ผู้จัดการ

Pizzeria Limencello ต้นตำรับอาหารอิตาเลียนแท้ ไม่มาถือว่าพลาด !
Limencello /  pizza / 

ในซอยสุขุมวิท 11 เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นที่ตั้งของร้านต้นตำรับอาหารอิตาเลียนแท้  ที่ไม่มาไม่ได้ ! "Pizzeria Limencello" โดดเด่นมีสไตล์ตั้งแต่การตกแต่งร้านแบบเมดิเตอร์เรเนียน ใช้สีโทนขาวไบรท์ตัดกับสีฟ้า มีสีเหลืองซึ่งเป็นตัวแทนความอบอุ่นของแสงอาทิตย์ บริเวณรอบๆร้านประดับตกแต่งด้วยอิฐ ซึ่งเป็นจุดเด่นของเมดิเตอร์เรเนียนสไตล์ ทำให้ร้านมีบรรยากาศแบบสบายๆ แต่ในขณะเดียวกันก็ดูหรูแบบอินเตอร์  กลายเป็นความกลมกลืนที่มีสเน่ห์น่าดึงดูด เพราะไม่ว่าคุณจะใส่สูทผูกไทด์ หรือจะใส่ขาสั้นแบบสบายๆ เมื่อเดินเข้ามาคุณจะรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของร้านนี้ นี่แหละคือมนต์เสน่ห์ของ Pizzeria limoncello เซเลบริตี้เกือบทุกคนในเมืองไทย ถ้าเป็นคออิตาเลี่ยนของแท้ รับรองว่าต้องเคยมาที่นี่ !  ย้อนไปเมื่อ 14 ปีก่อน ร้าน Pizzeria Limencello เป็นร้านออริจินอลร้านแรกที่ทำให้อาหารอิตาเลี่ยนดังในเมืองไทย และยังถือเป็นร้านที่จุดประกายแนวทางอาหารอิตาเลี่ยน ด้วยการกระตุ้นให้คนไทยสนใจเรื่องของรสชาติอาหารอิตาเลี่ยนแบบออริจินอล โดยการใช้ส่วนผสมคุณภาพดีที่นำเข้าจากต่างประเทศ ที่คัดมาแล้วและแทบจะเป็นหนึ่งเดียวในเมืองไทย อย่างเช่น การใช้พาร์ม่าแฮมเกรดเอ ที่แม้กระทั่งคนในยุโรปมาเห็นก็ยังตกใจเพราะหาทานได้ยากมาก ทำให้ทางร้านเป็นที่นิยมในหมู่ดาราและเซเลบริตี้มากมาย รวมถึงเจ้านายชั้นผู้ใหญ่หลายท่านที่แวะเวียนมาที่นี่อยู่เสมอ "คุณกล้วย" หนุ่มใหญ่ใจดี ผู้จัดการของทางร้านได้เล่าให้เราฟังว่า  "มีหลายร้านที่เป็นอิตาเลี่ยนแบบผสม ที่สามารถหลอกลูกค้าได้เพราะคนไทยส่วนใหญ่ยังไม่เคยทานของแท้ แต่ถ้าคนที่รู้รสชาติของอาหารอิตาเลี่ยนแท้ก็จะเป็นแฟนคลับของ Pizzeria Limencello เพราะว่าเราใช้ส่วนผสมที่เป็นเป็นอิตาเลี่ยนจริงๆ มันจะเป็นอะไรที่ค่อนข้าง healthy และ original ด้วย เราอยากเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าว่าทำไมคุณจะต้องจำเจ โดนหลอก เหมือนกับถ้าเราอยู่ในอเมริกา ไปทานร้านอาหารไทย แต่เขาใช้ข้าวของอเมริกัน หรือใช้ซอสถั่วเหลืองของเมืองจีน ไม่ใช้น้ำปลาของเมืองไทย แล้วคุณจะได้กินอาหารออริจินอลแบบไทยได้ยังไง" Zanotti พิซซ่าแป้งบางสไตล์อิตาเลี่ยน Signature ของร้าน พิซซ่าแป้งบางของร้านเป็นส่วนผสมของน้ำกับแป้งที่กลมกลืนกัน ทำให้หลังจากที่พิซซ่าจะไม่รู้สึกว่าท้องอืด เป็นกลศาสตร์ของอิตาเลี่ยนในการทำพิซซ่าที่ทำกันมา บวกกับหน้าท็อปปิ้งที่ทางร้านใช้ ยกตัวอย่างเช่น พิซซ่า Snotti (Parma ham) ที่ไม่ว่าเมืองไทยหรือแม้กระทั่งแทบจะทั้งโลก ออริจินอลล้วนมาจาก Pizzaria Limoncello นี่เอง เพราะเป็นสูตรของทางร้าน แม้ปัจจุบันคนส่วนใหญ่จะเห็นว่ามีการเพิ่มเติมส่วนผสมบางอย่างลงไปเพราะหลายๆร้านเอาไปทำเป็นสูตรของตัวเอง แต่ว่าถ้าอยากทานออริจินอลจริงๆ ต้องมาที่นี่ ! เอกลักษณ์ของทางร้านที่หาทานอร่อยได้ยากถ้าไม่ใช่ที่นี่ คือ พิซซ่า Zanotti พิซซ่าแป้งบางสไตล์อิตาเลี่ยนที่ท็อปปิ้งด้วยมาสคาร์โปเน่ชีส หวานมัน บวกกับพาร์ม่าแฮมเกรดเอส่งตรงจากอิตาลี ที่พิเศษสุดคือพาร์ม่าแฮมที่นี่จะไม่เค็มจนเกินไป เข้าคู่กันได้ดีกับมาสคาร์โปเน่ชีส อีกหนึ่งหน้าพิซซ่าแนะนำคือ Maya เป็นพิซซ่าไวท์ซ้อสและมอสซาเรลล่าชีส ที่ขอบอกว่าทางร้านทำได้ดีมากๆ ไม่เลี่ยนแม้แต่น้อย ต่อมากับเมนูแนะนำจากเชฟ Chef's Salad Balsamic Vinegar with Artichokes สลัดสดกรอบบวกกับน้ำสลัดบัลซามิกแบบเปรี้ยวหวาน ช่วยชูรสให้กับตัวสลัด อีกทั้งยังมีอาร์ติโชคเสิร์ฟคู่กันมา เข้ากันป็นอย่างดี อีกหนึ่งเมนูที่ไม่ควรพลาดก็คือ Black Mussels with White Wine Sauce หอยแมลงภู่ตัวโตๆ อบกับไวน์ขาวชั้นเลิศ เมนูพาสต้าที่นี่ก็หลากหลาย เริ่มต้นที่ Penne Salmon Pink Sauce เพนเน่ความเหนียวกำลังดีเสิร์ฟมากับซอสแซลมอนสีชมพู ทำให้จานนี้ดูสดใส และทีเด็ดสำหรับคนรักอาหารทะเล Spaghetti Marirana สปาเก็ตตี้ทะเลในซอสมะเขือเทศ ปลาหมึกตัวใหญ่ หอยแมลงภู่ตัวโตๆ จุใจกันไปเลย เพราะเป็นของแท้ ! คุณภาพจึงไม่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา "เสน่ห์ของเราอยู่ตรงที่ความออริจินอล เราเป็นอาหารที่ไม่พลิกแพลง เราเป็นอาหารที่คุณกินที่นี่ 14 ปีต่อมาก็คือรสชาติอย่างงี้ วันนี้คุณกินที่นี่ เวลาคุณไปที่อิตาลีคุณก็ได้กินแบบนี้ และเราทำให้คุณเห็นถึงความแตกต่างของรสชาติระหว่างอเมริกันพิซซ่ากับอิตาเลี่ยนออริจินอลพิซซ่า" "14 ปีที่ผ่านมา ที่นี่ ทีมงานก็ยังเป็นทีมงานเดิม ผู้บริหารก็ยังเป็นคนเดิม ผู้ถือหุ้นของร้านก็ยังเป็นคนเดิม ไม่เคยมีการเปลี่ยนแปลง แม้กระทั่งพนักงานที่เซอร์วิสก็ยังเหมือนเดิม มีน้องมาเพิ่มขึ้น แต่คนหลักๆก็ยังเป็นคนเดิม คนทำพิซซ่าก็ยังเป็นคนเดิม คนในครัวก็ยังเป็นคนเดิม สีผ้าปูโต๊ะก็ยังเป็นสีเดิม" คุณกล้วยได้กล่าวทิ้งท้ายไว้อย่างน่าประทับใจ และแสดงให้เราเห็นถึงความมุ่งมั่นที่ทางร้านได้รักษาคุณภาพไว้ด้วยมาตรฐานชั้นเยี่ยมมาตลอดระยะเวลา 14 ปี สำหรับใครที่จะไปลิ้มรสความอร่อย ต้องแอบกระซิบว่าร้านนี้อยู่ที่สุขุมวิทซอย 11 เท่านั้น ไม่มีสาขานะคะจะบอกให้ ! ต้องไปสักครั้งแล้วจะติดใจแน่นอน "ดิฉัน" การันตี ค่ะ

Merle Haggard ตำนานเพลงคันทรี เสียชีวิตในวันเกิด ครบ 79 ปี
Entertainment /  In Memoriam / 

Merle Haggard ผู้บุกเบิกเพลงคันทรีไสตล์ เสียชีวิตลงแล้วเมื่อวันพุธที่ 6 เมษายน ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 79 ปี ของเขาพอดี ข่าวนี้ได้รับการยืนยันจากผู้จัดการส่วนตัว เขาเสียชีวิตที่บ้านพักในแคลิฟอร์เนีย หลังจากต่อสู้กับโรคปอดบวมทั้งสองข้าง Merle Haggard หรือที่รู้จักในชื่อ "Poet of the Common Man," คือตำนานเพลงคันทรีที่สร้างสรรค์ผลงานเพลงร่วมกับ Buck Owens เขาเริ่มมีผลงานเพลงตั้งแต่ช่วงปี 1960 - 2010 แม้ว่าในช่วงหลายปีมานี้เขาจะป่วยด้วยอาการปวดบวมแต่ก็ยังสร้างสรรค์ผลงานออกมาอยู่เรื่อยๆ ซึ่งการจากไปของเขาก็มีคนในวงการเพลงเขียนคำอาลัยและสดุดีกันกว้างขวาง ดูบทความต้นฉบับ : Country icon Merle Haggard dies at 79

ทอม โจนส์ อาจเลิกร้องเพลง หลังสูญเสียภรรยา
TOM JONES /  ทอม โจนส์ / 

นักร้องระดับตำนาน ทอม โจนส์ (Tom Jones) อายุ 75 ปี เจ้าของบทเพลงดัง Sex Bomb อาจจะหันหลังให้การร้องเพลง หลังจากภรรยาของเขาเสียชีวิตลงเมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา ทอม โจนส์ (Tom Jones) Melinda Rose Woodward  หรือ Linda วัย 75 ปี ภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากของโจนส์ต่อสู้กับโรคมะเร็งอย่างทรมานแม้จะเป็นระยะเวลาอันสั้น และอาการเริ่มทรุดลงทำให้ก่อนหน้านี้ Tom Jones ได้ออกมายกเลิกทัวร์คอนเสิร์ตทั้งในญี่ปุ่น, ไทย, เกาหลีใต้ และสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ ล่าสุดก็มีข่าวออกมาว่า ทอม โจนส์ อาจหันหลังให้การร้องเพลงถาวร เพราะทอมเคยบอกกับ  Mark Woodward ลูกชายและยังเป็นผู้จัดการส่วนตัวของโจนส์ว่า "ถ้าไม่มีแม่ของเธอ พ่อก็ไม่รู้ว่าจะร้องเพลงได้ยังไง" Tom Jones และ Linda พบรักกันตั้งแต่อายุ 12 ปี ก่อนที่ลินดาจะตั้งท้องเมื่ออายุ 15 และแต่งงานกันเมื่ออายุ 16 ปี ในปี 1957 ทอม โจนส์ (Tom Jones) และภรรยา ขอบคุณข้อมูลจาก https://uk.celebrity.yahoo.com , http://www.telegraph.co.uk มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ละครคลื่นชีวิต , เรื่องย่อคลื่นชีวิต
คลื่นชีวิต /  ละครคลื่นชีวิต / 

