ผักบุ้ง

(จะ) อยู่ก่อนแต่งหรือ (จะ) แต่งก่อนอยู่  สาวมั่นยุคใหม่ คิดยังไงกันนะ ?
cohabitation /  couple / 

(จะ) อยู่ก่อนแต่งหรือ (จะ) แต่งก่อนอยู่? สาวเปรี้ยวปรี้ดดด หลายคนอาจบอกว่า ‘อยู่ก่อนแต่ง’ ยุคนี้เป็นเรื่องธรรมดา แต่ทำไม๊สาวๆหลายคนถึงยังต้องการ ‘มีงานแต่ง’ ก่อนจะตัดสินใจ ‘กิน อยู่ หลับ นอน’ กับ ‘ผู้ชาย’ สักคน ! ลองมาฟัง เหตุผลอันน่าสนใจของ 3 สาวจาก 3 อาชีพ กันค่ะ กัปตันไผ่ (พิชา คล่องพิทยาพงษ์) นักบินหญิงลุคเท่ วัย 34 ปี ของสายการบินบางกอก แอร์เวย์ส อยากจะ ‘แต่ง’ ก่อนจะ ‘อยู่’ ? กัปตันไผ่ : คิดว่าถ้าเลือกได้ ถ้าทุกอย่างลงตัว ทุกคนก็คงอยากจะแต่งงานกัน แต่อาจจะติดอะไรบางอย่าง อาจจะเป็นเรื่องส่วนตัวของเขาสองคน แต่ไผ่ก็ไม่ได้ มองว่าการอยู่ด้วยกันก่อนเป็นเรื่องผิด เพราะคนที่อยู่ด้วยกันก่อนก็คงมีเหตุผลของเขา ถ้า ‘เขา’ ชวนให้ ‘อยู่กันก่อนแต่ง’ กัปตันไผ่ : ถ้าใครมาชวนอยู่ก่อนก็จะบอกงั้นแต่งกันเลย เพราะอายุมันไม่รอท่าแล้ว (หัวเราะ) 34 แล้ว จะมาอยู่ดูกันก่อน แล้วเมื่อไหร่จะได้แต่ง เสียเวลามาลองอยู่...แล้วด้วยอาชีพนักบิน ที่เดี๋ยวก็ต้องไปบิน เดี๋ยวก็ต้องไปบิน จะลองอยู่ก่อน หรือแต่งก่อน ก็คงแทบไม่ต่างกัน เพราะ อีกอย่างไผ่คิดว่าถ้าอยู่กันก่อนแล้วไม่เวิร์ค มันก็ต้องเริ่มต้นใหม่อยู่ดี เปลืองตัว เปลืองชื่อ ...คนรุ่นพ่อแม่เรา เขายังอยู่กันมาได้หลังแต่งงานโดยที่ไม่เคยได้ลองอยู่กันมาก่อน ชีวิตคู่มันเป็นเรื่องของการที่ต้องจูน ต้องปรับตัวเข้าหากันบ้างอยู่แล้ว ถ้าคนรุ่นก่อน ทำได้เราก็ต้องทำได้ เพียงแต่อาจจะต้องมีความอดทนมากกว่าคนในปัจจุบัน ที่การหย่าร้างมันง่ายมาก กระทบกระทั่งกันนิดหนึ่งก็เก็บของออกจากบ้านแล้ว... หมอผักบุ้ง (ศิรินทิพย์ ลาวัณย์รัตนากุล) ทันตแพทย์หญิงมาดนิ่ง เจ้าของคลินิกทันตกรรมพร้อม (Prompt Dental Clinic) วัย 31 ปี อยากจะ ‘แต่ง’ ก่อนจะ ‘อยู่’ หมอผักบุ้ง : เวลาได้ยินว่าใครเขาอยู่กันก่อนแต่ง ก็ไม่ได้คิดว่าเขาทำผิดหรือว่าทำถูกนะคะ เพราะคิดว่าเรื่องนี้เป็นความคิดที่แตกต่างของแต่ละคน  แต่โดยส่วนตัวคิดว่าจะไม่อยู่ก่อนแต่ง เพราะเป็นคนมีกฎเกณฑ์เยอะ อีกอย่างคืออยากให้มีความพิเศษในการขยับสถานะจากคนที่ คบกันแบบแฟนมาเป็นคนที่จะอยู่ด้วยกัน ดิฉัน : หมอบุ้งจะไม่ยอมอยู่ก่อนแต่งแน่ๆ หมอผักบุ้ง : แม้แต่ไปเที่ยวด้วยกัน 2 คนยังไม่ไปเลย ต้องมีเพื่อนหรือคนที่สามไปด้วย คือในความรู้สึกของบุ้ง ถ้าทำอย่างนั้นเราจะรู้สึกผิดกับพ่อแม่ที่เขาตั้งใจเลี้ยงเรามา แล้วพรหมจรรย์ของเรา บุ้งคิดว่ามันควรต้องมอบให้คนพิเศษ คือสามีของเราในวันแต่งงาน ...