ป่าดงดิบ

10 ที่เที่ยวในฝัน ของเมืองไทย ! Thailand Dream Destination
ททท. /  สถานที่ท่องเที่ยว / 

“สวยเหมือนฝันไป แต่เที่ยวได้จริงๆ” เมื่อททท. (การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย) เตรียมเปิดแคมเปญสุดยิ่งใหญ่ในปี 2557 โดยใช้ชื่อ Theme ว่า “Thailand Dream Destination กาลครั้งหนึ่ง..ต้องไป” คัดสรรที่เที่ยวสุดงดงาม ราวกับจุดหมายในจินตนาการ ที่จะทำให้คุณหลงรักประเทศไทยเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว จึงขอพาไปสัมผัสประสบการณ์สุดอัศจรรย์ทั้ง 10 แห่งซึ่งเชื่อว่าจะสร้างความประทับใจ และทำให้ตะลึง! ในความอลังการไปพร้อมกัน... 10 ที่เที่ยวในฝัน ของเมืองไทย ! Thailand Dream Destination พบกับ 10 เส้นทางสู่ความฝัน จาก 5 ภูมิภาคของไทย แต่ละที่ล้วนน่าสนใจ ชวนให้ไปสัมผัสอย่างยิ่ง ซึ่งแต่ละเส้นทางท่องเที่ยวในฝันจะมีที่ใดบ้าง ลองมาติดตามกันเลย! เส้นทาง ภาคเหนือ 1. อลังการสีสันแห่งผาสิริมงคล (พระธาตุผาซ่อนแก้ว จ.เพชรบูรณ์) 2. ป่าสนสลับสี (ป่าสน โครงการหลวงบ้านวัดจันทร์ อ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่) เส้นทาง ภาคอีสาน 3. ป่าห่มศรัทธา (วัดป่าภูก้อน จ.อุดรธานี) 4. เกล็ดพญานาคริมโขง (เกล็ดพญานาค อ.สังคม จ.หนองคาย) เส้นทาง ภาคกลาง / ตะวันตก 5. สะพานเมฆ (เขาช้างเผือก จ.กาญจนบุรี) 6. ทะเลหมอกใกล้กรุง (เขาพะเนินทุ่ง อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี) เส้นทาง ภาคตะวันออก 7. ถนนชล-จันท์ (ถนนเฉลิมบูรพาชลทิต จ.ชลบุรี - ระยอง - จันทบุรี - ตราด) 8. หมู่เกาะสุดแดนบูรพา (หมู่เกาะทะเลตราด จ.ตราด)     เส้นทาง ภาคใต้ 9. สระว่ายน้ำกลางทะเล (เกาะห้อง จ.กระบี่) 10. สวรรค์ของคนมีความรัก (เกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล) เส้นทางที่ 1 : วัดแก้วสารพัดนึก พระธาตุผาซ่อนแก้ว อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ “อลังการความศักดิ์สิทธิ์ โอบล้อมท่ามกลางทะเลแห่งขุนเขา” พระธาตุผาซ่อนแก้ว ถูกสร้างขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองราชย์ครบ 60 ปี ความโดดเด่นอลังการที่ไม่เหมือนใคร นอกจากทิวทัศน์สวยๆของทะเล ภูเขารายรอบ และทะเลหมอกสีขาว ก็คือสีสันสดใสอันเกิดจากการนำกระเบื้องสี ถ้วยชามเบญจรงค์ มุก ลูกปัด แก้ว แหวน เงินทอง สิ่งมีค่าต่างๆ ตลอดจนเซรามิคหลากสีสัน มาประดับประดาตกแต่งเป็นลวดลายที่สวยงาม เมื่อยามต้องแสงแดด ทั่วทั้งอาณาบริเวณจะสะท้อนประกายงดงาม ราวกับวัดบนสรวงสวรรค์ เป็นสถานที่อันสวยงามและศักดิ์สิทธิ์ ควรค่าแก่การไปเยือน คำว่า ผาซ่อนแก้ว เป็นชื่อยอดเขาที่ได้มาจากคำบอกเล่าของชาวบ้าน ซึ่งมองเห็นลูกแก้วลอยลงมาจากฟ้า ก่อนลับหายไปบริเวณถ้ำที่ยอดเขา กลายเป็นความเชื่อว่าเป็นพระบรมสารีริกธาตุเสด็จลงมา และต่อมาก็เป็นที่ตั้งของ “พุทธธรรมสถานผาซ่อนแก้ว” ก่อนจะเปลี่ยนเป็น วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว วัดแสนสวยแห่ง อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์   - วัดเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00น. – 17.00 น. - ช่วงเวลาเย็น ทั่วทั้งบริเวณวัดจะสะท้อนแสงระยิบระยับเป็นภาพที่สวยงาม - ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม หรือดูคอร์สปฏิบัติธรรมได้ที่ www.phasornkaew.org   การเดินทาง จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 21 ผ่าน จ.สระบุรี และ จ.ลพบุรี จากนั้นเลี้ยวซ้ายสู่ทางหลวงหมายเลข 12 บริเวณแยกอนุสาวรีย์พ่อขุนผาเมือง ขับตรงไปเรื่อยๆ ทางที่จะไปแยกแคมป์สน มีจุดสังเกตคือ อบต. แคมป์สนอยู่ขวามือ ขับตรงไปกลับรถ ทางเข้าวัดจะอยู่บริเวณปากทางเข้าหมู่บ้านทางแดงข้างๆ อบต. แคมป์สน เส้นทางที่ 2 : ป่าสนสลับสี โครงการหลวงวัดจันทร์ อ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่ “ในฤดูหนาว สายลมคล้ายดั่งพู่กันธรรมชาติ แต่งแต้มป่าสนให้เต็มไปด้วยสีสัน” เมื่อลมหนาวเดินทางมาถึง ป่าสนของ อ.กัลยาณิวัฒนา อำเภอลำดับ 878 ของประเทศไทย จะเริ่มผลัดใบรับฤดูหนาว เปลี่ยนสีเขียวของป่าที่ได้รับน้ำตลอดฤดูฝนให้เป็นสีสันตระการตา ไล่สีตั้งแต่เหลืองและน้ำตาลของต้นสนแดงและส้มของต้นเมเปิล ภาพที่เห็นคล้ายผืนผ้าใบไร้ขอบเขต ที่ถูกละเลงสีด้วยพู่กันธรรมชาติ และความที่แต่ละต้นมีการไล่ลำดับสีแตกต่างกัน ยิ่งทำให้ความสวยงามของเฉดสียิ่งมากขึ้นเป็นทวีคูณ สนสองใบและสนสามใบของที่นี่ เป็นป่าสนธรรมชาติผืนใหญ่ที่สุดของประเทศไทย จากหมู่บ้านที่ต้องเผชิญความลำบาก ก่อนได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงโปรดเกล้าให้พัฒนาจนกลายเป็น “โครงการหลวงหมู่บ้านวัดจันทร์” เพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของราษฏร กระทั่งกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดโรแมนติกในปัจจุบัน ไฮไลต์สำคัญคือสัมผัสความอลังการของป่าสนใหญ่ที่สุดในประเทศไทยเพลิดเพลินกับหลากสีสันของใบไม้งามตามธรรมชาติ เช่น ใบเมเปิ้ลสีแดงส้ม ที่พร้อมใจผลัดใบในช่วงเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ของทุกปี ใกล้กันมีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่หากมาเยือนในยามเช้า จะได้ยลสายหมอกแห่งความหนาวจับกลุ่มลอยฟุ้งเหนือผิวน้ำ ปกคลุมทิวสนจนกลายเป็นวิวสุดงดงาม และยังมีจักรยานให้ปั่นดื่มด่ำอากาศบริสุทธิ์, เดินศึกษาป่าสน หรือคลุกคลีไมตรีจิตจากชาวบ้านปากะญอได้ตามอัธยาศัย - ฤดูหนาวเป็นช่วงที่ป่ามีสีสันสวยงามที่สุด - ที่นี่มีเส้นทางปั่นจักรยานที่สวยมาก ใครมียกใส่รถไปได้เลย การเดินทาง จากเชียงใหม่ มุ่งหน้าสู่ อ.แม่ริม  เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1095 ที่มุ่งหน้าสู่ อ.ปาย ก่อนเข้า อ.ปาย ประมาณ 13 กิโลเมตร จะมีทางแยกซ้ายเข้าถนน หมายเลข 1265 ไปอีกประมาณ 40 กิโลเมตร ทางค่อนข้างคดเคี้ยวแต่เป็นถนนลาดยางตลอดทาง มีรถโดยสารสองแถวสีเหลือง (เชียงใหม่-สะเมิง-วัดจันทร์) ทุกวันจากสถานีขนส่งช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ หรือสามารถเลือกต่อรถจาก อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน แต่ควรตรวจสอบเวลารถก่อนเดินทาง เส้นทางที่ 3 : ป่าห่มศรัทธา วัดป่าภูก้อน อ.นายูง จ.อุดรธานี “อารามพิทักษ์ผืนป่า พลังศรัทธาแห่งสีเขียว” ศาสนสถานที่เปี่ยมไปด้วยความศรัทธา และความสวยงามของสถาปัตยกรรมของวัดป่าภูก้อนแห่งนี้ ตั้งอยู่บนเนินเขา ที่รายล้อมด้วยผืนป่าเขียวขจีกว่า 3,000 ไร่ ซึ่งจุดเริ่มต้นในการสร้างวัด คือ ความมุ่งหมายที่จะรักษาธรรมชาติของป่าอันสมบูรณ์ และแหล่งต้นน้ำลำธารอันอุดมสมบูรณ์เอาไว้จากการถูกบุกรุกทำลาย จนกลายเป็นทิวทัศน์ระดับ Unseen Thailand ภายในอุโบสถเป็นที่ประดิษฐาน “พระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี” ที่สร้างเนื่องในวโรกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ พระพุทธรูปปางไสยาสน์แนวนอนความยาวกว่า 20 เมตร ที่ใช้เวลาก่อสร้างนานกว่า 6 ปี และเต็มไปด้วยตำนานเล่าขาน ตั้งแต่การได้มาของหินอ่อนขาวบริสุทธิ์จากประเทศอิตาลี  ซึ่งนำมาใช้เป็นส่วนของเศียรพระ รวมถึงงานแกะสลักอันวิจิตรตระการตาราวกับมีชีวิต จากนั้นแวะขึ้นไปกราบนมัสการ “องค์พระปฐมรัตนบูรพาจารย์มหาเจดีย์” เจดีย์ที่ชั้นบนสุดเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ บริเวณวัดเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงาม ที่นอกจากจะเย็นใจในการได้เดินทางมาเยือนดินแดนแห่งพระพุทธศาสนา ยังเย็นตาไปกับงานก่อสร้างอันสวยงามอลังการ ร่วมสัมผัสความสุขในดินแดนพุทธศาสนาที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่น้อย จากหัวใจสีเขียว ที่เปลี่ยนป่าผืนสุดท้ายแห่งอีสานตอนบน ให้กลายเป็นวัดพิทักษ์ป่าอันเขียวขจี -  วัดป่าภูก้อนอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่านายูงและป่าน้ำโสม บนรอยต่อของ 3 จังหวัด คือ อุดรธานี เลย และ หนองคาย การเดินทางสามารถมาได้จากหลายเส้นทาง -  ถ้าอยากถ่ายภาพวัดในมุมสูง สามารถทำได้ด้วยการเดินป่าสู่จุดชมวิวบนหุบเขาด้านบน ซึ่งต้องติดต่อคนนำทางก่อน การเดินทาง จ.อุดรธานี อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 564 กิโลเมตร สามารถเดินทางได้ทั้งทาง รถยนต์ส่วนตัว รถทัวร์ รถไฟ หรือ เครื่องบิน หากใช้รถโดยสารสาธารณะ เลือกทางที่จะไป อ.นายูง ซึ่งอยู่ห่างจากวัดประมาณ 8 กิโลเมตร แล้วต่อรถรับจ้างเข้าวัดป่าภูก้อนอีกต่อหนึ่ง เส้นทางที่ 4 : เกล็ดพญานาคริมโขง อ.สังคม จ.หนองคาย “เมื่อสายน้ำลดระดับ ริ้วรอยแห่งธรรมชาติจะถูกเปิดเผย  และร่องรอยแห่งศรัทธาจะปรากฎ" อัศจรรย์ธรรมชาติแห่งลำน้ำโขง ปรากฏการณ์ธรรมชาติอันน่าอัศจรรย์ ที่เพิ่งถูกค้นพบในภาคอีสาน บริเวณริมแม่น้ำโขงเกิดริ้วทรายขนาดใหญ่ดูคล้ายลายเกล็ดพญานาคตวัดตัวโค้งเลื้อยผ่าน ถูกแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน ในท่าทราย ของหมู่บ้านปากโสม อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย จนกลายเป็นเประเด็น Talk of The Town สำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวซึ่งเฉลยแห่งรอยปริศนา แท้จริงเกิดจากลอนคลื่นในแม่น้ำโขง พัดพาเอาทรายและตะกอนมาทับถมตรงจุดนี้ เมื่อถึงช่วงน้ำลดจนเห็นทรายแห้งเผือด ลมก็จะปัดเป่าเอาโคลนออกไป เหลือไว้เพียงลวดลายงดงามที่ดูน่าค้นหาดังเช่นปัจจุบัน หากใครอยากมาชมให้เห็นกับตา ต้องมาในช่วงฤดูหนาว-ฤดูแล้ง (ช่วงน้ำลด) โดยแนะนำให้ขับรถขึ้นไปที่วัดผาตากเสื้อ และใช้กล้องส่องลงมาที่หาดทรายก็จะเห็น “ริ้วทรายเกล็ดพญานาค” ได้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ความสวยงามนี้กลับถูกซ่อนไว้ใต้ผืนน้ำ เพื่อรอเวลาอันเหมาะสมที่จะเผยโฉมในยามที่น้ำเริ่มลดลวดลายเหล่านั้นจึงค่อยปรากฏขึ้นแก่สายตา ซึ่งหากได้จากภาพมุมสูงก็จะยิ่งเห็นได้อย่างชัดเจน นับเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่ไม่ได้เห็นกันบ่อยนัก การที่ได้ฉายาว่าเมือง “นาคานคร” ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติเช่นนี้ จึงยิ่งตอกย้ำความเชื่อของผู้คนทั้ง 2 ฟากฝั่ง ให้ยิ่งแน่นแฟ้น แม้หลายสิ่งจะเป็นเพียงเรื่องเล่าเก่าแก่ แต่เมื่อผนวกความสวยงามของสถานที่ ความเชื่อและตำนานศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ยิ่งทำให้เกล็ดพญานาคริมฝั่งโขงแห่ง อ.สังคม ควรค่าที่จะไปดูให้เห็นกับตาแม้เพียงสักครั้ง - ช่วงเวลาเหมาะสมที่จะไปชม ควรไปช่วงฤดูหนาว หรือฤดูร้อน (ช่วงน้ำลด) - ถ้าอยากได้ภาพมุมกว้างที่มองเห็นทั้งเกล็ดพญานาค วิวแม่น้ำโขง และทัศนียภาพของประเทศไทยและลาว ให้ขึ้นไปจุดชมวิวบริเวณวัดผาตกเสื้อ การเดินทาง หนองคายสามารถเดินทางจากกรุงเทพฯ ได้หลายวิธี ทั้งรถประจำทาง รถไฟ หรือเลือกนั่งเครื่องบินไปลงอุดรธานีโดย อ.สังคม อยู่ห่างจาก อ.เมืองหนองคาย ประมาณ 95 กิโลเมตร ต้องต่อรถประจำทางท้องถิ่นหรือเหมารถสองแถวอีกต่อหนึ่ง เส้นทางที่ 5 : เขาช้างเผือก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี “เหมือนปลายเท้าเหยียบอยู่บนพื้น แต่ร่างกายล่องลอยอยู่บนฟ้า” เคยฝันไหม..ว่า ครั้งหนึ่งในชีวิต จะขึ้นไปบนท้องฟ้า สามารถสัมผัสและเหยียบเมฆได้? วันนี้จะเป็นความจริง เมื่อไปเยือน “เขาช้างเผือก” ยอดเขาสูงสุดกว่า 1,249 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ในอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ผืนป่าที่ยังรักษาความอุดมสมบูรณ์ไว้ได้เป็นอย่างดี สิ่งท้าทายสำหรับนักท่องเที่ยว “ใจถึง” คือ การไต่พิชิตยอดเขาช้างเผือก ด้วยระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่นิยมการผจญภัย  และมีร่างกายที่แข็งแรง เพราะต้องบากบั่นในเส้นทางลาดชัด ปีนข้ามเขาหลายลูก พร้อมเผชิญหน้า “สันคมมีด” สันหินแคบราว 1 เมตร ที่สองข้างทางเป็นผาลาด แต่รางวัลเมื่อถึงเส้นชัยช่างคุ้มค่า นั่นคือทัศนียภาพแสนงดงาม ของเขื่อนวชิราลงกรณ์ วิวฟากฝั่งประเทศพม่า รวมถึงสีครามของท้องทะเลอันดามัน คลอเคลียก้อนเมฆและสายหมอก  ที่จะทำให้คุณประทับใจจนลืมเหนื่อย! - ช่วงเวลาที่เหมาะสมไปได้ตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคม – กุมภาพันธ์ -  อุทยานฯ จำกัดนักท่องเที่ยวขึ้นไปบนยอดเขาช้างเผือก จำนวน 60 - 80 คน/วัน - ค่าบริการลูกหาบคนละ 900 บาท (จำนวนลูกหาบที่ใช้ ขึ้นอยู่กับจำนวนสัมภาระของแต่ละคณะ) - ค่าบริการเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ที่เป็นผู้นำทางคนละ 900 บาท - เปิดให้ท่องเที่ยวประมาณช่วงเดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพดินฟ้าอากาศของแต่ละปี - นักท่องเที่ยวควรมีการเตรียมความพร้อมร่างกายให้แข็งแรง ควรเตรียมหมวก เสื้อแขนยาว แว่นกันแดด ไฟฉาย ของใช้ส่วนตัว และอุปกรณ์การเดินทางที่เหมาะสม - สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ โทร 034-532-114, 081-382-0359 และททท. สำนักงานกาญจนบุรี โทร 034-512-001 , 034-512-500 การเดินทาง จากกาญจนบุรีใช้ทางหลวงหมายเลข 323 สายกาญจนบุรี-ทองผาภูมิ ถึงตลาดอำเภอทองผาภูมิ ระยะทางประมาณ 141 กิโลเมตร จากอำเภอทองผาภูมิ ใช้เส้นทางหมายเลข 3272 สายทองผาภูมิ-บ้านไร่-ปิล๊อก ถึงสามแยกบ้านไร่ให้เลี้ยวซ้ายไป จนถึงอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 24-25 เส้นทางที่ 6 : ภูลวงตา พะเนินทุ่ง อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี “ทะเลหมอกแห่งผืนป่าตะวันตก ความมหัศจรรย์ของธรรมชาติใกล้กรุงฯ” หากเอ่ยถึง “ทะเลหมอก” ส่วนใหญ่ทุกคนคงนึกถึงทะเลหมอกภาคเหนือ แต่ยังมีทะเลหมอกอีกหนึ่งแห่ง ที่ไม่ไกลมากนักจากกรุงเทพฯ คุณก็จะได้เห็นทะเลหมอกที่มีให้ชมตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นช่วงฤดูร้อน โดยไม่ต้องเดินทางไกลไปถึงภาคเหนือเพราะที่ “เขาพะเนินทุ่ง” ในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ยอดเขาสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,207 เมตร มีให้ยลโฉมตลอดทั้งปี ซึ่งเกิดจากความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าและต้นไม้ ที่พร้อมใจกันคายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา จนกลายเป็นทะเลหมอกหนาตา ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกันอย่างเต็มที่ ในช่วงเช้าจะมองเห็นกลุ่มควันแห่งความหนาวสีขาวนวลปกคลุมทั่วหุบเขา เมื่อเริ่มจางลง บริเวณเบื้องล่างจะปรากฏภาพป่าดงดิบอันแสนชุกชุม มีเทือกเขาสลับซับซ้อนกว้างไกลสุดตาอยู่ด้านหลัง โดยจุดชมทะเลหมอกจะมีอยู่ 2 แห่ง คือ จุดชมวิวกิโลเมตรที่ 30 และ 36 สำหรับช่วงที่ทะเลหมอกถูกยอมรับว่างดงาม รวมถึงมีอากาศเย็นสบายที่สุด คือตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป นอกจากนี้ยังสามารถชื่นชมดอกไม้แปลกตา และมีโอกาสพบสัตว์หายากนานาชนิดได้ตลอดเวลา เช่น นกเงือก ค้างแว่นถิ่นใต้ พญากระรอกดำ ไก่ฟ้า ไก่ป่า เป็นต้น - อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ได้กำหนดปิดพื้นที่ท่องเที่ยวในเขตอุทยานฯ ตั้งแต่บริเวณด่านสามยอด – บ้านกร่างแคมป์ – เขาพะเนินทุ่ง ในวันที่ 1 กรกฎาคม – 31 ตุลาคม และจะเปิดอีกครั้งในวันที่ 1 พฤศจิกายนของทุกปี - กำหนดเวลาขึ้น–ลงเขาพะเนินทุ่ง วันละ 2 รอบ ดังนี้  เวลาขึ้น  ช่วงเช้าเวลา 05.30- 07.30 น.   ช่วงบ่ายเวลา 13.00 – 15.00 น. เวลาลง  ช่วงเช้าเวลา 09.00 – 10.00 น.  ช่วงบ่ายเวลา 16.00 – 17.00 น. - จองพื้นที่กางเต็นท์  www.dnp.go.th - ติดต่อเช่ารถขึ้นเขาพะเนินทุ่งและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โทร. 032-459293 - สอบถามข้อมูลโรงแรม/ที่พัก นอกที่ทำการอุทยานที่ททท.สำนักงานเพชรบุรี โทร.032-471005-6 www.เที่ยวภาคกลาง.com การเดินทาง จากกรุงเทพ ใช้ทางหลวงหมายเลข 35 (ถนนพระราม 2) ผ่าน จ.สมุทรสงคราม – สมุทรสาคร ถึง แยกวังมะนาว อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ผ่านแยกเข้าตัวเมืองเพชรบุรี ถึงสามแยกท่ายาง (กม.183-184) เลี้ยวเข้าถนน 3187 ผ่าน อ.ท่ายางและเลียบคลองชลประทาน ระยะทางประมาณ 7 กม. ถึงเขื่อนเพชรใช้เส้นทาง 3499 ระยะทางประมาณ 30 กม. ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จากที่ทำการอุทยานฯ ถึงบ้านกร่างแคมป์ ระยะทาง 35 กม. และต่อไปอีก 15 กม.ถึงเขาพะเนินทุ่ง   เส้นทางที่ 7 : ถนนชล-จันท์ เส้นทางเฉลิมบูรพาชลทิต จ.ชลบุรี - ระยอง – จันทบุรี - ตราด “ชิวอารมณ์ไปกับภูเขา ท้องฟ้า และสายน้ำ ผ่านถนนเลียบทะเลที่ยาวที่สุดในประเทศไทย” ไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้ขับรถเพลินๆ ไปบนถนนที่ด้านหนึ่งเป็นภูเขาและอีกด้านเป็นทะเลเป็นแน่ ถนนที่ชมวิวได้อย่างต่อเนื่องสายนี้ มีจุดเริ่มตั้งแต่ จ.ชลบุรี ผ่าน จ.ระยอง จ.จันทบุรี ไปจนถึง จ.ตราด เป็นเส้นทางที่เรียกได้ว่ามีทัศนียภาพที่สวยงามที่สุดในภาคตะวันออก มาชวนเพื่อนครอบครัว หรือคนรัก เปิดหน้าต่างฟังเสียงคลื่น สัมผัสกลิ่นไอทะเลในอารมณ์ “Scenic Route” บน “ถนนเฉลิมบูรพาชลทิต” ไม่น่าแปลกใจที่ถูกขนานนามว่า “Scenic Route” หรือ “เส้นทางชมวิวสุดงดงาม” สำหรับถนนเฉลิมบูรพาชลทิต ที่ตั้งอยู่เลียบชายหาดทะเลจังหวัดจันทบุรี จุดเด่นคือทัศนียภาพที่สวยงาม บรรยากาศร่มรื่น มีเลนส์เฉพาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการปั่นจักรยาน โดยตลอดเส้นทางจะมีแหล่งท่องเที่ยว และสถานที่ที่น่าสนใจหลายแห่ง ซึ่งจุดเริ่มต้นของเส้นทาง “Scenic Route” สตาร์ทตั้งแต่ อ่าวคุ้งวิมาน เส้นทางคดเคี้ยวเลียบเลาะภูเขาและทะเลรูปตัวเอส (s) เมื่อขับตรงไปจะพบกับ จุดชมวิวเนินนางพญา เนินเขาเล็กๆ ที่สามารถขึ้นไปชมความอลังการของเสน่ห์ท้องทะเลอ่าวคุ้งวิมานได้ รวมถึงอีกหนึ่ง Hi-light สำคัญที่ห้ามพลาดโดยเฉพาะคู่รัก คือการนำแม่กุญแจ 2 ลูกไปล็อคคู่กัน ตามความเชื่อที่ว่าจะรักกันยืนยาวตลอดไป จากนั้นขับออกมาทางเดิมจะผ่าน ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน ซึ่งเหมาะสำหรับผู้หลงใหลในสิ่งแวดล้อม กับเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และสวยงาม - ควรตรวจสภาพรถให้พร้อมก่อนเดินทาง - ตลอดเส้นทางมีจุดแวะพักมากมาย ควรวางแผนการเดินทางและเผื่อเวลาไว้สำหรับการแวะเที่ยวชม   การเดินทาง ถนนสายนี้เริ่มตั้งแต่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ไปยังแยกทางหลวงหมายเลข 3161 (สุขุมวิท – อ่าวไข่) จ.ระยอง เลียบชายฝั่งทะเลตะวันออกไปเรื่อยๆ และสุดทางที่บ้านแหลมสิงห์ จ.จันทบุรี รวมระยะทางทั้งหมด 111 กิโลเมตร   เส้นทางที่ 8 : หมู่เกาะอินดี้ หมู่เกาะทะเลตราด “หมู่เกาะแผ่นดินตะวันออก  ที่จะเปลี่ยนวันหยุด ให้เป็นมากกว่าที่เคย” ตราด สวรรค์ของคนรักธรรมชาติ พร้อมแล้วที่จะให้คุณได้ไปสัมผัสโลกของทะเลตะวันออกที่สวยงามไม่แพ้ฝั่งอันดามันพบกับสีเขียวมรกตของท้องทะเล สีฟ้าของท้องฟ้าปนเมฆจางๆ ที่ตัดกับสีสันของชุดว่ายน้ำของนักท่องเที่ยว พร้อมเกาะน่าเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเกาะช้าง เกาะกูด เกาะหมาก เกาะกระดาน เกาะขาม ฯลฯ ให้คุณเลือกว่าอยากไปชิวที่ไหน น้ำทะเลใสราวกระจก ตัดสลับท้องฟ้าสีฟ้าคราม เพลิดเพลินกับสิ่งมีชีวิตใต้มหาสมุทร คือ เสน่ห์ทะเลฝั่งตะวันออกในจังหวัดตราด เมืองเกาะครึ่งร้อยที่หลายคนอยากมาเยือน ไล่ตั้งแต่เกาะกูด เกาะที่ The New york Times จัดให้เป็น 1 ใน 31 สถานที่ควรไปเยือน โดยเฉพาะบริเวณหาดคลองเจ้า มีหาดทรายเนียนละเอียดที่สุดบนเกาะกูด รวมถึงป่าชายเลนเขียวครึ้มทอดเป็นแนวยาวสุดสายตา จากนั้นไปเกาะหมาก เพื่อดำน้ำชมประติมากรรมช้างใต้ทะเลจากฝีมือของศิลปินแห่งชาติชื่อดัง ที่มีให้เลือกชมถึง 9 ตัว ต่อด้วยการสวมสน็อกเกิล เสื้อชูชีพ แล้วกระโดดลงไปดำผุดดำว่ายชมปะการังน้ำตื้น เห็นปลานานาชนิดว่ายไปมาอยู่รอบตัว ใต้ท้องทะเลอ่าวไทยสุดตื่นตาตื่นใจที่หมู่เกาะรัง นอกจากนี้ยังมีเกาะอื่นๆ อีกมากมาย เช่น เกาะกูด, เกาะผี, เกาะกระดาด ที่สร้างความประทับใจได้ไม่แพ้กัน ไม่เพียงแต่ท้องฟ้าและทะเล หมู่เกาะทะเลตราดยังมีกิจกรรมให้เลือกทำอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นชมฝูงปลาที่ เกาะกระดาด ดูปะการังตามแนวหินภูเขาไฟที่เกาะขาม หรือปั่นจักรยานชมวิถีชีวิตอันเรียบง่าย ดื่มด่ำความสวยงามของธรรมชาติ นั่งมองทะเลยามกลางวัน มองดวงดาวยามค่ำคืน จากนั้นเปิดหัวใจคุณได้สัมผัสความสุขที่หมู่เกาะแผ่นดินตะวันออกรอมอบให้ - เกาะหมากมีสวนยางพาราให้เที่ยวชมวิถีท้องถิ่นของชาวบ้าน และเกาะกูดมีน้ำตกให้ไปนอนเล่น - ควรดูสัญญาณโทรศัพท์ดีๆ เพราะบางแห่งจะกลายเป็นสัญญาณของประเทศกัมพูชา หากใครเปิดระบบอัตโนมัติไว้ ระวังจะเจอค่าโทรแบบ international ซึ่งมีราคาสูง - ที่เกาะช้างมีบริการ Dinner Cruise ที่นั่งเรือพายพาชมหิ่งห้อยยามค่ำ โรแมนติกมากสำหรับคู่รัก ติดต่อได้ที่ชมรมนำเที่ยวพื้นบ้านสลักคอก การเดินทาง รถส่วนตัวสามารถเลือกไปได้หลายเส้นทางสู่ จ.ตราด ทั้งทางหลวงหมายเลข 3 (สุขุมวิท) หรือ 34 (บางนา-บางปะกง) นอกจากนี้ยังมีรถโดยสารประจำทาง และสามารถต่อรถไปถึงท่าเรือได้อย่างสะดวกสบาย   เส้นทางที่ 9 : สระว่ายน้ำกลางทะเล เกาะห้อง จ.กระบี่ “ดีกว่าไหม...ถ้าสระว่ายน้ำของคุณจะล้อมรอบด้วยผืนทรายและขอบฟ้า” หากใครได้มาลอยคอไปกับความสวยใสของสระว่ายน้ำสีมรกตของเกาะห้อง ก็แทบจะลืมทุกสิ่งทุกอย่างไปได้ไม่ยาก ลากูนกลางทะเลแห่งนี้ รายล้อมด้วยผาหินปูนเรียงรายที่โอบล้อมน้ำทะเลใสแจ๋วไว้ จนเหมือนเป็นสระว่ายน้ำส่วนตัวที่ไม่มีคลอรีน มีก็แต่สระน้ำใสๆ ที่ขอบสระเป็นหาดทรายขาว แถมด้วยปลาทะเลฝูงใหญ่ที่คอยเวียนว่ายอยู่เป็นเพื่อนไม่ให้เหงา ผาชันที่ตั้งอยู่รายรอบเกาะ เสมือนผนังที่ห้อมล้อมทะเลน้ำใสไว้กึ่งกลาง จนเกาะห้อง จ.กระบี่ ถูกขนานนามอีกชื่อหนึ่งว่า อ่าวลากูนหรือทะเลใน ซึ่งถือเป็นเกาะที่มีทัศนียภาพสวยงามมาก โดยเฉพาะน้ำทะเลสีคราม จุดเด่นของเกาะห้องอยู่ที่ “อ่าวบิเละ” หาดทรายขาวละเอียดนุ่มเท้าลักษณะโค้งเป็นรูปนกบิน มีฝูงปลาน้อยใหญ่แหวกว่ายให้เห็นอยู่ทั่วไปห่างจากชายหาดลงไปในทะเลมีกัลปังหาและปะการังหลากชนิด เหมาะแก่การลงเล่นน้ำ  และถือว่าเป็นแหล่งพายเรือคายัค แหล่งดำน้ำ ดูปะการังน้ำตื้นที่สวยงาม จนครั้งหนึ่งได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 10 เกาะ ที่มีหาดน่าเที่ยวและสะอาดที่สุดในโลก! - บนเกาะมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวของอุทยานฯ มีร้านเครื่องดื่ม ขนม สุขา - ฤดูกาลท่องเที่ยวที่เหมาะสม คือ ช่วงเดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนเมษายน (ช่วงเดือน มิ.ย. – ต.ค. เป็นช่วงฤดูมรสุม ไม่เหมาะในการมาเที่ยว) การเดินทาง มีเรือเร็วที่อ่าวนาง หรือหาเรือได้ที่ท่าเทียบเรือท่าเลน และท่าเรือที่หาดนพรัตน์ธารา แต่ขอแนะนำให้ซื้อแพ็คเกจแบบครึ่งวัน หรือเต็มวันไปจะสะดวกกว่า ซึ่งส่วนมากจะรวมเรื่องอาหารและเครื่องดื่มและเกาะอื่นๆ ไว้เรียบร้อยแล้ว   เส้นทางที่ 10 : สวรรค์ของคนมีรัก เกาะหลีเป๊ะ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา จ.สตูล “ฟ้าใส ทรายขาว ทะเลสีมรกต เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว ที่จะละลายหัวใจนักเดินทาง”’ “มัลดีฟส์” ทะเลในฝันของใครหลายคนในโลก ทั้งความใสกิ๊งของน้ำทะเล บวกธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์จากปะการังรอบเกาะ มีเวิ้งอ่าวที่สวยงาม หาดทรายละเอียดนิ่มเหมือนแป้ง แต่เชื่อไหมว่าทั้งหมดนี้ก็มีอยู่ในบ้านเรา! มัลดีฟส์เมืองไทย สมญาของเกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล สวรรค์แห่งท้องทะเลอันดามัน “หลีเป๊ะ” มาจากภาษาชาวเล “อูรักลาโว้ย” แปลว่า กระดาษ เป็นภาษาของชนกลุ่มแรกที่มาตั้งถิ่นฐานที่นี่ ตั้งชื่อจากลักษณะภูมิประเทศของเกาะที่แบนราบ และมีความยาวจากหัวเกาะไปยังท้ายเกาะเพียงแค่ประมาณ 3 กิโลเมตร แต่ว่าเป็น 3 กิโลเมตร แห่งความโรแมนติก ที่จะสะกดลมหายใจของใครหลายคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากได้มากับคนรัก จูงมือกันดำน้ำที่ร่องน้ำจาบัง เป็นการดำน้ำตื้นที่สามารถชมปะการังน้ำลึกได้ แวะอ่าวลิงที่เต็มไปด้วยกองทัพปูเสฉวน ชื่นชมความงามหาดพัทยา หาดชาวเล ดูความมหัศจรรย์แห่งธรรมชาติของเกาะหินงาม แล้วแวะหาเครื่องดื่มเย็นๆ อาหารทะเลสดๆ ที่ถนนคนเดิน นั่งชมพระอาทิตย์ตกยามเย็นที่สะท้อนกับชายหาด ปิดท้ายก่อนกลับด้วยการไปลอดซุ้มประตูหินบนเกาะไข่ ซึ่งเชื่อกันว่าจะทำให้ครองคู่กันอย่างมีความสุข เท่านี้ก็ทำให้เกาะหลีเป๊ะกลายเป็นสวรรค์ของคนมีความรัก - เนื่องจากที่พักบนเกาะต้องปั่นไฟฟ้าใช้ ดังนั้นควรตรวจสอบกับที่พักแต่ละแห่งว่า เปิด-ปิด ไฟเวลาเท่าใด - อาหารบนเกาะค่อนข้างมีราคาแพงหากพกอะไรติดตัวไปได้ จะช่วยให้ประหยัดขึ้น - หาข้อมูลเพิ่มเติมจาก www.kohlipethailand.com การเดินทาง จากท่าเรือปากบารา อ.ละงู จ.สตูล มีเรือไปเกาะหลีเป๊ะทุกวัน เดินทางได้ช่วงเวลา ต.ค. ถึง พ.ค. ของทุกปี แต่ควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อน หรือเลือกนั่งเครื่องบินไปลงที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา แล้วค่อยต่อรถไป สัมผัสความอลังการทั้ง 10 เส้นทางในฝัน แล้วรู้สึกเหมือนกันไหม ว่าทำให้เรา “หลงรัก และหลงรักประเทศไทย” มากขึ้นจริงๆ... **สำหรับผู้สนใจสามารถรับคู่มือท่องเที่ยว Dream Destinations ได้ที่ปั๊มน้ำมันบางจาก และสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 26 ก.พ. – 30 เม.ย. 2557 เป็นต้นไป หรือจนกว่าของจะหมด** ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย www.tourismthailand.org/dreamdestinations สถานที่ท่องเที่ยวในฝันของไทย รวมแหล่งดอกไม้บาน

