ผมดัด

ฮือฮา! มีชัย ขู่ฟ้องเพจดัง บิดเบือนรัฐธรรมนูญ
ข่าวรัฐธรรมนูญ /  มีชัย / 

เพจดังสวน มีชัย หลังขู่ฟ้อง เหตุบิดเบือน ร่างรัฐธรรมนูญ  ลั่นไม่กลัวเชิญเลย เหน็บ "ไร้สำนึก" เคยเขียนกฎหมายจนคนตายมาแล้ว แต่ยังได้กลับมาเขียนอีก รายงานข่าวแจ้งว่า นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ เตรียมกำลังนำเรื่องเข้าหารือกับรัฐบาลเพื่อดำเนินการเอาผิดกับแฟนเพจดัง "หยุดดัดจริตประเทศไทย" ภายหลังมีการทำกราฟิคอินโฟบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เรื่อง “ฉีกหน้ารัฐธรรมนูญโจร สละเวลาอ่านเพียง 10 นาทีก่อนที่จะสายเกินไป” โดยนายมีชัย ให้เหตุผลว่า เป็นสิ่งที่รับไม่ได้เพราะเป็นการให้ข้อมูลเท็จ จำเป็นต้องหารือกับรัฐบาลในการจัดการกับปัญหานี้ ซึ่งการกระทำดังกล่าวไม่ใช่การปิดกั้นความเห็น แต่จำเป็นที่จะต้องจัดการโกหก บิดเบือน ขณะที่ผู้ดูแลเพจ "หยุดดัดจริตประเทศไทย" ก็ได้ออกมาแสดงความเห็นภายหลังนายมีชัย เตรียมจะเอาผิดในประเด็นดังกล่าวข้างต้นว่า ไม่กลัวกับคำขู่ หากไม่พอใจก็เชิญดำเนินการได้ เพราะนอายุปูนนี้แล้ว ยังทำตัว "ไร้สำนึก" เคยเขียนกฎหมายจนคนตายมาแล้วตอน "พฤษภาทมิฬ" วันนี้ก็ยังเขียนเหมือนเดิม "ท่านไม่กลัวที่เขียนรัฐธรรมนูญซุยๆ ออกมา ทำให้ประเทศชาติวิกฤตหนักกว่าเดิม แล้วทำไมผมจะต้องกลัวที่จะด่าพวกท่านด้วยละ นายมีชัย ยังสั่งให้ กรธ. ทำกราฟฟิคมาอวยข้อดี ของรัฐธรรมนูญได้เลย ผมก็ทำออกมาแต่เป็นด้านร้าย จริงๆ อย่าว่าแต่เป็นรุ่นพ่อ เกือบจะเป็นรุ่นปู่ยาตายาย ไม่อยากจะด่ามากหรอกนะ แต่คนอายุปูนนี้แล้ว ยังทำตัว "ไร้สำนึก" เคยเขียนกฎหมายจนคนตายมาแล้วตอน "พฤษภาทมิฬ" วันนี้ก็ยังเขียนเหมือนเดิม แปลว่ารัฐธรรมนูญที่ตัวเองเคยเกี่ยวข้องและบอกว่าไม่ดี "เขียนด้วยมือ แต่ลบด้วยตีน" เสมอ อายุก็จะ 80 แล้ว วันไหนตายก็ให้คนเขาสรรเสริญเถอะ อย่าให้เขาถ่มน้ำลายรดหน้าศพ ลูกหลานในอนาคตก็ลำบาก ไปไหนเขาก็ชี้หน้า ว่าเนี่ยดูไว้ ไอ้ตระกูลนี้ร่างกฎหมาย ให้ประชาชนต้องออกมาตายแล้วตายอีก เห็นขู่ก่อนหน้านี้อะไรนะ ถ้าค้านมากๆ โดนคว่ำ ฉบับใหม่จะเขียนให้หนักกว่านี้ "ยังจะหน้าด้านกลับมาเขียนอีกเหรอ" @ หยุดดัดจริตประเทศไทย 9 กุมภาพันธ์ 2559" ข้อมูลบางส่วนจาก Facebook @เพจดัดจริตประเทศไทย ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

กวินทร์ ขอโทษเเฟนบอล! ยกเเข้งต่างชาติเซี่ยงไฮ้ คือจุดเปลี่ยน
กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ /  กิเลนผยอง / 

นายทวารจอมหนึบทีมชาติไทย ออกโรงขอโทษเเฟนบอล “กิเลนผยอง” หลังร่วงตกรอบบอลถ้วยเอเชีย พร้อมยกเเข้งต่างชาติ เซี่ยงไฮ้ฯ คือของจริง กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ นายทวาร “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ขอโทษเเฟนบอลหลังทีมต้องตกรอบศึกเอเอฟซี เเชมป์เปี้ยนส์ลีก รอบเพลย์ออฟ หลังเป็นฝ่ายพ่ายให้กับ เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีเจ ไปขาดลอย 0-3 โดยยกนักเตะต่างชาติของเจ้าถิ่นคือของจริง สามารถพลิกเกมได้ตลอดเวลา “ทีม เซี่ยงไฮ้ฯ เป็นทีมที่ดีโดยเฉพาะนักเตะต่างชาติอย่าง กียาน เเละ คอนก้า เป็นนักเตะที่มีคุณภาพสูงสามารถพลิกเกมได้ตลอดเวลา ผมว่านี้มันคือจุดเปลี่ยนสำหรับเกมนี้ อีกอย่างคือทีมเรายังมีเวลากับโค้ชเเบน ได้ไม่นานด้วย รูปเเบบของทีมจึงยังออกมาได้ไม่เต็มที่ ก็ต้องขอโทษเเฟนบอลด้วย หลังจากนี้เราก็ต้องกลับไปโฟกัสที่เกมในลีค เเละฟุตบอลถ้วย ก.”

สถิติใหม่!นายกฯจ้อไม่ถึงนาที กับ ลุคใหม่ที่เรียบเฉย
นายกฯ /  ประยุทธ์ จันทร์โอชา / 

ลุคใหม่! "นายกฯ" ให้สัมภาษณ์สื่อฯท่าทางเรียบเฉย ใช้เวลาแค่ 40 วินาที พร้อมวอน สื่อฯตั้งคำถามสร้างสรรค์  จากกรณีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช.อารมณ์ฉุนเฉียวใส่สื่อจนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเป็นผู้นำ ต่อมา นายกฯได้แถลงขอโทษสื่อฯและประชาชน จากนั้นนายกฯไม่ให้สัมภาษณ์สื่อฯทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา วันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ได้ให้สัมภาษณ์สื่อฯอีกครั้งหลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะรัฐมนตรี โดยการให้สัมภาษณ์ครั้งนี้ถือเป็นลุคใหม่ของนายกฯ ที่พูดจาลักษณะแบบเรียบเฉยไม่ถึงนาที พร้อมขอความร่วมมือสื่อมวลชนปรับเปลี่ยนการตั้งคำถามอย่างสร้างสรรค์ โดย เฟซบุ๊ก Wassana Nanuam รายงานว่า ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เดินขึ้นโพเดี้ยม ตามปกติ พร้อมกล่าวว่า ในที่ประชุมวันนี้มีวาระที่พิจารณาสำคัญหลายวาระ ซึ่งจะมอบหมายให้ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีชี้แจงรายละเอียด นอกจากนี้ตนเองจะปรับเปลี่ยนแนวทางการให้สัมภาษณ์ใหม่ โดยหลังการประชุม ครม. จะมอบให้รองนายกรัฐมนตรีแต่ละด้าน รวมถึงรัฐมนตรีมาชี้แจงเพิ่มเติม พร้อมขอให้สื่อมวลชน ในการตั้งคำถามในเรื่องที่สร้างสรรค์ ที่ต้องการสร้างการรับรู้ให้กับประชาชน เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฎิรูปต่างๆ ซึ่งไม่อยากให้ทุกอย่างมาขัดแย้งกันเพราะจะทำให้ประเทศชาติเดินหน้าไม่ได้ แต่ยืนยันว่า ตนไม่เคยขัดแย้งกับใคร "อย่าให้ทุกอย่างมาขัดแย้งกัน ตอนนี้มันลำบาก บ้านเมืองจะไปไม่ได้ ผมไม่เคยโกรธใครอยู่แล้ว โอเคนะครับ สวัสดีครับ" นายกฯ กล่าว ก่อนที่จะเดินจากไป โดยไม่ตองคำถามใดๆ พร้อม บ้ายบาย โดยพบว่า ใช่เวลาแถลงแค่ 40 วินาที เท่านั้น ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

อุ๋ย บุดด้าเบลส แจงเหตุ วงแตก จริง!!!
Buddha Bless /  บุดด้าเบลส / 

เห็นมีกระแสข่าวแว่วๆ มาว่า 3 หนุ่มแร็ปเปอร์ แห่งวง Buddha Bless (บุดด้า เบลส)  ตอนนี้วงแตกไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย เพราะแต่ละคนต่างหันไปเอาดีกับการทำธุรกิจส่วนตัว เลยขอวางไมค์กันไว้ก่อน มีเพียงหนุ่ม อุ๋ย นที เอกวิจิตร เพียงคนเดียวที่ยังคงอยากทำงานเพลงที่รัก และโลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิง งานนี้เจ้าตัวเลยขอไขข้อข้องใจแทนเพื่อนๆร่วมวง ผ่านรายการ “เอ๊ะใครหว่า” ทางช่อง 8  ว่า              “ตอนนี้ผมทำอัลบั้มของผมคนเดียวอยู่ครับ และก็กำลังจะมีซิงเกิลใหม่ที่บุดดาเบลสฟีเจอริ่งกับพี่เจนนิเฟอร์ คิ้ม เป็นเพลงแนวสัจธรรมชีวิต ประมาณเดือนกุมภาพันธ์คงได้ฟังกัน มีกระแสมาว่าบุดดาเบลสวงแตก?เพื่อนๆต่างคนต่างก็มีงานอื่นทำกัน  แต่ตัวผมเองไม่มี สิ่งที่ผมมีความสุขที่จะทำมากที่สุดคือการทำเพลง ก็เลยกลับมามุ่งหน้าทำต่อ ถึงเพื่อนคนอื่นจะแยกไปทำกิจการของตัวเอง แต่บุดดาเบลสก็ไม่ได้หายไปไหน ผมก็บอกกับเพื่อนๆว่าถ้าอยากกลับมาทำเมื่อไหร่ก็พร้อมเสมอ แต่ตอนนี้ ถ้าใครจะหันไปทำอย่างอื่น ผมก็จะยังทำเพลงอย่างเดียว แล้วความรัก ได้มุ่งมั่นแบบนี้หรือเปล่า? ไม่มีเลยครับ ไม่มีคุยกับใครเลย เพราะวันๆก็ไม่ได้เจอใคร ส่วนใหญ่ผมจะอยู่บ้านทำเพลง ปาร์ตี้ผมก็ไม่ไป เหล้าก็ไม่กิน จริงๆก็มีเหงาอยู่ แต่ของอย่างนี้ถ้ามันมาเดี๋ยวก็มาเอง ถ้าไม่มาต่อให้วิ่งหายังไงก็คงไม่ใช่อยู่ดีครับ” ขอบคุณรูปภาพจาก IG : @guioui

มิ้นต์ ชาลิดา ในลุคเฟมินีน ชุดเดรสปักลูกไม้สีขาว สวยหรูดูดี!!
ชุดเดรส /  มิ้นต์ ชาลิดา / 

       มิ้นต์ ชาลิดา ในชุดเดรสสสีขาวปักลูกไม้ประดับคริสตัลได้ลุคคุณหนู ทรงผมง่ายๆเพียงแค่มัดผมหางม้าสูงรวบตึงเปิดใบหน้าสวยหวาน เผยผิวใสสุขภาพดี และเพิ่มจุดเด่นด้วยโบแดงน่ารักๆ บอกเลยว่าเดรสสีขาวเป็นสีที่ใส่ง่าย แต่ช่วยให้คุณดูดีได้ไม่ยากเลย!! แค่มีเครื่องประดับอย่างมุก หรือ สร้อยเพชรก็เข้ากับเดรสสีขาวแบบสุดๆแล้ว ภาพโดย Covinus

เปิดสาย แม้วจ้อหญิงหน่อย มั่น พท.ได้เป็นรัฐบาล!
ทักษิณ ชินวัตร /  ร่างรัฐธรรมนูญ / 

เผยบทสนทนา "ทักษิณ" คุย "สุดารัตน์" วิจารณ์ "ร่างรธน." มั่นใจ เลือกตั้งหน้า "เพื่อไทย" ได้เป็นรัฐบาล  จากกระแสข่าว นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้คุยโทรศัพท์ผ่านบุคคลทางการเมืองในการวิจารณ์เรื่องร่างรัฐธรรมนูญฉบับมีชัย ขณะที่สื่อมวลชนพยายามสอบถามความคิดเห็นในกรณีกับ บุคคลใน คสช. โดยเฉพาะ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. กลับถูกปฏิเสธในการตอบคำถาม ล่าสุด เว็บไซต์แนวหน้า รายงานว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โทรศัพท์สายตรงมาถึงคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย และแกนนำภาค กทม. ระหว่างการพบปะสังสรรค์กับอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยในเทศกาลตรุษจีน เมื่อวันที่ 6 ก.พ. ที่ผ่านมา โดยระบุว่า.... "ทีมกทม.มีหัวหน้าทีมผู้หญิงเก่ง มีความสามารถ เห็นร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้แล้ว ต้องบอกว่าห่วยแตก ให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญมากเกินไป เขียนแบบนี้ประเทศชาติถอยหลังลงคลอง เหมือนเมียนมา เกาหลีเหนือ ผมจากบ้านไปเกือบ 10 ปี แต่บ้านเมืองเรากลับถอยหลังไปเกือบ 20 ปี ตอนนี้ผู้นำก็บ้าอำนาจจนขาดสติ ขาดวุฒิภาวะ แสดงกิริยาไม่สมควร ขอให้พวกเราเตรียมตัวไว้เลย จะมีการเลือกตั้งในเร็วๆ นี้ มั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยมีโอกาสสูงมากที่จะกลับมาบริหารประเทศ" ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

