ผู้หญิงขายบริการ

อกหักแล้วไง 7 หนุ่ม VAMP งัดไม้เด็ดจีบสาว กลางงงานปาร์ตี้สละโสด
VAMP /  ญี่ปุ่น / 

ล่อยเพลงใหม่ มาให้แฟนๆ ได้ติดตามกันอย่างต่อเนื่อง สำหรับหนุ่มๆ วง VAMP ที่มาพร้อม ซิงเกิ้ลที่ 5 อกหักแล้วไง เพลงจังหวะสนุกๆ ที่จะทำให้ใครก็ตาม ที่กำลัง อกหัก อย่าได้แคร์ แค่เริ่มต้นใหม่ หาให้ดีกว่าเก่า ซึ่งทั้ง 7 หนุ่มก็เพิ่งถ่ายทำมิวสิควีดีโอไปหมาดๆ และสามารถหาชม MV เพลง อกหักแล้วไง ได้แล้ววันนี้ มาที่การถ่ายทำกันบ้าง โดยงานนี้ได้ยกกองถ่ายทำไปย่านพหลโยธิน สตูดิโอ 4 ซึ่งผู้กำกับสั่งเซ็ทฉากขึ้นมาเป็นงานปาร์ตี้ที่สนุกสุดเหวี่ยง เป็นเรื่องราวของผู้ชายที่เพิ่งถูกผู้หญิงบอกเลิก ทำให้เพื่อนๆ ต่างคอยให้กำลังใจและเป็นห่วง งานนี้ผิดคาดเมื่อคนอกหักกลับไม่เสียใจกับความรัก พร้อมทั้งกลับไปใช้ชีวิตโสด ยกก๊วนปาร์ตี้กันอย่างสนุกสนาน ซึ่งในซีนปาร์ตี้สละโสดสุดมันส์ ทีมงานทำเซอร์ไพร์สขนกองทัพสาวๆ มาเข้าซีนมากมาย ทำให้ทั้ง 7 หนุ่มดูตื่นเต้น คึกคักเป็นพิเศษ การถ่ายทำไหลลื่นตลอดในงานปาร์ตี้ อีกทั้งหนุ่มๆ โชว์ลีลาการจีบสาวๆ ออกมาได้เนียนจนเป็นตัวของตัวเอง “บรรยากาศในการถ่ายทำเอ็มวีสนุกมากเลยครับ งานนี้เต็มไปด้วยปาร์ตี้สนุกๆ ฟรุ้งฟริ้ง ที่สำคัญยังมีสาวๆ มาเข้าฉากเยอะมาก เรียกว่าสวยๆ กันทุกคนครับ เป็นซีนที่ไม่ค่อยมีใครได้พักกันสักเท่าไหร่ เพราะพวกเราตั้งใจทำงานมาก อยากให้ผลงานออกมาดีครับ ยังไงก็อยากจะฝากให้ติดตามชมกันด้วยครับ” หนุ่ม ตูน หนึ่งในสมาชิก VAMP เล่า เบื้องหลังการถ่ายทำ MV เพลง อกหักแล้วไง ไปดูกันเลย อกหักแล้วไง (Like A Sunshine) - Vamp ดู MV เพลง อกหักแล้วไง เพลง Electronic Dance สนุกๆ จาก 7 หนุ่ม VAMP กับเนื้อหา "อย่าได้แคร์...แค่โดนทิ้ง" เมื่อเธอไม่อยู่...ก็ได้เจ้าชู้เหมือนเดิม มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

เปิบพิศดารตัวอ่อนจักจั่นทอดโลละ3,500บาท
ข่าวล่าสุด /  จักจั่นทอด / 

เจ้าของตลาดทุ่งเกวียน ลำปาง ระบุ ตัวอ่อนจั๊กจั่นทอด มีราคาสูงขายกิโลกรัมละ 3,500 บาท และมีขายที่เดียว นายชูชัย จันทร์สกาว เจ้าของและผู้จัดการตลาดทุ่งเกวียน อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง เปิดเผยว่า ที่ตลาดทุ่งเกวียน มีร้านจำหน่ายแมลงทอด และมีแมลงที่มีการขายกันราคาสูง กิโลกรัมละ 3,500 บาท โดยในตลาดที่ร้านขายแมลงทอดน้องยิว รวมแมลง เจ้าของร้าน ระบุว่า ช่วงเดือนกันยายน ไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน ทุกปี แมลงต่างๆ จะมีมากมาย มีทั้งตัว จี้กุ้ง รถด่วน แมงดาตัวไหม และตัวอ่อนจั๊กจั่น ทั้งนี้ ตัวอ่อนจั๊กจั่นเป็นเมนูเด็ด อร่อยที่สุดของร้าน มีราคาแพงมากที่สุด ราคาขายก็อยู่กิโลกรัมละ 3,500 บาท และในปีนี้ถือว่ามีแมลงออกมาน้อย เพราะฝนตกน้อย ทำให้แมลงต่างยิ่งหายากขึ้น ด้าน นายชูชัย ผู้จัดการตลาดทุ่งเกวียน กล่าวว่า เป็นเรื่องจริงและยืนยันว่า ไข่จั๊กจั่น มีขายที่ตลาดทุ่งเกวียนเพียงแห่งเดียวเท่านั้น ส่วนที่มีราคาสูงนั้น ไม่ใช่เป็นการค้าขายเอาเปรียบคนกิน แต่เนื่องจากระยะการมีไข่ของจั๊กจั่นมีการออกไข่ปีละครั้ง อีกทั้งปริมาณของตัวจั๊กจั่นมีน้อย จึงหาไข่ยากขึ้น

บริการแท็กซี่,แท็กซี่ชลบุรี,แท็กซี่ระยอง­,แท็กซี่รับจ้าง,แท็กซี่อยุธยา,แท็กซี่รับ­จ้าง,จ้างแท็กซี่,…
บริการแท็กซี่ /  แท็กซี่ชลบุรี / 

Taxi Service รับจ้าง เหมา ออกต่างจังหวัด ทั่วไทย Taxi Service นำเที่ยว พาทัวร์ ในกรุงเทพและ ออกต่างจังหวัดได้ Taxi Serviceรับ จ้างไปธุระเดินทางไกล ต่างจังหวัด สามารถไปได้เป็นเวลาหลายวัน Taxi Service บริการไปสนามบิน Taxi Service ด่วน บริการเรียก รับ-ส่ง ทุกสถานที่ ทั่วไทย Taxi Service โรงแรม รีสอร์ท สถานที่ท่องเที่ยวทั่วไทย Taxi Service บริการ รับ-ส่ง หัวหิน ชะอำ พัทยา ชลบุรี ระยอง อยุธยา นครนายก เขาใหญ่ และอีกหลายที่ทั่วไทย ลูกค้าท่านใดสนใจสามารถต่อรองราคากันได้คร­ับ เรียนผู้มีอุปการคุณอุปการคุณทุกท่านกรุณา­โทรจองรถแท็กซี่ล่วงหน้าก่อน ลูกค้าท่านใดสนใจสามารถต่อรองราคากันได้คร­ับ เว็บ http://บริการแท็กซี่.com/ หรือที่ E-MAIL taxivip99@gmail.com สนใจติดต่อ คุณใหญ่ 0958736634 taxi, บริการแท็กซี่,แท็กซี่ชลบุรี,แท็กซี่ระยอง­,แท็กซี่รับจ้าง,แท็กซี่อยุธยา,แท็กซี่รับ­จ้าง,จ้างแท็กซี่,เหมาแท็กซี่,หาแท็กซี่,เ­รียกแท็กซี่,แท็กซี่พัทยา,แท็กซี่

หญิงแกร่ง ชาวปากี ไม่สิ้นหวัง ชีวิตเปลี่ยน หลังถูก สาดน้ำกรด
ปากีสถาน /  ผู้หญิงต้นแบบ / 

Musarat Misbah เจ้าของร้านทำผมชื่อดัง ชาวปากีสถาน นอกจากรังสรรค์ความงามให้แก่ลูกค้ามามากมายนับไม่ถ้วน เธอยังเป็นผู้ก่อตั้งองค์กรการกุศล " Smile Again" เพื่อชุบชีวิตให้กับเหยื่อที่ถูกทำร้ายจากการ สาดน้ำกรด ให้กลับมามีรอยยิ้มได้อีกครั้ง และ เธอก็ทำสำเร็จ เธอได้เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากพวกหล่อนกลับมาได้จริงๆ ณ ร้านทำผมของ Musarat Misbah ที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ พูดคุยสนุกสนาน สลับกับเสียงดังสนั่นของไดร์เป่าผมที่กำลังทำงาน Bushra Shafi ช่างทำผมมือหนึ่ง คือ จุดเริ่มต้นกำเนิดของโครงการนี้ Musarat Misbah เล่าว่า เมื่อ 10 ปีที่แล้ว มีหญิงผู้เคราะห์ร้ายได้เข้ามาหาเธอในร้านด้วยผ้าคลุมหน้า แต่เมื่อเธอเปิดผ้าคลุมหน้าออก ทำให้เจ้าของร้านผู้ใจบุญถึงกับแทบไม่มีแรงยืน " ฉันเห็นผู้หญิงที่ไม่มีหน้า เมื่อส่วนตาและจมูกหลอมรวมเป็นส่วนเดียวกัน ลำคอและใบหน้าติดกันเป็นหนึ่งเดียว เธอไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เลย" ...เจ้าของร้านผู้ใจบุญได้พาเธอไปรักษา และ นั่นคือจุดเริ่มต้นของ องค์กรการกุศล " Smile Again" Musarat Misbah ได้ช่วยชุบชีวิตใหม่ให้ผู้เคราะห์ร้ายนับร้อยๆ คนมาตลอดด้วยการบริจาคเงินเข้าองค์กร เพื่อใช้สำหรับเยียวยารักษาให้หายดี และ ฝึกอาชีพให้แก่พวกเธอ ซึ่งบ้างก็มาทำงานในร้านซาลอนของ Musarat Misbah Bushra Shafi คือหนึ่งในหญิง(เคย)งามที่สุด เป็นหนึ่งในผู้รอดชีวิตจากความช่วยเหลือของเจ้าของซาลอนแห่งนี้ เธอถูกสามีและครอบครัวของสามีจับล็อคและราดน้ำกรดใส่เนื่องจากเธอไม่จ่ายค่าสินสอดให้ฝ่ายสามีได้ครบตามจำนวน และยังถูกแม่สามีล่ามเธอทิ้งไว้อย่างนั้นเป็นเวลา 10 วัน โดยไม่มีใครสนใจพาเธอไปรักษา จนหน้าเธอละลาย ตา และจมูกได้รวมกันเป็นก้อนเดียว หูบางส่วนได้ละลายไปแล้ว เธอรอดมาได้เพราะความช่วยเหลือจาก Musarat เธอใช้เวลาเป็นปีๆ เพื่อผ่าตัดศัลยกรรมนับ 150 ครั้ง กว่าเธอจะได้เริ่มชีวิตใหม่ " ฉันดีใจมากที่ฉันสามารถมองเห็นและได้ยินเสียงได้อีกครั้ง หมอได้สร้างจมูกให้ฉันได้หายใจ และจัดแต่งลิ้นฉันใหม่เพื่อให้ฉันสามารถพูดได้อีกครั้ง " เธอกล่าวทั้งๆ ที่ ยังมีแผลเป็นอยู่บนใบหน้า แต่นั่นไม่สามารถซ่อนรอยยิ้มในวันนี้ของเธอได้ องค์กรการกุศลของ Musarat เป็นหนึ่งในไม่กี่องค์กรในปากีสถานที่ออกมาช่วยเหลือสตรีที่ถูกทำร้ายจนเสียโฉมแบบนี้ เธอเรียกร้องให้รัฐบาลออกมาให้ความช่วยเหลือสตรีเหล่านี้ให้มากขึ้น " นั่นเป็นเพราะว่า สำหรับรัฐบาลแล้ว ประเด็นเรื่องสิทธิสตรีถูกจัดให้เป็นเรื่องระดับล่าง คดีอย่างนี้เป็นการทำลายภาพลักษณ์ของประเทศที่ไม่ควรให้เป็นข่าว นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมปัญหาเรื่องนี้จึงถูกปัดซุกเอาไว้ใต้พรม" สถิติเหยื่อผู้ถูกทำร้ายด้วยการสาดน้ำกรดจากมูลนิธิแห่งนี้ในปี 2014 เพียงแค่ปีเดียว พบอย่างต่ำ 160 ราย ซึ่งไม่ได้ใกล้เคียงกับจำนวนเหยื่อที่แท้จริงเลยแม้แต่น้อย เหยื่อหลายรายมักเลือกที่จะอยู่อย่างเงียบๆ เก็บเนื้อเก็บตัว เนื่องจากกลัวว่าจะถูกทำร้ายซ้ำ และถึงแม้ว่าเหยื่อจะแจ้งความแต่ผู้กระทำผิดส่วนใหญ่ก็ยังลอยนวล Saad Rasool ทนายความผู้รับตัดสินคดี สาดน้ำกรด ตามกฎหมายใหม่กล่าวว่า "บรรทัดฐานทางสังคมจะกดดันเหยื่อและครอบครัว ยังไม่เคยมีโจทก์คดีไหนเลยที่ชนะคดีแบบนี้ " Huma Shahid เป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ก่อนวันแต่งงานของเธอเพียง 10 วัน ที่หน้าบ้านเธอนั่นเอง ผู้ร้ายได้ สาดน้ำกรด ใส่เธอแล้วขับจักรยานยนต์หลบหนีไปอย่างลอยนวล และนั่นเปลี่ยนแปลงชีวิตเธอไปตลอดกาล Huma ใช้เวลาเป็นเดือนๆ ในโรงพยาบาล และเธอยังต้องผ่าตัดอีกหลายครั้ง ทุกวันนี้เธอยังต้องเคลือบปกป้องเนื้อเยื่อผิวหน้าด้วยมาส์คแล้วค่อยใช้ผ้าคลุมศีรษะอีกครั้ง ทุกวันนี้เธอยังไม่กล้าแม้กระทั่งจะมองหน้าตัวเองในกระจก "ฉันต่อต้านอาชญากรรมที่แสนโหดร้ายเยี่ยงนี้ ใครๆ เรียกฉันว่า หญิงแกร่ง แต่เปล่าเลย ฉันยังเจ็บปวดมากกับเรื่องแบบนี้ ฉันไม่กล้าแม้แต่จะมองตัวเองด้วยซ้ำ" Huma Shahid กล่าว และยังกล่าวต่ออีกว่า เธอไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นกับเธอ ปัญหาของคดีการสาดน้ำกรดน่าจะมาจาก ปัญหาทางเศรษฐกิจที่ชนชั้นล่างไม่ได้รับการศึกษาเพียงพอเนื่องจากความยากจน " ฉันคิดว่า เป็นเพราะ ผู้คนเชื่อว่าการทำร้ายผู้หญิงด้วยวิธีนี้คือกระบวนการทางสังคมที่ทำได้โดยยุติธรรม ไม่ผิดกฎหมาย และเหยื่อโดยมากคือผู้หญิง ซึ่งเป็นเพศที่อ่อนแอกว่า " คดีของ Huma เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว แม้เธอเองจะไม่ได้อยู่ในฐานะที่ยากลำบาก แต่เธอต้องการชีวิตและหน้าที่การงานของเธอคืน ซึ่งเรื่องมันก็ไม่ง่ายดายขนาดนั้น "ฉันท้อแท้ที่จนป่านนี้ยังตามจับคนร้ายไม่ได้ จนบางครั้งฉันก็รู้สึกเหมือนจนปัญญากับมันแล้ว" และทุกวันนี้แม้เธอจะยังต้องเข้ารับการผ่าตัดอีกหลายครั้ง นั่นก็ด้วยความหวังที่ว่า สักวันเธอจะกล้ากลับมาส่องกระจกอีกครั้งนั่นเอง เรียบเรียงเนื้อหาโดย Women Mthai Team ที่มาจาก BBC 

