ผมดัด

ดูหนังใหม่ รอบพิเศษ Night at the Museum: Secret of the Tomb (20ที่นั่ง)
Night at the Museum /  Secret of the Tomb / 

เอ็มไทยมูฟวี่พรีวิวครั้งที่ 718 หนึ่งคืนอัศจรรย์สุดท้าย "Night at the Museum: Secret of the Tomb - ไนท์ แอท เดอะ มิวเซียม ความลับสุสานอัศจรรย์" ทเวนตี้เซนจูรี่ ฟ๊อกซ์, เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์ และ เว็บเอ็มไทย กลับมาเรียกเสียงหัวเราะอีกครั้งในภาพยนตร์ภาคต่อที่จะทำให้พิพิธภัณฑ์กลับมามีชีวิตในยามค่ำคืน อีกผลงานของ โรบิน วิลเลี่ยม ผู้จากไป ที่ฝากเอาไว้ มีมาให้ จำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง ฉายวันพุธที่ 24 ธันวาคม 2557 รอบ 20.00 น. (รับบัตรเวลา 19.00 -19.50 น. ) โรงภาพยนตร์ เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์ รัชดา สมาชิกท่านใดสนใจไปดู ร่วมสนุกกับกิจกรรมนี้เลย Night at the Museum: Secret of the Tomb ไนท์ แอท เดอะ มิวเซียม ความลับสุสานอัศจรรย์ จะพาคุณไปพบกับการผจญภัยสุดบ้าคลั่งที่สุดใน Night At the Museum เมื่อแลร์รี่ได้ก้าวข้ามโลก ตัวละครโปรดและตัวละครหน้าใหม่จะมาร่วมในภารกิจสำคัญ เพื่อปกป้องเวทมนตร์ก่อนที่จะหายสาปสูญไปตลอดกาล พร้อมด้วยนักแสดงชุดเดิมกลับมาเรียกรอยยิ้มกันอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็น เบน สติลเลอร์, โรบิน วิลเลี่ยมส์, โอเว่น วิลสัน, ฯลฯ  จากผลงานการกำกับของ ชอน เลวี่ เข้าฉายรอบปกติ  25 ธันวาคมนี้ พบความหฤหรรษ์กันได้ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น คำถาม 1. ในภาคนี้ พวกเขาบุกไปพิพิธภัณฑ์ไหน ประเทศอะไร แล้วไปทำไม 2. มิวเซียมที่ไหน ที่คุณรู้จัก เคยอ่านเจอ แล้วอยากไปเห็นสถานที่จริง ในประเทศหรือต่างประเทศก็ได้ * อ่านหน่อยครับ ล๊อกอินกันก่อน แล้วโพสคำตอบลงกระทู้นี้ได้เลย สำหรับสมาชิกที่กรอกข้อมูลครบถ้วนเท่านั้น ก่อนจะตอบคำถาม แน่ใจหรือยังเอ่ย ว่าได้กรอกชื่อจริงนามสกุลที่อยู่เบอร์โทรไปครบแล้ว ยังงงว่ากรอกตรงไหนหล่ะซี่ ดูมุมขวาบนของจอ ตรงสวัสดีชื่อเรา คลิกเข้าไปเพิ่มเติมนะครับ กรอกให้ครบ จะได้ไม่เสียสิทธิ์ของตนเอง ขอบคุณครับผม คลิกไปดูหน่อย แล้วก็ตอบในหน้านี้เท่านั้น ประกาศผล จันทร์ 22 ธันวาคม 2557 เวลา 10.00 น. เล่นแล้วอย่าลืมว่าเล่นไว้ คอนเฟิร์มได้จนถึง 10.30 น. อังคาร 23 ธันวาคม โทรสำรองวันอังคาร เวลา 11.00 - 12.00 น. โดยเข้ามาเช๊คในกระทู้ ว่ามีที่ว่างไหม . สนับสนุนกิจกรรมโดย ทเวนตี้เซนจูรี่ฟ๊อกซ์ และ เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์

ทูน ปฏิวัติประกันภัยไทย แคมเปญ “ประกันไว” ซื้อไว คุ้มครองไว จ่ายไว
ทูนประกันภัย /  ประกันภัย

ทูน ปฏิวัติวงการประกันภัยรายแรกของไทย  ด้วยแคมเปญ “ประกันไว” ซื้อไว คุ้มครองไว จ่ายไว บริษัท ทูนประกันภัย จำกัด (มหาชน) รุกตลาดประกัน  เปิดตัว “ประกันไว” ที่บริการด้านการประกันวินาศภัยแบบครบวงจร      ทูนประกันภัย เป็นธุรกิจทายาทของสายการบินแอร์เอเชีย ที่เคยปฏิวัติวงการการบินมาแล้ว จนปัจจุบัน กลายเป็นสายการบินราคาประหยัดที่ดีที่สุดในโลกที่ใครๆ ก็บินได้  และวันนี้  ทูนประกันภัย ได้ฤกษ์ประกาศพลิกโฉมใหม่ให้กับวงการประกันในเมืองไทย ด้วยแคมเปญ “ประกันไว” กรมธรรม์ประกันภัย 1,000 เท่า เพื่อคืนความสุขให้กับประชาชนพร้อมทั้งเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมลูกค้าที่รู้สึกเบื่อหน่ายกับการซื้อประกันแบบเก่า ได้มีโอกาสมาสัมผัสกับความสะดวก รวดเร็ว และได้รับการคุ้มครองแบบฉับไวที่เข้าถึงชีวิตความเป็นอยู่ของลูกค้าได้อย่างทั่วถึง โดยบริการผ่านทางตู้บุญเติมที่มีกว่า 40,000 ตู้ทั่วไทย นายทอม เครือโสภณ ประธานบริหาร บริษัท  ทูนประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ผมมั่นใจว่าแคมเปญ ประกันไว จะเป็นอีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ช็อกวงการประกันในเมืองไทย  ที่เล็งเห็นถึงประโยชน์ของลูกค้าเป็นหลัก โดยผมถือโอกาสนี้สนองนโยบายคืนความสุขให้กับประชาชนทั้งประเทศ ตอบโจทย์แนวคิด Digital Economy ของท่าน  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย  และวันนี้ เราได้มอบสิทธินั้นให้กับทุกท่านด้วยบริการ กรมธรรม์ประกันภัย 1,000 เท่า ภายใต้แคมเปญ “ประกันไว” แนวใหม่ที่สร้างความแตกต่างจากประกันแบบเก่า  ที่ลูกค้าสามารถซื้อประกันภัยได้ทุกที่ทุกเวลาอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้เริ่มแคมเปญ ประกันไว โดยใช้ตู้อิเลคทรอนิคส์เติมเงินกับตู้บุญเติม ที่มีตู้บริการอยู่ทั่วประเทศไทย นอกจากนี้ เรายังมีแผนที่จะขยายการบริการให้ทั่วถึงที่ง่ายดายในขั้นตอนต่อไป อาทิ บริการผ่านทางเว็บไซต์ หรือ ผ่านทางแอพพลิเคชั่น เป็นต้น” “กรมธรรม์ประกันภัย 1,000 เท่า จากแคมเปญ “ประกันไว” เป็นประกันภัยที่ตอบโจทย์ลูกค้าและสามารถเลือกซื้อกรมธรรม์ประกันภัยได้ทุกความต้องการตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวันไม่มีวันหยุด  (Insurance on Demand)  ตัวอย่างเช่น  จ่ายค่าเบี้ยประกัน 100 บาทต่อเดือน ลูกค้าจะได้รับสิทธิ์การคุ้มครองในกรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ 100,000 บาท พร้อมรับค่ารักษาพยาบาลครั้งละ 5,000  บาท  และค่าชดเชยกรณีเข้าพักเป็นผู้ป่วยในวันละ 1,000 บาท  นอกจากนี้ เรายังมีเบี้ยประกันที่เริ่มต้นแค่เพียง10 บาท แต่ลูกค้าได้รับสิทธิ์คุ้มครองแบบเกินความคาดหมาย และนี่เป็นเพียงแค่การเริ่มต้นเท่านั้น สำหรับแผนปีหน้า ทูนประกันภัย ได้เตรียมกิจกรรมแบบสุขใจทั้งผู้ให้และผู้รับที่ทุกท่านไม่สามารถพลาดได้  ซึ่งผมมั่นใจว่าคนไทยทุกคนจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจนับจากวันนี้” นายทอม กล่าวเสริม นายสมชัย สูงสว่าง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด(มหาชน)”FSMART” ผู้ให้บริการตู้เติมเงินโทรศัพท์มือถือ และบริการชำระเงินออนไลน์ ‘บุญเติม’ กล่าวว่า “การร่วมมือกับ ทูนประกันภัย ในการรับชำระค่าประกันภัยเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือกับพันธมิตรที่สามารถสนับสนุนซึ่งกันและกันได้เป็นอย่างดี โดยตู้เติมเงินบุญเติมที่มีจำนวนกว่า 40,000 ตู้ให้บริการอยู่ทั่วประเทศจะมีบริการเพิ่มขึ้นจากที่มีอยู่ 45 รายการ ขณะที่ ทูนประกันภัย สามารถเข้าถึงผู้ต้องการซื้อประกันภัยครอบคลุมเกือบทุกพื้นที่ในประเทศ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเพิ่มความความสะดวกสบายและรวดเร็วในการใช้บริการให้กับผู้ใช้มากยิ่งขึ้น ขณะที่ความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยส่งเสริมให้บริษัทฯ มียอดเติมเงินในช่องทางการชำระค่าสินค้าและบริการรายเดือนต่างๆมากขึ้น นอกเหนือจากช่องทางการเติมเงินมือถือทุกระบบ  ช่องทางการเติมเงินอื่นๆ  ช่องทางการโฆษณาประชาสัมพันธ์ และช่องทางการจำหน่ายสินค้า โดยที่ผ่านมา บมจ.ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส มีการพัฒนาเทคโนโลยีให้รองรับการใช้งานเพื่อเพิ่มคุณสมบัติการใช้งานที่หลากหลาย ตามเป้าหมายที่จะก้าวเป็นผู้นำช่องทางการชำระที่มีเครือข่ายครอบคลุมมากที่สุดในประเทศอย่างแข็งแกร่งในอนาคต” “ความร่วมมือที่เกิดขึ้นถือเป็นการชำระเงินประกันภัยในรูปแบบใหม่ที่สามารถชำระเงินเงินประกันได้ครอบคลุมทั่วประเทศด้วยจำนวนตู้บุญเติมกว่า 40,000 ตู้ ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยให้ทูนประกันภัยได้รับการตอบรับจากลูกค้าที่ต้องการซื้อประกันโดยตรง ขณะที่ผู้ใช้สามารถเข้าถึงการประกันภัยได้ง่ายและสะดวกสบาย โดยใช้บุญเติมเป็นช่องทางในการชำระเงิน” นายสมชัย กล่าว

