ผลมวยโลก

เพจศาสนวิทยา เผยปมห้ามใส่สีแดงตรุษจีน ชี้ความเชื่อไม่เหมือนกัน
ข่าวตรุษจีน /  ตรุษจีน / 

เพจศาสนวิทยา เผยปม ห้ามใส่สีแดงตรุษจีน ชี้ความเชื่อไม่เหมือนกัน แฟนเพจ ศาสนวิทยา dr.Sinchai Chaojaroenrat ได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็น กรณีที่บนโลกออนไลน์ได้แชร์ 2 ทรรศนะจากซินแสชื่อดังที่กำลังเป็นประเด็นถกเถียงกันว่าตกลงว่า ตรุษจีนปีนี้ ใส่สีแดงได้หรือไม่นั้น โดยระบุว่า ผู้เขียนเคยพูดเรื่อง "ผู้เชี่ยวชาญเรื่องศาสนาจีน" ไปแล้ว ว่า ไม่มี "ความจริงสัมบูรณ์" เนื่องจากความเชื่อทางศาสนาของจีน หรือที่ผู้เขียนเรียกว่า "ศาสนาจีน" (Chinese folk religion) นั้น เป็นศาสนาผสมที่มีหลายที่มา มีเนื้อหามาก มีตัวละครมาก เรื่องราวมากมายและซับซ้อนทีเดียว มีหลายคนที่บอกว่าตนเชี่ยวชาญชำนาญเรื่องศาสนาจีนดี แต่ในความจริงก็คือ บรรดาคนที่ว่ารู้นั้นมักรู้ไม่ตรงกัน เพราะแนวความเชื่อมีหลากหลายมาก และเป็นเรื่องความเชื่อที่ไม่อยู่นิ่ง คนจีนแต่ละคนและแต่ละท้องถิ่นก็เชื่อถือไม่ตรงกัน ไม่ว่าจะคนจีนในจีน ในไต้หวัน ในฮ่องกง ในไทย ในประเทศอื่น ต่างเชื่อถือไม่เหมือนกัน แต่ละที่นิยมบูชาเทพแต่ละอันมากน้อยไม่เหมือนกัน ประเพณีไม่เหมือนกัน และยังมีกระแสนิยมเป็นช่วงๆ ด้วย อย่าง เทศกาลกินเจ คนจีนที่จีนไม่มีเรื่องตรุษจีนปีนี้ นี่ก็เป็นตัวอย่างหรือกรณีศึกษาอันหนึ่งเช่นเดียวกัน ที่มา ศาสนวิทยา dr.Sinchai Chaojaroenrat ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

พุ่งแรง! ราคาทองคำเปิดตลาด ปรับขึ้น 350 บาท
ทอง /  ทองคำ / 

บทวิเคราะห์ทองคำ ประจำวันอังคาร ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559 โดย ออสสิริส กรุ๊ป ระบุว่า ประเด็นสำคัญของราคาทองคำ มีปัจจัยเกี่ยวข้อง ดังนี้ ตลาดทองคำ ราคา Gold Spot ปิด 1188 เหรียญ ปรับขึ้น 15 เหรียญ แต่ในวันขึ้นไปแตะถึง 1200 เหรียญ เนื่องจากเศรษฐกิจโลกกำลังเดินไปสู่เส้นทางการชะลอตัว โดยเศรษฐกิจผู้นำเบอร์หนึ่งอย่างสหรัฐและเบอร์สองคือ จีน กำลังแย่ ทั้งนี้ สหรัฐกำลังจะเกิดปัญหาด้านแรงงาน หลังเลขภาคแรงงานในเดือน ม.ค. หดตัว ตลาดสหรัฐลง 2 วันติด -1.1% และเศรษฐกิจจีน GDP Q4/2015 ที่ 6.9 ต่ำสุดในรอบ 25 ปี ส่งตลาดหุ้นจีนตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันลง 20% ทำให้นักลงทุนเข้าถือทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย (Safe Haven) ทั้งนี้ กองทุน SPDR ซื้อทองคำเพิ่ม 5.07 ตัน ถือรวมกลับมาสู่รดับ 703.52 ตัน แนวโน้ม Gold spot รีบาวด์ 1200-1203 เหรียญ (ราคาทองไทย 20140-20200 บาท) กรอบ 1180-1203 เหรียญ กรอบทองคำไทย 96.5% 19800–20200 บาท แนวโน้มเงินบาทจากกราฟราย 1H Sideway กรอบ 35.42– 35.62 บาท กลยุทธ์มอง Long 1185-1187 เป้า 1200/1203 Cut 1180กรณีอยาก Short รีบาวด์ 1198-1200 เป้า รายงานฉบับนี้จัดทำโดยบริษัท ออสสิริส จำกัด เพื่อแสดงความเห็นเป็นข้อมูลเบื้องต้นสำหรับประกอบการตัดสินใจลงทุนสำหรับลูกค้าที่เฉพาะเจาะจงเท่านั้น ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการชักชวน หรือชี้นำให้ซื้อขายแต่อย่างใด ซึ่งรายงานฉบับนี้มาจากความเห็นของนักวิเคราะห์ ประกอบกับแหล่งข้อมูลที่ผู้จัดทำเห็นว่ามีความน่าเชื่อถือ และถูกนำมาใช้อ้างอิงในการลงทุนทั่วไป อย่างไรก็ตามข้อมูลที่ปรากฎตามรายงาน ไม่ได้ถือเป็นการยืนยันข้อเท็จจริงแต่อย่างใด ผู้ลงทุนควรพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่่อาจเกิดขึ้นจากการนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ทั้งทางตรง และทางอ้อม ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy MThai News

เดือด! นักเรียนอ่างทองไล่ตีกันชุลมุน หลังสอบโอเน็ต
ตีกัน /  นักเรียนตีกัน / 

เดือด! นักเรียนอ่างทองไล่ตีกันชุลมุน หลังสอบโอเน็ต  บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปจากสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อคุณ อรรณพ อัฐมาลา ได้โพสต์คลิปพร้อมข้อความเหตุการณ์นักเรียนในจังหวัดอ่างทอง ไล่ตีกันชุลมุนพร้อมทั้งมีการขี่รถจักรยานยนต์ไล่กวดกัน โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นในวันสอบโอเน็ต ซึ่งเจ้าของคลิประบุว่า เจ้าหน้าที่ตรวจ สภ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง รับแจ้งมีเหตุนนักเรียนตีกัน บริเวณหน้าร้านครัวปักษ์ใต้ ริมถนนสายโพธิ์พระยา-ท่าเรือ หมู่ที่ 2 ต.ศาลาแดง อ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงพบว่ากลุ่มเด็กนักเรียนนั้นกำลังชุลมุนกันอยู่เป็นกลุ่มจำนวนหลายคนและรถจักรยานยนต์หลายคัน ก่อนที่ทั้งหมดจะขี่จักรยานยนต์ไล่กวดกันไป มุ่งหน้าไปสี่แยกเรือนจำ ก่อนที่กลุ่มของนายภูมิ (นามสมมุติ) ซึ่งเป็นนักเรียนคู่อริจะขี่จักรยานยนต์ตามไปและใช้ไม้ฟาดนายเคน (นามสมมุติ) นักเรียนอีกฝ่าย จนรถจักรยานยนต์ล้มที่บริเวณหน้าเรือนจำจังหวัดอ่างทอง ก่อนที่กลุ่มของนายภูมิจะได้ขี่จักรยานยนต์หลบหนีไป ตรวจสอบในที่เกิดเหตุมีไม้หน้าสามยาวประมาณ 50 เซนติเมตร ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการยึดไปเป็นหลักฐาน จากการสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่านายภูมิ คนที่ใช้ไม้ตีนายเคนนั้น แต่เดิมนั้นเรียนอยู่ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในเขตอำเภอเมือง แต่ตอนหลังมีปัญหาจึงได้ย้ายไปเรียนที่โรงเรียนในอำเภอวิเศษชัยชาญ ไปเรียนได้เพียงพักเดียว ก็ได้มีเรื่องกับนายเคน ก่อนที่ในวันนี้ซึ่งเป็นวันสอบโอเน็ต นักเรียน ม.6 ทุกโรงเรียนต้องมารวมตัวกันสอบ ณ ที่เดียวกัน ซึ่งเมื่อนายภูมิได้เจอเพื่อนเก่า ๆ ที่เรียนอยู่ในอำเภอเมือง จึงได้รวมตัวกันและก่อเหตุดังกล่าว เบื้องต้นได้ให้นายเคนพร้อมเพื่อนๆ ไปแจ้งความที่ สภ.เมืองอ่างทอง ก่อนที่จะทำการเรียกตัวนายภูมิมาสอบสวนต่อไป ที่มา อรรณพ อัฐมาลา ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

กวางน้อยร่างโหด!คลิป ฟุตบอลหญิง ซัดกันนัวจนผู้ชายอาย
ตีกัน /  ฟุตบอลหญิง

ใครบอกว่าผู้หญิงเล่นบอลเป็นพวกน่ารักใสๆ คงต้องเปลี่ยนความคิดใหม่เมื่อมาเจอกับ ฟุตบอลหญิง ดิวิชั่น 2 ของฝรั่งเศสคู่ระหว่างทีมหญิงของ บอร์กโดซ์ กับ ทีมหญิงของ รูออง ที่เสมอกันไป 3-3 แต่ที่เมามันส์กว่าผลการแข่งขันเพราะมีมวยแถมตรงกลางสนาม แบบไม่เกี่ยวกับลูกบอลแม้แต่น้อยทั้งๆที่เพื่อนก็เล่นกันไป โอยย โหดจริงๆแม่คุณ // People that say women's football lacks aggression haven't seen this Posted by Dream Team on 8 กุมภาพันธ์ 2016

สังคมเสื่อม! นักเรียนสาวเต็มใจปล่อยคลิปโป๊ อ้างอยากดัง
คลิปหลุด /  คลิปโป๊ / 

สังคมเสื่อม! นักเรียนสาวเต็มใจปล่อยคลิปโป๊ อ้างอยากดัง กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์ เมื่อมีการแชร์ภาพของสมาชิกเฟซบุ๊กท่านหนึ่งที่ใช้รูปประจำตัวเป็นรูปเด็กนักเรียน พร้อมกับโพสต์คลิปกำลังทำออรัลเซ็กส์โชว์ โดยเจ้าตัวเผยว่าที่เอาคลิปมาลงไม่ได้ต้องการจะประจานตัวเอง แต่เป็นเพราะอยากดังเอง และอยากโชว์ ซึ่งตนไม่ได้อ้อนวอนให้ใครมากดไลค์หรือกดแชร์แต่คนอื่นเข้ามากดเองทั้งนั้น โดยหลังจากภาพดังกล่าวถูกแชร์ ได้มีชาวสังคมออนไลน์จำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความไม่เหมาะสม ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่นานเพิ่งจะมีกรณีวัยรุ่นเต็มใจโพสต์คลิปตัวเองมีเพศสัมพันธ์กับแฟนโชว์บนโลกออนไลน์ด้วย ส่วนหนึ่งมองว่าเป็นค่านิยมที่ผิดของเด็กสมัยใหม่ที่ต้องการดังบนโลกออนไลน์และอยากเป็นเน็ตไอดอลด้วยวิธีที่ผิดๆ อยากให้ทางผู้ปกครองช่วยสั่งสอนเพื่อปรับทัศนคติและอยากให้ได้รับทราบพฤติกรรมเพื่อนำไปแก้ไขปรับปรุงตัวด่วนๆ ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

โสดแล้วไงจ๊ะ! 8 ภาพเขียน สื่อ โสด แล้วชีวิตดี๊ดีย์ คนมีคู่ยังต้องอิจฉา
Alone /  อยู่คนเดียว / 

