ผมดัด

“ส่งตัวมาท้า ส่งใจไปเชียร์  นักกีฬาพาราไทย
จุฑารัตน์ ตรีมูลพิลา /  จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี / 

นายจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่ง ประเทศไทย เป็นประธานเปิดกิจกรรม "ส่งตัวมาท้าส่งใจ ไปเชียร์ นักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย พาราลิมปิกเกมส์ 2016" ดวลวิ่งผลัด 4x100 ม. ระหว่าง นักกีฬา-ผู้ฝึกสอนนักกีฬาทีมชาติไทยชื่อดัง ปะทะ นักกีฬาวีลแชร์เรซซิ่งทีมชาติไทย เพื่อเป็นกำลังใจให้กับนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย ชุดเตรียมลุยศึก "พาราลิมปิกเกมส์ 2016"  ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยบรรยากาศกิจกรรมแข่งขันวิ่งผลัด 4X100 ม. ระหว่าง ทีมนักกีฬาผู้สอนทีมชื่อดัง  ปะทะ นักกีฬาคนพิการประเภทวีลแชร์เรซซิ่งทีมชาติไทย เป็นไปอย่างคึกคัก มีเหล่านักกีฬาพาราและแฟนๆกีฬาร่วมถึงสื่อมวลชนร่วมทำข่าวกันอย่างคับคั่ง ซึ่งการแข่งขันทีมนักกีฬาและผู้ฝึกสอนชื่อดังของเมืองไทย ประกอบด้วย ศราวุฒิ มาสุข  นักฟุตบอลทีมชาติไทยเป็นไม้แรก, วุฒิชัย มาสุข นักมวยสากลสมัคนเล่นทีมชาติไทย ลงไม้สอง,  "โค้ชเป้" ภัทรพล เงินศรีสุข ผู้ฝึกสอนแบดมินตันบ้านทองหยอด ไม้สาม, จุฑารัตน์ ตรีมูลพิลา นักวอลเลย์สโมสรบางกอกกล๊าส วีซี  ไม้สี่ และ "โค้ชเช" เช ยอง ซอก เฮดโค้ชเทควันโดทีมชาติไทย ชาวเกาหลีใต้ อยู่ไม้สุดท้าย ส่วนฝั่งวีลแชร์เรซซิ่งทีมชาติไทยชุดลุยพาราลิมปิกเกมส์ 2016  นำโดย  สายชล คนเจน ไม้แรก, "เบิ้ม" เรวัตร์ ต๋านะ ไม้สอง, ประวัติ วะโฮรัมย์เป็นไม้สาม และ "กร" พงศกร แปยอ ไม้สุดท้าย ทำให้บรรยากาศการแข่งขันเป็นอย่างสนุกตื่นเต้น และเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งมิตรภาพของนักกีฬาทั้งสองทีม ขณะที่ผลการแข่งขันปรากฎว่า ทีมนักกีฬา-โค้ช สามารถวิ่งเข้าเส้นชัยได้เป็นทีมแรก ด้วยเวลา 56.65  วินาที เฉือนเอาชนะทีมนักกีฬาวีลแชร์เรซซิ่งทีมชาติไทยที่ซิ่งวีลแชร์ตามเข้ามาเวลา 58.03 วิ. ไปแบบเฉียดฉิวเพียงแค่ 1.38 วินาทีเท่านั้น หลังเสร็จสิ้นการแข่งขัน "บิ๊กนิดหน่อย" จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี  กล่าวว่า กิจกรรมในครั้งนี้เปรียบเสมือนการเคาท์ดาวน์นับถอยหลังการแข่งขันพาราลิมปิกเกมส์ของนักกีฬาพาราไทย  และเป็นกิจกรรมที่เชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวไทย มาส่งกำลังเชียร์นักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย ที่จะทำหน้าที่เป็นตัวแทนคนไทยทั้งประเทศไปสร้างผลงานในการแข่งขันพาราลิมปิกเกมส์ 2016 ในระหว่างวันที่ 7-18 กันยายน 2559 ที่ กรุงริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล เพราะนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทยกำลังต้องการกำลังใจอย่างมากไม่แพ้นักกีฬาคนปกติ เนื่องจากเวลานี้ เหลือเวลาอีกไม่กี่เดือนแล้วที่จะถึงวันแข่งขัน" "กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมแรก ที่มีนักกีฬาและเหล่าโค้ชมาร่วมส่งแรงใจเชียร์นักกีฬาพาราของเรา ขอขอบคุณนักกีฬาที่มาร่วมงานในวันนี้ หลังจากนี้ก็จะมีกิจกรรมดีดีแบบนี้อีก เพื่อสร้างกำลังใจให้กับนักกีฬาของเรา ด้านการแข่งขันพาราลิมปิกเกมส์ 2016  นักกีฬาไทยที่คว้าสิทธิ์แล้วไม่น้อยกว่า 50 คน เพราะครั้งนี้มีโอกาสเก็บตัวฝึกซ้อมมากกว่าครั้งก่อน นักกีฬาได้ตระเวรออกไปแข่งขันเก็บคะแนน และหาประสบการณ์เพิ่มมากขึ้น ระยะเวลาอีก 3 เดือนมั่นใจว่านักกีฬาทั้งหมดจะมีความพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์แน่นอน ส่วนโอกาสในการคว้าเหรียญรางวัลย่อมมีมากกว่าครั้งก่อนที่ทำได้ 4 เหรียญทอง ที่สำคัญเรามีแชมป์โลกวิลแชร์อย่าง เรวัตร์ นำทีม จึงมั่นใจว่า เราจะได้เห็นเหรียญทองในการแข่งขันวิลแชร์เรซซิ่งแน่นอน แต่ทั้งนี้เราไม่อยากกดดันนักกีฬามากเกินไปแต่อยากให้นักกีฬาทุกและตนเชื่อมั่นว่านักจะทำหน้าที่อย่างเต็มอยู่แล้ว" ประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย กล่าว ด้าน "เบิ้ม" เรวัตร์ ต๋านะ นักวีลแชร์เรซซิ่งทีมชาติไทย ดีกรีแชมป์โลก คนล่าสุด กล่าวว่า  "นี่เป็นครั้งแรกที่เหล่านักกีฬาปกติกับนักกีฬาพารามาร่วมแข่งขันกัน ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่ได้ร่วมกิจกรรม โดยถือว่าเป็นแรงใจและแรงผลักดันในการสร้างผลงานในศึกพาราลิมปิกในครั้งนี้ ผมในฐานะตัวแทนนักกีฬาพาราไทย ขอให้พี่น้องชาวไทยเป็นกำลังใจให้กับพวกเราในพาราลิมปิกเกมส์ ด้วย ส่วนความพร้อมเวลานี้พวกเราถือว่าความพร้อมเกือบร้อยเปอร์เซ็นแล้ว เพราะที่ผ่านมาเราฝึกซ้อมกันอย่างหนักมาตลอดทั้งปีเพื่อเป้าหมายในการคว้าเหรียญรางวัลในพาราลิมปิกเกมส์มาครองให้ได้ ส่วนความหวังของตัวเองนั้นตนตั้งเป้าไว้ว่าจะทำผลงานออกมาให้ดีที่สุด  และคว้าเหรียญรางวัลมาฝากคนไทยให้ได้ครับ" ขณะที่ "หนุ่ย" ศราวุฒิ มาสุข นักเตะบางกอกกล๊าสเอฟซี  กล่าวว่า ดีใจที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมดีแบบนี้ เพราะตนในฐานะนักกีฬาเหมือนกันทำให้รู้ว่านักกีฬาไม่ว่าจะคนปกติหรือคนพิการต้องมีความตั้งใจและความพยายามมาก ทำให้ตนจึงอยากที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการเป็นกำลังใจให้กับนักกีฬาพาราทีมชาติไทยในเดินทางออกไปแข่งขันรายการพาราลิมปิกเกมส์ และตนอยากเชิญชวนพี่น้องชาวไทย ร่วมเป็นกำลังใจให้กับนักกีฬาคนพิการทีมชาติกันเยอะนะครับเพราะพวกคือคนที่ไปทำหน้าที่แทนพวกเราทุกคนเช่นกัน

The Sea-Cret Garden Hua hin ไม่ติดทะเลก็เฮได้
The Sea-Cret Garden Hua hin /  ที่พักหัวหิน / 

