ป่าดงดิบ

เที่ยวแก่งกระจาน ยลหมอก สัมผัสความสดชื่นในหน้าฝน
อุทยานแห่งชาติ /  เที่ยวกาญจนบุรี / 

อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอหนองหญ้าปล้อง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี และอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีพื้นที่มากที่สุดในประเทศไทย เที่ยวแก่งกระจาน ยลหมอก สัมผัสความสดชื่นในหน้าฝน อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เป็นอุทยานที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดของประเทศไทย มีพื้นที่ถึง 2,915 ตารางกิโลเมตร หรือ 1.8 ล้านไร่ ในเขตอำเภอแก่งกระจาน อำเภอหนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี และอำเภอหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ยังคงสภาพเป็นป่าดงดิบตามธรรมชาติที่สมบูรณ์ และมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมากแห่งหนึ่ง ได้รับการประกาศให้เป็นเขตอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2524 โดยกำหนดพื้นที่บริเวณอ่างเก็บน้ำและป่าเหนือเขื่อนแก่งกระจานเป็นเขตอุทยานฯ เป็นต้นน้ำลำธารของแม่น้ำหลายสาย พื้นที่ส่วนใหญ่ของอุทยานฯ เป็นภูเขาสลับซับซ้อนอยู่ในเทือกเขาตะนาวศรี สภาพภูมิประเทศเป็นป่าดิบชื้น ยอดเขาที่สูงที่สุดในอุทยานฯ คือยอดเขางะงันนิกยวงตอง อยู่ในเขตรอยต่อประเทศพม่าและไทย มีความสูง 1,513 เมตร รองลงมาคือยอดเขาพะเนินทุ่ง ซึ่งมีความสูง 1,207 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง จากสันเขื่อนแก่งกระจาน มีถนนเลียบออกมาทางซ้ายมือเป็นระยะทาง 3 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานฯ สถานที่น่าสนใจภายในอุทยานฯ ทะเลสาบ มีเนื้อที่ประมาณ 45 ตารางกิโลเมตร มีเกาะกลางแม่น้ำอยู่มากมายหลายเกาะ นักท่องเที่ยวที่ต้องการจะล่องเรือชมทิวทัศน์เพื่อพักผ่อนหรือตกปลาน้ำจืดในทะเลสาบ ก็สามารถเช่าเรือได้ที่ร้านอาหารหรือชมรมเรือที่อยู่บริเวณที่ทำการอุทยานฯ จุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจใน อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เขาพะเนินทุ่ง เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของอุทยานฯในเขตประเทศไทยอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 50 กิโลเมตรเป็นภูเขาสูง มีบริเวณที่เป็นทุ่งหญ้ากว้าง ในระดับความสูง 960เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง บริเวณโดยรอบเป็นป่าดิบเขา มีสัตว์ป่าชุกชุม ทิวทัศน์งดงาม จากยอดเขาสามารถเห็นทะเลหมอกในช่วงฤดูฝนต่อฤดูหนาว การเดินทางต้องใช้เวลา 2 วัน พักค้างแรม 1 คืนระหว่างทาง และติดต่อขอเจ้าหน้าที่นำทาง อาหารและเต็นท์สำหรับพักค้างแรมไปเอง พะเนินทุ่งแคมป์ หรือ กม. 30 เป็นจุดชมวิวที่สามารถชมทะเลหมอกในตอนเช้าได้สวยจุดหนึ่ง และสามารถกางเต็นท์พักแรมได้ การเดินทางต้องใช้รถที่มีกำลังสูง สามารถเหมารถปิกอัพได้จากบริเวณที่ทำการอุทยานฯ เนื่องจากถนนค่อนข้างแคบ อุทยานฯ จึงได้กำหนดเวลาในการขึ้น-ลง คือ เวลาขึ้น ช่วงเช้าเวลา 05.00-09.30 น. ช่วงบ่ายเวลา 14.30-15.00 น. เวลาลง ช่วงเช้าเวลา 12.00-13.00 น. ช่วงบ่ายเวลา16.30-18.00 น. สำหรับผู้ที่ต้องการจะขึ้นเขาพะเนินทุ่งต้องติดต่อที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเพื่อขอใบอนุญาตผ่านทาง โดยเสียค่าธรรมเนียม คือ ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท รถยนต์สี่ล้อ 30 บาท รถกระบะ 40 บาท รถตู้ 50 บาท รถยนต์มากกว่าสี่ล้อ 70-80 บาท และผู้ที่ต้องการจะขึ้นเขาพะเนินทุ่ง เวลา 05.00 น. ต้องทำใบขออนุญาตล่วงหน้า 1 วัน น้ำตกทอทิพย์  อยู่ห่างจากเขาพะเนินทุ่ง 15 กิโลเมตร  สามารถเดินทางโดยรถยนต์ และเดินทางเท้าเข้าถึงตัวน้ำตกประมาณ 4 กิโลเมตร มีความสูง 9 ชั้น ชั้นที่ 5 เป็นชั้นที่สวยที่สุด แต่ละชั้นสวยงามแปลกตา สภาพโดยรอบเป็นป่าไม้ร่มรื่น ทั้งนี้การเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ลึกเข้าไปในผืนป่า ควรขอคำแนะนำและคนนำทางจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้ก่อน นอกจากนี้ ควรใช้รถยนต์ที่มีกำลังเครื่องดีเพราะเส้นทางผ่านหุบเขาลาดชัน สำหรับเส้นทางดูนก ผีเสื้อ จะเริ่มจากที่กิโลเมตรศูนย์ คือ บริเวณด่านตรวจเขาสามยอดถึงกิโลเมตรที่ 18 จะพบผีเสื้อได้ตามสองข้างทางหรือตามโป่งดินระหว่างกิโลเมตรที่ 10-12 และจุดที่นักท่องเที่ยวสามารถดูนกได้คือ บริเวณตั้งแต่อ่างเก็บน้ำห้วยสามยอด เลยด่านตรวจมาไม่ไกล ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของนกน้ำนานาชนิด ส่วนเส้นทางศึกษาธรรมชาตินั้นนับตั้งแต่กิโลเมตรที่ 18 ขึ้นไป และบริเวณกิโลเมตรที่ 18-27 อาจจะพบเห็นนกกระลิงเขียดหางหนาม ซึ่งเป็นนกที่พบในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานที่เดียวในประเทศไทย แค้มป์บ้านกร่าง เป็นจุดพักค้างแรมกางเต็นท์ สำหรับผู้สนใจดูนกและผีเสื้อเนื่องจากมีอากาศเย็นสบาย อยู่บริเวณกม.15 มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ซึ่งเป็นป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง ไม้ที่พบมากคือ ไม้ตะเคียนทอง ไม้ยาง ไม้มะค่าโมง ไม้หอมหรือไม้กฤษณา และเป็นป่าที่ชุ่มชื้นจึงมีเฟิร์น กระโถนฤาษี หนุมาน หวาย ขึ้นอย่างสมบูรณ์และยังมีสัตว์ป่ามากมายเช่น ช้างป่า กระทิง วัวแดง เก้ง กวาง หมีและสัตว์ป่าสงวน เช่น เลียงผา เก้งหม้อ สมเสร็จ และแมวลายหินอ่อน รวมทั้งผีเสื้อมากกว่า150 ชนิดให้ศึกษา โดยเฉพาะในหน้าแล้งจะเห็นฝูงผีเสื้อลงไปกินดินโป่งเป็นจำนวนมาก และประมาณเดือนกุมภาพันธ์-มิถุนายน จะสามารถพบเห็นนกหลายชนิดที่กำลังสร้างรัง  วางไข่เลี้ยงลูกอ่อน เช่น นกกก นกกาฮัง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของป่าดงดิบ บริเวณบ้านกร่างมีสถานที่น่าสนใจหลายแห่ง คือ น้ำตกปราณบุรี มี 5 ชั้น เป็นน้ำตกเล็กๆ อยู่ห่างจากที่ทำการหน่วยพิทักษ์ฯ กจ.4 ประมาณ 7 กิโลเมตร น้ำตกแม่สะเลียง มี 3 ชั้น เป็นน้ำตกสายเล็กๆ ซึ่งต้องใช้เวลาในการเดินทาง 3 วัน 2 คืน รอบๆ น้ำตกยังเป็นป่าที่สมบูรณ์ร่มรื่น ถ้ำหัวช้าง อยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์ฯ กจ.4 ไปทางทิศตะวันออก 1 กิโลเมตร ระยะทางเดินเท้าเข้าถ้ำประมาณ 200 เมตร เป็นถ้ำหินปูนภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยลักษณะคล้ายหัวกระโหลกช้าง ถ้ำเขาปะการัง อยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์ฯ กจ. 4 ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ 3 กิโลเมตร ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยสวยงาม เขาปะการัง  เป็นภูเขาหินปูนสีเทาอมน้ำเงิน มีหน้าผาให้ชมทิวทัศน์ที่สวยงาม ประกอบด้วยป่าไม้เขียวขจีและภูเขาสลับซับซ้อน อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มีบ้านพักไว้บริการนักท่องเที่ยว และมีสถานที่กางเต็นท์บริเวณอ่างเก็บน้ำ บริเวณเขาพะเนินทุ่ง และบริเวณแค้มป์บ้านกร่าง อุทยานฯ มีเต็นท์ให้เช่า สามารถติดต่อจองที่พักได้ที่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช โทร. 0 2562 0760 หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวแก่งกระจาน โทร. 0 3245 9293 การเดินทาง รถยนต์ จากกรุงเทพฯ ไปตามทางหลวงหมายเลข 35 ถึงอำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี จากนั้นใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านแยกเข้าตัวเมืองเพชรบุรี จะถึงสี่แยกท่ายาง เลี้ยวขวาเข้าอำเภอท่ายาง แล้ววิ่งไปตามถนนเลียบคลองชลประทาน ตามทางหลวงหมายเลข 3499ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร ก็จะถึงอำเภอแก่งกระจาน จากปากทางเข้าอุทยานฯ อีก 4 กิโลเมตรจะถึงที่ทำการอุทยานฯ รถโดยสารประจำทาง จะมีรถสายกรุงเทพฯ-ท่ายาง ลงที่ตลาดท่ายาง จากนั้นต่อรถสองแถวไปตลาดแก่งกระจาน และต่อรถรับจ้างหรือจักรยานยนต์ไปอีก 4 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยานฯ การนำรถขึ้นเขาพะเนินทุ่ง สำหรับรถยนต์ที่จะเดินทางไปชมทะเลหมอกเขาพะเนินทุ่งหรือใช้เส้นทางสายวังวน-น้ำตกทอทิพย์ ควรเป็นรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อหรือรถที่มีสภาพพร้อมสมบูรณ์ มีสมรรถนะดี และผู้ขับควรมีทักษะในการขับรถขึ้นที่สูงชัน หากต้องการเช่า สามารถติดต่อได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ราคาเช่าตั้งแต่ 1,000-1,800 บาท ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ต้องการเช่าไปเที่ยว โดยสารได้ประมาณ 10 คน เนื่องจากถนนค่อนข้างแคบ อุทยานฯ จึงได้กำหนดเวลาในการขึ้น-ลง คือ เวลาขึ้น ช่วงเช้า 05.00-09.30 น. ช่วงบ่าย เวลา 14.30-15.00 น. เวลาลง ช่วงเช้า 12.00-13.00 น. ช่วงบ่าย 16.30-18.00 น. สำหรับผู้ที่ต้องการจะขึ้นเขาพะเนินทุ่งต้องติดต่อที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเพื่อขอใบอนุญาตผ่านทาง โดยเสียค่าธรรมเนียม คือ ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท รถยนต์สี่ล้อ 30 บาท รถกระบะ 40 บาท รถตู้ 50 บาท รถยนต์มากกว่าสี่ล้อ 70-80 บาท และผู้ที่ต้องการจะขึ้นเขาพะเนินทุ่ง เวลา 05.00 น. ต้องทำใบขออนุญาตล่วงหน้า 1 วัน สิ่งอำนวยความสะดวก อุทยานมีบ้านพัก 18 หลัง บริเวณที่ทำการฯและริมอ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน นักท่องเที่ยวสามารถกางเต็นท์ได้บริเวณริมอ่างเก็บน้ำ ข้างที่ทำการอุทยานฯ กางเต็นท์ได้ 200 หลัง บริเวณบ้านกร่างแคมป์ (กม.15) กางเต็นท์ได้ 100 หลัง และพะเนินทุ่งแคมป์ กางเต็นท์ได้ 60 หลัง นอกจากนี้ บริเวณภายนอกอุทยานฯ มีรีสอร์ทให้บริการหลายแห่ง ทั้งในอำเภอแก่งกระจาน และอำเภอท่ายาง ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเพชร สามารถติดต่อจองบ้านพักในอุทยานฯ ได้ที่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช โทร. 0 2562 0760 หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โทร. 0 3245 9293 ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น ข้อมูลและภาพ : wiki / dnp.go.th / tlcthai.com / panoramio.com / bloggang.com เรียบเรียงโดย Travel MThai

