ผมดัด

อัญ ถ่ายแบบ Playboy อวดหุ่นสุดสวย เซ็กซี่ขาดใจ
playboy /  sexy / 

วันนี้พาไปดูหุ่นสวยๆของน้อง อัญ สาวสวยที่ทาง Playboy พาเธอมาให้เราได้รู้จักกัน แค่เธอแว่บแรกก็ตะลึงในความเซ็กซี่ของเธอแล้ว ลองไปชมกันดูครับ ตาสวยๆ หุ่นดีๆ เซ็กซี่ขาดใจจริงๆ เซ็กซี่แบบเปียกๆ เชื่อผมสิ!! เจอหุ่นแบบนี้เข้าไป หลงหัวทิ่มแน่นอน ติดตามความเซ็กซี่ของเธอต่อได้ที่ Playboy December 2014

วิธีการดูแล ปัญหาผิวมัน ให้หน้าหล่อใส ดุดี หล่อแบบไม่หมอง
ปัญหาผิว /  ปัญหาผิวมัน / 

วิธีการดูแล ปัญหาผิวมัน ให้หน้าหล่อใส ดุดี หล่อแบบไม่หมอง สำหรับผู้ชายเราแล้ว ผิวมันนี่แหละ ที่มีอยู่เยอะในสังคมเรา อีกทั้ง ปัญหาผิวมัน เรียกได้ว่าเป็นปัญหาที่น่าปวดหัวมากที่สุดด้วย เพราะ ปัญหาผิวมัน มักสร้างปัญหาอื่นๆ มากมาตามมาไม่ว่าจะเป็นปัญหาหน้ามัน หมองคล้ำ และก่อให้เกิดสิวได้ง่ายอีก แต่ใช่ว่า ปัญหาผิวมัน จะแย่ไปซะทีเดียว เพราะว่าการมีผิวมัน มันมีข้อดีตรงทำให้หน้าเรากิดริ้วรอยช้ากว่าผิวปรเภทอื่นนั่นเอง โดยผิวมันเกิดจากการที่ต่อมไขมันผลิตซีบั่มมากเกินไป การทำงานของต่อมไขมันนี้ควบคุมโดยฮอร์โมนแอนโดรเจน หรือฮอร์โมนเพศชายนั่นเอง ผิวลักษณะนี้จะสังเกตได้โดยผิวจะเป็นมันเงา ผิวดูหนา และแน่น รูขุมขนกว้าง ซึ่งเกิดจากไขมันที่ขังอยู่ในรูขุมขน เมื่อรูขุมขนกว้างกว่าปกติก็จะทำให้ผิวสูญเสียน้ำใต้ผิวได้มากขึ้นอีกด้วย โดยทาง Men.MThai เราจะขอเสนอ วิธีดูแล ปัญหาผิวมัน สำหรับหนุ่ม เพื่อที่จะได้หน้าใส มั่นใจ ครับผม วิธีการดูแล ปัญหาผิวมัน การล้างหน้า ภาพจาก fashionbeans ควรล้างหน้าแค่วันละ 2 ครั้งก็พอแล้วครับ การที่ล้างหน้าบ่อยๆ จะทำให้ผิวของเราแห้งตึงเข้าไปอีก และจากนั้นผิวหน้าก็จะเร่งสร้างน้ำมันเพิ่มมากขึ้นเพื่อรักษาความสมดุลของผิวหน้า ซึ่งอาจทำให้หน้าของเรามันเข้าไปอีกครับ ดังนั้น ล้างหน้าแค่ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ก็พอแล้ว การใช้ครีมบำรุง ภาพจาก menhealth เลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า ประเภทเจล หรือโลชั่น จะเหมาะกับคนผิวมันที่สุดครับ หรือไม่ก็เลือกชนิดปราศจากน้ำมัน (Oil-free) ก็จะดีกว่าครับ การมาร์คหน้า ภาพจาก thegoodstuffbotanicals มาร์คหน้าด้วยโคลน เพราะมาร์คโคลนจะช่วยดูดสิ่งสกปรก และ ความมันออกจากผิวหน้า ซึ่งจะช่วยลดหน้ามัน และ ช่วยให้ผิวสะอาดขึ้นด้วยครับ ดินสอพอง ผสมน้ำมะนาว ก็ช่วยได้ครับ ดื่มน้ำ ภาพจาก foxnews จิบน้ำบ่อยๆ การจิบน้ำบ่อยๆ ระหว่างวัน ไม่แค่จะช่วยให้ผิวชุ่มชื่นเท่านั้นนะครับ แต่ยังช่วยลดความมันของผิวได้ดีอีกด้วย Men.MThai เรียบเรียงเนื้อหาจากต้นฉบับ acnethai

ชื่นมื่น! โรงแรมไทยคว้ารางวัล ทราเวลเลอร์ส ช้อยส์ อวอร์ดส
ทริปแอดไวเซอร์ /  ที่พัก / 

ประเทศไทยนับเป็นแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำในระดับโลก มีโรงแรมหลายแห่งในประเทศที่ได้รับรางวัลต่างๆทั้งในระดับโลกและระดับเอเชีย ปี 2558 นี้  ทริปแอดไวเซอร์ เว็บไซต์ท่องเที่ยวรายใหญ่ที่สุดของโลก มอบรางวัลรางวัล ทราเวลเลอร์ส ช้อยส์ อวอร์ดส ครั้งที่13 แก่โรงแรมกว่า 8,151แห่ง 8 ภูมิภาคทั่วโลก โดยพิจารณาจุดเด่นการให้บริการ คุณภาพและความคุ้มค่าจากรีวิวและความคิดเห็นกว่าล้านข้อความในเว็บไซต์ของทริปแอดไวเซอร์ทั่วโลกในตลอดทั้งปีที่ผ่านมา ชื่นมื่น! โรงแรมไทยคว้ารางวัล ทราเวลเลอร์ส ช้อยส์ อวอร์ด นายพิชยา  สายแสงจันทร์ ผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์ภายในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “รางวัลทริปแอดไวเซอร์ ช้อยส์ อะวอดส์ เป็นตัวชี้มาตรฐานการท่องเที่ยวในระดับโลก จากรีวิวของนักท่องเที่ยวนั้น ชี้ให้เห็นว่าการท่องเที่ยวและการบริการของไทยยังคงเป็นที่ยอมรับและชื่นชอบอย่างมากในระดับโลก” สำหรับโรงแรมในประเทศไทยที่ได้รับได้รับรางวัลทราเวลเลอร์ส ช้อยส์ อวอร์ดส  ประเภท Top Hotel อันดับแรก คือ ลยานะ รีสอร์ต แอนด์ สปา เกาะลันตา กระบี่ ตามด้วย  บ่อผุด รีสอร์ต แอนด์ สปา เกาะสมุย, เอเลเฟ่นท์ ฮิลส์ เทนท์ แคมป์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี , โรงแรมโฟร์ ซีซั่นส์ เกาะสมุย, แรบบิท รีสอร์ต, พัทยา, โรงแรมดาราเทวี เชียงใหม่, พอยท์ ยามู รีสอร์ต บาย โคโม ภูเก็ต, โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพ, พิมาลัย รีสอร์ต แอนด์ สปา เกาะลันตา กระบี่  และ โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพ ตามลำดับ อ้างอิงจากผลสำรวจล่าสุดของทริปแอดไวเซอร์ ระบุว่า 79 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รู้สึกว่ารางวัลทริปแอดไวเซอร์ ทราเวลเลอร์ ช้อยส์ สามารถใช้เป็นตัวช่วยเลือกโรงแรมได้เป็นอย่างดี ลยานะ รีสอร์ต แอนด์ สปา เกาะลันตา จ.กระบี่ ได้รางวัลที่ 1 ประเภทโรงแรมยอดนิยมในประเทศไทย อีกทั้งยังคว้าลำดับที่2 ประเภทโรแมนติก อันดับที่ 4 ประเภทหรูหรา และอันดับที่ 7 ประเภทโรงแรมมีการบริการที่ดีที่สุด โดยนายสเตฟาน  ไฮน์ซ ผู้จัดการทั่วไป ลยานะ รีสอร์ท  แอนด์ สปา กล่าวว่า “รางวัล ทริปแอดไวเซอร์ ทราเวลเลอร์ ช้อยส์ ถือเป็นรางวัลอันทรงเกียรติ และเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของเรา เพราะเป็นรางวัลที่ได้จากผลการลงคะแนนของลูกค้าผู้มีประสบการณ์ตรง ที่เคยมาพักรีสอร์ทของเรา ผมและพนักงานทุกคนรู้สึกยินดีและภูมิใจอย่างยิ่ง ที่รีสอร์ทของเราเป็นที่ประทับใจของลูกค้าและได้รับการโหวตในครั้งนี้” หนึ่งในสถานที่พักชั้นนำที่คว้ารางวัลมามากมายก็คือ เดอะ เพลส ซึ่งเป็นรีสอร์ตที่อยู่ในเกาะเต่า ที่แห่งนี้ได้ควบรางวัลหลายรางวัลในระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น โรงแรมประเภทหรูหราที่ดีที่สุดในโลก ประเภทโรแมนติกที่ดีที่สุดในโลก ประเภทขนาดเล็กที่ดีที่สุดในโลก และประเภทที่ให้บริการที่ดีที่สุดในโลก โดย นายกาย เวลพลิ เจ้าของ เดอะ เพลส ลักชัวรี่ บูติก วิลล่าส์ กล่าวว่า “เรารู้สึกดีใจมากกับการเป็นที่จำจดในระดับโลก ซึ่งนับเป็นเกียรติสูงสุดที่ได้รับการยกย่องจากลูกค้า พร้อมขอขอบคุณอย่างมากที่ชื่นชอบการบริการและคุณภาพและนำไปรีวิวบนทริปแอดไวเซอร์ให้เป็นการสร้างแรงบันดาลใจของนักท่องเที่ยวต่อไป” รางวัลทราเวลเลอร์ส ช้อยส์ อวอร์ดส ผ่านการพิจารณาจากจำนวนและคุณภาพของรีวิวความคิดเห็น และ    เรตติ้งที่พักตามแต่ละประเภทที่นักท่องเที่ยวได้ให้ไว้ในเว็บไซต์ทริปแอดไวเซอร์ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมที่ได้รับความนิยมสูงรวมถึงโรงแรมราคาประหยัดสุดคุ้ม ราคาที่พักเฉลี่ยของ 10 อันดับ Top Hotel ของรางวัลทราเวลเลอร์ส ช้อยส์ อวอร์ดส 1. ลยานะ รีสอร์ต แอนด์ สปา, เกาะลันตา, กระบี่ –ราคาที่พักเฉลี่ยต่อคืนปี2558 ในเว็บไซต์ทริปแอดไวเซอร์อยู่ที่ 11,300 บาท และค่าที่พักถูกสุดคือ เดือนมิถุนายน (5,900 บาท) 2. บ่อผุด รีสอร์ต แอนด์ สปา, เกาะสมุย – ราคาที่พักเฉลี่ยต่อคืนปี 2558 ในเว็บไซต์ทริปแอดไวเซอร์อยู่ที่ 7,700 บาท และเดือนที่ค่าที่พักถูกสุดคือ เดือนพฤศจิกายน (6,200 บาท) 3. เอเลเฟ่นท์ ฮิลส์ เทนท์ แคมป์, จังหวัดสุราษฎร์ธาน 4. โรงแรมโฟร์ ซีซั่นส์ เกาะสมุย – ราคาที่พักเฉลี่ยต่อคืนปี2558 ในเว็บไซต์ทริปแอดไวเซอร์อยู่ที่ 31,100 บาท และเดือนที่ค่าที่พักถูกสุดคือ เดือนพฤศจิกายน ประมาณ 24,800 บาท 5. แรบบิท รีสอร์ต, พัทยา- ราคาที่พักเฉลี่ยต่อคืนปี2558 ในเว็บไซต์ทริปแอดไวเซอร์อยู่ที่ 4,300 บาท และเดือนที่ค่าที่พักถูกสุดคือ เดือนพฤศจิกายน ประมาณ 3,800 บาท 6. โรงแรมดาราเทวี เชียงใหม่ – ราคาที่พักเฉลี่ยต่อคืนปี 2558 ในเว็บไซต์ทริปแอดไวเซอร์อยู่ที่ 28,800 บาท และเดือนที่ค่าที่พักถูกสุดคือ เดือนพฤศจิกายน ประมาณ 22,500 บา 7. พอยท์ ยามู รีสอร์ต บาย โคโม, ภูเก็ต- ราคาที่พักเฉลี่ยต่อคืนปี 2558 ในเว็บไซต์ทริปแอดไวเซอร์อยู่ที่ 10,100 บาท และค่าที่พักถูกสุดคือเดือนตุลาคม ประมาณ 6,700 บาท 8. โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพ –ราคาที่พักเฉลี่ยต่อคืนปี2558 ในเว็บไซต์ทริปแอดไวเซอร์อยู่ที่ 14,700 บาท และเดือนที่ค่าที่พักถูกสุดคือ เดือนพฤศจิกายน ประมาณ 12,400 บาท 9. พิมาลัย รีสอร์ต แอนด์ สปา เกาะลันตา กระบี่  ราคาที่พักเฉลี่ยต่อคืนปี2558ในเว็บไซต์ทริปแอดไวเซอร์อยู่ที่ 12,000 บาท และเดือนที่ค่าที่พักถูกสุดคือ เดือนตุลาคม ประมาณ 8,200 บาท 10. โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพ -ราคาที่พักเฉลี่ยต่อคือในเว็บไซต์ทริปแอดไวเซอร์อยู่ที่ 5,000 บาท และเดือนที่ค่าที่พักถูกสุดคือ เดือนธันวาคม ประมาณ 4,800 บาท

