ผลบอลวันเสาร์

สิ้นสุดการรอคอย บอล เชิญยิ้ม โล่ง!! คู่กรณีซื้อรถหรูกว่า 3 ล้านบาทชดใช้!!
บอล เชิญยิ้ม /  ข่าว บอล เชิญยิ้ม

  เรียกว่าคุ้มค่ากับการรอคอยมานานสำหรับกรณีที่เกิดขึ้นกับดาราตลกชื่อดัง บอล เชิญยิ้ม เมื่อวันที่ 20พ.ค.60 ที่ผ่านมา โดยรถหรูยี่ห้อโตโยต้า เวลไฟร์ สีขาว ของตลกชื่อดังโดนคานสะพานเหล็กรถไฟฟ้าเข้าพุ่งชนขณะรถพ่วง 18 ล้อที่บรรทุกมานั้นเลี้ยวกลับรถที่จัดกลับรถย่านห้างสรรพสินค้าแฟชั่นไอซ์แแลนด์ ลากไปไกลถึง 2 เมตร แต่โชคดีที่เจ้าตัวไม่ได้อยู่บนรถเพราะจอรถไว้ข้างทางแล้วลงไปซื้อส้มตำ จากเหตุการณ์ครั้งนั้น บอล เชิญยิ้ม ไม่ได้เอาความลุงวัย 56 คนขับรถบรรทุก เพียงแต่ต้องการให้บริษัทคู่กรณีรับผิดชอบด้วยการซื้อรถให้ใหม่ เพราะไม่มั่นใจว่าหากซ่อมรถแล้วจะมีสภาพดีและปลอดภัยเหมือนเดิมหรือไม่   ล่าสุดหลังเวลาผ่านมาเดือนกว่า โดยเมื่อวานนี้ (25มิ.ย.60) เรื่องราวทั้งหมดได้จบลงด้วยดี ทั้งสองฝ่ายได้เคลียร์กันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยคู่กรณีได้แสดงความรับผิดชอบโดยเปลี่ยนรถ โตโยต้า เวลไพร์ ราคากว่า 3 ล้านบาทคันใหม่ให้ตามข้อเสนอของ บอล เชิญยิ้ม ซึ่งตลกชื่อดังได้เผยต่อสื่อมวลชนว่า   “เหล็ก 50 ตันพุ่งเข้ามาในรถแล้วลากรถเราไป เกียร์ คาน ทุกอย่างแล้วมาทิ่ม ถามว่าถ้าซ่อมมา เรามานั่งบนรถ มันรู้สึกถึงความไม่สบายใจแล้ว ถ้าทุกอย่างซ่อมมาปั๊บ ถุงลม เราจะรู้ว่าถุงลมมันทำงานยังไง ประตูต้องเปลี่ยนทั้งบาน กระจก คาน เปลี่ยนใหม่หมดเลย ความปลอดภัยผมไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหนเท่านั้นเอง ค่าทำขวัญผมไม่ต้องการไม่เรียกร้อง ขออย่างเดียวขอให้รถผมมาก็พอ สบายใจมาก ตอนนี้รู้สึกดีใจมาก ดีใจเหมือน...ผมบอกไม่ถูก โอเคมันไม่ใช่สิ่งที่มีชีวิตหรอกแต่มันดูแลชีวิตเราเท่านั้นเอง เพราะเราใช้ชีวิตกับเค้าเยอะมากบนรถ ขอบคุณบริษัท ยูนิคฯด้วยที่โอเควันนี้คุณจบให้ผมแค่นั้นเอง”   และยังได้โพสต์ข้อความในอินสตาแกรมส่วนตัวหลังรับมอบรถคันใหม่เป็นที่เรียบร้อยว่า   “เสร็จสิ้นการรอคอยครับ วันนี้ต้องขอขอบคุณ ตัวแทนบริษัทยูนิค เอ็นจิเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน)ที่ได้จัดรถVellfireคันใหม่ให้กับผม ขอบคุณจากใจที่เข้าใจและเป็นห่วงในการเดินทางและความปลอดภัยในชีวิตครับ ขอบคุณบริษัทROYAL CARที่จัดรถที่ดีและดูแลตั้งแต่คันแรกจนคันใหม่ผมวางใจและไว้ใจที่นี้มากครับ ออกเดินทางทำมาหากินกันต่อไป” ขอบคุณภาพจาก IG ballyim_uri        

พลอย พลอยพรรณ เครียด!! น้องพูม่า ถูกไฟดูด
พลอย พลอยพรรณ

เครียด... พลอย พลอยพรรณ เผยเหตุการณ์ น้องพูม่า ลูกชายคนเล็กเดินเหยียบสายไฟเก่า ถูกไฟดูด รีบนำตัวส่งโรงพยาบาล พบคลื่นหัวใจไม่ปกติ และเป็นแผลที่เท้า โดยยังต้องรอดูอาการอีกอย่างน้อย 1 วัน ดังนี้ "อันตรายสายไฟเก่า!!! ตอนนี้พูม่าหลับอยู่หลังจากคุณหมอทำแผลเสร็จ เจาะเลือด ให้น้ำเกลือ ตรวจคลื่นหัวใจ (ที่ไม่ค่อยปกติ) และเฝ้าดูอาการอย่างต่ำ 1 วัน พลอยฝากเตือนทุกท่านดูสายไฟจากเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าว่าขาดหรือไหม้แบบภาพที่ให้ดูมั้ย เพราะมันอันตรายมากนะคะไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ นี่โชคดีที่แค่เดินเหยียบเบาๆ ถ้าน้องหยิบมาเล่นนี่ไม่อยากจะนึก #ช่วงนี้พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกมาก #ขอร้องว่าอย่ามีอะไรเครียดๆเข้ามาอีก #เพราะใกล้จะหลุดละ" ขอบคุณ ภาพและข้อมูลจากไอจี @purploy พลอย - น้องแพนเตอร์ - น้องพูม่า พลอย - น้องแพนเตอร์ - น้องพูม่า น้องแพนเตอร์ - น้องพูม่า

เมย์ พิชญ์นาฏ จับได้แล้วคนสร้างเพจแอนตี้ อึ้ง!!ที่แท้คนรู้จัก
เจ ธนาธิป /  เมย์ พิชญ์นาฏ

   ในที่สุดคดีก็พลิก สำหรับสาวเซ็กซี่อย่าง เมย์ พิชญ์นาฏ ที่ล่าสุดก็รู้ตัวแล้วว่าใครเป็นสร้างเพจแอนตี้ งานนี้ทำเอาเจ้าตัวถึงกับอึ้ง ทำอะไรไม่ถูก หลังจากที่ตามหาตัวมานานแล้ว ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นคนที่เป็นแอดมินเพจเป็นเพจที่ซับพอร์ต เจ ชนาธิป นั่นเอง ซึ่งสาวเมย์ รับว่า    “เขาใช้IGว่า teamjaychanathip มีคนตามประมาณ แสนเจ็ด ซึ่งตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ส่งหมายเรียกไปแล้วแต่เขายังไม่มามอบตัว รอดูว่าเขาจะมามอบตัวเมื่อไหร่ ถ้าเขาไม่ยอมมามอบตัว เขาจะโดนหมายจับ คุณพ่อเมย์บอกว่าไม่ให้ยอมความ ส่วนเจช็อคมาก เพราะคนที่ทำเป็นผู้ชาย เกิดวันเดียวกับเจ ชนาธิป อาจจะเกินคำว่าชอบ ต้องใช้คำว่าคลั่ง แต่เมย์ งง เขาทำได้อย่างไรในการที่เขาลงรูปเมย์ เขียนเชียร์เมย์ ตีสนิทเมย์ ตอนที่เราเปิดตัวคบกับเจ เราเจอกระแสค่อนข้างแรง ถ้าเราแค่อยากได้กำลังใจเราอยากชนะใจแฟนคลับทุกคนของเขา เรารู้สึกว่าไอจีนี้เขาชอบให้กำลังใจเรา เราก็เกิดไปรักเขา นี้คงเป็นแฟนคลับเจคนแรกๆ ที่รักเรา เราก็เลยคุยกับเขาเหมือนสนิทกัน เมย์ก็เฮิร์ตเหมือนกันนะ ช็อคมากเป็นคนใกล้ตัว หลอกถามเราโน้นนี้นั้น บางทีส่งโปรแกรมบอลมาว่าเดี๋ยวเจจะไปแข่งตรงนี้ เพราะบางทีเราก็ไม่รู้ เมย์อยากจะบอกทุกคนที่ตาม IG ที่ชื่อ teamjaychanathip ให้ดีดตัวออก ตอนนี้เขาน่าจะรู้ตัวแล้ว เพราะเขาน่าได้หมายเรียก แต่เขายังไม่ได้ปิดIG เพียงแต่ยังไม่มีความเคลื่อนไหว คือเมย์ได้เห็นทะเบียนราชของเขาแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจให้เมย์ดู แต่ถ้าเขามาตอนเจอหมายเรียกคงไม่ไปเจอหน้าเขา กลัว คือตอนนี้เรื่องคดีให้ผู้จัดการเป็นคนจัดการ”               CR:IG@maypitchy

เอ ศุภชัย เศร้า!! สูญเสีย พ่อเฒ่า วัย 97 ปีอันเป็นที่รัก!!
เอ ศุภชัย /  อั้ม พัชราภา / 

  ช่วงนี้วงการบันเทิงต่างโศกเศร้ากับการจากไปของคนบันเทิงเป็นจำนวนมาก เพราะเพียงแค่ 5 วันก็สูญเสียศิลปินดาราไปแล้วถึง 6 ท่านด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น คุณยายอี๊ด สินีนาฏ โพธิเวส หรือ อาม่า เฮงเฮงเฮง, ป้าติ่ง พิมพ์พรรณ บูรณะพิมพ์, แหวน ฐิติมา, เต้ย ไฮร็อค หรือ กิตติศักดิ์ เจริญคง, ป๋าเดียร์ ชุมพร เทพพิทักษ์ และ แวว จ๊กมก ล่าสุด ด้าน เอ ศุภชัย ผู้จัดการดาราและนักปั้นมือทองชื่อดังก็ได้โพสต์ข้อความแสดงความอาลัย พ่อเฒ่า หรือ คุณตา ผู้เคยเลี้ยงดูตนเองมาตั้งแต่เด็กๆ ซึ่งได้จากไปอย่างสงบในวัย 97 ปีว่า   “ตอนเด็กๆเวลาปิดเทอม แม่ก้อจะพาไปอยู่บ้าน พ่อเฒ่า หรือ คนไทยเรียกว่าตา ก้อคือพ่อ ของแม่ พ่อเฒ่าจะเป็นคนใจดีบ้านอยู่ตลาดจันทร์ อ.สิชล จ.นครศรีฯ ตรง เขาน้อย แต่จะมีสวนยางตรง เขาใหญ่ เลยปั่นจักรยานทุกวัน พวกเราก้อจะตามพ่อเฒ่าไปสวนยางบ้างแต่ก้อหิว เพราะถ้ารีดยางไม่เสร็จเขาก้อไม่ทานข้าวกัน เมื่อก่อนพ่อเฒ่าเป็น ทหารผ่านศึก ไปรบที่ประเทศไหนสักที่ อยู่หน่วยสื่อสารตอนนี้ อายุ 97ปีแล้วพ่อเฒ่าก้อยังปั่นจักยานอยู่ และกรีดยางทำทุกอย่างเหมือนตอนพวกเราเป็นเด็ก เมื่อว่าน แม่กับน้าเพิ่งโทรมาเล่าว่า พ่อเฒ่า เริ่มเหนื่อย เลยจองตั๋ว ว่าเสาร์หน้าจะไปหา พ่อเฒ่าก้อบอกว่าหายแล้ว ไม่เป็นไร วันนี้ ตอน 9โมง น้าโทรมาพร้อมเสียงสะอื้น บอกว่า พ่อเฒ่า ไม่อยู่แล้ว หลับให้สบายนะครับ พ่อเฒ่า ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะครับ ขอบคุณที่รักพวกเรามาตลอดแต่เล็กจนโต หลับให้สบายนะครับ รักพ่อเฒ่า มากๆๆๆๆนะครับ ...เอ ศุภชัย”   ทั้งนี้มีดารานักแสดงและแฟนคลับต่างเข้ามาคอมเม้นท์แสดงความเสียใจเป็นจำนวนมาก อาทิ อั้ม พัชราภา, กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์, เนย โชติกา เป็นต้น ทีมข่าว gossipstar.mthai.com ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว เอ ศุภชัย มา ณ โอกาสนี้          

กัสจัง เล่าเหตุระทึก! ถูกหนุ่มลวนลามจิกหัวตบ ยันไม่ใช่คู่กรณี เจสซี่ เน็ตไอดอล
กัสจัง จีร่าร์ /  เจสซี่ วาร์ด