ถ้าเรามีลูก เราจะสอนลูกอย่างไรเราจะกล้าพูดได้อย่างไร ว่าหนูอย่าทำอย่างนั้น เพราะบุ้งคิดว่าถ้าเราจะสอนใคร เราควรทำได้ก่อน.... แป้น (ปิยะนุช แป้นน้อย) นักวอลเลย์บอลสาวทีมชาติไทย อายุย่าง 27 ปีที่ได้รับการยกย่องจากเหล่าติ่ง และแฟนเพจหลายล้านคนให้เป็น 'ลิเบอโร’ (ตัวรับอิสระ)หรือ ‘จอมขุดหน้าหวาน’ อยากจะ ‘แต่ง’ ก่อนจะ ‘อยู่’ แป้น : ความรักนะคะ ใครจะบอกได้ว่าเราจะแต่งกับคนที่เราคบหาอยู่หรือไม่ ถ้าอยู่กันแล้วมีความสุข ไม่ว่าจะแต่งก่อนหรืออยู่ก่อน หนูว่าก็โอ.เค.ละ และ ไม่ได้มองว่าการอยู่กันก่อนเป็นเรื่องของการไม่รักศักดิ์ศรีหรือไม่รักนวลสงวนตัว ยุคนี้แล้ว ทุกคนก็มีสิทธิ์ที่จะเลือก ถ้า ‘เขา’ ชวนให้ ‘อยู่กันก่อนแต่ง’ แป้น : ถ้าชวน...ก็คงปฏิเสธค่ะ เพราะด้วยหน้าที่เรา ด้วยภาระที่เรามีอยู่ หนูยังไม่พร้อม ดิฉัน : แล้วถ้าวันหนึ่ง ไม่ได้เป็นนักกีฬาทีมชาติแล้ว แล้วแฟนชวนว่า...อยู่ด้วยกันเหอะ แป้น : ก็จะบอกเขาว่างั้นก็แต่งเลยเหอะ(หัวเราะ) เพราะสำหรับหนู ไม่ว่าจะอยู่ก่อนหรือแต่งเลย ก็ต้องใช้เวลาในการศึกษากันเหมือนกัน ...ถ้าแต่งงานแล้ว เราก็มีสิทธิ์ทำอะไรในฐานะภรรยาได้เต็มที่ แต่ถ้าอยู่ก่อน แต่ยังไม่แต่ง ทำอะไรก็อาจไม่เต็มที่เหมือนคนที่แต่งงานกันแล้ว... ‘การแต่งงาน’ คือ ‘ความพิเศษ’ หมอผักบุ้ง : การแต่งงาน การทำพิธีทุกอย่างให้ถูกต้อง คือเรื่องการ ให้ความสำคัญ คือเรื่องของความพิเศษ มากกว่าเรื่องของการแคร์สังคม คำว่าพิเศษไม่ได้หมายความว่าต้องจัดงานแต่งใหญ่โต เชิญแขกมาร่วม งานเป็นพัน เพียงแต่บุ้งต้องการความพิเศษของแขกที่เราเชิญ คือเขาต้อง เป็นคนที่สำคัญกับเราจริงๆ เป็นคนที่ทำให้เรารู้สึกอบอุ่นใจ กัปตันไผ่ : การแต่งงานเป็นความศักดิ์สิทธิ์อย่างหนึ่ง ถ้าเราได้ก้าวเข้าไป ตรงนั้น ก็เหมือนเป็นอีกสเต็ปหนึ่งการจะเลิกกัน หรือเก็บของออกจากบ้าน ก็ต้องคิดมากกว่า ไผ่ไม่อยากข้ามสเต็ป คือถ้าไปกันง่ายๆ ก็อาจจะออกมา ง่ายๆเหมือนกัน  ‘แต่งงาน’ แล้วอาจะไม่ ‘Happy Ending’ กัปตันไผ่ : การแต่งงานมันอาจจะเป็นแค่เครื่องมือ ให้เราฝ่าฟัน ข้ามไปด้วยกัน แต่จะอยู่ยั้งยืนยงไหม การแต่งงานคงไม่ใช่คำตอบเพราะพอใช้ชีวิตกันไป มีปัญหาต่างๆเข้ามา ก็อยู่ที่ว่าทั้งคู่จะร่วมกันแก้ปัญหาได้ดีแค่ไหน หรือว่าเอา ปัญหาเข้ามาที่บ้านมากแค่ไหนมากกว่า แต่อย่างน้อยถ้ามีงานแต่งงาน มีความทรงจำที่ดีต่อกัน มันอาจจะเป็นกำลังใจให้นึกถึงวันนั้น และอาจจะ พร้อมที่จะกลับมาเริ่มกันใหม่ หมอบุ้ง : เพราะทุกวันนี้ที่เรามีแฟน เดี๋ยวก็ทะเลาะกันจุกจิก เดี๋ยวก็ดีกัน อยู่แล้วละ มันอยู่ที่การปรับตัวเข้าหากันหรือยอมรับในกันและกันได้ มากน้อยแค่ไหนมากกว่า แป้น : อนาคตไม่มีใครบอกได้หรอกว่าเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปไหม แต่การแต่งงานเหมือนการย้ำเตือนเราว่า มีอีกคนเข้ามาในชีวิตนะ เราควรดูแลเขา และเขาก็ควรดูแลเรา แต่ถ้าอนาคตมันเกิดต้องแยกกัน ก็ต้องยอมรับความจริง เหตุผลของ 3 สาว อาจเหมือน หรือต่างไปจากเหตุผลของอีกหลายคน แต่ถ้าเลือกแล้ว (ไม่ว่าจะ ‘แต่งก่อน’ หรือ ‘อยู่ก่อน’) และมั่นใจว่า ไม่ได้ทำผิด หรือสร้างความเดือดร้อนให้ใคร...ก็อย่าได้แคร์ แต่ก็อย่าลืมหยุดเพื่อ ‘คิด’ และหยุดเพื่อ ‘เลือก’ กันสักนิดนะคะ

