีเซลล์ผนังกระเพาะเก่า 5000 เซลล์ จะถูกเซลล์ใหม่แทนที่และเปลี่ยนเป็นเซลล์ใหม่ทั้งหมดทุกๆ 3 วัน 20. ท้องร้องจ๊อกๆ พวกเราเคยได้ยินเสียงท้องร้องเมื่อรู้สึกหิวบ้างไหมครับ สาเหตุที่ท้องร้องก็เพราะสมองซึ่งเป็นส่วนที่ควบคุมความรู้สึกหิวของเรา จะคอยจัดลำดับการทำงานของกระเพาะอาหารและลำไส้ ถ้าในเลือดมีสารอาหารพอเพียง สมองก็จะสั่งให้ระบบย่อยอาหารทำงานช้าลง แต่เมื่อใดที่มีสารอาหารในเลือดน้อยระบบย่อยอาหารจะทำงานเร็วขึ้นเราจึงได้ยินเสียงท้องร้อง 21. เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์ ตกใจจนหน้าซีด เมื่อเราตกใจหน้าจะซีด เนื่องจากเลือดบริเวณแก้มจะไหลย้อนกลับอย่างรวดเร็วเพื่อทำหน้าที่ฉุกเฉิน คือให้สารอาหารและออกซิเจนแก่กล้ามเนื้อส่วนอื่น เนื่องจากร่างกายไม่ได้เตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลาว่าจะต้องเผชิญความตกใจ เมื่อเลือดจากแก้มไหลออกไป หน้าเราจึงซีด 22. เขินอาย เมื่อเรารู้สึกเชินอายหน้าเราก็จะแดง โดยเฉพาะบริเวณแก้มและลำคอ เพราะขณะที่เราเขินอาย เซลล์ประสาทจะถูกกระตุ้นให้ปล่อยสารเคมีที่พลังงานสูงชื่อว่า เปปไตด์ (peptide) ออกมา ทำให้เส้นเลือดที่แก้มและลำคอขยายตัว หน้าของเราจึงแดงมากกว่าปกติ 23. มาจากดวงดาว ร่างกายของเราประกอบด้วยอะตอมจำนวนมาก อะตอมเหล่านี้มาจากไหน นักวิทยาศาสตร์บางกลุ่มเชื่อว่าอะตอมเกิดมาจากดวงดาวที่ดับแล้วเมื่อ 5000 ล้านปี ก่อนที่จะมีพระอาทิตย์เกิดขึ้น และดวงดวงนี้เคยมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ก่อนเมื่อโลกเกิดขึ้น เซลล์ของสิ่งมีชีวิตนี้ก็ได้พัฒนาเรื่อยมาจนกลายเป็นคน 24. สารพัดสาร เชื่อหรือไม่ว่าในร่างกายของเรามีสารอยู่มากมาย เช่น มีฟอสฟอรัสในปริมาณที่มากพอจะทำหัวไม้ขีดไฟ 2,000 ก้าน มีไขมันพอที่จะทำสบู่ได้ 7 ก้อน มีเหล็กมากพอที่จะทำตะปูได้ 1 ตัว มีปูนขาวที่สามารถละลายน้ำแล้วนำไปทาห้องเล็ก ๆ ได้ 1 ห้อง มีซัลเฟอร์ 1 ช้อนชาและโลหะอีกประมาณ 30 กรัม 25. นอนแล้วสูง การนอนช่วยให้เราสูงขึ้นได้ เพราะเมื่อเรายืนหรือนั่ง แผ่นกระดูกอ่อนที่กระดูกสันหลังจะถูกแรงดึงดูดของโลกกดลง การนอนช่วยให้แรงกดนี้หายไป แผ่นกระดูกอ่อนที่ถูกกดก็จะพองตัว ทำให้เราสูงขึ้นได้อีก 8 มิลลิเมตร แต่เมื่อตื่นมาเราก็จะสูงเท่าเดิม 26. เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์ พลังกาย ร่างกายของคนเราแข็งแกร่งมากกว่าที่เราคิดเสียอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสามารถในการยกน้ำหนัก เช่น ถ้าเรานอนหลับโดยห่มผ้าหนัก 2.5 กิโลกรัม หายใจโดยเฉลี่ย 16 ครั้งต่อนาที และนอนนานประมาณ 8 ชั่วโมง ทรวงอกของเราสามารถยกน้ำหนักได้ถึง 20 ตัน 27. ฉันทำไม่ได้ สิ่งที่ร่างกายของคนเราไม่สามารถทำได้ คือหายใจและกลืนอาหารไปพร้อม ๆ กัน เพราะกระบวนการกลืนจะไปรบกวนกระบวนการหายใจด้วยการปิดกั้นอากาศไม่ให้ผ่านเข้าไปขณะที่อาหารเคลื่อนจากปากไปยังคอหอยและผ่านไปที่กระเพาะอาหาร 28. หัวใจที่รัก ในช่วงชีวิตของมนุษย์นั้น หัวใจจะสูบฉีดโลหิตประมาณ 500 ล้านลิตรและเต้น 2,000 ล้านครั้ง ดังนั้น ใน 1 วัน หัวใจจะสูบฉีดโลหิตมากกว่า 13,500 ลิตร และเต้น 100,000 ครั้ง แต่ละวันหัวใจจึงต้องทำงานหนักเพื่อให้ได้พลังงานมากพอ เชื่อหรือไม่ว่าพลังงานที่ได้นี้สามารถยกรถยนต์ได้สูงถึง 15 เมตรเลยทีเดียว 29. เรื่องของผิวหนัง เชื่อหรือไม่ว่าพื้นที่เพียง 1 ตารางนิ้วบนผิวหนังของเรานั้นประกอบไปด้วยเซลล์ถึง 19 ล้านเซลล์ ขน 60 เส้น ต่อมน้ำมัน 90 ต่อม ต่อมเหงื่อ 625 ต่อม เส้นเลือดยาว 19 ฟุต และเซลล์รับความรู้สึก 19,000 เซลล์ 30. เซลล์เม็ดเลือด มีผู้เชี่ยวชาญสันนิษฐานว่าถ้านำเซลล์เม็ดเลือดของเรามาต่อเป็นสายยาวจะสามารถพันรอบเส้นศูนย์สูตรได้ถึง 4 รอบเลยทีเดียว 31. เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์ น้ำในร่างกาย น้อง ๆ คิดว่า ร่างกายของเรามีสถานะใดตามหลักวิทยาศาสตร์ หลายคนอาจจะคิดว่า มีสถานะเป็นของแข็ง แต่น้อง ๆ รู้หรือไม่ว่าร่างกายของเราประกอบด้วยน้ำถึง 2 ใน 3 ด้วยเหตุนี้ตลอดชีวิตของคน 1 คนจึงต้องดื่มน้ำเป็นจำนวนมากถึง 70,000 ลิตร 32. ความสำคัญของเกลือแร่ เกลือแร่เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย เพราะช่วยทำให้กระดูกแข็งแรง หากนำเกลือแร่ออกจากกระดูกโดยนำกระดูกไปแช่ในน้ำกรด เกลือแร่จะละลายออกมาจนสามารถนำกระดูกนั้นมาผูกให้เป็นปมได้ 33. หนาวสั่น อาการหนาวสั่นเป็นอาการที่ร่างกายแสดงออกมาเพื่อรักษาอุณหภูมิของร่างกายให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม หลังจากที่ได้รับความเย็นมากเกินไป เพราะความเย็นจะทำให้กระบวนการต่าง ๆ ในร่างกายทำงานช้าลง และเป็นอันตรายได้หากอุณหภูมิลดต่ำลงมาก ๆ ดังนั้น กล้ามเนื้อจึงผลิตความร้อนด้วยการทำให้กล้ามเนื้อหดตัวไปมาอย่างรวดเร็ว 34. สูงและต่ำ ตอนกลางวัน อุณหภูมิในร่างกายของเราอาจสูงขึ้นได้มาก ๆ หากเรารับประทานอาหารมื้อใหญ่ อยู่ในที่อากาศร้อน หรือออกกำลังกายอย่างหนัก แต่ตอนกลางคืน อุณหภูมิในร่างกายของเราจะค่อย ๆ ลดลงจนต่ำที่สุดเมื่อเรานอนหลับเพื่อเป็นการรักษาสมดุล 35. ลูกผู้ชาย การที่ผู้ชายเชื่อว่าลูกผู้ชายต้องไม่หลั่งน้ำตานั้น ส่งผลกระทบให้ผู้ชายเป็นโรคเครียดได้ง่ายกว่าผู้หญิง เพราะมีโอกาสปลดปล่อยอารมณ์ที่ถูกกดดันได้น้อย รู้อย่างนี้แล้ว ใครที่กำลังเครียดก็ลองหาโอกาสปลดปล่อยอารมณ์บ้างก็ดีนะครับ แต่ไม่ใช่เอาแต่นั่งร้องไห้อยู่ล่ะ การออกกำลังกายก็สามารถช่วยคลายเครียดได้เช่นกัน 36. เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์ ตัวยารักษาโรค การฉีดยาเป็นวิธีการรักษาโรคอีกวิธีหนึ่งที่แพร่หลาย ทราบหรือไม่ว่าแพทย์ได้ตัวยามาจากไหน ในยาฉีดนั้นมีส่วนประกอบของแบคทีเรียที่ทำให้มีฤทธิ์อ่อนลง ซึ่งได้มาจากเชื้อโรคของผู้ป่วยรายอื่นที่ป่วยเป็นโรคเดียวกับเรา นอกจากนำไปทำเป็นยาฉีดแล้ว เชื้อโรคเหล้านั้นยังสามารถนำไปทำเป็นวัคซีนป้องกันโรคได้อีกด้วย โดยวัคซีนจะเข้าไปสร้างภูมิคุ้มกันโรคชนิดนั้น ๆ ในร่างกาย 37. หาวนอน อาการง่วงเหงาหาวนอนเกิดจากการที่เรารู้สึกเหนื่อยหรืออ่อนเพลีย ระบบทางเดินหายใจของเราจึงทำงานช้าลงเป็นผลให้กล้ามเนื้อคอหอยปิดโดยอัตโนมัติ ทำให้ร่างกายต้องการอากาศเพิ่มขึ้น เราจึงต้องหาวเพื่อเอาอากาศเข้าไปใช้ในกระบวนการหายใจ 38. ใบหน้า วันหนึ่ง ๆ เราอาจมีอารมณ์และความรู้สึกเหล่านั้นถูกถ่ายทอดออกมาบ่อยครั้งทางใบหน้า เชื่อหรือไม่ว่ากล้ามเนื้อทั้งที่เป็นวงกลมและเป็นเส้นบนใบหน้าสามารถแสดงอารมณ์ที่หลากหลายได้มากกว่า 1,000 รูปแบบ 39. นอนหลับ ขณะนอนหลับเราสามารถเรียนรู้ได้หรือไม่ ในสมัยก่อนนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่ามนุษย์ไม่สามารถเรียนรู้ในขณะนอนหลับได้ แต่จากการทดลองอย่างละเอียดของนักวิทยาศาสตร์รุ่นหลังพบว่า มนุษย์จะไม่สามารถเรียนรู้ได้ในขณะที่นอนหลับสนิท แต่จะสามารถเรียนรู้ได้ในขณะที่อยู่ในช่วงสะลึมสะลือ 40. ล้มตัวลงนอน เชื่อหรือไม่ว่า ในบรรดาสิ่งมีชีวิต มีสัตว์เพียง 2-3 ชนิดเท่านั้น ที่นอนหลับโดยเอนหลังแนบกับพื้น และสัตว์ชนิดหนึ่งที่สามารถทำเช่นนี้ได้ก็คือมนุษย์ 41. เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์?