ป่าดงดิบ

เพชรพระอุมา นวนิยายในตำนานที่มีความยาวมากที่สุดในโลก
ที่สุดในโลก /  นิยาย

เพชรพระอุมา เป็น นวนิยายแนวผจญภัยที่มีขนาดความยาวมากที่สุดในประเทศไทย และนับว่าเป็น นวนิยายที่มีความยาวมากที่สุดในโลก ใช้ระยะเวลาในการประพันธ์ยาวนานกว่า 25 ปี โดยพนมเทียนเริ่มต้นการประพันธ์เพชรพระอุมาในวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ.2507 และสิ้นสุดเนื้อเรื่องทั้งหมดในวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ.2535 รวมระยะเวลาในการประพันธ์ทั้งสิ้น 25 ปี 7 เดือน กับ 2 วัน บทประพันธ์โดย พนมเทียน ซึ่งเป็นนามปากกาของ นายฉัตรชัย วิเศษสุวรรณภูมิ ตีพิมพ์เป็นตอน ๆ ในหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ และตีพิมพ์ต่อเนื่องในหนังสือพิมพ์รายวัน  เพชรพระอุมา ถูกนำมาตีพิมพ์ฉบับรวมเล่มซ้ำใหม่หลาย ๆ ครั้งในรูปแบบของพ็อกเก็ตบุ๊ค จำนวน 48 เล่ม โดยสำนักพิมพ์ ณ บ้านวรรณกรรม ลิขสิทธิ์โดยพนมเทียน (เดิมเป็นชนิดปกแข็งจำนวน 53 เล่ม แต่ละเล่มมีความหนาประมาณ 33 ยก หรือ 16 หน้ายก และเมื่อนำมารวมกันทั้งหมดจะมีความหนาประมาณ 1,749 ยก แบ่งเป็นสามภาคได้แก่ ภาคแรก จำนวน 24 เล่ม ภาคสอง จำนวน 15 เล่ม และ ภาคสาม จำนวน 14 เล่ม แต่ปัจจุบันได้รวบรวมเนื้อหาในแต่ละภาคและลดลงคงเหลือเพียงแค่ 48 เล่ม) แบ่งเป็นสองภาคคือภาคแรก จำนวน 24 เล่ม 6 ตอน ภาคสมบูรณ์ จำนวน 24 เล่ม 6 ตอน ตีพิมพ์ฉบับรวมเล่มครั้งแรกในปี พ.ศ.2538 ครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ.2541 ทำการปรับปรุงต้นฉบับเดิมพร้อมกับตีพิมพ์ครั้งที่ 3 ในปีพ.ศ.2544 ตีพิมพ์ครั้งที่ 4 ซึ่งเป็นครั้งล่าสุดในปี พ.ศ.2547 โดยเนื้อเรื่องต่าง ๆ ของเพชรพระอุมานั้น พนมเทียนได้นำเค้าโครงเรื่องมาจาก คิง โซโลมอน'ส มายน์ส (King Solomon's Mines) หรือ สมบัติพระศุลี นวนิยายของเซอร์แฮนรี่ ไรเดอร์ แฮกการ์ด (H. Rider Haggard) ที่ผจญภัยในความลี้ลับของป่าดงดิบภายในทวีปแอฟริกา นี่เป็นส่วนหนึ่งของตอนในภาคที่2 ( นี่เป็นเล่มแรกในเรื่องเพชรพระอุมาซึ่งมีการปรับปรุงภาพหน้าปก) ภาพเก่าๆเมื่อยังเป็นหนังสมัยเมื่อนานมาแล้ว และนี่เป็นปกในยุคแรกๆ จุดเริ่มต้นของ เพชรพระอุมา นวนิยายในตำนานที่มีความยาวมากที่สุดในโลก  พนมเทียนเริ่มต้นการเขียนเพชรพระอุมาในปี พ.ศ.2507 โดยตกลงทำข้อสัญญากับสำนักพิมพ์ผ่านฟ้าพิทยา (ซึ่งปัจจุบันสำนักพิมพ์ผ่านฟ้าพิทยา ได้ยุติกิจการไปแล้ว) ในการเขียนนวนิยายแนวผจญภัยในป่าจำนวนหนึ่งเรื่อง โดยมีข้อกำหนดความยาวของนวนิยายเพียงแค่ 8 เล่มจบเท่านั้น แต่กลับได้รับความนิยมอย่างล้นหลามทำให้ต้องเขียนเพชรพระอุมาเพิ่มเติมต่อจน ครบ 10 เล่ม และขอยุติการเขียนตามข้อสัญญาแต่ทางสำนักพิมพ์ผ่านฟ้าพิทยายังไม่อนุญาตให้พนมเทียนยุติการเขียน และได้ขอร้องให้เขียนเพิ่มเติมต่ออีก 5 เล่ม แต่หลังจากเขียนเพิ่มได้ไม่นานก็ได้มีการตอบรับจากผู้อ่านมากมายจนต้องเขียนเพิ่ม จนเขียนมาหลายตอนแต่หาตอนลงจบเรื่องไม่ได้ ในที่สุดเรื่องราวทั้งหมดจึงสามารถจบลงได้ในปี พ.ศ.2533 ต้นแบบของโครงเรื่อง พนมเทียนนำเอาความรู้ความชำนาญในการเดินป่า การดำรงชีวิตและการล่าสัตว์จากประสบการณ์จริงของตนเอง มาเป็นพื้นฐานในการเขียนนวนิยายเรื่องเพชรพระอุมา โดยเค้าโครงเรื่องและส่วนประกอบต่าง ๆ ได้นำมาจากเรื่องเล่าขานและสิ่งที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากนักท่องไพรรุ่น อาวุโส หรือเรื่องเล่ารอบกองไฟของพรานพื้นเมืองต่าง ๆ เพชรพระอุมาถูกนำมาตีพิมพ์ซ้ำหลายครั้งโดยสำนักพิมพ์ต่าง ๆ ปัจจุบันตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ ณ บ้านวรรณกรรม ลิขสิทธิ์โดยพนมเทียน แบ่งการตีพิมพ์เป็นสองครั้งด้วยกัน โดยตีพิมพ์ครั้งแรก 48 เล่ม ภาคแรกจำนวน 24 เล่ม 6 ตอน และภาคสมบูรณ์ 24 เล่ม 5 ตอน ดังนี้ ภาคแรก ตอน ไพรมหากาฬ จำนวน 4 เล่ม ตอน ดงมรณะ จำนวน 4 เล่ม ตอน จอมผีดิบมันตรัย จำนวน 4 เล่ม ตอน อาถรรพณ์นิทรานคร จำนวน 4 เล่ม ตอน ป่าโลกล้านปี จำนวน 4 เล่ม ตอน แงซายจอมจักรา จำนวน 4 เล่ม ภาคสมบูรณ์ ตอน จอมพราน จำนวน 4 เล่ม ตอน ไอ้งาดำ จำนวน 5 เล่ม ตอน นาคเทวี จำนวน 5 เล่ม ตอน แต่ปางบรรพ์ จำนวน 5 เล่ม ตอน มงกุฎไพร จำนวน 5 เล่ม และตีพิมพ์ครั้งปัจจุบัน 48 เล่ม ภาคแรกจำนวน 24 เล่ม 6 ตอน และภาคสมบูรณ์ 24 เล่ม 6 ตอน ดังนี้ ภาคแรก ตอน ไพรมหากาฬ จำนวน 4 เล่ม ตอน ดงมรณะ จำนวน 4 เล่ม ตอน จอมผีดิบมันตรัย จำนวน 4 เล่ม ตอน อาถรรพ์นิทรานคร จำนวน 4 เล่ม ตอน ป่าโลกล้านปี จำนวน 4 เล่ม ตอน แงซายจอมจักรา จำนวน 4 เล่ม ภาคสมบูรณ์ ตอน จอมพราน จำนวน 4 เล่ม ตอน ไอ้งาดำ จำนวน 4 เล่ม ตอน จิตรางคนางค์ จำนวน 4 เล่ม ตอน นาคเทวี จำนวน 4 เล่ม ตอน แต่ปางบรรพ์ จำนวน 4 เล่ม ตอน มงกุฎไพร จำนวน 4 เล่ม เนื้อหาดัดแปลงโดย: คุณหญิงแหม่มเมืองนอก

ปาปัวฯ ระส่ำ ทั้งแผ่นดินไหว และเครื่องบินตก
ปาปัวนิวกินี /  เครื่องบินตก / 

สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือ "ยูเอสจีเอส" ว่า เกิดแผ่นดินไหวทางตะวันออกของปาปัวนิวกินี วัดความรุนแรงได้ที่ระดับ 6.7 เบื้องต้นยังไม่พบรายงานความเสียหาย และไม่มีการประกาศเตือนภัยคลื่นสึนามิ ขระเดียวกันเพียงไม่กี่ชชั่วโมงก่อนหน้านั้น ได้เกิดอุบัติเหตุเครื่องบินโดยสารขนาดเล็กแบบ 2 ใบพัดของสายการบินแอร์ไลน์ส พีเอ็นจี ของปาปัวนิวกินี ประสบอุบัติเหตุตกลงกลางป่าดงดิบอันห่างไกลทางตอนเหนือของประเทศขณะออกเดินทางไปยังเมืองมาดัง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตทันที 28 ราย แต่มีผู้รอดชีวิตราวปาฏิหาริย์ 4 ราย เบื้องต้นคาดว่า สภาพอากาศที่เลวร้ายเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมครั้งนี้ Mthai News เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com

จูบ ไม่เป็น... เซ็กส์ หมดสนุก!!
sex /  xxx / 

จูบ ไม่เป็น... เซ็กส์ หมดสนุก!! " จูบ " เป็นการกระทําระหว่างคู่รักที่แสนโรแมนติก แสนวิเศษ แสนเซ็กซี่ แต่ก็น่ารังเกียจได้เช่นกัน ไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่า "ผู้ชายจูบไม่เป็น" อีกแล้ว ไม่ว่าเขาจะปลุกอารมณ์ของคุณด้วยวิธีอื่นๆ ไม่ว่าเขาจะเก่งเทคนิคบนเตียงขนาดไหน นี่คือวิธีการ จูบ ไม่ได้เรื่องที่สุดที่ผู้หญิงสรุปเอาไว้   "นักบุกทะลวง" : เขาทะลวงลิ้นลงในคอของคุณลึกเกินไป ลิ้นของเขาไม่อยู่นิ่ง แต่ตวัดซ้ายทีขวาที หมุนวนข้างใน ชอนไชซอกฟันและเหงือกของคุณ จนน่าจะเป็นอาชีพเป็นผู้ตรวจสอบสํารวจช่องปากดีกว่า   "พนักงานทําความสะอาด" : หน้าของคุณเปียกโชก เพราะผู้ชายคนนี้ไม่ได้กําลังจูบ เขากําลังทําความสะอาดหน้าของคุณ ถ้าคุณปล่อยให้เขาทําต่อไปเรื่อยๆ คุณจะพบว่าตามใบหน้าและส่วนอื่นๆ ของร่างกายแสบแดง   "ปากตายด้าน" : ปากของเขาจะด้านชาไร้ชีวิตชีวา ก็เพราะปากของเขาเกาะกุมปากของคุณอยู่อย่างนั้นโดยไม่เคลื่อนไหวเลย สงสัยเขาคงคิดว่าคุณกําลังขาดอากาศหายใจอยู่แน่ๆ เขาก็แค่ทับปากคุณ เพราะคิดว่าคุณต้องการให้เขาช่วยผายปอด   "จ๊วบจ๊าบ" : คุณอาจนึกว่าตัวเองอยู่ในป่าดงดิบ แต่ที่แท้มันดังมาจากปากของเขา แล้วคุณจะจดจ่อกับเซ็กส์ได้อย่างไร เมื่ออยู่ท่ามกลางซาวด์เอฟเฟคท์ก้องแบบนี้? ส่วนนักจูบที่เลวร้ายที่สุดคือประเภทไหนน่ะหรือ?  คําตอบคือผู้ชายที่ไม่จูบคุณเลยมากกว่า ขอบคุณที่มาบทความจาก women.thaiza.com

