ผลบอลคืนนี้

ละครเธอคือพรหมลิขิต , เรื่องย่อเธอคือพรหมลิขิต
ละครเธอคือพรหมลิขิต /  เรื่องย่อ ละครเธอคือพรหมลิขิต / 

เธอคือพรหมลิขิต บทโทรทัศน์ : ศกุมกานด์ เวชชาชีวะกำกับการแสดง:วรวิทย์ ขัดติยโยธินออกอากาศ ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15-22.00น. ทางช่อง 31เรื่องย่อละคร เธอคือพรหมลิขิต เมื่อโชคชะตาเล่นตลกให้ ภาวุฒิ (สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว) ประธานหนุ่มรูปหล่อแห่งบริษัทผลิตเครื่องอุปโภคบริโภคที่ใหญ่ที่สุด ได้มาเจอกับ วนิดา(เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา) เลขาสาวสุดเฉิ่มในบริษัทกฎหมาย ซึ่งตั้งใจจะกระชับความสัมพันธ์กับธนวัฒน์(กิจเกษม แมคแฟดเดน) แฟนหนุ่มบนเรือสำราญสุดหรูตามคำแนะนำของ ฟ้า(ภคกัญญา เจริญยศ) เพื่อนสนิท ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ภาวุฒิวางแผนจะทำเซอร์ไพรส์ขอ แขไขคุณ(ลัลณ์ลลิน เตจะสา เวศซ์) แฟนสาวนักบัลเล่ต์แต่งงาน แต่แขไขคุณเกิดเปลี่ยนใจเพราะต้องบินด่วนไปเซ็นสัญญากับคณะบัลเล่ต์ที่นิวยอร์ค ขณะเดียวกันภาวุฒิก็โดนเสนาะ(ตี๋ ดอกสะเดา) ผู้จัดการโรงงานที่ภาวุฒิเพิ่งเทคโอเวอร์กับ สมพงษ์(วราวุธ โพธิ์ยิ้ม) ลูกชายร่วมมือกันวางยาจนทำให้ภาวุฒิพลาดไปมีความสัมพันธ์กับวนิดา ที่ดันกินยาแก้ไข้หวัดจนง่วงเดินเข้าห้องผิด ซึ่งกว่าทั้งคู่จะได้สติก็ปาเข้าไปเช้าวันใหม่ ละคร เธอคือพรหมลิขิต ภาวุฒิโกรธมากเพราะเข้าใจว่าวนิดาร่วมมือกับเสนาะและสมพงษ์แบล็คเมล์เขา ส่วนวนิดาที่เพิ่งเสียความบริสุทธิ์ก็ยิ่งช้ำหนัก เมื่อเธอจับได้ว่าธนวัฒน์แฟนหนุ่มไม่เคยรักเธอเลย แถมยังหลอกใช้เธอมาตลอด วนิดาหัวใจสลายร้องไห้ไม่หยุด ด้วยความสงสารภาวุฒิจึงวางแผนทำให้ธนวัฒน์เห็นคุณค่าในตัววนิดา ด้วยการพาเธอไปแปลงโฉมจนสวยราวกับเจ้าหญิง ก่อนจะควงวนิดาไปเย้ยธนวัฒน์ถึงคาสิโน ภาวุฒิหลอกล่อจนธนวัฒน์เสียพนันหมดตัว คืนนั้นระหว่างที่ภาวุฒิและวนิดายืนคุยกันอยู่นั้น พนักงานบนเรือก็จัดเซอร์ไพรส์ขอแต่งงานให้ภาวุฒิอย่างยิ่งใหญ่ เพราะเข้าใจผิดว่าวนิดาคือแขไขคุณ ทั้งคู่จึงต้องไหลตามน้ำไปด้วยความกระอักกระอ่วนใจ แต่การได้อยู่กับภาวุฒิก็ทำให้วนิดาลืมความทุกข์ไปได้ชั่วขณะ ในใจวนิดาคิดว่าชาตินี้เธอคงไม่มีโอกาสได้พบภาวุฒิอีก โดยไม่รู้เลยว่าความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนจะทำให้เธอตั้งท้อง!! ละคร เธอคือพรหมลิขิต เมื่อ พัชนี(ดวงตา ตุงคะมณี) ย่าของภาวุฒิรู้เรื่องจึงบังคับให้ภาวุฒิแต่งงานกับวนิดาทันที เพราะพัชนีอยากได้ทายาทไว้สืบสกุล ตลอดเวลาภาวุฒิพยายามห้ามใจตัวเองไม่ให้รักวนิดาด้วยการทำตัวแย่ๆ โชคดีที่วนิดามี ทยา(ภรภัทร ศรีขจร) ดีไซเนอร์หนุ่มคอยปลอบใจ โดยทยามักจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือวนิดาอยู่เสมอ เพราะคิดว่าวนิดาคือน้องสาวที่พลัดพรากจากกันไป ไม่นานเมื่อแขไขคุณกลับมาจากนิวยอร์ค เธอก็รู้ความจริงว่าภาวุฒิแต่งงานกับวนิดาไปแล้ว แขไขคุณจึงต้องทำทุกอย่างเพื่อแย่งภาวุฒิกลับคืนมา เป็นเวลาเดียวกับที่ภาวุฒิรู้จากหมอว่าตนกำลังป่วยเป็นโรคร้ายไม่มีทางรักษา ภาวุฒิไม่อยากดึงวนิดาให้มาทนทุกข์ทรมานด้วย จึงยิ่งทำร้ายจิตใจวนิดาหนักขึ้น แล้ววันหนึ่งสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อวนิดาเกิดประสบอุบัติเหตุจนสูญเสียลูกในท้อง 3 ปีผ่านไป ภาวุฒิได้เจอวนิดาอีกครั้งในฐานะศิลปินดังเจ้าของนิทรรศการศิลปะ ภาวุฒิอดไม่ได้ที่จะหาทางใกล้ชิดวนิดาด้วยการเอาธุรกิจมาอ้าง แล้วในที่สุดวนิดาก็รู้ความจริงว่าที่ภาวุฒิพยายามผลักไสเธอนั้นเป็นเพราะภาวุฒิกำลังป่วยหนัก...วนิดาจะลืมความเจ็บช้ำครั้งเก่าได้หรือไม่ และภาวุฒิจะยังมีค่าในหัวใจวนิดาอยู่อีกไหม? ติดตามได้ในละครโรแมนติกดราม่า เธอคือพรหมลิขิต เร็วๆ นี้ ทางช่องวัน31 รายชื่อนักแสดง สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว รับบท ภาวุฒิเอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา รับบท วนิดาลัลณ์ลลิน เตจะสา เวศซ์ รับบท แขไขคุณภรภัทร ศรีขจร รับบท ทยาดวงตา ตุงคะมณี รับบท พัชนีรัดเกล้า อามระดิษ รับบท บังอรมยุริญ ผ่องผุดพันธ์ รับบท ดาริกาวรรธนะ กัมทรทิพย์ รับบท อภิชาติตี๋ ดอกสะเดา รับบท เสนาะวราวุธ โพธิ์ยิ้ม รับบท สมพงษ์ ละคร เธอคือพรหมลิขิต ละคร เธอคือพรหมลิขิต ละคร เธอคือพรหมลิขิต ละคร เธอคือพรหมลิขิต ละคร เธอคือพรหมลิขิต ละคร เธอคือพรหมลิขิต ละคร เธอคือพรหมลิขิต ละคร เธอคือพรหมลิขิต ละคร เธอคือพรหมลิขิต