PREDATOR - คนไม่ใช่คน - 4/4
PREDATOR /  Arnold / 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ ** รหัสหนังทุกเรื่องคือ bighorror ** เวบไหนจะก๊อปหนังไปผมไม่ว่าอะไรหรอกนะครับ แต่รบกวนช่วยก๊อปชื่อลิ้งค์ที่ผมใส่เป็น AdF.ly ไปทั้งแบบนั้นเลยนะครับ ผมมีน้ำใจให้คุณแล้ว...คุณมีน้ำใจให้ผมบ้างเน่อออ ^_^ ============================================= ...(-^_^-)... ไม่รู้ว่าผมเป็นอะไร..อยู่ดี ๆ ก็นึกถึงเฮียคนเหล็ก อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ คิดถึงหนังของเค้าแต่ละเรื่อง..มันเป็นอะไรที่สุดยอดมาก ยุคนั้นต้องยกให้ อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ กับ ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน ผมว่าในยุคนี้ไม่มีดาราคนไหนเป็นไอดอลของหนัง ACTION HERO เท่าเค้าสองคนแล้ว ขนาด THE ROCK ดเวนน์ จอห์นสัน หรือ เฮียเหม่ง เจสัน สเตแธม ก็เหอะ แต่ถึงจะยังไงผมก็ชื่นชอบและน้อมคารวะพวกเค้าทุกคน เพียงแต่ความคลาสสิคและมนต์ขลังแห่งความเป็นแอ๊คชั่น ต้องยกให้ อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ กับ ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน ** ผมก็เลยนึกถึงหนังของ อาร์โนลด์ ที่ผมชอบมา 3 เรื่อง ที่จริงผมก็ชอบหนังของเค้าทั้งหมดแหล่ะ..แต่เอาแค่ 3 เรื่องก็พอ ประมาณว่าขี้เกียจว่างั้นเหอะไอ้ BIG ^o^ 555++ และเรื่องที่ 2 ก็คือ .... PREDATOR (1987) อีกหนึ่งตัวละครคลาสสิคของโลกภาพยนตร์..ผมโคตรชอบเจ้าพรีเดเตอร์มากกกก เคยซื้อโมเดลพรีเดเตอร์ หน้ากากพรีเดเตอร์ ของต่างๆที่เป็นพรีเดเตอร์มาสะสมด้วย...อิอิ++ ^,^ ============================================= ... เรื่องราวของหน่วยรบพิเศษกลุ่มหนึ่ง ที่ได้รับภารกิจช่วยเหลือตัวประกันในป่าแถบอเมริกากลาง ด้วยความสามารถและเก่งกาจของทุกคนในทีม..งานนี้ดูง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก แต่ในป่าดงดิบแห่งนั้นได้มี นักล่าหัวกระโหลกมนุษย์ เฝ้ารอพวกเขาอยู่ !!! และมันไม่ใช่นักล่าที่เป็นมนุษย์เหมือนพวกเขา แต่มันคือนักล่าจากต่างดาวที่ไม่มีใครเคยพบเจอมาก่อน !!! งานนี้หน่วยรบพิเศษจึงต้องห้ำหั่นกับนักล่าจากนอกโลก !!! ============== ตัวอย่างหนัง ============== http://youtu.be/zRu6JL5TRXE ============== ปกหนัง ============== http://upic.me/i/fm/predator.jpeg +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ .. COPY & PASTE IN YOUR BROWSER .. 1 - http://video.mthai.com/player.php?id=23M1357997215M0 2 - http://video.mthai.com/player.php?id=23M1357997159M0 3 - http://video.mthai.com/player.php?id=23M1357997179M0 4 - http://adf.ly/HELaq