เวียร์ รีบแก้ข่าว! ภาพปาปากอดสาว คือ กี้ รฐกร !!
กี้ รฐกร /  เบลล่า ราณี / 

สถานะกับ เบลล่า ราณี นางเอกต่างช่องยังคลุมเครือให้เป็นเพียง "พี่น้อง" สำหรับพระเอกหล่อล่ำ เวียร์ ศกลวัฒน์ ที่วันก่อนโดนปาปารัสซี่แชะภาพกำลังกอดคอโอบเอวสาวปริศนากลางคอนเสิร์ตที่สวนผึ้งจนคิดว่านี่คือหวานใจตัวจริงหรือเปล่า?? งานนี้ หนุ่มเวียร์ รีบชี้แจงเป็นการด่วน!! ยอมรับว่าเป็นภาพตัวเองจริง ส่วนหญิงสาวในภาพคือ กี้ รฐกร นักแสดงรุ่นน้องร่วมช่องที่ยกแก๊งไปดูคอนเสิร์ตด้วยกัน พร้อมยืนยันหนักแน่นว่า ไม่ได้พาสาวไป เพราะผมไม่ใช่คนแบบนั้น!!! "ไปคอนเสิร์ตที่สวนผึ้งกับเพื่อนๆ ประมาณ 6-7 คน มีผม มีกี้ รฐกร มีเพื่อนแก๊งบิ๊กไบค์ แก๊งดารารุ่นโตหน่อย ภาพโอบที่ออกมาไอกี้ครับ ไม่ใช่ใครครับ ผมจะมีเฉพาะเพื่อน กอดคอกันเต้นมันส์มากครับ มีนักร้องหลายคนที่เราชื่นชอบก็พาเพื่อนๆ กันไป ไม่ได้มีพาสาวไปครับ ผมไม่ใช่คนแบบนั้นครับ" "กับเบลล่าก็ยังเหมือนเดิม มีคุยบ้างครับ ก็ยังคุยไลน์อะไรได้ ที่มีข่าวเบลล่ากลับไปคุยกับเจมส์จิ ก็ไม่รู้เรื่องเลยครับ แล้วแต่ครับ ห่างขึ้นกว่าเมื่อก่อนมั้ยเหรอ ตัวผมเฉยๆ ไม่ได้รู้สึกครับ" "เรื่องที่เค้าจะสนิทกับใคร คือผมค่อนข้างโตนะ ผมไม่ใช่เด็กๆ ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยมีเวลาอยู่แล้ว เราก็ทำงานซะเยอะ มีชีวิตของเราอยู่ แล้วแต่คู่ว่าเค้าใช้อะไรในการยึดเหนี่ยวซึ่งกันและกัน ของผมเฉยๆ ครับ ต่างคนต่างมีชีวิตของตัวเอง เราจะไม่ไปก้าวก่ายซึ่งกันและกัน ทำสิ่งที่เราต้องทำนั่นคืออาชีพของเราให้ดีก่อน สถานะก็แล้วแต่ทุกคนจะเรียกแหละครับ ผมเองก็เรียกเค้าว่าน้องปกติ" "วาเลนไทน์นี้ยังไม่ได้ดูคิวเลยว่ารับงานไว้หรือเปล่า ส่วนใหญ่แล้วผมไม่ได้อะไรกับวันวาเลนไทน์ครับ ไม่ค่อยอะไรกับวันสำคัญ เรื่องแต่งงานผมพร้อมอยู่แล้วครับ แต่ว่ามันไม่รู้อ่ะ ผมว่าคุยเรื่องอื่นดีกว่า" เวียร์ กล่าว ขอบคุณภาพจาก IG @charleeboots เวียร์ ศกลวัฒน์ เวียร์ ศกลวัฒน์ เวียร์ ศกลวัฒน์ เวียร์ ศกลวัฒน์ เวียร์ ควงสาวดูคอนเสิร์ต เวียร์ โอบสาวกลางคอนเสิร์ต เวียร์-กี้ รฐกร กี้ รฐกร

ดิว อริสรา Maxim นางร้ายสุดเผ็ด เร่าร้อนกว่าที่คิด
bikini /  maxim / 

ดิว อริสรา ดาราสาวสวยอีกคนของวงการ ที่บทบาทนางร้าย สุดแซ่บ สุดเผ็ดในทุกเรื่องที่เธอแสดง ล่าสุดกับบทบาทนางแบบบนปกนิตยสาร MAXIM ที่ต้อนรับต้นปีด้วยความเร่าร้อนริมชายหาดทะเล ร้ายๆ น่ารักๆ ร้อนขึ้นมาทันที อืมมม ได้เรื่องเลยนะ เชื่อผมสิ!! ชอบนางร้าย เพราะเด็ดกว่านางเอกนะบางที ติดตามความเซ็กซี่ของเธอต่อได้ที่ Maxim Magazine January 2016 หรือ http://maximthai.com/

รักใดเท่าแม่!แม้ป่วยหนักไม่หาหมอ ขอสู้-ดูแลลูกพิการ
ตาบอด /  พิการซ้ำซ้อน / 

ตึ้ง ตึ้ง ตึ้ง! ประหนึ่งคล้ายเสียงบางอย่างกำลังปะทะผนังบ้านไม้เก่า เมื่อก้าวเข้าข้างใน ปรากฎร่าง "หญิงสาว" ซูบผอมราวหนังติดกระดูก อยู่ในสภาพเปลือยกายนั่งตัวสั่น หันศรีษะไปมากระแทกเข้าฝาบ้าน ยิ่งกว่านั้น สองมือซ้ายขวาล้วงเข้าเบ้าควักลูกตาห้อยโตงเตง ผู้เป็นแม่ไม่รีรอ เกรงลูกอันตราย โผกอดแนบกายคว้าผ้าห่มคลุมตัว ก่อนช่วยลูกนำ "ดวงตา" กลับเข้าที่เดิม สองมือประคองปลอบ สองแก้มแปะเปื้อนคราบน้ำตาไหลลงบนหน้าผากลูก คุณแม่ระเบียบ สุตะวิบูลย์ (อี๊ด) อายุ 64 ปี เล่าย้อนความทุกข์ยากของครอบครัวด้วยน้ำเสียงสะอื้นว่า น.ส.วันเพ็ญ สุตะวิบูลย์ (นุช) อายุ 35 ปี  ลูกสาว มีความผิดปกติพิการซ้ำซ้อนโดยกำเนิด ทั้งตาบอด หูหนวก เป็นใบ้ และโรคหัวใจ เนื่องจากคลอดก่อนกำหนดประกอบกับขณะตั้งครรภ์ ตนเองป่วยเป็นโรคหัดเยอรมัน ส่งผลให้คุณนุชต้องเกิดมาในสภาพเช่นนี้ "หมอบอกให้ทำใจ ถามจะเอาไว้ไหม ด้วยความเป็นแม่ รักเขาสงสารเขา จึงขอเอาไว้ หวังออกมาอาจปกติเหมือนลูกอีก 3 คนก่อน แต่ไม่เป็นดั่งหวัง ก็ต้องเลี้ยงเขาต่อไปให้ได้ เอาสมบัติทั้งหมดมารักษาเขา ขายทุกสิ่งจนหมดตัว จนเขาได้ 2 ขวบ หมอบอกว่าพอเถอะ พอแล้ว หมดหนทางรักษาแล้ว"   ย้อนไปหลาย 10 ปีก่อน คุณป้าอี๊ด มีลูกทั้งหมด 4 คน เป็นลูกสามีเก่า 2 คน และลูกสามีใหม่ 2 คน ซึ่งทั้ง 3 คนคลอดออกมาและเติบโตใช้ชีวิตได้อย่างปกติ ยกเว้น ลูกคนสุดท้อง คือ คุณนุช เมื่อต้องหมดเงินสิ้นเนื้อประดาตัวไปกับค่ารักษาอาการป่วยของลูก เคราะซ้ำสามีใหม่ก็มาทอดทิ้ง หอบลูกอีกคนหนีตีจากไป ขณะที่สามีเก่าและลูกอีก 2 คนก็ไม่เคยแวะเวียนมาดูดำดูดีใดๆ ปล่อยหญิงชราและลูกพิการต้องเผชิญชะตากรรมต่อสู้-อยู่ลำพังมาถึงวันนี้ "เชื่อไหม ลำพังเงินรับจ้างหาเช้ากินค่ำยังไม่พอเลย บางวันไม่มีเงินสักบาท ต้องไปขอข้าววัดข้าวชาวบ้านมากินกับลูก หอบลูกไปอาศัยอยู่กับใคร เขาก็รังเกียจ จำต้องออกมาหาที่อยู่เอง และหายืมเงินกู้พวกหมวกกันน๊อค พอไม่มีจ่ายก็ถูกซ้อม ยิ่งซ้อมยิ่งเจ็บยิ่งเจ็บยิ่งไม่มีกำลังทำงานแทบไม่ได้ ถูกซ้อมจนต้องขึ้นโรงขึ้นศาล แต่โชคยังเข้าข้างบ้าง เขาตัดสินให้ผ่อนจ่ายแต่เงินต้นได้ ก็หามาโป๊ะเรื่อยๆกว่าจะหมด หมดแล้วก็เป็นหนี้เพื่อปากท้องอยู่ดี" เมื่อหมดหนทางรักษาลูก-ชีวิตถูกทอดทิ้ง สองมือหอบลูกร่อนเร่กลับมายังบ้านเก่าย่านซอยเรวดี หวังตั้งรากฐานชีวิตใหม่ โชคยังดีที่ฟ้าเมตตาประทานเพื่อนบ้านมีน้ำใจ คุณบุญช่วย อ่ำสอน (หลี) อายุ 68 ปี ผู้ให้เช่าบ้านราคาถูกเพียง 1 พันบาท พร้อมช่วยดูแลลูกเมื่อออกหางานนอกบ้าน แต่ก็ไม่มีใครอยากได้ "หญิงชรา-ป่วยโรคกระดูกทับเส้น" เข้าทำงาน พี่สาวป้าหลีจึงเอื้อเฟื้อเปิดพื้นที่หน้าบ้านติดถนนให้ตั้งโต๊ะค้าขายผลไม้ แต่รายได้ก็ไม่พอจ่าย ยังต้องกู้หนี้ยืมสินอยู่ดี ชีวิตยิ่งวิกฤตหนักเมื่อปี 2554 เกิดน้ำท่วมใหญ่ บ้านที่เขาให้เช่ากลับถูกน้ำท่วมเสียหาย ต้องหอบลูกหนีไปอาศัยอยู่ที่อื่น ด้วยความเวทนา 2 แม่ลูก ป้าหลีพร้อมเพื่อนบ้านรายอื่นๆได้แจ้งเรื่องความช่วยเหลือไปยังเทศบาลนครนนทบุรี ทางเทศบาลฯจึงเข้ามอบสิ่งของยังชีพพร้อมซ่อมแซมบ้านเช่าที่ถูกน้ำท่วมหนักให้ตามโครงการบ้านท้องถิ่นไทยเทิดไท้องค์ราชัน และส่งเจ้าหน้าที่ติดตามความเป็นอยู่ "ตอนน้ำท่วมใหญ่ ชีวิตลำบากมาก ต้องระหกระเหินไปหาที่อยู่ ไปอยู่ไหนใครก็ไล่ แต่ดีที่ป้าหลีและเพื่อนบ้านแจ้งเทศบาลฯมาช่วย โดยเฉพาะซ่อมบ้านและติดเหล็กดัดให้ เพื่อป้องกันคนเข้ามาทำไม่ดีต่อลูก เพราะลูกแก้ผ้าเดินอยู่ในบ้านตลอด ช่วงนั้นเป็นห่วงมาก เพราะเคยเกิดเหตุบ่อย ก็ได้เพื่อนบ้านที่ช่วยกันสอดส่อง" เปิดใจ...คุณแม่ระเบียบ เมื่อบ้านเช่าซ่อมแซมเสร็จประกอบกับมีเพื่อนบ้านใจดี ป้าอี๊ดก็กลับมาปักหลักอยู่บ้านหลังเดิม พร้อมกับของใช้เก่าๆ สิ่งที่ขาดไม่ได้ คือ พัดลมที่ไว้ดับร้อนให้กับลูก พัดลมเพดานและพัดลมตั้งพื้น ได้รับบริจาคจากเพื่อนบ้าน และได้ทางการไฟฟ้ามาช่วยติดตั้งให้ พร้อมกำชับข้อห่วงใย ห้ามเปิดพัดลมตัวเดียวตลอดทั้งวัน หมั่นสลับใช้ตัวอื่น กังวลว่าบ้านหลังนี้อาจเสี่ยงไฟไหม้ เรื่องกลิ่นเหม็นคละคลุ้งทั่วบ้านจากการขับถ่ายของลูก เป็นอีกข้อกังวลของป้าอี๊ด ที่ไม่ค่อยมีเวลาทำความสะอาดบ้าน เพราะต้องออกไปตลาดคลองถมแต่หัวรุ่งเพื่อหาซื้อผลไม้มาขาย กว่าจะได้กลับเข้ามาบ้านแต่ละวันก็มืดค่ำ ทำได้เพียงแค่แวะมาดูลูกที่บ้านได้ไม่กี่นาที และการมาแต่ละครั้งต้องนั่งวินมอเตอร์ไซค์ไป-กลับ เสียเงินราว 20 บาทต่อครั้ง แม้ระยะทางจากที่ขายของถึงตัวบ้านห่างเพียงไม่ถึงกิโลเมตร ก็ไม่สามารถเดินเหินมาได้ เนื่องจากเจ็บปวดจากโรคอาการกระดูกทับเส้น "ทุเรศตัวเองนะ แต่ละวันแค่จะแว๊บไปดูลูก ทางไม่ถึงโล ยังแทบเดินไปไม่ได้ ต้องมาเสียค่าวินฯนั่งไปกลับอีก เจ็บแค่ไหนก็ต้องแบกร่างไปหาลูกให้ได้ ห่วงไปหมด กลัวใครมาทำอะไร กลัวเขาหกล้มเจ็บหรือทำร้ายตัวเองอีก กลัวไฟไหม้ กลัวสารพัด เหตุผลที่ไม่ไปหาหมอมากว่า 10 ปี ก็เพราะเราเป็นห่วงเขามากมากกว่าเราห่วงตัวเอง" เมื่อพูดถึงอาการป่วยของลูก คุณนุชป่วยพิการซ้ำซ้อนตั้งแต่ ตาบอด หูหนวก เป็นใบ้ โรคหัวใจ ลมชัก  ร่างกายร้อนตลอดเวลาถึงขั้นใส่เสื้อผ้าไม่ได้มากกว่า 30 ปี และทีมข่าวถึงกับตกใจ ขณะเมื่อสัมภาษณ์ป้าอี๊ด คุณนุชได้พยายามควักลูกตาออกมา จนป้าอี๊ดต้องช่วยนำใส่เข้ากลับที่เดิม ซึ่งเป็นอีกอาการป่วยที่น่าเป็นห่วง เพราะคุณนุชมักควักลูกตาออกอยู่บ่อยครั้ง "ไม่ต้องตกใจหรอก เป็นเรื่องปกติ เขามักจะควักลูกตาออกมาเล่นประจำ เพราะเขาอยากมองเห็น ความมืดมันน่าเบื่อน่ากลัวสำหรับเขา ไม่อันตรายแล้ว แรกๆที่เขาควักออกมาป้าและใครๆก็ตกใจ เขาก็ไม่มีอาการเจ็บและไม่มีเลือดหรืออะไรไหลออกมาแล้ว เพราะตาเขามันทั้งบอดและไร้ความรู้สึกใดๆมานานแล้ว" อ่างปูนหน้าประตูบ้าน มีน้ำใส่ไว้อยู่ครึ่งอ่าง แต่เหตุใดน้ำกลับไม่สะอาดและมีกลิ่นเหม็น? ป้าอี๊ดบอกว่า อ่างนี้คืออีกหนึ่งสิ่งแสนเวทนาสำหรับลูก เพราะนอกจากเขามักขับถ่ายบนที่นอนของตนเองเป็นประจำแล้ว แต่ในบางครั้งเพื่อรอแม่กลับมาจากทำงาน เขาจะนั่งแก้ผ้ารอและลงไปขับถ่ายอยู่ในอ่างนั้น หากป้าอี๊ดยังล่าช้าไม่กลับมา เพื่อประทังความหิวโหย น้ำผสมสิ่งขับถ่ายนั้น คือ อาหารของเขาในทันที "สุดเวทนาเลย วันไหนป้ากลับมาช้า เขารอไม่ไหว เขาก็จะกิน (ฉี่-อึ) ของเขาเองในอ่างน้ำ ป้าเคยกลับมาเห็นต่อหน้า ถึงกับร้องไห้วิ่งเข้ากอดลูกเลย และขอโทษลูกเสมอที่ป้ากลับมาช้า และโทษตัวเองที่ต้องทำให้ลูกตกอยู่ในสภาพนี้" สิ้นเสียงร้องไห้ มือซ้ายปาดน้ำตา มือขวาลูบคลำลำตัวลูก พร้อมพูดว่า ป้าอี๊ดจะไม่มีวันทิ้งลูก ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม จะอยู่ดูแลกันไปจนวันตายจาก ไม่สนคำครหาที่ว่า "รังแกลูก" ไม่ปล่อยให้ใครมารับลูกไปดูแล ไม่ว่าจะเป็นแต่สถานสงเคราะห์หรือสถานที่ใดๆ เพียงหวังความเข้าใจในหัวอกของคนเป็น "แม่" แม้จะลำบากยากเข็ญเพียงไร ก็ไม่มีวันทอดทิ้งลูก และ หวังให้สังคม "เห็นใจ" หากใครมีเมตตา-ให้ความช่วยเหลือ "ขอบคุณ MThai ที่มา และ ขอบคุณผู้ใจบุญทั้งหลาย หากได้ดูและอยากช่วยเหลือพวกเรา และอยากให้สังคมเข้าใจป้า เพราะรักลูก จึงไม่อยากให้ใครเอาไป ไม่วางใจว่าใครจะดูแลและรู้ใจเขาได้เท่าเรา และที่สำคัญ เพราะความเป็นแม่ ไม่ว่าเหตุผลใดก็ตาม ป้าก็ทิ้งเขาไม่ได้ ไม่มีวัน เราจะตายจากไปด้วยกัน"  คำวิงวอนขอความช่วยเหลือ...คุณแม่ระเบียบ MThai News ขอเป็นกำลังใจกับครอบครัวคุณแม่ระเบียบ และหากผู้ใดใจบุญต้องการให้ความช่วยเหลือ สามารถบริจาคเงินผ่านบัญชี นาง ระเบียบ สุตตวิบูลย์ เลขที่ 057-1-39218-6 ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา สาขา ติวานนท์ (แคราย) หรือ มอบสิ่งของบริจาคได้บ้านเลขที่ 77/35 ม.4 ซ.เรวดี ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี หรือ โทรติดต่อ 086-972-3758 (ป้าระเบียบ) / 086-339-0876 ป้าหลี (เพื่อนบ้านช่วยเหลือป้าระเบียบ) ชัยพัฒน์ แกล้วทนงค์ รายงาน / ภาพ  แจ้งเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ ช่วยเหลือสังคม ได้ที่ news.mthai.com@gmail.com ติดตามสกู๊ปข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ออกแล้วพูดไรก็ได้! ร็อดเจอร์ส ถามเจ้าของหงส์ทำเพื่อแชมป์หรือทำเพื่อเงิน
ลิเวอร์พูล /  หงส์แดง / 

