ผู้จัดการ

มิ้นท์ ณัฐวรา ย้ำ!! ไม่ได้หลงผู้ชายจนไม่มีงาน
มิ้นท์ ณัฐวรา /  ข่าวบันเทิง / 

แหม...วันนี้ใครจะเม้าท์มอยไม่ได้แล้วนะค้า ว่านางร้ายหน้าสวยอย่าง มิ้นท์ ณัฐวรา หลงแฟนหนุ่มไฮโซจนผู้ใหญ่ทางช่องไม่ป้อนงานให้ เพราะตอนนี้สาวมิ้นท์กำลังเร่งถ่ายละครอยู่ถึง 3 เรื่องด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ไฟล้างไฟ, เลือดรักทระนง, ปดิวรัดา แต่เพราะตอนนี้ละครยังไม่ออกอากาศ เลยทำให้ดูเหมือนหายหน้าหายตาไปจากวงการ ซึ่งก่อนหน้านี้สาวมิ้นท์รับว่าไม่เคยคิดที่จะลาออกจากวงการเลยสักครั้ง เพราะรักในอาชีพนักแสดง ส่วนเรื่องความรักกับไฮโซหนุ่มนอกวงการตอนนี้กำลังไปได้สวย เพราะทั้งคู่คบหาดูใจกันอยู่ในสายตาของผู้ใหญ่ทั้ง 2 ฝ่าย แถมทุกครั้งเวลาจะไปไหนมาไหนด้วยกันสาวมิ้นท์จะมีผู้จัดการทอมตามติดไปด้วยเกือบทุกครั้ง ฉะนั้นคงไม่เกิดปัญหาที่คนจะเอาไปเม้าท์มอยให้เกิดเรื่องไม่ดีอย่างแน่นอน และที่สำคัญสาวมิ้นท์ก็เข้ากับทางบ้านของแฟนหนุ่มได้เป็นอย่างดี ไม่แน่เร็วๆ นี้สาวมิ้นท์อาจออกมาประกาศแต่งฟ้าแลบอีกรายก็ได้ มิ้นท์ ณัฐวรา-แฟนหนุ่ม มิ้นท์ ณัฐวรา-แฟนหนุ่ม

ลิเดีย-แมทธิว เคลียร์ทุกดราม่า!! ก่อนงานแต่ง
ลิเดีย ศรัณย์รัชต์ /  แมทธิว ดีน / 

ก่อนจะถึงพิธีฉลองมงคลสมรสของคู่รักมาราธอน ลิเดีย ศรัณย์รัชต์ และหนุ่ม แมทธิว ดีน ในวันเสาร์ที่ 21 มี.ค. ที่จะถึงนี้ ก็มีเรื่องราวดราม่าเกิดขึ้นมากมาย ทั้งภาพถุงยางอนามัยกองโตซึ่งเป็นของขวัญจากแก๊งเพื่อนในปาร์ตี้สละโสดที่ถูกวิจารณ์ว่าไม่เหมาะสม รวมถึงปัญหาระหว่างช่างภาพในงานหมั้นที่ออกมาดิสเครดิตกันว่อนโซเชียล งานนี้ สาวลิเดีย ควง หนุ่มแมทธิว เปิดใจ! ไม่นอยด์มีดราม่าก่อนงานแต่ง ออกตัวไม่ขอยุ่งปัญหาช่างภาพ มองทุกอย่างราบรื่นดี!! ลิเดีย "ตั้งแต่ปาร์ตี้สละโสดวันนั้นถึงวันนี้ยังไม่ได้พักเลยค่ะ เราคิดว่าวันนั้นต้องไปทำงานไปเล่นคอนเสิร์ต เป็นงานเลี้ยงบริษัทต้องไปร้องเพลง ผู้จัดการก็หลอกเดียว่าต้องร้อง 5 เพลงนะ แต่ให้ขึ้นไปพักทานข้าวก่อน พอเดินเข้าไปเพื่อนๆ ทุกคนก็เซอร์ไพร้ส์ใส่ชุดสีแดงกันหมดเลย ส่วนเราเค้าหลอกให้ใส่สีขาว บอกเป็นธีมงานเลี้ยงบริษัทที่เค้าจ้างมา วันนั้นน้ำตาแตกหลายรอบมาก เพราะเพื่อนๆ เตรียมงานนี้มานานมาก บางคนมาจากต่างประเทศ บินกลับมาเพื่องานนี้เลย บางคนไม่ได้เจอกันมาหลายปีมาก ก็ซึ้งมาก เซอร์ไพร้ส์ทุกสิ่งอย่างเลยค่ะ" ลิเดีย "รูปกองคอนดอม คือมันไม่ใช่ของขวัญนะ มันเหมือนเล่นเกมส์ เค้าปิดตาเดียแล้วก็ให้ตีๆ ซึ่งปกติของในกล่องจะเป็นลูกอม แต่อันนี้มีแต่คอนดอมเต็มไปหมดเลย ก็ตกใจนิดนึง ส่วนกระแสวิจารณ์ เดียมองว่าสนุกๆ มากกว่า อย่าไปคิดมาก มันเป็นงานสละโสด ตัวเดียก็ไม่ซีเรียสค่ะ ขำๆ สำหรับงานหมั้นดีมากเลย เป็นวันที่มีความสุขมากๆ ค่ะ ตั้งแต่เดินลงมาจากห้องข้างบน เห็นทุกคนอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาแทบจะร้องไห้ตั้งแต่ตอนนั้นเลย" แมทธิว "ในงานวันนั้นไม่ได้มีอะไรมากมายนะครับ เป็นการพูดคุยกันปกติ ดีใจที่เพื่อนพี่น้องมาร่วมงานกันมากมาย งานก็เดินไปตามที่เราวางเอาไว้ 99% เข้าใจว่าทุกอย่างอาจจะไม่ได้ราบรื่น เพราะการจัดงานระดับนี้ค่อนข้างวุ่นวาย เพราะเรามีญาติเยอะ แขกเยอะ" ลิเดีย "ส่วนประเด็นดราม่าช่างภาพในงานแต่งของเรา ได้ข่าวเหมือนกันค่ะ แต่เราก็ไม่รู้อะไรเลย เพราะมันเป็นเรื่องของช่างภาพ" แมทธิว "เรื่องของการจ้างตากล้อง เราจ้างมา 3 ทีมเพื่อเก็บภาพในงานเรา เราแค่เลือกและระบุตอนแรกว่าจะใช้เจ้าไหน เราไม่ได้มีส่วนว่าเค้าจะดึงใครมาช่วยหรืออะไร ที่เหลือก็จะเป็นทางผู้จัดการของเดียเป็นคนประสานให้" ลิเดีย "Box wedding เป็น 1 ใน 3 ทีม คือมี ทีมฤกษ์ดี, ทีมคุณก.ไก่, และ ทีม Box ค่ะ เราจ้างทั้ง 3 เจ้าอยู่แล้วค่ะ" แมทธิว "ก็งงนะที่อยู่ดีๆ มีข่าวขึ้นมา แต่เราก็ไม่ได้ติดตามสักเท่าไหร่ เพราะมันไม่ใช่เรื่องของเรา น่าจะเป็นเรื่องของวงการช่างภาพ ที่เค้าจะมีเรื่องราวอะไรกันก็ไม่ได้เกี่ยวกับเราครับ เราก็ไม่ได้อยากให้โฟกัสไปที่เรื่องนี้ เพราะเราก็แฮปปี้กับทุกเจ้าที่เลือกมาถ่ายรูปให้เรา เก่งทุกเจ้า ที่ไปถ่ายที่ปารีสก็ไปด้วยกัน 2 เจ้า ส่วนที่ช่างภาพชื่อคุณจักรวินทร์จะไปฟ้องร้อง คงไม่ต้องคุยอะไร เพราะเค้าไม่ได้ฟ้องเรานี่ครับ" ลิเดีย "ที่คุณจักรวินทร์เสียความรู้สึกไม่ถ่ายงานแต่งดาราอีก อันนี้แล้วแต่เค้าดีกว่า เราไม่ขอคอมเม้นท์ตรงนี้ เราว่าจ้าง 3 ทีมนี้มาทำ ถ้าเค้าจะทะเลาะกันหรืออะไรก็แล้วแต่ เดียไม่ทราบแล้ว ขอไม่ยุ่งตรงนี้ดีกว่า คงไม่เข้าไปช่วยไกล่เกลี่ยอะไรเพราะไม่ใช่เรื่องของเราค่ะ งานวันที่ 21 จะเป็นทีมไหนถ่ายต้องคุยกับทางเวดดิ้งแพลนเนอร์อีกทีค่ะ เดียรู้สึกว่ามันไม่ใช่อุปสรรคอะไรเลย เพราะมันไม่ใช่เรื่องของเราเลยค่ะ ในสายตาเราทุกอย่างก็ราบรื่นดี สำหรับเดียมีความสุขมากค่ะ" แมทธิว-ลิเดีย แมทธิว-ลิเดีย แมทธิว-ลิเดีย แมทธิว-ลิเดีย แมทธิว-ลิเดีย Box Wedding ชี้แจง

AFCมีเงิบ! เสี่ยแมน นอนยัน ทริสตอง เล่นให้ไทยได้ 100เปอร์เซ็นต์ เอกสารครบ
ช้างศึกลูกกรอก /  ทริสตอง / 

ความเคลื่อนไหวเรื่องปวดหัวของศึกเอเอฟซี ยู-23 แชมเปี้ยนส์ชิพ 2016 ซึ่งเมื่อวานนี้ (26 มี.ค.58) ในที่ประชุมผู้จัดการทีมเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้น เมื่อสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือ เอเอฟซี ตัดสิทธิ์ 2 นักเตะไทย ไม่ให้ลงทำการแข่งขันเนื่องจากมีปัญหาเรื่องการลงทะเบียน ทว่าในที่สุด เจ้าปิง ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร สามารถมีชื่อลงทำการแข่งขันได้ ส่วนในรายของ ทริสตอง สมชาย โด ยังคงไม่สามารถลงชื่อแข่งขันได้ตามเดิม เนื่องจากเอเอฟซี ยืนยันว่า ทริสตอง ยังไม่ได้รับการรับรองสัญชาติไทย ล่าสุด เสี่ยแมน ธัญญะ วงศ์นาค ผู้จัดการทีมมังกรไฟ บีอีซี เทโรศาสน ต้นสังกัดของ ทริสตอง สมชาย โด ได้ออกมาเปิดเผยว่า ทริสตอง มีเอกสารหลักฐานครบถ้วน ทั้งสูติบัตร, บัตรประชาชน หากนักเตะไม่มีเอกสารถูกต้องก็คงไม่สามารถส่งลงเล่นในไทยพรีเมียร์ลีก ตั้งแต่ฤดูกาลก่อนได้ “ต้อนนี้เราได้นำเอกสารทั้งหมดส่งให้กับทีพีแอลอีกครั้งแล้ว เพื่อยืนยันว่า ทริสตอง สมชาย โด มีสิทธิ์เล่นให้ทีมชาติไทย ร้อยเปอร์เซ็นต์” เสี่ยแมน เผยรายละเอียดต่อว่า ทริสตอง เขาเกิดที่ประเทศฝรั่งเศส แต่พ่อเขามีสัญชาติไทย ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่ใช่คนไทย เรามีเอกสารครบทุกอย่าง บัตรประชาชน, สูติบัตร เขาก็มี ตอนนี้ผมรวบรวม และประสานกับคุณพ่อของเจ้าตัว ให้ส่งสูติบัตรของคุณพ่อมาให้ เพื่อเป็นหลักฐานส่งให้กับทีพีแอล เพราะเราส่งเขาแข่งในฐานะนักเตะไทยมาตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้ว ยอมรับว่าวุ่นวายพอสมควร และคงต้องขอชี้แจง เพื่อความชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดกันไปใหญ่ ขอบคุณภาพจาก : แฟนเพจเฟซบุ๊ค บริษัท สปอร์ต ฮีโร่ จำกัด