100 เมนูอาหารที่เหมาะกับธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ! โดย อ.คฑา ชินบัญชร
อาหารตามธาตุ /  โหงวเฮ้ง

การรับประทานอาหารตามธาตุ จะทำให้มีสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดี ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส และส่งผลให้โหงวเฮ้งเราดีขึ้นด้วย ซึ่งเมื่อโหงวเฮ้งเราดี ก็จะทำให้เราทำอะไรก็ราบรื่น ประสบผลสำเร็จ เราทุกคนมีธาตุทั้ง 4 อยู่ในร่างกาย แต่จะมีลักษณะเด่นเพียงหนึ่งธาตุ ถ้ารู้จักตัวเอง ก็สามารถปรับสมดุลเพื่อรับมือกับความผิดปกติที่จะเกิดขึ้นได้ นอกจากนั้นในแต่ละช่วง ฤดูกาลต่างๆ ก็ควรมีการปรับธาตุของร่างกายให้สมดุลกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพร่างกาย ด้วยอาหารการกิน ผู้ที่เกิด ธาตุดิน คือ… ราศีพฤษภ 14 พฤษภาคม – 14 มิถุนายน ราศีกันย์ 17 กันยายน – 16 ตุลาคม ราศีมังกร 14 มกราคม – 12 กุมภาพันธ์ คนที่มีธาตุดิน เป็นธาตุเจ้าเรือน จะมีรูปร่างสูงใหญ่ ผิวค่อนข้างคล้ำ ผมดกดำ เสียงดังฟังชัด เป็นคนหนักแน่น เยือกเย็น อดทน เคลื่อนไหวค่อนข้างช้า รักการประนีประนอม จึงเหมาะกับการทำงานประจำ คนธาตุนี้มักชอบกิจกรรมเกี่ยวกับการพักผ่อนหย่อนใจ เป็นคนผิวเย็น ควรออกกำลังกายอย่างหนัก เพื่อลดความเฉื่อยชา และควรดูแลสุขภาพด้วยการรับประทานผักและผสไม้ที่มีรสฝาด หวาน มัน เค็ม เช่น หัวปลี กะหล่ำปลี ผักกะเฉด ถั่วพู เผือก มัน แห้ว มะพร้าว ถั่วลิสง งาดำ ฝรั่ง กล้วยน้ำว้า ตัวอย่างอาหารคาว : ถั่วงอกผัดเต้าหู้ ข้าวซอยไก่ แกงจืดเต้าหู้ ยำถั่วพู ตัวอย่างอาหารหวาน : ถั่วเขียวต้มน้ำตาล ฟักทองนึ่ง มะพร้าวขูด กล้วยบวชชี ตัวอย่างเครื่องดื่ม : น้ำฝรั่ง น้ำฟักทอง น้ำแตงโมง น้ำเต้าหู้ ตัวอย่างผลไม้ : ฝรั่ง กล้วยน้ำว้า มะละกอสุก มะม่วงสุก มังคุด เงาะ ลำไย ผู้ที่เกิด ธาตุน้ำ คือ… ราศรีกรกฎ 16 กรกฎาคม – 16 สิงหาคม ราศีพิจิก 16 พฤศจิกายน – 15 ธันวาคม ราศีมีน 14 มีนาคม – 12 เมษายน คนที่มีธาตุน้ำ เป็นธาตุเจ้าเรือน จะมีรูปร่างสมส่วน ท้วมถึงอ้วน ผิวพรรณสดใส อารมณ์เย็น ความ จำดี นุ่มนวล มักจะเก็บความรู้สึกได้ดี มีความสงบ มีอารมณ์อ่อนไหว เชื่อในเรื่องโชคชะตา และพรหมลิขิต มีความคิดสร้างสรรค์ ชอบเป็นห่วงเป็นใยคนรอบข้าง ทำให้คุณเป็นที่รักของเพื่อนๆ และควรดูแลสุขภาพด้วยการรับประทานผักและผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น มะเขือเทศ มะกรูด มะนาว ส้ม สับปะรด มะขามป้อม ยอดมะขามอ่อน หลีกเลี่ยงอาหารรสมันจัด เพราะอ้วนง่าย ตัวอย่างอาหารคาว : ข้าวคลุกกะปิ ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ ต้มยำไก่ฝบมะขามอ่อน น้ำพริกมะขามสด ตัวอย่างอาหารหวาน : กระท้อนลอยแก้ว สับปะรดลอยแก้ว ตัวอย่างเครื่องดื่ม : น้ำส้ม น้ำมะนาว น้ำกระเจี๊ยบ น้ำระกำ น้ำสับปะรด ตัวอย่างผลไม้ : สับปะรด ส้มเขียวหวาน ส้มโอ มะเฟือง ลางสาด มะม่วงดิบ ผู้ที่เกิด ธาตุลม คือ… ราศรีกรกฎ 15 มิถุนายน – 15 กรกฎาคม ราศีตุลย์ 17 ตุลาคม – 15 พฤศจิกายน ราศีกุมภ์ 13 กุมภาพันธ์ – 13 มีนาคม คนที่มีธาตุลม เป็นธาตุเจ้าเรือน จะมีรูปร่างโปร่ง ผอมบาง คิดเร็ว พูดเร็ว ทำอะไรเร็ว คล่องแคล่ว กระฉับกระเฉง ช่างพูด ขี้หนาว อารมณ์หวั่นไหวง่าย ไม่ชอบทำงานประจำ มีความคิดสร้างสรรค์และมีความยืดหยุ่น ปรับตัวกับสถานการณ์ต่างๆ ได้ง่าย สภาพผิวแห้งง่าย ระบบการเผาผลาญในร่างกายทำงานเร็วผิดปกติ จึงทำให้มีรูปร่างค่อนข้างผอม กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน นอนไม่ค่อยหลับ  เป็นคนที่คิดอะไรอย่างมีหลักเกณฑ์ และจะยึดความถูกต้องของเหตุและผล ชอบคบค้าสมาคมกับคนทุกเพศทุกวัย ไม่อคติกับใคร และควรดูแลสุขภาพด้วย การรับประทานผักและผลไม้ที่มีรสเผ็ดร้อน เช่น พริก ขิง ข่า ตะไคร้ โหระพา  กะเพรา กระชาย หอม กระเทียม ขมิ้น ขึ้นฉ่าย ตัวอย่างอาหารคาว : ผัดผักบุ้งไฟแดง โจ๊กหมูใส่ขิง ข้าวผัดน้ำพริกลงเรือ แกงเลียง ปลาทอดราดพริก ตัวอย่างอาหารหวาน : เต้าฮวยน้ำขิง บัวลอยน้ำขิง มันต้มน้ำตาลใส่ขิง ขนมเทียนไส้เค็ม ตัวอย่างเครื่องดื่ม : น้ำขิง น้ำตะไคร้ ตัวอย่างผลไม้ : ชมพู่ แตงโม แตงไทย ผู้ที่เกิด ธาตุไฟ คือ… ราศรีเมษ 13 เมษายน – 13 พฤษภาคม ราศีสิงห์ 17 สิงหาคม – 16 กันยายน ราศีธนู 16 ธันวาคม – 13 มกราคม คนที่มีธาตุไฟ เป็นธาตุเจ้าเรือน มักขี้ร้อน เคลื่อนไหวเร็ว อารมณ์ร้อน หิว บ่อย กินเก่ง มีแนวโน้มที่จะเป็นคนอ้วนได้ มักตัดสินใจเร็ว กระตือรือร้น มีความจริงจัง ชอบวางแผนและชอบการแข่งขัน จึงทำให้เป็นคนมีระเบียบแบบแผน ขาดความอดทนและชอบทำตัวเป็นผู้นำ เป็นคนมองโลกในแง่ดี และควร ดูแลสุขภาพด้วยการรับประทานผักและผลไม้ทีมีรสขม รสเย็น รสจืด เช่น สะเดา มะระ มะเขือพวง บวบ ตำลึง แค  แตงโม แตงกวา ผักบุ้ง บัวบก ขี้เหล็ก หัวผักกาด ฟักทอง คะน้า และหลีกเลี่ยงอาหารรสเผ็ดร้อน ตัวอย่างอาหารคาว : ซุปรากบัวเห็ดหอม ตุ๋นมะระ ต้มจับฉ่าย แกงขี้เหล็ก ห่อหมกใบยอ แกงจืดตำลึงหมู ตัวอย่างอาหารหวาน : เฉาก๊วย รากบัวต้ม เต้าฮวย ฟรุ๊ตสลัด ตัวอย่างเครื่องดื่ม : น้ำใบบัวบก น้ำใบเตย น้ำเก๊กฮวย น้ำมะตูม น้ำแตงโม ตัวอย่างผลไม้ : ชมพู่ แตงโม มะละกอ แตงไทย ลูกตาลอ่อน รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

ภาพบรรยากาศแฟนมีตติ้ง ซงจุงกิ เต็มอิ่ม เสิร์ฟความฟิน-ดีต่อใจ!
411 Entertainment /  Descendants of the Sun / 

2016 SONG JOONG KI ASIA TOUR FAN MEETING IN BANGKOK แฟนมีตติ้ง ซงจุงกิ ที่ดีต่อใจภรรยาบิ๊กบอสทุกเหล่าทัพ! 'เป็นติ่งเกาหลี...ไม่มีแฟน' แต่โชคดีมี โฟร์วันวันฯ จัดเต็มให้ได้ฟิน! การจัดงานหนึ่งงานให้ออกมาถูกอกถูกใจใครๆ แบบเอกฉันท์ถึงขั้นเป็นวาระแห่งชาติได้นั้นไม่ใช่ง่าย! องค์ประกอบสำคัญนอกจากพระเอกของงานจะต้องโดนใจอย่างจัง-ปังอย่างที่สุดแล้ว! รายละเอียดอื่นๆ คือต้องถึงพร้อมทุกด้าน งานนี้พูดเลยว่าจังหวะเวลามันใช่ อะไรๆ ก็ช่างประจวบเหมาะลงตัว... เมื่อ บริษัท โฟร์ วัน วัน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ของบิ๊กบอสคนเก่ง กึ้ง เฉลิมชัย มหากิจศิริ คว้าลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการจากต้นสังกัดเกาหลี บลอสซัม เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ (Blossom Entertainment) ในการพา ซงจุงกิ (SONG JOONG KI) พระเอกหนุ่มสุดฮอตอันดับหนึ่งที่ทุกคนรอคอย ลัดฟ้ามาจัดกิจกรรมแฟนมีตติ้งในประเทศไทยอีกครั้งกับงาน ซงจุงกิ เอเชีย ทัวร์ แฟน มีตติ้ง อิน แบงคอก (2016 SONG JOONG KI ASIA TOUR FAN MEETING IN BANGKOK) เมื่อ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยมีเหล่าผู้สนับสนุนความฟินให้เต็มเปี่ยมขั้นสุดได้แก่ น้ำแร่ธรรมชาติ มิเนเร่ (Minéré), กาแฟ ฮอลลี่ส์ คอฟฟี่ (Hollys Coffee), สาหร่ายปรุงสำเร็จ เถ้าแก่น้อย (Taokaenoi), คิวชู จังกะระ ราเมน (Kyushu Jangara Thailand), ไฮท์เบียร์ (Hite Beer) เบียร์นำเข้าจากประเทศเกาหลี และ เครื่องสำอาง คาร์มาร์ท (Karmart) งานนี้เปิดเวทีและอยู่ยาวกับพิธีกรสาวมุกดีฝีมือเข้ม โอปอล์-ปาณิสรา (พิมพ์ปรุ) อารยะสกุล ซึ่งผู้ชมทั้งฮอลล์ขอปรบมือรัวๆ ให้เลยว่าเอาอยู่ตลอดงาน ทำหน้าที่ได้ครบรสพอเหมาะพอดีจริงๆ เช่นเดียวกับล่าม จียอน ลี (Jiyeon Lee) ผู้เป็นตัวกลางเชื่อมโยงการสื่อสารทั้งหมดให้ทะลุปรุโปร่งด้วยดี... โดยในทันทีที่ ซงจุงกิ (SONG JOONG KI) เปิดตัวจากกลางเวทีด้วยรอยยิ้มสดใสแผ่ออร่าความหล่อเจิดจ้าปกคลุมไปถึงที่นั่งแถวสุดท้ายของธันเดอร์โดม เมืองทองธานี พระเอกของงานเผยความรู้สึกที่ได้กลับมาพบกับแฟนๆ ที่เมืองไทยว่า “ผมได้มาเมืองไทยครั้งล่าสุดคือเมื่อปี 2012 ก่อนที่ผมจะเข้ากรมฯ ก็น่าจะประมาณช่วง 4 ปีที่แล้ว ดังนั้นก่อนที่ผมจะมาเมืองไทยในครั้งนี้ผมค่อนข้างจะเครียดแล้วก็เหนื่อยครับ แต่พอได้มาเจอแฟนๆ ที่เมืองไทยแล้วความเครียดและความเหนื่อยก็หายไปหมดเลยครับ” จากนั้นเข้าสู่ช่วงสัมภาษณ์แบบล้วงลึกเรื่องลับจากหนุ่มหน้าใสผู้ไม่เชี่ยวชาญการใช้ชีวิตในยุค SNS ครองเมือง (SNS : Social Network Service) ด้วยการเนรมิตคอมพิวเตอร์ที่มีเพียงเครื่องเดียวในโลกเพราะบรรจุเรื่องราวต่างๆ ของซงจุงกิไว้เต็มหน่วยความจำ แฟนมีตติ้งครั้งนี้ จึงถูกร้อยเรียงเข้าไว้ด้วยช่วงต่างๆ เป็นชื่อ Folder เริ่มจาก YES or NO, MEMORY, WISH LISH, BIG BOSS, ROMANCE, SECRET และ โฟลเดอร์ว่างเปล่าที่ยังไม่ได้ตั้งชื่อ แต่ละโฟลเดอร์เปิดโอกาสให้แฟนๆ ได้ร่วมสนุกกับหลากหลายกิจกรรมเรียกเสียงกรี๊ดและรอยยิ้มตลอดระยะเวลาสองชั่วโมงครึ่ง วีทีอาร์ในแต่ละช่วงนั้นก็ช่วยเพิ่มสีสันให้งานแฟนมีตติ้งน่าประทับใจขึ้นไปอีก อย่างเช่นการให้แฟนๆ ได้ส่งคลิปเข้ามาบอกว่า 'อยากขอพรอะไรจากซงจุงกิ' โดยมีผู้โชคดี 5 คนซึ่งฝันเป็นจริงได้รับเลือกให้สมปรารถนากับพรที่ขอไว้!! งานนี้จุงกิจัดให้นอกสคริปต์ด้วยการเชิญแฟนๆ ขึ้นมาหาเขาบนเวทีเพื่อปฏิบัติภารกิจร่วมกับเขาอย่างใกล้ชิด สำคัญคือทั้งห้าผู้โชคดีล้วนได้จับมือนุ่มๆ รับกอดอุ่นๆ จากพ่อยอดชายนายจุงกิ โดยคำขอที่กระแทกใจแฟนคลับทั่วราชอาณาจักรคือขอให้จุงกิพูดว่า “เป็นติ่งเกาหลี....ไม่มีแฟนสินะ” เรียกเสียงฮาแต่ฟินหนักมาก! อีกหนึ่งวีทีอาร์ถูกส่งข้ามฟ้ามาจากพลพรรคเพื่อนพ้องน้องพี่คนสนิทของจุงกิ เช่น คิมจงกุก (Kim Jong Kook), พัคโบกอม (Park Bo Gum), อีกวางซู (Lee Kwang Soo), อิมจูฮวาน (Im Joo Hwan) ชาแทฮยอน (Cha Tae Hyun) ฯลฯ บอกเล่าเรื่องราวของจุงกิในมุมมองของพวกเขาพร้อมอวยพรให้เอเชียทัวร์แฟนมีตติ้งครั้งนี้ดำเนินไปด้วยดี จากนั้นดนตรีเพลง Like a Child ก็บรรเลงขึ้นพร้อมการปรากฏตัวของ ซงจุงกิ สุดเซอร์ไพรส์จากด้านท้ายของฮอลล์ บริเวณประตู 3 เจ้าตัวเดินทักทายแฟนๆ อย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นช่วงเวลาและบรรยากาศที่เขาเองโปรดปรานมาก “ที่ผมเลือกเพลงนี้มาร้องให้ทุกคนได้ฟังกันในวันนี้ก็เพราะผมชอบเพลงนี้มาตั้งแต่เด็กๆ แล้วเนื้อเพลงก็สื่อถึงความรู้สึกต่อแฟนคลับด้วยครับ” เมื่อถึงเวลาของโฟลเดอร์สุดท้ายซึ่งยังไม่มีการตั้งชื่อใดๆ และหนุ่มหน้าใสซงจุงกิบอกที่มาที่ไปว่า “โฟลเดอร์นี้ยังไม่มีชื่อครับ... หลังจากนี้ก็ไม่รู้ว่าผมจะได้กลับมาประเทศไทยอีกเมื่อไหร่ แต่ใจผมคืออยากกลับมาในเร็วๆ นี้ และหวังว่าแฟนๆ จะช่วยตั้งชื่อโฟลเดอร์นี้ให้ผมเมื่อเราได้พบกันในครั้งหน้าได้มั้ยครับ ทุกคนจะมาหาผมอีกใช่มั้ยครับ เราสัญญากันนะครับ” ว่าแล้วเขาก็ขอถ่ายภาพกับแฟนๆ เป็นที่ระลึกเพื่อเก็บรักษาไว้ในโฟลเดอร์สุดท้ายนี้ และมอบเพลง ALWAYS แทนความรู้สึกและคำสัญญาว่าจะเดินร่วมทางกับแฟนๆ จากนี้จนถึงตลอดไป “ผมไม่ได้มาเมืองไทย 4 ปีแล้วนะครับ ผมดีใจและมีความทรงจำที่ดีมากครับ สำหรับทั้งครั้งนี้และในงานแฟนมีตติ้งครั้งที่แล้ว ขอบคุณที่ต้อนรับผมอย่างอบอุ่นเสมอ ตอนอยู่ในกรมทหารผมก็อยากมาเจอแฟนๆ ที่ประเทศไทยและในวันนี้ฝันของผมก็เป็นจริงแล้ว ผมขอให้แฟนๆ มีความสุขมากๆ จนกว่าเราจะได้พบกันอีกครั้ง....ขอบคุณครับ” หากวันไหนที่คิดถึงหนุ่มหน้าใสพระเอกผู้ใจดีและเอาใจใส่ต่อแฟนคลับของเขาอย่างเสมอต้นเสมอปลายคนนี้ เชิญเข้าไปย้อนคิดถึงความทรงจำดีๆ กันที่ #ผักบุ้งไฟแดง แฮชแท็กเด็ดที่ ซงจุงกิ ครีเอทขึ้นด้วยตนเองในงานแถลงข่าวเพื่อแฟนๆ ชาวไทยโดยเฉพาะ การนำพา ซงจุงกิ กลับมาพบกับแฟนๆ ชาวไทยโดย โฟร์ วัน วัน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ในงาน ซงจุงกิ เอเชีย ทัวร์ แฟน มีตติ้ง อิน แบงคอก (2016 SONG JOONG KI ASIA TOUR FAN MEETING IN BANGKOK) ครั้งนี้คือดีต่อใจภรรยาบิ๊กบอสทุกเหล่าทัพจริงๆ ** ผลงานครั้งต่อไปที่ บิ๊กบอสกึ้ง และทีมงานคุณภาพแห่ง บริษัท โฟร์ วัน วัน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด จะสร้างสรรค์และนำพาความสุขมาสู่หมู่มวลแฟนคลับเกาหลีชาวไทยจะเป็นงานอะไรนั้น.. ติดตามข่าวคราวกันได้ทางเว็บไซต์หลัก www.411ent.com ออฟฟิศเชียลแฟนเพจ www.facebook.com/fouroneoneent ทวิตเตอร์ @411ent รวมทั้งอินสตาแกรมของซีอีโอกึ้ง IG @kueng_chalermchai http://instagram.com/kueng_chalermchai มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

เมนูเรียกเรตติ้งจากละคร
พิษสวาท /  อาหารโบราณ / 

กระแสละครเรื่องพิษสวาท ที่กำลังมาแรงในช่วงนี้ มากันตอนหัวค่ำเป็นเวลาที่ทุกคนกำลังหิว และหลังจากมีฉากที่คุณอุบล (นุ่น-วรนุช) ทำอาหารอยู่ในครัว ต่างพากันหิวกันทั้งบ้าน และเมนูที่อยู่ในฉากนั้น หลายคนอาจจะไม่เคยได้ยินหรือได้ลิ้มรสมาก่อนนั่นก็คือเมนู แกงชักส้ม เมนูนี้เรียกเรตติ้งกันสุดๆ เขาว่ากันว่ารสชาติจะคล้ายๆ แกงส้มแต่จะเข้มข้นกว่าคือผสมวัตถุดิบของต้มยำลงไปด้วย เผยสูตร "แกงชักส้ม" อาหารโบราณของไทย ส่วนผสม พริกแห้ง 10 เม็ด หัวหอมปอกเปลือก 1 หัว กระเทียมปอกเปลือก 1 หัว เกลือป่น 1 ช้อนชา กะปิ 1 ช้อนชา เครื่องปรุงอื่น ไข่ปลาริวกิว ปลาช่อน 1 ตัว ผักบุ้งจีน 2 กำใหญ่ ส้มมะขามเปียกคั้นน้ำข้น ๆ 1/2 ถ้วยตวง น้ำเปล่า 3 1/2 ถ้วยตวง น้ำตาลปึก 1 ช้อนโต๊ะ มะกรูด 1 ลูก ใบมะกรูด 2-3 ใบ น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ขอดเกล็ดปลาออกให้หมด ตัดหางออกครึ่งหนึ่ง เพื่อต้ม นำไปโขลกน้ำพริกแกง เนื้อปลาที่เหลือหั่นเป็นแว่น ส่วนหัวปลาตัดปากแข็งออก ผ่า 2 ซีก ล้างผึ่งให้สะเด็ดน้ำ ต้ม ไข่ปลาริวกิว ให้สุกก่อนเพื่อดักกลิ่นคาว พริกแห้งผ่าแกะเมล็ดออกให้หมด แช่น้ำให้นิ่ม บีบให้แห้ง โขลกรวมกับหอม กระเทียม กะปิ เกลือป่น เนื้อปลาสุกแล้วแกะเอาแต่เนื้อใส่ครกโขลกอีกครั้งหนึ่งให้เข้ากัน เมื่อโขลกน้ำพริกละเอียดดีแล้วตักใส่ในหม้อ ต้มปลาละลาย อย่าให้น้ำพริกเป็นก้อน ถ้าน้ำน้อยเติมให้พอดี กับผักและปลา ผักบุ้งเด็ดใบแก่ทิ้ง ตัดเป็นท่อนสั้นๆ ล้างน้ำให้สะอาด พอน้ำแกงเดือดใส่ผักบุ้ง (ในข้อ 4) แล้วเติมน้ำปลา น้ำส้มมะขามเปียก ชิมรสดู เดือดอีกครั้งใส่ปลาลงไป มะกรูดล้างสะอาดแล้วผ่า 2 ซีก แคะเมล็ดออก ใส่ลงใน หม้อแกงทั้งซีก ใบมะกรูดฉีกเล็กๆ ใส่ลงไปด้วย พอเดือด ชิมรสดูอีกทีให้มีรสเปรี้ยว เค็ม หวานนิดหน่อย สูตรนี้สามารถทำอาหารรับประทานได้ ๘-๑๐ คน เทคนิคการประกอบ  ใช้เนื้อปลาต้มโขลกลงในส่วนผสมเครื่องน้ำพริกแกง เพราะต้องการให้น้ำแกงข้น  อาจใช้สับปะรดขนาดสุกไม่จัดเกินไป หรือมะละกอดิบ แทนผักบุ้งก็ได้  ใส่ผลมะกรูดและใบมะกรูดเพื่อดับกลิ่นคาวของปลาได้ ลักษณะที่ดีของอาหาร แกงชักส้ม น้ำแกงมีสีแดงของพริกแห้ง ตัดกับสีเขียวของผักบุ้งและปลาซึ่งมีสีขาว เมื่อถูกกับน้ำแกงจะมีสีแดงอ่อน ๆ เพิ่มสีสันของแกงให้น่ารับประทานยิ่งๆ ขึ้น รสชาติ เปรี้ยว เค็ม หวานนิดหน่อย ที่มาจาก viteetam.com

วี วีรภาพ ไม่กั๊กควงแฟน! กินข้าว เชื่อหมอดูต้องแต่งก่อน 40  
ข่าว วี วีรภาพ /  วีรภาพ แฟน / 

หลังมีภาพควงสาวกินข้าว ด้านพระเอกและผู้จัดหนุ่มหล่อ วี วีรภาพ ก็ไม่ได้ตกใจอะไร แถมคราวนี้ยอมรับแบบไม่มีกั๊กว่าเป็นสาวที่กำลังคบหาอยู่ บอก "กล้าทำต้องกล้ารับ" ไม่หวั่นกระแสเจ้าชู้เพราะตนได้ถอดเขี้ยวเล็บออกแล้ว!! เปรยหมอดูทักต้องแต่งก่อนอายุ 40 ปี เอ้าเคาท์ดาวน์รอแสดงความยินดีกันเลยจ่ะ เรื่องงานละครที่หายจากหน้าจอไปนาน บอกทำงานมา 16 ปียังไม่หมดไฟแน่นอน แต่ขอเวลารีดน้ำหนักลงสัก 3 เดือนก่อน สำหรับงานผู้จัดละครเปรยทำ “ลูกตาลลอยแก้ว” เป็นเรื่องที่ 3 แล้ว รับรู้สึกกดดันเพราะเรื่อง “ผักบุ้งกุ้งนาง” ทำไว้ดีเรตติ้งค่อนข้างสูงมาก ส่วนใรเรื่องของอินสตาแกรม หนุ่มวีบอกมีการเปลี่ยนอิสตาแกรมใหม่เพราะเปลี่ยนตัวเครื่องโทรศัพท์ ส่วนอันเก่าไม่ได้ทำเองเลยเลิกเล่นไป เอาเป็นว่าแฟนคลับมูฟไปติดตามกันใหม่ได้เลยจ้าาาาาา วี วีรภาพ วี วีรภาพ วี วีรภาพ วี วีรภาพ

เมนู ผักบุ้งผัดซอสกะปิ ผักกรอบๆ กับข้าวสวยร้อนๆ
กะปิ /  ผักบุ้ง / 

เมนูที่มีวัตถุดิบง่ายๆ เชื่อว่าตลาดแถวบ้านต้องมีกันทุกซอยอย่างแน่นอน แต่หลายๆ คนยังไม่เคยได้ลองกินเมนู ผักบุ้งผัดซอสกะปิ ที่หาทำทานแสนจะง่ายดาย หรือใครเคยกินแล้วติดใจกับผักบุ้งกรอบๆและกะปิหอมๆ ลองมาดูวิธีทำที่ไม่ยากกับเมนู ผักบุ้งผัดซอสกะปิ ที่ทำเองได้ง่ายๆ ให้ครอบครัวของคุณได้ทาน เมนู ผักบุ้งผัดซอสกะปิ ผักกรอบๆ กับข้าวสวยร้อนๆ ผักบุ้งผัดซอสกะปิ ส่วนผสมซอสกะปิ กะปิ 2 ช้อนโต๊ะ กระเทียม 1 1/2 ช้อนโต๊ะ พริกขี้หนูสวน 4-5 เม็ด น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ ซอสปรุงรส 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำซุปหรือน้ำเปล่า 5 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพืช 1 1/2 ช้อนโต๊ะ วิธีทำซอสกะปิ ตำกะปิ กระเทียม และพริกให้แหลก ถ้าใส่ขมิ้นก็เอาลงไปตำด้วย ผัดเครื่องตำกับน้ำมันจนกะปิสุก เปลี่ยนสี เติมน้ำ ผัดจนละลายเข้ากันดี ปรุงรสด้วยน้ำมันหอย น้ำตาล และซอสปรุงรส ส่วนผสมผัดผักบุ้ง ผักบุ้งน้ำ (ผักบุ้งไทย) สอยด้วยมีดให้สวยงาม ส่วนที่ก้านใหญ่ก็สอยตรงกลาง แช่น้ำเย็ฯใส่น้ำแข็ง ซอสกะปิที่ทำเตรียมไว้แล้ว (กะปริมาณให้เหมาะสมกับผักบุ้ง) หมูสับหรือกุ้งสับ 1/2 ถ้วยพูนๆ หอมแดงซอย 3-4 หัว พริกเหลืองหรือพริกแดงหั่นเป็นเส้น วิธีทำผัดผักบุ้ง นำผักบุ้งใส่กระชอนให่สะเด็ดน้ำใส่กะละมัง ใส่น้ำมันลงไปในกระทะไม่ต้องมาก แบ่งซอสกะปิใส่ลงไปผัดใส่ลงไปผัดให้ร้อน ใส่หมูสับหรือกุ้งสับที่เตรียมไว้ลงไปผัดให้สุก มันจะแห้งๆ นะคะ ชิมรสดู ควรจะอร่อยโดยไม่ต้องปรุง เพราะซอสเราอร่อยอยู่แล้ว พอผัดเสร็จ ตักวางบนกะละมังผักบุ้งพร้อมหอมแดงซอยและพริก ใส่น้ำมันลงในกระทะสะอาดไฟแรงๆ รอจนร้อนจัด เทผักโดยให้ของเหลวก้นกะละมังไหลลงไปก่อนแล้วตามด้วยที่เหลือทั้งหมดในทันที (ด้วยเทคนิคการเทแบบนี้จะทำให้ผักกรอบและสีสวย) ผัดแค่พอผักสุกแรกก็ใช้ได้ เวลาผัดของแกว่งตะหลิวกลับผักรวดเร็วเกินไปจนผักเวียนหัว ให้เวลาผักรับความร้อนสักครู่ ชิมรสดูอีกครั้ง หากต้องการรสชาติที่เข้มขึ้นก็เพิ่มซอสกะปิลงไปค่ะ จากหนังสือ Gourmet & Cuisine issue 191 : Jun 2016 อ่านต่อได้ที่ Mbookstore