ผลมวยโลก

Bernardo Bertolucci /  Last Tango in Paris / 

ไม่กี่วันก่อน Last Tango in Paris (1972) ของผู้กำกับแบร์นาโด แบร์โตลุชชี กลับมาเป็นประเด็นร้อนเมื่อคลิปที่แบร์โตลุชชีขึ้นพูดเมื่อปี 2013 ถูกนำมาเผยแพร่ เพราะเขาเล่าถึงฉากเซ็กซ์อื้อฉาวในหนัง ที่ซึ่งตัวละครของมาร์ลอน แบรนโด (ตอนนั้นอายุ 48 ปี) ใช้เนยแทนเจลหล่อลื่นทารอบทวารหนักตัวละครของมาเรีย ชไนเดอร์ (วัย 19 ปี) เพื่อข่มขืนเธอ ความรุนแรงที่ปรากฏไม่เพียงจะอยู่ในภาพยนตร์เท่านั้น เมื่อในชีวิตจริง แบร์โตลุชชีกับแบรนโดวางแผนจะถ่ายทำฉากนี้นอกสคริปต์โดยไม่บอกให้ชไนเดอร์รู้เพราะอยากให้เธอแสดงความรู้สึกจริงๆ ออกมา ก่อนหน้านี้ ในปี 2007 ชไนเดอร์เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า "แม้ว่ามาร์ลอน แบรนโดจะไม่ได้ลงมือทำจริงๆ ระหว่างถ่ายทำ แต่น้ำตาที่ฉันร้องไห้นั่นก็เป็นของจริง ฉันรู้สึกอับอายมาก และด้วยความสัตย์นะคะ-รู้สึกเหมือนโดนข่มขืนจริงๆ ทั้งจากมาร์ลอนและแบร์โตลุชชี" "ฉันโกรธจัด ตอนนั้นฉันควรจะเรียกเอเยนต์หรือนักกฎหมายมาที่ฉากด้วย เพราะคุณไม่สามารถบังคับใครให้ทำในสิ่งที่ไม่อยู่ในสคริปต์ได้หรอกนะคะ แต่ตอนนั้น ฉันไม่รู้จะทำอะไรได้จริงๆ" ชไนเดอร์ยังบอกอีกว่า นักแสดงอย่างแบรนโดพูดกับเธอแค่ว่า "อย่ากังวลไปเลย มันก็แค่หนังน่ะ" และหลังจากการถ่ายทำ แบรนโดไม่แม้แต่จะปลอบใจหรือขอโทษเธอ ซึ่งโชคดีที่การถ่ายทำเสร็จสิ้นในเทคเดียวเท่านั้น "ผมอยากให้เธอมีปฏิกิริยาแบบเด็กสาวจริงๆ ไม่ใช่จากการแสดง" แบร์นาโด แบร์โตลุชชี  และภายหลังจากการให้สัมภาษณ์ของชไนเดอร์ ผู้กำกับดังก็ไม่เคยยอมรับว่าเรื่องดังกล่าวนั้นเป็นความผิดพลาด เขาตอบโต้เพียงแค่ว่า "ผมรู้สึกผิดแต่ไม่เสียใจเลย" "ผมอยากให้เธอมีปฏิกิริยาแบบเด็กสาวจริงๆ ไม่ใช่จากการแสดง" อย่างไรก็ตาม หลังถูกกระแสสังคมวิจารณ์แหลกเละ แบร์โตลุชชีออกมาแก้ข่าวว่า นี่เป็นเรื่องที่ "เข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้ว" "ผมพูดกับแบรนโดว่าอย่าไปบอกมาเรียนะว่าเราจะใช้เนยกัน เพราะเราอยากได้ปฏิกิริยาตามธรรมชาติของเธอเมื่อเห็นว่ามีการใช้เนย ซึ่งแน่นอนว่ามันเป็นเรื่องที่ผิดปกติไง แต่คนก็ไปเข้าใจกับว่ามาเรียไม่ได้รับแจ้งว่าจะมีการถ่ายทำฉากการใช้ความรุนแรง ซึ่งมันไม่จริงเลย" "มาเรียรับทราบทุกอย่างดีอยู่แล้วเพราะเธออ่านสคริปต์มาแล้ว ซึ่งทุกฉากทุกตอนก็มีอยู่ในนั้นหมดนั่นแหละ อย่างเดียวที่แปลกออกไปคือเรื่องของการใช้เนยเท่านั้น" อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะแบรนโดหรือชไนเดอร์กล่าวว่า พวกเขาต่างรู้สึก "บอบช้ำ" หลังจากการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ และหลังจากการถ่ายทำ  แบร์โตลุชชีไม่ได้พบชไนเดอร์อีกเลยด้วยเหตุผลว่า ทั้งเขาและแบรนโดถูกนักแสดงสาวเกลียดเข้ากระดูกดำ ฟากชไนเดอร์เอง หลังจากฝังใจเรื่องนี้ไว้นานหลายสิบปี และตัดสินใจให้สัมภาษณ์กับสื่อ ภายหลังจากนั้นไม่นาน เธอก็เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในวัยเพียง 58 ปีเมื่อปี 2011 ... ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