ศก.ขาลง คนว่างงานพุ่ง เดือน ก.พ. 4 แสนคนแล้ว
ตกงาน /  ว่างงาน / 

 โพลชี้เดือน ก.พ.ว่างงาน พุ่ง 4 แสน จากแรงงาน 38 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกัน ประมาณ 2 แสนคน  น.ส.สุธิดา กาญจนกันติกุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่าปัญหา เเรงงานที่เพิ่มขึ้น  คือการเลือกงานของแรงงานในกลุ่มเจนเนอเรชั่นเอ็กซ์ (วัย 30-50 ปี) และเจนเนอเรชั่นวาย (วัย 11-29 ปี) ที่อยากทำงานตามความต้องการของตนเป็นหลัก พร้อมกันนี้ยังมีปัญหาเรื่องความไม่สมดุลกันของแรงงาน ทั้งในส่วนปริมาณและคุณภาพ คุณสมบัติไม่ตรงกับความต้องการ และผลิตคนไม่ทันกับความต้องการ ทำให้ ตัวเลขการว่างงานของไทย เดือน ก.พ. 2558 เฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 1.06 หรือมีผู้ว่างงาน 4 แสนคนจากกำลังแรงงาน 38 ล้านคนเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2557 ประมาณ 2 แสนคน เป็นผลมาจากภาวะขาลงสำหรับเศรษฐกิจของประเทศในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี แนวโน้มทั้งปี 58 เชื่อว่าตัวเลขอัตราการว่างงานจะดีขึ้น เนื่องจากเริ่มเห็นสัญญาณการลงทุนของต่างชาติในกลุ่มธุรกิจค้าปลีก แฟชั่น และความงาม ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ความต้องการแรงงานเพิ่มขึ้นด้วยประมาณ 10% และจากนี้คาดว่าตัวเลขอัตราการว่างงานจะค่อยๆ ดีขึ้น แต่ต้องขึ้นอยู่กับผู้สมัครงานด้วยหากไม่เลือกงาน ส่วนการสำรวจ 10 อันดับของสายงานซึ่งเป็นที่ต้องการของแรงงาน คือ 1.งานธุรการ งานทรัพยากรบุคคล 2.งานไอที 3.งานการตลาดและการประชาสัมพันธ์ 4.งานท่องเที่ยว 5.งานโฆษณาและงานสื่อ 6.งานบัญชี การเงิน และธนาคาร 7.งานการผลิต 8.งานราชการ 9.งานบริหาร 10.งานสัญญาจ้าง พนักงานรายวัย และพนักงานพาร์ตไทม์ สำหรับ 10 อันดับของสายงานที่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน จากการสำรวจบริษัทลูกค้า 400 บริษัท พบว่า 1.งานขาย งานบริการลูกค้า งานพัฒนาธุรกิจ 2.งานธุรกิจการ งานทรัพยากรบุคคล 3.งานบัญชี การเงินและธนาคาร 4.งานไอที 5.วิศวกรรม 6.งานการตลาดและประชาสัมพันธ์ 7.งานขนส่ง 8.งานบริหาร 9.งานประกันภัย 10.งานโทรคมนาคม MThai News

ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ แข็งแกร่งยิ่งขึ้น อัจฉริยะยิ่งขึ้น และประหยัดยิ่งขึ้น
car /  ford / 

