ผู้หญิง2/22/07/ชั่วฟ้าดินสลาย

ฌอห์ณ ยันร่วมงาน เอสเธอร์-เคน ได้ ย้ำชัด
ฌอห์ณ จินดาโชติ /  เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา / 

  กลายเป็นมหากาพย์ไปซะแล้ว สำหรับกระแสดราม่าความขัดแย้งระหว่างพระเอกหนุ่ม ฌอห์ณ จินดาโชติ กับนางเอกสาว เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา ที่ไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่ายๆ ล่าสุด หนุ่มฌอห์ณ ได้มีโอกาสเปิดใจถึงเรื่องราวทั้งหมดในงาน "สุดสัปดาห์คนหล่อขอทำดีปี10" ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ "คนหล่อพอเพียง" เจ้าตัวได้บอกว่าจะพูดเป็นครั้งสุดท้าย เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่าไม่อยากมีปัญหากับใคร คนวงการเดียวกับน่าจะเข้าไปไม่ช้าก็เร็วต้องเจอเหมือนกันประเด็นดราม่า ในมุมของฌอห์ณ เป็นยังไงบ้าง   "ผมก็ไม่มีอะไรจะพูดเพราะว่าทางผู้จัดการและทางผู้ใหญ่ของผมได้พูดไปหมดแล้ว ปัญหาทั้งหมด มันเป็นการคุยติดต่องานที่ไม่ตรงกัน ตั้งแต่แรก แล้วตอนท้ายก็ต้องถามผู้ว่าจ้างว่าอยากได้งานแบบไหนอยากได้งานคู่ งานเดี่ยวก็ต้องถามลูกค้าว่า เขาจะเลือกคนไหน ส่วนตัวผมไม่เคยมีปัญหา ในการทำงานอีเว้นท์ เรื่องที่มีปัญหาอาจจะมีการบอกต่อที่ไม่ตรงกันในเรื่องของเวลา และตัวเราเองก็ได้คุยกับทางลูกค้าแล้ว ว่าปัญหามันคืออะไร เข้าใจตรงกันไหม พอเรื่องมันเล่าปากต่อปาก มีทางอารมณ์ คำพูด เข้ามา ปัญหามันก็ เลยบานปลาย ส่วนหน้าที่ผมตอนนี้ก็คือชี้แจง ในส่วนของการทำงานที่มีปัญหา"เราไม่ได้ออกปากว่าไม่อยากร่วมงาน   "ไม่ได้พูดอะไรแบบนั้นอยู่แล้วเพราะว่า ก็อย่างที่บอกไป ทั้งคู่ก็ต้องคุยกันใหม่ คุยเรื่องของ นักแสดงต้องทราบอยู่แล้ว ว่ามีเงื่อนไข หรือ อะไร ที่ไม่เหมือนกัน"ส่วนตัวตอนนั้นเรารู้ไหมว่ามาจากเอสเธอร์   "เรารู้เองครับก็รับงานปกติอย่างที่ ผู้จัดการเป็นคนแจ้ง และหลังจากนั้น 3 วันเราก็รู้จักการโพสต์ ig ของคนอื่น และผมรู้สึกว่ามันไม่ได้มีปัญหาเรื่องบุคคล มันมีปัญหาเรื่องของการคุยงาน ที่ไม่เป็นผู้ใหญ่ บอกตรงๆก็ได้ ยังไงก็ได้ เพียงแค่แจ้งให้ทราบล่วงหน้าแค่นั้นเอง รู้สึกโกรธมั้ยที่เค้าออกมาแฉเราขนาดนั้น   "ไม่ครับที่บ้านผมไม่มีใครโกรธเลย"และอย่างที่เขาให้รายละเอียดว่าเราไม่สามารถร่วมงานกับเอสเธอร์ได้   "ก็อย่างที่บอกครับความจริงก็คือความจริง คือผมไม่ได้มาดูโพยตีพายโชคดีที่มีผู้ใหญ่หลายท่านที่ อยู่ในเหตุการณ์ เข้ามาช่วย ก็ขอบคุณ พี่เอกกี้ด้วย ถ้าไม่ได้ท่านก็คงแย่ ได้ไปเคลียร์กันบ้างไหมไม่ได้เคลียครับ ไม่มีใครติดต่อมาก็เลยไม่ได้ติดต่อกัน เพราะเรารู้ว่า ทุกคนได้บอกเหตุผลของตัวเอง ที่เข้าใจไปกันหมดแล้ว ต่อไปคือถ้าจะทำงานกันใหม่ก็ดีงานกัน แค่นั้น"ในเรื่องของวินัยที่บอกว่าเรามาสาย เขาบอกณอห์ณว่าอย่างไร   "ประมาณบ่าย 2 นะครับ และผมก็มาบ่าย 2 งานเริ่มบ่าย 3 14.15น. ผมยังขอเขาไปเข้าห้องน้ำอยู่เลย พี่เอกกี้มา 14:15 ผมก็ยังยืนคุยกับแกอยู่เลย เข้าจริงๆนะครับ ในฐานะนักแสดงผมว่า เรียงวินัยเป็นสิ่งที่สำคัญ มาก และยิ่งทำงานชั่วโมงนึงคุณมาเลทมันก็แย่ แล้วครับ และผมว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่น่าผิดพลาดและตัวผมก็รู้ ว่าเรามากี่โมงถ้าสมมุติ ผมมาสาย จริง ผมเดินเข้าไปคุยกับเจ้าของงานตั้งแต่แรกแล้ว ตอนนั้นพี่นักข่าวก็อยู่ ตัวผมรู้ว่าเป็นยังไงและทางผู้ใหญ่เองก็เห็นเขาก็เลยไม่โกรธ"งงไหมว่าทำไมมาถึงจุดนี้   "ไม่งง หรอกครับคนเราก็มีหลายแบบมี เหตุผล หลายประเภท"ถือว่ายังร่วมงานกันได้อยู่ไหม   "จ้างมาคุยให้ตรง และผมจะไป"และอย่างที่มีกระแสดราม่ามีการแบ่ง แยก คิดว่ายังไง   "คือผมไม่เห็นด้วยนะที่มีการแบ่งแยก คือเราเป็นพี่น้องในวงการเดียวกัน นะครับ ไม่ช้าก็เร็วเขาต้องเจอ ยังไงก็แล้วแต่ผมก็ยังอยากมองหน้าได้ปกติ และก็รู้สึกว่า มันไม่ได้ช่วยอะไรเลยครับการไปแจกผลไม้ มันไม่ใช่เทศกาลนี้ มันไม่ใช่เรื่องที่น่ารัก คือการแสดงความคิดเห็นได้ แต่อย่าไปทำร้ายกัน"ทางนู้น ก็ออก มาบอกว่า เรา ไม่สามารถร่วมงานกับทางนู้นได้ เราจะมีการไปเคลียร์บ้างไหม   "สักวันหนึ่งเขาก็คงเข้าใจเพราะผมก็บอกไปแล้วว่า ไม่มีปัญหา" มีการคุยนอกรอบเลยเหรอคะ   "ไม่มีครับ ไม่มีใครติดต่อมาเท่าที่พวกพี่บอกผมรู้จักการดูรูปก็รู้สึกว่า ทุกคนมีเหตุผลของตัวเอง ผิดก็ว่าไปตามผิดถูกก็ว่าไปตามถูก" ไม่อยากอธิบายบ้างหรอ เพราะฝ่ายนู้นก็เข้าใจไปอีกแบบหนึ่ง   "ยิ่งพูดเรื่องมันยิ่งไม่จบผมเป็นห่วงครอบครัวและแคร์คนรอบข้างและงานที่ ผม ต้องทำ ก็มีเยอะ จะมาทะเลาะกัน แค่ event งานเดียว มันก็ไม่ใช่ตัวเราผิดแล้วก็ออกมาชี้แจงว่าผิดเรื่องอะไรแต่เรื่องที่เราพูด มันคือ process ของการทำงาน ก็จบแล้ว"ตอนนี้มันเหมือนกับว่าเรากับ เอสเธอร์ แตกหักกันไปเลย เพราะว่าเลือกแบ่ง ฝ่ายกันไปแล้ว   "คือผมไม่ได้แบ่ง ทีม ละครสร้างมาก็ตาย event สร้างมาถูกต้องตาม process บอกให้ทราบล่วงหน้าว่าคุณต้องการอะไร ผมว่าในฐานะนักแสดงในอาชีพวงการนี้มันแคบ แค่พูดมาบางทีเราทำให้มากกว่าที่ขอด้วย ซ้ำ ครับ"ระหว่างเรากับเอสเธอร์ ในความรู้สึกเรายังเหมือนเดิมไหม   "ผมก็เรื่อยๆ นะอาจมีจุกๆบ้างแต่ก็รู้สึกว่าเขาแค่เข้าใจผิดแต่วันหนึ่งเขาจะเข้าใจถูก คนมองต่างมุม เขาก็มองอีกมุมหนึ่งเราก็มองในมุมเขา ก็เข้าใจแหละ ว่าเขาอาจจะไม่ได้ฟังทั้งหมด ก็เลยรู้สึกว่าไม่เป็นไรเดี๋ยววันนึงก็ทุกอย่างมันก็จะคลี่คลาย"กลัวเรื่องมันจะบานปลายไหม   "ไม่เลยครับจบแค่วันนี้ครับ และผมจะไม่พูดแล้ว ผมไปทำงานจนจะเป็นเดือนแล้ว เรื่องจะไม่จบถ้าอีกคนคิดจะพูด ถ้าเรื่องมันจะจบคือคนที่คิดจะเงียบ ทางผู้ใหญ่ก็เรียกผมไปคุยแล้ว เรื่องละครว่าจะมีแพลน อะไรอยากให้ร่วมงานกับใครบ้าง"จะมีละครร่วมกันหรือเปล่าคะ   "ผู้ใหญ่ เขามีแพลนกันไว้แล้ว น้องเค้าอาจยังไม่ทราบ แต่ผู้ใหญ่ก็บอกว่าณอน ยังอยากให้ร่วมงานกับน้องเค้าเพราะ มันมีเคมีที่ดีตรงกัน และเหมาะสม เดี๋ยวไฟนอล เมื่อไหร่ผู้ใหญ่เขาจะเป็นคนโทรไป บอกอีกที"อยากเล่นคู่กันได้ไหมเพราะว่ามีเหตุการณ์แบบนี้แล้ว   "ผมไม่มีปัญหาครับ พูดมาให้ตรงผมยังต้องทำงานหาเงินจะมาใช้ทัศนคติว่าไม่รับงานกับคนนู้นคนนี้ ไม่ได้ครับ บ้านผมลำบาก"เราถือว่ายังสนิทใจอยู่ไหม   "สนิทใจครับเพราะว่า เรื่องมันไม่ได้เป็นปัญหาของน้องมันเป็นปัญหาที่คนกลางแล้วอย่างเคนคิดว่ายังไงคะ   "ผมไม่พูดดีกว่าครับเพราะว่าพี่เขาคงมีเหตุผลของเขา แต่ตัวผมเองได้รับสารมาแค่นี้ครับ"แล้วอย่างที่เคนเขาโพสต์ คนอาจมองว่าเขาสนับสนุนกัน   "เขาตอบแล้วนี่ว่าไม่ได้โพสต์หมายถึงใครมันเป็นคำสอนดีๆ ผมก็ ok เป็นคำสอนดีๆ ผู้ชายเค้าคงไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นถ้ามีปัญหาอะไรโทรมาคุยกับผมตรงๆมากกว่า"แล้วเราร่วมงานกับเคนได้ไหม   "ได้ผมอยากร่วมงานกับช่อง 3 อยู่แล้ว ผมไม่เคยทะเลาะกับใคร และก็ไม่ชอบทะเลาะกับใครสุดท้ายวงการบันเทิง ปีหน้าเราอาจจะเจอกันก็ได้ทำงานด้วยกันอีกดีกว่า   ผมบอกตรงๆ เวลาแบ่งฝ่ายมันไม่มีผลดีกับใครสักคนเพราะมันจะสร้างบาดแผลให้แก่กันสุดท้ายอยากจะบอกว่าคุณชอบใครก็สนับสนุนเขา ไม่ชอบใครอย่าไปติดเขาเพราะว่าคนที่คุณชอบกับคนที่คุณไม่ชอบอาจจะเป็น เพื่อนสนิทกันก็ได้" เห็นว่ามีการจัดสร้างโบสถ์เกิดขึ้น คือทางครอบครัวจินดาโชติ กำลังจะสร้างอุโบสถ ที่อำเภอนางรอง วัดหัวตะพาน   "ตอนนี้ก็เรี่ยไรเงินมาได้ส่วนหนึ่งแล้วแต่ยังขาดอีกเยอะ คือทางผมก็เปิดบัญชีอยากให้ทุกคนมาช่วยร่วมอนุโมทนา บุญ ก็จะละลายไปถึงเดือน 5 เดือน 6 ในไอจีผมเข้าไปดูได้นะครับ ก็อยากให้เข้ามาร่วมบุญกันเยอะๆ แล้วจะมีโครงการมูลนิธิต่างๆอยากให้ช่วยสนับสนุนกันครับ" ฌอห์ณ กล่าว ซึ่งด้าน เคน ภูภูมิ ได้เคยให้สัมภาษณ์กับกรณีที่ต้องร่วมงานกับ หนุ่มฌอห์ณ ว่ายินดีร่วมงานกันได้ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ตามคลิปด้านล่างนี้!! ฌอห์ณ จินดาโชติ ฌอห์ณ จินดาโชติ ฌอห์ณ จินดาโชติ เอสเธอร์ เอสเธอร์

เจเจ ขอโทษ! โพสต์รูป ต้าเหนิง เอาเท้าเหยียบอก!!
เจเจ /  ต้าเหนิง

เป็นประเด็นขึ้นมาอีกแล้วกับ เจเจ กฤษณภูมิ หลังเจ้าตัวโพสต์ภาพเล่นกันกับแฟนสาว ต้าเหนิง กัญญาวีร์ โดยเป็นภาพฝ่ายหญิงนั้นเอาเท้าวางไว้บนอกตน ก่อนที่ลบออกจากอินสตาแกรม เพราะมีคนเตือนว่าไม่เหมาะสม งานนี้ด้านหนุ่มเจเจเอ่ยขอโทษ แต่บอกไม่ได้ซีเรียสอะไร ยอมรับผิดเองเพราะเป็นคนโพสต์รูป ไม่เกี่ยวกับฝ่ายหญิง...พูดถึงรูปหน่อย? "ก็เป็นรูปที่เล่นกันครับ แล้วเราก็ไม่ได้คิดอะไรเราก็เลยลงไป"เห็นลงแล้วก็ลบ? "ใช่ คนรอบข้างก็เตือนมาครับว่ามันไม่เหมาะสม เราก็เลยลบ"พอเราลงไปฟีดแบ็คมันเป็นไงมั้ง? "ก็ขำๆ นะ ไม่ค่อยมีด่าเท่าไร ซึ่งตัวเราเองก็ไม่ได้ซีเรียสอะไร"การที่เราตัดสินใจลบรูปเพราะกลัวเป็นภัยต่อตัว หรือยังไง? "ใช่ครับ มีคนรอบตัวมาเตือน"ปกติเรา 2 คนเล่นแบบนี้บ่อยมั้ย? "ไม่ค่อยบ่อย แต่เป็นจังหวะที่เราเล่นกันพอดีมากกว่า ขำๆ เราก็เลยถ่ายรูปไว้"แต่วัฒนธรรมไทยมันทำแบบนี้ไม่ได้? "อันนั้นก็ต้องขอโทษด้วย ถ้ามันไม่เหมาะสมกับวัฒนธรรมไทย แต่ว่าสำหรับตัวผม ผมไม่ได้ซีเรียสอะไร"เราเป็นตัวอย่างให้ประชาชน? "ขอโทษด้วยละกันครับ"ตอนแรกคิดมั้ยว่าจะเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้? "ไม่นะครับ ไม่ค่อยมีฟีดแบ็คด้านลบกลับมาตัวผมเลยนะ ซึ่งผมก็ไม่เคยไปตามอ่านคอมเม้นท์อะไร"ต้องคิดอะไรมากขึ้นมั้ย กับการจะโพสต์อะไรต่อไป? "ก็คิดมากขึ้น การที่ลงรูปครั้งนี้ คือผมไม่ได้คิดอะไร มองว่าเป็นเรื่องขำๆ"แล้วทางต้าเหนิงมีฟีดแบ็คกลับมาว่าอย่างไรบ้าง? "ก็ไม่มีนะ เราก็มีคุยกันเรื่องนี้ขำๆ ไม่มีอะไร"เครียดมั้ย? "ไม่เครียดๆ"ผู้ใหญ่ว่าไงบ้าง? "ผู้ใหญ่ก็ไม่ว่าไง ผู้ใหญ่แค่บอกว่ามันไม่เหมาะสม ผมก็เลยรับฟังแล้วก็ลบ"ตัวต้าเหนิงเค้ามีซีเรียสอะไรบ้างมั้ย? "ไม่แน่ใจ ก็น่าจะไม่ซีเรียส เขาก็ไม่ได้พูดอะไร"คนจะมองว่าต้าเหนิง เป็นผู้หญิงนะ? "ก็เล่นกันปกติ อันนี้ผมผิดเอง เพราะผมก็เป็นคนลงรูป ถ้าด่าเหนิงด่าผมดีกว่า ผมไม่ได้คิดอะไร ผมก็ขำๆ แล้วก็ขอโทษทุกคนด้วยนะครับ"มันเป็นสไตล์เรา หรือว่าอะไร? "มันก็ไม่ใช่สไตล์เรา แต่พอมันมีจังหวะเล่น เล่นถ่ายมากกว่า ซึ่งตัวเราเองก็ไม่ได้ซีเรียสอะไร"เครียดมั้ย? "ก็ไม่เครียด แค่งงทำไมถึงแคบไป แค่เราลงเล่นๆ ซึ่งเราก็มองว่ามันไม่เหมาะสม จริงๆ ต้องขอโทษด้วยครับ"ทำไมก่อนหน้านี้ งานที่ผ่านมาถึงไม่ให้สัมภาษณ์? "เดินแบบหรอครับ ใช่ครับเสร็จที่เดินแบบมา เราก็ต้องรีบวิ่งมางานนี้ สแตนบายตอน 3 โมงครับ แล้วงานมันเสร็จใกล้มาก แล้วก็เลยต้องรีบมา"มีแจ้งไว้ก่อนมั้ย ว่าจะไม่ให้สัมฯ? "อันนี้ผมไม่ชัวร์ แต่งานเดินแบบเมื่อเช้ามันเป็นแทรก ตอนแรกเรารับงานนี้ไว้ก่อนแล้ว พอพี่ก้องมาถาม ก็เลยบอกได้พี่"หลายคนมองว่าเราเยอะขึ้นหรือเปล่า? "ก็ไม่นะครับ มันน่าจะเห็นด้วยจังหวะคือเราก็ต้องมาสแตนบายที่นี่ ดูพี่คนอื่นด้วย คนก็เยอะด้วย ไม่อยากให้เขาต้องมารอ"หลายคนมองว่าต้องการจะหนีนักข่าวหรือเปล่า? "ไม่ได้หลบครับ ต้องรีบมางานนี้จริงๆ เพราะระหว่างทางที่มางานเขาก็มีโทรตามด้วย"น่ารักเหมือนเดิมเนาะ? "ใช่ครับ" ขอขอบคุณ ภาพเพิ่มเติมจากไอจี @jaylerr เจเจ กฤษณภูมิ หนุ่มฮอต!! จากรั้ว มศว. เจเจ กฤษณภูมิ เจเจ กฤษณภูมิ เจเจ - ต้าเหนิง เจเจ - ต้าเหนิง

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

ละครเขี้ยวราชสีห์ (ละครเย็น) , เรื่องย่อเขี้ยวราชสีห์ (ละครเย็น)
ละคร เขี้ยวราชสีห์ /  เรื่องย่อละคร เขี้ยวราชสีห์ / 

เขี้ยวราชสีห์ บทประพันธ์ : ตรีเพชรบทโทรทัศน์ : สิงหราณีทุกวันจันทร์ - วันพฤหัสบดี เวลา 19.05 –19.50น. และวันศุกร์ เวลา 18.45–19.30 ทางช่อง 3 เรื่องย่อละคร เขี้ยวราชสีห์ แดนไทย สุริยัน(พศุตม์ บานแย้ม) เป็นสายลับของรัฐบาลที่อยู่ในคราบของนักเลงชื่อดังมีฝีมือในการต่อสู้ทุกรูปแบบ ซึ่งเขาหากินทางการค้าอาวุธให้กับชนกลุ่มน้อยทางฝั่งพม่า การทำงานของเขาทำให้เขาเข้าไปพัวพันกับการถูกลอบฆ่าเจ้าคำภู ผู้นำรัฐบาลในพม่าอย่างไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งฝ่ายตรงข้ามกับเจ้าคำภูต้องการให้เขาตกเป็นแพะรับบาป และเพื่อให้ ไหมฟ้า(ซูซี่ สุษิรา) ตามล่าเขาเพื่อล้างแค้นให้แก่บิดา โดยครั้งหนึ่งไหมฟ้าได้เจอกับแดนไทยโดยบังเอิญและเกิดการต่อสู้กัน แต่แดนไทยไม่ต้องการปะทะกับไหมฟ้าจึงหนีเข้าไปในป่า ไหมฟ้าจึงติดตามไล่ล่าไป แต่แล้วลูกน้องของไหมฟ้ากลับถูกแดนไทยเล่นงานซะก่อน ไหมฟ้าตามมาทันพอดีจึงยิงปืนเข้าใส่แดนไทยเข้าอย่างจัง แต่แดนไทยกลับลุกขึ้นวิ่งหนีไปได้อย่างไร้อาการบาดเจ็บ ไหมฟ้าจึงไปพบกับแม่หมอ (ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา) ประจำเผ่ากลับได้คำตอบที่กำกวมว่าแดนไทยเป็นคนดี ไม่ใช่คนร้ายและเขาจะเป็นคนที่ช่วยไหมฟ้ากำจัดคนชั่วได้ แต่ไหมฟ้าไม่เข้าใจคำตอบจึงพยายามพูดให้แม่หมอบอกความจริง แต่แม่หมอได้เพียงแต่ยืนยันคำเดิม อีกด้านหนึ่งไหมฟ้าก็ต้องการรบกับสมุนของพ่อเลี้ยง กัมปนาท(อภินันท์ ประเสริฐวัฒนกุล) ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการตายของเจ้าคำภู พ่อเลี้ยงได้ใช้โจรกะเหรี่ยงดำ ซึ่งมีหัวหน้าชื่อซาปาที่มีความรู้เรื่องคาถาอาคม และสามารถสร้างอสูรร้ายขึ้นมาในการฆ่าเอาชีวิตกับผู้เป็นศัตรูของตนได้ พ่อเลี้ยงใช้กองโจรกะเหรี่ยงดำในการหักหลังการทำธุรกิจกับเจ้าคำภู เพราะต้องการครอบครองแคว้นรัฐฉาน เพื่อหวังที่จะสร้างความยิ่งใหญ่ในอนาคต ส่วนแดนไทยได้สืบหาคนที่ปล่อยข่าวลือใส่ร้ายเขา โดยมีนักร้องสาวโรส (พลอยพัชรา ศรีดารา) และแม่เลี้ยงดาหวัน (พัชรินทร์ ศรีวสุภิรมย์) ที่ไม่กินเส้นกับพ่อเลี้ยงคอยหาข่าวให้ นอกจากนี้แดนไทยยังตกเป็นผู้ต้องสงสัยของผู้กองชาตรี (ปวิช เวียงนนท์) นายตำรวจตงฉินมือดีที่เป็นคู่ปรับของพ่อเลี้ยงอีกด้วย ทั้งที่แดนไทยเคยช่วยผู้กองให้พ้นจากการเอาชีวิตของพวกมือปืน โดยมีพ่อเลี้ยงบงการอยู่ เนื่องจากพ่อเลี้ยงแค้นผู้กองที่ทำตัวเป็นศัตรูกับพ่อเลี้ยงอย่างเปิดเผย โดยการเข้าปราบปรามธุรกิจมืดของพ่อเลี้ยง จนเสียหายนับสิบล้าน ละคร เขี้ยวราชสีห์ ในการถูกรอบทำร้ายในครั้งนั้นผู้กองปักใจเชื่อว่าแดนไทย ทำงานให้กับพ่อเลี้ยง ผู้กองจึงพยายามหาหลักฐานเพื่อเล่นงานพ่อเลี้ยงให้อยู่หมัด โดยหาทางให้แดนไทยยอมรับว่าร่วมมือกับพ่อเลี้ยงทำเรื่องผิดกฎหมาย เพื่อใช้เป็นหลักฐานมัดตัวพ่อเลี้ยง แต่แดนไทยปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพ่อเลี้ยงแต่อย่างใดเมื่อที่ตั้งของไหมฟ้าถูกพวกกองโจรกะเหรี่ยงดำทำลาย ลูกน้องมือดีของไหมฟ้าสองคนยอมพลีชีวิตเพื่อให้ไหมฟ้าหนี้เอาชีวิตรอด ไหมฟ้าได้รู้ความจริงจากแม่หมอก่อนหล่อนจะสิ้นใจ เพราะความบอบช้ำจากการต่อสู้กับเสือ เข้ม ว่าไหมฟ้าไม่ใช่ลูกสาวของเจ้าคำภู แต่เป็นเด็กที่ถูกเก็บมาเลี้ยงเพราะพ่อแม่ของเธอถูกฆ่าตาย ไหมฟ้าจึงรู้ว่าตนเองเป็นคนไทย ไม่ใช่คนรัฐฉาน แต่ก็ยังนึกถึงพระคุณของเจ้าคำภูจึงต้องการล้างแค้นกับคนที่ทำเจ้าคำภูให้ได้ ไหมฟ้าได้พาลูกน้องมาขอให้แม่เลี้ยงดาหวันส่งตัวแดนไทยให้ แต่กลับได้รับการปฏิเสธ หลังจากนั้นคนของแม่เลี้ยงได้ถูกลอบทำร้ายเป็นจำนวนมาก แม่เลี้ยงจึงมั่นใจว่าเป็นฝีมือของไหมฟ้า เมื่อแดนไทยทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงได้ไปพบไหมฟ้าด้วยตัวเอง เพื่อยืนยันว่าตนเองไม่รู้เห็นกับการตายของเจ้าคำภู แต่แดนไทยกลับพบไหมฟ้ากำลังถูกศัตรูเล่นงาน จึงรีบเข้าไปช่วยเหลือและพาไหมฟ้าหนีมาพักอยู่กับแม่เลี้ยงดาหวัน แม่เลี้ยงดูแลไหมฟ้าเป็นอย่างดี จนทำให้ไหมฟ้ารู้สึกผิดที่คิดไม่ดีต่อแม่เลี้ยง ในที่สุดไหมฟ้าเชื่อว่าแดนไทยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของเจ้าคำภู ละคร เขี้ยวราชสีห์ เมื่อรู้ความจริงทั้งหมด แดนไทย ไหมฟ้า แม่เลี้ยง และผู้กอง จึงร่วมมือกันกำจัดพ่อเลี้ยง แต่การกำจัดพ่อเลี้ยงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะพ่อเลี้ยงมีลูกน้องจำนวนมาก มีจอมอาคมที่มีพลังเร้นลับ มีเสือเข้มจอมขมังเวทย์ที่มีความโหดเหี้ยมอำมหิตและเป็นผู้ที่กำลังหาวิธีให้ร่างกายตนเองเป็นอมตะด้วยการขโมยพระพุทธรูปในวัดหนึ่งที่ศักดิ์มากมาทำพิธี แต่ก็ถูกแดนไทยขัดขวางจนทำให้เสือเข้มต้องกลับมาด้วยความบอบช้ำ เสือเข้มโกรธมากเนื่องจากจะไม่สามารถทำพิธีได้อีก ต้องรออีกร้อยกว่าปีครั้งหนึ่งในอดีตแดนไทยเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำต่อเสือเข้มจนเกือบสิ้นชื่อ แต่ด้วยที่แดนไทยยึดมั่นในความดีจึงทำให้เขารอดตายราวปาฏิหารย์จากการช่วยเหลือของเทพฤาษี และแดนไทยยังได้รับของวิเศษจากเทพฤาษี นั่นคือ เขี้ยวราชสีห์ ซึ่งมีพลังอำนาจต้านพลังความชั่วร้ายทั้งปวงได้ จึงทำให้กลายเป็นผู้ที่อยู่ยงคงกระพัน เมื่อเสือเข้มและพ่อเลี้ยงรู้เข้า ต่างก็หวังจะแย่งชิงมาเป็นของตนเอง การต่อสู้เริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ แดนไทย ไหมฟ้า แม่เลี้ยงและผู้กอง ได้ต่อสู้กับพลังลึกลับหลายรูปแบบจากเสือเข้มและอสูรร้ายของซาปา แต่แดนไทยได้พลังจากฤาษีหน้าสิงห์จนสามารถรวมใจเป็นหนึ่งเดียวกับท่านได้ จึงทำให้ใบหน้าของเขากลายเป็นสิงโตและมีพละกำลังที่แข็งแกร่ง สุดท้ายการต่อสู้ระหว่างธรรมะกับอธรรมจะดุเดือดแค่ไหน ความดีจะชนะความชั่วได้หรือไม่ และความรักระหว่างแดนไทยกับไหมฟ้าจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชมได้ในละครเรื่อง เขี้ยวราชสีห์ ได้ทุกวันจันทร์-วันพฤหัสบดี เวลา 19.05 –19.50 น. และวันศุกร์ เวลา 18.45 –19.30 ทางช่อง 3 (ออริจินัล) และ ช่อง 33 ละคร เขี้ยวราชสีห์ ละคร เขี้ยวราชสีห์ ละคร เขี้ยวราชสีห์ ละคร เขี้ยวราชสีห์ ละคร เขี้ยวราชสีห์ ละคร เขี้ยวราชสีห์ ละคร เขี้ยวราชสีห์ ละคร เขี้ยวราชสีห์ ละคร เขี้ยวราชสีห์ ละคร เขี้ยวราชสีห์ ละคร เขี้ยวราชสีห์