ตระเวนท่องไพร ตามหาเสน่ห์ฝนพรำ สัมผัสกลิ่นไอป่าเขา ณ อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย
สุโขทัย /  อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย

เมื่อย่างเข้าหน้าฝน พื้นดินชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำ พืชพรรณต่างๆ ทั้งเล็กทั้งใหญ่ก็แข่งกันเจริญงอกงาม ผลิยอด แตกใบต้อนรับฤดูฝน ความสดชื่น สดใสของต้นไม้ใบหญ้าที่เขียวชะอุ่ม ก็คืนกลับมาสู่ผืนป่า ธารน้ำที่เคยไหลเอื่อยๆ ดุจจะพักตัวในฤดูร้อน ก็เริ่มเริงร่ามีชีวิต ส่งเสียงซัดซ่าไปทั่วบริเวณ และนี่คือเสน่ห์ แห่งป่าหน้าฝน นางสุมิตรา ศรีสมบัติ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย กล่าวว่า “เรามักจะรู้จักจังหวัดสุโขทัยในมุมของเมืองประวัติศาสตร์ ราชธานีแห่งแรกของประเทศไทยแต่ในความเป็นจริงแล้ว สุโขทัยยังมีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่สมบูรณ์สวยงามรอให้พวกเราไปสัมผัส ค้นหาเสน่ห์และความมหัศจรรย์แห่งผืนป่าเมืองเหนือ อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย ป่าดิบเขาที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพรรณ ป่าไม้ และสัตว์ป่านาๆ ชนิด เหมาะแก่การท่องเที่ยวพักผ่อน สัมผัสไอดิน และกลิ่นป่าสำหรับผู้รักธรรมชาติและหลงในมนต์เสน่ห์ของป่าหน้าฝน” อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัยหรือป่าคา ห้องเรียนธรรมชาติขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 319 ตารางกิโลเมตร ของอำเภอศรีสัชนาลัย อำเภอทุ่งเสลี่ยมจังหวัดสุโขทัย และบางส่วนของแนวเขา ต่อเนื่องในอำเภอเถิน จังหวัดลำปาง ความมหัศจรรย์ของผืนป่าที่โอบล้อมด้วยเทือกเขาติดต่อกัน เป็นแนวยาวมีสภาพอากาศที่ใกล้เคียงกับผืนป่าเมืองเหนือ อุดมไปด้วยไม้ป่านานาชนิด น้อยใหญ่ที่ช่วยกันโอบอุ้มความชุ่มชื้นให้กับผืนดินก่อกำเนิดเป็นป่าต้นน้ำ ห้วยลำธารหลายสายไหลลงสู่แม่น้ำยม ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าดิบเขา อุดมด้วยไม้ป่านาๆพันธุ์ เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า หลายชนิดรวมทั้งสัตว์ป่าหายาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงมีพระราชประสงค์ ที่จะสงวนป่าบริเวณ นี้ไว้เพื่อรักษาสภาพป่าอันเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร ทรัพยากรธรรมชาติที่มีค่าและสวยงามให้เป็นมรดก ของชาติ อีกทั้งเพื่อให้ราษฎรในแถบนี้และใกล้เคียงได้รับความสมบูรณ์จากน้ำ ที่เกิดจากพื้นที่ต้นน้ำลำธาร ในพื้นที่ป่าแห่งนี้ ความงดงามของอุทยานฯ อยู่ที่ความหลากหลายทางธรรมชาติที่รอนักท่องเที่ยวมาสัมผัสไม่ว่าจะเป็น น้ำตก  ความสมบูรณ์ของลำน้ำ ถ้ำหินงอกหินย้อย รวมไปถึงเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ที่จะทำให้ผู้มาเยือนได้ใกล้ชิดกับผืนป่าเห็นความสัมพันธ์เชื่อมโยงของการพึ่งพาอาศัยกันในระบบนิเวศ ทำให้เกิดความเข้าใจและรักษาป่าไม้ให้มีความยั่งยืนสืบไป เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติชมตะวัน เป็นเส้นทางที่อยู่บนไหลเขา มีความลาดชันปานกลาง ผ่านร่องน้ำ ในบางช่วง ตลอดเส้นทางเป็นป่าเบญจพรรณ นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของอุทยานฯ และ ระหว่างเส้นทางนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสไอแดดยามเช้าชมความงามพระอาทิตย์โดยใช้เวลาในการเดิน 2-3 ชั่วโมง เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติห้วยแม่ท่าแพ ลักษณะของเส้นทางเป็นเส้นทางที่ ต้องเดินวนกลับระหว่างทางเดินสามารถพบกับสัตว์ป่าหายากได้ เช่น ผีเสื้อ เก้ง หมูป่า กระรอก ลักษณะของป่า เป็นป่าดงดิบแล้งผสมกับป่าเบญจพรรณที่ยังความอุดมสมบูรณ์ ใช้เวลาในการเดินทาง 1 ชั่วโมง เป็นระยะทาง 2 กิโลเมตร โดยตลอดเส้นทางนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสความงามของธรรมชาติ ท่ามกลางป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็น น้ำตกตาดดาว ที่มีต้นกำเนิดจากห้วยแม่ท่าแพ ตกผ่านหน้าผา สูงประมาณ 50 เมตร มีถึง 3 ชั้น เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่สวยงามมาก ลักษณะของธารน้ำตกจะแยกเป็น 2 สาย ไหลลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง ในช่วงฤดูที่มีน้ำมาก ละอองของน้ำตกจะฟุ้งกระจายไปทั่ว สะท้อนแสงแดดเกิดเป็นสายรุ้งงดงาม น้ำตก แห่งนี้ อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ประมาณ 4 กิโลเมตร เป็นเส้นทางเดินเลียบลำห้วย แม้ว่า การเดินทางจะค่อนข้างไกลสำหรับการเดินเท้า แต่ระหว่างทางนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสธรรมชาติอย่าง เต็มอิ่ม มีทั้งลำธารใสเย็นมีน้ำไหลตลอดทั้งปี ตลอดจนทิวทัศน์ของหุบเขาที่โอบล้อมอยู่ทุกช่วงเวลา นอกจากนั้นยังมี น้ำตกตาดเดือน น้ำตกที่เกิดจากลำห้วยแม่ท่าแพสูงประมาณ 10 เมตร เป็นลานหินกว้าง และแอ่งน้ำเหมาะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ สามารถลงไปเล่นน้ำได้ห่างจาก ที่ทำการอุทยานฯ เพียง 300  เมตร ต่อด้วยความมหัศจรรย์ของ ถ้ำธาราวสันต์ ถ้ำหินปูนขนาดกลาง จากปากถ้ำต้องไต่เขาลงไป ในถ้ำตามซอกหิน มีอุโมงค์ทางเดินที่เป็นผนังหินของภูเขาสองลูกมาชนกัน ผ่านอุโมงค์ที่คล้ายธารน้ำไหล ภายในถ้ำจะได้สัมผัสกับความงามของหินงอก หินย้อยที่ส่องประกายระยิบระยับ นอกจากนั้นยังมีค้างคาว อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก บริเวณโดยรอบจะพบสัตว์ป่าได้ทั่วไปเช่น จันทน์ผา เลียงผา เป็นต้น โดยห่างจาก ที่ทำการอุทยานแห่งชาติ 1.5 กิโลเมตร นอกจากการเดินป่าสัมผัสความเร้นลับของธรรมชาติแล้ว อุทยานยังมีจุดกางเต็นท์หรือบ้านพัก ของอุทยานให้พักซึ่งเงียบสงบ ร่มรื่นล้อมรอบไปด้วยขุนเขาสัมผัสอากาศบริสุทธิ์ สัมผัสกลิ่นไอป่าเขา เสพบรรยากาศยามฝนโปรยปราย ต้นไม้นานาชนิดอากาศเย็นสบายเกือบตลอดปี รอให้คุณมาทิ้งตัวเอนกายสัมผัสธรรมชาติเติมพลังให้กับชีวิต ความมหัศจรรย์ของอุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัยยังมีแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ อีกมาก ที่รอนักท่องเที่ยวมาสัมผัส และช่วยกันรักษาผืนป่าอันเป็นมรดกแห่งชาติที่ธรรมชาติได้สร้างสรรค์ขึ้น เพื่อให้เราได้ใช้ชีวิตด้วยความอุดมสมบูรณ์สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร 055 910 002-3, 081 887 9897

Cookie Run Season 2 ส่งฉากใหม่ เพิ่มคุกกี้-Pet ตัวใหม่ด้วย
Cookie Run /  Cookie Run Season 2 / 