- ฟอร์ด เรนเจอร์ พัฒนาต่อยอดจากสมรรถนะความแข็งแกร่งระดับโลก พร้อมอวดโฉมใหม่และเทคโนโลยีอันทันสมัยที่จะช่วยให้รถมีสมรรถนะดียิ่งขึ้นกว่าเดิม กระจังหน้าสไตล์ใหม่ ดุดันและทันสมัย  ห้องโดยสารดีไซน์ใหม่ทั้งหรูหรา ประณีต และเปี่ยมด้วยประโยชน์ใช้สอย - เทคโนโลยีล้ำสมัยในฟอร์ด เรนเจอร์  รวมถึงระบบสั่งงานด้วยเสียงซิงค์ 2  (SYNC2)  ระบบรักษาช่องทางขับขี่ (Lane Keeping Aid)  ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบรักษาระยะห่างระหว่างรถคันหน้า (adaptive cruise control)  ระบบตรวจสอบผู้ขับขี่ (Driver Impairment Monitor) และเซนเซอร์ช่วยจอดหน้า-หลัง (Front and Rear Parking Sensors)  ทำให้ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ เป็นหนึ่งในรถกระบะที่ไฮเทคที่สุดบนท้องถนน - เครื่องยนต์ดีเซลรุ่นใหม่ พร้อมเทคโนโลยีสตาร์ทและดับเครื่องอัตโนมัติ (Start-Stop technology) พวงมาลัยพาวเวอร์ระบบไฟฟ้า (Electric Power Assisted Steering) ช่วยให้ ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ ทั้งเงียบ และประหยัดน้ำมันได้มากกว่าถึง  22 เปอร์เซ็นต์ พร้อมทรงสมรรถนะยิ่งกว่าเดิม - ช่วงล่างถูกปรับแต่งเพื่อการขับขี่ที่สะดวกสบายและความคล่องตัวมากขึ้น แต่ยังคงความสนุกพร้อมความนุ่มนวลยิ่งขึ้น ฟอร์ดเผยโฉมรถกระบะ ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ พร้อมความแข็งแกร่งและอัจฉริยะยิ่งขึ้น พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถกระบะด้วยการผสมผสานสมรรถนะที่ดุดัน ความประณีตและเทคโนโลยีนำสมัยเข้าไว้ด้วยกัน  โดยฟอร์ดจะเดินหน้าเปิดตัวฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ ในกว่า 180 ประเทศทั่วโลก ในปีนี้ “ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ จะสร้างมาตรฐานใหม่ทั้งในด้านความสะดวกสบายและความหรูหรา โดยที่ยังรักษาไว้ซึ่งความสมบุกสมบันที่ลูกค้าของเราชื่นชอบ” มร. แบรท วีทลีย์ รองประธานฝ่ายการตลาด การขาย และบริการ ฟอร์ด เอเชียแปซิฟิก กล่าว “รถกระบะรุ่นล่าสุดนี้แสดงออกถึงรูปลักษณ์อันแข็งแกร่งแต่ยังมีความอัจฉริยะได้เป็นอย่างดี และจะช่วยให้ลูกค้าของฟอร์ดใช้ชีวิตได้คุ้มค่ายิ่งขึ้น ไม่ว่าในวันทำงานหรือวันพักผ่อน” ด้วยกระจังหน้ารูปลักษณ์ใหม่ และห้องโดยสารดีไซน์ใหม่ที่เพียบพร้อมทั้งประโยชน์ใช้สอยและความหรูหรา จึงถือได้ว่า ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ ได้รับการสร้างขึ้นจากชื่อเสียงของรถกระบะตระกูลเรนเจอร์ที่มีสมรรถนะเป็นเลิศ พร้อมนวัตกรรมและความสะดวกสบายมากมาย ทำให้ฟอร์ด เรนเจอร์ โดดเด่นเหนือกว่าคู่แข่งรถกระบะทั่วไป และยังล้ำหน้าเหนือใครด้วยเทคโนโลยีล่าสุดที่ช่วยให้ผู้ขับขี่เอาชนะทุกความท้าทายในทุกวันได้มากกว่าที่เคย ดีไซน์แกร่ง ดูทันสมัย ความเปลี่ยนแปลงในฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ เริ่มต้นตั้งแต่รูปลักษณ์ภายนอกที่ทันสมัย ทรงพลังกว่าเดิม และสื่อถึงสมรรถนะของตัวรถได้อย่างชัดเจน กระโปรงหน้ารถมีเส้นสายที่ดุดันยิ่งขึ้น เข้ากับกระจังหน้าทรงสี่เหลี่ยมคางหมูได้เป็นอย่างดี ขณะที่ไฟหน้าแบบโปรเจกเตอร์เป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ที่เสริมให้ตัวรถดูแข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปอีก “เมื่อพิจารณาจากการขับขี่ของลูกค้าแล้ว เราเห็นว่าฟอร์ด เรนเจอร์ จะต้องมีรูปลักษณ์และประโยชน์ใช้สอยที่โดดเด่นอย่างรอบด้านไม่แพ้กัน เพื่อประกอบกันเป็นรถยนต์ที่สมบุกสมบันและพึ่งพาได้ในทุกสถานการณ์”  มร. เดฟ ดูวิท ผู้จัดการฝ่ายออกแบบ ฟอร์ด เอเชียแปซิฟิก กล่าวเสริม “เราใช้โอกาสนี้ในการเสริมให้ดีไซน์ของฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ ดุดันกว่าในรุ่นก่อนหน้า และยังเน้นองค์ประกอบความเป็นกระบะพันธุ์แกร่งตามมาตรฐานฟอร์ด (Built Ford Tough)  อย่างช่องระบายอากาศบนตัวถัง โดยที่ยังคงรักษาสมรรถนะด้านอากาศพลศาสตร์ที่ยอดเยี่ยมไว้เช่นเคย” รูปลักษณ์ภายนอกใหม่ได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับส่วนห้องโดยสาร ทำให้มีความสบายยิ่งขึ้น รวมถึงทันสมัยและสร้างบรรยากาศที่เหมือนกับรถยนต์นั่งสำหรับทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร เส้นสายต่างๆ ตามทางยาวช่วยขับเน้นให้ห้องโดยสารดูโอ่อ่า กว้างขวาง ก่อนจะมาบรรจบกันด้านหน้ารถที่บริเวณจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว กลางแผงคอนโซล ส่วนแผงหน้าปัดควบคุมแบบหน้าจอคู่ ทีเอฟที (Dual TFT) แสดงข้อมูลของตัวรถและสถานะของฟังก์ชันต่างๆ อย่างครบครัน ทั้งระบบความบันเทิง ระบบนำทาง และระบบปรับอากาศ “ห้องโดยสารของ ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ ดูหรูหรา ทันสมัย และยังไฮเทคอีกด้วย” มร.ดูวิท กล่าว “เราได้เลือกใช้วัสดุภายในห้องโดยสารที่เข้ากับดีไซน์ใหม่นี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยไม่ทิ้งความทนทาน สมบุกสมบัน และประโยชน์ใช้สอยในแบบรถกระบะพร้อมลุย ทำให้เหมือนห้องโดยสารของรถยนต์นั่งแต่ไม่ทิ้งความอเนกประสงค์” ฝ่าฟันทุกอุปสรรค พร้อมมาตรฐานใหม่ของความนุ่มนวล ฟอร์ด เรนเจอร์ เป็นหนึ่งในสุดยอดรถกระบะพันธุ์แกร่งในตลาด โดยสามารถขับขี่ลุยน้ำได้ที่ความลึกถึง 800 มิลลิเมตร ซึ่งถือว่าลึกที่สุดในรถประเภทนี้ ส่วนพื้นรถสูง 230 มิลลิเมตร ออกแบบมาเพื่อรับมือกับเส้นทางวิบากได้อย่างคล่องตัว ด้วยมุมตัดที่  28 องศาและ มุมจากที่ 25 องศา ทำให้ผู้ขับขี่ ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ สามารถขับขี่ขึ้นลงทางลาดชันได้อย่างมั่นใจ ระบบขับเคลื่อนแบบสี่ล้อที่ควบคุมแบบระบบอิเล็กทรอนิกส์ใน ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ สามารถเลือกโหมดทำงานได้ทั้งแบบขับเคลื่อนสองล้อและสี่ล้อเกียร์สูงได้ด้วยการหมุนปุ่มที่คอนโซลกลาง ส่วนในสถานการณ์ที่ต้องใช้แรงบิดสูงที่ความเร็วต่ำ หรือกรณีที่ต้องเบรกขณะลงเขา ผู้ขับขี่ก็สามารถปรับไปใช้งานโหมดขับเคลื่อนสี่ล้อเกียร์ต่ำได้ ส่วนชุดเฟืองท้ายแบบอิเล็กทรอนิกล็อค เสริมให้รถเกาะถนนได้ดียิ่งขึ้นในสภาวะการขับขี่ที่ยากลำบาก ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่สามารถลากจูงน้ำหนักได้สูงสุด 3,500 กิโลกรัม และรับน้ำหนักบรรทุกสูงถึง 1,175 กิโลกรัม ถึงแม้ว่าฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ จะคงความทรงพลังเป็นเยี่ยม แต่ยังมอบการขับขี่นุ่มนวลซึ่งไม่สามารถพบได้จากรถกระบะโดยทั่วไป  ในขณะที่เรนเจอร์ รุ่นปัจจุบันได้สร้างมาตรฐานใหม่ในการขับขี่และความคล่องตัว วิศวกรของฟอร์ดยังได้พัฒนาระบบช่วงล่างที่เสริมทั้งความสบายและการควบคุมที่คล่องแคล่ว แม่นยำ ระบบพวงมาลัยพาวเวอร์ระบบไฟฟ้า (EPAS) เสริมประสบการณ์ขับขี่ให้ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้น ช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถได้อย่างมั่นใจและเป็นธรรมชาติ โดยระบบจะปรับให้พวงมาลัยมีน้ำหนักเบาในขณะขับขี่ที่ความเร็วต่ำ เช่นกรณีเข้าช่องจอด ก่อนจะปรับมาเน้นความแม่นยำเมื่อขับขี่ที่ความเร็วสูง โดยมีการตั้งค่าที่แตกต่างกันไปตามความเร็วของรถ มุมเลี้ยวของพวงมาลัย แรงเหวี่ยงขณะเข้าโค้ง และอัตราการเร่งหรือลดความเร็ว ทั้งนี้ ระบบ EPAS ไม่มีอุปกรณ์ปั๊มน้ำมันอยู่ภายในเหมือนระบบพวงมาลัยพาวเวอร์ทั่วไป จึงช่วยให้รถเดินเครื่องเงียบลง และประหยัดน้ำมันเพิ่มขึ้นราว 3 เปอร์เซ็นต์ วิศวกรของฟอร์ดได้เลือกใช้วัสดุเก็บเสียงคุณภาพสูงในห้องโดยสารเพื่อลดเสียงรบกวนจากภายนอก จึงทำให้ห้องโดยสารของ ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ ทั้งเงียบและสะดวกสบายที่สุดในตลาด เทคโนโลยีอันทันสมัย ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ มาพร้อมกับเทคโนโลยีล่าสุดมากมายที่เสริมคุณสมบัติในการเชื่อมต่อ และการควบคุมรถ ระบบสั่งงานด้วยเสียง ซิงค์ 2  ระบบเชื่อมต่อเพื่อการสื่อสารภายในตัวรถรุ่นล่าสุด ช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมระบบต่างๆ ของตัวรถได้อย่างชาญฉลาดและปลอดภัยยิ่งขึ้น ด้วยระบบการรับคำสั่งผ่านเสียง โดยผู้ขับขี่สามารถพูดคำสั่งภาษาอังกฤษเช่น “Temperature 20 degrees” “play AC/DC” หรือ “I’m hungry” เพื่อควบคุมระบบปรับอากาศ ระบบความบันเทิง หรือระบบนำทางของรถได้ทันที ส่วนจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว และคำสั่งแบบแยกสี ช่วยให้การเลือกใช้งานเมนูต่างๆ ง่ายยิ่งขึ้น ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ ติดตั้งช่องชาร์จไฟแบบ 240 โวลต์ ซึ่งสามารถใช้ชาร์จไฟคอมพิวเตอร์โน๊ตบุคที่ไหนก็ได้ ให้คุณไม่พลาดทุกงานเร่งด่วนนอกจากนี้ ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ มาพร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะเต็มรูปแบบ ที่จะช่วยให้ทุกการขับขี่ของคุณปลอดภัยมากยิ่งขึ้น - ระบบช่วยเตือนการขับขี่ในช่องทาง (Lane Keeping Alert) และระบบรักษาช่องทางขับขี่ (Lane Keeping Aid) โดยระบบทั้งสองจะทำงานร่วมกันเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ขับขี่เบนตัวรถออกจากช่องทางโดยไม่ตั้งใจ ในขณะที่ขับขี่ด้วยความเร็วสูง โดยหากกล้องด้านหน้ารถมองเห็นว่ารถกำลังเบนหัวออกจากช่องทางขับขี่ ระบบจะทำการแจ้งเตือนโดยจะทำการสั่นพวงมาลัยเพื่อเตือนผู้ขับขี่ และหากผู้ขับขี่ไม่หันหัวรถกลับเข้าสู่ช่องทางเดิม ระบบรักษาช่องทางขับขี่ก็จะใช้แรงบิดจากพวงมาลัยเพื่อเบนรถให้กลับสู่เลนที่ถูกต้อง - ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบรักษาระยะห่างระหว่างรถคันหน้า (Adaptive Cruise Control) ใช้อุปกรณ์เรดาร์ช่วยรักษาความเร็วตามที่ตั้งค่าไว้ และช่วยรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าอีกด้วย เมื่อระบบตรวจพบว่ามีรถยนต์คันอื่นอยู่ข้างหน้า จะทำการลดความเร็วเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ ก่อนจะเร่งกลับมาที่ความเร็วที่ตั้งไว้เมื่อถนนโล่ง ส่วนฟังก์ชั่นจำกัดความเร็วแบบตั้งค่าได้ ช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ขับขี่เร่งความเร็วเกินกว่าที่กำหนดไว้โดยไม่ตั้งใจ - ระบบเตือนป้องกันการชนรถคันหน้า (Forward Alert) ทำงานร่วมกับระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบรักษาระยะห่างระหว่างรถคันหน้า เพื่อส่งสัญญาณเตือนผู้ขับขี่ด้วยสัญญาณไฟและเสียง หากตัวรถเข้าใกล้รถคันหน้ามากเกินไป ระบบจะเริ่มควบคุมการเบรกเพื่อให้สามารถหยุดรถได้ทันท่วงทีหากจำเป็น - สัญญาณเตือนระยะเดินหน้าและถอยหลัง (Front and Rear Park Assist) ใช้อุปกรณ์เซนเซอร์ตรวจจับสิ่งกีดขวางขณะจอดรถ และส่งสัญญาณเสียงเตือนหากรถเข้าใกล้สิ่งกีดขวางดังกล่าวที่ความเร็วต่ำ ส่วนกล้องมองหลังช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นด้านท้ายรถอย่างชัดเจน สามารถจอดรถหรือเตรียมการพ่วงรถได้อย่างมั่นใจ - ระบบตรวจสอบวัดและแจ้งเตือนลมยาง (Tire Pressure Monitoring System) เสริมความปลอดภัยและช่วยประหยัดน้ำมันด้วยการเตือนผู้ขับขี่ หากความดันยางต่ำเกินไป - ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (Electronic Stability Program) พร้อมระบบป้องกันการพลิกคว่ำและลดอาการส่ายขณะลากจูงเทรลเลอร์ ช่วยให้รถอยู่ในการควบคุมได้เสมอ แม้ในสภาวะการขับขี่ที่ยากลำบาก - ระบบตรวจสอบผู้ขับขี่ (Driver Impairment Monitor) ใช้กล้องหน้าและเซนเซอร์ตรวจจับผู้ขับขี่ว่ามีอาการง่วงหรือหลับในหรือไม่ โดยหากพบว่ารถเริ่มวิ่งออกจากเส้นทางหรือมีการกระตุกพวงมาลัยบ่อยครั้ง ระบบจะส่งสัญญาณเสียงเตือนผู้ขับขี่ โดยใช้ระดับเสียงที่ดังขึ้นเรื่อยๆ จนกว่าจะกลับสู่สภาวะปกติ - ในบางประเทศ ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ จะมาพร้อมกับระบบขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน (Emergency Assistance) ที่เชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือผ่านสัญญาณบลูทูธเพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่ในกรณีเกิดอุบัติเหตุ โดยระบบจะแจ้งรายละเอียดและตำแหน่งของตัวรถโดยอัตโนมัติ ก่อนจะเปิดสายให้ผู้ขับขี่สนทนากับเจ้าหน้าที่ต่อไป - เทคโนโลยีอัจฉริยะอื่นๆ ในฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่รวมถึง ระบบช่วยการออกตัวขณะจอดบนทางลาดชัน (Hill Launch Assist) เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่ขับบนทางลาดชันได้อย่างมั่นใจไม่ว่าจะเดินหน้าหรือถอยหลัง ระบบควบคุมความเร็วขณะลงเขา (Hill Descent Control) ที่ช่วยควบคุมการขับลงเขาที่เสริมแรงเบรกในความเร็วที่ต่อเนื่อง ระบบควบคุมการบรรทุก (Adaptive Load Control) ช่วยรักษาระบบควบคุมการทรงตัวขึ้นอยู่กับน้ำหนักของสัมภาระ และระบบเบรกฉุกเฉิน (Emergency Brake Assistance) ซึ่งจะส่งน้ำหนักไปที่ระบบเบรกเพื่อเพิ่มพลังในการเบรกเมื่อผู้ขับขี่เบรกในสถานการณ์ฉุกเฉิน ขุมพลังที่มาพร้อมความประหยัด ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ มอบสมรรถนะการขับขี่ชั้นยอดและพละกำลังในการลากจูงและบรรทุกของหนักได้อย่างเต็มที่ ด้วยเครื่องยนต์ที่ทรงพลังและประหยัดน้ำมัน พร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติและธรรมดาแบบ 6 สปีด เครื่องยนต์มีให้เลือก 4 รุ่น ล้วนเปี่ยมด้วยสมรรถนะและความคุ้มค่าในทุกสภาพการขับขี่ และยังตอกย้ำเอกลักษณ์ความขับสนุกในสไตล์ฟอร์ดอีกด้วย เครื่องยนต์ดีเซล ดูราทอร์ค ทีดีซีไอ ขนาด 3.2 ลิตร แบบ 5 สูบ รุ่นล่าสุด ที่มีการติดตั้งระบบหมุนเวียนไอเสียแบบใหม่ เพื่อพัฒนาความสามารถในการประหยัดน้ำมันสูงถึง 18 เปอร์เซ็นต์ พร้อมมอบพละกำลังสูงสุด 147 กิโลวัตต์และแรงบิด 470 นิวตันเมตร สำหรับผู้ที่ต้องการสมรรถนะและแรงบิดสูงสุดในการลากจูง เครื่องยนต์ดีเซล ดูราทอร์ค รุ่น ขนาด 2.2 ลิตร แบบ 4 สูบ ให้ความประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้นกว่าเดิม ทั้งยังเดินเครื่องเรียบ นุ่มนวล แต่ยังทรงพลังไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ เครื่องยนต์รุ่นนี้จะวางจำหน่ายในรูปแบบที่ต่างกันไปในแต่ละตลาด โดยบางประเทศจะได้เลือกใช้รุ่นสมรรถนะสูง ที่มีพละกำลัง 118 กิโลวัตต์พร้อมแรงบิด 385 นิวตันเมตร  หรือรุ่นเครื่องยนต์ที่มีพละกำลังสูงสุด 96  กิโลวัตต์  ที่กินน้ำมันน้อยลงถึง 20 เปอร์ซ็นต์ นอกจากนี้ยังมีเครื่องยนต์เบนซิน ดูราเทค ขนาด 2.5 ลิตร ที่มอบพละกำลังสูงสุด 122 กิโลวัตต์ และแรงบิด 225 นิวตันเมตร# เพื่อการประหยัดน้ำมันสูงสุด ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ มีการติดตั้งระบบสตาร์ทและดับเครื่องอัตโนมัติ (Automatic Start/Stop) ซึ่งจะดับเครื่องขณะที่รถหยุดนิ่งอยู่กับที่ เช่นขณะที่รอสัญญาณไฟเขียว ช่วยประหยัดน้ำมันสูงถึง 3.5 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอัตราทดเฟืองท้ายได้รับการปรับแต่งยาวขึ้น ช่วยให้ประหยัดน้ำมันดียิ่งขึ้นเมื่อขับขี่ที่ความเร็วสูง