เรื่องลับเสียวๆ ของหนุ่ม 12 ราศี
ผู้ชาย /  เคล็ดลับ / 

เรื่องลับเสียวๆ ของหนุ่ม 12 ราศี .....คุณสาวๆ เคยสังเกตกันบ้างไหมคะว่า หนุ่มติสท์ทั้งหลายมักจะเกิดในช่วงของราศีธนู ส่วนพวกหนุ่มออฟฟิศมาดดี ก็มักจะเกิดในราศีสิงห์ คุณสาวๆ women.mthai เชื่อกันไหมคะว่า "ราศี" นั้นมีผลกับบุคลิก ความชอบหรือไม่ชอบ แต่ถ้าหากว่าอยากรู้ "เคล็ดลับ" พิชิตใจหนุ่มทั้ง 12 ราศี ก็มาดูกันเลยค่ะ... ... หนุ่มราศีมังกร มาดสุขุมนุ่มลึก ดูเป็นคนฉลาด เป็นพวกรักแล้วรักเลย ไม่ค่อยเปลี่ยนใจมีรักครั้งใหม่ เว้นเสียแต่คนรักเค้าจะแอบไปมีคนอื่น เค้าก็หันหลังให้แบบไม่มีวันกลับมาเหมือนเดิมเด็ดขาด X-tip : ขยับตัวเข้าไปเบียดเขา และยื่นหน้าไปใกล้ๆ ใช้ปลายลิ้นแตะที่ติ่งหู เป่าลมหายใจเบาๆ ที่ซอกคอ จนเขาหันมาจูบคุณ คาวนี้ล่ะคุณจะต้องใช้ริมฝีปากจูบด้วยความนุ่มนวล แต่...ใช้ลิ้นชอนไชเข้าไปในปากอย่างเร้าร้อน และสุดท้าย คุณจะต้องเป็นสาวปากเก่งขั้นเทพ ด้วยการใช้ปากทำออรัลให้เขา แบบที่เขาแทบกลั้นที่จะหลั่งน้ำแห่งความสยิวเอาไว้ไม่อยู่กันไปเลย ... หนุ่มราศีกุมภ์ อารมณ์คาดเดายาก หาความแน่นอนไม่ค่อยได้ ชอบความอิสระ ขี้สงสาร เขาเป็นคนรักที่เหมือนเพื่อน จนความโรแมนติกแทบขาดหายไป คุณต้องทำตัวเป็นเพื่อนเพื่อเปิดอกคุยกับเขาได้ทุกเรื่อง X-tip : แอบมีความพิศดารคาดไม่ถึง ขอเพียงคุณเปิดใจรับ เขาอาจจะเอ่ยปากชวนคุณร่วมรักด้วยการ ช่วยกันแบบสยิวด้วยมือขยันทั้งสองฝ่าย ที่สำคัญเขาเป้นปรมาจารย์ดัชนีพิฆาตตัวพ่อ เอาเป็นว่าสาวๆ ไม่ผิดหวังในคุณภาพอย่างแน่นอน ... หนุ่มราศีมีน ร่าเริง สดใส ดูมีชีวิตชีวา สบายๆ เข้ากับคนรอบข้างได้ง่าย แต่หนุ่มราศีมีนมักจะเป็นหนุ่มที่มีความเจ้าชู้ แบบที่เขาไม่รู้ตัว แต่ความน่ารักของเขา คือความใส่ใจสม่ำเสมอกับคนรัก คุณต้องทำโรแมนติกใส่เขาให้มากๆ แล้วเค้าจะโทรรายงานคุณเอง โดยที่คุณไม่ต้องไปจู้จี้กับเขาเลย X-tip : เขาชื่นชอบความตื่นเต้น ขณะที่เพื่อนกำลังชุลมุนอยู่ในงานปาร์ตี้ คุณสะกิดชวนเขาเข้าไปในห้องน้ำ หรือห้องครัวที่เป็นมุมสงบ แล้วเอาหลังพิงกำแพง จูบเขาอย่างดูดด่ำและใช้มือบีบรัดแท่งอาวุธของเขาด้วย จากนั้นให้คุณหันหลังเอาหน้าเข้าหากำแพง แล้วดันน้องชายของเขาเข้าสู่ถ้ำของคุณ ให้เขารับรู้ถึงไฟปรารถนาอันเร้าร้อนของคุณ ... หนุ่มราศีเมษ เป็นหนุ่มสังคม ชอบเฮฮาปาร์ตี้ ถ้าคิดจะคบใคร จะรับไม่ได้กับการต้องเป็นฝ่ายโดนทิ้ง เขาเป็นหนุ่มขี้หึงชนิดที่เก็นอาการไม่ค่อยอยู่สักเท่าไหร่ X-tip : เขารักมากกับท่าด๊อกกี้ ที่ดันแท่งอาวุธของเขาเข้าไปที่บั้นท้ายของคุณ ขอเพียงคุณเป็นฝ่ายรับที่เข้มแข็ง และส่งเสียงกระเส่าโหยหวนตามจังหวะให้ได้อารมณ์ เพราะท่านี้ มันจะทำให้เขาบรรเลงเพลงรักให้คุณได้เสียว เนิ่นนานจนคุณเองไม่ต้องขอยกสอง ... หนุ่มราศีพฤษภ เป็นคนที่มีความอบอุ่นหนักแน่น สุขุม เยือกเย็น เป็นคนค่อนข้างติดบ้าน จนบางครั้งดูเป็นคนน่าเบื่อ X-tip : เขาจะเป็นปลื้มเรื่องเซ็กส์ ด้วยกลิ่นความหอมแนวลาเวนเดอร์ ผ่อนคลายและเสื้อยืดบางเบาตัวเดียวบนตัวคุณสาวๆ นั่งดูหนังในห้องนั่งเล่น เอาหัวซบไหล่แล้วค่อยเลื้อยขยับตัว ถูไปมาเนียนัวบนตัว เพื่อกระตุ้นอารมณ์เขา หลังจากนั้นก็กระโดดโยกย้าย ไปมาปรนเปรอบนตัวเขา จนคุณสาวๆ อาจได้ยินเสียงครางจากพ่อหนุ่มแบบเบาๆ มาเป็นระยะๆ ... หนุ่มราศีเมถุน เป็นหนุ่มที่มีมนุษย์สัมพันธ์ดี เลิศบรรเจิดมาก เขาชอบสาวที่ดูฉลาด ไม่ชอบผู้หญิงแนวสวยใสแต่ไร้สมอง วิธีมัดใจเขา คุณแค่เป็นสาวรักตัวเอง ทำงานเก่ง มีความรับผิดชอบ แค่นี้เขาก็หนีไปไหนไม่รอดแล้ว X-tip : โยนความอายไว้ข้าวหลัง แล้งลองเอาน้ำผึ้งค่อยๆ ทาบนตัวเขาที่หน้าอก แล้วคุณสาวๆ ลองใช้ลิ้นเลียไปให้ทั่วจนถึงเบื้องล่างแล้วรัวลิ้นให้ทั่ว แล้วตวัดไปที่ลูกตุ้มสองใบ หลังจากนั้นใช้ปากและลิ้นดูดดื่มแท่งอาวุธของเขาจนเขาทนแทบไม่ไหว หลั่งน้ำรัก ใส่ปากให้คุณกลืนกิน ... หนุ่มราศีกรกฏ ดูเป็นหนุ่มหัวโบราณ รักบ้าน รักสัตว์ ชอบทำอาหาร แต่เขาต้องการความรักที่จริงใจและมีอนาคตร่วมกัน หากว่าไม่ใช่แล้วเขาจะรีบตัดสินใจเลิกได้อย่างง่ายดาย X-tip : ปล่อยตัวให้เขาลากคุณไปที่ขอบเตียง แล้วให้เขายกขาของคุณพาดไว้ที่ไหล่ทั้งสองข้าง เพื่อให้เขากระแทกแท่งอาวุธอย่างเต็มอารมณ์ และคุณสาวๆ อาจเติมรสชาติด้วยการส่ายสะโพกเด้งรับไปมา ให้อารมณ์ฝังลึกจนเสียวสะท้านไปทั้งคู่ ... หนุ่มราศีสิงห์ ดูดีมีสไตล์ทุกองศา พูดจาตรงไปตรงมา ชอบงานสังคม ภายนอกอาจดูเจ้าชู้ แต่ลึกๆ แล้ว เค้าต้องการคนที่เข้าใจและทำให้เขาหัวเราะได้ X-tip : แนบร่างเปลือยเปล่าของคุณทั้งคู่เข้าหากัน ใต้ฝักบัวน้ำไหลรินรดตัวคุณทั้งสอง แล้วนัวเนียคลอเคลียร่างทั้งสองให้เสมือนใกล้เป็น อันหนึ่งอันเดียวกัน แล้วหลังจากนั้นแกล้งก้มลงทำเป็นเก็บสบู่ เปิดช่องให้เขาบรรเลงรักจังหวะสุดท้ายต่อจนจบ ... หนุ่มราศีกันย์ เป็นหนุ่มที่มีความคิดความอ่านเป็นผู้ใหญ่เกินตัว พูดจาอ่อนโยน ไม่ชอบการทะเลาะหรือเสียงดังโวยวาย รับไม่ได้ ถ้าแฟนสาวมีนิสัยช่างขอ ชอบต่อรอง งอแง เป็นเด็กๆ คุณจะต้องเป็นสาวที่มีความเป็นตัวของตัวเอง พูดจาสุภาพ X-tip : บีบนวดท้ายทอยของเขาเบาๆ โดยใช้ใบหน้าช่วยบีบนวดแผ่นหลังของเขาไปด้วย จากนั้นค่อยๆ เลื่อนมือมาช่วยให้เขาตื่นตัว สลัดความตึงเครียดออกไป พอเครื่องร้อนจึงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเขา เพราะเขาชอบทำให้คนรักในช่องทางสนามรักปกติ แต่เนินนานตราบเท่าที่คุณพอใจ แล้วจึงปลดปล่อยของเขาออกมา ... หนุ่มราศีตุล หนุ่มราศีนี้โรแมนติกตัวพ่อ เวลามีความรักจะเป็นคนอารมณ์ดี ยิ้มแย้ม ไม่ค่อยโกรธใคร แพ้ทางออดอ้อนออเซาะ แบ๊วๆ อย่างไม่น่าเชื่อ แต่คุณสาวๆ จะต้องแต่งตัวให้ดูดีอยู่เสมอ ไม่ปล่อยตัวให้ดูโทรม เพราะมันจะทำให้เขารู้สึกว่าขนาดตัวคุณยังไม่ดูแล แล้วจะไปดูแลใครได้ X-tip : โยกย้ายส่ายสะโพกบนตักเขาด้วยการที่คุณนั่งหันหลัง แล้วให้มือเขามาจับคลึงอยู่ที่หน้าอกของคุณ ขณะนุ่งดูซีรี่ส์เรื่องโปรด แบบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นัวเนียจนเสร็จภารกิจก็นอนกอดอยู่หน้าทีวีจนหลับกันไปด้วยความอบอุ่นปนเสียวกันทั้งคู่ ... หนุ่มราศีพิจิก เขาเป็นพวกรักจริงหวังแต่ง ดังนั้นเขาจึงรับไม่ได้ที่คุณสาวๆ มีเพื่อนสนิทเป้นหนุ่ม ถึงแม้รู้ว่าแค่เพื่อน เขาก็อดหึงหวงไม่ได้ X-tip : สร้างความคาดไม่ถึงด้วยกิจกรรม "in car in love" ปรับเบาะเก้าอี้ให้เอนลง ยกขาคุณขึ้นที่บ่าเขา จับมือเขามาทะลวงป่าดงดิบ ให้เกิดอารมณ์เสียวปนเสียงกระเซ่า จนเขาแทบทนไม่ไหว แล้วคว้ามือเขามาขบนิ้ว พร้อมร้องควรญครางให้เขาตื่นเต้นยิ่งขึ้น เหมือนเด็กวัยรุ่นที่เพิ่งได้ใกล้ชิดกัน แต่ยังไม่ได้เสียกันง่ายๆ ... หนุ่มราศีธนู ช่างคิดช่างหวัง รักการเดินทาง เวลามีแฟนเอาใจเก่งอย่างไม่น่าเชื่อ เขาจะรับไม่ได้ที่คุณแต่งหน้าตลอดเวลา เพราะเขาต้องการความเป้นธรรมชาติ ชอบคนที่ดูแลตัวเอง X-tip : คุณสาวๆ ต้องเป็นฝ่ายรุก เหมือนเป็นแม่เสือสาวนักล่า จับลำเรือของเขาล่องแล่นไปในธารน้ำไหลเชี่ยวของคุณ หลังจากนั้นคุณก็เป็นฝ่ายควบคุมจังหวะแบบหนักแน่น บดขยี้ล้ำลึกเหมือนควงสว่านเจาะให้ถึงแก่นบ่อน้ำ จากเชื่องช้าเข้าๆ ออกๆ โดยจัดไปเต็มความรู้สึก ทั้งน้ำเสียงและลีลาเวลาอยู่บนตัวเขา... .

สถานที่ท่องเที่ยว จังหวัดเชียงใหม่
ที่เที่ยวเชียงใหม่ /  สถานที่ท่องเที่ยว

อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ แต่ เดิมดอยอินทนนท์มีชื่อว่า "ดอยหลวง" หรือ "ดอยอ่างกา" ดอยหลวง หมายถึงภูเขาที่มีขนาดใหญ่ ส่วนที่เรียกว่าดอยอ่างกานั้น มีเรื่องเล่าว่า ห่างจากดอยอินทนนท์ไปทางทิศตะวันตก 300 เมตร มีหนองน้ำอยู่แห่งหนึ่งลักษณะเหมือนอ่างน้ำ แต่ก่อนนี้มีฝูงกาไปเล่นน้ำกันมากมาย จึงเรียกว่า อ่างกา ต่อมาจึงรวมเรียกว่า ดอยอ่างกา ดอยอินทนนท์ นี้เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัยซึ่งพาดผ่านจากประเทศ เนปาล ภูฐาน พม่า และมาสิ้นสุดที่นี่ สิ่งที่น่าสนใจของดอยนี้ไม่เพียงแต่เป็นยอดดอยที่สูงที่สุดในประเทศด้วยความ สูง 2,565 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลางเท่านั้น แต่สภาพภูมิประเทศและสภาพป่าที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นป่าดงดิบ ป่าสน ป่าเบญจพรรณ และอากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งปีโดยเฉพาะในฤดูหนาวจะมีหมอกปกคลุมเกือบทั้งวัน และบางครั้งน้ำค้างยังกลายเป็นน้ำค้างแข็ง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเสน่ห์ดึงดูดให้มีผู้มาเยือนที่นี่อย่างไม่ขาดสาย การเดินทาง ระยะทางจากตัวเมืองขึ้นไปจนถึง ยอดดอยอินทนนท์ประมาณ 106 กิโลเมตร ออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปตามทางหลวงหมายเลข 108 เชียงใหม่-จอมทอง ถึงหลักกิโลเมตรที่ 57 ก่อนถึงอำเภอจอมทอง 1 กิโลเมตร แยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 1009 สายจอมทอง-อินทนนท์ ระยะทาง 48 กิโลเมตรถึงยอดดอยอินทนนท์ เป็นถนนลาดยางอย่างดีแต่ทางค่อนข้างสูงชัน รถที่นำขึ้นไปจะต้องมีสภาพดี ผู้ที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัวสามารถนั่งรถสองแถวสายเชียงใหม่-จอมทองบริเวณประตู เชียงใหม่ จากนั้นขึ้นรถสองแถวที่หน้าวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหารหรือที่น้ำตกแม่กลาง ซึ่งจะเป็นรถโดยสารประจำทางไปจนถึงที่ทำการอุทยานฯตรงหลักกิโลเมตรที่ 31 และหมู่บ้านใกล้เคียง แต่หากต้องการจะไปยังจุดต่าง ๆ  ต้องเหมาไปคันละประมาณ 800 บาท อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวตั้งอยู่บริเวณ กิโลเมตรที่ 9 ของเส้นทางหมายเลข 1009 มีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำ และมีนิทรรศการเกี่ยวกับธรรมชาติ สัตว์ป่า และอื่น ๆ บริเวณที่ทำการมีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม สำรองที่พักล่วงหน้าอย่างน้อย 1 อาทิตย์ที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ โทร. 0 2562 0760 หรือ เว็บไซต์ www.dnp.go.th  อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ โทร. 0 5335 5728, 0 5331 1608, เว็บไซต์ www.doiinthanon.com ดอยม่อนจอง ดอยม่อนจอง อยู่ในเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าอมก๋อย อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่่ จากเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 108 แล้วแยกซ้ายจาก อ.ฮอด เข้าทางหลวงหมายเลข 1099 ไปจนถึงตัว อ.อมก๋อย และตรงต่อไปตามทางหลวง 1099 ประมาณ 40 กิโลเมตร จะพบกับศูนย์รักษาพันธ์สัตว์ป่า หน่วยมูเซอ จากจุดนี้ต้องขออนุญาติเจ้าหน้าที่ ติดต่อไกด์นำทางรวมถึงลูกหาบเพื่อที่จะนำสัมพาระ อาหาร น้ำดื่มน้ำใช้ อย่างต่ำ 3 วัน 2 คืน ถึงจะมีเวลาพอที่จะเดินชมธรรมชาติแบบไม่ต้องเร่งรีบ และไม่เหนื่อยไปเสียก่อน จุดที่น่าสนใจของดอยม่อนจองคือ เป็นดอยที่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,929 กม. สันดอยที่มีลักษณะแปลกๆ ราวกับว่าเป็นกำแพงจีน (เมืองไทย) กับทุ่งหญ้าสีทองยามแสงแดดส่อง กุหลาบพันปีที่โด่งดัง โชคดีจะได้เห็นกวางผา หรือเรียกม้าเทวดาในถิ่นนี้ด้วย อีกหลายอย่างระหว่างทางจะได้พบเห็นนกหลายชนิดและดอกไม้ป่านานาพันธ์ การเดินเท้า ระยะทางประมาณ 4 กิโล ทั้งป่าทึบ ป่าโปร่ง สันเขาลาดชัน ควรเริ่มต้นตั้งแต่เช้าเพราะจะใช้เวลาเดิน 3-6 ชั่วโมงแล้วแต่ว่าจะเดินสบายๆหรือแข่งเอาโล่ จนกว่าจะถึงจุดพัก ซึ่งบางครั้งก็ต้องใช้ดวงในการหาพื้นที่ที่ถูกใจในการกางเต้นท์ ใต้ดงป่าใม้เชิงดอย ปลอดจากลมหนาวที่พัดกระหน่ำหนาวบนสันดอย ความสวยงามหลังจากข้ามคืนแรกในความเหน็บหนาวก็จะมาถึงครับ ช่วงเวลา ที่สามารถท่องเที่ยวได้ จะเริ่มแค่ต้นเดือน พ.ย. จนถึงประมาณกลางเดือน ก.พ. เท่านั้น เพราะอะไรไม่บอกครับ ต้องลองไปถามเจ้าหน้าที่เหรือคนนำทางเอง จะได้ตื่นเต้น ^^ สิ่งที่ต้องเตรียมในการเดินป่า พักบนดอยอันเหน็บหนาว คงจะพอทราบกันนะครับ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงาน ททท. ภาคเหนือ เขต1 โทร. 0-5324-8604, 0-5324-8607, 0-5324-1466  ดอยฟ้าห่มปก ดอยฟ้าห่มปก หรือ ชื่อเดิม ดอยผ้าห่มปก ตั้งอยู่ที่อุทยานดอยฟ้าห่มปก จังหวัดเชียงใหม่ สูงจากระดับน้ำทะเล 2,285 เมตร เป็นดอยที่มีความสูงเป็นอันดับ 2 ของประเทศไทย มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี มีเมฆหมอกปกคลุมบริเวณยอดดอย มีนกและผีเสื้อที่น่าสนใจ อุทยานแห่งชาติจะทำการปิดบริเวณยอด ดอยผ้าห่มปก ระหว่างวัน 1 กรกฎาคม - 30 กันยายนของทุกปี น้ำพุร้อนสันกำแพง น้ำพุร้อนสันกำแพง ได้รับการปรับปรุง และดำเนินการโดยความร่วมมือระหว่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสหกรณ์การเกษตรหมู่บ้านสหกรณ์สันกำแพง จำกัด เพื่อให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแบบธรรมชาติ ล้อมรอบไปด้วยภูเขา มีดอกไม้นานาพันธุ์และน้ำพุร้อนที่อุณหภูมิสูงกว่า 100 องศาเซลเซียส ตั้งอยู่ในเขต ต. บ้านสหกรณ์ กิ่งอ. แม่ออน อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 36 กิโลเมตร สามารถไปได้ 2 ทางด้วยกัน คือ เส้นทางเชียงใหม่ ? สันกำแพง ? สถานีเพาะพันธุ์กล้าไม้สัก ? น้ำพุร้อน (เส้นทางนี้จะผ่านถ้ำเมืองคอน ซึ่งอยู่ห่างจากน้ำพุร้อน 4 กิโลเมตร) หรือเส้นทางเชียงใหม่ ? สันกำแพง ? หมู่บ้านออนหลวย - น้ำพุร้อน หากเดินทางโดยรถประจำทางขึ้นรถสายดอยสะเก็ด ? น้ำพุร้อนสันกำแพง จากตลาดวโรรสด้านทิศเหนือติดแม่น้ำปิงไปยังสันกำแพง และเช่าเหมารถสองแถวจากสันกำแพงไปน้ำพุร้อนในราคาประมาณ 200 บาทต่อคัน สำรองที่พักล่วงหน้าที่ ธุรกิจน้ำพุร้อนสันกำแพงหมู่บ้านสหกรณ์ โทร. 0 5392 9077 และรุ่งอรุณรีสอร์ท โทร. 0 5393 9128 ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 15 บาท เด็ก 5 บาท ชาวต่างประเทศ 30 บาท เปิดเวลา 9.30-20.00 น. สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ ทางลาด  บ่อน้ำพุร้อนสาธารณะไม่มีพื้นต่างระดับ ทุกคนสามารถเข้าถึงได้เลย ป้ายสัญลักษณ์  ในโครงการที่จัดไว้เป็นป้ายห้องส้วมสาธารณะ ห้องส้วม  มีห้องส้วมเฉพาะสำหรับคนพิการ 2 ห้องแยกเพศชายหญิง อุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา อุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา มีน้ำตกให้เที่ยวหลายแห่ง แต่ส่วนใหญ่เส้นทางยังไม่สะดวกนัก เนื่องจากยังอยู่ในระหว่างพัฒนาพื้นที่ น้ำตกที่เดินทางเข้าถึงสะดวกที่สุดคือ น้ำตกห้วยทรายขาว ซึ่งอยู่บริเวณเดียวกับที่ตั้งที่ทำการอุทยานฯ เป็นน้ำตกขนาดเล็ก มีแอ่งน้ำให้นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำได้แต่ในช่วงฤดูแล้งน้ำจะน้อยมาก จะมีน้ำเยอะช่วงเดือนพฤษภาคมแต่น้ำจะขุ่น น้ำจะใสช่วงหลังฝน ชั้นบนของน้ำตกเป็นแอ่งน้ำและมีทรายอยู่เนื่องจากน้ำพัดเอาทรายมาจากการกัด กร่อนของหินทราย ชั้นบน อากาศบริเวณน้ำตกชื้นจนทำให้มีมอสจับอยู่ แหล่งท่องเที่ยวอื่นๆในอุทยานฯ ได้แก่ น้ำตกแม่ฝางหลวง น้ำตกดอยเวียงผา น้ำตกห้วยหาน และจุดชมวิวดอยเวียงผา อุทยานแห่งชาติดอยเวียงผามีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 583 ตารางกิโลเมตร สภาพป่าในพื้นที่ส่วนใหญ่ เป็นป่าดิบเขาและป่าเบญจพรรณ นอกจากนี้ยังมีป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง และป่าสนเขา นกที่พบ เช่น นกกินปลี และนกพญาไฟ สัตว์ป่าที่พบส่วนใหญ่จะเป็นขนาดกลางและสัตว์ขนาดเล็ก ได้แก่ กระรอก กระต่าย หมูป่า อีเห็น เก้ง เลียงผา เสือไฟ เม่น หมีควาย เป็นต้น ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก อุทยานมีบริการบ้านพัก 2 หลัง โดยติดต่อที่อุทยานโดยตรง การเดินทาง จากเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 ไปประมาณ 125 กิโลเมตร อยู่ก่อนถึงตัวเมืองไชยปราการประมาณ 2 กิโลเมตร ให้สังเกต โรงเรียนศรีดงเย็นทางด้านซ้ายมือ ทางเข้าอุทยานอยู่ฝั่งตรงข้าม (ด้านขวามือ) เข้าไปประมาณ 12 กิโลเมตร  อุทยานแห่งชาติออบหลวง ออบหลวง เป็นสถานที่น่าเที่ยวที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ความสวยงามและน่ากลัวไว้ใน จุดเดียวกัน กล่าวคือ เบื้องล่างเป็นแม่น้ำที่ไหลคดเคี้ยวผ่านช่องเขาขาดตรงออบหลวง ช่องเขานี้มีลักษณะเป็นหน้าผาสูงชันและแคบมาก บีบทางน้ำไหล ดังนั้น แม่น้ำตรงนี้จึงเชี่ยวจัด เสียงน้ำกระทบหน้าผาดังสนั่น รอบๆ บริเวณชายน้ำด้านเหนืองดงามไปด้วยหมู่ไม้น้อยใหญ่ ร่มรื่นอยู่ตลอดเวลาชั่วนาตาปี นอกจากนี้ยังมีสะพานเชื่อมช่องเขาขาดสำหรับนักท่องเที่ยวยืนชมความงดงามของ ทัศนียภาพออบหลวง และภายในบริเวณอุทยานฯ มีการขุดค้นพบแหล่งโบราณคดียุคก่อนประวัติศาสตร์ด้วย เช่น หลุมฝังศพของมนุษย์โบราณ และภาพเขียนสีขาวที่บริเวณเพิงผาช้าง และยังมีกิจกรรมเดินป่าศึกษาธรรมชาติ ล่องแก่งเรือยางหรือ ล่องคายัคในลำน้ำแจ่ม การเดินทาง รถยนต์ส่วนตัว -จากตัวเมืองเชียงใหม่ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข108 สายเชียงใหม่-ฮอด-แม่สะเรียง เมื่อถึงอำเภอฮอดให้เลี้ยวขวาบริเวณวงเวียนไปตามถนนหมายเลข 108 ไปอีกประมาณ 17 กิโลเมตร รวมระยะทางประมาณ 105 กิโลเมตร สภาพทางลาดยางตลอด และช่วงระหว่างฮอดจนถึงออบหลวงนั้น ถนนจะเลียบขนานไปกับแม่น้ำแม่แจ่มหรือแม่น้ำสลักหิน และวกไปเวียนมาตามไหล่เขา รถโดยสารประจำทาง -ใช้รถโดยสารประจำทางได้หลายสายเช่น เชียงใหม่-ฮอด-อมก๋อย หรือ กรุงเทพฯ-จอมทอง หรือ กรุงเทพฯ-แม่สะเรียง-แม่ฮ่องสอน จากนั้นต่อรถสองแถวที่หน้าอำเภอฮอดอีก 17 กิโลเมตร หรือนั่งรถสายเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน  ซึ่งจะผ่านที่ทำการอุทยานแห่งชาติออบหลวง  บริเวณท่ารถตรงวงเวียนฮอด-แม่สะเรียง จะมีรถวิ่งทั้งหมด 3 เส้นทาง คือ ฮอด ? แม่สะเรียง ฮอด-แม่แจ่ม ฮอด-อมก๋อย ซึ่งจะผ่านออบหลวงทั้งสามสาย ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานแห่งชาติออบหลวง คนไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก ทางอุทยานฯมีบริการบ้านพัก สถานที่กางเต็นท์ และมีเต็นท์ให้เช่าพร้อมเครื่องนอนในอัตราคืนละ 50 บาท ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมที่อุทยานฯ โทร. 0 5322 9272 หรือสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โทร. 0 2562 0760 หรือสำรองที่พักด้วยตนเองที่http://www.dnp.go.th ข้อมูล : เที่ยวเชียงใหม่.com

