ผมดัด

แว่นตากันแดด แนวสตรีทสุดเท่ DECK Funglasses by Joey Boy
deck /  เทรน / 

คงไม่ต้องบอกสรรพคุณ เจ้าพ่อเพลงแร็ปอันดับหนึ่งของเมืองไทยอย่าง โจอี้ บอย ที่ไม่ว่าหยิบจับอะไรก็ประสบความสำเร็จเป็นกระแสไปหมด ทั้งงานเพลง หนัง กีฬา และล่าสุดก็จับธุรกิจสตรีทแฟชั่นที่บรรดาสาวกของเฮียต่างรอคอยกันมานาน กับแว่นตากันแดดภายใต้แบรนด์... DECKFunglasses by Joey Boy (เด็คฟันกลาสเซส บาย โจอี้ บอย) แว่นตากันแดด แสบซ่าสัญชาติไทย ฉีกทุกแบบ แหวกทุกกฎเกณฑ์ของแฟชั่นในแบบเดิมๆ ความพิเศษคือเฟรมแว่นตาผลิตจากไม้ Canadian Maple Wood เป็นไม้ชนิดเดียวกับที่ใช้ทำแผ่น Skateboard ทุกชิ้นผลิตแบบ Handmade ซึ่งจุดเด่นจะอยู่ที่ลายไม้และสีสัน ในการตัด/การขัดแผ่นไม้ ทำให้แต่ละชิ้นงานมีความแตกต่างกัน เรียกได้ว่าแว่นทุกตัวของ DECK เป็นงานที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก! โจอี้ บอย เผยถึงที่มาของ DECK Funglasses by Joey Boy ว่า “แบรนด์นี้เกิดขึ้นจากความชื่นชอบส่วนตัวของผม คนที่รู้จักผมจะรู้ว่าทำอะไรต้องสนุกและมีความสุขที่จะทำ เช่น เดียวกับแว่นตา DECK ด้วยคอนเซ็ปท์ Funglasses มันบ่งบอกความเป็นตัวผมมากที่สุด แหวกแนวในเรื่องของการคัดเลือกวัสดุที่นำมาผลิตตัวเฟรมแว่นผ่านกระบวนการผลิตแบบเดียวกันกับแผ่นสเก็ตบอร์ดทำให้มีน้ำหนักเบา มึความทนทานรองรับแรงกระแทกสูงและสามารถดีไซน์สีหรือลายได้ตามต้องการเป็นงานแฮนด์เมดล้วนๆ ที่ต้องอาศัยความประณีตในการผลิตอย่างมาก ส่วนเลนส์ก็เป็นระดับคุณภาพเดียวกับแบรนด์ไฮเอนด์ สามารถใส่เล่นกีฬากลางแจ้ง หรือใส่ปกติประจำวันก็ถนอมสายตาได้ไม่มีปัญหา มีให้เลือกทั้งแบบเลนส์สีดำธรรมดา หรือแบบปรอทเท่ซ่าครบทุกเฉดสี เรียกว่าทุกครั้งที่คุณหยิบแว่น DECK Funglasses by Joey Boy มาใส่จะสัมผัสได้ถึงความสนุกไปกับสีสันแฟชั่นที่จัดจ้านไม่ซ้ำแบบใครแน่นอนครับ” DECK Funglasses by Joey Boy มีวางจำหน่ายทั้งหมด 8 รุ่นหลัก ได้แก่ 1950’s, Giant, Popcorn, Owl, Pool, Pool42, Sweet&Sour และ TukTuk โดยแต่ละรุ่นออกแบบให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งสีสันและรูปทรงให้เหมาะกับรูปหน้าทุกแบบ รวมถึงคุณภาพของเลนส์ CR39 ที่ถนอมสายตา ป้องกัน UV ได้อย่างดีเยี่ยม หลากสไตล์หลายสีสันให้คุณแมทช์ได้กับทุกไลฟ์สไตล์ไม่จำเจสามารถดูรายละเอียดสินค้าและสั่งซื้อออนไลน์ได้ทาง wwww.deckthailand.com หรือไปสัมผัสสินค้าจริงได้ที่…Mega Bangna, Siam Center, ร้าน Glassaholic และ ร้าน Burgundy Dipper

Ted 2 : อะไรที่ทำให้เราเป็น มนุษย์
A Million Ways to Die in the West /  Family Guy / 

หลังจากภาคแรกทำเงินถล่มทะลายมากมายทีเดียว สำหรับหนังตลกเรต อาร์ รวมถึงสร้างคาแรกเตอร์ที่น่าจดจำแห่งโลกภาพยนตร์ไว้จนมันสามารถต่อยอดขายออกมาได้อีกเพียบ สำหรับ Ted ที่ตอนนี้ภาคต่อของมันอย่าง Ted 2 ก็ได้เข้าโรงในไทยกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ โดยในภาคนี้ เซ็ธ แม็คฟาร์เลน ผู้กำกับและมือเขียนบท จากภาคแรก กลับมานั่งแท่นกำกับ รวมถึงยังคงให้เสียงพากย์เจ้า เท็ด อยู่ ในขณะที่พระเอกหนุ่มอย่าง มาร์ค วอลเบิร์ก ก็ยังคงกลับมารับบทนำเช่นเคย จะมีเปลี่ยนแปลงก็แค่ตัวนางเอกที่เปลี่ยนจาก มิล่า คูนิส มาเป็น อแมนด้า ไซย์ฟรี๊ด ที่ แม็คฟาร์เลน ติดใจเธอมาจากการร่วมงานกันในผลงานเรื่องก่อนครับ ซึ่งเรื่องราวในภาคนี้ของเจ้า Ted ก็ดูเหมือนจะโตขึ้นด้วย กับการพูดถึงการพยายามจะทวงคืนสิทธิความเป็นมนุษย์ให้แก่ตุ๊กตาหมี เพื่อที่พวกเขาจะได้มีลูก และใช้ชีวิตกันอย่างสงบสุข ซึ่งถ้าหากถามว่า ผมชอบอะไรใน Ted ภาคแรก ก็คงต้องขอตอบเลยว่าคงเป็นมุกตลกอย่างแน่นอน และที่สำคัญคือมุกตลกจำพวกที่ผมชอบในผลงานเรื่องก่อนๆของ เซ็ธ แม็คฟาร์เลน ก็ล้วนแล้วแต่ต่างโดดเด่นมาก กับการที่มันมีการกล่าวอ้างถึงตัวหนังเรื่องอื่นๆตลอดเวลา และยังกัดจิกเซเลป นักแสดง ในวงการฮอลลีวู้ดได้อย่างเผ็ดร้อน ซึ่งจากที่ผมพูดมา อยากให้ทุกท่านลองนำมันไป x2 และจะได้มุกตลกเหล่านั้นใน Ted 2 ครับ เพราะต้องขอชื่นชมเลยว่ามุกตลกต่างๆในภาค 2 อาจจะไม่ได้ไร้สาระ หรือบ้าบอเท่าภาคแรก แต่ในขณะเดียวกันที่ค่อนข้างชื่นชอบมันมากกว่าทีเดียวคือมันมีอารมณ์ประเภทที่ให้ความสำคัญถึงภาพยนตร์ และชีวิตในวัยเด็กของเหล่าคอหนัง มากพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นการบุกงาน Comic-Con หรือแม้แต่การมีแขกรับเชิญจากภาพยนตร์เรื่องอื่นๆมาร่วมจอ ที่ไม่ใช่เพียงแค่ Flash Gordon คนเดียวซะแล้ว แต่ในขณะเดียวกัน เมื่อทางด้านมุกตลกจัดเต็มความฮาไม่หย่อนกว่าภาคแรกเช่นนี้ ส่วนที่ต้องเสียไปอย่างมากจึงกลายเป็นด้านตัวบทหนัง ที่โดยรวมมันอาจจะพยายามทำให้โตขึ้นทั้งในด้านของการพูดถึง สิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ หรือการตั้งคำถามถึงความเป็นคนในหนังเรื่องนี้ ซึ่งแน่นอนทั้งหมดทั้งมวลหนังสามารถเล่าเรื่องราวเหล่านั้นออกมาได้อย่างราบลื่น ไม่น่าเบื่อ แต่ว่าในขณะเดียวกันพอมองดูดีๆแล้ว มันยังกลับค่อนข้างไม่ได้ให้ความสำคัญในส่วนนี้มากเท่าการปูเรื่องความน่าสนใจให้มันในตอนต้น จนกลายเป็นว่ามันเปรียบเสมือนเป็นเพียงพล็อตรองรับมุกตลกเหล่านั้น ทั้งที่มันน่าจะทำได้ดีกว่านี้ครับ ส่วนทางด้านนักแสดงนำของหนังทั้ง มาร์ค วอลเบิร์ก และ อแมนด้า ไซย์ฟรี๊ด เอง ก็ต่างกล่าวได้ว่าไม่มีปัญหา สบายใจหายห่วงได้เลย เพราะนางเอกคนใหม่อย่างสาวน้อย อแมนด้า จะทำให้คุณลืมนางเอกคนก่อนอย่าง มิล่า คูนิส ไปอย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะด้วยทั้งลีลาท่าทางสุดน่าเอ็นดู หรือการต่อมุกตลกสุดไร้เดียงสา ที่ แม็คฟาร์เลน ต่างเขียนบทมาให้ได้เข้าขาเป็นอย่างดี เพราะฉะนั้นโดยสรุปแล้วก็อย่างว่า นี่มันเป็นหนังตลก ดูคลายเครียด ถ้าหากใครต้องการหาความสนุก เพลินๆ ห่ามๆ และที่สำคัญคือมีการพูดถึงโลกภาพยนตร์ทั้งในด้านล้อเลียน และ ให้เกียรติเป็นจำนวนมาก Ted 2 ก็เป็นหนังที่คุณไม่ควรพลาดครับ เรื่องนี้ผมให้ 7.5/10 ครับ

โฟกัส สุดาพร Playboy แววตาสวยๆ มองแล้วหลงเลย
playboy /  sexy / 

วันนี้ขอพาไปพบกับสาวสวย สุดเซ็กซี่คนนี้ โฟกัส สุดาพร ที่อวดหุ่นสวยๆ ในนิตยสาร Playboy ซึ่งยิ่งเรามองตาเธอ ยิ่งรู้สึกตกหลุมรักเธอมากขึ้นเรื่อยๆ ลองไปชมความเซ็กซี่ของเธอคนนี้กันดูครับ หุ่นงามมากๆ อะเฮือกเลยแบบนี้ สวยงาม เชื่อผมสิ!! แอบเห็นเบื้องหลังเธอ ยิ่งดูเซ็กซี่เหลือเกิน

