ผลสลากกินแบ่ง

ไป่ตู้ เบราว์เซอร์ ปรับโฉมใหม่ เพิ่มฟีเจอร์เอาใจคนไทย
Baidu /  Baidu Browser / 

ไป่ตู้ เบราว์เซอร์ ปรับโฉมใหม่ เพิ่มฟีเจอร์เอาใจคนไทย ไป่ตู้ บริษัทไอทีชั้นนำและเสิร์ชเอนจินอันดับหนึ่งของประเทศจีน เปิดเผยว่า ได้ทำการอัพเกรดแอพพลิเคชั่นเว็บเบราว์เซอร์ท่องโลกอินเทอร์เน็ต สำหรับโทรศัพท์มือถือระบบปฎิบัติการแอนดรอย์ “ไป่ตู้ เบราว์เซอร์” (Baidu Browser) ให้มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น เพื่อรองรับการใช้งานของผู้ใช้คนไทยให้สามารถติดตามข่าวสาร เทรนด์ที่น่าสนใจได้อย่าง สะดวกง่ายดายครอบคลุมทุกสถานการณ์ “ไป่ตู้ เบราว์เซอร์” (Baidu Browser) ได้ปรับ User Interface (UI) แอพพลิเคชั่นรูปแบบใหม่ให้มีความสวยงามดูทันสมัยมากขึ้น แต่ยังคงการใช้งานที่สะดวกง่ายดายไว้เช่นเดิม โดยหน้าโฮมเพจมีการรวบรวมเว็บไซต์ที่ผู้ใช้เข้าเป็นประจำ เพื่อให้สะดวกต่อการเข้าใช้งาน สามารถปรับ หรือเพิ่มเติมเว็บได้ตามความต้องการ อีกทั้งคัดสรรรวบรวมข่าวสาร วีดีโอ ที่น่าสนใจ รวมถึงเทรนด์ที่กำลังเป็นกระแสอยู่มาให้ติดตามกันอย่างใกล้ชิด ที่สำคัญเอาใจผู้ใช้งานคนไทยด้วยบริการตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ใช้งานได้อย่างง่ายสุดๆ เพียงกรอกหมายเลขสลากกินแบ่งแล้วกดปุ่มตรวจสอบเพียงเท่านี้ก็จะทราบผลได้อย่างทันที แอพพลิเคชั่น “ไป่ตู้ เบราว์เซอร์” ช่วยให้ผู้ใช้สามารถท่องโลกอินเทอร์เน็ตในรูปแบบที่เป็นตัวของตัวเองได้จากหน้าโฮมเพจ และเต็มไปด้วยประสิทธิภาพที่เหนือระดับค่ามาตรฐานอุตสาหกรรมในการทดสอบการรองรับ HTML5, SunSpider และ V8 ซึ่งฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่ได้เพิ่มเติมเข้ามา ทำให้การท่องเว็บไซต์บนระบบปฎิบัติการแอนดรอยด์ ผ่านโทรศัพท์มือถือของคุณเป็นเรื่องง่ายขึ้น เร็วขึ้น และสนุกสนานมากยิ่งขึ้น สามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น “ไป่ตู้ เบราว์เซอร์” (Baidu Browser) โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายได้ที่ คลิกที่นี่ รวมถึงติดตามข่าวและกิจกรรมอื่นๆ ได้ที่เฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/BaiduBrowserThailand

