ผลบอลคืนนี้

คืนเสาร์แพร่ง Survival ตอน คอนโดเก็บศพ
คืนเสาร์แพร่ง /  Survival / 

เข้าสู่การ Survival ปีที่ 2 แล้ว ความโหดและเฮี้ยนก็มีมากขึ้น เรามาดูกันว่า OJ.แม็ค และแขกรับเชิญในครั้งนี้จะสามารถ "เล่าเรื่องผี เล่นกับผี นอนกับผี" กันได้ตลอดทั้งคืนหรือไม่ กับ คืนเสาร์แพร่ง Survival ตอน คอนโดเก็บศพ

ลำบากตูอีก!ผีแบนแฟนบอลถือตั๋วปีหากไม่ซื้อตั๋วดู เอฟเอคัพ นัดรีเพลย์
ฟุตบอล /  หลุยส์ ฟานกัล / 

สร้างความลำบากให้แฟนบอลอย่างเห็นได้ชัด เมื่อ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะทำการแบนแฟนบอลที่ถือตั๋วปีของตัวเองหนึ่งแมตท์ หากไม่ยอมซื้อตั๋วเข้าไปดูเกมส์ เอฟเอคัพ นัดรีเพลย์กับแคมบริดจ์ ยูไนเต็ด กลางสัปดาห์นี้ ลูกทีมของหลุยส์ ฟานกัล ทำผลงานได้อย่างน่าผิดหสวังเมื่อทำได้เพียงแค่ออกไปเสมอกับ แคมบริดจ์ ยูไนเต็ด ทีมจากลีกทูแบบไร้สกอร์ 0-0 ทำให้ต้องเหนือยกลับมาเล่นนัดรีเพลย์ในโอลด์แทร็ฟฟอร์ด และคงกลัวว่าแฟนบอลจะเข้ามาชมเกมส์กันน้อยเลยประกาศว่าจะแฟนบอลบอลที่ถือตั๋วปีแล้วไม่ยอมซื้อตั๋วเข้าชมเกมส์ในนัดนี้ โดยจะอดดูศึกพรีเมียร์ลีกในบ้านกับ ซันเดอร์แลนด์

4MINUTE อวดลุคชิค-เซ็กซี่! จ่อปล่อยมินิอัลบั้ม Crazy 9 ก.พ.
4 Minute /  4Minute / 

4MINUTE (โฟร์มินิท) ปล่อยภาพและวิดีโอทีเซอร์สุดชิค คอนเฟิร์มกำหนดคัมแบ็คด้วยมินิอัลบั้มชุดที่ 6 Crazy วันที่ 9 กุมภาพันธ์นี้ 4MINUTE ห้าสาวเกิร์ลกรุ๊ป K-POP พร้อมแล้วที่จะหวนคืนวงการเพลงเกาหลีด้วยผลงานมินิอัลบั้มชุดใหม่ ที่มีชื่อว่า Crazy โดยล่าสุดในวันนี้(29 ม.ค.) พวกเธอได้ปล่อยคลิปวิดีโอทีเซอร์ Coming Soon ตัวที่สองผ่านทาง YouTube channel ก่อนต่อเนื่องด้วยการปล่อยภาพทีเซอร์โปรโมทมินิอัลบั้มชุดที่ 6 Crazy เผยคอนเซ็ปต์แฟชั่นของห้าสาว 4MINUTE ที่ทั้งชิคและเซ็กซี่ในเวลาเดียวกัน โดยวิดีโอทีเซอร์ 4MINUTE - Coming Soon Ver.2 สะดุดหูแฟนคลับด้วยท่วงทำนองเพลงที่เน้นบีทหนักๆ ซึ่งมากับภาพการโชว์มายากลสับไพ่ ที่เน้นตัวเลข 2 และ 9 ซึ่งเป็นกำหนดการคัมแบ็คของ 4MINUTE ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์นี้ ด้านภาพโปรโมทมินิอัลบั้มชุดที่ 6 Crazy เผยให้เห็นสมาชิกทั้งห้าของ 4MINUTE ในชุดสีดำล้วน และปกปิดใบหน้าด้วยการสวมหมวกใบใหญ่ซึ่งมีชื่อของพวกเธอไว้บนนั้น สำหรับการคัมแบ็คในปี 2015 ของวง 4MINUTE พวกเธอจะเพิ่มอวดเสน่ห์และความโดดเด่นของพวกเธอมากกว่าที่ผ่านมา นอกจากนั้นเหล่าสมาชิกยังมีส่วนร่วมในการเสนอแนวคิดสำหรับการคัมแบ็คครั้งนี้อีกด้วย. แปลและเรียบเรียงข้อมูลจาก cube entertainment และ eNEWSWORLD ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ทองลง 100 บาท! ขายออกบาทละ 19,800
ราคาทอง /  ราคาทองวันนี้ / 

สมาคมค้าทองคำ เปิดเผยราคาทองคำวันนี้ ทองปรับลง 100 บาท หลังวานนี้ขึ้นมา 200 บาท ขายออกบาทละ 19,800  ทองคำแท่ง รับซื้อคืนอยู่ที่บาทละ 19,700 บาท และขายออกที่บาทละ 19,800 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อคืนอยู่ที่บาทละ 19,419.96 และขายออกที่บาทละ 20,200 บาท ส่วนทางด้าน สัญญาทองคำ ตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือน ก.พ.ร่วงลง 5.8 ดอลลาร์ หรือ 0.45% ปิดที่ระดับ 1,285.90 ดอลลาร์/ออนซ์ โดยสัญญาทองคำร่วงลงหลังจากสกุลเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น โดยดัชนีดอลลาร์ที่เป็นมาตรวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินหลักๆในตะกร้าเงิน นั้น พุ่งขึ้น 0.25% แตะที่ 94.2610 ส่งผลให้นักลงทุนเทขายสัญญาทองคำซึ่งซื้อขายในรูปสกุลเงินดอลลาร์ เนื่องจากการแข็งค่าของดอลลาร์จะทำให้สัญญาทองคำมีราคาแพงขึ้นและไม่น่าดึงดูดใจ. ติดตามข่าวสาร ‘ราคาทองคำ’ คลิ๊กเลย>>>>>>> MThai News

ผงะ!! พบ
งูเหลือมยักษ์ /  สวนยาง

ผงะ!! พบ "งูเหลือมยักษ์"สวนยาง  2 ตัว ขณะแจ้งเจ้าหน้าที่ฯ จับได้ 1 ตัวยาว 7เมตร ยังหวั่น มีอีกตัวใหญ่กว่าเลื้อยหายไป เมื่อวันที่ 28 ม.ค.58 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้พบ งูเหลือมยักษ์ ขนาดใหญ่ 2 ตัวภายในสวนยางพาราของตัวเองที่บ้าน ใน ต.ปริก อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช หน่วยกูภัยไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบ งูเหลือมขนาดใหญ่นอนขดอยู่ใต้โพรงลึก จึงช่วยกันจับออกมาอย่างทุลักทุเล ซึ่งวัดความยาวได้ถึง 7เมตร น้ำหนัก 80 กิโลกรัม เจ้าของสวนยาง นายสุมิตร เพชรแก้ว อายุ 40ปี ได้เล่าว่า เมื่อคืนก่อนตนกับภรรยา ได้ออกมากรีดยางและได้พบงูเหลือมขนาดใหญ่ 2ตัว นอนอยู่ ใต้ต้นยาง ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นคู่ ตัวผู้ตัวเมีย พอรุ่งเช้าตนจึงแจ้งเจ้าหน้าที่มาจับไปปล่อย ได้พบว่า งูเหลือมอีกตัวซึ่งมีขนากดใหญ่มากกว่าได้เลื้อยหายไปแล้วซึ่งคาดว่าเป็นตัวเมีย  ตนจึงเกรงว่า มันอาจกลับมาอีกแล้วไม่เจอคู่ของมันและอาจจะทำให้ดุร้าย และถ้าจับไม่ได้ชาวบ้านก็ไม่กล้าที่จะออกมากรีดยางอีก ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก   เรื่องเล่าเช้านี้    MThai news

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

อึ้ง!เจ้าอาวาสวัดท่าไม้ ประกาศพักตำแหน่ง เหตุโรครุมเร้า แต่..?
ความขัดแย้ง /  พระอุเทน / 

