ผลบอลคืนนี้

สตรอง!! เอสเธอร์ บอกคนขุดรูปมาด่า ไม่ต้องเดือดร้อนแทน เคน ภูภูมิ นั่งตักแม่ ไม่ได้ทำอะไรผิด!!
เคน ภูภูมิ /  ข่าว เคน ภูภูมิ / 

  เรียกได้ว่าร้อนแรงไม่แพ้กัน สำหรับ สาวเอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา ที่มีข่าวเรื่องเบี้ยวงาน ไม่ขอร่วมงานกับอดีตคู่จิ้น หนุ่มฌอห์ณ จินดาโชติ จนกลายเป็นประเด็นถกเถียงของชาวโซเชียล รวมทั้งออแกไนเซอร์ผู้จัดงาน ดีเจเอกกี้ และแฟนหนุ่มอย่าง เคน ภูภูมิ แถมยังมีคนขุดภาพ หนุ่มเคน นั่งตักแม่เอสเธอร์ เอามาด่าอีกต่างหาก ล่าสุดเจอเจ้าตัวในงานแถลงข่าวแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่และเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ Beautylabo Whip Hair Color ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เจ้าตัวชี้แจงถึงประเด็นเบี้ยวงานว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นไปตามที่ออแกไนเซอร์พูดทุกอย่าง ทั้งยังขอบคุณที่ออกมาชี้แจงด้วย ส่วนกับ หนุ่มฌอห์ณ เองก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกหลังจากละครเงาอโศกจบไป ยอมรับว่าเครียด แต่ไม่คิดฟ้องคนที่คอมเม้นท์ในไอจี ส่วนประเด็นดราม่า หนุ่มเคน นั่งตักแม่ มองว่าเป็นเรื่องน่ารัก เชื่อคนที่เกลียดตนย่อมหาเรื่องมาด่าได้เสมอ ยันความรักยังหวานวาเลนไทน์มีให้ของขวัญกัน เป็นไงบ้างคะกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ชี้แจงในมุมของเรา เริ่มต้นจากวันนั้นที่เขาติดต่อมา   "คือเริ่มแรกทางออแกไนเซอร์ติดต่องานมา หลังจากนั้นก็มีการโทรมาแคนเซิลกับทางคุณแม่ เราก็โอเค แคนเซิ้ลไม่เป็นไร ก็ไม่ได้คิดอะไร เฉยๆ ไม่เป็นไร ติดต่อมาอาจจะแคนเซิ้ลได้บ้าง อาจจะเพราะงานไม่ตรง อะไรอย่างนี้ แต่ว่าพอสุดท้ายด้วยภาพข่าวที่มันออกมา มันกลายเป็นผลลัพธ์ว่าเราเบี้ยวงาน เราไม่ไปงาน ทีนี้คือเหมือนหนูก็กลายเป็นเราเสียหาย ซึ่งเราไม่ได้เป็นคนเบี้ยวงาน เราไม่ได้เป็นคนแคนเซิ้ลงาน แค่นี้เอง เราอยากจะชี้แจงว่าเราไม่ได้เป็นคนเบี้ยวงาน ถ้าอย่างนี้มันกลายเป็นเราไม่มีความรับผิดชอบในการทำงาน เราไม่ไปตามงาน ถ้าอย่างนี้ใครจะกล้าจ้างเราอีกล่ะ มันก็เลยเป็นที่มาแบบนี้" ได้ถามไหมว่าตอนที่เขาแคนเซิลเพราะอะไร   "ก็ตามออแกไนเซอร์ชี้แจงค่ะ ซึ่งหนูก็ต้องขอบคุณออแกไนเซอร์มากๆ ค่ะ ด้วยการที่เราไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัว แต่ด้วยข่าวที่มันค่อนข้างจะแรง แล้วหลายคนก็ตัดสินไปแล้ว ทำให้หลังจากวันนั้นปุ๊บ ทางออแกไนเซอร์ก็เป็นคนคุยกับคุณแม่ว่าจะขอออกมาขอโทษด้วยตัวเอง แล้วก็ออกมาชี้แจง แสดงความรับผิดชอบ ซึ่งเราต้องขอบคุณ ณ จุดๆ นี้ ทำให้พบว่าเราไม่ได้แคนเซิลงาน ทางออแกไนเซอร์เป็นคนแคนเซิลงาน" ตอนนั้นทางออแกไนเซอร์แคนเซิลงานเขาให้เหตุผลว่ายังไง   "เป็นอย่างที่เขาชี้แจงหมด ตามเหตุผลที่เขาเขียนขึ้นไปเลย คือเขาคุยกับคุณแม่ ซึ่งรายละเอียดยิบๆ ย่อยๆ คือบางทีหนูกับคุณแม่อาจจะไม่ได้คุยกันทุกรายละเอียดงาน" คุณแม่มาบอกเหตุผลเราว่าพี่ฌอห์ณไม่อยากร่วมงานกับเราไหม   "ไม่ได้บอกค่ะ บอกแค่ว่าแคนเซิล แล้วหลังจากนั้นเราก็รู้จากออแกไนเซอร์ชี้แจง" พอออแกไนเซอร์บอกว่าไม่อยากร่วมงานกับเรารู้สึกยังไง   "หนูก็อยู่อย่างนี้ (หน้าเหวอ) เหรอ เพราะว่าตัวเราไม่ได้คิดอะไรอยู่แล้ว เพราะเราก็คอนเฟิร์มงานไปเรียบร้อยแล้ว เขาก็ส่งรายละเอียดมาทุกอย่างแล้ว ในชื่อก็จะมีชื่อเราสองคนด้วย แต่ว่าพอออกมาแล้วหนูก็งงๆ น่ะค่ะ" แอบมีเสียความรู้สึกไหม   "นิดนึงค่ะ มันต้องมีบ้างอยู่แล้ว ก็โดนแคนเซิลงานอยู่แล้ว แล้วพอทราบเหตุผลแล้วก็ไม่เป็นไร ณ ตอนนั้นเราก็งง อึนๆ แล้ว แต่ไม่เคยเจอ เพราะเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยมาก่อนในชีวิต" ก่อนหน้านี้ได้คุยกับพี่ฌอห์ณไหม   "ไม่ได้คุยเลยค่ะ ไม่ได้คุยมานานมาก ตั้งแต่หลังจากที่ถ่ายเงาอโศก เป็นปีแล้ว" เรามีเรื่องบาดหมางกันหรือเปล่าถึงไม่คุยกัน   "อันนี้ไม่รู้เลยค่ะ ไม่ได้มีปัญหากันเลย เพราะตอนถ่ายเงาอโศกก็ถ่ายปกติ คุยกันแค่ครั้งสุดท้าย คืนละครออนแอร์วันแรกพี่เขาทักไลน์มาบอกว่า