ผู้จัดการ

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

ยังไงกันแน่!! เอ ศุภชัย บอก ณเดชน์-ญาญ่า แค่พี่น้อง จะเปลี่ยนสถานะตอนไหนต้องบอกก่อน!!
เอ ศุภชัย /  ณเดชน์ ญาญ่า / 

  อลังการสมการรอคอยกับฝีมือของผู้จัดมือทอง อย่าง เอ ศุภชัย ที่ได้จัดกิจกรรมแสดงผลงานของนักศึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพ โดยแฟชั่นโชว์ชุด Await Fashion Show by A Supachai ที่เจ้าตัวปลาบปลื้มใจในผลงานของลูกศิษย์เป็นอย่างมาก ไม่เพียงแค่นั้น ยังทำให้หลายคนสงสัยอีกจนได้ว่ายังไงกันแน่ เพราะเมื่อไม่นานนี้เองที่สาว ญาญ่า อุรัสยา เผยว่าเรียก ณเดชน์ ว่าแฟนได้ แต่ทำไมผู้จัดการมือทองอย่าง เอ ศุภชัย ยังยืนยันสถานะของทั้งคู่ว่าเป็นแค่พี่น้องกันเท่านั้น งานนี้มีเรื่องให้ตามต่อกันรัวๆ เลยจ้า งานวันนี้เป็นยังไงบ้าง เหนื่อยไหม   "เหนื่อยหรือไม่เหนื่อยก็ขึ้นอยู่กับลูกศิษย์ ถ้าเขาตั้งใจทำงาน งานออกมาแล้วทุกคนชอบ รู้สึกว่านั่นคือความสำเร็จของพี่เอ เพราะว่าอยากให้อาชีพกับคน อยากให้เด็กรุ่นใหม่ได้ทำงานในประสบการณ์จริงของตัวเอง ไม่ใช่อ่านแต่ในหนังสือ จบไปก็ทำไม่เป็นทำไม่ได้ ความสำเร็จของพี่เอคือลูกศิษย์ทำงานเป็น ทำได้ด้วยตัวเอง งานนี้ก็ภูมิใจมาก น้ำตาจะไหล" เห็นว่างานนี้ลงทุนไป 4 ล้านเลย   "ใช่ อาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ รวมแล้วทุกอย่าง แต่มันก็เป็นโอกาสที่เราจะได้ทำ ทางมหาลัยก็มาจ้างเราให้เป็นอาจารย์พิเศษ สอน 3 ชม. 650 บาท ซึ่งก็ไม่เคยคิดถึงเรื่องเงินที่เราได้รับด้วยซ้ำ แต่เรารู้สึกว่าเมื่อตัดสินใจมาทำแล้ว เราก็ต้องทำให้เต็มที่ บอกลูกศิษย์ว่าให้เขียนอาชีพที่อยากทำมา เขียนมาเป็นร้อย แต่ก็ตัดให้เหลือ 7 อาชีพ แล้วก็คิดโจทย์ว่าจะทำยังไงให้เด็กได้ทำ 7อาชีพที่เขาเขียน ก็เลยคิดเป็นออแกไนซ์ขึ้นมา ก็เลยเป็นแฟชั่นโชว์ในครั้งนี้ ลูกศิษย์ก็สามารถทำได้ทุกอย่าง ทั้งตัดต่อ ตัดเสื้อผ้า อาหาร ติดต่อประสานงาน ทุกอย่างได้หมดเลย แล้วก็มีรางวัลให้ลูกศิษย์ต่อ แค่ให้ตั้งใจเรียนแล้วก็ทำงาน มีคนเขียนว่าจะเปิดบริษัททัวร์ก็จะให้ไปเที่ยวกับพี่เออีก 7 วัน" เรียกได้ว่าเรียนกับพี่เอคุ้มเลย   "ก็ว่าจะสอนแค่เทอมนี้เทอมเดียวเท่านั้นแหละ (หัวเราะ) หมดตัวแล้ว เดี๋ยวไปขายส้มตำต่อ" เป็นอาจารย์พิเศษแล้วจะสอนที่นี่ประจำเลยไหม   "ก็พร้อมที่จะสอนทุกมหาลัยเลย พร้อมที่จะเป็นวิทยาทาน ถ้าสิ่งที่เราทำมันเป็นประโยชน์ต่อคนอื่น เป็นอาจารก็เหนื่อยนะ สอนเต็มเวลา ยิ่งสอนวิชานี้ก็เจอกันอาทิตย์นึงก็ปาไป 5 วันแล้ว เพราะเวลาไม่พอ" ถามเรื่องล่าสุดที่ ญาญ่า อนุญาตให้นักข่าวใช้คำว่าแฟนกับ ณเดชน์ ได้แล้ว   "ด้วยความรู้สึกของพี่คิดว่าภาษาไทยของน้องไม่ค่อยแข็งแรงหรือเปล่า บางทีถามไปถามมาน้องก็อะไรก็ได้ ด้วยใจจริงของน้องทั้งสองนี่เป็นพี่น้องกัน ไม่ใช่ว่าไม่อยากให้ใช้คำว่าแฟน จริงๆ ก็แล้วแต่คนทั้งสอง แต่บางทีก็สงสารน้องญาญ่า ภาษาไทยของเขาไม่แข็งแรง แต่เขาก็รู้เรื่องนะ เหมือนนักข่าวก็ถาม ญาญ่าก็น่ารักอยากตอบเร็วๆ บางทีคำถามก็อาจจะยังไม่เคลียร์ในความรู้สึกของตัวเอง ถ้าเขาเป็นแฟนกันจริงๆ เขาน่าจะมาบอกพี่เอแล้ว แต่นี่ยังไม่เห็นบอกอะไรเลย หลังจากมีข่าวก็ยังไม่ได้คุยกับน้องเลย เขาทั้งสองก็น่ารัก คบกันก็อยู่ในสายตาผู้ใหญ่ คบกันในที่นี่คือเป็นพี่น้อง" จะผิดกฎบ้านพี่เอไหม   "ไม่เลย ตอนนี้ก็ปล่อยวางหลายเรื่องแล้ว ถ้าคนไหนที่เห็นว่าเขาเป็นผู้ใหญ่พอก็รู้สึกว่ามันใช่ หมายถึงภาพรวมนะ ไม่ใช่น้องทั้งสอง แต่ตอนนี้ทั้งสองที่ชัวร์คือเป็นพี่น้องกัน ดูปากนะ พี่น้องกัน (หัวเราะ) แต่ถ้าเขาเปลี่ยนสถานะ อันนั้นก็ขอให้เปลี่ยนก่อนค่อยมาบอกพี่เอ ตอนนี้ก็ให้สถานภาพเป็นพี่น้องไปก่อน เดี๋ยวถ้าเขาเปลี่ยนเมื่อไหร่พี่เอจะบอกพี่ๆ น้องข่าวทุกคนเอง ทุกอย่างผ่านหมดเลย ก็แล้วแต่ความคิดของคนทั้งสอง ให้เกียรติความรู้สึกของทุกคน" ได้ถามณเดชน์อีกไหมว่าจะใช้คำว่าแฟนหรือเปล่า   "ที่คุยกับแม่แก้วก็เป็นพี่น้องกัน" เอ ศุภชัย เอ ศุภชัย เอ ศุภชัย เอ ศุภชัย ณเดชน์ ญาญ่า

แซ่บ!! ดีเจเอกกี้ ตอกกลับคนแจกสตรอว์เบอร์รี่ ให้กินปลาเพิ่ม เมินออแกไนซ์ไม่จ้างไม่เป็นไร ไม่ร้อนเงิน!
รายการบันเทิงพลาซ่า /  ดีเจเอกกี้ / 

