ผมดัด

จำเนียรวิเวียนโตมร /  ธีรเดช เมธาวรายุทธ / 

"อาเล็ก ธีรเดช" หวนกลับมาร่วมงาน "ยอร์ช ฤกษ์ชัย" ใน "จำเนียรวิเวียนโตมร" คุยฟุ้ง...รู้ทางกันดี ! ถือเป็นพระเอกหนุ่มที่เข้าไปครองใจสาวเล็ก สาวใหญ่ ค่อนประเทศ สำหรับ อาเล็ก ธีรเดช เมธาวรายุทธ เพียงเพราะแค่ยิ้มมุมปากก็ทำเอาสาว ๆ ใจละลายซะแล้ว เข้าทางผู้กำกับ ยอร์ช ฤกษ์ชัย พวงเพ็ชร์ ที่คว้าตัว อาเล็ก มารับบท โตมร เพลย์บอยหนุ่มนักรักเจ้าสำอาง ที่คลั่งไคล้การขี่มอเตอร์ไซค์ในภาพยนตร์ จำเนียรวิเวียนโตมร หนังแอ็คชั่นคอมเมดี้ สวัสดีปีใหม่ “ผมชอบคาแรกเตอร์ของ โตมร มากเลยนะ เป็นอีกฟีลหนึ่งที่ผมไม่เคยเล่นมาก่อน คือ จำเนียรวิเวียนโตมร จะมีกลิ่นอายของหนังแก๊งค์สเตอร์นิด ๆ มีฉากบู๊ คอสตูมนี่จัดเต็มมาก ไม่น่าจะใส่เดินตามท้องถนนทั่วไปได้ (หัวเราะ) แล้วก็มีความเป็นคอมเมดี้ที่คนดูยิ้มตามได้แน่ ๆ และที่สำคัญก็มีเรื่องความรักของชาย 2 หญิง 1 ที่เข้มข้นใช้ได้เลย อย่างตัวละคร โตมร ก็จะเป็นรองหัวหน้าคนเล็กของแก๊งค์ขาลอยที่ตั้งบริษัทรักษาความปลอดภัย แต่จริง ๆ คือรีดไถเงินชาวบ้าน เป็นเพื่อนรักกับ จำเนียร (บอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์) ที่โตมาด้วยกัน จริง ๆ เหมือนพี่น้องมากกว่าเพื่อนด้วยซ้ำ ถ้าโตมรอยากทำอะไร ไม่ว่าจะยากแค่ไหน เขาก็จะฝึกฝนจนทำสำเร็จ แล้วในเรื่องก็ชอบขี่มอเตอร์ไซค์มาก แถมยังบ้าพลัง ซึ่งตรงนี้ก็แอบคล้ายผมเหมือนกัน เรียกว่าเวลาทำอะไรต้องทำให้สุด ถ้าไม่สุดไม่ใช่ผม แล้วโตมรยังเป็นนักบู๊ตัวยง ใจร้อน มุทะลุ คือถ้ามีเรื่อง โตมรจะถึงสถานที่เกิดเหตุเป็นคนแรกเสมอ แต่ในความจริงจังแบบนั้นเขาก็เป็นเพลย์บอยที่ซ่อนมุมโรแมนติกเอาไว้นะ มีมุกเสี่ยว ๆ มาหยอดสาว ๆ ตลอด และถ้าเจอสาวที่ชอบ โตมรก็จะไม่สนนะว่าเพื่อนจะชอบเหมือนกันหรือเปล่า เขาจะชิงบอกก่อนเลยว่าเขาชอบ และเขาต้องได้...คือนอกจากคาแรกเตอร์ที่ผมได้รับจะสนุกมาก ๆ แล้ว บรรยากาศในกองก็เฮฮาสุด ๆ เพราะได้กลับมาร่วมงานกับพี่ยอร์ช ที่ครั้งนี้เรียกว่าเรารู้ใจกันมากขึ้น อย่างเวลาบรีฟฉากต่าง ๆ ในหนัง ผมก็จะเริ่มรู้ทางพี่ยอร์ช และเริ่มรับมุกของพี่เค้าได้ กับพี่ชมพู่ (อารยา เอ.ฮาร์เก็ต) นี่เรียกว่ารู้ทางกัน เพราะเราเคยเล่นหนังกับพี่ยอร์ชมาแล้วเรื่องนึงก็เริ่มจับทาง จับจังหวะในการเล่นด้วยกันได้มากขึ้น หรืออย่างพี่บอยที่ต้องเข้าฉากด้วยกันบ่อย ๆ ตอนนี้ก็มาสนิทกันนอกจอแล้ว แล้วยังมีน้าค่อม พี่โก๊ะ ป๋ากิ๊ก มาเสริมทัพอีก คือแค่เห็นชื่อพวกพี่ ๆ เขา ภาพความสนุกก็ลอยมาอยู่ตรงหน้าแล้ว ไปดูกันเถอะครับ รับรองความเฮฮาต้อนรับปีใหม่ปีนี้แน่นอน” อาเล็ก กล่าว มาร่วมลุ้นและเชียร์ โตมร หรือ อาเล็ก ธีรเดช เมธาวรายุทธ ให้พิชิตใจ วิเวียน มาครองได้ในภาพยนตร์ จำเนียรวิเวียนโตมร หนังแอ็คชั่นคอมเมดี้สวัสดีปีใหม่ เข้าฉาย 29 ธันวาคมนี้ พร้อมกันทั่วประเทศ สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารภาพยนตร์เพิ่มเติมได้ที่ https://m39.studio/ILoveYou2 และ https://www.instagram.com/iloveyoutwothemovie/

เปิดใจ!! ท็อป ณัฐเศรษฐ์ ปิดฉากรัก 10 ปี หย่า แพม จบด้วยดีไม่มีมือที่ 3
ท็อป ณัฐเศรษฐ์ /  ข่าว ท็อป ณัฐเศรษฐ์ / 

  ทำเอาโลกโซเชียลสั่นสะเทือนอีกครั้งสำหรับการหย่าร้างของคู่รักสุดหวานมานานนมอีกคู่อย่าง ท็อป ณัฐเศรษฐ์ กับภรรยาสาวไฮโซ แพม สิตามนินท์ หรือ แพม อรอาภา ที่ปิดฉากรัก 10 ปีเป็นที่เรียบร้อยด้วยการจดทะเบียนหย่าไปเมื่อช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่ง ท็อป ณัฐเศรษฐ์ เปิดใจเป็นเรื่องขอทัศนคติที่ไม่ตรงกัน และเป็นเรื่องของการตัดสินใจที่ทั้งคู่ให้เกียรติกัน ไม่ใช่เรื่องมือที่ 3   "ไม่มีอะไรจะพูดเลย ก็ตามนั้นเลย ตามที่แพมพูดเลย สาเหตุเป็นเรื่องของทัศนคติ ตามที่ในข่าวที่แพมบอก เรื่องการปรับตัว ผมคิดว่าเราเองทุกวันนี้ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันอยู่ และก็ให้เกียรติในการตัดสินใจ เพราะว่ามันไม่ได้มีอะไรมากไปกว่านี้ แบบนี้คุณแพมเขาได้ให้สัมภาษณ์ไปแล้ว เรื่องของการตกลงกัน เราพูดคุยกันทั้งสองคน"   "คือท็อปคิดว่า ตัวท็อปเองโดยส่วนตัวไม่ได้มีอะไรจะพูดมากในเรื่องนี้ ผมคิดว่าอย่างที่คุณแพมได้ให้สัมภาษณ์ไปแล้ว มันเป็นเรื่องของการตัดสินใจ เราก็ให้เกียรติการตัดสินใจ เราเชื่อว่า การเปลี่ยนแปลงต้องใช้เวลาในการปรับตัวหน่อย แต่เราเชื่อว่าสิ่งที่มันเปลี่ยนจะเป็นสิ่งที่ดีกว่าสำหรับทั้งสองคน ถามว่าเป็นเพราะต่างฝ่ายต่างทำงานจนไม่มีเวลาให้กันหรือเปล่า ผมคิดว่ามันมีหลายๆ ส่วน หลายๆ ปัจจัย ชีวิตคู่มีหลากกลายเรื่อง ผมคิดว่า สิ่งใดที่เราสามารถสนับสนุนกันได้ และทำให้อีกฝ่ายหนึ่งแฮปปี้นั่นถือว่าเป็นสิ่งที่เราควรจะทำ"   "ถามว่าเสียดายมั้ย จะว่าเสียดายก็เสียดายนะ แต่ผมก็ไม่เสียดายที่ได้เจอแพม ได้อยู่กับแพม เป็นช่วงเลาหนึ่งในชีวิตที่เราได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ผมรู้สึกดีใจและขอบคุณกับช่วงเวลานั้นมากๆ"   "ขอบคุณมาก ทุกวันนี้ก็ยังรักกันอยู่ ไม่ได้ตัดขาดกันได้ง่ายๆ ส่วนเรื่องครอบครัวของเราได้มีการคุยกัน ครอบครัวสนับสนุนในทุกการตัดสินใจของเรา และให้เกียรติในการตัดสินใจของพวกเรา ความเศร้ามันก็มีบ้างนะ ต้องยอมรับ มีโมเมนท์ที่เราเห็นนั่น เห็นนี่ มีความคิดอะไรขึ้นมาบ้างเป็นช่วงๆ แต่เราเชื่อว่าสิ่งที่เราได้ตัดสินใจไปแล้ว เป็นช่วงเวลาที่เราต้องเดินหน้าต่อไป เราก็ต้องปรับเปลี่ยน"   "เซ็นใบหย่าเรียบร้อยแล้ว ผ่านมาประมาณ 1 เดือนได้แล้ว ก่อนหน้าที่จะเซ็นใบหย่า เราไม่ได้แยกกันอยู่ ถามว่าสาเหตุจริงๆ เพราะเรื่องที่เราไม่มีลูกหรือเปล่า ก็ผมเชื่อว่ามันเป็นไปได้หมด มีหลายๆ ปัจจัย แต่ว่าเรื่องนี้คงไม่ใช่เรื่องหลักสำคัญ แต่น่าจะเป็นเรื่องของเราสองคนมากกว่า วินาทีเซ็นใบหย่า ก็ค่อนข้างทำใจลำบากเหมือนกันนะ (นิ่งไป) หนักนะ"   "จริงๆ มันเป็นช่วงเวลาที่ไม่รู้จะเรียกว่าโชคดีหรือเปล่า แต่ผมทำงานเยอะ หนักมากในเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา และเรื่องของเราเกิดช่วงนี้พอดี ทำให้ผมมีเวลาคิดแต่เรื่องงาน เวลาที่เหลือก็จัดการกับชีวิตที่เปลี่ยนแปลงในช่วงนั้น"   "ก็ยังมีโอกาสได้เจอกันครับ ก่อนมานี่ก็เพิ่งเจอคุณแพม ลงรูปคู่ด้วย เมื่อกี้เลย"   "เราก็ยังมีการคุยกันอยู่เรื่อยๆ แล้วยังมีคุยกันอยู่เลยว่าทริปที่วางไว้แล้วอาจจะไปด้วยกันไหมก็ยังคิดอยู่ ก็ยังคุยกันอยู่แต่ไม่ก็ไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น"   เมื่อสอบถามถึงสถานะว่าเปลี่ยนไปไหมและความรู้สึกอย่างไรตอนที่ได้เจอฝ่ายหญิง ด้าน หนุ่มท็อป ถึงกับอ้ำอึ้งบอกว่า   "อืม...ตอบยากๆ ก็ดีใจครับ ดีใจที่ได้เจอ ก็นัดกันครับ (เจอกันเรื่อยๆ อยู่แล้วตั้งแต่หย่า หรือว่าเพิ่งเจอกันครั้งแรกวันนี้?) ไม่ครับ มีนัดเจอกัน อย่างไปไหว้เจ้าวันก่อน เมื่ออาทิตย์ที่แล้วก็มีเป็นช่วงๆ ที่ต้องเจอกันอยู่แล้วครับ"   "จะบอกว่าเหมือนเดิมก็มันไม่เหมือนเดิม แต่จะบอกว่าไม่เหมือนเดิมเลยก็ไม่ได้เหมือนกัน เพราะว่าเราไม่ได้โกรธกัน เรายังมีความรู้สึกที่ดีต่อกัน ตรงนี้เป็นสิ่งที่สำคัญแล้วก็จะทำให้เรามีกำลังใจได้" หลังจากนี้จะหาเวลาไปฟื้นฟูหัวใจ พักผ่อนหน่อยไหม?   "ก็พยายามอยู่นะ แต่ก็มีงานเข้ามาเรื่อยๆ ก็เป็นเรื่องที่ดีครับ มีเพื่อนที่ดีพยายามพาไปนู่นไปนี่ เพราะก่อนหน้านี้ทั้งเดือนผมก็ไม่ได้ออกไปไหนเลย อยู่ที่บริษัท อยู่บ้าน แล้วก็อยู่กับการเปลี่ยนแปลงของตัวเอง มันมีเรื่องหลายอย่าง มีเอกสารที่ต้องทำ เรื่องผู้ใหญ่เรียกเข้าไปคุยด้วย" ความรักครั้งต่อไป?   "ยังไม่คิดเลยอะ ไม่คิดไม่ได้อยู่ในหัวเลย" นิยามสถานะกับแพมตอนนี้คืออะไรสำหรับเรา?   "เป็น...