สมุทรปราการ วันเดียวก็เที่ยวได้
ตลาดคลองสวน /  ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง / 

สมุทรปราการ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าเมืองปากน้ำ หรือเมืองพระประแดง นั้น นับเป็นจังหวัดปริมณฑลที่อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ เพียง29 กิโลเมตร เป็นเมืองที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยา มีความสำคัญเพราะเป็นเมืองปลายสุดของแม่น้ำเจ้าพระยา จึงเหมาะกับทั้งเป็นเมืองท่า และเมืองเกษตรกรรม สมุทรปราการ วันเดียวก็เที่ยวได้ จนมีคำขวัญประจำจังหวัดว่า “ป้อมยุทธนาวีพระเจดีย์กลางน้ำฟาร์มจระเข้ใหญ่งามวิไลเมืองโบราณสงกรานต์พระประแดงปลาสลิดแห้งรสดีประเพณีรับบัวครบถ้วนทั่วอุตสาหกรรม” เมื่อได้ชื่อว่าสมุทรปราการ อันหมายถึงเมืองท่าเมืองหน้าด่าน การแวะเที่ยวชมป้อมพระจุลจอมเกล้า ปราการเก่าทรงคุณค่าจึงนับเป็นสิ่งต้องทำอันดับแรกๆ หากได้มาเยือนสมุทรปราการ โดยป้อมแห่งนี้เป็นที่จอดเรือรบหลวงแม่กลอง เรือรบที่เก่าแก่เป็นอันดับ2 ของโลก พร้อมด้วยพื้นที่โดยรอบ ที่จัดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงประวัติศาสตร์ทหารเรือ  รวมทั้งร้านอาหารรสชาติดีที่มีให้บริการอยู่ในบริเวณเดียวกัน อีกหนึ่งความภูมิใจของชาวสมุทรปราการที่หาจังหวัดอื่นมาเทียบเคียงได้ยาก คือ ประเพณีพื้นเมืองต่างๆ ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น งานพระสมุทรเจดีย์ หรือการนมัสการมหาเจดีย์คู่บ้านคู่เมือง โดยการล่องเรือแห่ผ้าห่มแดงไปตามแม่น้ำเจ้าพระยา จนถึงอำเภอพระประแดง และทำการแห่ขึ้นห่มพระเจดีย์ ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์ของสมุทรปราการ จนปรากฏเป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัด งานประเพณีนี้จะจัดขึ้นทุกปี ในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี (ประมาณปลายเดือนตุลาคม- พฤศจิกายน) อีกหนึ่งประเพณีสำคัญของจังหวัดสมุทรปราการคือ ประเพณีโยนบัว ของวัดบางพลี ซึ่งนับเป็นแห่งเดียวในโลกที่จะได้เห็นการโยนบัวลงในเรือขวบนแห่พระพุทธรูปจำลองหลวงพ่อโต ทั้งทางบกและทางน้ำ โดยงานจะมีขึ้นในวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11 (ประมาณเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน) และเมื่อได้ชื่อว่าเป็นเมืองปากแม่น้ำ สมุทรปราการเองจึงมีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศให้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชม ไม่ว่าจะเป็น สถานตากอากาศบางปู ที่สามารถไปทำกิจกรรมได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น กินปู ดูนก เต้นรำ หรือท่องป่าชายเลน ก็สามารถทำได้ อีกหนึ่งสถานที่แนะนำคือ บางกระเจ้า หรือ เกาะสีเขียว ที่มีพื้นที่มากถึง 11,000 ไร่ โอบล้อมด้วยแม่น้ำเจ้าพระยา จนได้รับการยกย่องให้เป็นปอดของกรุงเทพ และ Best Urban Oasis of Asia จากนิตยสารไทม์ โดยนักท่องเที่ยวสามารถข้ามเกาะไปปั่นจักรยาน ดูนก ดูป่าชายเลน และสัมผัสกับอาการบริสุทธิ์ได้ ส่วนเรื่องการช้อปปิ้งนั้น สมุทรปราการก็นับว่าไม่น้อยหน้าที่ใดในประเทศ เพราะนอกจากจะเป็นที่ตั้งของห้างสรรพสินค้าใหญ่อย่างอิเกียและเมกาบางนาแล้ว ที่สมุทรปราการยังมีตลาดน้ำอย่างตลาดน้ำบางน้ำผึ้งไว้คอยต้อนรับนักท่องเที่ยว โดยตลาดน้ำแห่งนี้ถึงแม้จะเป็นตลาดน้ำน้องใหม่ แต่กลับเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของวิถีชีวิตชาวบ้านริมคลอง ที่ส่วนใหญ่เป็นคนเชื้อสายมอญซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือ สัมผัสกับความงดงามของวิถีชีวิตและสวนผลไม้ของชาวบ้านได้ ส่วนสินค้าขึ้นชื่อของตลาดที่ควรซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้าน เช่น มะม่วงน้ำดอกไม้ปลาสลิดและขนมจาก เป็นต้น ตลาดคลองสวนก็นับเป็นอีกหนึ่งตลาดสำคัญของจังหวัดสมุทรปราการที่มีอายุมากถึง 100 ปี โดดเด่นด้วยบรรยากาศย้อนอดีตที่ยังคงมนต์เสน่ห์แห่งการซื้อขายแลกเปลี่ยน รวมไปถึงอาหารรสชาติดี และของซื้อของขายมากมาย นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวที่แนะนำไปแล้วนั้น จังหวัดสมุทรปราการยังมีสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอีกมากมายให้เลือกไปแวะเยี่ยมเยือน ไม่ว่าจะเป็น เมืองโบราณ มรดกแห่งภูมิปัญญาไทยที่จัดแสดงอาคารทางสถาปัตยกรรมไทยรูปแบบต่างๆ พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ พิพิธภัณฑ์ที่เก็บรักษาศิลปวัตถุมรดกทางวัฒนธรรมด้านต่างๆ เพื่อสืบสานอนุรักษ์งานศิลป์ไทย ฟาร์มจระเข้ ก็นับเป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวคู่จังหวัดที่นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติต่างให้ความนิยมมาแวะดูการแสดงมากมาย ถึงแม้ว่าสมุทรปราการจะเป็นเพียงจังหวัดเล็กๆ ที่หลายคนอาจมองข้ามแต่หากได้ลองมาทำความรู้จักกับวัฒนธรรมธรรมชาติอาหารการกินแหล่งท่องเที่ยวแล้ว เราจะพบว่าสมุทรปราการนั้นเพียบพร้อมไปด้วยเสน่ห์เป็นจังหวัดที่มีเวลาแค่วันเดียวก็เที่ยวได้ แถมยังไม่ต้องเดินทางไกลและเที่ยวได้ตลอดทั้งปี เอาเป็นว่าหากสุดสัปดาห์นี้ยังไม่มีโปรแกรมไปไหนอย่าลืมมาลองทำความรู้จักกับสมุทรปราการดู สมุทรปราการ เที่ยวได้ทั้งปี ภายในบริเวณ วัดมงคลโคธาวาส สมุทรปราการ วันเดียวก็เที่ยวได้

ติด กาแฟ แต่ไม่อยากอ้วนทำอย่างไรดี?
กาแฟ /  คาเฟอีน / 

พูดถึง กาแฟ แน่นอนว่าสาวๆ ส่วนใหญ่ทั้งวัยทำงาน หรือแม้แต่วัยรุ่นบางคน ก็จะติด กาแฟ ด้วยกันทั้งนั้น ก่อนทำงานก็จะต้องดื่ม บางคนนัดลูกค้าที่ร้าน กาแฟ ก็จะต้องสั่งอีกสัก 1 แก้ว ซึ่งส่วนผสมที่ใส่ใน กาแฟ นั้น ทั้งน้ำตาล ครีม นม จะเป็นตัวสำคัญที่ทำให้น้ำหนักเราเพิ่มขึ้นได้ แล้วเราจะต้องแก้ปัญหาอย่างไรดี เพราะการดื่ม กาแฟ ในแต่ละมื้อของเรา มันอาจจะไม่ได้ใช่แค่ กาแฟ อย่างเดียว บางครั้งเราก็สั่งแบบ มีวิปครีม ซึ่งมีแคลอรี่อยู่ที่ประมาณ 500 – 600 แคลอรี่และที่สำคัญอีกอย่างคือขนมหรือคุกกี้ที่เรากินเข้าไปพร้อมกับ กาแฟ ตัวอย่างเช่น มัฟฟิน มีแคลอรี่ถึง 1000 แคลอรี่ เลยทีเดียว นอกจากนั้นคนที่ชอบดื่ม กาแฟ สูตรพิเศษแก้วใหญ่พร้อมกับแซนวิช และขนมอื่นๆจะได้รับแคลอรี่มากถึง 1500 แคลอรี่ สำหรับแคลอรี่ที่พอเหมาะสำหรับผู้หญิงในหนึ่งวันคือ 2000 แคลอรี่ เท่านั้นเองค่ะ โดยหลังจากดื่ม กาแฟ พร้อมกับของกินตามที่บอกไปแล้ว ทำให้เราเหลือปริมาณแคลอรี่สำหรับหนึ่งวันแค่ 500 แคลอรี่เท่านั้นสำหรับผู้หญิง ดังนั้นการดื่ม กาแฟ ที่ผสมครีม น้ำตาล นม พร้อมกับขนมจะทำให้เราอ้วน และมีน้ำหนักส่วนเกินเพิ่มขึ้นมาอย่างรวดเร็วมาก เราจึงต้องหาวิธีปรับแก้ไขพฤติกรรมการดื่ม กาแฟ ที่จะไม่เพิ่มน้ำหนักในตัวเราค่ะ วิธีแรก คือ การเลิกดื่ม กาแฟ ไปเลยค่ะ แต่มันช่างยากเหลือเกิน เพราะเมื่อเราดื่มมันทุกวัน เสมือนกับว่าพละกำลังในการทำงานและใช้ชีวิตนี่ขึ้นอยู่กับ กาแฟ เลย บางคนหมดแรงเพราะวันนั้นยังไม่ได้ดื่ม กาแฟ ก็ยังมี หากว่าเราไม่สามารถจะเลิกดื่ม กาแฟ ได้เด็ดขาด เราก็หันมาเปลี่ยนวัตถุดิบและรูปแบบของ กาแฟ นั้นๆ ค่ะ เริ่มจากการหันไปดื่มกาแฟดำ ซึ่งสำหรับกาแฟดำ แบบแก้วใหญ่ที่ไม่ใส่น้ำตาลมีแคลอรี่ เพียงแค่ประมาณ 17 – 19 แคลอรี่ เท่านั้น ดังนั้น กาแฟ จะไม่ทำให้เรามีน้ำหนักเพิ่มหรือมีไขมันส่วนเกินขึ้นมาค่ะ แต่คงไม่เหมาะกับผู้ที่เป็นโรคหัวใจเท่าไหร่นัก เพราะความเข้มข้นนั้นอาจบีบหัวใจได้ อาจจะเป็นการดื่ม กาแฟ ที่การใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล ครีมเทียมสูตรไขมันต่ำ เติมเพิ่มรสชาติให้ กาแฟ ประโยชน์ในการการดื่ม กาแฟ หากดื่มวันละ 3 แก้ว จะลดอาการหอบหืด หากดื่มมากกว่า 6 แก้ว การทดสอบสมรรถภาพปอดจะดีขึ้น  กาแฟ ก็เหมือนกับพืชอื่นๆ มีสารต้านอนุมูลอิสระ การดื่ม กาแฟ จะลดอาการง่วงนอน และทำให้มีสมาธิในการทำงานดีขึ้นโดยเฉพาะผู้ที่ทำงานเป็นกะและลดอุบัติเหตุขณะขับขี่ กาแฟ ช่วยลดอาการซึมเศร้าและคลายความวิตกกังวล การดื่ม กาแฟ เป็นประจำจะลดการเกิดนิ่วในทางเดินปัสสาวะและยังลดการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี มีหลักฐานพอจะเชื่อว่าการดื่ม กาแฟ จะป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่เมื่อดื่มวันละไม่เกิน 4 แก้ว แต่อย่างไรก็ดี การดื่ม กาแฟ มากเกินไป ก็ไม่ใช่ผลดีต่อร่างกายมากนัก อย่างการดื่ม กาแฟ 2-4 แก้ว อาจจะไม่เป็นผลเสียต่อสุขภาพ แต่หากดื่มมากเกินไป 4-7 แก้วอาจจะเกิดผลเสีย โดยจะมีอาการ นอนไม่หลับ หงุดหงิดง่าย สับสน อารมณ์แปรปรวน คลื่นไส้อาเจียน ใจสั่นหรือหัวใจเต้นเร็ว กล้ามเนื้อกระตุก ปวดศรีษะ วิตกกังวล เพราฉะนั้นแล้ว ทุกอย่างอยู่ที่ความพอดีค่ะ เลือกดื่ม กาแฟ ในส่วนผสมที่พอดีกับร่างกาย และปริมาณที่เหมาะสม เราจะได้รับแต่ประโยชน์ในสิ่งที่เราบริโภคเข้าไปยังไงล่ะคะ ขอบคุณที่มาจาก : www.womanplusmagazine.com

เรื่องดีๆที่ต้องแชร์ ราโย่ ใจบุญอาสาหาที่อยู่ให้ยายแก่ไร้บ้าน
ราโย่ /  ราโย่ บาเยกาโน่ / 

เกิดเรื่องราวดีๆขึ้นในวงการฟุตบอลให้น่าจดจำอีกแล้ว เมื่อสโมสร ราโย่ บาเยกาโน่ ทีมดังจากศึกลาลีก้า สเปน อาสาช่วยเหลือ คาร์เมน มาร์ติเนซ อายูโซ่ หญิงชราวัย 85 ปี ด้วยการหาที่อยู่ให้พร้อมกับจ่ายค่าเช่าตลอดชีวิต หลังถูกยึดบ้านเรื่องหนี้สิน คาร์เมน อายูโซ่ คุณยายวัย 85 ปี ใช้อพาร์ทเมนต์ที่อาศัยมานานกว่าครึ่งศตวรรษ ค้ำประกันกับธนาคาร เพื่อกู้เงินมาช่วยลูกชายที่กำลังประสบปัญหาจำนวน 40,000 ยูโร (1.6 ล้านบาท) แต่ด้วยสถานะการเงินที่ย่ำแย่ทำให้คุณยาย คาร์เมน หาเงินมาใช้คืนไม่ทัน จนเป็นเหตุให้บ้านถูกยึดในที่สุด ซึ่งล่าสุด คุณยายมีคนใจบุญเข้ามาช่วยเหลือด้านการเงินแล้ว แต่ไม่ใช่ธนาคาร, มูลนิธิ หรือองค์กรการกุศล แต่กลับเป็นสโมสรฟุตบอลที่อยู่ใกล้บ้านเธออย่าง "ราโย่ บาเยกาโน่" ที่ออกระดมทุนช่วยเหลือเต็มที่ งานนี้มาหมดทั้งผู้จัดการทีม, สตาฟฟ์โค้ช, นักเตะ และพนักงานสโมสรทุกคนเลยทีเดียว ปาโก้ เฆเมซ กุนซือ ราโย่ ให้สัมภาษณ์ว่า "เรากำลังช่วยเหลือผู้หญิงคนนี้ ซึ่งไม่ใช่แค่ผมเท่านั้น แต่ยังมีเหล่าบรรดาทีมฝ่ายเทคนิคและนักเตะที่เต็มใจอาสาช่วยเธอด้วย เราจะทำทุกอย่างเพื่อหาที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ให้กับเธอ และมันจะเป็นที่ที่เธอจะได้ใช้ชีวิตอย่างมีเกียรติและไม่รู้สึกถูกทอดทิ้งอีกต่อไป ซึ่งกรณีนี้เราช่วยเธอได้ เพราะเธออาศัยอยู่แถวละแวกเดียวกับเรา ในฐานะสโมสรเราจะช่วยเหลือเธออย่างเต็มที่" ขณะที่  คาร์เมน มาร์ติเนซ อายูโโซ่ ก็ได้กล่าวว่า "ฉันแทบไม่มีน้ำตาที่จะร้องไห้ออกมาอยู่แล้ว ฉันทำงานอย่างหนักมาทั้งชีวิต ต้องตื่น 6 โมงเช้าทุกวันเพื่อมาทำงานเยี่ยงทาส และจากนั้นจู่ๆ พวกเขาก็มาพรากทุกสิ่งทุกอย่างของฉันไป ซึ่งสิ่งที่ฉันต้องการนั้นมันคือการอยู่อย่างสงบสุขเพียงเท่านั้น"

10 สถานที่ ฉลองคริสต์มาส ยอดนิยมทั่วโลก
10 สถานที่ /  ต้นคริสต์มาส / 

เว็บไซต์ cnn.com ได้จัดอันดับสถานที่ได้รับความนิยมสำหรับการฉลองคริสต์มาสมากที่สุด 10 เมืองจากทั่วโลก โดยส่วนใหญ่จะอยู่ในทวีปยุโรป และเมืองที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก โดยอันดับหนึ่ง คือ เมืองนูเรมเบิร์ก ประเทศเยอรมนี 10 สถานที่ ฉลองคริสต์มาส ยอดนิยมทั่วโลก 10. เมืองซาน ฮวน ประเทศเปอร์โตริโก อันดับที่ 10 คือเมืองซาน ฮวน ประเทศเปอร์โตริโก ในเวบไซต์ให้เหตุผลว่า หากรู้สึกว่าการฉลองคริสต์มาสในแต่ละปีสั้นเกินไป ให้ไปเที่ยวที่เมืองนี้ เพราะเทศกาลคริสต์มาสที่นี่เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน จนถึงกลางเดือนมกราคม ซึ่งชาวพื้นที่นี่ฉลองคริสต์มาสกันนานถึง 3 เดือน 9. กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ อันดับที่ 9 คือ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เป็นเมืองที่สามารถพบซานตาคลอสได้ตามสถานที่ต่างๆ แต่ที่การฉลองคริสต์มาสในลอนดอนจะสั้นกว่าที่อื่นๆ โดยจะสิ้นสุดในวันที่ 24 ธันวาคม หรือวันคริสต์มาสอีฟ 8. นิวยอร์กซิตี สหรัฐอเมริกา อันดับที่ 8 คือ นิวยอร์กซิตี สหรัฐอเมริกา ทุกปีจะมีการประดับประดาต้นคริสต์มาสอยู่หน้าตึกหรือสถานที่สำคัญต่างๆ โดยเฉพาะต้นคริสต์มาสหน้าศูนย์รอกกีเฟลเลอร์ ซึ่งประดับไฟยาวกว่า 8 กิโลเมตร 7. กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น แม้ว่าเมื่อต้นปีที่ผ่านมาจะเกิดสึนามิและกัมมันตภาพรังสีรั่วไหล แต่ญี่ปุ่นก็ยังคงเป็นอีกประเทศหนึ่งที่น่าไปเที่ยวในช่วงคริสต์มาส ซึ่งทั่วกรุงโตเกียวจะมีการประดับประดาไฟอย่างสวยงาม และยังมีการประดับต้นคริสต์มาสแบบญี่ปุ่นอีกด้วย 6. มูอองซาร์ตูซ์ ประเทศฝรั่งเศส อันดับที่ 6 มูอองซาร์ตูซ์ ประเทศฝรั่งเศส ที่นั่นจะจัดงานตุ๊กตาจำลองขนาดเล็กสำหรับซื้อเพื่อเป็นของขวัญในเทศกาล คริสต์มาส โดยตุ๊กตาจำลองในมูอองซาร์ตูซ์มีตั้งแต่รูปจำลองที่เกี่ยวของกำเนิดวัน คริสต์มาส ต้นคริสต์มาส และของประดับบ้าน 5. นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย อันดับ 5 นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เพราะวันคริสต์มาสตรงกับฤดูร้อนของออสเตรเลียพอดิบพอดี ผู้คนจึงนิยมออกมาฉลองคริสต์มาสกันที่ชายหาด ขณะเดียวกันก็มีการประดับประดาอาคารและต้นคริสต์มาสเหมือนในประเทศอื่นๆ 4. เมืองเวโรนา ประเทศอิตาลี เมืองเวโรนา ประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นอันดับที่ 4 และเป็นบ้านเกิดของโรมีโอกับจูเลียต ในทุกปีจะจัดงานฉลองคริสต์มาสกันริมคลอง และมีการจัดคอนเสิร์ต จุดดอกไม้ไฟในบริเวณปราสาทอาร์โกด้วย 3. เมืองเรคาวิก ประเทศไอซ์แลนด์ เมืองเรคาวิก ประเทศไอซ์แลนด์ ในปีนี้ได้จำลองเมืองทั้งเมืองให้เป็นเมืองเทพนิยาย และมีหมู่บ้านคริสต์มาส ซึ่งจะเปิดเฉพาะช่วงวันเสาร์อาทิตย์ตลอดเดือนธันวาคม นอกจากนี้ยังมีการก่อกองไฟและจุดดอกไม้ไฟในช่วงปีใหม่ไปจนถึงวันที่ 6 มกราคม 2. กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย จัดเทศกาลคริสต์มาสตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายน จนถึงวันคริสต์มาส โดยจุดเด่นอยู่ที่ตลาดสินค้าคริสต์มาส ซึ่งมีมาเป็นเวลาหลายร้อยปีแล้ว โดยมีอาหารจำหน่ายมากมาย เช่น ขนมปังขิง วาฟเฟิล ไส้กรอกย่าง และไวน์ 1. เมืองนูเรมเบิร์ก ประเทศเยอรมนี เมืองนูเรมเบิร์ก ประเทศเยอรมนี ซึ่งมีตลาดสินค้าคริสต์มาสที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนนูเรมเบิร์กได้ ถึง 2 ล้านคนต่อปี โดยมีชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ และร้านขายของทำมือเกือบ 200 ร้าน งานนี้มีไปจนถึงวันคริสต์มาสอีฟ ข้อมูลและภาพ : travel.cnn.com / voicetv / panoramio.com / flickr.com เรียบเรียงโดย Travel MThai

5อันดับสโมสรที่มีเสื้อแข่งมูลค่าสูงสุดใน พรีเมียร์ลีก
กีฬา /  ข่าวกีฬา / 

หนทางทำมาหากินของสโมสรฟุตบอลสมัยนี้ นอกจากค่าตั๋วกับเงินรางวัลจากการแข่งขันแล้ว เสื้อแข่งก็เป็นหนึ่งในรายได้หลักจากสโมสรทั้งสปอนเซอร์ที่มาลง รวมไปถึงการขายเสื้อแข่งให้แฟนบอล นี่แหละที่ทำให้ทีมใน พรีเมียร์ลีก รวยอู้ฟู่โดยเฉพาะทีมดังๆ ที่มีคนติดตามเยอะ เงินส่วนนี้ถ้านับเป็นรายปีก็เยอะอยู่และนี่คือ 5 อันดับสโมสรใน พรีเมียร์ลีก ที่มีรายได้จากเสื้อแข่งสูงที่สุดโดยที่ไม่นับยอดขาย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แบรนด์ – ไนกี้ 13 ปี 506 ล้านปอนด์ สปอนเซอร์ – เชฟโรเล็ต 7 ปี 490 ล้านปอนด์ มูลค่า 108.9 ล้านปอนด์ต่อปี สัญญาการทำชุดแข่งกับเจ้าใหม่คืออาดิดาสจะกินระยะเวลายาวนานกว่าสิบฤดูกาลซึ่งจะเริ่มต้นในฤดูกาล 2015-16 โดยมีมูลค่ารวมราว 1,300 ล้านดอลลาร์ นับเป็นการทำสัญญาที่มีผลตอบแทนสูงที่สุดในประวัติศาสตร์วงการฟุตบอล อาร์เซนอล แบรนด์ – พูม่า 5 ปี 250 ล้านปอนด์ สปอนเซอร์ – ฟลาย เอมิเรตส์ 5 ปี 250 ล้านปอนด์ มูลค่า 100 ล้านปอนด์ต่อปี สัญญาฉบับใหม่ที่ อาร์เซนอล เซ็น ทำให้ทีมต้องเปลี่ยนชุดแข่งทุกฤดูกาลแทนที่จะเป็นสองฤดูกาลครั้ง เชลซี แบรนด์ – อาดิดาส 10 ปี 550 ล้านปอนด์ สปอนเซอร์ – ซัมซุง 1 ปี 30 ล้านปอนด์ มูลค่า 80 ล้านปอนด์ต่อปี ขายเสื้อได้ 910,000 ตัวในปี 2013 ลิเวอร์พูล แบรนด์ – วอร์ริเออร์ 6 ปี 250 ล้านปอนด์ สปอนเซอร์ – สแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด 1 ปี 33.4 ล้านปอนด์ มูลค่า 75 ล้านปอนด์ต่อปี “ชุดแข่งตัวนี้ใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบใหม่เพื่อให้มั่นใจว่านักเตะ ลิเวอร์พูล ทุกคนจะสามารถทำให้ทีมกลับไปอยู่ในจุดที่ควรอยู่” วอร์ริเออร์ สปอร์ต แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แบรนด์ – ไนกี้ 6 ปี 120 ล้านปอนด์ สปอนเซอร์ – เอติฮัด 1 ปี 33.4 ล้านปอนด์ มูลค่า 53.4 ล้านปอนด์ต่อปี เสื้อแต่ละตัวทำมาจากขวดพลาสติกรีไซเคิล 18 ขวด

พ่อจีน สอนลูกประถม เล่นเกมส์
ข่าวสังคมเกมส์

ในปัจจุบัน เยาวชนจากประเทศจีนส่วนใหญ่จะเข้ามาใช้บริการเล่นเกมส์ผ่านร้านอินเตอร์เน็ตไร้ซึ่งจากกำกับจากผู้ปกครอง มีเพียงเฉพาะกลุ่มเพื่อนเท่านั้น แต่สำหรับ Cheng Cheng เด็กประถม 6 ได้เริ่มเล่นเกมส์กับพ่อมานานกว่า 5 ปี และเปิดเผยว่า ได้รับประสบการณ์หลายๆอย่างจากการเล่นเกมส์ ภายใต้การกำกับจากผู้เป็นพ่อมาโดยตลอด และเรื่องดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้อ่านบนออนไลน์เป็นจำนวนมาก ภาพประกอบ Changzhou Zhuo พ่อของน้อง Cheng กล่าวว่า ตนเปิดโอกาสให้ลูกของตนได้เล่นเกมส์คอมพิวเตอร์มาโดยตลอด พร้อมพยายามสอนตลอดว่า หากเล่นเกมส์ตัวใด ขอให้คำนึงว่า สามารถประยุกต์ใช้ชีวิตประจำวันหรือให้ประสบการณ์อย่างไร เขาเปิดเผยว่า ตอนที่ Cheng อยู่ประถมหนึ่ง เขาชื่นชอบเล่นเกมส์ปลูกผักทำฟาร์มมาก ในช่วงนั้นตนกำกับการเล่นให้เล่นเพียง 2 ชั่วโมงต่อวัน และแนะนำให้พักสายตาเวลาเลิกเล่น และสิ่งที่เขาได้รับจากเกมส์ที่นอกจากจะได้เงินเป็นกอบกำไรในเกมส์ แล้ว เขายังเลือกที่จะช่วยเหลือผู้เล่นคนอื่นๆในการแบ่งปันไอเทมในเกมส์ด้วย หลังจากนั้น ตนได้ให้ Cheng ได้เล่นเกมส์ที่มีความจริงจังต่อการเล่นขึ้นและมีความท้าทายขึ้น จนปัจจุบันเขาเล่นเกมส์มาแล้วกว่า 20 เกมส์ และไม่ได้มีปัญหาใดๆ Zhuo ยังกล่าวถึงบุคคลที่วิพากษ์วิจารณ์ที่ปล่อยให้เด็กเล่นเกมส์ประเภทจริงจังและเป็นห่วงเกิดพฤติกรรมเลียนแบบ โดยเขาตอบว่า ตนไม่สามารถตอบได้ว่าเกมส์คอมพิวเตอร์จะสร้างพัฒนาการแก่ผู้เล่นเกมส์มากน้อยแค่ไหน แต่สังเกตได้เลยว่าเวลาเล่นเกมส์แล้วมันไม่ส่งผลกระทบการเรียนเขาเลย ภาพประกอบ เขายังเชื่อว่า การที่เยาวชนติดเกมส์เนื่องจากเป็นต้นเหตุของผู้ปกครองที่ไม่มีการกำกับที่ดี เกมส์แต่ละเกมส์ที่วางขายยอมรับว่ามันทำให้คนเล่นเกมส์รู้สึกติดจริงๆ แต่ขึ้นอยู่กับคำแนะนำของผู้ปกครองถึงความสำคัญมากน้อยแค่ไหน โดยพยายามให้เลือกเล่นเกมส์ที่มันดีที่สำหรับพวกเขาและเขาจะซึมซับและควบคุมตัวเองได้ ด้านผู้อ่านต่างแสดงความเห็นทั้งเชิงสนับสนุนและไม่เห็นด้วย โดยกลุ่มที่เห็นด้วยก็ต่างสนับสนุนว่าเป็น"พ่อที่ดี"และไม่เคยเห็นครอบครัวมานั่งเล่นเกมส์ด้วยกัน ขณะที่อีกกลุ่มมองว่า มันเป็นเพียงแค่ตัวอย่างหนึ่ง ไม่สามารถจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมได้ทั้งหมด และที่สำคัญ หากลูกคนดังกล่าวโตขึ้นสู่มหาวิทยาลัย พ่อคนดังกล่าวยังจะต้องมากำกับอีกหรือไม่ สอดคล้องกับผลสำรวจพบว่า กว่า 89 เปอร์เซนต์ ผู้ปกครองจะอนุญาตให้เยาวชนเล่นเกมส์ แต่มากกว่า 90 เปอร์เซนต์มอบว่า เยาวชนยังไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ และส่งผลกระทบต่อการเรียน นอกจากนี้ยังสำรวจวันเวลาการเล่นเกมส์ พบว่า 42 เปอร์เซนต์จะเล่นมากกว่า 1 ชั่วโมง และ 56 เปอร์เซนต์จะเล่นช่วงวันหยุด

