ป่าดงดิบ

Cookie Run Season 2 แจก เพชรฟรี 100 อัน รับได้แล้ววันนี้
Cookie Run /  Cookie Run Season 2 / 

เกมส์มือถือ Cookie Run Season 2 ได้ทำการแจกเพชรฟรีจำนวน 100 เม็ด โดยผู้เล่นสามารถขอรับฟรีและขอรับง่ายๆได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป วิธีการขอรับเพชรเกมส์ Cookie Run ฟรี 100 เม็ด 1) เข้าที่หน้าตั้งค่าเกมส์ (Setting) 2) หากตั้งค่าเกมส์เป็นภาษาไทย ให้ไปที่หน้า Event 3) หากตั้งค่าเกมส์เป็นภาษาอังกฤษ ให้ไปที่หน้า Coupon 4) กรอกรหัสคำว่า cookierun2ndstory 5) ทำการออกจากเกมส์และเข้าใหม่อีกครั้ง และก็จะได้รับเพชรฟรี 100 เม็ดทันที เกมส์ Cookie Run Season 2 (คุกกี้รัน ซีซั่น 2) มีการเพิ่มเติมเรื่องการปรับปรุงฉากเกมส์ใหม่ทุกด่าน มีทั้งฉากในป่าดงดิบหรือฉากขนมหวาน ที่บรรจุอุปสรรคไว้มากมาย อาศัยไหวพริบทักษะในการกระโดดหลบหลีกและเก็บของในเกมส์เพื่อทำแต้ม, เพิ่มลูกเล่นใหม่ในโบนัสเวลา, เพิ่มระดับเลเวลสูงสุดในส่วนของเลเวลพลังและตัวผู้เล่น ที่น่าสนใจคือ มีการเพิ่มคุกกี้และสัตว์เลี้ยงในแบบใหม่ๆให้เลือกเล่นอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มเติมระบบ Event การเชิญ รวมถึงปรับปรุงหน้าเริ่มต้นเกมส์และเอฟเฟคเสียงเกมส์ให้ทันสมัยมากขึ้นเช่นกัน

ดอยมวยก้นหอย หุบเขาธรรมชาติมหัศจรรย์
unseen /  ดอย / 

ดอยมวยก้นหอย (Puge County) ตั้งอยู่ในมณฑลเสฉวน ประเทศจีน ห่างจากตัวเมืองนครซีชางไปทางใต้ 30 ก.ม. ครอบคลุมพื้นที่ 2,400 ตารางก.ม. ส่วนที่เป็นเขตทัศนียภาพสำคัญกิน พื้นที่ 1,083 ตารางก.ม. ในภาษาชนชาติหยีเรียกดอยมวยก้นหอยว่า “อันฮาโป” มีความหมายว่ายอดเขา 500 ลี้ หรือยอดเขานิ้วมือทั้งห้า เป็นภูมิทัศน์ที่ยิ่งใหญ่ตระการตา ดอยมวยก้นหอย หุบเขาธรรมชาติมหัศจรรย์ ยอดเขาหลักชื่อ เยเอ๋อเอ่อฮา มีความสูง 4,359 เมตร เป็นยอดเขาที่สูงเสียดฟ้าลอยเด่นเป็นสง่าในหมู่ยอดเขา ธรรมชาติได้แกะสลักให้ดอยมวยก้นหอยหลัวจี้ซานมี รูปลักษณ์มหัศจรรย์ชวนให้หลงใหล โดยมีลักษณะซ้อนกันเป็นชั้นขึ้นไปดั่งปิระมิด เหมือนหอยโข่งคว่ำ และ คล้ายมวยผมของสตรีโบราณ จึงเป็นที่มาของชื่อดอย มวยก้นหอย ซึ่งภาษาจีนเรียกว่าหลัวจี้ซานนั่นเอง ในประวัติศาสตร์ดอยมวยก้นหอย เคยเป็นปูชนียสถานของพระพุทธศาสนายุคต้นๆ ของจีน จนถึงยุคทองแห่งพระพุทธศาสนาในราชวงศ์ถัง เฉพาะวัดหลัวจี้ก็มี พระภิกษุประจำอยู่ถึง 3,000 รูปแล้ว ในหุบเขามีห้วง น้ำเขียวมรกตที่เงียบวังเวง สายหมอกลอยละลิ่ว จึงเป็นสถานที่สัปปายะของชาวพุทธ เป็น “แดนสวรรค์” สำหรับ การปลีกวิเวกปฏิบัติธรรม ในจีนโบราณได้บัญญัติชื่อสถานที่สำคัญบนดอย มวยก้นหอยไว้ดังนี้คือ “12 ถ้ำพระพุทธ” “18 ยอดเขา” “25 ลาน” “32 สระสวรรค์” “72 ยอดเขา” “108 ทิว- ทัศน์” นอกจากนี้ยังมีน้ำตกจากน้ำพุร้อนที่งดงามอัศจรรย์ ความยิ่งใหญ่อลังการของกลุ่มยอดเขาบนดอยมวยก้นหอย เรียงรายลดหลั่นเป็นชั้น มองจากที่ไกลดูคล้าย กับเกาะสวรรค์ในตำนานเทพนิยายที่ปรากฏตรงหน้า ถ้ามองในระยะใกล้ จะเห็นหน้าผาสูงชัน ต้นไม้เก่าแก่สูง เทียมฟ้า ไม้ดอกดารดาษหลากสีสันราวกับผ้าแพรพรรณ เมื่อขึ้นสู่ยอดเขา จะเห็นทั้งภูดอยธารน้ำยาวนับพันลี้ ไกลสุดสายตา บนเขายังมีป่าดงดิบขนาดใหญ่ที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ ทุ่งหญ้าเขียวขจีอันกว้างใหญ่ไพศาล ดอกไม้นานาพรรณเบ่งบานประชันสีสัน ทั้งยังมีสัตว์ป่าที่หา ยากอีกด้วย กล่าวได้ว่าทั่วทุกแห่งล้วนมีมนต์เสน่ห์ เงียบสงบชวนพิศวง จึงทำให้ดอยมวยก้นหอยกลายเป็น แหล่งทัศนียภาพธรรมชาติที่รวมความยิ่งใหญ่ มหัศจรรย์ แปลกใหม่ น่าหวาดเสียว อนารยะ สูงชัน สงัดเงียบ งดงาม ทั้งหมดนี้มีอยู่ในดอยมวยก้นหอยแห่งเดียว ดอยมวยก้นดอย เป็นพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติว่าด้วย ธารน้ำแข็งโบราณยุคควอเตอร์นารี เมื่อหนึ่งล้านปีก่อน ที่ยังคงความสมบูรณ์ครบถ้วน และหาดูได้ยากในเขต ภูเขาของประเทศจีน รูปลักษณ์ธารน้ำแข็งโบราณซึ่งรวม ทั้งลักษณะเหลี่ยมเขาในร่องรอยธารน้ำแข็งโบราณ แอ่งและร่องธารที่เกิดจากการกร่อนโดยธารน้ำแข็ง เป็นต้น ซึ่งนับเป็นสิ่งที่มีคุณค่าต่อการท่องเที่ยว การผจญภัย และ การสำรวจวิจัยเป็นอย่างยิ่ง ในบรรดาจุดชมวิวเหล่านี้ ที่ยิ่งใหญ่ตระการตาที่สุดเห็นจะเป็น บึงตะกอนธารน้ำแข็ง ที่เกิดจากการกร่อนโดยธารน้ำแข็ง บึงตะกอนธารน้ำแข็ง ของดอยมวยก้นหอยกระจายอยู่ในภูมิประเทศที่มีความ สูงเหนือระดับน้ำทะเล 3,150 เมตรขึ้นไป บริเวณโดยรอบของหนองบึงยังคงมีปรากฏการด้านการกร่อนโดย ธารน้ำแข็งและตะกอนธารน้ำแข็งเป็นจำนวนมาก เนื่อง จากในหนองบึงมีหินผาที่มีสี รอบบึงมีพรรณไม้ พืชหญ้า ต่างๆ และซากพืชเน่าเปื่อยในดิน ทำให้น้ำในหนองบึง ปรากฏสีฟ้าสดใส สีแดงอมน้ำตาล สีเหลืองอมน้ำตาล สีเขียวสด และสีเขียวเข้ม เป็นต้น ดอยมวยก้นหอย มีภูมิลักษณ์เป็นภูเขาสูงชัน ภูมิ อากาศแบ่งเป็นโซนตามความสูงของระดับน้ำทะเล ประกอบกับผู้คนเบาบาง เป็นสภาพแวดล้อมภูมิประเทศที่ มีปิดกั้น ป่าดงดิบและสัตว์ป่าหายากนานาชนิด ตลอดจน ไม้ดอกพันธุ์ป่า พืชเห็ดต่างๆ มีหลากหลายชนิด ป่าดง ดิบมีพื้นที่กว่า 3 แสนโหม่ว (2.4 โหม่วจีน =1 ไร่) พันธุ์พืชประกอบด้วยพืชเขตร้อนแถบเอเชียใต้ พืชพวก สนเขตกึ่งร้อน พืชใบกว้างไม่ผลัดใบเขตกึ่งร้อน และ พืชพวกสนเขตกึ่งภูเขาสูง เป็นต้น รวมกว่า 180 วงศ์ ชนิดกว่า 2,000 ด้านพืชประเภทเห็ด เป็นที่รู้กันว่ามี เห็ดขนาดใหญ่ 150 กว่าชนิด สามารถรับประทานและ ใช้ทำยารักษาโรคได้มีมากถึง 80% มีสัตว์ป่าหายากร่วม 400 ชนิด ดอยมวยก้นหอยได้รักษาทรัพยากรพืชและ สัตว์ไว้ได้อย่างอุดมสมบูรณ์ ซึ่งเป็น “คลังพันธุกรรม” ของสิ่งมีชีวิตที่หายากในประเทศจีน ควรค่าแก่การมา เที่ยวชม เป็นฐานสำรวจศึกษาทางวิทยาศาสตร์ที่ สำคัญยิ่ง ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : rivermk.com / นิตยสารแม่น้ำโขง / lvmama.com / ffgww.com เรียบเรียงโดย Travel MThai ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง : City Lion เมืองโบราณใต้น้ำ…สวรรค์ของนักดำน้ำ , ถ้ำเอ๋อหวังตง ถ้ำมหัศจรรย์แห่งเมืองจีน

PREDATOR - คนไม่ใช่คน - 4/4
PREDATOR /  Arnold / 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ ** รหัสหนังทุกเรื่องคือ bighorror ** เวบไหนจะก๊อปหนังไปผมไม่ว่าอะไรหรอกนะครับ แต่รบกวนช่วยก๊อปชื่อลิ้งค์ที่ผมใส่เป็น AdF.ly ไปทั้งแบบนั้นเลยนะครับ ผมมีน้ำใจให้คุณแล้ว...คุณมีน้ำใจให้ผมบ้างเน่อออ ^_^ ============================================= ...(-^_^-)... ไม่รู้ว่าผมเป็นอะไร..อยู่ดี ๆ ก็นึกถึงเฮียคนเหล็ก อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ คิดถึงหนังของเค้าแต่ละเรื่อง..มันเป็นอะไรที่สุดยอดมาก ยุคนั้นต้องยกให้ อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ กับ ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน ผมว่าในยุคนี้ไม่มีดาราคนไหนเป็นไอดอลของหนัง ACTION HERO เท่าเค้าสองคนแล้ว ขนาด THE ROCK ดเวนน์ จอห์นสัน หรือ เฮียเหม่ง เจสัน สเตแธม ก็เหอะ แต่ถึงจะยังไงผมก็ชื่นชอบและน้อมคารวะพวกเค้าทุกคน เพียงแต่ความคลาสสิคและมนต์ขลังแห่งความเป็นแอ๊คชั่น ต้องยกให้ อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ กับ ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน ** ผมก็เลยนึกถึงหนังของ อาร์โนลด์ ที่ผมชอบมา 3 เรื่อง ที่จริงผมก็ชอบหนังของเค้าทั้งหมดแหล่ะ..แต่เอาแค่ 3 เรื่องก็พอ ประมาณว่าขี้เกียจว่างั้นเหอะไอ้ BIG ^o^ 555++ และเรื่องที่ 2 ก็คือ .... PREDATOR (1987) อีกหนึ่งตัวละครคลาสสิคของโลกภาพยนตร์..ผมโคตรชอบเจ้าพรีเดเตอร์มากกกก เคยซื้อโมเดลพรีเดเตอร์ หน้ากากพรีเดเตอร์ ของต่างๆที่เป็นพรีเดเตอร์มาสะสมด้วย...อิอิ++ ^,^ ============================================= ... เรื่องราวของหน่วยรบพิเศษกลุ่มหนึ่ง ที่ได้รับภารกิจช่วยเหลือตัวประกันในป่าแถบอเมริกากลาง ด้วยความสามารถและเก่งกาจของทุกคนในทีม..งานนี้ดูง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก แต่ในป่าดงดิบแห่งนั้นได้มี นักล่าหัวกระโหลกมนุษย์ เฝ้ารอพวกเขาอยู่ !!! และมันไม่ใช่นักล่าที่เป็นมนุษย์เหมือนพวกเขา แต่มันคือนักล่าจากต่างดาวที่ไม่มีใครเคยพบเจอมาก่อน !!! งานนี้หน่วยรบพิเศษจึงต้องห้ำหั่นกับนักล่าจากนอกโลก !!! ============== ตัวอย่างหนัง ============== http://youtu.be/zRu6JL5TRXE ============== ปกหนัง ============== http://upic.me/i/fm/predator.jpeg +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ .. COPY & PASTE IN YOUR BROWSER .. 1 - http://video.mthai.com/player.php?id=23M1357997215M0 2 - http://video.mthai.com/player.php?id=23M1357997159M0 3 - http://video.mthai.com/player.php?id=23M1357997179M0 4 - http://adf.ly/HELaq

Cookie Run Season 2 ส่งฉากใหม่ เพิ่มคุกกี้-Pet ตัวใหม่ด้วย
Cookie Run /  Cookie Run Season 2 / 

LINE ทำการอัพเดตแพทซ์ใหม่เกมส์ Cookie Run Season 2 (คุกกี้รัน ซีซั่น 2) ทำการเพิ่มเติมคอนเทนต์เกมส์ใหม่ พร้อมส่งระบบใหม่ๆด้วย อัพเดตแล้ววันนี้ บนมือถือทั้ง iOS และ Android สำหรับเกมส์ Cookie Run Season 2 มีการเพิ่มเติมเรื่องการปรับปรุงฉากเกมส์ใหม่ทุกด่าน มีทั้งฉากในป่าดงดิบหรือฉากขนมหวาน ที่บรรจุอุปสรรคไว้มากมาย อาศัยไหวพริบทักษะในการกระโดดหลบหลีกและเก็บของในเกมส์เพื่อทำแต้ม, เพิ่มลูกเล่นใหม่ในโบนัสเวลา, เพิ่มระดับเลเวลสูงสุดในส่วนของเลเวลพลังและตัวผู้เล่น ที่น่าสนใจคือ มีการเพิ่มคุกกี้และสัตว์เลี้ยงในแบบใหม่ๆให้เลือกเล่นอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มเติมระบบ Event การเชิญ รวมถึงปรับปรุงหน้าเริ่มต้นเกมส์และเอฟเฟคเสียงเกมส์ให้ทันสมัยมากขึ้นเช่นกัน Cookie Run Season 2 แจก เพชรฟรี 100 อัน รับได้แล้ววันนี้ ดูวิธีการผ่านฉากเกมส์สำคัญๆใน Cookie Run Season 2 ได้ที่นี่ เกมส์ Cookie Run (คุกกี้รัน) เป็นเกมส์แคชชวลชื่อดังของการผจญภัยเจ้าขนมปังขิง ผู้เล่นจะต้องทำการหลบหลีกอุปสรรคนานานับประการตามฉาก พร้อมเก็บเหรียญและสิ่งของเพื่อทำแต้มคะแนนสูงสุด ดาวน์โหลดเกมส์ Cookie Run Season 2 เวอร์ชั่น iOS ได้ที่นี่ https://itunes.apple.com/th/app/line-cookie-run/id743669894?l=th& ดาวน์โหลดเกมส์ Cookie Run Season 2 เวอร์ชั่น Android ได้ที่นี่ https://play.google.com/store/apps/details?id=com.linecorp.LGCOOKIE&hl=th ภาพบางส่วนภายในเกมส์ Cookie Run Season 2

เรื่องน่ารู้การเดินป่า ในหน้าฝน
การเดินป่า /  เตรียมตัวเที่ยว / 

ฤดูฝนของประเทศไทย อยู่ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมถึงปลายเดือนตุลาคม การเดินป่าในช่วงหน้าฝนจะไม่ค่อยร้อน แต่การหายใจอาจจะลำบากสักนิด เพราะในอากาศมีความชื้นสูง ดังนั้น ผู้ที่รักการท่องธรรมชาติ ควรจะเตรียมความพร้อมของร่างกายและจิตใจมาด้วยยิ่งดี และวันนี้เรามีสิ่งที่ต้องควรรู้ไว้ก่อนไปเดินป่าหน้าฝน มาฝากสมาชิกไว้ศึกษากันครับ เรื่องน่ารู้การเดินป่า ในหน้าฝน โดยเฉพาะในป่าดงดิบชื้นบ้างพื้นที่นั้นจะมี “ทาก” ชูคอสลอนคอยดูดเลือดเหยื่อ แต่ทั้งหมดนั้นอาจเปรียบได้กับสีสันชีวิตการท่องไพร ที่ต้องมีการฝ่าฟันความยากลำบากไปให้ได้เพื่อประสบการณ์ชีวิตอันยิ่งใหญ่ ถ้าจะท่องป่าหน้าฝนให้สนุกก็ต้องเตรียมพร้อมให้ดีตามคำแนะนำดังต่อไปนี้ 1. กันเปียก ควรพกฟลายชีท (ผ้าขึงเป็นหลังคากันน้ำฝน) ไปด้วยเสมอ จะช่วยให้เต็นท์ไม่ต้องเปียกปอน ควรมีเสื้อกันฝนที่มีน้ำหนักเบาติดไปด้วย อาจใช้ประโยชน์เป็นฟลายชีทได้ด้วยในยามจำเป็น เสื้อผ้าข้าวของบางอย่างควรใส่ถุงพลาสติกไว้ชั้นหนึ่งก่อนบรรจุลงเป้ สำหรับรองเท้านั้นถ้าหาชนิดที่กันน้ำได้ก็จะดีมาก โดยวัสดุที่เรียกว่ากอร์เท็กซ์ (Gore-Tex) นั้นกันน้ำได้ 100 เปอร์เซ็นต์ จะช่วยให้เท้าไม่อับชื้น เดินป่าได้อย่างสบายใจ 2. แห้งเร็ว ควรเลือกเสื้อผ้าที่สวมใส่สบาย เมื่อเปียกแล้วต้องแห้งเร็ว เช่น ผ้าใยสังเคราะห์ต่างๆ ส่วนพวกผ้าฝ้ายไม่ควรใช้อย่างยิ่งเพราะอมน้ำมากและแห้งช้า 3. เลือกทำเล การกางเต็นท์กลางป่า ควรดูทิศทางและทำเล ที่จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายแก่ตนเอง เช่น ไม่กางเต็นท์บริเวณที่อาจเป็นทางน้ำไหล ไม่กางเต็นท์ใต้ต้นไม้ใหญ่เพราะอาจมีกิ่งไม้หักหล่นใส่ นอกจากนี้ก็ควรกางฟลายชีทและขุดร่องระบายน้ำรอบตัวเต็นท์ไว้ด้วย 4. ระวัง ในฤดูฝนสัตว์ป่ามีพิษต่างๆ เช่น แมงป่อง ตะขาบ งู ฯลฯ มักจะคลานไปมาหาที่แห้งๆ ตามในเต็นท์ ในถุงนอน หรือในรองเท้าที่ไม่ได้เก็บไว้อย่างมิดชิดพอ ก่อนสวมใส่ใช้งานควรตรวจตราสิ่งเหล่านี้ให้ดี ถ้ามียากันแมลงหรือปูนขาวให้โรยไว้รอบเต็นท์ ก็อาจกันแมลงพวกนี้ได้ เมื่อท่องเที่ยวกันอย่างสนุกสนานและได้รับความรู้แล้ว ก็อย่าลืมรักษาธรรมชาติไว้ให้สวยงามดังเดิม เหมือนก่อนที่เราเข้าไปสัมผัสด้วยจะเป็นการดีไม่น้อยเลย มาเที่ยวป่าหน้าฝนต้องมีสติ หน้าฝนมาเยือน อันตรายก็แฝงกายมาเยี่ยมได้หากไม่ระวัง สติคือสิ่งสำคัญที่ทุกคนต้องมีไว้กับตัวเสมอ จะเล่นน้ำตกก็อย่าโลดโผนนัก ไปไหนก็ควรไปเป้นกลุ่ม หากจะเดินป่าก็ควรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบด้วย เพราะการหลงป่าหรือประสบอุบัติเหตุ เช่น ลื่นหกล้มหรือได้รับอันตรายจากสัตว์ป่า รวมถึงสายน้ำป่าที่ไม่รู้จะมาเมื่อใดอาจเกิดขึ้นได้เสมอ ข้อมูลและภาพ :  สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช / เที่ยวหน้าฝน ที่อุทยานฯ ไหนดี? เที่ยว ภูหินร่องกล้า … สะพายกล้อง เดินป่าหน้าฝน

ทรงไหนเริ่ด? บิกินี่แว็กซ์ ตัดผมให้น้องสาว 12 แบบ 12 สไตล์
bikini wax /  Brazilian wax / 