ดเวย์น จอห์นสัน อินสตาแกรมภาพล่าสุดจากกองถ่าย Jumanji
Dwayne Johnson /  Jumanji / 

การถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Jumanji ฉบับปี 2017 ยังคงถ่ายทำกันอย่างต่อเนื่อง และ ดเวย์น จอห์นสัน (Dwayne Johnson) นักแสดงกล้ามแน่นผู้รับบทนำในภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ได้ปล่อยภาพฉากบู๊ล่าสุดออกมาให้แฟน ๆ หายคิดถึงกัน Jumanji (2017) ว่าด้วยเรื่องราวของคนสี่คนที่ได้เล่นเกมกระดานกระทั่งต้องเข้าไปติดในโลกของจูแมนจี พวกเขาต้องเผชิญกับแรก งูพิษสีดำ กับดัก และปริศนาอีกนับไม่ถ้วนที่รอคอยพวกเขาอยู่ แต่ละคนมีคาแรกเตอร์ที่แตกต่างกัน สเปนเซอร์ เป็นนักสำรวจผู้กล้าหาญ, ฟริดจ์ เป็นหนุ่มอัจฉริยะตัวน้อย, เบธานี เป็นหนอนหนังสือ และ มาธาร์ เป็นนักรบสาวอเมซอน พวกเขาจะต้องมองสิ่งต่าง ๆ ในแบบที่แตกต่างออกไปเท่านั้น เพื่อเอาชนะเกมนี้และกลับไปยังโลกแห่งความเป็นจริง Jumanji เข้าฉายในสหรัฐฯ วันที่ 22 ธันวาคม 2017 Been shooting #Jumanji for months now and I've been waiting patiently for this night to come... In the original movie, the world of #Jumanji came to us. Now 20yrs later in our continuation of the story, we go to the amazing and deadly world of #Jumanji. For months we've shot everything.. all the comedy, all the jungle action and all the heart. Finally, tonight - Saturday night - all night - I get to knuckle up with my stunt brothers and I get to beat some ass like a drum. My stunt brother here @taitfletcher is going night night. And when he wakes up, I'll be good as gone cause he can rearrange my face with one punch. Let's get it on boys and have some fun. #OnSet #KnuckleUp #BeatingAssesLikeDrums #BeenWaitingForMonths #StuntBrotherLuv #Jumanji #Tonights4YouAlanParrish💫 A photo posted by therock (@therock) on Dec 3, 2016 at 12:58pm PST Doin' dirt with my stunt brothers tonight. Rehearsals before the bodies hit the floor... I'm searching for a good spot to break his leg with one shot. This scene also looks like what happens when too many drugs are taken at a party. Just say no. #OnSet #HowISpendMySaturdayNights #FightNight #Jumanji A photo posted by therock (@therock) on Dec 3, 2016 at 9:29pm PST This bad man is an asshole and I must throw him thru this cement pillar. My hand strength is like vice grips... he has no choice. For the