เจ้าอาวาสวัดท่าไม้ ร่อนจดหมายประกาศขอลาพักตำแหน่งอาวาสและฐานานุกรม เหตุโรครุมเร้าและไปจำวัดที่อินเดีย แต่  เจ้าคณะจ.สมุทรสาคร ไม่อนุญาติ ชี้ ไม่สมเหตุผล จากกรณีกระแสโลกโซเชียลเผยแพร่จดหมายอ้างเป็นของพระครูปลัดอุเทน สิริสาโร เจ้าอาวาสวัดท่าไม้ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร วัดชื่อดังที่ นักธุรกิจ ดาราและคนมีชื่อเสียงทุกวงการเป็นลูกศิษย์ ขอลาหยุดพักปฏิบัติหน้าที่จากตำแหน่งเจ้าอาวาสและฐานานุกรม โดยมีจดหมายระบุ มีปัญหาเรื่องสุขภาพและโรคต่างๆรุมเร้า และมีปัญหาความขัดแย้งของญาติโยม โดยมีพระครูปลัดอุเทนเป็นต้นเหตุ เมื่อวันที่ 29 ม.ค.58 พระครูสิริสารนิวิฐ พระเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาคร เผยว่า ก่อนหน้านี้พระครูปลัดอุเทน สิริสาโร ส่งหนังสือ ระบุข้อความ ขอลาหยุดพักปฏิบัติหน้าที่จากตำแหน่งเจ้าอาวาสและฐานานุกรม" ต่อเจ้าคณะตำบลบางยาง อ.กระทุ่มแบน และ ยังได้มาพบกับพระเทพสาครมุนี เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมกับนำพัดยศมาคืนท่านเจ้าคณะจังหวัดด้วย และยังทำหนังสือระบุว่ามีปัญหาเรื่องสุขภาพและได้รับการผ่าตัด ทั้งกระดูกคอเสื่อมผุ ไตเสื่อม ตัดถุงน้ำดี ม้ามและตับมีชิ้นเนื้องอก ลำไส้อักเสบ กระเพาะอักเสบ เข่าเสื่อม และปัญหาญาติโยมขัดแย้งเป็นสองฝ่าย ซึ่งไม่สามารถให้ปรองดองได้ ซึ่งตนเองเป็นต้นเหตุ มีข้อบกพร่องหลายอย่าง ผิดพลาดหลายประการ ประกอบกับเหตุผลมีผู้ศรัทธาถวายที่ให้สร้างวัด และตั้งใจจะไปจำพรรษาที่เมืองกุสินารา ประเทศอินเดีย สถานที่ปรินิพพาน จึงขอมอบอำนาจหน้าที่คำสั่งการบริหารทั้งหมดภายในวัดท่าไม้ให้ พระครูสังฆภารวิสิฐ และจะทำเรื่องขอลาออกตามลำดับต่อไป ขณะที่พระเทพสาครมุนี เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาคร พิจารณาเหตุผลแล้ว เห็นว่ายังไม่ให้ลาออกจากตำแหน่งในขณะนี้ เนื่องจากว่าปัญหาในเรื่องของสุขภาพถ้าต้องเข้ารับการรักษาอยู่บ่อยครั้ง ก็ให้มีการตั้งผู้ช่วยขึ้นมาดูแลการบริหารจัดการภายในวัดแทน และให้งดรับภารกิจต่างๆ โดยให้เข้ารับการรักษาตัวจนหายเป็นปกติแล้ว จึงกลับมาดูแลวัดต่อไป ดังนั้น พระปลัดอุเทน สิริสาโร ยังคงดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดท่าไม้เช่นเดิม เพราะทางพระเทพสาครมุนี เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาครยังไม่มีคำสั่งอนุมัติแต่อย่างใดทั้งสิ้น ขอบคุณภาพประกอบ เฟซบุ๊ก พระครูปลัดอุเทน สิริสาโร MTHai News

ตำนานความรักด้ายแดง ของชาวจีน
valentine's day /  ความรักวัยรุ่น / 

ถ้าพูดถึงตำนานความรักของฝรั่งเราก็คงจะนึกถึง โรมิโอกับจูเลียต แต่ถ้าเป็นของชาวจีน หลายคนจะต้องนึกถึง ตำนานความรักด้ายแดงซึ่งเป็นความเชื่อเกี่ยวกับความรักของชาวจีนเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงออกถึงคู่แท้ ที่บอกเล่าต่อกันมาช้านาน ทีนเอ็มไทยเชื่อว่าเพื่อนๆ ก็คงจะเคยได้ยินตำนานนี้กันมาบ้าง ส่วนเรื่องราวที่มาจะเป็นอย่างไร ไปติดตามอ่านกันเลยคะ ^^ ตำนานความรักด้ายแดง ของชาวจีน ตำนานความรักด้ายแดง ของชาวจีน ตำนานด้ายแดงแห่งความรัก ตำนานด้ายแดงแห่งความรัก เป็นความเชื่อเกี่ยวกับความรักของชาวจีนเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงออกถึงคู่แท้ โดยมีเรื่องเล่าว่า ในสมัยราชวงศ์ถังมีชายคนหนึ่งนามว่า “เหวยกู่” หนุ่มรูปงามมีฐานะ ได้พบกับชายแก่คนหนึ่งนั่งอ่านหนังสือประหลาดอยู่ เขาจึงเข้าไปถามว่าอ่านหนังสืออะไร ชายแก่ได้ตอบกลับว่ากำลังอ่านตำราการแต่งงานของชาวโลก เหวยกู่รู้สึกไม่เชื่อคิดว่าเป็นชายแก่เสียสติ แท้จริงแล้วชายแก่คนนั้นคือ “เฒ่าจันทรา” มีหน้าที่เป็นพ่อสื่อชักนำคนรักให้กับมนุษย์โลก “เฒ่าจันทรา” จะเป็นผู้ผูกด้ายแดงไว้ที่นิ้วของชายหญิงที่เป็นเนื้อคู่กัน และเมื่อผูกแล้วหากถึงเวลาจะได้แต่งงานกัน ไม่ว่าจะมีอุปสรรคขวากหนามมากมายเพียงใดก็ตาม ด้ายแดงที่ว่านี้จะล่องหน มีเพียง “เฒ่าจันทรา” เท่านั้นที่เห็น โดยด้ายนี้อาจจะมีการผูกปมเพื่อให้พบรักกันเร็วขึ้นก็เป็นได้ หรือหาก “เฒ่าจันทรา” เห็นว่าความรักนี้ไม่เหมาะสมก็จะใช้ “กรรไกรตัดวาสนา” ตัดด้ายแดงออกทำให้หมดสิทธิ์รักกัน เหวยกู่รู้สึกสนใจจึงถาม “เฒ่าจันทรา” ไปว่า แล้วคู่ครองของตนเป็นคนอย่างไร เฒ่าจันทราได้พาเหวยกู่ไปหาเนื้อคู่ แต่ทิศทางที่ไปไม่ได้ไปยังชุมชนของคนมีฐานะ หากแต่ไปยังตลาดเก่าแห่งหนึ่ง และเฒ่าจันทราได้ชี้ให้เหวยกู่ดูเด็กน้อยเนื้อตัวมอมแมมที่เป็นลูกสาวของแม่ค้าในตลาด พร้อมกับบอกว่า “นั่นแหละคือเนื้อคู่ของเจ้า” ก่อนที่จะหายตัวไป เหวยกู่รู้สึกโมโหมากเมื่อรู้ว่าคู่ครองของตนเป็นเด็กน้อยเนื้อตัวมอมแมม เมื่อกลับถึงบ้านจึงจ้างให้คนรับใช้ในบ้านไปสังหารเด็กน้อยคนนั้น เมื่อเวลาผ่านไปหลายปีเหวยกู่สอบได้เป็นจอหงวน พร้อมกับเจ้าเมืองได้ยกลูกสาวให้เป็นคู่ครอง ชีวิตกำลังรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก และคิดว่าคำบอกเล่าของเฒ่าจันทราเป็นเรื่องโกหก หลังจากครองคู่กันได้ระยะหนึ่ง เหวยกู่ก็สังเกตว่าที่หน้าผากของภรรยามีสัญลักษณ์บางอย่างอยู่ จึงถามนางว่าคืออะไร นางได้เล่าให้ฟังว่า แท้จริงแล้วนางไม่ได้เป็นลูกสาวของเจ้าเมือง หากแต่เป็นลูกของแม่ค้าจนๆ ในวัยเด็กมีชายคนหนึ่งใช้มีดกรีดหน้าของตนแล้วจากไป และเจ้าเมืองผ่านมาเห็นเหตุการณ์เข้าพอดีจึงรับอุปการะตนเป็นลูกสาว เมื่อฟังจบเหวยกู่ได้ตามคนรับใช้ที่จ้างให้ไปสังหารมา คนรับใช้ได้สารภาพว่า เขาไม่อาจทำใจสังหารเด็กน้อยคนนั้นได้ จึงเพียงใช้มีดกรีดหน้าเป็นสัญลักษณ์ไว้เท่านั้น เมื่อเหวยกู่ทราบเรื่องทั้งหมดแล้ว ทำให้เขารู้ว่าที่เฒ่าจันทราบอกไว้เป็นความจริง จึงทำการขอขมาภรรยาและแม่ของนาง ก่อนที่จะครองรักกันไปอย่างมีความสุข ร์ผู้หญิงไปทุกหนทุกแห่ง คืนแล้วคืนเล่าผ่านไปดวงจันทร์ผู้ชายก็ไม่สามารถหาดวงจันทร์ผู้หญิงได้พบ ด้วยความคิดถึงและอยากพบให้เร็วที่สุด ทำให้ดวงจันทร์ผู้ชายคิดว่า “หากเรามัวแต่ตามหาอยู่อย่างนี้คงไม่ได้เจอแน่ๆ” จึงตัดสินใจ ระเบิดตัวเองเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไปทั่วทั้งจักรวาล เพื่อให้ชิ้นส่วนแต่ละชิ้นออกตามหาดวงจันทร์อีกดวงหนึ่งนั้น เมื่อเวลาผ่านไปทำให้ดวงจันทร์ผู้หญิงได้เห็นถึงความจริงว่า แม้ดวงอาทิตย์จะส่องแสงเจิดจ้าสวยงามสักปานใด แต่ดวงอาทิตย์ก็มิได้ส่องแสงเจิดจ้านั้นแต่เพียงตนเท่านั้น ยังส่องแสงไปยังดวงอื่น ๆ อีกมากมาย ดวงจันทร์จึงกลับมาหาดวงจันทร์ผู้ชายอีกครั้ง แต่หาเท่าไหร่ก็หาดวงจันทร์ผู้ชายไม่พบ ต่อมาจึงได้รู้ว่า ดวงจันทร์ผู้ชายยอมระเบิดตัวเองเพียงเพื่อตามหาตนจนกระจัดกระจายเป็นเศษเสี้ยว เล็กๆ ทำให้ดวงจันทร์ผู้หญิงรู้ว่าไม่มีวันที่จะได้เจอกับดวงดาวผู้ชายอีกต่อไปแล้ว จึงได้แต่โศกเศร้าเสียใจ แต่ด้วยความรักอันยิ่งใหญ่ดวงจันทร์ผู้ชายมีต่อดวงจันทร์ผู้หญิง ทุกค่ำคืนจึงพยายามเปล่งประกายแสงที่ยังเหลืออยู่เพียงน้อยนิดของตนส่องให้ถึงดวงจันทร์ผู้หญิง เกิดเป็นแสงพร่างพรายเต็มท้องฟ้าเคียงข้างดวงจันทร์ จนเกิดเป็นดวงจันทร์และดวงดาวให้เราเห็นจนถึงทุกวันนี้ ขอบคุณข้อมูล http://www.thongkasem.com/knowledge.php?kid=48