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส อดีตผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ได้อีกออกมาตีแสกหน้า จอห์น เฮนรี่ เจ้าของทีมว่า ทุกวันนี้เข้ามาซื้อทีมเพื่อโกยเงินหรือทำเพื่อให้ทีมเป็นแชมป์ ก่อนหน้านี้นัดที่ถูกซันเดอร์แลนด์ ตามตีเสมอ 2-2 มีแฟนบอลบางส่วนประท้วงด้วยการเดินออกจากสนามตั้งแต่นาทีที่ 77 เพื่อประท้วงเชิงสัญลักษณ์ไปถึงสโมสรที่สนใจแต่ธุรกิจด้วยการขายตั๋วแพงเกินไป แม้แต่ เจมี่ คาร์ราเกอร์ อดีตกองหลังระดับตำนานของทีมยังเอาด้วย  ซึ่งงานนี้ ร็อดเจอร์ส ที่ถูกไล่ออกจากตำแหน่งได้ทีออกมาตอกหน้าบรรดาผู้บริหารสโมสรเดิมด้วยการพูดผ่าน บีทีสปอร์ตว่า “ผมยากนะกับการทำงานภายใต้นโยบายการซื้อขายผู้เล่น” บีร็อดเปิดประเด็น “สโมสรต้องตอบคำถามให้ได้ว่าพวกเขาทำทีมด้วยธุรกิจ หรือทำทีมเพื่อเป็นแชมป์กันแน่” “การทำทีมเพื่อเป็นแชมป์คือการที่คุณพยายามซื้อนักเตะคุณภาพดี โดยไม่ต้องสนเรื่องอายุของพวกเขา ไม่ใช่เอาแต่ซื้อดาวรุ่งมาปั้นเพื่อขายต่อ” ร็อดเจอร์ส จัดหนัก

ไทม์ไลน์ฉบับย่อ หลังเตียงหัก จับผิดสำนวนปมแฉ 'ทับทิมนอกใจปลื้ม'
คลิปเสียง /  ทับทิม / 

ไม่เป็นอันทำอะไร สำหรับนักสืบออนไลน์ที่พากันตั้งข้อสังเกต เกี่ยวกับกรณีมีบุคคลปริศนา ออกมาแฉเรื่องราวใต้เตียงของคู่ ปลื้ม สุรบถ และ ทับทิม มัลลิกา ซึ่งเหลือเพียงร่องรอยความสัมพันธ์ของความเป็น 'เพื่อน' แต่เรื่องนี้ เห็นทีจะไม่จบลงง่าย ๆ เนื่องจาก มีความไม่ชอบมาพากล ที่ไม่อาจไม่เล็ดลอดสายตานักสืบโซเชียลเหล่านี้ไปได้ จึงมีการนำเอากระทู้ ที่มีการเผยแพร่เรื่องราวผ่านเว็บไซต์พันทิป ในเชิงที่สื่อว่า  ทับทิม มัลลิกา นอกใจ ปลื้ม พร้อมงัดหลักฐานมามัดตัวฝ่ายหญิงเป็นคลิปเสียง ที่มีการแชร์สนั่นโลกออนไลน์ ว่ากระทู้ดังกล่าว มีสำนวน การใช้ภาษาคำว่า 'ละ' แทนคำว่า 'และ' คล้ายสำนวนภาษา ที่ปลื้ม ใช้โพสต์บรรยายภาพ หรือโพสต์ลงในสื่อโซเชียลส่วนตัวดังนี้ --------------------------------------------------------------------------------------------------------- ส่วนกรณีเรื่อง ชายปริศนา ชื่อคังเหว่ย ที่เข้ามาพัวพันในเรื่องดังกล่าว มีการผูกโยงไปถึงนักร้องชื่อดังตัวอักษรย่อ ช. ที่เป็นประเด็นถกเถียงกันไปทั่วโลกออนไลน์ --------------------------------------------------------------------------------------------------------- บุคคลปริศนา อ้างเป็นน้อง ปลื้ม แฉสนั่นออนไลน์ 'ทับทิม' อดีตภรรยา พร้อมแนบคลิปเสียงยัน เกิดการแชร์เรื่องราวของปมดราม่า อดีตคู่สามีภรรยา ปลื้ม สุรบถ และ ทับทิม มัลลิกา หลังจากที่ทั้งคู่ออกมายอมรับว่า 'เตียงหัก' พร้อมทั้งลดสถานะเหลือเพียงแค่เพื่อน โดย สาวทับทิม ขอลาออกจากรายการ VRZO พร้อมทั้งมีการปล่อยภาพแฉฝ่ายชาย เกี่ยวกับหญิงสาวมือที่ 3 ซึ่งฝ่ายชายยืนยันว่าไม่มีเรื่องเกินเลย พร้อมทั้งกล่าวว่าจะดำเนินคดีกับผู้ที่นำเรื่องมาประติดประต่อกัน เรื่องยังไม่จบเพียงเท่านั้น มีประเด็นต่อคือ มารดาของ ปลื้ม สุรบถ ได้โพสต์รูปภาพผ่านไอจีส่วนตัว แสดงให้เห็นเหตุการณ์ขณะที่ตนกำลังเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจถึง 6 กระทง เกี่ยวกับการกระทำของอดีต 'ลูกสะใภ้' จนเกิดกระแสวิพากษ์ไปทั่วทุกสารทิศ กระนั้นวานนี้เพจ Black Hat โพสต์คลิปเสียงหญิงสาวปริศนา พร้อมเช็คอินสถานที่ "พัฒนาการ 46 สัมภาษณ์งานรายการ VRZO VRZO VRZO!!!!!" ซึ่งหญิงสาวลึกลับในคลิปบอกเล่าความสัมพันธ์ของตนเองกับหนุ่มปริศนา ฟันธงเสียงหญิงสาวคนในคลิปว่า เหมือนกับ สาวอักษรย่อ บต. หนึ่งในทีมงานรายการ VRZO ซึ่งตอนนี้เจ้าตัวได้ปิดทุกช่องทางออนไลน์ ส่วนตัวไปแล้ว ยังไม่จบเพียงเท่านั้น วันนี้ มีการแชร์ภาพ แคปเจอร์ ของเรื่องราว ที่ถูกเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์พันทิปของ 'บุคคลปริศนา' ที่อ้างตัวว่าเป็นน้องคนหนึ่งของปลื้ม พร้อมทั้งแฉเรื่องราวของอดีตภรรยา ถึงความไม่เป็นธรรม ที่สังคมรุมประณามฝ่ายชายแต่ฝ่ายเดียวหลังจากที่ทั้งคู่เลิกกัน IG : tubtimofficial พร้อมกันนี้ยังได้แฉเรื่องราวว่า 'ขณะที่พี่ปลื้มคบกับพี่ทับทิมจะมีผู้ชายแอบคุยในLINEตลอด พอพี่ปลื้มจับได้ก็จะทำเป็นโชว์ว่าจะเลิกคุยๆแต่สุดท้ายก็ยังแอบคุยกันอยู่ดี ไม่ว่าจะเป็นแฟนเก่าที่เป็นดารา หรือคนเก่าๆที่เคยเป็นข่าว เวลาทะเลาะกันพี่ทับทิมก็จะชอบโทรหาให้ผู้ชายมารับและหายไปสองวัน พี่ปลื้มจับได้ตั้งแต่เริ่มคบกับพี่ทับทิมใหม่ๆแล้วแต่ยังไม่ยอมเลิกจนทุกวันนี้ ซึ่งเป็นกิ๊กเก่าและชอบขับรถมารับละหายไปเป็นวันๆเป็นดาราอักษรนำ "ช" ส่วนเหตุการณ์สุดท้ายที่ทำให้ความอดทนทั้งหมดของพี่ปลื้มหมดไปนี่เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้น วันที่ 29 พฤศจิกายน 2559 (ซึ่งพี่ทับทิมกับพี่ปลื้มยังไม่เลิกกัน) เหตุการณ์เกิดที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านตลาดนัดรถไฟ ซึ่งพี่ทับทิมกับผู้ชายชื่อ คังเหว่ยได้ไปทำเรื่องน่าเกลียดกันในร้านแห่งนั้นในมุมมืดๆ แต่ก็เพิ่งมารู้ตัวว่าร้านนั้นมีกล้องวงจรปิด ตอนนั้นผมได้ไปช่วยงานที่ร้าน...ที่อยู่ตรงแถวนั้นพี่ทับทิมจึงlineมาหาผมและส่งข้อความเสียงมาตามข้างล่างนี้่' https://youtu.be/5G_LjDEJZPE อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กระทู้ดังกล่าวได้ถูกลบออกไปจากเว็บไซต์แล้ว แต่กระนั้น เรื่องดังกล่าวกลับไม่รอดพ้นมือดี บันทึกเรื่องราวเอาไว้ได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามว่า จะมีการออกมาชี้แจงความจริงเรื่องดังกล่าวจากทั้งคู่หรือไม่ หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป... ที่มา nantapat.paru

อย่าทำอีกนะ! คล็อปป์ อ้อนเดอะค็อปอย่าวอลเอ้าท์อีก
ตลาดซื้อขายนักเตะ /  ลิเวอร์พูล / 

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมันของทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ที่เพิ่งหายจากการไปผ่าตัดรักษาอาการไส้ติ่งอักเสบออกโรงอ้อนแฟนบอลว่าอย่าประท้วงด้วยการเดินออกจากสนามอีกเลย หลังจากที่ในนัดก่อนหน้านี้ ลิเวอร์พูล ที่ไม่ม่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ยืนคุมทีมข้างสนามเพราะต้องไปผ่าตัด ออกนำซันเดอร์แลนด์ไปก่อน 2-0 แต่ในนาทีที่ 77 แฟนบอลบางส่วนได้ประท้วงด้วยการเดินออกจากสนามเพื่อแสดงความไม่พอใจที่สโมสรขายตั๋วในราคาแพงเกินไป และสุดท้ายทีมถูกไล่ยิงตีเสมอในช่วงท้ายเกมส์ ทไให้กุนซือชาวเยอรมัน ออกโรงอ้อนวอนแฟนๆ “จริงๆแล้วผมอยากรู้ข้อมูลในแง่มุมอื่นๆเพิ่ม เพื่อที่จะหาต้นตอของปัญหา แต่สิ่งที่ผมต้องการอย่างยิ่งคือผมไม่ต้องการให้แฟนบอลออกจากสนามก่อนที่เกมส์จะจบ นี่คือทั้งหมดที่ผมสามารถพูดได้ ตอนที่ผมได้ยินเรื่องการวอลเอ้าท์ ผมรู้สึกผิดหวังเอามากๆ” คล็อปป์กล่าว สำหรับอดีตกุนซือดอร์ทมุนด์ฟื้นตัวจากการผ่าตัดและจะสามารถกลับมาคุมลูกทีมลงแข่งขันฟุตบอลเอเอฟคัพรอบ4นัดรีเพลย์ที่จะบุกไปเยือนเวสต์แฮมยูไนเต็ด ในวันอังคารนี้ได้