ยำใหญ่ The Voice 3 มหากาพย์แห่งความดราม่า รอบ Knock Out
The Voice 3

<<อ่านข่าว พืช The Voice 3 กรณี เลือกเพลงที่ร้องแต่ไม่ได้ร้อง ในรอบ Knock Out>> ดราม่าเอยจงเงยขึ้นมา เงยขึ้นมา เงยขึ้นมา หลังจากที่ได้นำเสนอกรณี พืช The Voice 3 โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ว่า เลือกเพลงที่ร้องแต่ไม่ได้ร้อง จนโค้ช แสตมป์ ต้องออกมาชี้แจง จนกลายเป็นประเด็นใหญ่โตบนโลกโซเชียล อยู่ในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นมิวสิคไดเรคเตอร์ของรายการ The Voice ซีซั่น 3 ผู้แข่งขัน หรือแม้แต่บุคคลที่เรารู้จักกันดีในวงการเพลง ต่างก็ตั้งสเตตัสพูดถึงประเด็นดังกล่าว ทำเอาชาวเน็ตที่ตามเผือก เฮ้ย ตามประเด็นนี้อยู่ ถึงกับต้องติดตามกันต่อไปยาวๆเลยทีเดียว ทรูมิวสิค ชี้แจง ผ่านแฟนเพจ ขอบคุณทุกคำติชม และขอให้ติดตามอีก 3 สัปดาห์สุดท้าย ในนามของผู้อำนวยการผลิตรายการ ‪#‎thevoiceTH‬ ประเทศไทย ต้องขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามรายการ รวมทั้งให้การติชมรายการมาโดยตลอด ในโอกาสนี้ ทีมงานขออนุญาตเรียนชี้แจงกับ ท่านผู้ชมกับเหตุการณ์และกระแสต่างๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งรายการ The Voice เป็นรายการโทรทัศน์ที่ถูกดีไซน์มาให้สร้าง “ความสุข” ให้กับผู้ชม โดยไม่ปรารถนาที่จะขายอารมณ์ชิงชัง เหยียดหยาม ในทางลบเลยครับ และขอถือโอกาสนี้สร้างความเข้าใจ โดยรูปแบบรายการ หรือ Format ของรายการนั้น ตั้งแต่รอบ Blind Audition โค้ชต้องเป็นผู้ตัดสินใจคัดเลือกคนเข้ารอบโดยฟังแต่เฉพาะ “เสียง” เท่านั้น และหลังจากนั้นจะทำการฝึกทักษะการร้อง พัฒนาความสามารถของลูกทีมเพื่อทำการแข่งขันในรอบ Battle และ Knock Out ต่อไป ซึ่งด้วยรูปแบบของรายการที่โค้ชจะต้อง “เลือก” หรือ “ไม่เลือก” ใครนั้น นับเป็นความลำบากใจ ซึ่งอาจจะตรงใจหรือไม่ตรงใจใครบ้าง แต่ที่สุดแล้วทั้งโค้ชและทีมงานทุกคน รวมทั้งตัวผู้เข้าแข่งขันเองต่างก็ต้องการทำทุกอย่างออกมาให้ดีที่สุด เพื่อสร้างความประทับใจแก่ผู้ชมทุกท่าน และสุดท้ายแล้วไม่ว่าพวกเขาจะเป็นผู้ชนะเลิศหรือไม่ก็ตาม ทางรายการปรารถนาให้ผู้เข้าแข่งขันทุกคนเป็นที่ชื่นชมและจดจำ ซึ่งจากกระแสต่างๆ เกิดขึ้นทั้งกับตัวโค้ชและผู้เข้าแข่งขันเองนั้น ผมในฐานะผู้ดูแลรายการทั้งหมด ขอยืนยันในความบริสุทธิ์ใจ ที่เราเคารพในกติกาของรายการมาโดยตลอด ซึ่งอาจจะไม่ตรงใจกับทุกคน ผมก็ขอน้อมรับ และนำมาเป็นบทเรียนไว้เพื่อนำไปปรับปรุงในกระบวนการทำงานให้ดีขึ้นในซีซั่นถัดๆ ไป และขณะนี้เรากำลังเข้าสู่รอบการแสดงสด ซึ่งอีกเพียง 3 สัปดาห์เท่านั้น เราก็จะรู้แล้วว่าใครจะได้เป็น The Voice ประจำซีซั่น 3 ผมและทีมงาน อยากให้ทุกท่านมาร่วมชมร่วมเชียร์ผู้เข้าแข่งขันที่ทุกคนชื่นชอบ เพื่อเป็นกำลังใจให้พวกเขาต่อไปกันเถอะครับ อาจกิจ สุนทรวัฒน์ ผู้อำนวยการผลิตรายการ เดอะวอยซ์ ประเทศไทย --------------------------------------------------------------------------------- มาที่ผู้แข่งขันกันบ้าง ไอนัท ปกรณ์ โพธิ์แสงดา หนึ่งในผู้แข่งขัน ทีม เจนนิเฟอร์ คิ้ม ได้เผยผ่านบล็อคส่วนตัว ว่า รู้สึกดีใจ ที่ได้ใช้นามสกุล The Voice แถมเจ้าตัวยังได้บอกเล่าถึงการแข่งขัน ตั้งแต่รอบ Blind Audition จนกระทั่ง ถึงรอบ Knockout พร้อมแนะถึงผู้ที่จะมาสมัครปีหน้า "เริ่มที่รอบ Blind Audition ที่ถูกคัดเลือกจากผู้สมัครกว่าสองหมื่นคน ก่อนขึ้นเวทีตื่นเต้นมาก ซ้อมความพร้อมทุกอย่างก่อนขึ้น พอก้าวแรกที่ขึ้นเวที ไอ้ที่ซ้อมมา หายหมดเลยครับ หายโดยตั้งใจ และใช้ความเป็นตัวเองออกมาล้วนๆ ตอนนั้นเราไม่ได้คาดหวังว่าจะมีใครกด สุดท้ายพี่คิ้มก็กด ก็ทำให้เราดีใจเป็นทวีคูณที่จะได้ไปต่อ จากนั้น ก็มาถึงรอบ Battle นับตั้งแต่รอบคุยเพลงครั้งแรกหลังจากจบรอบ Blind พี่คิ้มก็แนะนำการร้องการออกเสียงให้ผมในตอนที่เลือกเพลง การจัดลำดับเสียงต่างๆ แม้จะเป็นเวลาสั้นคนทั่วไปอาจมองว่าเป็นการคุยกันธรรมดา แต่สำหรับผมเป็นคนค่อนข้างชอบเรียนรู้อยู่บ้าง การพูดคุยกันครั้งนั้นผมจดจำมาตลอด และเอามาใช้จนได้ซ้อมเพลงรอบแบทเทิล ก่อนแข่งแบทเทิล พี่คิ้มเป็นโค้ชคนเดียวที่ใส่ใจเรื่องการแต่งตัวมาก ระหว่างที่คุยเรื่องแต่งตัวไปก็คุยเรื่องการร้องไปในตัวด้วย ว่าต้องทำยังไงในการร้องแฝงเข้าไป อันนี้ผมจดจำได้แม่นเลย" แล้วโค้ชจะมีเวลามาเจอเราเหรอ ไอนัท เผยต่อ "ช่วงที่พี่คิ้มให้ความรู้ด้านการเป็นนักร้องเป็นช่วงที่มาจากการคุยกันเล่นๆบนโต๊ะอาหาร หรือคุยกันเล่นๆในห้องซ้อม พี่คิ้มจะให้ความรู้ที่ห้องเรียนไม่มีสอนกับเราเพื่อให้มาใช้จริงๆแบบที่นักเรียนดนตรีไม่เคยได้มาก่อน การคุยกันเล่นๆแบบนั้นมันคือคลังความรู้มหาศาลเลยครับ ทุกคำของพี่คิ้มมันซึมเข้าไปในหัว เวลาที่เราจะได้เจอพี่คิ้มนั้นแม้จะมีน้อย แต่เราจะทำยังไงให้การได้เจอกันครั้งนั้นทำให้เราซึมซับและจดจำคำสอนจากพี่คิ้ม ซึ่งถ้าเราให้ความสำคัญที่จะเรียนรู้ซะอย่างไม่ต้องกลัวหรือเขินอายเลย มีแต่ได้ความรู้ครับ คุ้มมากจริงๆครับที่ได้มา The voice และได้อยู่ทีมพี่คิ้มครับ แม้ว่ากระแสสังคมจะว่ายังไงก็ตาม นี่คือสิ่งที่ผมได้จริงๆไม่ต้องมโนเลยครับ การได้ความรู้จากคนที่มีประสบการณ์มากนั้นดีซะยิ่งกว่าการอ่านหนังสือในห้องสมุดใหญ่ๆทั้งหมดมารวมกัน พี่คิ้มใช้สิ่งที่พี่คิ้มเจอมาสอนกับพวกเรา และพี่คิ้มไม่สอนใครร้องเลยนะครับ นอกจากลูกทีมของตัวเองเท่านั้น แค่นี้ก็เรียกว่าวิเศษแล้วครับสำหรับคนที่ได้อยู่ทีมโค้ชคิ้มครับ" แล้วก็มาถึงรอบ Knock Out เจ้าตัวเผยถึงความรู้สึกที่ได้มาอยู่ทีม เจนนิเฟอร์ คิ้ม "เราซ้อมกันจนดึกดื่นเลย พอซ้อมเสร็จ พวกเราก็ยกกันไปกินร้านข้าวต้มเฮียหวาน ร้านนี้อร่อยมากจนพี่คิ้มพามาทานเลยครับ อร่อยทุกอย่างจริงๆ เมนูที่ดีที่สุดของร้านกุ้งตัวโตๆ กินกันจนอิ่มเลย หลังจากกินเสร็จ คนในทีมวันนั้น มีน้องหนุ่ม น้องโจ ก็ได้คุยกับพี่คิ้มแบบเต็มๆ ความรู้บนโต๊ะคืนนั้นผมจดจำมากๆเลยอ่ะ มันเป็นสิ่งที่โครตจริงของอาชีพนักร้องแบบเรา การใช้ชีวิตในรูปแบบนี้เป็นยังไง ได้ฟังประสบการณ์ในการร้องต่างๆของพี่คิ้ม ยอมรับว่าทึ่งครับ เพราะผมมั่นใจว่าพี่คิ้มคงไม่คุย สั่งสอน พูดให้ความรู้กันแบบที่ไม่มีใครสามารถจะหาได้อีก ในความเป็นมืออาชีพ พี่คิ้มให้ความรู้กับเราให้มากที่สุด ในระยะเวลาที่น้อย พี่คิ้มพยายามให้ความรู้กับเราในเวลาที่จำกัด เราก็ต้องปรับตัวและรับความรู้ต่างๆของพี่คิ้มให้เร็วที่สุด หลังจากคุยกันที่ร้านข้าวต้มวันนั้น ผมกลับมาด้วยหัวใจ พองโตเลยครับ ที่ได้มีโอกาสทานข้าวกับพี่คิ้ม ได้คุย ได้ความรู้ในแบบที่เราเอามาใช้ได้จริงๆ เป็นคืนพิเศษของผมเลยครับ เพราะไม่ง่ายเลยที่เราจะมีโอกาสแบบนี้ ใช่ครับบางคนอาจจะมองว่า แค่ไปกินข้าวกับศิลปินคนนึงเฉยๆ ทำไมต้องอวยขนาดนี้……. ก็ผมได้ความรู้จริงๆครับ ผมถึงเอามาพูดและแบ่งปันกันว่าผมเจออะไรมาบ้าง ประสบการณ์ที่แสนพิเศษเมื่อได้มา The voice" ท้ายสุด ไอนัท เผยสิ่งที่ต้องทำใจเมื่อมาแข่ง ‪#‎TheVoiceTH‬ ใครจะแข่งปีหน้าควรรู้ไว้ครับ 1.คุณต้องลางานทั้งวันเพื่อมาแข่ง 2.คุณต้องมาก่อนเวลาอย่างน้อย 3 ชั่วโมง 3.ต้องรอเวลาอย่างเดียว ผมรอจนเสียงหมดเลย 555 4.เดินทางบ่อยมากครับ 5.การคอยคิวถ่ายที่ยาวนานมากๆ ยิ่งรอบ Blind คนเยอะมาก ยิ่งต้องทำใจเลยว่าเวลาขึ้นเวทีเสียงคุณจะคุณภาพแย่ลง 30% มีเรื่องเล่าจาก ไอนัท อีกเพียบนะครับ ตามไปอ่านต่อได้ ที่นี่ ไอนัท The Voice 3 จากรอบ Blind Audition เพลง เกิดมาแค่รักกัน ไอนัท The Voice 3 จากรอบ Knock Out เพลง พูดทำไม --------------------------------------------------------------------------------- มาดูมุมมองของศิลปิน คนเบื้องหลัง กันบ้าง เริ่มที่ พี่ฟั่น โกมล บุญเพียรผล โปรดิวเซอร์ชื่อดัง ได้ออกมาพูดถึงประเด็นดราม่าดังกล่าว ปกติ ผมไม่ชอบดราม่าอะไร แต่เรื่องนี้ในฐานะอยู่วงในด้วย ถ้าหลักฐาน ว่าใครขอขึ้นคีย์ ใครบอกว่าร้องได้สบาย ถูกเผยแพร่ออกไปนี่ ผมว่า จะไม่เหลือที่ยืนในสังคมนะครับ บรรดาแฟนคลับชาวดราม่า จะเงิบกันนะครับ ทางที่ดี ออกมารับ แบบแมนๆ ลูกผู้ชายดีกว่า ในฐานะโปรดิวเซอร์ ผมก็ชอบเสียงนะ เชียร์ด้วย แต่ไม่อยากทำงานด้วยแล้วล่ะ ผมรู้จัก มิวสิคไดเรคเตอร์ทั้งสามคน กับ แสตมป์ ทั้งสี่คนเป็นคนที่ผมสนุกที่เห็นพวกเขาทำงานทุกครั้ง ท่ามกลางความจำกัดของเวลา คิด ทำ และ เวลานอนพักผ่อน แต่หัวใจที่อยากให้งานออกมาดีที่สุดของพวกเขา มีมากกว่าความจำกัดนั้นมันทำให้ดนตรีของรายการดีขึ้นทุกๆครั้ง เชื่อเถอะว่า สามคนนี้ ศิลปินหลายๆคนอยากทำงานร่วมกับพวกเขา แต่โปรดิวเซอร์หลายคนคงไม่อยากทำงานให้บางคนแน่ๆ นี่ก็เริ่มมีน้องๆบางคน ออก มาบอกพฤติกรรมไม่น่ารัก หลังจากที่เคยร่วมงานกันแระ ถัดมาที่ พี่บอย โกสิยพงษ์ กับสเตตัส "จดหมายให้กำลังใจแด่ผู้ตัดสินทุกท่าน" ผมได้มีโอกาสเฝ้าชมการตัดสิน การ comment ของหลายๆท่านในหลายๆรายการประกวดต่างๆ หลายๆครั้งก็มีทั้งเห็นด้วยกับความคิดเหล่านั้น แต่ก็มีหลายครั้งเช่นกันที่ผมในฐานะผู้ชมก็มีความเห็นที่แตกต่าง แต่ที่ผมเขียนจดหมายนี้ขึ้นมาเพราะได้มีโอกาสติดตามคำาวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆของผู้ชมทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับท่านผู้มีตำแหน่งในการตัดสินเหล่านั้น ซึ่งผมว่ามันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่ใครก็มีความคิดเห็นแตกต่างกันได้ แต่ก็เห็นว่าหลายครั้งนอกจากเห็นต่างกันแล้วยังมีคำพูดที่พยายามทำลายผู้ที่เห็นต่างกับตนให้จมธรณีกันเลยทีเดียว คล้ายกับ ผู้ตัดสินทำไมถึงเลือกใข่เจียว แทนที่จะเลือกข้าวมันไก่ อะไรอย่างนั้น พูดเหมือนว่าการที่ผู้ตัดสินเลือกไข่เจียวนั้นช่างอยุติธรรม เลวและชั่วร้ายมากเกินที่จะให้อภัยกับความเห็นที่แตกต่างกันอย่างนี้ได้ แล้วพอมีหนึ่งเริ่ม ก็มี สองสามสี่ใส่อารมณ์ตามขึ้นมาอีกเป็นแถว ซึ่งค่อยๆขยายความร้อนของอารมณ์แค้นที่ถูกขัดใจกับผลตัดสินให้รุนแรงขึ้นอย่างไม่มีเหตุผลมากขึ้นเรื่อยๆ เพลงก็เหมือนอาหารที่เราทานกันอยู่ทุกวันนี้แหละครับแต่รับประทานกันทางหูและทางใจ แน่นอนสิบคนชอบอีกยี่สิบคนอาจจะไม่ชอบก็ไม่มีใครผิด สิบคนชอบก๋วยเตี๋ยวเนื้อก็ไม่ควรไปบอกว่าอีกยี่สิบคนที่ชอบข้าวผ้ดหมูไร้รสนิยมหรือโง่หรือไม่ยุติธรรมที่ไปเลือกกินข้าวผัดหมู เพราะมันเป็นแค่ความชอบส่วนตัว และบังเอิญเขาเหล่านั้นดันได้มีโอกาสตัดสินจากรสนิยมส่วนตัวของเขาออกสื่อเท่านั้นจึงอยากเขียนจดหมายนี้ขึ้นมาเพื่อจะให้กำลังใจแด่ท่านผู้ตัดสินทั้งหลายที่อาจจะกำลังท้อใจในการทำหน้าที่ที่เผอิญท่านได้รับมอบหมายจากรายการต่างๆ ให้ยืนหยัดเพื่อรสนิยมของตัวเองต่อไป เพราะหน้าที่ของท่านที่ได้รับมานั้นคือการจริงใจต่อการแสดงความคิดรสนิยมของท่านอย่างซื่อตรงและซื่อสัตย์ต่ออาชีพของท่าน ไม่ใช่การมาแสดงความเห็นเพื่อให้ตรงใจใครครับ สู้ๆนะคร้าบ บอย โกสิยพงษ์ ปล.ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าความคิดใครถูกหรือผิดนะครับแต่หมายความว่าทุกคนมีโอกาสออกความเห็นแต่ไม่ควรคิดว่าความคิดตัวเองเท่านั้นที่ถูกต้อง เพราะมันเป็นเรื่องของรสนิยม ไม่ใช่เรื่องคณิตศาสตร์ งานนี้ คงต้องติดตามกันต่อไปว่า อีก 3 สัปดาห์สุดท้าย ของรายการ The Voice ซีซั่น 3 จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป โดยรอบที่กำลังจะแข่งต่อจากนี้ ผู้ชมทางบ้าน จะมีส่วนในการตัดสิน เลือก 1 คนของแต่ละทีม ผ่านเข้ารอบ Final แล้วมาดูกันว่า 4 คนสุดท้าย จะเป็นใคร แหม่ มันช่างน่าติดตามยิ่งนัก รวบรวมโดย ทีมงานมิวสิคเอ็มไทย ที่มาจาก : Facebook Komol Boonpienpol/Boyd Kosiyabong,ไอนัท เว็บไซต์ www.ihearband.com มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