เมาแล้วเพ้อ! หญิงวัย 45 เดินลงทะเล ตะโกนมีเทพมารับ
ข่าวจังหวัดชลบุรี /  ทะเล / 

เจ้าหน้าที่รุดช่วยหญิงสาวเมาเพ้อเดินลงทะเล อ้างเทพเจ้าจะมารับไปอยู่ด้วย รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงกลางดึกคืนที่ผ่านมา (28 ม.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี รับแจ้งว่ามีคนโดดน้ำทะเลเพื่อฆ่าตัวตาย บริเวณหน้าศูนย์สมุทรกีฬา จึงประสานกับ ชุดกู้ภัยทางน้ำ หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุพบร่างของ นางประภาศิริ อายุ 45 ปี ซึ่งหลังจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยทางน้ำช่วยเหลือ จึงเร่งนำส่งยังโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์กรมแพทย์ทหารเรือ ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ พบหญิงรายนี้นั่งดื่มเบียร์อยู่คนเดียว ก่อนจะกระโดดลงน้ำทะเล เมื่อชุดกู้ภัยทางน้ำได้ลงไปช่วยเหลือ หญิงรายนี้ตะโกนขึ้นว่า “ เทพเจ้ามาฉันที” เหมือนควบคุมสติไม่อยู่ โชคดีที่เจ้าหน้าที่ช่วยชีวิตไว้ได้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากอาการเมาสุราและขาดสติ จึงละเมอว่าจะมีเทพเจ้ามารับไปอยู่ด้วย เตรียมประสานญาติมาดูแลอย่างใกล้ชิด และตรวจสอบว่า มีอาการทางจิตด้วยหรือไม่ ภาพจาก ข่าวสด MThai news

แฟชั่นสปอร์ตของเหล่านักศึกษาที่นิยมที่สุด ในตอนนี้
ชุดนักศึกษา /  เทรนด์แฟชั่น / 

แฟชั่นสปอร์ตของเหล่านักศึกษาที่นิยมที่สุด ในตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่นชายหรือหญิง ก็สามารถแต่งได้ทุกคน ถ้าใครพร้อมแล้วก็ตามมาอัพเดทเทรนด์แฟชั่นสปอร์ตกันเลย แฟชั่นสปอร์ตของเหล่านักศึกษาที่นิยมที่สุด ในตอนนี้ เพราะในตอนนี้สไตล์การมิกซ์แอนด์แมทช์เสื้อกีฬาตัวใหญ่ๆ ของนักศึกษาไม่ว่าชายหรือหญิงกลับมาฮิตอีกครั้ง พร้อมกับไอเท็มลายตัวเลข เสื้อบาส หรือเสื้อเบสบอล ที่สาวๆ สามารถนำมามิกซ์กับกางเกงขาสั้น, กระโปรง หรือกางเกงวอร์มก็ได้ หรือจะใส่แค่เสื้ออย่างเดียวกับรองเท้าสนีกเกอร์ก็น่ารักไปอีกแบบ หรือแม้เพื่อนๆ จะแต่งเป็นสไตล์สาวหวานในลุคสปอร์ตเกิร์ลก็สามารถทำได้เหมือนกันนะ แม้ว่าดูแล้วเสื้อแบบนี้จะดูเหมาะกับอากาศบ้านเรา แต่สาวๆ ที่ยังไม่มั่นใจในรูปร่างก็หาแจ๊คเก็ตมาทับกันได้นะ สาวๆ คนไหนที่รักการแต่งตัวสบายๆ กางเกงวอร์มก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้สาวๆ ได้เลือกซื้อกันนะ นับว่าเป็นรองเท้าที่ได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลายมากเลยทีเดียว โดยเฉพาะที่หมู่เด็กวัยรุ่นนักศึกษาทั้งหลาย ต่างต้องมีไว้เป็นไอเท็มส่วนตัว เอาล่ะ เมื่อสาวๆ ได้รู้วิธีการแต่งตัวแนวสปอร์ตกันไปเรียบร้อยแล้ว ทีนี้ก็มาลองเปลี่ยนโฉมกันเลย ติดตามแฟชั่นของเหล่านักศึกษาได้ที่นิตยสาร Campus Star www.facebook.com/campusstar

Everly /  Haywire / 

จัดได้ว่าเป็นหนังฝรั่งที่เตรียมเอารางวัลชื่อไทยชนะเลิศไปเลย สำหรับหนังบู๊ระห่ำแหลกของ ซัลมา ฮาเย็ค อย่าง Everly ที่ได้ชื่อไทยสุดแสบไม่แพ้ตัวหนังว่า 'ดี-ออก สาวปืนโหด' ที่ตอนนี้ปล่อยตัวอย่างใหม่ออกมาแล้ว กับเรื่องราวในคืน คริสมาสต์ ช่วงเวลาแห่งความสุขสันต์ของทุกคน.. แต่ไม่ใช่สำหรับ เอเวอร์ลี (ซัลมา ฮาเย็ค) เมื่อเธอตัดสินใจหักหลัง ไทโกะ (ฮิโรยูกิ วาตานาเบะ) บอสใหญ่ผู้เป็นถึงหัวหน้าแกงค์อันพาลสุดโฉด และเปิดเผยข้อมูลอาชญากรรมทุกอย่างให้กับฝั่งตำรวจทันทีที่เรื่องนี้ถึงหูเหล่าวายร้าย เอเวอร์ลีต้องเตรียมตัวให้พร้อมในการใช้สัญชาตญาณและไหวพริบทุกอย่างที่เธอมี เพื่อเอาตัวรอดจากการพลิกเมืองตามล่าตัวเธอของเหล่าอาชญากรจอมซาดิสต์พวกนี้ให้ได้ นี่คือผลงานเรื่องล่าสุดของนักแสดงหญิงที่ฮอตที่สุดคนหนึ่งแห่งวงการ " ซัลมา ฮาเย็ค " ซึ่งเคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์ในสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมมาแล้วจากผลงานภาพยนตร์คุณภาพที่สร้างจากชีวิตจริงของศิลปินหญิงชื่อดังฟริดา คาโล ซึ่งฮาเย็คสามารถรับบทนี้ได้อย่างยอดเยี่ยมจนได้รับคำชื่นชมไปอย่างล้นหลาม

วิธีช้อปปิ้งสุดคุ้ม ที่ Gotemba Premium Outlet ญี่ปุ่น
ช้อปปิ้ง /  ช้อปปิ้งญี่ปุ่น / 

คุณผู้อ่านเป็นเหมือนกันไหม ทุกครั้งที่มีโอกาสได้ไปเที่ยวถึงเมืองนอกเมืองนาเนี่ย แน่นอนว่ากิจกรรมอย่างหนึ่งที่เรามักจะไม่พลาดก็คือการช้อปปิ้ง โดยเฉพาะหากได้ช้อปสินค้าคุณภาพดีในราคาที่ไม่แพงแล้วล่ะก็ ความรู้สึกมันคล้ายกับการถูกหวยเลยล่ะ ดังนั้นเพื่อไม่เป็นการเสียเวลา วันนี้มัชรูมทราเวลจะมาพูดถึงแหล่งช้อปปิ้งราคาย่อมเยาแต่คุณภาพดีเยี่ยมในประเทศญี่ปุ่นกัน ซึ่งคนที่เคยไปเที่ยวญี่ปุ่นกับบริษัททัวร์ น่าจะเคยไปเยือนที่นี่กันทุกคน “Gotemba Premium Outlet” โดยเรามี วิธีช้อปปิ้งสุดคุ้ม มาฝากกันค่ะ วิธีช้อปปิ้งสุดคุ้ม ที่ Gotemba Premium Outlet ญี่ปุ่น Gotemba Premium Outlet คือเอาท์เลทที่มีชื่อเสียงที่สุดและได้รับความนิยมมากที่สุดในญี่ปุ่นค่ะ แถมวิวทิวทัศน์รอบๆ ก็ยังอยู่ในระดับไม่ธรรมดา อันเนื่องมาจากตั้งอยู่บนฐานของภูเขาไฟฟูจิเลย แถมยังไม่ไกลจากทะเลสาบฮาโกเนะอีกต่างหาก เรียกได้ว่าอยู่ในระดับพรีเมียมทั้งสินค้าและทิวทัศน์เลยทีเดียว ซื้ออะไรใน Gotemba Premium Outlet เมื่อนักท่องเที่ยวย่างเท้าเข้าไปใน Gotemba Premium Outlet ด้วยความกว้างใหญ่ของสถานที่อาจจะทำให้สับสนงงงวยไม่น้อย เพราะนอกจากจะเต็มไปด้วยร้านค้าแบรนด์เนมกว่า 205 ร้านค้าแล้ว ยังรวมถึงศูนย์อาหารอีก 23 แห่งอีกด้วย โดยแบรนด์สินค้าส่วนใหญ่ภายในเอ้าท์เล็ทแห่งนี้ล้วนแต่เป็นที่คุ้นเคยของนักช้อปไทย ทั้ง Hi-end Brand อย่าง Alexander McQueen, Alexander Wang, Bottega Veneta, Balenciaga, Dior, Yves Saint Laurent, Chloe เป็นต้น และ Hi-street Brand เช่น Coach, Issey Miyake, Diesel, Kate Spade New York, Gucci, Lanvin Collection, Vivienne Westwood ฯลฯ รวมทั้งแบรนด์อื่นๆ ที่ไม่สามารถบอกเล่าได้หมดอีกมากมายค่ะ โดยแบรนด์ต่างๆ เหล่านี้ก็มีทั้งที่สามารถ Refund Tax ได้และไม่ได้ ดังนั้นก่อนที่จะช้อปทุกครั้งก็ลองสังเกตป้าย “TAX FREE” ที่ติดอยู่หน้าร้านเสียก่อนนะคะ ขั้นตอนการขอ Refund Tax สำหรับสินค้าในขอบข่ายที่สามารถขอคืนภาษีได้ รวมถึงยอดซื้อที่กำหนดไว้มีดังต่อไปนี้ 1. เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าประเภทอิเล็กทรอนิกส์ เช่น กล้องดิจิตอล กล้องถ่ายรูป ฯลฯ สินค้าแบรนด์เนม กระเป๋า เสื้อผ้า นาฬิกา เครื่องประดับ และประเภทสินค้าคงทน จะต้องมียอดซื้อในราคา 10,001 เยนขึ้นไป 2. สินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้แล้วหมดไป เช่น อาหาร เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง ฟิล์ม แบตเตอรี่ ฯลฯ จะต้องมียอดซื้อในราคา 5,001 เยนขึ้นไป แต่ยอดซื้อต้องไม่เกิน 500,000 เยน จากนั้นเมื่อได้สินค้าตามที่ต้องการ และตรงกับเงื่อนไขการขอ Refund Tax แล้ว ก็สามารถขอ Refund ได้ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ค่ะ 1. เมื่อซื้อสินค้าและจ่ายเงินที่แคชเชียร์เป็นจำนวนเต็มแล้ว ให้แจ้งพนักงานว่าขอ Refund Tax 2. พนักงานจะนำกระดาษมาปิดที่ตะกร้าสินค้าของเรา พร้อมแจ้งให้เราไปยัง Tax Free Counter พร้อมกับยื่นพาสปอร์ตให้กับพนักงานประจำเคาน์เตอร์ 3. พนักงานจะห่อสินค้าของเราด้วยพลาสติก พร้อมแปะสก๊อตเทปให้เรียบร้อย รวมถึงเย็บใบภาษีติดไว้ให้เราที่พาสปอร์ต พร้อมกับจ่ายค่าภาษี 8% คืนให้เราเป็นเงินสด เป็นอย่างไรบ้างคะ สำหรับข้อมูลการช้อปปิ้งที่ Gotemba Premium Outlet ซึ่งมัชรูมทราเวลสรรหามาฝากคุณผู้อ่านทุกท่าน หวังว่าคงจะถูกใจขาช้อปไม่น้อยนะคะ เพราะนอกจากเราจะสามารถซื้อสินค้าภาพดีได้ในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดทั่วไปแล้ว ยังจะได้รับเงินคืนอีกต่างหาก งานนี้เรียกว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้มค่ะ บทความจาก มัชรูมทราเวล

1 /  600 ล้าน / 

พล.อ.สุรยุทธ์ เผยเร่งตั้งคณะกรรมการอุดช่องโหว่โครงการสร้างการเงิน สกัดเหตุซ้ำรอย หวั่น ตร.จะนำเงินยักยอกคืน สจล.ได้จำนวนเท่าใด  เมื่อวันที่ 29 ม.ค.58 พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ในฐานะนายกสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวถึงกรณีการทุจริตเงินกว่า 1,600 ล้านบาทของ สจล.ว่า ต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาดำเนินคดีให้ได้ก่อน รวมถึงการติดตามเงินจำนวน 1,600 ล้านบาท ที่ถูกยักยอกไปมาคืนให้กับ สจล. เพราะถือเป็นจำนวนเงินที่มาก ระบุ เงินของ สจล.ควรนำไปใช้ประโยชน์ทางการศึกษามากกว่า เพราะ ปัจจุบันอุปกรณ์ทางด้านการศึกษายังขาดแคลนและเงินสนับสนุน หากได้เงินจำนวนนี้คืนมา อาจแก้ปัญหาได้ แต่ไม่มั่นใจว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถนำเงินทั้งหมดมาคืนให้ สจล.ได้ในจำนวนเท่าใด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้จัดตั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากทุกภาคส่วน ทั้งกรรมการที่มาจากภายในและภายนอก สจล. และเจ้าหน้าที่ สจล. เพื่อช่วยกันอุดรอยรั่วให้ครอบคลุมทั้งเรื่องการบริหารเงิน บุคลากร โครงสร้างบริหารต่างๆ ตลอดจนข้อมูลต่าง ๆ MThai News 

