ป่าดงดิบ

10 สายพันธุ์สัตว์ที่ตัวใหญ่ที่สุดในโลก
ที่สุดในโลก /  สัตว์ / 

วันนี้ทีนเอ็มไทย ขอแนะนำ 10 สายพันธุ์สัตว์ที่ตัวใหญ่ที่สุดในโลก จนคุณต้อง อึ่ง ทึ่ง ที่พวกมันเหล่านี้มีอยู่จริง และเรื่องราวที่น่าสนใจในการใช้ชีวิต เกริ่นมาขนาดนี้แล้ว อยากรู้แล้วใช่ไหมคะ ว่า10 สายพันธุ์สัตว์เหล่านี้ยิ่งใหญ่จนโลกต้องจารึกขนาดไหน ถ้าพร้อมแล้วไปติดตามกันเลยค่ะ 10 สายพันธุ์สัตว์ที่ตัวใหญ่ที่สุดในโลก 1. แมลงบินได้ที่ใหญ่ที่สุด Meganeuropsis Permiana เป็นแมลงปอ ที่ตัวใหญ่ที่สุดที่เคยอุบัติขึ้นมาบนโดย ด้วยช่วงปีกที่กว้างกว่า 72 เซ็นติเมตร และคาดว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดแรกที่บิน บนท้องฟ้าได้ ที่สามารถล่าทุกอย่างที่ขวางหน้าได้ ไม่เว้นแม้แต่สัตว์เลื้อยคลายที่เป็นบรรพบุรุษของไดโนเสาร์ ซึ่งหลักฐานซากฟอสซิลนี้อยู่ที่ Permian rocks รัฐ Kansas ประเทศสหรัฐอเมริกา 2. แมลงเปลือกแข็งที่ใหญ่ที่สุด Arthropleura กิ้งกือยักษ์ดึกดำบรรพ์ เคยอยู่บนโลกเมื่อ 280-340 ล้านปีก่อน ในยุคคาร์บอนนิเฟอร์รัส ซากฟอสซิลของมันถูกพบที่สก๊อตแลนด์ และแถบทวีปอเมริกาเหนือ มีความยาวถึง 2 เมตร และัหนักถึง 500 กิโลกรัม เพราะในยุคคาร์บอนนิเฟอร์รัส เป็นช่วงที่ที่แมลงตัวใหญ่เนื่องจากมีปริมาณออกซิเจนที่สูง และป่าดงดิบอุดมสมบูรณ์ จึงทำให้พวกมันสามารถใหญ่โตได้เท่าที่มันจะสามารถโตได้ และยังมีเขี้ยวพิษที่สามารถฆ่าได้ทุกอย่างที่มันต้องการ 3. งูที่ใหญ่ที่สุด Titanoboa ไททันโอโบอาเป็นงูที่ไม่มีพิษจำพวกโบอา ที่คล้ายกับงูเหลือมหรืองูหลาม มักพบได้ในทวีปอเมริกากลางและเกาะมาดากัสการ์ในปัจจุบัน นักบรรพชีวินวิทยาเชื่อว่า ไททันโอโบอา มีรูปร่างลักษณะและมีพฤติกรรมคล้ายงูอนาคอนดา โดยหากินในน้ำ ซึ่งอาหารได้แก่ จระเข้และปลาขนาดใหญ่ แต่ทว่ามีความยาวกกว่ามาก โดยมีความยาวเฉลี่ยประมาณ 13 เมตร และอาจยาวได้ถึง 15 เมตร หนักถึง 2 ตัน โดยชื่อของมันเป็นภาษาลาติน แปลได้ว่า "งูยักษ์จากแซร์อาโฮน" (Titanic boa from Cerrejon) ซึ่งมาจากชื่อเมืองแซร์อาโฮน ซึ่งเป็นเหมืองแร่ ในประเทศโคลอมเบีย ซึ่งเป็นที่ๆ ค้นพบซากฟอสซิลของมันเป็นครั้งแรก ซากฟอสซิลของไททันโอโบอา ที่ค้นพบเป็นกระดูกสันหลัง จำนวน 180 ชิ้น คาดว่าน่าจะเป็นของงูทั้งหมด 12 ตัว ค้นพบครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 2007 ซึ่งกระดูกสันหลังนั้นมีขนาดใหญ่กว่ากระดูกสันหลังของงูอนาคอนดามากนัก จากการวิเคราะห์และคำนวณด้วยเครื่องมือต่างๆ พบว่า ไททันโอโบอามีชีวิตอยู่ในยุคพาลีโอซีน 58-60 ล้านปีก่อน 4. จระเข้ที่ใหญ่ที่สุด Sarcosuchus หรือรู้จักกันทั่วไปคือ " Super Croc " ซุปเปอร์ครอก แต่ได้สูญพันธุ์ไปเมื่อประมาณ 110 ล้านปีมาแล้ว มันถูกค้นพบครั้งแรกในประเทสไนเจอร์ ( Niger ) โดยนักสำรวจชาวฝรั่งเศลชื่อว่า Alfred Felix de Lapparent โดยในการขุดค้นพบครั้งแรกเป็นฟอสซิลฟัน และหนัง ในบริเวณทะเลทรายซาฮาร่า ในปี 1940 และปี 1950 ข้อมูลเฉพาะ ซุปเปอร์ครอค์ประมาณการณ์ว่ามันจะมีความยาวเมื่อโตเต็มที่ 11 - 12 เมตร จากการประเมินกระโหลก และอายุขัยเต็มที่ประมาณ 50 - 60 ปี น้ำหนักจากการเปรียญเทียบกับจระเข้ในปัจจุบัน คาดว่าจะมีน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 8 ตัน สำหรับอาหาร น่าจะจับปลากินเป็นหลัก และก็อาจจะมีการจับไดโนเสาร์ที่มีขนาดพอดีกับปากของมันบ้างเป็นครั้งคราว ลูกตาของมันไม่สามารถกรอกซ้ายขวาได้ ทำได้แค่กรอกขึ้นลง บนล่างเท่านั้น และจระเข้ในปัจจบันที่เป็นญาติที่สนิทที่สุดของ Sarcosuchus คือพวกจระเข้แม่น้ำไนล์ 5. นักล่าบนพิภพที่ใหญ่ที่สุด Spinosaurus สไปโนซอรัส ถูกค้นพบครั้งแรกในทะเลทรายสะฮาราของอียิปต์ เมื่อปี ค.ศ. 1910 โดยนักบรรพชีวินวิทยาชาวบาวาเรีย โดยขุดค้นไปตามชายขอบด้านตะวันออกของระบบแม่น้ำโบราณซึ่งมีหินในชั้นแคมเบรียนก่อตัวเป็นพรมแดนด้านตะวันตก สไปโนซอรัสเป็นสัตว์กินเนื้อยืน 4 ขาและอาจจะยืน 2 ขาได้  มีจุดเด่น คือกระดูกสันหลังสูงเป็นแผ่นคล้ายใบเรือ รูปวงรี มี11ชิ้น ชิ้นที่ยาวที่สุดมีความยาว 1.69 เมตร เชื่อกันว่าใช้ควบคุมอุณหภูมิร่างกาย กะโหลกศรีษระมีจงอยปากแคบที่เต็มไปด้วยฟันรูปกรวย มีหงอนคู่ขนาดเล็กอยู่เหนือดวงตา แขนแข็งแกร่งมี 3นิ้ว สามารถใช้เป็นอาวุธและจับเหยื่อได้ มีความยาว 16-18 เมตร น้ำหนัก 7 - 10 ตัน อาศัยอยู่ใน ทวีปแอฟริกา มีชีวิตอยู่ในตอนกลางของยุคครีเตเชียส (100-97 ล้านปีที่แล้ว) ในช่วงที่มันอาศัยอยู่ในยุคครีเตเชียสตอนกลาง มันมีคู่แข่งที่สำคัญอย่าง คาร์ชาโรดอนโทซอรัส ที่อาศัยอยู่ยุคเดียวกันที่มีความยาว13เมตรและเป็นไดโนเสาร์กินเนื้อที่ใหญ่เป็นอันดับ3ของโลก สไปโนซอรัส เป็นไดโนเสาร์กินเนื้อที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ1ในโลก, มันมีญาติอย่าง ซูโคไมมัส 6. ปลากระดูกแข็งที่ใหญ่ที่สุด Leedsichthys Problematicus ลีดส์อิชธีส์ เป็นชื่อปลากระดูกแข็งชนิดหนึ่ง อาศัยอยู่ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ อาศัยอยู่ในทะเลในกลางยุคจูราสสิค (185-155 ล้านปีก่อน) โดยพบฟอสซิลในชั้นหินในยุคนี้ โดยที่ชื่อ Leedsichthys ตั้งตามผู้ค้นพบคือ อัลเฟรด นิโคลสัน ลีดส์ นักสะสมฟอสซิลชาวอังกฤษ มีความหมายว่า "ปลาของลีดส์" โดยพบในพื้นที่ใกล้เขตเมืองปีเตอร์โบโรห์เมื่อปี ค.ศ. 1886 นอกจากนี้ ลีดส์อิชธีส์มีลักษณะตาที่เล็ก ใช้ชีวิตคล้ายคลึงกับปลาใหญ่ โดยใช้ฟันซี่เรียวกว่า 40,000 ซี่กรองกินสัตว์เล็กสัตว์น้อยและแพลงก์ตอนเป็นอาหาร แม้ว่ามันจะมีลำตัวขนาดใหญ่มากแต่ทำให้ว่ายน้ำช้า เชื่อว่าลีดส์อิชธีส์ก็ยังคงตกเป็นเหยื่อของปลากินเนื้อขนาดใหญ่รวมถึงสัตว์เลื้อยคลานทะเลยุคเดียวกันด้วย เช่น ไลโอพลัวเรอดอน เป็นต้น 7. สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ใหญ่ที่สุด Paraceratherium ปาราเซอราเธอเรียม นี้มีขนาดที่สูงใหญ่กว่า ช้างแอฟริกัน ถึง 8 เมตร มันเป็นสัตว์กินพืชร่างยักษ์ ที่หนักกวา่ 30 ตัน อย่าง ทีเคยท่องไปทั่วทวปีอเมรกิาเหนือเมื่อ 37 ลา้นปีก่อน โดยปราศจากนักล่าชนดิใดจะสามารถโค่นมันลงได ้แต่พวกมันก็ต้องสญูพันธุ์ไปจากโลกเมื่อ 23 ล้านปีกอ่น เนื่องจากสภาพอากาศ ที่เปลื่ยนแปลงอย่างรุนแรงจนพวกมันปรับตัวไม่ทัน 8. สัตว์บินได้ที่ใหญ่ที่สุด Quetzalcoatlus อาศัยอยู่ในช่วงปลายยุคครีเตเซียส ถูกตั้งชื่อตามเทพมังกรของในตำนานแอซเทค ฟอสซิล ถูกพบเป็นครั้งแรกในเทกซัสเมื่อปี 1971 นับเป็นสัตว์บินได้ขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลกด้วยความยาวจากปีกถึงปีกมากถึง 12 เมตร โครงสร้างกระดูกขาที่แข็งแรงสูง 6 เมตร กับจงอยปากอันคมกริบที่คมที่สุดในยุค 65 ล้านปีก่อน พวกมันไม่ลังเลยที่จะโจมตีรังของไดโนเสาร์เพื่อล่าตัวอ่อน หรือไล่ต้อนฝูงไดโนเสาร์เพื่อแยกตัวที่อ่อนแอออกจากฝูง ก่อนจะสังหารด้วยจงอยปากอันทรงพลัง 9. แมลงน้ำที่ใหญ่ที่สุด Jaekelopterus Rhenaniae ไม่เพียงบนบกและบนฟ้าเท่านั้นที่ถูกแมลงครอบครอง เมื่อ 300 ล้านปีก่อน ในทะเลโบราณยังมีจ้าวแห่งแมลงที่ครอบครองผืนน้ำ ซึ่งนักบรรพชีวินวิทยาต่างลงความเห็นว่า มันคือฝันร้ายของทุกชีวิตที่อยู่ใต้น้ำ เพราะด้วยขนาด 2.5 เมตร ที่มาพร้อมก้ามขนาดยักษ์ที่สามารถจับและฆ่าทุกอย่างที่ขวางหน้าได้อย่างง่ายดาย 10. สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลที่ใหญ่ที่สุด Blue Whale วาฬสีน้ำเงิน เป็นวาฬบาลีน (Balaenopteridae) และถือเป็นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยทั่วไปจะยาวประมาณ 26-29 เมตร แต่ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบมีความยาว 31.2 เมตร น้ำหนักเมื่อโตเต็มที่ ประมาณ 100-200 ตัน เฉพาะลิ้นก็มีน้ำหนักเกือบเท่ากับช้างหนึ่งตัว และหัวใจก็มีขนาดเท่ารถยนต์คันหนึ่ง กินเคยและแพลงก์ตอนเป็นอาหาร แต่ก็อาจจะกินสัตว์น้ำขนาดเล็กเช่น ปลาขนาดเล็กเข้าไปด้วย ส่วนลูกวาฬจะกินเฉพาะนมแม่ที่มีไขมันสูงถึงร้อยละ 40 มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นชั่วโมงละ 4 กิโลกรัม นอกจากนี้แล้ว วาฬสีน้ำเงินยังเป็นสัตว์ที่ส่งเสียงร้องได้กว้างไกลที่สุดในโลกอีกด้วย โดยสามารถส่งได้ได้ดังถึง 1,500 กิโลเมตร ในลักษณะของคลื่นเสียงที่มีความหลากหลาย ซึ่งเชื่อกันว่าไม่ได้เป็นไปในการสื่อสารเพียงอย่างเดียว หากแต่ยังใช้การนำทางอีกด้วย ข้อมูลและภาพจาก สำรวจโลก, วิกิพีเดีย, siamfishing, spokedark