เทพมุ้ย ลั่นไม่เสียใจยกเลิกสัญญา อัลเมเรีย กลับมาบู๊ไทยลีก
กิเลนผยอง /  ธีรศิลป์ แดงดา / 

เทพมุ้ย ธีรศิลป์ แดงดา ลั่นไม่เสียใจที่ยกเลิกสัญญากับ อัลเมเรีย ปรึกษาคนรอบข้างดีแล้ว ขอมุ่งเรียกฟอร์มเก่งมาให้ได้ในเร็ววัน แย้มไม่ปิดโอกาสลุยต่างแดนในอนาคต หลังจากมีข่าวการยกเลิกสัญญาของ เทพมุ้ย ธีรศิลป์ แดงดา กับทาง อัลเมเรีย ทำให้หลายคนตั้งข้อสงสัยว่า เหตุใดจึงตัดสินใจยกเลิกสัญญาทั้งที่ยังมีเหลืออีก 4 เดือน เป็นเพราะใจไม่สู้หรือเปล่า ล่าสุด เทพมุ้ย ของเหล่าแฟนบอล กิเลนผยอง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ได้เปิดเผยถึงเหตุที่ตัดสินใจลาทีมจากสเปน และกลับมาสู่อ้อมอกต้นสังกัดที่แท้จริงว่า การตัดสินใจครั้งนี้ ผมได้ปรึกษาพ่อ และคนรอบข้างเป็นอย่างดีแล้ว “ปัญหาหลักเลยคือการไม่ได้รับโอกาสในการลงสนามเท่าที่ควร อีกทั้งผมยังมีปัญหาเรื่องของการปรับตัวด้านภาษาอีก แต่การไปครั้งนี้ถือว่าได้ประสบการณ์เป็นอย่างมาก ได้เห็นอะไรหลายอย่างที่เป็นฟุตบอลอาชีพ แต่ผมก็ยังบอกไม่ได้ว่าจะเอาอะไรกลับมาปรับใช้ได้บ้าง เพราะมันมีบางอย่างที่แตกต่างอยู่” เจ้ามุ้ย เปิดเผยต่อว่า ไม่ได้ลงเล่นมาหลายเดือน ผมก็ต้องหาฟอร์มการเล่นเดิมๆ ของตัวเองให้เจอโดยเร็ว นี้แหละคือเหตุผลหลักที่ผมกลับมาคือการได้ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ ตอนนี้ผมตั้งเป้าที่จะเรียกฟอร์มก่อน เพราะไม่ได้เล่นก็ขาดความมั่นใจ ต่อข้อคำถามที่ว่าล้มเหลวหรือเปล่ากับการโกอินเตอร์ครั้งนี้ ดาวเตะกิเลนผยองเผยว่า ก็ไม่ได้ล้มเหลวอะไร ผมตั้งเป้าไว้ว่าไปจะต้องได้ลงเล่นสม่ำเสมอ ถ้าผมไปแล้วไม่มีโอกาสลงเล่นผมไม่ไปแน่นอน การไป อัลเมเรีย ครั้งนี้ผมคิดว่าผมไปจะได้เล่น ผมเลยได้ตัดสินใจไป ถ้าในวันข้างหน้ามีโอกาสอีกผมก็อยากไป “การไป อัลเมเรีย ถือเป็นเรื่องโชคดี ตอนเด็กๆผมเคยคิดว่าผมกับยุโรปห่างกันเหลือเกิน ผมเลยพยายามทำทุกอย่างให้ความห่างน้อยลงจนได้ไปในที่สุด ถือว่าล้ำค่าได้ประสบการร์ที่ดีแล้ว” ส่วนการกลับมาเล่นไทยลีก เจ้ามุ้ย เปิดเผยว่า การกลับมาเล่นไทยลีก ผมไม่รู้ว่าผลงานจะดีเหมือนเดิมหรือเปล่า ตรงนี้แหละที่ต้องรีบแก้ไข ส่วนการปรับตัวก็คงไม่มีอะไรมาก เพราะนักเตะส่วนใหญ่ก้เคยได้เล่นกันมาก่อนอยู่แล้ว เชื่อว่าไม่มีปัญหา

มณีพงศ์ 1ในคู่หูนรกแตกลั่นระฆังวิวาห์ น้องโบว์ แฟนสาว
ณิชฌามาร์ ภาวริศพงศภรณ์ /  บดินทร์ อิสระ / 

เจ้าเอ มณีพงศ์ จงจิตร นักกีฬาแบดมินตันทีมชาติไทย ได้ฤกษ์ดีจับมือแฟนสาว น้องโบว์ ณิชฌามาร์ ภาวริศพงศภรณ์ ลั่นระฆังวิวาห์อย่างชื่นมื่น พร้อมหวนกลับมาจับคู่กับ อาท บดินทร์ อิสระ อีกครั้งตั้งเป้าลุ้นเหรียญโอลิมปิก มณีพงศ์ จงจิตร นักกีฬาแบดมินตันชายคู่มืออันดับ 11 ของโลก สละโสดแต่งงานกับแฟนสาว น้องโบว์ ณิชฌามาร์ ภาวริศพงศภรณ์ วัย 25 ปี หลังจากที่ได้คบหาดูใจกันมานานพอสมควร โดยได้ทำพิธีตามขนบธรรมเนียมประเพณี ยกขันหมากสู่ขอจากทางญาติผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง พิธีหมั้น พิธีรดนํ้าสังข์ พร้อมด้วยพิธีเลี้ยงฉลองมงคลสมรส ท่ามกลางความยินดีของแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากที่มาร่วมแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาว รวมถึงนายกสมาคมแบดฯ คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล และดร.สมศักดิ์ ลีสวัสดิ์ตระกูล โดย มณีพงศ์ กล่าวว่า ผมและภรรยาต้องขอขอบคุณผู้ใหญ่ รวมถึงแขกผู้มีเกียรติทุกๆ ท่านที่มาร่วมในงานมงคลสมรสของเราทั้งคู่ในวันนี้ สำหรับอนาคตในการเล่นแบดมินตันนั้น หลังจากนี้ตนจะหวนกลับมาจับคู่กับ อาท บดินทร์ อิสระ อีกครั้ง หลังจากที่เราเคยคู่กันทำผลงานได้ดีมาก่อนแน่นอนว่าอันดับแรกเราทั้งคู่จะต้องกลับมามุ่งมั่นตั้งใจฝึกซ้อมให้หนักมากยิ่งขึ้น เพราะในตอนนี้อันดับโลกของคู่เรายังไม่สามารถลงแข่งขันในระดับ ซูเปอร์ซีรีส์ ได้ ทำให้ต้องออกตระเวนแข่งขันในรายการระดับชาเลนจ์ หรือกรังด์ปรีซ์โกลด์ เพื่อเร่งขยับอันดับโลกขึ้นมาเสียก่อน เบื้องต้นทางโค้ชวางแผนให้ไปแข่งขันที่ยุโรป 3 รายการในเดือนมีนาคมนี้ ทั้ง สวิส โอเพน กรังด์ปรีซ์ โกลด์ ต่อด้วย โปลิช โอเพน อินเตอร์เนชั่นแนล ชาลเลนจ์ และออร์ลีนส์ อินเตอร์เนชั่นแนล ชาลเลนจ์ โดยหวังว่าเราทั้งคู่จะทำผลงานได้ดี เพราะตอนนี้ตามอันดับโลกตกไปอยู่ที่ 230 แล้วแน่นอนว่าเป้าหมายใหญ่ที่สำคัญก็คือการคว้าเหรียญรางวัลในโอลิมปิก ที่ริโอ ประเทศบราซิล

