ผักบุ้ง

หันมาเน้นกิน อาหารพืช ลดเสี่ยงเป็นโรค แถมยังผอม หุ่นดีได้อีกด้วย
ลดความเสี่ยง /  อาหาร / 

Whole foods, plant-based diet คือ การรับประทาน อาหารพืช เป็นหลักในรูปแบบใกล้เคียงธรรมชาติ เป็นหนึ่งในแนวทางการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในรอบปีที่ผ่านมา และยังคงอยู่ในกระแสความนิยมจากผู้คนจำนวนมากต่างจากแนวทางอื่นๆ เนื่องจากมีงานวิจัยที่ชี้ให้เห็นคุณประโยชน์ต่อสุขภาพของผู้รับประทานอาหารในแนวทางนี้ อาทิเช่น ผลงานการศึกษาของ ดร.ดีน ออร์นิช และ ดร.แมคดูกัล ที่ระบุว่าอาหารพืชเป็นหลักในรูปแบบใกล้เคียงธรรมชาตินั้นสามารถป้องกันและจัดการกับโรคเรื้อรังชนิดต่างๆ ได้ นอกจากจะช่วยในการรักษารูปร่างแล้ว งานวิจัยทางการแพทย์ในหลายสาขายังชี้ให้เห็นว่าการรับประทานอาหารพืชเป็นหลักในรูปแบบใกล้เคียงธรรมชาตินี้ ยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน และโรคมะเร็ง ได้อีกด้วย วิทยาลัยสาธารณสุขแห่งฮาร์วาร์ด (Harvard School of Public Health) แนะนำว่าอาหารที่มีผักและผลไม้เป็นส่วนประกอบหลักนั้นจะช่วยลดค่าความดันโลหิตได้ นักวิจัยจากฮาวาร์ดยังพบว่าผู้ที่รับประทานผักและผลไม้มากกว่าคนทั่วไปเป็นระยะเวลากว่า 14 ปีนั้นมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือดน้อยลงอีกด้วย การรับประทาน อาหารพืช เป็นหลักในรูปแบบใกล้เคียงธรรมชาติทุกวัน แตกต่างจากแนวทางในการรับประทานแบบอื่นๆ เพราะสามารถทำได้ง่ายและคุ้มค่า ซึ่งแนวทางนี้จะเน้นการรับประทานอาหารที่เน้นพืชเป็นหลักโดยไม่มีการสกัด ไม่มีการขัดสี ไม่มีการแปรรูปใดๆ และลดการรับประทานเนื้อสัตว์กับอาหารแปรรูปให้น้อยลง อาหารธรรมชาติเหล่านี้จะช่วยนำสารอาหารหลักที่ให้พลังงานทั้งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมันที่ดีเข้าสู่ร่างกาย โดยไม่ได้เน้นแค่สารอาหารเพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็นการผสมผสานของสารอาหารที่หลากหลายที่เหมาะสมกับร่างกายของคนเรามาก นอกจากคุณประโยชน์ที่มากมายแล้ว ยังเริ่มต้นได้ง่ายๆ จากพืชผักผลไม้ใกล้ตัว ที่สามารถหาได้ทั่วไปในประเทศไทย มะพร้าว – ผลไม้ท้องถิ่นมากคุณประโยชน์ นอกจากความชื่นใจดับกระหายแล้ว น้ำมะพร้าวยังประกอบด้วยสารไซโตไคนินเป็นจำนวนมาก ไซโตไคนินเป็นกลุ่มฮอร์โมนที่ช่วยควบคุมการเจริญเติบโต พัฒนาการ และความแก่ของร่างกายมนุษย์ การดื่มน้ำมะพร้าวจึงอาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่มีส่วนช่วยรักษาความหนุ่มสาวไว้ได้ ฟักทองและมะละกอ – ขุมทรัพย์ที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ ผลการศึกษาของสถาบันมะเร็งแห่งชาติในสหรัฐอเมริการะบุว่า ผักผลไม้ที่มีสีเหลืองและส้ม เช่น ฟักทอง มะละกอ และแครอทนั้นอุดมไปด้วยสารเบต้าแคโรทีน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีคุณสมบัติในการป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง แต่คุณรู้หรือไม่ว่า ผักผลไม้เหล่านี้ยังมีคุณประโยชน์อื่นๆ ต่อร่างกายอีกมากมายหลายประการ ฟักทอง จัดว่าเป็นผลไม้ประเภทหนึ่งซึ่งนิยมนำมารับประทานกันทั่วไป โดยใช้เป็นส่วนประกอบในอาหารคาวหวานหลายชนิด เราสามารถเลือกอิ่มกับเมนูง่ายๆ อย่างเช่น ผัดฟักทองรับประทานกับข้าวกล้อง นอกจากฟักทองจะประกอบไปด้วยวิตามินเอและแคโรทีนอยด์ ซึ่งช่วยบำรุงสายตาและทำให้การมองเห็นในที่ที่มีแสงน้อยดีขึ้นแล้ว ฟักทองยังอุดมไปด้วยใยอาหารในปริมาณสูง ทำให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น จึงเหมาะสำหรับคนที่กำลังควบคุมแคลอรี แคโรทีนอยด์ช่วยกำจัดอนุมูลอิสระ ช่วยลดริ้วรอย ทำให้ผิวตึงกระชับ การรับประทานฟักทองและมะละกอจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี นอกจากเนื้อฟักทองแล้ว เมล็ดฟักทองก็มีประโยชน์ต่อสุขภาพและร่างกายด้วยเช่นกัน ในเมล็ดฟักทองอุดมไปด้วยกรดอะมิโนทริปโตเฟนซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการช่วยสร้างเซโรโทนิน ซึ่งเป็นหนึ่งในสารที่ทำให้รู้สึกสดชื่นและมีอารมณ์ดี ลองทานเมล็ดฟักทองเป็นอาหารว่าง รับรองว่าคุณต้องรู้สึกมีความสุขมากขึ้นแน่นอน ผักใบเขียว – อาหารพื้นฐานที่ไม่ควรมองข้าม สำหรับชีวิตในเมืองอันแสนวุ่นวายและเร่งรีบ การหาผักและผลไม้รับประทานในแต่ละมื้ออาจดูเป็นเรื่องยาก แต่อันที่จริงแล้วสารพัดพืชผักผลไม้ที่มีประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นผักบุ้ง ผักโขม หรือผักคะน้านั้น สามารถหาซื้อได้ง่ายตามซุปเปอร์มาร์เก็ต หรือในสลัดบาร์ทั่วไป การปรุงอาหารที่บ้านยังเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดหากคุณต้องการควบคุมปริมาณน้ำมัน เกลือ และน้ำตาลด้วยตนเอง การทำอาหารจากผักสักจานที่บ้านนั้นยังใช้เวลาไม่กี่นาทีเท่านั้น ลองเมนูง่ายๆ อย่างผักบุ้งหรือผักโขมลวกแล้วโรยหน้าด้วยอัลมอนด์บดกับพริกซอย รับประทานพร้อมข้าวกล้องหุงร้อนๆ เพียงเท่านี้คุณก็จะได้สารอาหารที่เต็มเปี่ยม ผักใบเขียว ยังประกอบไปด้วยใยอาหารในปริมาณสูง และช่วยรักษาระบบการย่อยอาหาร เช่น การทำความสะอาด และลดการอักเสบ นอกจากนี้ผักใบเขียวยังช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งและโรคเรื้อรังอื่นๆ ช่วยในการลดน้ำหนักและการรักษาน้ำหนักให้คงที่ ผักสีเขียวเข้ม เช่น พืชในตระกูลผักโขมอุดมไปด้วยธาตุเหล็ก จากผลการศึกษาของกรมวิชาการเกษตรของสหรัฐอเมริกา พบว่าผักโขมที่ปรุงแล้วขนาด 1 ถ้วยตวงมีธาตุเหล็ก 1 มิลลิกรัมซึ่งมากกว่าตับวัวปริมาณ 85 กรัมเสียอีก อย่างไรก็ตาม ยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการรับประทาน อาหารพืช เป็นหลักในรูปแบบใกล้เคียงธรรมชาติแนวทางนี้ ว่าเป็นการทานผักประเภทใบเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งความจริงเรายังจำเป็นต้องเพิ่มพืชผักผลไม้ที่ให้แป้ง เช่น ถั่วเมล็ดแห้ง ข้าวโพด ฟักทอง และข้าวกล้อง ไปในมื้ออาหารด้วย หากทานอาหารในหมวดหมู่นี้ให้ครบทุกชนิด นอกจากจะได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนแล้ว คุณจะสนุก และมีความสุขกับการรับประทานมากขึ้นอีกด้วย

นอนไม่หลับ ผักบุ้ง ช่วยได้นะ กินผักบุ้งแล้วดียังไงอีกบ้าง มาดูเลย!
ต้านมะเร็ง /  นอนไม่หลับ / 

ผักบุ้ง นั้นเป็นผักที่มีประโยชน์มาก นอกจากจะมีประโยชน์ในด้านบำรุงสายตาอย่างที่ทุกคนแล้วนั้น ยังมีประโยชน์อื่นๆ ที่หลายอาจจะยังไม่ทราบ วันนี้จึงได้นำประโยชน์นั้นมานำเสนอ เพื่อให้คนที่ไม่ชอบกินผักบุ้งจะต้องเปลี่ยนใจ เพื่อร่างกายที่แข็งแรง รักษาอาการนอนไม่หลับ ผักบุ้งนั้นอุดมด้วยสารเซเลเนียม และสังกะสีที่มีสรรพคุณช่วยผ่อนคลายประสาท ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น และนอนหลับได้ในที่สุด บำรุงเลือด ธาตุเหล็ก ถือเป็นสารอาหารที่มีความสำคัญต่อระบบโลหิต เพราะฮีโมโกลบินที่อยู่ในเลือดนั้นต้องได้รับธาตุเหล็กอย่างเพียงพอ ฉะนั้นก็อาจจะทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง และการรับประทานผักบุ้งก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะได้รับธาตุเหล็กอย่างเพียงพอ บำรุงตับ ผักบุ้ง ช่วยบำรุงตับได้เพราะผักบุ้งมีสารอาหารมากมายที่ช่วยในการล้างพิษและสารต้านอนุมูลอิสระที่ป้องกันเซลล์ไม่ให้ถูกทำลาย ลดน้ำตาลในเลือด สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน เพราะว่าผักบุ้งสามารถช่วยลดน้ำตาลในเลือดและลดการดูดซึมของกลูโคสของร่างกายได้ ไม่เพียงเท่านั้นสตรีตั้งครรภ์ ผักบุ้งยังเข้าไปเสริมสร้างความต้านทานกลูโคสในร่างกาย และช่วยรักษาโรคเบาหวานได้ แก้ท้องผูก ผักบุ้งสามารถแก้อาการท้องผูกได้ เพราะไฟเบอร์ในผักบุ้งนี้จะเข้าไปช่วยทำให้ระบบการขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น นอกจากนี้ผักบุ้งยังมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ อีกด้วย ช่วยลดน้ำหนัก ผักใบเขียวเป็นอาหารลดน้ำหนักที่ได้ผลดี ผักบุ้งก็เป็นหนึ่งในนั้น ด้วยปริมาณไฟเบอร์ที่สูง และปริมาณแคลอรีที่ต่ำ ทำให้เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วจะทำให้อิ่มง่าย และอิ่มนานขึ้น หมดปัญหาการรับประทานอาหารมากเกินไป หรือหิวบ่อยระหว่างวัน ลดคอเลสเตอรอล ผักบุ้งยังมีส่วนสำคัญในการลดลงของคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ในร่างกายได้ ซึ่งส่งผลดีต่อระบบหลอดเลือดและหัวใจอีกด้วย ป้องกันโรคหัวใจ ผักบุ้งมีวิตามินเอ และวิตามินซี ตลอดสารเบต้า-แคโรทีน มีเป็นสารทีมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ อีกทั้งยังช่วยป้องกันไม่ให้คอเลสเตอรอลรวมตัวกับออกซิเจน ไปเกาะอยู่ตามหลอดเลือด ทำให้เกิดการอุดตันของเส้นเลือด จนเกิดหัวใจวาย หรือโรคหลอดเลือดในที่สุด นอกจากนี้ โฟเลตในผักบุ้งก็ยังช่วยทำให้โฮโมซีสเตอีน กรดอะมิโนที่เป็นต้นเหตุของโรคหัวใจลดลงได้ ลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด ขณะที่แมกนีเซียมในผักบุ้งเองก็ยังลดความดันโลหิตได้ ถือเป็นการป้องกันการเกิดโรคหัวใจได้อีกทางหนึ่ง ต้านมะเร็ง  ผักบุ้งเป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระมากถึง 13 ชนิด จึงทำให้เป็นผักอีกชนิดหนึ่งที่สามารถช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้ โดยเฉพาะโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง มะเร็งช่องท้อง รวมทั้งมะเร็งผิวหนังและมะเร็งเต้านม เพราะสารต้านอนุมูลอิสระจะเข้าไปป้องกันไม่ให้เซลล์ในร่างกายถูกทำลาย ที่มาบทความจาก http://www.thaihealth.or.th/

เมนูเรียกเรตติ้งจากละคร
พิษสวาท /  อาหารโบราณ / 

กระแสละครเรื่องพิษสวาท ที่กำลังมาแรงในช่วงนี้ มากันตอนหัวค่ำเป็นเวลาที่ทุกคนกำลังหิว และหลังจากมีฉากที่คุณอุบล (นุ่น-วรนุช) ทำอาหารอยู่ในครัว ต่างพากันหิวกันทั้งบ้าน และเมนูที่อยู่ในฉากนั้น หลายคนอาจจะไม่เคยได้ยินหรือได้ลิ้มรสมาก่อนนั่นก็คือเมนู แกงชักส้ม เมนูนี้เรียกเรตติ้งกันสุดๆ เขาว่ากันว่ารสชาติจะคล้ายๆ แกงส้มแต่จะเข้มข้นกว่าคือผสมวัตถุดิบของต้มยำลงไปด้วย เผยสูตร "แกงชักส้ม" อาหารโบราณของไทย ส่วนผสม พริกแห้ง 10 เม็ด หัวหอมปอกเปลือก 1 หัว กระเทียมปอกเปลือก 1 หัว เกลือป่น 1 ช้อนชา กะปิ 1 ช้อนชา เครื่องปรุงอื่น ไข่ปลาริวกิว ปลาช่อน 1 ตัว ผักบุ้งจีน 2 กำใหญ่ ส้มมะขามเปียกคั้นน้ำข้น ๆ 1/2 ถ้วยตวง น้ำเปล่า 3 1/2 ถ้วยตวง น้ำตาลปึก 1 ช้อนโต๊ะ มะกรูด 1 ลูก ใบมะกรูด 2-3 ใบ น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ขอดเกล็ดปลาออกให้หมด ตัดหางออกครึ่งหนึ่ง เพื่อต้ม นำไปโขลกน้ำพริกแกง เนื้อปลาที่เหลือหั่นเป็นแว่น ส่วนหัวปลาตัดปากแข็งออก ผ่า 2 ซีก ล้างผึ่งให้สะเด็ดน้ำ ต้ม ไข่ปลาริวกิว ให้สุกก่อนเพื่อดักกลิ่นคาว พริกแห้งผ่าแกะเมล็ดออกให้หมด แช่น้ำให้นิ่ม บีบให้แห้ง โขลกรวมกับหอม กระเทียม กะปิ เกลือป่น เนื้อปลาสุกแล้วแกะเอาแต่เนื้อใส่ครกโขลกอีกครั้งหนึ่งให้เข้ากัน เมื่อโขลกน้ำพริกละเอียดดีแล้วตักใส่ในหม้อ ต้มปลาละลาย อย่าให้น้ำพริกเป็นก้อน ถ้าน้ำน้อยเติมให้พอดี กับผักและปลา ผักบุ้งเด็ดใบแก่ทิ้ง ตัดเป็นท่อนสั้นๆ ล้างน้ำให้สะอาด พอน้ำแกงเดือดใส่ผักบุ้ง (ในข้อ 4) แล้วเติมน้ำปลา น้ำส้มมะขามเปียก ชิมรสดู เดือดอีกครั้งใส่ปลาลงไป มะกรูดล้างสะอาดแล้วผ่า 2 ซีก แคะเมล็ดออก ใส่ลงใน หม้อแกงทั้งซีก ใบมะกรูดฉีกเล็กๆ ใส่ลงไปด้วย พอเดือด ชิมรสดูอีกทีให้มีรสเปรี้ยว เค็ม หวานนิดหน่อย สูตรนี้สามารถทำอาหารรับประทานได้ ๘-๑๐ คน เทคนิคการประกอบ  ใช้เนื้อปลาต้มโขลกลงในส่วนผสมเครื่องน้ำพริกแกง เพราะต้องการให้น้ำแกงข้น  อาจใช้สับปะรดขนาดสุกไม่จัดเกินไป หรือมะละกอดิบ แทนผักบุ้งก็ได้  ใส่ผลมะกรูดและใบมะกรูดเพื่อดับกลิ่นคาวของปลาได้ ลักษณะที่ดีของอาหาร แกงชักส้ม น้ำแกงมีสีแดงของพริกแห้ง ตัดกับสีเขียวของผักบุ้งและปลาซึ่งมีสีขาว เมื่อถูกกับน้ำแกงจะมีสีแดงอ่อน ๆ เพิ่มสีสันของแกงให้น่ารับประทานยิ่งๆ ขึ้น รสชาติ เปรี้ยว เค็ม หวานนิดหน่อย ที่มาจาก viteetam.com

สูตรอ่อยผู้!! วิธีทำ ผักบุ้งไฟแดง ให้ได้ใจจุงกิ
จุงกิ /  ผักบุ้งไฟแดง

ผัดบุ้งไฟแดงก็คือผักบุ้งไฟแดง แต่มาแรงเพราะจุงกิช๊อบชอบ สาวไทยอย่างเราก็ไม่นิ่งเฉย ในเมื่อมาบ้านเราก็อยากทำอาหารต้อนรับซ่ะหน่อย (ถึงแม้ไม่ได้กินฝืมือเราก็ตามขอมโนไว้ก่อน อิอิ) แต่ถึงอย่างไร การทำอาหารอร่อยก็มัดใจผู้ชายได้นะคะ สูตรอ่อยผู้!! วิธีทำ ผักบุ้งไฟแดง ให้ได้ใจจุงกิ ส่วนผสม ผักบุ้งจีน หรือ ผักบุ้งไทย ตามชอบค่ะ หมูกรอบหรือหมูสับ (ไม่ใส่ก็ได้ค่ะ) พริกชีฟ้าแดง กระเทียม เต้าเจี้ยว ซีอิ๊วขาว ซอสน้ำมันหอย น้ำตาลทรายเล็กน้อย น้ำมันพืช เล็กน้อย วิธีทำ นำผักบุ้งไปล้างแล้วหันเป็นท่อนๆ พอดีคำ เตรียมส่วนผสมทุกอย่างอยู่ในชามผสม เพื่อไม่ให้เสียเวลาในการผัดในกระทะอาจจะทำให้ผักบุ้งไหม้ได้ เตรียมใส่ลงไปทีเดียวกันเลย ใส่น้ำมันลงในกระทะเล็กน้อย เปิดไฟแรงสุด ไฟผักบุ้งและส่วนผสมที่เตรียมไว้ในชามผสม เทลงไปพร้อมๆ กัน ผัดด้วยความเร็วจนผักบุ้งสลด อย่าผัดนานเกินไปผักบุ้งจะสุกเกินทำให้เหนียวไม่อร่อย รีบตักใส่จานเสิร์ฟได้เลยค่ะ ที่มาจาก thaicuisinearoi.blogspot

วี วีรภาพ ไม่กั๊กควงแฟน! กินข้าว เชื่อหมอดูต้องแต่งก่อน 40  
ข่าว วี วีรภาพ /  วีรภาพ แฟน / 

หลังมีภาพควงสาวกินข้าว ด้านพระเอกและผู้จัดหนุ่มหล่อ วี วีรภาพ ก็ไม่ได้ตกใจอะไร แถมคราวนี้ยอมรับแบบไม่มีกั๊กว่าเป็นสาวที่กำลังคบหาอยู่ บอก "กล้าทำต้องกล้ารับ" ไม่หวั่นกระแสเจ้าชู้เพราะตนได้ถอดเขี้ยวเล็บออกแล้ว!! เปรยหมอดูทักต้องแต่งก่อนอายุ 40 ปี เอ้าเคาท์ดาวน์รอแสดงความยินดีกันเลยจ่ะ เรื่องงานละครที่หายจากหน้าจอไปนาน บอกทำงานมา 16 ปียังไม่หมดไฟแน่นอน แต่ขอเวลารีดน้ำหนักลงสัก 3 เดือนก่อน สำหรับงานผู้จัดละครเปรยทำ “ลูกตาลลอยแก้ว” เป็นเรื่องที่ 3 แล้ว รับรู้สึกกดดันเพราะเรื่อง “ผักบุ้งกุ้งนาง” ทำไว้ดีเรตติ้งค่อนข้างสูงมาก ส่วนใรเรื่องของอินสตาแกรม หนุ่มวีบอกมีการเปลี่ยนอิสตาแกรมใหม่เพราะเปลี่ยนตัวเครื่องโทรศัพท์ ส่วนอันเก่าไม่ได้ทำเองเลยเลิกเล่นไป เอาเป็นว่าแฟนคลับมูฟไปติดตามกันใหม่ได้เลยจ้าาาาาา วี วีรภาพ วี วีรภาพ วี วีรภาพ วี วีรภาพ

บ๊ายบาย กัปตันยู แล้วมาฟินกันต่อกับ 3 ทหารไทย ติ๊ก-แอนดริว-อั้ม งานดีมว๊าก
ข่าว อั้ม อธิชาติ /  ข่าว แอนดริว เกร็กสัน / 

สามีแห่งชาติ!! กัปตันยู จากซีรี่ส์สุดฮอตของเกาหลี Descendants of the Sun ที่รับบทโดย ซงจุงกิ บินกลับบ้านไปแล้ววววว เหลือไว้แต่เมนูผัดผักบุ้งไฟแดงให้สาวไทยได้ลองฝึกทำกัน แต่ก็ใช่ว่าจะหมดวาระของเมียทหารซะทีเดียว เพราะจุดนี้สาวแท้สาวเทียมบ้านเรากำลังกรี๊ดกร๊าดกันต่อกับซีรี่ส์ทหารสามเหล่าทัพ “เจ้าเวหา” ที่กำลังออนแอร์อยู่ขณะนี้ กับตอน “ฝั่งน้ำจรดฝั่งฟ้า” ชีวิตของนายทหารหน่วยซีลแห่งกองทัพเรือ ที่นำแสดงโดยพระเอก อั้ม อธิชาติ ประกบนางเอก นุ่น วรนุช เรื่องราวของนาวาโทนาวิน สิทธิรัตน์(อั้ม อธิชาติ) ผู้บังคับหน่วยซีล นาวิกโยธินแห่งกองทัพเรือ อุทิศชีวิตให้แก่หน้าที่ เพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทยจากแก๊งค้ายาเสพติด... นอกจากนี้ยังมีละครอีก 2 ตอน อาทิ “พิชิตแดนใจ” นำแสดงโดย แอนดริว เกร็กสัน และ “ผู้ครองฟ้า” นำแสดงโดย ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ซึ่งนอกจากจะเป็นละครน้ำดีที่แหวกแนวไปจากละครบ้านเราแล้ว เรียกได้ว่าเป็นการรวมตัวกันของพระเอกระดับแถวหน้าถึง 3 ท่านด้วยกัน ที่สำคัญความ หล่อ ตี๋ ล่ำ มีครบค่ะคู้นนนนนน ยิ่งมาอยู่ในเครื่องแบบด้วยแล้ว พูดเลยงานดีไม่แพ้ของนอกนะเออ สำหรับใครที่อยากเป็น “เมียทหาร” วันนี้เรามีมาให้เลือก(มโน) กันกรุบกริบ ว่าแล้วก็จัดไปจ้าาาาาา ซีรี่ส์ เจ้าเวหา ซีรี่ส์ เจ้าเวหา ซีรี่ส์ เจ้าเวหา ซีรี่ส์ เจ้าเวหา ซีรี่ส์ เจ้าเวหา ซีรี่ส์ เจ้าเวหา ซีรี่ส์ เจ้าเวหา ซีรี่ส์ เจ้าเวหา ขอขอบคุณ ภาพจาก TRUE4U

ละครบ่วงอธิฏฐาน  , เรื่องย่อบ่วงอธิฏฐาน
ละครบ่วงอธิฏฐาน /  เรื่องย่อละครละครบ่วงอธิฏฐาน / 

บ่วงอธิฏฐาน บทประพันธ์โดย : กษิณา บทโทรทัศน์โดย : ยิ่งยศ ปัญญาออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางช่อง 3 เรื่องย่อ ละครบ่วงอธิฏฐาน อธิน(กบ-ทรงสิทธิ์) นักโบราณคดีมือหนึ่งของกรมศิลปากร ต้องตื่นเต้นเมื่อเขาได้ค้นพบ ศิลาจารึกของเมืองจันทปุระ มหานครที่หายสาบสูญไปนับพันปี ทิ้งไว้แต่ตำนานแห่งบึงแดง อธิน ตั้งใจจะเก็บศิลาจารึกนี้ไว้ศึกษา เพราะมันคือการค้นพบครั้งยิ่งใหญ่ของวงการประวัติศาสตร์เลยทีเดียว...แต่แล้วความตั้งใจของเขาก็ต้องพังทลายลง เมื่อศิลาจารึกหายไป... อธินคิดว่าเป็นฝีมือของ กสินทร์(อั๋น-โอลิเวอร์) นักธุรกิจโรงแรมระดับพันล้านที่ขึ้นชื่อว่าเป็นนักสะสมของโบราณ ทั้งที่ได้มาด้วยวิธีถูกกฎหมาย และผิดกฎหมาย แต่ไม่ว่าอย่างไร อธินก็คิดว่ากสินทร์ไม่มีสิทธิ์ที่จะสะสมสมบัติของแผ่นดินไม่ว่าชิ้นไหนก็ตาม แต่เขาก็ไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะเอาผิด อธินจึงได้แต่แอบสืบหาศิลาจารึกโบราณนี้อย่างเงียบ ๆ ละครบ่วงอธิฏฐาน โยสิตา (แพทริเซีย) ลูกสาวเพียงคนเดียวของอธิน อยากจะช่วยพ่อสืบหา จึงเอาเรื่องศิลาจารึกที่หายไป มาเล่าให้ ปารมี หรือ ผักบุ้ง (อาย-กมลเนตร) เพื่อนสนิทของเธอฟัง ปารมี บอกว่าจะต้องสืบหาจากคนวงในที่เป็นพวกสะสมของโบราณ และหนึ่งในนั้นก็คือ กสินทร์ เจ้าของโรงแรมที่เธอทำงานอยู่ โยสิตาเริ่มมีความหวังที่จะได้เบาะแสจากปารมีขึ้นมาทันที แต่แล้ว โยสิตากลับได้พบกับ กฤตธร(หมาก-ปริญ) ลูกชายคนโตของกสินทร์ อย่างบังเอิญ เมื่อเธอดันไปช่วยเก็บกระเป๋า เอกสารสำคัญที่กฤตธรลืมเอาไว้บนหลังคารถ และเพียงแค่เจอกันครั้งแรก กฤตธรก็รู้สึกคุ้นเคยกับโยสิตาอย่างแปลกประหลาด กฤตธรขอบคุณและพยายามจะตอบแทนน้ำใจของเธอ และอยากจะรู้จักกับเธอให้มากขึ้น แต่โยสิตาก็ไม่ใส่ใจ จนกฤตธรรู้ว่า โยสิตาเป็นเพื่อนสนิทของ ปารมี พนักงานโรงแรมของเขานั่นเอง ละครบ่วงอธิฏฐานช่อง3 กสินทร์มีความคิดจะทำพิพิธภัณฑ์ของสะสมโบราณที่บ้าน ซึ่งได้อาจารย์เกรียง (เก่ง-ชาติชาย) ผู้มีความเชี่ยวชาญเข้ามา ช่วยจัดหมวดหมู่ให้ ขาดก็แต่คนที่จะเข้ามาถ่ายภาพ กฤตธรจึงคิดจะจ้างโยสิตา ที่มีอาชีพเป็นช่างภาพฟรีแลนซ์ให้มาทำงานนี้ ซึ่งโยสิตาแทบจะไม่เสียเวลาคิด ยอมรับงานนี้อย่างง่ายดาย เพราะนอกจากจะได้เงินแล้ว งานนี้ยังจะทำให้เธอเข้าไปสืบเบาะแสของศิลาจารึกที่หายไปได้ง่ายขึ้นโยสิตาไม่รู้เลยว่าการที่เธอได้พบเจอกับกฤตธรครั้งนี้ จะทำให้ดวงวิญญาณของ บุษกร (หยาด-หยาดทิพย์) ที่สิงอยู่ในศิลาจารึกโกรธเกรี้ยวเป็นอย่างมาก แถมยังอาฆาตแค้นโยสิตา ที่แม้เวลาจะผ่านเลยไปนานนับพันปี จวบจนเธอได้พบกับ กฤตธรอีกครั้ง โยสิตาก็ยังกลับมาเป็นหนามยอกอกพบกับกฤตธรอีกครั้ง โยสิตาไม่รู้เลยว่าวิญญาณของบุษกร ได้ตามมาถึงภพปัจจุบัน ด้วยคำอธิฎฐานสาปแช่งว่าจะขอตามติดมาทวงทุกสิ่งที่ควรจะเป็นของหล่อน และสะสางความแค้นโยสิตา ที่ทำให้เธอต้องสูญเสียทุกอย่างในอดีตไป โยสิตาเข้ามาใกล้ชิดกับกฤตธร ด้วยต้องมาทำงานจึงทำให้ได้ใกล้ชิดกัน และโยสิตาก็เริ่มเจอกับเหตุการณ์ แปลก ๆ ที่บุษกรเป็นผู้สร้างขึ้นทั้งสิ้น แม้จะสงสัย แต่โยสิตาก็ยังไม่มีคำตอบ นอกจากความฝันซ้ำ ๆ ถึงเรื่อง ราวในอดีต ที่นำเธอไปสู่มหานครจันทรปุระอันเจริญรุ่งเรือง และในความฝันเธอได้เห็นภาพตัวเองนามว่า เกศอาภา ซึ่งเป็นบุตรสาวของแม่ทัพปุณณะ ซึ่งก็คืออธิน พ่อของเธอในยุคปัจจุบัน ความฝันในทุกค่ำคืนของเธอ ทำให้เธอได้พบเรื่องราวที่ทำให้ชีวิตของเกศอาภาต้องเปลี่ยนไป เมื่อเธอเป็นผู้เก็บโคมเสี่ยงทายคู่ ของเจ้าชายอริยะไว้ได้ แทนที่จะเป็นคู่หมายอย่าง บุษกร ละครบ่วงอธิฏฐาน แม้บุษกรจะแย่งโคมที่เกศอาภาเก็บได้มาไว้ในครอบครอง และพยายามปกปิดความจริงด้วยการบอกกับ องค์สูริยะ (อั๋น-โอลิเวอร์) ผู้ปกครองแห่งจันทรปุระ และทุกคนว่าเธอเป็นผู้ที่เก็บโคมได้ และกำลังจะได้แต่งงานกับเจ้าชายอริยะ ตามความคาดหมายของทุกคน ที่เชื่อในโองการของเทวะ ตามที่มหาพราหมณ์กัมพู (เก่ง-ชาติชาย) บิดาของบุษกร ผู้รับสาส์นจากองค์เทวะ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ทุกคนในจันทรปุระนับถือได้บอกไว้ แต่แล้วเจ้าชายอริยะที่ปลอมตัวเป็นสามัญชนได้ไปเจอกับเกศอาภาโดยบังเอิญ ทั้งคู่ทำความรู้จักกันใน นามของเจ้าโจรป่า และเจ้าลิงป่า ต่างพูดคุยปรับทุกข์ แถมอริยะยังสอนวิชาการต่อสู้ ที่เกศอาภาชอบแอบพ่อมา ฝึกเองอยู่บ่อย ๆ เพราะมีจิตใจหาญกล้าอยากจะมีวิชาไว้ปกป้องบ้านเมืองในอนาคต ทุกความคิดและนิสัยของ เกศอาภาช่างถูกใจเจ้าชายอริยะนัก จนเกศอาภาได้กล่าวถึงความไม่ยุติธรรมของผู้มีอำนาจ ตอนที่เธอถูกแย่งโคม ไป ทำให้เจ้าชายอริยะได้ทราบความจริงว่า เกศอาภาคือผู้ที่เก็บโคมเสี่ยงทายของตนได้ และเป็นคนที่จะต้องแต่งงานด้วยอย่างแท้จริง เจ้าชายอริยะนำความจริงนี้บอกแก่องค์สูริยะ และทุกคน ทำให้คนที่ได้เข้าพิธีอภิเษก เป็นพระอัครชายา ของเจ้าชาย คือเกศอาภา ลูกสาวของแม่ทัพปุณณะ แทนที่จะเป็นบุษกรลูกสาวของท่านมหาพราหมณ์กัมพู อย่างที่ทุกคนคิด บุษกรแค้นใจจนแทบกระอักที่ถูกเกศอาภาแย่งทุกอย่างไปจากเธอโดยไม่รู้ว่าแท้จริงแล้ว เกศอาภาไม่เคยต้องการที่จะแต่งงานกับเจ้าชายอริยะเลย เพราะเธอนั้นได้มีใจรักให้กับชายผู้ที่เธอเจอโดยบังเอิญ และเรียกว่าเจ้าโจรป่าคนนั้น แต่ความจริงก็มาปรากฎในวันอภิเษกที่เธอไม่สามารถขัดขวางใด ๆ ได้ และเธอก็ได้รู้ความจริงว่าเจ้าชายอริยะที่กำลังจะเข้าพิธีอภิเษกด้วยนั้น แท้จริงแล้วเป็นคน ๆ เดียวกับที่เธอเรียกว่าเจ้าโจรป่านั่นเอง เกศอาภา ทั้งโกรธ สับสน ตกใจ ที่ถูกหลอกมาโดยตลอด แต่เจ้าชายอริยะก็ได้ใช้ความรักงอนง้อจนเกศอาภาเข้าใจ ละครบ่วงอธิฏฐาน บุษกรเจ็บแค้นแสนสาหัส ยิ่งเห็นว่าเจ้าชายอริยะ ผู้ที่ควรจะเป็นของเธอ มีความสุขดีกับเกศอาภา ผู้เป็น พระอัครชายา ตำแหน่งที่ควรจะเป็นของเธอ หากไม่มีนังผู้หญิงที่ชื่อเกศอาภาเข้ามาแทรก บุษกรแสร้งแสดงละครว่าเสียใจและอยากจะฆ่าตัวตายหากไม่ได้สมหวังกับเจ้าชายอริยะที่เป็นคู่หมายกันมาแต่เด็กจนโต องค์สูริยะจึงคิด แก้ปัญหาให้เจ้าชายอริยะแต่งงานและรับบุษกรเป็นพระชายาอีกคนหนึ่ง แม้เจ้าชายอริยะจะไม่เต็มใจ แต่ก็ไม่สามารถขัดได้ จึงจำต้องแต่งงานตามคำสั่ง บุษกรพยายามใช้มารยา เล่ห์เหลี่ยม จนถึงขั้นทำเสน่ห์ เพื่อแย่งเจ้าชายอริยะมาไว้กับตน แต่เมื่อความจริงเปิดเผยเธอจึงถูกลงโทษประหาร แต่เพราะท่านมหาพราหมณ์กัมพู และคำขอ ของทุกคน บุษกรจึงได้ละเว้นโทษตาย แต่ถูกถอดจากตำแหน่งพระชายา บุษกรคับแค้นใจอย่างหนักทำเป็นสำนึกผิด และถือบวชเป็นพราหมณีรับใช้องค์เทวะตลอดชีวิต จนทุกคนตายใจ และไว้วางใจให้พราหมณีบุษกรเข้ามาทำหน้าที่รับสาสน์แทน มหาพราหมณ์กัมพู ผู้เป็นบิดาที่ป่วยอย่างไม่ทราบสาเหตุ บุษกรคิดแผนการร้าย เมื่อไม่ได้ครอบครองหัวใจของชายที่เธอรัก เธอก็จะชิงบัลลังก์ของ จันทรปุระไว้ในมือของตนเอง แม้จะต้องแลกกับชีวิตของคนมากมายก็ตาม แต่ยังไม่ทันสำเร็จก็มีเหตุให้เมืองอันเจริญรุ่งเรืองอย่างจันทรปุระล่มสลาย และหายไปจนเหลือแต่ตำนาน พร้อมกับคำสาปแช่งของดวงจิตอันมีแต่ความเกลียดชังของบุษกร ว่าจะขอตามติดไปสะสางบัญชีแค้นกับเกศอาภาทุกชาติไป และจะเฝ้ารอคอยการพบกัน อีกครั้งของเธอกับเจ้าชายอริยะไม่ว่าจะนานเท่าใด ละครบ่วงอธิฏฐาน โยสิตาที่ตื่นขึ้นมาด้วยความประหวั่นพรั่นพรึง ถึงความอาฆาตแค้นที่บุษกรมีต่อตน รวมถึงความรัก ความผูกพันระหว่างตนเอง และกฤตธรที่มีจากชาติภพก่อนจนถึงปัจจุบัน กฤตธรก็ยังคงตามมีใจรักต่อเธอมั่นคง แม้จะมีเมธาวี (แคท-ตฤณญา) คู่หมั้นของกวินทร์ (มาร์ค-คณัสนันท์) น้องชาย ที่มีใจให้กับกฤตธร จนถูกอำนาจของวิญญาณร้ายอย่างบุษกรเข้าครอบงำ และใช้มันมาทำร้ายเธอ และทุกชีวิตที่อยู่รอบกายของเธอก็ล้วนแต่มีเหตุเกี่ยวพันจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ทั้งสิ้น ทุกชีวิตที่กำลังตกอยู่ในอันตราย ด้วยแรงอาฆาตแห่งคำอธิฏฐานสาปแช่งของบุษกร คำอธิฏฐานซึ่งเป็น บ่วงพันธนาการที่ทุกคนไม่มีวันหนีพ้น ติดตามชมละคร บ่วงอธิฏฐาน ได้ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละคร บ่วงอธิฏฐาน เริ่มตอนแรกวันอังคารที่ 16 สิงหาคม 2559 นักแสดงนำ ละคร บ่วงอธิฏฐาน ปริญ สุภารัตน์ รับบท กฤตธร, เจ้าชายอริยะธัญชนก กู๊ด รับบท โยสิตา, เกศอาภากมลเนตร เรืองศรี รับบท ปารมี, ผักบุ้งคณัสนันท์ นักตะเฆ่ รับบท กวินทร์, คีรินหยาดทิพย์ ราชปาล รับบท บุษกรโอลิเวอร์ พูพาร์ท รับบท กสินทร์, พระเจ้าสูริยะทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี รับบท อธิน, แม่ทัพปุณณะชาติชาย งามสรรพ์ รับบท อ.เกรียง, มหาพราหมณ์กัมพูตฤณญา มอร์สัน รับบท เมธาวีธนาเชษฐ์ มีสม รับบท รวย, สามทหารเสือนิรุติ สาวสุดชาติ รับบท รุจน์, สามทหารเสือชัชวาล เพชรวิศิษฐ์ รับบท เก่ง, สามทหารเสือสิทธิพร นิยม รับบท หมอผี ละครบ่วงอธิฏฐาน ละครบ่วงอธิฏฐาน ละครบ่วงอธิฏฐาน ละครบ่วงอธิฏฐาน ละครบ่วงอธิฏฐาน

ภาพบรรยากาศแฟนมีตติ้ง ซงจุงกิ เต็มอิ่ม เสิร์ฟความฟิน-ดีต่อใจ!
411 Entertainment /  Descendants of the Sun / 

2016 SONG JOONG KI ASIA TOUR FAN MEETING IN BANGKOK แฟนมีตติ้ง ซงจุงกิ ที่ดีต่อใจภรรยาบิ๊กบอสทุกเหล่าทัพ! 'เป็นติ่งเกาหลี...ไม่มีแฟน' แต่โชคดีมี โฟร์วันวันฯ จัดเต็มให้ได้ฟิน! การจัดงานหนึ่งงานให้ออกมาถูกอกถูกใจใครๆ แบบเอกฉันท์ถึงขั้นเป็นวาระแห่งชาติได้นั้นไม่ใช่ง่าย! องค์ประกอบสำคัญนอกจากพระเอกของงานจะต้องโดนใจอย่างจัง-ปังอย่างที่สุดแล้ว! รายละเอียดอื่นๆ คือต้องถึงพร้อมทุกด้าน งานนี้พูดเลยว่าจังหวะเวลามันใช่ อะไรๆ ก็ช่างประจวบเหมาะลงตัว... เมื่อ บริษัท โฟร์ วัน วัน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ของบิ๊กบอสคนเก่ง กึ้ง เฉลิมชัย มหากิจศิริ คว้าลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการจากต้นสังกัดเกาหลี บลอสซัม เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ (Blossom Entertainment) ในการพา ซงจุงกิ (SONG JOONG KI) พระเอกหนุ่มสุดฮอตอันดับหนึ่งที่ทุกคนรอคอย ลัดฟ้ามาจัดกิจกรรมแฟนมีตติ้งในประเทศไทยอีกครั้งกับงาน ซงจุงกิ เอเชีย ทัวร์ แฟน มีตติ้ง อิน แบงคอก (2016 SONG JOONG KI ASIA TOUR FAN MEETING IN BANGKOK) เมื่อ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยมีเหล่าผู้สนับสนุนความฟินให้เต็มเปี่ยมขั้นสุดได้แก่ น้ำแร่ธรรมชาติ มิเนเร่ (Minéré), กาแฟ ฮอลลี่ส์ คอฟฟี่ (Hollys Coffee), สาหร่ายปรุงสำเร็จ เถ้าแก่น้อย (Taokaenoi), คิวชู จังกะระ ราเมน (Kyushu Jangara Thailand), ไฮท์เบียร์ (Hite Beer) เบียร์นำเข้าจากประเทศเกาหลี และ เครื่องสำอาง คาร์มาร์ท (Karmart) งานนี้เปิดเวทีและอยู่ยาวกับพิธีกรสาวมุกดีฝีมือเข้ม โอปอล์-ปาณิสรา (พิมพ์ปรุ) อารยะสกุล ซึ่งผู้ชมทั้งฮอลล์ขอปรบมือรัวๆ ให้เลยว่าเอาอยู่ตลอดงาน ทำหน้าที่ได้ครบรสพอเหมาะพอดีจริงๆ เช่นเดียวกับล่าม จียอน ลี (Jiyeon Lee) ผู้เป็นตัวกลางเชื่อมโยงการสื่อสารทั้งหมดให้ทะลุปรุโปร่งด้วยดี... โดยในทันทีที่ ซงจุงกิ (SONG JOONG KI) เปิดตัวจากกลางเวทีด้วยรอยยิ้มสดใสแผ่ออร่าความหล่อเจิดจ้าปกคลุมไปถึงที่นั่งแถวสุดท้ายของธันเดอร์โดม เมืองทองธานี พระเอกของงานเผยความรู้สึกที่ได้กลับมาพบกับแฟนๆ ที่เมืองไทยว่า “ผมได้มาเมืองไทยครั้งล่าสุดคือเมื่อปี 2012 ก่อนที่ผมจะเข้ากรมฯ ก็น่าจะประมาณช่วง 4 ปีที่แล้ว ดังนั้นก่อนที่ผมจะมาเมืองไทยในครั้งนี้ผมค่อนข้างจะเครียดแล้วก็เหนื่อยครับ แต่พอได้มาเจอแฟนๆ ที่เมืองไทยแล้วความเครียดและความเหนื่อยก็หายไปหมดเลยครับ” จากนั้นเข้าสู่ช่วงสัมภาษณ์แบบล้วงลึกเรื่องลับจากหนุ่มหน้าใสผู้ไม่เชี่ยวชาญการใช้ชีวิตในยุค SNS ครองเมือง (SNS : Social Network Service) ด้วยการเนรมิตคอมพิวเตอร์ที่มีเพียงเครื่องเดียวในโลกเพราะบรรจุเรื่องราวต่างๆ ของซงจุงกิไว้เต็มหน่วยความจำ แฟนมีตติ้งครั้งนี้ จึงถูกร้อยเรียงเข้าไว้ด้วยช่วงต่างๆ เป็นชื่อ Folder เริ่มจาก YES or NO, MEMORY, WISH LISH, BIG BOSS, ROMANCE, SECRET และ โฟลเดอร์ว่างเปล่าที่ยังไม่ได้ตั้งชื่อ แต่ละโฟลเดอร์เปิดโอกาสให้แฟนๆ ได้ร่วมสนุกกับหลากหลายกิจกรรมเรียกเสียงกรี๊ดและรอยยิ้มตลอดระยะเวลาสองชั่วโมงครึ่ง วีทีอาร์ในแต่ละช่วงนั้นก็ช่วยเพิ่มสีสันให้งานแฟนมีตติ้งน่าประทับใจขึ้นไปอีก อย่างเช่นการให้แฟนๆ ได้ส่งคลิปเข้ามาบอกว่า 'อยากขอพรอะไรจากซงจุงกิ' โดยมีผู้โชคดี 5 คนซึ่งฝันเป็นจริงได้รับเลือกให้สมปรารถนากับพรที่ขอไว้!! งานนี้จุงกิจัดให้นอกสคริปต์ด้วยการเชิญแฟนๆ ขึ้นมาหาเขาบนเวทีเพื่อปฏิบัติภารกิจร่วมกับเขาอย่างใกล้ชิด สำคัญคือทั้งห้าผู้โชคดีล้วนได้จับมือนุ่มๆ รับกอดอุ่นๆ จากพ่อยอดชายนายจุงกิ โดยคำขอที่กระแทกใจแฟนคลับทั่วราชอาณาจักรคือขอให้จุงกิพูดว่า “เป็นติ่งเกาหลี....ไม่มีแฟนสินะ” เรียกเสียงฮาแต่ฟินหนักมาก! อีกหนึ่งวีทีอาร์ถูกส่งข้ามฟ้ามาจากพลพรรคเพื่อนพ้องน้องพี่คนสนิทของจุงกิ เช่น คิมจงกุก (Kim Jong Kook), พัคโบกอม (Park Bo Gum), อีกวางซู (Lee Kwang Soo), อิมจูฮวาน (Im Joo Hwan) ชาแทฮยอน (Cha Tae Hyun) ฯลฯ บอกเล่าเรื่องราวของจุงกิในมุมมองของพวกเขาพร้อมอวยพรให้เอเชียทัวร์แฟนมีตติ้งครั้งนี้ดำเนินไปด้วยดี จากนั้นดนตรีเพลง Like a Child ก็บรรเลงขึ้นพร้อมการปรากฏตัวของ ซงจุงกิ สุดเซอร์ไพรส์จากด้านท้ายของฮอลล์ บริเวณประตู 3 เจ้าตัวเดินทักทายแฟนๆ อย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นช่วงเวลาและบรรยากาศที่เขาเองโปรดปรานมาก “ที่ผมเลือกเพลงนี้มาร้องให้ทุกคนได้ฟังกันในวันนี้ก็เพราะผมชอบเพลงนี้มาตั้งแต่เด็กๆ แล้วเนื้อเพลงก็สื่อถึงความรู้สึกต่อแฟนคลับด้วยครับ” เมื่อถึงเวลาของโฟลเดอร์สุดท้ายซึ่งยังไม่มีการตั้งชื่อใดๆ และหนุ่มหน้าใสซงจุงกิบอกที่มาที่ไปว่า “โฟลเดอร์นี้ยังไม่มีชื่อครับ... หลังจากนี้ก็ไม่รู้ว่าผมจะได้กลับมาประเทศไทยอีกเมื่อไหร่ แต่ใจผมคืออยากกลับมาในเร็วๆ นี้ และหวังว่าแฟนๆ จะช่วยตั้งชื่อโฟลเดอร์นี้ให้ผมเมื่อเราได้พบกันในครั้งหน้าได้มั้ยครับ ทุกคนจะมาหาผมอีกใช่มั้ยครับ เราสัญญากันนะครับ” ว่าแล้วเขาก็ขอถ่ายภาพกับแฟนๆ เป็นที่ระลึกเพื่อเก็บรักษาไว้ในโฟลเดอร์สุดท้ายนี้ และมอบเพลง ALWAYS แทนความรู้สึกและคำสัญญาว่าจะเดินร่วมทางกับแฟนๆ จากนี้จนถึงตลอดไป “ผมไม่ได้มาเมืองไทย 4 ปีแล้วนะครับ ผมดีใจและมีความทรงจำที่ดีมากครับ สำหรับทั้งครั้งนี้และในงานแฟนมีตติ้งครั้งที่แล้ว ขอบคุณที่ต้อนรับผมอย่างอบอุ่นเสมอ ตอนอยู่ในกรมทหารผมก็อยากมาเจอแฟนๆ ที่ประเทศไทยและในวันนี้ฝันของผมก็เป็นจริงแล้ว ผมขอให้แฟนๆ มีความสุขมากๆ จนกว่าเราจะได้พบกันอีกครั้ง....ขอบคุณครับ” หากวันไหนที่คิดถึงหนุ่มหน้าใสพระเอกผู้ใจดีและเอาใจใส่ต่อแฟนคลับของเขาอย่างเสมอต้นเสมอปลายคนนี้ เชิญเข้าไปย้อนคิดถึงความทรงจำดีๆ กันที่ #ผักบุ้งไฟแดง แฮชแท็กเด็ดที่ ซงจุงกิ ครีเอทขึ้นด้วยตนเองในงานแถลงข่าวเพื่อแฟนๆ ชาวไทยโดยเฉพาะ การนำพา ซงจุงกิ กลับมาพบกับแฟนๆ ชาวไทยโดย โฟร์ วัน วัน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ในงาน ซงจุงกิ เอเชีย ทัวร์ แฟน มีตติ้ง อิน แบงคอก (2016 SONG JOONG KI ASIA TOUR FAN MEETING IN BANGKOK) ครั้งนี้คือดีต่อใจภรรยาบิ๊กบอสทุกเหล่าทัพจริงๆ ** ผลงานครั้งต่อไปที่ บิ๊กบอสกึ้ง และทีมงานคุณภาพแห่ง บริษัท โฟร์ วัน วัน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด จะสร้างสรรค์และนำพาความสุขมาสู่หมู่มวลแฟนคลับเกาหลีชาวไทยจะเป็นงานอะไรนั้น.. ติดตามข่าวคราวกันได้ทางเว็บไซต์หลัก www.411ent.com ออฟฟิศเชียลแฟนเพจ www.facebook.com/fouroneoneent ทวิตเตอร์ @411ent รวมทั้งอินสตาแกรมของซีอีโอกึ้ง IG @kueng_chalermchai http://instagram.com/kueng_chalermchai มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

กินอย่างไร ช่วยคุม โรคเบาหวาน ให้อยู่หมัด
คุมน้ำตาล /  คุมอาหาร / 

อาหาร มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการรักษา โรคเบาหวาน ซึ่งคนเป็นเบาหวานมักจะละเลยในเรื่องของอาหารการกิน โดยอาจคิดว่าเมื่อได้กินยาแล้ว คงหายเหมือนกับโรคทั่วไป ซึ่งเป็นความเข้าใจผิด เนื่องจากโรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรังที่ไม่หายขาด ซึ่งการใช้ยารักษาเพียงอย่างเดียว จะไม่สามารถควบคุมเบาหวานได้ ดังนั้น การควบคุมอาหารและรู้จักเลือกกินอาหารที่เหมาะสม ในปริมาณที่ถูกสัดส่วนกับความต้องการของร่างกาย ก็ถือเป็นวิธีหนึ่งในการรักษาและป้องกันโรคเบาหวานได้ นพ.ประสิทธิ์ ลีวัฒนภัทร ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล ได้เล่าถึงอาหารสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ภายในงาน “เปลี่ยนเบาหวาน ให้เป็นเบาหวิว” ในโครงการ SOOK Activity โดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ไว้ว่า หัวใจสำคัญของการควบคุมเบาหวาน คือ การกินอาหารให้พอดีกับความต้องการของร่างกาย โดยไม่มากหรือน้อยจนเกินไป เพราะการกินที่มากเกินจะทำให้น้ำตาลขึ้นสูงหรือขึ้นเร็ว ในขณะเดียวกันหากกินน้อยไป อาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำจนเป็นอันตรายได้ คุณหมอประสิทธิ์ บอกอีกว่า ความจริงแล้วหลักการกินอาหารสำหรับผู้ที่เป็นเบาหวาน ไม่ได้แตกต่างจากหลักการกิน เพื่อให้มีสุขภาพดีของคนทั่วไป เป็นการกินอาหารให้ครบหมู่ ถูกสัดส่วน ในปริมาณพอเหมาะ และมีความหลากหลาย โดยอาหารสำหรับผู้ป่วยเบาหวานแบ่งง่ายๆ เป็น 3 ประเภท ได้แก่ 1.อาหารที่ “ไม่ควร” รับประทาน น้ำตาลทุกชนิด เช่น น้ำตาลอ้อย น้ำตาลปี๊บ น้ำตาลก้อน น้ำผึ้ง เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเป็นส่วนผสม เช่น น้ำเก๊กฮวย น้ำลำไย ชาเขียว น้ำอัดลม ชา กาแฟปรุงสำเร็จ และขนมหวานต่างๆ เค้ก คุกกี้ โดนัท ผลิตภัณฑ์นม ได้แก่ นมข้นหวาน นมปรุงแต่งรสหวาน โยเกิร์ตปรุงแต่งรสชาติ นมเปรี้ยว ผลไม้กวน ผลไม้แช่อิ่ม ผลไม้เชื่อม ผลไม้ตากแห้ง เช่น กล้วยตาก ลูกเกด ลูกพลับ ลูกพรุน อินทผลัมตากแห้ง รวมถึงผลไม้ในน้ำเชื่อมบรรจุกระป๋อง อาหารที่ปรุงด้วยไขมันอิ่มตัว เช่น ไขมันสัตว์ ไส้กรอก หมูสามชั้น น้ำมันมะพร้าว แกงกะทิ ไขมันนม เนย ครีม เนื่องจากอาหารเหล่านี้ มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบหลัก ซึ่งไม่เหมาะกับผู้ป่วยเบาหวาน เพราะจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นรวดเร็ว ซึ่งเป็นอันตรายจึงควรหลีกเลี่ยง 2.อาหารที่รับประทานได้ “ไม่จำกัดปริมาณ” ผักก้าน ผักใบ ผักใบเขียวทุกชนิด ควรรับประทานทุกวัน และทุกมื้อให้หลากหลายชนิดในหนึ่งวัน อาหารเหล่านี้เป็นอาหารที่แคลอรี่ต่ำ และมีใยอาหารสูง ทำให้การดูดซึมน้ำตาลช้าลง อีกทั้งใยอาหารยังช่วยดูดซับน้ำตาล ไม่ให้เข้าสู่กระแสเลือดเร็วเกินไป ทำให้ร่างกายสามารถดึงน้ำตาลไปใช้ได้พอดี ได้แก่ ผักกาด คะน้า กวางตุ้ง ผักบุ้ง ตำลึง บวบ มะเขือ ฟัก แตงกวา น้ำเต้า ถั่วฝักยาว ถั่วงอก เป็นต้น จะรับประทานในรูปของผักสด หรือผักต้มก็ได้ แต่ไม่แนะนำในรูปของน้ำผักปั่น โดยเฉพาะน้ำผักปั่นแยกกาก ทำให้เราได้รับใยอาหารไม่ได้มากเท่าที่ควร ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลกยังได้กำหนดให้บริโภคผักและผลไม้อย่างน้อย 400 กรัมต่อวัน หรือเทียบเท่ากับปริมาณ 4-6 ทัพพี แต่หากเป็นผักต้มสุกจะต้องเพิ่มเป็น 2 เท่า ขณะที่ สสส.ได้เผยผลวิจัยพบว่า การกินผักและผลไม้อย่างน้อยวันละ 400 กรัม สามารถลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจได้ร้อยละ 33 และโรคมะเร็งได้ร้อยละ 50 เมื่อเทียบกับคนที่กินผักและผลไม้ต่ำกว่าเกณฑ์ 3.อาหารที่รับประทานได้ แต่ต้อง "จำกัดปริมาณ” อาหารประเภทข้าว แป้ง เช่น ข้าว ก๋วยเตี๋ยว ขนมปัง เผือก มัน ฯลฯ อาหารเหล่านี้มีคาร์โบไฮเดรตน้อยกว่าน้ำตาล และมีโปรตีน วิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหารที่จำเป็นแก่ร่างกาย โดยอาหารจำพวกแป้งจะถูกย่อยเปลี่ยนให้เป็นน้ำตาล และเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญของร่างกาย ผู้เป็นโรคเบาหวานจึงไม่ควรงดหรือจำกัดจนเกินไป ควรได้รับให้เหมาะสมกับแรงงานและกิจกรรมที่ทำ การจำกัดข้าวหรือแป้งมากเกินไปกลับเป็นผลเสีย เพราะระดับน้ำตาลในเลือดอาจต่ำ เกิดอาการหิว ส่งผลให้ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ ผลไม้ ผลไม้แต่ละชนิดจะมีปริมาณคาร์โบไฮเดรตแตกต่างกัน ซึ่งคาร์โบไฮเดรตในผลไม้อยู่ในรูปแบบของน้ำตาล โดยผลไม้บางชนิดมีน้ำตาลมาก เช่น ทุเรียนมีน้ำตาลประมาณ 30 - 35% ส้มมีน้ำตาลประมาณ 10% และมะขามหวาน มีน้ำตาลมากถึง 75 - 80% ซึ่งผลไม้ยิ่งหวานมาก ก็จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงมากขึ้นด้วย จึงควรหลีกเลี่ยงผลไม้หวานจัด เช่น ลำไย ทุเรียน มะม่วงสุก องุ่น เป็นต้น ถึงแม้ว่าผลไม้จะมีน้ำตาล แต่ก็ยังมีวิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหาร ดังนั้นผู้ที่เป็นโรคเบาหวานจึงไม่ควรงด แต่ควรกินตามปริมาณที่กำหนด โดยแนะนำว่าสามารถกินได้วันละ 2-3 มื้อ ในปริมาณ 7-8 ชิ้น คำ/มื้อ การจะควบคุม โรคเบาหวาน ให้อยู่หมัด จำเป็นต้องลดทั้งหวาน มัน เค็ม และเพิ่มผัก รวมถึงออกกำลังกายสม่ำเสมอ ดูแลทั้งหมดนี้ไปพร้อมๆ กัน ซึ่งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เป็นสิ่งสำคัญที่จะดูแลสุขภาพของเราได้อย่างยั่งยืน เนื้อเรื่องโดย : เสาวลักษณ์ พิสิษฐ์ไพบูลย์ Team Content www.thaihealth.or.th ภาพ : http://health.mthai.com/