ผู้หญิง2/22/07/ชั่วฟ้าดินสลาย

รับสั่ง ในหลวง ทำ ช้างศึก ฮึดคว้าแชมป์ซูซูกิคัพสมัย4
ช้างศึก /  ซิโก้ / 

หลังจบเกมการแข่งขันฟุตบอลเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2014 ที่ขุนพล ช้างศึก ทีมชาติไทย เล่นแบบได้ใจฮึดกลับมาคว้าแชมป์ ซูซูกิคัพ ได้เป็นสมัยที่ 4 และเป็นการคว้าแชมป์สมัยแรกในรอบ 12 ปี โดย ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือใหญ่ ช้างศึก ทีมชาติไทย ได้ออกมาเปิดเผยถึงสาเหตุที่ทำให้ขุนพล ช้างศึก มีแรงฮึดกลับมาคว้าแชมป์ในครั้งนี้ว่า "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับสั่งให้พระราชเลขา โทรศัทพ์ทางไกลในช่วงพักครึ่งเวลาแรกที่ทีมชาติไทย โดนนำอยู่ 2-0 โดยทรงรับสั่ง ถึงนักเตะทีมชาติไทย ให้สู้อย่างเต็มที่ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร ก็ขึ้นชื่อว่าสู้เพื่อชาติแล้ว "จากรับสั่งนี้เองที่ทำให้ขุนพล ช้างศึก ทีมชาติไทย ที่เล่นดีอยู่แล้วในครึ่งเวลาแรก กลับเล่นดีขึ้นไปอีกในครึ่งเวลาหลัง จนสามารถที่จะพังประตูได้ 2 ประตู และนำไปสู้การคว้าแชมป์สมัยที่ 4 ในที่สุด" ซิโก้ กล่าวด้วยสีหน้าปลื้มปิติ

ผลฟุตบอล : เครื่องร้อนช้า!! เรือใบ รัวครึ่งหลัง3เม็ดถล่ม พาเลซ ทำแต้มเจ๊าเชลซีเรียบร้อย
คริสตัล พาเลซ /  จูเลี่ยน สเปโรนี่ / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม 2557 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-0 คริสตัล พาเลซ รายชื่อคนทำประตู : 1-0 ดาบิด ซิลบา น.49, 2-0 ดาบิด ซิลบา น.61, 3-0 ยาย่า ตูเร่ น.81 เวลา : 19.45 น. สนาม : เอติฮัด สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 5 ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก คู่เปิดหัวประจำค่ำคืนวันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม 2557 "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดรัง เอติฮัด สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ คริสตัล พาเลซ โดนครึ่งแรกจบลงแบบจืดชืดที่สกอร์ 0-0 ก่อนที่ครึ่งหลังลูกทีมของ มานูเอล เปเยกรีนี จะมาเร่งเครื่องรัวสามเม็ดรวด สุดท้ายแชมป์เก่ายังคงเหนือชั้น เปิดบ้านถล่ม "ปราสาทเรือนแก้ว" ไปด้วยสกอร์ 3-0 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท, ปาโบล ซาบาเลต้า, มาร์ติน เดมิเคลิส, อิเลียกิม ม็องกาล่า, อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ, เฟอร์นานดินโญ่, ยาย่า ตูเร่, เจมส์ มิลเนอร์, ดาบิด ซิลบา, ซามีร์ นาสรี, เฆซุส นาบาส คริสตัล พาเลซ : จูเลี่ยน สเปโรนี่, มาร์ติน เคลลี่, สกอตต์ แดนน์, เบรเด้ ฮังเกลันด์, โจเอล วอร์ด, เจสัน พันเชี่ยน, เจมส์ แม็คอาร์เธอร์, ไมล์ เยดินัค, โจ เล็ดลี่ย์, ยานนิค โบลาซี่, เฟรเซอร์ แคมป์เบลล์