12 สัญญาณอันตราย ผู้ชายคนนี้รักคุณ เพราะรัก
สาวโสด /  เซ็กซ์ / 

ผู้ชายนี่บางทีก็เข้าใจยากนะ มีคนเข้ามาจีบ  บางทีเราไม่รู้เลยว่าเขาเข้ามาด้วยเหตุผลใด บางคนที่ว่าดี มองภาพว่าเขาดีเหลือเกิน ใครจะไปรู้เขาอาจจะมองคุณเพื่อนเซ็กซ์เพียงอย่างเดียวก็เป็นได้ ลองมาดูสัญญาณสิว่า ผู้ชายที่คุณดูๆอยู่ เขารักคุณแค่เพียงเพราะเซ็กซ์อย่างเดียวหรือเปล่านะ 1.เขาส่งข้อความหาคุณหลังตี 1 เท่านั้น บทจะมาคิดถึงก็ชอบจะมาคิดถึงตอนดึกๆเป็นประจำ กลางวันไม่เคยคิดจะถามสารทุกข์สุขดิบ ไม่มีอะไรหรอก นอกจากต้องการเซ็กซ์เวลานั้นน่ะ 2.เขาไม่ยินดีกับการเดทเฉยๆ เมื่อคุณนัดเขาออกมาดูหนัง แต่เขากลับไม่สนใจและไม่อยากทำ หรือแม้แต่กิจกรรมอื่นๆที่คุณทำแล้วมีความสุขเขาก็ไม่ได้คิดจะทำด้วยเลย 3.คุณไม่เคยเจอเพื่อนของเขา แน่ นอน ถ้าเขาต้องการคุณเป็นแค่เพื่อนนอนเท่านั้น ทำไมเขาต้องพาคุณไปรู้จักมักจี่กับเพื่อนใกล้ตัวของเขาด้วยล่ะ ยิ่งคุณรู้จักเขาน้อยมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งทำตัวหลบๆซ่อนๆเหมือนผีได้มากเท่านั้น 4.เขาไม่เคยให้คุณนอนค้างยันเช้า แต่ เขาจะไม่บอกตรงๆหรอกนะ มักจะอ้อมแล้วอ้อมอีก อ้างนู่นอ้างนี่ เช่นเดี๋ยวแม่มาพรุ่งนี้ เดี๋ยวเพื่อนมา เดี๋ยวมีประชุมเช้า มีเรื่องให้อ้างร้อยอย่างที่คุณก็ไม่เคยรู้ว่าจริงหรือไม่จริง 5.เขาพร้อมจะช่วยเหลือคุณทุกอย่าง ก่อนคุณจะก้าวออกจากห้อง ลืม ลิปสติกหรือเปล่า กระเป๋าตังค์? เสื้อในล่ะ? เข็มกลัด กิ๊ฟติดผม? เกิดจะใส่ใจขึ้นมาทันที เป็นการให้คุณช่วยเก็บหลักฐานซะดื้อๆ คุณอย่าคิดเลยว่าเขาหวังดี ไม่แน่ทำแบบนี้ น่าจะมีใครซุกอยู่ก็เป็นได้ 6.ไม่เคยได้เดทกันจริงๆ เดินกินข้าว กินขนม ดูหนัง ช็อปปิ้ง สิ่งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นเลย เห็นแต่เตียงกับเพดาน ตลอดๆ 7.เขาจะยุ่งเสมอ เมื่อคุณส่งข้อความไปหา ถ้า เป็นการบอกเล่าเรื่องราวของชีวิตคุณ เขาจะไม่มีทางอยากรู้ หรือ สนใจเลยแม้แต่น้อย แต่ถ้าส่งข้อความชวนไปไหน ไปห้อง หรือ ไปเที่ยว กลับรีบสนใจ ตอบในทันที 8.เมื่อเจอกัน เขามักจะขอมีอะไรกับคุณแบบอ้อมๆ ยิ่ง ถ้าอยู่ด้วยกันสองต่อสองแล้ว เขาไม่คิดจะทำอะไรเลย นอกจากมีอะไรด้วย และมีอะไรด้วย ไม่คิดจะชวนพูดคุย ใส่ใจเรื่องราวส่วนตัวของคุณเลยแม้แต่น้อย 9.พูดจาทะลึ่ง ดึงลงเรื่องอย่างว่าตลอด ไม่ว่าคุณจะพิมพ์อะไร เขาก็จะพูดถึงเรื่องอย่างนั้น คอยดึงคุณเข้าสู่เรื่องแบบนั้นบ่อยๆ บางทีก็ทะลึ่งจนไม่คิดว่าจะเอามาเกี่ยวกันได้ 10.พูดถึงแต่รูปร่างของคุณ เขา ชอบรูปร่างของคุณ แต่ไม่เคยสนใจนิสัยดีๆของคุณเลย เช่น มักจะชมหน้าอก หรือก้นคุณบ่อย (เกินไป) ทั้งที่เรื่องอื่นๆ จิตใจของคุณก็ดีไม่แพ้กัน 11.เมื่อเขามาหา เขาจะเดินตรงไปที่ห้องนอนทันที ไม่พูดพร่ำทำเพลง เสียเวลา กระชากเข้าห้องอย่างเดียว แม้ว่าคุณจะไม่มีอารมณ์เลยก็ตาม (เห็นแก่ตัวจริ๊งพ่อคุณ) 12.หลีกเลี่ยงการเล่าเรื่องส่วนตัว คุณไม่เคยรู้ดีเทลเกี่ยวกับชีวิตเขาเลย แถมถามไปก็บ่ายเบี่ยงเหมือนไม่อยากตอบ บางทีก็หาเรื่องมาเปลี่ยนกลางคันซะอย่างนั้น ลองแกล้งโง่ต่อ แล้วสังเกตดู คุณจะรู้ว่าเขาไม่ยอมปริปากเลย ที่มา  Marieclair เรียบเรียงโดย Women Mthai Team

ของขวัญเกิดครบ 44 ปี ลดน้ำหนัก จากตัวจากคนไซส์ 3 XL มาไซส์ L
ฟิตเนส /  ลดน้ำหนัก / 

