ผมดัด

รับมือ วัยทอง ง่ายนิดเดียว
วัยทอง /  วัยหมดประจำเดือน / 

สตรีที่อายุระหว่าง  45 - 50 ปี คือช่วงเวลาที่อยู่ใน วัยทอง นั่นหมายถึงภาวะการหมดประจำเดือนหรือระดู เนื่องจากรังไข่หยุดการผลิตฮอร์โมน และไม่สามารถมีบุตรได้อีกต่อไป สตรีหลายๆ คนมักมีอาการของ วัยทอง ที่ส่งผลทั้งทางด้านอารมณ์ และร่างกาย นายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้กล่าวถึงสตรี วัยทอง ในประเทศไทยที่มีประมาณ 7 ล้านคนว่า ผู้หญิงที่อยู่ใน วัยทอง หรือหญิงวัยหมดระดู เป็นช่วงวัยสำคัญที่มีการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ ที่มีผลจากการลดลงของฮอร์โมนเพศ จึงทำให้มีปัญหาสุขภาพที่แตกต่างจากวัยอื่น ผลการสำรวจภาวะสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพในผู้หญิงไทย อายุ 45-59 ปี ของสำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย พ.ศ. 2554 พบว่า หญิง วัยทอง ร้อยละ 48 มีโรคประจำตัว โดย 3 อันดับแรกที่พบมาก ได้แก่ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคเกี่ยวกับกระดูกและข้อ และร้อยละ 28 ของหญิง วัยทอง มีความเสี่ยงสูงต่ออาการหญิง วัยทอง นอกจากนี้ยังพบภาวะอ้วนลงพุงร้อยละ 57 ด้าน รศ.พญ.อรวรรณ คีรีวัฒน์ นายกสมาคมอนามัยเจริญพันธุ์(ไทย) กล่าวว่า การก้าวเข้าสู่ วัยทอง ของสตรีนั้น จะมีช่วงวัยใกล้หมดประจำเดือน เป็นช่วงเวลาที่ผู้หญิงยังไม่หมดประจำเดือน หรือไม่มีประจำเดือนมาระยะเวลาหนึ่งแต่ไม่ถึง 1 ปี ช่วงวัยนี้อาจจะยาวนานถึง 6 ปีก่อนจะก้าวสู่ วัยทอง โดยปรากฎอาการออกเป็นตามช่วงคือ ช่วงแรก ประจำเดือนจะมาเร็วขึ้น จากที่เคยมาทุกเดือน จะมาทุกๆ3อาทิตย์ ช่วงที่สอง ประจำเดือนจะเริ่มมาห่าง เช่น 2-3 เดือนมาครั้งนึง ช่วงที่สาม คือช่วงที่ประจำเดือนหายไปนานจนครบ 1 ปี “ระหว่างช่วงเข้าสู่ วัยทอง จนหมดประจำเดือนนั้น ผู้หญิงหลายๆ คนจะมีอาการผิดปกติปรากฎ ซึ่งแต่ละคนจะแตกต่างกัน อาการ วัยทองของหญิงไทยจะมีประมาณ 21-22 อาการ เช่น อาการร้อนวูบวาบ นอนไม่หลับ ประจำเดือนมาไม่ปกติ มดลูกแห้ง หงุดหงิด ร่างกายอ่อนเพลีย ผมร่วง  หลงลืมง่าย วิงเวียนศรีษะ ท้องอืด ปัสสาวะและขับถ่ายบ่อย ฯลฯ และหญิงไทยกับหญิงต่างประเทศก็จะมีความแตกต่างกันในเรื่องของอาการ วัยทอง เนื่องจากมีระบบเมตาบอลิซึมที่ต่างกัน โดยคนไทยจะไม่ได้มีอาการด้านใดเด่นเป็นพิเศษ แต่ผู้หญิงชาวต่างประเทศมักจะมีอาการปรากฎเด่นชัด เช่น อาการร้อนวูบวาบ เป็นต้น”  นายกสมาคมอนามัยเจริญพันธุ์ กล่าว สำหรับการดูแลตัวเองในช่วงของ วัยทอง นั้น รศ.พญ.อรวรรณ แนะนำว่า ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดการรับประทานอาหารหวาน มัน เค็ม เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดโรคความดัน เบาหวาน โดยควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยอาทิตย์ละ 150 นาที ควรพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อรักษาอารมณ์ให้เป็นปกติ และหมั่นไปตรวจสุขภาพเป็นประจำ หากสตรี วัยทอง คนไหนที่มีอาการผิดปกติมากเป็นพิเศษสามารถไปพบคุณหมอ เพื่อปรึกษาอาการได้ที่คลินิก วัยทอง ในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทุกแห่ง วัยทอง รับมือได้ไม่ยาก ขอเพียงตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ ใส่ใจกับการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และแบ่งเวลาพักผ่อนให้เพียงพอค่ะ... เรื่องโดย อาภาวรรณ โสภณธรรมรักษ์ Team Content www.thaihealth.or.th

ลือทักษิณ ถูกจับที่จีน ผู้ช่วย ประวิตร ยันไม่จริง
ข่าวทักษิณถูกจับ /  ข่าววันนี้ / 

ผู้ช่วยรองนายกฯ ปัด ข่าวทักษิณ ถูกจับที่จีน ชี้แค่ข่าวลือปลุก เสื้อแดง โจมตีรัฐบาล เกิดเป็นที่ฮือฮาในโลกออนไลน์ หลังมีข้อความปรากฎในหน้าเพจเฟซบุ๊กระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกทางการจีนจับกุมตัวหลังทางการไทยได้ประสานงานจีนให้จับกุม ซึ่งข้อความดังกล่าวระบุว่า พ.ต.ท. ทักษิณ ก็ได้ถูกตำรวจสากลสะกดรอยติดตามมานาน จนกระทั่งทางการไทยประสานงานไปอย่างลับ ๆ แล้วให้ตำรวจจีนจับกุมตัวไว้ พร้อมยึดพาสปอร์ตทุกเล่มชั่วคราว ขณะที่ พ.ต.ท. ทักษิณ มีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด และขอให้โทรศัพท์ประสานงานมายังผู้มีอำนาจในรัฐบาลไทยเพื่อขอให้ปล่อยตัว แต่ถูกปฏิเสธ และขณะที่ถูกจับกุมตำรวจจีนได้แสดงหมายจับของทางการไทยทันที ไม่อนุญาตให้พูดและพาขึ้นรถตำรวจไปอย่างรวดเร็ว โดยมีหน่วยคอมมานโดตามประกบอย่างแน่นหนา พาไปสถานที่ที่ไม่เปิดเผย อย่างไรก็ดีเมื่อข้อความดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ก้ได้สร้างความสนใจให้กับผู้ที่พบเห้นเป็นจำนวนมาก ก่อนที่นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ) จะออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว @Paisal Puechmongkol ตอบโต้ถึงกระแสข่าวลือดังกล่าวโดยระบุว่า ข่าวดังกล่าวเป็นเพียงข่าวลวงปลุกคนเสื้อแดงเท่านั้น หลอกด่ารัฐบาล ไม่มีมูลความจริงแต่อย่างใด "ความปราชัยของข่าวลือ!!! หลังปล่อยข่าวเท็จว่า พล.อ. ประวิตร ดอดพบท่านแม้วที่เมืองจีนเจ๊งบ๊งไปแล้ว ก็เปลี่ยนข่าวเท็จใหม่จากข่าวซูเอี๋ยเป็นข่าวลบว่าทักษินถูกตำรวจจีนจับเพื่อหลอกพี่น้องเสื้อแดงให้ด่ารัฐบาลอีกแล้ว ผมเช็กแล้วไม่ได้ถูกจับครับแต่ไปดูหมีแพนด้าที่เสฉวนโน่น ไปไหว้ศาลขงเบ้งมั่งก็น่าจะดีนะโยม" ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ได้ออกมาปฏิเสธเช่นกันว่า การเดินทางไปประเทศจีนของ พล.อ. ประวิตร เป็นการเดินทางไปเพื่อกระชับความสัมพันธ์และงานความมั่นคง รวมไปถึงการเจรจาเรื่องข้าวและราคายางพาราเท่านั้น ไม่ได้ไปพบกับ พ.ต.ท. ทักษิณ เพราะเรื่องการเคลียร์คดีของ พ.ต.ท. ทักษิณนั้น ไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้ว เนื่องจากเป็นเรื่องของกฎหมาย ดังนั้นทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย และถ้า พ.ต.ท. ทักษิณ อยากกลับประเทศไทย ก็ไม่ต้องต่อสายตรงถึงใคร ให้ขึ้นเครื่องบินกลับมาเลย MThai news

มุมน่ารักของนักสู้ผู้สร้างป่า
Dtac

เรื่องราวของร้อยตำรวจตรี วิชัย สุริยุทธ หรือที่รู้จักกันในนาม ดาบวิชัย นักสู้ผู้สร้างป่า จากที่ปลูกต้นไม้มากกว่า 2 ล้านต้น ในอำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งได้กล่าวคำมั่นว่า “ผมจึงตั้งใจปลูกต้นไม้ไปเรื่อยๆ จนกว่าชีวิตจะหาไม่”

รำลึก 8 ปี 'นวมทอง ไพรวัลย์'สละชีพต้านรัฐประหาร 49
ข่าวนวมทอง /  ชนรถถังทหาร / 

รำลึก 8 ปี "นวมทอง ไพรวัลย์" ผูกคอตายสะพานลอยหน้าสนพ.ไทยรัฐ ต่อต้านอำนาจรัฐประหารปี 49 ทหาร-ตำรวจวางกำลังเข้ม ห้ามจัดกิจกรรมฝืนคำสั่งคสช. ด้าน "จตุพร" โพสต์ข้อความไว้อาลัย กลุ่มตัวแทนนักศึกษาจากศูนย์กลางนักศึกษาเพื่อประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย หรือ ศนปท. ได้เดินทางมายังบริเวณสะพานลอยหน้าสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ถนนวิภาวดี ซึ่งเป็นอนุสรณ์ที่นายนวมทอง ไพรวัลย์ คนขับแท็กซี่ ที่ขับรถชนกับรถถังทหาร ประท้วงการรัฐประหาร พ.ศ. 2549 และผูกคอเสียชีวิตที่บริเวณดังกล่าว เมื่อวันที่ 31 ต.ค.2549 เพื่อทำการวางพวงหรีด รำลึก 8 ปี ลุงนวมทอง โดยการยืนสงบนิ่งไว้อาลัย 1 ชั่วโมง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการตำรวจนครบาล และทหาร ทั้งในและนอกเครื่องแบบ กว่า 1 กองร้อย ตรึงกำลังเพื่อรักษาความปลอดภัย และห้ามทำกิจกรรมในบริเวณดังกล่าว พร้อมเข้าเจรจากับกลุ่มต่างๆที่เดินทางมาเพื่อไว้อาลัยให้ออกจากพื้นที่ เนื่องจากเป็นการฝ่าฝืนประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ฉบับที่ 7/2557 เรื่องห้ามชุมนุมทางการเมือง นอกจากนี้ ยังมีประชาชนเดินทางเข้าไว้อาลัยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงนางบุญชู ไพวัลย์ ภรรยาของนายนวมทอง เดินทางมาวางดอกไม้ เพื่อไว้อาลัยด้วยอาการโศกเศร้า ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เดินทางกลับทันที และขอไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆกับสื่อมวลชน โดยนายนวมทอง เป็นคนขับรถแท็กซี่ โตโยต้า โคโรลล่า สีม่วง ทะเบียน ทน 345 กรุงเทพมหานคร พุ่งชนรถถังของคณะรัฐประหารและได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2549 ซึ่งต่อมาในคืนวันที่ 31 ตุลาคมปีเดียวกัน นายนวมทอง ได้ผูกคอเสียชีวิตกับราวสะพานลอย บริเวณถนนวิภาวดีรังสิตฝั่งขาออก เยื้องกับที่ตั้งสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ โดยในจดหมายลาตายระบุว่า "ต้องการลบคำสบประมาทของพันเอกอัคร ทิพโรจน์ รองโฆษก คปค. ที่ว่า ไม่มีใครมีอุดมการณ์มากขนาดยอมพลีชีพได้" ในคืนที่นวมทองผูกคอเสียชีวิต เขาตั้งใจสวมเสื้อยืดสีดำ สกรีนข้อความเป็นบทกวี ที่เคยใช้ในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย โดยด้านหน้าเป็นบทกวีของรวี โดมพระจันทร์ และด้านหลังเป็นบทกวีของศรีบูรพา (กุหลาบ สายประดิษฐ์) โดยนายนวมทองเป็นพลเมืองไทยเพียงคนเดียว ที่ประกาศตนต่อสาธารณชนว่า ได้พยายามกระทอัตวินิบาตกรรม เพื่อประท้วงรัฐประหารไทยปี 2549 และได้บรรลุเจตนารมณ์ดังกล่าวในที่สุด เพื่อสนองคำพูดของรองโฆษกคณะรัฐประหารที่เขาถือว่าเป็นการเหยียดหยามวัตถุประสงค์แห่งกรรมของเขา ด้านนายจตุพร พรหมพันธ์ุ ประธาน นปช. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ค "Jatuporn Prompan - จตุพร พรหมพันธุ์" เพื่อไว้อาลัยและสดุดีให้กับนายนวมทอง "วันนี้ (31ตุลาคม) เป็นการครบรอบ8ปี ของการจากไปของคุณลุง "นวมทอง ไพรวัลย์" บุคคลที่ศรัทธาในระบอบประชาธิปไตย ฆ่าได้หยามไม่ได้ ผมขอสดุดี และไว้อาลัยกับนักสู้ผู้ยิ่งใหญ่อย่าง "ลุงนวมทอง" ครับ" MThai News

แฟนหงส์อึ้ง! เจอร์ราร์ด ยืนยันจบซีซั่นสัญญาใหม่ไม่คืบย้ายแน่นอน
ลิเวอร์พูล /  หงส์ / 

น่าเป็นเรื่องร้อนที่สุดจากรั้ว "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ตอนนี้ เมื่อมีข่าวเล็ดลอดออกมาว่า "กัปตันเจิด" สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด จะอำลาสโมสรอันเป็นที่รักหลังจากจบซีซั่นนี้ หากต้นสังกัดไม่คุยเรื่องสัญญาฉบับใหม่กับตน "ผมมีสัญญาถึงแค่เดือนพฤษภาคม ผมจะอยู่ที่นี่ไปจนจบฤดูกาลและต้องการทำให้ดีที่สุด" "แน่นอนผมยังสนุกกับการเล่นฟุตบอลฉนั่นคุณลืมเรื่องแขวนสตั๊ดไปได้เลย" "ผมไม่รู้ว่าซีซั่นหน้าจะได้ลงเล่นให้กับสโมสรไหน" "เพราะนั่นเป็นการตัดสินใจของ ลิเวอร์พูล หากพวกเขาไม่ยื่นข้อเสนอเข้ามาผมก็จะดูว่ามีข้อเสนอใดเข้ามาพิจารณา" สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด กล่าว

รวบโจรแสบ แกล้งขาดสติ หลังถูกจับได้ขโมยโน๊ตบุ๊ค
ข่าวจังหวัดชุมพร /  ข่าววันนี้ / 

ตร.ชุมพร ช่วยกันจับกุม โจรขโมย Notebook แกล้งทำตัวขาดสติจับสุนัขเป็นตัวประกัน รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (30 ต.ค. 57) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชุมพร ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีคนกำลังทำร้ายตัวเอง ที่สถานีรถไฟชุมพร เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุก็พบกับชายหนุ่มรูปร่างอ้วนใหญ่ อายุประมาณ 35 ปี กำลังโดนชาวบ้านยื้อยุดอยู่พร้อมกับกอดสุนัขตัวนึงไว้แน่น พูดจาฟังไม่รู้เรื่องเหมือนคนสติไม่ดี สอบถามจึงได้ความว่า หนุ่มอ้วนรายนี้ได้เข้าไปในร้านขายโน๊ตบุ๊คร้านนึงทำทีเอาโน๊ตบุ๊คไปซ่อม พอเจ้าของเผลอ ก็ได้ขโมยโน๊ตบุ๊คในร้านแล้วหนีออกไป เจ้าของร้านจึงรีบตามออกมาจนไปเจอตัวที่สถานีรถไฟชุมพร จึงได้ขอให้ชาวบ้านช่วยกับจับเอาไว้ เจ้าหน้าที่จึงร่วมเข้าจับกุม แต่ก็เป็นไปด้วยความทุลักทุเล เนื่องด้วยผู้ต้องหาตัวอ้วนใหญ่และขัดขืนไม่ยอมให้จับกุมขณะเดียวกันก็ได้กอดสุนัขตัวนึงไว้แน่น แล้วพูดซ้ำๆว่า หมาของผมอย่าเอาหมาผมไป แต่ชาวบ้านบอกว่าสุนัขอยู่ที่สถานีอยู่แล้ว หลังจากยื้อกันอยู่นานโจรอ้วนก็สิ้นฤทธิ์ยอมให้จับ เบื้องต้นยังไม่ทราบชื่อและรายละเอียดของผู้ต้องหา เนื่องจากผู้ต้องหาพยายามพูดจาวกวนเหมือนคนสติไม่ดี ข้อมูลข่าวจาก morning-news.bectero.com MThai news

สาวน้อยผู้กล้าหาญ! หลบหนีรอดตายจาก เกาหลีเหนือ เพื่ออิสรภาพ
สาวเกาหลี /  หลบหนี เกาหลีเหนือ / 

          สาวน้อยผู้กล้าหาญ ยองมี ปาร์ค  ได้ถ่ายทอดเรื่องราวประสบกาณ์การหลบหนีออกมาจาก เกาหลีเหนือ ที่ทำให้ผู้ฟังถึงกับน้ำตาไหล สาวน้อยวัยเพียง 21 ปี ที่ชีวิตต้องแบกรับความทุกข์มากมาย จนต้องยอมเสี่ยงชีวิตหนีออกจากประเทศเพื่อให้ได้อิสรภาพ         เกาหลีเหนือ  เป็นประเทศเดียวในโลก ที่ไม่อนุญาตให้ติดต่อสื่อสารกันข้ามประเทศ ไม่มีอินเตอร์เน็ต และการลักลอบชมภาพยนตร์หรือโทรทัศน์ของต่างประเทศ ถือเป็นความผิดร้ายแรง เธอเล่าว่าตอนเธออายุ 9 ขวบ เธอเห็นแม่ของเพื่อนถูกประหารต่อหน้าสาธารณะชน เพียงเพราะดูหนังฮอลลีวูดเรื่องหนึ่ง พวกเขาไม่มีอิสระในการร้องเพลง อ่านหนังสือ ใส่เสื้อผ้า หรือแม้กระทั่งทรงผม          พี่สาวของเธอวางแผนที่จะหลบหนี จึงทำให้ตัวเธอและแม่ไม่มีทางเลือก เลยต้องหนีไปด้วยเช่นกัน ระหว่างที่พวกเขาพยายามหลบหนีข้ามประเทศ ตอนนั้นเธออายุเพียง 13 ปีเท่านั้น ต้องทนเห็นแม่ถูกข่มขืนต่อหน้าต่อตา แม่ยอมถูกข่มขืนแทนเธอ และเธอจะไม่มีลืมใบหน้าของเขาเป็นอันขาด       เธอต้องเดินข้ามผ่านทะเลทรายโกบี ซึ่งเป็นทะเลทรายที่ยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งของโลก ต้องเผชิญกับความร้อนระอุในตอนกลางวัน และในตอนกลางคืนก็หนาวจัด ซึ่งเหมือนเป็นการเดินทางเพื่อฆ่าตัวตาย ระหว่างที่เดินข้ามผ่านทะเลทรายเธอคิดว่าคงไม่มีใครบนโลกนี้สนใจเธอแล้ว มันเหมือนกับว่าโลกนี้มีเพียงแค่เธอกับดวงดาวบนท้องฟ้าเท่านั้น          หลังจากเธอเล่าเรื่องราวจนจบทุกคนที่มาร่วมงาน One young world 2014 ต่างลุกขึ้นปรบมือให้เธอกว่า 3 นาที และอีกหลายคนต้องปาดน้ำตากับเรื่องราวอันโหดร้ายที่เกิดขึ้น อิสรภาพ เป็นสิ่งที่ทุกคนโหยหา บางคนอยากมีอิสระทางการเงิน อิสระทางด้านความคิด แต่บางคนแม้แต่อิสรภาพในการชีวิตประจำวันก็ยังไม่มี จงเห็นคุณค่าในอิสรภาพที่ทุกคนมี แล้วจงใช้มันเพื่อทำให้ผู้อื่นมีความสุข  เรียบเรียงโดย Women mthai team ที่มาจาก www.oneyoungworld.com

