ผมดัด

'ประยุทธ์' เปรยอยาก 'ลาออก'กลับบ้านทะเลาะเมีย!
นายกรัฐมนตรี /  ประชุมอาเซม / 

นายกรัฐมนตรี ยืนยันไม่ได้ยึดอำนาจ ระบุเข้ามาเพราะสถานการณ์ประเทศสุกงอม ชี้เคยเตือน "ยิ่งลักษณ์" แล้ว ขณะเปรยไม่มีความสุข "อยากลาออก" แต่ยังห่วงประชาชน เผยกลับบ้านยังทะเลาะกับภรรยาเรื่องบ้านเมือง มีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ได้มอบนโยบายให้กับ เอกอัครราชทูตไทยในยุโรป และ ผช.ทูตทหาร ประเทศต่างๆ ในยุโรป ในงานเลี้ยงอาหารค่ำที่โรงแรม สตาร์ โฮเตล โรซ่า แกรนด์ นครมิลาน ประเทศอิตาลี โดยนายกรัฐมตรีกล่าวเปิดใจตอนหนึ่งว่า ขอบคุณหลายภาคส่วนที่ร่วมทำงานเดินหน้าประเทศไทย โดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศ ที่ต้องทำหน้าที่ชี้แจงให้นานาประเทศเข้าใจสถานการณ์ในประเทศ การสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจ ซึ่งจะต้องกำหนดวิสัยทัศน์ให้ชัดเจน และขอให้ทุกคนร่วมกันทำงาน ใช้ความเป็นคนไทย แสดงให้เห็นว่าเราจริงใจ เมื่อเดินมาถึงวันนี้แล้วต้องสู้เดินหน้าต่อไป เพราะหากไม่สำเร็จ ก็ไม่รู้จะอยู่ยังไง ชีวิตตนก็อันตรายเหมือนกัน ครอบครัวก็ไม่มีความสุข วันนี้ถามว่าลูกและภรรยาไปไหนได้บ้าง ไม่ได้กลัว แต่ก็ต้องระวัง ตั้งแต่เข้ามาตนไม่เคยกล่าวโทษให้ร้ายใคร แต่หากมาพาดพิงมากก็อดไม่ได้ เพราะรักเกียรติยศศักดิ์ศรี "ผมอาจพูดจาไม่ไพเราะมากนัก ก็เป็นธรรมดาที่มีคนรักและไม่รัก แต่ผมเชื่อว่าคนในประเทศไทยเข้าใจ การเข้ามาเป็นรัฐบาลเพื่อขับเคลื่อนประเทศที่หยุดชะงักให้เดินหน้าจากการปลดล็อก ถ้าไม่ทำอะไรประเทศถอยหลัง ติดขัด จากการก้าวเข้ามาเป็น คสช. ช่วงแรกก็หนักใจ แต่เมื่อเข้ามาแล้วก็ต้องทำงาน ใครก็อยากทำอะไรให้ประเทศทั้งนั้น แต่ที่ผ่านมาติดกับดักคำว่า ประชาธิปไตย" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ใครจะรักผม เกลียดผม ผมไม่ว่า แต่อย่าเกลียดประเทศตัวเอง อย่าเกลียดคนไทย ตนต้องทำเพราะสถานการณ์สุกงอม ไม่ได้ยึดอำนาจรัฐบาล แต่รัฐบาลชั่วคราว ทำงานไม่ได้แล้ว ก็จำเป็น ไม่มีอะไรแก้ได้ ทหารมีหน้าที่ดูแลแผ่นดิน รักษาสถาบันชาติ พระมหากษัตริย์ หากสิ่งเหล่านี้ไม่ถูกละเมิด ทหารก็อยู่เฉยๆ รัฐบาลที่แล้ว ตนพูดกับ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่รู้กี่ครั้งทุกเรื่อง เตือนหมดทุกเรื่อง แต่ด้วยวิถีทางการเมือง ก็ช่วยไม่ได้ สิ่งที่ทำวันนี้ทำเพื่อไม่ให้เกิดการปฏิวัติอีกในอนาคต ต้องเอาประเทศชาติเดินหน้าไปให้ได้ "ผมพร้อมจะลาออก อยากจะลาออกทุกวัน แต่เห็นประชาชนเดือดร้อนทนไม่ได้ และไม่ได้อยากอยู่เกินแม้แต่วันเดียว ทุกวันนี้ผมสู้รบทุกวัน ในบ้านกลับมาก็ทะเลาะกับเมีย เมียถามว่าทำไมอันนี้ไม่ทำ ผมบอกทำแล้ว บางเรื่องทำไม่ไหวก็หงุดหงิด สรุปว่าผมไม่มีความสุข ทุกคนไม่มีความสุข ผมจึงต้องคืนความสุขให้ประชาชน และได้รับความทุกข์แทนไง"  MThai News

พี่เคยผ่านมาก่อน! เช็ค แนะ คูร์ตัวส์ เซฟหัวตัวเอง
คริสตัล พาเรซ /  คูร์ตัวส์ / 

คนเคยผ่านน้ำร้อนมาก่อนแล้ว แนะอะไรมาดีไปหมด เมื่อ ธิโบต์ คูร์ตัวส์ ประตูจอมหนึบของ เซลซี ออกมาเผยว่าเขาได้รับคำแนะนำดีๆ ในการป้องกันการปะทะที่ศีรษะในจังหวะต่างๆ จาก ปีเตอร์ เช็ค หลังจาก ธิโบต์ คูร์ตัวส์ ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะจากจังหวะที่ปะทะกับ อเล็กซิส ซานเชซ จนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกไป ในเกมที่เจอกับ อาร์เซนอล นั้น ปีเตอร์ เช็ค ที่เคยมีประสบการณ์มาก่อนจึงได้แบ่งปั่นคำแนะนำต่างๆ เกี่ยวกับการป้องกันการปะทะทางศีรษะให้กับ คูร์ตัวส์ โดยให้ใช้หัวไหล่และหลังป้องกันเวลาที่ต้องพุ่งเขาไปปะทะกับคู่แข่ง คูร์ตัวส์ ได้เผยว่า "เช็คเขาบอกผมว่าใน พรีเมียร์ ลีก มักจะมีนักเตะจะพุ่งเข้าหาผู้รักษาประตู บางทีเราต้องรู้จักป้องกันศีรษะตัวเอง ให้พุ่งตัวไปเร็วขึ้น และใช้หัวไหล่หรือหลังในการป้องศีรษะ นี่เป็นเคล็ดลับที่ดีที่เขาฝากถึงผม มันต่างจากที่สเปนมาก ที่นี่ใช้ร่างกายสู้กันมากกว่า และบางทีผู้ตัดสินก็ไม่เป่าหยุดเกมเร็วเหมือนที่สเปน" ทั้งนี้ คูร์ตัวส์ ได้รักษาอาการบาดเจ็บจนสามารถกลับมาลงสนามรับใช้ทีมชาติได้อย่างรวดเร็ว และยังกลับมาลงสนามในเกมที่เอาชนะ คริสตัล พาเรซ 2-1 ได้อีกด้วย

ยาง ฮยอนซอก ยืนยัน  WINNER และ iKON ต่างกันสิ้นเชิง
B.I /  BOBBY / 

ยาง ฮยอนซอก ประธาน YG Entertainment ยืนยัน WINNER และ iKON มีคอนเซ็ปต์ที่ต่างกัน หลังจาก YG Entertainment ได้ประกาศถึงการเดบิวต์ของศิลปินชายกลุ่มใหม่ ในชื่อ iKON ทำเอาหลายคนเริ่มสงสัยว่าจะเกิดการแข่งขันกันเองระหว่าง iKON และ WINNER ศิลปินกลุ่มชายเบอร์ล่าสุดซึ่งเพิ่งเปิดตัวอัลบั้มแรกของพวกเขาไปเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งงานนี้ ยาง ฮยอนซอก ประธานแห่งค่ายเพลง YG Entertainment ได้กล่าวอย่างมั่นใจว่า "WINNER และ iKON นั้น แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง" ท่านประธานยังอธิบายถึงศิลปินทั้งสองกลุ่มอีกว่า "ทั้งสองวงมีคอนเซ็ปต์ต่างกัน ผมจึงไม่ห่วง ก่อนอื่นเลยต้องบอกก่อนว่าสองวงนี้มีเส้นทางการทำงานที่ต่างกัน เพราะฉะนั้นถึงแม้ว่าทั้งสองวงจะต้องทำงานในช่วงเวลาเดียวกันก็ไม่มีปัญหาแน่นอน WINNER จะทำผลงานที่หลากหลายแบบไม่มีข้อจำกัด ในขณะที่ iKON ก็จะแสดงเสน่ห์ความแข็งแรงในดนตรีฮิพฮอพอย่างเต็มที่" วง WINNER สมาชิกของรายการ MIX & MATCH WINNER เปิดตัวอัลบั้มแรกของพวกเขา 2014 S/S ที่ประเทศเกาหลีใต้เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และเปิดให้พรีออเดอร์อัลบั้มรูปแบบ THAILAND EDITION แล้ววันนี้ทาง Qikplay.com และ B2S ทุกสาขา โดยจะปิดรับการพรีออเดอร์วันที่ 27 ตุลาคม 2557 ในขณะที่สมาชิก TEAM B ซึ่งเคยพ่ายแพ้ในรายการ WIN : WHO IS NEXT และเด็กฝึกใหม่อีกสามคนจะต้องทำการแข่งขันกันในรายการ MIX & MATCH เพื่อที่จะได้เป็นหนึ่งในสมาชิกวง iKON ศิลปินเบอร์ต่อไปของค่าย YG Entertainment สามารถพรีออเดอร์อัลบั้ม WINNER – 2014 S/S THAILAND EDITION ได้แล้ววันนี้ทาง http://smarturl.it/WINNERTHAIED หรือ B2S ทุกสาขา ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