อีกมุม! ปมโครงสร้างปี๊บอาคารไต้หวัน
ข่าวแผ่นดินไหว /  ตึกถล่ม / 

ผู้สันทัดกรณีเชื่อเป็นเทคนิคลดน้ำหนัก ปมอาคารไต้หวัน ใช้ปี๊บเป็นส่วนประกอบโครงสร้าง  หลังจากเกิดเป็นฮือฮาภายหลังพบว่า ตึกใน ไต้หวัน ที่พังทลายจากเหตุแผ่นดินไหว มีปี๊บเป็นส่วนประกอบของโครงสร้างอาคารจนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวา งถึงสาเหตุที่ตึกพังดังกล่าวน่าจะมาจากส่วนประกอบโครงสร้างที่ไม่ได้มาตรฐานนั้น ล่าสดผู้ใช้เฟซบุ๊ก @Pat Hemasuk ได้อธิบายถึงเรื่องดังกล่าวว่า น่าจะเป็นการทำเชิงเทคนิคเพื่อลดน้ำหนัก ไม่ใช่การสร้างอาคารที่ไม่ได้มาตรฐานแต่อย่างใด โดยระบุว่า มีข่าวออกมาถึงเรื่องอาคาร 17 ชั้น Wei-guan Golden Dragon ของไต้หวันที่พังลงมาจากแผ่นดินไหว 6.4-magnitude กินชีวิตคนไปไม่น้อยนั้น ในข่าวของสำนักข่าวต่างประเทศและข่าวภายในประเทศไต้หวันเองนั้น ได้ออกภาพมาชุดหนึ่งถึงการเอาปี๊บน้ำมันพืชมาใช้สร้างอาคารโดยมีคอนกรีตหล่อทับอีกที ข่าวของต่างประเทศถึงกับตีข่าวว่า "Tin cans found ‘reinforcing’ concrete walls of high-rise building which collapsed in Taiwan quake" เรื่องนี้ผมนั่งดูรูปแล้วพิจารณาว่าข่าวของฝรั่งมันแหม่งๆ พิกล มันคงจะไม่ใช่ concrete walls อย่างในข่าวหรอกครับ ผนังคอนกรีตอะไรมันจะหนาขนาดนั้น แต่ผมเองนั้นไม่ได้มองว่าการก่อสร้างอาคารหลังนี้โกงกินค่าก่อสร้างโดยเอาปี๊บไปยัดในโครงสร้างในส่วนของ beam and column แต่อย่างไร ผมดูจากภาพแล้วพบว่า reinforced concrete มันมีการแบ่งตัวชัดเจนว่า อะไรคือ Concrete slab ถ้าจะดูกรอบสีแดงที่ผมเอาใส่ไว้ ด้านซ้ายและขวา มันเดาได้ไม่ยากเลยว่ากรอบแดงด้านซ้ายมือคือ beam ที่มีการเสริมเหล็กบนล่าง และกรอบสีแดงด้านขวาคือ column เพราะมีการเสริมเหล็กรอบ แล้วไอ้เจ้าคอนกรีตที่มีปี๊บไปฝังตรงกลางมันคืออะไร "ผมมองจากขนาดเหล็กเส้นที่เสริมบนล่าง ผมมองว่ามันคือ Voided biaxial slabs คือพื้นที่มีการลดน้ำหนักอย่างหนึ่งเพื่อให้พื้นมีน้ำหนักเบา เพราะพื้นที่ตรงกลางเนื้อคอนกรีตมันไม่ได้รับแรงอะไร แต่มันคือตัวเพิ่มน้ำหนักให้กับโครงสร้างอาคาร" ตัวรับแรงคือบริเวณ บน-ล่าง ดังนั้นถ้าทำให้มันกลวงได้น้ำหนักของพื้นมันก็ลดลงสามารถเพิ่ม span ออกไปได้มากมาย ดังนั้นเสารับกลางพื้นก็ห่างขึ้นได้ ขนาดคานก็ลดลง column load ของตัวอาคารก็ลดลงมหาศาล ในต่างประเทศมีการใช้ Voided biaxial slabs มานานแล้ว โดยจะใช้กล่องพลาสติกขนาดใหญ่มาใส่เรียงกันแทนเนื้อคอนกรีตที่ต้องการลดน้ำหนัก โดยยังมีเหล็กบนเหล็กล่างสานเป็นกระแกรงตามปกติ ดังนั้นมันคือพื้นโครงสร้างรูปรังผึ้งที่กลวงกลาง น้ำหนักเบาแต่ยังแข็งแรงใช้งานรับแรงได้ตามปกติ แต่การที่วิศวกรของไต้หวันใช้ปี๊บน้ำมันพืชมาใส่แทนกล่องพลาสติกนั้น ผมกลับมองว่าเขาเข้าใจเล่น และเล่นได้ประหยัดเงินดีเสียอีก เพราะปี๊บเปล่ามันถูกเงินกว่ากล่องพลาสติกที่ฝรั่งออกแบบมาใช้กับ Voided biaxial slabs ส่วนที่ว่าทำไมตึกนี้มันพังลงมาขณะที่ตึกอื่นไม่พังนั้น ผมคิดว่าน่าไปดูที่โครงสร้างตึกและการออกแบบที่จุดอื่นมากกว่ามาดูจุดที่ปี๊บโผล่ออกมาแล้วโทษว่ามันทำให้ตึกพัง เพราะถ้าผมจำไม่ผิดเมื่อครั้งที่แผ่นดินไหวที่ซานฟรานซิสโก สะพานโกลเดนเกตที่สร้างมาตั้งแต่สมัยปู่ไล่จีบย่ากลับไม่พัง แต่สะพานเบย์บริดจ์ที่สร้างมาหลังกว่าและใช้เทคโนโลยีที่ใหม่กว่าดันพัง ตั้งแต่หลังแผ่นดินไหวจบไปใหม่ๆ ในปี 1989 เคยมีอาจารย์ที่เป็นปรมาจารย์ของโครงสร้างคอนกรีตระดับต้นๆ ในเมืองไทยท่านหนึ่งได้เคยให้ความเห็นหลังแก้วเบียร์ยามเย็นหลังปิดไซต์งานให้กลุ่มวิศวกรจบใหม่หน้าละอ่อนฟังเมื่อนานมาแล้วว่า ************************************************************************* "ข้าคิดว่าสะพานเบย์บริดจ์มันคงใช้ Ultimate Strength Design แบบนรกแน่นอน พวกเอ็งลองคิดซิว่ะ สะพานโกลเดนเกต ใช้ conventional design ใส่ safety factor ไว้เพียบ เพราะการออกแบบสมัยก่อนยังไม่เจริญมากนัก มันเลยมีความแข็งแรงในตัวของมันเองสูงมาก แต่พอเทคโนโลยีความรู้ด้านโครงสร้างสมัยใหม่เริ่มแกร่งกล้า พวกดีไซน์เนอร์ต่างก็ลดขนาดโครงสร้างลงเพื่อประหยัดงบประมาณการก่อสร้างโดยใช้ USD มันเลยพังฉิบหายเพราะรับ Lateral force ได้ไม่ดีพอจากแผ่นดินไหวอย่างที่เห็น " ************************************************************************** ผมดูรูปอาคารพังแล้วภาพของ Voided biaxial slabs เด้งขึ้นมาในหัวทันที พร้อมกับคำพูดของอาจารย์ท่านนี้ ทั้งที่ท่านได้กรุณาสอนเด็กๆ วิศวกรจบใหม่นอกตำราเรียนหลังเลิกไซต์งานก่อสร้างเอาไว้ตั้งหลายสิบปีแล้ว ข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก @@Pat Hemasuk เครดิตภาพ สำนักข่าวไทเปไทม์ ฮือฮาอาคารในไต้หวัน ใช้ปี๊บน้ำมันเป็นโครงสร้างหลัก ก่อนส่งผลทำตึกพังยับหลังแผ่นดินไหว !?? เว็บไซต์เดลีเมลของอังกฤษ ได้มีการเผยแพร่ภาพชวนอึ้งโครงสร้างตึกแห่งหนึ่งในไต้หวัน ที่พังถล่มจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยภาพดังกล่าวได้เผยให้เห็นภาพปี๊บน้ำมันจำนวนมาก ถูุกนำมาใช้เป็นโครงสร้างหลักของอาคารแทนไม้และเหล็กตามมาตรฐานการก่อสร้างทั่วไป ทั้งนี้เมื่อภาพดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปทำให้คาดการณ์ได้ว่า สาเหตุที่ทำให้อาคารดังกล่าวได้รับความเสียหายมากกว่าปกติ ในขณะที่อาคารอื่นโดยรอบมีการทรุดตัวบ้างเล็กน้อยไม่รุนแรงนั้น เป็นเพราะโครงสร้างที่ทำจากปี๊บน้ำมันนั่นเอง เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่เตรียมสอบสวนหาสาเหตุที่อพาร์ตเมนต์พังถล่ม พร้อมกับตั้งทีมวิศวกรอิสระตรวจสอบหาหลักฐาน และจะนำตัวผู้ก่อสร้างอาคารมารับผิดชอบหากพบกระทำผิดกฎหมาย ส่วนความคืบหน้าเหตุแผ่นดินไหวที่ไต้หวันนั้นล่าสุด พบว่ามีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 22 ราย บาดเจ็บอย่างน้อย 400 ราย และอีกนับร้อยยังสูญหายไม่ทราบชะตากรรม ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ทราบชื่อแล้ว! ศพสาวนิรนามคล้ายถูกข่มขืน เสียชีวิตข้างกำแพง
ข่าวข่มขืน /  ศพปริศนา / 

มอบตัวแล้วคนร้ายฆ่าหญิงสาวปริศนาเสียชีวิตข้างกำแพง พบเป็นฝีมือกิ๊กหนุ่มลงมือเพราะโมโห หลังพูดขัดใจเยินยอแต่สามี ความคืบหน้ากรณีโลกออนไลน์ แชร์ตามหาญาติ ของหญิงปริศนาที่นอนเสียชีวิตในลักษณะถูกข่มขืนข้างสะพานในพื้นที่ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐมนั้น ล่าสุดทราบแล้วว่าผู้เสียชีวิตคือ น.ส.อุ๋มอิ๋ม อายุ 21 ปี ชาวตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ส่วนผู้ก่อเหตุคือนายชนะชัย หรือ เค เหล็กกล้า อายุ 22 ปี กิ๊กหนุ่มของผู้เสียชีวิต ซึ่งจากการสอบสวนนายชัยชนะให้การสารภาพหลังเดินทางเข้ามอบตัวกับตำรวจว่า เป็นผู้ลงมือฆ่าหญิงคนดังกล่าวจริง โดยผู้ตายเป็นแฟนของเพื่อนและแอบกิ๊กกับตนมาก่อนแล้ว ซึ่งก่อนเกิดเหตุได้นัดผู้ตายมามีสัมพันธุ์สวาทกันที่บริเวณดังกล่าว แต่ผู้ตายกลับพูดขัดหูชื่นชมเพื่อนซึ่งเป็นสามีต่อหน้า จึงบันดาลโทสะทั้งเตะและต่อย จนผู้ตายแน่นิ่งไปก่อนจะทราบต่อมาว่าเสียชีวิต จึงได้ลากร่างไปทิ้งไว้บริเวณดังกล่าวและหลบหนีไป ทั้งนี้ระหว่างหลบหนียอมรับว่าเครียด และเกรงว่าสามีของผู้ตายจะตามแก้แค้นจึงเดินทางเข้ามอบตัวดังกล่าว เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวไว้เพื่อสอบสวนเพิ่มเติม ก่อนจะแจ้งข้อหาและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ขอบคุณภาพจาก ข่าวสด    แชร์ภาพตามหาญาติ ศพสาวนิรนาม ลักษณะคล้ายโดนข่มขืน บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพและข้อความจากสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อ โม พระรามสอง เผยว่า พบศพผู้เสียชีวิตเป็นผู้หญิงอายุประมาณ 14-15 ปีหรือมากกว่านั้น ลักษณะผมซอยสไลด์สั้นประมาณบ่า ตัวเล็กน้ำหนักน่าจะ 40 กว่าๆ โดย พบหญิงสาวตรงพื้นที่ร้างข้างสะพานข้ามแม่น้ำวัดลานตากฟ้า-วัดสำโรง ศพนอนอยู่ข้างกำแพง ไม่มีข้อมูลใดๆ ทั้งสิ้นเกี่ยวกับผู้ตายเลย จึงอยากจะช่วยหาข้อมูลเพิ่มเติมใครเห็นรูปนี้แล้วพอที่จะรู้จักหรือเคยพบเห็น แจ้งข้อมูลด้วย "น้องมีสภาพเหมือนจะโดนข่มขืน ถูกทำร้ายร่างกายมีรอยช้ำดำที่ตาข้างซ้าย และมีเลือดไหลออกทางปากและข้างแก้มขวาเหมือนจะโดนตี แล้วเอามาทิ้งไว้ในที่ร้าง ศพยังใหม่อยู่อาจจะเสียชีวิตเมื่อคืน" อย่างไรก็ตามหลังจากภาพดังกล่าวถูกแชร์ได้มีชาวสังคมออนไลน์จำนวนมากช่วยกันแชร์ต่อเพื่อหาข้อมูลและหาญาติของผู้เสียชีวิต พร้อมทั้งอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาคลี่คลายคดีโดยเร็ว ที่มา จากสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อ โม พระรามสอง ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