ละครคลื่นชีวิต ละครช่อง3 คลื่นชีวิต บทประพันธ์โดย : กรุง ญ ฉัตรกำกับการแสดงโดย : อำไพพร จิตต์ไม่งงผลิตโดย : บริษัท ละครไท จำกัดควบคุมการผลิตโดย : หทัยรัตน์ อมตวณิชย์ออกอากาศ เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครคลื่นชีวิต ช่อง3 เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต ความสุขในวัยเด็ก คือสิ่งชโลมใจยามเรามีความทุกข์ เพราะเราจะได้รู้สึกว่า เราเคยผ่านความผาสุกในชีวิตมาแล้ว จีราวัจน์ (อุรัสยา เสปอร์บันต์) ดาราสาวที่เข้าวงการและมีชื่อเสียงด้วยฝีมือการแสดงและข่าวฉาวกับหนุ่มทั้งนอกและในวงการ รวมทั้งนิสัยพูดตรง ถ้าไม่ผิด ก็พร้อมกล้าท้าชนโดยไม่สนใจหน้าไหน จนโดนใครต่อใครตราหน้าว่าจีราวัจน์เป็นผู้หญิงแรง กร้านโลก และง่าย! แต่ใครจะกล่าวว่าเธอยังไง ไม่ทำให้จีราวัจน์เจ็บเท่ากับถูก คุณหญิงจริยา แม่แท้ ๆ ที่ไม่เคยดูแลเธอปล่อยเธอเติบโตตามมีตามเกิด เชื่อว่าเธอเป็นผู้หญิงใจแตก! แต่นั่นยังไม่ทำให้เธอหมดศรัทธากับคำว่า แม่ ของจริยา เท่ากับคืนที่จีราวัจน์โดน สิทธา (ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์) เจ้าของบริษัททอสังหาริมทรัพย์ สามีคนใหม่ของจริยา ผู้กระหายอำนาจ เงินทองและโลกีย์ สั่งลูกน้องวางยานอนหลับเพื่อหมายข่มขืนจีราวัจน์ แต่จีราวัจน์ก็หนีมาได้ และเมื่อจีราวัจน์บอกเรื่องนี้กับจริยาแทนที่จริยาจะเข้าข้างและปกป้องเธอ แต่จริยากลับเข้าข้างสิทธา จริยานั้นรู้สันดานของสิทธาดี แต่เธอยังทำอะไรสิทธาไมได้ เพราะสิทธาคือคนที่ให้เงิน และอำนาจกับเธอ สิทธาคือคนที่ทำให้ผู้หญิงไร้การศึกษา มีชีวิตอยู่ในสลัม ที่มีแค่ความสวยติดตัว จึงเร่ขายความสวยให้ความสำราญผู้ชาย เธอจึงได้โลดแล่นขึ้นมาเป็นคุณหญิงใจบุญเบอร์หนึ่งของสังคม ที่ใคร ๆ ต่อใครนับหน้าถือตา จริยารู้ดีว่าจีราวัจน์มองเธอเป็นผู้หญิงเห็นแก่ตัว ทะเยอทะยาน หน้าเงิน แต่ที่จริยาดิ้นรนถีบตัวเองขึ้นมาถึงตรงนี้ ก็เพื่อให้ชีวิตเธอ และจีราวัจน์สบาย แม้วันนี้จีราวัจน์เกลียดเธอ ...แต่จริยาเชื่อว่าวันหนึ่ง... จีราวัจน์ต้องเข้าใจ ละครคลื่นชีวิต ญาญ่า หมากปริญ สำหรับจีราวัจน์ ...สิ่งที่เธอต้องการ ไม่ใช่ชีวิตดีงามบนหน้าหนังสือพิมพ์อย่างที่จริยาต้องการ แต่สิ่งที่เธอต้องการคือความรัก ปมเดียวในหัวใจของจีราวัจน์ที่เธอโหยหาย แต่เธอไม่เคยได้ โดยเฉพาะวันที่เกิดเหตุการณ์นั้น ถึงแม้จีราวัจน์จะหนีจากเงื้อมมือสิทธามาได้ แต่เพราะฤทธิ์ยานอนหลับ ทำให้ระหว่างที่จีราวัจน์ขับรถหนีอย่างสุดชีวิต ต้องกลายเป็นฆาตกรโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อรถของจีราวัจน์ชนร่าง ติวดี (พริมา พันธ์เจริย) เต็ม ๆ จนติวดีไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ในเวลาต่อมา!! แต่เพราะฤทธิ์ยานนอนหลับทำให้จีราวัจน์หลับและเบลอจนไม่รู้เรื่องติวดี ภายใต้การดูแลของ ดารากา (ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์) เพื่อนสินทตั้งแต่มัธยม ซึ่งเป็นคนเดียวที่จีราวัจน์ติดต่อพูดคุยด้วยตลอด พอจีราวัจน์กลับจากเมืองนอก จีราวัจน์จึงขอให้ดารากามาอยู่ด้วยกัน ดารากาเต็มใจอยู่กับ จีราวัจน์ เพราะความรัก และความสนิทที่ทั้งสองมีด้วยกันมาเกือบ 20 ปี ทำให้ดาราการู้ดีว่า จีราวัจน์หว้าเหว่ แสนเหงา ต้องการใครสักคนเป็นเพื่อน และกว่าจีราวัจน์จะรู้ว่าติวดีเสียชีวิต ก็หลังจากที่ฤทธิ์ยานอนหลับสร่าง เมื่อจีราวัจน์รู้สึกตัว คนกล้าทำกล้ารับอย่างเธอ พร้อมไปรับความผิดกับตำรวจ แต่มันสายเกินไป เพราะ สุกี้ (เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ) นักปั้นดารามือทอง ผู้เป็นทั้งคนชักนำเธอเข้าวงการและเป็นผู้จัดการดูแลเธอ ได้จัดการส่งสเตฟาน คนขับรถคนสนิทประจำตัว รับสารภาพผิดกับตำรวจว่าเป็นคนขับรถชนติวดีแทนเธอ โดยสุกี้ยอมเสี่ยงโกหกกับสังคมเพื่อแลกกับอนาคตทางการแสดงของจีราวัจน์ที่กำลังรุ่งเรือง ละครคลื่นชีวิต สุกี้คิดว่าการให้สเตฟานรับผิดแทนจีราวัจน์ จะทำให้เรื่องทุกอย่างจบง่าย ๆ แต่สุกี้คิดผิด เมื่อระหว่างที่ติวดีโดนจีราวัจน์ขับรถชน ติวดีกำลังคุยโทรศัพท์มือถือกับ สาธิต (ปริญ สุภารัตน์) แฟนหนุ่มผู้เป็นทนายตงฉิน เชื่อว่าใครทำผิดต้องได้รับโทษ นั่นแหละความยุติธรรม! โดยสาธิตเป็นคนเดียวที่ได้ยินเสียงของจีราวัจน์พูดขอโทษติวดี นั่นทำให้เขาปักใจว่าคนที่ขับรถชนคนรัก ไม่ใช่สเตฟานแต่เป็นจีราวัจน์! สาธิตทำทุกวิถีทางพิสูจน์ให้คนทั้งสังคมเห็นว่าฆ่าตกรตัวจริงเป็นใคร โดยมี พ.ต.ต.พิเชษ เพื่อนตำรวจที่รู้จักในระหว่างร่วมงาน เป็นคนช่วยเหลือดูแลคดี โดยสาธิตมั่นใจว่าเขาสามารถลากตัวจีราวัจน์รับโทษอย่างที่เขาเคยส่งคนผิดเข้าคุกมาตลอดอาชีพทนาย แต่ครั้งนี้! สาธิตกลับเจอว่าความจริง พ่ายแพ้อำนาจเงิน! เมื่อหลักฐานทุกอย่างที่จะมัดตัวจีราวัจน์ได้ มันหายไปหมด! สาธิตไม่ยอมแพ้ที่จะหาทางลงโทษจีราวัจน์ แต่ทุกอย่างต้องหยุดลงเมื่อ นวดี (ขวัญฤดี กลมกล่อม) แม่ของติวดี แม่ครูของเหล่าเด็กกำพร้า เป็นคนขอร้องให้สาธิตหยุดอาฆาตแค้น นวดีไม่อยากให้สาธิตต้องจมอยู่กับความทุกข์ ที่เกิดจากความโกรธแค้นอีก รวมทั้ง พัฒนะ (สันติสุข พรหมศิริ) เจ้าของบริษัทผลิตละคร ที่จีราวัจน์กำลังแสดงละครอยู่ พัฒนะเป็นเพื่อนของพ่อของสาธิต และเปรียบเหมือนเป็นพ่อบุญธรรมของสาธิต เพราะหลังจากที่พ่อแม่ของสาธิตประสบอุบัติเสีย ชีวิตทั้งคู่ พัฒนะคือคนที่ส่งเสียและดูแลสาธิตจนเรียนจบเนติบัณฑิต! ฉะนั้นเมื่อพัฒนะขอให้สาธิตทำอะไร สาธิตพร้อมจะทำ รวมทั้งคำขอร้องที่แสนเฉือนหัวใจ ที่พัฒนะขอร้องให้สาธิตหยุดสืบหาหลักฐานเอาเรื่องจีราวัจน์ เพราะละครที่จีราวัจน์แสดงกำลังทำเงิน ถ้าจีราวัจน์ติดคุกจะมีผลทำให้บริษัทของพัฒนะเสียหาย จนกระทบกับหนี้สินของบริษัทด้วย ละครคลื่นชีวิต ในเมื่อผู้ใหญ่สองคนที่เขารักขอร้องให้เขาหยุด ละครคลื่นชีวิต แม้สาธิตไม่ต้องการหยุดฉีกหน้ากากของจีราวัจน์ แต่เขาต้องหยุด แต่ใครจะรู้ แม้สาธิตจะหยุดดำเนินคดีทางกฎหมายกับจีราวัจน์ แต่เขาไม่หยุดตามจองล้างจองผลาญจีราวัจน์ โดยสาธิตประกาศ ในเมื่อกฎหมายทำโทษจีราวัจน์ไม่ได้ เขาจะใช้กฎแห่งกรรมทำโทษจีราวัจน์เอง ด้านจีราวัจน์นั่นอยากเหลือเกินที่จะบอกสาธิตว่าเธอพร้อมรับผิด แต่เธอทำไม่ได้เพราะเธอต้องแบกความเป็นความตายของคนที่รวมโกหกช่วยเธออยู่ เธอเลือกไถ่โทษด้วยการดูแลนวดี แทนติวดีห่าง ๆ โดยมี ชยันต์ (หลุยส์ สก๊อต) ผู้กำกับฯ หนุ่มติสต์ชื่อดัง ซึ่งเคยเป็นรุ่นพี่สมัยมัธยมของจีราวัจน์ ผู้รักและหวังดีกับจีราวัจน์เสมอมา เพราะชยันต์รู้ว่าผู้หญิงที่แข็งกระด้างภายนอก แต่ภายในช่างแสนอ่อนแอ เขาจึงคอยช่วยเหลือส่งข่าวเรื่องนวดี เพราะชยันต์เป็นเพื่อนกับสาธิต ทำให้ชยันต์รับรู้เรื่องราวของนวดีจากสาธิตโดยตรง แต่ความช่วยเหลือของชยันต์ กลับยิ่งสร้างปัญหาให้จีราวัจน์ เมื่อ ปียากุล (จรินทร์พร จุนเกียรติ) ลูกสาวคนเดียวของพัฒนะ ผู้ควบคุมดูแลงานถ่ายละครภายในบริษัทของพัฒนะ และเป็นภรรยาซุปเปอร์โคตรขี้หึงของชยันต์ ได้ยินข่าวว่าเธอสนิทกับชยันต์มาก ทำให้ปียากุลใช้อำนาจหน้าที่การงานในมือเธอกลั่นแกล้งจีราวัจน์ แต่เพราะจีราวัจน์กำลังเป็นดาราทำเงินของพัฒนะ ทำให้พัฒนะออกตัวปกป้องจีราวัจน์ ทำให้ปียากุลไม่พอใจมาก ทำให้ปียากุลพาลระบายอารมณ์กับสาธิต ซึ่งเธอนับถือเหมือนพี่ชาย ทำให้สาธิตรับรู้ว่า นอกจากจีราวัจน์จะเป็นคนตลบแตลงสังคมว่าตัวเองไม่ใช่ฆาตกรแล้ว จีราวัจน์ยังเป็นผู้หญิงรักสนุกคั่วผู้ชายไม่ซ้ำหน้า แย่งผัวชาวบ้านไปกกได้อย่างหน้าไม่อาย!! ละครคลื่นชีวิต ยิ่งวันทีสาธิตพบจีราวัจน์สนิทสนมกับ เจตต์ (มาสุ จรรยางค์กุลดี) วิศวกรปิโตเลียมผู้มีชีวิตยู่กลางทะเล แต่เมื่อกลับมาเยี่ยมบ้าน เขากลับขับรถชนจีราวัจน์ จนทำให้เขาหลงรักนางเอกสาว ซึ่งมันอาจไม่ใช่เรื่องที่สาธิตจะเอามาเป็นข้อเกลียดชังจีราวัจน์ ถ้าสาธิตไม่บังเอิญรู้เรื่องว่าดารากาเพื่อนรักของจีราวัจน์นั้นแอบชอบเจตต์อยู่จาก เจนจิรา (วันศิริ อ่องอำไพ) น้องสาวของเจตต์เจ้าของโรงเรียนที่ดารากาเป็นครูสอน ซึ่งสาธิตได้รู้จักกับเจจิราโดยบังเอิญ และเพราะเจนจิราเป็นคนคุยสนุก มองโลกในแง่ดี เหมือนติวดี ทำให้สาธิตสนุกที่ได้อยู่ร่วมกับเจนจิราโดยสาธิตไม่รู้ว่าความใกล้ชิดที่เขามอบให้เจนจิรานั้น ทำให้เจนจิราแอบชอบสาธิต ชีวิตของจีราวัจน์เจอปัญหาจากสาธิต ปียากุล สิทธา ยังไม่พอ ในเส้นทางสายงานบันเทิง เธอยังต้องเจอ พิม (โชติกา วงศ์วิลาศ) นางเอกจอมสร้างภาพว่าเป็นนางเอกแสนชื่อ แต่แท้จริงปากตลาด ทะเยอทะยาน ใฝ่สูง เคยเป็นอดีตดาราที่สุกี้ปั้นมากับมือ แต่พอดังแล้วก็แยกตัวออกจากสุกี้ ทำให้สุกี้ไม่พอใจพิมมาก หาว่าพิมเนรคุณ แต่พิมไม่แคร์ พิมคิดว่าสุกี้ได้เงินจากค่าตัวเธอเยอะแล้ว ไม่ถือว่ามีบุญคุณต่อกัน โดยตอนพิมออก พิมเอา ลูกน้ำ (ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์) อดีตเลขาลงสุกี้มาด้วย โดยพิมคิดว่าลูกน้ำทำงานกับสุกี้มานาน จะมี Connection กับเอเจนชี่จะผลักดันให้ความฝันก้าวสู่ การทำงานร่วมกับต่างชาติของเธอสมหวัง แต่เปล่าเลย ลูกน้ำไม่มีรู้จักใครเลย เป็นแค่คนปากกล้า อวดฉลาด แต่สมองกลวง ทำให้พิมเลี้ยงลูกน้ำไว้เป็นกันชนเวลาปะทะกับสุกี้ และเป็นคนหิ้วสัมภาระ รองมือรองเท้าตัวเองเท่านั้น! เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต และการโด่งดังของจีราวัจน์ ทำให้ชื่อเสียงที่กำลังลดฮวบของพิม ยิ่งลดลงไปอีก จากนางเอกเบอร์หนึ่งแทบจะเล่นเป็นนางรอง คนทะเยอทะยานอย่างพิมไม่ยอมรับสภาพอย่างนั้นง่าย ๆ เธอจึงยอมทำทุกอย่าง เพื่อกำจัดจีราวัจน์ไปจากเส้นทางของเธอ เพื่อให้เธอกลับมาเป็นอันดับหนึ่งอีกครั้ง รวมทั้งหาลู่ทางเพื่อโกอินเตอร์ แม้แต่ยอมเอาตัวเข้าไปเป็นเมียน้อยของสิทธา เพื่อใช้อำนาจและเงินของสิทธา ปูทางโกอินเตอร์ให้ได้ หลายครั้งที่จีราวัจน์เหนื่อยกับการสู้รบกับความเกลียดชังที่ประเดประดังเข้ามาเหมือนคลื่นกระทบหาดทราย ละครคลื่นชีวิต แต่เธอก็ยังพอมีหลักให้ยึดอีกคน นั่นคือ ครูอารี ครูสอนร้องเพลงตั้งแต่ สมัยจีราวัจน์เรียนมัธยม ครูอารีคือคนที่เอื้ออารีข้าวและขนม เวลาที่จริยาออกไปขายตัว ปล่อยให้จีราวัจน์อยู่กับ ยายจัน ยายข้างบ้านที่มีอาชีพขายขนมจีน สมองไม่ค่อยดี ป้ำ ๆ เป๋อ ๆ ที่เคยเลี้ยงดูจีราวัจน์ พอยายจันออกไปตลาด จีราวัจน์ก็มาวิ่งเล่นบ้านครู ที่นี่เหมือนอีกโลกของจีราวัจน์ เป็นโลกที่สงบ ไม่ใช่โลกมายาที่เธอต้องยิ้มแม้ว่าในหัวใจร้องไห้ และการมาบ้านครูอารีครั้งนี้ ทำให้เธอรู้ว่าบ้านสวนถัดไปเป็นบ้านของนวดี จีราวัจน์หวังจะแอบไปดูความเป็นอยู่ของนวดีเพื่อจะช่วยเหลือ นั่นทำให้เธอเจอสาธิต จีราวัจน์ไม่อยากสู้รบกับสาธิตเพราะเธอรู้ตัวดีว่าผิด แต่สาธิตเหมือนเสือที่จ้องตะครุบเหยื่อ เมื่อเหยื่อเดินเข้ามาหา มีหรือที่เขาจะปล่อย สาธิตจงใจพูดจาแดกดันว่าเธอเป็นคนขี้ขลาด ทำผิดแล้วไม่กล้ารับผิด สาธิตเดินต้อนจีราวัจน์จนไปถึงริมคลอง นั่นเป็นครั้งแรกที่สาธิตเห็นความกลัวในแววตาของจีราวัจน์ ทำให้สาธิตรู้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่แทนที่สาธิตจะปราณีปล่อยเธอไป สาธิตกลับเดินกดดันจนจีราวัจน์ตกน้ำ แม้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่เธอไม่แม้แต่ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากใคร แม้แต่สาธิตที่ยืนมองเธอตะเกียกตะกายในน้ำอยู่ โดยสาธิตยื่นข้อเสนอให้เธออ้อนวอนร้องขอชีวิต แล้วเขาจะยอมช่วย แต่จีราวัจน์ไม่ยอมเอ่ยปาก จนกระทั่ง สีดา ลูกศิษย์สาวจอมก๋ากั่นของครูอารีมาช่วยไว้ทัน นั่นทำให้สาธิตได้เห็นอีกมุมนึงว่าจีราวัจน์เป็นคนรักศักดิ์ศรี ไม่ยอมอ่อนให้ใครง่าย ๆ เหมือนกัน สีดาพาจีราวัจน์กลับมาบ้านครูอารี พร้อมถามว่าใครเป็นคนทำจีราวัจน์ตกน้ำ จีราวัจน์ไม่อยากเอ่ยถึง เธอคิดแต่ว่ามันเป็นการชดใช้กรรมกับสิ่งที่เธอทำกับติวดี อย่างน้อยการที่สาธิตเห็นเธอเกือบตาย อาจทำให้สาธิตลดความโกรธ และเลิกยุ่งกับเธออีกก็ได้ แต่จีราวัจน์คิดผิด ละครคลื่นชีวิต เมื่อละครการกุศลของสมาคมคุณหญิงจริยามีอันต้องสะดุดลง เพราะนางเอกที่วางไว้เสียชีวิตลง ซึ่งก็คือติวดี ทำให้ต้องหานางเอกใหม่ซึ่งทุกคนลงความเห็นที่จีราวัจน์ แต่ก็เหมือนจะเป็นความจงใจของพระพรหม เมื่อผู้รับบทเป็นพระเอกคือสาธิต สาธิตไม่รักษามารยาทในการดูถูกและเหยียดหยามจีราวัจน์ต่าง ๆ นานา ด้านจีราวัจน์นั้น พยายามอดทนไม่อยากตอบโต้ แต่ชยันต์ไม่อาจทนเห็นสาธิตพูดจาดูถูกจีราวัจน์ได้ จึงเป็นคนออกโรงปกป้องแทนเธอ ทำให้สาธิตยิ่งตราหน้าว่าจีราวัจน์กำลังแย่งผัวคนอื่น แต่ดึกรีแรงแค้นของสาธิตต้องสะดุด เมื่อเขาได้เป็นคนอยู่ในเหตุการณ์ ที่จีราวัจน์ใส่ใจ ในความเป็นความตายของยายจัน หากเขาก็ยิ่งย้ำใจให้แข็งขึ้นอีก เพราะถึงอย่างไรจีราวัจน์ ก็คือมือที่สามที่ทำให้ครอบครัวของชยันต์ต้องมีปัญหา ในงานศพยายจัน จีราวัจน์ถูกลอบยิง แต่เจตต์รับเคราะห์แทน แม้จะจับมือใครดมไม่ได้ แต่ในที่สุดชยันต์ก็ได้รู้ว่าเป็นฝีมือของปียากุล ชยันต์และปียากุลทะเลาะกันหนักขึ้นเรื่อย ๆ ชยันต์เห็นใจลูกจึงพยายามอดทนเสมอ แต่ครั้งนี้ปียากุลทำเกินไป ทำให้ชยันต์คิดว่าต้องทำอะไรตัดนิสัยเอาแต่ใจของปียากุลบ้าง จึงตัดสินใจขอแยกบ้านอยู่กับปียากุล ปียากุลนั้นรักชื่อเสียงมาก เมื่อชยันต์ขอแยกกันอยู่ และมีข่าวออกหน้าบันเทิง ทำให้ปียากุลเครียด จนต้องไปฟูมฟายระบายกับสาธิต กล่าวหาว่าชยันต์ย้ายออกไป เพื่อไปอยู่กับจีราวัจน์ นักแสดงละครคลื่นชีวิต จีราวัจน์คือต้นเหตุทำให้ชีวิตครอบครัวของปียากุลพังพินาศ สาธิตมาจัดการจีราวัจน์แทนปียากุล แล้วเห็นจีราวัจน์ก็คอยดูแลเจตต์ เพราะต้องเจ็บตัวเพื่อตัวเอง ความสนิทสนมของจีราวัจน์กับเจตต์ทำให้ดารากาไม่พอใจ คิดว่าเพื่อนทรยศทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเธอแอบหลงรักเจตต์ จนกระทั่งทะเลาะกันใหญ่โต ถึงขั้นดารากาย้ายออกจากบ้านเพื่อน สาธิตตามมาสมน้ำหน้าจีราวัจน์ที่มั่วผู้ชายไม่เลือก แม้แต่แฟนเพื่อนก็ไม่เว้น จนสุดท้ายจีราวัจน์ก็ไม่เหลือใคร ชยันต์เข้ามาปลอบใจจีราวัจน์ว่าเธอยังมีเขา ชยันต์คอยเข้ามาประคับปคะคองจีราวัจน์ แต่ชีวิตที่เคยเป็นเด็กบ้านแตกสาแหรกขาด ทำให้จีราวัจน์ไม่อยากเป็นคนทำลายครอบครัวของชยันต์ แต่ชยันต์ปลอบจีราวัจน์ว่า ที่ครอบครัวของเขาจะพัง ไม่ใช่เพราะจีราวัจน์ แต่เป็นเพราะปียากุลกับเขาหมดความเข้าใจต่อกัน ในเมื่อชยันต์ไปกับปียากุลไม่รอด เขาก็อยากหยุดและเริ่มต้นใหม่กับจีราวัจน์ เรื่องย่อคลื่นชีวิต จีราวัจน์เคยผ่านชีวิตบอบซ้ำมา ทำให้จีราวัจน์รู้ว่าความหวังดีที่ชยันต์มีให้กับเธอ มันไม่ใช่ความรักอย่างที่ชยันต์พร่ำบอก มันเป็นแค่ความรู้สึกเห็นใจ เพราะแท้จริงในหัวใจของชยันต์รักปียากุลและเจ็บซ้ำกับสิ่งที่ปียากุลไม่ไว้ใจเขา ดังนั้นคนมีปัญหาอย่างชยันต์ มาเจอกับผู้หญิงที่เจอปัญหามาทั้งชีวิตอย่างเธอ มันจึงเกิดการคลิกกัน จีราวัจน์ขอให้ชยันต์ เป็นเพื่อนที่ดีอย่างเดิม อย่าให้มากกว่านั้นเลย แล้วกลับไปซ่อมแซมครอบครัวของชยันต์ ให้กลับมาสวยงามเหมือนเดิมดีกว่า แต่เคราะห์ของจีราวัจน์ที่จะทำให้สาธิตยิ่งเกลียดเธอ ยังไม่จบเพียงแค่นั้น เมื่อจีราวัจน์รู้ว่าบ้านที่อาศัยอยู่นี้กำลังจะถูกธนาคารยึด จีราวัจน์สั่งสุกี้ให้จัดการเรื่องบ้าน จนเรื่องเข้าหูจริยา จริยาสั่งห้ามจีราวัจน์ไปยุ่งกับนวดีอีก เพราะตอนนี้รูปคดีออกมาว่าไม่มีหลักฐานมัดว่าจีราวัจน์ขับรถชน แต่ถ้าจีราวัจน์ดูแลนวดีมาก ๆ เพราะมันอาจทำให้สาธิตหาช่องโหว่เล่นงานจับจีราวัจน์เข้าคุกได้ จีราวัจน์เสียใจที่แม่เห็นแก่ประโยชน์ตัวเองจนลืมคำว่ามนุษยธรรม ถ้าลูกของแม่โดนรถชน แม่จะอยู่เฉยไหม จริยาได้แต่ยืนนิ่งไม่ได้ตอบ การทะเลาะกันเสียงดังของจีราวัจน์กับจริยา ทำให้ ศิริลักษณ์ หัวหน้าแม่บ้านประจำบ้านของสิทธา ผู้มีนิสัยประจบสอพลอสิทธา และลึก ๆ หวังสบายเป็นเมียของสิทธา แต่สิทธาไม่เอา ทำให้ศิริลักษณ์อิจฉาและจงเกลียดจงชังจริยาและจีราวัจน์ เมื่อการทะเลาะของจริยากับจีราวัจน์รู้ถึงหูศิริลักษณ์ ศิริลักษณ์จึงไปบอกสิทธาว่าจีราวัจน์ต้องการเงิน ทำให้สิทธาเสนอเงินเธอโดยมีข้อแลกเปลี่ยน ซึ่งจีราวัจน์รู้ดีว่าคืออะไร จีราวัจน์ตกลงเพราะเห็นถึงวิธีที่จะแก้เผ็ดอีกฝ่าย ในวันนัดจีราวัจน์แอบมอมยาสิทธา พร้อมเอาปืนจ่อหน้าสิทธาและข่มขู่ให้สิทธาเลิกยุ่งกับตัวเองอีกไม่อย่างนั้นเธอฆ่าสิทธาให้ตายตามกันแน่ แล้วจีราวัจน์ก็หนีออกมาจากโรงแรม โดยหวังว่าเรื่องราวยุ่ง ๆ จะจบลงสักที แต่เปล่าเลย เมื่อจีราวัจน์พบสาธิตที่ดักรออยู่ จากการแอบส่งข่าวของพิม ที่รู้ว่าสาธิตจ้องทำลายจีราวัจน์อยู่ พิมจึงเข้ามาตีสนิทกับสาธิต หวังจะยืมมือสาธิตทำลายจีราวัจน์ให้สิ้นซาก ละครคลื่นชีวิต แล้วภาพที่สาธิตเห็นจีราวัจน์เข้าโรงแรมกับสิทธาที่มีศักดิ์เป็นพ่อเลี้ยงของจีราวัจน์ ยิ่งทำให้สาธิตขยะแขยงจีราวัจน์ โดยคิดว่าจีราวัจน์มั่ว เห็นแก่เงิน จนไร้ศีลธรรมใช้ผัวร่วมกับแม่ แต่แล้วความเชื่อที่สาธิตมีต่อจีราวัจน์ต้องเจอจุดเปลี่ยน เมื่อสาธิตจำต้องมาพัวพันกับความเลวของสิทธาจนได้ เพราะ เวทิต นักข่าวที่แอบส่งหลักฐานเอาผิดสิทธามาให้เขาก่อนตาย ทำให้สาธิตเริ่มตามสืบพฤติกรรมของสิทธา แล้วนั่นทำให้สาธิตได้เห็นว่าสิทธาชั่วร้ายขนาดไหน แล้วคนที่ตกเป็นเหยื่อของสิทธาไม่ใช่แค่เวทิต แต่เป็นจีราวัจน์ด้วย รวมทั้งจีราวัจน์ได้เข้ามาดูแลนวดี และดูแลเด็ก ๆ กำพร้าที่นวดีสอนหนังสือ และชยันต์ยังมาปรับความเข้าใจกับสาธิตว่าจีราวัจน์ไม่ยอมรับความรักของชยันต์ แต่จีราวัจน์กลับเป็นคนเตือนสติให้ชยันต์กลับไปง้อปียากุล ทำให้สาธิตได้เห็นว่าจีราวัจน์ ได้มีแค่ด้านร้าย แต่เธอยังมีมุมความดี และมีหัวใจที่บอบซ้ำ ไม่ต่างจากเด็กกำพร้าที่นวดีและเขาดูแลเลย ทำให้ความแค้นในใจของสาธิตเริ่มเปลี่ยนเป็นความสงสาร เข้าไปยุ่งกับชีวิตจีราวัจน์โดยไม่รู้ตัว นักแสดงละครคลื่นชีวิต ด้านจีราวัจน์ก็ได้รับรู้มุมอบอุ่นที่เกิดจากความเอาใจใส่ ดูแลด้วยความละเอียดอ่อนของสาธิต ซึ่งเป็นความรู้สึกที่เธอไม่เคยได้จากใคร เป็นความรู้สึกที่เธอโหยหา จนทำให้จีราวัจน์แอบเผลอใจให้สาธิตโดยไม่รู้ตัว สองคนต่างมีความห่วงใยที่ไม่กล้าแสดงออกต่อกัน ละครคลื่นชีวิต จนกระทั่งสิทธามายุ่งเกี่ยวกับจีราวัจน์อีกครั้ง สาธิตออกตัวช่วยจีราวัจน์ให้รอดพ้นเงื้อมมือสิทธา และยังใช้หลักฐานที่ตัวเองได้จากเวทิตข่มขู่สิทธา เพื่อให้สิทธาเลิกยุ่งกับจีราวัจน์ จีราวัจน์อึ้งเมื่อเห็นว่าสาธิตช่วยเหลือตัวเอง โดยสับสนว่าสาธิตช่วยตัวเองทำไม สาธิตรู้สึกอะไรกันแน่ แต่สิทธามองอาการสาธิตออก สิทธารู้ว่าสาธิตกำลังตกบ่วงเสน่หาของจีราวัจน์ และดูเหมือนจีราวัจน์ก็มีใจให้สาธิตเช่นกัน ทำให้สิทธาคิดชั่ว ในเมื่อตัวเองไมได้จีราวัจน์มาครอบครอง ก็อย่าหวังว่าใครจะได้มีความสุขทั้งจีรัวัจน์และสาธิต ดังนั้นสิทธาจึงไปหาสาธิตที่สำนักงาน แล้วมอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่เขาเคยส่งคนไปเก็บ ซึ่งเป็นหลักฐานว่าจีราวัจน์คือคนขับรถชนติวดี เมื่อสาธิตเห็นหลักฐาน ความเจ็บปวดในอดีตจึงย้อนคืนกลับมา สาธิตได้แต่นั่งมองกองหลักฐานอย่างสับสนว่าเขาจะฟ้องเอาจีราวัจน์เข้าคุกหรือไม่ เรื่องสิทธาเอาหลักฐานไปให้สาธิตรู้ถึงหูจริยา จริยารีบไปหาสาธิตเพื่อเจรจาพร้อมเสนอเงินให้ ความเจ็บปวดในใจของสาธิต ทำให้สาธิตบอกจริยาไปว่า เขาจะยอมทำลายหลักฐาน ก็ต่อเมื่อจีราวัจน์เอาตัวมาแลก ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ความชั่วของสิทธายังไม่หยุดเท่านี้ มันเหมือนเสือที่คลั่ง จริงอยู่ที่จีราวัจน์เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา แต่คนอย่างสิทธาไม่เคยยอมให้ใครลูบคมได้ ถ้าประกาศว่าได้ มันต้องได้ สิทธาสั่งพิมให้หลอกล่อจีราวัจน์มาที่เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของเขา สิทธาวาดหวังจะข่มขืนจีราวัจน์บนเครื่องบิน เพราะไม่มีทางที่จีราวัจน์จะหนีรอดกรงเล็บเสือไปได้ จริยารู้เรื่องแผนการชั่วของสิทธา แม้จะรักเกียรติยศชื่อเสียง แต่หัวใจความเป็นแม่ไม่อาจปล่อยให้ชีวิตลูกตกนรกได้ เมื่อพิมหลอกจีราวัจน์ไปถึงเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของสิทธาได้ จีราวัจน์ดิ้นรนหนีจนไปเจอปืนของสิทธา สิทธาแย่งปืนกับจีราวัจน์ ทันใดนั้น กระสุนจากปากกระบอกปืนในมือของคุณหญิงจริยา ก็ยุติเรื่องเลวร้ายทั้งหมดลงในวินาทีนั้น เป็นครั้งแรกที่จีราวัจน์เข้าไปกอดแม่ จริยาเข้าไปกอดลูกพร้อมพร่ำบอกขอโทษ เป็นเพราะความโลภของตัวเอง ทำให้ชีวิตของจีราวัจน์ต้องเป็นอย่างนี้ เธอขอติดคุกเพื่อชดใช้กับความผิดที่เธอทำ แต่สิ่งหนึ่งที่จริยาอยากให้จีราวัจน์รู้ไว้ ว่าต่อให้เงินสำคัญสำหรับแม่ยังไง แต่เลือดเนื้อและหัวใจของลูกสำคัญกว่า นั่นทำให้หัวใจที่เย็นชาไร้ความรู้สึกของจีราวัจน์ได้รับรู้ความในใจของแม่ ละครคลื่นชีวิต คลื่นชีวิตของจีราวัจน์เหมือนจะกำลังสงบ แต่ยังมีพายุอีกหนึ่งลูก ที่กำลังรอพัดพาชีวิตของจีราวัจน์ให้ล้มลง เมื่อจริยาเอาเรื่องข้อเสนอของสาธิตไปบอกกับจีราวัจน์ เมื่อจีราวัจน์รู้เรื่องข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตแล้ว เธอจะทำเช่นไร จะยอมทำตามข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตหรือไม่ ชยันต์และปียากุลจะกลับมาคืนดีกันไหม เจตต์กับดารากาจะสมหวังกันหรือเปล่า และหัวใจรักของแม่ที่จริยากดเก็บไว้ ไม่เคยแสดงออกให้ลูกเห็น จริยาจะเลือกปกป้องเกียรติยศชื่อเสียงของตัวเองหรือปกป้องลูก สุดท้ายเส้นทางความรักระหว่างสาธิตกับจีราวัจน์ที่มีความแค้นขวางกั้นจะมีวันเกิดขึ้นได้หรือไม่ ต้องติดตามชมกันต่อได้ใน ละครคลื่นชีวิต ที่เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต รายชื่อนักแสดงนำใน ละครคลื่นชีวิต ปริญ สุภารัตน์ รับบท สาธิต อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท จีราวัจน์ หลุยส์ สก๊อต รับบท ชยันต์ จรินทร์พร จุนเกียรติ รับบท ปียากุล ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ รับบท ดารากา มาสุ จรรยางค์กุลดี รับบท เจตต์ วันสิริ อ่องอำไพ รับบท เจนจิรา ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ รับบท สิทธา โชติกา วงศ์วิลาศ รับบท พิม เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ รับบท สุกี้ ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์ รับบท ลูกน้ำ พริมา พันธ์เจริญ รับบท ติวดี สันติสุข พรหมศิริ รับบท พัฒนะ ขวัญฤดี กลมกล่อม รับบท นวดี