ของขวัญเกิดครบ 44 ปีที่มีค่ามากที่สุดการ ลดน้ำหนัก จากตัวจากคนไซส์ 3XL มาเป็นคนไซส์ L ทุกๆ คนย่อมอยากมีหุ่นที่ดูดี ไม่ถูกล้อ จะทำอะไรก็มีแต่ความมั่นใจ เป็นตัวอย่างให้กับคนรอบข้างได้อยู่แล้วครับ Men.MThai เชื่ออย่างนั้น ซึ่งการที่จะมีหุ่นที่ดูดีได้นั้นมันก็ขึ้นอยู่กับตัวเราเองทั้งนั้น ถ้าเรามีเป้าหมายในชีวิตที่แน่วแน่ และตั้งใจทำเต็มร้อย ผมก็เชื่อว่าทุกๆ คนก็สามารถเอาชนะขีดจำกัดของตัวเองได้ครับ อย่างเช่นคุณ จ่าโหดปืนห่าม สมาชิกเว็บไซต์ Pantip ที่มาแชร์ประสบการณ์ ลดน้ำหนัก ด้วยตัวเอง จากไซส์ 3XL มาเป็น L ได้ ซึ่งทางเราก็คิดว่าความสำเร็จของคุณ จ่าโหดปืนห่าม ในครั้งนี้จะสร้างแรงบัลดาลใจให้กับเพื่อนๆ ที่มีความคิดที่จะ ลดน้ำหนัก ฟิตหุ่นได้เป็นอย่างดี พรุ่งนี้เป็นวันเกิดครบรอบ 44 ปีของผม 26 มกราคม 2558 ก็เลยตัดสินใจแบ่งปันประสพการณ์การเปลี่ยนแปลงตัวเอง จากชายอ้วนวัยกลางคน คนหนึ่งให้ทุกๆ ท่านได้อ่านกันว่า 17 เดือน 22 โล ณ จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงตัวเอง ผมหนัก (ประมาณเพราะไม่กล้าชั่ง) 105 กิโลกรัม และปัจจุบัน ขึ้น ๆลง ๆอยู่ที่ 87 - 85 กิโลกรัม ซึ่งเป้าหมายผมคือ 78 กิโลกรัม (น่าจะต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่) ผมเองรับรูปร่างและน้ำหนักตัวไม่ได้มาต้งแต่ ม. 2 ผมอดอาหาร ทานน้อยๆ บางวันกินแค่ขนมปังหนึ่งก้อนและน้ำอัดลมขวดนึง เพื่อให้มีกำลังในการเล่น (เล่นฟุตบอล) เท่านั้นเอง แต่ก็ไม่เคยดูเป็นคนผอมเสียที ดูเป็นคนบวมๆ มีน้ำมีนวลตลอดเวลา ปกติแล้วเป็นคนชอบออกกำลังกายมาตลอด ชอบเล่นฟุตบอล (เล่นไม่เก่งแต่ก็ชอบ) เคยชกมวย (ที่การกีฬาแห่งประเทศไทย เรียนสนุก ๆ) น้ำหนักตัวผมน้อยที่สุดผมว่าน่าจะเป็นช่วงทำงานปิดเทอม ผมเป็นพนักงานขายรองเท้า เป็นผู้ชายคนเดียว วิ่งเข้าวิ่งออกสโตร์ยกรองเท้าลังรองเท้าสูงถึงเพดานห้องเก็บของ กินวันละมื้อเดียวเป็นแซนด์วิช 1 คู่กับนมพร่องไขมัน 1 แก้ว แล้วก็เดินและวิ่งกลับบ้าน ระยะทางประมาณ 2 - 3 กม.แล้วก็ซิตอัพ กระโดดเชือก ทำอะไรต่อมิอะไรมาเยอะแยะ เพื่อทีจะไม่อ้วน สุดท้ายเมื่อเรียนจบออกมาทำงาน เพียงแค่ ไม่ถึงปี น้ำหนักก็พุ่งพรวดไป 85 ก.ก. จากปกติน้ำหนักอยู่ที่ 6x กก พอดีมีแฟนช่วงนั้นแฟนขอให้ลดความอ้วนเป็นของขวัญวันเกิดซัก 5 กก.ได้มั้ย เลยตัดสินใจไปสถาบันลดความอ้วน บอดี้ๆ เป็นลูกค้าดีเด่น 3 เดือนลดไป 20 กก.ด้วยการควบคุมอาหารอย่างเดียว เรียกลูกค้าให้เค้าได้อีกหลายคน เป็นพรีเซนเตอร์เลยช่วงนั้น แต่ผ่านไปไม่นานน้ำหนักก็มาวนเวียนอยู่แถว ๆ 80 กก.อีก วนไปเวียนมาแต่เราก็รู้วิธีการควบคุมอาหารเพื่อให้น้ำหนักลดลง ผมเคยทานแบบนับแคล กินแค่มื้อละจานน้ำหนักก็ลงแล้ว เพราะเรารู้ว่าเราต้องการพลังงานพื้นฐานเท่าไร และ อาหารจานเดียวแต่ละอย่างมันเฉลี่ยแล้วกี่แคล ก็กินไม่ให้เกิน น้ำหนักก็ลงมา ต่ำสุดๆ ก็ 78 กก. แต่พออายุย่างเข้า เลขสามกลาง ๆทีนี้ น้ำหนักมันขึ้นไม่ยอมลงแล้ว จะกินน้อยกินมากแค่ไหนก็ไม่ยอมลง จนมันเดินทางจาก 85 กก.(ซึ่งเป็นน้ำหนักปกติของผมช่วงหนึ่ง)เข้าสู่ เลข 9 และหลังจากเลข 9 แล้วทีนี้เราก็หาตัวช่วยกลับกลายเป็นไปกันใหญ่ครับ จนทำให้ผมกลายเป็นคนเกิน 100 ในที่สุด และเราก็หมดหวังและคิดว่าชาตินี้ "กูคงอ้วนจนตายแล้วหละ" ปล่อยผ่านเรือยมาไม่น้อยกว่า 5 - 6 ปี จนวันหนึ่งได้กลับไปเจอเพื่อนเก่า ๆ สมัยเรียนมัธยมต้นด้วยกัน มีอยู่คนหนึ่ง เฮ้ยยิ้มหล่อว่ะ ดูดีมาก แล้วที่สำคัญสาว ๆก็กรี้ดกร้าดมันด้วยเพราะรูปร่างดี ล่ำสันสไตล์คนเพาะกายเลย ทั้งที่จำได้ว่าเมื่อก่อนนี้มันตัวเล็ก ๆเหมือนเด็กแกรน ๆ ตัวเท่าลูกหมาเอง แล้วดูกูสิ ดูอีกหลาย ๆคนสิ ยิ้มอ้วนหุ่นเจ๊งกันหมดละ โชคดีที่กูหัวไม่ล้านนะเนี่ยไม่งั้นล่ะก็ แย่เลย ก็เริ่มได้แรงบันดาลใจจากตรงนั้น ว่ามันทำยังไง? อีกอย่างหนึ่งช่วงนั้นจับลูก ๆหัดเรียนว่ายน้ำที่สโมสรหมู่บ้านซึ่งมีฟิตเนสด้วย แต่เราก็เอาแต่นั่งอ้วนดูลูกเรียน ปากก็บ่นด่าลูกไปตามประสา แต่ไม่ได้ออกกำลังเลย เหมือนว่าเราเอาเปรียบลูกอยู่ และก็เริ่มคิดว่าถ้าเราอยากใจะให้ลูก ๆตั้งใจทำ มีความพยายามในการทำ จะมีอะไรดีกว่าการที่จะทำเป็นตัวอย่างให้ลูกเห็น ก็เลยเริ่มหาข้อมูล ก็ถามเพื่อนคนนั้นนั่นแหละว่าจะเริ่มต้นยังไงดี? เพื่อนก็แนะนำให้ลองเข้าเวปไปศึกษาหาข้อมูล ก็เลยเข้าไปทีเวป http://tuvayanon.net/index1.html นับได้ว่าเป็นอาจารย์ท่านแรกของผม และทุกวันนี้ผมยังเข้าไปเสมอ ๆ ผมเมล์ไปถามเรืองทีสงสัยก็ได้รับการตอบกลับมา ดีใจมาก และก็เริ่มออกกำลังกายมาตั้งแต่ช่วงนั้นโดยเท่าที่จำได้ น้ำหนักเริ่มต้นคือ 105 กิโลกรัม ผมตัดสินใจว่าจะเดินบนเส้นทางของนักเพาะกายนี่แหละ เพราะตรงที่สุดแล้วสำหรับคนอ้วนอย่างเราโดยตอนนั้นเพื่อผมวางโปรแกรมในการฝึกมาให้เพื่อเล่นทั้งตัว ขา 2 ท่า อก 2 ท่า หลัง 2 ท่า ไหล่ หลังแขน หน้าแขน และจบด้วยการคาร์ดิโอ 15 นาที ซึ่งผมไม่ทราบเลยว่าการคาร์ดิโอคืออะไร คาร์ดิโอโซนที่เห็นในเครืองออกกำลังกายที่ฟิตเนสคืออะไร? ก็มาหาข้อมูลเอา ทั้งในพันทิพ และ ที่อื่น ๆ และเพื่อให้การเปลียนแปลงไปด้วยดี ผมก็หาข้อมูลเรืองการกินอาหาร ก็ไปเจอเรืองการกินคลีน การลีนไขมัน ทีนี้ปวดหัวกันใหญ่ละมันเป็นเรื่องที่ต้องมีการคำนวณเข้ามาเกี่ยวข้อง ไอ้เราก็ไม่ชอบซะด้วย สรุปในช่วงแรกของการเริ่มต้น จะเกิดความสับสนว่าจะเอาไงดี กินน้อยเพื่อให้น้ำหนักลง? แล้วกล้ามเนื้อหละจะสร้างยังไง? แล้วควรกินอะไรเท่าไหร่? ในช่วงที่ 1. เม.ย. - ต.ค. 2556 ผมทานโยเกิรต์ต หลีกเลี่ยงแป้ง(คาร์โบ)เน้นโปรตีน จนมาอ่านเจอข้อมูลเรืองการกินคลีน ก็ปรับมา ทานข้าวกล้อง โฮลวีท อกไก่อบ(ด้วยหม้อลมร้อน) งดน้ำตาล ของหวานของทอด เน้นผัก สลัด หลังออกกำลังกายทานอาหาร(เสต้กปลาแซลมอนเป็นประจำเลย) ปรากฏว่าสัดส่วนดูเล็กลง แต่ที่น่าตกใจคือน้ำหนักขึ้น !!! โอ้ไม่นะ จาก 105 กก.หนักขึ้นมาเป็น 107 กก. ทำไงดีฟระ อะไรนี่???? พอดีช่วงนั้นพบเฟสของ อ.มาร์ค ไทยทอป ก็เลยแมสเสจไม่ถามอาจารย์ตอบกลับมาว่าให้คุณ เพิ่มการคา์ดิโอตอนเช้าก่อนกินอาหารเช้าด้วย ผมก็จัดไปวันละ 40 นาทีด้วยการปั่นจักรยานในฟิตเนส ตั้งโปรแกรมเป็นแบบขึ้นเขาโดยใช้รอบขาไม่ต่ำกว่า 80 คิดว่าเป็นการซ้อมด้วยเพราะช่วงนั้นเริ่มขี่จักรยานแล้ว เหนื่อยแทบขาดใจ HR. เคยขึ้นถึง 150 กว่า ๆด้วยซ้ำไป ขี่จักรยานก็ปวดแขน ปวดหลังไปหมด แต่ใจสู้คิดเสมอว่า "อะไรที่คนทำได้ คนต้องทำได้" มีคนทำได้เยอะแยะไปหมด สุดท้ายน้ำหนักก็เริ่มลงมา และผมเริ่มแบ่งการกินมาเป็นกินทุก ๆ 2 ชั่วโมง แต่หลังจากทำไปได้ 2 เดือน ก็มีเหตุอีก ปรากฏว่าผมหิวตลอดเวลา หิวทั้งคืน จนสุดท้ายคืนหนึ่งตอนเช้าต้องเข้าโรงพยาบาลอ้วกออกมามีแต่น้ำย่อย นอนให้หมอส่องกล้องดู หมอบอกเป็นกรดไหลย้อน แต่มันย้อนมาแค่ในกระเพาะนะ คือเหมือนน้ำย่อยมันออกมาตลอดเวลา ก็เลยเลิกการกินแบบนั้นไป สรุปว่าในช่วงแรกผมออกกำลังในแต่ละวันคือ เช้า คาร์ดิโอ 40 นาที เย็น เวทเทรนนิ่ง (เน้นยกหนักๆเลย) 90 - 120 นาที น้ำหนักลงมาจาก 107 กก. (คือช่วงพีคสุด) อยู่ที่ 95 กก. และผมก็หยุดไปตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ช่วงที่ 2 เดือน เม.ย. 2557 - เดือนมกราคม 2558 หลังจากหยุดไปแรก ๆผมก็ควบคุมอาหารหลัง ๆก็ช่างมันกินอย่างไร้วินัยที่สุด สุดท้ายน้ำหนักตัวผมตอนเริ่มต้นออกกำลังกายใหม่นี้อยู่ที่ 100 กก. ซึ่งผมก็พอใจว่าขึ้นมา แค่ 5 กิโลกรัม ถ้าดูจากสภาพการยัดเข้าไปแล้วควรจะกลับไปที่ 105 เป็นอย่างน้อย(แสดงว่าเรืองการโยโย่ ที่เคยเจอมาก็ดีขึ้นละ) แต่สภาพนี่อ้วนเหมือนเดิมละ ทีนี้ก็ไปได้แรงบันดาลใจจากน้องอีกคนหนึ่ง ซึ่งตอนนั้นเค้าวิ่ง ๆๆๆ และก็ ปั่น ๆๆๆ จนสุดท้าย ลงไตร เฉยเลย เราก็ "เฮ้ย ถ้าคนธรรมดาคนนึงทำได้เราก็ทำได้วะ ปีหน้าจะลงไตรมั่ง" (แต่จนถึงตอนนี้วิ่งยังไม่ได้ซักเท่าไหร เรื่องว่ายน้ำน้ำว่ายยังแพ้ลูกเลยผมว่ายน้ำไม่เก่ง) ก็เริ่มกลับมาออกำลังกายอีกครั้ง แต่คราวนี้ที่แย่คือ วินัยการกินเจ๊งบ๊ง ผมไม่กินคลงกินคลีนละ ไม่นับแคลไม่สนใจเรืองการกินอีกต่อไป เช้า คาร์ดิโอ 50 นาที ปั่นจักรยานเพิ่มโปรแกรมความหนักมากขึ้น รอบขาเร็วขึ้น เฉลี่ยอยู่ที 100 แข่งกับตัวเอง แข่งกับเวลา วันนี้ต้องทำเวลาและเผาแคลฯได้มากกว่าเมือวานในเวลาที่เท่ากัน (นั่นเป็นเหตุผลที่หลาย ๆคนไม่เข้าใจว่าผมทนนั่งปั่นจักรยานอยู่ได้ไงตั้ง 50 นาทีเบื่อตายชัก) เฉลี่ยตอนเช้าผมเผาแคลฯไปประมาณ 935 แคลทุกๆเช้า(อันนี้ถูกผิดก็ต้องว่าตามเครืองปั่นจักรยานของผมหละ) เย็นก็ เวทหนัก ๆ ในแนวของคนเพาะกาย ทั้งร่างเหมือนเดิม เพิ่มสควอชเข้าไปด้วย ใช้เวลาประมาณ 90 นาที ปรับโปรแกรมตามเวลาและปิดท้ายด้วยการคาร์ดิโอ 15 นาที จนถึงตอนนี้ น้ำหนักผมลดลงจากจุดเริ่มต้น 100 กก.อยู่ที่ (ต่ำสุด) 84 กก. แต่เฉลี่ยก็จะขึ้น ๆลง ๆอยู่แถว 87 กก. ผมไม่สนใจเรืองน้ำหนักเท่าไหร่(จริง ๆก็สนใจเพราะจะได้รุ้ว่าจบภารกิจเมื่อไหร่ เพื่อจะเข้าสเตจ 2 ) รอบเอวผมจากวันที่เริ่มต้นออกกำลังกาย 45 - 46 นิ้ว ปัจจุบันอยุ่ที่ 34 นิ้ว (เล็กกว่าตอนหนัก 78 กก.อีก) รอบอกลงมาจาก 45 นิ้ว อยู่ที่ 40 นิ้ว รอบแขนลงมาจาก 18 นิ้ว อยู่ที่ 14.5 นิ้ว เรื่องของระบบการหายใจดีขึ้นมาก ผมสามารถวิ่งเล่นฟุตบอลตลอดทั้งเกมส์ได้(สนามใหญ่ 90 นาทีสบาย ๆ) และผมเล่นฟุตบอลอาทิตย์ละ 4 วันโดยวันเสาร์เป็นวันแข่ง ผมปั่นจักรยานได้สบาย ๆในระย 50 กม.(โดยไม่เหนื่อย)แต่ยังไม่เคยออกทริปไกล ๆเพราะเกรงใจภรรยา เป็นหวัดน้อยลงแทบจะไม่เป็นเลย จากคนมีปัญหาภูมิแพ้ นอนกรน ก็ดีขึ้นมาก จากที่ตื่นนอนแล้วรู้เลยว่าเรามีปัญหาหยุดหายใจตอนนอน เพราะจะง่วงทั้งวัน ก็ไม่เป็นแล้ว เสื้อผ้าจากไซส์ 3 xl เหลือ XL หรือ L เป้าหมายคือ M ทีดีใจที่สุดก็คือ ถ้าคุณไม่เคยได้ยินคำพูดที่ว่าลุกไม่อยากอ้วนเหมือนพ่อ ลูกกลัวว่าโตขึ้นแล้วต้องอ้วน คุณจะไม่รุ้เลยว่ามันน่าเสียใจแค่ไหนที่เราเป้นตัวน่ารังเกียจของลูก ๆ ทุกวันนี้ลูก ๆก็ดูมีความสุขที่มีพ่อไซส์ปกติ ๆเหมือนพ่อคนอื่น ผมโชคดีที่ไม่เป็นโรคหัวใจ เบาหวาน ความดันไปเสียก่อน บทสรุป 1.เมื่อคุณเริ่มต้นขอให้มั่นคง จะมีคนเยาะเย้ยถากถางคุณเยอะมาก มีคนคอยซ้ำเติมความล้มเหลวของคุณตลอดเส้นทาง 2.อย่าใจร้อน เราทุกคนเคยผอมมาก่อนอ้วนทั้งนั้นแหละ แล้วทำไมจะกลับไปผอมอีกไม่ได้แต่มันต้องใช้เวลา 3.มั่นคงบนเส้นทางที่ตัดสินใจ เริ่มเดินแล้วอย่าวอกแวกไปเรื่อย ๆ แข่งกับตัวเองเท่านั้นอย่าแข่งกับคนอื่นไม่มีประโยชน์เลย 4.หลักการของผมยึดตามหลักปฏิบัติในพระพุทธศาสนา "ควบคุมเหตุ ไม่สนใจผล" แล้วมันจะมาเอง 5.พยายามหาข้อมูลให้ถูกต้อง มีสติคิดก่อนว่าข้อมูลนั้น ๆถุกต้องไม๊? 6.เลือกเส้นทางที่ยั่งยืน นับแคล ไม่เอาคาร์โบ ยาลดความอ้วน อาหารเสริม ผมผ่านมาหมดแล้วแต่เป็นไง? สุดท้ายผมก็หนักเกิน 100 กิโลอยู่ดี ไม่มีประโยชน์เลยเสียเงิน เสียเวลา เสียสุขภาพทั้งกายและจิต สิ่งที่ผมปฏิบัติตัวอยู่ทุกวันนี้ 1.พยายามทานอาหารเป็นมื้อย่อย ๆ ให้ได้ 4 มื้อขึ้นไป (อย่าเยอะ อย่าปล่อยให้ตัวเองหิว) 2.มื้อแรกของวันหลังการคาร์ดิโอ จะกี่โมงก็ช่าง หลังจากนั้นพยายามทุก ๆ 2 ชั่วโมง และมื้อสุดท้าย(หนัก) อย่าเกิน 5 โมงเย็นอนุโลมให้ได้ถึง 6 โมง หลังออกกำลัง น้ำมะเขือเทศดอยคำ 1 แก้วโต ๆหรือกล้วยหอม 3.ออกกำลัง 5 - 6 วันต่อสัปดาห์ คาร์ดิโอเช้าจำเป็นมากสำหรับคนน้ำหนักตัวเยอะ ๆอย่างผม เวทเทรนนิ่งจำเป็นในการสร้างเตาเผาพลังงาน ฟุตบอลเพื่อความสนุกสนาน (และเป็นการคาร์ดิโอแบบหนึ่ง) จักรยานเพื่อความบันเทิง 4.รุ้ประมาณในการบริโภค ผมหลีกเลี่ยงของทอด หวาน มัน เค็ม จัด น้ำอัดลม น้ำตาล(งดเติมในก๋วยเตี๋ยวมาไม่ต่ำกว่า 20 ปีแล้ว) ตอนนี้ผมทานทุกอย่างแต่ไม่เยอะ ตั้งสติก่อนสตาร์ท สุดท้ายนี้ผมต้องขอขอบคุณ เวป http://tuvayanon.net/index1.html ที่เป็นแรงบันดาลใจ เป็นการให้ข้อมูลที่ดีๆ ขอขอบคุณกลุ่มแนวร่วมลดน้ำหนัก เฟสบุ้คของอาจารย์มาร์ค ไทยทอปฟิตเนส และที่สำคัญที่สุดคือ ภรรยาและลูกที่เป็นทุกอย่างให้กับเรา ผมคงทำไม่สำเร็จถ้าภรรยาไม่อดทนดูแลลูกเล็ก ๆจอมป่วนของผมทั้ง 3 คนให้ในเวลาที่ผมไปออกกำลังกาย ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน ผมทนทุเรศรูปร่างตัวเองมานานมาก แต่ทุกวันนี้ ภรรยาผมบอกว่าผมกลายเป็นพวกหลงตัวเองไปแล้วซึ่งก็จริง (ยอมรับเลย) ไม่ใช่อะไรมันภูมิใจกับความตั้งใจของตัวเอง ขอขอบคุณทุกท่านที่อดทนอ่านมาจนถึงตรงนี้นะครับ Men.MThai เรียบเรียงเนื้อหาจากต้นฉบับ จ่าโหดปืนห่าม สมาชิกเว็บไซต์ Pantip http://pantip.com/topic/33154270

สวนสาธรณะธีมเซ็กส์ สุดโจ๋งครึ่งแม่งไต้หวัน สยิวกับรูปปั้น Sex สบึม
sex /  สวนสาธรณะธีมเซ็กส์ / 

สวนสาธรณะธีมเซ็กส์ ที่ไต้หวัน เสียวสยิว ทั้งสวน ต้องมาดู สวนสาธาณะมันเป็นอะไรที่ดีงามอยู่แล้วครับ มันมีเอาไว้ให้คนผ่อนคลาย และมีข้อดีอื่นๆ อีกมากมาย และเรื่องเซ็กส์ก็เหมือนกันมันก็ทำให้เรามีความสุขและผ่อนคลายเช่นกัน ซึ่งเมื่อมีสิ่งดีๆ 2 สิ่งที่ทำให้เราผ่อนคลายแล้วทำไมไม่เอามันมารวมกันซะเลยหล่ะ? ซึ่ง Men.MThai เราจะขอบอกว่า ตอนนี้มีแล้วครับ เพราะในไต้หวัน ตอนนี้เขาได้นำสองสิ่งนี้มาผสมกันได้อย่างลงตัว นั่นก็คือ สวนสาธรณะธีมเซ็กส์ นั่นเอง ซึ่งตอนนี้ก็กำลังก่อสร้างอยู่นั่นเองครับ โดยสวนนี้มีชื่อว่า โรแมนติก บูเลอวาร์ด Romantic Boulevard ซึ่งจะเป็นสวนสาธระณะที่ใหญ่ที่สุด อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งแสดงผลงานศิลปะของเหล่าศิลปินมากมาย ซึ่งผลงานรูปปันศิลปะต่างๆ จะถูกสร้างขึ้นมาเป็นรูปทรงต่างๆที่แสดงในเชิงทางเพศ ไม่ว่าจะเป็นรูปปั้นผู้คนกำลังมีเซ็กส์กัน ท่าท่างต่างๆ และรวมไปถึงอวัยวะเพศของคนอีกด้วยครับ แต่จะว่าไปแล้วมันก็ไม่ได้มีแค่ศิลปะที่ดุเป็นเรื่องเซ็กส์อย่างเดียวทั้งหมดนะครับ เพราะว่ามันยังมีโซนสวยๆ อยู่ด้วย ซึ่งเป็นโซนที่เอาไว้ใช้ถ่ายรูปสำหรับงานแต่งโดยเฉพาะ เพระว่าโซนดังเกล่าวจะเป็นชิ้นงานศิลปะที่ดูเป็นแนวแสดงความรักมากกว่าเซ็กส์นั่นเองครับ ซึ่งนี่ก็ไม่ใช่ไอเดียอะไรแปลกใหม่อะไร เพราะว่าก่อนหน้านี้ทางเกาหลีใต้ก็ได้สร้าง สวนสาธรณะธีมเซ็กส์ ที่ชื่อว่า JuJu Park ขึ้นมาก่อนหน้านี้ (รูปประกอบคอนเทนต์ทั้งหมดมาจาก JuJu Park ครับเพราะของไต้หวันกำลังก่อสร้างอยู่ ยังไม่เสร็จ) ซึ่งหลายๆ คนในระเทศก็รู้สึกขัดแย้งกับไอเดียนี้ เพราะว่าการที่มีรูปปั้นรูปอวัยวะเพศชายขนาดใหญ่วางตั้งไว้ในที่สาธารณะมันเป็นเรื่องที่น่ารังเกียจ ซึ่งทางตัวแทนของ สวนสาธรณะธีมเซ็กส์ ของทางไต้หวันเมื่อทราบเรื่องว่ามีหลายๆ คนไม่โอเคกับการสร้างสวนสาธารณะนี้ ก็ได้ออกมาแถลงว่า เราสร้างสวนสาธารณะนี้ขึ้นมาก็เพราะการทำธุรกิจ การท่องเที่ยวล้วนๆ เราไม่ได้ทำที่นี่ขึ้นมาเพื่อสอนเพศศึกษา หรือขัดต่อศาสนา ซึ่งทางเรามั่นใจว่าสวนสาธารณะแห่งนี้จะสร้างโอกาสในด้านธุรกิจมากกว่าที่จะทำเสียเรื่อง ....แต่ถ้าถาม Men.MThai นะครับ ผมคิดว่ามันไม่ได้ดูน่าเกลียดอะไรเลย แต่คิดว่ามันตลกมากกว่าที่เราจะได้มีโอกาสไปถ่ายรูปกับอะไรแปลกๆ เก็บไว้ดู เอาจริงๆ นะ ในชีวิตนี้เรามีโอกาสที่จะได้ถ่ายรูปกับกรูปู๋ยักษ์ หรือ วู็ฮูสาวยักษ์กี่ครั้งในชีวิตกันเชียว 555555+ Men.MThai เรียบเรียงเนื้อหาจากแหล่งที่มา http://www.unilad.co.uk/articles/sex-themed-park-is-under-construction/

ยอดกตัญญู เด็กป.5วาดรูป-ทำดอกไม้ขาย  หาเงินช่วยพ่อพิการ
กตัญญู /  ชลบุรี / 

น้องมิวเด็กชายยอดกตัญญู วาดรูป-ทำดอกไม้ประดิษฐ์ขายในตลาดนัด หาเงินช่วยพ่อพิการ วันนี้(31ม.ค.)ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบหลังจากทราบว่ามี เด็กชายป.5วดรูปและทำดอกไม้ประดิษฐ์ขายเพื่อหาเงินแบ่งเบาพ่อซึ่งพิการจากอุบัติเหตุ จากการสอบถาทำให้ทราบว่าเด็กคนดังกล่าวคือ น้องมิวหรือ ด.ช.เอกมงคล เสมอภาค อายุ 10 ปี นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนสำราญวิทยา เขตเทศบาลตำบลบางพระ อำเภอศรีราชาจังหวัดชลบุรี น้องสวมชุดนักเรียนนั่งอยู่บนพื้นถนนพร้อมป้ายฟิวเจอร์บอร์ดสีส้ม ระบุว่า "ผมหัดวาดรูปและหาเงินเลี้ยงน้องและเป็นทุนการศึกษา" น้องมิวเผยว่า หลังเลิกเรียนในทุกวันศุกร์จะเดินทางมาตลาดเปิดท้ายพัทยาเพื่อมาบริการวาดภาพและจำหน่ายดอกไม้ประดิษฐ์เพื่อหารายได้ เนื่องจากพ่ออุบัติเหตุจากการทำงานในบ่อพลอยจนถูกก้อนหินทับแผ่นหลังจนเป็นอัมพาต ทำให้ไม่มีเสาหลักในการหาเงินเพื่อจุนเจือครอบครัว น้องมิวจึงหารายได้เสริมเพื่อนำมาจุนเจือคนในครอบครัว ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินผ่านบริเวณนั้นต่างให้ความสนใจและเมื่อทราบถึงเรื่องราวความกตัญญูของน้อง มีคนมาร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือกันตลอดทั้งคืน MThai News ขอบคุณภาพและข้อมูลจากข่าวสดออนไลน์

ข่าวลวง /  คสช. / 

ไพจิต ศรีวรขาน อดีตส.ส.เพื่อไทย ยัน กระแส ส.ส.ย้ายออกพรรคเพื่อไทย เป็นข่าวลวง เชื่อ ในสถานการณ์แบบนี้ หากมีใครกล้าตีจาก ประชาชนรับไม่ได้ เชื่อ ส.ส.ย้ายพรรคเป็นข่าวลวง ฟันธงใครยกก้นออกพท. สอบตกแน่ ยกอดีตให้เห็นเป็นตัวอย่าง “ไพจิต” เชื่อใครตีจากพท. ปชช.รับไม่ได้แน่ ลั่น ไม่มีส.ส.อีสานคนไหนกล้าย้ายออก วันที่ 28 มกราคม นายไพจิต ศรีวรขาน อดีตส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า เชื่อว่ากระแสข่าวอดีต ส.ส.อีสานย้ายออกจากพรรคพท.นั้นเป็นเพียงข่าวลวงมากกว่า เพราะจากการเลือกตั้งสองครั้งที่ผ่านมา ก็เห็นอยู่แล้วว่าใครที่ย้ายออกจากพรรค สอบตกกันทั้งหมด และยิ่งสถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้นตอนนี้ ตอกย้ำเรื่องของความอยุติธรรมและไม่ความไม่เป็นประชาธิปไตย คนอีสานเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี ดังนั้นตนมั่นใจว่าจะไม่มีอดีต ส.ส.อีสานคนไหนกล้าย้ายออกจากพรรคพท. รวมทั้งเชื่อว่าอดีต ส.ส.ในภาคอื่นๆ ก็มีความคิดไปในแนวทางเดียวกัน “ผมเชื่อว่าประชาชนยังรักและมั่นใจในนโยบายของพรรคพท. หากใครย้ายไปอยู่พรรคอื่นเชื่อว่าประชาชนรับไม่ได้ วันนี้ประชาชนเข้าใจเรื่องการเมืองกันมากขึ้น เพียงแต่ไม่พูดเพราะไม่อยากมีปัญหา ทุกคนรอเวลา เมื่อถึงเวลาเลือกตั้งเขาก็จะแสดงออกให้เห็นเอง สิ่งสำคัญ คือเราอย่าห่างหายไปจากประชาชน” นายไพจิต กล่าว ข้อมูล มติชน  MThai News