เมื่อเอ่ยถึงหัวหินแล้ว..ใครหลายๆคนอาจจะต้องนึกถึงภาพทะเลขึ้นมาเป็นอย่างแรก แต่สำหรับทริปหัวหินครั้งนี้แพรและ Where is จะพามาเที่ยวหัวหินแบบไม่เจอทะเลแต่ก็มีความสุขได้เหมือนกัน พาทุกคนไปเที่ยวพักผ่อนกันที่ The Sea-Cret Garden Hua-Hin The Sea-Cret Garden Hua hin ไม่ติดทะเลก็เฮได้ The Sea-Cret Garden Hua-Hin ตั้งอยู่ที่ตำบลหินเหล็กไฟ อำเภอหัวหินค่ะ ซึ่งห่างจากตัวเมืองหัวหิน ประมาณ 15 กิโล แพรใช้วิธีค้นหาจากกูเกิ้ล map หากเราวิ่งเส้น กรุงเทพ-ปราณบุรี มุ่งหน้าปราณบุรี จะสังเกตได้จากป้ายบอกตลอดทางเลยค่ะ รีสอร์ทจะอยู่ทางด้านซ้ายมือ ให้เราเลี้ยวซ้ายตรงทางแยก หากเลี้ยวขวาจะไปวัดห้วยมงคล ถนนทางเข้าจะเป็นดิน หลายๆคนอาจจะลังเลว่าใช่ซอยนี้ไหม แต่ตามป้ายเข้ามาเจอแน่นอนจ้า ครั้งแรกที่แพรมีโอกาสได้เห็นภาพรีสอร์ทนี้จากในเว็ปไซต์ต่างๆ ก็ชวนให้อยากมาที่นี่มากๆเลยค่ะ ด้วยสีสัน การออกแบบต่างๆ ห้องพักของที่นี่จะเป็นลักษณะวิลล่าค่ะ และที่ดึงดูดสุดๆเลยนั้นก็คือสระว่ายน้ำของที่นี่ที่จะสามารถเชื่อมต่อไปได้ทุกห้องตามแนวยาวและล็อบบี้สีหวาน และที่นี่จะสวยแค่ไหนนั้นเรารีบเข้าไปดูกันดีกว่าจ้า ก่อนอื่นเลยเราต้องมาสำรวจที่จอดรถกันก่อนค่ะ ที่จอดรถกว้างขวางเพียงพอหายห่วงได้เลย หลังจากนั้นเราก็เดินมาในส่วนของล็อบบี้กันจ้า ล็อบบี้ที่ The Sea-Cret Garden Hua-Hin นี้ จะตกแต่งด้วยโทนสีขาวม่วงและชมพูเป็นหลักค่ะ มีความหวานน่ารักๆและดูหรูหราเข้ากันมากๆ รับรองว่าฟรุ้งฟริ้งโดนใจสาวๆหลายคนแน่ๆเลย และบนล็อบบี้นี้ยังมีบริการให้เช่าห่วงยางอีกด้วยค่ะ สำหรับใครที่ไม่ได้นำห่วงยางมาเองสามารถมาเช่าได้ที่ล็อบบี้เลย ด้านหลังของล็อบบี้จะมีบันไดอีกฝั่งหนึ่งค่ะ เมื่อเราลงบันไดฝั่งนี้ ก็จะเป็นส่วนของห้องพักต่างๆและสวนค่ะ บริเวณนี้นอกจากจะเป็นส่วนของห้องพักแล้ว ยังเป็นในส่วนของสวนอีกด้วยค่ะ ซึ่งสวนที่แพรพูดถึงนี้จะเป็นสวนที่เราสามารถมาเดินเล่น นั่งชิล รวมไปถึงการจัดปาร์ตี้ที่สวนนี้ได้เลยค่ะ บรรยากาศยามเย็น ดีมากๆค่ะ หลังจากที่ชมส่วนด้านรอบๆรีสอร์ทกันไปบ้างแล้ว ก็เข้ามาในส่วนของห้องพักของที่นี่กันบ้างค่ะ ซึ่งห้องพักของที่นี่จะมีหลายโทนสีค่ะ เช่น สีชมพู สีเหลือง สีเขียว หรือ สีม่วง และครั้งนี้เราได้เข้าพักกันที่ห้อง408 ซึ่งเป็นห้องสีชมพูค้า ตามไปกันเลย ในห้องพักของ The Sea-Cret Garden Hua-Hin จะจัดแยกสัดส่วนแต่ละส่วนภายในห้องได้เป็นอย่างดีค่ะ เมื่อเข้ามาในห้องพัก ส่วนแรกที่เราจะพบเลย นั่นก็คือส่วนของห้องครัว ภายในห้องครัวมีอุปกรณ์ครบครันค่ะ อ่างล้างจาน ไมโครเวฟ ตู้เย็น มินิบาร์ ต่างๆ ติดกับห้องครัวก็จะเป็นส่วนของตู้เสื้อผ้า และ โต๊ะกระจก ค่ะ ซึ่งภายในตู้จะมีชุดคลุมมอาบน้ำ  ไดร์เป่าผม และตู้เซฟไว้บริการอีกด้วยจ้า ถัดมาจากส่วนของห้องครัวและตู้เสื้อผ้าแล้วเราก็ย่องไปที่ห้องนอนของเรากันเลยค่า อย่างที่ทราบกันแล้วว่าการเข้าพักครั้งนี้แพรได้ห้องสีชมพูค่ะ เมื่อสีขาวกับสีชมพูมาอยู่ด้วยกันแล้วเป็นอะไรที่โล่งโปร่งสบายตา รู้สึกว่าห้องโล่งกว้าง ไม่คับแคบค่ะ จากห้องของเรา เมื่อเปิดม่านรอบด้านเราจะสามารถเห็นสระว่ายน้ำด้านหลังห้องและต้นไม้สีเขียวได้ด้วยค่ะ ส่วนต่อไปคือส่วนที่สำคัญไม่แพ้กับส่วนอื่นเลยค่ะ นั่นก็คือห้องน้ำนั่นเอง ห้องน้ำที่นี่จะจัดแบบน่ารักๆ กว้างขวาง แบ่งแยกส่วนแห้งและส่วนเปียก มีอ่างจากุซซี่ ให้นอนแช่อย่างสบาย ม่านห้องน้ำเราสามารถเปิดให้โล่งชมวิวด้านนอกหรือจะเลือกดูทีวีจากห้องเราก็ได้ด้วยค่ะ  หลังจากที่ชมบรรยากาศภายในห้องกันไปแล้ว ก็ลองออกมาชมวิวที่หลังห้องของเรากันสักนิดค่าว่าโรแมนติกแค่ไหน แต่ละห้องจะมีบันได เราสามารถเดินลงสระว่ายน้ำจากประตูห้องของเราได้เลยค่ะ ชมกันเพลินๆก็ถึงเวลามื้อเย็นของเรากันแล้วค่ะ มื้อเย็นวันนี้แพรและ Where is ก็ไปฝากท้องกันที่ห้องอาหาร Jin & Juice restaurant ซึ่งเป็นห้องอาหารในรีสอร์ทนั่นเองค่ะ ห้องอาหารนี้จะอยู่บริเวนบนล็อบบี้นั่นเอง การตกแต่งของห้องอาหารที่นี่จะจัดแบบเดียวและโทนสีเดียวกันล็อบบี้เลยค่ะ สวยหวานสุด และมื้อเย็นวันนี้ขอนำเสนอ...... ข้าวหมูกระเทียม และ แกงส้มชะอมกุ้งจ้า เมื่อทานอาหารเย็นกันเสร็จแล้วแพรก็จะพาไปนั่งชิลๆยามค่ำก่อนนอนกันที่ริมสะว่ายน้ำที่ห้องพักของเรากันค่ะ ในขณะที่คนอื่นกำลังหลับกันอย่างสบายในช่วงเช้า  แพร และ Where is ก็ไม่พลาดที่จะตื่นแต่เช้าขึ้นมาเก็บภา สวยๆ จากบนดาดฟ้าของห้องพักยามเช้าพระอาทิตย์ขึ้นมาฝากทุกคนค่ะ แต่แล้วก็ต้องเสียใจ เพราะเมฆฝนมาแวะทักทายกันแต่เช้าและตลอดทั้งวันเลย แงแง แพรลืมบอกไปเลยค่ะ ว่าแต่ละห้องที่นี่จะมีชั้นดาดฟ้าให้เราได้ขึ้นไปชมวิวด้านบน  หรือจะสั่งปิ้งย่างซีฟู้ดที่ทางรีสอร์ทมีบริการมานั่งทานกันเป็นครอบครัวบนนี้ได้ด้วยค่า เช้านี้เราตื่นแต่เช้าเก็บภาพและเดินชมธรรมชาติรอบๆรีสอร์ทระหว่างที่รออาหารเช้าให้บริการกันค่ะ ที่นี่จะมีรถกอล์ฟบริการหากแขกต้องการเรียกเพื่อไปที่ล็อบบี้ แต่แพรเลือกเดินค่ะ เพราะจะได้เป็นการสูดอากาศยามเช้าไปด้วยเลย และแล้วก็ได้เวลาอาหารเช้าค่ะ ซึ่งเวลาอาหารเช้า คือเวลา 07.30 - 10.30 ค่ะ ส่วนสถานที่ทานอาหารเช้า ก็จะเป็นห้องอาหารเดียวกันกับที่เราไปทานเมื่อวานตอนค่ำเลยจ้า ตอนแพรมาถึงเริ่มมีแขกทะยอยกันมาทานอาหารบ้างแล้วค่ะ ซึ่งอาหารเช้าที่นี่จะมีให้เลือกไม่เยอะมากค่ะ แต่เพียงพอกับแขกที่มาเข้าพักและอาหารอร่อยถูกปากมากค้า และอาหารที่แพรทานวันนี้ค่ะ สลัดไข่โดนใจมาก ข้าวต้มหมูร้อนๆรสชาติกลมกล่อม อันนี้ของคนข้างๆหน้าตาน่าทานมากๆ เขาบอกว่าอร่อยอยู่น๊า เมนูสุดท้ายไข่กระทะค่ะ เพิ่งเคยกินครั้งแรก เครื่องอาจจะไม่ครบที่เคยเห็นจากอินเทอร์เน็ตแต่อร่อย หลังจากทานมื้อเช้าไปเยอะมากๆๆๆแล้วเราก็ไปเดินย่อยอาหารชมธรรมชาติรอบๆรีสอร์ทกันก่อนกลับดีสักหน่อยดีกว่าค่า สุดท้ายท้ายสุดนี้แพรต้องขอขอบคุณ The Sea-Cret Garden Hua hin ที่ให้แพรและ Where is ได้พักผ่อนแบบไม่ติดทะเลก็เฮได้ และนำข้อมูลดีๆ มาแบ่งปันกับเพื่อนๆกันจ้า ขอบคุณเพื่อนๆพี่ๆทุกคนที่เข้ามาชมรีวิวนี้และเป็นกำลังใจกันมาตั้งแต่ต้นจนจบรีวิวนี้นะคะ หวังว่ารีวิวและข้อมูลทั้งหมดนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆพี่ๆและใครหลายๆคนที่กำลังสนใจหาที่พักแบบไม่ติดทะเลก็สุขได้นะคะ สำหรับรีวิวนี้แพรต้องขอจบแต่เพียงเท่านี้ ส่วนทริปหน้าแพรและ Where is จะพาเพื่อนๆพี่ๆ ไปเที่ยวพักผ่อนที่ไหนอีก อย่าลืมติดตามชมกันนะค้า ขอบคุณรูปภาพและข้อมูล https://www.facebook.com/whereistrip ติดตามอัพเดททริปกับรูปสวย ๆ และพูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์กันได้ที่ https://www.facebook.com/whereistrip

บอย ตรัย เล่ามุมมองของชีวิตคู่ ผ่านเพลงใหม่ 'เรื่องน่าเบื่อที่สวยงาม'
ตรัย ภูมิรัตน /  ตรัย ภูมิรัตน์ / 

บอย ตรัย ส่งต่อเพลงรักที่จะทำให้คุณได้ซึ้ง ไปกับ... 'เรื่องน่าเบื่อที่สวยงาม' กลับมาทวงตำแหน่งเจ้าพ่อเพลงรักอีกครั้ง สำหรับ บอย ตรัย ภูมิรัตน ซึ่งหลังจากส่งเพลงแห่งความสุข อย่าง ฮานาบิ มาให้ฟังไปเมื่อปลายปีที่แล้วเป็นการจุดพลุฉลองซิงเกิ้ลแรกของ ขุนเขาแห่งหมี อัลบั้มเดี่ยวในรอบ 10 ปี... และตอนนี้ บอย ตรัย กลับมาพร้อมซิงเกิ้ลที่ 2 เรื่องน่าเบื่อที่สวยงาม แค่ชื่อเพลง เรื่องน่าเบื่อที่สวยงาม ก็ชวนน้ำตาร่วงแล้ว กับการเล่าถึงมุมมองความรักและความผูกพันของการใช้ชีวิตคู่ ที่แต่ละคนต่างก็มีแนวทางในการดำเนินชีวิตที่ต่างกัน มีทั้งสุขและทุกข์ปะปนกันไป บางเรื่องเป็นเรื่องเล็กๆ ที่เรามองข้าม แต่อาจจะเป็นเรื่องใหญ่ของใครอีกคนก็ได้ เพลง เรื่องน่าเบื่อที่สวยงาม มีจุดเริ่มต้นมาจากเรื่องราวเล็กๆ ของ บอย ตรัย ซึ่งเจ้าตัวเล่าว่า..."จุดเริ่มต้นของเพลงนี้ คือผมอยากจะแต่งเพลงที่แทนความรู้สึกเพื่อให้เป็นของขวัญวันครบรอบให้กับภรรยาซึ่งรู้จักกันมา12 ปี โดยเล่ามุมมองของการใช้ชีวิตคู่ ซึ่งคำว่านานของแต่ละคู่แตกต่างกัน แต่สำหรับความสัมพันธ์นั้น ไม่ว่าจะกี่ปี ถึงแม้ทุกอย่างจะเหมือนเรื่องซ้ำๆ เดิมๆ ดีกัน โกรธกัน งอนกัน ร้องไห้และหัวเราะไปด้วยกัน จนดูเป็นเรื่องปกติธรรมดาระหว่างเรา ก็ไม่ได้หมายความว่าในเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นทุกวันเหล่านี้จะไม่มีความรักที่สวยงามซ่อนอยู่" บอย ตรัย ภูมิรัตน - เรื่องน่าเบื่อที่สวยงาม | (OFFICIAL MV) youtube channel : Spicydisc "สำหรับดนตรีของเพลง เรื่องน่าเบื่อที่สวยงาม เป็นแนวโฟล์ค–ป็อบ ให้บรรยากาศอบอุ่น สบายๆ มีกลิ่นอายคันทรี่นิดๆ ใช้เสียงกีต้าร์อะคูสติกเป็นตัวดำเนินเรื่อง มีท่อนที่มีเครื่องเป่าออกมาบรรเลง ที่เปรียบเสมือนเป็นกองเชียร์ให้เรามีกำลังใจในการประคับประคอง ดูแลความรักที่แม้มันจะไม่สมบูรณ์แบบ แต่ความรักความผูกพัน จะทำให้เราผ่านเรื่องราวเหล่านี้ไปด้วยกัน ซึ่งก่อนที่เราจะปล่อยเพลงออกมาให้ฟังเราได้ทำเป็นภาพยนตร์สั้นเกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ของคู่รัก โดยเราขอเวลาเพียง 5 นาทีชมคลิปนี้ให้จบแล้วคุณจะรู้ว่าบางทีเรื่องน่าเบื่ออาจจะกลายเป็นช่วงเวลาที่มีค่าก็ได้ ก็เหมือนกับเพลง เรื่องน่าเบื่อที่สวยงาม แม้บางเรื่องเราอาจจะมองว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญจนทำให้ละเลย ก่อนที่จะสายเกินไปลองหันมามองคนใกล้ตัวใส่ใจดูแลกันให้ดีที่สุด ดีกว่ามีนั่งเสียใจในวันที่ไม่มีเขาแล้ว" ใครที่อยากรู้ว่าทำไมเรื่องที่น่าเบื่อจึงกลายเป็นเรื่องสวยงามได้ ต้องลองฟังเพลง เรื่องน่าเบื่อที่สวยงาม ได้ทางคลื่นวิทยุทั่วประเทศ หรือสามารถดาวน์โหลดได้ทาง itunes หรือกดมาได้ที่ *491544 42 และผู้ที่สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของ บอย ตรัย ภูมิรัตน ได้ที่ www.spicydisc.com, www.facebook.com/spicydisc.fanpage และทาง LINE OFFICIAL ของ SPICY DISC มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ทางสะดวก โด้เชื่อโปรตุเกสมีโอกาสไปถึงแชมป์
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ /  ฝรั่งเศส / 