ดอยมวยก้นหอย หุบเขาธรรมชาติมหัศจรรย์
unseen /  ดอย / 

ดอยมวยก้นหอย (Puge County) ตั้งอยู่ในมณฑลเสฉวน ประเทศจีน ห่างจากตัวเมืองนครซีชางไปทางใต้ 30 ก.ม. ครอบคลุมพื้นที่ 2,400 ตารางก.ม. ส่วนที่เป็นเขตทัศนียภาพสำคัญกิน พื้นที่ 1,083 ตารางก.ม. ในภาษาชนชาติหยีเรียกดอยมวยก้นหอยว่า “อันฮาโป” มีความหมายว่ายอดเขา 500 ลี้ หรือยอดเขานิ้วมือทั้งห้า เป็นภูมิทัศน์ที่ยิ่งใหญ่ตระการตา ดอยมวยก้นหอย หุบเขาธรรมชาติมหัศจรรย์ ยอดเขาหลักชื่อ เยเอ๋อเอ่อฮา มีความสูง 4,359 เมตร เป็นยอดเขาที่สูงเสียดฟ้าลอยเด่นเป็นสง่าในหมู่ยอดเขา ธรรมชาติได้แกะสลักให้ดอยมวยก้นหอยหลัวจี้ซานมี รูปลักษณ์มหัศจรรย์ชวนให้หลงใหล โดยมีลักษณะซ้อนกันเป็นชั้นขึ้นไปดั่งปิระมิด เหมือนหอยโข่งคว่ำ และ คล้ายมวยผมของสตรีโบราณ จึงเป็นที่มาของชื่อดอย มวยก้นหอย ซึ่งภาษาจีนเรียกว่าหลัวจี้ซานนั่นเอง ในประวัติศาสตร์ดอยมวยก้นหอย เคยเป็นปูชนียสถานของพระพุทธศาสนายุคต้นๆ ของจีน จนถึงยุคทองแห่งพระพุทธศาสนาในราชวงศ์ถัง เฉพาะวัดหลัวจี้ก็มี พระภิกษุประจำอยู่ถึง 3,000 รูปแล้ว ในหุบเขามีห้วง น้ำเขียวมรกตที่เงียบวังเวง สายหมอกลอยละลิ่ว จึงเป็นสถานที่สัปปายะของชาวพุทธ เป็น “แดนสวรรค์” สำหรับ การปลีกวิเวกปฏิบัติธรรม ในจีนโบราณได้บัญญัติชื่อสถานที่สำคัญบนดอย มวยก้นหอยไว้ดังนี้คือ “12 ถ้ำพระพุทธ” “18 ยอดเขา” “25 ลาน” “32 สระสวรรค์” “72 ยอดเขา” “108 ทิว- ทัศน์” นอกจากนี้ยังมีน้ำตกจากน้ำพุร้อนที่งดงามอัศจรรย์ ความยิ่งใหญ่อลังการของกลุ่มยอดเขาบนดอยมวยก้นหอย เรียงรายลดหลั่นเป็นชั้น มองจากที่ไกลดูคล้าย กับเกาะสวรรค์ในตำนานเทพนิยายที่ปรากฏตรงหน้า ถ้ามองในระยะใกล้ จะเห็นหน้าผาสูงชัน ต้นไม้เก่าแก่สูง เทียมฟ้า ไม้ดอกดารดาษหลากสีสันราวกับผ้าแพรพรรณ เมื่อขึ้นสู่ยอดเขา จะเห็นทั้งภูดอยธารน้ำยาวนับพันลี้ ไกลสุดสายตา บนเขายังมีป่าดงดิบขนาดใหญ่ที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ ทุ่งหญ้าเขียวขจีอันกว้างใหญ่ไพศาล ดอกไม้นานาพรรณเบ่งบานประชันสีสัน ทั้งยังมีสัตว์ป่าที่หา ยากอีกด้วย กล่าวได้ว่าทั่วทุกแห่งล้วนมีมนต์เสน่ห์ เงียบสงบชวนพิศวง จึงทำให้ดอยมวยก้นหอยกลายเป็น แหล่งทัศนียภาพธรรมชาติที่รวมความยิ่งใหญ่ มหัศจรรย์ แปลกใหม่ น่าหวาดเสียว อนารยะ สูงชัน สงัดเงียบ งดงาม ทั้งหมดนี้มีอยู่ในดอยมวยก้นหอยแห่งเดียว ดอยมวยก้นดอย เป็นพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติว่าด้วย ธารน้ำแข็งโบราณยุคควอเตอร์นารี เมื่อหนึ่งล้านปีก่อน ที่ยังคงความสมบูรณ์ครบถ้วน และหาดูได้ยากในเขต ภูเขาของประเทศจีน รูปลักษณ์ธารน้ำแข็งโบราณซึ่งรวม ทั้งลักษณะเหลี่ยมเขาในร่องรอยธารน้ำแข็งโบราณ แอ่งและร่องธารที่เกิดจากการกร่อนโดยธารน้ำแข็ง เป็นต้น ซึ่งนับเป็นสิ่งที่มีคุณค่าต่อการท่องเที่ยว การผจญภัย และ การสำรวจวิจัยเป็นอย่างยิ่ง ในบรรดาจุดชมวิวเหล่านี้ ที่ยิ่งใหญ่ตระการตาที่สุดเห็นจะเป็น บึงตะกอนธารน้ำแข็ง ที่เกิดจากการกร่อนโดยธารน้ำแข็ง บึงตะกอนธารน้ำแข็ง ของดอยมวยก้นหอยกระจายอยู่ในภูมิประเทศที่มีความ สูงเหนือระดับน้ำทะเล 3,150 เมตรขึ้นไป บริเวณโดยรอบของหนองบึงยังคงมีปรากฏการด้านการกร่อนโดย ธารน้ำแข็งและตะกอนธารน้ำแข็งเป็นจำนวนมาก เนื่อง จากในหนองบึงมีหินผาที่มีสี รอบบึงมีพรรณไม้ พืชหญ้า ต่างๆ และซากพืชเน่าเปื่อยในดิน ทำให้น้ำในหนองบึง ปรากฏสีฟ้าสดใส สีแดงอมน้ำตาล สีเหลืองอมน้ำตาล สีเขียวสด และสีเขียวเข้ม เป็นต้น ดอยมวยก้นหอย มีภูมิลักษณ์เป็นภูเขาสูงชัน ภูมิ อากาศแบ่งเป็นโซนตามความสูงของระดับน้ำทะเล ประกอบกับผู้คนเบาบาง เป็นสภาพแวดล้อมภูมิประเทศที่ มีปิดกั้น ป่าดงดิบและสัตว์ป่าหายากนานาชนิด ตลอดจน ไม้ดอกพันธุ์ป่า พืชเห็ดต่างๆ มีหลากหลายชนิด ป่าดง ดิบมีพื้นที่กว่า 3 แสนโหม่ว (2.4 โหม่วจีน =1 ไร่) พันธุ์พืชประกอบด้วยพืชเขตร้อนแถบเอเชียใต้ พืชพวก สนเขตกึ่งร้อน พืชใบกว้างไม่ผลัดใบเขตกึ่งร้อน และ พืชพวกสนเขตกึ่งภูเขาสูง เป็นต้น รวมกว่า 180 วงศ์ ชนิดกว่า 2,000 ด้านพืชประเภทเห็ด เป็นที่รู้กันว่ามี เห็ดขนาดใหญ่ 150 กว่าชนิด สามารถรับประทานและ ใช้ทำยารักษาโรคได้มีมากถึง 80% มีสัตว์ป่าหายากร่วม 400 ชนิด ดอยมวยก้นหอยได้รักษาทรัพยากรพืชและ สัตว์ไว้ได้อย่างอุดมสมบูรณ์ ซึ่งเป็น “คลังพันธุกรรม” ของสิ่งมีชีวิตที่หายากในประเทศจีน ควรค่าแก่การมา เที่ยวชม เป็นฐานสำรวจศึกษาทางวิทยาศาสตร์ที่ สำคัญยิ่ง ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : rivermk.com / นิตยสารแม่น้ำโขง / lvmama.com / ffgww.com เรียบเรียงโดย Travel MThai ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง : City Lion เมืองโบราณใต้น้ำ…สวรรค์ของนักดำน้ำ , ถ้ำเอ๋อหวังตง ถ้ำมหัศจรรย์แห่งเมืองจีน

จงคารวะแด่สิ่งลี้ลับ ในตัวอย่าง และ ใบปิดฉบับไทยจากหนังออสการ์ Embrace of the Serpent
Embrace of the Serpent /  จอมคนป่าอสรพิษ‬ / 

จัดได้ว่าเป็นหนึ่งในหนังที่เข้าชิงออสการ์สาขา หนังต่างประเทศยอดเยี่ยม อีกเรื่องที่ได้เข้าฉายในไทย สำหรับหนังจากประเทศ โคลอมเบีย อย่าง Embrace of the Serpent หรือในชื่อไทย จอมคนป่าอสรพิษ‬ หนังที่สร้างจากบันทึกจริงของ ธีโอดอร์ ครอช กรันเบิร์ก บิดาแห่งตำราชนเผ่าอเมซอน, สร้างจากบันทึกจริงของ รีชาร์ด เอวาน ชุลเตส หมอยาผู้ค้นพบยามากมายชายผู้ได้รับการขนานนามว่าคือ Indiana Jones ตัวจริง กับผลงานการกำกับของ ซิโร่ เกร์รา พร้อมยืนยันว่าความบ้าคลั่งของสงครามภายในป่าอสรพิษจะเปล­ี่ยนแปลงทุกคน เรื่องราวในป่าดงดิบอันบ้าคลั่งของอเมซอน ธีโอดอร์ วาน เมเธียส เดินทางเข้าสู่ใจกลางป่าอย่างสิ้นห­วังเมื่อต้องการหายจากโรคประหลาดซึ่งติดมาความหวังเดียวของเขาคือ จักรพรรดิชาแมน การามากาเตผู้กุมความลับของพืชปริศนา ยากรูน่าพืชซึ่งในอีกหลายสิบปี จะเป็นกุญแจสำคัญต่อกลุ่มพันธมิตรในสงคราม­โลกครั้งที่ 2 พร้อมคารวะสิ่งลี้ลับในโรงภาพยนตร์พร้อมกัน 12 พฤษภาคมนี้

Cookie Run Season 2 แจก เพชรฟรี 100 อัน รับได้แล้ววันนี้
Cookie Run /  Cookie Run Season 2 / 

เกมส์มือถือ Cookie Run Season 2 ได้ทำการแจกเพชรฟรีจำนวน 100 เม็ด โดยผู้เล่นสามารถขอรับฟรีและขอรับง่ายๆได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป วิธีการขอรับเพชรเกมส์ Cookie Run ฟรี 100 เม็ด 1) เข้าที่หน้าตั้งค่าเกมส์ (Setting) 2) หากตั้งค่าเกมส์เป็นภาษาไทย ให้ไปที่หน้า Event 3) หากตั้งค่าเกมส์เป็นภาษาอังกฤษ ให้ไปที่หน้า Coupon 4) กรอกรหัสคำว่า cookierun2ndstory 5) ทำการออกจากเกมส์และเข้าใหม่อีกครั้ง และก็จะได้รับเพชรฟรี 100 เม็ดทันที เกมส์ Cookie Run Season 2 (คุกกี้รัน ซีซั่น 2) มีการเพิ่มเติมเรื่องการปรับปรุงฉากเกมส์ใหม่ทุกด่าน มีทั้งฉากในป่าดงดิบหรือฉากขนมหวาน ที่บรรจุอุปสรรคไว้มากมาย อาศัยไหวพริบทักษะในการกระโดดหลบหลีกและเก็บของในเกมส์เพื่อทำแต้ม, เพิ่มลูกเล่นใหม่ในโบนัสเวลา, เพิ่มระดับเลเวลสูงสุดในส่วนของเลเวลพลังและตัวผู้เล่น ที่น่าสนใจคือ มีการเพิ่มคุกกี้และสัตว์เลี้ยงในแบบใหม่ๆให้เลือกเล่นอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มเติมระบบ Event การเชิญ รวมถึงปรับปรุงหน้าเริ่มต้นเกมส์และเอฟเฟคเสียงเกมส์ให้ทันสมัยมากขึ้นเช่นกัน

ทรงไหนเริ่ด? บิกินี่แว็กซ์ ตัดผมให้น้องสาว 12 แบบ 12 สไตล์
bikini wax /  Brazilian wax / 

 บิกินี่แว็กซ์ ตัดแต่งทรงผมให้น้องสาว กล้าป่ะ?       บิกินี่แว็กซ์ เป็นการตกแต่งทรงผมในที่ลับ หลักๆจะมีทั้งหมด 4 แบบ ได้แก่ บิกินี่แว็กซ์ เป็นการตัดแต่งเล็กน้อย เพื่อไม่ให้มีส่วนเกินออกมานอกบริเวณขอบบิกินี่, เเฟรนช์แว็กซ์ (French Wax) จะลึกเข้าไปกว่าขอบบิกินี่ จนเหลือไว้แต่บริเวณตรงกลาง, ฟูลบราซิลเลี่ยนแว๊กซ์ เป็นการกำจัดขนด้านล่างทุกจุดทุกเส้นลึกไปจนถึงด้านหลัง, บราซิลเลี่ยนแว๊กซ์ (Brazilian  wax) แว๊กซ์ชนิดที่ว่าไม่เหลืออะไรเลย โล่งสุดๆ        ทรงอื่นๆก็มีอย่างเช่น ทรงเพลย์บอย, รูปหัวใจ, รูปลูกศรชี้ขึ้น-ลง ซึ่งมีอีกหลากหลายทรงให้คุณเลือกได้ตามใจชอบ สาวๆ women mthai อาจจะยังเขินอายกันอยู่ มาเรียกชื่อทรงให้ถูกก่อนจะไปตัดผมให้น้องสาวกันนะจ๊ะ ว่าแต่คืนนี้ทรงไหนดีนะ? 1. Landing strip โกนเกือบทั้งหมด ยกเว้นตรงกลางตัดแต่งให้เป็นแนวตั้ง จะปล่อยไว้ให้สั้นหรือยาวก็แล้วแต่คุณชอบเลย เหมาะสำหรับการใส่บิกินี่เส้นเล็กและแคบ 2. Sweet Heart ถ้าอยากเพิ่มความโรแมนติค รูปหัวใจเป็นสิ่งที่สื่อความหมายได้ดีที่สุด เหมาะสำหรับวันวาเลนไทน์ หรือ วันครบรอบวันแต่งงาน รับรองหนุ่มๆไม่มีวันลืมแน่นอน 3. Brazilian Wax  แว๊กซ์ชนิดถอนรากถอนโคนไม่เหลืออะไรเลย ขนสักนิดก็ไม่มี โล่งหวิวเบาสบายกันไปเลยล่ะ ประมาณว่ากลับไปเป็นเด็ก 14 อีกครั้ง ทรงนี้เหมาะสำหรับสาวๆที่ชอบใส่บิกินี่ และ กางเกงในแบบเอวต่ำมากๆ 4.Martini  เป็นทรงสามเหลี่ยมกลับหัวลง ด้านบนจะเลี้ยงไว้มากหน่อย แต่ด้านข้างจะแว๊กซ์ออกให้เกลี้ยง เหมาะสำหรับการใส่บิกินี่ที่เว้ามากๆ และ ชุดชั้นในแบบเอวต่ำ เว้าโคนขาสูง 5.Postage stamp 6. Victory   7.Mohawk 8.Diamond ลักษณะคล้ายสามเหลี่ยมแต่ตัดตรงมุมทั้ง 2 ด้านออก ก็กลายเป็นเพชรน้ำงามไปซะแหละ  9.Star คืนนี้ดวงดาวจะลงทัณฑ์เธอเอง 10.Moon  11.This way เหมือนเป็นการบอกใบ้เชิญชวนด้วยลูกศรชี้ลง แค่เห็นก็รู้แล้วว่ามันกำลังกระซิบบอกว่า "come on baby" 12.Get up ลูกศรชี้ขึ้นไปข้างบน อ๊ะ! ต้องการจะบอกใบ้อะไรน๊า....         ผู้ชายส่วนใหญ่มักชอบให้น้องสาวของคุณสะอาด บางคนก็ลงทุนยอมจ่ายเงินจูงมือพาแฟนสาวไปทำที่ร้านเองเลย แถมจ่ายเงินให้อีกด้วย การแว็กซ์ครั้งแรกของคุณผู้หญิงคงไม่ต้องบอกว่าจะเจ็บปวดขนาดไหน แต่หลังจากนั้นคุณจะชอบมันเอง เพราะสาวๆจะรู้สึกเบาสบายอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน  เหตุผลที่สาวๆ ต้องทำ บิกินี่แว็กซ์ 1.เพราะแฟนอยากให้ทำ ผู้ชายไม่ได้ชอบความเป็นธรรมชาติของป่าดงดิบหรอกนะจ๊ะ บางครั้งก็ต้องดูแลตัดแต่งต้นไม้บ้างเพื่อความสวยงาม 2.เพราะคุณรักความสะอาด จุดซ่อนเร้นมักเป็นจุดอับ โดยเฉพาะช่วงประจำเดือน ผู้หญิงบางคนที่รักสะอาดมากๆ จึงนิยมการ แว็กซ์ เพราะดูแลง่าย ไร้กลิ่นไม่พึงประสงค์ แล้วอย่าลืมไปลองกันดูนะค๊า..... บิกินี่แว๊กซ์ มาแว๊กซ์ขนให้น้องสาวกันเถอะ! เรียบเรียงโดย women mthai team ภาพประกอบจาก www.buzzfeed.com

ชมความยิ่งใหญ่ อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช จังหวัดตาก
ตากสินมหาราช /  อุทยานแห่งชาติ / 

อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช ตั้งอยู่ในท้องที่ 2 อำเภอ คือ อำเภอเมืองตาก และอำเภอแม่สอด ติดถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 105 (ตาก–แม่สอด) ห่างจากตัวอำเภอเมืองตากประมาณ 35 กิโลเมตร ซึ่งประกาศทับซ้อนป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ละเมา ตำบลพะวอ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 954 (พ.ศ.2524) และประกาศทับซ้อนป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ท้อ–ห้วยตากฝั่งขวา ตำบลแม่ท้อ อำเภอเมือง จังหวัดตาก ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 145 (พ.ศ.2509) มีพื้นที่ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษาจำนวน 93,125 ไร่ แต่มีพื้นที่จริงจากการคำนวนเท่ากับ 163,750 ไร่ อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช จังหวัดตาก ลักษณะภูมิประเทศของอุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช ส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสูงชันสลับซับซ้อน มีพื้นที่ราบอยู่เพียงเล็กน้อย บริเวณที่ทำการอุทยานฯ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,000 เมตร มีแนวเทือกเขาถนนธงชัยผ่านกลางอุทยานฯ ลักษณะเป็นสันปันน้ำซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตระหว่างอำเภอเมืองตากกับอำเภอแม่สอด เป็นต้นกำเนิดของห้วยสำคัญๆ เช่น ทางด้านอำเภอแม่สอด ได้แก่ ห้วยตะปูเคาะ ห้วยยะอุ ห้วยปลาหลด ห้วยพลูใหญ่ ห้วยผักหละ ห้วยพระเจ้า ห้วยปูแป้ ห้วยผาแกว และห้วยสะมึนหลวง ไหลไปรวมกันเป็นห้วยแม่ละเมา ทางด้านอำเภอเมืองตากมีจำนวน 7 ห้วย ได้แก่ ห้วยปางอ้า ห้วยสลักพระ ห้วยน้ำดิบ ห้วยบง ห้วยช้างไล่ ห้วยโปร่งสัก และห้วยไม้ห้าง ซึ่งไหลลงมารวมเป็นห้วยแม่ท้อ แล้วไหลลงสู่แม่น้ำปิง ลักษณะภูมิอากาศอุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช มีสภาพอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี มีอุณหภูมิเฉลี่ย 27 องศาเชลเชียล อุณหภูมิสูงสุด 36.2 องศาเชลเชียล อุณหภูมิต่ำ 7.5 องศาเชลเชียล มีฝนตกชุกในเดือนมิถุนายนถึงเดือนตุลาคม ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 15.23 มม./ปี ช่วงฤดูหนาวระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมกราคม สามารถพบเห็นทะเลหมอกตลอดแนวเขาทั่วไปในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว สถานที่ท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช ต้นกระบากใหญ่ ขึ้นในบริเวณหุบเขาของป่าดงดิบ มีขนาดความโตวัดโดยรอบได้ 16.10 เมตร ความสูง 50 เมตร ต้องใช้คนประมาณ 12 คน จึงจะโอบได้รอบลำต้น อยู่ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ประมาณ 2.5 กิโลเมตร ตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติซึ่งเป็นทางเดินลงเขาชันมาก ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ผู้สนใจจึงควรมีสุขภาพแข็งแรง และควรเตรียมน้ำดื่มให้พร้อมสำหรับการเดินลงไปเที่ยวชมและเดินกลับขึ้นมา ระหว่างทางมีป้ายให้ความรู้เรื่องธรรมชาติอยู่เป็นระยะๆ ถ้ำธารลอดผาขาว–ผาแดง เกิดจากลำห้วยผาขาว – ผาแดง ไหลเลาะลงถ้ำด้านล่าง ความลึกที่สำรวจได้ 100 เมตร มีหินงอกหินย้อยสวยงาม มีลำธารไหลผ่านตลอดทั้งปี อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 32 กิโลเมตร ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่นำทางก่อนทุกครั้ง น้ำตกปางอ้าน้อย เป็นน้ำตกขนาดกลางที่อยู่ใกล้ที่ทำการอุทยานแห่งชาติ กว้างประมาณ 8 เมตร สูง 20 เมตร มีน้ำไหลตลอดทั้งปี เดินต่อจากต้นกระบากใหญ่เลียบลำน้ำไปตามเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร จะถึงน้ำตก น้ำตกปางอ้าใหญ่ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ มีน้ำไหลตลอดทั้งปี ความสูงประมาณ 80 เมตร จำนวน 4 ชั้น อยู่ห่างจากจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 24 กิโลเมตร ฤดูกาลที่เหมาะสมแก่การท่องเที่ยวอยู่ระหว่างเดือนตุลาคม - เดือนกุมภาพันธ์ ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง น้ำตกผาขาว–ผาแดง เป็นน้ำตกที่เกิดจากลำห้วยผาขาว – ผาแดง กว้างประมาณ 10 เมตร ชั้นสูงที่สุด 30 เมตร มี 2 ชั้น จะมีน้ำไหลจากน้ำตกในช่วงหน้าฝน ส่วนช่วงหน้าแล้งน้ำจะลอดผ่านถ้ำธารลอดแทน ฤดูที่เหมาะสมในการท่องเที่ยวอยู่ระหว่างเดือนตุลาคม - เดือนธันวาคม อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 35 กิโลเมตร ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง สะพานหินธรรมชาติ มีลักษณะเป็นแท่งหินขนาดใหญ่เชื่อมติดกับหน้าผาสองข้างเข้าด้วยกัน คล้ายสะพาน มีความกว้างและความสูงประมาณ 25 เมตร ยาวประมาณ 30 เมตร เบื้องล่างมีลำธารไหลผ่านตลอดทั้งปี สภาพป่าโดยรอบเขียวชะอุ่มร่มรื่นเหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ ใกล้กับสะพานหินมีถ้ำหินงอกหินย้อยงดงาม สะพานหินธรรมชาติอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ประมาณ 10 กิโลเมตร ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่นำทางก่อนเข้าไปเที่ยวชมทุกครั้ง เส้นทางศึกษาธรรมชาติ อุทยานแห่งชาติได้จัดทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติไว้ให้บริการนักท่องเที่ยวได้ศึกษาหาความรู้ดังนี้ • เส้นทางจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว - ต้นกระบากใหญ่ ระยะทาง 2.5 กิโลเมตร • เส้นทางจากต้นกระบากใหญ่ - น้ำตกปางอ้าน้อย ระยะทาง 1 กิโลเมตร • เส้นทางจากลานจอดเฮลิคอปเตอร์ - น้ำตกปางอ้าน้อย ระยะทาง 1.5 กิโลเมตร ที่ตั้ง อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช หมู่ที่ 10 ถนนตาก-แม่สอด ต.แม่ท้อ อ. เมืองตาก จ. ตาก 63000 โทรศัพท์ 0 5551 1429  โทรสาร 0 5551 1429  อีเมล taksin.m_np@hotmail.com การเดินทาง โดยรถยนต์ จากจังหวัดตาก เดินทางโดยรถยนต์ไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 105 (ตาก – แม่สอด) ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 25+980 จะพบป้ายอุทยานแห่งชาติขนาดใหญ่ทางด้านขวามือ เลี้ยวไปตามถนนลาดยางแยกเข้าไปอีก 1.5 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติ รถยนต์สามารถเดินทางได้สะดวกทุกฤดูกาล รถโดยสารประจำทาง จากกรุงเทพฯ ขึ้นรถโดยสารที่สถานีขนส่งสายเหนือ สายกรุงเทพฯ - ตาก ลงที่สถานนีขนส่งจังหวัดตาก หรือสายอื่นๆ แต่ต้องแจ้งพนักงานขับรถโดยสารหรือพนักงานเก็บค่าโดยสารว่าต้องการลงที่สถานีขนส่งจังหวัดตาก จากนั้นเดินทางต่อโดยรถตู้หรือรถบัส สายตาก - แม่สอด ให้แจ้งพนักงานขับรถโดยสารว่าต้องการไปที่อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช (ประมาณกิโลเมตรที่ 26) เมื่อถึงปากทางเข้าที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ต้องเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ 1.5 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติ การเดินเท้าเข้าอุทยานแห่งชาติ เส้นทางสบายๆ ถนนลาดยาง ไม่ลาดชัน อากาศส่วนใหญ่เย็นสบาย และได้ชมทิวทัศน์ในระหว่างทางด้วย ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น ข้อมูลและภาพ : dnp.go.th / wiki / m-culture.go.th / thaiforestbooking.com / เรียบเรียงโดย Travel MThai

อุทยานแห่งชาติคลองพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี
คลองพนม /  อุทยานแห่งชาติ / 

อุทยานแห่งชาติคลองพนม อยู่ในท้องที่ตำบลคลองศกตำบลพนม และตำบลพลูเถื่อน และตำบลพนมอำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภูเขาหินปูน บางแห่งมีหน้าผาสูงชันและสวยงามมาก เรียงรายสลับซับซ้อนเชื่อมต่อกันเป็นแนวสันเขา มีฝนตกชุกตลอดปี เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของแม่น้ำตาปี ซึ่งเป็นแม่น้ำสายสำคัญสายเดียวของจังหวัดสุราษฎร์ธานี สภาพป่าโดยทั่วไปเป็นป่าดงดิบ ที่มีความอุดมสมบูรณ์ และมีจุดเด่นที่น่าสนใจ เช่น ถ้ำแก้ว ถ้ำน้ำลอด เขาวงก์ น้ำตกโตนไทร น้ำตก เขาวงก์ไผ่เฉียงรุน บัวผุด การล่องแก่ง ฯลฯ นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งพันธุ์ไม้มีค่าและหายากขึ้นอยู่ เช่น ตะเคียนตาเสือจิก เขากระท้อน ขนุนป่า เสียดช่ออินทนิล นากบุดหงอนไก่ จำปาป่า เป็นต้น มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 256,500 ไร่ หรือ 410.4 ตารางกิโลเมตร อุทยานแห่งชาติคลองพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภาพ : hotelsguidethailand.com สภาพภูมิประเทศ เป็นภูเขาสูงชันประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ ของเนื้อที่ โดยเฉพาะตอนเหนือของพื้น ที่ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภูเขาหินปูน บางแห่งมีหน้าผาสูงชันและสวยงามเรียงรายสลับซับซ้อน เชื่อมติดต่อเป็นแนวสันเขายาวจากทิศตะวันตกไปยังทิศตะวันออก จุดสูงสุดจากพื้นอยู่บริเวณตอนกลางของพื้นที่ มีความสูงประมาณ 870 เมตรจากระดับน้ำทะเล พื้นที่ราบมีอยู่ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ ของพื้นที่ส่วนใหญ่ เป็นที่ราบระหว่างหุบเขามีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 200 เมตร ปรากฏอยู่ทั่วไป เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของคลองพนม และคลองศก ซึ่งจะไหลไปรวมกับคลองแสง เป็นต้นกำเนิดของคลองพุมดวง ที่เป็นสาขาหนึ่งของแม่น้ำตาปี ลักษณะภูมิอากาศ ของป่าแห่งนี้ มีลักษณะคล้ายคลึงกับแห่งอื่นในภาคใต้ของประเทศไทย คือ มีฝนตกชุกตลอดปี ประกอบกับได้รับอิทธิพลของทะเล ซึ่งสามารถรับลมมรสุมได้ทั้งลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือและลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และอิทธิพลของภูเขาสูง ที่เป็นสิ่งกีดขวางลมมรสุมมีป่าไม้ปกคลุมอย่างหนาแน่น จึงทำให้ฝนตกมากกว่าในท้องที่ทั่วๆ ไป ซึ่งสามารถจำแนกได้ชัดเจนเพียง 2 ฤดู คือ ฤดูฝนเริ่ม จากเดือนพฤษภาคมถึงเดือนธันวาคม ฤดูร้อน เริ่มจากเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน โดยมีฝนตกชุกมากที่สุดระหว่างเดือนสิงหาคมถึงเดือนตุลาคม และมีอากาศร้อนมากที่สุดในต้นเดือนเมษายน สถานที่ท่องเที่ยวใน อุทยานแห่งชาติคลองพนม ภาพ : http://board.trekkingthai.com/ ถ้ำแก้ว อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติคลองพนม ประมาณ 2 กิโลเมตร โดยเดินเลียบตีนเขาไปถึงปากถ้ำประมาณ 1 กิโลเมตร ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยที่สวยงามแปลกตามากมาย แบ่งเป็นห้องย่อยๆได้ 4 ห้อง ได้แก่ห้องเกล็ดแก้ว ห้องฤาษี ห้องม้าน้ำ และห้องหม้อยา ใช้ระยะเวลาเดินชมประมาณ 40 นาที ก็สามารถชมความงามของถ้ำได้ทั้งหมด ถ้ำน้ำลอดเขาวงก์ อยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่คพ.1 (บ้านคลองพนม) ประมาณ 5 กิโลเมตรภายในถ้ำมีน้ำไหลผ่านตลอด มีหินงอกหินย้อยที่สวยงามและมีฝูงค้างคาวอาศัยอยู่จำนวนมาก ใช้เวลาเดินผ่านถ้ำประมาณ 40 นาที อีกด้านหนึ่งของถ้ำ เป็นที่ตั้งของค่ายคอมมิวนิสต์เก่า ซึ่งมีเนื้อประมาณ 1,000 ไร่ล้อมรอบด้วยภูเขาซึ่งทางเข้าค่ายเก่านี้ ต้องเข้าจากถ้ำน้ำลอดเขาวงก์แห่งเดียวเท่านั้น น้ำตกเขาวงก์ อยู่ห่างจากถ้ำน้ำลอดเขาวงก์ประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดใหญ่สูง 8 ชั้น ไหลลดหลั่นลงมาจากหน้าผาสูงสู่ลำห้วยเบื้องล่าง น้ำตกแห่งนี้เป็นแนวต่อเนื่องกับสายน้ำ ที่ไหลมาจากถ้ำน้ำลอดเขาวงก์ โดยไหลผ่านพื้นที่เกษตรกรรมของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ที่เคยตั้งอยู่ในพื้นที่ตั้งแต่ปี พ.ศ.2512 เรียกว่า “ค่ายเขาวงก์” และเป็นต้นน้ำของคลองพนม น้ำตกโตนไทร เป็นน้ำตกที่มีตลอดปีมีความสูง 12 ชั้น มีความสวยงามตามธรรมชาติ และป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์ด้วยพรรณไม้ ตลอดจนสัตว์ป่าและนกชนิดต่างๆ บริเวณน้ำตกจะมีต้นไทรขึ้นปกคลุมแผ่กิ่งก้านสาขาไปทั่วน้ำตกโตนไทร อยู่ห่างจากหมู่บ้านสะพานนาคหมู่ที่ 5 ตำบลคลองศกอำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประมาณ 3.5 กิโลเมตร โดยมีทางรถยนต์เข้าถึงหมู่บ้านและเดินเท้าต่อจนถึงน้ำตกใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง เส้นทางเดินป่าเพื่อไปชมบัวผุด บัวผุดพบมากบริเวณเขาหลังบ้านถ้ำผึ้งหมู่ที่ 6 ตำบลคลองศก อำเภอพนมห่างจากถนนสายหลักสุราษฎร์ธานี-ตะกั่วป่า เข้าไปช่วงหลักกิโลเมตรที่ 108 ประมาณ 4 กิโลเมตร แล้วเดินเท้าต่ออีกประมาณ 1.5 กิโลเมตร ก็จะถึงแหล่งบัวผุด ซึ่งโดยมากบัวผุดจะบานในช่วงเดือนพฤศจิกายน-พฤษภาคมซึ่งเป็นช่วงที่อากาศ และดินมีความชื้นพอเหมาะ  บัวผุด เป็นดอกไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เป็นกาฝากชนิดหนึ่งอาศัยกินน้ำเลี้ยงจาก "ย่านไก่ต้ม" พบมากบริเวณเขาหลังบ้านถ้ำผึ้ง โดยมากดอกบัวผุดจะบาน ในช่วงเดือนพฤศจิกายน-พฤษภาคม ภาพ : http://nationalpark6.blogspot.com/ เส้นทางศึกษาธรรมชาติ “ต้นไม้ใหญ่” อยู่บริเวณหลังที่ทำการอุทยานแห่งชาติ จุดเริ่มต้นอยู่ห่างจากที่ทำการประมาณ 200 เมตร มีระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ในเส้นทางมีจุดเด่นที่น่าสนใจได้แก่ “ต้นกระบากขาว” วัดรอบต้นได้ 12 เมตร เป็นจุดเด่นของเส้นทางและมีจุดชมทิวทัศน์บนโขดหินที่สวยงาม โดดเด่นนอกจากนี้องค์ประกอบของเส้นทางก็มีป่าธรรมชาติที่สมบูรณ์ มีกลุ่มไม้ขนาดใหญ่หลายชนิด ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นมีจุดพักผ่อนที่น่ารื่นรมย์ในเส้นทาง เส้นทางศึกษาธรรมชาติทางน้ำ “ล่องแก่งลำน้ำคลองพนม-บ้านเบญจา” เริ่มต้นที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่คพ.1 (บ้านคลองพนม) โดยจะใช้ระยะเวลาในการล่องแก่งประมาณ 4 ชั่วโมง ตลอด 2 ฝั่ง คลองจะพบทัศนียภาพที่สวยงามมีพันธุ์พืช-พันธุ์สัตว์ต่างๆ มากมาย เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบความตื่นเต้น และท้าทายช่วงระยะเวลาที่เหมาะสมแก่การล่องแก่ง คือ ช่วงน้ำหลากประมาณเดือนสิงหาคม-ธันวาคม เส้นทางศึกษาธรรมชาติทางน้ำ “ล่องลำน้ำคลองศก (วังมัจฉา-บ้านเชียวปง)” เริ่มต้นที่วังมัจฉาห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 1 กิโลเมตร ซึ่งจะได้พบกับฝูงปลามากมายหลายชนิด เช่น ปลาตะเพียนหางแดง ปลาแรด ปลากดหิน ฯลฯ ตลอดสองฝั่งคลองจะมีภูเขาหินปูนสูงชันเป็นหน้าผาที่สวยงาม โดยจะใช้เวลาในการล่องลำน้ำคลองศกประมาณ 2 ชั่วโมง ก็สามารถชมทัศนียภาพสองฝั่งคลอง ที่สวยงามและสร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยี่ยมชมได้ตลอดทั้งปี ที่ตั้ง อุทยานแห่งชาติคลองพนม 107 หมู่ 4 ต.คลองสก  อ. พนม  จ. สุราษฏร์ธานี   84250 โทรศัพท์ 0 7791 8559 (VoIP), 0 7729 9298,0 77918559   อีเมล reserve@dnp.go.th การเดินทางรถยนต์ โดยใช้เส้นทางหลวงสายสุราษฎร์ธานี-ตะกั่วป่า ซึ่งตัดผ่านบริเวณที่ดินของหน่วยงานสหกรณ์นิคมพนม และมีทางแยกเข้าป่าแห่งนี้ (เป็นทางชักลากไม้ของผู้รับสัมปทานทำไม้ตัดผ่านเข้าไปในเขตประมาณ 10 กิโลเมตร บริเวณที่คาดว่าควรจะเป็นที่จัดตั้งอุทยานแห่งชาติ เริ่มตั้งแต่ประมาณกม.ที่ 75 ถึงประมาณกม.ที่ 113 (ซึ่งเป็นสันเขาแบ่งเขตระหว่างจังหวัดสุราษฎร์ธานีกับจังหวัดพังงา) ข้อมูลและภาพ : park.dnp.go.th / wiki / http://nationalpark6.blogspot.com/ เรียบเรียงโดย Travel MThai

Uncharted 4: A Thief's End เกมส์ผจญภัย ตามรอยขุมทรัพย์โจรสลัด
E3 2014 /  E3 2015 / 

Naughty Dogs ประกาศเปิดตัวเกมส์ Uncharted 4: A Thief's End เกมส์ผจญภัยภาคใหม่ กล่าวถึงการผจญภัยครั้งใหม่ที่ท้าทายและค้นหากับสมบัติโจรสลัดในหลายศตวรรษที่แล้ว วางขาย 10 พฤษภาคม 2016 เฉพาะ PlayStation 4 เท่านั้น เกมส์ Uncharted 4: A Thief's End กล่าวถึงเหตุการณ์หลายปีหลังจากการผจญภัยครั้งล่าสุด เมื่อ Nathan Drake เลิกผจญภัยหาขุมทรัพย์ แต่เขาจำเป็นต้องผจญภัยอีกครั้งหลัง Sam พี่ชายของเขาตกอยู่ในอันตรายและร้องขอให้เขามาช่วยเหลืออีกครั้งชนิดที่ปฏิเสธไม่ได้ การผจญภัยครั้งนี้ เขาต้องตามล่าหาขุมทรัพย์ของกัปตัน Henry Avery ถูกฝังเอาไว้ที่เกาะมาดากัสการ์ เขายังต้องผจญภัยไปรอบโลกตั้งแต่ ป่าดงดิบ, เมืองหลวงต่างแดน ไปจนถึงเทือกเขาหิมะ เพื่อหาเบาะแสของกัปตัน Henry Avery ที่หายสาบสูญไป เกมส์ Uncharted 4: A Thief's End วางขาย 10 พฤษภาคม 2016 เฉพาะ PlayStation 4 เท่านั้น

ภาพสลด!! ป่าต้นน้ำถูกทำลาย กลายเป็นไร่กระเทียม
ป่าต้นน้ำ /  วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ / 