ใกล้เทศกาลโลกสีชมพูเข้าไปทุกที ยิ่งใกล้ถึงวันแห่งความรักมากขึ้นเท่าไหร่ โลกนี้ก็ยิ่งเหมือนไร้พื้นที่ของพวกคนโสดเข้าไปทุกที โปรโมชั่นร้านรวงต่างๆ ก็จะมีแต่ให้คนมีคู่เท่านั้น นี่ลืมกันไปแล้วรึว่า ยังมีประชากรโสดอยู่เป็นล้านคนทั่วโลกนะจ๊ะ จนกระทั่ง ศิลปินชาวเม็กซิกัน ได้วาดภาพเพื่อสื่อถึง ความงดงามของการได้อยู่คนเดียว ด้วยการใช้ภาพการอิริยาบทการใช้ชีวิตประจำวันของผู้หญิง โสด ที่อยู่เพียงลำพัง เธอทำอะไรก็ได้ในซอกมุมไหนก็ตามของบ้าน และถึงแม้จะไม่มีผู้ชายในรูปภาพเลยก็ตาม แต่ความรักก็ยังอยู่รอบตัว เมื่อคุณโสด จะหลับตาทิ้งตัวเลื้อยนอนเตียงนานเท่าไหร่ก็ได้ในตอนเช้า จิบกาแฟร้อนๆ ได้มีเวลาเป็นของตัวเอง โสดแล้ว จะแก้ผ้าที่ไหนก็ได้ ^ ^ ใส่ชุดชั้นในนอนอ่านหนังสือในบ้านชิลล์มากกกกกกกกกกกกกกกกกก นั่งชิลล์  กับอิสระในชีวิต เปิดประตูอาบน้ำได้ไม่เห็นต้องซี จะนอนร้องไห้ ฟูมฟายให้หนำใจก็ได้ ไม่มีใครทำหน้าเอือมใส่ ร้องไปเดี๋ยวหายเอง ภาพชุดนี้วาดโดย idaliacandelas ซึ่งตีพิมพ์ในหนังสือชื่อ " Alone" ที่จะเปลี่ยนทัศนคติด้วย การเล่าเรื่องของผู้หญิงที่อยู่ตัวคนเดียว อ่านหนังสือ โดยไร้ไหล่ของผู้ชายให้อิงแอบ พวกเธอร้องไห้ได้อย่างเต็มที่ยามเธอเศร้า เธอกินไอศครีมได้อย่างที่ต้องการ เธอดูหนังรักหวานแหววชวนฝัน โดยไม่ต้องมีใครมาแย่งรีโมทเพื่อดูฟุตบอล พวกเธอมีความสุข ปลอดภัย และ อบอุ่นใจไปกับการใช้ชีวิตเรียบง่าย ธรรมดาตามแบบของเธอ ซึ่งไม่ต้องขึ้นอยู่กับใคร เธอเพียงสร้างความอบอุ่นใจ และ สบายใจได้ตามแบบที่เธอเองต้องการ เริ่ดดดดดดดดโน๊ะ ที่มา following.media ภาพจาก instagram/idaliacandelas เรียบเรียงเนื้อหาโดย Women MThai Team

สาวโสดโปรดฟัง! วิธี เพิ่มเสน่ห์ น่ารักให้ตัวเอง รับรองหนุ่มๆ ตอมชัวร์
บริหารเสน่ห์ /  สาวโสด / 

สาวๆ หลายคนที่โสดอยู่ อาจจะรู้สึกว่า เอ ทำไมเราไม่ดีตรงไหน อะไรที่ทำให้หนุ่มๆ ไม่ชอบใจนะ เราไม่สวยหรอ เฮ้เปลี่ยนความคิดได้เลยค่ะ การมีเสน่ห์นั้นไม่ได้อยู่ที่หน้าตาเพียงอย่างเดียว แต่ คือสิ่งที่คุณเป็นต่างหาก เอาล่ะ มาดูกันดีกว่าว่า สาวๆ แบบไหนที่หนุ่มๆ เขามองว่ามีเสน่ห์ และ ควรค่าแก่การนำมาปรับใช้บ้าง! 1.หัดเป็นสาวตลกเสียบ้าง หลากหลายผลวิจัยพบว่า ผู้หญิงที่ทำให้ผู้ชายหัวเราะได้เนี่ย มีเสน่ห์นักล่ะ ผู้หญิงที่มีอารมณ์ขันแสดงให้เห็นว่า เธอเป็นคนมองโลกในแง่ดี และ ฉลาดในการพูด มีไหวพริบในการสื่อสาร เพราะฉะนั้น จงสร้างเสียหัวเราะให้กับเขาบ้างนะ อาจจะเล่นมุขเล็กๆน้อยๆ พอให้เขาหัวเราะได้บ้าง 2.อยู่กับเพื่อนให้มาก ผลการวิจัยจาก  University of California ใน San Diego พบว่า คุณจะดูดีขึ้นเมื่ออยู่กับคนหมู่มาก เนื่องจากสมองของคนเราจะกลั่นกรองและคัดเลือกคนที่ถึงพอใจมากที่สุดในกลุ่ม เพราะฉะนั้น เกาะกลุ่มเพื่อนเอาไว้!   3.เลี่ยงการคุยสั้นๆ การคุยกันสั้นๆ นั้น จะทำให้คุณไม่รู้จักอีกฝ่ายเอาซะเลย ยิ่งไปกว่านั้นยังสร้างความน่าเบื่ออีกด้วย เพราะฉะนั้น อย่าลืมตั้งคำถามปลายเปิด เพื่อคุยกันในเรื่องที่สามารถสานต่อได้ คุณจะกลายเป็นคนที่สนุกสนานและน่าพูดคุยด้วยอีกหลายเท่าเลยล่ะ   4.เป็นผู้นำเสียบ้าง คนส่วนใหญ่จะชื่นชอบคนที่มีอำนาจ ตามผลวิจัยพบว่า คนที่เป็นหัวหน้ากลุ่มนั้นจะได้รับความสนใจมากกว่าคนทั่วไป เพราะฉะนั้น เมื่อต้องตัดสินใจ หรือได้แสดงศักยภาพในการได้เป็นผู้นำ จงรับมือกับมันด้วยความมั่นใจ 5.ยิ้มหวานๆให้มาก ยิ่งคุณยิ้มจริงใจเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งน่าสนใจมากขึ้นเท่านั้น เพราะใบหน้าของการยิ้มแย้มนั้น ทำให้คนที่เห็นรู้สึกผ่อนคลายและกล้าเข้ามาพูดคุยปฏิสัมพันธ์มากขึ้น 6.เลี้ยงหมาซะ ตามผลการศึกษาพบว่า คนที่เลี้ยงหมา จะมีความน่าสนใจมากขึ้นอีกเท่าตัว เนื่องจากแสดงว่าเขาเป็นคนจริงใจและเข้าใจความสัมพันธ์ระยะยาว ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นคนมองโลกในแง่ดี ง่ายๆสบายๆ อีกด้วย 7.ทำตัวให้น่ารักเข้าไว้ ทำสีหน้าของตัวเองให้มีความสุข และ พร้อมรับกับคนอื่นอยู่เสมอ ที่สำคัญต้องพูดจาดีกับคนอื่นๆด้วย แค่นี้คุณก็ดูน่ารักขึ้นแล้ว 8.อยู่ในที่ที่ดีเข้าไว้ เช่น เดินในห้างในเมือง ร้านอาหารสวยๆ เปิดโอกาสตัวเองให้ได้เจอกับคนในสถานที่ดีๆ ที่แตกต่างกันไป 9.หากเป็นนักดนตรี จงเล่นเพลงดีๆเข้าไว้ แหงอยู่แล้วล่ะว่า ใครๆก็ต้องชอบเพลงเพราะๆ เล่นเพลงเก๋ๆ หรือ ฝึกร้องเพลงประจำตัวเอาไว้ ให้คนที่่ได้ฟังต้องหลงคุณ 10. จงเดทกับคนที่สนุกสนาน ถ้าต้องเลือกเดทใครสักคน ก็ขอให้คุณเลือกคนที่สนุกสนาน ทำให้คุณไม่เครียด แล้วคุณจะเป็นตัวเอง และจะกล้าพูด กล้าทำในสิ่งที่คุณต้องการ ที่สำคัญคุณจะรู้สึกผ่อนคลายและเปิดใจมากกว่าคนในแบบอื่นๆ 11.เป็นคนจิตใจดีเอาไว้ ยิ่งคุณจิตใจดีเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งเซ็กซี่เท่านั้นในสายตาคุณหนุ่มๆเท่านั้น เพราะฉะนั้น หากคุณเป็นคนจิตใจดีอยู่แล้ว จงเป็นตัวเอง แสดงมันออกมาอย่างที่คุณเป็น ไม่ต้องเขิน บอกเลยว่านี่คือการบริหารเสน่ห์ขั้นสุดเลยล่ะ ผู้ชายแพ้ผู้หญิงจิตใจดีอยู่แล้ว 12.เล่นกีฬา ไม่มีอะไรเซ็กซี่ไปกว่าผู้หญิงเล่นกีฬาอีกแล้ว ช่วงเวลาที่ผู้หญิงเคลื่อนไหวร่างกาย ไม่ว่าทำอะไรก็ดูเซ็กซี่ไปหมดแหละ เพราะฉะนั้น หากีฬาเล่นซะ! อ้อถ้าอยากจะหาแฟน ก็จงเล่นกีฬาที่คุณผู้ชายเขาเล่นได้ด้วยนะ 13.ใส่อะไรก็ได้ที่เป็นสีแดง! จากผลการวิจัยพบว่า " สีแดง"  ทำให้คุณผู้ชายหันมาสนใจได้มากกว่าสีอื่น  สีแดงเป็นสีแห่งความร้อนแรง ร้อนรุ่ม เซ็กซี่ เย้ายวน ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า แค่คุณทาลิปสีแดง รองเท้าแดง ชุดสีแดง เชื่อนักล่ะว่าต้องมีผู้ชายเหลียวคุณบ้างล่ะ ที่มา www.independent.co.uk เรียบเรียงโดย Women Mthai Team

ความสวยงามแฝงความน่าสะพรึงของโรงแรม Grotta Palazzese ในอิตาลี
Grotta Palazzese /  The Seaside / 

โรงแรม Grotta Palazzese ในอิตาลีที่สวยงามน่าไปเยือนแต่ก็แฝงความน่าสะพรึงอยู่ด้วย เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่อยู่ในลิสต์ต้องไปเยือนสักครั้งก่อนตายของหลายเว็บไซต์ท่องเที่ยวทั่วโลก สำหรับ Grotta Palazzese โรงแรมที่ตั้งอยู่ในเมือง Polignano ติดทะเลทางใต้ของประเทศอิตาลี ไฮไลท์ของที่นี่คือภัตตาคาร The Seaside ที่ตั้งอยู่บริเวณถ้ำริมหน้าผาอันน่าสะพรึงแต่แฝงด้วยความงามในคราวเดียวกัน เมื่อมองไปเบื้องล่างความสูง 73 ฟุต คุณจะเห็นเกลียวคลื่นที่ซัดถาโถมเข้ากับหน้าผาอย่างบ้าคลั่ง ตรงกันข้ามกับด้านบนที่สวยงามจากดวงไฟที่ประดับประดาสำหรับดินเนอร์มื้อเย็นของคุณ ถือว่าเป็นจุดที่บรรยากาศแสนโรแมนติกสมบูรณ์แบบเกินคำบรรยายจริงๆ สถานที่แห่งนี้ครั้งหนึ่งในอดีตเคยตกเป็นอาณานิคมของกรีกมาก่อน คาดเดากันว่าในส่วนของภัตตาคารนั้นอาจเคยเป็นที่รับรองพวกขุนนาง นักการเมืองชั้นสูงมาก่อนในยุค คศ.1700 น่าจะเป็นส่วนที่ทำให้หน้าผาแห่งนี้เหมาะกับการเป็นโรงแรมและภัตตาคาร ความสวยงามแฝงความน่าสะพรึงของโรงแรม Grotta Palazzese ในอิตาลี นอกจากความสวยงามของภัตตาคารและโรงแรมแล้ว นอกชายฝั่งของทะเลที่นี่ยังเหมาะกับการดำน้ำดูประการังหรือเดินทอดน่องบริเวณชาดหาดซึ่งยาวกว่า 1 กิโลเมตรอีกด้วย นอกจากนั้นที่นี่ยังเป็นเป้าหมายปลายทางของคู่รักจากทั่วโลกเพื่อการจัดงานแต่งงานอีกด้วย ก็เพราะบรรยากาศที่เพอร์เฟ็ค สถานที่ก็เพียบพร้อมเชื่อว่าคงได้ภาพสวยๆ กลับไปได้อย่างแน่นอน ลืมบอกไปว่าบริเวณภัตตาคารเปิดให้บริการเพียงแค่ 5 เดือนต่อปีเท่านั้นคือตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-ตุลาคม โปรดเช็ควันเวลาก่อนเดินทางเพื่อจะได้ไม่พลาดความฟิน ภาพและข้อมูลจาก grottapalazzese.it