ละครละอองดาว , เรื่องย่อละอองดาว
ละอองดาว /  ละครช่อง3 / 

ละครละอองดาว บทประพันธ์โดย : พนมเทียนบทโทรทัศน์โดย : คุณชาย และ สรรพชัย เกิดอุทัยกำกับการแสดงโดย : ชัชวาลย์ คล้องช้างผลิตโดย : บริษัท เจเอสแอล โกลบอล มีเดีย จำกัดละอองเริ่มตอนแรกวันพุธที่ 27 กันยายน 2560 ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30 น. ทางช่อง 7 เรื่องย่อละคร ละอองดาว การเสียชีวิตอย่างกะทันหันของ ดร.ไกร เบ็ญจรงค์ ประมุขของบ้านเบ็ญจรงค์ ตระกูลเก่าแก่ที่มีทรัพย์สิน และธุรกิจมหาศาลติดอันดับต้น ๆ ของประเทศ ทำให้ กรกฎ เบ็ญจรงค์ บุตรชายผู้เป็นทายาทโดยสายเลือดเพียงคนเดียว ต้องรีบบินด่วนกลับจากสหรัฐฯ มาเคารพศพบิดา และรับช่วงสืบทอดอาณาจักรของตระกูลที่มีอรรถวาที ทนายความประจำตระกูลคอยจัดการดูแลผลประโยชน์ ชวนชม แม่บ้านเก่าแก่ผู้เลี้ยงดูกรกฎมาตั้งแต่เล็ก คอยช่วยจัดการสิ่งต่าง ๆ ในบ้านเบ็ญจรงค์ให้ดำเนินไป ภายใต้อาณัติของ ละอองดาว เบ็ญจรงค์ หญิงสาวที่ไม่มีใครรู้จักชาติกำเนิดที่มา ที่ดร.ไกร นำมาชุบเลี้ยงตั้งแต่ยังเล็กในฐานะบุตร เป็นผู้ควบคุมดูแลทุกอย่างของบ้าน ละอองดาว ช่อง7 กรกฎได้ให้คำมั่นสัญญากับผดาชไม หญิงคนรัก ที่นักฟังเพลงค่อนโลกรู้จักเธอในนาม ฮันนี่ ราชินีจานเสียงผู้ทรงเสน่ห์ ว่าจะแต่งงานกับหล่อนทันทีหลังงานศพของบิดาเสร็จสิ้น แต่เหตุการณ์กลับตาลบัตรเมื่อพินัยกรรมของ ดร.ไกร ได้กำหนดระบุให้กรกฎต้องแต่งงานกับละอองดาวน้องสาวที่ไม่ได้รู้จักหน้าค่าตามาเกือบ 20 ปี หรือเด็กหญิงอ้วนดำหน้าชี้ริ้วขี้เหล่ และขี้โรค ที่กรกฎจำได้ติดตามาตลอด 3 ปี นับจากนี้โดยมีกองมรดกมูลค่านับแสนล้านเป็นหลักประกัน กรกฎเดือดเนื้อร้อนใจเป็นอันมากประกาศหัวชนฝาฝ่าฝืนคำสั่งของบิดา จะหาวิธีหลีกเลี่ยงการแต่งงานที่ถูกบังคับขืนใจนี้ให้จงได้ เดือดร้อนไปถึงธัชชัย ทนายความหนุ่มสหายรักของกรกฎ ถูกลากและขอร้องให้เข้ามารับงานเพื่อหันเห ละอองดาวออกไปจากกรกฎ เสียโดยมีสินจ้างหลายสิบล้านเป็นรางวัลล่อใจ ผดาชไมที่บินกลับมาถึง และรู้เรื่องเข้า ก็ตีโพยตีพายใหญ่โต อาฆาตหมายหัวละอองดาวไว้เป็นศัตรูหัวใจทันที แต่ก็ต้องยอมลดราโอนอ่อนตามคำขอร้องของกรกฎที่ให้อดทนรอจนกว่าจะพ้นพันธะข้อกำหนด 3 ปี ผดาชไมเดินหน้าทำให้ตนเองเฉิดฉายโดดเด่นในวงการธุรกิจบันเทิงทันที โดยมีรุ้งเพชร นักโฆษณาประชาสัมพันธ์เพื่อนสนิทเป็นผู้ช่วยเหลือ จนเธอได้ไปรู้จักกับ เจ้าคำอินทร์ หนุ่มโสดเนื้อหอมนักจัดรายการเพลงชื่อดัง ทายาทของวังนภดล จนสนิทสนมคุ้นเคย ส้างความขุ่นเคืองไม่ชอบหน้าให้กับกรกฎอย่างมาก อีกทั้งผดาชไมยังไปพยายามโปรยเสน่ห์กับท่านชายสดายุ เชื้อพระวงศ์หนุ่มรูปงามผู้เป็นอาของชลทิชา ซึ่งเป็นบุคคลที่รกกฎยอมรับให้ความเคารพนับถือ และสนิทสนมกันมานมนาน ผดาชไมใช้ชีวิตหรูหราฟุ่มเฟือยอย่างหลงระเริง โดยมีกรกฎคอยจ่ายปรนเปรอให้ อีกทั้งยังมีงามตา แม่ที่ผดาชไมปกปิดผู้คนไว้ว่าได้ไปใช้ชีวิตอยู่เมืองนอกนานแล้ว แต่ความจริงยังใช้ชีวิตกลางคืนเป็นนักร้องตามผับบาร์ และแอบมาขอเงินจากผดาชไมจำนวนมากไปบ่อย ๆ ส่งผลไปถึงกรกฎที่มากลายเป็นชักหน้าไม่ถึงหลังเข้าไปทุกที ต้องคอยบากหน้าไปเบิกเงินล่วงหน้าจากอรรถวาทีอยู่เนือง ๆ กรกฎที่ใช้เวลาส่วนใหญ่กับชีวิตนอกรั้วบ้านจนไม่เคยได้พบปะเห็นหน้าละอองดาวเลย จึงตัดสินใจโทรศัพท์ไปหาละอองดาวที่ป่วยกลางดึกคืนหนึ่ง แจ้งบอกปฏิเสธการแต่งงานตามพินัยกรรม ขอให้ละอองดาวทำจดหมายปฏิเสธการแต่งงานขึ้นเมื่อเข้าสู่ปีที่ 2 ตามข้อกำหนด ละอองดาวเองก็ตอบรับทันที รับปากพร้อมช่วยทุกวิถีทางเพื่อให้กรกฎหลุดพ้นจากความเดือดร้อนดังกล่าว โดยไม่มีข้อแม้ให้เร็วที่สุดจนสร้างความประหลาดใจและข้องใจลึก ๆ ขึ้นมาต่อกรกฎ หลังจากนั้น กรกฎก็ไม่ได้สนใจละอองดาวอีกเลย ออกตระเวนเฝ้าตามผดาชไมที่อยู่ในช่วงนี้เนื้อหอมไปในที่ต่าง ๆ เกือบทุกวันจนกรกฎหัวหมุน และรู้สึกเบื่อรำคาญตัวเอง เวลาล่วงไปเกือบเดือน กรกฎถึงได้เจอละอองดาวเป็นครั้งแรกด้วยความบังเอิญ ความงดงาม และความเป็นกุลสตรีในทุกอิริยาบถของละอองดาวได้สร้างแรงสั่นสะเทือนขึ้นลึก ๆ ในใจของกรกฎโดยไม่รู้ตัว นับจากนั้นเป็นต้นมา ละครละอองดาว นาว-อ๋อม ธัชชัยที่รับภาระกิจมาจากกรกฎ ก็เกิดตกหลุมรักละอองดาวอย่างเงียบ ๆ ขณะที่กรกฎเองก็กลับขุ่นเคืองเพื่อนรักโดยไม่มีสาเหตุอยู่แทบทุกครั้งที่มาสานสัมพันธ์พาละอองดาวออกไปไหนมาไหนกันสองคน และผาดชไมเองได้มาพบกับละองดาวเข้า ก็เกิดความหึงหวงกรกฎขึ้นมา จาที่เคยนิ่งนอนใจมาตลอดว่าละอองดาวคือหญิงสาวขี้เหร่ไร้เสน่ห์ เปลี่ยนท่าทีมาเป็นศัตรู คอยกีดกันหาเรื่อง ไม่ยอมให้กรกฎสนิทสนมใกล้ชิดละอองดาว ละอองดาวที่ตัดสินใจออกตระเวนสมัครงาน เพื่อที่จะหาเลี้ยงตัว และยืนด้วยลำแข้งตัวเองโดยไม่ต้องการรับผลประโยชน์ใด ๆ จากกองมรดกได้สร้างความปวดหัวให้กับอรรถวาที และความขุ่นเคืองให้กับกรกฎเป็นอย่างมาก ด้วยการช่วยเหลือของเริงใจ และชลทิชา เพื่อนสนิท ละอองดาวจึงได้งานในวังนภดลกับเสด็จพระองค์หญิงพราวนภางค์ ผู้ที่เจอละอองดาวครั้งแรกก็รู้สึกเมตตา และถูกชะตาในตัวละอองดาวเป็นอันมาก กรกฎที่ได้รู้เรื่องเข้าถึงกับโกรธหัวเหวี่ยงสั่งห้ามละอองดาวลาออก ไม่ให้ออกไปหางานทำ จนละอองดาวจำฝืนใจทูลขอเสด็จฯ ลาออกทั้งที่ยังไม่ทันได้เริ่มงาน หลังจากนั้นผดาชไมได้เข้าไปพูดจาหาเรื่องละอองดาวถึงบ้าน ต่อว่าที่เป็นต้นเหตุให้เธอกับกรกฎไม่ได้แต่งงานกันแม้ละอองดาวจะย้อนผดาชไมจนหน้าชากลับไป แต่ก็ทำให้ละอองดาวเหมือนถูกตบหน้า และบีบคั้นความรู้สึกอย่างมาก ละอองดาวจึงตัดสินใจไปขอเสด็จฯ กลับเข้าทำงานอีกครั้ง เสด็จฯ เองก็ตอบรับด้วยความยินดีทันที กรกฎรู้เข้ารีบยับยั้งตามละอองดาว เข้าไปคุยอธิบายกับเสด็จพระองค์หญิง เสด็จฯ จึงได้รู้จักกรกฎเป็นครั้งแรก กรกฎไปต่อว่าผดาชไมที่ไปหาเรื่องละอองดาว จนมีปากเสียงกันใหญ่โต แต่ผดาชไมก็ออดอ้อนจนกรกฎหายโกรธ ส่วนละอองดาวได้เขียนจดหมายแจ้งเจตจำนงไม่แต่งงานกับกรกฎ ฝากชวนชมไปให้กรกฎที่ได้รับจดหมาย กลับไปฉีกจดหมายนั้นทิ้งต่อหน้าละอองดาว และบอกว่ายังไม่ถึงเวลาตามที่เคยขอไว้ หลังจากนั้นละอองดาวได้ไปทำงานใกล้ชิดกับเสด็จฯ จนรู้ว่าเสด็จฯ มีโอรสชื่อ จักราชัย ที่เสียชีวิตไปแล้วเสด็จฯ ก็ได้ตรัสถามเรื่องส่วนตัวระหว่างละอองดาวกับกรกฎว่าเป็นมายังไง ได้รู้ว่าละอองดาวเป็นลูกกำพร้าไม่มีใครรู้ที่มา และเมื่อครบวันเกิด 25 ปี ดร.ไกร มีของขวัญที่ฝากเอาไว้กับธนาคารให้ละอองดาว กรกฎคอยสอดส่องความเป็นไปละอองดาวไม่ห่าง คอยสอบถามจากชวนชม กับยอดรัก เด็กรับใช้คนสนิท และคนรถที่ให้คอยไปรับส่งละอองดาว ยิ่งไม่พอใจมากขึ้นเมื่อได้เห็นจ้าวคำอินทร์ผู้เป็นหลานแท้ ๆ ของเสด็จฯ มารับส่งละอองดาวถึงบ้าน จนละอองดาวที่รู้ตัวมาตลอดว่าถูกจับตา ก็แกล้งให้กรกฎเข้าใจผิดไปเสียว่าชอบพอยินดีกับคำอินทร์ ผดาชไมตัดสินใจทุบหม้อข้าว ไม่ยอมกลับไปสหรัฐตามกำหนด ทิ้งสัญญานักร้องกับเอเย่นที่นั่นตามคำยุยงของงามตา เพื่อเดินหน้ารวบรัดหาทางแต่งงานกรกฎให้สำเร็จ ต่อมาจึงได้มารู้จักกับพ่อเลี้ยงพูนสวัสดิ์ เพื่อนในวงการธุรกิจบันเทิงของเจ้าคำอินทร์ ผู้เป็นเจ้าของห้างแผ่นเสียง สนใจจะเซ็นสัญญากับผดาชไมเพื่อออกเทป ทั้งสองจึงเริ่มสนิทกัน ขณะเดียวกันกรกฎเองก็เริ่มดื่มเหล้าหนัก สูบบุหรี่จัด ไม่ไปตามติดผดาชไมอย่างแต่ก่อน บอกธัชชัยให้หาที่ไปสอนหนังสือ บอกอรรถวาทีขอไปเข้าประชุมบอร์ดของกลุ่มบริษัทในเครือเบญจรงค์ ท่านขายสดายุก็ได้มารู้ถึงอาการห่วงใยละอองดาวจนออกนอกหน้าของกรกฎ จึงคอยจับตาหาโอกาสพูดคุยกับทั้งกรกฎและละอองดาวอยู่เป็นระยะ หลังงานฌาปนกิจศพ ดร.ไกร ผ่านพ้นไป ละอองดาวเลิกแต่งไว้ทุกข์อย่างที่ทำมาตลอด 1 ปี หันมาแต่งตัวแต่งหน้า จนดูสดชื่น ผุดผอง ชวนมองมากยิ่งขึ้น กรกฎก็ยิ่งออกอาการเป็นห่วง คอยกันท่าขวางคำอินทร์ และตรวจสอบธัชชัยที่ชวนละอองดาวออกไปไหนมาไหนบ่อยขึ้น กรกฎก็ยิ่งสูบบุหรีจัด ดื่มจัด ผดาชไมก็เริ่มหายไปทำงานที่ไกล ๆ หลาย ๆ วันบ่อยครั้ง จนเมื่อได้รู้ว่าธัชชัยขอละอองดาวแต่งงาน แล้วกรกฎถึงกับเที่ยวเมาหัวราน้ำทุกคืนดึกดื่น จนคืนหนึ่งละอองดาวต้องไปตามหามหิ้วปีกพากลับบ้าน จนในที่สุดกรกฎก็เกิดไปล้มป่วยหมดสติไปกลางงานเลี้ยงวันคล้ายวันเกิดของท่านชายสดายุ ซึ่งเป็นงานที่จัดใหญ่โตอลังการแขกเหรื่อมากมาย ผดาชไมที่หมายหมั้นจะโดดเด่นที่สุดในงาน กลับต้องหน้าชา เมื่อคนโดดเด่นงดงามที่สุดในงานกลับกลายเป็นละอองดาว ท่านในนามผู้แทนของเสด็จฯ นั่นเอง ละครละอองดาว หลังจากนั้นกรกฎเก็บตัวนอนอยู่แต่ในห้องไม่ออกไปไหน กินแต่เหล้าจนป่วยหนัก เดือดร้อนถึงละอองดาวต้องมาจัดการถึงที่ และสั่งอย่างห้ามเด็ดขาด กรกฎถึงยอมฟังและทำตาม จนค่อย ๆ หายดีขึ้นเป็นลำดับ จนวันหนึ่งกรกฎชวนละอองดาวกับธัชชัย และเริงใจออกไปเที่ยว ได้ไปเจอผดาชไมมากับพ่อเลี้ยงพูนสวัสดิ์ในท่าทีที่สนิทสนมกลมเกลียวอย่างมาก ผดาชไมก็แก้ตัว เบี่ยงเบนต่อว่าละอองดาวไป แล้วไม่กี่วันจากนั้นผดาชไมก็มาถึงบ้านละอองดาวอีกครั้ง มาทวงจดหมายปฏิเสธการแต่งงานกับกรกฎ แต่ก็โดนละอองดาวตอกหงายกลับไปอีก และรู้ว่ากรกฎเคยได้จดหมายจากละอองดาวไปแล้ว แต่ทำหายเสีย ผดาชไมจึงไปถามเอากับกรกฎ แต่กรกฎก็ตอบบ่ายเบี่ยงไป จนผดาชไมไม่เป็นสุขกับท่าทีของกรกฎ งามตาที่รู้เรื่องราวมาตลอด เลยยุผดาชไมให้รีบจัดการตัดไฟแต่ต้นลม จึงคิดวางแผนบางอย่างขึ้น ใกล้วันที่จะครบ 3 ปี ตามข้อกำหนดพินัยกรรมที่กรกฎกำลังจะเป็นอิสระ เสด็จพระองค์หญิงฯ จำวันครบกำหนดได้ ตรัสบอกว่าทรงดูออกว่ากรกฎนั้นรักละอองดาว และรักอย่างสุดหัวใจ ละอองดาวถึงกับอึ้งงัน กรกฎที่เฝ้าสังเกต และดูรู้ว่าผดาชไมกำลังหลบซ่อนอำพรางความสัมพันธ์ที่เธอมีอย่างลับ ๆ อยู่กับพ่อเลี้ยงพูนสวัสดิ์ แต่ผดาชไมก็บ่ายเบี่ยงแก้ตัว และแสดงความอาฆาตริษยาละอองดาวออกมาให้เห็นยิ่งขึ้น กรกฎก็อ่านไม่ออกว่าตกลงเธอจะเอาอย่างไรแน่ จนในวันหนึ่ง กรกฎ ละอองดาว ธัชชัย ชลทิชา และเริงใจ ได้นัดกันไปเที่ยวล่องเรือ มีมือปืนมาดักชุ่มตรงเข้ายิงละอองดาวระยะประชิดตัว กรกฎเข้ารวบแย่งปืนชุลมุนจนมือปืนถูกกระสุนสั่นใส่ตายคาที่ ละอองดาวอาการสาหัส เสียเลือดมาก แต่ได้เลือดจากกรกฎที่มีเลือดตรงกันมาช่วยเอาไว้ได้ กรกฎรู้ว่าใครเป็นคนบงการ ผลุนผลันกลับไปบ้านคว้าปืนออกตามหาผดาชไม ธัชชัยรีบตามไป ทั้งสองไปเจอผดาชไมกำลังอยู่กับพ่อเลี้ยงพูนสวัสดิ์ที่บ้านพักตากอากาศแห่งหนึ่ง กรกฎต่อว่าผดาชไมอย่างรุนแรง และประกาศตัดขาดจากเธอทันที กรกฎรู้สึกเสียใจ และละอายใจต่อละอองดาวมาก เสด็จพระองค์หญิงถึงกับส่งคนมาคุ้มกันละอองดาวที่โรงพยาบาลอย่างเข้มงวด และประกาศจะพาละอองดาวไปรักษาตัวที่วังต่อทันทีที่ออกจากโรงพยาบาล กรกฎเองก็ไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ ได้เลย ละอองดาวนอนพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาลจนถึงวันที่ครบ 3 ปี ตามข้อกำหนดพินัยกรรม กรกฎมีสิทธิ์ในกองมรดกโดยสมบูรณ์ ละอองดาวแสดงออกยินดีกับกรกฎ แต่กรกฎกลับไม่มีความยินดีปรีดาใด ๆ กลับกลัวว่าละอองดาวที่เป็นอิสระแล้วจะทิ้งตนไป ทิสานาฏ ศรศึก รับบท ละอองดาว จนมาถึงวันครบรอบวันเกิดครบ 25 ปี บริบูรณ์ของละอองดาว กรกฎที่รับอาสาไปนำของขวัญจากธนาคารมาให้กรกฎถึงกับอึ้ง ตะลึง เมื่อได้พบว่าของขวัญจาก ดร.ไกร คือจดหมายและเอกสารที่ยืนยันว่าละอองดาวคือ เจ้าหญิงละอองดาว นภดล พระธิดาของจ้าวจักราชัยที่หายสาบสูญไปนั่นเอง กรกฎรีบนำเรื่องไปทูลเสด็จฯ เสด็จฯ ถึงกับเป็นลมล้มพับ ก่อนนำของขวัญชิ้นสำคัญนี้ไปให้ละอองดาวที่โรงพยาบาล กรกฎสมน้ำหน้าและสมเพชตัวเองเป็นอย่างมาก ที่โง่เง่าบัดชบปฏิเสธดวงแก้วลำค่าที่บิดาบรรจงมอบทิ้งไว้ให้ แต่กลับมองไม่เห็นค่า หลังจากนั้นกรกฎก็เก็บตัวอยู่แต่ในห้องไม่ยอมพบใคร กินเหล้าย้อมใจ ปล่อยตัวไปวัน ๆ จนชวนชมหนักใจโทรไปบอกธัชชัย ธัชชัยมาหากรกฎ ต่อว่ากรกฎที่ยังยื่นเช็คค่าจ้างมาให้ ก่อนฉุนเฉียวกลับออกไป ขณะที่ผดาชไมได้แต่งงานกับพ่อเลี้ยงพูนสวัสดิ์ และได้รู้ข่าว เรื่องเจ้าหญิงละอองดาว แรงริษยาที่มีทำให้ผดาชไมบันดาลโทสะหวังทำร้ายละอองดาวให้สิ้นชีพ หลังจากได้พบเจ้าหญิงละอองดาวโดยบังเอิญ จนตัวผดาชไมกลับประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตเสียเอง แล้วงานอุทยานสโมสรที่โด่งดัง และถูกจับตาจากสื่อทั่วโลกก็ถูกจัดขึ้นเพื่อรับขวัญเจ้าหญิงละอองดาว กรกฎเข้าไปร่วมงานตามคำเชิญ ซึม สงบ ซ่อนเร้นกาย แอบเฝ้ามอบชื่นชมละอองดาวอย่างเงียบ ๆ เจียมตัว และยอมรับในสภาพตัวเองอย่างหน้าชื่น ก่อนจากไปอย่างเงียบ ๆ วันต่อมา ชวนชม และยอดรัก พากันร้องให้วุ่น เมื่อพบเพียงจดหมายของกรกฎทิ้งไว้ บอกสละพินัยกรรมมรดก ยกให้เป็นสาธารณะประโยชน์ทั้งหมด กรกฎหมายทิ้งทุกสิ่งทางโลกเอาไว้เบื้องหลัง เดินเท้าอย่างสงบจนมาถึงหน้าวัด ณ ตำบล ห่างไกลแห่งหนึ่ง ทันใดนั้นกลับมีรถสปอร์ตคันงานวิ่งฝุ่นตลบเข้ามาปาดขวางหน้าเอาไว้ และรวบฉุดเอาตัวกรกฎขึ้นรถขับกลับออกไป กรกฎตะลึงไม่คิดฝันว่าผู้ที่ขับมานั้นคือเจ้าหญิงละอองดาวนั่นเอง รถสปอร์ตคันนั้นขับไปหยุดไกล ๆ ชายหญิงต่างมองตากันซึ้ง ก้มบรรจงจุมพิตต่อกันอย่างดูดดื่ม ติดตามชมละคร ละอองดาวย้อนหลัง ที่นี่!!! รายชื่อนักแสดง ละคร ละอองดาว ทิสานาฏ ศรศึก รับบท ละอองดาวอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท กรกฎปุณยาพร พูลพิพัฒน์ รับบท ผดาชไมกรเศก โคนินทร์ รับบท ธัชชัยอาภา ภาวิไล รับบท เริงใจดนัย สมุทรโคจร รับบท เจ้าคำอินทร์เคลลี่ ธนะพัฒน์ รับบท ท่านชายสดายุปภาดา กลิ่นสุมาลย์ รับบท ชลทิชา เดือนเต็ม สาลิตุล รับบท เสด็จพระองค์หญิงพราวนภางค์ นพดลตฤณ เศรษฐโชค รับบท ดร.ไกรอรุณ ภาวิไล รับบท อรรถวาทีรสริน จันทรา รับบท ชวนชมปนัดดา โกมารทัต รับบท งามตาปาริษา ทนาวิวัฒน์ รับบท รุ้งเพชร