นักเขียนชื่อดัง เผย เมื่อป่าต้นน้ำถูกทำลาย กลายเป็นไร่กระเทียม   บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ข้อความจากเฟซบุ๊คของคุณ วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ นักเขียนรางวัลศรีบูรพา ผู้ซึ่งเขียนสารคดี วิจารณ์สังคมการเมือง และสิ่งแวดล้อม  ได้โพสต์ข้อความสะท้อนปัญหาของสิ่งแวดล้อมไทย โดยเผยว่า ตนได้มีโอกาสไปป่าต้นน้ำแม่ปิง ติดชายแดนไทยพม่า ในอุทยานแห่งชาติผาแดง ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว ซึ่งได้เห็นลำธารเล็กๆ ที่ผุดมาจากตาน้ำในดงป่า จากดงต้นกล้วย ไม่ไกลจากดอยถ้วย ต้นกำเนิดแม่ปิงด้วยความตื่นเต้นว่า นี่คือ ต้นน้ำแม่ปิง แต่ภาพที่เห็นคือสองข้างทางที่เคยเป็นป่าใหญ่ถูกเผา หักร้างถางพงนับพันไร่ กลายเป็นไร่กระเทียมและไร่ข้าวโพด แทบไม่น่าเชื่อว่านี่คือป่าต้นน้ำแม่ปิงที่หล่อเลี้ยงชีวิตของชาวเหนือ และมารวมเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาหล่อเลี้ยงคนภาคกลางและคนกรุงเทพฯกำลังถูกทำลายอย่างย่อยยับ อ้วนหรือ นิคม พุทธา เพื่อนที่พามาบอกว่า เมื่อสี่ห้าปีก่อนแถวนี้ยังเป็นป่าดงดิบมีต้นไม้ใหญ่มากมาย แต่ตอนนี้ถูกทำลายลงเรื่อยๆ เราเห็นสปริงเกอร์มากมายถูกวางรดน้ำเต็มหุบเขา น้ำที่เพิ่งออกจากป่าก็ถูกใช้อย่างเต็มที่แล้วโดยไม่มีใครสนใจห่วงว่า ป่าต้นน้ำถูกทำลายขนาดนี้ อีกหน่อยจะมีน้ำไหลไหม เราเดินลึกเข้าไปอีก แต่ก็ต้องยอมถอยเพราะกลิ่นยาฆ่าแมลงฉุนจนหายใจไม่ออก ไม่ไกลจากป่าแห่งนี้มีฐานตชด.ที่สนใจแต่ปัญหาความมั่นคงชายแดน ส่วนเจ้าหน้าที่อุทยานที่ดูแลโดยตรงอาจจะไม่กล้าเข้ามาถึงป่าติดชายแดน หน้าแล้งนี้หากน้ำแม่ปิงหยุดไหล ก็อย่าโทษใครเลย นอกจากตัวเราเอง ที่มา วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

กรุ๊ปตากล้องญี่ปุ่น ทำคลิป
SIREN

ย้อนกลับไปในยุคปี 2000 เมื่อเกมส์ผีอย่าง Siren บนเครื่องเกมส์ PlayStation 2 ได้สร้างความสะพรึงกลัวและชวนหลอนกับผู้เล่นเกมส์ต่างประเทศโดยเฉพาะผู้เล่นเกมส์ชาวญี่ปุ่น เนื่องจากสถานที่ภายในเกมส์ได้อ้างอิงจากหมู่่บ้านร้างแห่งหนึ่งในจังหวัดไซตามะที่อยู่ทางเหนือของประเทศญี่ปุ่น ถึงม้เกมส์จะวางขายมาเป็นเวลานานแล้ว แต่ความทรงจำแบบหลอนๆชวนสะดุ้งก็ยังคงตรึงใจกับผู้เล่นอย่างแน่นอน ล่าสุด กลุ่มผู้รักการถ่ายภาพจากประเทศญี่ปุ่นอยากหวนรำลึกสถานที่ดังกล่าวอีกครั้งเพื่อตามรอยเส้นทางของเกมส์ Siren อีกครั้ง ซึ่งบรรยากาศในหมู่บ้านร้างเต็มไปด้วยซากปรักหักพังที่เหลือเพียงแต่อดีต วัชพืชบนผืนดินเติบโตและปกปิดเส้นทางถนนหมูบ้าน บ้างหลังหนึ่งที่ถูกทิ้งร้าง สิ่งของภายในบ้านกระจัดกระจายมากมาย มีเพียงต้นไม้ใบหญ้าที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นป่าดงดิบ เพียงแค่รับชมภาพและวิดีโอก็รู้สึกถึงความหลอนทั้งๆที่ถ่ายภาพในช่วงกลางวันเท่านั้น แต่มั่นใจว่าเมื่อตะวันตกดินเมื่อไร จะเพิ่มระดับบรรยากาศความน่ากลัวและชวนหลอนอย่างแน่นอน เกมส์ Siren นำเสนอเรื่องราวของตัวละครเกมส์ผู้หญิงผู้หนึ่งที่มีความเชื่อและมีจิตสัมผัสที่ดีผจญภัยสู่หมู่บ้านร้างที่ถูกแยกออกจากชานเมืองอันไกล้โพ้น เกมส์นี้นำเสนอถึงความน่ากลัว,​เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดปรากฏเข้ามา และนำเสนอว่าด้วยเรื่องการข้ามเวลาเข้ามา และเกมส์นี้เคยได้วิจารณ์ในด้านบวกอีกด้วย ข้อมูลจาก rocketnews24

เที่ยวไหนดี? แนะนำ 5 สถานที่ท่องเที่ยวในช่วงหน้าฝน
ที่เที่ยวหน้าฝน /  ทุ่งแสลงหลวง / 

ถ้าเพื่อนๆ คนไหนขี้เกียจนอนอยู่บ้าน อยากออกทริปสนุกๆ แต่ไม่รู้ว่า หน้าฝนแบบนี้จะไปไหนดี? Travel.MThai มี 5 สถานที่ท่องเที่ยวในช่วงหน้าฝน มาฝากกันค่ะ ซึ่งการท่องเที่ยวหน้าฝนแบบนี้ เราสามารถสัมผัสกับธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิด ได้ชมความงามของดอกไม้ ต้นไม้ที่ผลิบานหน้าฝน รับรองว่าทริปหน้าฝนนี้ประทับใจแน่นอน ^^ เที่ยวไหนดี? แนะนำ 5 สถานที่ท่องเที่ยวในช่วงหน้าฝน น้ำตกทีลอซู : อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก หรือภาษากะเหรี่ยงแปลว่า น้ำตกดำ ถือเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงเรื่องความสวยงามและใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และจะสวยงามเป็นพิเศษในช่วงฤดูฝน ระหว่าง 1 มิ.ย. - 31 พ.ย. ปริมาณน้ำฝนที่มากจะเพิ่มปริมาณน้ำในลำธารทำให้สายน้ำตกกว้างใหญ่กว่าฤดูอื่น (แต่ก็ต้องระวังเรื่องการเดินทางด้วยรถยนต์) มีจุดเด่นคือ "รุ้งกินน้ำ" โดยจะปรากฏให้เห็นช่วง 10 โมงเท่านั้น ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ห่างจากที่ทำการเขตฯ 3 กิโลเมตร น้ำตกทีลอซู มีลักษณะเป็นน้ำตกภูเขาหินปูนขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนความสูงจากระดับน้ำทะเล 900 เมตร เกิดจากลำห้วยกล้อท้อ ลำน้ำทั้งสายตกลงสู่หน้าผาสูงชัน มีน้ำไหลแรงตลอดปี ความกว้างของตัวน้ำตกประมาณ 500 เมตร ไหลลดหลั่นเป็นชั้นๆ มากถึง 97 ชั้น มีความสูงประมาณ 300 เมตร ล้อมรอบด้วยป่าดงดิบที่สมบูรณ์ เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 6 ของเอเชีย สิ่งที่น่าสนใจ ก่อนที่เราจะเดินทางขึ้นไปยังจุดมุ่งหมาย ก็คือ น้ำตกทีลอซู ระหว่างทางเราจะผ่านเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติระยะทาง 1.5 กม. ผ่านป่าไผ่และป่าเบญจพรรณ มีดอกกระเจียวขึ้นตามพื้นป่าระหว่างทางมีป้ายสื่อความหมายเกี่ยวกับธรรมชาติและพืชพันธุ์ตามจุดต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ศึกษา, ผ่านน้ำตกสายรุ่ง น้ำตกขนาดเล็ก สูงประมาณ 10 เมตร , ผ่านบ่อน้ำพุร้อน ซึ่งเราสามารถนั่งแช่กันได้ และผ่าน ผ่าผึ้ง เป็นบริเวณที่มีผึ่งอยู่เป็นจำนวนมาก ชมความงามของธรรมชาติกันอย่างใกล้ชิด การเดินทาง โดยรถยนต์ จากอำเภออุ้มผางใช้เส้นทางสายอุ้มผาง-แม่สอด ถึงหลักกิโลเมตรที่ 161 มีทางแยกซ้ายที่บ้านแม่กลองใหม่ไปด่านเดลอ หรือจุดตรวจ “เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง” เป็นระยะทาง 30 กิโลเมตร จากนั้นเดินทางไปตามถนนลูกรังอีก 26 กิโลเมตร ถึงที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง ใช้เวลาในการเดินทางโดยรถยนต์ประมาณ 3 ชั่วโมง เส้นทางช่วงนี้เป็นทางดิน ควรใช้รถปิคอัพ หรือรถขับเคลื่อน 4 ล้อที่ช่วงล่างมีความสูงมากพอสมควร ในฤดูฝนรถอาจเข้าไม่ได้ และจากที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางต้องเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ 1.5 กิโลเมตร จึงถึงตัวน้ำตกทีลอซู สอบถามรายละเอียดได้ที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง โทร. 0 5550 0919-20 และที่ทำการชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและอนุรักษ์อุ้มผาง โทร. 0 5556 1338 อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว : อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นพื้นที่ที่มีสภาพป่าค่อนข้างสมบูรณ์ปกคลุมไปด้วยป่าธรรมชาติที่สวยงาม เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร ยอดสูงสุดของภูสอยดาวสูงจากระดับน้ำทะเล 2,102 เมตร ซึ่งสูงเป็นอันดับ 5 ของประเทศไทย อุทยานแห่งนี้มีจุดเด่นที่น่าสนใจและเป็นที่ดึงดูดใจของนักท่องเที่ยว เริ่มจากเดินเข้าอุทยานกว่าจะถึงยอดภูสอยดาวนั้นเราจะต้องออกเดินป่า แอดเวนเจอร์กันหน่อย โดยผ่านเนินส่งญาติ, เนินปราบเซียน เป็นที่สองต่อจากเนินส่งญาติ ระดับความสูง 780 เมตร, เนินป่าต่อ, เนินเสือโคร่ง และ เนินมรณะ เนินสุดท้ายก่อนถึงยอดภูสอยดาว ระดับความสูง 1410 เมตร น้ำตกภูสอยดาว : อยู่ใกล้กับที่ทำการอุทยานแห่งชาติ มีทั้งหมด 5 ชั้น แต่ละชั้นมีชื่อไว้อย่างไพเราะว่า ภูสอยดาว สกาวเดือน เหมือนฝัน กรรณิการ์ และสุภาภรณ์ มีน้ำไหลตลอดปี น้ำตกสายทิพย์ : เป็นน้ำตกขนาดเล็ก มี 7 ชั้น ความสูงแต่ละชั้นประมาณ 5-10 เมตร สภาพป่าโดยรอบน้ำตกมีความชุ่มชื้นมาก จึงมีมอสส์สีเขียวขึ้นปกคลุมทั่วไปตามก้อนหินริมน้ำ ทุ่งดอกหงอนนาค : ในอุทยานแห่งชาติภูสอยดาวผลิบานเต็มุท่งเฉพาะในช่วงฤดูฝนเท่านั้น รอรับนักท่องเที่ยวที่ได้ปีนป่ายขึ้นมาเยือน โดยดอกหงอนนาคจะมีทั้งสีม่วงอ่อนหรือม่วงน้ำเงิน สีขาว และสีชมพู ค่อนข้างหายาก ยามเช้าดอกหงอนนาคจะหุบดอก และจะบานเมื่อมีแสงแดด ส่วนกลางของดอกมักมีหยดน้ำติดอยู่ เป็นที่มาของชื่อน้ำค้างกลางเที่ยง ซึ่งทุ่งดอกหงอนนาคที่ภูสอยดาวแห่งนี้ เป็นทุ่งดอกหงอนนาคที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย นอกจากนี้ก็จะมี ดอกสร้อยสุวรรณา และดอกหญ้ารากหอม ในฤดูหนาวจะมีดอกกระดุมเงิน, กล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์ และต้นเมเปิลซึ่งจะเปลี่ยนเป็นสีแดงสวยงามมาก ลานสนสามใบภูสอยดาว : เป็นพื้นที่ป่าธรรมชาติเป็นที่ราบบนเทือกเขาภูสอยดาว มีพื้นที่ประมาณ 1,000 กว่าไร่ ตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,633 เมตร สภาพพื้นที่ของลานสนสามใบจะเป็นเนินสูงต่ำสลับกันไป การเดินทางไปเที่ยวลานสนสามใบภูสอยดาว ต้องเดินทางเท้าจากน้ำตกภูสอยดาวริมเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1268 ขึ้นสู่ยอดภูสอยดาวระยะทางประมาณ 6.5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 4-6 ชั่วโมง มีถนนลาดยาง เข้าถึงพื้นที่ทำให้สะดวกสบายในการเดินทางพักผ่อนหย่อนใจ และมีอากาศเย็นสบายตลอดปี บนยอดเป็นลานสนและมีพื้นที่สำหรับกางเต็นท์และตั้งแคมป์ การเดินทาง การเดินทางด้วยรถยนต์สามารถไปได้ 2 เส้นทางคือ โดยรถยนต์ จากจังหวัดพิษณุโลก ไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 แล้วแยกเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1246 ถึงบ้านแพะแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 1143 ผ่านอำเภอชาติตระการแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 1237 ผ่านบ้านบ่อภาคไปบรรจบกับเส้นทางแผ่นดินหมายเลข 1268 ถึงน้ำตกภูสอยดาว อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว รวมระยะทางประมาณ 188 กิโลเมตร[3] สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ ระยะทางประมาณ 133 กม. โดยใช้เส้นทาง อุตรดิตถ์-น้ำปาด (ทางหลวงหมายเลข 1047) ออกจากจังหวัดอุตรดิตถ์ พอถึง อ.น้ำปาดให้เลี้ยวรถเข้าไปใช้ ทางหลวงจังหวัด หมายเลข 1239 แล้วขับรถไปอีกประมาณ 46 กม. แล้วจึงเลี้ยวรถเข้าไปใช้ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1268 ขับรถไปประมาณ 19 กิโลเมตรก็จะถึง อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว สอบถามรายละเอียดได้ที่ ททท. สำนักงานแพร่ (เขตรับผิดชอบ อุตรดิตถ์, แพร่, น่าน) โทร. 0 5452 1127 ภูทับเบิก : จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดเพชรบูรณ์ มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,768 เมตร อยู่ตำบลวังบาล ห่างจากอำเภอหล่มสักและหล่มเก่าประมาณ 40 กิโลเมตร มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี และเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ซึ่งได้อพยพมาอาศัยอยู่ที่บ้านทับเบิก ภายในบริเวณจะมี ไร่กะหล่ำปลี ที่สวยงาม ตั้งอยู่เลยจุดชมวิวไม้กางเขน โดยชาวไทยภูเขาเผ่าม้งจะทำอาชีพทำการเกษตรแบบขั้นบันไดตามเชิงเขา กะหล่ำปลีจะมีให้ชมเยอะช่วงเดือนกรกฏาคมถึงพฤศจิกายน ส่วนหน้าหนาวมีดอกนางพญาเสือโคร่งบานเต็มภูทับเบิก นอกจานี้ยังมี ร้านค้าชุมชน ร้านขายของที่ระลึก, ที่พักสไตล์รีสอร์ทและโฮมเตย์ ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกพักตามสะดวก เช่น ไร่ภูทะเลหมอกทับเบิก และ ภูทะเลหมอกโฮมสเตย์ ตั้งอยู๋ใกล้ใกล้กับไร่กะหล่ำปลี ส่วน ไร่ริมผา ที่พักแนะนำใกล้จุดชมวิวทะเลหมอกสูงสุด จุดสูงสุดชมทะเลหมอก : จะมีลานกางเต็นท์ ใกล้กับบริเวณหอวัดอุณหภูมิ ซึ่งเป็นจุดชมวิวสูงสุดของภูทับเบิก พิกัด GPS : 16.896719, 101.106135 ที่อยู่ : 2331 ตำบล วังบาล อำเภอ หล่มเก่า เพชรบูรณ์ 42120 ทุ่งแสลงหลวง : จังหวัดพิษณุโลก หรือที่รู้จักกันดีในนาม “ทุ่งหญ้าสะวันนาแห่งเมืองไทย” เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ ถือเป็นแหล่งผืนป่าสะวันนาแห่งเดียวของภาคเหนือที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ พร้อมด้วยความแตกต่างแห่งพืชพรรณที่ไม่พบเห็นบ่อยนัก พื้นที่อุทยานตั้งอยู่ในเขตเทือกเขาเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตระหว่าง จ.พิษณุโลกและ จ.เพชรบูรณ์ ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ หนองแม่นา ประมาณ 25 กิโลเมตร มีพื้นที่เป็นที่โล่งกว้างใหญ่ เนื้อที่ประมาณ 16 ตรกม. ตามเส้นทางจะตัดผ่านป่าเบญจพรรณจะพบสัตว์ป่าออกมาหากินตามข้างทาง และมีพันธุ์ไม้ดอกมากมาย นอกจากนี้ยังมีทุ่งหญ้าแบบสะวันนาสลับกับป่าสนสองใบ คือทุ่งหญ้าเมืองเลนและทุ่งโนนสน สิ่งที่น่าสนใจ อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงมีพื้นที่ที่น่าท่องเที่ยวมากมายให้เราได้เลือกทำกัน ไม่ว่าจะเป็น น้ำตกแก่งโสภา นักท่องเที่ยวสามารถชมความงามได้จากทางด้านบนของตัวน้ำตก ทุ่งโนนสน ทุ่งหญ้าแบบสะวันนาสลับกับป่าสนเขา ตั้งอยู่ใจกลางอุทยาน ทุ่งนางพญา เป็นทุ่งหญ้าแบบสะวันนา มีพื้นที่ ประมาณ 5 ตารางกิโลเมตร เหมาะแก่การนั่งรถชมวิว และตั้งค่ายพักแรม แก่งวังน้ำเย็น น้ำตกซอนโสม ถ้ำเดือน-ดาว ถ้ำพระวังแดง และถ้ำค้างคาว ปั่นจักรยานเสือภูเขา ชมดอกเอื้องพิสมร  เป็นดอกไม้บานในหน้าฝนเท่านั้น การเดินทาง สามารถใช้เส้นทางได้ 2 เส้นทาง คือ เส้นทางแรก จากจังหวัดเพชรบูรณ์ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 2 ไปทางอำเภอหล่มสัก ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ถึงบ้านนางั่วแล้วเลี้ยวซ้าย ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 2258 ขึ้นเขาค้อผ่านสี่แยกบ้านสะเดาพงษ์ผ่านพระตำหนักเขาค้อ ตรงไปจนถึงบ้านทานตะวันเลี้ยวขวาไปอีกประมาณ 4 กิโลเมตรจะถึงหน่วยพิทักษ์อุทยาน สล.8 (หนองแม่นา) เส้นที่สอง จากจังหวัดพิษณุโลกใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 2 เส้นพิษณุโลก-หล่มสัก ประมาณ กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าสู่เขาค้อผ่านหน้าอำเภอเขาค้อ ถึงสี่แยกบ้านสะเดาพงษ์แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2258 ผ่านพระตำหนักเขาค้อตรงไปบ้านทานตะวัน เลี้ยวขวาไปอีกประมาณ 4 กิโลเมตร จะถึงหน่วยพิทักษ์อุทยาน สล. 8 (หนองแม่นา) ล่องแก่งหินเพิง : จังหวัดปราจีนบุรี แก่งหินเพิง เป็นแก่งหินตอนปลายสุดของแม่น้ำใสใหญ่ ซึ่งมีลักษณะทางธรณีวิทยา เป็นชั้นหินทราย ครั้นเมื่อถึงฤดูฝน กระแสน้ำจะไหลหลากอย่างรุนแรง จนทำให้เกิดเกาะแก่งต่างๆ มากมาย แก่งหินเพิงเป็นที่มีความเหมาะสมอย่างยิ่ง สำหรับผู้ที่ชอบความท้าทายกับสายน้ำอันเชี่ยวกราก โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงเดือนตุลาคม กระแสน้ำบริเวณแก่งหินเพิงจะไหลรุนแรงมาก การล่องแก่งที่นี่ใช้แพยางนั่งได้ประมาณ 8-10 คน ล่องในลำน้ำใสใหญ่ สภาพแก่งน้ำอยู่ในระดับ 3 -5 
นักล่องแก่งจะต้องใช้ทักษะและความชำนาญในการพายสูง แก่งทั้ง 6 จะมีระดับที่ท้าทายแตกต่างกัน เริ่มตั้งแต่ แก่งหินเพิง เป็นจุดเริ่มต้นของการล่องแก่ง ลักษณะหินของแก่งหินเพิง เป็นแก่งยาวประมาณ 150 เมตร ในช่วงฤดูฝน เป็นสุดยอดของการล่องแก่ง ทริปนี้ แก่งผักหนามล้อม มีลักษณะเป็นวังน้ำขนาดใหญ่กระแสไหลวนไปมา แก่งวังบอน เป็นแก่งหินสั้นๆ ยาวประมาณ 30 เมตร กระแสน้ำจะไหล ลาดเอียงลงมาประมาณ 30 องศาผ่านชั้นหินและเกาะต่างๆ จากนั้นน้ำจะไหล เอื่อยๆ ลงมายังแก่งลูกเสือ แก่งลูกเสือ มีลักษณะเป็นแก่งน้ำเล็กๆ มีร่องน้ำสามารถพายเรือยางผ่านไปได้ แต่ต้องระมัดระวังอันตรายจากกิ่งไม้ที่ยื่นออกมา แก่งวังไทร มีลักษณะเป็นแก่งหินกว้างประมาณ 50-60 เมตร ยาวประมาณ 150 เมตร ความกว้างของแก่งพอๆ กับแก่งลูกเสือ มีความลาดชันประมาณ 30 องศา กระแสน้ำจะไหลผ่านเกาะแก่งต่างๆ แล้วม้วนตัวเป็นวงคลื่น ต้องใช้ ทักษะความชำนาญในการพายเรือค่อนข้างสูง แก่งงูเห่า ตั้งอยู่บริเวณหน่วยพิทักษ์ป่าที่ ขญ.9 ถ้าปริมาณน้ำไม่มากนัก จะแลเห็นเกาะแก่งต่างๆ โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ แต่ถ้าอยู่ในช่วงฤดูฝน กระแสน้ำ จะไหลท่วมเกาะแก่งต่างๆ จนมีลักษณะคล้ายกับฝายกั้นน้ำ การล่องแก่งหินเพิง ส่วนมากจะมาขึ้นฝั่งกันบริเวณแก่งวังไทร เพราะมีห้องสุขา และห้องอาบน้ำไว้บริการนักล่องแก่ง หรืออยากจะพักผ่อนนั่งรับประทาน อาหารกลางวันที่ทางรีสอร์ทจัดไว้ให้ก็ได้ เป็นอันสิ้นสุดการผจญภัยในแก่งหินเพิง ขอบคุณที่มาข้อมูล ททท., wikipedia