กันเนอร์ยิ้ม! อดีตแข้งปืนยก อาร์เซน่อล ชุดนี้ดีกว่าชุดไร้พ่ายเห็นๆ
ปีเตอร์ เช็ก /  พรีเมียร์ลีก / 

เรย์ พาร์เลอร์ อดีตกองกลาง อาร์เซน่อล ยุคไร้พ่าย ออกโรงยกย่องทีมชุดนี้ของ อาร์เซน เวนเกอร์ ว่าแกร่งแข็งกว่ายุคไร้พ่ายเมือปี 2003-04 พร้อมกับยกว่าการเซ็นสัญญาคว้าปีเตอร์ เช็ก มาร่วมทีมคือการยกระดับทีมไปอีกขั้น แต่อย่างไรก็ตามอดีตกองกลางขวัญใจเดอะกันเนอร์ยังเชื่อว่าทีมต้องการเซ็นสัญญากับนักเตะระดับโลกอีกอย่างน้อย 2 คนขึ้นไป “แน่นอนว่าทีมชุดนี้ดีกว่าชุดไร้พ่าย แต่ต้องจัดการเรื่องอาการบาดเจ็บของนักเตะให้ดีกว่าฤดูกาลก่อน” พาร์เลอร์กล่าว “ในตอนนี้ นี้คือทีมที่ดีที่สุดที่ผมเคยเห็น การชนะเอฟเอคัพสองสมัย จะทำให้พวกเขาเชื่อมั่นว่าจะก้าวไปอีกขั้นได้ สำหรับผมคิดว่าคือการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก นั้นคือถ้วยที่สำคัญที่สุด ที่จะแสดงให้เห็นว่าพวกคุณ เล่นได้อย่างสม่ำเสมอตลอดทั้งฤดูกาล” นอกจากนี้ พาร์เลอร์ ยังพูดถึงการที่ทีมเก่ายอมจ่ายเงิน 10 ล้านปอนด์เพื่อดึงตัว ปีเตอร์ เช็ก มาจากเชลซี อริร่วมลอนดอนว่าเป็นการยกระดับทีมไปอีกขั้น “ผมคิดว่าคุณจะเป็นแชมป์ลีกไม่ได้ถ้าคุณไม่มีผู้รักษาประตูระดับท็อป “ปีเตอร์ เช็ก เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ เขาชนะมาแล้วทุกถ้วยและจะช่วยทีมในห้องแต่งตัวได้ รวมไปถึงดาวรุ่งจะได้เรียนรู้หลายๆอย่างจากเขา”

ข้อหาหมั้นไส้รึเปล่า! ฟานกัล ยันไม่การันตีตำแหน่งมือหนึ่ง เดเคอา
ซามพ์โดเรีย /  ดาบิด เดเคอา / 

หลุยส์ ฟานกัล ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาเปิดเผยว่า ไม่การันตีตำแหน่งผู้รักษาประตูมือหนึ่งของทีมให้แก่ ดาบิด เดเอคา อีกต่อไป หลังจากที่เพิ่งได้ตัว เซร์คิโอ โรเมโร่ ผู้รักษาประตูดีกรีทีมชาติ อาร์เจนติน่าจากซามพ์โดเรีย มาร่วมทีมแบบไร้ค่าตัว สถานการณ์มือหนึ่งในถิ่นโอลด์แทร็ฟฟอร์ด ชักไม่แน่นอนซะแล้ว เมื่อ ดาบิด เดเคอา ที่ยึดตำแหน่งอย่างเหนียวแน่นนับตั้งแต่ย้ายจาก แอตเลติโก้ มาดริดมาร่วมทีมเมื่อปี 2011 จนตอนนี้เหลือสัญญาปีสุดท้าย หลังจากมีคู่แข่งคนใหม่อย่าง เซร์คิโอ โรเมโร่ ที่มีดีกรีเป็นรองแชมป์โลก และรองแชมป์โคปาอเมริกากับ ทีมชาติอาร์เจนติน่า เข้ามาเสริมทีม ซึ่งหลุยส์ ฟานกัล กุนซือชาวดัตช์เผยว่า ไม่มีการการันตีตำแหน่งมือหนึ่งให้กับนายทวารทีมชาติสเปนแต่อย่างใด “แน่นอนว่าผมพูดกับเซร์คิโอ้ และกับ ดาบิด ด้วยเพราะผมต้องการผู้เล่นที่ดีที่สุดลงสนามเสมอ”  ฟานกัลกล่าว “พวกนายต้องต่อสู้เพื่อแย่งตำแหน่งมาก”

เปายะ เตือนสติเชิ้ตดำ ต้องระวังการทำหน้าที่ เพื่อกู้ศักดิ์ศรีผู้ตัดสินไทย
ชัยยะ มหาปราบ /  ปตท.ระยอง / 

เปายะ ชัยยะ มหาปราบ อดีตผู้ตัดสินเบอร์ 1 ของเมืองไทย ซึ่งเป็นผู้ตัดสินระดับฟีฟ่าอีลิท เตือนเปารุ่นน้อง จะทำอะไรให้นึกถึงผิดชอบชั่วดี ระวังการทำหน้าที่ให้ไปไปตามกติกา เพื่อศักดิ์ศรี และศรัทธาของผู้ตัดสิน หลังจากเกิดประเด็นคำถามในโลกออนไลน์ ในศึกยามาฮ่า ลีกวัน คู่ระหว่าง ปตท. ระยอง พบ พัทยา ยูไนเต็ด โดยเกมดังกล่าว เจ้าบ้าน เป็นฝ่ายขึ้นนำไปก่อน 2-0 ก่อนที่จะมาเสีย 2 รวด โดยในโลกออนไลน์ ได้มีการพูดถึงหนึ่งจังหวะในเกม หลังจากที่ พัทยา ยูไนเต็ด ทำประตูตีไข่แตกได้ กล้องถ่ายทอดสดสามารถจับภาพของผู้ตัดสินในเกมซึ่งได้แก่ อนุสรณ์ หนูแก้ว เข้าไปแสดงความดีใจด้วยการแท็กมือกับผู้เล่นของ พัทยา ยูไนเต็ด จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า การกระทำเช่นนี้ เหมาะสมหรือไม่ โดยล่าสุด เปายะ ชัยยะ มหาปราบ ผู้ตัดสินเชื่อดังของเมืองไทย ได้ออกมาปกป้อง อนุสรณ์ หนูแก้ว หลังจากได้มีการสอบถามกันว่า ผมได้คุยกับน้องแล้ว น้องยืนยันว่าจังหวะดังกล่าวไม่ได้แสดงความดีใจด้วย แต่เป็นจังหวะที่กวักมือเรียกให้ผู้เล่นกลับแดนของตัวเองเกมจะได้เล่นกันต่อ ซึ่งเป็นจังหวะที่นักเตะยื่นมาพอดีเลยทำให้ภาพออกมาเป็นเช่นนั้น นอกจากนี้อดีตเปาหมายดเลข 1 ของเมืองไทย ยังฝากไปถึงผู้ตัดสินรุ่นน้องว่า เราเป็นผู้ตัดสิน เป็นอาชีพที่มีเกียรติ จะทำอะไรต้องระมัดระวัง โดยเฉพาะในการทำหน้าที่ ซึ่งต้องทำให้เป็นไปตามกติกา และเเนวปฏิบัติของผู้ตัดสิน เวลานี้สิ่งสำคัญที่สุดของผู้ตัดสินคือ ศักดิ์ศรี และศรัทธา ซึ่งผู้ตัดสินจะต้องช่วยกันสร้างเอง ทำให้แฟนบอลยอมรับในการทำหน้าที่ของเราให้ได้

ใครก็ได้!ยูเซน โบลต์โวไม่กลัวใครโลกนี้
กรีฑาชิงแชมป์โลก ครั้งที่ 16 /  จัส แก็ตลิน / 

ยูเซน โบลต์ ให้สัมภาษณ์สำนักข่าว บีบีซีของอังกฤษ หลังจากชนะเลิศวิ่ง 100 เมตรชาย ด้วยสถิติ 9.87 วินาที ในการแข่งขันกรีฑาฉลองครบรอบ 1 ปีโอลิมปิกเกมส์ ค.ศ.2012 ที่สนามโอลิมปิกในกรุงลอนดอน อังกฤษ โบลต์ยอมรับว่า ตัวเองยังออกสตาร์ทได้แย่มาก แต่มันกลายเป็นจุดกระตุ้นให้เร่งสปีดได้ดีขึ้น เพื่อเอาชนะคนอื่นๆ ให้ได้ จนพิสูจน์ได้ว่า ตัวเองยังเป็นนักวิ่งหมายเลข 1 และไม่เคยเป็นหมายเลข 2 เลยแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งตั้งใจและมุ่งมั่นเต็มที่ว่า จะยังเป็นเบอร์ 1 ต่อไปจนกว่าจะเลิกวิ่ง ในที่สุดผมไม่เคยกลัวใคร..ผมพร้อมพิสูจน์ตัวเองในกรีฑาชิงแชมป์โลกแน่นอน ทั้งนี้ การแข่งขันกรีฑาชิงแชมป์โลก ครั้งที่ 16 ประจำปีค.ศ.2015 ของสหพันธ์กรีฑานานาชาติ (ไอดับเบิลเอเอฟ) ที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาขนจีน ระหว่างวันที่ 22-30 สิงหาคม 2558 ได้รับความสนใจจากทั่วโลกมากเป็นพิเศษ สำหรับการพบกันระหว่าง ยูเซน โบลต์ VS จัส แก็ตลิน ในการวิ่ง 100 เมตรชาย

อิ๊ก อลงกรณ์ จากชีวิตเด็กไทยส่งพิซซ่า สู่ ช่างภาพรถแข่ง แดนจิงโจ้
ช่างภาพ /  ภาพถ่าย / 