Saint Seiya: Legend of Sanctuary ระเบิดพลังคอสโม่ให้ถึงขีดสุด แล้วมาคุยกัน
Legend of Sanctuary /  Saint Seiya / 

เข้าฉายในไทยกันแล้ว สำหรับหนังดังที่หยิบเอาการ์ตูนมาโมใหม่กันอีกรอบ สำหรับ Saint Seiya: Legend of Sanctuary ตอนศึกปราสาท 12 ราศี ซึ่งได้รับความนิยมถึงขั้นสูงสุดทั้งในด้านความมันส์ และ วิชวลสุดอลังการ ยิ่งเมื่อเอามาทำใหม่ด้วยเทคโนโลยีสมัยนี้แล้วด้วยหล่ะ เหล่า นักรบผู้ถูกขนานนามว่า “เซนต์” พวกเขาคือนักรบแห่งความหวังที่อยู่คู่โลกมานานนับตั้งแต่ยุคบรรพกาล พวกเขาจะปรากฏกายออกมาทุกครั้งเมื่อไหร่ก็ตามที่ปีศาจร้ายคุกคามโลก ในช่วงเวลาปัจจุบัน หลายปีหลังจากสงคราม “โฮลี่ วอร์” เราจะได้พบกับ ซาโอริ คิโดะ เด็กสาวผู้มีปัญหากับพลังพิเศษอันลึกลับของเธอ ซาโอริได้รับความช่วยเหลือจากเด็กหนุ่ม เซย์ย่า บรอนซ์ เซนต์ จากการถูกลอบโจมตีโดยนักฆ่าผู้หนึ่ง จากเหตุการณ์นี้ทำให้ซาโอริได้รู้ถึงพรหมลิขิตของตนเองและภารกิจที่ต้องทำ เธอจึงตัดสินใจเดินทางไปปราสาท 12 ราศี กับเซย์ย่า และพรรคพวกบรอนซ์เซนต์ของเขาที่ปราสาท 12 ราศี พวกเขาได้เผชิญหน้ากับ “โป๊ป” และได้เกิดการต่อสู้กับบรรดาเซนต์ระดับสูงสุดด้วย ภาคนี้กำกับโดย เคอิชิ ซาโต้ จาก Tiger & Bunny ที่สร้างสรรค์ตัวละคร เซนต์เซยย่า ขึ้นมาให้ค่อนข้างทันสมัย ทั้งการออกแบบเสื้อผ้า หน้าผม และรวมถึงชุดเกราะที่ไม่ได้ก็อปปี้ตามแบบการ์ตูนมาเป๊ะๆเสียทีเดียว โดยเท่าที่จำความได้ส่วนตัวผมก็ค่อนข้างชอบ และ สนุกไปกับเซนต์เซยย่า เพียงแต่ว่าได้ดูถึงหลังจากจบภาค เทพเจ้าพลูโต เท่านั้น โดยจุดเด่นของการ์ตูน เซนต์เซยย่า สำหรับผมคงหนีไม่พ้นถึงการหยิบเอาเรื่องราวของ เทพเจ้า มาตีความ และ ใส่ฉากแอ็คชั่นโม้ๆ และ การโชว์พลังเท่ๆของแต่ละตัวละครเข้าไปให้คนดูรู้สึกมันส์ และ ตื่นเต้นทุกครั้งที่แต่ละตัวละครนั่นได้แสดงพลังธาตุแท้ของตนเองออกมา ซึ่งส่วนนึงใน Saint Seiya: Legend of Sanctuary ก็สามารถตอบโจทย์นั่นได้ในระดับนึงครับ ด้วยเนื้อเรื่องง่ายแสนง่ายอย่างการตะลุยด่าน 12 ปราสาท ทำให้ตัวหนังค่อนข้างมีอิสระในการถ่ายทอดฉากแอ็คชั่นขึ้นมาใหม่ทั้งหมด ซึ่งบางฉากก็มันส์บ้าง บางฉากก็แป็กบ้าง แต่ที่เสียดายที่สุด และ น่าจะทำร้ายจิตใจแฟนๆที่สุดคงหนีไม่พ้นถึงการยอมแพ้ และ ตายของแต่ละตัวละคร ที่ค่อนข้างง่าย จนเข้าขั้นสุกเอาเผากิน ซึ่งเรียกได้ว่าเสียดายค่าทำวิชวลขึ้นมาใหม่ ที่อลังการ แต่กลับไม่สามารถใช้ประโยชน์จากมันได้อย่างเต็มที่ รวมไปถึงการปูเรื่องราวของตัวละคร ที่ค่อนข้างมาไวไปไว จนเรียกได้ว่าถ้าคนที่ไม่เคยรู้จักการ์ตูนเรื่องนี้มาก่อน เข้ามาดูอาจจะค่อนข้างงงถึงเรื่องมิตรภาพ และ ลักษณ์ของแต่ละตัวละครว่าแท้จริงพวกเขามีพื้นหลังเป็นเช่นไรกันแน่ จนรู้สึกว่าแท้จริงแล้วจุดประสงค์ และ ประโยชน์ของการสร้าง เซนต์เซยย่า ภาคนี้ขึ้นมาจริงๆคงเป็นการลองเทคโนโลยีสมัยนี้ ว่าจะสามารถสร้างท่าทางการโจมตีสุดเท่ห์ของตัวละครออกมาได้สวยขนาดไหนเสียมากกว่า ซึ่งข้อดีของมันก็คือสามารถสร้างกราฟฟิค ตัวละคร และ ท่าไม้ตายการต่อสู้ออกมาได้ไม่เสียดายค่าตั๋ว แต่ในแง่ของฉากแอ็คชั่นน่าจะสร้างสรรค์กว่านี้ และรวมถึงด้านเนื้อเรื่องที่ยังน่าจะปรับปรุงกันอีกยาวครับ เรื่องนี้ผมให้ 6/10 ครับ