ปฏิหาริย์รักต่างพันธุ์
ปฏิหาริย์รักต่างพันธุ์ /  เจษฎาภรณ์ ผลดี / 

ความลับแห่งสายเลือด สู่แรงปรารถนาข้ามสายพันธ์ การไล่ล่าต่างสายพันธุ์ ระหว่างวินทร์ (เจษฎาภรณ์ ผลดี) ชายหนุ่มอดีตหน่วยข่าวกรองของรัฐบาล เขาคือผู้อยู่บนเส้นขีดขั้นระหว่าง คุณธรรม และความมั่นคงของชาติ จิน (พลอย จินดาโชติ) หญิงสาวผู้ถูกปลดปล่อยจากความทรงจำอันโหดร้ายในอดีต เธอกำลังถูกคุกคามจากกองกำลังที่ไม่เปิดเผยนาม และบางสิ่งบางอย่างที่ไม่ใช่คน จาย (ศักดิ์ดา แก้วบัวลี) ชายผู้เป็นความหวังสุดท้ายของชนเผ่า ชายผู้มีพลังอำนาจลึกลับบางอย่างในตัวพร้อมจะปะทุได้ทุกเมื่อที่เขาต้องการ ความ ลี้ลับของชาติพันธุ์แห่งอดีตกาล การไล่ล่าด้วยสัญชาติญาณแห่งป่าดงดิบ สู่ความรักโรแมนติกที่ทำลายกำแพงแห่งความเป็นมนุษย์.........

10 เกมส์ PS4 แบบ Exclusive ปี 2015-2016 ที่ผู้เล่นเกมส์ห้ามพลาด
PlayStation 4 /  PlayStation 4 Exclusive / 

เกมส์ PlayStation 4 ในปีนี้ถือว่ามีเกมส์น่าสนใจจำนวนไม่น้อย มีทั้งเกมส์ตัวใหม่และเกมส์ภาคต่อที่พัฒนาด้านกราฟิกเกมส์ทันสมัย หรือ ระบบการเล่นที่มอบความตื่นเต้นมากยิ่งขึ้น นับตั้งแต่ปลายปี 2015-2016 เป็นต้นไป มีเกมส์ใหม่ๆน่าสนใจสำหรับเครื่องเล่นเกมส์รุ่นใหม่จำนวนไม่น้อย มาดูกันว่าเกมส์ PS4 ตัวใดที่ผู้เล่นเกมส์ไม่ควรพลาด และหาเล่นได้เฉพาะเครื่องเกมส์คอนโซลรุ่นนี้เท่านั้น Bloodborne: The Old Hunters   เกมส์ภาคเสริมลำดับที่หนึ่งของเกมส์ Action-RPG ฮาร์ดคอร์อย่าง Bloodborne เล่าเรื่องราวของบรรดานักล่าติดกับอยู่ในโลกแห่งฝันร้าย ทำการสำรวจเดินทางผจญภัยสู่พื้นที่อันตรายแห่งใหม่ รับมือเหล่าศัตรูอันโหดร้ายเพื่อพัฒนาตัวละครและรับอาวุธชุดเกราะ พร้อมกันกับอาศัยจังหวะการต่อสู้และหลบหลีกอย่างสมบูรณ์แบบ ภายในเกมส์ล่าสุด ผู้เล่นจะได้รับไอเทมใหม่ๆให้สวมใส่ มีเวทย์มนต์ประเภทใหม่เลือกใช้งาน Uncharted 4: A Thief's End เกมส์แอคชั่นผจญภัยล่าขุมทรัพย์ภาคล่าสุด เมื่อ Nathan Drake จำเป็นต้องผจญภัยอีกครั้งเมื่อ Sam พี่ชายของเขาตกอยู่ในอันตรายและร้องขอให้เขามาช่วยเหลืออีกครั้งชนิดที่ปฏิเสธไม่ได้ การผจญภัยครั้งนี้ เขาต้องตามล่าหาขุมทรัพย์ของกัปตัน Henry Avery ถูกฝังเอาไว้ที่เกาะมาดากัสการ์ เขายังต้องผจญภัยไปรอบโลกตั้งแต่ ป่าดงดิบ, เมืองหลวงต่างแดน ไปจนถึงเทือกเขาหิมะ เพื่อหาเบาะแสของกัปตัน Henry Avery ที่หายสาบสูญไป Horizon Zero Dawn เกมส์แอคชั่นผจญภัยแฟนตาซีแบบ Open-World เมื่อโลกใบนี้ถูกปกครองด้วยหุ่นยนต์จักรกลสัตว์ประหลาดและกลายเป็นห่วงโซอาหารลำดับสูงสุด ทำให้มวลมนุษยชาติที่เคยยิ่งใหญ่ต้องเอากลายเป็นเหยื่อ แถมตัวรอดจากการประทังอาหารยังชีพ หาอาวุธ-ผลิตอาวุธเพื่อต่อสู้จากการถูกล่าจากสัตว์ประหลาด No Man's Sky เกมส์ผจญภัยโลกอวกาศกึ่งแฟนตาซี สร้างยานอวกาศเดินทางสู่ดวงดาวแห่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโลกที่เต็มไปด้วยทะเลทรายที่เต็มไปด้วยสัตว์ต่างดาว โดยผู้เล่นต้องลงจอดสำรวจดาวที่มีบรรยากาศอันมีสีสัน เหนือล้ำจินตนาการ ทำการเก็บข้อมูลด้านภูมิประเทศและสิ่งมีชีวิตบนภาคพื้นดิน,ทางน้ำ และอากาศ ทั้งนี้ข้อมูลดังกล่าวสามารถนำไปแชร์และบอกต่อระหว่างผู้เล่นด้วยกันได้ด้วย Gravity Rush 2 เกมส์ผจญภัยแรงโน้มถ่วงอาศัยกฏธรรมชาติให้เกิดประโยชน์จากการต่อสู้ศัตรู ไม่ว่าจะเป็น เดินบนกำแพง หรือทิ้งตัวเตะศัตรูด้วยความรุนแรง นอกจากนี้ ยังเกมส์ยังมีอุปสรรคให้ผู้เล่นได้ฝ่าฟัน และสำรวจเมืองในเกมส์ขนาดกว้างขวาง World of Final Fantasy เกมส์ RPG ตัวใหม่เลือกตัวละครเกมส์และมอนสเตอร์จากตระกูล Final Fantasy อันคุ้นเคย ทำการจัดสมาชิกทีมและรวมกลุ่มเพื่อต่อสู้กับศัตรู พร้อมกับวางยุทธศาสตร์วางแผนขณะต่อสู้ด้วยระบบ Active Time Battle ลักษณะการเล่นเป็นเทิร์นๆเมื่อครบเวลาตามที่กำหนดและเลือกคำสั่งโจมตีหรือ ร่ายเวทย์ต่อสู้ นอกจากนี้ ยังมีสัตว์เลี้ยงสุดน่ารักเดินทางร่วมผจญภัยและเรียนรู้กับความสามารถใหม่ๆ เพื่อใช้รับมือกับศัตรูเกมส์ Ryū ga Gotoku 6 ภาพประกอบ: Ryū ga Gotoku 5 เกมส์แอคชั่นผจญภัยว่าด้วยวิถีชีวิตของยากูซ่า ดำเนินเนื้อเรื่องของโลกอาชญากรรมในประเทศญี่ปุ่นและนำเสนอเรื่องราวของตัวละครเกมส์ที่เข้มข้นมากขึ้น ไม่เพียงแค่จะได้รับอรรถรสเนื้อหาเกมส์แล้ว ยังมีลูกเล่นส่วนเสริมสนุกๆท่องในยามราตรี อาทิ เล่นปาจิงโกะ Street Fighter 5 (*PS4,PC) เกมส์ต่อสู้ภาคใหม่ล่าสุด รวบรวมบรรดาตัวละครชื่อดังและตัวใหม่ๆร่วมสังเวียนต่อสู้อีกครั้งจากสถานที่แห่ง ต่างๆจากทั่วโลกซึ่งแต่งเติมบรรยากาศอย่างมีเอกลักษณ์ งัดกระบวนท่าการต่อสู้ละท่าไม้ตายถล่มฝ่ายตรงข้าม ใช้ไหวพริบทั้งการหลบหลีกป้องกันเพื่อเสียพลังชีวิตให้น้อยที่สุด และผู้ที่สามารถล้มฝ่ายตรงข้ามจนพลังชีวิตหมดลงจะเป็นฝ่ายชนะ Persona 5 เกมส์ RPG แฟนตาซีของเหล่านักเรียนทั้งห้าคนที่มีความสามารถปลุกเทพเจ้าในจิตใจเพื่อต่อสู้เหล่าศัตรูที่เป็นภัยแก่พวกเขาตามสถานที่แห่งต่างๆที่ว่ากันว่าเป็นปรากฏการณ์ลึกลับแห่งนั้น ด้วยรูปแบบการเล่นเกมส์จะเป็นลักษณะ Turn-Based ผลัดกันสู้ไปมา คิดวางแผนการเดินหมากเพื่อเอาชนะให้ได้ Ni-Oh เกมส์แอคชั่นผจญภัยตะลุยด่านกึ่งประวัติศาสตร์ นำเสนอสงครามในยุคศตวรรษที่ 16 ผ่านตัวละครบุตรชายผู้หนึ่งที่เป็นขุนนางของซามูไร และหญิงสาวจากตะวันตกต้องการผจญภัยท่ามกลางสงครามระหว่างเมือง ผู้เล่นจะได้รับความตื่นเต้นจากการงัดดาบต่อสู้ศัตรูและสัตว์ประหลาดในตำนาน

เที่ยวอันซีน ตะลุยดินแดนแปลกใหม่ และชมมหัศจรรย์ธรรมชาติ
สถานที่ท่องเที่ยว /  เที่ยวอันซีน