ช่างภาพรถแข่ง ชีวิตวัยรุ่นไทยที่ไปซ่าอยู่ต่างแดน (ดินแดนจิงโจ้) อิ๊ก อลงกรณ์ อุ่ยถาวร จากชีวิตเด็กหนุ่มคนนึงที่อยากไปเรียนเมืองนอก อยากไปลองอยู่ในที่ไปดิ้นรนเองโดยที่ไม่มีพ่อแม่ ใช้ชีวิตแบบที่อยากทำหลังจากเรียนมหาวิทยาลัยจบ ทำงานครบ 3 ปี ครอบครัวก็ให้โอกาส ไปทดสอบตัวเอง ด้วยใจที่คิดว่าครั้งนึงในชีวิต ต้องได้ชื่อว่าครั้งนึงเคยใช้ชีวิตในเมืองนอกจนก้าวเข้าสู่การเป็น ช่างภาพรถแข่ง ตามสเตป แบบเด็กไทยทั่วไป เขาได้ไปเรียนภาษาก่อน 3 เดือน จนได้ upper intermediate จากนั้น หาวิธีที่จะเรียนเพื่ออยู่ต่อด้วยการลงเรียน Graphic Design แต่ด้วยเรียนไปทำงานเพื่อเลี้ยงชีวิตที่นั้นด้วยจึงทำให้ เรียนไม่ได้ดี จนต้องดร๊อปเรียนไป ย้ายมาเรียน Hospitality ตามที่เรียนจบมาตอนปริญญาตรี ย้อนกลับมาถึงวิธีทำงานสมัยอยู่ในเมืองซิดนีย์ ทุกเย็นก็จะขับรถส่งอาหารไทย จากการแนะนำของรุ่นพี่ว่าควรซื้อรถไว้และขับรถส่งโฮม ดีกว่า ทำงานในครัว ซึ่งมันก็จริงอยากที่พี่เค้าบอกครับ เพราะตกเย็นเลิกเรียน ก็ไปทำงานขับรถส่งอาหาร จันทร์ถึงเสาร์ และเช้าวันเสาร์ก็ไปส่งหนังสือพิมพ์ อย่างน้อยๆ ก็จะได้อยู่สัปดาห์ละ 400เหรียญ ไม่รวมทิปแต่ละวัน และชีวิตก็มีจุดเปลี่ยนเมื่อห้องที่อยู่ครบสัญญาพี่น้องแยกย้ายผมตัดสินใจไปอยู่ Canberra เมืองหลวงที่ไม่มี Starbucks จากนั้นก็เรียนไปทำงานไปมีสังคมกับเพื่อน Aussie จริงๆ และด้วยความชอบรถ ทำให้พลักดันให้เจอเพื่อน Carclub ที่นั่น จนสุดท้าย ได้เข้าไปเรียน Photography และ เข้าไปถ่าย ประสบการณ์ ที่ไม่เคยลืม คือเขาได้เข้าไปถ่ายงาน World time attack 2011 เป็นช่างภาพไทยคนเดียวที่เข้าไปถ่ายในงานนี้เป็นความภาคภูมิใจ ที่ได้มีผลงานลงใน Yearbook ของ ที่ประเทศออสเตรเลียด้วย โดยในปีนั้นขวัญใจสมัยเด็กได้มาแข่งด้วยคือ Tarzan Yamada ขับ Cyber Evo และเป็นแชมป์ ในปีนั้น แข่งกับ เจ้า Siera Siera Evo จาก อเมริกา อย่างสนุก และมีรถแข่งจากทั่วโลกที่มาลงแข่งในปีนั้น Men.MThai เรียบเรียงเนื้อหา

Official! ผี มานิ่งๆประกาศคว้า โรเมโร่ เฝ้าเสาเซ็นยาว 3 ปี
ซามพ์โดเรีย /  หลุยส์ ฟาน กัล / 

เปิดตัวกันไปเป็นที่เรียบร้อย สำหรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังจากประกาศคว้าตัว เซร์คิโอ โรเมโร่ ผู้รักษาประตูดีกรีทีมชาติ อาร์เจนติน่า มาจาก ซามพ์โดเรีย แบบไร้ค่าตัว โดยเซ็นสัญญากันเป็นระยะเวลา 3 ปี ในการอยู่เฝ้าเสาในถิ่น โอลด์แทรฟฟอร์ด จอมหนึบวัย 28 ปี ให้สัมภาษณ์เปิดตัวกับทัพ ปีศาจแดง ว่า "ผมมีความยินดีมากๆที่ได้ย้ายมาร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด การเล่นได้เล่นให้กับสโมสรที่ใหญ่ที่สุดในโลกมันเหมือนความฝันที่เป็นจริงสำหรับผม และ หลุยส์ ฟาน กัล คือผู้จัดการทีมมหัศจรรย์ผมแทบจะรอไม่ไหวแล้วที่จะเริ่มต้นความท้าทายใหม่ๆในอาชีพของผม" ทั้งนี้การมาของ เซร์คิโอ โรเมโร่ เท่ากับว่าเป็นสัญญาณบอกลา บิคตอร์ บัลเดส กลายๆ และถือเป็นการกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งของเจ้าตัวกับ หลุยส์ ฟาน กัล หลังเคยอยู่ร่วมกันสมัยเล่นให้กับ อาแซด อัลค์มาร์ ช่วงปี 2007–2011

โอ๊ค เผย ทักษิณ ห่วงประเทศถอยหลัง
วันเกิดทักษิณ /  โอ๊ค พานทองแท้

โอ๊ค เผย ทักษิณ ห่วงประเทศถอยหลัง ถามจะย่ำเท้าอยู่กับที่ หรือเดินไปข้างหน้า เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (26 ก.ค. 58) นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความอวยพรวันเกิดของพ.ต.ท.ทักษิณผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว @Oak Panthongtae Shinawatra โดยระบุว่า "Happy Birthday ครับพ่อ ขอให้พ่อมีความสุขมากๆ สุขภาพแข็งแรง เช่นวันนี้ตลอดไป สำหรับแฟนเพจ ที่อยากจะอวยพรวันเกิดคุณพ่อผม ขอเชิญชวนให้ใส่ tag ‪#‎HBDTS‬ เหมือน ๆ กันนะครับ นอกจากนี้นายพานทองแท้ ยังได้อ้างข้อความจากพ.ต.ท.ทักษิณ ส่งถึงพี่น้องประชาชนคนไทย ว่า คำกล่าวของคุณพ่อผมบางตอนเนื่องในวันเกิด ผมขออนุญาตเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังตามนี้ครับ ปีนี้ผมอายุ 66 แล้ว หมดเวลาเป็นห่วงตัวเอง ชีวิตจะเป็นอย่างไร จะอยู่ที่ไหนทุกข์สุขไม่ใช่เรื่องสำคัญ คิดถึงแต่ลูกหลานเรา ว่าจะอยู่กันอย่างไร อดีต...มันก็คือประวัติศาสตร์ คือสิ่งที่ผ่านพ้นไปแล้ว ย่อมหวนคืนวันไปแก้ไขมันไม่ได้ ควรใช้มันเป็นบทเรียน แต่ก็ไม่ควรไปหมกมุ่น รื้อฟื้นแต่เรื่องราวในอดีต จนลืมทำหน้าที่ตนเองในปัจจุบัน และไม่สร้างบรรทัดฐานที่ดีให้กับอนาคต ปัจจุบัน...เป็นสิ่งที่จะต้องผ่านพ้นไป ไม่ควร Enjoy กับมันมากจนเกินไป อนาคต...คือสิ่งที่สำคัญ ซึ่งหากเราตั้งเป้า และดำรงความมุ่งหมายที่แน่วแน่ วันที่ฝันซึ่งเราวาดไว้สำเร็จเป็นจริง เมื่อเราหันหลังมองกลับมา มันจะเป็นความภาคภูมิใจ ในทุกสิ่งที่เราได้สร้างเอาไว้ เมื่อปัจจุบันของวันก่อน วันนี้ทุกประเทศทั่วโลก เขายินดีและภาคภูมิใจ ที่องค์การนาซ่า ไปถึงดาวพลูโตแล้ว วันนี้ประเทศอื่นในอาเซียน ต่างเตรียมประเทศตัวเอง พร้อมที่จะผนึกกำลัง ก้าวไปเป็นประชาคมเดียวกัน พร้อมที่จะร่วมแข่งขันกับภูมิภาคอื่น ลองถามตัวเอง แล้วเราละ... กำลังเดินไปข้างหน้า, ย่ำเท้าอยู่กับที่ หรือว่า..... เรากำลังเดินถอยหลัง...??" ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ข้อความแรกจาก ไมค์ กรณีดราม่า ซาร่า-น้องหญิง..??
ไมค์ พิรัชต์ /  หญิง พลอยชมพู / 

ตั้งแต่มีดราม่าระหว่าง ซาร่า คาซิงกินี และ หญิง พลอยชมพู น้องสาวของ ไมค์ พิรัชต์ กับประเด็นเรื่องของขวัญวันเกิด น้องแม็กซ์เวลล์ จนทำให้สองสาวเปิดศึก IG โพสต์เหน็บกันไปมาจนหลุดเรื่องฝ่ายชายยังไม่เซ็นรับรองบุตร! แถมยังมี กอล์ฟ พิชญะ และ ออม สุชาร์ เข้ามาคอมเม้นท์สนับสนุนน้องหญิง ล่าสุด หนุ่มไมค์ โพสต์ข้อความแรกหลังเกิดดราม่าผ่าน weibo ส่วนตัวเป็นภาษาจีน ซึ่งแปลความหมายได้ว่า "เพื่อปกป้องคนที่ผมรัก ผมยอมให้คนอื่นมองว่าผมไม่ดี" ไม่รู้ว่าดราม่าครั้งนี้จะจบลงอย่างไร คงต้องรอติดตามกันต่อไป... ขอบคุณภาพจาก IG @m1keangelo, yingpcp ข้อความแรกของ ไมค์ ผ่าน weibo หญิง-น้องแม็กซ์เวลล์-ซาร่า หญิง-ไมค์ ไมค์-น้องแม็กซ์เวลล์

มินฮยอก CNBLUE เสิร์ฟโมเม้นท์สนุก! สุขล้น! ในแฟนมีตติ้งที่เมืองไทย
CN Blue /  CNBlue / 

คังมินฮยอก เสิร์ฟโมเม้นท์สนุก! สุขล้น! ฟินกันเต็มอิ่ม! จัดเต็ม KANG MIN HYUK FROM CNBLUE 1st FAN MEETING IN THAILAND 2015 “THE MOMENT ยาวนาน 3 ชั่วโมงเต็ม!! หลังจากปล่อยพลังความน่ารักเรียกน้ำย่อยในงานแถลงข่าวไป ด้านบรรยากาศในงานแฟนมีตติ้งเดี่ยวครั้งแรกในเมืองไทยของหนุ่มหล่อ คังมินฮยอก มือกลองแห่งวง CNBLUE ภายใต้ชื่อ คัง มินฮยอก ฟรอม ซีเอ็นบลู เฟิร์ส แฟน มีตติ้ง อิน ไทยแลนด์ 2015 “เดอะ โมเม้นท์” (KANG MIN HYUK FROM CNBLUE 1st FAN MEETING IN THAILAND 2015 “THE MOMENT”) ที่จัดโดยผู้จัดรุ่นใหม่ไฟแรง อะชิ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ กรุ๊ป (A CHI ENTERTAINMENT GROUP) ก็สนุกสนานไม่แพ้กัน ด้วยบรรยากาศที่จุใจเต็มอิ่ม แถมยังคึกคักเนืองแน่นด้วยบรรดาบอยซ์ทั้งชาวไทยและต่างประเทศซึ่งมารวมตัวกันแน่นสถานที่จัดงาน บีซีซี ฮอลล์ เซ็นทรัล พลาซ่า ลาดพร้าว ทันทีที่ประตูของ บีซีซี ฮอลล์ เซ็นทรัล พลาซ่า ลาดพร้าว ปิดลง หัวใจของเหล่าบอยซ์ก็หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว เพื่อรอสัมผัสกับโมเม้นท์แสนพิเศษจากผู้ชายชื่อ คังมินฮยอก เปิดงานด้วย VCR เปิดตัวงานแฟนมีตติ้งซึ่งฉายขึ้น พร้อมๆ กับเสียงกรี๊ดดังกระหึ่มฮอลล์ ก่อนที่ คังมินฮยอก พร้อมเปียโนตัวเก่งจะค่อยๆ ปรากฏขึ้นกลางเวที ปลุกบรรยากาศความรักโอบล้อมไปทั่วบริเวณด้วยเพลง I’m in love เพลงรักเลื่องชื่อของวง Ra.D ซึ่งต้องยอมรับว่า หนุ่ม มินฮยอกร้องได้เพราะจับใจไม่แพ้ต้นฉบับเลยทีเดียว เข้าสู่ช่วงทักทายและสัมภาษณ์ ซึ่งได้ วีเจขวัญใจแฟนคลับเกาหลี เจมิกซ์ เจริญ แซ่จู เป็นพิธีกร พร้อม แจยอง รับหน้าที่ล่ามภาษาเกาหลี หลังจากทักทายพอหอมปากหอมคอก็เริ่มเข้าช่วงพูดคุย โดยสมาชิกวง CNBLUE อีกสามคน อย่าง จองชิน, จงฮยอน และ ยงฮวา ยังฝากคลิป VCR มาทักทายแฟนๆ รวมทั้งชวนให้เหล่า บอยซ์ สนุกไปกับแฟนมีตติ้งครั้งแรกของ คังมินฮยอก "มินฮยอก ซ้อมหนักมากครับ อยากให้แฟนๆ ช่วยสนับสนุนเขา และขอแสดงความยินดีกับ มินฮยอก ด้วยที่มีงานแฟนมีตติ้งครั้งแรกในเมืองไทย โอกาสหน้าคงได้มาหาแฟนคลับชาวไทยกันแบบครบทั้งวงนะครับ" ซึ่งทำเอาแฟนคลับกรี๊ดกันไปทั้งฮอลล์ ด้านน้องมิน ก็ทั้งขำทั้งเขินอย่างเห็นได้ชัด ด้านพิธีกรจึงป้อนคำถามแรกว่า 'ถ้าคุณเป็นสมาชิกคนอื่นใน CNBLUE ได้หนึ่งวัน โดยที่เขาก็จะได้สลับมาอยู่ในร่าง มินฮยอก ด้วย คุณอยากเป็นใคร?' ทำเอาหนุ่ม มินฮยอก คิดอยู่พักใหญ่ก่อนตอบว่า "อยากเป็นพี่ยงฮวา เพราะพี่เขาเสียงเพราะ เขียนเพลงเก่ง แล้วก็ร้องเพลงเก่งมากครับ" ซึ่ง วีเจเจริญ ก็แย้งและชมว่า 'แต่เมื่อกี้น้องมินก็ร้องเก่งนะ' ทำเอาคนโดนชมแก้เขินว่า "ผมซ้อมมาเยอะมาก อาจไม่ได้เก่งอะไร แต่ก็สนุกและมีความสุขมาก ปกติเวลาเป็น CNBLUE ผมจะได้อยู่หลังสุด แต่วันนี้ได้มาอยู่ข้างหน้าคนเดียว มันเลยเป็นความรู้สึกแปลกอย่างไม่เคยมีมาก่อน" เปลี่ยนมาไถ่ถามเรื่องรายการวาไรตี้กันบ้าง 'ช่วงนี้คุณไปออกรายการวาไรตี้บ่อยขึ้น ประทับใจรายการไหนมากที่สุด?' มินฮยอก ตอบว่า "ก่อนอื่นผมต้องขอบคุณมากที่ช่วงนี้มีรายการติดต่อเข้ามาเยอะ ผมชอบมากครับ โดยเฉพาะรายการที่มีแข่งว่ายน้ำ มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับไปตอนเรียนว่ายน้ำสมัยชั้นประถมอีกครั้ง แปลกตรงที่ร่างกายยังจำได้อยู่ ทำได้เกือบหมดทุกท่าเลย รอดูกันต่อไปบางทีผมอาจได้เป็นนักว่ายน้ำมืออาชีพเลยก็ได้" ซึ่งมือกลองหนุ่มก็ไม่พูดเปล่าแต่ทำท่าว่ายน้ำโชว์อีกต่างหาก เพิ่งผ่านวันเกิดมาไม่นาน(28 มิ.ย.) แล้ว มินฮยอก ยังมีอะไรที่อยากทำในวันเกิดแต่ยังไม่ได้ทำอีกบ้าง? ซึ่งหนุ่มหล่อก็ตอบคำถามอย่างซึ้งจับใจว่า "ปกติแล้ววันเกิดผมก็ไม่มีอะไรที่อยากทำเป็นพิเศษนะ ตอนเด็กๆ ทุกคนจะมีปาร์ตี้วันเกิดกันแต่ผมไม่เคยมีก็เลยไม่ค่อยมีอะไรที่อยากทำเหมือนใครเขา ผมคิดว่าวันเกิดเป็นวันที่เราควรขอบคุณพ่อแม่มากกว่า เวลามีคนมาอวยพรวันเกิดเรา ความจริงแล้วเราต้องไปขอบคุณพ่อแม่ที่ให้กำเนิดเรามากกว่าน่ะครับ" มาถึงคำถามเกี่ยวกับความชอบจัดดอกไม้ของ มินฮยอก ซึ่งเขาบอกว่าชอบไปเดินเที่ยวตลาดดอกไม้ เพราะแม้จะดูวุ่นวายแต่ก็ทำให้ได้ดอกไม้ราคาถูกมาแต่งบ้าน พิธีกรเลยชวนมาเที่ยวปากคลองตลาดของบ้านเรา ทำเอาขำกันทั้งฮอลล์ เมื่อโดนชวนหนักเข้า มินฮยอก เลยรับปาก "ปากคลองตลาด อยากไปมากๆ... (ภาษาไทย)เยี่ยมเลย" ก่อนจะเข้าเรื่องน้องแมวทั้งสอง และเราก็ได้รู้ความจริงว่า "เมื่อวาน(วันแถลงข่าว)ผมไม่ได้ขอโทษเพราะว่าพูดเรื่องแมวนะ แต่เพราะต้องเอาแมวทั้งสองตัวมาเปรียบเทียบกันต่างหาก เรื่องลูกๆ สองตัวของผมน่ะพูดได้ครับ แล้วที่ผมขอโทษก็เป็นเพราะว่า ชิชิ กับ ตาต้า ไม่ได้อยู่ตรงนั้นด้วยแล้วเราพูดถึงเขาก็เลยต้องขอโทษก่อนครับ" แซวกันไปมาสุดท้าย น้องมิน เลยงานเข้า เมื่อถูกขอให้ทำเสียงเลียนแบบคลิปวิดีโอเด็กพูดไม่ชัดที่พูดว่าฝันเห็นผีซึ่งกำลังฮิตในเกาหลีตอนนี้ แต่พอจับไมค์จะพูด มินฮยอก ถึงกับมือไม้สั่นอย่างเห็นได้ชัด กว่าจะพูดได้ก็ทำเอาน้องมินเขินอยู่หลายตลบจนพูดได้แค่สั้นๆ แล้วก็หลุดขำเพราะความเขิน โอดว่า 'passๆ' บอกให้ผ่านๆ เรียกเสียงฮากันไป ความสนุกสนานในช่วงสัมภาษณ์ยังไม่จบ เมื่อ มินฮยอก ถูกแซวเรื่องที่ไม่ชอบถ่ายรูปเซลฟี่ แต่กลับมีภาพถ่ายตัวเองลงโซเชี่ยลอยู่ตลอด งานนี้เจ้าตัวอ้างว่าเพราะอยากอัพเดทชีวิตประจำวันให้แฟนคลับได้ดูเฉยๆ แม้จะมีหลักฐานเป็น VCR รวมภาพถ่ายโมเม้นท์น่ารักมัดตัว แถมยังมีภาพกระโดดอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว น้องมินชี้แจงว่า "อย่างที่บอกคือไม่ชอบเซลฟี่ คือไม่รู้จะถ่ายยังไงดี ก็เลยถ่ายภาพกระโดดนี่แหละ" เปลี่ยนมาคุยเรื่องอาหารกันบ้าง มินฮยอกเล่าถึงวีรกรรมการกินพลุโกกิรสเปรี้ยวเพราะหมักเนื้อทิ้งไว้แล้วไปทำงานต่างประเทศ พอกลับมาย่างกินก็เริ่มจะเสียซะแล้ว แต่เอาเถอะ น้องมินยังหนุ่มอยู่ 'กินได้!' พอถามเรื่องชอบหนีเที่ยวกับเพื่อน มินฮยอก ยังตอบได้ตลกเหมือนเดิมว่า พ่อแม่รู้แต่ผู้บริหารค่ายน่ะไม่รู้ พร้อมทั้งไม่วายหยอดว่า อยากมาเที่ยวทะเลเมืองไทยมาก ทั้งสมุย ภูเก็ต และ กระบี่ เลยละ เข้าสู่ช่วง Wish Moment Stand ตอบคำถามจากแฟนคลับๆ มินฮยอก ผู้ออกตัวว่าเป็นคนไม่ตลกก็ปล่อยมุกอีกล็อตใหญ่ ไม่ว่าจะ 'กินพลุโกกิเปรี้ยวไงถึงได้หล่อ' หรือจำได้ว่าแฟนคลับเอาเนื้อเพลงของรุ่นพี่ ชางมิน แห่ง ทงบังชินกิ มาเขียนเป็นคำถาม รวมทั้งเปิดเผยถึงเรื่องชุดนอนหวิวๆ ที่เจ้าตัว 'โนบ็อกเซอร์' ให้แฟนคลับได้จิ้นตาม ก่อนตามติดมาด้วยเกมแรก Telepathy with Kang Min Hyuk ซึ่งคัดเลือกแฟนคลับที่ใจตรงกับ มินฮยอก 3 คน ขึ้นมาฟินกับสกินชิพจาก ยุนชันยอง แห่ง The Heirs โมเม้นท์นี้มีทั้งฉาก 'จับมือแล้วกระชากเข้าไปกอด', 'ขยี้ผมอย่างเอ็นดู' และ 'หยิกแค่แก้มแต่จี๊ดไปถึงใจ' ตามติดมาด้วยการคัดเลือกอีก 4 ผู้โชคดี ซึ่งได้มาจากการนั่งเก้าอี้เดียวกับมินฮยอก ที่เจ้าตัวเดินไปนั่งบนเก้าอี้ของแฟนๆ ไว้ตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน เพื่อขึ้นมาเล่นเกมที่ 2 BLUE HEART เรียนยิงปืนกับคุณครูมินฮยอก งานนี้แม้ฝีมือคุณครูอาจยังไม่ท็อปฟอร์ม แต่ขอบอกเลยว่าความเป็นคนตลกโดยไม่รู้ตัวกับเซอร์วิสแฟนที่อัดแน่นตลอดเกมของคุณครูมินฮยอก เป็นโมเม้นท์ที่ยากจะลืมเลือนจริงๆ แล้วปิดท้ายด้วยการถ่ายรูป Instax กับผู้ชนะเป็นที่ระลึก หลังจากนั้น มินฮยอก ก็เผยว่าเขามีของขวัญสุดพิเศษเตรียมมาให้แฟนชาวไทย นั่นก็คือ การตกแต่งหน้าเค้กเป็นรูปของเขา พร้อมด้วย ชิชิ , ตาต้า และดอกไม้สีเหลือง! ซึ่งน้องมินก็ตั้งใจวาดเค้กอย่างบรรจง ถึงกระนั้นตอนมอบเค้ก น้องมิน ก็บอกกับผู้โชคดีว่า "ที่จริงอยากทำให้สวยกว่านี้ แต่ก็ได้แค่นี้จริงๆ ทำจากใจเลยนะครับ ดีใจด้วยครับ" แต่ยังดูเหมือนไม่หนำใจเจ้าตัว เขาเลยขอแจกผ้ากันเปื้อนพร้อมลายเซ็นให้อีก เท่านั้นไม่พอ มินฮยอก ขอทำเซอร์ไพร้ส์ครั้งสุดท้ายด้วยการมอบไม้กลองคู่ใจที่เหลือเพียงคู่เดียวไม่มีผลิตเพิ่มให้กับผู้โชคดีด้วย งานนี้ทำเอาผู้รับชื่นมื่นไปตามระเบียบ มาถึงคำถามซึ้งๆ กันบ้าง 'ใกล้วันแม่ของไทยแล้ว ในฐานะลูกชาย คุณอยากบอกอะไรกับคุณแม่บ้าง?' มินฮยอกก็เผยความในใจว่า "ที่เกาหลีไม่มีวันพ่อแยกกับวันแม่เหมือนที่เมืองไทย เราจะมีวันพ่อแม่วันเดียวกันไปเลย อย่างที่เคยบอกไปแล้วว่าวันเกิดเราควรขอบคุณและบอกรักคุณพ่อคุณแม่ เข้าใจนะครับว่าทุกคนเขิน แต่ก็อยากให้ลองบอกรักท่านต่อหน้ากันดู อย่างวันนี้คุณพ่อกับคุณแม่ของผมก็มาอยู่ในฮอลล์แห่งนี้ด้วย ปกติแล้วเวลาทำงานจะพูดได้ง่ายๆ เลย แต่พอท่านมาอยู่ตรงนี้ด้วยก็อดตื่นเต้นไม่ได้ ยังไงก็... คุณพ่อคุณแม่ครับ ขอบคุณนะครับ รักนะครับ" ทำเอาคุณแม่ของมินฮยอกซึ่งนั่งชมบรรยากาศของแฟนมีตติ้งในฮอลล์แห่งนี้ด้วยถึงกับน้ำตาซึมไปเลย ก่อนจะต่อด้วยโมเม้นท์ซึ้งๆ กับบอยซ์ไทยกันบ้าง เพราะแฟนคลับก็มีความในใจอยากบอก มินฮยอก เหมือนกัน โดยใน VCR ถ่ายทอดความรัก ความผูกพัน ระหว่างศิลปินกับแฟนคลับออกมาได้อย่างประทับใจ ซึ่งพอ มินฮยอก หันหลังกลับมาก็ต้องปลาบปลื้มยิ่งกว่าเมื่อได้เห็นทุกคนในฮอลล์พร้อมใจกันชูป้ายโปรเจ็คคำว่า '사랑해' ที่แปลว่ารักนะ อยู่บนรูปหัวใจสีแดง มินฮยอก กล่าวว่า "ขอบคุณทุกคนมากนะครับ ตอนจบของ VCR มีชื่อกลุ่มแฟนคลับจากบ้านต่างๆ เป็นผู้จัดทำด้วย รู้สึกได้ถึงความกลมเกลียวของทุกคนเลยละครับ นี่เป็นแฟนมีตติ้งครั้งแรก ผมอาจจะยังดีไม่พอ แต่ผมก็ฝึกซ้อมมาอย่างหนัก ตั้งใจเตรียมตัวมากๆ ทุกคนรู้สึกยังไงบ้าง ชอบไหมครับ? วันนี้ผมตั้งใจอยากมอบความสุขให้ทุกคน ถ้ามีข้อผิดพลาดก็ต้องขอโทษด้วยนะครับ ขอบคุณ CNBLUE ที่ทำให้ผมได้มายืนอยู่ตรงจุดนี้ ขอบคุณแฟนคลับ ขอบคุณทุกคนที่รักผม ขอบคุณจริงๆครับ" แต่ก่อนจะจากกัน มินฮยอก ก็ไม่ลืมที่จะถ่ายรูปร่วมกับแฟนคลับชาวไทยเป็นที่ระลึกด้วยช็อตเด็ดกับท่ากระโดดอันเป็นเอกลักษณ์ หลังจาก มินฮยอก กล่าวลา บอยซ์ไทยก็ผสานใจกันร้องเรียก 'คังมินฮยอก' ขออังกอร์ให้ชายหนุ่มเจ้าของงานขึ้นเวทีอีกครั้ง และไม่นานนักภาพ VCR ของ มินฮยอก ซึ่งกล่าวถึงงานแฟนมีตติ้งครั้งนี้ก็ฉายขึ้นบนจอโปรเจ็กเตอร์ พร้อมๆ กับเสียงกรี๊ดต้อนรับ โดยหลังจากได้ยินคำบอกรักเป็นภาษาไทยจากน้องมินว่า "รักนะ...รู้ยัง?" มินฮยอก ก็ปรากฏตัวบนเวทีในชุดเสื้อยืดสบายๆ พร้อมครวญเพลง Star เพลงประจำตัวของเขา โดยมีแฟนๆ หยิบดาวสีเงินขึ้นมาโบกตามจังหวะเพลงและช่วยกันร้องไปจนจบ ช่างเป็นโมเม้นท์แสนพิเศษที่ยากจะลืมเลือนจริงๆ แม้งานแฟนมีตติ้งจะเกินจากระยะเวลาที่กำหนดมาถึง 1 ชั่วโมงเต็ม แต่ด้วยความรักที่ มินฮยอก มีต่อแฟนคลับ จึงขอไม่ให้ตัดช่วงเวลาใดออกทั้งสิ้น เพราะอยากให้ทุกคนได้มีความสุขมากที่สุดกับงานในวันนี้ นอกจากนั้นหลังเลิกงานยังคงมีกิจกรรมไฮไฟว์ทุกที่นั่งให้ได้ฟินกันต่อ รวมทั้งแฟนคลับผู้โชคดีที่ได้รับสิทธิ์ถ่ายภาพหมู่และรับลายเซ็นแบบสดๆ จากมือคังมินฮยอกอีกด้วย... ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณ อะชิ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ กรุ๊ป ที่ช่วยพาหนุ่มน่ารักคนนี้มาให้พวกเราได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดอย่างเต็มอิ่มทุกโมเม้นท์ และหวังว่าคราวหน้า มินฮยอก และสมาชิกวง CNBLUE ทุกคนจะกลับมาให้ บอยซ์ไทย ได้กรี๊ดกันอีกตามสัญญา! ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

โคตรทุ่มทุน! ดาวตลกคนโยนเงินใส่ แบล็ตเตอร์ ยันใช้เงินจริง
ข่าวฉาว /  คลิป / 

ไซม่อน บร็อดคิน นักแสดงตลกชาวอังกฤษ ที่สร้างความฮือฮาด้วยการเอาเงินไปโยนใส่หน้าของ เซปป์ แบล็ตเตอร์ ประธานฟีฟ่า ออกมาเปิดเผยความจริงที่ทำให้ทุกคนต้องอึ้งว่า เขาใช้เงินจริงๆในการก่อเหตุครั้งนี้ กลายเป็นคลิปดังไปชั่วข้ามคืนสำหรับ ไซม่อน บร็อดคิน ดาวตลกเลือดผู้ดีที่แผงตัวเข้าไปในการประชุมของฟีฟ่า ก่อนเข้าไปโปรยเงินใส่หน้าของ เซปป์ แบล็ตเตอร์ ซึ่งก่อนหน้านี้ทุกคนเข้าใจว่าเป็นเงินของปลอม แต่ความจริงแล้ว เป็นเงินจริงๆจำนวน 600 ดอลล่า และเป็นเงินจากกระเป๋าของ บร็อดคิน เอง ซึ่งเจ้าตัวได้เปิดเผยกับ เทเลกราฟ “สำหรับผมนะ ถ้าคุณจะทำแบบนี้ คุณต้องทำให้มันสมจริง” “พวกฟีฟ่ามันเป็นพวกเชื่อไม่ได้ แต่ในที่สุดพวกเขาไม่ได้อะไรไปจากผมเลย เพราะเขาคืนเงินมาให้ผมทั้งหมดเลย” “ผมฟันธงเลยนะว่าพวกฟีฟ่ามันทุจริตกันจริงๆ แต่พวกตำรวจสวิสไม่เลยซักนิด เพราะอะไรรู้มั๊ย เพราะเขาเก็บเงิน มาคืนผมทุกเพนนี พร้อมกับพูดว่า นี้ของคุณครับ”

คังมินฮยอก CNBLUE ขโมยหัวใจ 'บอยซ์ไทย' ตั้งแต่โมเม้นท์แรก!
CN Blue /  CNBlue / 

ขโมยหัวใจ 'บอยซ์ไทย' ตั้งแต่โมเม้นท์แรก! คังมินฮยอก CNBLUE เสิร์ฟงานแถลงข่าวสุดเป็นกันเอง ก่อนจัดแฟนมีตติ้งครั้งแรกในเมืองไทย ก่อนจะเสิร์ฟงานแฟนมีตติ้งครั้งแรกในเมืองไทย คัง มินฮยอก ฟรอม ซีเอ็นบลู เฟิร์ส แฟน มีตติ้ง อิน ไทยแลนด์ 2015 “เดอะ โมเม้นท์” (KANG MIN HYUK FROM CNBLUE 1st FAN MEETING IN THAILAND 2015 “THE MOMENT”) ผู้จัดรุ่นใหม่ไฟแรง อะชิ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ กรุ๊ป (A CHI ENTERTAINMENT GROUP) ลงทุนพาหนุ่มหล่อ คังมินฮยอก มือกลองน้องเล็กสุดน่ารักประจำวง CNBLUE แห่งค่าย FNC ENTERTAINMENT มาให้ บอยซ์ไทย ได้พบเจอกันอย่างใกล้ชิด โดยยึดพื้นที่หน้าลานห้างสรรพสินค้าชื่อดัง เซ็นทรัลเวิลด์ เปิดงานแถลงข่าวอย่างเป็นทางการไปเมื่อเย็นย่ำของวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา บรรยากาศในงานแถลงข่าวร้อนแรงขึ้นทันทีที่หนุ่ม คังมินฮยอก ปรากฏตัว โดยได้ ดีเจคิว ธิติพันธ์ สุริยาวิชญ์ รับหน้าที่พิธีกร และ แจยองทำหน้าที่ช่วยในการสื่อสาร มือกลองหนุ่ม มินฮยอก แนะนำตัวด้วยประโยคภาษาไทยสั้นๆ "สวัสดีครับ ผมมินฮยอก ตีกลองครับ" เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนคลับได้สนั่นลั่นบริเวณ ดีเจคิว จึงกล่าวต้อนรับสู่ไทยแลนด์แดนออฟสไมล์อย่างเป็นทางการว่า "ขอต้อนรับสู่เมืองไทย สยามเมืองยิ้ม ตอนนี้ไม่ว่าคุณจะมองไปทางไหนก็จะเจอแต่คนยิ้มให้" มินฮยอก ไม่รอช้าขอหยอดคำหวานทันที "ทุกคนสวยมากเลยครับ" และ "ผมมีอะไรจะบอก...ยินดีที่ได้เจอกันอีกนะครับ" เท่านั้นไม่พอยังอ้อนต่อเป็นภาษาไทยอีกว่า "คิดถึงมากครับ... ไม่ใช่แค่ช่วงนี้นะครับที่ผมจะยิ้ม แต่ผมจะยิ้มไปตลอดจนจบงานเลย เพราะตอนนี้ผมมีความสุขมาก บรรยากาศในวันนี้อบอุ่นมากจริงๆ ผมสัมผัสได้ถึงความรักของแฟนที่มีให้กับผมครับ" ก่อนเข้าสู่ช่วงสัมภาษณ์ ซึ่ง คังมินฮยอก ก็ตอบทุกคำถามอย่างใส่ใจ ฉายเดี่ยวมาจัดงานแฟนมีตติ้งคนเดียวแบบนี้ เหงาไหม? "เมื่อกี้ตอนที่แสตนด์บายรออยู่ด้านหลังจะมีเพลงของ CNBLUE เปิดคลอไปด้วย พอได้ยินเพลงของ CNBLUE แต่มีผมยืนอยู่คนเดียวก็อดคิดถึงสมาชิกในวงไม่ได้ แล้วพอมายืนอยู่ตรงนี้จะเห็นแฟนคลับถือป้าย CNBLUE ผมดีใจที่ได้มาเป็นตัวแทนของวง และผมมายืนอยู่ตรงนี้ได้ก็เพราะความรักของทุกคนที่มีให้ CNBLUE และเร็วๆ นี้พวกเรา CNBLUE จะมาเมืองไทยอีกครั้งพร้อมกันครับ" ชื่อแฟนมีตติ้งครั้งนี้คือ Kang Min Hyuk from CNBLUE 1st Fan Meeting in Thailand 2015 ‘The Moment’ อยากรู้ว่าคุณมีโมเม้นท์ไหนในชีวิตที่ประทับใจจนลืมไม่ลงบ้าง? "มันเยอะมากเลย แต่มีอยู่โมเม้นท์หนึ่งที่ชอบมากจนลืมไม่ลง คือโมเม้นท์ตอนได้แสดงโชว์เคสครั้งแรกของ CNBLUE เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2010 บนเวทีจะมีผ้าบางๆ กั้นอยู่แล้วผมยืนอยู่ด้านหลังผ้านั้นอีกที บนโปรเจ็กเตอร์ฉายภาพมิวสิควิดีโอของ CNBLUE ตอนนั้นใจผมเต้นแรงมาก เป็นโมเม้นท์ที่ลืมไม่ลงเลยจริงๆ ยังจำความรู้สึกตอนใจเต้นแรงได้อยู่เลยครับ" แล้วในงานแฟนมีตติ้งครั้งนี้อยากมีโมเม้นท์แบบไหนกับแฟนๆบ้าง? "เพื่อให้สมกับที่เป็นงานแฟนมีตติ้งครั้งแรก ผมจะทำให้มันเป็นโมเม้นท์ที่ทุกคนพลาดไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียวเลยล่ะครับ" ก่อนหน้านี้คุณเคยใช้ชีวิตอยู่ในหอร่วมกับเพื่อนๆ ในวง พอต้องออกมาใช้ชีวิตอยู่คนเดียวแบบนี้รู้สึกอย่างไร ชีวิตแตกต่างไปจากเดิมมั้ย? "ตอนอยู่หอกับเพื่อนๆ ในวง นึกอยากชวนกันไปเที่ยวก็ไปกัน แต่พอย้ายออกมาอยู่คนเดียว นานๆ ทีถึงจะได้เจอกัน มันทำให้เรารู้สึกรักกันมากขึ้น แล้วความสัมพันธ์ระหว่างพวกเราก็แน่นแฟ้นขึ้นด้วยครับ" ทราบมาว่าถ้ามีเวลาว่างคุณคังมินฮยอกชอบไปเดินดูดอกไม้ แล้วคุณคิดว่าดอกไม้ชนิดไหนเหมาะกับบอยซ์ไทยมากที่สุด เพราะอะไร? "ผมเป็นคนชอบดอกไม้ มันเป็นดอกไม้ชนิดหนึ่งที่ผมชอบมาก ชื่อว่า ดอกสแตติส (Statice) ซึ่งเวลาสดกับเวลาแห้งจะเหมือนกัน เลยคิดว่าคงคล้ายๆ กับบอยซ์ไทยที่สวยตลอดไม่เคยเปลี่ยน ที่สำคัญคือดอกสแตติส มันมีหลายดอกรวมกัน แล้วมีสีฟ้าๆ ม่วงๆ ตอนแสดงคอนเสิร์ตผมเห็นแฟนๆ ถือแท่งไฟแล้วรู้สึกว่าอารมณ์มันคล้ายกันมากเลยครับ" แฟนๆ ฝากถามมาว่าระหว่างแมวน้อยสองตัว เจ้าชิชิ กับ เจ้าตาต้า ตัวไหนแสบซน และตัวไหนขี้อ้อนมากกว่ากัน? "ก่อนอื่นต้องขอโทษ ชิชิ กับ ตาต้า ก่อนนะครับ ต้องขอโทษก่อนเพราะพวกเขาเป็นลูกของผม(ยิ้ม)... ชิชิ เป็นน้องเล็กที่รู้ว่าตัวเองเป็นน้องเล็กด้วย เขาก็เลยจะน่ารัก ขี้อ้อน ฉลาด รู้ว่าต้องทำยังไงถึงจะมีคนมารัก อย่างเวลาถ่ายรูปจะชอบทำหน้าไร้เดียงสาเหมือนกับว่า 'เธอจะทำอะไรฉันเหรอ?' แล้วก็กินเก่งด้วยครับ ส่วน ตาต้า ตัวพี่ เขาจะเรียบร้อย เงียบๆ ขี้กลัว ได้ยินเสียงอะไรดังๆ ก็จะวิ่งก่อนเลย แต่ผมรักตาต้ามากกว่านะ" คังมินฮยอกตัวจริงกับ 'ยุนชันยอง' ตัวละครจากเรื่อง The Heirs เหมือนหรือต่างกันมากไหม "ผมไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกันว่าต่างกันตรงไหน แต่ตอนแสดงผมอินกับบทยุนชันยองมากนะ ผมว่าคงเป็นตรงความเป็นสุภาพบุรุษมั้งครับ" (Q: แล้วถ้าคุณมีแฟนแบบ อีโบนา สุดแสบขนาดนั้น) "ถ้าเธองอแงแบบ อีโบนา ในบทก็โอเค แต่ถ้ามากกว่านั้น ผมคงเหนื่อย แต่ถ้าเป็นแฟนที่รักกันมากๆ แล้วแฟนงอแง ผมก็คงตามใจเธอหมดมั้งครับ คือถ้าผมรัก ไม่ว่าเค้าจะทำอะไรก็สวยหมด อันนี้พูดจากใจจริงเลย" มีโมเม้นท์ไหนที่ประทับใจที่สุดในละครเรื่อง The Heirs? "อาจเป็นช่วงแรกๆ ของ The Heirs ในซีนที่ ชันยอง ไปรอ ชาอึนซอง ที่คาเฟ่ แล้วมี อีโบนา เข้าฉากด้วย ตอนนั้นผมลูบหัว อีโบนา ด้วยความไม่รู้ว่าสั่งคัทแล้ว ซึ่งภาพที่ออกมามันเป็นธรรมชาติมาก ก็เลยรู้สึกประทับใจ" รู้มั้ยว่าแฟนไทยเรียกคุณว่า ‘น้องมิน’? "'น้องมิน' นี่เหมือนนิคเนมใช่มั้ยครับ น่ารักดีครับ ชอบนะครับ... (พูดภาษาไทย)รักนะ...รู้ยัง" นี่ไม่เหมือนงานแถลงข่าวเลยนะ แต่เหมือนงานแฟนมีตติ้งเล็กๆ มากกว่า "ปกติไม่ได้เป็นแบบนี้หรอกเหรอครับ? อ้อ... ก็เพราะมันเป็นครั้งแรกของผมน่ะสิครับ" อยากฝากอะไรถึงแฟนๆ หน่อยไหม "ขอบคุณนะครับที่มาให้กำลังใจผมอย่างอบอุ่นในวันนี้ ส่วนพรุ่งนี้วันงานก็มากันเยอะๆ นะครับ ผมรู้สึกรักทุกคนมาก มีความสุขมากจริงๆ ยังไงมาเจอกันวันพรุ่งนี้นะครับ ขอบคุณครับ... (ภาษาไทย)เยี่ยมเลย" ก่อนจบงาน มือกลองหนุ่มหล่อ คังมินฮยอก ก็ร่วมถ่ายภาพที่ระลึกกับ ผู้บริหาร อะชิ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ กรุ๊ป และ ผู้บริหารจากห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ที่เอื้อเฟื้อสถานที่ พร้อมให้พี่ๆ สื่อมวลชนชักภาพกันอย่างจุใจ เรียกว่าแค่งานแถลงข่าวก็ทำเอาบอยซ์ไทยรู้สึกว่าฟินกันอย่างจุใจ. ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

รายได้ครึ่งแสน! จากไอเดียขายปลาหางนกยูงของเด็กปี 1
คนรุ่นใหม่ /  ปลาหางนกยูง / 

ธุรกิจธรรมดาที่ไม่ธรรมดา จากแนวคิดของคนรุ่นใหม่ 'ต้นกล้า' นิสิตปี 1 เจ้าของร้านปลาหางนกยูง เรียกว่ากำลังมาแรงจริง ๆ กับยุคสมัยใหม่ที่ไม่ว่าใครก็สามารถเป็นเจ้าของธุรกิจในฝันได้แบบง่าย ๆ เพียงแค่กล้าที่จะลงมือทำอย่าง 'น้องต้นกล้า' นายวิรภูมิ หงส์ศุภางค์พันธ์ เด็กธรรมดา ๆ ที่มีความคิดไม่ธรรมดา กล้าทำในสิ่งที่ฝัน เพียงเชื่อว่า เป้าหมายที่ใหญ่ อุปสรรคที่เจอจะเล็ก 'น้องต้นกล้า' เด็กนักศึกษาปี 1 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะประมง สาขาเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เริ่มต้นจับธุรกิจขายปลาหางนกยูงจากความชอบที่จะได้เฝ้าดูปลาเหล่านี้เติบโต และเกิดเป็นความคิดที่ว่า มันคงจะดี ถ้าเราสามารถหารายได้เสริมจากความชอบของเรา ได้ทั้งเลี้ยงปลา ได้ทั้งเงิน จึงเกิดเป็นธุรกิจเล็ก ๆ ด้วยเงินเก็บของตัวเอง ร้าน Sun Guppy ของ 'น้องต้นกล้า' เริ่มเปิดเมื่อเดือน มีนาคม ที่ผ่านมา แต่กลับสามารถทำการตลาดจนกลายเป็นที่รู้จักได้เพียงในระยะเวลาไม่นาน แถมมียอดขาย 30,000 - 50,000 บาทต่อเดือน ซึ่งเมื่อหักค่าเช่าร้าน ค่าน้ำค่าไฟ หรือแม้แต่ค่าพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ปลา ก็ยังมีเงินเหลือมากพอที่จะให้คุณพ่อคุณแม่ และใช้เองได้อีกเป็นหมื่น ๆ (ขอกระซิบบอกว่า มันมากกว่า เลทเงินเดือนวุฒิปริญญาตรีแน่นอน) หลาย ๆ คนอาจจะสงสัยว่า 'น้องต้นกล้า' ทำอย่างไรให้ร้านของเขาติดตลาดจนมีคนรู้จักมากมาย ซึ่งต้องบอกก่อนเลยว่า ด้วยความที่น้องเป็นเด็กรุ่นใหม่เข้าถึงเทคโนโลยี ทำให้มีโอกาสใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการช่วยสร้างยอดขาย และทำให้น้องตีตลาดต่างประเทศได้ ไม่ว่าจะเป็น เวียดนาม มาเลเซีย อินเดีย อังกฤษ โดยใช้แอปพลิเคชัน Line ในการติดต่อส่งรูป พร้อมเลทราคา จนเกิดการซื้อขาย ถือได้ว่าเป็นจุดแข็งของร้านน้องเขาได้เลยทีเดียว 'น้องต้นกล้า' เล่าว่า ช่วงแรก ๆ เจออุปสรรคเยอะมากในเรื่องของการดูแลปลา เพราะปลาหางนกยูงที่เป็นสายพันธุ์เกรดประกวดจะเปราะบางดูแลยาก เปลี่ยนน้ำหรือให้อาหารผิดนิดหน่อย ก็ป่วยสีสันของปลาก็ไม่สวยงาม แต่ผมไม่ท้อรีบหาวิธีแก้ไข้ เร่งศึกษาหาข้อมูล จนสามารถผ่านอุปสรรคนี้ไปได้ และแน่นอนว่า เมื่อ 'น้องต้นกล้า' เลือกที่จะทำธุรกิจไปพร้อม ๆ กับการเรียนหนังสือ จึงต้องมีความขยันมากกว่าคนอื่น ๆ แบ่งเวลาเรียนกับงานให้ชัดเจน และยอมเสียเวลาส่วนตัวมาทุ่มเทกับงานตรงนี้ เพราะน้องมองว่า เมื่อเราเริ่มทำธุรกิจอย่างหนึ่ง ก็เท่ากับเรามีภาระที่ต้องรับผิดชอบ ถึงแม้จะปิดร้านค่าเช่าก็งอกอยู่ดี สู้เอาเวลาที่ไปเที่ยวเล่นมานั่งเปิดร้านดีกว่า ส่วนเรื่องเรียน แรก ๆ ปรับตัวยาก จึงตั้งใจเรียนทำเกรดเฉลี่ยในปีแรกให้ดี ส่วนอนาคตนั้น 'น้องต้นกล้า' ตั้งใจที่จะขายปลาหางนกยูงต่อไปให้ถึงที่สุด เพราะในวงการนี้ถือว่า ร้าน Sun Guppy ค่อนข้างที่จะเริ่มมีชื่อเสียงในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังสามารถพัฒนาไปได้ไกลกว่านี้ ซึ่งปัจจุบันมีการเพาะพันธุ์ส่งออกไปยังต่างประเทศด้วย และยิ่งมีหน้าร้านก็ยิ่งทำให้การตกลงเจรจาค้าขายเป็นไปอย่างราบรื่น งานนี้ 'น้องต้นกล้า' ยังได้ฝากมาบอกเพื่อน ๆ ที่กำลังมีความคิดอยากจะลงมือทำธุรกิจเป็นของตัวเองอีกว่า การทำธุรกิจนั้น อย่ามองแค่ผลกำไรที่จะได้รับ เราต้องมีใจรักในสิ่งที่จะลงมือทำ เพื่อที่จะไปให้ถึงจุดหมาย และแน่นอนอย่าท้อเมื่อเจอคนที่เขาทำธุรกิจมาก่อนเรา ประสบความสำเร็จก่อนเรา เพราะมันมีอยู่ทุกธุรกิจ ดังนั้นเราต้องกระตืนรือร้นตลอดเวลา เพื่อที่เราจะได้ไปยืนในจุดที่เขายืนบ้าง ต้องยอมรับเลยว่า 'น้องต้นกล้า' เป็นเด็กรุ่นใหม่ที่กล้าคิดกล้าทำจริง ๆ ไม่กลัวที่จะต้องเจอกับอุปสรรคต่าง ๆ ที่เข้ามา และพร้อมสู้เพื่อทำตามความฝัน ซึ่งน่านำเอามาเป็นแนวทางสำหรับคนที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ทีมข่าว MThai News ต้องขอขอบคุณ น้องต้นกล้า ที่สละเวลามาร่วมพูดคุย สำหรับใครที่อยากอุดหนุน 'น้องต้นกล้า' นั้น สามารถไปได้ที่ จตุจักร ตลาดศรีสมรัตน์ ตรงข้ามพิพิธภัณฑ์เด็ก ล๊อค B20 ชื่อร้าน Sun Guppy เบอร์โทรติดต่อ 083-607-6623 หรือจะเข้าไปชมภาพปลาหางนกยูงสวย ๆ ที่เฟซบุ๊ก Tonkla Hongsupangpan ส่วนใครที่อยากไปดูที่หน้าร้านแนะนำว่า โทรศัพท์เข้าไปสอบถามก่อน เพราะบางทีน้องเขาอาจจะติดเรียนไม่ได้มาเปิดร้าน อาจทำให้ไปเสียเที่ยวได้ เฌอมาณย์ นาคพิทักษ์  : เขียน ธเนตร พุทธิตระกูล : ภาพ ติดตามคอลัมน์ ธุรกิจ new gen อื่น ๆ ได้ที่นี่ news.mthai.com/economy MThai News

โตโน่ แจงชัด! สถานะ เกรซ เดอะสตาร์
โตโน่ ภาคิน /  แตงโม ภัทรธิดา / 

ทำเอาพระเอกหนุ่ม โตโน่ ภาคิน ถึงกับเอ่ยขอโทษเหล่าสาวๆ ที่ทำให้เป็นข่าวฉาว เมื่อถูกโยงสัมพันธ์กุ๊กกิ๊กนักร้องรุ่นน้อง เกรซ รัชย์ณมนทร์ หลังโพสต์ภาพลงไอจีขณะไปเยี่ยมไข้ฝ่ายหญิงถึงขอบเตียง พอได้เจอตัว หนุ่มโตโน่ ไม่รอช้าออกโรงชี้แจงว่าสถานะเป็นแค่พี่น้องกัน รวมไปถึงภาพที่ถ่ายคู่กับแฟนคลับสาวแบบแนบชิดสนิทสนม นอนยันไม่มีอะไรในกอไผ่ พร้อมลั่นไม่คิดลบรอยสักรูปนกคู่อดีตคนรัก แตงโม ภัทรธิดา ส่วนสภาพจิตใจเจ้าตัวเผยตอนนี้โอเคดีแล้วจ้า!! "สภาพจิตใจของผมตอนนี้เข้มแข็งดีครับ ไม่ต้องเป็นห่วง ตอนนี้เรารู้ดีว่ากำลังทำอะไรอยู่ ทำเพื่อใคร ไม่ต้องห่วง เราตั้งใจทำงานให้เต็มที่ ถามว่ามีโอกาสได้พูดคุยกับแตงโมบ้างไหม มีบ้างครับ ถ้าโมไลน์มาก็มีบ้าง แต่ไม่ได้คุยกันเยอะครับ ส่วนแหวนหมั้นก็ยังอยู่ที่ผมครับ ไม่ได้ทิ้งครับ" "ส่วนเรื่องรอยสักที่หลายคนอยากรู้ว่าจะลบหรือเปล่า ผมยังไม่ได้คิดจะลบครับ คือรอยสักนี้มันมีความหมายกับตัวผม แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกี่ยวว่าจะมาดึงชีวิตใคร มันอยู่ในตัวผมและมีความหมายในช่วงชีวิตหนึ่งของตัวผม แต่ผมไม่เชื่อว่าโมพูดว่า หมดรักแล้วทำไมไม่ลบรอยสัก จริงแล้วโมพูดกับผมเลยก็ได้ คงไม่จำเป็นต้องไปพูดกับคนอื่น " "กับเรื่องที่เราไปเยี่ยมเกรซ แล้วโมโพสต์ข้อความในไอจีเหมือนตัดพ้อ ผมไม่คิดว่าจะมีปัญหาครับ เพราะน้องก็เป็นน้องสาวเราจริงๆ และเขาก็เจ็บหนักมาก ไม่ได้คิดอะไรครับ ผมดูน้องเกรซเขาเข้มแข็งดี วันนั้นเขาหัวเราะ ได้เห็นเขายิ้มได้" "สำหรับเรื่องที่คนโยงรูปคู่กับแฟนคลับนั้น ผมไม่รู้จะทำยังไงดี ทุกวันนี้ยังหายใจและมีชีวิตอยู่ แต่หากทำให้ใครที่อยู่ใกล้แล้วทำให้เดือดร้อน ผมต้องขอโทษด้วย มันไม่ใช่แล้ว ในตอนที่มีชื่อเสียงผม มีทุกอย่าง รักผมยังกล้าบอกว่ารักเลย ทุกวันนี้ถ้าผมจะทำอะไรทำไมผมไม่กล้าพูด กับเรื่องที่เข้าไปคอมเม้นท์รูปหัวใจในไอจี ถ้าไปดูจริงๆ ไม่มีอะไรครับ จริงๆ ผมก็เข้าไปเม้นท์แฟนคลับผู้ชาย แต่ไม่เป็นข่าวเองครับ ตอนนี้ผมอาจจะอยู่ยากหน่อย เวลาไปอยู่ใกล้ใครก็เป็นเรื่องได้ ผมจะพยายามแล้วกันครับ" โตโน่ กล่าว ขอบคุณภาพจาก IG : @mootono29, @melony_forfan โตโน่ ภาคิน โตโน่ ภาคิน โตโน่ ภาคิน โตโน่ ภาคิน โตโน่ - แตงโม โตโน่ - แตงโม โตโน่ - เกรซ โตโน่ - แฟนคลับ

บางครั้งชีวิตก็ตลกไม่ออก 'มาดามมด' อีกหลายด้านที่อยากให้คุณได้รู้จัก
บันเทิง /  ภาษาพลาซ่า / 

ทรงผมสูงปรี๊ด ขนตาหนาเป็นกันสาด เมคอัพจัดเต็ม เอ่ยขนาดนี้เดากันออกบ้างหรือยัง ? ‘มาดามมด’ พิธีกรรายการภาษาพลาซ่าทางช่องเคเบิลทีวี ที่โด่งดังด้วยลีลาฮากระจายทั้งคำพูดและการแต่งตัวแบบแซ่บเว่อร์ เพราะเธอจัดเต็มทั้งเสื้อผ้าหน้าผมแบบเว่อร์วังอลังการจนมีคนคอยติดตามความแก่นเซี้ยวเปรี้ยวแซ่บของเธอทางโซเซียลมีเดียมากมายด้วยยอดฟอลโล่กว่า 3 ล้านคนทางเฟสบุ๊ค กว่า 1 ล้านคนทางอินสตาแกรม นับแสนวิวทางยูทูบ และยังเป็นคนดังที่มีสติ๊กเกอร์ไลน์เป็นของตัวเองอีกด้วย แต่เบื้องหลังความฮากระจาย คงมีไม่กี่คนที่รู้ว่าตัวตนที่แท้จริงของเธอ เป็นคนรักสันโดษ ชอบอยู่เงียบ ๆ มากกว่า ถ้าไม่ทำงานจะอยู่แต่กับธรรมชาติ รักสัตว์ อยู่กับอะไรไม่ปรุงแต่งมาก ชอบหาความรู้ใส่ตัว ที่พูดมานี่บางคนอาจยังคิดว่าเธอพูดติดตลกหรือเปล่า แต่เธอกลับย้ำคำพูดเดิมให้ฟังจนเราเองก็แทบไม่เชื่อเหมือนกัน ระหว่างสัมภาษณ์เราแอบสังเกตว่าเธอถอดขนตาปลอมและวิกผมที่ใส่ถ่ายรูปออก พลางบ่นถึงความล้าที่ต้องแบกรับน้ำหนักจากวิกผมเว่อร์ ๆ ที่หนักมานานจนเกิดปัญหาเกี่ยวกับกระดูกที่ทำให้เธอแทบจะก้มคอไม่ได้เลย และบอกต่ออีกว่า บางครั้งเหนื่อยกับการแต่งตัวมากกว่าทำงานซะอีก เพราะต้องใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมงกว่าจะเป็นมาดามมดแบบอลังการได้ ความเป็นเริ่ดของการเป็นสุดยอดเอนเตอร์เทรนเนอร์ที่สร้างเสียงหัวเราะและรอยยิ้มของเธอ มีที่มาจากการร่วมกิจกรรมในช่วงมหาลัย และช่างเป็นความโชคดีที่มีรุ่นพี่มองเห็นความสามารถที่เก่งชนะใจคนได้ จึงเป็นเส้นทางให้เธอได้เข้าทำรายการ ภาษาพลาซ่า ของค่าย GTH  ที่ฮิตติดกระแสบนโลกโซเซียลจนมียอดคนติดตามมหาศาล เรื่องเสื้อผ้าหน้าผมหลายคนอาจคิดว่า มาดามมด มีสไตล์ลิสส่วนตัวอิมพ็อตมาจากไหนหรือเปล่า แต่จริง ๆ แล้วตรงกันข้ามเลย ชุดทั้งหมดที่เธอใส่ทำรายการหรืออกอีเว้นท์นั้นเป็นการครีเอทสร้างสรรค์จากเธอเองทั้งหมด จนตอนนี้เธอบอกแทบจะล้นบ้านจากออกมาแล้ว มาดามมด ทุ่มเทความบันเทิงให้เรามากขนาดนี้ เราก็อย่าลืมมอบกำลังใจให้มาดามมดกันเยอะ ๆ นะคะ

'ชูวิทย์' โพสต์ถาม รัฐวางแผนการศึกษาให้เด็กไทยในอนาคตหรือยัง?
การศึกษาไทย /  ชูวิทย์ / 

ชูวิทย์ โพสต์เฟซบุ๊กถึงการศึกษาไทย  พร้อมย้อนถามรัฐบาล วางแผนเรื่องการศึกษาให้กับเด็ก ๆ ในอนาคตแล้วหรือยัง ? วันนี้ (25 ก.ค. 58) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ ชูวิทย์ I'm No.5 ถึงหัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่ ที่ยอมเสียเวลาพักผ่อนมานั่งเฝ้าลูก ๆ เรียนกวดวิชา พร้อมย้อนถามรัฐบาลว่า วางแผนเรื่องการศึกษาให้กับเด็ก ๆ ในอนาคตแล้วหรือยัง ? โดยมีรายละเอียดดังนี้ หัวใจของพ่อแม่ บ่ายวันเสาร์นี้ผมไปเดินเยี่ยมเยียนสถานที่น่าสนใจแห่งหนึ่ง ชื่อว่าอาคาร "สยามกิตต์" ตั้งอยู่กลางสยามสแควร์ พบเด็กมากมายที่มาเรียนกวดวิชาในสารพันโรงเรียนสอนพิเศษ ณ อาคารแห่งนี้ แต่ไม่ได้มีเฉพาะเด็กเท่านั้น ยังมีบรรดาพ่อแม่ที่เสียสละวันหยุดพักผ่อน นั่งรอนอนรอตามพื้นอาคารเพื่อให้กำลังใจลูกหลานตามที่เห็นในรูปภาพ แม้จะเหนื่อยล้าจากการทำงานในวันปกติ แต่ต้องยอมตื่นมาที่นี่ตั้งแต่เช้า เพื่อให้ลูกได้เรียนกวดวิชา มีการศึกษาที่ดี ผมยอมรับหัวใจของพ่อแม่ที่ต่อสู้ทุกวิถีทางเพื่อให้ลูกๆของเขาได้เรียนรู้ มีวิชา เอาไปแข่งขันในระบบการศึกษาของไทย จบออกมาจะได้มีงานที่ดี มีอนาคตที่สดใส แล้วรัฐบาลของเราได้วางแผนเรื่องการศึกษาให้กับเด็กๆในอนาคตหรือยัง? หรือต้องการให้พ่อแม่ของเด็กๆเหล่านี้นอนอยู่บนพื้นทุกๆวันหยุด เพื่อสนับสนุนให้ลูกหลานได้มีการศึกษาที่ดีขึ้นอย่างนั้นหรือ? ผมเขียนเรื่องนี้ด้วยความเคารพและศรัทธาต่อหัวใจของพ่อแม่ทุกคน ที่สนับสนุนลูกทุกๆทางโดยไม่เคยยอมแพ้แม้แต่น้อย ขอมอบแด่หัวใจของพ่อแม่ ที่เสียสละความสุขสบายของตัวเองให้กับการศึกษาของลูก ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ ในลุค สวยเซ็กซี่ แบบมีคลาส
POEM /  ดาราแต่งตัว / 

สาวเจนี่ รับออกงานโชว์เคสธีมหรูหรา ระดับนี้ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ มีรึจะแต่งตัวพลาด เรื่องเซ็กซี่แบบมีคลาส ต้องมีเธออยู่ลิสท์ตลอดๆ มาดู ลุคสวยของสาวเจนี่ ในชุดจากแบรนด์ Poem กัน ชุดเดรสดำยาว เผยไหล่ เอวขอด และผ่าสูง จาก แบรนด์ Poem เติมความเด่นด้วยต่างหูเพชรระย้า...และสร้อยข้อมือมุก อืมหืมมมม สวยแพงจริงๆ เจนี่ สวยคลาสสิคด้วยทรงผมแสกกลางปล่อยผมยาวตรง เมื่อ ต่างหูระย้ายาวแล้ว ชีก็เปลือยคอ อวดผิวแทนช่วงไหล่ได้ สวยๆ ตบด้วยรองเท้าส้นสูงสีทอง ผ่องมาก แต่งหน้าโดดเด่นด้วยสไตล์นู้ดแต่ แอบจิกด้วยกรีดอายไลเนอร์แบบ Cat Eye ภาพโดย covinus รายงานโดย Women MThai Team