แฟนเจ้าท่าเฮ!ส.บอล นอนยัน การท่าเรือ ยังได้บู๊ในไทยลีก2015
การท่าเรือ /  การท่าเรือ เอฟซี / 

ความเคลื่อนไหวกรณี “เจ้าท่า” การท่าเรือ เอฟซี จะตกชั้น หรือถูกตัดสิทธิ์หรือไม่ หากไม่ยอมจ่ายเงินให้ สิงห์ท่าเรือ ซึ่งทางทีพีแอล หักเงินสนับสนุนงวดสุดท้ายของฤดูกาล 2014 ไปจ่ายให้ มาธิอัส คริสเทน กว่า 4.2 ล้านบาท ล่าสุด นรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ ประธานฝ่ายกฏหมายสมาคมฟุตบอล และนิโรธ สุนทรเลขา ประธานคณะจริยธรรม ได้สรุปประเด็นดังกล่าวแล้วว่า การท่าเรือ เอฟซี จะยังคงได้ลงเล่นในศึกโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก 2015 ต่อไป แต่ทั้งนี้ทาง ทีพีแอล มีอำนาจที่จะหักเงินสนับสนุน ทีมงวดแรกของ การท่าเรือ เอฟซี ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ จำนวน 4,275,000 บาท ซึ่ง การท่าเรือ มีสิทธิ์ที่จะฟ้องร้องได้หากมองว่าไม่เป็นธรรม

5 ท่านวดหน้าง่ายๆ ด้วยตัวเอง ยกกระชับผิว สวยเป๊ะเวอร์!!!
THE BODY SHOP /  ท่านวดหน้า / 

        ผู้หญิงเมื่ออายุมากขึ้นผิวจะเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่น ซึ่งต่างจากเด็กๆที่ผิวจะกลับคืนรูปอย่างรวดเร็ว ไม่เชื่อ! ลองดึงที่หลังมือของเรา เทียบกับของเด็กๆ จะรู้สึกได้ถึงความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด หรือ ลองสังเกตตอนตื่นนอนใครที่ชอบนอนตะแคง เราจะเห็นริ้วรอยบนหน้ากว่าผิวจะกลับสู่สภาพเดิมต้องใช้เวลานาน ไม่เหมือนกับตอนที่ยังเป็นวัยรุ่น        ปัญหานี้เกิดจากผิวขาดความชุ่มชื้น จึงทำให้ขาดความยืดหยุ่น ริ้วรอยก็จะตามมาในไม่ช้า ดังนั้นกันไว้ดีกว่าแก้ การมาส์กหน้าช่วยคุณได้ Drops of Youth Bouncy Sleeping Mask จาก The body shop มาส์กหน้าสูตรพิเศษ ไม่ต้องล้างออก ทาทิ้งไว้ทั้งคืนมาส์กจะช่วยเคลือบผิวของเรา ไม่ให้สูญเสียความชุ่มชื้น โดยเฉพาะใครที่ชอบนอนห้องแอร์ ผิวคุณจะสูญเสียความชุ่มชื้นดังนั้นการมาส์กหน้าจะกักเก็บความชุ่มชื้นให้กับผิวตลอดทั้งคืน ตื่นมาหน้าสดชื่นสดใสแน่นอน มาร์สหน้า ไอเท็มที่ขาดไม่ได้ต้องพกติดตัว! 1.พกไว้บนเครื่องผิว เพื่อป้องกันผิวขาดน้ำ 2.ในช่วงที่อากาศร้อน ใช้บำรุงผิวยามค่ำคืน เพื่อเติมเต็มความชุ่มชื้นให้กับผิว 3.เมื่ออากาศหนาว มาส์กจะช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นตามธรรมชาติไว้กับผิวตลอดทั้งวัน      เปิดกระปุกปุ๊บ! กลิ่นหอมลอยมาเลย เนื้อครีมสีขาวเข้นข้นมาก เพื่อกักเก็บความชุ่มชื้นให้กับผิวนั่นเอง กลิ่นหอมอ่อนๆ ได้กลิ่นแล้วรู้สึกสดชื่นเลย ภายในกล่องแถมไม้พายมาให้เพื่อใช้ตักเนื้อครีม ขอบอกสาวๆว่าอย่าใช้นิ้วปาดเนื้อครีมนะจ๊ะ ไม่งั้นสิ่งสกปรกอาจจะไปปะปนทำให้เนื้อครีมเปลี่ยนสภาพได้ ว่าแล้วอย่ารอช้ามาเริ่มทาครีมกันเลยดีกว่า... 5 ท่านวดหน้า ง่ายๆ ด้วยตัวเอง  1.ท่าสายรุ้ง ใช้ปลายนิ้วนวดบริเวณหน้าผาก จากกลางหน้าผากไปยังขยับทั้ง 2 ข้าง 2.ท่าสลายก้อนเมฆ เริ่มจากใต้ตา นวดออกไปข้างแก้มจนถึงหู 3.ท่าเกลี่ยพื้นดิน เริ่มจากพนมมือไว้แล้วค่อยๆลูบจากใต้คางไปยังกึ่งกลางจมูก แล้วใช้อุ้งมือโอบแก้มเอาไว้ 4.ท่าคลื่นใต้น้ำ ลูบจากลำคอขึ้นมาจนถึงปลายคาง ใช้นิ้วมือนวดสลับกันไปมา 5.ท่าสุดท้าย ใช้ปลายนิ้วมือนวดจากหน้าผาก ไล่มายังใต้ตา แก้ม ขากรรไกร และ คาง หลังจากได้ทดลองใช้แล้วรู้สึกได้เลยผิวเนียนนุ่มขึ้น เปล่งปลั่งสดใสกว่าเดิม แถมยังช่วยป้องกันริ้วรอยให้เกิดขึ้นช้าลง จากก่อนหน้านี้ใบหน้าเคยหมองคล้ำ กลับมาสว่างสดใสดูมีน้ำมีนวล ออร่ากระจายจนเพื่อนทักเลยล่ะ อิอิ... สาวๆควรทำเป็นประจำทุกคืนก่อนนอน ผิวจะดูอิ่มเอิบขึ้นมาทันตา เพราะเจ้าตัวนี้จะไปช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว  รับรองว่าหน้าดูสดใสเปล่งปลั่ง อิ่มน้ำตลอดทั้งวันเลยจ้า!!!

ผกก. ปิง เกรียงไกร พาหลอนกับเสียงตามสาย ใครได้ยินต้องตาย! ในซีรีส์ เพื่อนเฮี้ยน..โรงเรียนหลอน เสาร์นี้
จีทีเอช /  ซีรีส์ / 

ให้การตอบรับและติดตามชมกันมาอย่างเหนียวแน่นสำหรับซีรี่ส์ เพื่อนเฮี้ยน..โรงเรียนหลอน ที่กำลังเข้าสู่โค้งสุดท้ายของโปรเจ็ค ซึ่งเสาร์ที่ 31 ม.ค.นี้ จีทีเอช ออนแอร์ มาพิสูจน์ฝีมือของผู้กำกับคนเก่ง ปิง เกรียงไกร วชิรธรรมพร ที่วางมือจากการเขียนบทซีรี่ส์ ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ซีซั่น 3 ไว้ชั่วคราว ปิง เกรียงไกร วชิรธรรมพร ก่อนที่จะขอมากำกับแนวผี ๆให้แฟนๆได้ตื่นเต้นกัน โดยขนทัพนักแสดงแก๊งวัยรุ่นมาเพียบ  ไม่ว่าจะเป็น พี สาริษฐ์ ตรัยเลิศวิเชียร รับบท อรรถ, เจมส์ ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ รับบท เกม, แพรว นฤภรกมล ฉายแสง รับบท เดียร์ ในตอน เสียงตามสาย ซีรี่ส์ เพื่อนเฮี้ยน..โรงเรียนหลอน ตอน เสียงตามสาย เป็นเรื่องราว ที่อยู่ๆก็มีข่าวว่าโรงเรียนจะทุบห้องโสตที่ปิดตาย ทําให้แก๊งสุดแสบของห้อง วางแผนที่จะเข้าไปพิสูจน์เรื่องผีห้องโสตที่ถูกเล่าต่อกันมา คืนนั้นทั้งแก๊งพากันจับ วิศรุต เด็กเนิร์ดประจําห้องไปขังไว้ในห้องโสต หลังจากนั้น วิศรุต ก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย และเสียงเพลงจากห้องโสตที่ไม่ได้ถูกใช้มาหลายปีก็ดังขึ้น ที่ร้ายที่สุดก็คือเมื่อเพลงจากเสียงตามสายดังขึ้นมาจะมีใครสักคนที่ต้องตาย อยากรู้ว่าตอนนี้จะตื่นเต้นเร้าใจขนาดไหน ติดตามกันได้ในละครซีรีส์ เพื่อนเฮี้ยน..โรงเรียนหลอน ตอน เสียงตามสาย ในวันเสาร์ที่ 31 ม.ค. นี้ เวลา 22.00 น. ทางช่องจีทีเอช ออนแอร์ และช่องจีเอ็มเอ็ม25 ตัวอย่าง เพื่อนเฮี้ยน..โรงเรียนหลอน ตอน เสียงตามสาย -----------------------------