ทางเว็บไซต์ Skyscanner ได้รวบรวมเส้นทางท่องเที่ยวอันซีน ตะลุยดินแดนแปลกใหม่ และธรรมชาติมหัศจจรย์ ให้นักท่องเที่ยวได้เปิดใจให้กว้างกับเส้นทางใหม่และออกเดินทางไปค้นพบว่า มหัศจรรย์ธรรมชาติ นั้นมันสวยงามเกินคำบรรยาย และไม่มีคู่มือการเดินทางเล่มใดอธิบายได้ดีกว่าประสบการณ์ของตัวนักท่องเที่ยวเอง แต่จะมีที่ใดนั่น ลองมาติดตามกัน... เที่ยวอันซีน ตะลุยดินแดนแปลกใหม่ และชมมหัศจรรย์ธรรมชาติ  เที่ยวอันซีน ตะลุยดินแดนแปลกใหม่ และชมมหัศจรรย์ธรรมชาติ ปราสาทธม (Prasat Thom temple) เกาะแกร์ (Koh Ker) ประเทศกัมพูชา เขตเมืองโบราณอยู่ห่างจากเสียมราฐ 100 ก.ม. รู้จักกันในนาม “พีระมิดเกาะแกร์” เป็นกลุ่มปราสาทเก่าโบราณและศาสนสถานที่ถูกสร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าชัย วรมันที่ 4 ประมาณปีเริ่มจาก 921 – 944 ปี (พ.ศ.1464 – พ.ศ.1487) เป็นเมืองหลวงเก่าที่ถูกซ่อนไว้อยู่ในป่ารกร้าง เป็นเมืองที่ถูกลืมไปร่วม 1059 ปี จนมีการค้นพบเมื่อ พ.ศ. 2546 หรือเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันเปิดให้เข้าชมในเขตปราสาทแต่ห้ามเดินเข้าไปในเขตป่ารอบๆ เพราะยังมีกับระเบิดที่ยังกู้ไม่หมด หมู่เกาะราชา อัมพัต (Raja Ampat Archipelago) ประเทศอินโดนีเซีย (Indonesia) ใกล้เมืองโซรอง (Sorong) รู้จักกันในนาม "4 พระราชา” (Four Kings) และ “อะเมซอนแห่งท้องทะเล” (Amazon of the seas) ประกอบไปด้วยเกาะหลัก 4 เกาะ อันได้แก่ เกาะมิซูล (Misool) เกาะซาลาวาติ (Salawati) เกาะบาตันตา (Batanta) และ เกาะไวเกียว (Waigeo) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลที่มีความอุดมทางธรรมชาติสูง มีฝูงปลากว่า 1300 ชนิด และเป็นบ้านของเต่า 6 พันธุ์ใน 7 พันธุ์เต่าของทั้งโลก หอยร่วม 700 ชนิด และปะการังกว่า 500 ชนิด ถือว่าเป็นหนึ่งในจุดดำน้ำที่สวยที่สุดในโลก หมู่บ้านคัมชอน (Gamcheon Village) ปูซาน (Busan) ประเทศเกาหลีใต้ (South Korea) รู้จักกันในนามซานโตรินีแห่งเกาหลี (Korea’s Santorini) แต่เดิมหมู่บ้านนี้เป็นเขตสลัมของผู้อพยพหนีสงครามและนักบวชจำนวนมาก ซึ่งทำให้รู้จักกันในนาม “แทกึกโก” (Taegeukdo Village) หรือ “เขตศาสนา” ต่อมาถูกทิ้งให้รกร้าง เพราะอยู่ห่างไกลไม่ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาล จนกระทั่งในปี 2009 (พ.ศ. 2552) ได้มีการบูรณะหมู่บ้านนี้ขึ้นมาใหม่ ได้เชิญนักเรียน นักศึกษา และช่างศิลป์สาขาต่างๆ มาช่วยกันทาสีและซ่อมแซมหมู่บ้านแห่งนี้ จนได้ขึ้นชื่อว่าเป็นซานโตรินีแห่งเกาหลี เพราะบ้านเรือนหลากสีสันน่ารักที่ตั้งหลดหลั่นกันในเขตเนินเขาวงกต เคป ยอร์ก เพนนินซูล่า (Cape York Peninsula) แคร์นส์ (Cairns) ประเทศออสเตรเลีย (Australia) แหลมเหนือสุดของประเทศออสเตรเลียที่ดินแดนใต้น้ำเป็นจุดเริ่มต้นของแนว ปะการังระดับโลก “เกรท แบริเออร์ รีฟ” (The Great Barrier Reef) คุณรู้หรือไม่ว่าบนแผ่นดินของแหลมเคป ยอร์ก นั้น เป็นดินแดนที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักของโลกภายนอก เป็นเขตป่าเขาสมบูรณ์ที่การเข้าไปเยือนนั้นมีเพียงแค่ 2 ทาง คือ เครื่องบินขนาดเล็ก (puddle jumper plane) หรือขับรถโฟร์วีลล์ ไดรฟ์ (4WD) ตะลุยป่าและดินลูกรังเข้าไป ไม่ว่าคุณอยากจะไปชมความอุดมของป่าดิบชื้น ชมนกและสัตว์ภาคพื้นทวีป หรือจะไปตกปลาในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส ดินแดนแห่งนี้ควรค่าแก่การไปเยือนก่อนที่อุตสาหกรรมเหมืองแร่จะเข้ามาครอบคลุม ประเทศจอร์เจีย (Georgia) ประเทศใต้ร่มเงาของเทือกเขาคอเคซัสทางใต้ (Southern Caucasus mountains) เป็นประเทศกึ่งกลางทวีปยุโรปและเอเชียจนบางครั้งถูกขนานนามว่า “ประเทศสองทวีป” (Transcontinental country) เคยเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียในอดีต จอร์เจียมีความเป็นมามากว่า 3 พันปี ประเทศนี้มีความงดงามด้านสถาปัตยกรรมโบราณ บ้านเมืองน่ารัก และธรรมชาติภูเขาอันสวยงาม ไปเยือนหมู่บ้านหอหอยบนขุนเขาที่ได้ขึ้นเป็นมรกดโลก “หมู่บ้านอูชกูลี” (Ushguli Village) หมู่บ้านท่องเที่ยวที่เป็นส่วนหนึ่งของแคว้นสวาเนติบน (Upper Svaneti) เยือนพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านและสูดอากาศบริสุทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ประเทศบอตสวานา (Botswana) ไปขี่ม้าข้ามทะเลทรายคาลาฮารี (Kalahari) พายเรือล่องลุ่มน้ำเซลินดา (Selinda Canoe Trail) ชมน้ำตกวิคตอเรีย (Victoria Falls) อันสวยงาม ไปท่องซาฟารี ณ ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโอวากัง (Okavango) ไปส่องสัตว์ป่าในเขตสงวนพันธุ์สัตว์ป่าโมเรมิ (Moremi) ซึ่งมากมายไปด้วยสิงสาราสัตว์ เช่น สิงโต จระเข้ ฮิปโปโปเตมัส และเสือดาว เป็นต้น สุดท้ายอย่าลืมแวะไปชมทะเลสาบเกลือที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ มักกาดิกกาดี (Makgadikgadi) หมู่เกาะกาลาปากอส (Galapagos Islands) ประเทศเอกวาดอร์ (Ecuador) เกาะกลางมหาสมุทรแปซิฟิกซึ่งได้ขึ้นเป็นมรดกโลกไปเมื่อปี พ.ศ. 2521 เป็นเกาะที่ขึ้นชื่อเรื่องสัตว์โลกและพืชพรรณที่แปลกตา เนื่องด้วยทางสภาพภูมิศาสตร์ที่อยู่กึ่งกลางของโลก ทำให้บริเวณหมู่เกาะแห่งนี้ได้รับอิทธิพลจากทั้งกระแสน้ำเย็นจัด น้ำเย็น และน้ำอุ่น รวมกันถึง 3 สาย ถือเป็นเขตธรรมชาติของโลกที่ยังสวยงามสมบูรณ์ เพราะการท่องเที่ยวในหมู่เกาะเหล่านี้จะเน้นเชิงอนุรักษ์ หมู่เกาะอะซอเรส (The Azores) ประเทศโปรตุเกส (Portugal) ใกล้เมืองปงตาเดลกาดา (Ponta Delgada) หมู่เกาะ 9 เกาะ กลางมหาสมุทรแอตแลนติค (Atlantic Ocean) นอกชายฝั่งของประเทศโปรตุเกส เป็นอาณาจักรแห่งมหัศจรรย์ธรรมชาติที่มีนักท่องโลกเพียงแค่หยิบมือหนึ่งได้ ไปเยือน ชมฝูงปลาวาฬและปลาโลมากว่า 24 พันธุ์ ชมปลาและสัตว์น้ำนานาพันธุ์ที่บางชนิดอาศัยอยู่เพียงที่นี่เท่านั้น ชิมไวน์พื้นบ้านรสดี ขับผิวและผ่อนคลายใจในบ่อโคลนเดือดกลางแจ้ง ตามรอยนักผจญภัยไปเดินป่า เลาะเขา ชมภูเขาไฟในเขตป่าทึบ ดินแดนแห่งนี้มีทุกอย่างที่นักเดินทางกระหายจะได้สัมผัส เรคยาวิก (Reykjavik) ประเทศไอซ์แลนด์ (Iceland) ไปเที่ยวชมแสงเหนือ (Aurora –The Northern Lights) อันสวยงาม ไปชมบ่อน้ำพุร้อน บลูลากูน (Blue Lagoon Hot Springs) ชมโบสถ์ที่สร้างจากหินภูเขาไฟ ฮอลล์กริมสเคิร์กยา (Hallgrimskirkja) ชมธารน้ำแข็ง ภูเขาและถ้ำน้ำแข็ง ไปเล่นสกี ชมบ้านตึกรามบ้านเมืองน่ารักๆ และสตรีทอาร์ท (Street  Art) ปาตาโกเนีย (Patagonia) ประเทศชิลี (Chile) ใกล้เมืองบัวโนส ไอเรส (Buenos Aires) ปุนตา อาเรนัส (Punta Arenas) และ เอลคาลาฟาเต (El Calafate) ดินแดนสุดขอบโลก แผ่นดินรอยต่อระหว่างประเทศชิลีและอาร์เจนติน่า ดินแดนที่มีทุกสภาพภูมิอากาศและภูมิประเทศไม่ว่าจะแห้งแล้งทะเลทราย เทือกเขาสูงชัน ป่าดงดิบทึบ ทะเลสาบกลางหุบเขา หาดทรายขาวติดปากอ่าว และธารน้ำแข็งในซีกโลกใต้ เป็นดินแดนที่ธรรมชาติยังอุดมสมบูรณ์และมีน้อยคนนักที่ได้ไปเยือน หนึ่งในดินแดนที่เหล่านักเดินทางได้บันทึกไว้ว่าจะต้องไปเยือนสักครั้งในชีวิต เที่ยวอันซีน ตะลุยดินแดนแปลกใหม่ และชมมหัศจรรย์ธรรมชาติ ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก skyscanner.co.th

เอวา เกาะช้าง (AWA KOH CHANG) ที่พักสวย บรรยากาศดี ที่เกาะช้าง
AWA KOH CHANG /  ที่พักเกาะช้าง / 

ถ้าอยากหาเวลาไปเที่ยวพักผ่อนที่ทะเล วิวสวยๆ บรรยากาศดีๆ ใช้เวลาขับรถไม่นานและไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก นอกจากจะมีบางแสน พัทยา เสม็ด หัวหินแล้ว เกาะช้าง ที่ จ.ตราด ก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อย ใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ 3-4 ชม. เท่านั้นเอง ^^ และ AWA KOH CHANG ก็เป็นหนึ่งในโรงแรมสวย บรรยากาศดี ที่เหมาะแก่การไปพักผ่อนที่ซู้ด!! AWA KOH CHANG ที่พักสวย บรรยากาศดี ที่เกาะช้าง เกาะช้าง เป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศรองจากเกาะภูเก็ต ลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นเขาสูง มีผาหินสลับซับซ้อน มีป่าโที่อุดมสมบูรณ์ มีน้ำตกหลายแห่ง ไม่ต้องกลัวว่ามาเที่ยวเกาะช้างแล้วจะไม่มีกิจกรรมให้ทำ เพราะที่นี่เราสามารถปีนเขา เดินป่า ขี่ช้าง เที่ยวน้ำตก พายเรือคายัค เจ็ตสกี เรือใบ ดำน้ำดูปะการัง ตกปลา ไดหมึก อีกทั้งยังมี ชมประวัติศาสตร์ของชาติที่ อนุสรณ์ยุทธนาวี เป็นต้น อย่างที่บอก เกาะช้าง นั้นใหญ่สมชื่อจริงๆ มีหลายอ่าว หลายหาดมากๆ แล้วแต่ว่าเราเลือกพักที่บริเวณไหน โดยที่นี่จะมีหาดขึ้นชื่ออยู่ เช่น หาดทรายขาว หาดคลองพร้าว หาดไก่แบ้ และโรงแรม เอวา เกาะช้าง (AWA KOH CHANG) นั้นตั้งอยู่ที่ หาดไก่แบ้ ค่ะ เอวา เกาะช้าง (AWA KOH CHANG) ที่พักสไตล์ Oriental Zen ที่เน้นความเรียบง่ายและทันสมัย พร้อมผสมผสานอรรถรสของวัฒนธรรมกลิ่นอายตะวันออกได้อย่างลงตัว เน้นโทนสีเรียบง่าย ดูสบายตา เหมาะแก่การมาพักผ่อนเป็นครอบครัว สังสรรค์กับเพื่อนๆ หรือมาแบบคู่รักก็ดีเหมือนกัน ^^ บริเวณหน้า lobby The Teas ให้บริการ เครื่องดื่ม ชา กาแฟ เบเกอรี่ บริเวณโดยรอบโรงแรม ห้องพัก มีให้เลือก 5 ประเภท ด้วยกันคือ Superior Hillside, Deluxe, Deluxe Premium, Deluxe Beachfront, Beach Front Suite ส่วนห้องที่ Places two Go ไปพักนั้นคือ ห้อง Deluxe Premium รวมอาหารเช้าสำหรับ 4 ท่าน (มีโปรพักสองคืนเหลือ 3,500 บาท/คืน จากปกติ 5,259 บาท/คืน) บริเวณ สะว่ายน้ำ (Pool) บริเวณหน้าหาด มองเห็นวิวทะเลสวยๆ ตะวันตกดิน ^^   มุม ห้องอาหาร มุม ห้องอาหาร (ตอนค่ำ) สถานที่ท่องเที่ยวภายในเกาะช้าง จุดชมวิอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง ตั้งอยู่บนเขาก่อนเข้าหมู่บ้านบางเบ้า เป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดบนเกาะ มองได้แบบ 180 องศา สามารถมองเห็นเกาะที่อยู่โดยรอบได้ เช่น เกาะมันนอก เกาะมันใน เป็นต้น และที่นี่จะมีแลนด์มาร์กคือ ตู้ไปรษณีย์สีแดงรูปจรวด ที่ใครมาก็จะต้องถ่ายรูปเก็บไว้เป้นที่ระลึก ^^ อนุสรณ์ยุทธนาวี สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ให้เราเข้าไปชมเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ และที่แห่งนี้ยังเป็นที่เคารพสักการะของคนในพื้นที่ด้วย บ้านช้างไทย ศูนย์อนุรักษ์ช้าง ที่นี่นักท่องเที่ยวสาสมารถขี่หลังช้างเดินชมวิวธรรมชาติ หรือทำกิจกรรมอาบน้ำให้ช้างก็ได้ รวมถึงมีการแสดงโชว์ความสามารถพิเศษของช้างน่ารักๆ เหล่านี้ด้วยค่ะ น้ำตก ที่นี่มีน้ำตกอยู่หลายที่ให้เราได้เลือกเดินชมความธรรมชาติ เล่นน้ำตก เช่น น้ำตกธารมะยม ตั้งอยู่ที่ที่ทำการหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ขนาด 4 ชั้น แบบตั้งฉาก ล้อมรอบไปด้วยป่าดงดิบ ที่ร่มรื่น, น้ำตกคลองพลู น้ำตกขนาดใหญ่ที่มีน้ำมากอยู่ตลอดทั้งปี นักท่องเที่ยวนิยมมามากที่สุด ซื้อตั๋วไป น้ำตกคลองพลู กัน .. ติดต่อเพิ่มเติม  www.awakohchang.com , https://www.facebook.com/awakohchang/ ขอบคุณรูปภาพสวยๆ จาก Facebook : Places two Go เรียบเรียง Travel.MThai

20 ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่หนุ่มสาวเว้าวอนอยากไป
รวมที่เที่ยวหน้าหนาว /  เที่ยวภูเขา / 