ก็ทุกวันนี้ผมยังมองว่าแพทก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันครับเป็นคนที่ดีที่สุดคนนึงในชีวิตผมที่อยู่กับผมตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ผมยังตอบยากครับจริงๆ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก ก็ไม่รู้ต่อไปมันจะเป็นยังไงแต่ทุกวันนี้ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้ และก็ยังคุยได้ทุกอย่างนัดเจอกันได้ ยังปกติกันอยู่ครับ" มีโอกาสกลับมาเหมือนเดิมไหม?   "อันนี้ผมก็ไม่ทราบครับ ไม่รู้เหมือนกัน คือตอนนี้ไม่กล้าไปคิดอะไรเลย ผมดูวันต่อวันเลย ผมไม่คิดเรื่องของการวางแผนอะไร เพราะว่าพูดจริงๆผมก็ไม่ได้คิดว่ามันนึงมันจะเป็นแบบนี้ พอวันนึงมันเกิดเหตุการณ์แบบนี้เราก็ไม่ได้อยากจะไปคิดหรือตั้งความหวังอะไรแล้ว ก็ปล่อยให้มีนเป็นไปดีกว่าครับ" มีข่าวว่าเราเป็นเกย์ด้วย?  "เอิ่ม...อันนี้มันแล้วแต่คนจะคิดนะครับ แต่ว่าที่ผ่านมาพอมีข่าว แม้กระทั่งคนใกบ้ตัวก็ตีความไปต่างๆนานา อันนั้นผมก็คงจะไม่ไปพูดหรือไม่ต้องไปแก้อะไร คือผมว่าตัวผมเองกับตัวคุณแพมก็รู้ดีว่าจริงๆมันคืออะไร และมันก็เป็นเรื่องของเราสองคน คุณแพมเองก็ได้ตอบทุกอย่างชัดเจนมาก ส่วนเรื่องพวกนั้นผมว่ามันก็เป็นเรื่องปกติ" ก่อนหน้าก็มีข่าวกับสาวๆ คนอื่นด้วย?  "ก็มีครับ อย่างที่เห็นกัน แต่ว่ามันก็ไม่ใช่ประเด็นในการตัดสินใจ เพราะว่ามันผ่านมาแล้ว เหตุผลหลักๆ มันอยู่ที่คนสองคนครับ ก็มีเท่านี้ครับ" ท็อป ณัฐเศรษฐ์ ท็อป ณัฐเศรษฐ์ ท็อป แพม

มิกค์ ทองระย้า ถูกจับตา ขึ้นแท่นคาสโนว่าหน้าใหม่
มิกค์ ทองระย้า /  ข่าวบันเทิงวันนี้

    คนจะฮอตอะไรมาฉุดก็ไม่อยู่ซะแล้วสำหรับหนุ่ม มิกค์ ทองระย้า ช่วงหลังๆ มานี้เห็นทีจะเป็นปีทองของหนุ่มมิกค์จริงๆ เพราะเล่นละครเรื่องไหนก็ ฮอตฮิตติดลมบนไปซะทุกเรื่อง แถมช่วงนี้หนุ่มมิกค์ยังมีข่าวกับสาวๆ อยู่ตลอดเวลาอีกด้วย จนตอนนี้ถูกจับตามองว่าเป็นคาสโนว่าน้องใหม่ที่มาแรงไม่แพ้รุ่นพี่ หนุ่มมิกค์ รับว่า     "ผมไม่ได้เจ้าชู้เข้าขั้นคาสโนว่า ทุกวันนี้ก็ทำงานอย่างเดียว ไม่ได้เจาะจงว่าต้องแสดงคู่กับนางเอกคนไหน ส่วนเรื่องความรัก ผมพูดได้เต็มปากว่าตอน นี้ยังโสด ส่วนมากเห็นใครสวยก็ได้แค่มอง ดูคนสวยๆ ก็เท่านั้น ผมไม่ได้เจ้าชู้ ถ้าใครได้มาคุยกับผมจะรู้ครับ เพราะผมรู้ลิมิตของตัวเองดี กับน้องพระพายที่เป็นข่าวจริงๆ ก็ไม่มีอะไร เป็นพี่น้องกันจริงๆ ก่อนหน้านี้ที่เป็นข่าวก็ได้มีการพูดคุยกันบ้างครับ น้องเขาก็ตกใจ แต่ไม่มีอะไรเป็นพี่น้องกันครับ" ขอบคุณภาพจาก IG:mik_thongraya มิกค์ ทองระย้า   มิกค์ ทองระย้า   มิกค์ ทองระย้า   มิกค์ ทองระย้า   มิกค์ ทองระย้า  

ซอกแซกเป้ใบโปรด!! สกาย วงศ์รวี ฮอตขนาดนี้ มีความลับอ๊ะเปล่า??
เปิดกระเป๋า /  กระเป๋าดารา / 

เข้มข้นถึงใจเด็ดกระชากไส้เหล่าเก้งกวางมากๆ สำหรับบทบาทของหนุ่มหน้าใส สกาย วงศ์รวี ในซีรีส์ I Hate You, I Love You ที่เวลานี้ยังค้างเติ่งรอวันกลับมาแซบกันอีกครั้ง ต้องเรียกว่าฮอตต่อเนื่องสำหรับหนุ่มน้อยมาแรงอย่างสกาย เพราะหลังจากสร้างเรทติ้งในซีรีส์ ฮอร์โมน ซีซั่น 3 จนฮอตกระฉูดแล้ว บทผู้ชายขายตัวในซีรีส์เรื่องล่าสุดยังเด็ดโดนใจคนดูอีกต่างหาก วันก่อนมีโอกาสเจอะเจอเจ้าตัวเลยอดไม่ได้ที่จะตรงไปทักทายถามไถ่ถึงความฮอตนี้ และเมื่อเห็นพ่อเจ้าประคุณมาพร้อมกระเป๋าเป้ใบโต๊...โต จึงไม่วายขอซอกแซกล้วงความลับกันสักหน่อย เอ้า!! เป็นหนุ่มฮอตเฟร่อขนาดนี้ พกอะไรไว้ข้างในบ้างหน๊อออ บอกที่มาที่ไปของกระเป๋าใบนี้หน่อย? "เป็นกระเป๋าที่ได้มาจากการทำงานครับ ถูกใจมากเพราะว่ามันเป็นเป้ที่ค่อนข้างทะมัดทะแมง ส่วนใหญ่ผมจะมีแต่เป้ใบใหญ่ๆ กับเป้ใบเล็กๆ แต่สำหรับใบนี้มันเป็นเป้ขนาดกลางๆ กำลังพอดีเลย"ปกติเป็นคนพกกระเป๋าตลอดหรือเปล่า? "ก็ไม่ค่อยนะครับ แล้วแต่วันมากกว่า ถ้าบางวันอยากสะดวกอยากชิล ไม่อยากพกอะไรเยอะให้มันน่ารำคาญ ก็ไม่เอาไปครับ ตัวเปล่าๆ ก็ชิลดี แต่ส่วนใหญ่จะใช้ตลอดนะ เพราะผมไปเรียนมันต้องมีของโน่นนี่นั่นเยอะอยู่แล้ว"เป็นคนที่ชอบใช้กระเป๋าแนวไหน? "ส่วนใหญ่จะเป็นกระเป๋าผ้ากับกระเป๋าเป้ครับ ใช้แล้วมันรู้สึกโอเคเพราะใส่ของได้เยอะ ถุงผ้านี่ก็ประหยัดช่วยลดโลกร้อนด้วย"ติดแบรนด์ไหม? "ไม่นะครับ เห็นอะไรที่ชอบที่ถูกใจก็ใช้ได้หมด"มีกระเป๋าใบโปรดหรือเปล่า? "ใบโปรดหรอ...คงเป็นกระเป๋าโรงเรียนสมัยเรียนมัธยมมั้งครับ (ยิ้ม) เพราะใช้บ่อยสุด มันเก็บของได้เยอะ สารพัดประโยชน์มากๆ มีช่องเล็กช่องน้อยเต็มไปหมด"อะไรในกระเป๋าที่ขาดไม่ได้? "คงเป็นโทรศัพท์ พาวเวอร์แบงค์ อะไรพวกนี้แหละครับ อ่อ!! ยาหม่องด้วย สำคัญมากเลย เวลาไปไหนบางครั้งเจอกลิ่นที่มันไม่พึงประสงค์ผมมักจะหายใจไม่ค่อยออก ปวดหัว เคยมีครั้งหนึ่งทนไม่ไหว เหมือนเขาขุดคลองหรืออะไรสักอย่าง ถ้าไม่ได้ยาหม่องช่วยไว้คงไม่ไหว ผมเลือกยาหมองเพราะกลิ่นมันหอมมากกว่ายาดมครับ มันเป็นไทยๆ หอมดี"มีความเชื่อเกี่ยวกับกระเป๋าบ้างไหม? "เรื่องกระเป๋าไม่ค่อยมีนะครับ แต่ถ้าเป็นของในกระเป๋าอาจจะมีบ้าง อย่างเช่นกล่องดินสอ ถ้าเอากล่องสีนี้เข้าห้องสอบ จะสอบได้ดี (หัวเราะ) อะไรแบบนี้มากกว่าครับ"เปลี่ยนกระเป๋าบ่อยแค่ไหน? "อืมมม...ส่วนใหญ่ผมจะใช้สลับกันครับ อย่างวันนี้อยากใช้ใบนี้ก็เอาใบนี้มา อีกวันอยากใช้อีกแบบก็เอาอีกแบบไปใช้ครับ"เลือกซื้อกระเป๋าเองหรือเปล่า? "ส่วนใหญ่คุณแม่จะช่วยดูให้ครับ บางทีเขาซื้อมาแล้วมันไม่ถูกใจก็ใช้ๆ ไปเถอะ (หัวเราะ) ไม่ซีเรียสเลย เพราะส่วนใหญ่ที่ซื้อมาให้มันก็เป็นสีเบสิกใช้ได้กับทุกโอกาส เข้าได้กับเสื้อผ้าทุกแนวอยู่แล้วครับ"คิดว่ากระเป๋ากับผู้ชายมีความสำคัญต่อกันมากน้อยแค่ไหน? "ไม่ว่าจะหญิงหรือชายผมว่ากระเป๋าก็จำเป็นนะครับ อย่างน้อยๆ มันช่วยให้เรามีที่เก็บของ มีอะไรก็ยัดใส่กระเป๋าไว้ก่อน ผู้หญิงอาจจะจำเป็นมากหน่อยเพราะมีของจุกจิกเยอะ แต่ผู้ชายก็พกได้ไม่แปลกครับ ผู้ชายมีกระเป๋าเป้ใบเท่ๆ เยอะแยะไป (ยิ้ม)" สกาย วงศ์รวี สกาย วงศ์รวี สกาย วงศ์รวี สกาย วงศ์รวี กระเป๋าเป้ ยาหม่อง กระเป๋าใส่ปากกา ชุดกีฬา หูฟัง - ผ้าปิดตา ขอบคุณสถานที่ : ร้านอาหารสวนบัว โรงแรมเซนทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซ่าลาดพร้าว

สนทนาภาษาคนทำหนังกับ หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล
หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล

นับตั้งแต่ผลงานเรื่องแรก 'มันมากับความมืด' ในปี พ.ศ. 2514 กว่า 45 ปีในวงการหนังของ ท่านมุ้ย - หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ได้ถูกพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นหนึ่งในคนทำหนังที่นำศาสตร์และศิลป์ของภาพยนตร์มาสร้างมาตรฐานและความแปลกใหม่ให้กับวงการหนังไทยมาอย่างยาวนานผ่านผลงานภาพยนตร์หลากหลายแนวเกือบสามสิบเรื่อง และในวาระครบรอบวันเกิด 74 ปีของท่าน เราจึงขอนำส่วนหนึ่งจากบทสัมภาษณ์ "…’ความรัก’ ของท่านมุ้ย" โดย สุภาพ หริมฯ จากคอลัมน์ Discuss ในนิตยสาร BIOSCOPE (ฉบับที่ 15) เมื่อ กุมภาพันธ์ ปี พ.ศ. 2546 ณ ช่วงเวลาที่ท่านมุ้ยกำลังรีเมกผลงานหนังคลาสสิคของตนเมื่อ พ.ศ. 2517 อย่าง ‘ความรักครั้งสุดท้าย’  กับมุมมองของท่านที่มีต่อวงการหนัง ทั้งโอกาสของคนทำหนังรุ่นใหม่ ไปจนถึงคำถามชวนปวดหัวที่ว่า "หนังอาร์ต คืออะไร?"!!                 สิ่งที่ทุกคนในวงการรู้เสมอเวลาอยู่ใกล้ หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ก็คือ ท่านมักมีเรื่องความรู้ใหม่ๆ มาถ่ายทอดให้ได้ฟัง บางครั้งความรู้นั้นมาพร้อมการสาธิตอย่างเอาจริงเอาจัง และเครื่องไม้เครื่องมือซึ่งมักไม่พ้นต้องเกี่ยวกับหนังไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง                 เช่นเดียวกันโดยบังเอิญเมื่อช่วงหนึ่งของการสัมภาษณ์ครั้งนี้มาเกี่ยวข้องกับหนังเรื่อง ‘ช้าง’ ที่ แมเรี่ยน  ซี คูเปอร์ ยกกองมาถ่ายทำในบ้านเราโดยได้การอำนวยความสะดวกอย่างดีจาก สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมหลวงลพบุรีราเมศร์ (เสด็จปู่ของท่านมุ้ย) ท่านมุ้ยก็นำผมไปยลโฉมกล้องที่ใช้ในการถ่ายหนังเรื่องนั้นทันที พร้อมสาธิตกระบวนการการทำงานของกล้องโบราณตัวนั้นอย่างละเอียด ซึ่งท่านยืนยันว่า “นี่เหลืออยู่แค่ไม่กี่ตัวแล้วในโลกนี้ แต่ยังใช้ได้ดีเลยนะ”                 แม้จะไม่ได้ถูกนำมาใช้งานจริง แต่กล้องโบราณตัวนั้นดูไปก็คล้ายทำหน้าที่เหมือนหลักหมุดของเวลาซึ่งทำให้เรารู้ว่าหนังเดินทางมาไกลแค่ไหนแล้ว โดยเฉพาะเมื่อมันอยู่ไม่ไกลนักจากคอมพิวเตอร์แม็คอินทอชที่กำลังใช้ตัดต่อหนังเรื่อง ‘ความรักครั้งสุดท้าย’ (พ.ศ. 2546) อยู่                 ฉากอุบัติเหตุที่อาศัยเทคนิคการลำดับภาพที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่เบื้องหน้า ทำให้ผมอดนึกถึง ‘ความรักครั้งสุดท้าย’ ฉบับดั้งเดิม (พ.ศ. 2517) ที่เคยกระตุ้นเร้าผมอย่างรุนแรงก่อนจะลงเอยด้วยความรู้สึกสะเทือนใจไม่ได้... BIOSCOPE : ผมจำได้ว่าตอนดู ‘ความรักครั้งสุดท้าย’ ฉบับเดิม มีฉากอุบัติเหตุซึ่งใช้วิธีตัดสลับที่ดูแปลกมากสำหรับหนังไทยยุคนั้น มาในฉบับนี้ ท่านยังต้องการให้หนังมีความรู้สึกแปลกใหม่กับคนดูอีกหรือเปล่า ก็ต้องการแบบเดิมนะ แต่เวลามันผ่านมา 30 ปีแล้ว วิธีการคงไม่แปลกแล้วล่ะ ผมว่าความแปลกที่ว่านี้ไม่ได้แปลว่ามันต้องดูผิดปรกติหรือทันสมัย เพราะไอ้ความทันสมัยหรือความใหม่มันเป็นสิ่งที่เราพูดจำกัดความได้ลำบาก BIOSCOPE : สำหรับคนที่เคยดูงานของท่านมาตั้งยุคก่อนๆ อาจจะคาดหวังว่า ท่านมุ้ยต้องมีอะไรใหม่ๆ มาให้เห็นอยู่ตลอด ปัญหาคือว่าอะไรล่ะคือสิ่งใหม่ๆ ที่คุณพูดถึง เราต้องรู้ก่อนว่าอะไรที่เรียกว่าใหม่ได้ คุณจะไม่รู้หรอกว่าอะไรคือความใหม่ถ้าคุณไม่รู้ว่าอะไรคือเก่า เพราะจริงๆ แล้ว ไม่ว่าจะอะไรก็มีคนทำมาหมดแล้วทั้งนั้นละ อย่างวิธีการตัดแบบ jump cut นี่ (ฌ็อง-ลุค) โกดาร์ดก็ทำมาตั้งแต่ยุค 1960 โน่น หรือแม้แต่ผมเองก็เคยใช้ตั้งแต่ ‘เทพธิดาโรงแรม’ (พ.ศ. 2517) ไปตั้งเยอะแล้วซึ่งผมจำไม่ได้ด้วยซ้ำ ฉะนั้นก็แทบจะเรียกว่าไม่มีอะไรใหม่ๆ หรอก ก็มีแต่เอาของที่เคยทำกันไปแล้วมารีไซเคิลเท่านั้นเอง BIOSCOPE : หมายถึงเอามันมามองใหม่ ใช่ มุมมองใหม่ อย่าง ‘ความรักครั้งสุดท้าย’ ก็ต้องมองมุมใหม่เพราะสังคมมันเปลี่ยนไป เช่นในของเดิม เชื้อ กับ รส เขียนจดหมายถึงกันซึ่งนั่นก็ค่อนข้างโบราณแล้ว สมัยใหม่ก็ต้องโทรศัพท์หรือไม่ก็อีเมลโดยที่ยังรักษาอรรถรสของการเขียนจดหมายไว้อยู่ ก็ไม่ใช่ทุกอย่างหรอกที่ต้องทันสมัย แต่บางอย่างเช่นการนั่งรถสามล้อนี่ก็คงไม่ได้แล้ว ต้องเปลี่ยนเป็นรถไฟฟ้าแทน เป็นต้น สัมคมตอนนี้มันไม่ใช่ยุคที่ สุวรรณี สุคนธา แต่งเรื่องนี้ออกมาแล้ว BIOSCOPE : แล้วท่านคิดว่า วิธีการที่เอากลับมาใช้ต่างๆ นี่จะได้ผลในการสร้างความรู้สึกกับคนดูไหม อย่างน้อยมันก็ได้ผลกับผมแหละ ถ้าไม่ได้ผลคงไม่ทำ แต่ปัญหาคือมันจะได้ผลกับคนอื่นหรือเปล่านี่คงต่างๆ กันออกไป เพราะผมแก่กว่าคนอื่นเขาเยอะมาก เรา 60 กว่า แก่กว่าคนดูทั่วไป 3-4 เท่า ความคิดของคนดูก็คงต่างกัน BIOSCOPE : ถ้าพูดถึงคนที่เคยทำหนังไทยมาพร้อมๆ กับท่าน หลายคนวางมือไปแล้ว แต่ท่านยังทำหนังต่อ ก็มันเป็นอาชีพผมไปแล้วนี่ (หัวเราะ) เราทำหนังเป็นอาชีพก็ต้องทำหนังไปเรื่อยๆ ไม่ได้คิดจะหยุด คงทำหนังไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหมดแรงน่ะแหละ จริงๆ แล้วฝรั่งมันก็มีคนทำหนังรุ่นผมดังๆ กันตั้งหลายคน อย่าง ริดรีย์ สก็อตต์แก่กว่าผมอีก แต่อยู่ดีๆ ก็ทำหนังอย่าง Gladiator (2000) หรือ Black Hawk Down (2001) ออกมาได้ คือมันไม่ใช่หรอกที่วันหนึ่งจะออกจากวงการไปแค่เพราะทำหนังมานานแล้วนะ ทำไมไม่ออกจากวงการไปสักที มันก็ไม่ใช่ ใช่มั้ย (หัวเราะ) คนทำหนังรุ่นใหม่ๆ ที่เข้าวงการมาก็เหมือนกัน ไม่ใช่ว่าเขาทำแล้วมีชื่อเสียงก็ต้องออกจาวงการไป เขาก็ต้องทำของเขาไปเรื่อยๆ แล้ววันหนึ่งเขาก็ต้องกลายเป็นคนรุ่นเก่า อย่าง มานพ อุดมเดช เนี่ย ในสายตาผมเขาก็เป็นคนรุ่นใหม่ยุคหนึ่ง แต่เดี๋ยวนี้กลับกลายเป็นคนทำหนังรุ่นเก่าที่ไม่มีใครยอมรับ แต่ผมเห็นว่าเขาเป็นคนมีฝีมือก็เลยชวนมาทำ ‘คืนบาป...พรหมพิราม’ มันเป็นเรื่องของฝีมือ ไม่ใช่ว่า เฮ้ย...คนรุ่นใหม่เกิดมาแล้ว คนรุ่นเก่าก็ต้องออกจากวงการไป ไม่ใช่อย่างนั้น มีคนพูดให้ได้ยินบ่อยๆ นะ ว่าทำไมคนรุ่นเก่าไม่ออกไปจากวงการไป คนรุ่นใหม่จะได้เกิดบ้าง จริงๆ แล้วมันไม่ได้เกี่ยวกันเลย เพราะคนรุ่นเก่าอยู่คนรุ่นใหม่ก็เกิดขึ้นมาได้ ไม่มีใครว่ากันอยู่แล้ว หรือคนใหม่ๆ ถามว่าทำไมไม่มีใครให้โอกาสเขา ก็ต้องถามกลับว่า นี่คุณ อยู่ๆ เอาเงินผมไปทำหนัง 20 ล้านเนี่ย หนังจะได้เงินหรือเปล่า แล้วคุณตอบว่า “ไม่ทราบครับ มันต้องเสี่ยง” อ้าว...แล้วใครจะเชื่อลงล่ะ เงิน 20 ล้านมันเยอะนะ เท่าบ้านหลังหนึ่ง รถเบนซ์อีก 2 คันน่ะ หนังไม่ได้เงินมันก็ละลายหายไปกับสายน้ำ ฉะนั้นจะมาพูดง่ายๆ ไม่ได้ว่าให้โอกาสผมบ้างสิ เพราะกว่าจะขึ้นมาถึงตุดหนึ่งคุณต้องสู้ เหมือนกับพวกเราสู้กันมาสมัยก่อน กว่าผมจะขึ้นมาเป็นท่านมุ้ยได้ต้องใช้เวลา 20 ปีนะ ผมว่าปัญหาใหญ่คือ คนรุ่นใหม่ที่จะมาทำหนังเนี่ย รู้หรือเปล่าว่ามันยากแค่ไหนที่จะเข้ามาในวงการ ยากแค่ไหนที่คุณจะเอาเงิน 20 ล้านบาท เวลามีคำถามว่าทำไมไม่เปิดโอกาสให้กับคนใหม่ๆ บ้าง ผมอยากจะบอกว่า เมืองไทยเปิดโอกาสมากกว่าเมืองนอกมากๆ เลย มีคนทำหนังเยอะแยะที่ผมไม่อยากเอ่ยชื่อที่อยู่ๆ ก็ได้ทำหนังเลย แค่บอกนายทุนว่าผมทำหนังเป็นแล้ว ก็ได้ทำ แล้วพอหนังฉิบหาย 3-4 เรื่องจนนายทุนล้มละลาย หมดตัวเป็นพันๆ ล้าน แล้วใครจะรับผิดชอบ พวกนายทุนเลยต้องเคี่ยวพอที่จะรู้ว่าคนไหนทำหนังเป็นคนไหนทำไม่เป็น เพราะมันไม่ใช่เรื่องของการมาลองฝีมือ ไอ้นั่นต้องทำตั้งแต่สมัยยังเป็นนักศึกษาหรือทำหนังสั้นแล้ว BIOSCOPE : ความยากของการทำหนังในยุค 2510 กว่าๆ กับ 2540 กว่าๆ ต่างกันตรงไหน เหมือนกัน ไม่ได้ต่างกันเลย เพียงแต่สมัยนั้นมันถูกกว่า สมัยนี้แพงมากๆ เรื่องหนึ่งลงทุนไม่ต่ำกว่า 10-20 ล้าน ถึงบอกไงว่า ถ้าคนรุ่นใหม่ยากเข้ามาจริงๆ คุณต้องแสดงผลงานออกมา ถ้าคุณคิดว่าเขียนบทได้ดีก็ต้องทำออกมาให้เห็น อย่าง ยุทธเลิศ (สิปปภาค) เขียนบทได้ดีตั้งแต่ตอนทำ ‘O-Negative รักออกแบบไม่ได้’ (1998) แล้ว แต่เขาไม่เชื่อใจเพราะยังเป็นคนใหม่เลยยังไม่ให้ทำ จนมาทำ ‘มือปืน โลก/พระ/จัน’ (2001) ถึงได้เกิด การเขียนบทนีมันเป็นงานที่ไม่ต้องเสียเงินอะไรเลย ฟรี กระดาษปึกหนึ่งกับปากกาก็เขียนบทได้แล้ว หรือไม่ก็ไปขอเงินพ่แม่สัก 2-3 แสนมาลองทำหนังสั้นสัก 3 ฉาก ไปเช่าอุปกรณ์มา รวบรวมพรรคพวกมา แล้วก็ถ่ายทำออกมาเพื่อไปฉายให้นายทุนดูว่า เนี่ยละหนังผม แบบนี้ก้ได้ ยกตัวอย่าง ‘องค์บาก’ (2003) เนี่ย ถ้าไปบอกนายทุนว่าจะทำหนังมวยไทย นายทุนคงบอกทันทีว่า “ไม่เอา” ปรัชญา (ปิ่นแก้ว) เลยใช้วิธีถ่ายฉากบู๊ให้ดูหนึ่งซีน เอาไปฉายให้เห็นเลยว่า นี่ จา (พนม ยีรัมย์) มันเล่นได้แบบนี้ แต่คุณจะใช้วิธีแค่พูดว่าผมทำหนังเป็น มันไม่ได้ แค่ความมั่นใจหรือแค่บอกว่าผมดูหนังมาเยอะ มันไม่ได้มีความหมายอะไร BIOSCOPE : อะไรคือสิ่งสำคัญสำหรับการเป็นคนทำหนังครับ ...ต้องแหกคอก? จะแหกไปไหนล่ะ ...สิ่งสำคัญคือต้องดูหนังเยอะก่อน ดูหนังเยอะพอหรือยังถึงที่จะคิดเรื่องแหกคอก ก่อนอื่นคุณต้องรู้ก่อนว่า ‘คอก’ น่ะมันอยู่แค่ไหน ถึงจะแหกได้ ถ้าไม่รู้จะแหกมันทำไม BIOSCOPE : ท่านชอบคนทำหนังรุ่นใหม่ๆ คนไหนบ้าง ชอบทุกคนนะ เป็นเอก (รัตนเรือง) ก็ดี ยุทธเลิศก็โอเค เรียว (กิติกร เลียวศิริกุล) ก็ใช้ได้ จุดร่วมของคนพวกนี้คือ เขาพยายามทำสิ่งใหม่ๆ ใส่เข้าไปในหนัง เป็นคนรุ่นใหม่ที่เริ่มเคยไปงานฟิล์มเฟสติวัลและมีโอกาสได้สัมผัสกับหนังอาร์ตต่างประเทศเยอะ และไฟยังแรง ยังไม่หมดเนื้อหมดตัว ก็ยังมีความกล้าที่จะทำ BIOSCOPE : ถ้าหมดตัว ความกล้าจะน้อยลง ถ้าหนังเจ๊งบ่อยๆ นานๆ เข้า ไฟก็หมดลงทุกทีๆ หรือไม่ก็หายไปเลย เพราะหนังมันขึ้นอยู่กับกำไรและขาดทุนนะ ขาดทุนมากๆ ก็จะไม่มีใครให้ทำ เราจะเอาแต่ดูเด็กๆ กลุ่มเดียวมันก็เป็นไปไม่ได้ BIOSCOPE : กลุ่มคนดูหนังของท่านเปลี่ยนหน้ามาเรื่อยๆ ท่านมองว่าความต้องการของคนดูแต่ละยุคมันเปลี่ยนไปหรือเปล่า เหมือนเดิม ...100% เลยคือความบันเทิง หนังดีแค่ไหนก็ไม่มีความหมายถ้าไม่สามารถทำให้คนดูรู้สึกสนุกด้วย การดูสนุกด้วยและให้ข้อคิดด้วยเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพราะฉะนั้นเราเลยได้เห็นว่าในบรรดาหนังที่ดีที่สุดในโลก เกือบทั้งหมดคือหนังที่ดูแล้วสนุก ดูแล้วรื่นรมย์ใจ หนังที่ดูแล้วไม่สนุกก็ย่อมจะไม่สามารถสื่อสารกับคนดูได้เพราะคนดูไม่รู้สึกสนุกกับมัน แต่ความสนุกแปลว่ามันสื่อสารกับคนดูได้ในทางใดทางหนึ่ง BIOSCOPE : แล้วถ้าหนังที่ดูไม่รู้เรื่อง แต่เรียกว่าหนังอาร์ตล่ะ ไม่จริงหรอก อาร์ตคืออะไร BIOSCOPE : นั่นสิครับ ท่านว่าอาร์ตคืออะไร อาร์ตที่ดีต้องประกอบไปด้วย 4 อย่างคือ หนึ่ง-ต้องมี content คือเนื้อหา สอง-ต้องมี craft ต่อให้ content ดีแต่ทำออกมาห่วย ถ่ายไม่เป็น ถ่ายไม่ติด เบลอ หรือไม่รู้เรื่องอะไรเลยก็ใช้ไม่ได้ สาม-ต้องมีการถ่วงน้ำหนัก หนัก-เบา ไม่เลอะๆ เทอะๆ และอันสุดท้ายคือ ต้อมมีสไตล์เป็นของตัวเองแบบที่ดูปั๊บแล้วรู้เลยว่านี่มันคืองานของเขา อันนี้ปิกัสโซ่ อันนี้โมเนต์ อันนี้หนังบัณฑิต (ฤทธิ์ถกล) หนังเปี๊ยก โปสเตอร์ หนังท่านมุ้ย หนังหง่าว-ยุทธนา (มุกดาสนิท) ฯลฯ ซึ่งกว่าจะได้สไตล์มาคุณต้องผ่านการลอกเลียนแบบสไตล์คนอื่นเขามานักต่อนักแล้ว ยกตัวอย่าง แดนนี่ บอยล์ ก็มีสไตล์ขอวมันนะ แต่พอลองฉีกตัวเอมาทำ The Beach (2000) ก็เจ๊ง ขณะที่หนังก่อนหน้านั้นอย่าง Shallow Grave (1994) หรือ Trainspotting (1996) ก็มีสไตล์ของตัวเองชัด ...ผมเพิ่งนั่งกินข้าวกับ เดวิด พุตต์นั่ม เมื่อเช้านี้ เขาเล่าให้ฟังว่า วันที่เขารู้ตัวว่าต้องเลิกทำหนังก็คือวันที่ได้ดู Trainspotting เพราะเขารู้เลยว่าไม่มีทางมำหนังแบบนี้ได้ นี่คือสไตล์ที่ไม่มีวันทำได้ เขาก็เลยเลิกทำหนัง BIOSCOPE : ความรู้สึกแบบนั้นเคยเกิดขึ้นกับท่านหรือเปล่า ตอนนี้ยังนะ วันหนึ่งข้างหน้าไม่แน่ แต่วันนี้เรายังรู้สึกว่ายังมีเรื่องอยู่ในหัวที่อยากทำ ... ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

เมย์ เตรียมควง เจ เที่ยวตปท.สิ้นปี บอกหากทริปนี้ล่ม มีเลิก!!
เมย์ เจ /  เมย์ พิชนาฏ / 

    ช่วงนี้แฟนนักเตะ เจ ชนาธิป อยู่ในช่วงเก็บตัว แถมจ่อไปเซ็นสัญญาเจลีก ล่าสุดได้เจอตัวสาว เมย์ พิชญ์นาฏ ในงานแถลงข่าว “ตำมั่ว เปิดตัวน้ำปลาร้าปรุงรส และเมนูใหม่ ตำลาวแม่น้อย ตำนาน 27 ปี” ณ ร้านตำมั่ว ศูนย์การค้ามาบุญครองเซ็นเตอร์ MBK Center ชั้น 7 สาวเมย์เผยงานนี้มีคิดถึง แต่ก็ชินแล้ว ปัดโพสต์เพลงตัดพ้อ ส่วนสิ้นปีนี้มีแพลนควงหนุ่มเจไปเที่ยวต่างประเทศ ลั่นหากทริปนี้ล่มถงขั้นเลิก! เพราะแพลนมาเป็นปี และเป็นทริปต่างประเทศทริปแรกที่จะไปด้วยกัน แถมฝ่ายชายหาเวลาว่างยากมาก บอกโกรธที่แฟนคลับเจมาคอมเม้นท์ว่าทำไมควงกันเที่ยวแต่ในห้าง กรณีเพื่อนสาว แป้ง อรจิรา คบนักร้องหนุ่ม แหนม รณเดช เปรยโทรไปแซวมาแล้ว แอบเชียร์เพราะไม่อยากให้เพื่อนเหงา... รายละเอียดดังนี้    “เจอยู่ในช่วงเก็บตัว เฟสไทม์อย่างเดียวเลยค่ะ แล้วก็คุยโทรศัพท์ คุยไลน์กัน ไม่ได้เจอก็คิดถึงนะแต่ว่าก็ชินแล้ว คบกันมาสักพักนานแล้วก็ปรับตัวได้ไม่มีปัญหาอะไร เข้าใจกันค่ะ”    “เจเซ็นสัญญาไปเจลีก ก็ดีใจ ไม่ใจหายค่ะ เมย์จะได้ไปเที่ยวด้วย ตามไปเชียร์ คงไม่ได้ไปวุ่นวายเวลาเขาซ้อม แต่อาจจะไปเยี่ยม ไปอยู่เป็นเพื่อน ไปดูแลบ้าง ก็เดี๋ยวให้เขาไปก่อนเดี๋ยวอัปเดทอีกทีนึง แต่คิดว่าไม่น่ามีปัญหาค่ะ"    “ลงเพลงของวงพอส คนสงสัยว่าแอบน้อยใจอะไร ไม่ๆ ไม่ใช่แล้ว เมย์เปิดเพลงแล้วมันก็รันไปเรื่อยๆ มากกว่า เพลงนั้นก็ความหมายดีนะ”    “แพลนไปเที่ยวสิ้นปี มีค่ะ แต่จะไปไหนไม่บอกค่ะ ให้รอดู เมย์ไม่เคยไปไหนกับเขาเลย ต่างประเทศไม่เคยไปกับเขาเลย มีบางคนมาบอกว่าทำไมนักฟุตบอลคนอื่นเขายังไปกับแฟนได้ ทำไมเจไม่ไป ทำไมเมย์ไม่พาไป เมย์ก็แบบ ก็รออยู่ค่ะ เราแพลนกันไว้แล้ว จะไปประเทศไหน ไปกี่คนไม่บอกค่ะ(หัวเราะ) เซอร์ไพรส์ โอ้ยเอาแค่ให้ว่างสักทีเหอะ แค่ได้ไปด้วยกันก็ถือว่าที่สุดแล้วค่ะ”    “เราวางแผนกันมาเป็นปีนะ ถ้าทริปนี้เมย์ไม่ได้ไป เมย์จะโกรธมาก ถ้าทริปนี้เมย์ไม่ได้ไปเมย์เลิกเลย เมย์บอกเขาแล้ว เพราะมีติ่งนักฟุตบอลเด็กๆ มาต่อว่าเรา ว่าน่าสงสารจังเลยเดินแต่ห้าง ทำไมคู่อื่นเขาไปต่างประเทศไปนู่นไปนี่ เราก็ได้แต่โกรธในใจว่าไปถามไอดอลเธอสิทำไมมันไม่ว่าง คือทุกคนก็น่าจะรู้ว่าเมย์ชอบเที่ยวมาก เที่ยวต่างจังหวัด ต่างประเทศ ถ้าเขามีเวลาเมย์คงพาเขาไปได้หลายที่มาก แต่เขาไม่ว่างจริงๆ แต่เราก็เข้าใจนะเขารักฟุตบอล พัฒนาตัวเองอยู่ตลอด เมย์ก็ภูมิใจในตัวเขา ดีกว่าเขาเอาเวลาไปทำอย่างอื่นค่ะ”    “แอบคิดมาก ก็อยู่ดีๆ มาโดนด่าอะ ว่าไม่พาแฟนไปไหนเลยเดินแต่ห้างน่าสงสารจัง คือแบบสงสารเมย์ไหม มันหน้าที่ผู้ชายไหมพาผู้หญิงไปเที่ยวอะ ก็ขึ้นอะบอกตรงๆ ขึ้นแล้วก็อยากจะด่ากลับแต่ก็ไม่ได้ ก็เก็บไว้อดทนต่อไป เจก็รู้ค่ะ เพราะเมย์ก็โทรไปบอกดูๆ ติ่งเธอ เขาก็ต้องไปตอบกลับว่าผมไม่ว่างเองครับ”    “ทริปนี้ถ้าไม่ได้ไปจะโกรธเขา ถ้าเขาไม่ไปเขาก็คงเสียใจแหละ เพราะว่าเขาอยากไป ก็จะเป็นทริปต่างประเทศครั้งแรกที่ไปด้วยกันเลย คงไม่ได้ไปยาวถึงเค้าท์ดาวน์ เพราะว่าจะกลับมาสวดมนต์ที่เมืองไทย”    “แหนมจีบแป้ง เราก็โทรไปล้อเขานะ เห็นตามข่าว เขาก็ไม่บอกอะไรอะ อย่าถามเมย์เลยเรื่องแป้งเรื่องวุ้นอะ มันไม่ค่อยบอกอะไรเมย์หรอกเอาจริงๆ ก็ได้แต่โทรไปล้อว่ามีแฟนแล้วหรอ เขาก็อ้ำๆ อึ้งๆ คงเขินมั้ง ไปถามเขาเองดีกว่า”    “คู่นี้เป็นยังไง คือเมย์ชอบแหนมอยู่แล้ว เขาร้องเพลงเพราะ ก็โอเคอะไรที่เพื่อนเมย์มีความสุขเมย์ก็โอเคค่ะ ยินดีด้วย ส่วนตัวแหนมเคยไปออกงานด้วยกันนานมากเลย แต่ไม่ได้สนิท ก็ยังไงฝากดูเพื่อนเมย์ด้วยนะคะ แป้งก็ยังไม่ได้พามาเปิดตัวกับเพื่อน มันชอบซุ่มค่ะ(หัวเราะ) เราก็เชียร์นะเพราะเราก็ไม่อยากให้เขาอยู่คนเดียวอยู่แล้ว มีแฟนก็น่าจะดีกว่า” เมย์ พิชญ์นาฏ กล่าวขอบคุณ ภาพเพิ่มเติมจากอินสตาแกรม @maypitchy เมย์ พิชญ์นาฏ   เมย์ พิชญ์นาฏ   เมย์ พิชญ์นาฏ   เมย์ พิชญ์นาฏ   เมย์ - เจ   เมย์ - เจ  

สวยเป๊ะทุกองศา!! ยลเสน่ห์ซุปตาร์สาวผมสั้น
กาละแมร์ พัชรศรี

               เกิดมาเป็น คนในแวดวงบันเทิง เรื่อง ความหล่อความสวย ปล่อยให้ขาดตกบกพร่องไม่ได้เลยจริงๆ โดยเฉพาะ ซุปตาร์สาว ที่ต้องบอกว่าหันซ้ายหันขวาต้องเป๊ะเวอร์ไว้ก่อน จุดนี้ทรงผมก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เสริมบุคลิก ช่วยให้ความสวยความงามมีมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ โดยส่วนใหญ่สาวๆ ในแวดวงบันเทิงที่เห็นๆ ก็มักจะมีผมยาวด้วยกันทั้งนั้น แต่ก็มีไม่น้อยเหมือนกันที่ตัดผมสั้นอวดโครงหน้าเก๋ๆ ซึ่งต้องยอมรับว่าเก๋จริงอะไรจริง บางคนตัดสั้นมาเกือบทั้งชีวิต บางคนตัดสั้นในช่วงหลังๆ แต่จะเวลาไหนก็ออกมาดูดีเป๊ะเวอร์ด้วยกันทุกคน เอ้า!!! มีสาวคนไหนบ้าง ตามไปยลกันด่วนๆ เลย  กาละแมร์ พัชรศรี กาละแมร์ พัชรศรี กาละแมร์ พัชรศรี กาละแมร์ พัชรศรี กาละแมร์ พัชรศรี เกล เวธกา เกล เวธกา เกล เวธกา เกล เวธกา เกล เวธกา จ๊ะ จิตตาภา จ๊ะ จิตตาภา จ๊ะ จิตตาภา จ๊ะ จิตตาภา จ๊ะ จิตตาภา เจี๊ยบ ลลนา เจี๊ยบ ลลนา เจี๊ยบ ลลนา เจี๊ยบ ลลนา เจี๊ยบ ลลนา เจี๊ยบ โสภิตนภา เจี๊ยบ โสภิตนภา เจี๊ยบ โสภิตนภา เจี๊ยบ โสภิตนภา เจี๊ยบ โสภิตนภา พิม พิมพ์มาดา พิม พิมพ์มาดา พิม พิมพ์มาดา พิม พิมพ์มาดา พิม พิมพ์มาดา ขอบคุณภาพจาก IG : @pimmada @jeabsopidnapa @jeab_lalana @ja_jittapa @gale_waythaka @kalamare