 บิกินี่แว็กซ์ ตัดแต่งทรงผมให้น้องสาว กล้าป่ะ?       บิกินี่แว็กซ์ เป็นการตกแต่งทรงผมในที่ลับ หลักๆจะมีทั้งหมด 4 แบบ ได้แก่ บิกินี่แว็กซ์ เป็นการตัดแต่งเล็กน้อย เพื่อไม่ให้มีส่วนเกินออกมานอกบริเวณขอบบิกินี่, เเฟรนช์แว็กซ์ (French Wax) จะลึกเข้าไปกว่าขอบบิกินี่ จนเหลือไว้แต่บริเวณตรงกลาง, ฟูลบราซิลเลี่ยนแว๊กซ์ เป็นการกำจัดขนด้านล่างทุกจุดทุกเส้นลึกไปจนถึงด้านหลัง, บราซิลเลี่ยนแว๊กซ์ (Brazilian  wax) แว๊กซ์ชนิดที่ว่าไม่เหลืออะไรเลย โล่งสุดๆ        ทรงอื่นๆก็มีอย่างเช่น ทรงเพลย์บอย, รูปหัวใจ, รูปลูกศรชี้ขึ้น-ลง ซึ่งมีอีกหลากหลายทรงให้คุณเลือกได้ตามใจชอบ สาวๆ women mthai อาจจะยังเขินอายกันอยู่ มาเรียกชื่อทรงให้ถูกก่อนจะไปตัดผมให้น้องสาวกันนะจ๊ะ ว่าแต่คืนนี้ทรงไหนดีนะ? 1. Landing strip โกนเกือบทั้งหมด ยกเว้นตรงกลางตัดแต่งให้เป็นแนวตั้ง จะปล่อยไว้ให้สั้นหรือยาวก็แล้วแต่คุณชอบเลย เหมาะสำหรับการใส่บิกินี่เส้นเล็กและแคบ 2. Sweet Heart ถ้าอยากเพิ่มความโรแมนติค รูปหัวใจเป็นสิ่งที่สื่อความหมายได้ดีที่สุด เหมาะสำหรับวันวาเลนไทน์ หรือ วันครบรอบวันแต่งงาน รับรองหนุ่มๆไม่มีวันลืมแน่นอน 3. Brazilian Wax  แว๊กซ์ชนิดถอนรากถอนโคนไม่เหลืออะไรเลย ขนสักนิดก็ไม่มี โล่งหวิวเบาสบายกันไปเลยล่ะ ประมาณว่ากลับไปเป็นเด็ก 14 อีกครั้ง ทรงนี้เหมาะสำหรับสาวๆที่ชอบใส่บิกินี่ และ กางเกงในแบบเอวต่ำมากๆ 4.Martini  เป็นทรงสามเหลี่ยมกลับหัวลง ด้านบนจะเลี้ยงไว้มากหน่อย แต่ด้านข้างจะแว๊กซ์ออกให้เกลี้ยง เหมาะสำหรับการใส่บิกินี่ที่เว้ามากๆ และ ชุดชั้นในแบบเอวต่ำ เว้าโคนขาสูง 5.Postage stamp 6. Victory   7.Mohawk 8.Diamond ลักษณะคล้ายสามเหลี่ยมแต่ตัดตรงมุมทั้ง 2 ด้านออก ก็กลายเป็นเพชรน้ำงามไปซะแหละ  9.Star คืนนี้ดวงดาวจะลงทัณฑ์เธอเอง 10.Moon  11.This way เหมือนเป็นการบอกใบ้เชิญชวนด้วยลูกศรชี้ลง แค่เห็นก็รู้แล้วว่ามันกำลังกระซิบบอกว่า "come on baby" 12.Get up ลูกศรชี้ขึ้นไปข้างบน อ๊ะ! ต้องการจะบอกใบ้อะไรน๊า....         ผู้ชายส่วนใหญ่มักชอบให้น้องสาวของคุณสะอาด บางคนก็ลงทุนยอมจ่ายเงินจูงมือพาแฟนสาวไปทำที่ร้านเองเลย แถมจ่ายเงินให้อีกด้วย การแว็กซ์ครั้งแรกของคุณผู้หญิงคงไม่ต้องบอกว่าจะเจ็บปวดขนาดไหน แต่หลังจากนั้นคุณจะชอบมันเอง เพราะสาวๆจะรู้สึกเบาสบายอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน  เหตุผลที่สาวๆ ต้องทำ บิกินี่แว็กซ์ 1.เพราะแฟนอยากให้ทำ ผู้ชายไม่ได้ชอบความเป็นธรรมชาติของป่าดงดิบหรอกนะจ๊ะ บางครั้งก็ต้องดูแลตัดแต่งต้นไม้บ้างเพื่อความสวยงาม 2.เพราะคุณรักความสะอาด จุดซ่อนเร้นมักเป็นจุดอับ โดยเฉพาะช่วงประจำเดือน ผู้หญิงบางคนที่รักสะอาดมากๆ จึงนิยมการ แว็กซ์ เพราะดูแลง่าย ไร้กลิ่นไม่พึงประสงค์ แล้วอย่าลืมไปลองกันดูนะค๊า..... บิกินี่แว๊กซ์ มาแว๊กซ์ขนให้น้องสาวกันเถอะ! เรียบเรียงโดย women mthai team ภาพประกอบจาก www.buzzfeed.com

สะดือแม่น้ำโขง แก่งอาฮง ณ วัดอาฮงศิลาวาส จ.บึงกาฬ
บึงกาฬ /  วัดอาฮงศิลาวาส / 

แก่งอาฮง, บึงกาฬ แก่งอาฮง หรือจุดชม “สะดือแม่น้ำโขง” ณ วัดอาฮงศิลาวาส ตำบลหอคำ เขตอำเภอเมืองบึงกาฬ ห่างจากตัวจังหวัด 21 กิโลเมตร ถือว่าเป็นจุดที่แม่น้ำโขงมีความลึกที่สุดไม่สามารถวัดความลึกได้ กระแสน้ำไหลเชี่ยวมากในฤดูน้ำหลากและมีกระแสน้ำไหลวนเป็นรูปกรวยขนาดใหญ่จัง สังเกตได้จากเมื่อมีวัสดุหรือซากไม้ขนาดใหญ่ลอยมาเมื่อถึงบริเวณนี้ สิ่งของต่างๆ จะหมุนวนอยู่ประมาณ 30 นาที จึงจะไหลต่อไป ซึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็น "สะดือแม่น้ำโขง" มีความกว้างประมาณ 300 เมตร ในฤดูน้ำลด มีความกว้างราว 400 เมตร สามารถมองเห็นแก่งได้ในช่วงเดือนมีนาคม - พฤษภาคมของทุกปี ซึ่งจะมีกลุ่มหินที่ปรากฏบริเวณ แก่งอาฮง จะมีชื่อเรียกตามลักษณะของหิน เช่น หินลิ้น นาค หินปลาเข้ ถ้ำปลาสวาย นอกจากจะเป็นแหล่งพักผ่อนและสถานที่ท่องเที่ยวชมหินสวยของบึงกาฬแล้ว ยังเป็นจุดชมปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ "บั้งไฟพญานาค" ในช่วงออกพรรษา วันขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมปรากฏการณ์ธรรมชาตินี้เป็นจำนวนมาก ประวัติ วัดอาฮงศิลาวาส เมื่ออดีตกาลนานมาแล้วหลวงพ่อลุน ผู้ก่อตั้งวัดนี้ขึ้นมาในกลางป่าดงดิบปะปนกับโขดหินน้อยใหญ่ ซึ่งเป็นเทือกเขาเชื่อมโยงมาจากฝั่งประเทศลาว วัดนี้มีชื่อเรียกว่า "วัดป่าเลไลย" ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2506 หลวงพ่อลุนได้มรณภาพลงทำให้วัดนี้ไม่มีพระภิกษุอยู่จำวัดแบบถาวรเลย คงเหลือแต่ ชีแก่ๆ อยู่เฝ้าจำวัด และรักษาวัดกระทั่งปี พ.ศ.2517 ท่านเจ้าคุณนิเทศศาสนคุณ (หลวงพ่อมหาสมาน สิริปัญโญ) ผ่านมาแวะเข้าไปดูบริเวณวัด และเห็นสภาพทั่วไปสงบร่มรื่น อยู่ติดกับริมฝั่งแม่น้ำโขงซึ่งจะมีโขดหินเรียงรายอยู่ในแม่น้ำยื่นจากฝั่ง ออกไปสู่กลางลำน้ำโขง มีชื่อเรียกว่า " แก่งอาฮง " ต่อมาหลวงพ่อได้ปรึกษากับคณะพระภิกษุสงฆ์พร้อมญาติโยม จะปฏิสังขรณ์วัดแห่งนี้ขึ้นใหม่ให้เป็นวัดที่สมบูรณ์และถาวร โดยปรับปรุงสภาพแวดล้อมและก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวก ที่มีความจำเป็นแก่พระ ภิกษุสามเณร และญาติโยม เสร็จแล้วหลวงพ่อตั้งชื่อวัดใหม่ให้เข้ากับสภาพแวดล้อมว่า "วัดอาฮงศิลาวาส" จนถึงปัจจุบัน และได้พัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวไปในที่สุด วัดอาฮงศิลาวาส  ตั้งอยู่เขตพื้นที่บ้าน อาฮง หมู่ 3 ต.ไคสี จ. บึงกาฬ ตั้งอยู่ห่างจาก บึงกาฬ 21 กิโลเมตร ห่างจากจังหวัดหนองคาย 115 กิโลเมตร วัดตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงบริเวณแก่งอาฮง View Larger Map แก่งอาฮง วัดอาฮงศิลาวาส จังหวัดบึงกาฬ ข้อมูลและภาพ : คู่หูเดินทาง / bungkan.com เรียบเรียงโดย Travel MThai

เรื่องน่ารู้ เตรียมตัว เที่ยวภูเขา
เคล็ดลับ /  เตรียมตัวเที่ยว / 

การเดินทางท่องเที่ยวทุกรูปแบบ ทุกกิจกรรม และทั่วทุกพื้นที่ หากมีการเตรียมตัวสำหรับการเดินทางดีแล้ว การท่องเที่ยวในเส้นทางนั้นก็จะได้รับความสนุกสนาน เก็บรับความสุขจากการเดินทาง การท่องเที่ยวศึกษาธรรมชาติได้อย่างเต็มที่สำหรับ การเดินทางท่อง เที่ยวภูเขา นั้น ยิ่งต้องมีการเตรียมพร้อมอย่างยิ่ง สิ่งที่ต้องเตรียม คือ... เรื่องน่ารู้ เตรียมตัว เที่ยวภูเขา เตรียมหาข้อมูล ของภูเขาที่จะไปเที่ยวชมว่ามีสภาพเช่นไร มีระดับความสูงเท่าใด เส้นทางเป็นอย่างไร รถยนต์ขึ้นถึง หรือต้องเดินเท้าเป็นระยะทางเท่าใด กี่กิโลเมตรกี่ชั่วโมง สภาพความสูงชันของเส้นทาง ระหว่างทางต้องผ่านสภาพป่าอย่างไร ป่าดงดิบ ป่าโปร่ง หรือเดินทางเส้นทางที่เป็นถนนเก่า เพื่อจะได้เตรียมความฟิต ความแข็งแกร่งของร่างกายให้พร้อมรับกับสภาพ และจะได้เตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ที่จำเป็นไปให้พร้อม เตรียมจองตั๋วโดยสาร สำหรับการนเดินทางล่วงหน้า ยิ่งหากเป็นช่วงเทศกาล หรือวันหยุด ติดต่อกันหลายวัน การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว ควรตัดสินใจให้ดีว่าคุ้มหรือไม่ที่จะต้องขับรถไปเองแล้วจอดรถทิ้งไว้หลายวัน ในช่วงเดินทางขึ้นเขา และกลับมาด้วยความอ่อนเพลีย แล้วยังต้องขับรถทางไกลกลับบ้าน หากไม่คุ้ม ก็ควรใช้รถประจำทาง รถไฟ หรือเช่าเหมารถไปส่งเป็นหมู่คณะจะดีกว่า เตรียมจองที่พัก ซึ่งที่พักบนแหล่งท่องเที่ยวประเภทภูเขานั้น จะเป็นการพักแบบแค้มป์ ซึ่งมักจะไม่มีบ้านพักรองรับ หากพื้นที่ใดไม่มีเต๊นท์ให้เช่า ก็จำเป็นต้องเตรียมจัดหาเต๊นท์ไปเอง หรือหากที่ใดอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ และมีบ้านพัก ก็ควรติดต่อจองที่พักล่วงหน้าและอุทยานแห่งชาติบางแห่งจำกัดจำนวนนักท่อง เที่ยวว่า ไม่เกินกี่คนต่อวัน ก็คงต้องติดต่อจองและแจ้งจำนวนคนพร้อมวันเดินทางไปล่วงหน้า เพื่อจะได้ไม่ผิดหวัง ไปได้แค่ตีนดอย เพราะเกินจำนวน อุทยานฯ ไม่ยอมให้ขึ้น เตรียมฟิตร่างกาย ให้แข็งแกร่งเพียงพอที่จะรับสภาพเส้นทางที่สูงชันยาวไกล โดยการวิ่งหรือถีบจักรยานวันละ 1 ชั่วโมง ตลอด 1 สัปดาห์ เพื่อให้กำลังอยู่ตัว ก็จะทำให้ร่างกายไม่เหนื่อยล้าเกินไป และเที่ยวได้สนุก เตรียมอุปกรณ์ เครื่องกันหนาวไปให้พร้อม เพราะยอดเขาแต่ละแห่งอากาศมักจะหนาวเย็นตลอดปี เพราะอยู่บนระดับความสูง โดยสอบถามหรือหาข้อมูลเสียก่อนว่า อุณหภูมิในช่วงนั้นน่าจะกี่องศาฯ เพื่อจะได้เตรียมเสื้อผ้า ถุงนอน ไปได้พอดี เสื้อกันหนาวควรมีน้ำหนักเบา แต่ป้องกันความหนาวเย็นได้ดี รองเท้าปีนเขา ควรเป็นร้องเท้าหุ้มส้น หรือหุ้มข้อ ที่เหมาะสมกับสภาพของภูเขา เช่น หากเป็นภูเขาดินร่วนและแฉะลื่นในหน้าฝน ควรใช้รองเท้าที่มีดอกยางแข็ง ร่องลึก หุ้มข้อ หากพื้นที่เป็นหินอาจใช้รองเท้าพื้นยางนุ่มเพื่อเกาะพื้นหิน เป็นต้น แต่ข้อสำคัญ รองเท้าที่ใช้ต้องเป็นรองเท้าที่สวมใส่สบายเท้า มีสภาพดีพอที่จะไม่เสี่ยงไปชำรุดกลางทาง เพราะจะเกิดปัญหามากมาย และต้องเคยสวมใส่เป็นประจำอยู่แล้ว ไม่ใช่รองเท้าใหม่ เพราะรองเท้าคู่ใหม่อาจกัดเท้า จนไม่สามารถใส่เดินได้เป็นระยะทางไกลๆ เตรียมใจให้พร้อม เพราะการเดินขึ้นดอยนั้น จิตใจต้องสำคัญยิ่ง หากไม่รักจริงก็ถอนตัวเสียแต่เนิ่นๆ อย่าไปทรมานตัวเอง ทรมานเพื่อนร่วมทางเลย และสิ่งสำคัญที่สุด ก็คือจิตสำนึกแห่งการดูแลรักษาธรรมชาติให้งดงามยั่งยืนตลอดไป เรื่องน่ารู้ เตรียมตัว เที่ยวภูเขา ขอบคุณข้อมูลจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย การเตรียมตัว จัดกระเป๋า เที่ยวฝรั่งเศส เคล็ดลับจัดกระเป๋า ไปเที่ยว แบบของน้อย แต่ไม่เคยขาด เรื่องน่ารู้ เตรียมตัว เที่ยวภูเขา

ท่องป่า ไปดู ดอกบัวผุด อุทยานแห่งชาติคลองพนม
ดอกบัวผุด /  อุทยานแห่งชาติคลองพนม / 

ตะลุยป่าใต้ ไปค้นหา "ดอกบัวผุด" พันธุ์ไม้หายาก ในอุทยานแห่งชาติคลองพนม จังหวัดสุราษฏร์ธานี อุทยานแห่งชาติคลองพนม อยู่ในท้องที่ตำบลคลองศก ตำบลพนม และตำบลพลูเถื่อน และตำบลพนม อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภูเขาหินปูนบางแห่งมีหน้าผาสูงชัน และสวยงามมาก เรียงรายสลับซับซ้อนเชื่อมต่อกันเป็นแนวสันเขา มีฝนตกชุกตลอดปี เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของแม่น้ำตาปี ซึ่งเป็นแม่น้ำสายสำคัญสายเดียวของจังหวัดสุราษฎร์ธานี สภาพป่าโดยทั่วไปเป็นป่าดงดิบที่มีความอุดมสมบูรณ์ และมีจุดเด่นที่น่าสนใจเช่น ถ้ำแก้ว ถ้ำน้ำลอดเขาวงก์ น้ำตกโตนไทร น้ำตกเขาวงก์ ไผ่เฉียงรุน บัวผุด การล่องแก่งฯลฯ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งพันธุ์ไม้มีค่าและหายากขึ้นอยู่ เช่น ตะเคียน ตาเสือ จิก เขา กระท้อน ขนุนป่า เสียดช่อ อินทนิล นากบุด หงอนไก่ จำปาป่า เป็นต้น มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 256,500 ไร่ หรือ 410.4 ตารางกิโลเมตร ท่องป่า ไปดู ดอกบัวผุด อุทยานแห่งชาติคลองพนม ลักษณะภูมิประเทศ สภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชัน ประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ของเนื้อที่ โดยเฉพาะตอนเหนือของพื้นที่ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภูเขาหินปูน บางแห่งมีหน้าผาสูงชัน และสวยงาม เรียงรายสลับซับซ้อนเชื่อมติดต่อเป็นแนวสันเขา ยาวจากทิศตะวันตกไปยังทิศตะวันออก จุดสูงสุดจากพื้นอยู่บริเวณตอนกลางของพื้นที่ มีความสูงประมาณ 870 เมตรจากระดับน้ำทะเล พื้นที่ราบมีอยู่ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ ส่วนใหญ่เป็นที่ราบระหว่างหุบเขา มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 200 เมตร ปรากฏอยู่ทั่วไป เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของคลองพนมและคลองศก ซึ่งจะไหลไปรวมกับคลองแสงเป็นต้นกำเนิดของคลองพุมดวงที่เป็นสาขาหนึ่งของแม่น้ำตาปี ลักษณะภูมิอากาศ ลักษณะภูมิอากาศของป่าแห่งนี้ มีลักษณะคล้ายคลึงกับแห่งอื่น ในภาคใต้ของประเทศไทย คือ มีฝนตกชุกตลอดปี ประกอบกับได้รับอิทธิพลของทะเล ซึ่งสามารถรับลมมรสุมได้ทั้งลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ และลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และอิทธิพลของภูเขาสูงที่เป็นสิ่งกีดขวางลมมรสุม มีป่าไม้ปกคลุมอย่างหนาแน่น จึงทำให้ฝนตกมากกว่าในท้องที่ทั่วๆ ไป ซึ่งสามารถจำแนกได้ชัดเจนเพียง 2 ฤดู คือ ฤดูฝนเริ่มจากเดือนพฤษภาคมถึงเดือนธันวาคม ฤดูร้อนเริ่มจากเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน โดยมีฝนตกชุกมากที่สุด ระหว่างเดือนสิงหาคมถึงเดือนตุลาคม และมีอากาศร้อนมากที่สุดในต้นเดือนเมษายน พืชพรรณและสัตว์ป่า สภาพป่าทั่วทั้งพื้นที่มีสภาพเป็นป่าดงดิบ อุดมสมบูรณ์ มีพันธุ์ไม้มีค่านานาชนิดขึ้นคละปะปนกันอยู่อย่างหนาแน่น ไม้ขนาดใหญ่ ได้แก่ โดแหลม ตะเคียน ยาง ตาเสือ หงอนไก่ กระบาก กระท้อน จิกเขา ขนุนป่า มะม่วงป่า เสียดค่าง อินทนิล นากบุด ลำแพนเขา มังคะ จำปาป่า ยมหอม ฯลฯ พืชพื้นล่าง ได้แก่ ไผ่ ระกำ หวาย เต่าร้าง กูด เฟิน ฯลฯ นอกจากนี้ยังพบไม้เถานานาชนิดขึ้นอยู่ทั่วๆ ไป มีความชุ่มชื้นเขียวชอุ่มตลอดปี จากการสำรวจโดย ดร.เต็ม สมิตินันทน์ พบว่า มีพันธุ์ไม้ที่หายากบางชนิด ได้แก่ ตะเคียนชันตาแมว และไม้ยวนแหล เป็นเขตกระจายพันธุ์ของพันธุ์ไม้ทั้งสองชนิด นอกจากนี้ยังสามารถพบ บัวผุด ซึ่งเป็นพันธุ์ไม้หายาก ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เป็นกาฝากชนิดหนึ่งอาศัยกินน้ำเลี้ยงจาก "ย่านไก่ต้ม" เมื่อบานเต็มที่จะมีเส้นผ่าศูนย์กลางวัดได้ 80 เซนติเมตร จนถึง 1 เมตรเศษ โดยมากดอกบัวผุดจะบานในช่วงเดือนพฤศจิกายน-พฤษภาคม อย่างไรก็ตาม เตือนนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาชมความสวยงามของดอกบัวผุด ให้ปฏิบัติตามกฎข้อบังคับของอุทยานฯ อย่างเคร่งครัด และขอให้ระมัดระวังในการเดินดูดอกบัวผุด เพราะหากเหยียบปุ่มตาของบัวผุดที่ติดอยู่กับเครือเถาวัลย์ ย่านไก่ต้ม “ดอกบัวผุด” ดอกนั้นก็จะตายและสูญพันธุ์ ไม่มีโอกาสเจริญเติบโตขึ้นมาอีก ดังนั้น ขอให้นักท่องเที่ยวทุกคนเก็บเอาแต่ภาพและความประทับใจกลับบ้าน โดยทางอุทยานฯ จะจัดเจ้าหน้าที่เพื่อแบ่งนักท่องเที่ยวออกเป็นชุดๆ ละ 12 คน มีเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เป็นผู้นำทาง เพื่อป้องกันการทำลายดอกบัวผุด หากมีการผ่าฝืนกฎข้อบังคับของอุทยานฯ จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายทันที นอกจากดอกบัวผุดแล้ว ยังพบ ไผ่เฉียงรุน ซึ่งเป็นไม้ไผ่ขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยสำรวจพบในประเทศไทย มีเส้นรอบวงประมาณ 60-80 เซนติเมตร ขนาดลำต้นยาวประมาณ 30-40 เมตร ความหนาของเนื้อไม้ประมาณ 1 นิ้วฟุต ไผ่เฉียงรุนจะไม่ขึ้นปะปนกับไม้ไผ่ชนิดอื่น จะอยู่เป็นหมู่ๆ กอละ 20-30 ลำ สำรวจพบอยู่บนพื้นที่ประมาณ 30 ไร่ บน “เขาพรุชิง" เนื่องจากสภาพป่าแห่งนี้ มีสภาพที่อุดมสมบูรณ์ จึงมีสัตว์ป่ามากมายหลายชนิด สัตว์ป่าที่สำคัญ ได้แก่ ช้างป่า กวางป่า สมเสร็จ เสือ หมี เลียงผา หมูป่า ชะนี ลิง ค่าง ไก่ฟ้า กระรอก เก้ง กระจง นกนานาชนิด และสัตว์เลื้อยคลานชนิดต่างๆ View Larger Map ข้อมูลและภาพ : dnp.go.th / wiki / 2g.pantip.com / bloggang.com เรียบเรียงโดย Travel MThai

รวม เกาะที่สวยที่สุดในประเทศไทย ไม่ควรพลาด
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย /  หมู่เกาะ / 