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

แบงค์ ซีควินท์ เปี๊ยนไป๋ อ้วนจนไม่เหลือภาพอดีตบอยแบนด์
C-Quint /  ซีควินท์ / 

กลายเป็นที่ถูกพูดถึงบนโลกออนไลน์ เมื่อชาวเน็ตตาดี เจอหนุ่ม แบงค์ อดีตนักร้องชื่อดัง วง ซีควินท์ บอยแบนด์จากค่ายย่านลาดพร้าว โดยบังเอิญ ในที่อ้วนจนไม่เหลือภาพอดีตบอยแบนด์ ซึ่งทันทีที่ภาพดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ ชาวเน็ตก็ต่างหาข้อสงสัยว่าทำไมหนุ่มแบงค์ถึงได้ปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้อ้วนแบบนี้ เจ้าตัวเผยว่า ทางต้นสังกัดไม่ป้อนงาน จึงปล่อยตัวให้อ้วนมาก ซึ่งภายหลังที่ข่าวนี้ออกไป นักร้องหนุ่มได้โพสข้อความผ่าน อินสตาแกรมส่วนตัว @bankcq ตัดพ้อ ผมทำอะไรผิดงั้นหรอ พร้อมเผยอีกว่า "ตั้งแต่เป็นข่าวไม่กล้าออกไปไหน" ลั่น จะพยายามหาทางลด ขอบคุณแฟนๆ ที่เป็นห่วง แบงค์ ซีควินท์ โพสข้อความผ่านอินสตาแกรม แบงค์ ซีควินท์ แบงค์ หนึ่งในสมาชิกวง ซีควินท์ แบงค์ ซีควินท์ ปัจจุบัน ย้อนกลับไปฟังเพลง หน้าไม่อาย จาก C-Quint ย้อนกลับไปฟังเพลง คนที่เธอรักกับคนที่รักเธอ C-Quint ที่มาจาก : Dodeden.com / ภาพประกอบจากอินสตาแกรม @bankcquintfc

สุริยา ชินพันธุ์ ตกอับคิดฆ่าตัวตาย! เร่ขายของมือ2
สุริยา ชินพันธุ์ /  สุริยา ชินพันธุ์ ล้มละลาย / 

ชีวิตจริงยิ่งกว่าละครสุดๆ สำหรับอดีตพระเอกชื่อดัง สุริยา ชินพันธุ์ ที่เจอมรสุมชีวิตลูกใหญ่ทั้งถูกฟ้องล้มละลาย ไม่มีงาน ไม่มีเงิน ถึงขั้นออกมาขายเสื้อผ้า-รองเท้ามือ 2 ประทังชีวิต ยอมรับครั้งหนึ่งเคยคิดสั้นฆ่าตัวตาย แถมตอนนี้ยังมีหลายโรครุมเร้า เจ้าตัวขอโอกาสกลับมาทำงานในวงการบันเทิงอีกครั้ง!! "ที่ขายของมือ 2 ขายมาตั้งนานแล้วครับ เพราะว่าตอนนั้นอาจจะช่วงวิกฤตที่เศรษฐกิจไม่ดี แล้วอาก็ไม่ได้ทำวงดนตรี ละครก็ไม่มี อะไรก็ไม่มี ก็เลยปรึกษากับแฟนไปขายรองเท้ามือ 2 ดีกว่า เสื้อผ้ามือ 2 ก็เลยทำอยู่หลายปีเหมือนกันครับ ก็ถือว่าเป็นจุดหักเหของชีวิต ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งเสี้ยวหนึ่งของชีวิต ก็เปลี่ยนแปลงกันไปครับ แต่ว่าอาก็ทำทุกอย่างที่เป็นอาชีพสุจริต ถามว่าอายมั้ย อายทำไมเราทำงานสุจริต ทำมาค้าขาย เราทำมาหากินเนอะ" "รายได้พอกับการใช้ชีวิตมั้ย ไม่พอก็ต้องพอครับ แต่ถามว่าพอเหลือเก็บมั้ย ไม่พอหรอกครับ เพราะว่าตอนนี้อาก็ผ่อนบ้านอยู่ เพิ่งจะมีบ้านกับเค้า ตอนแรกลูกสาวก็มาดาวให้ ตอนหลังก็ผ่อนเองให้ลูกสาวไปดูแลคุณแม่ เพราะว่าคุณแม่เค้าอยู่คนละที่กัน ตอนนี้เราก็มีแฟนคนใหม่ อยู่กันมา 22 ปีแล้วล่ะ จะบอกว่าใหม่ก็ไม่ใหม่ เรื่องเงินเก็บไม่ต้องไปพูดถึง เล่นหนังเมื่อก่อนได้เรื่องละ 2,000 จักรๆ วงศ์ๆ หักภาษีไปก็เหลืออยู่ 1900 กว่าบาท ค่าน้ำมันก็ไม่มี ต้องไปถ่ายถึงสระบุรี เขาขาด ถ้ำจอมพล นิยายพื้นบ้านมันก็ลำบาก" "ไม่มีงานในวงการครับ ถึงได้ไปขายของ คดีฟ้องล้มละลายก็มีครับตอนนั้น คือทำวงดนตรีลูกทุ่งแล้วก็เดินสาย ขายทุน ไปเจอช่วงเคอร์ฟิวบ้าง น้ำมันแพงบ้าง แล้วตอนนั้นก็พอดีมีละคร คนดูก็ไม่มาดู เราไปปิดวิกคนดูก็ไม่ออกมาดู เปลี่ยนเป็นยุคทีวี เค้าไปดูทีวีกัน เราก็ขาดทุนมาเรื่อยๆ ก็ไปกู้เงินเค้ามา หมื่นนึง ไม่พอก็ไปเอาอีก สองหมื่น สองหมื่นห้า สามหมื่น ก็จากงานสองสามหมื่นทบดอกทบต้น 2-3 ปีกลายเป็น 12-13 ล้านบาท เพื่อนๆ ก็ค่อนข้างจะมีน้อย แต่เพื่อนๆ ในกองถ่ายในวงการมีทุกคนรักทุกคน เยอะแยะครับ แต่เพื่อนจริงๆ มีไม่กี่คน ผมชอบอยู่แบบสมถะเงียบๆ คือเลิกงานกองถ่ายปั๊บจะกลับบ้าน ไม่ไปโน้นนี่นั่น ไม่ไปต่อ" "น้องโบตั๋นลูกสาว (ภรรยาปิ๊ด บอดี้สแลม) เราเป็นพ่อเนอะ ต้องเข้าใจเค้า เค้าแต่งงานไปแล้ว เค้าก็มีครอบครัว เราก็ต้องเข้าใจว่าลูกสาวต้องไปเป็นแม่บ้าน หรือว่าต้องไปดูทัวร์คอนเสิร์ตต้องดูแลแฟนเค้า แต่บางครั้งเราอายุมากความคิดระหว่างคนรุ่นลูกกับรุ่นพ่อมันจะผิดกัน อายุมากแล้วมันคล้ายๆ ไม้ใกล้ฝั่ง โอ้ย เมื่อไหร่ลูกจะมาน้อ เมื่อไหร่จะโทรมา เจอกันเคยหอมแก้มทุกครั้ง เค้าก็บอกหนูก็ยุ่งอยู่ จะเจอก็วันเกิด ปีใหม่ สงกรานต์ ประมาณนั้น ก็ใช้โทรศัพท์เอา ช่วงนี้ก็ห่างไปนิดนึง อาจจะยุ่งงานครับ" "เรื่่องค่าใช้จ่ายลูกสาวก็บอกจะให้ผม แต่ผมบอกว่าไม่ต้องหรอก พ่อยังดิ้นรน พ่อเป็นผู้ชาย พ่อหากินได้ ไปดูแลคุณแม่ก็แล้วกัน คุณแม่เค้าก็ต้องมีค่าเช่าแฟลต ค่ากิน แล้วตอนนี้เห็นบอกว่าคุณแม่เค้าไม่สบายเป็นความดัน เบาหวาน ตอนนี้เราเองก็ป่วย เป็นกรดไหลย้อนอันนี้มันธรรมดา เรื่องรับประทานอาหาร การพักผ่อน แต่ว่าไวรัสตับอักเสบซีอันนี้ผมก็ไม่ทราบว่ามันมายังไง ผมก็ไม่ได้ไปซุกซน ไม่ได้ไปเที่ยวไหน บุหรี่เหล้าก็เลิก ตอนนี้ก็หันหน้าเข้าวัดครับ ตอนนี้ก็ต้องตรวจเลือดเจาะเลือดทุกเดือน แต่ผมไม่เคยร้องนะครับ ก็มีครั้งนี้ที่ได้พูดให้คนทางบ้าน พี่ ป้า น้า อา ได้ฟังกัน" "น้อยใจชีวิต คิดฆ่าตัวตาย เมื่อก่อนเคยท้อ คิดจะทำลายตัวเองเหมือนกัน หลายปีช่วงที่เคยเป็นอัมพาตร้องเพลงไม่ได้ คอเบี้ยวระบบประสาทมันเครียด คิดหนักเลยคิดจะปลิดชีวิตตัวเอง แต่ตอนนี้ไม่ติดแบบนั้นแล้ว กว่าเราจะเกิดขึ้นมาได้ คุณแม่เราลำบากอุ้มท้อง อดเปรี้ยว อดหวานตั้ง 9 เดือนถึงเกิดมาเป็นคนได้" "อยากกลับมาทำงานในวงการอีกครั้งครับ ชอบร้องเพลง ตอนนี้อยากแสดง อยากอยู่เบื้องหลัง แสดงก็อะไรก็ได้ ถ้าอายุเรามาก ก็อยู่เบื้องหลังเราชอบทำงาน ยังไม่มีคนติดต่องานมาเลยครับ ก็อย่างที่บอกไปว่าผมเองก็ยังอยากจะขอเดินอยู่ในวงการถนนวงการแสดง วงการเพลงลุกทุ่ง เผื่อท่านผู้ชม เจ้าภาพอยากเรียกใช้ก็ติดต่อมาได้ครับ ก็ยินดีจะไปร้องเพลงให้ฟัง หรือว่ากองถ่ายอยากให้ผมไปช่วย จะให้เป็นพิธีกรก็ชอบ จะให้ไปเป็นดารารับเชิญก็ได้ครับ" สุริยา กล่าว สุริยา ชินพันธุ์ สุริยา ชินพันธุ์ สุริยา ชินพันธุ์ สุริยา ชินพันธุ์ สุริยา-เนาวรัตน์