เปิดฝึก 'คอบร้าโกลด์' ทูตมะกันแจงเหตุส่งทหารร่วมน้อย?
คอบร้าโกลด์ /  คอบร้าโกลด์ 2016 / 

ผบ.สส.เปิดฝึก 'คอบร้าโกลด์' 16 ทูตสหรัฐฯ ย้ำ  ส่งทหารร่วมน้อย ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง ยัน สัมพันธ์ทางการทูตคงเดิม พล.อ.สมหมาย เกาฏีระ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ นาย กลิน ที. เดวีส์ (Glyn T. Davies) เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกคอบร้าโกลด์ 16 ณ กองบัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมีเอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำประเทศไทย เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย อัครราชทูตสิงคโปร์ประจำประเทศไทย และอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำประเทศไทย เข้าร่วมด้วย ทั้งนี้ การฝึกคอบร้าโกลด์ เป็นการฝึกร่วมผสมทางทหารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งกองทัพไทยและกองกำลังสหรัฐอเมริกาภาคพื้นแปซิฟิก ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดการฝึกในประเทศไทยเป็นประจำทุกปี ในครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 35 โดยมีวัตถุประสงค์การฝึก เพื่อพัฒนาความร่วมมือด้านความมั่นคงในการแก้ไขสถานการณ์ความขัดแย้ง เพื่อมุ่งไปสู่กองกำลังรักษาสันติภาพนานาชาติ รวมทั้งเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการบรรเทาภัยพิบัติ นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ทางทหาร ระหว่างกองทัพไทย กับกองทัพมิตรประเทศที่เข้าร่วมการฝึกฯ ที่ดีอยู่แล้วให้กระชับแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยการฝึกคอบร้าโกลด์ ในปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 - 19 กุมภาพันธ์ 2559 มีประเทศที่เข้าร่วมการฝึกรวมทั้งสิ้น 27 ประเทศ โดยมีประเทศเข้าร่วมการฝึกหลัก จำนวน 7 ประเทศ ได้แก่ ไทย สหรัฐอเมริกา อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี มาเลเซีย และสิงคโปร์ ส่วนสาธารณรัฐประชาชนจีน และอินเดีย ได้เข้าร่วมในส่วนโครงการช่วยเหลือประชาชน นอกจากนี้ ยังมีประเทศในโครงการฝ่ายเสนาธิการผสมนานาชาติ (MPAT) จำนวน 9 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย แคนาดา ฝรั่งเศส อังกฤษ อิตาลี บังกลาเทศ เนปาล มองโกเลีย และฟิลิปปินส์ และมีประเทศที่เข้าร่วมสังเกตการณ์การฝึก (COLT) จำนวน 9 ประเทศ ได้แก่ เมียนมา ลาว เวียดนาม ชิลี เนเธอร์แลนด์ บรูไน แอฟริกาใต้ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย โดยใช้พื้นที่ในภาคกลาง และภาคตะวันออก เป็นหลักในการฝึก ทูตอเมริกัน ประจำประเทศไทย กล่าวสุนทรพจน์ เปิดการฝึกซ้อมคอบร้าโกลด์ 16 พร้อมสานสายสัมพันธ์ระดับประชาชน บอก ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง ยันสัมพันธ์ทางการทูตคงเดิม นายกลิน ที. เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย กล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเปิดการฝึกซ้อมคอบร้าโกลด์ 16 ว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมพิธีเปิดการฝึกซ้อมคอบร้าโกลด์ ในวันนี้ คอบร้าโกลด์เป็นการฝึกซ้อมทางทหารระดับพหุภาคีที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขอขอบคุณ พล.อ.สมหมาย เกาฏีระ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่เป็นผู้นำวางแผนการจัดงานนี้ และขอบคุณที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น การฝึกครั้งนี้เพื่อรับมือกับความท้าทายใหม่ ๆ ด้านมั่นคงทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก รวมถึงเพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ และเสถียรภาพตลอดทั่วภูมิภาคนี้ ซึ่งการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ได้เพิ่มปริมาณการค้า ส่งเสริมการลงทุน และกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ อีกทั้ง ยังสานสายสัมพันธ์ระดับประชาชนให้เฟื่องฟูยิ่งขึ้น และลดความขัดแย้งด้วยการเสริมสร้างความเข้าใจระหว่างกันและการพึ่งพาซึ่งกันและกัน ทั้งนี้ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ กล่าวว่า แม้ว่าความสัมพันธ์ของไทย-สหรัฐฯ ในวันนี้จะเข้มแข็ง มั่นคง และครอบคลุม แต่ความร่วมมือนี้จะยังเติบโตเข้มแข็งขึ้นไปอีก เมื่อนายกรัฐมนตรี ได้ยืนยันแล้วว่า ประเทศไทยจะกลับสู่การปกครองที่มีรัฐบาลมาจากการเลือกตั้งด้วยระบอบประชาธิปไตยที่เข้มแข็งและยั่งยืน อย่างไรก็ตาม ไทย และสหรัฐอเมริกา เป็นพันธมิตรสนธิสัญญาตั้งแต่ ปี 2497 ได้เสียสละ และต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันในหลายสนามรบ และได้ทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างสันติภาพในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทูตอเมริกาแจงฝึกคอบร้าโกลด์16ไม่เกี่ยวการเมือง นายกลิน ที เดวีส์ (Glyn T. davies) เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย กล่าวภายหลังพิธีเปิดการฝึกคอบร้าโกลด์ 16 ถึงกรณีที่มีการลดจำนวนทหารลงในการฝึก ว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องของการเมือง กฎหมายของสหรัฐฯ ระบุไว้ว่า ถ้ารัฐบาลมาจากการรัฐประหารจะต้องลดจำนวนลง แต่ก็ยังฝึกร่วมกันอยู่ เพราะการฝึกมีความสำคัญ โดยเฉพาะการช่วยเหลือด้านหลักมนุษยธรรม ทหารที่มาร่วมฝึกปีนี้ เท่ากับปีที่ผ่านมา และการฝึกครั้งนี้ ขึ้นกับเป้าหมายการฝึก คือ การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ความสัมพันธ์กับประเทศไทยและภูมิภาคแถบนี้ ทั้งนี้ แม้ความสัมพันธ์กับไทยจะยังไม่กลับคืนมาในระดับปกติ แต่ความสัมพันธ์ทางการทูต ก็ไม่ได้น้อยลง การฝึกครั้งนี้ ก็แสดงให้เห็นว่า มีความสันพันธ์ที่ดีกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย ส่วนจำนวนทหารที่มาฝึกครั้งนี้ แม้จะน้อยลง แต่ก็จะทำให้ไปสู่การบรรลุเป้าหมายของการฝึกได้ อีกทั้งการฝึกคอบร้าโกลด์ ไม่เกี่ยวกับปัญหาคาบสมุทรเกาหลีด้วย อย่างไรก็ตาม สำหรับกรณีที่ไทยมีความสัมพันธ์กับจีนเพิ่มขึ้นนั้น เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ กล่าวว่า เป็นสิ่งที่ดี และจะเห็นว่าจีน ก็มาเข้าร่วมฝึกในฐานะผู้สังเกตการณ์ ซึ่งเป็นไปในเชิงบวก เป็นการเสริมสร้างความสามารถที่จะอาจเกิดขึ้นในอนาคตในการช่วยเหลือกัน ที่มา INN  ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

เมาคลีหนีแชร์คาน! ในตัวอย่างใหม่ The Jungle Book เมาคลีลูกหมาป่า
Ben Kingsley /  Bill Murray / 

นอกจากภาพยนตร์บู๊แอคชั่นระเบิดป่าเผากระท่อมทำลายโลกจนสิ้นซากในช่วงโฆษณาการแข่งขันซูเปอร์โบว์ลแล้ว ยังมีอีกหนึ่งภาพยนตร์ที่จะนำทางไปยังป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ สถานที่ซึ่งปราศจากความวุ่นวายในชีวิต และดื่มด่ำกับธรรมชาติที่สวยงามในภาพยนตร์เรื่อง The Jungle Book เมาคลีลูกหมาป่า วอล์ท ดิสนีย์ (Walt Disney) ได้ปล่อยตัวอย่างใหม่ล่าสุดออกมาให้ชมกัน และจากตัวอย่างใหม่นี้เองที่เผยให้เห็น นีล เซ็ทธี (Neel Sethi) เด็กชายวัย 12 ขวบ ที่ผ่านการแคสติ้งเหนือเด็กนับพันเพื่อรับบทสำคัญยิ่งอย่าง “เมาคลี” และในตัวอย่างนี้เราจะได้ยินเสียงของเด็กชายที่ถูกเก็บมาเลี้ยงเป็นครั้งแรก เมาคลีImage: Disney นอกจากนี้ The Jungle Book ยังได้นักแสดงนำจากฮอลลีวูดมาให้เสียงพากย์มากมาย อาทิ บิล เมอร์เรย์ (Bill Murray) พากย์เสียงเป็น “หมีบาลู” เบ็น คิงส์ลีย์ (Ben Kingsley) พากย์เสียงเป็น “เสือดำบาคีร่า” และ คริสโตเฟอร์ วอลเคน (Christopher Walken) พากย์เสียงเป็น “คิงลูอี้” และตำนานของเมาคลีลูกหมาป่าจะกู่ก้องไปทั่วพงไพรในวันที่ 13 เม.ย. นี้ ในโรงภาพยนตร์ Image: Disney ดูบทความต้นฉบับ : New 'The Jungle Book' trailer is a Super Bowl necessity

คลื่นความเย็นซัด 'อินเดีย' หิมะตกหนัก ปชช. หนาวยะเยือก
ColdSnaps2016‬ /  Snow Challenge / 