ระทึก! เก๋งฮอนด้า เสียหลักตกลานจอดรถห้างดัง
ข่าววันนี้ /  รถตกจากลานจอดรถ / 

รถเก๋ง ตกลานจอดรถชั้น7 ห้างเดอะมอลล์บางกะปิ เสียชีวิต 1ราย เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. ที่ผ่านมา ได้เกิดอุบัติเหตุ รถเก๋ง ฮอนด้า ซีวิค เสียหลักตกจากลานจอดรถ ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์บางกะปิ ซึ่งจากเหตุดังกล่าวส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 รายเป็นผู้หญิง แต่ยังไม่ทราบชื่อ ขณะนี้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบแล้ว MThai news ภาพจาก @thanankk

Revelation Online เกมส์ออนไลน์จีน กลิ่นอาย Blade & Soul
Revelation Online /  เกมส์ออนไลน์ / 

NetEASE ผู้พัฒนาและผู้ให้บริการเกมส์ออนไลน์ ประกาศเปิดตัวเกมส์ออนไลน์ใหม่ Revelation Online เกมส์แนว Action-MMORPG 3 มิติ เต็มรูปแบบ และถูกกล่าวขานว่า เป็นเกมส์ Blade & Soul เวอร์ชั่นจีน เตรียมเปิดให้บริการต้นปี 2015 ที่ประเทศจีนเป็นแห่งแรก เกมส์ Revelation Online ให้ผู้เล่นสวมบทบาทเป็นอาชีพตัวละครเกมส์อันสุดโดดเด่นด้านความสามารถและชุดเกราะที่เอกลักษณ์ รูปแบบการเล่นเกมส์จะมุ่งเน้นการแอคชั่นที่รวดเร็ว มอบความมันส์ต่อสู้ นอกจากนี้ ยังสามารถเดินทางโลกในเกมส์อิสระทั้งพื้นดินและบนอากาศ นอกจากได้รับความสนุกการเล่นเกมส์แล้ว ภาพกราฟิกเกมส์มีความคมชัดสวยงาม ออกแบบตัวละครเกมส์ที่มีเอกลักษณ์ทั้งความเท่, เซ็กซี่ และน่ารักๆ และบรรยากาศฉากเกมส์ที่เหนือจินตนาการ จนพลอยคิดได้ว่า มีกลิ่นอายและความคล้ายคลึงกับเกมส์ Blade & Soul ของประเทศเกาหลี เกมส์ Revelation Online เตรียมเปิดให้บริการต้นปี 2015 ที่ประเทศจีนเป็นแห่งแรก

5 อันดับ เกมส์ออนไลน์ ที่เกมเมอร์เกาหลี ตั้งหน้ารอคอยมากที่สุด
เกมส์ออนไลน์ /  เกมส์ออนไลน์ 2015 / 

หลังจากที่งานแสดงเกมส์ G-Star 2014 สิ้นสุดลงเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน 2014 ที่ผ่านมา ผู้เล่นเกมส์ชาวเกาหลีต่างรู้สึกตื่นตาตื่นใจและตื่นเต้นที่ได้สัมผัสกับเกมส์ออนไลน์ใหม่ที่เปิดตัวแบบชนิดสุดเซอร์ไพรซ์และตั้งตารอคอยกับเกมส์ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ กลุ่มผู้เล่นเกมส์ต่างแสดงความเห็นเชิงบวกกับเกมส์ออนไลน์จากค่ายดังที่เปิดตัวเกมส์ และรอคอยวันเปิดให้บริการภายในประเทศ เรามาดูกันว่า มีเกมส์ออนไลน์ใดที่เกมเมอร์เกาหลี"ตั้งหน้ารอคอยมากที่สุด" Lost Ark Lost Ark เป็นเกมส์ Action-RPG กึ่งฮาร์ดคอร์ตัวใหม่ มีกลิ่นอายความเป็นเกมส์ Diablo 3 ผจญภัยในดินแดนโลกแฟนตาซี เลือกสายอาชีพตัวละครที่ผู้เล่นต้องการกว่า 18 อาชีพ เกมส์นี้มีจุดเด่นที่ จำนวนศัตรูที่แห่เข้ามาโจมตีผู้เล่นจำนวนมาก พร้อมใช้สกิลและท่าโจมตีแบบหมู่ทำลายล้างให้ศัตรูกระเด็น-กระจุย-กระจัดกระจาย อีกทั้งรูปแบบการ์ดต่อสู้ที่จัดทำออกมาสุดดิบ Lineage Eternal Lineage Eternal เป็นเกมส์ Action-RPG นำเสนอรูปแบบการเล่นเกมส์ในลักษณะเดินทางผจญต่อสู้แบบมุมมองบนเหมือนกับเกมส์ Diablo ให้ผู้เล่นเลือกสายอาชีพที่ต้องการ พร้อมทำภารกิจและผจญภัยต่อสู้กับมวลหมู่ศัตรูตามสถานที่ต่างๆ จุดเด่นของเกมส์นี้คือ การดำเนินเกมส์ที่ค่อนข้างเร็ว ปราบศัตรูรวดเร็วว่องไว ฉากเกมส์มีความเคลื่อนไหวลักษณะ Dynamic สร้างความตื่นเต้นเร้าใจขณะเล่น อย่างเช่น กระสุนปืนใหญ่ยิงตกตามพื้นที่และระเบิดกระจุย, มวลหมู่กองทัพออกสู้กับศัตรูในจำนวนมหาศาล เป็นต้น MapleStory 2 Maplestory 2 เป็นเกมส์ MMORPG 3 มิติเต็มรูปแบบ นำเสนอกลิ่นอายความเป็นแฟนตาซีปนบรรยากาศเกมส์ลักษณะอิฐบล๊อค นอกจากจะผจญภัยเก็บเลเวลด้วยกันแล้ว จุดเด่นของเกมส์นี้คือ สามารถสร้างดันเจี้ยนตามนึกคิดจินตนาการของผู้เล่นในรูปแบบบล๊อค โดยวางกับดึก, มอนสเตอร์ และของตกแต่ง ทั้งนี้ ยังสามารถนำดันเจี้ยนไปแชร์ให้ผู้เล่นคนอื่นได้เล่นอีกด้วย Ghost in the Shell Online Ghost in the Shell Online เป็นเกมส์ FPS นำเสนอรูปแบบการเล่นแบบแบ่งทีมออกเป็น 2 ฝ่าย บรรลุเป้าหมายของเกมส์ที่กำหนดไว้ พร้อมเลือกสายอาชีพตัวลครตามความถนัด เกมส์นี้มีจุดเด่นที่ บรรจุความรุนแรงชนิด 18+ ผู้เล่นจะได้เห็นการโดนยิงเลือดสาดหรือเวลาโดนยิง Headshot แล้ว ศีรษะกระจุย อีกทั้งมีอุปกรณ์พิเศษเฉพาะตัวละคร Project HON PROJECT HON เป็นเกมส์แอคชั่นซูตติ้งขับหุ่นยนต์ อาศัยความร่วมมือเป็นทีมระหว่างผู้เล่นเพื่อบรรลุการต่อสู้จากผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม ระหว่างการเล่น ผู้เล่นจะได้รับความมันส์ ตรึงตาตรึงใจกับเอฟเฟคทำลายล้าง และเต็มไปด้วยคลุกฝุ่นจากพื้นดินหรือแรงระเบิด นอกจากนี้ ผู้เล่นยังสามารถอัพเกรด เปลี่ยนชิ้นส่วนหุ่นยนต์ ให้แข็งแกร่ง พร้อมรบบนสมรภูมิบนกลางเมืองโลกอนาคต

น้ำอัดลม ตัวการสร้างปัญหาสุขภาพฟัน!
น้ำอัดลม /  น้ำโซดา / 

น้ำอัดลม โซดา ป๊อบ หรือจะเรียกว่าอะไรก็ตาม ผู้คนในแถบอเมริกาเหนือ ใช้คำที่แตกต่างไปในการเรียก น้ำอัดแก๊ซผสมน้ำตาล ไม่ว่าคนจะเรียกมันว่าอย่างไร มันก็คือสิ่งที่ทำให้เกิดปัญหาทางช่องปากที่ร้ายแรงมาก น้ำอัดลม ได้ปรากฏออกมาในฐานะของอาหารที่เป็นแหล่งสำคัญในการทำให้เกิดอาการฟันผุ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ในคนทุกวัย กรดและกรดที่เกิดจากน้ำตาลใน น้ำอัดลม จะไปทำให้สารเคลือบฟันอ่อนบางลง ซึ่งส่งผลให้เกิดการก่อตัวของฟันผุ ในกรณีร้ายแรง สารเคลือบฟันที่อ่อนบางลงประกอบกับการแปรงฟันที่ไม่ถูกวิธี จะทำให้เกิดการผุกร่อนของฟัน หรือเกิดอาการอื่นที่สามารถนำไปสู่การสูญเสียฟันได้ เครื่องดื่มที่ไม่มีน้ำตาล ซึ่งคิดเป็น 14% ของการบริโภค น้ำอัดลม เป็นเครื่องดื่มที่ทำอันตรายน้อยกว่า อย่างไรก็ตามเครื่องดื่มเหล่านี้ก็ยังคงมีสภาพเป็นกรด ซึ่งสามารถทำให้เกิดปัญหาได้เช่นกัน ปริมาณการบริโภคเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การบริโภค น้ำอัดลม ในสหรัฐอเมริกาเพิ่มปริมาณขึ้นอย่างมากในทุกวัย โดยเฉพาะในวัยเด็ก และวัยรุ่น ปัญหานี้รุนแรงมากจนหน่วยงานด้านสุขภาพหลายหน่วยงาน รวมถึงสมาคมกุมารเวชศาสตร์แห่งสหรัฐอเมริกา ออกประกาศเตือนถึงพิษภัยของการบริโภค น้ำอัดลม การบริโภค น้ำอัดลม ในสหรัฐอเมริกาเพิ่มปริมาณขึ้นอย่างมากในทุกวัย โดยเฉพาะในวัยเด็ก และวัยรุ่น ปัญหานี้รุนแรงมากจนหน่วยงานด้านสุขภาพหลายหน่วยงาน รวมถึงสมาคมกุมารเวชศาสตร์แห่งสหรัฐอเมริกา ออกประกาศเตือนถึงพิษภัยของการบริโภค น้ำอัดลม มีเด็กในวัยเรียนจำนวนมากแค่ไหนที่ดื่ม น้ำอัดลม ผลการสำรวจพบว่า 1 ใน 2 หรือ 4 ใน 5 ของเด็กบริโภค น้ำอัดลม อย่างน้อย 1 แก้วต่อวัน และมีเด็กอย่างน้อย 1 ใน 5 ที่บริโภค น้ำอัดลม อย่างน้อย 4 แก้วต่อวัน เด็กบางคนบริโภค น้ำอัดลม เป็นปริมาณถึง 12 แก้วต่อวัน ยิ่งขนาดของแก้วใหญ่แค่ไหนปัญหาก็ยิ่งร้ายแรงมากขึ้น จากขนาด 6.5 ออนซ์ในช่วงปี 1950 กลายเป็นขนาดปกติที่ 20 ออนซ์ในช่วงปี 1990 เด็กเล็กและเด็กวัยรุ่นไม่ได้เป็นกลุ่มเดียวที่มีความเสี่ยง การดื่ม น้ำอัดลม เป็นเวลานานจะมีผลสะสมต่อสารเคลือบฟัน ยิ่งมีอายุยาวนานมากขึ้น ยิ่งมีโอกาสเสี่ยงในการเกิดปัญหาในช่องปากได้ ควรจะทำอย่างไรดี เด็กเล็ก เด็กวัยรุ่น และผู้ใหญ่จะได้ประโยชน์จากการลดปริมาณการบริโภค น้ำอัดลม ลง นอกจากนั้นพวกเขายังได้ประโยชน์จากการดูแลรักษาสุขภาพช่องปากที่ดีอีกด้วย ขั้นตอนต่อไปนี้เป็นวิธีง่ายๆ ที่คุณสามารถทำได้ บริโภคเครื่องดื่มหลายๆ ประเภท ซื้อเครื่องๆดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาลน้อยๆเช่น น้ำเปล่า นม และน้ำผลไม้ 100% ไว้ในตู้เย็น ดื่มเครื่องดื่มเหล่านั้นแทน น้ำอัดลม และส่งเสริมให้ลูกๆ ของคุณดื่มเครื่องดื่มเหล่านี้ด้วย ล้างปากด้วยน้ำเปล่า หลังจากดื่ม น้ำอัดลม แล้ว ควรบ้วนปากด้วยน้ำเปล่าเพื่อขจัดสิ่งตกค้างจาก น้ำอัดลม ที่หากปล่อยทิ้งไว้จะสามารถทำให้สารเคลือบฟันกลายเป็นกรดได้ ใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ และใช้น้ำยาบ้วนปาก ฟลูออไรด์ช่วยป้องกันฟันผุ และทำให้สารเคลือบฟันมีความแข็งแรงมากขึ้น ดังนั้นคุณควรแปรงฟันด้วยยาสีฟันที่มีส่วนผสมของสารฟลูออไรด์ อย่างเช่น ยาสีฟันคอลเกตโททอล การบ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของสารฟลูออไรด์ก็สามารถช่วยป้องกันได้เช่นกัน ทันตแพทย์อาจแนะนำน้ำยาบ้วนปากที่มีขายตามเคาเตอร์ทั่วๆไป หรืออาจสั่งจ่ายยาที่มีความแรงมากกว่านี้ ขึ้นอยู่กบความร้ายแรงของอาการ ทันตแพทย์อาจจะสั่งจ่ายยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ที่เข็มข้มมากกว่าปกติ เข้ารับการรักษาด้วยฟลูออไรด์แบบมืออาชีพ ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขลักษณะช่องปากของคุณอาจจะใช้ฟลูออไรด์ในรูปแบบที่เป็นโฟม เจล หรือ น้ำยาบ้วนปากก็ได้ น้ำอัดลม เป็นสิ่งที่เลวร้ายต่อฟันของคุณ แต่คุณก็สามารถที่จะลดผลกระทบของ น้ำอัดลม และมีสุขภาพช่องปากที่ดีได้ ด้วยการลดการดื่ม น้ำอัดลม ลง รักษาสุขภาพช่องปากอย่างถูกวิธี และรับคำแนะนำและการรักษาจากทันตแพทย์ และผู้เชี่ยวชาญทางสุขลักษณะ ขอบคุณที่มาจาก : www.colgate.co.th