ยังอยู่ไทย! คิงบียอร์น แย้มยังเล่นไทยลีกแม้หมดสัญญากับสุพรรณบุรี
คิงบียอร์น /  ช้างศึกยุทธหัตถี / 

ช่วงนี้เป็นโค้งสุดท้ายของศึกโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก 2014 จะมีการฟาดแข้งกัน 10 คู่ 10 สนาม ในวันที่ 2 ต.ค.57 ทำให้เวลานี้ตลาดนักเตะในเมืองไทย เริ่มที่จะมีออกมาบ้างแล้ว โดยเฉพาะนักเตะที่กำลังจะหมดสัญญากับสโมสร ล่าสุด คิงบียอร์น บียอร์น ลินเดมันน์ ดาวเตะชาวเยอรมัน ของ ช้างศึกยุทธหัตถี สุพรรณบุรี เอฟซี ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น ลงสนาม 33 นัด ซัดไป 17 ประตู จากการเป็นตัวปั่นเกม โดย คิงบียอร์น ที่กำลังจะหมดสัญญากับทีมเมืองขุนแผน เปิดเผยว่า เรื่องอนาคตผมอยากรอให้เล่นนัดสุดท้ายเสร็จเสียก่อน และผมก็จะขอพักร้อนเพื่อใช้ความคิด ใช่ผมรู้ว่าสัญญาของผมกับสุพรรณบุรีจะหมดลงหลังจบฤดูกาล และก็มีโคราชที่สนใจ “ส่วนเรื่องข่าวลือที่ว่าผมจะกลับเยอรมันนั้นไม่เป็นความจริงแน่นอน ผมกล้ารับปากนะว่าผมจะเล่นในประเทศไทยต่อไป ผมรักประเทศไทย แต่ผมยังไม่รู้ว่าผมจะได้เล่นกับสโมสรไหน” คิงบียอร์น กล่าวทิ้งท้าย

โดม ปกรณ์ ลัม ซิ่งแลมโบกินี่ แจมมิวสิควีดีโอ Burn Up The Club
22Bullets /  Burn Up The Club / 

โดม ปกรณ์ ซิ่งแลมโบกินี่คู่ใจ แจมมิวสิควีดีโอ Burn Up The Club ซิงเกิ้ลใหม่ ของ T.E.D. Entertainment T.E.D. Entertainment (เท็ด เอนเตอร์เทนเมนต์) ค่ายเพลงน้องใหม่ ภายใต้การดูแลของ โดม ปกรณ์ ลัม และ CEO หมีเท็ด ปล่อยซิงเกิ้ลใหม่ Burn Up The Club ผลงานของศิลปิน 22Bullets (บีเว่อร์ และ เบนซ์) แจมด้วย สองสาวเปรี้ยวเท่ Doubledose (พิมพ์ และ แพ็ตตี้) กับการมิกซ์เพลงที่มีสไตล์ สนุก มันส์ เหมาะกับแฟนคลับขาปาร์ตี้แดนซ์ทั้งหลาย วันนี้เก็บบรรยากาศสนุกๆ เบื้องหลังการถ่ายทำมิวสิควีดีโอสุดแนวแดนซ์กระจายมาฝากกัน โดยงานนี้เป็นการรวมพลคน EDM อิเล็คทรอนิคแดนซ์ตัวจริงมาแจมในมิวสิควีดีโอกัน ซึ่งยกกองไปถ่ายทำกันที่ตึกร้างย่านพุทธมณฑล นอกจากตัวเด่นของมิวสิควิดีโอ คือ CEO หมีของเราแล้ว สี่ศิลปินที่ร่วมกันทำเพลงนี้ขึ้นมาก็เตรียมพร้อมลุยไปกับความมันและบรรยากาศ ทั้ง 22Bullets บีเว่อร์ และ เบนซ์ ที่เป็นเจ้าพ่อแห่งการมิกซ์เพลงและได้รับการตอบรับที่ดีมากขึ้นทุกวันจากศิลปินชั้นแถวหน้าของเมืองไทยหลายๆ คน แจมด้วย สองสาวเปรี้ยวเท่ Doubledose พิมพ์ และ แพ็ตตี้ กับเสียงร้องที่มีเสน่ห์ เท่ และมันไปกับจังหวะการมิกซ์เพลง และแขกวีไอพีของการถ่ายทำมิวสิควิดีในวันนี้เป็นใครไปไม่ได้ นอกจากบอสใหญ่ โดม ปกรณ์ ลัม ที่เพิ่งออกจากการทำกายภาพบำบัดมามาดๆ ก็ซิ่งแลมโบกินี่ มาร่วมปาร์ตี้ในฉากครั้งนี้ด้วย เรียกนายห้างลงทุนทุ่มทุนเองชัดๆ! โดม เผยว่า "ก็คุยกันว่าอยากให้มิวสิควิดีโอเพลงนี้ออกมาสนุก เท่ และมันตามจังหวะของเพลง ก็เลยวางให้เป็นเชิงมิวสิควิดีโอปาร์ตี้ มีพี่หมีเท็ด CEO ของเราเป็นพระเอก แล้วมีน้องๆ ที่เป็นแฟนคลับสาวกของดนตรีแนวนี้มาร่วมแจมกัน และโดมก็ตั้งใจจะขอแจมด้วย วันนี้นอกจากเสื้อผ้าหน้าผมของศิลปินที่ดูและเลือกมาเองแล้ว ตัวเองก็จัดมา 1 ชุด แบบป๋าๆ สำหรับตัวเองและขอซิ่งแลมโบกินี่มาเข้าฉากด้วย ก็สนุกและมันไปอีกแบบครับ เพราะต้องทำหน้าที่ทั้งดูหน้าจอด้วย มาขอแจมด้วย เราจะปล่อยทั้งมิวสิควิดีโอและเพลงต้นเดือนพฤศจิกายนนี้แน่นอนครับ"   "และขอเป็นตัวแทนของ T.E.D. Entertainment นะครับ เพราะค่ายเพลงนี้บังเอิญมีซีอีโอเป็นหมีเท็ด เพื่อนผม อาจจะสื่อสารลำบากหน่อย T.E.D. เราทำเพลงแนว EDM อิเล็คทรอนิคแด็นซ์ ซึ่งเป็นแนวเพลงที่ผมตั้งใจทำมาโดยตลอด แต่ก็เพิ่งมาปลุกปั้นอย่างจริงจัง เมื่อได้มีโอกาสเจอกับบีเว่อร์ 22Bullets (ทเวนตี้ทู บูลเล็ท) ได้แจมกันคุยกันถูกคอก็ชวนกันมาสานต่องานเพลงแนวนี้ให้ออกมาอย่างต่อเนื่องด้วยกัน และถึงจะเป็นค่ายใหม่แต่ฝีไม้ลายมือของ 22Bullets ก็ไม่ได้ใหม่ เพราะเคยร่วมงานมาแล้วกับศิลปินมากมาย เช่น Remix Track เพลงให้กับวง Rock ระดับโลกอย่าง Linkin Park ในเพลงที่ชื่อว่า A Light That Never Comes (22Bullets Remix) และ SouthSide ในเพลง Bang Bang อีกทั้งยังเคยชนะการประกวดมาแล้วมากมาย เช่น Pioneer DJ Battle ก่อนหน้านี้เราทำเพลงขาถ่าง ปล่อยออกมากวนโสดประสาทขาปาร์ตี้ไปแล้ว 1 เพลง แต่มาวันนี้เราวางแผนยาวกว่าเดิม เดินหน้าร่วมอัลบั้มเพลงมิกซ์สุดมันแห่งปี รับรองมีเซอร์ไพร้สกับศิลปินที่มาร่วมแจม และเพลงที่ได้รับโอกาสดีๆ จากแกรมมี่ส่งเพลงมาแจมอัลบั้มกัน แต่ก่อนที่จะได้ฟังความมันจากอัลบั้มเต็มกัน เราขอเรียกน้ำย่อยกันด้วยเพลง Burn Up The Club ก่อน ผลงานของศิลปินใน T.E.D. ล้วนๆ ทั้งบีเว่อร์ และ เบนซ์ แจมด้วย สองสาวเปรี้ยวเท่ Doubledose พิมพ์และแพ็ตตี้ บอกได้คำเดียวครับว่ามันมาก ผมเองยังต้องไปแจมเป็นแขกรับเชิญในมิวสิควิดีโอเพลงนี้ด้วย จะได้ชมกันเร็วๆนี้ และก็จะมีปาร์ตี้เปิดอัลบั้มเร็วๆ นี้ด้วย ไว้ฟังข่าวดีกับผู้โชคดีที่จะได้มาร่วมปาร์ตี้เปิดอัลบั้มเต็มกับเรานะครับ" มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

ดูหนังใหม่ รอบพิเศษ นะโม OK (20ที่นั่ง)
ชิงรางวัล /  ดูหนังฟรี / 

เอ็มไทยมูฟวี่พรีวิวครั้งที่ 705 ฟุด-ฟิด-ฟอร์-ธรรม ฝรั่งคำ ไทยคำ ขำไม่รู้เรื่อง "นะโม OK"   พระนครฟิลม์, โรงภาพยนตร์ เอสเอฟ เวิลด์ ซีนีม่า และ เว็บเอ็มไทย ภาพยนตร์แนววัดวา ที่ค่ายพระนครฟิลม์ มีมาให้ดูอยู่เรื่อยๆ ไปคลายเครียดกันครับ เรื่องนี้มีบัตรมาให้ จำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง ฉายวันจันทร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2557 รอบ 20.00 น. (รับบัตรเวลา 18.30 -19.30 น.) ที่โรงภาพยนตร์ เอสเอฟ เวิลด์ ซีนีม่า สมาชิกท่านใดสนใจไปดู ร่วมสนุกกับกิจกรรมนี้เลย รอบนี้ปฐมทัศน์ เจอทีมนักแสดงจ้าาา วัดเล็กนอกเมืองเพชรบุรี ตั้งอยู่ในอำเภอเล็กๆอันเงียบสงบ มีอันจะได้คึกคักขึ้น เมื่อพระฝรั่ง ความจำเสื่อม ต้องมาอาศัยจำวัดเพื่อรักษาความทรงจำ ชาวบ้านพากัน ตื่นเต้นที่มี พระฝรั่งมาอยู่ที่วัด หลายคนพากันคาดเดาเรื่องราวที่หายไปจากความทรงจำ ของพระสตีฟ ไปต่างๆนาๆ เสี่ยถังที่หวาดกลัวมือปืนที่จะตามฆ่า คิดว่าพระสตีฟเป็นมือปืน ส่วนสองเณร จอมแสบโต๋กับแจ๊ค กลับมองพระสตีฟ เป็นจุดขายในการหาเงิน พระสตีฟอาจเป็นอะไรได้หลายอย่างแล้วแต่คนคิด แต่ในความคิดพระสตีฟ นั้นไม่ว่าที่ผ่านมาตัวเขาจะเคยเป็นอะไรนั้นไม่สำคัญ แต่วันนี้เขารู้แต่ เพียงว่า ตัวเองเป็นพระ และชีวิตที่เหลือจะมุ่งหน้าศึกษาธรรมเท่านั้นก็พอ คำถาม 1. จากหนังตัวอย่าง ทำไมพระสตีฟถึงความจำเสื่อม 2. บอกชื่อหนังที่เกี่ยวกับพระ ของพระนครฟิล์ม มาคนละ1ชื่อครับ * เรื่องนี้ ประกาศผลวันอาทิตย์ สรุปรายชื่อวันจันทร์ และไปดูหนังเย็นวันจันทร์นะจ๊ะ คิดถึงน้าค่อม พลาดไม่ด้ายยยยยย * อ่านหน่อยครับ ล๊อกอินกันก่อน แล้วโพสคำตอบลงกระทู้นี้ได้เลย สำหรับสมาชิกที่กรอกข้อมูลครบถ้วนเท่านั้น ก่อนจะตอบคำถาม แน่ใจหรือยังเอ่ย ว่าได้กรอกชื่อจริงนามสกุลที่อยู่เบอร์โทรไปครบแล้ว ยังงงว่ากรอกตรงไหนหล่ะซี่ ดูมุมขวาบนของจอ ตรงสวัสดีชื่อเรา คลิกเข้าไปเพิ่มเติมนะครับ กรอกให้ครบ จะได้ไม่เสียสิทธิ์ของตนเอง ขอบคุณครับผม คลิกไปดูหน่อย แล้วก็ตอบในหน้านี้เท่านั้น ประกาศผล อาทิตย์ 2 พฤศจิกายน เวลา 10.00 น. เล่นแล้วอย่าลืมว่าเล่นไว้ คอนเฟิร์มได้จนถึง 10.30 น. จันทร์ 3 พฤศจิกายน โทรสำรองวันจันทร์ เวลา 11.00 - 12.00 น. โดยเข้ามาเช๊คในกระทู้ ว่ามีที่ว่างไหม . สนับสนุนกิจกรรมโดย พระนครฟิลม์ และ โรงภาพยนตร์ เอสเอฟ เวิลด์ ซีนีม่า

เยาวชนไทยเจ๋ง คว้า 7 เหรียญทอง แข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียน
การศึกษา /  เยาวชนไทย / 

สุดยอด! เยาวชนไทยเจ๋ง คว้า 7 เหรียญทอง แข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 10 ณ กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม สร้างชื่อเสียงให้กับคนไทยกันอีกแล้วจ๊ะ...ขอปรบมือให้ดังๆ เลย เยาวชนไทยเจ๋ง คว้า 7 เหรียญทอง แข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียน โดยน้องๆ คณะเยาวชนไทย จำนวน 41 คน ได้เดินทางไปเข้าร่วมแข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 10 ณ กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ระหว่างวันที่ 23-28 ตุลาคม 2557 ที่ผ่านมา ม.ล.ปุณฑริก สมิติ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวว่า การแข่งขันในครั้งนี้ ไทยได้ส่งเยาวชนเข้าร่วมทำการแข่งขันใน 21 สาขาจากทั้งหมด 25 สาขา และสามารถทำผลงานได้อย่างดี คว้าเหรียญรางวัลมาทั้งสิ้น 21 รางวัล แยกเป็น 7 เหรียญทอง ใน 6 สาขา ประกอบด้วย 1. นายธวัชชัย เมืองมูล และ นายจักรพงษ์ หมื่นแสน จากสาขา แมคคาทรอนิกส์  มทร.ล้านนา ภาคพายัพ เชียงใหม่ 2. น.ส.ยุวะดี สนิทพจน์ จากสาขาแต่งผม  โรงเรียนเสริมสวยเกศศิริ พัทยา นานาชาติ 3. นายธงไชย งามสมสุข จากสาขาปูกระเบื้อง วิทยาลัยเทคโนโลยีบุญถาวร 4. นายดนัยกานต์ ศรีสุข จากสาขาบริการอาหารและเครื่องดื่ม  ม.ศิลปกร วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี 5. นายศุภรัตน์ รัตนพันธ์ จากสาขาเทคโนโลยีงานเชื่อม สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 5 นครราชสีมา 6. นายสุระพงศ์ ดวงลีลา จากสาขาเขียนแบบและออกแบบเครื่องกลด้วยคอมพิวเตอร์ มทร.ล้านนา ลำปาง สำหรับเหรียญเงิน 1 เหรียญ คือ นายศิริศักดิ์ สวิหนิ สาขาเทคโนโลยีสายเครือข่าย เหรียญทองแดง 5 เหรียญจาก 4 สาขา ได้แก่ 1. นายทัตพงศ์ พรมพิงค์ สาขาบริการอาหารและเครื่องดื่ม 2. น.ส.สุนิสา ชัยฤทธิ์ สาขากราฟิกดีไซน์ 3. นายชัยพร สมบูรณ์ชัย และ นายมงคล เทพวรรณ สาขาเทคโนโลยีหุ่นยนต์ชนิดเคลื่อนที่ 4. นายจักรกริช เนียมอาภา สาขาเทคโนโลยีงานเชื่อม และประกาศนียบัตรฝีมือยอดเยี่ยม (รางวัลชมเชย) 12 ใบ ได้แก่ น.ส.วัชรพร ศุภผลา สาขาแต่งผม, นายสุรชัย บุญส่ง สาขาเทคโนโลยียานยนต์, นายอภิวัฒน์ ทาคำห่อ สาขาแฟชั่นเทคโนโลยี, นายณัฐวุฒิ ผลทำมา สาขาท่อและสุขภัณฑ์, นายชาญณรงค์ พรพันธุ์สกุล สาขาก่ออิฐ, นายรักษิต บานใจ สาขาก่ออิฐ, นายชวิน อิงชาติเจริญพร สาขาเว็บดีไซน์, นายณัฐภณ นพวรรณ สาขากราฟิกดีไซน์, นายปณชัย ศรีพิมาน สาขาเทคโนโลยีระบบทำความเย็น, นายหัสพงศ์ เมธีวัชระนาภรณ์ สาขาประกอบอาหาร, นายธีรชัย นันธิษา สาขาประกอบอาหาร, นายธงชัย ดอนจันทร์เขียว สาขาการออกแบบและเขียนแบบเครื่องกลด้วยคอมพิวเตอร์ โดยมีผู้เข้าแข่งขันในอาเซียนรวม 10 ประเทศ 283 คน ลำดับที่ 1 คือ ประเทศเวียดนาม รองลงมา อินโดนีเซีย และ มาเลเซีย ซึ่งไทยอยู่ในลำดับที่ 4 ของการแข่งขัน  นอกจากนี้เยาวชนที่เข้าร่วมการแข่งขันทั้ง 41 คน จะได้ไปอบรมพัฒนาฝีมือเพิ่ม ก่อนคัดเลือกให้เหลือ 20 คน เพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติ (WorldSkills) ครั้งที่ 43 ที่ประเทศบราซิลในปี 2559  ทั้งนี้ ทางกรมพัฒนาฝีมือแรงงานเตรียมมอบเงินรางวัลให้เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจโดย เหรียญทองจะได้รับ 150,000บาท เหรียญเงิน 75,000บาท เหรียญทองแดง 40,000 บาทและประกาศนียบัตรฝีมือยอดเยี่ยม 20,000 บาทอีกด้วย Cr. thairath, nationtv

เต้ยโคตรโศก!! สเตอร์ริดจ์ รับทำใจลำบาก ที่เอาแต่นั่งดูเพื่อนแข่ง
ลิเวอร์พูล /  สเตอร์ริดจ์ / 

แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ดาวยิงจอมฟ้อนรำของ ลิเวอร์พูล ยอมรับว่าปัจจุบันที่กำลังพักฟื้นรักษาอาการบาดเจ็บ เป็นอะไรที่โหดร้ายกับตัวเขามากๆ ที่เอาแต่นั่งเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆบนอัฒจันทร์ แถมยังไม่เคยลงซ้อมช่วงปรีซีซั่นแบบเต็มตัวหลังกลับมาจากศึก ฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิล เลยด้วย ศูนย์หน้าวัย 25 ปี ให้สัมภาษณ์เรื่องนี้กับ ลิเวอร์พูล เอ็คโค่ ว่า "สำหรับผมมันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากมากๆ" "ตั้งแต่ได้รับบาดเจ็บกับทีมชาติ อังกฤษ ครั้งแรก มันยากมากนะที่จะยอมรับได้ เพราะตอนนั้นผมอยากเล่น และทำทุกอย่างเพื่อผลักดันตัวเองให้กลับมาลงสนามได้อีกครั้ง ผมคิดถึงมัน และอยากกลับไปเล่นฟุตบอลอีกครั้ง การที่เอาแต่นั่งชมเพื่อบนอัธจรรย์ มันเป็นอะไรที่ลำบากใจมากๆ สำหรับผม" อดีตนักเตะสำรอง เชลซี ตบท้าย

12 หนังสุดสยอง ที่ทำเอากรรมการเหลียวมอง จนได้ครอง ออสการ์ !!!
Aliens /  An American Werewolf in London / 

เป็นเรื่องธรรมดาที่บรรดาภาพยนตร์สยองขวัญ ที่มุ่งเน้นจะเขย่าสติสตังคนดูให้ไม่อยูกับเนื้อกับตัว มักจะถูกกรรมการเมิน ในการประกวดเวทีรางวัลใหญ่ๆ (สาหัสกว่านั้น คืออาจไม่ได้เสนอเข้าชิงเสียด้วยซ้ำไป) ทำเอาคอหนังสยอง ต่างก็น้อยเนื้อต่ำใจกันไป แต่อย่าพึ่งเสียใจไป เพราะในประวัติศาสตร์รางวัลยิ่งใหญ่ระดับโลกอย่าง ออสการ์ นี้ ได้เคยมีหนังสยองขวัญ ไปเฉิดฉาย โชว์ฟอร์มเสียจนกรรมการต้องเหลียวมองมาแล้ว และนี่คือ 12 หนังสยอง ที่สามารถคว้าออสการ์มานอนกอดอย่างสมศักดิ์ศรี ที่เราอยากให้รู้จักรับฮาโลวีน และอย่าพึ่งหมดหวังว่า หนังสยองจะไม่มีทางไปถึงฝั่งฝัน เพราะ 12 เรื่องต่อไปนี้ยืนยันแล้วว่า ถ้าเจ๋งจริง ต่อให้รางวัลใหญ่แค่ไหน ก็เสร็จพี่สยองทุกรายเหมือนกันนะเอ้อ Rosemary's Baby (1968) หนังสยองขวัญการกำเนิดทายาปีศาจ ในตำนานของผู้กำกับ โรมัน โปลันสกี้ ที่ทั่วโลกเชื่อว่าต้องคำสาป เพราะทำให้ทีมงานหลายคนออกอาการวิปลาส และเสียชีวิตอย่างน่าสะพรึง เพราะเชื่อว่าไปแตะต้องเรื่องเกี่ยวกับลัทธิบูชาซาตาน อย่างไรก็ตาม Rosemary's Baby สามารถคว้า ออสการ์ รางวัล นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม ไปครองได้สำเร็จ จากการแสดงของ รูธ กอร์ดอน และยังเข้าชิงรางวัลบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยมอีกด้วย ตัวอย่างหนัง Rosemary's Baby ------------------------------- The Exorcist (1973) ขึ้นชื่อว่าเป็นคอหนังสยอง ย่อมต้องไม่พลาด The Exorcist ถึงไม่เคยได้ดู ก็ต้องเคยได้ยินชื่อเสียงสุดกระฉ่อน ของอีกหนึ่งตำนานหนังไล่ผีเรื่องนี้มาก่อนอย่างแน่นอน ทั้งจากความรุนแรงของเนื้อหา ภาพสุดสะพรึง จนแทบทำให้คนดูปวดประสาทพลอยจิตตกตามเด็กหญิง เรแกน ในสภาพเน่าเฟะไปด้วย! และที่สำคัญ The Exorcist ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์ ถึง 10 สาขา!! และคว้ามาครองได้ 2 สาขา คือ บทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม และบันทึกเสียงยอดเยี่ยม มาได้อย่างขาดลอย ชนิดที่ไม่ต้องมีบาทหลวงที่ไหนมาการันตีความสะพรึงครั้งนี้ ตัวอย่างหนัง The Exorcist ----------------------- Jaws (1975) หากคุณคิดว่าหนังสยองขวัญ มักจะนำเสนอแต่เรื่องเหนือธรรมชาติ นั่นแสดงว่าคุณยังไม่ได้พิสูจน์เขี้ยวฉลามใน Jaws ของพ่อมด สตีเฟ่น สปีลเบิร์ก ที่ใครๆก็การันตีว่าดูจบแล้วคงไม่กล้าลงน้ำไปอีกนาน!! จากภาพความสยดสยอง นองเลือดที่สมจริงจนน่าตกใจ และพาให้ร้อนๆ หนาวๆ เสมอ เมื่อขาคุณจุ่มน้ำ เพราะกลัวว่านั่นนอาจเป็นวันสุดท้ายของชีวิต Jaws เข้าชิง ออสการ์ ถึง 4 รางวัล และแหวกทะเลมาคว้าไป 3 คือ บันทึกเสียงยอดเยี่ยม, ลำดับภาพยอดเยี่ยม และ ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม ก่อนจะพลาดฉิวเฉียดกับรางวัลใหญ่อย่าง ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ไปเพียงนิดเดียว ตัวอย่างหนัง Jaws ------------------------ An American Werewolf in London (1981) ในบรรดาหนังมนุษย์หมาป่าที่ออกมาเกลื่อนโลก คงไม่มีใครจะไม่ยอมรับ An American Werewolf in London ในฐานะตำนานแห่งคนหอน คืนโหด ที่สร้างความสยองของการกลายร่าง ในระดับที่หลอนคนดูจนแทบตกเก้าอี้! และยังเป็นหมุดหมายสำคัญให้หนังแนวเดียวกันนี้ ในยุคต่อๆมาด้วยโดยเฉพาะฉากการค่อยๆ กลายร่างอย่างสยดสยองสมจริง และนั่นทำให้ An American Werewolf in London คว้ารางวัล ออสการ์ สาขาแต่งหน้ายอดเยี่ยม มาครองแบบได้หอนฉลองกันข้ามคืน (แถมเล็กน้อย หนังเรื่องนี้คือเรื่องโปรดของ ไมเคิล แจ็คสัน จนเขาจ้างทีมงานหนัง มาทำมิวสิควีดีโอสุดโด่งดัง Thriller)   ตัวอย่างหนัง An American Werewolf in London ---------------------------- Aliens (1986) คงได้แต่ยอมศิโรราบ อย่างไม่มีข้อโต้แย้ง หากจะบอกว่าสัตว์ประหลาดแห่งอวกาศที่น่่สะพรึงกลัวที่สุด คงหนีไม่พ้นเจ้าหัวยาว น้ำลายกรดที่ถือกำเนิดขึ้นจากศิลปินแนวชีวจักรวลผู้ล่วงลับ เอช อาร์ กีเกอร์ ในภาพยนตร์ Aliens นี้อีกแล้ว เพราะมันทำให้ภาพฝันการท่องอวกาศอันแสนสุข ต้องกลายเป็นฝันร้ายชนิดไม่รู้ลืม ความฮอตฮิตของมันมากมายเพียงใด คงไม่ต้องสาธยายมาก เพราะสามารถหันไปดูบรรดาโมเดล ของเล่น ที่ยังอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ และมีแฟนๆชนิดเหนียวแน่น สัตว์ต่างดาวระดับตำนานนี้ พาให้ Aliens ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง ออสการ์ ถึง 7 สาขา ก่อนจะคว้าไปกลับดาวไปได้ถึง 2 สาขาด้วยกัน คือ เทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม และลำดับเสียงยอดเยี่ยม สมจริงจนน่าขนลุกขนพองขนาดนี้ ไม่ได้ก็แปลกแล้วล่ะ! ตัวอย่างหนัง Aliens -------------------------- The Fly (1986) ในปีเดียวกันนี้เอง ในขณะที่ Aliens คือสัตว์ต่างดาวสุดสยอง ด้าน The Fly ก็คือความสะพรึงอันเกิดจากวิทยาศาสตร์โดยแท้จริง จากเครื่องย้ายมวลสารที่ทำงานสมบูรณ์แบบ แต่นั่นำให้บังเกิดเป็นหนังสยองขวัญระดับตำนานอีกหนึ่งเรื่อง ด้วยสภาพของคนที่ค่อยๆ กลายเป็นแมลงวันกลายพันธุ์สุดเน่าเฟะ และโชยกลิ่นความสยองออกมาแตะจมูกคนดู โดยไม่ต้องอาศัยระบบ 4Dx แต่ประการใด การเนรมิตคนธรรมดาให้กลายเป็นอสูรกายใน The Fly ที่สมจริงสุดๆ นี้ ทำให้สามารถคว้ารางวัล ออสการ์ สาขาแต่งหน้ายอดเยี่ยมไปครองได้อย่างไร้ข้อครหา ตัวอย่างหนัง The Fly  ------------------------------------ Beetlejuice (1988) Beetlejuice คือหนังสยองขวัญสุดป่วง ที่มีลายเซ็นของผู้กำกับ ทิม เบอร์ตัน อยู่แบบเกือบร้อยเปอร์เซนต์ ผลงานที่เป็นเรื่องผีๆ ท่าทางจิตป่วยนี้ เข้าไปนั่งในใจคนดูได้ทุกเพศทุกวัย ไม่ใช่เพราะมันสยองจนแทบทนไม่ไหว แต่มันสุดประทับใจทั้งตลก ขำขัน ร้องรำทำเพลง และสะดุ้งสะพรึงเบาๆ แบบถนอมอัตราการเต้นของหัวใจ ด้วยคาแร็คเตอร์เหล่าผีที่สุดจะแปลกแหวกแนว และมีเอกลักษณ์สุดๆ นี้ ก็ส่งให้ Beetlejuice คว้ารางวัล ออสการ์ สาขาแต่งหน้ายอดเยี่ยม มาครองได้สำเร็จ ตัวอย่างหนัง Beetlejuice ----------------------------------- Misery (1990)  นี่คือหนังสุดจิต ที่ทำเอากลัวผู้หญิงร่างอวบไปอีกนาน เพราะ Misery เรื่องนี้ สร้างจากนิยายของเจ้าพ่อเรื่องเขย่าขวัญ สตีเฟ่น คิง อันลือลั่น และยังสร้างภาพลักษณ์ของหญิงโหด กับชายดวงซวยไร้ทางสู้ ได้อย่างแจ่มชัด และแน่นอนรางวัล ออสการ์ ที่ Misery คว้าไปจะเป็นอะไรไปเสียไม่ได้นอกจาก นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม จากตัวละคร แอนนี่ หญิงจิตโหด ที่รับบทโดย เคธี่ เบตต์ ที่ทำเอาคนดูชายทั้งแท่ง ถึงกับต้องเสียวสันหลังวาบๆ ตัวอย่างหนัง Misery ----------------------------------- The Silence of The Lambs (1991) โลกอาจรู้จักกับ แอนโธนี่ ฮอปกิ้นส์ มาก่อนหน้านี้นานแล้ว แต่ผู้ชายคนนี้ ทำให้โลกรู้จักตำนานแห่ง ดร.ฮันนิบาล เล็คเตอร์ จิตแพทย์อัจฉริยะวิปลาส ผู้โปรดปรานรสชาติเนื้อมนุษย์เป็นนิจ ใน The Silence of the Lambs ภาพยนตร์ที่สร้างประสบการณ์เขย่าประสาทในระดับปรากฏการณ์ และทำให้คนดูรู้สึกเสียววาบอย่าไม่รู้เนื้อรู้ตัว คุณงามความดีสุดชั่วร้ายนี้ ส่งให้ The Silence of the Lambs เข้าชิง ออสการ์ ถึง 7 สาขา ก่อนจะคว้าไป 5 แบบไม่มีใครกล้าแหยม ไม่ว่าจะเป็น นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (แอนโธนี่ ฮอปกิ้นส์), นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม (โจดี้ ฟอสเตอร์), ผู้กำกับยอดเยี่ยม (โจนาธาน เดมมี), บทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม และรางวัลใหญ่อย่าง ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ประจำปีนั้นไปครองอย่างเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของหนังสยองเลยทีเดียว ตัวอย่าง The Silence of The Lambs ------------------------------------- Bram Stoker's Dracula (1992) ผีดูดเลือดยุคใหม่ท่าทางหน่อมแน้มหลบไปให้หมด เพราะนี่คือตัวพ่อของบรรดาหนังแดร็กคูล่า กับ Bram Stoker's Dracula ของผู้กำกับระดับตำนาน ฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปลา ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยรสนิยม เสน่ห์ความงามแบบกอธิค รวมฮิตดาราคุณภาพและเป็นจุดเริ่มต้นของขนบความสยองหรูคาวเลือด สไตล์แดร็กคูล่าในหนังยุคต่อๆมาอีกด้วย Bram Stoker's Dracula เข้าชิง ออสการ์ ถึง 4 สาขา และคว้าไป 3 อันได้แก่ ออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม, ตัดต่อเสียงยอดเยี่ยม และแต่งหน้ายอดเยี่ยม พลาดไปเพียงแค่กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม รางวัลเดียวเท่านั้น  ตัวอย่างหนัง Bram Stoker's Dracula -------------------------- Sleepy Hollow (1999) ยังคงฟอร์มดีจนส่งผลงานที่ดูจะแหวกแนว แต่ลงตัวอย่าง Sleepy Hollow ให้โดดเด้งขึ้นมาอีกเรื่องได้ สำหรับผู้กำกับสไตล์จัด ทิม เบอร์ตัน ที่มาพร้อมกับเรื่องสยองเต็มสูบ ของชายไร้หัว ขี่ม้าสีดำทมิฬ ไล่ล่าหัวมนุษย์อย่างไม่เกรงใจยมโลก แต่ก็ยังไม่วาย ยังต้องเจอพระเอกสุดเพี้ยน บพิลึกพิลั่นมาต่อกรด้วยซะเฉย เรื่องราวสยองสุดเพี้ยน แต่กรุ่นไอมืดหม่นนี้ ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง ออสการ์ ถึง 3 สาขา และคว้าไปเพียง กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม รางวัลเดียว ชวดกำกับภาพยอดเยี่ยม และออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม ให้เรื่องอื่นไป ตัวอย่างหนัง Sleepy Hollow ------------------------- Sweeney Todd: The Demon Barber of Fleet Street (2007) ผู้กำกับ ทิม เบอร์ตัน กลับมาระบายผืนผ้าใบแห่งกอธิคอีกครั้ง กับ Sweeney Todd: The Demon Barber of Fleet Street ที่ได้พระเอกคู่บุญอย่าง จอห์นนี่ เด็ปป์ มาสวมบทบาทช่างตัดผมกรุ่นแค้น ได้อย่างหลงใหล ถึงแม้หนังเรื่องนี้จะไม่ได้จ้องเขย่าขวัญกันเหงื่อแตก แต่มันอุดมไปด้วยสไตล์จัดจ้าน มีความเป็นมิวสิคัล และเมื่อถึงเวลาก็พร้อมเสิร์ฟฉากเลือดพุ่งเป็นท่อประปาแตกให้คนดูได้หงายเงิบ สะดุ้งโหยงกันอย่างจัดเต็ม Sweeney Todd เข้าชิงถึง 3 ออสการ์ และคว้ากำกับศิลป์ยอดเยี่ยม ไปครอง ก่อนจะชวดนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม กับ ออกแบบเครื่องกายยอดเยี่ยมไปอย่างน่าเสียดาย ตัวอย่างหนัง Sweeney Todd และทั้งหมดนี้คือ 12 หนังสุดสยอง ที่ทำเอากรรมการเหลียวมอง จนได้ครองออสการ์ และกับรางวัลเกียรติยศที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกในปีต่อไปนี้ ภาพยนตร์สุดสยองเรื่องใด จะคว้าชัยได้อย่างไม่น้อยหน้าหนังแนวไหนๆ แฟนๆ คอหนังสยองขวัญ ต้องรอติดตามกันให้ดี และเอาใจช่วยให้หนังสยอง ได้ไปคว้าชัย และละเลงความกลัว ให้สะเทือนเวทีรางวัลอื่นๆ ในโลก ได้ต่อไปไม่รู้จบสิ้น -------------------------------

กรณ์ จวกรัฐทำงานล้มเหลว เหตุเอาผิดกิตติรัตน์ ไม่ได้
กรณ์ จาติกวณิช /  กิตติรัตน์ ณ ระนอง / 

อดีตรัฐมนตรีคลัง กรณ์ จาติกวณิช โพสต์ซัดรัฐบาลทำงานล้มเหลว หลังไม่ดำเนินคดีกับ กิตติรัตน์ ปมไม่จัดตั้ง กองทุนการออมแห่งชาติ ทั้งๆ ที่เป็นกฎหมายผ่านสภา แนะ คสช. ปรับปรุงกฎหมายใหม่หากมาตราใดมาตราหนึ่งเอาผิดผู้กระทำไม่ได้ วันนี้ (30 ต.ค. 57) นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว @Korn Chatikavanij วิพากษ์วิจารณ์การบริหารงานของรัฐบาลที่ล้มเหลว โดยเฉพาะการเอาผิดกับนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ไม่ได้ ภายหลังไม่ยอมดำเนินการจัดตั้งกองทุนการออมแห่งชาติ ทั้งๆ เป็นกฎหมายที่ผ่านสภาออกมาแล้ว ขณะเดียวกันได้ฝากถึง คสช. ว่า หากมาตรา 157 ใช้กับกรณีนี้ไม่ได้ ก็ควรมีการแก้ไขให้ใช้ได้เสีย ระบบรัฐล้มเหลว นิติบัญญัติออกกฎหมาย - ฝ่ายบริหารไม่ทำตาม - องค์กรอิสระไม่มีทางไป เรื่องนี่ยาวนิดนึง แต่มีผลต่อเราทุกคนครับ 1. ข้อเท็จจริง “รัฐสภา” สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ได้ออกกฎหมาย “กองทุนการออมแห่งชาติ” (กอช.) เพื่อเป็นเครื่องมือของรัฐในการส่งเสริมการออมให้กับประชาชนที่ไม่ได้อยู่ในระบบบำเหน็จบำนาญประมาณ 25 ล้านคน กฎหมายมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ต้นปี 2554 โดยผู้รักษาการกฎหมายคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กลางปี 2554 เปลี่ยนรัฐบาลเป็นรัฐบาลยิ่งลักษณ์ มีคุณธีระชัยและคุณกิตติรัตน์ มาเป็นรัฐมนตรีคลังตามลำดับ คุณธีระชัยอยู่ในตำแหน่งไม่นาน พอคุณกิตติรัตน์เข้ามาสานต่อก็ปฏิเสธที่จะดำเนินการจัดตั้ง กอช. ตามที่กฎหมายกำหนด การละเว้นโดยเจตนานี้พิสูจน์ได้จากบทสัมภาษณ์ จากการรายงานโดยข้าราชการ และจากการที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ไม่ได้จัดสรรงบประมาณตามกำหนดเพื่อจัดตั้งกองทุนตามบทบัญญัติของกฎหมาย กองทุนเพื่อส่งเสริมเงินออมของคนไทย 25 ล้านคนจึงเกิดไม่ได้ ทั้งหมดนี้คือความจงใจของฝ่ายบริหาร ที่จะไม่ทำตามกฎหมายของบ้านเมือง กฎหมายที่มาจากการลงคะแนนสนับสนุนโดยนักการเมืองจากทุกพรรค รวมไปถึงวุฒิสภา 2. คำถามสามข้อ คำถามข้อที่หนึ่ง ผมขอถามว่า ฝ่ายบริหารควรมีสิทธิ์หรือไม่ ในการที่จะเลือกว่าจะไม่ปฏิบัติตามกฎหมายฉบับที่ผ่านสภามาแล้ว ผมมั่นใจว่าทุก ๆ คนก็ต้องตอบว่า "ไม่มีสิทธิ์ !” รัฐบาลรวมถึงรัฐมนตรีทุกคนมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายทุกฉบับ มิเช่นนั้นยุ่งแน่ครับ หากละเลยก็จะกลายเป็นว่าฝ่ายบริหารเปรียบเป็นพระเจ้า นิติบัญญัติร่างกฎหมายไป ก็โดนปฏิเสธง่าย ๆ ด้วยการนิ่งเฉย กฎหมายไม่สามารถคุ้มครองสิทธิให้ใคร คำถามที่สอง ผมขอถามต่อว่า “เอาผิดเขาได้ไหม” เดิมทีผมก็คิดว่าน่าจะได้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ระบุว่า “ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาทหรือ ทั้งจำทั้งปรับ” คำถามที่สาม สรุปว่าเอาผิดอดีตรัฐมนตรีกิตติรัตน์ได้ไหม ไม่ได้ครับ เพราะ ป.ป.ช. ได้พิจารณาเรื่องนี้และมีมติ “ยกคำร้อง” โดยให้เหตุผลว่าคุณกิตติรัตน์ "ไม่มีเจตนาทำผิดทางอาญา และไม่ส่อไปในทางทุจริต หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่" (จากคำแถลงผลการประชุมกรรมการ ป.ป.ช. วันที่ 21 ตุลาคม) 3. ทางออก ที่ผมและพวกยื่นฟ้องคุณกิตติรัตน์ ไม่ใช่เพราะเราหวังร้ายต่อท่าน เราเพียงหวังว่าเราจะสามารถกระตุ้นให้ผู้เป็นรัฐมนตรีทำตามหน้าที่เท่านั้น ผมขอไม่เถียงกับ ป.ป.ช. ที่สำคัญคือข้อเท็จจริงที่วันนี้ประชาชน 25 ล้านคนเสียโอกาสที่จะได้รับจากการสมทบเงินออมของเขาจากรัฐบาล คนหาเช้ากินคํ่านับสิบล้านคนมีแต่หนี้ ไม่มีเงินออม ไม่มีหลักประกันชีวิตในวัยชรา ส.ส. จากทุกพรรคได้ช่วยกันออกกฎหมายนี้เพื่อช่วยแก้ปัญหา ประเด็นสำคัญคือเราจะทำอย่างไรให้กองทุนตามกฎหมายนี้กลับมาเดินหน้าได้ และเราจะทำอย่างไรไม่ให้ฝ่ายบริหารเลือกใช้อำนาจตามใจชอบแบบนี้อีก ผมไม่ขอพูดถึงเหตุผลของคุณกิตติรัตน์ที่ไม่ยอมทำตามหน้าที่ แต่ขอพูดเพียงว่า “กฎหมายคือกฎหมาย” ถ้าฝ่ายบริหารคิดว่ากฎหมายไม่ดี ก็ควรเสนอแก้กฎหมายในสภา ตอนนั้นคุณก็มีเสียงข้างมากอยู่แล้ว แต่เมื่อ ป.ป.ช. บอกว่าเราไม่สามารถเอาผิดฝ่ายบริหารที่มีพฤติกรรมแบบนี้ได้ ผมว่านี่คือความล้มเหลวของระบบการบริหารบ้านเมือง และถ้าเป็นเช่นนี้ผมก็ไม่รู้ว่าเราจะมานั่งเสียเวลาออกกฎหมายใหม่กันทำไม ถ้ารัฐบาลในอนาคตไม่ต้องทำตาม และ ป.ป.ช. ก็ยืนยันว่าเอาผิดเขาไม่ได้ ดังนั้นเมื่อ ป.ป.ช. ตีความกฎหมายอย่างนี้ เราจึงต้องขอฝากให้ คสช. และสภาปฏิรูปช่วยพิจารณาปัญหานี้ด้วยครับ ถ้ามาตรา 157 ใช้กับกรณีนี้ไม่ได้ ก็ควรแก้ให้ใช้ได้เสีย เพราะหากกฎหมายที่ผ่านสภาไร้ความหมาย หากอำนาจเท่านั้นที่จะเป็นตัวกำหนดว่าประชาชนมีสิทธิอะไรบ้าง เมื่อนั้น... ประเทศไทยคงไม่ใช่สังคมที่น่าอยู่ MThai news

ไม่ใช่โอ้คนเดียว!! หมามุ่ย โคตรงง เด็กใหม่หงส์ กาก! แต่ไม่โดนจวก?
พอล สโคลส์ /  มาริโอ บาโลเตลลี่ / 

พอล สโคลส์ มิดฟิลด์ระดับตำนานของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สวนกระแสคนเกือบทั้งโลกด้วยการโดดป้อง มาริโอ บาโลเตลลี่ ศูนย์หน้ามหาเกรียนแห่งทัพ "หงส์แดง" ว่าไม่ควรโดนวิจารณ์ยับขนาดนี้ เพราะเด็กใหม่ที่ "บีร็อด" เซ็นมาช่วงซัมเมอร์ ก็ไม่เห็นจะมีใครทำได้ดีซักคนเหมือนกัน อดีตกองกลาง "ปีศาจแดง" วัย 39 ปี ให้สัมภาษณ์กับ Independent ถึงเรื่องนี้ว่า "ผมนี่งงเลย เพราะมีนักเตะ ลิเวอร์พูล บางคนกำลังเดินลอยหน้าลอยตา ขณะที่ บาโลเตลลี่ โดนรุมสวดยับเยินเรื่องฟอร์มการเล่นของทีม" "แต่ก็คงเป็นเพราะชื่อเสียง และท่าทางเวลาอยู่ในสนามของเขานั่นแหละ ที่เป็นเหมือนแม่เหล็กดึงดูดเสียงวิจารณ์อยู่แล้ว แต่ถ้าพวกคุณลองมองเด็กใหม่ที่ ร็อดเจอร์ส เซ็นเข้ามาสิ ไม่ว่าจะเป็น ลอฟเรน ที่ยังต้องพิสูจน์ตัวเอง. ลาซาร์ มาร์โควิช ที่ระเบิดตาข่ายช่วยทีมไม่ได้ซักลูก ทั้งๆที่ซื้อมาตั้ง 20 ล้านปอนด์. ส่วน อัลเบร์โต้ โมเรโน่ ถึงจะมีความเร็วก็จริง แต่ผมแทบไม่เชื่อเลยว่าเขาเล่นเป็นกองหลัง. คนสุดท้าย ลัลลาน่า เป็นคนเดียวที่ดูจะชิลเหลือเกิน ทั้งที่ ลิเวอร์พูล อุตส่าห์ทุ่มงบโคตรแพงเพื่อคว้ามาตั้ง 25 ล้านปอนด์" พอล สโคลส์ ตบท้าย

แกนนำ กปปส. รวมตัวสวนโมกข์ ทำบุญครบ 1 ปี
กปปส. /  ข่าววันนี้ / 

แกนนำรวมตัววัดสวนโมกข์ ทำบุญครบ 1ปี กปปส. ด้านพิธีกรดัง กนก รัตน์วงศ์สกุล โพสต์ รักและคิดถึงวันเวลาที่ผ่านมา ขณะที่เพจ Suthep Thaugsuban รีรันข้อความเก่า "เราจะสู้จนกว่าชนะ" รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (31 ต.ค. 57) บรรดาแกนนำกปปส. อาทิ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย , นายอิสระ สมชัย , เรือตรีแซมดิน เลิศบุศย์ , นายชุมพล จุลใส , นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ , นายเอกนัฐ พร้อมพันธุ์ , น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร , น.ส.อัญชลี ไพรีรัก ,นายชัย ราชวัตร ขณะที่อดีตส.ส.จากพรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นายกษิต ภิรมย์ , นายธีรภัทร -นางนิภา พริ้งศุลกะ , นายธานี - นายเชน เทือกสุบรรณ ได้รวมตัวที่วัดสวนโมกขพลาราม อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อร่วมทำบุญเนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปีการดำเนินงานทางการเมืองของกลุ่ม กปปส. หลังจากที่ก่อนหน้านี้นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษกฯของกลุ่มได้ประกาศออกไป โดยกิจกรรมในงานส่วนใหญ่จะเน้นไปในทางศาสนา เช่นการอุปสมบทหมู่จำนวน 120 รูป ในชื่อโครงการ “บวชพระเพื่อปฏิบัติธรรมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระเจ้าอยู่หัว” และเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ที่เสียชีวิตจากการชุมนุมของ กปปส. รวมถึงการปาฏกฐาธรรมพิเศษ ของพระสุเทพ ปภากโร ให้กับผู้ที่เข้าร่วมโครงการได้รับฟัง ขณะเดียวกันในหน้าเพจเฟซบุ๊กของเหล่าแกนนำและผู้มีชื่อเสียงกลุ่ม กปปส. หลายคนได้โพสต์ภาพและข้อความครบรอบ 1 ปีการรวมตัวเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะนายกนก รัตน์วงศ์สกุล พิธีกร และผู้ประกาศข่าวชื่อดัง ที่ระบุว่า "จากก้าวแรกวันที่ 1 สู่วันที่ 204 จากสามเสน ถึง สามแสน สู่ "มวลมหาประชาชน" นับล้านๆ! ได้ไปทำบุญให้ "วีรชน" ทุกท่านที่จากไปด้วยครับ เช้าวันนี้..มีแต่คิดถึง..พวกเราทุกๆคน..คิดถึงมากๆ" ด้านเพจ Suthep Thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ) ได้มีการนำภาพและข้อความเก่าครั้งที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกลุ่ม กปปส. เคยประกาศบนเวทีชุมนุมสามเสน เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2556 ออกมาเผยแพร่ด้วย โดบระบุว่า "เราจะต่อสู้ร่วมกันไป ไม่ชนะไม่เลิก ผมจะสู้ถวายชีวิต เทหมดหน้าตัก จะต่อสู้ร่วมกับทุกคน ทุกวัน จนกว่าจะได้ชนะ ถ้ารัฐบาลจะมาหาผม เพื่อเพิ่มคดีกบฎอีกคดีก็ไม่กลัวแล้ว ผมรับผิดชอบการกระทำของประชาชนทุกอย่าง ไม่หนีไปไหน" สุเทพ เทือกสุบรรณ เวทีชุมนุมสามเสน 31 ตุลาคม 2556 MThai news

หยุดลือได้แล้ว! รอยส์ ย้ำไม่ได้หมกหมุ่นเรื่องย้ายทีมแบบที่คิดอื่นชอบคิดแทน
บุนเดสลีก้า /  ฟุตบอล / 

มาร์โก รอยส์ กองกลาง “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ออกแถลงการณ์ผ่านเฟซบุคอย่างเป็นทางการของตนเองว่าไม่เคยคิดเรื่องย้ายทีม แบบที่คนอื่นชอบคิดให้แม้แต่น้อย แข้งทีมชาติเยอรมัน ตกเป็นข่าวพัวพันกับการย้ายออกจากอยู่ตลอดโดยเฉพาะการไปอยู่กับ บาเยิร์น มิวนิค คู่ปรับสำคัญในบุนเดสลีก้าได้แถลงการณ์บนหน้าสังคมออนไลน์เฟซบุคของตัวเอง “ในตอนนี้มีหลายคนพูดเรื่องอนาคตของผม” “มีคนเขียนเกี่ยวกับเรื่องการย้ายทีมของผมอย่างมากมาย ผมอยากจะบอกว่าทุกคนคิดเรื่องอนาคตของผมมากกว่าตัวผมเองเสียอีก” รอยส์เปิดใจ “และสิ่งเดียวที่ผมบอกได้ตอนนี้ คือเราจะไป มิวนิค เพื่อเก็บแต้มให้กับดอร์ทมุนด์ และผมหวังว่าเราจะกลับมาบ้านด้วย 3 แต้ม” สำหรับ ดอร์ทมุนด์ ผลงานในลีกค่อนข้างย่ำแย่เมื่อ 5 นัดหลังสุดไม่สามารถเก็บชัยชนะได้เลยโดยเสมอ 1 นัดและแพ้ไป 4 นัด หล่นไปอยู่อันดับที่ 15 เหนือโซนตกชั้น และจะต้องบุกไปเยือน บาเยิร์น มิวนิค จ่าฝูงในวันเสาร์นี้เวลา 00.30 น.

The Couple : หลอน รัก พักชีวิตคู่
Last Summer /  Talent 1 / 

หลังจากเคยเปิดตัวด้วยภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องแรกของค่าย และทำรายได้น่าพอใจไปแล้ว มาถึงตอนนี้ก็ถึงเวลาสำหรับเรื่องใหม่เสียที สำหรับค่าย Talent 1 ผู้สร้าง Last Summer ฤดูร้อนนั้น ฉันตาย ที่เข็นเรื่องใหม่ออกมาแล้วอย่าง The Couple รัก ลวง หลอน ที่มี ออม สุชาร์ มารับบทนำนั่นเอง ในคืนแต่งงาน จุดเริ่มต้นชีวิตคู่ของ กานต์ (พิชญะ นิธิไพศาลกุล) กับ อ้อม (สุชาร์ มานะยิ่ง) ที่หวังจะสร้างครอบครัวเล็ก ๆ ด้วยกัน กลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวสยองขวัญ เมื่ออ้อมพบศพ สิตา (มะลิ โคทส์) พี่สะใภ้ของกานต์ผูกคอตายอยู่ภายในบ้าน ทุกคนลงความเห็นว่าสิตาฆ่าตัวตายแม้ไม่มีใครรู้ต้นสายปลายเหตุที่ทำให้เธอ ตัดสินใจกะทันหันเช่นนี้ แต่หลังจากวันนั้น อ้อมเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ ร่างกายที่เคยเป็นของตนถูกผีสิตาพยายามเข้าครอบครอง หวังเปิดโปงเงื่อนงำการตายและแก้แค้นทุกคนที่เกี่ยวข้อง อ้อมเปลี่ยนไปเป็นคนละคนท่ามกลางความงุนงงของกานต์ ที่ต้องพยายามทำให้เธอกลับมาเป็นเหมือนเดิมให้ได้ หนังใช้ชื่อการกำกับว่า ทาเลนต์ วัน ทีม ซึ่งนั่นคงแปลว่ามีทีมงานหลายคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการช่วยเหลือกำกับหนังเรื่องนี้ครับ ซึ่งจากตัวอย่างหนัง และ ใบปิด ก็ต่างบอกออกมาเป็นเสียงเดียวกันว่า The Couple น่าจะเป็นหนังสยองขวัญแนวจิตวิทยา ที่เล่นกับสถานที่มืดอย่างแน่นอน และตัวหนังจริงๆก็เป็นเช่นนั้น เพราะหนังถือว่าเป็นหนังผีไทยอีกเรื่องที่มุ่งเน้นจะพูดการอาฆาตแค้น และการบ่งบอกถึงปัญหาด้านของ จิตวิทยา และ ไศยศาสตร์ ซึ่งการที่ตัวหนังหยิบเอาเรื่องพวกนี้พูด ผสมกับเรื่องผีสิง น่าจะไปด้วยกันได้เป็นอย่างดี ถ้าหากว่าตัวหนังกลับไม่สอบตกทั้งด้านงานกำกับ และ ตัดต่อเสียก่อน ซึ่งเอาเป็นว่า The Couple ต่างมีวัตถุดิบชั้นดีในการปรุงรสให้ได้หนังสยองขวัญเรื่องนึงออกมา ทั้งฉากหลัง และ ตัวละคร ที่ขนความเพี้ยนมาไม่ยอมใคร แต่เนื่องด้วยตัวหนังที่ทีมงานกำกับอาจจะดูมึนงงต่อการทำหนังอยู่บ้าง จึงทำให้การถ่ายทอดบทหนังที่เขียนออกมานั่น เปรียบเสมือนให้ตัวหนังนี่มันมีอยู่เพียง องค์เดียว และเล่ายาว ซึ่งนั่นเองทำให้ตัวหนังขาดการพัฒนาตัวละคร และ สถานการณ์รอบข้างโดยสิ้นเชิง เราจะเห็นก็แต่การพยายามจองล้างจองฆ่าของผีสาง และความพยายามของ กานต์ ที่อยากจะช่วยให้ ออม กลับมาเหมือนเดิมเท่านั่น แต่เรื่องราวทั้งหมดทั้งปมหลังในอดีต และ การพัฒนาตัวละครกลับดูจะสวนทาง และ ไม่ก้าวหน้าเลยสักนิด โดยสิ่งที่น่าผิดหวังที่สุดคงเป็นการที่ได้เห็นชื่อของคุณ คงเดช ผู้กำกับ ตั้งวง มาอยู่ในทีมเขียนบทด้วยแล้ว แต่กลับไม่สามารถทำให้ The Couple เท่าเทียมเรื่อง Last Summer ได้อย่างดีนักในแง่ของคุณภาพหนัง แต่กระนั้นแล้วถ้าหากพูดถึงทีมนักแสดง ต้องขอบอกว่า ออม สุชาร์ เรื่องนี้สามารถแสดงได้ดีไม่แพ้กับ ปันปัน เมื่อตอนเรื่องก่อน ซึ่งถ้าหากไม่ติดขัดถึงเรื่องความแย่ของหนัง การแสดงของเธอในเรื่องนี้ก็น่าจะส่งให้เธอไปชิงรางวัลใน สุพรรณหงส์ ด้านสาขาการแสดงได้อย่างไม่ยากเลยทีเดียวครับ สรุปแล้ว The Couple ก็ดูท่าจะเป็นหนังสยองขวัญที่เน้นขายให้แก่คนที่ต้องการอะไรตุ้งแช่ และเป็นแฟนคลับของนักแสดงในเรื่องเสียมากกว่า จะมาเป็นหนังผี ดราม่ายุคใหม่ ที่ยังล้มเหลวทั้งในแง่ของการสื่อสาร และ การหาทางออกของตัวหนังอยู่มากโขทีเดียวครับ เรื่องนี้ผมให้ 6/10 ครับ

รักแท้มีอยู่จริง! รู้จักกัน 7 วัน แต่งงาน...สู่รักนิรันดร์
ความรัก /  รักแท้ / 

วันที่หนึ่ง พึงใจในหน้าตา วันที่สองวาจาเลื่อมใส วันที่สามกิริยาน่าพอใจ วันที่สี่ นิสัยคล้ายๆกัน วันที่ห้า ความรู้คู่กันได้ วันที่หก ชอบในอารมณ์ขัน ชาติตระกูลเกิดมาเหมาะสมกัน เพียงเจ็ดวันร่วมชีวิตนิจนิรันดร์            เมื่อ 50 ปีก่อน คุณใหญ่-ภัทรา ไรวา สาวสวยเปรี้ยวนักเรียนนอกจากบอสตัน เพิ่งเรียนจบกลับมาเมืองไทยและใช้ชีวิตการทำงานที่แรกในตำแหน่งเศรษฐกรโทแห่งสภาพัฒน์ ส่วนคุณอมเรศ ศิลาอ่อน เป็นหนุ่มอนาคตไกลในบริษัทเชลล์ และที่สำคัญขณะนั้นทั้งคู่ยังโสด! ด้วยความที่เพื่อนของทั้งคู่เป็นพี่น้องกัน ด้านเพื่อนคุณอมเรศนั้นคือคุณหญิงศศิมา ศรีวิกรม์ เห็นว่าเพื่อนหนุ่มคนนี้ยังไม่ใครจึงคิดจับคู่ไบลด์เดทให้ ส่วนคุณภัทรานั้นเป็นเพื่อนน้องชายของเธอ คุณวงศ์วุฒิ วุฑฒินันท์ เพื่อนๆคุณอมเรศจึงได้นัดรับประทานอาหารกันที่โรงแรมรามาย่านสีลม "ครั้งแรกที่เจอคุณอมเรศรู้สึกเฉยๆนะคะ แต่เขาสิคงมองว่าเราแปลก แต่งตัวเปรี้ยว ทำผมฟูเป็นมนุษย์ดาวอังคาร ดูไม่น่าเข้ากันได้เลย คุณอมเรศเล่าว่าประทับใจที่เราพูดฝรั่งเศสได้แปลเมนูให้เขาฟังได้ ส่วนเราน่ะรู้สึกดีตรงที่เขารู้ใจจำได้ว่าทานอาหารเสร็จ เขาหยิบกระเป๋าส่งให้ทันทีเพราะรู้ว่าเราต้องทาลปสติก...สเป๊กเลย" นั่นคือเดทแรกของทั้งคู่ กลับจากรับประทานอาหารวันนั้น คุณอมเรศได้ขับรถไปส่งคุณภัทรซึ่งมีบ้านอยู่ย่านฝั่งธนเช่นกัน จึงเป็นโอกาสดีที่ได้ทำความรู้จักกันมากชึ้น หลังจากนั้นได้พบเจอพูดคุยกันทุกวัน จนครบสัปดาห์เต็ม คุณภัทราจึงเอ่ยปากขึ้นว่า "คุณอมเรศ ส่งผู้ใหญ่มาขอได้แล้ว เป็นคนตัดสินใจเร็วค่ะ ถ้าคิดว่าใช่คือใช่ จึงพูดออกไปแบบนั้น ตอนแรกคุณอมเรศคงงง พอสักพักก็เข้าใจ เพราะเราเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว 2 เดือนเขาจึงพาผู้ใหญ่มาขอ...และนี่คือที่มาของกลอนเลือกคู่ที่แต่งขึ้น" ด้านการครองรักครองเรือนของผู้ใหญ่คู่นี้ก็น่าสนใจโดยท่านได้ทิ้งท้ายไว้เป็นข้อคิดว่า "เราไม่ได้ปรับตัวอะไรกันมาก เพราะรสนิยม ความรู้และความคิดคล้ายๆกัน เลยเข้ากันง่าย เขาเป็นคนมีมารยาทมาก รู้จักกาลเทศะ ซึ่งเราชอบ...ส่วนตัวคุณอมเรศเองจะมีหลักครองเรือนอยู่ว่าต้องไม่โกรธพร้อมกัน เมื่อไรที่โกรธอีกคนต้องเอาน้ำเย็นเข้าลูบ เพราะฉะนั้นหลังๆมานี้เราต้องรีบโกรธล่วงหน้าก่อน" คุณภัทราปิดท้ายการสนทนาพร้อมเสียงหัวเราะสดใส นับเป็นแง่คิดการใช้ชีวิตคู่และชีวิตหลัง แต่งงาน ที่น่าลองไปปรับใช้ดูไม่น้อยเลยทีเดียว ติดตามเรื่องราวเทั้งหมดได้จาก นิตยสาร HELLO! Wedding (Special Edition 2014)