เที่ยวแก่งกระจาน ยลหมอก สัมผัสความสดชื่นในหน้าฝน
อุทยานแห่งชาติ /  เที่ยวกาญจนบุรี / 

อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอหนองหญ้าปล้อง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี และอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีพื้นที่มากที่สุดในประเทศไทย เที่ยวแก่งกระจาน ยลหมอก สัมผัสความสดชื่นในหน้าฝน อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เป็นอุทยานที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดของประเทศไทย มีพื้นที่ถึง 2,915 ตารางกิโลเมตร หรือ 1.8 ล้านไร่ ในเขตอำเภอแก่งกระจาน อำเภอหนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี และอำเภอหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ยังคงสภาพเป็นป่าดงดิบตามธรรมชาติที่สมบูรณ์ และมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมากแห่งหนึ่ง ได้รับการประกาศให้เป็นเขตอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2524 โดยกำหนดพื้นที่บริเวณอ่างเก็บน้ำและป่าเหนือเขื่อนแก่งกระจานเป็นเขตอุทยานฯ เป็นต้นน้ำลำธารของแม่น้ำหลายสาย พื้นที่ส่วนใหญ่ของอุทยานฯ เป็นภูเขาสลับซับซ้อนอยู่ในเทือกเขาตะนาวศรี สภาพภูมิประเทศเป็นป่าดิบชื้น ยอดเขาที่สูงที่สุดในอุทยานฯ คือยอดเขางะงันนิกยวงตอง อยู่ในเขตรอยต่อประเทศพม่าและไทย มีความสูง 1,513 เมตร รองลงมาคือยอดเขาพะเนินทุ่ง ซึ่งมีความสูง 1,207 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง จากสันเขื่อนแก่งกระจาน มีถนนเลียบออกมาทางซ้ายมือเป็นระยะทาง 3 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานฯ สถานที่น่าสนใจภายในอุทยานฯ ทะเลสาบ มีเนื้อที่ประมาณ 45 ตารางกิโลเมตร มีเกาะกลางแม่น้ำอยู่มากมายหลายเกาะ นักท่องเที่ยวที่ต้องการจะล่องเรือชมทิวทัศน์เพื่อพักผ่อนหรือตกปลาน้ำจืดในทะเลสาบ ก็สามารถเช่าเรือได้ที่ร้านอาหารหรือชมรมเรือที่อยู่บริเวณที่ทำการอุทยานฯ จุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจใน อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เขาพะเนินทุ่ง เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของอุทยานฯในเขตประเทศไทยอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 50 กิโลเมตรเป็นภูเขาสูง มีบริเวณที่เป็นทุ่งหญ้ากว้าง ในระดับความสูง 960เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง บริเวณโดยรอบเป็นป่าดิบเขา มีสัตว์ป่าชุกชุม ทิวทัศน์งดงาม จากยอดเขาสามารถเห็นทะเลหมอกในช่วงฤดูฝนต่อฤดูหนาว การเดินทางต้องใช้เวลา 2 วัน พักค้างแรม 1 คืนระหว่างทาง และติดต่อขอเจ้าหน้าที่นำทาง อาหารและเต็นท์สำหรับพักค้างแรมไปเอง พะเนินทุ่งแคมป์ หรือ กม. 30 เป็นจุดชมวิวที่สามารถชมทะเลหมอกในตอนเช้าได้สวยจุดหนึ่ง และสามารถกางเต็นท์พักแรมได้ การเดินทางต้องใช้รถที่มีกำลังสูง สามารถเหมารถปิกอัพได้จากบริเวณที่ทำการอุทยานฯ เนื่องจากถนนค่อนข้างแคบ อุทยานฯ จึงได้กำหนดเวลาในการขึ้น-ลง คือ เวลาขึ้น ช่วงเช้าเวลา 05.00-09.30 น. ช่วงบ่ายเวลา 14.30-15.00 น. เวลาลง ช่วงเช้าเวลา 12.00-13.00 น. ช่วงบ่ายเวลา16.30-18.00 น. สำหรับผู้ที่ต้องการจะขึ้นเขาพะเนินทุ่งต้องติดต่อที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเพื่อขอใบอนุญาตผ่านทาง โดยเสียค่าธรรมเนียม คือ ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท รถยนต์สี่ล้อ 30 บาท รถกระบะ 40 บาท รถตู้ 50 บาท รถยนต์มากกว่าสี่ล้อ 70-80 บาท และผู้ที่ต้องการจะขึ้นเขาพะเนินทุ่ง เวลา 05.00 น. ต้องทำใบขออนุญาตล่วงหน้า 1 วัน น้ำตกทอทิพย์  อยู่ห่างจากเขาพะเนินทุ่ง 15 กิโลเมตร  สามารถเดินทางโดยรถยนต์ และเดินทางเท้าเข้าถึงตัวน้ำตกประมาณ 4 กิโลเมตร มีความสูง 9 ชั้น ชั้นที่ 5 เป็นชั้นที่สวยที่สุด แต่ละชั้นสวยงามแปลกตา สภาพโดยรอบเป็นป่าไม้ร่มรื่น ทั้งนี้การเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ลึกเข้าไปในผืนป่า ควรขอคำแนะนำและคนนำทางจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้ก่อน นอกจากนี้ ควรใช้รถยนต์ที่มีกำลังเครื่องดีเพราะเส้นทางผ่านหุบเขาลาดชัน สำหรับเส้นทางดูนก ผีเสื้อ จะเริ่มจากที่กิโลเมตรศูนย์ คือ บริเวณด่านตรวจเขาสามยอดถึงกิโลเมตรที่ 18 จะพบผีเสื้อได้ตามสองข้างทางหรือตามโป่งดินระหว่างกิโลเมตรที่ 10-12 และจุดที่นักท่องเที่ยวสามารถดูนกได้คือ บริเวณตั้งแต่อ่างเก็บน้ำห้วยสามยอด เลยด่านตรวจมาไม่ไกล ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของนกน้ำนานาชนิด ส่วนเส้นทางศึกษาธรรมชาตินั้นนับตั้งแต่กิโลเมตรที่ 18 ขึ้นไป และบริเวณกิโลเมตรที่ 18-27 อาจจะพบเห็นนกกระลิงเขียดหางหนาม ซึ่งเป็นนกที่พบในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานที่เดียวในประเทศไทย แค้มป์บ้านกร่าง เป็นจุดพักค้างแรมกางเต็นท์ สำหรับผู้สนใจดูนกและผีเสื้อเนื่องจากมีอากาศเย็นสบาย อยู่บริเวณกม.15 มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ซึ่งเป็นป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง ไม้ที่พบมากคือ ไม้ตะเคียนทอง ไม้ยาง ไม้มะค่าโมง ไม้หอมหรือไม้กฤษณา และเป็นป่าที่ชุ่มชื้นจึงมีเฟิร์น กระโถนฤาษี หนุมาน หวาย ขึ้นอย่างสมบูรณ์และยังมีสัตว์ป่ามากมายเช่น ช้างป่า กระทิง วัวแดง เก้ง กวาง หมีและสัตว์ป่าสงวน เช่น เลียงผา เก้งหม้อ สมเสร็จ และแมวลายหินอ่อน รวมทั้งผีเสื้อมากกว่า150 ชนิดให้ศึกษา โดยเฉพาะในหน้าแล้งจะเห็นฝูงผีเสื้อลงไปกินดินโป่งเป็นจำนวนมาก และประมาณเดือนกุมภาพันธ์-มิถุนายน จะสามารถพบเห็นนกหลายชนิดที่กำลังสร้างรัง  วางไข่เลี้ยงลูกอ่อน เช่น นกกก นกกาฮัง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของป่าดงดิบ บริเวณบ้านกร่างมีสถานที่น่าสนใจหลายแห่ง คือ น้ำตกปราณบุรี มี 5 ชั้น เป็นน้ำตกเล็กๆ อยู่ห่างจากที่ทำการหน่วยพิทักษ์ฯ กจ.4 ประมาณ 7 กิโลเมตร น้ำตกแม่สะเลียง มี 3 ชั้น เป็นน้ำตกสายเล็กๆ ซึ่งต้องใช้เวลาในการเดินทาง 3 วัน 2 คืน รอบๆ น้ำตกยังเป็นป่าที่สมบูรณ์ร่มรื่น ถ้ำหัวช้าง อยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์ฯ กจ.4 ไปทางทิศตะวันออก 1 กิโลเมตร ระยะทางเดินเท้าเข้าถ้ำประมาณ 200 เมตร เป็นถ้ำหินปูนภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยลักษณะคล้ายหัวกระโหลกช้าง ถ้ำเขาปะการัง อยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์ฯ กจ. 4 ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ 3 กิโลเมตร ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยสวยงาม เขาปะการัง  เป็นภูเขาหินปูนสีเทาอมน้ำเงิน มีหน้าผาให้ชมทิวทัศน์ที่สวยงาม ประกอบด้วยป่าไม้เขียวขจีและภูเขาสลับซับซ้อน อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มีบ้านพักไว้บริการนักท่องเที่ยว และมีสถานที่กางเต็นท์บริเวณอ่างเก็บน้ำ บริเวณเขาพะเนินทุ่ง และบริเวณแค้มป์บ้านกร่าง อุทยานฯ มีเต็นท์ให้เช่า สามารถติดต่อจองที่พักได้ที่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช โทร. 0 2562 0760 หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวแก่งกระจาน โทร. 0 3245 9293 การเดินทาง รถยนต์ จากกรุงเทพฯ ไปตามทางหลวงหมายเลข 35 ถึงอำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี จากนั้นใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านแยกเข้าตัวเมืองเพชรบุรี จะถึงสี่แยกท่ายาง เลี้ยวขวาเข้าอำเภอท่ายาง แล้ววิ่งไปตามถนนเลียบคลองชลประทาน ตามทางหลวงหมายเลข 3499ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร ก็จะถึงอำเภอแก่งกระจาน จากปากทางเข้าอุทยานฯ อีก 4 กิโลเมตรจะถึงที่ทำการอุทยานฯ รถโดยสารประจำทาง จะมีรถสายกรุงเทพฯ-ท่ายาง ลงที่ตลาดท่ายาง จากนั้นต่อรถสองแถวไปตลาดแก่งกระจาน และต่อรถรับจ้างหรือจักรยานยนต์ไปอีก 4 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยานฯ การนำรถขึ้นเขาพะเนินทุ่ง สำหรับรถยนต์ที่จะเดินทางไปชมทะเลหมอกเขาพะเนินทุ่งหรือใช้เส้นทางสายวังวน-น้ำตกทอทิพย์ ควรเป็นรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อหรือรถที่มีสภาพพร้อมสมบูรณ์ มีสมรรถนะดี และผู้ขับควรมีทักษะในการขับรถขึ้นที่สูงชัน หากต้องการเช่า สามารถติดต่อได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ราคาเช่าตั้งแต่ 1,000-1,800 บาท ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ต้องการเช่าไปเที่ยว โดยสารได้ประมาณ 10 คน เนื่องจากถนนค่อนข้างแคบ อุทยานฯ จึงได้กำหนดเวลาในการขึ้น-ลง คือ เวลาขึ้น ช่วงเช้า 05.00-09.30 น. ช่วงบ่าย เวลา 14.30-15.00 น. เวลาลง ช่วงเช้า 12.00-13.00 น. ช่วงบ่าย 16.30-18.00 น. สำหรับผู้ที่ต้องการจะขึ้นเขาพะเนินทุ่งต้องติดต่อที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเพื่อขอใบอนุญาตผ่านทาง โดยเสียค่าธรรมเนียม คือ ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท รถยนต์สี่ล้อ 30 บาท รถกระบะ 40 บาท รถตู้ 50 บาท รถยนต์มากกว่าสี่ล้อ 70-80 บาท และผู้ที่ต้องการจะขึ้นเขาพะเนินทุ่ง เวลา 05.00 น. ต้องทำใบขออนุญาตล่วงหน้า 1 วัน สิ่งอำนวยความสะดวก อุทยานมีบ้านพัก 18 หลัง บริเวณที่ทำการฯและริมอ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน นักท่องเที่ยวสามารถกางเต็นท์ได้บริเวณริมอ่างเก็บน้ำ ข้างที่ทำการอุทยานฯ กางเต็นท์ได้ 200 หลัง บริเวณบ้านกร่างแคมป์ (กม.15) กางเต็นท์ได้ 100 หลัง และพะเนินทุ่งแคมป์ กางเต็นท์ได้ 60 หลัง นอกจากนี้ บริเวณภายนอกอุทยานฯ มีรีสอร์ทให้บริการหลายแห่ง ทั้งในอำเภอแก่งกระจาน และอำเภอท่ายาง ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเพชร สามารถติดต่อจองบ้านพักในอุทยานฯ ได้ที่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช โทร. 0 2562 0760 หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โทร. 0 3245 9293 ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น ข้อมูลและภาพ : wiki / dnp.go.th / tlcthai.com / panoramio.com / bloggang.com เรียบเรียงโดย Travel MThai

แตกตื่น! ซาลาแมนเดอร์ยักษ์โผล่กลางเมืองเกียวโต
ซาลาแมนเดอร์ /  ซาลาแมนเดอร์ยักษ์ / 

ชาวญี่ปุ่นแตกตื่นหลังมีสัตว์หน้าตาประหลาดโผล่กลางเมือง ที่แท้แค่ซาลาแมนเดอร์ยักษ์ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ชาวเมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น พากันแตกตื่นเพราะมีสัตว์รูปร่างหน้าตาประหลาดปรากฎอยู่ริมแม่น้ำคาโมงาวะ ใจกลางเมืองเกียวโตผู้ที่พบเห็นได้บันทึกวิดีโอแล้วนำมาเผยแพร่ เมื่อวันที่ 5 ก.ค. สมาชิกเฟซบุ๊คชื่อ  Spoon & Tamago ได้เผยแพร่ภาพเหตุการณ์ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองเกียวโต กำลังจับตาดูสัตว์ประหลาด หลังจากชาวเมืองแจ้งว่า พบสัตว์รูปร่างหน้าตาแสนประหลาดคลานขึ้นมาจากแม่น้ำ แต่จากการตรวจสอบพบว่า สัตว์ประหลาดที่ถูกพูดถึงคือ ซาลาแมนเดอร์ยักษ์ ซึ่งมันเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำโบราณชนิดหายาก แต่ภาพและคลิปเจ้าซาลาแมนเดอร์ยักษ์ตัวดังกล่าว ก็ได้ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลกในเวลาต่อมา สำหรับ ซาลาแมนเดอร์ยักษ์ จัดอยู่ในประเภทสัตว์มีกระดูกสันหลังที่อยู่ในชั้นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ ชนิดเดียวกับ ซาลาแมนเดอร์ทั่วไป ซึ่งมีอยู่หลายสายพันธุ์ มีลักษณะขนาดตั้งแต่ 3 เซนติเมตร จนถึงเกือบ 2 เมตร ปกติจะอาศัยอยู่แถบทวีปอเมริกาเหนือ ทวีปยุโรป หรือป่าดงดิบในประเทศบราซิล รวมทั้งพื้นที่ป่าอุดมสมบูรณ์ของประเทศญี่ปุ่นและจีน Mthai News ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ค Spoon & Tamago  ................................................................................. บล็อบฟิช ปลาประหลาด หน้าเหมือนคน ปลาประหลาด หน้าโคตรเศร้า ใกล้สูญพันธุ์       นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า "บล็อบฟิช" ปลาที่มีรูปร่างหน้าตาแปลกประหลาดเหมือนคนเศร้านี้ กำลังเศร้าอยู่จริงๆ เนื่องจากมันกำลัง...