เด็กผีถึงกับสตั้น! คำพูดจากปาก ฟาน กัล ถึง แมนฯ ยูไนเต็ด
พรีเมียร์ลีก /  ฟาน กัล / 

แน่นอนว่าก่อนเปิดซีซั่นนี้แฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด ทั่วโลกต่างคาดหวังในผลงานของทีมหลังจากทราบว่าจะได้กุนซือระดับพระกาฬอย่าง หลุยส์ ฟาน กัล มาคุมทัพแต่ทว่าล่าสุดคำพูดจากปากกุนซือชาวดัตช์รายนี้กับทำให้แฟนบอลหลายท่านต้องอึ้ง หลุยส์ ฟาน กัล เผยกับแหล่งข่าว The Telegraph ว่าเขาจะทำหน้าเป็นกุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นทีมสุดท้ายก่อนจะตัดสินใจรีไทร์จากอาชีพนี้เพื่อเอาเวลาทั้งหมดไปอยู่กับครอบครัวที่เขารัก "ผมไม่ใช่เด็กหนุ่มหรือผู้จัดการทีมไฟแรงเหมือนอดีตอีกแล้ว ที่โอลด์แทรฟฟอร์ด จะเป็นสถานที่ทำงานสุดท้ายในการทิ้งทวนอาชีพผู้จัดการทีมของผม" "หลังจากนี้ผมจะสละเวลาให้หลานๆ ภรรยาและครอบครัวของผมอย่างเต็มที" "ตอนนี้ผมอยากดูแลพวกเขาให้เต็มที่นะ แต่ด้วยภาระและหน้าที่ตอนนี้มันทำได้ยาก" "ยกตัวอย่างนะไม่มีงานฉลองวันเกิดเลย ซึ่งแน่นอนผมไม่ชอบเรื่องแบบนั้น" "ที่ยูไนเต็ดคือสโมสรที่ยิ่งใหญ่การทิ้งทวนกับสิ่งที่งดงามแบบนี้มันเป็นเกรียรติสำหรับผมและครอบครัว" ฟาน กัล กล่าวทิ้งท้าย

ยังไม่หาย! 'โทรศัพท์สาธารณะ' ทีโอทีย้ำขาดทุน แต่ทำต่อ
ทีโอที /  สมหมาย สุขสุเมฆ / 

ยังไม่ถึงตอนจบ! ทีโอที ย้ำเห็นความสำคัญ โทรศัพท์สาธารณะ ยืนยันจะดำเนินการต่อไปแม้ขาดทุน ขณะที่คนส่วนใหญ่เมินหน้า มองเป็นเพียงร่องรอยอดีต นายสมหมาย สุขสุเมฆ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักงานขาย และบริการลูกค้านครหลวงที่ 4 บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ TOT เปิดเผยว่า บริษัทฯจะยังคงให้บริการโทรศัพท์สาธารณะต่อไป ถึงแม้ว่าจำนวนผู้ใช้บริการจะลดลงอย่างต่อเนื่อง จากความต้องการที่ลดลง เนื่องจากในพ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 ระบุว่าระบบสื่อสารโทรคมนาคมของชาติต้องบริการประชาชนได้อย่างทั่วถึง ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งทีโอทีจะยังคงให้บริการต่อไป เพราะคนบางกลุ่มยังมีความจำเป็นต้องใช้ ในขณะที่ตอนนี้ตู้โทรศัพท์สาธารณะมีจำนวนลดลงมาก เพราะความต้องการใช้งานของประชาชนลดลง บวกกับกรุงเทพมหานคร หรือกทม. มีนโยบายจัดระเบียบพื้นที่สาธารณะ รื้อถอนตู้โทรศัพท์ตามถนนสายหลักที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ติดตั้ง ส่วนข้อมูลในปี 2557 โทรศัพท์สาธารณะทั่วประเทศมีทั้งหมด 151,598 เครื่อง แบ่งเป็นโทรศัพท์สาธารณะกรุงเทพ และปริมณฑล 34,218 เครื่อง และ 117,380 เครื่องในต่างจังหวัด ลดลงจากปี 2556 ที่มีจำนวน 165,629 เครื่อง สำหรับรายได้จากโทรศัพท์สาธารณะปี 2557 เฉลี่ยอยู่ที่เครื่องละ 135 บาทต่อเดือน หรือทั้งหมดราว 200 ล้านบาท ลดลงจากปี 2556 ที่มีรายได้เฉลี่ยเครื่องละ 240 บาทต่อเดือน หรือราว 210 ล้านบาท ทั้งนี้เมื่อนำรายได้มาบวกลบกับต้นทุน และค่าดูแลบำรุงรักษาแล้ว จะขาดทุนประมาณ 2,000 บาทต่อเครื่อง ติดตามข่าวสาร 'การตลาด' คลิ๊กเลย>>>>>>> ข้อมูลจาก ไทยพีบีเอส ภาพจาก Siamsafety.com MThai News

ธ.ก.ส. วางแสนล้าน ซับน้ำตาเกษตรกร 8 แสนราย
ธ.ก.ส. /  ลักษณ์ วจนานวัช / 

ธ.ก.ส. เตรียมซับน้ำตาเกษตรกรกว่า 8 แสนราย ผ่านโครงการแก้ไขหนี้รายย่อย รวมกว่า 1.16 แสนล้านบาท เริ่มเม.ย.นี้ ระยะเวลาดำเนินการ 1 ปี นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์การเกษตร หรือธ.ก.ส. เปิดเผยว่า ธนาคารได้รับการอนุมัติโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรรายย่อยผ่านระบบ ธ.ก.ส. เพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกร ระยะเวลาดำเนินการ ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.58-31 มี.ค.59 โดยจะครอบคลุมเกษตรกรรายย่อยที่มีหนี้สินรายละไม่เกิน 500,000 บาท จำนวนกว่า 818,000 ราย รวมมูลหนี้ประมาณ 116,000 ล้านบาทผ่าน 3 โครงการย่อยของธนาคารดังนี้ 1.โครงการปลดเปลื้องหนี้สิน สำหรับเกษตรกรลูกหนี้ ที่เสียชีวิต ทุพพลภาพ เจ็บป่วยเรื้อรัง และมีปัญหาสุขภาพจนไม่สามารถประกอบอาชีพได้ จำนวนประมาณ 28,000 ราย หนี้สินจำนวนประมาณ 4,000 ล้านบาท โดยจะพิจารณาปลดหนี้ และจำหน่ายหนี้เงินกู้ออกจากบัญชีเป็นหนี้สูญตามหลักเกณฑ์ 2.โครงการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ สำหรับเกษตรกรที่มีศักยภาพต่ำ แต่ยังมีความสามารถในการประกอบอาชีพ โดยมีปัญหาในการชำระหนี้จากเหตุสุจริตประมาณ 340,000 ราย หนี้สินจำนวนประมาณ 48,000 ล้านบาท โดยการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ และให้สินเชื่อใหม่รายละไม่เกิน 50,000 บาท 3.โครงการขยายระยะเวลาชำระหนี้ สำหรับเกษตรกรที่มีศักยภาพในการประกอบอาชีพ แต่ได้รับผลกระทบจากการงดทำนาปรัง และราคายางพาราตกต่ำ จำนวนประมาณ 450,000 ราย หนี้สินจำนวนประมาณ 64,000 ล้านบาท โดยจะพิจารณาขยายระยะเวลาชำระหนี้ และสนับสนุนเงินกู้ใหม่รายละไม่เกิน 100,000 บาท ติดตามข่าวสาร 'การเงิน' ได้ที่นี่>>>>>>> MThai News

รวยกันถ้วนหน้า!ศึกฟลอยด์-ปาเกียวทำเงิน12,000ล้านบาท
บ็อบ อารัม /  ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ / 