งานหด หนี้บาน เปรี้ยว AF2 เครียดคิดฆ่าตัวตาย! อัพอึ๋มหวังเรียกงาน
เปรี้ยว เอเอฟ2

     หายหน้าไปนาน เปรี้ยว AF2 โผล่เปิดใจ บอกประสบปัญหาชีวิต งานหด ภาระเยอะ เป็นหนี้นอกระบบ เครียดหนักจนคิดฆ่าตัวตาย คิดได้เพราะธรรมะ ล่าสุดตัดสินใจอัพอึ๋ม เล็งถ่ายแฟชั่นเก็บเป็นที่ระลึก เปรยถ้าผ่านมรสุม ภาระต่างๆ ไปได้จะโกนหัวบวชชี บอกเป็นเป้าหมายของชีวิต...      "อัพไซส์ ไปทำมาเมื่อเดือนที่แล้วค่ะ นี่คือรายการแรกที่เปรี้ยวบอกว่าเปรี้ยวไปเสริมหน้าอกมา ประเด็นมันขำมากพี่ ตอนนั้นไปเที่ยวกับเพื่อนที่ทะเลอยากจะใส่ชุดว่ายน้ำเซ็กซี่แล้วถ่ายรูปแบบเหมือนสะบัดผมขึ้นจากน้ำ แล้วชุดชั้นในมันหลุดขึ้นมาเด้งแทนนมแบบเห็นจุกเลยอ่ะพี่ แล้วมันไม่ใช่แค่ครั้งแรกไง"      "เอาจริงๆ นะ หนูไม่รู้ว่ามันจะเจ็บขนาดไหน เคยเสิร์ชข้อมูลอยู่ แต่ไม่คิดว่ามันจะเจ็บจริงๆ หนังสือแฟชั่นติดต่อมาไหม คือตอนนี้ยังค่ะ หนูบอกเลยว่ารายการนี้เป็นรายการแรกที่หนูมาบอกว่าไปเสริมมา ยังไม่มีใครรู้ เพื่อนสนิทยังไม่รู้เลย คือเมื่อก่อนที่หนูยังเป็นนมไข่ดาวอยู่ มีคนติดต่อมาเยอะนะพี่ แต่หนูไม่กล้าถ่ายแนวเซ็กซี่เพราะหนูไม่ใช่แนวนั้น แต่ถ้าตอนนี้มีคนสนใจก็โอเค อยากจะมีซักคอลเลคชั่นนึงที่เก็บไว้"      "ช่วงงานหด คิดฆ่าตัวตาย จริงค่ะ มีช่วงเวลานั้นจริงๆ คือประมาณ 3-4 ปีที่แล้ว เหมือนกับงานมันน้อยลง ด้วยอะไรหลายๆ อย่างก็แล้วแต่ มีเด็กรุ่นใหม่เพิ่มด้วย ชีวิตในวงการบันเทิงมันขึ้นๆ ลงๆ อยู่แล้วอ่ะค่ะ แต่ด้วยเด็กรุ่นใหม่ด้วยอ่ะค่ะ งานมันจะเริ่มดาวน์ลงตอนประมาณซีซั่น 5, 6, 7 แต่หนูโชคดีที่เรายังมีงานอยู่เรื่อยๆ แต่ด้วยความที่เราเป็นหัวหน้าครอบครัวแล้วงานที่เรามีมันไม่สมดุลกับค่าใช้จ่ายที่เราต้องใช้"      "ดูแลใครบ้าง ตอนนี้ครอบครัวมี 5 คน คือคุณพ่อ คุณแม่ พี่สาว พี่ชาย แล้วก็เปรี้ยวเอง แต่พี่สาว พี่ชายมีครอบครัวแล้ว เพราะฉะนั้นเราก็จะเป็นคนดูแลคุณพ่อ คุณแม่ เราก็ซื้อบ้านให้ท่านที่อุดรฯ ก็จะมีค่ารถ ค่าบ้าน ค่าใช้จ่ายอะไรทั่วไปที่เราต้องดูแลท่าน เราก็งงนะว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตเราตอนนั้น ไม่มีเงินถึงแม้กระทั่งเราต้องแคะกระปุกตังค์ที่เป็นเหรียญเพื่อมากิน"      "แล้วไหนจะต้องดูแลพ่อแม่อีก ใช่ค่ะ ช่วงนั้นสงสารคุณพ่อ คุณแม่มาก เราอ่ะไม่ได้ดูแลท่านมานานมาก ช่วงนั้นประมาณ 1 ปีเต็มๆ เลย ก็คือท่านต้องใช้จ่ายดูแลตัวเองซึ่งก่อนหน้านั้นเราเป็นคนดูแลท่านตลอด ค่าบ้าน ค่าอะไรเราเป็นคนจ่ายให้หมด แต่เป็นเพราะว่าช่วงนั้นงานเราไม่มีเลย มันก็เลยกลายเป็นว่าให้ท่านดูแลตัวเอง"      "จิตตกมากค่ะ เปรี้ยวรู้สึกว่าทำไมคนเราเกิดมาแล้วต้องทุกข์ขนาดนี้ ตอนนั้นอยู่ห้องคนเดียวทั้งหนี้สินก็มารุมเร้าเต็มไปหมด ด้วยความที่เราต้องหาเงินก็เลยไปกู้หนี้นอกระบบ เค้าก็เลยทวง เราทำไรไม่ถูก ไม่อยากรับโทรศัพท์ อยากจะหนีหนี้ไปเลย แต่มันก็ต้องเผชิญหน้าอ่ะค่ะ จนแบบทำยังไงดีหรือชั้นจะไม่อยู่บนโลกใบนี้ดีมั้ย จะฆ่าตัวตาย เคยมีแว้บนึงคะ แต่ไม่ถึงกับจริงๆ จังๆ คือคิดว่าถ้ามันทุกข์ขนาดนี้ไม่อยู่เลยดีกว่า"      "ตอนนั้นเงินในบัญชี้ที่เหลือน้อยที่สุด เหลือ 2 บาท เปรี้ยวไม่ค่อยรับโทรศัพท์เลย มันกลายเป็นไม่กล้าเผชิญหน้ากับปัญหา แต่ว่าพอถึงที่สุดแล้วหัวเราจะระเบิดคิดมากจนไม่รู้จะทำยังไงแล้ว โอเค รับมันเถอะเผชิญหน้ากับเค้าแล้วบอกเค้าตรงๆ ว่าเกิดไรขึ้นบ้าง เดี๋ยวจะคืน ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย แต่จ่ายแน่นอนถ้ามี"      "ทุกข์ที่สุดในชีวิตแล้ว เปรี้ยวไม่เคยคิดว่าจะคิดขนาดนั้นมาก่อน เราพูดคุยกับพ่อแม่ตลอดนะว่ารู้สึกแบบนี้ จนพ่อแม่บอกว่าทำไมลูกคิดขนาดนั้น แต่สิ่งหนึ่งที่เปรี้ยวฟื้นขึ้นมาได้จากความหดหู่ตอนนั้นก็คือครอบครัว ที่คอยซัพพอร์ตตลอดว่ายังไงชีวิตเราก็จะดีขึ้น"      "หันไปหาธรรมะ คือโชคดีตรงที่ได้มีกัลยาณมิตรที่ดี ก็คือพี่แอม ณัฏฐา ชาญเลขา น้องสาวพี่โดโด้ แล้วก็มีพี่พาส AF2 เราสนิทกันอยู่แล้ว เค้าแนะนำว่าให้ไปทำบุญกัน คือทั้ง 2 คนเค้าปฎิบัติธรรมอยู่แล้ว เปรี้ยวเลยรู้สึกว่าถึงวันที่เราอยากทำอะไรให้ชีวิตมันดีขึ้น เพราะมันทุกข์เหลือเกินเราก็เลยขอเข้าธรรมะแล้วกัน ไปปฎิบัติธรรม"      "เปรี้ยวได้รู้จักพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริงว่าพระพุทธองค์สอนอะไร ให้อะไร คือพระพุทธองค์ตรัสรู้จากทุกข์ เพราะฉะนั้นกลายเป็นว่าเราได้สติและปัญญาในการใช้ชีวิตอย่างมากแล้วความทกข์ทั้งหลายที่เจอมา เปรี้ยวดีใจมากที่เปรี้ยวได้เจอมัน มันเป็นของขวัญที่ล้ำค่าที่สุด คือถ้าเราไม่เจอทุกข์ในครั้งนี้เปรี้ยวก็ไม่สามารถมีสติและมีปัญญาในการใช้ชีวิตนี้ได้"      "ถึงขนาดอยากจะโกนหัวบวชชีเลย ใช่ค่ะ จริงๆ อันนี้เป็นเป้าหมายของเปรี้ยวตั้งแต่เด็กแล้ว แต่เราลืมไปหมดแล้ว พอตอนเราเข้าวัดถ้ำขวัญเมือง ที่ชุมพร มันเหมือนกลายเป็นเดจาวู เหมือนความฝันเราย้อนกลับมาว่า จริงๆ แล้วเราอยากบวช ถ้าหมดเรื่องปัญหาต่างๆ ก็อยากจะโกนหัวบวช อันนั้นเป็นเป้าหมายในชีวิตเลยค่ะ" ขอบคุณ ภาพและข้อมูลจากรายการ คุยเช้าShow เปรี้ยว AF2   เปรี้ยว AF2   เปรี้ยว AF2   เปรี้ยว AF2   เปรี้ยว AF2   เปรี้ยว AF2  

