ผลมวยโลก

เรื่องมากนักใช่มั้ย! ฟีฟ่า เลื่อนบอลโลก ช้างศึก ฟัด เหงียน เตะเร็วขึ้น
ซีเกมส์ ครั้งที่ 28 /  นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย / 

ก่อนหน้านี้สมาคมฟุตบอลเวียดนาม และสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกันทำหนังสือถึง ฟีฟ่า เพื่อขอเลื่อนเกมคัดเลือกฟุตบอลโลก ระหว่าง ไทย พบ เวียดนาม ในวันที่ 11 มิถุนายน ออกไป เนื่องจากตรงกับการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 28 ที่ประเทศสิงคโปร์ ล่าสุด บังยี วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และคณะกรรมการบริหารสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า เปิดเผยว่า ฟีฟ่า ให้ขยับแมตช์คัดฟุตบอลโลก จากวันที่ 11 มิ.ย. ไปเตะเร็วขึ้นเป็นวันที่ 24 พ.ค. เพื่อให้นักเตะบางส่วนของแต่ละชาติได้ไปเล่นในซีเกมส์ ช่วงปลายเดือนพ.ค.-กลางเดือนมิ.ย. ที่ประเทศสิงคโปร์ นอกจากนี้ บังยี ยังเผยอีกว่า โปรแกรมเตะอุ่นเครื่องของ ทีมชาติไทย นอกจากจะได้ บาห์เรน มาเตะในวันที่ 5 มิ.ย. แล้ว ยังจะได้ เกาหลีเหนือ มาอุ่นแข้งเพิ่มอีกทีม ในวันที่ 17 พ.ค. สรุป ทีมชาติไทย จะลงเตะคัดเลือกฟุตบอลโลก 2 นัดแรก คือพบ เวียดนาม วันที่ 24 พ.ค. และพบ ไต้หวัน วันที่ 16 มิ.ย.58

เอาฮา หรือ ว่าจริง? แฟชั่น ใส่ เฟซกินี่ ( Face - kinis ) รักษา ผิวสวย สู้แดด
Earth Day /  Face - kinis / 

โลกร้อน ขนาดนี้ แฟชั่นใหม่ๆ ต้องตามให้ทัน ที่จะตอบโจทย์สาวๆ ให้ดีเสียแล้วล่ะค่ะ เมื่อวันเอิร์ธเดย์ 22 เม.ย. ที่ผ่านมา นางแบบทั้ง 8 คนสวมใส่ชุดว่ายน้ำ พร้อมสวม Face - kinis เข้าเฟรมถ่ายรูป ทำเลนาขั้นบันได ในหลู่ตี้ มณฑลหูหนาน ประเทศจีน จริงๆ แล้วเฟซกินี่ ก็ไม่ใช่นวัตกรรมแปลกใหม่อะไร เราว่าไม่แตกต่างจาก ผ้าคลุมหน้าที่คนงานก่อสร้าง และชาวนาสวมใส่ เพื่อป้องกันฝ้า กระ และไอแดด ที่ร้อนระอุ นั่นเองล่ะหนาคุณ แต่เอามาพัฒนาตัดเย็บให้เป็นรูปร่างขึ้นนั่นเอง ในปี 2012 Vogueฉบับ ฝรั่งเศส ได้ นำเฟซกินี่ มานำเสนอในการถ่ายแบบจนเป็นที่ฮือฮา ส่งผลให้เกิดแฟชั่นเฟซกินี่ขึ้นมา ในจีน เมื่อปี 2013 เมื่อเหล่าคุณป้าวัยกลางคนฮิตสวมใส่ไปเที่ยวทะเลในเมืองชิงเต้า ประเทศจีน ลองมาส่องแฟชั่นเฟซกินี่ ไว้เป็นไอเดีย ให้คุณสาวๆ ตัดสินใจกันเสียหน่อยว่า ร้อนนี้ จะเลือกใส่ facekinis ไปทะเลกับเขาบ้างดีม่ะ แฟชั่น เฟซกินี่ จาก Vogue ฝรั่งเศส ในปี 2012 แฟชั่น เฟซกินี่ จาก Vogue ฝรั่งเศส ในปี 2012 ใน ปี 2013 อาซิ้มเที่ยวทะเล ในจีน ขอเอาอย่างบ้าง ที่มาจาก Shanghaiist เรียบเรียงโดย Women MThai Team

สาวผวา ชายคลั่งบุกพังประตูห้อง แต่โดนปรับแค่200 ?
คอนโด /  ชายคลั่ง / 

โลกออนไลน์วิจารณ์ กรณีหญิงสาวถูก ชายบุกพังประตูห้อง แต่โดนปรับแค่200 ? วันนี้ (24เม.ย.) กลายเป็นประเด็นที่ผู้คนบนโลกออนไลน์กำลังวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกพันทิปชื่อ Numwaan_S ได้มีการตั้งกระทู้ในหัวข้อเรื่อง "...อยากปรึกษาทุกท่านค่ะ เนื่องจากเกิดเหตุการณ์น่ากลัวจากผู้ชายข้างห้อง..." เจ้าของกระทู้ได้เปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพี่สาวของเธอ หลังซื้อคอนคอนโดแห่งหนึ่งและย้ายเข้าอยู่ได้เพียงไม่นาน กลับต้องเจอเรื่องราวทำเอาขวัญผวา จนไม่สามารถอยู่คอนโดดังกล่าวได้อีก รายละเอียดเรื่องระบุไว้ดังนี้ พี่สาวเพิ่งซื้อคอนโดย้ายเข้าได้ไม่ถึงเดือน ซึ่งโครงการนี้ห้องเป็นแบบระเบียงติดกัน และห้องข้างๆ มีปัญหาเรื่องของหายเป็นประจำ ปัญหาเกิดขึ้น เมื่อเค้าสงสัยว่าห้องที่ระเบียงติดกันเป็นคนขโมย เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 15 เม.ย.ที่ผ่านมา เวลาประมาณตี 3 มีชายคนหนึ่งบุกถีบประตูห้อง และทุบห้อง พร้อมตะโกนขึ้นมาว่า "ออกมา ออกมาเดี๋ยวนี้ _จะคุยกับให้รู้เรื่อง ต้องออกมา" ตอนนั้นพี่สาวกลัวสุดขีด ไม่กล้าทำอะไร รีบโทรหา 191 จากนั้นพี่สาวก็ตะโกนออกไปถามว่า "คุณเป็นใคร มาผิดห้องหรือป่าว" จังหวะเดียวกันผู้ชายคนนั้นก็เอามีดปักที่ประตู คงกะจะพังประตูให้ได้จนมีดปัก พี่สาวกลัวมาก ก็เลยไปตะโกนขอความช่วยเหลือที่ระเบียง จากนั้นมีผู้ชายจากชั้น 3 ได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือ จึงไปตาม รปภ.มาช่วย เพราะไม่สามารถขึ้นมาดูเองได้ เนื่องจากคีย์การ์ดเป็นระบบชั้นใครชั้นมันฝั่งใครฝั่งมัน เมื่อ รปภ.ขึ้นมาที่เกิดเหตุปรากฎว่า ผู้ชายคนที่ถีบประตูหายไป จากนั้นทุกคนก็ลงไปรอตำรวจจาก สน.มักกะสัน ซึ่งตำรวจก็ขึ้นมาสำรวจบนห้อง และบอกแค่ว่า ให้ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ ตอนเข้าไปพูดคุยกับผู้ชายคนนั้นว่าคุณเป็นผู้ต้องสงสัยนะ เค้าก็ทำหน้านิ่งๆ แล้วตอบแบบเฉยๆมากๆ ว่า "ผมนี่แหละทำ" จากนั้นทุกคนก็ไปที่ สน.พร้อมกัน  เค้าบอกตำรวจว่า ของเค้าหายบ่อยมาก เงินหาย ยาหาย กลับมาจากที่ทำงานก็เห็นข้าวของในห้องโดนรื้อ บางครั้งก็เปิดแอร์ในห้องทิ้งไว้ด้วย  เค้าเจอแบบนี้มาเกือบปี คิดว่ายังไงก็ต้องเป็นห้องพี่สาว ที่เข้ามาขโมย เพราะระเบียงติดกัน แต่พี่สาวเพิ่งซื้อและย้ายเข้ามาอยู่ยังไม่ถึงเดือน ซึ่งขัดแย้งกับสิ่งที่ผู้ชายคนนั้นพูด สุดท้ายก็จบตรงที่ตำรวจปรับ 200 บาท ข้อหาทำให้ตกใจ และให้ซ่อมประตูให้ โดยให้พี่สาวเอาใบเสร็จมาเรียกเก็บเงิน พอหลังจากนั้นไปขอดูกล้องวงจรปิดจากนิติฯ นิติแจ้งว่า ฮาร์ทดิสเสีย สรุปไม่มีหลักฐานอะไรเลย ซึ่งตอนนี้พี่สาวก็ย้ายออกมาแล้ว ไม่กล้ากลับไปอยู่ต่อ กลัวมาก ขวัญกระเจิง กลัวคนข้างห้องคนนั้นจะกลับมาทำร้ายอีก ซึ่งโครงการให้ความช่วยเหลือแค่เพียงให้ตำรวจมาคุยกับห้องข้างๆ ว่าอย่ามาทำร้ายห้องพี่สาวอีก และบอกให้พี่สาวกลับไปอยู่ได้แล้ว ไม่น่าจะมีอะไรแล้ว MThai News ขอบคุณสมาชิกพันทิป Numwaan_S

สัมผัสชีวิตดี๊ดี กับ 10 ที่เที่ยวกาญจนบุรี ที่คุณต้องเลิฟ
10 จุดหมายท่องเที่ยว /  10 สถานที่ / 