ของขวัญเกิดครบ 44 ปี ลดน้ำหนัก จากตัวจากคนไซส์ 3 XL มาไซส์ L
ฟิตเนส /  ลดน้ำหนัก / 

ของขวัญเกิดครบ 44 ปีที่มีค่ามากที่สุดการ ลดน้ำหนัก จากตัวจากคนไซส์ 3XL มาเป็นคนไซส์ L ทุกๆ คนย่อมอยากมีหุ่นที่ดูดี ไม่ถูกล้อ จะทำอะไรก็มีแต่ความมั่นใจ เป็นตัวอย่างให้กับคนรอบข้างได้อยู่แล้วครับ Men.MThai เชื่ออย่างนั้น ซึ่งการที่จะมีหุ่นที่ดูดีได้นั้นมันก็ขึ้นอยู่กับตัวเราเองทั้งนั้น ถ้าเรามีเป้าหมายในชีวิตที่แน่วแน่ และตั้งใจทำเต็มร้อย ผมก็เชื่อว่าทุกๆ คนก็สามารถเอาชนะขีดจำกัดของตัวเองได้ครับ อย่างเช่นคุณ จ่าโหดปืนห่าม สมาชิกเว็บไซต์ Pantip ที่มาแชร์ประสบการณ์ ลดน้ำหนัก ด้วยตัวเอง จากไซส์ 3XL มาเป็น L ได้ ซึ่งทางเราก็คิดว่าความสำเร็จของคุณ จ่าโหดปืนห่าม ในครั้งนี้จะสร้างแรงบัลดาลใจให้กับเพื่อนๆ ที่มีความคิดที่จะ ลดน้ำหนัก ฟิตหุ่นได้เป็นอย่างดี พรุ่งนี้เป็นวันเกิดครบรอบ 44 ปีของผม 26 มกราคม 2558 ก็เลยตัดสินใจแบ่งปันประสพการณ์การเปลี่ยนแปลงตัวเอง จากชายอ้วนวัยกลางคน คนหนึ่งให้ทุกๆ ท่านได้อ่านกันว่า 17 เดือน 22 โล ณ จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงตัวเอง ผมหนัก (ประมาณเพราะไม่กล้าชั่ง) 105 กิโลกรัม และปัจจุบัน ขึ้น ๆลง ๆอยู่ที่ 87 - 85 กิโลกรัม ซึ่งเป้าหมายผมคือ 78 กิโลกรัม (น่าจะต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่) ผมเองรับรูปร่างและน้ำหนักตัวไม่ได้มาต้งแต่ ม. 2 ผมอดอาหาร ทานน้อยๆ บางวันกินแค่ขนมปังหนึ่งก้อนและน้ำอัดลมขวดนึง เพื่อให้มีกำลังในการเล่น (เล่นฟุตบอล) เท่านั้นเอง แต่ก็ไม่เคยดูเป็นคนผอมเสียที ดูเป็นคนบวมๆ มีน้ำมีนวลตลอดเวลา ปกติแล้วเป็นคนชอบออกกำลังกายมาตลอด ชอบเล่นฟุตบอล (เล่นไม่เก่งแต่ก็ชอบ) เคยชกมวย (ที่การกีฬาแห่งประเทศไทย เรียนสนุก ๆ) น้ำหนักตัวผมน้อยที่สุดผมว่าน่าจะเป็นช่วงทำงานปิดเทอม ผมเป็นพนักงานขายรองเท้า เป็นผู้ชายคนเดียว วิ่งเข้าวิ่งออกสโตร์ยกรองเท้าลังรองเท้าสูงถึงเพดานห้องเก็บของ กินวันละมื้อเดียวเป็นแซนด์วิช 1 คู่กับนมพร่องไขมัน 1 แก้ว แล้วก็เดินและวิ่งกลับบ้าน ระยะทางประมาณ 2 - 3 กม.แล้วก็ซิตอัพ กระโดดเชือก ทำอะไรต่อมิอะไรมาเยอะแยะ เพื่อทีจะไม่อ้วน สุดท้ายเมื่อเรียนจบออกมาทำงาน เพียงแค่ ไม่ถึงปี น้ำหนักก็พุ่งพรวดไป 85 ก.ก. จากปกติน้ำหนักอยู่ที่ 6x กก พอดีมีแฟนช่วงนั้นแฟนขอให้ลดความอ้วนเป็นของขวัญวันเกิดซัก 5 กก.ได้มั้ย เลยตัดสินใจไปสถาบันลดความอ้วน บอดี้ๆ เป็นลูกค้าดีเด่น 3 เดือนลดไป 20 กก.ด้วยการควบคุมอาหารอย่างเดียว เรียกลูกค้าให้เค้าได้อีกหลายคน เป็นพรีเซนเตอร์เลยช่วงนั้น แต่ผ่านไปไม่นานน้ำหนักก็มาวนเวียนอยู่แถว ๆ 80 กก.อีก วนไปเวียนมาแต่เราก็รู้วิธีการควบคุมอาหารเพื่อให้น้ำหนักลดลง ผมเคยทานแบบนับแคล กินแค่มื้อละจานน้ำหนักก็ลงแล้ว เพราะเรารู้ว่าเราต้องการพลังงานพื้นฐานเท่าไร และ อาหารจานเดียวแต่ละอย่างมันเฉลี่ยแล้วกี่แคล ก็กินไม่ให้เกิน น้ำหนักก็ลงมา ต่ำสุดๆ ก็ 78 กก. แต่พออายุย่างเข้า เลขสามกลาง ๆทีนี้ น้ำหนักมันขึ้นไม่ยอมลงแล้ว จะกินน้อยกินมากแค่ไหนก็ไม่ยอมลง จนมันเดินทางจาก 85 กก.(ซึ่งเป็นน้ำหนักปกติของผมช่วงหนึ่ง)เข้าสู่ เลข 9 และหลังจากเลข 9 แล้วทีนี้เราก็หาตัวช่วยกลับกลายเป็นไปกันใหญ่ครับ จนทำให้ผมกลายเป็นคนเกิน 100 ในที่สุด และเราก็หมดหวังและคิดว่าชาตินี้ "กูคงอ้วนจนตายแล้วหละ" ปล่อยผ่านเรือยมาไม่น้อยกว่า 5 - 6 ปี จนวันหนึ่งได้กลับไปเจอเพื่อนเก่า ๆ สมัยเรียนมัธยมต้นด้วยกัน มีอยู่คนหนึ่ง เฮ้ยยิ้มหล่อว่ะ ดูดีมาก แล้วที่สำคัญสาว ๆก็กรี้ดกร้าดมันด้วยเพราะรูปร่างดี ล่ำสันสไตล์คนเพาะกายเลย ทั้งที่จำได้ว่าเมื่อก่อนนี้มันตัวเล็ก ๆเหมือนเด็กแกรน ๆ ตัวเท่าลูกหมาเอง แล้วดูกูสิ ดูอีกหลาย ๆคนสิ ยิ้มอ้วนหุ่นเจ๊งกันหมดละ โชคดีที่กูหัวไม่ล้านนะเนี่ยไม่งั้นล่ะก็ แย่เลย ก็เริ่มได้แรงบันดาลใจจากตรงนั้น ว่ามันทำยังไง? อีกอย่างหนึ่งช่วงนั้นจับลูก ๆหัดเรียนว่ายน้ำที่สโมสรหมู่บ้านซึ่งมีฟิตเนสด้วย แต่เราก็เอาแต่นั่งอ้วนดูลูกเรียน ปากก็บ่นด่าลูกไปตามประสา แต่ไม่ได้ออกกำลังเลย เหมือนว่าเราเอาเปรียบลูกอยู่ และก็เริ่มคิดว่าถ้าเราอยากใจะให้ลูก ๆตั้งใจทำ มีความพยายามในการทำ จะมีอะไรดีกว่าการที่จะทำเป็นตัวอย่างให้ลูกเห็น ก็เลยเริ่มหาข้อมูล ก็ถามเพื่อนคนนั้นนั่นแหละว่าจะเริ่มต้นยังไงดี? เพื่อนก็แนะนำให้ลองเข้าเวปไปศึกษาหาข้อมูล ก็เลยเข้าไปทีเวป http://tuvayanon.net/index1.html นับได้ว่าเป็นอาจารย์ท่านแรกของผม และทุกวันนี้ผมยังเข้าไปเสมอ ๆ ผมเมล์ไปถามเรืองทีสงสัยก็ได้รับการตอบกลับมา ดีใจมาก และก็เริ่มออกกำลังกายมาตั้งแต่ช่วงนั้นโดยเท่าที่จำได้ น้ำหนักเริ่มต้นคือ 105 กิโลกรัม ผมตัดสินใจว่าจะเดินบนเส้นทางของนักเพาะกายนี่แหละ เพราะตรงที่สุดแล้วสำหรับคนอ้วนอย่างเราโดยตอนนั้นเพื่อผมวางโปรแกรมในการฝึกมาให้เพื่อเล่นทั้งตัว ขา 2 ท่า อก 2 ท่า หลัง 2 ท่า ไหล่ หลังแขน หน้าแขน และจบด้วยการคาร์ดิโอ 15 นาที ซึ่งผมไม่ทราบเลยว่าการคาร์ดิโอคืออะไร คาร์ดิโอโซนที่เห็นในเครืองออกกำลังกายที่ฟิตเนสคืออะไร? ก็มาหาข้อมูลเอา ทั้งในพันทิพ และ ที่อื่น ๆ และเพื่อให้การเปลียนแปลงไปด้วยดี ผมก็หาข้อมูลเรืองการกินอาหาร ก็ไปเจอเรืองการกินคลีน การลีนไขมัน ทีนี้ปวดหัวกันใหญ่ละมันเป็นเรื่องที่ต้องมีการคำนวณเข้ามาเกี่ยวข้อง ไอ้เราก็ไม่ชอบซะด้วย สรุปในช่วงแรกของการเริ่มต้น จะเกิดความสับสนว่าจะเอาไงดี กินน้อยเพื่อให้น้ำหนักลง? แล้วกล้ามเนื้อหละจะสร้างยังไง? แล้วควรกินอะไรเท่าไหร่? ในช่วงที่ 1. เม.ย. - ต.ค. 2556 ผมทานโยเกิรต์ต หลีกเลี่ยงแป้ง(คาร์โบ)เน้นโปรตีน จนมาอ่านเจอข้อมูลเรืองการกินคลีน ก็ปรับมา ทานข้าวกล้อง โฮลวีท อกไก่อบ(ด้วยหม้อลมร้อน) งดน้ำตาล ของหวานของทอด เน้นผัก สลัด หลังออกกำลังกายทานอาหาร(เสต้กปลาแซลมอนเป็นประจำเลย) ปรากฏว่าสัดส่วนดูเล็กลง แต่ที่น่าตกใจคือน้ำหนักขึ้น !!! โอ้ไม่นะ จาก 105 กก.หนักขึ้นมาเป็น 107 กก. ทำไงดีฟระ อะไรนี่???? พอดีช่วงนั้นพบเฟสของ อ.