ประเทศไทยของเรา ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามติดอันดับโลก โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่งดงามเกินบรรยาย ภาพของน้ำทะเลสีคราม หาดทรายขาวละเอียด ทิวมะพร้าวเรียงราว คงชินตาใครหลายๆ คน วันนี้เลยขอหยิบเอา เกาะที่สวยที่สุดในประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นที่นิยม ของนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติมาบอกกัน ดังต่อไปนี้ รวม เกาะที่สวยที่สุดในประเทศไทย ไม่ควรพลาด เกาะพีพี : ภาพจาก http://www.flickr.com/photos/45469294@N07 หมู่เกาะพีพี (Phi Phi) หมู่เกาะพีพี อยู่ห่างจากอำเภอเมืองกระบี่ 42 กิโลเมตร เป็นหมู่เกาะกลางทะเล ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ซึ่งประกอบด้วยเกาะ 6 เกาะ คือ เกาะพีพีเล เกาะพีพีดอน เกาะยูง เกาะไม้ไผ่ เกาะบิดะนอก และเกาะบิดะใน ถือเป็นอัญมณีเลอค่าแห่งทะเลอันดามัน ที่โด่งดังติดอันดับแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของโลก ด้วยความงดงามของเวิ้งอ่าวคู่ของอ่าวต้นไทร และอ่าวโละดาลัมอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ บวกกับทะเลในสีเขียวมรกตสวยใส ที่โอบล้อมหาดทรายขาวนวลละเอียดราวแป้งของ "อ่าวมาหยา" พร้อมแนวปะการังและสรรพชีวิตหลากสีสันนานาพันธุ์ในโลกใต้ทะเล สิ่งเหล่านี้คือแม่เหล็ก ที่ดึงดูดให้นักเดินทางนับล้านชีวิตจากทั่วทุกมุมโลก หลั่งไหลมายังหมู่เกาะเล็ก ๆ แห่งนี้ เพื่อจะมาเยี่ยมเยือนและสัมผัสให้เห็นกับตาตัวเอง จนได้รับการยกย่องว่าเป็นเกาะที่สวยงามติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก และได้ฉายาว่า มรกตแห่งอันดามัน สวรรค์เกาะพีพี หมู่เกาะสิมิลัน หมู่เกาะสิมิลันเป็นหมู่เกาะเล็ก ๆ ในทะเลอันดามัน มีทั้งหมด 9 เกาะ เรียงลำดับจากเหนือมาใต้ ได้แก่ เกาะหูยง เกาะปายัง เกาะปาหยัน เกาะเมี่ยง (มี 2 เกาะติดกัน) เกาะปายู เกาะหัวกระโหลก (เกาะบอน) เกาะสิมิลัน และเกาะบางู โดยหมู่เกาะเหล่านี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหมู่เกาะที่มีความงาม ทั้งบนบกและใต้น้ำที่ยังคงความสมบูรณ์ของท้องทะเล สามารถดำน้ำได้ทั้งน้ำตื้นและน้ำลึก มีปะการังที่มีสีสันสวยงามหลากชนิด ปลาหลากสีสันและหายาก ทั้งนี้ เกาะสิมิลัน หรือ เกาะแปด เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะสิมิลัน ลักษณะอ่าวเป็นรูปโค้งเหมือนเกือกม้า มีหาดทรายขาวละเอียดเนียนนุ่มน้ำทะเลใสน่าเล่น ใต้ทะเลมีปะการังสวยงามหลายชนิด และมีปลาประเภทต่าง ๆ ที่มีสีสันสวยงามมากมาย เป็นเกาะที่สามารถดำน้ำทั้งน้ำลึกและน้ำตื้น และทางด้านเหนือของเกาะมีก้อนหินขนาดใหญ่ รูปร่างแปลกตา เช่น หินรูปรองเท้าบู๊ท หรือรูปหัวเป็ดโดนัลด์ดั๊ก ตอนบนที่ตรงกับแนวหาดมีหินรูปเรือใบ ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สวยงามที่จะมองเห็นความสวยงามของท้องทะเลได้กว้างไกล ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนเมษายน เป็นช่วงที่น่าท่องเที่ยวมากที่สุด ส่วนเดือนพฤษภาคมถึงพฤศจิกายน เป็นฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ มีคลื่นลมแรงเป็นอันตรายต่อการเดินเรือและทางอุทยานฯ จะประกาศปิดเกาะในเดือนพฤษภาคมเพื่อเป็นการฟื้นฟูธรรมชาติทุกปี เกาะหลีเป๊ะ : ภาพจาก http://www.flickr.com/photos/10630381@N03 เกาะหลีเป๊ะ เกาะสิเป๊ะ หรือ เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล จุดเด่นของเกาะหลีเป๊ะคือความเป็นธรรมชาติของปะการังรอบเกาะ มีเวิ้งอ่าวที่สวยงาม หาดทรายละเอียดนิ่มเหมือนแป้ง มีอ่าวที่สวยงามชื่อ "อ่าวพัทยา"และ "หาดชาวเล" มีลักษณะโค้งเว้า ทรายขาวละเอียด ซึ่งทั้งสองหาดนี้สามารถเดินถึงกันได้โดยใช้เวลาประมาณ 15 นาที และยังมีบริการบ้านพักของเอกชนคอยบริการนักท่องเที่ยวอีกด้วย นักท่องเที่ยวสามารถเช่าเรือไปยังเกาะต่าง ๆ ได้ นอกจากนี้ ยังมีชุมชนชาวเลอาศัยอยู่หลายครัวเรือน ส่วนใหญ่มีอาชีพทำการประมง ในวันขึ้น 13-15 ค่ำ เดือน 6 และเดือน 12 ตลอด 3 วัน 3 คืน ชาวบ้านทีมีเชื้อสายชาวเลจะร่วมกันจัดงานรื่นเริง และที่สำคัญที่สุดคือ ชาวบ้านจะช่วยกันต่อเรือด้วยไม้ระกำ และประกอบพิธีลอยเรือด้วยเป็นความเชื่อว่าเป็นการเสี่ยงทายโชคชะตาในการประกอบอาชีพประมง เกาะสมุัย : ภาพจาก http://www.flickr.com/photos/96394350@N00 เกาะสมุย เกาะสมุย จังหวัดราษฎร์ธานี เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอันดับต้น ๆ ของประเทศอีกแห่งหนึ่ง ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก เพราะมีธรรมชาติอันงดงาม มีหาดทรายขาวละเอียดที่สะอาดบริสุทธิ์ อีกทั้งยังเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกทุกรูปแบบครบครัน ทั้งที่พักหลากหลายรูปแบบจำนวนมาก มีการคมนาคมที่สะดวก และมีสนามบินเป็นของตัวเอง ปัจจุบันเกาะสมุยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของทะเลอ่าวไทยตอนใต้ ที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติหลั่งไหลไปเยี่ยมเยือนปีละหลายล้านคน เกาะสมุย มีหาดทรายธรรมชาติสวยงามที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง เช่น หาดเฉวง หาดละไม หาดตลิ่งงาม และหาดนาเทียน และมีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ทั้งป่าไม้และแหล่งน้ำ นอกจากนี้ ยังเต็มไปด้วยเรื่องราวและศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น ที่สร้างเสน่ห์ให้กับเกาะแห่งนี้เป็นอย่างมาก เกาะเต่า : ภาพจาก http://www.flickr.com/photos/robysaltori เกาะเต่า (Ko Tao) เกาะเต่าเป็นเกาะเล็ก ๆ ตั้งอยู่โดดเดี่ยวกลางทะเลอ่าวไทย อยู่ห่างจากชายฝั่งของจังหวัดชุมพรประมาณ 74 กิโลเมตร ห่างจากชายฝั่งของจังหวัดสุราษฎร์ธานีประมาณ 110 กิโลเมตร ห่างจากเกาะสมุยประมาณ 64 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากเกาะพะงันประมาณ 45 กิโลเมตร เป็นเกาะที่ได้ชื่อว่าเป็น "เกาะสวรรค์กลางทะเลอ่าวไทย" เนื่องจากเป็นเกาะที่มีธรรมชาติสวยงามและอุดมสมบูรณ์ มีแนวปะการังทั้งน้ำตื้นและน้ำลึกขนาดใหญ่และสวยงาม อันเป็นที่อยู่อาศัยของปลาหลากชนิดจำนวนมาก จนกลายเป็นจุดดำน้ำที่มีชื่อเสียงระดับโลกอีกแห่งหนึ่ง ที่นักดำน้ำทั่วโลกต่างพากันหมุนเวียนมาเยี่ยมเยือน และสัมผัสกับโลกใต้ทะเลของเกาะสวรรค์แห่งนี้ นอกจากนี้ เกาะเต่ายังมีหาดทรายขาวละเอียดที่สะอาดบริสุทธิ์ สวยงาม และสงบเงียบ อีกหลายแห่งรอบเกาะ ที่เติมเต็มให้เกาะแห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบ เหมาะสมกับฉายา "เกาะสวรรค์" อีกทั้งในอดีตบริเวณชายหาดรอบ ๆ เกาะเต่า ยังเต็มไปด้วยเต่าที่มาหาแหล่งวางไข่เป็นจำนวนมาก อันเป็นที่มาของชื่อ "เกาะเต่า" นั่นเอง เกาะลันตา เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ เป็นเกาะขนาดใหญ่ที่มีผู้คนอาศัยต่อเนื่องมายาวนานกว่าร้อยปี ประกอบด้วย เกาะลันตาใหญ่ และ เกาะลันตาน้อย ทั้งนี้ แหล่งท่องเที่ยวส่วนใหญ่อยู่บนเกาะลันตาใหญ่ โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา ซึ่งตั้งอยู่ที่แหลมโตนด ตรงปลายเกาะ เป็นพื้นที่ที่สมบูรณ์ด้วยผืนป่าดงดิบ มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ และที่โดดเด่นที่สุดคือประภาคารสีขาว ซึ่งเป็นเสมือนสัญลักษณ์ของเกาะลันตา ขณะที่เกาะลันตาน้อยเป็นที่ตั้งของที่ว่าการอำเภอเกาะลันตา ด้วยระยะทางที่ห่างไกลจากแผ่นดิน เกาะลันตาจึงยังคงความสวยงามของหาดทรายและน้ำทะเลสะอาด อีกทั้งยังมีวิถีชีวิตของชาวเกาะดั้งเดิม ที่มีทั้งชาวไทยพุทธ ชาวไทยจีน ชาวไทยมุสลิม และชาวไทยใหม่ (ชาวเล) อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ผสานกับความเจริญทางด้านหัวเกาะแถบท่าเรือและชายหาดฝั่งตะวันตก ซึ่งคึกคักด้วยนักท่องเที่ยว การมาเยือนเกาะลันตาจึงได้เที่ยวหลายบรรยากาศในคราวเดียวกัน เกาะล้าน เกาะล้าน อยู่ห่างชายฝั่งพัทยาเพียง 7 กิโลเมตร นั่งเรือโดยสาร 45 นาที มีชายหาดที่สวยงามหลายแห่ง ส่วนใหญ่คึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวที่มาเล่นน้ำ ดูปะการัง เล่นกีฬาทางน้ำ โดยเฉพาะที่หาดตาแหวน หาดทองหลาง หาดนวล และหาดเทียน ส่วนหาดแสมบรรยากาศเงียบสงบกว่าหาดอื่น บริเวณเกาะล้าน และเกาะเล็ก ๆ ที่อยู่รอบ ๆ เช่น เกาะครก และเกาะสาก เป็นแหล่งตกปลาดำน้ำดูปะการัง ทั้งแบบน้ำลึกและน้ำตื้น และเป็นสถานที่ฝึกหัดเรียนดำน้ำ เกาะกูด เกาะกูด เกาะสุดท้ายปลายทะเลตะวันออกในจังหวัดตราดของไทย ติดชายแดนทางทะเลของกัมพูชา ด้วยความที่เป็นเกาะขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ทำให้ดินแดนแห่งนี้เปี่ยมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์อยู่มากมาย และสวยงาม เหมาะแก่การท่องเที่ยวและการพักผ่อน และด้วยพื้นที่ที่เป็นภูเขาและที่ราบสันเขา จึงเป็นต้นกำเนิดลำห้วยต่างๆ ซึ่งก็ทำให้เกาะกูดมีน้ำตกหลายแห่ง บนเกาะกูดยังมีสถานที่ท่องเที่ยว คือชายหาดเนียนละเอียด เคียงข้างน้ำทะเลใสแจ๋ว อีกทั้งยังมีป่าชายเลนที่สมบูรณ์และแนวปะการังนานาชนิด จนได้รับสมญานามว่า "อันดามันแห่งทะเลตะวันออก" เกาะพยาม เกาะพยาม จังหสัดระนอง เป็นเกาะขนาดใหญ่ มีชาวบ้านอาศัยอยู่บนเกาะประมาณ 160 ครัวเรือน ชาวบ้านมีอาชีพทำสวนมะม่วงหิมพานต์ สวนยางพาราและประมงชายฝั่ง กิจกรรมบนเกาะจะมีการตกปลา ขี่จักรยานรอบเกาะ และสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการดำน้ำดูปะการัง เกาะพยามถือเป็นแหล่งดูปะการังที่สมบูรณ์สวยงาม และด้านทิศตะวันออกของเกาะไม่มีหาดทราย แต่มีความอุดมสมบูรณ์ของป่าชายเลน และมีชาวเล เผ่ามอแกน มาอาศัยอยู่เป็นบางครั้ง บนเกาะพยามมีที่พักบริการนักท่องเที่ยว เกาะนางยวน เกาะนางยวน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประกอบด้วยเกาะขนาดเล็ก 3 เกาะ ซึ่งเชื่อมต่อกันด้วยสันทรายในลักษณะเหมือนทะเลแหวก เสน่ห์ของเกาะนางยวนนั้น มาจากน้ำทะเลสีมรกตที่ใสจนมองเห็นตัวปลาตัวเล็กตัวน้อย เปลือกหอย และปะการัง ซึ่งอยู่ใต้น้ำอย่างชัดเจน ส่วนกิจกรรมสุดฮิตของที่นี่คือ การดำน้ำดูปะการังปละปลาสวยงาม เล่นน้ำริมหาด จะว่าไปนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เลือกมาท่องเที่ยวและพักผ่อนที่นี่นั้น เหตุเพราะมีบรรยากาศที่เป็นส่วนตัว อากาศสดชื่น ทั้งยังมีความเขียวขจีของเขาเล็ก ๆ 3 เขารายรอบ และความงามของท้องทะเลมาบรรจบกัน เพราะฉะนั้น หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่มีใจรักธรรมชาติ หลงรักน้ำทะเล ชอบความเป็นส่วนตัว และต้องการพักผ่อนอย่างแท้จริง อย่าลืมมาพักผ่อนที่ "เกาะนางยวน" เกาะมันนอก เกาะมันนอก เป็นเกาะเล็ก ๆ เกาะหนึ่งใน หมู่เกาะมัน ที่ตั้งเรียงกันอยู่ในอ่าวแกลง จังหวัดระยอง เป็นเกาะที่ค่อนข้างเงียบสงบและร่มรื่น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการมาพักผ่อนโดยแท้ อีกทั้งยังมีหาดทรายละเอียดสีขาว น้ำทะเลสีฟ้าใส สายลมพลิ้วไหวเหนือสายน้ำ สำหรับกิจกรรมสุดฮิตของนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวบนเกาะมันนอก คือเล่นน้ำทะเล ดำน้ำชมความงามของปะการังต่างๆ ที่ขึ้นอยู่ใต้น้ำรอบ ๆ เกาะมันนอก และทำกิจกรรมส่วนตัวตามอัธยาศัย เพราะเกาะนี้มีความเป็นส่วนตัวมาก ๆ เกาะตาชัย เกาะบริวารแห่งใหม่ของ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ถูกพบครั้งแรกโดยชายที่ชื่อ ตาชัย ทำให้ตั้งชื่อเกาะตามคนค้นพบว่า เกาะตาชัย ช่วงเวลาที่เกาะตาชัยงดงามที่สุดคือเดือนกุมภาพันธ์ – เมษายน จากนั้นเกาะตาชัยจะปิด 6 เดือน เพื่อให้ธรรมชาติได้ฟื้นฟู สำหรับจุดเด่นที่ทำให้เกาะตาชัยกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ใคร ๆ ก็อยากเดินทางไปชื่นชม คือ ชายหาดทรายขาวเม็ดละเอียด เนื้อนุ่ม ที่มีความยาวทอดตัวขนานไปกับผืนน้ำประมาณ 700 เมตร และการเดินป่าเข้าไปดู ปูไก่ ปูน้ำจืดที่ชอบอาศัยอยู่ตามธารน้ำ มีลำตัวสีแดงสด มีก้ามสีดำเหลือบน้ำเงิน เวลาร้องจะมีเสียงคล้ายไก่ ชอบออกหากินในช่วงกลางคืน รวมถึงเป็นจุดดำน้ำดูปะการังที่ทอดตัวยาวขนานกับชายหาด ที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของเมืองไทย หมู่เกาะสุรินทร์ หมู่เกาะสุรินทร์ หรือ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ตั้งชื่อตามพระยาสุรินทราชา (นกยูง วิเศษกุล) เทศาเมืองภูเก็ต ผู้ค้นพบเกาะ เป็นอุทยานแห่งชาติที่ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดพังงา มีลักษณะเป็นหมู่เกาะในทะเลอันดามัน อยู่ติดกับชายแดน ไทย - พม่า ประกอบด้วยเกาะ 5 เกาะ คือ เกาะสุรินทร์เหนือ เกาะสุรินทร์ใต้ เกาะไข่ (เกาะตอรินลา) เกาะกลาง (เกาะปาจุมบา) เกาะรี (เกาะสต๊อก) และ 1 กองหินปริ่มน้ำ คือ กองหินริเชลิว นับว่ามีธรรมชาติที่สมบูรณ์ทั้งบนบกและในทะเล มีทั้งป่าดิบชื้น ป่าชายหาด ป่าชายเลนมาประจบกับแนวปะการัง แนวปะการังมีความสมบูรณ์ เหมาะสำหรับชมปะการังน้ำตื้น โดยกองหินริเชริวเหมาะสำหรับดำน้ำลึก เป็นแหล่งสมบูรณ์ด้วยธรรมชาติใต้ทะเล มีปลาหลายชนิด และเป็นจุดที่พบฉลามวาฬบ่อยสุดของทะเลไทย ช่วงเวลาที่เหมาะกับการท่องเที่ยว คือ เดือนพฤษจิกายนถึง เดือนเมษายน นอกจากนี้ ยังมีหมู่บ้านของชาวเลเลกลุ่มสุดท้ายที่ยังดำรงวัฒนธรรมดั้งเดิมมากที่สุด คือ "มอแกน" หรือ "ยิบซีแห่งท้องทะเล" ประมาณ 200 คนปัจจุบันได้ตั้งหมู่บ้านอยู่ที่เกาะสุรินทร์ใต้ ขายของที่ระลึกให้นักท่องเที่ยว และบางส่วนทำงานเป็นลูกจ้างของอุทยานฯ หมู่เกาะอาดัง-ราวี หมู่เกาะอาดัง-ราวี ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติตะรุเตา ซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติที่ตั้งอยู่ในจังหวัดสตูล และอยู่ในเขตทะเลอันดามัน เป็นหมู่เกาะที่มีความสวยงาม อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ มีสภาพธรรมชาติที่น่าสนใจ โดย เกาะอาดัง ในอดีตเป็นที่ซ่องสุมของโจรสลัด ปล้นสะดมเรือ มีหาดทรายขาวละเอียด สวยงาม และมีแนวปะการังอยู่รอบๆ เกาะ เหมาะสำหรับดำน้ำตื้น เป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ตต. 5 (แหลมสน) อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ประมาณ 40 กิโลเมตร ส่วน เกาะราวี มีหาดทรายขาว น้ำใส เงียบสงบ เหมาะแก่การกางเต็นท์พักผ่อน เล่นน้ำ ดำน้ำตื้น และดำน้ำลึกชมแนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลที่น่าชม เป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ตต. 6 (หาดทรายขาว) และหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ตต. 7 (ตะโละปะเหลียน) ซึ่งเดือนที่เหมาะแก่ท่องเที่ยวอยู่ในระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนเมษายน หมู่เกาะอ่างทอง หมู่เกาะอ่างทอง ตั้งอยู่ในพื้นที่ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประกอบด้วยเกาะต่าง ๆ 42 เกาะ ได้แก่ เกาะพะลวย เกาะวัวตาหลับ เกาะแม่เกาะ เกาะสามเส้า เกาะหินดับ เกาะนายพุด และเกาะไผ่ลวก เป็นต้น ซึ่งตามเกาะต่าง ๆ จะมีหาดทรายอยู่เกือบทุกเกาะ บางเกาะหาดทรายมีสีขาวสะอาดบริสุทธิ์ บางเกาะมีปะการังตามชายทะเลหลายชนิด สีสวยงามหลากสี อยู่ท่ามกลางความเงียบสงบ แหล่งท่องเที่ยวใน หมู่เกาะอ่างทอง ได้แก่ เกาะท้ายเพลาและเกาะวัวกันตัง เป็นจุดที่มีแนวปะการังและหาดทรายขาวสะอาด, เกาะวัวตาหลับ อยู่บริเวณอ่าวคา เป็นหาดทรายขาวสะอาดเหมาะแก่การเล่นน้ำ นอนเล่นพักผ่อนริมหาด เมื่อขึ้นไปจุดชมทิวทัศน์บนยอดเขา จะมองเห็นหมู่เกาะอ่างทองทั้งหมดที่ทอดตัวเรียงรายเป็นแนวยาวด้วยรูปร่างต่าง ๆ แปลกตา, เกาะหินดับ เป็นเกาะที่มีหาดทรายที่สวยงามและชายหาดที่ยาวที่สุดในอุทยานแห่งชาติ สภาพภูมิประเทศและทัศนียภาพรอบเกาะสวยงามน่าชม ทะเลใน หรือ ทะเลสาบกลางภูเขา อยู่บน เกาะแม่เกาะ เป็นแอ่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ที่ถูกโอบล้อมไปด้วยเทือกเขาหินปูนที่สูงสลับ ซับซ้อนแต่มีอุโมงค์ใต้น้ำที่เชื่อมต่อกับทะเล การกำเนิดของทะเลสาบน้ำเค็มนี้ได้มีการสันนิษฐานว่า เกิดจากการยุบตัวของหินชั้นล่างทำให้เกิดบ่อยุบ ซึ่งเกิดขึ้นพร้อม ๆ กับหมู่เกาะ หรืออาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางเคมีในกระบวนการเดียวกับการเกิดถ้ำ ทั้งนี้ ช่วงเวลาระหว่างเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ของทุกปี เป็นช่วงฤดูมรสุม ทะเลจะมีคลื่นลมแรง ทำให้การเดินทางไป หมู่เกาะอ่างทอง ไม่มีความปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว ทางอุทยานแห่งชาติจึงกำหนดปิดการท่องเที่ยวประจำปี ได้แก่ ปิดฤดูการท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน - 23 ธันวาคม ของทุกปี และจะเปิดฤดูการท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม - 31 ตุลาคม ของทุกปี เกาะไข่ เกาะไข่ หรือ เกาะตอริลลา เป็นเกาะเล็ก ๆ สองเกาะ เรียกว่า เกาะไข่นอก เกาะไข่ใน ทั้งสองเกาะมีหาดทรายขาวน้ำทะเลใสมีปลาหลากชนิดสีสันสวยงามว่ายอยู่ใกล้ ๆ ชายหาด มีปะการังสวยงาม การเดินทางไปเกาะไข่สามารถซื้อทัวร์ได้จากบริษัทนำเที่ยว หรือเช่าเรือได้จากท่าเรือเกาะสิเหร่ ท่าเรือแหลมหิน หรืออ่าวฉลอง ในจังหวัดภูเก็ต เกาะกระดาน เป็นเกาะที่สวยที่สุดของทะเลตรัง อยู่ทางด้านตะวันตกของเกาะมุกและเกาะลิบง มีเนื้อที่ 600 ไร่ ซึ่ง 5 ใน 6 ส่วนของเกาะนี้อยู่ในความรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ที่เหลือเป็นของเอกชน เกาะกระดานมีชายหาดที่มีทรายขาวละเอียดและน้ำทะเลใสจนมองเห็นแนวปะการังซึ่งเป็นปะการังน้ำตื้น ตลอดจนฝูงปลาหลากสีหลายพันธุ์ บนเกาะมีที่พักบริการทั้งของเอกชน และกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช หมู่เกาะปอดะ ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของอ่าวนาง จังหวัดกระบี่ ห่างจากฝั่งประมาณ 8 กิโลเมตร เป็นเกาะที่มีหาดทรายขาว น้ำทะเลใส บริเวณชายฝั่งของเกาะจะมองเห็นแนวปะการังหลากชนิดที่ยังสมบูรณ์ จึงเป็นแหล่งดึงดูดของนักท่องเที่ยวให้เที่ยวชมได้เกือบตลอดปี และเป็นจุดที่ตกปลาได้ดีเพราะไม่ได้รับผลกระทบจากลมมรสุมมากนัก สามารถเช่าเรือได้จากบริเวณอ่าวนาง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 25 นาที ราคาเรือหางยาวเที่ยวไป-กลับคนละ 300 บาท นี่เป็น เกาะที่สวยที่สุดในประเทศไทย อันดับต้นๆ แต่ก็ยังไม่หมดกับเกาะที่น่าสนใจน่าเที่ยวของไทย เช่น เกาะเสม็ด ที่ไปมาสะดวกสบายสุดๆ รวมถึง เกาะตะรุเตา เกา้ะช้าง ก็ไม่น่าพลาดเช่นกัน .. เก็บตังค์ตระเวนเที่ยวไทยให้ครบทุกเกาะกันเลยนะคะ .. ปีละเกาะสองเกาะก็ยังดี ^^ ภาพทะเลสวยๆ อื่นๆ น่าสนใจไม่ควรพลาด เกาะเสม็ด เกาะตะรุเตา เกาะช้าง เกาะพะงัน : ภาพจาก http://www.flickr.com/photos/eyalnow/ เกาะภูเก็ต : ภาพจาก http://www.flickr.com/photos/62389951@N04