ไขปริศนา ปฏิทินชาวมายัน หนึ่งคำทำนาย ภัยพิบัติวันพิพากษาโลก 2012
2012 /  ปฏิทินชาวมายัน / 

ไขปริศนา ปฏิทินชาวมายัน หนึ่งคำทำนาย ภัยพิบัติวันพิพากษาโลก วันสิ้นโลก 2012 Mthainews: จากความเชื่อ และคำทำนายอาถรรพ์วันล้างโลก ภัยพิบัติต่างๆ ที่ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ  จนเป็นที่น่าจับตาว่า ในปี คริสต์ศักราช 2012 กำลังจะเกิดวันสิ้นโลก ไม่ว่าคุณจะเชื่อหรือไม่ แต่ตามปฏิทินของชาวมายัน ชนเผ่ามายา อารยธรรมอเมริกากลาง บริเวณประเทศเม็กซิโกคาบเกี่ยวกับเบลีซ และกัวเตมาลา  ราวศตวรรษที่ 3-16 ก่อนคริสตกาล บันทึกไว้ว่า โลกกำลังจะถึงกาลปาวสาน ปฏิทินของชาวมายันต่างกับปฏิทินทั่วไป ที่เดินต่อไปข้างหน้า ในขณะที่ปฏิทินของเผ่ามายา ใช้วิธีการนับถอยหลัง จนถึงจุดเลข 0 จุดสิ้นสุดในปี 2012 โดยวงจรของปฏิทินประกอบไปด้วย 13 ช่วง หรือ "แบ็กทัน" โดยแบกทันสุดท้ายอยู่ในช่วงของ ค.ศ.1606 ถึง 21 ธันวาคม ค.ศ.2012 ( พ.ศ. 2555 ) ชาวมายัน มีความสามารถพิเศษที่ไม่ต้องพึ่งเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า พวกเขาไม่ต่างอะไรจากมนุษย์ยุคหิน แต่พวกเขาสามารถคำนวณว่า ปีบนดาวศุกร์มีจำนวณ 584 วัน และวันของโลกเรามี 365.2420 วัน ซึ่งตามการคำนวณในปัจจุบันปรากฏว่า หนึ่งปี มี 365.2422 วัน ความคลาดเคลื่อนเพียงน้อยนิดทำให้เห็นถึงความแม่นยำแบบไม่น่าเชื่อ เมื่อเชื่อมโยงคำทำนายต่างๆของนอสตราดามุส โหราจารย์ชื่อก้อง ก็เชื่อว่า มีสัญญาณบางอย่างเชื่อมโยงกัน เช่น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ ข้อแรก จะมีสงครามย่อยๆเกิดขึ้น ต่อมาเป็นความอดอยากของมนุษยชาติ และสามเป็นเรื่องภัยพิบัติ ความแปรปรวนของน้ำทะเล และสุดท้ายจะเป็นโรคระบาด เปรียบเทียบกับยุคต่างๆของโลกจะได้ลำดับดังนี้ 1 1.0.0.0.0 3116-2734 BC จุดเริ่มต้น 2 2.0.0.0.0 2734-2339 BC ยุคปิระมิด 3 3.0.0.0.0 2339-1944 BC ยุคล้อ 4 4.0.0.0.0 1944-1550 BC อารยธรรมอียิปต์ 5 5.0.0.0.0 1550-1155 BC อารยธรรมบ้านเชียง 6 6.0.0.0.0 1155 - 761 BC สงครามม้า 7 7.0.0.0.0 761-366 BC ยุคปรัชญา 8 8.0.0.0.0 366 BC - ค.ศ. 28 ยุคเมสไซอาห์ 9 9.0.0.0.0 ค.ศ. 28-422 อาณาจักรโรมัน 10 10.0.0.0.0 ค.ศ. 422-817 มายา 11 11.0.0.0.0 ค.ศ. 817-1211 สงครามครูเสด 12 12.0.0.0.0 ค.ศ. 1211-1606 ยุคล่าอาณานิคม 13 13.0.0.0.0 ค.ศ. 1606-2012~ ยุคอุตสาหกรรมใหม่ ทั้งนี้ มีการศึกษาอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับเรื่องราวของชาวเผ่ามายา ซึ่งความเชื่อมโยงเหล่านี้ เป็นจุดที่อาจมีการเชื่อมโยงกับสิ่งลึกลับที่อยู่นอกโลก ทั้งการโคจรของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป การเปลี่ยนแปลงภูมิประเทศจากใต้โลก เกิดพลังงานลึกลับที่จะเปลี่ยนแปลงโลกไปตลอดกาล พลังงานทุกประเภทจากใจกลางของทางช้างเผือกจะถาโถมและ เกิดการปะทะกับพลังงาน ทั้งที่มองเห็นและมองไม่เห็นของโลก เนื่องจากดวงอาทิตย์จะอยู่ในระนาบเดียวกับใจกลางของทางช้างเผือกเป็นครั้งแรกในรอบ 2.6 หมื่นปี รูปสลักภาพวาดนี้ เป็นอีกหนึ่งหลักฐานปริศนา ที่มีลวดลายลึกลับซับซ้อน เมื่อสังเกตภาพจะเห็นบางส่วนมีลักษณะคล้ายพระเจ้า ขับยานอวกาศ บางภาพเป็นรูปสาวกของพระเจ้ากำลังปราบปีศาจร้าย และอาวุธที่อยู่ในมือ พวกเขารู้จักอาวุธ ที่มีลักษณะคล้่ายกับ ปืน กันแล้วหรือ ? เป็นข้อสงสัยของนักโบราณคดีเป็นอย่างยิ่ง ตามปฏิทิน ระบุว่า เรากำลังอยู่ในช่วงปลายของ 1 วัน แห่งระบบจักรวาล ซึ่งระยะเวลา 1 วัน แห่งระบบจักรวาลนั้นกินระยะเวลา ยาวนานถึง 25,625 ปี และแบ่งได้เป็น 5 ช่วง ช่วงละ 5,125 ปี ซึ่งขณะนี้เราอยู่ในช่วงปลายของช่วงที่ 5 ศาสตร์ของชาวมายันนั้นระบุว่า  ทุกๆ 5,125 ปี ดวงอาทิตย์จะเกิดปรากฏการณ์บางอย่างที่สัมพันธ์กับศูนย์กลางทางช้างเผือก  ดวงอาทิตย์จะได้รับ “ประกายไฟ” (Spark of light) ซึ่งทำให้ดวงอาทิตย์ส่องแสงและส่งผ่านความร้อนรุนแรงมากตามที่นักวิทยาศาสตร์เรียกว่า “Solar Flares” ทำให้ขั้วแม่เหล็กของดวงอาทิตย์เปลี่ยนแปลง ส่งผลต่อมายังโลก เกิดการสับเปลี่ยนขั้วโลก และทำให้เกิดหายนะทางธรรมชาติตามมา เหตุการณ์เหล่านี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว 4 ครั้ง  และจะเกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่ 5 เมื่อครบ 5,125 ปี ซึ่งก็คือวันที่ 21 ธันวาคม 2012 จุดจบนี้พวกเขาเชื่อว่า พระเจ้าของพวกเขาจะเสด็จมายังโลกใบนี้อีกครั้ง คำว่า "มายา" เป็นคำศาสนาฮินดูหมายถึงต้นกำเนิดของจักรวาล มีความเป็นเลิศทางด้านการคำนวณและดาราศาสตร์ ไม่มีคำอธิบายที่แน่ชัดว่า ทำไมอารยธรรมมายันจู่ๆกลับเสื่อมสลายลงลง นักโบราณคดีรู้สึก ประหลาดใจมากกับหลักฐานที่ว่า ด้วยเหตุผลบางประการชาวมายาได้ละทิ้งเมืองอันรุ่งเรืองของพวกเขาในช่วงเวลานั้น หยุดอารยธรรมที่กำลังเติบโตทั้งหลายไม่มีการถ่ายทอดมายังชนรุ่นหลัง เหลือแต่เพียงซากปรักหักพังอยู่กลางป่าดงดิบในกัวเตมาลา  หรือว่าพวกเขาเห็นและรู้และเห็นอะไรบางอย่าง  และทิ้งไว้เป็นปริศนา อย่างไรก็ตาม การถกเถียงเรื่องวันสิ้นโลกยังคงไร้ข้อสรุป  เป็นเรื่องท้าทายวงการวิทยาศาสตร์ที่ต้องศึกษาหาข้อเท็จจริง วันสิ้นโลก ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 21 ธันวาคม 2012 หรือไม่นั้น มีการกล่าวแย้งจากนักวิทยาศาสตร์บางส่วนว่า วันสุดท้ายของปฏิทิน เป็นเพียงการนับเริ่มต้นการเริ่มหมุนรอบใหม่ของปฏิทินชาวมายันเท่านั้น เพียงแค่พวกเขาไม่ได้ทำปฏิทินชุดต่อไปเท่านั้นเอง จึงไม่ได้บ่งบอกวันสิ้นโลก สิ่งที่พิสูจน์ได้ว่าจริงหรือไม่ ต้องรอดูว่า วันที่21 ธันวาคม 2012 มวลมนุษยชาติจะได้รู้กัน  แต่ไม่ว่าพรุ่งนี้ หรืออนาคตจะเป็นอย่างไร สุดท้ายแล้ว วันนี้คือวันที่สำคัญ ตราบที่มีชีวิต ลมหายใจ เราใช้ชีวิตในโลกใบนี้อย่างมีคุณค่าแล้วหรือยัง Mthainews เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com

50 หนุ่มโสดคลีโอ 2014 หนุ่มโสดในฝัน (ชมต่อ:หมายเลข 26-50 )
50 หนุ่มโสดคลีโอ /  50หนุ่มโสด / 