  ยังคงเป็นดราม่าร้อนแรงไม่หยุดสำหรับพระนางอดีตคู่จิ้น เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา กับ ฌอห์ณ จินดาโชติ หลังจากที่ต่างฝ่ายต่างชี้แจงถึงเหตุผลที่ไม่ร่วมงานกัน แถมด้านออแกไนซ์ได้เข้ามาแฉว่า ฌอห์ณ เป็นฝ่ายไม่อยากร่วมงานกับ เอสเธอร์ และยังมางานสายอีกต่างหาก ร้อนถึง ดีเจเอกกี้ เอกชัย ซึ่งทำหน้าที่พิธีกรในงานดังกล่าวถึงกับทนไม่ไหวได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงพร้อมกับปกป้อง ฌอห์ณ แต่เรื่องไม่จบลงง่ายๆ เพราะฝ่ายออแกไนซ์ได้ออกมาแจงอีกรอบว่าการที่ ฌอห์ณ มาพร้อมกับพิธีกรก็ไม่ได้แปลว่าไม่ได้มาสาย ด้าน ดีเจเอกกี้ ก็เลยตอกกลับไปชุดใหญ่ผ่านรายการบันเทิงพลาซ่า ในเชิงว่าถ้าผิดจริงก็อย่าแถ แต่ถ้าแถก็ถือว่าสตรอว์เบอร์รี่!!   ล่าสุด ดีเจเอกกี้ ได้มาร่วมงาน The Cleo 50 Most Eligible Bachelors นิตยสารคลีโอ ที่โรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ ได้ชี้แจงถึงประเด็นดราม่า เอสเธอร์-ฌอห์ณ อย่างหมดเปลือก พร้อมกับตอกกลับอย่างแซ่บถึงใจไม่จ้างก็ไม่เป็นไร ตนไม่ได้ร้อนเงิน   "ก็อย่างที่บอกแหละว่าด้วยความที่เราตั้งใจ คือเราเห็นข่าวและเห็นข้อความต่างๆ ที่มันไม่เป็นความจริง เราก็อยากออกมาบอกว่าความจริงมันเกิดอะไรขึ้น ในส่วนที่พี่เอกกี้รู้เท่านั้นแต่ส่วนที่เราไม่ทราบ เราก็จะไม่พูด"   "คือก่อนหน้านี้เราทำงานอยู่ที่พัทยาในวันอาทิตย์ ทางผู้จัดการของฌอห์ณ ที่ชื่อ 'แจง' ก็โทรมาบอกว่าพี่เอกกี้แย่แล้ว ทางออแกไนซ์เขาโพสต์ข้อความพูดถึงฌอห์ณ เราก็บอกว่าแป๊บนึงเราทำงานอยู่ ซึ่งพอเสร็จงานเราก็เข้าไปอ่านข้อความที่เขาโพสต์ เราก็เห็นหลายข้อความโดยเฉพาะข้อความที่บอกว่าฌอห์ณมาสาย ไม่มีระเบียบวินัย คือเหมือนฌอห์ณโชคดีทำบุญมาเยอะที่มาเจอกับพี่พอดี เลยเข้าไปรับบรีฟงานด้วยกัน ตอนบ่ายโมงนิดๆ ซึ่งเราจะขึ้นเวทีตอนบ่าย2 แต่ฌอห์ณกับพี่มาบ่ายโมงนิดๆ คือไม่สาย นักข่าวก็อยู่วันนั้นเพราะถ้าสายงานก็ต้องเลื่อน เวลาออนสเตจมันบ่าย3โมง แต่คือมันมีตรงนี้ว่า ถ้าคุณจะนัดเซเลปมาก่อนพิธีกรหมายความว่าฌอห์ณต้องมีโชว์บนเวที แบบต้องมาเดินแบบ แต่วันนั้นฌอห์ณมีแค่สัมภาษณ์กับพี่เอกกี้เท่านั้น เพราะฉะนั้นมาก่อน 1 ชม. ก็ได้ไม่สาย"   "คุณจะนัดเขา 11โมง มาเปิดเวทีหรือคะ(หัวเราะ)"   "ไม่มีครับ ในสคริปก็ไม่มีชื่อของน้องเอสเธอร์ คือเราไม่ได้อยู่ทีมใครนะ เราก็รักเอสเธอร์รักทุกคน แต่ที่เราออกมาคือเราออกมาพูดความจริง เพราะเราเจอฌอห์ณพอดี"   "เราเล่าในรายการบันเทิงพลาซ่า ของเราไปว่าในวันนั้นพอเราบรีฟสคริปกับทีมงานเสร็จเรียบร้อย ทางเจ้าของออแกไนซ์วันนั้น เขาก็เดินเข้ามา แล้วก็มาบรีฟกับผู้จัดการ 'แจง' และฌอห์ณ ซึ่งเราก็นั่งอยู่ตรงนั้น เขามาพูดบอกว่าเดี๋ยวโชว์ต้องขึ้นฟินาเล่เดินแบบบนเวที แล้วเดี๋ยวจะมี จ๊ะจ๋า พริมรตา ถือเค้กขึ้นเวทีมาให้ฌอห์ณเป่า ซึ่งซีเคว้นตรงนี้พอฌอห์ณกับผู้จัดการได้ยินก็มองหน้ากับ แจงก็เลยบอกกับทางออแกไนซ์ว่า ซีเคว้นตรงนี้ไม่มีตอนที่ดิวงานมาเพราะที่ดิวงานมาคือสัมภาษณ์บนเวทีและถ่ายรูปกับผู้บริหาร รวมถึงสัมภาษณ์กับสื่อมวลชน แค่สามอย่าง แต่มีซีเคว้นนั้นมาเพิ่มก่อนงานเริ่มเพียง 15นาที ทางเซเลปเขาก็มีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธถูกไหม ทางผู้จัดการแจงเลยบอกว่าขอโทษจริงๆ ทางน้องไม่พร้อม ขอทำแค่ในส่วนที่ดิวมา เท่านั้นแหละเขาก็ทำหน้านิ่งๆ และเดินออกไป หลังจากนั้นก็มีโปรดิวซ์เซอร์มาคุยแต่มันก็ไม่สามารถจริงๆ"   "เท่าที่พี่อยู่ตรงนั้น ผู้จัดการของฌอห์ณไม่มีคำไม่สุภาพเลย คือสุภาพมากๆ ยิ่งกว่าสุภาพ"   "พอมีเรื่องก็ไม่ได้คุยกับเอสเธอร์นะครับ เขาก็ไม่ได้โทรมา ส่วนกับฌอห์ณเราได้คุยวันที่ผู้จัดการเขาโทรมา เขาก็เครียดนะ เรารู้ว่าเขาเครียดแต่เขาไม่ได้บอกเราหรอกว่าเครียด คือมันมีข้อความนึงที่ทางนั้นเขาเขียน ว่าหลังจากที่ฌอห์ณให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเรื่องเอสเธอร์ว่าพอสัมภาษณ์เสร็จฌอห์ณหงุดหงิด และพอออกมาเจอผู้จัดการแจงก็พูดว่า ดีนะที่เราเตี้ยมกันมาก่อน แล้วก็ทำท่าชนะ คือเอกกี้รู้สึกว่าไม่มีใครเขาทำแบบนั้นหรอกค่ะ มันเป็นสเต็ปเกินไป เรายืนยันว่าถ้าเรื่องมาสายไม่มีแน่นอน คือคนเราถ้าจะทำจริงๆ มันก็ต้องไปทำที่ลับตาคนก่อน ซึ่งถ้าทางคนนั้นเขาเห็น พวกนักข่าวก็ต้องเห็น แล้วชื่อเอสเธอร์คือในหมายเหมือนจะมีการขีดฆ่า คือถ้ามีเวลาขีดฆ่าชื่อเอสเธอร์ทำไมไม่มีเวลาพิมพ์ใหม่"   "มันไม่ใช่เรื่องของเราไง เลยไม่โกรธเราแค่ออกมาพูดความจริง เพราะเรารู้สึกว่าฌอห์ณเป็นคนดี เป็นคนที่เรารู้จัก เราเป็นพยานคนเดียว ถ้าเราไม่ออกมาน้องจะเละแค่ไหน"   "กระแสแฟนคลับโจมตีไม่มีเลย ที่มีคอมเมนต์ 600 ข้อความในอินสตาแกรม มีสตรอว์เบอร์รี่มาแค่คนเดียว เราเลยเข้าไปคุยกับเขามานิดนึง ว่าน้องใช้สติหน่อยนะหรือน้องอาจจะต้องทานปลาเพิ่ม คืออย่างที่บอกเรื่องนี้เราไม่ได้มีส่วนได้หรือส่วนเสีย แต่เราเป็นพยานคนเดียวที่เจอฌอห์ณในช่วงเวลาบ่ายนิดๆ ที่ออกมาคอนเฟิร์มคือเรื่องว่าฌอห์ณไม่ได้มาสาย และที่บอกว่าฌอห์ณไม่มีระเบียบวินัยมันไม่ใช่"   "ฌอห์ณซีเรียสเรื่องงานมากกว่าพี่อีก(หัวเราะ)"   "กับบริษัทออแกไนซ์ก็ยังร่วมงานได้ จ่ายเงินก่อนก็แล้วกัน คือมันแล้วแต่ลูกค้าถ้าเขาอยากได้เราจริงๆ แล้วดิวกับออแกไนซ์นี้ ถ้าเขาโอเคเราก็โอเค วงการนี้พี่สุกี้(ชื่อในละคร)ทำได้ทุกอย่างค่ะ(หัวเราะ) เงินมาการแสดงไปค่ะ ไม่มีเรื่องกับใครทั้งนั้น ขอแค่พูดความจริงค่ะ ไม่ได้ร้อนเงิน จ้างก็จ้าง ไม่จ้างก็ไม่เป็นไร เพราะปีนึงเขาจ้างงานเราแค่งานเดียว ไม่เป็นไรออแกไนซ์มีเป็นพัน"   "เราก็ยืนยันในส่วนที่เป็นความจริง ก็คงไม่ได้มีอะไรผิดใจกัน ถึงวันนึงก็คงเจอน้องเพราะงานต่างๆ ก็มีมากมาย ส่วนกับเคนยิ่งไม่รู้ใหญ่เลย มีเรื่องอะไรกันเหรอ(หัวเราะ) เราคิดว่าคนอื่นจะเข้าใจที่เราออกมา เพราะเราทำในส่วนของพาร์ทเรา เราไม่ได้อยู่ทีมไหน และเราก็ไม่รู้เรื่องของฌอห์ณกับเอสเธอร์ เรารู้ข่าวในเรื่องการนัดหมายหรือติดต่องาน ตามข้อความที่ผู้จัดการแจงได้ออกมาโพสต์เท่านั้น" ดีเจเอกกี้ ดีเจเอกกี้ ดีเจเอกกี้ ดีเจเอกกี้