LINE ทำการอัพเดตแพทซ์ใหม่เกมส์ Cookie Run Season 2 (คุกกี้รัน ซีซั่น 2) ทำการเพิ่มเติมคอนเทนต์เกมส์ใหม่ พร้อมส่งระบบใหม่ๆด้วย อัพเดตแล้ววันนี้ บนมือถือทั้ง iOS และ Android สำหรับเกมส์ Cookie Run Season 2 มีการเพิ่มเติมเรื่องการปรับปรุงฉากเกมส์ใหม่ทุกด่าน มีทั้งฉากในป่าดงดิบหรือฉากขนมหวาน ที่บรรจุอุปสรรคไว้มากมาย อาศัยไหวพริบทักษะในการกระโดดหลบหลีกและเก็บของในเกมส์เพื่อทำแต้ม, เพิ่มลูกเล่นใหม่ในโบนัสเวลา, เพิ่มระดับเลเวลสูงสุดในส่วนของเลเวลพลังและตัวผู้เล่น ที่น่าสนใจคือ มีการเพิ่มคุกกี้และสัตว์เลี้ยงในแบบใหม่ๆให้เลือกเล่นอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มเติมระบบ Event การเชิญ รวมถึงปรับปรุงหน้าเริ่มต้นเกมส์และเอฟเฟคเสียงเกมส์ให้ทันสมัยมากขึ้นเช่นกัน Cookie Run Season 2 แจก เพชรฟรี 100 อัน รับได้แล้ววันนี้ ดูวิธีการผ่านฉากเกมส์สำคัญๆใน Cookie Run Season 2 ได้ที่นี่ เกมส์ Cookie Run (คุกกี้รัน) เป็นเกมส์แคชชวลชื่อดังของการผจญภัยเจ้าขนมปังขิง ผู้เล่นจะต้องทำการหลบหลีกอุปสรรคนานานับประการตามฉาก พร้อมเก็บเหรียญและสิ่งของเพื่อทำแต้มคะแนนสูงสุด ดาวน์โหลดเกมส์ Cookie Run Season 2 เวอร์ชั่น iOS ได้ที่นี่ https://itunes.apple.com/th/app/line-cookie-run/id743669894?l=th& ดาวน์โหลดเกมส์ Cookie Run Season 2 เวอร์ชั่น Android ได้ที่นี่ https://play.google.com/store/apps/details?id=com.linecorp.LGCOOKIE&hl=th ภาพบางส่วนภายในเกมส์ Cookie Run Season 2

ชาวบ้าน อ.เบตง แห่ดูกบภูเขา น้ำหนักกว่า 1 กิโลฯครึ่ง
กบภูเขา

กบภูเขา ชาวบ้าน อ.เบตง แห่ดูกบภูเขา น้ำหนักกว่า 1 กิโลฯครึ่ง MThainews: รายงานข่าวแจ้งว่า ชาวบ้านที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา กำลังแตกตื่นกับกบภูเขา น้ำหนักกว่า 1 กิโลครึ่ง จำนวน 4 ตัว โดยชาวบ้านสามารถจับได้ที่บริเวณใกล้ลำธารในป่า ซึ่งชาวบ้านที่จับได้ยืนยันว่าจะนำมันมาเลี้ยงไว้ ให้ลูกหลานดู ยืนยันว่าจะไม่ฆ่ามัน หรือประกอบอาหารแต่อย่างใด ทั้งนี้ ชาวบ้านเปิดเผยว่า กบภูเขามีจำนวนมากในอดีตรุ่นปู่ รุ่นย่า และสามารถเจริญเติบโตได้ถึง 4 กิโลกรัม อาศัยอยู่แถบชายแดนไทย-มาเลเซีย เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์กบภูเขาจะออกมาจากป่าดงดิบ เพื่อผสมพันธุ์บริเวณลำธาร ซึ่งชาวบ้านมักจะออกไปล่ากบภูเขามาจำหน่าย เพื่อนำมาประกอบอาหาร ราคากิโลกรัมละ 300-500 บาท  MThai News ขอบคุณภาพจากรายการ  เรื่องเล่าเช้านี้

PREDATOR - คนไม่ใช่คน - 4/4
PREDATOR /  Arnold / 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ ** รหัสหนังทุกเรื่องคือ bighorror ** เวบไหนจะก๊อปหนังไปผมไม่ว่าอะไรหรอกนะครับ แต่รบกวนช่วยก๊อปชื่อลิ้งค์ที่ผมใส่เป็น AdF.ly ไปทั้งแบบนั้นเลยนะครับ ผมมีน้ำใจให้คุณแล้ว...คุณมีน้ำใจให้ผมบ้างเน่อออ ^_^ ============================================= ...(-^_^-)... ไม่รู้ว่าผมเป็นอะไร..อยู่ดี ๆ ก็นึกถึงเฮียคนเหล็ก อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ คิดถึงหนังของเค้าแต่ละเรื่อง..มันเป็นอะไรที่สุดยอดมาก ยุคนั้นต้องยกให้ อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ กับ ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน ผมว่าในยุคนี้ไม่มีดาราคนไหนเป็นไอดอลของหนัง ACTION HERO เท่าเค้าสองคนแล้ว ขนาด THE ROCK ดเวนน์ จอห์นสัน หรือ เฮียเหม่ง เจสัน สเตแธม ก็เหอะ แต่ถึงจะยังไงผมก็ชื่นชอบและน้อมคารวะพวกเค้าทุกคน เพียงแต่ความคลาสสิคและมนต์ขลังแห่งความเป็นแอ๊คชั่น ต้องยกให้ อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ กับ ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน ** ผมก็เลยนึกถึงหนังของ อาร์โนลด์ ที่ผมชอบมา 3 เรื่อง ที่จริงผมก็ชอบหนังของเค้าทั้งหมดแหล่ะ..แต่เอาแค่ 3 เรื่องก็พอ ประมาณว่าขี้เกียจว่างั้นเหอะไอ้ BIG ^o^ 555++ และเรื่องที่ 2 ก็คือ .... PREDATOR (1987) อีกหนึ่งตัวละครคลาสสิคของโลกภาพยนตร์..ผมโคตรชอบเจ้าพรีเดเตอร์มากกกก เคยซื้อโมเดลพรีเดเตอร์ หน้ากากพรีเดเตอร์ ของต่างๆที่เป็นพรีเดเตอร์มาสะสมด้วย...อิอิ++ ^,^ ============================================= ... เรื่องราวของหน่วยรบพิเศษกลุ่มหนึ่ง ที่ได้รับภารกิจช่วยเหลือตัวประกันในป่าแถบอเมริกากลาง ด้วยความสามารถและเก่งกาจของทุกคนในทีม..งานนี้ดูง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก แต่ในป่าดงดิบแห่งนั้นได้มี นักล่าหัวกระโหลกมนุษย์ เฝ้ารอพวกเขาอยู่ !!! และมันไม่ใช่นักล่าที่เป็นมนุษย์เหมือนพวกเขา แต่มันคือนักล่าจากต่างดาวที่ไม่มีใครเคยพบเจอมาก่อน !!! งานนี้หน่วยรบพิเศษจึงต้องห้ำหั่นกับนักล่าจากนอกโลก !!! ============== ตัวอย่างหนัง ============== http://youtu.be/zRu6JL5TRXE ============== ปกหนัง ============== http://upic.me/i/fm/predator.jpeg +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ .. COPY & PASTE IN YOUR BROWSER .. 1 - http://video.mthai.com/player.php?id=23M1357997215M0 2 - http://video.mthai.com/player.php?id=23M1357997159M0 3 - http://video.mthai.com/player.php?id=23M1357997179M0 4 - http://adf.ly/HELaq

ไขความจริง! พบปฏิทินชาวมายัน โลกไม่แตกในปี 2012
ปฏิทินชาวมายัน /  วันโลกแตก / 

ไขความจริง! พบปฏิทินชาวมายัน โลกไม่แตกในปี 2012 ความเชื่อเรื่องวันสิ้นโลกนั้น ก่อนหน้านี้ มีการอ้างอิงปฏิทินโบราณของชนเผ่ามายา ในทวีปอเมริกากลาง ซึ่งทำนายว่า โลกของเราอาจถึงคราวดับสูญในวันที่ 22 ธันวาคม คริสตศักราช 2012 ปฏิทินของชาวมายันต่างกับปฏิทินทั่วไป ที่เดินต่อไปข้างหน้า ในขณะที่ปฏิทินของเผ่ามายา ใช้วิธีการนับถอยหลัง จนถึงจุดเลข 0 จุดสิ้นสุดในปี 2012 โดยวงจรของปฏิทินประกอบไปด้วย 13 ช่วง หรือ “แบ็กทัน” โดยแบ็กทันสุดท้ายอยู่ในช่วงของ ค.ศ.1606 ถึง 21 ธันวาคม ค.ศ.2012 ( พ.ศ. 2555 ) ข้อมูลข้างต้นเป็นกระแสที่ถูกถกเถียง วิพากษ์วิจารณ์กันในทุกวงการ มีการสร้างเป็นภาพยนตร์วันสิ้นโลก การเชื่อมโยงกับภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เพิ่มน้ำหนักกับความเชื่อโลกแตกของชาว"มายา"ที่มีความเป็นเลิศทางด้านการคำนวณและดาราศาสตร์ ขณะเดียวกัน นักโบราณคดีหลายคน ออกมาปฏิเสธตำนานวันสิ้นโลกตลอดไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ ด้วยเหตุผลบางประการชาวมายาได้ละทิ้งเมืองอันรุ่งเรืองของพวกเขาในช่วงเวลานั้น หยุดอารยธรรมที่กำลังเติบโตทั้งหลายไม่มีการถ่ายทอดมายังชนรุ่นหลัง เหลือแต่เพียงซากปรักหักพังอยู่กลางป่าดงดิบในกัวเตมาลา  หรือว่าพวกเขาเห็นและรู้และเห็นอะไรบางอย่าง  และทิ้งไว้เป็นปริศนา ล่าสุด นักโบราณคดีชาวอเมริกัน ได้ค้นพบหลักฐานใหม่ เป็นภาพเขียนฝาผนังเก่าแก่ของชาวเผ่ามายาที่โบราณสถานแห่งหนึ่งที่ถูกค้นพบว่ามีความเก่าแก่และกำลังไขปริศนาด้วยการพบปฏิทินทางจันทรคติของชาวมายา ระบุว่าไม่ได้สิ้นสุดลงในปี 2012 แต่อย่างใด พิสูจน์จากภาพวาดฝาผนังดังกล่าว คาดว่าเขียนขึ้นตั้งแต่คริสตศัตวรรษที่ 800 หรือกว่า 1,200 ปีก่อน มีการตกแต่งประดับประดาอย่างมีเอกลักษณ์ ซึ่งปฏิทินที่ค้นพบชิ้นใหม่นี้ เป็นปฏิทินดาราศาสตร์ที่ชนเผ่ามายันระบุวันเวลานับจากวันที่บันทึกออกไปไกลกว่า 7,000 ปีข้างหน้า และนั่นแสดงให้เห็นว่า ณ ปัจจุบันนี้ วันเวลาที่นับจากวันที่จารึกปฎิทินดังกล่าว ได้ล่วงเลยมาเพียง 1,200 ปีเท่านั้น  ขณะที่ภาพบางภาพแสดงถึงการคำนวณปฏิทินของชาวมายา ที่เราไม่สามารถล่วงรู้เลยว่าบ่งบอกถึงสิ่งใดกันแน่ แต่มีการเชื่อมโยงกับพระอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดาวอังคาร ดาวศุกร์ และโลก ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ภาพส่วนหนึ่งเผยให้เห็นข้อเท็จจริงที่ว่า วัฎจักรด้านกาลเวลาของชาวมายาไม่มีที่สิ้นสุด โดยเดือนธันวาคมปลายปีนี้ ถือเป็นการเริ่มต้นวัฎจักรใหม่ของปฏิทินแบบชาวมายา หรือที่เรียกกันว่า "แบ็กทัน" นั่นเอง ศาสตราจารย์เลออนโซ แบร์เรโน ผู้เชี่ยวชาญด้านชนเผ่าและภาษามายันแห่งมหาวิทยาลัยเรจินา แคนาดากล่าวว่า ปฎิทินมายาของชาวมายันนั้นถูกตีความผิดมาโดยตลอด ก่อนหน้านี้เขาเรียนการอ่านปฏิทินมายามาจากคนเฒ่าคนแก่ชาวมายันแท้ ๆ แต่ไม่มีชาวมายันคนไหนพูดถึงวันสิ้นโลกเลยสักคน และไม่เคยมีสื่อใดๆ มาสัมภาษณ์ชาวมายันเพื่อไขข้อเท็จจริงเลยสักคน นับว่าเป็นครั้งแรกที่มีการค้นพบศิลปะของชาวมายาบนฝาผนังของบ้าน ปัจจุบันอยู่ในเมืองซุลตัน ประเทศกัวเตมาลา ซึ่งเชื่อว่าจิตกรน่าจะเป็นนักบวชผู้เชี่ยวชาญด้านตัวอักษร และการทำปฏิทิน เพื่อช่วยกษัตริย์ของชาวมายา ผูกโยงพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ เข้ากับปรากฏการณ์ต่างๆบนท้องฟ้า การขยายออกไปของปฏิทินนี้ เป็นอีกหลักฐานหักล้างความเชื่อที่ว่าโลกแตก ถึงคราดับสูญได้ได้บ้าง ซึ่งอย่างน้อยก็ทำให้มวลมนุษย์ได้รู้ว่า เราจะสามารถดำรงอยู่กับโลกใบนี้อีกต่อไป ขึ้นอยู่กับว่า จะรักษาไว้ได้มากน้อยเพียงใด เพราะโลกแตกไม่น่ากลัวเท่าภัยธรรมชาติ ที่กำลังเกิดขึ้นจริงในปัจจุบันอย่างภาวะโลกร้อนที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ สร้างความเสียหายจากภัยพิบัติอย่างมหาศาล ... Pics: National Geographic Mthai News เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com