กลับมาอีกครั้ง สำหรับการค้นหา หนุ่มโสดในฝัน หรือ หนุ่มโสดคลีโอ 2014 ที่จัดเป็นประจำทุกปี เพื่อเฟ้นหาหนุ่มโฉมงามในฝันของสาวๆทั้งประเทศ โดยแต่ละคนนั้น ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าโปรไฟล์ไม่ธรรมดา เริ่ดอลังไม่แพ้หนุ่มชาติใดในโลก(ว่าไปนั่น) แล้วจะมัวรอช้าอยู่ใย มายลโฉมเหล่า 50 หนุ่มโสดคลีโอ หนุ่มน้อยรูปงามร่างล่ำ(บางคน) กันดีกว่า ว่าใครบ้างที่จะเข้าตากระแทกใจสาวๆกันบ้าง ส่วนใครดูแล้ว ชอบอกชอบใจ หนุ่มโสดคลีโอ คนไหน ก็ตามไปช่วยกันโหวตได้ที่นี่นะจ๊ะ โหวตหนุ่มคลีโอ หมายเลข 26 : ภูมิชาย โสภโณดร (แก๊ป) 20 ปี นิสิต คณะครุศาสตร์ คิดว่าผู้หญิงชอบเราตรงไหน: ความเป็นตัวของตัวเอง พฤติกรรมของผู้หญิงที่รับไม่ได้: สูบบุหรี่และไม่รักตัวเอง เบื่อคำโกหกอะไรจากแฟนตัวเองที่สุด: ทุกคำโกหกครับ ผมเป็นคนไม่ชอบคนโกหก อะไรทำให้คุณฟันธงว่าผู้หญิงคนนี้แหละจะมาเป็นแฟนในอนาคต: คงต้องเป็นคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจคุยกันได้ทุกเรื่อง เป็นผู้ชายเจ้าชู้รักสนุก กับเป็นผู้ชายแสนแต่ดีน่าเบื่อ จะเลือกอะไร: ผู้ชายแสนดีแต่น่าเบื่อครับ อย่างน้อยเราก็ไม่ทำให้ใครเสียใจ หมายเลข27 : ธนวัต เทิดวิกรานต์ (บุ๊ค) 22 ปี ธุรกิจส่วนตัว พฤติกรรมของผู้หญิงที่รับไม่ได้เห็นแก่ตัว: วางตัวสูง สิ่งที่คุณคิดว่าโรแมนติกที่สุดที่ตัวเองเคยทำ คืออะไร: โทรไปแฮปปี้เบิร์ธเดย์แล้วให้ Messenger ไปส่งดอกไม้ช่อใหญ่ๆ หน้าบ้าน เบื่อคำอ้างหรือคำโกหกอะไรจากแฟนตัวเองมากที่สุด: เค้าเป็นแค่พี่ชาย คุณมีผู้หญิงในความทรงจำมั้ย เธอเป็นผู้หญิงแบบไหน: Chloe Bennetมาจากเรื่อง Agents of shield อะไรในผู้หญิงที่ทำให้คุณเข่าอ่อนเวลาได้เห็น: หน้าคมๆ มีเอกลักษณ์ ดูมีมาด หมายเลข28 : อิสระ สมบูรณ์ (ฟรี) 24 ปี เทรนเนอร์ คิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ในวันนี้อีก 5 ปีข้างหน้า: หากิจการที่เป็นของตัวเองทำ อาจจะเปิดยิมหรือค่ายมวย มุขจีบสาวประจำตัว: ออกแนวกวนๆมากกว่า ผู้หญิงชอบคนตลก เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: แก่นๆ กวนๆ รอยยิ้ม อะไรทำให้คุณฟันธงว่าผู้หญิงคนนี้ล่ะจะมาเป็นแฟนในอนาคต: ตลกๆ ต่อปากต่อคำ เอาใจใส่เรื่องเล็กๆ พฤติกรรมของผู้หญิงที่รับไม่ได้: รับได้หมด ที่รับไมได้คือไม่เป็นตัวของตัวเอง หมายเลข29 : ภูวิทย์ มูเก็ม (ดีดี้) 27 ปี ตำรวจ/นายแบบ เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: สายตา สิ่งที่คุณคิดว่าโรแมนติกที่สุดที่ตัวเองเคยทำ คืออะไร: แค่พาไปกินข้าว ดูหนัง เซอร์ไพร์เล็กๆน้อยๆใส่ใจในทุกๆวัน อะไรในผู้หญิงที่ทำให้คุณเข่าอ่อนเวลาได้เห็น: ขาอ่อนมั้งครับ เดทในฝันที่แสนเร้าใจของคุณเป็นแบบไหน: เดทในห้องอวกาศ มองส่วนไหนของผู้หญิงก่อนเป็นอันดับแรก: ตรงซอกคอ เพราะถ้าหากตรงนั้นสะอาด ผู้หญิงคนนั้นคงดูแลรักษาผิวเป็นอย่างดี หมายเลข30 : วรายุทธ พิริยะกุลธร (อ๋อง) 24 ปี ครูสอนศิลปะ เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: เป็นคนร่าเริงสนุกเฮฮา คุณค่าใดของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอแบบไม่ลืม: คุยกันได้ทุกเรื่อง เอาใจใส่เรา เรื่องโรแมนติกที่สุดที่เคยทำ: กินข้าวริมทะเลตอนกลางคืน เดทในฝันที่แสนเร้าใจ: เดินป่าครับ ดูรักธรรมชาติดี มองส่วนไหนของผู้หญิงก่อนเป็นอันดับแรก: เส้นผม รูปร่าง หมายเลข31 : ซูฮยอง จิน (จิน) 24 ปี ศิลปิน/นายแบบ คุณค่าใดของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอโดยไม่รู้ลืม: บุคลิกครับ อะไรในผู้หญิงที่ทำให้คุณเข่าอ่อนเวลาได้เห็น (เรายอมแพ้เขาเลย): รอยยิ้มครับ เดทในฝันที่แสนเร้าใจ: แค่อยากจะพาเธอไปที่ๆเราสองคนจะสามารถสร้างความทรงจำด้วยกันได้ เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: ตาเล็ก เบื่อคำอ้างหรือคำโกหกอะไรจากแฟนตัวเองมากที่สุด: พูดว่าใกล้จะแต่งตัวเสร็จแล้ว กำลังจะออกจากบ้าน ทั้งๆที่ยังไม่เสร็จ หมายเลข32 : ตะวัน วิหครัตน์ (เต) 22 ปี ดีเจ คุณค่าใดของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอได้แบบไม่ลืม: ยิ้มจริงใจ ความสดใสร่าเริง อะไรในผู้หญิงที่ทำให้คุณเข่าอ่อนเวลาได้เห็น: เวลาแต่งตัวดีๆ ใส่ขาสั้น ปล่อยผม อะไรทำให้คุณฟันธงว่าผู้หญิงคนนี้ล่ะจะมาเป็นแฟนในอนาคต: คุยภาษาเดียวกัน อยู่ด้วยแล้วมีความสุข สบายใจ พฤติกรรมของผู้หญิงที่รับไม่ได้: พูดจาหยาบคายเกินไป เป็นผู้ชายเจ้าชู้ รักสนุก กับหนุ่มแสนดีแต่น่าเบื่อ จะเลือกเป็นอะไร: เป็นหนุ่มแสนดีครับ เดี๋ยวนี้ผู้ชายเจ้าชู้มีเยอะ สุดท้ายเขาก็จะกลับมาหาแบบนี้เอง หมายเลข33 : คุณัชญ์ บุญอาจ (เคน) 19 ปี นักแสดง เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: หน้าผากมั้งครับ ชอบคนหัวเหม่งๆ ยิ่งเหม่งยิ่งน่ารัก คุณค่าใดของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอโดยไม่รู้ลืม: ความจริงใจแบบเค้ารักเราที่เราเป็นเรา ถึงแม้จะเป็นอย่างไรก็ตาม พฤติกกรมอะไรของผู้หญิงที่เห็นแล้วรู้สึกรับไม่ได้: สูบบุหรี่ครับ สิ่งที่คุณคิดว่าโรแมนติกที่สุดที่ตัวเองเคยทำ คืออะไร: เล่นกีตาร์ อัดคลิปแล้วพูดคำซึ้งๆให้แฟนแล้วร้องเพลงความหมายดีๆครับ เพลงหากฉันตาย ของ Sixty Miles คุณมีผู้หญิงในความทรงจำมั้ย เธอเป็นผู้หญิงแบบไหน: ผู้หญิงแบบแม่แบบบ่นเช้า บ่นเย็น คอยเตือนนู้นนี่นั่น รักเราจริงๆ เราอยากได้อะไรเค้าก็จะหาให้เท่าที่เค้าจะทำให้เราได้ หมายเลข34 : โจเซฟ ซามูดิโอ (โจ) 28 ปี นักดนตรีบำบัด มุกจีบสาวประจำตัว: เจ็บมั้ยครับ...ตอนคุณตกลงมาจากสวรรค์ เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: ความมั่นใจของเธอ คุณค่าใดของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอได้แบบไม่ลืม: คนที่สามารถหัวเราะและมีความสุขกับทุกเรื่องในชีวิต เดทในฝันที่แสนเร้าใจ: เริ่มจากดินเนอร์ชิลๆ ไปเดินเล่น เล่นโบว์ลิ่ง แล้วจบด้วยหนังดีๆ สักเรื่อง เคยอกหักมั้ย: เคยครับ รู้สึกเหมือนหัวใจถูกฉีกออกมา ถูกขยี้ไม่มีชิ้นดี แล้วเอาไปทิ้ง แต่สุดท้ายก็ได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างแล้วก็ก้าวต่อไปได้ หมายเลข35 : ณพัทธ์ นิติกรกูล (โจ้) 23 ปี ที่ปรึกษาด้านการเงินและการลงทุนข้ามประเทศ คุณค่าของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอแบบม่ไม่ลืม: มารยาท การวางตัว อะไรในผู้หญิงที่ทำให้คุณเข่าอ่อนเวลาได้เห็น: น้ำตา อะไรทำให้คุณฟันธงว่าผู้หญิงคนนี้แหละจะมาเป็นแฟนในอนาคต: ความเข้าใจ เดทในฝันที่แสนเร้าใจ: blind date คุณมีผู้หญิงในความทรงจำมั้ย เป็นผู้หญิงแบบไหน: มีครับ เป็นแบบเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ หมายเลข36 : พิทวัส พิพัฒนนันท์ (ไบร์ท) 24 ปี ธุรกิจการเงินการท่องเที่ยว เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: ชอบที่ดวงตานะ ตาหวานตาเยิ้ม ตาจิกตอน selfie ชอบมากๆ พฤติกรรมของผู้หญิงที่รับไม่ได้: สูบบุหรี่ พูดคำหยาบ มองส่วนไหนของผู้หญิงก่อนเป็นอันดับแรก: ตาแล้วก็ปาก เอาจริงๆ ริมฝีปากดู sexy มันทำให้เคลิ้มนะ สิ่งที่คุณคิดว่าสิ่งโรแมนติกที่สุดที่ตัวเองเคยทำ คืออะไร: โดดงานไปปากคลองตลาด ซื้อดอกไม้มาจัดเอง แล้วก็ใส่หลังรถไปรับสาว เสร็จแล้วตอนค่ำๆ ก็พาไปดินเนอร์ แล้วก็ขับรถขึ้นสะพานภูมิพล จอดกลางทาง หอมแก้มแล้วเดินลงไป หยิบดอกไม้มาให้ เบื่อคำอ้างหรือคำโกหกอะไรจากแฟนตัวเองมากที่สุด: คำว่ารักถ้าไม่ได้คิดอย่างนั้นจริงๆ หมายเลข37 : ร.ต.อ. ฤชุภัทร หลาวทอง (เนิฟ) 33 ปี ตำรวจ มุกจีบสาวประจำตัว: ให้เพื่อนเข้าไปขอเบอร์ให้ คิดว่าเสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: ความไม่หยิ่ง เป็นกันเอง น่ารักๆ คุณค่าใดของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอได้แบบไม่ลืม: ผู้หญิงที่เห็นคุณค่าในตัวเอง เรื่องโรแมนติกที่สุดที่เคยทำ: เคานท์ดาวน์กันสองคนกับแฟนที่ลาสเวกัส ผู้หญิงในความทรงจำเป็นผู้หญิงแบบไหน: นางเอกเรื่อง she’s all that ชื่อราเชล ลีห์ คุ๊ก ชอบตั้งแต่เด็ก ตาโต จมูกแหลม บุคลิกใสๆน่ารัก หมายเลข38 : ชนัทย์ พัฒนพิฑูรย์ (ดีน) 28 ปี นักวางแผนการตลาด  เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: ความคิดและจิตใจ คุณค่าของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอได้แบบไม่ลืม: ผู้หญิงที่รู้คุณค่าของตัวเอง เบื่อคำโกหกอะไรจากแฟนมากที่สุด: บอกว่าเป็นเพื่อนสนิท หรือพี่ชาย อะไรในผู้หญิงที่ทำให้คุณเข่าอ่อนเวลาได้เห็น: น่ารัก ขี้เล่น ไม่ห่วงสวย เป็นผู้ชายเจ้าชู้ รักสนุกกับเป็นผู้ชายแสนดีแต่น่าเบื่อ เลือกเป็นอะไร: เจ้าชู้รักสนุกเพราะเป็นตัวเอง28 ปี นักวางแผนการตลาด หมายเลข39 : สันติพงษ์ สิทธิลาภโสภณ (เล็นส์) 24 ปี สถาปนิกอิสระ มุกจีบสาวประจำตัวคืออะไร: เราเคยเจอกันมาก่อนรึเปล่าเรียนมหาลัย…ใช่ไหมเจอกันอีกแล้วนะ !! มิแรนด้า เคอร์ กับเจสสิก้า จาก เกิร์ล เจเนอเรชั่น ชอบสาวแบบไหนมากกว่ากัน ทำไม: แน่นอนว่าต้องมิแรนด้า เคอร์ มีสเน่ห์ เป็นตัวของตัวเอง ดูมีวุฒิภาวะ ผู้หญิงแบ๊วมีสูตรสำเร็จ สิ่งที่คุณคิดว่าสิ่งโรแมนติกที่สุดที่ตัวเองเคยทำ คืออะไร: แอบไปเซอร์ไพรส์ วันเกิด ที่หน้าบ้านตอนเที่ยงคืน โดยตอนแรกอ้างว่ามีธุระเรื่องงาน ทำของทำมือให้ เช่น การ์ด, โมเดลกระดาษ, เปเปอร์ มาร์เช่ อะไรในผู้หญิงที่ทำให้คุณเข่าอ่อนเวลาได้เห็น: หุ่น โดยเฉพาะเอว บั้นท้ายและเรียวขา อะไรทำให้คุณฟันธงว่าผู้หญิงคนนี้แหละจะมาเป็นแฟนในอนาคต: Lifestyle ใกล้เคียงกัน สนใจอะไรคล้ายๆกัน เช่น เพลง หนัง การแต่งตัว ท่องเที่ยว ใส่ความเป็นตัวเองลงไปไม่ใช่แค่ถามคำตอบคำ หมายเลข40 : อัครินทร์ ศิวพรพิทักษ์ (ฟาน) 30 ปี บาริสต้า คุณคิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ในวันนี้อีก 5 ปีข้างหน้า: เป็นผู้บริหารที่ยังทำงานหนักในบริษัทกาแฟของตัวเอง ซึ่งเป็นบริษัทกาแฟที่ใหญ่ติดอันดับของประเทศไทย และเป็นที่รู้จักในประเทศต่างๆทั่วโลก คุณค่าใดของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอโดยไม่รู้ลืม: ผู้หญิงที่สามารถยืนเคียงข้างเราได้ แม้ยามลำบากหรือเสียใจโดยที่ไม่รู้สึกฝืนใจตัวเอง สิ่งที่คุณคิดว่าโรแมนติกที่สุดที่ตัวเองเคยทำ คืออะไร: ทำมิวสิควิดีโอให้แฟน เป็นผู้ชายเจ้าชู้ รักสนุกกับเป็นผู้ชายแสนดีแต่น่าเบื่อ จะเลือกเป็นอะไร เพราะอะไร: เป็นผู้ชายเจ้าชู้ รักสนุก เพราะไม่มีผู้ชายคนไหนเป็นคนดีหรอก มีแค่เลวมาก กับเลวน้อยเท่านั้นเอง สุดท้ายแล้วผู้ชายดีไม่มีที่อยู่ ผู้หญิงในความทรงจำเธอเป็นผู้หญิงแบบไหน: แค่เดินผ่านกัน เห็นหน้าไม่เกิน 10 วินาที แต่จำได้ทั้งชีวิตไม่เคยลืม หมายเลข41 : ชล เจนประภาพันธ์ (ชล) 30 ปี นักเขียน/ ภัณฑารักษ์อิสระ คิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ในวันนี้อีก 5 ปี ข้างหน้า: นั่งจิบกาแฟในบ้านที่ออกแบบเอง เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: บุคลิกภาพ วิธีการพูดและการให้ความเห็น กับเรื่องต่างๆ รอบตัว คุณค่าใดของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอไม่ลืม: การสามารถแสดงรสนิยมที่แตกต่าง มีเอกลักษณ์ ทั้งการแต่งตัว วิธีการพูด บุคลิกภาพ และเข้าใจในสิ่งที่ตัวเองเป็น มองส่วนไหนของผู้หญิงก่อนเป็นอันดับแรก: เท้า มือ ผม ทำให้เห็นว่าเขาดูแลตัวเองขนาดไหน เรื่องสิ่งโรแมนติกที่สุดที่ตัวเองเคยทำ: ผมมักจะทำอาหารไปให้เขาชิม อร่อยบ้างไม่อร่อยบ้างแต่ก็ทำด้วยความตั้งใจเสมอ หมายเลข42 : ณัฐภัทร วรรณประเสริฐ (เอิร์ธ) 25 ปี ธุรกิจส่วนตัว คิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ในวันนี้อีก 5 ปีข้างหน้า: ผู้ชายขายน้ำ (เพื่อสุขภาพ)ครับ เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: ตา บุคลิก นิสัย เป็นผู้ชายเจ้าชู้ รักสนุกกับเป็นหนุ่มแสนดีแต่น่าเบื่อ จะเลือกเป็นอะไร: รักสนุกครับ เพราะชีวิตผมโนลิมิต ไม่ชอบผูกมัด ชอบอิสระ เดทในฝันที่แสนเร้าใจ: ไปลุยป่าดงดิบลองใช้เวลา 2 คนในป่า 1 เดือน โดยไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก หาอาหารกินเอง พฤติกรรมของผู้หญิงที่รับไม่ได้: จู้จี้ เรื่องมาก หมายเลข43 : ธีรยุทธ เธียรชัยบัณฑิต (อู๋) 23 ปี ดีเจ/วีเจ/พิธีกร คุณค่าของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอแบบไม่ลืม: แสบ ทะลึ่ง ขี้เล่น มองส่วนไหนของผู้หญิงก่อนเป็นอันดับแรก: หน้าอกครับ เรื่องโรแมนติกสุดที่เคยทำคือ: ทำการ์ดวันครบรอบให้แฟน อะไรในผู้หญิงที่ทำให้คุณเข่าอ่อนเวลาได้เห็น: ตรงนั้นแหละ ผู้ชายเจ้าชู้ รักสนุกกับหนุ่มแสนดีแต่น่าเบื่อ จะเลือกเป็นอะไร: เป็นผู้ชายเจ้าชู้ รักสนุก เพราะเป็นคนดี สุดท้ายสิ่งที่ได้กลับมาก็คือน้ำตาอยู่ดี หมายเลข44 : รวีโรจน์ เลิศพิภพเมธา (วี) 23 ปี ดีเจ/นักแสดง มุขจีบสาวประจำตัว: มีถั่วมั้ย มีถัวมั้ย มีไลน์มั้ย เรื่องโรแมนติกที่สุดที่เคยทำ: แฟนกลับจากอเมริกา แวะเปลี่ยนเครื่องที่อินชอน ผมบินไปอินชอลไปรอรับ อะไรในผู้หญิงที่ทำให้คุณเข่าอ่อนเวลาได้เห็น: ต้นคอ คุณค่าใดของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอโดยไม่รู้ลืม: ผู้หญิงที่น่าจำคือ ผู้หญิงซุ่มซ่าม เพราะน่าจะมีเรื่องตลกๆ ให้ได้นึกถึง คิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ในวันนี้อีก 5 ปี ข้างหน้า: มีไร่มีสวน ใช้ชีวิตอยู่บ้านนอก หมายเลข45 : ธนวัฒน์ เอกทศวรรณ (ปอนด์) 22 ปี ช่างภาพ มุกจีบสาวประจำตัว: หากิจกรรมทำร่วมกัน แล้วเราจะค่อยสนิทกันไปเอง เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: แววตากับบุคลิก คุณค่าของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอแบบไม่ลืม: ความจริงใจ พฤติกรรมของผู้หญิงที่รับไม่ได้: เรื่องมาก(เกินเหตุ) ระหว่างมิแรนด้า เคอร์ กับเจสสิก้า จาก เกิร์ล เจเนอเรชั่น ชอบแบบไหน: เจสสิก้า ผมชอบสาวเอเซียมากกว่าครับ ดูมีเสน่ห์น่าค้นหา หมายเลข46 : ปรก หัศภาคย์ (โป้ย) 25 ปี ข้าราชการสำนักนายกฯ มุกจีบสาวประจำตัวคืออะไร: แกล้งทำโทรศัพท์หายแล้วขอใช้มือถือเธอโทรเข้าเบอร์ตัวเอง พฤติกรรมของผู้หญิงที่รับไม่ได้: ผู้หญิงเจ้าอารมณ์ หงุดหงิดง่าย มองส่วนไหนของผู้หญิงก่อนเป็นอันดับแรก: ขา เนื่องจากผู้หญิงส่วนมากที่มีเรียวขาสวย มักจะเป็นคนที่ดูแลตัวเองดี สิ่งที่คุณคิดว่าโรแมนติกที่สุดที่ตัวเองเคยทำ คืออะไร: เขียนการ์ดแล้วทำการ์ดแฮนเมดให้เธอทุกๆเดือน และทุกๆโอกาสสำคัญ อะไรทำให้คุณฟันธงว่าผู้หญิงคนนี้แหละที่จะมาเป็นแฟนในอนาคต: Lifestyle รวมไปถึงเพลงที่ฟัง อาหารที่ชอบ หนังที่ชอบ เพราะผมเชื่อว่าการใช้ชีวิตของแต่ละคนจะสะท้อนผ่านสิ่งที่ทำ หมายเลข47 : จีราวัฒน์ หงษ์ทองนพคุณ (นัท) 20 ปี นักศึกษา คณะนิเทศศาสตร์ มุขจีบสาวประจำตัวอะไร: เธอ ชื่ออะไรเธอๆใช่เพื่อนนัทปะให้เค้านับ 1-5 เสร็จแล้วเราถามว่าครบยัง พอเค้าบอกว่าครบแล้วค่ะ ผมก็จะพูดว่าโอเค คบแล้วห้ามเลิกนะ เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: รอยยิ้มและบุคคลิก สิ่งที่คุณคิดว่าโรแมนติกที่สุดที่ตัวเองเคยทำ คืออะไร: นำดอกไม้ไปเซอร์ไพร์ตอนที่กำลังกินข้าวกัน อะไรในผู้หญิงที่ทำให้คุณเข่าอ่อนเวลาได้เห็น: เวลายิ้ม จริงใจ ยิ้มเป็นธรรมชาติ อะไรทำให้คุณฟันธงว่าผู้หญิงคนนี้แหละที่จะมาเป็นแฟนในอนาคต: เข้ากันได้ พูดคุยกันรู้เรื่อง นิสัยคล้ายๆกัน รักครอบครัวเรา เหมือนที่เขารักครอบครัวเขา หมายเลข48 : ชัยยุทธ กิติชัยวัฒน์ (โจอี้) 22 ปี นักแสดงอิสระ เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: ความมั่นใจและความเป็นตัวของตัวเอง พฤติกรรมของผู้หญิงที่รับไม่ได้: ขากสเลดเสียงดังในที่สาธารณะ อะไรในผู้หญิงที่ทำให้คุณเข่าอ่อนเวลาได้เห็น: เรียวขา อะไรทำให้คุณฟันธงว่าผู้หญิงคนนี้ล่ะจะมาเป็นแฟนในอนาคต: ฉลาด มีความคิด รู้จักคุณค่าของตัวเอง มั่นใจ เป็นตัวของตัวเอง เดทในฝันที่แสนเร้าใจ: เจอกันในยานอวกาศ แล้วมีเอเลี่ยนไล่ฆ่าตื่นเต้นดี หมายเลข49 : ศรภัทร ภัทราคร (ศร) 23 ปี สถาปนิก เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: ความสามารถครับ คุณค่าของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอแบบไม่ลืมคืออะไร: พัฒนาการของตัวผมเองที่เกิดขึ้นจากเวลาที่ใช้ร่วมกัน เดทในฝันที่แสนจะเร้าใจของคุณเป็นแบบไหน: Dive into unknown, expect for a surprise at least, get surprise in the case of finding none เป็นผู้ชายเจ้าชู้ รักสนุกกับเป็นผู้ชายแสนดีแต่น่าเบื่อ จะเลือกเป็นอะไร: ปกติจะเป็นคนสนุกกับอะไรที่คนอื่นคิดว่าน่าเบื่อ คิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ในวันนี้อีก 5 ปีข้างหน้า: ผมคิดแผนล่วงหน้าได้อย่างเก่งก็ 2 สัปดาห์ครับ หมายเลข50 : เคนยิโร ไรวาส โยเนคุระ (เคน) 32 ปี ช่างภาพ คิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ในวันนี้อีก 5 ปีข้างหน้า: เป็นช่างภาพที่มีชื่อเสียง เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: ความฉลาด คุณค่าใดของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอไม่ลืม: การที่เธอให้คุณค่ากับการใช้ชีวิต พฤติกรรมของผู้หญิงที่รับไม่ได้: อีโก้ที่สูงเกินไป เดทในฝันที่แสนเร้าใจเป็นแบบไหน: แบบไหนก็ได้ แต่ขอแค่เดทกับผู้หญิงที่ผมต้องการจริงๆ ยิ่งกว่าฮอตและเพอร์เฟคท์อีกครับ ดู หนุ่มโสดคลีโอ 2014 หมายเลข 1 - หมายเลข 25 คลิกเล๊ย ที่มาจาก www.cleothailand.com รายงานโดย Women Mthai Team