ชัดเจนนะ!! จุ๋ย - พุฒ เคลียร์ชัด ยันไม่ได้ท้อง-ไม่ใช่นางเอกถุงยางแตก!!
จุ๋ย วรัทยา /  ข่าว จุ๋ย วรัทยา / 

  หลังตกเป็นกระแสข่าวถูกเม้าท์มอยว่าเป็นนางเอกคู่จิ้นถุงยางแตกพลาดท่าตั้งท้องกับพระเอกคู่จิ้น แถมยังมีการเอารูปของ สาวจุ๋ย วรัทยา มาตัดต่อนำเสนอในข่าว งานนี้ทำเอา สาวจุ๋ย ถึงกับควันออกหูต้องออกมายืนยันผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวว่าไม่ใช่ตน และตนก็ไม่ได้ท้อง อีกทั้งเตรียมพร้อมที่จะดำเนินคดีทางกฎหมาย ล่าสุดวันนี้ (1ก.พ.60) จุ๋ย วรัทยา ได้ควงแขน ดีเจพุฒ พุฒิชัย มาร่วมงานแถลงข่าว “ช่องวัน 31 เปิดประสบการณ์ความสุข” ณ โรงภาพยนตร์เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์ ศูนย์การค้าเอสพลานาด ถ.รัชดา พร้อมกับเปิดปากเคลียร์ชัดยืนยันว่าตนไม่ได้ตั้งท้อง วอนอยากให้มีความเคารพซึ่งกันและกัน ไม่ควรละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และควรกรองข่าวให้ดีก่อนนำเสนอ!! จุ๋ย : “จริงๆ จุ๋ยได้พูดไปแล้วนะคะกับสื่อบางท่าน จุ๋ยก็ได้ลงไอจีของตัวเองไปแล้วว่า ที่คุณเอารูปเรามาลงมันไม่ใช่นะ คุณจะรับผิดชอบยังไง เพราะตอนนี้นักแสดงหลายท่านก็มีพื้นที่ส่วนตัวอย่างไอจีแบบนี้ เพราะฉะนั้นถ้าข่าวไหนมันไม่จริง เราก็สามารถบอกได้ทันที ไม่อยากให้เรื่องมันบานปลาย อย่าเดากันเลยมันไม่ใช่ ซึ่งจริงๆ แล้วจุ๋ยเสียความรู้สึก ไม่ได้โกรธ ไม่ได้เสียใจ เพียงแค่เสียความรู้สึกกับบางสื่อเท่านั้นเอง แต่กับบางสื่อจุ๋ยต้องขอชื่นชมที่โทรมาถามผู้จัดการส่วนตัวของจุ๋ยก่อนว่าข่าวมันจริงไหม ก็ต้องขอขอบคุณมาก สื่อไหนที่น่ารักก็น่ารักจริงๆ แต่กับบางสื่อไม่ได้ถามเราก่อน ทั้งยังเอารูปเราไปลง ซึ่งมันก็ชี้ชัดแล้วว่าเป็นเรา แต่จริงๆ มันไม่ใช่เรา จุ๋ยก็เลยเสียความรู้สึกนิดนึงค่ะ   ที่จุ๋ยลงไอจีเพียงเพราะอยากให้เขาลบรูปข่าวที่เขาลง แล้ววันต่อมาทางเราได้ประสานงานไป เขาก็ได้มีการขอโทษ แล้วก็ลงขอโทษให้ จุ๋ย แต่จุ๋ยก็ไม่ได้อยากจะทำแบบนี้ เพราะต่างฝ่ายก็ต่างเสียหายกันหมด จุ๋ยไม่ได้อยากจะทำร้ายนักข่าว เพราะว่าตั้งแต่จุ๋ยเข้าวงการมา จุ๋ยก็คิดไว้อยู่แล้วว่าน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า ดังนั้นสิ่งที่จุ๋ยอยากจะให้ทำต่อไปนี้นั่นก็คือความระมัดระวัง เพราะเวลาที่จุ๋ยโพสต์ลงไป คนก็จะไม่เชื่อแล้วจะมาว่าพี่ๆ นักข่าวว่าทำไมทำแบบนี้ ทำไมไม่คัดกรอง แล้วเขาจะเชื่อสื่อได้ยังไง ปลาตัวนึงถ้ามันเน่ามันก็จะกระจายไปหมด แล้วก็อยากจะให้ช่วยๆ กัน มันไม่มีผลดีหรอก อย่ามาทำร้ายกันเลย และสำหรับเพจต่างๆ ที่ลงเป็นต้นตอสำหรับข่าวนี้ อาจจะเป็นเพียงเพจเล็กๆ ที่ไม่ใช่สำนักข่าวใหญ่ แต่มันก็สร้างความเสียหายให้หมด และจุ๋ยก็ได้สืบทราบมาว่าแอดมินเป็นผู้หญิงด้วย ขอถามกลับค่ะ ถ้าข่าวนี้เจอกับพี่หรือลูกของพี่ พี่รู้สึกยังไง สำหรับประเด็นนี้หากเราจะมีสมาชิกใหม่ในครอบครัว มันไม่ได้เป็นเรื่องที่เสียหายอะไรนะคะ แต่ประเด็นมันอยู่ที่การสื่อสารของข่าวที่มันสื่อสารผิดไป ซึ่งมันก็ไม่ได้จรรโลงสังคม เวลาข่าวออกมาคนรับรู้เป็นล้าน แต่เวลาที่เราแก้ข่าวไม่มีใครรับรู้เลย   ดังนั้นจุ๋ยอยากให้เราเคารพกัน ไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลกัน เพราะเราก็มีศักดิ์ศรีเหมือนกัน และจุ๋ยก็เชื่อว่าอาชีพนักข่าวเป็นอาชีพที่มีเกียรติและมีศักดิ์ศรีมาก ดังนั้นเวลาที่จะทำข่าวใครสักข่าว หากยังไม่แน่ใจ อยากขอให้กรองข่าวก่อน สำหรับตัวจุ๋ย ผู้จัดการเปิดโทรศัพท์ 24 ชั่วโมง โทรมาสอบถามกันได้ สมัยนี้สังคมในโลกออนไลน์มันไปเร็ว จุ๋ยไม่รู้ว่ามันเป็นกลยุทธ์ของเพจต่างๆ หรือเปล่าในการหายอดไลค์ยอดแชร์ให้ข่าวมันไปเร็ว แล้วคุณจะได้ผลประโยชน์ภายหลัง อย่าทำนาบนหลังคน เราไม่ได้เป็นศัตรูอะไรกัน ยิ่งการเขียนข่าว ภาษา ไม่สมควรที่จะอยู่ในภาษาไทยด้วยซ้ำ ส่วนคนที่เสพข่าวมีหลายแบบเหมือนบัว 4 เหล่า ดังนั้นคนที่รับฟังแล้วเชื่อก็เหมือนเป็นบัวที่ไม่ได้อยู่เหนือน้ำ อาจจะเป็นบัวที่เต่ากินไปแล้วยังถุยออกมาเลย คนที่คอมเม้นท์มาแรงๆ จุ๋ยก็ขอผ่าน เพราะคนเรามันไม่เหมือนกัน แต่คนที่มีวิจารญาณในการรับฟังข่าว เขาก็จะได้กับตัวเขาเอง เขาจะได้สิ่งที่ถูกต้องในชีวิต อันนี้จุ๋ยก็ขอชื่นชมและเป็นกำลังใจ จุ๋ยก็ขอฝากไว้แค่นี้ค่ะด้วยความเคารพจริงๆ” ตั้งแต่มีข่าวออกไปส่งผลกระทบกับเรายังไงบ้าง? จุ๋ย : “เอาจริงๆ นะอย่างที่จุ๋ยเคยบอกไปว่าจุ๋ยไม่เคยที่จะอยากทำร้ายสื่อ ถามว่าถ้าจุ๋ยฟ้องขึ้นมา ตัวคนที่เขียนเองอาจจะโดนไล่ออกก็ได้ เพราะคนที่เขียนไม่ใช่เจ้าของนิ แต่จุ๋ยไม่ได้มีความสุขกับการฟ้องร้องเอาอะไรจากพวกพี่เลย แต่สิ่งที่จุ๋ยจะมีความสุขก็คือ การที่เราอยู่ด้วยกันอย่างสงบและเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน และจุ๋ยเป็นคนพูดตรง จุ๋ยเข้าวงการนี้มาประมาณ 15 ปีแล้ว พี่ๆ ก็น่าจะรู้ว่าจุ๋ยเป็นคนนิสัยยังไง จุ๋ยก็อยากจะให้เคารพกัน เอาจริงๆ คนที่มายืนสัมภาษณ์จุ๋ยเป็นคนดีมาก และเจ้าของคนนี้ก็เป็นเพื่อนกับอาจุ๋ย ดังนั้นการที่ข่าวนี้ได้ลงไป อาจจะเป็นความสะเพร่าหรือหละหลวมของบางแผนก ซึ่งเราก็จะไม่โทษในวงกว้าง เราเคยเจอข่าวบางข่าวมาแล้ว แต่มันก็ไม่ถึงกับขนาดนี้ อันนี้มันเป็นข่าวใหญ่นิดนึง และครอบครัวจุ๋ยก็สอนมาว่าไม่อยากจะเอาความใคร คุณพ่อคุณแม่ก็จะยึดหลักธรรม ยึดหลักความรัก ยึดหลักความให้อภัยต่างๆ มาสอนเราตั้งแต่เด็กจนโต และข่าวนี้คุณพ่อคุณแม่ก็พูดเช่นนั้น มันอาจจะเสียหายชื่อเสียงไปแล้วบางส่วน และการที่จุ๋ยมาแก้ข่าวในวันนี้ จุ๋ยก็ไม่รู้หรอกว่าคนเขาจะรับฟังมากน้อยแค่ไหน ดังนั้นก่อนที่จะทำอะไรก็ขอให้นึกถึงใจเขาใจเรา เราอย่าใช้ศีลธรรมที่ไม่ค่อยจะมีแล้วมาทำให้มันสูงขึ้น” ถือว่าเป็นข่าวที่แรงที่สุดตั้งแต่อยู่ในวงการเลยใช่ไหม? จุ๋ย : “(หัวเราะ) ก็อาจจะเป็นแบบนั้นค่ะ จริงๆ ถ้าคนเรามีความรักกันแล้วเขาจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในชีวิตของเขา ถ้าเขาสามารถรับผิดชอบในชีวิตของเขาได้ และเลี้ยงลูกออกมาให้เป็นคนดี จุ๋ยว่าข่าวนี้มันก็ไม่ได้ผิดอะไรมากมาย แต่คำพูดที่ข่าวเขียนมันทำร้ายลูกผู้หญิงคนนึงเกินไป ตอนพาดหัวข่าวพาดซะใหญ่เลย แต่ตอนแก้เห็นอยู่แค่เล็กๆ แสดงว่าถ้าพวกพี่ทำผิดแล้วจะขอโทษสักครั้งนึงคือพวกพี่อาย แต่ตอนที่พวกพี่พาดหัวใหญ่ๆ ทำให้เราเสียชื่อเสียง พวกพี่ไม่อาย ยังไงก็ฝากไปคิดด้วยค่ะ” หลายคนยังสงสัยว่าสรุปแล้วเราท้องจริงๆ ไหมช่วยยืนยันตรงนี้ให้หน่อย? จุ๋ย : “ไม่ท้อง 100% ค่ะ” ครอบครัวของทางพุฒว่ายังไงบ้าง? พุฒ : “ก็ได้คุยกับที่บ้านแล้ว ที่บ้านก็ถามว่าทำไมข่าวเขียนแบบนี้ คุณพ่อคุณแม่ก็เป็นกำลังใจให้และถามว่าจุ๋ยเป็นยังไงบ้าง โอเคไหม คุณแม่ยังแซวเลยว่าเรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องปกติ ถ้าจะมีก็มีกันได้แล้ว คุณแม่ผมเขาก็จะออกแนวตลกครับ ส่วนผลกระทบถ้าพูดกันตรงๆ ผมกับจุ๋ยก็คือคนๆ เดียวกันครับ คนนึงรู้สึกยังไง อีกคนก็รู้สึกแบบนั้น เราก็คุยกันตลอด เรื่องแบบนี้ผู้หญิงก็เป็นฝ่ายเสียหาย” เป็นคนๆ เดียวกันแสดงว่าตอนนี้เรียกแฟนได้เต็มปากแล้วใช่ไหม? จุ๋ย : “ความรู้สึกเราเหมือนคนๆ เดียวกันในการรับข่าวอะไรแบบนี้” เตรียมจัดงานแต่งเลยไหม? จุ๋ย : “ว้าย...แต่จริงๆ วุฒิภาวะต่างๆ ของเราทั้งคู่ ก็ถึงวัยที่จะมีครอบครัวได้ เพียงแต่ว่าตอนนี้เรายังจัดสรรเวลาได้ไม่ลงตัวเท่านั้นเอง เราก็ต้องรับผิดชอบในงานต่างๆ ก่อน ณ วันนี้เราสองคนแฮปปี้มาก ถ้าเรายังประคองและรักษาความสัมพันธ์แบบนี้ไว้ต่อไปได้ มันก็คงเป็นเรื่องที่ไม่ไกลตัวค่ะ เราไม่ใช่เด็กๆ อายุ 15-16 ที่มีข่าวแบบนี้ แต่ประเด็นของจุ๋ยคือข่าวมันสื่อสารผิดพลาดกับคนที่รับฟังมากกว่า” แสดงว่ามีการคุยกันเรื่องอนาคตแล้วใช่ไหม? พุฒ : “ก็มีคุยกันบ้างครับ ปีนี้ผมเองก็อายุ 31 แล้ว ผมอยู่ในวงการบันเทิงมาก็จะ 10 ปีแล้ว” ไปขอคุณพ่อคุณแม่จุ๋ยมาแล้วหรือยัง? พฺุฒ : “ก็มีบ้างนิดหน่อย แต่เดี๋ยวขอไปดูวันก่อนนะครับ (หัวเราะ)” แสดงว่าผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมีการคุยเรื่องนี้กันแล้วใช่ไหม? จุ๋ย : “จริงๆ บ้านพุฒและบ้านจุ๋ยเป็นครอบครัวที่ธรรมดาและธรรมชาติมาก” พุฒ : “เขาก็จะให้อิสระเราครับ เพราะเราก็โตๆ กันแล้ว ทำงานแล้ว เรียนจบแล้ว อาจจะมีปรึกษาเรื่องบางเรื่องบ้างนิดหร่อย แต่สุดท้ายเรื่อวการตัดสินใจก็อยู่ที่เราทั้งสองคน” แต่งปีนี้หรือปีหน้าเลยไหม? พุฒ : “ปีนี้ยังทำงานอยู่เลยครับ” จุ๋ย : “ก็ต้องรอดูค่ะ ฝากเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ แต่ที่พูดไปทั้งหมดที่ผ่านมา ไม่ได้ว่าสื่อที่อยู่ตรงนี้เลยนะคะ แค่พาดพิงไปถึงบางกรณีที่เขาทำร้ายเราเท่านั้น” จุ๋ย พุฒ   จุ๋ย พุฒ   จุ๋ย พุฒ   จุ๋ย พุฒ  

ใหม่ โต้! น้ำตาล เข้าสังกัด วอนอย่าดราม่าเทียบ มิว ชวดนำหญิงสุพรรณหงส์
ใหม่ ดาวิกา /  มิว นิษฐา / 

เรียกได้ว่าทำเอายิ้มไม่หุบเลยทีเดียว สำหรับนางเอกลูกครึ่ง ใหม่ ดาวิกา ที่ล่าสุดเป็นตัวแทนจาก ภาพยนตร์ 20 ใหม่หัวใจรีเทิร์น ขึ้นรับรางวัลภาพยนตร์ที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดบนโลกออนไลน์ในงานประกาศรางวัล Mthai Top Talk-About 2017 พร้อมทั้งเปิดใจกรณีดราม่าชวดรางวัลนำหญิงสุพรรณหงส์ วอนอย่าเปรียบเทียบ มิว นิษฐา ไม่ผิดหวังไม่ได้รับรางวัล แค่มีชื่อเข้าชิงก็ภูมิใจแล้ว โต้ผู้จัดการส่วนตัวเตรียมดึง น้ำตาล ชลิตา เข้าสังกัด ให้กำลังใจอีกฝ่ายโดนดราม่า ใหม่ ดาวิกา ใหม่-น้ำตาล มิว นิษฐา