ละครแสบเสน่หา , เรื่องย่อแสบเสน่หา
เสน่หา Diary ตอน แสบเสน่หา /  ละคร แสบเสน่หา / 

แสบเสน่หาบทโทรทัศน์: พิมพ์มาดา พัฒนอลงกรณ์, พิมสิรินทร์ พงษ์วานิชสุข, วีรพล บุญเลิศ, จักรกริช สุพัฒน์ผล, สรวิชญ์ ภิโภมิตรกำกับการแสดง : ธนวัจน์ ปัญญรินทร์ อำนวยการผลิต : ถกลเกียรติ วีรวรรณ, นิพนธ์ ผิวเณร ออกอากาศ: ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.30 น. ช่อง ONE31 เรื่องย่อละคร เสน่หา Diary ตอน แสบเสน่หา ปีย์ (แกงส้ม-ธนทัต) หนุ่มหล่อ แสนดี เป็นที่หมายปองของสาวๆ แต่เขาไม่เคยชายตามองใคร นอกจาก มุกลิน (หนูนา หนึ่งธิดา) เพื่อนสาวที่เขารู้จักมาตั้งแต่ ม.4 มุกเป็นคนน่ารัก เข้าใจและใส่ใจดูแลปีย์ทุกอย่าง ทั้งคู่คบกันมานานถึง10 ปี แล้วในที่สุดปีย์กับมุกก็ตัดสินใจแต่งงานกัน แต่การสร้างครอบครัวมันไม่ง่ายอย่างที่คิด ในคืนก่อนแต่งงานเพียง 1 เดือน เคน (ดีเจ. เจ็ม-ณัฎฐปวินท์),ต้น (เซิน-รัชพงศ์), ปาล์ม(มาร์ท-พงศ์กฤษฎิ์) แก็งค์เพื่อนสนิทได้ลากฤๅษีจำศีลอย่างปีย์ออกมาเที่ยว เพื่อให้ปีย์ได้ใช้ชีวิตโสดให้เต็มที่ก่อนเข้าสู่ประตูวิวาห์ คืนนั้นปีย์สนุกสุดเหวี่ยง จนพาผู้หญิงมานอนที่คอนโดมุกมาพบสภาพปีย์ที่นอนอยู่กับผู้หญิงถึงกับช็อค จนเพื่อนๆ เร่งให้ปีย์ไปง้อมุกแต่ปีย์กลับตอบมาว่าไม่เคยคิดว่าชีวิตจะมีอะไรสนุกๆ ที่เขาไม่เคยเจอมาก่อน ทำให้ปีย์ตัดสินใจขอเลื่อนงานแต่งงานระหว่างเขากับมุกออกไป มุกลินโกรธมากขอยกเลิกงานแต่งงานทันที!! เสน่หา Diary ตอน แสบเสน่หา 2 ปีผ่านไป มุกหายไปจากชีวิตของปีย์ ปีย์ใช้ชีวิตหนุ่มโสดอย่างเต็มที่ เค้ามีสาวๆ ในสต็อกมากมาย รวมทั้ง ส้ม (เบญ-เรวิญานันท์) แอร์โฮสเตสสาวผู้น่ารัก ใสซื่อ และ แพม (ดิว-อริสรา) นางแบบสาวสุดเปรี้ยว ปีย์ใช้ชีวิตเพลย์บอยโดยไม่สนใจสร้างครอบครัวจน ดร.อาทร (เกรียงไกร อุณหะนันทน์) พ่อของปีย์หนักใจ เพราะลึกๆแล้วหมออาทรเองก็ยังเสียดายผู้หญิงดีๆ อย่างมุกลิน แต่โชคชะตากลับเล่นตลกเพราะในงานแต่งงานของเคน ปีย์ได้พบกับมุกอีกครั้ง ปีย์จำมุกแทบไม่ได้ เพราะมุกสวยและดูดีขึ้นมาก บีน่า (รัศมีแข) เพื่อนสนิทของมุกได้เล่าเรื่องราวของมุกให้ปีย์ฟังและได้พูดถึงแฟนใหม่ของมุกว่า ถ้าปีย์รู้ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใครปีย์จะยิ่งอึ้งกว่านี้แน่ และแล้วสิ่งที่ปีย์สงสัยก็กระจ่าง เมื่อบริษัทออกแบบและตกแต่งภายในของปีย์ ถูกเชิญไปเสนอแบบให้กับโครงการสร้างหมู่บ้าน ในเครือ สิรินกรุ๊ป ซึ่งมี จอมทัพ(ไอซ์-ศรัณยู) นั่งแท่นผู้บริหาร และเป็นแฟนใหม่ของมุกนั่นเอง!! ด้วยความหมั่นไส้ที่มุกชอบเยาะเย้ยว่าเลิกกับปีย์แล้วชีวิตดี ปีย์จึงตัดสินใจรับงานนี้ เสน่หา Diary ตอน แสบเสน่หา การกลับมาเจอกันอีกครั้งระหว่างปีย์และมุก ทำให้เขาเห็นความเปลี่ยนแปลงของอดีตคนรักหลายอย่าง จนปีย์เริ่มรู้สึกว่าอยากกลับไปมีมุกลินเหมือนวันเก่า ส่วนแพมก็หึงเมื่อได้รู้ว่าปีย์กับมุกลินเคยเป็นแฟนกันมาก่อน แต่เมื่อได้เจอกับจอมทัพนักธุรกิจหนุ่มแสนรวย แพมก็เริ่มเบนเข็มไปชอบจอมทัพ แพมใช้เสน่ห์หลอกล่อให้จอมทัพตกหลุม จนแอบลักลอบมีอะไรกันโดยมุกลินไม่รู้ แต่สุดท้ายก็ไม่รอดสายตาปีย์เขาขอให้แพมเลิกกับจอมทัพ แต่แพมกลับขอเลิกกับปีย์เพื่อเลือกจอมทัพปีย์ไปคุยกับจอมทัพให้เลิกทำแบบนี้ เพราะไม่อยากเห็นมุกเสียใจอีก จอมทัพรับปากแต่สุดท้ายกลับทำไม่ได้! ปีย์จึงตัดสินใจเอาเรื่องนี้ไปบอกมุก และเดินหน้าขอโอกาสในการดูแลมุกอีกครั้ง เพราะความเจ็บที่ยังฝังอยู่ในใจทำให้มุกลินไม่ยอมใจอ่อน สุดท้าย ปีย์...ชายหนุ่มที่เคยหลงไปกับ เสน่หา ชั่วข้ามคืน จะมีโอกาสได้รับความรักที่มีค่าจาก มุกลิน อีกครั้งหรือไม่? ตามชมได้ใน ซีรีส์ เสน่หา Diary ตอน แสบเสน่หา ออกอากาศวันอังคารที่ 8 สิงหาคมนี้ ทางช่องวัน 31 รายชื่อนักแสดง แสบเสน่หา ธนทัต ชัยอรรถ รับบท ปีย์หนึ่งธิดา โสภณ รับบท มุกลินศรัณยู วินัยพานิช รับบท จอมอริสรา ทองบริสุทธิ์ รับบท แพมรัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น รับบท บีน่าเกรียงไกร อุณหะนันทน์ รับบท ดร.อาทรเรวิญานันท์ ทาเกิด รับบท ส้มณัฎฐ์ปวินท์ กุลกัลยาดี รับบท เคนรัชพงศ์ ทิวะธนเศรษฐ์ รับบท ต้นพงศ์กฤษฎิ์ ศิริเบ็ญจา รับบท ปาลม์ เสน่หา Diary ตอน แสบเสน่หา เสน่หา Diary ตอน แสบเสน่หา เสน่หา Diary ตอน แสบเสน่หา เสน่หา Diary ตอน แสบเสน่หา

หวานรัวๆ!! นิโคล โพสต์ซึ้งวันเกิด หนุ่ม ศรราม 44 ปี หลังผ่านวิกฤตจอดำ!!
หนุ่ม ศรราม /  นิโคล เทริโอ / 

  กลับมาหวานได้อีกครั้งสำหรับคู่รักคู่ฮอตของวงการ นิโคล เทริโอ กับ หนุ่ม ศรราม ที่ล่าสุดเพิ่งจะเปิดตัวว่าคบหาดูใจกันไม่ทันไร ก็มีเรื่องให้สะเทือนใจจนฝ่ายหญิงเกิดอาการงอนโพสต์ภาพจอดำในอินสตาแกรมส่วนตัว แต่เพียงแค่ชั่วข้ามคืนทั้งคู่ก็กลับมาคืนดีกันเป็นที่เรียบร้อย โดยพร้อมใจโพสต์ภาพจับมือกันเพื่อจะเอาชนะอุปสรรคและไปให้ถึงจุดหมายด้วยกันทั้งคู่ แถมงานนี้ยังทำเอา IG มดขึ้นตามไปด้วย โดยสาวนิโคล ได้โพตส์ภาพอวยพรวันเกิด คุณแม่มยุรี และตามมาด้วยโพสต์หวานสุดซึ้งอวยพรวันเกิดครบรอบ 44 ปีของ หนุ่ม ศรราม (22ส.ค.60) ว่า   “Happy Birthday to you ka! Wishing you happiness every single day. May you conquer the world! มีแต่ความสุขตลอด ไป และมีรอยยิ้มอย่างนี้ทุกวันนะคะ my หน้ากากcarrot #onlythebeginning#u#happybirthdaysornram#nk2223@sornram_theappitak @sornramfanclub @nicolefc_thailand @nicoletheriaultfanclub”   ด้าน หนุ่ม ศรราม เองก็ได้โพสต์อวยพรสุดซึ้งในวันคล้ายวันเกิดของ คุณแม่มยุรี ซึ่งมีวันคล้ายวันเกิดก่อนวันเกิดของตนเพียง 1 วัน พร้อมกับโพสต์ภาพที่ สาวนิโคล เลิกงานดึกแต่ก็ยังเอาของขวัญมาให้ คุณแม่มยุรี และได้ขอบคุณ สาวนิโคล พร้อมกับปิดท้ายประโยคสุดฟินด้วยการเรียกแฟนสาวว่า “ที่รัก” แหมๆๆ กลับมาคืนดีกันแบบนี้ มีความหวานรัวๆ เกินร้อย จนแฟนๆ ฟินจิกหมอนขาดเลยล่ะค่ะคู้ณณณ!! ขอบคุณภาพจาก IG nicolenicole23, sornram_theappitak                    

บอล ว่าไง? อุ้ม อวดหุ่นแซ่บสะบึมขนาดนี้!!
อุ้ม ลักขณา /  อุ้ม เซ็กซี่ / 

  ขยันอวดบอดี้สุดเพอร์เฟกต์ให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง สำหรับนางร้ายสาวสุดเซ็กซี่ อุ้ม ลักขณา ที่ไม่ว่าจะจับจะแต่งอะไรก็ยังดูเปรี้ยว ดูแซ่บอยู่ตลอด ล่าสุด She ขอโชว์ความเซ็กซี่อีกครั้ง หลังจากที่ได้ไปพักผ่อนหย่อนใจกับแก๊งเพื่อนสาวคนสนิท ที่ ศรีพันวา จ.ภูเก็ต งานนี้บอกเลยว่าเผ็ดมาก! โดยเฉพาะบอดี้สุดสะบึมของสาวอุ้มกับชุดบิกินี่ตัวจิ๋ว เรียกว่า อกเป็นอก เอวเป็นเอว แหมๆๆ เห็นแบบนี้แล้วก็อดอิจฉาหุ่นของคุณเธอไปไม่ได้จริงๆ เลยค้าาา  ขอบคุณภาพจากไอจี: @lukkanaaum                