บ็อบ อารัม ผู้จัดการและโปรโมเตอร์ของ แมนนี่ ปาเกียว ซึ่งให้รายละเอียดว่า ขณะนี้ ค่อนข้างแน่นอนแล้วว่า ศึกมวยโลกรุ่นเวลเตอร์เวตระหว่าง ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ แชมป์ของสภามวยโลกและสมาคมมวยโลก กับ แมนนี่ ปาเกียว แชมป์ขององค์การมวยโลก ที่เวทีมวยเอ็มจีเอ็ม แกรนด์ เมืองลาสเวกัส มลรัฐเนวาด้าของสหรัฐอเมริกา วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม 2558 นี้ จะทำสถิติรายได้ทั้งหมดอย่างน้อย 400 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ (ประมาณ 12,000 ล้านบาท) แน่นอนแล้ว เป็นค่าบัตรผ่านประตูตามเรตราคา 1,500 ดอลล่าร์สหรัฐ (ประมาณ 45,000 บาท), 3,000 ดอลล่าร์สหรัฐ (ประมาณ 90,000 บาท), 5,000 ดอลล่าร์สหรัฐ (ประมาณ 150,000 บาท) และ 10,000 ดอลล่าร์สหรัฐ (ประมาณ 300,000 บาท) โดยบัตรราคา 10,000 ดอลล่าร์สหรัฐนั้น มีเป็นชั้นวีไอพี มีเพียง 1,100 ที่นั่ง และไม่เปิดจำหน่ายเป็นการทั่วไปแต่อย่างใดและคาดว่า จะทำรายได้จากค่าผ่านประตู 50 ถึง 75 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ (ประมาณ 1,500 ล้านบาทถึง 2,250 ล้านบาท) แน่นอน การถ่ายทอดสดแบบเปย์ เปอร์ วิว ผ่าน โชว์ไทม์ และ เอชบีโอ นั้น คาดว่าจะขายได้มากกว่า 3 ล้านราย ราคาค่าดูรายละ 100 ดอลล่าร์สหรัฐ เป็นเงิน 300 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ (ประมาณ 9,000 ล้านบาท) ลบสถิติเปย์ เปอร์ วิวของศึกมวยโลกระหว่างเมย์เวทเธอร์ กับ ออสก้าร์ เดอ ลา โฮย่า เมื่อค.ศ.2007 ที่ขายได้ 2.4 ล้านรายอีกด้วยการขายลิขสิทธิถ่ายทอดสดไปทั่วโลก จะทำเงิน 35 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ (ประมาณ 1,050 ล้านบาท) เป็นอย่างต่ำ เพราะแค่ฟิลิปปินส์ชาติเดียว ก็ได้ค่าลิขสิทธิ์ 10 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ (ประมาณ 300 ล้านบาท) แล้ว” นายอารัมกล่าวตอนท้ายอีกว่า ยังมีรายได้จากค่าโฆษณา หรือสปอนเซอร์ศึกมวยโลกรายการนี้อีกก้อนหนึ่ง ซึ่งยังประเมินค่ามิได้ เพราะแค่สปอนเซอร์ “เบียร์” เพียงสินค้าชนิดเดียว ก็ได้เงิน 5.6 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ (ประมาณ 168 ล้านบาท) แล้ว โดยเบียร์ Tecate ผู้สนับสนุนปาเกียว ประมูลชนะเบียร์ Corona ผู้สนับสนุนของเมย์เวทเธอร์ ที่เสนอราคาเพียง 5.2 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ (ประมาณ 156 ล้านบาท) ตัวเลขตอนนี้ อยู่ที่ 400 ล้านดอลล่าร์สหรัฐแน่นอน  ยังมีรายได้อื่นๆ อีกนับร้อยล้านเหมือนกัน สุดท้ายแล้ว ประเมินได้ยากว่ามวยโลกคู่นี้ จะทำเงินมากมายขนาดไหนกันแน่ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ….มันบ้ากันไปใหญ่แล้ว ตั้งแต่อยู่ในวงการมวยมาเกือบ 40 ปี ผมไม่เคยเจออะไรอย่างนี้มาก่อนเลยบ็อบ อารัมกล่าวทิ้งท้าย.

แม่แก้ว หูตาตื่น จัดหนัก งานบุญ  ล้างปีซวยลูกชาย ณเดชน์
ญาญ่า ณเดชน์ /  ข่าวบันเทิงวันนี้

หลังจากที่มีหมอดูออกมาทักว่าปีนี้ดวงชะตาของพระเอก ณเดชน์ คูกิมิยะ จะดิ่งลงตกวูบไม่เป็นท่า แถมปีนี้ยังเป็นปีชง ทำอะไรก็จะไม่ประสบความสำเร็จ งานนี้ทำเอา คุณแม่แก้ว หูตาตื่นกับคำทำนายทันที เพราะกลัวว่าลูกชายสุดเลิฟคนนี้จะเป็นอะไรไป ล่าสุดคุณแม่แก้วเลยขอจัดเต็ม จัดหนัก ร่วมมือกับผู้จัดการอย่าง พี่เอ ศุภชัย จัดงานบุญอย่างยิ่งใหญ่อลังการให้กับลูกชายทันที ด้วยการพาลูกชายเดินทางไปทำบุญที่จังหวัดขอนแก่น พร้อมกับชวนว่าที่ลูกสะใภ้ในอนาคตอย่างนางเอกคู่จิ้น ญาญ่า อุรัสยา ให้เดินทางไปร่วมทำบุญในครั้งนี้ด้วย จนทำเอาวัดที่ไปแทบจะแตก แออัดไปด้วยผู้คนนับพัน เพราะเมื่อชาวบ้านชาวช่องรู้ข่าวว่าสองพระ-นางอันดับต้นๆ ของเมืองไทยอย่าง ณเดชน์-ญาญ่า จะมาเยือน พี่ๆ น้องๆ ไทบ้านเดียวกันของหนุ่มณเดชน์ก็แห่แหนกันออกมารับกันตั้งแต่ไก่โห่ ทำเอาคุณแม่แก้วถึงกับหน้าบาน เชิดๆ เลิศๆ ยิ้มปากฉีก ที่ลูกชายคนนี้ยังฮอตเสมอ ค้านกับกระแสดวงดวงชง ดวงตก ที่หมอดูออกมาทำนายทายทัก แถมได้ข่าวมาว่า ยังมีงานบุญใหญ่ๆ อีกหลายๆ งาน ที่คุณแม่แก้วเตรียมตัวพาลูกชายเดินทางไปร่วมทำบุญอีกด้วย แหม...ทำบุญเสริมดวงชะตากันซะเว่อร์วังอลังการขนาดนี้ เหล่ามารผจญภูตผีปีศาจตนไหนก็คงไม่กล้าเข้ามาแทรกแซงดวงหนุ่มณเดชน์อย่างแน่นอน ญาญ่า-ณเดชน์-พี่เอ ญาญ่า-ณเดชน์ ญาญ่า-ณเดชน์ ญาญ่า-ณเดชน์

Ellen Church แอร์ โฮสเตสคนแรกของโลก
คนแรกของโลก /  ความรู้รอบตัว / 

สวัสดีคะท่านผู้โดยสารทุกท่าน รู้หรือไม่ว่าก่อนที่จะมีเครื่องบินให้เราได้นั่งข้ามประเทศ ทั่วโลกนั้น ในสมัยอดีตเขาเดินทางบนฟ้ากันอย่างไร แล้วผู้หญิงที่ได้ขึ้นชื่อว่าเธอเป็น แอร์โฮสเตสคนแรกของโลก นั้นคือใคร วันนี้ทีนเอ็มไทยจะพาเพื่อนๆ ไปดูเรื่องน่ารู้เรื่องนี้กันคะ .. Ellen Church แอร์ โฮสเตสคนแรกของโลก  Ellen Church แอร์ โฮสเตสคนแรกของโลก (World’s first Air Hostess) เชื่อหรือไม่ว่า? เมื่อก่อนนั้นเกือบจะไม่มีตำแหน่ง Stewardess หรือ Air Hostess แล้ว แต่! เธอคนนี้กลับทำให้เกิดเป็นอาชีพที่สาวๆ ใฝ่ฝันอยากจะเป็นกันให้เกิดขึ้นมา เธอคือ "Ellen Church" อีกทั้งยังได้ขึ้นชื่อว่าเธอเป็น "แอร์ โฮสเตสคนแรกของโลก" อีกด้วย ในสมัยก่อนที่ยังไม่มีเครื่องบินให้บริการอย่างเป็นทางการนั้น ในปี 1912 เยอรมันได้มีบริการการเดินทางด้วย แอร์บอลลูน (AIRSHIP) เพื่อให้บริการนักเดินทางที่หรูหราเดินทางภายในประเทศด้วยความเร็วที่สูงกว่ารถไฟ ผู้โดยสารสมัยนั้นก็มักจะเป็นผู้ที่มีฐานะ มีอันจะกิน ทางผู้ให้บริการ AIRSHIP ก็เลยต้องหาคนมาช่วยบริการระหว่างที่ทำการบิน ผู้ที่มาทำการบริการเป็น Flight Attendant (พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน) เป็นคนแรกของโลกคือ นาย Heinrich Kubis เป็นชาวเยอรมันคนแรกของโลกที่มาทำงานในตำแหน่ง สจ๊วต (Steward) ผลจากการที่เยอรมัน เริ่มสร้างแอร์บอลลูน (AIRSHIP) และทำให้เกิดอาชีพใหม่ขึ้นมาอีกหนึ่งอาชีพ นั่นก็คือ สจ๊วต (Steward) ในปี 1912 ที่ผ่านมา ทำให้ธุรกิจเจริญรุ่งเรื่องและในปี 1926 ก็ได้ขยายธุรกิจมาถึงประเทศยัหกษ์ใหญ่อย่าง สหรัฐอเมริกา สายการบินของอเมริกาในตอนนั้น การบริการบนเครื่องบินก็เป็นอะไรที่ง่ายๆ คือ มีกัปตัน 1 คน มีผู้ช่วยกัปตัน 1 คน พอเครื่องบินได้ที่ ผู้ช่วยกัปตันก็เดินมาบริการอาหารและน้ำให้กับผู้โดยสารที่มีประมาณ 20 คน ตอนนั้นเครื่องบินยังไม่เก่งกล้าสามารถเหมือนทุกวันนี้ ระดับการบินได้แค่ที่ระดับ 5,000 ฟุต เท่านั้น และที่ระดับนั้นอากาศแปรปรวนมาก การบินไม่ราบเรียบ นั่งไม่สบาย ผู้โดยสารเมาเครื่องกันเพียบ และก็น่ากลัวด้วย เมื่อเป็นเช่นนั้นทางเยอรมันจึงเล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องของการบริการดูแลผู้โดยสาร จึงคิดที่จะจ้าง สจ๊วต ขึ้นมาทำงานอีกหนึ่งคน แต่ต่อมาในปี 1930 สายการบินของอเมริกาโดยบริษัทชื่อ Boeing Air Transport (ที่ตอนหลังก็เปลี่ยนมาเป็น  United Airlines) ก็จะจ้างบ้าง แหนะ!!!! และเหตุการณ์นี้แหละที่ทำให้ อาชีพพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินผู้ญิง (Stewardess หรือ Air Hostess ) เกิดขึ้น .. Ellen Church สาววัย 26 ปี ผู้ที่โลกต้องจารึกว่า เธอนี่แหละที่เป็นผู้สร้างอาชีพ Air Hostess ขึ้นมา และเธอก็เป็น Air Hostess คนแรกของโลกด้วย ก่อนที่เธอจะมาเป็น Air Hostess นั้นเธอมีอาชีพเป็นนางพยาบาล เวลาว่างก็ไปเรียนการบินเครื่องบิน วันนึงเธอเดินไปที่สำนักงานของ Boeing Air Transport เพื่อขอสมัครงานเป็นคนขับเครื่องบิน ผู้จัดการวันนั้นคือนาย Steve Stimpson บอกว่าเค้าไม่รับคนขับเป็นผู้หญิงหรอก และตอนนี้ก็คิดจะรับแต่ผู้ชายมาเป็น Steward เหมือนอย่างที่เยอรมันเค้าทำกัน แต่ Ellen Church ตอบไปอย่างมั่นใจว่า "แบบนั้นฉันก็ทำได้นะ ฉันเป็นนางพยาบาล น่าจะทำได้ดีด้วย เพราะผู้โดยสารอยู่บนเครื่องบินน่ะป่วยกันเยอะเลย แถมถ้าการบริการบนเครื่องบินดีเพราะมีนางพยาบาลคอยดูแล คนก็จะยิ่งพอใจนะ" นาย Steve Stimpson เห็นดีเห็นงามด้วย แต่! ก็ยังไม่ค่อยชอบเท่าไหร่เพราะโลกนี้ไม่เคยมีผู้หญิงมาทำงาน Steward มาก่อนเลย เขาก็เลยลองเสี่ยงด้วยการให้ลองทำสัก 3 เดือนแรก ต่อมาก็พอใจมาก >.< นาย Stimpson ก็เลยบอกให้นางสาว Ellen Church ไปหาเพื่อนพยาบาลมาทำงานอีก 7 คน ซึ่งผลออกมาดีมากๆ ผู้โดยสารมีความพึงพอใจ นางสาว Ellen Church จึงเป็น World’s first Air Hostess แอร์ โฮสเตส คนแรกของโลก ในทันที ^^ ซึ่งหน้าที่ของ แอร์ โฮสเตส ในอดีตกับปัจจุบันนั้นก็ไม่ต่างกันเลย เริ่มตั้งแต่การต้อนรับ, เช็คตั๋ว, ดูแลความปลอดภัย, ดูแลความสะอาด,จัดบริการอาหาร และเสิร์ฟกาแฟและเครื่องดื่ม จนต่อมาในราวปี 1935-1936 เหล่าชายสจ๊วตทั้งหลายก็โดนแอร์ฯสาวแย่งงานเกือบซะหมดเลย อิอิ >,< แต่หลังจาก Ellen Church ทำงานเป็น แอร์ โฮสเตส ได้ไม่นาน (ประมาณ 18 เดือน) เธอก็ไม่ได้ทำงานต่อ เหตุเพราะเธอประสพอุบัติเหตุ แต่! หลังจากนั้นอีกประมาณ 10 ปี เกิดสงครามโลกครั้งที่ 1  ด้วยความที่เธอเป็นทั้งนางพยาบาล และเคยทำงานบนเครื่องบิน เธอได้อาสาเข้ามาช่วยงานการทหารด้วยตัวเอง เธอเข้าไปเป็นพยาบาลที่ช่วยดูแลทหารที่บาดเจ็บที่เดินทางกลับมารักษาทางเครื่องบิน ความสามารถของเธอได้ทำให้วงการทหารให้ความสำคัญกับพยาบาลบนเครื่องบินทหารมากขึ้น เธอได้เข้าร่วมในการฝึกสอนพยาบาลเพื่อทำงานบนเครื่องบินทางการทหารต่อไปอีก และเธอยังได้รับเหรียญกล้าหาญอีกมากมายเลยคะ ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก www.trachoo.com