อันตรายถึงขั้นเสียชีวิต หากร่างกาย ขาดวิตามินบี !
ขาดวิตามิน /  ขาดวิตามินบี / 

จากข้อมูลทางวิชาการ พบว่าวิตามินบี (Vitamin B) มีความจำเป็นต่อร่างกายมาก เพราะเป็นสารอาหารที่ทำหน้าที่เป็นโคเอนไซม์ของปฏิกิริยาทางชีวเคมีต่างๆ มากมาย หรือเข้าใจง่ายๆ คือ ทำให้ระบบการทำงานของร่างกายเป็นปกติในทุกๆ วันนั่นเอง จึงไม่แปลกที่การขาดวิตามินบี จะทำให้เกิดโรคต่างๆ ตามมา โดยเฉพาะกับผิวหนัง เส้นผม สายตา ตับ และระบบประสาท สำหรับวิตามินบีนั้น ประกอบด้วยกัน 10 ชนิด และวิตามินบีแต่ละชนิดจะทำงานร่วมกัน เป็นส่วนประกอบสำคัญช่วยในการเผาผลาญอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน ให้เป็นพลังงานแก่ร่างกาย เพื่อใช้ในกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ วิตามินบียังมีส่วนสำคัญในการเจริญเติบโตและกระบวนการสร้างเม็ดเลือดเพื่อนำพาออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ได้อย่างทั่วถึงด้วย ดังนั้น หากขาดวิตามินบีตัวใดตัวหนึ่ง จะทำให้เกิดความผิดปกติแก่ร่างกายได้” หากขาดวิตามินบี จะเกิดอะไรขึ้น? วิตามิน บี 1 (ไธอะมีน) มีส่วนช่วยสร้างสารสื่อประสาท และเป็นวิตามินต้านความเครียดที่ช่วยดึงสารอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตไปเผาผลาญให้เป็นพลังงานของร่างกายในการจัดการสิ่งต่างๆ ในแต่ละวัน และยังช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ทำงานเป็นปกติ การขาดวิตามินบี 1 อาจทำให้เกิดโรคเหน็บชา แขนขาอ่อนแรง เบื่ออาหาร เหนื่อยง่าย และเกิดความรู้สึกสับสนได้ วิตามิน บี 2 (ไรโบฟลาวิน) มีคุณสมบัติคล้ายคลึงกับสารต้านอนุมูลอิสระ โดยป้องกันเซลล์ต่างๆ ในร่างกายไม่ให้ถูกทำร้าย และช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิตให้เป็นปกติมีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเซลล์ต่างๆ การขาดวิตามินบี 2 จะทำให้เกิดแผลที่มุมปากหรือโรคปากกระจอก วิตามิน บี 3 (ไนอะซิน) เป็นวิตามินที่เกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาทางชีวเคมีมากกว่า 50 ปฏิกิริยา สามารถช่วยในการรักษาอาการเครียดและซึมเศร้า ช่วยส่งเสริมการไหลเวียนโลหิต และบรรเทาอาการปวดไมเกรน การขาดวิตามินบี 3 จะทำให้เกิดโรค Pellagra ทำให้มีอาการผิวหนังอักเสบคล้ายถูกแดดเผา ปากลิ้นอักเสบ เบื่ออาหาร หงุดหงิด กังวล และเป็นโรคซึมเศร้าได้ วิตามิน บี 5 (แพนโทธีนิก แอซิด) มีความจำเป็นต่อปฏิกิริยาชีวเคมีต่างๆ ในเซลล์ ช่วยกระตุ้นให้ต่อมหมวกไตผลิตฮอร์โมนลดเครียดออกมาทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น การขาดวิตามินบี 5 จะทำให้เกิดอาการปวดท้อง อาเจียน ไม่มีแรง นอนไม่หลับ เหนื่อยง่าย เป็นลม ปวดตามแขนและขา การสร้างแอนติบอดีลดลงและติดโรคง่าย มีอาการหงุดหงิด โกรธง่าย หรือซึมเศร้า วิตามิน บี 6 (ไพริดอกซิน) มีความจำเป็นต่อการทำงานของสมอง ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง ควบคุมสมดุลของเกลือแร่ในร่างกาย ทำให้การย่อยอาหาร การดูดซึมของไขมันและโปรตีน การสร้างระบบภูมิต้านทานในร่างกายเป็นปกติ ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนให้เป็นปกติจากการกระตุ้นสมองให้หลั่งสารผ่อนคลายที่สำคัญ เช่น สารเซโรโทนิน เมลาโทนิน และนอร์เอพิเนฟริน ซึ่งมีส่วนช่วยลดความแปรปรวนทางอารมณ์ การขาดวิตามินบี 6 จะทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย วิงเวียนศีรษะ ซึมและความคิดสับสน คลื่นไส้ อาเจียน ผิวหนังบริเวณรอบๆ ตา จมูก ปากและหลังหูจะมีลักษณะเป็นมัน วิตามินบี 7 (ไบโอติน) ช่วยในการสร้างพลังงาน การเจริญเติบโต และการสร้างกรดไขมันในร่างกาย มีส่วนช่วยกักเก็บสารอาหารประเภทโปรตีนไปหล่อเลี้ยงเซลล์ต่างๆ เช่น เส้นผม ผิวพรรณ และเล็บให้มีสุขภาพดี การขาดวิตามินบี 7 จะทำให้เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ลิ้นอักเสบ ผิวหนังซีด แห้ง และหลุดออกเป็นหย่อมๆ มีอาการซึมเศร้า วิตามินบี 8 (อินโนซิทอล) ช่วยในปฏิกิริยาชีวเคมีของไขมัน ทำให้ร่างกายใช้ไขมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลในเลือด ช่วยเสริมอาหารให้แก่สมอง การขาดวิตามินบี 8 จะทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับระบบประสาท ผิวหนังอักเสบ บวมแดง คัน และผิวหนังหลุดลอกเป็นขุย วิตามินบี 9 (โฟลิก แอซิด) ทำงานร่วมกับวิตามินบี12 ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง บรรเทาอาการหมดแรง หงุดหงิดง่าย ปวดศรีษะ อาการหลงลืม ช่วยป้องกันอาการหน้ามืดจากภาวะโลหิตจาง ลดอาการซึมเศร้าจากการตั้งครรภ์ รวมถึงช่วยเสริมสร้างระบบประสาทและสมองของลูกน้อยในครรภ์ให้มีพัฒนาการที่สมบูรณ์อีกด้วย การขาดวิตามินบี 9 จะทำให้เกิดโรคโลหิตจางได้ วิตามินบี 11 (โคลีน) ช่วยในการสร้างสารอะเซทิลโคลีน ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่สำคัญในสมอง การขาดวิตามินบี 11 อาจทำให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ ผนังหลอดเลือดแดงแข็งตัว ไขมันสะสมที่ตับ วิตามิน บี 12 (โคบาลามิน) ช่วยการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง ช่วยในการสร้างเยื่อหุ้มเซลล์ประสาท เป็นวิตามินที่จำเป็นต่อการสร้างเม็ดเลือด และช่วยการดูดซึมของทางเดินอาหาร การขาดวิตามินบี 12 จะทำให้โลหิตจาง อ่อนเพลีย เกิดความบกพร่องของระบบประสาท ชาตามปลายมือปลายเท้า และความจำเสื่อมได้ ตามปกติ วิตามินบี เป็นวิตามินที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ จึงต้องได้รับจากการรับประทานอาหารเข้าไปเท่านั้น ซึ่งแหล่งอาหารที่มีปริมาณวิตามินบีสูง ได้แก่ ข้าวซ้อมมือ ข้าวโอ๊ต ถั่ว รำข้าว ยีสต์ เครื่องในสัตว์ ตับ เนื้อหมู ปลา นมเปรี้ยว และผักใบเขียว เป็นต้น การเลือกรับประทานอาหารตามใจปากโดยไม่คำนึงถึงประโยชน์ และการนิยมรับประทานข้าวขาวขัดสีเป็นหลัก ประกอบกับการหุงต้ม ทำให้วิตามินบีในอาหารสูญเสียไปถึงร้อยละ 10 – 50 จึงทำให้เรามีโอกาสขาดวิตามินบีมากขึ้น การรับประทานวิตามินบีเสริมจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ซึ่งการรับประทานวิตามินบีเสริมอาหารนั้นไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เพราะวิตามินบีเป็นวิตามินชนิดละลายในน้ำ ร่างกายจะไม่เก็บสะสม ร่างกายจะใช้และขับออกไปในแต่ละวัน แต่ควรคำนึงถึงมาตรฐานการผลิตและปลอดภัยโดยแนะนำว่าในคนปกติ ควรได้รับวิตามินบีแต่ละชนิดในปริมาณ 25-50 มิลลิกรัมต่อวัน และควรได้รับวิตามินบีครบถ้วนทั้ง 10 ชนิดในแต่ละวัน เพื่อช่วยทำหน้าที่เป็นโคเอนไซม์ สำคัญ ที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ทันทีเมื่อต้องการ จะเห็นว่าถ้าร่างกายขาดวิตามินบีส่งผลเสียระบบต่างๆ ของร่างกายมากมาย ไม่ใช่แค่การบำรุงสมอง ดังนั้น ควรเริ่มดูแลตัวเอง ด้วยการใส่ใจในโภชนาการ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และอย่าลืมจัดสรรเวลาให้กับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอควบคู่กับการดูแลสุขภาพกายและใจของเราให้สมบูรณ์แข็งแรง เพื่อสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน ที่มาเนื้อหาจาก เภสัชกรหญิงวิชชุลดา ผรณเกียรติ์ ผู้เชี่ยวชาญจากเมก้า วีแคร์

หวั่นอันตราย! จับ
ฆ่าหั่นศพ /  เจ้าพระยา / 

ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพ เผย "อาตูร์" ฆ่าหั่นศพ นอนคุกวันแรก ไม่เครียด นอนหลับ กินได้ จับแยกขังเดี่ยวหวั่นอันตราย วันนี้ (11 ก.พ.) นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เปิดเผยว่า ตามที่ศาลได้อนุมัติให้ฝากขังผัดแรก นายอาตูร์ เซการ์รา ปรินเซป หรือ นายอาร์เทอร์ อายุ 37 ปี ชาวสเปน ในข้อหาลักพาตัว กักขังหน่วงเหนี่ยว ทำร้ายร่างกาย ทรมาน ฆ่าคนตาย ปิดบังซ่อนเร้นอำพราง ทำลายศพ และรีดเอาทรัพย์สิน จากการฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด  อายุ 40 ปี นักธุรกิจชาวสเปน และนำตัวมาควบคุมที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ นั้น โดยตลอดทั้งคืน นายอาตูร์ ถูกจับแยกขังเดี่ยวในแดนแรกรับของเรือนจำ เนื่องจากหวั่นเกรงเรื่องอาจเกิดอันตรายได้ โดย นายอาตูร์ รับประทานอาหารได้ นอนหลับ และไม่เครียดอะไร อีกทั้ง ไม่ได้ร้องขออะไรเป็นพิเศษ ซึ่งทางเรือนจำได้ปฏิบัติกับผู้ต้องหา ตามระเบียบของเรือนจำเหมือนคนอื่น สำหรับความคืบหน้าทางคดีในวันนี้ (11 ก.พ.) คาดว่า ทางสำนักงานพิสูจน์หลักฐาน จะทำการสรุปผลการตรวจพยานหลักฐานที่เก็บมาได้จำนวนหลายชิ้น และทำการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนต่อไป ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- พลตำรวจเอกชวน นาริน ผู้บัญชาการตำรวจจังหวัดพระสีหนุ ของกัมพูชา เปิดเผยเมื่อวานนี้ ว่า สามารถจับกุมตัวชายชาวสเปน ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยคนสำคัญในคดีฆาตกรรมเพื่อนร่วมชาติ ที่มีการพบชิ้นส่วนร่างกายถูกหั่นเป็นชิ้นๆ ทิ้งลงแม่น้ำเจ้าพระยาในกรุงเทพฯ เมื่อสัปดาห์ก่อน   โดยผู้ต้องสงสัยรายนี้ คือ นายอาตูร์ หรืออาเธอร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป อายุ 36 ปี ถูกจับกุมได้เมื่อเย็นวันอาทิตย์ ที่เมืองสีหนุวิลล์ ซึ่งเป็นเมืองชายฝั่งของกัมพูชา หลังจากที่เขาเดินทางมาถึงกัมพูชาไม่กี่วันก่อนหน้านี้  ผู้บัญชาการตำรวจจังหวัดพระสีหนุ กล่าวด้วยว่า การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นตามการร้องขอจากประเทศไทย และทางการกัมพูชาจะส่งตัวผู้ต้องสงสัยรายนี้ให้แก่ทางการไทย ก่อนหน้านี้ ตำรวจจังหวัดสุรินทร์ พบรถจักรยานยนต์ ที่คาดว่าเป็นของผู้ต้องสงสัย ถูกจอดทิ้งไว้ใกล้กับตลาดชายแดน ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า เป็นไปได้ที่ผู้ต้องหาจะหลบหนีข้ามไปยังฝั่งประเทศกัมพูชาแล้ว ขณะที่ผลชันสูตรของตำรวจไทย พบว่า ผู้เสียชีวิต คือ นายเดวิด  เบอร์นาร์ด  นักธุรกิจชาวสเปน ซึ่งคาดว่าถูกลักพาตัว, ทรมาน และถูกบังคับให้โอนเงินจำนวนมาก ก่อนถูกฆาตกรรม  ส่วนประเด็นการสืบสวนมุ่งเป้าไปที่การลักพาตัว เพื่อประสงค์ต่อทรัพย์ แต่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจมืด โดยเหตุที่คนร้ายได้เงินแล้ว แต่ยังฆ่าหั่นศพผู้ตายอย่างโหดเหี้ยม เชื่อว่าน่าจะเกิดจากคนร้ายต้องการเงินเพิ่ม หรือได้เงินไม่ครบ เพราะถูกธนาคารในไทยและสิงคโปร์ตรวจพบความผิดปกติ จึงระงับการทำธุรกรรมไปกว่า 3 แสนเหรียญสหรัฐฯ หรือกว่า 10 ล้านบาท ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เจ้าหน้าตร.อำเภอคลองใหญ่ จ.ตราด พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อม พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์มาลงที่สนามกีฬา อ.คลองใหญ่ จ.ตราด เพื่อรับตัว นายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป ผู้ต้องหาในคดีฆ่าหั่นศพชาวสเปน หลังรับทราบว่า ถูกตำรวจกัมพูชาจับกุมตัวได้ที่จังหวัดสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา ด้าน น.อ.ดิเรก อินทวงศ์ หัวหน้าหน่วยประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา จ.ตราด เปิดเผยว่า หลังจาก พ.ต.อ.อนุชา สุทธยดิลก ผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจ สถานทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ ได้ประสานงานตำรวจแห่งชาติของกัมพูชา เพื่อประสานการจับกุมตัว นายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป อายุ 37 ปี คนร้ายที่ก่อเหตุฆ่าหั่นศพชาวสเปน แล้วหลบหนีออกนอกประเทศไทย ทางช่องโอเสม็ด จ.สุรินทร์ และเดินทางมาหลบอยู่ที่ จ.สีหนุวิลล์ จึงได้ทำการตรวจสอบและติดตามจับกุมตัวได้ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง พร้อมควบคุมตัวไว้ที่สถานีตำรวจในกรุงสีหนุวิลล์ พร้อมกับได้ประสานงานเพื่อให้ตำรวจไทย เข้ามารับตัวที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน จ.ตราด ที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ ในเวลา 12.00 น.ที่ผ่านมา ส่วนบรรยากาศที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและกัมพูชา เดินทางเข้าออกกันตามปกติ และมีตำรวจตรวจคนเข้าเมืองตราด และฝ่ายทหารอยู่ในพื้นที่จำนวนหนึ่ง ก่อนนำตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์มาที่กรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ10 พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ได้เข้าตรวจสอบห้องพักของ นายอาเธอร์ หรือ อาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป ชาวสเปน ผู้ต้องหาในคดีฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด ชาวสเปน ย่านพระราม 9 และนำชิ้นส่วนไปทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยา หลังตำรวจเชื่อว่า จุดนี้จะเป็นจุดฆ่าและหั่นศพนายเดวิด พล.ต.อ.ปัญญา เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบ พบว่า นายอาตูร์ เช่าห้องพักที่คอนโดแห่งนี้ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2558 และอาศัยอยู่ที่นี่เป็นประจำ โดยมี น.ส.ปริศนา แสนอุบล เข้ามาพักด้วยเป็นบางครั้ง และจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่า เมื่อวันที่ 20 มกราคม ที่ผ่านมา บันทึกภาพขณะนายเดวิด เข้ามาภายในคอนโดแห่งนี้ และไม่พบว่า นายเดวิด ออกไปจากคอนโด พบเพียง นายอาตูร์ เข้าออก และมีการขนตู้แช่ออกจากคอนโด ไปไว้ที่บ้านเช่าหลังหนึ่งย่านรามคำแหง เมื่อวันที่ 31 มกราคม ที่ผ่านมา แต่ต้องรอผลตรวจจากกองพิสูจน์หลักฐาน ในการตรวจหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมในครั้งนี้ เพื่อยืนยันความชัดเจนอีกครั้ง ............................................................................................................................................................... พล.ต.อ.เดชณรงค์ ยืนยัน ได้ตัว อาตูร์ ผู้ต้องสงสัยคดีฆ่าหั่นศพจากกัมพูชาแน่นอน ด้าน ผบก.ภ.จว.สระแก้ว ปัดไม่รู้ส่งตัวให้ไทยวันนี้ พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา ที่ปรึกษา (สบ 10) ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด อายุ 39 ปี นักธุรกิจชาวสเปน ทิ้งในแม่น้ำเจ้าพระยา ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาได้ควบคุมตัว นายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป อายุ 37 ปี ชาวสเปน ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยได้ขณะที่กำลังจะหลบหนีไปทางทะเล ทั้งนี้ยืนยันว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไทย ได้ตัวนายอาตูร์แน่นอนแต่ต้องดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายในการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งไทยกับกัมพูชามีสนธิสัญญากันอยู่แล้วในส่วนนี้ โดยหากทางพนักงานสอบสวน สามารถรวบรวมพยานหลักฐานและขอศาลออกหมายจับได้จะทำให้การดำเนินการคดี และประสานขอตัวนายอาตูร์กับกัมพูชามีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ต้องรอทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาอีกครั้งว่าจะแจ้งข้อหา นายอาตูร์ ในเรื่องใด อาทิ การหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย พร้อมกันนี้ พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว เปิดเผยถึงกระแสข่าวที่ว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชา จะส่งตัวนายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป ผู้ต้องสงสัยคดีฆ่าหั่นศพในวันนี้ที่จังหวัดสระแก้วว่า ยังไม่ทราบข้อมูล และยังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม วันนี้ พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา (สบ 10) จะประชุมที่ศูนย์สืบสวนนครบาล ถึงความคืบหน้าคดีหั่นศพเพื่อเร่งรัดคดี ............................................................................................................................................................... ตำรวจกัมพูชา จับกุม "อาตูร์" ผู้ต้องสงสัยในคดีฆ่าหั่นศพ "นายเดวิด เบอร์นาร์ด" ชาวสเปนได้ที่ สีหนุวิลล์ เมืองชายทะเลสุดหรู ขณะพยามหลบหนี เว็บไซต์สำนักข่าว ฟอกซ์ นิวส์ รายงานว่า เมื่อเวลา 23.00 น. ของวันที่ 7 ก.พ. ตำรวจกัมพูชา สามารถจับกุมตัว นายอาตูร์ หรือ อาเธอร์ เซกราร่า ปรินเซป ผู้ต้องสงสัยในคดีฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด  นักธุรกิจชาวสเปน ที่ สีหนุวิลล์ เมืองชายทะเลที่มีชื่อเสียงที่สุดของกัมพูชา จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกัมพูชา ที่บอกกับทางสำนักข่าว EFE ผ่านทางโทรศัพท์ว่า สามารถจับกุมนายอาตูร์ได้ที่เมืองทางตอนใต้ของสีหนุวิลล์ เมื่อเวลาประมาณ 07.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งสำนักข่าว ขะแมร์ 440 นิวส์ ได้ตีพิมพ์ภาพของผู้ต้องสงสัยรายนี้ ลงสื่อขณะที่ถูกควบคุมตัว นายอาตูร์ ไว้ที่สถานีตำรวจสีหนุวิลล์ ก่อนถูกจับกุมนายอาตูร์ ได้กินอาหารเย็นที่จังหวัดสุรินทร์ ภาคตะวันออก เฉียงเหนือของไทย และเมื่อเขาถูกกลุ่มของคนไทยบริเวณนั้นเห็นใบหน้า นายอาตูร์ จึงหนีไปกัมพูชา ซึ่งทางจ้าหน้าที่ได้พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สีแดง ของ นายอาตูร์ เมื่อเช้าวันเสาร์ บริเวณป่ารกชายแดนไทย-กัมพูชา ในรายงานข่าวของสื่อกัมพูชา ระบุว่า นายอาตูร์ ถูกจับกุมขณะที่แต่งกายสวมเสื้อแจ็คเก็ตแขนยาวสีเขียวคาดดำ กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ และพยายามหลบหนีออกทางทะเล โดยทางการกัมพูชา กำลังนำตัว นายอาตูร์ เดินทางมายังชายแดนจังหวัดสระแก้ว คาดว่าจะนำตัวแถลงข่าวการจับกุมในเช้าวันนี้ ............................................................................................................................................................... สาวชาวสุรินทร์คนสนิทผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพชาวสเปน ยันไม่เกี่ยวกับเหตุฆาตกรรม จนท.คุมเข้มชายแดนไทย-กัมพูชา วันนี้ 6 ก.พ. ตำรวจ จ.สุรินทร์ ได้เชิญตัว น.ส.ปริศนา อายุ 22 ปี เพื่อนสาวของนายอาตูร์ ชาวสเปน ผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพชาวสเปน มาสอบปากคำในเบื้องต้นที่ ห้องสืบสวนภูธร จ.สุรินทร์ โดยเบื้องต้น น.ส.ปริศนา รับสารภาพว่า นายอาตูร์ มาอยู่อาศัยกับตนเองตั้งแต่วันที่ 31 ม.ค.59 ที่ผ่านมา โดยนั่งรถจักรยานยนต์ ออนด้า รุ่นพีซีเอ็ก สีแดง ล้อทอง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนมาด้วยกัน โดยพักอยู่ที่บ้านจะแกโกน ต.สำโรง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ซึ่งนายอาตูร์ได้หลบหนีไปตั้งแต่เมื่อวานช่วงเวลา 6 โมงเย็นแล้ว หลังพากันไปเที่ยวที่ร้าน คาราโอเกะ อ.เมือง จ.สุรินทร์ ระหว่างนั้นพนักงานพากันเปิดดูข่าว พบ ข่าวและภาพของนายอาตูร์ พอดี จึงพากันสงสัย นายอาตูร์ จึงรีบขับรถจักรยานยนต์หนีออกไป หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ เชิญตัว น.ส.ปริศนา มาสอบสวนให้ปากคำดังกล่าว ซึ่งในเบื้องต้น น.ส.รับสารภาพว่า ได้ไปทำงานที่ กทม.และคบกับนายอาตูร์ มากว่า 6 เดือนแล้ว โดยพักคอนโดคนละแห่งกัน และไม่ทราบเรื่องว่านายอาตูร์ เกี่ยวข้องกับคดีนี้ ซึ่งตนเองไม่รู้ไม่เห็นด้วยกับเรื่องที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด ขณะที่ จนท.ตำรวจเร่งไล่ล่าผู้ต้องหารายนี้ คาดว่าจะยังคงหลบหนีอยู่ในพื้นที่ จ.สุรินทร์ หรืออาจจะหลบหนีออกนอกประเทศตามแนวชายแดนไทยกัมพูชาแล้วก็เป็นได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตรวจสามารถตรวจยึดรถ จยย.คันดังกล่าวถูกจอดทิ้งไว้ที่บริเวณตลาดสมบัติ ซึ่งเป็นตลาดการค้า ติดชายแดนไทย-กัมพูชา ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการปรานงานตรวจสกัดจับในทุกช่องทางแล้ว ขอบคุณ INN _________________________________________________________________________________________ เจ้าหน้าที่ตำรวจเผยข้อมูลล่าสุดพบชายชาวสเปน ต้องสงสัยเอี่ยวขบวนการฆ่าหั่นศพชาวสเปน วันนี้ 5 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการเปิดเผยภาพผู้ต้องสงสัย 1 ในขบวนการฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด นักธุรกิจชาวสเปน ชื่อนายอาตูร์ เป็นชาวสเปน โดยตำรวจ ยืนยันยังหลบซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทย และ เชื่อว่ากลุ่มคนร้าย น่าจะเป็นชาวสเปน ส่วนคนไทย ที่เกี่ยวข้องอาจจะทำหน้าที่ ในการขับรถให้ทีมคนร้ายฆ่าหั่นศพ ที่เอาศพไปทิ้งในพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยทางด้าน พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ 10 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีฆ่าหั่นศพ ยืนยันว่า จะสามารถจับมือฆ่าหั่นศพได้ ทั้งคนไทย และคนต่างชาติที่ร่วมขบวนการ เร็วๆนี้ เพราะจากข้อมูลหลักฐานการนั้นค่อนข้างชัดเจน และดำเนินการได้ โดยเฉพาะข้อมูล จากเพื่อนของนายเดวิด ที่ระบุว่า การติดต่อทางข้อความไลน์ กับนายเดวิด ครั้งสุดท้าย 1 สัปดาห์ก่อนพบศพลอยแม่น้ำเจ้าพระยานั้น ข้อความสนทนามีพิรุธ เพราะการใช้คำพูดไม่คุ้นเคย และเป็นคำสนทนาที่นายเดวิดไม่เคยใช้มาก่อน นอกจากนี้เบาะแสสำคัญ มีพยานยืนยันว่า เมื่อวันที่ 20 ม.ค. เห็นนายเดวิด ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า คลิก สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ออกไปจากคอนโด กับชายชาวต่างชาติ และหลังจากนั้นก็ไม่ได้กลับเข้ามาอีกเลย ซึ่งข้อมูลนี้ชุดสืบกำลังเร่งติดตามแกะรอยจากกล้องวงจรปิดเพื่อเร่งจับตัวมาร่วมขบวนการ ขอบคุณ Voice Tv _________________________________________________________________________________________________ พล.ต.อ.ปัญญา เผย คดีฆ่าหั่นศพ คืบ 80% เร่งรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับ มั่นใจจับตัวคนร้ายได้ ชี้ ยังไม่พบประวัติก่อเหตุในไทย พลตำรวจเอก ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ 10 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีฆ่าหั่นศพ นายดาบิด แบร์นาด อายุ 39 ปี ทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยาหลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และปทุมธานี ว่า หลังจากเจ้าหน้าที่สามารถพิสูจน์ทราบและยืนยันตัวบุคคลได้แล้ว ทำให้สามารถขมวดปมและรู้ว่ากลุ่มผู้ต้องหาว่าเป็นกลุ่มใด เบื้องต้นยังให้น้ำหนักไปที่ฝีมือกลุ่มชาวต่างชาติที่ต้องการทรัพย์สินจากผู้ตาย ก่อนจะฆ่าปิดปากและอำพรางศพด้วยการหั่นเป็นชิ้น ซึ่งจากพยานหลักฐานทั้งทางนิติวิทยาศาสตร์ และพยานบุคคล ทำให้คดีมีความคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 80 โดยขณะนี้ในส่วนของแนวทางการสอบสวน ได้เร่งรัดให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายจับ ส่วนในแนวทางการสืบสวนได้กำชับให้ตำรวจกองปราบปราม ตำรวจนครบาล ตำรวจภูธรภาค 1 และตำรวจท่องเที่ยว ติดตามตัวละครต่าง ๆ ที่อาจเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกับกลุ่มคนร้าย เพื่อหาจุดที่คนร้ายจับตัวผู้เสียชีวิตไป ตลอดจน สถานที่กักขัง จุดฆาตกรรมชำแหละและจุดทิ้งศพลงแม่น้ำเจ้าพระยา อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.