คลื่นความเย็นพัดเข้าทางตอนเหนือของประเทศ 'อินเดีย' หิมะตกหนัก ประชาชนสวมเสื้อหนาว-ผิงไฟ สภาพอากาศของเมือง ชิมลา ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย เย็นลงอย่างรวดเร็วในช่วงวานนี้ หลังจากมีหิมะตกอย่างหนักผ่านไปเพียง 1 วัน ซึ่งความเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ เกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝัน มีหิมะตกหนักเมื่อวันอาทิตย์ ทำให้ทางเชื่อมต่าง ๆ ถูกตัดขาด โดยประชาชนต้องสวมเสื้อกันหนาวหนาหลายชั้น และพยายามรักษาความอบอุ่นด้วยการอยู่ใกล้กับกองไฟนอกจากนี้ยังมีหิมะตกอย่างหนัก ที่เทือกเขาปีปัญจาล ซึ่งเป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ กั้นระหว่าง 2 รัฐ โดยทางการสั่งให้มีการปิดถนนหลังจากที่หิมะตกหนัก ซึ่งมีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากหิมะรุนแรงครั้งนี้หลายรัฐ ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- กรมอุตุนิยมวิทยา เผย วันที่ 4 - 6 ก.พ. นี้ ภาคเหนืออุณภูมิลดลง 3 - 6 องศาฯ ส่วนภาคใต้ฝรตกแห่งบางแห่ง กทม. มีหมอกตอนเช้า กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์ลักษณะอากาศประจำวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559 ในช่วงวันที่ 6 - 8 กุมภาพันธ์ 2559 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ ทำให้บริเวณดังกล่าว มีอากาศหนาวเย็นลง และอุณหภูมิจะลดลง 3 - 6 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพ เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงนี้ไว้ด้วย ส่วนมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้บริเวณภาคใต้ มีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2 - 4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย ส่วนพยากรณ์อากาศสำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล เวลา 17.00 น. วันนี้ - 17.00 น. วันพรุ่งนี้ มีเมฆบางส่วน กับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 22 - 24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32 - 34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15 - 30 กม./ชม. ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เก็บตกลมหนาว ประมวลภาพปรากฏการณ์ยะเยือกในเอเชีย ผู้โดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอส 25 ม.ค. 2559 ประชาชนสวมใส่เครื่องแต่งกายกันหนาว เดินตามท้องถนน พนักงานรักษาความปลอดภัยบนรถไฟฟ้า บีทีเอส สวมใส่เสื้อกันหนาว ในวันที่ 25 ม.ค. 2559 แม่ค้าขายอาหารข้างทาง สวมใส่เครื่องแต่งกาย เพื่อป้องกันความหนาว กทม. 25 ม.ค. 2559 เวียดนาม 25 ม.ค. 2559 ไต้หวัน 25 ม.ค. 2559 ปากีสถาน 25 ม.ค. 2559 ฟุกุโอะกะ ญี่ปุ่น 25 ม.ค. 2559 ญี่ปุ่น 26 ม.ค. 2559 ชาวบ้านในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ถูกขังอยู่ภายในบ้าน เนื่องจากผลกระทบจากพายุหิมะถล่ม  ข่าวต่างประเทศ รายงานผลกระทบจากพายุหิมะในสหรัฐฯ กรณีที่นาย ชอว์ หยิน และ เฮเลน หลิว สามีภรรยา ซึ่งอาศัยอยู่ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ไม่สามารถออกจากบ้านได้ หลังจากที่เปิดประตูบ้านมาเจอกำแพงหิมะสีขาวหนาหลายเมตร กลบทางเข้าออกจนมิด จากนั้นทั้งคู่ รีบโทรเรียกหน่วยกู้ภัยมาช่วยเหลือโดย แต่โชคร้ายที่สภาพอากาศอันเลวร้าย ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเดินทางออกมาปฏิบัติหน้าที่ได้ จนกระทั่งเมื่อกู้ภัยมาถึง พวกเขาต้องใช้เวลานานกว่าชั่วโมงเพื่อขุดหิมะออกจากหน้าประตูบ้านได้ในที่สุด ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- สาวแท้-เทียมแห่แชร์กระแสใหม่ ฝรั่งล่ำแก้ผ้าท้าหนาว โดดใส่หิมะสนั่นโซเชียล  หากคุณอาศัยอยู่ในประเทศ หรือเมืองที่อากาศหนาวอุณหภูมิติดลบ ถึงขึ้นหิมะตก แน่นอนว่าคุณจะต้องสวมใส่เสื้อผ้าหนา และพยายามไม่ออกไปอยู่ในที่ที่อากาศหนาว แต่ไม่ใช่สำหรับ ชาเลนจ์รอบใหม่ ซึ่งเป็นการท้าหนาวที่ต้องใช้ความ 'สตรอง' สุด ๆ จนทำให้ ไอซ์ บัคเก็ต ชาลเลนจ์ เป็นแคมทเปญที่ดูเด็ก ๆ ไปเลย หลังจากกระแส ไอซ์ บัคเก็ต ชาลเลนจ์ ซาไป ในช่วงที่วิกฤตอากาศหนาวกระจายตัวไปทั่วโลกเช่นนี้ ได้เกิดไวรัลระลอกใหม่เกิดขึ้น นั่นก็คือ สโนว์ ชาลเลนจ์ (Snow Challenge) ซึ่งเป็นการท้าทายให้เพื่อน ๆ ออกมาสวมเสื้อผ้าน้อยชิ้น หรือชุดว่ายน้ำ พร้อมทั้งออกนอกบ้าน เพื่อเผชิญกับอากาศหนาวติดลบ และมีหิมะปกคลุมทั่วพื้นที่ จากนั้น ผู้รับคำท้า จะต้องกระโดด พุ่งตัวลงสู่กองหิมะ เผชิญกับอากาศหนาวยะเยือก นอกจากนี้ ยังมีการแชร์คลิปฝรั่งแซ่บในแคมเปญด้งกล่าว จากเพจ สมาคมนิยมฝรั่งล่ำ ที่รวบรวมเอาหนุ่มหล่อ หุ่นดี ซึ่งกำลังปฏิบัติภาระกิจ สโนว์ ชาลเลนจ์ ทำให้มีผู้เข้าไปกดไลท์ และ แชร์คลิปดังกล่าวต่อออกไปราว 8 พันครั้ง ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- สลดใจ ! สหรัฐฯ ประชาชนเสียชีวิตเฉียดครึ่งร้อย จากผลพวงของปรากฏการณ์พายุหิมะถล่ม สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าว กรณีที่สหรัฐฯ ได้รับผลกระทบจากพายุหิมะถล่มอย่างหนักในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นผลให้มีผู้เสียชีวิตราว 48 ราย ซึ่งส่วนใหญ่มาจากสาเหตุหัวใจวายฉับพลัน ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- สื่อชิลีเผยแพร่ภาพขณะคลื่นยักษ์สูง 5 เมตรซัดเข้าฝั่งเมืองวีญา เดล มาร์ ซึ่งความรุนแรงของคลื่น ทำให้รถที่จอดอยู่บริเวณใกล้เคียงตะแคงข้าง สาเหตุสาเหตุของการเกิดคลื่นสูงครั้งนี้ เป็นผลพวงมาจากที่ ชิลีเผชิญพายุรุนแรงซึ่งเกิดจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ทั้งยังเกิดอุทกภัย บ้านเรือนราว 15,000 ต้องเผชิญกับไฟดับราวชั่วโมง ทั้งนี้คลื่นยักษ์ สร้างความเสียหายให้กับรถยนต์ ไฟทาง และแผงกั้นจราจรจำนวนมาก จนกระทั่งทางการต้องนำธงแดง มาปักไว้เพื่อเตือนภัยบริเวณชายหาดตลอดแนว พร้อมทั้งมีคำ สั่งห้ามประชาชนลงว่ายน้ำในทะเลอย่างเด็ดขาด พร้อมทั้งสั่งปิดถนนบริเวณหน้าหาด อย่างไรก็ตามรายงานระบุว่ามีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย ขอบคุณข้อมูลจาก BBC Thai ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เกิดประเด็นร้อนแรง ที่มีการพูดถึงเรื่องหิมะในประเทศไทย เนื่องจากขณะนี้ อุณหภูมิลดลงในช่วง 1-2 วันอย่างเห็นได้ชัด ดร.สมิทธ ธรรมสโรช ประธานกรรมการมูลนิธิภัยพิบัติแห่งชาติ คาดว่า อีก 3-4 วันอากาศจะร้อนขึ้น และเมื่อเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์จะเข้าสู่ฤดูร้อน โดยสาเหตุที่ในช่วงนี้มีอากาศหนาว มีความเกี่ยวข้องกับสภาวะโลกร้อน ปรากฎการณ์เอลนินโญ และการเปลี่ยนทิศทางของกระแสน้ำอุ่น ทำให้เกิดสภาพอากาศที่เรียกว่า 'หนาวสองชั้นอากาศ' คืออากาศเย็นจากขั้วโลกเหนือ และลมแรงกระทบพื้นที่สูงมากผิดปกติ ส่งผลให้ลมหนาวลงมาถึงภาคใต้ตอนบน เมื่อพูดถึงกรณีที่จะมีหิมะตกในประเทศไทย ได้ความว่า หากอุณหภูมิพื้นผิวโดยปกติต้องต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียสอย่างดอยอินทนนท์ แต่ที่เห็นในภาพโซเชียลเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาว หรือเพียงแต่เกิดปรากฏการณ์แม่คะนิ้งเท่านั้น แต่นั่นถือเป็นจุดเริ่มต้นปรากฏการณ์หิมะตก เพราะอุณหภูมิไม่ต่ำมากพอ และหากอุณหภูมิติดลบฝนที่ตกลงมาก็จะกลายเป็นหิมะได้ สนับสนุนข้อมูลโดย springnews ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ในทุก ๆ ปี เมืองคาสโนยาสค์ เมืองที่ตั้งอยู่ในแคว้นไซบีเรียน ประเทศรัสเซีย จะมีการจัดเทศกาลประจำปี โดยสมาชิกของสโมสรว่ายน้ำราว 300 ชีวิต จะออกมาว่ายน้ำในแม่น้ำเยนีเซย์ เพื่อท้าอากาศหนาวในช่วงที่อุณหภูมิติดลบ ด้วยเหตุผลอันน่าประหลาดใจ โดยสมาชิกสโมสรดังกล่าว จะมีวัยตั้งแต่ ต่ำกว่า 1 ปี ไปจนถึง 79 ปี โดยส่วนใหญ่ จะเป็นผู้ที่อยู่ในวัยเกษียณ ทั้งนี้สมาชิกบางคนได้ให้เหตุผลว่า การอาบน้ำด้วยน้ำเย็นยะเยือกเช่นนี้ ส่งผลดีต่อสุขภาพของพวกเขา ทั้งยังมีการกล่างอ้างว่า กิจกรรมนี้ ช่วยให้พวกเขามีภูมิคุ้มกันเพิ่มมากขึ้น ส่วนสมาชิกคนอื่น ๆ เผยว่า กิจกรรมนี้ช่วยผ่อนคลาย และเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้น อย่างไรก็ตาม ในแต่ละปี น้ำในแม่น้ำเยนีเซย์ จะกลายเป็นน้ำแข็งปีละหลายเดือน เนื่องจากสถาพอากาศที่หนาวเหน็บติดลบราว ๆ 30 องศาเซลเซียส ซึ่งเรียกได้ว่า เป็นอากาศที่หนาวเหน็บและสามารถคร่าชีวิตคนได้เลยทีเดียว ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ชาวเมืองในรัสเซีย ผจญอากาศหนาวสุดขั้ว อุณหภูมิ ติดลบ 50 องศา ยาวนานกว่า 280 วัน ล่าสุด 'บีบีซีไทย' ได้นำเสนอเรื่องราว วิถีชีวิตของชาวเมืองในรัสเซียที่อุณหภูมิต่ำกว่า -50 องศาเซลเซียส ในเมืองโนรีลส์ก แคว้นไซบีเรีย ประเทศรัสเซีย ซึ่งเมืองนี้ เป็นหนึ่งในเมืองที่ตั้งอยู่เหนือเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล หรือ เส้นสมมุติบริเวณขั้วโลกเหนือที่ลากขนานกับเส้นศูนย์สูตร ในเมืองดังกล่าว เต็มไปด้วยอุตสาหกรรมเหมืองแร่ที่ถูกค้นพบในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เช่นแร่จำพวก นิกเกิล ทองแดง และโคบอลต์ ทำให้เกิดการสะสมของสารพิษเป็นวงกว้าง แต่นั่นเป็นสิ่งที่ดึงดูดผู้คนมาตั้งถิ่นฐานด้วยเช่นกัน โดยสภาพอากาศที่นั่นจะหนาวจัดตลอดเวลา อุณหภูมิโดยเฉลี่ย -9 องศาเซลเซียส มีฤดูหนาวยาวนานถึง 280 วัน อุณหภูมิในฤดูหนาวอาจถึง -58 องศาเซลเซียส โดยมีประชากรอาศัยอยู่ในเมืองดังกล่าว ราว ๆ 170,000 คน ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ทะเลสาบและหาดโคลนในเอเชียตะวันออกกลายเป็นน้ำแข็ง วิกฤตอากาศหนาวรุนแรงในรอบศตวรรษ สำนักข่าว บีบีซี รายงานข่าว วิกฤตอากาศหนาว ที่ส่งผลกระทบไปทั่วทวีปเอเชีย ที่ล่าสุด ในเกาหลีใต้เกิดอุบัติเหตุขึ้นบนท้องถนน จากสภาพอากาศที่เลวร้าย ตามเกาะและท่าอากาศยานกลายเป็นอัมพาต เพราะเกิดพายุหิมะครั้งใหญ่ที่สุดในรอบศตวรรษ โดยสำนักงานอุตุนิยมวิทยาเกาหลีใต้ ออกคำเตือนกรณีที่คลื่นอากาศหนาวในกรุงโซลเมืองหลวงของประเทศ รุนแรง ทั้งอุณหภูมิในเมืองหลวงยังลดลงถึง -18 องศาเซลเซียสเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ที่มา koreaherald ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เกาหลีใต้เผชิญสภาพอากาศหนาวเฉียบพลัน ทำให้สำนักอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนภัยหนาว ในกรุงโซล ครั้งแรกในรอบ 5 ปี สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ได้เกิดคลื่นความเย็นพาดผ่านประเทศเกาหลีใต้ ทำให้อากาศในกรุงโซล หนาวจัดอย่างฉับพลัน ทำให้สำนักอุตุนิยมวิทยาของเกาหลีใต้ ต้องประกาศเตือนภัยสภาพอากาศหนาวในเมืองหลวง ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี โดย อิทธิพลของคลื่นความเย็น ทำให้อุณหภูมิอากาศในกรุงโซล เริ่มหนาวเย็นมาตั้งแต่เมื่อวานนี้ ซึ่งวัดได้ ถึงลบ 16 องศาเซลเซียสและวันที่ 24 ม.ค. วัดได้ถึงลบ 18 องศาเซลเซียส โดย สำนักอุตุฯ เกาหลีใต้ คาดว่า อุณหภูมิอากาศในกรุงโซลในช่วงอย่างน้อย 2-3 วันข้างหน้า จะมีอุณหภูมิอากาศลดต่ำสุด ที่ระดับต่ำกว่าลบ 15 องศาฯ ในตอนเช้า ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก INN ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- วันนี้ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นจำนวนมาก ออกมาโพสต์รูปภาพแสดงอุณหภูมิที่ลดลงในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศไทย ประชาชนส่วนใหญ่สวมใส่เสื้อกันหนาวออกมาทำงานนอกบ้าน ขณะที่สื่อในเอเชีย รายงานว่าปีนี้มีหิมะตกในหลายประเทศ อาทิ เวียดนามที่มีหิมะปกคลุมไปทั่วภูเขาสูงที่ซาปา ทั้งกว่าครึ่งประเทศมีอากาศหนาวปกคลุม โดยอุณหภูมิติดลบ 5 องศาเซลเซียส ซึ่งนับว่าต่ำที่สุดในรอบหลายปี แม้ว่านี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดปรากฏการณ์หิมะตก แต่ในปีนี้นับปีที่มีหิมะตกปริมาณมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาในตลอดหลายๆ ปี นอกจากนี้ สปป.ลาว มีรายงานว่าหิมะตกหลังอุณหภูมิติดลบ 3 องศาฯ ใน จ.หัวพัน มีการแพร่ภาพถ่ายเกล็ดหิมะปกคลุมเป็นหย่อมๆ เบาบาง แต่อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์ครั้งนี้ สร้างความตื่นเต้นฮือฮาให้ชาวบ้านเป็นอย่างมาก ทางฝั่ง ไต้หวัน ที่โดยปกติไต้หวันจะมีหิมะตกเฉพาะในเขตภูเขาสูงระดับพันเมตรแต่คราวนี้มีหิมะตกในระดับความสูงเพียง 400 ม.เท่านั้น ทั้งอุณหภูมิยังลดลงต่ำสุดในรอบ 40 ปี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจากภาวะอากาศหนาวแล้วถึง 15 คน ในเขตซินไถเป่ยและไท่หยวน ส่วนทางด้าน จีน ทางตอนใต้ ที่มีสภาพอากาศกึ่งร้อนชื้น รวมถึงในช่วงฤดูหนาว อากาศในพื้นที่ไม่หนาวจัด แต่ในปีนี้แปลกกว่าทุกปี เนื่องจากในมณฑลกวางตุ้งประสบกับคลื่นความหนาวรุนแรง เกิดน้ำแข็งจับตัว โดยวานนี้ นครกว่างโจวเกิดหิมะตกครั้งแรกในรอบ 60 ปี ทำให้ประชาชน ออกมาเล่นตุ๊กตาหิมะกันอย่างสนุกสนานในวันนี้ อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ อุณหภูมิที่ลดต่ำลง เกิดจากคลื่นกระแสลมหนาว ได้เคลื่อนตัวลงมาถึงเขตที่มีสภาพอากาศกึ่งร้อนชื้นและเขตร้อนชื้น ทว่าโดยปกติมักไม่หนาวจัดถึงจุดเยือกแข็งหรือเกิดหิมะตก แต่ในปีนี้บางประเทศในอาเซียนกลับมีอากาศเย็นยะเยือกจนน้ำค้างจับตัวเป็นน้ำแข็ง ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