สระแก้ว … มหัศจรรย์ชายแดนบูรพา
น้ำตกปางสีดา /  เที่ยวสระแก้ว

“ชายแดนเบื้องบูรพา ป่างาม น้ำตกสวย มากด้วยรอยอารยธรรมโบราณ ย่านการค้าไทย – เขมร” คือคําขวัญประจำจังหวัดสระแก้ว จังหวัดที่เพิ่งได้รับการประกาศให้เป็นจังหวัดมาเพียง 20 ปีเศษ แต่ที่จริงแล้วสระแก้วมีความเป็นมายาวนานกว่า 4,000 ปี ดังมีหลักฐานเป็นโบราณสถานสำคัญที่พบอยู่มากมาย สระแก้วในอดีตเคยเป็นเส้นทางเดินทัพของทหารไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยาและธนบุรี ซึ่งปัจจุบันก็สระแก้วยังคงความสำคัญในฐานะเมืองชายแดนที่เชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา และมีตลาดโรงเกลือเป็นตลาดการค้าชายแดนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ จนใคร ๆ ต่างสถาปนาให้สระแก้วเป็น “ประตูสู่อินโดจีน” สระแก้ว … มหัศจรรย์ชายแดนบูรพา นอกเหนือจากตลาดการค้าชายแดนที่ยิ่งใหญ่ สระแก้วยังเป็นจังหวัดที่รุ่มรวยด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงาม แหล่งประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าอีกมากมาย ปราสาทสด๊กก๊อกธม หรือปราสาทเมืองพร้าว ตั้งอยู่ที่บ้านหนองเสม็ด ตำบลโคกสูง อำเภอโคกสูง สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่15-16 เป็นปราสาทที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของภาคตะวันออก มีลวดลายประดับสวยงาม เป็นอีกหนึ่งปราสาทหินที่บูรณะด้วยวิธีอนัสติโลซิส หรือการรื้อปราสาทออกมาทีละชิ้นแล้วนำกลับไปประกอบขึ้นใหม่ให้มั่นคง ปัจจุบันการบูรณะเสร็จเรียบร้อย สามารถชมความงดงามอลังการของปราสาทได้ทุกมุมมอง บนพื้นที่กว่า 2,000 ไร่ ของบ้านคลองยาง ในอำเภอตาพระยา คุณจะได้พบกับประติมากรรมธรรมชาติที่น่าอัศจรรย์ อย่าง “ละลุ” อันเป็นปรากฏการณ์ซึ่งเกิดขึ้นในพื้นที่ที่เป็นดินปนทราย โดยส่วนของพื้นดินที่อ่อนแอและหนาแน่นน้อย เกิดการยุบตัวหรือพังทลายด้วยอิทธิพลของน้ำและลมที่กัดกร่อน ส่วนบริเวณที่ดินที่มีความหนาแน่นมากและแข็งจะไม่ยุบตัว จึงทำให้เกิดรูปร่างลักษณะของดินที่แปลกตา บางส่วนอาจดูเหมือนกำแพง หน้าผา หรือเป็นแท่งคล้ายรูปสลัก ยอดเจดีย์ ตามแต่จินตนาการ โดยละลุจะเปลี่ยนแปลงไปทุกปี ตามอิทธิพลของลมและฝน สถานที่ทางธรรมชาติอีกแห่งหนึ่งของสระแก้วที่ไม่ควรพลาด คือ อุทยานแห่งชาติปางสีดา ที่ได้ชื่อว่าเป็น “เมืองผีเสื้อแห่งป่าตะวันออก” เพราะมีผีเสื้อให้ชมมากกว่า 400 ชนิด โดยเฉพาะในช่วงเดือนเมษายน – สิงหาคมของทุกปี อุทยานฯ แห่งนี้ยังคงสภาพป่าที่สมบูรณ์ และเชื่อมต่อกับผืนป่ามรดกโลกอย่างดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ปางสีดามีทั้งน้ำตกสวยๆ เช่น น้ำตกปางสีดา มีทุ่งหญ้าบุตาปอด จุดชมวิว และสัตว์ป่าที่หายากให้ชมมากมาย นอกจากนี้ปางสีดายังเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารหลายสายอีกด้วย สระแก้ว ยังมีสถานที่น่าสนใจซึ่งถูกสร้างสรรค์ขึ้นโดยฝีมือมนุษย์ แต่กลมกลืนกับธรรมชาติและกลายเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร เช่น วัดถ้ำเขาฉกรรจ์ ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอเขาฉกรรจ์ อันมีภูเขาหินปูน 3 ลูก ตั้งตระหง่านเรียงต่อกัน โดยมีเขาภูมิ่งอยู่ด้านซ้าย เขาฉกรรจ์อยู่ตรงกลาง และเขาผาละอยู่ด้านขวา ซึ่งวัดตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาฉกรรจ์ ซึ่งมีทางเดินที่สามารถขึ้นไปจนถึงยอดเขา ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สวยงาม และภายในบริเวณโดยรอบมีโพรงถ้ำอยู่มากมาย และ บางแห่งเปิดให้เข้าชมได้  อ่างเก็บน้ำพระปรง เป็นหนึ่งในโครงการตามแนวพระราชดำริที่สร้างขึ้นเพื่อกักน้ำฝนไว้ใช้ในหน้าแล้ง ถือเป็นแหล่งน้ำที่สำคัญของภาคตะวันออก ปัจจุบันเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ เป็นจุดนั่งเรือไปดูนกอ้ายงั่ว หรือนกงู นกหายากที่พบมากในช่วงเดือนพฤษภาคม – กรกฎาคม สมกับสโลแกนที่ว่า "ล่องเรือ ตกปลา เดินป่า ที่อ่างเก็บน้ำพระปรง" สุดเขตแดนที่อรัญประเทศ คือ ตลาดโรงเกลือ ที่ว่ากันว่าเป็นตลาดการค้าชายแดนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีร้านค้ากว่า 3 พันร้าน และเป็นที่โปรดปรานของสาวกสินค้าแบรนด์เนม เนื่องจากเป็นแหล่งรวมของสินค้ามือสองสภาพดีราคาถูกให้เลือกเพียบ และยังมีเครื่องใช้ไม้สอยมือใหม่ ของกินของใช้ทุกประเภททุกแนวรวมไว้ในที่เดียว สระแก้ว ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมาย รอให้เราเดินทางไปค้นหาและสัมผัสกับความงามแห่งอดีต ความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ และไมตรีจิตรของคนในท้องถิ่นที่พร้อมจะมอบประสบการณ์สุดประทับใจให้กับแขกผู้มาเยือน