ยังเก็บชัยชนะไม่ได้แม้แต่นัดเดียวแถมหืดจับกว่าจะผ่านรอบแบ่งกลุ่มมาได้แต่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เชื่อว่า โปรตุเกส มีโอกาสคว้าแแชมป์ ยูโร 2016 ทีมฝอยทองมีคิวดวลกับ โครเอเชีย ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ขณะที่เกจิมองว่าเส้นทางเข้าชิงของโปรตุเกสไม่ได้ยากลำบากนักเพราะทีมเต็งอย่าง เยอรมัน,ฝรั่งเศส,สเปน,อิตาลี,อังกฤษ ไปรวมอยู่อีกสายกันหมด เมื่อถามถึงโอกาสของโปรตุเกสในยูโรครั้งนี้ โด้ตอบว่า "โปรตุเกสมีนักเตะเก่งๆ หลายคนที่เล่นอยู่ในบรรดาลีกที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก ทำไมจะเป็นไปไม่ได้?" "เรามีนักเตะที่ดี โค้ชที่ดีอย่าง เฟอร์นันโด ซานโต๊ส เราต้องเชื่อมั่นในตัวเอง" "ผมพูดเสมอว่าความฝันของผมคือการได้คว้าแชมป์กับประเทศของผม มันมีโอกาสที่จะเกิดขึ้นได้ถึงแม้มันจะยากลำบาก เราต้องทุ่มเทอย่างสุดความสามารถ" ดาวเตะจาก เรอัล มาดริด บอกอีกว่า "ในชีวิตค้าแข้งของผม ผมได้แชมป์มาเยอะ แต่การได้แชมป์กับทีมชาติสำคัญเสมอ มันคือความฝันที่ยิ่งใหญ่ที่จะมาเติมเต็ม"

แดนกลางแข็งโป๊ก!ไก่ปิดดีลซิว วันยาม่า จากนักบุญ 11 ล้านป.
ตลาดซื้อขายนักเตะ /  วิคเตอร์ วันยาม่า / 

ทอตแน่ม ฮอทสเปอร์ จัดการซิวตัว วิคเตอร์ วันยาม่า กองกลางตัวรับสายถึกของ “นักบุญ” เซาแธมป์ตัน เข้าทีมเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วยค่าตัว 11 ล้านปอนด์ทีม”ไก่เดือยทอง” จัดการเสริมทัพเพื่อฤดูกาลใหม่แล้ว ด้วยการซื้อตัว วิคเตอร์ วันยาม่า กองกลางตัวรับจอมแกร่ง ซึ่งเป็นอดีตลูกน้องเก่าของ เมาริซิโอ้ ปอเช็ตติโน่ กุนซือคนปัจจุบันสมัยคุมเซาแธมป์ตันมาร่วมทีมด้วยค่าตัว 11 ล้านปอนด์ และนักเตะได้เข้ามาทำการเปิดตัวกับทีมใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วยสัญญา 5 ปี “นี่คือฟ้าใหม่ของอาชีพ และผมเชื่อว่าผมจะสามารถมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับทีมใหม่ของผมได้” ดาวเตะชาวเคนย่า กล่าวกับเว็บไซด์จากแอฟริกา สำหรับ วันยาม่า เป็นนักเตะชาวเคนย่าคนแรกที่ได้เล่นในพรีเมียร์ลีก นับตั้งแต่ย้ายจาก เชลติก มาอยู่กับเซาแธมป์ตันด้วยค่าตัว 12.1 ล้านปอนด์ ซึ่งการย้ายครั้งนี้ เชลติก จะได้เปอร์เซ็นส่วนแบ่งด้วยถึง 1.1 ล้านปอนด์

รีวิว Independence Day: Resurgence มนุษย์ประกาศอิสรภาพอีกครั้ง
ID4 /  Independence Day: Resurgence / 

รีวิว Independence Day: Resurgence มนุษย์ประกาศอิสรภาพอีกครั้ง หลังจากที่โลกปราศจากการรุกรานใด ๆ มาตลอด 20 ปีเต็ม มนุษย์ทุกคนได้เรียนรู้จากบทเรียนในอดีต และนำสิ่งที่มีอยู่มาพัฒนาให้เผ่าพันธุ์พัฒนาขึ้น เพื่อวันหนึ่งจะไม่ต้องหวั่นเกรงภัยจากสิ่งมีชีวิตนอกโลก กระทั่ง Independence Day: Insurgence ปล่อยตัวอย่างออกมา ก็ทำให้รู้ว่าเอเลี่ยนจะกลับมาเยือนโลกอีกครั้ง และดูจะแข็งแกร่งกว่าเมื่อก่อนด้วย การรวมใจของมนุษยชาติที่ไม่แบ่งแยกชาติพันธุ์และชนชั้นเริ่มต้นขึ้น ผมไม่ปฏิเสธที่จะเป็นหนึ่งในสักขีพยานในการต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์มนุษย์อย่างแน่นอน Independence Day: Resurgence ไอดี 4 สงครามใหม่วันบดโลก ว่าด้วยเรื่องราวของเอเลียนที่มีวิวัฒนาการก้าวหน้าสามารถรักษาตัวเองได้ พร้อมกับความสามารถในรูปแบบใหม่ที่ทำให้พวกมันแข็งแกร่งอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน และวันนี้พวกมันเดินทางกลับมาอีกครั้งเพื่อยึดครองโลก มีเพียงชายหญิงที่มีความกล้าหาญและมีความชาญฉลาดเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะรับมือกับมหาวินาศกรรมในครั้งนี้ เผ่าพันธุ์มนุษย์จึงต้องร่วมมือกันก้าวข้ามผ่านวันสิ้นหวังไปให้ได้ เนื้อเรื่องเล่าต่อจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ในช่วงต้นปูพื้นให้เห็นว่าปัจจุบันโลกมีเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และมนุษย์ทั่วโลกหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน แทบไม่เห็นการเล่าเรื่องย้อนหลังแต่อย่างใด เนื้อเรื่องไม่มีความสลับซับซ้อนหรือเข้าใจยาก สำหรับผู้ที่ไม่ได้ชมภาพยนตร์ในภาคแรกมาก็สามารถรับชมอย่างเข้าใจไปพร้อมกับเนื้อเรื่องได้ ตัวละครในเรื่องมีพอสมควร แต่ตัวละครทุกตัวมีคาแรกเตอร์ที่แตกต่างกันออกไปค่อนข้างชัดเจน ทำให้ไม่สับสนเวลาชมอย่างแน่นอน ตัวละครเก่า ๆ มาร่วมถือปืนออกรบกันอย่างครบครัน แต่ด้วยความที่ตัวละครเยอะเกินไปอาจจะเป็นข้อเสียของภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ว่าได้ เพราะตัวละครหลักบางตัวที่ดูแล้วไม่ได้จำเป็นกับเนื้อเรื่องสักเท่าใดนัก รวมไปถึงตัวละครประกอบที่ไม่จำเป็นต้องมี ทำให้ความสนุกของเนื้อเรื่องลดลงไปเล็กน้อย คาดหวังมากทีเดียวกับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อย่าง ID4 ที่เคยสร้างความยิ่งใหญ่ไว้เมื่อปี 1996 ผ่านมา 20 ปี การเดินทางของยานเอเลี่ยนขนาดใหญ่ยักษ์ในครั้งแรกที่เห็นนั้นเรียกความน่ากลัวได้ดีทีเดียว และทันทีที่ยานลำนี้เดินทางถึงโลก ภัยพิบัตินานับประการก็เกิดขึ้น แต่ไม่สามารถเรียกความท้อแท้สิ้นหวังได้เท่าที่ควร ฉากแห่งความพินาศของบ้านเมืองหรือผู้คนมีให้เห็นน้อยเกินไป ซึ่งผมมองว่ายานเอเลี่ยนลำมหึมาน่าจะสร้างความบรรลัยให้โลกได้มากกว่านี้ ภาพยนตร์จะพยายามสร้างความรู้สึกกระตุ้นจิตสำนึกให้มนุษยชาติเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ถือเผ่าพันธุ์เป็นสำคัญไม่ยอมแพ้ต่อเผ่าพันธุ์อื่นจากนอกโลก แต่ความรู้สึกตรงนี้ภาพยนตร์ยังดึงออกมาได้ไม่สุด เพราะภาพยนตร์ยังไม่สามารถสร้างความสิ้นหวังให้เกิดขึ้นได้ ซึ่งการที่เอเลี่ยนบุกมาอีกครั้งในรอบ 20 ปีนี้ น่าจะทำอันตรายกับโลกของเราได้มากกว่าที่เห็นในภาพยนตร์ ความสนุกสนานเพิ่มมากขึ้นในช่วงกลางเรื่องถึงท้ายเรื่อง เมื่อบอสปรากฏตัว ความน่าเกรงขามและความแข็งแกร่งของมันทำให้มนุษย์ตัดสินใจฆ่าอย่างไม่ปรานี และความสามารถของบอสนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่มนุษย์ธรรมดาจะต่อกรด้วย แต่ความเก่งตรงนั้นกลับถูกลดทอนลงจากตัวละครประกอบที่ไม่จำเป็นต้องมีในเนื้อเรื่อง ในวันนี้วันที่โลกหมุนรอบตัวเอง หมุนรอบดวงอาทิตย์ และเป็นส่วนหนึ่งของจักรวาลอย่างเงียบสงบ ผู้ที่อาศัยอยู่บนโลกกลับอยู่อย่างไม่สงบสุข แบ่งแยกเชื้อชาติ ศาสนา และสีผิว ออกจากกัน เกิดการรวมกลุ่มสร้างความเป็นใหญ่ไม่เห็นใจผู้ที่อ่อนด้อยกว่า ฆ่าเผ่าพันธุ์เดียวกันเป็นผักปลาเพื่อให้สาแก่อารมณ์ชั่ววูบ ดูเหมือนว่าสิ่งเหล่านี้จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นได้แม้แต่น้อย หากจะให้เผ่าพันธุ์มนุษย์หลอมรวมจิตใจเป็นหนึ่งเดียวกันได้ คงต้องรอให้สักวันหนึ่งมีอาคันตุกะแปลกหน้าที่พร้อมจะฆ่าเผ่าพันธุ์ที่อ่อนแอนี้ปรากฏตัว เมื่อนั้นสิ่งที่สุดแสนจะเป็นนามธรรมดังที่กล่าวมาข้างต้นอาจจะเกิดขึ้นจริงก็เป็นได้ คะแนน 4/5 กับการรวมใจกันเป็นหนึ่งเดียวเพื่อเอาชนะเหล่าแขกที่ไม่ได้รับเชิญ บทความโดย ธ.เชิดวรพงศ์ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้ที่คอมเมนต์ด้านล่างครับ ความเห็นจากผู้ชม ด้วยเทคนิคตระการตาที่ครบครันของยุคนี้ เลยทำให้ฉากต่อสู้ สภาพบรรยากาศความอลังการของฐานทัพ บ้านเมือง ความวิบัติของบ้านเมืองในเนื้อเรื่องชวนว้าวเอามาก ๆ ความตื่นเต้นเร้าใจของฉากแอ็คชั่น ยอมรับเลยว่ามันถึงใจจริง ๆ เนื้อเรื่องดำเนินไปรวดเร็ว ไม่มีจังหวะน่าเบื่อหรือชวนง่วง แต่มันไม่ค่อยแปลกใหม่ ยังเป็นปมที่หาได้ทั่วไปในหนังสมัยนี้ ตัวละครหลาย ๆ ทีมที่เพิ่มเข้ามา มันทำให้ดูเยอะเกินไป ยังไม่ถึงกับทำให้ชวนงง แต่มันก็รู้สึกได้ว่าเยอะไปจริง ๆ โดยรวมจัดว่าว้าว แต่มันว้าวไม่สุด Mayzilla หนังเป็นยังไง ถ้าจะเล่าเรื่องราวของภาคแรก คงจะไม่ได้ แต่ถ้าให้แนะนำอยากให้ดูภาคแรกก่อน แล้วมาดูภาคปัจจุบัน คุณจะเข้าใจเรื่องนี้มากขึ้น เล่าถึงวันที่โลกถูกยึดโดยกลุ่มเอเลี่ยน ท่านประธานาธิบดี เร่งหาวิธีที่จะให้สถานการณ์บ้านเมืองกลับมาเป็นปกติ โดยภาคนี้ จะเล่าเหตุการณ์ 20 ปีถัดมา ซึ่งเป็นรุ่นลูก ๆ แล้ว ยุคปัจจุบันนั้น เทคโนโลยีก้าวหน้ามากขึ้น เห็นได้เลยว่าหนังมีความสมจริงมากขึ้น CG เนียนมากขึ้น ฉากอวกาศสวยงามมาก ๆ ข้อเสียของหนังอาจจะเสียที่พล็อต วกไปวนมาอยู่ ซึ่งก็คล้าย ๆ กับภาคแรกและครับ แต่ดีที่การเล่าของภาคนี้ มันดูไม่ยัดเหยียดคนดูจนเกินไป ทำได้กำลังดีพอดี เลียม พระเอกภาคนี้ สามารถทำให้่คนดูลุ้นมาก ๆ ในโรงทุกคนเงียบ ตั้งใจดูโดยมิได้นัดหมาย อยากให้ลองไปดูกันกับ ID4 หักหนึ่งคะแนนที่พล็อต แต่ CG การแสดงทุกคนปังมาก ๆ ^^ แบบ 3D แอบเสียดายบางฉากดันไม่ทะลุตาสะนี้ น่าจะทะลุตามากกว่านี้ ได้เพิ่มอรรถรสมากขึ้น แอดมินเท็ด คอหนังและซีรีส์ที่แท้จริง เนื้อหาโดยรวมยังมีความคลุมเครืออยู่ ในส่วนขอสเปเชียลเอฟเฟกต์ดีมาก บวกกับความสนุกตามสไตล์หนังสงคารม แต่ยังขาดอรรถรสในการต่อสู้บนพื้นราบ ตัวละครใหม่ยังมีบทบาทน้อยอยู่ หรืออาจจะเตรียมไว้สำหรับภาคต่อไปก็เป็นไปได้ Presidents