ธอส. ลดดอกเบี้ยทุกประเภท 0.125% ต่อปี มีผลวันนี้
กนง. /  คณะกรรมการนโยบายการเงิน / 

ธอส. ลดอัตราดอกเบี้ยทุกประเภท 0.125% ต่อปี มีผลวันนี้ เพื่อตอบสนองนโยบายภาครัฐและแบ่งเบาภาระประชาชน นางอังคณา ปิลันธน์โอวาท ไชยมนัส กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือ ธอส. เปิดเผยว่า ธนาคารได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภทลงอีกร้อยละ 0.125 ต่อปี โดยอัตราดอกเบี้ย MRR จากเดิมร้อยละ 6.975 ต่อปี ลดลงเหลือร้อยละ 6.850 ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเงินกู้รายใหญ่ชั้นดีประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (MLR) จากเดิมร้อยละ 6.875 ต่อปี ลดลงเหลือ ร้อยละ 6.750 ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้รายใหญ่ชั้นดีประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) จากเดิมร้อยละ 7.375 ต่อปี ลดลงเหลือร้อยละ 7.250 ต่อปี เพื่อตอบสนองกับ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง และเพื่อแบ่งเบาภาระ การผ่อนชําระเงินงวดสินเชื่อบ้านให้ลูกค้าประชาชน รวมถึงช่วยสนับสนุนการกระตุ้นเศรษฐกิจตาม นโยบายรัฐบาล ด้านดอกเบี้ยเงินฝาก เพื่อเป็นการเสริมสร้างวินัยการออมให้ลูกค้าประชาชนโดยเฉพาะลูกค้า รายย่อยธนาคารยังคงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ไว้เท่าเดิม กรณีเงินฝากต่ำกว่า 100,000 บาท คงอัตรา ดอกเบี้ยที่ร้อยละ 0.75 ต่อปี กรณีฝากตั้งแต่ 100,000 บาทขึ้นไป อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1.00 ต่อปี และยังคงอัตราดอกเบี้ยเงนฝากกระแสรายวันเท่ากับร้อยละ 0.375 ต่อปี เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะตลาด ธนาคารได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากบางประเภทลงอีกร้อยละ 0.25 ต่อปี มีผลให้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์พิเศษ เท่ากับร้อยละ 0.50 – 1.50 ต่อปี เงินฝากซุปเปอร์ออมทรัพย์ พิเศษ เท่ากับร้อยละ 2.00 ต่อปี เงินฝากออมทรัพย์ High Savings เท่ากับร้อยละ 2.50 ต่อปี และเงินฝากออมทรัพย์ Happy Home เท่ากับร้อยละ 2.50 ต่อปี ส่วนเงินฝากประจําและใบรับฝากเงินประจํา ประเภท 3 เดือน วงเงินฝากไม่เกิน 3 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1.375 ต่อปี วงเงินฝากตั้งแต่ 3 ล้านบาทขึ้นไป อัตรา ดอกเบี้ยร้อยละ 1.625 ต่อปี เงินฝากประจําและใบรับฝากเงินประจํา ประเภท 6 เดือน วงเงินฝากไม่เกิน 3 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1.625 ต่อปี วงเงินฝากตั้งแต่ 3 ล้านบาทขึ้นไป อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1.875 ต่อปี ด้านเงินฝากประจําและใบรับฝากเงินประจํา ประเภท 1 ปี 2 ปี 3 ปี และ 5 ปี อัตรา ดอกเบี้ยร้อยละ 1.875, 2.125, 2.25 และ 2.50 ต่อปีตามลําดับ ด้านเงินฝากประจําสะสมทรัพย์ดอกเบี้ยลดลงเหลือร้อยละ 1.875 ต่อปี เงื่อนไขฝากครบ 2 ปีรับดอกเบี้ยบวกเพิ่มอีกร้อยละ 1.00 ต่อปีทั้งนี้ 'มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2558 เป็นต้นไป' MThai News

ยัวะผู้นำบราซิล! ปชช. รวมตัวไล่  1 ล้านคน
ดิลมา รุสเซฟฟ์ /  บราซิล / 

ยัวะผู้นำบราซิล! ปชช. รวมตัวไล่  1 ล้านคน หลังจับได้ มีเอี่ยวคดีทุจริต ทำประเทศทรุด! สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานว่า ประชาชนชาวบราซิล กว่า 1 ล้านคน ออกมารวมตัวกันประท้วงบริเวณสถานที่หลายแห่งภายในประเทศ อาทิ เซาเปาโล ริโอเดจาเนโร กรุงบราซีเลีย และเมืองเบโลโอรีซอนซี เพื่อขับไล่ นางดิลมา รุสเซฟฟ์ ประธานาธิบดี ที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีทุจริตบริษัทน้ำมัน และทำให้เศรษฐกิจของประเทศฝืดเคือง โดยบริษัทน้ำมันที่เกี่ยวข้องคือ บริษัทน้ำมันเปโตรบราส มีนักการเมืองพรรครัฐบาลเข้าไปยุ่งเกี่ยวและนำไปสู่การดำเนินคดีกับบุคคล 40 คน รวมถึงอดีตผู้จัดการระดับสูงของบริษัทดังกล่าว 2 คนในข้อหาฉ้อโกง ติดสิน และฟอกเงิน ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมแต่งกายด้วยเสื้อสีเหลืองและเขียว อันเป็นสีของลายธงชาติบราซิล พร้อมกับตะโกนขับไล่นางรุสเซฟฟ์อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามนางรุสเซฟฟ์ผู้นำประเทศได้ออกมาปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาว่าเธอไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้น MThai News

ข้ามาเพื่อชนะ! กามา กร้าว ปราสาทสายฟ้า จะสยบ กัมบะ ถึงถิ่น
กัมบะ โอซาก้า /  กามา / 

อเล็กซานเดอร์ กามา กุนซือ ปราสาทสายฟ้า ประกาศกร้าว บุกแดนปลาดิบ ต้องการ 3 แต้มกลับเมืองไทย เชื่อจะบุกสยบ กัมบะ โอซาก้า ทีมดังจากศึกเจลีก ญี่ปุ่น ได้ถึงถิ่น เมื่อวันที่ 17 มี.ค.58 ได้มีการแถลงข่าวก่อนเกมเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2015 รอบแบ่งกลุ่ม เกมที่ 3 ระหว่าง กัมบะ โอซาก้า ทีมบ๊วยของกลุ่มที่ยังไม่มีคะแนน พบ ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จ่าฝูงจากแดนขวานทอง ที่มี 6 คะแนนเต็มจาก 2 เกม โดย อเล็กซานเดอร์ กามา หัวหน้าผู้ฝึกสอนบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แห่งไทยพรีเมียร์ลีก ยืนยันว่าลูกทีมของเขามาเยือน โอซากา เอ็กซ์โป 70 สเตเดียม ของ กัมบะ โอซาก้า แชมป์เจลีก ในศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก วันพุธนี้ ด้วยเป้าหมายที่ต้องการชัยชนะกลับไปเท่านั้น "เกมนี้เป็นเกมที่สำคัญและเป็นเกมที่ยากแน่นอน แต่ บุรีรัมย์ อยากจะเก็บแต้มกลับไทย เพื่อเป้าหมายในการเข้ารอบต่อไป ที่จริงผมต้องการเห็นลูกทีมชนะทุกเกม ซึ่งแนวทางโค้ชทุกคนต้องการให้ลูกทีมลงเล่นเพื่อเป็นผู้ชนะ หากลงเล่นด้วยผลต้องการมาเยือนเพื่อเสมอ คงเป็นการเล่นที่ยากพอควรสำหรับเกมฟุตบอล ไม่ว่าจะเป็นการลงเล่นเหย้าหรือเยือนแน่นอนผมต้องการ 3 คะแนน เรามาด้วยความเคารพและให้เกียรติ กัมบะ โอซาก้า พวกเขาคือทีมแชมป์เจลีก แต่เราจะไม่โฟกัสนักเตะหรือระวังคนใดเป็นพิเศษสำหรับเกมนี้" ด้าน สุเชาว์ นุชนุ่ม กองกลางกัปตันทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กล่าวว่า เรารู้อยู่แล้ว กัมบะ เป็นทีมที่ดี และเป็นการยากที่จะมาเอาแต้มจากพวกเขา อย่างไรก็ตามพวกเราก็ต้องการแต้มและมีความพร้อมเต็มที่ ผมเชื่อว่าเกมจะออกมาสนุก ส่วนสภาพอากาศพวกเราได้เดินทางมาก่อน 2 วัน ก่อนแข่งขันจริง ซึ่งทำให้ทุกคนปรับตัวได้ดี และตอนนี้ทุกคนก็พร้อมลงเล่น ส่วน เคนตะ ฮาเซงาวา ผู้จัดการทีมมาดเข้มของ กัมบะ โอซาก้า ทีมดังจากศึกเจลีก ญี่ปุ่น  ประกาศเกมที่จะต้องพบกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีหนทางเดียวคือต้องชนะเท่านั้น พร้อมยกตัวแทนจากประเทศไทยแกร่งจริง "เราแพ้มาสองเกมถือว่าเป็นงานหนักมากในการลุ้นเข้ารอบ ส่วน บุรีรัมย์ รั้งจ่าฝูงของกลุ่ม อย่างไรก็ตามเป้าหมายในเกมนี้ของกัมบะต้องชนะสถานเดียว นักเตะเราพร้อมทุกตำแหน่ง ไม่มีอาการบาดเจ็บ ทุกคนพร้อมลงสนาม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุกไปเก็บ 3 คะแนนที่เมืองจีนได้ พวกเขามีสองกองหน้าชาวบราซิลที่อันตราย (ดิโอโก้-มาเชน่า) ส่วนนักเตะไทยเองก็เก่งมาก ทำให้เราจะประมาทไม่ได้เลยในเกมนี้" ขณะที่ ไดกิ นิวา กองหลังชาวญี่ปุ่นวัย 29 ปี กล่าวในการแถลงข่าวว่า เรามีทางเดียวคือต้องชนะบุรีรัมย์ ปีที่แล้วเราได้ 3 ถ้วยในลีก เราอยากจะครองอีกครั้งหนึ่งในปีนี้ แม้จะเป็นงานยากแต่เราต้องชนะให้ได้ แม้บุรีรัมย์ มีกองหน้าบราซิลน่ากลัวมาก แต่เราจะเล่นสไตล์ของกัมบะ ซึ่งการเตะในบ้านต้องชนะอย่างเดียว สำหรับฟุตบอลเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2015 ระหว่าง กัมบะ โอซาก้า กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะแข่งขันวันที่ 18 มีนาคมนี้ เวลา 17.00 น. ตามเวลาประเทศไทย โดย ช่อง fox sport HD ทรู 680กับ Bugaboo ถ่ายทอดสดจาก โอซาก้า เอ็กโป 70 สเตเดียม

จริงเปล่า! ฟานกัล ลั่นพร้อมลาหากจากผีถ้าหาก....
พรีเมียร์ลีก /  ฟุตบอล / 

หลุยส์ ฟานกัล กุนซือ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกโรงเปิดเผยว่าพร้อมที่จะลาออกจากสโมสร ทุกเมื่อถ้าหากว่าสูญเสียความศรัทธาจากนักเตะในห้องแต่งตัว แนวโน้มที่กุนซือชาวดัตช์จะพาทีมแชมป์ลีกสูงสุด 20 สมัยจบฤดูกาลด้วยมือเปล่า สูงลิบลิ่ว เมื่อโดน “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล บุกมายัดเยียด ความปราชัยถึงโอลด์แทร็ฟฟอร์ดในฟุตบอล ถ้วยเอฟเอคัพรอบ8 ทีมเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา “เมื่อผมเห็นความสัมพันธ์ระหว่างตัวผมกับนักเตะมันไม่มีอะไรต้องสงสัยเลย”  ผู้จัดการทีมวัย 63 ปีเผย “แน่นอนว่าเราผิดหวัง กับการตกรอบแต่เรายังแน่ใจว่าเราจะได้ไปเล่นแชมปเปี้ยนส์ลีก” “ตอนที่ผมเข้าไปรับงานที่ อาแซด อัลค์มาร์ พวกเขาเป็นทีมที่เป็นรอง ฤดูกาลแรกผมพาพวกเขาจบที่ 2 ในฤดูกาลต่อมาเราจบที่ 3  และฤดูกาลที่สามของผมเราจบที่ 11” “เราเลยบอกกับพวกนักเตะว่าผมจะลาออกแต่พวกนักเตะมาที่บ้านผมและขอให้ผมอยู่ต่อ และบอร์ดบริหารก็ทำแบบนั้นผมเลยอยู่ต่อ และในปีที่ 4 เราก็ได้แชมป์” “เมื่อผมคิดว่า ความสัมพันธ์ระหว่างผมและนักเตะไม่ค่อยดีนักผมจะไป” LVG ทิ้งท้าย

ซิโก้ ตั้งเป้า ช้างศึกลูกกรอก ได้ลุยถิ่นแซมบ้า โหวต ปกรณ์ สวมปลอกแขน
กษิดิ์เดช เวทยาวงศ์ /  จาตุรงค์ พิมพ์คูณ / 

ความเคลื่อนไหวของ ช้างศึกลูกกรอก ทีมชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี (ปรีโอลิมปิก) ที่จะมีคิวลงสนามอุ่นเครื่อง 2 นัด วันที่ 18 มี.ค. พบ เมียนมาร์ และวันที่ 22 มี.ค. พบ เวียดนาม ก่อนจะเข้าสู่ศึกเอเอฟซี ยู 23 แชมเปี้ยนชิพ 2016 หรือฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย อายุไม่เกิน 23 ปี รอบคัดเลือก ระหว่างวันที่ 27-31 มี.ค.58 ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 มี.ค.58 ที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือใหญ่ทีมชาติไทย พร้อมด้วย สมศักดิ์ ศิริธรรม ผู้จัดการทีม ได้เรียกนักเตะเข้ารายงาน โดยขาด ธนาสิทธิ์ ศิริผลา, สุวรรณภัทร์ กิ่งแก้ว ที่ติดภารกิจช่วย บางกอกกล๊าส เอฟซี เช่นเดียวกับ นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม ที่ติดภารกิจช่วย บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทั้งในศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก และ ไทยพรีเมียร์ลีก นัดตกค้าง ซึ่งนักเตะทั้งหมดจะเดินทางไปเก็บตัวที่ กิเลน วัลเลย์ วันที่ 15 มี.ค.58 โดย ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เปิดใจว่า เราเรียกผู้เล่นมา 25 คน ก่อนตัดให้เหลือ 23 คน เพราะว่าในฐานะที่เป็นเจ้าภาพ เราต้องการได้ผู้เล่นดีที่สุดจริงๆ ซึ่งจากนี้ทุกคนต้องห้ำหั่นกันทั้งในช่วงเก็บตัว และอุ่นเครื่อง "เป้าหมายเราก็ต้องการสร้างประวัติศาสตร์ไปถึงบราซิล และช่วงเวลาที่เหลือเราจะพยายามเรียกสภาพความฟิต และจูนระบบ ก็อยากให้ทุกคนมทำงานเป็นทีมเวิร์ค" นอกจากนี้ ซิโก้ ยังเผยว่า ได้เปิดโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมเป็นคนเลือกกัปตันทีม ซึ่ง ปกรณ์ เปรมภักดิ์ จะได้รับหน้าที่ ส่วนรองกัปตันทีมเป็น อดิศร พรหมรักษ์ ที่ให้ทุกคนเลือก ก็เพื่อที่เราจะได้มีหัวหน้าทีมไว้ดูแล ซึ่งบางครั้งก็เหมือนทำงานแทนพี่โก้ อย่างไรก็ตามทุกคนในทีมก็ต้องช่วยดูแลกัน สำหรับรายชื่อ 22 นักเตะที่เข้ารายงานตัวประกอบด้วย วัชระ บัวทอง, สมพร ยศ, ธนากร สายปัญญา, นิติพงษ์ เสลานนท์, สุริยา สิงห์มุ้ย, เจนรบ สำเภาดี, อดิศักดิ์ กลิ่นโกสุม, ชญาวัต ศรีนาวงษ์, กษิดิ์เดช เวทยาวงศ์, ภิญโญ อินพินิจ จาตุรงค์ พิมพ์คูณ, ปกรณ์ เปรมภักดิ์, อดิศักดิ์ เส็นสมเอียด, พีระพัฒน์ โน้ตชัยยา, อดิศร พรหมรักษ์, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, ชนาธิป สรงกระสินธุ์, ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, ทริสตอง สมชาย โด, เชาววัฒน์ วีระชาติ และปฏิภาณ ปิ้นเสริมสูตรศรี

น้ำตาล พิจักขณา นำทีมเซเลปวัยรุ่น เปิดตัว The Divergent Series: Insurgent โกยเสียงชื่นชมลั่นทวีต
Insurgent /  The Divergent Series: Insurgent / 

จุดกระแสปรากฏการณ์สุดยิ่งใหญ่ในประเทศไทย เป็นที่เรียบร้อยแล้วกับงาน The Divergent Series: Insurgent Premiere in Thailand เมื่อวันอังคารที่ 17 มี.ค. 58 ณ ลานอินฟินิซิตี้ ฮอลล์ โรงภาพยนตร์ พารากอนซีนีเพล็กซ์ โดยมี บริษัท มงคลเมเจอร์ จำกัด ร่วมกับ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ควิกแสบ และบริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ร่วมพาผู้ชมกลุ่มแรกของเมืองไทยพิสูจน์ปรากฏการณ์ภาพยนตร์แอ็คชั่น-ไซไฟแห่งปีที่ทั้งโลกรอคอย โดยมีเหล่าเซเลบริตี้ และ ศิลปินวัยรุ่นของวงการมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ครั้งนี้กันอย่างเนืองแน่น เริ่มต้นด้วยการเปิดตัว 5 นายแบบที่กลางงาน ซึ่งเพนท์ร่างกายเป็นสัญลักษณ์ของแต่ละกลุ่มแฟคชั่นเพื่อร่วมถ่ายภาพกับแขกที่มาร่วมงานตามมาด้วยช่วงเวลาสำคัญที่ทุกคนรอคอยกับการเปิดตัวนักแสดง น้ำตาล พิจักขณา ในบทบาทของทริซ พร้อมโชว์เปิดตัว You’re Gonna Fight You ตามมาด้วยการฉายตัวอย่างภาพยนตร์เวอร์ชั่น Super Bowl สุดพิเศษ ซึ่งต่างก็สร้างความตื่นเต้นให้กับเหล่าผู้ชม และสื่อมวลชนได้อย่างล้นหลามเลยทีเดียว ปิดท้ายด้วยการถ่ายภาพร่วมกันเป็นสัญญาณว่า The Divergent Series: Insurgent คนกบฏโลก พร้อมแล้วที่จะสร้างปรากฏการณ์ในประเทศไทย ไม่แพ้ประเทศอื่นๆ ทั่วโลกนำโดย คุณ จอห์น วิญญู วงศ์สุรวัฒน์ พิธีกรภายในงาน, คุณชมศจี เตชะรัตนประเสริฐ รองประธานกรรมการฝ่ายขาย บริษัท สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, คุณเตือนใจ เตชะรัตนประเสริฐ รองประธาน บริษัท สหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด น้ำตาล พิจักขณา คุณน้ำตาล พิจักขณา วงศารัตนศิลป์ ตัวแทนของไดเอร์เจนท์สาวนักสู้ "ทริซ" แห่งเมืองไทย, คุณเบญญาภา ปริญณรัฐ ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายการตลาด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปควิกแสบ, คุณวิชัย กุลธวัชชัย ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) และ คุณอัครพล เตชะรัตนประเสริฐ ประธานกรรมการ บริษัท แฮปปี้ โฮม เอนเตอร์เทนเมนท์ จำกัด ซึ่งหลังที่สื่อมวลชนและเหล่าเซเลบได้ชม The Divergent Series: Insurgent คนกบฏโลก ได้บอกต่อเสียงฮือฮาในงานสร้สงที่สุดอลังการ อินไปกับเรื่องราวอันเข้มข้น และตกหลุมรักคาแรกเตอร์จากภาพยนตร์อย่างเป็นเอกฉันท์ สร้างกระแสทวีตสุดคึกคักจากเหล่าบล็อกเกอร์ และสื่อต่าง ๆ ในทันที ถึงเวลาแล้วที่ทุกคนจะแยกโลก สู้หยุดโลก ไปกับ The Divergent Series: Insurgent คนกบฏโลก ในวันที่ 19 มี.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ ทั้งในระบบปกติ สามมิติ, ไอแมกซ์ 3D, 4DX และ ดอลบี้ แอทมอส คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ The Divergent Series: Insurgent ได้ที่นี่เลย -----------------------------------------