เรื่องเด่นคนบันเทิงปี 2559 สุข ทุกข์ เศร้า ดราม่าเสียงสูง (อันดับ 11-20)
ปันปัน สุทัตตา /  น้ำชา ชีรณัฐ / 

  ต่อจากวานนี้กับอันดับ 1-10 เรื่องเด่นคนบันเทิงปี 2559 ที่หลายๆ เรื่องกลายเป็นกระแสร้อนในโลกออนไลน์ และยังคงพูดถึงกันมาข้ามปี ซึ่งอันดับ 11-20 บอกเลยว่าดราม่าเข้มข้นไม่แพ้กันอย่างแน่นอน แต่ก็มีหลายๆ เรื่อง ที่ยังคงเป็นเรื่องราวดีๆ ซึ้งๆ ของคนในวงการบันเทิง กับความมีน้ำใจช่วยเหลือสังคม และคนในวงการด้วยกัน  11 ปันปัน VS น้ำชา เสียงสูง   เจอนักแคปไวแสงออกมาแชร์กันสนั่น หลังจากสาวมั่น ปันปัน สุทัตตา โพสต์รูปต้นคอปริศนาในไอจี พร้อมข้อความสุดจี๊ด จนกลายเป็นวลีเด็ดแห่งปี เสียงสูง สืบไปสืบมาที่แท้ก็เป็นต้นคอของ น้ำชา ชีรณัฐ งานนี้ทำเอาสาวน้ำชาเดือดปุดๆ แต่เรื่องราวทั้งหมดก็จบลงด้วยดี เมื่อสาวปันปันออกมาแถลงขอโทษ และลาออกจากค่าย GDH559 พร้อมกับฟอลโล่ไอจีของสาวน้ำชา 12 ใหม่ ดาวิกา ดราม่าควีน   โดนสตอเบอร์รี่ไปหลายลูกสำหรับ ใหม่ ดาวิกา ที่จะกระดิกตัวทำอะไรก็ตกเป็นข่าว อาทิ เกาเหลาทับไลน์งานนางเอกรุ่นพี่ ชมพู่ อารยา ทั้งงานโฆษณา ไปเมืองคานส์ แถมไปถึงเมืองคานส์ก็ลืมแต้งกิ้วคอสตูมในไอจีให้แบรนด์เสื้อผ้าอาซาว่า จนเจ้าของแบรนด์ไม่แฮปปี้ แถมผู้จัดการส่วนตัวอย่าง เก้า ก็มีกรณีพิพาทกับผู้กำกับดัง มะเดี่ยว ชูเกียรติ   13 ปิดตำนานรัก ชาคริต-วุ้นเส้น   ไปกันไม่รอดตามที่หลายๆ คนคาดเดาเอาไว้สำหรับคู่รัก ชาคริต แย้มนาม-วุ้นเส้น วิริฒิพา ที่เป็นสามีภรรยาอย่างถูกกฎหมายมานานถึง 5 ปี แต่สุดท้ายความรักของทั้งคู่ก็เกินเยียวยา และต้องควงกันไปเซ็นไปหย่า แต่ทั้งคู่ก็ยังคงเป็นเพื่อนร่วมธุรกิจที่ดีต่อกัน และคุยได้กันแบบพี่น้องได้เหมือนเดิม    14 เรื่องเล่าเช้านี้ วันไร้สรยุทธ   แฟนๆ ข่าว เรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 ถึงกับช็อค เมื่อผู้ประกาศข่าวอย่าง สรยุทธ สุทัศนะจินดา ที่อยู่คู่กับรายการมานานกว่า 13 ปี ต้องลาจอ เพราะเจอประเด็นที่ถูกจับตามองอย่างต่อเนื่อง กับคดีไร่ส้ม อสมท. ทำให้สรยุทธตัดสินใจยุติบทบาททางหน้าจอทีวี เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย    15 พิม เอาชนะมะเร็ง-แอน อังคณา ป่วยหนัก   หายดีแล้วสำหรับ พิม พิมพ์มาดา ที่ตรวจพบว่าเป็นมะเร็งรังไข่ จนต้องเข้ารักษาด้วยเคมีบำบัด ซึ่งช่วงที่รักษาตัวสาวพิมม เธอก็ใช้ธรรมะ และกำลังใจจากคนรอบข้าง ผ่านความยากลำบากของชีวิต จนเวลานี้เธอหายดี แถมลุคผมสั้นก็ทำให้สาวพิม ก็กลายเป็นสาวเท่ ที่ทำให้หลายๆ คนร้องกรี๊ด ต้องติดแฮชแทค #สามีแห่งชาติ ส่วนอีกหนึ่งสาวเซ็กซี่ลายคราม แอน อังคณา อดีตนักร้อง นักแสดง นางแบบ ที่อยู่ๆ ก็ล้มป่วยลงร่างกายซูบผอมไร้เรี่ยวแรง เหตุที่ล้มป่วยเพราะไม่มีเงินไปรักษาตัวอย่างต่อเนื่อง แต่พอหลังจากตกเป็นข่าวว่าป่วยต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล แฟนๆ ก็แห่ให้กำลังใจ และเข้าช่วยเหลือเธอย่างล้นหลาม   16 แอน ทองฯ ประกาศแต่งงาน   รอกันมานานมากๆ ว่าเมื่อไหร่จะถึงคิวลั่นระฆังสักที สำหรับเจ้าหญิงแห่งวงการมายา แอน ทองประสม กับแฟนหนุ่ม เอ ทินพันธ์ ที่คบหากันมายาวนานถึง 14 ปี มาปีนี้สาวแอนยืนยันว่ามีข่าวดีอย่างแน่นอน และพร้อมมีเบบี้ทันที แต่ยังไงก็ไม่หนีไม่หายไปจากวงการบันเทิงเด็ดขาด 17 ตูน บอดี้สแลม วิ่ง 400 กม.   รักการวิ่งมาราธอนเป็นชีวิตจิตใจสำหรับ ตูน บอดี้สแลม ที่ร่วมกิจกรรมดีๆ ก้าวคนละก้าว วิ่ง 10 วัน จากกรุงเทพ-ประจวบคีรีขันธ์ ระยะทาง 400 กม. เพื่อระดุมทุนช่วยเหลือ รพ.บางสะพาน ในการซื้อเครื่องมือแพทย์ที่ขาดแคลน จนกลายเป็นกระแสฮืฮฮา และได้รับเงินบริจาคกว่า 70 ล้านบาท  18 หวาย มีเรื่องแล้ว   อยู่ๆ มีคลิปหลุดหน้าคล้ายนักร้องสาวแซบ หวาย ปัญญริสา อาละวาดโวยวายอยู่ในสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่ง ในหาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเจ้าตัวก็ออกมายอมรับว่ามีเรื่องจริง แถมยังโดนขวดฟาดหัว และโดนรุมทำร้ายร่างกาย ซึ่งเจ้าตัวก็ออกมาแถลงข่าวว่าเป็นเรื่องของการเข้าใจผิด และยังไม่ทราบสาเหตุว่าทำไมถึงโดนทำร้ายร่างกาย   19 พิษสวาท VS นาคี   เป็นกระแสโด่งดังสุดๆ สำหรับละครเรื่อง พิษสวาท ทางช่อง ONE ที่ได้ นุ่น วรนุช รับเป็น คุณอุบล จนกลายกระแสที่แชร์กันสนั่นในโลกออนไลน์ ตามมาด้วยละครเรื่อง นาคี ทางช่อง 3 ที่ได้ แต้ว ณฐพร มาสวมบทเป็น เจ้าแม่นาคี จนปังไม่แพ้กัน ส่วนรางวัลนักแสดงนำหญิงในปีนี้จะตกเป็นของใคร คงต้องมาลุ้นกัน 20 ชมพู่ แท้งลูก   เป็นเรื่องช็อคส่งท้ายปี 2559 เมื่อนางเอกสาวเจ้าแม่แฟชั่น ชมพู่ อารยา ออกมายอมรับว่าเคยตั้งท้อง แต่ก็ต้องแท้งลูกไป แต่งานนี้สาวชมพู่ และสามี น็อต วิศรุต ก็ยังยิ้มสู้ ให้กำลังใจซึ่งกันซึ่งและกันมาโดยตลอด และรอความพร้อมของสาวชมพู่ ซึ่งมาในปีนี้สาวชมพู่ ก็พร้อมมากๆ สำหรับการที่จะเป็นคุณแม่   

กายพร้อมใจพร้อม! ปฎิบัติการปั๊มลูก ชมพู่-น็อต บินไปเที่ยวญี่ปุ่น
ชมพู่ อารยา /  น็อต วิศรุต