Daylight เกมส์ผจญภัยสุดหลอน ขาย 8 เม.ย. 2014
Daylight

เปิดตัวเกมส์ Daylight เกมส์ผจญภัยสุดหลอนสุดเสมือนจริงวางขายบน PS4 และ PC 8 เมษายน 2014 Zombie Studios ประกาศเปิดตัวเกมส์ Daylightเกมส์ผจญภัยเขย่าขวัญ ให้ผู้เล่นผจญภัยโรงพยาบาลร้างด้วยตัวคนเดียว และประสบพบเจอกับพลังงานลึกลับ  วางขายบน PS4 และ PC 8 เมษายน 2014 เกมส์ Daylight จะสร้างบรรยากาศชวนหลอนภายในโรงพยาบาลร้างและป่าดงดิบที่ไร้ซึ่งผู้คน และตลบอบอวลกับกลุ่มหมอกควันมีเพียงโทรศัพท์เป็นแสงสว่างในการนำทางและแสดงเส้นทางแผนที่ในฉาก และต้องหาทางออกจากพื้นที่แห่งนี้ท่ามกลางมีพลังงานลึกลับซุ่มอยู่ในความมืด ที่น่าสนใจของเกมส์นี้ืคือ มีระบบภาพ 3 มิติ เพิ่มระดับความหลอนจนขนหัวลุกส่งตรงหน้าจออีกขั้น ใช้เอนจิ้นเกมส์ Unreal Engine 4 ในการพัฒนา เพิ่มระดับความสมจริงภายในเกมส์ ตั้งแต่กราฟิกเกมส์,เอฟฟเฟคเกมส์ จนถึงแสงและเงา เพื่อให้บรรยากาศเกมส์ดูสลัวๆน่ากลัวๆ เกมส์ Daylight วางจำหน่ายวันที่ 8 เมษายน 2014 บน PC และ PlayStation 4

ดอยมวยก้นหอย หุบเขาธรรมชาติมหัศจรรย์
unseen /  ดอย / 

ดอยมวยก้นหอย (Puge County) ตั้งอยู่ในมณฑลเสฉวน ห่างจากตัวเมืองนครซีชางไปทางใต้ 30 ก.ม. ครอบคลุมพื้นที่ 2,400 ตารางก.ม. ส่วนที่เป็นเขตทัศนียภาพสำคัญกิน พื้นที่ 1,083 ตารางก.ม. ในภาษาชนชาติหยีเรียกดอยมวยก้นหอยว่า “อันฮาโป” มีความหมายว่ายอดเขา 500 ลี้ หรือยอดเขานิ้วมือทั้งห้า เป็นภูมิทัศน์ที่ยิ่งใหญ่ตระการตา ดอยมวยก้นหอย หุบเขาธรรมชาติมหัศจรรย์ ยอดเขาหลักชื่อ เยเอ๋อเอ่อฮา มีความสูง 4,359 เมตร เป็นยอดเขาที่สูงเสียดฟ้าลอยเด่นเป็นสง่าในหมู่ยอดเขา ธรรมชาติได้แกะสลักให้ดอยมวยก้นหอยหลัวจี้ซานมี รูปลักษณ์มหัศจรรย์ชวนให้หลงใหล โดยมีลักษณะซ้อนกันเป็นชั้นขึ้นไปดั่งปิระมิด เหมือนหอยโข่งคว่ำ และ คล้ายมวยผมของสตรีโบราณ จึงเป็นที่มาของชื่อดอย มวยก้นหอย ซึ่งภาษาจีนเรียกว่าหลัวจี้ซานนั่นเอง ในประวัติศาสตร์ดอยมวยก้นหอย เคยเป็นปูชนียสถานของพระพุทธศาสนายุคต้นๆ ของจีน จนถึงยุคทองแห่งพระพุทธศาสนาในราชวงศ์ถัง เฉพาะวัดหลัวจี้ก็มี พระภิกษุประจำอยู่ถึง 3,000 รูปแล้ว ในหุบเขามีห้วง น้ำเขียวมรกตที่เงียบวังเวง สายหมอกลอยละลิ่ว จึงเป็นสถานที่สัปปายะของชาวพุทธ เป็น “แดนสวรรค์” สำหรับ การปลีกวิเวกปฏิบัติธรรม ในจีนโบราณได้บัญญัติชื่อสถานที่สำคัญบนดอย มวยก้นหอยไว้ดังนี้คือ “12 ถ้ำพระพุทธ” “18 ยอดเขา” “25 ลาน” “32 สระสวรรค์” “72 ยอดเขา” “108 ทิว- ทัศน์” นอกจากนี้ยังมีน้ำตกจากน้ำพุร้อนที่งดงามอัศจรรย์ ความยิ่งใหญ่อลังการของกลุ่มยอดเขาบนดอยมวยก้นหอย เรียงรายลดหลั่นเป็นชั้น มองจากที่ไกลดูคล้าย กับเกาะสวรรค์ในตำนานเทพนิยายที่ปรากฏตรงหน้า ถ้ามองในระยะใกล้ จะเห็นหน้าผาสูงชัน ต้นไม้เก่าแก่สูง เทียมฟ้า ไม้ดอกดารดาษหลากสีสันราวกับผ้าแพรพรรณ เมื่อขึ้นสู่ยอดเขา จะเห็นทั้งภูดอยธารน้ำยาวนับพันลี้ ไกลสุดสายตา บนเขายังมีป่าดงดิบขนาดใหญ่ที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ ทุ่งหญ้าเขียวขจีอันกว้างใหญ่ไพศาล ดอกไม้นานาพรรณเบ่งบานประชันสีสัน ทั้งยังมีสัตว์ป่าที่หา ยากอีกด้วย กล่าวได้ว่าทั่วทุกแห่งล้วนมีมนต์เสน่ห์ เงียบสงบชวนพิศวง จึงทำให้ดอยมวยก้นหอยกลายเป็น แหล่งทัศนียภาพธรรมชาติที่รวมความยิ่งใหญ่ มหัศจรรย์ แปลกใหม่ น่าหวาดเสียว อนารยะ สูงชัน สงัดเงียบ งดงาม ทั้งหมดนี้มีอยู่ในดอยมวยก้นหอยแห่งเดียว ดอยมวยก้นดอย เป็นพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติว่าด้วย ธารน้ำแข็งโบราณยุคควอเตอร์นารี เมื่อหนึ่งล้านปีก่อน ที่ยังคงความสมบูรณ์ครบถ้วน และหาดูได้ยากในเขต ภูเขาของประเทศจีน รูปลักษณ์ธารน้ำแข็งโบราณซึ่งรวม ทั้งลักษณะเหลี่ยมเขาในร่องรอยธารน้ำแข็งโบราณ แอ่งและร่องธารที่เกิดจากการกร่อนโดยธารน้ำแข็ง เป็นต้น ซึ่งนับเป็นสิ่งที่มีคุณค่าต่อการท่องเที่ยว การผจญภัย และ การสำรวจวิจัยเป็นอย่างยิ่ง ในบรรดาจุดชมวิวเหล่านี้ ที่ยิ่งใหญ่ตระการตาที่สุดเห็นจะเป็น บึงตะกอนธารน้ำแข็ง ที่เกิดจากการกร่อนโดยธารน้ำแข็ง บึงตะกอนธารน้ำแข็ง ของดอยมวยก้นหอยกระจายอยู่ในภูมิประเทศที่มีความ สูงเหนือระดับน้ำทะเล 3,150 เมตรขึ้นไป บริเวณโดยรอบของหนองบึงยังคงมีปรากฏการด้านการกร่อนโดย ธารน้ำแข็งและตะกอนธารน้ำแข็งเป็นจำนวนมาก เนื่อง จากในหนองบึงมีหินผาที่มีสี รอบบึงมีพรรณไม้ พืชหญ้า ต่างๆ และซากพืชเน่าเปื่อยในดิน ทำให้น้ำในหนองบึง ปรากฏสีฟ้าสดใส สีแดงอมน้ำตาล สีเหลืองอมน้ำตาล สีเขียวสด และสีเขียวเข้ม เป็นต้น ดอยมวยก้นหอย มีภูมิลักษณ์เป็นภูเขาสูงชัน ภูมิ อากาศแบ่งเป็นโซนตามความสูงของระดับน้ำทะเล ประกอบกับผู้คนเบาบาง เป็นสภาพแวดล้อมภูมิประเทศที่ มีปิดกั้น ป่าดงดิบและสัตว์ป่าหายากนานาชนิด ตลอดจน ไม้ดอกพันธุ์ป่า พืชเห็ดต่างๆ มีหลากหลายชนิด ป่าดง ดิบมีพื้นที่กว่า 3 แสนโหม่ว (2.4 โหม่วจีน =1 ไร่) พันธุ์พืชประกอบด้วยพืชเขตร้อนแถบเอเชียใต้ พืชพวก สนเขตกึ่งร้อน พืชใบกว้างไม่ผลัดใบเขตกึ่งร้อน และ พืชพวกสนเขตกึ่งภูเขาสูง เป็นต้น รวมกว่า 180 วงศ์ ชนิดกว่า 2,000 ด้านพืชประเภทเห็ด เป็นที่รู้กันว่ามี เห็ดขนาดใหญ่ 150 กว่าชนิด สามารถรับประทานและ ใช้ทำยารักษาโรคได้มีมากถึง 80% มีสัตว์ป่าหายากร่วม 400 ชนิด ดอยมวยก้นหอยได้รักษาทรัพยากรพืชและ สัตว์ไว้ได้อย่างอุดมสมบูรณ์ ซึ่งเป็น “คลังพันธุกรรม” ของสิ่งมีชีวิตที่หายากในประเทศจีน ควรค่าแก่การมา เที่ยวชม เป็นฐานสำรวจศึกษาทางวิทยาศาสตร์ที่ สำคัญยิ่ง ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : rivermk.com / นิตยสารแม่น้ำโขง / lvmama.com / ffgww.com เรียบเรียงโดย Travel MThai ดอยมวยก้นหอย หุบเขาธรรมชาติมหัศจรรย์

สะดือแม่น้ำโขง แก่งอาฮง ณ วัดอาฮงศิลาวาส จ.บึงกาฬ
บึงกาฬ /  วัดอาฮงศิลาวาส / 

แก่งอาฮง, บึงกาฬ แก่งอาฮง หรือจุดชม “สะดือแม่น้ำโขง” ณ วัดอาฮงศิลาวาส ตำบลหอคำ เขตอำเภอเมืองบึงกาฬ ห่างจากตัวจังหวัด 21 กิโลเมตร ถือว่าเป็นจุดที่แม่น้ำโขงมีความลึกที่สุดไม่สามารถวัดความลึกได้ กระแสน้ำไหลเชี่ยวมากในฤดูน้ำหลากและมีกระแสน้ำไหลวนเป็นรูปกรวยขนาดใหญ่จัง สังเกตได้จากเมื่อมีวัสดุหรือซากไม้ขนาดใหญ่ลอยมาเมื่อถึงบริเวณนี้ สิ่งของต่างๆ จะหมุนวนอยู่ประมาณ 30 นาที จึงจะไหลต่อไป ซึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็น "สะดือแม่น้ำโขง" มีความกว้างประมาณ 300 เมตร ในฤดูน้ำลด มีความกว้างราว 400 เมตร สามารถมองเห็นแก่งได้ในช่วงเดือนมีนาคม - พฤษภาคมของทุกปี ซึ่งจะมีกลุ่มหินที่ปรากฏบริเวณ แก่งอาฮง จะมีชื่อเรียกตามลักษณะของหิน เช่น หินลิ้น นาค หินปลาเข้ ถ้ำปลาสวาย นอกจากจะเป็นแหล่งพักผ่อนและสถานที่ท่องเที่ยวชมหินสวยของบึงกาฬแล้ว ยังเป็นจุดชมปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ "บั้งไฟพญานาค" ในช่วงออกพรรษา วันขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมปรากฏการณ์ธรรมชาตินี้เป็นจำนวนมาก ประวัติ วัดอาฮงศิลาวาส เมื่ออดีตกาลนานมาแล้วหลวงพ่อลุน ผู้ก่อตั้งวัดนี้ขึ้นมาในกลางป่าดงดิบปะปนกับโขดหินน้อยใหญ่ ซึ่งเป็นเทือกเขาเชื่อมโยงมาจากฝั่งประเทศลาว วัดนี้มีชื่อเรียกว่า "วัดป่าเลไลย" ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2506 หลวงพ่อลุนได้มรณภาพลงทำให้วัดนี้ไม่มีพระภิกษุอยู่จำวัดแบบถาวรเลย คงเหลือแต่ ชีแก่ๆ อยู่เฝ้าจำวัด และรักษาวัดกระทั่งปี พ.ศ.2517 ท่านเจ้าคุณนิเทศศาสนคุณ (หลวงพ่อมหาสมาน สิริปัญโญ) ผ่านมาแวะเข้าไปดูบริเวณวัด และเห็นสภาพทั่วไปสงบร่มรื่น อยู่ติดกับริมฝั่งแม่น้ำโขงซึ่งจะมีโขดหินเรียงรายอยู่ในแม่น้ำยื่นจากฝั่ง ออกไปสู่กลางลำน้ำโขง มีชื่อเรียกว่า " แก่งอาฮง " ต่อมาหลวงพ่อได้ปรึกษากับคณะพระภิกษุสงฆ์พร้อมญาติโยม จะปฏิสังขรณ์วัดแห่งนี้ขึ้นใหม่ให้เป็นวัดที่สมบูรณ์และถาวร โดยปรับปรุงสภาพแวดล้อมและก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวก ที่มีความจำเป็นแก่พระ ภิกษุสามเณร และญาติโยม เสร็จแล้วหลวงพ่อตั้งชื่อวัดใหม่ให้เข้ากับสภาพแวดล้อมว่า "วัดอาฮงศิลาวาส" จนถึงปัจจุบัน และได้พัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวไปในที่สุด วัดอาฮงศิลาวาส  ตั้งอยู่เขตพื้นที่บ้าน อาฮง หมู่ 3 ต.ไคสี จ. บึงกาฬ ตั้งอยู่ห่างจาก บึงกาฬ 21 กิโลเมตร ห่างจากจังหวัดหนองคาย 115 กิโลเมตร วัดตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงบริเวณแก่งอาฮง View Larger Map แก่งอาฮง วัดอาฮงศิลาวาส จังหวัดบึงกาฬ ข้อมูลและภาพ : คู่หูเดินทาง / bungkan.com เรียบเรียงโดย Travel MThai

ไขความจริง! พบปฏิทินชาวมายัน โลกไม่แตกในปี 2012
ปฏิทินชาวมายัน /  วันโลกแตก / 

ไขความจริง! พบปฏิทินชาวมายัน โลกไม่แตกในปี 2012 ความเชื่อเรื่องวันสิ้นโลกนั้น ก่อนหน้านี้ มีการอ้างอิงปฏิทินโบราณของชนเผ่ามายา ในทวีปอเมริกากลาง ซึ่งทำนายว่า โลกของเราอาจถึงคราวดับสูญในวันที่ 22 ธันวาคม คริสตศักราช 2012 ปฏิทินของชาวมายันต่างกับปฏิทินทั่วไป ที่เดินต่อไปข้างหน้า ในขณะที่ปฏิทินของเผ่ามายา ใช้วิธีการนับถอยหลัง จนถึงจุดเลข 0 จุดสิ้นสุดในปี 2012 โดยวงจรของปฏิทินประกอบไปด้วย 13 ช่วง หรือ “แบ็กทัน” โดยแบ็กทันสุดท้ายอยู่ในช่วงของ ค.ศ.1606 ถึง 21 ธันวาคม ค.ศ.2012 ( พ.ศ. 2555 ) ข้อมูลข้างต้นเป็นกระแสที่ถูกถกเถียง วิพากษ์วิจารณ์กันในทุกวงการ มีการสร้างเป็นภาพยนตร์วันสิ้นโลก การเชื่อมโยงกับภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เพิ่มน้ำหนักกับความเชื่อโลกแตกของชาว"มายา"ที่มีความเป็นเลิศทางด้านการคำนวณและดาราศาสตร์ ขณะเดียวกัน นักโบราณคดีหลายคน ออกมาปฏิเสธตำนานวันสิ้นโลกตลอดไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ ด้วยเหตุผลบางประการชาวมายาได้ละทิ้งเมืองอันรุ่งเรืองของพวกเขาในช่วงเวลานั้น หยุดอารยธรรมที่กำลังเติบโตทั้งหลายไม่มีการถ่ายทอดมายังชนรุ่นหลัง เหลือแต่เพียงซากปรักหักพังอยู่กลางป่าดงดิบในกัวเตมาลา  หรือว่าพวกเขาเห็นและรู้และเห็นอะไรบางอย่าง  และทิ้งไว้เป็นปริศนา ล่าสุด นักโบราณคดีชาวอเมริกัน ได้ค้นพบหลักฐานใหม่ เป็นภาพเขียนฝาผนังเก่าแก่ของชาวเผ่ามายาที่โบราณสถานแห่งหนึ่งที่ถูกค้นพบว่ามีความเก่าแก่และกำลังไขปริศนาด้วยการพบปฏิทินทางจันทรคติของชาวมายา ระบุว่าไม่ได้สิ้นสุดลงในปี 2012 แต่อย่างใด พิสูจน์จากภาพวาดฝาผนังดังกล่าว คาดว่าเขียนขึ้นตั้งแต่คริสตศัตวรรษที่ 800 หรือกว่า 1,200 ปีก่อน มีการตกแต่งประดับประดาอย่างมีเอกลักษณ์ ซึ่งปฏิทินที่ค้นพบชิ้นใหม่นี้ เป็นปฏิทินดาราศาสตร์ที่ชนเผ่ามายันระบุวันเวลานับจากวันที่บันทึกออกไปไกลกว่า 7,000 ปีข้างหน้า และนั่นแสดงให้เห็นว่า ณ ปัจจุบันนี้ วันเวลาที่นับจากวันที่จารึกปฎิทินดังกล่าว ได้ล่วงเลยมาเพียง 1,200 ปีเท่านั้น  ขณะที่ภาพบางภาพแสดงถึงการคำนวณปฏิทินของชาวมายา ที่เราไม่สามารถล่วงรู้เลยว่าบ่งบอกถึงสิ่งใดกันแน่ แต่มีการเชื่อมโยงกับพระอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดาวอังคาร ดาวศุกร์ และโลก ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ภาพส่วนหนึ่งเผยให้เห็นข้อเท็จจริงที่ว่า วัฎจักรด้านกาลเวลาของชาวมายาไม่มีที่สิ้นสุด โดยเดือนธันวาคมปลายปีนี้ ถือเป็นการเริ่มต้นวัฎจักรใหม่ของปฏิทินแบบชาวมายา หรือที่เรียกกันว่า "แบ็กทัน" นั่นเอง ศาสตราจารย์เลออนโซ แบร์เรโน ผู้เชี่ยวชาญด้านชนเผ่าและภาษามายันแห่งมหาวิทยาลัยเรจินา แคนาดากล่าวว่า ปฎิทินมายาของชาวมายันนั้นถูกตีความผิดมาโดยตลอด ก่อนหน้านี้เขาเรียนการอ่านปฏิทินมายามาจากคนเฒ่าคนแก่ชาวมายันแท้ ๆ แต่ไม่มีชาวมายันคนไหนพูดถึงวันสิ้นโลกเลยสักคน และไม่เคยมีสื่อใดๆ มาสัมภาษณ์ชาวมายันเพื่อไขข้อเท็จจริงเลยสักคน นับว่าเป็นครั้งแรกที่มีการค้นพบศิลปะของชาวมายาบนฝาผนังของบ้าน ปัจจุบันอยู่ในเมืองซุลตัน ประเทศกัวเตมาลา ซึ่งเชื่อว่าจิตกรน่าจะเป็นนักบวชผู้เชี่ยวชาญด้านตัวอักษร และการทำปฏิทิน เพื่อช่วยกษัตริย์ของชาวมายา ผูกโยงพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ เข้ากับปรากฏการณ์ต่างๆบนท้องฟ้า การขยายออกไปของปฏิทินนี้ เป็นอีกหลักฐานหักล้างความเชื่อที่ว่าโลกแตก ถึงคราดับสูญได้ได้บ้าง ซึ่งอย่างน้อยก็ทำให้มวลมนุษย์ได้รู้ว่า เราจะสามารถดำรงอยู่กับโลกใบนี้อีกต่อไป ขึ้นอยู่กับว่า จะรักษาไว้ได้มากน้อยเพียงใด เพราะโลกแตกไม่น่ากลัวเท่าภัยธรรมชาติ ที่กำลังเกิดขึ้นจริงในปัจจุบันอย่างภาวะโลกร้อนที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ สร้างความเสียหายจากภัยพิบัติอย่างมหาศาล ... Pics: National Geographic Mthai News เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com