ดูหนังใหม่ รอบพิเศษ รักหมดแก้ว (20ที่นั่ง)
ชิงรางวัล /  ดูก่อนใคร / 

เอ็มไทยมูฟวี่พรีวิวครั้งที่ 717 เพราะรักไม่ใช่เหล้า ที่เมาแล้วจะไม่เจ็บ "รักหมดแก้ว" เอ็มเธอร์ตี้ไนน์, เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์ และ เว็บเอ็มไทย ชวนดูหนังโรแมนติคปาร์ตี้ บรรยากาศที่หลายๆคนอาจคุ้นเคยกันดี หรือบางคนอาจไม่เคยข้องเกี่ยว และหลายๆคนอาจห่างหายไปแล้ว แต่ก็ยังนึกถึงเสมอ พูดแล้วก็เปรี้ยวปาก ทีมดารานักแสดงอย่างเพียบ มาช่า, ป๊อบ บลาบลา, อ๊อฟ ปองศักดิ์, สงกรานต์ มามามีมาให้ จำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง ฉายวันพุธ 24 ธันวาคม 2557 รอบ 20.00 น. (*รับบัตรเวลา 19.00 -19.50 น.) ที่โรงภาพยนตร์ เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน สมาชิกท่านใดสนใจไปดู ร่วมสนุกกับกิจกรรมนี้เลย ดูหนังตัวอย่างกันก่อน กินเหล้าน่ะเมาได้... แต่กับ “หัวใจ” ห้ามเมา!  ไฟเลี้ยว คิดเอาไว้ว่าการได้เป็นแฟนกับ บั๊กโจ้ นั้น จะทำให้ความรักของเธอ “โคตรชิล” เหมือนนั่งจิบเบียร์เย็นๆ ริมทะเลตอนพระอาทิตย์ตกดิน...ไม่เร่งรีบ...ไม่เรียกร้อง...และไม่ผูกมัด ตามประสาชะนีอินดี้รักอิสระเหนือสิ่งอื่นใด ไฟเลี้ยววาดฝันไว้ว่าความรักที่ดี คือความรักที่ต่างฝ่ายต่างเว้นช่องว่างให้แก่กันและกัน ไม่ใกล้จนอึดอัดและไม่ไกลจนห่างเหิน เธอผ่านผู้ชายมาหลายคน ผิดหวังมาซ้ำซาก จนกระทั่งได้มาเจอกับ บั๊กโจ้ คนที่เหมือนจะ “ใช่” สุดๆ (อ่านต่อ) คำถาม 1.  ในตัวอย่างภาพยนตร์ ใครชื่อเจ็ท แล้วเจ็ทอกหักมาแล้วกี่ครั้ง? 2. ร้านกินดื่มร้านไหนย่านที่คุณมักไป ร๊ากกกกก เอ๊า!! หมดแก้ว แนะนำหน่อยๆ *ประกาศจันทร์ สรุปอังคาร ดูพุธ ตามนั้น ดื่มอย่างมีสติ และมีสตังค์นะครับ * อ่านหน่อยครับ ล๊อกอินกันก่อน แล้วโพสคำตอบลงกระทู้นี้ได้เลย สำหรับสมาชิกที่กรอกข้อมูลครบถ้วนเท่านั้น ก่อนจะตอบคำถาม แน่ใจหรือยังเอ่ย ว่าได้กรอกชื่อจริงนามสกุลที่อยู่เบอร์โทรไปครบแล้ว ยังงงว่ากรอกตรงไหนหล่ะซี่ ดูมุมขวาบนของจอ ตรงสวัสดีชื่อเรา คลิกเข้าไปเพิ่มเติมนะครับ กรอกให้ครบ จะได้ไม่เสียสิทธิ์ของตนเอง ขอบคุณครับผม คลิกไปดูหน่อย แล้วก็ตอบในหน้านี้เท่านั้น ประกาศผล จันทร์ 22 ธันวาคม เวลา 10.00 น. เล่นแล้วอย่าลืมว่าเล่นไว้ คอนเฟิร์มได้จนถึง 10.30 น. อังคาร 23  ธันวาคม โทรสำรองวันอังคารเวลา 11.00 - 12.00 น. โดยเข้ามาเช๊คในกระทู้ ว่ามีที่ว่างไหม . สนับสนุนกิจกรรมโดย เอ็มเธอร์ตี้ไนน์ และ เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์

10 หนุ่มหน้าใสสุดฮอตแห่งปี 2014
10 อันดับ /  จัดอันดับ 2014

ขอส่งท้ายปีกันด้วย 10 หนุ่มหน้าใสสุดฮอตแห่งปี 2014 ที่ทีนเอ็มไทยได้รวบรวมคอนเทนต์หนุ่มหน้าใสที่สุดของที่สุด และเป็นกระแสนิยมที่ถูกพูดถึงกันเป็นอย่างมากในโลกโซเชี่ยล ไว้ที่นี่ แต่จะมีหนุ่มๆ คนไหน ที่ถูกใจโดนใจเพื่อนๆ กันบ้าง ไปตามลุ้นพร้อมๆ กันเลยค่ะ... เขียนโดย teen.mthai.com (หากนำไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยคะ) 10 หนุ่มหน้าใสสุดฮอตแห่งปี 2014 1. กัปตัน ชลธร : คู่จิ้นวัยรุ่นสุดฟิน  Love Sick  เกาะกระแสซีรีย์ที่กำลังฮิตในกลุ่มวัยรุ่นในปี 2557 นี้ นอกจากฮอร์โมนวัยว้าวุ่น ซีซั่น 2 แล้ว เรื่องที่ดังเปรี้ยงปร้างไม่แพ้กัน ก็คือ Love Sick The Series รักวุ่น วัยรุ่นแสบ จากนิยายวัยรุ่นที่โด่งดังมากที่สุดในช่วงปี 2552 มาสร้างเป็นซีรี่ย์ที่ได้จับกลุ่มหนุ่มสาวพร้อมถ่ายทอดชีวิตวุ่นๆ  ซึ่งก็ได้รับกระแสการตอบรับจากคนดูเป็นอย่างดี  หนึ่งในนั้นก็คือหนุ่มหล่อ กัปตัน ชลธร หรือ โน่ ที่ได้รับบทนำของเรื่อง และต้องแสดงเป็นคู่จิ้นเพื่อนชายรักชายด้วยกัน จนทำให้ผู้ชมฟินและติดตามกันเป็นอย่างมาก ดังนั้นอันดับ 1 หนุ่มหน้าใสในปีนี้ต้องยกให้เขาไปครอง อ่านเพิ่มเติม ประวัติดาราวัยรุ่น กัปตัน ชลธร หรือ โน่ ซีรี่ย์ love sick 2. ไวท์ ณวัชร์ : หนุ่มคู่จิ้นสุดเลิฟของ โน่ Love Sick  อีก 1 หนุ่มหน้าใสกิ๊ก ไวท์ ณวัชร์ หรือ ปุณณ์ ใน love sick The Series ซีรีย์วัยเรียนที่โดนใจวัยรุ่น ที่ขอตามกระแสมาติดๆ จนมาอยู่อันดับสอง ยิ่งช่วงที่ซีรี่ย์กำลังเข้มข้นจนเกิดกระแสคู่จิ้นของสองหนุ่มไวท์ กับ กัปตัน หรือ โน่ ในเรื่อง ก็ยิ่งทวีความฮอตความบูมกันไปยกใหญ่ อ่านเพิ่มเติม ประวัติดาราวัยรุ่น ไวท์ ณวัชร์ หรือ ปุณณ์ love sick The Series 3. บิ๊กเอ็ม : หนุ่มหล่อมาดเข้ม ละลายใจ บิ๊กเอ็ม ลิขิต บุตรพรม เพื่อนๆ คงจะเคยเห็นหน้าเห็นตาหนุ่มคนนี้จากภาพยนตร์ตลก แหยม ยโสธร 3 กันมาแล้วในบทบาทของ คฑาเทพ แต่ล่าสุด บิ๊กเอ็ม ลิขิต บุตรพรม ได้ลงเล่นละครช่อง 7 เรื่อง คีตโลกา รัทบทเป็น อธิคม ตัวร้ายหน้าหล่อ ที่ทำให้เขาดังพลุแตกชั่วข้ามคืน ในความหล่อ ล่ำ บึก สุดจะบรรยาย จนสาวๆ หลายคนยอมพลีกายสลัดคราบนางเอกกันเลย อ่านเพิ่มเติม ประวัติบิ๊กเอ็ม ลิขิต บุตรพรม หรืออธิคม ละครคีตโลกา 4. แบงค์ ธิติ : นักแสดงหน้าใหม่ Hormones The Next Gen ซีซั่น 2 หนุ่มอิสานหน้าตาดี ติดเหล็กดัดฟัน แบงค์ ธิติ ได้ร่วมเล่น Hormones The Next Gen ซีซั่น 2 แค่ตอนยังไม่ออกฉาย ก็มีแฟนคลับกระจาย! ตั้งแฟนเพจเยอะสุดๆ แต่พอได้มาเล่นในซีรี่ย์ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ก็ยิ่งได้รับความสนใจเข้าไปอีก เมื่อหนุ่มแบงค์ต้องรับบทเป็นรุ่นน้องที่ปลื้มรุ่นพี่ที่เป็นผู้ชายด้วยกัน และประโยคสุดฟินที่ว่า "งั้นตอนนี้พี่กับผมก็สนิทกันแล้วนะ" หลังจากนั้นหนุ่มคนนี้ก็ผลงานอย่างต่อเนื่องอย่าง ซีรี่ย์เพื่อนเฮี้ยน โรงเรียนหลอน ตอน สายที่ไม่ได้รับ (เชิญ)  งานเดินแบบ ถ่ายแบบ ฯลฯ อ่านเพิ่มเติม ประวัติดาราวัยรุ่น แบงค์ ธิติ หรือ นนท์ ฮอร์โมนวัยว้าวุ่น ซีซั่น 2  5. มิณทร์ ยงสุวิมล : แชมป์ รายการเดอะเทรนเนอร์ ปั้นฝันสนั่นเวที ปี 2 หนุ่มหน้าใส มิณทร์ ยงสุวิมล หรือที่ทุกคนรู้จักเขาจากการเป็น แชมป์! รายการเดอะเทรนเนอร์ ปั้นฝันสนั่นเวที ปี 2 ตอนนี้กลายเป็นศิลปินเต็มตัวแล้ว กับ Mr.Min พร้อมซิงเกิ้ลใหม่เมื่อต้นปี กับ รักเกินตัว ออกมาให้เพื่อนๆ ได้ฟังกัน ซึ่งเพลงจะเกี่ยวกับอาการของหนุ่มๆ ที่อยากจีบสาวฮอตในโรงเรียน จนเก็บอาการไว้ไม่อยู่ และต้องขอบอกว่าหนุ่มคนนี้กระแสดังอย่างต่อเนื่องที่มีแฟนคลับติดตามและพูดถึงตั้งแต่ต้นปี ยันปลายปีก็ยังอยู่ อ่านเพิ่มเติม ประวัติดาราวัยรุ่น มิณทร์ ยงสุวิมล หรือ Mr.Min  6. เจมส์ ธีรดนย์ : นักแสดงหน้าใหม่ Hormones The Next Gen ซีซั่น 2 เป็นอีกหนึ่งหนุ่มหน้าหล่อที่แจ้งเกิดใน Hormones The Next Gen ซีซั่น 2 “เจมส์ ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ” จากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ทั้งหล่อ ความสามารถเยี่ยม มีคาเร็คเตอร์เฉพาะตัว ทำให้เขาได้ร่วมแสดงใน ซีรีส์ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ซีซั่น 2 รับบทเป็น ซัน หนึ่งในสมาชิกใหม่ของวงดนตรี ต้า นั่นเอคะ ทำให้มีแฟนคลับชื่นชอบและติดตามเขาจำนวนมาก อ่านเพิ่มเติม ประวัติดาราวัยรุ่น เจมส์ ธีรดนย์ หรือซัน ฮอร์โมนวัยว้าวุ่น ซีซั่น 2  7. ฟลุท ชินพรรธน์ : ดาราเด็กมากความสามารถ จำกันได้ไหมคะ ดาราเด็กคนนี้ ฟลุท ชินพรรธน์ กิตติชัยวรางค์กูร (ชื่อเดิม รจนกร) หนุ่มฟลุทโด่งดังจากผลงานในวงการบันเทิงหลากลหลายชิ้น โดยชิ้นที่ทำให้หลายๆ คนรู้จักน้องฟลุทนั่นก็คือละครด้วยแรงแห่งรัก, เจ้าหนูเทควันโด เป็นต้น ซึ่งตอนนี้น้องฟลุทโตเป็นหนุ่มแล้ว หน้าตาหล่อไม่เบาเลยทีเดียว และล่าสุดกับผลงานภาพยตร์เรื่องเกมปลุกผี Ghost Coins ที่กำลังจะเข้าฉายเร็วๆ นี้แล้ว อ่านเพิ่มเติม ดาราเด็ก ฟลุท ชินพรรธน์ กิตติชัยวรางค์กูร โตเป็นหนุ่มแล้ว 8.  เจมส์ ภูวดล : ป๋อง ละครรักออกฤทธิ์  เจมส์ ภูวดล เวชวงศา แจ้งเกิดด้วยบทหนุ่มหัวเกรียน มาดกวน ในบท ป๋อง ละครแนวคอมเมดี้ รักออกฤทธิ์ เรียกเสียงหัวเราะให้กับคนดูมากมาย ซึ่งก่อนหน้านี้ เจมส์ก็มีผลงานมาบ้างแล้วด้วย ไม่ว่าจะเป็นหนึ่งในนักแสดงนำภาพยนตร์ มอ6/5 ปากหมา ท้าผี, เล่น MV อีกทั้งยังเป็นเดือนคณะของ ม.รามฯ ซะด้วย อ่านเพิ่มเติม ประวัติดาราวัยรุ่น เจมส์ ภูวดล – ป๋อง ละครรักออกฤทธิ์ 9. เป้ ศรายุทธ์ : พี่วินมอไซค์หน้ามหา'ลัย หนุ่มหน้าใสคนนี้ มาแรงแซงโค้งในช่วงไม่กี่เดือนก่อนสิ้นปี กับข่าวกระแสฮือฮาในโลกโซเชียล หลังจากมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง แชร์ภาพหนุ่มหล่อในชุดวินจักรยานยนต์รับจ้าง ซึ่งหนุ่มคนนั้นก็คือน้องเป้ ศรายุทธ์ ที่ออกมาเปิดเผยแล้วว่าเป็นเพียงเรื่องเข้าใจผิด เจ้าตัวแค่นำเสื้อมาใส่ถ่ายรูปเล่นเท่านั้น ว้าววแถมยังมีดีกรีนายแบบอีกด้วย จึงทำให้หนุ่มเป้ติดอันดับ 1 ใน 10 ได้ไม่ยากเลยค่ะ อ่านเพิ่มเติม ประวัติเป้ ศรายุทธ์ หนุ่มหล่อชุดวินที่ฮือฮาในสังคมออนไลน์  10. สวิส เตชภูวนนท์ : บอดี้การ์ดที่จงรักภักดี เห็นหน้าเงียบๆ นี่ฟาดเรียบนะคะ อุ้ย!! ที่ร้องเพลงนี้ขึ้นมาก็อย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะคะ เพราะหนุ่มสวิส เตชภูวนนท์ คนนี้เขาแจ้งเกิดด้วยบทหนุ่มมาดนิ่ง ที่รับบทเป็น ซาซากิ ทาโร่ บอดี้การ์ดที่จงรักภักดีกับพระเอก มาริโอ้ เมาเร่อ ในละคร The Rising Sun รอยรักหักเหลี่ยมตะวัน จนตัวตาย แค่เล่นเรื่องแรกหนุ่มสวิสก็ครองใจแฟนคลับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แถมคนในโซเชียลต่างก็พูดถึงตัวละครนี้อยู่ไม่น้อยทีเดียวคะ อ่านเพิ่มเติม สวิส เตชภูวนนท์ – ซาซากิ ทาโร่ ละครรอยรักหักเหลี่ยมตะวัน  เขียนโดย teen.mthai.com (หากนำไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยคะ) ภาพจาก IG ดารา

ชูวิทย์ เตือนระวังคนซื้อบ้านพ่วงประกัน ผ่อนหมด แต่อดได้โฉนด
ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ /  ซื้อบ้านพ่วงประกัน / 

ชูวิทย์ เตือนระวังคน ซื้อบ้านพ่วงประกัน ผ่อนหมด แต่อดได้โฉนด วันนี้(17ธ.ค.)นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ได้โพสต์ข้อความผ่านหน้าเฟซบุ๊คเตือนภัยคน ซื้อบ้าน โดยระบุว่า ผ่อนบ้านหมด ยังอดได้โฉนด เขียนเรื่องการเมืองมาเสียนาน ขอเรื่องที่เป็นอุทธาหรณ์ให้กับประชาชนคนผ่อนบ้านบ้าง เดี๋ยวนี้ธนาคารร่วมมือกับบริษัทประกัน(ในเครือ)หากิน โดยใช้วิธีการดังนี้ เมื่อลูกค้าต้องการกู้เงินผ่อนบ้าน ธนาคารจะตั้งเงื่อนไขว่า ในระหว่างผ่อนบ้าน หากผู้กู้เสียชีวิตก็จะทำให้ธนาคารเสียหาย จึงผลักภาระมาให้ผู้กู้ โดยให้ผู้กู้ทำประกันเงินกู้ไว้ เผื่อว่าตายไปจะได้เอาเงินประกันมาชำระหนี้ค่าบ้านที่ค้างอยู่เรียกง่ายๆว่า "ซื้อบ้านพ่วงประกัน" เป็นการประกันว่าธนาคารจะต้องได้ตังค์แน่นอน ยกตัวอย่าง หากผู้กู้ต้องการผ่อน 25 ปี ในระหว่างผ่อน ผู้กู้อาจเป็นคนขยันทำมาหากิน หาเงินชำระเงินกู้ได้ก่อนกำหนด หรือที่ภาษาชาวบ้านเรียกว่า "โปะ" ปลดหนี้ที่ค้างไว้กับธนาคารแต่แทนที่จ่ายเงินกู้บ้านกับธนาคารครบแล้วจะได้โฉนดออกมา ปรากฎว่ายังคงต้องชำระค่าประกันที่ยังค้างอยู่ด้วย เท่ากับผู้กู้ยังมีภาระต้องจ่ายค่าเบี้ยประกัน แม้ว่าไม่เหลือหนี้ค่าบ้านแล้ว การกระทำแบบนี้เท่ากับธนาคารสมคบคิดกับบริษัทประกันในเครือ หาเงินจากความรู้ไม่เท่าทัน และต้องการเงินกู้ไปจ่ายค่าบ้านหรือคอนโด โดยมีชาวบ้านจำนวนมากร้องเรียนมาที่ผม ผู้ที่ซื้อบ้านจะต้องระมัดระวัง ตอนอยากได้เงินกู้ก็เซ็นไป เพราะธนาคารอ้างว่า ถ้าไม่ทำประกันพ่วงก็จะไม่ให้เงินกู้ ประเทศไทยมันก็อย่างนี้แหละครับ คนจนก็จนไป ส่วนคนรวยอย่างธนาคารมันก็หน้าด้านคิดวิธีหาเงินได้ทุกรูปแบบจริงๆ

เก่งมากไอน้อง!จอร์แดนร่วมยินดีโคบี้ ไบรอัน
NBA /  บาสเกตบอล / 

ไมเคิ่ล จอร์แดน ตำนานสุดยอดนักบาสเกตบอล แห่งศึก เอ็นบีเอ สหรัฐอเมริกา ออกแถลงการณ์แสดงความยินดี โคบี้ ไบรอันท์ การ์ด ซูเปอร์สตาร์ของ ลอส แองเจลิส เลเกอร์ส หลังจากที่ ไบรอันท์ ทำสกอร์แซงตนขึ้นมาอยู่อันดับ 3 ตลอดกาลเป็นที่เรียบร้อย ในเกมที่ เลเกอร์ส บุกไปเอาชนะ มินเนโซต้า ทิมเบอร์วูล์ฟส์ 100-94 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม หรือเช้าวันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม ตามเวลาประเทศไทย ผมขอแสดงความยินดีกับ โคบี้ ที่สามารถไต่ขึ้นมาจนถึงจุดนี้ได้ แน่นอนว่า เขาเป็นผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ มีหลักการในการซ้อมที่ยอดเยี่ยม และมีความรักในเกมบาสเกตบอลสูง ผมมีความสุขที่ได้เห็นเขาเล่นปีแล้วปีเล่า ซึ่งตอนนี้ผมก็กำลังตั้งตารอดูอยู่ว่า เขาจะสร้างสถิติอะไรขึ้นมาอีก" อดีตสุดยอดชู้ตติ้งการ์ด ชิคาโก บูลล์ส กล่าว เวลานี้ ไบรอันท์ เหลือตามอีกแค่ 2 คนเท่านั้น คือ คารีม อับดุล-จับบาร์ ตำนานเซนเตอร์ เลเกอร์ส (38,387 แต้ม) และ คาร์ล มาร์โลน อดีตยอดฟอร์เวิร์ด ยูท่าห์ แจ็ซซ์ (36,928 แต้ม)

แอมป์ โพสต์ IG ประกาศคืนดี อั้ม !!
อั้ม พัชราภา /  แอมป์ พิธาน / 

ชมรมคนรัก อั้ม-แอมป์ ได้เฮอีกครั้ง!! เมื่อไฮโซหนุ่ม แอมป์ พิธาน หวานใจของซุปตาร์สาว อั้ม พัชราภา ที่กำลังอยู่ในสถานะคลุมเครือ ล่าสุดโพสต์อินสตาแกรมส่วนตัวประกาศคืนดี สาวอั้ม หลังห่างกันมา 2 เดือนกว่า ทำเอาแฟนๆ แห่เข้ามาคอมเม้นท์แสดงความยินดีกับการรีเทิร์นรักครั้งนี้อย่างท่วมท้น "ขอบคุณที่คอยติดตามให้กำลังใจเราสองคนนะครับ เราได้มีโอกาสมานั่งคุยกัน ปรับความเข้าใจกัน และเราก็รู้ว่าความรู้สึกของเราที่มีให้กันยังเหมือนเดิม ตลอด 2 เดือนกว่าๆ ที่ผ่านมา ต้องขอโทษอีกครั้งนะครับที่ไม่ได้ออกมาพูดอะไร เป็นเพราะเราอยากให้เวลาตัวเองได้คิดทบทวน แต่วันนี้เราสองคนรู้ล่ะครับ ผมไม่รู้ว่าวันข้างหน้าจะเป็นยังไง แต่เราจะพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุดครับ" ขอบคุณภาพจาก IG @ amp_ongkosit IG แอมป์ พิธาน อั้ม-แอมป์

ผมไม่เกี่ยว! เอร์เรร่า ยันบริสุทธิ์คดีล็อคผลบอล
พรีเมียร์ลีก /  ฟุตบอล / 

อันเดร์ เอร์เรร่า มิดฟิลด์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่มีชื่อเข้าไปพัวพันกับการล็อคผลการแข่งขันตั้งแต่ปี 2010-11 รีบออกแถลงการณ์ผ่านเฟซบุคของตัวเองว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับเรื่องนี้แม้แต่น้อย โดย เอร์เรร่า สมัยที่ยังเล่นให้กับ ซาราโกซ่า มีรายชื่ออยู่ในนักเตะ ผู้ฝึกสอน และผู้อำนวยการ ทั้งหมด 41 คนที่ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการล็อคผลการแข่งขันฟุตบอลลาลีก้าสเปนในนัดสุดท้ายของฤดูกาลระหว่าง เลบันเต้ กับ เรอัล ซาราโกซ่า “ผมมีชื่อไปพัวพันเกี่ยวกับเรื่องผิดกฎหมาย กับเรอัล ซาราโกซ่า สโมสรที่ผมเล่นให้ตั้งแต่อายุ 12 จนถึง 22 ปี” “ผมไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการล็อคผลการแข่งขัน” “และถ้าหากผมถูกเรียกไปสอบสวน มันจะเป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่จะได้แสดงความบริสุทธิ์ใจ ตลอดอาชีพของผม” “ผมรักฟุตบอล และเชื่อในการเล่นแบบขาวสะอาดทั้งในและนอกสนาม” กองกลางค่าตัว 28 ล้านปอนด์ร่ายยาว สำหรับคดีล็อคผลการแข่งขันหากผิดจริงมีโทษห้ามยุ่งเกี่ยวกับฟุตบอลถึง 6 ปีและถึงขั้นติดคุก ข่าวที่เกี่ยวข้อง งานเข้าอย่างจัง! เอร์เรร่า ส่อโดนคุกข้อหาเอี่ยวล็อคผลการแข่งสมัยอยู่ซาราโกซ่า

บอม KPN แฮปปี้งานชุก! ขอบคุณแฟนคลับที่ให้กำลังใจ
บอม KPN /  อนุรักษ์ บุญเพิ่มพูน

บอม KPN แฮปปี้งานชุก ขอบคุณแฟนคลับที่ให้กำลังใจตลอด เรียกว่ากำลังอยู่ในช่วงฮอตของนักร้องหนุ่ม บอม KPN - อนุรักษ์ บุญเพิ่มพูน เพราะละครเรื่องแรก The Manager ซารางเฮ รักหมดใจ ทางช่องไทยทีวี ทีวีดิจิตอล ช่อง 17 ที่เจ้าตัวรับบทพระเอกครั้งแรกในชีวิตก็มีแฟนคลับติดตามชมมากมาย แล้วก็เพิ่งจะได้รับรางวัลรางวัล ศรีกุลบุตร-กุลธิดา จากสภาศิลปินสร้างสรรค์สังคมมาหมาดๆ ไม่ใช่แค่นั้นดีกรีฮอตของหนุ่มบอมก็ฉุดไม่อยู่อีกหลังโชว์หุ่นล่ำกระชากใจสาวๆ ขึ้นปกนิตยสาร ATTITUDE ฉบับเดือนธันวาคมมาหมาดๆ โดย บอม กล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า "ผลงานของผมตอนนี้มีละครเรื่อง The Manager ซารางเฮ รักหมดใจ ทางช่องไทยทีวี ทีวีดิจิตอล ช่อง 17 เป็นละครรักแนวรักโรแมนติกกุ๊กกิ๊ก เล่นคู่กับ สต๊อบ เดอะสตาร์ ครับ ฟีดแบ็กละครดีมากๆ ครับแฟนคลับก็บอกว่าสนุก ทำให้ได้แฟนละครเพิ่มมาอีก(ยิ้ม) ซึ่งละครออกอากาศทุกวัน เสาร์-อาทิตย์ เวลา 19.15 - 20.15 น. ฝากติดตามชมกันเยอะๆ นะครับ แล้วผมเองก็เพิ่งจะได้รับรางวัล ศรีกุลบุตร-กุลธิดา เทิดไท้องค์ราชันย์ เนื่องในวาระมหามิ่งมงคลสมัยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 87 พรรษา ร่วมกับ บี้ ธรรศภาคย์ ชี ด้วย และล่าสุดก็เพิ่งไปถ่ายแบบขึ้นปกให้กับนิตยสาร ATTITUDE ฉบับเดือนธันวาคม กระแสมีทั้งชมและติควบคู่กันไป ผมไม่ซีเรียสครับ ก็ต้องขอบคุณแฟนคลับทุกคนนะครับที่คอยติดตามผลงาน คอยให้กำลังใจและสนับสนุนกันมาตลอดครับ" ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

โดม ปฏิเสธ! เมทัล เหวี่ยงแอร์โฮสเตส!
โดม ปกรณ์ ลัม /  เมทัล สุขขาว / 

เม้าท์แรงว่าแฟนสาว เมทัล สุขขาว เหวี่ยงแอร์โฮสเตสบนเครื่องบินในทริปสวีทฝรั่งเศส งานนี้หนุ่มหล่อขั้นเทพ โดม ปกรณ์ เลยออกโรงป้องอีกรอบว่าไม่ใช่เรื่องจริง บอกไม่ได้มีนิสัยชอบเหวี่ยงใจเย็นกันทั้งคู่ เผยหวานใจตัวจริงแอบงงหลังเจอข่าวลือ พร้อมปฏิเสธเป็นการโปรโมทสายการบินแน่นอน! "กับข่าวว่าเมทัลเหวี่ยงแอร์บนเครื่องบิน ไม่มีเลยครับ ไม่รู้ว่าเราจะเหวี่ยงไปทำไม ต้องบอกเลยว่าพี่แอร์โฮสเตส ทุกคนน่ารัก เอาอาหารมาเสิร์ฟเกินกว่าคนอื่น พอดีผมไปขอมาม่า พี่ๆ เขาก็มานั่งคุยด้วย ตอนลงจากเครื่องก็มาขอถ่ายรูปให้ทุกคนเลย ไม่มีหรอกครับเรื่องเหวี่ยง" "สงสัยกลัวว่าผมไม่มีข่าว เลยสร้างข่าวให้มีเรื่องถามมั้งครับ(หัวเราะ) แต่ถ้าเป็นเรื่องของการโปรโมทสายการบินผมว่าไม่น่าจะดี ทางน้องเมทัลก็งงๆ เพราะพี่ๆ แอร์ฯ เขาน่ารักกันทุกคนเลย และด้วยนิสัยของเราทั้งคู่ใจเย็นทั้งคู่ ไม่ได้เป็นพวกสายเหวี่ยง เวลาเราไม่พอใจใคร ส่วนมากเราจะเงียบมากกว่าครับ ยืนยันเลยว่าไม่มีการเหวี่ยงอะไรกับแอร์ฯ เลยครับ ทุกคนน่ารักหมดเลย" โดม ปกรณ์ กล่าว โดม ปกรณ์ โดม ปกรณ์ โดม ปกรณ์ โดม ปกรณ์ โดม - เมทัล โดม - เมทัล

รวมดาราคนเก่ง ดีกรีด็อกเตอร์!!
ต้าร์ นาวิน /  นาวิน ต้าร์ / 

สำหรับคนทั่วไปถือเป็นเรื่องยากและต้องใช้ความพยายามความรับผิดชอบสูงมาก กับการเรียนในระดับปริญญาเอกที่ต้องใช้ทั้งความรู้ ความสามารถ ความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างที่สุดถึงจะประสบความสำเร็จในการเรียน แต่สำหรับดาราคนบันเทิงที่คิวงานรัดตัวยิ่งต้องพยายามจัดสรรเวลาและรับผิดชอบมากกว่าคนอื่น ไปดูกันดีกว่าว่าจะมีใครบ้างที่นอกจากจะสวย-หล่อแล้ว ยังเก่งดีกรีด็อกเตอร์อีกด้วย!! นาวิน ต้าร์ เริ่มกันที่ด็อกเตอร์สุดหล่อขวัญใจสาวๆ อย่าง นาวิน ต้าร์ หรือ ดร.นาวิน เยาวพลกุล กว่าจะประสบความสำเร็จก็ทรหดพอควร เริ่มจากมัธยมเป็นวัยรุ่นใจร้อนมีเรื่องชกต่อยไปทั่วจนถูกไล่ออกจากโรงเรียน 2 ครั้ง จากนั้นก็เริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเองสอบเข้าเรียน กศน.เทียบวุฒิ ม.6 และเอ็นทรานซ์ติดคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จบปริญญาตรีด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง เกรดเฉลี่ย 3.82 จากนั้นได้รับทุนอานันทมหิดลไปศึกษาต่อปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยออริกอนสเตต และจบปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียเดวิส ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งปัจจุบัน หนุ่มต้าร์ เป็นอาจารย์อยู่ที่คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และยังคงรับงานบันเทิงควบคู่ไปด้วย หมวย อริสรา คนต่อมาเป็นสาวเก่ง หมวย อริสรา กำธรเจริญ พิธีกรและผู้ประกาศข่าวช่อง 3 และอดีตนักแสดง มีดีกรีจบการศึกษาระดับมัธยมจาก โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนแวนต์ จบปริญญาตรีด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1 สาขาวิชาวิทยุและโทรทัศน์ ปริญญาโทสาขาบริหารสื่อสารมวลชน และปริญญาเอกดุษฎีบัณฑิต จากคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน สาขาสื่อสารการเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สาวหมวย เชื่อเสมอว่า "การศึกษาคือการลงทุน เราอาจไม่เห็นผลกำไรในปีเดียว แต่รู้ไว้เถอะว่ามันเปลี่ยนชีวิตคนได้ อย่าหยุดที่จะเรียนรู้ ขวนขวายและไขว่คว้าหาโอกาสในการศึกษา ยิ่งถ้าคุณได้เรียนสูงๆ มีโอกาสมากกว่าคนอีกหลายเปอร์เซ็นต์ที่ไม่ได้เรียน ต้องไม่หยุดไม่ท้อทำต่อให้จบ แค่จบ ป.3 กับ ป.6 ก็ต่างกันแล้ว การศึกษาทำให้เราได้ไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี สังคมที่ดี การงานดีๆ แล้วชีวิตก็ดี หมวยว่าการศึกษาทำให้คนองอาจขึ้น" ท็อป ณัฐเศรษฐ์ ถึงคิวของพิธีกรไฮโซหนุ่มอย่าง ท็อป ณัฐเศรษฐ์ พูนทรัพย์มณี จบการศึกษาปริญญาตรี คณะ British And American Studies มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคอินเตอร์ ส่วนปริญญาโท คณะนิเทศศาสตร์ สาขาสื่อสารมวลชน ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และจบการศึกษาปริญญาเอก คณะรัฐศาสตร์อินเตอร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ทั้งหล่อ ทั้งรวย ทั้งเก่งขนาดนี้สาวๆ รุมกรี๊ดไม่เบา แต่ก็ต้องเสียดายเพราะ หนุ่มท็อป มีภรรยาคนสวยอย่าง แพม อรอาภา อยู่แล้วทั้งคน!! เปปเปอร์ รัฐศาสตร์ ด็อกเตอร์หนุ่มรูปหล่ออีกคน สำหรับ ดร.รัฐศาสตร์ กรสูต หรือ เปปเปอร์ UHT อดีตสมาชิกบอยแบรนด์ที่จบปริญญาตรีคณะรัฐศาสตร์จากรั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จบปริญญาโท คณะระบบข้อมูล สาขาวิศวกรรมซอฟต์แวร์ ที่มหาวิทยาลัยเดอพอล เมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา แถมยังคว้าเกียรตินิยมด้านไอทีพ่วงมาอีกใบ และปริญญาเอกดุษฎีบัญฑิตสาขาหลักสูตรและการสอน จากคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ด้วยเกรดเฉลี่ย 4.00 ซึ่งต่อมาได้ทำงานเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และเข้าสู่วงการไอทีด้วยการทำงานในตำแหน่งผู้อำนวยการเว็บไซต์แห่งหนึ่ง และงานปัจจุบันคือ General Manager (GM) ที่ LINE Thailand นั่นเอง บุ๋ม ปนัดดา ต่อมาเป็นนางสาวไทยดีกรีด็อกเตอร์อย่าง บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี จบการศึกษาปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ จบปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจระหว่างประเทศที่มหาวิทยาลัยวอลองกอง ประเทศออสเตรเลีย และปริญญาโทใบที่ 2 Master of Business Philosophy South Australia University และปัจจุบันจบการศึกษาระดับปริญญาเอกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในสาขาวิชาด้านบริหารธุรกิจ ที่มหาวิทยาลัยรังสิต กับความตั้งใจเรียนมา 6 ปีเต็ม รอรับปริญญาในเดือนก.พ.ปีหน้า โดย สาวบุ๋ม เปิดเผยว่า "การเป็นนางสาวไทยคือการทำตามความฝันของแม่ ส่วนการสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาเอกถือเป็นความฝันของพ่อ" อาต้อย เศรษฐา ดาราอาวุโสมากความสามารถเจ้าของรางวัลศิลปินแห่งชาติ สาขาสาขาศิลปะการแสดง ประเภทดนตรีไทยสากล-ขับร้อง และยังมีดีกรีด็อกเตอร์ในวัย 70 ยังแจ๋วอย่าง อาต้อย เศรษฐา ศิระฉายา จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์ หลักสูตรโครงการพิเศษ สาขาวิชาการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยรามคำแหง, จบการศึกษาระดับปริญญาโท (มหาบัณฑิต) คณะบริหารธุรกิจ สาขาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (MBA) มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี และจบการศึกษาระดับปริญญาเอกดุษฎีบัณฑิต คณะรัฐศาสตร์ สาขารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี แสดงให้เห็นว่า...ไม่มีใครแก่เกินเรียนจริงๆ เป็ด เชิญยิ้ม และอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของตลกตัวพ่อ เป็ด เชิญยิ้ม หรือ ดร.ธัญญา โพธิ์วิจิตร นักแสดงตลกคนแรกของประเทศไทยที่มีดีกรีเป็นด็อกเตอร์ จบปริญญาเอกจากสาขาการจัดการกีฬา คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทั้งนี้ เป็ด เชิญยิ้ม เคยกล่าวไว้ว่า "ผมสามารถเชิดหน้าชูตาได้ว่าในประเทศไทยมีตลกหนึ่งคนที่เรียนจบปริญญาเอก ไม่ใช่ขอมา ในประเทศไทยเป็นตลกคาเฟ่ คนเดียวที่จบปริญญาเอก ผมได้ประโยชน์ทั้งทางตรงทางอ้อม ทางตรงผมได้ใช้ในการจัดการบริหารองค์กรเพราะผมเรียนการบริหารจัดการ ทางอ้อมผมได้ชื่อเสียงทุกสิ่งทุกอย่าง ผมได้ภาพลักษณ์ ผมได้ทั้งแบรนด์อิมเมจมันสร้างมูลค่าให้ผมกลายเป็นจุดแข็ง สังคมมองผม ดร.เป็ด ตลกคนเดียวที่สามารถเรียนปริญญาเอก และมีองค์กรแบบนี้มันไม่ธรรมดา มูลค่ามันเกิดแล้ว สังคมก็ตีราคา ให้เครดิตผม" วีเจจ๋า วรัลชญาน์ อีกหนึ่งคนที่กำลังเรียนและพยายามอย่างหนักสำหรับว่าที่ด็อกเตอร์ วีเจจ๋า วรัลชญาน์ จินดารักษ์วงศ์ ที่จบปริญญาตรีจากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และระดับปริญญาโท ยุโรปศึกษา (European Studies) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาเอก สาขารัฐศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ยังไงแฟนๆ คงต้องเอาใจช่วยให้ สาวจ๋า ประสบความสำเร็จกับการเรียนเร็วๆ นะจ๊ะ ส่วนดาราคนบันเทิงที่ได้รับ ปริญญากิตติมศักดิ์ หมายถึง ปริญญาที่สถาบันอุดมศึกษามอบให้แก่บุคคลที่มีความรู้ความสามารถตามที่กำหนด ซึ่งแต่ละแห่งไม่มีกฎเกณฑ์ที่ตายตัวแน่ชัด แต่มักจะคำนึงถึงการแสดงออกความรู้ความสามารถในสาขาวิชานั้นๆ ซึ่งมีผลงานเป็นที่ประจักษ์และเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป หรืออาจพิจารณาถึงการกระทำที่เป็นคุณงามความดีอันเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม และยังคำนึงถึงคุณธรรมและจริยธรรมของผู้ที่ได้รับ ดังนั้นการมอบปริญญากิตติมศักดิ์ให้แก่บุคคลใดจึงเป็นสิทธิและขอบเขตอำนาจของแต่ละมหาวิทยาลัยเอง อาทิเช่น... ติ๊ก เจษฎาภรณ์ พระเอกตลอดกาลขวัญใจมหาชนอย่าง ติ๊ก เจษเจษฎาภรณ์ ผลดี ล่าสุดเพิ่งเข้ารับพระราชทานปริญญาเอกวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิทยาการสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร โดยคณะกรรมการพิจารณาคุณสมบัติของ หนุ่มติ๊ก แล้วว่าเป็นผู้เหมาะสมที่จะรับปริญญากิตติมศักดิ์ในสาขาวิชาวิทยาการสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ จากผลงานการเป็นพิธีกรรายการ เนวิเกเตอร์ ซึ่งตลอดระยะเวลา 10 ปีทำรายการให้สาระความรู้ในเรื่องสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ และนอกจากจะทำรายการแล้วยังเป็นวิทยากรพิเศษให้กับทางองค์กรหรือมหาวิทยาลัยต่างๆ เท่าที่มีโอกาสไปแชร์ประสบการณ์ตัวเอง บัวขาว บัญชาเมฆ ด้านนักมวยดังระดับโลก บัวขาว บัญชาเมฆ ก็เข้ารับพระราชทานปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชายุทธศาสตร์ การพัฒนาภูมิภาค (กลุ่มการศึกษาและจัดการภูมิปัญญา) มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ พิจารณาจากเหตุผลที่ว่า บัวขาว เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงสูงสุดในวงการกีฬาทั้งในไทยและระดับโลก อีกทั้งยังเป็นทูตวัฒนธรรม โดยอาศัยภูมิปัญญาชาวบ้าน คือ ศิลปะแม่ไม้มวยไทยที่มีมาแต่ดั้งเดิมของบรรพบุรุษ รวมถึงการเป็นครูวิชามวยไทยที่ดีแก่ชาวไทยและชาวต่างชาติ จึงสมควรได้รับการยกย่องเป็นแบบอย่าง แอ๊ด คาราบาว ศิลปินเพลงเพื่อชีวิต แอ๊ด คาราบาว หรือ ยืนยง โอภากุล ก็เข้ารับพระราชทานปริญญาศิลปกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาดนตรีไทยสมัยนิยม มหาวิทยาลัยรามคำแหง หรือปริญญาเอกใบที่ 2 ของ พี่แอ๊ด ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ปริญญาตรีสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีมาปัว ประเทศฟิลิปปินส์, ปริญญาโท-มหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาราชภัฎนครสวรรค์ และปริญญาเอก-ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ขอบคุณภาพจาก IG @ boompanadda, vj_ja, topnathasedh และเว็บไซต์ ผู้จัดการออนไลน์, khaosod, tlcthai, siamdara, bangkokbiznews, prsociety, thaipost.net, FB:rmutt.klong6, FB:BanchamekGym