record, this man is roughly 6'8 and well over 350lbs - he's massive and mean - I must run away now to preserve my health. #OnSet #MySaturdayNights #KnuckleUp #StuntBrotherLuv #Jumanji A photo posted by therock (@therock) on Dec 3, 2016 at 9:39pm PST This bad man is an asshole and I must throw him thru this cement pillar. My hand strength is like vice grips... he has no choice. For the record, this man is roughly 6'8 and well over 350lbs - he's massive and mean - I must run away now to preserve my health. #OnSet #MySaturdayNights #KnuckleUp #StuntBrotherLuv #Jumanji A photo posted by therock (@therock) on Dec 3, 2016 at 9:39pm PST

ทอม ครูซ เผชิญหน้ามัมมี่! ในตัวอย่างแรกของ The Mummy
Alex Kurtzman /  The Mummy / 

Universal Pictures ปล่อยตัวอย่างภาพยนตร์เต็ม ๆ ออกมาแล้ว สำหรับภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของนักแสดงหนุ่มสุดหล่อ ทอม ครูซ (Tom Cruise) เรื่อง The Mummy กำกับภาพยนตร์โดย อเล็กซ์ เคิร์ตซ์แมน (Alex Kurtzman) โดยในคลิปเผยให้เห็นเรื่องราวความหายนะที่เกิดบนเครื่องบิน หลังจากที่ไปขนโลงศพของมัมมี่กลับมา พร้อมโชว์พาวความกร่างกลางกรุงลอนดอน The Mummy ว่าด้วยเรื่องราวการตื่นขึ้นขององค์หญิงโบราณจากโลงศพใต้ผืนทะเลทราย เธอมาพร้อมกับความแค้นที่อัดแน่นสุมอยู่ในอกมาตลอดพันปี และเตรียมถล่มโลกมนุษย์ให้พังพินาศ The Mummy เข้าฉายในสหรัฐฯ วันที่ 9 มิถุนายน 2017

เปิดใจ!! ท็อป ณัฐเศรษฐ์ ปิดฉากรัก 10 ปี หย่า แพม จบด้วยดีไม่มีมือที่ 3
ท็อป ณัฐเศรษฐ์ /  ข่าว ท็อป ณัฐเศรษฐ์ / 

  ทำเอาโลกโซเชียลสั่นสะเทือนอีกครั้งสำหรับการหย่าร้างของคู่รักสุดหวานมานานนมอีกคู่อย่าง ท็อป ณัฐเศรษฐ์ กับภรรยาสาวไฮโซ แพม สิตามนินท์ หรือ แพม อรอาภา ที่ปิดฉากรัก 10 ปีเป็นที่เรียบร้อยด้วยการจดทะเบียนหย่าไปเมื่อช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่ง ท็อป ณัฐเศรษฐ์ เปิดใจเป็นเรื่องขอทัศนคติที่ไม่ตรงกัน และเป็นเรื่องของการตัดสินใจที่ทั้งคู่ให้เกียรติกัน ไม่ใช่เรื่องมือที่ 3   "ไม่มีอะไรจะพูดเลย ก็ตามนั้นเลย ตามที่แพมพูดเลย สาเหตุเป็นเรื่องของทัศนคติ ตามที่ในข่าวที่แพมบอก เรื่องการปรับตัว ผมคิดว่าเราเองทุกวันนี้ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันอยู่ และก็ให้เกียรติในการตัดสินใจ เพราะว่ามันไม่ได้มีอะไรมากไปกว่านี้ แบบนี้คุณแพมเขาได้ให้สัมภาษณ์ไปแล้ว เรื่องของการตกลงกัน เราพูดคุยกันทั้งสองคน"   "คือท็อปคิดว่า ตัวท็อปเองโดยส่วนตัวไม่ได้มีอะไรจะพูดมากในเรื่องนี้ ผมคิดว่าอย่างที่คุณแพมได้ให้สัมภาษณ์ไปแล้ว มันเป็นเรื่องของการตัดสินใจ เราก็ให้เกียรติการตัดสินใจ เราเชื่อว่า การเปลี่ยนแปลงต้องใช้เวลาในการปรับตัวหน่อย