ผู้หญิง2/22/07/ชั่วฟ้าดินสลาย

เรือนถาวร โฮมสเตย์

โรงแรมเขตภูมิภาค บริการห้องพักแบบโฮมสเตย์ * เรือนลีลาวดี 2 ห้องแอร์ 1 ห้องน้ำ ห้องละ 700 บาท * เรือนถาวร 1 ห้องแอร์ ห้องละ 700 บาท 1 ห้องพัดลม ห้องละ 600 บาท * กระท่อมเจ้าเงาะ ห้องแอร์ห้องน้ำในตัวห้องละ 800 บาท *กิจกรรมปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ เป็นกลุ่มคนละ 450 บาท พร้อมอาหารทะเล 6 อย่าง *แพกิจกรรมทานอาหารล่องแพ

Deestone – Move The World
Deestone /  MOVE THE WORLD / 

เรื่องราวการเดินทางของยางดีสโตน ยางรถยนต์ระดับโลก ที่พร้อมเผชิญหน้ากับทุกอุปสรรคในทุกการเด­ินทาง และพร้อมรองรับในทุกรูปแบบของการขับขี่ ครั้งแรกของโลกที่ดีสโตน เปิดเผยห้องแล็บการทดลองของยางดีสโตน เพื่อทดสอบยางดีสโตนในด้านสมรรถนะต่างๆ ทั้งเรื่องของความนุ่มเงียบ ประสิทธิภาพการรีดน้ำ การสลัดดินโคลน รวมถึงการยึดเกาะถนน ดีสโตนทำการทดลอง ทดสอบ เพื่อให้ทุกคนมั่นใจในคุณภาพ มาตรฐานระดับโลก และนี่คือบท พิสูจน์ของยางดีสโตน ที่ทะยานมาแล้วทั่วโลก ทั้งประเทศออสเตรเลีย ประเทศอังกฤษ ประเทศสหรัฐอเมริกา และวันนี้ยางดีสโตน ยางรถยนต์ระดับโลก ทะยานมาถึงประเทศไทยแล้ว DEESTONE MOVE THE WORLD

แจ้งปิดสีลมทั้งเส้น 20-22 ก.ย. เปิดถนนคนเดิน Car Free Day
ถนนคนเดิน /  ปิดถนนสีลม / 

ด่วน ! แจ้งปิดสีลมทั้งเส้น 20-22 ก.ย. เปิดถนนคนเดิน Car Free Day วันนี้(16 ก.ย.)กรุงเทพมหานคร (กทม.) แจ้งปิดถนนเพื่อจัดกิจกรรม Bangkok Car Free Day 2014 ในวันที่ 20 ก.ย. นี้ โดยแนะหลีกเลี่ยงถนนสีลมตั้งแต่แยกศาลาแดง-แยกนราธิวาสฯ เวลา 12.00 - 22.00 น. ปิดถนน 2 เลน และตั้งแต่เวลา 22.00 น. - 06.00 น.ของวันที่ 22 ก.ย. ปิดการจราจรตลอดเส้นทาง ทั้งนี้ในวันที่ 21 ก.ย.จะมีกิจกรรม ขบวนพาเหรดจักรยานที่เริ่มออกเดินทางจากสนามหลวงฝั่งธรรมศาสตร์ ผ่านมาทางถนนราชดำเนิน เลี้ยวเข้าถนนศรีอยุธยา เลี้ยวขวาเข้าราชปรารภและราชดำริ เรื่อยมาจนถึงถนนสีลม ผู้ใช้รถใช้ถนนโปรดหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าวตั้งแต่เวลา 08.30-09.30 น. ด้วย MThai News

เหตุใด…? วิญญาณถึงไม่ไปเกิด
ดูดวง /  ทำไมวิญญาณไม่ไปเกิด / 

คุณเคยสงสัยกันไหมครับ ว่าทำไมคนที่ตายไปแล้ว หรือ วิญญาณ บางดวงทำไมจึงยังไม่ไปเกิด และยังคงวนเวียนอยู่กับคนหรือสถานที่นั้นๆ เพราะเหตุอะไร Horoscope.Mthai.com  หยิบยกเอาประเด็นเหล่านี้มาบอกกล่าวกันครับ 1.เพราะวิญญาณบางดวงมีกรรมหนักยังคงต้องชดใช้อยู่ 2.เพราะวิญญาณบางดวงยังมีห่วงอยู่ ห่วงครอบครัว ห่วงลูก ห่วงลูกหลาน ห่วงญาติ 3.เพราะวิญญาณบางดวงมีความแค้นแบบฝังหุ่น 4.เพราะวิญญาณบางดวงยังคงผูกติดกับทรัพย์สมบัติ 5.เพราะวิญญาณบางดวงรอตัวตายตัวแทน 6.เพราะวิญญาณบางดวงถูกคนมีอาคมมีวิชากั้นไว้ทำให้ไปไหนไม่ได้ คุณมีความคิดเห็นอย่างไรกับ วิญญาณ ที่ไม่ไปเกิด เพราะสาเหตุอะไร แล้วเชื่อเรื่องพวกนี้บ้างหรือเปล่า หากใครมีความเห็นที่แตกต่างจากตรงนี้ สามารถแสดงความเห็นเพื่อเป็นความรู้แก้ผู้อื่นได้ครับ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านนะครับ

10 เรื่องน่ารู้ 'สลากกินแบ่งรัฐบาล'
10 เรื่องน่ารู้สลากกินแบ่งรัฐบาล /  กองสลาก / 

วันนี้รวย! วลีเด็ดที่หลาย ๆ คนได้ยิน ได้พูดกันจนคุ้นหู หรือชินปากกันไปแล้ว กับวันหวยออกที่คอหวยต่างเฝ้ารอกันทุกเดือน MThai News จึงเต็มใจนำเสนอ 10 เรื่องน่ารู้กับ 'สลากกินแบ่งรัฐบาล' มานำเสนอกันในวันนี้ (16 กย. 57) ที่หวยออกพอดี (แต่ไม่มีใบ้หวยนะครับ...บอกไว้ก่อน) -รู้หรือไม่ว่า 'สลากกินแบ่งรัฐบาล' หรือ 'ล็อตเตอรี่' มีการออกครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อ 140 ปีที่แล้ว ในปีพศ. 2417 ในสมัยรัชกาลที่ 5 -รู้หรือไม่ว่า 'สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล' จะมีอายุครบ 40 ปีพอดิบพอดี ในการออกรางวัลงวดวันที่ 1 ตุลาคมนี้ หลังจากก่อตั้งเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พศ.2517 -รู้หรือไม่ว่า 'โรงพิมพ์กองสลากฯ' ไม่ได้พิมพ์เพียงแค่สลากกินแบ่งรัฐบาลเท่านั้น แต่ยังพิมพ์มพ์ตั๋วรถโดยสาร บขส. บัตรผ่านทางของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย และสติ๊กเกอร์ของกรมสรรพสามิต เพื่อป้องกันการปลอมแปลงอีกด้วย -รู้หรือไม่ว่า ในการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลทุกครั้ง จะมีการออกรางวัลถึง 173 รางวัล -รู้หรือไม่ว่า สลากกินแบ่งรัฐบาลฉบับแรกราคา 1 บาท ออกเพียง 1 ล้านฉบับเท่านั้น -รู้หรือไม่ว่า 'กองสลาก' มีเพลงประจำสำนักงานมากถึง 11 เพลง และแต่ละเพลงชื่อเก๋ไม่เบา เช่น "รวยแบบไม่ได้ตั้งใจ" "เสี่ยงโชค" หรือแม้แต่ชื่อเพลงว่า "วันบอกลา" (คงจะเลิกเล่นหวยแล้วสินะ) -รู้หรือไม่ว่า จริง ๆ แล้วหวยไม่ได้ออกเดือนละ 2 ครั้งทุกเดือนอย่างที่เราเข้าใจกัน แต่ในเดือนธันวาคมของทุกปี หวยจะออกเดือนเดียวถึง 3 ครั้งคือวันที่ 1, 16 และ 30 ส่วนในเดือนมกราคมหวยจะออกแค่ครั้งเดียวเท่านั้นคือในวันที่ 16 มกราคม หรือวันครูนั่นเอง -รู้หรือไม่ว่า ถ้านับย้อนหลังไป 10 ปีเลขท้าย 2 ตัวที่ยังไม่เคยออกรางวัลเลยคือ 04, 16, 19, 40, 74, 78, 84 และ 89 (จะออกครั้งแรกงวดนี้หรือเปล่าก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับ) ส่วนเลขท้าย 2 ตัวที่ออกบ่อยที่สุดคือ 69 ออกมาแล้วถึง 7 ครั้ง -รู้หรือไม่ว่า เราไม่สามารถที่จะซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลตามราคาที่ขายหน้าสลากที่ 80 บาทได้ (หลาย ๆ คนรู้แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร) -รู้หรือไม่ว่า แต่ก่อนเราสามารถซื้อสลากเพียงส่วนเดียวได้ ไม่ต้องซื้อทั้งคู่ และสามารถฉีกได้เลยตามรอยปะ เกล็ดเล็กเกร็ดน้อยเท่านั้นนะครับสำหรับล็อตเตอรี่ หรือหวยที่เราคุนเคย มีตัวเลขค่อนข้างเยอะ ใครจะใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ในช่วงโค้งสุดท้ายก็เชิญเลยนะคร้าบบบบ MThai News

คนเราอาจต้องการเพียงแค่.....ส้วม
สวรรค์ /  สวรรค์บนดิน / 

สวรรค์บนดินไม่ได้อยู่ที่ไหน มันอยู่ในส้วมเรานี่แหละ

หุ้นไทยวันนี้ ปิดร่วง 13.71 จุดที่ระดับ 1,565.41 จุด
ข่าวหุ้น /  ดัชนีฯหุ้น / 

วันนี้ตลาดหุ้นไทยปิด ณ เวลา 16.42 น.ที่ 1,565.41 จุด ลดลง 13.71 จุด หรือลดลง 0.87% ด้วยมูลค่าการซื้อขายกว่า 47,009.80 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่กดดัชนีมากที่สุด 5 อันดับแรก 1.KBANK ปิดที่ระดับ 224.00 บาท ลดลง -4.00 บาท ราคาหุ้นที่ลดลงมีผลต่อดัชนี -1.0767 จุด 2.BIGC ปิดที่ระดับ 223.00 บาท ลดลง -11.00 บาท ราคาหุ้นที่ลดลงมีผลต่อดัชนี -1.0207 จุด 3.CPALL ปิดที่ระดับ 44.75 บาท ลดลง -0.75 บาท ราคาหุ้นที่ลดลงมีผลต่อดัชนี -0.7578 จุด 4.BGH ปิดที่ระดับ 18.30 บาท ลดลง -0.40 บาท ราคาหุ้นที่ลดลงมีผลต่อดัชนี -0.6969 จุด 5.PTTEP ปิดที่ระดับ 161.50 บาท ลดลง -1.50 บาท ราคาหุ้นที่ลดลงมีผลต่อดัชนี -0.6698 จุด MThai News

10 เรื่องจริง สัตว์กินคน เหตุการณ์จริงในอดีต
สัตว์โลก /  สัตว์ในตำนาน / 

หลายครั้งหลายคราวที่เรามักจะเห็นตามหน้าหนังสือพิมพ์ หรือสื่อต่างๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์สัตว์ทำร้ายมนุษย์ ซึ่งมันก็เกิดได้หลายสาเหตุเช่น พวกมันอาจจะป้องกันตัวเอง สภาวะทางอารมณ์ หรือสัญชาตญาณ วันนี้ทีนเอ็มไทยมี 10 เรื่องจริง สัตว์กินคน เหตุการณ์จริงในอดีต มาฝากเพื่อนๆ กันคะ 10 เรื่องเหล่านี้ล้วนเป็นข่าวครึกโครม เกี่ยวกับสัตว์ทำร้ายและกินคนเป็นจำนวนมาก ทำให้หลายๆคนขวัญผวาและกลัวเป็นอย่างมาก 10 เรื่องจริง สัตว์กินคน เหตุการณ์จริงในอดีต 10. The lions of Njombe เกิดขึ้นปี 1932 ในแทนซาเนียใกล้เมืองจ็อมเบ เกิดเหตุการณ์ฝูงสิงโตยักษ์ออกมาฆ่าคนอย่างบ้าคลั่ง เรื่องมีอยู่ว่าสิงโตได้รับการควบคุมโดยแม่มดหมอผีในชนเผ่าท้องถิ่นชื่อมาตามูลา แมนเกรา (Matamula Mangera) ที่เธอมักส่งฝูงสิงโตออกมาทำร้ายคนหากใครก็ตามที่ลบหลู่เธอหรือต่อต้านเธอ แม่มดมาตามูลา มีอำนาจบาตรใหญ่มากขนาดหัวหน้าเผ่าอื่นๆ ไม่กล้ายุ่งกับเธอเลย ฝูงสิงโตของเธอนั้นได้คร่าชีวิตมนุษย์ไปถึง 1,500 ศพ (บางคนบอกว่า 2,000 คน) และนี้คือเหตุการณ์สิงโตทำร้ายมนุษย์ที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ และหนึ่งใน กรณีของสัตว์ทำร้ายมนุษย์เลวร้ายที่สุดที่เคยบันทึกไว้ จนกระทั้งจอร์จ (George Rushby 1900–1968) นายพรานที่มีชื่อเสียงได้ตัดสินใจ ปราบฝูงสิงโตนั้น เขาฆ่าสิงโตไป 15 ตัวและทำให้เหตุการณ์สิงโตทำร้ายคนยุติลงในที่สุด และเรื่องราวของจอร์จได้ถูกนำมาสร้างละครกึ่งสารคดี BBC ในชื่อ “The Man-eating Lions of Njombe.” ออกอากาศในเดือนกรกฎาคม 2005 9. Two Toed Tom “ทอมสองขา” เป็นจระเข้กินคนที่ค่อนข้างคลุมเครือ และยากจะทราบได้ว่า เรื่องของจระเข้ตัวนี้เป็นเรื่องจริงหรือเป็นแค่ตำนาน จระเข้ตัวนี้เป็นเรื่องที่เล่าต่อๆ มากันมาของอเมริกาทางตอนใต้ อาศัยอยู่ในบึ่ง terrorized ในรัฐอลาบามา ชายแดนฟอริด้า ชื่อของมันมีที่มาจาก ขาของมันมีสองเท้า เนื่องจากขาของมันหายไปเพราะโดนกับดักเหล็กจนขาขาด และนั้นเป็นสาเหตุทำให้มันเจ็บแค้นมนุษย์ และเริ่มออกอาละวาดทำร้ายมนุษย์ ในช่วงยุค 20 หลายคนอ้างว่ามันมีขนาดใหญ่กว่าสี่เมตรครึ่ง มันน่ากลัวมากเหมือนมันเป็นปีศาจส่งมาจากนรกเพื่อล่าพวกเขา มันชอบกินวัวและมนุษย์ผู้หญิง (มันชอบคว้ากระชากเสื้อผ้าของพวกเขาแล้วลากลงไปกินในน้ำ) แม้นายพรานท้องถิ่นจะมีการใช้ปืนหรือระเบิดแต่ก็ไม่สามารถฆ่ามันได้ จนกระทั้งมีนายพรานหนึ่งโยนถังที่เต็มไปด้วยระเบิด สิบห้าถังลงไปในน้ำ และจุดให้มันระเบิด ทอมก็หายไป แต่หลายคนเชื่อว่าทอมน่าจะยังมีชีวิตอยู่และรอคอยโอกาสที่จะแก้แค้นตามแบบฉบับของมันและก็เป็นจริงๆ ทอมก็ปรากฏตัวมาอีกครั้ง และได้กินลูกสาวของคนโยนระเบิด และบรรดาเด็กๆ ของเกษตรกรที่อยู่ตามชายฝั่ง ก่อนที่มันจะหายไปไม่กลับมาอีกเลย มีหลายคนบอกว่าเรื่องเหล่านี้น่าจะเป็นเพียงนิทานพื้นบ้าน หากแต่ชาวบ้านในละแวกนั้นบอกว่าเป็นเรื่องจริง และเชื่อว่ามันยังคงเดินเตร่อยู่ในหนองน้ำฟอริด้าหลายปีจากนั้นมีรายงานพบเห็นมันต่อเนื่องถึง จระเข้ขนาดใหญ่สองขาอยู่เป็นระยะและที่สำคัญคือทอมไม่เคยถูกจับได้เลย 8. Kesagake ”หมีสีน้ำตาลบุกหมู่บ้านซันเคซาเบ๊ะทสึ (The Sankebetsu brown bear incident)” เป็นเหตุการณ์เกิดขึ้นเกี่ยวกับการ โจมตีของหมีสีน้ำตาลที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ที่โจมตีหมู่บ้าน ซันเคซาเบ๊ะทสึ เมืองโทมาม่า ฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น เหตุการณ์เกิดขึ้นในวันที่ 9 เดือน ธันวาคม ถึง 14 ธันวาคม 1915 โดยสมัยก่อนนั้นหมู่บ้านแห่งนี้พึ่งจะมีคนอยู่อาศัย กำลังบุกเบิก จำนวนคนในหมู่บ้านน้อยมากและส่วนใหญ่อาศัยอยู่บนป่าเขา และพื้นที่แห่งนี้ได้เป็นที่อยู่อาศัยของหมีเพศผู้ ขนาดยักษ์ที่หลายคนเรียกมันว่า “เคะซากาเกะ” ซึ่งมันชอบขโมยข้าวโพด จนสร้างความรำคาญในแก่ชาวบ้าน มันเลยถูกยิงจนบาดเจ็บแล้วหนีขึ้นบนเขา เมื่อมันหนีไป ชาวบ้านก็รู้สึกโล่งใจเพราะหมีคงจะรู้สึกกลัวคนและอยู่ห่างจากพืชผลของเขา หากแต่พวกเขาคิดผิด!! 9 ธันวาคม 1915 เวลา 10.30 น. เจ้าหมียักษ์กลับมาอีกครั้ง มันเริ่มออกปฏิบัติการ แก้แค้นฉบับเลือดต้องล้างด้วยเลือด มันเลือกเหยื่อรายแรกของมันคือครอบครัว โอตะ (ota Family) ในขณะนั้นอาเบะ เมยูและฮายูมิ มิกิโอะ (Abe Mayu and Hasumi Mikio) ภรรยาของครอบครัว และทารกที่เธอดูแลอยู่ก็ถูกเจ้าหมีตัวบุกเข้า มาในบ้านเพื่อหมายฆ่าคนทั้งสอง ทารกถูกกัดศีรษะจนเสียชีวิต ส่วนฝ่ายหญิง พยายามต่อสู้โดยสาดฟืนเข้าใส่ แต่ท้ายสุดเธอก็ถูกหมีลากเข้าป่า และเมื่อชาว บ้านมาถึงที่เกิดเหตุถึงกับต้องตะลึง โดยพวกเขาบรรยายว่าเหมือนโรงฆ่าสัตว์ไม่มีผิด เพราะเลือดสาดกระจายทั้งบนพื้นและผนัง ชาวบ้านรู้สึกโกรธแค้นหมี พวกเขาเลยจับกลุ่มสามสิบคนบุกเข้าป่าและพยายามยิงมันแต่มันก็หนีไปได้ หลังจากพวกเขาสำรวจบริเวณรอบๆ ก็พบชิ้นส่วนศพที่มีเพียงหัว และชิ้นส่วนที่เหลือของฝ่ายหญิงฝังอยู่ใต้หิมะ คาดว่าหมีคงเก็บอาหารของมันไว้กินภายหลัง และหลังจากนั้นคืนถัดมา (8.00 น.) หมีก็กลับมาที่ฟาร์มโอตะอีกครั้ง ซึ่งชาวบ้านบางส่วนได้จับกลุ่มรอเตรียมรับมืออยู่แล้ว ชาวบ้านพยายามยิงหมีแต่ว่ามันก็รอดไปอีก โชคดีเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีใครบาดเจ็บ ในเวลาไม่นานนัก เจ้าหมีได้เลือกครอบครัว มิโซเค (Miyoke family) ซึ่งอยู่หมู่บ้านอื่นที่ไร้ทางป้องกัน (เพราะไม่นึกว่าหมีจะมา) ซึ่งเจ้าหมีตัวนี้ฆ่าคนในครอบครัวนี้อย่างโหดเหี้ยม ซึ่งเวลานั้นภรรยาที่ตั้งครรภ์ของครอบครัวยาโย (Yayo) กำลังเตรียมอาหารและได้ยินเสียงข้างนอกดังก้อง และไม่ทันที่จะตรวจสอบหมีก็บุก เข้าทางหน้าต่างแล้วเข้ามาในบ้าน หม้อปรุงอาหารพลิกคว่ำ เปลวไฟและความหวาดกลัวเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เธอพยายามหนีออกจากบ้าน แต่เด็กสองคนในบ้านหนีไม่ทันจึงถูกฆ่าตาย และหญิงที่ตั้งครรภ์หนีไม่ไหวร้องขอชีวิตลูกในครรภ์ของเธอ แน่นอนมันไร้สาระ เจ้าหมีก็ฆ่าเธอเช่นเดียวกันเหยื่อก่อนหน้าของมัน เมื่อพวกชาวบ้านมาถึงพวกเขาก็พบร่างที่เต็มไปด้วยเลือดของเด็กสองคน และหญิงและตัวอ่อนในครรภ์ทั่วพื้นดิน เจ้าหมีตัวนี้ใช้เวลาเพียงสองวันฆ่าคนทั้งหกคนจนทำให้ชาวบ้านละแวกนั้นหวาดกลัวเป็นอันมาก หลังจากนั้นเจ้าหมีก็ถูกไล่ล่าอย่างหนัก (ระหว่างนั้นมันก็อาละวาดฆ่าคนไปไปด้วย) จนในที่สุดเรื่องก็จบลงเมื่อวันที่ 14 ธันวาคมนายพรานคนหนึ่งได้ยิงหมีที่เชื่อว่าเป็น ตัวต้นเหตุได้ มันมีขนาดยาวกว่าสามเมตร หนักกว่า 380 กิโล เมื่อผ่าท้องมาก็พบ ชิ้นส่วนมนุษย์อยู่ในกระเพาะอาหารของมัน และแล้วเหตุการณ์สัตว์โจมตีที่เลวร้าย ที่สุดในญี่ปุ่นก็จบลง หากแต่ชื่อของเจ้าหมีตัวนี้ก็ปรากฏอยู่ในนิยายและละครมากมาย ปัจจุบันหมู่บ้านซันเคซาเบ๊ะทสึกลายเป็นที่ร้างคน แต่มียังมีการจำลองแสดง เหตุการณ์ดังกล่าว โดยมีรูปจำลองของหมีและบ้านโอตะที่หมีเคยมาอาละวาดตั้งอยู่ให้นักท่องเที่ยวเข้าชม และการ์ตูนมังงะโบราณอย่าง “ไอ้เขี้ยวเงิน” หนึ่งในหมี ที่เป็นศัตรูกับไอ้เขี้ยวเงินนั้น มีหมีตัวหนึ่งนำมาจากเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย ชมคลิป .. http://www.youtube.com/watch?v=u3NuxLb9udQ 7. The New Jersey Shark คุณเคยดูหนังสัตว์ทำร้ายคนคลาสสิกเรื่อง “Jaws (1975)” ที่กำกับโดยสตีเว่น สปิลเบิร์ดไหม ที่เกี่ยวกับฉลามขนาดยักษ์ทำร้ายคน ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างขึ้นโดยมีเค้าโครงเรื่องจากนวนิยายเรื่อง “Jaws (1974)” ของปีเตอร์ เบนช์ลีย์ ซึ่งก็มีข้อมูลมาจากเรื่องจริง ซึ่งเขาได้แรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์หนึ่งที่เรียกขานว่า “Jersey Shore shark attacks of 1916 ” หรือ “เดอะ นิวเจอร์ซีย์ ชอร์” เป็นเหตุการณ์ฉลามขาวยักษ์ (ไม่รู้ว่ามาตัวเดียวหรือมีมากกว่าหนึ่งตัว) ทำร้ายคนอย่างต่อเนื่องหลายครั้ง นอกชายฝั่งของมลรัฐนิวเจอร์ซีย์ในสหรัฐอเมริการะหว่างช่วงฤดูร้อนของ วันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 12 กรกฎาคม ปี 1916 เหตุการณ์ครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิตไป 4 รายและบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง (พูดง่ายๆ คือไม่ทราบจำนวนที่แท้จริง) เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลทำให้ชุมชนริมทะเลและรีสอร์ทราย ล้อมชายหาดที่เกิดเหตุจ้องเพิ่มการป้องกันอย่างเข้มงวด ไม่ว่าการเอาตาข่ายมากันไม่ให้คนเข้าใกล้ชายหาดเลยทีเดียว สมัยก่อนนั้นนักวิทยาศาสตร์ไม่เชื่อว่าฉลามนั้นเป็นสัตว์ทำร้ายคน แต่เหตุการณ์ที่ทำให้พวกเขาต้องคิดเสียใหม่ (แม้จะเป็นกรณีที่หายากมาก) โดยทุกอย่างเริ่มขึ้นที่แนวชายฝั่งนิวเจอร์ซีย์เหยื่อรายแรก คือหนุ่มชาร์ลส์ แวนแซงท์(Charles Vansant) ถูกฉลามทำร้ายในน้ำตื้นมากในขณะว่ายน้ำกับสุนัข คนหลายคนเห็นฉลามทำร้ายต่างพยายามช่วยเหลือชายหนุ่มคนนั้น แต่ว่าฉลามกัดแน่นมากมันกัดจนขาของเขาฉีกขาดจนเขาขาดใจตายก่อนส่งถึงโรงพยาบาล ห้าวันต่อมาก็มีเหยื่ออีกคน คือชาร์ลส์ (Charles Bruder) ถูกฉลามทำร้ายในขณะว่ายน้ำห่างจากชายฝั่ง ตอนแรกหลายคนคิดว่าเขากำลังพายเรือแคนูสีแดง หากแต่ความจริงคือ ฉลามยักษ์ที่เต็มไปด้วยเลือดที่มาจากขาที่ฉีกขาดของเขาต่างหาก ซึ่งกว่าจะช่วยเขาก็ไม่ทันการเสียแล้ว เพราะว่าเขาขาดใจตายก่อนที่จะขึ้นชายหาดเสียอีก แม้ว่าจะมีพยานหลายคนบอกว่าฉลามโจมตีมนุษย์ แต่ว่านักวิทยาศาสตร์ก็แจ้งเตือนประชาชนว่า ตัวการร้ายในเหตุการณ์ครั้งนี้น่าจะเป็น วาฬเพชฌฆาตหรือเต่าทะเล!! จากนั้นก็มีรายงานเห็นฉลามในพื้นที่ชายหาดใกล้นิวเจอร์ซีย์มากมาย ในวันที่ 12 กรกฎาคมเด็กอายุ 11 ปีถูกทำร้ายโดยฉลาม และลากเขาไปใต้น้ำ คนที่เห็นเหตุการณ์พยายามเข้าไปช่วย ชายคนหนึ่ง ชื่อ สแตนเลย์ ฟิชเชอร์ (Stanley Fishe) พยายามช่วยเหลือเด็ก หากแต่เขาถูกทำร้ายโดยฉลาม และเสียชีวิตจากบาดแผล และเหยื่อที่ห้ารายสุดท้ายคือเด็กหนุ่มอายุ 14 ชื่อ โจเซฟ ดันน์ (Joseph Dunn) ที่ถูกฉลามโจมตีทั้งๆ ที่เวลาพึ่งผ่านไป 30 นาที หลังจากฉลามทำร้ายสแตนเลย์ ฟิชเชอร์ แม้ว่าเขาจะได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่เขาเป็นเหยื่อเพียงหนึ่งเดียวที่รอด จนกระทั้ง 14 กรกฎาคม ชายคนหนึ่งชื่อไมเคิล (Michael Schleisser) ได้จับฉลามขาวที่ยาวกว่า 2.3 เมตร หนัก 147 กิโล ได้ในอ่าวราริแทน ซึ่งฉลามตัวนี้พยายามทำร้ายเขาโดยการทำให้เรือจม แต่เขาก็ได้ฆ่ามันด้วยไม้พายที่หัก เมื่อเขาเปิดกระเพาะของมันออกก็มีชิ้นส่วนศพของหญิงสาวติดมาด้วย และหลังการจับฉลามนี้ได้ ก็ไม่มีเหตุการณ์ฉลามโจมตีในชายฝั่งนิวเจอร์ซีย์อีกเลย ดูเพิ่มเติม http://weirdnj.com/stories/matawan-man-eater/ 6. The Bear of Mysore หมีแห่งมัยซอร์ เป็นชื่อของหมีสลอทที่ดุร้าย ก้าวร้าวจนผิดปกติ และออกอาละวาดฆ่าคนตามเมืองต่างๆ ในมัยซอร์ ประเทศอินเดีย และมันฆ่าคนอย่างน้อย 12 คนซึ่งโดยปกติแล้วหมีชนิดนี้เป็นสัตว์กลัวคน และไม่ทำอันตรายต่อใคร อีกทั้งมันไม่กินเนื้อคน ซึ่งมันชอบกินแมลงปลวก ผลไม้ และน้ำผึ้งเป็นพิเศษ แต่หมีแห่งมัยซอร์กลับทำร้ายคน ทำให้หลายคนสันนิษฐานว่า อะไรที่ทำให้มันดุร้ายถึงขนาดนี้ บางคนเชื่อว่าหมีตัวนี้โกรธแค้นที่มนุษย์ขโมยลูกของมัน บางคนเชื่อว่าคู่ของมันถูกลักพาตัวไป และบางคนเชื่อว่าสาเหตุ เนื่องจากมันเคยมีประสบการณ์ที่ตกเป็นของเล่นของมนุษย์ที่ป่าเถื่อน จะด้วยเหตุผลใดก็ตามมันก็ได้เป็นเครื่องจักรนักฆ่าโดยสมบูรณ์แบบ โดยมันจัดการฆ่ามนุษย์กว่าโหลโดยฉีกใบหน้าเหยื่อด้วยกาม และฟันของมัน (และกินชิ้นส่วนศพบางส่วน) ซึ่งเหยื่อบางคนมีชีวิตรอดหากแต่ก็พิการโดยสมบูรณ์มันออกอาวะลาดฆ่าคนทั้งกลางวันและกลางคืน สุดท้ายมันก็ถูกฆ่าโดย เคนเน็ธ แอนเดอร์สัน (Kenneth Anderson 1910-1970 นักล่าและนักเขียนชาวอินเดีย ที่เขียนหนังสือหลายเล่มที่เกี่ยวกับการผจญภัยของเขาในป่าทางใต้ของอินเดีย) ซึ่งเขาได้บันทึกความทรงจำนี้ในหนังสือ Man-Eaters and Jungle Killers 5. The Beast of Gevauden“สัตว์ร้ายแห่งเชโวดอง” เป็นหนึ่งในเหตุการณ์สัตว์ทำร้ายคนที่ลึกลับกว่าอันดับทั้งหมดใน 10 เรื่องจริง สัตว์กินคน เหตุการณ์จริงในอดีต นี้ โดยเหตุการณ์นี้เริ่มเกิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1764 -1767 ที่เมืองเชโวดอง แคว้นโอแวร์ญ ซึ่งเป็นย่านภูเขาอยู่ในทางภาคกลางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส จู่ๆ มีสัตว์ประหลาดที่ไม่รู้ว่ามันเป็นตัวอะไรกันแน่ ออกอาละวาดไล่ฆ่าผู้คนตายไปหลายราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและสตรีที่อ่อนแอ (เหยื่อรายแรกเป็นเด็กสาว เมื่อมิถุนายน 1764) ส่วนจำนวนของ ”สัตว์ร้าย” ตัวนี้มีจำนวนไม่แน่ชัดแต่คาดว่ามันน่าจะมีตัวเดียว และรูปร่างมันมีลักษณะตามคำบอกเล่าของผู้พบเห็น ไม่ตรงกันสักราย แต่ก็พอสรุปว่า มันเหมือนหมาป่าตัวโตๆ เกือบเท่ากับวัว หัวโตมาก จมูกยาวแหลมและยื่น ขนสีเทา หูสั้นและฟันใหญ่ กรงเล็บขนาดใหญ่แหลมคม (ใหญ่กว่าหมาป่าปกติ) และหางยาว ดูเผินๆ แล้วมันก็ดูเหมือนป่าหมาตัวโตๆ ที่โตมาก แต่พิเศษที่ต่างจากหมาป่าทั่วไป คือ เจ้าสัตว์ร้ายตัวนี้เดินได้ด้วย 2 ขาหลัง !! เหมือนมนุษย์ ไม่มีผิด (หลายฝ่ายเชื่อว่ามันน่าจะเป็นไฮยีน่าโบราณ) โดยสถานที่มันปรากฏตัวมากที่สุดคือปศุสัตว์และทุ่งเลี้ยงสัตว์ (และป่าเขาทางเดินสัญจร) จากรายงานมี 210 คนถูกทำร้าย 113 ตกเป็นเหยื่อเสียชีวิต และ 98 ถูกกิน ทำให้หลายคนเชิญว่าเป็นเป็นปีศาจที่มาจากนรก มีนายพรานหลายราย ที่พยายามที่จะล่ามันแต่สุดท้ายก็ล้มเหลวต้องกลับบ้านด้วยมือเปล่า จนกระทั้งปี 1767 นายพรานท้องถิ่นคนหนึ่งชื่อจีน ชาลเตล(Jean Chastel)ได้จัดการเป่า มันด้วยปืนคาบศิลา (บางตำนานบอกว่าใช้กระสุนเงินยิงมันและเมื่อจัดการผ่าท้องมันก็พบศพเหยื่อรายสุดท้ายที่มันกินด้วย) ก่อนที่นำซาก “สัตว์ร้าย” ไปสตั๊ฟและ ไปถวายพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 ก่อนที่จะนำซากนั้นไปฝัง และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา “เจ้าสัตว์ร้าย” ก็ไม่มาอาละวาดให้ผู้คนในเชโวดองอีกเลย ตลอดกาล 4. The Ghost and the Darkness ผีร้ายและความมืด เป็นชื่อของสิงโตคู่กินคนที่ออกอาละวาดฆ่าคนงานก่อสร้างแรงงานทางรถไฟจากเคนย่าไปยูกันดา ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงธันวาคม 1898โดยหลายคนขนานนามเหตุการณ์นี้ว่า “Tsavo maneaters” มันเริ่มขึ้นเมื่อจักรวรรดิอังกฤษกำลังแผ่ขยายอำนาจไปทั่วทวีปแอฟริกา ในเดือนมีนาคม 1898 ทางการอังกฤษได้เริ่มต้นสร้างทางรถไฟข้ามแม่น้ำซาโว ในเคนย่าโครงการนี้ควบคุมโดย พ.ตท.จอห์น เฮนรี่ แพ็ตเตอร์สัน(John Henry Patterson) ในช่วงแรกพวกคนงานต้องผจญกับสัตว์ป่าที่ทำร้ายพวกเขา เนื่องจากพวกเขา สร้างทางรถไฟในเขตป่า แต่กระนั้นในเหตุการณ์เหล่านี้ก็สามารถควบคุมได้อยู่หมัด จนกระทั้งเก้าเดือนต่อมามัจจุราชที่แท้จริงก็ปรากฏ เมื่อจอห์นได้รับรายงานจากคนงานว่าพวกเขากำลังผจญหน้ากับสิงโตคู่เพศผู้ พันธุ์ซาโว (เป็นสิงโตพันธุ์หนึ่งที่มีขนาดใหญ่และมักร่วมมือสิงโตเพศเดียวกันตัวอื่นเพื่อล่าอาหาร จุดเด่นคือมันไม่มีแผงขนที่คอ) ที่มันมักลากพวกคนงาน (ส่วนมากเป็นชาวอินเดีย) จากเต้นท์ของพวกเขาในเวลากลางคืนและกลืนพวกเขาเป็นอาหารมาหลายราย คนงานพยายามป้องกันสิงโตคู่นี้โดยการทำรั้วหนามรอบๆ ค่าย แต่ก็ไม่สามารถป้องกันมัจจุราชคู่นี้ได้เลย เพราะว่ามันฉลาดพอในการแก้ปัญหานี้ โดยการคลานผ่านรั้วลวดหนาม หลายครั้งก็ทวีความรุนแรงและน่ากลัวขึ้น เพราะมันเริ่มล่าทั้งกลางคืน กลางวัน จนทำให้คนงานหวาดกลัวพวกมันอย่างมากและเรียกขานพวกมันว่าผีร้ายและความมืด พวกมันมีเขี้ยวที่ยาวเป็นพิเศษทำให้พวกเขาไม่เชื่อว่าพวกมันไม่ใช่สิงโตแต่เป็นปีศาจร้ายที่หลุดมาจากนรก ในขณะที่บางคนเชื่อว่าสิงโตนี้เป็นร่างเกิดใหม่ของกษัตริย์โบราณของท้องถิ่นที่พยายามขับไล่ผู้รุกรานอังกฤษ (เป็นความเชื่อของ แอฟริกาตะวันออกที่เชื่อว่าสิงโตเป็นร่างกลับชาติมาเกิดของกษัตริย์) คนงานหลายคนลังเลที่จะสร้างสะพานต่อ และบางคนหนีออกจากค่ายดีกว่าจะรอเป็นเหยื่อของสิงโตปีศาจ เหตุการณ์เหล่านี้ส่งผลทำให้จอห์นต้องหยุดงานทำสะพาน และเริ่มออกล่าสิงโตคู่นี้ชนิดเอาเป็นเอาตาย เขาวางกับดักและพยายามเกาะรอย ดักฆ่ามันในตอนกลางคืนจากต้นไม้ แต่กระนั้นจอห์นก็ไม่สามารถฆ่าสิงโตคู่นี้ได้เสียที จนกระทั้งเขายิงสิงโตตัวแรกได้เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 1898 (เขาใช้เวลานานถึง 9 เดือน) และสามสัปดาห์ต่อมาเขาก็ฆ่าสิงโตตัวที่สองได้ โดยสิงโตทั้งสองตัวมีขนาดใหญ่ถึง 3 เมตร (วัดจากจมูกถึงปลายหาง) นอกจากนี้จอห์นและคณะยังพบถ้ำที่เป็นที่อยู่ของมันซึ่งได้พบซากของผู้ตกเป็นเหยื่อของสิงโตจำนวนมาก มีทั้งกระดูก เสื้อผ้าและเครื่องประดับ หลังจากที่จอห์นจัดการสิงโตทั้งคู่ได้สำเร็จ เขาก็กลับมาทำสะพานต่อจนสำเร็จลุล่วงเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 1899 และจอห์นได้เขียนหนังสือที่เล่าเหตุการณ์นี้ในชื่อ “The Man-Eaters of Tsavo(1907)” โดยจำนวนผู้ตกเป็นเหยื่อสิงโตคู่นั้น ไม่สามารถระบุได้ชัดเจน แต่หลายคนเชื่อว่าเหยื่อน่าจะสูงถึง 135-140 คนหรือมากกว่านั้น ในปี 1924 ขนสตั๊มฟ์ของสิงโตคู่นี้ถูกขายให้พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่ ชิคาโกในราคา 5,000 เหรียญสหรัฐ ในสภาพดีมาก 3. The Panar Leopard จริงอยู่ที่เสือดาวนั้นเป็นชนิดที่มีขนาดเล็กในจำนวนสัตว์ตระกูล “แมวใหญ่” และมักไม่ทำอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตที่มีขนาดใหญ่กว่ามัน หากแต่ที่จริงแล้วเสือดาวนั้นเป็นนักล่าเก่าแก่ที่สุดที่เรารู้จักจากการพบฟอสซิลกระดูกญาติๆ ของมันก็บ่บอกได้ว่าเจ้าแมวลายตัวนี้เคยรับประทานบรรพบุรุษของมันมากกว่าสามล้านปีที่ผ่านมา ดังนั้นขอเพียงแค่อยู่ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมล่ะก็แมวดำจะทำร้ายมนุษย์ทันที และเมื่อมันพบว่ามันพอใจเนื้อมนุษย์มากกว่าอาหารอื่นๆ มันจะกลายเป็นเครื่องจักรสังหารอย่างแท้จริง เหมือนในกรณีเสือดาวแห่งพานาร์ซึ่งเป็นเสือดาวกินคนที่ออกล่ากินคนในช่วงศตวรรษที่ 20 ในอำเภอคามาออน (Kamaon) ทางภาคเหนือของอินเดีย ที่ว่ากันว่ามันฆ่าและกินคนถึง 400 คน แต่สุดท้ายวลีที่ว่า “สุดท้ายมนุษย์ก็ยังเป็นสัตว์ที่น่ากลัว” นั้นคงจะจริง เพราะเจ้าเสือดาวนั้นได้พลาดท่า ถูกกระสุนนายพรานจนได้รับบาดเจ็บ มันหนีเข้าป่าและไม่ล่ามนุษย์อีกเลย และในปั่นปลายชีวิตสุดท้ายของมันทำได้แต่เพียงหนีนักล่าที่ไล่ล่ามันเท่านั้น และผลสุดท้ายมันก็จบชีวิตในปี 1910 โดยนักล่าในตำนานจิม คอร์เบ็ตต์ (Jim Corbett 1875-1955 นายพรานชาวอังกฤษ นักล่า นักอนุรักษ์ และนักธรรมชาติวิทยา ที่มีชื่อเสียงในการฆ่าเสือและเสือดาวกินคนในประเทศอินเดีย เขาได้เขียน หนังสือ Man-Eaters of Kumaon ที่เล่าประสบการณ์ของเขาในการล่าเสือดาว แห่งพานาร์ จนโด่งดัง และอินเดียได้ตั้งชื่อเขตอุทยานแห่งชาติในคามาออนเป็น ชื่อของเขาเพื่อเกียรติต่อเขาในปี 1957) 2. The Champawat Tigress ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ชายแดนประเทศเนปาลและเมืองคาเมออน ประเทศอินเดียและ ได้เกิดอสูรกายซึ่งเป็นเสือเบงกอลตัวหนึ่งไล่ล่าคนจำนวนมาก มันชอบซุ่มทำร้ายคนกลางป่าเขา มีชายหญิงและเด็กตกเป็นเหยื่อมากมาย หลายคนืเริ่มออกมากล่าวขนานมันว่ามันเป็นปีศาจหรือสิ่งที่ลงมาจากเบื้องบนเพื่อลงโทษพวกเขา มันชื่อ “เสือร้ายแห่งซัมพาวัต” และที่น่าสนใจคือ “มันเป็นเสือตัวเมีย” เสือร้ายแห่งซัมพาวัตได้รับการกล่าวขานว่าเป็นเสือที่ฆ่าคนกว่า 436 ซึ่งตัวเลขดังกล่าวเป็นการอ้างในเอกสารการเสียชีวิตของราชการเนปาลและอินเดีย แต่กระนั้นมันก็ได้ถูกจารึกชื่อว่าเป็นสัตว์ตัวเดียวที่ฆ่ามนุษย์มากที่สุดในโลก หลังจากที่มันฆ่าคนกว่า 200 คนในเนปาล ส่งผลทำให้ทางรายการไม่อยู่เฉย พวกเขาจัดการส่งกองทัพแห่งชาติเนปาลข้ามพรมแดนอินเดียเพื่อไปฆ่ามัน และนี้คงเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายในประวัติศาสตร์ที่มีการใช้ทหารจำนวนมากในการฆ่าสัตว์เพียงตัวเดียว แต่ปรากฏว่าล้มเหลวและกลายเป็นว่ามันกลับเพิ่มชื่อเสียงให้แก่เสือตัวนี้ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น มันเพิ่มความกล้าหาญถึงขั้นข้ามพรมแดนเข้าสู่หมู่บ้านชัมพาวัต ประเทศอินเดีย มันโจมตีกลางวันแสกๆ และหากินรอบๆ หมู่บ้านจนทำให้ชาวบ้านไม่กล้าออกจากกระท่อม และพวกเขามักหวาดกลัวทุกครั้งเมื่อได้ยินเสียงคำรามของมันจนทางการอินเดียถึงขั้นเขียนป้ายเตือนว่าจุดนี้เป็นสถานที่ของเสือแห่งซัมพาวัตออกมาโปรดเลี่ยงใช้เส้นทางอื่น และรัฐบาลอินเดียติดประกาศหานายพรานมือฉมังไปจัดการอย่างเร่งด่วน สุดท้ายเจ้าเสือตัวนี้ก็ถูกยิง โดยจิม คอร์เบ็ตต์ (คนเดียวกับอันดับ 3) ในปี 1911 ซึ่งการกระทำครั้งนี้ทำให้ชาวบ้านยกย่องเขาจนเปรียบเสมือนพราหมณ์ที่เบื้องบนส่งมาโปรด (นอกจากนั้นเขายังไม่เอาเงินรางวัล) และเรื่องราวประสบการณ์เหล่านี้ได้ถูกเขียนในหนังสือ Maneaters of Kumaon (1944) 1. Gustave จากอันดับทั้งหมดส่วนใหญ่สัตว์ที่ฆ่ามนุษย์นั้นมักพบจุดจบด้วยฝีมือมนุษย์ทั้งสิ้นหากแต่ยกเว้นสัตว์ประหลาดตัวหนึ่ง มันคือ “กุสตาฟ” จระเข้แม่น้ำไนล์ ยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในแอฟริกาและของโลก (จระเข้เลี้ยงและใหญ่ที่สุดอยู่ในประเทศไทย ยาว 6 เมตรเช่นกัน) มันอาศัย และอาละวาดคนในบริเวณแม่น้ำลูซิซิและชายฝั่งทางตอนเหนือของทะเลสาปแทนแกนยิกา ประเทศบุรุนดี ทวีปแอฟริกา ด้วยความยาวกว่าหกเมตร (ในปี 2004 มีการประมาณว่า มันมีอายุ 60 ปี ยาวกว่า6.1 เมตร หนักกว่า 1 ตัน จึงไม่แปลกแต่อย่างใดที่หลายคนขนานนามว่ามอนสเตอร์ แห่งแอฟริกา รวมไปถึงมันเป็นสัตว์นักล่ากินคนด้วยมัน ได้ฆ่าคนกว่า 300 คนและอาจมากขึ้นในอนาคต เพราะจนบัดนี้มันยังคงมีชีวิต ไม่ได้หายไปไหน และไม่ได้ ถูกฆ่าแต่อย่างใด และมันเป็นสัตว์ฆ่ามนุษย์เพียงตัวเดียวที่ยังเป็นตำนานที่ยังมีลม หายใจชีวิตอยู่ ( เหยื่อ 300 รายนั้นไม่ได้ถูกบันทึกเป็นทางการ ซึ่งอาจเป็นการกล่าวอ้างที่เกินจริงของคนพื้นเมือง) กุสตาฟถูกตั้งชื่อโดย แพทริช เฟย์ (Patrice Faye) ชาวฝรั่งเศสที่ตั้งถิ่นฐานในบุรุนดีและพยายามที่จะจับมันตั้งแต่ปี 1998 ซึ่งเขาพยายามนำกรงเหล็กใหญ่ล่อมัน แต่จระเข้นั้นฉลาดมาก ไม่เคยหลงกลติดกับแม้แต่หนเดียว แถมมันเยาะเย้ย ทีมงานของแพทริชอีก แต่กระนั้นภาพของมันก็ถูกบันทึกออกอากาศทาง PBS พฤษภาคม 2004 ชาวบ้านในท้องถิ่นต่างบอกว่าสาเหตุที่มันล่ามนุษย์นั้น เพื่อความสนุกสนานของมันเท่านั้น หลักฐานคือเอกลักษณ์ประจำตัวมันคือเมื่อมันฆ่าเหยื่อที่เป็นมนุษย์แล้วมันจะเหลือซากทิ้งไว้ไม่ได้กินหมดแต่อย่างใด อีกทั้งมันฉลาดมากเพราะเมื่อมันฆ่าคนแล้วมันจะหายไปอาจนานเป็นเดือนหรือเป็นปีมันจะออกมาอีกครั้งในสถานที่แตกต่างกันเพื่อฆ่าอีกครั้ง จนไม่มีคาดการได้ว่ามันจะปรากฏที่ใด นอกจากเจ้าจระเข้นี้ยังมีความต้องการอาหารมากกว่าปกติ ถึงขั้นฆ่าช้างน้ำฮิปโปโปเตมัสตัวเต็มวัยได้ (ฮิปโปโปเตมัสเป็นสัตว์อันตรายมาก และเป็นสัตว์ที่จระเข้ไม่กล้ากินพวกมันและพยายามหลีกเลี่ยง) เกราะร่างกายของเจ้ากุสตาฟนั้นเต็มไปด้วยรอยแผลนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็น มีด หอก หรือแม้กระทั้งอาวุธปืน มันสามารถเอาชีวิตได้แม้ว่าจะมีนายพรานหรือทหารติดอาวุธมาล่ามันก็ตาม และตำนานของมันได้ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง  Primeval (ชื่อไทย โคตรเคี่ยมสะพรึงโลก) คลิปความน่ากลัวที่หลายคนขนานนามว่า “โครตไอ้เข้” ..  http://www.youtube.com/watch?v=s6u0qYUfUwc&feature=player_embedded เรียบเรียง teen.mthai.com ขอบคุณข้อมูล redheat atcloud.com,www.oknation.net,weirdnj.com