คลิป ขอแต่งงาน สุดซึ้ง เมื่อความสูญเสีย คือบทพิสูจน์แห่งรักแท้
ขอแต่งงาน /  คลิปขอแต่งงาน / 

หมู่ป๊อก นายทหารที่เสียขาขวาจากการรับใช้ชาติ ได้รับอุบัติเหตุจากการปฎิบัติหน้าที่ที่เขาพระวิหาร จนทำให้เสียขาขวาไปข้างหนึ่ง จึงทำให้งานแต่งงานที่เคยวางแผนไว้ถูกเลื่อนออกไปจากอุบัติเหตุในครั้งนี้ จนกระทั่งเขาวางแผน ขอแต่งงาน กับ คุณหญิง หญิงสาวที่เขารักอีกครั้ง อย่างที่เขาไม่เคยได้ทำให้เธอ จะซึ้งขนาดไหน มาชมกันเลยค่ะ ...คำเตือน เตรียมทิชชู่ให้พร้อม แล้วไปชมกันเลยค่ะ นี่คือคำพูดบางส่วนจากคุณป๊อกที่พูดกับคุณหญิง ในการ ขอแต่งงาน ครั้งนี้ (ใครดูแล้วไม่เสียน้ำตา แสดงว่าคุณใจหินสุดๆ) ถึงแม้ว่าบางส่วนในร่างกายป๊อกจะขาดหายไป แต่มีสิ่งหนึ่งที่ป๊อกจะไม่ยอมให้มันสูญเสียไปอีก นั่นก็คือหญิง และความรักจากหญิง ... "เราแต่งงานกันนะ" และในขณะที่คุณป๊อกกำลังจะคุกเข่าสวมแหวนให้คุณหญิงนั้น ก็ได้ล้มลงเพราะสภาพร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ คุณหญิงได้พูดกับคุณป๊อกว่า ไม่เป็นไร ไม่ต้องนั่งลุกขึ้นเถอะ แต่คุณป๊อกก็พยายามนั่งคุกเข่าใหม่ และพูดว่า "ขอให้ป๊อกได้ทำสักครั้งเถอะ" "สำหรับผมแล้ว ถ้าเลือกได้ผมเลือกเสียขาดีกว่าเสียเธอไป เสียขาอย่างน้อย ๆ ผมก็ใส่ขาเทียมได้ แต่ถ้าเกิดเสียเขาไป ผมไม่รู้จะหาใครมาทดแทนเขาได้อีกแล้วในชีวิต" นายทหารผู้นี้!! ทั้งชีวิตขอมอบให้กับแผ่นดินด้วยความเสียสละ แต่บัดนี้ เค้าขอทำอะไรเพื่อ "คุณหญิง" หญิงอันเป็นที่รักบ้าง แม้จะกลับมาด้วยสภาพร่างกายที่ไม่ครบ 32 เหมือนเดิม... แต่ "คุณหญิง" ไม่เคยมีความรู้สึกเสียใจสักนิด ที่ "หมู่ป๊อก" กลับมาด้วยสภาพร่างกายแบบนี้ กลับคิดในแง่บวกที่เหตุการณ์นี้จะทำให้ทั้งคู่ได้อยู่ดูแลซึ่งกันและกันทุกวัน จะอยู่ด้วยกันตลอดไป!! เพราะ "กาลเวลาไม่เคยย้อนกลับ เราต้องดูแลคนที่เรารักให้ดีที่สุด เพราะเราไม่อาจคาดเดาอนาคตได้" นี่แหละหนาชีวิตของทหาร "ทหารคืออาชีพที่เสียสละ แต่รู้ไม่ว่าคนที่เสียสละที่สุดคือครอบครัวของทหาร" ขอบคุณที่มาจาก รายการศึกน้ำผึ้งพระจันทร์