เที่ยวอันซีน ตะลุยดินแดนแปลกใหม่ และชมมหัศจรรย์ธรรมชาติ
สถานที่ท่องเที่ยว /  เที่ยวอันซีน

ทางเว็บไซต์ Skyscanner ได้รวบรวมเส้นทางท่องเที่ยวอันซีน ตะลุยดินแดนแปลกใหม่ และธรรมชาติมหัศจจรย์ ให้นักท่องเที่ยวได้เปิดใจให้กว้างกับเส้นทางใหม่และออกเดินทางไปค้นพบว่า มหัศจรรย์ธรรมชาติ นั้นมันสวยงามเกินคำบรรยาย และไม่มีคู่มือการเดินทางเล่มใดอธิบายได้ดีกว่าประสบการณ์ของตัวนักท่องเที่ยวเอง แต่จะมีที่ใดนั่น ลองมาติดตามกัน... เที่ยวอันซีน ตะลุยดินแดนแปลกใหม่ และชมมหัศจรรย์ธรรมชาติ  เที่ยวอันซีน ตะลุยดินแดนแปลกใหม่ และชมมหัศจรรย์ธรรมชาติ ปราสาทธม (Prasat Thom temple) เกาะแกร์ (Koh Ker) ประเทศกัมพูชา เขตเมืองโบราณอยู่ห่างจากเสียมราฐ 100 ก.ม. รู้จักกันในนาม “พีระมิดเกาะแกร์” เป็นกลุ่มปราสาทเก่าโบราณและศาสนสถานที่ถูกสร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าชัย วรมันที่ 4 ประมาณปีเริ่มจาก 921 – 944 ปี (พ.ศ.1464 – พ.ศ.1487) เป็นเมืองหลวงเก่าที่ถูกซ่อนไว้อยู่ในป่ารกร้าง เป็นเมืองที่ถูกลืมไปร่วม 1059 ปี จนมีการค้นพบเมื่อ พ.ศ. 2546 หรือเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันเปิดให้เข้าชมในเขตปราสาทแต่ห้ามเดินเข้าไปในเขตป่ารอบๆ เพราะยังมีกับระเบิดที่ยังกู้ไม่หมด หมู่เกาะราชา อัมพัต (Raja Ampat Archipelago) ประเทศอินโดนีเซีย (Indonesia) ใกล้เมืองโซรอง (Sorong) รู้จักกันในนาม "4 พระราชา” (Four Kings) และ “อะเมซอนแห่งท้องทะเล” (Amazon of the seas) ประกอบไปด้วยเกาะหลัก 4 เกาะ อันได้แก่ เกาะมิซูล (Misool) เกาะซาลาวาติ (Salawati) เกาะบาตันตา (Batanta) และ เกาะไวเกียว (Waigeo) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลที่มีความอุดมทางธรรมชาติสูง มีฝูงปลากว่า 1300 ชนิด และเป็นบ้านของเต่า 6 พันธุ์ใน 7 พันธุ์เต่าของทั้งโลก หอยร่วม 700 ชนิด และปะการังกว่า 500 ชนิด ถือว่าเป็นหนึ่งในจุดดำน้ำที่สวยที่สุดในโลก หมู่บ้านคัมชอน (Gamcheon Village) ปูซาน (Busan) ประเทศเกาหลีใต้ (South Korea) รู้จักกันในนามซานโตรินีแห่งเกาหลี (Korea’s Santorini) แต่เดิมหมู่บ้านนี้เป็นเขตสลัมของผู้อพยพหนีสงครามและนักบวชจำนวนมาก ซึ่งทำให้รู้จักกันในนาม “แทกึกโก” (Taegeukdo Village) หรือ “เขตศาสนา” ต่อมาถูกทิ้งให้รกร้าง เพราะอยู่ห่างไกลไม่ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาล จนกระทั่งในปี 2009 (พ.ศ. 2552) ได้มีการบูรณะหมู่บ้านนี้ขึ้นมาใหม่ ได้เชิญนักเรียน นักศึกษา และช่างศิลป์สาขาต่างๆ มาช่วยกันทาสีและซ่อมแซมหมู่บ้านแห่งนี้ จนได้ขึ้นชื่อว่าเป็นซานโตรินีแห่งเกาหลี เพราะบ้านเรือนหลากสีสันน่ารักที่ตั้งหลดหลั่นกันในเขตเนินเขาวงกต เคป ยอร์ก เพนนินซูล่า (Cape York Peninsula) แคร์นส์ (Cairns) ประเทศออสเตรเลีย (Australia) แหลมเหนือสุดของประเทศออสเตรเลียที่ดินแดนใต้น้ำเป็นจุดเริ่มต้นของแนว ปะการังระดับโลก “เกรท แบริเออร์ รีฟ” (The Great Barrier Reef) คุณรู้หรือไม่ว่าบนแผ่นดินของแหลมเคป ยอร์ก นั้น เป็นดินแดนที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักของโลกภายนอก เป็นเขตป่าเขาสมบูรณ์ที่การเข้าไปเยือนนั้นมีเพียงแค่ 2 ทาง คือ เครื่องบินขนาดเล็ก (puddle jumper plane) หรือขับรถโฟร์วีลล์ ไดรฟ์ (4WD) ตะลุยป่าและดินลูกรังเข้าไป ไม่ว่าคุณอยากจะไปชมความอุดมของป่าดิบชื้น ชมนกและสัตว์ภาคพื้นทวีป หรือจะไปตกปลาในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส ดินแดนแห่งนี้ควรค่าแก่การไปเยือนก่อนที่อุตสาหกรรมเหมืองแร่จะเข้ามาครอบคลุม ประเทศจอร์เจีย (Georgia) ประเทศใต้ร่มเงาของเทือกเขาคอเคซัสทางใต้ (Southern Caucasus mountains) เป็นประเทศกึ่งกลางทวีปยุโรปและเอเชียจนบางครั้งถูกขนานนามว่า “ประเทศสองทวีป” (Transcontinental country) เคยเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียในอดีต จอร์เจียมีความเป็นมามากว่า 3 พันปี ประเทศนี้มีความงดงามด้านสถาปัตยกรรมโบราณ บ้านเมืองน่ารัก และธรรมชาติภูเขาอันสวยงาม ไปเยือนหมู่บ้านหอหอยบนขุนเขาที่ได้ขึ้นเป็นมรกดโลก “หมู่บ้านอูชกูลี” (Ushguli Village) หมู่บ้านท่องเที่ยวที่เป็นส่วนหนึ่งของแคว้นสวาเนติบน (Upper Svaneti) เยือนพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านและสูดอากาศบริสุทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ประเทศบอตสวานา (Botswana) ไปขี่ม้าข้ามทะเลทรายคาลาฮารี (Kalahari) พายเรือล่องลุ่มน้ำเซลินดา (Selinda Canoe Trail) ชมน้ำตกวิคตอเรีย (Victoria Falls) อันสวยงาม ไปท่องซาฟารี ณ ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโอวากัง (Okavango) ไปส่องสัตว์ป่าในเขตสงวนพันธุ์สัตว์ป่าโมเรมิ (Moremi) ซึ่งมากมายไปด้วยสิงสาราสัตว์ เช่น สิงโต จระเข้ ฮิปโปโปเตมัส และเสือดาว เป็นต้น สุดท้ายอย่าลืมแวะไปชมทะเลสาบเกลือที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ มักกาดิกกาดี (Makgadikgadi) หมู่เกาะกาลาปากอส (Galapagos Islands) ประเทศเอกวาดอร์ (Ecuador) เกาะกลางมหาสมุทรแปซิฟิกซึ่งได้ขึ้นเป็นมรดกโลกไปเมื่อปี พ.ศ. 2521 เป็นเกาะที่ขึ้นชื่อเรื่องสัตว์โลกและพืชพรรณที่แปลกตา เนื่องด้วยทางสภาพภูมิศาสตร์ที่อยู่กึ่งกลางของโลก ทำให้บริเวณหมู่เกาะแห่งนี้ได้รับอิทธิพลจากทั้งกระแสน้ำเย็นจัด น้ำเย็น และน้ำอุ่น รวมกันถึง 3 สาย ถือเป็นเขตธรรมชาติของโลกที่ยังสวยงามสมบูรณ์ เพราะการท่องเที่ยวในหมู่เกาะเหล่านี้จะเน้นเชิงอนุรักษ์ หมู่เกาะอะซอเรส (The Azores) ประเทศโปรตุเกส (Portugal) ใกล้เมืองปงตาเดลกาดา (Ponta Delgada) หมู่เกาะ 9 เกาะ กลางมหาสมุทรแอตแลนติค (Atlantic Ocean) นอกชายฝั่งของประเทศโปรตุเกส เป็นอาณาจักรแห่งมหัศจรรย์ธรรมชาติที่มีนักท่องโลกเพียงแค่หยิบมือหนึ่งได้ ไปเยือน ชมฝูงปลาวาฬและปลาโลมากว่า 24 พันธุ์ ชมปลาและสัตว์น้ำนานาพันธุ์ที่บางชนิดอาศัยอยู่เพียงที่นี่เท่านั้น ชิมไวน์พื้นบ้านรสดี ขับผิวและผ่อนคลายใจในบ่อโคลนเดือดกลางแจ้ง ตามรอยนักผจญภัยไปเดินป่า เลาะเขา ชมภูเขาไฟในเขตป่าทึบ ดินแดนแห่งนี้มีทุกอย่างที่นักเดินทางกระหายจะได้สัมผัส เรคยาวิก (Reykjavik) ประเทศไอซ์แลนด์ (Iceland) ไปเที่ยวชมแสงเหนือ (Aurora –The Northern Lights) อันสวยงาม ไปชมบ่อน้ำพุร้อน บลูลากูน (Blue Lagoon Hot Springs) ชมโบสถ์ที่สร้างจากหินภูเขาไฟ ฮอลล์กริมสเคิร์กยา (Hallgrimskirkja) ชมธารน้ำแข็ง ภูเขาและถ้ำน้ำแข็ง ไปเล่นสกี ชมบ้านตึกรามบ้านเมืองน่ารักๆ และสตรีทอาร์ท (Street  Art) ปาตาโกเนีย (Patagonia) ประเทศชิลี (Chile) ใกล้เมืองบัวโนส ไอเรส (Buenos Aires) ปุนตา อาเรนัส (Punta Arenas) และ เอลคาลาฟาเต (El Calafate) ดินแดนสุดขอบโลก แผ่นดินรอยต่อระหว่างประเทศชิลีและอาร์เจนติน่า ดินแดนที่มีทุกสภาพภูมิอากาศและภูมิประเทศไม่ว่าจะแห้งแล้งทะเลทราย เทือกเขาสูงชัน ป่าดงดิบทึบ ทะเลสาบกลางหุบเขา หาดทรายขาวติดปากอ่าว และธารน้ำแข็งในซีกโลกใต้ เป็นดินแดนที่ธรรมชาติยังอุดมสมบูรณ์และมีน้อยคนนักที่ได้ไปเยือน หนึ่งในดินแดนที่เหล่านักเดินทางได้บันทึกไว้ว่าจะต้องไปเยือนสักครั้งในชีวิต เที่ยวอันซีน ตะลุยดินแดนแปลกใหม่ และชมมหัศจรรย์ธรรมชาติ ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก skyscanner.co.th

รู้ไว้ก่อนไป เดินป่าหน้าฝน
ทิปท่องเที่ยว /  เดินป่า

 รู้ไว้ก่อนไป เดินป่าหน้าฝน ฤดูฝนของประเทศไทยอยู่ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมถึงปลายเดือนตุลาคม ใกล้จะเข้าเดือนห้า หวังว่าฝนจะมาให้หายร้อนจริงๆ นะ การเดินป่าในช่วงหน้าฝนจะไม่ค่อยเหนื่อยง่ายเพราะอากาศไม่ร้อนจัด แต่สิ่งที่ต้องพึงระวังก็ควร รู้ไว้ก่อนไป เดินป่าหน้าฝน โดยเฉพาะในป่าดงดิบชื้นนั้นจะมี "ทาก"ชูคอสลอนคอยดูดเลือดเหยื่อ แต่ทั้งหมดนั้นอาจเปรียบได้กับสีสันชีวิตการท่องไพร ที่ต้องมีการฝ่าฟันความยากลำบากไปให้ได้เพื่อประสบการณ์ชีวิตอันยิ่งใหญ่ ถ้าจะท่องป่าหน้าฝนให้สนุกก็ต้องเตรียมพร้อมให้ดีตามคำแนะนำดังต่อไปนี้ 1. กันเปียก ควรพกฟลายชีท (ผ้าขึงเป็นหลังคากันน้ำฝน) ไปด้วยเสมอ จะช่วยให้เต็นท์ไม่ต้องเปียกปอน ควรมีเสื้อกันฝนที่มีน้ำหนักเบาติดไปด้วย อาจใช้ประโยชน์เป็นฟลายชีทได้ด้วยในยามจำเป็น เสื้อผ้าข้าวของบางอย่างควรใส่ถุงพลาสติกไว้ชั้นหนึ่งก่อนบรรจุลงเป้ สำหรับรองเท้านั้นถ้าหาชนิดที่กันน้ำได้ก็จะดีมาก โดยวัสดุที่เรียกว่า กอร์เท็กซ์ (Gore-Tex) นั้นกันน้ำได้ 100 เปอร์เซ็นต์ จะช่วยให้เท้าไม่อับชื้น เดินป่าได้อย่างสบายใจ 2. แห้งเร็ว ควรเลือกเสื้อผ้าที่สวมใส่สบาย เมื่อเปียกแล้วต้องแห้งเร็ว เช่น ผ้าใยสังเคราะห์ต่างๆ ส่วนพวกผ้าฝ้ายไม่ควรใช้อย่างยิ่งเพราะอมน้ำมากและแห้งช้า 3. เลือกทำเล การกางเต็นท์กลางป่าควรดูทิศทางและทำเลที่จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายแก่ตนเอง เช่น ไม่กางเต็นท์บริเวณที่อาจเป็นทางน้ำไหล ไม่กางเต็นท์ใต้ต้นไม้ใหญ่เพราะอาจมีกิ่งไม้หักหล่นใส่ นอกจากนี้ก็ควรกางฟลายชีทและขุดร่องระบายน้ำรอบตัวเต็นท์ไว้ด้วย 4. ระวัง ในฤดูฝนสัตว์ป่ามีพิษต่างๆ เช่น แมงป่อง ตะขาบ งู ฯลฯ มักจะคลานไปมาหาที่แห้งๆ ตามในเต็นท์ ในถุงนอน หรือในรองเท้าที่ไม่ได้เก็บไว้อย่างมิดชิดพอ ก่อนสวมใส่ใช้งานควรตรวจตราสิ่งเหล่านี้ให้ดี ถ้ามียากันแมลงหรือปูนขาวให้โรยไว้รอบเต็นท์ ก็อาจกันแมลงพวกนี้ได้ เมื่อท่องเที่ยวกันอย่างสนุกสนานและได้รับความรู้แล้ว ก็อย่าลืมรักษาธรรมชาติไว้ให้สวยงามดังเดิม เหมือนก่อนที่เราเข้าไปสัมผัสด้วยจะเป็นการดีไม่น้อยเลย มาเที่ยวป่าหน้าฝนต้องมีสติ      หน้าฝนมาเยือน อันตรายก็แฝงกายมาเยี่ยมได้หากไม่ระวัง สติคือสิ่งสำคัญที่ทุกคนต้องมีไว้กับตัวเสมอ จะเล่นน้ำตกก็อย่าโลดโผนนัก ไปไหนก็ควรไปเป้นกลุ่ม หากจะเดินป่าก็ควรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบด้วย เพราะการหลงป่าหรือประสบอุบัติเหตุ เช่น ลื่นหกล้มหรือได้รับอันตรายจากสัตว์ป่า รวมถึงสายน้ำป่าที่ไม่รู้จะมาเมื่อใดอาจเกิดขึ้นได้เสมอ ........................................................... รู้ไว้ก่อนไป เดินป่าหน้าฝน ที่มา : สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

Drakensang Online เน้นปรับปรุงเกมส์ให้ตื่นเต้น-สมจริงขึ้น
Drakensang Online /  เกมส์ออนไลน์ / 

เกมส์ออนไลน์ Drakensang Online (dso.in.th) ทำการอัพเดตแพทซืใหม่ เน้นการปรับปรุงเกมส์ให้มีความสมจริงและตื่นเต้นขณะเล่นเกมส์มากขึ้น อัพเดตแล้ววันนี้ คุณสมบัติใหม่ ฉากแผนที่วัตถุที่ถูกทำลายเพิ่ม ได้รับการถูกทุบเมื่อใช้ทักษะการโจมตีของผู้เล่น แผนที่ดังต่อไปนี้ตอนนี้มีวัตถุในฉากที่ถูกทำลายได้ - The Misty Ridge -หุบเขาแห่งหมอก - Gleaming Mountains – ภูเขาแห่งแสง - Thunder Crest – หุบเขาธันเดอร์เครส - Stalgard –สตอลการ์ด - Torstrond -ทอร์สตรอนด์ - Iron Forest –ป่าเหล็ก - Eternal Watch –อีเทอเนิล วอทซ์ - Hjalgrimur -ฮาลกริมเมอร์ - Hailstone Mountains –ภูเขาเฮลสโตน - Winter Summit Winter Summit (difficult) – ดันเจี้ยนกิจกรรม - Blackborg – ดันเจี้ยนกิจกรรม - Mystra – มิสตรา - Mount Suvius - - Solar Flame Stadium (Capture the flag arena) – สเตเดียมโซล่าเฟลม - Swerdfield pastures – ทุ่งหญ้าเวิร์ดฟิลด์ - Wild Forest – ป่าดงดิบ - Slifmoor – สลิฟมอร์ - Troll Canyon – หุบเขาโทรล - Burning Coast – ชายฝั่งที่ถูกเผาผลาญ - Stonekeep – สโตนคีฟ - Fortress Teganswall – ปราสาทเทเก็นสวอลล์ - Hagastove Grotto – ถ้าฮาก้าสโตฟ - Wildherz Caverns - ถ้ำไวด์เฮิร์ซ - Rootrock Cavern - ถ้ำรูทร็อค - Loxley Caverns - ถ้ำล็อกซเล่ย์ - Foxarrific Burrow of Investigation's HQ - ศูนย์บัญชาการการสืบสวนฟอกซ์โบโร - Ship Graveyard – สุสานเรือ การเปลี่ยนแปลง mini dungeons จะถูกลบออกจากเกม ทำให้เควสที่เกี่ยวกับ mini dungeons จะถูกลบออกไปด้วย รวมถึงไอเทม – เศษตราประทับเธียร์มอน ถ้ำโจร - ดาร์ฟมอร์ บ่อน้ำร้อนคอลิเซียมที่ถูกลืม -เมืองคิงส์ฮิล NPC- ซิลิแวน –ดาร์ฟมอร์ • ไอเทมที่ถูกนำออกไป Favor of Destiny / Destiny's Support / mini dungeon key • เพิ่มไอเทมใหม่ Valuable Repair Tool Kit ช่วยในการซ่อมแซมอุปกรณ์ชุดอาวุธ โดยไม่ต้องกลับมาซ้อมที่เมืองอย่างเคย Valuable Repair Tool Kit (แบบถาวร) และ Simple Repair Tool Kit (ใช้แล้วหมดไป) ปรับปรุงเมืองคิงส์ฮิลใหม่ พร้อมเควสใหม่ๆ หน้าสร้างตัวละครใหม่ New event The Jesters? เมือง คิงส์ฮิล NPC : Ballerino ,Arlekin,Zampano รูปแบบการเล่นเป็นการเดิมพัน โดย ใช้ ทองและ แอนเดอร์เมน โดยลาก ทอง หรือ แอนเดอร์เมน วางบน Rune stone ระบบจะแรนดอมสุ่ม ของรางวัล ***ของรางวัลที่ได้จะเข้าตัวละครทันที