10 อันดับ เหตุบ้านการเมืองใหญ่ ปี 2558
การเมือง /  คดีดัง / 

อำลาปีเก่าก้าวสู่ปีใหม่ 2559 ปีแห่ง "ความฝัน" ของคนไทย ที่แอบหวังว่าบ้านเมือง ควรกระเตื้องเรื่องเดินหน้าการ "ปรองดอง" แท้จริง อิงแอบทิศทางเศรษฐกิจสะกิด "ตลาดอาเซียน" กระตุ้นการค้าขายบ้านเราให้คึกคักอีกครั้ง ซึ่ง...ทั้งหมดนี้จำฝากไว้กับ "รัฐบาลนายกฯตู่" ก่อนลาซึ่งปีแพะ(ไฟ) MThai Newsได้รวบรวมที่สุดเหตุบ้านการเมืองตลอดทั้งปี เพื่อย้อนเรื่องเก่าเล่าใหม่ให้ผู้อ่านได้รับชมอย่างจุใจ อันดับที่ 1 เริ่มด้วย 3 เหตุระเบิดใหญ่ ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ต้อนรับรัฐบาล คสช. วันที่ 1 ก.พ. 58 เวลา 20:15 น. เกิดเหตุระเบิดแสวงเครื่อง ชนิดไปป์บอมบ์ บริเวณทางเชื่อมรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีสยามกับศูนย์การค้าสยามพารากอน ถนนพระราม 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กทม. พบผู้บาดเจ็บ 12 ราย ไร้ผู้เสียชีวิต คดีนี้คือจุดเริ่้มต้นการกระตุกต่อมตื่นกลัวของประชาชนตั้งแต่ต้นปี ขณะที่การจับกุม 2 คนร้ายทิ้งไว้เพียงร่องรอยภาพสเก็ตจนถึงวันนี้ อ้างอิง : แกะรอยคดี ‘ไปป์บอมบ์’ ฝ่ากฎอัยการศึก จาก สยาม ถึงมีนบุรี ?! http://news.mthai.com/hot-news/politics-news/418002.html วันที่ 7 มี.ค. 58 เกิดเหตุคนร้ายได้ขว้างระเบิดชนิดสังหาร “อาร์จีดีไฟร์-5” ขว้างเข้าไปในลานจอดรถ ขณะที่ 2 คนร้ายเร่งหลบหนี จนปะทะเจ้าหน้าที่จนมุมถูกจับกุมได้ เหตุการณ์นี้ ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องหา 3 รายคือ นายณเรศ อิทรโสภา,  น.ส.วาสนา บุษดี, นางณัฎฐธิดา มีวังปลา โดยมีผู้อยู่เบื้องหลังคือ  นายอเนก ซานฟราน และเดียร์ นางสุภาพร มิตรอารักษ์ และมีผู้จัดหาระเบิด คือ นายวิระศักดิ์ โตวังจร หรือใหญ่ พัทยา อ้างอิง : เกมป่วนกรุง…ระเบิด’ศาลอาญา’! http://news.mthai.com/hot-news/politics-news/428732.html  และวันที่ 17 ส.ค.58 เวลา 19.00 น. เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดแสวงเครื่องหนักประมาณ 4 ปอนด์ บริเวณศาลพระพรหมเอราวัณ แยกราชประสงค์ คร่าชีวิตชาวไทยและต่างชาติรวม 18 คน และมีผู้บาดเจ็บ 117 คน ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้ออก 8 หมายจับผู้ต้องสงสัย พร้อมจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 คน คือ  นายอาเดม คาราดัก และนายไมไรลี ยูซูฟู อ้างอิง : เกาะติด! เหตุระเบิดแยกราชประสงค์ มีผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิต http://news.mthai.com/hot-news/general-news/457394.html อันดับที่ 2 ม็อบนักศึกษา-พลเมือง ต้านรัฐบาล คสช. หลังรัฐบาลทหารเข้าบริหารประเทศได้ไม่เท่าไร ผ่านเทศกาลวันวาเลนไทน์ไม่กี่วัน ก็เกิดกลุ่มต่อต้านเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษาภายใต้ชื่อ "ขบวนการประชาธิปไตยใหม่" และ "กลุ่มดาวดิน" ผนวกเข้ากับรุ่นใหญ่อย่าง "กลุ่มพลเมืองโต้กลับ"  ที่ออกมาเรียกร้องไม่เอาระบบเผด็จการ และทวงระบอบประชาธิปไตยกลับคืน จนนำไปสุ่การ  "จับกุม-ควบคุม-ปล่อยตัว" ไม่จบสิ้นถึงวันนี้ อ้างอิง : ปรับทัศนคติ ‘เสรีชน’ เทศกาล เชือดไก่ให้ลิงดู! http://news.mthai.com/hot-news/politics-news/424130.html อันดับที่ 3  เปิดขบวนฆ่า-ค้ามนุษย์ (โรฮีนจา) กรณีพบค่ายกักกันชาว “โรฮีนจา” บนเทือกเขาแก้ว ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา รวมถึงหลุมฝังศพอีกจำนวนมาก เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 58  จนนำมาสู่การสืบสวนสอบสวนขยายผล พร้อมออกหมายจับกวาดล้างผู้ร่วมขบวนการค้ามนุษย์ครั้งใหญ่ และที่สำคัญบุคคลเหล่านั้นส่วนใหญ่เป็นนักการเมืองท้องถิ่น และผู้มีอิทธิพลพื้นที่ภาคใต้รวมไปถึงข้าราชการะดับนายตำรวจและทหาร เช่น พลโท มนัส คงแป้น อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก นายปัจจุบัน อังโชติพันธุ์ หรือ โกโต้ง อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล กับพวกรวม 88 คน  ที่ขณะนี้ยังต่อสู้คดีในชั้นศาล แม้อดีตนายทหารใหญ่จะยังให้การปฏิเสธโดยตลอด อ้างอิง : เดดไลน์ ล่า (ใคร) ฆ่า-ค้า โรฮีนจา’?! http://news.mthai.com/hot-news/politics-news/441988.html อันดับที่ 4 มติ สปช.เปิดศึกผ้าเหลือง ชุมนุมใหญ่วงการสงฆ์ หลังจากมติ สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) โดยมีนายไพบูลย์ นิติตะวัน ปธ.ปฏิรูปศาสนาฯ เสนอรัฐบาลปฏิรูปวงการสงฆ์ไทย 4 ข้อใหญ่ ส่งผลให้เกิดการเสียงสอดคล้องและต่อต้านจากคณะสงฆ์หลายฝ่าย จนเชื่อมโยงไปยังเหตุมติมหาเถรสมาคมไม่ปาราชิก "พระธัมมชโย" แห่งวัดพระธรรมกาย บานปลายสู่การประกาศชุมนุมใหญ่สงฆ์ทั่วประเทศวันที่ 31 มี.ค.58  ถึงขั้นรัฐบาลต้องออกโรงห้ามศึก พร้อมยันหนักแน่น ข้อเสนอปฏิรูปสงฆ์ยังไม่มีการพิจารณา เหล่าสงฆ์ทั้งหลายจึงยอมยุติชุมนุมดังกล่าว อ้างอิง : ชุมนุมใหญ่ ต้านร่างปฏิรูป ชี้ชะตา ‘วงการสงฆ์’ http://news.mthai.com/hot-news/politics-news/434959.html อันดับที่ 5 อวสานหวยแพง ถึงคราว 5 เสือนอนกินแห่งกองสลากฯ ต้องหมดวาระไป เมื่อรัฐบาล คสช. ส่ง พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 นั่งประธานคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลคนใหม่ เข้าแก้ปัญหาสลากฯขายเกินราคามานับสิบปี โผล่มาเดี๋ยวเดียวสามารถแก้ได้ตั้งแต่งวดที่ 16 มิ.ย.58 แม้จะมีกลุ่มต้าน-ลอบขายแพง แต่พ่วง ม.44 เข้าจัดการ สารพัดปัญหาจึงศิริโรราบ นับเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของรัฐบาลนี้ อ้างอิง : อวสานหวยแพง ตั้ง ‘เสธ.แดง’ พก ‘ม.44’ ดับเครื่องชน! http://news.mthai.com/hot-news/politics-news/440884.html อันดับที่ 6  รัฐดับเครื่องชน ถอนพาสปอร์ต-ถอดยศ "ทักษิณ" หน้าการเมืองถึงขั้นร้อนฉ่า เมื่อรัฐบาล คสช. ดับเครื่องชนเดินหน้าถอนพาสปอร์ต พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร (ยศขณะนั้น) เมื่อวันที่ 27 พ.ค.58  หลังให้สัมภาษณ์สื่อนอกกระทบความมั่นคงไทย ส่งผลให้พรรคเพื่อไทยออกมาตอบโต้รัฐบาล คสช.อย่างหนัก ประกอบกับมีพรรคและบุคคลทางการเมืองออกมาโหนกระแสกันจำนวนมาก ผ่านไปไม่กี่เดือน ก็มีมติถอดยศ  พ.ต.ท.ทักษิณ จนทุกวันนี้เหลือเพียงคำนำหน้าว่า ดร.ทักษิณ หรือ นายทักษิณ เท่านั้น เรื่องยศไม่ยึดติด แต่เรื่องถอนพาสปอร์ตกระทบการเดินทางระหว่างประเทศ จึงส่งทนายเดินหน้าฟ้องร้องอธิบดีกรมการกงสุลในขณะนี้ อ้างอิง : วิถีสู้ ‘ท๊อปบูท’ (นิ่ง) สยบร้อน ดับพิษ’พาสปอร์ต’ http://news.mthai.com/hot-news/politics-news/446036.html อ้างอิง : ‘ถอดยศทักษิณ’ปมเก่าเล่าใหม่ ที่ ปชป.-กปปส.เฝ้าจับตา! http://news.mthai.com/hot-news/politics-news/445594.html อันดับที่ 7 คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ-สืบทอดอำนาจหรือไม่? เผือกร้อนรัฐบาล คสช. กับครหาที่ว่า "สืบทอดอำนาจ" หรือไม่  เมื่อสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มีมติไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญฯ ฉบับ "36 อรหันต์ทองคำ” เมื่อวันที่ 6 ก.ย.58 ล้มกระดาน "สปช. - กมธ.ยกร่างฯ" ตั้งใหม่ "สปท.-กรธ." ขับเคลื่อนยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ พร้อมทำประชามติ-เดินหน้าเลือกตั้งได้ปลายปี 60 ภายใต้ข้อกังขาประชาชนว่าสามารถกระทำได้จริงหรือ? อ้างอิง : จับตา ‘รัฐประหาร’ คลอด ‘รธน.ประชาธิปไตย’ ได้จริงหรือ? http://news.mthai.com/hot-news/politics-news/443387.html อันดับที่ 8 มหากาพย์คดีจำนำข้าว ยังไม่จบสิ้นสำหรับมหากาพย์ "คดีจำนำข้าว" ที่ต่อความยาวสาวความยืดลามไปถึงปีหน้า เพราะกระบวนการยังต่อสู้อยู่ในชั้นศาล แต่ฝ่ายการเมืองก็ยังเปิดศึกโต้ตอบข้อมูล "ใครผิดถูก" กันอย่างดุเดือดตลอดทั้งปี กระทั่งรัฐสภายุโรปส่งจดหมายเชิญ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พูดคุยเรื่องประชาธิปไตยไทย เกิดกระแสโจมตีจากหลายฝ่ายทันที ลามสู่กระแสว่าอาจมีการ "หลบหนี" จนศาลศาลฎีกาฯ เข้ายุติศึกสาดโคลน ไม่อนุญาตให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ออกนอกประเทศ เนื่องจากวันที่ 15 ม.ค. 2559 ศาลฎีกาฯ นัดไต่สวนพยานโจทก์ครั้งแรกในคดีจำนำข้าว อ้างอิง : ศาลไม่อนุญาตให้ ‘ยิ่งลักษณ์’ บินถก ‘รัฐสภายุโรป’ http://news.mthai.com/hot-news/politics-news/471337.html อันดับที่ 9  จับขบวนการแอบอ้างเบื้องสูง เรียกรับผลประโยชน์  นับเป็นปีแห่งข่าวการจับกุมคดีแอบอ้างเบื้องสูง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบุคคลที่มียศตำแหน่ง-มีชื่อเสียง  หลังปีก่อนข่าวการจับกุม "พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์" อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมพวกลูกน้องตำรวจ ได้บรรจบมาที่การจับกุมนายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือ "หมอหยอง" ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการฝ่ายจัดงานกิจกรรมพิเศษโครงการ “ไบค์ ฟอร์ มัม ปั่นเพื่อแม่” พร้อมด้วย พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา สารวัตรกองกำกับการ 1 ปอท. และนายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ คนสนิทของนายสุริยัน ข้อหาแอบอ้างสถาบันฯ เรียกรับผลประโยชน์จากเอกชน หลังจากนั้นเกิดความเเคลือบแคลงใจจากสังคม เมื่อ พ.ต.ต.ปรากรม เสียชีวิตในห้องขังด้วยอาการติดเชื้อในกระแสเลือด ต่อมา 14 วัน หมอหยอง ก็พบชะตาเดียวกัน และยิ่งกว่านั้น การลาออกจากราชการของ พล.ต.อ.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษก สตช. ยิ่งทำให้เกิดกระแสคาดการณ์ว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องในคดีดังกล่าว อ้างอิง : ย้อนเหตุการณ์ก่อน-หลัง ‘หมอหยอง’ คดีหมิ่นเบื้องสูง http://news.mthai.com/hot-news/special-report/468612.html อ้างอิง : ลือ! เตรียมค้นบ้าน ประวุฒิ ถาวรศิริ หลังถูกเด้งฟ้าผ่า http://news.mthai.com/hot-news/politics-news/466942.html อันดับที่ 10 สังคมจับตา! จัดสร้างอุทยานราชภักดิ์ ทุจริตหรือไม่? อุทยานราชภักดิ์สุดอลังการ 7 บูรพกษัตริย์สยามศูนย์รวมใจไทย กลับแปดเปื้อนด้วยข่าวมลทินเกี่ยวกับการทุจริตงบประมาณการจัดสร้าง  นำไปสู่การออกหมายจับ พ.อ.คชาชาต บุญดี และ พล.ต.สุชาติ พรมใหม่ นายทหารที่มีความใกล้ชิดกับ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม จนเกิดกระแสครหาหลายฝ่าย โดยเฉพาะฝ่ายการเมืองพรรคเพื่อไทย และ กลุ่มนักศึกษา ที่ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลรับผิดชอบ รวมถึงให้ พล.อ.อุดมเดช ลาออก ขณะที่รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนและตั้งโต๊ะแถลงลั่น "ไร้การทุจริต"  ยิ่งทำให้ฝ่ายการเมืองไม่เชื่อใจ ขอเดินทางไปตรวจสอบด้วยตนเองจนถูกจับกุมในที่สุด ถึงขั้นรัฐบาลต้องงัด พ.ร.บ.การชุมนุมฯมาใช้ แต่การโจมตียังไม่หยุดนิ่ง เพราะโลกโซเชียลยังมีกลุ่มต้านออกมาเป็นระลอก ต้องลุ้นว่าปีหน้าว่าเรื่องจะมีบทสรุปอย่างไร อ้างอิง : คสช.แจงจับ ‘ตู่-เต้น’ เหตุปลุกปั่น-กห.ปัดจับ หวั่น ม็อบชนม็อบ http://news.mthai.com/hot-news/politics-news/471014.html อ้างอิง : รัฐบาล ลั่น ‘จับ น.ศ.’ ไม่ใช่กำจัดสิทธิ์ ชี้ เคลื่อนไหวการเมืองชัด http://news.mthai.com/hot-news/politics-news/471997.html ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