ตอกย้ำความโสด บอยว่าไง เกรท ติดแฮชแท็กอวยพรวันเกิดขอให้เป็นโสดด้วยกันไปนานๆ
ข่าว บอย ปกรณ์ /  ข่าว เกรท วรินทร / 

  อาร้าย..จะรักกันปานนั้นสำหรับกลุ่มตั๊กไลฟ์ กลุ่มปิดเฉพาะพระเอกสุดฮอตของช่อง3 ที่มารวมตัวกันสร้างความเกรียนแบบไม่เดือดร้อนใคร ที่ล่าสุดวันนี้ (20 สิงหาคม)เป็น วันคล้ายเกิดของพระเอกสุดเกรียน บอย ปกรณ์ งานนี้เพื่อนรักอย่างหนุ่มเกรท วรินทร เลยไม่รอช้าลุกมาอวยพรในIG แต่เช้าว่า “วันเกิดบอยกอนอายุครบสามสิบนิดๆ ... #จากรูปเราเป็นมิตรกันมากๆ .. ขอให้พุงยุบ กล้ามขึ้นเป็นมัด ครอบครัวมีความสุขนะว้อย #เป็นโสดด้วยกันไปนานๆ 5555 #บอยกอนคนคูๆ @boy_pakorn" แหม..ก็ไม่รู้ว่าหนุ่มบอยอะเต็มใจที่อยากจะอยู่เป็นโสดไปนานๆ อย่างที่เพื่อนเกรทอวยพรอ๊ะป่าวนี่ล่ะสิ และเชื่อว่าคืนนี้ถ้าหนุ่มบอยไม่ติดงานอะไรจะต้องมีปาร์ตี้เล็กๆ กับครอบครัวและเพื่อนๆ อย่างแน่นอนจ้า CR : @ great_rider10,@boy_pakorn

ครูเงาะ ท้า! ครูอ้อย งัดหลักฐานขู่กรรโชกทรัพย์โชว์ ถามกลับทำไมต้อง 11 ล้าน!!
ครูเงาะ /  ครูอ้อย

ครูเงาะ รสสุคนธ์ ครูสอนการแสดงชื่อดัง หอบหลักฐานชี้แจงในรายการ คุยเช้า Show กรณีถูกกล่าวหาว่ากรรโชกทรัพย์ 11 ล้านบาทกับทาง ครูอ้อย เข็มทิศชีวิต หรือ ฐิตินาถ ณ พัทลุง ซึ่งคู่กรณีได้ไปแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ่อทอง จ.ชลบุรี แล้วนั้น โดยครูเงาะปัดเลื่อนหมายเรียกถึง 2 ครั้ง แจงออกจากคลาสของอีกฝ่ายเพราะแนวคิดไม่ตรงกัน จากนั้นได้ติดต่อไปให้เอาภาพตนออกจากคลิปและภาพโปรโมท ปัดแท็กทีมกับทาง อุ๋ย บุดดาเบลส และ เอ๋ มณีรัตน์ เพื่อดิสเครดิต ก่อนถามหาหลักฐานที่ตนไปขู่กรรโชกทรัพย์ เผยเล็งฟ้องกลับข้อหาแรกคือหมิ่นประมาท พร้อมยืนยันจะไม่ตัดคลาสที่มีหลักสูตรคล้ายกันออก... รายละเอียดดังนี้ "ขอบคุณทุกคนที่มานะคะ หลังจากที่มีข่าวมาอย่างต่อเนื่อง แต่ที่ผ่านมาครูเลือกที่จะเงียบเพราะสิ่งที่เขาออกมา เอาตรงๆ คือครูไม่ไปให้ราคาค่ะ ครูเป็นครู ทำมาหากินใช้ชีวิตปกติ มีใครอยากมีเรื่องกับคนมั้ย ต่อให้ออกมาแล้วครูถูกแบบ 100% แต่มีเรื่องกันภาพมันดีมั้ย แต่พอเราเงียบมาเป็นปี เราเลือกที่จะไม่เปิดเผยอะไรเลย เขาอยากจะพูดอะไรให้เขาพูดไป แต่ตอนนี้มันเกินเส้น การที่เขาบอกว่าเรามาขู่กรรโชกทรัพย์ แรกๆ ก็ไม่โกรธ มันเหมือนการที่มีคนมาบอกเราว่าครูเงาะเป็นผู้ชายก็แค่นั้น แต่หลังๆ มันเริ่มมีมาตลอดเวลา และมาบอกว่าครูเงาะไม่ไปพบตำรวจถึง 2 ครั้ง และจะออกเป็นหมายจับแล้ว ก็เลยคิดว่าคงถึงเวลาที่ครูต้องออกมาพูด ไม่อย่างงั้นสังคมก็จะมีคำถามกับครู" "ขอชี้แจงเรื่องหมายแรก ครูอยากให้ดูว่ามันใช่หมายเรียกไหม(พร้อมเปิดหลักฐานให้ดู) หมายแรกบอกว่าบริษัทเข็มทิศชีวิต มาแจ้ง แต่ผู้ต้องหาใครก็ไม่รู้ ไม่มีชื่อผู้ต้องหา แต่มาแจ้งให้ครูเงาะไปเป็นพยาน คุณไปมีเรื่องกับใครก็ไม่รู้ นี่คือฉบับแรกที่ได้ จากนั้นครูก็ได้รับจดหมายจากตำรวจบอกว่าครูเงาะต้องเข้าไปแล้วนะ เป็นหมายเรียกผู้ต้องหา เขาบอกว่าอันนี้เป็นฉบับที่ 2 แล้ว แต่เราก็บอกว่าฉบับแรกยังไม่ได้เลย เขาก็ยืนยันว่าฉบับแรกออกมาแล้ว ครูก็เลยให้เพื่อนที่เป็นทนายวิ่งไปที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทะเบียนบ้านครูอยู่ในนั้น สน.ทุ่งมหาเมฆก็ยืนยันว่าไม่มี มีหมายแรก มีแค่หมายเดียวอันนั้นแหละ แล้วทางตำรวจก็โทรมาหลายรอบมาก เราก็บอกว่าคุณตำรวจเราไปแน่นอน แต่ขอให้เราเห็นหมายก่อนได้ไหม จนเวลาผ่านไปก็มีหมายฉบับ 2 มาบอกว่า คดีระหว่างคุณฐิตินาถ บริษัทเข็มทิศชีวิต และคุณวินัย บุญโชติ กับพวก ซึ่งมาเป็นหมายครั้งที่ 2 เลย ไม่มีหมายครั้งที่ 1 ส่วนครั้งที่ 1 เป็นหมายเรียกพยาน แล้วก็มาหมายเรียกผู้ต้องหาเลย" "อย่างแรกเลยคือ คุณวินัย บุญโชติ คือใคร เราก็ไปเสิร์ชหาในเฟซบุ๊กก็ขึ้นมาเป็นหน้าเด็กหนุ่มคนหนึ่ง เราก็ไม่รู้จัก เราเพิ่งมารู้ตอนเขามาออกรายการทีวีช่องหนึ่ง ก็เพิ่งรู้ว่าเขาคือผู้ชายวัย 50 กว่า หมายบอกว่าให้เราไปพบวันที่ 15 ส.ค. น่าแปลกมากเลยที่พอวันที่ 16 ส.ค. ก็ออกข่าวเลยว่าครูเลื่อนถึง 2 ครั้งแล้ว ทั้งที่ความจริงวันที่ 13-15 ครูเงาะไปปฏิบัติธรรม(เปิดตารางงานของตัวเองให้ดู) วันที่ 15 ทนายเรามีธุระไปไม่ได้ วันที่ 16 ครูเองก็มีถ่ายรายการถึง 5 ทุ่มก็ไปไม่ได้อีก วันที่ 17-20 ก็มีงาน วันที่ 21 เป็นวันเดียวที่ครูว่าง" "จริงๆ เราอยากไปให้เร็วที่สุดเพราะก็อยากรู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น อยากรู้ว่าเขาเอาหลักฐานอะไรมาว่าเราเป็นผู้ต้องหา แล้วเราสงสัยว่าทำไมถึงไปแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรบ่อทอง จ.ชลบุรี เราก็ถามไปทางตำรวจว่าทำไมถึงแจ้งที่สน.บ่อทอง ตำรวจก็บอกว่า คุณฐิตินาถ ไปทำบุญบริเวณนั้นแล้วเห็นว่ามีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ตกใจก็เลยต้องรีบไปแจ้งสถานีตำรวจที่ใกล้เคียงบริเวณนั้น แต่ถ้าดูจากหมายศาลครูฝากถามไปทางตำรวจ หมายแรกเขียนว่าแต่งตั้งทนาย คือต้องเป็นการตกใจอย่างมีสติมาก ที่แต่งตั้งทนายแล้วกลับไปแจ้งในพื้นที่ที่ตกใจได้ ครูเงาะฝากชวนคิดว่าทำไมต้องเป็น สน.บ่อทอง ถ้าใครเป็นลูกศิษย์ครูฐิตินาถก็จะรู้ว่าทำไมถึงเป็นสน. ในเขตชลบุรี ช่วยดูให้ด้วยแล้วกัน ครูขอพูดแค่นี้ ไม่อยากพาดพิงอะไรไปมากกว่านี้" "ครูสงสัยอะไรบางอย่าง ครูพูดไม่ได้น่ะสิ มันเป็นความคิดของครูเอง เดี๋ยวพูดไปเขาจะหาว่าครูไป... มันอาจจะไม่จริงก็ได้ไง ฝากพี่ๆ นักข่าวช่วยดูให้หน่อย ครูรู้สึกว่า พรบ.ที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์สามารถแจ้งตรงไหนก็ได้ในโลก ถ้าเป็นกรณีขโมยของก็ต้องแจ้ง ณ พื้นที่ที่เกิดเหตุ แต่ถ้าเป็นคดีเกี่ยวกับพรบ.คอมพิวเตอร์ อยู่ที่ไหนคุณสามารถแจ้งได้เลย ครูอ้อยมีลูกศิษย์ที่เป็นผู้ใหญ่ในพื้นที่นั้นถึงได้ไปแจ้งที่นั่นไหม ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ ไปสืบเอาเอง ลองไปสืบดู ชวนคิดไว้ จากหลักฐานที่พูดไปก็ดูแล้วกันว่าครูหนีหรือเปล่า" "หมายเรียกฉบับที่ 2 ที่เขาให้ไปรายงานตัววันที่ 15 ส.ค. ครูเพิ่งได้หมายวันที่ 11 ส.ค. ตำรวจที่สน. ทุ่งมหาเมฆ ยังบอกเพื่อนครูที่เป็นทนายเลยว่าทำไมคดีเร่งขนาดนี้ ฉบับที่ 1 มาก่อนอาทิตย์นึง แล้วฉบับที่ 2 ก็ส่งมาอีก 1 อาทิตย์ถัดมา" "ประเด็นถัดมาเขาบอกว่ามันมีการชี้โยง มันเป็นกระบวนการหรือเปล่า ทำไมพวกเหล่าดารามาโพสต์พร้อมกัน ขอชี้แจงเป็นไทม์ไลน์เลยนะคะ จริงๆ สิ่งที่เกิดขึ้นกับครูมันเกิดขึ้นเป็นปีแล้ว ครูเคยร้องขอไปว่าให้เอาภาพของครูในคลาสออก เพราะว่ามีคนจำนวนมากที่ยังมาถามว่า หนูจะไปเรียนเพราะครูเงาะเลยนะคะ เราก็เลยแจ้งไปทางเขาว่าทั้งทางข้อความและโทรศัพท์ไปว่ายังมีคนเข้าใจอยู่ว่าเรายังไป ขอให้ลบภาพออกได้ไหม เขาก็บอกว่าเดี๋ยวจะจัดการให้(โชว์หลักฐานข้อความการคุยกัน) ซึ่งเราพูดจาดีมาก และระหว่างทางเราขอแบบนี้มาตลอด จนตอนหลังรู้สึกมีอารมณ์แล้ว จนรู้สึกว่าถ้าคุณไม่เอาลง ฉันจะขึ้นโพสต์แล้วนะ ทั้งที่เราก็ไม่อยากให้มันเป็นเรื่อง ไม่อยากให้เรื่องถึงนักข่าว แต่เราขอดีๆ แล้วก็ไม่ดำเนินการให้ บอกแค่ให้เราไปคุยกับทนายเขา เราก็ส่งจดหมายไปหาเขาถึง 2 ครั้ง แล้วจดหมายก็ถูกตีกลับ ทนายเขาก็บอกว่าให้ครูเงาะบอกมาว่าให้เอาออกวินาทีไหนบ้างในคลิป เราก็จดรายละเอียดให้ว่าเอาออกวินาทีไหนบ้าง แต่ทนายก็บอกว่าไม่เห็นครูเงาะจะเสียหายอะไรนี่ครับ เขาก็ยืนยันที่จะใช้ภาพต่อ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องเป็นภาพที่เสียหาย ที่ครูต้องไปโป๊ท่อนบนเปลือยท่อนล่าง แต่มันเป็นเรื่องที่เราไม่ยินยอม เราก็ขอให้เอาออกเท่านั้นเอง" "จนมาถึงวันที่ 1 พ.ค. ในพันทิปโพสต์ถึงคุณฐิตินาถในทางไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แล้วดันมีคอมเม้นท์หนึ่งพาดพิงมาถึงครูเงาะว่า ครูเงาะมีผลเยอะมากในการเรียกคนเข้าไปในคลาสนี้ จึงเป็นที่มาให้ครูเงาะโพสต์ในเพจของตัวเองว่าครูเงาะไม่ได้อยู่ในคลาสนี้แล้ว ซึ่งวันนั้นครูนั่งอยู่กับน้องปอย ตรีชฎา พอดี น้องปอยก็เลยบอกว่า งั้นฝากบอกให้ปอยด้วยแล้วกันว่าปอยก็ไม่ได้อยู่ในคลาสนี้แล้ว พอเราโพสต์มันก็ไม่ได้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น เพราะเราโพสต์ในเพจของเราเอง" "ต่อมาวันที่ 5 เดือน 6 เขาก็ยังโพสต์คลิปนี้อยู่ ซึ่งในคลิปนั้นมีทั้งครูเงาะ อุ๋ย บุดด้าเบส และ เอ๋ มณีรัตน์ ครูเลยคิดว่าคงต้องพิมพ์บอกแล้วว่าไม่ใช่ แต่ในขณะนั้นทางน้องอุ๋ยได้โพสต์ไปแล้ว แต่อุ๋ยไม่ได้โทรมาบอกครูว่าเขาจะโพสต์ เราไม่ได้มีการนัดแนะกัน ครูไม่ได้โทรไปบอกให้เขามาร่วมขบวนการกัน เขาโพสต์ของเขาเอง อุ๋ยก็ขอให้ทางนั้นเอาคลิปออกเหมือนกัน ส่วนน้องเอ๋ มณีรัตน์ เขาสนิทกับอุ๋ย เขาก็คุยกันว่าเห็นอุ๋ยเอาคลิปออกได้ เอ๋ก็อยากเอาออกเหมือนกัน เอ๋ก็เลยโทรไปหาทางโน้นเพื่อขอให้เอาคลิปออก แต่ทางโน้นก็ไม่ได้ดำเนินการอะไรให้ หลังจากนั้นเอ๋ก็โทรไปอีก ทีนี้เขาไม่รับโทรศัพท์เอ๋แล้ว โดยที่เขาไม่ทราบว่าเอ๋กับอุ๋ยนั่งอยู่ด้วยกัน เอ๋ก็เลยใช้โทรศัพท์อุ๋ยโทรไป ปรากฎทางโน้นรับโทรศัพท์ ก็เลยเป็นเหตุทำให้เอ๋เคือง น้อยใจว่าทำไมสองมาตรฐาน ทำไมรับโทรศัพท์อุ๋ย ไม่รับโทรศัพท์เอ๋ เอ๋จึงไปปรึกษาทนายว่าเขาจะโพสต์ว่าตัวเองไม่เกี่ยวข้องอะไรกับคลาสนี้แล้ว ซึ่งครูเงาะมารู้เรื่องหลังจากที่เขาโพสต์ไปแล้ว" "เหตุการณ์เป็นแบบนี้จริงๆ พวกเขาโพสต์ของเขาเอง แล้วทั้งเอ๋และอุ๋ยก็บอกว่าทางโน้นโทรกลับมาหาเขาและถามทำนองว่า มีคนมาเกลี้ยกล่อมให้คุณทำหรือเปล่า พอดีกำลังมีปัญหากับนักเรียนคนหนึ่งอยู่ มันเหมือนกับว่าทางเขาเชื่อแล้ว เชื่อก่อนที่จะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร หรืออาจจะแค่สงสัยก็ได้ อาจจะยังไม่เชื่อว่ามันจะต้องเกี่ยวข้องกัน ซึ่งอุ๋ยก็บอกว่าไม่เกี่ยวเลยมันเรื่องของผม พอเป็นแบบนี้ครูก็เลยหยุดไม่โพสต์ในส่วนของตัวเอง เดี๋ยวมันจะเหมือนโพสต์ต่อกัน แล้วหลังจากนั้นทางโน้นก็ออกมาบอกว่าน้องเอ๋เซ็นยินยอมในการให้ใช้ภาพมันก็เลยเป็นเหตุให้ครูออกมาโพสต์ว่า ถ้าอย่างนั้นมันเช็คง่ายมากเลย เอาเอกสารออกมาดู ซึ่งทางน้องเอ๋ก็ได้มีการเซ็นจริงค่ะ แต่เซ็นแค่ครั้งเดียวและเป็นช่วงหลังด้วย เพราะในช่วงแรกที่เขาเอาคลิปที่มีครูเงาะด้วยไปออกในรายการหนึ่ง ไม่มีการขอแน่นอนล้านเปอร์เซ็นต์ เพราะครูจำได้ว่าเพื่อนโทรมาบอกว่าเราออกรายการ กำลังร้องไห้อยู่เลย และพูดเรื่องส่วนตัว ภาพแบบนี้ใครจะอยากให้เอาออก ส่วนคลิปของน้องเอ๋มันเป็นตอนที่น้องกำลังระบายอะไรบางอย่างออกมา แล้วเขาไม่ได้เอาออกตั้งแต่ต้นจนจบ แต่เขาเลือกเฉพาะบางตอนไปออก ผลที่ตามมาก็คือมีคนมาถามคุณแม่น้องเอ๋ว่าลูกเป็นอะไร มีปัญหาอะไรเหรอ ครูก็ขอเขาไปว่าเราไม่สะดวกใจจริงๆ ที่จะให้ใช้ภาพนี้ในสื่อสาธารณะ เพราะมันมีคนไม่เข้าใจ แล้วหลักการสะกดจิตบำบัด การที่คุณเอาภาพแบบนี้มาออกมันไม่ถูกจรรยาบรรณ" "จุดแตกหักใช่ไหมที่เรารู้สึกว่าไม่ยอมแล้ว ยังค่ะ ตอนนั้นยังยอมอยู่ มันรู้สึกแต่ด้วยความที่เราเคารพเพราะเรายังเห็นว่าคำสอนในตอนต้นๆ ที่เราไปเรียนมันยังดีอยู่" "สาเหตุที่ครูเฟดตัวออกจากคลาสครูอ้อย เหตุผลมีหลายประการมาก ประการแรกคือเรื่องลักษณะการสอนในคลาส ซึ่งคลาสแรกครูได้ประกาศนียบัตรมาด้วย เรียนจ่ายตังค์ด้วยนะ มีแค่ช่วงหลังๆ ที่เขาเชิญให้เขาไปเรียนฟรี ซึ่งประกาศนียบัตรทั้ง 3 ใบ คุณฐิตินาถเป็นคนมอบให้ ซึ่งหลักสูตรมันเป็นลิขสิทธิ์ของต่างประเทศ อันนี้ขอพูดแก้แทนเขา เพราะบางคนจะบอกว่าค่าเรียน 2 แสนทำไมแพงจังเลย จริงๆ อันนี้มันเป็นหลักสูตรต่างประเทศก็จะราคาประมาณนี้ ซึ่งใบประกาศนียบัตรเป็นใบประกอบวิชาชีพที่เราสามารถไปประกอบวิชาชีพได้ ซึ่งมันก็ดีเพราะศาสตร์นี้เป็นศาสตร์เกี่ยวกับจิตวิทยา" "ไปเรียนตอนแรกมันก็ดีค่ะ หลักสูตรของมันเองที่มาจากเมืองนอกมันดีอยู่แล้ว เพราะมันสอนในเรื่องให้เรากลับมารู้จักตัวเอง ให้เรารักตัวเอง เคารพตัวเอง ซึ่งครูเงาะก็ไปเรียนที่ต่างประเทศมาด้วย ไม่ได้เรียนที่เมืองไทยอย่างเดียว และที่ครูเงาะไปเรียนที่ต่างประเทศก็เป็นที่เดียวกันกับที่คุณฐิตินาถไปเรียนมาเหมือนกัน ในช่วงต้นที่ไปเรียนกับคุณฐิตินาถ เราก็เห็นว่าคลาสของเขามีประโยชน์ ครูยังชวนนักเรียนของครูไปเรียนตั้งหลายคน เพราะเราเห็นว่ามันดีนะ แต่มันมาหลังๆ ที่เราเห็นว่ามันสวนทางกับความเชื่อของครู เช่น ครูมีความเชื่อว่านักเรียนต้องบิน อย่ามาติดครู ถ้ามาเรียนกับครูแล้วคุณต้องออกไปเติบโต ไม่ต้องกลับมาหาครูเอง ถ้าครูให้เด็กบินไม่ได้ ครูจะรู้สึกเสียความมั่นใจในตัวเอง ถ้าสอนไปแล้วแล้วเด็กมาลงเรียนซ้ำ เราจะรู้สึกว่าเราสอนไม่ดีเหรอ ถึงได้กลับมาลงเรียนอีก นี่คือแนวทางของครู แต่ในคลาสเขา(ฐิตินาถ) พูดว่าต้องกลับมาเรียนอีกนะคะ เพราะมันจะมีเรื่องของสเตทตก