คาเฟ่แมวที่คุณต้องลองไป
The Coffee Cat /  คาเฟ่เมว

เราก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ชื่นชอบน้องแมวมากๆ และชอบไปคาเฟ่แมวเล่นกับแมวแล้วสนุกดี (น่ารักด้วย) พอมีร้านคาเฟ่แมวมาเปิดใหม่ที่เมืองทองธานี เราก็เลยถือโอกาสไปเล่นกับน้องแมวสักหน่อยที่ร้าน The Coffee Cat ที่นี้มีแมวเยอะมาก แต่ละตัวน่ารักมากเลยค่ะ ขี้เล่นกันเกือบทุกตัวเลย…. 3 พี่น้อง มอลลี่ เมล่อน เมลิค (จริงๆมี 4 นะ...ขาดน้องไมเคิ้ล) ร้าน The Coffee Cat เป็นคาเฟ่แมวอีกหนึ่งแห่งที่เราขอแนะนำ ตกแต่งร้านได้น่ารักมากมองไปทางไหนก็เจอแต่น้องแมว ร้านมี 2 ชั้นนะ แต่ให้นั่งเล่นได้แค่ชั้น 1 ส่วนชั้น 2 ไว้ให้น้องแมวได้พักผ่อนจ้า  ที่ร้านมีน้องแมว 20 ตัว บางตัวก็ซนไม่ใช่เล่นๆ เลย (ขอบอก) ร้านนี้ไม่ได้มีแค่น้องแมวเท่านั้นนะ ยังมีน้องหมาอีก 3 ตัว (น่ารักไม่แพ้น้องแมวเลยจร้า) เชื่อว่าหลายๆคนที่ไปจะติดใจมากๆ เราก็ชอบมากๆ ในความน่ารักของน้องแมวที่นี้ แต่ถ้าอยากเล่นกับน้องแมวเราขอแนะนำให้ไปช่วง 10.00 – 11.00 น. เพราะช่วงนี้เป็นช่วงน้องแมวตื่นจ้า…แต่ถ้าหลังจากนั้นส่วนมากน้องแมวจะหลับกัน(เกือบ)หมดเลย บรรยากาศภายในร้าน เราไปตอนบ่ายๆ ร้าน The Coffee Cat จะอยู่ตรงโครงการสุโขทัยเอฟ99 (sukhothai ave 99) ที่มีร้านอาหารเยอะๆ เมื่อเราขับรถเข้าไปในเมืองทองฯ จะเห็นมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) ทางด้านซ้ายมือ ตรงมาเรื่อยๆ ก็จะเห็นโครงการบีไฮฟ์ ไลฟ์สไตล์มอลล์  และให้สังเกตทางด้านขวามือใกล้กรมที่ดิน จะเห็นป้ายว่า  sukhothai ave 99 อย่างชัดเจน ร้าน  The Coffee Cat อยู่ด้านในทางซ้ายมือ… พอเปิดประตูเข้าไปในร้าน….ต้องบอกเลย มองไปทางไหนก็เจอแต่น้องแมว (หลับกันอยู่ทุกมุมของร้านเลย) แต่ก่อนเข้าร้านนะ “ต้องถอดรองเท้าและล้างมือด้วยแอลกอฮอร์ก่อนนะจ๊ะ” อ้อ…แล้วก็กฎของที่นี้นะ เวลาน้องแมวหลับอย่าไปกวนน้องเขานะ แล้วก็อย่าอุ้มน้องไปที่โต๊ะนะจ๊ะ น้องจาร์กัว...ตัวจริงน้องเขาตัวใหญ่มาก (นอนหลับทีเต็มโต๊ะเลย) เดินเข้าไปปุ๊บ เราก็ต้องสะดุดตากับน้องแมวตัวใหญ่ยักษ์ที่นอนหลับอยู่บนโต๊ะกันเลยทีเดียว (นึกในใจนี้แมวหรือเสือ ตัวใหญ่มากจริงๆ) น้องแมวตัวนี้ชื่อ “จาร์กัว” อายุเพียงแค่ 8 เดือนเอง พี่เจ้าของร้านบอกว่านี้ยังโตไม่เต็มที่นะ .. เราคิดเลยถ้าโตกว่านี้จะตัวใหญ่ขนาดไหนเนี่ย ไมเคิ้ล...แมวน้อยแสนขี้อายประจำร้าน นอกจากจาร์กัวแล้วยังมีน้องแมวดาวเด่นอีกตัวหนึ่งคือ “ไมเคิ้ล” แมวน้อยน่ารักที่มีขนาดตัวต่างกับพี่จาร์กัวมากเลย แต่น่าเสียดายที่วันนี้เรามาไม่เห็นไมเคิ้ลแบบชัดๆ เพราะไมเคิ้ลแอบหลับอยู่ในซอกตู้ ทำไงยังก็ไม่ยอมออกมาเลย น่าเสียดายจัง พี่เจ้าของร้านแอบกระซิบมาว่า “ไมเคิ้ลเขาคิดถึงแม่ เพราะแม่เขาอยู่ที่ฟาร์ม” (น่าสงสารจัง) มองมุมไหนก็มีแต่รูปน้องแมว...สวยมากเลย บรรยากาศภายในร้านนี้จะตกแต่งเป็นสไตล์น่ารัก เน้นโทนน้ำเงินที่ผนังจะตกแต่งด้วยภาพวาดน้องแมวทั้งร้านเลย…โต๊ะภายในร้านจะมีทั้งแบบโต๊ะนั่ง แบบนั่งเคาเตอร์ และมุมนั่งกับพื้น (เรานั่งมุมนี้ค่ะ) ขนมปังเย็นจ้า.... แล้วพนักงานก็เดินเอาเมนูมาให้เราเลือก เราเลือกสั่งชาเขียวนมสดปั่น (รสชาติอร่อยนะสำหรับเรา ไม่หวานมากจนเกินไป) แล้วเราก็เลือกสั่งขนมปังเย็นโบราณมาอีกอย่าง ขอบอกให้เยอะมาก เรากินไม่หมดเลย หรือเพราะเรามั่วแต่ถ่ายรูปน้องแมวอยู่นะ หั่นกลับมาอีกทีละลายหมดแล้ว ที่ร้านมีอาหาร เครื่องดื่มให้หลายอย่าง อาทิเช่น เค้ก, ขนมปังปิ้ง, ปังเย็น, วาฟเฟิ้ล, กาแฟ, ชาร้อน, อิตาเลียนโซดา และถ้าใครที่รักสุขภาพที่นี้ก็มีเมนูสมูตตี้อร่อยๆให้ลิ้มลองกันอีกด้วย น้องปราด้า... ตัวส้ม...หลับตลอดเวลาเลยย อิอิ ปุ๊กลุ๊ก...พร้อมแล้วค่ะ แมวที่นี่ส่วนมากจะเป็นเปอร์เซียหน้าบี้นะค่ะ…บี้มากจริงๆ น่าหมั่นเขี้ยวมากๆ แล้วก็นอนเก่งกันมาก แต่พอตื่นแล้วกระโดดหยองๆ เล่นกันแบบแอคทีฟมากเหมือนกัน ที่นี้นอกจากแมวเปอร์เซีย แล้วยังมีแมวไทยตัวเล็กน่ารักอีก 2 ตัวค่ะ เจ้าของร้านบอกว่า “เก็บมาจากหลังร้านค่ะ ชื่อ น้องศรีนวล และละไม”  น้องศรีนวล และละไมก็ซนไม่แพ้แมวตัวอื่นๆ ของที่นี้เลยค่ะ ผมจัสตินสุดหล่อฮับ... คาเฟ่แมว The Coffee Cat ที่ตั้ง คาเฟ่แมว The Coffee Cat อยู่ในโครงการสุโขทัยเอฟ 99 (ถัดจากกรมที่ดินทางแยกเมืองทองธานี 100 เมตร) เปิดให้บริการวันอังคาร ถึง อาทิตย์ เวลา 10.00 – 20.00 น. (หยุดวันจันทร์นะจ๊ะ) ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม 087-998-5653, 083-976-7553 ติดตามน้องแมวน่ารักๆ ได้ที่ facebook : The Coffee Cat หรือติดตามน้องไมเคิ้ลแมวสุดน่ารักได้ที่ IG : michaelcoffcat มิลิน มิลาน....นอนหลับกันสบายเลย ไม่สนใจเขาเลย ขนาดหลับยังน่าฝัดเลย... กำลังถ่ายเอ็มวีอยู่....กำลังได้ฟิวเลย และตัวสุดท้ายคือน้องหมา ชื่อ "ลูกชิ้น"...น่ารักไม่แพ้น้องแมวเลย โดยรวมแล้วนะ…เราชอบร้านนี้นะ ทั้งพนักงานของร้าน พี่เจ้าของร้านก็เป็นกันเอง บรรยากาศร้านก็สวยดีตกแต่งร้านได้น่ารักมาก แล้วน้องแมวที่นี้ก็น่ารัก โดยเฉพาะน้องมิลินกับมิลาน…เราชอบเป็นพิเศษ อิอิ (แต่บางทีน้องแมวก็นอนกันเยอะไปหน่อย) ร้าน The Coffee Cat ก็เป็นอีกที่หนึ่งที่คนรักแมวไม่ควรพลาดเลย (:  คาเฟ่แมวที่คุณต้องลองไป "The Coffee Cat"

ดักคอ! โด้-เมสซี่อย่าจุ้นพลาตินี่ชี้ บัลลงดอร์ ควรเป็นของแข้งเยอรมัน
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ /  ทีมชาติเยอรมัน / 

มิเชล พลาตินี่ ประธานยูฟ่า ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กับ ลิโอเนล เมสซี่ ไม่ควรจะได้รางวัล บัลลงดอร์ประจำปี 2014 พลาตินี่ เชื่อว่า บัลลงดอร์ ควรตกเป็นของนักเตะคนใดคนหนึ่งใน ทีมชาติเยอรมัน ชุดแชมป์ฟุตบอลโลกปี 2014 ซึ่งคู่ควรกับรางวัลนี้มากกว่า โรนัลโด้ หรือ เมสซี่ เขาว่า “ผมไม่ได้มีเสียงโหวต บัลลงดอร์ แต่ตามหลัก(ในปีที่มีบอลโลก)นักเตะที่ทำผลงานสุดยอดในทัวร์นาเม้นต์ควรจะได้รางวัลไป ดังนั้นปีนี้รางวัลควรเป็นของนักเตะเยอรมัน ความจริงมันน่าจะเป็นไปตามนั้นจะกระทั่งปี 2010 ที่เมสซี่ได้รางวัลไปแม้ว่าจะทำผลงานได้ดาดๆ ในฟุตบอลโลก แต่ก็ยังไม่มีอะไรแน่นอนในปีนี้” เมื่อถามถึง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่เป็นตัวเต็งหามในปีนี้หลังจากถล่มประตูไปมากมายกับ เรอัล มาดริด พลานินี่ตอบว่า “ไม่ต้องสงสัยเลย คริสเตียโน่ โรนัลโด้คือหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดในโลกมาอย่างยาวนานเช่นเดียวกับ ลิโอเนล เมสซี่”

ข่าวจากวงใน! เตโญ แฉ ฟาเบรกาส โดนบีบให้ย้ายทีม
คริสเตียน เตโญ /  ชาวสเปน / 

คริสเตียน เตโญ ปีกชาวสเปน ที่โดนปล่อยยืมตัวไปอยู่กับ ปอร์โต้ ให้ใช้งานถึง 2 ปี ได้แฉออกมาว่า อดีตเพื่อนร่วมทีมอย่าง เชสก์ ฟาเบรกาส ที่ต้องย้ายออกไป เพราะถูกสโมสรบีบให้ออก เชสก์ ฟาเบรกาส เพลย์เมคเกอร์จอมแอสซิสต์ วัย 27 ปี ย้ายจาก บาร์เซโลน่า มายัง เชลซี ด้วยค่าตัว 30 ล้านปอนด์ และทำผลงานได้อย่างเทพทำแอสซิสต์ไปแล้วถึง 7 ลูก จนกระทั่ง ความจริงในการย้ายทีมได้ถูกเปิดเผยขึ้น ซึ่งมาจากหนึ่งในเพื่อนร่วมทีมบาร์เซโลน่าอย่าง เตโญ ว่า จริงๆ แล้ว ฟาเบรกาส ถูก บาร์เซโลน่า บีบให้ย้ายออกจากทีมนั้นเอง โดยเขาถูกตำหนิเรื่องฟอร์มการเล่นของเขาที่นับวันยิ่งจะตกลงเรื่อยๆ ทุกซีซั่น แต่ถ้าหากย้อนมาดูสถิติจริงๆ ฟาเบรกาส นั้นมีสถิติที่ดีกับ บาร์เซโลน่า มากๆ ทั้งยิงทั้งจ่ายให้เพื่อนทำประตู ทำทีมคว้าชัยชนะมาหลายต่อหลายครั้งก็ว่าได้ โดย เตโญ ได้กล่าวว่า "ผมคิดว่าเขาคงจะเจ็บปวดมากๆ ที่ถูกทีมรักทำแบบนี้ มันเป็นความฝันของเขา ที่ต้องการประสบความสำเร็จกับบาร์เซโลน่า ทีมที่เขารัก"