ถ้าจะเอ่ยถึงจังหวัดที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม ที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ กาญจนบุรี คงเป็นชื่ออันดับต้น ๆ ที่พุ่งเข้ามาอยู่ในหัวแน่นอน ด้วยภูมิประเทศที่เป็นที่ราบเชิงเขา ทำให้มีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์หลากหลาย ก่อเกิดสถานที่สวยงามมากมาย ทั้งยอดเขาสูงลิบ พร้อมทะเลหมอกชวนหลงใหล แม่น้ำสายสำคัญ อีกทั้งยังมีเขตแดนติดกับประเทศเมียนมาร์ สร้างมิติให้กับขนบธรรมเนียมอันเป็นเอกลักษณ์ travel.mthai.com ขอพาคุณไปสัมผัสชีวิตดี๊ดี กับ 10 ที่เที่ยวกาญจนบุรี ที่คุณต้องเลิฟ สัมผัสชีวิตดี๊ดี กับ 10 ที่เที่ยวกาญจนบุรี ที่คุณต้องเลิฟ 1. วัดถ้ำเสือ อ.ท่าม่วง วัดถ้ำเสือ เป็นวัดที่มีชื่อเสียงไม่น้่อย รวมถึงยังถือว่าเป็นวัดที่มีพระที่มีองค์ใหญ่ที่สุดในจังหวัดกาญจนบุรี พระเจดีย์ที่มีความสวยงามโดดเด่น สามารถมองเห็นได้จากในระยะไกล เพราะตั้งอยู่บนเนินเขา ใครที่มาเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรี สามารถแวะเยี่ยมชมวัด สักการะพระบรมสารีริกธาตุภายในพระเจดีย์เกศแก้วปราสาท และนมัสการหลวงพ่อชินประทานพร วัดถ้ำเสือตั้งอยู่บนเนินเขา ในตำบลม่วงชุม อำเภอท่าม่วง เป็นอำเภอที่อยู่ก่อนถึงตัวเมืองกาญจนบุรี เดิมเป็นเพียงสำนักสงฆ์เล็กๆ ที่อยู่ในบริเวณถ้ำเสือด้านล่างริมเนินเขา ต่อมาได้แรงศรัทธาจากชาวบ้าน ร่วมกันสร้างและบูรณะ จนกลายเป็นวัดที่ใหญ่โต และมีความวิจิตรงดงาม การเดินทาง : จากกรุงเทพฯ ผ่านอำเภอบ้านโป่ง เข้าถนนแสงชูโต จะผ่านแยกมิราเคิล ออฟ ไลฟ์ จากนั้นพอถึงแยกท่าม่วง เลี้ยวซ้ายไปทางอำเภอท่าม่วง ผ่านหน้าโรงพยาบาลท่าม่วง วนวงเวียนหอนาฬิกา เพื่อเลี้ยวซ้ายไปถนนเลียบคลองชลประทาน เจอสามแยก เลี้ยวขวาไปอีก 2 กิโลเมตร (มีป้ายบอกทาง) ให้วิ่งไปทางเดียวกับวัดม่วงชุม พอเลยวัดม่วงชุมไปจะเห็นทางเข้าวัดถ้ำเสือ อยู่ทางซ้ายมือ 2. เขาช้างเผือก อ.ทองผาภูมิ  เขาช้างเผือก เป็นที่เที่ยวสำหรับคนที่ชอบการเดินป่า ชอบผจญภัย พิชิตยอดเขาสูง ยอดเขาช้างเผือกสูงตระหง่าน รอให้มาพิสูจน์ความกล้ากัน โดยเฉพาะจุดของสันเขาที่หวาดเสียวที่สุดที่เรียกว่า "สันคมมีด" เขาช้างเผือก ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ อำเภอทองผาภูมิ บนยอดเขามีลักษณะเป็นภูเขาหญ้า มีหินบ้างตามสันเขา การเดินทางไปยังยอดเขาช้างเผือก จะต้องติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ เพื่อลงทะเบียนรายชื่อคนที่ขึ้นเขา ในแต่ละวันทางอุทยานฯ​ มีการจำกัดคนบนเขาไว้ที่ 60 คน เพราะพื้นที่กางเต็นท์บริเวณยอดเขามีพื้นที่จำกัด ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวจะนิยมมาแบบ 1 คืน 2 วัน การเดินขึ้นสู่เขาช้างเผือกจะเริ่มจากบริเวณหลังหมู่บ้านอีต่อง ตำบลปิล็อก อำเภอทองผาภูมิ เป็นระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร ใช้เวลา 4-5 ชั่วโมงในการเดินขึ้นไปจนถึงจุดกางเต็นท์ เดินช่วงแรกจะผ่านป่าโปร่งๆ เป็นเนินเขาเตี้ยบ้าง สูงบ้าง เป็นเนินทุ่งหญ้าที่มีวิวสวยๆ ระหว่างทางให้ถ่ายรูป ช่วงนี้แดดค่อนข้างร้อน จากนั้นก็จะเป็นการเดินตามเชิงเขาบ้าง สันเขาบ้าง ช่วงนี้จะเป็นทุ่งหญ้าความสูงพอท่วมหัว แล้วจึงจะถึงจุดตั้งแคมป์ การเดินทาง : จากตัวเมืองกาญจนบุรี วิ่งบนถนนแสงชูโตที่เป็นถนนสายหลัก ถึงสี่แยกแก่งเสี้ยน เลี้ยวซ้ายไปตามป้ายอำเภอไทรโยค - ทองผาภูมิ (ทางหลวงหมายเลข 323) ตรงเข้าอำเภอทองผาภูมิ (เส้นทางจะต่อกับเส้น 3272 เลย) วิ่งผ่านตัวอำเภอ (ตัวอำเภออยู่ทางขวา) เลียบอ่างเก็บน้ำในเขื่อนไปอีกประมาณ​ 30 กิโลเมตร จะถึงสามแยกบ้านไร่-ปิล๊อก ให้เลี้ยวซ้ายไปทางปิล๊อก จากจุดนี้จะเป็นเส้นทางคดเคี้ยวขึ้นเขา ประมาณ 24 กิโลเมตร อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิอยู่ทางขวามือ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม : ที่ทำการอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ โทร 034-532-114, 034--510-979 3. สะพานมอญ อ.สังขละบุรี สะพานมอญ มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า สะพานอุตตมานุสรณ์​ เป็นสะพานไม้ข้ามแม่น้ำซองกาเลียไปยังหมู่บ้านมอญ ถือเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย และเป็นอันดับสองของโลกรองจากสะพานไม้อูเบ็งในพม่า และเป็นสัญลักษณ์ของอำเภอสังขละบุรี เป็นสะพานแห่งศรัทธา ที่เกิดจากการร่วมแรงร่วมใจของชุมชนที่อาศัยอยู่ในสังขละบุรี ทุกปีจะมีนักท่องเที่ยวมาสัมผัสธรรมชาติ พร้อมๆ กับการได้เห็นวิถีชีวิตชุมชนชาวมอญในแถบนี้ สิ่งที่ห้ามพลาดอีกอย่างหนึ่งก็คือการได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก กับสะพานที่เสมือนเป็นสายใยวัฒนธรรมของชาวมอญและไทยในดินแดนสุดขอบประเทศแห่งนี้ การเที่ยวชมสะพานมอญ ควรแวะเดินชมตั้งแต่เช้า โดยเฉพาะช่วงเวลา 6.00 - 7.00 น. เป็นช่วงที่ได้เห็นวิถีชีวิตชาวมอญ ใส่บาตรพระทุกเช้า หากนักท่องเที่ยวต้องการใส่บาตร ก็มีอาหารขายบริเวณหมู่บ้านมอญ สายๆ หากเดินข้ามฝั่งไปยังหมู่บ้านมอญ ก็สามารถเที่ยวชมบ้านเรือนในแบบชาวมอญ ซื้อของที่ระลึก หรือจะแวะชิมขนมจีนน้ำยาหยวกกล้วย ที่เป็นอาหารพื้นบ้านชาวมอญก็ได้ การเดินทาง : จากตัวเมืองกาญจนบุรี วิ่งบนถนนแสงชูโตที่เป็นถนนสายหลัก ถึงสี่แยกแก่งเสี้ยน เลี้ยวซ้ายไปตามป้ายอำเภอไทรโยค - ทองผาภูมิ (ทางหลวงหมายเลข 323) ก่อนเข้าตัวอำเภอทองผาภูมิ มีสามแยก เลี้ยวขวาไปทางอำเภอสังขละบุรี (ด่านเจดีย์สามองค์) ผ่านวัดท่าขนุน ป้อมปี่ อุทยานแห่งชาติเขาแหลม สะพานข้ามแม่น้ำรันตี ก่อนเข้าตัวอำเภอสังขละบุรีมีทางแยก ตรงไปทางอำเภอสังขละบุรี (จะมีป้ายบอกเป็นทางไปวัดวังก์วิเวการาม) วิ่งผ่านตัวอำเภอสังขละบุรี ข้ามสะพานซองกาเลีย แล้วจึงจะมีป้ายบอกเลี้ยวซ้ายเข้าซอยสะพานไม้ สุดซอยจะเป็นสะพานอุตตมานุสรณ์ (สะพานมอญ) สุดซอยซ้ายมือจะมีที่สำหรับจอดรถแบบเสียค่าจอด (ประมาณ 20 บาท) 4. วัดจมน้ำ เมืองบาดาล อ.สังขละบุรี วัดใต้น้ำ หรือวัดจมน้ำ คือวัดวังก์วิเวการามเดิม ซึ่งกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ถือว่าเป็น Unseen Thailand เพราะมีความแปลกที่มีซากโบราณสถานจมอยู่ใต้น้ำ เป็นสถานที่เล่าขานถึงตำนานความเป็นมาของวัดหลวงพ่ออุตตมะ จนหลายคนเรียกกันว่าเมืองบาดาล นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวในช่วงฤดูร้อน ตั้งแต่ประมาณเดือนมีนาคม - เมษายน เป็นช่วงหน้าแล้ง น้ำหลังเขื่อนลดลงมาก จะสามารถเดินเข้าไปเยี่ยมชมโบสถ์เก่าได้ ณ บริเวณสามประสบ ส่วนคนที่มาเที่ยวช่วงปลายฝนต้นหนาว ตั้งแต่ประมาณตุลาคม - มกราคม อาจจะได้เห็นแค่บางส่วนของตัวโบสถ์ที่โผล่พ้นน้ำ หรือบางทีก็จมน้ำเป็นเมืองบาดาล จะมีให้เห็นก็เพียงแต่ยอดหอระฆังเดิมเท่านั้นที่สูงพ้นน้ำ ในช่วงหน้าแล้ง ช่วงเดือนมีนาคม - พฤษภาคม น้ำในแม่น้ำลดลงมากจนสามารถเดินเข้าไปในโบสถ์เก่าได้ สิ่งที่เหลือไว้ให้เห็น เป็นส่วนของกำแพงด้านนอกโบสถ์ ตัวโบสถ์เหลือเพียงผนัง ไม่มีส่วนหลังคาโบสถ์ให้เห็น ภายในผนังโบสถ์ยังมีให้เห็นลวดลายศิลปะแบบมอญหลงเหลือให้เห็น เป็นลายซุ้มองค์พระพุทธรูปอยู่ตามผนัง แต่เดิมมีทั้งหมด 2500 องค์ แต่ก็มีหลายส่วนที่หลุดหายออกไปเพราะโดนน้ำเซาะบ้าง หรือหลุดหล่นลงมาแตกเองบ้าง 5. ป้อมปี่ อุทยานแห่งชาติเขาแหลม อ.ทองผาภูมิ จุดชมวิวป้อมปี่ เป็นสถานที่ชมวิวในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลมที่หลายๆ คนพูดถึงว่าเป็นจุดที่มีวิวทิวทัศน์สวยงาม โรแมนติก และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งทางภาคตะวันตก เหมาะแก่การพักผ่อนแบบไม่ลำบากมาก มีบรรยากาศโดยรอบเงียบสงบ มองเห็นท้องน้ำของอ่างเก็บน้ำในเขื่อนวชิราลงกรณ์ ทิวทัศน์ภูเขาอยู่ไกลสายตาออกไป หน้าหนาวได้เห็นไอหมอกละเลียดตามผิวน้ำ จนหลายคนคิดไปว่ากำลังนอนอยู่ที่ปางอุ๋งจังหวัดแม่ฮ่องสอน เลยทีเดียว การเดินทาง : จากตัวเมืองกาญจนบุรี วิ่งบนถนนแสงชูโตที่เป็นถนนสายหลัก ถึงสี่แยกแก่งเสี้ยน เลี้ยวซ้ายไปตามป้ายอำเภอไทรโยค - ทองผาภูมิ (ทางหลวงหมายเลข 323) ก่อนถึงตัวอำเภอทองผาภูมิ มีสามแยก เลี้ยวขวาไปทางอำเภอสังขละบุรี (ด่านเจดีย์สามองค์) จะผ่านวัดท่าขนุน น้ำตกเกริงกระเวีย น้ำตกไดช่องถ่อง หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาแหลม(เกริงกระเวีย) เลยจากอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตรจะพบทางเข้าจุดชมวิวป้อมปี่อยู่ทางซ้ายมือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : อุทยานแห่งชาติเขาแหลม โทร.086-131-3443(ป้อมปี่) 034-546-819, 034-532-099 6. มหาถ้ำลำคลองงู อ.ทองผาภูมิ วนอุทยานแห่งชาติลำคลองงู เป็นชื่อของลำห้วยซึ่งไหลวกวนและสลับซับซ้อนผ่ากลางผืนป่ากัดเซาะเพิงผาเทือกเขาหินปูนกลายเป็นโพรงถ้ำขนาดใหญ่หลายแห่ง ประกอบกับการสะสมของตะกอนหินปูนที่ใช้เวลานานแสนนานจึงเกิดเป็นหินงอกหินย้อยประติมากรรมของธรรมชาติที่สวยงาม ภายในอุทยานแห่งชาติลำคลองงูจึงมีถ้ำหลายแห่งที่น่าเดินทางเข้าไปสำรวจความงดงาม เช่น ถ้ำเสาหิน อยู่ห่างจากปากห้วยลำคลองงู 6 กิโลเมตร ลักษณะเป็นถ้ำทะลุภายในมีห้วยลำคลองงูไหลผ่านตลอด จุดเด่นที่น่าสนใจ คือ เสาหินขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางถ้ำ วัดความสูงจากพื้นถึงยอดเสาได้ 62.5 เมตร นับได้ว่าเป็นเสาหินที่สูงที่สุดในโลกเท่าที่เคยพบมาในปัจจุบัน อีกทั้งภายในถ้ำยังมีหินงอกหินย้อย รูปทรงต่างๆ เป็นจำนวนมาก จัดได้ว่าเป็นถ้ำที่มีความงดงามและมหัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง การเดินทาง : สามารถเข้าถึงได้โดยทางเรือ จากบริเวณอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ขึ้นไปทางเหนือถึงบริเวณปากห้วยคลองงู แล้วเดินต่อจากปากห้วยคลองงูขึ้นไป 6 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ก็จะถึงปากถ้ำ ตลอดทางจะพบน้ำตกที่เกิดจากลำห้วยคลองงู ไหลลดหลั่นลงไปตลอดทาง การเดินทางทางรถยนต์ เส้นทางที่สะดวก คือเริ่มต้นจากน้ำตกเอราวัณ ใช้เส้นทางผ่านถ้ำพระธาตุ ไปจนถึงน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น จากน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นเดินทางต่อไปยังหมู่บ้านพุเตยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง จากนั้นเดินเท้าต่อจากบ้านพุเตยใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงก็จะถึงถ้ำ 7. น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น อ.ศรีสวัสดิ์ น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น หรือ "น้ำตกห้วยขมิ้น" เป็นหนึ่งในน้ำตกที่สวยงามที่สุดในประเทศไทย ด้วยความงามของม่านน้ำตกที่ไหลลดหลั่นกันลงมาเป็นชั้นเล็กชั้นน้อย บรรยากาศที่รายล้อมไปด้วยป่าเขา และต้นไม้นานาพันธุ์ที่มีความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ ทำให้นักท่องเที่ยวหลายคนต่างติดใจจนแวะมาเที่ยวน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นหลายต่อหลายครั้ง อย่างไม่รู้เบื่อ น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ตั้งอยู่ที่ตำบลท่ากระดาน อำเภอศรีสวัสดิ์ ในความดูแลของอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ เป็นพื้นที่ที่ยังคงเป็นป่าที่ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ สมัยก่อนการเข้าไปถึงตัวน้ำตก ทำได้ยาก ต้องผ่านเส้นทางที่ลำบาก ต้องใช้รถโฟว์วิล หรือขับรถอ้อมอ่างเก็บน้ำเพื่อข้ามแพขนานยนต์จากฝั่งตัวอำเภอศรีสวัสดิ์ มายังฝั่งน้ำตก ปัจจุบันมีเส้นทางลาดยางที่รถยนต์สามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น ทำให้ผู้คนต่างมาเที่ยวชมน้ำตกกันอย่างไม่ขาดสาย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ : อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์  034-547-018 (VoIP), 034-532-027 กองอุทยานแห่งชาติกรมป่าไม้  0-2579-0529, 0-2579-4842 8. โบสถ์สแตนเลส วัดป่าลำขาแข้ง อ.ศรีสวัสดิ์ โบสถ์แสตนเลส ณ วัดป่าลำขาแข้ง และพระพุทธรูปแสตนเลสหนึ่งเดียวในโลก ฉลุลายไทยวิจิตรงดงาม สร้างสรรค์จากแรงศรัทธาของประชาชน ที่ช่วยกันบริจาคสร้างขึ้นเพื่อนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวโรกาสทรงเจริญพระชนพรรษาครบ 80 พรรษา เป็นสถานที่ท่องเที่ยว Unseen แห่งใหม่ในอำเภอศรีสวัสดิ์ การไปชมโบสถ์นี้ต้องนั่งเรือหางยาวจากเขื่อนศรีนครินทร์ไปชมความงดงามของโบสถ์แห่งนี้ เพราะวัดตั้งอยู่บนเกาะกลางน้ำของเขื่อนศรีนครินทร์ ไม่สามารเดินทางด้วยพาหะนะอย่างอื่น ตัวโบสถ์ส่องประกายงดงามยามเมื่อต้องแสงแดด และเมื่อเข้าใกล้จะได้เห็นลวดลายฉลุขอลายไทย บริเวณซุ้มประตูโบสถ์และหน้าต่าง เมื่อเข้าไปนั่งไหว้พระรู้สึกเย็นมาก ใครอาจจะคิดว่าโบสถ์สร้างด้วยเตนเลสเงางามแบบนี้ ข้างในไม่ร้อนหรือ แต่ไม่ใช่อย่างที่คิดเพราะตัวโบสถ์ทำโครงเป็นสเตนเลส ใช้สเตนเลสแผ่นปะทั้งด้านใน และด้านนอก แต่อัดฉนวนไว้ตรงกลาง ทำให้กันความร้อนได้ดี รวมทั้งพื้นเป็นแกรนิตเลยโปร่งโล่งสบาย หากมองออกไปบริเวณรอบๆวัดก็จะเห็นวิวทิวทัศน์ของขุนเขา ที่สวยงามท่ามกลางเขื่อนศรีนครินทร์ ลองลืมภาพ โบสถ์ที่สร้างด้วยปูซีเมนต์ในแบบเดิม มาเยี่ยมชมโบสถ์สเตนเลสและพระพุทธสเตนเลสที่ วัดนี้แล้วจะได้ความ แปลกใหม่สุดแสน Unseen มาเลยทีเดียว 9. เขาสันหนอกวัว อ.สังขละบุรี "เขาสันหนอกวัว" เป็นอีกหนึ่งในสถานที่เที่ยวปราบเซียน ท้าทายขาลุย และนักผจญภัยที่ชอบเดินป่า พิชิตภูผา เหมาะสำหรับคนที่รักธรรมชาติ ฟิตร่างกายพร้อมรับการเดินไต่ระดับ ขึ้นสู่ยอดเขาสูงตระหง่าน เขาสันหนอกวัว เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดกาญจนบุรี มีระดับความสูงที่ 1,767 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ตั้งอยู่ทางเหนือของที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาแหลม อำเภอสังขละบุรี ในแนวเทือกเขาเขียว ที่เป็นป่าฝั่งตะวันตกของพื้นที่อุทยานฯ มีส่วนที่ติดต่อกับพื้นที่ป่าในเขตทุ่งใหญ่นเรศวร จึงมีความเป็นธรรมชาติค่อนข้างสมบูรณ์ สภาพป่ามีต้นไม้ขึ้นหนาแน่น และยังคงมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่ คำว่าสันหนอกวัว มาจากลักษณะของยอดเขาที่นูนออกมา รูปร่างคล้ายกับส่วนที่เป็นสันนูนบนหลังของวัว ที่เรียกว่าโหนก หรือหนอก เขาสันหนอกวัว เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เดินป่าขึ้นไปสัมผัสธรรมชาติ และชมทัศนียภาพจากบนยอดเขา การเดินทางขึ้นเขานั้นจะต้องติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เพื่อนำทางไปยังจุดที่สามารถตั้งแค้มป์ได้ การเดินทางจะเริ่มจากเจ้าหน้าที่ขับรถนำไปยังจุดเริ่มเดินเข้าไปในป่า บริเวณเชิงเขาหัวโล้น ไม่ไกลจากที่ทำการอุทยานฯ จากนั้นต้องใช้การเดินเท้าขึ้นไปบนยอดเขา ​ที่จะต้องมีเจ้าหน้าที่ของอุทยานฯ นำทางไปเท่านั้น ระยะทางจากด้านล่างไปยังจุดตั้งแค้มป์ ประมาณ​ 9 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลาประมาณ 6-7 ชั่วโมง ไม่สามารถเดินทางไปกลับได้ภายในวันเดียวได้ จะต้องพักค้างแรม กางเต็นท์นอนบนเขา สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ : อุทยานแห่งชาติเขาแหลม โทร. 034-546819 10. ต้นจามจุรียักษ์ อ.เมือง ต้นจามจุรียักษ์ ตั้งอยู่บนเส้นทางไปอำเภอด่านมะขามเตี้ย บ้านกสิกรรม หมู่ 5 ต.เกาะสำโรง หากมาจากวัดถ้ำมังกร เลยจากวัดถ้ำมังกรไปประมาณ 3 กิโลเมตร สามารถเดินทางเข้าไปในกองการสัตว์และเกษตรกรรมที่ 1 (กองผสมสัตว์) กรมการสัตว์ทหารบก ผ่านวัดถ้ำมุนีย์นาถ แล้วเลี้ยวขวา ต้นจามจุรียักษ์มีอายุมากกว่า 100 ปี ขนาด 10 คนโอบ รัศมีทรงพุ่มเฉลี่ย 25.87 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางร่มเงาประมาณ 51.75 เมตร ความสูงเรือนยอด 20 เมตร มีพื้นที่ของพุ่มประมาณ 1 ไร่ 2 งาน 4 วา มีทรงพุ่มแผ่กิ่งก้านสาขาใหญ่โตสวยงามร่มรื่น ซึ่งปัจจุบันหาชมต้นไม้ขนาดใหญ่เช่นนี้ได้ยากมาก ปัจจุบันต้นจามจุรียักษ์ ถือเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยม ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะบรรดาช่างภาพ ที่ต่างบรรจงสร้างสรรค์ผลงานสุดอลังการผ่านต้นไม้อันยิ่งใหญ่แห่งนี้ ขอบคุณข้อมูลจาก : www.kanchanaburi.co/th  ,  เรียบเรียงโดย : Travel MThai ติดตามภาพถ่ายสวย ๆ จากช่างภาพผู้สนับสนุนของเรา ได้ที่ : www.facebook.com/baagklong , www.facebook.com/ChillDTravel , www.facebook.com/Suracheat1