รีวิว A Hologram for the King : คาดหวังในสิ่งที่ไม่คาดหวัง
A Hologram for the King /  Dave Eggers / 

รีวิว A Hologram for the King : คาดหวังในสิ่งที่ไม่คาดหวัง นักแสดงมากความสามารถที่โลดแล่นอยู่บนเส้นทางสายฮอลลีวูดอย่าง ทอม แฮงค์ส นั้น ได้ปรากฏตัวอีกครั้งในภาพยนตร์เรื่องล่าสุดที่เข้าฉายในบ้านเราอย่าง A Hologram for the King ผู้ชาย...หัวใจไม่หยุดฝัน ภาพยนตร์คอเมดีดราม่าที่ ทอม แฮงค์ส ใส่ชุดสูทถือกระเป๋าเอกสารเหมือนนักธุรกิจกำลังยืนตากแดดท่ามกลางทะเลทรายอันร้อนแรงบนโปสเตอร์ ครั้งนี้เขากำลังจะบอกเล่าเรื่องราวอะไรเหมือนกับที่เขาเคยทำมาแล้วในภาพยนตร์เรื่องก่อน ๆ ของเขากันแน่นะ A Hologram for the King ผู้ชาย...หัวใจไม่หยุดฝัน ว่าด้วยเรื่องราวของ อลัน รับบทโดย ทอม แฮงค์ส (Tom Hanks) นักธุรกิจชาวอเมริกันที่เดินทางไปปิดจ๊อบทางธุรกิจที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขาที่ซาอุดิอาระเบีย แต่ความแตกต่างทางวัฒนธรรมและผู้คนของที่นี่ทำให้การเจรจาทางุรกิจแตกต่างจากที่อลันเคยพบเจอมาอย่างสิ้นเชิง อลันจะสามารถปิดจ๊อบทางธุรกิจสุดสำคัญครั้งนี้ได้หรือไม่ และการเดินทางไปยังดินแดนแห่งทะเลทรายครั้งนี้ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาไปตลอดกาล ภาพยนตร์เดินเรื่องเป็นเส้นตรง ผู้ชมจะได้เดินทางไปยังดินแดนแห่งทะเลทรายในซาอุดิอาระเบียพร้อมกับอลัน ขณะเดียวกันภาพยนตร์ก็ตัดฉากสลับเพื่อเล่าที่มาที่ไปก่อนที่จะเดินเรื่องมาถึงปัจจุบัน การดำเนินเรื่องนั้นผิวเผินแล้วไม่มีความซับซ้อนใด ๆ มีมุกตลกเรียกเสียงฮาได้บ้างจากโชเฟอร์ช่างจ้อ และผู้ชายคนนี้คือสีสันที่มีเพียงไม่กี่อย่างเท่านั้นในภาพยนตร์เรื่องนี้ หากดูภาพยนตร์เรื่องนี้แบบไม่คิดอะไรมาก A Hologram for the King ถือเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ของ ทอม แฮงค์ส ที่ความสนุกสนานอาจจะมีไม่เท่าเรื่องอื่น ๆ แต่สามารถอิ่มเอมกับความสามารถทางการแสดงของนักแสดงนำได้เป็นอย่างดี สำหรับผู้ที่ชอบการคิดตีความ ภาพยนตร์เรื่องนี้จะทำให้รู้สึกสนุกไปกับสิ่งที่ผู้กำกับพยายามใส่ให้คิดต่อยอดได้ ตัวละครในเรื่องที่ปรากฏมีไม่กี่คนเท่านั้น จึงไม่ใช่เรื่องยากในการจดจำตัวละคร เปิดโอกาสให้ผู้ชมได้มีสมาธิอยู่กับ ทอม แฮงค์ส ได้อย่างเต็มที่ มาถึงตรงนี้ฝีมือทางการแสดงก็ไม่ได้ตกลงเลยแม้แต่น้อย เขาคือเสาหลักที่ทำให้เนื้อเรื่องเดินต่อไปได้ และถ้าความเบื่อหน่ายไม่อยู่เหนือความรู้สึกของผู้ชมแล้วล่ะก็... ทอม แฮงค์ส คือสิ่งยึดเหนี่ยวเดียวเท่านั้นที่จะสามารถพาผู้ชมทุกคนไปถึงท้ายเรื่องได้อย่างแน่นอน การเดินทางไปเจรจาธุรกิจยังดินแดนตะวันออกกลางในครั้งนี้ ผมกลับไม่สามารถสัมผัสได้ถึงแรงบันดาลใจอะไรใหม่ ๆ ได้อย่างชัดเจน ตัวภาพยนตร์ไม่ได้สร้างความรู้สึกฟีลกู้ดหรือจุดพลังในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่มากเท่าไร แต่ความน่าสนใจของภาพยนตร์เรื่องนี้คือประสบการณ์ตั้งแต่ อลัน เคลย์ เหยียบทรายก้าวแรกกระทั่งถึงฉากสุดท้ายของภาพยนตร์ และสิ่งเหล่านั้นจะเบี่ยงเบนความรู้สึกของผู้ชมทุกคนจนไม่ได้สนใจว่าการเจรจาธุรกิจของ ทอม แฮงค์ส จะสำเร็จหรือไม่ เมื่อเราตั้งเป้าหมายจากจุดสตาร์ทเพื่อทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้ว ผลลัพธ์จะรออยู่ตรงเส้นชัยเสมอ แต่กว่าจะถึงเส้นชัยได้นั้นระยะทางคือสิ่งสำคัญที่ทำให้เราได้ทำความรู้จัก เรียนรู้ และเติบโตไปพร้อมกับมัน บางครั้งผลลัพธ์ไม่ใช่สิ่งที่สำคัญสำหรับเราอีกต่อไป เมื่อระหว่างทางนั้นได้ให้สิ่งที่สำคัญกว่า การได้ทำความรู้จักกับปัญหาใหม่ ๆ ที่อยู่ตรงหน้า การสร้างกระบวนการเรียนรู้เพื่อลงมือแก้ปัญหา และเปิดโอกาสให้ตัวเองได้เติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ผมไม่รู้ว่า ทอม แฮงค์ส กำลังจะบอกอะไรกับผู้ชมคนอื่น ๆ แต่เขาได้สอนให้ผมรู้ว่าความงดงามของระยะทางนั้นคือสิ่งที่สูงค่าเกินกว่าผลลัพธ์จะให้ได้ คะแนน 3.5/5 ลองคาดหวังในสิ่งที่ไม่คาดหวังดูสิ และสิ่งที่กำลังจะมาถึงนั้นอาจจะเปลี่ยนแปลงชีวิตไปตลอดกาล บทความโดย ธ.เชิดวรพงศ์ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้ที่คอมเมนต์ด้านล่างครับ

กุ๊บกิ๊บ - บี้ อุ้มลูกสาวโชว์ เผยเจ็บสุดคลอด น้องเป่าเปา ธรรมชาติ ไม่ใช่ในน้ำ!!
กุ๊บกิ๊บ คลอด /  ข่าว บี้ กุ๊บกิ๊บ / 

ขุ่นพ่อและขุ่นแม่ป้ายแดงอีกคู่ของวงการ บี้ KPN และ กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ ออกมาเปิดใจหลังคลอด น้องเป่าเปา ลูกสาวด้วยวิธีธรรมชาติ(ไม่ใช่คลอดใต้น้ำ) ไปเมื่อวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา สำหรับชื่อ เป่าเปา เป็นภาษาจีน แปลว่า สมบัติ หรือแปลว่า เบบี้น้อยๆ เผยตั้งใจจะเลี้ยงเอง ด้านหนุ่มบี้บอกมีลูกแล้วทำให้รักกุ๊บกิ๊บมากขึ้น ด้านสาวกุ๊บเองก็เอ่ยขอบคุณสามีที่ดูแลเธอดีมากๆ บอกเลือกคนไม่ผิด ส่วนรายละเอียดต่างๆ มีดังนี้ กุ๊บกิ๊บ “วินาทีแรกที่เห็นลูกคือเจ็บมาก เจ็บที่สุด เพราะตอนที่คุณหมอดึงออกมามันเจ็บที่สุด เนื่องจากกิ๊บไม่ได้มีการกรีดการอะไรก่อนเลย พยายามกับคุณหมอเก่งมากค่ะ เพราะทุกอย่างมันเป็นธรรมชาติมากจริงๆ ส่วนบี้เขาก็เป็นคนตัดสายสะดือให้ลูก” บี้ “ช่วงที่ปากมดลูกเปิดประมาณ 7-10 เซนติเมตร คือเจ็บที่สุด เพราะเขาเบ่งมา 3 ชั่วโมง จนเขาเกือบจะหมดแรง ตอนนั้นคุณหมอเขาก็เลยเอามือของกิ๊บไปจับหัวลูก กิ๊บเขาก็เลยเร่งเบ่งเฮือกสุดท้ายและหมอก็ช่วยดึงลูกออกมา” บี้ “มีแต่งหน้าด้วยนะหลังคลอดเสร็จ คือเจ็บก็จริงแต่ต้องมีแรง เพราะตอนแรกกิ๊บแต่งหน้ามาแล้ว แต่ระหว่างคลอดมันร้องมันอะไรก็เลอะไปหมด” กุ๊บกิ๊บ “เราคลอดธรรมชาติ 100 เปอร์เซ็นต์เพราะไม่อยากให้เขาเป็นภูมิแพ้ รวมถึงคลอดแบบนี้ส่งผลดีต่อเด็กด้วย อะไรที่ดีต่อลูกกิ๊บก็อยากให้เขาได้ไป ยิ่งพอออกมาแล้วเขาแข็งแรงมากเลยนะ กินก็เก่ง ห่อลิ้นเองได้ด้วย” กุ๊บกิ๊บ “อธิบายก่อนนะคะกิ๊บไม่ได้คลอดในน้ำเลย แต่กิ๊บใช้อุปกรณ์ในห้องทั้งหมด คืออ่างน้ำ เชือกโหน ลูกบอล เก้าอี้ ยืนกอดสามี ซึ่งน้องก็ไม่ออกมานะ สุดท้ายไปจบที่โถส้วม เพราะช่วงโถส้วมทำให้น้องหัวเริ่มโผล่ จากนั้นจึงได้เอาตัวไปคลอดบนเตียงค่ะ" กุ๊บกิ๊บ “เราเองก็ประทับใจเหมือนกันนะที่ได้ทำตามที่ตั้งใจไว้ เพราะมีช่วงหนึ่งที่เกือบถอดใจแล้วเหมือนกัน แต่ก็โชคดีได้คุณหมอช่วยให้กำลังใจ คุณหมอคอยบอกอยู่เสมอว่า อีกนิด อีกนิด และที่ผ่านมาก็มีคนคอยบอกกิ๊บอยู่เสมอว่ากิ๊บตัวคลอดไม่ได้หรอก แต่กิ๊บก็ทำได้ และกิ๊บก็อยากสนับสนุนให้คุณแม่คลอดแบบนี้ด้วยนะ” บี้ “เขาเจ็บจนบี้ต้องร้องไห้ตามเขา กิ๊บเขาเก่งมากจริงๆ ผมไม่เคยเห็นเขาเป็นแบบนี้มาก่อน ผมนับถือเขามากครับ” กุ๊บกิ๊บ “ตาเหมือนพ่อ แต่เล่นกล้องเก่งมากและก็หน้าตาทะเล้นน่าจะเหมือนแม่ เวลามีคนมาเยี่ยมเขาก็ไม่งอแง ให้ลืมตามองกล้องเขาก็มอง เขาดูชินกับคนนะ” บี้ “ตั้งใจจะเลี้ยงเองครับ แต่ก็คงต้องให้คุณย่าคุณยายมาช่วยมาให้คำแนะนำด้วยเหมือนกัน” กุ๊บกิ๊บ “แต่กิ๊บอยากชมบี้นะ เขาเก่งมากเขาอยู่ด้วยทุกช่วงเวลาจริงๆ เขาคอยช่วยดูแลลูกตลอด เหมือนเขาอยากที่จะเป็นคุณพ่อที่ทำได้หมด” บี้ “ติดลูกครับ(หัวเราะ) ไม่หรอก 50/50 แชร์ๆ กันไป บี้รักกิ๊บมากขึ้นนะ รักเขาที่เขาทำได้ขนาดนี้ เขาเจ๋งมากครับ” กุ๊บกิ๊บ “เรายังนั่งคุยกันอยู่เลยนะว่าเราดีใจที่เรามีลูกเร็ว และเขาทำให้เราได้มีโอกาสลองประสบการณ์หลายๆ อย่าง เพราะถ้าเอาจริงๆ หากเราอายุมากกว่านี้ก็คงไม่มีโอกาสได้ทำแบบนี้ค่ะ” บี้ “ชื่อเล่น "เป่าเปา" แปลว่า "สมบัติ" หรือ "เบเบี๋น้อย" ก็หมายความว่าเขาคือสมบัติของเราสองคน ส่วนชื่อจริงตอนนี้ก็เลือกๆ คิดๆ ไว้อยู่ว่าชื่อไหนเหมาะกับน้อง ถ้าชัวร์เมื่อไหร่จะบอกอีกที” กุ๊บกิ๊บ “อาการของกิ๊บหลังคลอดลูกประมาณ 20 นาที กิ๊บก็เดินไปเข้าห้องน้ำได้เลย เดินได้ปกติ สั่งไก่ทอดมากินทันที(หัวเราะ)” กุ๊บกิ๊บ “ของรับขวัญหลานมีพี่ๆ ในวงการส่งมาให้เยอะมากค่ะ แต่ใครให้ทองให้เงินเดินเข้ามาก่อนเลย ส่วนใครให้ดอกไม้หรือตุ๊กตารอก่อน(หัวเราะ) ตลกมากค่ะ คือมีพี่ๆ ผู้ใหญ่หลายคน” บี้ “คนที่สองเราอยากได้ชายหนึ่งหญิงหนึ่งครับ แต่คงต้องพักก่อนสัก 2-3 ปี ให้เขาเป็นพี่สาวที่ดูแลน้องได้ครับ” บี้ “รางวัลเหรอ เอาไว้อีกสัก 2-3 เดือน ค่อยว่ากันอีกทีนะเรื่องของรางวัล(หัวเราะ)” กุ๊บกิ๊บ “ความเป็นแม่ สัญชาติญาณมันมาเอง เพราะเอาจริงๆ เราก็ไม่ได้ไปเรียนรู้อะไรมาก คือกิ๊บไม่อยากให้ชีวิตของเราเปลี่ยน แต่เราต้องมีความระมัดระวังมากขึ้นเท่านั้นเอง เลี้ยงเขาให้เป็นปกติ เพราะโลกมันไม่ได้สวยมากขนาดนั้น ไม่ต้องประคบประหงมมากหรอกค่ะ” บี้ “ผมรักกิ๊บมากขึ้นครับ” กุ๊บกิ๊บ “ตอนที่แต่งงานก็คิดว่าตัวเองโชคดีแล้วนะที่ได้เขาเป็นสามี แต่ตอนที่กิ๊บท้องกิ๊บได้รู้อีกว่าเขาน่ารัก เขาเป็นสามีที่ดูแลกิ๊บดูแลได้ดีจริงๆ เขาใส่กางเกงในให้ในวันที่เราใส่เองไม่ได้ เขานวดเท้าให้ ยิ่งในวันคลอดเขาก็ยังนั่งอยู่ข้างๆ ทั้งๆ ที่เขาเป็นคนกลัวเลือดจนเป็นลม ก่อนคลอดเขานั่งดูคลิปคลอดลูกเพื่อที่เขาจะได้ไม่กลัวเลือดตอนอยู่ในห้องคลอดกับกิ๊บ บี้คือคนที่ทำให้กิ๊บรู้ว่าอีกนิดเดียวมันจะผ่านไป ให้กิ๊บทนอีกนิดหนึ่งเพื่อลูกในเวลาที่กิ๊บเกือบจะยอมแพ้ กิ๊บเลือกไม่ผิดที่แต่งงานกับบี้ค่ะ” กุ๊บกิ๊บ - บี้ แถลงคลอด น้องเป่าเปา กุ๊บกิ๊บ - บี้ แถลงคลอด น้องเป่าเปา น้องเป่าเปา น้องเป่าเปา กุ๊บกิ๊บ - บี้ แถลงคลอด น้องเป่าเปา กุ๊บกิ๊บ - บี้ แถลงคลอด น้องเป่าเปา กุ๊บกิ๊บ - บี้ แถลงคลอด น้องเป่าเปา