เล่นมาแล้ว Dark Souls 2 เกมส์ Action-RPG ฮาร์ดคอร์ช่วงเบต้า
Dark Souls /  Dark Souls 2

เกมส์ Dark Souls 2 ช่วงทดสอบเกมส์บน PlayStation 3 ทดลองเล่นมาแล้ว เกมส์ Dark Souls 2 เป็นเกมส์ Action-RPG ฮาร์ดคอร์จาก From Software ผู้พัฒนาเกมส์จากประเทศญี่ปุ่น โดยเวอร์ชั่นทดสอบที่เปิดให้ทดลองเล่นนั้น จะเป็นฉากป่าดงดิบและมีปราสาทที่เป็นซากปรักหักพังเป็นฉากหลังของเกมส์ เกมส์นี้เริ่มจากให้ผู้เล่นเลือกสายอาชีพ Soldier, Hunter, Dual Swordsman, Temple Knight, Warrior และ Sorcerer ซึ่งบรรจุอาชีพเกมส์ที่กระชับมากขึ้น และระบุชัดเจนมากขึ้น เมื่อเริ่มต้นการเล่น ผู้เล่นจะได้เรียนรู้การบังคับและการต่อสู้ที่กระชับรวดเร็วเพียง 2-3 นาที ผู้เล่นจะได้ต่อสู้กับศัตรูที่มีระดับง่ายๆ และเมื่อเดินทางไปอีกพื้นที่หนึ่ง ผู้เล่นจะได้ปะทะกับศัตรูที่ใหญ่กว่าตัวอีกนิดและมีพลังโจมตีที่รุนแรง หรือศัตรูที่มาเป็นกลุ่มและทำการรุมผู้เล่นที่ถึงกับล้มเพียง 2-3 ครั้ง โดยจำเป็นต้องอาศัยทักษะการเล่นด้วยการกะจังหวะหลบหลีกและโจมตีศัตรูด้วย ในระหว่างเดินทาง นอกจากจะต้องรับมือกับศัตรูที่สุดยากแล้ว ยังต้องสังเกตเหล่าศัตรูที่คอยพรางตัวจากแวดล้อมและซุ่มโจมตีผู้เล่นด้วย ยิ่งไปกว่านั้น จากการปะทะกับบอสเกมส์ มีอยู่ 2 สถานที่ ได้แก่เหล่านักเวทย์โครงกระูดูกทั้ง 3 ตัว พร้อมปล่อยเวทย์มนต์และเตรียมรุมทึ้งผู้เล่นทุกเมื่อ ซึ่งต้องอาศัยจังหวะการเล่นขั้นสูงในการโจมตี กับอัศวินกระดูกยักษ์ที่มีม้าเป็นพาหนะ คอยหลบหลีกจากการวิ่งเข้าชน พร้อมกับต่อสู้กับกองทัพโครงกระดูกที่แห่เข้ามาอีก จากการเล่นของเกมส์ Dark Souls 2 ไม่แนะนำให้ต่อสู้กับศัตรูพร้อมๆกัน เพราะต้องคำนึงถึงค่า Stamina หรือค่าความเหนื่อยของตัวละคร โดยการโจมตีหรือการวิ่งหลบหลีกจะคิดค่าดังกล่าวทุกครั้ง และเมื่อเกจหมดลง ผู้เล่นจะไม่สามารถโจมตีหรือหลบหลีกได้ชั่วขณะ อาจทำให้เปิดทางให้ศัตรูเข้ามาโจมตีได้ ผู้เล่นเองจะต้องบริหารจำนวนศัตรูและการต่อสู้อย่างชาญฉลาดด้วย และหากผู้เล่นถูกโจมตีเสียชีวิต ระบบจะทำการย้อนกลับไปยัง Checkpoint ที่เป็นกองไฟใหม่ และการกลับไปเล่นใหม่ทั้งๆที่ฝ่าฟันความยาก ก็เป็นสิ่งที่กวนใจที่ต้องกลับไปเล่นใหม่อีกครั้ง ทั้งนี้ หากศัตรูตัวใดที่ล้มยากและมีความแข็งแกร่งมากเท่าไร ผู้เล่นก็จะได้รับแต้มวิญญาณเพื่อเพิ่มเลเวลและค่าสถานะตัวละครด้วยการเดินทางไปยังกองไฟตามพื้นที่ต่างๆ และเป็นจุด Checkpoint เพื่อระงับอารมณ์และปล่อยอารมณ์จากการที่เล่นพลาดจนตายซ้ำแล้วซ้ำอีกหลายต่อหลายครั้ง เกมส์ Dark Souls 2 ยังมีโหมดออนไลน์อย่าง Co-Op ที่หาผู้เล่นเพื่อร่วมผจญภัยต่อสู้กับศัตรูและบอสเกมส์ ด้วยการสลักสัญลักษณ์ในเกมส์จากการใช้ไอเทมและร่างดังกล่าวจะต้องกลายเป็นมนุษย์ขึ้นมาก่อน (ในกรณีถูกโจมตีตายไปหนึ่งครึ่ง ร่างของตัวละครจะเป็นซอมบี้) ซึ่งการร่วมมือระหว่างผู้เล่นถือว่าลดระดับความยากของเกมส์ไปได้มาก อีกทั้งมีโหมด PvP ที่สามารถรุกรานผู้เล่นคนอื่นๆบนโลกออนไลน์ และวัดประลองกำลังเพื่อล่าแต้มวิญญาณของฝ่ายตรงข้ามให้ได้ ด้านกราฟิกเกมส์ Dark Souls 2 มีความเทียบเท่ากับกราฟิกเกมส์ภาคแรก แต่มุ่งเน้นเรื่องออกแบบฉากเกมส์ให้ดูทมึฬ สร้างจุดเด่นได้ได้จดจำมากขึ้น นอกจากนี้ ยังพัฒนาเรื่องเฟรมเรตเกมส์ให้อยู่ระดับมาตฐานที่ 30 เฟรมต่อวินาทีอีกด้วย รวมถึงปรับปรุงเรื่องอินเตอร์เฟสเกมส์ดูเรียบง่ายและเลือกใช้งานได้อย่างสะดวก เกมส์ Dark Souls 2 วางขายวันที่ 11 มีนาคม 2014 บน PC, Xbox 360 และ PlayStation 3

Cookie Run Season 2 เผยเทคนิคหลบสิ่งกีดขวางฉากใหม่
Cookie Run Season 2 /  ookie Run / 

Cookie Run Season 2 (คุกกี้รัน ซีซั่น 2) ได้ทำการอัพเดตใหม่อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2557 โดยบรรจุฉากเกมส์ใหม่ เพิ่มระดับความท้าทายต่อการเล่นอีกขั้น มาดูวิธีการหลบหลีกและสไลด์เพื่อฟันฝ่ากับฉากสำคัญๆว่าเป็นอย่างไรกัน ด่าน 3 - ฉากป่าดงดิบรัตติกาล ด่าน 7 - ฉากมหาสมุทรยามค่ำคืน ด่าน 8 - ฉากขนมหวาน ด่าน 9 - ฉากโรงงานขนมหวาน

ภูลวงตา เขาพะเนินทุ่ง อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน /  เขาพะเนินทุ่ง / 