เป็นยังไงบ้าง ได้ดูละครไหม ก็ตอบตามปกติว่า เฮ้ยดี ดู แล้วพี่ดูหรือเปล่า หลังจากนั้นเราก็ไม่ได้คุยกันเลย" เครียดไหมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะหลายคนมองว่าเราผิดด้วย   "เครียดมากเลย แบบ โอ๊ย อะไรเนี่ย รู้สึกแย่ เสียใจ รู้สึกว่าคนเรายังไม่ได้ออกมาพูดก็เลือกตัดสินจากแค่เห็นภาพข่าวแล้ว แล้วคือมันไม่ได้กระทบต่อตัวหนูด้วย ซึ่งมันกระทบต่ออีกหลายๆ ฝ่าย ช่างหน้า ช่างผมที่เราดีลไว้แล้ว เสื้อผ้า พี่ๆ ที่จะมาดูแล เราก็ต้องยกเลิกกะทันหัน กลายเป็นรู้สึกเกรงใจ เพราะเขาต้องเสียสิทธิ์ในการไปรับงานอื่นด้วย" ทางออแกไนเซอร์ออกมาขอโทษกับคุณแม่ด้วย   "ใช่ ซึ่งน่ารักมาก อันนี้หนูต้องขอบคุณมากๆ รู้สึกว่าจริงๆ แล้วเขาไม่ต้องออกมาด้วยตัวเอง" แต่คนมองว่าการที่เขามาขอโทษทำให้เกิดการเลือกทีม   "มองว่าอย่าเลือกทีมกันเลย แค่มีคนมาชี้แจงว่าเราไม่ได้แคนเซิลงาน แค่นี้ก็ดีใจมากแล้ว ไม่อยากให้คนเข้าใจผิด ด้วยอาชีพเรา อาชีพนักแสดง การทำงานของเรา เราก็ไม่อยากดิสเครดิตอาชีพของเราด้วย เพราะว่าเราต้องทำมาหากิน เลี้ยงครอบครัวไปอีก ถ้าผลลัพธ์ที่ออกมามันกลายเป็นแบบนี้เราก็เสียหายต่อหน้าที่การงานเราด้วย" เครียดไหม   "เครียด ยอมรับว่าเครียดมาก ทำตัวไม่ถูกเลย ช่วงนั้นหนูไม่เข้าโซเชียลเลย ไม่อยากจะรับฟังข่าวอะไรเลย แต่หนูว่า คนแหละ ด้วยโซเซียลมันเป็นอะไรที่ค่อนข้างไวมาก ก็คนเราเลือกตัดสิน มันก็แล้วแต่เขาคิด เขาจะพิมพ์อะไรก็เช็กง่ายมากเลย แค่กดพิมพ์ไม่กี่คำโดยที่เราไม่เห็นหน้าเห็นตาเขา เราก็ไม่รู้แล้วว่าเขาเป็นใคร เขาก็เลือกว่าจะพูดแบบไหน จะพูดทำให้เราเสียหายขนาดไหนได้" โดนโจมตีค่อนข้างหนักคุณแม่ว่าไง   "น่าสงสาร คุณแม่หนูแก่แล้ว 50 แล้วนะคะ อย่าอะไรกับแม่หนูเลย" จะโทรไปคุยกับพี่ฌอห์ณไหม   "ก็คงไม่ไปเคลียร์ค่ะ เพราะด้วยงานเราดีลกับแค่ออแกไนเซอร์ไม่ได้เกี่ยวกับตัวพี่ฌอร์นเลย ไม่จำเป็นที่จะต้องโทรไปค่ะ" เราอยากถามเหตุผลไหมว่าพี่ฌอห์ณให้เหตุผลอย่างนั้นจริงไหม   "ถ้าขนาดนี้แล้วก็ไม่อยากจะถามเหตุผลแล้ว ไม่จำเป็นต้องรู้แล้ว" คนเขาว่าออแกไนเซอร์เข้าข้างเรา   "หนูว่าออแกไนเซอร์เป็นคนทำงาน ณ ตอนนั้น เกี่ยวเราหนูไม่รู้ แต่ว่ากับออแกไนเซอร์ไม่ได้รู้จัก อย่างที่บอกไปคือเหรียญมันมีอยู่สองด้าน อยู่ที่คนเลือกจะมองว่าอะไรมันเป็นอะไร คือเราก็บอกว่ามันเป็นอย่างนี้นะความจริง ก็แล้วแต่พวกคุณไปตัดสินเองว่ามันเป็นยังไง" เห็นว่าออแกไนซ์สนิทกับเคน   "ไม่สนิทค่ะ พี่เคนก็เพิ่งกับหนู เป็นติ่งหนู เพราะวันนั้นเราไปโบสถ์กัน" ข่าวนี้ให้อะไรกับเอสเทอร์บ้าง   "ให้เยอะเลยนะคะ อาชีพ การทำงาน ประสบการณ์การทำงาน เป็นประสบการณ์ชีวิตอีกอย่างหนึ่งที่เพิ่งประสบว่าคนในโซเชียลมีผลต่อความรู้สึก จิตใจเรามากแค่ไหน เขากดแจกสตรอว์เบอร์รี่เรามา เราก็รู้สึกมาก ทั้งๆ ที่เราไม่ได้รู้จักกับคนในนั้นเลย แต่ว่าเรากลายเป็นเครียดได้ เป็นประสบการณ์ชีวิตค่ะ วันหลังก็จะระมัดระวังในการเล่นโซเชียลมากขึ้น" เราติดใจไหมที่คนมองเราในแง่ลบมากกว่าแง่บวก   "ใช่ คนมองเราในแง่ลบมากกว่า" พี่เอกกี้ก็ออกมาปกป้องฌอห์ณ   "อันนี้ไม่รู้เลยค่ะ เพราะว่าหนูไม่ได้เจอพี่เอกกี้ แล้ววันนั้นก็ไม่ได้ไปทำงาน" อย่างนี้อนาคตจะร่วมงานกับพี่เอกกี้-พี่ฌอห์ณได้ไหม   "สำหรับตัวหนูอย่างที่บอกว่าตอนแรกไม่มีปัญหาค่ะ แต่ว่าถ้าตอนนี้ก็คงไม่มีใครกล้าจ้างมารวมกันแล้ว" เห็นบอกว่าจะมีละครด้วยกันอยู่   "อันนี้ต้องชี้แจงเลยนะคะว่าไม่มีเลยค่ะ ด้วยผู้ใหญ่ก็ไม่ได้มีติดต่อมา เพราะว่าปีนี้แพลนไว้หมดแล้ว ละครที่จะถ่ายก็มีแพลนไว้แล้ว ซึ่งอันนี้ไม่แน่ใจเหมือนกัน เพราะคุยกับทางผู้ใหญ่ก็ไม่มี ละครคู่กันไม่มี ผลงานร่วมกันไม่มี" ล่าสุดมีดราม่าเคนนั่งตักคุณแม่   "คนมันเสียแล้วแหละ คนจะว่าเรายังไงก็ขุดเรื่องอื่นมาว่าได้ อยากบอกว่าไม่เป็นไร ไม่ต้องเดือดร้อนแทน คือจริงๆ แล้วภาพมันน่ารักมากนะคะ พี่นั่งตักแม่หนู เป็นภาพที่น่ารักนะ คือหนูว่าคนมันจะเกลียดมันก็เลือกที่จะด่าได้อยู่แล้วแหละ แต่ว่าถ้ามองกลับกันคนเป็นแม่ แม่หนูแก่แล้ว เขาเห็นลูก ลูกก็เป็นเด็กในสายตาของผู้ใหญ่ตลอด