ซิโก้ ยิ้มกริมได้ใช้ ช้างศึก ฟูลทีมซด เหงียน ประเดิมคัดบอลโลก
ชนาธิป สรงกระสินธ์ /  ซิโก้ / 

หลังจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า ได้อนุมัติให้การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018  รอบคัดเลือก รอบสอง โซนเอเชีย กลุ่มเอฟ นัดแรก ระหว่าง ทีมชาติไทย ที่จะเปิดบ้านพบกัน เวียดนาม เลื่อนการแข่งขันจากเดิมวันที่ 11มิ.ย. 58 มาเป็นวันที่ 24 พ.ค.58 ล่าสุด ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือใหญ่ ช้างศึก ทีมชาติไทย เมื่อทราบข่าวก็ออกอาการอมยิ้ม เพราะจะได้ใช้ผู้เล่นชุดใหญ่แบบเต็มๆ โดยเปิดเผยว่า จะเรียกนักเตะทั้ง 2 ชุดมาฝึกซ้อมพร้อมกันในวันที่ 11 พ.ค. และนักเตะตัวหลักจากชุดซีเกมส์ ก็จะถูกดันขึ้นมาเล่นเกมกับ เวียดนาม ด้วย "แน่นอนว่าเราจะต้องเรียกมาเต็มทีม โดยผู้เล่นอย่าง ชนาธิป สรงกระสินธ์, สารัช อยู่เย็น, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, พีรพัฒน์ โน๊ตชัยยา, นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม และรายอื่นๆ ที่เล่นต้องไปเล่นซีเกมส์ ก็จะสามารถกลับมาเล่นชุดใหญ่ได้ทั้งหมด" ซิโก้ พูดด้วยอารมณ์ที่ดี