คอตกตามระเบียบ!เวนเกอร์รับสภาพแห้ววาร์ดี้แย้มสนก็องเต้
ทีมยอดเยี่ยม /  นักเตะยอดเยี่ยม / 

อาร์เซน เวนเกอร์ กุนซือ “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ออกมายอมรับกับความผิดหวังที่ทีมไม่สามารถซื้อตัว เจมี่ วาร์ดี้ จากเลสเตอร์ ซิตี้มาร่วมทัพได้พร้อมเผยว่าสนใจ เอ็นโกโร ก็องเต้ โดยกองหน้าทีมชาติอังกฤษ ที่ได้รับข้อเสนอจาก อาร์เซน่อล ให้ย้ายไปร่วมทัพด้วยค่าตัว 20 ล้านปอนด์แต่ตัดสินใจต่อสัญญากับ เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกออกไปอีก 4 ปีพร้อมรับค่าเหนื่อยสัปดาห์ละ 1 แสนปอนด์ ซึ่ง อาร์เซน เวนเกอร์ ได้ออกมายอมรับถึงความผิดหวังที่ไม่สามารถดึงตัวกองหน้าที่ยิงในลีกไป 24 ลูกได้มาร่วมทีม “เลสเตอร์ประกาศเกี่ยวกับวาร์ดี้ เรายอมรับว่าสนใจเขาจริงๆ แต่ก็ไม่มีอะไรมากกว่านั้น” ผู้จัดการทีมเลือดน้ำหอมกล่าวกับบีทีสปอร์ต “เขาตัดสินใจอยู่กับเลสเตอร์ต่อผมอวยพรให้เขาโชคดี” “เขาเพิ่งมาดังตอนอายุ 29 เลสเตอร์ ซื้อเขามาจาก ฟลีตวู้ด และเขาก็ประสบความสำเร็จ เขาเลือกอยู่กับ เลสเตอร์ต่อ คุณต้องเคารพการตัดสินใจของเขา” นอกจากนี้ยังกล่าวถึง เอ็นโลโก ก็องเต้ อีกหนึ่งนักเตะที่เนื้อหอมว่า "มันเป็นช่วงที่ยากลำบากนะ ก็องเต้เป็นที่ต้องการของหลายทีม” “เรามรรอดูกันอีก 2-3 สัปดาห์ ผมได้ยินมาว่า เลสเตอร์ ซื้อนักเตะมาใหม่จากนีซ (นามปายส์ เมนดี้) ที่มีคุณสมบัติเหมือนก็องเต้ ไม่แน่ว่าเขาอาจจะหาตัวแทน หรือไม่ผมไม่รู้จริงๆ"

กระตุกหนวดบอส!เชสอาสาเขี่ยเลี่ยนร่วงเพื่อให้เวลาคอนเต้โฟกัสสิงห์เยอะๆ
พรีเมียร์ลีก /  ยูโร 2016 / 

เชส ฟาเบรกาส กองกลางทีมชาติสเปน ออกมาแหย่ อันโตนีโอ คอนเต้ ว่าขอเขี่ยอิตาลีตกรอบ ยูโร 2016 รอบ 16 ทีมสุดท้ายเพื่อให้เวลาว่าที่กุนซือเชลซีมีเวลาเตรียมตัวในการคุมทีมสู้ศึกซีซั่นใหม่มากขึ้นโดยผู้จัดการติอิตาลี จะเริ่มงานกับ เชลซีทันที ที่เสร็จภารกิจพาทีมลุยศึกยูโร 2016 และจะพาลูกทีมลงทำศึก รีแมตช์นัดชิงเมื่อปี 2012 กับสเปน แชมป์เก่าซึ่งก่อนเกม เชส ฟาเบรกาส ว่าที่ลูกน้องได้ออกมาแหย่ว่าที่เจ้านายของตัวเองว่า “ผมเจอกับคอนเต้ก่อนหน้านี้แล้ว และเขาทำให้ผมประทับใจเลย” เชสกล่าว “เขาคือยอดโค้ชและเป็นผู้ชนะ เขาบอกสิ่งที่เขาต้องการจากผม และสิ่งที่เขาต้องการจะทำที่เชลซีและอีกหลาย” “ผมอยากที่จะเริ่มงานกับเขา ในตอนนี้ผมหวังว่าเขาจะไปเริ่มงานกับเชลซีแบบรวดเร็วที่สุดที่เป็นไปได้ ไม่แน่ว่าวันอังคารนี้เขาอาจจะไปเริ่มงานใหม่เลยก็ได้"

แข้ง ไอร์แลนด์ ยังแค้น ฝรั่งเศส ไม่หายกรณีแฮนด์บอล อองรี ลั่นเอาคืนให้สาสม
ฝรั่งเศส /  ยูโร 2016 / 

เจฟฟ์ เฮนดริค กองกลางทีมชาติ ไอร์แลนด์ ออกโรงขู่ ฝรั่งเศส ก่อนเกมที่ทั้งคู่จะพบกันในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ยูโร 2016 โดยบอกว่าชาวไอริชทั้งประเทศยังแค้นทีมตราไก่ไม่หายจากกรณี แฮนด์บอล ของ เธียร์รี่ อองรี ที่มีส่วนทำให้พวกเขาต้องอดไป ฟุตบอลโลก 2010 พร้อมลั่นเอาคืนให้ได้อย่างสาสม เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในเกม รอบคัดเลือก ฟุตบอลโลก 2010 เพลย์-ออฟ เลกสอง ซึ่ง ฝรั่งเศส เจอกับ ไอร์แลนด์ ขณะที่สกอร์รวมทั้ง 2 เกม เสมอกันที่ 1-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ นาทีที่ 103 อองรี ก็ได้ใช้มือตบบอลที่กำลังจะออกหลัง ก่อนปาดเข้ากลางให้ วิลเลียม กัลลาส์ โขกเข้าไป ก่อนที่ทีมตราไก่จะเอาชนะไปด้วยสกอร์รวม 2-1 คว้าตั๋วไปเตะทัวร์นาเม้นท์ที่แอฟริกาใต้ ท่ามกลางเสียงวิจารณ์อย่างหนัก ล่าสุดก่อนเกมที่ทั้งคู่จะโคจรกลับมาพบกันอีกครั้ง เจฟฟ์ เฮนดริค มิดฟิลด์ยักษ์เขียวก็ได้ออกมาบอกว่ายังไม่มีใครลืมเหตุการณ์นี้ พร้อมหวังว่าเขากับเพื่อนร่วมทีมจะล้างแค้นให้ได้ "เหตุการณ์ในครั้งนั้นยังสร้างความเจ็บใจให้กับทั้งประเทศอยู่จนถึงตอนนี้ แต่ผมก็หวังว่าเราจะได้ผลการแข่งขันที่ต้องการบ้าง และเอาคืนพวกเขาให้ได้สักที" คลิปจังหวะเหตุการณ์ดังกล่าว สำหรับโปรแกรมที่ ฝรั่งเศส จะพบกับ ไอร์แลนด์ ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ยูโร 2016 นั้น จะเตะกันในวันอาทิตย์ที่ 26 มิ.ย. เวลา 2 ทุ่มตรง

3 สุดยอดนักเล่าเรื่องระดับโลก โคจรมาเจอกันใน The BFG ยักษ์ใหญ่หัวใจหล่อ
The BFG ยักษ์ใหญ่หัวใจหล่อ /  บิล เฮเดอร์ / 