แล้วหนูว่ามันเป็นการแสดงออกที่น่ารัก คนเราแสดงความรักกัน ไม่ได้กระทบกับคนอื่น ไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ได้ทำอะไรเสียหาย" คุณแม่ว่ายังไงบ้าง เพราะคนไปคอมเม้นท์ในไอจีค่อนข้างแรง   "ช่วงนั้นคุณแม่ก็ไม่เล่นโซเชียลเลย ปิดทั้งคู่ ไม่ได้ลบรูป" ต้องระวังตัวมากขึ้นไหม   "จริงๆ ถ้าตอนที่มันไม่ได้มีปัญหา คนก็ยังชมว่าน่ารัก พอตอนมีปัญหาคนก็มาด่า อย่างที่บอกคนจะด่าก็หาอะไรมาด่าได้อยู่แล้วแหละ" คุณแม่เป็นยังไงบ้าง   "ตอนนี้ดีขึ้นนิดนึงแล้ว แต่ว่าก็เป็นห่วงท่านอายุเยอะแล้ว ไม่อยากให้มีอะไรเครียด เพราะเครียดแล้วสุขภาพก็จะตามมาด้วยไ แบบนี้คุณแม่จะเกร็งไม่กล้าถ่ายรูปแนบชิดแล้วไหม   "ไม่รู้ค่ะ ถึง ณ ตอนนั้น เราไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน อย่างที่บอกเราไม่ได้ทำอะไรน่าเกลียดเลย" ส่วนตัวรู้สึกผิดไหมที่ทำแบบนี้แล้วให้แม่โดนด่า   "คนเป็นลูกก็รู้สึกผิดนะ ด้วยอาชีพการงานเราก็เข้าใจแหละ ถ้าคิดกลับกันถ้าคุณเป็นคนโดนบ้าง ร้อยทั้งร้อยก็ต้องมีกระทบ เสียความรู้สึกกันบ้างแหละ เครียดอยู่แล้ว" เคยคิดจะฟ้องคนที่มาเขียนคำไม่สุภาพกับเราไหม   "อย่าเลย มันหลายคนมาก ฟ้องไม่ทัน เลือกที่จะไม่เสพดีกว่า หาความสุขกับคนรอบตัวดีกว่า คนภายนอกบางทีไม่ได้รู้จักกันเลย อย่าทำให้เป็นเรื่องยุ่งยากเลย แค่นี้ก็จะแย่แล้ว" เคยคิดจะตั้งไพรเวทตัวเองไหม   "ไม่เคยค่ะ" แล้วจะโชว์ความหวานกับเคนไปเรื่อยๆ ไหม   "ก็ลงรูปปกติ เมื่อวันที่ 14 ก็มาให้กำลังใจพี่เคนด้วย ทำให้เรารักกันมากขึ้นไหม จริงๆ แล้วพี่เขาก็เป็นอีกหนึ่งกำลังใจที่ดีในตอนที่แย่มากๆ เพราะว่าเขาเป็นคนเดียวติดยึดมั่นได้ ด้วยอาชีพการงานที่มีประสบการณ์มากกว่าเรา เขาก็ให้คำแนะนำที่ดี จับมือกันแน่นขึ้น" เห็นวันที่ 14 กุมภามีซื้อของให้กันด้วย   "ไม่มีอะไร เป็นแค่ดอกไม้" เคนบอกว่าแม่ถ่ายรูปคู่ให้   "ใช่ แม่มาถ่ายรูปให้ ไปกินข้าวด้วยกัน หนูว่าอบอุ่นดีค่ะ บางทีก็เกรงใจว่าคนอื่นมาถ่ายให้เกรงว่าเขาจะไม่รู้มุม เราไม่สามารถสั่งได้ แม่จะรู้มุมเรา เวลาแม่อยู่ด้วยไม่เขินค่ะ เป็นปกติทุกอย่าง เพราะถ้ารู้จักคุณแม่จริงๆ จะวัยรุ่น เป็นเหมือนเพื่อน ไม่เหมือนเป็นแม่ลูก เป็นเพื่อนคุยได้ทุกเรื่อง เข้าใจวัยรุ่นมากๆ ค่ะ" เขาชนะใจแม่ก็ผ่านฉลุยเลย   "ก็เรียกว่าคุยกันแล้วคลิกกันมากกว่า สบายๆ ทั้งคู่" เห็นว่าทำโฟโต้บุ๊กให้เคนด้วย   "เป็นสแครบบุ๊กค่ะ เป็นเหมือนสมุดภาพให้เขาค่ะ เขาให้ดอกไม้ รูปโมเม้นท์หวานๆ ก็ไม่เยอะ ที่ไปเที่ยวถ่ายเก็บๆ มารวมให้เขาเอง" เสร็จงานแล้วจะไปไหนต่อ   "ไปกินข้าวแล้วก็กลับบ้านค่ะ พี่เขามีงานตรงนี้พอดีก็เลยรอกลับพร้อมกัน งานคู่ก็ยังไว้ก่อน จริงๆ ก็มีติดต่อมาเรื่อยๆ แต่ว่ายังไม่พร้อมค่ะ" อ่านข่าว แรงเฟ่อร์!! ชาวโซเชียลถึงกับแจกยาแก้คัน แม่เอสเธอร์ หลังเห็นภาพถ่ายคู่ เคน ภูภูมิ แบบนี้!! เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา

ฮอตมว้ากกก!! งานแรกของ เจ๊เปาบางพลี ค่าตัวแพงกว่า กุ๊บกิ๊บ-บี้ ซะอีก!!
เจ๊เปาบางพลี /  น้องเป่าเปา / 

  โอ๊ย!! น่ารักมากๆ เลยละค่า สำหรับ เจ๊เปาบางพลี หรือ น้องเป่าเปา ลูกสาววัย 7 เดือนกว่าๆ ของ กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ และ บี้ KPN หรือ บี้ ธรรศภาคย์ ที่ล่าสุดวันนี้ (7ก.พ.60) เป็นการออกงานอีเว้นท์พบปะประชาชนและแฟนคลับเป็นครั้งแรกของ น้องเป่าเปา ในงาน “โรแมนซ์ ออฟ เลิฟ 2017” (Romance of Love 2017) ณ ศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 ซึ่งก็ได้ผลเกินคาด น้องเป่าเปา ฮอตมว้ากกก!! แฟนคลับตามมาให้กำลังใจอย่างล้นหลาม แถมสาวน้อยก็ยังรู้งานไม่งอแง ขออวดความน่ารักให้แฟนๆ ได้อมยิ้มตามกันเลยทีเดียว ด้าน คุณแม่กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ เผยค่าตัว น้องเป่าเปา ไม่ถึง 7 หลักแต่ยอมรับว่าแพงกว่าค่าตัวของพ่อและแม่ ฟุ้ง พ่อบี้ รู้สึกปลื้มปริ่มติ่มซำมากที่ลูกสาวเรียก "ปะป๊า" ได้แล้ว เตรียมเอาไว้ใช้ประโยชน์ให้ลูกเรียกพ่อกลับบ้าน ยันตนไม่รู้สึกน้อยใจเพราะยังไง น้องเป่าเปา