เหมือนโดนฟ้าผ่า ถูกยกเลิกออเดอร์ ขนมปังรสกล้วย !!
ซีพี. /  สยามบานาน่า / 

คุณพลอย เจ้าของธุรกิจขนม สยาม บานาน่า เปิดใจรู้สึกเหมือนฟ้าผ่าหลังโดนยกเลิกออเดอร์ แต่พร้อมเดินหน้าหาช่องทางขายอื่น ๆ จากกรณีที่ในโลกออนไลน์มีการแชร์บทความเกี่ยวกับสูตร ขนมปังไส้คัสตาร์ด กลิ่นกล้วย ซึ่งกลายเป็นประเด็นดราม่าว่อนเน็ต เนื่องจากมีการพาดพิงถึงบริษัทยักษ์ใหญ่ ล่าสุด (24 เม.ย. 58) คุณพลอย เจ้าของธุรกิจขนม สยาม บานาน่า หรือที่เรียกว่า โตเกียว บานาน่า เมืองไทย ได้ออกมาเปิดใจถึงกรณีดังกล่าวว่า ช่วงแรกที่เข้าไปนำเสนอสินค้าได้รับการต้อนรับดีมาก แถมยังได้รับคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ต่อสินค้าจากผู้ใหญ่อีกด้วย " ช่วงที่จ้างบริษัทอื่นผลิด ได้รับแจ้งว่า ต้องการสินค้าวันละ 6,000 - 10,000 ชิ้นต่อวัน ทำให้ต้องเปิดโรงงาน มีการกู้เงินลงทุน ซึ่งในการเจรจาสินค้าของตนจะได้วางจำหน่ายในไตรมาสที่ 2 แต่พอเดือน มี.ค. ได้มีสินค้าแบบเดียวกันออกวางจำหน่ายและถูกยกเลิกออเดอร์ทั้งหมด รู้สึกเหมือนโดนฟ้าผ่า " อย่างไรก็ตาม คุณพลอย ยังได้รับการติดต่อกลับมาหลังจากบทความได้ถูกเผยแพร่ แต่จะเดินหน้านำเสนอสินค้ากับศูนย์การค้าแทน ตั้งเป้าสร้างลูกค้าที่ชื่นชอบรสชาติสินค้าของเธอ ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนครั้งใหญ่ที่ราคาแพงสำหรับเธอ ทุกสิ่งเกิดขึ้นได้อย่างไม่คาดคิด ขอบคุณข้อมูล/ภาพ มติชนออนไลน์ MThai News

สดๆ ร้อนๆ บรรยากาศงานฉลอง 45 ปี ช่อง 3 !!
ฟุตบอล ช่อง 3 /  ฉลองครบรอบ 45 ปี ช่อง 3 / 

ท้าแดด ท้าฝน!! แฟนคลับนับหมื่นชีวิตแห่ร่วมฉลองครบรอบ 45 ปี ช่อง 3 ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน สำหรับปีนี้มาในคอนเซ็ปต์ "ความสุขบุกโลก" ยกพลซุปตาร์กว่าร้อยชีวิตมาคืนความสุขให้คนดู นำโดย ณเดชน์ คูกิมิยะ, ญาญ่า อุรัสยา, หมาก ปริญ, คิม คิมเบอร์ลี่, เจมส์ จิรายุ, โป๊ป ธนวรรธน์, บอย ปกรณ์, มาร์กี้ ราศรี, เบลล่า ราณี, เกรท วรินทร, แมท ภีรนีย์, เต๋า สมชาย, เจมส์ มาร์, โทนี่ รากแก่น, แยม มทิรา, ฯลฯ สำหรับบรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็นบูธกิจกรรมต่างๆ หน้างาน มาจนถึงขบวนพาเหรดสุดอลัง!! ก่อนจะเปิดศึกฟุตบอลนัดพิเศษ ระหว่างทีมขาวสุข กับทีมน้ำเงินสด และช็อตสำคัญคือการดวลลูกโทษของเหล่า "คู่จิ้น" สุดฮอตในช่องนั่นเอง... ครบรอบ 45 ปี ช่อง 3 ครบรอบ 45 ปี ช่อง 3 ครบรอบ 45 ปี ช่อง 3 ครบรอบ 45 ปี ช่อง 3 ครบรอบ 45 ปี ช่อง 3 ครบรอบ 45 ปี ช่อง 3 ครบรอบ 45 ปี ช่อง 3 ครบรอบ 45 ปี ช่อง 3 ครบรอบ 45 ปี ช่อง 3 ครบรอบ 45 ปี ช่อง 3 ครบรอบ 45 ปี ช่อง 3 ครบรอบ 45 ปี ช่อง 3 ครบรอบ 45 ปี ช่อง 3

คัมออนสวีท จับ นัน-หงหยก AF10 คู่จิ้นลงจอ Yes or No 2.5 แฟนๆ ฟินสมใจ!
Yes Or No 2.5 /  กลับมาเพื่อรักเธอ / 

เป็นอีกหนึ่งคู่จิ้น  ที่มีคนติดตามกันอย่างมากมายสำหรับ นัน สุนันทา ยูรนิยม และ หงหยก จันษกร กิตติวัฒนากร แห่งบ้าน เอเอฟ 10 ที่จบซีซั่นไปแล้ว ก็ยังมีแฟนคลับจิ้นให้สองคนรักกัน หรือมีผลงานคู่กันอยู่เรื่อย ๆ มาวันนี้ทางค่ายคัมออนสวีท ก็ตอบสนองความต้องการของแฟน ๆ โดยการจับคู่จิ้นทั้งสองมาลงจอคู่กัน ในภาพยนตร์ Yes or No 2.5 กลับมาเพื่อรักเธอ ซึ่ง นัน รับบท พี เพื่อนสนิทของ ไวน์ (ติ๊นา ศุภนาฏ) โดย พี เป็นเชฟอาหารญี่ปุ่น ผู้หลงใหลในการทำอาหาร แต่เมื่อความรักก่อตัวขึ้นในหัวใจ พี ผู้ปิดกั้นตัวเองและปากไม่ตรงกับใจ จึงต้องตัดสินใจครั้งใหญ่ ส่วน หงหยก รับบท ฟ้า นักศีกษาสาววัยใส มองโลกในแง่ดี เพื่อนสนิทของ พิม (พิมพกานต์ บางชะวงษ์) ที่ได้โคจรกลับมาพบกับอดีตรุ่นพี่ที่คณะที่เคยทำให้หัวใจสั่นไหว การกลับมาพบกันครั้งใหม่จะลงเอยอย่างไร คงต้องตามลุ้นกันต่อในภาพยนตร์ หงหยก เล่าถึงความประทับใจว่า "จริงๆแล้วชอบทุกฉากเลย แต่ถ้าชอบเป็นพิเศษจริงๆ ก็คงเป็นซีนที่มีตุ๊กตาหมีเข้าด้วย เพราะชื่อกลุ่มแฟนคลับของเราส่วนใหญ่ก็จะชื่อหมีอยู่แล้ว พอมีหมีเข้าซีนด้วย ก็เหมือนมีแฟนคลับมาร่วมแสดงด้วย ก็รู้สึกมีความสุขดีค่ะ คิดว่าแฟนๆน่าจะชอบด้วย" ด้าน นัน เผยว่า "ของนันถ้าเป็นฉากที่เข้ากับหงหยกหรือว่าฟ้าในเรื่อง จะชอบซีนแรกที่เราเข้าด้วยกัน เทคยับ (หัวเราะ) วันนั้นน้องน่าจะตื่นเต้น เพราะเป็นวันแรกที่น้องเข้าฉาก แต่นันเข้ามาสักพักแล้ว ก็ต้องเทรนกันพอสมควร เพราะเป็นฉากที่ต้องแต่งหน้าให้กัน กุ๊กกิ๊ก ๆ เป็นฟิลล์สาว ๆ อยู่ด้วยกัน เราก็ต้องเล่นแบบโอเวอร์แอ็คติ้ง ส่วนน้องก็ต้องเล่นแบบกลั้นขำ นันว่าฉากนี้น่ารักดี เลยชอบเป็นพิเศษ ก็อยากฝากให้ลองดูกันค่ะ" ส่วนฉากเลิฟซีน หงหยก ก็แอบแย้มให้ฟังเบาๆ ว่า  "เลิฟซีนก็ต้องมีค่ะ เป็นแบบน่ารัก ๆ มีกันครบทุกคนทุกคู่ รับรองจิกหมอนชัวร์" (หัวเราะ) นัน ก็ได้กล่าวปิดท้ายเอาไว้ว่า "สำหรับแฟนคลับของพวกเรา สาวกหมี นะคะ ขอบคุณที่ซัพพอร์ตเรามาตลอดในช่วงสองปีที่ผ่านมา คุณให้โอกาสเรามาเยอะมาก เราก็ไม่รู้จะตอบแทนยังไง ทุกวันนี้พวกเราก็ตั้งใจทำงานกันให้ดีที่สุด ทั้งงานละคร งานเพลง จนถึงงานหนัง ซึ่งถือว่าเป็นของขวัญชิ้นใหญ่ ที่จะมอบให้กับทุกคนที่ได้ติดตามพวกเรามาตลอด เรื่องนี้ก็เหมือนเราได้ก้าวขึ้นมาอีกขั้นหนึ่งแล้ว รวมไปถึงคนที่ยังไม่รู้จักพวกเราเลย หนังเรื่องนี้มีอะไรมากกว่าที่คุณเห็นแค่ในโปสเตอร์ มีมากว่าคำว่าผู้หญิงกับผู้หญิง มีมากกว่าคำว่าความรักที่คนทั่วไปมีกัน ถ้าคุณลองเปิดใจเข้ามา คุณก็จะได้รับอรรถรสของหนังอย่างแท้จริง ก็อยากฝากให้ทุกคนช่วยติดตามพวกเราใน Yes or No 2.5 กลับมาเพื่อรักเธอ กันนะคะ" นอกจากนี้ หงหยก ยังได้โชว์เสียงหวาน ๆ  ร้องเพลง You are Beautiful (เธอผู้งดงาม) เพลงประกอบภาพยนตร์ Yes or No 2.5 กลับมาเพื่อรักเธอ ได้รับกระแสดีมากเจ้าตัวยิ้มแก้มปริ แว่วๆ มาว่า ตอนนี้ทางค่าย คัมออนสวีท เตรียมเพลงเซอร์ไพรส์แฟนๆ อีกระลอก อบอวลไอรัก ฟินกันสมใจ ไปกับ Yes or No 2.5 กลับมาเพื่อรักเธอ ในวันที่ 28 พ.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ --------------------------------

อุทาหรณ์! ไม่เคยเที่ยวกลางคืน แต่ต้องมาติดเอดส์
party /  ติดเอดส์ / 

 ชายคนนี้ไม่เคยเที่ยวกลางคืน แต่ติดเอดส์มาจากแฟนตัวเอง วันนี้ (24เม.ย.) กลายเป็นเรื่องราวที่ผู้คนบนโลกออนไลน์ให้ความสนใจอยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกพันทิปสมาชิกหมายเลข 1526726 ได้มีการตั้งกระทู้ในหัวข้อเรื่อง "...18+ ไม่เคยเที่ยวกลางคืน แต่ติด เอดส์ มาจากแฟนตัวเอง ..." เจ้าของกระทู้ได้นำเอาเรื่องราว ของชายคนหนึ่งที่เลือกแต่งงานกับแฟนสาว หลังคบหากันมานานถึง 8 ปี  และมีลูกด้วยกัน 2 คนแล้ว แต่อยู่ๆ ก็มีเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้น เมื่อทั้งคู่ได้ทราบว่า กำลังติดเชื้อ HIV ทั้งๆ ที่ฝ่ายชายไม่เคยเที่ยวกลางคืนเลย รายละเอียดเรื่องราวมีดังนี้ เนื้อเรื่องต่อจากนี้ คนในเนื้อเรื่องให้นำมาเผยแพร่ ก่อนอื่นขอตั้งนามสมมุติว่า "เจมส์" นะครับ เจมส์ เป็นเพื่อนของผมที่รู้จักกัน เขาได้แต่งงาน กับแฟนที่คบกันมานานถึง 8 ปี ซึ่งชีวิตคู่ดีมาก คอยดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกันตลอด ไม่เคย มีปัญหาหรือเรื่องทะเลาะที่รุนแรงกันเลย ทั้ง 2 รักกันและมีลูกด้วยกัน 2 คน "พัด" นามสมมุติของแฟนเจมส์ พัดเป็น ผู้หญิงที่ดูเรียบง่าย มีจิตใจดี ชอบช่วยเหลือคนอื่น ทำให้เจมส์ตกหลุมรักเธอ พัดเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูดจากับใครที่ไม่สนิทสนมด้วย แต่ถ้าเธออยู่กับคนสนิทสนมด้วยแล้วละก็สุดเหวี่ยงไปเลยครับ วันนึงเธอออกไป party กับเพื่อนสมัยเรียน เป็น party สละโสดของเพื่อนเธอ ใช่ครับเพื่อนเธอจะแต่งงาน และใช่ครับ เจมส์ ไม่ได้ไปกับเธอ เพราะเป็นเพื่อนๆ สมัยมัธยมปลาย แล้วเรื่องมันก็ได้เกิดขึ้นในคืนนั้น เธอไม่กลับบ้านเจมส์ พยายามโทรหาเธอแต่เธอก็ไม่รับสาย จนกระทั่งเพื่อนเธอโทรมาหาเจมส์ บอกเจมส์ว่า เธอเมาให้เธอนอนค้างที่นั้นไหม เจมส์เห็นว่าเป็นบ้านเพื่อนของเธอ ก็ตอบตกลงไป วันรุ่งขึ้นเจมส์ไปรับเธอที่บ้านของเพื่อน กลับมาบ้านตามปกติ หลังจากวันนั้น ผ่านไป 2 ปีเศษ พัดก็เป็นไข้อยู่บ่อยๆ น้ำหนักลด หน้าดูโทรม มีผื่นคัน ตามตัว เจมส์จึงพาเธอไปหาหมอ หมอจึงบอกกับเจมส์ว่า ภรรยาของคุณติดเชื้อ HIV ระยะที่ 2 หลังจากนั้นหมอจึงให้เจมส์ตรวจเชื้อ HIV เจมส์เป็นระยะแรก ซึ่งทำให้เจมส์ตกใจมากว่าทำไมเธอและเขาถึงเป็นโรคนี้ได้ หลังจากที่ทั้งคู่กลับมาบ้าน พัดจึงบอกกับเจมส์ว่า วันที่เธอไปงาน สละโสดเพื่อนเธอ เธอเมาและไปมีอะไรกับเพื่อนสาว ที่รู้จักกันตอนมัธยม เธอไม่ทราบว่า เพื่อนสาวคนนั้นจะเป็นโรคเอดส์  MThai News ขอบคุณสมาชิกพันทิป หมายเลข 1526726

กูรูเทคโนการบิน อ้างซาก MH370 ตกอยู่ในอ่าวเบงกอล
MH370 /  มาเลเซียแอร์ไลน์ / 

ผู้เชี่ยวชาญด้านการบิน เผยทราบพิกัดของซากเครื่องบิน จากสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ เที่ยวบิน MH370 ตกอยู่ในอ่าวเบงกอล มหาสมุทรอินเดีย วานนี้ (23 เม.ย.) เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ 'มิรเรอร์' รายงานประเด็นที่เรียกเสียงฮือฮาอย่างมากในขณะนี้ เมื่อ 'อังเดร มิลน์' ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการบิน เปิดเผยว่า สมัครใจเป็นผู้ตรวจสอบ สืบหาเครื่องบินโดยสารจากสายการบิน มาเลเซีย แอร์ไลน์ เที่ยวบิน MH370 ที่สูญหายไปอย่างเป็นปริศนาเมื่อวันที่ 8 มี.ค.2557 โดยเขาอ้างว่า ซากเครื่องบิน ตกอยู่ในอ่าวเบงกอล มหาสมุทรอินเดีย ประเทศอินเดียและศรีลังกา พร้อมกันนี้ เขาต้องการเงินสนับสนุนในการค้นหา สูงถึง 1.3 ล้านดอลลาร์ หรือราว 45 ล้านบาท 'อังเดร มิลน์' ประกอบอาชีพด้านเทคโนโลยีการบินของกองทัพในสหราชอาณาจักร เขากล่าวว่า อ่าวเบงกอล เป็นพื้นที่ที่ยังไม่ได้ทำการค้นหาซกเครื่องบินที่ล่องหนไป พร้อมทั้งให้ความเห็นว่า การสูญหายในครั้งนั้น ทั่วโลก มีแนวคิดเกี่ยวกับสาเหตุที่แตกต่างกันออกไป มีหลายแนวคิดที่ถูกคาดการณ์ก่อหน้านี้ เช่น การจี้เครื่องบินโดยรัสเซีย ซึ่งอีกทฤษฏีที่มีการพูดถึง คือเครื่องบินมรณะ ถูกมนุษย์ต่างดาวลักลอบขโมยไป ก่อนหน้านี้ ทางการมาเลเซียได้แถลงประกาศอย่างเป็นทางการ ว่า สาเหตุของการสูญหายของเที่ยวบิน MH370 เป็นอุบัติเหตุ พร้อมทั้งชี้ว่า ผู้โดยสารและลูกเรือรวม 239 ราย บนเครื่องบินลำดังกล่าว ได้เสียชีวิตทั้งหมด อย่างไรก็ตาม 'อังเดร มิลน์' ให้ความเห็นว่า การสูญหายไปจนกลายเป็นประเด็นช็อกโลกครั้งนี้ อาจเป็นการก่ออาชญากรรมต่อมนุษย์ชาติ หากต้องการไขความลับทั้งหมด เขาอ้างว่าจะต้องร่วมทุนสนับสนุน เพื่อนำไปสู่ความจริง อย่างไรก็ตาม ปริศนามาเลเซีย แอร์ไลน์ MH370 เป็นเที่ยวบินโดยสารระหว่างประเทศ เส้นทางการบินจากท่าอากาศยานนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ไปยังท่าอากาศยานนานาชาติปักกิ่ง ประเทศจีน สูญหายไปอย่างไร้ร่องรอยบริเวณทะเลจีนใต้ ระหว่างน่านน้ำเวียดนามและมาเลเซีย บนเครื่องมีผู้โดยสาร 227 คน และลูกเรือ 12 คน กว่า 12 ประเทศพยายามค้นหาและกู้ภัยร่วมกัน ครอบคลุมพื้นที่ 27,000 ตารางไมล์ทะเล (93,000 ตารางกิโลเมตร) ในช่องแคบมะละกาและทะเลจีนใต้ แต่ปัจจุบัน ปริศนาดังกล่าว ยังคงเป็นที่กังขา เนื่องจากยังไม่พบซากเครื่องบินลำดังกล่าว MThai News ที่มา mirror

กอดอำมหิต !! เพชรฆาตไอเอสเข้ากอดหนุ่มเกย์ ก่อนรุมปาหินจนตาย (ขึ้นวันที่ 25 เม.ย.)
กลุ่มไอเอส /  กอด / 

เหี้ยม !! ไอเอสแพร่ฉากสังหาร เพชรฆาตเข้าสวมกอดเหยื่อ ก่อนลงมือรุมปาหินจนตาย โทษฐานเป็นกลุ่มรักร่วมเพศ เมื่อวันที่ 24 เม.ย. เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ 'เดลิ เมล์' รายงานข่าวสุดสะเทือนใจ เมื่อกลุ่มรัฐอิสลามในซีเรีย หรือ ไอเอส ก่อเหตุรุมปาหินใส่ผู้ต้องสงสัย ว่าเป็นผู้รักร่วมเพศ 2 ราย อย่างไร้ความปราณี จนกระทั่งเสียชีวิต ซึ่งรายงานระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในทะเลทราย ของจังหวัดฮอมส์ เมืองที่ตั้งอยู่ ทางตะวันตกของประเทศซีเรีย ทั้งนี้ ภาพที่ปรากฏแสดงให้เห็นเหตุการณ์ก่อนเพชรฆาตจากกลุ่มญิฮาด กลุ่มสุดโต่ง ที่มีวีรกรรมความโหดร้ายออกมาสู่สายตาชาวโลกอย่างไม่ขาดสาย เข้าสวมกอดเหยื่อ คล้ายกับการแสดงความรัก และให้อภัย ทำให้เหยื่อเข้าใจผิด คิดว่าได้รับการอภัยโทษ แต่หลังจากนั้นได้แสดงในสิ่งที่ตรงกันข้าม เมื่อสมาชิกไอเอสอย่างน้อย 4 ราย ช่วยกันใช้หินก้อนใหญ่เท่ากำปั้นหลายร้อยก้อน ปาใส่ร่างเหยื่อทั้งสองรายจนแน่นิ่ง เสียชีวิตในเวลาเพียงไม่กี่นาที ภาพเหตุการณ์สังหารโหด ถูกเผยแพร่ผ่านสื่องสังคมออนไลน์ โดยฝีมือเครื่องข่ายโซเชี่ยวญิฮาด ที่เผยให้เห็นถึงความเห็นอกเห็นใจชายทั้งสอง พร้อมให้อภัยต่อบาปที่ทั้งคู่กระทำ ตามคำอ้างของกลุ่มไอเอส จากนั้นก็ลงมือสังหารอย่างไม่ปราณี ท่ามกลางกลุ่มฝูงชนที่ยืนดูอยู่รอบๆ ซึ่งมีเด็กรวมอยู่ในนั้นด้วย MThai News ที่มา dailymail

ชี้ช่องรวย! ทำ Mod เกมส์ดังบน Steam ขายเกมเมอร์ทั่วโลก
Steam /  Steam Workshop

ปัจจุบัน การดัดแปลงเกมส์ (Mod) เกมส์ชื่อดัง ได้รับความนิยมจากกลุ่มผู้เล่นเกมส์กลุ่มเฉพาะ รับอรรถรสการเล่นเกมส์ในมุมมองใหม่ๆจากเกมส์ตัวหลักที่สร้างขึ้นโดยผู้ซื้อเกมส์ ที่สำคัญ Mod เกมส์มีการปล่อยให้ดาวน์โหลดเล่นฟรี ด้านสารบบของการ Mod เกมส์ตอนนี้มีให้เลือกเล่นมากกว่า 20,000 Mod และมีการสร้างไอเทมเกมส์ลายใหม่ๆผ่านแพลตฟอร์ม Steam Workshop ณ ขณะนี้ มีผู้เล่นทั่วโลกดาวน์โหลดเกมส์ประเภทดังกล่าวกว่า 170 ล้านครั้ง และล่าสุด Valve เปิดโอกาสสามารถทำเงินให้กับนักพัฒนาและดัดแปลงเกมส์จากการขายไอเดีย มีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จุดประสงค์การเพิ่มจำหน่าย Mod เกมส์ ต้องการสนับสนุนและสร้างโอกาสนักพัฒนาฯที่มีความคิดสร้างสรรค์ได้รับรายได้และทำขึ้นมาไม่เสียเปล่า โดยนักพัฒนาฯที่กำลังดัดแปลงเกมส์ โดยเฉพาะเกมส์ The Elder Scrolls V: Skyrim ซึ่งทาง Valve ประเดิมเปิดระบบให้จำหน่ายบนแพลตฟอร์ม Steam สามารถขาย Mod เกมส์, ชุดไอเทมเกมส์,​ แผนที่ใหม่ที่ออกแบบพิเศษ หรือ Mod ปรับปรุงระบบเกมส์ แถมสามารถกำหนดราคาขายได้ตามใจชอบ ตั้งแต่ 0.25 ดอลล่าร์ ถึง 5.99 ดอลล่าร์ Mod เกมส์ Skyrim ทั้งนี้ ทางผู้ผลิตยังมีส่วนช่วยการทำโปรโมชั่นสนับสนุนผู้พัฒนาฯอีกทางหนึ่งเช่นกัน หากกรณีที่ผู้เล่นเกมส์ไม่พึงพอใจกับ Mod เกมส์ที่ซื้อมา สามารถส่งคำร้องเรียกเงินคืนได้ภายใน 24 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม ทาง Valve ก็มีแผนจะทำกับเกมส์อื่นๆในอนาคตด้วย Mod เกมส์ Skyrim ชุดซามูไร เมื่อปี 2014 ที่ผ่านมา Valve ประกาศจ่ายเงินให้กับผู้ผลิตคอนเทนต์กว่า 57 ล้านดอลล่าร์ (ราว 1,824 ล้านบาท) หลังจากผลิตคอนเทนต์ประเภทไอเทมให้กับเกมส์ในเครืออย่าง Team Fortress 2, Dota 2 และ Counter-Strike: Global Offensive เป็นต้น ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่http://steamcommunity.com/workshop/aboutpaidcontent/

ทหาร สอนมวย 'สรยุทธ' ม.44 ค้นได้ ไม่ต้องมีหมาย!
ที่ดินสรยุทธ /  พ.อ.สมหมาย บุษบา / 

'พ.อ.สมหมาย' สอนกลับ 'สรยุทธ' หากพื้นที่ใด ติดขัด งัด ม.44 เข้าตรวจค้นบ้านพักได้โดยไม่ต้องมีหมายค้น   กรณีโครงการจัดสรรมูนแดนซ์ เนื้อที่ 284 ไร่ 115 แปลง ตั้งอยู่ริมถ.ธนะรัชต์ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านพักบนเนื้อที่ 8 ไร่ของนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา พิธีกรดัง จนถูกตรวจสอบในเรื่องเอกสารโฉนดที่ดินว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่และการสร้างบ้านขวางลำรางสาธารณะ ขณะที่นายสรยุทธ ได้ตั้งข้อสังเกตว่า เจ้าหน้าที่ไม่มีสิทธิ์เข้าไปตรวจค้น หากไม่มีหมายค้น ยกเว้น 3 กรณีเท่านั้น ความคืบหน้า วันที่วันที่ 24 เม.ย.58 พ.อ.สมหมาย บุษบา ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย กองทัพภาคที่ 2 เผยว่า กรณีที่นายสรยุทธชี้แจงว่า ไปซื้อที่ดินมาอย่างถูกต้องนั้น ถือเป็นข้อเท็จจริงในส่วนของผู้ครอบครองที่ดิน ซึ่งเราก็รับฟัง แต่ส่วนหน่วยงานราชการ ก็ต้องหาหลักฐานมาชี้แจง เพราะต้องตรวจสอบที่ดินทุกแปลงที่ได้รับการร้องเรียนเข้ามา ส่วนการตรวจสอบพื้นที่บ้านพักของนายสรยุทธ ที่อ้างว่า จะต้องมีหมายค้นจากศาลนั้น คณะทำงานที่เข้าตรวจสอบที่ดินแต่ละแปลงนั้น ที่ผ่านมาไม่เคยขออำนาจศาลออกหมายค้นแต่อย่างใด เพราะทุกแปลงให้ความร่วมมือด้วยดีมาตลอด ไม่มีปัญหาอะไร อย่างไรก็ตาม กรณีการบุกรุกป่าพื้นที่เขาใหญ่ซึ่งเป็นปัญหามายาวนาน เห็นว่าควรนำเอามาตรา 44 เข้ามาใช้กับกรณีที่มีปัญหาติดขัดใดๆ เช่น การเข้าตรวจสอบในพื้นที่ใด ๆ ที่อาจจะไม่สะดวก เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเดินหน้าด้วยความเรียบร้อยรวดเร็ว และเสร็จสมบูรณ์ด้วยดี ขอบคุณข้อมูล dailynews MThai News

ส่อง รายได้หนังในไทย วันที่ 16 - 22 เม.ย. นี้ ใครรอดใครร่วง มาดูกัน
Big Game /  box office / 

ครบสัปดาห์ ก็มาส่อง รายได้หนังในไทย กันเป็นประจำเช่นเคย มาดูกันดีกว่าว่าในวันที่ 16 - 22 เม.ย. ที่ผ่านมานี้ คู่มวยยักษ์สองอันดับแรกเป็นไงกันบ้าง และอันดับอื่นๆ ก็มีสะเทือนกันให้เพียบ ดุเดือดสุดๆ สำหรับสองยักษ์ใหญ่ และสัปดาห์นี้ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา ก็กรีฑาทัพชิงตำแหน่งแชมป์ไปเรียบร้อย ทำเอา Fast & Furious 7 ต้องผ่อนคันเร่งไปเบาๆ แต่รายได้รวมหลังรถนี่หายห่วง ตามมาด้วยเจ้าหนูพิทักษ์ประธานาธิบดี Big Game ยกพลขึ้นบก The SpongeBob Movie: Spong Out of Water 3D จี้มาติดๆ ด้วยขบวนหนังใหม่อีกเพียบ ทั้งบ้านผีหลอน Demonic สืบคดีสุดเครียด Child 44 เพื่อนไม่จริง เรื่องสุดท้ายของจิบลิ When Marnie Was There ประสานเสียงอลังการ Boychoir ทวงคืนงานศิลป์ Woman in Gold และปิดท้ายด้วยวิถีสโลว์ไลฟ์ อาหารออร์แกนิกของ Little Forest: Summer & Autumn ที่ฉายน้อยโรง แต่ความฮอตฮิตก็ไม่เบาทีเดียว สัปดาห์หน้า จา พนม ซัดระห่ำ พร้อมสาวอมตะจะมาเยือน เรื่องไหนไม่แน่จริง หลุด Top 10 แน่นอนจ้า! ข้อมูลจาก: Bioscope ---------------------------------

เคน บล็อก the beast on the road
Ford mustang /  นักดริฟต์ / 

เคน บล็อก นักดริฟต์ คนนี้มีแฟนคลับอยู่ทั่วโลก ถ้าพูดถึงวงการรถแข่งเชื่อว่าต้องมีชื่อของ เคน บล็อก ติดอยู่ในอันดับต้นๆ อย่างแน่นอนเพราะนักดริฟต์คนนี้มีแฟนคลับอยู่ทั่วโลกและกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แถมคลิปในยูทูปก็มีเยอะที่สุดเหตุผลหลักคือการดริฟต์ประเภท Gymkhana ที่มีลีลาเร้าใจ โหด ดิบและดุดันจนกลายเป็นลายเซ็นต์ของตัวเองไปแล้วการันตีได้จากยอดวิวจากยูทูปทั้ง 6 ตอนกับยอดคนดูรวม 250 ล้านครั้งเข้าไปแล้ว จุดเริ่มต้นการเป็นนักแข่งรถของ เคน บล็อก เริ่มขึ้นในปี 2005 เริ่มสร้างชื่อเสียงกับทีมซูบารุจนถึงปี 2009 โด่งดังถึงขนาดถ่ายลงนิตยสารรถระดับโลกอย่าง Top Gear ได้รับตำแหน่งนักแข่งหน้าใหม่แห่งปี (Rookie of the Year) ในการแข่งขัน Rally America Championship และรางวัลต่างๆ อีกนับไม่ถ้วน ในตอนนั้นรถคู่ใจแน่นอนต้องเป็น Subaru Impreza WRX STi จนถึงปี 2010 มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เขาตัดสินใจเปลี่ยนค่ายมาอยู่กับฟอร์ดเปลี่ยนรถคู่ใจเป็น Ford Fiesta จนถึงปัจจุบันโดยสังกัดในทีม Hoonigan Racing Division ในปีนี้ เคน บล็อกอายุ 47 ปีแล้วแต่ก็ยังขยันทำคลิปการดริฟต์แบบหลุดโลกมาให้แฟนๆ ได้ชมกันอย่างสม่ำเสมอล่าสุดเอา Ford Mustang 1967 ใช้เครื่อง V8 supercharged ความจุ  6.7 ลิตร ที่โมดิฟายด์จนมีพละกำลังถึง  845 แรงม้าพร้อมหน้าตาดุดันในบอดี้สีดำทะมึน  ฝีมือผู้กำกับคู่บุญ เบน คอนราด ที่รับประกันว่าเวลาชมคุณจะต้องนั่งไม่ติดเก้าอี้แน่นอน

7 การสังหารคนดังที่ตายเว่อร์และยากที่สุดในประวัติศาสตร์
10 อันดับ /  ต่างประเทศ / 

จริงอยู่ที่ว่า ความตาย นั้นอยู่ใกล้เราตลอดเวลา ซึ่งเราไม่รู้ว่ามันจะเกิดขึ้นกับเราเมื่อไหร่? บางคนไปโดยไม่รู้ตัว แต่บางคนก็ตายยากตายเย็นซะเหลือเกิน และนี่คือ 7 การสังหารคนดังที่ตายเว่อร์และยากที่สุดในประวัติศาสตร์ .. เหนื่อยไหมคนดี >,< 7 การสังหารคนดังที่ตายเว่อร์และยากที่สุดในประวัติศาสตร์ 7. เอ็ดเวิร์ด ทีช a.k.a.ไอ้เคราดำ (Edward Teach a.k.a. Blackbeard) เอ็ดเวิร์ด ทีช หรือทาช หรือไอ้เคราดำ(1680-1718) เป็นโจรสลัดที่มีชื่อเสีย(ง)และโหดร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ในช่วงปี1702-1713 (สมัยศตวรรษที่ 18) ในสงครามระหว่างอังกฤษกับฝรั่งเศสและสเปน เขามีรูปลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครเพราะเขาทักหนวดจนเหมือนงูเลื้อยอยู่บนหน้า, สับคนขาด 2 ท่อนด้วยดาบเดียว, พกปืน 6 กระบอกข้างลำตัวแต่ละข้างตลอดเวลา, มีภรรยา 14 คน(อันนี้น่าอิจฉา) เขามีประวัติการปล้นสะดมและฆาตกรรมหลายคดีจนเป็นที่หมายหัวจากสามประเทศ ไอ้เคราดำพบจุดจบของเขาที่ทิศเหนือ ชายฝั่งรัฐนอร์ทแคโรไลน (Carolina) โดยลูกน้องคนสนิท ชื่ออิสราเอล แฮนส์ หักหลังไอ้เคราดำ โดยไปบอกข้าหลวงอังกฤษที่ Virginia รู้ จากนั้นเรือนาวิกโยธินอังกฤษที่นำโดย Robert Maynard ก็ต้อนเรือของไอ้เคราดำจนมุม และเปิดศึกทั้งสองฝ่ายลูกเรือทั้งเจ้าเคราดำยังยืนยัดสู้ท่ามกลางทหารฝ่ายศัตรูที่ล้อมหน้าล้อมหลังเขาไว้ ครั้งแรกเขาถูกยิงลูกระเบิดยิงบนดาดฟ้าเรือ จนบาดเจ็บสาหัส แต่เขาก็ยังดวลดาบกับทหารและ Maynard จนโดนดาบศัตรูฟันทั้งด้านหน้าและหลัง เมื่อการต่อสู้จบลง ไอ้เคราดำตาย จากการตรวจสอบพบว่าเขาโดนยิงกว่า 25 นัด และมีบาดแผลที่ถูกดาบฟันกว่า 20 บาดแผล เขาถูกตัดหัวและตรึงไว้หน้าเรือด้วยตะปู ร่างถูกโยนทะเล มีเรื่องเล่ากันว่าร่างไร้หัวของเขายังว่ายวนรอบ ๆ เรือหลายรอบก่อนที่จะจมทะเลในที่สุด ส่วนแฮนด์คนทรยศนะเหรอเขาตายในขณะเป็นขอทานบนถนน แต่ชื่อของเขาก็เป็นตัวละครหนึ่งในนิยายของโรเบิร์ต หลุยส์ สตีเวนสัน ในเรื่องเกาะมหาสมบัติ(Treasure Island) (ส่วนไอ้เคราดำนั้นเป็น กัปตันฮุกในเรื่องปีเตอร์แพน) 6. พาโบล เอสโคบาร์ (Pablo Escobar) พาโบล เอสโคบาร์(1949-1993) เป็นเจ้าพ่อโคเคนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโคลัมเบียและของโลก ที่ผูกขาดการซื้อขายโคเคนถึง 80%ในโลก และเขายังมีดีกรีติดอันดับคนที่รวยที่สุดในโลกอันดับ 7 จากนิตยสารฟอร์บส์ ที่มีเงินในกระเป๋าถึง 25 พันล้าน เป็นคนมีชื่อเสียงและมีเอกลักษณ์ในชุดเสื้อคอกลมและแขนสั้น เอสโคบาร์เป็นทั้งวีรบุรุษและซาตานของชาวโคลัมเบียในเวลาเดียว เขามีส่วนรับผิดชอบการตายของชาวโคลัมเบียกว่า 4,000 คน และตั้งตัวเป็นศัตรูกับสหรัฐ และต่อสู้กับสหรัฐยาวนานหลายปี แต่เขาก็ไม่จนมุมง่ายๆ เพราะเขามี นักการเมือง, ประชาชน และกองทัพของเขาหนุนหลังอยู่ ไม่มีวันดับเจ้าพ่อที่ยิ่งใหญ่และเร้าใจเท่ากับการล่าพาโบล เอาโคบาร์อีกแล้ว เพราะตำรวจระดมทั้งเทคโนโลยีทั้งกำลังหน่วยสวาทจำนวนมากเท่าที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นการเจาะระบบโทรทัศน์นำร่องชั้นสูงตามหาหมายเลขปลายทาง ซึ่งวันนั้น(วันที่ 2 ธันวาคม ค.ศ.1993)พาโบลกำลังคุยกับครอบครัวพอดี จนตำรวจรู้แหล่งกบดานของเขาในเขตลอส โอลิวอท ในขณะที่พาโบลกำลังคุยโทรศัพท์กับลูกกับเมียอยู่นั้น หน่วยกล้าตายหลายนายต่างพร้อมหน่วยพลแม่นปืนต่าง ๆ มาสมทบและปิดกันทางหนีของพาโบลและสมุน รายล้อมทั่วบริเวณแหล่งกบดาน ๆ และฉากสุดท้ายก็เปิดฉากขึ้น ตำรวจทำการบุกแหล่งกบดานของพาโบลและดวลปืนกับลูกสมุนของเจ้าพ่อ ยิงจนหูตับตับไหม้ ส่วนเจ้าพ่อถูกกดดันที่ตำรวจพังประตูเข้าไปหมายจะจับกุมเขา แต่แล้วพาโบลก็วิ่งตึงตังออกมาจากหน้าต่างชั้นสอง กระโดดลงหลังคา(พาโบลอ้วนก็จริงแต่วิ่งเร็วมาก) ร่างโงนเงนไปมาโดยถือปืนสองมือ ปากก็ด่าตำรวจไปด้วย ในขณะที่หลบกระสุนของตำรวจระยะหนึ่ง พาโบลตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยววิ่งไปด้านหลังของอาคารแห่งหนึ่งด้วยความหวังว่าจะกระโจมไปทางถนนหลังอาคาร แต่เขาวิ่งไม่พ้น เขาถูกกระสุนยิงตัดเข้าที่ขาอ่อนขวา และกระสุนนัดนั้นก็พุ่งทะลุออกไปใต้ลูกสะบ้าหัวเข่าอย่างรุนแรง ส่วนกระสุนอีกนัดเข้าไปฝังอยู่ในสะบักขวา ทำให้พาโบลล้มคว่ำลงไปสันหลังคาอย่างรุนแรงจนทำให้กระเบื้องหลังคาแตกกระจุยหลายแผ่น และกระสุนที่ทำให้พาโบลตายนั้นคือกระสุนที่พุ่งเข้าทางรูหูขวาทะลวงสมองและทะลุไปหน้าหูซ้าย เป็นอันจบชีวิตที่ทุลักทุเลของเจ้าพ่อโคลัมเบีย (มีการสันนิษฐานว่า พาโบลอาจไม่ตายทันทีหลังโดนยิงร่วง แต่เขาโดนยิงซ้ำทีหลังต่างหาก) 5. เน็ด เคลลี่ (Ned Kelly) เน็ด เคลลี่ (1854-1880) ชาวไอรีชที่อาศัยในออสเตรเลียในศตวรรษที่ 19 ถูกบีบบังคับให้เป็นโจรโดยตำรวจชั่วทำให้เขากลายเป็นคนนอกกฎหมาย(ประมาณเสือใบ) เขามีส่วนรับผิดชอบปล้นธนาคาร robberies และฆ่าตำรวจสามนาย และถูกหมายจับทั่วออสเตรเลีย ค.ศ.1880 เน็ด เคลลี่ และแก๊งของเขา จับตัวประกันกว่า 70 ชีวิต ไว้ที่โรงแรมเล็กๆ ในเมืองเกลนโรแวน(Glenrowan) ซึ่งภายนอกโรงแรมเต็มไปด้วยตำรวจหลายสิบนายที่แห่มาจับกุม ตำรวจทำการระดมกระสุนปืนหลายนัดยิงเข้าไปในโรงแรมในความมืดจนถึงเช้า เน็ด เคลลี่ และแก๊งเขาจนมุม จากนั้นเหล่าตำรวจก็หวังว่าเขาและพวกจะยอมมอบตัว แต่แล้วเน็ด เคลลี่ก็ทำให้ตำรวจแปลกใจ และตะลึงสิ่งที่เห็นเน็ด เคลลี่ออกจากประตูโรงแรมคนเดียวในรูปลักษณ์ที่แสนแปลกตาเขาสวมชุดเกราะประดิษฐ์คลุมตั้งแต่หัวจรดต้นขา ซึ่งประกอบกันเข้าแบบหยาบๆ แต่มันก็กันกระสุนได้ดีพอสมควร(ใครวาดภาพไม่ออกขอให้นึกถึงชุดเกราะไอออนแมนเวอรชั่นออฟกัน) เน็ด เคลลี่คนเดียวในชุดเกราะเปิดศึกกับตำรวจนับร้อยด้วยปืนสั้นกระบอกเดียว(อย่างที่เห็นในภาพ) แม้ชุดเกราะมันจะกันกระสุนแต่มันก็ทำให้เขางุ่มง่ามทำให้เขาโดนกระสุนหลายนัดที่ระดมเข้าไปในชุดเกราะของเขาเต็มๆ หลายนัดจนเซไปข้างหน้า ท่ามกลางห่ากระสุนหลายฝ่ายคิดว่าเคลลี่ตายโหงไปแล้ว แต่เหลือเชื่อหลังสิ้นสุดกระสุนปืน(เคลซี่โดนตำรวจยิงที่ขาจนล้ม) ตำรวจทำการตรวจสอบพบว่าเขายังมีลมหายใจอยู่...............(สงสัยห้อยพระดี) เน็ด เคลลี่ถูกตำรวจจับกุม ส่วนลูกน้องถูกตำรวจจับได้บางส่วน ในขณะที่อีกจำนวนหนึ่งโดนตำรวจฆ่าจากการหลบหนี อย่างไรก็ตามต่อมา เน็ด เคลลี่ ถูกแขวนคอข้อหาฆ่าตำรวจตาย คำพูดสุดท้ายของเขาคือ “นี้แหละชีวิต”ส่วนตำรวจที่รังแกครอบครัวเคลลี่ในตอนแรกโดนไล่ออกในเวลาต่อมา จากนั้นเคลลี่ก็กลายเป็นตำนานเสือใบต้นแบบที่ทุกคนมองว่าเขาเป็นวีรบุรุษประจำชาติมากกว่าวายร้ายของประเทศออสเตเลีย 4. ลีออน ทรอตสกี้ (Leon Trotsky) ลีออน ทรอตสกี้ (1879 - 1940) ทรอตสกี้เป็นสมาชิกคนสำคัญการยึดอำนาจของพรรคบอลเชวิคในช่วงเริ่มต้นของการปกครองของพรรคคอมมิวนิสต์โซเวียต อย่างไรก็ตาม เขาก็พ่ายแพ้ให้กับสตาลินในการแย่งอำนาจกันภายหลังจากการถึงแก่อสัญกรรมของเลนิน จนต้องหลบหนีออกนอกประเทศ ทรอตสกี้ถูกลอบสังหารขณะลี้ภัยอยู่ที่ในเม็กซิโก ในวันที่ 20 สิงหาคม 1940 โดยผู้ลอบสังหารที่ชื่อ รามอน แม็คาดาร์ ซึ่งได้รับคำสั่งจากสตาลินให้มากำจัดเขา ในวันเกิดเหตุ ตอนนั้นทรอตสกี้กำลังนั่งอ่านหนังสือที่ห้องรามอน แม็คาดาร์ ใช้ที่สับน้ำแข็งแทงทรอตสกี้จามไปที่กะโหลกศีรษะด้านหลังของเขา แต่แล้ว .เหลือเชื่อ ทรอตสกี้ตายยากกว่าที่คาด เขายืนขึ้นออกจากโต๊ะทำงานทั้งๆ ที่ขวานยังปักคาหัวเขา เขาด่า และถมน้ำลายใส่รามอน จากนั้นก็เล่นมวยปล้ำ(สู้กันแหละ) จนบอดีการ์ดของทรอตสกี้ได้ยินเสียงจึงวิ่งเข้าไป และพาทรอตสกี้ส่งโรงพยาบาล ก่อนที่จะตายในวันต่อมา 3. กาเบรียล การ์เซีย โมเรโน่ (Gabriel Garcia Moreno) โมเรโน่(1821-1875) ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีของเอกวาดอร์เมื่อกลางปีคริสตศักราช 1900 เขาเป็นชาวคริสต์นิกายคาธอลิคที่น่ายกย่องนับถือ เขาก่อตั้งพรรคจารีตแบบแผนของประเทศ อีกทั้งยังหน้าตาคล้ายกับ F. Merray Abrahamอีกด้วย โมเรโน่ได้บัญญัติกฎหมายหนึ่งขึ้นมาเพื่อก่อตั้งหน่วยงานของนิกายคาธอลิคแห่งเอกวาดอร์ เพื่อที่ใครก็ตามที่เข้ามาสมัครและลงคะแนนเสียงให้พรรคนี้แล้ว จะต้องแปรสภาพศาสนามาเป็นคริสต์นิกายคาธอลิค ในขณะที่สิ่งนี้เป็นประโยชน์ต่อต่อชาวคาธอลิค แต่มันก็ดึงผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องให้มาเดือดร้อนด้วย และผู้เกี่ยวข้องนี้ที่ผู้สมัครหาเสียงของพรรคอื่น ได้ร่วมพ้องเห็นต้องกันว่ามันเป็นเวลาอันสมควรที่จะกำจัดอับราฮัมไปให้พ้นทาง ขณะที่เขาสละบัลลังก์ในโบสถ์ที่เมืองกิโต้ เขาถูกโจมตีอย่างโหดเหี้ยมจากผู้ลอบสังหาร ซึ่งใช้มีดขนาดใหญ่เฉือนลำคอของประธานาธิบดี ตัดแขนซ้ายและมือขวาของเขาออกไปด้วย แต่! เขายังไม่ตาย เขาลุกขึ้นยืนด้วยเท้าทั้งสองของเขา ผู้ลอบสังหารจึงยิงเขาเข้าที่หน้าอกไป 6 นัด และฟันที่หน้าอกไป 14ครั้ง ก่อนที่เขาจะล้มลงสู่พื้นในตอนท้าย แต่แม้กระนั้นเขาก็ยังเหลือลมหายใจพอที่จะเขียนพื้นด้วยเลือดของเขาว่า “พระเจ้าไม่มีวันตายจาก(God does not die)” หลังจากที่ผู้ลอบสังหารได้หลบหนีไปแล้ว พระได้นำโมเรโน่เข้าไปในโบสถ์ เขายังมีชีวิตอยู่ในนั้นนานกว่า 15 นาที หลังการชันสูตรพลิกศพ แพทย์พบว่าโมเรโน่มีเหล็กหลอมเป็นทรงกลมอยู่ภายในร่างของเขา!! 2. เฟอร์ดินานด์ มาเจลลัน (Ferdinand Magellan) มาเจลลัน(1480-1521)เป็นนักสำรวจชาวโปรตุเกสผู้เป็นคนแรกที่แล่นเรือไปแล้วรอบโลก และเป็นชาวยุโรปคนแรกที่เดินทางไปถึงเกาะฟิลิปปินส์ และ เขายังค้นพบช่องแคบที่เดินทางข้ามมหาสมุทรแอนแลนติกอีกด้วย.. (ภายหลังได้ตั้งชื่อว่า ช่องแคบมาแจลแลน เพื่อเป็นเกียรติแก่เขา เมื่อมาถึงอีกด้านหนึ่งเขาก็ตั้งชื่อว่า มหาสมุทรแปซิฟิก แปลว่าความสงบ) มาเจลลันเห็นด้วยที่จะสังหารผู้ชายคนหนึ่งนามว่า ลาปู ลาปู ผู้เป็นข้าศึกศัตรูของสองกษัตริย์แห่งฟิลลิปปินส์ผู้เคยเป็นมิตรกันมาก่อน แผนของเขาเป็นเอกลักษณ์อย่างมากโดยการให้ลาปูเปลี่ยนศาสนามาเป็นคริสเตียน แต่ที่ที่เขาจะดำเนินแผนการเปลี่ยนศาสนานั้น ช่างเป็นดินแดนที่โอบล้อมด้วยความหอมหวานของความตายที่พึงจะกระทำเสียนี่กระไร มาเจลลันและลูกเรือของเขาเข้าเทียบท่าที่ดินแดนของลาปูลาปูในเกาะมัคตัน อย่างไรก็ตามลาปูได้ทราบแน่ชัดแล้วว่ามาเจลลันและลูกเรือกำลังเดินทางมาเพราะเขามีทหารสังเกตการณ์อยู่ มาเจลลันเกือบถูกฟาดด้วยหอกอาบยาพิษอย่างหวุดหวิด เขาหลบได้ทันท่วงทีแต่ดันเข้าไปอยู่ในฝูงนักรบของฝ่ายเจ้าบ้าน เขาถูกแทงเข้าที่ใบหน้าด้วยหลาวไม้ไผ่ เขาโต้กลับด้วยการฝังหอกลงไปในร่างของผู้โจมตี มาเจลลันพยายามจะวาดวงกระบี่ของเขาเพื่อต่อสู้ต่อไป แต่อนิจจา แขนขาขาของเขาถูกฟันขาดออกไปเสียแล้ว... และเขาล้มลงบนพื้นพร้อมแผลฉกรรณ์อีกมากมาย ฝ่ายเจ้าบ้านเห็นดังนั้นก็รีบกรูเข้ามารุมกระหน่ำฟันแทงมาเจลลันที่นอนแผ่ที่พื้นอย่างไร้ทางสู้ เขามองขึ้นไปข้างบนเพื่อดูว่าลูกเรือของเขากลับถิ่นตนไปได้อย่างปลอดภัย จากนั้นก็จึงตัดสินใจที่จะปล่อยตัวเองให้ตาย แต่ก่อนนั้นเขาได้ใช้ลมหายใจเฮือกสุดท้ายคำรามออกมาและเขวี้ยงหอกเข้าไปใส่แก้มของลาปูในท้ายที่สุด(ให้นึกถึงหนังเรื่อง 300) 1. กริกอรี เยฟิโมวิช รัสปูติน (Grigori Yefimovich Rasputin) รัสปูติน (ค.ศ. 1869 - 1916) เป็นนักบวช ผู้ที่มีพลังจิตพิเศษที่มีบทบาทในยุคปลายราชวงศ์โรมานอฟของประเทศรัสเซีย แต่การมีบทบาทและอิทธิพลของเขานั้น เป็นสาเหตุหนึ่งที่นำไปสู่การล่มสลายของราชวงศ์โรมานอฟ ค.ศ. 1916 เจ้าชายเฟลิกซ์ ยูสชูปอฟ (Felix Yusupov) เห็นว่าเก็บรัสปูตินไว้จะเป็นภัยต่อชาติ จึงร่วมมือกับแกรด์ดยุคดมิทรี พัฟโลวิช (Grand Duke Dmitri Pavlovich) ลวงสังหารรัสปูติน โดยจะเชิญรัสปูตินไป โดยอ้างว่าเป็นงานเลี้ยงเล็กๆ ในห้องใต้ดิน ณ วังมอยก้าของเจ้าชาย แผนการฆ่ารัสปูตินก็เริ่มขึ้น โดยการวางยาพิษไซยาไนด์ในเครื่องดื่มและเค้กของรัสปูติน โดย ดร. จาโซแวร์ต แพทย์ทหารเป็นผู้จัดหายา (ไซยาไนด์) สอดไส้ขนมเค้กและผสมเหล้ามาเดียราเตรียมไว้ โดยมีซูโคติน นายทหารอีกคนเป็นผู้ช่วย เจ้าชายยุสซูปอฟจะเป็นคนเชิญให้รัสปูตินกินขนมและดื่มสุราผสมยาพิษ โดยมีปูริชเกวิชและแกรนด์ดยุคดิมิตรีสหายสนิทของเจ้าชายคอยสังเกตการณ์อยู่ชั้นบน และแล้ววันลอบสังหารก็มาถึง เจ้าชายเชิญรัสปูตินมาดื่มน้ำชาที่บ้าน ขณะเดียวกันรัสปูตินก็อยากจะเห็นเจ้าหญิงอิรีนาที่คนอื่นว่าสวยนัก เมื่อรัสปูตินมาถึง เจ้าชายก็อ้างว่าเจ้าหญิงกำลังรับแขกคนอื่นอยู่(ความจริงก็คือ เจ้าหญิงทรงพักตากอากาศอยู่ริมทะเลดำ ไกลจากวังเป็นร้อยๆ ไมล์) จึงขอให้รัสปูตินรอที่ห้องใต้ดินก่อน ขณะเดียวกันเจ้าชายทรงให้เปิดเสียงเพลงจากหีบเสียงเบาๆ ประหนึ่งว่าเจ้าหญิงทรงกำลังมีแขกมาพบจริง ขณะรอ รัสปูตินหงุดหงิดพอควร เจ้าชายจึงทรงเชิญกินขนมเค้กและดื่มเหล้ามาเดียรา ตอนแรกรัสปูตินปฏิเสธ แต่ก็เปลี่ยนใจหยิบขนมเค้กไปกิน 2 ก้อน ตามด้วยเหล้ามาเดียรา 2 แก้ว เจ้าชายทรงยิ้มอยู่ในใจ แต่ตะลึงเมื่อรัสปูตินไม่เป็นอะไรเลย ซ้ำยังขอให้เจ้าชายทรงดีดกีตาร์และร้องเพลงคลอ รัสปูตินนั่งฟังและยิ้มอย่างมีความสุข แม้เพลงจะจบไปหลายเพลงแล้วก็ตาม เวลาล่วงไป 2 ชั่วโมง เจ้าชายจึงทรงวิ่งขึ้นบันไดมาต่อว่าดร. ลาโซแวร์ต(แอบซุ่มดูอยู่) ว่ายาพิษหมดอายุ แต่ ดร. ลาโซแวร์ตยืนยันว่ายาดี ส่วนดยุคดิมิตรีนั้นถอดใจ บอกว่าแผนล้มเหลวควรเลิก แต่เจ้าชายทรงยืนยันจะสังหารเอง ดยุคดิมิตรีจึงส่งปืนพกให้ เจ้าชายทรงถือปืนแอบหลังลงมา รัสปูตินกลับขอมาเดียราดื่มอีก ดื่มแล้วก็มีท่าทางคึกคักชวนไปเที่ยวบาร์ยิปซี จากนั้นเจ้าชายทรงชี้ให้รัสปูตินดูไม้กางเขนบนหลังตู้และให้สวดมนต์ พอเหยื่อหันไปเจ้าชายก็ทรงลั่นกระสุนตรงกลางหลังพอดี รัสปูตินร้องเสียงแหลมและล้มลงหงายกับพื้น พอสิ้นเสียงปืนพรรคพวกทั้งสี่ก็ลงมา ดร. ลาโซแวร์ตคลำชีพจรก็บอกว่าตายแล้ว แล้วทั้งสี่ก็สาละวนเตรียมขนศพ ปล่อยเจ้าชายทรงอยู่ตามลำพัง แต่แล้วเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น รัสปูตินบิดตัว ใบหน้ากระตุก ลืมตาซ้ายแล้วตาขวา ตาสีเขียวขุ่นกลอกไปมาและโกรธจัด น้ำลายฟูมปาก ผุดลุกขึ้นยืน พร้อมกับกระชากอินทรธนูเครื่องแบบทหารของเจ้าชายขาดไปข้างหนึ่ง เจ้าชายทรงตกพระทัยสุดขีดกระโดดหนีวิ่งขึ้นบันไดไปชั้นบน รัสปูตินคลานตามขึ้นไปพร้อมด่าไปมา ปูริชเกวิชได้ยินเสียงเจ้าชายและวิ่งตามรัสปูตินออกไปที่สนามวัง ซึ่งหิมะกำลังตกหนัก รัสปูตินตะโกนลั่น "ไอ้เฟลิกซ์ ไอ้เฟลิกซ์ ข้าจะฟ้องพระราชินี" ปูริชเกวิชแทบไม่เชื่อสายตาว่านั่นคือรัสปูตินที่เมื่อครู่นี้นอนตายสนิท กระนั้นก็ตามได้ลั่นกระสุนทันที 2 นัดแรกผิด นัดที่ 3 ถูกไหล่ และนัดที่ 4 ถูกศีรษะ รัสปูตินผงะหงายหลังลงมาจากประตูเหล็ก พยายามจะลุกขึ้น แต่ลุกไม่ไหว นอนกัดฟันด้วยความแค้น ปูริชเกวิชถลันเข้าเตะเต็มแรงเข้าด้านขมับ พอดีเจ้าชายยุสซูปอฟทรงหายตกพระทัย ทรงถือไม้พลองมาด้วยอันหนึ่ง พลันกระหน่ำตีด้วยอารมณ์แค้นเคืองจนเลือดแดงท่วมหิมะ ร่างรัสปูตินถูกห่อด้วยพรม ทิ้งลงในปล่องน้ำแข็งในแม่น้ำเนวา 3 วันต่อมามีผู้พบศพ จากการตรวจศพพบว่ารัสปูตินไม่ได้ตายเพราะยาพิษหรือฤทธิ์กระสุนปืน แต่ตายเพราะสำลักน้ำ! รัสปูตินเสียชีวิตในวันที่ 16 ธันวาคม ค.ศ. 1916 รวมอายุ 47 ปี (สำหรับอวัยวะเพศของรัสปูตินมีเรื่องเล่ากันว่ามีคนรับใช้ผู้ชายได้เก็บไปให้สาวใช้คนหนึ่งและปรากฏว่าได้พบสาวใช้ผู้นั้นอีกที่ปารีส ซึ่งยังเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี ไว้ในหีบไม้ขัดมัน....) (เคยอ่านเจอว่ายาว 13 นิ้ว) ขอบคุณข้อมูล www.soccersuck.in.th