มารูยาน เฟลไลนี่ กับช่วงเวลาที่ขึ้นๆ ลงๆ ตลอด 3 ปี ในสีเสื้อ ปีศาจแดง
ปีศาจแดง /  มารูยาน เฟลไลนี่ / 

มารูยาน เฟลไลนี่ อาจโชว์ฟอร์มโดดเด่นในเกม เอฟเอ คัพ รอบตัดเชือกที่ผ่านมา จนทำให้เสียงก่นด่าในตัวเขาจากแฟนๆ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เริ่มน้อยลงไป แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าฤดูกาลหน้าเขาจะยังค้าแข้งกับทีมปีศาจแดงต่อไป เพราะกำลังมีข่าวอย่างหนักว่า มิดฟิลด์ชาวเบลเยียม อาจย้ายไปเล่นกับ โรม่า ในฤดูกาลหน้า ซึ่งก่อนที่ตลาดซื้อขายนักเตะจะเปิดขึ้นในช่วงซัมเมอร์ เราลองมาทบทวนกันหน่อยดีกว่าว่า เฟลไลนี่ ได้ผ่านเหตุการณ์อะไรมาบ้าง ตลอดระยะเวลา 3 ฤดูกาล ในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ขาขึ้น : กันยายน 2013 เฟลไลนี่ เซ็นสัญญา 5 ปี กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัว 27.5 ล้านปอนด์ ซึ่งทำให้เขาได้กลับมาร่วมงานอีกครั้งกับ เดวิด มอยส์ เจ้านายของเขาสมัยค้าแข้งที่ เอฟเวอร์ตัน ซึ่งเจ้าตัวก็ได้ประเดิมสนามให้กับทีมปีศาจแดงในเกมที่เปิดบ้านเอาชนะ คริสตัล พาเลซ ไป 2-0 ขาลง : พฤศจิกายน 2013 ถูกไล่ออกในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ที่บุกเสมอ เรอัล โซเซียดัด 0-0 โดยเป็นการได้รับใบเหลืองที่ 2 ในนาทีที่ 90 ขาลง : เมษายน 2014 The Daily Telegraph ได้ใส่ชื่อ เฟลไลนี่ เป็นหนึ่งใน 10 การซื้อตัวยอดแย่ประจำฤดูกาลของ พรีเมียร์ ลีก หลังจากที่มิดฟิลด์ชาวเบลเยียมไม่สามารถสานต่อฟอร์มอันยอดเยี่ยมจากสมัยค้าแข้งกับ เอฟเวอร์ตัน ได้ และได้ลงเล่นเป็นตัวจริงให้กับทีมปีศาจแดงในลีกไปแค่ 16 เกมเท่านั้น ตลอดฤดูกาล 2013/14 แถมยังทำประตูไม่ได้เลยสักลูกเดียว ขาขึ้น : มิถุนายน 2014 แม้จะทำผลงานไม่เป็นชิ้นเป็นอันในระดับสโมสร แต่ทีมชาติ เบลเยียม ก็ยังใส่ชื่อเขาไปทำศึก ฟุตบอลโลก 2014 และ เฟลไลนี่ ก็ตอบแทนความไว้วางใจจากผู้จัดการทีม มาร์ก วิลม็อตต์ ด้วยการลุกจากม้านั่งสำรองมายิงตีเสมอ อัลจีเรีย ในนัดแรกของรอบแบ่งกลุ่ม ก่อนที่สุดท้ายจะพลิกแซงชนะไป 2-1 ขาขึ้น : สิงหาคม 2014 ภายใต้การคุมทีมของกุนซือคนใหม่อย่าง หลุยส์ ฟาน กัล ในเกมพรีซีซั่นที่พบกับ บาเลนเซีย เขาถูกเปลี่ยนตัวลงสนามในฐานะกองหน้า และก็สามารถทำประตูในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ช่วยให้ทีมเอาชนะไป 2-1 ขาขึ้น : ตุลาคม 2014 ประตูแรกในเกมอย่างเป็นทางการของ เฟลไลนี่ มาถึงจนได้ในเกมที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เสมอกับ เวสต์ บรอมวิช อัลเบี้ยน ไป 2-2 แถมยังโชว์ฟอร์มได้ดี จนทำเอาเสียงวิจารณ์ในตัวเขาเริ่มลดลงไป ขาขึ้น : พฤษภาคม 2015 เฟลไลนี่ พังประตูชัยช่วยให้ทีมเอาชนะ คริสตัล พาเลซ 2-1 ถือเป็นประตูที่ 7 ในฤดูกาลของเขากับทีมปีศาจแดง ซึ่งเขาทำผลงานได้ดีมาโดยตลอด ถึงตรงนี้เขาได้เข้าไปนั่งอยู่ในใจแฟนๆ ในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ได้อย่างเต็มภาคภูมิแล้ว แต่... ขาลง : พฤษภาคม 2015 ... ภายในเดือนเดียวกัน เฟลไลนี่ ก็ทำตัวเองตกอยู่ในที่นั่งลำบากอีกครั้งในเกมสุดท้ายของฤดูกาล เมื่อไปย่ำใส่ พอล แม็คเชน ของ ฮัลล์ ซิตี้ แบบน่าเกลียด จนถูกไล่ออก ทั้งที่เพิ่งถูกเปลี่ยนตัวลงสนามมาได้แค่ 18 นาที ซึ่งใบแดงโดยตรงครั้งนี้ทำให้เขาต้องติดโทษแบน 3 เกม ในช่วงต้นฤดูกาลหน้าไปแบบช่วยไม่ได้ ขาลง : พฤศจิกายน 2015 ฤดูกาล 2015/16 เฟลไลนี่ กลับมาประสบปัญหาเรื่องฟอร์มการเล่นอีกครั้ง แถมคราวนี้ยังมาเจอกับเรื่องแย่ๆ นอกสนามอีกด้วย เมื่อถูกทางอังกฤษลงโทษห้ามขับรถเป็นเวลา 9 เดือน หลังจากทำผิดกฏหมายขับรถด้วยความเร็วเกินกำหนดในพื้นที่จำกัดความเร็วถึง 2 ครั้งในวันเดียวกัน ขาลง : มีนาคม 2016 นอกจากจะไปศอกใส่ เอ็มเร่ ชาน จนถูกสวดยับไปทั่วทุกสารทิศแล้ว ผลงานโดยรวมในสนามก็ยังคงย่ำแย่อย่างต่อเนื่อง คราวนี้ทำเอาแฟนปีศาจแดงบางส่วนถึงกับทนไม่ไหวต้องส่งเสียงโห่ใส่เขาในเกม เอฟเอ คัพ ที่พบกับ เวสต์ แฮม ยูไนเต็ด ซึ่งเจ้าตัวก็ได้ออกมาตัดพ้อว่าบางทีที่แฟนๆ เกลียดเขาอาจเป็นเพราะคนที่ซื้อตัวเขาเข้ามาคือ เดวิด มอยส์ ก็เป็นได้ ขาขึ้น : เมษายน 2016 กลับมาพิสูจน์ตนเองอีกครั้งว่ายังทำประโยชน์ให้กับทีมได้ในเกมรอบรองชนะเลิศ เอฟเอ คัพ ด้วยการซัดประตูใส่ทีมเก่าอย่าง เอฟเวอร์ตัน แถมยังโชว์ฟอร์มได้ดีจนทำเอาเกมในแดนกลางของทีมทอฟฟี่ไปไม่เป็นกันเลยทีเดียว... แต่ว่ามันจะสายเกินไปสำหรับเขาแล้วหรือเปล่ากับอนาคตในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ?

ฟาดฟันกันด้วยเสียง นิว จิ๋ว ออฟ โชว์ความเผ็ด ตั้งแต่วันแถลงข่าว
THE BATTLE OF BFF CONCERT /  คอนเสิร์ต นิว จิ๋ว อ็อฟ / 

แถลงข่าวกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับคอนเสิร์ต “นิว-จิ๋ว-อ๊อฟ” ที่ทั้ง 3 ได้ออกมาโชว์ความเผ็ด ชนิดที่เรียกว่าเปิดฉากมาฟาดฟันเสียง แบบฝุ่นตลบคาโต๊ะดินเนอร์ ออกสตาร์ทยกแรกในงานแถลงข่าวเปิดตัวคอนเสิร์ต ช้าง มิวสิค คอนเน็คชั่น พริเซ้นท์ส “THE BATTLE OF BFF CONCERT”(ดิ แบทเทิ่ล ออฟ บีเอฟเอฟ คอนเสิร์ต) ที่จะจัดขึ้นวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 25-26 มิ.ย. นี้ เวลา 19.00-23.00 น. ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ก็ดุเด็ดเผ็ดมันส์ แซ่บสมใจสื่อมวลชนและแฟนคลับไปแล้ว สำหรับการประชันกันระหว่าง 2 ดีว่า 1 ดีโว่ “นิว-จิ๋ว-อ๊อฟ” 3 ศิลปินค่ายจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ที่ทำเอาคนในงานตะลึงตาค้างกับโชว์เปิดตัวสุดอลังการที่จัดไปเมื่อบ่ายวันก่อน ณ จีเอ็มเอ็ม สตูดิโอ แกรมมี่ วันนั้นเรียกเสียงกรี๊ดตั้งแต่เปิดตัวด้วยฉากงานเลี้ยงที่ “นิว-จิ๋ว-อ๊อฟ” นั่งดินเนอร์บนโต๊ะสุดหรู พอเพื่อนบอกให้ร้องเพลงให้ฟังเท่านั้น ทั้งสามเปิดฉากฟาดฟันกันด้วยเสียงในเพลง “ปลิว” เล่นเอาขนลุกซู่ ก่อนที่นิวจะขึ้นเวทีท้าเพื่อนด้วยเพลง “คำถามที่ต้องตอบ” ระเบิดพลังเสียงท้าจิ๋วที่ต้องโดดตามขึ้นมาใช้ร่างเล็กงัดเพลง “ของที่เธอไม่รัก” ปะทะเพื่อนกลับไป แล้วถึงท้าให้อ๊อฟโดดขึ้นงัดไม้เด็ดแผดเสียงร้อง “คิดถึงให้ตายก็ตายเปล่า” สะกดหูแฟนคลับบ้าง จากนั้นทั้งสามโดดขึ้นฟาดฟันพลังกันด้วยเพลง “แบดเฟรนด์ส” ทั้งร้องทั้งเต้นปะทะกันบนโต๊ะดินเนอร์จนข้าวของกระจุยกระจายฝุ่นตลบ เล่นเอาคนดูปรบมือลั่นหลังจบโชว์ ก่อนที่จะให้พิธีกร เป้ วิศวะ กับดีเจ ดาด้า ขึ้นมาพูดคุยถึงคอนเสิร์ตครั้งนี้อย่างมันส์จนคนดูหัวเราะทั้งสตู และปิดงานด้วยการเชิญ ป๋าเต็ด – ยุทธนา บุญอ้อม กรรมการผู้จัดการสายงานโชว์บิซ บมจ. จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ พร้อม มิสเตอร์ เอ็ดมอนด์ เนียว คิม ซูน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ช้างอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และ คุณภาสวรรณ จันทร์คู่ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ขึ้นมามอบช่อดอกไม้ถ่ายภาพพร้อมหน้ากันเป็นอันจบความแซ่บแบบ แบบครบอรรถรสกันในบ่ายวันนั้น เตรียมตัวพบกับคอนเสิร์ตครั้งยิ่งใหญ่ ช้าง มิวสิค คอนเน็คชั่น พริเซ้นท์ส “THE BATTLE OF BFF CONCERT”(ดิ แบทเทิ่ล ออฟ บีเอฟเอฟ คอนเสิร์ต) เปิดจำหน่ายบัตรแล้ว บัตรราคา 3,500 / 3,000 / 2,500 / 2,000 และ 1500 บาท ที่ ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา

7 นักเตะ ที่ ทีมปีศาจแดง เคยดีลกับซูเปอร์เอเย่นต์ ฮอร์เก้ เมนเดส
ซูเปอร์เอเย่นต์ /  ปีศาจแดง / 

เป็นที่ทราบกันดีในตลาดซื้อขายนักเตะถึงชื่อเสียงของเอเย่นต์คนดังนามว่า ฮอร์เก้ เมนเดส ซึ่งดูแลผลประโยชน์ให้กับนักเตะดังๆ ของโลกหลายคน รวมถึงผู้จัดการทีมด้วยเช่นเดียวกัน ล่าสุดนี้เอเย่นต์ชาวโปรตุเกสมีเหตุให้ถูกเชื่อมโยงกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยการที่ดาวรุ่งในความดูแลของเขาอย่าง เรนาโต้ ซานเชส ตกเป็นข่าวเสริมทัพของทีมปีศาจแดง ขณะที่ โชเซ่ มูรินโญ่ ซึ่งเป็นลูกค้าคนดังอีกคนของ เมนเดส ก็ยังเป็นข่าวพร้อมเสียบเก้าอี้กุนซือในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด มาเป็นระยะเวลาพักหนึ่งแล้วด้วย แต่แม้ว่า เมนเดส จะมีชื่อเสียงขนาดไหน ก็ใช่ว่าลูกค้าในความดูแลของเขาจะต้องเป็นดีลที่ใช่เสมอไปสำหรับการซื้อขายแต่ละครั้ง และก่อนที่ดีลครั้งต่อไปจะเกิดขึ้น (ซึ่งอาจไม่ใช่เร็วๆ นี้ก็ได้) เราจึงขอมองย้อนไปยังอดีตกันสักหน่อยว่า 7 ดีลที่ ซูเปอร์เอเย่นต์ วัย 49 เคยทำธุรกิจกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั้นมีอะไรบ้าง และมันคุ้มค่าหรือไม่สำหรับทีมปีศาจแดง คริสเตียโน่ โรนัลโด้, 12.24 ล้านปอนด์, ปี 2003 ในยุคที่ชื่อของ โรนัลโด้ อีกคนหนึ่งยังดังกว่าเขา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ค้นพบดาวรุ่งชาวโปรตุเกสรายนี้โดยบังเอิญ จากเกมอุ่นเครื่องพรีซีซั่นเมื่อปี 2003 ก่อนที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จะตัดสินใจซื้อเข้ามาปั้น ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นคงไม่ต้องบรรยายอะไรกันมากแล้ว ด้วยรางวัลการันตีมากมายที่เห็นๆ กันอยู่ทั้งในระดับสโมสรและระดับส่วนตัว ก่อนที่จะย้ายไปเล่นกับ เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัวเป็นสถิติโลก ณ เวลานั้น 80 ล้านปอนด์ เมื่อปี 2009 นานี่, 17 ล้านปอนด์, ปี 2007 ดาวรุ่งพุ่งแรงอีกคนของวงการฟุตบอลโปรตุเกสในขณะนั้น แถมยังย้ายเข้ามาสู่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ด้วยค่าตัวที่แพงกว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เสียอีก แม้ว่าสุดท้ายแล้วเจ้าตัวจะไม่สามารถพัฒนาฝีเท้าไปถึงขั้นเดียวกับรุ่นพี่ผู้นี้ได้ แต่ผลงานที่ นานี่ ได้สร้างเอาไว้ก็ยังถือว่ามีอะไรดีๆ ให้เห็นอยู่บ้างก่อนย้ายไป เฟเนร์บาห์เช่ อย่างเช่น การซัดจุดโทษด้วยความเด็ดขาดในช่วงดวลเป้าตัดสิน นัดชิงฯ แชมเปี้ยนส์ ลีก ปี 2008 ซึ่งถ้าลูกนั้นเขายิงพลาด แชมป์จะตกเป็นของเชลซีไปในทันที อันแดร์สัน, 25 ล้านปอนด์, ปี 2007 หนึ่งในนักเตะที่จัดอยู่ในหมวด 'ตอนนี้ไปเล่นอยู่ที่ไหนแล้ว?' ในวงสนทนาแฟนปีศาจแดง มิดฟิดล์ดาวรุ่งชาวบราซิลย้ายเข้ามาพร้อมๆ กับ นานี่ ด้วยค่าตัวที่ถือว่าสูงมาก แต่ตลอดระยะเวลา 8 ปี ในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เขาแทบไม่มีอะไรให้จดจำเลย ช่วงพีคระยะสั้นๆ ของเขาเกิดขึ้นในช่วงต้นฤดูกาล 2011/12 เท่านั้น ซึ่ง อันแดร์สัน เล่นเข้าคู่กับ ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์ ที่เพิ่งก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ได้อย่างลงตัว แต่หลังจากนั้นฟอร์มของเขาก็ตกลงฮวบๆ สวนทางกับน้ำหนักตัว จนถูกปล่อยยืมให้ ฟิออเรนติน่า ก่อนที่ทุกวันนี้จะกลับไปค้าแข้งในบ้านเกิดกับ อินเตอร์นาซิอองนาล (จำเอาไว้เลย เผื่อเอาไปคุยกับเพื่อนๆ ได้) เบเบ้, 7 ล้านปอนด์, ปี 2010 เป็นดีลที่ย่ำแย่ที่สุดเท่าที่ เมนเดส เคยทำธุรกิจกับ แมนฯ ยูไนเต็ด เลยก็ว่าได้ เราจะไม่ขอพูดอะไรมาก เอาเป็นว่าลองไปเสิร์ชคลิปลูกครอสของเขาสมัยค้าแข้งกับทีมปีศาจแดงเอาก็แล้วกัน แต่ถ้าใครจะถามว่า 'ตอนนี้ไปเล่นอยู่ที่ไหนแล้ว?' ก็ตอบให้ว่าอยู่ ราโย บาเยกาโน่ โดยยืมตัวมาจาก เบนฟิก้า ซึ่งก็ดูเหมือนจะเป็นสโมสรที่ใช่สำหรับ เบเบ้ แล้ว เพราะฤดูกาลนี้ได้ลงเล่นไปตั้ง 28 เกมแน่ะ ดาบิด เด เคอา, 18.9 ล้านปอนด์, ปี 2011 ช่วงแรกๆ ในผู้สืบทอดตำแหน่งของ เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ มันช่างเต็มไปด้วยคำถาม แต่หลังจากนั้นนายทวารชาวสเปนก็พัฒนาตัวเองขึ้นเรื่อยๆ จนทุกวันนี้ได้ชื่อว่ากลายเป็นหนึ่งในผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดในโลกไปแล้ว การันตีด้วยรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของสโมสร 2 ฤดูกาลติด ถ้าหากจะมีดีลไหนของ เมนเดส กับทีมปีศาจแดงที่จะคุ้มค่าเทียบเท่า โรนัลโด้ ก็ต้องเป็นคนนี้นี่แหละ อังเคล ดิ มาเรีย, 59.7 ล้านปอนด์, ปี 2014 เจ้าของสถิติค่าตัวแพงที่สุดของสโมสรย้ายเข้ามาพร้อมกับความคาดหวังที่สูง หลังจากทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับ เรอัล มาดริด มาเมื่อฤดูกาลก่อนหน้า ในตอนแรกก็ดูเหมือนว่าปีกร่างบางชาวอาร์เจนตินาจะไปได้สวยสมกับเสื้อหมายเลข 7 ที่สวมใส่ แต่ทำไปทำมากลับถูก หลุยส์ ฟาน กัล โยกไปเล่นตำแหน่งนู้นตำแหน่งนี้มั่วไปหมด จนส่งผลถึงฟอร์มการเล่นและความมั่นใจของเจ้าตัว สุดท้ายก็ต้องย้ายทีมไปเล่นกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง แบบไม่ประทับใจแฟนปีศาจแดงสักเท่าไหร่นัก ราดาเมล ฟัลเกา, 6 ล้านปอนด์ (ค่ายืมตัว), ปี 2014 อาจเป็นดีลที่แสบสันต์ที่สุดจาก เมนเดส เลยก็ว่าได้ เนื่องจาก ฟัลเกา ในเวลานั้นสภาพไม่ต่างอะไรกับเสือพิการ สาเหตุเพราะการผ่าตัดเข่าที่ทำให้เขาไม่สามารถกลับมาเป็นสุดยอดดาวยิงได้เหมือนเดิมอีกแล้ว แต่ก็ยังโชคดีที่ว่าดีลนี้เป็นเพียงแค่การยืมตัวเท่านั้น ทำให้ทีมปีศาจแดงไม่จำเป็นต้องเซ็นสัญญากับเขาก็ได้เมื่อจบฤดูกาล ก่อนที่ เชลซี จะใจดีรับตัวเขาไปประดับซุ้มม้านั่งสำรองที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ แทน