น้ำหนักลด ไม่ว่าเราจะมีน้ำหนักมากน้อยเพียงใดก็ตาม น้ำหนักของเราจะสามารถลดลงได้ 300 กรัม ทุกวันในขณะที่เรานอนหลับแต่อย่าเพิ่งดีใจไปนะครับ เพราะทันทีที่ตื่นขึ้นมา น้ำหนักของเราก็จะเท่าเดิม 42. อาณาจักรแห่งความฝัน นักวิทยาศาสตร์พบว่า ถ้าวันหนึ่ง ๆ เรานอนหลับประมาณ 8 ชั่วโมง เราจะฝัน 3-5 ครั้งต่อคืน โดยช่วงความฝันแต่ละครั้งใช้เวลานานประมาณ 10-30 นาที และถ้าเราถูกปลุกขึ้นมาในระหว่างที่กำลังฝันอยู่ เราอาจจะจำความฝันนั้นได้หรือไม่ได้ก็ได้ 43. ความฝัน เชื่อหรือไม่ว่า ความฝันช่วยทำให้จิตใจของเราสดชื่นเบิกบานได้ ไม่ว่าเราจะจำความฝันนั้นได้หรือไม่ก็ตาม เพราะความฝันจะแสดงถึงสิ่งที่เราอยากทำเมื่อตื่น แต่เราไม่สามารถทำได้ด้วยเหตุผลนานาประการ 44. เวลาของความฝัน ผู้เชี่ยวชาญแสดงทัศนะเกี่ยวกับเวลาในช่วงของความฝันไว้ว่า เวลาที่เราตื่นอยู่ประสาทความรู้สึกเกี่ยวกับเวลาของเราจะเป็นแนวตั้ง ดังนั้น เราจึงรับรู้แต่ขณะปัจจุบันเท่านั้น แต่เมื่อเราหลับมันจะกลายเป็นเส้นแนวนอน ทำให้เราสามารถเดินทางไปในอดีตและอนาคตได้ 45. สร้างความฝัน ถ้าอยากให้ความฝันสวยงามลองงดดื่มเครื่องดื่มทุกชนิดประมาณ 1-2 ชั่วโมงก่อนเข้านอนสิครับ เพราะผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าจะทำให้ความฝันยิ่งใหญ่ และถ้าใครเห็นความฝันของตนเองเป็นสีต่าง ๆ ละก็แสดงว่าเป็นคนที่ไวต่อการกระตุ้นต่าง ๆ รอบตัวมากทีเดียว 46. เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์ จมูกของมด ใครรู้บ้างว่ามดใช้อะไรในการดมกลิ่น คำตอบก็คือใช้เท้านั่นเอง การใช้เท้าดมกลิ่นช่วยให้มันสามารถตามกลิ่นที่เพื่อนของมันทิ้งไว้ตามทางได้ นอกจากนี้มันยังสามารถใช้ข้อต่อที่หนวดรับกลิ่นได้อีกด้วย 47. นายช่างใหญ่ บีเวอร์เป็นสัตว์ที่ชอบสร้างเขื่อนและบ้านของมันมาก มันจะคาบกิ่งไม้และกินไม้เป็นอาหาร ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะถ้าไม่ได้กัดไม้ทุกวัน ฟันของมันก็จะงอกและยาวขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้มันกินอาหารไม่ได้และอดตายในที่สุด 48. อูฐลื่น อูฐเป็นสัตว์ที่ขาแต่ละข้างประกอบด้วยนิ้วขนาดใหญ่ 2 นิ้ว ปกคลุมด้วยแผ่นรองเท้าที่หนาและเหนียวทั้งยังมีแผ่นหนังบาง ๆ เชื่อมนิ้วเท้าให้ติดกัน ทำให้เท้าอูฐแข็งแรงเหมาะสำหรับเดินในทะเลทราย แต่หากจับอูฐมาอยู่ในโคลนละก็ เท้าแบบนี้ก็ไร้ประโยชน์เพราะจะทำให้อูฐลื่นไถลได้ง่าย 49. หางเก็บอาหาร มีสัตว์อยู่หลายชนิดที่มีหางและหางของมันก็ใช้ประโยชน์ได้แตกต่างกันไป อย่างเช่น แกะพันธุ์หนึ่งที่ใช้หางของมันทำหน้าที่เก็บหญ้าซึ่งเป็นอาหารของมันไว้ เมื่อหญ้าขาดแคลน หญ้าที่ถูกสะสมไว้ที่หางก็จะเปลี่ยนเป็นไขมันเพื่อให้พลังงานแก่ร่างกาย 50. หูหนวกเต้นระบำ หากใครเคยชมภาพยนตร์อินเดียคงจะเคยเห็นงูที่เต้นระบำเมื่อได้ยินเสียงปี่ จริง ๆ แล้วมันไม่ได้เต้นระบำเพราะเสียงปี่หรอกครับ งูเป็นสัตว์ที่หูหนวกจึงไม่ได้ยินเสียงปี่ แต่ที่มันเต้นส่ายไปส่ายมาก็เพราะจังหวะการเคลื่อนไหวของหมองูต่างหาก ถ้าลองใช้ไม้แทนปี่ งูก็ยังคงเต้นระบำได้เหมือนกั 51. เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์ สุนัขน้ำร้อน สุนัขเป็นสัตว์ที่คนนิยมเลี้ยงกันโดยทั่วไป เพราะนอกจากจะใช้เฝ้าบ้านแล้ว สุนัขยังทำหน้าที่ได้หลายอย่าง นานมาแล้วชาวอินเดียนแอซเทคนำสุนัขพันธุ์เม็กซิโกซึ่งตัวเล็กนิดเดียวและมีขนสั้นบางมาใช้แทนกระเป๋าน้ำร้อน เพื่อสร้างความอบอุ่นแก่เท้าเจ้าของเมื่ออากาศหนาว 52. ช้างนักกิน ช้างแอฟริกามีขนาดใหญ่มาก หนักถึง 7 ตัน ที่ตัวใหญ่ขนาดนี้เพราะมันใช้เวลาในการกินประมาณ 18-20 ชั่วโมงต่อหนึ่งวัน โดยกินพืชผักประมาณวันละ 350 กิโลกรัมและกินน้ำ 90 ลิตร 53. กินทางตา โดยปกติสัตว์จะกินอาหารทางปาก แต่สำหรับคางคกและกบแล้ว พวกมันจะกินอาหารทางตา เมื่อกินอาหารมันจะปิดตาแน่น ดันลูกตาที่แข็งให้ชนเพดานปากทำให้เพดานปากถูกกดลงมาแนบกับลิ้นแล้วดันอาหารลงสู่กระเพาะอาหาร นอกจากนี้มันยังดื่มน้ำโดยการดูดซึมน้ำผ่านทางผิวหนังด้วย 54. ปลิงป้องกันตัว ปลิงทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกมีวิธีป้องกันตัวเองที่แปลกคือ เมื่อถูกทำร้ายมันจะหดตัวทันทีและจะดันอวัยวะภายในของมันออกมา แต่มันก็ยังไม่ตาย อวัยวะเหล่านั้นจะเป็นอาหารของผู้ที่ทำร้ายมัน แล้วมันจะค่อย ๆ หลบหนีไป จากนั้น 2 ?3 สัปดาห์อวัยวะภายในของมันก็จะงอกใหม่ 55. ตาเคลื่อนที่ ปลาลิ้นหมาไม่ได้มีตาเดียวอย่างที่พวกเราเห็นกัน ตอนแรกที่มันเกิดมามันจะมี 2 ตา แต่เมื่ออายุมากขึ้น ตาของมันจะย้ายตำแหน่งมารวมกัน โดยเคลื่อนที่ไปรวมกับตาอีกข้างหนึ่งซึ่งอยู่บนหัว 56. เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์ ระเบิดควัน ปลาหมึกยักษ์มีวิธีการป้องกันตัวคล้ายการสร้างระเบิดควันของทหาร เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรู มันจะพ่นหมึกดำในถุงด้านหลังลำตัวออกมาทำให้น้ำบริเวณรอบ ๆ ขุ่นดำ แล้วมันจะรีบหนีไป นักวิทยาศาสตร์พบว่ามันสามารถเปลี่ยนสีหมึกของมันให้เข้ากับสภาพแวดล้อมได้ด้วย เช่น สีแดง สีเหลือง สีเทา เป็นต้น 57. กบหดตัว กบพาราดอกซิคัล (Paradoxical) ในอเมริกาใต้มีความพิเศษคือยิ่งมันเจริญเติบโตขึ้นตัวก็ยิ่งเล็กลง เมื่อเป็นลูกอ๊อดมันมีลำตัวยาวถึง 10 นิ้ว แต่เมื่อโตเป็นกบลำตัวจะหดลงจนเหลือขนาดไม่เกิน 3 นิ้วเท่านั้น 58. หนอนกระสือ หนอนกระสือตัวเมียจะมีอวัยวะที่เรืองแสงอยู่บริเวณใต้ท้องซึ่งใช้ส่งสัญญาณไปยังปีกของตัวผู้ที่บินอยู่ด้านบน หนอนกระสือตัวเมียสามารถควบคุมการเปล่งแสงได้ โดยจะใช้แสงต่อเมื่อต้องการดึงดูดตัวผู้เท่านั้น 59. แสงนำทาง รู้ไหมทำไมผีเสื้อกลางคืนจึงชอบบินเข้าหาแสงไฟในตอนกลางคืน เพราะปกติผีเสื้อกลางคืนจะใช้แสงจันทร์นำทาง แต่แสงอื่นทำให้มันสับสนและประสาททางด้านทิศทางเสียไป ดังนั้น มันจึงพยายามปรับแสงจันทร์ปลอมให้ทำมุมเดียวกันกับแสงจันทร์จริง ๆ โดยการบินเป็นวงกลมเข้ามาใกล้แสงนั้นมากขึ้น 60. เครื่องขยายเสียง จิ้งหรีดตัวผู้จะใช้เสียงเพลงซึ่งเกิดจากขาหน้าเสียดสีกันการดึงดูดตัวเมีย แต่จะไม่ดังนัก มันจึงสร้างเครื่องขยายเสียงชนิดพิเศษ โดยการขุดรังใต้ดินให้มีอุโมงค์ทางเข้าสองทาง แล้วก็ยืนส่งเสียงไพเราะอยู่ทางอุโมงค์ด้านหนึ่ง แต่ที่แปลกอีกอย่างหนึ่งก็คือ หูที่ไวต่อเสียงของมันไม่ได้อยู่ที่หัวแต่ที่อยู่ที่ขา 61. เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์?สัตว์มีเหงื่อหรือไม่ สุนัขก็มีเหงื่อครับ แต่เหงื่อของมันจะออกบริเวณฝ่าเท้า นอกจากนี้สัตว์อื่น ๆ เช่น วัว จะมีเหงื่อออกทางจมูก ส่วนเหงื่อของฮิปโปโปเตมัสจะออกมาจากทุกส่วนของร่างกายและจะเป็นเหงื่อสีแดง ลองสังเกตนะครับว่าสัตว์อื่น ๆ มีเหงื่อออกที่ส่วนใดของร่างกาย 62. หนึ่งไม่มีสอง คนเรามีลายนิ้วมือไม่เหมือนกัน ม้าลายแต่ละตัวก็มีแถบลายเฉพาะที่ซึ่งจะไม่ซ้ำกับม้าลายตัวอื่น ๆ เช่นกัน 63. หนูนักร้อง หนูเป็นสัตว์ที่สามารถร้องเพลงได้ แต่เสียงร้องของมันจะเป็นเสียงซูเปอร์โซนิค (Supersonic) ซึ่งมีลักษณะเป็นเสียงสูงและรัว ทำให้เราไม่ได้ยินเสียงเพลงของมัน แต่ถ้ามันลดระดับเสียงให้ต่ำลงจนถึงระดับปกติที่เราสามารถได้ยิน เราก็จะได้ยินเสียงเพลงจากหนูได้ 64. สัตว์ปากกว้าง สัตว์ที่สามารถอ้าปากได้กว้างที่สุดคืองูเหลือมเรติคูเลเตด (Reticulated python) มันสามารถยืดตัวได้ถึง 10 เมตร และอ้าปากกว้างจนกลืนกินสัตว์ที่มีน้ำหนัก 55 กิโลกรัม จึงไม่แปลกที่จะมีคนพบสัตว์ใหญ่ ๆ อย่างเสือดาวในท้องของมัน 65. ไม่เอาไมโครโฟน ไซเมียง (Simiang) เป็นสัตว์บกที่มีถุงลมขนาดใหญ่ จึงตะโกนได้เสียงดังกว่าสัตว์อื่น ๆ มันสามารถตะโกนให้สัตว์ที่อยู่ห่างออกไปถึง 8 กิโลเมตรได้ยินได้ ส่วนสัตว์น้ำที่สามารถตะโกนได้เสียงดังที่สุดคือ ปลาวาฬรอร์ควอล (Rorqual whale) มันสามารถร้องเพลงด้วยความถี่ 20 เฮิรตซ์ ให้ได้ยินไปไกลถึง 150 กิโลเมตรเลยทีเดียว 66. เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์ นักแม่นธนู ปลาเสือมีวิธีจับเหยื่อที่คล้ายกับการยิงธนู โดยมันจะพ่นน้ำไปยังแมลงที่เกาะอยู่บนต้นพืชเหนือน้ำ ทำให้แมลงตกลงในน้ำ จากนั้นก็จะตรงเข้าไปฮุบแมลงนั้นไว้ทันที ปลาเสือสามารถพ่นน้ำใส่เหยื่อของมันในระยะ 3 เมตรได้อย่างแม่นยำ 67. อาวุธของทากทะเล ทากทะเลไม่มีเปลือกห่อหุ้มร่างกาย ดังนั้น มันจึงป้องกันตัวโดยการกินเซลล์เข็มพิษของแมงกะพรุนเข้าไปเพื่อใช้เป็นอาวุธ เข็มพิษนี้จะไม่ถูกย่อยไปพร้อมกับอาหาร แต่จะถูกส่งไปเก็บไว้ที่ใต้ผิวหนังบริเวณด้านหลัง เมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูมันก็จะป้องกันตัวด้วยการปล่อยเข็มพิษออกมา 68. ปลาฉลามว่ายน้ำ ถ้าเรามีโอกาสได้เฝ้าดูปลาฉลามอย่างใกล้ชิดก็จะพบว่าปลาฉลามต้องว่ายน้ำตลอดเวลา หากหยุดว่ายน้ำมันจะตาย เพราะปลาชนิดอื่น ๆ จะมีถุงลมทำให้หายใจได้แม้ไม่เคลื่อนที่ แต่ปลาฉลามไม่มีถุงลม ดังนั้น ถ้ามันหยุดว่ายน้ำก็จะทำให้ไม่มีออกซิเจนไหลผ่านเหงือกจึงไม่มีออกซิเจนใช้ในการหายใจ 69. สุดยอดตัวอ่อน ตัวอ่อนของสัตว์ที่กินเก่งที่สุดในโลกคือตัวอ่อนของผีเสื้อกลางคืนในอเมริกาเหนือ เนื่องจากมันสามารถกินอาหารที่มีน้ำหนักมากถึง 86,000 เท่าของน้ำหนักตัวภายในเวลา 48 ชั่วโมงแรกที่มันเกิดมา 70. หมอกเพื่อชีวิต ด้วงแอฟริกาใต้ที่อาศัยอยู่ในทะเลทรายนามิบมีชีวิตอยู่ได้ด้วยการกินหมอก ปกติมันจะอาศัยอยู่ใต้เนินทรายซึ่งอุณหภูมิค่อนข้างคงที่ แต่เมื่อมันกระหายน้ำ มันก็จะบินออกมาเกาะยอดเนินแล้วปล่อยให้ลดพัดพาหมอกมาจับบนตัวของมัน เมื่อหมอกเกิดการควบแน่นจนกลายเป็นหยดน้ำมันก็จะกินน้ำนั้นแก้กระหาย 71. เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์ เพลงรัก ปูทรอปิคัล ฟีดเดลอร์ (Tropical Fiddler) เป็นปูที่มีสีสันสวยงาม ก้ามข้างซ้ายของปูตัวผู้จะมีขนาดใหญ่สะดุดตา ซึ่งมันจะใช้ดึงดูดตัวเมียในช่วงฤดูผสมพันธุ์ โดยจะขยับก้ามไปข้างหลังและข้างหน้าสลับกันคล้ายการสีไวโอลิน แม้จะไม่มีเสียงออกมา แต่ก็สร้างความประทับใจและดึงดูดตัวเมียให้เข้าไปหามันอย่างรวดเร็วได้ 72. เวลาของพืช คน สัตว์ และพืชเป็นสิ่งมีชีวิตเหมือนกัน แต่สิ่งที่คนและสัตว์ต่างจากพืชก็คือ การเจริญเติบโต คนและสัตว์จะมีช่วงที่เจริญเติบโตและหยุดโตเมื่อถึงอีกช่วงอายุหนึ่ง แต่สำหรับพืชแล้ว มันจะยังคงเจริญเติบโตไปเรื่อย ๆ และจะหยุดก็ต่อเมื่อมันตายเท่านั้น 73. ราโตเร็ว ราบราซิเลียน (Brazillian fungus) เป็นพืชที่โตเร็วที่สุดมันจะงอกจากพื้นดินด้วยอัตราเร็ว 5 มิลลิเมตรต่อนาที และเจริญเติบโตเต็มที่ภายใน 20 นาที น้ำจะช่วยให้มันเจริญเติบโตได้ดีเป็นพิเศษ และเรายังสามารถได้เยินเสียงปริแตกเนื่องจากอาการบวมน้ำและเห็นน้ำไหลออกมาได้ด้วย 74. ต้นไม้พูดได้ นักวิทยาศาสตร์พบว่าต้นไม้สามารถสื่อสารกันได้หากอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน พืชมีความรู้สึกชอบและไม่ชอบเช่นเดียวกับคน ดังนั้น หากมีต้นไม้ที่มันไม่ชอบขึ้นบริเวณนั้น มันก็จะปล่อยสารฟีโรโมน (Pheromones) เพื่อสื่อสารให้ต้นอื่นรับรู้ สารนี้จะไปกระตุ้นให้พืชที่มันชอบเจริญเติบโตและจะทำลายพืชที่มันไม่ชอบ 75. พืชป้องกันตัว มีพืชอยู่หลายชนิดที่จะป้องกันตัวเองเมื่อถูกแมลงรบกวน โดยภายใน 1 ชั่วโมงหลังจากถูกรบกวน พืชจะปล่อยสารที่มีชื่อว่าเทอร์เพนและแทนนิน (Terpene, Tannin) ที่บริเวณใบโปรตีนในใบจะเปลี่ยนเป็นโปรตีนที่ย่อยยากขึ้น แมลงที่บุกรุกก็จะขาดโปรตีน พืชก็จะรอดพ้นจากการถูกแมลงรบกวน 76. เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์ ชีวิตในความตาย ต้นปาล์มทาลิพอต (Talipot) เป็นไม้ดอกที่มีขนาดใหญ่ที่สุด มีช่วงชีวิตประมาณ 70 ปี แต่ตลอดชีวิตของมันจะออกดอกเพียงครั้งเดียว ดอกสูงถึง 6 เมตร มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 เมตร กว่าเมล็ดทั้งหมดจะสุกเป็นผลใช้เวลาประมาณ 1 ปี ต่อจากนั้นเมื่อมีการผสมพันธุ์อีกครั้งมันก็จะตาย 77. เรื่องบังเอิญ เมื่อประมาณพันกว่าปีมาแล้ว คนดูแลฝูงแกะชาวอบิสซีเนียค้นพบกาแฟโดยบังเอิญ เพราะวันหนึ่งเขาได้กลิ่นหอมของพุ่มไม้ป่าที่ถูกเผาจึงลองชิมดูและเกิดติดใจในรสชาติ เขาจึงนำไปต้มในน้ำเดือด ตั้งแต่นั้นมากาแฟจึงกลายเป็นสิ่งที่นิยมบริโภค 78. ต้นสารพัดประโยชน์ ปาล์มเป็นต้นไม้สารพัดประโยชน์คล้ายต้นกล้วยเพราะทุกส่วนนำไปใช้ประโยชน์ได้ตั้งแต่นำใบมามุงหลังคา ก้านนำมาทำเป็นเชือก ผล ลำต้น และใบอ่อนนำมาทำเป็นอาหาร เปลือกใช้ทำผ้าและกระดาษ เมล็ดนำมาทำกระดุม นอกจากนี้ยางของปาล์มยังสามารถใช้ทำไวน์ได้อีกด้วย 79. ไฟช่วยชีวิต สนเป็นพืชอีกชนิดหนึ่งที่ต้องใช้ไฟป่าในการแพร่ขยายพันธุ์ ความร้อนของไฟจะทำให้ผลของสนปริแตก เมล็ดก็จะกระเด็นไปตกบริเวณอื่นแล้วเกิดเป็นสนต้นใหม่ แต่ถึงอย่างไรป่าสนที่ถูกไฟไหม้ก็จะต้องถูกทำลายไปเพื่อแลกกับป่าสนที่จะเกิดขึ้นใหม่ 80. บานวันละดอก ต้นหญ้าบลูอาย มีก้านดอกไม่แข็งแรงพอที่จะรองรับน้ำหนักของดอกที่บานมากกว่า 1 ดอก ดังนั้น ธรรมชาติจึงสร้างให้ดอกของมันบานในตอนเช้าแล้วเหี่ยวแห้งตายในตอนกลางคืน เพื่อจะได้มีดอกไม้ดอกใหม่ผลิบานในวันรุ่งขึ้น 81. เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์ เพราะแสงอาทิตย์ ต้นอินเดียนเทเลกราฟ (Indian Telegraph) สามารถเคลื่อนไหวได้ด้วยตนเอง เมื่ออยู่ท่ามกลางแสงแดดจ้า ใบของมันจะเคลื่อนที่ขึ้นลงและจากข้างหนึ่งไปยังอีกข้างหนึ่ง แล้วจะหยุดเคลื่อนไหว หลังจากนั้นอีก 2-3 นาทีมันก็จะเคลื่อนไหวแบบนี้อีกครั้ง 82. สมองพืช เชื่อหรือไม่ว่าพืชสามารถผลิตสารชนิดเดียวกับที่สมองของคนและสัตว์ผลิตได้ ต้นฝิ่นสามารถผลิตสารที่คล้ายกับเอนโดฟีน (Endorphin) ซึ่งถูกปล่อยออกมาจากสมองของคน นอกจากนี้ต้นโจโจบายังสามารถให้น้ำมันซึ่งมีคุณสมบัติคล้ายสารที่ได้จากปลาวาฬเสปิร์มอีกด้วย 83. ต้นไผ่พิศวง ในหนึ่งวัน ต้นไผ่ฮัมเบิลสามารถเจริญเติบโตได้สูงกว่า 40 เซนติเมตร คนจีนโบราณจะใช้ต้นไผ่นี้เป็นเครื่องทรมาน โดยผู้เคราะห์ร้ายจะถูกนำมามัดติดไว้ที่ต้นไผ่โดยมีหน่ออ่อนของมันแทงอยู่ที่หลัง ภายใน 2-3 ชั่วโมง หน่อไผ่ก็จะแทงทะลุหลังของผู้เคราะห์ร้าย เรียบเรียง teen.mthai อ้างอิง atcloud

10 สารยาเสพติดอันตราย
เกร็ดความรู้

ตอนนี้รู้กันดีอยู่แล้วว่า โลกสังคมออนไลน์ นั้นมันรวดเร็วซะเหลือเกิน ไม่ว่าจะเม้น จะแชร์ต่างๆ นาๆ มีทั้งเรื่องการทำความดี-ความชั่ว มีให้เห็นกันรวดเร็วมากๆ อย่างเช่น กรณีสดๆ ร้อนๆ ที่มีหญิงสาวให้เด็กชายซึ่งอายุเพียงไม่กี่ขวบ ได้สอนให้ทดลองสารเสพติดชนิดหนึ่ง! คลิปนี้ทำให้คนไทยแชร์คลิปกันอย่างรวดเร็ว และ รุมว่าหญิงสาวคนนี้อย่างรุนแรง! ว่าเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ เพื่อนๆบางคนอาจจะยังไม่รู้ว่า สารเสพติด นั้นมีโทษอย่างไร มีกี่ประเภท teen.mthai ก็เลย ยกตัวอย่างให้เพื่อนๆได้อ่าน เป็นเกร็ดความรู้ กันคะ ^^ ทางที่ดีอย่าไปอยากรู้ อยากลอง ในสิ่งที่เรารู้ดีอยู่แล้วว่ามัน "อันตราย" ลองง่ายแต่เลิกยากนะจ๊ะ!! 10 สารยาเสพติดอันตราย 1. สารยาเสพติดอันตราย เฮโรอีน (Heroin)  เฮโรอีนเป็นยาเสพติดที่ได้จากการสังเคราะห์ทางเคมี จากปฏิกิริยาระหว่างมอร์ฟีนกับสารเคมีบางชนิด เช่น อาเซ-ติคแอนไฮไดรด์ (Aceticanhydride) หรือ อาเซติลคลอไรด์ (Acetylchloride) หรือเอทิลิดีนไดอาเซเตท (Ethylidinediacetate) เฮโรอีนออกฤทธิ์แรงกว่ามอร์ฟีนประมาณ 4-8 เท่า และออกฤทธิ์แรงกว่าฝิ่น ประมาณ 30-90 เท่า โดยทั่วไปเฮโรอีนจะมีลักษณะเป็นผงสีขาว สีนวล หรือสีครีม มีรสขม ไม่มีกลิ่น เฮโรอีนที่แพร่ระบาดในประเทศไทย แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ 1. เฮโรอีนผสม หรือเรียกว่าเฮโรอีนเบอร์ 3 หรือไอระเหย เป็นเฮโรอีนที่มีความบริสุทธิ์ต่ำ เนื่องจากมีการผสมสารอื่น เข้าไปด้วย เช่น ผสมสารหนู สตริกนิน ยานอนหลับ กาเฟอีน แป้ง น้ำตาลและอาจผสมสี เช่น สีม่วงอ่อน สีชมพูอ่อน สีน้ำตาล อาจพบในลักษณะเป็นผง เป็นเกล็ด หรืออัดเป็นก้อนเล็ก ๆ มีวิธีการเสพโดยการสูดเอาไอสารเข้าร่างกาย จึงเรียกว่า "ไอระเหย" หรือ "แคป" 2. เฮโรอีนเบอร์ 4 เป็นเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์ที่มีความบริสุทธิ์สูง มีลักษณะเป็นผงละเอียด หรือเป็นเม็ดคล้ายไข่ปลา หรือพบในลักษณะอัดเป็นก้อนสี่เหลี่ยมผืนผ้า มักมีสีขาวหรือสีครีม ไม่มีกลิ่น มีรสขม เป็นที่รู้จัดทั่วไปว่า "ผงขาว" มักเสพโดยนำมาละลายน้ำและฉีดเข้าร่างกาย หรือผสมบุหรี่สูบ ฤทธิ์ในทางเสพติด เฮโรอีนออกฤทธิ์กดระบบประสาท มีอาการเสพติดทั้งทางร่างกายและจิตใจ มีอาการขาดยาทางร่างกายอย่างรุนแรง มีอาการปวดกล้ามเนื้อ ปวดกระดูก ปวดตามข้อ ปวดสันหลัง ปวดบั้นเอว ปวดหัวรุนแรง มีอาการจุกแน่นในอกคล้ายใจจะขาด อ่อนเพลียอย่างหนัก หมดเรี่ยวแรงมีอาการหนาว ๆ ร้อน ๆ อึดอัดทุรุนทุราย นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย บางรายมีอาการชักตาตั้ง น้ำลายฟูมปาก ม่านตาดำหดเล็กลง ใจคอหงุดหงิดฟุ้งซ่าน มึนงง หายใจไม่ออก ประสาทเสื่อม ความจำเสื่อม ผู้เสพติดเฮโรอีนที่ติดเชื้อ HIV ก็จะเป็นผู้แพร่ระบาด HIV เนื่องจากการจับกลุ่มใช้เข็มฉีดยาร่วมกันหรือ ในบางครั้งก็มีเพศสัมพันธ์ร่วมกัน โดยไม่ได้ป้องกัน โทษทางกฎหมาย จัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 2. สารยาเสพติดอันตราย ยาบ้า (Amphetamine)  ยาบ้า เป็นชื่อที่ใช้เรียกยาเสพติดที่มีส่วนผสมของสารเคมี ประเภทแอมเฟตามีน (Amphetamine) ยาบ้า จัดอยู่ในกลุ่มยาเสพติดที่ออกฤทธิ์กระตุ้นประสาท มีลักษณะเป็นยาเม็ดกลมแบนขนาดเล็ก มีสีต่างๆ กัน เช่น สีส้ม สีน้ำตาล มีสัญลักษณ์ที่ปรากฏบนเม็ดยา เช่น ฬ, M, PG, WY สัญลักษณ์รูปดาว เป็นต้น ฤทธิ์ในทางเสพติด : ออกฤทธิ์กระตุ้นประสาท มีอาการเสพติดทั้งทางร่างกายและจิตใจ ไม่มีอาการขาดยาทางร่างกาย เมื่อเสพเข้าสู่ร่างกายในระยะแรกจะออกฤทธิ์ทำให้ร่างกายตื่นตัว หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง ใจสั่น ประสาทตึงเครียด แต่เมื่อหมดฤทธิ์ยา จะรู้สึกอ่อนเพลียมากกว่าปกติ ประสาทล้าทำให้การตัดสินใจช้า และผิดพลาด เป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้ ถ้าใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน จะทำให้สมองเสื่อม เกิดอาการประสาทหลอน เห็นภาพลวงตา หวาดระแวง คลุ้มคลั่ง เสียสติ เป็นบ้าอาจทำร้ายตนเองและผู้อื่นได้ หรือในกรณีที่ได้รับยาในปริมาณมาก (Overdose) จะไปกดประสาท และระบบการหายใจทำให้หมดสติ และถึงแก่ความตายได้ โทษทางกฎหมาย จัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 3. สารยาเสพติดอันตราย ยาอี ยาเลิฟ เอ็คซ์ตาซี (Ecstasy) ยาอี ยาเลิฟ เอ็คซ์ตาซี (Ecstasy) เป็นยาเสพติดกลุ่มเดียวกัน จะแตกต่างกันบ้างในด้านโครงสร้างทางเคมี ลักษณะ ของยาอี มีทั้งที่เป็นแคปซูลและเป็นเม็ดยาสีต่าง ๆ แต่ที่พบในประเทศไทย ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นเม็ดกลมแบน ผิวเรียบ และปรากฏสัญลักษณ์บนเม็ดยาเป็นรูปต่าง ๆ เช่น กระต่าย ฯลฯ ฤทธิ์ในทางเสพติด  จะออกฤทธิ์ภายในเวลา 45 นาที และฤทธิ์ยา จะอยู่ในร่างกายได้นานประมาณ 6-8 ซม. แพร่ระบาดในกลุ่มวัยรุ่นที่ชอบเที่ยวกลางคืน ออกฤทธิ์กระตุ้นประสาทในระยะสั้น ๆ จากนั้นจะออกฤทธิ์หลอนประสาท มีอาการติดยาทางจิตใจ ไม่มีอาการขาดยา ทางร่างกาย เหงื่อออกมาก หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง ระบบประสาทการรับรู้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด (Psychedelic) ทำให้การได้ยินเสียงและการมองเห็นแสงสีต่าง ๆ ผิดไปจากความเป็นจริง เคลิบเคลิ้ม ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ โทษทางกฎหมาย จัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 4. สารยาเสพติดอันตราย โคเคน (Cocaine) : โคเคน หรือ โคคาอีนเป็นยาเสพติด ที่สกัดได้จากใบของต้นโคคา  ซึ่งเป็นต้นไม้ที่ลักลอบปลูกมากในประเทศแถบอเมริกาใต้ เช่น เปรู โบลิเวีย และโคลัมเบีย เป็นต้น โคเคนมีชื่อเรียกในกลุ่ม ผู้เสพว่า COKE, Snow, Speed Ball, Crack โคเคนที่พบในประเทศไทย มี 2 ชนิด ได้แก่ 1. โคเคนชนิดผง มีลักษณะเป็นผงละเอียดสีขาว รสขม ไม่มีกลิ่น 2. โคเคนรูปผลึกเป็นก้อน (Free base, Crack) ฤทธิ์ในทางเสพติด โคเคนออกฤทธิ์กระตุ้นประสาท มีอาการเสพติดทางร่างกายเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับวิธีการและปริมาณที่เสพ มีอาการทาง จิตใจ อาจมีอาการขาดยาทางร่างกายแต่ไม่รุนแรง หัวใจเต้นแรง ความดันโลหิตสูง กระวนกระวาย ตัวร้อนมีไข้ นอนไม่หลับ มีอาการซึมเศร้า ผนังจมูกขาดเลือด ทำให้เยื่อบุโพรงจมูกฝ่อ ขาดหรือทะลุ สมองถูกกระตุ้นอย่างรุนแรง ทำให้เกิดอาการชักมีเลือดออกในสมอง เนื้อสมองตายเป็นบางส่วน หัวใจถูกกระตุ้นอยู่เสมอ กล้ามเนื้อหัวใจเสื่อมลง ทีละน้อยจนหัวใจบีบตัวไม่ไหวทำให้หัวใจล้มเหลว ผลจากการเสพเป็นระยะเวลานาน ทำให้เกิดอาการโรคจิตซึมเศร้า โทษทางกฎหมาย จัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 2 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 5. สารยาเสพติดอันตราย ฝิ่น (Opium) ฝิ่นเป็นสารประกอบชนิดหนึ่ง ซึ่งได้จากยางของผลฝิ่น ในเนื้อฝิ่นมีสารเคมีผสมอยู่มากมาย ซึ่งประกอบด้วย โปรตีน เกลือแร่ ยางและกรดอินทรีย์เป็นแอลคะลอยด์ (Alkaloid) ซึ่งเป็นตัวการสำคัญ ที่ทำให้ฝิ่นกลายเป็นสารเสพติดให้โทษ ที่ร้ายแรง และเป็นยาเสพติดที่เป็นต้นตอของยาเสพติดร้ายแรง เช่น มอร์ฟีน เฮโรอีน และโคเคอีน มีการลักลอบปลูกฝิ่น มากทางภาคเหนือของประเทศไทยบริเวณแนวพรมแดน ที่เรียกว่า "สามเหลี่ยมทองคำ" ฤทธิ์ในทางเสพ  ฝิ่นออกฤทธิ์กดระบบประสาท มีอาการเสพติดทั้งทางร่างกายและจิตใจ มีอาการขาดยาทางร่างกาย หากเสพเกินขนาด จะทำให้กดระบบหายใจทำให้เสียชีวิต จิตใจเลื่อนลอย ง่วง ซึม แก้วตาหรี่ พูดจาวกวน ความคิดเชื่องช้า ไม่รู้สึกหิวชีพจรเต้นช้า โทษทางกฎหมาย จัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 2 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 6. สารยาเสพติดอันตราย มอร์ฟีน (Morphine) มอร์ฟีนเป็นแอลคะลอยด์ (Alkaloid) ของฝิ่นที่สำคัญที่สุด ซึ่งเป็นตัวการที่ออกฤทธิ์กดประสาท มอร์ฟีนเป็นผงสีขาว หรือเทาเกือบขาว ไม่มีกลิ่น มีรสขม มีฤทธิ์สูงกว่าฝิ่น เสพติดได้ง่าย มีลักษณะเป็นเม็ด เป็นผง และเป็นก้อน หรือละลาย บรรจุหลอดสำหรับฉีด นำเข้าสู่ร่างกายโดยวิธีฉีดเป็นส่วนมาก  มอร์ฟีนใช้เป็นยาหลักหรือยามาตรฐานของยาแก้ปวด ยาจำพวกนี้กดระบบประสาทส่วนกลาง ลดความรู้สึกเจ็บปวด ทำให้รู้สึกง่วงหลับไป และลดการทำงานของร่างกาย อาการข้างเคียงอื่น ๆ ก็คือ อาจทำให้คลื่นเหียนอาเจียน ท้องผูก เกิดอาการคันหน้า ตาแดงเพราะโลหิตฉีด ม่านตาดำ หดตีบ และหายใจลำบาก ฤทธิ์ทางเสพติด มอร์ฟีนออกฤทธิ์กดระบบประสาท มีอาการเสพติดทั้งร่างกายและจิตใจ มีอาการขาดยาทางร่างกาย คลื่นเหียนอาเจียน ท้องผูก เกิดอาการคันหน้า ตาแดง ซึม ง่วงนอน ไม่สนใจสิ่งแวดล้อม ร่างการทรุดโทรม สมองมึนชา สติปัญญาเสื่อมโทรม โทษทางกฎหมาย จัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 2 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 7. สารยาเสพติดอันตราย กัญชา (Cannabis) : กัญชา มีลักษณะใบจะแยกออกเป็นแฉกประมาณ 5-8 แฉกคล้ายใบมันสำปะหลังที่ขอบใบทุกใบจะมีรอยหยัก ออกดอกเป็นช่อเล็กๆ ตามง่ามของกิ่งและก้าน ส่วนที่คนนำมาเสพได้แก่ส่วนของกิ่ง ก้าน ใบ และยอดช่อดอกกัญชา โดยนำมาตากหรืออบแห้ง แล้วบดหรือหั่นให้เป็นผงหยาบๆ จากนั้นจึงนำมายัดไส้บุหรี่สูบ ยังอาจพบในรูปของ “น้ำมันกัญชา” (Hashish Oil) ซึ่งมีลักษณะเป็นของเหลวสีน้ำตาลเข้มหรือสีดำ ฤทธิ์ทางเสพติด กัญชาเป็นยาเสพติดให้โทษ ที่ออกฤทธิ์หลายอย่างต่อระบบประสาทส่วนกลาง คือ ทั้งกระตุ้นประสาทกดและหลอนประสาท สารออกฤทธิ์ที่อยู่ในกัญชามีหลายชนิด แต่สารที่สำคัญที่สุดที่มีฤทธิ์ต่อสมองและทำให้ร่างกาย อารมณ์ และจิตใจเปลี่ยนแปลงไป ในเบื้องต้นจะออกฤทธิ์กระตุ้นประสาท ทำให้ผู้เสพตื่นเต้น ช่างพูด และหัวเราะตลอดเวลา ต่อมาจะกดประสาท ทำให้ผู้เสพมีอาการคล้ายเมาเหล้าอย่างอ่อนๆ เซื่องซึม และง่วงนอน หากเสพเข้าไปในปริมาณมากๆ จะหลอนประสาททำให้เห็นภาพลวงตา หูแว่ว ความคิด สับสน ควบคุมตนเองไม่ได้  ทำลาย ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำลายสมอง ปอด โทษทางกฎหมาย จัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 8. สารยาเสพติดอันตราย กระท่อม (Kratom) กระท่อม เป็นพืชเสพติดชนิดหนึ่ง ส่วนมากพบในทวีปเอเชีย โดยเฉพาะในประเทศอินเดียและในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย ประเทศไทย ลักษณะเป็นต้นไม้ยืนต้นขนาดกลางมีแก่นเป็นเนื้อไม้แข็ง ใช้ส่วนของใบเป็นสิ่งเสพติด ลักษณะใบคล้ายกระดังงาหรือใบฝรั่งต้นหนาทึบ ต้นกระท่อมมี 2 ชนิด คือ ก้านเขียวและก้านแดง ฤทธิ์ในทางเสพ  ในใบกระท่อมมีสารไมตราจัยนินที่ออกฤทธิ์กระตุ้นประสาท มีอาการเสพติดทางร่างกายเล็กน้อย มีอาการเสพติด ทางจิตใจ อาจมีอาการขาดยาทางร่างกายแต่ไม่รุนแรง ทำงานไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ทนแดดไม่รู้สึกร้อน ทำให้ ผิวหนังไหม้เกรียมมีอาการมีนงง ปากแห้ง นอนไม่หลับ ท้องผูก แต่จะรู้สึกหนาวสั่น เมื่อมีอากาศชื้น หรือเมื่อฝนฟ้า คะนอง ร่างการทรุดโทรม มีอาการประสาทหลอน จิตใจสับสน โทษทางกฎหมาย กระท่อมเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 9. สารยาเสพติดอันตราย เห็ดขี้ควาย (Magic Mushroom) : เห็ดขี้ควายเป็นเห็ดพิษซึ่งขึ้นอยู่ตามกองมูลควายแห้ง สีของเห็ดจะมีสีเหลืองซีด คล้ายสีฟางแห้ง บนหัวของร่ม จะมีสีน้ำตาลเข้มจนถึงสีดำบริเวณก้าน (Stalk) บริเวณใกล้ตัวร่มจะมีแผ่นเนื้อเยื่อบางๆ สีขาว แผ่ขยายออก รอบก้าน แผ่นนี้มีลักษณะคล้ายวงแหวน ฤทธิ์ในทางเสพติด  ในเห็ดขี้ควายมีสารออกฤทธิ์ทำลายประสาทอย่างรุนแรงคือ ไซโลซีน และ ไซโลไซบีน ผสมอยู่ ซึ่งออกฤทธิ์ หลอนประสาท เมื่อบริโภคเข้าไปจะทำให้มีอาการเมา เคลิบเคลิ้มและบ้าคลั่งในที่สุด หากบริโภคเข้าไปมากๆ หรือผู้ที่บริโภคเข้าไปมีภูมิต้านทานน้อย อาจทำให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ โทษทางกฎหมาย  เห็ดขี้ควายจัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 10. สารยาเสพติดอันตราย ยาเค (ketamine) ยาเค มาจากคำว่า เคตามีน (ketamine) หรือชื่อทางการค้าว่า เคตาวา (Ketava) หรือเคตาลา (Ketalar) หรือคาสิบโชล ซึ่งตามพระราชบัญญัติวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 เป็นวัตถุออกฤทธิ์ใน ประเภท 2 หมายถึง ยาที่มีอันตรายสูงที่แพทย์จะจ่ายให้กับผู้ป่วย เฉพาะเมื่อมีความจำเป็นจริง ๆ เท่านั้น สาเหตุที่ทำให้ยาเคกลายเป็นปัญหา เพราะวัยรุ่นบางกลุ่มได้นำยาเคมาใช้เป็นสิ่งมึนเมา โดยนำมาทำให้เป็นผง นำมาสูดดมเพื่อให้เกิดอาการมึนเมา และมักพบว่ามีการนำยาเค มาใช้ร่วมกับยาเสพติดร้ายแรงชนิดอื่น เช่น ยาอี และโคเคน ฤทธิ์ในทางเสพติด ยาเค เป็นยาที่ออกฤทธิ์หลอนประสานอย่างรุนแรง เมื่อเสพ เข้าไปจะรู้สึกเคลิบเคลิ้ม (Euphoria) รู้สึกว่าตนเองมีอำนาจพิเศษ (Mystical) มีอาการสูญเสียกระบวนการ ทางความคิด ความคิดสับสน การรับรู้และตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมทั้งภาพ แสง สี เสียงจะเปลี่ยนแปลงไป ตาลาย ร่างกายเคลื่อนไหวไม่สัมพันธ์กัน หากใช้ปริมาณมากจะเกิดการติดขัดในการหายใจ  หากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน จะปรากฏอาการเช่นนี้อยู่บ่อย ๆ เรียกว่า Flashback ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว จะทำให้ผู้เสพประสพกับสภาวะโรคจิต และกลายเป็นคนวิกลจริตได้ ความคิดสับสน ตาลาย หูแว่ว การรับรู้และ การตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมจะเปลี่ยนแปลงไป การเคลื่อนไหวของร่างกายไม่สัมพันธ์กัน กฎหมายยาเสพติด ที่วัยรุ่นควรรู้!! --> http://www.mukdahannews.com/h-ampata.htm <-- ข้อมูลเพิ่มเติม  http://elib.fda.moph.go.th/library/default.asp?page2=subdetail&id_L1=27&id_L2=15682&id_L3=1228 เรียบเรียง teen.mthai อ้างอิง nct.ago.go.th,คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 10 สารยาเสพติดอันตราย

ละครเลือดมังกร ตอนสิงห์  , เรื่องย่อเลือดมังกร ตอนสิงห์
เลือดมังกร ตอนสิงห์ /  ละครเลือดมังกร ตอนสิงห์ / 

เลือดมังกร ตอนสิงห์ บทประพันธ์ ลิซบทโทรทัศน์ พิมพ์ธนาดำเนินการผลิต บริษัท แอคอาร์ต เจเนเรชั่น จำกัดออกอากาศ วันจันทร์ และ อังคาร เวลา 20.15-22.45 น. ทางช่อง 3 “ลูกผู้ชายหัวเข่ามีค่าดั่งทองคำ แม้ตาย ต้องตายอย่างมีศักดิ์ศรี” ทรงกลด ลูกชายคนเดียวของเจ้าสัวตง มหาเศรษฐีเจ้าของเซียงกงย่านเยาวราช ผู้มีพร้อมทุกสิ่งทุกอย่าง แต่สิ่งที่ขาดไปคือความรักและความอบอุ่นทางใจ ตงไล่เขากับวรดีผู้เป็นแม่ไปจากชีวิต ทรงกลดจึงไม่ลงรอยกับพ่อเท่าไรนัก เจ้าสัวตงแต่งงานอีกครั้งกับ เหมยลี่ หญิงสาวคราวลูกยิ่งทำให้เขากลายเป็นส่วนเกินของครอบครัวแต่แล้วหัวใจที่หยาบกระด้างของเขาก็กลับอ่อนละมุนลงเมื่อได้พบกับอาจู สาวน้อยที่ก้าวเข้ามาสมัครงานในตำแหน่งเลขานุการส่วนตัวที่ช่วยเติมเต็มสิ่งที่เขาขาดหายมาทั้งชีวิต ในเทศกาลสารทจีน ทรงกลดถูกลอบปองร้ายจากใครบางคนจนแทบเอาชีวิตไม่รอดที่โรงงิ้ว ทำให้อาจู ต้องพลอยรับชะตากรรมไปด้วย ถึงแม้ภายนอกของอาจูจะดูเป็นผู้หญิงเรียบร้อย แต่กลับฉลาดทันเกมเขาไปเสียทุกเรื่อง ทำให้ทรงกลดอดเอ็นดูเลขาสาวไม่ได้ ทรงกลดมืดแปดด้านไม่รู้ว่าใครที่เป็นหมาลอบกัดกล้าปองร้ายสิงห์หนุ่มอย่างเขาในช่วงที่เกิดเหตุชุลมุน อาอัน มือขวาของทรงกลดสืบข่าวจนรู้เบาะแสบางอย่างจากหยกมณี คนรักที่เป็นนักร้องในภัตตาคารฉั่วเทียนเหลาว่าคนที่ลอบทำร้ายทรงกลดอาจจะเป็นคนของแก๊งเต่ามังกร ของเสี่ยเคี้ยง ก็เป็นได้ ทรงกลดปักใจเชื่อเนื่องจากแก๊งเต่ามังกรคือแก๊งอันธพาลที่เก็บค่าคุ้มครองในย่านเยาวราชจนกระทั่งรุกล้ำเข้ามาในเขตของแก๊งเขี้ยวสิงห์ที่อยู่ภายใต้การปกครองของเจ้าสัวตงอยู่บ่อยครั้ง ด้วยความมุทะลุของสิงห์จึงพาอาอันกับสมุนบุกไปถึงถิ่นแก๊งเต่ามังกรอย่างไม่กลัวตายทันที ทรงกลดบุกเข้าไปเผชิญหน้ากับ เสี่ยเคี้ยง หัวหน้าแก๊งเต่ามังกรทันที ทรงกลดหาว่าเต่ามังกรเล่นไม่ซื่อ ส่งให้ อาอิก สมุนมือขวาวางแผนสกปรกลอบกัดทีเผลอ แต่เสี่ยเคี้ยงกลับยืนกรานปฏิเสธ ทรงกลดไม่ไว้ใจเสี่ยเคี้ยงตลอดมา ทรงกลดกับอาจูใกล้ชิดสนิทสนมในเวลาอันรวดเร็ว เขาอยากรู้จักอาจูจึงสะกดรอยตามไปที่บ้านของเธอ จนพบว่าอาจูอาศัยอยู่ห้องแถวไม้ซอมซ่อกับ เง็กผู้เป็นแม่ ย่าซิ่วเอ็ง และอาเว่ยน้องชาย โดยทำขนมถ้วยจีน ขายที่หน้าศาลเจ้า ส่วนพ่อตายตั้งแต่อาจูยังจำความไม่ได้ ทรงกลดรู้สึกเห็นใจและสงสารในชีวิตความเป็นอยู่ของอาจูที่ต้องทำงานหาเลี้ยงแม่และย่าและส่งเสียน้องชายให้เรียนมหาวิทยาลัย อาจูแนะนำทรงกลดให้แม่และย่ารู้จัก แต่แล้วเง็กก็ถึงกับหน้าถอดสีเมื่อรู้ว่าทรงกลดเป็นลูกชายของเจ้าสัวตง หัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์ ในขณะที่ซิ่วเอ็งตาวาวโรจน์ด้วยความยินดีที่การรอคอยเพื่อแก้แค้นให้อาเหลียง ลูกชายของนางเป็นเวลากว่า 20 ปีมาถึงแล้ว เง็กสั่งห้ามอาจูไม่ให้คบหากับทรงกลดเด็ดขาด จนถึงขั้นสั่งให้อาจูลาออกจากการเป็นเลขาส่วนตัวของทรงกลด เง็กยอมเล่าความจริงให้ฟังว่าไม่อยากให้อาจูคบหากับทรงกลดเพราะไม่ไว้ใจพวกนักเลง กลัวว่าทรงกลด จะพลอยทำให้อาจูเดือดร้อนไปด้วย อีกอย่างเจ้าสัวตงมีส่วนทำให้อาเหลียง ลูกชายของซิ่วเอ็งต้องผูกคอตาย ทรงกลดไปมาหาสู่อาจูเสมอ เขารักอาจูอย่างจริงใจ เพราะถึงแม้อาจูจะเป็นเพียงหญิงสาวตัวเล็กๆ แต่เธอก็เสี่ยวเป็นเสี่ยงตาย ร่วมกับทรงกลดมาหลายครั้ง ซิ่วเอ็งหาหนทางเข้าถึงตัวของตงได้ในที่สุด เพราะซิ่วเอ็ง เข้าใจว่า ตง พ่อของทรงกลด เป็นคนฆ่าเหลียง ลูกชายคนเดียวของซิ่วเอ็ง พ่อของเว่ยซิ่วเอ็งวางยาในน้ำชา ให้ทรงกลดและอาจูดื่ม วันที่ทรงกลดมาหาอาจูที่บ้าน แล้วจับคนทั้งคู่ ขึ้นไปนอนอยู่เตียงเดียวกัน เมื่อเง็กกลับมาที่บ้าน เห็นสภาพของทรงกลดและอาจู ก็โกรธจัด เฆี่ยนตีอาจูไม่ยั้ง ซิ่วเอ็ง ไปพบตงที่บ้าน บอกให้ตงรับผิดชอบด้วยการ ให้ทรงกลดแต่งงานกับอาจู อันเริ่มสงสัย ว่ามีคนอยู่เบื้องหลัง ทำให้ทรงกลดพลอยคิดมากไปด้วย แต่ก็ยังไม่รู้ว่าเป็นแผนของใคร อาจูจับได้ว่าซิ่วเอ็ง เป็นคนวางยา ซิ่วเอ็งบังคับให้อาจูเข้าไปอยู่ที่บ้านทรงกลด ไม่เช่นนั้น เง็กกับเว่ยจะเป็นอันตราย อาจูจึงจำใจยอมรับสภาพในที่สุด ไม่กล้าเล่าให้ใครฟัง งานแต่งของทรงกลดกับอาจู ถูกจัดขึ้นอย่างเงียบๆ ทรงกลด อัน มารับตัวอาจูที่บ้าน โดยมีเว่ย ตามไปส่งอาจูด้วย ระหว่างทาง อิก ลูกน้องของเคี้ยง มาจับตัวอาจูไป แล้วให้ทรงกลด ไปรับตัวอาจู ที่แก๊งเต่ามังกรของเคี้ยง เพราะเคี้ยงแค้นใจที่ทรงกลด ส่งคนไปบุกที่บ่อน และโรงฝิ่น ซึ่งทรงกลดเองไม่รู้เรื่องเลยว่า คนที่ให้ร้ายทรงกลด คือหมง และอิก ที่ร่วมมือกัน โดยมีเล้งบงการอยู่เบื้องหลัง เคี้ยงจึงเข้าใจทรงกลดผิดไป ทรงกลดยอมคุกเข่าขอขมาเคี้ยง ด้วยความแค้นใจ แต่ด้วยเพราะอยากช่วยอาจู แล้วทรงกลด ก็พาอาจูกลับบ้านไป เมื่อเง็กรู้ว่าเคี้ยงจับตัวอาจูไปก็แค้นใจจัด ตรงไปที่บ้านของเคี้ยง ตบตี ด่าว่า เคี้ยงสารพัด จนแทบไม่เหลือมาด หัวหน้าแก๊งเต่ามังการ เง็กเปิดเผยว่า อาจู คือลูกของเคี้ยงกับเง็ก ที่เง็กตั้งท้องตั้งแต่ยังสาว ตอนที่ยังอยู่กินกับเคี้ยง แล้วเง็กก็เลิกราไป เพราะรับสภาพของเคี้ยงไม่ได้ ที่ชอบเลือกเดินทางแบบนักเลง เคี้ยงทั้งดีใจ ทั้งตกใจ และเสียใจที่เป็นคนทำร้ายลูกสาวของตนเองกับมือ ที่สำคัญ เคี้ยงกลายเป็นพ่อตาของทรงกลดไปเสียแล้ว ตงทำพิธีต้อนรับอาจูที่บ้าน เคี้ยงระงับอารมณ์ไว้ไม่อยู่ จึงไปที่บ้านของตงพร้อมเง็ก และเปิดเผยต่อหน้า ตง ปอ อัน ทรงกลด เหมยลี่ หมง ว่าอาจูเป็นลูกสาวของตน ทุกคนช็อคไปตามๆ กัน อาจูรับไม่ได้ว่าเคี้ยงเป็นพ่อ ที่สร้างความร้ายกาจให้กับทรงกลดมากมาย ทรงกลดเองก็รับไม่ได้ ที่อาจูกลายเป็นลูกของเคี้ยง คืนนั้น อาจูต้องนอนอยู่ในห้องหอเพียงลำพัง เพราะทรงกลดทำใจยอมรับไม่ได้ รุ่งเช้า เธอจึงเก็บเสื้อผ้าออกจากบ้านตงทันที ทรงกลดทำอะไรไม่ถูก มีเพียงอันที่คอยเตือนสติ ให้ทรงกลด รีบคิด รีบแก้ไขเหตุการณ์แต่โดยเร็ว ก่อนที่จะไม่ได้เห็นหน้าอาจูอีก ทรงกลดไปถึงบ้านอาจู ก่อนที่อาจูจะกลับมาพบเง็ก เขามานั่งรออาจู พร้อมทั้งขนข้าวของให้ซิ่วเอ็ง เง็กและเว่ย ย้ายไปอยู่ที่บ้านตงด้วยกัน แรกทีเดียวอาจูไม่ยอม แต่สุดท้าย ทั้งซิ่วเอ็ง และเง้ก ก็เกลี้ยกล่อมให้อาจู ทำหน้าที่ภรรยาให้ดีที่สุด อาจู เลยต้องจำยอม ตงเห็นความตั้งใจของทรงกลด เรื่องการนำเข้ารถยนต์ จึงอนุมัติให้ทรงกลด ได้ทำงานในโครงการนี้ ซ้ำยังช่วยไปพูดให้อาจู ยอมเข้าหอกับตงในที่สุด ซิ่วเอ็ง เง็กเว่ย เข้าไปช่วยงานในครัว ตามที่เหมยลี่สั่ง ถึงแม้ตงจะไม่พอใจ เพราะครอบครัวของอาจู ไม่ได้อยู่ในฐานะคนอาศัย แต่อยู่ในฐานะ ครอบครัวของสะใภ้แก๊งเขี้ยวสิงห์ แต่ซิ่วเอ็งกลับตอบรับอย่างยินดี เพราะตั้งใจ จะต้มสมุนไพร ใส่ยาพิษให้ตงกินอยู่แล้ว เง็กเอง ก็ไม่กล้ามองหน้าตงเท่าใดนัก เพราะในอดีต พ่อของเว่ยเคยทำงานกับตง แต่ตงจำเง็กไม่ได้ ทรงกลด กับอัน จับได้ว่า หมงกับเหมยลี่ มีความสัมพันธ์กัน ทรงกลดตัดสินใจบอกความจริงกับตง แต่ตงไม่เชื่อ ทำให้ทรงกลดเสียใจมาก เหมยลี่เบื่อที่จะต้องเป็นเมียเก็บของหมง จึงยุให้หมงฆ่าตง หมงจะได้ขึ้นตำแหน่งหัวหน้าแก๊งแทน เพราะหมงเองก็รู้ดีว่า การที่ตงจะมอบตำแหน่งหัวหน้าแก๊งให้ตนเอง เพียงเพราะต้องการให้หมง เป็นเกราะกันกระสุนให้กับทรงกลด ตงไม่ต้องการให้ทรงกลด มีอันตราย จากศรัตรูรอบด้านนั่นเองทรงกลด กับอัน จับได้ว่า หมงกับเหมยลี่ มีความสัมพันธ์กัน ทรงกลดตัดสินใจบอกความจริงกับตง แต่ตงไม่เชื่อ ทำให้ทรงกลดเสียใจมาก เหมยลี่เบื่อที่จะต้องเป็นเมียเก็บของหมง จึงยุให้หมงฆ่าตงหมงจะได้ขึ้นตำแหน่งหัวหน้าแก๊งแทน เพราะหมงเองก็รู้ดีว่า การที่ตงจะมอบตำแหน่งหัวหน้าแก๊งให้ตนเอง เพียงเพราะต้องการให้หมง เป็นเกราะกันกระสุนให้กับทรงกลด ตงไม่ต้องการให้ทรงกลด มีอันตราย จากศรัตรูรอบด้านนั่นเอง เคี้ยงพยายามงอนง้อเง็กทุกวิถีทาง แต่เง็กไม่มีทีท่าว่าจะใจอ่อน เว่ยกับทรงกลด เลยวางแผนลองใจเคี้ยง โดยให้เคี้ยงไปช่วยเง็กหาบขนมขาย เคี้ยงก็ยอมทุกอย่าง กลายเป็นว่า เคี้ยงกับทรงกลด ญาติดีกันโดยปริยาย แต่เง้กก็ยังยื่นคำขาดอีกว่า หากเคี้ยงยังไม่เลิกเปิดบ่อน และโรงฝิ่น เง็กก็จะไม่ยอมฝากชีวิตไว้กับเคี้ยงอีกต่อไป ทำให้เคี้ยงคิดหนักมาก อิกเห็นภาพที่เคี้ยงกลายเป็นพ่อค้าขายขนมแล้วทำใจไม่ได้ ตัดสินใจขอไปอยู่กับเล้ง เล้งเลยสั่งให้อิกฆ่าเคี้ยง แล้วยังบอกให้หมง ฆ่าตงและทรงกลดอีกด้วย เมื่อหมงและอิก ได้ขึ้นเป็นหัวหน้าแก๊ง เล้งจะได้มีคะแนนเสียงเพิ่มอีกสองคะแนนในการสนับสนุน ให้เล้งเป็นหัวหน้าแก๊งทั้งหลายอีกที อิกไปเที่ยวที่ฉั่วเทียนเหลา แถมยังตามไปส่งหยกมณีถึงที่บ้าน อันหึงหยกมณีจนเห็นได้ชัด หยกมณีบอกว่าตนเองจะไปร้องเพลงที่ฮ่องกง อันไม่คัดค้าน เพราะเห็นว่าเป็นอนาคตของหยกมณี ยิ่งทำให้หยกมณีเสียใจที่อันไม่รั้งตนเองไว้ แต่สุดท้ายทรงกลด ก็พูดเตือนสติ ให้อันเห็นแก่ความรักที่หยกมณี มีต่ออัน จนสุดท้าย อันก็ตามมาง้อขอคืนดีกับหยกมณีได้ในที่สุด ทรงกลด มาตงไปหาหมอ จึงรู้ว่าตงโดนยาพิษ มุ่ยบอกว่า เห็นเหมยลี่ เอายาพิษใส่ไปในอาหารให้ตงกิน เหมยลี่ ถูกอัน และทรงกลดจับตัวไปขัง ซิ่วเอ็ง กับหมง กลัวเหมยลี่ ซัดทอดมาถึงตน ซิ่วเอ็งจึงเอายากล่อมประสาทให้เหมยลี่กิน และสั่งให้ฆ่าตัวตายในที่สุด ส่วนมุ่ย ก็รู้ความจริงเรื่อที่หมง ร่วมมือกับซิ่วเอ็ง จะฆ่าตง ซิ่วเอ็ง เลยฆ่ามุ่ย ตายตามไปอีกคนหนึ่ง ตงฟื้นขึ้นมา ได้รับรู้ทุกสิ่ง เขาทำใจยอมรับ เรื่องที่เหมยลี่ เป็นชู้กับหมงหมงกลัวความผิด จึงขอให้ซิ่วเอ็ง รีบกำจัดตงอีกครั้ง ตง ตั้งใจ จะให้ทรงกลดเป็นหัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์ จึงบอกกับปอ แต่ซิ่วเอ็ง วางยาตง จนตงกลายเป็นอัมพาต พูดไม่ได้ ไปเสียก่อน เคี้ยงยังคงแวะเวียนมาหาเง็กอยู่เสมอ เขาขอเวลาอีกนิด เพื่อที่จะเลิกทำธุรกิจผิดกฎหมาย แต่มากกว่านั้น เคี้ยงต้องการให้อาจูเรียกว่าป๊า เขารู้สึกภูมิใจมากที่มีลูกสาวที่เพียบพร้อมอย่างอาจู แต่อาจู ยังไม่มีทีท่าใจอ่อนลงเลย ทำให้เง็ก เริ่มสงสาร เห็นใจเคี้ยงมากขึ้นหยกมณี มาบอกอันด้วยความดีใจ ว่าได้ฤกษ์แต่งงานแล้ว อีก 3 เดือนข้างหน้า อันบอกว่า เมื่อทรงกลดได้เป็นหัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์เมื่อไหร่ อันเอง ก็จะมีลูกน้อง มาช่วยดูแลทรงกลด ทำให้มีโอกาสได้อยู่กับหยกมณีมากขึ้น หยกมณียิ้มปลื้มด้วยความดีใจ ที่บ้านทรงกลด ปอประกาศให้ทุกคนรู้ว่า ทรงกลดจะเป็นหัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์ จนกว่าตง จะหายจากอาการป่วย หมงไม่ยอม แค้นใจจัด จึงจับอาจูเป็นตัวประกัน หมงจะฆ่าอาจู อาจูหนี ทรงกลดยิงหมง แล้วหมงก็รีบหนี ไปขออาศัยอยู่กับเล้งในที่สุด ทรงกลดรู้สึกผิดที่ทำให้อาจูเจ็บตัวอีกครั้ง ซิ่วเอ็งไม่ได้ยินดียินร้ายเลย เรื่องที่อาจูต้องเจ็บตัวเพราะหมง กลับขู่ตงอีกว่า ไม่มีวันกลับไปเป็นปกติเหมือนเดิมได้ ตงรู้แล้วว่า ซิ่วเอ็งเป็นคนร้าย แต่ไม่สามารถบอกใครได้ วันเลือกตั้งนายกสมาคมเลือดมังกรคนใหม่แทนสุง ที่เสียชีวิตไป ทั้งภรพธรามคณิน หงส์ มาเป็นกำลังใจให้กับทรงกลดอย่างพร้อมหน้า ส่วนเล้งก็ขู่ให้เคี้ยงเลือกตนเองเป็นหัวหน้า ดั่งคำที่เคี้ยงเคยให้สัญญากับเล้งไว้ ไม่เช่นนั้น เคี้ยงอาจจะเดือดร้อน การเลือกตั้ง เป็นไปอย่างสูสี เล้งเรียกคะแนนด้วยการยอมสละเสียงของตนเองหนึ่งเสียง ไม่ยอมลงคะแนน ซึ่งสุดท้าย เคี้ยงจำใจต้องเลือกเล้ง ดังคำสัญญา เลยทำให้คะแนนของทรงกลด และเล้ง เท่ากันอยู่ 9 ต่อ 9 ทรงกลดตัวสินใจ ลงคะแนนให้ตนเอง จนทำให้ทรงกลดได้เป็นหัวหน้าแก๊งเลือดมังกรในที่สุด เล้งจับมือแสดงความยินดีกับทรงกลด ด้วยใจที่เจ็บแค้น ทรงกลดแถลงนโยบาย จะทำถิ่นมังกรสีขาว เลิกโรงน้ำชา โรงฝิ่น ฝ่ายเล้งไม่เห็นด้วย เล้งจึงท้าทรงกลด ว่าถ้าหากหนึ่งเดือนนับจากนี้ ทรงกลดทำไม่สำเร็จ เล้งจะเป็นฝ่ายยึดตำแหน่งหัวหน้าแก๊งเลือดมังกรจากทรงกลดกับมือ ทรงกลดขอแรงสนับสนุนจากเคี้ยง เพราะรู้ดีว่า หากเคี้ยงเปลี่ยนใจ มาอยู่ฝ่ายทรงกลด จะมีผู้นำ พวกพ้องของเคี้ยงอีกหลายคน ที่เห็นด้วยกับทรงกลด เคี้ยงยังไม่รับปากในทันที เขาบอกกับทรงกลด ว่าหากทรงกลด ทำให้อาจู เรียกเคี้ยงว่าอาป๊า เมื่อไหร่ จะยอมช่วย ทรงกลด เล้งแค้นใจทรงกลดมาก สั่งให้อิกกับหมง ฆ่าทรงกลด ธามคณิน และหงส์ให้ได้อาจูและทรงกลด พบจดหมายของตง และวรดี แม่ของทรงกลด เขียนติดต่อกัน ทำให้ทรงกลดรู้ว่า สาเหตุที่ตงส่งทรงกลดกับแม่ไปอยู่อเมริกา ก็เพื่อความปลอดภัย ทรงกลดรู้สึกผิดต่อพ่อ ถึงขนาดไปคุกเข่าขอโทษตง อาจูดีใจที่พ่อลูกปรับความเข้าใจกันได้ ทรงกลดเริ่มรู้ตัวว่า โชคชะตาของตนเองเริ่มเหมือนกับต่อ ที่จะต้องเสียสละเพื่อคนรัก เพราะเขาเอง เริ่มรู้แล้วว่า การต่อสู้กับเล้ง กำลังจะเริ่มขึ้น และคนที่น่าเป็นห่วงที่สุด ก็คืออาจู ทรงกลด ธามคณิน หงส์ นัดเจอกันที่ฉั่วเทียนเหลา เพื่อหาทางพูดจาโน้มน้าว ให้สมาชิกเลือดมังกร เห็นด้วยกับนโยบายของทรงกลด แต่เล้ง สั่งให้อิกและหมง มากำจัดทรงกลด และ ธาม คณิน หงส์ จึงเกิดการยิงปะทะกัน ทุกคนแยกย้ายกันไป ทรงกลด ฝ่าดงกระสุนออกมาได้ อาจูตามมาด้วยความเป็นห่วง อันจึงยิงต่อสู้ เพื่อปกป้องอาจู สุดท้ายทรงกลด วิ่งออกมาเจอกับอาจู อันตามไปยิงสกัดอิก จนอิกหนีรอดไปได้ หมงจะยิงทรงกลด พอดีอาจูเห็นเข้าเสียก่อน อาจูจึงโชคร้าย ถูกหมงยิงบาดเจ็บ ทรงกลดแค้นหมงมาก จะตามหมงไป แต่ก็เป็นห่วงอาจู เลยต้องพาอาจูไปรักษาที่โรงพยาบาลก่อน ทั้งเง็กเคี้ยง ต่างก็โกรธจัดที่ทรงกลดทำให้อาจูต้องเจ็บตัว ถึงแม้อาจู จะบอกว่าไม่ใช่ความผิดของทรงกลดก็ตาม ทรงกลดตัดสินใจในที่สุด เพื่อทำให้อาจูปลอดภัย จากคนร้าย เขาพาตัวอาจู เง็ก ให้ไปอยู่ที่บ้านเคี้ยงเง็กเข้าใจถึงเจตนาของทรงกลดเอง ว่าต้องการปกป้องอาจู แต่อาจูกลับเข้าใจผิด คิดว่าทรงกลดไม่รักตนแล้ว จึงทอดทิ้งตน และลูกในท้อง ทำให้ทรงกลดเองก็เสียใจมาก เพราะไม่รู้ด้วยว่า อาจู มีลูกติดท้องไปด้วย เว่ย ต้องอยู่กับซิ่วเอ็งที่บ้านของตงต่อไป เพราะซิ่วเอ็งไม่ยอมไหนจนกว่า จะฆ่าตงได้ ยิ่งเมื่อรู้ว่าอาจูท้อง ตงมีผู้สืบสกุล ยิ่งทำให้ซิ่วเอ็งแค้นใจหนัก ซิ่วเอ็งสารภาพว่าเธอคือแม่ของเหลียง ถึงแม้ตงจะพยายามบอกว่า เขาไม่ได้โกงเหลียง ดั่งที่เหลียงบอกแก่ซิ่วเอ็ง ก่อนผูกคอตาย แต่ซิ่วเอ็งตอนนี้ ก็กลายเป็นคนที่คุ้มคลั่งจนน่ากลัวไปแล้ว ซิ่วเอ็งพาเว่ยออกไปจากบ้าน แล้วเขียนจดหมายถึงทรงกลด ทำทีว่าหมงจับตัวเว่ยกับตนเองไป ทำให้ทรงกลดร้อนใจจะออกตามหาเว่ย และไปเล่าเรื่องราวทุกอย่างให้เคี้ยงเง็ก อาจู ได้รับรู้ หมงไปจับตัวตงถึงที่ในบ้าน ทรงกลดบุกไปช่วยซิ่วเอ็งและเว่ย ที่โกดังร้าง เขาโดนอิกกับหมง เล่นงานจนแทบสู้ไม่ได้ พอดีอันมาช่วย เลยทำให้ทรงกลดรอดมาได้อย่างหวุดหวิด แต่เขาแทบช็อค เมื่อเห็นซิ่วเอ็งกำลังจะฆ่าตงผู้เป็นพ่อ ทำให้ทรงกลดรู้ว่า แท้ที่จริงแล้ว ซิ่วเอ็งกับหมง ร่วมมือกันจะฆ่าคนในครอบครัวของเขานั่นเอง อาจูเอง ก็ตามมาด้วย เพราะสงสัย ว่าซิ่วเอ็งจะรู้เห็นเป็นใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น แล้วก็เป็นดังคาด ซิ่วเอ็ง กำลังจะฆ่าทรงกลด เคี้ยงก็ปรากฏตัวขึ้น บอกกับซิ่วเอ็ง