เผยเส้นทางฉลองถ้วยซูซูกิคัพ จากดอนเมือง สู่สนามศุภชลาศัย
ฉลองถ้วยซูซูกิคัพ /  ซูซูกิคัพ / 

เผยเส้นทางฉลองถ้วยซูซูกิคัพ จากดอนเมือง สู่สนามศุภชลาศัย  วันนี้(21 ธ.ค.) มีรายงานข่าวว่า คณะนักเตะทีมชาติไทยทั้งหมด จะเดินทางกลับประเทศไทยด้วยเที่ยวบิน FD 320 ของแอร์เอเซีย โดยจะเดินทางถึงท่าอากาศยานดอนเมืองเวลา 15.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ซึ่งคาดว่าจะมีแฟนบอลหลักพันคนเดินทางรอต้อนรับฮีโร่กลับบ้าน โดยสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยเตรียมจัดงานฉลองแชมป์อย่างยิ่งใหญ่ ทันทีที่เดินทางกลับถึงประเทศไทย โดยจะจัดพิธีต้อนรับที่ภายในสนามบินดอนเมือง หลังจากนั้นคณะนักเตะทีมชาติไทยจะตั้งขบวนแห่ถ้วยแชมป์จากสนามบินดอนเมือง โดยรถบัสเปิดประทุนแห่ถ้วยแชมป์ไปตามเส้นทางต่างในกรุงเทพมหานคร ผ่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ, สยามพารากอน, สยามสแควร์, เซ็นทรัลเวิลด์, โรงพยาบาลตำรวจ, มาบุญครอง เพื่อให้แฟนบอลได้ชื่นชมในความสำเร็จของทีมชาติชุดนี้ ก่อนจะไปสิ้นสุดที่ สนามกีฬาศุภชลาศัย สำหรับเงินอัดฉีดนักฟุตบอลไทย ล่าสุด ที่มีอยู่ 25 ล้านบาท ได้เพิ่มเป็น 30 ล้านบาทแล้ว โดยทางกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬามอบให้คนละ 2 แสนบาท รวมแล้วประมาณ 6 ล้านบาท รวมแล้วก็ประมาณ 30 ล้านบาท MThai News ภาพจากรายการเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์

ภาพประทับใจ!แฟนบอลนับหมื่นแห่รับฮีโร่ ช้างศึก แน่นดอนเมือง
กวิน ธรรมสัจจานนท์ /  กีรติ เขียวสมบัติ / 

ความเคลื่อนไหวของขุนพล ช้างศึก ทีมชาติไทย ชุดคว้าแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2014 ซึ่งเป็นการคว้าแชมป์สมัยที่ 4 ของทีมชาติไทย และเป็นการคว้าแชมป์ครั้งแรกในรอบ 12 ปี ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 ธ.ค.57 เวลาประมาณ 15.00 น. ณ สนามบินดอนเมือง ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือใหญ่ ช้างศึก ที่กลายเป็นประวัติศาสตร์ของวงการลูกหนังอาเซียนไปแล้ว ได้นำนักเตะทั้ง 22 คน ประกอบด้วย กวิน ธรรมสัจจานนท์, ชนินทร์ แซ่เอี๊ยะ, ประวีณวัช บุญยงค์, สุทธินันท์ พุกหอม, ชยพัทธ์ กิจพงษ์ศรีธาดา, พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา, ธณบูรณ์ เกษารัตน์, อดิศร พรหมรักษ์, นฤบดินทร์ วีรวัฒน์โนดม, อาทิตย์ ดาวสว่าง, อดุล หละโสะ, เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์, ชาริล ชัปปุยส์, ชนาธิป สรงกระสินธ์, สารัช อยู่เย็น, ศราวุฒิ มาสุข, ประกิต ดีพร้อม, ชัยณรงค์ ทาทอง, มงคล ทศไกร, สมปอง สอแหลบ, กีรติ เขียวสมบัติ และอดิศักดิ์ ไกรษร หอบแชมป์กลับถึงเมืองไทยเรียบร้อย ทามกลางแฟนบอลมาตอนรับกว่า 1 หมื่นคน โดยคณะนักเตะ และทีมงานสต๊าฟฟ์โค้ช ได้ขึ้นรถแห่จากสนามบินดอนเมือง ก่อนที่จะมีการขึ้นรถแห่ไปตามถนนวิภาวดี-อนุสาวรี่ย์-สยาม และไปส้นสุดที่สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ภายในสนามศุภชลาศัย ก่อนจะมีการแถลงข่าวขอบคุณคนไทย