ส่งท้ายหน้าหนาวที่ กิ่วแม่ปาน สำหรับนักเดินป่ามือใหม่
ดอยอินทนนท์ /  เดินป่า / 

จังหวัดเชียงใหม่ ใช่จะมีแค่ดอยสุเทพ และดอยอินทนนท์ ที่เป็นไฮไลท์สำคัญเท่านั้น ยังมีอีกหลายมุมท่องเที่ยวที่หลายคนยังไม่ค่อยได้มีโอกาสไป และหนึ่งในนั้น ก็คือห้องเรียนธรรมชาติ อย่างเส้นทางศึกษาธรรมชาติ กิ่วแม่ปาน ส่งท้ายหน้าหนาวที่ กิ่วแม่ปาน สำหรับนักเดินป่ามือใหม่ ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าช่วงลูกหลงหน้าหนาว หรือโค้งสุดท้ายดี แต่ขอส่งท้ายความหนาวกันที่นี่ "กิ่วแม่ปาน" ซึ่งเป็นหนึ่งในมุมชมวิวทิวทัศน์บนขุนเขาของเชียงใหม่ ที่ยังคงสมบูรณ์และหาดูได้ยากในประเทศไทย แม้กิ่วแม่ปานจะไม่มีอะไรมาก แต่ที่นี่ก็คือจุดรอชมพระอาทิตย์ขึ้นที่มาแรงแซงทางโค้งแห่งหนึ่งในปี 2015 นี้ เส้นทางสู่กิ่วแม่ปาน คือเส้นทางของถนนจอมทอง ที่มุ่งสู่ดอยอินทนนท์ เพียงแต่อยู่ตรงกิโลเมตรที่ 42 ณ จุดนี้ เรากำลังจะเริ่มต้นเดินเท้าเข้าไปใน “เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน-ดอยอินทนนท์” ทางเข้าเส้นทางศึกษาธรรมชาติจะอยู่ริมถนนพอดี เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน มีระยะทางการเดิน 3 กิโลเมตร มีทั้งเดินในป่าและสันดอย ทางเดินจะวนเป็นวงกลม เสียค่าเข้าคิดเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 200 บาท ระหว่างการเดินจะมีพี่ไกด์ท้องถิ่นคอยนำทางพร้อมให้ข้อมูลตลอดทาง ทางเดินในกิ่วแม่ปานเดินง่าย มีทางลาดชันบ้างเล็กน้อย ถือว่าเหมาะกับมือใหม่ ตลอดเส้นทางเดินที่ผ่านแบ่งออกได้เป็น 4 ระยะ ช่วงแรกเป็นป่าดิบชื้นมีมอส และเฟิร์นขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น เหล่าต้นไม้สูงใหญ่ แข่งกับความสูงชันของพื้นดิน แถมอากาศที่นี่ยังหนาว และบริสุทธิ์ดี เพราะมีแหล่งกำเนิดโอโซนรายล้อเต็มไปหมด หลังจากผ่านดงทึบของป่าดิบเขา จึงเข้าสู่ช่วงของทุ่งหญ้าขนาดใหญ่ที่คอยเปลี่ยนสีจากสีเขียวขจึในช่วงฤดูฝนสลับกับสีน้ำตาลอ่อนอย่างพรั่งพร้อมในช่วงฤดูแล้ง เห็นไอหมอกเมฆไหลมาอยู่เบื้องหน้าซึ่งคาดไม่ถึงเลยว่าจะอยู่หลังม่านอันหนาทึบ หากสังเกตดีๆ ตามทางเดินจะพบมูลหรือรอยขุดคุ้ยหาอาหารของสัตว์ป่า เมื่อเราออกเดินทางต่อจะพบกับต้นกุหลาบพันปีแดงขึ้นอยู่ตามหน้าผาเป็นดงกว้างจำนวนมากและมีขนาดใหญ่ จะพากันผลิดอกเบ่งบานในช่วงเดือนมกราคม – มีนาคม พันธุ์ไม้ชนิดนี้ถือเป็นลักษณะเด่นของเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปานแห่งนี้ แล้วจึงวกกลับเข้าสู่ป่าดิบเขาอีกครั้งหนึ่ง เป็นการเดินช่วงสุดท้าย จะต้องเดินลงสู่ลำห้วยแม่ปาน ที่ไหลลดเลี้ยวมาจากบริเวณที่ข้ามมาในช่วงต้น เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน สามารถวนรอบไปกลับในวันเดียว ตามหนทางจะผ่านไปสู่ป่าดงดิบริมธารน้ำ ขึ้นเนินผ่านป่าที่ห้อยระย้าด้วยมอส ฝอยลม ในยามหน้าฝนจะถูกปกคลุมด้วยหมอกขาวและอากาศที่หนาวเย็น สุดปลายทางที่ทุ่งหญ้าบนเนินที่ดารดาษด้วยดอกไม้ตามพื้น เช่น หนาดเขาสีขาวเป็นตุ่ม ๆ ส้มแปะ และดอกไม้ป่าสีเหลือง ม่วง ขาว อีกหลายชนิด เช่น บัวทองอินทนนท์ ไวโอเล็ต เป็นต้น พ้นจากป่า ออกเดินต่อ เพื่อเช็คอินที่ ผาแง่มน้อย กับทางเดินระเบียงไม้ ที่สร้างขึ้นตามไหล่เขา และต่อมาคือปลายทางนั่งพักที่ทุกคนปรารถนา “สันดอยกิ่วแม่ปาน” ที่มีวิวสวยสมกับความเมื่อยล้า ได้เห็นทะเลหมอกสมใจ เมฆหมอกลอยผ่านไป นี่แหล่ะความงามของธรรมชาติ พร้อมลมพัดเย็นสบาย จุดชมวิวสันดอยด้านบนนี้ อากาศดี วิวสวย ฟิน !!! จากจุดชมวิวถ้าเรามองลงไปด้านล่างจะเห็นนาขั้นบันไดบ้านป่าบงเปียง และอำเภอแม่แจ่ม ด้วย นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีความงามของ “กุหลาบพันปีสีแดง” ให้เป็นรางวัล ขึ้นอวดความงามตามไหล่เขา เริ่มผลิดอกงามให้ได้ชื่นชมกัน ปรับตัวเองท่ามกลางสภาพอากาศหนาวเย็น และลมแรง ใบเป็นแผ่นเหนียวหนา เพิ่มขนในการคายน้ำ กิ่งโปร่งลมผ่านสะดวก เรียงใบเป็นกระจุกปลายกิ่ง ตอกแดงเข้มเห็นง่ายแม้ในม่านหมอก นกและแมลงจึงสะดวกเข้ามากินน้ำหวานและผสมเกสร โคนต้นมีตาสำรองไว้พร้อมขยายพันธุ์ในกรณีที่ถูกไฟป่ามารบกวน … เป็นข้อความบนแผ่นบอร์ดข้อความตรงนั้น ซึ่งน่าสนใจจึงขอนำมาถ่ายทอดเพื่อเป็นข้อมูล.. และที่เล่ามาทั้งหมดนี่แหละคือ กิ่วแม่ปาน … ของขวัญจากธรรมชาติที่แสนล้ำค่า ที่มา บทความจาก : emaginfo.com

Guild Wars 2 เผยเกมส์ภาคเสริม Heart Of Thorns ตะลุยป่าดงดิบ
Guild Wars /  Guild Wars 2 / 

ArenaNet เปิดตัวเกมส์ภาคเสริมของเกมส์ Guild Wars 2 ภาค Heart Of Thorns พาผู้เล่นดำดิ่งไปสู่ผืนป่าลึกของ Maguum Jungle พร้อมบรรจุสกิลพิเศษๆ รวมถึงอาชีพเกมส์ใหม่ Revenant เตรียมอัพเดตเกมส์ภายในปี 2015 เกมส์ Guild Wars 2: Heart of Thorns ให้ผู้เล่นดำเนินเนื้อเรื่องจากการต่อสู้กับ Elder Dragon Mordremoth ผจญภัยป่าลึกเพื่อต่อกรเหล่าปีศาจอันทรงพลัง โดยภาคเสริมดังกล่าวนอกจากจะนำเสนอเนื้อหาตอนใหม่แล้ว ยังมอบสกิลพิเศษสำหรับตัวละครเกมส์เพื่อปลดล๊อค เปิดตัวกับระบบ Mastery ที่ให้ผู้เล่นเข้าถึงสกิลและความสามารถพิเศษในระดับที่เหนือกว่าของเลเวล 80 กับระบบ Specializations ให้ผู้เล่นปลดล๊อคอาวุธและสกิลได้ แถมเปิดตัวกับอาชีพตัวละครใหม่อย่าง Revenant ผู้ที่สามารถเรียกอาวุธระดับเทพมาใช้ต่อสู้ได้ นอกจากนี้ ยังนำเสนอพื้นที่แห่งใหม่ บอสเกมส์ใหม่อันสุดท้าทาย, โหมด PvP ประลองกำลังผู้เล่น กับแผนที่ใหม่สำหรับ World Vs. World รวมถึงการอัพเดตใหม่ๆอันมากมาย Guild Wars 2: Heart of Thorns อยู่ในระหว่างพัฒนา คาดว่าจะอัพเดตในปี 2015 นี้

10 โครงการหลวง น่าเที่ยว ต้อนรับฤดูหนาว
10 สถานที่ /  การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม / 

Travel.mthai.com ขอนำเสนอ 10 โครงการหลวง น่าเที่ยว ต้อนรับฤดูหนาว ที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มาให้ทุกท่านได้ชมกัน เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงพัฒนาพื้นที่ชนบทให้มีทั้งคุณค่าทางธรรมชาติ และวิถีชีวิตของชาวบ้าน ซึ่ง โครงการหลวงของพระองค์นั้นมีอยู่เกือบ 40 แห่ง และนี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น 10 โครงการหลวง น่าเที่ยว ต้อนรับฤดูหนาว ในช่วงเทศกาลปีใหม่และฤดูหนาว ใครที่มีโปรแกรมขึ้นเหนือ อย่าลืมแวะไปชมโครงการหลวงต่างๆ กันด้วยนะ หรือจะเอาไว้เที่ยวในเดือนอื่นในฤดูหนาว ก็ตามสะดวกเลยครับ รับรองว่าคุณจะต้องประทับใจกลับไปแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร วัฒนธรรม และธรรมชาติ  1. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง จ.เชียงใหม่ สภาพพื้นที่ของโครงการส่วนใหญ่ล้อมด้วยเทือกเขาสลับซับซ้อน มีแอ่งที่ราบระหว่างภูเขาเพียงเล็กน้อย มีพื้นที่ในความรับผิดชอบ 29,178 ไร่  โดยแบ่งพื้นที่ในการดำเนินการของโครงการประมาณ 30 ไร่ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,300 – 1,400 เมตร มีแม่น้ำสายสำคัญที่ไหลผ่านคือ แม่น้ำขุนวาง  ประชากรในพื้นที่เป็นชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงและม้ง รวมทั้งสิ้น 7 หมู่บ้าน ขึ้นอยู่กับตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงสาธิตไม้ผลเมืองหนาวภายในศูนย์ฯ เช่น องุ่นไร้เมล็ด โรงเรือนวนิลา ฯลฯ - ชมแปลงปลูกผัก โรงเรือนเห็ดเมืองหนาว แปลงปลูกดอกเบญจมาศหลากสีสัน ฯลฯ - สาธิตการเลี้ยงสัตว์ เช่น ไก่ดำ กระต่ายพันธุ์เนื้อ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ชมวิถีชีวิตของชาวเผ่าม้ง และกะเหรี่ยง - ชมการปักผ้า และการตีมีด ฯลฯ - งานปีใหม่ของม้ง จัดช่วงเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนมกราคม มีการละเล่น ชาวเขาจะแต่งกายชุดประจำเผ่าสวยงามมาร่วมงานที่ลานกิจกรรมหมู่บ้าน การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - เส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติ ตามเส้นทางมีพรรณไม้ พืชสมุนไพร และนก ระยะทางเดินประมาณ 3 กิโลเมตร เดินประมาณ 2 ชั่วโมง จะถึงน้ำตกเต๊ะเละโพ (อวบน้อย) ที่มีอ่างเก็บน้ำเหมาะแก่การลงเล่นน้ำ - ชมทุ่งกุหลาบพันปีสีแดง ออกดอกช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ ที่บริเวณผาแง่ม ซึ่งเป็นยอดเขาที่มีทิวทัศน์งดงาม - ชมดอกพญาเสือโคร่ง (ซากุระดอย) ซึ่งจะบานสะพรั่งช่วงปลายเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนมกราคม การเดินทาง ระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ 106 กิโลเมตร  ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข  108 (เชียงใหม่-ฮอด) ก่อนถึงอำเภอจอมทอง มีทางแยกขวามือขึ้นดอยอินทนนท์ ตามทางหลวงหมายเลข 1009 ราว หลัก กม. ที่30-31 มีทางแยกทางขวามือผ่านบ้านขุนกลาง จุดกางเต็นท์ป่าสน ตรงไปอีก 16 กิโลเมตร จนถึงบ้านขุนวางสังเกตป้ายโครงการทางขวามือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-939-102, 085-717-0399 2. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยเสี้ยว จ.เชียงใหม่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยเสี้ยว ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.2524 เป็นศูนย์ขนาดเล็ก พื้นที่รับผิดชอบ 48.54 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุม 14 หมู่บ้าน 995 ครัวเรือน ประกอบด้วยคนพื้นเมืองและชาวเขาเผ่าม้ง ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นที่ราบเชิงเขา สูงจากระดับน้ำทะเล 450 เมตร ประกอบด้วยป่าโปร่งผลัดใบ ดิน มีลักษณะเป็นดินร่วนปนทรายและดินลูกรัง ความอุดมสมบูรณ์ต่ำ อุณหภูมิสูงสุด 37 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 11 องศาเซลเซียส ปริมาณน้ำฝน 1,277 มิลลิเมตรต่อปี การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงสาธิตไม้ผลเขตร้อน เช่น มะละกอ มะม่วง มะปราง พุทรา ขนุน ฯลฯ ที่นี่เป็นแหล่งปลูกมะม่วงหลายชนิด มะม่วงพันธุ์ออร์วิน มะม่วงนวลคำ ที่มีผลขนาดใหญ่ น้ำหนักเกือบ 1 กิโลกรัม รับประทานได้ทั้งดิบและสุก - ชมแปลงสาธิตพืชผักหลายหลากชนิด เช่น มะระขาว มะระหยก ซาโยเต้ ฯลฯ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ชมวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวเขาเผ่าม้ง - ประเพณี ที่น่าสนใจ คือ ประเพณีปีใหม่ม้ง ประเพณีสืบชะตาหลวงประจำหมู่บ้าน จัดขึ้นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี และประเพณีตานข้าวใหม่ จัดขึ้นหลังเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จ ช่วงปลายเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนมกราคมของทุกปี การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - น้ำตกตาดครก เป็นน้ำตกขนาดเล็ก มีน้ำตลอดปี มีโขดหินสวยงาม เป็นแหล่งที่มีปลามุงอาศัยอยู่ ซึ่งนับว่าเป็นปลาหายากของประเทศไทย - น้ำตกตาดน้อย เป็นน้ำตกขนาดเล็ก มีกล้วยไม้ป่า แมลง ผีเสื้อ และเส้นทางเดินชมธรรมชาติ การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทาง 108 เชียงใหม่-ฮอด ประมาณ กม. ที่ 10-11 ให้เลี้ยวขวาเข้าทางหลวง 1269 หางดง-สะเมิง ระยะทาง 12 กม. จะพบป้ายโครงการห้วยเสี้ยวด้านซ้าย เข้าถนนลูกรังอีก 3.5 กม. รวมระยะทาง 29 กม. ฤดูฝนการคมนาคมลำบาก สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-248-425, 089-850-6586 3. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน ในปี พ.ศ. 2523 ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อยได้ก่อตั้งขึ้น โดยใช้พื้นที่บ้านดงเป็นที่ทำการ เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเคยทอดพระเนตรเห็นพื้นที่แล้ว ประกอบกับเป็นที่ตั้งของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งเป็นศูนย์กลางพัฒนาการศึกษาแก่เยาวชนในท้องถิ่น โดยมีพื้นที่รับผิดชอบ 91.75 ตารางกิโลเมตร หรือ 57,368 ไร่ ครอบคลุม 14 หมู่บ้าน ประกอบด้วยชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงและเผ่าลั๊ว การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงกาแฟอาราบิก้า พร้อมชิมกาแฟสดรสดีผลิตภัณฑ์คุณภาพจากบ้านห้วยห้อม สวนกาแฟที่ได้รับการรับรอง GAP จากกรมวิชาการเกษตร ส่งจำหน่ายให้กับโครงการหลวง และสตาร์บัคส์ - ชมวิวความสวยงามของนาข้าวแบบขั้นบันได - ชมการทอผ้าขนแกะของกลุ่มแม่บ้านห้วยห้อม มีทั้งผ้าทอขนแกะล้วน และผ้าทอขนแกะผสม การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - พิธีกรรมเซ่นไหว้เจ้าที่เพื่อการเกษตรให้ผลผลิตที่ดี จะเริ่มตั้งแต่การเพาะปลูกไปจนถึงเก็บเกี่ยว - การเรียกขวัญและผูกด้ายขวัญ พิธีนี้กระทำขึ้นในหลายโอกาส อาทิ ขึ้นปีใหม่ แต่งงาน รับขวัญเด็กแรกเกิด การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - น้ำตกทีราชันย์ น้ำตกขนาดกลาง สูง 3 ชั้น ระยะทางห่างจากศูนย์ฯ 6 กิโลเมตร - น้ำตกทีลอเล สูง 5 ชั้น ระยะทางจากศูนย์ฯ 15 กิโลเมตร เดินเท้าต่ออีก 3 กิโลเมตร เหมาะสำหรับการเดินชมธรรมชาติ พรรณไม้ป่า การเดินทาง จากตัวเมืองชียงใหม่ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 108 สายเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน ผ่านแม่สะเรียง มุ่งหน้าอำเภอแม่ลาน้อย ถึง กม.132 ให้เลี้ยวขวาไปตามเส้นทาง 1266 ขึ้นดอยอีก 30 กิโลเมตร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-619-533-4 , 083-324-3062 4. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะป๊อก จ.เชียงใหม่  ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะป๊อก ก่อตั้งในปี พ.ศ.2526 เป็นศูนย์ฯ พัฒนาขนาดกลาง ตั้งอยู่ในหุบเขาด้านหลังเทือกดอยอินทนนท์ มีสภาพอากาศเย็นในช่วงฤดูหนาว และเย็นสบายในช่วงฤดูร้อน มีความร่มรื่นทางธรรมชาติ การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงสาธิตแปลงส่งเสริมผลผลิตตามฤดูกาล เช่น เบบี้ฮ่องเต้ โอ๊คลีฟแดง โอ๊คลีฟเขียว คอสสลัด เรดโครอล ร็อคเก็ตสลัด บัตเตอร์เฮด ผักกาดหวาน ฯลฯ - ชมการปลูกผักและสมุนไพรระบบอินทรีย์ เช่น ซุกินี คะน้าเห็ดหอม มะระขาว ฯลฯ - ชมนาขั้นบันไดที่สวยงามของชาวกะเหรี่ยง การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ประเพณีปีใหม่ของชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง มีการละเล่นและเลี้ยงฉลองตามบ้าน ชาวเขาจะแต่งกายด้วยชุดประจำเผ่ามาร่วมงานกันทุกคน - ชมงานหัตถกรรมการทอผ้าของกะเหรี่ยงที่มีลวดลายสวยงาม การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - ปางช้างแม่สะป๊อก น้ำตกแม่สะป๊อก น้ำตกแม่วาง และน้ำตกผาหม่น - ล่องแพไม้ไผ่ชมธรรมชาติลำน้ำแม่วาง บริเวณบ้านสบวิน การเดินทาง ระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ 68 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 108 (สายเชียงใหม่-ฮอด) เมื่อถึงอำเภอสันป่าตอง เลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1013 ตรงไปประมาณ 38 กิโลเมตร จากนั้นจะมีทางแยกซ้ายเข้าบ้านแม่สะป๊อกเหนือ  ระยะทางประมาณ 500 เมตร  ถึงที่ทำการศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะป๊อก สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-318-322 , 085-716-3134 5. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย จ.เชียงใหม่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ตั้งอยู่บริเวณต้นน้ำแม่แรมและแม่สา มีพื้นที่ 21.17 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 13,231 ไร่ สูงจากระดับน้ำทะเล 780-1,430 เมตร ครอบคลุมพื้นที่จำนวน 6 หมู่บ้าน 371 ครัวเรือน ประกอบด้วยชาวเขาเผ่าม้ง เผ่าลีซอ คนพื้นเมืองและจีนยูนนาน นับถือศาสนาพุทธ ศาสนาพุทธลัทธิผี และศาสนาคริสต์ลัทธิผี ซึ่งเข้ามาตั้งถิ่นฐานตั้งแต่ก่อนสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงสมุนไพรขนาดใหญ่ เช่น เลมอนทายม์ เลมอนบาล์ม มิ้นต์ คาโมมายล์ โรสแมรี่ หญ้าหวาน ฯลฯ - ชมแปลงงานวิจัยผักเมืองหนาว แปลงผักไฮโดรโพนิกส์ เทคโนโลยีการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน - แปลงผักอินทรีย์และแปลงผักขั้นบันไดของชาวบ้านเผ่าม้งที่มีผักมากมายหลากหลายชนิด เช่น ผักกาดขาวปลี แครอท ปวยเหล็ง ฯลฯ การท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม - ชมการละเล่นพื้นบ้านของชาวเขาเผ่าม้ง เช่น ตีกลอง เป่าแคน ขลุ่ย การละเล่นชู้จ่าง ฯลฯ - ชมหัตถกรรมพื้นบ้าน เช่น การปักผ้าของหญิงม้ง การต้มเหล้าข้าวโพด ฯลฯ - ประเพณีปีใหม่ม้ง จะจัดขึ้นในเดือนธันวาคม – มกราคมของทุกปี ชาวเขาทั้งหมู่บ้านจะรวมกันแต่งกายชุดประจำเผ่าสวยงาม มีการประกวดธิดาดอย การแข่งขัน ล้อเลื่อนไม้ พร้อมกิจกรรมบันเทิงต่างๆ มากมาย การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - จุดชมวิวดอยม่อนล่อง จุดชมวิวที่สูงที่สุดของอำเภอแม่ริม สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,400 เมตร สามารถ ชมทิวทัศน์ของพระอาทิตย์ตกและทะเลหมอกในฤดูหนาวเป็นมุมกว้าง - จุดชมวิวม่อนดอย น้ำตกตาดหมอก น้ำตกวังฮาง - ดอยม่อนแจ่ม จุดชมวิวและลานกางเต็นท์ที่สวยงาม ซึ่งกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก การเดินทาง ระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ 39 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 (เชียงใหม่-ฝาง) ผ่านที่ว่าการอำเภอแม่ริม ถึงหลักกิโลเมตรที่ 17  เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงสาย 1096 (แม่ริม-สะเมิง) ประมาณ กม.ที่ 15 บริเวณบ้านโป่งแยง ให้สังเกตป้ายศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ด้านขวามือให้เลี้ยวขวาตรงตามถนนหลักระยะทางขึ้นเขาอีก  6  กิโลเมตร จนถึงที่ทำการศูนย์  สภาพเส้นทางเป็นถนนลาดยางตลอด รถยนต์ทุกประเภทสามารถเดินทางได้  มีรถประจำทางผ่านบริเวณทางแยกก่อนขึ้นศูนย์ สายสะเมิงเหนือ-เชียงใหม่ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 081-950-9767 , 083-324-0610 6. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า จ.พะเยา  ปี พ.ศ. 2530 มูลนิธิโครงการหลวงได้จัดตั้งศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่าขึ้น เริ่มต้นโดยกรมพัฒนาที่ดินดำเนินการบุกเบิกพื้นที่ จัดทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ จัดสรรพื้นที่ทำมาหากินให้แก่ราษฎร จากนั้นส่งเสริมให้ปลูกไม้ผลเมืองหนาวศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า สูงจากระดับน้ำทะเล 640 เมตร พื้นที่รับผิดชอบ 22,505 ไร่ ประกอบด้วยชาวเขาเผ่าเย้าและม้ง ลักษณะภูมิประเทศ ลักษณะพื้นที่เป็นเนินเขาและภูเขาสูง มีลำน้ำสายสำคัญ คือ ลำน้ำแม่คะ และลำน้ำเงิน การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงผลผลิต เช่น ฟักทองยักษ์ ฟักทองสีขาว ฯลฯ - ชมแปลงไม้ดอกไม้ประดับ เช่น แว็กซ์ฟลาวเวอร์ มะเขือการ์ตูน ฯลฯ - ชมแปลงไม้ผล เช่น อะโวกาโด มะม่วง ส้มโนรีตะ ส้มคัมควอท ฯลฯ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ชมวิถีชีวิตของชนเผ่าม้งที่หมู่บ้านสิบสองพัฒนา และบ้านปางค่าเหนือ - ชมวิถีชีวิตของชนเผ่าเย้าที่บ้านปางค่าใต้ การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - ยอดดอยภูลังกา เป็นแหล่งต้นน้ำของแม่น้ำยม สูง 1,720 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นสันเขาแคบๆ สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกยามเช้า โดยจุดนี้สามารถมองเห็น สปป.ลาว และสามเหลี่ยมทองคำได้อย่างชัดเจน - ดอยภูนม เป็นสันเขาแคบๆ ทอดตัวต่อลดหลั่นมาจากดอยภูลังกา สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกได้ - ดอยหัวลิง ถ้ามองทางทิศเหนือหรือใต้จะเห็นยอดดอยคล้ายหัวลิงหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ด้านตะวันตกเป็นป่าดงดิบเขาด้านทิศตะวันออกเป็นหน้าผาสูงชันมีหญ้าปกคลุมและลมพัดแรง การเดินทาง จากจังหวัดพะเยา ผ่านอำเภอดอกคำใต้-จุน มุ่งหน้าไปอำเภอเชียงคำ ไปตามทางหลวงหมายเลข 1179 เลี้ยวขวาที่ กม.8 เข้าทางหลวงสาย 1148 สายเชียงคำ-น่าน จากนั้นเลี้ยวซ้ายที่ กม.90 ขับต่อไปตามถนนรพช. อีกประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นถนนลาดยางไปจนถึงวนอุทยานภูลังกา รถเก๋งสามารถขึ้นไปได้อย่างสบาย หากจะขึ้นไปเที่ยวที่ดอยภูลังกา ให้ติดต่อเหมารถ 4WD ที่วนอุทยานภูลังกา สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 081-883-0307 7. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงม่อนเงาะ จ.เชียงใหม่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงม่อนเงาะ ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติแม่แตง มีพื้นที่รับผิดชอบ 17 หมู่บ้าน 451 ครัวเรือน บนพื้นที่ 84.27 ตารางกิโลเมตร หรือ 52,670 ไร่ ประชากรประกอบด้วยคนพื้นเมืองและเผ่าม้ง พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเนินเขาและภูเขาสลับซับซ้อน ที่ราบมีน้อยมาก สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 700-1,250 เมตร อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 24 องศาเซลเซียส การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมวิวทิวทัศน์สวยงามของแปลงปลูกชาลุงเดช - เรียนรู้วิธีการชงชาและชิมชา ตลอดจนขั้นตอนกรรมวิธีการแปรรูปชาและการบรรจุหีบห่อที่โรงงานชาบ้านปงตอง - ชมโรงเรือนเพาะเห็ดระบบปิด เช่น เห็ดนางรมภูฎาน เห็ดนางรมฮังการี เห็ดปุยฝ้าย ฯลฯ - ชมแปลงกล้วยไม้ซิมบิเดี้ยมขนาดใหญ่หลากหลายสีสัน การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ประเพณีม้ง (กินวอ) คืองานประเพณีขึ้นปีใหม่ของขาวไทยภูเขาเผ่าม้ง จัดขึ้นระหว่างวันขึ้น 1-3 ค่ำเดือน 1 ซึ่งตรงกับเดือนมกราคมของทุกปี - ชมวิถีชีวิตชาวเขาเผ่าม้ง บ้านม่อนเงาะ การละเล่นโยนลูกช่วง ลูกข่าง การปักผ้าชาวเขา การตำข้าวด้วยครกกระเดื่อง เรียนรู้ภูมิปัญญาชาวบ้านในการทำเมี่ยงแบบดั้งเดิม ที่หาชมได้ยากในปัจจุบัน ชมการเก็บใบเมี่ยง ใบชา และชิมยำใบเมี่ยงอาหารขึ้นชื่อของชุมชน การท่องเที่ยวธรรมชาติ - จุดชมวิวดอยม่อนเงาะ สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,425 เมตร ด้วยความสวยงามของชั้นเขา จึงสามารถชมทะเลหมอก และชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก เป็นมุมกว้าง 360 องศาได้อย่างสุดลูกหูลูกตา - เงือกผา เป็นหินงอกที่มีลักษณะคล้ายนางเงือกหันหน้าเกาะผาอยู่ - บ่อน้ำทิพย์ เป็นแอ่งน้ำซึมอยู่ภายในถ้ำ และมีน้ำตลอดทั้งปี - ถ้ำลม จะมีลมพัดออกมาจากถ้ำตลอดเวลา รู้สึกได้อย่างชัดเจนเมื่อยืนอยู่บริเวณปากถ้ำ - ล่องแพผจญภัยที่บ้านสบก๋าย ชมธรรมชาติที่สวยงามและความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ ชมโขดหินที่มีลักษณะแตกแต่งกัน รวมถึงต้นไม้ใหญ่อายุกว่าพันปีที่โค่นล้มโดยธรรมชาติ โดยมีทั้งล่องแพไม้และแพยาง โดยแพไม้ไผ่จะงดล่องในช่วงฤดูฝน ส่วนแพยางสามารถล่องได้ตลอดทั้งปี การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 (เชียงใหม่-ฝาง) ประมาณ 37 กิโลเมตร ก่อนถึงตลาดแม่มาลัย-อ.ปาย ประมาณ 2-3 กิโลเมตร จะมีเส้นทางเลี่ยงเมืองตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1095 ไปประมาณ 12 กิโลเมตร จะมีทางแยกขวามือ (อยู่ตรงข้ามกับวัดสบเปิง) เข้าไปม่อนเงาะอีกประมาณ 17 กิโลเมตร (เส้นทางเดียวกับไปวัดผางาม) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-318-308 8. สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง จ.เชียงใหม่ สถานีเกษตรหลวงอ่างขางเป็นสถานีวิจัยแห่งแรกของโครงการหลวง จัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ว่า “ให้ช่วยเขา ช่วยตัวเอง” มีพระราชประสงค์ให้ชาวไทยภูเขาที่พักอาศัยอยู่ตามดอยต่างๆ ทางภาคเหนือเลิกปลูกฝิ่น และทำไร่เลื่อนลอย อันเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ป่าไม้ และต้นน้ำลำธารของประเทศถูกทำลาย จากเดิมที่เป็นดอยหัวโล้นแปรสภาพเป็นขุนเขาแห่งความอุดมสมบูรณ์ ด้วยการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ไม้ผล กว่า 12 ชนิด ผักเมืองหนาวกว่า 60 ชนิด และดอกไม้เมืองหนาวกว่า 20 ชนิด เป็นถิ่นที่อยู่ของ ชาวไทยภูเขาเผ่าจีนยูนาน ไทใหญ่ มูเซอดำ และปะหล่อง การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - สวนกลางแจ้ง บริเวณสโมสรอ่างขางมีสวนกลางแจ้งหลายสวนที่ตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้แตกต่างกันตามความเหมาะสมของฤดูกาล ได้แก่ สวนแปดสิบ สวนดอยคำ สวนหอม สวนสมเด็จ และสวนกุหลาบอังกฤษ - โรงเรือนรวบรวมพันธุ์ผักเมืองหนาว จัดแสดงพันธุ์ผักเมืองหนาวชนิดต่างๆ ที่ปลูกในพื้นที่โครงการหลวง - โรงเรือนไม้ดอก เป็นการจัดแสดงไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาวชนิดต่างๆ มากมาย เช่น บีโกเนีย รองเท้านารี พืชกินแมลง มุมน้ำตกในสวนสวย ซึ่งดอกดอกไม้ในสวนเหล่านี้จะหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันออกดอกตลอดทั้งปี - สวนบอนไซ ภายในสวนจัดแสดงต้นไม้ประเภทสาลี่ เมเปิ้ล สน ที่ปลูกแบบบอนไซ นอกจากนี้ยังมีโดมทรงหกเหลี่ยมจัดแสดงพันธุ์พืชภูเขาเขตร้อนและดอกกล้วยไม้จิ๋วที่สุด ซึ่งจะออกดอกเดือนมกราคมของทุกปี - พระตำหนักเรือนที่ประทับแรมและศาลาทรงงานเมื่อพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จยังสถานีฯ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - วิถีชีวิตของชาวเขาหมู่บ้านนอแล ตั้งอยู่บริเวณชายแดนไทย-พม่า เป็นชาวเขาเผ่าปะหล่องเชื้อสายพม่า มีภาษาและวัฒนธรรมเป็นของตัวเอง นับถือศาสนาพุทธ หากใครที่ชื่นชอบการถ่ายภาพชาวเขาจะไม่ผิดหวังแน่นอน - วิถีชีวิตของชาวเขาหมู่บ้านขอบด้ง เป็นชาวเขามูเซอดำและมูเซอแดง นับถือผี มีวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย บริเวณหน้าหมู่บ้านจะมีการจำลองบ้านและวิถีชีวิตของชาวมูเซอ - วิถีชีวิตของชาวเขาหมู่บ้านหลวง เป็นชาวจีนยูนานที่อพยพมาจากประเทศจีนสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ชมกุหลาบพันปี (Rhododendron) ในช่วงเดือน ธันวาคม-กุมภาพันธ์ จะออกดอกผลิบานตลอดทางเดิน - จุดชมวิวกิ่งลม สามารถชมทะเลหมอกและวิวพระอาทิตย์ทั้งขึ้นและตก มองเห็นทิวเขารอบด้านและหากท้องฟ้าเปิดจะมองเห็นสถานีเกษตรหลวงอ่างขางด้วย - จุดชมวิวหมู่บ้านนอแล นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นทิวทัศน์ความสวยงามของธรรมชาติบริเวณชายแดนไทย-พม่า โดยสัมผัสกับแสงแรกแห่งอรุณ และตะวันลับขอบฟ้าที่สวยงามได้ - กิจกรรมชมหิ่งห้อย ในยามค่ำคืนนักท่องเที่ยวจะเห็นแสงระยิบระยับของหิ่งห้อยเป็นจำนวนมาก - ขี่จักรยานชมธรรมชาติที่สวยงามของแปลงเกษตรภายในสถานีฯ ในช่วงฤดูหนาว ช่วยเพิ่มความสนุกสนานน่าตื่นเต้นในการเที่ยวชม - ขี่ล่อชมธรรมชาติ สถานีฯ มีการจัดกลุ่มชาวบ้านนำล่อมาให้บริหารแก่นักท่องเที่ยวได้ขี่ชมสถานที่บริเวณแปลงต่างๆ ล่อเป็นสัตว์ลูกผสมระหว่างม้าและลา ผู้สนใจสามารถติดต่อเช่าขี่ล่อได้ที่สถานีฯ - ดูนก ดอยอ่างขางเป็นสถานที่ดูนกที่มีนกหลากหลายสายพันธุ์โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่จะมีนกอพยพที่หาดูยาก การเดินทาง เส้นทางที่ 1 จากตัวเมืองเชียงใหม่ ไปตามทางหลวงหมายเลข 107 เชียงใหม่-ฝาง ผ่านอำเภอแม่ริม แม่แตง เชียงดาว ไชยปราการ ถึงกิโลเมตรที่ 137 เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1249 ขึ้นไปอีก 25 กิโลเมตร ถึงดอยอ่างขาง เส้นทางชันและคดเคี้ยว เส้นทางที่ 2 จากตัวเมืองเชียงใหม่ ไปตามทางหลวงหมายเลข 107 ถึงตำบลเมืองงาย เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1178 ผ่านบ้านอรุโณทัยไปยังดอยอ่างขาง ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง การเดินทางสามารถใช้รถยนต์ได้ทุกประเภท หรือใช้บริการรถยนต์รับจ้าง จุดจอด ณ ปากทางขึ้นดอยอ่างขาง ราคาเหมาประมาณ 1,000-1,500 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-450-107-9 9. สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์  มีลักษณะพื้นที่เป็นหุบเขาลาดชัน โดยแนวเขาที่ทอดไปในแนวเขาสันปันน้ำเป็นได้แบ่งพื้นที่ออกเป็นสองทิศทาง คือทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ซึ่งด้านตะวันออกได้ผันน้ำลงสู่แม่น้ำปิง และด้านตะวันตกได้ผันน้ำลงสู่แม่น้ำแจ่ม อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1, 300 เมตร มีอุณหภูมิเฉลี่ย 21 องศาเซลเซียส การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงพืชผักเมืองหนาว ไม้ดอก ผักไฮโดรโพนิกส์ และงานวิจัยพืชเมืองหนาว - สวนแปดสิบพรรษา สวนเฉลิมพระเกียรสร้างขึ้นในปี พ.ศ.2550 เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา ภายในสวนตกแต่งด้วยกุหลาบพันปี และไม้ดอกไม้ประดับตามฤดูกาล - โรงเรือนรวบรวมและจัดแสดงเฟิร์น แหล่งเก็บรวบรวมพันธุ์เฟิร์นหายากและใกล้สูญพันธุ์ ที่มีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจและพืชสวน รวบรวมพันธุ์เฟินไว้กว่า 50 สกุล 140 ชนิด - โรงเรือนรวบรวมและจัดแสดงพืชกินสัตว์ เช่น หม้อข้าวหม้อแกงลิง พิงกุย ซาราซีเนียชนิดต่างๆ ที่เหมาะสมกับสภาพอากาศบนพื้นที่สูง - สวนกุหลาบพันธุ์ปี รวบรวมพืชสกุล Rhododendron เช่น อาซาเลีย (Azalia) และกุหลาบพันปีชนิดต่างๆ หลายชนิด เป็นพืชการค้าในต่างประเทศและหลายชนิดได้ขยายพันธุ์มาจากต้นที่ขึ้นตามธรรมชาติ เช่น คำแดง หรือคำดอย (Rhododendron arboreum) ที่มีการกระจายพันธุ์อยู่ตามพื้นที่สูงของประเทศไทย เช่น ดอนอินทนนท์ ดอยอ่างขาง การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - หมู่บ้านม้งขุนกลาง ชมวิถีชีวิตชาวเขาเผ่าม้ง การแต่งกาย การละเล่น เลือกซื้อสินค้าและงานหัตถกรรมที่ตลาดม้ง การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จุดสูงสุดในประเทศ 2,565 เมตรจากระดับน้ำทะเล ชมพืชพรรณไม้ป่าดิบเขา มอส ไลเคน และแหล่งดูนกนานาชนิด - พระมหาธาตุนภเมทนีดลและพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ ตั้งอยู่ กม.ที่ 41 เมื่อ พ.ศ.2530 กองทัพอากาศสร้างขึ้นเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญ พระชนมพรรษา 5 รอบ สามารถชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของชั้นเขา และสวนดอกไม้โดยรอบ - น้ำตกวชิรธาร น้ำตกสิริภูมิ / สวนหลวงสิริภูมิ ภายในสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ บริเวณหน้าน้ำตกสิริภูมิมีสวนธรรมชาติตกแต่งด้วยพรรณไม้ ตลอดเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ระยะประมาณ 500 เมตร เรียกว่า “ สวนหลวงสิริภูมิ ” สามารถเยี่ยมชมได้ตลอดทั้งปี การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทางสายเชียงใหม่-ฮอด ตามทางหลวงหมายเลข 108 ถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 57 ซึ่งอยู่ก่อนถึงตัวอำเภอจอมทอง ประมาณ 1 กิโลเมตร จะมีทางแยกขวามือเข้าทางหลวงหมายเลข 1009 สายจอมทอง-อินทนนท์ ไปตามเส้นทางสายนี้จนถึงหลักกิโลเมตรที่ 31 มีทางแยกขวามือบ้านขุนกลาง เข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตร จะถึงสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ รวมระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ถึงสถานีฯ 91 กิโลเมตร หรือใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที การเดินทางสามารถใช้รถยนต์ได้ทุกประเภท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-286-777-8 , 080-769-1944 10. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะ จ.เชียงราย การดำเนินงานของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะ เริ่มต้นในรูปแบบของงานอาสาพัฒนาชาวเขา โดยมูลนิธิโครงการหลวงและมหาวิทยาลัยแม่โจ้ แต่เนื่องจากการคมนาคมไม่สะดวก เจ้าหน้าที่ต้องเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์เพียงเดือนละ 1 ครั้งเท่านั้น เมื่อไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำ งานส่งเสริมของศูนย์จึงไม่เต็มประสิทธิภาพมากนัก จนปี พ.ศ. 2521 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ และทรงมีพระราชดำรัสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลช่วยเหลือชาวบ้านดอยสะโง๊ะให้มากขึ้น ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะจึงก่อตั้งขึ้น มีพื้นที่รับผิดชอบ 7 หมู่บ้าน 636 ครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่ 38 ตารางกิโลเมตร หรือ 23,750 ไร่ ประชากรประกอบด้วยชาวเขาเผ่าอาข่า ไทลื้อ และคนพื้นเมือง การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมงานพัฒนาและงานส่งเสริมการปลูกพืชผัก สมุนไพร ไม้ผล ไม้ดอก และพืชไร่ ผลผลิตที่โดดเด่น คือ ดอกคาโมมายล์ และดอกหน้าวัว - เกษตรธรรมชาติร่มโพธิ์ทอง (สวนตาคม) นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมและชิมผลไม้ตามฤดูกาล เช่น องุ่น ส้มโอ ลองกอง มังคุด เงาะ ฯลฯ พร้อมทั้งเรียนรู้ระบบการเกษตรแบบพอเพียง ตามแนวพระราชดำริของในหลวง การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ชมวิถีชีวิตชาวเขาเผ่าอาข่า การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - จุดชมวิวบนดอยสะโง๊ะ สามารถมองเห็นวิวสามเหลี่ยมทองคำและแม่น้ำโขง (สันนิฐานว่าในอดีตเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางทหาร ที่สามารถมองเห็นได้ทุกทิศทาง มีร่องรอยคูเมือง มีแผ่นอิฐเก่าเป็นร่องน้ำ) - สามเหลี่ยมทองคำ ทะเลสาบเชียงแสน และเส้นทางศึกษาธรรมชาติบ่อล้างทอง การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงสาย 118 (เชียงใหม่-เชียงราย) ผ่านอำเภอดอยสะเก็ด-เวียงป่าเป้า-แม่สรวย เข้าทางหลวงสาย 1 ผ่านอำเภอเมืองเชียงราย เลี้ยวขวาเข้าอำเภอแม่จัน ตามทางหลวงสาย 1016 ถึงอำเภอเชียงแสน ให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงสาย 1290  ผ่านสามเหลี่ยมทองคำ ถึง กม.18  เลี้ยวซ้ายเข้าไป 3 กิโลเมตร  สามารถเดินทางได้โดยรถยนต์ทุกประเภท สภาพเส้นทางเป็นถนนลาดยาง ก่อนถึงศูนย์เป็นถนนลูกลัง 1.5 กิโลเมตร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-163-346 , 081-951-9711 นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นนะครับ วันหยุดยาวในเดือนนี้ หากได้มีโอกาสไปเที่ยวภาคเหนือ อย่าลืมแวะเวียนไปชมโครงการหลวงต่างๆ ด้วยนะครับ แล้วคุณจะค้นพบความสุขอีกมุมหนึ่ง ที่ธรรมชาติและผู้คนท้องถิ่นจะมอบให้ :) ขอบคุณที่มาและรูปภาพ : www.thairoyalprojecttour.com , เรียบเรียงโดย : Travel MThai

เล่นมาแล้ว Dark Souls 2 เกมส์ Action-RPG ฮาร์ดคอร์ช่วงเบต้า
Dark Souls /  Dark Souls 2

เกมส์ Dark Souls 2 ช่วงทดสอบเกมส์บน PlayStation 3 ทดลองเล่นมาแล้ว เกมส์ Dark Souls 2 เป็นเกมส์ Action-RPG ฮาร์ดคอร์จาก From Software ผู้พัฒนาเกมส์จากประเทศญี่ปุ่น โดยเวอร์ชั่นทดสอบที่เปิดให้ทดลองเล่นนั้น จะเป็นฉากป่าดงดิบและมีปราสาทที่เป็นซากปรักหักพังเป็นฉากหลังของเกมส์ เกมส์นี้เริ่มจากให้ผู้เล่นเลือกสายอาชีพ Soldier, Hunter, Dual Swordsman, Temple Knight, Warrior และ Sorcerer ซึ่งบรรจุอาชีพเกมส์ที่กระชับมากขึ้น และระบุชัดเจนมากขึ้น เมื่อเริ่มต้นการเล่น ผู้เล่นจะได้เรียนรู้การบังคับและการต่อสู้ที่กระชับรวดเร็วเพียง 2-3 นาที ผู้เล่นจะได้ต่อสู้กับศัตรูที่มีระดับง่ายๆ และเมื่อเดินทางไปอีกพื้นที่หนึ่ง ผู้เล่นจะได้ปะทะกับศัตรูที่ใหญ่กว่าตัวอีกนิดและมีพลังโจมตีที่รุนแรง หรือศัตรูที่มาเป็นกลุ่มและทำการรุมผู้เล่นที่ถึงกับล้มเพียง 2-3 ครั้ง โดยจำเป็นต้องอาศัยทักษะการเล่นด้วยการกะจังหวะหลบหลีกและโจมตีศัตรูด้วย ในระหว่างเดินทาง นอกจากจะต้องรับมือกับศัตรูที่สุดยากแล้ว ยังต้องสังเกตเหล่าศัตรูที่คอยพรางตัวจากแวดล้อมและซุ่มโจมตีผู้เล่นด้วย ยิ่งไปกว่านั้น จากการปะทะกับบอสเกมส์ มีอยู่ 2 สถานที่ ได้แก่เหล่านักเวทย์โครงกระูดูกทั้ง 3 ตัว พร้อมปล่อยเวทย์มนต์และเตรียมรุมทึ้งผู้เล่นทุกเมื่อ ซึ่งต้องอาศัยจังหวะการเล่นขั้นสูงในการโจมตี กับอัศวินกระดูกยักษ์ที่มีม้าเป็นพาหนะ คอยหลบหลีกจากการวิ่งเข้าชน พร้อมกับต่อสู้กับกองทัพโครงกระดูกที่แห่เข้ามาอีก จากการเล่นของเกมส์ Dark Souls 2 ไม่แนะนำให้ต่อสู้กับศัตรูพร้อมๆกัน เพราะต้องคำนึงถึงค่า Stamina หรือค่าความเหนื่อยของตัวละคร โดยการโจมตีหรือการวิ่งหลบหลีกจะคิดค่าดังกล่าวทุกครั้ง และเมื่อเกจหมดลง ผู้เล่นจะไม่สามารถโจมตีหรือหลบหลีกได้ชั่วขณะ อาจทำให้เปิดทางให้ศัตรูเข้ามาโจมตีได้ ผู้เล่นเองจะต้องบริหารจำนวนศัตรูและการต่อสู้อย่างชาญฉลาดด้วย และหากผู้เล่นถูกโจมตีเสียชีวิต ระบบจะทำการย้อนกลับไปยัง Checkpoint ที่เป็นกองไฟใหม่ และการกลับไปเล่นใหม่ทั้งๆที่ฝ่าฟันความยาก ก็เป็นสิ่งที่กวนใจที่ต้องกลับไปเล่นใหม่อีกครั้ง ทั้งนี้ หากศัตรูตัวใดที่ล้มยากและมีความแข็งแกร่งมากเท่าไร ผู้เล่นก็จะได้รับแต้มวิญญาณเพื่อเพิ่มเลเวลและค่าสถานะตัวละครด้วยการเดินทางไปยังกองไฟตามพื้นที่ต่างๆ และเป็นจุด Checkpoint เพื่อระงับอารมณ์และปล่อยอารมณ์จากการที่เล่นพลาดจนตายซ้ำแล้วซ้ำอีกหลายต่อหลายครั้ง เกมส์ Dark Souls 2 ยังมีโหมดออนไลน์อย่าง Co-Op ที่หาผู้เล่นเพื่อร่วมผจญภัยต่อสู้กับศัตรูและบอสเกมส์ ด้วยการสลักสัญลักษณ์ในเกมส์จากการใช้ไอเทมและร่างดังกล่าวจะต้องกลายเป็นมนุษย์ขึ้นมาก่อน (ในกรณีถูกโจมตีตายไปหนึ่งครึ่ง ร่างของตัวละครจะเป็นซอมบี้) ซึ่งการร่วมมือระหว่างผู้เล่นถือว่าลดระดับความยากของเกมส์ไปได้มาก อีกทั้งมีโหมด PvP ที่สามารถรุกรานผู้เล่นคนอื่นๆบนโลกออนไลน์ และวัดประลองกำลังเพื่อล่าแต้มวิญญาณของฝ่ายตรงข้ามให้ได้ ด้านกราฟิกเกมส์ Dark Souls 2 มีความเทียบเท่ากับกราฟิกเกมส์ภาคแรก แต่มุ่งเน้นเรื่องออกแบบฉากเกมส์ให้ดูทมึฬ สร้างจุดเด่นได้ได้จดจำมากขึ้น นอกจากนี้ ยังพัฒนาเรื่องเฟรมเรตเกมส์ให้อยู่ระดับมาตฐานที่ 30 เฟรมต่อวินาทีอีกด้วย รวมถึงปรับปรุงเรื่องอินเตอร์เฟสเกมส์ดูเรียบง่ายและเลือกใช้งานได้อย่างสะดวก เกมส์ Dark Souls 2 วางขายวันที่ 11 มีนาคม 2014 บน PC, Xbox 360 และ PlayStation 3

50 หนุ่มโสดคลีโอ 2014 หนุ่มโสดในฝัน (ชมต่อ:หมายเลข 26-50 )
50 หนุ่มโสดคลีโอ /  50หนุ่มโสด / 

กลับมาอีกครั้ง สำหรับการค้นหา หนุ่มโสดในฝัน หรือ หนุ่มโสดคลีโอ 2014 ที่จัดเป็นประจำทุกปี เพื่อเฟ้นหาหนุ่มโฉมงามในฝันของสาวๆทั้งประเทศ โดยแต่ละคนนั้น ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าโปรไฟล์ไม่ธรรมดา เริ่ดอลังไม่แพ้หนุ่มชาติใดในโลก(ว่าไปนั่น) แล้วจะมัวรอช้าอยู่ใย มายลโฉมเหล่า 50 หนุ่มโสดคลีโอ หนุ่มน้อยรูปงามร่างล่ำ(บางคน) กันดีกว่า ว่าใครบ้างที่จะเข้าตากระแทกใจสาวๆกันบ้าง ส่วนใครดูแล้ว ชอบอกชอบใจ หนุ่มโสดคลีโอ คนไหน ก็ตามไปช่วยกันโหวตได้ที่นี่นะจ๊ะ โหวตหนุ่มคลีโอ หมายเลข 26 : ภูมิชาย โสภโณดร (แก๊ป) 20 ปี นิสิต คณะครุศาสตร์ คิดว่าผู้หญิงชอบเราตรงไหน: ความเป็นตัวของตัวเอง พฤติกรรมของผู้หญิงที่รับไม่ได้: สูบบุหรี่และไม่รักตัวเอง เบื่อคำโกหกอะไรจากแฟนตัวเองที่สุด: ทุกคำโกหกครับ ผมเป็นคนไม่ชอบคนโกหก อะไรทำให้คุณฟันธงว่าผู้หญิงคนนี้แหละจะมาเป็นแฟนในอนาคต: คงต้องเป็นคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจคุยกันได้ทุกเรื่อง เป็นผู้ชายเจ้าชู้รักสนุก กับเป็นผู้ชายแสนแต่ดีน่าเบื่อ จะเลือกอะไร: ผู้ชายแสนดีแต่น่าเบื่อครับ อย่างน้อยเราก็ไม่ทำให้ใครเสียใจ หมายเลข27 : ธนวัต เทิดวิกรานต์ (บุ๊ค) 22 ปี ธุรกิจส่วนตัว พฤติกรรมของผู้หญิงที่รับไม่ได้เห็นแก่ตัว: วางตัวสูง สิ่งที่คุณคิดว่าโรแมนติกที่สุดที่ตัวเองเคยทำ คืออะไร: โทรไปแฮปปี้เบิร์ธเดย์แล้วให้ Messenger ไปส่งดอกไม้ช่อใหญ่ๆ หน้าบ้าน เบื่อคำอ้างหรือคำโกหกอะไรจากแฟนตัวเองมากที่สุด: เค้าเป็นแค่พี่ชาย คุณมีผู้หญิงในความทรงจำมั้ย เธอเป็นผู้หญิงแบบไหน: Chloe Bennetมาจากเรื่อง Agents of shield อะไรในผู้หญิงที่ทำให้คุณเข่าอ่อนเวลาได้เห็น: หน้าคมๆ มีเอกลักษณ์ ดูมีมาด หมายเลข28 : อิสระ สมบูรณ์ (ฟรี) 24 ปี เทรนเนอร์ คิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ในวันนี้อีก 5 ปีข้างหน้า: หากิจการที่เป็นของตัวเองทำ อาจจะเปิดยิมหรือค่ายมวย มุขจีบสาวประจำตัว: ออกแนวกวนๆมากกว่า ผู้หญิงชอบคนตลก เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: แก่นๆ กวนๆ รอยยิ้ม อะไรทำให้คุณฟันธงว่าผู้หญิงคนนี้ล่ะจะมาเป็นแฟนในอนาคต: ตลกๆ ต่อปากต่อคำ เอาใจใส่เรื่องเล็กๆ พฤติกรรมของผู้หญิงที่รับไม่ได้: รับได้หมด ที่รับไมได้คือไม่เป็นตัวของตัวเอง หมายเลข29 : ภูวิทย์ มูเก็ม (ดีดี้) 27 ปี ตำรวจ/นายแบบ เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: สายตา สิ่งที่คุณคิดว่าโรแมนติกที่สุดที่ตัวเองเคยทำ คืออะไร: แค่พาไปกินข้าว ดูหนัง เซอร์ไพร์เล็กๆน้อยๆใส่ใจในทุกๆวัน อะไรในผู้หญิงที่ทำให้คุณเข่าอ่อนเวลาได้เห็น: ขาอ่อนมั้งครับ เดทในฝันที่แสนเร้าใจของคุณเป็นแบบไหน: เดทในห้องอวกาศ มองส่วนไหนของผู้หญิงก่อนเป็นอันดับแรก: ตรงซอกคอ เพราะถ้าหากตรงนั้นสะอาด ผู้หญิงคนนั้นคงดูแลรักษาผิวเป็นอย่างดี หมายเลข30 : วรายุทธ พิริยะกุลธร (อ๋อง) 24 ปี ครูสอนศิลปะ เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: เป็นคนร่าเริงสนุกเฮฮา คุณค่าใดของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอแบบไม่ลืม: คุยกันได้ทุกเรื่อง เอาใจใส่เรา เรื่องโรแมนติกที่สุดที่เคยทำ: กินข้าวริมทะเลตอนกลางคืน เดทในฝันที่แสนเร้าใจ: เดินป่าครับ ดูรักธรรมชาติดี มองส่วนไหนของผู้หญิงก่อนเป็นอันดับแรก: เส้นผม รูปร่าง หมายเลข31 : ซูฮยอง จิน (จิน) 24 ปี ศิลปิน/นายแบบ คุณค่าใดของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอโดยไม่รู้ลืม: บุคลิกครับ อะไรในผู้หญิงที่ทำให้คุณเข่าอ่อนเวลาได้เห็น (เรายอมแพ้เขาเลย): รอยยิ้มครับ เดทในฝันที่แสนเร้าใจ: แค่อยากจะพาเธอไปที่ๆเราสองคนจะสามารถสร้างความทรงจำด้วยกันได้ เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: ตาเล็ก เบื่อคำอ้างหรือคำโกหกอะไรจากแฟนตัวเองมากที่สุด: พูดว่าใกล้จะแต่งตัวเสร็จแล้ว กำลังจะออกจากบ้าน ทั้งๆที่ยังไม่เสร็จ หมายเลข32 : ตะวัน วิหครัตน์ (เต) 22 ปี ดีเจ คุณค่าใดของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอได้แบบไม่ลืม: ยิ้มจริงใจ ความสดใสร่าเริง อะไรในผู้หญิงที่ทำให้คุณเข่าอ่อนเวลาได้เห็น: เวลาแต่งตัวดีๆ ใส่ขาสั้น ปล่อยผม อะไรทำให้คุณฟันธงว่าผู้หญิงคนนี้ล่ะจะมาเป็นแฟนในอนาคต: คุยภาษาเดียวกัน อยู่ด้วยแล้วมีความสุข สบายใจ พฤติกรรมของผู้หญิงที่รับไม่ได้: พูดจาหยาบคายเกินไป เป็นผู้ชายเจ้าชู้ รักสนุก กับหนุ่มแสนดีแต่น่าเบื่อ จะเลือกเป็นอะไร: เป็นหนุ่มแสนดีครับ เดี๋ยวนี้ผู้ชายเจ้าชู้มีเยอะ สุดท้ายเขาก็จะกลับมาหาแบบนี้เอง หมายเลข33 : คุณัชญ์ บุญอาจ (เคน) 19 ปี นักแสดง เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: หน้าผากมั้งครับ ชอบคนหัวเหม่งๆ ยิ่งเหม่งยิ่งน่ารัก คุณค่าใดของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอโดยไม่รู้ลืม: ความจริงใจแบบเค้ารักเราที่เราเป็นเรา ถึงแม้จะเป็นอย่างไรก็ตาม พฤติกกรมอะไรของผู้หญิงที่เห็นแล้วรู้สึกรับไม่ได้: สูบบุหรี่ครับ สิ่งที่คุณคิดว่าโรแมนติกที่สุดที่ตัวเองเคยทำ คืออะไร: เล่นกีตาร์ อัดคลิปแล้วพูดคำซึ้งๆให้แฟนแล้วร้องเพลงความหมายดีๆครับ เพลงหากฉันตาย ของ Sixty Miles คุณมีผู้หญิงในความทรงจำมั้ย เธอเป็นผู้หญิงแบบไหน: ผู้หญิงแบบแม่แบบบ่นเช้า บ่นเย็น คอยเตือนนู้นนี่นั่น รักเราจริงๆ เราอยากได้อะไรเค้าก็จะหาให้เท่าที่เค้าจะทำให้เราได้ หมายเลข34 : โจเซฟ ซามูดิโอ (โจ) 28 ปี นักดนตรีบำบัด มุกจีบสาวประจำตัว: เจ็บมั้ยครับ...ตอนคุณตกลงมาจากสวรรค์ เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: ความมั่นใจของเธอ คุณค่าใดของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอได้แบบไม่ลืม: คนที่สามารถหัวเราะและมีความสุขกับทุกเรื่องในชีวิต เดทในฝันที่แสนเร้าใจ: เริ่มจากดินเนอร์ชิลๆ ไปเดินเล่น เล่นโบว์ลิ่ง แล้วจบด้วยหนังดีๆ สักเรื่อง เคยอกหักมั้ย: เคยครับ รู้สึกเหมือนหัวใจถูกฉีกออกมา ถูกขยี้ไม่มีชิ้นดี แล้วเอาไปทิ้ง แต่สุดท้ายก็ได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างแล้วก็ก้าวต่อไปได้ หมายเลข35 : ณพัทธ์ นิติกรกูล (โจ้) 23 ปี ที่ปรึกษาด้านการเงินและการลงทุนข้ามประเทศ คุณค่าของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอแบบม่ไม่ลืม: มารยาท การวางตัว อะไรในผู้หญิงที่ทำให้คุณเข่าอ่อนเวลาได้เห็น: น้ำตา อะไรทำให้คุณฟันธงว่าผู้หญิงคนนี้แหละจะมาเป็นแฟนในอนาคต: ความเข้าใจ เดทในฝันที่แสนเร้าใจ: blind date คุณมีผู้หญิงในความทรงจำมั้ย เป็นผู้หญิงแบบไหน: มีครับ เป็นแบบเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ หมายเลข36 : พิทวัส พิพัฒนนันท์ (ไบร์ท) 24 ปี ธุรกิจการเงินการท่องเที่ยว เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: ชอบที่ดวงตานะ ตาหวานตาเยิ้ม ตาจิกตอน selfie ชอบมากๆ พฤติกรรมของผู้หญิงที่รับไม่ได้: สูบบุหรี่ พูดคำหยาบ มองส่วนไหนของผู้หญิงก่อนเป็นอันดับแรก: ตาแล้วก็ปาก เอาจริงๆ ริมฝีปากดู sexy มันทำให้เคลิ้มนะ สิ่งที่คุณคิดว่าสิ่งโรแมนติกที่สุดที่ตัวเองเคยทำ คืออะไร: โดดงานไปปากคลองตลาด ซื้อดอกไม้มาจัดเอง แล้วก็ใส่หลังรถไปรับสาว เสร็จแล้วตอนค่ำๆ ก็พาไปดินเนอร์ แล้วก็ขับรถขึ้นสะพานภูมิพล จอดกลางทาง หอมแก้มแล้วเดินลงไป หยิบดอกไม้มาให้ เบื่อคำอ้างหรือคำโกหกอะไรจากแฟนตัวเองมากที่สุด: คำว่ารักถ้าไม่ได้คิดอย่างนั้นจริงๆ หมายเลข37 : ร.ต.อ. ฤชุภัทร หลาวทอง (เนิฟ) 33 ปี ตำรวจ มุกจีบสาวประจำตัว: ให้เพื่อนเข้าไปขอเบอร์ให้ คิดว่าเสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: ความไม่หยิ่ง เป็นกันเอง น่ารักๆ คุณค่าใดของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอได้แบบไม่ลืม: ผู้หญิงที่เห็นคุณค่าในตัวเอง เรื่องโรแมนติกที่สุดที่เคยทำ: เคานท์ดาวน์กันสองคนกับแฟนที่ลาสเวกัส ผู้หญิงในความทรงจำเป็นผู้หญิงแบบไหน: นางเอกเรื่อง she’s all that ชื่อราเชล ลีห์ คุ๊ก ชอบตั้งแต่เด็ก ตาโต จมูกแหลม บุคลิกใสๆน่ารัก หมายเลข38 : ชนัทย์ พัฒนพิฑูรย์ (ดีน) 28 ปี นักวางแผนการตลาด  เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: ความคิดและจิตใจ คุณค่าของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอได้แบบไม่ลืม: ผู้หญิงที่รู้คุณค่าของตัวเอง เบื่อคำโกหกอะไรจากแฟนมากที่สุด: บอกว่าเป็นเพื่อนสนิท หรือพี่ชาย อะไรในผู้หญิงที่ทำให้คุณเข่าอ่อนเวลาได้เห็น: น่ารัก ขี้เล่น ไม่ห่วงสวย เป็นผู้ชายเจ้าชู้ รักสนุกกับเป็นผู้ชายแสนดีแต่น่าเบื่อ เลือกเป็นอะไร: เจ้าชู้รักสนุกเพราะเป็นตัวเอง28 ปี นักวางแผนการตลาด หมายเลข39 : สันติพงษ์ สิทธิลาภโสภณ (เล็นส์) 24 ปี สถาปนิกอิสระ มุกจีบสาวประจำตัวคืออะไร: เราเคยเจอกันมาก่อนรึเปล่าเรียนมหาลัย…ใช่ไหมเจอกันอีกแล้วนะ !! มิแรนด้า เคอร์ กับเจสสิก้า จาก เกิร์ล เจเนอเรชั่น ชอบสาวแบบไหนมากกว่ากัน ทำไม: แน่นอนว่าต้องมิแรนด้า เคอร์ มีสเน่ห์ เป็นตัวของตัวเอง ดูมีวุฒิภาวะ ผู้หญิงแบ๊วมีสูตรสำเร็จ สิ่งที่คุณคิดว่าสิ่งโรแมนติกที่สุดที่ตัวเองเคยทำ คืออะไร: แอบไปเซอร์ไพรส์ วันเกิด ที่หน้าบ้านตอนเที่ยงคืน โดยตอนแรกอ้างว่ามีธุระเรื่องงาน ทำของทำมือให้ เช่น การ์ด, โมเดลกระดาษ, เปเปอร์ มาร์เช่ อะไรในผู้หญิงที่ทำให้คุณเข่าอ่อนเวลาได้เห็น: หุ่น โดยเฉพาะเอว บั้นท้ายและเรียวขา อะไรทำให้คุณฟันธงว่าผู้หญิงคนนี้แหละจะมาเป็นแฟนในอนาคต: Lifestyle ใกล้เคียงกัน สนใจอะไรคล้ายๆกัน เช่น เพลง หนัง การแต่งตัว ท่องเที่ยว ใส่ความเป็นตัวเองลงไปไม่ใช่แค่ถามคำตอบคำ หมายเลข40 : อัครินทร์ ศิวพรพิทักษ์ (ฟาน) 30 ปี บาริสต้า คุณคิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ในวันนี้อีก 5 ปีข้างหน้า: เป็นผู้บริหารที่ยังทำงานหนักในบริษัทกาแฟของตัวเอง ซึ่งเป็นบริษัทกาแฟที่ใหญ่ติดอันดับของประเทศไทย และเป็นที่รู้จักในประเทศต่างๆทั่วโลก คุณค่าใดของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอโดยไม่รู้ลืม: ผู้หญิงที่สามารถยืนเคียงข้างเราได้ แม้ยามลำบากหรือเสียใจโดยที่ไม่รู้สึกฝืนใจตัวเอง สิ่งที่คุณคิดว่าโรแมนติกที่สุดที่ตัวเองเคยทำ คืออะไร: ทำมิวสิควิดีโอให้แฟน เป็นผู้ชายเจ้าชู้ รักสนุกกับเป็นผู้ชายแสนดีแต่น่าเบื่อ จะเลือกเป็นอะไร เพราะอะไร: เป็นผู้ชายเจ้าชู้ รักสนุก เพราะไม่มีผู้ชายคนไหนเป็นคนดีหรอก มีแค่เลวมาก กับเลวน้อยเท่านั้นเอง สุดท้ายแล้วผู้ชายดีไม่มีที่อยู่ ผู้หญิงในความทรงจำเธอเป็นผู้หญิงแบบไหน: แค่เดินผ่านกัน เห็นหน้าไม่เกิน 10 วินาที แต่จำได้ทั้งชีวิตไม่เคยลืม หมายเลข41 : ชล เจนประภาพันธ์ (ชล) 30 ปี นักเขียน/ ภัณฑารักษ์อิสระ คิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ในวันนี้อีก 5 ปี ข้างหน้า: นั่งจิบกาแฟในบ้านที่ออกแบบเอง เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: บุคลิกภาพ วิธีการพูดและการให้ความเห็น กับเรื่องต่างๆ รอบตัว คุณค่าใดของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอไม่ลืม: การสามารถแสดงรสนิยมที่แตกต่าง มีเอกลักษณ์ ทั้งการแต่งตัว วิธีการพูด บุคลิกภาพ และเข้าใจในสิ่งที่ตัวเองเป็น มองส่วนไหนของผู้หญิงก่อนเป็นอันดับแรก: เท้า มือ ผม ทำให้เห็นว่าเขาดูแลตัวเองขนาดไหน เรื่องสิ่งโรแมนติกที่สุดที่ตัวเองเคยทำ: ผมมักจะทำอาหารไปให้เขาชิม อร่อยบ้างไม่อร่อยบ้างแต่ก็ทำด้วยความตั้งใจเสมอ หมายเลข42 : ณัฐภัทร วรรณประเสริฐ (เอิร์ธ) 25 ปี ธุรกิจส่วนตัว คิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ในวันนี้อีก 5 ปีข้างหน้า: ผู้ชายขายน้ำ (เพื่อสุขภาพ)ครับ เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: ตา บุคลิก นิสัย เป็นผู้ชายเจ้าชู้ รักสนุกกับเป็นหนุ่มแสนดีแต่น่าเบื่อ จะเลือกเป็นอะไร: รักสนุกครับ เพราะชีวิตผมโนลิมิต ไม่ชอบผูกมัด ชอบอิสระ เดทในฝันที่แสนเร้าใจ: ไปลุยป่าดงดิบลองใช้เวลา 2 คนในป่า 1 เดือน โดยไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก หาอาหารกินเอง พฤติกรรมของผู้หญิงที่รับไม่ได้: จู้จี้ เรื่องมาก หมายเลข43 : ธีรยุทธ เธียรชัยบัณฑิต (อู๋) 23 ปี ดีเจ/วีเจ/พิธีกร คุณค่าของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอแบบไม่ลืม: แสบ ทะลึ่ง ขี้เล่น มองส่วนไหนของผู้หญิงก่อนเป็นอันดับแรก: หน้าอกครับ เรื่องโรแมนติกสุดที่เคยทำคือ: ทำการ์ดวันครบรอบให้แฟน อะไรในผู้หญิงที่ทำให้คุณเข่าอ่อนเวลาได้เห็น: ตรงนั้นแหละ ผู้ชายเจ้าชู้ รักสนุกกับหนุ่มแสนดีแต่น่าเบื่อ จะเลือกเป็นอะไร: เป็นผู้ชายเจ้าชู้ รักสนุก เพราะเป็นคนดี สุดท้ายสิ่งที่ได้กลับมาก็คือน้ำตาอยู่ดี หมายเลข44 : รวีโรจน์ เลิศพิภพเมธา (วี) 23 ปี ดีเจ/นักแสดง มุขจีบสาวประจำตัว: มีถั่วมั้ย มีถัวมั้ย มีไลน์มั้ย เรื่องโรแมนติกที่สุดที่เคยทำ: แฟนกลับจากอเมริกา แวะเปลี่ยนเครื่องที่อินชอน ผมบินไปอินชอลไปรอรับ อะไรในผู้หญิงที่ทำให้คุณเข่าอ่อนเวลาได้เห็น: ต้นคอ คุณค่าใดของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอโดยไม่รู้ลืม: ผู้หญิงที่น่าจำคือ ผู้หญิงซุ่มซ่าม เพราะน่าจะมีเรื่องตลกๆ ให้ได้นึกถึง คิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ในวันนี้อีก 5 ปี ข้างหน้า: มีไร่มีสวน ใช้ชีวิตอยู่บ้านนอก หมายเลข45 : ธนวัฒน์ เอกทศวรรณ (ปอนด์) 22 ปี ช่างภาพ มุกจีบสาวประจำตัว: หากิจกรรมทำร่วมกัน แล้วเราจะค่อยสนิทกันไปเอง เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: แววตากับบุคลิก คุณค่าของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอแบบไม่ลืม: ความจริงใจ พฤติกรรมของผู้หญิงที่รับไม่ได้: เรื่องมาก(เกินเหตุ) ระหว่างมิแรนด้า เคอร์ กับเจสสิก้า จาก เกิร์ล เจเนอเรชั่น ชอบแบบไหน: เจสสิก้า ผมชอบสาวเอเซียมากกว่าครับ ดูมีเสน่ห์น่าค้นหา หมายเลข46 : ปรก หัศภาคย์ (โป้ย) 25 ปี ข้าราชการสำนักนายกฯ มุกจีบสาวประจำตัวคืออะไร: แกล้งทำโทรศัพท์หายแล้วขอใช้มือถือเธอโทรเข้าเบอร์ตัวเอง พฤติกรรมของผู้หญิงที่รับไม่ได้: ผู้หญิงเจ้าอารมณ์ หงุดหงิดง่าย มองส่วนไหนของผู้หญิงก่อนเป็นอันดับแรก: ขา เนื่องจากผู้หญิงส่วนมากที่มีเรียวขาสวย มักจะเป็นคนที่ดูแลตัวเองดี สิ่งที่คุณคิดว่าโรแมนติกที่สุดที่ตัวเองเคยทำ คืออะไร: เขียนการ์ดแล้วทำการ์ดแฮนเมดให้เธอทุกๆเดือน และทุกๆโอกาสสำคัญ อะไรทำให้คุณฟันธงว่าผู้หญิงคนนี้แหละที่จะมาเป็นแฟนในอนาคต: Lifestyle รวมไปถึงเพลงที่ฟัง อาหารที่ชอบ หนังที่ชอบ เพราะผมเชื่อว่าการใช้ชีวิตของแต่ละคนจะสะท้อนผ่านสิ่งที่ทำ หมายเลข47 : จีราวัฒน์ หงษ์ทองนพคุณ (นัท) 20 ปี นักศึกษา คณะนิเทศศาสตร์ มุขจีบสาวประจำตัวอะไร: เธอ ชื่ออะไรเธอๆใช่เพื่อนนัทปะให้เค้านับ 1-5 เสร็จแล้วเราถามว่าครบยัง พอเค้าบอกว่าครบแล้วค่ะ ผมก็จะพูดว่าโอเค คบแล้วห้ามเลิกนะ เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: รอยยิ้มและบุคคลิก สิ่งที่คุณคิดว่าโรแมนติกที่สุดที่ตัวเองเคยทำ คืออะไร: นำดอกไม้ไปเซอร์ไพร์ตอนที่กำลังกินข้าวกัน อะไรในผู้หญิงที่ทำให้คุณเข่าอ่อนเวลาได้เห็น: เวลายิ้ม จริงใจ ยิ้มเป็นธรรมชาติ อะไรทำให้คุณฟันธงว่าผู้หญิงคนนี้แหละที่จะมาเป็นแฟนในอนาคต: เข้ากันได้ พูดคุยกันรู้เรื่อง นิสัยคล้ายๆกัน รักครอบครัวเรา เหมือนที่เขารักครอบครัวเขา หมายเลข48 : ชัยยุทธ กิติชัยวัฒน์ (โจอี้) 22 ปี นักแสดงอิสระ เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: ความมั่นใจและความเป็นตัวของตัวเอง พฤติกรรมของผู้หญิงที่รับไม่ได้: ขากสเลดเสียงดังในที่สาธารณะ อะไรในผู้หญิงที่ทำให้คุณเข่าอ่อนเวลาได้เห็น: เรียวขา อะไรทำให้คุณฟันธงว่าผู้หญิงคนนี้ล่ะจะมาเป็นแฟนในอนาคต: ฉลาด มีความคิด รู้จักคุณค่าของตัวเอง มั่นใจ เป็นตัวของตัวเอง เดทในฝันที่แสนเร้าใจ: เจอกันในยานอวกาศ แล้วมีเอเลี่ยนไล่ฆ่าตื่นเต้นดี หมายเลข49 : ศรภัทร ภัทราคร (ศร) 23 ปี สถาปนิก เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: ความสามารถครับ คุณค่าของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอแบบไม่ลืมคืออะไร: พัฒนาการของตัวผมเองที่เกิดขึ้นจากเวลาที่ใช้ร่วมกัน เดทในฝันที่แสนจะเร้าใจของคุณเป็นแบบไหน: Dive into unknown, expect for a surprise at least, get surprise in the case of finding none เป็นผู้ชายเจ้าชู้ รักสนุกกับเป็นผู้ชายแสนดีแต่น่าเบื่อ จะเลือกเป็นอะไร: ปกติจะเป็นคนสนุกกับอะไรที่คนอื่นคิดว่าน่าเบื่อ คิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ในวันนี้อีก 5 ปีข้างหน้า: ผมคิดแผนล่วงหน้าได้อย่างเก่งก็ 2 สัปดาห์ครับ หมายเลข50 : เคนยิโร ไรวาส โยเนคุระ (เคน) 32 ปี ช่างภาพ คิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ในวันนี้อีก 5 ปีข้างหน้า: เป็นช่างภาพที่มีชื่อเสียง เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: ความฉลาด คุณค่าใดของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอไม่ลืม: การที่เธอให้คุณค่ากับการใช้ชีวิต พฤติกรรมของผู้หญิงที่รับไม่ได้: อีโก้ที่สูงเกินไป เดทในฝันที่แสนเร้าใจเป็นแบบไหน: แบบไหนก็ได้ แต่ขอแค่เดทกับผู้หญิงที่ผมต้องการจริงๆ ยิ่งกว่าฮอตและเพอร์เฟคท์อีกครับ ดู หนุ่มโสดคลีโอ 2014 หมายเลข 1 - หมายเลข 25 คลิกเล๊ย ที่มาจาก www.cleothailand.com รายงานโดย Women Mthai Team

3 ชาวบ้านลุยถ้ำป่าดงดิบ หาเหล็กไหล จมน้ำตาย
ถ้ำ /  ป่าดงดิบ / 

วานนี้ (27พ.ค.) เวลา12.00 น. สภ.เมืองมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้าน บ.นาโด่ ต.นาโสก อ.เมือง จ.มุกดาหาร ว่ามีผู้จมน้ำเสียชีวิต 3 รายภายในถ้ำพุงกลางป่าดงจึงประสานไปยังมูลนิธิกู้ภัยเทศบาลคำอาฮวนพร้อมนำกำลังเจ้าหน้าที่รุดไปที่เกิด พบบรรดาผู้ที่มาแสวงหาเหล็กไหลจำนวน 10 คนนั่งเกาะกลุ่มกัน ทั้งนี้ผู้ร่วมขุดเหล็กไหลให้การว่า เข้ามาก่อไฟเฝ้ารอ 3 คนที่เข้าไปค้นหาเหล็กไหลภายในถ้ำ โดยเป็นผู้นำทาง 2 คนคือ นายเงิน ชาธิพา อายุ 69 ปี และนายสงบ อันแสน 39 ปี ชาวจ.มุกดาหาร นายธนโชติ ลีฟัก อายุ 46 ปี ชาวปทุมธานี เข้าไปค้นหาเหล็กไหลและของมีค่าภายในถ้ำตลอดทั้งคืนจนสว่าง ทั้ง 3 คนก็ไม่ออกมา ต่างก็พยายามเฝ้ารอจนกระทั่งเวลา 11.00 น. จึงพากันออกค้นหาตะโกนเรียกชื่อแต่ไม่มีเสียงตอบรับ ขณะเดียวกันระดับน้ำได้หนุนสูงขึ้นจนปิดปากถ้ำ คาดว่าทั้ง 3 คนคงจมน้ำเสียชีวิตแล้วจึงตัดสินใจไปแจ้งผู้ใหญ่บ้าน การค้นหาในรอบแรกเป็นไปอย่างยากลำบากเพราะถ้ำไม่มีแสงสว่าง และระดับน้ำสูงจนปิดปากถ้ำ แต่เมื่อค้นหาอีกรอบก็พบศพนายเงิน ก่อนจะให้กำลังชาวบ้านช่วยกันแยกหินออกจากกันทำให้เกิดช่องระบายน้ำ เข้าไปค้นหาได้ง่ายขึ้น จนกระทั่งเวลา 17.00 น. เป็นช่วงจังหวะที่ระดับน้ำลดจนปากถ้ำเปิด จึงเข้าไปค้นภายในถ้ำได้อย่างสะดวก และพบศพนายธนโชติ ติดอยู่ภายใน ขณะที่ศพของนายสงบยังหาไม่พบ แต่เจ้าหน้าที่จะเร่งค้นหาต่อไป MThai News

อุทยานแห่งชาติเขาสก แหล่งธรรมชาติใหญ่สุดในภาคใต้
อุทยานแห่งชาติ /  อุทยานแห่งชาติเขาสก / 

อุทยานแห่งชาติเขาสก ดินแดนศูนย์กลางของ “ขุนเขาแห่งป่าฝน” เป็นผืนป่าดิบชื้นผืนใหญ่ที่สุดและมีความสำคัญของภาคใต้อันประกอบไปด้วยอุทยานแห่งชาติเขาสก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองยัน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองนาคา อุทยานแห่งชาติศรีพังงา และอุทยานแห่งชาติแก่งกรุง มีพื้นที่ทั้งสิ้น 2,296,879.5 ไร่ มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง อุดมไปด้วยพืชพรรณมากมายหลายชนิด ทั้งพืชพรรณที่หายากและเป็นพืชเฉพาะถิ่น อันได้แก่ บัวผุด ปาล์มเจ้าเมืองถลางหรือปาล์มหลังขาวและปาล์มพระราหู นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด โดยเฉพาะพบสัตว์ป่าสงวนถึง 4 ชนิด คือ เก้งหม้อ เลียงผา สมเสร็จ และแมวลายหินอ่อน และประกอบกับสภาพพื้นที่มีทิวทัศน์ ที่สวยงาม มีความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติทั้งน้ำตก หน้าผา ถ้ำ และ ทิวทัศน์เทือกเขาหินปูนที่ตั้งตระหง่านเหนือผืนน้ำอ่างเก็บน้ำเขื่อนรัชชประภา จนได้รับฉายาว่า กุ้ยหลินเมืองไทย อุทยานแห่งชาติเขาสก แหล่งธรรมชาติใหญ่สุดในภาคใต้ สภาพภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นภูเขาดินและภูเขาหินปูนสูงสลับซับซ้อน โดยเฉพาะช่องแคบเขากาเลาะมีลักษณะเป็นภูเขาหินปูนที่มียอดแหลมระเกะระกะ มีแนวหน้าผาสูงชันบางแห่งเป็นแท่งสูงขึ้นไปในอากาศคล้ายหอคอยสูง ที่ราบมีไม่มาก มีสภาพป่าเป็นป่าดงดิบที่สมบูรณ์มากเป็นป่าต้นน้ำลำธารของคลองศกและคลองพะแสง ไหลมาบรรจบรวมกันเป็นต้นกำเนิดของคลองพุมดวง ซึ่งเป็นสาขาหนึ่งที่สำคัญของแม่น้ำตาปี จุดสูงสุดมีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 961 เมตร โดยเฉลี่ยสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 200 เมตร และลักษณะดินโดยทั่วไปเป็นดินเหนียวปนทรายมีสีแดง บางแห่งเป็นดินลูกรังแต่มีส่วนน้อย ภาพ : chumphontour.com ลักษณะภูมิอากาศ บริเวณอุทยานแห่งชาติเขาสกได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมทั้งสองฝั่ง คือทั้งด้านมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก ฝนจะเริ่มตกตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน จนถึงปลายเดือนธันวาคมของทุกปี และจะตกชุกมากในช่วงเดือนพฤษภาคม - พฤศจิกายน ช่วงที่เหมาะในการเข้าไปชมอุทยานแห่งชาติเขาสกจะอยู่ในระหว่างเดือนธันวาคม - เมษายน ของทุกปี ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยตลอดปี 1,636 มิลลิเมตร ฤดูแล้ง เริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม-เมษายน อากาศร้อน และอุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อย มีฝนตกบ้างไม่มากนัก อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปี 26 องศาเซลเซียส เดือนที่มีอากาศร้อนที่สุด คือเดือนเมษายน อุณหภูมิเฉลี่ย 28 องศาเซลเซียส เดือนที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดคือ เดือนมกราคม มีอุณหภูมิเฉลี่ย 25 องศาเซลเซียส สถานที่ท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติเขาสก เดินป่าระยะไกล กม.99 - คลองแปะ เดินป่าระยะไกล กม.99 - คลองแปะ ผจญภัยถ้ำน้ำทะลุ เริ่มต้นที่กิโลเมตร 99 ใกล้ที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ปลายทางที่คลองแปะ บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ ขส.4 แพโตนเตย ไปยังอ่างเก็บน้ำเขื่อนรัชชประภา มีระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร ล่องแก่งน้ำตกบางหัวแรด - ลำคลองศก ล่องแก่งภายในลำคลองศกบริเวณน้ำตกบางหัวแรด เป็นการท่องเที่ยวในช่วงฤดูฝนซึ่งเป็นช่วงน้ำหลาก ระหว่างเดือนมิถุนายน - มกราคม โดยเดินเท้าจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาสกไปน้ำตกบางหัวแรดระยะทาง 3 กิโลเมตร แล้วลงเรือยาง ขนาด 8 คน ล่องแก่งจากน้ำตกบางหัวแรดลงมาภายในลำคลองศก ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เขื่อนรัชชประภา เขื่อนรัชชประภา หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เขื่อนเชี่ยวหลาน เป็นเขื่อนอเนกประสงค์ที่สร้างปิดกั้นคลองพระแสง ตัวเขื่อนเป็นหินทิ้งแกนดินเหนียว สูง 95 เมตร ยาว 700 เมตร ระดับสันเขื่อนสูง 100 เมตร อ่างเก็บน้ำครอบคลุมพื้นที่ 165 ตารางกิโลเมตร ภายในอ่างเก็บน้ำมีเกาะมากกว่า 100 เกาะ สามารถล่องเรือชมทัศนยภาพที่สวยงามมาก โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบเขากาเลาะ บนสันเขื่อนรัชชประภายังเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่งดงามของอ่างเก็บน้ำ โดยเฉพาะยามดวงอาทิตย์ตก เขื่อนเชี่ยวหลานอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 65 กิโลเมตร ทางเข้าอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 57-58 บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 401 ไปอีกประมาณ 12 กิโลเมตร ตั้งน้ำ มีลักษณะเป็นภูเขาที่ถูกน้ำกัดเซาะจนขาดออกจากกัน ทำให้กลายเป็นหน้าผาหันหน้าเข้าหากัน มีลำคลองศกไหลลอดผ่านเบื้องล่าง เป็นวังน้ำลึกมาก มีปลาชุกชุม อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ประมาณ 6 กิโลเมตร ห่างจากน้ำตกวิ่งหินประมาณ 3.2 กิโลเมตร ต้องเดินทางโดยทางเท้าประมาณ 3.2 กิโลเมตร ถ้ำค้างคาว  เป็นถ้ำที่มีค้างคาวอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ลักษณะภายในถ้ำเป็นเหมือนห้องโถงขนาดใหญ่ มีหินงอกหินย้อยที่สวยงาม อยู่ห่างจากที่ทำการหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ขส. 4 (คลองแปะ) ประมาณ 2 กิโลเมตร อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 21 กิโลเมตร ถ้ำน้ำทะลุ ถ้ำน้ำทะลุ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ถ้ำน้ำหลุ อยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ขส. 4 (คลองแปะ) ประมาณ 3 กิโลเมตร ริมอ่างเก็บน้ำเชี่ยวหลาน โดยต้องนั่งเรือจากท่าเรือเขื่อนรัชชประภาไปประมาณ 2 ชั่วโมง หลังจากนั้นเข้าไปตามคลองแปะอีกประมาณ 15 นาที แล้วเดินเท้าต่อไปประมาณ 2 กิโลเมตร จึงถึงถ้ำทะลุ ที่มีปากถ้ำกว้างใหญ่ถึง 30 เมตร ภายในกว้างขวางมีลำธารไหลผ่านตลอดความยาว 600 เมตร ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อย รวมทั้งโขดหินที่เกิดจากการกัดเซาะของสายน้ำจนมีรูปทรงแปลกตา หรือสามารถเดินเท้าจาก กิโลเมตรที่ 99 เข้าไปถึงถ้ำน้ำทะลุประมาณ 12 กิโลเมตรถ้ำน้ำทะลุ เป็นถ้ำที่มีค้างคาวอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ลักษณะภายในถ้ำเป็นเหมือนห้องโถงขนาดใหญ่ มีหินงอกหินย้อยที่สวยงาม อยู่ห่างจากที่ทำการหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ขส. 4 (คลองแปะ) ประมาณ 2 กิโลเมตร อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 21 กิโลเมตร ถ้ำประกายเพชร  ภายในอ่างเก็บน้ำเขื่อนรัชชประภา ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอีกมากมายที่รอให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชม โดยเฉพาะถ้ำประกายเพชร เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่มีความสวยงามแปลกตา มีหินปะการัง หินงอก หินย้อย ทีมีเอกลักษณ์โดดเด่น ความยาวภายในถ้ำประมาณ 100 เมตร เหมาะสำหรับให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปชมความงดงาม ซึ่งอุทยานแห่งชาติเขาสก ได้เข้าไปสำรวจความเหมาะสมและความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวที่จะไปเที่ยวชม ปรากฏว่าเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะเปิดบริการให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชมอีกสถานที่หนึ่ง เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเทียวภายในอ่างเก็บน้ำเขื่อนรัชชประภา และทำให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศได้ประทับใจในการเข้ามาท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติเขาสก จังหวัดสุราษฎร์ธานี ถ้ำสี่รู  อยู่ห่างจากถ้ำน้ำทะลุประมาณ 2 กิโลเมตร โดยใช้เส้นทางเดียวกับถ้ำน้ำทะลุ สมัยก่อนเป็นที่อยู่อาศัยของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ โดยมีทางออกจากถ้ำ 4 ช่องทาง น้ำตกโตนกลอย  เป็นน้ำตกที่มีความสวยงาม เกิดจากคลองศก ลักษณะน้ำตกเป็นน้ำตกชั้นเดียวดิ่งลงมาจากหน้าผาสูงประมาณ 20 เมตร มีน้ำไหลแรงตลอดปี มีลานหินสำหรับพักผ่อนอยู่บนชั้นน้ำตก อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 7 กิโลเมตร ห่างจากตั้งน้ำ ประมาณ 1 กิโลเมตร น้ำตกธารสวรรค์  เป็นน้ำตกที่เกิดจากลำห้วยบางพลูจืด ซึ่งไหลลงสู่คลองศก เป็นน้ำตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง น้ำตกลงมาจากหน้าผาชันพุ่งโค้งแบบรุ้งกินน้ำ อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 6 กิโลเมตร ห่างจากตั้งน้ำ ประมาณ 1 กิโลเมตร น้ำตกบางเลียบน้ำ  เกิดจากลำคลองศก เป็นน้ำตกชั้นเดียว น้ำไหลตลอดปี ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 4.5 กิโลเมตร อยู่ห่างจากถนนใหญ่กิโลเมตรที่ 112 ประมาณ 8 กิโลเมตร น้ำตกบางหัวแรด  เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่และสวยงาม มีน้ำไหลแรงมาจากคลองศก เป็นน้ำตก 2 ชั้น ชั้นแรกไหลจากบางหัวแรดแล้วไหลลงคลองศก ชั้นที่สองอยู่ในคลองศก บริเวณโดยรอบน้ำตกกว้างขวางมาก เต็มไปด้วยหินเรียงรายตามธรรมชาติสวยงามแปลกตามาก อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ 3 กิโลเมตร น้ำตกแม่ยาย  เป็นน้ำตกเพียงแห่งเดียวภายในอุทยานแห่งชาติที่รถยนต์ไปถึงได้ อยู่ริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 401 (สุราษฎร์ธานี – ตะกั่วป่า) ตรงกิโลเมตร 113 เป็นน้ำตกชั้นเดียวสูงประมาณ 30 เมตร สวยงามมาก โดยเฉพาะฤดูฝนน้ำจะเต็มหน้าผาที่สูงชันกระจัดกระจายแตกฟองขาวโพลน อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 5.5 กิโลเมตร น้ำตกวิ่งหิน  เป็นน้ำตกที่อยู่ใกล้น้ำตกบางหัวแรด ห่างเพียง 120 เมตร เป็นน้ำตกขนาดเล็ก สูงประมาณ 15 เมตร ที่น้ำไหลลงมารวมกับคลองศกที่บริเวณหัวแรด และในคลองศก ด้านล่างของน้ำตกลงมาประมาณ 20 เมตร จะมีก้อนหินก้อนโตๆ วางเรียงรายกันอยู่ในลำคลองเป็นจำนวนมาก ซึ่งสามารถที่จะเดินข้ามลำคลองโดยเดินข้ามไปบนก้อนหินได้ จุดนี้เรียกว่า “น้ำตกบางวิ่งหิน” เป็นจุดที่มองดูสวยงามอีกแห่งหนึ่ง อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 2.8 กิโลเมตร รถยนต์สามารถไปถึงได้ เหนือน้ำตกขึ้นไปประมาณ 40 เมตร จะมีที่สำหรับว่ายน้ำเรียกว่า “วังยาว” เป็นวังที่กว้างและยาว สามารถเล่นน้ำพร้อมกันได้ไม่ต่ำกว่า 500 คน น้ำตกสิบเอ็ดชั้น  เป็นน้ำตกที่เกิดจากน้ำในคลองบางแลน ไหลตกลงมาเป็นชั้นๆ ลดหลั่นกันมาตามร่องหน้าผา เป็นรูปขั้นบันได 11 ชั้น แต่ละชั้นสูงประมาณ 10 เมตร และห่างกันประมาณ 70 เมตร มีน้ำไหลตลอดปีไม่ขาดสาย ชั้นล่างสวยงามมากที่สุด มีแอ่งน้ำกว้างให้เล่นน้ำ และมีโขดหินวางเรียงรายอยู่ทั่วไปเหมาะสำหรับนั่งพักผ่อน อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 4 กิโลเมตร ต้องเดินทางโดยทางเท้า บัวผุด พืชมหัศจรรย์แห่งเทือกเขาสก  ในบรรดาพืชพรรณทั้งหมดที่มีอยู่ในโลก บัวผุดหรือ Rafflesia ถือว่าเป็นดอกไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด เพราะบัวผุดชนิด Rafflesia arnoldii ที่สำรวจพบในอินโดนีเซียนั้น มีเส้นผ่าศูนย์กลางกว่า 100 เซนติเมตร ส่วนบัวผุดพันธุ์ไทย หรือ Fafflesia kerrii มีดอกขนาดเล็กกว่า แต่ก็ยังคงมโหฬารไม่ใช่เล่น คือ 50-90 เซนติเมตร ยามที่มันออกดอกสีปูนแดงสดใสอย่กลางป่าดิบเขียวชอุ่มนั้น ถือเป็นภาพที่น่าตื่นตามาก บัวผุดหรือที่ชาวบ้านทางภาคใต้ของไทยเรียกว่า "บัวตูม" จริง ๆแล้วเป็นพืชกาฝากซึ่งมีลักษณะเป็นเส้นใยอาศัยอยู่ในรากและลำต้นของเถาไม้เลื้อยวงศ์อง่นป่า ชื่อ "ย่านไก่ต้ม" โดยบัวผุดจะอาศัยดูดกินแร่ธาตุและน้ำจากย่านไก่ต้ม โดยต้นแม่ก็ยังคงมีชีวิตอยู่ พวกเราจะเห็นบัวผุดได้ก็เฉพาะยามเมื่อมันต้องการผสมพันธุ์กัน คือ จะเริ่มมีตาดอกเป็นปุ่มกลมเล็กๆ โตขึ้นที่ผิวของย่านไก่ต้ม แล้วใช้เวลา 9 เดือน ขยายขนาดจนเท่ากับหัวกะหล่ำยักษ์ จากนั้นก็ใช้เวลาไม่เกิน 7 วัน ในรอบปีให้ดอกบาน ทว่าดอกตัวผู้และดอกตัวเมียแยกกันอยู่ จึงต้องเหมาะเหม็งมากในช่วงเวลาบานแมลงวันจึงจะช่วยผสมเกสรให้ได้ จึงถือว่ามีความเสี่ยงสูงในการสูญพันธุ์ เส้นทางศึกษาธรรมชาติ  เส้นทางศึกษาธรรมชาติ “สันยางร้อย” เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าดิบชื้น ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร เส้นทางขึ้นและลงเขาผ่านลำห้วยและผืนป่าดิบชื้นที่อุดมสมบูรณ์ ผืนป่าแน่นทึบไปด้วยพืชพรรณทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ เช่น เฟิน หวาย เต่าร้าง ยางเสียน กระบาก ฯลฯ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1-2 ชั่วโมง จุดเริ่มต้นของเส้นทางศึกษาธรรมชาติอยู่บริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ข้อมูลและภาพ : dnp.go.th / ททท. / เรียบเรียงโดย Travel MThai