ปัญญา กล่าวว่า จากการตรวจสอบฐานข้อมูลอาชญากรรมข้ามชาติ ยังไม่พบประวัติคนร้ายกลุ่มดังกล่าวก่อเหตุในไทย แต่ได้ประสานให้ทางสถานเอกอัครราชทูตสเปนประจำประเทศไทย และกรมการกงสุส กระทรวงการต่างแประเทศ ดำเนินการตรวจสอบให้อีกครั้ง ซึ่งยังอยู่ระหว่างการรอผล ----------------------------------------------------------------------------- ข้อมูลล่าสุดคาดว่าชิ้นส่วนมนุษย์ทั้งหมด อาจเป็นนักท่องเที่ยวชาวสเปนที่ญาติได้แจ้งความไว้ว่าหายไป ที่ สน.ลุมพินี วันนี้ 4 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดชุดสืบสวนได้ข้อมูลว่าชิ้นส่วนมนุษย์ที่ถูกพบน่าจะเป็นนักท่องเที่ยวชาวสเปนที่ญาติได้แจ้งหายไว้ที่สน.ลุมพินี ทั้งนี้สำหรับนักท่องเที่ยวรายนี้ครบกำหนดเดินทางกลับจากการท่องเที่ยวในประเทศ ตั้งแต่ปลายเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาแต่จนถึงขณะนี้ยังไม่เดินทางกลับแต่อย่างใด เมื่อตรวจสอบข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ก็ยังไม่พบข้อมูลการเดินทางออกจากประเทศไทย ทางด้าน พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) เปิดเผยว่า ถึงขณะนี้ยังไม่สามารถระบุตัวคนตายได้แน่ชัดอยู่ระหว่างการประสานกับญาติชาวสเปนรายนี้ เพื่อเปรียบเทียบลายนิ้วมือและดีเอ็นเอเพื่อยืนยันตัวบุคคล ทั้งนี้ ยังมีรายงานข่าวแจ้งว่าขณะนี้ทีมสืบสวนตำรวจนครบาลได้ลงพื้นที่ ภายในซอยสุขุมวิทซอย 8 ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายที่มีพยานพบเห็นนักท่องเที่ยวรายนี้ เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 19 ม.ค.59ที่ผ่านมา ขอบคุณข้อมูล TNN24 ................................................... พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ.10 เรียกประชุมชุดสืบสวนติดตามความคืบหน้า คดีฆ่าหั่นศพลอยเจ้าพระยา นัดแรกบ่ายนี้ วันนี้ 4 ก.พ. พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ.10 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนกรณีพบชิ้นส่วนมนุษย์ถูกทิ้งในแม่น้ำเจ้าพระยา เรียกชุดสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1 ปทุมธานี และนนทบุรี ตลอดจนหน่วยสนับสนุน อาทิ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เข้าร่วมประชุมในเวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุมศรียานนท์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อติดตามความคืบหน้าในทางคดี และวางแนวทางการทำงานให้กับชุดสืบสวนสอบสวนเพื่อหาตัวคนร้าย ซึ่งเป็นการประชุมเพื่อคลี่คลายคดีครั้งแรก หลังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีหนังสือแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าชุด ซึ่งภายหลังการประชุมแล้วเสร็จ จะมีการแถลงความคืบหน้าในทางคดีต่อไป อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยผลการตรวจพิสูจน์ชิ้นส่วนมนุษย์ที่พบทั้ง 6 ชิ้นว่า จากการตรวจดีเอ็นเอ และรอยต่อเปรียบเทียบกัน พบว่าเป็นชิ้นส่วนจากบุคคลเดียวกัน ซึ่งมีลักษณะเป็นชาย ยังไม่ทราบเชื้อชาติที่แน่ชัด อายุประมาณ 40 ปี สูงประมาณ 165 เซนติเมตร ผมดำ มีหนวดเครา มีขนตามตัวค่อนข้างมาก มีรอยผ่าตัดไส้ติ่ง ฟันสะอาด ค่อนข้างเป็นผู้มีสุขภาพดี แต่จากการตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอกับบิดาของบุคคลสูญหายที่ จ.ระยอง ไม่ตรงกัน ขอบคุณ INN ....................................................... พบอีกชิ้นส่วนขามนุษย์ ขาซ้ายท่อนบนช่วงกลาง ในถุงดำ ลอยติดแม่น้ำเจ้าพระยาท่าน้ำรง.ปทุมธานีฯ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ คาดเป็นคนเดียวกันกับที่พบมาหลายวันนี้ เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งชาวบ้านพบชิ้นส่วนมนุษย์ลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา โดยจุดที่พบอยู่บริเวณท่าน้ำ ภายในโรงงานปทุมธานีแห่งหนึ่ง จ.ปทุมธานี ลักษณะชิ้นส่วนที่พบคือขาซ้ายท่อนบนช่วงกลาง และท่อนล่างช่วงกลาง มีขนาดประมาณ 46 เซ็นติเมตร เบื้องต้นชาวบ้านผู้พบเห็นได้ให้ข้อมูลว่ามาจอดเจออยู่ใกล้ฝั่งโรงงานดังกล่าว จากนั้นเห็นถุงดำที่มีส่วนชิ้นเนื้อโผล่ออกมาลอยอยู่ในน้ำจึงแจ้งทาง สภ.ปากเกร็ด ล่าสุดเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้เข้ามายังจุดเกิดเหตุและอยู่ระหว่างตรวจสอบและเก็บหลักฐาน คาดเป็นชิ้นส่วนของคนเดียวกันที่พบก่อนหน้านี้ น.1เผยDNAหั่นศพเป็นชายไทยจี้ดูCCTV พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกรณีการพบชิ้นส่วนศพในแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ของตำรวจนครบาล 7 ปทุมธานี และนนทบุรี โดยเจ้าหน้าที่ได้นำชิ้นส่วนที่พบทั้งหมดให้แพทย์นิติวิทยาตรวจสอบ ซึ่งผลชันสูตร พบว่าชิ้นส่วนทั้งหมดเป็นบุคคลคนเดียวกัน และคาดว่าเป็นชายไทย อายุประมาณ 40 - 50 ปี โดยจากการตรวจสอบประวัติ ไม่พบว่าเคยต้องโทษ หรือคดีความใด ๆ นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 ประสานงานกับแพทย์นิติเวชด้วยตนเอง เพื่อหารายละเอียดเพิ่มเติม และเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด ส่วนจุดทิ้งคาดว่าคนร้ายน่าจะนำศพไปทิ้ง วิเคราะห์ตามกระแสน้ำ และทิศทางการไหลของน้ำ สันนิษฐานเบื้องต้นว่าเป็นช่วงบริเวณสะพานพระนั่งเกล้าฯ ซึ่งได้สั่งการให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าวแล้ว รวมถึงให้กองบังคับการตำรวจนครบาล ที่มีพื้นที่ติดบริเวณริมแม่น้ำ ตรวจสอบกล้องวงจรปิด จุดที่น่าสงสัย เพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติม พร้อมกันนี้เชื่อว่า การทำคดีนี้ไม่ยากแน่นอน สำหรับกรณีที่ นางสาวกาญจนา อ่อนสา ชาวจังหวัดระยอง ที่สงสัยว่าชิ้นส่วนที่พบเป็นสามีของตนที่หายไป ซึ่ง พล.ต.ท.ศานิตย์ ระบุว่า จะทราบผลภายในวันนี้ว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ ผบช.ภ.1รอผลนิติเวชก่อนคลี่ปมคดีฆ่าหั่นศพ พลตำรวจโท ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยถึงความคืบหน้า กรณีพบชิ้นส่วนศพลอยในแม่น้ำเจ้าพระยาว่า จะต้องรอผลตรวจทางนิติเวชก่อนว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ พร้อมทั้งต้องรอผลตรวจดีเอ็นเอของ นายศรี ขันติเนตร บิดา นายเกียรติศักดิ์ ขันติเนตร ที่แจ้งว่า ลูกชายหายตัวไป เมื่อวันที่ 22 มกราคม ในพื้นที่ สภ.เมืองระยอง ซึ่งขณะนี้ผลตรวจยังไม่ออก และหากรู้ชื่อผู้ตาย ขั้นตอนต่อไป เจ้าหน้าที่จะได้ตั้งประเด็นในการสืบสวนสอบสวนต่อไป ทั้งนี้ ภายในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 ยังไม่มีการแจ้งบุคคลสูญหาย แม้แต่พื้นที่เดียว และจากประวัติคดีอาชญากรรมในพื้นที่ ยังไม่เคยพบเห็นคดีที่มีความรุนแรงในลักษณะดังกล่าว ส่วนตัวคาดว่า คนร้ายน่าจะมีความพยายามในการอำพรางศพ แต่น่าจะไม่มีความรู้ดีพอ จึงไม่มีการนำชิ้นส่วนใส่ในถุง ด้าน พลตำรวจตรี นายแพทย์พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ระบุว่า ขณะนี้ผลตรวจ สามารถยืนยันได้ว่า ชิ้นส่วนที่พบเป็นบุคคลเดียวกัน เนื่องจาก สามารถนำชิ้นส่วนมาต่อประกอบกันได้ ขณะที่ ผลตรวจดีเอ็นเอ ที่จะยืนยันว่า เป็นบุคคลใด หรือ เสียชีวิตด้วยสาเหตุใด ขณะนี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ทราบได้ ต้องใช้เวลาพอสมควร และเจ้าหน้าที่นิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ต้องทำงานร่วมกับ พนักงานสอบสวน ในการประสานข้อมูลหลักฐานอื่น ๆ ร่วมด้วย ขอบคุณรูปภาพและเนื้อหาจาก INN ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ผบช.น. เผย ชิ้นส่วนศพลอยแม่น้ำเป็นคนเดียวกัน คาดเป็นชายไทยอายุ 40 - 50 ปี พร้อมสั่งโรงพักริมน้ำตรวจสอบ CCTV จุดที่น่าสงสัย วันนี้ 3 ก.พ. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกรณีการพบชิ้นส่วนศพในแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ของตำรวจนครบาล 7 ปทุมธานี และนนทบุรี โดยเจ้าหน้าที่ได้นำชิ้นส่วนที่พบทั้งหมดให้แพทย์นิติวิทยาตรวจสอบ ซึ่งผลชันสูตร พบว่าชิ้นส่วนทั้งหมดเป็นบุคคลคนเดียวกัน และคาดว่าเป็นชายไทย อายุประมาณ 40 - 50 ปี โดยจากการตรวจสอบประวัติ ไม่พบว่าเคยต้องโทษ หรือคดีความใด ๆ นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 ประสานงานกับแพทย์นิติเวชด้วยตนเอง เพื่อหารายละเอียดเพิ่มเติม และเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด ส่วนจุดทิ้งคาดว่าคนร้ายน่าจะนำศพไปทิ้ง วิเคราะห์ตามกระแสน้ำ และทิศทางการไหลของน้ำ เบื้องต้นคาดว่าจุดทิ้งเป็นช่วงบริเวณสะพานพระนั่งเกล้าฯ ซึ่งได้สั่งการให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าวแล้ว รวมถึงให้กองบังคับการตำรวจนครบาล ที่มีพื้นที่ติดบริเวณริมแม่น้ำ ตรวจสอบกล้องวงจรปิด จุดที่น่าสงสัย เพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติม พร้อมกันนี้เชื่อว่า การทำคดีนี้ไม่ยากแน่นอน สำหรับกรณีที่ น.ส.กาญจนา อ่อนสา ชาวจังหวัดระยอง ที่สงสัยว่าชิ้นส่วนที่พบเป็นสามีของตนที่หายไป ซึ่ง พล.ต.ท.ศานิตย์ ระบุว่า จะทราบผลภายในวันนี้ว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ ขอบคุณ INN ....................................................... ความคืบหน้าคดีพบชิ้นส่วนมนุษย์ สถาบันนิติเวชวิทยา ตรวจสอบ ชิ้นส่วนมนุษย์ 4 ชิ้น ที่ลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้สะพานพระราม 5 ชี้เป็นคนเดียวกันกับที่พบในพื้นที่ ฝั่งธน และอำเภอเมืองจ.นนทบุรี ขณะนี้อยู่ในระหว่างการรอชิ้นส่วนที่เหลือ ส่งไปตรวจดีเอ็นเอเพื่อพิสูจน์ว่าเป็นร่างกายของผู้ใดต่อไป พร้อมกันนี้ พล.ต.อ. พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ครอบครัวของชายที่หายตัวไปจาก จ.ระยอง ลงพื้นที่ท่าน้ำพระราม 5 เพื่อตรวจสอบชิ้นส่วนขาขวาของมนุษย์ มีการนำดีเอ็นเอไปตรวจ ผู้เชี้ยวชาญระบุว่า ชิ้นส่วนดังกล่าว เป็นขาของชาวเอเชีย ขณะนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนเป็นพิเศษ เพื่อหาความจริงต่อไป ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ พบชิ้นส่วนมุนษย์เพิ่ม บริเวณกรมเจ้าท่า ใกล้สะพานพระราม 5 เป็นแข้ง ขาขวา ขณะที่ ขาซ้าย ลอยติดท่าน้ำวัดเกริน ต.บางกระดี จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่ลงพื้นนำชันสูตรเชื่อมโยงชิ้นส่วนที่พบก่อนหน้าที่ วันนี้ 2 ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า วินมอเตอร์ไซค์พบชิ้นส่วนมุนษย์ส่วนแข้ง ขาด้านขวา ลอยอยู่บริเวณกรมเจ้าท่า ใกล้สะพานพระราม 5 เขตบางสีเมือง สภาพชิ้นส่วนยังปกติไม่เน่าเปื่อย สีขาวซีด และได้ผูกมัดไว้เพื่อป้องกันการลอยไปตามกระแสน้ำ เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ และกำลังนำชิ้นส่วนของมนุษย์ไปชันสูตรว่า มีความเชื่อมโยงกับชิ้นส่วนของร่างมนุษย์ที่พบก่อนหน้านี้หรือไม่ ขณะเดียวกันที่ปทุมธานี ได้รับแจ้งว่า พบชิ้นส่วนมนุษย์ เป็นขาด้านซ้าย ลอยอยู่บริเวณ ท่าน้ำวัดเกริน ต.บางกระดี จ.ปทุมธานี สภาพชิ้นส่วนยังปกติ สีขาวซีด เบื้องต้น เจ้าหน้าตำรวจ ลงพื้นที่และได้นำชิ้นส่วนของมนุษย์ ขึ้นมาจากน้ำแล้ว โดยกำลังรอเจ้าหน้าที่นิติเวช มาตรวจสอบเพิ่มเติมว่า ชิ้นส่วนขาซ้ายที่พบนั้น มีความเชื่อมโยงกับชิ้นส่วนของร่างมนุษย์ที่พบก่อนหน้านี้หรือไม่ อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถระบุได้ว่าชิ้นส่วนที่พบนั้นเป็นของคนไทยหรือชาวต่างชาติ ขอบคุณ INN ....................................................... "พล.ต.ท.ศานิตย์" ส่ง 4 ชิ้นส่วนมนุษย์ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา ให้แพทย์ชันสูตรเป็นเคสเร่งด่วน คาดว่าเป็นชายชาวเอเชีย  วันนี้ 1 ก.พ. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงความคืบหน้ากรณีพบชิ้นส่วนมนุษย์ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา โดยขณะนี้ได้นำชิ้นส่วนทั้งหมด 4 ชิ้น คือ ส่วนศีรษะ แขนขวา ขาขวา และลำตัว ส่งให้แพทย์ชันสูตรอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเป็นเคสพิเศษเพื่อพิสูจน์ DNA และตรวจสอบว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถระบุเวลาที่จะทราบผลชัดเจนได้ แต่เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นชายชาวเอเชีย อย่างไรก็ตามต้องรอผลจากแพทย์ชันสูตรศพก่อน จึงจะดำเนินการสอบสวนขยายผลต่อไป ศานิตย์คาดผลชันสูตรชิ้นส่วนศพจะชัดเจนพรุ่งนี้ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เรียกประชุมชุดสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีพบชิ้นส่วนมนุษย์ที่ลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมเปิดเผยว่า ระหว่างนี้อยู่ระหว่างนำชิ้นส่วนที่พบทั้งหมด ส่งให้สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม หรือ ดีเอ็นเอ ว่าเป็นของบุคคลเดียวกันหรือไม่ และผู้ตายเป็นชนชาติใด ซึ่งจากที่ได้รับรายงาน คาดว่าผู้ตายน่าจะเป็นแขกขาว แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจริงหรือไม่ ขณะเดียวกัน ตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1 กำลังอยู่ระหว่างการประสานงานเพื่อเร่งหาสถานที่เกิดเหตุในการฆาตกรรมว่าอยู่จุดใด แต่จากการสันนิษฐานเบื้องต้น เชื่อว่าน่าจะมีการฆ่าหั่นศพจากบริเวณอื่น ก่อนนำร่างของผู้ตายมาทิ้งเหนือสะพานพระนั่งเกล้า ส่วนผลการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร คาดว่าน่าจะมีผลสรุปได้ภายในวันนี้ หรือพรุ่งนี้ ดังนั้นจึงอยากฝากประชาสัมพันธ์ถึงประชาชนทุกคน หากเชื่อว่าผู้ตายเป็นญาติพี่น้อง หรือบุคคลใดที่คาดว่าจะรู้จักผู้ตาย ให้ติดต่อเพื่อขอดูศพ หรือตรวจพิสูจน์ทราบดีเอ็นเอ ขอบคุณ INN ....................................................... พบอีก! ชิ้นส่วนศีรษะมนุษย์ ถูกเทปพันรอบยัดถุงดำ ลอยใต้ถุนบ้านประชาชนย่านบางศรีเมือง เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบ คาดเป็นคนเดียว เมื่อวันที่ 31 ม.ค. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิได้รับแจ้งจากประชาชนย่านบางศรีเมือง จ.นนทบุรี ว่าพบชิ้นส่วนมนุษย์ส่งกลิ่นเหม็นอยู่ใต้ถุนบ้าน จึงรุดไปตรวจสอบพบ เป็นชิ้นส่วนศีรษะเพศชาย ถูกคุมด้วยถุงดำ มีเทปสีใสพันรอบศีรษะ มีหนวดเครา ผมสั้น และศีรษะล้าน ซึ่งคาดว่าน่าจะเสียชีวิตมานานกว่า 4 วัน เจ้าหน้าที่จึงเคลื่อนย้ายศีรษะมายังวัดตำหนักใต้ พื้นที่ สภ.นนทบุรี และขณะนี้อยู่ระหว่างรอเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม คาดว่าชิ้นส่วนที่พบทั้งหมดน่าจะเป็นบุคคลคนเดียวกัน และยังเหลือชิ้นส่วนแขนซ้ายและขาซ้ายที่ยังไม่พบ ขอบคุณ INN ....................................................... พบอีก ชิ้นส่วนลำตัวมนุษย์ ลอยเจ้าพระยา ที่ท่าน้ำนนทบุรี จนท.เร่งตรวจสอบนำมารวมกับที่พบก่อนหน้านี้ วันนี้ (31ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบชิ้นส่วนมนุษย์เพิ่มเติมอีก โดยเบื้องต้นจุดที่พบคือ ท่าน้ำวัดโพธิ์ทองบน อ.เมือง จ.นนทบุรี โดยเป็นชิ้นส่วนช่วงลำตัวของเพศชาย ซึ่งขณะนี้ จนท.ตร. และกู้ภัยได้นำเอาชิ้นส่วนมาบนฝั่ง และสันนิษฐานว่า อาจจะเป็นชิ้นส่วนของคนเดียวกันกับที่พบก่อนหน้านี้ 2 ชิ้นคือ ช่วงแขน และพบช่วงขา ก่อนหน้านี้ ซึ่งทาง จนท.ตร.สภ.เมืองนนทบุรี และ จนท.กู้ภัย จะได้นำชิ้นส่วนดังกล่าวไปตรวจพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวชต่อไปว่าใช่คนเดียวกันกับที่เจอก่อนหน้านี้หรือไม่ ....................................................... พบชิ้นส่วนแขนมนุษย์ มีรอยถูกของมีคมตัด ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา ตำรวจเร่งตรวจสอบ หวั่นฆาตกรรมหั่นศพ ได้รับแจ้งจากอาสามัครกู้ภัย มูลนิธิร่วมกตัญญู พบชิ้นส่วนมนุษย์ในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณข้างอู่ต่อเรือวัดคหบดี ซ.จรัญสนิทวงศ์ 44 โดยชิ้นส่วนที่พบแขนขวา ตั้งแต่ไหล่ลงมา สภาพซีดขาว และยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็น เพศชายหรือหญิง นอกจากนี้ ยังพบว่ามีร่อยรอย คล้ายถูกของมีคมตัดค่อนข้างชัดเจนโดยสันนิษฐานเบื้องต้นว่าเป็นการฆาตกรรมหั่นศพ ซึ่งขณะนี้ร้อยเวร สน.บวรมงคล เข้าตรวจสอบแล้ว และอยู่ระหว่างรอแพทย์ชันสูตรหาสาเหตุที่ชัดเจน MThai News