ก็ติดแม่ แค่มีอะไรให้พ่อได้ชื่นใจบ้างก็เท่านั้น!! เป็นยังไงบ้างน้องเป่าเปาออกงานครั้งแรก? กุ๊บกิ๊บ “เป็นอย่างนี้ค่ะ หน้านิ่งอย่างนี้ตลอดทั้งงานเลย ก็สนุกดี ตอนแรกคิดว่าจะงอแงไหมเพราะนี่เป็นงานช่วงเย็นๆ แล้ว เผื่อบางทีนางจะง่วงนอน แต่โชคดีที่นางไม่งอแง มียิ้มบ้างประปรายเพื่อโปรยเสน่ห์ แต่ไม่มีการพูดจาใดๆ ออกมา” 7-8 เดือนแล้วทำไมถึงเพิ่งรับงานอีเว้นท์ให้ลูก? กุ๊บกิ๊บ “ยังไงที่รัก ทำไมเราถึงเพิ่งรับ” บี้ “เพราะก่อนหน้านี้ยังเด็กไปเนอะเราก็ยังไม่อยากให้รับ แล้ววันนี้เป็นงานทำบุญด้วยไงครับ ก็อยากจะให้ตัวเล็กได้บุญด้วย” มีงานติดต่อมาเยอะไหม? บี้ “เยอะมาก แล้วเป็นงานบุญด้วยก็เลยปรึกษากิ๊บ” กุ๊บกิ๊บ “เอาจริงๆ มีงานติดต่อเป่าเปามาตั้งแต่ยังไม่ครบเดือนเลย มีอีเว้นท์ติดต่อมาแล้ว แต่เรารู้สึกถ้าเขายังไม่โตมากพอ มันก็เสี่ยงเพราะคนเยอะ กลัวเขางอแงด้วย” บี้ “วันนี้เจอคนเยอะแหละ เขาเลยผิดปกตินิดนึง ปกติเขาจะเล่นกับเราได้เยอะกว่านี้ แต่วันนี้เขาจะสังเกตอะไรที่เขาไม่เคยเห็น สมมติเวลาเขาไปเมืองนอก ปกติเขาจะไม่ค่อยเห็นหมา พออยู่เมืองนอกเขาเห็นหมาแล้วเขาชอบมากเลย วันนี้เขาเห็นกล้องใหญ่ๆ ที่เขาไม่เคยเห็น เขาก็ดู เขาก็มอง”กุ๊บกิ๊บ “เขาจะเป็นเด็กที่ชอบคนเยอะๆ เขาก็จะไม่ตื่นคน ไม่งอแง คนกรี๊ดเรียกนาง นางก็ไม่เป็นไร นางก็แฮปปี้” หลังจากนี้จะเริ่มพาออกงานอีเว้นท์บ่อยขึ้นไหม? กุ๊บกิ๊บ “ไม่ค่ะ เราจะเลือกเฉพาะงานที่คิดว่าเหมาะกับเป่าเปา งานที่จำเป็นจริงๆ เราถึงจะออก เพราะเรารู้สึกว่าลูกไม่ได้เป็นนักแสดงเหมือนเรา เราก็เลยคิดว่าพาออกบ้างตามความสมควร ให้คนได้เห็นได้ชื่นชมความน่ารักของเขาบ้าง แต่คงไม่ใช่เดินสายออกอีเว้นท์ เราสงสารเขา มันไม่ใช่เรื่องของเขา” ค่าน้องแยกต่างหากไหม? กุ๊บกิ๊บ “ต่างหากค่ะ ค่าตัวเจ๊เปาเยอะกว่าพ่อแม่อีกค่ะ เดี๋ยวเอาเข้าบัญชีนางไว้เป็นค่าเทอม” น้องเป่าเปาออกงานแรกค่าตัว 7 หลักจริงไหม?กุ๊บกิ๊บ “โอ๊ย...ไม่ถึง ใครจะจ่าย 7 หลัก แพ็คเกจครอบครัวก็พอสมควรตามเรทของกิ๊บของบี้แล้วก็เป่าเปา จริงๆ ที่เราต้องเยอะต้องเรียกประมาณนึงพอสมควร เพราะว่าเดี๋ยวเราต้องเอาไปเลี้ยงข้าวป้าๆ เลี้ยงญาติที่มากันเกือบ 30 คนด้วยค่ะ น่าจะหมดแล้ว แต่ไม่ถึง 7 หลัก อันนี้ไม่ได้ตอบแบบดารานะ แต่ไม่ถึงจริงๆ สรรพากรไม่ต้องมาตรวจค่ะ ไม่ถึงค่ะ” ออกงานครั้งแรกแบบนี้ ครั้งที่สองจะมีอีกไหม? บี้ “ก็คงต้องดูว่างานเป็นลักษณะแบบไหน” พัฒนาการของน้องเป็นยังไงบ้าง? กุ๊บกิ๊บ “พัฒนาการตอนนี้ก็ถือว่าไว เพราะเขาเป็นเด็กที่ช่างสังเกต เขาไม่ถึงกับคลานเก่งมาก แต่เขาอยากยืนและเดินเลย เป่าเปาเป็นเด็กที่พูดได้แล้ว ชอบพูดตาม และเลียนแบบเสียง พูดได้เยอะและเข้าใจสิ่งที่เราสอนเยอะมาก ซึ่งเราก็ดีใจ กิ๊บคิดว่ามันคงเป็นผลดีมาจากตอนที่เราท้องและเราอารมณ์ดี ดูแลตัวเอง” บี้ดีใจไหมที่เป่าเปาเรียกปะป๊า? กุ๊บกิ๊บ “แหม...หน้าบาน คุยกับทุกคน” บี้ “ดีใจมาก เวลาตอนเช้าเขาตื่นขึ้นมา เขาก็จะเรียกปะป๊าๆ ก่อนเลย หลังจากที่เราง่วงๆ งัวเงียไม่อยากตื่น ก็อยากตื่นขึ้นมาเล่นกับเขา” กุ๊บกิ๊บ “พอกลางคืนตอนจะนอนนะ ถ้าพ่อนางยังไม่ขึ้นมา นางจะชูคอแล้วก็เรียกปะป๊าๆ ถ้าพ่อนางมาครบ แม่นางมาครบ เช็คอินชื่อครบ นางถึงจะหลับได้ นางเรียกกิ๊บว่ากิ๊บ” บี้ “ที่เขารู้ว่าบี้คือปะป๊า คือทุกครั้งที่เขาเรียกปะป๊า บี้จะตอบเขาตลอดว่าไงคะ จนเขารู้ว่าเวลาเขาเรียกปะป๊า แล้วผมจะตอบรับ เริ่มรู้แล้วว่านี่คือปะป๊า” กิ๊บไม่น้อยใจเหรอ ไม่เรียกแม่สักที? กุ๊บกิ๊บ “ไม่น้อยใจหรอกค่ะ นางติดแม่อยู่แล้ว ก็มีบางอย่างให้พ่อนางชื่นใจ เอาไว้เรียกพ่อนางกลับบ้าน เราจะต้องมีเคล็ดลับ มีเทคนิคใช้ลูกให้เป็นประโยชน์ เวลาลูกเรียกก็จะแบบ อุ๊ยพ่อ ลูกเรียกอีกแล้ว มาอุ้มลูกเร็ว อย่าไปเลยสงสารลูก ลูกรักมาก อะไรแบบนี้ก็ใช้ได้ผล” ถือว่าคู่เราผ่านดราม่ามาเยอะเป็นยังไงบ้าง? บี้ “ลืมไปแล้วช่วงที่มีดราม่า ตอนนี้ทุกอย่างมันโอเคมาก มันมีความสุขมาก” กุ๊บกิ๊บ “คือจริงๆ กิ๊บว่าอย่าใช้คำว่าดราม่าดีกว่า ใช้คำว่าคนเขาเป็นห่วงดีกว่า เพราะกิ๊บว่าคนเขาก็รักเป่าเปาเหมือนลูกเหมือนหลานเนอะ บางทีบางคนเลี้ยงมาไม่เหมือนกัน มีมุมมองไม่เหมือนกัน เขาก็อาจจะมีติบ้างอย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งเราเป็นพ่อเป็นแม่เราก็ต้องพิจารณาอยู่แล้วว่าอะไรดีที่สุดสำหรับลูกเรา แต่ถ้าคนเขาจะเป็นห่วงลูกเรา อยากจะช่วยอะไรแบบนี้ ซึ่งเราก็ต้องโอเค เพราะคนเขารักเป่าเปา เราก็ต้องยอมนะ” อย่างล่าสุดดราม่าพาเป่าเปาดูบ่อเต่า กระทบกระเทือนจิตใจเราแค่ไหน? กุ๊บกิ๊บ "ไม่เป็นไรเลย เพราะพ่อเขาก็ยืนอยู่ข้างๆ และที่ญี่ปุ่นต้องรู้อยู่แล้วว่าความปลอดภัยเขาเต็มที่ ถ้าไม่ได้ดีเขาก็ไม่ให้ยืน เด็กคนอื่นๆ ก็ยืนดูกัน มุมกล้องอาจจะดูหวาดเสียว แต่จริงๆ แต่กิ๊บเชื่อว่าไม่มีใครรักและดูแลเป่าเปาได้ดีเท่าแม่อยู่แล้ว ขนาดขึ้นเครื่องบินบางสายการบินยังไม่มีที่คาดเข็มขัดนิรภัยสำหรับเด็กเลย เพราะเขาบอกอ้อมกอดแม่ดีที่สุด ปลอดภัยที่สุด เพราะฉะนั้นมันไม่มีใครจะดูแลเขาได้ดีเท่าแม่อยู่แล้ว อีกอย่างพ่อแม่บี้ก็อยู่ บางคนบอกว่าเดี๋ยวคนมาเยอะจะมาดัน คือที่ญี่ปุ่นเขาไม่ได้ให้คนเข้าไปทีละเยอะๆ เวลาดูอะไรแบบนี้เขาจะค่อยๆ ปล่อยทีละครอบครัว ปล่อยทีละนิดๆ ซึ่งไม่มีใครอยู่ข้างหลังเรา และเราก็ล็อคเขาไว้อย่างดี" คนยกให้เป็นครอบครัว ดราม่าฆ่าไม่ตาย? กุ๊บกิ๊บ "คือเราไม่ได้สนใจด้วย เรารู้สึกว่าดราม่าก็คือคนที่เขาเป็นห่วงเรา คือถ้ากิ๊บใส่ใจดราม่าก็คงไม่ได้พาลูกออกไปเที่ยวข้างนอก หรือจะมีพัฒนาการที่เร็วแบบนี้" เรามั่นใจว่าก็เป็นพ่อแม่ที่ดีอีกคนนึง? กุ๊บกิ๊บ "กิ๊บไม่รู้ว่าพ่อแม่ที่เลี้ยงลูกดีต้องตัดสินว่าเป็นแบบไหน เราไม่ได้ตัดสินว่าถ้าคนอื่นเลี้ยงลูกไม่เหมือนเรานั่นคือไม่ดี ทุกคนมีสไตล์คนละแบบ มีไม่เหมือนกัน เราไม่รู้ว่าเราเลี้ยงเขาดีไหม แต่เราเลี้ยงเขาแบบที่เท่าที่เราจะทำได้ดีที่สุดของเราแล้ว และกิ๊บก็เชื่อว่าบนโลกใบนี้ไม่มีใครจะดูแลเป่าเปาไปได้ดีมากกว่ากิ๊บกับบี้แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์" ลูกเริ่มโตแล้ว เราจะออกมารับงานมากขึ้นไหม? กุ๊บกิ๊บ "กิ๊บว่าจะรอให้เป่าเปาเข้าโรงเรียนก่อนประมาณ 3 ขวบ แล้วค่อยรับงานเยอะขึ้น ตอนนี้เรารู้สึกว่าอยากสอนเขาด้วยตัวเอง อยากเห็นพัฒนาการเขา ซึ่งตอนนี้ก็รับแต่ก็ดู อันไหนที่กินเวลาเรามากๆ เราก็ไม่เอา เพราะเราเลือกว่าอะไรที่สำคัญกับเรามากที่สุด เวลากับลูกมันย้อนกลับคืนมาไม่ได้" เสียดายถ้ากระแสเราจะดร็อปลง? กุ๊บกิ๊บ "ไม่นะ เราก็อยู่มาตั้งนานแล้ว กิ๊บไม่ได้รู้สึกว่ากระแสเราจะหายไป กิ๊บว่าแบบกิ๊บน่าจะหายากประมาณนึง ไม่ได้คิดว่าแบบกิ๊บมันจะมีมาบ่อยๆ นะ เลยไม่ได้รู้สึกว่าต้องเป็นกระแส เพราะเรายังต้องทำงานอยู่ทุกวัน ยังมีรายการตื่นมาคุยอยู่ ส่วนละครจริงๆ จะยังไม่รับ แต่ว่ามีคุยๆ กับผู้ใหญ่ที่ติดต่อมาไว้คนหนึ่ง เราคุยกันไว้ค่อนข้างนานแล้ว จะมีประมาณกลางปีเรื่องหนึ่ง ซึ่งเราคิดว่าน่าจะนะ แต่ถ้าไม่รับก็คืออยู่กับลูกดีกว่า คือก่อนหน้านี้มีผู้ใหญ่ติดต่อมาเยอะมาก แต่ต้องขอโทษจริงๆ ที่ไม่ได้รับ" ด้านบี้เห็นว่าจะมีบินไปทำงานที่ต่างประเทศอีก? บี้ "ใช่ จะบินไปช่วงมีนาคมครับที่จีน ตอนนี้สัญญาที่บริษัทน่าจะเซ็นกันแล้ว น่าจะใช้เวลาทำงานประมาณ 3-4 เดือนครับ อาจจะได้กลับมาบ้างแต่น้อย" จะแบ่งเวลาให้ครอบครัวยังไง? บี้ "อาจจะเอาเขาไปด้วยครับ เริ่มแรกอาจจะไปคนเดียวก่อน พอถ่ายไปเรื่อยๆ ก็เดี๋ยวลองดูอ่า เพราะเราไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง แต่ผมก็ยังอยากที่จะทำในสิ่งที่ผมรักอยู่" ตัดสินใจรับงานนานไหม เพราะต้องใช้เวลาห่างลูกนาน? บี้ "จริงๆ ไม่นานนะ เราสองคนคุยกันอยู่นานแล้วว่าต่อไปบี้อาจจะมีงานอยู่ต่างประเทศที่แพลนไว้ แล้วเขาก็เข้าใจและเชื่อว่าจะแบ่งเวลาทั้งงานและครอบครัวได้ดี" ก่อนหน้านี้มีหมอดูเคยทำนายไว้ว่าเราจะรวยพันล้าน เพราะมีน้องเป่าเปาเข้ามาในชีวิต? บี้ "ใช่เนอะ หมอลักษณ์ช่วงนี้แม่นมากเลย ผมก็อยากให้แม่นเรื่องผมด้วยนะ ก็ขอให้เป็นแบบนั้น ตั้งแต่วันแรกที่รู้ว่ามีเขาก็รู้แล้วว่า เรามีความสุขซึ่งเป็นอีกความสุขหนึ่งที่เราไม่เคยได้สัมผัสและทุกวันนี้เราก็มีครับ" กุ๊บกิ๊บ บี้ น้องเป่าเปา กุ๊บกิ๊บ บี้ น้องเป่าเปา น้องเป่าเปา กุ๊บกิ๊บ บี้ น้องเป่าเปา น้องเป่าเปา น้องเป่าเปา น้องเป่าเปา กุ๊บกิ๊บ บี้ น้องเป่าเปา กุ๊บกิ๊บ บี้ น้องเป่าเปา น้องเป่าเปา