หากเอ่ยถึง “ทะเลหมอก” ส่วนใหญ่ทุกคนคงนึกถึงทะเลหมอกภาคเหนือ แต่ยังมีทะเลหมอกอีกหนึ่งแห่งที่ไม่ไกลมากนักจากกรุงเทพฯคุณก็จะได้เห็นทะเลหมอกที่มีให้ชมตลอดทั้งปีไม่ว่าจะเป็นช่วงฤดูร้อนโดยไม่ต้องเดินทางไกลไปถึงภาคเหนือเพราะที่ “เขาพะเนินทุ่ง” ในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ยอดเขาสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,207 เมตร มีให้ยลโฉมตลอดทั้งปี ภูลวงตา เขาพะเนินทุ่ง อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งเกิดจากความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าและต้นไม้ ที่พร้อมใจกันคายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาจนกลายเป็นทะเลหมอกหนาตา ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกันอย่างเต็มที่ในช่วงเช้าจะมองเห็นกลุ่มควันแห่งความหนาวสีขาวนวลปกคลุมทั่วหุบเขา เมื่อเริ่มจางลงบริเวณเบื้องล่างจะปรากฏภาพป่าดงดิบอันแสนชุกชุม มีเทือกเขาสลับซับซ้อนกว้างไกลสุดตาอยู่ด้านหลังโดยจุดชมทะเลหมอกจะมีอยู่ 2 แห่งคือ จุดชมวิวกิโลเมตรที่ 30 และ 36 สำหรับช่วงที่ทะเลหมอกถูกยอมรับว่างดงามรวมถึงมีอากาศเย็นสบายที่สุด คือตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน เป็นต้นไป นอกจากนี้ยังสามารถชื่นชมดอกไม้แปลกตาและมีโอกาสพบสัตว์หายากนานาชนิดได้ตลอดเวลาเช่นนกเงือกค้างแว่นถิ่นใต้พญากระรอกดำไก่ฟ้าไก่ป่าเป็นต้น - อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ได้กำหนดปิดพื้นที่ท่องเที่ยวในเขตอุทยานฯ ตั้งแต่บริเวณด่านสามยอด – บ้านกร่างแคมป์ – เขาพะเนินทุ่งในวันที่ 1 กรกฎาคม – 31 ตุลาคม และจะเปิดอีกครั้งในวันที่ 1 พฤศจิกายนของทุกปี - กำหนดเวลาขึ้น–ลงเขาพะเนินทุ่งวันละ 2 รอบดังนี้  เวลาขึ้น  ช่วงเช้าเวลา 05.30- 07.30 น.   ช่วงบ่ายเวลา 13.00 – 15.00 น. เวลาลง  ช่วงเช้าเวลา 09.00 – 10.00 น.  ช่วงบ่ายเวลา 16.00 – 17.00 น. - จองพื้นที่กางเต็นท์  www.dnp.go.th - ติดต่อเช่ารถขึ้นเขาพะเนินทุ่ง และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โทร. 032-459293 - สอบถามข้อมูลโรงแรม / ที่พักนอกที่ทำการอุทยานที่ ททท.สำนักงานเพชรบุรี โทร.032-471005-6 www.เที่ยวภาคกลาง.com การเดินทาง จากกรุงเทพ ใช้ทางหลวงหมายเลข 35 (ถนนพระราม 2) ผ่านจ.สมุทรสงคราม – สมุทรสาครถึงแยกวังมะนาวอ.ปากท่อจ.ราชบุรี ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ผ่านแยกเข้าตัวเมืองเพชรบุรี ถึงสามแยกท่ายาง (กม.183-184) เลี้ยวเข้าถนน 3187 ผ่านอ.ท่ายางและเลียบคลองชลประทาน ระยะทางประมาณ 7 กม. ถึงเขื่อนเพชร ใช้เส้นทาง 3499 ระยะทางประมาณ 30 กม. ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จากที่ทำการอุทยานฯ ถึงบ้านกร่างแคมป์ ระยะทาง 35 กม. และต่อไปอีก 15 กม.ถึงเขาพะเนินทุ่ง ข้อมุลและภาพ : dreamdestinations.tourismthailand.org / การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย / tiewpakklang.com เรียบเรียงโดย  Travel MThai ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง : คาเมล รีพับบลิค โซน “สวนสัตว์” ที่ไม่ควรพลาด , ลัดเลาะลำน้ำ เมืองเพชรบุรี

อนาคอนดา 2 เลื้อยสยองโลก
หนังออนไลน์ /  อนาคอนด้า / 

เนื้อเรื่องย่อ Anacondas: The Hunt for the Blood Orchid เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นใจกลางป่าลึกบนเก­าะเบอร์เนียว ที่ซึ่งดอกกล้วยไม้ป่าที่ขึ้นชื่อว่าหายาก­ชนิดหนึ่ง ถือกำเนิดอยู่ มันคือ 'กล้วยไม้สีเลือด' ดอกกล้วยไม้นี้อาจเป็นกุญแจสำคัญ ที่นำไปสู่การสกัดยาอายุวัฒนะ เมื่อกลุ่มนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ไฟแรง พากันเดินทางลึกเข้าไปในป่าดงดิบ เพื่อแสวงหากล้วยไม้สีเลือด ด้วยความหวังที่จะค้นพบปริศนาที่มาแห่งยาอ­ายุวัฒนะ ซึ่งจะมีผลต่อไปถึงความก้าวไกลในหน้าที่กา­รงานของพวกเขา และค่าตอบแทนมหาศาลที่จะได้รับ ไม่ช้าพวกเขาก็ได้ค้นว่า นอกจากสภาพอากาศอันแสนเลวร้าย และสภาพป่าอันรกชัฏหนาแน่น ที่ขวางกั้นอยู่ระหว่างพวกเขาและสมบัติล้ำ­ค่าชิ้นนั้น ในป่าดงดิบมืดมิดแห่งนี้ ยังมีอสรพิษร้ายซุกซ่อนอยู่ เพื่อปกป้องดอกกล้วยไม้ และมันจะหยุดทุกคนที่บังอาจล่วงล้ำเข้ามา ...ไม่ให้ได้กลับออกไป!..

เที่ยวน้ำหนาวฤดูฝนไปยลกล้วยไม้ยักษ์เอื้องบุษราคัม จ.เพชรบูรณ์
กล้วยไม้ยักษ์ /  น้ำหนาว / 

เที่ยวน้ำหนาวฤดูฝนไปยลกล้วยไม้ยักษ์เอื้องบุษราคัม จ.เพชรบูรณ์ น้ำหนาว รู้จักกันดีว่าเป็นป่าเปลี่ยนสี ที่สวยที่สุดยามต้นฤดูหนาว แต่ใครเล่า จะรู้ว่า ถ้าไปน้ำหนาวต้นฝน คุณจะได้ยล กล้วยไม้ยักษ์มหัศจรรย์ในโลกที่เขียวขจี ป่าน้ำหนาวเป็นป่าผืนใหญ่ในเทือกเขาเพชรบูรณ์ มากมายด้วยหลากหลายทางชีวภาพ จากสังคมป่าดงดิบ ป่าเบญจพรรณ ป่าสน จนถึงสังคมทุ่งหญ้าที่มีความน่าสนใจ ทั้งชีวิตพืชและสัตว์ป่าหายาก ช่วงต้นฤดูฝนบนภูกุ่มข้าวซึ่งมีทุ่งหญ้าและป่าสนสวยที่สุดของน้ำหนาว ที่นี่มีสิ่งมหัศจรรย์ซ่อนอยู่คือ กล้วยไม้ยักษ์เอื้องบุษราคัม (Eulophia flava) ซึ่งความสูงใหญ่ของมันอาจสูงได้เกิน 2 เมตร ช่อดอกเหลืองอร่าม ราวบุษราคัมตามชื่อเรียก ช่วงเวลาที่ดีที่สุด: ช่วงเวลาเช้าก่อน 09.00 น. ฤดูกาลที่ดีที่สุด: เดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายน จุดชมวิวที่ดีที่สุด: บริเวณเชิงภูกุ่มข้าวที่สามารถชมวิวและดูนกได้ด้วย เส้นทางการเดินทาง จาก จ.เพชรบูรณ์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 21 ถึง อ.หล่มสัก เลี้ยวขวาทางหลวงหมายเลข 12 ถึง กิโลเมตรที่ 50 ที่ตั้งที่ทำการอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อที่ ททท.สำนักงานพิษณุโลก โทร. 055 252 742-3, 055 259 907 ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย http://www.1279thailand.com

10 อันดับหลุมอุกกาบาตที่เคยถล่มโลกในอดีต
10 อันดับ /  ต่างประเทศ / 

อุกกาบาต  (Meteorites) เป็นชิ้นวัตถุแข็งที่มีส่วนประกอบของ หิน (Stone) และ เหล็ก (Iron) ซึ่งอยู่ในระบบสุริยะซึ่งเกิดขึ้นจากส่วนหนึ่งของดาวเคราะห์ดวงอื่น ๆ ในระบบสุริยะนี้ และมีอีกบางส่วนที่เกิดขึ้นจากเศษที่แตกหักออกมาจากดาวหาง โดยวัตถุเหล่านั้นจะถูกเรียกว่า สะเก็ดดาว  ต่อมาเมื่อสะเก็ดดาว โคจรเข้ามาอยู่ในรัศมีแรงโน้มถ่วงของโลก ทำให้มันถูกดึงดูดลงยังพื้นโลกด้วยความเร็วหลายร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมง จนเกิดการเสียดสีกับบรรยากาศจจนร้อนจัดและหลอมตัวเป็นลูกไฟสว่าง หากว่าสะเก็ดดาวนั้นมีขนาดเล็ก ก็จะถูกเผาไหม้และสลายไป เราเรียกว่า ดาวตก แต่หากสะเก็ดดาวมีชิ้นส่วนซึ่งสลายตัวไม่หมดและเหลือซากตกลงมาถึงพื้นโลก จนถูกเรียกว่าอุกกาบาต และนี่คือ 10 อันดับหลุมอุกกาบาตที่เคยถล่มโลกในอดีต 10 อันดับหลุมอุกกาบาตที่เคยถล่มโลกในอดีต 10. Chicxulub Crater : Mexic หลุมนี้เกิดขึ้นจากการชนของอุกกาบาตขนาดยักษ์เมื่อ 65 ล้านปีก่อน ก่อให้เกิดแรงระเบิดที่เทียบเท่ากับระเบิด TNT 100 เทราตัน คาดกันว่าเพราะการชนครั้งนี้ทำให้ไดโนเสาร์สูญพันธุ์จนหมดสิ้น เพราะแรงระเบิดของมันก่อให้เกิดสึนามิ แผ่นดินไหว และเกิดการระเบิดของภูเขาไฟ โลกทั้งใบถูกปกคลุมด้วยฝุ่นควันมหาศาลจนสิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่ไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ 9. Manicouagan Crater : Canada มีอีกชื่อหนึ่งว่า “eye of Quebec” เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 212 ล้านปีที่แล้ว มีความกว้าง 3 กม. 8. Kara-Kul Lake : Tajikistan หลุมอุกกาบาตที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 3,900 เมตร อยู่ใกล้ชายแดนประเทศจีน 7. Clearwater Lakes : Canada เกิดจากอุกกาบาตที่พุ่งชนพร้อมกันสองลูก เมื่อประมาณ 290 ล้านปีที่ผ่านมา ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม เนื่องจากความงดงามของท้องทะเลโดยรอบนั่นเอง 6. Mistastin Lake : Canada ชนโลกเมื่อ 38 ล้านปีที่แล้ว กว้างประมาณ 28 กม. 5. Gosses Bluff  : Australia กระแทกโลกเมื่อ 142 ล้านปีก่อน แรงระเบิดของมันมีอาณุภาพทัดเทียมระเบิด TNT 22,000 เมกกะตัน 4. Aorounga Impact Crater : Chad เกิดจากอุกกาบาตเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.6 กม. ชนโลกเมื่อ 200-300 ล้านปีก่อน 3. Deep Bay : Canada อยู่บริเวณ Saskatchewan, Canada การพุ่งชนก่อให้เกิดทะเลสาบลึก กินอาณาเขตถึง 13 กม.พุ่งชนเมื่อประมาณ 100 ล้านปีที่แล้ว 2. Lake Bosumtwi Crater : Ghana หลุมนี้อยู่ห่างไป 30 กม.จากเมือง Kumasi, Ghana เป็นทะเลสาบธรรมชาติเพียงแห่งเดียวของที่นี่ เกิดจากการชนเมื่อประมาณ 1.3 ล้านปีที่แล้ว มีความลึก 10.5 กม. ล้อมรอบด้วยป่าดงดิบที่กินอาณาเขตกว้างขวาง 1. Barringer Crater : Arizona, US ประมาณ 49,000 ปีที่แล้ว อุกกาบาตหนัก 1,000 ตัน โหม่งโลกด้วยความเร็วกว่า 40,000 ไมล์ต่อชั่วโมง ก่อให้เกิดหลุมลึก กินอาณาบริเวณถึง 55 กม.นับเป็นการชนที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์โลก ความแรงของการระเบิดครั้งนั้นอานุภาพเทียบเท่ากับระเบิด TNT กว่า 20 ล้านตันเลยทีเดียว ที่มา : www.toptenthailand.com, http://thaiastro.nectec.or.th/

Uncharted 4: A Thief's End เกมส์ผจญภัย ตามรอยขุมทรัพย์โจรสลัด
E3 2014 /  Uncharted 4 / 

Naughty Dogs ประกาศเปิดตัวเกมส์ Uncharted 4: A Thief's End เกมส์ผจญภัยภาคใหม่ กล่าวถึงการผจญภัยครั้งใหม่ที่ท้าทายและค้นหากับสมบัติโจรสลัดในหลายศตวรรษที่แล้ว วางขายในปี 2015 เฉพาะ PlayStation 4 เท่านั้น เกมส์ Uncharted 4: A Thief's End กล่าวถึงเหตุการณ์หลายปีหลังจากการผจญภัยครั้งล่าสุด เมื่อ Nathan Drake จะต้องสวมบทบาทเป็นนักล่าสมบัติจากการถูกบังคับอีกครั้ง และเดินทางในพื้นที่ป่าดงดิบที่ถูกทิ้งร้างที่กล่าวขานกันว่ามีสมบัติของโจรสลัดถูกฝังเอาไว้ เกมส์ Uncharted 4: A Thief's End วางขายปี 2015 เฉพาะ PlayStation 4 เท่านั้น

เพชรพระอุมา นวนิยายในตำนานที่มีความยาวมากที่สุดในโลก
ที่สุดในโลก /  นิยาย

เพชรพระอุมา เป็น นวนิยายแนวผจญภัยที่มีขนาดความยาวมากที่สุดในประเทศไทย และนับว่าเป็น นวนิยายที่มีความยาวมากที่สุดในโลก ใช้ระยะเวลาในการประพันธ์ยาวนานกว่า 25 ปี โดยพนมเทียนเริ่มต้นการประพันธ์เพชรพระอุมาในวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ.2507 และสิ้นสุดเนื้อเรื่องทั้งหมดในวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ.2535 รวมระยะเวลาในการประพันธ์ทั้งสิ้น 25 ปี 7 เดือน กับ 2 วัน บทประพันธ์โดย พนมเทียน ซึ่งเป็นนามปากกาของ นายฉัตรชัย วิเศษสุวรรณภูมิ ตีพิมพ์เป็นตอน ๆ ในหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ และตีพิมพ์ต่อเนื่องในหนังสือพิมพ์รายวัน  เพชรพระอุมา ถูกนำมาตีพิมพ์ฉบับรวมเล่มซ้ำใหม่หลาย ๆ ครั้งในรูปแบบของพ็อกเก็ตบุ๊ค จำนวน 48 เล่ม โดยสำนักพิมพ์ ณ บ้านวรรณกรรม ลิขสิทธิ์โดยพนมเทียน (เดิมเป็นชนิดปกแข็งจำนวน 53 เล่ม แต่ละเล่มมีความหนาประมาณ 33 ยก หรือ 16 หน้ายก และเมื่อนำมารวมกันทั้งหมดจะมีความหนาประมาณ 1,749 ยก แบ่งเป็นสามภาคได้แก่ ภาคแรก จำนวน 24 เล่ม ภาคสอง จำนวน 15 เล่ม และ ภาคสาม จำนวน 14 เล่ม แต่ปัจจุบันได้รวบรวมเนื้อหาในแต่ละภาคและลดลงคงเหลือเพียงแค่ 48 เล่ม) แบ่งเป็นสองภาคคือภาคแรก จำนวน 24 เล่ม 6 ตอน ภาคสมบูรณ์ จำนวน 24 เล่ม 6 ตอน ตีพิมพ์ฉบับรวมเล่มครั้งแรกในปี พ.ศ.2538 ครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ.2541 ทำการปรับปรุงต้นฉบับเดิมพร้อมกับตีพิมพ์ครั้งที่ 3 ในปีพ.ศ.2544 ตีพิมพ์ครั้งที่ 4 ซึ่งเป็นครั้งล่าสุดในปี พ.ศ.2547 โดยเนื้อเรื่องต่าง ๆ ของเพชรพระอุมานั้น พนมเทียนได้นำเค้าโครงเรื่องมาจาก คิง โซโลมอน'ส มายน์ส (King Solomon's Mines) หรือ สมบัติพระศุลี นวนิยายของเซอร์แฮนรี่ ไรเดอร์ แฮกการ์ด (H. Rider Haggard) ที่ผจญภัยในความลี้ลับของป่าดงดิบภายในทวีปแอฟริกา นี่เป็นส่วนหนึ่งของตอนในภาคที่2 ( นี่เป็นเล่มแรกในเรื่องเพชรพระอุมาซึ่งมีการปรับปรุงภาพหน้าปก) ภาพเก่าๆเมื่อยังเป็นหนังสมัยเมื่อนานมาแล้ว และนี่เป็นปกในยุคแรกๆ จุดเริ่มต้นของ เพชรพระอุมา นวนิยายในตำนานที่มีความยาวมากที่สุดในโลก  พนมเทียนเริ่มต้นการเขียนเพชรพระอุมาในปี พ.ศ.2507 โดยตกลงทำข้อสัญญากับสำนักพิมพ์ผ่านฟ้าพิทยา (ซึ่งปัจจุบันสำนักพิมพ์ผ่านฟ้าพิทยา ได้ยุติกิจการไปแล้ว) ในการเขียนนวนิยายแนวผจญภัยในป่าจำนวนหนึ่งเรื่อง โดยมีข้อกำหนดความยาวของนวนิยายเพียงแค่ 8 เล่มจบเท่านั้น แต่กลับได้รับความนิยมอย่างล้นหลามทำให้ต้องเขียนเพชรพระอุมาเพิ่มเติมต่อจน ครบ 10 เล่ม และขอยุติการเขียนตามข้อสัญญาแต่ทางสำนักพิมพ์ผ่านฟ้าพิทยายังไม่อนุญาตให้พนมเทียนยุติการเขียน และได้ขอร้องให้เขียนเพิ่มเติมต่ออีก 5 เล่ม แต่หลังจากเขียนเพิ่มได้ไม่นานก็ได้มีการตอบรับจากผู้อ่านมากมายจนต้องเขียนเพิ่ม จนเขียนมาหลายตอนแต่หาตอนลงจบเรื่องไม่ได้ ในที่สุดเรื่องราวทั้งหมดจึงสามารถจบลงได้ในปี พ.ศ.2533 ต้นแบบของโครงเรื่อง พนมเทียนนำเอาความรู้ความชำนาญในการเดินป่า การดำรงชีวิตและการล่าสัตว์จากประสบการณ์จริงของตนเอง มาเป็นพื้นฐานในการเขียนนวนิยายเรื่องเพชรพระอุมา โดยเค้าโครงเรื่องและส่วนประกอบต่าง ๆ ได้นำมาจากเรื่องเล่าขานและสิ่งที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากนักท่องไพรรุ่น อาวุโส หรือเรื่องเล่ารอบกองไฟของพรานพื้นเมืองต่าง ๆ เพชรพระอุมาถูกนำมาตีพิมพ์ซ้ำหลายครั้งโดยสำนักพิมพ์ต่าง ๆ ปัจจุบันตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ ณ บ้านวรรณกรรม ลิขสิทธิ์โดยพนมเทียน แบ่งการตีพิมพ์เป็นสองครั้งด้วยกัน โดยตีพิมพ์ครั้งแรก 48 เล่ม ภาคแรกจำนวน 24 เล่ม 6 ตอน และภาคสมบูรณ์ 24 เล่ม 5 ตอน ดังนี้ ภาคแรก ตอน ไพรมหากาฬ จำนวน 4 เล่ม ตอน ดงมรณะ จำนวน 4 เล่ม ตอน จอมผีดิบมันตรัย จำนวน 4 เล่ม ตอน อาถรรพณ์นิทรานคร จำนวน 4 เล่ม ตอน ป่าโลกล้านปี จำนวน 4 เล่ม ตอน แงซายจอมจักรา จำนวน 4 เล่ม ภาคสมบูรณ์ ตอน จอมพราน จำนวน 4 เล่ม ตอน ไอ้งาดำ จำนวน 5 เล่ม ตอน นาคเทวี จำนวน 5 เล่ม ตอน แต่ปางบรรพ์ จำนวน 5 เล่ม ตอน มงกุฎไพร จำนวน 5 เล่ม และตีพิมพ์ครั้งปัจจุบัน 48 เล่ม ภาคแรกจำนวน 24 เล่ม 6 ตอน และภาคสมบูรณ์ 24 เล่ม 6 ตอน ดังนี้ ภาคแรก ตอน ไพรมหากาฬ จำนวน 4 เล่ม ตอน ดงมรณะ จำนวน 4 เล่ม ตอน จอมผีดิบมันตรัย จำนวน 4 เล่ม ตอน อาถรรพ์นิทรานคร จำนวน 4 เล่ม ตอน ป่าโลกล้านปี จำนวน 4 เล่ม ตอน แงซายจอมจักรา จำนวน 4 เล่ม ภาคสมบูรณ์ ตอน จอมพราน จำนวน 4 เล่ม ตอน ไอ้งาดำ จำนวน 4 เล่ม ตอน จิตรางคนางค์ จำนวน 4 เล่ม ตอน นาคเทวี จำนวน 4 เล่ม ตอน แต่ปางบรรพ์ จำนวน 4 เล่ม ตอน มงกุฎไพร จำนวน 4 เล่ม เนื้อหาดัดแปลงโดย: คุณหญิงแหม่มเมืองนอก