20 มารยาทที่ควรรู้ สำหรับการใช้ชีวิตที่เยอรมนี
มารยาท /  เที่ยวเยอรมนี

เยอรมนี (Germany : คนไทยชอบเรียก ประเทศเยอรมัน) เป็นประเทศอันดับต้นๆ ที่คนไปยุโรปมักจะไปเยือน ที่มักจะพ่วงด้วย สวิสเซอร์แลนด์ ออสเตรีย ตามที่กรุ๊ปทัวร์จัดไว้ให้ แต่เยอรมนีก็ยังไม่ได้มีชื่อเสียงแค่แหล่งท่องเที่ยวเท่านั้น สถาบันการศึกษาต่างๆ ก็ยังเป็นที่นิยมของคนไทยไม่แพ้ออสเตรเลีย อังกฤษ รวมถึงเป็นประเทศที่สาวไทยแต่งงานกับหนุ่มเยอรมันเยอะสุดๆ อีกเช่นกัน ดังนั้น เราจึงมีข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ชีวิตที่เยอรมนีมาฝาก ว่าด้วยเรื่องมารยาทต่างๆ ที่ควรรู้ ดังนี้ 20 มารยาทที่ควรรู้ สำหรับการใช้ชีวิตที่เยอรมนี 1. นัดก่อนเสมอ คนเยอรมันเคร่งครัดเรื่องเวลาและความเป็นส่วนตัว ก่อนที่จะไปหาใครไม่ว่าที่ทำงานหรือที่บ้าน ให้ส่งเมลไปนัดก่อนเสมอ เพื่อที่จะให้อีกฝ่ายหนึ่งมีเวลาตั้งตัว อย่าจู่ๆ โผล่พรวดเข้าไปเพราะจะทำให้เกิดความตกใจ โกลาหล อลหม่าน และจะไม่ได้รับการต้อนรับที่ดี 2. อย่าทำให้ใครหยุดชะงักกลางทาง เมื่อคนเยอรมันเริ่มออกจากอาคารแล้วกำลังมุ่งหน้าไปที่ใดสักแห่งอย่าได้พยายามทักเพื่อให้เขาหยุดเดินแล้วมาสนใจเรา เพราะก่อนออกจากอาคารเขาได้เช็คตารางการเดินรถเมล์หรือรถไฟไว้แล้ว และเขากะแล้วว่าเมื่อเริ่มออกจากอาคารเวลานี้จะต้องไปทันรถแน่ๆ หากเราทำให้เขาชะงัก เขาจะเสียเวลาไปไม่ทันรถ เขาจะโกรธเอาได้ ทางที่ดีควรเดินไปคุยกันไป หรือรอให้ไปถึงสถานีรถไฟฟ้าก่อนแล้วค่อยคุย หรืออาจจะคุยกันในรถไฟฟ้าก็จะดีกว่า เพราะเขาจะมีเวลาคุยด้วยเต็มที่หลังจากขึ้นรถแล้ว 3. อย่าเรียกชื่อหน้า คนไทยนิยมเรียกชื่อหน้า เช่น คมสัน แต่เราจะเรียกชื่อหน้าของชาวเยอรมันไม่ได้ถ้าไม่ใช่เพื่อนสนิทกัน เช่น ดร. กุนเธ่อร์ มันสเก้ เราจะต้องเรียกว่า ดร. มันสเก้ ไม่ใช่ ดร. กุนเธ่อร์ 4. ให้จับมือด้วยทุกครั้ง ชาวเยอรมันถือเรื่องการจับมือ อย่างน้อยในการทักทายควรยื่นมือขวาให้อีกฝ่ายหนึ่งจับ ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง ไม่ต้องคิดว่าจะเป็นการแต๊ะอั๋ง เพราะไม่มีใครคิดอย่างนั้นกัน ถ้าไม่ยอมจับมือจะเป็นการแสดงความรังเกียจอีกฝ่าย เวลาจับมือให้บีบแรงพอสมควร อย่าเกรงใจจนไม่ออกแรงบีบมือเลย เพราะคนเยอรมันจะถือว่าเหมือนกับเราไม่พอใจจะจับมือเขา แต่ก็อย่าบีบแรงเกินไปจนอีกฝ่ายหนึ่งเจ็บ 5. อย่าใส่หมวกเข้าไปในอาคาร ให้ถอดหมวกทุกครั้งที่เข้าไปในอาคาร และหากพบกับใครนอกอาคาร ก็ควรถอดหมวกออกก่อนในเวลาที่กล่าวทักทายกันแล้วใส่กลับไปใหม่ 6. ชายหญิงเท่าเทียมกัน อย่าพยายามมองว่าหญิงชาวเยอรมันจะทำอะไรสู้ผู้ชายไม่ได้ บางทีเมื่อเราอยู่บนรถเมล์แล้วเห็นผู้หญิงยืนอยู่แล้วเราลุกให้เขานั่ง ถือว่าเป็นการสบประมาท เพราะเขาจะมองว่าเราดูถูกความสามารถของเขา เนื่องจากเขาถือว่าชายหญิงแข็งแรงเท่ากัน หญิงเยอรมันสร้างชาติกลับคืนมาหลังจากความพินาศย่อยยับหลังสงครามโลกครั้งที่สอง และนายกรัฐมนตรีก็เป็นหญิง (นางอังเกล่า แมเกิ้ล) 7. อย่าลัดคิวเด็ดขาด คนเยอรมันถือเรื่องคิวมากๆ ใครบังอาจลัดคิวมีเรื่องถึงเรียกตำรวจมาตักเตือน หรือไม่ทุกคนก็จะมองอย่างรังเกียจ 8. การแยกขยะถือเป็นมารยาทสำคัญ ถังขยะที่เยอรมันจะมีหลายสีสำหรับขยะหลายประเภท เช่น กระดาษ พลาสติก แก้ว และเศษขยะ การทิ้งขยะในถังขยะไม่ถูกประเภทจะถูกมองว่าเป็นคนไร้การศึกษา เพราะชาวเยอรมันได้รับการสอนเรื่องการแยกขยะมาตั้งแต่เด็ก 9. คนเยอรมันรักความสะอาด อย่าพยายามทำให้ห้องรกรุงรัง ทั้งห้องทำงานและห้องที่บ้านพัก เพราะถ้าเพื่อนๆ เข้ามาเห็นสภาพความรกรุงรังแล้วจะรับไม่ได้ เพราะคนเยอรมันชอบความสะอาด ชาวเยอรมันจะชอบให้ทุกอย่างสะอาดแบบหมดจดทั้งในที่สาธารณะและที่ส่วนตัว ดังนั้นเราต้องหมั่นทำความสะอาดห้องต่าง ๆ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของเราอยู่เสมอ 10. อย่าข้ามถนนในที่ ๆ ไม่ได้จัดไว้ให้ข้าม คนจะข้ามถนนได้ก็ต่อเมื่อมีทางม้าลายและมีสัญญาณไฟให้ข้ามได้เท่านั้น ก่อนข้ามเราต้องกดขอสัญญาณก่อน จากนั้นรอสักพักจะมีไฟเขียวให้เราข้ามได้ หากยังเป็นไฟแดงแม้ว่าไม่มีรถก็อย่าข้าม เพราะหนึ่ง อาจจะมีรถมาอย่างเร็วมากและชนเราได้ เขาจะไม่ผิดด้วย เพราะสัญญาณบอกให้เขาไปได้ และสอง อาจมีตำรวจดักปรับเราอยู่อีกฝั่งหนึ่ง 11. ก่อนเข้าไปซื้อของ ถ้ามีกระเป๋า ให้ฝากไว้ที่ล็อคเกอร์ก่อน สังเกตว่าซูเปอร์มาร์เก็ตบางแห่งจะมีล็อคเกอร์จัดไว้ให้ลูกค้า เราต้องมีเหรียญ 1 ยูโรติดตัวไว้ เพื่อที่จะเอาไว้เช่าล็อคเกอร์ (จะได้คืนเมื่อกลับมาเอาของ) หากไม่ยอมฝากของไว้ก่อน ตอนออกมาจ่ายเงินจะถูกค้นกระเป๋า ทำให้เสียเวลามาก และเกิดความหงุดหงิดทั้งเราและทั้งฝ่ายผู้ขาย นอกเสียจากบางห้างที่มีระบบกันขโมยอยู่แล้วจะไม่ต้องฝากกระเป๋า เพราะถ้าใครหยิบอะไรติดออกมาโดยไม่จ่ายเงินรับรองมีเสียงดังเกิดขึ้นแน่นอน 12. เวลาทักคนเยอรมัน ควรเริ่มทักเป็นภาษาเยอรมัน อย่าคิดว่าคนเยอรมันจะรู้ภาษาอังกฤษ เขาอาจจะรู้บ้างแต่ไม่รู้มาก เมื่อเขาเห็นว่าเราเป็นคนต่างชาติเขาจะไม่เข้ามาทักเราก่อนค่อนข้างแน่นอน เพราะกลัวว่าจะพูดอังกฤษไม่ถูก ดังนั้น เราจึงควรแสดงความเป็นมิตรก่อนโดยการพูดภาษาเยอรมันสักคำ เช่น กู๊ด-เท่น-ท๊าค แปลว่า สวัสดีครับ / สวัสดีค่ะ อย่างน้อยเขาเห็นว่า เรามาแบบเป็นมิตร คนเยอรมันก็จะพยายามช่วยเรา โดยปกติคนเยอรมันจะใจดี แต่เขากลัวว่าจะสื่อสารกับเราไม่รู้เรื่องเพราะเป็นเขาเองที่ไม่รู้ภาษาอังกฤษ 13. เวลาพูดกับคนเยอรมันอย่าเยิ่นเย้อ ให้ตรงประเด็นไปเลย คนเยอรมันเป็นคนตรง ๆ ไม่ชอบเวลาใครพูดอะไรเยิ่นเย้อ ถ้าเราอยากจะขออะไรจากคนเยอรมันก็ขอตรง ๆ ถ้าเขาทำได้ก็จะบอกว่าได้ ถ้าไม่ได้ก็จะบอกว่าไม่ได้ ไม่มีคำตอบแบบห้าสิบห้าสิบชนิดที่ต้องมาตีความกันว่าตกลงเขาจะให้หรือไม่ให้ อะไรอย่างนี้คนเยอรมันไม่มี ภาษาอังกฤษแบบสุภาพและวกไปวนมากว่าจะเข้าเรื่องนั้นอาจจะดีหากใช้กับคนอังกฤษ แต่สำหรับคนเยอรมันแล้วจะคิดว่า "นี่เขาต้องการอะไรกันแน่ เห็นฉันเป็นตัวตลกหรือมีเวลาว่างมากนักหรืออย่างไร ถึงได้พูดเสียอ้อมค้อมอย่างนั้น" สรุปแล้วตรงไปตรงมากับคนเยอรมันจะดีที่สุด 14. ต้องมีเหตุผล ถึงคนเยอรมันจะเป็นคนตรง ๆ ขออะไรก็ขอได้ตรงๆ แต่ต้องมีเหตุผล ไม่ใช่ว่าจู่ ๆ มาขอโดยไม่มีเหตุผล เขาจะไม่ยอมให้แน่ คนเยอรมันต้องการเหตุผลที่เป็นความจริง (Fact) มากกว่าเหตุผลที่เป็นความรู้สึก เราจึงต้องบอกว่า เพราะอย่างนี้มันถึงต้องมาขอ ไม่ใช่บอกว่า ขอเถ๊อะ ขอเถ๊อะ ขอช่วยเราหน่อยเถ๊อะ แบบนี้คนเยอรมันจะว่าท่าจะบ้า ไม่มีเหตุผลเอาซะเลย แบบนี้คงช่วยไม่ได้ 15. ทำตามแผนที่วางไว้อย่างเคร่งครัด คนเยอรมันเวลาจะทำอะไรนั้นจะประชุมกันก่อน เมื่อได้ข้อสรุปแล้วก็จะลงมือปฏิบัติตามนั้นแบบเป๊ะ ๆ ไม่มีการนอกคอก หากใครเกิดนอกคอกคนอื่นจะงงทันทีว่าทำไมถึงทำอย่างนั้น ไหนพูดกันไว้แล้วทำไมถึงไม่ทำตามที่ตกลงกันไว้ จะเกิดความสับสนทันที ดังนั้นหากต้องการจะเปลี่ยนแปลงอะไรควรต้องกลับมาประชุมกันอีกครั้งก่อนเพื่อตกลงกันใหม่ ไม่ใช่อยู่ ๆ ก็ทำตามใจตัวเองทันที 16. อย่าพูดเล่นถ้าไม่สนิท คนเยอรมันถือว่าความจริงจังเป็นมารยาททางสังคม หากไม่ใช่เพื่อนสนิทกันอย่าพยายามพูดเรื่องตลก โจ๊ก หรือเรื่องล้อเล่นใด ๆ อย่างเด็ดขาด เขาจะมองว่าเราเป็นคนต่ำชั้นกว่าทันที ในการนำเสนออะไรให้คนเยอรมันฟังต้องเคร่งครัดเรื่องโครงสร้างการนำเสนอ ใช้คำพูด ท่าทาง และน้ำเสียงที่จริงจัง นำเสนอแต่ข้อมูลที่เป็นความจริง (Fact) อะไรที่คาดเดาเอาเองไม่ให้นำเสนอ และอะไรที่เป็นมุขตลกอย่าได้นำเสนอ แต่ถ้าเมื่อไรสนิทกันแล้วคนเยอรมันจะกลายเป็นคนที่สนุกสนานและเอาแต่คุยเรื่องตลก ก็แปลกดี 17. คนเยอรมันตัดสินใจด้วยข้อมูลรอบด้าน อย่าได้ให้ข้อมูลด้านเดียว จงให้ข้อมูลทุกเรื่องและทั้งด้านดีและด้านไม่ดี เช่น หากมีคนสมัครเข้าทำงานอยู่ 10 คน อย่ากระโจนบอกว่าคนที่ดีคือคนที่ 1 3 และ 5 แต่จงไล่มาทีละคนว่าคนแรกเป็นใคร ดีอย่างไร ไม่ดีอย่างไร ต่อมาคนที่สองเป็นอย่างไร ดีอย่างไร ไม่ดีอย่างไร ทำอย่างนี้จนครบทุกคน จากนั้นให้สร้างเกณฑ์ที่ใช้ในการตัดสินขึ้นมา แล้วตัดสินไปตามเกณฑ์ ทำอย่างนี้อาจจะใช้เวลามากสักหน่อย แต่คนเยอรมันอดทนที่จะฟังข้อมูลให้ครบทุกด้านได้อย่างน่าประหลาดใจ เขาจะไม่พยายามตัดสินใจถ้าไม่ได้ฟังครบทุกด้านก่อน 18. รักษาตำแหน่งของตัวเอง เมื่อคนเยอรมันได้รับมอบหมายให้ทำอะไรในตำแหน่งไหนแล้ว เขาจะรับผิดชอบในตำแหน่งนั้นอย่างถึงที่สุด ไม่ทิ้งตำแหน่งของตัวเอง นั่นคือการทำงานแบบเป็นกลไก (mechanism) สไตล์เยอรมันขนานแท้ เมื่อกลไกส่วนอื่นส่งงานมาให้เขา ทุกคนจะคาดหวังได้ว่าเขาจะต้องสานต่อได้ เหมือนสายพานการผลิต ไม่มีใครที่อยู่ ๆ ก็หายไปจากตำแหน่งของตัวเอง วิธีคิดเช่นนี้สังเกตได้ในการเล่นฟุตบอลของทีมชาติเยอรมัน อาจจะดูแข็ง ๆ และไร้จินตนาการ แต่ทุกคนรักษาตำแหน่งอย่างแข็งขันและเป็นระเบียบ แต่ข้อเสียของระบบนี้ก็คือหากมีใครหายไปสักตำแหน่งก็รวนกันทั้งระบบ ดูอย่างตอนที่แพ้สงครามโลกครั้งที่สองก็เพราะบางตำแหน่งโดนโจมตีพังไป ทำให้ต่อเกมส์กันไม่ติด ไม่มีการรวมศูนย์การตัดสินใจที่สามารถปรับเปลี่ยนระบบได้อย่างยืดหยุ่นพอ เมื่อต่างคนต่างคิดว่าจะเอาอย่างไรต่อไปก็ไม่ทันเสียแล้ว 19. งานมาก่อน ความสัมพันธ์ส่วนตัวมาทีหลัง เวลาทำงานกับคนเยอรมัน เริ่มต้นมาก็ให้แนะนำตัวแค่บอกชื่อตัวเองก็พอ อย่าเสียเวลาคุยเรื่องส่วนตัวนาน ให้เข้าเรื่องงานเลยว่าตกลงพวกเราต้องทำอะไรกันบ้าง แล้วก็ตกลงว่าเราควรจะทำอย่างไร จากนั้นก็ทำไปตามที่ตกลงกัน เพื่อนเยอรมันคนหนึ่งเคยไปสิงคโปร์บอกว่ากว่าจะเริ่มงานได้ ชาวสิงคโปร์พูดคุยทำความรู้จักกันนานมาก จนเขารำคาญ ผมก็ว่ามันไม่เหมือนกัน ที่เอเชีย ความสัมพันธ์มาก่อน งานมาทีหลัง ถ้าความสัมพันธ์ไม่ดีงานจะไม่เดิน เพื่อนเยอรมันก็บอกว่าที่เยอรมันงานมาก่อน ความสัมพันธ์มาทีหลัง ถ้างานสำเร็จเสร็จเรียบร้อยแล้ว คนเยอรมันจะแสดงความเป็นมิตร เช่น พูดชวนไปทานกาแฟ เป็นต้น นั่นแสดงว่าเขาเปิดใจมาให้เราเป็นมิตรกับเขาแล้ว 20. ไม่ต้องกังวลถ้าคนเยอรมันไม่พูดชมซึ่งหน้า แต่เขาจะช่วยเราในเวลาคับขัน คนเยอรมันเวลาชื่นชมผลงานของใครจะไม่พูดออกมาตรงๆ ว่าชอบ แต่จะแสดงออกว่าชอบคนๆ นี้โดยการหยิบยื่นช่วยเหลือให้ในยามคับขัน ดังนั้นไม่ต้องคาดหวังว่าจะได้คำพูดหวาน ๆ จากคนเยอรมัน แต่พวกเขากลับสามารถพึ่งพาได้อย่างดียิ่งเมื่อเกิดเรื่องร้ายแรงที่เราจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือ แต่ถ้าอยากรู้จากปากของเขาว่าเขาชอบงานของเราไหม ให้เอ่ยชมงานของเขาก่อน แล้วเขาจะเปิดใจพูดถึงงานเราบ้าง ที่มา http://tourismlogistics.com/ ภาพจาก : แนะนำเส้นทางท่องเที่ยว www.raileuropeconnexion.com เกร็ดเล็กๆ น้อยๆ สำหรับผู้ที่จะไปใช้ชีวิตที่เยอรมนี (ระยะยาว)

เรียกแขก!อาจารย์ ม.ดังติงชัปปุยส์ติดทีมชาติเพราะหล่อ
ชาริล ชัปปุยส์ /  ช้างศึก / 

ควันหลงศึกฟุตบอล เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ รอบชิงชนะเลิศนัดแรก เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม ที่ผ่านมา ช้างศึก ทีมชาติไทย เปิดสนาม ราชมังคลากีฬาสถาน อัด ทีมชาติ มาเลเซีย ไป 2-0 อย่างไรก็ในโลกโซเชียลมีกระแสวิจารณ์จาก รศ.ดร.ทวิช จิตรสมบูรณ์ อาจารย์ประจำคณะ วิศกรรมศาสตร์ สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ได้โพสต์เฟซบุ๊ควิจารณ์การเล่นของทีมชาติไทยโดยเฉพาะ ชาริล ชัปปุยส์มิดฟิลด์หน้าหล่อลูกครึ่งสวิตเซอร์แลนด์ ที่ถูกติงว่าติดทีมชาติเพราะหน้าตา พร้อมทั้งยังเล่นงานโค้ชซิโก้ว่า ม่ควรขึ้นมาเป็นกุนซือทีมชาติเป็นได้แค่ผู้ช่วยโค้ชเท่านั้น คำถามท้ายเกมส์ ---ตามรูปเกมส์ไทยน่าชนะ ๕-๐ แต่ชนะเพียง ๒-๐ เพราะยิงนกตกปลา เป็นหลัก โคชไทยยังพร่องเรื่องนี้มาก --เด็กหนุ่ม ๒๒ ปีไม่นิ่ง เป็นธรรมดา ทีมชาติต้องผสม ๒๑ ถึง ๓๕ เฉลี่ยที่ ๒๘ จะดีที่สุด ตามหลักสถิติ --ดูซับปุย เล่นมาสัก ๑๐ นัด ดี 1 ห่วย ๙ แล้วมันติดทีมชาติเนี่ยเป็นเพราะลูกครึ่ง หน้าหล่อหรือไง อดีตเป็นนักเตะสวิส ๑๗ ก็คุยอยู่นั่นแหละ บอลเขาเล่นกะปัจจุบันนะจ๊ะ น้องโก้ --ซับปุย ยิงลูกจุดโทษไม่เป็น ที่เข้าเพราะฟลุก แต่คนไทยชมกันใหญ่ ๕๕๕ --กล้อง ๑๙ ตัวก็ไม่ถ่ายกองเชียร์ไทยเหมือนเคย ทั้งที่เสียงเชียร์กระหึ่มแบบนี้ไม่มีให้เห็นนมา ๓๐ ปีแล้ว --นักพากย์กระจอกสุด ๆ ไม่มีการวิเคราะห์เจาะลึกอะไรเลย ไอคิวคนไทยวันนี้มันต่ำลงทุกที --กองหลังไทยไม่นิ่ง เตะทิ้งออกข้างมากเกินไปโดยไม่จำเป็น เด็กน้อย ๒๒ ปี ก็คงได้แค่นี้แหละ --ลูกทุ่มโง่ ผมด่ามา ๒๐ ปี วันนี้ดีขึ้นมาก ทุ่มเร็ว ได้บอลประมาณ ๙๐ ปซ. เมื่อก่อนทุกนัด เสียบอล ๘๐ ปซ. บอกได้เลยว่าที่ชนะวันนี้เพราะลูกทุ่ม --ชนาธิปสุดยอด เป็นผมจะให้เขายืนตัวเป้ามานานแล้ว ดูดดึงคลึ่งจ่าย ไม่ต้องยิงก็ได้ --วิญญาณเพชรฆาตกองหน้าไทยยังด้อยมาก --โค้ชไทยเด็กเกินไป ซิโก้ ขณะนี้ควรเป็นเพียงผู้ช่วยโชเท่านั้น เป็น

ปลูกพริก กินเองไม่อยากอย่างที่คิด
ปลูกผักสวนครัว /  พริก

วันนี้ Decor.Mthai จะนำเรื่องการ ปลูกพริก กินเองที่บ้าน มาฝากเพื่อนๆ กันค่ะ พริกถือว่าเป็นผักที่ปลูกง่ายอีกชนิดนึง เป็นผักที่เรียกได้ว่าทุกบ้านต้องมีผักชนิดนี้ไว้ประจำบ้านอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะนำพริกมาทำน้ำพริก หรือน้ำพริกไปปรุงรสในหลากหลายเมนู ถ้าเรา ปลูกพริก ไว้ที่บ้านก็จะเป็นการประหยัดเงิน ไปได้อีกทางนะคะ ปลูกพริก กินเองไม่อยากอย่างที่คิด ข้อดีของการปลูกพริก 1. ประหยัดพื้นที่ เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีที่ดินหรือมีที่ดินน้อย 2. สามารถปลูกได้บนดาดฟ้าหรือระเบียงห้องบนตึกหรืออาคารสูง 3. ง่ายต่อการดูแล และการให้น้ำ 4. สามารถบังคับให้ออกลูกนอกฤดูกาลได้ง่าย 5. ยกหรือเคลื่อนย้ายได้ง่าย 6. สามารถจัดเป็นไม้ประดับได้อีกทาง วิธีปลูกพริก การปลูกพริก : จะปลูกด้วยเมล็ดแก่ที่เก็บเอาไว้ โดยการเตรียมดินให้มีธาตุอาหารที่เพียงพอหลังจากนั้น รองด้วยปุ๋ยหมักในก้นหลุมที่ปลูกถ้าเป็นกระถางก็รองที่ก้นกระถางก่อนที่เราจะเอาดินมาใส่ในกระถางหลังจากนั้นก็เอาน้ำรดลงไปในดินให้ชุ่มก่อนที่จะเอานิ้วขีดลงไปในดินเป็นเส้นตรงซักหนึ่งเส้น ใส่เมล็ดลงไปซัก 5 เมล็ดก็พอ หลังจากนั้นเอาฟางคลุมและรดน้ำอีกทีหนึ่ง เมื่อผ่านไป 3 สัปดาห์พริกจะเริ่มมีใบจริงขึ้นมาซัก 2 ถึง 3 ใบ ให้เราคัดเลือกต้นที่แข็งแรงไว้และต้นที่อ่อนแอเราควรถอนทิ้งทันทีเพื่อจะได้ไม่ให้ต้นที่อ่อนแอเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคอีก ส่วนวิธีย้ายกล้านั้นผมไม่ค่อยอยากแนะนำวักเท่าไรเพราะว่ามันจะทำให้ต้นพริกต้องใช้เวลาพักฟื้นอีกถึงจะตั้งตัวได้ การเก็บพริก : เมื่อเราปลูกพริกไปได้ประมาณ 2 เดือนและทำตามที่ผมแนะนำไว้เรื่องการรดน้ำ ก็จะเริ่มมีผลผลิตให้เก็บกินได้ตามใจชอบได้แล้ว

ผมนี่ขนลุกเลย The Voice US เพลง ost Stars - โค้ช Adam Levine & Maroon 5
Lost Stars /  The Voice US / 

"Lost Stars" บนเวที The Voice US โดยเจ้าของเพลงหนุ่ม Adam Levine กับลูกทีม Matt McAndrew จะเพราะซึ้งกินใจแค่ไหนนั้น ลองฟังกันดูเลย!

ปู่สมบูรณ์ : ความรักที่ไม่มีวันหมดอายุ
Documentary Film /  Somboon / 

ความรักของคนสมัยนี้มักไม่จีรังยั่งยืน ด้วยความพัฒนาของเทคโนโลยี และ ปัจจัยอีกหลายๆสิ่งที่มักเป็นเรื่องให้คู่รักนอกใจกันอย่างง่ายดาย แต่ตอนนี้ได้มีหนังเรื่องนึงที่ติดตามความรักของคน 2 คนที่รักกันมาตั้งแต่สมัยหนุ่มสาว จนกระทั่งแก่เฒ่า และหนังเรื่องนั้นก็ชื่อว่า ปู่สมบูรณ์ ปู่สมบูรณ์ บอกเล่าถึงเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันของ ปู่สมบูรณ์ ฤกษ์กำยี และย่าละเมียด ภรรยาที่ป่วยเป็นโรคไต อย่างตรงไปตรงมา ซึ่งสะท้อนให้เห็นพลังความรักที่ยิ่งใหญ่ของสามีต่อภรรยาที่เป็นมากกว่า คู่รัก ที่ไม่ว่าจะวันเวลา ความแร้นแค้นยากจน หรือความแก่เฒ่าโรยรา ก็หาใช่อุปสรรค และความรักที่ไม่มีวันหมดอายุครั้งนี้ จะได้รับการถ่ายทอดจนคุณไม่อาจจินตนาการได้ หนังกำกับโดยผู้กำกับหน้าใหม่อย่าง กฤษฎา ทิพย์ชัยเมธา ที่เคยมีหนังสารคดีเบื้องหลังสตันท์แมนอย่าง The Stunt ออกฉายมาให้กัน ซึ่งในเรื่องนี้เขาใช้เวลาถ่ายทำกันถึง 4 ปี โดยติดตามตั้งแต่วิถีชีวิตความเป็นอยู่ ความรัก และรวมถึงความทุ่มเทของ ปู่สมบูรณ์ และ ย่าละเมียด ซึ่งหลายครั้งที่ตัวเขาเองนั่นไม่สามารถเข้าไปถ่ายทำได้ ก็ได้ให้ลูกสาวของ ปู่สมบูรณ์ เป็นคนช่วยถ่ายทอดให้ด้วย ซึ่งเอาจริงๆถ้าหากเรื่องราวแบบนี้ถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบของภาพยนตร์ ก็คงถูกหาว่าเป็นหนังน้ำเน่าตามสูตร และจะถูกหลายคนยี้หน้าใส่แน่นอน แต่เนื่องด้วยนี่มันคือเรื่องจริง จึงไม่แปลกถ้าหาก ปู่สมบูรณ์ อาจจะสามารถเข้าไปในหัวใจใครหลายคนได้ไม่ยาก ด้วยทั้งเรื่องราวของ ความรัก และ ความห่วงใย ที่เกิดขึ้นจากการโดนคลุมถุงชนในทีแรก จนก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ ในขณะที่ตัวเรื่องของ ปู่สมบูรณ์ และ ย่าละเมียด กำลังดำเนินเรื่องและเข้าไปในใจคนดูอย่างช้าๆได้ไม่ยาก น่าเสียดายเหมือนที่ในขณะเดียวกัน ภาษาหนัง ของเรื่องนี้ยังอาจจะไม่เป๊ะสักเท่าไหร่นัก โดยเฉพาะในแง่ของการเลือกที่จะถ่ายทอดเรื่องราวของ ปู่สมบูรณ์ ในช่วงเวลา 4 ปี ที่หนังใช้เวลาการดำเนินเรื่องในแต่ละปี และ การคัดเลือกฟุตเทจออกมาได้ค่อนข้างสั้น โดยเฉพาะการคัดเลือกฟุตเทจในการถ่ายทอดที่ล้วนแล้วแต่มีเหตุการณ์ใหญ่ๆ โดยไม่มีเรื่องราวและเหตุการณ์มารับรอง จึงทำให้หลายช่วงรู้สึกว่าหนังบิ้วเรื่องความรักของทั้งคู่มากเกินไปจนไม่เป็นธรรมชาติไปสักนิด แต่อย่างไรก็ตาม ก็ใช่ว่าจะบ่อยที่หนังไทยจะหันมาทำหนังแนวสารคดีถ่ายทอดเรื่องราวความจริง ที่ถ่ายทำยากขนาดนี้ ซึ่ง ปู่สมบูรณ์ ก็ถือว่าซื่อตรง และ ถ่ายทอดออกมาได้ดีในแง่ของความรัก ถึงแม้ว่าจังหวะหนัง และหลายองค์ประกอบอาจจะยังต้องปรับปรุงกันพอสมควรครับ เรื่องนี้ผมให้ 6.5/10 ครับ

10 เกร็ดน่ารู้ ที่คุณต้องห้ามพลาด ของ Foxcatcher ปล้ำแค่ตาย
Foxcatcher /  จอห์น ดู ปองท์ / 

นับเป็นภาพยนตร์ชั้นเยี่ยมอีกหนึ่งเรื่อง ที่สร้างจากเรื่องจริงสะเทือนวงการกีฬาสหรัฐ  กับ Foxcatcher ปล้ำแค่ตาย ที่จะพาคุณไปพบกับเบื้องลึกเบื้องหลังของ เดฟ และ มาร์ค ชูทส์ สองพี่น้องนักมวยปล้ำผู้ยิ่งใหญ่ ที่ดิ้นรนต่อสู้จนกลายเป็นสุดยอดนักมวยปล้ำ ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่ก่อนที่จะได้เป็นเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิคสมัยต่อไป เดฟ ชูทส์ กลับถูกฆาตกรรมด้วยน้ำมือผู้สนับสนุนของเขาเอง! และนี่คือ 10 เกร็ดน่ารู้ ของ Foxcatcher ที่คุณต้องห้ามพลาด 1. แชนนิง ทาทัม และ มาร์ค รัฟฟาโล ต้องทำการฝึกฝนกีฬามวยปล้ำอย่างหนักด้วยกันเป็นเวลา 5 - 6 เดือน พวกเขาทุ่มเท และเหน็ดเหนื่อยกันเป็นอย่างมาก ถึงขนาดที่ว่าพอถึงวันสุดท้ายของการฝึกกีฬามวยปล้ำ และวันสุดท้ายของการถ่ายทำ ทั้งคู่ก็ปล่อยโฮ ร้องไห้ ออกมาในทันที! 2. แนนซี่ ชูทส์ ได้มอบแว่นตาของสามีเธอให้กับ มาร์ค รัฟฟาโล ดังนั้น แว่นตาที่ใส่แสดงในหนัง ก็คือแว่นตาจริงๆ ของ เดฟ ชูทส์ 3. สตีฟ คาเรลล์ ต้องใส่จมูกเทียมเพื่อรับบทเป็น จอห์น ดู ปองท์ ในภาพยนตร์เรื่องนี้ โดยเขาต้องใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงในการเมคอัพ รวมไปถึงต้องแต่งทรงผมใหม่ และเมคอัพเปลี่ยนสีผิว 4. ด้วยความที่โปรเจ็คต์ Foxcatcher ได้ใช้เวลาหลายปีในการสร้าง ดังนั้นในช่วงแรกของการเปิดโปรเจ็คต์ ได้เคยมีชื่อของนักแสดงอย่าง ฮีธ เลดเจอร์, ไรอัน กอสลิ่ง และ บิล ไนอี เข้ามาเกี่ยวข้องในภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย 5. ภาพยนตร์จากการตัดต่อในร่างแรกนั้น มีความยาวถึง 4 ชั่วโมง 6. ในฉากที่ แชนนิง ทาทัม ได้เอาหัวโขกเข้ากับกระจกนั้น จริงๆ แล้วไม่มีในบทภาพยนตร์เลย แต่ด้วยความที่เข้าถึงอารมณ์ และบทบาทของตัวละครสุด ๆ เขาจึงตัดสินใจด้นสดการแสดงแบบนั้นออกมาเอง 7. จริง ๆ แล้วผู้กำกับ เบนเนธ มิลเลอร์ จะได้ทำโปรเจ็คต์ Foxcatcher นี้ตั้งแต่ปี 2011 แล้ว แต่ตัวเขาดันต้องติดงานไปนั่งแท่นกำกับภาพยนตร์เรื่อง Moneyball (2011) แทนก่อน เพราะว่าผู้กำกับ สตีเว่น โซเดอร์เบิร์ก ได้ถอนตัวออกจากโปรเจ็คต์นั้นไป 8. หนึ่งในนักมวยปล้ำที่ เดฟ ชูทส์ ได้เคยฝึกสอนมากับมือก็คือ เคิร์ต แองเกิล ซึ่งตอนนี้เขาได้กลายเป็นนักมวยปล้ำแสนโด่งดังแห่งค่าย WWE และ TNA เป็นที่เรียบร้อยแล้ว 9. สตีฟ คาเรลล์ ใช้เวลาในการศึกษาตัวละคร จอห์น ดู ปองท์ อยู่หลายชั่วโมง ผ่านทางการดูวีดีโอฟุตเทจตัวจริงของเขา สตีฟได้เคยให้สัมภาษณ์กับนักข่าวที่เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์เอาไว้ว่า "ผมดูวีดีโอฟุตเทจเหล่านั้น และอ่านข้อมูลเกี่ยวกับตัวเขาให้มากที่สุด เท่าที่ผมจะทำได้ เพื่อที่ว่าผมจะได้ทำการแสดงออกมาให้คล้ายคลึงกับตัวเขามากที่สุด" 10. ในการถ่ายทำฉากหนึ่ง แชนนิง ทาทัม ยืนยันที่จะให้ มาร์ค รัฟฟาโล ตบเขาจริงๆ ไปเลย ซึ่งผลที่เกิดขึ้นก็คือ มาร์คได้ตบ แชนนิง เข้าอย่างจัง จนทำให้แชนนิงถึงกับ แก้วหูทะลุ!! เตรียมลุ้นไปกับเรื่องราวชีวิตสุดเข้มข้น ไปกับหนังตัวเต็งออสการ์ Foxcatcher ปล้ำแค่ตาย ในวันที่ 8 ม.ค. 2558 ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างภาพยนตร์ Foxcatcher ได้ที่นี่เลย -------------------------------------

เล่นหลังโคตรแจ่มแต่ คาร์ริค ยันอยากกลับไปเป็นกองกลาง
กีฬา /  ข่าวกีฬา / 

ไมเคิล คาร์ริค มิดฟิลด์ชาวอังกฤษของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยืนยันว่าอยากกลับไปเล่นเป็นกองกลางเหมือนเดิมแม้จะทำผลงานได้ดีในตำแหน่งปราการหลัง ในช่วงเดือนนี้ หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือผีแดงจำต้องถอยกองกลางวัย 33 ปีรายนี้ลงไปยืนเป็นกองหลังชั่วคราวหลังประสบปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บและขาดแคลนนักเตะตำแหน่งเซ็นเตอร์ ซึ่ง คาร์ริค ก็ทำหน้าที่ได้ยอดเยี่ยมแม้จะเป็นบทบาทจำเป็นของเขาก็ตาม คาร์ริค บอกว่า “บางทีเมื่อปัญหาอาการบาดเจ็บบรรเทาลงและมีทัพนักเตะที่พร้อมสมบูรณ์กว่านี้เราคงจะมีความลงตัวในตำแหน่งการเล่นมากกว่านี้” “ผมคิดว่าตัวเองเป็นมิดฟิลด์และคงเป็นตำแหน่งนี้ตลอดไป ผมอาจจะเล่นเซ็นเตอร์แบ็คบ้างในสองสามปีหลังแต่ผมเล่นมิดฟิลด์มานาน ผมคงจัดตัวเองไปอยู่ตำแหน่งอื่นไม่ได้นอกจากตำแหน่งนี้”