ละครนักบุญทรงกลด , เรื่องย่อนักบุญทรงกลด
ละคร นักบุญทรงกลด /  ละคร นักบุญทรงกลด ช่อง7 / 

บทประพันธ์โดย : เพชร สถาบันบทโทรทัศน์โดย : ภูมิแผ่นดินกำกับการแสดงโดย : ชัยวุฒิ เทพวงษ์ผลิตโดย : บริษัท คนทีวี (ไทยแลนด์) จำกัด เรื่องย่อละคร นักบุญทรงกลด นักบุญ ทรงกลด ทหารรับจ้างรบสงครามเวียดนามมีนัดเจอกับ เฉ่า แซ่ฉ่อย เพื่อนรักที่บาร์แห่งหนึ่ง แต่ดันไปมีเรื่องกับทหารอเมริกัน แล้วถูกกล่าวหาว่าเป็นคนฆ่าทหารอเมริกันตาย ทั้งนักบุญและเฉ่า ต้องพากันหนีการไล่ล่าอย่างหัวชุกหัวชุน ทั้งคู่คลาดกันที่สถานีรถไฟ เฉ่าถูกควบคุมตัวไว้ได้ในขณะที่นักบุญถูกล้อมจับบนรถไฟจนต้องหนีเอาตัวรอดด้วยการโดดออกจากโบกี้รถไฟลงแม่น้ำหลวงพ่อจันเป็นคนช่วยนักบุญไว้ นักบุญเล่าความฝันของเขาให้หลวงตาฟัง หลวงพ่อซึ่งรู้ถึงวาระจิตของนักบุญ บอกว่าถึงเวลาที่นักบุญจะต้องสร้างกรรมดีเพื่อประเทศชาติแล้ว ยิ่งสร้างความงุนงงแก่นักบุญ หลวงตาจนจึงมอบสร้อยที่ห้อย แพนดูลั่ม ให้และสั่งให้นักบุญเดนิทางไปที่ จ.ระนอง ละคร นักบุญทรงกลด นายทรงศักดิ์ จัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ ในคฤหาสน์ของเขา เพื่อต้อนรับ เทียบหอม ลูกสาวคนเดียวของเขาที่สำเร็จการศึกษา สาขาวิศวกรรมเหมือนแร่ เทียนหอมจะมาช่วยธุรกิจครอบครัว และมีโครงการที่จะเดินทางไปสำรวจป่าไม้ และเหมืองแร่ที่ระนอง ระหว่างที่เดินทางไประนอง ในขณะที่รถทัวร์ของนักบุญโดนกลุ่มของเสือใบดักปล้น เสือใบเห็นรถของทรงศักดิ์จอดอยู่ ด้วยความถูกใจเทียนหอมเลยฉุดเอาตัวเทียนหอมขึ้นม้าไปนักบุญสะกดรอยตามไปช่วยเทียนหอมถึงชุมเสือใบ แล้วพากับหนีจนไฟพักในถ้ำแห่งหนึ่ง คืนนั้นเองเทียนหอมเปิดกระเป๋านักบุญเห็นหนังสือพิมพ์มีข่าวว่าประกาศจับคนร้ายชื่อนักบุญ เทียนหอมกลัวเลยวิ่งหนีออกไปจนไปตกหลุมดักสัตว์ของพรานสิงห์ และนักบุญก็ต้องตามไปช่วยขึ้นมาอีกครั้ง นายทรงศักดิ์กระวนกระวายใจมาก นอกจากเขาแจ้งตำรวจให้ตามหาลูกสาวเขาแล้ว เขายังจ้าง จินฟง เหมยฮัว และฟู่เฉิน ออกตามหาอีกด้วย เสือผาดจอมโจรไร้หน้า กำลังคิดการใหญ่ที่จะปล้นใครบางคนในตัวจังหวัดระนอง เขาต้องการสมัครพรรคพวกเพิ่ม นอกจาก เพลิงมือมีด และมิ่งมือตะขอ จึงบุกไปช่วยลูกน้องเก่าแหกคุกเพื่อต้องการลูกน้องเพิ่ม ในจำนวนนี้มีนักโทษประหารที่ชื่อเสือครุย เคราดก ลอบหนีออกมาด้วย และตามไปรับใช้เสือผาดที่ชุมเสือของเสือผาดที่เขาหัวโล้นและแห้งแล้ง ไม่มีใครเคยเห็นใบหน้าของเสือผาด เพราะเสือผาดสวมหน้ากากตลอดเวลาอีกทั้งยังเก็บตัวมิดชิดไม่ยุ่งกับใคร ละคร นักบุญทรงกลด นักบุญ กำลังจะพาเทียนหอมออกจากป่า แล้วมาเจอกับฟู่เฉิน จินฟง และเหมยฮัว เกิดการต่อสู้กันนักบุญสู้ไม่ได้ และได้รับบาดเจ็บแต่หนีไปได้ จินพ่งแสดงตัวว่าเขาได้รับการว่าจ้างจากนายทรงศักดิ์ให้มาตามหาเทียนหอม เทียนหอมดีใจเป็นเพื่อนกับเหมยฮัว เดินทางมาถึงจังหวัดระนอง และต้องการเงินใช้ จึงเข้าไปต่อยมวยที่สนามมวยของกิตากาว่า เขาชกชนะเป็นที่ประทับใจของกิตากาว่า กิตากาว่ารับเฉ่าเป็นลูกน้องประจำ ซึ่งก็ต้องทำงานกับพวกของจินฟงด้วย ทั้งหมดวางแผนที่จะออกสำรวจป่า และเหมืองแร่ นายทรงศักดิ์อยากซื้อเหมืองแร่ของโมรี กิตากาว่ารับเป็นนายหน้าเจรจาให้ โมรีมีความสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาวกับเสือผาดแบบลับ ๆ ดังนั้นเธอจึงมีคนคุ้มครอง แม้แต่ตำรวจในสามจังหวัดใกล้เคียงยังไม่กล้ากับเธอ และมีเธอคนเดียวเท่านั้นที่ได้เห็นใบหน้าของเสือผาด ตอนนี้โมรีต้องการคนที่จะมาเป็นบอดี้การ์ด เสือผาดกำลังจัดหาให้ และให้โมรีมาเลือกเอาเอง กริช ไม่พอใจที่โมรีไปคบกับเสือผาด แต่ก็ต้องเก็บความรู้สึกเอาไว้เพราะไม่อยากมีเรื่องกับเสือผาด นักบุญหนีหัวชุกหัวชุนมาตามป่าแถวชายแดน แล้วมาพบกับจำโทน ตำรวจตะเวนชายแคน นักบุญบอกว่าเขาหนีคดีมาแล้วเล่าความจริงให้ฟัง จ่าโทนเข้าใจและเห็นว่านักบุญมีฝีมือ แทนที่จ่าโทนจะจับเขากลับแนะนำให้ไปที่ชุมเสือผาด โมรีเห็นนักบุญก็ถูกใจ จึงขอไว้เป็นลูกน้อง โดยทดสอบฝีมือด้วยการเอาไปต่อยมวยประชัน กับคนของมาดามหว่าหวา ก็คือ เฉ่า งานนี้ทำให้เพื่อนรักได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง ทั้งคู่ต่อยกันไม่มีใครยอมใคร พรานสิงห์บังเอิญไปพบกับจอมปลวกในป่า ซึ่งที่แท้คือศพของกุลีจีนที่ตายไปกว่าปีแล้ว ละคร นักบุญทรงกลด พรานสิงห์ตกใบเอามีดแซะดูและก็มีทองก้อน หลนลงมา พรานสิงห์เอาทองไปขาย เจ้าของร้านซื้อไว้และนำไปขายต่อให้ก็กิตากาว่า กิตากาว่าแปลกใจที่ทองก้อนนี้มีสัญลักษณ์รูปดอกซากุระเช่นเดียวกับทองอีกก้อนที่เขามี กิตากาว่าอยากเจอพรานสิงห์ พยายามให้คนไปพาตัวพรานสิงห์มา แต่สุดท้ายพรานสิงห์ก็ถูกเสือใบฆ่าชิงทองไป เสือใบเข้าไปทำงานในเมืองของโมรี ภายในเหมืองได้มีการขุดพบซากกระดูกโบราณ พร้อมด้วยกล่องไม้ นักบุญหยิบกล่องไม้ขึ้นมาดูแล้วรู้สึกได้ถึงความร้อนจากแพนดูลั่มที่ห้อยคอไว้ แต่กริชเอากล่องไปเก็บไว้เอง ทำให้นักบุญพลาดที่จะรู้ความลับของแพนดูลั่ม และกล่องไม้ หลังจากที่ข่าวทองแพร่สะพัดไป ทุกคนเริ่มแบนความคิดมาเป็นจุดเดียวคือเรื่องการค้นหาทองสมัยสงครามที่เชื่อว่า ญี่ปุ่นนำมาเก็บไว้ ภารกิจที่ยิ่งใหญ่ของนักบุญ ต้องข้ามผ่าน ความโลภ ความอาฆาต การต่อสู้แย่งชิงไปให้ได้ แต่ภายใต้ความกดดันต่าง ๆ ยังแฝงไว้ด้วยไมตรีที่กำลังงอกงามขึ้นมาทีละนิด ระหว่าง นักบุญ และเทียนหอม รวมถึงเฉ่า และเหมยฮัว ที่คล้าย ๆ จะเป็นไม้เบื่อไม้เมาแต่แท้จริงทั้งหมดมีความรู้สึกที่ดีให้แก่กัน ร่วมค้นหาไปพร้อม ๆ กับนักบุญ ทรงกลด ถึงปริศนาแพนดูลั่ม และกล่องไม้ ว่าจะมีความเกี่ยวข้องอะไรกับ นิมิตที่หลวงตาจันได้เคยเอ่ยไว้ว่านักบุญ ทรงกลด คือผู้ที่จะช่วยชาติ ติดตามชมละคร นักบุญทรงกลด ได้เร็ว ๆ นี้ ทางช่อง 7 สี รายชื่อนักแสดงนำในละคร นักบุญทรงกลด มิกค์ ทองระย้า รับบท นักบุญ ทรงกลดอัษฏาพร สิริวัฒน์ธนกุล รับบท เทียนหอม ธนากร ศรีบรรจง รับบท เฉ่า แซ่ฉ่อย ศรัณย่า ชุณหศาสตร์ รับบท เหมยฮัว อานัส ฬาพานิช รับบท เสือผาดปุณยาพร พูลพิพัฒน์ รับบท โมรี เดวิด อัศวนนท์ รับบท นายทรงศักดิ์พิพัฒน์พล โกมารทัต รับบท จินฟงพูลภัทร อัตถปัญญาพล รับบท ฟุ่เฉินไดสุเกะ สุกี้คาวา รับบท กิตากาวาพงศ์สิรี บรรลือวงศ์ รับบท เสือใบจิรพัชร์ อินทรสถิตย์ รับบท เสือครุย ปัญญาพล เดชสงค์ รับบท พันตำรวจตรี สมัย ละคร นักบุญทรงกลด ละคร นักบุญทรงกลด ละคร นักบุญทรงกลด ละคร นักบุญทรงกลด ละคร นักบุญทรงกลด ละคร นักบุญทรงกลด ละคร นักบุญทรงกลด ละคร นักบุญทรงกลด ละคร นักบุญทรงกลด ขอบคุณภาพจากIG#นักบุญทรงกลด

พี่ชายเผย แพท ควง เบนซ์ ชี้แจงปปส. พรุ่งนี้ มั่นใจบริสุทธิ์!!
แพท ณปภา /  แพท / 

เป็นห่วงน้อง... นายอนุชา ตันตระกูล พี่ชายแท้ๆ ของดาราสาว แพท ณปภา ร้อนใจเดินทางมาหาที่แมนชั่นย่านอินทามระ หลังทราบข่าวและติดต่อไม่ได้ คาดน้องสาวสภาพจิตใจแย่เพราะกำลังจะเป็นแม่คน ส่วนกับทาง เบนซ์ เรซซิ่ง น้องเขยนั้นเคยเจอกันไม่กี่ครั้ง ยินดีให้โอกาส ทุกอย่างแล้วแต่แพทตัดสินใจ เชื่อน้องสาวไม่ได้ทำอะไรผิด... รายละเอียดดังนี้ "รู้สึกตกใจมาก โทรหาเขาเป็นสิบรอบแต่ไม่รับสายจึงเดินทางมา ผมงงว่ามีเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นได้ยังไง ทุกอย่างดูเหมือนยังดีเหมือนเดิม ชีวิตคู่ดูมีความสุข ก่อนหน้านี้แพทก็มีแฟนมาหลายคนก็ไม่คิดแต่งกับใคร การที่เขาแต่งกับเบนซ์คงคิดดีแล้ว"ครอบครัวได้มีการสกรีนผู้ชายของแพทก่อนหรือเปล่า? "ครอบครัวมีกฎ เวลาคนในครอบครัวจะไปแต่งงานเราจะไม่ยุ่ง คุณมีความสุขกันเราไม่ยุ่งแต่ถ้ามีปัญหาก็มาปรึกษาเรา เขาโตแล้วมีความรับผิดชอบหลายอย่าง" "ผมเจอเบนซ์แค่ 2 ครั้ง แต่เคยคุยแค่ครั้งเดียว เราก็บอกเขาว่าวันนี้ผมดูคุณเป็นคนดีอย่างที่ใครหลายคนเขาพูดกัน แต่วันหน้าถ้าคุณเป็นคนไม่ดีมีปัญหากันผมก็คงคุยกันไม่รู้เรื่อง ไปถามญาติๆ ก็ได้ว่าถ้ามีแบบนั้นผมไม่ยอม"ทำไมเราถึงพูดอย่างนั้น ไปทราบอะไรมาหรือเปล่า? "ไม่ทราบครับ ครอบครัวผมมีลูกหลานผู้หญิงหลายคน เวลาเราคุยกับคนที่เป็นเขยจะเอาผู้หญิงในบ้านมาทำเมีย เราค่อนข้างมีใจนักเลงหน่อยเราก็พูดกับเขา เหมือนเราปรามๆ เขา"ถ้าถามวันนี้เรายังเชื่อใจน้องเราอยู่ ยังเชื่อใจน้องเขยด้วยอยู่ไหม? "ผมเชื่อแพท ผมไม่รู้จักเบนซ์ รู้จักแค่ผิวเผิน"คิดว่าสภาพจิตใจแพทเป็นยังไงตอนนี้? "ผมว่าสภาพจิตใจเขาคงแย่อะครับ คนกำลังจะเป็นแม่คน เพิ่งแต่งงานมามีครอบครัว ลึกๆ เขาคงไม่ได้บอกอะไรแพท ถ้าบอกแพทแพทคงจะไม่โอเค"คิดว่าแพททราบเรื่องไหม? "ผมคิดว่าเขาคงไม่ทราบเพราะแพทเขาระวังตัว อยู่ในวงการมานาน ผมได้คุยกับแพทนานมากแล้วเพราะเขาไม่ค่อยว่าง แต่เดี๋ยวคิดว่าคงจะได้ขึ้นไปคุย จะมาให้กำลังใจเขาครับ ปัญหาทางกฎหมายเบนซ์เขาเรียนผูกก็ต้องเรียนแก้"ทางแม่ของเบนซ์ติดต่อมาหาแพทหรือยัง? "อันนี้เราก็ไม่ทราบครับ ผมก็มีหน้าที่ดูแลน้องเรา ถ้าเขายังรักเบนซ์อยู่เราก็ช่วยดูแลให้ แต่ถ้าเขาไม่โอเคกับเบนซ์แล้วเราก็จับแยกกัน"วันนี้ในฐานะที่เราเคยปรามเบนซ์พอมีข่าวอย่างนี้ออกมาเราจะทำอะไรเพื่อปกป้องแพทไหม? "เราก็คงต้องปรึกษาเขาก่อน เพราะเขาเป็นครอบครัวแล้วเราไปคิดแทนเขาไม่ได้ นอกจากมีอะไรเดือดร้อนก็มาปรึกษา เราให้อิสระเขาตัดสินใจ เขาอิสระมา 20 ปีแล้ว เขาเจอปัญหามาเขาก็แก้ได้เอง"แสดงว่าขึ้นกับผลสรุปของคดีถ้าผิดจริงเราก็จะจับแยกใช่ไหม? "ไม่ครับ ทุกสิ่งทุกอย่างแพทต้องตัดสินใจเอง เราไปตัดสินใจแทนเขาไม่ได้ ทุกคนไม่เคยทำผิดตลอด มันก็ต้องมีถูกมีผิดบ้าง มันอยู่ที่เขาจะให้โอกาสสามีเขามั้ย ผมก็ต้องทำหน้าที่ดูแล ทุกคนส่วนใหญ่อยู่ต่างประเทศกันก็เป็นกำลังให้เขา ผมอยู่นี่ผมก็ต้องดูแลจะหาว่าผมใจจืดใจดำ แพทเท่านั้นที่จะรู้แพทไม่ใช่คนทำผิด เพียงแต่สามีเขาเกิดเรื่องเราก็ต้องให้โอกาสกัน" "ผมก็พยายามเดินเรื่องคุยกับทางผู้ใหญ่ เขาก็บอกว่าให้พาเบนซ์มา เราก็ขอความเป็นธรรมให้เขา เขาบอกยังไม่ถึงเบนซ์ ลึกๆ แค่ทรัพย์สินบางอย่างบางส่วนมาอยู่กับเบนซ์เท่านั้น"วันนี้จะได้เจอน้องไหม? "ผมก็ยังไม่รู้เลย เดี๋ยวสักพักคงได้เจอ ตอนนี้ผมห่วงน้อง ห่วงหลานในท้อง ส่วนเบนซ์ก็เป็นเขย ก็ยังเป็นคนในครอบครัวเรา ส่วนพรุ่งนี้ไม่ได้เป็นอันนั้นก็ค่อยว่าอีกที" ในเวลาต่อมา นายอนุชา ตันตระกูล พี่ชายของ แพท ณปภา เผยได้พูดคุยกับทาง เบนซ์ เรซซิ่ง แล้วหลายครั้ง บอกน้องเขยยืนยันว่าบริสุทธิ์ พร้อมจะควงสาวแพทไปชี้แจงกับ ปปส. ในเวลา 15.00 น. ของวันพรุ่งนี้(3 ก.พ.) เพื่อแสดงหลักฐานเรื่องรถหรู แจงหลบหน้าไปเพราะตกใจ บอกพลาดที่ไปคบหากับทางบอย... รายละเอียดดังนี้ "พรุ่งนี้บ่าย 3 ผมจะพาเบนซ์กับแพทไป ป.ป.ส. เพราะผู้ใหญ่เขาต้องการคุยกับแพทภรรยาเบนซ์ ไปทีเดียวจะได้จบ ผมได้บอกเขาไปว่าถ้าบริสุทธิ์และมีหลักฐานอะไร ก็ให้เอาออกมายืนยัน ทางผู้ใหญ่ก็จะให้ความเป็นธรรม เพียงแต่ว่าเราไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาที่เขาโดนจับยาเสพติด เบนซ์เขาก็มีหลักฐานว่าเขาได้ทำการซื้อรถมาจริง ผมได้พูดคุยกับเบนซ์แล้ว พรุ่งนี้ได้นัดผู้ใหญ่ทาง ปปส. บ่าย 15.00 น. จะไปเจอกันที่ ปปส. เพราะวันนี้ เย็นมากแล้ว ถ้าสอบสวนจะดึกจนเกินไป แพทฝากขอบคุณทุกคน และขอโทษไม่สะดวกคุยกับทุกคน" "ผมคุยกับเบนซ์ 2-3 รอบแล้ว ซึ่งเบนซ์ ยืนยันว่า ซื้อมามีที่มาที่ไป โดยผู้ใหญ่ทาง ปปส. ก็อยากพูดคุยกับเบนซ์ก่อน ว่าเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหายาเสพติดอย่างไร เพราะทางเบนซ์ไปมีส่วนเรื่องรถ ซึ่งเบนซ์ก็พูดว่าซื้อมาขายไปทำกำไรตามปกติ ปีก่อนก็ซื้อมาขายไปประมาณ 20 คัน ส่วนตัวผมเชื่อ แต่ทางผู้ใหญ่ก็ต้องการหลักฐานยืนยัน ส่วนแพทก็ไม่ได้เครียดหลังจากได้พูดคุยกับสามีแล้ว ซึ่งเบนซ์ก็เครียดเพราะว่าคบกับบอยในฐานะนักแต่งรถ ไม่ทราบว่าไปเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้เลยเครียดว่าพลาดที่ไปคบคนแบบนี้ ผมเชื่อว่าเบนซ์ไม่กล้าโกหกผม" "ด้านแพทก็เชื่อสิ่งที่เบนซ์พูดล้านเปอร์เซ็นต์ ส่วนเมื่อคืนที่เบนซ์หายตัวไปก็ออกไปแว้นตามปกติ เช้ากลับมาเห็นตำรวจเยอะก็คงเตลิดไป แต่เบนซ์ไม่ได้เป็นผู้ต้องหาอะไร" พี่ชายแพท กล่าวขอบคุณ ภาพเพิ่มเติมจากไอจี @pat_napapa อนุชา ตันตระกูล พี่ชาย แพท ณปภา อนุชา ตันตระกูล พี่ชาย แพท ณปภา อนุชา ตันตระกูล พี่ชาย แพท ณปภา แพท ณปภา แพท - เบนซ์