ว่า เหลียงติดการพนันจนหมดตัว เลยเอาร้านมาขายให้ตง แล้วเอาเงินตงไป โดยเคี้ยงเป็นพยานให้ ซิ่วเอ็งรู้ความจริงเริ่มคุ้มคลั่ง หมงจะยิงทรงกลด อาจูยิงไว้ได้ก่อน แล้วก็การเกิดต่อสู้กันขึ้น หมงจะยิงทรงกลด อันเห็นก่อน เอาตัวเข้าขวาง ทรงกลดแค้น ยิงหมงตาย แต่อันก็ถูกหมงยิงเช่นเดียวกัน อันฝากให้ทรงกลด เอาสร้อยคอแก๊งเขี้ยวสิงห์ไปให้หยก ทรงกลดรับฝากทั้งน้ำตา อันบอก ว่าเขาได้ทำหน้าที่ปกป้องทรงกลด อย่างสมบูรณ์แล้ว แล้วอันก็หมดลมหายใจ ในอ้อมกอดทรงกลด ทั้งเคี้ยงเง็ก อาจู ปอ ตง ต่างเศร้าไปตามๆ กัน อาจูสงสารทรงกลดอย่างจับหัวใจซิ่วเอ็ง ทำใจไม่ได้ ที่เป็นต้นเหตุ อยากร่ำรวย จนทำให้อาเหลียง ต้องหาเงินแบบผิดๆ จนสุดท้ายต้องฆ่าตัวตาย ซิ่วเอ็งเลยตัดสินใจ ฆ่าตัวตายในที่สุด ทั้งเง็ก อาจู เว่ย เวทนาซิ่วเอ็งเป็นอย่างมาก หยกมณีเสียใจที่สุด ที่อันจากไป ทรงกลดเองก็รู้สึกผิด ที่ไม่อาจทำให้อัน ได้แต่งงานกับหยกมณี แต่ถึงแม้หยกมณีจะเสียใจ ที่ไม่อาจได้ร่วมชีวิตกับอัน แต่เธอก็ยืนหยัด ใช้ชีวิตเพียงลำพัง โดยมีอันอยู่ในใจเสมอ ตงเริ่มมีอาการดีขึ้น จนสามารถเดินได้ดังเดิม ตงบอกให้ทรงกลด ไปพาอาจูกลับมาเป็นนายหญิงแห่งแก๊งเขี้ยวสิงห์ให้ได้ อาจูยอมเรียกเคี้ยงว่า ป๊า ในที่สุด ทำให้เคี้ยงดีใจมาก ส่วนทรงกลด ก็ไปง้ออาจู จนอาจูใจอ่อน ยอมกลับมาอยู่ที่บ้านทรงกลด ทั้งเคี้ยงเง็กเว่ย ตง ปอ ต่างดีใจที่อาจูกำลังตั้งท้อง โดยเฉพาะทรงกลด เขาให้คำมั่น จะดูแล ปกป้องอาจู และทุกคนในครอบครัว ให้มีความสุขตลอดไป รายชื่อนักแสดงนำ เจษฎาภรณ์ ผลดี รับบท ทรงกลดนิษฐา จิรยั่งยืน รับบท อาจู หรือ จิรัสยาอนันดา เอเวอริงแฮม รับบท ภรพธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ รับบท ธามแอนดริว เกร้กสัน รับบท คณินเจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ รับบท หงส์ธนากร โปษยานนท์ รับบท อัน หรือ อรรณพรฐา โพธิ์งาม รับบท หยกมณีพศิน เรืองวุฒิ รับบท หมงพิมพ์พรรณ ชลายนคุปต์ รับบท เหมยลี่อนุชิต สพันธุ์พงษ์ รับบท อิก

ปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) ทำอย่างไรให้ถูกต้อง!
CPR /  หัวใจหยุดเต้น / 

ปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพ (Cardiopulmonary resuscitation : CPR) หมายถึง การช่วยเหลือผู้ที่หยุดหายใจหรือหัวใจหยุดเต้น ให้มีการหายใจและการไหลเวียนกลับคืนสู่สภาพเดิม ป้องกันเนื้อเยื่อได้รับอันตรายจากการขาดออกซิเจนอย่างถาวร ซึ่งสามารถทำได้โดยการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน (Basic life support) ได้แก่ การผายปอด และการนวดหัวใจภายนอก ภาวะหยุดหายใจและหัวใจหยุดเต้น ภาวะหยุดหายใจ (respiratory arrest) และภาวะหัวใจหยุดเต้น (cardiac arrest) - เป็นภาวะที่มีการหยุดการทำงานของอวัยวะในระบบทางเดินหายใจและการไหลเวียนเลือด ส่วนมากมักจะพบว่ามีการหยุดหายใจก่อนเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้น และ ถ้าไม่ได้รับการช่วยเหลือที่ถูกต้อง จะทำให้เสียชีวิตได้ สาเหตุของการหยุดหายใจ ทางเดินหายใจอุดตันจากสาเหตุต่างๆ เช่น จากสิ่งแปลกปลอมอุดกั้นทางเดินหายใจ การแขวนคอ การถูกบีบรัดคอ การรัดคอ เป็นต้น ในเด็กเล็กสาเหตุจากการหยุดหายใจที่พบได้มากที่สุดคือ การสำลักสิ่งแปลกปลอมเข้าหลอดลม เช่น ของเล่นชิ้นเล็ก ๆ เมล็ดถั่ว เป็นต้น มีการสูดดมสารพิษ แก็สพิษ ควันพิษ การถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงดูด การจมน้ำ การบาดเจ็บที่ทรวงอก ทำให้ทางเดินหายใจได้รับอันตรายและเนื้อเยื่อได้รับบาดเจ็บ โรคระบบประสาท เช่น บาดทะยัก ไขสันหลังอักเสบ ทำให้กล้ามเนื้อหายใจเป็นอัมพาต การได้รับสารพิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย เช่น ผึ้ง ต่อ แตน ต่อยบริเวณคอ หน้า ทำให้มีการบวมของเนื้อเยื่อของทางเดินหายใจและหลอดลมมีการหดเกร็ง การได้รับยากดศูนย์ควบคุมการหายใจ เช่น มอร์ฟีน ฝิ่น โคเคน บาร์บิทูเรต ฯลฯ โรคหัวใจ เช่น กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดไปเลี้ยงอย่างเฉียบพลัน มีการติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจ และมีภาวะหายใจวายจากสาเหตุต่างๆ สาเหตุของหัวใจหยุดเต้น หัวใจวายจากโรคหัวใจ จากการออกกำลังกายมากเกินปกติ หรือตกใจหรือเสียใจกระทันหัน มีภาวะช็อคเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน จากการสูญเสียเลือดมาก ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หรือมีเลือดมาเลี้ยงไม่เพียงพอ ทางเดินหายใจอุดกั้น ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ การได้รับยาเกินขนาดหรือการแพ้ ข้อบ่งชี้ในการ ปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพ ผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจ โดยที่หัวใจยังคงเต้นอยู่ประมาณ 2-3 นาที ให้ผายปอดทันที จะช่วยป้องกันภาวะหัวใจหยุดเต้นได้ และช่วยป้องกันการเกิดภาวะเนื้อเยื่อสมองขาดออกซิเจนอย่างถาวร ผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจและหัวใจหยุดเต้นพร้อมกัน ซึ่งเรียกว่า clinical death การช่วยฟื้นคืนชีพทันทีจะช่วยป้องกันการเกิด biological death คือ เนื้อเยื่อโดยเฉพาะเนื้อเยื่อสมองขาดออกซิเจน ระยะเวลาของการเกิด biological death หลังจาก clinical death ยังไม่มีใครทราบแน่ชัด แต่โดยทั่วไป มักจะเกิดช่วง 4-6 นาที หลังเกิด clinical death ดังนั้นการ ปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพ จึงควรทำภายใน 4 นาที ลำดับขั้นในการ ปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพ การปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพ ขั้นพื้นฐานประกอบด้วย 3 ขั้นตอนใหญ่สำคัญ คือ A B C ซึ่งต้องทำตามลำดับคือ 1. A : Airway หมายถึง การเปิดทางเดินหายใจให้โล่ง ซึ่งเป็นการปฏิบัติการขั้นแรก ที่ต้องทำอย่างรวดเร็ว เพราะเนื่องจากโคนลิ้นและกล่องเสียงมีการตกลงไปอุดทางเดินหายใจส่วนบนในผู้ป่วยที่หมดสติ ดังนั้นจึงต้องมีการเปิดทางเดินหายใจให้โล่ง โดยการดัดคางขึ้นร่วมกับการกดหน้าผากให้หน้าแหงนเรียกว่า "head tilt chin lift" ในกรณีที่มีกระดูกสันหลังส่วนคอหัก หรือในรายที่สงสัย ควรใช้วิธี "jaw thrust maneuver" โดยการดึงขากรรไกรทั้งสองข้างขึ้นไปข้างบน ผู้ช่วยเหลืออยู่เหนือศีรษะผู้ป่วย 2. B : Breathing คือ การช่วยหายใจ เนื่องจากการหายใจหยุด ร่างกายจะมีออกซิเจนคงอยู่ในปอดและกระแสเลือด แต่ไม่มีสำรองไว้ใช้ดังนั้น เมื่อหยุดหายใจ จึงต้องช่วยหายใจ เป็นวิธีที่จะช่วยให้ออกซิเจนเข้าสู่ปอดผู้ป่วยได้ ซึ่งออกซิเจนที่เป่าออกไปนั้นมีออกซิเจนประมาณ 16-17 % ซึ่งเพียงพอสำหรับใช้ในร่างกาย สามารถทำได้หลายวิธี คือ ด้วยการเป่าปาก (mouth to mouth) เป่าจมูก (mouth to nose) และวิธีการกดหลังยกแขนของโฮลเกอร์ - นิลสัน (back pressure arm lift or Holger - Nielson method) ทำได้ดังนี้ 2.1 กรณีเป่าปาก บีบจมูกของผู้ป่วย ผู้ช่วยเหลือหายใจเข้าปอดลึก ๆ ซัก 2-3 ครั้ง หายใจ เข้าเต็มที่แล้วประกบปากให้แนบสนิทกับปากของผู้ป่วย แล้วเป่าลมหายใจเข้าไปในปอดให้เต็มที่ 2.2 กรณีเป่าจมูก ใช้ในรายที่มีการบาดเจ็บในปาก หรือในเด็กเล็ก ต้องปิดปากของผู้ป่วยก่อน และเป่าลมหายใจเข้าทางจมูกแทน ขณะที่เป่าให้เหลือบมองยอดอกของผู้รับบริการด้วยว่ามีการยกตัวขึ้นหรือไม่ การเป่าลมหายใจของผู้ช่วยเหลือผ่านทางปากหรือจมูก จะต้องทำอย่างช้าๆ ปล่อยปากหรือผู้ช่วยเหลือออกจากปากหรือจมูกของผู้ป่วย เพื่อให้ผู้ป่วยหายใจออก ให้ ผายปอด 2 ครั้ง ๆ ละ 1-1.5 วินาที (แต่ละครั้งได้ออกซิเจน 16 %) อัตราเร็วในการเป่า คือ 12 -15 ครั้ง / นาที ใกล้เคียงกับการหายใจปกติ 3. C : Circulation คือการนวดหัวใจภายนอก ทำในรายที่ประเมินภาวะหัวใจหยุดเต้น โดยการจับชีพที่ carotid artery แล้วไม่พบว่ามีการเต้นของชีพจร ก็จะช่วยให้มีการไหลเวียนของเลือดโดยการกดนวดหัวใจภายนอก (cardiac massage) โดยมีหลักการคือ กดให้กระดูกหน้าอก (sternum) ลงไปชิดกับกระดูกสันหลัง ซึ่งจะทำให้หัวใจที่อยู่ระหว่างกระดูกทั้งสองอัน ถูกกดไปด้วย ทำให้มีการบีบเลือดออกจากหัวใจไปเลี้ยงร่างกาย เสมือนการบีบตัวของหัวใจ วิธีนวดหัวใจ จัดให้ผู้ป่วยนอนหงายราบ บนพื้นแข็ง ถ้าพื้นอ่อนนุ่มให้สอดไม้กระดานแข็งใต้ลำตัว วัดตำแหน่งที่เหมาะสำหรับการนวดหัวใจ โดยใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางข้างที่ถนัด วาดจากขอบชายโครงล่างของผู้ป่วยขึ้นไป จนถึง ปลายกระดูกหน้าอก วัดเหนือปลายกระดูกหน้าอกขึ้นมา 2 นิ้วมือ แล้วใช้สันมือข้างที่ไม่ถนัดวางบนตำแหน่งดังกล่าว และใช้สันมือข้างที่ถนัดวางทับลงไป และเกี่ยวนิ้วมือให้นิ้วมือที่วางทับแนบชิดในร่องนิ้วมือของมือข้างล่าง (interlocked fingers) ยกปลายนิ้วขึ้นจากหน้าอก ผู้ช่วยเหลือยืดไหล่และแขนเหยียดตรง จากนั้นปล่อยน้ำหนักตัวผ่านจากไหล่ไปสู่ลำแขนทั้งสองและลงไปสู่กระดูกหน้าอกในแนวตั้งฉากกับลำตัวของผู้เจ็บป่วยในผู้ใหญ่และเด็กโต กดลงไปลึกประมาณ 1.5 - 2 นิ้ว ให้กดลงไปในแนวดิ่ง และอย่ากระแทก ผ่อนมือที่กดขึ้นให้เต็มที่เพื่อให้ทรวงอกมีการขยายตัว และหัวใจได้รับเลือดที่อุดมไปด้วยออกซิเจน ขณะที่ผ่อนมือไม่จำเป็นต้องยกมือขึ้นสูง มือยังคงสัมผัสอยู่ที่กระดูกหน้าอก อย่ายกมือออกจากหน้าอก จะทำให้มีเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ในร่างกาย และมีเลือดไหลกลับเข้าสู่หัวใจ ทำให้มีการไหลเวียนเลือดในร่างกาย การกดนวดหัวใจจะนวดเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ในอัตราเร็ว 100 ครั้ง/นาที ถ้าน้อยกว่านี้จะไม่ได้ผล การปฏิบัติในการช่วยฟื้นคืนชีพเบื้องต้น 1. เมื่อพบคนนอนอยู่ คล้ายหมดสติ ต้องลองตรวจดูว่าหมดสติจริงหรือไม่ โดยการเรียกและเขย่าตัว เขย่าหรือตบที่ไหล่ ถ้าหมดสติจะไม่มีการโต้ตอบ หรือมีเสียงคราง หรือมีการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย 2. ประเมินการหายใจโดยการทำ look listen and feel look คือ ดูการเคลื่อนไหวของทรวงอก และหน้าท้องว่ามีการยกตัวขึ้นหรือไม่ หรือ หายใจหรือไม่ listen คือ ฟังเสียงลมหายใจ โดยเอียงหูของผู้ช่วยเหลือเข้าไปใกล้บริเวณจมูกและปากของผู้ป่วย ว่าได้ยินเสียงอากาศผ่านออกมาทางจมูกหรือปากหรือไม่ feel คือ สัมผัส โดยการใช้แก้มของผู้ช่วยเหลือสัมผัสกับความรู้สึกว่ามีลมหายใจที่ผ่านออกจากปากหรือจมูก อาจใช้สำลีหรือวัสดุบางเบาจ่อบริเวณจมูก 3. ถ้าพบว่าไม่หายใจให้เรียกขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น พร้อมทั้งจัดท่านอนหงายราบบนพื้นแข็ง เริ่มขั้นตอนการ ปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพ ขั้นตอนที่ 1 Airway โดยการเปิดทางเดินหายใจให้โล่ง ด้วยวิธี head tilt chin lift หรือ jaw thrust maneuver (ถ้ามีการหักของกระดูกสันหลังส่วนคอ) - ดูภาพที่ 3 และ 4 ในหัวข้อ Airway 4. ทดสอบการหายใจโดยการทำ look listen and feel อีกครั้งหนึ่งถ้ายังไม่หายใจ ให้ทำขั้นตอนต่อไปคือ ขั้นตอนที่ 2 Breathing คือ เป่าลมหายใจ 2 ครั้ง - ดูภาพที่ 5 และ 6 ในหัวข้อ Breathing 5. ทดสอบว่าหัวใจหยุดเต้นหรือไม่ด้วยการจับชีพจร ถ้าไม่มีการเต้นของหัวใจ เป่าปากอีก 2 ครั้ง แล้วทำ cardiac massage ด้วยอัตราเร็ว 100 ครั้ง/นาที โดยการนับ 1 และ2 และ 3 และ………จนถึง 30 ครั้ง - ดูภาพที่ 9 ในหัวข้อ Circulation 6. ทำสลับกันอย่างนี้ ไปจนครบ 4 รอบ (1 นาที) จึงประเมินการหายใจและการเต้นของชีพจร และประเมินอีก ทุก 1 นาที 7. ถ้ามีผู้ช่วยเหลือมาช่วยอีก ให้แบ่งการทำหน้าที่กัน เช่น ผู้ช่วยเหลือคนที่ 1 ผายปอด ผู้ช่วยเหลือคนที่ 2 กดนวดหัวใจ ถ้าผู้ช่วยเหลือแต่ละคนอาจเหนื่อยและต้องการเปลี่ยนหน้าที่กัน โดยการตะโกนว่า "เปลี่ยน" ก็จะสลับหน้าที่กัน 8. ให้ปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐานอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งมีบุคลากรนำอุปกรณ์มาช่วยเหลือเพิ่มเติม และรีบนำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที การจัดท่าผู้ป่วยหลัง ปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพ หลังปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพ จนกระทั่งผู้ป่วยมีชีพจรและหายใจได้เองแล้ว แต่ยังหมดสติอยู่ หรือพบผู้ป่วยหมดสติ แต่ยังมีชีพจรและหายใจอยู่ ควรจัดให้อยู่ในท่าพักฟื้น (recovery position) ซึ่งท่านี้จะช่วยป้องกันลิ้นตกไปอุดกั้นทางเดินหายใจ ช่วยให้น้ำลายหรือเสมหะไหลออกจากปากได้ ทำให้ปลอดภัยจากการสูดสำลัก การจัดท่าทำได้ดังนี้ นั่งคุกเข่าข้าง ๆ ผู้ป่วย ทำ head tilt chin lift เหยียดขาผู้ป่วยให้ตรง จับแขนด้านใกล้ตัวงอและหงายมือขึ้นดังภาพ จับแขนด้านไกลตัวข้ามหน้าอกมาวางมือไว้ที่แก้มอีกข้างหนึ่ง ใช้แขนอีกข้างหนึ่งจับขาไว้ ดึงพลิกตัวผู้ป่วยให้เข่างอข้ามตัวมาด้านที่ผู้ปฏิบัติอยู่ ให้ผู้ป่วยอยู่ในท่าตะแคง จับศีรษะแหงนเล็กน้อย เพื่อเปิดทางเดินหายใจให้โล่ง ปรับมือให้อยู่ใต้แก้ม และจัดขาให้งอเล็กน้อย อันตรายของการทำ CPR ไม่ถูกวิธี วางมือผิดตำแหน่ง ทำให้ซี่โครงหัก , xiphoid หัก , กระดูกที่หักทิ่มโดนอวัยวะสำคัญ เช่น ตับ ม้าม เกิดการตกเลือดถึงตายได้ การกดด้วยอัตราเร็วเกินไป เบาไป ถอนแรงหลังกดไม่หมด ทำให้ปริมาณเลือดไปถึงอวัยวะต่างๆ ที่สำคัญได้น้อย ทำให้ขาดออกซิเจน การกดแรงและเร็วมากเกินไป ทำให้กระดูกหน้าอกกระดอนขึ้น ลงอย่างรวดเร็ว หัวใจช้ำเลือดหรือกระดูกหักได้ การกดหน้าอกลึกเกินไป ทำให้หัวใจชอกช้ำได้ การเปิดทางเดินหายใจไม่เต็มที่ เป่าลมมากเกินไป ทำให้ลมเข้ากระเพาะอาหาร เกิดท้องอืด อาเจียน ลมเข้าปอดไม่สะดวก ปอดขยายตัวไม่เต็มที่ ถ้ามีอาการอาเจียนเกิดขึ้นก่อน หรือ ระหว่างการทำ CPR ต้องล้วงเอาเศษอาหารออกก่อน มิฉะนั้นจะเป็นสาเหตุของ การอุดตันของทางเดินหายใจ (airway obstruction) การช่วยหายใจไม่ได้ผล เกิดการขาดออกซิเจน ถ้ามีอาการท้องอืดขึ้น ระหว่างการทำ CPR ให้จัดท่าเปิดทางเดินหายใจใหม่ และช่วยการหายใจด้วยปริมาณลมที่ไม่มากเกินไป ขอบคุณที่มาจาก : amgaobirdmaew.blogspot.com

10 อันดับ พิพิธภัณฑ์แนะนำในประเทศไทย
TripAdvisor /  ทริปแอดไวเซอร์ / 

หลายคนอาจจะอยากรู้ว่า สถานที่ท่องเที่ยวในไทยในมุมของ พิพิธภัณฑ์ ที่คนนิยมไปเที่ยวนั้นมีที่ไหนบ้าง ลองมาดู ที่ ทริปแอดไวเซอร์ ได้ประกาศรางวัล ทราเวลเลอร์ส ช้อยส์ อวอร์ดส (Traveller's Choice Awards) สำหรับพิพิธภัณฑ์ โดยเผยพิพิธภัณฑ์ยอดนิยมสูงสุด 25 อันดับในโลก พร้อมจำแนกรายนามพิพิธภัณฑ์เด่นทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น เอเชีย ยุโรป อเมริกาใต้ เอเชียแปซิฟิก สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และประเทศไทย 10 อันดับ พิพิธภัณฑ์แนะนำในประเทศไทย จาก Traveller's Choice Award 1.    พิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาด จังหวัดกาญจนบุรี (678 รีวิว) 2.    พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย (MOCA) จังหวัดกรุงเทพฯ (151 รีวิว) 3.    พิพิธภัณฑ์แมลงโลกและสิ่งมหัศจรรย์ธรรมชาติ จังหวัดเชียงใหม่ (107 รีวิว) 4.    พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ จังหวัดกรุงเทพฯ (201 รีวิว) ภาพจาก : http://travel.mthai.com 5.    หอฝิ่น อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ เชียงแสน จังหวัดเชียงราย (236 รีวิว) ภาพจาก : http://travel.mthai.com 6.    อเนกกุศลศาลา (วิหารเซียน) พัทยา จังหวัดชลบุรี (74 รีวิว) ภาพจาก : www.tlcthai.com 7.    พิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราช จังหวัดกรุงเทพฯ (159 รีวิว) ภาพจาก : www.vcharkarn.com 8.    พิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จังหวัดกรุงเทพฯ (207 รีวิว) ภาพจาก : www.prachachat.net 9.    พิพิธภัณฑ์บ้านดำ จังหวัดเชียงราย (296 รีวิว) ภาพจาก : www.manager.co.th 10.    พิพิธภัณฑ์วังสวนผักกาด จังหวัดกรุงเทพฯ (77 รีวิว) ภาพจาก : mblog.manager.co.th ทริปแอดไวเซอร์ คือ เว็บไซต์ท่องเที่ยวรายใหญ่ที่สุดในโลก ที่ช่วยให้นักเดินทางสามารถวางแผนการเดินทางท่องเที่ยวและได้รับประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ดีที่สุด ทริปแอดไวเซอร์ยังเสนอคำแนะนำที่น่าเชื่อถือจากนักเดินทางจริง และเสนอทางเลือกในการเดินทางที่หลากหลายเพื่อช่วยในการวางแผนการท่องเที่ยว สามารถดูรายละเอียดพิพิธภัณฑ์ที่ได้รับรางวัลทราเวลเลอร์ส ช้อยส์ อวอร์ดส ทั้งหมด 509 แห่ง พร้อมรูปภาพจริงของนักท่องเที่ยวได้ที่ http://th.tripadvisor.com/TravellersChoice-Attractions-cMuseums บทความท่องเที่ยวน่าสนใจ : 10 อันดับ พิพิธภัณฑ์แนะนำในเอเชีย : 10 อันดับ พิพิธภัณฑ์แนะนำระดับโลก!! : 10 อันดับ พิพิธภัณฑ์แนะนำในประเทศไทย