อี จี วาย ก่อสร้างและเครื่องจักร (ประเทศไทย) (บริษัท จำกัด)

บริการให้เช่ารถแทรกเตอร์ ให้เช่า แบคโฮ บุ้งกี๋-หัวเจาะ Pc 30-200 รถเครน รถบด แทรกเตอร์ JCB แย็กลม 6 ล้อดัมพ์ 10 ล้อดัมพ์ รถเฮียบ 6 ล้อ 10 ล้อ ขายหกเหลี่ยมกลวง เข็ม I ทุกชนิด เข็มเจาะ ปั่นจั่น บริการรับเหมาก่อสร้าง รับสร้าง-ออกแบบ บ้าน อาคาร โรงงาน สนามกีฬา รับถมดิน ทุบตึก รื้อถอน วางท่อ วางแผ่นพื้น รับวางถังแซ็ก รับทำเข็มเจาะ ทำนั่งร้านตอกเข็มคอเขื่อนสะพานด้วยแบคโฮร,ปั้น

ตะลึงพรึงเพริด กับหนังสั้นนอนสต๊อปในงาน
id of Tem 2 /  KohFilm / 

หากคุณผู้ชมเริ่มรู้สึกเซ็งกับภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่ๆ สูตรเดิมๆ หรือเอาอกเอาใจตลาดจ๋าอยู่ล่ะก็ เตรียมตัวให้พร้อมเพราะ โก๋ ฟิล์ม โปรเจ็คต์รวมหนังสั้นสุดคัลต์ ได้จัดงาน ดูมันส์ทำ ที่คัดสรรหนังสั้นมากมายหลายเรื่อง มาฉายให้ดูแบบนอนสต๊อป แต่ประเด็นคือ หนังสั้นเหล่านี้ ไม่ใช่ธรรมดาเลยน่ะสิ เพราะมีทั้งรั่ว ป่วง มึน จิกกัด หัวเราะท้องแข็ง ไปจนถึงสุดแสนจะคัลต์ หาที่ไหนเปรียบมิได้?! และแน่นอน ที่บอกให้คุณเตรียมตัวให้พร้อม ก็เพราะหนังสั้นหลายต่อหลายเรื่องนี้ จะฉายติดกันรวดเดียว รอบเดียว และวันเดียว! โดยแก๊งหนังสั้นในงาน ดูมันส์ทำ ครั้งนี้ คุณผู้ชมจะพบหลากหลายสไตล์ ทั้งจากผู้กำกับจากค่ายโก๋ฟิล์ม ที่มีดีกรีความป่วงแบบทะลุเพดาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ต้มกุ๊ย โดย จุมภฏ รวยเจริญทรัพย์ (เรื่องปั่นป่วนในร้านอาหาร ที่มีทั้งเด็กโดนสปอยล์ ฝรั่งกินเผ็ดไม่ได้ คนขายหวยตาบอด นักศึกษาหูหนวกหุ่นอึ๋ม ชาวเขา และเด็ดสุดคือ ป๋อง กพล!) , แฟนผีทะเล โดย ศักดิ์สิทธิ์ ขำเลิศ (แค้นนี้ต้องชำระ กับเพื่อนทรยศ ในหนังที่แฟนลิเวอร์พูลต้องหงุดหงิด?!) และ โคตรผีขี่คอคน โดย ภาวิส เสาร์ศรีอ่อน (อ๋า เชอร์รี และวิญญาณที่วนเวียน กับการปวดเฮดในเงื่อนงำของน้องสาวฝาแฝดเชอร์รี่ที่จากไป) ยังครับยังไม่หมด เพราะ ดูมันส์ทำ ครั้งนี้ ยังมีหนังสั้นจากแก๊งนักศึกษาสุดแหวกแนวอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็น ส่งเธอที่ลาดพร้าว 18 แยก 7 โดย นพรัตน์ รามวงค์ (พี่วินฯ ผู้คิดจะเด็ดดอกฟ้าสาวดาวมหาลัย) , ซอมบี้สุนันทา โดย ภูริทัต ธีรเชษฐมงคล (ซอมบี้ฉบับนักศึกษา ที่ดู่าคนจะน่ากลัวกว่าผี?!) , ทาสแท้ โดย พิชชานนท์ เจนบรรจง (ชีวิตระทมตบจูบ ระหว่างาสาวประเภทสอง กับนายท่านขาวตี๋ และคุณนายมารผจญ) , ตวัดรักกระชากใจ โดย นันทวุธ ภูผาสุก (หนุ่มตาบอด ที่ขอพิชิตใจน้องด้วยปลายปากกา และฝีมือคัดลายมือระดับเส้าหลิน!!) ,วิปลาส โดย กฤษดา ลาแก้ว (ไอ้หนุ่มที่จิ้นไปเอง ว่ามีเซ็กซ์กับสาวแปลกหน้า ทำเอาแยกไม่ออกว่าใครจริงใครปลอม) และ id of Tem 2 โดย นคร ไชยศรี, ธนเสฏร์ ศิริวัฒนาดิเรก และ นนทกร ผัดโพธิ์ (สาวที่กินน้ำส้มจนขี้แตก แถมยังต้องติดอยู่ในห้องน้ำ ที่ไม่มีอะไรกิน นอกจาก...) โอ๊ย!!! อะัไรกันเนี่ย?? และหนังสั้นทั้ง 9 เรื่อง ในโปรเจ็คต์ ดูมันส์ทำ นี้ จะฉายแค่รอบเดียว ในวันที่ 27 ก.ย. นี้ ที่โรงภาพยนตร์ลิโด้ โรง 3 ในเวลา 13.00 -18.00 น. โดยไม่ต้องซื้อตั๋ว ย้ำ!! ดูฟรี ไม่ต้องซื้อตั๋ว แต่ต้องจองล่วงหน้า เพราะเต็มแล้วเต็มเลย โดยให้เปิดสำรองที่นั่ง ได้ตั้งแต่วันที่ 22 ก.ย. นี้ ตั้งแต่เวลา 13:00 น.เป็นต้นไป ของดีสุดแปลก แหวกทะลุเพดานขนาดนี้ ช้าหมดอดดูไม่รู้ด้วยนะคุณผู้ชม ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ facebok.com/KohfilmFanpage -------------------------------------------

ลอเรน มอเรลลี เปิดตัวเป็นเลสเบี้ยน คบ ซามิรา วิลลีย์
เลสเบี้ยน /  คนเขียนบท / 

ลอเรน มอเรลลี (Lauren Morelli) คนเขียนบทซีรีส์ Orange Is The New Black เปิดตัวคบกับดาราสาว ซามิรา วิลลีย์ (Samira Wiley)

อุตุฯ ประกาศเตือนพายุคัลแมกี ฉบับที่ 5
กรมอุตุฯ /  กรมอุตุฯประกาศเตือนพายุคัลแมกี / 

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุ คัลแมกี" ฉบับที่ 5 ลงวันที่ 16 กันยายน 2557 เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ (16 กันยายน 2557) พายุไต้ฝุ่น "คัลแมกี" (KALMAEGI) มีศูนย์กลางอยู่บริเวณเกาะไหหลำ ประเทศจีนหรือที่ละติจูด 20.3 องศาเหนือ ลองจิจูด 110.4 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 140 กม./ช.ม. กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 35 กม./ช.ม. คาดว่าพายุนี้จะเคลื่อนตัวผ่านอ่าวตังเกี๋ย และขึ้นฝั่งบริเวณกรุงฮานอย ประเทศเวียดนามในคืนนี้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ในช่วงวันที่ 16-18 กันยายน 2557 บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ บริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอให้ประชาชนโดยเฉพาะบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน ลำพูน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ขอนแก่น มุกดาหาร ชัยภูมิ อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและลมแรงไว้ด้วย สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน และอ่าวไทย มีกำลังแรง ทำให้ภาคตะวันออก และภาคใต้มีฝนหนาแน่น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี ตราด ระนอง ชุมพร พังงา ภูเก็ต และกระบี่ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมต่อเนื่อง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบน และทะเลอันดามัน มีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 18 กันยายน 2557 นี้ ประกาศ ณ วันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2557 เวลา 11.00 น.

ก็แล้วแต่นะ! ลาห์ม มั่นใจ อลอนโซ่ เล่นแทน 3 จอมทัพแดนกลางได้
ฆาบี มาร์ติเนซ /  ชาบี อลอนโซ / 

ไม่รู้ว่าจะเป็นการฝากความหวังที่สูงเกินไปหรือไม่ สำหรับ ฟิลิปป์ ลาห์ม กัปตันของ เสือใต้ บาเยิร์น มิวนิค ที่ดูจะเชื่อมั่นว่า ชาบี อลอนโซ่ จะสามารถทดแทนการขาดไปของ ชไวสไตน์เกอร์, ติอาโก้ และ มาร์ติเนซ มิดฟิลด์ตัวหลักทั้ง 3 คนได้ บาสเตียน ชไวสไตน์เกอร์, ติอาโก้ อัลคันทารา และ ฆาบี มาร์ติเนซ ทั้ง 3 จอมทัพแดนกลางของ เสือใต้ บาเยิร์น มิวนิค ต่างก็พากันเจ็บ แต่ทั้งนี้ กัปตันทีมอย่าง ฟิลิปป์ ลาห์ม ก็ไม่เป็นกังวลแต่อย่างใด เมื่อ เป็ป กวาร์ดิโอลา ได้รวบตัว ชาบี อลอนโซ่ มาจาก เรอัล มาดริด ในซัมเมอร์ที่ผ่านมา โดย ลาห์ม เชื่อว่า ประสบการณ์ของ อลอนโซ่ นั้นจะสามารถช่วยทีมให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ และก็ดูเหมือนจะเป็นไปอย่างนั้น เมื่อสองนัดแรกใน บุนเดสลีก้า อลอนโซ ก็โชว์ฟอร์มเด็ด คว้าแมน ออฟ เดอะ แมทช์ มาได้ทั้ง 2 แมทช์เลยทีเดียว ซึ่ง อลอนโซ่ คนเดียวก็สามารถเล่นทดแทนจอมทัพทั้ง 3 คนได้อย่างสมบูรณ์ โดย ลาห์ม ได้กล่าวถึง อลอนโซ่ ว่า "เขาเข้ามาทดแทน ชไวสไตน์เกอร์, ติอาโก้ และ มาร์ติเนซ ที่ได้รับบาดเจ็บยาวได้เลย เขามีประสบการณ์มากมาย และเขาก็เข้ามาได้ถูกที่ ถูกเวลา เราไม่ต้องกังวลกับเกี่ยวกับการขาดหายไปของทั้ง 3 คนนี้เลย"

เบอร์มิวดา (Bermuda)
เบอร์มิวดา /  มหาสมุทรแอตแลนติก

เบอร์มิวดา ดินแดนโพ้นทะเลของสหราชอาณาจักรในมหาสมุทรแอตแลนติกhttp://travel.mthai.com/world-travel/95145.html

เที่ยวไอซ์แลนด์ ดินแดนน้ำพุร้อนในน้ำแข็ง
ที่สุดในโลก /  น้ำพุร้อน / 

เที่ยวกันแบบร้อนๆ หนาวๆ เพราะภูมิประเทศที่มีทั้งน้ำพุร้อน และน้ำตก ที่สวยงาม เราจะพาเที่ยวประเทศไอซ์แลนด์กันแบบร้อนๆ หนาวๆ อ๊ะๆ อย่าเพิ่งเข้าใจว่าเราจะพาไปเสี่ยงกับการเที่ยวแบบหวาดระแวง หรือจับไข้เพราะความหนาวเหน็บที่ไม่คุ้นชินในดินแดนแห่งนี้ แต่สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศนี้ต่างหากที่น่าสนใจ เพราะภูมิประเทศที่มีทั้งน้ำพุร้อน และน้ำตก ที่สวยงาม แต่ก่อนที่จะไปสุขสันต์ หรรษา เราจะขอพาเที่ยวโบสถ์เพื่อไปดูสถาปัตยกรรมที่สวยงามกันก่อนเลยที่ เที่ยวไอซ์แลนด์ ดินแดนน้ำพุร้อนในน้ำแข็ง Hallgrímskirkja (ฮัลล์กรีมสคิร์คยา) เป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุด และมีสถาปัตยกรรมแนวอิมเพรสชั่นนิสต์ ที่สะดุดตาด้วยรูปทรงสูง ตั้งอยู่ที่เมืองหลวงเรคยาวิก มีความสูงทั้งสิ้น 74.5 เมตร สร้างโดยสถาปนิกนามว่า Guðjón Samúelsson ในปีค.ศ.1945-1986 ซึ่งรวมระยะเวลาการก่อสร้างยาวนานพอสมควร โบสถ์ฮัลล์กรีมสคิร์คยา นอกจากเป็นสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนาแล้ว ด้านบนยังเป็นจุดชมวิว ที่สามารถดูทัศนียภาพของเมืองเรคยาวิกได้โดยรอบ นอกจากนี้ ทางด้านหน้าของโบสถ์ ยังเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์ เลฟร์ อีริกสัน ซึ่งตามประวัติศาสตร์ของประเทศไอซ์แลนด์บอกไว้ว่า เลฟร์ อีริกสัน เป็นชาวนอสร์แห่งชาติยุโรปคนแรก ที่ไปเหยียบดินแดนอเมริกาตอนเหนือ และทางสหรัฐอเมริกาก็ได้มอบอนุสาวรีย์นี้ให้แก่ประเทศไอซ์แลนด์ เพื่อเป็นที่ระลึกถึง และเชื่อมสัมพันธไมตรีที่ดีระหว่างสองประเทศ ในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 1 พันปีรัฐสภา Althing ของประเทศไอซ์แลนด์ เมื่อออกจากโบสถ์ก็ให้เดินทางออกนอกเมืองเรคยาวิกไปประมาณ 39 กิโลเมตร เพื่อไปดูฝรั่งแช่น้ำร้อนกันบ้าง เพราะใช่ว่าประเทศหนาวๆ แบบนี้จะไม่มีที่ที่อบอุ่นเอาซะเลย The Blue Lagon (บลูลากูน) ตั้งอยู่ที่เขตลาวาใน Grindavik ซึ่งหากจากเมืองหลวงเรคยาวิกไปประมาณ 39 กิโลเมตร เป็นบ่อน้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศไอซ์แลนด์ และเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งใน และต่างประเทศ ที่สามารถลงไปแช่ตัวได้เหมือนสปาร้อนขนาดใหญ่ ซึ่งบ่อน้ำพุร้อนบลูลากูนมีชื่อเสียงในเรื่องของการรักษาโรค โดยเฉพาะโรคผิวหนัง อย่าง โรคสะเก็ดเงิน เพราะภายในบ่อเต็มไปด้วยแร่ธาตุ โดยอุณภูมิเฉลี่ยของน้ำอยูที่ 37-39 องศาเซลเซียส แต่ไม่ต้องห่วงเรื่องของการติดโรค หรือการแพร่กระจายของเชื้อโรคจากผู้ใช้จำนวนมาก เพราะมีกฎปฏิบัติการใช้บ่อน้ำพุร้อนที่เข้มงวด ไม่ว่าจะก่อน หรือหลังการใช้บ่อ อีกทั้งน้ำในบ่อก็มีการเปลี่ยนทุกๆ 2 วัน เพราะฉะนั้น สามารถไว้ใจได้เรื่องความสะอาด อาบน้ำอาบท่ากับสปาร้อนขนาดใหญ่กันแล้ว ก็มาเดินชิวๆ ปลิวลมชมบ่อน้ำพุร้อนอีกแห่งหนึ่งกันบ้าง แต่ที่นี่ไม่มีที่แช่ตัว เพราะเป็นน้ำพุร้อนที่พวยพุ่งจากธรรมชาติ ที่ได้รังสรรค์ไว้ให้เชยชม Geysir (น้ำพุร้อนกีเซอร์) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศไอซ์แลนด์ ซึ่งแรงพวยพุ่งของสายน้ำพุร้อนจากใต้ดินขึ้นมาสู่ผิวโลกนั้น มีความสูงกว่า 180 ฟุต เมื่อเดินผึ่งผิวให้ยืดเส้นยืดสาย จากการชมธรรมชาติ และบรรยากาศโดยรอบกันแล้ว ก็มาท้าความเย็นกันบ้าง กับการไปเดินชมสายน้ำตกกันที่ Gullfoss (กุลล์ฟอสส์) น้ำตกกุลล์ฟอสส์ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากของประเทศไอซ์แลนด์ ซึ่งชื่อของน้ำตกตามภาษาไอซ์แลนด์ หมายถึง น้ำตกทองคำ เพราะทองมาจากคำว่า Gull และ น้ำตก มาจากคำว่า Foss น้ำตกแห่งนี้จึงได้รับสมญานามว่าเป็น ไนแองการาแห่งไอซ์แลนด์ เพราะน้ำตกกุลล์ฟอสส์มีความสวยงาม และความอลังการอยู่บนพื้นที่กว่า 1 กิโลเมตร ซึ่งทอดตัวลงไปเบื้องล่างบิดเกลียวคล้ายบันไดสามชั้น และแต่ละชั้นมีความสูงนับสิบเมตร นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมทิวทัศน์ และสูดอากาศสดชื่นได้อย่างเต็มปอด ประกอบกับละอองน้ำเย็นฉ่ำที่กระเซ็นมาสัมผัสเนื้อตัวให้พอชื่นฉ่ำ นับว่าเป็นประสบการณ์ที่น่าสัมผัสทีเดียว เรื่องโดย Omyim บทความน่าอ่านจาก http://www.emaginfo.com ร่วมกับ travel.mthai.com

5 วิธี กิน มื้อเย็น ไม่ให้อ้วน!
งดมื้อเย็น /  มื้อเย็น / 

การอดอาหาร คือ การลดน้ำหนักแบบผิดๆ แต่ มื้อเย็น เป็นมื้อที่สาวๆ กลัวอ้วนกันที่สุด แต่วันนี้เรามีเทคนิคการกิน มื้อเย็น มาฝากค่ะ มีประโยคหนึ่งกล่าวไว้ว่า “เช้าทานอย่างราชา กลางวันทานอย่างคนธรรมดา เย็นทานอย่างยาจก” นั่นก็เพราะว่าเราต้องให้ความสำคัญกับอาหารมื้อเช้ามากเป็นพิเศษ ส่วนอาหารเย็นนั้นควรรับประทานแต่พอดี ไม่หนักมากนัก ไม่ อยากถ้าอยากทานน้ำหนัก แต่ต้องทำตามถูกต้อง ให้ถูกกฏด้วยค่ะ ดังนั้นเราไม่ควรที่จะอดอาหารข้ามมื้ออาหารไป ลองหันมาทาน มื้อเย็น เพื่อสุขภาพกันดูค่ะ และเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายต้องการการพักผ่อนแล้วนั่นเอง ครั้งนี้เรามาทำความเข้าใจถึงความจำเป็นของอาหารเย็นต่อร่างกายว่ามีมากน้อย เพียงใด และหลักที่ถูกต้องในการทานอาหารเย็นว่าเราจะทานอย่างไรให้มีสุขภาพที่ดีไป นาน ๆ 1. ไม่ควรงดอาหาร มื้อเย็น สาวๆ หลายท่านชอบลดน้ำหนักด้วยวิธีการงดอาหารเย็น ซึ่งไม่ควรค่ะ นอกจากจะหิวแล้ว ยังไม่ทำให้น้ำหนักลดเท่าไรค่ะ เนื่องจากเมื่อถึงเวลาอาหาร โดยปกติร่างกายจะหลั่งกรดออกมาเพื่อทำการย่อยอาหาร ดังนั้น เมื่อไม่มีอาหารในกระเพาะ น้ำย่อยก็จะมาย่อยกระเพาะแทน เราจึงควรลดมากกว่างด เลือกทานอาหารเบา ๆ หรืออาหารที่ให้พลังงานน้อยที่สุด อย่างเช่น เน้นผักและผลไม้ ส่วนเนื้อสัตว์ติดไขมัน ของมัน ๆ ทอด ๆ ควรงดจะดีกว่านะคะและเวลาที่ควรทานคือหกโมงเย็นถึงหนึ่งทุ่ม ไม่ควรทานดึกกว่านี้ 2. หลังทานอาหารเย็นไม่ควรออกกำลังกายต่อทันที บาง ท่านกลัวอ้วน หลังทานอาหารเย็นจึงออกกำลังกายทันที ความจริงแล้วเป็นเรื่องที่ไม่ควรนัก ถ้าเราทานอาหารภายในเวลา 1-2 ช.ม. แล้วไปออกกำลังกายทันที อาจทำให้เราเกิดอาการจุกได้ ถ้าเป็นไปได้ควรเดินเรื่อย ๆ ไม่ต้องเร่ง เพราะเวลาเราเดินลำไส้จะมีการขยับตัว อาหารก็จะย่อยง่ายและยังเป็นการใช้พลังงานไปในตัวอีกด้วย เป็นแนวทางที่ดีในการปฏิบัติจะได้ไม่อ้วนนะคะ…ส่วนสาว ๆ ที่ต้องการออกกำลังกายหลังเลิกงาน เป็นต้นว่าไปเข้าฟิตเนส จะมีหลักการทาน มื้อเย็น อย่างไร ความจริงแล้วถ้าคิดจะออกกำลังกายในช่วงเย็น พอเลิกงานควรทานอาหารเบาๆ อาหารที่ย่อยง่าย เคี้ยวให้ละเอียด เว้นประมาณ 1-2 ช.ม. ก่อนการออกกำลังกาย งดอาหารย่อยยาก เช่น ของมัน ของทอด อาหารที่มีกะทิเหล่านี้จะย่อยยาก 3. หลังอาหารเย็นไม่ควรอาบน้ำในทันที เพราะ เมื่อเราทานอาหาร ขณะที่อาหารกำลังย่อย กระเพาะต้องทำงาน เลือดต้องถูกไปหล่อเลี้ยงกระเพาะเพื่อช่วยในการย่อย ถ้าเราไปอาบน้ำทันทีหลังอาหาร ซึ่งโดยปกติแล้วมนุษย์เป็นสัตว์เลือดอุ่น เมื่อร่างกายโดนน้ำเย็น ๆ ก็จะทำให้เลือดจำเป็นต้องมาที่บริเวณผิวหนัง เพื่อทำให้ร่างกายอบอุ่น ดังนั้นแล้วเลือดจึงถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ซึ่งแน่นอนว่า มันต้องถูกแบ่งมาที่ผิวหนังก่อนเป็นอันดับแรก ทำให้เลือดส่งไปที่กระเพาะได้น้อย สิ่งที่เกิดขึ้นคือระบบการย่อยทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ ท้องจะอืด แน่นท้อง จุก จึงควรเว้นอย่างน้อยที่สุด 30 นาที และทางที่ดีที่สุดต้องประมาณ 1 ชม. สำหรับอาหารที่ย่อยง่าย และ 2 ช.ม. ถ้าเรารับประทานอาหารที่ย่อยยาก 4. หากสาวๆ ต้องการลดความอ้วนด้วยให้ทานผักหรือผลไม้ใน มื้อเย็น ผู้ ที่ต้องการลดน้ำหนัก มื้อเย็น อาจทานเป็นผักผลไม้ และจะต้องไม่เลือกผลไม้ที่เป็นกรด เพราะขณะท้องว่างร่างกายจะมีกรดมากอยู่แล้ว และเลี่ยงการทานผักหรือผลไม้ดิบขณะท้องว่าง เพราะจะทำให้ท้องอืดได้ แนะนำว่าให้ทานผักสุก เช่น การลวก การต้ม แกงจืด หรือยำที่รสชาติไม่จัดมาก เช่น ยำแตงกวา ยำวุ้นเส้น ที่ไม่เผ็ดหรือ เปรี้ยวเกินไป 5. อาหาร มื้อเย็น ที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ อาหารที่ย่อยยาก เช่น ของมัน ของทอด เนื้อสัตว์ติดมัน อาหารที่มีโคเลสเตอรอลสูง ถ้าต้องทานควรทานในปริมาณเล็กน้อย อาหารที่เป็นกรดมาก เพราะอาจทำให้เกิดภาวะกรดย้อนหลอดอาหารได้ สำหรับวัยผู้ใหญ่ แนะนำว่าอาหาร มื้อเย็น ควรเป็นอาหารย่อยง่าย มีโปรตีนสูง มีคาร์โบไฮเดรตบ้าง แต่ไม่ต้องมาก เช่น ข้าว ข้าวซ้อมมือ (จะทำให้อยู่ท้องกว่า) ผักลวก ผักต้ม และต้องคำนึงถึงสารอาหารที่ครบทั้ง 5 หมู่ด้วยนะคะ อย่าคิดว่าอาหาร มื้อเย็น ไม่สำคัญนะคะ ควรใส่ใจและให้ความสำคัญกับการเลือกทาน มื้อเย็น ให้มาก แต่ต้องทานแค่พอเหมาะไม่ทานจุเกินไป เพราะนอกจากจะทำให้อ้วนแล้วยังมีอีกหลายโรคตามมาจากการทานอาหาร มื้อเย็น ที่ไม่ถูกสุขลักษณะ เช่น เบาหวาน ไขมันในเลือด ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ นอกจากนี้แล้วยังส่งผลถึงคุณภาพการนอนอีกด้วย สุดท้ายนี้ อย่าลืมว่าตอนกลางคืนเราแทบจะไม่ได้ใช้พลังงานเลย อดก็เป็นโรค ทานมากเกินไปก็เป็นโรค ควรทานให้พอเหมาะพอดีนะคะ ดังคำกล่าวที่ว่า “อโรคยา ปรมา ลาภา” ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ ขอบคุณที่มาจาก : www.emaginfo.com

ผลฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก : ลิเวอร์พูล 2-1 ลูโดโกเร็ตส์
จอร์แดน เฮนเดอร์สัน /  ซิมง มินโญเล่ต์ ; ฮาเวียร์ มานกีโญ่ / 

ผลฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก วันอังคารที่ 16 กันยายน 2557 ลิเวอร์พูล 2-1 ลูโดโกเร็ตส์ รายชื่อผู้ทำประตู : 1-0 มาริโอ บาโลเตลลี่ น.82, 1-1 ดานี่ อบาโล่ น.90+1, 2-1 สตีเว่น เจอร์ราร์ด(จุดโทษ) น.90+3 เวลา : 1.45 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสอด : ทรูสปอร์ต 1, ทรูสปอร์ต เอชดี 2 ศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2014/15 ลิเวอร์พูล เจ้าของแชมป์ใบใหญ่สุดในยุโรป 5 สมัย กลับมาลงชิงชัยรายการนี้อีกครั้งหลังจากหายไป 5 ปี พบกับ ลูโดโกเร็ตส์ ทีมน้องใหม่จากลีก บัลแกเรีย ต้องมาดูว่าทั้งคู่จะทำผลงานได้เยี่ยมแค่ไหนสำหรับแมตช์ประเดิม UCL รอบแบ่งกลุ่มเกมแรก เริ่มเกม นาทีที่ 3 "หงส์แดง" ได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษฝั่งซ้าย เจอร์ราร์ด รับหน้าที่เปิดเข้าไปแต่โดนโขกสกัดออกมาไว้ได้ นาทีที่ 4 อเล็กซานดาร์ อเล็กซานดรอฟ โดนใบเหลืองจากการเข้าหนักใส่ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง เกมผ่านไป 10 นาที เป็นทางฝั่งเจ้าบ้านที่เอาบอลมาครองได้ฝ่ายเดียว และทีมเยือนก็ลงไปตั้งรับกันลึกเพื่อรอสวนกลับ นาที 11 อัลเบร์โต้ โมเรโน่ มีจังหวะกระชากจากแดนตัวเองมาถึงหน้ากรอบเขตโทษของ ลูโดโกเร็ตส์ แต่จังหวะเปิดให้ บาโลเตลลี่ นั้นแรงแถมออกข้างไปเลย นาที 16 โมเรโน่ ดันขึ้นสูงอีกครั้งก่อนจะเปิดเข้าไปในกรอบเขตโทษ แต่แรง บาโลเตลลี่ ขึ้นโขกไม่ถึง นาที 28 ลูโดโกเร็ตส์ เริ่มได้บุก ลิเวอร์พูล มากขึ้นตามลำดับ คราวนี้เป็นทาง มาร์เซลินโญ่ ได้กระชากมาทางฝั่งซ้ายในกรอบเขตโทษ และโดน ลอฟเรน กระแทกล้มลง ผู้ตัดสินอยู่ตรงนี้ แต่ไม่ให้เป็นลูกจุดโทษ นาที 30 ทีมเยือน ได้ลุ้นประตูขึ้นนำอีกแล้ว ครั้งนี้เป็นจังหวะฟรีคิก เปิดเข้ามา คอสมิน โมติ ได้ลุ้นโขกแต่ก็ไม่ตรงกรอบหลุดออกหลังไป นาที 34 บาโลเตลลี่ ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษก่อนจะหาโอกาสยิงจนได้แต่สุดท้ายไปติดเซฟ มิลาน บอร์ยาน ผู้รักษาประตู ลูโดโกเร็ตส์ แบบติดมือ นาที 37 อนิเซท ได้ลุ้นยิงไกลให้ ลูโดโกเร็ตส์ ขึ้นนำแต่บอลหลุดกรอบออกไปอย่างน่าเสียดาย นาที 38 ลิเวอร์พูล เกือบขึ้นนำจากจังหวะของ ลัลลาน่า ได้ซัดในกรอบเขตโทษ ถึงสองครั้งแต่สุดท้ายโดนบล็อคของทีมเยือนหลุดออกหลังไป นาที 45 ผู้ตัดสินที่ ชูป้ายทดเวลาบาดเจ็บ 1 นาที ก่อนจะไม่มีโอกาสลุ้นประตูอะไรกันทำให้ หมดเวลาการแข่งขัน 45 นาทีแรก! ลิเวอร์พูล ยังคงเสมอ ลูโดโกเร็ตส์ อยู่ 0-0 เริ่มครึ่งหลังมาในนาทีที่ 47 คูตินโญ่ มีโอกาสซัดจากแถวสอง แต่บอลเบาไปติดเซฟของ บอร์ยาน และหลังจากนั้นไม่กี่วินาที จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ได้ส่องไกลบ้าง และน้ำหนักก็ยังไม่ดีพออีกครั้งของ ลิเวอร์พูล นาที 53 จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษก่อนจักตักให้ มานกีโญ่ ได้หลุดเข้าไปยิงแต่บอลเหินข้ามคาน นาที่ 54 จูเนียร์ ไคคาร่า โดนใบเหลืองจากจังหวะไปขวาง ราฮีม สเตอร์ลิ่ง นาที 57 ลิเวอร์พูล ได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ สตีเว่น เจอร์ราร์ด รับอาสาปั่นโค้งเข้ามาแต่แรงไปเข้ามือ มิลาน บอร์ยาน รับไว้ได้สบาย เกมผ่านมาถึงนาทีที่ 60 หงส์แดง เริ่มมีจังหวะเข้าทำที่มากขึ้น แต่ก็ยังหาโอกาสจบเหน่งๆไม่ได้ นาที 62 คูตินโญ่ กระชากขึ้นมาหน้าเขตโทษก่อนจะตัดสินใจแทงทะลุช่องแต่ มาริโอ บาโลเตลลี่ ไม่ได้ขยับสุดท้ายเสียบอลให้ บอร์ยาน ออกมารับไว้ได้ นาที 66 มิฮาอิล อเล็กซานดรอฟ ได้หลุดเข้ามาในกรอบเขตโทษฝั่งขวาก่อนจะตินสินใจซัดด้วยขวา แต่น่าเสียดายที่บอลหลุดออกหลังไป นาที 67 เบร็นแดน ร็อดเจอร์ส ตัดสินใจถอด อดัม ลัลลาน่า และคูตินโญ่ ออกไปพัก พร้อมส่ง ลูคัส กับบอรินี่ ลงมาแทน นาที 69 มานกีโญ่ เติมเกมขึ้นมาก่อนจะโยนยาวเข้ากรอบเขตโทษไปลงหัว บอรินี่ ได้โขกเต็มๆแต่ มิลาน บอร์ยาน ผู้รักษาประตู ลูโดโกเร็ตส์ กระโดดปัดออกไปได้ นาที 72 โรมัน เบซยัค ได้ซัดด้วยขวา บอลผ่านตัว มินโญเล่ต์ ไปแล้วแต่ ลูโดโกเร็ตส์ ถูกปฎิเสธการขึ้นนำด้วยเสา นาที 74 โมเรโน่ เปิดให้ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน สอดเข้าไปโขกแต่บอลเสาเสาสองออกไปนิดเดียว นาที 76 ยอร์แดน มิเนฟ โดนใบเหลืองหลังไปทำฟาวล์ ฟาบิโอ บอรินี่ GOAL! นาที 82 มาริโอ บาโลเตลลี่ ประเดิมลูกแรกให้ ลิเวอร์พูล ได้สำเร็จ จากจังหวะบอลพันแข้งพันขาในกรอบเขตโทษก่อนบอลจะหลุดมาเข้าทางได้ซัดผ่านตัว บอร์ยาน เข้าไปตุงตาข่ายให้ "หงส์แดง" ขึ้นนำเรียบร้อย 1-0 นาที 85 ลิเวอร์พูล เกือบได้ลูกที่สองจากจังหวะของ บาโลเตลลี่ เลี้ยงจี้มาในกรอบเขตโทษ และแตะหนึ่งจะหวังพร้อมซัดตูมเดียวแต่ไปติด มิลาน บอร์ยาน พุ่งซุปเปอร์เซฟออกไปได้ GOAL! นาที  90+1 ดานี่ อบาโล่ ที่ถูกเปลี่ยนลงมาเป็นสำรอง กระชากหลบ มินโญ่เลต์ พร้อมซัดเข้าไปช่วยให้ ลูโดโกเร็ตส์ ตามตีเสมอได้ช่วงท้ายเกม GOAL! นาที 90+3 ลิเวอร์พูล มาได้ลูกจุดโทษในนาทีสุดท้ายและผู้รับหน้าที่สังหารเป็นทาง สตีเว่น เจอร์ราร์ด แล้วก็ไม่พลาด! โดยยิงไปทางขวามือของตัวเอง แต่ผู้รักษาประตูพุ่งไปคนละทาง จบเกม ลิเวอร์พูล เปิดรัง แอนฟิลด์ เฉือนหืด ลูโดโกเร็ตส์ ไปได้ด้วยสกอร์ 2-1 รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเล่ต์ ; ฮาเวียร์ มานกีโญ่, เดยัน ลอฟเรน, มามาดู ซาโก้, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, อดัม ลัลลานา, มาริโอ บาโลเตลลี่ ลูโดโกเร็ตส์ : มิลาน บอร์ยาน, อเล็กซานดาร์ อเล็กซานดรอฟ, ยอร์แดน มิเนฟ, คอสมิน โมติ, จูเนียร์ ไคคาร่า, มิฮาอิล อเล็กซานดรอฟ, อนิเซท อันเดรียนานเทเนียน่า, ซเว็ตโตสลาฟ ดียาคอฟ, มาร์เซลินโญ่, เวอร์จิล มิซิดยาน, โรมัน เบซยัค

ครม.เห็นชอบเก็บภาษีเงินได้อัตราเดิม ถึง 31ธค.58
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

ครม. ผ่านร่าง พ.ร.ฎ.ลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา-นิติบุคคลตามที่ คสช. เห็นชอบ ร.อ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตราภาษีรัษฎากร ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เห็นชอบ โดยจะมีการลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ดังนี้ เงินได้สุทธิ ไม่เกิน 1 แสนบาท ให้คงจัดเก็บในอัตรา 5% เงินได้สุทธิในส่วนที่เกิน 1 แสนบาท แต่ไม่เกิน 3 แสนบาท จัดเก็บเหลือ 5% จากเดิม 10% เงินได้สุทธิ ส่วนที่เกิน 3 แสนบาท แต่ไม่เกิน 5 แสนบาท ให้คงจัดเก็บในอัตรา 10% เงินได้สุทธิ ในส่วนที่เกิน 5 แสนบาท แต่ไม่เกิน 7.5 แสนบาทให้เก็บในอัตรา 15% จากเดิม 20% เงินได้สุทธิ ในส่วนที่เกิน 7.5 แสนบาท แต่ไม่เกิน 1 ล้านบาท ให้คงจัดเก็บที่อัตรา 20% เงินได้สุทธิ เกิน 1 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 2 ล้านบาท ให้เก็บในอัตรา 25% จากเดิม 30% เงินได้สุทธิเกิน 2 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 4 ล้านบาท ให้คงจัดเก็บที่อัตรา 30% และเงินได้สุทธิในส่วนที่เกิน 4 ล้านบาทขึ้นไปให้จัดเก็บในอัตรา 35% จากเดิมที่ 37% โดยจะมีผลบังคับใช้หลังจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา นอกจากนี้ ยังมีการลดภาษีเงินได้นิติบุคคล เหลือการจัดเก็บในอัตรา 20% ของกำไรสุทธิ โดยมีผลบังคับใช้ในรอบบัญชีที่เริ่มภายใน หรือ เริ่มหลังวันที่ 1 ม.ค. 58 แต่ไม่เกิน 31 ธ.ค. 58 MThai News