รวมเลขเด็ดเพื่อคอหวย งวด 1ก.พ.59
ตะเคียน /  ปอ ทฤษฎี สหวงษ์ / 

เวียนมาบรรจบให้ลุ้นกันตัวโก่งอีกรอบ สำหรับการออกผลรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดประจำวันที่ 1 ก.พ. 2559 วันนี้ถือเป็นอีกหนึ่งวันที่นักเสี่ยงโชคต่างเฝ้ารอคอย หากใครยังไม่รู้ว่าจะซื้อหวยเลขอะไร วันนี้ทางทีมงาน MThai ได้รวบรวมเลขเด็ดมาให้ทุกท่านนำไปเป็นตัวเลือกในการซื้อกัน หลังจาก ปอ ทฤษฎี ได้เสียชีวิตลง ประชาชนจำนวนมากต่างร่วมแสดงความเสียใจกับทางครอบครัว และมีบางส่วนที่มีหาซื้อลอตเตอรี่ที่มีตัวเลขเกี่ยวกับปออย่างต่อเนื่อง และถือเป็นเลขดัง จนคนแห่ซื้อกันเกลี้ยงแผง ทั้งเลข 23 ซึ่งเป็น พ.ศ.เกิดของปอ, เลขอายุ 36 ,เลขป้ายทะเบียนรถที่ขนส่งศพกลับบุรีรัมย์ คือ ชค 4481 กรุงเทพฯ ,เลขของบ้านเลขที่ 364/9 และพิธีพระราชทานเพลิงศพของ ปอ ทฤษฎี ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2559  อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ >>> เลขเด็ด ‘ปอ ทฤษฎี’ แรง คอหวยแห่ซื้อเกลี้ยงแผง! อีกหนึ่งข่าวท่ามกลางความโศกเศร้าเช่นกัน คือ กรณี ‘หลวงพ่อจรัญ’ ถึงแก่กรรมมรณภาพไป เมื่อวันที่ 25 ม.ค. 2559  เวลาประมาณ 08.37 น. สิริอายุ 87 ปี คอหวยต่างพากันหาลอตเตอรี่ เลข 87 กันถ้วนหน้า นอกจากนี้ยังนำเลขที่เกี่ยวข้องกับท่านมาซื้อลอตเตอรี่กันอีก ไม่ว่าจะเป็นเลขวันเกิด ซึ่งท่านเกิดเมื่อวันที่ 15 ส.ค. 2471 ท่านอุปสมบทเมื่อปี พ.ศ. 2491 ที่วัดพรหมบุรี ,เข้าดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสเมื่อ พ.ศ. 2500 ซึ่งท่านได้พัฒนาวัดอัมพวันให้เจริญรุ่งเรือง โดยการสร้างศาลาปฏิบัติธรรม และมีห้องน้ำที่สะอาดมากกว่า 500 ห้อง อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ >>>  แห่ซื้อ! เลขเด็ดอายุ ‘หลวงพ่อจรัญ’ หมดเกลี้ยงทุกแผง ปิดท้ายด้วยข่าวชาวบ้านแห่ขอหวย เสาไม้ต้นตะเคียนหวังเลขเด็ด หลังแบคโฮขุดพบขณะทำการขยายถนน บริเวณถนนเลียบคลองสองข้างโรงกลึง ที่หมู่ที่ 7 ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี หลังพบผู้คนต่างนำผ้าสามสี จุดธูปเทียน ดอกไม้ หมากพลู บุหรี่ บูชา พร้อมกับนำน้ำอัดลมมากราบไหว้เสาไม้ตะเคียน ซึ่งคาดว่าเป็นเสาไม้ตะเคียนของสะพานข้ามคลองเก่าที่มีอายุกว่า 100 ปี บางส่วนนำแป้งมาทาที่ลำต้นไม้ตะเคียนที่มีความยาวประมาณ 4 เมตร ขนาดลำต้นสมบูรณ์ผิวมัน บางรายได้เลขเด็ดสองตัว 85  อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ >>> คอหวยแห่ขอเลขเด็ด เสาไม้ต้นตะเคียน ผุดขณะขุดขยายถนน อย่างไรก็ตาม เรื่องทั้งหมดที่ MThai News ได้หยิบยกนำมาเสนอนั้น เป็นเรื่องความเชื่อของบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการพิจารณาข้อมูลข่าวสารดังกล่าว MThai News

ร้านเตือนใจ สงขลา

ร้านเก่าแก่ชื่อดังจังหวัดสงขลา รับขึ้นรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล ร้บแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ รับเปลี่ยนถ่ายเปลี่ยนสาย รับซ่อมและจำหน่ายนาฬิกาของแท้จากบริษัท รับประกัน 1 ปี จำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า

ควันหลงหลังหวยออก สาวฝันเห็นเลขแดงก่อนถูกรางวัลที่ 1
ถูกรางวัลที่ 1 /  ฝันเห็นหวย / 