คืบหน้า คดีหมอฟันหนีทุน กว่า 47 ล้าน ต้องมาศาล14 มี.ค.นี้
ค้ำประกัน /  ปวิน / 

ศาลยุติธรรม ชี้แจงคดีหมอฟันเบี้ยวหนี้  47 ล้าน ต้องมาศาลวันนัด14 มี.ค. นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงขั้นตอนการพิจารณาคดีล้มละลายที่ มหาวิทยาลัยมหิดล ยื่นฟ้อง ทันตแพทย์หญิง ดลฤดี จำลองราษฎร์ อดีตอาจารย์ภาควิชาทันตกรรมเด็ก คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (ม.มหิดล)หลังจากได้รับทุนไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทและเอก ที่สหรัฐฯ เมื่อสำเร็จการศึกษา ดลฤดี ได้หลีกเลี้ยงไม่กลับมาใช้ทุนคืน รวมถึงแต่งงาน เปลี่ยนสัญชาติ และทำงานเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด อย่างไรก็ตาม คดีดังกล่าว ม.มหิดล เป็นโจทก์ที่ 1 และ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) เป็นโจทก์ที่ 2 ยื่นฟ้อง น.ส.ดลฤดี ผู้รับทุน เป็นจำเลย ต่อศาลล้มละลายกลาง คดีหมายเลขดำ ล.3603/2558 ทั้งนี้ทั้งนั้น คดีล้มละลายนี้ สืบเนื่องจากเป็นคดีที่ศาลปกครองมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว รวมยอดหนี้ทั้งสิ้น 47,853,435.88 บาท พร้อมกันนี้ ศาลได้นัดพิจารณาคดีครั้งแรกวันที่ 14 มี.ค.นี้ เวลา 09.00 น. โดยฝ่ายโจทก์และจำเลยต้องมาศาลตามนัด ซึ่งหากจำเลยเดินทางมาศาลต่อสู้คดีก็ต้อง พิจารณาไปตามกระบวนการ แต่หากจำเลยไม่มา ศาลจะมีคำสั่งว่า จำเลยขาดนัดพิจารณาและดำเนินคดีไปฝ่ายเดียว ซึ่งศาลจะนำความจริงมาพิจารณาว่า จำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่ และมีหนี้สินจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาทหรือไม่ หากศาลพิจารณาแล้วเสร็จ จะมีคำสั่งพิจารณาพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดต่อจำเลย หรือไม่ จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการ การประนอมหนี้ก่อนล้มละลาย ซึ่งในกรณีที่ศาลมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดก็จะมีการประชุมเจ้าหนี้ หากเจ้าหนี้ไม่เห็นด้วยกับการประนอมหนี้ ศาลต้องพิพากษาให้จำเลยตกเป็นบุคคลล้มละลาย จากนั้นจะถึงกระบวนการในเรื่องที่เจ้าหนี้จะต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ในกำหนดเวลา 2 เดือน แล้วมีการพิจารณาคำขอชำระหนี้ไปตามลำดับ เมื่อเสร็จแล้ว จะถึงกระบวนการที่สำคัญคือการไต่สวนลูกหนี้โดยเปิดเผยซึ่งศาลจะต้อง ออกหมายเรียกจำเลย ให้มาศาลเพื่อสอบถามถึงมูลเหตุที่ทำให้ตกเป็นหนี้ ตามคำพิพากษาของศาลปกครองกลางว่าเพราะเหตุใดถึงไม่มีทรัพย์สินในการชำระหนี้ หากจำเลยไม่มาศาลก็ถือเป็นการขัดขืนหมายเรียก ซึ่งศาลจะมีคำสั่งให้ 'ออกหมายจับ' หลังจากผ่านกระบวนการในการขอรับชำระหนี้ และศาลได้พิพากษาจนตกเป็นบุคคลล้มละลายแล้ว จากนั้นจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการบังคับคดี ---------------------------------------------------------------------------------------------------------- มีความคืบหน้า ในขั้นตอนการดำเนินคดีกับ ดลฤดี หมอฟันหนีทุน สำนักข่าว 'เนชั่น' เผยความคืบหน้า กรณีที่ทันตแพทย์หญิงดลฤดี จำลองราษฎร์ อดีตอาจารย์คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งมีประเด็นเรื่องการหนีทุนรัฐบาล พร้อมกันนี้ กรณีเรื่องการฟ้องล้มละลาย ขณะนี้มีการฟ้องล้มละลายแล้ว ตั้งแต่วันที่ 21 ธ.ค. 2558 ที่ผ่านมา โดยในรายละเอียดมีการเปิดเผยตัวเลขหนี้ทุน ของ ทพญ. ดลฤดี ไม่ใช่ตัวเลข 30 ล้านแล้ว แต่ตัวเลขขยับขึ้นไปสูงถึง 48 ล้านบาทแล้ว ทั้งนี้ทั้งนั้นหนี้ตามคำพิพากษา ที่ ทพญ. ดลฤดี จะต้องชำระ ให้กับ ม.มหิดล นั้นเป็นเงินจำนวนกว่า 4 ล้าน 5 แสนบาท และที่ต้องชำระให้กับ สกอ. เป็นจำนวนเงินอีกกว่า 43 ล้านบาท โดยศาลล้มละลายได้นัดพิจารณาคดีในวันที่ 14 มีนาคม 2559 ---------------------------------------------------------------------------------------------------------- 'หมอเผด็จ' เผยแหล่งข่าวจากสหรัฐอเมริกาบอก 'ฮาร์วาร์ด' เรียกสอบ 'หมอฟันหนีทุน' แล้ว หลังโดนกดดัน จากกรณีปม 'หมอฟันหนีทุน' ที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุดวันนี้ (5 ก.พ. 59) เฟซบุ๊กของ เผด็จ พูลวิทยกิจ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า แหล่งข่าวของตนจากสหรัฐอเมริกาแจ้งข่าวส่งมาว่า ทางมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้มีการเรียกสอบ ทพญ. ดลฤดี จำลองราษฎร์ ถึงกรณีดังกล่าวแล้ว คาดอาจถูกลบชื่อจาก leadership ของ HSDM ขอบคุณข้อมูล/ภาพ เผด็จ พูลวิทยกิจ MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เห็นต่าง! ปวิน เทียบข่าวล่าแม่มด "หมอฟันหนีทุน" กับ ทุจริตราชภักดิ์ ดร.ปวิน ชัชวาลพงศ์ นักวิชาการชื่อดังได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นที่บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์เรื่องราวของ น.ส.ดลฤดี จำลองราษฎร์ หมอฟันที่ขอทุนไปเรียนต่อเมืองนอกแล้วหนีทุนปล่อยให้ผู้ค้ำประกันต้องจ่ายเงินชดใช้ค่าเสียหายมากกว่า 2 ล้านบาท จนชาวสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์และกดดันให้ น.ส.ดลฤดี จ่ายเงินค่าเสียหายทั้งหมด โดย ดร.ปวิน มองว่า เรื่องหมอฟันหนีทุนนั้น คนไทยที่เป็นคนดีทั่วราชอาณาจักร ต่างรุมกระหน่ำโจมตีอย่างรุนแรง ทางโซเชียลมีเดีย ผ่านเฟซบุ๊ก ผ่านเว็ปไซต์ของฮาร์วาร์ด ไปขุดประวัติโคตรเหง้าศักราชไปค้นเจอที่อยู่ บ้านพัก ทรัพย์สินเธอในอเมริกา เอามาแฉ เปิดโปง เรียกร้องให้ฮาร์วาร์ดไล่เธอออก บุกไปถล่มเพจที่ทำงานเธอ ด่าให้อายเพื่อลูกค้าทำฟันจะได้แขยง แต่คนดีเหล่านี้มองการคอร์รัปชั่นผ่านเลนดัดจริตของตัวเอง เลือกที่จะจัดการกับคอร์รัปชั่นบางประเภท แต่ยอมรับคอร์รัปชั่นประเภทอื่นๆ นางดลฤดี ตอนนี้กลายมาเป็นทักษิณสาขา 2 ที่ถูกไล่ล่าอย่างหนัก ทั้งๆ ที่รัฐบาลที่อยู่ในอำนาจทุกวันนี้ก็คอร์รัปชั่นไม่แพ้กัน โดยตนไม่มีปัญหากับการ tackle คอร์รัปชั่น แต่มันต้องมีมาตรฐานครับ กองทัพโกงหลายร้อยล้านในกรณี "ราชภักดิ์" ก็เลวร้ายไม่แพ้กับหมอฟันโกงทุน 8 ล้าน ถ้าจะเล่นเกมศีลธรรมนำสังคม คนที่ไล่ล่าดลฤดี-ทักษิณ ต้องออกมาไล่ล่ากองทัพด้วยครับ ไม่เช่นนั้นพวกคุณก็เป็นแค่พวก hypocrites เท่านั้น 'ดลฤดี' หมอฟันหนีทุน ส่งจดหมายแจงยิบถึง 'เนชั่น' น.ส.ดลฤดี จำลองราษฎร์ อดีตอาจารย์ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก คณะทันตแพทย์ ม.มหิดล ส่งจดหมายถึงสำนักข่าว 'เนชั่น' เพื่อชี้แจงถึงกรณีที่มีการแชร์เรื่องราวการหลบหนีทุนการศึกษา เป็นผลให้ผู้เซ็นค้ำประกันชดใช้หนี้แทนกว่า 10 ล้านบาท โดยมีการระบุว่า ข้อเท็จจริงทุกประการในเรื่อง มีความซับซ้อนอย่างมาก ทำให้มีการด่วนสรุปกรณีที่เกิดขึ้น รวมถึงประเด็นดังกล่าว เป็นประเด็นส่วนตัว ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆ กับมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และ วิทยาลัยทันตแพทย์ศาสตร์แห่งฮาร์วาร์ด พร้อมกันนี้ ดลฤดี ชี้แจงว่ามีเจตจำนงที่จะชำระคืนทุนที่ได้รับมาจาก ม.มหิดล โดยตลอด แต่มีปัญหาเกี่ยวกับช่องทางการชำระคืน ตัวอย่างเช่น (ได้เสนอยื่น)แผนการชำระคืนในระยะที่ยาวกว่าเดิม แทนที่จะเป็นการจ่ายเงินก้อนโตภายใน 30 วัน แต่ก็ถูกปฏิเสธ แต่ด้วยปัญหาเรื่องเงิน และเรื่องส่วนตัวที่ยาวนาน จนกระทั่งได้รับความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง จึงสามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ในที่สุด โดยที่ผ่านมา ได้แสดงถึงความต้องการใช้ทุนคืนในทุกทางกับ ผู้ร่วมลงชื่อมาโดยตลอด รวมถึงได้ดำเนินการชำระคืนบ้างแล้วบางส่วน ดังนั้นข้อกล่าวหาที่เธอได้พยายามหลบหนีการชำระทุน จึงไม่เป็นความจริง และเมื่อเร็ว ๆ นี้ ม.มหิดล ได้ขีดเส้นตายให้ผู้ร่วมลงนาม (ค้ำประกัน) โดยที่ ดลฤดีอ้างว่า ไม่รับรู้ อย่างกระทันหัน ซึ่งเธอได้รับเงินสินเชื่อส่วนตัว 5 หมื่นดอลลาร์ จึงส่งมอบให้ผู้ร่วมลงนาม จากนั้น ม. มหิดล ได้เลื่อนเส้นตายออกไปโดยปราศจากการผ่อนผัน อ่านข้อมูลฉบับเต็มได้ที่ http://www.nationtv.tv/main/content/crime/378488192/ --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ผู้ค้ำประกันรายที่ 3 อดีตอาจารย์ ม.มหิดล หนีทุน เดือดร้อนหนัก ต้องยืมเงินกลุ่มเพื่อนช่วยใช้หนี้กว่า 2 ล้าน สำนักข่าว 'อิศรา' รายงาน 'ผศ.ทพญ.ภัทรวดี ลีลาทวีวุฒิ' รองหัวหน้าภาควิชาทันตกรรมเด็ก คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหดิล ปรากฎรายชื่อเป็นหนึ่งในบุคคลที่เซ็นค้ำประกันการเดินทางไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทและเอก ของ น.ส.ดลฤดี จำลองราษฎร์ อดีตอดีตอาจารย์ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก คณะทันตแพทย์ ม.มหิดล และได้หนีทุนไม่เดินทางกลับมาประเทศไทย ทำให้ผศ.ทพญ.ภัทรวดี และผู้ค้ำประกันอีก 3 ราย ต้องร่วมกันชดใช้หนี้ค้ำประกันทุนเรียน เป็นจำนวนเงินกว่า 2 ล้านบาท ล่าสุดวันนี้ (3 ก.พ.) ผศ.ทพญ.ภัทรวดี ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ว่า ขณะนี้กำลังเดือนร้อนเรื่องการเงินเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อวันที่ 1 ก.พ.2559 ที่ผ่านมา เพิ่งหาเงินจำนวน 2 ล้านกว่าบาท ไปชดใช้ให้กับม.มหิดล จากปัญหาการค้ำประกันการเดินทางไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศของน.ส.ดลฤดี ได้ครบถ้วน แต่ตนเองก็ยังคงเป็นหนี้เหมือนเดิม เพราะเงินจำนวน 2 ล้านกว่าบาทที่นำไปใช้หนี้ ได้รับมาจากกลุ่มเพื่อนเตรียมอุดมศึกษาที่รวบรวมเงินมาให้เพราะเห็นใจ ผศ.ทพญ.ภัทรวดี กล่าวว่า 'เหตุผลสำคัญที่ตัดสินใจเซ็นค้ำประกันให้กับน.