     ได้กำลังใจจากแฟนๆ อย่างล้นหลาม หลังจากที่นางเอกสาว ชมพู่ อารยา ออกมาบอกว่าตนเองแท้งลูก และพร้อมเสมอสำหรับการมีลูกแล้ว ณ เวลานี้ ล่าสุดเมื่อคืนวานนี้ ทางผู้จัดการส่วนตัวของสาวชมพู่อย่าง หวานเจี๊ยบ ก็ได้โพสภาพลงอินสตาแกรมส่วนตัว ขณะไปส่งสาวชมพู่ และคุณสามี น็อต วิศรุต ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เนื่องจากทั้งคู่จะไปสวีทกันที่ประเทศญี่ปุ่น ในช่วงเทศกาลปีใหม่ แถมทางผู้จัดการส่วนตัว ยังมีแคปชั่นอวยพร ของให้ทั้งคู่เดินทางปลอดภัย เที่ยวให้สนุก และพา ซากุระ กับ ฟูจิ กลับมาด้วย แหมๆๆ รู้เลยนะคะ ว่าหมายถึงอะไร อิอิอิ!!! ยังไงทางเราก็ขอเอาใจช่วย ให้สาวชมพู่ และหนุ่มน็อต สมหวังในเรื่องลูกด้วยนะจ๊ะ    ภาพจากอินสตาแกรม @hwanjeabjeab                

แม่ไม่ว่า!! จันจิ หอบดอกไม้ยินดี มาริโอ้ จบโท เมินแฟนคลับแอนตี้!!
จันจิ จันจิรา /  จันจิ ไกอา / 

  หลังหอบดอกไม้ช่อโตไปร่วมแสดงความยินดีแก่หวานใจ มาริโอ้ เมาเร่อ ที่ได้เข้ารับประทานปริญญาบัตรในระดับปริญญาโท จากวิทยาลัยสื่อสารการเมือง มหาวิทยาลัยเกริก พร้อมกับคุณแม่ ที่ผ่านมา ด้านนักร้องสาว จันจิ จันจิรา หรือ จันจิ ไกอา เผยตนไม่อยากทำอะไรให้ใหญ่โต มีแค่ดอกไม้ร่วมแสดงความยินดี มีถ่ายรูปด้วยกันแต่ไม่ได้โพสต์ ไม่ติดใจแฟนคลับบางคนเข้ามาคอมเม้นท์ด่าเสียหาย ตนไม่ได้เปิดตัวอย่างชัดเจน ขออยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ ชิลๆ ไม่จำเป็นต้องอัพภาพลงอินสตาแกรมว่าไปทำอะไรที่ไหนอย่างไรบ้าง ถามเรื่องรับปริญญามาริโอ้  "ก็ไปแสดงความยินดี ไปวันที่ซ้อม คืออยากไปในวันที่พอจะถ่ายรูปได้ อยากเก็บภาพเอาไว้ก็เลยไป แสดงความยินดีกับพี่โอ้แล้วก็คุณแม่"มีของขวัญอย่างอื่นอีกไหม นอกจากดอกไม้  "ก็ไม่มี มีแค่ดอกไม้ ก็รู้สึกว่าถ้าเยอะกว่านี้ จะแบกกลับบ้านไม่ไหว เพราะเราเคยรับแล้ว ก็เลยเข้าใจ ไม่ต้องให้เยอะ ให้นิดๆ หน่อยๆ"หลังจากรับแล้วได้ไปกินข้าวอะไรบ้างไหม  "ไม่ค่ะ คือพี่โอ้กับคุณแม่ก็จะไปกับครอบครัวมากกว่า"คุณแม่พี่โอ้ว่ายังไงบ้างที่เราไปร่วมแสดงความยินดี  "คุณแม่ก็บอกว่ามีความสุขกับทุกคนที่มาร่วมงาน ยิ่งคุณแม่เห็นพี่โอ้จบปริญญาโทก็ยิ่งตื้นตัน คุณแม่เหมือนดูแลพี่โอ้มาตลอด ก็เลยดีใจถูกจับตามองว่าไปแสดงความยินดี แต่ไม่เห็นมีรูปออกมาเลย  "ก็เหมือนที่เคยบอกไว้ว่า เราไม่อยากจะให้มันมีอะไรมากมาย เราแค่รูปดอกไม้ ก็มีถ่ายรูปไว้ด้วยกัน แต่ก็ไม่ได้เอามาลง วันนั้นไปก็มีน้องๆ แฟนคลับไปด้วย น่ารักมาก คือเป็นแฟนคลับที่ตามพี่โอ้มานาน ก็มีคุยเล่นสนุกสนาน ไม่ได้มีอะไรกัน"จริงๆ พี่โอ้อยากให้ลงรูปไหม เพราะว่าเป็นวันสำคัญ  "ที่จริงพี่เขาก็ไม่ได้อยากให้ลงหรอก" เเล้วเรื่องของแฟนคลับบางคนที่เข้ามาคอมเม้นท์ด่าเรา  "ก็จะมีบ้าง คือเรื่อยๆ บางทีก็ปล่อยผ่านไป เพราะว่าเราก็คิดว่าช่างเขา คือเราก็เลยคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่ของชีวิต"เกี่ยวกันหรือเปล่าที่ทำให้เราไม่กล้าเปิดตัว  "ไม่หรอกค่ะ ก็อยู่ไปเรื่อยๆ แค่เราไม่ได้อัพลงอินสตาแกรม ว่าเราทำอะไรไปไหนหรือยังไง"ทางผู้จัดการพี่โอ้มีห้ามไหม  "ไม่เลยค่ะไม่เคยมาอะไรเลย"หลายคนมองว่าเปิดตัวชัดเจนอาจจะมีกระแสคนที่เชียร์เรามากกว่านี้หรือเปล่า  "ไม่ทราบจริงๆ เราไม่มีทางจะรู้เลย เพราะว่าก็ยังมีฟีดแบ็คทั้งบวกและลบอยู่ ก็คงเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ดีกว่า สถานะตอนนี้ก็เรื่อยๆ ชิลๆ" จันจิ ไกอา   จันจิ ไกอา   จันจิ ไกอา   จันจิ ไกอา   จันจิ ไกอา   มาริโอ้ เมาเร่อ  

เผยภาพอัลตร้าซาวด์ น้องเรซซิ่ง ลูกชาย แพท ณปภา นับถอยหลังอีก 10 วันคลอด!!
แพท ณปภา /  เบนซ์ เรซซิ่ง / 

  อีก 10 วันจ้าก็จะได้เห็นหน้า น้องเรซซิ่ง ลูกชายของนักแสดงสาวยอดกตัญญู แพท ณปภา กับ เบนซ์ เรซซิ่ง กันแล้ว ซึ่งวันนี้ (2ก.พ.60) หลังจากเกิดเรื่องราวกระแสข่าวมากมาย โดย หนุ่มเบนซ์ เรซซิ่ง หรือ เบนซ์ อัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช สามีแพท ได้ตกเป็นผู้ต้องสงสัยเข้าไปพัวพันกับแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ ไซซะนะ แก้วพิมพา ทำเอาแฟนๆ อดไม่ได้ที่จะเป็นห่วงสุขภาพจิตใจของ แพท ณปภา ต่างเข้ามาให้กำลังใจ สาวแพท กันอย่างล้นหลาม   ด้านผู้จัดการส่วนตัวได้โพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Keng Brightup ระบุข้อความให้รอเรื่องจริงก่อนด่วนสรุป และอีกแค่ 10 วันก็ถึงกำหนดคลอด (13ก.พ.) ไม่อยากให้ สาวแพท ต้องมารับรู้หรือมีเรื่องเครียดอีก   “ตอนนี้รอเรื่องจริงกันก่อนนะทุกคน ตอนนี้น้องใกล้คลอดแล้วอีกแค่ 10 วัน ไม่ควรที่จะต้องมามีเรื่องเครียดรับรู้ ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นน้องยังไม่ทราบสาเหตุที่เกิดขึ้น อย่างแท้จริง เนื่องจากน้องไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ แพทเลยไม่สามารถตอบเรื่องที่เกิดขึ้นได้ หรือให้ข่าวใดๆได้ คงตอบได้แค่ "ไม่รู้" รบกวนพี่ๆสื่อทุกคนทุกสำนัก รอฟังจากพี่เบ้น นะคับ   ปล. พาดหัวข่าวแรงไป ตกใจ กล้วยทอด !!!"   อีกทั้งยังมีไอจีที่ใช้ชื่อว่า racing_area51 และ racing.patbenz ได้เผยภาพอัลตร้าซาวด์ น้องเรซซิ่ง ลูกชายของ แพท ณปภา เป็นครั้งแรก!! พร้อมกับแคปชั่นให้กำลังใจแท็กไปยัง สาวแพท ว่า   “กำลังใจดีคับ......” และ "สู้ๆๆพี่ตัวน้อยๆๆๆน้าา" ขอบคุณภาพจาก IG racing_area51, pat_napapa, racing.patbenz, FB Keng Brightup, Patt Napapa Tantrakul อ่านข่าว ด่วน!! ตร.บุกบ้าน เบนซ์ เรซซิ่ง สามี แพท ณปภา พัวพันเอเย่นต์ค้ายาฯ อ่านข่าว สารวัตรหมี นำทีมตำรวจ!! บุกค้นร้านแต่งรถ เบนซ์ สามี แพท ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย อ่านข่าว แพท เคลื่อนไหวแล้ว! หลัง เบนซ์ ตกเป็นผู้ต้องสงสัยเอี่ยวแก๊งค้ายาฯ งดแถลง-ลาคลอด!! อ่านข่าว ขุดประวัติ เบนซ์ เรซซิ่ง สามี แพท ณปภา “ผู้ต้องสงสัย” พัวพันคดีฉาวไซซะนะ อ่านข่าว ปปส. ยัน เบนซ์ เรซซิ่ง ยังไม่ใช่ผู้ต้องหา!! อุบเรียก แพท สอบฯ อ่านข่าว พี่ชายเผย แพท ควง เบนซ์ ชี้แจงปปส. พรุ่งนี้ มั่นใจบริสุทธิ์!! ภาพอัลตร้าซาวด์ น้องเรซซิ่ง แพท เบนซ์ แพท ณปภา แพท ณปภา