เจาะ9จุดแข็ง 'อีเจี๊ยบ เลียบด่วน' เพจแห่งปี 6แสนไลค์ใน5เดือน
สมรัก พรรคเพื่อเก้ง /  อีเจี๊ยบ เลียบด่วน / 

เจาะ9จุดแข็ง 'อีเจี๊ยบ เลียบด่วน' เพจแห่งปี 6แสนไลค์ใน5เดือน 'สมรัก พรรคเพื่อเก้ง' อดีตแฟนเพจบนเฟซบุ๊คยอดฮิตในช่วงปี 2013-2014 หลังจากมียอดไลค์เติบโตเกือบหลัก5แสน ที่อยู่ดีๆแฟนเพจก็โดนอุ้มหายไป ท่ามกลางข้อสงสัยของใครหลายคนว่า เป็นเพราะเพจสมรัก ไปกระตุกหนวดเสือของบังยีเข้าจนโดนอุ้มไปหรือเปล่า แต่สุดท้ายก็เฉลยออกมาว่าเป็นเพราะความผิดพลาดของระบบเฟซบุ๊ค ทำให้สมรัก พรรคเพื่อเก้ง ต้องใช้เฟซบุ๊คส่วนตัวในการโพสต์ข้อความและเปิดเพจใหม่อีกหลายครั้ง แต่ความรันทดก็ยังไม่หมดเพราะเพจก็โดนปลิวและกระแสตอบรับไม่ดีเท่าที่ควร จนเมื่อสิ้นเดือนกรกฎาคม 2557 สมรัก พรรคเพื่อเก้ง ฟื้นคืนชีพมาอีกครั้งในชื่อเพจใหม่ว่า 'อีเจี๊ยบ เลียบด่วน' การประสบความสำเร็จของแฟนเพจอีเจี๊ยบ เลียบด่วน สะท้อนความนิยมและไลฟ์สไตล์ของคนบนโลกออนไลน์ได้เป็นอย่างดี เพราะกลายเป็นแฟนเพจเล่าเรื่องบันเทิง ใช้มุกตลกขบขัน ภาษาแบบสาวประเภท2 ยอดไลค์เติบโตภายในระยะเวลาประมาณ 5-6 เดือน ขณะนี้มีคนกดไลค์แล้วกว่าหกแสนสองหมื่นห้าพันคน MThai พาวิเคราะห์ 9จุดแข็ง ที่ทำให้แฟนเพจ อีเจี๊ยบ เลียบด่วน ประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว ทั้งที่บางแฟนเพจต้องใช้ระยะเวลาหลายปีกว่าจะถึงหลัก 6 แสน 1.ได้ดีไม่ต้องโปรโมท ไม่ต้องซื้อโฆษณา : อีเจี๊ยบ เลียบด่วน ไม่เคยซื้อโปรโมทเพจจากทางเฟซบุ๊ค ซึ่งวิธีการนี้บางแฟนเพจถึงต้องกับใช้วิธีซื้อโปรโมทเพื่อให้คนเห็นโพสต์ของตัวเองมากขึ้น แต่ของเจี๊ยบ เลียบด่วน อาศัยการแชร์ต่อไปเรื่อยๆของสมาชิกในแฟนเพจ ที่สำคัญคือหากเพื่อนในเฟซบุ๊คของเราหลายคนเข้าไปกดไลค์ข้อความหรือโพสต์ของเพจอีเจี๊ยบ เลียบด่วน ก็จะทำให้เราเห็นโพสต์ของเพจนั้นด้วยแม้ไม่ต้องกดไลค์เพจนั้นเลย เมื่อเราเห็นโพสต์บ่อยๆ ก็เกิดอยากจะกดติดตามขึ้นมาบ้าง 2.ยอดไลค์ต่อโพสต์เฉลี่ยไม่ต่ำกว่าหมื่น : หากเช็คดูโพสต์ย้อนหลังของแฟนเพจอีเจี๊ยบ เลียบด่วน จะพบว่าแต่ละโพสต์ต่อวันมียอดไลค์มากกว่า 1 หมื่น-3 หมื่นขึ้นไป ยิ่งโพสต์ไหนถูกไลค์มาก ก็ยิ่งจะโชว์ที่หน้าฟีดมากขึ้นตามไปด้วย ในขณะที่แฟนเพจประเภทเดียวกัน และยอดไลค์ใกล้เคียงกันอย่าง Drama Addict มีคนกดไลค์เฉลี่ยเพียง5พัน - 1 หมื่น ต่อโพสต์เท่านั้น 3.คอนเทนท์เป็นของตัวเอง : อีเจี๊ยบ เลียบด่วน มีการสร้างเนื้อหา (Content) ในแบบฉบับของตัวเอง ถ้าย้อนกลับไปในช่วงสมัยเป็นแฟนเพจสมรัก พรรคเพื่อเก้ง จะเป็นเนื้อหาเชิงจดหมายหรือเรียงความยาวๆ เสียดสีการเมือง สังคมแต่ตอนนี้ปรับสู่รูปแบบการเขียนคือการโพสต์ประจำวัน มีหัวข้อใหญ่ๆ ต้อนรับสมาชิกในแฟนเพจตอนเช้า เป็นการสรุปเหตุการณ์ว่าผ่านอะไรมาบ้าง จากนั้นก็ตามกระแสข่าวทั่วไป โดยเน้นหนักไปที่ข่าวบันเทิงซะส่วนใหญ๋ ซึ่งบางข้อความที่มาจากเพจอีเจี๊ยบ เลียบด่วนนอกจากจะถูกนำไปแชร์ต่อแล้ว นักข่าวบันเทิงหลายคนยังใช้เป็นHint ในการไปตามประเด็นข่าวต่อด้วย 4.คาแรคเตอร์เด่นชัด : อีเจี๊ยบ เลียบด่วน สร้างแบรนด์และคาแรคเตอร์ของตัวเองเด่นชัด ด้วยรูปโลโก้ไก่สีเหลืองตาโตข้างเล็กข้าง เหมือนไก่พิการ ปากแดงๆ ดูแล้วน่ารัก น่าหมั่นไส้ มีการโพสต์ข้อความตลก สนุกสนาน ใช้ภาษาสำนวนแบบสาวประเภทสองพูดจาฉันเพื่อน หยาบคายแต่เป็นเชิงเสียดสีสนุกสนาน ไม่ใช่หยาบคายแบบจริงจังเกินเหตุ แต่ละโพสต์ข้อความชวนน่าตบ น่าหมั่นไส้ตลอดเวลา ศัพท์บางคำไม่รู้ว่าสรรหามาจากไหน แม้จะหยาบแต่คนก็กดไลค์และเข้าใจเจตนาในการสื่อสาร [นอกจากนี้อีเจี๊ยบ เลียบด่วนยังมีความอาถรรพ์ ในด้านความเป็นกาลกิณี ยกตัวอย่างถ้ามันเชียร์ทีมไหน การแข่งขันอะไร ทุกคนล้วนแต่แพ้พ่าย ย่อยยับ] 5.อีจอย กระเทยคลอง2 ตัวละครปริศนา : นอกจากตัวอีเจี๊ยบ เลียบด่วนแล้ว ในแฟนเพจยังมีตัวละครอีกตัวคือ อีจอย กระเทยคลอง2  ผู้ซึ่งเป็นสายลับในวงการบันเทิง โดยอีเจี๊ยบอุปโลกขึ้นเอาเองหรือนางมีตัวตนอยู่จริงก็ไม่มีใครรู้ ...รู้กันแค่ว่านางมีข้อมูลที่เป๊ะมาก พอเชื่อถือได้ พิสูจน์ยืนยันได้จากเคสของมาดามเจนี่ ที่เพจนี้คอนเฟิร์มข้อมูลอย่างรวดเร็วและทุกอย่างก็เป็นไปตามที่อีจอย กระเทยคลอง2 ว่าไว้....นอกจากนี้เวลามีข่าวฉาวนางยังทำหน้าที่ไม่ต่างจากซ้อ7จอมแฉ มักจะบอกอักษรย่อ หรือชื่อย่อที่แปลง่ายเสียเหลือเกิน 6.การสร้างปฏิสัมพันธ์กับแฟนเพจ : อีเจี๊ยบ เลียบด่วน ต่างจากอีกหลายแฟนเพจที่แม้จะมียอดไลค์มากแต่ไม่สนใจสมาชิกในเพจ ซึ่งกลับกันเพจอีเจี๊ยบ จะคอยตอบโพสต์และข้อความของลูกเพจอยู่เสมอ มากบ้าง น้อยบ้าง แต่ก็ยังตอบ ไม่เหมือนแฟนเพจอื่นๆที่มาปล่อยหัวข้อกระทู้ไว้แล้วให้คนมาเถียงกันเอง นอกจากนี้เพจอีเจี๊ยบ เลียบด่วนยังมีการเซ็นเซอร์คอมเมนท์ที่สุ่มเสี่ยงต่อการหมิ่นเบื้องสูงด้วย 7.กิจกรรมแจกของรางวัล : เพจนี้มีการแจกของรางวัลด้วย ซึ่งเป็นของที่ระลึกไม่สามารถหาซื้อได้ตามท้องตลาด เช่น เสื้อยืดตราอีเจี๊ยบ เข็มกลัด ถุงเท้า ถุงผ้า เป็นต้น โดยการแจกของรางวัลไม่ได้มุ่งหวังการเจริญเติบโตของยอดไลค์แต่เน้นไปที่การมีส่วนร่วมและสร้างความสนุกสนานให้กับแฟนเพจมากกว่า เช่น กิจกรรมถ่ายรูปคู่กับเจี๊ยบเลียบด่วน ให้โดนใจ 8.เพจพันธมิตร : Drama Addict ถือว่าเป็นแฟนเพจใหญ่ที่ช่วยโปรโมทอีเจี๊ยบ เลียบด่วนในช่วงแรกตั้งแต่สมัยเป็นสมรัก พรรคเพื่อเก้ง นอกจากนี้ยังมีอีกหลายแฟนเพจที่มียอดไลค์ไม่ต่ำกว่าแสน ที่หากแฟนเพจอีเจี๊ยบ มีปัญหาหรือโดนอุ้มไปเมื่อไหร่ ก็จะมีการกระจายข้อมูลข่าวสาร ช่องทางติดต่อใหม่ๆ ได้ตลอดเวลา เรียกได้ว่ามีมิตรดี แม้ตอนนี้แฟนเพจอีเจี๊ยบจะทำลายสถิติแซงหน้าเพจหลายเพจที่คอยสนับสนุนมันไปแล้วก็ตาม 9. แฟนคลับสาวกที่เหนียวแน่น เพจอีเจี๊ยบ เลียบด่วน มีคนติดตามมาตั้งแต่ช่วงสมรัก พรรคเพื่อเก้งแล้ว ยิ่งมาทำในรูปแบบบันเทิงเต็มตัว ทำให้มีคนชื่นชอบมากขึ้นไปอีก ทุกครั้งที่มีการโพสต์ข้อความหรือกิจกรรมอะไร เหล่าแฟนคลับก็จะเข้าไปให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยมีประโยคซ้ำๆ ไม่กี่ประโยคที่ใช้ในการแสดงความคิดเห็นบนแฟนเพจนี้ เช่น กูรักมึงอีเจี๊ยบ,มึงนี่หน้าตบเนอะ,กูเกลียดมึง ล้วนแต่เป็นคำที่คนส่วนใหญ่ใช้กับเพื่อนสนิททั้งนั้น ซึ่งนี่อาจจะบอกได้อีกอย่างหนึ่งว่า คนบนโลกออนไลน์นับถือว่าอีเจี๊ยบ เป็นเพื่อนคนหนึ่งที่มีตัวตนอยู่จริงๆ คอยสร้างเสียงหัวเราะให้กับพวกเขาก็เป็นได้ MThai News By @Nookkill :P

ซุปตาร์ลุ้นไทยแชมป์!! เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014
ญาญ่า อุรัสยา /  ป๋อ ณัฐวุฒิ / 

ซุปตาร์ไทยนั่งติดจอส่งใจไปเชียร์ ฟุตบอลเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 รอบชิงชนะเลิศ นัดที่ 2 ไม่ว่าจะเป็น ญาญ่า อุรัสยา, แทค ภรัณยู, วี วีรภาพ, โก๊ะตี๋, ป๋อ ณัฐวุฒิ ฯลฯ โดยวันนี้(20 ธ.ค.) ไปแข่งขันกันที่ประเทศมาเลเซีย ตั้งแต่เวลา 18.55 น.เป็นต้นไป หลังจากที่นัดแรกทีมชาติไทยสามารถเอาชนะทีมเสือเหลืองมาเลเซียที่บุกมาเยือนได้ใสๆ 2-0 ประตู ซึ่งถือว่านัดนี้มีโอกาสคว้าแชมป์มาเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับคนไทยกันเลยทีเดียว เอ้าาาาา ไทยแลนด์!! สู้ๆ ดูบรรยากาศ : สะใจกว่านี้มีอีกมั้ย! ช้างศึก ทวงบัลลังก์อาเซียนกลับไทย แพนเค้ก ให้กำลังใจโค้ชไทย ซุปตาร์ ส่งใจเชียร์ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 ซุปตาร์ ส่งใจเชียร์ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 ซุปตาร์ ส่งใจเชียร์ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 ซุปตาร์ ส่งใจเชียร์ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 ซุปตาร์ ส่งใจเชียร์ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 ซุปตาร์ ส่งใจเชียร์ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 ซุปตาร์ ส่งใจเชียร์ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 ซุปตาร์ ส่งใจเชียร์ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 ดาราเชียร์บอลไทย ดาราส่งกำลังใจเชียร์บอลไทย อารมณ์ดาราเชียร์บอลไทยหลังเกมส์

เมสซี่เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์ เจ๋งจริงซิวผู้เล่นยอดเยี่ยมซูซูกิคัพ
mvp /  ชนาธิป สรงกระสินธ์ / 

เมสซี่เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์ เมสซี่เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ผู้ยิงประตูที่ 2 ให้ ช้างศึก ทีมชาติไทย ดับฝ้น เสือเหลือง มาเลเซีย ด้วยการคว้าแชมป์ไปครอง ด้วยสกอร์รวม 4-3 สามารถคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยม (MVP) ไปครองได้อย่างสมเกียรติ อีกหนึ่งตำแหน่ง ด้านดาวซัลโว ตกเป็นของ ซาฟิก รอฮิม ดาวเตะตัวเก่งของ เสือเหลือง มาเลเซีย ที่ยิงคนเดียว 2 ประตูในเกมนี้

ปิดเทศกาลล่าปลาบึกแก่งกระจาน หลังจับตัวที่25ได้
จับปลาบึก /  ปลาบึก / 

ปิดเทศกาล ล่าปลาบึก แก่งกระจาน หลังชาวประมงสามารถจับปลาบึกตัวที่ 25 ได้ เทศกาลล่าปลาบึกเขื่อนแก่งกระจาน ปี 2557 ได้สิ้นสุดลงแล้ว เมื่อชาวประมงสามารถจับปลาบึกตัวที่ 25 ได้ หลังจากได้เปิดเทศกาลล่าปลาบึก ปี 2557 ได้เพียง 15 วัน จากที่กำหนดระยะเวลาไว้ 2 เดือน ซึ่งตามเงื่อนไขถือว่าสิ้นสุดเทศกาลล่าปลาบึกทันที นายวิเชียร ยอดสินธุ์ วัย 32 ปี ชาวประมงนักล่าปลาบึกในเขื่อนแก่งกระจาน นำปลาบึกเพศผู้ขนาดน้ำหนักตัว 120 กิโลกรัม ที่เขาใช้อวนดักได้ในเขื่อนแก่งกระจาน ตำบลแก่งกระจาน อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ขึ้นเรือเพื่อบรรทุกเข้าฝั่ง ปลาบึกตัวดังกล่าวนี้เป็นปลาบึกตัวที่ 25 ที่ชาวประมงในเขื่อนแก่งกระจานล่าได้ในเทศกาลล่าปลาบึกเขื่อนแก่งกระจานในปี นี้ และหลังจากจับปลาบึกตัวนี้ได้ถือว่าสิ้นสุดเทศกาลล่าปลาบึกเขื่อนแก่งกระจาน ปี พ.ศ.2557 ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากหน่วย ร่วมกับชาวประมงในเขื่อนแก่งกระจานได้กำหนดให้มีเทศกาลล่าปลาบึกเขื่อนแก่งกระจาน ประจำปี 2557 ในระหว่างวันที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2557 ถึงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2558 รวมระยะเวลา 2 เดือน โดยมีเงื่อนไขว่าให้ล่าได้ไม่เกิน 25 ตัว ซึ่งเมื่อล่าครบ 25 ตัวถึงเวลาที่เปิดให้ล่าจะยังไม่ครบ 2 เดือน ให้ถือว่าสิ้นสุดเทศกาลล่าปลาบึกเขื่อนแก่งกระจาน พ.ศ.2557 ทันที และชาวประมงไม่สามารถล่าปลาบึกได้อีกจนกว่าจะถึงเทศกาลล่าปลาบึกในปีหน้า ซึ่งเทศกาลล่าปลาบึกเขื่อนแก่งกระจาน ปี 2557 ชาวประมงใช้เวลาเพียง 15 วันก็สามารถจับปลาบึกได้ครบ 25 ตัว

ความรัก คุณนายอั้ม ช่างอาภัพ แฟนๆ แนะพกของขลังติดตัว
ต๊อด ศิณะ /  อั้ม พัชราภา / 

นางเอกซุป’ตาร์เบอร์หนึ่งของประเทศ อั้ม พัชราภา เวลานี้ดูเหมือนความรักจะกลับมาแฮปปี้อีกครั้งหลังจากที่หนุ่ม แอมป์ พิธาน ได้ออกมาโพสต์ IG ประกาศคืนดี !งานนี้ทำเอาเดอะแก๊งเพื่อนสนิท และบรรดาแฟนคลับต่างพากันร้องเฮ แต่ก็ช่างเป็นเรื่องที่น่าสงสัยและน่าแปลกใจจริงๆ กับวิถีความรักของนางเอกเบอร์หนึ่งดาวค้างฟ้า ที่ทำไมถึงอาภัพนักอาภัพหนา แม้ว่าหนุ่มๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตแต่ละคนจะหล่อ รวย ชาติตระกูลดี แต่ก็ไม่มีใครที่จะสามารถมัดหัวใจของนางเอกซุป’ตาร์คนนี้เอาไว้ได้ จนบรรดาแฟนคลับ ประชาชน ประชาชี ต่างพากันคอยชี้แนะสถานที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นั่นที่นี่ให้เธอได้ไปทำบุญทำพิธีเสริมดวงเรื่องความรัก หรือพกเครื่องรางของขลังไว้เสริมเสน่ห์ให้กับตัวเอง หนุ่มๆ ที่เข้ามาในชีวิตจะได้ไม่ต้องหนีหายไปไหนอีก แต่เรื่องแบบนี้มันก็เป็นเรื่องของคนสองคนจริงๆ คนนอกอย่างเราก็ยากที่จะเข้าใจ อั้ม พัชราภา-ต๊อด ศิณะ อั้ม พัชราภา-โน๊ต วิเศษ อั้ม พัชราภา-แอมป์ พิธาน

“The One Ticket ตัวพ่อเรียกพ่อ” รวมแก๊ง “ตัวฮาตัวพ่อ” หัวเราะกระจายรับปีใหม่
The One Ticket /  The One Ticket ตัวพ่อ...เรียกพ่อ / 

ขึ้นชื่อภาพยนตร์ตลกตัวพ่ออย่างนี้แล้ว “The One Ticket ตัวพ่อเรียกพ่อ” โดยการกำกับครั้งแรกของ “ปอย-ณภัทร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา” ก็เลยเซอร์วิสแฟนหนังด้วยการรวมแก๊ง “ตัวฮาตัวพ่อ” อย่าง “แอนนา ชวนชื่น, กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่, ใหม่ ไอน้ำ, โจอี้ เชิญยิ้ม, นาย เดอะคอมเมเดี้ยน, บ๊อบบี้ เน็ตไอดอลเสียงอีสาน” มาสร้างเสียงหัวเราะให้ฮากระจายส่งความสุขรับปีใหม่กันเลย งานนี้ผู้กำกับปอยพูดถึงการจับปูใส่กระด้ง เอ้ย...การร่วมงานกับแก๊งฮาแก๊งนี้ว่า “แก๊งเพื่อน 6 คนผู้มาช่วยพระเอกเราปฏิบัติภารกิจพิชิตตั๋วนี่เราดีไซน์คาแร็คเตอร์ให้โดดเด่นมีสีสันด้วยกันทุกคนอยู่แล้ว เริ่มจาก ‘พี่แอนนา’ ก็จะเป็นบรรณาธิการฯ ที่ชอบเต้นยับปล่อยมุกกระจายเลย ส่วน ‘กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่’ ก็จะเป็นเพื่อนสนิทของพระเอก ชีวิตขัดสน เป็นเหมือนมุมมองของเพื่อนจริงๆ ที่ผมอยากถ่ายทอดออกมา ‘พี่โจอี้’ จะเป็นนักมวยต่างชาติที่สื่อสารไม่รู้เรื่องแต่ดันมีแฟนสวยจนทุกคนในแก๊งต้องอิจฉา ‘ใหม่ ไอน้ำ’ จะเป็นคู่ซ้อมชกที่บ้ากินไข่เป็นชีวิตจิตใจ มโนไปเองว่าจะช่วยเพิ่มพลังให้ได้ ‘น้องบ๊อบบี้ เสียงอีสาน’ เป็นผู้หญิงคนเดียวในแก๊ง จะขี้เหวี่ยงวีนแล้วก็ด่าได้น่ารัก จะรักพื้นเพตัวเองมากเลยพูดอีสานทั้งเรื่องเลย ส่วนสุดท้าย ‘นาย เดอะคอมเมเดี้ยน’ ก็จะเป็นคนที่ไม่รู้ว่าเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงกันแน่ เขาจะเป็นครูสอนเต้นแอโรบิคใต้ตึกที่โป้งพักอยู่ ตัวละครนี้จะก่ำกึ่งไม่แน่ไม่นอนว่าเป็นเพศไหนกันแน่ มันจะงงๆ สับสนในตัวเอง แก๊งนี้รวมแดน (วรเวช) เป็น 7 คนเหมือนจับปูใส่กระด้งมาก แต่ก็สนุก ยิ่งอยู่กันนานๆ ก็ยิ่งเข้าขากัน มีมุกสด มีอินเนอร์ มีเล่นอิมโพรไวส์ ซึ่งมันโอเคมากๆ ครับ ความสนุกสนานเกิดขึ้นจากตรงนี้ เมื่อคาแร็คเตอร์ชัดเนี่ยตัวนักแสดงเองผมว่าเขาก็จะเล่นได้เต็มที่ เพราะเขารู้ว่าตัวนี้คิดอะไรอยู่ ซีนนี้ควรเล่นอะไร ผมว่าดี เพราะถ้าคาแร็คเตอร์มันยังลอยๆ ไม่ชัดเจน มันก็อาจจะเล่นไม่สุดได้ครับ” เตรียมฮากระจายระดับตัวพ่อกับแก๊งผองเพื่อนสุดรั่วนี้ได้ใน “The One Ticket ตัวพ่อเรียกพ่อ” 31 ธันวานี้แน่นอน ทุกโรงภาพยนตร์

ไฮไลท์เต็ม!1 Malaysia vs Thailand 2 - 3 AFF Suzuki Cup 2014 (รวม 4-3)
Suzuki Cup /  AFF Suzuki Cup / 

ไฮไลท์เต็ม!1 Malaysia 3-2 Thailand AFF Suzuki Cup 2014 (รวม 4-3)

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3