มาร์ค ไทยทอป ก็เลยแมสเสจไม่ถามอาจารย์ตอบกลับมาว่าให้คุณ เพิ่มการคา์ดิโอตอนเช้าก่อนกินอาหารเช้าด้วย ผมก็จัดไปวันละ 40 นาทีด้วยการปั่นจักรยานในฟิตเนส ตั้งโปรแกรมเป็นแบบขึ้นเขาโดยใช้รอบขาไม่ต่ำกว่า 80 คิดว่าเป็นการซ้อมด้วยเพราะช่วงนั้นเริ่มขี่จักรยานแล้ว เหนื่อยแทบขาดใจ HR. เคยขึ้นถึง 150 กว่า ๆด้วยซ้ำไป ขี่จักรยานก็ปวดแขน ปวดหลังไปหมด แต่ใจสู้คิดเสมอว่า "อะไรที่คนทำได้ คนต้องทำได้" มีคนทำได้เยอะแยะไปหมด สุดท้ายน้ำหนักก็เริ่มลงมา และผมเริ่มแบ่งการกินมาเป็นกินทุก ๆ 2 ชั่วโมง แต่หลังจากทำไปได้ 2 เดือน ก็มีเหตุอีก ปรากฏว่าผมหิวตลอดเวลา หิวทั้งคืน จนสุดท้ายคืนหนึ่งตอนเช้าต้องเข้าโรงพยาบาลอ้วกออกมามีแต่น้ำย่อย นอนให้หมอส่องกล้องดู หมอบอกเป็นกรดไหลย้อน แต่มันย้อนมาแค่ในกระเพาะนะ คือเหมือนน้ำย่อยมันออกมาตลอดเวลา ก็เลยเลิกการกินแบบนั้นไป สรุปว่าในช่วงแรกผมออกกำลังในแต่ละวันคือ เช้า คาร์ดิโอ 40 นาที เย็น เวทเทรนนิ่ง (เน้นยกหนักๆเลย) 90 - 120 นาที น้ำหนักลงมาจาก 107 กก. (คือช่วงพีคสุด) อยู่ที่ 95 กก. และผมก็หยุดไปตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ช่วงที่ 2 เดือน เม.ย. 2557 - เดือนมกราคม 2558 หลังจากหยุดไปแรก ๆผมก็ควบคุมอาหารหลัง ๆก็ช่างมันกินอย่างไร้วินัยที่สุด สุดท้ายน้ำหนักตัวผมตอนเริ่มต้นออกกำลังกายใหม่นี้อยู่ที่ 100 กก. ซึ่งผมก็พอใจว่าขึ้นมา แค่ 5 กิโลกรัม ถ้าดูจากสภาพการยัดเข้าไปแล้วควรจะกลับไปที่ 105 เป็นอย่างน้อย(แสดงว่าเรืองการโยโย่ ที่เคยเจอมาก็ดีขึ้นละ) แต่สภาพนี่อ้วนเหมือนเดิมละ ทีนี้ก็ไปได้แรงบันดาลใจจากน้องอีกคนหนึ่ง ซึ่งตอนนั้นเค้าวิ่ง ๆๆๆ และก็ ปั่น ๆๆๆ จนสุดท้าย ลงไตร เฉยเลย เราก็ "เฮ้ย ถ้าคนธรรมดาคนนึงทำได้เราก็ทำได้วะ ปีหน้าจะลงไตรมั่ง" (แต่จนถึงตอนนี้วิ่งยังไม่ได้ซักเท่าไหร เรื่องว่ายน้ำน้ำว่ายยังแพ้ลูกเลยผมว่ายน้ำไม่เก่ง) ก็เริ่มกลับมาออกำลังกายอีกครั้ง แต่คราวนี้ที่แย่คือ วินัยการกินเจ๊งบ๊ง ผมไม่กินคลงกินคลีนละ ไม่นับแคลไม่สนใจเรืองการกินอีกต่อไป เช้า คาร์ดิโอ 50 นาที ปั่นจักรยานเพิ่มโปรแกรมความหนักมากขึ้น รอบขาเร็วขึ้น เฉลี่ยอยู่ที 100 แข่งกับตัวเอง แข่งกับเวลา วันนี้ต้องทำเวลาและเผาแคลฯได้มากกว่าเมือวานในเวลาที่เท่ากัน (นั่นเป็นเหตุผลที่หลาย ๆคนไม่เข้าใจว่าผมทนนั่งปั่นจักรยานอยู่ได้ไงตั้ง 50 นาทีเบื่อตายชัก) เฉลี่ยตอนเช้าผมเผาแคลฯไปประมาณ 935 แคลทุกๆเช้า(อันนี้ถูกผิดก็ต้องว่าตามเครืองปั่นจักรยานของผมหละ) เย็นก็ เวทหนัก ๆ ในแนวของคนเพาะกาย ทั้งร่างเหมือนเดิม เพิ่มสควอชเข้าไปด้วย ใช้เวลาประมาณ 90 นาที ปรับโปรแกรมตามเวลาและปิดท้ายด้วยการคาร์ดิโอ 15 นาที จนถึงตอนนี้ น้ำหนักผมลดลงจากจุดเริ่มต้น 100 กก.อยู่ที่ (ต่ำสุด) 84 กก. แต่เฉลี่ยก็จะขึ้น ๆลง ๆอยู่แถว 87 กก. ผมไม่สนใจเรืองน้ำหนักเท่าไหร่(จริง ๆก็สนใจเพราะจะได้รุ้ว่าจบภารกิจเมื่อไหร่ เพื่อจะเข้าสเตจ 2 ) รอบเอวผมจากวันที่เริ่มต้นออกกำลังกาย 45 - 46 นิ้ว ปัจจุบันอยุ่ที่ 34 นิ้ว (เล็กกว่าตอนหนัก 78 กก.อีก) รอบอกลงมาจาก 45 นิ้ว อยู่ที่ 40 นิ้ว รอบแขนลงมาจาก 18 นิ้ว อยู่ที่ 14.5 นิ้ว เรื่องของระบบการหายใจดีขึ้นมาก ผมสามารถวิ่งเล่นฟุตบอลตลอดทั้งเกมส์ได้(สนามใหญ่ 90 นาทีสบาย ๆ) และผมเล่นฟุตบอลอาทิตย์ละ 4 วันโดยวันเสาร์เป็นวันแข่ง ผมปั่นจักรยานได้สบาย ๆในระย 50 กม.(โดยไม่เหนื่อย)แต่ยังไม่เคยออกทริปไกล ๆเพราะเกรงใจภรรยา เป็นหวัดน้อยลงแทบจะไม่เป็นเลย จากคนมีปัญหาภูมิแพ้ นอนกรน ก็ดีขึ้นมาก จากที่ตื่นนอนแล้วรู้เลยว่าเรามีปัญหาหยุดหายใจตอนนอน เพราะจะง่วงทั้งวัน ก็ไม่เป็นแล้ว เสื้อผ้าจากไซส์ 3 xl เหลือ XL หรือ L เป้าหมายคือ M ทีดีใจที่สุดก็คือ ถ้าคุณไม่เคยได้ยินคำพูดที่ว่าลุกไม่อยากอ้วนเหมือนพ่อ ลูกกลัวว่าโตขึ้นแล้วต้องอ้วน คุณจะไม่รุ้เลยว่ามันน่าเสียใจแค่ไหนที่เราเป้นตัวน่ารังเกียจของลูก ๆ ทุกวันนี้ลูก ๆก็ดูมีความสุขที่มีพ่อไซส์ปกติ ๆเหมือนพ่อคนอื่น ผมโชคดีที่ไม่เป็นโรคหัวใจ เบาหวาน ความดันไปเสียก่อน บทสรุป 1.เมื่อคุณเริ่มต้นขอให้มั่นคง จะมีคนเยาะเย้ยถากถางคุณเยอะมาก มีคนคอยซ้ำเติมความล้มเหลวของคุณตลอดเส้นทาง 2.อย่าใจร้อน เราทุกคนเคยผอมมาก่อนอ้วนทั้งนั้นแหละ แล้วทำไมจะกลับไปผอมอีกไม่ได้แต่มันต้องใช้เวลา 3.มั่นคงบนเส้นทางที่ตัดสินใจ เริ่มเดินแล้วอย่าวอกแวกไปเรื่อย ๆ แข่งกับตัวเองเท่านั้นอย่าแข่งกับคนอื่นไม่มีประโยชน์เลย 4.หลักการของผมยึดตามหลักปฏิบัติในพระพุทธศาสนา "ควบคุมเหตุ ไม่สนใจผล" แล้วมันจะมาเอง 5.พยายามหาข้อมูลให้ถูกต้อง มีสติคิดก่อนว่าข้อมูลนั้น ๆถุกต้องไม๊? 6.เลือกเส้นทางที่ยั่งยืน นับแคล ไม่เอาคาร์โบ ยาลดความอ้วน อาหารเสริม ผมผ่านมาหมดแล้วแต่เป็นไง? สุดท้ายผมก็หนักเกิน 100 กิโลอยู่ดี ไม่มีประโยชน์เลยเสียเงิน เสียเวลา เสียสุขภาพทั้งกายและจิต สิ่งที่ผมปฏิบัติตัวอยู่ทุกวันนี้ 1.พยายามทานอาหารเป็นมื้อย่อย ๆ ให้ได้ 4 มื้อขึ้นไป (อย่าเยอะ อย่าปล่อยให้ตัวเองหิว) 2.มื้อแรกของวันหลังการคาร์ดิโอ จะกี่โมงก็ช่าง หลังจากนั้นพยายามทุก ๆ 2 ชั่วโมง และมื้อสุดท้าย(หนัก) อย่าเกิน 5 โมงเย็นอนุโลมให้ได้ถึง 6 โมง หลังออกกำลัง น้ำมะเขือเทศดอยคำ 1 แก้วโต ๆหรือกล้วยหอม 3.ออกกำลัง 5 - 6 วันต่อสัปดาห์ คาร์ดิโอเช้าจำเป็นมากสำหรับคนน้ำหนักตัวเยอะ ๆอย่างผม เวทเทรนนิ่งจำเป็นในการสร้างเตาเผาพลังงาน ฟุตบอลเพื่อความสนุกสนาน (และเป็นการคาร์ดิโอแบบหนึ่ง) จักรยานเพื่อความบันเทิง 4.รุ้ประมาณในการบริโภค ผมหลีกเลี่ยงของทอด หวาน มัน เค็ม จัด น้ำอัดลม น้ำตาล(งดเติมในก๋วยเตี๋ยวมาไม่ต่ำกว่า 20 ปีแล้ว) ตอนนี้ผมทานทุกอย่างแต่ไม่เยอะ ตั้งสติก่อนสตาร์ท สุดท้ายนี้ผมต้องขอขอบคุณ เวป http://tuvayanon.net/index1.html ที่เป็นแรงบันดาลใจ เป็นการให้ข้อมูลที่ดีๆ ขอขอบคุณกลุ่มแนวร่วมลดน้ำหนัก เฟสบุ้คของอาจารย์มาร์ค ไทยทอปฟิตเนส และที่สำคัญที่สุดคือ ภรรยาและลูกที่เป็นทุกอย่างให้กับเรา ผมคงทำไม่สำเร็จถ้าภรรยาไม่อดทนดูแลลูกเล็ก ๆจอมป่วนของผมทั้ง 3 คนให้ในเวลาที่ผมไปออกกำลังกาย ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน ผมทนทุเรศรูปร่างตัวเองมานานมาก แต่ทุกวันนี้ ภรรยาผมบอกว่าผมกลายเป็นพวกหลงตัวเองไปแล้วซึ่งก็จริง (ยอมรับเลย) ไม่ใช่อะไรมันภูมิใจกับความตั้งใจของตัวเอง ขอขอบคุณทุกท่านที่อดทนอ่านมาจนถึงตรงนี้นะครับ Men.MThai เรียบเรียงเนื้อหาจากต้นฉบับ จ่าโหดปืนห่าม สมาชิกเว็บไซต์ Pantip http://pantip.com/topic/33154270

Super Final Strike เกมส์มือถือ วอลเลย์บอลสุดมันส์
Super Final Strike /  เกมส์ฟุตบอล / 

CookieBit ประกาศเปิดตัวเกมส์มือถือ Super Final Strike เกมส์จำลองฟุตบอล ให้ผู้เล่นวอลเลย์ลูกบอลนานาประเภท ที่ลอยเข้ามาและหลีกเลี่ยงกับสิ่งอุปสรรค ดาวน์โหลดวันนี้บน iOS และ Android เกมส์ Super Final Strike มีรูปแบบการเล่นเกมส์ที่คล้ายคลึงกับเกมส์ Fruit Ninja ให้ผู้เล่นตวัดนิ้วจากลูกบอลนานาประเภท ตั้งแต่ลูกฟุตบอล, ลูกบอลชายหาด, ลูกรักบี้ และอื่นๆ โดยตัวละครเกมส์จะทำการวอลเลย์ทำคะแนน ระหว่างนั้น ยังมีอุปสรรคประเภท ลูกระเบิด ขวดน้ำ แถมต้องรับมือกับแฟนบอลที่เข้ามากอด และต้องสลัดตัวออกไป ความท้าทายของเกมส์นี้คือ ลูกบอลที่โยนเข้ามาในฉากด้วยความเร็ว และเป็นจำนวนมาก ที่น่าสนใจเกมส์นี้คือ ผู้เล่นสามารถสวมบทบาทตัวละครนักเตะชื่อดัง ไม่ว่าจะเป็น Cristiano Ronaldo, Messi, Neymar, Bale, Luis Suarez. เป็นต้น ดาวน์โหลดเกมส์ Super Final Strike บน iOS และ Android