จังหวัดนครพนม
คำขวัญประจำจังหวัด /  ที่ตั้ง / 

จังหวัดนครพนม เป็นจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน นับเป็นเมืองชายแดนที่มีความอุดมสมบูรณ์ ความสวยงามของทิวทัศน์ และมีความหลากหลายของวัฒนธรรมและชาติพันธุ์ รวมทั้งประวัติศาสตร์ที่ยาวนานไม่แพ้จังหวัดอื่น ๆ มีพระธาตุพนมเป็นปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมือง พื้นที่ชายแดนด้านเหนือและตะวันออกของนครพนมติดกับแม่น้ำโขงโดยตลอด ตั้งแต่อำเภอบ้านแพงลงมาจนถึงอำเภอธาตุพนม สามารถเดินทางข้ามฝั่งโขงไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวได้หลายจุด จังหวัดนครพนม คำขวัญประจำจังหวัด: พระธาตุพนมค่าล้ำ วัฒนธรรมหลากหลาย เรณูผู้ไท เรือไฟโสภา งามตาฝั่งโขง ที่ตั้ง จังหวัดนครพนมมีพื้นที่ประมาณ ๕,๕๑๒.๖๖๘ ตารางกิโลเมตร ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ ๗๔๐ กิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น ๑๑ อำเภอ ๑ กิ่งอำเภอ คือ อำเภอเมืองนครพนม ธาตุพนม นาแก ท่าอุเทน เรณูนคร บ้านแพง ปลาปาก ศรีสงคราม นาหว้า โพนสวรรค์ นาทม และกิ่งอำเภอวังยาง สถานที่ท่องเที่ยวฮิตในนครพนม พระธาตุพนม              ประดิษฐาน ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ผลจากการขุดค้นทางโบราณคดีลงความเห็นว่าพระธาตุพนมสร้างขึ้นระหว่าง พ.ศ. ๑๒๐๐–๑๔๐๐ ตามตำนานกล่าวว่าผู้สร้างคือ พระมหากัสสปะ พระอรหันต์ ๕๐๐ องค์ และท้าวพระยาเมืองต่าง ๆ ภายในองค์พระธาตุบรรจุพระอุรังคธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้ ลักษณะของสถาปัตยกรรมมีแหล่งที่มาที่เดียวกันกับปราสาทของขอม และได้ทำการบูรณะเรื่อยมา ในปี พ.ศ. ๒๔๘๕ ได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นเอกขึ้นเป็น“วรมหาวิหาร” พระธาตุพนมไม่เพียงแต่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวนครพนมเท่านั้น พระธาตุพนมยังเป็นที่เคารพของชาวไทยภาคอื่น ๆ และชาวลาวอีกด้วย ว่ากันว่าถ้าใครได้มานมัสการพระธาตุครบ ๗ ครั้ง จะถือว่าเป็น“ลูกพระธาตุ” เป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและจะมีความเจริญรุ่งเรือง หรือแม้แต่การได้มากราบพระธาตุพนม ๑ ครั้ง ก็ถือเป็นมงคลแก่ชีวิตแล้ว ในวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๑๘ เวลา ๑๙.๓๘ น. พระธาตุพนมได้ล้มทลายลงทั้งองค์ เนื่องจากความเก่าแก่ขององค์พระธาตุพนมและประจวบกับระหว่างนั้นฝนตกพายุพัดแรงติดต่อกันมาหลายวัน ประชาชนทั้งประเทศได้ร่วมบริจาคทุนทรัพย์และรัฐบาลได้ก่อสร้างองค์พระธาตุขึ้นใหม่ตามแบบเดิม การก่อสร้างนี้เสร็จสิ้นเมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๒๒ นอกจากพระบรมสารีริกธาตุที่บรรจุในองค์พระธาตุแล้ว ยังมีของมีค่ามากมายนับหมื่นชิ้น โดยเฉพาะฉัตรทองคำบนยอดพระธาตุเป็นฉัตรทองคำที่มีนน้ำหนักถึง ๑๑๐ กิโลกัม ปัจจุบันองค์พระธาตุมีฐานกว้างด้านละ ๑๒.๓๓ เมตร สูง ๕๓.๖๐ เมตร เป็นเจดีย์ทรงสี่เหลี่ยมสูงแลดูสง่างาม งานนมัสการองค์พระธาตุเริ่มตั้งแต่วันขึ้น ๑๐ ค่ำ เดือน ๓ ถึงวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๓ ของทุกปี การเดินทาง ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๕๓ กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข ๒๑๒ หรือจากสถานีขนส่งในอำเภอเมือง มีรถปรับอากาศและรถธรรมดาไปยังพระธาตุฯ พระธาตุเรณู             ประดิษฐานอยู่วัดธาตุเรณู ณ บ้านเรณูนคร องค์พระธาตุจำลองมาจากองค์พระธาตุพนมองค์เดิม แต่มีขนาดเล็กกว่า สร้างเมื่อปี พ. ศ. ๒๔๖๑ โดยพระอุปัชฌาย์อินภูมิโย สูง ๓๕ เมตร กว้าง ๘.๓๗ เมตร มีซุ้มประตู ๔ ด้าน ภายในเป็นโพรงบรรจุพระไตรปิฎก พระพุทธรูปทองคำ พระพุทธรูปเงิน ของมีค่า และเครื่องกกุธภัณฑ์ของพระยาและเจ้าเมือง นอกจากนี้ภายในโบสถ์ยังประดิษฐานพระองค์แสน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปทองคำศิลปะแบบลาว ปางสมาธิ พระคู่บ้านของอำเภอเรณูนคร มีพุทธลักษณะสวยงามมาก การเดินทาง จากสถานีขนส่ง ยังไม่มีรถจากอำเภอเมืองฯ ไปอำเภอเรณูนครโดยตรง ต้องขึ้นรถสายที่ไปวัดพระธาตุพนม และลงตรงแยกบ้านหลักศิลา จากนั้นเหมารถสกายแล็ปหรือมอเตอร์ไซต์รับจ้างเข้าไปที่วัด ระยะทางประมาณ ๗ กิโลเมตร วัดพระธาตุมหาชัย ประดิษฐานอยู่บ้านมหาชัย ตำบลมหาชัย องค์พระธาตุสูง ๓๗ เมตร เป็นปูชนียสถานที่สำคัญยิ่งแห่งหนึ่ง เพราะเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันต์สารีริกธาตุ ภายในพระอุโบสถนอกจากพระประธานคือ พระพุทธไชยสิทธิ์แล้วยังมีพระพุทธรูปปางห้ามญาติสลักจากไม้ต้นสะเดาหวานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และภาพเขียนบนฝาผนังอุโบสถแสดงพุทธประวัติ มีลวดลายศิลปกรรมที่งดงามมากในภาคอีสาน             พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ที่พระธาตุมหาชัย เมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๘ ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ซึ่งเป็นวันวิสาขบูชา และที่วัดนี้ยังเป็นที่จำพรรษาของพระสุนทรธรรมากร (หลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ) พระเกจิอาจารย์สายวิปัสนาที่สำคัญองค์หนึ่ง ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาวนครพนมและชาวอีสานทั่วไป การเดินทาง ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๓๙ กิโลเมตร ตามเส้นทางนครพนม-สกลนคร ทางหลวงหมายเลข ๒๒ (กิโลเมตรที่ ๒๐๑-๒๐๒ เลี้ยวซ้ายเข้าวัดอีก ๒ กิโลเมตร อุทยานแห่งชาติภูลังกา               อุทยานแห่งชาติภูลังกาครอบคลุมพื้นที่อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม และอำเภอเซกา จังหวัดหนองคาย มีเนื้อที่ประมาณ ๓๑,๒๕๐ ไร่ หรือประมาณ ๕๐ ตารางกิโลเมตร ลักษณะเป็นภูเขาทับซ้อนกัน ๓ ลูก สลับด้วยเทือกเขาขนาดเล็กสลับซับซ้อนทอดยาวตามแนวลำน้ำโขง สภาพโดยทั่วไปเป็นป่าดงดิบ ป่าเบญจพรรณและป่าแดงที่สมบูรณ์มีสัตว์ป่าชุกชุม เป็นต้นกำเนิดของน้ำตก และลำธารใหญ่น้อยหลายสาย การเดินทาง จากตัวเมืองนครพนมใช้เส้นทางนครพนม-บ้านแพง ทางหลวงหมายเลข ๒๑๒ ระยะทางประมาณ ๑๐๕ กิโลเมตร และเลี้ยวซ้ายบริเวณกิโลเมตรที่ ๒๒๐ ห่างจากตัวอำเภอบ้านแพงประมาณ ๖ กิโลเมตร สถานที่น่าสนใจภายในอุทยานฯ น้ำตกตาดขามเป็นน้ำตกที่ไหลเป็นชั้น ๆ จำนวน ๔ ชั้น เฉพาะชั้นสุดท้ายจะมีแอ่งน้ำขังตลอดปี สภาพโดยรอบร่มรื่น และมีลานหินเล็ก ๆ เหมาะสำหรับพักผ่อน น้ำตกตาดโพธิ์กำเนิดจากเทือกเขาภูลังกา น้ำตกมีลักษณะสวยงามไม่น้อยกว่าน้ำตกตาดขาม เป็นน้ำตกที่ไหลเป็นชั้นจำนวน ๔ ชั้น แต่ละชั้นสูงไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร ชั้นที่ ๒ สูงถึง ๓๐ เมตร การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข ๒๑๒ จากนครพนมแล้วเลี้ยวซ้ายบริเวณกิโลเมตรที่ ๒๑๔ เข้าไปประมาณ ๓ กิโลเมตร ห่างจากน้ำตกตาดขาม ประมาณ ๔ กิโลเมตร วัดมหาธาตุ ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมือง ริมถนนสุนทรวิจิตร เลียบเขื่อนหน้าเมืองนครพนม วัดมหาธาตุสร้างในปี พ. ศ. ๑๑๕๐ โดยพระยามหาอำมาตย์ (ป้อม) แม่ทัพใหญ่ที่มาจากเวียงจันทน์ มีพระธาตุนครลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้างประมาณ ๕.๘๕ เมตร สูงประมาณ ๒๔ เมตร เป็นปูชนียสถานสำคัญ และยังมีโบสถ์เก่าแก่สวยงามมาก วัดโอกาสศรีบัวบาน ตั้งอยู่ริมฝั่งโขงเขตเทศบาลเมืองนครพนม เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองมาแต่โบราณ บริเวณกลางวัดจะมีหอประดิษฐานพระติ้วกับพระเทียมอยู่คู่กัน พระติ้วจะประทับอยู่ด้านขวาของพระเทียม พระติ้วเป็นพระพุทธรูปปางเพชรมารวิชัย ทำด้วยไม้ติ้วบุทองคำ ขนาดหน้าตักกว้าง ๓๐ เซนติเมตร สูง ๖๐ เซนติเมตร สร้างโดยเจ้าผู้ครองนครศรีโคตรบูร เมื่อพ.ศ. ๑๓๒๘ ส่วนพระเทียมมีลักษณะและขนาดเดียวกับพระติ้ว สร้างในสมัยพระเจ้าขัติยวงศา และมีการสมโภชให้พระติ้ว พระเทียม เป็นพระคู่บ้านคู่เมืองสืบมาจนถึงปัจจุบัน วัดศรีเทพประดิษฐาราม ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมือง ถนนศรีเทพ เยื้องโรงเรียนชุมชนเทศบาล ๓ สร้างขึ้นเมื่อ พ. ศ. ๒๔๐๒ ภายในโบสถ์มีจิตรกรรมฝาผนังรูปพุทธประวัติที่สวยงาม และยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญ คือ พระแสง ตำนานเล่าว่าสร้างขึ้นพร้อมกับพระสุกและหลวงพ่อพระใส (วัดโพธิ์ชัย จังหวัดหนองคาย) ข้างๆโบสถ์มีเจดีย์บรรจุอัฐิของหลวงปู่จันทร์ (พระเทพสิทธาจารย์) พระเกจิอาจารย์ที่ชาวนครพนมเคารพนับถือ ส่วนรูปปั้นนั้นจะอยู่ในตึกเทพสิทธาราม และที่น่าชมอีกอย่างหนึ่งคือ อาคารที่สร้างขึ้นใน พ. ศ. ๒๔๖๔ ซึ่งได้รับรางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมในด้านปูชนียสถานและวัดวาอาราม จากสมาคมสถาปนิกสยามฯ การเดินทาง รถยนต์ จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข ๑ ถนนพหลโยธิน ถึงสระบุรี บริเวณกิโลเมตรที่ ๑๐๗ แยกเข้าทางหลวงหมายเลข ๒ ถนนมิตรภาพ ผ่านจังหวัดนครราชสีมา ถึงอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น แยกเข้าทางหลวงหมายเลข ๒๓ ผ่านจังหวัดมหาสารคาม ทางหลวงหมายเลข ๒๑๓ แล้วแยกขวาเข้าสู่จังหวัดกาฬสินธุ์และผ่านจังหวัดสกลนคร ตรงเข้าสู่จังหวัดนครพนม ตามทางหลวงหมายเลข ๒๒ รวมระยะทางประมาณ ๗๔๐ กิโลเมตร รถโดยสารประจำทาง บริษัท ขนส่ง จำกัด เปิดบริการเดินทางระหว่างกรุงเทพฯ-นครพนม มีทั้งรถโดยสารธรรมดา และรถโดยสารปรับอากาศ ออกจากสถานีขนส่งหมอชิต ๒ ทุกวัน สอบถามรายละเอียดที่ โทร. ๐ ๒๙๓๖ ๒๘๕๒-๖๖ นครพนม โทร. ๐ ๔๒๕๑ ๑๔๐๓ สำหรับบริษัทเอกชนติดต่อ บริษัท แสงประทีปเดินรถ จำกัด โทร. ๐ ๔๒๕๒ ๐๔๑๑ บริษัท ชัยสิทธิ์ จำกัด โทร. ๐ ๔๒๕๒ ๐๕๖๑ และบริษัทเชิดชัยทัวร์ จำกัด โทร. ๐ ๖๒๒๕ ๖๐๖๓, ๐ ๔๒๕๑ ๒๐๙๘ เครื่องบิน บริษัท พี บี แอร์ จำกัด เปิดบริการเที่ยวบินไปจังหวัดนครพนมทุกวัน สอบ-ถามรายละเอียดโทร. ๐ ๔๒๕๘ ๗๒๐๗ กรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๕๓๕ ๔๘๔๓-๔ หรือสามารถสำรองที่นั่งได้ที่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) โทร. ๑๕๖๖, ๐ ๒๒๘๐ ๐๐๖๐, ๐ ๒๖๒๘ ๒๐๐๐www.thaiairways.com เทศกาลและงานประเพณี งานนมัสการพระธาตุพนม กำหนดจัดขึ้นในวันขึ้น ๑๐ ค่ำถึงวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๓ ของทุกปี ซึ่งถือเป็นงานประเพณีที่ยิ่งใหญ่และสำคัญยิ่งงานหนึ่งของชาวนครพนมและจังหวัดใกล้เคียง งานประเพณีไหลเรือไฟนครพนม (เฮือไฟ) จัดขึ้นในวันออกพรรษา คือวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ และวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ของทุกปี บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด ริมแม่น้ำโขงบริเวณเขตเทศบาลการไหลเรือไฟถือเป็นการบูชาพระพุทธเจ้าในวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงมาจากเทวโลก หลังจากที่พระพุทธองค์ได้เสด็จขึ้นไปจำพรรษาที่ดาวดึงษ ์เพื่อแสดงพระธรรมเทศนาโปรดพระพุทธมารดา ครั้นเมื่อออกพรรษา แล้วพระพุทธเจ้าก็เสด็จลงมาสู่มนุษย์โลก โดยบันไดทิพย์ทั้ง ๓ วันนี้เรียกว่า “วันพระเจ้าโปรดโลก” พระองค์เสด็จมา ณ เมืองสังกัสสะ สถานที่นั้นเรียกว่า “อจลเจดีย์” (อ่านว่า อะ-จะ-ละ-เจ-ดี) ทวยเทพทั้งหลายส่งเสด็จ มวลมนุษย์ทั้งหลายรับเสด็จด้วยเครื่องสักการะบูชามโหฬาร การไหลเรือไฟก็คือการสักการะบูชาอย่างหนี่งในวันนั้น และได้ทำเป็นประเพณีสืบทอดกันมาจนถึงทุกวันนี้ นอกจากนี้ยังมีตำนานการไหลเรือไฟ ที่แตกต่างกันก็ถือว่าทำให้ได้รับอานิสงฆ์เหมือนกัน เดิมเรือไฟทำด้วยท่อนกล้วยหรือไม้ไผ่ต่อเป็นลำเรือยาวประมาณ ๕-๖ วา ข้างในบรรจุ ไว้ด้วยขนม ข้าวต้มมัด หรือสิ่งของที่ต้องการบริจาคทาน ข้างนอกเรือมีดอกไม้ ธูป เทียน ตะเกียง ขี้ไต้สำหรับจุดให้สว่างไสวก่อนจะปล่อยเรือไฟ ปัจจุบันมีการจัดทำเรือไฟเป็นรูปแบบต่าง ๆ ที่ขนาดใหญ่โตขึ้น มีวิธีการประดับตกแต่งให้วิจิตรตระการตามากยิ่งขึ้น เมื่อปล่อยเรือไฟเหล่านี้ ลงกลางลำน้ำโขง ภายหลังการจุดไฟให้ลุกโชติช่วงจะเป็นภาพที่งดงามประทับใจผู้พบเห็นไปตราบนานเท่านาน เนื่องจากไม่มีที่ไหน ๆ ในประเทศไทยจะยิ่งใหญ่เหมือนที่จังหวัดนครพนม ประเพณีแสกเต้นสาก เป็นประเพณีของชนเผ่าแสกที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านอาจสามารถ ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองนครพนมประมาณ ๔ กิโลเมตร ประเพณีแสกเต้นสาก เป็นการเต้นบวงสรวงเจ้าที่จะเต้นสากเป็นประจำทุกปี ในเดือน ๓ ขึ้น ๓ ค่ำ การแสกเต้นสากนอกเทศกาลจะต้องทำพิธีขอขมาก่อน ของที่ใช้ ได้แก่ หัวหมู เงิน ๒๐ บาท และเหล้า ซึ่งจะทำพิธีที่ศาลเจ้าประจำหมู่บ้านโดยการเสี่ยงทายไม้สี ถ้าได้สีเดียวกันแสดงว่าเจ้าไม่อนุญาต การเต้น“แสกเต้นสาก” ใช้ไม้สีแดงสลับขาวเรียก“สาก” นำด้วยเสียงกลองจังหวะเร็ว ผู้เต้นจะซอยเท้าถี่ๆลงไปตามจังหวะ การกระทบไม้ คล้ายการเต้นลาวกระทบไม้แต่จะเร็วกว่ามาก ประเพณีโส้ทั้งบั้ง เป็นประเพณีของพวกโซ่ (โส้) การเต้นโส้ทั้งบั้งนี้เป็นการรำในงานศพเพื่อที่จะส่งวิญญาณผู้ตายให้ไปสู่สุคติ การเต้นรำมีทั้งชายและหญิง พวกโซ่เป็นชนเผ่าข่าพวกหนึ่ง ลักษณะผิวคล้ำ มีภาษาเป็นของตนเอง ภาษาที่ใช้คล้ายภาษามอญปนเขมร หมู่บ้านชาวโส้นี้ตั้งอยู่ที่บริเวณอำเภอท่าอุเทน อำเภอนาแก และอำเภอศรีสงคราม  

ปาปัวฯ ระส่ำ ทั้งแผ่นดินไหว และเครื่องบินตก
ปาปัวนิวกินี /  เครื่องบินตก / 

สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือ "ยูเอสจีเอส" ว่า เกิดแผ่นดินไหวทางตะวันออกของปาปัวนิวกินี วัดความรุนแรงได้ที่ระดับ 6.7 เบื้องต้นยังไม่พบรายงานความเสียหาย และไม่มีการประกาศเตือนภัยคลื่นสึนามิ ขระเดียวกันเพียงไม่กี่ชชั่วโมงก่อนหน้านั้น ได้เกิดอุบัติเหตุเครื่องบินโดยสารขนาดเล็กแบบ 2 ใบพัดของสายการบินแอร์ไลน์ส พีเอ็นจี ของปาปัวนิวกินี ประสบอุบัติเหตุตกลงกลางป่าดงดิบอันห่างไกลทางตอนเหนือของประเทศขณะออกเดินทางไปยังเมืองมาดัง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตทันที 28 ราย แต่มีผู้รอดชีวิตราวปาฏิหาริย์ 4 ราย เบื้องต้นคาดว่า สภาพอากาศที่เลวร้ายเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมครั้งนี้ Mthai News เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com

แตกตื่น! ซาลาแมนเดอร์ยักษ์โผล่กลางเมืองเกียวโต
ซาลาแมนเดอร์ /  ซาลาแมนเดอร์ยักษ์ / 

ชาวญี่ปุ่นแตกตื่นหลังมีสัตว์หน้าตาประหลาดโผล่กลางเมือง ที่แท้แค่ซาลาแมนเดอร์ยักษ์ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ชาวเมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น พากันแตกตื่นเพราะมีสัตว์รูปร่างหน้าตาประหลาดปรากฎอยู่ริมแม่น้ำคาโมงาวะ ใจกลางเมืองเกียวโตผู้ที่พบเห็นได้บันทึกวิดีโอแล้วนำมาเผยแพร่ เมื่อวันที่ 5 ก.ค. สมาชิกเฟซบุ๊คชื่อ  Spoon & Tamago ได้เผยแพร่ภาพเหตุการณ์ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองเกียวโต กำลังจับตาดูสัตว์ประหลาด หลังจากชาวเมืองแจ้งว่า พบสัตว์รูปร่างหน้าตาแสนประหลาดคลานขึ้นมาจากแม่น้ำ แต่จากการตรวจสอบพบว่า สัตว์ประหลาดที่ถูกพูดถึงคือ ซาลาแมนเดอร์ยักษ์ ซึ่งมันเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำโบราณชนิดหายาก แต่ภาพและคลิปเจ้าซาลาแมนเดอร์ยักษ์ตัวดังกล่าว ก็ได้ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลกในเวลาต่อมา สำหรับ ซาลาแมนเดอร์ยักษ์ จัดอยู่ในประเภทสัตว์มีกระดูกสันหลังที่อยู่ในชั้นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ ชนิดเดียวกับ ซาลาแมนเดอร์ทั่วไป ซึ่งมีอยู่หลายสายพันธุ์ มีลักษณะขนาดตั้งแต่ 3 เซนติเมตร จนถึงเกือบ 2 เมตร ปกติจะอาศัยอยู่แถบทวีปอเมริกาเหนือ ทวีปยุโรป หรือป่าดงดิบในประเทศบราซิล รวมทั้งพื้นที่ป่าอุดมสมบูรณ์ของประเทศญี่ปุ่นและจีน Mthai News ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ค Spoon & Tamago  ................................................................................. บล็อบฟิช ปลาประหลาด หน้าเหมือนคน ปลาประหลาด หน้าโคตรเศร้า ใกล้สูญพันธุ์       นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า "บล็อบฟิช" ปลาที่มีรูปร่างหน้าตาแปลกประหลาดเหมือนคนเศร้านี้ กำลังเศร้าอยู่จริงๆ เนื่องจากมันกำลัง...