รวมเรื่องเด็ด วีรกรรมผู้โดยสารตัวป่วนบนเครื่องบิน
บนเครื่องบิน /  ผู้โดยสาร / 

หากจะกล่าวถึงเครื่องบิน หลายท่านคงคิดว่ามีแต่ความสะดวกสบาย เป็นการเดินทางที่ไม่น่าจะมีปัญหากวนใจอะไรมากนัก แต่แท้จริงแล้วผู้ที่เดินทางบ่อย และเหล่าบรรดาแอร์โฮสเตสหรือสจ๊วตอาจไม่คิดเช่นนั้น เพราะพวกเขามักจะพบเจอผู้โดยสารที่ทำตัวไม่ค่อยน่ารักอยู่เป็นประจำ บางรายเป็นตัวปัญหาถึงขั้นต้องเชิญลงจากเครื่องเลยทีเดียว ทาง Travel.mthai.com จึงขอรวบรวมประสบการณ์ของผู้ที่พบเจอเหตุการณ์ไล่ผู้โดยสารลงจากเครื่องมาให้ได้อ่านกันครับ รวมเรื่องเด็ด วีรกรรมผู้โดยสารตัวป่วนบนเครื่องบิน สมาชิกเว็บไซต์ พันทิป ที่ชื่อว่า เคี้ยวคำอ่านคำ ได้ตั้งกระทู้ "เคยอยู่ในเหตุการณ์ที่ผู้โดยสารโดนไล่ลงจากเครื่องบินไหมคะ เล่าสู่กันฟังค่ะ" โดยมีสมาชิกได้มาร่วมแชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับเหตุการณ์แปลกๆ บนเครื่องบินดังนี้ - ความคิดเห็นที่ 4 คุณ flymom "ฝรั่งคนนึงขึ้นเครื่องมา ทีแรกก็สงบเสงี่ยมดี พอปิดประตูเครื่อง push back แล้ว ฝรั่งรายนี้กดเรียกพนักงาน เราก็ไปดูว่าจะเอาอะไร ปรากฏว่าจะเอาคอกเทลเดี๋ยวนั้น เราบอกว่าไม่ได้ ต้องรอจนเครื่องอยู่บนอากาศจน Level up แต่เขากลับหันมาบอกว่า Bitch เราก็แบบว่า ไหนพูดใหม่ซิ พูดผิดพูดใหม่ได้นะ เขาก็ยังด่าเราว่า -ucking bitch เราเดินไปโทรหากัปตันเดี๋ยวนั้น บอกว่าต้องกลับไปที่เกต เรียกตำรวจมาด้วยนะ มาเอาผู้โดยสารคนนี้ลงไป เขาเพิ่งด่าฉันว่า bitch เพราะไม่ยอมไปหยิบดริ้งค์มาให้ตอนนี้ พอถึงเกตประตูเครื่องเปิด ตำรวจสนามบินตัวเท่าตู้เย็นสามคนก็เดินไปอัญเชิญชายคนนั้นลงจากเครื่อง พอรู้ว่าโดนไล่ลงเขาก็ร้องไห้บอกแม่ชั้นตายชั้นต้องไปงานศพแม่ ให้ชั้นขึ้นเครื่องเถอะ ทั้งกัปตันทั้งตำรวจหันมามองหน้าเรา เราบอกไปเลยว่า อย่ามามองหน้าฉัน ถ้าเขาไป ฉันจะไม่ไป แค่นั้นจบ เอาตัวไปนอนสงบสติอารมณ์จนสร่างในห้องขังเรียบร้อย" - ความคิดเห็นที่ 8 คุณ Ms...plum "เคยเจอเมื่อหลายสิบปีก่อนสายการบินเตอกีสแอร์ไลน์ ไฟลท์จากอิสตันบูลกลับไทย ผู้โดยสารหนุ่มสาวเดินกอดคอกันขึ้นเกต ทำเสียงตะโกนตลอดทาง แล้วดวงซวยก็บังเกิด ไอ้คู่นั้นเผอิญมานั่งอยู่หลังเรา อาการคล้ายเมา ทำเสียงดัง แล้วเอาเท้าถีบเบาะเราตลอด จนเราต้องหันไปตบเบาะแล้วบอกว่ามันไป มันก็ยังถีบเบาะอีก คิดเลยว่าไฟลท์นี้คงไม่ได้นอนแน่ สักพักแอร์เดินมาใกล้ เราก็เลยถามแอร์ว่าเปลี่ยนที่นั่งได้ไหม แอร์ก็มองไปที่สองคนนี้น สักพักก็มีเจ้าหน้าที่พร้อมการ์ดตัวโตเชิญไปสร่างเมานอกเครื่องบิน เรานี่อยากปรบมือดัง ๆ ผู้โดยสารใกล้เคียงก็โล่งใจกันไปตาม ๆ กัน" - ความคิดเห็นที่ 10 คุณ Lilac Girl "ตุลาปีที่แล้วค่ะ บินจากอเมริกาไปเนเธอร์แลนด์ จู่ ๆ นักบินประกาศดีเลย์เที่ยวบิน ซักพักทั้งตำรวจ ทั้ง US Immigration ขึ้นมาเชิญผู้โดยสารออกไปจากเครื่อง ทราบทีหลังว่า ท่านขึ้นมาแล้ว เอาไม้เท้าทุบผนังเครื่องไม่ยอมหยุด เลยอดไปเลย" - ความคิดเห็นที่ 13 คุณ pka เคยเจอตอนบินจากกรุงเทพฯ ไปอัมสเตอร์ดัมค่ะ ระหว่างทางผู้ชายข้างหน้ามีท่าทางแปลกๆ กระวนกระวายตลอดเวลา แต่ไม่โวยวายอะไรนะ แต่เขาเดินไปห้องน้ำบ่อยๆ ก็ว่าผิดปกติอะไรสักอย่าง พอเครื่องลงจอด ก็รอนานมาก กว่าจะลงจากเครื่องได้ ปรากฎว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินขึ้นเครื่องมา จับตัวผู้ชายคนนั้นไป ... สรุปก็คือ เขาไปเสพยาในห้องน้ำน่ะแหล่ะค่ะ" - ความคิดเห็นที่ 37 คุณ Paradise Slice and double shot "เพิ่งเจอมาตอนที่บินกลับมาอังกฤษครั้งล่าสุดเมื่อไม่นานนี่เอง เจอแบบใกล้ชิดมากเรียกว่าจำได้ทุกชอต เนื่องจากนั่งอยู่แถวเดียวกัน เรานั่งอยู่ริมทางเดิน ถัดจากทางเดินไปมีคุณลุงฝรั่งนั่งหลับอยู่ (คือหลับแบบจริงจังมากกก) พอผู้โดยสารขึ้นเครื่องครบแล้ว อยู่ดีๆ ก็มีพ่อหนุ่มต่างชาติผิวสีผมทรงแอฟโฟร เดินมานั่งข้างๆคุณลุงคนนั้น ตอนแรกก็ไม่อะไร พี่แอฟโฟรนั่งๆไปซักพักก็จ้องหน้าคุณลุงค่ะ จ้องแบบเอาเป็นเอาตาย (โดยที่คุณลุงไม่รู้เรื่องอะไรเลย หลับลึกมาก) และจู่ๆ พี่แกก็ตะโกนว่า ... He's DEAD!!  อิชั้นเหวอ แอร์ฯเหวอ ผู้โดยสารคนอื่นเหวอกันหมด ... แต่คุณลุงยังหลับอยู่ เชื่อเค้าเลย เกิดความเงียบไปชั่วขณะก่อนที่แอร์ฯท่านนึงเข้ามาแก้สถานการณ์ "No no he's ok sir, he's just sleeping" แต่พี่แอฟโฟรเถียงว่า "No no no he's dead! I don't wanna sit next to dead person!!" พร้อมกับจิ้มไปที่แขนคุณลุง เราคิดเลยว่าเค้าเมาแน่ๆ เมามากด้วย มากขนาดที่ว่ามโนได้ว่าคุณลุงตายแล้ว 55555 พี่แอฟโฟรก็พูดไปจิ้มไป คุณลุงจึงตื่นจากภวังค์ พร้อมกับยิ้มให้ทุกๆ คนและพูดว่า "I'm fine" สรุปว่าเมาทั้งคู่ ถูกเชิญลงจากเครื่องไปตามระเบียบ" - ความคิดเห็นที่ 51 คุณ Puanholy "อันนี้เป็นเรื่องป่วนๆ แต่ไม่ถึงกับเชิญผู้โดยสารออก เราบินจากโตเกียวมาที่มินิอาโพลิส พอขึ้นเครื่องมาเราก็หลับแบบไม่สนใจใคร ปรากฎว่าตื่นมาอีกที เครื่องยังไม่ได้บินไปไหน ยังคงอยู่ที่เดิม ถามฝรั่งข้างๆว่า เกิดอะไรขึ้นคะ ฝรั่งบอกมีป้าชาวจีนอาละวาดไม่ยอมให้เครื่องขึ้น ไม่ยอมคาดเข็มขัด เราก็อ๋อๆ .. เสร็จแล้วก็ได้ยินแอร์ประกาศว่า "มีผู้โดยสารท่านใดสามารถพูดภาษาจีนได้บ้าง" เราเคยเรียนมานะ แต่มันพูดได้แค่ ชือ ฟ่าน เลอ มา (กินข้าวหรือยัง) แค่นั้น สักพักสจ๊วตเดินมา พอเค้าเจอหน้าเราเท่านั้นแหละ เค้ารีบเชิญเราไปเลยจ้า เราบอกว่าฉันพูดภาษาจีนไม่ได้นะเฮ้ยยย เค้าบอกช่างเถอะมาก่อน ... เราก็เดินตามไป ฝรั่งมองทั้งลำค่ะ พอไปถึงแถวที่ป้านั่ง (หน้าสุด เก้าอี้มี 3 ตัว) ป้านั่งติดหน้าต่าง โวยวายอาละวาดไม่ยอมคาดเข็มขัด ชี้ออกนอกหน้าต่างอย่างเดียว ชี้หิมะ แล้วก็กรีดร้อง แอร์นั่งกลางจะจับป้านั่งตลอด แอร์เพอเซอ สจ๊วตทุกคนมารุมเรา บอกว่าให้ช่วยบอกป้านี้ที ว่าให้ช่วยนั่งหน่อย ป้าเค้าเป็นอะไร เราก็เลย "หนีห่าว .. (ส่งยิ้ม)" ป้าเริ่มหยุด .. เราถามต่อ "ชือ ฟ่าน เลอ มา" .. คือ ณ จุดนั้นกรูพูดได้แค่นี้ค่า พี่แอร์ขา ... แต่ป้ากลับเงียบ มองเรา จับมือเรา แล้วก็นั่งลงชี้ไปข้างนอก พูดๆๆๆ พ่นภาษาจีนใส่เรา .. ณ อารมณ์นั้นอิฉันต้องทำตัวเหมือนนางงาม ตบมือป้าเบาๆ พร้อมนั่งลง คาดเข็มขัด ไม่ได้พูดอะไร โชคดีป้ายอมทำตาม แอร์ถามเราว่า เค้าว่ายังไง .. เราเลยบอกว่า เค้าคงกลัวหิมะ คงคิดว่าเป็นพายุ .. พอป้านั่งสงบได้สักพัก แอร์รีบส่งสัญญาณให้กัปตันเอาเครื่องขึ้น (บินในประเทศแค่ 1 ชั่วโมง) กัปตันคงเห็นว่าเอาอยู่มั้ง เครื่องก็ขึ้นไป สรุปอิฉันได้ไปนั่งกับป้าจ้ะ มีแอร์นั่งคั่นกลาง อาหาร Snack อะไรก็ไม่ได้กิน แอร์ถามว่าเราพูดอะไรกับป้า .. เราเลยบอกว่า เราถามว่าป้ากินข้าวหรือยัง สรุปป้าได้กินกล้วยจ้ะ 5555 แล้วป้าก็ชมแอร์ว่าสวย บลาๆๆ เราก็ถามแอร์ว่าป้ามาคนเดียวหรอ สรุปคือ ป้ามาคนเดียว บินเดี่ยวจ้า ... พอเครื่องแลนดิ้งเท่านั้นแหละ ฝรั่งตบมือให้อิฉัน เริ่ดป่ะล่ะ นางป้าคนนั้นได้ลงเครื่องคนแรก อิฉันรอเดินไปเอาของที่แครี่ออนตรงที่เก่า ฝรั่งเดินมาเช็คแฮนด์ พร้อมบอกว่า thank you very much แหม่ .. น้ำตาจะไหล ในใจนี่คือ ถ้าป้าไม่ยอมสงบ อิฉันแปลไม่รู้เรื่อง คงต้องเชิญออกล่ะจ้ะ เหตุการณ์นี้ตอบแทนมาด้วยการให้อัพเกรดเก้าอี้ที่นั่งขากลับไทยให้เป็น Business พร้อมส่วนลดเวลาซื้อตั๋วนิดๆ หน่อยๆ .. ปลื้มใจมากค่ะ 555" อ่านความคิดเห็นทั้งหมดเพิ่มเติม > http://pantip.com/topic/32714638 ที่มา : pantip.com  ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง : มนุษย์ลุงฉุน โดนเชิญลงจากเครื่อง ผู้โดยสารช่วยปรบมือไล่

เรื่องราวสุดซึ้ง ของตำรวจจราจรที่อายุน้อยที่สุดในจอร์แดน
ข่าวรอบโลก /  จอร์แดน / 

เรื่องราวสุดน่ารักของสองหนูน้อยชาวจอร์แดน ทำหน้าที่ตำรวจจราจร ที่มีอายุน้อยที่สุดในประเทศ วานนี้ (16ต.ค.) สำนักข่าวจอร์แดน ทามส์ เผยแพร่เรื่องราวของ ยาซาน  วัย 8 ปี และ คาร์ริมาร์ วัย 7 ปี และ เด็กหญิง-ชาย ในเมืองอัมมาน ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศจอร์แดน ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง และเป็นตำรวจจราจรสองหนูน้อยที่มีอายุน้อยที่สุดในประเทศอีกด้วย ยาซาน ประสบกับความเจ็บปวดทุกข์ทรมานจากโรคมะเร็งกล้ามเนื้อ ส่วนคาร์ริมาร์ เธอป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว เลือกใช้เวลาที่เหลือในชีวิต ตามความฝันของพวกเขาด้วยการปฏิบัติหน้าที่เป็นตำรวจจราจร ในวันเกิดของพวกเขา ผ่านโครงการ มูลนิธิโรคมะเร็งกษัตริย์ฮุสเซน ( KHCF ) ยาซาน เผยความรู้สึกว่า "ผมรู้สึกมีความสุขที่ได้เป็นตำรวจจราจรในวันนี้ เพราะผมช่วยคนที่กำลังขับรถอยู่บนถนนปลอดภัยและจะไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น" อย่างไรก็ตามองค์กรดังกล่าวจัดตั้งขึ้นในปี 2006 เพื่อช่วยสนับสุนน และเยียวยาผู้ป่วยทั้งทางด้านร่างกายและจิต Mthai News

เขากำลังจะกลับมาแล้ว! เผย เดวิด มอยส์ ใกล้ได้งานใหม่เต็มแก่
ปีศาจแดง /  พรีเมียร์ลีก / 

สื่อในอังกฤษรายงานว่า เดวิด มอยส์ อดีตผู้จัดการทีม “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังจะได้กลับมารับงานคุมทีมในพรีเมียร์ลีกเร็วๆนี้ หลังจากที่โดนไล่ออกจากตำแหน่งไปเมื่อช่วงปลายฤดูกาลก่อน อดีตกุนซือผีเผยว่าพร้อมที่จะกลับมารับความท้าทายในการคุมทีมในพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง หลังจากที่โดนไล่ออกจากตำแหน่งหลังทำได้ที่ในโอลด์แทร็ฟฟอร์ดได้เพียงแค่ 10 เดือนเท่านั้น ทั้งๆที่เป็นผู้ถูกเลือกจาก เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือคนก่อนให้มาสืบทอดตำแหน่ง หลังจากที่ทำผลงานกับ เอฟเวอร์ตันได้ดีตลอด 11 ปี แต่กละบล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงกับการคุมทีมใหญ่อย่าง แมนฯยูไนเต็ด “มีคนเสนองานให้กับผมมากมาย และมีหลายคนที่ถามผมว่าสนใจงานไหนบ้าง พวกสโมสรก็ติดต่อมา แต่ผมรู้สึกว่ามันยังไม่ถึงเวลา” มอยส์ให้สัมภาษณ์กับบีบีซี “ตอนที่ผมจากเอฟเวอร์ตันมา เพราะผมคิดว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจะให้โอกาสที่ดีกับผม” “และสโมสรต่อไปที่ผมจะคุมผมอยากได้โอกาสสร้างทีมขึ้นมาใหมา นั้นคือสิ่งที่ผมคิดว่าจะทำได้ดี” ผู้จัดการทีมวัย 51 ปีตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับหลายทีมในพรีเมียร์ลีกเช่น นิวคาลเซิ่ล ยูไนเต็ด และเวสต์แฮม ยูไนเต็ด แต่ทั้งสองทีมยังใช้งานผู้จัดการทีมคนปัจจุบันอย่าง อลัน พาร์ดิว และแซม อัลลาไดซ์ อยู่

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

กนก โพสต์จี้ ประยุทธ์ เร่งถอดนักการเมืองสอดไส้
กนก รัตน์วงศ์สกุล /  ข่าววันนี้ / 

กนก โพสต์จี้ ประยุทธ์ เร่งถอดนักการเมืองสอดไส้ หากไม่อยากทุกข์ใจมากกว่าการทะเลาะภรรยา นายกนก รัตน์วงศ์สกุล ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความแสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว @Kanok Ratwongsakul Fan Page ให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เร่งถอดถอนนักการเมืองสอดไส้ออกจากการเมือง ถ้าหากไม่อยากทุกข์ใจมากกว่าการทะเลาะกับภรรยา ภายหลังนายกฯ ออกมาเปิดใจ อยากลาออกจากตำแหน่ง เพราะเหนื่อย เป็นทุกข์และทะเลาะกับภรรยาทุกวัน โดยระบุว่า "ผมพร้อมจะลาออก อยากจะลาออกทุกวัน แต่เห็นประชาชนเดือดร้อนทนไม่ได้ และไม่ได้อยากอยู่เกินแม้แต่วันเดียว ทุกวันนี้ผมสู้รบทุกวัน ในบ้านกลับมาก็ทะเลาะกับเมีย เมียถามว่าทำไมอันนี้ไม่ทำ ผมบอกทำแล้ว บางเรื่องทำไม่ไหวก็หงุดหงิด สรุปว่า...ผมไม่มีความสุข ทุกคนไม่มีความสุข ผมจึงต้องคืนความสุขให้ประชาชน และได้รับความทุกข์ไง" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวเปิดใจระหว่างการเลี้ยงอาหารค่ำทูตไทยในยุโรป ที่อิตาลี ผมเชื่อแล้วว่า ท่านนายกฯทุกข์ใจจริงๆ ไม่มีใครมีความสุขได้หรอกครับ ถ้าไม่ปรองดองกับเมีย! แล้วถ้าวันนี้ สนช.ที่ท่านแต่งตั้งมา "ไม่ถอดถอน" นักการเมืองที่มีการสอดไส้เนื้อหา แอบเสียบบัตรแทนกันล่ะก็ ท่านจะยิ่งทุกข์ใจมากกว่าทะเลาะกับเมีย! MThai news

3 ตำนานในร่างเดียว เกรียนโอ้ รับความสามารถนั้นมาแล้ว!!
3 ตำนานในร่างเดียว /  กองหน้า / 

ผ่านไปแบบทุลักทุเลสุดๆ สำหรับศึกพรีเมียร์ลีก นัดที่ 8 ของ ลิเวอร์พูล หลังเฉือนชนะ คิวพีอาร์ ไปได้แบบช็อกกองแช่งทั้งโลก 3-2 วันนี้ไม่มีไรมาก แค่จะมาพูดถึง "ออร่า" ของสุดยอดดาวยิงตัวความหวัง(ว่ามันจะดี) อย่าง มาริโอ บาโลเตลลี่ ที่นับวันยิ่งเปร่งประกายความล้มเหลวออกมาแบบไม่มีขีดสุด แถมตอนนี้ยังเข้าข่ายได้รับพลังงานบางอย่างจากอดีต 3 ตำนานดาวดับของทีมไปแล้วซะด้วย และนี่คือความเหมือน ที่ไม่แตกต่างระหว่างเขา กับ 3 อดีตดาวยิง ลิเวอร์พูล คนแรก เอมิล เฮสกีย์ - คงจะเหมาะสม และเห็นภาพมากสุดแล้ว สำหรับสภาพอาวุธขึ้นสนิมของ ลิเวอร์พูล ที่มีคนอย่าง "เกรียนโอ้" ยืนประจำการอยู่แดนหน้า(อย่างโดดเดี่ยว) เพราะทุกวันนี้ดูยังไงก็ไม่ต่างอะไรกับดาวยิงมนุษย์ค้ำยัน ที่ลงไปยืนให้ครบคน แถมจังหวะปิดบัญชีก็ยังคมกริบ ราวกับแฝดพี่ เอมิล เฮสกีย์ ยังไงยังงั้น แต่เห็นฟอร์ม บาโลเตลลี่ แบบนี้ บอกได้เลย ไม่ใช่แค่แย่ แต่ถึงขึ้นกาก!! มองว่าถ้าเอาศูนย์หน้าตัวรับแบบ เฮสกีย์(ในยุคนั้น) กลับมาเล่นแทนยังจะดูมีประโยชน์กว่าอดีตหัวหอกทีมชาติ อิตาลี รายนี้ซะอีก คนที่สอง เฟอร์นันโด มอริเอนเตส - ผมขอยกเคสนี้ให้เป็นกรณีตัวอย่างเลย เจ็บแล้วไม่จำ(...?) เพราะครั้งหนึ่ง ลิเวอร์พูล เคยเสีย ไมเคิล โอเว่น ไปให้ เรอัล มาดริด และไปหยิบศูนย์หน้าระดับโลก แต่คนละสไตล์อย่าง มอริเอนเตส เข้ามาทดแทน ด้วยความหวัง ว่าชื่อเสียงของนักเตะตัวใหม่จะช่วยให้ทีมกลับมามีสกอร์ที่กระหึ่มเหมือนเดิม แต่ไม่เลย ล้มเหลวไม่เป็นท่า จากหอกปลายแหลมตอนอยู่ ราชันชุดขาว กลับกลายเป็นปุยนุ่นให้บรรดาฮาร์ทแมน พรีเมียร์ลีก สอยน่วมซะงั้น เพราะฉะนั้นการเสียจอมเทคนิคแถมขยันไล่บอลอย่าง ซัวเรซ ไป แต่ดันเลือก ขาเฉื่อยจอมรอบอลแบบ เกรียนโอ้ มาแทน ดูยังไงมันก็ไม่ลงล็อค และแทบจะหาทางพาไปอำเภอ(แจ้งเกิด) ไม่ได้เลย รวมถึงไป แลมเบิร์ต มนุษร่างแปลง เกรียนโอ้ วัยชราอีกคน มองยังไงก็ไม่มีทางเป็นที่จดจำของแฟนบอล "เดอะค็อป" ได้แน่ คนที่สาม เฟอร์นันโด ตอร์เรส - ถึงตอนนี้นักเตะที่ว่าโคตรห้าวแบบ "เกรียนโอ้" น่าจะรู้ซึ้งถึงอำนาจมืดในแบบที่ ตอไม้ ได้รับช่วงที่ย้ายไปอยู่ เชลซี แล้วแน่นอน และคำว่า "มั่นใจ" ไม่ต้องพูดถึง เพราะได้มันหมดไปทีละนิดกับลูกยิงทิ้งยิงขว้างตลอด 9 เกมของเขาที่ทำได้ลูกเดียวไปเรียบร้อย แบบนี้โอกาสรอดน้อย(มาก!)....เยี่ยวยายากโคตรๆ นอกจากนั้นประเด็นสำคัญคือความดื้อด้านในแผนหน้าเป้าของ บีร็อด ซึ่งสุดท้ายมันจะเป็นตัวบีบให้อดีตนักฟุตบอลที่ว่ากันว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นดาวยิงเบอร์ 1 ของโลก ออกไปท่องโลกกว้างกับสโมสรอื่นที่มีขนาดเล็กกว่า ลิเวอร์พูล ในช่วง ซัมเมอร์หน้า(ก็เป็นได้) ภาพแมตช์ล่าสุดกับ ควีนส์ปาร์ค บาโลเตลลี่ ซัดจ่อๆ แต่ข้ามคาน สอยนกตา่ยไป 2 ตัว