มีอนาคต! “โค้ชเทิด” ชมสายเลือดใหม่ฉลามฟอร์มแจ่มเกมเชือดสำเภาผยอง
ฉลามชล /  ชลบุรี เอฟซี / 

ผู้จัดการทีม “ฉลามชล” ออกโรงชมบรรดาแข้งฉลามชลและดาวรุ่งของทีมว่าทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ในเกมกับ สมุทรสาคร เอฟซี ศึกโตโยต้า ลีกคัพ 2016 รอบ 64 ทีมสุดท้าย เมื่อวันเสาร์ที่ 9 เม.ย.ที่ผ่านมา “ฉลามชล” บุกไปเอาชนะ “สำเภาผยอง” ได้ถึงถิ่น 4-1 และเกมนี้ผู้เล่นหลักและดาวรุ่งหลายคนได้รับโอกาสลงสนามทั้ง ธณชัย หนูราช, นพนนท์ คชพลายุกต์, อลงกรณ์ ประทุมวงศ์, ภานุพงษ์ พลซา, วรชิต กนิษศรีบำเพ็ญ, และสหรัฐ สนธิสวัสดิ์ ซึ่ง “โค้ชเทิด” เทิดศักดิ์ ใจมั่น กุนซือใหญ่ยอมรับว่าประทับใจกับผลงานของนักเตะทุกคน โดยเฉพาะดาวรุ่งที่ถูกผลักดันขึ้นมาจากทีมอคาเดมี่ มีความสามารถและมีแววที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นคนหลักของชุดใหญ่ได้ในอนาคต “ชัยชนะวันนี้ต้องยกเครดิตให้กับ นักเตะในทีมทุกคนที่ได้รับโอกาสลงสนาม และ ช่วยกันทำผลงานออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม จนทำให้เราเอาชนะ สมุทรสาครฯ ผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ” “มันโอกาสที่ดีที่นักเตะหลัก และ ผู้เล่นดาวรุ่ง ของเราหลายคน ได้ลงเล่น ซึ่งจากเกมในนัดนี้ สิ่งที่เราได้เห็นอย่างชัดเจน และ มันก็เป็นเรื่องที่ดีมากๆ คือ ทีมของเรา นักเตะทุกคนคน มีความฟิตสมบูรณ์ และ สภาพร่างกายที่ดีขึ้น นักเตะที่บาดเจ็บไปนาน อย่าง อ๊อฟ (นพนนท์) หรือ ดวง (นฤพล) ก็ทยอยกลับมาลงสนามได้แล้ว ดาวรุ่งที่มีฟอร์มที่ยอดเยี่ยม ซึ่งแน่นอนพวกเขาคือขุมกำลังสำคัญที่ยอดเยี่ยม ของ ชลบุรีฯในอีก 1 หรือ 2 ปีข้างหน้า” “โอเคทุกคนอาจจะไม่สมบูรณ์แบบ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ผมอยากให้แฟนบอลทุกคนเข้าใจ นี่ไม่ใช่การปกป้อง แต่เราควรให้เวลาเด็กๆเหล่านี้พัฒนาตัวเอง เกมนี้เป็นเกมที่ดีมากๆ มีหลายอย่างที่ผมประทับใจนอกเหนือจากการแข่งขัน แต่ก็ยังมีหลายสิ่งที่ยังคงเป็นข้อผิดพลาดที่เราจะต้องกลับไปปรับปรุงและแก้ไขให้ดีขึ้นเช่นกัน” น้าเทิด กล่าว

Nissan ปลื้ม ยอดจองในงานบางกอก มอเตอร์โชว์ ได้อันดับสาม
car /  Motor Show / 

นายประพัฒน์ เชยชม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสการตลาดและขาย บริษัทนิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย ยอดจองรถยนต์ของนิสสัน ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 ว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 3,586 คัน นับเป็นอันดับสาม ของยอดจองรถยนต์รวมในงานที่มีจำนวนทั้งสิ้น 32,571 คัน หรือคิดเป็นส่วนแบ่งการตลาดจากในงานประมาณ 10% ซึ่งเชื่อว่าการตอบรับที่ดีของลูกค้าในครั้งนี้ เป็นผลมาจากนโยบายเชิงรุกและกลยุทธ์ที่ตั้งไว้ ในการเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์นิสสันอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ สโลแกน Innovation that excites สำหรับยอดจองรถยนต์ของนิสสัน ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 นายประพัฒน์ กล่าวว่า ประมาณ 85% มาจาก 3 กลุ่มหลัก คือ ในกลุ่มรถยนต์อีโคคาร์ ซึ่งนิสสันอัลเมรากับนิสสันมาร์ช ยังคงได้รับความนิยมอย่างสูง รวมถึงกลุ่มรถยนต์เอนกประสงค์ (SUV) ซึ่งนิสสัน X- Trail และ X-Trail Hybrid ยังได้รับความสนใจ และในกลุ่มรถกระบะ ซึ่งนิสสัน นาวารา ได้รับการยอมรับถึงความแกร่ง มาพร้อมเทคโนโลยีครบครัน ส่วนในรุ่นอื่นๆ ก็ยังได้รับการตอบรับที่ดี โดยเฉพาะในงานที่นิสสัน ได้เพิ่มความสปอร์ต ออฟชั่น ให้ความคุ้มค่า ส่วนแบรนด์นิสโม ได้รับความสนใจจากลูกค้าอย่างมากทีเดียว โดยเฉพาะด้านสมรรถนะ และรูปลักษณ์ ที่มีความโดดเด่นและประวัติความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของแบรนด์ในวงการมอเตอร์สปอร์ต อีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ รถยนต์ นิสสัน ได้รับความสนใจจากลูกค้า ในงานนี้ เนื่องจากมีแคมเปญส่งเสริมการจำหน่ายหลากหลายให้ลูกค้าเลือก อาทิ ดาวน์ต่ำ หรือ อัตราดอกเบี้ยพิเศษ เริ่มต้นที่ 0% หรือ ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection ทั้งนี้นิสสัน ยังได้ขยายแคมเปญของงานมอเตอร์โชว์ ไปจนถึงวันที่ 30 เมษายน

ตัวอักษร A-Z ที่เกี่ยวโยงกับ ลิเวอร์พูล (ตอน 2)
ลิเวอร์พูล /  หงส์แดง / 

มาตามติดภาคต่อของซีรี่ส์ที่เราได้นำเสนอให้กับผู้อ่านเมื่อสัปดาห์ก่อน และในตอนนี้ เราอยากนำเสนอเรื่องราวต่างๆ จากตัวอักษร E ไปจนถึง H ที่เกี่ยวโยงกับสนามแอนฟิลด์และสโมสรลิเวอร์พูลแห่งนี้ E ค่ำคืนแห่งเกมยุโรป (EURO NIGHT) เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ในเกมที่ลิเวอร์พูลได้เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของลูโดโกเรตส์ ราซเกรด หลังจากสนามแอนฟิลด์หายหน้าหายตาไปจากแชมเปี้ยนส์ ลีกถึง 5 ปี โดยเกมแรกในรอบ 5 ปีนั้นจบลงด้วยชัยชนะของทีมทหงส์แดง 2-1 ซึ่งยอดผู้ชมเกมคู่ดังกล่าวทั่วโลกมีถึง 2,013,368 คนเลยทีเดียว มามาดู ซาโก้ เซนเตอร์ พูดถึงบรรยากาศเกมนั้นว่า "บรรยากาศมันยอดเยี่ยมและวิเศษมากๆ โดยเฉพาะเกมยุโรปที่เตะในแอนฟิลด์ ผู้เล่นทุกคนต่างพูดเป็นสียงเดียวกันว่าแอนฟิลด์คือสนามฟุตบอลที่เต็มไปด้วยเหล่าแฟนบอลที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลกด้วยกันทั้งนั้น" เพลง EVERT OTHER SATURDAY มันคือเพลงที่เหล่าเดอะ ค็อปร้องเป็นำพลงแรกประจำ โดยมีเพลงนี้เนื้อหาใจความว่า "ทุกวันเสาร์มักจะหายไปครึ่งวัน/เพราะมันมีเกมที่ฉันรอคอย/คุณจะเห็นฉันเดินไปตามถนนแอนฟิลด์/ทั้งตัวฉันและเหล่าผองเพื่อน/พวกเราชอบที่เห็นเหล่าผู้คนโบกสะบัดผ้าผันคอสีแดงเต็มไปหมด/พวกเรารักที่จะฟังเพลงเชียร์ของลิเวอร์พูล/แต่เหนือสิ่งอื่นใด/พวกเรารักทุกช่วงเวลาที่ลิเวอร์พูลยิงประตูได้!!" F ธง (Flags) มันคือสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความรักที่มีต่อสโมสรขนาด 100 x 65 ฟุต ซึ่งถูกสร้างสรรค์ขึ้นโดยแฟนบอลนามว่าแฟร้งค์ กราเคฟฟา ซึ่งธงผืนนี้ถูกใช้ครั้งแรกในเกมส่งท้ายอัฒจันทร์ฝั่งเดอะ ค็อปแบบยืนที่พบกับนอริช ซิตี้ ในเดือนพฤษภาคม 1994 "มันเป็นสิ่งที่สืบทอดมาจากยุคนั้น" กราเคฟฟาอธิบาย "ปัจจุบันธงที่ใช้บนอัฒจันทร์เดอะ ค็อปมีมากมาย และจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามความสำเร็จที่ผู้จัดการทีมทำเอาไว้" เสาธงตรงหัวมุมสนาม (FLAGPOLE CORNER) มันเป็นสถานที่ที่เดอะ ค็อปใช้เป็นจุดรวมพลเป็นประจำ เสาธงนี้ตั้งอยู่ตรงหัวมุมนอกสนาม โดยเสาธงนี้ก็คืออดีตเสากระโดงของเรือเอสเอส เกรท อีสเทิร์น ซึ่งเป็นเรือเหล็กที่ถูกสร้างขึ้นโดยอู่ต่อเรือไอแซมบาร์ด คิงดอม ในช่วงทศวรรษที่ 1850 G ประตู (GATES) ประตูเข้าออกสนามแอนฟิลด์ซึ่งถือเป็นอีกแลนด์มาร์คที่ยิ่งใหญ่ของสโมสร โดยชื่อของประตูทั้ง 2 เป็นชื่อของยอดบรมกุนซือของสโมสรลิเวอร์พูล บนวอลตัน เบรค โร้ดนั้นมีประตูที่ชื่อว่าบ๊อบ เพสลี่ย์ เกตเวย์ หรือเรียกสั้นว่า 'เพสลี่ย์ เกตส์' นั่นเอง ประตูแห่งนี้ถูกเปิดใช้หลังสแตนด์สปิออน ค็อปมานานกว่า 15 ปีแล้ว ส่วนประตูทางฝั่งแอนฟิลด์ โร้ดนั้นเป็นที่ตั้งของ 'แชงค์ลี่ย์ เกตส์' โดยมีภรรยาของแชงค์สอย่างเนสซี่ให้เกียรติมาเปิดงานนี้ในปี 1982 นอกจากนี้ยังมีคำว่า 'YOU’LL NEVER WALK ALONE' ประดับอยู่ข้างบนอย่างโดดเด่น โดยมีนกไลเวอร์ เบิร์ดตั้งอยู่บนยอดของประตูแห่งนี้ ประดับไปด้วยดอกธิสเทิล เพื่อแสดงให้เห็นถึงถิ่นกำเนิดของแชงค์ส นั่นก็คือสก็อตแลนด์นั่นเอง หญ้า (GRASS) บิล แชงค์ลี่ย์เคยพูดเอาไว้ว่า "หญ้าที่ดีต้องหญ้าที่แอนฟิลด์ มันเป็นหญ้าที่มือโปรเข้าใช้กัน!" มันทำให้ลูกบอลไหลลื่นไปตามแรงของผู้เล่น และมันก็ยอดเยี่ยมสำหรับการเล่นฟุตบอลอีกด้วย เจอร์ราร์ด (GERRARD) สุดยอดกัปตันทีมหงส์แดงที่สายเลือดสเกาเซอร์อย่างเปี่ยมล้นคนนี้ เดินทางไปเชียร์ลิเวอร์พูลครั้งแรกในเดือนกันยายน 1986 ซึ่งเกมนั้นลิเวอร์พูลกำลังดวลแข้งนัดรีเพลย์กับโคเวนทรี ในฟุตบอลลีก คัพ รอบ 4 "สิ่งที่ผมจำได้แม่นก็คือความสนุกและตื่นเต้นที่ได้ยินเสียงอื้ออึงไปทั่วสนาม" เจอร์ราร์ดกล่าว เจ้าหน้าที่ดูแลสนาม (GROUNDSMEN) อาร์เธอร์ ไรลี่ย์ คือ ผู้ดูแลสนามแอนฟิลด์เป็นจำนวน 54 ฤดูกาล! ระหว่างปี 1928 ถึง 1983 พ่อของเขาก็เคยเป็นเจ้าหน้าที่ให้กับสโมสรตั้งแต่ปี 1908 และคอยหนีบอาร์เธอร์ในวัยเด็กมาทำงานด้วยเป็นประจำ ก่อนจะเป็นเจ้าหน้าที่ให้กับสโมสรในเวลาต่อมา อาร์เธอร์เป็นคนที่นำสิ่งต่างๆ เข้ามาติดตั้งยังสนามแอนฟิลด์แห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นไฟสปอร์ตไลท์, เครื่องทำความอุ่นภายในสนาม และยังต่อเติมส่วนต่างๆ ของอัฒจันทร์อีกด้วย อาร์เธอร์เป็นคนที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดของสนาม จนเจ้าหน้าที่สนามจากเวมบลีย์ในสมัยนั้นยังต้องมาขอคำปรึกษาต่างๆ จากตัวของอาร์เธอร์เลยทีเดียว อนุสรน์สถานผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ฮิลส์โบโร่ (HILLSBOROUGH MEMORIAL) สถานที่แห่งนี้เป็นเหมือนสิ่งที่แฟนบอลทุกสโมสรจะต้องมายืนไว้อาลัยทุกครั้งที่พวกเขามาเยือนแอนฟิลด์ อดีตผู้เล่นลิเวอร์พูลอย่างเจมี่ เร้ดแนปป์ เคยอุทิศประตูที่เขาทำได้ในแอนฟิลด์ให้กับเหล่าผู้เลียชีวิตทั้ง 96 รายในฤดูกาลสุดท้ายที่เขาลงเล่น เขาบอกกับหนังสือโปรแกรมว่า "ผมศึกษาเรื่องนี้มาถึง 3 ปี และไฟในตัวของผมก็ลุกโชนขึ้นอีกครั้ง ผมจะเดินไปยืนไว้อาลัยพวกเขาทุกครั้งก่อนเข้าสนามแอนฟิลด์ และเห็นไฟที่ยังคอยสว่างไสวอยู่ในตะเกียงโดยไม่มีท่าทีจะดับลงเลยแม้แต่ครั้งเดียว" และด้วยการออกแบบสนามใหม่ ทางสโมสรลิเวอร์พูลก็จะได้สร้างอนุสรน์สถานแห่งใหม่เพื่อเป็นบ้านหลังใหม่ให้กับเหล่าผู้เสียชีวิตทั้ง 96 รายอีกด้วย H บ้าน (HOME) ในห้องแต่งตัวของแอนฟิลด์นั้นเต็มไปด้วยกลิ่นอบอวลแห่งความสำเร็จที่เหล่าผู้จัดการทีมระดับตำนานที่พาทีมของเขาลงสู้ศึกในสนามภายใต้ชุดสีแดงเพลิง ลองคิดดูว่าผู้เล่นอย่างลิดเดลล์, ฮันท์, เซนต์ จอห์น, คีแกน, ดัลกลิช, รัช, บาร์นส์, ฟาวเลอร์, เจอร์ราร์ด, ซัวเรซ... ต่างก็เคยอยู่ในห้องแต่งตัวแห่งนี้มาแล้วด้วยกันทั้งนั้น คลิกอ่านตอนที่ 1 (A-D) >>> http://sport.mthai.com/sport-variety/257035.html

น่ารัก!คลิป รานิเอรี่ นั่งดูคลิปแฟนเลสเตอร์บอกรักพาทีมลุ้นแชมป์
ตลาดซื้อขายนักเตะ /  เคลาดิโอ รานิเอรี่ / 