20 ไอเดีย ทาเล็บสีด้าน! เนรมิตเล็บสาวๆ ให้สวยหรู ดูแพง
ทาเล็บ /  ทาเล็บสีด้าน / 

          ใครหนอช่างว่า "เกิดเป็นผู้หญิง แท้จริงแสนลำบาก" อยากจะเถียงว่าไม่จริ๊งไม่จริง เพราะเกิดเป็นผู้หญิงนี่แหละสนุกสุดเหวี่ยงอย่าบอกใคร ไหนจะเทรนด์เสื้อผ้าที่สวยๆ  เครื่องสำอางที่ปกปิดขั้นเทพ ทรงผมอีกร้อยแปดทรง นี่ยังไม่รวมรองเท้า กระเป๋า และเครื่องประดับอีกเยอะแยะเต็มไปหมด เลือกมิกซ์แอนด์แมทช์กันได้ตามใจชอบ และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ เล็บต้องสวย! จะมาเสื้อผ้าหน้าผมจัดเต็ม แต่เล็บดำไม่ได้รูปได้ทรง อันนี้ขอบอกเลยว่าอย่าพลาดเด็ดขาด ผู้ชายบางคนก็ช่างสังเกตนะคะคุณขา อย่าคิดว่ารอดพ้นสายตาของฮีไปได้ เดี๋ยวจะพาลหาว่าเราเป็นผู้หญิงซกมกเอาได้ เสียเครดิตกันหมด ร่ายกันมาตั้งนาน ว่าแล้วก็ไปหยิบตะไบมาขัดๆ ถูก ให้ได้ทรงเล็บที่สวย พร้อมน้ำยาทาเล็บสีด้านสุดชิคมาทากันเถอะค่ะ ฉีกกฏแหวกแนวสาวแบ๊วกันไปเลย เพราะการทาเล็บสีด้านนั้น จะช่วยให้คุณดูเป็นผู้หญิงที่มั่นใจในตัวเอง แอบเปรี้ยว และดูโฉบเฉี่ยวมากๆ เลยค่ะ ถ้าไม่ถนัดทำเล็บเอง แนะนำให้ไปทำที่ร้านก็ได้ค่ะ แต่ถ้าอยากประหยัดงบและมั่นใจในฝีมือ ก็ไปซื้อสีทาแบบด้านมาจัดการเองได้เลย แต่มีเทคนิคคือต้องรีบทาให้ไว เพราะสีด้านจะแห้งเร็วมาก หาไม่ดีจะกลายเป็นเล็บหนาไม่สวยเอาได้นะคะ หรือถ้าใครอยากจะประหยัดกว่านั้นอีก น้ำยาทาเล็บสีมันวาวนี่ก็สามารถแปลงร่างเป็นสีทาแบบด้านได้นะคะ เคล็ดลับอยู่ที่หลังจากทาเล็บเสร็จแล้ว ให้รีบนำเล็บไปอังกับน้ำร้อน จนรู้สึกว่าด้านพอใจแล้วก็พักมือรอแห้งสนิทได้เลยค่ะ แอบกระซิบว่ายิ่งใช้สีเข้มมากเท่าไหร่ ก็จะได้สีทาแบบด้านที่ชัดสวยมากเท่านั้นนะคะ :) รูปภาพจาก : @ojesizgezmeyenlerkulubu , @thenailtrail เรียบเรียงโดย : Women Mthai Team

คุยแบบเปิดอกกับสองผู้รักษาประตู ลิเวอร์พูล ที่ถูกพูดถึงอย่างมากในขณะนี้!
บ็อกดาน /  ผู้รักษาประตู / 

แม้สองผู้รักษาประตูของ ลิเวอร์พูล จะมีฟอร์มไม่เข้าตาแฟนบอลทีม หงส์แดง สักเท่าไหร่ในเวลานี้ แต่ทั้ง ซิมง มินโญเล่ต์ และ อดัม บ็อกดาน จะมาเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในรั้วแอนฟิลด์ ผ่านบทสัมภาษณ์ของพวกเขา ผู้รักษาประตูคนโปรด? ซิมง มินโญเล่ต์: เนื่องจากผมเคยเป็นผู้เล่นเอาต์ฟิลด์มาก่อน จนกระทั่งอายุประมาณ 15 ปี ผมจึงรู้สึกชื่นชมนักเตะจอมบุกอย่างโรมาริโอ, ซีเนดีน ซีดาน, เบเบโต้ หรือสตอยคอฟ อดัม บ็อกดาน: สำหรับผม คือ ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล มินโญเล่ต์: นายใส่เรื่องนี้ลงในนิตยสารลิเวอร์พูลไม่ได้นะ! บ็อกดาน: (หัวเราะ) ผมคิดว่า แฟนๆ ลิเวอร์พูลคงจะยอมรับว่าเขาโดดเด่น ด้วยความสามารถของเขา, ท่าทางของเขา และสไตล์แหกคอกของเขานิดหน่อย มินโญเล่ต์: ผมคิดว่า คุณสามารถเรียนรู้บางอย่างได้จากผู้รักษาประตูทุกคนในระดับสูงสุด จิอันลุยจิ บุฟฟ่อน เป็นคนหนึ่งที่ผมชอบดู เขาทำได้ดีในทุกๆ อย่าง พวกคุณมองเห็นตัวเองลงเล่นได้นานพอๆ กับบุฟฟ่อนหรือไม่? บ็อกดาน: ผมสามารถเห็นซิมงเล่นได้จนถึงอายุขนาดนั้น และบางที อาจจะนานกว่า มินโญเล่ต์: หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น ขอให้เป็นแบบนั้นนะ แต่ทั้งหมดมันขึ้นอยู่กับร่างกายของคุณ, อาการบาดเจ็บ... เมื่อพูดถึงอาการบาดเจ็บ มันมาพร้อมกับการเป็นผู้รักษาประตูหรือไม่? มินโญเล่ต์: ในตำแหน่งของเรา คุณต้องยอมรับว่ามันมีการปะทะทางด้านร่างกาย ผมเคยดั้งจมูกหัก โหนกแก้มและเบ้าตาแตก และยังมีบาดแผลและรอยฟกช้ำอื่นๆ จากการพุ่งไปโดนเท้าของพวกนักเตะ ร่างกายของคุณจำเป็นต้องเสี่ยงจริงๆ ในสถานการณ์เหล่านั้น บ็อกดาน: ผมเคยถูกกระแทก และบาดเจ็บหัวเข่า จากการกลับตัวเร็วเกินไป เราอย่าคุยเรื่องอาการบาดเจ็บไปมากกว่านี้เลย มินโญเล่ต์: เมื่อผู้รักษาประตูได้รับบาดเจ็บ มันมักจะเป็นอาการที่ย่ำแย่ พวกเราไม่ค่อยบาดเจ็บกล้ามเนื้อหรอก แต่จะเจ็บที่อื่นมากกว่า ทุกวันนี้ หน้าที่ผู้รักษาประตูเป็นเรื่องยากมากขึ้นหรือไม่? มินโญเล่ต์: ผมคงไม่พูดว่ามันยากมากขึ้น แต่บางที อาจจะมีการเรียกร้องที่มากขึ้นนิดหน่อย บ็อกดาน: ผู้คนต้องการปีกที่สามารถบุกไปข้างหน้าและทำเกมรุกได้ แต่ก็ต้องลงมารับได้ด้วย มินโญเล่ต์: ในอีก 20 หรือ 30 ปีข้างหน้า พวกเขาจะต้องการหุ่นยนต์เพื่อดำเนินชีวิตไปตามคำเรียกร้อง! เมื่อมีฟุตบอลโลกหรือยูโรเกิดขึ้น เราจะได้ยินการพูดคุยถึงลูกบอลแบบใหม่กันมากมาย มันเปลี่ยนไปมากหรือไม่? มินโญเล่ต์: ทุกคนกำลังมองหาภาพที่น่าตื่นเต้น พวกเขาต้องการเห็นการทำประตูมากมาย ด้วยการแข่งขันที่แตกต่างกัน คุณจำเป็นต้องใช้บอลที่ต่างกันไปในแต่ละครั้ง นั่นจึงหมายความว่า คุณอาจต้องซ้อมกับบอลที่ต่างกันถึง 3 ใบในหนึ่งสัปดาห์ ดังนั้น คุณต้องทำให้คุ้นเคยกับมันอย่างรวดเร็วมากๆ บ็อกดาน: เราแค่ต้องปรับตัวให้เข้ากับมัน แน่นอนว่า ทั้งหมดนั้นมันก็คือลูกฟุตบอล แต่บางครั้งมันก็เป็นเรื่องที่ยาก เพราะพวกมันมีน้ำหนักที่ต่างกัน, การลอยที่ต่างกัน บางลูกก็ส่ายมาก ในขณะที่บางลูกก็ส่ายน้อย คุณต้องพยายามที่จะไม่คิดถึงมันมากเกินไป พวกคุณมีวิธีเลือกถุงมืออย่างไรบ้าง? มินโญเล่ต์: มีถุงมือที่แตกต่างกันออกไปด้วยลักษณะของฝ่ามือ, ลักษณะของนิ้วมือ, ความแตกต่างด้านในและด้านนอกถุงมือ บ็อกดาน: ผมมักจะชอบฝ่ามือแบบแบนๆ และถุงมือของผมได้รับการออกแบบตามที่ผมต้องการ มินโญเล่ต์: มันเป็นเรื่องของความชอบแต่ละบุคคล และสิ่งที่ทำให้รู้สึกดี ผมไม่ชอบใส่ถุงมือยี่ห้อใหม่ในเกม ผมต้องใส่มันมาแล้ว 4-5 ครั้งในการฝึกซ้อม ก่อนที่จะแน่ใจว่ามันใช่ แล้วรองเท้าล่ะ? มินโญเล่ต์: โค้ชผู้รักษาประตูคนแรกของผม บอกกับผมว่า อย่าใส่รองเท้าที่มีสีสันฉูดฉาดเป็นอันขาด จอห์น อัชเทอร์เบิร์ก (โค้ชผู้รักษาประตูของลิเวอร์พูล) ก็เช่นกัน เขาชอบใส่รองเท้ารุ่นฟุตบอลโลกสีดำของเขา บ็อกดาน: จอห์นเป็นพวกหัวเก่า ผมได้สวมรองเท้าสีชมพู ราวๆ 2 ปีที่แล้ว และมันใส่สบายมาก คุณไม่สามารถมองไปที่สีของรองเท้าหรือถุงมือมากจนเกินไปนัก เด็กๆ ชอบที่จะใส่สีไม่เหมือนกัน ดังนั้น มันจะดีกว่า ถ้าคุณไม่ไปกังวลถึงมัน มินโญเล่ต์: รองเท้าฟุตบอลของผมถูกทำขึ้นมาเป็นพิเศษ มันต้องเป็นแบบนั้น เพราะนิ้วชี้ของผมยาวกว่านิ้วโป้ง ดังนั้น มันจึงต้องทำให้เข้ากัน จากมุมมองทางด้านการตลาด พวกเขาชอบที่จะเปลี่ยนสีอยู่บ่อยๆ ผมพยายามจะทำความเข้าใจเรื่องนั้น คุณพูดถึงสีต่างๆ ของรองเท้า แล้วสีเสื้อของผู้รักษาประตูล่ะ? บ็อกดาน: ผมมักจะได้รับคำพูดทิ่มแทงมากมาย ถ้าหากมันเป็นสีสดใสมากๆ เพราะด้วยผมของผม มันสามารถทำให้ผมดูเหมือนกับชามผลไม้ได้เลย ผมชอบสีดำที่เรามีอยู่ตอนนี้ ตราบใดที่มันไม่ใช่สีชมพู ผมก็ไม่ได้รู้สึกอะไร ที่โบลตัน เราใช้ชุดแข่งสีส้ม ดังนั้น มันจึงไม่เข้ากับผมสีแดงของผมอย่างเห็นได้ชัด บางคนถามผมว่า ทำไมผมเลือกสีนี้ แต่มันไม่ใช่การควบคุมของผม ฤดูกาลต่อมายิ่งแย่ไปกว่าเดิมอีก เมื่อมันเป็นสีชมพู มินโญเล่ต์: ผมพูดมาตลอดว่า ตราบใดที่เสื้อ, รองเท้า และถุงเท้า เป็นสีเดียวกัน ผมก็ยินดี แต่มันเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถไปกะเกณฑ์อะไรได้ คำแนะนำที่ดีที่สุด สำหรับการเป็นผู้รักษาประตู? มินโญเล่ต์: แค่ทำให้บอลอยู่ห่างจากประตูเข้าไว้! ขอบคุณบทสัมภาษณ์จากนิตยสาร LIVERPOOL FC ฉบับที่ 33