ส.ดลฤดีไป เพราะต้องการให้ภาควิชาทันตกรรมเด็ก คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มีบุคคลากร ที่ประสบการศึกษาขั้นสูงสุด กลับมาทำงานรับใช้ประเทศชาติ ซึ่งสมัยนั้น ยังขาดแคลนอยู่ โดยไม่คาดคิดว่าการที่ตนเห็นแก่ประโยชน์ส่วนร่วม จะทำให้เดือนร้อนภายหลังแบบนี้' โดยหลังจากนั้น ผู้เซ็นต์ค้ำประกันรายนี้ ได้พยายามติดต่อกับดลฤดีหลายครั้ง เพื่อขอให้รับผิดชอบปัญหาที่เกิดขึ้น เมื่อเรื่องโด่งดังขึ้น ทางนั้นได้ส่งอีเมลตอบกลับมาว่า จะพยายามหาเงินมาช่วยในที่สุด ขอบคุณข้อมูลจาก isranews --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 'หมอเผด็จ' 1 ในผู้ค้ำประกัน 'หมอฟันหนีทุน' เผยเจ้าตัวร่อนจดหมายพร้อมใช้เงินคืนแต่ขอเวลาสักนิด จากกรณีข่าว 'หมอฟันหนีทุน' ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้นั้น ล่าสุด (3 ก.พ. 59) มีรายงานว่า ทพญ. ดลฤดี จำลองราษฎร์ ส่งข้อความถึงเพื่อนที่เป็นผู้ค้ำประกัน โดย 'หมอเผด็จ' ได้นำมาโพสต์ลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ "อย่างที่เคยบอกไปแล้วหลายครั้งกับพี่ปุ้ย พี่เผด็จ และอาจารย์อารยาว่า ฉันจะจ่ายเงินกู้คืนให้ทั้งหมดพร้อมกับดอกเบี้ย ฉันกำลังหาทางเอาเงินมาจ่ายคืนพวกคุณอยู่ ซึ่งบางทีจะเป็นการดีกว่าถ้าคุณฟังจากฉันโดยตรงเพื่อให้มั่นใจว่าฉันจะทำตามสัญญาฉันเพิ่งคุยกับพี่ปุ้ย และเธอรับรู้ถึงเจตนาและความจริงใจของฉัน ช่วยบอกหมายเลขโทรศัพท์และเวลาที่สะดวกให้ฉันติดต่อได้" ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 59 หมอดลฤดีก็ได้ส่งข้อความข้อมาทางมือถือของเพื่อนที่เป็นคนค้ำประกัน โดยเอ่ยชื่อถึง 2 คน ในข้อความนี้ว่า เว้นแต่ว่า มหิดลจะขยายเส้นตายต่อไปอีก ฉันกำลังเข้าตาจน พยายามหาเงินมาใช้หนี้ที่เหลือ ถ้าคุณมีเงินมาจ่าย ที่ไม่ต้องใช้ทรัพย์สิน ฉันจะจ่ายคืนให้พร้อมดอกเบี้ย ฉันจะพยายามหาเงินมาเพิ่มอีกในช่วงซัมเมอร์ ตอนนี้ฉันไม่มีคุณสมบัติพอที่จะกู้เงินเพิ่ม ที่มา : nationtv MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ทพ.เผด็จ พูลวิทยกิจ ทันตแพทย์ 1 ใน 4 ผู้ค้ำประกัน ทพญ.ดลฤดี จำลองราษฏร์ อดีตอาจารย์ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งกำลังเป็นประเด็นพูดถึง เกี่ยวกับการหนีทุน พร้อมให้ผู้ค้ำประกันที่ 4 ชดใช้แทนเป็นเงินกว่า 10 ล้านบาท โดยหลังจากที่ ทพ.เผด็จ ได้รับฟังคำแถลงการณ์ของทางมหาวิทยาลัยมหิดล รู้สึกว่าจะไม่มีเรื่องใหม่ ซึ่งข้อมูลที่ทางมหาวิทยาลัยนำมาชี้แจงนั้นล้วนเป็นสิ่งที่สังคมรู้อยู่แล้ว และเมื่อดูถึงแนวทางในการแก้ปัญหาที่ผ่านมา ทำให้เห็นได้ว่ามหาวิทยาลัยไม่ได้จริงจังในการแก้ปัญหา ทำเพียงตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น 'ในความเป็นจริงมหาวิทยาลัยน่าจะทำอะไรได้มากกว่าที่บอกว่าส่งหนังสือติดต่อ หรืออย่างที่มหาวิทยาลัยบอกว่า อ.ดลฤดี สามารถลาออกได้ เพราะเป็นคนละเรื่องกัน และไม่มีเหตุผลเพียงพอที่ยับยั้ง ถ้ามหาวิทยาลัยจะไม่ให้ อ.ดลฤดี ลาออกย่อมทำได้ เพราะหากในองค์กรมีคนที่ไม่มีจริยธรรม ไม่ยอมใช้ทุน ใช้เงินคืนควรจะมีวิธีการหรือแนวทางไม่ให้ลาออก' ตนมองว่ามหาวิทยาลัยควรดำเนินการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่านี้ ไม่ใช่บอกเพียงแต่ว่าได้ดำเนินการแล้วสิ่งที่มหาวิทยาลัยออกมาพูด ผมมองว่าเป็นการ 'ปัดความรับผิดชอบ' ไม่ได้ทำในเรื่องที่ควรจะทำ ทั้งที่น่าจะมีอำนาจในการตัดสินใจ ทำอะไรให้ดีกว่านี้ ช่วยเหลือเยียวยาได้มากกว่านี้ ไม่ใช่บอกเพียงว่าทำเต็มที่แล้วทั้งที่เหมือนจะยังไม่ได้ทำอะไรเลย และยังคงปกป้องคนผิด ส่วนประเด็นที่ทางมหาวิทยาลัยจะร่วมกับสกอ.ยื่นฟ้องล้มละลายอ.ดลฤดีนั้น คงทำได้แต่มันช้าไปหรือไม่ เรื่องนี้เกิดขึ้นมานานแล้ว ทั้งตอนนี้คดีความใกล้จะจบสิ้นในวันที่ 14 ก.พ.นี้ หากคดีความจบมหาวิทยาลัยก็ไม่ต้องรับผิดชอบ ก็คงต้องเป็นหน้าที่ผู้ค้ำประกันอย่างพวกผมที่ต้องยื่นฟ้องข้ามประเทศเพื่อขอเงินคืน กล่าวอย่างไรก็ตาม การจะฟ้องอ.ดลฤดี หรือไม่นั้น คงต้องหารือกับฝ่ายกฎหมายก่อนว่าจะดำเนินการเช่นใดได้บ้าง ส่วน มม. พวกตนคงไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ นอกจากต้องรอให้มหาวิทยาลัยอยากเข้ามาช่วยเหลือมากกว่านี้ ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ โจ นูโว โพสต์ข้อความถามจิตสำนึกสามี ทันตแพทย์หนีทุน ชี้ "เงินชาติยังไม่ซื่อสัตย์ แล้วจะซื่อสัตย์กับท่านไหม ??" วันนี้ (2 ก.พ. 59) นายจิรายุส วรรธนะสิน หรือ โจ นูโว ได้โพสต์ข้อความแสดงความเห็นถึงประเด็นข่าวดังกรณีทันตแพทย์สาวหนีใช้ทุน จนทำให้ผู้ค้ำประกันต้องมาใช้หนี้แทน โดยนักร้องหนุ่มได้ฝากข้อความถึงสามีของทันตแพทย์สาวคนดังกล่าว หากยังมีสติก็ควรเตือนภรรยาให้คืนเงินทุนที่นำไปเล่าเรียนด้วย ว่า "อยากจะบอกไปยังสามีของทันตแพทย์สาวว่า ภรรยาของท่านไม่มีความซื่อสัตย์ต่อชาติ แล้วกับท่านล่ะจะซื่อสัตย์ไหม และหากท่านรับรู้เรื่องราวแล้วยังคงเฉย ๆ ก็ถือว่า ท่านเป็น "คนเห็นแก่ตัว" และน่าจะส่งเงินมาช่วยผู้เซ็นค้ำประกันที่กำลังเดือดร้อนขณะนี้ด้วย" ภาพจาก IG@joejirayut คณะผู้บริหารมหิดล แถลงกรณี 'หมอฟันหนีทุน' ยันพยายามเต็มที่ เผยเตรียมฟ้องล้มละลาย ทพญ.ดลฤดี จำลองราษฎร์ วันนี้ (2 ก.พ. 59) ศ.นพ.บรรจง มไหสวริยะ รองอธิการบดี ม.มหิดล และ รศ.ทพ.พาสน์ศิริท นิสาลักษณ์ แถลงข่าวกรณี หมอฟันหนีทุน ว่า ทางมหิดลได้พยายามติดตามมาโดยตลอด แต่เมื่อไม่ได้มาชดใช้ตามกำหนด จึงจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมายนำคดีขึ้นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง ทั้งนี้เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา ศาลปกครอง มีคำสั่งให้ผู้ใช้ทุน และ ผู้ค้ำประกัน ชดใช้เงินให้กับทางราชการ มหาวิทยาลัยจึงมีหนังสือถึงผู้ใช้ทุน และ ผู้ค้ำประกันทั้ง 4 คน ให้นำเงินมาใช้ตามคำพิพากษาโดยได้ทำความเข้าใจกับผู้ค้ำประกันทั้งหมด และทำหนังสือขอพิจารณาผ่อนผัน ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอนุมัติให้ลดหย่อนภาระหนี้โดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย นอกจากนี้ ม.มหิดล ยืนยันพยายามช่วยเหลือผู้ค้ำประกันอย่างเต็มที่ และจะเร่งติดตามทวงถามหนี้คืน พร้อมเตรียมฟ้องล้มละลาย ทพญ. ดลฤดี ก่อนวันที่ 14 ก.พ. 59 กันคดีหมดอายุความ สำหรับกรณีนี้ เป็นคดีแพ่งบังคับในประเทศไทย จึงไม่สามารถติดตามนอกราชอาณาจักรไทยได้ สำหรับทุนดังกล่าว เป็นทุนที่ทาง สกอ. ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการเร่งรัดผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพในสาขาที่จำเป็นต่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีพัฒนาเศษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ 16 สาขา ซึ่งตามสัญญาจะต้องกลับมาชดใช้ทุน โดยต้องกลับมารับราชการในส่วนราชการตามที่กำหนดให้เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 เท่าของระยะเวลาที่ได้รับทุนรัฐบาล แต่เมื่อไม่กลับมาชดใช้ทุนทาง ม.มหิดล จึงได้รับมอบอำนาจจาก สกอ. ทวงถามตามขั้นตอน MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เพจดัง เผยนักเรียนไทยติดป้ายประจาน 'หมอฟันหนีทุน' ทั่วทั้ง 'ฮาร์วาร์ด' วันนี้ (2 ก.พ. 59) มีรายงานว่า โลกออนไลน์ กำลังแชร์ภาพจากเฟซบุ๊กแฟนเพจ CSI LA ถึงกรณีข่าวหมอฟันหนีทุน ซึ่งเป็นภาพจากบุคคลที่ไป ม.ฮาร์วาร์ด มาว่า "วันนี้ไปมหาลัย Harvard มาค่ะ เห็นมีใบปลิวแปะตามบอร์ดแถว Havard yard หลายบอร์ดเลยค่ะ อันนี้เป็นฝั่งมหาวิทยลัย ไม่ใช่ฝั่ง Medical school แต่คิดว่าน่าจะมีคนติดไปทั่วเเล้วค่ะ" ซึ่งทางเพจอย่าง CSI LA ได้ระบุว่า "กลุ่มนักเรียนไทยที่มหาลัย Harvard เริ่มติดป้ายประจานคุณหมอหนีทุนเเล้ว ตามสถานที่ต่าง ๆ ใน campus ของมหาลัย Havard รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่คนที่เอาป้ายไปติดใช้ข้อความที่ผมเขียนใน CSI LA ไปใช้ ขอบคุณมากครับ CSI Harvard" ขอบคุณข้อมูล/ภาพ CSI LA MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เตรียมแถลงข่าว ปมอาจารย์ทันตกรรมหนีทุน ทำคนค้ำเดือดร้อน ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันพรุ่งนี้ ( 2 ก.พ.) ศาสตราจารย์ นายแพทย์ บรรจง มไหสวริยะ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล จะเป็นประธานในการแถลงข่าว พร้อมด้วยศาสตราจารย์ทันตแพทย์พาสน์ศิริ นิสาลักษณ์ คณบดีคณะทันตแพทย์ศาสตร์ กรณีที่ผู้คนบนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ข้อความระบุว่า มีผู้เสียหายจากการเซ็นค้ำประกัน ให้กับอาจารย์ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก คณะทันตแพทย์ มหาลัยวิทยาลัยมหิดล โดยไม่ใช้ทุนกู้เรียนต่อในต่างประเทศ ทำให้มีการจ่ายค่าเสียหายกว่า 2 ล้านบาท ................................................................ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เผย 'ม.ฮาร์วาร์ด' ปัดเคลียร์ปม 'หมอฟันหนีทุน' ชี้เป็นเรื่องส่วนตัว วันนี้ (1 ก.พ. 59) มีรายงานว่า นพ.