   3 สุดยอดนักเล่าเรื่องระดับโลก โคจรมาเจอกันใน The BFG ยักษ์ใหญ่หัวใจหล่อ “ผมว่ามันคืออัจฉริยะภาพของโรอัลด์ ดาห์ล ที่สามารถให้พลังอำนาจแก่เด็ก ๆ ได้ เขากล้ามากที่นำส่วนผสมระหว่างความมืดมิดและแสงสว่างมาใช้ ซึ่งเป็นเสมือนลายเซ็นดั้งเดิมของดิสนีย์ ในหนังเรื่องแรก ๆ ของเขาเช่น ดัมโบ้, แฟนตาเซีย, สโนว์ไวท์ และซินเดอเรลล่า และยังสามารถทำให้มันน่ากลัวแต่ก็ผ่อนคลายในเวลาเดียวกัน และนำเสนอบทเรียนอันยั่งยืนสำหรับทุกคน มันเป็นสิ่งที่สวยงามที่โรอัล ดาห์ล ได้ทำเอาไว้ และมันก็เป็นหนึ่งในหลาย ๆ สิ่งที่ทำให้ผมอยากจะกำกับหนังจากหนังสือเรื่องนี้ของดาห์ล”  สปีลเบิร์กกล่าว เตรียมพบกับส่วนผสมที่ลงตัวจาก 3 นักเล่าเรื่องตัวท็อปของโลก จากการเนรมิต The BFG ยักษ์ใหญ่หัวใจหล่อ เรื่องราวสุดคลาสสิกของโรอัลด์ ดาห์ล ให้มามีชีวิตโลดเล่นอยู่บนจอภาพยนตร์จากการกำกับของสตีเฟ่น สปีลเบิร์ก และอำนวยการสร้างโดยวอลท์ ดิสนีย์ เล่าถึงเรื่องราวเหนือจินตนาการของสาวน้อยและยักษ์ผู้แนะนำเธอให้รู้จักกับความอัศจรรย์และความลึกลับของเมืองยักษ์ ถึงแม้ เดอะ บีเอฟจี จะเป็นยักษ์ แต่ก็เป็นยักษ์ที่เป็นมิตร และไม่มีอะไรเหมือนยักษ์ตนอื่น ๆ ที่อาศัยอยู่ในเมืองยักษ์ เจ้าของร่างยักษ์ 24 ฟุต ผู้มีหูขนาดมหึมาและประสาทรับกลิ่นเป็นเยี่ยมเป็นยักษ์ทึ่มผู้น่ารักและมักจะอยู่ตามลำพังเป็นส่วนใหญ่ แตกต่างจากบลัดบอทเทลอร์ ยักษ์กระหายเลือด และ เฟลชลัมป์อีตเตอร์ ยักษ์กินคน ที่ตัวใหญ่กว่าถึง 2 เท่า และโหดร้ายกว่า 2 เท่า แถมยังขึ้นชื่อเรื่องกินคนอีกด้วย ขณะที่บีเอฟจีชอบกินสโนซคัมเบอร์และฟรอปสก็อตเทิล เมื่อโซฟี เด็กสาวจากกรุงลอนดอน วัย 10 ขวบ ที่ดูฉลาดเกินวัย ได้เดินทางมาถึงเมืองยักษ์ครั้งแรก เธอหวาดกลัวยักษ์ผู้ลึกลับที่นำเธอมายังถ้ำของเขา แต่ต่อมาก็ได้รู้ว่า บีเอฟจี จริง ๆ แล้วเป็นยักษ์สุภาพและน่ารัก และเธอก็ไม่เคยเห็นยักษ์มาก่อน และก็มีคำถามมากมาย บีเอฟจีได้พาโซฟีไปยังเมืองแห่งความฝัน ที่ ๆ เขาเก็บสะสมความฝันและส่งมันไปสู่เด็ก ๆ พวกเขาสองคนใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันในโลกแห๋งยักษ์จนเริ่มสนิทกันมากขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่กการมาถึงของโซฟีในเมืองยักษ์ได้สร้างความสนใจที่ไม่น่าพิศมัยจากยักษ์ตนอื่น ๆ ที่เริ่มไม่ค่อยจะสบอารมณ์ สปีลเบิร์กเล่า “มันคือเรื่องราวเกี่ยวกับมิตรภาพ เรื่องราวของความยึดมั่นและการปกป้องเพื่อน และมันคือเรื่องราวที่แสดงให้เห็นว่าแม้เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆก็ยังช่วยยักษ์แก้ไขปัญหาใหญ่ๆของเขาได้”  ต่อมา โซฟีและบีเอฟจี ต้องออกเดินทางไปลอนดอนเพื่อพบกับสมเด็จพระราชินี เพื่อเตือนเธอเกี่ยวกับสถานการณ์ยักษ์ ๆ แต่พวกเขาต้องโน้มน้าวพระราชินีและผู้ติดตามของเธอว่ายักษ์นั้นมีอยู่จริง และทั้งหมดก็ร่วมมือกันคิดแผนที่จะกำจัดเหล่ายักษ์พวกนั้นให้หมดไป หนังสือ The BFG ของโรอัลด์ ดาห์ล ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1982 และกลายเป็นขวัญใจของนักอ่านทุกเพศทุกวัยมานับแต่นั้น หนังสือของดาห์ล รวมถึง ชาร์ลีกับโรงงานช็อคโกแลต, เจมส์กับลูกพีชยักษ์, และมาทิลด้า ถูกแปลมากกว่า 58 ภาษา และขายไปแล้วกว่า 200 ล้านเล่มทั่วโลก ในตอนต้น The BFG ถูกเขียนขึ้นเพื่อให้เป็นหนังสืออ่านก่อนนอน และยังเป็นเรื่องที่ดาห์ลชอบที่สุดในบรรดาหนังสือของเขา “มันเป็นเรื่องสำคัญสำหรับเรามากในการที่จะเคารพต่อภาษา” สปีลเบิร์กกล่าว และสุดยอดนักเขียนบทเมลิสสา มาธิสัน (ผู้ที่เคยเขียนบท อี.ที. เพื่อนรัก) ได้มาเขียนบทให้กับ The BFG อีกด้วย ทั้งนี้ The BFG นำแสดงโดย มาร์ค ไรแลนซ์, รูบี้ บาร์นฮิลล์, เพเนโลปี้ วิลตัน, เจอเมน เคลมองท์, รีเบ็คก้า ฮอลล์, แรฟ สปาลล์ และบิล เฮเดอร์ และมีกำหนดเข้าฉายในเมืองไทยวันที่ 7 กรกฎาคม 2559 ซึ่งถือเป็นการครบรอบวันเกิดปีที่ 100 ของโรอัลด์ ดาห์ล

ฮือฮา อั๋น ชุลีพร อดีตเมีย ล้อต๊อก จุดธูปขอคบแฟนรุ่นลูก! ห่าง 26 ปี
อั๋น ชุลีพร เมีย ล้อต๊อก /  อั๋น ชุลีพร เปิดตัวแฟนรุ่นลูก / 