แต่เราเชื่อว่าสิ่งที่มันเปลี่ยนจะเป็นสิ่งที่ดีกว่าสำหรับทั้งสองคน ถามว่าเป็นเพราะต่างฝ่ายต่างทำงานจนไม่มีเวลาให้กันหรือเปล่า ผมคิดว่ามันมีหลายๆ ส่วน หลายๆ ปัจจัย ชีวิตคู่มีหลากกลายเรื่อง ผมคิดว่า สิ่งใดที่เราสามารถสนับสนุนกันได้ และทำให้อีกฝ่ายหนึ่งแฮปปี้นั่นถือว่าเป็นสิ่งที่เราควรจะทำ"   "ถามว่าเสียดายมั้ย จะว่าเสียดายก็เสียดายนะ แต่ผมก็ไม่เสียดายที่ได้เจอแพม ได้อยู่กับแพม เป็นช่วงเลาหนึ่งในชีวิตที่เราได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ผมรู้สึกดีใจและขอบคุณกับช่วงเวลานั้นมากๆ"   "ขอบคุณมาก ทุกวันนี้ก็ยังรักกันอยู่ ไม่ได้ตัดขาดกันได้ง่ายๆ ส่วนเรื่องครอบครัวของเราได้มีการคุยกัน ครอบครัวสนับสนุนในทุกการตัดสินใจของเรา และให้เกียรติในการตัดสินใจของพวกเรา ความเศร้ามันก็มีบ้างนะ ต้องยอมรับ มีโมเมนท์ที่เราเห็นนั่น เห็นนี่ มีความคิดอะไรขึ้นมาบ้างเป็นช่วงๆ แต่เราเชื่อว่าสิ่งที่เราได้ตัดสินใจไปแล้ว เป็นช่วงเวลาที่เราต้องเดินหน้าต่อไป เราก็ต้องปรับเปลี่ยน"   "เซ็นใบหย่าเรียบร้อยแล้ว ผ่านมาประมาณ 1 เดือนได้แล้ว ก่อนหน้าที่จะเซ็นใบหย่า เราไม่ได้แยกกันอยู่ ถามว่าสาเหตุจริงๆ เพราะเรื่องที่เราไม่มีลูกหรือเปล่า ก็ผมเชื่อว่ามันเป็นไปได้หมด มีหลายๆ ปัจจัย แต่ว่าเรื่องนี้คงไม่ใช่เรื่องหลักสำคัญ แต่น่าจะเป็นเรื่องของเราสองคนมากกว่า วินาทีเซ็นใบหย่า ก็ค่อนข้างทำใจลำบากเหมือนกันนะ (นิ่งไป) หนักนะ"   "จริงๆ มันเป็นช่วงเวลาที่ไม่รู้จะเรียกว่าโชคดีหรือเปล่า แต่ผมทำงานเยอะ หนักมากในเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา และเรื่องของเราเกิดช่วงนี้พอดี ทำให้ผมมีเวลาคิดแต่เรื่องงาน เวลาที่เหลือก็จัดการกับชีวิตที่เปลี่ยนแปลงในช่วงนั้น"   "ก็ยังมีโอกาสได้เจอกันครับ ก่อนมานี่ก็เพิ่งเจอคุณแพม ลงรูปคู่ด้วย เมื่อกี้เลย"   "เราก็ยังมีการคุยกันอยู่เรื่อยๆ แล้วยังมีคุยกันอยู่เลยว่าทริปที่วางไว้แล้วอาจจะไปด้วยกันไหมก็ยังคิดอยู่ ก็ยังคุยกันอยู่แต่ไม่ก็ไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น"   เมื่อสอบถามถึงสถานะว่าเปลี่ยนไปไหมและความรู้สึกอย่างไรตอนที่ได้เจอฝ่ายหญิง ด้าน หนุ่มท็อป ถึงกับอ้ำอึ้งบอกว่า   "อืม...ตอบยากๆ ก็ดีใจครับ ดีใจที่ได้เจอ ก็นัดกันครับ (เจอกันเรื่อยๆ อยู่แล้วตั้งแต่หย่า หรือว่าเพิ่งเจอกันครั้งแรกวันนี้?) ไม่ครับ มีนัดเจอกัน อย่างไปไหว้เจ้าวันก่อน เมื่ออาทิตย์ที่แล้วก็มีเป็นช่วงๆ ที่ต้องเจอกันอยู่แล้วครับ"   "จะบอกว่าเหมือนเดิมก็มันไม่เหมือนเดิม แต่จะบอกว่าไม่เหมือนเดิมเลยก็ไม่ได้เหมือนกัน เพราะว่าเราไม่ได้โกรธกัน เรายังมีความรู้สึกที่ดีต่อกัน ตรงนี้เป็นสิ่งที่สำคัญแล้วก็จะทำให้เรามีกำลังใจได้" หลังจากนี้จะหาเวลาไปฟื้นฟูหัวใจ พักผ่อนหน่อยไหม?   "ก็พยายามอยู่นะ แต่ก็มีงานเข้ามาเรื่อยๆ ก็เป็นเรื่องที่ดีครับ มีเพื่อนที่ดีพยายามพาไปนู่นไปนี่ เพราะก่อนหน้านี้ทั้งเดือนผมก็ไม่ได้ออกไปไหนเลย อยู่ที่บริษัท อยู่บ้าน แล้วก็อยู่กับการเปลี่ยนแปลงของตัวเอง มันมีเรื่องหลายอย่าง มีเอกสารที่ต้องทำ เรื่องผู้ใหญ่เรียกเข้าไปคุยด้วย" ความรักครั้งต่อไป?   "ยังไม่คิดเลยอะ ไม่คิดไม่ได้อยู่ในหัวเลย" นิยามสถานะกับแพมตอนนี้คืออะไรสำหรับเรา?   "เป็น...ก็ทุกวันนี้ผมยังมองว่าแพทก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันครับเป็นคนที่ดีที่สุดคนนึงในชีวิตผมที่อยู่กับผมตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ผมยังตอบยากครับจริงๆ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก ก็ไม่รู้ต่อไปมันจะเป็นยังไงแต่ทุกวันนี้ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้ และก็ยังคุยได้ทุกอย่างนัดเจอกันได้ ยังปกติกันอยู่ครับ" มีโอกาสกลับมาเหมือนเดิมไหม?   "อันนี้ผมก็ไม่ทราบครับ ไม่รู้เหมือนกัน คือตอนนี้ไม่กล้าไปคิดอะไรเลย ผมดูวันต่อวันเลย ผมไม่คิดเรื่องของการวางแผนอะไร เพราะว่าพูดจริงๆผมก็ไม่ได้คิดว่ามันนึงมันจะเป็นแบบนี้ พอวันนึงมันเกิดเหตุการณ์แบบนี้เราก็ไม่ได้อยากจะไปคิดหรือตั้งความหวังอะไรแล้ว ก็ปล่อยให้มีนเป็นไปดีกว่าครับ" มีข่าวว่าเราเป็นเกย์ด้วย?  "เอิ่ม...อันนี้มันแล้วแต่คนจะคิดนะครับ แต่ว่าที่ผ่านมาพอมีข่าว แม้กระทั่งคนใกบ้ตัวก็ตีความไปต่างๆนานา อันนั้นผมก็คงจะไม่ไปพูดหรือไม่ต้องไปแก้อะไร คือผมว่าตัวผมเองกับตัวคุณแพมก็รู้ดีว่าจริงๆมันคืออะไร และมันก็เป็นเรื่องของเราสองคน คุณแพมเองก็ได้ตอบทุกอย่างชัดเจนมาก ส่วนเรื่องพวกนั้นผมว่ามันก็เป็นเรื่องปกติ" ก่อนหน้าก็มีข่าวกับสาวๆ คนอื่นด้วย?  "ก็มีครับ อย่างที่เห็นกัน แต่ว่ามันก็ไม่ใช่ประเด็นในการตัดสินใจ เพราะว่ามันผ่านมาแล้ว เหตุผลหลักๆ มันอยู่ที่คนสองคนครับ ก็มีเท่านี้ครับ" ท็อป ณัฐเศรษฐ์ ท็อป ณัฐเศรษฐ์ ท็อป แพม

พวกเราไม่ได้ซิ่งเพียงลำพัง! ในคลิปล่าสุดจากทวิตเตอร์ Fast & Furious
Charlize Theron /  Dwayne Johnson / 

The @FastFurious saga continues. This Sunday, the cast will be in NYC to debut the #F8 trailer! Tune-in live on @Facebook December 11. pic.twitter.com/2WdiH0V37K — Fast & Furious (@FastFurious) December 5, 2016 อีกหนึ่งภาพยนตร์ในดวงใจของใครอีกหลายคน ที่กำลังรอคอยภาคที่แปดอย่างใจจดใจจ่อ ล่าสุดกับทางช่อง MONO 29 ที่เพิ่งฉายภาคแรกถึงภาคที่หกอย่างต่อเนื่อง ก็ทำให้หลายคนได้กลับมาพร้อมหน้าพร้อมตากับแฟมิลี่ของ โดมินิค โทเร็ตโต รับบทโดย วิน ดีเซล (Vin Diesel) กันอีกครั้ง และพร้อมที่จะเหยียบคันเร่งออกสตาร์ทในภาคใหม่ และทวิตเตอร์หลักของ Fast & Furious เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว คลิป 2 นาที 30 วินาที ได้บอกเล่าเรื่องราวความประทับใจตั้งแต่ภาคแรกจนถึงภาคล่าสุดให้ทุกคนได้คิดถึงกันอีกครั้ง โดยนักแสดงนำของเรื่องได้ออกมาพูดถึงเรื่องราวที่น่าประทับใจที่อยู่ในภาพยนตร์เรื่องนี้ กล่าวโดยสรุปว่า “ผมใช้ชีวิต ¼ ไมล์ ภายใน 10 วินาที หรือต่ำกว่านั้น ผมเป็นอิสระ ถนนได้เปิดเส้นทางให้ไปได้ทุกที่ ไปหาเพื่อน ไปหาครอบครัว ไปหาความรัก ไปผจญภัย และไปเห็นสิ่งใหม่ ๆ กระทั่งได้กลับมายังบ้านที่แสนอบอุ่นอีกครั้ง...” “...ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้แสดงให้เห็นความเป็นไปได้อย่างไร้ที่สิ้นสุด เริ่มจากการเดินทางตั้งแต่ลอสแอนเจลลิส ไปยังไมอามี ไปยังโตเกียว ไปยังริโอ ไปยังลอนดอน ไปยังอาบูดาบี และตอนนี้พวกเราเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก...” “...เราแข่งเพื่อความเร็ว แข่งเพื่อเกียรติและศักดิ์ศรี แข่งไปในทุกที่ในเมือง ในภูเขา หรือแม้แต่ขับรถลงจากเครื่องบิน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในภาพยนตร์เรื่องนี้คือ “ครอบครัว”...” “...ทุกคนในครอบครัวทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อกันและกันให้กันและกัน และสำหรับแฟน ๆ เป็นล้าน ๆ คนจากทั่วโลกที่เป็นเสมือนครอบครัวเรา พวกเรากำลังก้าวต่อไป และจะทำให้ดีกว่าเดิม...” “...พวกเราไม่ได้ซิ่งเพียงลำพัง ในเส้นทางต่อไปที่พวกเรากำลังเผชิญอยู่นั้น ครอบครัวของเรากำลังถูกท้าทายอย่างที่ไม่เคยโดนมาก่อน กับศัตรูที่ไร้ซึ่งความปรานี ถือเป็นการทดสอบถึงความรักและสามัคคีของพวกเราทุกคน และภาคนี้จะเป็นภาคที่เร็วที่สุดและระห่ำที่สุดเท่าที่เคยมีมา นี่คือ Fast & Furious” Fast 8 ออกตัวล้อฟรีในสหรัฐฯ วันที่ 14 เมษายน 2017

ดาวคะนอง /  รัศมี เผ่าทองเหลือง / 

เสร็จสิ้นงานแถลงข่าวไปเป็นที่เรียบร้อย สำหรับภาพยนต์ ดาวคะนอง ภาพยนตร์นอกกระแสที่สามารถสร้างกระแสความสนใจจากคนรักหนังทั่วโลก ณ โรงภาพยนตร์เอส เอฟ เวิร์ด ซีเนม่า ชั้น 9 ศูนย์การค้าเซนทรัลเวิลด์ โดยผู้กำกับ ใหม่ อโนชา สุวิชากรพงศ์ ที่ทุ่มเทพลังและใช้เวลาพัฒนาบท พร้อมหาทุนการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้นานถึง 6 ปี ก่อนส่งข่าวไปยังแฟนเพลงที่ชื่นชอบหนังศิลป์มีคุณภาพพร้อมคิวเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในวันที่ 8 ธันวาคม 2559 เป็นต้นไป โดยหลังจากไปฉายในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติที่ต่างประเทศมาแล้วมากมาย ถือเป็นโอกาสอันดีในการเปิดตัวรอบปฐมทัศน์โลกที่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโลการ์โน่ (Locarno International Film Festival) ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ในสายประกวดนานาชาติ ซึ่งนับได้ว่า ดาวคะนอง เป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกที่ได้รับเกียรติให้เข้าฉายในสายหลักนี้ บรรยากาศในงานแถลงข่าวคราคร่ำไปด้วยคนรักหนังคนคุ้นเคยผู้สนับสนุนหนังนอกกระแสอาทิ ตัน อิชิตัน ทิฐินันท์ โชตินันทน์ ผู้อำนวยการส่วนงานบริหาร