เล่นมาแล้ว Dark Souls 2 เกมส์ Action-RPG ฮาร์ดคอร์ช่วงเบต้า
Dark Souls /  Dark Souls 2

เกมส์ Dark Souls 2 ช่วงทดสอบเกมส์บน PlayStation 3 ทดลองเล่นมาแล้ว เกมส์ Dark Souls 2 เป็นเกมส์ Action-RPG ฮาร์ดคอร์จาก From Software ผู้พัฒนาเกมส์จากประเทศญี่ปุ่น โดยเวอร์ชั่นทดสอบที่เปิดให้ทดลองเล่นนั้น จะเป็นฉากป่าดงดิบและมีปราสาทที่เป็นซากปรักหักพังเป็นฉากหลังของเกมส์ เกมส์นี้เริ่มจากให้ผู้เล่นเลือกสายอาชีพ Soldier, Hunter, Dual Swordsman, Temple Knight, Warrior และ Sorcerer ซึ่งบรรจุอาชีพเกมส์ที่กระชับมากขึ้น และระบุชัดเจนมากขึ้น เมื่อเริ่มต้นการเล่น ผู้เล่นจะได้เรียนรู้การบังคับและการต่อสู้ที่กระชับรวดเร็วเพียง 2-3 นาที ผู้เล่นจะได้ต่อสู้กับศัตรูที่มีระดับง่ายๆ และเมื่อเดินทางไปอีกพื้นที่หนึ่ง ผู้เล่นจะได้ปะทะกับศัตรูที่ใหญ่กว่าตัวอีกนิดและมีพลังโจมตีที่รุนแรง หรือศัตรูที่มาเป็นกลุ่มและทำการรุมผู้เล่นที่ถึงกับล้มเพียง 2-3 ครั้ง โดยจำเป็นต้องอาศัยทักษะการเล่นด้วยการกะจังหวะหลบหลีกและโจมตีศัตรูด้วย ในระหว่างเดินทาง นอกจากจะต้องรับมือกับศัตรูที่สุดยากแล้ว ยังต้องสังเกตเหล่าศัตรูที่คอยพรางตัวจากแวดล้อมและซุ่มโจมตีผู้เล่นด้วย ยิ่งไปกว่านั้น จากการปะทะกับบอสเกมส์ มีอยู่ 2 สถานที่ ได้แก่เหล่านักเวทย์โครงกระูดูกทั้ง 3 ตัว พร้อมปล่อยเวทย์มนต์และเตรียมรุมทึ้งผู้เล่นทุกเมื่อ ซึ่งต้องอาศัยจังหวะการเล่นขั้นสูงในการโจมตี กับอัศวินกระดูกยักษ์ที่มีม้าเป็นพาหนะ คอยหลบหลีกจากการวิ่งเข้าชน พร้อมกับต่อสู้กับกองทัพโครงกระดูกที่แห่เข้ามาอีก จากการเล่นของเกมส์ Dark Souls 2 ไม่แนะนำให้ต่อสู้กับศัตรูพร้อมๆกัน เพราะต้องคำนึงถึงค่า Stamina หรือค่าความเหนื่อยของตัวละคร โดยการโจมตีหรือการวิ่งหลบหลีกจะคิดค่าดังกล่าวทุกครั้ง และเมื่อเกจหมดลง ผู้เล่นจะไม่สามารถโจมตีหรือหลบหลีกได้ชั่วขณะ อาจทำให้เปิดทางให้ศัตรูเข้ามาโจมตีได้ ผู้เล่นเองจะต้องบริหารจำนวนศัตรูและการต่อสู้อย่างชาญฉลาดด้วย และหากผู้เล่นถูกโจมตีเสียชีวิต ระบบจะทำการย้อนกลับไปยัง Checkpoint ที่เป็นกองไฟใหม่ และการกลับไปเล่นใหม่ทั้งๆที่ฝ่าฟันความยาก ก็เป็นสิ่งที่กวนใจที่ต้องกลับไปเล่นใหม่อีกครั้ง ทั้งนี้ หากศัตรูตัวใดที่ล้มยากและมีความแข็งแกร่งมากเท่าไร ผู้เล่นก็จะได้รับแต้มวิญญาณเพื่อเพิ่มเลเวลและค่าสถานะตัวละครด้วยการเดินทางไปยังกองไฟตามพื้นที่ต่างๆ และเป็นจุด Checkpoint เพื่อระงับอารมณ์และปล่อยอารมณ์จากการที่เล่นพลาดจนตายซ้ำแล้วซ้ำอีกหลายต่อหลายครั้ง เกมส์ Dark Souls 2 ยังมีโหมดออนไลน์อย่าง Co-Op ที่หาผู้เล่นเพื่อร่วมผจญภัยต่อสู้กับศัตรูและบอสเกมส์ ด้วยการสลักสัญลักษณ์ในเกมส์จากการใช้ไอเทมและร่างดังกล่าวจะต้องกลายเป็นมนุษย์ขึ้นมาก่อน (ในกรณีถูกโจมตีตายไปหนึ่งครึ่ง ร่างของตัวละครจะเป็นซอมบี้) ซึ่งการร่วมมือระหว่างผู้เล่นถือว่าลดระดับความยากของเกมส์ไปได้มาก อีกทั้งมีโหมด PvP ที่สามารถรุกรานผู้เล่นคนอื่นๆบนโลกออนไลน์ และวัดประลองกำลังเพื่อล่าแต้มวิญญาณของฝ่ายตรงข้ามให้ได้ ด้านกราฟิกเกมส์ Dark Souls 2 มีความเทียบเท่ากับกราฟิกเกมส์ภาคแรก แต่มุ่งเน้นเรื่องออกแบบฉากเกมส์ให้ดูทมึฬ สร้างจุดเด่นได้ได้จดจำมากขึ้น นอกจากนี้ ยังพัฒนาเรื่องเฟรมเรตเกมส์ให้อยู่ระดับมาตฐานที่ 30 เฟรมต่อวินาทีอีกด้วย รวมถึงปรับปรุงเรื่องอินเตอร์เฟสเกมส์ดูเรียบง่ายและเลือกใช้งานได้อย่างสะดวก เกมส์ Dark Souls 2 วางขายวันที่ 11 มีนาคม 2014 บน PC, Xbox 360 และ PlayStation 3

จังหวัดนครพนม
คำขวัญประจำจังหวัด /  ที่ตั้ง / 

                           จังหวัดนครพนม                นครพนม เป็นจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน นับเป็นเมืองชายแดนที่มีความอุดมสมบูรณ์ ความสวยงามของทิวทัศน์ และมีความหลากหลายของวัฒนธรรมและชาติพันธุ์ รวมทั้งประวัติศาสตร์ที่ยาวนานไม่แพ้จังหวัดอื่น ๆ มีพระธาตุพนมเป็นปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมือง พื้นที่ชายแดนด้านเหนือและตะวันออกของนครพนมติดกับแม่น้ำโขงโดยตลอด ตั้งแต่อำเภอบ้านแพงลงมาจนถึงอำเภอธาตุพนม สามารถเดินทางข้ามฝั่งโขงไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวได้หลายจุด   คำขวัญประจำจังหวัด: พระธาตุพนมค่าล้ำ วัฒนธรรมหลากหลาย เรณูผู้ไท เรือไฟโสภา งามตาฝั่งโขง     ที่ตั้ง จังหวัดนครพนมมีพื้นที่ประมาณ ๕,๕๑๒.๖๖๘ ตารางกิโลเมตร ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ ๗๔๐ กิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น ๑๑ อำเภอ ๑ กิ่งอำเภอ คือ อำเภอเมืองนครพนม ธาตุพนม นาแก ท่าอุเทน เรณูนคร บ้านแพง ปลาปาก ศรีสงคราม นาหว้า โพนสวรรค์ นาทม และกิ่งอำเภอวังยาง   สถานที่ท่องเที่ยวฮิตในนครพนม    พระธาตุพนม              ประดิษฐาน ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ผลจากการขุดค้นทางโบราณคดีลงความเห็นว่าพระธาตุพนมสร้างขึ้นระหว่าง พ.ศ. ๑๒๐๐–๑๔๐๐ ตามตำนานกล่าวว่าผู้สร้างคือ พระมหากัสสปะ พระอรหันต์ ๕๐๐ องค์ และท้าวพระยาเมืองต่าง ๆ ภายในองค์พระธาตุบรรจุพระอุรังคธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้ ลักษณะของสถาปัตยกรรมมีแหล่งที่มาที่เดียวกันกับปราสาทของขอม และได้ทำการบูรณะเรื่อยมา ในปี พ.ศ. ๒๔๘๕ ได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นเอกขึ้นเป็น“วรมหาวิหาร”              พระธาตุพนมไม่เพียงแต่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวนครพนมเท่านั้น พระธาตุพนมยังเป็นที่เคารพของชาวไทยภาคอื่น ๆ และชาวลาวอีกด้วย ว่ากันว่าถ้าใครได้มานมัสการพระธาตุครบ ๗ ครั้ง จะถือว่าเป็น“ลูกพระธาตุ” เป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและจะมีความเจริญรุ่งเรือง หรือแม้แต่การได้มากราบพระธาตุพนม ๑ ครั้ง ก็ถือเป็นมงคลแก่ชีวิตแล้ว             ในวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๑๘ เวลา ๑๙.๓๘ น. พระธาตุพนมได้ล้มทลายลงทั้งองค์ เนื่องจากความเก่าแก่ขององค์พระธาตุพนมและประจวบกับระหว่างนั้นฝนตกพายุพัดแรงติดต่อกันมาหลายวัน ประชาชนทั้งประเทศได้ร่วมบริจาคทุนทรัพย์และรัฐบาลได้ก่อสร้างองค์พระธาตุขึ้นใหม่ตามแบบเดิม การก่อสร้างนี้เสร็จสิ้นเมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๒๒ นอกจากพระบรมสารีริกธาตุที่บรรจุในองค์พระธาตุแล้ว ยังมีของมีค่ามากมายนับหมื่นชิ้น โดยเฉพาะฉัตรทองคำบนยอดพระธาตุเป็นฉัตรทองคำที่มีนน้ำหนักถึง ๑๑๐ กิโลกัม ปัจจุบันองค์พระธาตุมีฐานกว้างด้านละ ๑๒.๓๓ เมตร สูง ๕๓.๖๐ เมตร เป็นเจดีย์ทรงสี่เหลี่ยมสูงแลดูสง่างาม งานนมัสการองค์พระธาตุเริ่มตั้งแต่วันขึ้น ๑๐ ค่ำ เดือน ๓ ถึงวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๓ ของทุกปี การเดินทาง ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๕๓ กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข ๒๑๒ หรือจากสถานีขนส่งในอำเภอเมือง มีรถปรับอากาศและรถธรรมดาไปยังพระธาตุฯ   พระธาตุเรณู             ประดิษฐานอยู่วัดธาตุเรณู ณ บ้านเรณูนคร องค์พระธาตุจำลองมาจากองค์พระธาตุพนมองค์เดิม แต่มีขนาดเล็กกว่า สร้างเมื่อปี พ. ศ. ๒๔๖๑ โดยพระอุปัชฌาย์อินภูมิโย สูง ๓๕ เมตร กว้าง ๘.๓๗ เมตร มีซุ้มประตู ๔ ด้าน ภายในเป็นโพรงบรรจุพระไตรปิฎก พระพุทธรูปทองคำ พระพุทธรูปเงิน ของมีค่า และเครื่องกกุธภัณฑ์ของพระยาและเจ้าเมือง นอกจากนี้ภายในโบสถ์ยังประดิษฐานพระองค์แสน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปทองคำศิลปะแบบลาว ปางสมาธิ พระคู่บ้านของอำเภอเรณูนคร มีพุทธลักษณะสวยงามมาก การเดินทาง จากสถานีขนส่ง ยังไม่มีรถจากอำเภอเมืองฯ ไปอำเภอเรณูนครโดยตรง ต้องขึ้นรถสายที่ไปวัดพระธาตุพนม และลงตรงแยกบ้านหลักศิลา จากนั้นเหมารถสกายแล็ปหรือมอเตอร์ไซต์รับจ้างเข้าไปที่วัด ระยะทางประมาณ ๗ กิโลเมตร วัดพระธาตุมหาชัย              ประดิษฐานอยู่บ้านมหาชัย ตำบลมหาชัย องค์พระธาตุสูง ๓๗ เมตร เป็นปูชนียสถานที่สำคัญยิ่งแห่งหนึ่ง เพราะเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันต์สารีริกธาตุ ภายในพระอุโบสถนอกจากพระประธานคือ พระพุทธไชยสิทธิ์แล้วยังมีพระพุทธรูปปางห้ามญาติสลักจากไม้ต้นสะเดาหวานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และภาพเขียนบนฝาผนังอุโบสถแสดงพุทธประวัติ มีลวดลายศิลปกรรมที่งดงามมากในภาคอีสาน             พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ที่พระธาตุมหาชัย เมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๘ ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ซึ่งเป็นวันวิสาขบูชา และที่วัดนี้ยังเป็นที่จำพรรษาของพระสุนทรธรรมากร (หลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ) พระเกจิอาจารย์สายวิปัสนาที่สำคัญองค์หนึ่ง ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาวนครพนมและชาวอีสานทั่วไป การเดินทาง ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๓๙ กิโลเมตร ตามเส้นทางนครพนม-สกลนคร ทางหลวงหมายเลข ๒๒ (กิโลเมตรที่ ๒๐๑-๒๐๒ เลี้ยวซ้ายเข้าวัดอีก ๒ กิโลเมตร   อุทยานแห่งชาติภูลังกา               อุทยานแห่งชาติภูลังกาครอบคลุมพื้นที่อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม และอำเภอเซกา จังหวัดหนองคาย มีเนื้อที่ประมาณ ๓๑,๒๕๐ ไร่ หรือประมาณ ๕๐ ตารางกิโลเมตร ลักษณะเป็นภูเขาทับซ้อนกัน ๓ ลูก สลับด้วยเทือกเขาขนาดเล็กสลับซับซ้อนทอดยาวตามแนวลำน้ำโขง สภาพโดยทั่วไปเป็นป่าดงดิบ ป่าเบญจพรรณและป่าแดงที่สมบูรณ์มีสัตว์ป่าชุกชุม เป็นต้นกำเนิดของน้ำตก และลำธารใหญ่น้อยหลายสาย การเดินทาง จากตัวเมืองนครพนมใช้เส้นทางนครพนม-บ้านแพง ทางหลวงหมายเลข ๒๑๒ ระยะทางประมาณ ๑๐๕ กิโลเมตร และเลี้ยวซ้ายบริเวณกิโลเมตรที่ ๒๒๐ ห่างจากตัวอำเภอบ้านแพงประมาณ ๖ กิโลเมตร สถานที่น่าสนใจภายในอุทยานฯ น้ำตกตาดขามเป็นน้ำตกที่ไหลเป็นชั้น ๆ จำนวน ๔ ชั้น เฉพาะชั้นสุดท้ายจะมีแอ่งน้ำขังตลอดปี สภาพโดยรอบร่มรื่น และมีลานหินเล็ก ๆ เหมาะสำหรับพักผ่อน น้ำตกตาดโพธิ์กำเนิดจากเทือกเขาภูลังกา น้ำตกมีลักษณะสวยงามไม่น้อยกว่าน้ำตกตาดขาม เป็นน้ำตกที่ไหลเป็นชั้นจำนวน ๔ ชั้น แต่ละชั้นสูงไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร ชั้นที่ ๒ สูงถึง ๓๐ เมตร การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข ๒๑๒ จากนครพนมแล้วเลี้ยวซ้ายบริเวณกิโลเมตรที่ ๒๑๔ เข้าไปประมาณ ๓ กิโลเมตร ห่างจากน้ำตกตาดขาม ประมาณ ๔ กิโลเมตร   วัดมหาธาตุ              ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมือง ริมถนนสุนทรวิจิตร เลียบเขื่อนหน้าเมืองนครพนม วัดมหาธาตุสร้างในปี พ. ศ. ๑๑๕๐ โดยพระยามหาอำมาตย์ (ป้อม) แม่ทัพใหญ่ที่มาจากเวียงจันทน์ มีพระธาตุนครลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้างประมาณ ๕.๘๕ เมตร สูงประมาณ ๒๔ เมตร เป็นปูชนียสถานสำคัญ และยังมีโบสถ์เก่าแก่สวยงามมาก   วัดโอกาสศรีบัวบาน               ตั้งอยู่ริมฝั่งโขงเขตเทศบาลเมืองนครพนม เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองมาแต่โบราณ บริเวณกลางวัดจะมีหอประดิษฐานพระติ้วกับพระเทียมอยู่คู่กัน พระติ้วจะประทับอยู่ด้านขวาของพระเทียม พระติ้วเป็นพระพุทธรูปปางเพชรมารวิชัย ทำด้วยไม้ติ้วบุทองคำ ขนาดหน้าตักกว้าง ๓๐ เซนติเมตร สูง ๖๐ เซนติเมตร สร้างโดยเจ้าผู้ครองนครศรีโคตรบูร เมื่อพ.ศ. ๑๓๒๘ ส่วนพระเทียมมีลักษณะและขนาดเดียวกับพระติ้ว สร้างในสมัยพระเจ้าขัติยวงศา และมีการสมโภชให้พระติ้ว พระเทียม เป็นพระคู่บ้านคู่เมืองสืบมาจนถึงปัจจุบัน   วัดศรีเทพประดิษฐาราม               ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมือง ถนนศรีเทพ เยื้องโรงเรียนชุมชนเทศบาล ๓ สร้างขึ้นเมื่อ พ. ศ. ๒๔๐๒ ภายในโบสถ์มีจิตรกรรมฝาผนังรูปพุทธประวัติที่สวยงาม และยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญ คือ พระแสง ตำนานเล่าว่าสร้างขึ้นพร้อมกับพระสุกและหลวงพ่อพระใส (วัดโพธิ์ชัย จังหวัดหนองคาย) ข้างๆโบสถ์มีเจดีย์บรรจุอัฐิของหลวงปู่จันทร์ (พระเทพสิทธาจารย์) พระเกจิอาจารย์ที่ชาวนครพนมเคารพนับถือ ส่วนรูปปั้นนั้นจะอยู่ในตึกเทพสิทธาราม และที่น่าชมอีกอย่างหนึ่งคือ อาคารที่สร้างขึ้นใน พ. ศ. ๒๔๖๔ ซึ่งได้รับรางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมในด้านปูชนียสถานและวัดวาอาราม จากสมาคมสถาปนิกสยามฯ   การเดินทาง    รถยนต์ จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข ๑ ถนนพหลโยธิน ถึงสระบุรี บริเวณกิโลเมตรที่ ๑๐๗ แยกเข้าทางหลวงหมายเลข ๒ ถนนมิตรภาพ ผ่านจังหวัดนครราชสีมา ถึงอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น แยกเข้าทางหลวงหมายเลข ๒๓ ผ่านจังหวัดมหาสารคาม ทางหลวงหมายเลข ๒๑๓ แล้วแยกขวาเข้าสู่จังหวัดกาฬสินธุ์และผ่านจังหวัดสกลนคร ตรงเข้าสู่จังหวัดนครพนม ตามทางหลวงหมายเลข ๒๒ รวมระยะทางประมาณ ๗๔๐ กิโลเมตร   รถโดยสารประจำทาง บริษัท ขนส่ง จำกัด เปิดบริการเดินทางระหว่างกรุงเทพฯ-นครพนม มีทั้งรถโดยสารธรรมดา และรถโดยสารปรับอากาศ ออกจากสถานีขนส่งหมอชิต ๒ ทุกวัน สอบถามรายละเอียดที่ โทร. ๐ ๒๙๓๖ ๒๘๕๒-๖๖ นครพนม โทร. ๐ ๔๒๕๑ ๑๔๐๓ สำหรับบริษัทเอกชนติดต่อ บริษัท แสงประทีปเดินรถ จำกัด โทร. ๐ ๔๒๕๒ ๐๔๑๑ บริษัท ชัยสิทธิ์ จำกัด โทร. ๐ ๔๒๕๒ ๐๕๖๑ และบริษัทเชิดชัยทัวร์ จำกัด โทร. ๐ ๖๒๒๕ ๖๐๖๓, ๐ ๔๒๕๑ ๒๐๙๘   เครื่องบิน บริษัท พี บี แอร์ จำกัด เปิดบริการเที่ยวบินไปจังหวัดนครพนมทุกวัน สอบ-ถามรายละเอียดโทร. ๐ ๔๒๕๘ ๗๒๐๗ กรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๕๓๕ ๔๘๔๓-๔ หรือสามารถสำรองที่นั่งได้ที่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) โทร. ๑๕๖๖, ๐ ๒๒๘๐ ๐๐๖๐, ๐ ๒๖๒๘ ๒๐๐๐www.thaiairways.com   เทศกาลและงานประเพณี   งานนมัสการพระธาตุพนม              กำหนดจัดขึ้นในวันขึ้น ๑๐ ค่ำถึงวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๓ ของทุกปี ซึ่งถือเป็นงานประเพณีที่ยิ่งใหญ่และสำคัญยิ่งงานหนึ่งของชาวนครพนมและจังหวัดใกล้เคียง   งานประเพณีไหลเรือไฟนครพนม (เฮือไฟ)              จัดขึ้นในวันออกพรรษา คือวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ และวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ของทุกปี บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด ริมแม่น้ำโขงบริเวณเขตเทศบาลการไหลเรือไฟถือเป็นการบูชาพระพุทธเจ้าในวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงมาจากเทวโลก หลังจากที่พระพุทธองค์ได้เสด็จขึ้นไปจำพรรษาที่ดาวดึงษ ์เพื่อแสดงพระธรรมเทศนาโปรดพระพุทธมารดา ครั้นเมื่อออกพรรษา แล้วพระพุทธเจ้าก็เสด็จลงมาสู่มนุษย์โลก โดยบันไดทิพย์ทั้ง ๓ วันนี้เรียกว่า “วันพระเจ้าโปรดโลก” พระองค์เสด็จมา ณ เมืองสังกัสสะ สถานที่นั้นเรียกว่า “อจลเจดีย์” (อ่านว่า อะ-จะ-ละ-เจ-ดี) ทวยเทพทั้งหลายส่งเสด็จ มวลมนุษย์ทั้งหลายรับเสด็จด้วยเครื่องสักการะบูชามโหฬาร การไหลเรือไฟก็คือการสักการะบูชาอย่างหนี่งในวันนั้น และได้ทำเป็นประเพณีสืบทอดกันมาจนถึงทุกวันนี้ นอกจากนี้ยังมีตำนานการไหลเรือไฟ ที่แตกต่างกันก็ถือว่าทำให้ได้รับอานิสงฆ์เหมือนกัน เดิมเรือไฟทำด้วยท่อนกล้วยหรือไม้ไผ่ต่อเป็นลำเรือยาวประมาณ ๕-๖ วา ข้างในบรรจุ ไว้ด้วยขนม ข้าวต้มมัด หรือสิ่งของที่ต้องการบริจาคทาน ข้างนอกเรือมีดอกไม้ ธูป เทียน ตะเกียง ขี้ไต้สำหรับจุดให้สว่างไสวก่อนจะปล่อยเรือไฟ ปัจจุบันมีการจัดทำเรือไฟเป็นรูปแบบต่าง ๆ ที่ขนาดใหญ่โตขึ้น มีวิธีการประดับตกแต่งให้วิจิตรตระการตามากยิ่งขึ้น เมื่อปล่อยเรือไฟเหล่านี้ ลงกลางลำน้ำโขง ภายหลังการจุดไฟให้ลุกโชติช่วงจะเป็นภาพที่งดงามประทับใจผู้พบเห็นไปตราบนานเท่านาน เนื่องจากไม่มีที่ไหน ๆ ในประเทศไทยจะยิ่งใหญ่เหมือนที่จังหวัดนครพนม   ประเพณีแสกเต้นสาก              เป็นประเพณีของชนเผ่าแสกที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านอาจสามารถ ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองนครพนมประมาณ ๔ กิโลเมตร ประเพณีแสกเต้นสาก เป็นการเต้นบวงสรวงเจ้าที่จะเต้นสากเป็นประจำทุกปี ในเดือน ๓ ขึ้น ๓ ค่ำ การแสกเต้นสากนอกเทศกาลจะต้องทำพิธีขอขมาก่อน ของที่ใช้ ได้แก่ หัวหมู เงิน ๒๐ บาท และเหล้า ซึ่งจะทำพิธีที่ศาลเจ้าประจำหมู่บ้านโดยการเสี่ยงทายไม้สี ถ้าได้สีเดียวกันแสดงว่าเจ้าไม่อนุญาต การเต้น“แสกเต้นสาก” ใช้ไม้สีแดงสลับขาวเรียก“สาก” นำด้วยเสียงกลองจังหวะเร็ว ผู้เต้นจะซอยเท้าถี่ๆลงไปตามจังหวะ การกระทบไม้ คล้ายการเต้นลาวกระทบไม้แต่จะเร็วกว่ามาก   ประเพณีโส้ทั้งบั้ง              เป็นประเพณีของพวกโซ่ (โส้) การเต้นโส้ทั้งบั้งนี้เป็นการรำในงานศพเพื่อที่จะส่งวิญญาณผู้ตายให้ไปสู่สุคติ การเต้นรำมีทั้งชายและหญิง พวกโซ่เป็นชนเผ่าข่าพวกหนึ่ง ลักษณะผิวคล้ำ มีภาษาเป็นของตนเอง ภาษาที่ใช้คล้ายภาษามอญปนเขมร หมู่บ้านชาวโส้นี้ตั้งอยู่ที่บริเวณอำเภอท่าอุเทน อำเภอนาแก และอำเภอศรีสงคราม  

ตระเวนท่องไพร ตามหาเสน่ห์ฝนพรำ สัมผัสกลิ่นไอป่าเขา ณ อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย
สุโขทัย /  อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย

เมื่อย่างเข้าหน้าฝน พื้นดินชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำ พืชพรรณต่างๆ ทั้งเล็กทั้งใหญ่ก็แข่งกันเจริญงอกงาม ผลิยอด แตกใบต้อนรับฤดูฝน ความสดชื่น สดใสของต้นไม้ใบหญ้าที่เขียวชะอุ่ม ก็คืนกลับมาสู่ผืนป่า ธารน้ำที่เคยไหลเอื่อยๆ ดุจจะพักตัวในฤดูร้อน ก็เริ่มเริงร่ามีชีวิต ส่งเสียงซัดซ่าไปทั่วบริเวณ และนี่คือเสน่ห์ แห่งป่าหน้าฝน นางสุมิตรา ศรีสมบัติ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย กล่าวว่า “เรามักจะรู้จักจังหวัดสุโขทัยในมุมของเมืองประวัติศาสตร์ ราชธานีแห่งแรกของประเทศไทยแต่ในความเป็นจริงแล้ว สุโขทัยยังมีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่สมบูรณ์สวยงามรอให้พวกเราไปสัมผัส ค้นหาเสน่ห์และความมหัศจรรย์แห่งผืนป่าเมืองเหนือ อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย ป่าดิบเขาที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพรรณ ป่าไม้ และสัตว์ป่านาๆ ชนิด เหมาะแก่การท่องเที่ยวพักผ่อน สัมผัสไอดิน และกลิ่นป่าสำหรับผู้รักธรรมชาติและหลงในมนต์เสน่ห์ของป่าหน้าฝน” อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัยหรือป่าคา ห้องเรียนธรรมชาติขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 319 ตารางกิโลเมตร ของอำเภอศรีสัชนาลัย อำเภอทุ่งเสลี่ยมจังหวัดสุโขทัย และบางส่วนของแนวเขา ต่อเนื่องในอำเภอเถิน จังหวัดลำปาง ความมหัศจรรย์ของผืนป่าที่โอบล้อมด้วยเทือกเขาติดต่อกัน เป็นแนวยาวมีสภาพอากาศที่ใกล้เคียงกับผืนป่าเมืองเหนือ อุดมไปด้วยไม้ป่านานาชนิด น้อยใหญ่ที่ช่วยกันโอบอุ้มความชุ่มชื้นให้กับผืนดินก่อกำเนิดเป็นป่าต้นน้ำ ห้วยลำธารหลายสายไหลลงสู่แม่น้ำยม ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าดิบเขา อุดมด้วยไม้ป่านาๆพันธุ์ เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า หลายชนิดรวมทั้งสัตว์ป่าหายาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงมีพระราชประสงค์ ที่จะสงวนป่าบริเวณ นี้ไว้เพื่อรักษาสภาพป่าอันเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร ทรัพยากรธรรมชาติที่มีค่าและสวยงามให้เป็นมรดก ของชาติ อีกทั้งเพื่อให้ราษฎรในแถบนี้และใกล้เคียงได้รับความสมบูรณ์จากน้ำ ที่เกิดจากพื้นที่ต้นน้ำลำธาร ในพื้นที่ป่าแห่งนี้ ความงดงามของอุทยานฯ อยู่ที่ความหลากหลายทางธรรมชาติที่รอนักท่องเที่ยวมาสัมผัสไม่ว่าจะเป็น น้ำตก  ความสมบูรณ์ของลำน้ำ ถ้ำหินงอกหินย้อย รวมไปถึงเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ที่จะทำให้ผู้มาเยือนได้ใกล้ชิดกับผืนป่าเห็นความสัมพันธ์เชื่อมโยงของการพึ่งพาอาศัยกันในระบบนิเวศ ทำให้เกิดความเข้าใจและรักษาป่าไม้ให้มีความยั่งยืนสืบไป เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติชมตะวัน เป็นเส้นทางที่อยู่บนไหลเขา มีความลาดชันปานกลาง ผ่านร่องน้ำ ในบางช่วง ตลอดเส้นทางเป็นป่าเบญจพรรณ นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของอุทยานฯ และ ระหว่างเส้นทางนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสไอแดดยามเช้าชมความงามพระอาทิตย์โดยใช้เวลาในการเดิน 2-3 ชั่วโมง เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติห้วยแม่ท่าแพ ลักษณะของเส้นทางเป็นเส้นทางที่ ต้องเดินวนกลับระหว่างทางเดินสามารถพบกับสัตว์ป่าหายากได้ เช่น ผีเสื้อ เก้ง หมูป่า กระรอก ลักษณะของป่า เป็นป่าดงดิบแล้งผสมกับป่าเบญจพรรณที่ยังความอุดมสมบูรณ์ ใช้เวลาในการเดินทาง 1 ชั่วโมง เป็นระยะทาง 2 กิโลเมตร โดยตลอดเส้นทางนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสความงามของธรรมชาติ ท่ามกลางป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็น น้ำตกตาดดาว ที่มีต้นกำเนิดจากห้วยแม่ท่าแพ ตกผ่านหน้าผา สูงประมาณ 50 เมตร มีถึง 3 ชั้น เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่สวยงามมาก ลักษณะของธารน้ำตกจะแยกเป็น 2 สาย ไหลลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง ในช่วงฤดูที่มีน้ำมาก ละอองของน้ำตกจะฟุ้งกระจายไปทั่ว สะท้อนแสงแดดเกิดเป็นสายรุ้งงดงาม น้ำตก แห่งนี้ อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ประมาณ 4 กิโลเมตร เป็นเส้นทางเดินเลียบลำห้วย แม้ว่า การเดินทางจะค่อนข้างไกลสำหรับการเดินเท้า แต่ระหว่างทางนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสธรรมชาติอย่าง เต็มอิ่ม มีทั้งลำธารใสเย็นมีน้ำไหลตลอดทั้งปี ตลอดจนทิวทัศน์ของหุบเขาที่โอบล้อมอยู่ทุกช่วงเวลา นอกจากนั้นยังมี น้ำตกตาดเดือน น้ำตกที่เกิดจากลำห้วยแม่ท่าแพสูงประมาณ 10 เมตร เป็นลานหินกว้าง และแอ่งน้ำเหมาะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ สามารถลงไปเล่นน้ำได้ห่างจาก ที่ทำการอุทยานฯ เพียง 300  เมตร ต่อด้วยความมหัศจรรย์ของ ถ้ำธาราวสันต์ ถ้ำหินปูนขนาดกลาง จากปากถ้ำต้องไต่เขาลงไป ในถ้ำตามซอกหิน มีอุโมงค์ทางเดินที่เป็นผนังหินของภูเขาสองลูกมาชนกัน ผ่านอุโมงค์ที่คล้ายธารน้ำไหล ภายในถ้ำจะได้สัมผัสกับความงามของหินงอก หินย้อยที่ส่องประกายระยิบระยับ นอกจากนั้นยังมีค้างคาว อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก บริเวณโดยรอบจะพบสัตว์ป่าได้ทั่วไปเช่น จันทน์ผา เลียงผา เป็นต้น โดยห่างจาก ที่ทำการอุทยานแห่งชาติ 1.5 กิโลเมตร นอกจากการเดินป่าสัมผัสความเร้นลับของธรรมชาติแล้ว อุทยานยังมีจุดกางเต็นท์หรือบ้านพัก ของอุทยานให้พักซึ่งเงียบสงบ ร่มรื่นล้อมรอบไปด้วยขุนเขาสัมผัสอากาศบริสุทธิ์ สัมผัสกลิ่นไอป่าเขา เสพบรรยากาศยามฝนโปรยปราย ต้นไม้นานาชนิดอากาศเย็นสบายเกือบตลอดปี รอให้คุณมาทิ้งตัวเอนกายสัมผัสธรรมชาติเติมพลังให้กับชีวิต ความมหัศจรรย์ของอุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัยยังมีแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ อีกมาก ที่รอนักท่องเที่ยวมาสัมผัส และช่วยกันรักษาผืนป่าอันเป็นมรดกแห่งชาติที่ธรรมชาติได้สร้างสรรค์ขึ้น เพื่อให้เราได้ใช้ชีวิตด้วยความอุดมสมบูรณ์สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร 055 910 002-3, 081 887 9897

จังหวัดลำปาง
คำขวัญประจำจังหวัด /  ที่ตั้ง / 

                        จังหวัดลำปาง                                  เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคเหนือตอนบน ภูมิประเทศอุดมสมบูรณ์ด้วยป่าไม้และภูเขาสูง มีประวัติศาสตร์เก่าแก่ยาวนาน มีชื่อเดิมว่า เขลางค์นคร เป็นที่รู้จักกันดีอีกชื่อหนึ่งว่า เมืองรถม้า   คำขวัญประจำจังหวัด:  ถ่านหินลือชา รถม้าลือลั่น เครื่องปั้นลือนาม งามพระธาตุลือไกล ฝึกช้างใช้ลือโลก     ที่ตั้ง  ที่ตั้ง จังหวัดลำปางตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ตอนบนของภาคเหนือ ห่างจากกรุงเทพฯ ตามระยะทางรถไฟ ประมาณ654 กิโลเมตร และตามระยะทางหลวงแผ่นดินสายพหลโยธินประมาณ602 กิโลเมตร มีประชากร803,191 คน   สถานที่ท่องเที่ยวฮิตในลำปาง   วัดพระธาตุลำปางหลวง       เป็นโบราณสถานสำคัญ ที่ตั้งอยู่ในบริเวณซากเมืองโบราณลัมพกัปปะนคร ตามประวัติพระนางจามเทวีเคยเสด็จมานมัสการ และทำการบูรณะซ่อมแซมอยู่เสมอ นับว่าเป็นวัดสำคัญคู่บ้านคู่เมืองมาแต่โบราณกาล มีความสวยงาม และมีความยอดเยี่ยมทั้งสถาปัตยกรรม ประติมากรรม และจิตรกรรม เป็นที่ประดิษฐาน พระแก้วมรกต ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของชาวลำปาง และชาวพุทธทั่วไป วัดพระธาตุจอมปิง         ตั้งอยู่ที่หมู่5 บ้านจอมปิง ตำบลนาแก้ว การเดินทางนั้นใช้เส้นทางเดียวกันกับวัดพระธาตุลำปางหลวง แต่แยกซ้ายตรงที่ว่าการอำเภอไปอีก17 กิโลเมตร วัดพระธาตุจอมปิงเป็นวัดโบราณ ตามตำนานกล่าวว่าสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าติโลกราชแห่งอาณาจักรล้านนาไทย วัดนี้มีความมหัศจรรย์ของการเกิดเงาสะท้อนเป็นภาพสีธรรมชาติขององค์พระธาตุ ผ่านรูเล็กบนหน้าต่างมาปรากฏบนพื้นภายในพระอุโบสถตลอดเวลาที่มีแสงสว่างทั้งกลางวันและกลางคืน และทางวัดยังจัดที่สำหรับแสดงโบราณวัตถุต่างๆ ที่ขุดพบในบริเวณนี้ด้วย อำเภอเมือง (รถม้าลำปาง)         ลำปางเป็นจังหวัดเดียวในประเทศไทยที่ยังนิยมใช้รถม้าเป็นพาหนะเดินทางระยะใกล้ๆ ภายในตัวเมืองจึงเป็นสิ่งหนึ่งที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยว รถม้าลำปางเป็นรถเปิดประทุน ที่นั่งผู้โดยสารคล้าย คลึงกับที่นั่งของจักรยานสามล้อแต่มีขนาดใหญ่กว่า อยู่ทางตอนหลังของที่นั่งคนบังคับม้า ซึ่งมีระดับสูงกว่าเล็กน้อย นั่งได้คันละ 2 คน สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถไปขึ้นรถม้าได้ที่ หน้าศาลากลางเก่าจังหวัดลำปาง, หน้าโรงแรมเวียงทอง และ หน้าโรงแรมทิพย์ช้าง ตั้งแต่ 06.00-23.00 ยกเว้นหน้าศาลากลางเก่ามีบริการ 06.00-16.00 น. อัตราค่าโดยสาร 100-200 บาท ปัจจุบันยังมีการทำรถม้าที่หมู่บ้านวังเหนือ ท่าคร่าวน้อย ศรีบุญเรือง นาก่วมเหนือ และนาก่วมใต้   อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล          เป็นเทือกเขากั้นเขตแดนระหว่างจังหวัดลำพูนที่อำเภอแม่ทาและจังหวัดลำปางที่อำเภอห้างฉัตรประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ.2518 มีเนื้อที่ทั้งสิ้น159,556 ไร่ มีอุโมงค์รถไฟยาวที่สุดในประเทศไทย เป็นระยะทาง1,352 เมตร รถไฟใช้เวลาวิ่งผ่านประมาณ5 นาที อุทยานแห่งนี้อยู่กึ่งกลางเส้นทางคมนาคมทางรถไฟ ระหว่างลำปาง-ลำพูน ดอยขุนตาลประกอบด้วย ป่าไม้หลายลักษณะ เช่น ป่าดงดิบ ป่าสน เป็นต้น มี4 ยอดเขา จากเชิงดอยถึงยอดสูงสุดประมาณ7 กม.        การเดินทางขึ้นไปบนดอยขุนตาล ไปได้2 ทางคือ ทางรถไฟ ลงที่สถานีขุนตาลแล้วเดินเท้าไปที่ทำการ อีกประมาณ900 เมตร เป็นทางที่สะดวกที่สุด หรืออีกเส้นทางหนึ่งคือทางรถยนต์โดยเลี้ยวขวาตรง หลักกม.ที่47 (เส้นทางสายลำปาง-ลำพูน) เข้าไปตามทางลูกรังอีก18 กม. ซึ่งสภาพถนนไม่ดีนัก บางช่วงก็ชันมากจึงควรใช้รถสภาพดี สถานที่น่าสนใจอื่นๆ ในอุทยานฯ ได้แก่   น้ำตกตาดเหมย   น้ำตกนี้อยู่แยกจากเส้นทางด้านซ้ายมือ ระหว่างทางจาก ย. ที่ 2 ไป ย. ที่ 3 โดยต้องเดินทางลงไปในหุบเขาแม่ยวนหวาย ประมาณ 300 เมตร นอกจากนี้ยังมีน้ำตกอีกหลายแห่ง คือ น้ำตกผาตูบ น้ำตกห้วยแม่ไพร เป็นต้น อุโมงขุนตาล   เป็นอุโมงค์ทางรถไฟลอดผ่านที่ยาวที่สุดในประเทศไทยคือ ยาว1,352 ฟุต มีสวนไม้ดอกตกแต่งไว้อย่างสวยงาม ศาลเจ้าพ่อขุนตาล และอนุสาวรีย์ ซึ่งสร้างเป็นอนุสรณ์แก่ชาวเยอรมันผู้ดำเนินการควบคุมการก่อสร้าง น้ำตกแม่ลอง   น้ำตกนี้อยู่ทางสถานีขุนตาลทางทิศใต้ ห่างไปประมาณ10 กิโลเมตร โดยลงรถไฟที่สถานีแม่ตาลน้อย แล้วเดินทางไปอีกประมาณ3 กิโลเมตร จะมีน้ำตกตลอดปีสภาพเย็นตลอดทั้งปี อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน        มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอเมืองปาน อำเภอแจ้ห่มและอำเภอเมืองจังหวัดลำปาง มีสภาพป่า อันอุดมสมบูรณ์และเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร มีเนื้อที่ประมาณ592 ตรกม. ได้รับการประกาศ เป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่28 กรกฎาคม2531 เป็นแนวแบ่งเขตระหว่างลำปางและเชียงใหม่ ฤดูที่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวและมีอากาศเย็นสบาย คือช่วงเดือน พฤศจิกายน - กุมภาพันธ์ บ่อน้ำร้อนแจ้ซ้อน          มีหลายบ่อตั้งอยู่รวมกันในพื้นที่ประมาณ 3 ไร่ บริเวณที่ทำการอุทยาน สภาพในบ่อน้ำร้อนเต็มไปด้วยโขดหินน้อยใหญ่ น้ำพุร้อนมีกลิ่นกำมะถันอ่อนๆ อุณหภูมิเฉลี่ย 73 องศาเซลเซียส บริเวณใกล้เคียงมีห้องบริการอาบน้ำแร่ 11 หลัง ตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้ต่างๆ อย่างสวยงาม   ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย         ตั้งอยู่ที่บ้านทุ่งเกวียน ต.เวียงตาล  อยู่ในความดูแลของฝ่ายอุตสาหกรรมป่าไม้ภาคเหนือ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.) แต่เดิม ออป. เป็นศูนย์ฝึกลูกช้างซึ่งเป็นแห่งแรกและแห่งเดียวในโลก โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ พ.ศ.2512 เป็นสถานที่เลี้ยงและฝึกลูกช้างเพื่อให้เชื่อฟังคำสั่งและมีความชำนาญในการทำไม้ขณะที่แม่ช้างไปทำงานในป่า และเนื่องจากมีนโยบายปิดป่าซึ่งทำให้ช้างต้องว่างงาน ศูนย์ฝึกลูกช้างจึงถูกปรับมาเป็นสถานที่ดูแลช้างแก่และเจ็บป่วย และที่นี่ยังเป็นสถานที่ตั้งของโรงพยาบาลช้างด้วย การเดินทาง   รถยนต์ จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข1 ถึงกม.ที่52 แยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข32 ผ่านสิงห์บุรี ชัยนาท เข้านครสวรรค์แล้วแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข1 ผ่านกำแพงเพชร ตาก ตรงเข้าสู่จังหวัดลำปาง รวมระยะทางทั้งสิ้น599 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ7 ชั่วโมง หรือจะใช้เส้นทางสายใหม่จากพิษณุโลกเข้าเด่นชัยและลำปางได้   รถโดยสารประจำทาง บริษัทขนส่ง จำกัด จัดบริการรถโดยสารธรรมดาและปรับอากาศ ไปลำปางทุกวัน รายละเอียดติดต่อที่ โทร.537-8055-6 และที่สถานีขนส่งลำปาง โทร. (054) 227410 นอกจากนี้ ยังมีบริษัทเอกชนบริการรถประจำทางไป-กลับ ระหว่างกรุงเทพฯ-ลำปาง ได้แก่ บริษัท วิริยะทัวร์ กรุงเทพฯ โทร.936-2827 ลำปาง โทร. (054) 217373 และ บริษัทนิววิริยะ กรุงเทพฯ โทร.936-2205-6 ลำปาง โทร. (054) 225-899   รถโดยสารรถไฟ การรถไฟแห่งประเทศไทย จัดบริการรถด่วน รถเร็วและรถธรรมดา จากกรุงเทพฯ ไปลำปางทุกวันรายละเอียดสอบถามได้ที่ หน่วยบริการเดินทาง โทร.223-7010, 223-7020 และที่สถานีรถไฟลำปาง โทร. (054) 271024   เครื่องบิน เครื่องบิน มีเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ ทุกวัน รายละเอียดสอบถามได้ที่ บริษัทการบินไทย จำกัด มหาชน ถนนหลานหลวง โทร.280-0060, 628-2000 การบินไทยลำปาง โทร. (054) 217078, 218199 และท่าอากาศยานลำปาง โทร. (054) 226258   เทศกาลและงานประเพณี   งานแห่สลุงหลวงและสงกรานต์          งานแห่สลุงหลวงและสงกรานต์ ประเพณีสงกรานต์ของจังหวัดลำปาง จะจัดในช่วงวันที่12-14 เมษายน ของทุกปี ในวันที่12 เมษายน จะมีการจัดขบวนแห่สลุงหลวง (สลุง หมายถึง ขันน้ำ) ขบวนตกแต่งสวยงาม ผู้ร่วมขบวนแต่งกายแบบล้านนาโบราณแห่แหนไปรอบเมือง เพื่อรับน้ำขมิ้นส้มป่อยจากประชาชนไปสรงแด่พระแก้วดอนเต้า พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง หลังจากนั้นในช่วงวันที่13-14 เมษายน ก็จะเป็นการ ทำบุญที่วัด ก่อเจดีย์ทราย การรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ การเล่นสาดน้ำสงกรานต์ การออกร้านจำหน่ายสินค้า การแสดงมหรสพและการแสดงพื้นเมืองต่างๆ   งานขันโตกช้าง          จัดขึ้นทุกวันศุกร์-เสาร์แรกของเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ณ ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย ภายในงานจะแบ่ง ออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกเป็นการแสดงของช้างและขันโตกช้าง ส่วนที่สองเป็นการรับประทาน ข้าวแลงขันโตกของผู้ร่วมงาน โรงแรมที่พักที่น่าสนใจในลำปาง   โรงแรมทิพย์ช้าง ลำปาง (Tipchang Hotel)  

สถานที่ท่องเที่ยว จังหวัดเชียงใหม่
ที่เที่ยวเชียงใหม่ /  สถานที่ท่องเที่ยว

อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ แต่ เดิมดอยอินทนนท์มีชื่อว่า "ดอยหลวง" หรือ "ดอยอ่างกา" ดอยหลวง หมายถึงภูเขาที่มีขนาดใหญ่ ส่วนที่เรียกว่าดอยอ่างกานั้น มีเรื่องเล่าว่า ห่างจากดอยอินทนนท์ไปทางทิศตะวันตก 300 เมตร มีหนองน้ำอยู่แห่งหนึ่งลักษณะเหมือนอ่างน้ำ แต่ก่อนนี้มีฝูงกาไปเล่นน้ำกันมากมาย จึงเรียกว่า อ่างกา ต่อมาจึงรวมเรียกว่า ดอยอ่างกา ดอยอินทนนท์ นี้เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัยซึ่งพาดผ่านจากประเทศ เนปาล ภูฐาน พม่า และมาสิ้นสุดที่นี่ สิ่งที่น่าสนใจของดอยนี้ไม่เพียงแต่เป็นยอดดอยที่สูงที่สุดในประเทศด้วยความ สูง 2,565 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลางเท่านั้น แต่สภาพภูมิประเทศและสภาพป่าที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นป่าดงดิบ ป่าสน ป่าเบญจพรรณ และอากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งปีโดยเฉพาะในฤดูหนาวจะมีหมอกปกคลุมเกือบทั้งวัน และบางครั้งน้ำค้างยังกลายเป็นน้ำค้างแข็ง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเสน่ห์ดึงดูดให้มีผู้มาเยือนที่นี่อย่างไม่ขาดสาย การเดินทาง ระยะทางจากตัวเมืองขึ้นไปจนถึง ยอดดอยอินทนนท์ประมาณ 106 กิโลเมตร ออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปตามทางหลวงหมายเลข 108 เชียงใหม่-จอมทอง ถึงหลักกิโลเมตรที่ 57 ก่อนถึงอำเภอจอมทอง 1 กิโลเมตร แยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 1009 สายจอมทอง-อินทนนท์ ระยะทาง 48 กิโลเมตรถึงยอดดอยอินทนนท์ เป็นถนนลาดยางอย่างดีแต่ทางค่อนข้างสูงชัน รถที่นำขึ้นไปจะต้องมีสภาพดี ผู้ที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัวสามารถนั่งรถสองแถวสายเชียงใหม่-จอมทองบริเวณประตู เชียงใหม่ จากนั้นขึ้นรถสองแถวที่หน้าวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหารหรือที่น้ำตกแม่กลาง ซึ่งจะเป็นรถโดยสารประจำทางไปจนถึงที่ทำการอุทยานฯตรงหลักกิโลเมตรที่ 31 และหมู่บ้านใกล้เคียง แต่หากต้องการจะไปยังจุดต่าง ๆ  ต้องเหมาไปคันละประมาณ 800 บาท อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวตั้งอยู่บริเวณ กิโลเมตรที่ 9 ของเส้นทางหมายเลข 1009 มีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำ และมีนิทรรศการเกี่ยวกับธรรมชาติ สัตว์ป่า และอื่น ๆ บริเวณที่ทำการมีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม สำรองที่พักล่วงหน้าอย่างน้อย 1 อาทิตย์ที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ โทร. 0 2562 0760 หรือ เว็บไซต์ www.dnp.go.th  อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ โทร. 0 5335 5728, 0 5331 1608, เว็บไซต์ www.doiinthanon.com ดอยม่อนจอง ดอยม่อนจอง อยู่ในเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าอมก๋อย อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่่ จากเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 108 แล้วแยกซ้ายจาก อ.ฮอด เข้าทางหลวงหมายเลข 1099 ไปจนถึงตัว อ.อมก๋อย และตรงต่อไปตามทางหลวง 1099 ประมาณ 40 กิโลเมตร จะพบกับศูนย์รักษาพันธ์สัตว์ป่า หน่วยมูเซอ จากจุดนี้ต้องขออนุญาติเจ้าหน้าที่ ติดต่อไกด์นำทางรวมถึงลูกหาบเพื่อที่จะนำสัมพาระ อาหาร น้ำดื่มน้ำใช้ อย่างต่ำ 3 วัน 2 คืน ถึงจะมีเวลาพอที่จะเดินชมธรรมชาติแบบไม่ต้องเร่งรีบ และไม่เหนื่อยไปเสียก่อน จุดที่น่าสนใจของดอยม่อนจองคือ เป็นดอยที่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,929 กม. สันดอยที่มีลักษณะแปลกๆ ราวกับว่าเป็นกำแพงจีน (เมืองไทย) กับทุ่งหญ้าสีทองยามแสงแดดส่อง กุหลาบพันปีที่โด่งดัง โชคดีจะได้เห็นกวางผา หรือเรียกม้าเทวดาในถิ่นนี้ด้วย อีกหลายอย่างระหว่างทางจะได้พบเห็นนกหลายชนิดและดอกไม้ป่านานาพันธ์ การเดินเท้า ระยะทางประมาณ 4 กิโล ทั้งป่าทึบ ป่าโปร่ง สันเขาลาดชัน ควรเริ่มต้นตั้งแต่เช้าเพราะจะใช้เวลาเดิน 3-6 ชั่วโมงแล้วแต่ว่าจะเดินสบายๆหรือแข่งเอาโล่ จนกว่าจะถึงจุดพัก ซึ่งบางครั้งก็ต้องใช้ดวงในการหาพื้นที่ที่ถูกใจในการกางเต้นท์ ใต้ดงป่าใม้เชิงดอย ปลอดจากลมหนาวที่พัดกระหน่ำหนาวบนสันดอย ความสวยงามหลังจากข้ามคืนแรกในความเหน็บหนาวก็จะมาถึงครับ ช่วงเวลา ที่สามารถท่องเที่ยวได้ จะเริ่มแค่ต้นเดือน พ.ย. จนถึงประมาณกลางเดือน ก.พ. เท่านั้น เพราะอะไรไม่บอกครับ ต้องลองไปถามเจ้าหน้าที่เหรือคนนำทางเอง จะได้ตื่นเต้น ^^ สิ่งที่ต้องเตรียมในการเดินป่า พักบนดอยอันเหน็บหนาว คงจะพอทราบกันนะครับ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงาน ททท. ภาคเหนือ เขต1 โทร. 0-5324-8604, 0-5324-8607, 0-5324-1466  ดอยฟ้าห่มปก ดอยฟ้าห่มปก หรือ ชื่อเดิม ดอยผ้าห่มปก ตั้งอยู่ที่อุทยานดอยฟ้าห่มปก จังหวัดเชียงใหม่ สูงจากระดับน้ำทะเล 2,285 เมตร เป็นดอยที่มีความสูงเป็นอันดับ 2 ของประเทศไทย มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี มีเมฆหมอกปกคลุมบริเวณยอดดอย มีนกและผีเสื้อที่น่าสนใจ อุทยานแห่งชาติจะทำการปิดบริเวณยอด ดอยผ้าห่มปก ระหว่างวัน 1 กรกฎาคม - 30 กันยายนของทุกปี น้ำพุร้อนสันกำแพง น้ำพุร้อนสันกำแพง ได้รับการปรับปรุง และดำเนินการโดยความร่วมมือระหว่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสหกรณ์การเกษตรหมู่บ้านสหกรณ์สันกำแพง จำกัด เพื่อให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแบบธรรมชาติ ล้อมรอบไปด้วยภูเขา มีดอกไม้นานาพันธุ์และน้ำพุร้อนที่อุณหภูมิสูงกว่า 100 องศาเซลเซียส ตั้งอยู่ในเขต ต. บ้านสหกรณ์ กิ่งอ. แม่ออน อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 36 กิโลเมตร สามารถไปได้ 2 ทางด้วยกัน คือ เส้นทางเชียงใหม่ ? สันกำแพง ? สถานีเพาะพันธุ์กล้าไม้สัก ? น้ำพุร้อน (เส้นทางนี้จะผ่านถ้ำเมืองคอน ซึ่งอยู่ห่างจากน้ำพุร้อน 4 กิโลเมตร) หรือเส้นทางเชียงใหม่ ? สันกำแพง ? หมู่บ้านออนหลวย - น้ำพุร้อน หากเดินทางโดยรถประจำทางขึ้นรถสายดอยสะเก็ด ? น้ำพุร้อนสันกำแพง จากตลาดวโรรสด้านทิศเหนือติดแม่น้ำปิงไปยังสันกำแพง และเช่าเหมารถสองแถวจากสันกำแพงไปน้ำพุร้อนในราคาประมาณ 200 บาทต่อคัน สำรองที่พักล่วงหน้าที่ ธุรกิจน้ำพุร้อนสันกำแพงหมู่บ้านสหกรณ์ โทร. 0 5392 9077 และรุ่งอรุณรีสอร์ท โทร. 0 5393 9128 ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 15 บาท เด็ก 5 บาท ชาวต่างประเทศ 30 บาท เปิดเวลา 9.30-20.00 น. สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ ทางลาด  บ่อน้ำพุร้อนสาธารณะไม่มีพื้นต่างระดับ ทุกคนสามารถเข้าถึงได้เลย ป้ายสัญลักษณ์  ในโครงการที่จัดไว้เป็นป้ายห้องส้วมสาธารณะ ห้องส้วม  มีห้องส้วมเฉพาะสำหรับคนพิการ 2 ห้องแยกเพศชายหญิง อุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา อุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา มีน้ำตกให้เที่ยวหลายแห่ง แต่ส่วนใหญ่เส้นทางยังไม่สะดวกนัก เนื่องจากยังอยู่ในระหว่างพัฒนาพื้นที่ น้ำตกที่เดินทางเข้าถึงสะดวกที่สุดคือ น้ำตกห้วยทรายขาว ซึ่งอยู่บริเวณเดียวกับที่ตั้งที่ทำการอุทยานฯ เป็นน้ำตกขนาดเล็ก มีแอ่งน้ำให้นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำได้แต่ในช่วงฤดูแล้งน้ำจะน้อยมาก จะมีน้ำเยอะช่วงเดือนพฤษภาคมแต่น้ำจะขุ่น น้ำจะใสช่วงหลังฝน ชั้นบนของน้ำตกเป็นแอ่งน้ำและมีทรายอยู่เนื่องจากน้ำพัดเอาทรายมาจากการกัด กร่อนของหินทราย ชั้นบน อากาศบริเวณน้ำตกชื้นจนทำให้มีมอสจับอยู่ แหล่งท่องเที่ยวอื่นๆในอุทยานฯ ได้แก่ น้ำตกแม่ฝางหลวง น้ำตกดอยเวียงผา น้ำตกห้วยหาน และจุดชมวิวดอยเวียงผา อุทยานแห่งชาติดอยเวียงผามีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 583 ตารางกิโลเมตร สภาพป่าในพื้นที่ส่วนใหญ่ เป็นป่าดิบเขาและป่าเบญจพรรณ นอกจากนี้ยังมีป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง และป่าสนเขา นกที่พบ เช่น นกกินปลี และนกพญาไฟ สัตว์ป่าที่พบส่วนใหญ่จะเป็นขนาดกลางและสัตว์ขนาดเล็ก ได้แก่ กระรอก กระต่าย หมูป่า อีเห็น เก้ง เลียงผา เสือไฟ เม่น หมีควาย เป็นต้น ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก อุทยานมีบริการบ้านพัก 2 หลัง โดยติดต่อที่อุทยานโดยตรง การเดินทาง จากเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 ไปประมาณ 125 กิโลเมตร อยู่ก่อนถึงตัวเมืองไชยปราการประมาณ 2 กิโลเมตร ให้สังเกต โรงเรียนศรีดงเย็นทางด้านซ้ายมือ ทางเข้าอุทยานอยู่ฝั่งตรงข้าม (ด้านขวามือ) เข้าไปประมาณ 12 กิโลเมตร  อุทยานแห่งชาติออบหลวง ออบหลวง เป็นสถานที่น่าเที่ยวที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ความสวยงามและน่ากลัวไว้ใน จุดเดียวกัน กล่าวคือ เบื้องล่างเป็นแม่น้ำที่ไหลคดเคี้ยวผ่านช่องเขาขาดตรงออบหลวง ช่องเขานี้มีลักษณะเป็นหน้าผาสูงชันและแคบมาก บีบทางน้ำไหล ดังนั้น แม่น้ำตรงนี้จึงเชี่ยวจัด เสียงน้ำกระทบหน้าผาดังสนั่น รอบๆ บริเวณชายน้ำด้านเหนืองดงามไปด้วยหมู่ไม้น้อยใหญ่ ร่มรื่นอยู่ตลอดเวลาชั่วนาตาปี นอกจากนี้ยังมีสะพานเชื่อมช่องเขาขาดสำหรับนักท่องเที่ยวยืนชมความงดงามของ ทัศนียภาพออบหลวง และภายในบริเวณอุทยานฯ มีการขุดค้นพบแหล่งโบราณคดียุคก่อนประวัติศาสตร์ด้วย เช่น หลุมฝังศพของมนุษย์โบราณ และภาพเขียนสีขาวที่บริเวณเพิงผาช้าง และยังมีกิจกรรมเดินป่าศึกษาธรรมชาติ ล่องแก่งเรือยางหรือ ล่องคายัคในลำน้ำแจ่ม การเดินทาง รถยนต์ส่วนตัว -จากตัวเมืองเชียงใหม่ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข108 สายเชียงใหม่-ฮอด-แม่สะเรียง เมื่อถึงอำเภอฮอดให้เลี้ยวขวาบริเวณวงเวียนไปตามถนนหมายเลข 108 ไปอีกประมาณ 17 กิโลเมตร รวมระยะทางประมาณ 105 กิโลเมตร สภาพทางลาดยางตลอด และช่วงระหว่างฮอดจนถึงออบหลวงนั้น ถนนจะเลียบขนานไปกับแม่น้ำแม่แจ่มหรือแม่น้ำสลักหิน และวกไปเวียนมาตามไหล่เขา รถโดยสารประจำทาง -ใช้รถโดยสารประจำทางได้หลายสายเช่น เชียงใหม่-ฮอด-อมก๋อย หรือ กรุงเทพฯ-จอมทอง หรือ กรุงเทพฯ-แม่สะเรียง-แม่ฮ่องสอน จากนั้นต่อรถสองแถวที่หน้าอำเภอฮอดอีก 17 กิโลเมตร หรือนั่งรถสายเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน  ซึ่งจะผ่านที่ทำการอุทยานแห่งชาติออบหลวง  บริเวณท่ารถตรงวงเวียนฮอด-แม่สะเรียง จะมีรถวิ่งทั้งหมด 3 เส้นทาง คือ ฮอด ? แม่สะเรียง ฮอด-แม่แจ่ม ฮอด-อมก๋อย ซึ่งจะผ่านออบหลวงทั้งสามสาย ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานแห่งชาติออบหลวง คนไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก ทางอุทยานฯมีบริการบ้านพัก สถานที่กางเต็นท์ และมีเต็นท์ให้เช่าพร้อมเครื่องนอนในอัตราคืนละ 50 บาท ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมที่อุทยานฯ โทร. 0 5322 9272 หรือสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โทร. 0 2562 0760 หรือสำรองที่พักด้วยตนเองที่http://www.dnp.go.th ข้อมูล : เที่ยวเชียงใหม่.com

Uncharted 4: A Thief's End เกมส์ผจญภัย ตามรอยขุมทรัพย์โจรสลัด
E3 2014 /  Uncharted 4 / 

Naughty Dogs ประกาศเปิดตัวเกมส์ Uncharted 4: A Thief's End เกมส์ผจญภัยภาคใหม่ กล่าวถึงการผจญภัยครั้งใหม่ที่ท้าทายและค้นหากับสมบัติโจรสลัดในหลายศตวรรษที่แล้ว วางขายในปี 2015 เฉพาะ PlayStation 4 เท่านั้น เกมส์ Uncharted 4: A Thief's End กล่าวถึงเหตุการณ์หลายปีหลังจากการผจญภัยครั้งล่าสุด เมื่อ Nathan Drake จะต้องสวมบทบาทเป็นนักล่าสมบัติจากการถูกบังคับอีกครั้ง และเดินทางในพื้นที่ป่าดงดิบที่ถูกทิ้งร้างที่กล่าวขานกันว่ามีสมบัติของโจรสลัดถูกฝังเอาไว้ เกมส์ Uncharted 4: A Thief's End วางขายปี 2015 เฉพาะ PlayStation 4 เท่านั้น

ปาปัวฯ ระส่ำ ทั้งแผ่นดินไหว และเครื่องบินตก
ปาปัวนิวกินี /  เครื่องบินตก / 

สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือ "ยูเอสจีเอส" ว่า เกิดแผ่นดินไหวทางตะวันออกของปาปัวนิวกินี วัดความรุนแรงได้ที่ระดับ 6.7 เบื้องต้นยังไม่พบรายงานความเสียหาย และไม่มีการประกาศเตือนภัยคลื่นสึนามิ ขระเดียวกันเพียงไม่กี่ชชั่วโมงก่อนหน้านั้น ได้เกิดอุบัติเหตุเครื่องบินโดยสารขนาดเล็กแบบ 2 ใบพัดของสายการบินแอร์ไลน์ส พีเอ็นจี ของปาปัวนิวกินี ประสบอุบัติเหตุตกลงกลางป่าดงดิบอันห่างไกลทางตอนเหนือของประเทศขณะออกเดินทางไปยังเมืองมาดัง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตทันที 28 ราย แต่มีผู้รอดชีวิตราวปาฏิหาริย์ 4 ราย เบื้องต้นคาดว่า สภาพอากาศที่เลวร้ายเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมครั้งนี้ Mthai News เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com

สยองโหด คนป่ากินคน ในตัวอย่างฉบับเต็มและใบปิดจาก The Green Inferno
Cabin Fever /  Cannibal Holocaust / 

ปล่อยตัวอย่างฉบับเต็มออกมาแล้ว สำหรับหนังใหม่ของเจ้าพ่อหนังโหดแห่งยุคนี้อย่าง อิไล ร็อธ ที่เคยทำเอาเราคลั่งสะใจใน Hostel มาคราวนี้เขาจะพาเราเข้าป่าดงดิบเจอกับมนุษย์กินคนใน The Green Inferno ซึ่งตัวอย่างฉบับเต็มที่ปล่อยออกมาตอนนี้ถือว่าดูคลั่ง และ น่าดูมากสำหรับคนหนังโหดที่ชอบเลือดเนื้อ และ ความสะใจ ครับ กับหนังที่เป็นเรื่องราวของกลุ่มนักศึกษา นักอนุรักษ์ ที่เกิดเรื่องซวยเครื่องบินดันไปตกอยู่กลางป่าอเมซอน ทำให้เจอเหล่ากลุ่มคนป่า ที่จ้องจะจับพวกเขากินเป็นอาหาร ซึ่งความสนใจของหนังคือการที่ผกก. อิไล ร็อธ ได้ลงไปถ่ายทำในสถานที่จริงอย่างในป่าของ เปรู อีกด้วย ซึ่งบ้านเราน่าจะได้ชมกันเร็วๆนี้ โดยหนังมีกำหนดฉายในอเมริกา 5 กันยายนครับ

ไปชมต้นกระบากใหญ่ อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช จังหวัดตาก
ตากสินมหาราช /  อุทยานแห่งชาติ / 

อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช ตั้งอยู่ในท้องที่ 2 อำเภอ คือ อำเภอเมืองตาก และอำเภอแม่สอด ติดถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 105 (ตาก–แม่สอด) ห่างจากตัวอำเภอเมืองตากประมาณ 35 กิโลเมตร ซึ่งประกาศทับซ้อนป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ละเมา ตำบลพะวอ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 954 (พ.ศ.2524) และประกาศทับซ้อนป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ท้อ–ห้วยตากฝั่งขวา ตำบลแม่ท้อ อำเภอเมือง จังหวัดตาก ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 145 (พ.ศ.2509) มีพื้นที่ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษาจำนวน 93,125 ไร่ แต่มีพื้นที่จริงจากการคำนวนเท่ากับ 163,750 ไร่ อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช จังหวัดตาก ลักษณะภูมิประเทศของอุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช ส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสูงชันสลับซับซ้อน มีพื้นที่ราบอยู่เพียงเล็กน้อย บริเวณที่ทำการอุทยานฯ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,000 เมตร มีแนวเทือกเขาถนนธงชัยผ่านกลางอุทยานฯ ลักษณะเป็นสันปันน้ำซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตระหว่างอำเภอเมืองตากกับอำเภอแม่สอด เป็นต้นกำเนิดของห้วยสำคัญๆ เช่น ทางด้านอำเภอแม่สอด ได้แก่ ห้วยตะปูเคาะ ห้วยยะอุ ห้วยปลาหลด ห้วยพลูใหญ่ ห้วยผักหละ ห้วยพระเจ้า ห้วยปูแป้ ห้วยผาแกว และห้วยสะมึนหลวง ไหลไปรวมกันเป็นห้วยแม่ละเมา ทางด้านอำเภอเมืองตากมีจำนวน 7 ห้วย ได้แก่ ห้วยปางอ้า ห้วยสลักพระ ห้วยน้ำดิบ ห้วยบง ห้วยช้างไล่ ห้วยโปร่งสัก และห้วยไม้ห้าง ซึ่งไหลลงมารวมเป็นห้วยแม่ท้อ แล้วไหลลงสู่แม่น้ำปิง ลักษณะภูมิอากาศอุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช มีสภาพอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี มีอุณหภูมิเฉลี่ย 27 องศาเชลเชียล อุณหภูมิสูงสุด 36.2 องศาเชลเชียล อุณหภูมิต่ำ 7.5 องศาเชลเชียล มีฝนตกชุกในเดือนมิถุนายนถึงเดือนตุลาคม ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 15.23 มม./ปี ช่วงฤดูหนาวระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมกราคม สามารถพบเห็นทะเลหมอกตลอดแนวเขาทั่วไปในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว สถานที่ท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช ต้นกระบากใหญ่ ขึ้นในบริเวณหุบเขาของป่าดงดิบ มีขนาดความโตวัดโดยรอบได้ 16.10 เมตร ความสูง 50 เมตร ต้องใช้คนประมาณ 12 คน จึงจะโอบได้รอบลำต้น อยู่ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ประมาณ 2.5 กิโลเมตร ตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติซึ่งเป็นทางเดินลงเขาชันมาก ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ผู้สนใจจึงควรมีสุขภาพแข็งแรง และควรเตรียมน้ำดื่มให้พร้อมสำหรับการเดินลงไปเที่ยวชมและเดินกลับขึ้นมา ระหว่างทางมีป้ายให้ความรู้เรื่องธรรมชาติอยู่เป็นระยะๆ ถ้ำธารลอดผาขาว–ผาแดง เกิดจากลำห้วยผาขาว – ผาแดง ไหลเลาะลงถ้ำด้านล่าง ความลึกที่สำรวจได้ 100 เมตร มีหินงอกหินย้อยสวยงาม มีลำธารไหลผ่านตลอดทั้งปี อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 32 กิโลเมตร ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่นำทางก่อนทุกครั้ง น้ำตกปางอ้าน้อย เป็นน้ำตกขนาดกลางที่อยู่ใกล้ที่ทำการอุทยานแห่งชาติ กว้างประมาณ 8 เมตร สูง 20 เมตร มีน้ำไหลตลอดทั้งปี เดินต่อจากต้นกระบากใหญ่เลียบลำน้ำไปตามเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร จะถึงน้ำตก น้ำตกปางอ้าใหญ่ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ มีน้ำไหลตลอดทั้งปี ความสูงประมาณ 80 เมตร จำนวน 4 ชั้น อยู่ห่างจากจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 24 กิโลเมตร ฤดูกาลที่เหมาะสมแก่การท่องเที่ยวอยู่ระหว่างเดือนตุลาคม - เดือนกุมภาพันธ์ ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง น้ำตกผาขาว–ผาแดง เป็นน้ำตกที่เกิดจากลำห้วยผาขาว – ผาแดง กว้างประมาณ 10 เมตร ชั้นสูงที่สุด 30 เมตร มี 2 ชั้น จะมีน้ำไหลจากน้ำตกในช่วงหน้าฝน ส่วนช่วงหน้าแล้งน้ำจะลอดผ่านถ้ำธารลอดแทน ฤดูที่เหมาะสมในการท่องเที่ยวอยู่ระหว่างเดือนตุลาคม - เดือนธันวาคม อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 35 กิโลเมตร ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง สะพานหินธรรมชาติ มีลักษณะเป็นแท่งหินขนาดใหญ่เชื่อมติดกับหน้าผาสองข้างเข้าด้วยกัน คล้ายสะพาน มีความกว้างและความสูงประมาณ 25 เมตร ยาวประมาณ 30 เมตร เบื้องล่างมีลำธารไหลผ่านตลอดทั้งปี สภาพป่าโดยรอบเขียวชะอุ่มร่มรื่นเหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ ใกล้กับสะพานหินมีถ้ำหินงอกหินย้อยงดงาม สะพานหินธรรมชาติอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ประมาณ 10 กิโลเมตร ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่นำทางก่อนเข้าไปเที่ยวชมทุกครั้ง เส้นทางศึกษาธรรมชาติ อุทยานแห่งชาติได้จัดทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติไว้ให้บริการนักท่องเที่ยวได้ศึกษาหาความรู้ดังนี้ • เส้นทางจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว - ต้นกระบากใหญ่ ระยะทาง 2.5 กิโลเมตร • เส้นทางจากต้นกระบากใหญ่ - น้ำตกปางอ้าน้อย ระยะทาง 1 กิโลเมตร • เส้นทางจากลานจอดเฮลิคอปเตอร์ - น้ำตกปางอ้าน้อย ระยะทาง 1.5 กิโลเมตร ที่ตั้ง อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช หมู่ที่ 10 ถนนตาก-แม่สอด ต.แม่ท้อ อ. เมืองตาก จ. ตาก 63000 โทรศัพท์ 0 5551 1429  โทรสาร 0 5551 1429  อีเมล taksin.m_np@hotmail.com การเดินทาง โดยรถยนต์ จากจังหวัดตาก เดินทางโดยรถยนต์ไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 105 (ตาก – แม่สอด) ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 25+980 จะพบป้ายอุทยานแห่งชาติขนาดใหญ่ทางด้านขวามือ เลี้ยวไปตามถนนลาดยางแยกเข้าไปอีก 1.5 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติ รถยนต์สามารถเดินทางได้สะดวกทุกฤดูกาล รถโดยสารประจำทาง จากกรุงเทพฯ ขึ้นรถโดยสารที่สถานีขนส่งสายเหนือ สายกรุงเทพฯ - ตาก ลงที่สถานนีขนส่งจังหวัดตาก หรือสายอื่นๆ แต่ต้องแจ้งพนักงานขับรถโดยสารหรือพนักงานเก็บค่าโดยสารว่าต้องการลงที่สถานีขนส่งจังหวัดตาก จากนั้นเดินทางต่อโดยรถตู้หรือรถบัส สายตาก - แม่สอด ให้แจ้งพนักงานขับรถโดยสารว่าต้องการไปที่อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช (ประมาณกิโลเมตรที่ 26) เมื่อถึงปากทางเข้าที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ต้องเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ 1.5 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติ การเดินเท้าเข้าอุทยานแห่งชาติ เส้นทางสบายๆ ถนนลาดยาง ไม่ลาดชัน อากาศส่วนใหญ่เย็นสบาย และได้ชมทิวทัศน์ในระหว่างทางด้วย ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น ข้อมูลและภาพ : dnp.go.th / wiki / m-culture.go.th / thaiforestbooking.com / เรียบเรียงโดย Travel MThai

สุดเสียว !! สวนสัตว์แอฟริกา จับคนใส่กรงแทนสัตว์
สวนสัตว์ /  แอฟริกาใต้

MThai News: สวนสัตว์ Cango Wildlife Ranch ในเมือง โอ๊ตส์ฮอร์น ประเทศแอฟริกาใต้ ซึ่งอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกำลังเติบโต ได้สร้างจุดขายโดยจัดสภาพแวดล้อมให้กลายเป็นป่าดงดิบ ให้นักท่องเที่ยวจะต้องเข้าไปอยู่ในกรงแทนสัตว์ป่า ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ต่างลงความเห็นว่าเป็นการผจญภัยเที่ยวสวนสัตว์ที่ตื่นต้นที่สุดในชีวิต ทำให้ฮอร์โมนอะดีนาลีนพุ่งพล่านได้อย่างมาก โดยกิจกรรมการท่องเที่ยวสวนสัตว์แนวนี้ ผู้ให้บริการบอกว่าเป็นการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์แบบหนึ่งซึ่งกำลังนิยมในแอฟริกาใต้ ด้วยแนวคิดให้คนเป็นส่วนหนึ่งของสภาพแวดล้อม ไม่ใช่ปรับชีวิตสัตว์ป่า หรือสภาพแวดล้อมป่าเพื่อคน Photo:: Barcroft Media Mthai News เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com

เที่ยวภูลังกา สัมผัสความหนาวใน จังหวัดพะเยา
เที่ยวพะเยา /  เที่ยวภูลังกา

วนอุทยานภูลังกา คือ อีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยว ที่มีชื่อเสียงของอำเภอเชียงคำ และอำเภอปง จังหวัดพะเยา อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำเปื๋อย ป่าน้ำหยวนและป่าน้ำลาว และป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ยม มีเนื้อที่ประมาณ 7,800 ไร่ กรมป่าไม้ได้ประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2545  เที่ยวภูลังกา สัมผัสความหนาวใน จังหวัดพะเยา ภาพโดย คุณChatrawee Wiratgasem โดย "ภูลังกา" นั้นเป็นภูเขาสูงชันอยู่ใน เทือกเขาสันปันน้ำ วางตัวอยู่ในแนวตะวันออก-ตะวันตก สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 900-1,720 เมตร มีลำห้วยที่สำคัญ คือ น้ำแม่คะไหลผ่านด้านทิศใต้ ห้วยน้ำต้มและน้ำแม่รูไหลลงน้ำแม่รูทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ ห้วยคะแนงและห้วยป่ายางไหลลงน้ำแม่ลาวทางทิศเหนือ ลำห้วยทั้งหมดจะไหลลงสู่แม่น้ำยมต่อไป ภาพโดย คุณChatrawee Wiratgasem วนอุทยานภูลังกานั้น มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอยู่หลายแห่ง โดยสถานที่ท่องเที่ยววนอุทยานภูลังกาแห่งแรกที่คุณจะองไม่ควรพลาดไปเยือน คือ "ภูเทวดา" เป็นยอดดอยที่สวยงาม มีความสูง 1,720 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง สูงที่สุดในเทือกเขาสันปันน้ำ ไทย-ลาว เป็นจุดชมทะเลเมฆหมอก ดวงอาทิตย์ขึ้นลงและดอกไม้ป่าสวยงาม โดยเฉพาะในช่วงปลายฝนต้นหนาว ภาพโดย คุณพี่อ้วนพี จากนั้นขอแนะนำให้ไปเยือน "ดอยภูนม" เป็นสันเขาแคบๆทอดตัวต่อลดหลั่นมาจากดอยภูลังกา เป็นยอดดอยหัวโล้นมีหญ้าปกคลุมและลมพัดแรงบนยอดสามารถชมทิวทัศน์ได้รอบโดย เฉพาะทะเลหมอก พระอาทิตย์ขึ้นและตก ภาพโดย คุณพี่อ้วนพี หลังจากนั้นไม่พลาดแวะไปยัง "ดอยภูลังกา" เป็นสันเขาแคบๆ ด้านตะวันตกเป็นป่าดงดิบเขาด้านทิศตะวันออกเป็นหน้าผาสูงชันมีหญ้าปกคลุมและ ลมพัดแรง เมื่อขึ้นไปบนยอดดอยชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกยามเช้าได้สวยงาม และสามารถมองเห็นประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ภาพโดย คุณพี่อ้วนพี และสุดท้ายคือ "ดอยหัวลิง" ซึ่งถ้ามองทางทิศเหนือหรือใต้จะเห็นยอดดอยคล้ายหัวลิงหันหน้าไปทางทิศตะวัน ออก ด้านตะวันตกเป็นป่าดงดิบเขาด้านทิศตะวันออกเป็นหน้าผาสูงชันมีหญ้าปกคลุมและ ลมพัดแรง เหมาะสำหรับชมทะเลหมอกและ พระอาทิตย์ขึ้น วนอุทยานภูลังกา ไม่มีบ้านพักหรือค่ายพักแรมบริการแก่นักท่องเที่ยว หากนักท่องเที่ยวมีความประสงค์จะไปพักแรมค้างคืนเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ หรือ ศึกษาหาความรู้ทางธรรมชาติ โปรดนำเต็นท์และเตรียมอาหารไปเอง โดยทางวนอุทยานได้จัดสถานที่ไว้ให้พร้อมกับห้องสุขา ให้ไปติดต่อขออนุญาตใช้สถานที่กับเจ้าหน้าที่ที่วนอุทยานภูลังกาโดยตรง ภาพโดย คุณพี่อ้วนพี นอกจากนี้แล้วยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆอีกมาก อาทิเช่น - ทุ่งดอกโคลงเคลง เป็นต้นไม้พุ่ม ดอกสีม่วง มีลักษณะสวยงาม ออกดอกบานสพรั่งในช่วงปลายฝนต้นหนาว และช่วงเทศกาลสงกรานต์ ขึ้นรวมกันเป็นทุ่งกว้างและกระจัดกระจายทั่วไปในวนอุทยานภูลังกา - น้ำตกภูลังกา เป็นน้ำตก น้ำใสเย็น มี ๒ ชั้น ชั้นที่ ๑ มีความสูง ๓๐ เมตร ชั้นที่ ๒ มีความสูง ๒๐ เมตร มีความสวยงามในช่วงฤดูฝน - ลานหินล้านปี มีสภาพเป็นลานหินบนสันดอยภูลังกา มีมอสเกาะตามหิน โดยมีดอกไม้ป่าขึ้นกระจายสวยงาม เช่น ต้นบีโกเนีย, กล้วยไม้ป่า, ชมพูภูพาน, โคลงเคลง, เทียนป่า, ละตาเหินไหว เป็นต้น สวยงามมากช่วงปลายฝนต้นหนาว - หินแยงฟ้า เป็นแท่งหินยื่นโผล่ขึ้นไปบนฟ้า อยู่ปลายสุดของยอดดอยภูลังกา - ป่าก่อโบราณ เป็นสภาพป่าดิบเขาที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีพันธุ์พืชสมุนไพรและต้นก่อขนาดใหญ่จำนวนมาก นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมพันธุ์พืช ดอกไม้ป่า กล้วยไม้ป่า และชมนกได้อย่างสนุกตื่นเต้น โดยเฉพาะปลายฝนต้นหนาว - ร่องรอยตำนานคอมมิวนิสต์ในอดีต ดอยภูลังกาในอดีต เป็นฐานที่มั่นของคอมมิวนิสต์ ยังมีสนามเพลาะ หลุมระเบิด และถ้ำหลบภัย หลงเหลือให้ได้ดูชม ภาพโดย คุณพี่อ้วนพี การเดินทาง - รถยนต์ การเดินทางไปวนอุทยานภูลังกามี 3 เส้นทาง ดังนี้ 1.เดินทางจากอำเภอเมืองเชียงรายตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1148 ถึงอำเภอเทิง ระยะทาง 64 กิโลเมตร จากอำเภอเทิงถึงอำเภอเชียงคำ 26 กิโลเมตร ไปบ้านทุ่งหล่มใหม่ 8 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายไปทางทิศเหนือถึงบ้านแฮะ 12 กิโลเมตร เลี้ยวขวาไปอีก 5 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายไปทางทิศเหนือถึงวนฯ 12 กิโลเมตร รวมระยะทางทั้งหมด 127 กิโลเมตร 2.เดินทางจากจังหวัดพะเยาผ่านอำเภอปงถึงแยกทางเข้าอำเภอเชียงคำตามทางหลวง แผ่นดินหมายเลข 1092 ระยะทาง 104 กิโลเมตร แล้วเดินทางต่ออีก 3 กิโลเมตร ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1148 เลี้ยวซ้ายไปทางทิศเหนือถึงวนฯ 12 กิโลเมตร รวมระยะทาง 119 กิโลเมตร 3.เดินทางจากอำเภอเมืองน่านถึงอำเภอท่าวังผาตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข1080 ระยะทาง 43 กิโลเมตร เดินทางไปทางเหนือแล้วเลี้ยวขวาไปอำเภอสองแถวตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1148 ระยะทาง 33 กิโลเมตร จากอำเภอสองแถวถึงอำเภอเชียงคำแล้วเดินทางต่อไปถึงวนฯ 71 กิโลเมตร รวมระยะทางทั้งหมด 147 กิโลเมตร สถานที่ติดต่อ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดพะเยา โทร.0-5441-2699, 05441-4003, วนอุทยานภูลังกา โทร.08-1883-0307, อบต.ผาช้างน้อย โทร.0-5440-1100, ภูลังกา รีสอร์ท โทร.0-5441-5570, โครงการหลวงปังค่า โทร.0-5440-1023 ภาพโดย คุณ tends83 View Larger Map ข้อมูลและภาพ : ททท. / Visitphayao.com / pixpros.net / phayaofocus.com / board.trekkingthai.com เรียบเรียงโดย Travel MThai

เรื่องน่ารู้ เตรียมตัว เที่ยวภูเขา
เคล็ดลับ /  เตรียมตัวเที่ยว / 

การเดินทางท่องเที่ยวทุกรูปแบบ ทุกกิจกรรม และทั่วทุกพื้นที่ หากมีการเตรียมตัวสำหรับการเดินทางดีแล้ว การท่องเที่ยวในเส้นทางนั้นก็จะได้รับความสนุกสนาน เก็บรับความสุขจากการเดินทาง การท่องเที่ยวศึกษาธรรมชาติได้อย่างเต็มที่สำหรับ การเดินทางท่อง เที่ยวภูเขา นั้น ยิ่งต้องมีการเตรียมพร้อมอย่างยิ่ง สิ่งที่ต้องเตรียม คือ... เรื่องน่ารู้ เตรียมตัว เที่ยวภูเขา เตรียมหาข้อมูล ของภูเขาที่จะไปเที่ยวชมว่ามีสภาพเช่นไร มีระดับความสูงเท่าใด เส้นทางเป็นอย่างไร รถยนต์ขึ้นถึง หรือต้องเดินเท้าเป็นระยะทางเท่าใด กี่กิโลเมตรกี่ชั่วโมง สภาพความสูงชันของเส้นทาง ระหว่างทางต้องผ่านสภาพป่าอย่างไร ป่าดงดิบ ป่าโปร่ง หรือเดินทางเส้นทางที่เป็นถนนเก่า เพื่อจะได้เตรียมความฟิต ความแข็งแกร่งของร่างกายให้พร้อมรับกับสภาพ และจะได้เตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ที่จำเป็นไปให้พร้อม เตรียมจองตั๋วโดยสาร สำหรับการนเดินทางล่วงหน้า ยิ่งหากเป็นช่วงเทศกาล หรือวันหยุด ติดต่อกันหลายวัน การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว ควรตัดสินใจให้ดีว่าคุ้มหรือไม่ที่จะต้องขับรถไปเองแล้วจอดรถทิ้งไว้หลายวัน ในช่วงเดินทางขึ้นเขา และกลับมาด้วยความอ่อนเพลีย แล้วยังต้องขับรถทางไกลกลับบ้าน หากไม่คุ้ม ก็ควรใช้รถประจำทาง รถไฟ หรือเช่าเหมารถไปส่งเป็นหมู่คณะจะดีกว่า เตรียมจองที่พัก ซึ่งที่พักบนแหล่งท่องเที่ยวประเภทภูเขานั้น จะเป็นการพักแบบแค้มป์ ซึ่งมักจะไม่มีบ้านพักรองรับ หากพื้นที่ใดไม่มีเต๊นท์ให้เช่า ก็จำเป็นต้องเตรียมจัดหาเต๊นท์ไปเอง หรือหากที่ใดอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ และมีบ้านพัก ก็ควรติดต่อจองที่พักล่วงหน้าและอุทยานแห่งชาติบางแห่งจำกัดจำนวนนักท่อง เที่ยวว่า ไม่เกินกี่คนต่อวัน ก็คงต้องติดต่อจองและแจ้งจำนวนคนพร้อมวันเดินทางไปล่วงหน้า เพื่อจะได้ไม่ผิดหวัง ไปได้แค่ตีนดอย เพราะเกินจำนวน อุทยานฯ ไม่ยอมให้ขึ้น เตรียมฟิตร่างกาย ให้แข็งแกร่งเพียงพอที่จะรับสภาพเส้นทางที่สูงชันยาวไกล โดยการวิ่งหรือถีบจักรยานวันละ 1 ชั่วโมง ตลอด 1 สัปดาห์ เพื่อให้กำลังอยู่ตัว ก็จะทำให้ร่างกายไม่เหนื่อยล้าเกินไป และเที่ยวได้สนุก เตรียมอุปกรณ์ เครื่องกันหนาวไปให้พร้อม เพราะยอดเขาแต่ละแห่งอากาศมักจะหนาวเย็นตลอดปี เพราะอยู่บนระดับความสูง โดยสอบถามหรือหาข้อมูลเสียก่อนว่า อุณหภูมิในช่วงนั้นน่าจะกี่องศาฯ เพื่อจะได้เตรียมเสื้อผ้า ถุงนอน ไปได้พอดี เสื้อกันหนาวควรมีน้ำหนักเบา แต่ป้องกันความหนาวเย็นได้ดี รองเท้าปีนเขา ควรเป็นร้องเท้าหุ้มส้น หรือหุ้มข้อ ที่เหมาะสมกับสภาพของภูเขา เช่น หากเป็นภูเขาดินร่วนและแฉะลื่นในหน้าฝน ควรใช้รองเท้าที่มีดอกยางแข็ง ร่องลึก หุ้มข้อ หากพื้นที่เป็นหินอาจใช้รองเท้าพื้นยางนุ่มเพื่อเกาะพื้นหิน เป็นต้น แต่ข้อสำคัญ รองเท้าที่ใช้ต้องเป็นรองเท้าที่สวมใส่สบายเท้า มีสภาพดีพอที่จะไม่เสี่ยงไปชำรุดกลางทาง เพราะจะเกิดปัญหามากมาย และต้องเคยสวมใส่เป็นประจำอยู่แล้ว ไม่ใช่รองเท้าใหม่ เพราะรองเท้าคู่ใหม่อาจกัดเท้า จนไม่สามารถใส่เดินได้เป็นระยะทางไกลๆ เตรียมใจให้พร้อม เพราะการเดินขึ้นดอยนั้น จิตใจต้องสำคัญยิ่ง หากไม่รักจริงก็ถอนตัวเสียแต่เนิ่นๆ อย่าไปทรมานตัวเอง ทรมานเพื่อนร่วมทางเลย และสิ่งสำคัญที่สุด ก็คือจิตสำนึกแห่งการดูแลรักษาธรรมชาติให้งดงามยั่งยืนตลอดไป เรื่องน่ารู้ เตรียมตัว เที่ยวภูเขา ขอบคุณข้อมูลจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย การเตรียมตัว จัดกระเป๋า เที่ยวฝรั่งเศส เคล็ดลับจัดกระเป๋า ไปเที่ยว แบบของน้อย แต่ไม่เคยขาด เรื่องน่ารู้ เตรียมตัว เที่ยวภูเขา

Cookie Run Season 2 แจก เพชรฟรี 100 อัน รับได้แล้ววันนี้
Cookie Run /  Cookie Run Season 2 / 

เกมส์มือถือ Cookie Run Season 2 ได้ทำการแจกเพชรฟรีจำนวน 100 เม็ด โดยผู้เล่นสามารถขอรับฟรีและขอรับง่ายๆได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป วิธีการขอรับเพชรเกมส์ Cookie Run ฟรี 100 เม็ด 1) เข้าที่หน้าตั้งค่าเกมส์ (Setting) 2) หากตั้งค่าเกมส์เป็นภาษาไทย ให้ไปที่หน้า Event 3) หากตั้งค่าเกมส์เป็นภาษาอังกฤษ ให้ไปที่หน้า Coupon 4) กรอกรหัสคำว่า cookierun2ndstory 5) ทำการออกจากเกมส์และเข้าใหม่อีกครั้ง และก็จะได้รับเพชรฟรี 100 เม็ดทันที เกมส์ Cookie Run Season 2 (คุกกี้รัน ซีซั่น 2) มีการเพิ่มเติมเรื่องการปรับปรุงฉากเกมส์ใหม่ทุกด่าน มีทั้งฉากในป่าดงดิบหรือฉากขนมหวาน ที่บรรจุอุปสรรคไว้มากมาย อาศัยไหวพริบทักษะในการกระโดดหลบหลีกและเก็บของในเกมส์เพื่อทำแต้ม, เพิ่มลูกเล่นใหม่ในโบนัสเวลา, เพิ่มระดับเลเวลสูงสุดในส่วนของเลเวลพลังและตัวผู้เล่น ที่น่าสนใจคือ มีการเพิ่มคุกกี้และสัตว์เลี้ยงในแบบใหม่ๆให้เลือกเล่นอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มเติมระบบ Event การเชิญ รวมถึงปรับปรุงหน้าเริ่มต้นเกมส์และเอฟเฟคเสียงเกมส์ให้ทันสมัยมากขึ้นเช่นกัน

3 ชาวบ้านลุยถ้ำป่าดงดิบ หาเหล็กไหล จมน้ำตาย
ถ้ำ /  ป่าดงดิบ / 

วานนี้ (27พ.ค.) เวลา12.00 น. สภ.เมืองมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้าน บ.นาโด่ ต.นาโสก อ.เมือง จ.มุกดาหาร ว่ามีผู้จมน้ำเสียชีวิต 3 รายภายในถ้ำพุงกลางป่าดงจึงประสานไปยังมูลนิธิกู้ภัยเทศบาลคำอาฮวนพร้อมนำกำลังเจ้าหน้าที่รุดไปที่เกิด พบบรรดาผู้ที่มาแสวงหาเหล็กไหลจำนวน 10 คนนั่งเกาะกลุ่มกัน ทั้งนี้ผู้ร่วมขุดเหล็กไหลให้การว่า เข้ามาก่อไฟเฝ้ารอ 3 คนที่เข้าไปค้นหาเหล็กไหลภายในถ้ำ โดยเป็นผู้นำทาง 2 คนคือ นายเงิน ชาธิพา อายุ 69 ปี และนายสงบ อันแสน 39 ปี ชาวจ.มุกดาหาร นายธนโชติ ลีฟัก อายุ 46 ปี ชาวปทุมธานี เข้าไปค้นหาเหล็กไหลและของมีค่าภายในถ้ำตลอดทั้งคืนจนสว่าง ทั้ง 3 คนก็ไม่ออกมา ต่างก็พยายามเฝ้ารอจนกระทั่งเวลา 11.00 น. จึงพากันออกค้นหาตะโกนเรียกชื่อแต่ไม่มีเสียงตอบรับ ขณะเดียวกันระดับน้ำได้หนุนสูงขึ้นจนปิดปากถ้ำ คาดว่าทั้ง 3 คนคงจมน้ำเสียชีวิตแล้วจึงตัดสินใจไปแจ้งผู้ใหญ่บ้าน การค้นหาในรอบแรกเป็นไปอย่างยากลำบากเพราะถ้ำไม่มีแสงสว่าง และระดับน้ำสูงจนปิดปากถ้ำ แต่เมื่อค้นหาอีกรอบก็พบศพนายเงิน ก่อนจะให้กำลังชาวบ้านช่วยกันแยกหินออกจากกันทำให้เกิดช่องระบายน้ำ เข้าไปค้นหาได้ง่ายขึ้น จนกระทั่งเวลา 17.00 น. เป็นช่วงจังหวะที่ระดับน้ำลดจนปากถ้ำเปิด จึงเข้าไปค้นภายในถ้ำได้อย่างสะดวก และพบศพนายธนโชติ ติดอยู่ภายใน ขณะที่ศพของนายสงบยังหาไม่พบ แต่เจ้าหน้าที่จะเร่งค้นหาต่อไป MThai News

เที่ยวแก่งกระจาน ยลหมอก สัมผัสความสดชื่นในหน้าฝน
เที่ยวกาญจนบุรี /  เที่ยวแก่งกระจาน

อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอหนองหญ้าปล้อง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี และอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีพื้นที่มากที่สุดในประเทศไทย เที่ยวแก่งกระจาน ยลหมอก สัมผัสความสดชื่นในหน้าฝน อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เป็นอุทยานที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดของประเทศไทย มีพื้นที่ถึง 2,915 ตารางกิโลเมตร หรือ 1.8 ล้านไร่ ในเขตอำเภอแก่งกระจาน อำเภอหนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี และอำเภอหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ยังคงสภาพเป็นป่าดงดิบตามธรรมชาติที่สมบูรณ์ และมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมากแห่งหนึ่ง ได้รับการประกาศให้เป็นเขตอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2524 โดยกำหนดพื้นที่บริเวณอ่างเก็บน้ำและป่าเหนือเขื่อนแก่งกระจานเป็นเขตอุทยานฯ เป็นต้นน้ำลำธารของแม่น้ำหลายสาย พื้นที่ส่วนใหญ่ของอุทยานฯ เป็นภูเขาสลับซับซ้อนอยู่ในเทือกเขาตะนาวศรี สภาพภูมิประเทศเป็นป่าดิบชื้น ยอดเขาที่สูงที่สุดในอุทยานฯ คือยอดเขางะงันนิกยวงตอง อยู่ในเขตรอยต่อประเทศพม่าและไทย มีความสูง 1,513 เมตร รองลงมาคือยอดเขาพะเนินทุ่ง ซึ่งมีความสูง 1,207 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง จากสันเขื่อนแก่งกระจาน มีถนนเลียบออกมาทางซ้ายมือเป็นระยะทาง 3 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานฯ สถานที่น่าสนใจภายในอุทยานฯ ทะเลสาบ มีเนื้อที่ประมาณ 45 ตารางกิโลเมตร มีเกาะกลางแม่น้ำอยู่มากมายหลายเกาะ นักท่องเที่ยวที่ต้องการจะล่องเรือชมทิวทัศน์เพื่อพักผ่อนหรือตกปลาน้ำจืดในทะเลสาบ ก็สามารถเช่าเรือได้ที่ร้านอาหารหรือชมรมเรือที่อยู่บริเวณที่ทำการอุทยานฯ จุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจใน อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เขาพะเนินทุ่ง เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของอุทยานฯในเขตประเทศไทยอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 50 กิโลเมตรเป็นภูเขาสูง มีบริเวณที่เป็นทุ่งหญ้ากว้าง ในระดับความสูง 960เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง บริเวณโดยรอบเป็นป่าดิบเขา มีสัตว์ป่าชุกชุม ทิวทัศน์งดงาม จากยอดเขาสามารถเห็นทะเลหมอกในช่วงฤดูฝนต่อฤดูหนาว การเดินทางต้องใช้เวลา 2 วัน พักค้างแรม 1 คืนระหว่างทาง และติดต่อขอเจ้าหน้าที่นำทาง อาหารและเต็นท์สำหรับพักค้างแรมไปเอง พะเนินทุ่งแคมป์ หรือ กม. 30 เป็นจุดชมวิวที่สามารถชมทะเลหมอกในตอนเช้าได้สวยจุดหนึ่ง และสามารถกางเต็นท์พักแรมได้ การเดินทางต้องใช้รถที่มีกำลังสูง สามารถเหมารถปิกอัพได้จากบริเวณที่ทำการอุทยานฯ เนื่องจากถนนค่อนข้างแคบ อุทยานฯ จึงได้กำหนดเวลาในการขึ้น-ลง คือ เวลาขึ้น ช่วงเช้าเวลา 05.00-09.30 น. ช่วงบ่ายเวลา 14.30-15.00 น. เวลาลง ช่วงเช้าเวลา 12.00-13.00 น. ช่วงบ่ายเวลา16.30-18.00 น. สำหรับผู้ที่ต้องการจะขึ้นเขาพะเนินทุ่งต้องติดต่อที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเพื่อขอใบอนุญาตผ่านทาง โดยเสียค่าธรรมเนียม คือ ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท รถยนต์สี่ล้อ 30 บาท รถกระบะ 40 บาท รถตู้ 50 บาท รถยนต์มากกว่าสี่ล้อ 70-80 บาท และผู้ที่ต้องการจะขึ้นเขาพะเนินทุ่ง เวลา 05.00 น. ต้องทำใบขออนุญาตล่วงหน้า 1 วัน น้ำตกทอทิพย์  อยู่ห่างจากเขาพะเนินทุ่ง 15 กิโลเมตร  สามารถเดินทางโดยรถยนต์ และเดินทางเท้าเข้าถึงตัวน้ำตกประมาณ 4 กิโลเมตร มีความสูง 9 ชั้น ชั้นที่ 5 เป็นชั้นที่สวยที่สุด แต่ละชั้นสวยงามแปลกตา สภาพโดยรอบเป็นป่าไม้ร่มรื่น ทั้งนี้การเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ลึกเข้าไปในผืนป่า ควรขอคำแนะนำและคนนำทางจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้ก่อน นอกจากนี้ ควรใช้รถยนต์ที่มีกำลังเครื่องดีเพราะเส้นทางผ่านหุบเขาลาดชัน สำหรับเส้นทางดูนก ผีเสื้อ จะเริ่มจากที่กิโลเมตรศูนย์ คือ บริเวณด่านตรวจเขาสามยอดถึงกิโลเมตรที่ 18 จะพบผีเสื้อได้ตามสองข้างทางหรือตามโป่งดินระหว่างกิโลเมตรที่ 10-12 และจุดที่นักท่องเที่ยวสามารถดูนกได้คือ บริเวณตั้งแต่อ่างเก็บน้ำห้วยสามยอด เลยด่านตรวจมาไม่ไกล ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของนกน้ำนานาชนิด ส่วนเส้นทางศึกษาธรรมชาตินั้นนับตั้งแต่กิโลเมตรที่ 18 ขึ้นไป และบริเวณกิโลเมตรที่ 18-27 อาจจะพบเห็นนกกระลิงเขียดหางหนาม ซึ่งเป็นนกที่พบในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานที่เดียวในประเทศไทย แค้มป์บ้านกร่าง เป็นจุดพักค้างแรมกางเต็นท์ สำหรับผู้สนใจดูนกและผีเสื้อเนื่องจากมีอากาศเย็นสบาย อยู่บริเวณกม.15 มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ซึ่งเป็นป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง ไม้ที่พบมากคือ ไม้ตะเคียนทอง ไม้ยาง ไม้มะค่าโมง ไม้หอมหรือไม้กฤษณา และเป็นป่าที่ชุ่มชื้นจึงมีเฟิร์น กระโถนฤาษี หนุมาน หวาย ขึ้นอย่างสมบูรณ์และยังมีสัตว์ป่ามากมายเช่น ช้างป่า กระทิง วัวแดง เก้ง กวาง หมีและสัตว์ป่าสงวน เช่น เลียงผา เก้งหม้อ สมเสร็จ และแมวลายหินอ่อน รวมทั้งผีเสื้อมากกว่า150 ชนิดให้ศึกษา โดยเฉพาะในหน้าแล้งจะเห็นฝูงผีเสื้อลงไปกินดินโป่งเป็นจำนวนมาก และประมาณเดือนกุมภาพันธ์-มิถุนายน จะสามารถพบเห็นนกหลายชนิดที่กำลังสร้างรัง  วางไข่เลี้ยงลูกอ่อน เช่น นกกก นกกาฮัง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของป่าดงดิบ บริเวณบ้านกร่างมีสถานที่น่าสนใจหลายแห่ง คือ น้ำตกปราณบุรี มี 5 ชั้น เป็นน้ำตกเล็กๆ อยู่ห่างจากที่ทำการหน่วยพิทักษ์ฯ กจ.4 ประมาณ 7 กิโลเมตร น้ำตกแม่สะเลียง มี 3 ชั้น เป็นน้ำตกสายเล็กๆ ซึ่งต้องใช้เวลาในการเดินทาง 3 วัน 2 คืน รอบๆ น้ำตกยังเป็นป่าที่สมบูรณ์ร่มรื่น ถ้ำหัวช้าง อยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์ฯ กจ.4 ไปทางทิศตะวันออก 1 กิโลเมตร ระยะทางเดินเท้าเข้าถ้ำประมาณ 200 เมตร เป็นถ้ำหินปูนภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยลักษณะคล้ายหัวกระโหลกช้าง ถ้ำเขาปะการัง อยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์ฯ กจ. 4 ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ 3 กิโลเมตร ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยสวยงาม เขาปะการัง  เป็นภูเขาหินปูนสีเทาอมน้ำเงิน มีหน้าผาให้ชมทิวทัศน์ที่สวยงาม ประกอบด้วยป่าไม้เขียวขจีและภูเขาสลับซับซ้อน อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มีบ้านพักไว้บริการนักท่องเที่ยว และมีสถานที่กางเต็นท์บริเวณอ่างเก็บน้ำ บริเวณเขาพะเนินทุ่ง และบริเวณแค้มป์บ้านกร่าง อุทยานฯ มีเต็นท์ให้เช่า สามารถติดต่อจองที่พักได้ที่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช โทร. 0 2562 0760 หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวแก่งกระจาน โทร. 0 3245 9293 การเดินทาง รถยนต์ จากกรุงเทพฯ ไปตามทางหลวงหมายเลข 35 ถึงอำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี จากนั้นใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านแยกเข้าตัวเมืองเพชรบุรี จะถึงสี่แยกท่ายาง เลี้ยวขวาเข้าอำเภอท่ายาง แล้ววิ่งไปตามถนนเลียบคลองชลประทาน ตามทางหลวงหมายเลข 3499ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร ก็จะถึงอำเภอแก่งกระจาน จากปากทางเข้าอุทยานฯ อีก 4 กิโลเมตรจะถึงที่ทำการอุทยานฯ รถโดยสารประจำทาง จะมีรถสายกรุงเทพฯ-ท่ายาง ลงที่ตลาดท่ายาง จากนั้นต่อรถสองแถวไปตลาดแก่งกระจาน และต่อรถรับจ้างหรือจักรยานยนต์ไปอีก 4 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยานฯ การนำรถขึ้นเขาพะเนินทุ่ง สำหรับรถยนต์ที่จะเดินทางไปชมทะเลหมอกเขาพะเนินทุ่งหรือใช้เส้นทางสายวังวน-น้ำตกทอทิพย์ ควรเป็นรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อหรือรถที่มีสภาพพร้อมสมบูรณ์ มีสมรรถนะดี และผู้ขับควรมีทักษะในการขับรถขึ้นที่สูงชัน หากต้องการเช่า สามารถติดต่อได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ราคาเช่าตั้งแต่ 1,000-1,800 บาท ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ต้องการเช่าไปเที่ยว โดยสารได้ประมาณ 10 คน เนื่องจากถนนค่อนข้างแคบ อุทยานฯ จึงได้กำหนดเวลาในการขึ้น-ลง คือ เวลาขึ้น ช่วงเช้า 05.00-09.30 น. ช่วงบ่าย เวลา 14.30-15.00 น. เวลาลง ช่วงเช้า 12.00-13.00 น. ช่วงบ่าย 16.30-18.00 น. สำหรับผู้ที่ต้องการจะขึ้นเขาพะเนินทุ่งต้องติดต่อที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเพื่อขอใบอนุญาตผ่านทาง โดยเสียค่าธรรมเนียม คือ ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท รถยนต์สี่ล้อ 30 บาท รถกระบะ 40 บาท รถตู้ 50 บาท รถยนต์มากกว่าสี่ล้อ 70-80 บาท และผู้ที่ต้องการจะขึ้นเขาพะเนินทุ่ง เวลา 05.00 น. ต้องทำใบขออนุญาตล่วงหน้า 1 วัน สิ่งอำนวยความสะดวก อุทยานมีบ้านพัก 18 หลัง บริเวณที่ทำการฯและริมอ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน นักท่องเที่ยวสามารถกางเต็นท์ได้บริเวณริมอ่างเก็บน้ำ ข้างที่ทำการอุทยานฯ กางเต็นท์ได้ 200 หลัง บริเวณบ้านกร่างแคมป์ (กม.15) กางเต็นท์ได้ 100 หลัง และพะเนินทุ่งแคมป์ กางเต็นท์ได้ 60 หลัง นอกจากนี้ บริเวณภายนอกอุทยานฯ มีรีสอร์ทให้บริการหลายแห่ง ทั้งในอำเภอแก่งกระจาน และอำเภอท่ายาง ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเพชร สามารถติดต่อจองบ้านพักในอุทยานฯ ได้ที่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช โทร. 0 2562 0760 หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โทร. 0 3245 9293 ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น ข้อมูลและภาพ : wiki / dnp.go.th / tlcthai.com / panoramio.com / bloggang.com เรียบเรียงโดย Travel MThai

Cookie Run Season 2 ส่งฉากใหม่ เพิ่มคุกกี้-Pet ตัวใหม่ด้วย
Cookie Run /  Cookie Run Season 2 / 

LINE ทำการอัพเดตแพทซ์ใหม่เกมส์ Cookie Run Season 2 (คุกกี้รัน ซีซั่น 2) ทำการเพิ่มเติมคอนเทนต์เกมส์ใหม่ พร้อมส่งระบบใหม่ๆด้วย อัพเดตแล้ววันนี้ บนมือถือทั้ง iOS และ Android สำหรับเกมส์ Cookie Run Season 2 มีการเพิ่มเติมเรื่องการปรับปรุงฉากเกมส์ใหม่ทุกด่าน มีทั้งฉากในป่าดงดิบหรือฉากขนมหวาน ที่บรรจุอุปสรรคไว้มากมาย อาศัยไหวพริบทักษะในการกระโดดหลบหลีกและเก็บของในเกมส์เพื่อทำแต้ม, เพิ่มลูกเล่นใหม่ในโบนัสเวลา, เพิ่มระดับเลเวลสูงสุดในส่วนของเลเวลพลังและตัวผู้เล่น ที่น่าสนใจคือ มีการเพิ่มคุกกี้และสัตว์เลี้ยงในแบบใหม่ๆให้เลือกเล่นอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มเติมระบบ Event การเชิญ รวมถึงปรับปรุงหน้าเริ่มต้นเกมส์และเอฟเฟคเสียงเกมส์ให้ทันสมัยมากขึ้นเช่นกัน Cookie Run Season 2 แจก เพชรฟรี 100 อัน รับได้แล้ววันนี้ ดูวิธีการผ่านฉากเกมส์สำคัญๆใน Cookie Run Season 2 ได้ที่นี่ เกมส์ Cookie Run (คุกกี้รัน) เป็นเกมส์แคชชวลชื่อดังของการผจญภัยเจ้าขนมปังขิง ผู้เล่นจะต้องทำการหลบหลีกอุปสรรคนานานับประการตามฉาก พร้อมเก็บเหรียญและสิ่งของเพื่อทำแต้มคะแนนสูงสุด ดาวน์โหลดเกมส์ Cookie Run Season 2 เวอร์ชั่น iOS ได้ที่นี่ https://itunes.apple.com/th/app/line-cookie-run/id743669894?l=th& ดาวน์โหลดเกมส์ Cookie Run Season 2 เวอร์ชั่น Android ได้ที่นี่ https://play.google.com/store/apps/details?id=com.linecorp.LGCOOKIE&hl=th ภาพบางส่วนภายในเกมส์ Cookie Run Season 2