ที่ว่าการอำเภอบ้านบึง
สถานที่ราชการ /  ที่ว่าการอำเภอ / 

อำเภอบ้านบึงแต่ เดิมนั้นเป็นตำบลหนึ่งติดต่ออำเภอเมืองชลบุรี สภาพทั่วไปเป็นป่าดงดิบ ประชาชนอาศัยเพียงเบาบาง ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่ หัว รัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เริ่มมีประชาชนอพยพเข้ามาบุกร้างถาง พง ทำไร่และตั้งบ้านเรือนอยู่อาศัยมากขึ้น ครั้นถึง พ.ศ.2464 ได้ยกฐานเป็น กิ่งอำเภอบ้านบึง ปี พ.ศ.2481 นายอำนาจ เนื่องจำนงค์ คหบดีสมัยนั้นได้เป็นผู้นำในการขอ ยกฐานะอำเภอโดยเสนอทางการว่า ที่ดินของ นางเทศ กาญจพังคะ ซึ่งเป็น มารดา จำนวน 32 ไร่ เป็นสถานที่ตั้งที่ว่าการอำเภอ และสถานที่ราชการ ต่าง ๆ พร้อมกับที่สร้างที่ว่าการอำเภอให้อีก 1 หลัง โดยไม่ใช้งบ ประมาณ กระทรวงมหาดไทยได้เห็นชอบและประกาศยกฐานะเป็นอำเภอในปีนั้นเอง ที่ว่าการอำเภอบ้านบึง สมัยนั้นเป็นไม้ทรงปั้นหยา มุขกลางมีขั้นบันได ขึ้นทั้งสองข้าง เริ่มก่อสร้างและเสร็จ พ.ศ.2481 เป็นอำเภอที่สวยงามมีการ เฉลิมฉลองกันอย่างมโหฬาร และใช้ในราชการตลอดมาจนกระทั่ง พ.ศ.2518 สภาพของ อาคารเริ่มชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา คานยุบลง หลังคารั่ว ไม้โครงหลังคาผุ พัง เป็นบางส่วนจนน่ากลัวเป็นอันตราย ในปี พ.ศ.2529 นายอารยะ วิวัฒน์วานิช ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งนายอำเภอ บ้านบึง ได้เชิญชวนคหบดี และชาวอำเภอบ้านบึง ช่วยกันสร้างที่ว่าการอำเภอ หลังใหม่งานก่อสร้างได้เริ่มต้นขึ้นในเดือน ตุลาคม 2530 โดยมีผู้ศรัทธาร่วม กันบริจาคเงินพร้อมกับออกแบบก่อสร้างขออนุญาตจากต่อทางราชการทำการรื้อถอน อาคารหลังเก่า เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2531 ทำที่วางศิลาฤกษ์ และก่อสร้างใน วันที่ 5 มิถุนายน 2531 และเสร็จเรียบร้อยในเดือนธันวาคม 2531 เป็นอาคาร หลังเดียวในประเทศไทยที่มีแบบพิเศษแตกต่างจากที่อื่น และไม่ใช้เงินงบประมาณ จากทางราชการ อำเภอบ้านบึง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของจังหวัดชลบุรี เป็นพื้นที่ราบ สูงสลับกับพืชเขาเขียว ที่ราบลุ่มน้อย ฉะนั้น ประชาชนจึงมีอาชีพทำการ เกษตร เช่น ทำไร่อ้อย มันสำปะหลัง ผลไม้ การทำนา มีประชากรทั้ง สิ้น 92,757 คน พื้นที่ 599.088 ตารางกิโลเมตร เหตุที่เรียกชื่ออำเภอ ว่า "อำเภอบ้านบึง" เนื่องจากแต่เดิมมีพื้นที่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของตัว เมืองมีบึงขนาดใหญ่ แต่ในปัจจุบันได้ตื้นเขินกลายสภาพเป็นที่ราบไปหมด แล้ว กอปรกับที่ว่าการอำเภอบ้านยึงตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านบึง จึงใช้ชื่อตำบล เป็นชื่อของอำเภอจนมาถึงทุกวันนี้

Cookie Run Season 2 เผยเทคนิคหลบสิ่งกีดขวางฉากใหม่
Cookie Run Season 2 /  ookie Run / 

Cookie Run Season 2 (คุกกี้รัน ซีซั่น 2) ได้ทำการอัพเดตใหม่อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2557 โดยบรรจุฉากเกมส์ใหม่ เพิ่มระดับความท้าทายต่อการเล่นอีกขั้น มาดูวิธีการหลบหลีกและสไลด์เพื่อฟันฝ่ากับฉากสำคัญๆว่าเป็นอย่างไรกัน ด่าน 3 - ฉากป่าดงดิบรัตติกาล ด่าน 7 - ฉากมหาสมุทรยามค่ำคืน ด่าน 8 - ฉากขนมหวาน ด่าน 9 - ฉากโรงงานขนมหวาน

อนาคอนดา 2 เลื้อยสยองโลก
หนังออนไลน์ /  อนาคอนด้า / 

เนื้อเรื่องย่อ Anacondas: The Hunt for the Blood Orchid เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นใจกลางป่าลึกบนเก­าะเบอร์เนียว ที่ซึ่งดอกกล้วยไม้ป่าที่ขึ้นชื่อว่าหายาก­ชนิดหนึ่ง ถือกำเนิดอยู่ มันคือ 'กล้วยไม้สีเลือด' ดอกกล้วยไม้นี้อาจเป็นกุญแจสำคัญ ที่นำไปสู่การสกัดยาอายุวัฒนะ เมื่อกลุ่มนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ไฟแรง พากันเดินทางลึกเข้าไปในป่าดงดิบ เพื่อแสวงหากล้วยไม้สีเลือด ด้วยความหวังที่จะค้นพบปริศนาที่มาแห่งยาอ­ายุวัฒนะ ซึ่งจะมีผลต่อไปถึงความก้าวไกลในหน้าที่กา­รงานของพวกเขา และค่าตอบแทนมหาศาลที่จะได้รับ ไม่ช้าพวกเขาก็ได้ค้นว่า นอกจากสภาพอากาศอันแสนเลวร้าย และสภาพป่าอันรกชัฏหนาแน่น ที่ขวางกั้นอยู่ระหว่างพวกเขาและสมบัติล้ำ­ค่าชิ้นนั้น ในป่าดงดิบมืดมิดแห่งนี้ ยังมีอสรพิษร้ายซุกซ่อนอยู่ เพื่อปกป้องดอกกล้วยไม้ และมันจะหยุดทุกคนที่บังอาจล่วงล้ำเข้ามา ...ไม่ให้ได้กลับออกไป!..

ชาวบ้าน อ.เบตง แห่ดูกบภูเขา น้ำหนักกว่า 1 กิโลฯครึ่ง
กบภูเขา

กบภูเขา ชาวบ้าน อ.เบตง แห่ดูกบภูเขา น้ำหนักกว่า 1 กิโลฯครึ่ง MThainews: รายงานข่าวแจ้งว่า ชาวบ้านที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา กำลังแตกตื่นกับกบภูเขา น้ำหนักกว่า 1 กิโลครึ่ง จำนวน 4 ตัว โดยชาวบ้านสามารถจับได้ที่บริเวณใกล้ลำธารในป่า ซึ่งชาวบ้านที่จับได้ยืนยันว่าจะนำมันมาเลี้ยงไว้ ให้ลูกหลานดู ยืนยันว่าจะไม่ฆ่ามัน หรือประกอบอาหารแต่อย่างใด ทั้งนี้ ชาวบ้านเปิดเผยว่า กบภูเขามีจำนวนมากในอดีตรุ่นปู่ รุ่นย่า และสามารถเจริญเติบโตได้ถึง 4 กิโลกรัม อาศัยอยู่แถบชายแดนไทย-มาเลเซีย เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์กบภูเขาจะออกมาจากป่าดงดิบ เพื่อผสมพันธุ์บริเวณลำธาร ซึ่งชาวบ้านมักจะออกไปล่ากบภูเขามาจำหน่าย เพื่อนำมาประกอบอาหาร ราคากิโลกรัมละ 300-500 บาท  MThai News ขอบคุณภาพจากรายการ  เรื่องเล่าเช้านี้