Toyota เปิดตัว Alphard และ Vellfire ใหม่ 2015 หรูหราเหนือระดับ
Alphard /  Alphard 2015 / 

นายวิเชียร เอมประเสริฐสุข รองกรรมการผู้จัดการบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด นายเคนอิจิ โยชิโอกะ หัวหน้าวิศวกร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น และ นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์  ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส  บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด  ร่วมแนะนำที่สุดแห่งเกียรติยศยนตกรรม โตโยต้า อัลฟาร์ด 3.5 อัลฟาร์ด ไฮบริด 2.5  และเวลไฟร์ 2.5 ใหม่ ในวันที่ 23 มีนาคม 2558 ณ  โรงแรม ดิโอกุระเพรสทีจ กรุงเทพ โตโยต้า อัลฟาร์ด เป็นรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ ระดับหรู จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ โดย บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 เพื่อเป็นรถยนต์โดยสารสำหรับบุคคลระดับชั้นนำ ด้วยการใส่ใจในการออกแบบทุกรายละเอียดทั้งภายในและภายนอก โดย โตโยต้า อัลฟาร์ด ใหม่ เป็น Generation ที่ 3 ของโลก ที่มาพร้อมกับความหรูหราเหนือระดับ ทั้งรุ่นอัลฟาร์ด 3.5 และ อัลฟาร์ด ไฮบริด 2.5 ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นายวิเชียร กล่าวว่า “ในครั้งนี้ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด มีความยินดีที่จะได้ แนะนำรถยนต์โตโยต้า เวลไฟร์ นอกเหนือจาก โตโยต้า อัลฟาร์ด ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ที่มุ่งเน้นถึงความหรูหราผสานกับความสปอร์ต ซึ่งจะนำเข้าอย่างเป็นทางการโดยบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด อัลฟาร์ด รุ่น 3.5 และ อัลฟาร์ด ไฮบริด 2.5 ภายนอกดูสวยโฉบเฉี่ยวด้วย กระจังหน้าโครเมียม สเกิร์ตรอบคัน พร้อมรีเฟลกเตอร์ที่สเกิร์ตด้านหลัง สปอร์ต ไฟหน้า Daytime Running Lights และไฟท้าย แบบ LED เพิ่มความปลอดภัย ไฟตัดหมอกด้านหน้าแบบ LED ส่องสว่างเพื่อความปลอดภัยยามค่ำคืน กระจกมองข้าง พร้อมไฟเลี้ยวแบบ LED มูนรูฟคู่ที่หลังคาดูสวยสง่า ภายในกว้างขว้างสะดวกสบาย เบาะนั่งปรับได้หลายสไตล์ เบาะนั่งผู้ขับปรับได้ 8 ทิศทาง พร้อมระบบบันทึกตำแหน่งผู้ขับขี่ เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหลังแถวที่ 1 ปรับไฟฟ้า แบบ Executive Lounge พร้อมที่รองขา และแถวที่ 2 เบาะปรับ/พับได้หลายแบบ เพื่อเพิ่มพื้นที่สำหรับสัมภาระ เครื่องเล่น DVD CD และ MP3 พร้อมช่องต่อ USB iPod AUX รองรับการเชื่อมต่อ บลูธูท แบบจอสัมผัสขนาด 8 นิ้วในด้านหน้า พร้อมลำโพง JBL 17 จุดรอบคัน และจอสำหรับผู้โดยสารด้านหลังขนาด 9 นิ้ว พร้อมเครื่องเล่น Blu-Ray ที่มีเฉพาะรุ่น 3.5 ระบบฟอกอากาศแบบ nanoe พร้อมปรับแยกอุณหภูมิแบบอัตโนมัติ 3 โซน ไฟส่องสว่างในห้องโดยสารแบบซ่อนฝ้า ปรับความสว่างได้ 4 ระดับ เปลี่ยนสีได้ 16 เฉดสี พร้อมไฟอ่านหนังสือส่วนตัว (เฉพาะรุ่น 3.5)  สะดวกสบายตลอดการการเดินทาง จอแสดงข้อมูลการขับขี่ MID แบบ TFT ขนาด 4.2 นิ้วและระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control แผงควบคุมการโทร-รับโทรศัพท์ มีเฉพาะในรุ่น 3.5 ระบบเปิดประตูอัจฉริยะ Smart Entry สะดวกสบาย ปลอดภัย ควบคุมการเปิดและปิดประตู ซ้าย-ขวา และประตูหลังด้วยระบบไฟฟ้า หรือปุ่มควบคุมบริเวณคนขับ ในส่วนของช่วงล่างมีระบบกันสะเทือนหน้า อิสระแม็คเฟอร์สันสตรัทพร้อมเหล็กกันโคลง และระบบกันสะเทือนหลังแบบดับเบิ้ลวิชโบน ระบบบังคับเลี้ยวแร็คแอนด์พีเนี่ยน พร้อมพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า EPS ด้านความปลอดภัย ถุงลม 9 จุด ด้านหน้า 2 ตำแหน่ง ด้านข้าง 2 ตำแหน่ง แบบม่าน 4 ตำแหน่ง และที่เข่าผู้ขับขี่ 1 ตำแหน่ง กุญแจอิเล็กทรอนิกส์ Immobilizer ป้องกันกุญแจเลียนแบบ ระบบควบคุมการทรงตัวอัจฉริยะ (VSC) มีเฉพาะในรุ่น 3.5 ในส่วนของรุ่นไฮบริด 2.5 จะเป็นระบบ VDIM ระบบสัญญาณเตือน VPNS เฉพาะรุ่นไฮบริด 2.5 ปล่อยเสียงสัญญาณเบาๆ ขณะขับขี่ เพื่อเตือนคนภายนอกรถ เมื่อขับด้วยความเร็วไม่เกิน 20 กิโลเมตร/ชั่วโมง หรือเมื่อความเร็วเท่ากับ 0 กิโลเมตร/ชั่วโมง โดยที่ไม่เหยียบเบรค และเกียร์ไม่ได้อยู่ที่ตำแหน่ง P เวลไฟร์ 2.5 ไฟหน้าโปรเจคเตอร์แบบ LED และกระจังหน้าโครเมียมดีไซน์ใหม่ ภายในห้องโดยสารจะเป็นสีดำที่สอดรับกับลายไม้ดีไซน์หรู พร้อมเบาะที่นั่งปรับได้หลายรูปแบบ เครื่องเล่น CD  DVD  MP3  WMA  และช่องเชื่อมต่อ USB AUX จอ LED ระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับบลูธูท ที่ด้านหน้า และจอ LED ขนาด 10.2 นิ้ว พร้อมลำโพงรอบคัน 8 จุด ส่วนในด้านความปลอดภัยที่มาพร้อมระบบควบคุมการทรงตัวอัจฉริยะ (VSC) ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) ป้องกันล้อล็อกและการลื่นไถลจากการเบรกกะทันหัน ระบบกระจายแรงเบรก (EBD) ระบบเสริมแรงเบรก (BA) มาดูในส่วนของเครื่องยนต์ โดยอัลฟาร์ดรุ่น 3.5 นั้นขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 3.5 ลิตร 24 วาล์ว DOHC Dual VVT-i กำลังสูงสุด 271 แรงม้า (202 กิโลวัตต์) ที่ 6,200 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 340 นิวตันเมตร ที่ 4,700 รอบต่อนาที เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด Super ECT แบบ Sequential Shift ,ส่วนไฮบริด 2.5 นั้นเป็นเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร 16 วาล์ว DOHC VVT-i กำลังสูงสุด 150 แรงม้า (112 กิโลวัตต์) ที่ 5,700 รอบต่อนาทีแรงบิดสูงสุด 206 นิวตันเมตร ที่ 4,400 – 4,800 รอบต่อนาที เกียร์อัตโนมัติ ECVT ด้านเครื่องยนต์ของ เวลไฟร์ 2.5 ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร 16 วาล์ว Dual VVT-i กำลังสูงสุด 180 แรงม้า (134 กิโลวัตต์) ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 235 นิวตัน-เมตร ที่ 4,100  รอบต่อนาที เกียร์อัตโนมัติ CVT 7 สปีด พร้อม Sequential Shift รองรับ E20 โดยราคาของ อัลฟาร์ด และ เวลไฟร์ ใหม่อยู่ที่ - เวลไฟร์ รุ่น 2.5 ราคา 3,399,000 บาท - อัลฟาร์ด รุ่น 2.5 ไฮบริด ราคา 3,549,000 บาท - อัลฟาร์ด รุ่น 3.5 ราคา 4,649,000 บาท

คิดว่าดีก็ทำไป!! บีร็อด ไม่ง้อถ้าราฮีมชิ่งซบบิ๊กทีมเพราะค่าจ้าง
บาเยิร์น มิวนิค /  ยอดทีมแห่งลุ่มแม่น้ำเมอร์ซีย์ / 

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เทรนเนอร์หลังสามของ ลิเวอร์พูล ออกมาพูดถึงประเด็นของศิษย์รักอย่าง ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ที่ปัดคุยสัญญาใหม่(ครั้งที่3) โดยให้ไปเจรจากันอีกครั้งในช่วงซัมเมอร์ ซึ่งหลังจากมีข่าวออกไปทำให้บรรดาบิ๊กยุโรปไม่ว่าจะเป็น เรอัล มาดริด, บาเยิร์น มิวนิค และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พร้อมประเคนเม็ดเงิน 130,000 ปอนด์/สัปดาห์ เพื่อล่อใจนักเตะและเอเยนต์ ให้เข้ามาเสริมเกมรุกต่อไป กุนซือชาว ไอร์แลนด์เหนือ พูดถึงเรื่องนี้ว่า "ท้ายที่สุด สำหรับนักฟุตบอลและตัวแทน มันก็มีอยู่แค่สองอย่างก็คือการลงสนาม และเรื่องเงิน" "ในฐานะผู้จัดการทีม คุณต้องพร้อมมอบทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือพวกเขา แต่ถ้าสุดท้ายแล้ว ถ้านักเตะหรือเอเยนต์ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเอเยนต์ ตัดสินใจว่าต้องการย้ายทีม มันก็ต้องเกิดขึ้นเป็นธรรมดา" "แน่นอน สิ่งที่สโมสรให้กับนักเตะยังไงก็เหมาะสมที่สุดแล้ว แต่ผมเคยเห็นดาวรุ่งที่มีฝีเท้าระดับเทพมากมาย และรับค่าจ้างแพงเกินจริง ซึ่งผลลัพธ์คือพวกเขาดับสนิท เพราะฉะนั้นเรื่องแบบนี้ต้องไม่เกิดขึ้นที่ ลิเวอร์พูล"