อุดม คชินทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล (มม.) กล่าวถึงกรณีของ หมอฟันหนีทุน ว่า อดีตอาจารย์คนดังกล่าวรับทุนของรัฐบาลไม่ใช่ทุนมหาวิทยาลัย แต่มหาวิทยาลัยเป็นตัวกลางในการประสานและเสนอชื่อผู้ค้ำประกันให้ ทางสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ตามหลักเกณฑ์ ในฐานะต้นสังกัดก็ต้องดำเนินการเพื่อส่งสริมให้อาจารย์ในมหาวิทยาลัยได้พัฒนาศักยภาพของตนเอง ขณะที่ มม. เองที่ผ่านมาให้ทุนอาจารย์ไปเรียนต่อต่างประเทศปีหนึ่งเกือบร้อยทุน เฉพาะทุนด้านสาธารณสุขในกลุ่มแพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล ฯลฯ ประมาณ 50-60 ทุน และมีบ้างที่ไม่ยอมกลับมาทำงานตามกำหนด และเลือกจะใช้ทุนคืนเป็นเงิน แต่ไม่เคยมีกรณีไม่ใช้เงินคืน มีเพียงรายนี้ที่หนีไป ไม่ใช้หนี้และไม่กลับมา การที่รัฐบาลหรือมหาวิทยาลัยกำหนดเงื่อนไขให้ใช้ทุนคืน 3 เท่า เพราะอยากให้คนเหล่านี้กลับมาทำงานเพื่อประเทศชาติ ไม่ได้อยากได้เงินคืน ทั้งนี้ มม. เองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้พยายามประสานไปยัง ม.ฮาร์วาร์ด แต่คำตอบที่ได้รับจาก ม.ฮาร์วาร์ด คือบอกว่า เป็นเรื่องส่วนตัวที่ต้องประสานไปยังเจ้าตัวเอง ซึ่งทำให้รู้สึกผิดหวังมากที่ ม.ฮาร์วาร์ด ไม่แสดงท่าทีอะไรกับเราเลย เรื่องนี้ทำเสียชื่อไปหมด ทั้ง มม.เองไปจนถึงโรงเรียนเก่าที่จบออกมา อีกทั้งยังส่งผลกระทบกับผู้ที่รับทุนในรุ่นต่อไป ทำให้หาคนมาค้ำประกันยากขึ้น ขอบคุณข้อมูล/ภาพ มติชนออนไลน์ MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- แฉยับ! 'หมอฟันหนีทุน' อยู่บ้านหรูแถมขับรถสปอร์ต มีรายได้มากพอชดใช้หนี้ที่หนีไปได้อย่างสบาย จากกรณีข่าว 'หมอฟันหนีทุน' ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้นั้น ล่าสุด (1 ก.พ. 59) มีรายงานว่า เฟซบุ๊กชื่อ Weerachai Phutdhawong ได้ออกมาโพสต์แฉข้อมูลต่าง ๆ ของหมอฟันหญิงรายนี้ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้านและรถยนต์ หรือแม้แต่รายได้ที่มากพอชดใช้หนี้ที่หนีไปได้อย่างสบาย ๆ ขณะเดียวกัน ทางเฟซบุ๊กของทันตแพทย์ เผด็จ พูลวิทยกิจ ได้มีกลุ่มประชาชนที่อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา เข้ามาโพสต์ข้อความให้กำลังใจและเล่าว่า คนไทยในอเมริกาหลายฝ่ายกำลังพยายามหาทางเคลื่อนไหวกดดันหน่วยงานต้นสังกัด และทันตแพทย์คนดังกล่าวแล้ว เพราะไม่เห็นดีเห็นงามกับการกระทำเช่นนี้ ด้าน ครูเป็ด มนต์ชีพ ศิวะสินางกูร ครูเพลงชื่อดัง ก็ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าว ผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ครูเป็ด moncheep โดยระบุว่า... ผมว่าคนหนีทุนพยายามพูดให้สังคมเข้าใจคลาดเคลื่อน...เงื่อนไขปกติคือ คุณรับทุนไปเรียนแล้ว คุณต้องกลับมาทำงานกับต้นสังกัด เป็นเวลากี่ปีก็ว่าไป...มีเงินเดือนนะครับ...ครบสัญญาแล้วคุณก็เป็นอิสระ ไม่ต้องเสียเงินสักบาท ...เว้นเสียแต่ว่า คุณจะไม่ทำงานกับต้นสังกัดที่ให้ทุน...คุณถึงจะต้องชดใช้เงิน 3 เท่าของทุนที่ใช้ไป... ...วัตถุประสงค์ของทุนประเภทนี้ คือ อยากส่งเสริม คนที่มีศักยภาพ ไปเพิ่มพูนความรู้ แล้วกลับมาทำประโยชน์กับประเทศ...ไม่ใช่อยากค้ากำไร 3เท่า... ...ผมเองมีเพื่อนพี่น้อง รับทุนแบบนี้ ทำตามเงื่อนไข...ชีวิตก็รุ่งเรืองมีความสุขมากมาย... ...หนีทุนแบบนี้มีผลกระทบถึงคนรุ่นต่อๆไป...หาคนค้ำประกันยากขึ้น... ...คุณก่อกรรมไว้แบบนี้...แล้วชีวิตจะมีความสุขหรือ... ขอบคุณภาพ Weerachai Phutdhawong / ครูเป็ด moncheep MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- แฉปัญหาสมองไหล! นักเรียนนอก หนีทุน คนค้ำเดือดร้อน กับมุมที่หลายคนไม่เคยรู้ รศ.ดร. วีรชัย พุทธวงศ์ (อ.อ๊อด) ในฐานะเลขาธิการศูนย์ประสานงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ (CHES) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คเผยว่า  เรื่อง "นักเรียนทุน หนีทุน ทิ้งทุน" มีเยอะในอดีต กรณีที่โด่งดังช่วงนี้พบว่า เธอเรียนจบ ป. เอก ปี 2003 ซึ่งเธอไปเรียนก่อนหน้านี้สัก 3-4 ปีครับ(1999) ในช่วงนั้น ระเบียบเรื่องการค้ำประกันยังไม่บังคับให้ใช้เฉพาะพ่อแม่ญาติพี่น้องค้ำ จึงมีเพื่อนฝูง ครูบาอาจารย์ที่อยากเห็นนักเรียนทุนเหล่านั้น ได้ไปเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำ และกลับมารับใช้ทุนที่บ้านเกิด มาค้ำประกันให้ ซึ่งอาจช่วยกันค้ำประกันหลายๆ คนก็ได้คิดว่า เธอคงยื้อเรื่องไปพอสมควร เลยทำให้ผู้ค้ำประกันต้องมาจ่ายเงินในปีนี้ (2016) แทน และอย่าลืมว่า ผู้ค้ำไม่ได้จ่ายเงินแทนเธอแค่สองล้านกว่าแต่คงจ่ายรายเดือนมาก่อนหน้านั้นนานแล้ว ตั้งแต่ทราบว่าเธอหนีทุน การใช้ทุนหากเบี้ยวทุนจะต้องใช้ 3 เท่า จากปัญหาดังกล่าว ทาง กพ. ก็มีกฏให้นักเรียนทุน ต้องใช้ พ่อ แม่ หรือ ญาติพี่น้องเท่านั้น ค้ำประกันแทนครับ ภรรยา  เรียน ป.โท-เอก 6 ปี ที่ออสเตรเลียก็ใช้พ่อแม่ค้ำประกันแต่นักเรียนทุนบางคน ก็ยังหนีทุนอยู่ที่ว่าจะใช้มุขไหน จ่ายคืนหรือไม่ บางคนใช้พ่อแม่ที่แก่ชรามากมาค้ำประกัน และเมื่อท่านเสียชีวิต ก็หนีอยู่ต่างประเทศ ไม่ใช้ทุนเลย บางคนก็กลับมาทำงานชดใช้ทุนก่อน พอเหลือไม่มากก็ลาออกหนีไปดื้อๆ ให้คนค้ำจ่ายน้อยๆ หรือบางคนก็มาทำงานก่อนเพื่อให้เหลือเงินชดใช้น้อย ก่อนจะจ่ายและไปทำงานต่างประเทศแทน หรือ บางคนก็หาเงินกลับมาใช้ทุนที่ต้นสังกัดก้อนเดียวเลย และสมองไหลไปทำงานที่ต่างประเทศ บางคนมีเทคนิค เช่น กรณีหนีไปเรียน ป.เอก ด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ และเผอิญบริษัทยักษ์ระดับโลกเอาเข้าทำงานในระหว่างที่เรียน ป.เอก เงินเดือนรายได้เยอะแต่ก็ยังไม่ทำเรื่องจบ ป.เอก ยื้อไปเรื่อยๆ ต้นสังกัดก็งงว่าเรียนเก่งแต่ทำไมเรียนไม่จบเสียที จนสามารถเก็บเงินได้ประมาณ 6 ล้านบาทก็ทำเรื่องจบ และกลับมาลาออกจากทุนและใช้เงินกับต้นสังกัด ก่อนจะบินกลับ USA ไปทำงานในบริษัทยักษ์ใหญ่นั้น สำนักข่าวอิศรา เปิดข้อมูล เหตุ สาวนักเรียนนอก เบี้ยวใช้ทุน ทำผู้ค้ำชดใช้แทน อ้างระบบขอทุนในไทยเอาเปรียบจึงรับไม่ได้ วานนี้ (28 ม.ค. 59) สำนักข่าว isranews ได้มีการออกมาเปิดเผยถึงสาเหตุที่สาวนักเรียนทุนหนีไม่ยอมจ่านเงินจนเป็นเหตุทำให้ผู้ค้ำประกันได้รับความเสียหาย ต้องใช้เงินก้อนโตแทนนั้นเป็นเงินรวมหลายล้านบาทนั้น ว่า หลังจากได้สัมภาษณ์ผู้ค้ำประกันคนดังกล่าว ทำให้ทราบว่าสาเหตุที่สาวนักเรียนนอกคนดังกล่าวไม่ยอมใช้เงินทุนคืนนั้นเป็นเพราะ เธออ้างว่า ได้ไปแต่งงานกับชาวต่างประเทศ มีลูก 1 คน และก็บอกว่า ระบบขอทุนประเทศเราเอาเปรียบเขา ต้องให้ชดใช้เงิน 3 เท่า เขารับไม่ได้ที่ได้รับความเดือดร้อนจึงไม่ยอมจ่ายเงินทุนจนเป็นที่มาของเรื่องดังกล่าว "ผมไม่รู้จะพูดอย่างไรนะ แต่ขอถามหน่อยว่า ก่อนที่จะตัดสินใจขอทุนไป เขาต้องรู้อยู่แล้วว่า ต้องรับผิดชอบอะไรบ้าง เงื่อนไขเป็นอย่างไรบ้าง ถ้ารับไม่ได้ ก็ไม่ต้องไปซิ แต่นี่มาบอกว่ารับไม่ได้ ผมว่าแบบนี้มันไม่ถูกต้อง" ขอบคุณภาพ/ข้อมูลจาก isranews.org อาจารย์ ม.ดัง ตั้งทนายสู้คดี หลังซิ่งหนีไม่ยอมใช้ทุน ปล่อยให้คนค้ำประกันใช้หนี้แทน ความคืบหน้ากรณีที่เกิดเป็นกระแสฮือฮาถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง หลังมีคนได้โพสต์ข้อความเตือนสติผ่านเฟซบุีกส่วนตัว ว่าได้เซ็นค้ำประกันให้สาวเรียนทุนไปเมืองนอก แต่พอศึกษาจบเธอกลับชิ่งไปชดใช้ทุน จนเป็นเหตุให้ผู้โพสต์และเพื่อนอีกหลายคนตามใช้หนี้แทนนั้น ล่าสุดมีรายงานข่าวแจ้งว่า สาวนักเรียนทุนคนดังกล่าวได้ตั้งทีมทนายมาสู้คดี หลังจากที่เจ้าทุกข์ได้รวมตัวกันฟ้องร้องดำเนินคดี โดย เพจเฟซบุ๊ก "ทพ.เผด็จ หมอทอม" ผู้ซึ่งเปิดเผยเรื่องราวดังกล่าวได้ระบุว่า "เรื่องอาจารย์ ม.ดัง ซิ่งหนีไม่ยอมใช้ทุนว่า ขณะนี้ได้ตั้งทนาย พร้อมส่งจดหมายแจ้งเรื่องดังกล่าวไปถึงอาจารย์ที่เป็นคู่กรณีและมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ปรากฏว่า อาจารย์คนดังกล่าวก็ได้ตั้งทนายสู้คดี ทั้งยังมีการข่มขู่ทนายของตนด้วย ส่วนทางด้านมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด มีจดหมายตอบกลับมาว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องส่วนตัว จึงไม่สามารถเข้ามาช่วยจัดการได้" เรื่องราวเตือนสติ! ค้ำประกันให้สาวได้ทุนไปเรียนต่ออเมริกา แต่ต้องมานั่งใช้หนี้แทนหลักล้าน กลายเป็นอีกหนึ่งอุทาหรณ์ที่ถูกแชร์ในโลกออนไลน์ สำหรับเรื่องราวของหนุ่มคนหนึ่งที่เซ็นค้ำประกันให้สาวเรียนทุนเมืองนอก แต่ถูกชิ่งต้องใช้หนี้เองซะงั้น ผู้ใช้งานเฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้แชร์เรื่องราวอุทาหรณ์ ระบุว่า "สิ้นสุดกันทีกับกรรมเก่า ผมได้ชดใช้ให้แล้ว รวมยอดกับที่ต้องชำระให้อีกร่วมล้าน กับการค้ำประกัน xxxx อดีตอาจารย์ภาควิชา xxxx คณะ xxxx มหาวิทยาลัย xxxx ผู้ซึ่งรับทุนศึกษาต่อที่อเมริกา โดยมีผมที่เข้าเรียน...ในฐานะคนรู้จัก แต่ด้วยความที่เห็นแก่คณะและวิชาชีพจึงยอมค้ำประกันร่วมกับอาจารย์และเพื่อนร่วมงาน และเพื่อนอีกคนของดลฤดี หวังว่าเค้าจะกลับมาทำประโยชน์แก่ส่วนรวม แต่สิ่งที่ผมและทุกคนได้รับคือบอกว่าไม่มีเงิน ทั้งๆ ที่เขาทำงานวิจัยที่ ม.ฮาร์วาร์ด รับเงินเดือนสูง อยู่อพาร์ทเม้นท์หรูหราในอเมริกา เขาทำได้แม้อาจารย์ผู้สั่งสอนและสนับสนุนให้เขาได้เรียน ผู้ร่วมงาน เพื่อน อย่างไม่ละอายแก่ใจ พ่อของเขาและญาติพี่น้องก็ไม่สนใจ เขาเคยโทรมาหาผมครั้งเดียวว่าจะไม่ทำให้ผมเดือดร้อน ผมยังต้องส่งเสียลูกอีก 4 คน แต่ผมต้องนำเงินมาชำระแทน เลยขอให้เรื่องนี้เตือนสติแก่ผู้ที่จะค้ำประกันใคร การศึกษาและชาติตระกูลไม่ได้ช่วยอะไร เขาวางแผนล่วงหน้าแล้วให้พ่อเขารับผิดชอบน้อยที่สุด และมาชดใช้ให้หมด แต่ไม่ยอมชดใช้ให้คนอื่น ช่วยแชร์กันนะครับ เพื่อเป็นอุทาหรณ์ และผู้ที่จะทำธุรกรรมกับคนในครอบครัวนี้หรือบุคคลอื่น แม้ท่านจะปรารถนาดีก็ตาม" หลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวถูกส่งต่อในโลกออนไลน์ บรรดาชาวเน็ตต่างเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก พร้อมบอกเล่าประสบการณ์คล้ายกับกรณีนี้อีกด้วย ซึ่งเรื่องราวนี้ถือเป็นอุทาหรณ์เตือนสติ สำหรับคนคิดจะค้ำประกันได้ดีเลยทีเดียว MThai News