ชมพู่ อารยา สุดตื้นตัน!! พระองค์โสมฯ ประทานแจกันดอกไม้เยี่ยม!!
ชมพู่ อารยา /  ข่าว ชมพู่ อารยา / 

  นับเป็นพระกรุณาอย่างหาที่สุดมิได้!! หลังจากที่นางเอกฮอต ชมพู่ อารยา ตั้งครรภ์ได้ราว 6 สัปดาห์ พร้อมกับต้องนอนที่โรงพยาบาลเพื่อตรวจอาการให้แน่ชัดในความปลอดภัย หลังจากเคยท้องและแท้งมาแล้วครั้งหนึ่ง ท่ามกลางกองเชียร์เนืองแน่น และความดีใจสุดๆ ของสามี น็อต วิศรุต ที่คอยดูแลไม่ห่าง โดยล่าสุดผู้จัดการส่วนตัว หวานเจี๊ยบ ได้โพสต์ภาพแห่งความปลื้มปีติและเป็นพระกรุณาอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลีฯ กรุณาประทานแจกันดอกไม้ผ่านผู้แทนมายัง สาวชมพู่ ซึ่งกำลังนอนพักอยู่ในโรงพยาบาล โดยระบุเป็นข้อความว่า   “เป็นพระกรุณาอย่างหาที่สุดมิได้ที่ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ กรุณาประทานแจกันดอกไม้ ขอขอบพระทัยเป็นล้นพ้น” ขอบคุณภาพจาก IG hwanjeabjeabม chomismaterialgirl อ่านข่าว เจ๊ม้า อรนภา คอนเฟิร์ม! ชมพู่ อารยา ท้องแล้ว 2 เดือน ลุ้นลูกชาย! อ่านข่าว ผู้จัดการ ชมพู่ อารยา อัปเดท! น็อตเฝ้าเมียติดขอบเตียง

ไอ เฮฟ สติ! พจน์ อานนท์ เคลียร์ชัดๆ จียอน เทคิวถ่ายหนัง ไปรับงานอีเว้นท์
จียอน /  พจน์ อานนท์ / 

  ไม่รู้ว่าเป็นการขุดหลุมฝังตัวเองหรือเปล่าสำหรับสาวสัญชาติเกาหลี จียอน ที่รอนแรมมาหากินในประเทศไทยจนโด่งดังเพราะความตลกงงงวย จนคนรู้จักชีทั้งประเทศ ล่าสุดผู้กำกับหนังไม่กลัวใครอย่าง พจน์ อานนท์ ก็ออกมาชี้แจงแล้วว่า ได้เรียกตัวสาวจียอนมาถ่ายหนังจริง แต่ในหนังต้องเล่นคู่กับนักแสดงชื่อดังกว่าอย่าง กอล์ฟ เบญจพล ซึ่งในบทต้องเล่นเป็นสามี-ภรรยาคู่กัน แต่ทางผู้จัดการส่วนตัวของสาวจียอน ไม่สะดวกใจที่จะให้เล่นเป็นบทสามี-ภรรยา ทางผู้กำกับ ก็เลยต้องแก้บทให้เป็นพี่น้องกัน   ทำงานกันครั้งแรกเหมือนจะผ่านอุปสรรคไปได้ด้วยดี ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ครั้งที่สองงานเข้ากองหนังของ พจน์ อานนท์ อย่างจังๆ เมื่อทางผู้จัดการส่วนตัวของสาวจียอน ส่งไลน์อ้างมาว่ามีญาติมาหาจากเกาหลี แล้วสาวจียอนต้องพาไปทำธุระ คงไม่สะดวกมาถ่ายคิวหนังที่นัดไว้ได้ ซึ่งทางกองถ่ายหนังก็ไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ เพราะได้เตรียมงานไว้เรียบร้อยแล้ว แต่เรื่องดันมาโป๊ะแตกโป้งใหญ่ เมื่อสาวจียอนถูกไลฟ์สด ว่าไปปรากฏตัวในงานอีเว้นท์ ในวันที่ให้คิวถ่ายหนังวันนี้ แล้วแบบนี้มันหมายความว่าอะไร งานนี้คงต้องรอให้ทางผู้จัดการส่วนตัว กับสาวจียอน จูงมือกันออกมาเคลียร์ข่าวเรื่องนี้อย่างด่วนที่สุด ก่อนที่อะไรมันจะสายเกินไปค่ะ...ออนนี่ (ดีดนิ้ว) ภาพจากอินสตาแกรม @poj_arnon @queengyeon