     กำลังตกเป็นกระแสฮือฮา! อยู่ขณะนี้หลัง อั๋น ชุลีพร อดีตภรรยาของตลกผู้ล่วงลับ “ล้อต๊อก” ออกมาเปิดตัวแฟนเด็กนามว่าหนุ่ม บาส อายุห่างกันถึง 26 ปี!! โดยสาวอั๋นยอมรับเป็นฝ่ายเดินหน้าจีบก่อน และได้มีการจุดธูปขอ “ป๋าต๊อก” เรียบร้อยแล้ว บอกดูใจแฟนรุ่นลูกมา 3 ปี ฟุ้งเป็นพรหมลิขิต ฝ่ายชายสาบานต่อหน้าพระจะไม่ทรยศ ส่วนครอบครัวทั้งสองฝ่าย รวมทั้งลูกๆ รับรู้แล้ว เปรยขอดูใจกันไปเรื่อยๆ ไม่คิดมีพิธีแต่งงาน... รายละเอียดมีดังนี้    อั๋น “ก็คือจริงๆ แล้วอั๋นไม่ทราบว่าด้วยความที่วันนี้มาออกคู่กับบาสเนี่ย มันเป็นพรหมลิขิตขอให้คิดตรงนั้นนะ ซึ่งอั๋นไม่คิดว่าวันนี้มันจะเป็นอย่างนี้ แล้วอีกอย่างนึงป๋าท่านเสียมาแล้ว 14 ปี ถ้าเราคิดว่าเขาดี ไม่งั้นอั๋นจะไม่กล้ามาออกอย่างนี้แน่นอน น้องเขาเป็นคนทำมาหากิน เงินทองเขาไม่เคย คนจะมองภาพ อั๋นเข้าใจภาพ ไม่เป็นไรมองได้เลย อั๋นอนุญาตให้มอง แต่อั๋นอยู่สองคนอั๋นรู้ว่าอะไรเป็นอะไร อั๋นดีขึ้นไหม ตั้งแต่คบเขามา 3 ปีอั๋นดีขึ้นไหม อะไรอย่างนี้ อั๋นมั่นใจว่าถ้าอั๋นจะเดินผิด สมมุตินะคะ ถ้าอั๋นจะเดินทางผิดอั๋นก็จะขอรับกรรมนั้นไว้คนเดียว แต่อั๋นจะบอกว่าไม่ต้องห่วง ประชาชนที่รักป๋า หนูขอโทษ หนูต้องกราบขอโทษด้วยนะคะถ้าเกิดที่หนูมีแฟน อาจจะทำให้ไม่สบายใจหรือเปล่า แต่ไม่ต้องห่วงหนูนะคะ หนูยังเป็นเจ๊อั๋นคนเดิม ยังรักและเคารพป๋าต๊อกไม่มีวันลืม จะไม่ลืมชั่วชีวิตผู้ชายคนนี้แล้วก็ขอฝากน้องเขา เขาดีจริงๆ ค่ะ”    อั๋น “ชีวิตหนูแย่มาตลอดตั้งแต่ป๋าเสีย แต่มาฟื้น เสร็จแล้วตัวเองก็ทำตัวไม่ดี โดยการไปแบบไปนู่นไปนี้ จนเปิดร้านอาหารใหญ่โตที่ระยองจนเจ๊งเงินหมดตัว แล้วพอมาเล่นตลกอยู่กับอ่างก็ไม่ดีขึ้น จนมาเจอน้องเขา เขาก็ให้ใช้เงินน้อยลงแล้วก้ช่วยกันทำมาหากิน ทำนู่นทำนี่ คืออั๋นจะเป็นคนสบายมาตั้งแต่ไหนแล้ว พออยู่กับเขาปุ๊บเขาจะสอนให้ลำบาก ลำบากในที่นี้ก็คือให้เราเก็บเงิน แล้วเขาได้มาก็ช่วยอะไรอย่างนี้ เขาให้นะคะ ให้ทีเป็นก้อนๆ เลยบางทีเราก็ตกใจเอาเงินมาจากไหนอะไรอย่างนี้ เขาก็บอกเขาเก็บๆ รวมๆ ไว้เอาไปเหอะบาสเอาไว้ก็ไม่ได้ใช้ ลูกก็ไม่ต้องห่วงแม่เอาตัวรอดได้สบาย ไม่ต้องห่วง”    อั๋น “ตอนแรกๆ เขารับไม่ได้ค่ะ โกรธ ไม่พูดไม่จากับแม่เลย หนูก็เลยบอกว่าให้เขาพิสูจน์ตัวเขาเอง คุณพิสูจน์ตัวเอง เดี๋ยวนี้ลูกไม่นั่นกับหนูนะคะ ไปกับเขาหมดแล้ว ลูกสามคนนี่มีอะไรก็บาส โทรหาแต่บาส ไม่อั๋นแล้วค่ะ เป็นบาสเพราะว่าเขามีเหตุผลมากกว่า อั๋นจะเอาแต่ใจอย่างนี้”    บาส “ช่วงแรกๆ เรากลัวอย่างที่บอกครับ เรากลัวว่าคนอื่นจะมองว่า หนึ่งเลยคือเขาเป็นคนมีชื่อเสียง สองก็คือเขาเป็นคนที่มีเงิน แล้วเขามาคบกับเราซึ่งอายุระยะห่างอายุมันห่างกันมาก ก็กลัวคนจะมองว่าเขาน่ะมาเลี้ยงเรา”    อั๋น “สู้ฟันอยู่นาน กว่าเขาจะมาชอบ มารักน่ะ สู้ฟันอยู่นาน จนวันนึงเราช็อกน่ะ ช็อกแบบเหมือนสาวไง เหมือนสาวน่ะเข้าใจป่ะ เราร้องเพลงอยู่แบบคุณไปกินข้าวฟู้ดแลนด์กัน วันนั้นใกล้ถึงวันเกิดแระ คุณไปทานข้าวที่ฟู้ดแลนด์กัน ทุกทีก็ไปกินกันตลอดแต่ก็ไม่เคยมีคำพูดหวานๆ ไปกินข้าวกันพอไปนั่งแล้วแบบ คุณเมื่อคืนนอนคิดทั้งคืนเลย เป็นแฟนกันนะ เขาก็จับมือเราเหมือนสาวๆ น่ะ ขานี่สั่นกินอะไรไม่ลง สั่นไปทั้งตัว จะช็อกตาย คืนนี้อะไรเกิดขึ้น แต่ทำฟอร์มแบบ ห๊ะ อะไรนะ ไม่แต่ใจส่วนลึกตรงนั้นแบบ ก็จำไว้เลยวันนั้นวันที่ 4 เขาบอกเป็นแฟน ก็จำไว้ค่ะ”    บาส “เพราะผมมองว่าเขามีทุกอย่าง แต่เขาอดทนกับเรา เพราะเมื่อก่อนเขาจะเป็นคนที่ชอบบังคับเรา แต่เราแบบไม่ทำน่ะ คือก่อนที่จะเป็นแฟนกันน่ะครับ คือรู้นิสัยกันก่อนที่จะเป็นแฟนกันอีกว่า ต่างคนต่างเป็นยังไง ผมเป็นคนที่แบบถ้าไม่ถูกใจ ถ้าไม่ฟัง หรือถ้าใส่อารมณ์กับผม ผมก็จะใส่อารมณ์กลับ ถ้ามาบีบบังคับผม ผมก็จะเป็นคนที่ไม่ยอมน่ะ แล้วเขาเป็นคนที่แบบ เป็นใครอะไรอย่างนี้ ทำไมถึงบอกรักฉันไม่ได้ประมาณนี้ ผมก็บอกว่าความรักมันต้องเกิดจากความรักจริงๆ อย่างนี้มันไม่ได้ชนะด้วยการเอาใจใส่ เพราะว่าตอนนั้นเขาบุญทุ่มอย่างที่เขาบอก บุญทุ่มแบบพาไปกินข้าว พาไปเที่ยว แต่ว่าเรารู้สึกว่าเขาทนอารมณ์เราได้ พอทนอารมณ์เราได้เสร็จปึ๊บ เออแสดงว่าผู้หญิงคนนี้ทนกับนิสัยที่ต่ำที่สุดของเราได้”    บาส “สำหรับการปรับตัวเข้าหาครอบครัวของเขาในช่วงแรกๆ จริงๆ มันต้องเกิดจากเขาก่อน เขาต้องคุยกับลูกเขาก่อน แต่ว่าเขาคุยกับลูกเขาดีว่าเออเด็กคนนี้เป็นอย่างนี้นะ ผมเนี่ยเป็นนิสัยอย่างนี้ เด็กมันเป็นอย่างนี้นะ มันไม่ได้มาขอเงินแม่ ไม่ได้มาหลอกแม่นะ อ่าเขาก็จะบอกกับลูกเขาแล้วทีนี้ แล้วทีนี้ลูกเขานี่แหละก็บอกแม่พามากินข้าวดิ คือลูกเขาจะเป็นคนบอกเอง จริงๆ ลูกเขาดีทุกคนครับ เขาเป็นคนเปิดโอกาส แล้วไปเนี่ยเขาก็ต้อนรับ อย่างลูกชายเขาอีกคนเนี่ย เขาเล่าให้ฟังนะว่ามีคนมาจีบเขาหลายคนที่เป็นเด็ก แล้วลูกเขาแอนตี้หมดทุกคน แต่พอมาถึงผมเนี่ย ลูกเขาทุกคนไม่ว่าผมสักคำ ไม่เคยมาก้าวร้าว ไม่เคยมาว่าทอหรืออะไร ว่าทำไมต้องมาคบกับแม่เรา ทำไมถึงไม่ไปหาแฟนคนอื่น ทำไมต้องมาคบกับแม่เรา ไม่ เขาใช้วิธีคุยดี นั่งกินข้าวแล้วก็ปาร์ตี้กัน เพราะว่าผมวัยรุ่นไง แล้วเขาก็วัยรุ่น อายุไล่เลี่ยกัน”    บาส “ส่วนแม่ของผมเนี่ย แม่ผมเป็นคนที่ถ้าลูกรักใครก็รักด้วย”    อั๋น “เขาก็ใจหาย เพราะว่าเขาน่ะไม่เคยบอกแม่แอบอยู่ด้วยกัน แล้วก็ไม่เคยบอกแม่เลยว่ามีแฟน แม่เขาก็ช็อก ตอนเจอวันแรกที่รับปริญญา แทบจะเดินพิงข้างฝาแบบตกใจ นี่อะไรมันเกิดขึ้น คุ้นหน้ามากเลยผู้หญิงคนนี้ เขาก็บอกว่าเขาขาสั่นเหมือนกัน นี่มันเหมือนเขาเคยเห็น แต่เขายังไม่รู้ว่าเป็นเมียป๋าต๊อกเนอะ อั๋นก็แบบนั่งแท็กซี่ไป ถามแท็กซี่ๆ หนูเนี่ยอายุ 53 แล้ว แต่แฟนหนูอายุเท่าเนี้ยะ แล้วก็แม่แฟนหนูอายุเท่าเนี้ยะ หนูจะวางตัวยังไงเนี่ย เขาก็ขำ แท็กซี่ขำใหญ่เลย ขำตัวงอเลย ก็บอกจะขำอะไรหนูถามคำปรึกษาเนี่ย ก็ลงไปสู้เลย หนูก็คิดเออสู้ก็สู้ คือถ้าไม่ได้ก็กลับบ้านเนอะ เลิกก็เลิก หนูก็คิดอย่างนี้”    อั๋น “ที่อั๋นมั่นใจในตัวเขาคือ ทุกวันนี้อั๋นซื้อรถ ซื้อบ้าน ซื้อคอนโด เงินสดหมด เขาไม่เคยมาร่ำร้องว่าทำไมไม่เป็นชื่อบาส อั๋นก็จะบอกตรงนี้เลย นักเลงเลย คืออั๋นไม่มั่นใจถ้าเกิดเป็นชื่อเขา ถ้าวันใดวันนึงเลิกไปแล้วลูกอั๋นจะมีอะไรล่ะ แต่เขาไม่เคยมาร่ำร้องว่าทำไมบาสถึงไม่มีชื่อ เขาไม่เคยพูดเลยแม้แต่ครั้ง อันเนี้ยะ ที่อั๋นตัดสินใจเปิดตัวกับเขา เพราะถ้าเป็นผู้ชายอื่นไม่มีทาง เขาหน้าตาดี เวลาเดินกับเขาเนี่ย แหมโคตรโอ้โหเลย จับมือเดินอย่างเนี้ยะ เราก็เดินนึกว่าแม่กับลูกเนอะ เดินไปถึงก็ อุ๊ยคุณอั๋นลูกชายหล่อจังเลย บอกไม่ใช่ลูก แฟน คือโมโหแบบทักบ่อยไง มันชักบ่อยไปแล้ว แต่จริงๆ แล้วก็ปมด้อยเนอะ แต่ก่อนนี้ก็แบบปล่อยตัว 90 กว่าโล ปล่อยตัว ไม่แต่งอย่างงี้ ไม่เอาอ่ะ ไม่แต่งอย่างงี้ พอเขาเป็นอย่างงี้เราสงสาร เขาก็จะจูงแบบคุณลงมาสิ คือเขาจะไปไหนเขาจะจับมือ เราก็สะบัดออก ครั้งนึงในชีวิตเรา เราเคยควงปู่เรา อันนี้มันเป็นอะไรที่สะท้อนมาก เป็นพรหมลิขิตขอให้เข้าใจตรงนี้ว่ามันเป็นพรหมลิขิตจริงๆ ซึ่งหนูไม่เคยคิดเลยว่าวันนี้หนูจะมามีแฟนเด็กอย่างนี้ 53 กับ 27”    บาส “แล้วบาสบอกจะไปสาบาน ผมเคยไปสาบานด้วยนะ สาบานกับหลวงพ่อวัดไร่ขิงครับ”    อั๋น “อันนี้ประเด็นหลักเลยว่า ที่อั๋นยอมร่วมหัวจมท้าย จริงๆ เลย คือเขาไปวัดไร่ขิง แล้วเขายกมือพูดด้วยตัวเขาเองโดยที่อั๋นไม่รู้ เขาชวนไปทำบุญ ซึ่งอั๋นไม่รู้แล้วเขาก็ยกมือ พูดดังๆ แล้วยกมือไหว้ คุณนั่งตรงนี้ก่อน ซึ่งเราไม่รู้ว่าให้นั่งทำไม เขาอย่างงี้ จะไม่ขอทรยศกับผู้หญิงที่ชื่อชุลีพร จะขอรักจนตาย ผู้หญิงอื่นจะไม่อยู่ในสายตาเลย เขาพูดของเขาเอง เขาเอาชีวิตครอบครัวทั้งชีวิตน่ะเป็นประกัน กับพระนะ”    บาส “อยากจะให้เขามั่นใจ เพราะตัวเราเนี่ยเรารู้ตัวเองว่าเรามั่นใจตัวเราเอง ถ้าสมมุติเขาไม่มั่นใจ แล้วเขาเป็นคนคิดมาก เราต้องทำยังไงก็ได้ให้เขาเนี่ยรู้สึกว่าสบายใจ”    อั๋น “ไม่ได้หรอกค่ะแก่ป่านนี้แล้วรดไม่ได้ รดน้ำสังข์หรอไม่ได้หรอกค่ะคงจะสั่นตายแล้วค่ะ หนาวแล้วค่ะ ขอดูใจไปอย่างนี้ค่ะ เอาแค่นี้พอแล้ว มีความสุขแล้ว ขอบคุณเขาด้วยที่ดูแลเราให้รู้สึกเราดีขึ้น แต่ก่อนเราไม่เป็นอย่างงี้เลย เดี๋ยวนี้เรากลายเป็นอย่างงี้ได้เพราะเขาแหละ ขอบคุณมาก สองวันที่แล้วยังถามเขาเลยว่าถ้าอั๋นแก่ตัวไปอีก 10 ปีเนี่ย คุณจะทิ้งอั๋นไหม นั่งคุยอยู่บนโต๊ะกินข้าว เขาก็มองตาบอกจะทิ้งทำไม แล้วคุณจะรู้ว่าบาสจะดูแลคุณดีกว่าที่คุณเป็นอยู่ตอนนี้”ขอขอบคุณ ภาพและข้อมูลจาก ช่อง 8, รายการตัวจริงเสียงจริง ช่อง 8    อั๋น ชุลีพร อดีตเมีย ล้อต๊อก เปิดตัวแฟนรุ่นลูก   อั๋น ชุลีพร อดีตเมีย ล้อต๊อก เปิดตัวแฟนรุ่นลูก   อั๋น ชุลีพร อดีตเมีย ล้อต๊อก เปิดตัวแฟนรุ่นลูก   อั๋น ชุลีพร อดีตเมีย ล้อต๊อก เปิดตัวแฟนรุ่นลูก  

เต้ย พงศกร ช็อก! ภาพควง ดาว พิมพ์ทอง โผล่
เต้ย พงศกร /  เต้ย พงศกร ดาว พิมพ์ทอง / 

ถึงกับช็อก! เลยทีเดียว สำหรับพระเอกหนุ่มหล่อล่ำ เต้ย พงศกร หลังได้เห็นภาพข่าวควงนักแสดงสาว ดาว พิมพ์ทอง ไปดูคอนเสิร์ต โดยเจ้าตัวได้เผยในงานแถลงข่าวเปิดตัว “เจอร์นี่ย์ เดอะ ซีรี่ส์” บอกไม่ได้ไปกันสองคน คาดโดนครอปภาพ ส่วนสถานะเป็นแค่เพื่อนกัน พร้อมแย้มจะบวชในปีหน้านี้ ช่วงนี้โฟกัสงานก่อนจ่ะ สำหรับรายละเอียดมีดังนี้ “อ่อครับ ผมเห็นข่าวผมก็ช็อกเหมือนกันครับ เราเเค่ไปดูซงจุงกิด้วยกันแค่นั้นครับ ไปครั้งเดียวครับ ไปหลายคนด้วย ไม่ได้ไปกันสองคนครับ เขาคงไปครอปรูปครับ เราไปกันหลายคนครับ เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เข้าช่อง 3ใหม่ๆ เลยครับ เราเรียนแอ็คติ้งด้วยกัน เล่นเรื่องคุณชายรัชชานนท์ด้วยกัน เป็นเพื่อนกันครับ ไม่ได้จะพัฒนาอะไรอยู่แล้วครับ” “ใครบอกมีแฟน ตั้งใจทำงานขอโฟกัสทำงานก่อนครับ(ยิ้ม) ไม่ได้คุยครับ เรารู้อยู่แล้วว่าเราเป็นเพื่อนกัน พ่อแม่ผมก็รู้ครับว่าไปดูซงจุงกิ น้องสาวผมก็รู้ครับ ไปหลายคนครับทุกคนรู้หมดครับว่าผมไปไหน เอาเรื่องผมสิมาสัมภาษณ์ผม(หัวเราะ)” “อยากทำงาน อยากบวชอะไรให้เสร็จก่อนดีกว่า เพราะเราจะเบญจเพสจะ 25 ปีแล้วครับ เราตั้งใจทำงานก่อน บวชก่อนครับ เรื่องอื่นค่อยว่ากัน เดี๋ยวขอเปิดละครสองเรื่องก่อนแล้วค่อยบวชครับ เพราะพอดีปีหน้าผมก็ 25 ปีพอดีครับ ฤกษ์ยังครับเดี๋ยวปลายปีจะคุยกับคุณพ่อคุณแม่ครับ” “เราอยากโฟกัสเรื่องงานก่อนครับ ไม่กั๊กครับผมอยากตั้งใจทำงานครับ เราก็ต้องเข้าใจกันครับเราว่าเราให้กำลังใจกันเรื่องงานไปก่อนดีกว่า ไม่ครับแฟนคลับเขาชื่นชอบที่ตัวเรามากกว่า คุณแม่ก็หวงครับลูกชายคนโต แต่คุณแม่ก็ห่วงอีกคนหนึ่งเหมือนกัน ใครมีลูกใครก็ห่วงครับ เราตั้งใจทำงานครับ ยังไงก็ฝากติดตามเจอร์นี่ย์ เดอะซีรี่ส์ด้วยครับ จะออกอากาศวันที่ 7 กรกฎาคมนี้แล้วครับ” เต้ย กล่าว เต้ย พงศกร เต้ย พงศกร เต้ย พงศกร เต้ย - ดาว