จีทีเอช เปิดโปรเจ็ค เพื่อนเฮี้ยน..โรงเรียนหลอน ซีรีส์ผี 13 ตอน ออนแอร์ 1 พ.ย. นี้
จีทีเอช /  ซีรีส์ / 

ทุกโรงเรียน...มีอดีตที่อยากปิดบัง มีเหตุการณ์ที่ไม่อยากพูดถึง  มีนักเรียนที่อยากลืม และมีเรื่องลึกลับที่รอวันเปิดเผย จีทีเอช ขอชวนมาสยองกับเรื่องหลอนในรั้วโรงเรียน ในละครซีรีส์ชุดใหม่ เพื่อนเฮี้ยน..โรงเรียนหลอน ผลงานจาก 13 ผู้กำกับไฟแรง อาทิ เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี, จิม โสภณ ศักดาพิศิษฏ์, ปิง เกรียงไกร วชิรธรรมพร, ปัฏฐา ทองปาน และ เอกสิทธิ์ ไทยรัตน์ นอดจากนี้ ใน เพื่อนเฮี้ยน..โรงเรียนหลอน คุณจะไดพบกับเหล่านักแสดงมากฝีมือ ไม่ว่าจะเป็น มาร์ช จุฑาวุฒิ ภัทรกำพล, ปันปัน สุทัตตา อุดมศิลป์  ,ไมเคิล ศิรชัช เจียรถาวร, ฝน ศนันธฉัตร ธนพัฒน์พิศาล, ท็อป  ณภัทร โชคจินดาชัย, เหนิง กัญญาวีร์  สองเมือง, เบลล์ เขมิศรา พลเดช, แบงค์ ธิติ มหาโยธารักษ์, แพรวา ณิชาภัทร  ฉัตรชัยพลรัตน์, กันต์ ชุณหวัตร, เฟม ชวิน ลิขิตเจริญพงศ์, สมาย โสรญา ฐิตะวชิระ  และนักแสดงวัยรุ่นอีกมากมาย ที่จะมาเปิดประสบการณ์ความกลัวครั้งใหม่!!  ซึ่ง เดียว วิชชพัชร์ โกจิ๋ว กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีทีเอช ออนแอร์ จำกัด กล่าวว่า "จากการตอบรับที่ดีของซีรี่ส์ จีทีเอช ไซด์ สตอรี่ ที่เคยฉายทางช่องจีทีเอช ออนแอร์  ทำให้เรารู้ว่าซีรีส์ผีแบบจบในตอน มีคนดูที่ชื่นชอบและติดตามกันเยอะมาก ทางจีทีเอชก็เลยพัฒนาโปรเจ็คใหม่ขึ้นมา เพื่อเอาใจแฟนๆที่ชอบเรื่องเร้นลับโดยเฉพาะ โดยทำเป็นซีรี่ส์ 13 ตอน  ในชื่อว่า เพื่อนเฮี้ยน..โรงเรียนหลอน เป็นการต่อยอดจากเหตุการณ์หลอนๆในรั้วโรงเรียน ซึ่งจากการทำรีเสิร์ช  ทำให้รู้ว่าประเด็นเรื่องผีในโรงเรียนมีเยอะมาก บางคนอาจจะเคยเจอมากับตัว หรือเป็นคำบอกเล่าที่บอกกันมาแบบปากต่อปาก"   13 ผู้กำกับซีรีส์ เพื่อนเฮี้ยน..โรงเรียนหลอน เดียว วิชชพัชร์ กล่าวเสริมอีกว่า "พอลองพัฒนาบทเลยได้ไอเดียออกมาเป็น 13 เรื่อง โดยผู้กำกับ 13 คน ซึ่งมีทั้งมืออาชีพอย่าง จิม โสภณ ผู้กำกับหนังลัดดาแลนด์, ปิง เกรียงไกร จากซีรี่ส์ฮอร์โมนฯ, เอกสิทธิ์ ไทยรัตน์ คนเขียนบทหนังบอดี้..ศพ #19 และนักวาดการ์ตูนสยองขวัญ  และผู้กำกับดาวรุ่งอย่าง เต๋อ ฉันทวิชช์  ที่เขียนบทหนังของจีทีเอชมาแล้วหลายเรื่อง อย่าง พี่มาก..พระโขนง ฯลฯ รวมไปถึงผู้กำกับไฟแรง ที่ส่วนใหญ่อยู่ในแวดวงการทำหนังสั้น เรียกว่าเป็นการรวมตัวคนเบื้องหลัง และมือรางวัลจากหลายเวที  ทั้งผู้กำกับ คนตัดต่อ คนเขียนบท ซึ่งผมมองว่าเป็นโอกาสดี ที่จะได้พัฒนาเด็กรุ่นใหม่มาช่วยกันผลิตผลงานคุณภาพ ยิ่งแฟนๆที่เคยดูหนังสี่แพร่ง, ห้าแพร่งน่าจะสนุกไปกับซีรี่ส์เรื่องนี้ เพราะเราทำโปรดัคชั่นเน้นความพิถีพิถันแบบภาพยนตร์ แต่ละเรื่องมีการขมวดปมให้ได้ตื่นเต้น น่าติดตามแบบจบในตอน เผลอๆอาจจะทำให้ใครได้ย้อนคิดถึงตอนเรียน นึกถึงบรรยากาศของโรงเรียนที่เคยมีประวัติหลอนๆ" เดียว วิชชพัชร์ โกจิ๋ว "อยากฝากให้ติดตามกันนะครับ ซีรี่ส์ เพื่อนเฮี้ยน..โรงเรียนหลอน เป็นหนังผีแบบวัยรุ่น ที่มีครบทุกรสชาติ  ทั้งรัก ดราม่า โหด สยอง ลึกลับ ฯลฯ  แถมยังรวมพลดารานักแสดงมากฝีมือมากันแน่นจอ ทั้งชาวฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ทั้งรุ่นพี่รุ่นน้อง และน้องๆ จากโครงการฮอร์โมน เดอะ เน็กซ์เจน คิดว่าแฟนหนังสยองขวัญ  น่าจะชอบใจกันนะครับ รับประกันจัดเต็มเรื่องความหลอน  เริ่มออนแอร์ประเดิมตอนแรก วันเสาร์ที่ 1 พ.ย.นี้ เวลาดีสี่ทุ่ม ทางช่องจีทีเอช ออนแอร์ และช่อง จีเอ็มเอ็ม แชนแนล"เดียว วิชชพัชร์ กล่าวทิ้งท้าย ตัวอย่างซีรีส์ เพื่อนเฮี้ยน..โรงเรียนหลอน พบกับละครซีรีส์สุดหลอนรอบรั้วโรงเรียน กับเรื่องราวสุดเฮี้ยนที่พร้อมเขย่าทุกโสตประสาท ในซีรีส์ เพื่อนเฮี้ยน..โรงเรียนหลอน เริ่มตอนแรกวันเสาร์ 1 พ.ย.นี้ เวลา 22.00 น. ออกอากาศทางช่อง จีทีเอช ออนแอร์  และช่อง จีเอ็มเอ็ม แชนแนล --------------------------

ชาวเน็ตสงสัย กิตติ สิงหาปัด ทวิตสถาบันที่ฝังรากลึกสร้างขัดแย้ง
กิตติ สิงหาปัด /  ข่าวกิตติล ข่าว3มิติ / 

กิตติ ทวิตข้อความ ชวนนักวิจัยเข้าไปศึกษาสถาบันฝังรากลึก สร้างความขัดแย้งไม่หยุดในสังคมไทย ด้านชาวเน็ตสงสัย สถาบันที่ฝังรากลึก คืออะไร? จี้ให้ตอบ วันนี้ (17 ต.ค. 57) คนในโลกออนไลน์ได้เกิดข้อสงสัย พร้อมตั้งคำถามถึงผู้ประกาศข่าวชื่อดัง กิตติ สิงหาปัด หลังได้มีการทวิตข้อความ อยากให้นักวิจัยเข้าไปศึกษาเชิงลึกด้านจิตวิทยาและจิตวิทยาสังคม เกี่ยวกับสถาบันที่ฝังรากลึกจนสร้างความแตกในสังคมไทย โดยข้อความที่ผู้ดำเนินรายการข่าว 3 มิติได้ระบุว่า “บางเรื่องเราอธิบายเหตุผลกับตัวเองไม่ได้ นอกจากยอมรับว่าเราคงกลัวเกินไป ได้แต่ชื่นชมผู้กล้าที่ได้ทำหน้าที่ของพวกเขาไป ผมอยากให้นักวิจัย ศึกษาเชิงลึกด้านจิตวิทยา และจิตวิทยาสังคมในปัญหาความขัดแย้งระหว่างสถาบันที่ฝังรากลึกจนกลายเป็นความรุนแรง ไม่หยุด” ทั้งนี้เมื่อข้อความดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ทำให้มีคนเข้าไปแสงความเห็น โดยเฉพาะในเพจเฟซบุ๊ก @Araya Newspaper ที่ได้เรียกร้องให้นายกิตติ ออกมาชี้แจงด้วยว่าสถาบันที่ฝักรากลึกจนกลายเป็นความขัดแย้งที่อยากให้นักวิจัยเข้าไปศึกษา หมายถึงสถาบันใดกันแน่ MThai news

Michael Buble คอนเฟิร์มจัดคอนเสิร์ตในไทย 24 ม.ค. ปีหน้า
Michael Buble /  คอนเสิร์ต / 

MICHAEL BUBLÉ (ไมเคิล บูเบลย์) นักร้องหนุ่มเสียงนุ่มจากแคนาดา คอนเฟิร์มเตรียมรีเทิร์นเอเชียทัวร์ - จัดคอนเสิร์ตในเมืองไทย 24 มกราคม 2015 หลังจากเคยประสบความสำเร็จในการจัดคอนเสิร์ตเอเชียทัวร์เมื่อปี 2011 ไปแล้ว ล่าสุด นักร้องหนุ่มเสียงนุ่มคนดังจากประเทศแคนาดา MICHAEL BUBLÉ ก็พร้อมแล้วที่จะนำผลงานเพลงสุดไพเราะของเขามาเสิร์ฟแก่แฟนเพลงชาวเอเชียอีกครั้ง ทั้งที่ เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน, สิงคโปร์, ฮ่องกง, กรุงเทพฯ ประเทศไทย, กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย, จาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย, มะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ และ โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ปี 2015 MICHAEL BUBLÉ เปิดเผยถึงความรู้สึกตื่นเต้นของเขาในการกลับมาเยือนแฟนเพลงชาวเอเชียอีกครั้งว่า "ผมแทบจะอดใจรอไม่ไหว อยากให้ถึงคอนเสิร์ตเอเชียทัวร์ในเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ปีหน้าไวๆ ครับ ผมเฝ้ารอที่จะได้กลับไปพบแฟนเพลงของผม รวมทั้งจะได้เจอกับแฟนเพลงใหม่ๆ ด้วย ขอบคุณทุกคนที่สนับสนุนงานเพลงของผมนะครับ แล้วเจอกันเร็วๆ นี้" สำหรับคอนเสิร์ตของ MICHAEL BUBLÉ ในประเทศไทย จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 24 มกราคม 2015 โดยผู้จัด Live Nation และ BEC Tero... (โดยสามารถติดตามรายละเอียดอื่นๆ เพิ่มเติมได้ทาง music.mthai.com เร็วๆ นี้) Home หนึ่งในผลงานเพลงอมตะของ MICHAEL BUBLÉ มิวสิควิดีโอเพลง To Love Somebody ของ MICHAEL BUBLÉ ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

ชวนดู ทอมหล่อเวียดนาม แต่ก่อน อย่างสวย!
ทอมหล่อ /  ทอมเวียดนาม / 

ทอม เป็นเพศที่มีทั่วโลกจริงๆนะเธอ และทอมแต่ละประเทศนี่ก็แซ่บต่างกันไป วันนี้เรามีทอมจากประเทศเพื่อนบ้านเรานี่เอง ก็คือประเทศเวียดนาม ก็เธอคนนี้ดังเปรี้ยงปร้างซะหยุดไม่อยู่ ด้วยความที่หน้าใสน่ารัก ปากนิดจมูกหน่อย เรียกได้ว่าเป็นทอมที่น่าทะนุถนอมซะ มาดูกันดีกว่า ! Jay lin ทอมหล่อ และดูดี มาแรงจากประเทศเวียดนาม มีชื่อเต็มว่า Lin Jay Le Thao Linh เกิดในปี 1994 อายุ 20 ปี แต่ก่อนเธอมีหน้าตาสดสวย สดใส จนไม่น่าเชื่อว่าจะกลายมาเป็นทอมได้ขนาดนี้ และกว่าเธอจะได้เป็นทอมหล่อขนาดนี้ เธอต้องฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ซึ่งหลักๆก็คือ พ่อแม่ของเธอนั่นเอง แต่เจหลินก็หาได้แคร์ไม่  4 ปี ก่อนเธอจึงตัดสินใจเป็นตัวของตัวเอง ตัดผมสั้นให้กลายเป็นทอม ทั้งที่เพื่อนและครอบครัวก็ไม่ยอมรับหรือสนับสนุน.. ลุค สาวหวาน ของ Jay lin ก่อนเป็นทอมบอย แต่เมื่อเป็น ลุคทอมบอยแล้ว เธอก็สบายใจแม้จะถูกคนรอบข้างคัดค้านก็ตาม แม้แต่การใช้ชีวิตประจำวัน เช่น เข้าห้องน้ำหญิงก็มักจะมีปัญหาเช่นกัน แต่เธอก็เลือกไม่ศัลยกรรมอะไรอีกเพราะ เธอได้ทำให้พ่อแม่เสียใจมาแล้วในตอนแรก ดังนั้นเธอจึงไม่ควรเปลี่ยนอะไรที่พ่อแม่ให้มาตั้งแต่แรกอีกแล้ว  ซึ่งตลอด 4 ปี เธอก็พิสูจน์ให้ครอบครัวเห็นและยอมรับมากยิ่งขึ้น และตอนนี้เธอก็ดังเปรี้ยงปร้างในประเทศเวียดนามเลยทีเดียว Jay lin  ทอมหล่อเวียดนาม เอาเป็นว่า ใครจะเป็นอะไรก็เป็น พอใจก็อะไรก็เป็นนะจ๊ะ เวลาบนโลกนี้มันสั้นนัก อยากทำอะไรก็ทำ แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานความดีและไม่ทำให้ใครเดือดร้อนก็พอแล้วเนอะ ว่ามั้ยจ๊ะ (แต่ก็แอบเสียดายนะ ก่อนเป็นทอมน่ารักจริงๆ !!) ขอบคุณที่มาจาก Pooyingnaka