สาวฝันเห็นคนมาบอกเลข ลอยมาเป็นตัวสีแดง จึงตัดสินใจจูงมือแม่ผัวหารคนละครึ่งซื้อล็อตตารี่ ก่อนถูกรางวัลที่ 1 วันนี้ (3 ธ.ค. 58) ได้รับการเปิดเผยจาก น.ส.จุฑารัตน์ ปันสุวรรณ อายุ 23 ปี อยู่หมู่ 7 ต.เจริญราษฎร์ อ.แม่ใจ จ.พะเยา ว่า ก่อนจะถึงวันออกสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดวันที่ 1 ธ.ค. ที่ผ่านมานั้น มีอยู่คืนหนึ่ง ตนนอนหลับแล้วฝันว่า มีคนมาบอกเลขในฝันเป็นตัวสีแดงลอยมาและย้ำให้ตนซื้อ ขณะที่จังหวะนั้นในหมู่บ้านของตนมีงานศพและในงานมีคนมาขายสลากกินแบ่งรัฐบาล จึงได้ชวน นางฟองนวล แปงคำเรือง อายุ 56 ปี แม่ของสามี ซื้อร่วมกันคนละครึ่งใบ จ่ายคนละ 40 บาท หมายเลข 915350 งวดที่ 47 ชุดที่ 79 ประจำวันที่ 1 ธ.ค. 58 กระทั่งหลังจากที่ผลสลากฯ ออก ตนจึงนำมาตรวจ จึงได้รู้ว่าตัวเองถูกรางวัลที่ 1 จึงพาแม่ของสามีมาแจ้งลงบันทึกประจำวันกับ พ.ต.ท.จรูญ เมืองมูล พงส. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ใจ ไว้เป็นหลักฐาน เพื่อจะนำไปขึ้นเงินต่อไป สำหรับเงินที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ ตนจะนำไปทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ที่มาเข้าฝันบอกเลข ขอบคุณข้อมูล/ภาพ ข่าวสด MThai News

แห่ซื้อหวย 'เลขรถนายกฯ' มาแรงหมดเกลี้ยงทุกแผง
สลากกินแบ่งฯ /  หวย / 

ชาวบ้าน จ.อุบลราชธานี แห่ซื้อหวย 'เลขรถนายกฯ' หลัง 'พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี' ใช้ในการตรวจราชการและประชุม กรอ.  วันนี้ 16 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาลประจำงวดวันที่ 16 พ.ย. ปรากฏว่า ตามแผงจำหน่ายสลากฯ ที่ตลาดสดเทศบาลเมืองวารินชำราบ และแผงจำหน่ายในเทศบาลนครอุบลราชธานี เลขที่เป็นที่ต้องการของนักเสี่ยงโชค เซียนหวย ที่ต่างแห่มาซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลประจำงวดนี้ คือ 20 และ 02 เนื่องจากเป็นเลขทะเบียนรถตู้โตโยต้าสีขาว กข 2002 อุบลราชธานี ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ใช้ในการตรวจราชการและประชุม กรอ. เมื่อวันที่ 12 พ.ย. ที่ผ่านมา จากการสอบถามนายธวัชชัย ธนิกโชคศิวิพูล ผู้จำหน่ายลอตเตอรี่หน้าตลาดเทศบาลเมืองวารินชำราบ กล่าวว่า เลข 20 และ 02 ขายหมดเกลี้ยง ตั้งแต่เย็นวันที่ พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางมาตรวจราชการ โดยมีผู้มาขอซื้อทั้งแบบยกชุดและแบบใบเดียว วันเดียวขายเลขดังกล่าวได้ทั้งหมด ขอบคุณ ข่าวสด ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ผู้ค้าสลาก วอนรัฐแก้จริงจัง หลังมานอนรอ สุดท้ายโควตาเต็ม
จองสลาก /  ผู้ค้าสลาก / 

ผู้ค้าสลากรายย่อยหนองบัวลำภู สุดเซ็ง มานอนรอ สุดท้ายโควตาสลากเต็ม ไม่สามารถจองไปจำหน่ายได้ บรรยากาศของการจองสลากกินแบ่งรัฐบาล ในเขตอำเภอเมืองหนองบัวลำภู ตามจุดที่ทางรัฐบาลได้กำหนดให้คือที่บริเวณหน้าตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงไทย และที่บริเวณธนาคารกรุงไทย หน้าตลาดแม่สำเนียง พบว่า มีกลุ่มผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลรายย่อยมาเข้าคิวรอประมาณ 30 คน แต่มีผู้ที่ได้โควตาฉลากไปเพียง 6 คน ทำให้ผู้ค้าสลากที่เหลือต้องผิดหวังกลับบ้านมือเปล่า ขาดรายได้ ไม่มีสลากขายในงวดประจำวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 ทางด้าน นางสาวนงนภัส วัฒนกูล อายุ 51 ปี อยู่ที่ 88 หมู่ 2 ตำบลลำภู อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู ได้กล่าวว่า ตนเองได้มานอนรอตั้งแต่เมื่อคืนตอน 21.00 น. หวังว่าเพื่อจะเข้าคิวในลำดับต้นๆ สุดท้ายตัวเองอยู่ที่อันดับที่ 16 ของผู้มารอคิว 30 คน พอถึงเวลา 08.00 น. เริ่มมาได้เพียงคนที่ 6 โควตาสลากก็หมดลง ทำให้ตนเองไม่ได้ พร้อมๆ กับผู้ค้าอีกนับสิบ ก็อยากให้รัฐบาลลงมาแก้ไข้ปัญหาเรื่องลอตเตอรีให้จริงจัง จัดสรรโควตาให้ผู้ค้าสลากรายย่อยได้มาจำหน่ายครบทุกคน ซึ่งมีทั้งกลุ่มคนพิการ, กลุ่มคนที่มีรายได้น้อย ได้หาเลี้ยงครอบครัว

ไม่น่าเชื่อ! สถิติหวยเดือน ธ.ค.ย้อนหลัง เลข 0 ออก 5ปี ติด
สถิติหวยย้อนหลัง /  สถิติหวยเดือนธันวาคม / 

สำหรับใครที่กำลังมองหาเลขเด็ดไว้เสี่ยงดวงในงวดต่อไป ลองวิเคราะห์ตามสถิติหวยย้อนหลังที่ MThai News ได้นำมาเผยแพร่ไว้ดังนี้ จากการรวบรวมสถิติผลหวย ซึ่งเป็นสถิติที่ระบบได้รวบรวมผลการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล ตั้งแต่ปี พศ. 2538 - ปัจจุบัน โดยเป็นการรวบรวมสถิติหวยออกในเดือนธันวาคม ทั้งนี้ระบบสถิติจะทำการแยกตัวเลขจากผลสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้แก่ 3 ตัวท้ายของรางวัลที่ 1, เลขท้าย 3 ตัว ทั้ง 4 ครั้ง และ เลขท้าย 2 ตัว และนำมานับจำนวนตัวเลขที่ออกมาแสดงเป็นกราฟ สำหรับสถิติหวยออกเดือนธันวาคม จากสถิติพบเลขท้าย 2ตัว ของหวยในช่วงสิ้นปี ซึ่งมีเลข 0 ออกมาถึง 5 ปี ติดต่อกัน ได้แก่ ปี 2551, 2552, 2553, 2554 และ 2555 นอกจากนี้ สถิติเลขท้าย 2 ตัว เฉพาะเดือนธันวาคม ย้อนหลัง 21 ปี ตั้งแต่ พ.ศ 2538 - 2558 มาดูกันว่า เลขแต่ละตัว ออกมาแล้วกี่ครั้ง เลข 0 ออก 12 ครั้ง เลข 1 ออก 10 ครั้ง เลข 2 ออก 11 ครั้ง เลข 3 ออก 5 ครั้ง เลข 4 ออก 13 ครั้ง เลข 5 ออก 14 ครั้ง เลข 6 ออก 13 ครั้ง เลข 7 ออก 13 ครั้ง เลข 8 ออก 11 ครั้ง เลข 9 ออก 12 ครั้ง MThai News

ข่าวดี! กรุงไทยทำแอปฯ ให้ ซื้อ-จองล่วงหน้าสลากฯ บนมือถือ
กรุงไทย /  ซื้อ-จองสลาก / 