รวม 10 เหตุการณ์เด่น ประเด็นดัง จากรอบแบ่งกลุ่ม ยูโร 2016
คิราลี่ /  ชาก้า / 

ยูโร 2016 ผ่านพ้นรอบแบ่งกลุ่มไปเป็นที่เรียบร้อย ตอนนี้ก็เหลืออยู่ 16 ทีมที่จะต้องฟาดฟันกันต่อไป ซึ่งตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมานั้นก็มี เหตุการณ์สำคัญ ที่น่าพูดถึงเกิดขึ้นมากมาย และทีมงาน MThai Sports ก็ได้คัดเอาที่เด่นๆ มาทั้งหมด 10 เหตุการณ์ โดยเรียงตามลำดับเวลาที่เกิดเหตุ มาดูกันหน่อยว่าจะมีอะไรกันบ้าง... 1. ดาบิด เด เคอา พัวพันข่าวปาร์ตี้เซ็กส์ เรียกได้ว่าอยู่ดีๆ ก็เกือบจะงานเข้าตั้งแต่ก่อนลงสนามนัดแรกให้ สเปน สำหรับ ดาบิด เด เคอา นายทวารจาก แมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งมีข่าวฉาวออกมาว่าเจ้าตัวไปมีเอี่ยวกับคดีคาวโลกีย์ในบ้านเกิด ตบท้ายด้วยข่าวลือที่ว่าทีมกระทิงดุได้ตะเพิดมือกาววัย 25 พ้นแคมป์ทีมชาติไปเรียบร้อย อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างก็เป็นเพียงแค่เรื่องโคมลอยเท่านั้น ก่อนที่ เด เคอา จะลงทำหน้าที่เฝ้าเสาให้กับทีมในทัวร์นาเม้นท์นี้ตามปกติ 2. สองพี่น้อง ชาก้า ในเกมที่ อัลบาเนีย เจอกับ สวิตเซอร์แลนด์ หน้าประวัติศาสตร์ของศึก ยูโร ได้จารึกว่ามีพี่น้องลงเผชิญหน้ากันด้วยการติดธงคนละทีมเป็นครั้งแรก นั่นคือ เทาลันด์ ชาก้า (อัลบาเนีย) และ กรานิต ชาก้า (สวิตเซอร์แลนด์) ซึ่งรากเหง้าของทั้งคู่นั้นมาจากพ่อแม่ชาว อัลบาเนีย ที่อพยพมาอยู่ในแดนนาฬิกา แต่เมื่อเติบโตขึ้นมา ทั้งคู่กลับเลือกที่จะรับใช้ทีมชาติกันคนละทีม จนในที่สุดก็ได้โคจรมาพบกันในทัวร์นาเม้นท์ใหญ่ดังกล่าว 3. แฟนบอล อังกฤษ กับ รัสเซีย ตีกันยับ งานนี้ทำเอา อังกฤษ ฮูลิแกนต้นฉบับไปไม่เป็นเหมือนกัน เมื่อเจอกับขาโหดอย่าง รัสเซีย ซึ่งทั้ง 2 ทีมตีกันยับทั้งก่อนเกม, ระหว่างเกม และหลังเกม ความรุนแรงที่เกิดขึ้นทำเอา ยูฟ่า ต้องออกมาขู่ว่าถ้าเกิดเหตุการณ์ทำนองนี้อีกจะตัดสิทธิ์ทั้ง 2 ฝั่งไม่ต้องแข่งมันต่อแล้ว โดยทางทีมหมีขาวนั้นโดนหนักกว่าด้วยการคาดโทษอย่างเป็นทางการ พร้อมปรับเงินสหพันธ์ฟุตบอลรัสเซีย เนื่องจากมีหลักฐานพร้อมว่าพวกนี้มันหาเรื่องก่อน นอกจากนี้ก็ยังมีข่าวซุบซิบออกมาด้วยว่า หนึ่งในสาเหตุที่แฟน รัสเซีย จ้องเล่นงาน อังกฤษ เป็นพิเศษ ก็เพราะให้ความชื่นชม และมองฮูลิแกนเป็นแบบอย่าง ก็เลยตีมันซะเลย เอากับเขาสิ! 4. โอซาน ตูฟาน เสยผมจนโดนยิง ในจังหวะที่ควรวิ่งเข้าไปบล็อคหรือบังทาง โอซาน ตูฟาน มิดฟิลด์ ตุรกี กลับเลือกที่จะห่วงหล่อด้วยการเสยผมที่เสียทรง ทำเอา ลูก้า โมดริช ตะบันไกลเสียบตาข่ายเข้าไปอย่างสวยงาม แถมมันได้กลายมาเป็นประตูชัยด้วยสกอร์ 1-0 แน่นอนว่าหลังเกม นักเตะวัย 21 ปี จาก เฟเนร์บาห์เช่ โดนสื่อวิจารณ์ยับอย่างช่วยไม่ได้ 5. โยอาคิม เลิฟ กับรสชาติแห่งความขมคอ ใครจะคิดว่ากุนซือมาดเนี้ยบทุกกระเบียดนิ้วอย่าง โยอาคิม เลิฟ จะกระทำการอุกอาจด้วยการจกเป้ากางเกงแล้วขึ้นมาดมในที่แจ้งแบบนั้น เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในเกม เยอรมัน พบกับ ยูเครน ซึ่งรูปเกมที่ชวนเครียดก็ทำให้ผู้จัดการทีมอินทรีเหล็กตกอยู่ในห้วงภวังค์ ทันใดนั้นก็ล้วงเอากลิ่นขมคอขึ้นมาดม โดยที่เจ้าตัวยอมรับในภายหลังว่าทำไปโดยไม่รู้ตัวเลย ถือว่าน่าเห็นใจ เลิฟ อยู่เหมือนกัน เพราะความสุขเล็กๆ แบบนี้มันก็ไม่ได้ไปทำให้ใครเดือดร้อนสักหน่อยนี่ 6. คริสเตียโน่ โรนัลโด้ งอแงหลังเอาชนะ ไอซ์แลนด์ ไม่ได้ ในเกมที่ใครๆ ต่างก็มองว่า โปรตุเกส ได้กินหมูแน่นอน แต่พวกเขากลับไม่สามารถเอาชนะ ไอซ์แลนด์ ได้ ทั้งๆ ที่ขึ้นนำไปก่อน แน่นอนว่าจอมหงุดหงิดเพื่อนร่วมทีมมือวางอันดับต้นๆ อย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ได้ออกอาการหัวเสียนับครั้งไม่ถ้วน แถมหลังเกมยังให้สัมภาษณ์ว่าฝั่งตรงข้ามดีแต่อุด เสมอได้ก็ดีใจอย่างกับได้แชมป์อีก นี่ยังดีที่ว่าข่าวลือไม่ยอมแลกเสื้อกับ อารอน กุนนาร์สสัน นั้นไม่ใช่เรื่องจริง ไม่งั้นล่ะครบเครื่องเลยทีเดียว 7. กาบอร์ คิราลี่ แก่สุดที่ลงสนามใน ยูโร ผู้รักษาประตูที่เคยเป็นตัวประกอบในเวที พรีเมียร์ ลีก อย่าง กาบอร์ คิราลี่ กลายมาเป็นคนที่สื่อให้ความสนใจเป็นพิเศษ เมื่อเขาลงเฝ้าเสาให้กับ ฮังการี นัดเจอ ออสเตรีย ด้วยการสร้างสถิติอายุมากที่สุดที่ลงเล่นในศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ด้วยวัย 40 ปี 47 วัน ที่น่าสนใจคือเขายังมีโอกาสขยายสถิติออกไปเรื่อยๆ พราะชาติของเขาทะลุเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ในฐานะแชมป์กลุ่มเอฟ นอกจากนี้ คิราลี่ ก็ยังมีลูกเล่นแปลกๆ มาโชว์ให้เราได้เห็นกันตลอด ทั้งขว้างหลอก, โยนลูกลอดขา และหลอกจิ้มหัวเกือก เรียกได้ว่ามาแจ้งเกิดเอาตอนแก่จริงๆ 8. แฟนบอล โครเอเชีย กระหน่ำโยนพลุไฟลงสนาม ความรุนแรงในสนามยังเกิดขึ้นอีกในเกมที่ สาธารณรัฐเช็ก เตะกับ โครเอเชีย คราวนี้เป็นการโยนพลุไฟลงสนามมาแบบไม่ขาดสายของแฟนบอลชาวโครแอต ระหว่างที่ทีมของพวกเขากำลังนำอยู่ 2-1 แน่นอนว่ามันไม่ได้เกี่ยวข้องกับความไม่พอใจในผลงานของทีมเลยแม้แต่น้อย แต่มันเป็นเพราะพวกเขาต้องการประท้วง ดาวอร์ ซูเคอร์ อดีตดาวยิงประจำชาติที่ผันตัวมาเป็นประธานสหพันธ์ฟุตบอลโครเอเชีย และไปพัวพันกับเรื่องราวทุจริตฉ้อโกงมากมายนั่นเอง 9. สวิตเซอร์แลนด์ เสื้อขาด ทุกวันนี้ด้วยเทคโนโลยีที่เน้นความบางเบาของเนื้อผ้า การที่นักเตะสักคนจะถูกดึงเสื้อจนขาดคาสนามคงเป็นภาพที่ไม่น่าแปลกอะไรนัก แต่ในเกมที่ สวิตเซอร์แลนด์ เจอกับ ฝรั่งเศส เสื้อแข่งของขุนพลสวิสนั้นขาดวิ่นกันไปถึง 4-5 คนเลยทีเดียว ซึ่งทางผู้ผลิตอย่าง พูม่า ก็ได้ออกมาชี้แจงแล้วว่าจะนำเสื้อแข่งเซ็ตนี้ไปวิเคราะห์หาสาเหตุกันต่อไป นอกจากนี้ก็ยังเกิดเรื่องอื่นๆ ในเกมเดียวกันด้วย นั่นก็คือลูกบอลแตก และฝรั่งเศสต้องใช้ชุดที่ออกแบบพิเศษ เนื่องจากผิดกฏ ยูฟ่า ถือเป็นเกมที่มีอะไรให้น่าพูดถึงเยอะเลยทีเดียว 10. ประตูชัยให้คนทั้งชาติของ อาร์มันโด้ ซาดิกู การมา ยูโร 2016 ครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ อัลบาเนีย ได้โชว์เพลงแข้งในทัวร์นาเม้นท์ใหญ่ แต่ผลงานของพวกเขาจาก 2 แมตช์แรกก็ต้องจบลงด้วยความชอกช้ำ เมื่อแพ้ต่อ สวิตเซอร์แลนด์ และ ฝรั่งเศส ด้วยสกอร์ 0-1 และ 0-2 ตามลำดับ ความหวังที่จะผ่านเข้ารอบต้องฝากไว้กับแมตช์สุดท้ายกับ โรมาเนีย ซึ่งสถานการณ์บังคับให้ต้องชนะลูกเดียว แต่ด้วยเกมรุกที่ยังผลิตสกอร์ไม่ได้เลยตลอด 2 เกมแรก ทำให้ใครๆ ต่างก็มองว่าเป็นเรื่องยาก จนกระทั่ง อาร์มันโด้ ซาดิกู โขกเข้าไปให้คนทั้งชาติได้เฮ กลายเป็นว่าประตูนี้ประตูเดียวเพียงพอที่จะทำให้พวกเขาได้ไปต่อในฐานะหนึ่งในทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุด นี่คือ 10 เหตุการณ์เด่นที่เราได้คัดเลือกมา หากคิดว่ามีเรื่องไหนที่น่าพูดถึงแล้วตกหล่นไปจากนี้ ก็สามารถแสดงความคิดเห็นกันเข้ามาได้ที่ด้านล่างนี้เลย!