จากเอไอเอส สุวรรณี ชินเชี่ยวชาญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด จากเอสเอฟ จุมภฏ รวยเจริญทรัพย์ ผู้บริหารโก๋แก่ พร้อมการต้อนรับอย่างอบอุ่นสื่อมวลชนทุกแขนงเริ่มงานโดย วินิจ เลิศรัตนชัย รับหน้าที่พิธีกรดำเนินรายการ แนะนำผู้กำกับมือรางวัล ใหม่ อโนชา สุวิชากรพงศ์ พูดถึงภาพยนตร์ที่เธอเขียนบท และ กำกับด้วยตัวเองว่า “หนังเรื่องนี้ไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับดาวคะนอง (เขตจอมทอง ) เลย  เวลาเราขับรถบนถนน บนทางด่วน เราจะเห็นป้าย ดาวคะนอง แต่มีสักกี่คนที่เดินทางไปดาวคะนอง ดาวคะนองจึงเปรียบเสมือนทางผ่าน หรืออีกนัยยะหนึ่ง ดาวคะนองสื่อความหมายถึงคนซึ่งทุกคนมีความเป็นดาวในตัวเอง ” ขณะที่ เป้ อารักษ์ นักแสดงนำ ซึ่งนอกจากจะทำหน้าที่นักแสดงแล้ว ยังทำหน้าที่แต่งเพลง เรียบเรียง ดนตรี และถ่ายทอดเพลงชื่อ ดาวคะนอง ซึ่งจะเป็นเพลงหนึ่งที่ใช้ประกอบในภาพยนตร์ด้วย กล่าวว่า “ผมเขียนและร้องเพลงให้พี่ใหม่ (ผู้กำกับ) ฟัง พี่เขาชอบ เพราะเนื้อหาจะพูดถึง ความสัมพันธ์ที่หลอกลวงของคนใกล้ตัว ซึ่งเป็นเนื้อหาที่สอดคล้องกับภาพยนตร์ บางเรื่องจริงบางเรื่องคือการแสดง หรือร้ายกว่านั้นคือการหลอกลวง”  จากนั้นนักแสดงทุกคน สายป่าน อภิญญา สกุลเจริญสุข, ต่าย เพ็ญพักตร์ ศิริกุล, ทราย อินทิรา เจริญปุระ รวมไปถึงนักแสดงนำหน้าใหม่ รัศมี เผ่าทองเหลือง และวิศรา วิจิตรวาทการ ได้ร่วมกันเล่าประสบการณ์ในการ่วมงานกับผู้กำกับใหม่ว่าเป็นคนที่ทำงานแตกต่างจากคนอื่น คือ ละเอียดและไม่ให้ทำการบ้านมา ซึ่งผู้ชมภาพยนต์จะได้เห็นการแสดงที่แตกต่างจากที่ผ่าน ๆ มาแน่นอน  ดาวคะนอง ได้รับทุนสนับสนุน Prince Claus Film Fund Award และ Hubert Bals Plus Europe จากประเทศเนเธอร์แลนด์ ทุนไทยเข้มแข็ง จาก กระทรวงวัฒนธรรม และทุน Doha Film Fund จากประเทศกาตาร์ ก่อนหน้านี้ ดาวคะนอง ได้เดินทางไปฉายตามเทศกาลต่าง ๆ มาแล้ว เช่น เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตรอนโต ประเทศแคนาดา เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติลอนดอน ล่าสุดได้รับรางวัล Best Film (New Talent Award) จากเทศกาลภาพยนตร์ฮ่องกงเอเชี่ยนฟิล์มเฟสติวัล และในปี 2560 ดาวคะนอง ก็ยังมีคิวฉายตามเทศกาลต่าง ๆ อีกหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นที่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติรอตเตอร์ดาม ประเทศเนเธอร์แลนด์ และในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งขณะนี้ได้มีผู้จัดจำหน่ายในสหรัฐได้ทำการซื้อลิขสิทธิ์ภาพยนตร์เพื่อเตรียมเผยแพร่ในสหรัฐในปี 2560 แล้ว ดาวคะนอง จะเริ่มเข้าฉายในวันที่ 8 ธันวาคม ในโรงภาพยนตร์เอสเอฟเวิล์ดซีนีม่า ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิล์ด โรงภาพยนตร์ลิโด โรงภาพยนตร์เฮาส์ อาร์ซีเอ และ Bangkok Screening Room