ถ้าเกิดใครห่างห้องเรียน จิตมันจะตก แล้วถ้าจิตตกชีวิตเราขาลงมันเร็วมากนะ ถ้าอยากดูเทปไปขอดูได้ว่าเขาพูดแบบนี้แน่นอน เราก็เลยรู้สึกว่ามันต้องกลับมาตลอดเหรอ เราต้องกลับไปนอนกรีดร้องอีกแล้วเหรอ" "และมันจะมีเรื่องของหมื่นล้าน ให้เราสปินว่าเราจะมีเท่าไหร่ ก็จะมีบางคนบอกฉันจะมีร้อยล้าน บางคนบอกจะมีหมื่นล้าน คนจะมีร้อยล้านเลยดูจนไปเลยทีนี้ ทั้งที่ตอนนั้นก็ยังไม่มีใครมีเงินเลยนะ แต่เขาก็ไม่ได้บังคับให้ทุกคนต้องพูดหมื่นล้าน คือมันเป็นปัญหาของครูเองไม่เกี่ยวกับเขา มันกลายเป็นเราที่ทำงานไม่มีความสุข กลายเป็นว่า เอ๊ะเราจะหมื่นล้านๆ กลายเป็นว่าแต่ก่อนเราทำงานมีความสุขดี ครูก็เลยรู้สึกว่ามันสบายกว่าที่เราจะไม่ไปคำนึงถึงเรื่องนั้น ต่อให้ชีวิตเราจะตก ครูก็ขอรับผิดชอบชีวิตเราเอง หลักการสอนของเขาในช่วงหลังๆ ครูรู้สึกว่ามันไม่ใช่ มันไม่ตรงกับหลักการของครู" "และในส่วนอื่นๆ ที่ทำให้ครูต้องออกมา ครูฝากนักข่าวถามไปทางคุณฐิตินาถก็ได้ ให้ครูเปิดเผยข้อความส่วนตัวที่คุณฐิตินาถและกลุ่มส่งหาครูได้ไหม จะได้ไม่ต้องเดาว่าทำไมครูถึงออกมา ถ้าเขาอนุญาตเปิดเผยได้ครูยินดีมาก คนทั้งประเทศจะได้เข้าใจครูและหลายๆ คนถึงออกมา" "เรื่องที่เขากล่าวหาครูเงาะไปขู่กรรโชกทรัพย์ 11 ล้าน(หัวเราะ) เขาบอกว่า 11 ล้าน คำถามคือทำไมต้อง 11 ล้าน ทำไม่เป็นเลขกลมๆ 10 หรือ 100, 11 ล้านมันคือเลขอะไร มันเกี่ยวข้องอะไรกับชีวิตครู ไปทำธุรกรรมอะไรกับเขาที่เกี่ยวกับ 11 ล้าน ข้อที่สองคือ คุณ"วินัย"เป็นอะไรกับครู ถ้าครูไม่รู้จักเขา จะไปร่วมแก๊งกับเขาทำไม ข้อที่สามต่อมา ราคา 11 ล้าน ที่คุณทนายคลายทุกข์ออกมาบอกว่าแก๊งนี้ร่วมกัน 20 คน หาร 11 ล้านตกเหลือคนละ 5 แสน 5 นะคะ ครูดูหิวเงินขนาดนั้นเลยเหรอ แล้วเอาชื่อเสียงเกียรติยศไปขู่เงิน แล้วจะไปรับเงินที่ไหน ขึ้นบัญชีที่ไหน มันไม่เมคเซ้นส์เลยว่าทำไมเราถึงต้องไปขู่ เหตุจูงใจคืออะไร เขาพยายามที่จะชี้โยง เป็นคนพูดว่า ลองคิดดูดีๆ นะคะถ้าครูไม่อยู่ ครูล้มใครจะขึ้นมาแทน เราจะขึ้นไปแทนเขาได้ไหม คนเรามันแทนกันไม่ได้ ทุกคนมีทางของตัวเอง แล้วที่ครูสอนครูเอาวิชาที่ครูเรียนทั้งหมดไม่ใช่กับเขาคนเดียว ทุกที่ที่ไปเรียนมาทั่วโลก มาประยุกต์สอนนักแสดง สอนแอคติ้ง สอนพิธีกร สอนคลาสพัฒนาบุคคลิกถาพ เราเอาหลักจิตวิทยามาใส่ในคลาสที่เราสอนบุคคลิกภาพ ซึ่งก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคลาสครูอ้อยเลยไม่มีแน่นอน ในคลาสของครูเงาะ ที่จะมาบอกว่าเราจะมีเงินเท่านั้นเท่านี้ มันไปเกี่ยวยังไงว่าถ้าเขาล้มแล้วครูจะขึ้น จะขึ้นยังไง มันไม่มีเหตุจูงใจตรงนี้เลยอะ" "หลักฐานที่เขาเอาไปแจ้งว่าเร่าขู่กรรโชกทรัพย์ 11 ล้าน มีหลักฐานอะไรบ้าง เนี่ยถึงอยากเข้าไปดู เราไม่ทราบเลย ครูอยากเข้าไปดูวันจันทร์นี้แหละ แล้วเดี๋ยววันหลังถ้าอยากถามครูแถลงข่าวได้อีกรอบหนึ่ง ครูมั่นใจว่าจะต้องมีอีกรอบหนึ่ง ในข้อความที่ส่งไปหาครูอ้อย มีการพูดเรื่องเงินมั้ย ไม่มี เต็มที่ที่พูดคือบอกว่า นี่ถ้าคุณนะไม่เอาคลิปของฉันออก แล้วสิ่งที่คุณส่งกันในคลิปในไลน์เนี่ย ถ้าฉันเอาไปให้นักข่าวดูมันจะเป็นยังไง นี่คือเต็มที่เลยนะ สุดโต่งของครูคืออันนี้เลย ไม่มีอย่างอื่นเลย" "แจ้งความกลับ ก็ถ้าถึงจุดนี้คงจำเป็น คือต้องบอกว่าในสิ่งที่ครูมีในไลน์ ถ้าครูอยากฟ้องเขา ฟ้องได้นานแล้วนะ อย่างล่าสุดมีผู้ประสงค์ดี เพิ่งส่งข้อความที่เขาหมิ่นประมาทครูในกลุ่มมาให้ครูเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานี้เอง ครูก็ไม่ได้ไปแจ้ง แต่มาถึงจุดนี้ ครูคงต้องปกป้องสิทธิ์ของครูค่ะ ก็คงดำเนินการไปถึงที่สุด เมื่อถึงที่สุดแล้วมันก็คงต้องแจ้งความกลับ เพราะมันเสียชื่อเสียงมาก เราเป็นครูมาบอกว่าเราขู่กรรโชกทรัพย์เนี่ยมันไม่ได้เลย" "ในเว็บของครูอ้อย มีไลน์ของครูเงาะอยู่ได้ยังไง ขอดูว่ามันคือไลน์ครูจริงๆ หรือเปล่า ครูอยากดู ยืนยังว่าไม่เคยมีการส่งข้อความไปข่มขู่ ยืนยันล้านเปอร์เซ็นต์ สาบานเอาพระมาตั้งเลย อีเมลข่มขู่ที่ทางครูอ้อยบอกว่าส่งมาจากต่างประเทศ อันนี้ไม่รู้เลย อยากเห็นนี่ไง ข้อที่หนึ่งที่อยากเห็นมากคือไหนไลน์ที่ข่มขู่ ทุกคนเคยเห็นอีเมลล์ที่ข่มขู่จริงๆ หรือยัง ไม่เคยถูกไหม คำที่บอกว่าจงเลิกสอน ต้องเลิกทำสิ่งที่ดีๆ สร้างสิ่งที่มีประโยชน์ต่อสังคม ครูอยากเห็นมากเลย ถ้ามีจริงๆ ขอดูหน่อย ขู่ 11 ล้านเนี่ย ครูก็ขอดู เปิดให้ดูได้ไหม อยากให้สื่อมวลชนได้เห็นด้วย ซึ่งวันที่ 21 ที่ครูประกาศ ครูก็ขอดูนะ ถ้าส่งข้อความไปขู่ไม่มีเลยล้านเปอร์เซ็นต์" "ที่เขาพุ่งมาที่เราว่าอยู่ในแก๊งขู่กรรโชกทรัพย์เป็นเพราะครูมีปัญหากันอยู่แล่วหรือเปล่า เขาอาจจะโยงแบบนั้น เราไปบอกให้เอาคลิปออก มันไปโยงกับ 11 ล้านได้ยังไง อันนี้คือจุดที่เราอยากรู้มากเลย" "สาเหตุนึงเป็นเพราะเคยมีปัญหากันเรื่องที่ครูเงาะไปไลฟ์สดสอน แล้วทางครูอ้อยไม่พอใจ อาจจะเป็นไปได้ คือมีวันหนึ่งครูทำไลฟ์แล้วครั้งแรกในชีวิตเลย ไลฟ์แรกของครูเงาะมันมีคนมาดูล้านวิว ตื่นเช้ามามีข้อความส่งมาจากคุณฐิตินาถบอกว่าเงาะคะ มีคนมาด่าเงาะในเพจครูค่ะ ว่าเงาะอะ หน้า...wanna be ทำไลฟ์ไม่มีคนดู แล้วก็ยังไปซื้อแอดโฆษณาให้คนมาดูอีก เขาแท็กชื่อมาด้วยนะคะ แต่ครูลบให้แล้ว ข้อที่หนึ่งถ้าแท็กมาเราไปดูในฟีดต่อให้ลบแล้วจะเห็น แต่ไม่มี ลองไปให้ใครที่เก่ง แล้วกู้ไฟล์วันนั้นคืนมาก็ได้ ครูก็อยากรู้ ครูอาจจะกดแล้วหาไม่เจอเองก็ได้ แต่ครูหาอย่างถี่ถ้วนมากก็ไม่มี ครูก็ตอบกลับไปว่า ครูคะข้อที่หนึ่งหนูไม่ได้ซื้อแอดนะคะ หนูยังงงเลยว่าคนมาดูขนาดนี้ได้ยังไง ข้อสองต่อให้หนูซื้อแอดจริงๆ มันก็เป็นสิทธิ์ของเพจนั้นๆ ไหมที่จะซื้อแอด เขาจะมาด่าว่าเราหน้า... มันไม่มีความจำเป็นที่เขาจะมาด่าเราแบบนี้ ถ้าเขาด่าเงาะว่าในสิ่งที่เงาะสอนไม่ดี ด่าได้เลย แต่มาด่าแบบนี้งั้นเราขอไม่ให้สาระกับคนแบบนี้ดีกว่า เพราะคนแบบนี้ถ้าไม่ป่วยก็ขี้อิจฉามากๆแหละ สุดท้ายเขาก็ตอบกลับมาว่า อ่านคำตอบของเงาะเหมือนไม่ได้เป็นเงาะที่ครูรู้จักเลย ทำไลฟ์เดียวก็คิดว่าคนจะอิจฉาตัวเองแล้วก็เอาเถอะ" "ติดต่อโดยตรงกับครูอ้อยหรือยัง ถ้าทุกคนเห็นในข้อความ ในช่วงหนึ่งปีที่ครูได้รับจะพบว่าการขอคุยเคลียร์อาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่เราทั้งสองฝ่ายต้องการอะไรก็ว่าไป อยากชวนให้คิดว่าถ้าครูจะล้มเขาจริงๆ ครูจะแนะนำลูกศิษย์ไปเรียนกับเขาทำไม พูดถึงเขาตลอด แม้ในคลิปนั้นที่มีปัญหา ที่ว่าครูไปไลฟ์ ครูยังพูดถึงเขาในคลิปกัลยาณมิตรว่าครูรู้เรื่องนี้มาจากครูอ้อย จนครั้งมีปัญหาเขาให้ผู้ช่วยโทรมาหาครูว่า ห้ามเอาคำของคำไปสอนคำนี้เป็นคำของเขา ถึงขั้นโทรไปขู่พี่ชายครูด้วยนะว่าจะฟ้องร้องข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ พี่ชายเลยบอกให้กรมลิขสิทธิ์ด้วยกันว่าใครกันแน่คิดคำพูดนี้ ความรู้ครูไม่เคยบอกเลยว่าสร้างขึ้นมาเอง เรียนมาเลยเอามาถ่ายทอด ทุกคนมีอัตลักษณ์ของตัวเองไม่มีใครก็ก็อปปี้ใคร สิ่งวันนี้ที่ครูอาจจะเข้าใจว่าเราพยายามก็อปปี้ เราเอาศาสตร์ที่เราเรียนมาทุกศาสตร์มาประยุกต์ใช้ แล้วผู้ช่วยเขาโทรมาบอกครูว่า ห้ามพูด พูดถึงก็ไม่อนุญาต" "ยืนยันว่าเราไม่ได้คิดจะขึ้นไปแทนเขา ไม่มีทาง ครูสอนบุคลิกภาพ ครูสอนการแสดง มันเกี่ยวอะไรล่ะ อย่างถ้าเราสอนเรื่องการตั้งเป้าหมาย เราก็เชื่อว่าใครก็สอน นักสัมนาสอนกันทั่วโลก บางทีครูเงาะโพสต์หลักสูตรลูกศิษย์เขาก็มาโพสต์ถามว่าคล้ายของใครนะ คล้ายของครูอ้อยนี่เอง เราก็บอกเดี๋ยวๆ หลักสูตรนี่ของญี่ปุ่น" "จากนี้ คงดำเนินไปตามกฏหมาย ว่ากันเรื่องกฏหมาย ไปอีกทีวันจันทร์นี้ ที่ 21 ที่ สน.บ่อทอง เราต้องไปดูว่าไหนเขาเอาอะไรมามั่นใจ แล้วครูเงาะก็ไม่มีการผลัดไปเรื่อยๆ" "ฟ้องกลับข้อหาอะไร ต้องไปดูว่าในนั้นเป็นอะไรบ้าง แน่นอนว่าตอนนี้มีหมิ่นประมาทเนอะ น่าสนใจตรงที่เขามาพูดประเด็นเรื่องทนายคลายทุกข์ได้ไหม เขาไลฟ์ไปแปปเดียวครูอ้อยมาแชร์เลย เหมือนตั้งติดตาม ที่สำคัญซื้อโปรโมทด้วย มันต้องขนาดนั้นเลยหรือในการที่จะแชร์เรื่องราว สิ่งที่น่าสนใจคือไอ้คำว่าผู้ต้องหามันคือคำที่แรงมากเลยนะ ซึ่งถ้าวันไหนที่ครูเงาะไปแจ้งความคุณฐิตินาถ เรื่องหมิ่นประมาทคุณฐิตินาถก็เป็นผู้ต้องหานะ ถ้าตำรวจรับเรื่อง ผู้ต้องหายังไม่ได้เป็นคนผิด แต่มันน่าสนใจว่าคำว่าผู้ต้องหามันถูกรีพลีสซ้ำๆ" "วันที่ 21 มั่นใจ 100% ว่าเราไม่เกี่ยวข้อง มาเลย มีหลักฐานอะไร เมื่อสักครู่น้องนักข่าวบอกว่ามีไลน์ครู ขอดูว่าใช่จริงไหม แล้วถ้ามันออกจากตัวครูแล้วส่งไปให้ใครบ้าง แล้วเดี๋ยวครูต้องไปที่ ปอท. ให้สืบเลยว่าเว็ปนี้ใครทำกันแน่ ใครจด ขอชื่อเลย ให้ทางการสืบ ถ้าเกิดมีความไม่ชัดเจนเขาแจงหลักฐานไม่ได้ อันนี้คงต้องปรึกษาทนาย เพราะว่ามันจะมีการไม่ให้ดูทั้งหมดหรือเปล่า อันนี้ไม่ค่อยทราบข้อกฏหมาย" "บอกอะไรกับครูอ้อย ทำไมเราไม่คุยกันดีๆ โทรมาได้ ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจถามเงาะ ถามเลยเพราะว่าเรารู้จักกันมาตั้งนาน ก่อนที่จะมีเรื่องเข้าใจผิดเราก่อนหน้านี้เราเคยมีความสัมพันธ์ดีทำไมเราไม่คุยกัน คุยกันง่ายๆ ครูนะถ้าเห็นในไลน์จะคุยถึงขั้นกราบเลย ครูพูดดีมากเลย เราบอกว่าขอเถอะไม่งั้นสิ่งที่เรามีในนี้เราไม่อยากส่งออกไป เปิดเผย" "การเซ็นยินยอมให้ใช้ภาพเรา ตอนแรกไม่มีการเซ็นนะคะในตอนแรกๆ ตอนได้ใบประกาศนียบัตรไม่มีการเซ็นยินยอม มามีตอนหลังๆ แล้วในนั้นบอกว่าไม่เซ็นยินยอมก็ได้ค่ะ แต่ครูกับน้องเอ๋โดนบังคับให้เซ็นยินยอม ตอนเข้าไปแล้วเขาบอกว่าต้องเซ็นนะคะ เราก็เลยต้องเซ็น เขาบอกว่าจะเอาภาพไปเผยแพร่แต่ว่าเราปรึกษาทนายแล้ว ว่าต่อให้เซ็น แต่ถ้าวันนี้เราไม่ยินยอมขอให้เอาออกได้ แต่ว่าเราเซ็นในตอนท้ายไม่ได้หมายถึงอดีต ปัจจุบัน อนาคตนะ ส่วนวันที่เซ็นแล้วอยากเอาออก เหตุการณ์ผ่านไปประมาณ 1 ปี เท่าที่เห็นเขาก็พยายามเอาออกอยู่นะ นี่ดูสิถ้าเอาออกตอนแรกนะ มันจะเป็นเรื่องไหม มันจะลากมาถึงจุดนี้ทำไมเนี่ย เอาออกก็จบ" "ข่าวที่ครูไปขู่กรรโชกทรัพย์เขา มันเกิดผลกระทบกับครูไหม กับความเชื่อมั่นของลูกศิษย์ ไม่กระทบกับลูกศิษย์ครูเพราะว่าลูกศิษย์ครูมั่นใจในตัวครูมาก แต่ว่าคนที่เป็นเหมือนสเต็ปสอง เพื่อนของเพื่อนก็มีมาถามว่าทำจริงไหม เพราะว่าข่าวออกมาจนน่าเชื่อ ที่ผ่านมาเราเลือกว่าเงียบดีที่สุด แต่ว่ามันไม่ได้ดีที่สุดสำหรับบางกรณีเราเลยต้องออกมาพูด แต่ถ้าถาว่ากระทบงานไหม วันนี้ยังไม่มีใครมาพูดอะไรให้ครูได้ยินในเรื่องงานนะ" "กลัวบานปลายไหม ครูเดาไม่ได้เลย เพราะว่าถ้า กับครูครูพร้อมจบไง แต่เราก็ไม่รู้ว่าทางนั้นอยากจะให้มันเป็นแบบไหน มีอะไรจะพูดอีกไหม ไม่มีนะ ครบแล้ว วันจันทร์ไปด้วยกันไหม ครูอยากให้ไปฟังด้วยกันจัง เรานัดเขาไว้ 09.00 น." "หลักสูตรที่เขาสอนในคลาส สอนให้คิดดีทำดีพูดดี แล้วทำไมถึงมาตีกัน เป็นคำถามที่ดีมาก หลักสูตรสอนให้คิดดีทำดีพูดดีทำไมถึงตีกัน แล้วที่ผ่านมาครูเคยตีกับใครไหม เคยมีเรื่องขึ้นโรงขึ้นศาลกับใครไหม ไม่เคยเลย ถามสิว่าทำไมครูโดนมาปีหนึ่งแล้วทำไมเพิ่งมาพูด มันถึงเวลา อาจารย์ครูบอกว่าถ้าถึงจุดที่ควรต้องพูดก็ต้องพูด" "หลักสูตรที่เรามีคล้ายๆ เขา จะยังสอนอยู่ไหม จะบอกว่าคล้ายทุกสูตร ถ้าจะให้พูดว่าคล้ายนะ เพราะอะไร เพราะเวลาเราสอน การพูดเราก็ต้องว่าข้างในจิตของเรามันมีความกลัวอะไร ถึงพูดออกไป มีสอนจิตวิทยาอยู่ในเลือดของครู มันถ่ายทอดลงในทุกรูปแบบ ฉะนั้นถ้าบอกว่ามีไหม มีทุกคลาส ก็ยังเปิดปกติอยู่ ถ้าต้องตัดคลาสออกเพื่อตัดปัญหา งั้นครูต้องถอดทุกคลาสเลยนะ(ยิ้ม) ทุกคนถ้าเข้าใจวิชามันอยู่ในตัวของคน ไม่มีใครลอกใครได้" ครูเงาะ กล่าว ครูเงาะ รสสุคนธ์ ครูเงาะ รสสุคนธ์ ครูเงาะ รสสุคนธ์ ครูเงาะ รสสุคนธ์ ครูเงาะ รสสุคนธ์