เมื่อเตือนตุลาฯ กำลังจะพ้นผ่าน เป็นสัญญาณเตือนแห่งลมหนาว ที่กำลังเคลื่อนตัวมา หลายพื้นที่ในประเทศไทยอากาศก็เริ่มหนาวกันแล้ว ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบน หรือแถบเทือกเขาสูงของผืนป่าตะวันตก ทัศนียภาพและธรรมชาติต่างเพียบพร้อมรอให้ทุกท่านไปชมความงามของพวกเขาแล้ว ชื่นชมเพียงอย่างเดียวนะครับ อย่าทำลาย ที่สำคัญต้องรักษากฎของสถานที่ด้วย ความสวยงามของธรรมชาติจะได้คงอยู่ให้เราดูไปอีกนาน ... แนะนำที่เที่ยวหน้าหนาว ที่หนุ่มสาวเว้าวอนอยากไป travel.mthai.com ขอพาทุกท่านล่องลอยไปกับ 20 ที่เที่ยวหน้าหนาว เดินป่าขึ้นเขา ชมความงามของยอดดอย พร้อมนั่งคอยพระอาทิตย์ที่กำลังไปทำงานยามขึ้น และกลับจากทำงานในตอนเย็น เป็นทิวทัศน์ที่คนชอบถ่ายภาพจะต้องมีติดกล้องไว้ เพราะเมื่อภูเขา ทุ่งหญ้า สายหมอก และพระอาทิตย์ มาเจอกัน ความมหัศจรรย์จึงเกิดขึ้น 1. ดอยแม่สลอง ดอยแม่สลอง อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ดินแดนแห่งไร่ชา แถมยังอบอวลไปด้วยวัฒนธรรมชาวจีน ไม่ว่าจะการแต่งกาย หรือ อาหารการกิน ซึ่งโดยเฉพาะอาหารนั้น จะเป็นที่ขึ้นชื่อลือชาเป็นอย่างยิ่ง อย่างเช่น ขาหมูยูนาน ที่เสิร์ฟมาในจานใหญ่ และต้องกินเคียงคู่กับหมั่นโถเท่านั้น ถึงจะเรียกว่าต้นตำหรับ อีกสิ่งที่พลาดไม่ได้คือ การลิ้มลองชาพันธุ์แท้ ตลอดจนชมวิธีการชงชาแบบต้นตำหรับชาวจีนฮ่อ ซึ่งการเดินทางก็มาได้สะดวก หากมีโอกาสช่วงปลายปีนี้ ลองแวะไปสัมผัสบรรยากาศที่หนาวเย็น ชมวิวสวย ๆ พร้อมจิบชาอุ่น ๆ บนถนนพญาเสือโคร่งกันดู 2. กิ่วแม่ปาน ดอยอินทนนท์ เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน มีระยะทางการเดิน 3 กิโลเมตร มีทั้งเดินในป่าและสันดอย ทางเดินจะวนเป็นวงกลม เสียค่าเข้าคิดเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 200 บาท ระหว่างการเดินจะมีพี่ไกด์ท้องถิ่นคอยนำทางพร้อมให้ข้อมูลตลอดทาง ทางเดินในกิ่วแม่ปานเดินง่าย มีทางลาดชันบ้างเล็กน้อย ถือว่าเหมาะกับมือใหม่ ตลอดเส้นทางคุณจะได้สัมผัสกับป่าดิบชื้นมีมอส และเฟิร์นขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น ป่าดิบเขา เหล่าต้นไม้สูงใหญ่ แข่งกับความสูงชันของพื้นดิน แถมอากาศที่นี่ยังหนาวและบริสุทธิ์ เพราะมีแหล่งกำเนิดโอโซนรายล้อมเต็มไปหมด 3. ดอยเสมอดาว ดอยเสมอดาว เป็นสถานที่ท่องเที่ยวกางเต็นท์พักแรมยอดฮิตอีกแห่งหนึ่งในอุทยานแห่งชาติศรีน่าน อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน เนื่องจากเป็นบริเวณจุดชมวิวอีกที่มีพื้นที่เป็นลานกว้างตามสันเขา เหมาะสำหรับการพักผ่อน นอนดูดาวยามอาทิตย์อัสดง และชมทะเลหมอกพร้อมตะวันโด่งในยามเช้า อากาศบนดอยเสมอดาว ในช่วงบ่ายค่อนข้างร้อน แต่ทันทีที่ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีส้มปนเหลืองทอง อุณหภูมิรอบตัวก็กลับลดลงอย่างรวดเร็ว เหลืองเพียงสายลมเย็น ๆ พัดผ่านผิวกายให้กลุ่มนักเดินทางต้องเป่าปากกันเป็นแถว 4. ลานหินปุ่ม ภูหินร่องกล้า ลานหินปุ่ม อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จ.พิษณุโลก มีทั้งสถานที่ประวัติศาสตร์อย่างพิพิธภัณฑ์การสู้รบ โรงเรียนการเมืองการทหาร กังหันน้ำ สำนักอำนาจรัฐ โรงพยาบาลรัฐ ลานอเนกประสงค์ สุสาน ที่หลบภัยทางอากาศ หมู่บ้านมวลชน และมีสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นอย่าง ลานหินปุ่ม และผาชูธง เป็นจุดดึงดูดที่สำคัญ โดยเฉพาะลานหินปุ่ม มีลักษณะเป็นลานหินซึ่งมีหินผุดขึ้นมาเป็นปุ่มเป็นปม ขนาดไล่เลี่ยกัน คาดว่าเกิดจากการสึกกร่อนตามธรรมชาติของหิน ในอดีตบริเวณนี้ใช้เป็นที่พักฟื้นคนไข้ของโรงพยาบาล เนื่องจากอยู่บนหน้าผา มีลมพัดเย็นสบาย 5. ดอยเมี่ยง ดอยเมี่ยง สวรรค์เมืองหมอกป้ายแดงแห่ง อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ที่ปักหมุดอยู่สูงประมาณ 1,600 เมตร ในพื้นที่ป่าดิบชื้นและภูเขาสูงชันสลับซับซ้อน เต็มไปด้วยพันธุ์ไม้หลายชนิด เช่น ต้นสน ต้นพญาเสือโคร่ง ต้นมะค่า ความสุขคือการไปสัมผัสธรรมชาติ ณ จุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพทิวทัศน์ของเมืองปายได้อย่างสวยงาม แบบสุดสายตา 360 องศา ท่ามกลางมวลอากาศหนาวเย็นและมีลมพัดเย็นสบาย 6. ภูกระดึง ภูกระดึง แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของจังหวัดเลย แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเข้ามาสัมผัสอากาศที่หนาวเย็นกว่า 100,000 คน ไฮไลท์สำคัญในหน้าหนาวคือการเดินเข้าป่าไปชมความงามของพืชพรรณนานาชนิด โดยเฉพาะใบเมเปิ้ลแดงสวยสด การเดินไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่น ชมพระอาทิตย์ตกที่ผาหมากดูก หรือถ้าจะให้ดี ต้องเดินไปชมให้ถึงสุดแผ่นดินด้านทิศตะวันตกอบ่าง "ผาหล่มสัก" แลนด์มาร์กสำคัญของภูกระดึง สถานที่ที่หลายคนขึ้นมาหลายรอบโดยไม่เบื่อ เพราะภูกระดึง สวยงามแตกต่างกันไปในทุกฤดู 7. เขาพะเนินทุ่ง “เขาพะเนินทุ่ง” อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ยอดเขาสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,207 เมตร ในช่วงเช้าจะมองเห็นกลุ่มควันแห่งความหนาวสีขาวนวลปกคลุมทั่วหุบเขา เมื่อเริ่มจางลงบริเวณเบื้องล่างจะปรากฏภาพป่าดงดิบอันแสนชุกชุม มีเทือกเขาสลับซับซ้อนกว้างไกลสุดตาอยู่ด้านหลังโดยจุดชมทะเลหมอกจะมีอยู่ 2 แห่งคือ จุดชมวิวกิโลเมตรที่30 และ 36 สำหรับช่วงที่ทะเลหมอกถูกยอมรับว่างดงามรวมถึงมีอากาศเย็นสบายที่สุด คือตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน เป็นต้นไป 8. ดอยม่อนจอง ดอยม่อนจอง ตั้งอยู่ในเขตลึกของป่าอมก๋อย จ.เชียงใหม่ ทิศตะวันออกจรดเขื่อนภูมิพล ทิศตะวันตกติดกับถนนสายอมก๋อย-บ้านแม่ตื่น ทิศเหนือจรดกับพื้นที่อำเภอดอยเต่า ทิศใต้จรดกับลำห้วยแม่ตื่นที่ไหลลงสู่เขื่อนภูมิพล สูงติดอันดับ 1 ใน 10 ของยอดดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทย จุดสูงสุดของ ดอยม่อนจอง เรียกว่า หัวสิงห์ เพราะมีลักษณะคล้ายหัวสิงโต ดอยม่อนจอง เป็นสถานที่ชมพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตก ที่สวยงามมากอีกแห่งหนึ่ง แถมยามค่ำคืนยังสามารถนอนคุดคู้นับดาวกันตัวสั่น เพราะอากาศบนนั้นหนาวเอาเรื่องเลยล่ะฮะ 9. มอหินขาว มอหินขาว ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูแลนคา บ้านวังคำแคน ตำบลท่าหินโงม อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ประกอบด้วยกลุ่มหินทรายสีขาววางเรียงราย จนถูกขนานนามอีกชื่อหนึ่งว่า “สโตนเฮนจ์เมืองไทย” เป็นสวนหินธรรมชาติ ซึ่งเกิดจากการสะสมของตะกอนทรายและดินเหนียวแข็งตัวกลายเป็นหิน ลักษณะของหินกลุ่มต่าง ๆ เกิดจากเคลื่อนไหวของเปลือกโลกบีบอัดจนเกิดการคดโค้ง แตกหัก กัดเซาะทั้งแนวตั้งและแนวนอน สร้างสรรค์เป็นรูปต่าง ๆ ตามจินตนาการของผู้พบเห็น ตอนกลางคืนสามารถนอนดูดาวท่ามกลางอากาศอันหนาวเย็น 10. ภูชี้ฟ้า ภูชี้ฟ้า จ.เชียงราย เป็นจุดชมวิวทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองไทย มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,628 เมตร มีลักษณะเป็นยอดเขาที่แหลมชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้า ยิ่งตอนที่พระอาทิตย์กำลังขึ้นมาตรงระหว่างปลายยอดเขา จะดูเหมือนเสือคาบแก้วมาก หากรอจนสายหมอกถูกความร้อนระเหยหมดแล้วยังคงมองเห็นสายน้ำโขงไหลคดเคี้ยว ท่ามกลางป่าไม้ของฝั่งลาวที่เขียวสุดสมบูรณ์ ส่วนของหน้าผาเป็นแนวยาวยื่นไปทางฝั่งประเทศลาว ในฤดูหนาวอากาศจะหนาวเย็นจับขั้วหัวใจ 11. ห้วยคอกหมู สวนผึ้ง จุดชมวิวห้วยคอกหมู สุดเขตแดนตะวันตก ตั้งอยู่ที่ ต.ตะนาวศรี อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี สูงจากระดับน้ำทะเล 800 เมตร เป็นพื้นที่ของฐานปฏิบัติการร้อย ตชด.137 ตั้งอยู่บนภูเขาสูง เป็นพื้นที่ชายแดนติดกับประเทศเมียนมาร์ มีแนวสันปันน้ำเบื้องล่างเป็นเขตแดน บนจุดชมวิวห้วยคอกหมู นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นภูมิประเทศอันสวยงามของเทือกเขาตะนาวศรี เมื่อมองข้ามไปในฝั่งพม่าจะเห็นต้นไม้ใหญ่และป่าดงดิบที่อุดมสมบูรณ์ มีนกนานาชนิดมากมาย ในช่วงฤดูฝนถึงฤดูหนาว จะมีหมอกปกคลุมหนาแน่น ดุจดั่งทะเลหมอก และในวันท้องฟ้าโปร่ง ที่จุดชมวิวห้วยคอกหมูนี้ยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและตก ที่งดงามอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทยไม่แพ้ภาคเหนือเลยทีเดียว 12. เขาช้างเผือก “เขาช้างเผือก” ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี มีความสูงประมาณ 1,249 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นเส้นทางเดินป่าที่สวยงาม น่าตื่นตาตื่นใจ เส้นทางเดินไปสู่ยอดเขาช้างเผือกเป็นป่าโปร่งสลับกับทุ่งหญ้า มีจุดไฮไลท์ของการเดินทางอยู่ที่ “สันคมมีด” สันเขาที่สวยงามและน่าหวาดเสียวไปพร้อมกัน เมื่อขึ้นไปถึงยอดเขาจะสามารถมองเห็นวิวได้รอบทิศทาง 360 องศา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยยกให้ที่แห่งนี้เป็น 1 ใน 10 Dream Destinations ที่นักท่องท่องเที่ยวควรไปเยือนมากที่สุดอีกด้วย 13. ภูห้วยอีสัน ภูห้วยอีสัน จุดชมวิวอันสวยงามแห่งอำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย อันซีนกับทะเลหมอกสามฤดูที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกเช้าตรู่ มองเห็นแม่น้ำโขงและภูเขาสลับซับซ้อน เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งคือการได้ชมวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น สัมผัสวัฒนธรรมจากสองฟากฝั่งที่ดูกลมกลืนกันเสมือนเป็นหนี่งเดียวมาช้านาน 14. ดอยหลวงเชียงดาว ดอยหลวงเชียงดาว หรือดอยเชียงดาว มีความสูง 2,225 เมตร เป็นยอดเขาสูงอันดับ 3 ของประเทศไทย ตั้งอยู่ใน อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ หากคุณขึ้นมาถึงยอดดอยหลวงเชียงดาว คุณจะพบกับอีก 2 ดอยอยู่เบื้องหน้า นั่นก็คือ ดอยสามพี่น้อง และดอยพีรามิด เป็นภาพที่งดงามจับตา ราวกับหลุดมาจากสรวงสวรรค์ ดอยเชียงดาวแห่งนี้ นอกจากจะเต็มไปด้วยผืนป่าและแมกไม้นานาพันธุ์แล้ว ยังมียอดเขาเล็กใหญ่โดยรอบปกคลุมด้วยหมอกจาง ๆ ช่างเป็นทิวทัศน์ชวนฝันอย่างแท้จริง พร้อมมีนกหลากหลายชนิดให้ได้ชื่นชม หรือถ้าโชคดีก็อาจได้เจอกับเจ้ากวางผา เจ้ากวางน้อยในป่าใหญ่ คนรักธรรมชาติไม่ควรพลาด คุณจะได้สัมผัสกับสิ่งเหล่านี้อย่างใกล้ชิดแน่นอน 15. ปางอุ๋ง ปางอุ๋ง สถานที่ท่องเที่ยวมาแรง ยอดฮิต ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน จนได้รับขนานนาม ว่าเป็น “สวิตเซอร์แลนด์แห่งเมืองเหนือ” มีลักษณะพื้นที่เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่บนยอดเขาสูง ริมอ่างเก็บน้ำเป็นทิวสนที่ปลูกเรียงราย ปกคลุมร่มรื่นทั่วบริเวณ ถนนทางเข้ามีราชพฤกษ์ต้นใหญ่ ชูช่อดอกสีเหลืองโน้มลงมาต้อนรับผู้มาเยือนตลอดทาง สร้างความสุขให้เราได้ตั้งแต่ก้าวแรกที่มาเยือน ไฮไลท์สำคัญคือการตื่นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นตัดกับไอหมอกสวยงามจับตา 16. โมโกจู อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ด้วยความสูง 1,964 เมตร จากระดับน้ำทะเล โมโกจู จึงเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดใน อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จังหวัดกำแพงเพชร อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 27 กิโลเมตร ต้องเดินเท้าเข้าไป ใช้เวลาไป-กลับ 5 วัน ถือเป็นเส้นทางเดินป่าที่โหดหินที่สุดในประเทศไทย มีหมอกปกคลุมจัดบนยอดเขา โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาว เย็นยะเยือก ควันออกปาก พ่นเล่นกันได้ทั้งวัน มองจากยอดเขาลงไปก็จะเห็นทะเลหมอกแห่งป่าตะวันตกอันกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา และพลาดไม่ได้กับจุดที่นักผจญภัยต้องมาถ่ายเป็นที่ระลึกบนยอดโมโกจู นั่นก็คือ "หินเรือใบ" 17. ภูลังกา วนอุทยานภูลังกา คือ อีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยว ที่มีชื่อเสียงของอำเภอเชียงคำ และอำเภอปง จังหวัดพะเยา สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 900-1,720 เมตร มีลักษณะเป็นภูเขาสูงชันอยู่ในเทือกเขาสันปันน้ำ วางตัวอยู่ในแนวตะวันออก-ตะวันตก คล้ายแอ่งกระทะ ช่วงเช้ามีโอกาสเห็นทะเลหมอกลอยอยู่ทั่วบริเวณ เป็นภาพงดงามเหนือคำบรรยาย โดยสถานที่ท่องเที่ยวบนภูลังกาที่ไม่ควรพลาด คือ “ภูเทวดา” เป็นยอดดอยที่สูงที่สุดในเทือกเขาสันปันน้ำ ไทย-ลาว เป็นจุดชมทะเลเมฆหมอก ดวงอาทิตย์ขึ้นลงและดอกไม้ป่าอันสวยงาม 18. ทุ่งแสลงหลวง ทุ่งแสลงหลวง มีพื้นที่ 789,000 ไร่ ตั้งอยู่ในท้องที่จังหวัดพิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ถือเป็นแหล่งผืนป่าสะวันนาแห่งเดียวของภาคเหนือที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ พร้อมด้วยความแตกต่างแห่งพืชพรรณที่พบเห็นไม่บ่อยนัก เหมาะอย่างมากในการมากางเต๊นท์นอนชมวิวธรรมชาติและอากาศอันหนาวเย็น นอกจากนี้ยังเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และความหลากหลายทางชีวภาพ โดยมีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาน้อยใหญ่สลับซับซ้อน เป็นต้นน้ำลำธารหลายสายที่ไหลลงสู่แม่น้ำน่าน อีกด้วย 19. ม่อนทูเล ม่อนทูเล หรือ ดอยทูเล ยอดเขาที่สูงที่สุดในอำเภอท่าสองยาง จ.ตาก (1,350 เมตร) โดยชาวปกาเกอะญอ เรียกภูเขาแห่งนี้ว่า “ทูเลโค๊ะ” แปลว่า “ภูเขาสีทอง” เนื่องจากในช่วงเดือนพฤศจิกายน – มกราคม ทุ่งหญ้าอันเขียวขจีตามทิวเขา จะเปลี่ยนเป็นสีทองอร่าม งดงามท่ามกลางทะเลหมอกและอากาศอันหนาวเย็น ยามค่ำคืนก้สามารถมองเห็นดวงดาวได้อย่างชัดเจน บอกเลยว่านักท่องเที่ยวขาผจญภัยและคนที่ชอบถ่ายภาพแลนด์สเคป ต้องมาที่นี่สักครั้ง รับรองว่าต้องถูกใจ และจะกลับมาทูเลอีกครั้งโดยไม่ลังเล 20. ดอยฟ้าห่มปก “อุทยานแห่งชาติดอยฟ้าห่มปก” จ.เชียงใหม่ ภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อนของทิวเขาผีปันน้ำ มีความสูง 2,285 เมตร จากระดับน้ำทะเล มีดอยสำคัญได้แก่ ดอยฟ้าห่มปก ดอยปู่หมื่น ดอยแหลม และดอยอ่างขาง สภาพป่าส่วนใหญ่ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ เชิงเขาเป็นป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณ ริมลำธารเป็นป่าดิบแล้ง ส่วนบนยอดเขาสูงจะเป็นป่าสน เป็นต้นน้ำของแม่น้ำฝาง มีไม้มีค่าทางเศรษฐกิจ เช่น ตะเคียน มะไฟป่า ตะแบก สัก จำปีป่า ฯลฯ รวมทั้งพันธุ์ไม้ที่หายากของไทย เช่น เทียนหาง กุหลาบพันปี เป็นต้น โดยบนจุดชมวิวสามารถมองเห็นทะเลหมอกอันสวยงาม ค่อย ๆ เคลื่อนผ่านทิวเขา ขอบคุณรูปภาพจาก : คุณ สุรเชษฐ์ เจียมตน คุณ Little Potchara คุณ Manus Tagsri คุณ BaNky Yknab คุณ Theerasak Saksritawee คุณ Witita Leelasutanon เรื่องและเรียบเรียงโดย : Travel MThai

Battle Supremacy เกมส์มือถือทำสงครามโลกสุดมันส์เร้าใจ
Battle Supremacy /  เกมส์มือถือ

ATYPICAL GAMES เปิดตัวเกมส์มือถือ Battle Supremacy เกมส์ต่อสู้สงครามโลกครั้งที่สอง เปิดโอกาสให้ผู้เล่นขับเคลื่อนยานพาหนะรบต่อสู้ทั้งภาคพื้นดิน อากาศและน่านน้ำ ดาวน์โหลดเล่นได้แล้ววันนี้บน iOS เกมส์ Battle Supremacy ให้ผู้เล่นได้ขับเคลื่อนรถถัง, เครื่องบินรบ และเรือรบ ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 โหมดการขับเคลื่อน ต่อสู้ระหว่างผู้เล่นในรูปแบบมัลติเพลเยอร์ บนสภาพแวดล้อมที่หลากหลายที่อิงจากสงครามโลกครั้งที่สอง ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่กลางเมืองที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง, ฉากป่าดงดิบ หรือฉากพื้นที่กว้าง รวมถึงภูมิอากาศหลายประเภท ทั้งนี้ ผู้เล่นยังสามารถอัพเกรดยานพาหนะให้แข็งแกร่ง จุดเด่นของเกมส์ Battle Supremacy คือ มีระบบผู้เล่นคนเดียวให้เล่น อ้างอิงเนื้อเรื่องจากประวัติศาสตร์อันน่าติดตาม และมีการออกแบบการต่อสู้่ที่ตื่นเต้นเร้าใจผู้เล่น รวมถึงกราฟิกเกมส์ที่ทันสมัย ดาวน์โหลดเกมส์ Battle Supremacy บน iOS ได้ที่นี่