มิน พีชญา เมิน! ดราม่าอวดรวยขึ้น ฮ. เที่ยวดูไบ
มิน พีชญา /  โอ๊ต พิทักษ์

   มีเรื่องให้ดราม่าได้ตลอดๆ สำหรับนางเอกสาว มิน พีชญา ที่ก่อนหน้านี้เดินทางไปต่างประเทศแถมยังโพสต์รูปกระเป๋าแบรนด์เนมสุดหรู แอร์เมส นับสิบใบที่ สาวมิน ซื้อเป็นของขวัญวันเกิด ทำเอาหลายคนเข้าชมรมเม้าท์มอยกันไม่น้อย ล่าสุด สาวมิน เพิ่งจะควงหวานใจนั่งเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวไปเที่ยวดูไบ งานนี้ she ก็เลยถูกมองว่าอวดรวยซะงั้น ล่าสุด มิน พีชญา ได้มาร่วมงานกิจกรรม “คู่ซ่าท้าชิม” ดวลฝีมือตำส้มตำรสแซ่บ ณ ร้าน Time & Tales พร้อมกับเปิดใจถึงเรื่องดังกล่าว ยันตนไม่ได้อวดรวยแต่อย่างใด และการนั่งเฮลิคอปเตอร์ไปเที่ยวดูไบเป็นการเช่าไปในราคาหลักพัน ซึ่งไม่ได้แพงอย่างที่คิด พร้อมกับชมแฟนหนุ่มนอกวงการ โอ๊ต พิทักษ์ เป็นคนน่ารัก เทคแคร์ดูแล และให้เกียรติตนอย่างมาก เขินยังไม่เรียก "แฟน" เพราะมันอาจจะดูแรงไปสำหรับเธอ   "จริงๆ ดราม่า (นางเอก ม.สั่งแฟนคลับลบรูปในร้านอาหาร) มันเป็นการเข้าใจผิด และมินไม่อยากพูดถึง ทุกวันนี้มินว่าอย่าพยายามเข้าถึงเรื่องแบบนี้เลยเพราะทุกคนพร้อมจะแสดงข้อคิดเห็นอะไรก็ได้ และพอเราขยายพื้นที่ลบๆ มันก็กลายเป็นอะไรแบบนั้นและมันก็ไม่ได้ทำให้คนในประเทศเรามีความสุข มินเองชินที่คนจับตามองเราตลอด มินโอเพ่นมากๆ บางทีแทบจะเรียกมาถ่ายรูปเลย จริงๆ วันนั้นมินจะเรียกเขามาถ่ายรูปแต่ไม่ทันคือน้องเขาเขินแล้ววิ่งหายไปแล้ว แต่คนที่พูดคือคนที่อยู่ในเหตุการณ์และไม่เห็นอะไรเลย ไม่ใช่คนที่จะถ่ายรูปคนละคน มินถึงบอกว่าข่าวแบบนี้อย่าไปนำเสนอเลยดีกว่า คือมินเห็นรายละเอียดข่าวตั้งแต่ไปกราบพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 แล้วมินก็จะเจออะไรแบบนี้ตลอดมินเลยมองว่ามันเป็นโลกของข้อคิดเห็น"   "กับเรื่องที่ผู้จัดการมินบอกจะแจ้งความถ้าทำให้เสียหายเราก็ยอมรับว่ามีการร่างทนายและกำลังจะดำเนินคดี แต่คุณแม่มินท่านจะนางเอกท่านก็จะบอกตั้งแต่ตอนที่เข้าไปกราบในวังแล้วแม่บอกว่าพ่ออยากให้เรารักกัน เพราะฉะนั้นอะไรที่ปิดหูปิดตาไปได้ก็ปิดเพราะเราอยู่ที่แจ้ง เราคนไทยมินว่าศักดิ์ศรีลืมๆไปบ้างเถอะค่ะ บางทีมินเป็นระดับนางเอกแต่มินก็ไม่ได้มองว่าจะต้องมาเอาเรื่อง มันคือการที่เกิดมีพี่น้องที่อยู่ในประเทศเราแล้วยังไม่เกิดความเข้าใจเราก็ไม่จำเป็นต้องทำร้ายใคร เราคงไม่เอาเรื่องเขาเด็กน้อย(ยิ้ม)แค่ตื่นเต้นเฉยๆแต่ทุกคนอยากเอาเรื่องมินค่ะไม่เป็นไรมินเข้าใจ คือเรื่องนี้มินไม่ได้เคลียร์กับเขานะผู้จัดการมินเคลียร์เรียบร้อยแล้ว บอกตรงๆเรื่องแบบนี้มันทำให้เราต้องจัดการ มันไม่บั่นทอนจิตใจเรา เพราะมินเป็นคนชัดเจนมากถ้ามินไม่ผิดเราก็ชัดเจนและมินไม่มานั่งเสียใจด้วย แต่ถ้ามินผิดเราพร้อมปรับปรุง ลองมองชัดๆดูว่ามีดาราคนไหนไม่ถูกถ่ายรูปไม่มีดังนั้นมันเกิดความเข้าใจผิดได้ แล้วเราก็เข้าใจเพราะหนึ่งวินาทีของคนไม่เท่ากัน บางคนมองคนละที่พอไปสบตากันกลายเป็นหยิ่ง แต่ถ้าเราอยู่บนพื้นฐานของความรักเข้าใจประเทศเราน่าอยู่มาก"   "ทริปดูไบสนุกมาก จริงๆ มินตั้งเป้าไว้ว่าปีนึงจะเที่ยวทริปใหญ่ๆ สัก 4 ครั้งด้วยความที่เราอยู่ในวงการมาสักพักแล้ว ทำงานหนักมากตลอดทั้งปี ไม่มีวันหยุดเสาร์-อาทิตย์เหมือนคนอื่นๆ เราเลยเริ่มรู้สึกว่าเราอยากพักผ่อนบ้าง ดังนั้นเลยต้องมีบาลานซ์ที่ดีกับทริปนี้ก็ไปมา 8 วันค่ะ ไปกันเยอะมากเป็นสิบคนเลย มีเพื่อนต่างชาติด้วยไปรวมตัวกันที่โน้น แล้วก็ได้ไกด์พิเศษด้วยเสกได้ทุกอย่าง(ยิ้ม) พี่โอ๊ต พิทักษ์ เขาก็ไปด้วยความที่ไปกันหลายคนก็โดนแซวตลอด แต่เขาก็จะมีดอกไม้ มีลีมูซีนส่วนตัวเราก็เลยแซวว่าหูยจัดหนักมากเลย(ยิ้ม)ทำคะแนนๆ แต่ที่เห็นภาพสวยๆ ออกมาขึ้นฮอลล์หรืออะไรคือมินบอกเลยว่าดูไบเป็นเมืองที่สวยมากถ่ายรูปจุดไหนก็สวย ดูแพง"   "มินไม่ได้อวดรวยแบบที่คนเม้าท์กัน มินโพสต์รูปในไอจีของเราเป็นพื้นที่ส่วนตัวและมินก็ไม่ได้เขียนอะไรน่าเกลียดเลย และการขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไม่ได้แพงนะคะหลักพันเอง เราเช่าส่วนตัว แต่มันเป็นสิ่งที่คนหลายคนไม่กล้าทำเพราะมันสูง ซึ่งที่คนมองว่ามินทำอะไรดูแพงก็ดีนะดีกว่าคนมองว่าเราทำอะไรแล้วดูถูกหรือเปล่าคะ(ยิ้ม) แสดงว่าเรามีคุณค่า ทุกวันนี้น้องคิดบวกให้เก่งเนอะ ก็อย่าดราม่าเลยเราลงรูปไลฟ์สไตล์ปกติ นี่แทบจะไม่มีรูปอะไรที่ทำให้คนไม่เข้าใจเลย แต่ถ้ายังดราม่าอีกมินจะปิดไอจีแล้ว(ยิ้ม)คือมินเปิดไอจีให้แฟนคลับได้ติตตามชีวิตของมินก็น่ารักๆให้เกียรติชีวิตมินบ้าง เบาๆ ด่าได้แต่อย่าแรง เพราะจริงๆ ที่มินไปดูไบมินเพราะเราชอบความแอดเวนเจอร์นะ แต่ก็จะมีเพื่อนๆ หรือพี่โอ๊ตจะมีสิ่งพวกนี้มาอำนวยความสะดวกให้"   "โมเม้นต์สวีทเราก็มีไปทานข้าวด้วยกันตอนเย็น เป็นร้านอาหารที่เป็นมุมที่เขาบอกถ้าไปดูไบต้องไปเลย คนแน่นมาก ก็โอเคนะจริงๆ พี่โอ๊ตเป็นคนน่ารัก และให้เกียรติมากๆ อย่างตอนนี้แม่มินป่วยเป็นฝีที่หน้าผากอยู่ รพ.เขาก็ดูแลอยู่ไปจัดการเรื่องต่างๆ ให้ เรียกว่าเขาทำคะแนนอยู่ (ยิ้ม) จริงๆ มินว่ามันเป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้วความรักเป็นสิ่งสวยงาม แต่ถ้าจะขยับสถานะไป ด้วยวัยของมินหรือความพร้อมมันก็ยังไม่พร้อมจริงๆ อันนี้ต้องยอมรับ"   "ถ้าถามตอนนี้เรียกแฟนได้หรือยัง ตอนนี้ยังก่อน แต่เรียกว่าเป็นอะไรก็ได้แหละที่อยากจะเรียกกัน แต่ถ้าจะเรียกแฟนให้มินเลยมันก็แรงไป อยากเรียกอะไรก็เรียกค่ะ จริงๆ คุณพ่อคุณแม่มินก็ชัดเจนว่าให้ดูกันไปก่อน บนพื้นฐานของความจริงใจมินว่ามันจะไปได้สวย แต่มินไม่อยากให้คนเอาพี่เขาไปเปรียบเทียบกับคนอื่นๆ ว่าทำไมมินเปิดตัวเยอะ มินมองว่าตัวเองเริ่มโตแล้วและมันมีพื้นที่ให้เปิดเผยมากขึ้น แต่ก่อนเราถ่ายละปีละ 3 เรื่องเลยไม่มีโมเม้นต์แบบนี้ ไม่ใช่เราไม่เปิด แต่ว่ามันไม่มีเวลาเกิดความน่ารักแบบนี้ ซึ่งตอนนี้เราเริ่มจัดสรรเวลาได้มากขึ้น เช่นรับละครปีละเรื่องและเราก็ชัดเจน ช่องก็น่ารักค่ะ" ขอบคุณภาพเพิ่มเติมจาก IG minpechaya, oatpitak มิน พีชญา   มิน พีชญา   มิน พีชญา   มิน พีชญา            

พอร์ช ปัด! มีปัญหาผจก. ยันไม่เคยรับงานเอง
พอร์ช ศรัณย์

   พระเอกหนุ่ม พอร์ช ศรัณย์ เคลียร์ชัดปัดมีปัญหาผู้จัดการส่วนตัว ยันไม่เคยรับงานเองทุกอย่างยังเหมือนเดิม แจงอยู่ด้วยกันมานานคนนี้รู้ใจสุดไม่รู้ว่าเด็กคนอื่นยังไง แต่สำหรับตนเองยังเป็นผู้จัดการคนเดิม กับแฟน สาวเกรซ ทุกอย่างแฮปปี้ดีช่วงนี้เจอกันน้อยเพราะงานเยอะแต่พยายามหาเวลาพาไปกินข้าวบ้างเดี๋ยวหาว่าไม่ดูแล พอร์ช ศรัณย์ พอร์ช ศรัณย์