รวม เกาะที่สวยที่สุดในประเทศไทย ไม่ควรพลาด
เที่ยวทะเล

ประเทศไทยของเรา ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามติดอันดับโลก โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่งดงามเกินบรรยาย ภาพของน้ำทะเลสีคราม หาดทรายขาวละเอียด ทิวมะพร้าวเรียงราว คงชินตาใครหลายๆ คน วันนี้เลยขอหยิบเอา เกาะที่สวยที่สุดในประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นที่นิยม ของนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติมาบอกกัน ดังต่อไปนี้ รวม เกาะที่สวยที่สุดในประเทศไทย ไม่ควรพลาด เกาะพีพี : ภาพจาก http://www.flickr.com/photos/45469294@N07 หมู่เกาะพีพี (Phi Phi) หมู่เกาะพีพี อยู่ห่างจากอำเภอเมืองกระบี่ 42 กิโลเมตร เป็นหมู่เกาะกลางทะเล ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ซึ่งประกอบด้วยเกาะ 6 เกาะ คือ เกาะพีพีเล เกาะพีพีดอน เกาะยูง เกาะไม้ไผ่ เกาะบิดะนอก และเกาะบิดะใน ถือเป็นอัญมณีเลอค่าแห่งทะเลอันดามัน ที่โด่งดังติดอันดับแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของโลก ด้วยความงดงามของเวิ้งอ่าวคู่ของอ่าวต้นไทร และอ่าวโละดาลัมอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ บวกกับทะเลในสีเขียวมรกตสวยใส ที่โอบล้อมหาดทรายขาวนวลละเอียดราวแป้งของ "อ่าวมาหยา" พร้อมแนวปะการังและสรรพชีวิตหลากสีสันนานาพันธุ์ในโลกใต้ทะเล สิ่งเหล่านี้คือแม่เหล็ก ที่ดึงดูดให้นักเดินทางนับล้านชีวิตจากทั่วทุกมุมโลก หลั่งไหลมายังหมู่เกาะเล็ก ๆ แห่งนี้ เพื่อจะมาเยี่ยมเยือนและสัมผัสให้เห็นกับตาตัวเอง จนได้รับการยกย่องว่าเป็นเกาะที่สวยงามติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก และได้ฉายาว่า มรกตแห่งอันดามัน สวรรค์เกาะพีพี หมู่เกาะสิมิลัน หมู่เกาะสิมิลันเป็นหมู่เกาะเล็ก ๆ ในทะเลอันดามัน มีทั้งหมด 9 เกาะ เรียงลำดับจากเหนือมาใต้ ได้แก่ เกาะหูยง เกาะปายัง เกาะปาหยัน เกาะเมี่ยง (มี 2 เกาะติดกัน) เกาะปายู เกาะหัวกระโหลก (เกาะบอน) เกาะสิมิลัน และเกาะบางู โดยหมู่เกาะเหล่านี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหมู่เกาะที่มีความงาม ทั้งบนบกและใต้น้ำที่ยังคงความสมบูรณ์ของท้องทะเล สามารถดำน้ำได้ทั้งน้ำตื้นและน้ำลึก มีปะการังที่มีสีสันสวยงามหลากชนิด ปลาหลากสีสันและหายาก ทั้งนี้ เกาะสิมิลัน หรือ เกาะแปด เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะสิมิลัน ลักษณะอ่าวเป็นรูปโค้งเหมือนเกือกม้า มีหาดทรายขาวละเอียดเนียนนุ่มน้ำทะเลใสน่าเล่น ใต้ทะเลมีปะการังสวยงามหลายชนิด และมีปลาประเภทต่าง ๆ ที่มีสีสันสวยงามมากมาย เป็นเกาะที่สามารถดำน้ำทั้งน้ำลึกและน้ำตื้น และทางด้านเหนือของเกาะมีก้อนหินขนาดใหญ่ รูปร่างแปลกตา เช่น หินรูปรองเท้าบู๊ท หรือรูปหัวเป็ดโดนัลด์ดั๊ก ตอนบนที่ตรงกับแนวหาดมีหินรูปเรือใบ ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สวยงามที่จะมองเห็นความสวยงามของท้องทะเลได้กว้างไกล ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนเมษายน เป็นช่วงที่น่าท่องเที่ยวมากที่สุด ส่วนเดือนพฤษภาคมถึงพฤศจิกายน เป็นฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ มีคลื่นลมแรงเป็นอันตรายต่อการเดินเรือและทางอุทยานฯ จะประกาศปิดเกาะในเดือนพฤษภาคมเพื่อเป็นการฟื้นฟูธรรมชาติทุกปี เกาะหลีเป๊ะ : ภาพจาก http://www.flickr.com/photos/10630381@N03 เกาะหลีเป๊ะ เกาะสิเป๊ะ หรือ เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล จุดเด่นของเกาะหลีเป๊ะคือความเป็นธรรมชาติของปะการังรอบเกาะ มีเวิ้งอ่าวที่สวยงาม หาดทรายละเอียดนิ่มเหมือนแป้ง มีอ่าวที่สวยงามชื่อ "อ่าวพัทยา"และ "หาดชาวเล" มีลักษณะโค้งเว้า ทรายขาวละเอียด ซึ่งทั้งสองหาดนี้สามารถเดินถึงกันได้โดยใช้เวลาประมาณ 15 นาที และยังมีบริการบ้านพักของเอกชนคอยบริการนักท่องเที่ยวอีกด้วย นักท่องเที่ยวสามารถเช่าเรือไปยังเกาะต่าง ๆ ได้ นอกจากนี้ ยังมีชุมชนชาวเลอาศัยอยู่หลายครัวเรือน ส่วนใหญ่มีอาชีพทำการประมง ในวันขึ้น 13-15 ค่ำ เดือน 6 และเดือน 12 ตลอด 3 วัน 3 คืน ชาวบ้านทีมีเชื้อสายชาวเลจะร่วมกันจัดงานรื่นเริง และที่สำคัญที่สุดคือ ชาวบ้านจะช่วยกันต่อเรือด้วยไม้ระกำ และประกอบพิธีลอยเรือด้วยเป็นความเชื่อว่าเป็นการเสี่ยงทายโชคชะตาในการประกอบอาชีพประมง เกาะสมุัย : ภาพจาก http://www.flickr.com/photos/96394350@N00 เกาะสมุย เกาะสมุย จังหวัดราษฎร์ธานี เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอันดับต้น ๆ ของประเทศอีกแห่งหนึ่ง ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก เพราะมีธรรมชาติอันงดงาม มีหาดทรายขาวละเอียดที่สะอาดบริสุทธิ์ อีกทั้งยังเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกทุกรูปแบบครบครัน ทั้งที่พักหลากหลายรูปแบบจำนวนมาก มีการคมนาคมที่สะดวก และมีสนามบินเป็นของตัวเอง ปัจจุบันเกาะสมุยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของทะเลอ่าวไทยตอนใต้ ที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติหลั่งไหลไปเยี่ยมเยือนปีละหลายล้านคน เกาะสมุย มีหาดทรายธรรมชาติสวยงามที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง เช่น หาดเฉวง หาดละไม หาดตลิ่งงาม และหาดนาเทียน และมีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ทั้งป่าไม้และแหล่งน้ำ นอกจากนี้ ยังเต็มไปด้วยเรื่องราวและศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น ที่สร้างเสน่ห์ให้กับเกาะแห่งนี้เป็นอย่างมาก เกาะเต่า : ภาพจาก http://www.flickr.com/photos/robysaltori เกาะเต่า (Ko Tao) เกาะเต่าเป็นเกาะเล็ก ๆ ตั้งอยู่โดดเดี่ยวกลางทะเลอ่าวไทย อยู่ห่างจากชายฝั่งของจังหวัดชุมพรประมาณ 74 กิโลเมตร ห่างจากชายฝั่งของจังหวัดสุราษฎร์ธานีประมาณ 110 กิโลเมตร ห่างจากเกาะสมุยประมาณ 64 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากเกาะพะงันประมาณ 45 กิโลเมตร เป็นเกาะที่ได้ชื่อว่าเป็น "เกาะสวรรค์กลางทะเลอ่าวไทย" เนื่องจากเป็นเกาะที่มีธรรมชาติสวยงามและอุดมสมบูรณ์ มีแนวปะการังทั้งน้ำตื้นและน้ำลึกขนาดใหญ่และสวยงาม อันเป็นที่อยู่อาศัยของปลาหลากชนิดจำนวนมาก จนกลายเป็นจุดดำน้ำที่มีชื่อเสียงระดับโลกอีกแห่งหนึ่ง ที่นักดำน้ำทั่วโลกต่างพากันหมุนเวียนมาเยี่ยมเยือน และสัมผัสกับโลกใต้ทะเลของเกาะสวรรค์แห่งนี้ นอกจากนี้ เกาะเต่ายังมีหาดทรายขาวละเอียดที่สะอาดบริสุทธิ์ สวยงาม และสงบเงียบ อีกหลายแห่งรอบเกาะ ที่เติมเต็มให้เกาะแห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบ เหมาะสมกับฉายา "เกาะสวรรค์" อีกทั้งในอดีตบริเวณชายหาดรอบ ๆ เกาะเต่า ยังเต็มไปด้วยเต่าที่มาหาแหล่งวางไข่เป็นจำนวนมาก อันเป็นที่มาของชื่อ "เกาะเต่า" นั่นเอง เกาะลันตา เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ เป็นเกาะขนาดใหญ่ที่มีผู้คนอาศัยต่อเนื่องมายาวนานกว่าร้อยปี ประกอบด้วย เกาะลันตาใหญ่ และ เกาะลันตาน้อย ทั้งนี้ แหล่งท่องเที่ยวส่วนใหญ่อยู่บนเกาะลันตาใหญ่ โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา ซึ่งตั้งอยู่ที่แหลมโตนด ตรงปลายเกาะ เป็นพื้นที่ที่สมบูรณ์ด้วยผืนป่าดงดิบ มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ และที่โดดเด่นที่สุดคือประภาคารสีขาว ซึ่งเป็นเสมือนสัญลักษณ์ของเกาะลันตา ขณะที่เกาะลันตาน้อยเป็นที่ตั้งของที่ว่าการอำเภอเกาะลันตา ด้วยระยะทางที่ห่างไกลจากแผ่นดิน เกาะลันตาจึงยังคงความสวยงามของหาดทรายและน้ำทะเลสะอาด อีกทั้งยังมีวิถีชีวิตของชาวเกาะดั้งเดิม ที่มีทั้งชาวไทยพุทธ ชาวไทยจีน ชาวไทยมุสลิม และชาวไทยใหม่ (ชาวเล) อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ผสานกับความเจริญทางด้านหัวเกาะแถบท่าเรือและชายหาดฝั่งตะวันตก ซึ่งคึกคักด้วยนักท่องเที่ยว การมาเยือนเกาะลันตาจึงได้เที่ยวหลายบรรยากาศในคราวเดียวกัน เกาะล้าน เกาะล้าน อยู่ห่างชายฝั่งพัทยาเพียง 7 กิโลเมตร นั่งเรือโดยสาร 45 นาที มีชายหาดที่สวยงามหลายแห่ง ส่วนใหญ่คึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวที่มาเล่นน้ำ ดูปะการัง เล่นกีฬาทางน้ำ โดยเฉพาะที่หาดตาแหวน หาดทองหลาง หาดนวล และหาดเทียน ส่วนหาดแสมบรรยากาศเงียบสงบกว่าหาดอื่น บริเวณเกาะล้าน และเกาะเล็ก ๆ ที่อยู่รอบ ๆ เช่น เกาะครก และเกาะสาก เป็นแหล่งตกปลาดำน้ำดูปะการัง ทั้งแบบน้ำลึกและน้ำตื้น และเป็นสถานที่ฝึกหัดเรียนดำน้ำ เกาะกูด เกาะกูด เกาะสุดท้ายปลายทะเลตะวันออกในจังหวัดตราดของไทย ติดชายแดนทางทะเลของกัมพูชา ด้วยความที่เป็นเกาะขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ทำให้ดินแดนแห่งนี้เปี่ยมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์อยู่มากมาย และสวยงาม เหมาะแก่การท่องเที่ยวและการพักผ่อน และด้วยพื้นที่ที่เป็นภูเขาและที่ราบสันเขา จึงเป็นต้นกำเนิดลำห้วยต่างๆ ซึ่งก็ทำให้เกาะกูดมีน้ำตกหลายแห่ง บนเกาะกูดยังมีสถานที่ท่องเที่ยว คือชายหาดเนียนละเอียด เคียงข้างน้ำทะเลใสแจ๋ว อีกทั้งยังมีป่าชายเลนที่สมบูรณ์และแนวปะการังนานาชนิด จนได้รับสมญานามว่า "อันดามันแห่งทะเลตะวันออก" เกาะพยาม เกาะพยาม จังหสัดระนอง เป็นเกาะขนาดใหญ่ มีชาวบ้านอาศัยอยู่บนเกาะประมาณ 160 ครัวเรือน ชาวบ้านมีอาชีพทำสวนมะม่วงหิมพานต์ สวนยางพาราและประมงชายฝั่ง กิจกรรมบนเกาะจะมีการตกปลา ขี่จักรยานรอบเกาะ และสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการดำน้ำดูปะการัง เกาะพยามถือเป็นแหล่งดูปะการังที่สมบูรณ์สวยงาม และด้านทิศตะวันออกของเกาะไม่มีหาดทราย แต่มีความอุดมสมบูรณ์ของป่าชายเลน และมีชาวเล เผ่ามอแกน มาอาศัยอยู่เป็นบางครั้ง บนเกาะพยามมีที่พักบริการนักท่องเที่ยว เกาะนางยวน เกาะนางยวน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประกอบด้วยเกาะขนาดเล็ก 3 เกาะ ซึ่งเชื่อมต่อกันด้วยสันทรายในลักษณะเหมือนทะเลแหวก เสน่ห์ของเกาะนางยวนนั้น มาจากน้ำทะเลสีมรกตที่ใสจนมองเห็นตัวปลาตัวเล็กตัวน้อย เปลือกหอย และปะการัง ซึ่งอยู่ใต้น้ำอย่างชัดเจน ส่วนกิจกรรมสุดฮิตของที่นี่คือ การดำน้ำดูปะการังปละปลาสวยงาม เล่นน้ำริมหาด จะว่าไปนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เลือกมาท่องเที่ยวและพักผ่อนที่นี่นั้น เหตุเพราะมีบรรยากาศที่เป็นส่วนตัว อากาศสดชื่น ทั้งยังมีความเขียวขจีของเขาเล็ก ๆ 3 เขารายรอบ และความงามของท้องทะเลมาบรรจบกัน เพราะฉะนั้น หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่มีใจรักธรรมชาติ หลงรักน้ำทะเล ชอบความเป็นส่วนตัว และต้องการพักผ่อนอย่างแท้จริง อย่าลืมมาพักผ่อนที่ "เกาะนางยวน" เกาะมันนอก เกาะมันนอก เป็นเกาะเล็ก ๆ เกาะหนึ่งใน หมู่เกาะมัน ที่ตั้งเรียงกันอยู่ในอ่าวแกลง จังหวัดระยอง เป็นเกาะที่ค่อนข้างเงียบสงบและร่มรื่น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการมาพักผ่อนโดยแท้ อีกทั้งยังมีหาดทรายละเอียดสีขาว น้ำทะเลสีฟ้าใส สายลมพลิ้วไหวเหนือสายน้ำ สำหรับกิจกรรมสุดฮิตของนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวบนเกาะมันนอก คือเล่นน้ำทะเล ดำน้ำชมความงามของปะการังต่างๆ ที่ขึ้นอยู่ใต้น้ำรอบ ๆ เกาะมันนอก และทำกิจกรรมส่วนตัวตามอัธยาศัย เพราะเกาะนี้มีความเป็นส่วนตัวมาก ๆ เกาะตาชัย เกาะบริวารแห่งใหม่ของ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ถูกพบครั้งแรกโดยชายที่ชื่อ ตาชัย ทำให้ตั้งชื่อเกาะตามคนค้นพบว่า เกาะตาชัย ช่วงเวลาที่เกาะตาชัยงดงามที่สุดคือเดือนกุมภาพันธ์ – เมษายน จากนั้นเกาะตาชัยจะปิด 6 เดือน เพื่อให้ธรรมชาติได้ฟื้นฟู สำหรับจุดเด่นที่ทำให้เกาะตาชัยกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ใคร ๆ ก็อยากเดินทางไปชื่นชม คือ ชายหาดทรายขาวเม็ดละเอียด เนื้อนุ่ม ที่มีความยาวทอดตัวขนานไปกับผืนน้ำประมาณ 700 เมตร และการเดินป่าเข้าไปดู ปูไก่ ปูน้ำจืดที่ชอบอาศัยอยู่ตามธารน้ำ มีลำตัวสีแดงสด มีก้ามสีดำเหลือบน้ำเงิน เวลาร้องจะมีเสียงคล้ายไก่ ชอบออกหากินในช่วงกลางคืน รวมถึงเป็นจุดดำน้ำดูปะการังที่ทอดตัวยาวขนานกับชายหาด ที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของเมืองไทย หมู่เกาะสุรินทร์ หมู่เกาะสุรินทร์ หรือ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ตั้งชื่อตามพระยาสุรินทราชา (นกยูง วิเศษกุล) เทศาเมืองภูเก็ต ผู้ค้นพบเกาะ เป็นอุทยานแห่งชาติที่ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดพังงา มีลักษณะเป็นหมู่เกาะในทะเลอันดามัน อยู่ติดกับชายแดน ไทย - พม่า ประกอบด้วยเกาะ 5 เกาะ คือ เกาะสุรินทร์เหนือ เกาะสุรินทร์ใต้ เกาะไข่ (เกาะตอรินลา) เกาะกลาง (เกาะปาจุมบา) เกาะรี (เกาะสต๊อก) และ 1 กองหินปริ่มน้ำ คือ กองหินริเชลิว นับว่ามีธรรมชาติที่สมบูรณ์ทั้งบนบกและในทะเล มีทั้งป่าดิบชื้น ป่าชายหาด ป่าชายเลนมาประจบกับแนวปะการัง แนวปะการังมีความสมบูรณ์ เหมาะสำหรับชมปะการังน้ำตื้น โดยกองหินริเชริวเหมาะสำหรับดำน้ำลึก เป็นแหล่งสมบูรณ์ด้วยธรรมชาติใต้ทะเล มีปลาหลายชนิด และเป็นจุดที่พบฉลามวาฬบ่อยสุดของทะเลไทย ช่วงเวลาที่เหมาะกับการท่องเที่ยว คือ เดือนพฤษจิกายนถึง เดือนเมษายน นอกจากนี้ ยังมีหมู่บ้านของชาวเลเลกลุ่มสุดท้ายที่ยังดำรงวัฒนธรรมดั้งเดิมมากที่สุด คือ "มอแกน" หรือ "ยิบซีแห่งท้องทะเล" ประมาณ 200 คนปัจจุบันได้ตั้งหมู่บ้านอยู่ที่เกาะสุรินทร์ใต้ ขายของที่ระลึกให้นักท่องเที่ยว และบางส่วนทำงานเป็นลูกจ้างของอุทยานฯ หมู่เกาะอาดัง-ราวี หมู่เกาะอาดัง-ราวี ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติตะรุเตา ซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติที่ตั้งอยู่ในจังหวัดสตูล และอยู่ในเขตทะเลอันดามัน เป็นหมู่เกาะที่มีความสวยงาม อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ มีสภาพธรรมชาติที่น่าสนใจ โดย เกาะอาดัง ในอดีตเป็นที่ซ่องสุมของโจรสลัด ปล้นสะดมเรือ มีหาดทรายขาวละเอียด สวยงาม และมีแนวปะการังอยู่รอบๆ เกาะ เหมาะสำหรับดำน้ำตื้น เป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ตต. 5 (แหลมสน) อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ประมาณ 40 กิโลเมตร ส่วน เกาะราวี มีหาดทรายขาว น้ำใส เงียบสงบ เหมาะแก่การกางเต็นท์พักผ่อน เล่นน้ำ ดำน้ำตื้น และดำน้ำลึกชมแนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลที่น่าชม เป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ตต. 6 (หาดทรายขาว) และหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ตต. 7 (ตะโละปะเหลียน) ซึ่งเดือนที่เหมาะแก่ท่องเที่ยวอยู่ในระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนเมษายน หมู่เกาะอ่างทอง หมู่เกาะอ่างทอง ตั้งอยู่ในพื้นที่ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประกอบด้วยเกาะต่าง ๆ 42 เกาะ ได้แก่ เกาะพะลวย เกาะวัวตาหลับ เกาะแม่เกาะ เกาะสามเส้า เกาะหินดับ เกาะนายพุด และเกาะไผ่ลวก เป็นต้น ซึ่งตามเกาะต่าง ๆ จะมีหาดทรายอยู่เกือบทุกเกาะ บางเกาะหาดทรายมีสีขาวสะอาดบริสุทธิ์ บางเกาะมีปะการังตามชายทะเลหลายชนิด สีสวยงามหลากสี อยู่ท่ามกลางความเงียบสงบ แหล่งท่องเที่ยวใน หมู่เกาะอ่างทอง ได้แก่ เกาะท้ายเพลาและเกาะวัวกันตัง เป็นจุดที่มีแนวปะการังและหาดทรายขาวสะอาด, เกาะวัวตาหลับ อยู่บริเวณอ่าวคา เป็นหาดทรายขาวสะอาดเหมาะแก่การเล่นน้ำ นอนเล่นพักผ่อนริมหาด เมื่อขึ้นไปจุดชมทิวทัศน์บนยอดเขา จะมองเห็นหมู่เกาะอ่างทองทั้งหมดที่ทอดตัวเรียงรายเป็นแนวยาวด้วยรูปร่างต่าง ๆ แปลกตา, เกาะหินดับ เป็นเกาะที่มีหาดทรายที่สวยงามและชายหาดที่ยาวที่สุดในอุทยานแห่งชาติ สภาพภูมิประเทศและทัศนียภาพรอบเกาะสวยงามน่าชม ทะเลใน หรือ ทะเลสาบกลางภูเขา อยู่บน เกาะแม่เกาะ เป็นแอ่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ที่ถูกโอบล้อมไปด้วยเทือกเขาหินปูนที่สูงสลับ ซับซ้อนแต่มีอุโมงค์ใต้น้ำที่เชื่อมต่อกับทะเล การกำเนิดของทะเลสาบน้ำเค็มนี้ได้มีการสันนิษฐานว่า เกิดจากการยุบตัวของหินชั้นล่างทำให้เกิดบ่อยุบ ซึ่งเกิดขึ้นพร้อม ๆ กับหมู่เกาะ หรืออาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางเคมีในกระบวนการเดียวกับการเกิดถ้ำ ทั้งนี้ ช่วงเวลาระหว่างเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ของทุกปี เป็นช่วงฤดูมรสุม ทะเลจะมีคลื่นลมแรง ทำให้การเดินทางไป หมู่เกาะอ่างทอง ไม่มีความปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว ทางอุทยานแห่งชาติจึงกำหนดปิดการท่องเที่ยวประจำปี ได้แก่ ปิดฤดูการท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน - 23 ธันวาคม ของทุกปี และจะเปิดฤดูการท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม - 31 ตุลาคม ของทุกปี เกาะไข่ เกาะไข่ หรือ เกาะตอริลลา เป็นเกาะเล็ก ๆ สองเกาะ เรียกว่า เกาะไข่นอก เกาะไข่ใน ทั้งสองเกาะมีหาดทรายขาวน้ำทะเลใสมีปลาหลากชนิดสีสันสวยงามว่ายอยู่ใกล้ ๆ ชายหาด มีปะการังสวยงาม การเดินทางไปเกาะไข่สามารถซื้อทัวร์ได้จากบริษัทนำเที่ยว หรือเช่าเรือได้จากท่าเรือเกาะสิเหร่ ท่าเรือแหลมหิน หรืออ่าวฉลอง ในจังหวัดภูเก็ต เกาะกระดาน เป็นเกาะที่สวยที่สุดของทะเลตรัง อยู่ทางด้านตะวันตกของเกาะมุกและเกาะลิบง มีเนื้อที่ 600 ไร่ ซึ่ง 5 ใน 6 ส่วนของเกาะนี้อยู่ในความรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ที่เหลือเป็นของเอกชน เกาะกระดานมีชายหาดที่มีทรายขาวละเอียดและน้ำทะเลใสจนมองเห็นแนวปะการังซึ่งเป็นปะการังน้ำตื้น ตลอดจนฝูงปลาหลากสีหลายพันธุ์ บนเกาะมีที่พักบริการทั้งของเอกชน และกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช หมู่เกาะปอดะ ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของอ่าวนาง จังหวัดกระบี่ ห่างจากฝั่งประมาณ 8 กิโลเมตร เป็นเกาะที่มีหาดทรายขาว น้ำทะเลใส บริเวณชายฝั่งของเกาะจะมองเห็นแนวปะการังหลากชนิดที่ยังสมบูรณ์ จึงเป็นแหล่งดึงดูดของนักท่องเที่ยวให้เที่ยวชมได้เกือบตลอดปี และเป็นจุดที่ตกปลาได้ดีเพราะไม่ได้รับผลกระทบจากลมมรสุมมากนัก สามารถเช่าเรือได้จากบริเวณอ่าวนาง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 25 นาที ราคาเรือหางยาวเที่ยวไป-กลับคนละ 300 บาท นี่เป็น เกาะที่สวยที่สุดในประเทศไทย อันดับต้นๆ แต่ก็ยังไม่หมดกับเกาะที่น่าสนใจน่าเที่ยวของไทย เช่น เกาะเสม็ด ที่ไปมาสะดวกสบายสุดๆ รวมถึง เกาะตะรุเตา เกา้ะช้าง ก็ไม่น่าพลาดเช่นกัน .. เก็บตังค์ตระเวนเที่ยวไทยให้ครบทุกเกาะกันเลยนะคะ .. ปีละเกาะสองเกาะก็ยังดี ^^ ภาพทะเลสวยๆ อื่นๆ น่าสนใจไม่ควรพลาด เกาะเสม็ด เกาะตะรุเตา เกาะช้าง เกาะพะงัน : ภาพจาก http://www.flickr.com/photos/eyalnow/ เกาะภูเก็ต : ภาพจาก http://www.flickr.com/photos/62389951@N04