เขินเลยงานนี้สำหรับ เคลาดิโอ รานิเอรี่ กุนซือ เลสเตอร์ ซิตี้ ที่นั่งยิ้มแบบมีความสุขเมื่อรายการโทรทัศน์ ที่เข้ามาสัมภาษณ์ได้เอาคลิปที่ไปถ่ายแฟนบอลของทีมมาเปิดให้ชม โดยแฟนบอลเข้ามาขอบคุณถุนซือชาวอิตาเลี่ยน ที่ช่วยให้ทีมมีลุ้นแชมป์ และต้องการอีกเพียงแค่ 3 คะแนนก็จะเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ ซึ่งถือว่าเป็นแชมป์ประวัติศาสตร์ของสโมสรอีกด้วย “เคลาดิโอคุณทำสิ่งที่มหัศจรรย์แก่สโมสรของเรา เราอยากให้คุณอยู่ต่อไป” แฟนบอลหนุ่มรายหนึ่งกล่าว “ผมไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนในชีวิต มันยอดเยี่ยมมาก” คุณลุงท่านหนึ่งกล่าว “สุดยอดผู้จัดการทีม พาทีมรองบ่อนมาลุ้นแชมป์” แฟนบอลอีกคนกล่าว “ผมคงคุยเรื่องนี้ไปอีก 20-30 ปี นี้มันือตำนานชัดๆ” แฟนบอลร่างท้วม สำหรับ รานิเอรี่ จะได้ฉลองแชมป์กับลูกทีมในสัปดาห์นี้ทันทีหากว่าบุกไปเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ หรือว่า สเปอร์ส ออกไปแพ้เชลซี ในวันจันทร์ ก็จะทำให้พวกเขาคว้าแชมป์ได้เช่นกัน

ละครมือปราบสายเดี่ยว , เรื่องย่อมือปราบสายเดี่ยว
ละครมือปราบสายเดี่ยว ตอนแรก /  ละครมือปราบสายเดี่ยว ตอนจบ / 

มือปราบสายเดี่ยวบทละครโดย: ภูริตราอำนวยการผลิตโดย: บริษัท ควิซ แอนด์ เควส จำกัดกำกับการแสดงโดย: ชูศักดิ์ สุธีรธรรมออกอากาศ: ทุกวันจันทร์ - พฤหัสบดี เวลา 19.05 น. วันศุกร์ เวลา 18.45 น. เรื่องย่อละครเรื่องมือปราบสายเดี่ยว ในงานเลี้ยงต้อนรับการกลับมาจากเมืองนอกของ ภูวัช ลูกชายสุดรักสุดหวงของ สุรวิชญ์ เจ้าพ่อคลับ ผับ และคอมเพล็กเอ็นเตอร์เทนเม้นคนดัง มีนางแบบ ดารา ไฮโซ จำนวนมากมาร่วมงาน ท่ามกลางนักข่าวหลายสิบคน จิดาภา ลูกสาวบุญธรรมของสุรวิชญ์ สวมเพชรเม็ดใหญ่ราคานับสิบล้านบาทเดินแฟชั่นโชว์อวดความร่ำรวยของเจ้าของงาน ระหว่างนั้น ไฟก็ดับพรึบลง คนร้ายฉวยโอกาสเข้ามาปล้นเพชร ทันใดนั้น หญิงสาวในชุดราตรีสีแดงโดดเด่นก็ติดตามไปชิงเพชรจากคนร้าย พริม หรือ พริมาคือผู้หญิงในชุดแดงที่ขโมยเพชรเพื่อสืบหาคนที่ลักตัวน้องนุชน้องสาวไป แต่ในที่สุดก็ถูก ร.ต.อ. ชนิน นายตำรวจหนุ่มฝีมือดี แห่งสำนักงานป้องกันและปราบปรามผู้เป็นภัยต่อเด็กและสตรี ตามไปอย่างกระชั้นชิด ทั้งคู่เกิดการต่อสู้กัน ต่างก็ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะในที่สุดพริม ก็สู้แรงผู้ชายไม่ได้ เธออาศัยจังหวะกรีดร้องลั่นบอกว่าชนินจะข่มขืนเธอ พอชนินเผลอ เธอก็เตะผ่าหมากและวิ่งหายไปในความมืด แต่สุดท้ายชนินก็ตามไปรวบตัวเธอไว้จนได้ชนินเห็นความสามารถในการต่อสู้ของพริมจึงเสนอเงื่อนไขให้พริมเข้ามาอยู่ในหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามผู้เป็นภัยต่อเด็กและสตรี หรือ "มือปราบสายเดี่ยว" แลกกับการไม่จับตัวเธอเข้าคุก พริมเลี่ยงไม่ได้จึงต้องยอมรับเงื่อนไข เพื่อใช้ความเป็นมือปราบ "สายเดี่ยว" ตามหาหนึ่งนุชน้องสาวที่หายตัวไป ละครมือปราบสายเดี่ยว อารตี - สาวสวยรวยเสน่ห์ เย่อหยิ่ง ดูถูกคน ไม่เป็นโล้ เป็นพาย เอาแต่เที่ยวเตร่และช๊อบปิ้ง ลูกสาวคนเดียวของ ยรรยง ผู้บังคับการสำนักงานป้องกันและปราบปรามผู้เป็นภัยต่อเด็กและสตรี เดินทางกลับมาจากเมืองนอก แต่ถูกสมุน กลุ่มมังกรห้าเล็บ มาดักอุ้มตัวไปจากสนามบิน ยรรยง ออกคำสั่งให้ชนินนำกำลังซึ่งประกอบไปด้วย หมวดดอน นายตำรวจหนุ่มไฟแรง ที่เพิ่งจบมาจากโรงเรียนนายร้อย จ่าเข้ม และ จ่าดำ สองจ่าคู่หูตามไปช่วยได้ทันเวลาอารตีปลอดภัยกลับมา เธออาละวาดด่าว่าตำรวจเสียๆหายๆ ที่ปล่อยให้ลูกสาวระดับผู้บังคับการสำนักงานป้องกันและปราบปรามผู้เป็นภัยต่อเด็กและสตรีอย่างเธอถูกจับได้ ยรรยง หนักใจกับพฤติกรรมของลูกสาว จึงสั่งให้อารตีทำงานทำการเสียที จะได้ไม่หลักลอยอีกต่อไป.... แม้ว่า คุณสิรี แม่เลี้ยงของอารตีจะพยายามห้ามสามี เพราะสงสารลูกเลี้ยง แต่ยรรยงตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว อารตีประท้วงไม่ยอมกินข้าว ขู่จะฆ่าตัวตาย ยรรยง ก็ไม่ยอมใจอ่อน ในที่สุดอารตี ก็ถูกส่งเข้าไปอยู่ในแก๊ง มือปราบสายเดี่ยว วันแรกที่ถูกส่งเข้าไปอยู่ในหน่วยเฉพาะกิจ อารตีก็มีเรื่องกับพริม เพราะความเรื่องเยอะ ดูถูกคน เวอร์ ทั้งสองชกต่อยกันจนหมดแรง ท่ามกลางกลุ่มตำรวจ ที่เดิมพันกันอย่างเมามันว่าใครจะชนะก่อนจะมีใครพลาดพลั้ง ชนิน ก็เข้ามาสั่งห้าม และให้ทั้งสองจับมือกัน เพราะจะต้องเข้ามาอยู่ในทีมเดียวกันแล้วพริมและอารตีจับมือกันอย่างเสียไม่ได้ ชนิน แนะนำเพื่อนร่วมทีมอีกสองคนคือ ศิริพร สาวเปิ่นเจ้าเสน่ห์ แต่เรื่องแฮกข้อมูลไม่มีใครเก่งเกิน ศิริพรถูกจับได้เพราะแฮกเงินจากธนาคารที่ทำงานอยู่เพื่อเอาไปให้แฟนหนุ่มถึง 20 ล้าน แต่เมื่อแฟนได้เงินก็เชิดหนีไปปล่อยให้ศิริพรถูกจับคนเดียว เนย มือปืนทีมชาติที่มีนิสัย มุทะลุ ดุดัน เนยเคยถูกพ่อเลี้ยงข่มขืนตั้งแต่เล็กจริงไม่ใว้ใจผู้ชาย แต่เมื่อแฟนหนุ่มคนเดียวทำทีเป็นรักและดูแลอย่างดี เนยจึงทุ่มเทความรักให้ และเมื่อรู้ว่าผู้ชายคนนั้นเจ้าชู้เพมือนพ่อเลี้ยงเธอจึงยิงแฟนตายเพราะความแค้น ทั้งหมดจะต้องมารวมตัวกันอยู่ในแก๊งมือปราบสายเดี่ยว ทำหน้าที่ปราบปรามผู้เป็นภัยต่อเด็กและสตรี ภายใต้การควบคุม และดูแลของ ร.ต.อ. ชนิน , ร.ต.ต. ดอน จ่าเข้ม และ จ่าดำ สองตำรวจคู่หู และสดใสครูฝึกสุดโหดการฝึกซ้อมการต่อสู้ และช่วยเหลือตนเองแบบทหารและตำรวจเต็มรูปแบบเต็มไปด้วยความทุลักทุเลเพราะทั้ง 4 สาวมีบุคลิกต่างกันสุดขั้ว แต่ต้องมาอยู่รวมกัน ปัญหาเลยเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ให้ชนินปวดหัวต้องแก้ไขแทบทุกวันปัญหาหลักๆมักจะมาจากอารตี ที่รักความสะดวกสบาย ชอบเอาเปรียบเพื่อน เพราะคิดว่าตัวเองเป็นถึงลูกสาวของผู้บังคับการสำนักงานฯ ขณะที่พริมก็ไม่ยอมอ่อนข้อให้ เนยและ ศิริพรต้องคอยห้ามทัพอยู่เสมอ ละครมือปราบสายเดี่ยว ในขณะเดียวกัน พริมและอารตีต่างก็แข่งขันว่าใครจะได้ครอบครองหัวใจ ชนิน ผู้กองหนุ่มรูปหล่อ แต่ทั้งสองสาวก็ต้องอกหักดังเป๊าะเมื่อ จิดาภา นางแบบเพชรยอดมงกุฎ ประกาศตัวเป็นคนรักของชนินขณะที่ หมวดดอน นายตำรวจหนุ่มรูปหล่อ กลับแสดงความสนใจ ศิริพรสาวเปิ่นประจำหน่วย ทำให้เนยซึ่งแอบหลงรักหมวดดอนอยู่ลึกๆ กลายเป็นคนอกหัก ในช่วงนั้นเองก็มีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้น เมื่อเด็กสาววัยรุ่น ถูกลักพาตัวบ่อยครั้งหนังสือ พิมพ์ และโทรทัศน์ได้นำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่อง ชนินสงสัยว่า สุรวิชญ์ เจ้าพ่ออาบอบนวดคนดังจะอยู่เบื้องหลังการหายตัวของเด็กสาวๆ เขาจึงพยายามจับตามองสุรวิชญ์อย่างใกล้ชิด คืนหนึ่ง ภูวัช ลูกชายสุรวิชญ์ ถูกลอบทำร้าย โชคดีที่อารตีผ่านมาเจอเข้าเลยช่วยไว้ทัน ภูวัชสลบเหมือด อารตีพาเขาไปทำแผลที่บ้าน ภูวัชฟื้นขึ้นมา คิดว่าอารตีเป็นคนทำ ก็โวยวายใหญ่ อารตีใช้ศิลปะป้องกันตัวทุ่มเขาลงไปนอนจุก ก่อนที่เธอจะทำอะไรมากกว่านั้น ยรรยงก็เข้ามาห้าม ทำให้ภูวัชรู้ว่า อารตีเป็นลูกสาวของ ผู้บังคับการสำนักงานป้องกันและปราบปรามผู้เป็นภัยต่อเด็กและสตรี ... .เขาสนใจเธอตั้งแต่แรกเห็น พยายามตามจีบแต่อารตีกลับมองเขาอย่างดูถูก ซ้ำยังเหยียดหยามหาว่าเขาเป็นลูกเจ้าพ่ออาบอบนวด กระจอกเกินไปสำหรับเธอ แต่เหตุผลที่แท้จริงก็คือ เธอหลงรักชนิน เข้าเต็มเปาอยู่แล้ว ภารกิจปราบปรามผู้เป็นภัยต่อเด็กและสตรีเริ่มขึ้นสี่สาวได้รับคำสั่งให้บุกเข้าไปช่วยเด็กที่ถูกลักพาตัว ชนินมอบหมายให้ พริม เป็นหัวหน้าทีม สร้างความไม่พอใจให้อารตี เป็นอย่างมาก เพราะฝีไม้ลายมือของเธอก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าพริมเลยแม้แต่น้อยเมื่อถึงเวลาปฏิบัติภารกิจ อารตีไม่ยอมทำตามแผนที่วางไว้ ทำให้ทุกคนตกอยู่ในอันตราย เด็กหญิงวิ่งไปเป็นลมหน้าภูวัช เขารับร่างเด็กหญิงไว้ อารตีวิ่งมาเจอเข้า ก็ตรงเข้าจับตัวภูวัช เขาพยายามชี้แจงว่าเขาไม่ใช่คนร้าย แต่อารตีไม่เชื่อพาภูวัชไปที่หน่วยแต่ด้วยอำนาจ และบารมีของเจ้าพ่อสุรวิชย์ ผู้เป็นพ่อ ภูวัชถูกปล่อยตัวโดยไม่มีการไต่สวน อารตีโวยวายและให้สัญญากับตัวเองสักวันเธอจะฉีกหน้ากากผู้อยู่เบื้องหลังให้ได้ อารตีรู้สึกผิดที่ทำให้เพื่อนๆตกอยู่ในอันตรายและ ทำให้ศิริพรได้รับบาดเจ็บ จึงขอถอนตัวออกจากแก๊งมือปราบสายเดี่ยว ก่อนที่เหตุการณ์จะเลวร้าย พริมคู่ปรับที่ไม่ค่อยลงรอยกับ อารตี ขัดขวางไม่ยอมให้อารตีออกไปจากทีม หากอารตีก้าวไปอีกก้าวเดียวเธอจะถือว่า อารตีเป็นฝ่ายแพ้ คำพูดของพริม ทำให้อารตีฮึดสู้ ประกาศก้องว่าเธอไม่มีวันที่เธอจะยอมแพ้พริมเด็ดขาด ทุกคนในหน่วยเฉพาะกิจต่างขบขันกับพฤติกรรมของสองสาว ชนินเปิดเผยว่า นี่เป็นแผนที่จะพิสูจน์ความเป็น น้ำหนึ่งใจเดียวกัน ของทีม หลังจากเหตุการณ์วันนั้น ทั้งสี่สาวเริ่มผนวกใจเป็นหนึ่งเดียว ร่วมทุกข์ร่วมสุขและเห็นอกเห็นใจกันจนได้ ปฏิบัติการโค่นเจ้าพ่อจึงเริ่มขึ้น นั่นหมายความว่า ทั้งสี่สาวจะต้องหาหลักฐานมัดตัวสุรวิชญ์ และหาทางช่วยเด็กอีกจำนวนมากที่ถูกพาตัวไปส่งขายยังต่างประเทศชนินรู้ว่าภูวัชชอบอารตีก็สั่งให้อารตีเข้าไปเป็นคู่ควงของภูวัช เพื่อล้วงความลับและหาหลักฐานมัดตัวภูวัชว่ามีส่วนรู้เห็นในขบวนการค้าหญิงข้ามชาติ อารตีพยายามใช้เสน่ห์เล่ห์กลร้อยแปดเพื่อหลอกล่อให้ภูวัชสนใจ ความใกล้ชิด การเอาอกเอาใจและคารมของภูวัช ทำให้หัวใจของอารตีเริ่มอ่อนไหว พริม เนย ศิริพร ต้องปลอมตัวเป็นนักร้องวงทรแองเจิ้ลเข้าไปทำงานในบาร์ของเดี่ยวคนสนิทของสุรวิชจ่าดำตามไปเป็นผู้จัดการให้สาวๆเพื่อเข้าไปสืบว่าจริงๆแล้วสุรวิชหรือเดี่ยวกันแน่ที่เป็นเจ้าพ่อของแก๊งค้ามนุษย์ จิดาภา น้องสาวบุญธรรมของภูวัช ไม่พอใจที่ภูวัชควงอารตี ก็หาทางกลั่นแกล้งให้อารตี กระเด็นไปจากภวัศ ยิ่งจิดาภาพยายามขัดขวางมากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้อารตีและภูวัชสนิทสนมกันมากขึ้น แต่อารตีก็พยายามปฏิเสธใจตัวเอง เพราะเธอมีชนินเป็นฮีโร่อยู่ในใจอยู่แล้ว ละครมือปราบสายเดี่ยว ทางด้าน พริมเนย และ ศิริพรที่กลายเป็นนักร้อง ด้วยความสวยของพริม เนยและศิริพร สามสาวโดดเด่นในบรรดานักร้องทั้งหมด ทำให้บรรดานักร้องประจำเริ่มไม่พอใจหาทางกลั่นแกล้ง แต่พริม เนย และศิริพรก็สวนกลับอย่างไม่มีใครยอมใคร จนในที่สุดนักร้องรุ่นเก่าต้องรวมตัวกันขอร้องให้สุรวิชญ์ไล่พริมเนยและศิริพรออกไป แต่เมื่อสุรวิชญ์ได้พบหน้าพริม เขาก็หลงใหลในรูปร่างหน้าตาของเธอ จึงเสนอรถสปอร์ตสุดหรู แลกกับการเป็นคู่ควง พริมได้โอกาสงัดกลเม็ดมารยาหญิงหลบเลี่ยงสารพัด ยิ่งพริมเล่นตัวเท่าไหร่ สุรวิชญ์ยิ่งอยากเป็นเจ้าของพริมมากขึ้นเท่านั้นศิริพรหาโอกาสพยายามเข้าไปแฮกข้อมูลโน๊ตบุ๊คของเดี่ยว โดยให้พริมเป็นตัวล่อ ศิริพรตกอยู่ในวงล้อมของสมุนเดี่ยว หมวดดอน และจ่าเข้มบุกเข้ามาช่วยสถานการณ์เริ่มไม่น่าไว้วางใจ ชนินปลอมตัวเป็นคนขับแท็กซี่คอยรับส่งพริม เพื่อคุ้มครองเธอให้ปลอดภัย ระหว่างปฏิบัติงาน ขณะที่หมวดดอนปลอมตัวเป็นมอเตอร์ไซด์วินมาคอยรับส่งศิริพร ส่วนจ่าเข้ม ปลอมตัวเป็นตำรวจที่รับสินบน เพื่อช่วยกันหาหลักฐานมัดตัวเจ้าพ่อและนายเดี่ยวลูกน้องคนสำคัญ พริม และ ชนินต้องใกล้ชิดกันด้วยหน้าที่การงาน แต่ทั้งคู่ต้องซ่อนความรู้สึกในใจไว้ภายใต้ท่าทีที่เย็นชา และการทะเลาะเบาะแว้ง ต่างไม่มีใครยอมใคร.... แก๊งค้าหญิงข้ามชาติถูกขัดขวางโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจบ่อยครั้ง สุรวิชญ์จึงได้ให้จิดาภา ลูกสาวบุญธรรมของเขาเข้าไปเป็นนางนกต่อ หาทางใกล้ชิดสนิทสนมกับชนินเช่นเดียวกัน จิดาภาพยายามใช้ความสวยยั่วยวนชนินเพื่อรู้ความลับของคู่ต่อสู้ ด้วยความเป็นสุภาพบุรุษบางครั้งชนินก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ ภาพชนินไปไหนมาไหนสองต่อสองกับจิดาภาทำให้พริมไม่พอใจและพาลไม่ชอบขี้หน้าจิดาภา เจอหน้ากันแต่ละครั้งทั้งสองสาวต่างก็ปะทะคารมกันอยู่เสมอขณะที่อารตีเริ่มสงสัยในความสัมพันธ์ระหว่าง ชนินและพริม สองสาวออกกำลังกันงัดข้อกันจนเหนื่อยแทบขาดใจ ต่างก็ระบายความในใจออกมา อารตีจึงรู้ว่าพริมรักชนินมาก และในขณะที่อารตีกำลังจะต้องหมั้นกับเขา ตามความต้องการของผู้ใหญ่ แต่หัวใจของเธอ กำลังหวั่นไหวกับภูวัชลูกชายเจ้าพ่อใหญ่ทั้ง 2 คู่จึงกลายเป็นความสับสนอลหม่านที่ยากจะลงตัวง่ายๆ สายสืบส่งข่าว จะมีการส่งเด็กและผู้หญิงล็อตใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา เมื่อรู้วันเวลาแน่นอน ชนินเข้าไปตรวจค้น สุรวิชญ์ เดี่ยวและลูกน้อง ยิ้มต้อนรับและพร้อมให้พิสูจน์กับความบริสุทธิ์ของตัวเอง ชนินและลูกทีมคว้าน้ำเหลว หน้าแตกยับเยิน ยรรยงเชื่อว่าจะต้องมีหนอนบ่อนไส้ ให้ชนินสืบหาด่วน พริมโดนเพ่งเล็งมากกว่าใคร เพราะประวัติพื้นเพของเธอไม่สามารถชี้ชัดได้ พริมกลับไปถึงห้อง ก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าข้าวของส่วนตัวของเธอถูกรื้อค้น รวมทั้งโทรศัพท์มือถือ ซึ่งมีข้อความที่สุรวิชญ์ส่งถึงพริม ยิ่งทำให้ชนินสงสัยเธอมากกว่าเดิม อารตี เนย และศิริพรต่างก็กล่าวหาว่าพริมหักหลัง พริมขอเวลา 1 อาทิตย์เพื่อพิสูจน์ว่าเธอบริสุทธิ์ของตัวเอง เธอตามสืบหาน้อง แต่กลับติดไปกับกลุ่มเด็กสาวทีกำลังจะถูกส่งตัวไปขายต่อมาเลเซีย โชคดีที่ ชนิน หมวดดอน จ่าเข้ม และจ่าดำ ตามไปช่วยไว้ได้และช่วยผู้หญิงต่างชาติที่กำลังจะถูกส่งขายไปเมืองนอกได้จนกลายเป็นข่าวโด่งดังผ่านไปหลายวัน พริมก็ไม่สามารถหาหลักฐานได้ ในที่สุดพริมตัดสินใจยอมเป็นคู่ควงกับสุรวิชญ์ เพราะเริ่มสงสัยว่าสุรวิชต่างหากที่เป็นตัวการสำคัญไม่ใช่เดี่ยว จนสุรวิชญ์ไว้ใจให้เธอเข้านอกออกในได้ทุกซอกทุกมุม จนพริมรู้ช่องทางลับที่สุรวิชญ์ แอบพาเด็กสาวหลบหนี พริมพบว่ามีเด็กสาวกำลังถูกขังอยู่ในห้องใต้ดินนับสิบคน เธอสงสัยว่าอาจจะมีน้องนุช น้องสาวของเธอรวมอยู่ด้วย ถึงเวลาประชุมลับ พริมเสนอและขอร้องให้ชนินเข้าไปช่วยเหลือ แต่ชนินกลับปฏิเสธโดยบอกว่า ถ้าไปตรวจค้นแล้วคว้าน้ำเหลวเหมือนคราวที่แล้ว สำนักงานฯจะต้องหน้าแตก .... ทั้งคู่โต้เถียงกันอย่างรุนแรง ละครมือปราบสายเดี่ยว พริม เสียใจที่หน่วยปราบสายเดี่ยวไม่เชื่อถือ ตัดสินใจสวมหน้ากากเป็นสาวแก้มแดง บุกเดี่ยวเข้าไปช่วยเหลือเด็กสาวเหล่านั้น จนกลายเป็นข่าวโด่งดัง กล้องวงจรปิดกลายเป็นหลักฐานชี้ชัดว่าพริมกำลังทำนอกเหนือคำสั่ง ชนินสั่งลงโทษพริมโดยสั่งขังเดี่ยว 3 วัน ทั้งที่เขาเองก็เจ็บปวดที่ต้องลงโทษผู้หญิงที่เขารัก ขณะที่พริมเดินหน้าเข้าห้องขังเดี่ยว แก๊งมือปราบสายเดี่ยวถูกสั่งให้ออกปฏิบัติการ หาหักฐานมัดตัว เอาผิด สุรวิชญ์ สุรวิชญ์ไหวตัวทันหลบหนีไปได้ ทั้งสี่สาวตกอยู่ในอันตราย ชนิน หมวดดอน จ่าเข้ม และจ่าดำมาช่วยไว้ทันเวลาพอดี ปฏิบัติการล้มเหลว มีผู้หญิง หลบหนีออกมาจากแก๊งค์ค้ามนุษย์ และถูกฆ่าตาย พริมได้พบสร้อยข้อมือที่เธอซื้อให้น้อง ด้วยความแค้น พริม ตัดสินใจสวมหน้ากากสาวแก้มแดงอีกครั้ง บุกเข้าไปเพื่อหวังจะช่วยน้องนุช ชนิน สงสัยในพฤติกรรมของ พริม จึงติดตามไปอย่างไม่ลดละ ขณะที่พริมพยายามหลีกเลี่ยงเพราะไม่อยากให้ความลับเปิดเผย ก่อนที่พริมจะเสียทีถูกกระชากหน้ากาก ภูวัชก็เข้ามา พริมจับตัวภูวัชเป็นตัวประกัน ให้พาเธอหลบหนีออกไปอารตีเป็นห่วงภูวัชตามไปอย่างไม่ลดล่ะ และพบว่าภูวัชถูกแก้ผ้าล่อนจ้อนอยู่ข้างทาง เธอช่วยเหลือเขา ระหว่างนั้นมีมือปืนตามฆ่าภูวัช อารตีช่วยพาเขาหนีไปก่อนที่ทั้งคู่จะเสียที พริมในชุดหน้ากากก็มาช่วยไว้ได้ทัน ชนินจับตัวพริมในชุดหน้ากากนางสิงห์แก้มแดงไว้ได้ พริมจนมุมหมดทางต่อสู้ ตัดสินใจจูบชนิน เมื่อชนินเคลิบเคลิ้ม พริมฉวยโอกาสหลบหนี ภูวัชเริ่มสงสัยว่า เขาเป็นเป้าหมายสำคัญที่กลุ่มเหล่าร้ายต้องการเก็บอารตีบอกว่าอาจจะมีคนไม่หวังดีกับเขาหรืออยากฮุบสมบัติไว้คนเดียว ภูวัชสงวัยว่าจะเป็นจิดาภาซึ่งเป็นลูกบุญธรรมของพ่อ .. ซึ่งจะเป็นผู้รับมรดกทั้งหมด หากเขาเป็นอะไรไป อารตี บอกให้ภูวัชจับตามองจิดาภาอย่างเงียบๆอย่าให้รู้ตัวภูวัชไม่เชื่อเพราะรักจิดาภาเหมือนน้องสาวแท้ๆพริมได้พบน้องนุชน้องสาวจนได้ เธอเข้าไปช่วยน้องสาวออกมาได้ทันเวลา แต่พลาดท่าถูกคนของสุรวิชญ์ยิงได้รับบาดเจ็บ ภูวัชโผล่มาช่วยเธอได้ทันเวลา และยังพาพริมไปรักษาตัว เขารู้ความจริงว่า พ่อของเขาเป็นหัวหน้าแก๊งค้าผู้หญิงข้ามชาติ ภูวัช พยายามขอร้องให้สุรวิชญ์ยุติเรื่องทั้งหมด แต่สุรวิชญ์กลับปฏิเสธ บอกว่าเขามาไกลเกินจะคิดกลับตัว และบอกว่าที่ทำทุกอย่างเพื่ออนาคตของภูวัช ภูวัชระเบิดอารมณ์บอกว่าพ่อทำทุกอย่างเพื่อตัวเอง ถ้ารักลูกจริงจะต้องเลิกเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมายการชิงไหวพริบระหว่างชนินกับสุรวิชญ์เริ่มต้นขึ้น แต่ชนินก็พลาดกับข่าวลวงที่เป็นกับดักลวงมาฆ่า ภูวัชมาช่วยได้ทันก่อนที่ชนินและลูกทีมจะเอาตัวไม่รอดพริมย้อนกลับไปโกดังเพื่อหานาฬิกาที่ชนินซื้อให้ในวันเกิด จู่ๆคานโกดังดันหล่นมา ชนินใช้ตัวป้องกันพริม จนตัวเองได้รับบาดเจ็บทั้งคู่ต่างก็กอดกันด้วยความรัก อารตีเจ็บปวดเมื่อรู้ว่าชนินรักพริม อารตีเดินหนีมา เห็นสุรวิชญ์ถูกยิงเข้าพอดี ภูวัชหันไปเห็นอารตียืนถือปืนอยู่ เขาเข้าใจว่าอารตีฆ่าพ่อของเขา เขาโกรธจัดตรงเข้าไปกระชากแขนอารตีวิ่งหนีไปด้วยความแค้น แม้อารตีจะพยายามปฏิเสธอย่างไรเขาก็ไม่เชื่อ ภูวัชพาอารตีขึ้นรถหนีรถตำรวจไล่ตามมาติดๆ เมื่อเจอด่านตรวจอยู่ข้างหน้า ภูวัชจึงหักรถเข้าป่า อารตีพยายามหนี ภูวัชจึงเอาเชือกมัดมือเธอและลากเข้าป่า เมื่ออารตีพยายามหาทางหนีอยู่เสมอจึงถูกภูวัชข่มขู่และทำร้ายต่างๆนานา ขณะเดียวกัน ทั้งคู่ก็ถูกมือปืนตามเก็บอย่างกระชั้นชิด ชนินรู้ว่าอารตีและภูวัชตกอยู่ในอันตรายจึงตามไปช่วย พริมขอตามไปด้วยความเป็นห่วงเพื่อนร่วมแก๊ง หมวดดอน ศิริพร เนย จ่าดำ และจ่าเข้มนำกำลังไปสมทบขณะที่อารตีและภูวัชค้างคืนอยู่ในป่าด้วยกันอารตีถูกงูกัด ภูวัชเข้ามาช่วย อารตีอาศัยจังหวะแย่งปืนไปได้แต่ภูวัชไม่สนใจกลับดูดพิษงูออกด้วยความห่วงใย อารตีใจอ่อน ไม่สามารถยิงเขาได้ เธอคืนปืนให้เขา ภูวัชมั่นใจว่าอารตีจะไม่หนีไปไหนจึงแกะเชือกออก ทั้งสองหาทางออกจากป่าอย่างยากลำบาก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ทั้งคู่ต่างก็เห็นอกเห็นใจกันและรักกันคนของจิดาภาตามมาเจอเกิดการปะทะกันอย่างดุเดือด หมวดดอน ตกอยู่ในอันตราย เนยพุ่งเข้าไปบังกระสุนแต่กลายเป็นศิริพรที่เข้าไปกอดบังเนยอีกทีและศิริพร เสียชิวิตในอ้อมกอดของหมวดดอนและเนยผู้ชายที่เธอรัก และเพื่อนรัก ทั้งหมดร้องไห้ด้วยความเสียใจ จิดาภาดักยิงภูวัชจนบาดเจ็บ แต่ชายหนุ่มก็รวบรวมกำลังหนีไปได้ อารตีช่วยทำแผลให้ จิดาภายังไม่หยุด หลังจากฆ่าสุรวิชญ์แล้ว ยังมีภูวัชเป็นเสี้ยนหนามขัดขวางหนทางที่จะได้มรดกทั้งหมด เธอจึงสั่งให้เดี่ยว คนสนิทของสุรวิชตามเก็บภูวัชให้ได้ ขณะที่ภูวัชและอารตีกำลังจะเสียที ชนินและพริมก็ตามมาช่วยไว้ได้ ละครมือปราบสายเดี่ยว จิดาภาถูกยิงตาย....ก่อนตายเธอได้สารภาพความจริงทั้งหมด ว่าพ่อของเธอถูกสุรวิชญ์ฆ่าตายและรับเธอมาเลี้ยงเพราะสงสาร แต่ใช้เธอเป็นนางนกต่อและด่าว่าเธอตลอด เธอแอบได้ยินสุรวิชญ์บอกภูวัชว่าไม่เคยรักเธอเหมือนลูกแต่เลี้ยงเอาไว้ใช้ เธอจึงคิดแก้แค้นแทนพ่อ และก่อนสิ้นใจตายเธอมอบตั๊มไดรว์ เปิดโปงขบวนการค้าหญิงข้ามชาติทั้งหมดให้ชนิน ... และขอให้ชนินกอดเธอเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่เธอจะสิ้นใจในอ้อมกอดของชนิน หลังจากเหตุการณ์ร้ายๆผ่านไป คุณสิรีขอให้ยรรยงบังคับให้ชนินแต่งงานกับอารตี สองคนตกใจไม่คิดว่าจะโดนมัดมือชก อารตีวางแผนหลอกคุณสิรีเปลี่ยนตัวเจ้าบ่าวเป็นภูวัช กว่าจะรู้คุณสิรีก็ต้องเลยตามเลย พริม เสียใจเพราะชนินผิดสัญญากับเธอ จึงหลบหนีไปทำใจ ชนินพยายามตามหาพริมจนเจอ เขาสารภาพรักพริมและขอให้เธอให้โอกาสเขา พริมบอกว่าเธอทำร้ายอารตีไม่ได้หรอก เพราะรู้ว่าอารตีก็รักชนิน อารตีเดินมากับภูวัชบอกว่าเธอเปลี่ยนใจแล้ว คนที่เธอรักคือภูวัชต่างหาก ขณะที่หมวดดอน สมหวังกับเนย พริม อารตี เนยไปที่หลุมฝังศพของศิริพร มือถือของสามสาวดังขึ้นพร้อมกับภารกิจใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น .. นักแสดงนำ ละครมือปราบสายเดี่ยว เอกพงษ์ จงเกษกรณ์ รับบท ภูวัชณฐณพ ชื่นหิรัญ รับบท ชนินตฤณญา มอร์สัน รับบท พริมชาเคอลีน มิ๊นซ์ รับบท อารตีเบญจวรรณ อาร์ดเน่อร์ รับบท เนยพราวฟ้า การัญชิดา รับบท ศิริพรกิตติธัช ประดับ รับบท หมวดดอนเจสสิก้า ภาสะพันธุ์ รับบท จิดาภาจักรกฤษณ์ อำมรัตน์ รับบท สุรวิชญ์

ไม่รั้ง!คอนเต้ไฟเขียว ธิโบต์ กูร์ตัวส์ หาทีมใหม่ได้
ตลาดซื้อขายนักเตะ /  ธิโบต์ กูร์ตัวส์ / 

เดลี่ มิเรอร์ รายงานว่า อันโตนีโอ คอนเต้ ว่าที่กุนซือคนใหม่ของ เชลซี เปิดโอกาสให้ ธิโบต์ กูร์ตัวส์ นายทวารชาวเบลเยียมสามารถย้ายออกจากทีมได้ทันทีในช่วงซัมเมอร์นี้หากเจ้าตัวต้องการโดยนายทวารชาวเบลเยียมีปัญหากับ คริสโตเฟอร์ โคลิคชอน โค้ชผู้รักษาประตูในทีม และประเด็นที่สำคัญคือการหลุดโควต้าไม่ได้ไปเล่นฟุตบอลยุโรปทั้ง ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก และ ยูโรป้าลีก ซึ่งอันโตนีโอ คอนเต้ ผู้จัดการทีมชาวอิตาลี ที่จะเข้ามารับหน้าที่ หลังจบศึกยูโรได้อนุญาตให้นักเตะย้ายทีมได้ตามต้องการ และ ทีมได้เล็งที่จะดึงตัว เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ ผู้รักษาประตูจากเซาแธมป์ตันเข้ามาแทนที่

ใจป่ะล่ะ น้องมะลิ ถอดรองเท้าประมูล!! ในงานคิดถึงปอ
ข่าว ปอ ทฤษฎี /  ข่าว น้องมะลิ / 

ได้ใจไปเต็มๆ สำหรับซุปตาร์ตัวน้อย น้องมะลิ ของเราที่ลงทุนถอดรองเท้าสุดเท่คู่โปรดเพื่อนำไปประมูลในงานนิทรรศการภาพถ่าย "คิดถึงปอ" ภาพความประทับใจของ ปอ ทฤษฎี กับการทำงานในวงการบันเทิงและช่วยเหลือสังคมตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โดยมีผู้ใหญ่ใจดีอย่าง คุณยุวดี จิราธิวัฒน์ ตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจห้างสรรพสินค้า บริษัทกลุ่มเซ็นทรัล จำกัด เป็นผู้ประมูลไปได้ในราคา 50,000 บาท!! ขอปรบมือรัวๆ ให้กับทั้งสองคนเลยจ้า น้องมะลิ ถอดรองเท้าประมูล งานคิดถึงปอ น้องมะลิ ถอดรองเท้าประมูล งานคิดถึงปอ น้องมะลิ ถอดรองเท้าประมูล งานคิดถึงปอ น้องมะลิ ถอดรองเท้าประมูล งานคิดถึงปอ น้องมะลิ ถอดรองเท้าประมูล งานคิดถึงปอ น้องมะลิ ถอดรองเท้าประมูล งานคิดถึงปอ น้องมะลิ ถอดรองเท้าประมูล งานคิดถึงปอ น้องมะลิ ถอดรองเท้าประมูล งานคิดถึงปอ น้องมะลิ ถอดรองเท้าประมูล งานคิดถึงปอ

ตามคาด! ชัยนาทแถลงแยกทาง อิสระ ศรีทะโร เรียบร้อย
ชัยนาท ฮอร์นบิล /  อิสสระ ศรีทะโร / 

นกใหญ่พิฆาต ตัดสินใจแยกทางกับอิสสระ ศรีทะโร ผู้จัดการทีมที่พานกใหญ่อยู่รอดในลีกสูงสุดเมื่อปีที่แล้วเรียบร้อย หลังทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวัง เก็บได้เพียงแค่ 4 คะแนนจมอยู่โซนตกชั้น ชัยนาท ฮอร์นบิล ทีมดังในศึกโตโยต้าไทยลีก ตัดสินใจแยกทางกับ อิสสระ ศรีทะโร ผู้จัดการทีมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังเกมล่าสุดพ่ายแบงค็อก ยูไนเต็ดคาบ้าน 1-2 พาทีมหล่นลงสู่ท้ายตาราง โดยล่าสุดเว็บไซค์อย่างเป็นทางการของสโมสรระบุว่า “เนื่องด้วยปีนี้ทางทีมและบอร์ดบริหารต้องการให้ทีมมีสไตล์และรูปแบบวิธีการเล่นที่ดุดัน เอนเตอร์เทนแฟนบอล ตามคอนเซปต์ เร็ว แรง ล่า แต่หลังจากทำผลงานไม่ได้ตามความคาดหวัง จึงได้หารือกับ “โค้ชหระ” อิสสระ ศรีทะโร และได้บทสรุปว่าทางสโมสรจะหาผู้เชี่ยวชาญและชำนาญในรูปแบบและวิธีการเล่น แบบที่สโมสรต้องการมาทำหน้าที่แทนโค้ชหระและเราก็คุยและตกลงจบกันด้วยดี” “ทางสโมสรต้องขอขอบคุณโค้ชหระที่พาทีมฝ่าวิกฤตช่วงปลายฤดูกาลที่แล้ว จนอยู่รอดในลีกสูงสุดในปีนี้ หลังจากนี้เราจะทำงานให้หนักและมุ่งหน้าทำผลงานให้ดีที่สุด เพื่อแฟนบอลชาวชัยนาททุกคน” สำหรับ “โค้ชหระ” ฤดูกาลนี้เริ่มต้นนกใหญ่พิฆาตประเดิมผลงานสองเกมแรกได้อย่างดีด้วยการบุกไปเสมอราชนาวี เอฟซี และเปิดบ้านชนะนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี เก็บได้สี่คะแนนจากสองเกมแรก แต่ตลอดเกมลีกห้าเกมหลังจากนั้นยังหาชัยชนะไม่เจอ และไม่สามารถเก็บได้แม้แต่แต้มเดียว ทั้งนี้เกมกลางสัปดาห์ทัพ "นกใหญ่พิฆาต" จะยกพลลงทำศึกดาบี้แมตช์กับ สุพรรณบุรี เอฟซี ในวัน พุธที่ 27เมษายน 2559 ที่สนามกีฬากลางจังหวัดสุพรรณบุรี

นางฟ้าคัมเเบ็ค! ส.บอลตั้ง “มาดามแป้ง” นั่งนายหญิงชบาเเก้วชุดใหญ่, U-19
นวลพรรณ ล่ำซำ /  ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย / 

นายกสมาคมฟุตบอลฯ ประกาศเเต่งตั้ง "มาดามแป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ ทำหน้าที่ผู้จัดการทีมชาติไทยหญิง ชุดใหญ่ และ รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี พร้อมให้ร่างแผนพัฒนาฟุตบอลลีกหญิง เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 25 เมษายน 2559 ที่สำนักงานสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้มีการประชุมหารือเรื่องการพัฒนาฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย และการวางโครงสร้างฟุตบอลลีกหญิงภายในประเทศ โดยมี พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ, พล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก เลขาธิการสมาคมฯ และ "มาดามแป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ อดีตผู้จัดการทีมชาติไทยหญิง ชุดลุยศึกฟุตบอลโลก โดยภายหลังการประชุม "บิ๊กอ๊อด" พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ได้เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ "มาดามแป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ ทำหน้าที่ผู้จัดการทีมชาติไทยหญิง ชุดใหญ่ และ รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี พร้อมให้ร่างแผนพัฒนาฟุตบอลลีกหญิง เพื่อเดินหน้าพัฒนาวงการฟุตบอลหญิงของไทยอย่างเป็นระบบ และมีนักเตะรุ่นใหม่ ก้าวขึ้นมาเสริมทีมชาติไทยอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังได้มอบหมายให้คัดเลือกหัวหน้าผู้ฝึกสอนที่จะเข้ามาทำหน้าที่ด้วย" ด้าน “มาดามแป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ ออกมาเปิดใจว่า “ขอขอบคุณผู้ใหญ่ในสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ทุกท่านที่เชื่อมั่นในตัวดิฉันให้เข้ามาทำหน้าที่เพื่อชาติอีกครั้ง เพราะ 7 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นเกียรติสูงสุดของตนเองและครอบครัว รู้สึกดีใจที่จะได้ต่อยอดการพัฒนาที่ได้เริ่มมาตั้งแต่ต้น อีกทั้งวันนี้ได้รับมอบหมายให้ดูแลน้องๆ ชุด 19 ปีอีกด้วย ซึ่งชุดนี้ถือเป็นกำลังหลักสำคัญและเป็นชุดความหวังที่จะก้าวขึ้นมาเป็นชุดใหญ่ในอนาคต แผนการทำทีมจึงต้องมีความเชื่อมโยงและบูรณาการเข้าหากัน ซึ่งก็จะพยายามทำหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุด เพื่อสร้างให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การส่งเสริมและสนับสนุนของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ" "ในส่วนของทีมงานผู้ฝึกสอน แม้ว่าท่านนายกฯ จะให้สิทธิ์อย่างเต็มที่ในการสรรหา แต่ก็คงต้องหารือและขอความเห็นจากทุกฝ่าย รวมถึงทางสมาคมฯ ด้วย นอกจากนี้ เรื่องการจัดการแข่งขันลีกหญิงอาชีพภายในประเทศก็เป็นสิ่งสำคัญที่ตนเองพยายามผลักดันให้มันเกิดขึ้นเร่งด่วนที่สุดตามวัตถุประสงค์ของสมาคมฯ ซึ่งจะต้องจัดภายในปีนี้ให้ได้” "อย่างไรก็ดี เป้าหมายแรกและสำคัญ คือการเตรียมความพร้อมทีมชุดใหญ่ เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลหญิงชิงแชมป์อาเซียน 2016 (AFF Women’s Championship 2016) ที่เมียนมาร์ วันที่ 26 กรกฎาคม – 4 สิงหาคม2559"

ตามคาด! โค้ชชายลากุนซือพลังเอ็มบอร์ดตั้ง “โค้ชเบ๊” คุมทัพจบซีซั่น
สมชาย ทรัพย์เพิ่ม /  โค้ชชาย / 

สโมสร “พลังเอ็ม” เปลี่ยนเเปลงทีมครั้งใหญ่เมื่อ “โค้ชชาย” ตัดสินใจลาออก ขณะที่บอร์ดบริหารทีมตั้ง “โค้ชเบ๊” นั่งกุนซือใหญ่คนใหม่ทันที “พลังเอ็ม” โอสถสภา เอ็ม-150 สมุทรปราการ ที่ทำผลงานในศึกโตโยต้า ไทยลีก 2016 ได้ไม่ดีนัก จากการเก็บได้เพียง 5 แต้มจากการลงสนามในลีกทั้งหมด 8 นัด ล่าสุดเมื่อเกมกลางสัปดาห์ที่ต้องออกไปเยือน “ค้างคาวไฟ”สุโขทัย เอฟซี น้องใหม่ที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้น ถลุงยับด้วยสกอร์ 5-2 ล่าสุดเมื่อ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา “โค้ชชาย” สมชาย ทรัพย์เพิ่ม ผู้จัดการทีมพลังเอ็ม ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งเพื่อแสดงสปิริตรับผิดชอบต่อผลงานของทีมเรียบร้อยแล้ว ทำให้ผู้บริหารโอสถสภาฯ จึงตัดสินใจประกาศแต่งตั้ง “โค้ชเบ๊” ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก ลูกหม้อของทีมขึ้นมารับตำแหน่งผู้ฝึกสอนคนใหม่ต่อทันที ด้านกุนซือคนใหม่แต่หน้าเก่า ออกมากล่าวว่า “ดีใจที่ได้กลับบ้านอีกครั้ง เพราะผูกพันมานานตั้งแต่เป็นนักเตะ ผู้ช่วยโค้ช และขยับมาเป็นเฮดโค้ช สิ่งแรกที่ต้องทำตอนนี้ คงต้องแก้จุดอ่อนกันก่อน เพราะมีหลายอย่างที่ต้องรีบแก้ เช่นการเสียประตูถึง 19 ประตูจาก 8 นัด เป็นสถิติสูงสุดตอนนี้ คงต้องมาเน้นเกมรับให้ดีขึ้น” “ส่วนสไตส์บอลเอนเตอร์เทนที่ทุกคนอยากเห็น คงต้องค่อยๆ ปรับจูนกันไป หลักๆต้องแก้จุดอ่อนก่อน แต่รับปากว่าบอลสไตล์ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก แฟนบอลจะได้เชียร์กันแบบสนุกแน่นอน” ทั้งนี้ “โค้ชเบ๊” จะเริ่มทำงานตั้งแต่วันที่ 28 เม.ย.เป็นต้นไป โดยพลังเอ็มมีงานสำคัญรออยู่นั่นคือการเปิดบ้านรับการมาเยือนของ “ช้างศึกยุทธหัตถี”สุพรรณบุรี เอฟซี วันเสาร์ที่ 30 เม.ย. เวลา 18.00 น. ที่เอ็มพาวเวอร์ สเตเดี้ยม จ.สมุทรปราการ

สตรองปัง กว่าใครเพื่อน กวาง The Face งานล้นมือ
กวาง The Face /  ข่าวบันเทิงวันนี่้

มาแรงสุดๆ สำหรับ กวาง The Face หรือ กวาง วรรณปิยะ ที่แม้ว่าเธอจะไม่ได้เป็นแชมป์ The Face แต่ความดัง ความแรงของเธอก็สตรองปัง ชนิดที่ว่ามีแต่คนอยากจะได้ตัวเธอมาร่วมงาน จนผู้จัดการส่วนตัวต้องรับโทรศัพท์สายแทบไหม้ ทั้งงานละคร อีเว้นต์ โชว์ตัว สารพัดทุกสิ่งอย่าง ล่าสุดกับงานถ่ายแฟชั่น สาวกวางก็ขอมาโชว์ความสตรอง กับการถ่ายแบบในลุคดิบๆ ไฮคลาส ที่งานนี้ช่างภาพ สไตลิสต์ ไม่ต้องพูดอะไรมาก เพราะอินเนอร์ในการโพสต์ของเธอมาเต็ม ตั้งแต่โพสต์รูปใบแรก ยันโพสต์รูปสุดท้าย นี่ละ! มืออาชีพของจริง ขอบคุณภาพจากนิตยสาร MIX MAGAZINE,IG:gwangoamsinn กวาง The Face กวาง The Face กวาง The Face กวาง The Face

เริ่มไม่แน่นอน!! เต้ยโศก เปิดใจหลังไม่การันตีตัวจริงในยุค เจอร์เกน คล็อปป์
บียาร์เรอัล /  ลิเวอร์พูล / 

แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ดาวยิงจอมเซิ้งของ ลิเวอร์พูล ออกมาเปิดใจถึงอนาคตของตัวเองในถิ่น แอนฟิลด์ หลังจากที่โดน เจอร์เกน คล็อปป์ บอสใหญ่ชาว เยอรมัน จับนั่งสำรองอยู่บ่อยครั้ง แม้กระทั้งเกมที่พบกับ บียาร์เรอัล นัดล่าสุดก็ยังถูกเมินจาก JK โดยเลือกใช้ โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ ที่ไม่ใช้ศูนย์หน้าธรรมชาติลงไปทำหน้าที่ในเกมดังกล่าวแทน ทำให้เจ้าตัวได้ออกมาเปรยว่าไม่แน่ในอนาคตอาจต้องโบกมือลาสาวก "เดอะค็อป" ก็เป็นได้ ดาวยิงดีกรีทีมชาติ อังกฤษ วัย 26 ปี ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้กับ The Mirror ว่า "บางทีหลายคนอาจจะไม่เข้าใจเรื่องนี้ แต่ผมเป็นคนหนึ่งที่ต้องการลงเล่นในทุกนาที ของทุกๆเกม ดังนั้นบางครั้งถ้าผมไม่ได้เป็น 11 ตัวจริง หรือลงไปแล้วถูกเปลี่ยนออก มันก็เป็นเรื่องยากที่จะยอมรับเหมือนกัน เพราะคุณต้องการอยู่ในสนามทุกนัด พร้อมกับลงไปเล่นให้ครบ90นาที" "แน่นอน มันเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้น กับอะไรที่ผู้จัดการทีมคนใหม่ได้นำเข้ามาและเรากำลังมุ่งหน้าไปด้วยกัน ผมทำทุกอย่างด้วยพละกำลังที่มี เพื่อให้ได้ลงไปเล่นในสนาม และผมกำลังรู้สึกดีกับมันในตอนนี้" "มีหลายอย่างที่ผมต้องการทำให้สำเร็จกับ ลิเวอร์พูล แต่ผมจะไม่พูดว่า ผมคือ ลิเวอร์พูล จนวันตาย เพราะมันหมายถึงผมกำลังโกหก ผมคิดว่าใครก็ตามที่กำลังบอกว่า ใช่เลย นี่คือสโมสรที่จะอยู่รับใช้ไปตลอดชีวิต พวกนั้นกำลังเพ้อ เพราะในความเป็นจริง โลกของฟุตบอลทุกทีมก็ต้องมาหาคนที่จะเข้ามาเป็นตัวแทนของคุณแทบจะทุกปีอยู่แล้ว"