สวนไดโนเสาร์ กลับมาให้บริการอีกครั้ง ในตัวอย่างแรกจาก Jurassic World
3D /  Dinosaurs / 

ตำนานได้กลับมาคืนชีพแล้ว หลังจากที่โปรเจกต์นี้ต้องรออยู่นานหลายปี สำหรับ Jurassic World หนังภาคต่อสุดยิ่งใหญ่ของ Jurassic Park ที่เรื่องนี้ถึงแม้คุณลุง สปีลเบิร์ก จะกำกับไม่ไหวแล้วเลยส่งไม้ต่อให้กับผกก.อินดี้หน้าใหม่อย่าง โคลิน เทรโวโล่ แต่ลุงเขาก็ยังมานั่งแท่นเป็น โปรดิวเซอร์ อยู่ดี ซึ่งตอนนี้ตัวอย่างแรกก็ได้เผยโฉมออกมาให้เราได้ชมกันแล้ว หนังเน้นกลิ่นไอ และ อารมณ์แบบภาคแรกที่เราได้ตื่นตากับเหล่า ไดโนเสาร์ และสวน จูราสสิค พาร์ก ซึ่งดูแล้วมีหลายฉากที่ทำขึ้นมาเพื่อเคารพของเก่ามากพอสมควรเลยทีเดียวครับ โดยภาคนี้หนังเปลี่ยนจาก แซม นีล มาเป็น คริส แพ็ตต์ พระเอกที่กำลังโด่งดังจาก Guardians of the Galaxy และนางเอกสาว ไบรส ดัลลัส ฮาวเวิร์ด จาก 50/50 ซึ่งจากตัวอย่างแล้วดูเหมือนว่า แพร็ตต์ จะสามารถควบคุมอารมณ์ตัวละคร และสร้างสีสันได้ดีทีเดียว หนังเป็นเรื่องราวการเปิดใหม่อีกครั้งของสวน จูราสสิค พาร์ค ที่ยังไม่วายมีกลุ่มนักวิทยาศาสตร์อยากทดลองดัดแปลงพันธุกรรมไดโนเสาร์ จนทำให้พวกเขาดันไปสร้างไดโนเสาร์ที่ร้ายกาจ และจะฆ่าทุกชีวิตที่ขวางหน้าขึ้นมาแทน หนังมีกำหนดฉายซัมเมอร์ปีหน้า ตอนนี้ชมตัวอย่างแรกเรียกน้ำย่อยกันไปก่อนครับ

10 ปีศาจในตำนานชาวไอริช โหดไม่แพ้ของกรีกเลยอ่ะ
10 อันดับ /  ตำนาน / 

บ่อยครั้งที่ทีนเอ็มไทยนำเสนอให้เพื่อนๆ รู้จักกับ ปีศาจหรือสัตว์ในตำนานกรีก, ญี่ปุ่น, จีน ซึ่งเราก็พอจะรู้จักกันมาเยอะพอสมควรแล้ว เช่นองค์เทพ, เมดูซ่า, มังกร เป็นต้น แต่วันนี้เราจะมาพูดถึง ปีศาจในตำนานของชาวไอริชหรือชาวเซลติค ที่เขาพูดถึงสืบต่อกันมาดูบ้าง ขอบอกเลยว่ารูปร่างหน้าตาแปลกสุดๆ แถมร้ายกาจไม่แพ้ของชาติอื่นๆ เลย ^^ 10 ปีศาจในตำนานชาวไอริช โหดไม่แพ้ของกรีกเลยอ่ะ 10 ปีศาจในตำนานชาวไอริช โหดไม่แพ้ของกรีกเลยอ่ะ อันดับที่ 10 : Questing Beast  สัตว์ปีศาจตัวนี้มีชื่อว่า Questing Beast ซึ่งมีลักษณะเหมือนงู แต่ตามจริงแล้ว มันก็ไม่เชิงงูซะทีเดียว เพราะตัวมันมีสัตว์หลายชนิดประกอบรวมร่างกัน คือ มีหัวเป็นงู ตัวเป็นเสือดาว ตูดเป็นสิงโต กีบเท้าเป็นกวาง แถมเสียงร้องของมันดังพอๆกับหมา 30 ตัวเห่า! OMG แต่ปีศาจตัวนี้ค่อนข้างซวยกว่าปีศาจตัวอื่น เพราะว่ามันถูกอัศวินตามล่าตลอดหลังจากได้ยินข่าวเกี่ยวกับมันแพร่สะพัดออกไป นอกจากนี้ เจ้าตัว Questing Beast ไม่ได้มีอยู่แค่ในตำนานเซลติคเท่านั้น แต่ยังไปโผล่ในเรื่องราวของกษัตริย์อาเธอร์อีกด้วย  อันดับที่ 9 : Leanan Sidhe เธอคือ แวมไพร์ไฮโซ Leanan Sidhe เป็นทั้งเทพทางด้านบทกวีและปีศาจในตัวเดียวกัน อีกทั้งยังถูกจัดเป็น 1 ในแวมไพร์อีกตัวหนึ่งในตำนานของเซลติคอีกด้วย ซึ่งตามตำนานของนางนั้น เป็นหญิงที่มีความสวยงาม และจะมองหาคนรัก(เหยื่อนั่นแหละ) ที่เป็นนักดนตรีหรือนักกวีโดยเฉพาะ! โดยในช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันนั้น เธอก็จะแชร์ความรู้ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น บทเพลง กวี หรือเวทมนต์ ซึ่งนั่นก็จะทำให้คนรักของเธอค่อยๆ รักหลงจนโงหัวไม่ขึ้น และเมื่อถึงเวลา Leanan Sidhe ก็จะจากคนรักไป ปล่อยให้คนรักค่อยๆ ทรมาน หมดกำลังใจ สิ้นหวังไปเรื่อยๆ จนตรอมใจตาย นางใจร้ายจัง >,< หลังจากนั้น เธอจะปรากฏตัวอีกครั้งก่อนจะนำร่างที่ไร้วิญญาณของคนรักไปยังที่ซ่อน แต่แทนที่เธอจะดูดเลือดจากเหยื่อแบบแวมไพร์ทั่วไป เธอกลับเอาเลือดของคนรักที่ตายนั้น เทลงใส่ในหม้อสีแดงขนาดใหญ่แล้วค่อยตักมาดื่ม (จะดื่มเลือดทั้งทียุ่งยากจัง) ซึ่งหม้อนี่เป็นแหล่งพลังงานหลักที่ทำให้เธอสวยเป๊ะ! และมีความสามารถทางด้านบทกวีตลอดเวลา ส่วนวิธีป้องกันนั้น ก่อนอื่นก็ต้องหาที่ซ่อนของ Leanan Sidhe ให้ได้ก่อน จากนั้นให้นำแผ่นหินมาปิดทางเข้าไว้ (แค่นี้กันนางได้แล้วหรอ?) อันดับที่ 8 : Caorthannachปีศาจเลื้อยคลานพ่นไฟแห่งเซลติค เรื่องราวของ Caorthannach เริ่มขึ้นในยุคสมัยของนักบุญแพทริก(St. Patrick) ซึ่งขณะนั้นเขาได้ขึ้นไปที่ยอดเขา Croagh Patrick เพื่อสวดขับไล่งูและปีศาจออกจากเกาะไอร์แลนด์ให้จมลงไปยังใต้ทะเล แต่ว่ามีปีศาจอยู่ตัวหนึ่งชื่อว่า Caorthannach ซึ่งมีลักษณะเหมือนงูขนาดใหญ่สามารถพ่นไฟได้ กำลังเลื้อยหนีลงไปจากภูเขา นักบุญแพทริกก็ดันไปเห็นพอดี พร้อมกับไล่ตาม Caorthannach ไปด้วยม้าที่เร็วที่สุดบนเกาะไอร์แลนด์ ซึ่งการไล่ล่านี้กินเวลานานพอสมควร Caorthannach รู้ว่า นักบุญแพทริกจะต้องกระหายน้ำแน่ๆ จึงได้ทำการพ่นไฟและคายพิษลงในทุกๆบ่อน้ำที่เลื้อยผ่าน แต่ทางนักบุญแพทริกก็เหมือนจะรู้ทัน เลยไม่ยอมดื่มน้ำซักหยด พร้อมกับสวดมนต์อ้อนวอนขอคำแนะนำจากพระเจ้า และแล้วการไล่ล่าก็มาถึงตอนจบ นักบุญแพทริกได้มาดักรอ Caorthannach ที่เนินหิน Hawks Rock และเมื่อ Caorthannach มาถึง นักบุญแพทริกก็ออกจากที่ซ่อนพร้อมกับสวดขับไล่เพียงคำพูดเดียว Caorthannach ก็หนีจากเกาะไอร์แลนด์ก่อนจะจมน้ำตายลงในทะเล อันดับที่ 7 : Kelpie ม้าน้ำปีศาจ  เคลพีเป็นปีศาจจำพวกพรายน้ำในนิทานพื้นบ้านของสกอตแลนด์ มีลักษณะเป็นม้าสีขาวหรือกึ่งคนกึ่งม้า มีลักษณะคล้ายคลึงกับเซนทอร์, ลิมนาเดส และสคิลลา ในเทพปกรณัมกรีก และม้าบ้อง สิงสถิตย์อยู่ยังแม่น้ำ, ทะเลสาบหรือ หนองน้ำ แหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ เคลพี ยังมีชื่อเรียกอื่น ๆ ตามท้องถิ่นต่าง ๆ เช่น นักเกิล (Nuggle) ชูพิลที (Shoopiltee) โยเกิล (Njogel) แทงกี (Tangi) ในตำนานสแกนดิเนเวียเรียกว่า Bäckahästen (แปลว่า ม้าลำธาร) ในนอร์เวย์เรียก nøkken (หมายถึง พรายน้ำ) ลักษณะผิวจะเรียบแต่เย็นเหมือนผิวคนตายหากได้สัมผัส เคลพี จะล่อลวงคนที่หยุดพักที่ริมน้ำที่มันอาศัยอยู่ ขณะที่หยุดพักดื่มน้ำ มันจะปรากฏตัวเป็นม้าสีขาวที่สงบเสงี่ยม แต่เมื่อขึ้นขี่หลังมัน มันจะพาดำดิ่งสู่ก้นน้ำทันที จนบุคคลนั้นจมน้ำตาย ซึ่งเคลพีจะกินซากศพจนเหลือเพียงหัวใจหรือตับไว้ บางครั้ง นอกจาก Kelpie จะแปลงเป็นม้าแล้ว มันยังสามารถแปลงเป็นหนุ่มหล่อหรือหญิงสาวแสนสวยเพื่อล่อเหยื่อให้มาติดกับได้ด้วย! มีเรื่องของเคลพีที่แปลงร่างเป็นมนุษย์เพื่อแต่งงานกับหญิงสาว ก็มี ส่วนวิธีดูว่าเป็น Kelpie แปลงมาหรือไม่ ให้ดูที่หัว หากบนหัวมีสาหร่ายปกคลุมอยู่ นั่นก็หมายความว่าเป็น Kelpie แน่นอน แต่วิธีนี้ ใช้ดูได้เฉพาะเวลาที่ Kelpie แปลงเป็นผู้ชายเท่านั้น ส่วนถ้าแปลงเป็นผู้หญิง ก็วัดตามความซวยแล้วกันนะคะ >,< มีนิทานของชาวสก๊อต กล่าวถึงเรื่องของเจ้าปีศาจม้าน้ำนี้เหมือนกัน เรื่องมีอยู่ว่า มีเด็ก 9 คนถูก Kelpie ล่อให้ขี่ไปบนหลัง (ขี่กันยังไงฟระตั้ง 9 คน) เหลือเด็กคนที่ 10 เท่านั้นที่กำลังวิ่งหนี ขณะที่เจ้าม้าน้ำกำลังวิ่งไล่กวด เด็กคนที่ 10 ก็ใช้หมัดต่อยสวนไปที่จมูก แต่ดันลืมไปว่าผิวม้าน้ำปีศาจนั้นเหนียวอย่างกับกาวตราช้างทำให้ดึงมือออกไม่ได้ เด็กคนนี้เลยตัดสินใจควักมีดออกมาตัดมือของตัวเองที่ติดอยู่กับม้าน้ำปีศาจ และหนีออกมาได้ ส่วนเด็ก 9 คนที่เหลือก็ถูกพาลงไปใต้น้ำพร้อมกับ Kelpie อันดับที่ 6 :  Carman ราชินีจอมเวทย์มนต์ดำ Carman เป็นเทพนักรบหญิงของเซลติคและเป็นคนที่ใช้เวทมนต์ดำในการเข้ารุกรานแผ่นดินไอร์แลนด์ในยุคของมนุษย์ พร้อมกับลูกๆทั้ง 3 คน ได้แก่ "Dub (ความมืด)", "Dother (ปีศาจ)" และ "Dian (ความรุนแรง)" Carman ได้ใช้เวทมนต์ดำของเธอทำลายพืชไร่ต่างๆ รวมถึงสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่ขวางทางเธอและลูกๆ แต่แล้วก็มีผู้กล้าทั้ง 4 ได้ต่อกรกับ Carman และลูกๆทั้ง 3 ซึ่งมี Crichinbel, Lugh, B Chuille และ Aoi การต่อสู้ครั้งนี้ ลูกๆทั้ง 3 ถูกขับไล่ออกไปจากเกาะไอร์แลนด์ ส่วน Carman ถูกจับขังคุกก่อนจะตายภายในคุกนั่น ศพของ Carman ว่ากันว่า ถูกฝังไว้ที่เมือง Wexford ในกลุ่มของต้นไม้โอ๊ค ซึ่งขุดโดยกษัตริย์ Eochaid Bres และหลังจากฝั่งศพแล้ว ก็มีการเรียกชื่อหลุมศพนี้ว่า Carman ตามชื่อของเธอและต่อมาก็ได้มีการจัดเทศกาล Carman ในวันที่ 1 สิงหาคมของทุกปี อันดับที่ 5 : Sluagh วิญญาณคนบาปจากตะวันตก Sluagh เป็นดวงวิญญาณของคนที่ตายแล้วไม่ได้ไปสู่สุคติ ซึ่งดวงวิญญาณเหล่านี้ครั้งนึงในอดีตเคยทำบาปมหันต์เอาไว้ หรือเป็นดวงวิญญาณที่สุดเกินจะบรรยาย ถึงขนาดสวรรค์ไม่กล้าเปิดรับและนรกยังต้องถีบส่งขึ้นมา โดย Sluagh นี้จะบินรวมกลุ่มกันมาเหมือนฝูงนกมาจากทิศตะวันตก(ทิศคนตาย) และจะไม่ลงมาเหยียบบนพื้นเลย อีกทั้งยังส่งเสียงกรีดร้องเป็นระยะ โดยมีเป้าหมายก็คือ บ้านที่มีคนตาย ซึ่งเจ้า Sluagh จะพยายามเข้าไปในบ้านเพื่อเอาดวงวิญญาณไปอยู่ด้วย นั่นก็หมายความว่า ดวงวิญญาณนั้นจะไม่ได้ไปผุดไปเกิด บางบ้านก็จะปิดหน้าต่างทางทิศตะวันตกเอาไว้ เพื่อกันไม่ให้ Sluagh เข้ามา บ้างก็บอกว่า Sluagh ยังสามารถลักพาตัวคนบริสุทธิ์ดวงซวยได้ ก่อนจะนำวิญญาณคนที่จับมาได้ไปอยู่ด้วยกันตลอดกาล อันดับที่ 4 : Balor ราชาแห่งเหล่าปีศาจ Balor ในตำนานของเซลติคนั้น กล่าวไว้ว่า เป็นราชาของเหล่า Fomorian ซึ่งเป็นสายพันธุ์ยักษ์ (Fomorian ในภาษาไอริชจะมีความหมายตรงกับคำว่า demigod ซึ่งหมายถึง พวกกึ่งหรือมีพลังเกือบเทียบเท่าพระเจ้า) มีเมียชื่อว่า "Cethlenn" อาศัยอยู่บนเกาะ Tory (Tory island) มีดวงตาที่ด้านหน้า 1 ดวง และด้านหลังอีก 1 ดวง ทำให้สามารถมองได้เกือบรอบทิศและไม่มีใครสามารถลอบทำร้ายเค้าจากด้านหลังได้เลย อีกทั้งยังปล่อยแสงได้ด้วย ตามคำทำนายนั้นกล่าวไว้ว่า Balor จะถูกหลานชายตัวเองฆ่าตาย และเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงความซวยที่จะเกิดกับตัวเอง Balor ก็ได้เตรียมแผนการณ์เอาไว้ Balor ได้ทำการขัง "Ethlinn" ลูกสาวแท้ๆ ของตัวเองไว้ในหอคอยคริสตัลเพื่อกันไม่ให้ใครไปซั่มนางท้อง >,< แต่ยังไงก็ตาม ความกำหนัดก็ยังมีอยู่บนทั่วโลกโดยเฉพาะมนุษย์ เมื่อชายนามว่า "Cian" ได้ทำการลอบเข้าไปช่วยลูกสาวนาง Ethlinn ที่ถูกขังอยู่โดยมี "Birog"คอยให้ความช่วยเหลือ หลังจากซั่มกันแล้ว Ethlinn ก็ได้คลอดเด็กออกมา 3 คน แต่ Balor รู้เรื่องนี้เข้าก็เลยจับเด็กทั้ง 3 โยนในมหาสมุทร โชคยังดี มีเพียงหนึ่งคนเท่านั้นที่ Birog สามารถช่วยชีวิตไว้ได้ ก่อนจะนำไปให้ "Manannan mac Lir" ซึ่งเป็นมนุษย์รับเลี้ยงไว้ และได้ตั้งชื่อให้เด็กคนนี้ว่า "Lugh Lamhfada" หลังจาก Lugh โตขึ้นแล้ว ก็ได้นำมนุษย์เข้าต่อสู้กับเหล่า Fomorian ซึ่งมี Balor เป็นคนนำทัพในสงคราม Mag Tuired ครั้งที่ 2 และผลก็เป็นตามคำทำนายเอาไว้ Lugh ได้ใช้หนังสติ๊กยิงก้อนหินเข้าเบ้าตาข้างหน้าของ Balor ทะลุออกไปยังด้านหลัง ทำให้ Balor เสียชีวิตทันที (บางตำนานกล่าวไว้ว่า Lugh ใช้หอกแทงไปที่เข้าตา หรือ Lugh ตัดหัวของ Balor แล้วใช้ดวงตาที่ปล่อยแสงได้ใส่ไปยังพวก Fomorian) ในตำนานหนึ่งบอกไว้ว่า หลังจากที่ Balor ถูกฆ่าตายแล้ว ดวงตายังไม่ปิดสนิท ทำให้ปล่อยลำแสงลงพื้นไปเรื่อยๆ และด้วยอนุภาพของมัน ทำให้เกิดเป็นพื้นที่กว้างก่อนจะมีน้ำเข้ามาจนกลายเป็นทะเลสาปที่มีชื่อว่า "Loch na Sul" หรือ "ทะเลสาปแห่งดวงตา" ซึ่งอยู่ในประเทศ Sligo บนเกาะไอร์แลนด์ ส่วนพวก Fomorian ที่เหลือรอดจากสงครามก็ได้กลายเป็นปีศาจอาศัยอยู่ในทะเลพร้อมกับรอดักจับมนุษย์ที่หลงเข้ามาในบริเวณทะเลนั้นๆ อันดับที่ 3 : Banshee Banshee เป็นปีศาจอีกตัวหนึ่งที่น่ากลัวไม่แพ้ตัวอื่นในตำนานของชาวไอริช โดย Banshee นี้มีชื่ออื่นๆอีกมากมาย เช่น Banshee, Banshi, Benshee, เทพธิดา(a female fairy), สตรีแห่งความสงบ(Woman of Peace), สตรีแห่งความตาย(Lady of Death), ยมฑูต(the Angel of Death), สตรีชุดขาวแห่งความโศกเศร้า(the White Lady of Sorrow), ภูติแห่งอากาศ(the Nymph of the Air) หรือ วิญญาณแห่งอากาศ(the Spirit of the Air) Banshee ในความเชื่อของชาวไอริชเชื่อว่า เธอจะปรากฏกายในชุดสีเทาหรือไม่ก็สีขาว ผมยาวสีเทามีหวีสีเงินติดอยู่ โดยในตำนาน Banshee จะติดตามอยู่กับครอบครัวตระกูลเก่าแก่ของชาวไอริช ซึ่งจะรู้โดยจากการสังเกตที่นามสกุลของพวกเค้า หากหน้านามสกุลมีตัวโอ(O) หรือคำว่าแมค(Mac) แต่ Banshee จะตามคนในครอบครัวนี้แค่เฉพาะแผ่นดินไอร์แลนด์เท่านั้น หากคนออกไปนอกพื้นที่ไปยังประเทศอื่นก็จะไม่ตาม เพราะ Banshee รักแผ่นดินเกิดมาก นอกจากนี้ Banshee ยังสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท 1. Banshee ประเภทดี Banshee ประเภทนี้มีชื่อเรียกว่า Caspernia จะทำหน้าที่เฝ้าดูคนในครอบครัวอย่างใกล้ชิดและเป็นห่วง จนกระทั่งเมื่อคนๆหนึ่งในครอบครัวกำลังจะถึงวาระสุดท้าย เธอก็จะปรากฏในรูปลักษณ์ผู้หญิงวัยสาว ใบหน้าซีด ผมยาวสีทองหรือสีดำ พร้อมกับเสื้อผ้าสีขาว ก่อนจะร้องเพลงที่มีเนื้อหาโศกเศร้าเสียใจและแสดงถึงความรักต่อคนในครอบครัวที่กำลังจะเสียชีวิต 2. Banshee ประเภทร้าย Banshee อาฆาตนี้ ครั้งหนึ่งเคยเป็นคนธรรมดา แต่ว่าในช่วงระหว่างที่ยังมีชีวิต กลับเจอเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้ต้องเกลียดคนในครอบครัว และเมื่อหลังจากตายไป เธอก็กลายเป็น Banshee ก่อนจะมาเกาะติดกับครอบครัวที่มีความแค้น และเมื่อถึงวาระของคนในครอบครัวนั้นตาย Banshee ก็จะปรากฏตัวพร้อมใบหน้าที่บิดเบี้ยวและน่าเกลียดพร้อมกับส่งเสียงกรีดร้องอย่างสะใจเป็นเวลา 3 ครั้งที่ได้เห็นคนในครอบครัวนั้นตาย ปล. บางครั้งก็บอกว่า Banshee จับมือแท็กทีมกับ Dullahan เดินทางไปด้วยกันยามค่ำคืน โดย Banshee จะนั่งอยู่ในรถม้า ส่วน Dullahan ก็เป็นคนขับรถม้า อันดับที่ 2 : Dullahan ผีไร้หัว Dullahan ในตำนานของชาวไอริชกล่าวไว้ว่า เป็นชาย(หรือหญิงก็ได้) ในชุดสีดำ ไม่มีหัว ใช้มือซ้ายบังคับม้าเทียมโดยมีม้า 6 หรือ 8 ตัวไม่มีหัวคอยลากรถม้าที่ทำจากกระดูกคนตาย ส่วนหัวนั้นถูกมือข้างขวาคอยหิ้วเอาไว้ หรืออีกลักษณะนึงก็คือ เป็นร่างไร้หัวขี่ม้าสีดำตัวใหญ่ เช่นเดียวกันมือซ้ายจับบังเหียน ส่วนมือขวาก็หิ้วหัวตัวเอง ว่ากันว่า Dullahan นั้นเป็นเหมือนลางบอกเหตุของความตาย ซึ่งถ้า Dullahan ไปที่บ้านใครแล้ว บ้านนั้นจะต้องมีคนตาย แต่คนตายในที่นี้หมายถึง หมดอายุขัยจริงๆ ไม่ได้ไปฆ่าคนแต่อย่างใด ส่วนการเดินทางไปรับวิญญาณนั้น เค้าก็จะควบม้าภายในความมืด โดยมีหัวที่ส่องแสงสีเขียวเป็นเหมือนกับตะเกียงยามค่ำคืน ดวงตาก็กลอกกลับไปมา ราวกับมองหาทุกสิ่งที่อยู่ละแวกนั้น ลักษณะพิเศษของหัวยังไม่หมดแค่นี้! ดวงตาของ Dullahan นั้นสามารถมองข้ามไปยังอีกเขตของประเทศ ต่อให้เหยื่อหนีไปยังไงก็ตามหาเจออยู่ดี(มองการณ์ไกลจริงๆ) หรือถ้าบ้านไหนปกปิดว่าไม่มีคนที่ Dullahan ตามไปเก็บวิญญาณอยู่ Dullahan ก็สามารถรู้ได้โดยมองทะลุจิตใจของคนๆนั้นที่ปกปิดอยู่ได้ (หลอนเกิ๊นน) ส่วนอาวุธของ Dullahan นั้น เป็นแส้ที่ทำมาจากกระดูกสันหลังของคน >,< หากใครที่คิดแอบดู Dullahan ระหว่างทำภารกิจ ก็จะถูกแส้ฟาดเข้าที่ดวงตาทำให้ตาบอดไปข้างกันเลยทีเดียว หลายคนอาจสงสัยว่า เฮ้ย! แล้วเอ็งไม่คิดจะส่งเสียงหรือกรีดร้องแบบผีตัวอื่นรึไง Dullahan ไม่ได้ใบ้รับประทาน เขาพูดได้แต่จะพูดแค่ชื่อของคนตายกับบ้านของคนตายที่กำลังจะไปเท่านั้น อันดับที่ 1 : Dearg Due แวมไพร์สาวอาภัพรัก  Dearg Due แปลในความเข้าใจของชาวบ้านก็คือ "แวมไพร์ หรือ ผีดูดเลือด (red blood sucker)" ซึ่งเรื่องราวของ Dearg Due นี้มีที่มาจาก หญิงสาวชาวไอริชนามว่า "Orga" ตำนานกล่าวไว้ว่า Orga เป็นหญิงสาวที่มีความงดงามมาก ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ดวงตาเป็นประกาย ริมฝีปากสีแดง พร้อมกับผมสีทองที่ปลิวไสวยามต้องสายลม แน่นอนว่า เมื่อ Orga สวยแล้ว ย่อมมีชายหื่นจำนวนไม่น้อยที่หวังอยากได้เธอมาเป็นแฟน แต่ Orga นั้นไม่สนใจใครเลยจนไปตกหลุมรักชื่อ Grian เป็นคนยากจน คีบแตะช้างดาวไปไหนมาไหน ไม่มีอะไรเป็นพิเศษเลย แต่ด้วยความรักของบริสุทธิ์ของเค้าแล้ว ทำให้ Orga มองข้ามเรื่องฐานะไปเลย แต่ความรักของทั้งคู่ก็ต้องสะบั้นลง เมื่อพ่อของ Orga ไม่ให้เธอแต่งงานกับไอ้หนุ่มคนที่เธอรัก แต่จะยกให้เศรษฐีผู้มั่งคั่งเพื่อแลกกับที่ดินและทรัพย์สินจำนวนมากแทน และหลังจากผ่านการแต่งงานอันน่าขมขื่นไป Orga สาวน้อยผู้น่ารักก็ดวงตกทันที จากวันปกติที่เธอใช้เวลามีความสุขกับการตกปลาหรือวิ่งเล่นบนทุ่งหญ้า ก็กลายเป็นว่าเธอถูกสามีใหม่ผู้โหดร้ายกักขังเอาไว้อย่างโดดเดี่ยว แถมยังถูกซ้อมตบตีสารพัด Orga รู้สึกสิ้นหวังกับชีวิตภายในห้องขังมืดๆ กินอะไรก็ไม่ได้ นอนก็ไม่เคยจะหลับเต็มตื่น ไม่นานนักเธอก็ตัดสินใจฆ่าตัวตายโดยการดื่มยาพิษ (แต่บางแหล่งก็บอกว่า เธอตรอมใจตาย) ศพของเธอถูกฝังอย่างเรียบง่าย ไม่มีพิธีใหญ่โตอะไร และไม่มีใครเสียน้ำตาให้เธอเลย สามีจอมโฉดก็มีเมียใหม่ ส่วนพ่อสุดชั่วของเธอกับลูกพี่ลูกน้องก็ใช้ชีวิตหรูหราโดยลืมเรื่องราวของเธอไปซะสนิท มีแต่เพียงไอ้หนุ่มคนรักของเธอที่มาคร่ำครวญร้องไห้ที่หลุมศพทุกวันพร้อมกับภาวนาให้เธอฟื้นขึ้นมา และเหมือนคำขอนั้นจะเป็นจริง เวลาผ่านไปปีกว่าๆ ในคืนหนึ่ง Orga ก็ลุกขึ้นมาจากหลุมศพพร้อมกับความแค้นที่สะสมมานานนับปี ก่อนจะมุ่งตรงไปหาพ่ออันสุดที่รัก!!(กัดฟันพูด) เมื่อเห็นพ่อสุดที่รักนอนอยู่ เธอก็ค่อยๆ เอาริมฝีปากเข้าไปใกล้ๆ พร้อมกับดูดเอาพลังชีวิตมาจนหมด เธอเริ่มรู้สึกได้ถึงพลังในร่างกาย หลังจากจัดการพ่อไปแล้ว เธอก็รีบไปหาอดีตสามีสุดชั่วทันที อดีตสามีของ Orga กำลังกินตับกับสาววัยเอ๊าะๆ นางหนึ่งในห้องนอน โดยไม่ได้สนใจว่าอดีตเมียหลวงได้มาเยือนแล้ว ด้วยความแค้นที่สะสมมานาน Orga รีบบึ่งเข้าไปล็อคตัวเอาไว้พร้อมกับฝังเขี้ยวลงไปที่ซอกคอก่อนจะดูดเลือดมาจนหมด ณ วินาทีนั้นเอง ร่างกายของ Orga ก็กลับมาเป็นสาวอีกครั้ง ความคิดถึงคนรักเก่าพลันหายไปพร้อมกับความอยากกระหายเลือดสดๆ ที่เข้ามาแทน โดยทุกๆ 1 คืนในแต่ละปี Orga จะลุกจากหลุมศพขึ้นมาหาเหยื่อเพื่อเติมความสวยงามของเธอ ก่อนจะกลับลงไปยังหลุมอีกครั้งก่อนแสงอาทิตย์จะขึ้น ว่ากันว่า หลุมศพของ Orga ถูกฝังไว้ในเมือง Waterford ทางใต้ของประเทศไอร์แลนด์ ส่วนวิธีป้องกันไม่ให้ Dearg Due ลุกขึ้นมาจากหลุมศพได้ เค้าจะใช้หินมากองทับไว้ที่บนหลุมศพครับเพื่อไม่ให้เธอลุกขึ้นมาได้นั่นเอง .. เรียบเรียง teen.mthai.com ของคุณข้อมูล http://www.soccersuck.com/boards/topic/890127,irishcentral,kittythedreamer,wikipedia