นางร้ายหน้าเป๊ะ...สวยแย่งซีนนางเอก
นางร้าย /  แย่งซีน / 

สมัยนี้ นางร้าย หน้าบ้านๆ คงจะไม่ได้แจ้งเกิดเหมือนสมัยก่อน ที่มักจะใช้แต่ความสามารถเพียงอย่างเดียว เพราะสาวๆ สมัยนี้จะต้องเก่งและสวยครบสูตร อีกทั้งยังต้องแซบ เพื่อที่จะให้สมศักดิ์ศรีกับการเป็นคู่แข่งของบรรดานางเอกที่สวยใสอีกด้วย ว่าแต่ใครกันบ้างที่เป็นนางร้ายสุดแซบเข้าตาในยุคนี้สมัยนี้ ตามไปดูกันเลยค้าาา... ดิว อริสรา ดิว – อริสรา ทองบริสุทธิ์ โลดแล่นอยู่ในวงการมาพักใหญ่แต่ ดิว อริสรา ก็แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวจาก บทนางร้าย ที่คนดูต่างพากันอยากตบ เพราะดีกรีความร้ายกาจของคุณเธอทะลุเพดานจริงๆ แต่ที่สะดุดตาคนดูไม่ใช่ความแรงอย่างเดียว แต่เป็นความขาวโอโม่นี่สิที่ทะลุจอแย่งซีนนางเอกไปเต็มๆ เนย โชติกา เนย – โชติกา วงศ์วิลาศ ถึงตอนนี้ เนย โชติกา จะดูหายๆ จากหน้าจอไปบ้าง แต่ก็มีบรรดาหนุ่มๆ พากันเรียกร้องอยากเห็นสาวเจ้ากลับมากรี๊ดปรอทแตกอีกครั้ง โถ...ก็ทั้งหน้าเป๊ะ หุ่นเฟิร์ม จนบรรดานางเอกที่มาประกบคู่ด้วยดูดรอปลงไปอย่างเห็นได้ชัด แถมบทบาททางการแสดงยังแซบเว่อร์ไปซะทุกเรื่อง หนุ่มๆ ก็รีเควสเป็นธรรมดา ญาญ่าญิ๋ง ญาญ่าญิ๋ง – รฐา โพธิ์งาม ตั้งแต่โมดิฟายตัวเองจนตอนนี้สวยเป๊ะแล้ว นักร้องสาว ญาญ่าญิ๋ง ยังกลับมาพร้อมกับการโกอินเตอร์ เพราะนางได้ดังไกลมีโอกาสเล่นหนังยังต่างแดนเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังหันมารับบทนางร้ายในละครจอแก้วให้คนได้เกลียดกันทั่วบ้านทั่วเมืองอีกต่างหาก จอย ชลธิชา จอย – ชลธิชา นวมสุคนธ์ นี่ถ้าไม่ได้รับบท หนูนก ในละคร แรงเงา สาวหน้าแบ๊ว จอย ชลธิชา คงจะไม่ได้กลับมาแจ้งเกิดอีก ก็ตอนนี้เจ้าตัวกลับสู่วงการละครจอแก้วอีกครั้งหลังจากที่ก่อนหน้านี้หันไปเอาดีกับการเป็นดีเจนั่งจัดรายการอยู่หลังไมค์ กลับมาก็แซบสมใจเลยทีเดียว ดาว พิมพ์ทอง ดาว – พิมพ์ทอง วชิราคม เคยรับบทนางเอกมาแล้วแต่ดูเหมือนจะไม่ฮอตเว่อร์เท่านางร้าย สำหรับ ดาว พิมพ์ทอง สาวหน้าสวย หุ่นเป๊ะ แอคติ้งเริ่ด แถมแฟชั่นการแต่งตัวยังเเซบไม่แพ้ใครอีกต่างหาก สวยร้ายซ่อนเปรี้ยวแบบนี้สิท่า ถึงถูกจัดให้อยู่ในแก๊งสวยแย่งซีน ไอซ์ อภิษฎา ไอซ์ – อภิษฎา เครือคงคา คงไม่มีใครกล้าปฏิเสธว่านางร้ายแถวหน้าอย่าง ไอซ์ อภิษฎา ไม่แซบ เพราะไม่ว่าจะเล่นละครเรื่องไหนล้วนแล้วแต่เผ็ดร้อนฮอตเว่อร์ตลอดๆ เรื่องความสวยนั้นไม่ต้องพูดถึง โดดเด่นแย่งซีนจนนางเอกหลายคนต้องชิดซ้ายไปเลยล่ะ ปุยฝ้าย ณัฏฐพัชร ปุยฝ้าย- ณัฏฐพัชร วิพัธครตระกูล กลายเป็นนางร้ายที่มีเอกลักษณ์เด่นชัดอีกหนึ่งคน สำหรับ ปุยฝ้าย ณัฏฐพัชร เพราะไม่ว่าสาวเจ้าจะรับละครเรื่องไหน ปากจะต้องแดงจัดไว้ก่อน เรียกว่าเสื้อผ้าหน้าผมต้องสวยเป๊ะ แย่งซีนนางเอกไปเต็มๆ ค้าาา...

กองหน้าดี1ระวัง! ปฏิภาณ แข้งเก๋าขาโหดลั่นขอสู้เพื่อเพื่อนตำรวจ
ทีโอที เอสซี /  ปฏิภาณ เพชรพูล / 

“เจ้าต๊อบ” ปฏิภาณ เพชรพูล กองหลังขาโหด แข้งใหม่ของ โปลิศ เพื่อนตำรวจ ทีมในศึกยามาฮ่า ลีกวัน ยอมลดชั้นจากศึกไทยพรีเมียร์ลีก เพื่อพาโปลิศ กลับขึ้นสู่ลีกสูงสุดอีกครั้ง โดย “เจ้าต๊อบ” ปฏิภาณ เพชรพูล ปราการหลังพันธุ์ดุ ย้ายมาจากทีโอที เอสซี ทีมในศึกโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก มาร่วมทีม สุภาพบุรุษโล่ห์เงิน ช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมา โดยเจ้าตัวเผยว่า การลดชั้นมาเล่นลีกรองไม่ใช่ปัญหา และจะพาสโมสรใหม่กลับมาเล่นลีกสูงสุดอีกครั้งให้ได้ภายในปีเดียว "การย้ายมาร่วมทีมเพื่อนตำรวจ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะแนวทางของ "เดอะบิ๊ก" สัมฤทธิ์ บัณฑิตกฤษดา ที่เป็นผู้บริหารที่รักฟุตบอล สำหรับผม การลงมาเล่นลีกรองไม่ใช่ปัญหา เพราะไทยพรีเมียร์ลีก กับลีกวัน ต่างกันแค่ชื่อเท่านั้น" พร้อมกันนี้ เจ้าตัวยังกล่าวถึงบรรยากาศภายในทีมเพื่อนตำรวจว่า ผมไม่ค่อยมีปัญหาในการปรับตัวกับทีมใหม่ เพราะนักเตะในทีมก็รู้จักกันเป็นอย่างดี การยืนคู่กับโกรัน ซูบาร่า เป็นไปอย่างราบรื่น ต้องปรับเรื่องการสื่อสารอีกเล็กน้อย ส่วนสไตล์การเล่นส่วนตัว ผมยังคงเล่นแบบดุดันเหมือนเดิม

ชนินทร์ สุดเซ็งเสียประตู แต่ปลื้มฟอร์มช้างศึกไหลลื่น
ชนินทร์ แซ่เอี๊ยะ /  ชัยนาท ฮอร์นบิล / 

เจ้าบาส ชนินทร์ แซ่เอี๊ยะ นายด่านมือ 2 ช้างศึก ทีมชาติไทย มือกาวของ นกใหญ่พิฆาต ชัยนาท ฮอร์นบิล ซึ่งล่าสุดลงสนามเป็นตัวจริงเกม ช้างศึก พ่าย บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 0-1 ซึ่ง เจ้าบาส เปิดเผยว่า ส่วนตัวผม ยังไม่พอใจเท่าไร เพราะทำไม่ได้ตามเป้าหมาย เป้าหมายของผมคือไม่เสียประตู และเป้าหมายของทีม คือชนะแต่รูปเกมโดยรวมแล้วพวกเราเล่นได้ไหลลื่นมากขึ้น เพราะมีการปรับมาค่อนข้างจะลงตัวแล้ว “เรามีนักเตะที่เป็นสุดยอดในทีม และอยู่ในมาตรฐานที่สูงมากครับ ซึ่งผมเชื่อว่า ด้วยทีมเวิร์คและทีมสปิริตของพวกเรา เราจะสามารถ ทำผลงานที่ยอดเยี่ยมสมกับความคาดหวังของแฟนบอลชาวไทยทุกคนครับ”

แฝดแปด! After School ปล่อยภาพโปรโมท Japan Best Album
After School /  AfterSchool / 

After School (อาฟเตอร์ สคูล) แปดสาวเกิร์ลกรุ๊ปเกาหลี เผยภาพคอนเซ็ปต์อัลบั้มภาษาญี่ปุ่น Japan Best Album อวดลุคหญิงสาวสุดอ่อนหวาน แบบ 'แฝดแปด!' After School สร้างความสนใจให้กับแฟนเพลงอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวภาพโปรโมทอัลบั้ม Japan Best Album โดยสมาชิกทั้งหมดมาในภาพลักษณ์หญิงสาวสุดอ่อนหวาน โดดเด่นด้วยผมทรงหน้าม้า การแต่งหน้าโทนนู้ด และคอสตูมสีเบจ ซึ่งทำให้เธอดูละม้ายคล้ายคลึงกันราวกับแฝดแปดเลยทีเดียว สำหรับอัลบั้ม Japan Best Album ของ After School จะรวบรวมเพลงเอาไว้มากถึง 19 แทร็ค ซึ่งรวมถึงเพลงฮิตที่ผ่านมาของ After School อาทิ Bang!, Diva, Rumbling Girls, Heaven, Shh, Because of You และ Ms. Independent โดยนอกจากอัลบั้มในเวอร์ชั่นปกติแล้ว ยังมีอัลบั้มเวอร์ชั่น Live Edition CD+DVD, MV Edition CD+DVD, mu-mo Edition และอีกมากมาย โดยมีกำหนดจะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 18 มีนาคมนี้ อนึ่ง จูยอน หนึ่งในสมาชิกของ After School ซึ่งจบการศึกษาจากวง(ออกจากวง) และสิ้นสุดสัญญากับต้นสังกัดในประเทศเกาหลี Pledis Entertainment เมื่อสิ้นปีที่ผ่านมา ยังคงทำงานร่วมกับสมาชิกคนอื่นๆ ใน After School ในอัลบั้ม Japan Best Album ชุดนี้ โดยมีการเปิดเผยว่า จูยอน จะหมดสัญญากับต้นสังกัดในประเทศญี่ปุ่นราวเดือนมิถุนายน ปี 2015. ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

มารู้จักทัพ หนังสร้างจากเรื่องจริง ที่ยึดครองเวทีออสการ์ 2015
American Sniper /  Base on true story / 

คงปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าในรายชื่อภาพยนตร์ผู้เข้าชิง ออสการ์ 2015 นี้ บรรดา หนังสร้างจากเรื่องจริง ได้ยพากันยึดแทบทุกสาขา โดยเฉพาะสาขา ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ที่เข้าไปถึง 4 เรื่อง จาก 8 เรื่อง (และแอบอิงเรื่องจริงอีก 1 เรื่อง) ไม่ว่าจะโดยบังเอิญหรือไม่กับปรากฏการณ์ Base in true Story วันนี้ เราจะพาคุณผู้ชมไปรู้จักบรรดา หนังสร้างจากเรื่องจริง เหล่านี้ พร้อมเทียบระหว่างนักแสดงกับตัวจริงให้ดูกันชัดๆ ไปเลย Foxcatcher ปล้ำแค่ตาย สาขาที่เข้าชิง: ผู้กำกับยอดเยี่ยม, นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม, นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม, บทดั้งเดิมยอดเยี่ยม, แต่งหน้าและทำผมยอดเยี่ยม สร้างจากคดีสะเทือนวงการมวยปล้ำอเมริกา ของสองพี่น้องนักมวยปล้ำดาวรุ่ง เดฟ และ มาร์ค ชูทส์  โดยได้รับการสนับสนุนจากมหาเศรษฐี จอห์น ดู ปองท์ ในชื่อทีม Foxcatcher แต่ก่อนจะได้เป็นเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก เดฟ ชูทส์ กลับถูกฆาตกรรมด้วยน้ำมือผู้สนับสนุนของเขาเอง  สตีฟ คาร์เรล / จอห์น ดู ปองท์ ตัวจริง แชนนิ่ง ทาทัม และ มาร์ค รัฟฟาโล่  / เดฟ และ มาร์ค ชูทส์ ตัวจริง ------------------------------- Unbroken คนแกร่งหัวใจไม่ยอมแพ้ สาขาที่เข้าชิง: กำกับภาพยอดเยี่ยม, ผสมเสียงยอดเยี่ยม, ตัดต่อเสียงยอดเยี่ยม ดัดแปลงจากจากหนังสือขายดี ของ Unbroken: A World War II Story of Survival, Resilience, and Redemption เขียนโดย ลอรา ฮิลเลนแบรนด์ บันทึกเรื่องจริงที่ดราม่าและโหดเสียยิ่งกว่านิยาย ของ หลุยส์ แซมเพอรินี ฮีโร่สงครามและโอลิมปิก ที่ประสบเหตุเครื่องบินตกกลางทะเลขณะไปรบ และต้องเอาตัวรอดด้วยการลอยแพ พร้อมลูกเรืออีก 2 คนอยู่นานถึง 47 วัน ก่อนจะถูกทหารญี่ปุ่นจับไปไว้ในค่ายกักกันอันโหดร้าย แจ็ค โอ’ ดอนเนลล์ / หลุยส์ แซมเพอรินี ตัวจริง  ------------------------------- The Imitation Game ถอดรหัสลับ อัฉริยะพลิกโลก สาขาที่เข้าชิง: ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับยอดเยี่ยม, นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม, นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม, บทดัดแปลงยอดเยี่ยม, ออกแบบงานสร้างยอดเยี่ยม, ตัดต่อภาพยอดเยี่ยม, ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม จากชีวประวัติที่บันทึกในหนังสือ Alan Turing: The Enigma เขียนโดย แอนดรูว์ ฮอดจส์ เรื่องราวของ อลัน ทัวริง นักคณิตศาสตร์อัจฉริยะ ผู้สร้างเครื่องถอดรหัส อีนิกมา อันลือลั่นของนาซี และพลิกโฉมสงครามโลกครั้งที่ 2 นำชัยชนะมาสู่ฝ่ายสัมพันธมิตร แต่เขากลับถูกรัฐบาลอังกฤษตั้งข้อหา เพราะอัจฉริยะผู้นี้เป็นรักร่วมเพศ ซึ่งผิดกฎหมายในสมัยนั้นอย่างรุนแรง เบเนดิคต์ คัมเบอร์แบช / อลัน ทัวริง ตัวจริง ------------------------------- The Theory of Everything ทฤษฏีรักนิรันดร สาขาที่เข้าชิง: ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม, นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม, บทดัดแปลงยอดเยี่ยม, ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม ดัดแปลงจากหนังสือ Traveling to Infinity : My Life with Stephen เขียนโดย เจน ฮอว์กิ้ง บันทึกความจริงของช่วงเวลาที่เธอได้อยู่กับ สตีเฟ่น ฮอว์กิ้ง นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลก ที่ป่วยเป็นโรคเซลล์ประสาทสั่งการเสื่อม และแพทย์วินิจฉัยว่าเขาจะมีชีวิตอยู่ได้อีก 2 ปีเท่านั้น แต่ก็ได้ เจน ฮอว์กิ้ง แฟนสาวผู้ไม่เคยหวั่นไหว ทั้งสองแต่งงานกัน โดยที่สตีเฟ่นไม่ย่อท้อในการต่อสู้กับโรคร้าย ทั้งคู่สร้างครอบครัว และเริ่มต้นสร้างผลงานใหม่ทางด้านการแพทย์และวิทยาศาสตร์มากมาย และอยู่มาจนถึงศตวรรษที่ 21 ซึ่งเป็นสิ่งยิ่งใหญ่กว่าทั้งคู่เคยนึกฝันไว้ เอ็ดดี้ เรดเมย์น และ เฟลิซิตี้ โจนส์ / สตีเฟ่น และ เจน ฮอว์กิ้ง ตัวจริง ------------------------------- American Sniper อเมริกัน สไนเปอร์ สาขาที่เข้าชิง: ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม, บทดัดแปลงยอดเยี่ยม, ตัดต่อภาพยอดเยี่ยม, ผสมเสียงยอดเยี่ยม, ตัดต่อเสียงยอดเยี่ยม สร้างขึ้นจากหนังสือในชื่อเดียวกัน เขียนโดย คริส ไคล์ ร่วมกับ จิม เดอเฟอไลซ์ และ สก็ตอต์ แม็คอีเวน ถ่ายทอดช่วงเวลชีวิตของ คริส ไคล์ ตั้งแต่วัยเด็กผู้รักการเป็นคาวบอย ก่อนจะเติบโตขึ้นและเข้าร่วมหน่วยซีล ก่อนเป็นพลซุ่มยิ่งที่ออกปฏิบัติการในสงครามอิรัก และกลายเป็นตำนานที่เด็ดหัวศัตรูไปมากมาย แบรดลีย์ คูเปอร์ / คริส ไคล์ ตัวจริง ------------------------------- Wild สาขาที่เข้าชิง: นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม, นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม ดัดแปลงจากหนังสือขายดี Wild: From Lost to Found on the Pacific Crest Trail ที่ เชอริล สเตรย์ด เขียนขึ้น หลังจากที่เธอไปใช้ชีวิตผจญภัย อันเนื่องมาจากแม่เสียชีวิต และชีวิตแต่งงานล่มสลาย เชอริล สเตรย์ด สิ้นหวังและหันไปเสพยา ก่อนจะตัดสินใจออกผจญภัยด้วยตัวคนเดียว ด้วยการเดินเท้าข้ามทะเลทรายกว่า 1,100 ไมล์ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เธอมีชีวิตที่ดีขึ้นอีกครั้ง รีส วิทเธอร์สปูน / เชอริล สเตรย์ด ตัวจริง -------------------------------   Selma สาขาที่เข้าชิง: ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, เพลงประกอบยอดเยี่ยม จากเรื่องจริงที่ต้องบันทึกเป็นประวัติศาสตร์ยิ่งใหญ่ของอเมริกา ถ่ายทอดเรื่องราวในปี 1965 เกิดความขัดแย้งทาางสีผิวอย่างรุนแรง และนำไปสู่การเดินขบวนประท้วงเพื่อเรียกร้องสิทธิในการเลือกตั้งของคนผิวสี จากเซลมาไปมอนต์โกเมอรี เมืองหลวงของรัฐอลาบามา ซึ่งนำโดย มาร์ติน ลูเธอร์ คิง เดวิด โอเยโลโว / มาร์ติน ลูเธอร์ คิง ตัวจริง ------------------------------- Mr.Turner สาขาที่เข้าชิง: ออกแบบงานสร้างยอดเยี่ยม, กำกับภาพยอดเยี่ยม, เครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม, ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม สร้างจากเรื่องจริงในศตวรรษที่ 19 ช่วงเวลา 25 ปีสุดท้าย ของศิลปินหัวขบถชาวอังกฤษ เจ เอ็ม ดับบลิว เทอร์เนอร์ ผู้แสดงท่าทีเกรี้ยวกราด ทว่าครุ่นคิดอยู่ภายใน ซึ่งบุคลิกสุดโต่งนี้ส่งผลกระทบต่อชีวิต และคนรอบข้าง แต่ในขณะเดียวกันมันก็มีผลต่อการสร้างงานศิลปะชั้นเยี่ยมมากมาย จนได้รับการขนามว่าเป็น จิตรกรแห่งแสง เลยทีเดียว   ทิโมธี สปอลล์ และ ภาพวาดเหมือนตนเอง ของ เจ เอ็ม ดับบลิว เทอร์เนอร์ ------------------------------- Birdman เบิร์ดแมน มายาดาว ** เรื่องแถม แม้จะไม่ได้สร้างจากเรื่องจริงโดยตรง แต่มันก็ประชดประชัน ชีวิตจริงของ ไมเคิล คีตัน นักแสดงนำแบบตั้งใจสุดๆ ** สาขาที่เข้าชิง: ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับยอดเยี่ยม, นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม, นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม, นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม, บทดั้งเดิมยอดเยี่ยม, กำกับภาพยอดเยี่ยม, ผสมเสียงยอดเยี่ยม, ตัดต่อเสียงยอดเยี่ยม ไม่ได้สร้างจากเรื่องจริงของคนใดคนหนึ่ง แต่เสียดสีแบบเจ็บจี๊ด ถึงชีวิตจริงของ ไมเคิล คีตัน ที่เคยโด่งดังสุดๆ ในบทมนุษย์ค้างคาว ในภาพยนตร์ แบทแมน ฉบับของผู้กำกับ ทิม เบอร์ตัน ก่อนจะชีวิตจะร่วงไปพร้อมความฮิตของแฟรนไชส์ และแทบไม่มีเด็กรุ่นใหม่ๆ รู้จักเขาเลยเสียด้วยซ้ำโดย Birdman ถ่ายทอดเรื่องราวของอดีตนักแสดง ที่เคยโด่งดังเป็นพลุแตก จากการรับบท มนุษย์นก หรือ Birdman แต่ในวันนี้เขามาถึงจุดตกอับแบบไม่มีใครเหลียวแล และต้องดิ้นรนเอาตัวรอดด้วยการรับบทนำในละครบรอดเวย์ แต่ก็ไม่วายถูกอดีตที่เคยรุ่งโรจน์ตามหลอกหลอนอยู่อย่างนั้น ไม่ว่าตอนจบของ Birdman อดีตดาราคนนี้จะกลับมาดังได้อีกหรือไม่ แต่ในชีวิตจริงของ ไมเคิล คีตัน เขากลับมาแบบรู้จักกันทั้งโลก แถมคว้ารางวัลไปอีกอื้อซ่า สมศักดิ์ศรีรุ่นใหญ่จริงๆ ไมเคิล คีตัน ใน Birdman / ไมเคิล คีตัน ใน Batman ภาพยนตร์ทั้ง 9 เรื่องนี้ บางเรื่องฉายในบ้านเราไปแล้ว บางเรื่องก็มีกำหนดชัดเจน ในขณะที่บางเรื่องก็เงียบหายไปเฉยๆ ซึ่งในฤดูกาลก่อนออสการ์แบบนี้ หลายๆเรื่องมีโอกาสกลับมาให้ผู้ชมชาวไทยได้ชมกันแน่นอน คอหนังทุกท่านโปรดติดตามอย่าให้พลาดสักเรื่องเชียว! -----------------------------------

Sheridyn Fisher ถ่ายแบบ Maxim สาวออสซี่ หุ่นเซี๊ยะ นัยน์ตาสวย
maxim /  sexy / 

วันนี้จะพาไปร้องซี๊ดกับความเซ็กซี่ของสาวผมบลอนด์คนนี้ Sheridyn Fisher ที่มาขึ้นปก Maxim ออสเตรเลีย สาวออสซี่คนนี้เธอมีหุ่นที่สวยเซี๊ยะกับนัยน์ตาสีฟ้าชวนฝันจนทำให้หนุ่มๆเคลิ้มไปตามๆกัน  Sheridyn Fisher หุ่นสวยเป๊ะ ผมนิร้องซี๊ดเลยโพสท่านี้ เชื่อผมสิ!! หุ่นสวยของเธอคนนี้ดูแล้วมันช่างเพลินตาดีจัง ติดตามผลงานของเธอต่อได้ที่ นิตยสาร Maxim January 2015