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

ละครรักหลงโรง , เรื่องย่อรักหลงโรง
ละคร รักหลงโรง /  เรื่องย่อละคร รักหลงโรง / 

รักหลงโรง บทประพันธ์ของ ญนันธรบทโทรทัศน์ของ เบญจธาราผู้กำกับการแสดง ปิยะพงษ์ คำภากุลออกอากาศทุกวัน ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.30 น. ทางช่อง 3 เริ่ม 27 สิงหาคมนี้เรื่องย่อละคร รักหลงโรง รักหลงโรง เป็นเรื่องราวของ กีรณา (ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง) ซุปตาร์สาวไฮโซหัวสูงที่ไปเติบโตในต่างแดน บวกกับหน้าตาสะสวยของเจ้าหล่อนทำให้เธอได้แจ้งเกิดในวงการบันเทิง และมีชื่อเสียงมากมาย ไม่ว่าใครต่างก็ต้องรุมล้อม และเอาใจเธอ ซึ่งที่แท้จริงแล้วกีรณาเป็นหลานสาวของเจ้าคณะลิเกที่กำลังตกอับ แต่แล้วดวงดาวที่กำลังส่องประกายแสงนี้กลับร่วงหล่นตกสู่พื้นดิน เช่นเดียวกันกับชะตาชีวิตของกีรณา ที่พลิกผันตกอับหมดสิ้นทุกสิ่งอย่าง เธอจึงหวนคืนสู่บ้านเกิดที่มีมรดกซึ่งทิ้งไว้ให้เธอต้องกอบกู้มันขึ้นมา นั่นก็คือคณะลิเก แต่มันก็ไม่ง่ายนักเพราะความเยอะของเจ้าตัว และการมีเรื่องกับ ตุลา (จรณ โสรัตน์) ชายหนุ่มปากร้าย ทำให้กีรณาหัวเสียอย่างมาก "รักหลงโรง" กำกับการแสดงโดย ปิยะพงษ์ คำภากุล บริษัท เมคเกอร์ เจ นักแสดงนำ ละครรักหลงโรงจรณ โสรัตน์ รับบท ตุลา(ตุลย์)ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง รับบท กีรณา (ลูกแก้ว/แกรนด์)ฐากูร การทิพย์ รับบท ผู้กองไรวินทร์นันทนัช โล่ห์สุวรรณ รับบท กัญหาภูศิลป์ วารินรักษ์ รับบท ชาลี ละครรักหลงโรง ละครรักหลงโรง ละครรักหลงโรง ละครรักหลงโรง ละครรักหลงโรง ละครรักหลงโรง ละครรักหลงโรง ละครรักหลงโรง ละครรักหลงโรง ละครรักหลงโรง ละครรักหลงโรง ละคร รักหลงโรง ละครรักหลงโรง

แพท โล่งอก!! รายงานตัวศาลอาญาฯครั้งสุดท้าย อัยการไม่สั่งฟ้อง ลั่นยังห่วง เบนซ์ เรซซิ่ง!!
แพท ณปภา /  ข่าว แพท ณปภา / 

  สตรองมากๆ สำหรับนักแสดงสาว แพท ณปภา ที่ล่าสุดวันนี้ 7ส.ค.60 เวลาประมาณ 8.30น. แพท ณปภา พร้อมด้วย นายอาคม คงสวัสดิ์ ทนายความส่วนตัว ได้เดินทางไปยังศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เพื่อรายงานตัวต่อศาลเป็นผลัดสุดท้ายและรับทราบคำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ ในคดีสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงินในคดียาเสพติดร่วมกับ นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง ผู้เป็นสามี พร้อมกับติดต่อทำเรื่องขอถอนหลักประกันตัวในคดีดังกล่าว   ซึ่งขณะเดียวกันวันนี้ ด้าน เบนซ์ เรซซิ่ง จำเลยคดีฟอกเงินและให้การสนับสนุนผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ก็จะถูกเบิกตัวมาที่ศาลนัดตรวจพยานหลักฐานในช่วงเช้าเช่นกัน ทั้งนี้ เบนซ์ เรซซิ่ง ได้มีการขอเปลี่ยนทนายความส่วนตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งด้าน แพท ณปภา กำลังตัดสินใจว่าจะไปให้กำลังใจ เบนซ์ เรซซิ่ง ในห้องพิจารณาคดีหรือไม่ ลั่นวันนี้รู้สึกคลายความกังวลหลังจากที่ตนต้องแบกรับมาตลอด 100 % ต่อไปก็จะเต็มที่กับงานและลูกชาย น้องเรซซิ่ง ได้อย่างไร้ความกังวัล รับแต่ก็ยังรู้สึกเป็นห่วงสามี เบนซ์ เรซซิ่ง มากเช่นกัน!! แพท : "อย่างแรกต้องขอบคุณที่ท่านเมตตา มันก็โล่งอ่ะค่ะ โล่งในระดับนึงเลย เราก็กังวลมาสักพักนึง กังวลมาตลอดเวลาว่าบทสรุปมันจะเป็นยังไง ถือว่าเป็นข่าวดีเลยค่ะ เราจะได้ทำหน้าที่ทุกอย่างโดยไม่ต้องกังวลเหมือนที่เคยเป็นมา วันนี้มาติดต่อเรื่องเงินประกันคืน (เอาข่าวดีไปบอกเบนซ์หรือยัง?) น่าจะได้บอกวันนี้มั้งคะ (ยิ้ม) เพราะตอนที่รู้ข่าวมันก็ค่อนข้างจะเย็นแล้วบ่ายแล้ว เราก็ไม่ได้เยี่ยมเขา (เสร็จจากตรงนี้ก็จะขึ้นไปเยี่ยมเขาใช่ไหม?) อาจจะค่ะ ต้องดูก่อน ติดเรื่องลูกด้วยค่ะ โน่นนี่นั่น เดี๋ยวต้องดูอีกที คือความกังวลในส่วนของเรามันมีอยู่ 100 นึงใช่ไหมคะ เราก็หายกังวลไปได้ 50-60% แต่เราก็ยังเป็นห่วงเขาอยู่ดี" แพท : "สภาพจิตใจมันโอเคขึ้นค่ะ เป็นไปในทางที่ดี เป็นสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นหลังจากที่เรากังวลมา แพทและพี่ๆ ทนาย ทำการบ้านกันมาค่อนข้างเยอะ ดีขึ้นหายกังวลขึ้น จริงๆ อ่ะ คือแพทก็ใช่ชีวิตปกติมาตลอด แต่ว่าในการใช้ชีวิตมันก็จะมีความกังวล จากที่มีนัดว่าจะต้องมาศาล จากนี้ก็จะไม่มีแล้ว เราก็ไม่ต้องมานั่งแบบว่าวันนี้เรามีนัดศาลนะ ครึ่งวันเช้าไปไหนไม่ได้นะ แต่ต่อไปนี้ไม่มีแล้ว เต็มที่กับงานกับลูกได้เลย" ทนาย : เรื่องของดุลพินิจเจ้าพนักงาน เราต้องเชื่อในพยานหลักฐานที่เราทำมาทั้งหมด ขอบคุณกองบัญชาการตำรวจยาเสพติด พนักงานสอบสวนทั้งคณะที่ดูแลอย่างดี เปิดโอกาสให้เรานำเสนอ จนเราพิสูจน์ตัวเองได้มาถึงตรงนี้ เกิน 60% แล้วครับว่าเราเป็นผู้บริสุทธิ์จริงๆ ขอให้เชื่อมั่นในตัวแพท ประการที่ 2 ที่ต้องชอบคุณมากๆ คือสำนักงานอัยการสูงสุด ที่ท่านได้ใช้ดุลพินิจอย่างเต็มที่อำนวยความยุติธรรมให้ทุกคนได้เห็นว่าความยุติธรรมมีอยู่จริง (กังวลไหมว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติเห็นขัดแย้งกับอัยการ?) ไม่เกี่ยวกับเราแล้วครับ เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่จะโต้แย้งก็โต้แย้ง จะคัดค้านก็คัดค้าน เป็นอำนาจหน้าที่ครับ แต่เราไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง" แพท : "คืออย่างที่แพทบอกแหละค่ะ ทนายแพท เพื่อนๆ รอบค้างเขาก็มั่นใจในตัวแพท แล้วแพทก็อยากให้ทุกคนเชื่อมั่นแบบนั้น ในส่วนที่แพทต้องทำแพททำหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเอกสารการชี้แจ้ง และส่วนอื่นๆ ก็นอกเหนือจากตัวแพทแล้วก็ต้องให้เป็นไปตามกระบวนการ คือจะบอกว่าไม่กังวลเลยก็ไม่ได้เนอะ คนในครอบครัวเราหนึ่งคน เขาก็ยังเป็นที่กังวลของเราอยู่ดี ก่อนหน้านี้อาจจะ 100% ตอนนี้อาจจะหายไปแล้ว 50% อะไรแบบนี้" แพท ณปภา เข้ารายงานตัวศาลอาญาครั้งสุดท้าย แพท ณปภา เข้ารายงานตัวศาลอาญาครั้งสุดท้าย แพท ณปภา เข้ารายงานตัวศาลอาญาครั้งสุดท้าย แพท ณปภา เข้ารายงานตัวศาลอาญาครั้งสุดท้าย แพท ณปภา เข้ารายงานตัวศาลอาญาครั้งสุดท้าย แพท ณปภา เข้ารายงานตัวศาลอาญาครั้งสุดท้าย แพท ณปภา เข้ารายงานตัวศาลอาญาครั้งสุดท้าย แพท ณปภา เข้ารายงานตัวศาลอาญาครั้งสุดท้าย