ดราม่า! มอไซค์ขายของข้างทาง โดน ตร.ล็อคล้อ-ปรับ 500 บ.
ขายของทางเท้า /  ข่าวตำรวจ / 

ดราม่า! มอไซค์ขายของข้างทาง โดน ตร.ล็อคล้อ-ปรับ500บ. กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์ เมื่อสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อคุณ Sudarat Buasee ได้โพสต์ภาพคุณลุงท่านหนึ่งจอดรถจักรยานยนต์ขายอาหารข้างทาง แต่สุดท้ายโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจล็อคล้อรถและแจกใบสั่งปรับเป็นจำนวนเงิน 500 บาท โดยเจ้าของภาพได้บรรยายว่า “ ไม่เข้าใจคนทำมาหากินหรือ  ถ้าเป็นพ่อแม่ตัวเองจะทำอย่างไร ให้มาได้ใบสั่ง 500 บาท ขายวันหนึ่งยังไม่ถึงเลย  ไม่คิดจะสงสารคนไทยด้วยกันเลยหรือ แค่จอดขายของ จะโดนเรื่องอะไรกันแน่ใบขับขี่หรือห้ามขาย กระเป๋าเงินลุงก็หายทำบัตรประชาชนใหม่ยังไม่ได้ไปทำใบขับขี่แค่นี้เอง ‪#‎เคยฟังเหตุผลก็บางไหมเข้าใจคนจนบ้างสิ “ โดยหลังจากภาพดังกล่าวถูกแชร์ได้มีชาวสังคมออนไลน์เข้ามาแสดงความคิดเห็น โดยแบ่งเป็นสองฝ่าย ซึ่งกลุ่มหนึ่งมองว่าคุณลุงละเมิดกฎหมายจริง เพราะพื้นที่บริเวณดังกล่าวห้ามขายของ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจน่าจะทำแค่ตักเตือนและควรให้โอกาสคนทำมาหากินด้วย ส่วนอีกฝ่ายกลับมองว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทำหน้าที่ได้ถูกต้องสมบูรณ์ดีแล้ว หากละเลยไปคุณลุงก็จะกลับมาทำเหมือนเดิมอีก จึงเห็นสมควรที่ยึดกฎหมายโดยไม่ต้องผ่อนปรน ‬ ที่มา สมาชิกเฟซบุ๊คชื่อคุณ Sudarat Buasee ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News