Secretive (บอกไม่ได้) Sqweez Animal
SECRETIVE /  SQWEEZ ANIMAL / 

Sqweez Animal เปิดตัวเพลงล่าสุด Secretive (ซี เครท ทีฟ) พวกเขากลับมาพร้อมเพลงรักผิดหวัง ในแบบฉบับของ สควีซ แอนนิมอล เพลงในสไตล์ “Indy Pop”(อินดี้ ป็อบ) สบายๆ ไม่ซับซ้อน และมีเนื้อหาตรงไปตรงมา งานเพลงชิ้นนี้เรียกว่าจับต้องได้มากกว่าอ­ัลบั้มก่อนๆ รับรองแฟนเพลงที่รอการกลับมาของพวกเขาไม่พ­ลาดที่จะได้ฟังเพลงเท่ห์ๆ จากอัลบั้มใหม่ล่าสุดของ สควีซ แอนนิมอล รับรองคุณจะหายคิดถึงพวกเขาอย่างแน่นอน เนื้อเพลง Secretive (บอกไม่ได้) “เธอเข้าใจใช่ไหม ที่ฉันไม่บอก เธอเข้าใจใช่ไหม ว่าฉันนั้นคิดถึงเธอ มากมายเท่าไหร่ ฉันพูดไม่ได้ เมื่อรักที่มีนั้นต้องปิดบัง แม้อาจมีบางครั้ง ที่เหมือนเป็นไปได้ ฉันไม่อาจหนีความจริงของใจ ฉันต้องผิดหวัง คนเดียวเรื่อยไป เมื่อรักที่มีนั้นต้องปิดบัง แม้อาจมีบางครั้ง ที่เหมือนเป็นไปได้ วันนี้ที่เธอได้เจอกับฉัน คงเป็นได้แค่ฝัน เพราะเรารักกันไม่ได้ ฉันไม่อาจหนีความจริงของใจ ฉันต้องผิดหวัง คนเดียวเรื่อยไป” -------------------------------------------------------- Music / Lyrics : วิน ศิริวงศ์ | Guitar / Rhodes : สิงห์ มุสิกพงศ์ Synth : กวิน อินทวงษ์ | Bass : กฤตตฤณ เวชรังษี | Drums : อายุ จารุบูรณะ Arrange : Sqweez Animal Music Video Production Director : Salinee Khemcharas Production Team : บริษัท ป่าดงดิบ จำกัด

Daylight เกมส์ผจญภัยสุดหลอน ขาย 8 เม.ย. 2014
Daylight

เปิดตัวเกมส์ Daylight เกมส์ผจญภัยสุดหลอนสุดเสมือนจริงวางขายบน PS4 และ PC 8 เมษายน 2014 Zombie Studios ประกาศเปิดตัวเกมส์ Daylightเกมส์ผจญภัยเขย่าขวัญ ให้ผู้เล่นผจญภัยโรงพยาบาลร้างด้วยตัวคนเดียว และประสบพบเจอกับพลังงานลึกลับ  วางขายบน PS4 และ PC 8 เมษายน 2014 เกมส์ Daylight จะสร้างบรรยากาศชวนหลอนภายในโรงพยาบาลร้างและป่าดงดิบที่ไร้ซึ่งผู้คน และตลบอบอวลกับกลุ่มหมอกควันมีเพียงโทรศัพท์เป็นแสงสว่างในการนำทางและแสดงเส้นทางแผนที่ในฉาก และต้องหาทางออกจากพื้นที่แห่งนี้ท่ามกลางมีพลังงานลึกลับซุ่มอยู่ในความมืด ที่น่าสนใจของเกมส์นี้ืคือ มีระบบภาพ 3 มิติ เพิ่มระดับความหลอนจนขนหัวลุกส่งตรงหน้าจออีกขั้น ใช้เอนจิ้นเกมส์ Unreal Engine 4 ในการพัฒนา เพิ่มระดับความสมจริงภายในเกมส์ ตั้งแต่กราฟิกเกมส์,เอฟฟเฟคเกมส์ จนถึงแสงและเงา เพื่อให้บรรยากาศเกมส์ดูสลัวๆน่ากลัวๆ เกมส์ Daylight วางจำหน่ายวันที่ 8 เมษายน 2014 บน PC และ PlayStation 4

เที่ยวแก่งกระจาน ยลหมอก สัมผัสความสดชื่นในหน้าฝน
อุทยานแห่งชาติ /  เที่ยวกาญจนบุรี / 

อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอหนองหญ้าปล้อง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี และอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีพื้นที่มากที่สุดในประเทศไทย เที่ยวแก่งกระจาน ยลหมอก สัมผัสความสดชื่นในหน้าฝน อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เป็นอุทยานที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดของประเทศไทย มีพื้นที่ถึง 2,915 ตารางกิโลเมตร หรือ 1.8 ล้านไร่ ในเขตอำเภอแก่งกระจาน อำเภอหนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี และอำเภอหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ยังคงสภาพเป็นป่าดงดิบตามธรรมชาติที่สมบูรณ์ และมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมากแห่งหนึ่ง ได้รับการประกาศให้เป็นเขตอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2524 โดยกำหนดพื้นที่บริเวณอ่างเก็บน้ำและป่าเหนือเขื่อนแก่งกระจานเป็นเขตอุทยานฯ เป็นต้นน้ำลำธารของแม่น้ำหลายสาย พื้นที่ส่วนใหญ่ของอุทยานฯ เป็นภูเขาสลับซับซ้อนอยู่ในเทือกเขาตะนาวศรี สภาพภูมิประเทศเป็นป่าดิบชื้น ยอดเขาที่สูงที่สุดในอุทยานฯ คือยอดเขางะงันนิกยวงตอง อยู่ในเขตรอยต่อประเทศพม่าและไทย มีความสูง 1,513 เมตร รองลงมาคือยอดเขาพะเนินทุ่ง ซึ่งมีความสูง 1,207 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง จากสันเขื่อนแก่งกระจาน มีถนนเลียบออกมาทางซ้ายมือเป็นระยะทาง 3 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานฯ สถานที่น่าสนใจภายในอุทยานฯ ทะเลสาบ มีเนื้อที่ประมาณ 45 ตารางกิโลเมตร มีเกาะกลางแม่น้ำอยู่มากมายหลายเกาะ นักท่องเที่ยวที่ต้องการจะล่องเรือชมทิวทัศน์เพื่อพักผ่อนหรือตกปลาน้ำจืดในทะเลสาบ ก็สามารถเช่าเรือได้ที่ร้านอาหารหรือชมรมเรือที่อยู่บริเวณที่ทำการอุทยานฯ จุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจใน อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เขาพะเนินทุ่ง เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของอุทยานฯในเขตประเทศไทยอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 50 กิโลเมตรเป็นภูเขาสูง มีบริเวณที่เป็นทุ่งหญ้ากว้าง ในระดับความสูง 960เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง บริเวณโดยรอบเป็นป่าดิบเขา มีสัตว์ป่าชุกชุม ทิวทัศน์งดงาม จากยอดเขาสามารถเห็นทะเลหมอกในช่วงฤดูฝนต่อฤดูหนาว การเดินทางต้องใช้เวลา 2 วัน พักค้างแรม 1 คืนระหว่างทาง และติดต่อขอเจ้าหน้าที่นำทาง อาหารและเต็นท์สำหรับพักค้างแรมไปเอง พะเนินทุ่งแคมป์ หรือ กม. 30 เป็นจุดชมวิวที่สามารถชมทะเลหมอกในตอนเช้าได้สวยจุดหนึ่ง และสามารถกางเต็นท์พักแรมได้ การเดินทางต้องใช้รถที่มีกำลังสูง สามารถเหมารถปิกอัพได้จากบริเวณที่ทำการอุทยานฯ เนื่องจากถนนค่อนข้างแคบ อุทยานฯ จึงได้กำหนดเวลาในการขึ้น-ลง คือ เวลาขึ้น ช่วงเช้าเวลา 05.00-09.30 น. ช่วงบ่ายเวลา 14.30-15.00 น. เวลาลง ช่วงเช้าเวลา 12.00-13.00 น. ช่วงบ่ายเวลา16.30-18.00 น. สำหรับผู้ที่ต้องการจะขึ้นเขาพะเนินทุ่งต้องติดต่อที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเพื่อขอใบอนุญาตผ่านทาง โดยเสียค่าธรรมเนียม คือ ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท รถยนต์สี่ล้อ 30 บาท รถกระบะ 40 บาท รถตู้ 50 บาท รถยนต์มากกว่าสี่ล้อ 70-80 บาท และผู้ที่ต้องการจะขึ้นเขาพะเนินทุ่ง เวลา 05.00 น. ต้องทำใบขออนุญาตล่วงหน้า 1 วัน น้ำตกทอทิพย์  อยู่ห่างจากเขาพะเนินทุ่ง 15 กิโลเมตร  สามารถเดินทางโดยรถยนต์ และเดินทางเท้าเข้าถึงตัวน้ำตกประมาณ 4 กิโลเมตร มีความสูง 9 ชั้น ชั้นที่ 5 เป็นชั้นที่สวยที่สุด แต่ละชั้นสวยงามแปลกตา สภาพโดยรอบเป็นป่าไม้ร่มรื่น ทั้งนี้การเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ลึกเข้าไปในผืนป่า ควรขอคำแนะนำและคนนำทางจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้ก่อน นอกจากนี้ ควรใช้รถยนต์ที่มีกำลังเครื่องดีเพราะเส้นทางผ่านหุบเขาลาดชัน สำหรับเส้นทางดูนก ผีเสื้อ จะเริ่มจากที่กิโลเมตรศูนย์ คือ บริเวณด่านตรวจเขาสามยอดถึงกิโลเมตรที่ 18 จะพบผีเสื้อได้ตามสองข้างทางหรือตามโป่งดินระหว่างกิโลเมตรที่ 10-12 และจุดที่นักท่องเที่ยวสามารถดูนกได้คือ บริเวณตั้งแต่อ่างเก็บน้ำห้วยสามยอด เลยด่านตรวจมาไม่ไกล ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของนกน้ำนานาชนิด ส่วนเส้นทางศึกษาธรรมชาตินั้นนับตั้งแต่กิโลเมตรที่ 18 ขึ้นไป และบริเวณกิโลเมตรที่ 18-27 อาจจะพบเห็นนกกระลิงเขียดหางหนาม ซึ่งเป็นนกที่พบในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานที่เดียวในประเทศไทย แค้มป์บ้านกร่าง เป็นจุดพักค้างแรมกางเต็นท์ สำหรับผู้สนใจดูนกและผีเสื้อเนื่องจากมีอากาศเย็นสบาย อยู่บริเวณกม.15 มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ซึ่งเป็นป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง ไม้ที่พบมากคือ ไม้ตะเคียนทอง ไม้ยาง ไม้มะค่าโมง ไม้หอมหรือไม้กฤษณา และเป็นป่าที่ชุ่มชื้นจึงมีเฟิร์น กระโถนฤาษี หนุมาน หวาย ขึ้นอย่างสมบูรณ์และยังมีสัตว์ป่ามากมายเช่น ช้างป่า กระทิง วัวแดง เก้ง กวาง หมีและสัตว์ป่าสงวน เช่น เลียงผา เก้งหม้อ สมเสร็จ และแมวลายหินอ่อน รวมทั้งผีเสื้อมากกว่า150 ชนิดให้ศึกษา โดยเฉพาะในหน้าแล้งจะเห็นฝูงผีเสื้อลงไปกินดินโป่งเป็นจำนวนมาก และประมาณเดือนกุมภาพันธ์-มิถุนายน จะสามารถพบเห็นนกหลายชนิดที่กำลังสร้างรัง  วางไข่เลี้ยงลูกอ่อน เช่น นกกก นกกาฮัง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของป่าดงดิบ บริเวณบ้านกร่างมีสถานที่น่าสนใจหลายแห่ง คือ น้ำตกปราณบุรี มี 5 ชั้น เป็นน้ำตกเล็กๆ อยู่ห่างจากที่ทำการหน่วยพิทักษ์ฯ กจ.4 ประมาณ 7 กิโลเมตร น้ำตกแม่สะเลียง มี 3 ชั้น เป็นน้ำตกสายเล็กๆ ซึ่งต้องใช้เวลาในการเดินทาง 3 วัน 2 คืน รอบๆ น้ำตกยังเป็นป่าที่สมบูรณ์ร่มรื่น ถ้ำหัวช้าง อยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์ฯ กจ.4 ไปทางทิศตะวันออก 1 กิโลเมตร ระยะทางเดินเท้าเข้าถ้ำประมาณ 200 เมตร เป็นถ้ำหินปูนภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยลักษณะคล้ายหัวกระโหลกช้าง ถ้ำเขาปะการัง อยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์ฯ กจ. 4 ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ 3 กิโลเมตร ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยสวยงาม เขาปะการัง  เป็นภูเขาหินปูนสีเทาอมน้ำเงิน มีหน้าผาให้ชมทิวทัศน์ที่สวยงาม ประกอบด้วยป่าไม้เขียวขจีและภูเขาสลับซับซ้อน อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มีบ้านพักไว้บริการนักท่องเที่ยว และมีสถานที่กางเต็นท์บริเวณอ่างเก็บน้ำ บริเวณเขาพะเนินทุ่ง และบริเวณแค้มป์บ้านกร่าง อุทยานฯ มีเต็นท์ให้เช่า สามารถติดต่อจองที่พักได้ที่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช โทร. 0 2562 0760 หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวแก่งกระจาน โทร. 0 3245 9293 การเดินทาง รถยนต์ จากกรุงเทพฯ ไปตามทางหลวงหมายเลข 35 ถึงอำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี จากนั้นใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านแยกเข้าตัวเมืองเพชรบุรี จะถึงสี่แยกท่ายาง เลี้ยวขวาเข้าอำเภอท่ายาง แล้ววิ่งไปตามถนนเลียบคลองชลประทาน ตามทางหลวงหมายเลข 3499ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร ก็จะถึงอำเภอแก่งกระจาน จากปากทางเข้าอุทยานฯ อีก 4 กิโลเมตรจะถึงที่ทำการอุทยานฯ รถโดยสารประจำทาง จะมีรถสายกรุงเทพฯ-ท่ายาง ลงที่ตลาดท่ายาง จากนั้นต่อรถสองแถวไปตลาดแก่งกระจาน และต่อรถรับจ้างหรือจักรยานยนต์ไปอีก 4 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยานฯ การนำรถขึ้นเขาพะเนินทุ่ง สำหรับรถยนต์ที่จะเดินทางไปชมทะเลหมอกเขาพะเนินทุ่งหรือใช้เส้นทางสายวังวน-น้ำตกทอทิพย์ ควรเป็นรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อหรือรถที่มีสภาพพร้อมสมบูรณ์ มีสมรรถนะดี และผู้ขับควรมีทักษะในการขับรถขึ้นที่สูงชัน หากต้องการเช่า สามารถติดต่อได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ราคาเช่าตั้งแต่ 1,000-1,800 บาท ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ต้องการเช่าไปเที่ยว โดยสารได้ประมาณ 10 คน เนื่องจากถนนค่อนข้างแคบ อุทยานฯ จึงได้กำหนดเวลาในการขึ้น-ลง คือ เวลาขึ้น ช่วงเช้า 05.00-09.30 น. ช่วงบ่าย เวลา 14.30-15.00 น. เวลาลง ช่วงเช้า 12.00-13.00 น. ช่วงบ่าย 16.30-18.00 น. สำหรับผู้ที่ต้องการจะขึ้นเขาพะเนินทุ่งต้องติดต่อที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเพื่อขอใบอนุญาตผ่านทาง โดยเสียค่าธรรมเนียม คือ ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท รถยนต์สี่ล้อ 30 บาท รถกระบะ 40 บาท รถตู้ 50 บาท รถยนต์มากกว่าสี่ล้อ 70-80 บาท และผู้ที่ต้องการจะขึ้นเขาพะเนินทุ่ง เวลา 05.00 น. ต้องทำใบขออนุญาตล่วงหน้า 1 วัน สิ่งอำนวยความสะดวก อุทยานมีบ้านพัก 18 หลัง บริเวณที่ทำการฯและริมอ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน นักท่องเที่ยวสามารถกางเต็นท์ได้บริเวณริมอ่างเก็บน้ำ ข้างที่ทำการอุทยานฯ กางเต็นท์ได้ 200 หลัง บริเวณบ้านกร่างแคมป์ (กม.15) กางเต็นท์ได้ 100 หลัง และพะเนินทุ่งแคมป์ กางเต็นท์ได้ 60 หลัง นอกจากนี้ บริเวณภายนอกอุทยานฯ มีรีสอร์ทให้บริการหลายแห่ง ทั้งในอำเภอแก่งกระจาน และอำเภอท่ายาง ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเพชร สามารถติดต่อจองบ้านพักในอุทยานฯ ได้ที่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช โทร. 0 2562 0760 หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โทร. 0 3245 9293 ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น ข้อมูลและภาพ : wiki / dnp.go.th / tlcthai.com / panoramio.com / bloggang.com เรียบเรียงโดย Travel MThai