กรุงไทยพัฒนาแอพพลิเคชั่นการซื้อ-จองล่วงหน้าสลากกินแบ่งรัฐบาลผ่าน KTB netbank บนมือถือ นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารจัดการทางการเงินเพื่อธุรกิจ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า เพื่อความสะดวกสบายของผู้ค้าสลากฯ ธนาคารได้พัฒนาแอพพลิเคชั่นในการซื้อ-จองล่วงหน้าสลากกินแบ่งรัฐบาลผ่าน KTB netbank บนมือถือ โดยแยก URL ระหว่างลูกค้าทั่วไป กับผู้ที่ลงทะเบียนซื้อ-จองล่วงหน้า โดยสามารถทำรายการได้ง่ายยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ธนาคารได้เพิ่มไอคอน Lottery ในหน้าแรกของ KTB netbank บนมือถือ สำหรับบริการซื้อ-จองล่วงหน้าสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อให้เข้าถึงได้ง่าย โดยลดขั้นตอนการใส่หมายเลขบัตรประชาชนและรหัส TOP ซึ่งสามารถใช้ไอคอนใหม่ได้ในการซื้อ-จองล่วงหน้า ตั้งแต่งวดวันที่ 3 กุมภาพันธ์นี้เป็นต้นไป ซึ่งธนาคารได้ส่ง SMS แจ้งให้ทราบแล้ว พร้อมกันนี้ ธนาคารได้ปรับเวลาซื้อ-จองล่วงหน้า โดยทำรายการผ่าน ATM และ KTB netbank ได้ตั้งแต่เวลา 8.15 น. เป็นต้นไป ส่วนการทำรายการผ่านสาขา เริ่มในเวลา 8.30 น. เป็นต้นไปเช่นเดิม อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ลงทะเบียนซื้อ-จองล่วงหน้าสลากฯ ที่ยังไม่ได้อัพเดทแอพพลิเคชั่นใหม่ สามารถทำรายการซื้อ-จองล่วงหน้าสลากฯ ในระบบเดิมได้จนถึงงวดวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2559 ขอบคุณข้อมูล  ประชาชาติธุรกิจ / ภาพจาก it24hrs ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy MThai News

เปิด 'จองซื้อสลาก'งวดแรก ผู้ค้าแห่ซื้อหมดเกลี้ยงในไม่กี่นาที!
กรุงไทย /  จองซื้อสลาก / 

คึกคัก! ผู้ค้าสลากฯเร่ แห่ 'จองซื้อสลาก' งวด 16 ต.ค.วันแรกกว่า 1 หมื่นคู่หมดในไม่กี่นาที  ขณะที่บางสาขาวุ่นวายเล็กน้อย เหตุผู้ค้าไม่เข้าใจเรื่องระบบ วันที่ 3 ต.ค. 58 กองสลากเปิดให้จองซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลล่วงหน้าเป็นวันแรก โดยบริเวณธนาคารกรุงไทย สาขาศูนย์การค้าสลาก สาขาถนนเอื้ออารีย์ สาขาเจริญรัฐ และสาขาอื่นๆทั่วประเทศ มีผู้ค้าสลากจำนวนมากมารอจองผ่านระบบเอทีเอ็ม ตั้งแต่เวลา 5.00 น. ขณะที่ระบบจะเปิดให้บริการเวลา 8.00 น.เพียงไม่ถึง10 นาที จำนวนสลากงวด 16 ต.ค. จำนวน 18,900 เล่มที่เหลือจากการจัดสรรโควต้าก็ถูกจองซื้อหมด โดยหลังจากนั้นเป็นการจองซื้อ งวดวันที่ 1 พ.ย อีกจำนวน 1.3 แสนเล่ม ซึ่งเต็มจำนวนในเวลา 9.10 น. สอบถาม ผู้ค้าสลาก ระบุว่า มีความวุ่นวายบ้างในการจองซื้อสลากวันแรก เนื่องจากผู้ค้าสลากยังไม่เข้าใจระบบการจอง แต่เห็นว่าระบบนี้ทำให้ผู้ค้ารายย่อยได้ซื้อสลากในราคาต้นทุนที่ฉบับละ 70.40 บาท ทำให้เหลือกำไร 9.60 บาทต่อฉบับ ขณะที่การรับซื้อจากยี่ปั๊ว บางครั้งมีราคาสูง ถึง 78 บาทต่อฉบับ ทำให้เหลือกำไรเพียง 2 บาทต่อฉบับเท่านั้น อย่างไรก็ตาม การจองลักษณะนี้ผู้ค้าต้องมีเงินทุนสำรอง เพราะต้องจองล่วงหน้า ซึ่งตนเองในครั้งนี้มาจองทันในงวดวันที่ 1 พ.ย จำนวน 10 ฉบับ ก็ต้องจ่ายเงินกว่า 7 หมื่นบาท ทำให้งวดวันที่ 16 ต.ค.นี้ อาจจะรับสลากจากยี่ปั๊วมาจำหน่ายเพียงเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ขาดช่วงเท่านั้น ที่มา morning-news. ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

'โจ๊ก Iscream' ขอโทษโพสต์ภาพตัดต่อ ถูกหวย 30 ล้าน ทอป.เล็งเอาผิด
30ล้าน /  ถูกหวยรางวัลที่ 1 / 

'โจ๊ก Iscream' ขอโทษโพสต์ภาพตัดต่อ ถูกหวย 30 ล้าน ทอป.เล็งเอาผิด หลังจากที่โจ๊ก IScream"โพสต์เฟซบุ๊กระบุถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง 10 ใบ 30 ล้าน และมาเฉลยในภาพหลังว่าเป็นการตัดต่อภาพ ซึ่งล่าสุดรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ได้นำเสนอประเด็นดังกล่าว พร้อมรายงานความเคลื่อนไหวล่าสุด พ.ต.ท. โอฬาร สุขเกษม ผกก.3 บก.ปอท. ระบุว่า การกระทำของ โจ๊ก IScream เข้าข่ายผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจับทั้งปรับ เนื่องจากทำให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเจ้าตัวถูกรางวัลจริง และคงต้องรอให้มีคนเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ ซึ่งหากมีคนเข้ามาแจ้งความจริง ก็สามารถดำเนินคดีกับ โจ๊ก IScream ตามกฎหมายได้ทันที ทั้งนี้ทาง โจ๊ก IScream ได้ออกมาโพสต์ข้อความว่า 'เค้าผิดไปแล้ว เค้าขอโทษนะตัวเอง ขอโทษจริงๆครับ ในฐานะที่ผมอยู่ในพื้นที่ตรงนี้ ผมขอให้เคสผมเป็นกรณีศึกษา และอุทาหรณ์ในการแชร์ เช็ก โพส และเล่นให้มีขอบเขตนะครับผม และ ผมขอแสดงความยินดีกับคุณพี่ที่ถูกรางวัลตัวจริงอย่างจริงใจมา ณ ที่นี้ครับ ส่วนผม อย่างน้อยก็ได้เจอญาติๆพี่น้องพ้องเพื่อน นี่เจอญาติจริงๆก็มีนะให้ตายเถอะโรบิน (แต่เมียทั้งหลายนี่ขอไม่นับนะเดี๋ยวบ้านแตก)' ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- โจ๊ก IScream"โพสต์เฟซบุ๊กระบุถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง 10 ใบ 30 ล้าน... วันนี้ (1 ก.พ.) โจ๊ก IScream เน็ตไอดอลชื่อดังจากรายการบุกบ้านผี โพสต์ภาพผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว พร้อมแสดงสลากกินแบ่งรัฐบาลชุด 10 ใบ ซึ่งตัวเลขเป็นเลขที่ตรงกับรางวัลที่ 1 มูลค่ารวมกว่า 30 ล้านบาท พร้อมระบุคำอธิบาย 'กินอะไรดีวันนีพี่ถูกรางวัลที่ 1' หลังจากนั้น ได้มีผู้ใช้เข้ามาโพสต์แสดงความเห็นต่างกันออกไป บ้างก็บอกว่าเป็นการตัดต่อภาพ บ้างเข้ามานับตัวเองเป็นญาติอย่างคับคั่งโดยล่าสุด เจ้าตัวได้ออกมาเฉลยแล้วว่า ภาพดังกล่าวเป็นเพียงภาพตัวต่อเท่านั้น ที่มา JokeIScream

กลับมาแล้ว!เลขเด็ดอดีตรมต.แรงเกลี้ยงแผง-เลขครูบาดังขายดี
ปรีดา พัฒนถาบุตร /  รางวัลที่1 / 

กลับมาแล้ว! เลขเด็ด อดีตรมต. หลังเงียบหายไปนาน เหตุคำนวณพลาด แต่งวดนี้คนเทหน้าตักซื้อเกลี้ยงแผง ขณะเลข "ครูบา" มาแรงเช่นกัน วันที่ 28 ก.พ.59 บรรยากาศการซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ จ.เชียงใหม่ พบว่าพ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่ยังคงขายหวยในราคาคู่ละ 80 บาท ขณะที่หวยชุดจะขายเกินราคาเล็กน้อยที่คู่ละ 90-100 บาท โดยทุกเจ้าให้เหตุผลว่ารวมหวยชุดยาก และยี่ปั๊วก็ขึ้นราคาหวยชุดมาตั้งแต่ต้นทาง สำหรับเลขเด็ดงวดนี้เป็นที่ฮือฮา เมื่ออดีตรัฐมนตรี "ปรีดา พัฒนถาบุตร" ที่ได้คำนวณเลขหวยตามหลักโหราศาสตร์ จนถูกติดต่อกันมาหลายงวดกัน จนเป็นข่าวฮือฮาทั่วประเทศ แต่ระยะหลังได้เงียบหายไป เนื่องจากการคำนวณคลาดเคลื่อน โดยงวดนี้อดีตรัฐมนตรีปรีดา ได้คำนวนเลขโหรดวงดาว และบอกให้ลูกหลานไปหาซื้อเลข 3 หลักสิบ เน้น ล่าง 31,36 ซึ่งหลังข่าวนี้แพร่กระจายออกไป บรรดาชาวบ้านและคนใกล้ชิด ตลอดจนตำรวจใน จ.เชียงใหม่ ต่างพากันหาซื้อเลขเด็ดดังกล่าวจนเกลี้ยงแผง นอกจากนี้เลขเด็ดของครูบาน้อยเตชปัญโญ เจ้าอาวาสวัดศรีดอนมุล อ.สารภีเชียงใหม่ ที่เพิ่งเข้าออกนิโรธกรรมไปเมื่อวันที่ 21 กพ 59 ที่ผ่านมา เลขอายุครูบาน้อยเตชปัญโญ 65, และเลขเข้าออกนิโรธกรรม 18,21 รวมทั้ง พศ.เกิดของครูบาน้อย 2494 ก็ขายดีเช่นกัน ที่เชียงใหม่ ข้อมูล ข่าวสด  ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com MThai News

ทหารเข้าจัดระเบียบผู้ค้าสลากฯเฝ้าตู้ ATM หลังเกิดศึกปะทะคารม
จองซื้อสลาก /  จัดระเบียบ / 

ทหารเข้าจัดระเบียบผู้ค้าหวยเฝ้าตู้ ATM หลังมีการแแย่งสิทธิ์จองซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล จากสถานการณ์ที่กลุ่มผู้ค้าสลากในพื้นที่ จ.เลย แห่มาเฝ้ารอจองคิวเพื่อซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลผ่านทางตู้เอทีเอ็มกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งบางรายถึงกับมารอคิวตั้งแต่วันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา ทั้งนี้ผู้ค้าสลากเริ่มมีการปะทะคารมรุนแรงเกิดขึ้น หลังมีการเขียนป้ายจองไว้ แต่บางรายไม่มาเฝ้า จึงส่งผลให้ผู้ค้าสลากรายอื่นไม่พอใจ ถึงขั้นกล่าวว่าหากเขียนคิว แต่ไม่มาเฝ้าถือว่าสละสิทธิ์ โดยอ้างเป็นคำพูดของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และบางจุดถึงขั้นมีการฉีกป้าย ฉีกกระดาษจองคิวอีกด้วย ล่าสุด พ.อ.สรศิริ พลเขต หัวหน้ากองกิจการพลเรือนมณฑลทหารบกที่ 28 เข้าจัดระเบียบการจองซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลเพื่อให้เกิดความยุติธรรมกับทุกฝ่าย เบื้องต้นตกลงว่า การนอนเฝ้าตู้ ATM ให้มีการจัดคิวกันเองโดยเรียงการจอง และ การมานอนเฝ้าตามลำดับ โดยจะจำกัดสิทธิ์เฉพาะผู้ที่มานอนเฝ้าหน้าตู้เท้านั้น และหากถึงเวลาทำการจอง เจ้าตัวไม่มาแสดงตน ก็จะถือว่าสละสิทธิ์ให้ผู้ค้ารายอื่นต่อไป ขอบคุณภาพ/ข้อมูล  krobkruakao ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy MThai News

ปิดตำนาน 5 เสือ! 'บอร์ดสลากฯ' ยกเลิกโควต้านิติบุคคล
กองสลาก /  บอร์ดสลากฯ / 

บอร์ดสลากฯ มีมติไม่ต่อสัญญาโควตาสลาก กับนิติบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกับผู้พิการ ชี้ จะสามารถกระจายสลากไปสู่ประชาชนรายย่อยเพิ่มขึ้น พลโท อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ประธานคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือบอร์ดกองสลาก มีมติไม่ต่อสัญญาให้กับนิติบุคคลทั้งหมด รวมถึงในส่วนของมูลนิธิสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และสมาคมผู้เกษียณอายุของสำนักงานสลากกินแบ่งด้วย โดยกลุ่มที่จะได้ต่อสัญญาใหม่ จะเหลือเพียงองค์กรการกุศล หรือมูลนิธิที่เกี่ยวข้องกับคนพิการเท่านั้น ถือเป็นการปิดตำนาน 5 เสือกองสลากอย่างถาวร ด้านพลตรี ฉลองรัฐ นาคอาทิตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวว่า ผลจากการไม่ต่อสัญญาโควตาสลาก จะทำให้สัดส่วนการพิมพ์สลากเปลี่ยนแปลงไป จากปัจจุบันที่พิมพ์สลากงวดละ 50 ล้านฉบับคู่ แบ่งเป็นระบบ โควตา 37 ล้านคู่ และผ่านโครงการสั่งซื้อ - จองสลากล่วงหน้า 13 ล้านฉบับคู่ โดยงวดวันที่ 17 ธันวาคม 2558 จะมีสลากให้สั่งซื้อเพิ่มขึ้นอีกเกือบ 8 ล้านฉบับคู่ และในงวดวันที่ 30 ธันวาคม 2558 จะมีสลากให้สั่งจองถึง 22 ล้านฉบับคู่ ทำให้ประชาชนสามารถสั่งซื้อ - จองสลากได้เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม จะยังไม่มีการพิมพ์สลากเพิ่มมากกว่างวดละ 50 ล้านฉบับคู่ แต่จะใช้เวลา 3 เดือน ในการประเมินว่าความต้องการที่แท้จริงของตลาดเป็นอย่างไร เบื้องต้นเชื่อว่าการพิมพ์สลากงวดละ 50 ล้านฉบับคู่นั้นเพียงพอกับความต้องการ แต่หากพบว่ามีความต้องการมากกว่า 50 ล้านฉบับคู่ คณะกรรมการจะมีการพิจารณาเรื่องนี้อีกครั้ง ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ทำความเข้าใจ 'LTF - RMF' ก่อนใช้สิทธิลดหย่อนภาษี
LTF /  RMF / 

ทำความเข้าใจ 'LTF - RMF' หลังปรับเกณฑ์การลงทุน เพื่อนำมาใช้สิทธิในการลดหย่อนภาษีได้อย่างถูกต้อง ในช่วงใกล้สิ้นปีแบบนี้ เหล่ามนุษย์เงินเดือนต่างต้องมีหน้าที่สำคัญของพลเมืองที่มีเงินได้พึงปฏิบัติ นั่นคือการ 'เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา' ซึ่งเป็นภาษีที่จัดเก็บจากบุคคลทั่วไป ตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงผู้ที่มีรายได้เกิดขึ้นตามเกณฑ์ที่กำหนด สำหรับผู้ที่มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ได้แก่ 1.บุคคลธรรมดา 2.ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล 3.ผู้ถึงแก่ความตายระหว่างปีภาษี 4.กองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง 5.วิสาหกิจชุมชน ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน เฉพาะที่เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล แต่ทราบไหมว่า เราสามารถวางแผนการเงินในรูปแบบต่างๆ เพื่อนำมาใช้สิทธิ์ในการลดหย่อนภาษีได้ ซึ่งการหักลดหย่อนภาษีนั้น หมายถึง รายการต่างๆ ที่กฎหมายได้กำหนดให้หักได้เพิ่มขึ้น หลังจากได้หักค่าใช้จ่ายแล้ว เพื่อเป็นการบรรเทาภาระภาษีให้แก่ผู้เสียภาษีก่อนนำเงินได้ที่เหลือ ซึ่งเรียกว่าเงินได้สุทธิไปคำนวณภาษีตามบัญชีอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา รายการหักลดหย่อนกรณีต่าง ๆ มีดังต่อไปนี้ 1. ผู้มีเงินได้ 30,000 บาท (ไม่ว่าจะอยู่ในประเทศไทยถึง 180 วัน หรือไม่ก็ตาม) 2. สามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ 30,000 บาท 3. การหักลดหย่อนบุตร ให้หักสำหรับบุตรชอบด้วยกฎหมาย หรือบุตรบุญธรรมของผู้มี เงินได้ รวมทั้งบุตรชอบด้วยกฎหมายของสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ด้วย 4. เบี้ยประกันภัย ที่ผู้มีเงินได้จ่ายไปในปีภาษี สำหรับการประกันชีวิตของผู้มีเงินได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง โดยส่วนแรกหักได้ 10,000 บาท ส่วนที่เกิน 10,000 บาท หักได้ไม่เกินเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่าย แต่ไม่เกิน 90,000 บาท ทั้งนี้ เฉพาะในกรณีที่กรมธรรม์ประกันชีวิตมีกำหนดเวลาตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป และการประกันชีวิตนั้นได้เอาประกันไว้กับผู้รับประกันภัยที่ประกอบกิจการประกันชีวิตในราชอาณาจักร 5. เงินสะสมที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หักลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10,000 บาท ส่วนที่เกิน 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 490,000 บาท เป็นเงินที่ได้รับยกเว้นภาษี โดยนำจำนวนเงินส่วนที่เกินดังกล่าวหักจากเงินได้พึงประเมิน ก่อนหักค่าใช้จ่ายตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 490,000 บาท 6. ดอกเบี้ยเงินกู้ยืม การยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับการกู้ยืมเงินเพื่อซื้อ เช่าซื้อ หรือสร้างอาคารที่อยู่อาศัย โดยจำนองอาคารที่ซื้อหรือสร้างเป็นประกันการกู้ยืมนั้น ตามจำนวนเงินที่ได้จ่ายไปจริงแต่ไม่เกิน 100,000 บาท โดยต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการ 7. เงินสมทบที่ผู้ประกันตนจ่ายเข้ากองทุนประกันสังคม ตามกฎหมายว่าด้วยการ ประกันสังคมตามจำนวนที่จ่ายจริง ในกรณีสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ ซึ่งเป็นผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม ข้างต้นและความเป็นสามีภริยาได้มีอยู่ตลอดปีภาษี ให้หักลดหย่อนได้ด้วย สำหรับเงินสมทบของสามีหรือภริยาที่จ่ายเข้ากองทุนประกันสังคมดังกล่าวตามเกณฑ์ข้างต้น 8. ค่าลดหย่อนบิดามารดา กรณีผู้มีเงินได้และคู่สมรสที่มีเงินได้รวมคำนวณภาษี หรือคู่สมรสไม่มีเงินได้ อุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งมีรายได้ไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพ ผู้มีเงินได้และ คู่สมรสมีสิทธิหักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาได้คนละ 30,000 บาท ทั้งนี้ บิดาหรือมารดาของผู้มีเงินได้หรือคู่สมรส จะต้องออกหนังสือรับรองว่าบุตรคนใดคนหนึ่งเป็นผู้อุปการะเลี้ยงดูเพียงคนเดียว 9. ค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา สามีหรือภริยา บุตรชอบด้วยกฎหมายหรือบุตรบุญธรรมของผู้มีเงินได้ บิดามารดาหรือบุตรชอบด้วยกฎหมายของสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้หรือบุคคลอื่นที่ผู้มีเงินได้ เป็นผู้ดูแลตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ คนละ 60,000 บาท โดยบุคคลดังกล่าวต้องเป็นคนพิการซึ่งมีบัตรประจำตัวคนพิการตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ หรือเป็นคนทุพพลภาพ มีรายได้ไม่เพียงพอแก่การยังชีพ และอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของผู้มีเงินได้ 10. เงินสนับสนุนเพื่อการศึกษา ได้แก่ เงินที่จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนการศึกษา มีสิทธิหักลดหย่อนได้ 2 เท่าของจำนวนเงินที่ได้จ่ายไปจริง แต่ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินคงเหลือหลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่น ๆ แล้ว 11. การยกเว้นภาษีเงินได้ สำหรับการบริจาคเงิน ให้แก่กองทุนพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาที่กระทรวงศึกษาธิการจัดตั้งขึ้น ให้ยกเว้นภาษีสำหรับเงินได้เป็นจำนวนสองเท่าของจำนวนเงินที่บริจาค แต่เมื่อรวมกับเงินได้ที่ได้รับยกเว้นสำหรับการจ่าย เป็นค่าใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนการศึกษา 12. การยกเว้นภาษีเงินได้ สำหรับเงินได้ที่จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดให้คนพิการได้รับสิทธิเข้าถึง และใช้ประโยชน์จากสิ่งอำนวยความสะดวก และความช่วยเหลืออื่นจากรัฐ ให้ยกเว้นภาษีสำหรับเงินได้พึงประเมินหลังจากหักค่าใช้จ่ายและหักลดหย่อนเป็นจำนวนร้อยละหนึ่งร้อยของเงินที่จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดให้คนพิการได้รับสิทธิประโยชน์ แต่เมื่อรวมกับเงินได้ที่ได้รับยกเว้นสำหรับการจ่าย เป็นค่าใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนการศึกษา 13. การยกเว้นภาษีเงินได้ สำหรับเงินได้ที่จ่ายให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก หรือสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 14. เงินบริจาค เมื่อหักลดหย่อนต่าง ๆ หมดแล้ว เหลือเท่าใดให้หักลดหย่อนได้อีกสำหรับ เงินบริจาค เงินบริจาคที่หักค่าลดหย่อนได้นั้นผู้มีเงินได้ต้องบริจาคเป็นเงินให้แก่การกุศลสาธารณะ โดยหักได้ เท่าจำนวนเงินที่จ่ายจริงแต่ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายและหักค่าลดหย่อนต่าง ๆ ข้างต้นแล้ว ในปัจจุบันวิธีที่มนุษย์เงินเดือนใช้ในการลดหย่อนภาษีมากที่สุด คงเป็นการลงทุนใน LTF/RMF เนื่องจากวิธีดังกล่าว นอกจากจะสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้แล้ว ยังถือเป็นการลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้นอีกด้วย แต่สิ่งสำคัญที่ทุกคนต้องทราบก่อนการลงทุนใน LTF/RMF คือ เงื่อนไขรายละเอียด รวมถึง ต้องสามารถยอมรับความเสี่ยงจากการลงทุนได้ ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 2 ก.ค. 58 ที่ผ่านมา กรมสรรพากรได้มีการปรับเกณฑ์การลงทุนใน LTF/RMF เกี่ยวกับเงินได้ที่จะนำมาคำนวณเป็นฐานในการซื้อ LTF/RMF เพื่อลดหย่อนภาษี โดยได้กำหนดไว้ว่าเป็น “เงินได้พึงประเมินที่ได้รับซึ่งต้องเสียภาษีเงินได้ในปีนั้น” ซึ่งจากเดิม กำหนดไว้ว่าเป็น “เงินได้พึงประเมิน” โดยมีผลบังคับใช้ในปีภาษี 58 เป็นต้นไป หลายคนเกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ว่า 2 คำนี้แตกต่างกันอย่างไร และจะส่งผลกระทบอะไรกับการลงทุนหรือไม่ ความหมายคือ รายได้ที่จะนำมารวมคำนวณเพื่อซื้อ LTF/RMF จะต้องเป็นรายได้ที่เสียภาษีเท่านั้น ซึ่งต่างจากเดิมที่สามารถนำรายได้ที่แสดงในแบบภ.ง.ด.ทั้งหมด ทั้งรายได้ที่เสียภาษีและไม่เสียภาษี มาเป็นฐานเพื่อซื้อ LTF/RMF ได้เลย สำหรับรายได้ที่ต้องเสียภาษี เช่น เงินเดือน ค่าล่วงเวลา โบนัส รวมทั้ง รายได้จากวิชาชีพอิสระ เช่น หมอ นักบัญชี นักกฎหมาย สถาปนิก วิศวกร เป็นต้น ส่วนรายได้ที่ไม่ต้องเสียภาษี ซึ่งตามเกณฑ์ใหม่ไม่สามารถนำมารวมเป็นฐานในการคำนวณซื้อ LTF/RMF ได้ เช่น เงินรางวัลจากการถูกสลากกินแบ่งรัฐบาล กำไรจากการขาย LTF ที่ขายคืนแบบถูกเงื่อนไข เงินที่ได้รับจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเมื่ออายุ 55 ปีขึ้นไป และเป็นสมาชิกกองทุนฯ มาแล้วอย่างน้อย 5 ปีต่อเนื่องกัน เป็นต้น โดยรายละเอียดและเงื่อนไขของ LTF/RMF มีดังต่อไปนี้ LTF ยอมาจากคำว่า “Long Term Equity Fund” หรือ "กองทุนรวมหุ้นระยะยาว" ซึ่งเป็นกองทุนรวมที่เน้นการลงทุนในหุ้นเป็นหลัก และเหมาะสำหรับคนทุกกลุ่มที่ต้องการลงทุนในหุ้นระยะยาว แต่อาจไม่มีความชำนาญเกี่ยวกับการลงทุนในหุ้น หรือไม่มีเวลาติดตามการลงทุนอย่างใกล้ชิด ซึ่ง LTF ได้มีการเปลี่ยนแปลงเกณฑ์การลงทุนอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น คือ เพิ่มเติมจากคำว่า “เงินได้” เป็นคำว่า “ผู้มีเงินได้สามารถซื้อหน่วยลงทุนได้สูงสุด 15% ของเงินได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษี เป็นจำนวนเงินสูงสุดถึง 500,000 บาท” อีกทั้ง ล่าสุดคณะรัฐมนตรีได้ขยายระยะเวลาการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดา สำหรับการซื้อ LTF ที่จากเดิมกำหนดสิ้นสุดการลดหย่อนในปี 59 ให้ขยายเวลาออกไปอีก 3 ปี  และได้ปรับเงื่อนไขการถือครองหน่วยลงทุนเพิ่มเป็น 7 ปี ปฎิทิน จึงจะสามารถขายได้ RMF ยอมาจากคำว่า “Retirement Mutual Fund” หรือ “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ” เป็นกองทุนรวมประเภทส่งเสริมให้เกิดการออมเงินระยะยาวไว้สำหรับใช้จ่ายยามเกษียณอายุ และ มีนโยบายการลงทุนที่หลากหลาย เพื่อรองรับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ตามช่วงอายุของผู้ลงทุนตั้งแต่ความเสี่ยงต่ำถึงความเสี่ยงสูง ซึ่ง RMF ได้มีการเปลี่ยนแปลงเกณฑ์การลงทุนเช่นกัน โดยเพิ่มเติมจากคำว่า “เงินได้” เป็นคำว่า “ผู้มีเงินได้สามารถซื้อหน่วยลงทุนได้สูงสุด 15% ของเงินได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษี เป็นจำนวนเงินสูงสุดถึง 500,000 บาท” (รวมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, กบข., และกองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน) โดยมีเงื่อนไขว่า ต้องซื้อติดต่อกันทุกปี นอกจากนั้นยังต้องถือไว้เกินกว่า 5 ปี และมีอายุเกิน 55 ปี ถึงจะสามารถขายได้ ซึ่งทั้ง LTF/RMF หากกรณีผิดเงื่อนไขจะต้องคืนเงินภาษีที่ได้รับการยกเว้นทั้งหมดและต้องนำกำไรจากการขายคืนหน่วยลงทุนไปรวมคำนวณเป็นรายได้เพื่อเสียภาษีด้วย หน้าที่ และ สิทธิประโยชน์เกี่ยวกับเรื่องภาษีเป็นสิ่งสำคัญที่มนุษย์เงินเดือนต้องศึกษาเรียนรู้ เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของทุกคนไม่มากก็น้อย อย่างไรก็ตามวิธีการลดหย่อนภาษีมีหลายรูปแบบ ทุกคนควรวางแผนการลดหย่อนภาษเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดูข้อมูลรายการหักลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมได้ที่ กรมสรรพากร ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

สะอื้น ! ผู้ค้า 'สลากฯ' ขาดทุนหนัก หลังมีการสั่งพิมพ์เพิ่ม
ผู้ค้าสลาก /  สลากกินแบ่งรัฐบาล / 

ผู้ค้า 'สลากฯ' ร้อง ขาดทุนหนัก หลังเศรษฐกิจทรุดตัว และ มีการสั่งพิมพ์สลากฯเพิ่ม วันที่ 29 ก.พ. 2559 แม่ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่ จ.ชัยนาท เปิดเผยว่า การซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาลไม่คึกคักเท่าที่ควร ในงวดประจำวันที่ 1 มีนาคม นี้ เนื่องจากโรงเรียนเริ่มทำการปิดภาคเรียน ทำให้ผู้ปกครองลดการซื้อสลากลง เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายกับบุตรหลานมากขึ้น  โดยบรรยากาศกาศการซื้อ-ขายสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดประจำวันที่ 1 มีนาคม 2559 ในตัวเมืองชัยนาท ก่อนการออกสลากในบ่ายวันพรุ่งนนี้ (1มี.ค.) ไม่คึกคัก ในแต่ละแผงขายสลากฯ จะเหลือสลากกินแบ่งจำนวนมาก แม้ว่าแม่ค้าหลายคน จะมีการจัดโปรโมชั่นขายแบบซื้อมากกว่า 1 ฉบับ ลดราคาเหลือฉบับละ75 บาทก็ตาม นาง วันดี ขาวสนิท แม่ค้าสลากตลาดภาษีซุง กล่าวว่า ในสัปดาห์นี้ หลายๆโรงเรียนเริ่มปิดภาคเรียน ทำให้ผู้ปกครองอาจมีค่าใช้จ่ายมากขึ้น ทั้งค่าขนม ค่าท่องเที่ยว และบางส่วนต้องใช้จ่ายกับค่าเรียนพิเศษ ทำให้ผู้ปกครองลดการซื้อสลากฯ และนำเงินไปใช้ในการทำกิจกรรมช่วงปิดเทอมของลูกๆ มากขึ้น นอกจากนี้ แม่ค้าบางส่วน ยังกล่าวว่า ปัญหาหลักน่าจะมาจากสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน อีกทั้งการพิมพ์สลากมากขึ้นน่าจะเป็นอีกหนึ่งสาเหตุหลัก ที่ทำให้ขายสลากได้น้อยลงในงวดนี้ MThai News

ไล่บี้! ผู้ค้าสลากกลุ่มมูลนิธิ-องค์กร 'สรรพากร' จี้ สอบภาษี
กองสลาก /  ผู้ค้าสลาก / 

สำนักงานสลากฯ ร่วมกับ กรมสรรพากร ลุยสอบรายได้นิติบุคคล สมาคมมูลนิธิที่ได้โควตา รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กรมสรรพากร เตรียมเข้าตรวจสอบรายได้ของนิติบุคคล องค์กร มูลนิธิ ที่ได้รับโควตาจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ด้วยต้นทุนสลากฉบับละ 68.80 บาท ก่อนขายให้สมาชิกใบละ 70.40 บาท เท่ากับได้ส่วนต่างใบละ 1.60 บาท ซึ่งสำหรับส่วนต่างราคาที่ถือเป็นกำไรนั้น จะต้องนำมาเสียภาษีเงินได้ให้ถูกต้อง โดยจะตรวจสอบจากเงินที่เข้าออกในบัญชีธนาคาร หรือเส้นทางการเงินอื่นๆ และหากพบว่ามีรายได้เกินกว่าควรจะเป็น  ก็จะตรวจสอบที่มาของทรัพย์สินอื่นๆ ทั้งรถยนต์ และอสังหาริมทรัพย์ ต่อไป ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News