หนังเข้าใหม่ พฤหัสที่ 27 พ.ย. จัดหนัก 8 เรื่อง!
1448 รักเรา..ของใคร /  Horns / 

สัปดาห์นี้ รับรองคอหนังได้เฮ! เพราะในวันพฤหัสที่ 27 พ.ย. นี้ มี หนังเข้าใหม่ เอาใจคุณผู้ชมจัดหนักถึง 8 เรื่อง จะมีเรื่องไหนโดนใจบ้างมาดูกัน Saint Laurent แซงต์ โลรองต์ แซงต์ โลรองต์ (กัสปาร์ อุลลิแอล) อัจฉริยะผู้เป็นดั่งศาสดาของวงการแฟชั่น เขาเติบโตมาในครอบครัวที่ร่ำรวย ถูกห้อมล้อมด้วยความรักจากแม่และพี่สาวของเขามาตั้งแต่เด็ก พออายุได้ 17 ปี ก็ชนะรางวัลในการแข่งขันการดีไซน์ระดับโลก อายุ 20 ก็เริ่มต้นทำงานกับ DIOR  อายุ 22 เขาสร้างคอลเลคชั่นใหม่ให้ดิออร์กลับมาเป็นแบรนด์ระดับโลกอีกครั้ง จนกระทั่งกลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกตอนอายุ 25 เมื่อเขาสร้างแบรนด์ อีฟ แซงต์ โรลองต์ ของตัวเอง หนังจะ จับช่วงชีวิตที่รุ่งเรืองที่สุด ดราม่าที่สุด โดยเฉพาะเรื่องความรัก  หนังตั้งใจจะตีแผ่เข้าไปถึงแก่นของความอ่อนไหวในใจ ของดีไซเนอร์อัจฉริยะ ผู้นี้ จนถึงขนาดกล้าท้าว่า คนดูจะได้เห็น แซงต์ โลรองต์ ในมุมที่เราคาดไม่ถึง คลิกชมตัวอย่างภาพยนตร์ Saint Laurent ได้ที่นี่เลย --------------------------- Horns คนมีเขา เงามัจจุราช ชายหนุ่มที่ชื่อ อิ๊ก เพอริช (แดเนียล แรดคลิฟฟ์) ที่ขึ้นมาพบว่าตัวเองตกเป็นผู้ต้องสงสัยใน­คดีฆ่าแฟนสาวของตัวเอง (จูโน่ เทมเปิ้ล) และไม่เพียงแค่นั้นเขายังมีเขาซาตานงอกอยู­่บนหัวอีกด้วยแต่สิ่งที่เป็น เหมือนกับคำสาปก็ก่อให้เกิด­พรสวรรค์ใหม่ เมื่อ อิ๊ก พบว่าตัวเองมีพลังพิเศษในการโน้มน้าวให้ทุ­กคนทำสิ่งที่เขาต้องการ และทำให้คนๆนั้นสารภาพบาปที่เคยทำออกมาได้­ เขาจึงใช้พลังที่ได้มาใหม่นี้ในการตามล่าห­าตัวคนที่ฆ่าแฟนให้จงได้ คลิกชมตัวอย่างภาพยนตร์ Horn ได้ที่นี่เลย ----------------------------- Jessabelle บ้านวิญญาณแตก เจสซาเบล (ซาร่าห์ สนุ๊ก) คือสาวผู้เคราะห์ร้ายที่ต้องสูญเสียสามีไปในอุบัติเหตุทางรถยนตร์ อย่างกระทันหัน เธอต้องหอบร่างและจิตใจที่บอบช้ำกลับไปอยู่อาศัยและพักรักษาตัวที่แมนชั่น หลังเก่าร่วมกับพ่อ แต่แทนที่จะได้ดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่ายและสงบสุข เจสซาเบลกลับต้องเผชิญหน้ากับบางสิ่งบางอย่างลี้ลับ สิ่งนั้นคือของขวัญที่แม่ผู้ที่ตายจากไปทิ้งไว้ให้ ของขวัญแห่งความปรารถนาร้ายที่เตรียมพร้อมอาฆาตและรอคอยที่จะหลอกหลอนเธอ อย่างสะพรึง! คลิกชมตัวอย่างภาพยนตร์ Jessabelle ได้ที่นี่เลย -------------------------   The Return ผีทวงคืน - กรุงเทพ/ไทย คอนโดแห่งนี้มีข่าวลือว่าแม่บ้านชาวลาวกับยามหายตัวไปลึกลับ แต่หนุ่มวัยรุ่นติดหนี้พนัน (ศิรชัช เจียรถาวร) ก็จำต้องแฝงตัวเข้ามาทำงานเพื่อหวังขโมยของ ทว่าเสียงเล่าลือนั้นท่าจะเป็นจริง เมื่อเขาเจอวิญญานตามหลอกหลอน - เสียมเรียบ/กัมพูชา ตำรวจไทย (อรรคพันธ์ นะมาตร์) พลั้งมือฆ่าแรงงานพม่าอย่างไม่ตั้งใจ จึงหนีไปซ่อนตัวในโรงแรมเล็กๆ เขาเจอเรื่องหลอนๆ เหมือนมีใครตามอยู่ตลอด อาจจะมีอะไรผิดปกติในที่แห่งนี้ หรืออาจมาจากความรู้สึกผิดที่ตามมากดดันจนเขาเริ่มจะคุ้มคลั่ง - เวียงจันทน์ /ลาว พี่สาวของแรงงานชาวลาว (คำลี่ พิลาวง) มารับศพน้องที่เสียชีวิตในเมืองไทย เมื่อกลับถึงบ้านก็พบว่าแม่ช็อคหมดสติ และเริ่มมีอาการเหมือนโดนผีสิง ที่ท่าขี้เหล็ก/เมียนม่าร์ เมียที่อยู่บ้าน ติดต่อสามีที่มาทำงานในไทยไม่ได้ แล้วกลับพบว่ามีสิ่งลึกลับกำลังสื่อสารกับเธอ ต่างคน ต่างเมือง จุดเริ่มต้นจากคดีฆาตกรรมอำพราง ไปสู่จุดจบด้วยวิญญาณอาฆาตแค้น คลิกชมตัวอย่างาพยนตร์ The Return ผีทวงคืน ได้ที่นี่เลย --------------------------- 1448 รักเรา..ของใคร ณ ถนนคนเดิน ที่ปาย แหล่งฮิปของวัยรุ่นยุคใหม่ แพท (บัว อิสซาเบล่า เลเต้) กำลังถ่ายภาพผู้คนที่เดินไปมาบนถนน จู่ๆ ในเฟรมกล้องของเธอก็ปรากฏภาพของ พิม (สายป่าน อภิญญา สกุลเจริญสุข) ผู้หญิงที่เธอตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น แพทเริ่มทำความรู้จักพิมในชมรมของมหาวิทยาลัย และสนิทสนมใกล้ชิดกันมากขึ้นในทุกๆ วัน หากแต่แพทกลับต้องเก็บความรู้สึกนั้นไว้ เพราะพิมกำลังคบกับ น้ำ (บุ๊ค ภูดิท ขุนชนะสงคราม) รุ่นพี่หนุ่มหล่อในมหาวิทยาลัย ขณะที่ความรู้สึกลึกๆ ของพิม กำลังร้องบอกว่าน้ำไม่ใช่สำหรับเธอ พิมจึงตัดสินใจเลิกกับน้ำ ก่อนที่เธอจะค้นพบคำตอบของหัวใจว่า ไม่มีใครทำให้เธอมีความสุขได้เท่ากับแพทอีกแล้ว เธอจึงตัดสินใจเดินทางไปหาแพทที่ปายและเริ่มคบหากันในแบบคนรัก ไปพร้อมๆ กับช่วยกันดูแลร้านกาแฟที่แพทเป็นเจ้าของ โดยมี เฟียตเฟ่ (เฟียต พัทธดนย์ จันทร์เงิน) ลูกจ้างหนุ่มสุดขยันที่เข้าใจความรักของพวกเธอเป็นอย่างดีมาช่วยดูแลร้าน จนในที่สุด ทั้งสองตัดสินใจที่จะแต่งงานกัน ทว่าความรักอันงดงามในความรู้สึกของพวกเธอ กลับไม่สวยงามในโลกความจริง โดยเฉพาะพ่อของแพทที่ต่อต้านและรับไม่ได้กับความรักระหว่างผู้หญิงกับผู้หญิงเช่นนี้ คลิกชมตัวอย่างภาพยนตร์ 1448 รักเรา..ของใคร ได้ที่นี่เลย ---------------------------- สัญญาแห่งคิมหันต์ เรื่องราวความรักและความผูกพัน ระหว่าง"ตั้ม" กับ "คิมหันต์" ที่ก่อตัวขึ้นบนเกาะแห่งหนึ่ง ท่ามกลางความเหงาอันโดดเดี่ยวริมผืนน้ำทะเลที่ใครหลายคนพากันมาทิ้งความ ทุกข์เอาไว้เเล้วเดินจากไปในวันที่ความทุกข์จากรักนั้นเจือจางลง…”ตั้ม”เด็ก หนุ่มผู้ปิดตัวเองจากครอบครัวที่ดูเหมือนจะเพียบพร้อมไปทุกด้านแต่ในความ เป็นจริงบ้านสำหรับเขาคือกรงเเคบๆที่เต็มไปด้วยความอึดอัดที่ตั้มพร้อมจะ เดินจากไปทันทีเมื่อมีโอกาส จนกระทั่งมาพบกับเด็กหนุ่ม เจ้าของรอยยิ้มสดใสเเววตาเปี่ยมไปด้วยความหวังอย่าง คิมหันต์ โลกใบเเคบๆของตั้มค่อยๆเปิดกว้างออกทีละนิด จนเขามองเห็นความสุขเล็กๆที่เรียกว่ามิตรภาพ จากเด็กหนุ่มแปลกหน้า ที่เขาเปิดรับให้เป็นเพื่อนรักคนเเรกในชีวิตเเละนับจากวันนั้นโลกของตั้มกับ คิมหันต์จึงเต็มไปด้วยรอยยิ้มเเละความสุข จนกระทั่งการจากลามาถึง การตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิตของเขาทั้งสองคน จะลงเอยอย่างไร จริงหรือที่คำสัญญาผูกเราเอาไว้เเล้วทำให้เราพบกันอีกครั้ง คลิกชมตัวอย่างภาพยนตร์ สัญญาแห่งคิมหันต์ ได้ที่นี่เลย -------------------------------- The Master ภาพยนตร์สารคดี ที่จะทำให้คุณไปรู้ถึงที่มาที่ไปของ แว่นวีดีโอ และเรื่องราวของพี่แว่นที่ส่งผลต่อการทำหนัง และ การเขียนวิจารณ์ของเหล่าคนในวงการภาพยนตร์ไทยอย่างไรบ้าง โดยผู้กำกับ เต๋อ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ (ฉายเฉพาะที่โรงภาพยนตร์ House RCA เท่านั้น) คลิกชมตัวอย่างภาพยนตร์ The Master ได้ที่นี่เลย ------------------------------   Sur-Real เกมส์พลิก/โชคชะตาเล่นตลก/รักตาลปัตร Sur-Real ประกอบไปด้วยหนังสั้น 3 เรื่อง อันได้แก่ เหยื่อ หนังแอ็คชั่นสไตล์ฟิล์มนัวร์ ว่าด้วยตำรวจ ที่อยากรวยจากการค้ายา และจับกุมคนร้าย จึงคิดแผนชวนอดีตโจรมาเอี่ยวด้วย แต่เรื่องมันไม่ง่ายเช่นนั้น / ความรักทำให้ฝรั่งตาบอด ว่าด้วย หนุ่มไทยสุดมึน กับเพื่อนกะเทยสวยสด ที่ต้องปิดบังแฟนฝรั่ง ว่าตัวเองไม่ใช่ผู้หญิงแท้ๆ / ใต้ดิน ว่าด้วยมนุษย์เงินเดือน สุดซวย ที่ต้องเจอมรสุมรุมเร้า ทั้งแฟนมีชู้ เจอโรคจิต โดนตามยิง ฯลฯ ซึ่งตัวละครต้องแร็พเป็นมิวสิคัลทั้งเรื่อง??!! (ฉายเฉพาะที่เมเจอร์รัช โยธิน, เอสพลานาดรัชดา, เซ็นทรัล เวิลด์ และลิโด้ สำหรับผู้ชมชาวเชียงใหม่ เตรียมเจอกันได้ที่เมญ่า และเมเจอร์เซนทรัลเฟสติวัลเชียงใหม่) คลิกชมตัวอย่างภาพยนตร์ Sur-Real ได้ที่นี่เลย ------------------------------