        กำลังจะเข้าสู่ช่วงวัยเบญจเพส ชีวิตก็เลยมีแต่เรื่องราวน่าปวดหัว พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกจริงๆ สำหรับดาราสาว กัสจัง จีร่าร์ หลังมีงานเข้าโดนหลอกชวนดาราร่วมทริปญี่ปุ่นลวงโลกกับทัวร์ซินแสโชกุนไปแล้ว ล่าสุดก็ถูกหนุ่มแปลกหน้ามาลวนลาม พอเธอขัดขืนกลับถูกกระชากและจิกหัวตบจนหน้าบวมฉึ่ง ต่อมาก็ถูกโยงว่าเจ้าตัวไปตบกับเน็ตไอดอลชื่อดังสุดเซ็กซี่ เจสซี่ วาร์ด ที่เพิ่งจะโพสต์ภาพหน้าบวมหลังมีเรื่องตบตีทำร้ายร่างกายมา งานนี้มีโอกาสเจอ สาวกัสจัง ในงานบวงสรวงละครเรื่อง คู่ซี้ผีมือปราบ ของช่อง เวิร์คพ้อยท์ จึงได้ชี้แจงถึงเหตุการณ์ดังกล่าว สาวกัสจัง เล่านาทีระทึกที่ถูกผู้ชายร่างยักษ์ทำร้ายร่างกาย และยังเคลียร์ชัดถึงข่าวลือที่หลายคนโยงกับแฟนเก่าและเน็ตไอดอล เจสซี่ วาร์ด ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด               "เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนั้นไปคุยงานกับพี่ตั้วผู้จัดการค่ะ ตอนแรกเราคุยงานกับเอเจนซี่ทางเกาหลี ทางนั้นเค้าก็กลับก่อน ทางร้านก็ปิดค่ะ เราก็ไปทักทายกับพี่เจ้าของร้าน เพราะเรารู้จักกับพี่เจ้าของร้าน จากนั้นพี่ตั้วก็คุยกับพี่เจ้าของร้านไป กัสจังหิวน้ำก็เดินไปหยิบน้ำเปล่า ก็เหมือนมีลูกค้ากลุ่มนึง ผู้ชายคนนี้ก็รู้จักพี่เจ้าของร้านเหมือนกัน ก็เหมือนได้แนะนำกันแล้วแว่บๆ ว่าพี่นี่นะก็ไหว้กัน เค้ามากับเด็กผู้หญิง 4 คน ซึ่งเป็นประมาณผู้หญิงทำงาน ตอนที่เราเดินไปหยิบน้ำเค้าก็พยายามจะจับเรา เราก็เลยสะบัดออก พอสะบัดออกเหตุการณ์มันเกิดไวมากตรงที่เค้าก็ไม่พอใจว่ามีสิทธิ์อะไร เค้าก็เลยจิกหัวแล้วตบลงไปบนโซฟา แล้วก็กำลังจะต่อยเพิ่มแต่มีคนมาห้ามพอดี ไม่ได้ทะเลาะกันก่อนอะไรเลย ไปแบบงงๆ เลยค่ะ งงมาก มันไม่ทันตกใจเพราะมันไวมาก มันกระชากหัวแล้วคือมันมึนไปเลย เข้าใจป่ะ ไม่ทันเจ็บ ไม่อะไรเลยนะ"              "เราโกรธสิ เฮ้ย...พ่อแม่เรายังไม่เคยทำกับเราแบบนี้เลยนะ ยูเป็นผู้ชาย ยูไม่ควรทำแบบนี้ เจ้าของร้านก็เคลียร์ให้เหมือนขอโทษ เค้าคงคิดว่าเป็นเด็กที่ทำงานนี้เหมือนกันด้วยหรือเปล่า กัสจังก็บอกว่าถึงจะเป็นอย่างนั้น ยูก็ไม่สมควรจะทำไม่ว่าใครก็แล้วแต่ ไม่ได้แจ้งความค่ะ ได้ต่อยหน้าคืน (หัวเราะ) เค้าขอโทษแล้ว พี่เจ้าของร้านก็ให้ต่อยหน้าคืนให้จบได้มั้ยอะไรแบบนี้ค่ะ ทางนั้นเค้าเมาด้วยค่ะ ที่ตัดสินใจไม่เอาเรื่องเพราะวันนั้นมันเคลียร์กันแล้วไงคะ ก็ไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่โต พี่เจ้าของร้านรู้จักกันและเค้าก็เป็นคนกลางด้วย เค้าก็ถามจะเอายังไง จะให้เค้าไปยิงเลยมั้ย ซึ่งเอาจริงๆ ไม่อยากให้มีใครฆ่ากันขนาดนั้นอยู่แล้ว ก็เลยโอเคพี่ จบ แยก และอีกอย่างคือเค้าก็ไม่สะดวกให้มาดูกล้องวงจรปิดหรือให้ตำรวจมาตรวจ คือขี้เกียจ มันยุ่งยาก ก็เลยแค่นั้นค่ะ"              "หลังจากนี้เวลาไปไหนก็ไม่ระแวงนะคะ แต่ก็เข็ดนิดนึง ก็ต้องระวังตัวมากขึ้นนิดนึงค่ะ หลังจากนั้นเค้าก็ไม่ได้มาขอโทษอีกเพราะเราไม่ได้รู้จักเค้าไง มีแต่ฝ่ายพี่เจ้าของร้านที่มาเคลียร์กับเค้า และพอดีมันมีทั้งประเด็นที่ว่าแฟนเก่ามาทำร้ายเรา และประเด็นที่เราไปตบกับน้องเน็ตไอดอล เราก็เลยบอกว่าพี่มีภาพวงจรปิดมั้ย แต่พี่จะเบลอหน้าเบลอร้านอะไรก็ได้นะ แค่ไม่อยากให้คนเข้าใจผิดว่าคนอื่นมาทำร้ายเรา กับเค้าเราไม่รู้จักเลย เจอเค้าวันนั้นเลย เค้าตัวใหญ่ ตัวอ้วนมาก"            "กลับบ้านไปร้องไห้นะ ไม่ใช่ไม่ร้อง คุณแม่หลับแล้ว เราก็โพสต์ Facebook คุณแม่ก็โทรมาหาตอนเช้า แต่ก็อยู่ในบ้านเหมือนกันนี่แหละ แม่ก็ถามเป็นอะไร เกิดอะไรขึ้น เราก็เล่าให้ฟัง แม่เค้าจะเป็นคนเข้าใจโลกค่ะ ไม่ใช่แบบโวยวายใครมาทำลูกฉัน เป็นแบบนี้ตั้งแต่หนูเด็กๆ แล้ว เค้าก็จะบอกว่านี่แหละคือโลก มันยังต้องเจออะไรอีกเยอะ เพราะฉะนั้นเวลาจะทำอะไรก็ต้องระวังตัว อันนี้ก็ถือเป็นบทเรียนไป แล้วก็ต้องสงสารพี่เจ้าของร้านเค้าด้วยเพราะเค้าก็เป็นคนกลางอย่าไปโกรธเค้าเลย แม่ก็จะพูดในแนวเข้าใจโลกมากกว่าค่ะ"             "และข่าวที่โยงว่ากัสจังไปตบกับคนอื่น ชีวิตไม่เคยคิดว่าจะตบกับใครอยู่แล้ว ที่บ้านก็จะสอนมาว่าเวลามีปัญหากับใครก็ให้เคลียร์ ไม่ให้ใช้กำลัง กับน้องเน็ตไอดอล เจสซี่ วาร์ด ไม่รู้จักค่ะ ไม่เคยเจอ เคยเห็นรูปอยู่แล้วค่ะว่าน้องเค้าสวย เห็นคนแชร์กัน ตอนแรกงงว่าโดนโยงตบกับน้องได้ยังไง ก็เลยเข้าไปดูว่าทำไมถึงโยงกันได้ เพราะว่าน้องเค้าดังไง น้องเค้าลงรูปตอนเค้าไปตบกับใครมา เราก็มีรูปที่หน้าเราโดนตบแล้วลงใน Facebook เวลาใกล้เคียงกัน คนก็เลยโยงว่าตบกับกัสจังหรือเปล่า มีแต่ข่าวรุนแรงเสียหายไม่นอยด์ค่ะ เป็นข่าวจนชินแล้ว ก็ปลงๆ ค่ะ" กัสจัง กล่าว              กัสจัง จีร่าร์ กัสจัง จีร่าร์   กัสจัง จีร่าร์   กัสจัง จีร่าร์   กัสจัง จีร่าร์   กัสจัง จีร่าร์   กัสจัง โพสต์หลังโดนทำร้ายร่างกาย   เน็ตไอดอล เจสซี่ วาร์ด   เจสซี่ วาร์ด    

พร้อมมว้ากกก!! ชมพู่ อารยา อุ้มท้องลูกแฝดเตรียมเดินพรมแดงเมืองคานส์!!
ชมพู่ อารยา /  ข่าว ชมพู่ อารยา / 

  ขัดใจขุ่นแม่ไม่ได้จริงๆ เลยค่า!! สำหรับนางเอกฮอต ชมพู่ อารยา ที่ล่าสุดวันนี้ (11พ.ค.60) ได้อุ้มท้องลูกแฝดมายังสนามบินสุวรณภูมิเพื่อเดินทางไปร่วมเดินพรมแดงในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส ในช่วงวันที่ 18-20พ.ค.นี้ งานนี้ทีมข่าว gossipstar.mthai.com ไม่พลาดที่จะเก็บภาพบรรยากาศและส่งกำลังใจให้ ชมพู่ อารยา คุณแม่สายสตรองก่อนขึ้นเครื่องไปสร้างชื่อเสียงในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์อีกครั้ง!!   โดย ชมพู่ อารยา เปิดเผยว่าการเดินทางไปครั้งนี้มีความชัดเจนมากเหมือนกับปีที่ผ่านมา ส่วนปีนี้มีการเตรียมตัวมากขึ้น และสิ่งที่เป็นห่วงก็คือสภาพจิตใจของตนเองต้องทำให้จิตใจดีไม่เครียด ยันเรื่องส้นสูงไม่ได้มีผลต่อทารกในครรภ์ เพราะด้วยอาชีพตนชินกับการใส่ส้นสูงอยู่แล้ว พร้อมกันนั้น สาวชมพู่ ยังเผยถึงทารกในครรภ์ว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์มาก ตอนนี้ก็เริ่มดิ้นแล้ว สำหรับวันที่ 13พ.ค.นี้อายุครรภ์ครบก็จะครบ 5 เดือนจ้า!!   "ก็ดีค่ะ ก็พยายามไม่เครียด ให้ชิลล์ที่สุด ก็อย่างที่เคยเรียนให้ทราบว่าปีนี้พาร์ทเนอร์เราค่อนข้างเยอะ เรียกว่าการทำงานราวมกันของพาร์ทเนอร์ในปีนี้ค่อนข้างชัดเจนกว่าปีที่แล้วมาก ทุกๆ ฝ่ายก็ทำการบ้านกันอย่างเต็มที่ คือทุกคนก็อยากให้ชมเบาใจและชิลล์ที่สุด สุขภาพจิตสำคัญเพราะทุกปีเวลาไปมันก็มีแรงกดดัน แต่ปีนี้ก็ตั้งใจว่าจะเป็นแม่ชี (หัวเราะ)"   "อย่างที่แจ้งให้ทราบค่ะก็คือว่าทางลอรีอัลไทยแลนด์ร่วมกับทางลอรีอัลโกลเบิลเรื่องหน้าเรื่องผมเราก็ไม่ต้องเป็นห่วงอยู่แล้ว ส่วนเรื่องชุดทางลอฟฟิเซียลก็เข้ามาช่วยแบบเต็มตัวมากยิ่งขึ้น ปีที่แล้วก็ช่วย ปีนี้ก็ช่วย ก็เหลือแค่มีหน้าที่ตัดสินใจตอนท้ายๆ ที่เราต้องตัดสินใจเท่านั้น แต่ว่าความวุ่นวายอะไรต่างๆ เขาก็พยายามไม่บอกเรามาก"   "(มีน้องแล้วจะลำบากไหมใช้ชีวิตที่นู่น เราต้องเปลี่ยนอะไรเยอะไหม?) จริงๆ ก็ไม่ได้ลำบากอะไร ที่นู่นคือทีมโกลเบิลดูแลดีมากอยู่แล้ว มาตรฐานตรงนั้นไม่ใช่แค่เรา มันระดับนักแสดงหรือคนระดับโลกที่มาอยู่รวมกันตรงนั้น เพราะฉะนั้นมาตรฐานการดูแลคงไม่ใช่ว่าลำบาก เพียงแต่ว่าอย่างที่แจ้งให้ทราบว่าบางทีมันก็เป็นเรื่องของจิตใจที่ต้องทำให้มันชิลล์"   "ต้องเดินทั้งหมด 4 วันค่ะ แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะเดิน 4 วันติด หรือจะเว้นวันนึง ชมเห็นชุดคร่าวๆ ค่ะ คือเราต้องมีช้อยส์ เพราะว่าร่างเราไม่เหมือนเดิม (หัวเราะ) ก็ต้องเผื่อรูดซิปไม่ขึ้นบ้าง และที่ต้องเดินทางก่อนส่วนนึงก็เพราะเรื่องชุดเป็นประเด็นสำคัญ ต้องใช้เวลาในการปรับให้เข้ากับตัวเรา ก็อาจจะต้องใช้เวลามากกว่าเดิม"   "คือชมค่อนข้างเปิดกว้างนะ ชมเป็นคนค่อนข้างเปิดมากๆ แบรนด์ใหม่ๆ หรือดีไซเนอร์หน้าใหม่ ถ้าโดนและใช่ ชมก็พร้อมที่จะลองอยู่แล้วค่ะ เพียงแต่ว่าเจ้าเก่าที่เรามีสัมพันธภาพที่ดีต่อกันมันก็มี แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็จะขึ้นอยู่กับตอนที่เราฟิตติ้งนี่แหละว่ารูดซิปขึ้นหรือเปล่า"   "ปีนี้ก็พยายามทำให้ดีที่สุดค่ะ แต่ก็อย่างที่แจ้งให้ทราบว่ามันอาจจะมีข้อจำกัดบางอย่าง ก็มีอะไรที่เราอยากทำในปีก่อนๆ ปีนี้ก็อาจจะทำไม่ได้ ก็ต้องเก็บไว้รอให้กลับมาเฟิร์ม"   "(พอมีน้องมาด้วยแล้วตื่นเต้นขึ้นไหม?) คานส์มันเป็นอะไรที่ตื่นเต้นทุกๆ ปีอยู่แล้ว แต่อย่างที่ชมบอกว่าแต่ละวันที่นู่นมันมีเรื่องอะไรให้รับมือตลอดเวลา ก็ค่อนข้างจะวุ่นวาย ก็เป็นห่วงสุขภาพจิตใจตัวเองมากกว่า เพราะว่าถ้าเครียดมันจะดึงทุกอย่าง มันจะดึง energy ทุกอย่างลง เพราะฉะนั้นต้องอารมณ์ดีๆ (ยิ้ม)"   "คือจริงๆ ชมว่าเขาก็เป็นธรรมชาติของเขานะคะ ก็จะขรุกขรักทั้งวัน แต่ตอนนี้ไม่แพ้ท้องแล้ว แต่เราก็จะกลัวพวกเหนื่อยง่าย เพราะเขาดึงพลังเราไปเยอะ แต่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ดูแลเรื่องการพักผ่อนนอนเต็มที่ ออกกำลังกายพอประมาณให้เราฟิต ก็มีบ้างนะพวกอาหาร (หัวเราะ) เพราะว่าคนท้องหิวบ่อย ทานได้ไม่ค่อยเยอะแต่ว่าหิวบ่อย หิวปุ๊ปมันต้องทานเลย"   "(คุณน็อตเขาตื่นเต้นไหม?) เดี๋ยวเขาตามไป (บอกลูกไหมว่าปีนี้ไปกับแม่นะลูก?) ก็มีบอกบ้าง แต่คือตอนนี้เขายังไม่มีหู (หัวเราะ) อีกประมาณเป็นเดือนเหมือนกันกว่าแกจะได้ยิน แต่ว่าก็โทรจิตเอา จริงๆ คงไม่ได้ก้าวก่ายเรื่องงานมาก เพราะปกติเขาก็ไม่ได้ยุ่งเรื่องงานมากอยู่แล้ว แต่เหมือนเป็นที่พึ่งทางใจมากกว่า (ยิ้ม) อย่างน้อยหมดวันก็คือเราเห็นสามีเรา จริงๆ โรงแรมกับพรมแดงมันห่างกัน 3 นาที มันเป็นระยะทางที่ใกล้กันมาก แล้วช่วงเวลาเดินพรมแดงจริงๆ มันสั้นมาก คิดว่าที่พรมแดงคงให้ทีมงานคนอื่นที่จำเป็นไปมากกว่าเช่นคนที่ต้องทำหน้าที่ Live น่าจะเป็นตรงนั้นมากกว่า เพราะว่าเดินจริงๆ แป๊ปเดียว เดินเสร็จปุ๊ปหมุนรถกลับมาถึงโรงแรมแล้ว"   "(น็อตเป็นห่วงอะไรเราเป็นพิเศษไหม?) เขาก็มีบ้าง แต่เขาก็รู้ว่าชมก็เนิร์สพอสมควร อ่านเยอะอะไรเยอะ เขาก็รู้ว่าเราเคร่ง ก็เลยไม่ค่อยจะอะไร"   "สำคัญที่สุดเลยสำหรับคุณแม่ที่ชมว่านะ ก็คือความเครียด อะไรที่ทำแล้วสบายใจก็ทำไปถ้าไม่ได้เกินขอบเขตอะไรของคนท้อง แต่ตุณหมอก็ไม่ได้ห้ามอะไรชมมากมายนะ เขาให้คำแนะนำแบบกว้างๆ มาก คือจริงๆ ส้นสูงไม่ได้มีผลต่อทารกในครรภ์นะ แต่ที่เขาไม่อยากให้ใส่ส้นสูงกันเพราะกลัวเราจะสะดุดและล้มมากกว่า ซึ่งด้วยอาชีพของเราก็คุ้นเคยกับส้นสูงอยู่แล้วนะคะ แต่อีกอย่างจะกลัวเรื่องปวดหลังเพราะคนท้องต้องรับน้ำหนักเยอะอยู่แล้วใช่ไหม แต่โดยนิสัยถ้าชมไม่ได้ทำงาน ชมก็จะไม่ใส่ส้นสูงเดินห้างอยู่แล้ว ถ้าใส่ก็ใส่เป็นระยะสั้นๆ มากกว่าค่ะ ไปเดินคานส์ครั้งนี้ก็คงต้องใส่แหละค่ะ"   "ก็อยากแข็งแรงเนอะ เวลาออกเราก็รู้สึกว่ามันทำให้ไม่เหนื่อยง่าย เวลาได้ยืดเส้นยืดสายอาการเกร็งหรือเส้นยึดช่วงลำตัว ช่วงหลัง การออกกำลังกายมันก็ช่วยให้สบายตัว นอนหลับสบาย การตั้งท้องถ้าเราออกกำลังกายแบบถูกต้องมันก็ทำได้ เราก็ต้องปรึกษาคุณหมอก่อนเพราะแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน ถ้าคุณไม่เคยทำมาก่อนเลยแล้วอยากจะมาเปรี้ยวตอนท้องอันนี้ไม่แนะนำค่ะ แต่ว่าถ้าทำมาโดยตลอดแล้วบางตำราบอกว่าทำได้ถึง 80% ของที่เราเคยทำด้วยซ้ำ แต่อย่าไปทำอะไรที่มันเสี่ยงจากการตกจากที่สูง หรือปั่นจักรยานเอ้าท์ดอล์ แต่ถ้าเราออกกำลังกายแล้วมีเทรนเนอร์ที่เชี่ยวชาญก็จะดีกว่า"   "(เห็นภาพในไอจีถ่ายกับสามีค่อนข้างหวาน?) (หัวเราะ) คือจริงๆ เป็นเรื่องบังเอิญที่เพื่อนชมอยู่ด้วยพอดี เพื่อนชมชอบถ่ายรูปให้ และปกติชมจะถ่ายท้องตัวเองเก็บไว้ตลอดอยู่แล้ว แต่เราก็เคยพูดกันตลอดว่าทำไมไม่เอาพ่อมันมาถ่ายด้วย และวันนั้นแกอยู่บ้านพอดี ชมเพิ่งไปออกกำลังกายเสร็จกลับมาแล้วเจอ เลยได้ถ่ายเก็บไว้ มีรูปลงเก๋ๆ (พอได้เห็นภาพรวมพ่อแม่ลูกในเฟรมเดียวกันแล้ว) เออ ถ่ายสวยดี (หัวเราะ)"   "(มีโอกาสได้ไปดินเนอร์วันครบรอบแต่งงานไหม?) จริงๆ วันที่ 10 เขาก็ชวนเหมือนกัน แต่คือชมยุ่งมากต้องเตรียมตัวก่อนเดินทาง ชมเลยบอกเดี๋ยวเอาไว้ไปเจอที่คานส์แล้วกัน ของขวัญไม่มีอ่ะ ก็นี่ไงมีลูกให้สองคนแล้ว (หัวเราะ)"   "นอนๆ อยู่วันรุ่งขึ้นตื่นมาแล้วมันป่องเลยอ่ะ เหมือนมีอะไรเสกขึ้นมา มหัศจรรย์มากค่ะ และตอนนี้ก็เริ่มดิ้นแล้ว วันเสาร์นี้จะครบ 5 เดือนแล้วค่ะ ก็ยังรู้สึกว่าเราก็ยังเป็นเรานะ แต่จะรู้สึกว่าช่วงนี้ค่อนข้างจะใจเย็นมาก อย่างที่บอกเป็นแม่ชีอยู่ตอนนี้ (หัวเราะ)" ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา