ผมดัด

บทมันใช่ ! แจ๊ป - ฮิวโก้ ต้องยอมเล่น Deadstock : รัก ปี ลึก
Deadstock : รัก ปี ลึก /  จุลจักร จักรพงษ์ / 

บทมันใช่ ! แจ๊ป - ฮิวโก้ ต้องยอมเล่น Deadstock : รัก ปี ลึก ห่างหายจากการแสดงภาพยนตร์ไปนานหลายปี ล่าสุดนักร้องหนุ่มมาดเซอร์อย่าง ฮิวโก้ จุลจักร จักรพงษ์ ที่เอาดีด้านดนตรีจนมีชื่อเสียงโด่งดังและมีที่หลายคนชื่นชอบผลงานเพลงของเขา โดยปีนี้เราจะได้เห็นหนุ่มฮิวโก้ในภาพยนตร์เรื่อง Deadstock : รัก ปี ลึก ที่ควงคู่มากับนักร้องและนักดนตรีรุ่นน้องอย่าง แจ๊ป เดอะ ริชแมน ทอย ที่โดดเข้ามาเล่นภาพยนตร์เป็นเรื่องแรก พร้อมทั้งแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์ให้ด้วย กับเพลง รักไม่มีราคา ซึ่งงานนี้ต้องบอกว่าทั้งสองหนุ่มถูกผู้กำกับและโปรดิวเซอร์ ชีวา ลาภินตั้งสุทธิ นักสะสมของเก่าและรถคลาสสิค ผู้คร่ำหวอดอยู่ในแวดวงของเก่า กล่อมให้มาเล่นหนังเรื่องนี้ด้วยกัน เพราะเป็นหนังที่เล่าถึงความรัก ความผูกพันธ์ ของกลุ่มคนที่เล่นของเก่า นักสะสมแผ่นเสียงและของหายาก ทั้งสองคนรับบทเป็นนักดนตรีที่เดินตามความฝันในยุค 90s ทั้งแจ๊ป และฮิวโก้ เผยว่า “จริง ๆ พวกเราทั้ง 2 คนเป็นนักดนตรีไม่ใช่นักแสดงมืออาชีพ แต่สำหรับเรื่องนี้มันเป็นหนังที่บทเขียนมาเพื่อพวกเรามากเราสองคนเล่นเป็นนักดนตรีที่มีความฝันอยากมีเพลงฮิต อยากมีคอนเสิร์ต และอยากร้องเพลงไปตามฝันของเราเรื่อย ๆ ส่วนตัวแล้วเราสองคนรู้จักกับชีวา ผู้กำกับและโปรดิวเซอร์เรื่องนี้กันอยู่แล้ว เราเหมือนเป็นเพื่อนเป็นพี่เป็นน้องกัน และเรายังสามารถพูดคุยกันได้ในทุก ๆ เรื่อง เช่น เรื่องเพลง เรื่องของเก่าของสะสม งานนี้ ไม่ได้ตัดสินใจอะไรยาก บทคือบทของเรา และหนังก็เป็นหนังของเพื่อนเรา พวกคุณอาจจะไม่ได้เห็นพวกเราในจอหนังบ่อย ๆ หรอกนะ ถ้าเบื่อที่จะเห็นพวกเราบนคอนเสิร์ต ก็มาดูพวกเราเล่นหนังดูบ้าง ให้กำลังใจกัน พวกคุณรักผม พวกผมก็รักพวกคุณ ฝากผลงานด้วยนะครับ” Deadstock : รัก ปี ลึก ภาพยนตร์แนวแฟชั่นแก๊งสเตอร์ เล่าถึงเรื่องราวมุมมองความรัก มิตรภาพ ความฝัน ผ่านชีวิตของโละ (เนตั้น แดนอรุณ รามณรงค์) เด็กกำพร้าที่อาศัยอยู่กับย่า เพราะกำพร้าตั้งแต่เด็กย่าจึงตั้งชื่อไว้ว่า โละ ซึ่งเป็นเหมือนความจงใจที่จะบอกว่าถูกทิ้งตั้งแต่เด็ก โละเติบโตมาและคลุกคลีมากับแวดวงของเก่าในยุคตลาดมืดจึงหลงใหลในของเก่า และนำมาต่อยอดเป็นการสร้างอาชีพเสริมให้ตัวเองเพื่อหวังให้ตนเองและย่ามีอนาคตที่สบาย โดยมีพี่ศักดา (ชีวา ลาภินตั้งสุทธิ) รุ่นพี่ที่โละเคารพคอยดูแลและให้ความช่วยเหลือ สั่งสอน ตักเตือนโละด้วยดีเสมอมา โละมีเพื่อนคู่ใจแต่ต่างวัยอย่างเจ๋ง (แจ๊ป เดอะ ริชแมนทอย) ที่มักจะมีอะไรก็จะเล่าให้เจ๋งฟังทุกอย่างโดยเฉพาะเรื่องความรักที่เกิดขึ้นกับแฟนสาวชื่อแอน (วสุ ปลื้มสกุลไทย) ความสัมพันธ์ของทุกคนและสิ่งของทุกอย่างถูกเล่าผ่านชีวิตของเด็กผู้ชายที่ชื่อ โละ สิ่งของบางอย่างอาจจะต้องรอเวลาถึงจะมีมูลค่า แล้วความรักล่ะ ? ต้องแค่ไหนถึงมีราคา Deadstock : รัก ปี ลึก ร่วมด้วยนักแสดงอีกมากมาย อาทิ เต๋า สมชาย เข็มกลัด, แจ๊ส ชวนชื่น, ฮิวโก้ จุลจักร จักรพงษ์, ลูกเกด เมธินี กิ่งพโยม, โจ๊กเกอร์, แอนนา ชวนชื่น, โบ๊ท วิบูลย์นันท์ โดยมีกำหนดเข้าฉาย 18 สิงหาคมนี้ ทุกโรงภาพยนตร์

ไหวมั้ย! บิ๊กอ๊อดเเย้มส่งช้างศึกU21บู๊ซูซูกิคัพเเทนชุดใหญ่
ซิโก้ /  ซูซูกิคัพ / 

นายกสมาคมฟุตบอล เผยมีแนวคิดส่งทีมชุด U-21 ลุยซูซูกิคัพแทนชุดใหญ่หลังโปรแกรมการเเข่งขันชนกัน พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เผยมีความคิดที่จะส่งทีมชาติไทย U21 แข่งขันชิงเเชมป์อาเซียน เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2016 เเละจะให้ทีมชาติไทยชุดใหญ่ลงเเข่งขันในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย เพียงอย่างเดียว โดยนายกสมาคมฟุตบอลฯ ออกมากล่าวว่า “ผมได้คุยกับทาง “โค้ชซิโก้” แล้ว โดยทางซิโก้เองก็บอกว่าเราสามารถปรับผู้เล่นได้เนื่องจากทีมชาติไทยมีผู้เล่นให้เลือกใช้งานค่อนข้างเยอะ นอกจากนี้ก็มีความคิดว่ากันว่าอาจส่งทีมชาติไทย U21 ไปแข่งขันก็ได้เพราะเพื่อไปหาประสบการณ์เพราะหลายๆประเทศก็ทำกัน เเต่อย่างไรก็ตามต้องดูก่อนว่าจะเหมาะสมหรือไม่เนื่องจากรายการนี้ค่อนข้างสำคัญ” ทั้งนี้ทีมชาติไทยมีคิวเปิดบ้านพบกับ ทีมชาติออสเตรเลีย ในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก รอบ 12 ทีมสุดท้าย โซนเอเชีย นัดที่ 5 วันที่ 15 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงเวลาคาบเกี่ยวกับศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2016 ที่จะเปิดฉากขึ้นวันที่ 19 พฤศจิกายน - 17 ธันวาคม 2559

ไม่พึงกระทำ! “บิ๊กอ๊อด” เตือนสติแข้งช้างศึกไม่ควรไร้มารยาทกับแฟนบอล
ทีมชาติไทย /  ธีราทร บุญมาทัน / 

ประมุขลูกหนังฟุตบอลไทย ออกโรงเตือนสติบรรดาแข้งทีมชาติไทยไม่ควรเเสดงกิริยาไร้มารยาทกับแฟนบอล หลังก่อนหน้านี้ได้รับคำชื่นชมอย่างมาก พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้ให้สัมภาษณ์แนะนำบรรดานักเตะโดยเฉพาะผู้เล่นทีมชาติไทย ไม่ควรไร้มารยาทกับกองเชียร์เเม้จะอยู่ฝั่งตรงข้าม เเนะเป็นสิ่งที่ไม่พึ่งกระทำ เพราะก่อนหน้านี้ทีมชาติไทยมีภาพลักษณ์ที่ดีเเละได้รับคำชื่นชมอย่างมากจากนาๆชาติ โดยเกมบิ๊กเเมตช์ระหว่าง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตกเป็นประเด็นอย่างหนักหลัง ธีราทร บุญมาทัน ที่ไปกระโดดดีใจใส่ต่อหน้าเเฟนบอลบุรีรัมย์พร้อมคำพูดที่คล้ายด่าหยาบคาย รวมถึงดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ ที่ไปชูนิ้วกลางใส่แฟนบอลเจ้าถิ่นช่วงหลังจบการแข่งขัน จนกลายเป็นกระแสที่มีการวิภาควิจารณ์ในวงกว้าง “ผมอยากบอกให้น้องๆ หรือนักเตะที่ติดทีมชาติให้ระวังในการแสดงกิริยามารยาทไม่เหมาะสม โดยเฉพาะกับกองเชียร์ไม่ควรไปทำกริยาไม่ดีใส่พวกเขารวมถึงกับนักเตะทีมตรงข้ามด้วย เพราะนั้นเป็นสิ่งไม่พึงกระทำ เพราะนักโดยเฉพาะผู้เล่นที่ติดทีมชาติไทยนั้นเคยได้รับคำชมจากหลายๆ ฝ่ายมาตลอดว่ามีมารยาทดี เเละเรียบร้อย ในช่วงฟุตบอลซูซูกิ คัพครั้งที่ผ่านมา” “บิ๊กอ๊อด” กล่าว

DON’T WORRY! กิเลนแสบออกนิตยสาร “ธีราทร” แมตช์ดวลบุรีรัมย์
ธีราทร บุญมาทัน /  บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด / 

กิเลนผยองเอาใจเเขกมาเยือนน่าดู เมื่อออกหนังสือเเมตช์เดย์เอ็กซ์คลูซีฟอดีตแบ๊กซ้ายขวัญใจชาวปราสาทสายฟ้าให้หัวเรื่อง DON’T WORRY BE HAPPY สโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด จ่าฝูงของศึกโตโยต้า ไทยลีก ที่เตรียมทำศึกบิ๊กแมตช์กับสโมสร “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แชมป์เก่าเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ในวันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม ณ สนามเอสซีจี สเตเดียม เวลา 19.00 น. โดยทัพกิเลนผยอง ทำแสบเอาใจแขกมาเยือนเต็มที่เมื่อออกนิตยสารหนังสือเเมตช์เดย์กับศึกบิ๊กเเมตช์ โดยเป็นเรื่องราวเอ็กซ์คลูซีฟของ “เจ้าอุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน อดีตเเข้งขวัญใจชาวปราสาทสายฟ้ากับประเด็นร้อนๆ หลังย้ายมาร่วมทีมคู่ปรับเมื่อช่วงเปิดตลาดนักเตะรอบสอง ซึ่งให้หัวเรื่องว่า DON’T WORRY BE HAPPY ที่มีความหมายว่า “ไม่ต้องห่วง ผมสบายดี!!” ขณะที่ทีมเยือนก็ออกนิตยสารสำหรับเเมตช์นี้เช่นกัน เเต่ไม่หวือวาเท่าไหร่ โดยเป็นหน้าปกรูปของ “ชากี้” ชากีรีน ตีกาสม พร้อมวางจำหน่ายให้เเฟนบอลซื้อมาครอบครองอีกด้วย...

ราคานี้เมสซี่เถอะ!สโคลแตะเบรกผีทุ่มซื้อป็อกบาสถิติโลก
พรีเมียร์ลีก /  พอล ป็อกบา / 

พอล สโคลส์ อดีตกองกลางเท้าหนักของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาแนะนำสโมสรเก่าว่าให้เอาเงิน 86 ล้านปอนด์ไปซื้อ ลิโอเนล เมสซี่ หรือ โรนัลโด้ แทน พอล ป็อกบาปีศาจแดงกำลังจะทำสถิติโลกค่าตัวนักเตะใหม่ เมื่อมีรายงานว่าใกล้ที่จะปิดดีล พอล ป็อกบา อดีตเด็กเก่ากลับมาจากยูเวนตุสด้วยค่าตัวเป็นสถิติโลกถึง 86 ล้านปอนด์แต่ดูเหมือน พอล สโคลส์ อดีตนักเตะเก่าจะไม่ค่อยเห็นด้วยนัก “ผมแค่คิดว่าเขา (ป็อกบา) ไม่ได้มีค่ามากถึง 86 ล้านปอนด์” อดีตนักเตะทีมขาติอังกฤษกล่าว “ถ้าให้ผมมานั่งๆนึกดู ถ้าคุณอยากจะได้ใครที่ยิงประตูซัก 50 ลูกต่อฤดูกาลเหมือน โรนัลโด้ หรือ เมสซี่ ผมคิดว่าป็อกบายังไม่ได้มีค่าอะไรขนาดนั้นนะ” “ตอนนั้นเขาเล่นให้ทีมไป 1-2 นัดและที่ผมเข้าใจคือเขาเรียกร้องเงินมากไป สำหรับอายุขนาดเขาผมว่าเขาเรียกเงินเยอะไปสำหรับคนที่ยังไม่ได้เล่นทีมชุดใหญ่ด้วยซ้ำ ผมว่าเขายังต้องพิสูจน์ตัวเองอีกเยอะอะว่าเขาคือคนที่ควรจะค่าตัว 86 ล้านปอนด์จริงๆ” สโคลส์ใส่ยับ

อะไรเข้าฝัน!? เมสซี่เปิดตัวผมทรงใหม่มันเปรี้ยวโดนใจ
ซามีร์ นาสรี่ /  ทรงผมใหม่ / 

ลิโอเนล เมสซี่ โชว์ทรงผมและสีผมใหม่ที่เพิ่งทำมาสดๆ ร้อนๆ หลายคนวิจารณ์ว่าดูแล้วมันไม่ค่อยจะเข้าท่าซักเท่าไหร่ แล้วก็ดันไปเหมือนกับ อารอน แรมซี่ย์ และ ซามีร์ นาสรี่ ที่เคยทำทรงนี้มาก่อนแล้ว

สระผม วันไหนดี ? ความเชื่อโบราณ ที่คนสมัยใหม่ ยังคงเชื่ออยู่
ความเชื่อโบราณ /  ดูดวง / 

ความเชื่อโบราณที่คนสมัยก่อน ทำตามต่อๆ กันมา บางครั้งก็สงสัยกันใช่มั้ยคะ ว่าจะจริงอย่างที่บอกมาหรือเปล่า ? แต่ส่วนใหญ่ก็มักจะมีที่มาที่ไป ซึ่งเป็นกุศโลบายต่างๆ แต่เชื่อเถอะค่ะ ว่าทุกอย่างที่บอกมา คงมีเหตุผลอยู่แล้ว วันนี้ Horoscope.MThai จะมาบอกวันดี วันร้าย ของการสระผม จะได้เลือกวันกันได้ถูกโน๊ะ สระผมวันอาทิตย์ โบราณบอกว่าจะทำให้อายุยืน สุขภาพแข็งแรง สระผมวันจันทร์ ใครที่สระผมวันนี้ จะโชคดี ร่ำรวยเงินทอง สระผมวันอังคาร ศัตรูที่คิดปองร้ายจะแพ้ภัยตัวเอง สระผมวันพุธ ระวังจะถูกนินทาว่าร้าย ให้เสียหาย ถือว่าไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก สระผมวันพฤหัสบดี เป็นอีกหนึ่งวันดีๆ ที่ควรสระผม เพราะเทวดาจะปกป้องคุ้มครอง สระผมวันศุกร์ วันดี วันแห่งความสุข ใครที่สระผมวันนี้ ชีวิตจะแฮปปี้ สระผมวันเสาร์ โบราณบอกว่า ถ้าอยากประสบความสำเร็จ ให้สระผมวันเสาร์ ถือเป็นวันดี รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

หนุ่ม กรรชัย เสียหายหนัก! รอเคลียร์-ไม่คิดเปิดศึกฟ้องช่อง 7 แย่งลิขสิทธิ์เพชรตัดเพชร
หนุ่ม กรรชัย /  ธงชัย ประสงค์สันติ / 

กลายเป็นปัญหาลิขสิทธิ์บทประพันธ์ เพชรตัดเพชร ที่มีเจ้าของลิขสิทธิ์ 2 คน เมื่อผู้จัดไฟแรง หนุ่ม กรรชัย ควักเงินซื้อลิขสิทธิ์มาทำละครป้อนช่อง 8 จากเจ้าของลิขสิทธิ์รายแรก แต่ก็ต้องหยุดชะงักเพราะเจ้าของลิขสิทธิ์อีกรายขายให้กับช่อง 7 ซึ่งส่งต่อให้ ธงชัย ประสงค์สันติ แห่งค่ายพอดีคำรับหน้าที่ผลิตละครและเริ่มถ่ายทำไปแล้วถึง 80% งานนี้ หนุ่ม กรรชัย มีโอกาสเปิดใจถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ณ สตูดิโอรายการปากโป้ง ช่อง 8 ยอมรับว่าฝ่ายตนเสียหายมาก ทั้งเรื่องลิขสิทธิ์ เรื่องบทและอื่นๆ อีกมากมาย และได้ติดต่อไปทางช่อง 7 ตั้งแต่ยังไม่เริ่มสร้างแล้ว แต่ก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้า ส่วนตัวไม่คิดเปิดศึกฟ้องร้องช่อง 7 รอเคลียร์กับผู้ใหญ่เพื่อหาทางออกร่วมกันที่ดีที่สุด!! "เรื่องลิขสิทธิ์ละครเพชรตัดเพชร จริงๆ แล้วอย่างที่เคยมีข่าวออกไปว่าบทภาพยนตร์เรื่องเพชรตัดเพชร ไม่ได้เป็นชื่อภาพยนตร์ รวมถึงชื่อตัวละครที่อยู่ในภาพยนตร์เรื่องนั้นมีคนที่ร่วมกันเขียน 2 คน คนหนึ่งคือคุณ เศก ดุสิต อีกคนคือคุณ ส.เนาวราช ซึ่งตอนนี้ตัวเราเองถือไว้คนหนึ่ง เพราะฉะนั้นในการจะทำละครเรื่องขึ้นมาต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของบทประพันธ์ทั้งสองคนก่อน แสดงว่าจากคนใดคนหนึ่งด้วยข้อกฎหมายแล้วไม่ได้ เหมือนกับรถยนตร์คันหนึ่งมีชื่อ 2 คนเป็นเจ้าของ อยู่ดีๆ นาย ก. จะไปขายให้อีกคนโดยที่ไม่ถามเจ้าของร่วมมันก็คงจะไม่ได้ แต่ช่อง 7 สร้างไป 80 เปอร์เซ็นต์แล้ว ก็เข้าใจทางฝั่งช่อง 7 นะครับ เพราะผมเชื่อว่าช่อง 7 อาจจะไม่ทราบตรงนี้ว่ามีคนเขียนร่วมกัน เพราะทางช่อง 7 เคยสร้างมาแล้วครั้งหนึ่งก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะตอนนั้นทางทายาทคุณ ส.เนาวราช ยังไม่ได้ปรากฏ แต่ ณ ครั้งนี้ทายาทเขาปรากฏแล้ว เพราะฉะนั้นแน่นอนมันต้องมีเรื่องของกฏหมายมาเกี่ยวข้อง" "ผมทราบเรื่องนี้ตั้งแต่แรกแล้ว เพราะตัวเราเองติดต่อคุณ เศก ดุสิต ไป ครั้งแรกเลยทางทายาทที่เป็นลูกชาย ก็ได้มีการตกลงกันว่าจะขายให้ทางเรา ซึ่งจะมาทำให้ช่อง 8 แต่ปรากฏว่าทางเขาต้องการให้เราแนบท้ายสัญญาว่า ถ้าเกิดมีทายาทของ ส.เนาวราช ขึ้นมาเกี่ยวข้อง เขาไม่ขอเกี่ยวข้องนะ คุณหนุ่มต้องเป็นคนรับผิดชอบเอง เราก็ได้มีการมาพูดคุยกับทางเฮียฮ้อ เฮียก็บอกว่าไม่โอเค ทำแบบนี้ไม่ถูกกฎหมาย ต้องได้รับความยินยอมทั้งสองฝ่ายแล้วถึงจะยอมเซ็น เราก็เลยกลับไปพูดคุยกับทางทายาท เศก ดุสิต ว่าทางเราไม่สะดวกจริงๆ ถ้าเป็นแบบนี้" "ทางฝั่งเขาเลยบอกว่าเอาอย่างนี้แล้วกันให้ผมไปตามหาทายาท ส.เนาวราช มาก่อน เจอเมื่อไหร่ค่อยกลับมาว่ากัน ซึ่งเราก็โอเคแล้วก็ไปตามหา จนกระทั่งผ่านมาเดือนหนึ่งเราก็พบว่าคุณ ส.เนาวราช เสียชีวิตไปแล้ว ทางทายาทเขา 6 คน บางคนก็อยู่ต่างประเทศ บางคนก็เปิดร้านขายของอาหารตามสั่ง แล้วก็ไม่ค่อยรู้เรื่องกฏหมายเท่าไหร่ เราก็เลยไปขอซื้อมา พอซื้อมาแล้วก็กลับมาหาทางทายาทคุณ เศก ดุสิต ปรากฏเขาบอกว่าไม่ทันแล้ว ผมขายไปแล้ว เราก็อ้าว…แล้วทำไมพี่ไม่โทรบอกผมสักคำเลยล่ะ เขาก็บอกว่างั้นผมก็ต้องโทรบอกทุกคนสิ เราก็ไม่รู้จะตอบว่ายังไงก็วางหูไป ถามว่าใครเอาไปทำ ผมจะไปซื้อกลับมาก็ไม่ยอมบอก" "หลังจากนั้นไม่เกิน 3 เดือน ก็ถือสัญญาค้างอยู่ไม่รู้จะทำยังไง ทำอะไรไม่ได้ สุดท้ายทางช่อง 7 ก็ประกาศจะสร้างละครเรื่องนี้ ทางเราก็งงว่าทำไมช่อง 7 สร้างได้ ก็เลยมีการไปคุยกับทางฝ่ายกฏหมาย จริงๆ มันทำไม่ได้ เราก็เลยพยายามติดต่อเข้าไป คือผมไม่ได้ไปคุยโดยตรง แค่ฝากไปก็เลยไม่รู้เรื่องถึงหรือเปล่า หลังจากนั้นก็เพิ่งจะมีข่าวตอนหลัง จริงๆ เราส่งไปตั้งแต่ก่อนจะสร้างด้วย ตั้งแต่ตอนฟิตติ้งใหม่ๆ จะถึงขั้นเข้ากระบวนการทางกฏหมายเลยมั้ย อันนี้ตอบไม่ได้ แต่ ณ ตอนนี้ผมไม่ได้มีความคิดจะฟ้องช่อง 7 ผมเชื่อว่าคนอยู่วงการเดียวกัน บางทีมันก็ต้องมีการพูดคุยกัน ช่วยกันหาทางออกมากกว่าจะมานั่งฟ้องกัน เพราะมันเป็นเรื่องไกลตัวมากนะการฟ้องร้องเนี่ย แต่ถ้าถึงเวลานั้น ผมก็ยังบอกไม่ได้เพราะถ้าเรื่องนี้ถูกนำมาออกอากาศจะถูกดำเนินการทางกฎหมายยังไง แต่ ณ วันนี้ผมยังไม่คิดที่จะฟ้อง" "หลังจากติดต่อไป ทางผู้ใหญ่ก็ได้มีการให้ทางคนที่ช่อง 7 ติดต่อมาว่าขอให้ไปพูดคุยกันเพื่อช่วยกันหาทางออก แต่ด้วยเวลา เราทำงานทุกวัน บางวันเราว่าง ผู้ใหญ่ท่านก็ไม่ว่าง ก็เลยยังไม่มีโอกาสที่จะไปพูดคุยกัน จะขายลิขสิทธิ์ให้เขาไปเลยมั้ยเหรอ อันนี้คงต้องไปพูดคุยกันอีกทีว่าจะเป็นในลักษณะไหน เพราะว่าในช่วงนั้น พอเราได้มาเราก็เริ่มฟิตติ้ง เริ่มติดต่อตัวละคร ทำบท ทำทุกอย่างแล้ว เพื่อที่จะทำเรื่องนี้ สุดท้ายพอรู้ว่ามันมีสัญญา 2 คน แล้วเราถือแค่ขาเดียว เราก็รู้สึกว่าเราทำไม่ได้เดี๋ยวจะมีปัญหา ก็เลยต้องปิดเรื่องไปเลย" "ส่วนตัวยังไม่ได้พูดคุยกับพี่ธงชัยเลย แต่ได้อ่านบทสัมภาษณ์ของพี่ธงแล้วเหมือนกัน ก็ยังรักและเคารพพี่ธงเหมือนเดิมนะครับ แล้วก็ไม่เคยมีปัญหากับพี่ธง แล้วก็เชื่อว่าพี่ธงก็ทำตามหน้าที่ เพราะเรื่องนี้ผมได้ยินมาว่าช่อง 7 เป็นคนซื้อ แล้วมอบหมายให้พี่ธงเป็นผู้จัด เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ก็จะไม่เกี่ยวกับพี่ธง เป็นเรื่องของทางช่อง 7 ที่อาจจะต้องมาร่วมกันหาทางออกกับทางผมมากกว่า ก็เข้าใจพี่ธง ไม่ได้โกรธ ไม่ได้อยากจะทำร้ายอะไรเลย เดี๋ยวพี่ธงจะเข้าใจผิด แนวทางข้างหน้าจะเป็นยังไง อันนี้คงต้องขอเข้าไปคุย ต่างคนต่างทำคงเป็นไปไม่ได้ ต้องขอเข้าไปพูดคุยกับผู้ใหญ่ทางช่อง 7 ก่อน ว่าจะร่วมกันหาทางออกยังไง" "ค่าเสียหายที่เราเริ่มเปิดเรื่องไปแล้วก็ประมาณหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของลิขสิทธิ์เอง ค่าบทที่เราทำ หรืออะไรต่างๆ นานา เดี๋ยวก็ต้องไปว่ากันอีกทีว่ายังไง ถ้าช่อง 7 จะซื้อ ก็คงต้องไปคุยกันอีกทีว่าจะเป็นยังไง คือตรงนี้ยังตอบอะไรไม่ได้ ขอไปดูก่อนว่าทางฝั่งช่อง7 ต้องการหาทางออกยังไง และเราต้องการหาทางออกยังไง เป็นการหาทางออกร่วมกันครับ สำหรับผมเสียดายมากเลย คือเราติดต่อไปทั้งสองเจ้าแล้ว เราตั้งใจที่จะทำ แต่ว่าในเมื่อเหตุการณ์เป็นแบบนี้เราก็ไม่สามารถไปละเมิดได้ เขามีคนเขียนสองคน ถ้าเราเอามาทำโดยที่ไม่มีคู่สัญญาของอีกคน ผมว่ามันก็ไม่ได้จริงๆ อย่าดีกว่า" หนุ่ม กล่าว หนุ่ม กรรชัย หนุ่ม กรรชัย หนุ่ม กรรชัย หนุ่ม กรรชัย

เที่ยว 'เชียงใหม่' หน้าฝน จะไปต้องได้ไป!
ที่เที่ยวหน้าฝน /  ที่เที่ยวเชียงใหม่ / 

เดินทางครั้งนี้ ฉบับเดิมเน้น eco trip มีตังค์เท่าไรเอาไปลงกับการเที่ยวและกิน การเดินทางช่างมัน เฮ่ยย ๕๕๕ สรุปเราเดินทางโดยการนั่งรถทัวร์ครับ ทั้งขาไปและขากลับ ก่อนเดินทางก็จัดแจงจับจองนัดแนะกับบริษัทเช่ารถครับ ผมจองรถกับบริษัทท้องถิ่นมั้งไม่รู้เค้าเรียกอย่างนี้หรือเปล่า ครั้งนี้ผมใช้บริการร้าน "กินเที่ยว รถเช่า เชียงใหม่"  นัดแนะสถานที่รับรถและวันเวลาการรับรถคืนรถให้เรียบร้อยนะครับส่วนรายละเอียดค่าใช้จ่ายนั้น เดี๋ยวมีแนบให้ท้ายรีวิวครับ เที่ยว 'เชียงใหม่' หน้าฝน จะไปต้องได้ไป! Day 0 นับเป็น วันที่ 0 แล้วกันครับ  เพราะว่าเป็นวันเริ่มเดินทาง ใช้บริการรถทัวร์ของบริษัทสีฟ้าๆ ๕๕๕ ช่างมัน บริษัทอะไรก็ตามแต่ มาขึ้นรถกันที่ หมอชิต ครับ รอบ 20.35 กะให้ถึงเชียงใหม่เช้า เข้าที่พัก รับรถที่จองไว้ แล้วเที่ยวเลย Day1 ถึงแล้วครับเชียงใหม่ ตามเวลาเป๊ะเลย ตีห้ากว่าๆ เกือบครึ่งได้  พอลงรถปุ๊ปป คณะรถแดงมาจากไหนไม่รู้ รถแดงก่อจ้าววววว ๕๕๕  รู้ตัวอีกทีเดินตามป้าอะไรก็ไม่รู้ไปละต้อยๆ ==*  และนี่คือโฉมหน้าผู้โชคดี ที่พวกเรา ตกลงปลงใจเหมารถแดงในราคา 250 บาท อาเขต-วัดเจ็ดยอด หลังจากที่ตกลงปลงใจ ต่อราคา(ไม่ได้) ก็พากันขึ้นรถมา โชคดีที่ทริปนี้ได้ที่พักฟรี ด้วยเส้นล้วนๆ ไม่มีความผสมอะไรทั้งสิ้น ส่วนเจ้าของเส้นนั้น ได้ไปบอกทางอยู่ข้างๆ คนขับรถ พอเก็บของอาบน้ำ นอนพักเอาแรงนิดหน่อย ท้องก็ร้อง บริษัทรถโทรมาขอเลื่อนเวลาส่งรถ เลยพากันออกมาเดินเล่นครับ ที่แรกที่ไปเยือนก็คือวัดเจ็ดยอดหน้าหอนี่เองครับผม  ไปเดินฆ่าเวลา รอรถที่ได้โทรจองไว้ เผื่อเวลากินข้าวด้วย หลังจากกินข้าวเสร็จเวลาก็ปาไป 9 โมงกว่าๆได้ครับ พากันกลับขึ้นที่พักเตรียมสัมภาระ รอรถมาส่ง พอได้รถมาก็ปาไปประมาณ 09.30 ได้ก็เริ่มออกเดินทาง จุดมุ่งหมายแรกที่เราได้ปักธงไว้เลยนั่นก็คือ ดอยอินทนนท์ ใช้เวลาในการเดินทางราวๆ 2 ชั่วโมงกว่าๆ ได้ จากในตัวเมืองเชียงใหม่ครับ การเดินทางนี้ ไม่มีผู้ชำนาญเส้นทางแต่อย่างใด จึงได้อ้อนวอน ขอร้องผู้ช่วย ชื่อว่าคุณจีพีเอส ชื่อเล่น พี่จี แล้วกันเนาะ ตลอดการเดินทาง ไม่มีพี่จี พวกผมตายยย ๕๕๕ ถึงแล้ววววววววววว หลังจากที่หลงทางกันอย่างเมามัน โค้งผิดซอยบ้างอะไรบ้าง ๕๕๕ หากขาด พี่จี ไปนี่คงขับเลยไปอีกจังหวัดได้ละมั้ง T^T   พอมาถึง อช.ดอยอินทนนท์ ก่อนเข้าเค้าจะมีด่านเก็บค่าเข้านะครับ จอดรถข้างทางเลย พอลงจากรถปุ๊ป ก็มีป้าคนนึงมาบอกว่าเป็นนักศึกษาไปขอส่วนลดเลย เอาบัตรไปยื่นได้จาก 50 เหลือ 20 แล้วคุณป้าแกก็บอกว่า ช่วยซื้อพวกมาลัยป้าด้วย เดี๋ยวเอาไปไหว้ข้างบน ~   ครับคุณป้า ==* และนี่คือไอ่อ๊อด รถคู่ใจในทริปนี้ ๕๕๕ สมบุกสมบัน อาหารโปรดของไอ่อ๊อดคือ ไม้ไผ่ และท้ายรถตู้ ๕๕๕ ไม่ใช่ละๆ คันนี้เครื่อง 1500 พาขึ้นดอย 5 คน ได้รอดนะครับ สบายๆ เลย ระหว่างทางขึ้นก็มีละอองฝนปรอยๆ ขับไปได้สักครึ่งทางจะเห็นว่ามีหมอกบางๆ เป็นบางจุด และหนามากๆ จนไม่เห็นทางในหลายจุด ต้องระมัดระวังในการขับขี่นะครับสำหรับคนที่จะขับขึ้น ระหว่างทางก็จะเป็น หมอกบ้าง ละอองฝนบ้างครับ มีคนปั่นจักรยานขึ้น มีคนเดินขึ้น แน่นอนว่าไม่ใช่คนไทย ๕๕๕ คนนี้เจอโดยบังเอิญตอนลงถ่ายรูปครับ เขาบอกว่า ให้ช่วยถ่ายรูปให้ไหม แหม่ะ น้ำใจงามจริงๆ เลยชวนมาถ่ายภาพด้วยกันซะเลย แต่ไม่ได้ให้เขาติดรถขึ้นไปครับ เพราะในรถเต็มจริงๆ ไม่ได้แล้งน้ำใจน้า เกือบจะถึงยอดดอยแล้ววว แวะ กิ่วแม่ปาน สักหน่อย อากาศหนาวมากกกกกกกกกกก ยิ่งกว่าฤดูหนาวของ กทม. (ปล.ปิดให้ขึ้นชมตั้งแต่ มิ.ย.-ต.ค.) จุดนี้มีร้านอาหารด้วยนะครับ หมูปิ้ง คอหมูย่าง อะไรย่างมีหมดเลยครับ ปักหมุด ดอยอินทนนท์ ถึงสักที พอเปิดประตูรถเท่านั้นแหละ โอ้วววว หนาวจะอะไรจะขนาดนั้น หมอกลงแบบมองไม่เห็นทาง ๕๕๕ เหมือนจะมีฝนด้วย ไม่แน่ใจว่าเป็นน้ำค้างหรือเปล่า แต่เดินหัวเปียกกันทุกคนครับ แนะนำถ้าอยากฮิปส์เตอร์ให้ซื้อผ้ากันฝนสีๆ ไปถ่ายรูปด้วย ๕๕๕ เดินเล่นได้สักพักก็ทนความหนาวเหน็บไม่ได้ เอาดอกไม้ที่ซื้อมาไปไหว้ (ไม่แน่ใจว่าเค้าเรียกว่าอะไร) แล้วก็รีบขึ้นรถขับลงดอยกันครับ ระหว่างทางจะมีสถานที่ท่องเที่ยวให้ได้แวะเที่ยว มีเยอะพอสมควรครับ วันนี้พวกเราแวะกัน 2 ที่ มี หมู่บ้านแม่กลางหลวงที่ข้าวเพิ่งจะปลูกไปเอง และน้ำตกวชิรธาร เที่ยวดอยอิทนนท์เพลิน เดินไปถ่ายรูปไป เวลาก็ล่วงเลยไปประมาณ 4 โมงกว่าได้ครับ เดิมแพลนวันนี้ จะไปแกรนด์แคนยอนต่อ เลยรีบกินข้าวกันที่น้ำตก แล้วรีบขับมุ่งหน้าไปยังแกรนด์แคนยอนครับ แต่... มีแต่ครับ ฟ้าฝนช่างไม่เป็นใจ ได้กระหน่ำลงมาอย่างไม่เกรงใจพวกผมเลย ๕๕๕๕ พอเลี้ยวเข้าปากทางเข้าเท่านั้นแหละ ฝนกระหน่ำแบบ โอ๊ยยยย นี่ตั้งใจมามากนะเว้ยย แต่ด้วยฟ้าฝนไม่เอื้ออำนวย เลยตัดสินใจกลับเข้าเมืองครับ พอขับมาได้สัก 500 เมตร นั่นแหละ ฝนหยุดตกจ้า หึ่มมมม พรุ่งนี้ก็ได้ว้า ๕๕ เย็นนี้ไปพักใจกันที่ อ่างแก้ว มช. ก่อนก็ได้ นั่งกินลมชมวิวกันที่ อ่างแก้วแพรวพราวรื่นรมย์ เห็นเขาว่างั้น ๕๕๕๕ มานั่งได้สัก 10 นาที ฝนตกอีกแล้วครับท่านน T^T ตัดสินใจกลับที่พักมาชำระล้างร่างกาย เปลี่ยนชุด  กินข้าวเย็นนนกันเถอ หิวแล้วว ปิดจ็อบ day 1 เย้ๆๆ หลังจากอกหักมาจากแกรนด์แคนยอน และอ่างแก้วเพราะฝนตก กลับที่พักไปนอนทำสมาธิ ๕๕ ได้ข้อสรุปว่าจะไปหาอะไรกินที่ กาดหน้ามอ Day2 ตื่นเช้าแต่ไก่โห่ รีบปลุกพี่จี แล้วเหยียบรถขึ้นมาข้าวปลาไม่ยอมกิน ๕๕๕๕ กลัวไม่ทันอากาศดีๆ ๕๕๕ ใช้เวลาเดินทางจากในเมืองถึงม่อนแจ่ม ก็ราวๆ 45 นาทีได้ครับ ขึ้นมาถึงถือว่าคุ้มมากก มีอากาศดีๆ มีหมอกบางๆ  มีดอกไม้หลายๆชนิด มีผีเสื้อ มีภูเขา สวยมากก ใช้เวลาถ่ายรูป เดินเล่นสักพักก็ท้องร้องจ๊อกๆๆ พากันลงไปกินข้าวคับ กับข้าวข้างบนก็มีนะ แต่นศ.อย่างพวกเราไม่สู้จริงๆ แวะกินข้าวกินน้ำเสร็จ ขับรถลงดอยมาอีกนิด ระหว่างทางจะเป็น สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ที่นี่ ไม่ไกลจากม่อนแจ่มมาก สวยดี มีพืชทุกชนิดก็ว่าได้ บางชนิดยังปิดปรับปรุงอยู่นะครับ  ช่วงนี้อันนี้เขาไปเดินลอยฟ้ากันก็ปิดปรับปรุงอยู่นะ หลังจากชมนกชมไม้นานาพันธุ์ ก็ตกลงกันว่าเมื่อวานเราขาดไปที่นึง เรายังไม่ได้ไปเยือนแกรนด์แคนยอนเลย วันนี้ต้องไปให้ได้ ก็เลยรีบออกเดินทาง ๕๕๕ ถึงแล้ววว แกรนด์แคนยอนเชียงใหม่  ด้วยความคาดหวังว่าฝนจะไม่ตก มีลุ้นตลอดทาง มีครึ้มมาเล็กน้อย  แต่พอขับมาถึงโชคดีที่ฝนไม่ตก น่าเสียดายไม่ได้เอาชุดมาเปลี่ยนโดดน้ำ ปล.ฝรั่งเยอะมากกก หลังจากที่กินลมชมฝรั่ง เอ้ยยย ชมวิวที่แกรนด์แคนยอนเสร็จ เส้นทางเดียวกันขับรถเลยมาอีกสักพัก จะเจอกับ กับบ กับบบบบบ จะตื่นเต้นทำไม ? บ้านเก๊าไม้รีสอร์ท แวะถ่ายรูปกันเถอะะ  ก่อนเข้าแจ้งยามเขาก่อนนะครับ ปล.รูปประวัติศาสตร์มีรูปเดียวเท่านั้น นอกนั้นเผ่นนนนน ปิดทริป day 2 ครับ ภาคกลางคืน ท้องเริ่มร้อง เริ่มขับรถหาร้านอาหารพื้นเมือง ตกลงกันอยู่นานได้ข้อสรุปว่า ไปกินกันที่นิมมานครับ อยากบอกว่า วนหาที่จอดรถนานมากกก ถ้าจะไป รีบไปตอนเย็นๆ ได้ร้านต๋องเต็มโต๊ะ  พิกัด นิมมาน ซ.13 รอคิวยิ่งกว่า บอนชอนนะครับบอกเลย อาหารที่นี่อร่อยดีครับ มากันหลายๆคนจ่ายไม่กี่บาทเอง พอกินของคาวเสร็จ ของหวานต้องมาสิครับแหม่ะ ๕๕๕๕ แยกกระเพาะได้ดีงามมาก ร้านต่อไปเป็นร้านอ้อนนมสด หลังมช. ครับ มีขนมปังปิ้ง นึ่ง เปียก แห้ง อะไรก็ว่ากันไป พออิ่มแล้วก็กลับไปนอนนนน Day 3 วันนี้วันสุดท้ายแล้วของทริปนี้ วันนี้มีนัดคืนรถกับทางร้านเวลา 11.20 ครับ เลทให้ 2 ชม. ใจดีมากกกกกกก วันนี้ก็ตื่นสายนิดนึงไม่ได้ไปไหนไกลแล้วครับ ชวนกันว่าจะไปกินปาท่องโก๋ ซื้อของฝากกันที่กาดหลวง ปาท่องโก๋ไดโนเสาร์ บลาๆ ๕๕๕ รสชาติเป็นอย่างไร ไปชิมเอาเอง ที่กาดหลวง มาถึงที่นี่แล้วก็เลยแวะซื้อของฝากกลับบ้านด้วยเลย เย่ๆ กลับจากตลาดก็ได้เวลา คืนรถครับผมมม จากนี้ไปรถแดงเท่านั้น  กราบลาพี่จี ๕๕๕ วันนี้ไม่มีอะไรมากครับ เน้นสายชิว กลับมาจากตลาด ซื้อของเสร็จก็นอนพักผ่อนเอาแรง คืนรถ รับเงินประกันคืนก็เที่ยงกว่าๆ พอดี นี่คือสภาพหลังคืนรถแล้วครับ สำหรับคนที่มาเที่ยวแบบนี้หลายๆ คน แนะนำเช่ารถครับ  คิดว่าน่าจะดีกว่าเพราะว่าไปไหนสะดวกกว่ามากครับ จุดมุ่งหมายเที่ยงนี้ของพวกเราเป็น ร้านข้าวซอยนิมมาน ซอย 7 และ ไอเบอรี่ ซอย 17 ครับผม วันนี้พวกเราเลือกปิดทริป ที่ วัดพระสิงห์ และวัดปราสาท เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนกลับบ้าน เย้ๆ ไหว้พระกันเสร็จก็เย็นแล้วครับ ออกเดินทางตามหารถแดงไปเมย่า (MAYA) ซื้อของฝากให้พี่ยามกับป้าแม่บ้านที่หอ เย็นนี้กลับไปกินข้าวเย็นกันที่ร้านขายกับข้าวหน้าหอเลยครับ เสร็จก็เรียกรถแดงไปอาเขต กลับบ้านนนนนนน สรุปค่าใช้จ่ายตลอดทริปนี้ครับ ปิดทริป เชียงใหม่ (หน้าฝน) จะไปต้องได้ไป ในที่สุดทริปนี้ก็คลอดจนได้ กว่าจะได้มานี่ยากลำบากเหลือเกิน ๕๕๕๕ ลุ้นระทึกกับเคสบลาๆๆ แต่ช่างมันเถอะได้มาแล้วนี่นา ทริปนี้เรามาลุยกันที่เชียงใหม่ มาแบบงงๆ คิดแพลนก่อนมา 1 วัน กิกิ เค้าว่ากันว่าขึ้นดอยหน้าฝน ☔ เป็นอะไรที่ฟินมากๆ เลยอยากลองมาดูสักครั้ง ขอบคุณทุกคนน้าาา ที่มาด้วยกัน ขอบคุณที่ลุยไปด้วยกัน แม้บ้างที่มันลำบาก ๕๕๕ ไว้เราไปด้วยกันใหม่นะ C: #เชียงใหม่จะไปต้องได้ไป #ppnnfliveinchiangmai ขอบคุณรูปภาพ-ข้อมูล Facebook : Weerapon Baiya

เผยหมดเปลือก! คล็อปป์ เปิดใจเหตุตะเพิด ซาโก้ กลับ อังกฤษ
มามาดู ซาโก้ /  ลิเวอร์พูล / 

เปิดเผยสาเหตุกันไปเป็นที่เรียบร้อย! สำหรับเรื่องราวของ มามาดู ซาโก้ เซ็นเตอร์ฮาล์ฟมาดทะเล้นที่โดนสโมสรส่งกลับไปยังเมือง ลิเวอร์พูล จากแคมป์ซ้อมใน อเมริกา โดยล่าสุด เจอร์เกน คล็อปป์ ได้ยอมรับว่าแนวนับเลือดน้ำหอม ไม่เคารพกฏบางอย่างที่ตัวเขาตั้งไว้อยู่หลายครั้งหลายครา ทำให้ต้องตัดไฟแต่ต้นลม และจะกลับไปคุยกันอีกครั้งหลังจากทุกคนกลับไปยังลุ่มแม่น้ำเมอร์ซีย์ไซด์ บอสใหญ่ชาวเยอรมันวัย 49 ปี เปิดใจถึงเรื่องนี้ว่า "ผมต้องการสร้างความเป็นทีมที่นี่, เราทุกคนต้องเริ่มต้นใหม่เหมือนกันทั้งหมด" "เพราะฉะนั้นผมถึงคิดว่าการส่งเขากลับไป ลิเวอร์พูล เป็นเรื่องดีที่สุดในเวลานี้ หลังจากนั้น 8-10 วัน เมื่อทุกคนเดินทางกลับไป เราจะมาคุยกันเรื่องนี้อีกครั้ง แต่มันไม่ได้ซีเรียสอะไรขนาดนั้นหรอกนะ" "เขาเกือบพลาดเที่ยวบินที่เดินทางมายัง อเมริกา, เขาพลาดการซ้อม(เพราะเจ็บ)ไปหนึ่งครั้ง และมากินข้าวกับเพื่อนๆสายอีกหนึ่งรอบ. พวกเรามีกฏบางอย่าง และทุกคนต้องให้ความเคารพ. ถ้ามีบางคนฝ่าฝืน และมันทำให้ผมรู้สึกว่าเด็กคนนี้ไม่ให้ความเคารพ ผมจะต้องจัดการกับเรื่องนั้น" "ปฏิกริยาของ มามาดู หลังโดนส่งกลับ มันค่อนข้างเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ก็ไม่ถึงกับเลวร้ายอะไรขนาดนั้นหรอก. ผมพูดไปว่า เอ็งไม่ควรขัดระหว่างที่มีใครคนเดียวกำลังพูดอยู่ ก็เท่านั้น. อีกอย่างผมคิดว่าการพลาดการฝึกซ้อมไปหนึ่งครั้ง ก็เท่ากับคุณปล่อยผ่านไปแล้วหนึ่งเซสชั่น, เพราะแม้แต่บรรดานักเตะบาดเจ็บ ก็ต้องมีการฝึกซ้อมในอีกรูปแบบเหมือนกัน"

จีเนียสรีเทิร์น!แมวดำเปิดตัวมอยส์นั่งกุนซือแทนบิ๊กแซม
ซันเดอร์แลนด์ /  เดวิด มอยส์ / 

ซันเดอร์แลนด์ ประกาศแต่งตั้ง เดวิด มอยส์ เข้ามารับงานเป็นผู้จัดการทีมแทนที่ของ แซม อัลลาไดซ์ ที่ลาไปรับงานคุมทีมชาติอังกฤษโดยกุนซือชาวสกอตต์แลนด์ว่างงานนับตั้งแต่แยกทางกับเรอัลโซเซียดัด ได้กลับมาคุมทีมในพรีเมียร์ลีกอังกฤษอีกครั้งหลังจากที่เคยล้มเหลวกับการสือทอดตำแหน่งของเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ซึ่งมอยส์วัย 53 ปีจะเซ็นสัญญา 4 ปีในถิ่นสเตเดี้ยมออฟไลท์ “ผมเป็นเกียรติที่ได้ร่วมทีมซันเดอร์แลนด์ และจื่นเต้นกับโอกาสครั้งนี้มากๆ ผมหวังว่าจะสานงานต่อแม อัลลาไดซ์ ได้ดี” มอยส์กล่าวในวันเปิดตัว

“หม่ำ จ๊กม๊ก” ขอปั้น “จืด บดีกร” ขึ้นแท่นผู้กำกับ “อาม่า”
บดีกร โลหะชาละ /  หม่ำ จ๊กม๊ก / 

 “หม่ำ จ๊กม๊ก” ขอปั้น “จืด บดีกร” ขึ้นแท่นผู้กำกับ “อาม่า” ถือเป็นนักแสดงตลกที่มากมีความสามารถกำกับภาพยนตร์มาไม่รู้กี่เรื่อง มาปีนี้ หม่ำ จ๊กม๊ก ก็เห็นเป็นโอกาสอันดีที่จะปลุกปั้นผู้กำกับหน้าใหม่อย่าง จืด บดีกร โลหะชาละ ให้ขึ้นแท่นกุมบังเหียนกำกับภาพยนตร์ฮาสยองเรื่อง อาม่า เป็นครั้งแรก ทั้งนี้เพราะเจ้าตัวเห็นแววจากการร่วมงานกันในตำแหน่งผู้ช่วยผู้กำกับของเขานั่นเอง งานนี้นอกจากจะร่วมเป็นนักแสดงนำในภาพยนตร์แล้ว...หม่ำ จ๊กม๊กยังพูดถึงผู้กำกับใหม่ของเขาว่า “ผมก็ร่วมงานกับคุณจืดมาหลายเรื่องแล้วครับ เขาจะเป็นผู้ช่วยของผมมาโดยตลอด ตั้งแต่แหยม 2 ไล่ ๆ มาหลังจากนั้นก็ทำด้วยกันมาทุกเรื่องก็เป็นสิบปีแล้ว เค้าก็ทำงานโอเคเลยฮะ สะสมประสบการณ์มาตั้งนาน และนี่เป็นเรื่องแรกของเค้าที่ได้กำกับ เค้าเป็นคนขยัน มีความตั้งใจ มีความคิดสร้างสรรค์ ผมก็เลยอยากเห็นเค้ากำกับบ้าง ก็เลยแนะนำให้เค้าเข้าไปคุยกับเสี่ย นึกว่ามันไม่เอา มันเอาเว้ย (หัวเราะ) เออ ๆ ก็พาเข้าไปคุยกับเสี่ย เสี่ยก็ชอบ ให้ทำ ผมก็มีให้คำปรึกษาบ้าง ส่วนใหญ่จะเป็นมุกตลกมากกว่า ถ้าอยากได้แก๊กอะไรก็บอก จะได้ใส่ให้ ก็เอาบทมาดูและแนะนำว่าใส่แก๊กใส่มุกตรงนี้ได้นะ ‘อาม่า’ ก็เป็นหนังผีตลกดูง่าย ดูได้ทั้งครอบครัว หนังจะมีข้อคิดสอนใจด้วย ให้รักกัน สามัคคีกลมเกลียวกัน มีเรื่องราววุ่น ๆ ของพี่น้อง เรื่องราวเฮี้ยน ๆ ของผีให้มีสีสันความสนุกขึ้น ก็ถือว่าคลายเครียดด้วยแล้วก็ได้ข้อคิดด้วยครับ ก็อยากให้มาดูกัน ฝากหนังและผู้กำกับใหม่ของผมด้วยครับ” เตรียมฮาฮวงซุ้ยแตกกับ อาม่า วันที่ 25 สิงหาคมนี้ในโรงภาพยนตร์

เดือดร้อนถึงนาย!คอนเต้โร่ขอโทษหลังเชสเสียบโหดใส่คลาวาน
ตลาดซื้อขายนักเตะ /  ยูเวนตุส / 

อันโตนีโอ คอนเต้ นายใหญ่ของเชลซี ต้องออกมาขอโทษแทน เชส ฟาเบรกาส ลูกน้องในทีมที่ไปเสียบโหดใส่ รักนาร์ คลาวาน นักเตะของลิเวอร์พูลในเกมอุ่นเครื่อง โดยในศึกอินเตอร์เนชั่นแนลคัพ เชลซี เอาชนะ ลิเวอร์พูลไป 1-0 แต่ประเด็นที่พูดถึงอย่างมากหลังเกมคือการเสียบสกัดสุดโหดของเชส ฟาเบรกาส ที่ไปเสียบใส่ รักนาร์ คลาวาน กองหลังของลิเวอร์พูล จนโดนใบแดงไล่ออกจากสนาม ซึ่ง คอนเต้ ต้องรีบออกมาขอโทษขอโพยแทนลูกน้องถึงจังหวะเสียบโหดครั้งนี้ “ผมเสียใจและนักเตะของผมก็เสียใจต่อนักเตะของลิเวอร์พูลคนนั้น” คอนเต้กล่าวขอโทษขอโพย “ในตอนนั้นมันง่ายนะที่จะเข้าไปเสียบ แต่ผมรู้ว่า ฟาเบรกาสเป็นคนดี และเป็นเด็กดี และไม่ใช่พวกที่ชอบทำร้ายคู่แข่งแบบนั้น"

จาก The Woods สู่ BLAIR WITCH ภาคต่อหนังสยองตำนาน Found Footage
BLAIR WITCH /  The Blair Witch Project / 

หลังจากปล่อยตัวอย่างมาให้ชมกันพักใหญ่ ล่าสุดในงาน Comic-Con 2016 ทาง ไลออนส์เกต ผู้สร้างก็เผยข้อมูลใหม่ของ The Woods หนังสยองขวัญผลงานกำกับล่าสุดของ อดัม วิงการ์ด ที่เคยฝากฝีมือไว้ใน You're Next (2011) ว่าแท้จริงแล้ว นี่คือโปรเจ็กต์หนังภาคต่อ ของตำนานหนังสยองขวัญเรื่องดังในปี 1999 ที่จุดกระแสและปักหมุดหมายให้วงการหนังสยองขวัญ ในการเล่าเรื่องแบบ Found Footage อันสมจริงที่ส่งอิทธิพลมาจนถึงหนังหลากแนวในทุกวันนี้ https://www.youtube.com/watch?v=girSv9UH_V8&feature=youtu.be BLAIR WITCH คือชื่อใหม่อย่างเป็นทางการของหนังเรื่องนี้ โดยหนังเล่าเรื่องในอีก 20 ปีต่อมาของ The Blair Witch Project (1999) ว่าด้วยกลุ่มนักศึกษาภาพยนตร์ ที่ร่วมกันเดินทางเพื่อตามหาความจริงของพี่สาวหนึ่งในสมาชิกกลุ่ม ที่หายตัวไปพร้อมเพื่อนซึ่งเชื่อกันว่าพวกเธอโดนดีจากแม่มดในป่าลึกลับแห่งนี้ โดยวิงการ์ดกล่าวถึงการใช้ชื่อใหม่ที่บ่งบอกถึงเรื่องราวที่ต่อเนื่องจาก The Blair Witch Project ว่า “The Woods คือชื่อตอนที่เราใช้ทำงานครับ ตอนที่พวกเราเริ่มต้นเซ็นสัญญาทำงาน เรารู้ว่าสุดท้ายชื่อจะต้องได้รับการเปลี่ยนแปลงในที่สุด และสำหรับทางเราแม้จะไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับส่วนหนึ่งของการทำการตลาด แต่ผมก็คิดว่าไลออนส์เกตนั้นได้ตัดสินใจอย่างชาญฉลาดจริงๆ กับกระบวนการแบบนี้ครับ” โดย The Blair Witch Project (1999) ผลงานกำกับของ เดเนียล มายริค แลละ เอดูอาร์โด ซานเซส เป็นหนังสยองขวัญที่ทำตัวเสมือนวิดีโอไวรัลยุคแรกๆ ด้วยการปล่อยข่าวลือถึงการหายตัวไปอย่างลึกลับในป่าของ 3 นักศึกษา ก่อนจะโปรโมทว่า นี่คือ "ฟุจเตจซึ่งถูกค้นพบ" ในป่า จนหนังสร้างกระแสฮือฮา ก่อนทำเงินในบ็อกซ์ออฟฟิศไปกว่า 248 ล้านเหรียญ จากทุนสร้างเพียง 6 หมื่นเหรียญเท่านั้น กลายเป็นหนังอินดี้ที่ประสบความสำเร็จ (ทำกำไร) สูงสุดตลอดกาลมาจนถึงวันนี้ https://www.youtube.com/watch?v=a_Hw4bAUj8A ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine