ป่าดงดิบ

เที่ยวอันซีน ตะลุยดินแดนแปลกใหม่ และชมมหัศจรรย์ธรรมชาติ
สถานที่ท่องเที่ยว /  เที่ยวอันซีน

ทางเว็บไซต์ Skyscanner ได้รวบรวมเส้นทางท่องเที่ยวอันซีน ตะลุยดินแดนแปลกใหม่ และธรรมชาติมหัศจจรย์ ให้นักท่องเที่ยวได้เปิดใจให้กว้างกับเส้นทางใหม่และออกเดินทางไปค้นพบว่า มหัศจรรย์ธรรมชาติ นั้นมันสวยงามเกินคำบรรยาย และไม่มีคู่มือการเดินทางเล่มใดอธิบายได้ดีกว่าประสบการณ์ของตัวนักท่องเที่ยวเอง แต่จะมีที่ใดนั่น ลองมาติดตามกัน... เที่ยวอันซีน ตะลุยดินแดนแปลกใหม่ และชมมหัศจรรย์ธรรมชาติ  เที่ยวอันซีน ตะลุยดินแดนแปลกใหม่ และชมมหัศจรรย์ธรรมชาติ ปราสาทธม (Prasat Thom temple) เกาะแกร์ (Koh Ker) ประเทศกัมพูชา เขตเมืองโบราณอยู่ห่างจากเสียมราฐ 100 ก.ม. รู้จักกันในนาม “พีระมิดเกาะแกร์” เป็นกลุ่มปราสาทเก่าโบราณและศาสนสถานที่ถูกสร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าชัย วรมันที่ 4 ประมาณปีเริ่มจาก 921 – 944 ปี (พ.ศ.1464 – พ.ศ.1487) เป็นเมืองหลวงเก่าที่ถูกซ่อนไว้อยู่ในป่ารกร้าง เป็นเมืองที่ถูกลืมไปร่วม 1059 ปี จนมีการค้นพบเมื่อ พ.ศ. 2546 หรือเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันเปิดให้เข้าชมในเขตปราสาทแต่ห้ามเดินเข้าไปในเขตป่ารอบๆ เพราะยังมีกับระเบิดที่ยังกู้ไม่หมด หมู่เกาะราชา อัมพัต (Raja Ampat Archipelago) ประเทศอินโดนีเซีย (Indonesia) ใกล้เมืองโซรอง (Sorong) รู้จักกันในนาม "4 พระราชา” (Four Kings) และ “อะเมซอนแห่งท้องทะเล” (Amazon of the seas) ประกอบไปด้วยเกาะหลัก 4 เกาะ อันได้แก่ เกาะมิซูล (Misool) เกาะซาลาวาติ (Salawati) เกาะบาตันตา (Batanta) และ เกาะไวเกียว (Waigeo) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลที่มีความอุดมทางธรรมชาติสูง มีฝูงปลากว่า 1300 ชนิด และเป็นบ้านของเต่า 6 พันธุ์ใน 7 พันธุ์เต่าของทั้งโลก หอยร่วม 700 ชนิด และปะการังกว่า 500 ชนิด ถือว่าเป็นหนึ่งในจุดดำน้ำที่สวยที่สุดในโลก หมู่บ้านคัมชอน (Gamcheon Village) ปูซาน (Busan) ประเทศเกาหลีใต้ (South Korea) รู้จักกันในนามซานโตรินีแห่งเกาหลี (Korea’s Santorini) แต่เดิมหมู่บ้านนี้เป็นเขตสลัมของผู้อพยพหนีสงครามและนักบวชจำนวนมาก ซึ่งทำให้รู้จักกันในนาม “แทกึกโก” (Taegeukdo Village) หรือ “เขตศาสนา” ต่อมาถูกทิ้งให้รกร้าง เพราะอยู่ห่างไกลไม่ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาล จนกระทั่งในปี 2009 (พ.ศ. 2552) ได้มีการบูรณะหมู่บ้านนี้ขึ้นมาใหม่ ได้เชิญนักเรียน นักศึกษา และช่างศิลป์สาขาต่างๆ มาช่วยกันทาสีและซ่อมแซมหมู่บ้านแห่งนี้ จนได้ขึ้นชื่อว่าเป็นซานโตรินีแห่งเกาหลี เพราะบ้านเรือนหลากสีสันน่ารักที่ตั้งหลดหลั่นกันในเขตเนินเขาวงกต เคป ยอร์ก เพนนินซูล่า (Cape York Peninsula) แคร์นส์ (Cairns) ประเทศออสเตรเลีย (Australia) แหลมเหนือสุดของประเทศออสเตรเลียที่ดินแดนใต้น้ำเป็นจุดเริ่มต้นของแนว ปะการังระดับโลก “เกรท แบริเออร์ รีฟ” (The Great Barrier Reef) คุณรู้หรือไม่ว่าบนแผ่นดินของแหลมเคป ยอร์ก นั้น เป็นดินแดนที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักของโลกภายนอก เป็นเขตป่าเขาสมบูรณ์ที่การเข้าไปเยือนนั้นมีเพียงแค่ 2 ทาง คือ เครื่องบินขนาดเล็ก (puddle jumper plane) หรือขับรถโฟร์วีลล์ ไดรฟ์ (4WD) ตะลุยป่าและดินลูกรังเข้าไป ไม่ว่าคุณอยากจะไปชมความอุดมของป่าดิบชื้น ชมนกและสัตว์ภาคพื้นทวีป หรือจะไปตกปลาในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส ดินแดนแห่งนี้ควรค่าแก่การไปเยือนก่อนที่อุตสาหกรรมเหมืองแร่จะเข้ามาครอบคลุม ประเทศจอร์เจีย (Georgia) ประเทศใต้ร่มเงาของเทือกเขาคอเคซัสทางใต้ (Southern Caucasus mountains) เป็นประเทศกึ่งกลางทวีปยุโรปและเอเชียจนบางครั้งถูกขนานนามว่า “ประเทศสองทวีป” (Transcontinental country) เคยเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียในอดีต จอร์เจียมีความเป็นมามากว่า 3 พันปี ประเทศนี้มีความงดงามด้านสถาปัตยกรรมโบราณ บ้านเมืองน่ารัก และธรรมชาติภูเขาอันสวยงาม ไปเยือนหมู่บ้านหอหอยบนขุนเขาที่ได้ขึ้นเป็นมรกดโลก “หมู่บ้านอูชกูลี” (Ushguli Village) หมู่บ้านท่องเที่ยวที่เป็นส่วนหนึ่งของแคว้นสวาเนติบน (Upper Svaneti) เยือนพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านและสูดอากาศบริสุทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ประเทศบอตสวานา (Botswana) ไปขี่ม้าข้ามทะเลทรายคาลาฮารี (Kalahari) พายเรือล่องลุ่มน้ำเซลินดา (Selinda Canoe Trail) ชมน้ำตกวิคตอเรีย (Victoria Falls) อันสวยงาม ไปท่องซาฟารี ณ ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโอวากัง (Okavango) ไปส่องสัตว์ป่าในเขตสงวนพันธุ์สัตว์ป่าโมเรมิ (Moremi) ซึ่งมากมายไปด้วยสิงสาราสัตว์ เช่น สิงโต จระเข้ ฮิปโปโปเตมัส และเสือดาว เป็นต้น สุดท้ายอย่าลืมแวะไปชมทะเลสาบเกลือที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ มักกาดิกกาดี (Makgadikgadi) หมู่เกาะกาลาปากอส (Galapagos Islands) ประเทศเอกวาดอร์ (Ecuador) เกาะกลางมหาสมุทรแปซิฟิกซึ่งได้ขึ้นเป็นมรดกโลกไปเมื่อปี พ.ศ. 2521 เป็นเกาะที่ขึ้นชื่อเรื่องสัตว์โลกและพืชพรรณที่แปลกตา เนื่องด้วยทางสภาพภูมิศาสตร์ที่อยู่กึ่งกลางของโลก ทำให้บริเวณหมู่เกาะแห่งนี้ได้รับอิทธิพลจากทั้งกระแสน้ำเย็นจัด น้ำเย็น และน้ำอุ่น รวมกันถึง 3 สาย ถือเป็นเขตธรรมชาติของโลกที่ยังสวยงามสมบูรณ์ เพราะการท่องเที่ยวในหมู่เกาะเหล่านี้จะเน้นเชิงอนุรักษ์ หมู่เกาะอะซอเรส (The Azores) ประเทศโปรตุเกส (Portugal) ใกล้เมืองปงตาเดลกาดา (Ponta Delgada) หมู่เกาะ 9 เกาะ กลางมหาสมุทรแอตแลนติค (Atlantic Ocean) นอกชายฝั่งของประเทศโปรตุเกส เป็นอาณาจักรแห่งมหัศจรรย์ธรรมชาติที่มีนักท่องโลกเพียงแค่หยิบมือหนึ่งได้ ไปเยือน ชมฝูงปลาวาฬและปลาโลมากว่า 24 พันธุ์ ชมปลาและสัตว์น้ำนานาพันธุ์ที่บางชนิดอาศัยอยู่เพียงที่นี่เท่านั้น ชิมไวน์พื้นบ้านรสดี ขับผิวและผ่อนคลายใจในบ่อโคลนเดือดกลางแจ้ง ตามรอยนักผจญภัยไปเดินป่า เลาะเขา ชมภูเขาไฟในเขตป่าทึบ ดินแดนแห่งนี้มีทุกอย่างที่นักเดินทางกระหายจะได้สัมผัส เรคยาวิก (Reykjavik) ประเทศไอซ์แลนด์ (Iceland) ไปเที่ยวชมแสงเหนือ (Aurora –The Northern Lights) อันสวยงาม ไปชมบ่อน้ำพุร้อน บลูลากูน (Blue Lagoon Hot Springs) ชมโบสถ์ที่สร้างจากหินภูเขาไฟ ฮอลล์กริมสเคิร์กยา (Hallgrimskirkja) ชมธารน้ำแข็ง ภูเขาและถ้ำน้ำแข็ง ไปเล่นสกี ชมบ้านตึกรามบ้านเมืองน่ารักๆ และสตรีทอาร์ท (Street  Art) ปาตาโกเนีย (Patagonia) ประเทศชิลี (Chile) ใกล้เมืองบัวโนส ไอเรส (Buenos Aires) ปุนตา อาเรนัส (Punta Arenas) และ เอลคาลาฟาเต (El Calafate) ดินแดนสุดขอบโลก แผ่นดินรอยต่อระหว่างประเทศชิลีและอาร์เจนติน่า ดินแดนที่มีทุกสภาพภูมิอากาศและภูมิประเทศไม่ว่าจะแห้งแล้งทะเลทราย เทือกเขาสูงชัน ป่าดงดิบทึบ ทะเลสาบกลางหุบเขา หาดทรายขาวติดปากอ่าว และธารน้ำแข็งในซีกโลกใต้ เป็นดินแดนที่ธรรมชาติยังอุดมสมบูรณ์และมีน้อยคนนักที่ได้ไปเยือน หนึ่งในดินแดนที่เหล่านักเดินทางได้บันทึกไว้ว่าจะต้องไปเยือนสักครั้งในชีวิต เที่ยวอันซีน ตะลุยดินแดนแปลกใหม่ และชมมหัศจรรย์ธรรมชาติ ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก skyscanner.co.th

ชาวบ้าน อ.เบตง แห่ดูกบภูเขา น้ำหนักกว่า 1 กิโลฯครึ่ง
กบภูเขา

กบภูเขา ชาวบ้าน อ.เบตง แห่ดูกบภูเขา น้ำหนักกว่า 1 กิโลฯครึ่ง MThainews: รายงานข่าวแจ้งว่า ชาวบ้านที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา กำลังแตกตื่นกับกบภูเขา น้ำหนักกว่า 1 กิโลครึ่ง จำนวน 4 ตัว โดยชาวบ้านสามารถจับได้ที่บริเวณใกล้ลำธารในป่า ซึ่งชาวบ้านที่จับได้ยืนยันว่าจะนำมันมาเลี้ยงไว้ ให้ลูกหลานดู ยืนยันว่าจะไม่ฆ่ามัน หรือประกอบอาหารแต่อย่างใด ทั้งนี้ ชาวบ้านเปิดเผยว่า กบภูเขามีจำนวนมากในอดีตรุ่นปู่ รุ่นย่า และสามารถเจริญเติบโตได้ถึง 4 กิโลกรัม อาศัยอยู่แถบชายแดนไทย-มาเลเซีย เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์กบภูเขาจะออกมาจากป่าดงดิบ เพื่อผสมพันธุ์บริเวณลำธาร ซึ่งชาวบ้านมักจะออกไปล่ากบภูเขามาจำหน่าย เพื่อนำมาประกอบอาหาร ราคากิโลกรัมละ 300-500 บาท  MThai News ขอบคุณภาพจากรายการ  เรื่องเล่าเช้านี้

อุทยานแห่งชาติเขาสก แหล่งธรรมชาติใหญ่สุดในภาคใต้
อุทยานแห่งชาติ /  อุทยานแห่งชาติเขาสก / 

อุทยานแห่งชาติเขาสก ดินแดนศูนย์กลางของ “ขุนเขาแห่งป่าฝน” เป็นผืนป่าดิบชื้นผืนใหญ่ที่สุดและมีความสำคัญของภาคใต้อันประกอบไปด้วยอุทยานแห่งชาติเขาสก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองยัน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองนาคา อุทยานแห่งชาติศรีพังงา และอุทยานแห่งชาติแก่งกรุง มีพื้นที่ทั้งสิ้น 2,296,879.5 ไร่ มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง อุดมไปด้วยพืชพรรณมากมายหลายชนิด ทั้งพืชพรรณที่หายากและเป็นพืชเฉพาะถิ่น อันได้แก่ บัวผุด ปาล์มเจ้าเมืองถลางหรือปาล์มหลังขาวและปาล์มพระราหู นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด โดยเฉพาะพบสัตว์ป่าสงวนถึง 4 ชนิด คือ เก้งหม้อ เลียงผา สมเสร็จ และแมวลายหินอ่อน และประกอบกับสภาพพื้นที่มีทิวทัศน์ ที่สวยงาม มีความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติทั้งน้ำตก หน้าผา ถ้ำ และ ทิวทัศน์เทือกเขาหินปูนที่ตั้งตระหง่านเหนือผืนน้ำอ่างเก็บน้ำเขื่อนรัชชประภา จนได้รับฉายาว่า กุ้ยหลินเมืองไทย อุทยานแห่งชาติเขาสก แหล่งธรรมชาติใหญ่สุดในภาคใต้ สภาพภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นภูเขาดินและภูเขาหินปูนสูงสลับซับซ้อน โดยเฉพาะช่องแคบเขากาเลาะมีลักษณะเป็นภูเขาหินปูนที่มียอดแหลมระเกะระกะ มีแนวหน้าผาสูงชันบางแห่งเป็นแท่งสูงขึ้นไปในอากาศคล้ายหอคอยสูง ที่ราบมีไม่มาก มีสภาพป่าเป็นป่าดงดิบที่สมบูรณ์มากเป็นป่าต้นน้ำลำธารของคลองศกและคลองพะแสง ไหลมาบรรจบรวมกันเป็นต้นกำเนิดของคลองพุมดวง ซึ่งเป็นสาขาหนึ่งที่สำคัญของแม่น้ำตาปี จุดสูงสุดมีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 961 เมตร โดยเฉลี่ยสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 200 เมตร และลักษณะดินโดยทั่วไปเป็นดินเหนียวปนทรายมีสีแดง บางแห่งเป็นดินลูกรังแต่มีส่วนน้อย ภาพ : chumphontour.com ลักษณะภูมิอากาศ บริเวณอุทยานแห่งชาติเขาสกได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมทั้งสองฝั่ง คือทั้งด้านมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก ฝนจะเริ่มตกตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน จนถึงปลายเดือนธันวาคมของทุกปี และจะตกชุกมากในช่วงเดือนพฤษภาคม - พฤศจิกายน ช่วงที่เหมาะในการเข้าไปชมอุทยานแห่งชาติเขาสกจะอยู่ในระหว่างเดือนธันวาคม - เมษายน ของทุกปี ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยตลอดปี 1,636 มิลลิเมตร ฤดูแล้ง เริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม-เมษายน อากาศร้อน และอุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อย มีฝนตกบ้างไม่มากนัก อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปี 26 องศาเซลเซียส เดือนที่มีอากาศร้อนที่สุด คือเดือนเมษายน อุณหภูมิเฉลี่ย 28 องศาเซลเซียส เดือนที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดคือ เดือนมกราคม มีอุณหภูมิเฉลี่ย 25 องศาเซลเซียส สถานที่ท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติเขาสก เดินป่าระยะไกล กม.99 - คลองแปะ เดินป่าระยะไกล กม.99 - คลองแปะ ผจญภัยถ้ำน้ำทะลุ เริ่มต้นที่กิโลเมตร 99 ใกล้ที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ปลายทางที่คลองแปะ บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ ขส.4 แพโตนเตย ไปยังอ่างเก็บน้ำเขื่อนรัชชประภา มีระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร ล่องแก่งน้ำตกบางหัวแรด - ลำคลองศก ล่องแก่งภายในลำคลองศกบริเวณน้ำตกบางหัวแรด เป็นการท่องเที่ยวในช่วงฤดูฝนซึ่งเป็นช่วงน้ำหลาก ระหว่างเดือนมิถุนายน - มกราคม โดยเดินเท้าจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาสกไปน้ำตกบางหัวแรดระยะทาง 3 กิโลเมตร แล้วลงเรือยาง ขนาด 8 คน ล่องแก่งจากน้ำตกบางหัวแรดลงมาภายในลำคลองศก ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เขื่อนรัชชประภา เขื่อนรัชชประภา หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เขื่อนเชี่ยวหลาน เป็นเขื่อนอเนกประสงค์ที่สร้างปิดกั้นคลองพระแสง ตัวเขื่อนเป็นหินทิ้งแกนดินเหนียว สูง 95 เมตร ยาว 700 เมตร ระดับสันเขื่อนสูง 100 เมตร อ่างเก็บน้ำครอบคลุมพื้นที่ 165 ตารางกิโลเมตร ภายในอ่างเก็บน้ำมีเกาะมากกว่า 100 เกาะ สามารถล่องเรือชมทัศนยภาพที่สวยงามมาก โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบเขากาเลาะ บนสันเขื่อนรัชชประภายังเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่งดงามของอ่างเก็บน้ำ โดยเฉพาะยามดวงอาทิตย์ตก เขื่อนเชี่ยวหลานอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 65 กิโลเมตร ทางเข้าอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 57-58 บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 401 ไปอีกประมาณ 12 กิโลเมตร ตั้งน้ำ มีลักษณะเป็นภูเขาที่ถูกน้ำกัดเซาะจนขาดออกจากกัน ทำให้กลายเป็นหน้าผาหันหน้าเข้าหากัน มีลำคลองศกไหลลอดผ่านเบื้องล่าง เป็นวังน้ำลึกมาก มีปลาชุกชุม อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ประมาณ 6 กิโลเมตร ห่างจากน้ำตกวิ่งหินประมาณ 3.2 กิโลเมตร ต้องเดินทางโดยทางเท้าประมาณ 3.2 กิโลเมตร ถ้ำค้างคาว  เป็นถ้ำที่มีค้างคาวอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ลักษณะภายในถ้ำเป็นเหมือนห้องโถงขนาดใหญ่ มีหินงอกหินย้อยที่สวยงาม อยู่ห่างจากที่ทำการหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ขส. 4 (คลองแปะ) ประมาณ 2 กิโลเมตร อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 21 กิโลเมตร ถ้ำน้ำทะลุ ถ้ำน้ำทะลุ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ถ้ำน้ำหลุ อยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ขส. 4 (คลองแปะ) ประมาณ 3 กิโลเมตร ริมอ่างเก็บน้ำเชี่ยวหลาน โดยต้องนั่งเรือจากท่าเรือเขื่อนรัชชประภาไปประมาณ 2 ชั่วโมง หลังจากนั้นเข้าไปตามคลองแปะอีกประมาณ 15 นาที แล้วเดินเท้าต่อไปประมาณ 2 กิโลเมตร จึงถึงถ้ำทะลุ ที่มีปากถ้ำกว้างใหญ่ถึง 30 เมตร ภายในกว้างขวางมีลำธารไหลผ่านตลอดความยาว 600 เมตร ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อย รวมทั้งโขดหินที่เกิดจากการกัดเซาะของสายน้ำจนมีรูปทรงแปลกตา หรือสามารถเดินเท้าจาก กิโลเมตรที่ 99 เข้าไปถึงถ้ำน้ำทะลุประมาณ 12 กิโลเมตรถ้ำน้ำทะลุ เป็นถ้ำที่มีค้างคาวอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ลักษณะภายในถ้ำเป็นเหมือนห้องโถงขนาดใหญ่ มีหินงอกหินย้อยที่สวยงาม อยู่ห่างจากที่ทำการหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ขส. 4 (คลองแปะ) ประมาณ 2 กิโลเมตร อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 21 กิโลเมตร ถ้ำประกายเพชร  ภายในอ่างเก็บน้ำเขื่อนรัชชประภา ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอีกมากมายที่รอให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชม โดยเฉพาะถ้ำประกายเพชร เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่มีความสวยงามแปลกตา มีหินปะการัง หินงอก หินย้อย ทีมีเอกลักษณ์โดดเด่น ความยาวภายในถ้ำประมาณ 100 เมตร เหมาะสำหรับให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปชมความงดงาม ซึ่งอุทยานแห่งชาติเขาสก ได้เข้าไปสำรวจความเหมาะสมและความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวที่จะไปเที่ยวชม ปรากฏว่าเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะเปิดบริการให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชมอีกสถานที่หนึ่ง เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเทียวภายในอ่างเก็บน้ำเขื่อนรัชชประภา และทำให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศได้ประทับใจในการเข้ามาท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติเขาสก จังหวัดสุราษฎร์ธานี ถ้ำสี่รู  อยู่ห่างจากถ้ำน้ำทะลุประมาณ 2 กิโลเมตร โดยใช้เส้นทางเดียวกับถ้ำน้ำทะลุ สมัยก่อนเป็นที่อยู่อาศัยของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ โดยมีทางออกจากถ้ำ 4 ช่องทาง น้ำตกโตนกลอย  เป็นน้ำตกที่มีความสวยงาม เกิดจากคลองศก ลักษณะน้ำตกเป็นน้ำตกชั้นเดียวดิ่งลงมาจากหน้าผาสูงประมาณ 20 เมตร มีน้ำไหลแรงตลอดปี มีลานหินสำหรับพักผ่อนอยู่บนชั้นน้ำตก อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 7 กิโลเมตร ห่างจากตั้งน้ำ ประมาณ 1 กิโลเมตร น้ำตกธารสวรรค์  เป็นน้ำตกที่เกิดจากลำห้วยบางพลูจืด ซึ่งไหลลงสู่คลองศก เป็นน้ำตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง น้ำตกลงมาจากหน้าผาชันพุ่งโค้งแบบรุ้งกินน้ำ อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 6 กิโลเมตร ห่างจากตั้งน้ำ ประมาณ 1 กิโลเมตร น้ำตกบางเลียบน้ำ  เกิดจากลำคลองศก เป็นน้ำตกชั้นเดียว น้ำไหลตลอดปี ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 4.5 กิโลเมตร อยู่ห่างจากถนนใหญ่กิโลเมตรที่ 112 ประมาณ 8 กิโลเมตร น้ำตกบางหัวแรด  เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่และสวยงาม มีน้ำไหลแรงมาจากคลองศก เป็นน้ำตก 2 ชั้น ชั้นแรกไหลจากบางหัวแรดแล้วไหลลงคลองศก ชั้นที่สองอยู่ในคลองศก บริเวณโดยรอบน้ำตกกว้างขวางมาก เต็มไปด้วยหินเรียงรายตามธรรมชาติสวยงามแปลกตามาก อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ 3 กิโลเมตร น้ำตกแม่ยาย  เป็นน้ำตกเพียงแห่งเดียวภายในอุทยานแห่งชาติที่รถยนต์ไปถึงได้ อยู่ริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 401 (สุราษฎร์ธานี – ตะกั่วป่า) ตรงกิโลเมตร 113 เป็นน้ำตกชั้นเดียวสูงประมาณ 30 เมตร สวยงามมาก โดยเฉพาะฤดูฝนน้ำจะเต็มหน้าผาที่สูงชันกระจัดกระจายแตกฟองขาวโพลน อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 5.5 กิโลเมตร น้ำตกวิ่งหิน  เป็นน้ำตกที่อยู่ใกล้น้ำตกบางหัวแรด ห่างเพียง 120 เมตร เป็นน้ำตกขนาดเล็ก สูงประมาณ 15 เมตร ที่น้ำไหลลงมารวมกับคลองศกที่บริเวณหัวแรด และในคลองศก ด้านล่างของน้ำตกลงมาประมาณ 20 เมตร จะมีก้อนหินก้อนโตๆ วางเรียงรายกันอยู่ในลำคลองเป็นจำนวนมาก ซึ่งสามารถที่จะเดินข้ามลำคลองโดยเดินข้ามไปบนก้อนหินได้ จุดนี้เรียกว่า “น้ำตกบางวิ่งหิน” เป็นจุดที่มองดูสวยงามอีกแห่งหนึ่ง อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 2.8 กิโลเมตร รถยนต์สามารถไปถึงได้ เหนือน้ำตกขึ้นไปประมาณ 40 เมตร จะมีที่สำหรับว่ายน้ำเรียกว่า “วังยาว” เป็นวังที่กว้างและยาว สามารถเล่นน้ำพร้อมกันได้ไม่ต่ำกว่า 500 คน น้ำตกสิบเอ็ดชั้น  เป็นน้ำตกที่เกิดจากน้ำในคลองบางแลน ไหลตกลงมาเป็นชั้นๆ ลดหลั่นกันมาตามร่องหน้าผา เป็นรูปขั้นบันได 11 ชั้น แต่ละชั้นสูงประมาณ 10 เมตร และห่างกันประมาณ 70 เมตร มีน้ำไหลตลอดปีไม่ขาดสาย ชั้นล่างสวยงามมากที่สุด มีแอ่งน้ำกว้างให้เล่นน้ำ และมีโขดหินวางเรียงรายอยู่ทั่วไปเหมาะสำหรับนั่งพักผ่อน อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 4 กิโลเมตร ต้องเดินทางโดยทางเท้า บัวผุด พืชมหัศจรรย์แห่งเทือกเขาสก  ในบรรดาพืชพรรณทั้งหมดที่มีอยู่ในโลก บัวผุดหรือ Rafflesia ถือว่าเป็นดอกไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด เพราะบัวผุดชนิด Rafflesia arnoldii ที่สำรวจพบในอินโดนีเซียนั้น มีเส้นผ่าศูนย์กลางกว่า 100 เซนติเมตร ส่วนบัวผุดพันธุ์ไทย หรือ Fafflesia kerrii มีดอกขนาดเล็กกว่า แต่ก็ยังคงมโหฬารไม่ใช่เล่น คือ 50-90 เซนติเมตร ยามที่มันออกดอกสีปูนแดงสดใสอย่กลางป่าดิบเขียวชอุ่มนั้น ถือเป็นภาพที่น่าตื่นตามาก บัวผุดหรือที่ชาวบ้านทางภาคใต้ของไทยเรียกว่า "บัวตูม" จริง ๆแล้วเป็นพืชกาฝากซึ่งมีลักษณะเป็นเส้นใยอาศัยอยู่ในรากและลำต้นของเถาไม้เลื้อยวงศ์อง่นป่า ชื่อ "ย่านไก่ต้ม" โดยบัวผุดจะอาศัยดูดกินแร่ธาตุและน้ำจากย่านไก่ต้ม โดยต้นแม่ก็ยังคงมีชีวิตอยู่ พวกเราจะเห็นบัวผุดได้ก็เฉพาะยามเมื่อมันต้องการผสมพันธุ์กัน คือ จะเริ่มมีตาดอกเป็นปุ่มกลมเล็กๆ โตขึ้นที่ผิวของย่านไก่ต้ม แล้วใช้เวลา 9 เดือน ขยายขนาดจนเท่ากับหัวกะหล่ำยักษ์ จากนั้นก็ใช้เวลาไม่เกิน 7 วัน ในรอบปีให้ดอกบาน ทว่าดอกตัวผู้และดอกตัวเมียแยกกันอยู่ จึงต้องเหมาะเหม็งมากในช่วงเวลาบานแมลงวันจึงจะช่วยผสมเกสรให้ได้ จึงถือว่ามีความเสี่ยงสูงในการสูญพันธุ์ เส้นทางศึกษาธรรมชาติ  เส้นทางศึกษาธรรมชาติ “สันยางร้อย” เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าดิบชื้น ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร เส้นทางขึ้นและลงเขาผ่านลำห้วยและผืนป่าดิบชื้นที่อุดมสมบูรณ์ ผืนป่าแน่นทึบไปด้วยพืชพรรณทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ เช่น เฟิน หวาย เต่าร้าง ยางเสียน กระบาก ฯลฯ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1-2 ชั่วโมง จุดเริ่มต้นของเส้นทางศึกษาธรรมชาติอยู่บริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ข้อมูลและภาพ : dnp.go.th / ททท. / เรียบเรียงโดย Travel MThai

Cookie Run Season 2 เผยเทคนิคหลบสิ่งกีดขวางฉากใหม่
Cookie Run Season 2 /  ookie Run / 

Cookie Run Season 2 (คุกกี้รัน ซีซั่น 2) ได้ทำการอัพเดตใหม่อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2557 โดยบรรจุฉากเกมส์ใหม่ เพิ่มระดับความท้าทายต่อการเล่นอีกขั้น มาดูวิธีการหลบหลีกและสไลด์เพื่อฟันฝ่ากับฉากสำคัญๆว่าเป็นอย่างไรกัน ด่าน 3 - ฉากป่าดงดิบรัตติกาล ด่าน 7 - ฉากมหาสมุทรยามค่ำคืน ด่าน 8 - ฉากขนมหวาน ด่าน 9 - ฉากโรงงานขนมหวาน

เล่นมาแล้ว Dark Souls 2 เกมส์ Action-RPG ฮาร์ดคอร์ช่วงเบต้า
Dark Souls /  Dark Souls 2

เกมส์ Dark Souls 2 ช่วงทดสอบเกมส์บน PlayStation 3 ทดลองเล่นมาแล้ว เกมส์ Dark Souls 2 เป็นเกมส์ Action-RPG ฮาร์ดคอร์จาก From Software ผู้พัฒนาเกมส์จากประเทศญี่ปุ่น โดยเวอร์ชั่นทดสอบที่เปิดให้ทดลองเล่นนั้น จะเป็นฉากป่าดงดิบและมีปราสาทที่เป็นซากปรักหักพังเป็นฉากหลังของเกมส์ เกมส์นี้เริ่มจากให้ผู้เล่นเลือกสายอาชีพ Soldier, Hunter, Dual Swordsman, Temple Knight, Warrior และ Sorcerer ซึ่งบรรจุอาชีพเกมส์ที่กระชับมากขึ้น และระบุชัดเจนมากขึ้น เมื่อเริ่มต้นการเล่น ผู้เล่นจะได้เรียนรู้การบังคับและการต่อสู้ที่กระชับรวดเร็วเพียง 2-3 นาที ผู้เล่นจะได้ต่อสู้กับศัตรูที่มีระดับง่ายๆ และเมื่อเดินทางไปอีกพื้นที่หนึ่ง ผู้เล่นจะได้ปะทะกับศัตรูที่ใหญ่กว่าตัวอีกนิดและมีพลังโจมตีที่รุนแรง หรือศัตรูที่มาเป็นกลุ่มและทำการรุมผู้เล่นที่ถึงกับล้มเพียง 2-3 ครั้ง โดยจำเป็นต้องอาศัยทักษะการเล่นด้วยการกะจังหวะหลบหลีกและโจมตีศัตรูด้วย ในระหว่างเดินทาง นอกจากจะต้องรับมือกับศัตรูที่สุดยากแล้ว ยังต้องสังเกตเหล่าศัตรูที่คอยพรางตัวจากแวดล้อมและซุ่มโจมตีผู้เล่นด้วย ยิ่งไปกว่านั้น จากการปะทะกับบอสเกมส์ มีอยู่ 2 สถานที่ ได้แก่เหล่านักเวทย์โครงกระูดูกทั้ง 3 ตัว พร้อมปล่อยเวทย์มนต์และเตรียมรุมทึ้งผู้เล่นทุกเมื่อ ซึ่งต้องอาศัยจังหวะการเล่นขั้นสูงในการโจมตี กับอัศวินกระดูกยักษ์ที่มีม้าเป็นพาหนะ คอยหลบหลีกจากการวิ่งเข้าชน พร้อมกับต่อสู้กับกองทัพโครงกระดูกที่แห่เข้ามาอีก จากการเล่นของเกมส์ Dark Souls 2 ไม่แนะนำให้ต่อสู้กับศัตรูพร้อมๆกัน เพราะต้องคำนึงถึงค่า Stamina หรือค่าความเหนื่อยของตัวละคร โดยการโจมตีหรือการวิ่งหลบหลีกจะคิดค่าดังกล่าวทุกครั้ง และเมื่อเกจหมดลง ผู้เล่นจะไม่สามารถโจมตีหรือหลบหลีกได้ชั่วขณะ อาจทำให้เปิดทางให้ศัตรูเข้ามาโจมตีได้ ผู้เล่นเองจะต้องบริหารจำนวนศัตรูและการต่อสู้อย่างชาญฉลาดด้วย และหากผู้เล่นถูกโจมตีเสียชีวิต ระบบจะทำการย้อนกลับไปยัง Checkpoint ที่เป็นกองไฟใหม่ และการกลับไปเล่นใหม่ทั้งๆที่ฝ่าฟันความยาก ก็เป็นสิ่งที่กวนใจที่ต้องกลับไปเล่นใหม่อีกครั้ง ทั้งนี้ หากศัตรูตัวใดที่ล้มยากและมีความแข็งแกร่งมากเท่าไร ผู้เล่นก็จะได้รับแต้มวิญญาณเพื่อเพิ่มเลเวลและค่าสถานะตัวละครด้วยการเดินทางไปยังกองไฟตามพื้นที่ต่างๆ และเป็นจุด Checkpoint เพื่อระงับอารมณ์และปล่อยอารมณ์จากการที่เล่นพลาดจนตายซ้ำแล้วซ้ำอีกหลายต่อหลายครั้ง เกมส์ Dark Souls 2 ยังมีโหมดออนไลน์อย่าง Co-Op ที่หาผู้เล่นเพื่อร่วมผจญภัยต่อสู้กับศัตรูและบอสเกมส์ ด้วยการสลักสัญลักษณ์ในเกมส์จากการใช้ไอเทมและร่างดังกล่าวจะต้องกลายเป็นมนุษย์ขึ้นมาก่อน (ในกรณีถูกโจมตีตายไปหนึ่งครึ่ง ร่างของตัวละครจะเป็นซอมบี้) ซึ่งการร่วมมือระหว่างผู้เล่นถือว่าลดระดับความยากของเกมส์ไปได้มาก อีกทั้งมีโหมด PvP ที่สามารถรุกรานผู้เล่นคนอื่นๆบนโลกออนไลน์ และวัดประลองกำลังเพื่อล่าแต้มวิญญาณของฝ่ายตรงข้ามให้ได้ ด้านกราฟิกเกมส์ Dark Souls 2 มีความเทียบเท่ากับกราฟิกเกมส์ภาคแรก แต่มุ่งเน้นเรื่องออกแบบฉากเกมส์ให้ดูทมึฬ สร้างจุดเด่นได้ได้จดจำมากขึ้น นอกจากนี้ ยังพัฒนาเรื่องเฟรมเรตเกมส์ให้อยู่ระดับมาตฐานที่ 30 เฟรมต่อวินาทีอีกด้วย รวมถึงปรับปรุงเรื่องอินเตอร์เฟสเกมส์ดูเรียบง่ายและเลือกใช้งานได้อย่างสะดวก เกมส์ Dark Souls 2 วางขายวันที่ 11 มีนาคม 2014 บน PC, Xbox 360 และ PlayStation 3

เรื่องน่ารู้ เตรียมตัว เที่ยวภูเขา
เคล็ดลับ /  เตรียมตัวเที่ยว / 

การเดินทางท่องเที่ยวทุกรูปแบบ ทุกกิจกรรม และทั่วทุกพื้นที่ หากมีการเตรียมตัวสำหรับการเดินทางดีแล้ว การท่องเที่ยวในเส้นทางนั้นก็จะได้รับความสนุกสนาน เก็บรับความสุขจากการเดินทาง การท่องเที่ยวศึกษาธรรมชาติได้อย่างเต็มที่สำหรับ การเดินทางท่อง เที่ยวภูเขา นั้น ยิ่งต้องมีการเตรียมพร้อมอย่างยิ่ง สิ่งที่ต้องเตรียม คือ... เรื่องน่ารู้ เตรียมตัว เที่ยวภูเขา เตรียมหาข้อมูล ของภูเขาที่จะไปเที่ยวชมว่ามีสภาพเช่นไร มีระดับความสูงเท่าใด เส้นทางเป็นอย่างไร รถยนต์ขึ้นถึง หรือต้องเดินเท้าเป็นระยะทางเท่าใด กี่กิโลเมตรกี่ชั่วโมง สภาพความสูงชันของเส้นทาง ระหว่างทางต้องผ่านสภาพป่าอย่างไร ป่าดงดิบ ป่าโปร่ง หรือเดินทางเส้นทางที่เป็นถนนเก่า เพื่อจะได้เตรียมความฟิต ความแข็งแกร่งของร่างกายให้พร้อมรับกับสภาพ และจะได้เตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ที่จำเป็นไปให้พร้อม เตรียมจองตั๋วโดยสาร สำหรับการนเดินทางล่วงหน้า ยิ่งหากเป็นช่วงเทศกาล หรือวันหยุด ติดต่อกันหลายวัน การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว ควรตัดสินใจให้ดีว่าคุ้มหรือไม่ที่จะต้องขับรถไปเองแล้วจอดรถทิ้งไว้หลายวัน ในช่วงเดินทางขึ้นเขา และกลับมาด้วยความอ่อนเพลีย แล้วยังต้องขับรถทางไกลกลับบ้าน หากไม่คุ้ม ก็ควรใช้รถประจำทาง รถไฟ หรือเช่าเหมารถไปส่งเป็นหมู่คณะจะดีกว่า เตรียมจองที่พัก ซึ่งที่พักบนแหล่งท่องเที่ยวประเภทภูเขานั้น จะเป็นการพักแบบแค้มป์ ซึ่งมักจะไม่มีบ้านพักรองรับ หากพื้นที่ใดไม่มีเต๊นท์ให้เช่า ก็จำเป็นต้องเตรียมจัดหาเต๊นท์ไปเอง หรือหากที่ใดอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ และมีบ้านพัก ก็ควรติดต่อจองที่พักล่วงหน้าและอุทยานแห่งชาติบางแห่งจำกัดจำนวนนักท่อง เที่ยวว่า ไม่เกินกี่คนต่อวัน ก็คงต้องติดต่อจองและแจ้งจำนวนคนพร้อมวันเดินทางไปล่วงหน้า เพื่อจะได้ไม่ผิดหวัง ไปได้แค่ตีนดอย เพราะเกินจำนวน อุทยานฯ ไม่ยอมให้ขึ้น เตรียมฟิตร่างกาย ให้แข็งแกร่งเพียงพอที่จะรับสภาพเส้นทางที่สูงชันยาวไกล โดยการวิ่งหรือถีบจักรยานวันละ 1 ชั่วโมง ตลอด 1 สัปดาห์ เพื่อให้กำลังอยู่ตัว ก็จะทำให้ร่างกายไม่เหนื่อยล้าเกินไป และเที่ยวได้สนุก เตรียมอุปกรณ์ เครื่องกันหนาวไปให้พร้อม เพราะยอดเขาแต่ละแห่งอากาศมักจะหนาวเย็นตลอดปี เพราะอยู่บนระดับความสูง โดยสอบถามหรือหาข้อมูลเสียก่อนว่า อุณหภูมิในช่วงนั้นน่าจะกี่องศาฯ เพื่อจะได้เตรียมเสื้อผ้า ถุงนอน ไปได้พอดี เสื้อกันหนาวควรมีน้ำหนักเบา แต่ป้องกันความหนาวเย็นได้ดี รองเท้าปีนเขา ควรเป็นร้องเท้าหุ้มส้น หรือหุ้มข้อ ที่เหมาะสมกับสภาพของภูเขา เช่น หากเป็นภูเขาดินร่วนและแฉะลื่นในหน้าฝน ควรใช้รองเท้าที่มีดอกยางแข็ง ร่องลึก หุ้มข้อ หากพื้นที่เป็นหินอาจใช้รองเท้าพื้นยางนุ่มเพื่อเกาะพื้นหิน เป็นต้น แต่ข้อสำคัญ รองเท้าที่ใช้ต้องเป็นรองเท้าที่สวมใส่สบายเท้า มีสภาพดีพอที่จะไม่เสี่ยงไปชำรุดกลางทาง เพราะจะเกิดปัญหามากมาย และต้องเคยสวมใส่เป็นประจำอยู่แล้ว ไม่ใช่รองเท้าใหม่ เพราะรองเท้าคู่ใหม่อาจกัดเท้า จนไม่สามารถใส่เดินได้เป็นระยะทางไกลๆ เตรียมใจให้พร้อม เพราะการเดินขึ้นดอยนั้น จิตใจต้องสำคัญยิ่ง หากไม่รักจริงก็ถอนตัวเสียแต่เนิ่นๆ อย่าไปทรมานตัวเอง ทรมานเพื่อนร่วมทางเลย และสิ่งสำคัญที่สุด ก็คือจิตสำนึกแห่งการดูแลรักษาธรรมชาติให้งดงามยั่งยืนตลอดไป เรื่องน่ารู้ เตรียมตัว เที่ยวภูเขา ขอบคุณข้อมูลจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย การเตรียมตัว จัดกระเป๋า เที่ยวฝรั่งเศส เคล็ดลับจัดกระเป๋า ไปเที่ยว แบบของน้อย แต่ไม่เคยขาด เรื่องน่ารู้ เตรียมตัว เที่ยวภูเขา

จังหวัดนครพนม
คำขวัญประจำจังหวัด /  ที่ตั้ง / 

จังหวัดนครพนม เป็นจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน นับเป็นเมืองชายแดนที่มีความอุดมสมบูรณ์ ความสวยงามของทิวทัศน์ และมีความหลากหลายของวัฒนธรรมและชาติพันธุ์ รวมทั้งประวัติศาสตร์ที่ยาวนานไม่แพ้จังหวัดอื่น ๆ มีพระธาตุพนมเป็นปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมือง พื้นที่ชายแดนด้านเหนือและตะวันออกของนครพนมติดกับแม่น้ำโขงโดยตลอด ตั้งแต่อำเภอบ้านแพงลงมาจนถึงอำเภอธาตุพนม สามารถเดินทางข้ามฝั่งโขงไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวได้หลายจุด จังหวัดนครพนม คำขวัญประจำจังหวัด: พระธาตุพนมค่าล้ำ วัฒนธรรมหลากหลาย เรณูผู้ไท เรือไฟโสภา งามตาฝั่งโขง ที่ตั้ง จังหวัดนครพนมมีพื้นที่ประมาณ ๕,๕๑๒.๖๖๘ ตารางกิโลเมตร ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ ๗๔๐ กิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น ๑๑ อำเภอ ๑ กิ่งอำเภอ คือ อำเภอเมืองนครพนม ธาตุพนม นาแก ท่าอุเทน เรณูนคร บ้านแพง ปลาปาก ศรีสงคราม นาหว้า โพนสวรรค์ นาทม และกิ่งอำเภอวังยาง สถานที่ท่องเที่ยวฮิตในนครพนม พระธาตุพนม              ประดิษฐาน ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ผลจากการขุดค้นทางโบราณคดีลงความเห็นว่าพระธาตุพนมสร้างขึ้นระหว่าง พ.ศ. ๑๒๐๐–๑๔๐๐ ตามตำนานกล่าวว่าผู้สร้างคือ พระมหากัสสปะ พระอรหันต์ ๕๐๐ องค์ และท้าวพระยาเมืองต่าง ๆ ภายในองค์พระธาตุบรรจุพระอุรังคธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้ ลักษณะของสถาปัตยกรรมมีแหล่งที่มาที่เดียวกันกับปราสาทของขอม และได้ทำการบูรณะเรื่อยมา ในปี พ.ศ. ๒๔๘๕ ได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นเอกขึ้นเป็น“วรมหาวิหาร” พระธาตุพนมไม่เพียงแต่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวนครพนมเท่านั้น พระธาตุพนมยังเป็นที่เคารพของชาวไทยภาคอื่น ๆ และชาวลาวอีกด้วย ว่ากันว่าถ้าใครได้มานมัสการพระธาตุครบ ๗ ครั้ง จะถือว่าเป็น“ลูกพระธาตุ” เป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและจะมีความเจริญรุ่งเรือง หรือแม้แต่การได้มากราบพระธาตุพนม ๑ ครั้ง ก็ถือเป็นมงคลแก่ชีวิตแล้ว ในวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๑๘ เวลา ๑๙.๓๘ น. พระธาตุพนมได้ล้มทลายลงทั้งองค์ เนื่องจากความเก่าแก่ขององค์พระธาตุพนมและประจวบกับระหว่างนั้นฝนตกพายุพัดแรงติดต่อกันมาหลายวัน ประชาชนทั้งประเทศได้ร่วมบริจาคทุนทรัพย์และรัฐบาลได้ก่อสร้างองค์พระธาตุขึ้นใหม่ตามแบบเดิม การก่อสร้างนี้เสร็จสิ้นเมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๒๒ นอกจากพระบรมสารีริกธาตุที่บรรจุในองค์พระธาตุแล้ว ยังมีของมีค่ามากมายนับหมื่นชิ้น โดยเฉพาะฉัตรทองคำบนยอดพระธาตุเป็นฉัตรทองคำที่มีนน้ำหนักถึง ๑๑๐ กิโลกัม ปัจจุบันองค์พระธาตุมีฐานกว้างด้านละ ๑๒.๓๓ เมตร สูง ๕๓.๖๐ เมตร เป็นเจดีย์ทรงสี่เหลี่ยมสูงแลดูสง่างาม งานนมัสการองค์พระธาตุเริ่มตั้งแต่วันขึ้น ๑๐ ค่ำ เดือน ๓ ถึงวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๓ ของทุกปี การเดินทาง ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๕๓ กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข ๒๑๒ หรือจากสถานีขนส่งในอำเภอเมือง มีรถปรับอากาศและรถธรรมดาไปยังพระธาตุฯ พระธาตุเรณู             ประดิษฐานอยู่วัดธาตุเรณู ณ บ้านเรณูนคร องค์พระธาตุจำลองมาจากองค์พระธาตุพนมองค์เดิม แต่มีขนาดเล็กกว่า สร้างเมื่อปี พ. ศ. ๒๔๖๑ โดยพระอุปัชฌาย์อินภูมิโย สูง ๓๕ เมตร กว้าง ๘.๓๗ เมตร มีซุ้มประตู ๔ ด้าน ภายในเป็นโพรงบรรจุพระไตรปิฎก พระพุทธรูปทองคำ พระพุทธรูปเงิน ของมีค่า และเครื่องกกุธภัณฑ์ของพระยาและเจ้าเมือง นอกจากนี้ภายในโบสถ์ยังประดิษฐานพระองค์แสน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปทองคำศิลปะแบบลาว ปางสมาธิ พระคู่บ้านของอำเภอเรณูนคร มีพุทธลักษณะสวยงามมาก การเดินทาง จากสถานีขนส่ง ยังไม่มีรถจากอำเภอเมืองฯ ไปอำเภอเรณูนครโดยตรง ต้องขึ้นรถสายที่ไปวัดพระธาตุพนม และลงตรงแยกบ้านหลักศิลา จากนั้นเหมารถสกายแล็ปหรือมอเตอร์ไซต์รับจ้างเข้าไปที่วัด ระยะทางประมาณ ๗ กิโลเมตร วัดพระธาตุมหาชัย ประดิษฐานอยู่บ้านมหาชัย ตำบลมหาชัย องค์พระธาตุสูง ๓๗ เมตร เป็นปูชนียสถานที่สำคัญยิ่งแห่งหนึ่ง เพราะเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันต์สารีริกธาตุ ภายในพระอุโบสถนอกจากพระประธานคือ พระพุทธไชยสิทธิ์แล้วยังมีพระพุทธรูปปางห้ามญาติสลักจากไม้ต้นสะเดาหวานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และภาพเขียนบนฝาผนังอุโบสถแสดงพุทธประวัติ มีลวดลายศิลปกรรมที่งดงามมากในภาคอีสาน             พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ที่พระธาตุมหาชัย เมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๘ ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ซึ่งเป็นวันวิสาขบูชา และที่วัดนี้ยังเป็นที่จำพรรษาของพระสุนทรธรรมากร (หลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ) พระเกจิอาจารย์สายวิปัสนาที่สำคัญองค์หนึ่ง ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาวนครพนมและชาวอีสานทั่วไป การเดินทาง ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๓๙ กิโลเมตร ตามเส้นทางนครพนม-สกลนคร ทางหลวงหมายเลข ๒๒ (กิโลเมตรที่ ๒๐๑-๒๐๒ เลี้ยวซ้ายเข้าวัดอีก ๒ กิโลเมตร อุทยานแห่งชาติภูลังกา               อุทยานแห่งชาติภูลังกาครอบคลุมพื้นที่อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม และอำเภอเซกา จังหวัดหนองคาย มีเนื้อที่ประมาณ ๓๑,๒๕๐ ไร่ หรือประมาณ ๕๐ ตารางกิโลเมตร ลักษณะเป็นภูเขาทับซ้อนกัน ๓ ลูก สลับด้วยเทือกเขาขนาดเล็กสลับซับซ้อนทอดยาวตามแนวลำน้ำโขง สภาพโดยทั่วไปเป็นป่าดงดิบ ป่าเบญจพรรณและป่าแดงที่สมบูรณ์มีสัตว์ป่าชุกชุม เป็นต้นกำเนิดของน้ำตก และลำธารใหญ่น้อยหลายสาย การเดินทาง จากตัวเมืองนครพนมใช้เส้นทางนครพนม-บ้านแพง ทางหลวงหมายเลข ๒๑๒ ระยะทางประมาณ ๑๐๕ กิโลเมตร และเลี้ยวซ้ายบริเวณกิโลเมตรที่ ๒๒๐ ห่างจากตัวอำเภอบ้านแพงประมาณ ๖ กิโลเมตร สถานที่น่าสนใจภายในอุทยานฯ น้ำตกตาดขามเป็นน้ำตกที่ไหลเป็นชั้น ๆ จำนวน ๔ ชั้น เฉพาะชั้นสุดท้ายจะมีแอ่งน้ำขังตลอดปี สภาพโดยรอบร่มรื่น และมีลานหินเล็ก ๆ เหมาะสำหรับพักผ่อน น้ำตกตาดโพธิ์กำเนิดจากเทือกเขาภูลังกา น้ำตกมีลักษณะสวยงามไม่น้อยกว่าน้ำตกตาดขาม เป็นน้ำตกที่ไหลเป็นชั้นจำนวน ๔ ชั้น แต่ละชั้นสูงไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร ชั้นที่ ๒ สูงถึง ๓๐ เมตร การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข ๒๑๒ จากนครพนมแล้วเลี้ยวซ้ายบริเวณกิโลเมตรที่ ๒๑๔ เข้าไปประมาณ ๓ กิโลเมตร ห่างจากน้ำตกตาดขาม ประมาณ ๔ กิโลเมตร วัดมหาธาตุ ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมือง ริมถนนสุนทรวิจิตร เลียบเขื่อนหน้าเมืองนครพนม วัดมหาธาตุสร้างในปี พ. ศ. ๑๑๕๐ โดยพระยามหาอำมาตย์ (ป้อม) แม่ทัพใหญ่ที่มาจากเวียงจันทน์ มีพระธาตุนครลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้างประมาณ ๕.๘๕ เมตร สูงประมาณ ๒๔ เมตร เป็นปูชนียสถานสำคัญ และยังมีโบสถ์เก่าแก่สวยงามมาก วัดโอกาสศรีบัวบาน ตั้งอยู่ริมฝั่งโขงเขตเทศบาลเมืองนครพนม เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองมาแต่โบราณ บริเวณกลางวัดจะมีหอประดิษฐานพระติ้วกับพระเทียมอยู่คู่กัน พระติ้วจะประทับอยู่ด้านขวาของพระเทียม พระติ้วเป็นพระพุทธรูปปางเพชรมารวิชัย ทำด้วยไม้ติ้วบุทองคำ ขนาดหน้าตักกว้าง ๓๐ เซนติเมตร สูง ๖๐ เซนติเมตร สร้างโดยเจ้าผู้ครองนครศรีโคตรบูร เมื่อพ.ศ. ๑๓๒๘ ส่วนพระเทียมมีลักษณะและขนาดเดียวกับพระติ้ว สร้างในสมัยพระเจ้าขัติยวงศา และมีการสมโภชให้พระติ้ว พระเทียม เป็นพระคู่บ้านคู่เมืองสืบมาจนถึงปัจจุบัน วัดศรีเทพประดิษฐาราม ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมือง ถนนศรีเทพ เยื้องโรงเรียนชุมชนเทศบาล ๓ สร้างขึ้นเมื่อ พ. ศ. ๒๔๐๒ ภายในโบสถ์มีจิตรกรรมฝาผนังรูปพุทธประวัติที่สวยงาม และยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญ คือ พระแสง ตำนานเล่าว่าสร้างขึ้นพร้อมกับพระสุกและหลวงพ่อพระใส (วัดโพธิ์ชัย จังหวัดหนองคาย) ข้างๆโบสถ์มีเจดีย์บรรจุอัฐิของหลวงปู่จันทร์ (พระเทพสิทธาจารย์) พระเกจิอาจารย์ที่ชาวนครพนมเคารพนับถือ ส่วนรูปปั้นนั้นจะอยู่ในตึกเทพสิทธาราม และที่น่าชมอีกอย่างหนึ่งคือ อาคารที่สร้างขึ้นใน พ. ศ. ๒๔๖๔ ซึ่งได้รับรางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมในด้านปูชนียสถานและวัดวาอาราม จากสมาคมสถาปนิกสยามฯ การเดินทาง รถยนต์ จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข ๑ ถนนพหลโยธิน ถึงสระบุรี บริเวณกิโลเมตรที่ ๑๐๗ แยกเข้าทางหลวงหมายเลข ๒ ถนนมิตรภาพ ผ่านจังหวัดนครราชสีมา ถึงอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น แยกเข้าทางหลวงหมายเลข ๒๓ ผ่านจังหวัดมหาสารคาม ทางหลวงหมายเลข ๒๑๓ แล้วแยกขวาเข้าสู่จังหวัดกาฬสินธุ์และผ่านจังหวัดสกลนคร ตรงเข้าสู่จังหวัดนครพนม ตามทางหลวงหมายเลข ๒๒ รวมระยะทางประมาณ ๗๔๐ กิโลเมตร รถโดยสารประจำทาง บริษัท ขนส่ง จำกัด เปิดบริการเดินทางระหว่างกรุงเทพฯ-นครพนม มีทั้งรถโดยสารธรรมดา และรถโดยสารปรับอากาศ ออกจากสถานีขนส่งหมอชิต ๒ ทุกวัน สอบถามรายละเอียดที่ โทร. ๐ ๒๙๓๖ ๒๘๕๒-๖๖ นครพนม โทร. ๐ ๔๒๕๑ ๑๔๐๓ สำหรับบริษัทเอกชนติดต่อ บริษัท แสงประทีปเดินรถ จำกัด โทร. ๐ ๔๒๕๒ ๐๔๑๑ บริษัท ชัยสิทธิ์ จำกัด โทร. ๐ ๔๒๕๒ ๐๕๖๑ และบริษัทเชิดชัยทัวร์ จำกัด โทร. ๐ ๖๒๒๕ ๖๐๖๓, ๐ ๔๒๕๑ ๒๐๙๘ เครื่องบิน บริษัท พี บี แอร์ จำกัด เปิดบริการเที่ยวบินไปจังหวัดนครพนมทุกวัน สอบ-ถามรายละเอียดโทร. ๐ ๔๒๕๘ ๗๒๐๗ กรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๕๓๕ ๔๘๔๓-๔ หรือสามารถสำรองที่นั่งได้ที่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) โทร. ๑๕๖๖, ๐ ๒๒๘๐ ๐๐๖๐, ๐ ๒๖๒๘ ๒๐๐๐www.thaiairways.com เทศกาลและงานประเพณี งานนมัสการพระธาตุพนม กำหนดจัดขึ้นในวันขึ้น ๑๐ ค่ำถึงวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๓ ของทุกปี ซึ่งถือเป็นงานประเพณีที่ยิ่งใหญ่และสำคัญยิ่งงานหนึ่งของชาวนครพนมและจังหวัดใกล้เคียง งานประเพณีไหลเรือไฟนครพนม (เฮือไฟ) จัดขึ้นในวันออกพรรษา คือวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ และวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ของทุกปี บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด ริมแม่น้ำโขงบริเวณเขตเทศบาลการไหลเรือไฟถือเป็นการบูชาพระพุทธเจ้าในวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงมาจากเทวโลก หลังจากที่พระพุทธองค์ได้เสด็จขึ้นไปจำพรรษาที่ดาวดึงษ ์เพื่อแสดงพระธรรมเทศนาโปรดพระพุทธมารดา ครั้นเมื่อออกพรรษา แล้วพระพุทธเจ้าก็เสด็จลงมาสู่มนุษย์โลก โดยบันไดทิพย์ทั้ง ๓ วันนี้เรียกว่า “วันพระเจ้าโปรดโลก” พระองค์เสด็จมา ณ เมืองสังกัสสะ สถานที่นั้นเรียกว่า “อจลเจดีย์” (อ่านว่า อะ-จะ-ละ-เจ-ดี) ทวยเทพทั้งหลายส่งเสด็จ มวลมนุษย์ทั้งหลายรับเสด็จด้วยเครื่องสักการะบูชามโหฬาร การไหลเรือไฟก็คือการสักการะบูชาอย่างหนี่งในวันนั้น และได้ทำเป็นประเพณีสืบทอดกันมาจนถึงทุกวันนี้ นอกจากนี้ยังมีตำนานการไหลเรือไฟ ที่แตกต่างกันก็ถือว่าทำให้ได้รับอานิสงฆ์เหมือนกัน เดิมเรือไฟทำด้วยท่อนกล้วยหรือไม้ไผ่ต่อเป็นลำเรือยาวประมาณ ๕-๖ วา ข้างในบรรจุ ไว้ด้วยขนม ข้าวต้มมัด หรือสิ่งของที่ต้องการบริจาคทาน ข้างนอกเรือมีดอกไม้ ธูป เทียน ตะเกียง ขี้ไต้สำหรับจุดให้สว่างไสวก่อนจะปล่อยเรือไฟ ปัจจุบันมีการจัดทำเรือไฟเป็นรูปแบบต่าง ๆ ที่ขนาดใหญ่โตขึ้น มีวิธีการประดับตกแต่งให้วิจิตรตระการตามากยิ่งขึ้น เมื่อปล่อยเรือไฟเหล่านี้ ลงกลางลำน้ำโขง ภายหลังการจุดไฟให้ลุกโชติช่วงจะเป็นภาพที่งดงามประทับใจผู้พบเห็นไปตราบนานเท่านาน เนื่องจากไม่มีที่ไหน ๆ ในประเทศไทยจะยิ่งใหญ่เหมือนที่จังหวัดนครพนม ประเพณีแสกเต้นสาก เป็นประเพณีของชนเผ่าแสกที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านอาจสามารถ ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองนครพนมประมาณ ๔ กิโลเมตร ประเพณีแสกเต้นสาก เป็นการเต้นบวงสรวงเจ้าที่จะเต้นสากเป็นประจำทุกปี ในเดือน ๓ ขึ้น ๓ ค่ำ การแสกเต้นสากนอกเทศกาลจะต้องทำพิธีขอขมาก่อน ของที่ใช้ ได้แก่ หัวหมู เงิน ๒๐ บาท และเหล้า ซึ่งจะทำพิธีที่ศาลเจ้าประจำหมู่บ้านโดยการเสี่ยงทายไม้สี ถ้าได้สีเดียวกันแสดงว่าเจ้าไม่อนุญาต การเต้น“แสกเต้นสาก” ใช้ไม้สีแดงสลับขาวเรียก“สาก” นำด้วยเสียงกลองจังหวะเร็ว ผู้เต้นจะซอยเท้าถี่ๆลงไปตามจังหวะ การกระทบไม้ คล้ายการเต้นลาวกระทบไม้แต่จะเร็วกว่ามาก ประเพณีโส้ทั้งบั้ง เป็นประเพณีของพวกโซ่ (โส้) การเต้นโส้ทั้งบั้งนี้เป็นการรำในงานศพเพื่อที่จะส่งวิญญาณผู้ตายให้ไปสู่สุคติ การเต้นรำมีทั้งชายและหญิง พวกโซ่เป็นชนเผ่าข่าพวกหนึ่ง ลักษณะผิวคล้ำ มีภาษาเป็นของตนเอง ภาษาที่ใช้คล้ายภาษามอญปนเขมร หมู่บ้านชาวโส้นี้ตั้งอยู่ที่บริเวณอำเภอท่าอุเทน อำเภอนาแก และอำเภอศรีสงคราม  

อุทยานแห่งชาติคลองพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี
คลองพนม /  อุทยานแห่งชาติ / 

อุทยานแห่งชาติคลองพนม อยู่ในท้องที่ตำบลคลองศกตำบลพนม และตำบลพลูเถื่อน และตำบลพนมอำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภูเขาหินปูน บางแห่งมีหน้าผาสูงชันและสวยงามมาก เรียงรายสลับซับซ้อนเชื่อมต่อกันเป็นแนวสันเขา มีฝนตกชุกตลอดปี เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของแม่น้ำตาปี ซึ่งเป็นแม่น้ำสายสำคัญสายเดียวของจังหวัดสุราษฎร์ธานี สภาพป่าโดยทั่วไปเป็นป่าดงดิบ ที่มีความอุดมสมบูรณ์ และมีจุดเด่นที่น่าสนใจ เช่น ถ้ำแก้ว ถ้ำน้ำลอด เขาวงก์ น้ำตกโตนไทร น้ำตก เขาวงก์ไผ่เฉียงรุน บัวผุด การล่องแก่ง ฯลฯ นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งพันธุ์ไม้มีค่าและหายากขึ้นอยู่ เช่น ตะเคียนตาเสือจิก เขากระท้อน ขนุนป่า เสียดช่ออินทนิล นากบุดหงอนไก่ จำปาป่า เป็นต้น มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 256,500 ไร่ หรือ 410.4 ตารางกิโลเมตร อุทยานแห่งชาติคลองพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภาพ : hotelsguidethailand.com สภาพภูมิประเทศ เป็นภูเขาสูงชันประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ ของเนื้อที่ โดยเฉพาะตอนเหนือของพื้น ที่ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภูเขาหินปูน บางแห่งมีหน้าผาสูงชันและสวยงามเรียงรายสลับซับซ้อน เชื่อมติดต่อเป็นแนวสันเขายาวจากทิศตะวันตกไปยังทิศตะวันออก จุดสูงสุดจากพื้นอยู่บริเวณตอนกลางของพื้นที่ มีความสูงประมาณ 870 เมตรจากระดับน้ำทะเล พื้นที่ราบมีอยู่ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ ของพื้นที่ส่วนใหญ่ เป็นที่ราบระหว่างหุบเขามีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 200 เมตร ปรากฏอยู่ทั่วไป เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของคลองพนม และคลองศก ซึ่งจะไหลไปรวมกับคลองแสง เป็นต้นกำเนิดของคลองพุมดวง ที่เป็นสาขาหนึ่งของแม่น้ำตาปี ลักษณะภูมิอากาศ ของป่าแห่งนี้ มีลักษณะคล้ายคลึงกับแห่งอื่นในภาคใต้ของประเทศไทย คือ มีฝนตกชุกตลอดปี ประกอบกับได้รับอิทธิพลของทะเล ซึ่งสามารถรับลมมรสุมได้ทั้งลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือและลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และอิทธิพลของภูเขาสูง ที่เป็นสิ่งกีดขวางลมมรสุมมีป่าไม้ปกคลุมอย่างหนาแน่น จึงทำให้ฝนตกมากกว่าในท้องที่ทั่วๆ ไป ซึ่งสามารถจำแนกได้ชัดเจนเพียง 2 ฤดู คือ ฤดูฝนเริ่ม จากเดือนพฤษภาคมถึงเดือนธันวาคม ฤดูร้อน เริ่มจากเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน โดยมีฝนตกชุกมากที่สุดระหว่างเดือนสิงหาคมถึงเดือนตุลาคม และมีอากาศร้อนมากที่สุดในต้นเดือนเมษายน สถานที่ท่องเที่ยวใน อุทยานแห่งชาติคลองพนม ภาพ : http://board.trekkingthai.com/ ถ้ำแก้ว อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติคลองพนม ประมาณ 2 กิโลเมตร โดยเดินเลียบตีนเขาไปถึงปากถ้ำประมาณ 1 กิโลเมตร ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยที่สวยงามแปลกตามากมาย แบ่งเป็นห้องย่อยๆได้ 4 ห้อง ได้แก่ห้องเกล็ดแก้ว ห้องฤาษี ห้องม้าน้ำ และห้องหม้อยา ใช้ระยะเวลาเดินชมประมาณ 40 นาที ก็สามารถชมความงามของถ้ำได้ทั้งหมด ถ้ำน้ำลอดเขาวงก์ อยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่คพ.1 (บ้านคลองพนม) ประมาณ 5 กิโลเมตรภายในถ้ำมีน้ำไหลผ่านตลอด มีหินงอกหินย้อยที่สวยงามและมีฝูงค้างคาวอาศัยอยู่จำนวนมาก ใช้เวลาเดินผ่านถ้ำประมาณ 40 นาที อีกด้านหนึ่งของถ้ำ เป็นที่ตั้งของค่ายคอมมิวนิสต์เก่า ซึ่งมีเนื้อประมาณ 1,000 ไร่ล้อมรอบด้วยภูเขาซึ่งทางเข้าค่ายเก่านี้ ต้องเข้าจากถ้ำน้ำลอดเขาวงก์แห่งเดียวเท่านั้น น้ำตกเขาวงก์ อยู่ห่างจากถ้ำน้ำลอดเขาวงก์ประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดใหญ่สูง 8 ชั้น ไหลลดหลั่นลงมาจากหน้าผาสูงสู่ลำห้วยเบื้องล่าง น้ำตกแห่งนี้เป็นแนวต่อเนื่องกับสายน้ำ ที่ไหลมาจากถ้ำน้ำลอดเขาวงก์ โดยไหลผ่านพื้นที่เกษตรกรรมของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ที่เคยตั้งอยู่ในพื้นที่ตั้งแต่ปี พ.ศ.2512 เรียกว่า “ค่ายเขาวงก์” และเป็นต้นน้ำของคลองพนม น้ำตกโตนไทร เป็นน้ำตกที่มีตลอดปีมีความสูง 12 ชั้น มีความสวยงามตามธรรมชาติ และป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์ด้วยพรรณไม้ ตลอดจนสัตว์ป่าและนกชนิดต่างๆ บริเวณน้ำตกจะมีต้นไทรขึ้นปกคลุมแผ่กิ่งก้านสาขาไปทั่วน้ำตกโตนไทร อยู่ห่างจากหมู่บ้านสะพานนาคหมู่ที่ 5 ตำบลคลองศกอำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประมาณ 3.5 กิโลเมตร โดยมีทางรถยนต์เข้าถึงหมู่บ้านและเดินเท้าต่อจนถึงน้ำตกใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง เส้นทางเดินป่าเพื่อไปชมบัวผุด บัวผุดพบมากบริเวณเขาหลังบ้านถ้ำผึ้งหมู่ที่ 6 ตำบลคลองศก อำเภอพนมห่างจากถนนสายหลักสุราษฎร์ธานี-ตะกั่วป่า เข้าไปช่วงหลักกิโลเมตรที่ 108 ประมาณ 4 กิโลเมตร แล้วเดินเท้าต่ออีกประมาณ 1.5 กิโลเมตร ก็จะถึงแหล่งบัวผุด ซึ่งโดยมากบัวผุดจะบานในช่วงเดือนพฤศจิกายน-พฤษภาคมซึ่งเป็นช่วงที่อากาศ และดินมีความชื้นพอเหมาะ  บัวผุด เป็นดอกไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เป็นกาฝากชนิดหนึ่งอาศัยกินน้ำเลี้ยงจาก "ย่านไก่ต้ม" พบมากบริเวณเขาหลังบ้านถ้ำผึ้ง โดยมากดอกบัวผุดจะบาน ในช่วงเดือนพฤศจิกายน-พฤษภาคม ภาพ : http://nationalpark6.blogspot.com/ เส้นทางศึกษาธรรมชาติ “ต้นไม้ใหญ่” อยู่บริเวณหลังที่ทำการอุทยานแห่งชาติ จุดเริ่มต้นอยู่ห่างจากที่ทำการประมาณ 200 เมตร มีระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ในเส้นทางมีจุดเด่นที่น่าสนใจได้แก่ “ต้นกระบากขาว” วัดรอบต้นได้ 12 เมตร เป็นจุดเด่นของเส้นทางและมีจุดชมทิวทัศน์บนโขดหินที่สวยงาม โดดเด่นนอกจากนี้องค์ประกอบของเส้นทางก็มีป่าธรรมชาติที่สมบูรณ์ มีกลุ่มไม้ขนาดใหญ่หลายชนิด ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นมีจุดพักผ่อนที่น่ารื่นรมย์ในเส้นทาง เส้นทางศึกษาธรรมชาติทางน้ำ “ล่องแก่งลำน้ำคลองพนม-บ้านเบญจา” เริ่มต้นที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่คพ.1 (บ้านคลองพนม) โดยจะใช้ระยะเวลาในการล่องแก่งประมาณ 4 ชั่วโมง ตลอด 2 ฝั่ง คลองจะพบทัศนียภาพที่สวยงามมีพันธุ์พืช-พันธุ์สัตว์ต่างๆ มากมาย เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบความตื่นเต้น และท้าทายช่วงระยะเวลาที่เหมาะสมแก่การล่องแก่ง คือ ช่วงน้ำหลากประมาณเดือนสิงหาคม-ธันวาคม เส้นทางศึกษาธรรมชาติทางน้ำ “ล่องลำน้ำคลองศก (วังมัจฉา-บ้านเชียวปง)” เริ่มต้นที่วังมัจฉาห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 1 กิโลเมตร ซึ่งจะได้พบกับฝูงปลามากมายหลายชนิด เช่น ปลาตะเพียนหางแดง ปลาแรด ปลากดหิน ฯลฯ ตลอดสองฝั่งคลองจะมีภูเขาหินปูนสูงชันเป็นหน้าผาที่สวยงาม โดยจะใช้เวลาในการล่องลำน้ำคลองศกประมาณ 2 ชั่วโมง ก็สามารถชมทัศนียภาพสองฝั่งคลอง ที่สวยงามและสร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยี่ยมชมได้ตลอดทั้งปี ที่ตั้ง อุทยานแห่งชาติคลองพนม 107 หมู่ 4 ต.คลองสก  อ. พนม  จ. สุราษฏร์ธานี   84250 โทรศัพท์ 0 7791 8559 (VoIP), 0 7729 9298,0 77918559   อีเมล reserve@dnp.go.th การเดินทางรถยนต์ โดยใช้เส้นทางหลวงสายสุราษฎร์ธานี-ตะกั่วป่า ซึ่งตัดผ่านบริเวณที่ดินของหน่วยงานสหกรณ์นิคมพนม และมีทางแยกเข้าป่าแห่งนี้ (เป็นทางชักลากไม้ของผู้รับสัมปทานทำไม้ตัดผ่านเข้าไปในเขตประมาณ 10 กิโลเมตร บริเวณที่คาดว่าควรจะเป็นที่จัดตั้งอุทยานแห่งชาติ เริ่มตั้งแต่ประมาณกม.ที่ 75 ถึงประมาณกม.ที่ 113 (ซึ่งเป็นสันเขาแบ่งเขตระหว่างจังหวัดสุราษฎร์ธานีกับจังหวัดพังงา) ข้อมูลและภาพ : park.dnp.go.th / wiki / http://nationalpark6.blogspot.com/ เรียบเรียงโดย Travel MThai

จังหวัดแพร่
คำขวัญประจำจังหวัด /  ที่ตั้ง / 

จังหวัดแพร่เป็นจังหวัดในภาคเหนือ อดีตเป็นแหล่งไม้สักที่สำคัญของประเทศ มีแม่น้ำสายสำคัญไหลผ่านคือแม่น้ำยม มีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบมีทิวเขาล้อมรอบ จังหวัดแพร่ คำขวัญประจำจังหวัด:  หม้อห้อมไม้สัก ถิ่นรักพระลอ ช่อแฮศรีเมือง ลือเลื่องแพะเมืองผี คนแพร่นี้ใจงาม ที่ตั้ง จังหวัดแพร่มีพื้นที่6,538.598 ตารางกิโลเมตร มีแม่น้ำยมไหลผ่าน ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาล้อมรอบทั้งสี่ทิศมีที่ราบในหุบเขาอยู่ตอนกลางของจังหวัด แบ่งการปกครองออกเป็น7 อำเภอ และ1 กิ่งอำเภอ คือ อำเภอเมืองแพร่ อำเภอสูงเม่น อำเภอเด่นชัย อำเภอลอง อำเภอวังชิ้น อำเภอสอง อำเภอร้องกวาง และกิ่งอำเภอหนองม่วงไข่ สถานที่ท่องเที่ยวฮิตในจังหวัดแพร่  วนอุทยานแพะเมืองผี          ตั้งอยู่ที่ตำบลน้ำชำ ใช้เส้นทางหลวงสายแพร่-น่าน ทางหลวงหมายเลข101 ไปประมาณ12  กิโลเมตร แล้วแยกขวาเข้าไปอีก  6  กิโลเมตร แพะเมืองผีอยู่บนเนื้อที่ประมาณ500 ไร่ เกิดจากสภาพภูมิประเทศซึ่งเป็นดิน และหินทรายถูกกัดเซาะตามธรรมชาติเป็นรูปร่างลักษณะต่าง ๆ เช่น ดอกเห็ด หน้าผา ดูแล้วแปลกตา ชื่อ แพะเมืองผี น่าจะมาจากภาษาพื้นเมือง แพะ แปลว่า ป่าละเมาะ ส่วนคำว่า เมืองผี แปลว่า เงียบเหงา วังเวงอาจเกิดจากสภาพภูมิประเทศที่ดูเร้นลับน่ากลัว สถานที่แห่งนี้ประกาศเป็นวนอุทยานเมื่อวันที่2 มีนาคม2524 วัดพระธาตุช่อแฮ         อยู่ที่ตำบลช่อแฮ ห่างจากตัวเมืองแพร่ไปตามถนนช่อแฮ ประมาณ9 กิโลเมตร (เส้นทางหลวงหมายเลข1022 ) เป็นปูชนียสถานอันศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองแพร่ ตามตำนานกล่าวว่าสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.1879-1881 ในสมัยพระมหาธรรมราชาธิราช (ลิไท) โดยขุนลัวะอ้ายก๊อม พระธาตุช่อแฮเป็นเจดีย์ที่ประดิษฐานพระเกศาธาตุ และพระบรมสารีริกธาตุพระศอกซ้ายของพระพุทธเจ้า เป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม ย่อมุมไม้สิบสอง ศิลปะเชียงแสน สูง33 เมตร ฐานสี่เหลี่ยมกว้างด้านละ11  เมตร สร้างด้วยอิฐโบกปูนหุ้มด้วยแผ่นทองเหลืองลงรักปิดทอง สำหรับชื่อพระธาตุช่อแฮนั้น บ้างว่าได้มาจากชื่อผ้าแพรชั้นดีซึ่งทอจากสิบสองปันนา และชาวบ้านนำมาผูกบูชาพระธาตุ บ้างก็ว่ามาจากผ้าแพรที่ขุนลัวะอ้ายก๊อมนำมาถวาย ทุกปีจะมีงานนมัสการพระธาตุในวันขึ้น9  ค่ำ- ขึ้น15 ค่ำ เดือน4  (ประมาณเดือนมีนาคม) ของทุกปี คุ้มเจ้าหลวง        อยู่ที่ถนนคุ้มเดิม ปัจจุบันคือจวนผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2435 โดยเจ้าหลวงพิริยะชัยเทพวงศ์ คุ้มแห่งนี้เป็นอาคารที่หรูหราสง่างาม และโอ่โถง คือ มีประตู หน้าต่างทั้งหมด72  บาน งดงามด้วยลวดลายฉลุไม้อยู่ด้านบนปั้นลม และชายคาน้ำ รอบตัวอาคารประดับด้วยลวดลายไม้แกะฉลุ ตัวอาคารสร้างด้วยอิฐถือปูนทั้ง 2  ชั้น ไม่มีการฝังเสาเข็มแต่ใช้ไม้ซุงท่อนเป็นไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้ประดู่รองรับฐานเสาทั้งหลัง ห้องกลางเป็นห้องทึบแสงสว่างส่องเข้าไปไม่ได้ ใช้เป็นที่คุมขังทาส บริวารที่ทำผิดร้ายแรง ส่วนห้องทางปีกซ้าย และขวามีช่องพอให้แสงส่องเข้าไปได้บ้าง ใช้เป็นที่คุมขังผู้มีความผิดขั้นลหุโทษ คุ้มเจ้าหลวงเคยใช้เป็นที่ประทับแรมของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เมื่อคราวที่เสด็จมาเยี่ยมเยียนราษฎรจังหวัดแพร่ ในระหว่างวันที่15-17  มีนาคม 2501 และได้รับพระราชทานรางวัลจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารีให้เป็นสถาปัตยกรรมดีเด่นประเภทอาคารสถาบัน และสาธารณะ เมื่อวันที่2  กรกฎาคม2536  เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม โดยต้องทำหนังสือขออนุญาตเข้าชมล่วงหน้า ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ หรือติดต่อทางโทรศัพท์แจ้งล่วงหน้าได้ที่ สำนักงานจังหวัดแพร่ โทร. (054) 511411 น้ำตกแม่แคม          น้ำตกแม่แคม หรือ น้ำตกสวนเขื่อน อยู่ในเขตตำบลสวนเขื่อน จากสี่แยกบ้านทุ่งข้ามสะพานข้ามคลองแม่สาย แล้วเลี้ยวซ้ายไปตามถนนสายป่าแดง-ทุ่งโฮ้ง4  กิโลเมตร จะมีป้ายแยกทางไปน้ำตกแม่แคมอีก12  กิโลเมตร น้ำตกแห่งนี้เป็นน้ำตกขนาดเล็ก มี2  ชั้น น้ำไหลแรงตลอดปี สภาพทั่วไปเป็นป่า เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบการเดินป่า  อุทยานแห่งชาติเวียงโกศัย         มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่ของอำเภอลอง อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ และอำเภอเถิน อำเภอสบปราบ อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง มีเนื้อที่ทั้งสิ้น256,250 ไร่ ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่9 ตุลาคม 2524 ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชันสลับซับซ้อน ปกคลุมด้วยป่าดงดิบเขา ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง ตามยอดเขาสูงมีป่าสน และทุ่งหญ้า เป็นแหล่งกำเนิดของต้นน้ำ และลำห้วยหลายสาย เช่น แม่เกิ้ง แม่จอก แม่สิน มีสัตว์ป่าหลายชนิด เช่น หมูป่า ไก่ป่า หมี อีเห็น เสือโคร่ง เลียงผา และนกชนิดต่างๆ อุทยานฯ นี้อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ68 กิโลเมตร การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข101 จากตัวจังหวัด เมื่อเลยอำเภอเด่นชัยไป10 กิโลเมตร แยกขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข11 เส้นทางสายแพร่ - ลำปาง ไปอีกประมาณ40 กิโลเมตร ถึงทางแยกเข้าอำเภอวังชิ้น เลี้ยวซ้ายไปอีกประมาณ13 กิโลเมตร และเลี้ยวขวาไปที่ทำการอุทยานฯ อีกประมาณ1.5 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานฯ  ถ้ำผานางคอย         ถ้ำผานางคอย  อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ34 กิโลเมตร ตามเส้นทางสายแพร่ - ร้องกวาง (ทางหลวงหมายเลข101) ถึงกิโลเมตรที่58 - 59 เลี้ยวซ้ายเข้าไปอีก800 เมตร ถึงหน้าถ้ำผานางคอย ตัวถ้ำอยู่บนหน้าผาสูง50 เมตร เป็นอุโมงค์ลึกยาว150 เมตร กว้าง10 เมตร ลักษณะของถ้ำโค้งงอเป็นข้อศอกไปทางซ้าย และทางขวาเป็น3 ตอนด้วยกัน ภายในถ้ำมีหินงอก หินย้อยลักษณะต่างๆ ทั้งที่เป็นเกล็ดหินประกายระยิบระยับ หรือเป็นชะง่อนหินยาวถึงพื้นถ้ำ สุดทางของถ้ำมีก้อนหินรูปร่างคล้ายหญิงสาวนั่งอุ้มลูกน้อยรอคอยคนรัก ชาวบ้านเรียกหินก้อนนี้ว่า หินนางคอย ตามตำนานพื้นบ้านของถ้ำแห่งนี้ เบื้องหน้าของหินนางคอยมีหินย้อย ลักษณะคล้ายรูปหัวใจดูแปลกตาสวยงาม นอกจากนี้ภายในถ้ำยังมีพระพุทธรูปองค์หนึ่ง เป็นที่เคารพสักการะของชาวแพร่  อุทยานแห่งชาติดอยผากลอง         อุทยานแห่งชาติดอยผากลอง   มีพื้นที่ทั้งสิ้น 112,500 ไร่ ลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขา และหน้าผาสูงเป็นแหล่งกำเนิดของลำธาร ลำห้วยไหลลงสู่แม่น้ำยม สภาพโดยทั่วไปเป็นป่าเบญจพรรณมีพันธุ์ไม้ที่สวยงาม เช่น จันทน์ผา กล้วยผา กล้วยไม้ดิน และสมุนไพร สัตว์ป่าที่พบ เช่น เลียงผา หมี เก้ง ไก่ป่า หมูป่า ชะมด และนกชนิดต่างๆ ที่ทำการอุทยานฯ อยู่ห่างจากตัวเมืองแพร่ประมาณ20 กิโลเมตร ทางหลวงหมายเลข1023 ระหว่างกิโลเมตรที่ 19 – 20 สถานที่น่าสนใจภายในเขตอุทยานฯ ได้แก่ ภูเขาหินปะการัง อยู่ระหว่างกิโลเมตรที่18–19 มีสถานที่พักแรม และสถานที่กางเต็นท์ไว้สำหรับนักท่องเที่ยว ภูเขาหินประการัง เกิดจากการยุบตัวของเปลือกโลก และการชะล้างพังทลายของหินที่ใช้เวลาหลายล้านปี มีลักษณะคล้ายปะการัง จะต้องเดินเท้าจากลานจอดรถเข้าไปตามทางใต้ร่มเงาป่าราว200 เมตร ก็จะเริ่มขึ้นเขาที่ค่อยๆลาดขึ้น ประมาณ30 เมตร จะถึงจุดพักจุดแรกที่เรียกว่า ถ้ำแอร์ธรรมชาติ เป็นโพรงถ้ำกว้างยาว60 ซม. มีไอเย็นพัดออกมาอยู่ตลอดเวลา สวนหินมหาราช ขึ้นอยู่กับป่าไม้เขตแพร่ จากแพร่ไปตามทางหลวงหมายเลข1023 เส้นทางสายแพร่-ลอง สวนหินมหาราชอยู่ระหว่างหลักกิโลเมตรที่19-20 ทางซ้ายมือ เป็นบริเวณกว้างโล่ง มีก้อนหินขนาดใหญ่วางเรียงอยู่ มีศาลาพักผ่อนสำหรับนักท่องเที่ยว และมีบริการบ้านพักรับรองไว้บริการนักท่องเที่ยว การเดินทาง ทางรถยนต์ แพร่อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ551 กิโลเมตร ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข1 แล้วแยกเข้าทางหลวงหมายเลข11 ที่อำเภอตากฟ้า จังหวัดนครสวรรค์ สู่แพร่โดยผ่านจังหวัดพิจิตร พิษณุโลก และอุตรดิตถ์   ทางรถโดยสาร บริษัทขนส่ง จำกัด มีรถประจำทางธรรมดาและปรับอากาศบริการทุกวัน สอบถามรายละเอียดได้ที่ สถานีขนส่งสายเหนือ ถนนกำแพงเพชร2 โทร.936-3660, 936-3666 จากตัวจังหวัดแพร่มีรถประจำทางไปจังหวัดใกล้เคียง คือ ลำปาง ลำพูน เชียงใหม่ และสุโขทัย สอบถามรายละเอียดได้ที่ สถานีขนส่งจังหวัดแพร่ โทร.054-511800   ทางรถไฟ จากสถานีรถไฟหัวลำโพง มีรถไฟไปยังอำเภอเด่นชัย แล้วต่อรถประจำทางเข้าตัวเมืองแพร่ ซึ่งอยู่ห่างจากเด่นชัยประมาณ20 กิโลเมตร สอบถามรายละเอียดได้ที่223-7010, 223-7020 ทางเครื่องบิน บริษัทการบินไทย จำกัด มีเครื่องบินระหว่าง กรุงเทพฯ-จังหวัดแพร่ และระหว่างจังหวัดแพร่-น่าน ติดต่อ โทร.280-0060, 628-2000 (กรุงเทพฯ) โทร. (054) 511123 (แพร่) เทศกาลและงานประเพณี งานประเพณีนมัสการพระธาตุช่อแฮ จัดขึ้นระหว่างวันขึ้น11-15 ค่ำ เดือนสี่ มีการแห่ผ้าขึ้นไปห่มองค์พระธาตุ มีขบวนแห่แบบล้านนา โดยผู้ร่วมงานทุกคนจะแต่งกายแบบพื้นเมืองล้านนา มีมหรสพสมโภชทุกคืน รุ่งเช้าวันขึ้น 15 ค่ำ จะมีการทำบุญตักบาตร กลางคืนจะมีการเวียนเทียนรอบองค์พระธาตุและพระวิหาร งานม่อฮ่อมล้อมสะโตก และสงกรานต์จังหวัดแพร่ จัดงานบริเวณสวนสุขภาพเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ระหว่างวันที่14-16 เมษายน ของทุกปี ในงานจะมีการแต่งกายด้วยชุดม่อฮ่อมล้อมวงกินขันโตก และเล่นสงกรานต์กัน งานกิ๋นสลาก คล้ายประเพณีถวายสลากภัตของภาคกลางนั่นเอง โดยชาวบ้านจะจัดเครื่องไทยทาน เขียนสลากชื่อของตนติดไว้แล้วนำไปรวมกันที่หน้าพระประธาน พระสงฆ์จะจับสลากขึ้นมาให้มรรคทายกประกาศ เจ้าของสลากก็จะนำเครื่องไทยทานของตนไปถวายแด่พระสงฆ์ โดยงานนี้จะจัดขึ้นตามวัดต่างๆ ช่วงเดือน10 ของทุกปี โรงแรมที่พักที่น่าสนใจในจังหวัดแพร่ โรงแรมแม่ยมพาเลส (Maeyom Palace Hotel)    

ท่องป่า ไปดู ดอกบัวผุด อุทยานแห่งชาติคลองพนม
ดอกบัวผุด /  อุทยานแห่งชาติคลองพนม / 

ตะลุยป่าใต้ ไปค้นหา "ดอกบัวผุด" พันธุ์ไม้หายาก ในอุทยานแห่งชาติคลองพนม จังหวัดสุราษฏร์ธานี อุทยานแห่งชาติคลองพนม อยู่ในท้องที่ตำบลคลองศก ตำบลพนม และตำบลพลูเถื่อน และตำบลพนม อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภูเขาหินปูนบางแห่งมีหน้าผาสูงชัน และสวยงามมาก เรียงรายสลับซับซ้อนเชื่อมต่อกันเป็นแนวสันเขา มีฝนตกชุกตลอดปี เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของแม่น้ำตาปี ซึ่งเป็นแม่น้ำสายสำคัญสายเดียวของจังหวัดสุราษฎร์ธานี สภาพป่าโดยทั่วไปเป็นป่าดงดิบที่มีความอุดมสมบูรณ์ และมีจุดเด่นที่น่าสนใจเช่น ถ้ำแก้ว ถ้ำน้ำลอดเขาวงก์ น้ำตกโตนไทร น้ำตกเขาวงก์ ไผ่เฉียงรุน บัวผุด การล่องแก่งฯลฯ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งพันธุ์ไม้มีค่าและหายากขึ้นอยู่ เช่น ตะเคียน ตาเสือ จิก เขา กระท้อน ขนุนป่า เสียดช่อ อินทนิล นากบุด หงอนไก่ จำปาป่า เป็นต้น มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 256,500 ไร่ หรือ 410.4 ตารางกิโลเมตร ท่องป่า ไปดู ดอกบัวผุด อุทยานแห่งชาติคลองพนม ลักษณะภูมิประเทศ สภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชัน ประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ของเนื้อที่ โดยเฉพาะตอนเหนือของพื้นที่ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภูเขาหินปูน บางแห่งมีหน้าผาสูงชัน และสวยงาม เรียงรายสลับซับซ้อนเชื่อมติดต่อเป็นแนวสันเขา ยาวจากทิศตะวันตกไปยังทิศตะวันออก จุดสูงสุดจากพื้นอยู่บริเวณตอนกลางของพื้นที่ มีความสูงประมาณ 870 เมตรจากระดับน้ำทะเล พื้นที่ราบมีอยู่ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ ส่วนใหญ่เป็นที่ราบระหว่างหุบเขา มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 200 เมตร ปรากฏอยู่ทั่วไป เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของคลองพนมและคลองศก ซึ่งจะไหลไปรวมกับคลองแสงเป็นต้นกำเนิดของคลองพุมดวงที่เป็นสาขาหนึ่งของแม่น้ำตาปี ลักษณะภูมิอากาศ ลักษณะภูมิอากาศของป่าแห่งนี้ มีลักษณะคล้ายคลึงกับแห่งอื่น ในภาคใต้ของประเทศไทย คือ มีฝนตกชุกตลอดปี ประกอบกับได้รับอิทธิพลของทะเล ซึ่งสามารถรับลมมรสุมได้ทั้งลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ และลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และอิทธิพลของภูเขาสูงที่เป็นสิ่งกีดขวางลมมรสุม มีป่าไม้ปกคลุมอย่างหนาแน่น จึงทำให้ฝนตกมากกว่าในท้องที่ทั่วๆ ไป ซึ่งสามารถจำแนกได้ชัดเจนเพียง 2 ฤดู คือ ฤดูฝนเริ่มจากเดือนพฤษภาคมถึงเดือนธันวาคม ฤดูร้อนเริ่มจากเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน โดยมีฝนตกชุกมากที่สุด ระหว่างเดือนสิงหาคมถึงเดือนตุลาคม และมีอากาศร้อนมากที่สุดในต้นเดือนเมษายน พืชพรรณและสัตว์ป่า สภาพป่าทั่วทั้งพื้นที่มีสภาพเป็นป่าดงดิบ อุดมสมบูรณ์ มีพันธุ์ไม้มีค่านานาชนิดขึ้นคละปะปนกันอยู่อย่างหนาแน่น ไม้ขนาดใหญ่ ได้แก่ โดแหลม ตะเคียน ยาง ตาเสือ หงอนไก่ กระบาก กระท้อน จิกเขา ขนุนป่า มะม่วงป่า เสียดค่าง อินทนิล นากบุด ลำแพนเขา มังคะ จำปาป่า ยมหอม ฯลฯ พืชพื้นล่าง ได้แก่ ไผ่ ระกำ หวาย เต่าร้าง กูด เฟิน ฯลฯ นอกจากนี้ยังพบไม้เถานานาชนิดขึ้นอยู่ทั่วๆ ไป มีความชุ่มชื้นเขียวชอุ่มตลอดปี จากการสำรวจโดย ดร.เต็ม สมิตินันทน์ พบว่า มีพันธุ์ไม้ที่หายากบางชนิด ได้แก่ ตะเคียนชันตาแมว และไม้ยวนแหล เป็นเขตกระจายพันธุ์ของพันธุ์ไม้ทั้งสองชนิด นอกจากนี้ยังสามารถพบ บัวผุด ซึ่งเป็นพันธุ์ไม้หายาก ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เป็นกาฝากชนิดหนึ่งอาศัยกินน้ำเลี้ยงจาก "ย่านไก่ต้ม" เมื่อบานเต็มที่จะมีเส้นผ่าศูนย์กลางวัดได้ 80 เซนติเมตร จนถึง 1 เมตรเศษ โดยมากดอกบัวผุดจะบานในช่วงเดือนพฤศจิกายน-พฤษภาคม อย่างไรก็ตาม เตือนนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาชมความสวยงามของดอกบัวผุด ให้ปฏิบัติตามกฎข้อบังคับของอุทยานฯ อย่างเคร่งครัด และขอให้ระมัดระวังในการเดินดูดอกบัวผุด เพราะหากเหยียบปุ่มตาของบัวผุดที่ติดอยู่กับเครือเถาวัลย์ ย่านไก่ต้ม “ดอกบัวผุด” ดอกนั้นก็จะตายและสูญพันธุ์ ไม่มีโอกาสเจริญเติบโตขึ้นมาอีก ดังนั้น ขอให้นักท่องเที่ยวทุกคนเก็บเอาแต่ภาพและความประทับใจกลับบ้าน โดยทางอุทยานฯ จะจัดเจ้าหน้าที่เพื่อแบ่งนักท่องเที่ยวออกเป็นชุดๆ ละ 12 คน มีเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เป็นผู้นำทาง เพื่อป้องกันการทำลายดอกบัวผุด หากมีการผ่าฝืนกฎข้อบังคับของอุทยานฯ จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายทันที นอกจากดอกบัวผุดแล้ว ยังพบ ไผ่เฉียงรุน ซึ่งเป็นไม้ไผ่ขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยสำรวจพบในประเทศไทย มีเส้นรอบวงประมาณ 60-80 เซนติเมตร ขนาดลำต้นยาวประมาณ 30-40 เมตร ความหนาของเนื้อไม้ประมาณ 1 นิ้วฟุต ไผ่เฉียงรุนจะไม่ขึ้นปะปนกับไม้ไผ่ชนิดอื่น จะอยู่เป็นหมู่ๆ กอละ 20-30 ลำ สำรวจพบอยู่บนพื้นที่ประมาณ 30 ไร่ บน “เขาพรุชิง" เนื่องจากสภาพป่าแห่งนี้ มีสภาพที่อุดมสมบูรณ์ จึงมีสัตว์ป่ามากมายหลายชนิด สัตว์ป่าที่สำคัญ ได้แก่ ช้างป่า กวางป่า สมเสร็จ เสือ หมี เลียงผา หมูป่า ชะนี ลิง ค่าง ไก่ฟ้า กระรอก เก้ง กระจง นกนานาชนิด และสัตว์เลื้อยคลานชนิดต่างๆ View Larger Map ข้อมูลและภาพ : dnp.go.th / wiki / 2g.pantip.com / bloggang.com เรียบเรียงโดย Travel MThai

สะดือแม่น้ำโขง แก่งอาฮง ณ วัดอาฮงศิลาวาส จ.บึงกาฬ
บึงกาฬ /  วัดอาฮงศิลาวาส / 

แก่งอาฮง, บึงกาฬ แก่งอาฮง หรือจุดชม “สะดือแม่น้ำโขง” ณ วัดอาฮงศิลาวาส ตำบลหอคำ เขตอำเภอเมืองบึงกาฬ ห่างจากตัวจังหวัด 21 กิโลเมตร ถือว่าเป็นจุดที่แม่น้ำโขงมีความลึกที่สุดไม่สามารถวัดความลึกได้ กระแสน้ำไหลเชี่ยวมากในฤดูน้ำหลากและมีกระแสน้ำไหลวนเป็นรูปกรวยขนาดใหญ่จัง สังเกตได้จากเมื่อมีวัสดุหรือซากไม้ขนาดใหญ่ลอยมาเมื่อถึงบริเวณนี้ สิ่งของต่างๆ จะหมุนวนอยู่ประมาณ 30 นาที จึงจะไหลต่อไป ซึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็น "สะดือแม่น้ำโขง" มีความกว้างประมาณ 300 เมตร ในฤดูน้ำลด มีความกว้างราว 400 เมตร สามารถมองเห็นแก่งได้ในช่วงเดือนมีนาคม - พฤษภาคมของทุกปี ซึ่งจะมีกลุ่มหินที่ปรากฏบริเวณ แก่งอาฮง จะมีชื่อเรียกตามลักษณะของหิน เช่น หินลิ้น นาค หินปลาเข้ ถ้ำปลาสวาย นอกจากจะเป็นแหล่งพักผ่อนและสถานที่ท่องเที่ยวชมหินสวยของบึงกาฬแล้ว ยังเป็นจุดชมปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ "บั้งไฟพญานาค" ในช่วงออกพรรษา วันขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมปรากฏการณ์ธรรมชาตินี้เป็นจำนวนมาก ประวัติ วัดอาฮงศิลาวาส เมื่ออดีตกาลนานมาแล้วหลวงพ่อลุน ผู้ก่อตั้งวัดนี้ขึ้นมาในกลางป่าดงดิบปะปนกับโขดหินน้อยใหญ่ ซึ่งเป็นเทือกเขาเชื่อมโยงมาจากฝั่งประเทศลาว วัดนี้มีชื่อเรียกว่า "วัดป่าเลไลย" ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2506 หลวงพ่อลุนได้มรณภาพลงทำให้วัดนี้ไม่มีพระภิกษุอยู่จำวัดแบบถาวรเลย คงเหลือแต่ ชีแก่ๆ อยู่เฝ้าจำวัด และรักษาวัดกระทั่งปี พ.ศ.2517 ท่านเจ้าคุณนิเทศศาสนคุณ (หลวงพ่อมหาสมาน สิริปัญโญ) ผ่านมาแวะเข้าไปดูบริเวณวัด และเห็นสภาพทั่วไปสงบร่มรื่น อยู่ติดกับริมฝั่งแม่น้ำโขงซึ่งจะมีโขดหินเรียงรายอยู่ในแม่น้ำยื่นจากฝั่ง ออกไปสู่กลางลำน้ำโขง มีชื่อเรียกว่า " แก่งอาฮง " ต่อมาหลวงพ่อได้ปรึกษากับคณะพระภิกษุสงฆ์พร้อมญาติโยม จะปฏิสังขรณ์วัดแห่งนี้ขึ้นใหม่ให้เป็นวัดที่สมบูรณ์และถาวร โดยปรับปรุงสภาพแวดล้อมและก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวก ที่มีความจำเป็นแก่พระ ภิกษุสามเณร และญาติโยม เสร็จแล้วหลวงพ่อตั้งชื่อวัดใหม่ให้เข้ากับสภาพแวดล้อมว่า "วัดอาฮงศิลาวาส" จนถึงปัจจุบัน และได้พัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวไปในที่สุด วัดอาฮงศิลาวาส  ตั้งอยู่เขตพื้นที่บ้าน อาฮง หมู่ 3 ต.ไคสี จ. บึงกาฬ ตั้งอยู่ห่างจาก บึงกาฬ 21 กิโลเมตร ห่างจากจังหวัดหนองคาย 115 กิโลเมตร วัดตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงบริเวณแก่งอาฮง View Larger Map แก่งอาฮง วัดอาฮงศิลาวาส จังหวัดบึงกาฬ ข้อมูลและภาพ : คู่หูเดินทาง / bungkan.com เรียบเรียงโดย Travel MThai

ตระเวนท่องไพร ตามหาเสน่ห์ฝนพรำ สัมผัสกลิ่นไอป่าเขา ณ อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย
สุโขทัย /  อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย

เมื่อย่างเข้าหน้าฝน พื้นดินชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำ พืชพรรณต่างๆ ทั้งเล็กทั้งใหญ่ก็แข่งกันเจริญงอกงาม ผลิยอด แตกใบต้อนรับฤดูฝน ความสดชื่น สดใสของต้นไม้ใบหญ้าที่เขียวชะอุ่ม ก็คืนกลับมาสู่ผืนป่า ธารน้ำที่เคยไหลเอื่อยๆ ดุจจะพักตัวในฤดูร้อน ก็เริ่มเริงร่ามีชีวิต ส่งเสียงซัดซ่าไปทั่วบริเวณ และนี่คือเสน่ห์ แห่งป่าหน้าฝน นางสุมิตรา ศรีสมบัติ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย กล่าวว่า “เรามักจะรู้จักจังหวัดสุโขทัยในมุมของเมืองประวัติศาสตร์ ราชธานีแห่งแรกของประเทศไทยแต่ในความเป็นจริงแล้ว สุโขทัยยังมีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่สมบูรณ์สวยงามรอให้พวกเราไปสัมผัส ค้นหาเสน่ห์และความมหัศจรรย์แห่งผืนป่าเมืองเหนือ อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย ป่าดิบเขาที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพรรณ ป่าไม้ และสัตว์ป่านาๆ ชนิด เหมาะแก่การท่องเที่ยวพักผ่อน สัมผัสไอดิน และกลิ่นป่าสำหรับผู้รักธรรมชาติและหลงในมนต์เสน่ห์ของป่าหน้าฝน” อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัยหรือป่าคา ห้องเรียนธรรมชาติขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 319 ตารางกิโลเมตร ของอำเภอศรีสัชนาลัย อำเภอทุ่งเสลี่ยมจังหวัดสุโขทัย และบางส่วนของแนวเขา ต่อเนื่องในอำเภอเถิน จังหวัดลำปาง ความมหัศจรรย์ของผืนป่าที่โอบล้อมด้วยเทือกเขาติดต่อกัน เป็นแนวยาวมีสภาพอากาศที่ใกล้เคียงกับผืนป่าเมืองเหนือ อุดมไปด้วยไม้ป่านานาชนิด น้อยใหญ่ที่ช่วยกันโอบอุ้มความชุ่มชื้นให้กับผืนดินก่อกำเนิดเป็นป่าต้นน้ำ ห้วยลำธารหลายสายไหลลงสู่แม่น้ำยม ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าดิบเขา อุดมด้วยไม้ป่านาๆพันธุ์ เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า หลายชนิดรวมทั้งสัตว์ป่าหายาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงมีพระราชประสงค์ ที่จะสงวนป่าบริเวณ นี้ไว้เพื่อรักษาสภาพป่าอันเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร ทรัพยากรธรรมชาติที่มีค่าและสวยงามให้เป็นมรดก ของชาติ อีกทั้งเพื่อให้ราษฎรในแถบนี้และใกล้เคียงได้รับความสมบูรณ์จากน้ำ ที่เกิดจากพื้นที่ต้นน้ำลำธาร ในพื้นที่ป่าแห่งนี้ ความงดงามของอุทยานฯ อยู่ที่ความหลากหลายทางธรรมชาติที่รอนักท่องเที่ยวมาสัมผัสไม่ว่าจะเป็น น้ำตก  ความสมบูรณ์ของลำน้ำ ถ้ำหินงอกหินย้อย รวมไปถึงเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ที่จะทำให้ผู้มาเยือนได้ใกล้ชิดกับผืนป่าเห็นความสัมพันธ์เชื่อมโยงของการพึ่งพาอาศัยกันในระบบนิเวศ ทำให้เกิดความเข้าใจและรักษาป่าไม้ให้มีความยั่งยืนสืบไป เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติชมตะวัน เป็นเส้นทางที่อยู่บนไหลเขา มีความลาดชันปานกลาง ผ่านร่องน้ำ ในบางช่วง ตลอดเส้นทางเป็นป่าเบญจพรรณ นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของอุทยานฯ และ ระหว่างเส้นทางนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสไอแดดยามเช้าชมความงามพระอาทิตย์โดยใช้เวลาในการเดิน 2-3 ชั่วโมง เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติห้วยแม่ท่าแพ ลักษณะของเส้นทางเป็นเส้นทางที่ ต้องเดินวนกลับระหว่างทางเดินสามารถพบกับสัตว์ป่าหายากได้ เช่น ผีเสื้อ เก้ง หมูป่า กระรอก ลักษณะของป่า เป็นป่าดงดิบแล้งผสมกับป่าเบญจพรรณที่ยังความอุดมสมบูรณ์ ใช้เวลาในการเดินทาง 1 ชั่วโมง เป็นระยะทาง 2 กิโลเมตร โดยตลอดเส้นทางนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสความงามของธรรมชาติ ท่ามกลางป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็น น้ำตกตาดดาว ที่มีต้นกำเนิดจากห้วยแม่ท่าแพ ตกผ่านหน้าผา สูงประมาณ 50 เมตร มีถึง 3 ชั้น เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่สวยงามมาก ลักษณะของธารน้ำตกจะแยกเป็น 2 สาย ไหลลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง ในช่วงฤดูที่มีน้ำมาก ละอองของน้ำตกจะฟุ้งกระจายไปทั่ว สะท้อนแสงแดดเกิดเป็นสายรุ้งงดงาม น้ำตก แห่งนี้ อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ประมาณ 4 กิโลเมตร เป็นเส้นทางเดินเลียบลำห้วย แม้ว่า การเดินทางจะค่อนข้างไกลสำหรับการเดินเท้า แต่ระหว่างทางนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสธรรมชาติอย่าง เต็มอิ่ม มีทั้งลำธารใสเย็นมีน้ำไหลตลอดทั้งปี ตลอดจนทิวทัศน์ของหุบเขาที่โอบล้อมอยู่ทุกช่วงเวลา นอกจากนั้นยังมี น้ำตกตาดเดือน น้ำตกที่เกิดจากลำห้วยแม่ท่าแพสูงประมาณ 10 เมตร เป็นลานหินกว้าง และแอ่งน้ำเหมาะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ สามารถลงไปเล่นน้ำได้ห่างจาก ที่ทำการอุทยานฯ เพียง 300  เมตร ต่อด้วยความมหัศจรรย์ของ ถ้ำธาราวสันต์ ถ้ำหินปูนขนาดกลาง จากปากถ้ำต้องไต่เขาลงไป ในถ้ำตามซอกหิน มีอุโมงค์ทางเดินที่เป็นผนังหินของภูเขาสองลูกมาชนกัน ผ่านอุโมงค์ที่คล้ายธารน้ำไหล ภายในถ้ำจะได้สัมผัสกับความงามของหินงอก หินย้อยที่ส่องประกายระยิบระยับ นอกจากนั้นยังมีค้างคาว อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก บริเวณโดยรอบจะพบสัตว์ป่าได้ทั่วไปเช่น จันทน์ผา เลียงผา เป็นต้น โดยห่างจาก ที่ทำการอุทยานแห่งชาติ 1.5 กิโลเมตร นอกจากการเดินป่าสัมผัสความเร้นลับของธรรมชาติแล้ว อุทยานยังมีจุดกางเต็นท์หรือบ้านพัก ของอุทยานให้พักซึ่งเงียบสงบ ร่มรื่นล้อมรอบไปด้วยขุนเขาสัมผัสอากาศบริสุทธิ์ สัมผัสกลิ่นไอป่าเขา เสพบรรยากาศยามฝนโปรยปราย ต้นไม้นานาชนิดอากาศเย็นสบายเกือบตลอดปี รอให้คุณมาทิ้งตัวเอนกายสัมผัสธรรมชาติเติมพลังให้กับชีวิต ความมหัศจรรย์ของอุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัยยังมีแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ อีกมาก ที่รอนักท่องเที่ยวมาสัมผัส และช่วยกันรักษาผืนป่าอันเป็นมรดกแห่งชาติที่ธรรมชาติได้สร้างสรรค์ขึ้น เพื่อให้เราได้ใช้ชีวิตด้วยความอุดมสมบูรณ์สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร 055 910 002-3, 081 887 9897

Cookie Run Season 2 ส่งฉากใหม่ เพิ่มคุกกี้-Pet ตัวใหม่ด้วย
Cookie Run /  Cookie Run Season 2 / 

LINE ทำการอัพเดตแพทซ์ใหม่เกมส์ Cookie Run Season 2 (คุกกี้รัน ซีซั่น 2) ทำการเพิ่มเติมคอนเทนต์เกมส์ใหม่ พร้อมส่งระบบใหม่ๆด้วย อัพเดตแล้ววันนี้ บนมือถือทั้ง iOS และ Android สำหรับเกมส์ Cookie Run Season 2 มีการเพิ่มเติมเรื่องการปรับปรุงฉากเกมส์ใหม่ทุกด่าน มีทั้งฉากในป่าดงดิบหรือฉากขนมหวาน ที่บรรจุอุปสรรคไว้มากมาย อาศัยไหวพริบทักษะในการกระโดดหลบหลีกและเก็บของในเกมส์เพื่อทำแต้ม, เพิ่มลูกเล่นใหม่ในโบนัสเวลา, เพิ่มระดับเลเวลสูงสุดในส่วนของเลเวลพลังและตัวผู้เล่น ที่น่าสนใจคือ มีการเพิ่มคุกกี้และสัตว์เลี้ยงในแบบใหม่ๆให้เลือกเล่นอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มเติมระบบ Event การเชิญ รวมถึงปรับปรุงหน้าเริ่มต้นเกมส์และเอฟเฟคเสียงเกมส์ให้ทันสมัยมากขึ้นเช่นกัน Cookie Run Season 2 แจก เพชรฟรี 100 อัน รับได้แล้ววันนี้ ดูวิธีการผ่านฉากเกมส์สำคัญๆใน Cookie Run Season 2 ได้ที่นี่ เกมส์ Cookie Run (คุกกี้รัน) เป็นเกมส์แคชชวลชื่อดังของการผจญภัยเจ้าขนมปังขิง ผู้เล่นจะต้องทำการหลบหลีกอุปสรรคนานานับประการตามฉาก พร้อมเก็บเหรียญและสิ่งของเพื่อทำแต้มคะแนนสูงสุด ดาวน์โหลดเกมส์ Cookie Run Season 2 เวอร์ชั่น iOS ได้ที่นี่ https://itunes.apple.com/th/app/line-cookie-run/id743669894?l=th& ดาวน์โหลดเกมส์ Cookie Run Season 2 เวอร์ชั่น Android ได้ที่นี่ https://play.google.com/store/apps/details?id=com.linecorp.LGCOOKIE&hl=th ภาพบางส่วนภายในเกมส์ Cookie Run Season 2

เรื่องลับเสียวๆ ของหนุ่ม 12 ราศี
ผู้ชาย /  เคล็ดลับ / 

เรื่องลับเสียวๆ ของหนุ่ม 12 ราศี .....คุณสาวๆ เคยสังเกตกันบ้างไหมคะว่า หนุ่มติสท์ทั้งหลายมักจะเกิดในช่วงของราศีธนู ส่วนพวกหนุ่มออฟฟิศมาดดี ก็มักจะเกิดในราศีสิงห์ คุณสาวๆ women.mthai เชื่อกันไหมคะว่า "ราศี" นั้นมีผลกับบุคลิก ความชอบหรือไม่ชอบ แต่ถ้าหากว่าอยากรู้ "เคล็ดลับ" พิชิตใจหนุ่มทั้ง 12 ราศี ก็มาดูกันเลยค่ะ... ... หนุ่มราศีมังกร มาดสุขุมนุ่มลึก ดูเป็นคนฉลาด เป็นพวกรักแล้วรักเลย ไม่ค่อยเปลี่ยนใจมีรักครั้งใหม่ เว้นเสียแต่คนรักเค้าจะแอบไปมีคนอื่น เค้าก็หันหลังให้แบบไม่มีวันกลับมาเหมือนเดิมเด็ดขาด X-tip : ขยับตัวเข้าไปเบียดเขา และยื่นหน้าไปใกล้ๆ ใช้ปลายลิ้นแตะที่ติ่งหู เป่าลมหายใจเบาๆ ที่ซอกคอ จนเขาหันมาจูบคุณ คาวนี้ล่ะคุณจะต้องใช้ริมฝีปากจูบด้วยความนุ่มนวล แต่...ใช้ลิ้นชอนไชเข้าไปในปากอย่างเร้าร้อน และสุดท้าย คุณจะต้องเป็นสาวปากเก่งขั้นเทพ ด้วยการใช้ปากทำออรัลให้เขา แบบที่เขาแทบกลั้นที่จะหลั่งน้ำแห่งความสยิวเอาไว้ไม่อยู่กันไปเลย ... หนุ่มราศีกุมภ์ อารมณ์คาดเดายาก หาความแน่นอนไม่ค่อยได้ ชอบความอิสระ ขี้สงสาร เขาเป็นคนรักที่เหมือนเพื่อน จนความโรแมนติกแทบขาดหายไป คุณต้องทำตัวเป็นเพื่อนเพื่อเปิดอกคุยกับเขาได้ทุกเรื่อง X-tip : แอบมีความพิศดารคาดไม่ถึง ขอเพียงคุณเปิดใจรับ เขาอาจจะเอ่ยปากชวนคุณร่วมรักด้วยการ ช่วยกันแบบสยิวด้วยมือขยันทั้งสองฝ่าย ที่สำคัญเขาเป้นปรมาจารย์ดัชนีพิฆาตตัวพ่อ เอาเป็นว่าสาวๆ ไม่ผิดหวังในคุณภาพอย่างแน่นอน ... หนุ่มราศีมีน ร่าเริง สดใส ดูมีชีวิตชีวา สบายๆ เข้ากับคนรอบข้างได้ง่าย แต่หนุ่มราศีมีนมักจะเป็นหนุ่มที่มีความเจ้าชู้ แบบที่เขาไม่รู้ตัว แต่ความน่ารักของเขา คือความใส่ใจสม่ำเสมอกับคนรัก คุณต้องทำโรแมนติกใส่เขาให้มากๆ แล้วเค้าจะโทรรายงานคุณเอง โดยที่คุณไม่ต้องไปจู้จี้กับเขาเลย X-tip : เขาชื่นชอบความตื่นเต้น ขณะที่เพื่อนกำลังชุลมุนอยู่ในงานปาร์ตี้ คุณสะกิดชวนเขาเข้าไปในห้องน้ำ หรือห้องครัวที่เป็นมุมสงบ แล้วเอาหลังพิงกำแพง จูบเขาอย่างดูดด่ำและใช้มือบีบรัดแท่งอาวุธของเขาด้วย จากนั้นให้คุณหันหลังเอาหน้าเข้าหากำแพง แล้วดันน้องชายของเขาเข้าสู่ถ้ำของคุณ ให้เขารับรู้ถึงไฟปรารถนาอันเร้าร้อนของคุณ ... หนุ่มราศีเมษ เป็นหนุ่มสังคม ชอบเฮฮาปาร์ตี้ ถ้าคิดจะคบใคร จะรับไม่ได้กับการต้องเป็นฝ่ายโดนทิ้ง เขาเป็นหนุ่มขี้หึงชนิดที่เก็นอาการไม่ค่อยอยู่สักเท่าไหร่ X-tip : เขารักมากกับท่าด๊อกกี้ ที่ดันแท่งอาวุธของเขาเข้าไปที่บั้นท้ายของคุณ ขอเพียงคุณเป็นฝ่ายรับที่เข้มแข็ง และส่งเสียงกระเส่าโหยหวนตามจังหวะให้ได้อารมณ์ เพราะท่านี้ มันจะทำให้เขาบรรเลงเพลงรักให้คุณได้เสียว เนิ่นนานจนคุณเองไม่ต้องขอยกสอง ... หนุ่มราศีพฤษภ เป็นคนที่มีความอบอุ่นหนักแน่น สุขุม เยือกเย็น เป็นคนค่อนข้างติดบ้าน จนบางครั้งดูเป็นคนน่าเบื่อ X-tip : เขาจะเป็นปลื้มเรื่องเซ็กส์ ด้วยกลิ่นความหอมแนวลาเวนเดอร์ ผ่อนคลายและเสื้อยืดบางเบาตัวเดียวบนตัวคุณสาวๆ นั่งดูหนังในห้องนั่งเล่น เอาหัวซบไหล่แล้วค่อยเลื้อยขยับตัว ถูไปมาเนียนัวบนตัว เพื่อกระตุ้นอารมณ์เขา หลังจากนั้นก็กระโดดโยกย้าย ไปมาปรนเปรอบนตัวเขา จนคุณสาวๆ อาจได้ยินเสียงครางจากพ่อหนุ่มแบบเบาๆ มาเป็นระยะๆ ... หนุ่มราศีเมถุน เป็นหนุ่มที่มีมนุษย์สัมพันธ์ดี เลิศบรรเจิดมาก เขาชอบสาวที่ดูฉลาด ไม่ชอบผู้หญิงแนวสวยใสแต่ไร้สมอง วิธีมัดใจเขา คุณแค่เป็นสาวรักตัวเอง ทำงานเก่ง มีความรับผิดชอบ แค่นี้เขาก็หนีไปไหนไม่รอดแล้ว X-tip : โยนความอายไว้ข้าวหลัง แล้งลองเอาน้ำผึ้งค่อยๆ ทาบนตัวเขาที่หน้าอก แล้วคุณสาวๆ ลองใช้ลิ้นเลียไปให้ทั่วจนถึงเบื้องล่างแล้วรัวลิ้นให้ทั่ว แล้วตวัดไปที่ลูกตุ้มสองใบ หลังจากนั้นใช้ปากและลิ้นดูดดื่มแท่งอาวุธของเขาจนเขาทนแทบไม่ไหว หลั่งน้ำรัก ใส่ปากให้คุณกลืนกิน ... หนุ่มราศีกรกฏ ดูเป็นหนุ่มหัวโบราณ รักบ้าน รักสัตว์ ชอบทำอาหาร แต่เขาต้องการความรักที่จริงใจและมีอนาคตร่วมกัน หากว่าไม่ใช่แล้วเขาจะรีบตัดสินใจเลิกได้อย่างง่ายดาย X-tip : ปล่อยตัวให้เขาลากคุณไปที่ขอบเตียง แล้วให้เขายกขาของคุณพาดไว้ที่ไหล่ทั้งสองข้าง เพื่อให้เขากระแทกแท่งอาวุธอย่างเต็มอารมณ์ และคุณสาวๆ อาจเติมรสชาติด้วยการส่ายสะโพกเด้งรับไปมา ให้อารมณ์ฝังลึกจนเสียวสะท้านไปทั้งคู่ ... หนุ่มราศีสิงห์ ดูดีมีสไตล์ทุกองศา พูดจาตรงไปตรงมา ชอบงานสังคม ภายนอกอาจดูเจ้าชู้ แต่ลึกๆ แล้ว เค้าต้องการคนที่เข้าใจและทำให้เขาหัวเราะได้ X-tip : แนบร่างเปลือยเปล่าของคุณทั้งคู่เข้าหากัน ใต้ฝักบัวน้ำไหลรินรดตัวคุณทั้งสอง แล้วนัวเนียคลอเคลียร่างทั้งสองให้เสมือนใกล้เป็น อันหนึ่งอันเดียวกัน แล้วหลังจากนั้นแกล้งก้มลงทำเป็นเก็บสบู่ เปิดช่องให้เขาบรรเลงรักจังหวะสุดท้ายต่อจนจบ ... หนุ่มราศีกันย์ เป็นหนุ่มที่มีความคิดความอ่านเป็นผู้ใหญ่เกินตัว พูดจาอ่อนโยน ไม่ชอบการทะเลาะหรือเสียงดังโวยวาย รับไม่ได้ ถ้าแฟนสาวมีนิสัยช่างขอ ชอบต่อรอง งอแง เป็นเด็กๆ คุณจะต้องเป็นสาวที่มีความเป็นตัวของตัวเอง พูดจาสุภาพ X-tip : บีบนวดท้ายทอยของเขาเบาๆ โดยใช้ใบหน้าช่วยบีบนวดแผ่นหลังของเขาไปด้วย จากนั้นค่อยๆ เลื่อนมือมาช่วยให้เขาตื่นตัว สลัดความตึงเครียดออกไป พอเครื่องร้อนจึงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเขา เพราะเขาชอบทำให้คนรักในช่องทางสนามรักปกติ แต่เนินนานตราบเท่าที่คุณพอใจ แล้วจึงปลดปล่อยของเขาออกมา ... หนุ่มราศีตุล หนุ่มราศีนี้โรแมนติกตัวพ่อ เวลามีความรักจะเป็นคนอารมณ์ดี ยิ้มแย้ม ไม่ค่อยโกรธใคร แพ้ทางออดอ้อนออเซาะ แบ๊วๆ อย่างไม่น่าเชื่อ แต่คุณสาวๆ จะต้องแต่งตัวให้ดูดีอยู่เสมอ ไม่ปล่อยตัวให้ดูโทรม เพราะมันจะทำให้เขารู้สึกว่าขนาดตัวคุณยังไม่ดูแล แล้วจะไปดูแลใครได้ X-tip : โยกย้ายส่ายสะโพกบนตักเขาด้วยการที่คุณนั่งหันหลัง แล้วให้มือเขามาจับคลึงอยู่ที่หน้าอกของคุณ ขณะนุ่งดูซีรี่ส์เรื่องโปรด แบบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นัวเนียจนเสร็จภารกิจก็นอนกอดอยู่หน้าทีวีจนหลับกันไปด้วยความอบอุ่นปนเสียวกันทั้งคู่ ... หนุ่มราศีพิจิก เขาเป็นพวกรักจริงหวังแต่ง ดังนั้นเขาจึงรับไม่ได้ที่คุณสาวๆ มีเพื่อนสนิทเป้นหนุ่ม ถึงแม้รู้ว่าแค่เพื่อน เขาก็อดหึงหวงไม่ได้ X-tip : สร้างความคาดไม่ถึงด้วยกิจกรรม "in car in love" ปรับเบาะเก้าอี้ให้เอนลง ยกขาคุณขึ้นที่บ่าเขา จับมือเขามาทะลวงป่าดงดิบ ให้เกิดอารมณ์เสียวปนเสียงกระเซ่า จนเขาแทบทนไม่ไหว แล้วคว้ามือเขามาขบนิ้ว พร้อมร้องควรญครางให้เขาตื่นเต้นยิ่งขึ้น เหมือนเด็กวัยรุ่นที่เพิ่งได้ใกล้ชิดกัน แต่ยังไม่ได้เสียกันง่ายๆ ... หนุ่มราศีธนู ช่างคิดช่างหวัง รักการเดินทาง เวลามีแฟนเอาใจเก่งอย่างไม่น่าเชื่อ เขาจะรับไม่ได้ที่คุณแต่งหน้าตลอดเวลา เพราะเขาต้องการความเป้นธรรมชาติ ชอบคนที่ดูแลตัวเอง X-tip : คุณสาวๆ ต้องเป็นฝ่ายรุก เหมือนเป็นแม่เสือสาวนักล่า จับลำเรือของเขาล่องแล่นไปในธารน้ำไหลเชี่ยวของคุณ หลังจากนั้นคุณก็เป็นฝ่ายควบคุมจังหวะแบบหนักแน่น บดขยี้ล้ำลึกเหมือนควงสว่านเจาะให้ถึงแก่นบ่อน้ำ จากเชื่องช้าเข้าๆ ออกๆ โดยจัดไปเต็มความรู้สึก ทั้งน้ำเสียงและลีลาเวลาอยู่บนตัวเขา... .

เที่ยวน้ำหนาวฤดูฝนไปยลกล้วยไม้ยักษ์เอื้องบุษราคัม จ.เพชรบูรณ์
กล้วยไม้ยักษ์ /  น้ำหนาว / 

เที่ยวน้ำหนาวฤดูฝนไปยลกล้วยไม้ยักษ์เอื้องบุษราคัม จ.เพชรบูรณ์ น้ำหนาว รู้จักกันดีว่าเป็นป่าเปลี่ยนสี ที่สวยที่สุดยามต้นฤดูหนาว แต่ใครเล่า จะรู้ว่า ถ้าไปน้ำหนาวต้นฝน คุณจะได้ยล กล้วยไม้ยักษ์มหัศจรรย์ในโลกที่เขียวขจี ป่าน้ำหนาวเป็นป่าผืนใหญ่ในเทือกเขาเพชรบูรณ์ มากมายด้วยหลากหลายทางชีวภาพ จากสังคมป่าดงดิบ ป่าเบญจพรรณ ป่าสน จนถึงสังคมทุ่งหญ้าที่มีความน่าสนใจ ทั้งชีวิตพืชและสัตว์ป่าหายาก ช่วงต้นฤดูฝนบนภูกุ่มข้าวซึ่งมีทุ่งหญ้าและป่าสนสวยที่สุดของน้ำหนาว ที่นี่มีสิ่งมหัศจรรย์ซ่อนอยู่คือ กล้วยไม้ยักษ์เอื้องบุษราคัม (Eulophia flava) ซึ่งความสูงใหญ่ของมันอาจสูงได้เกิน 2 เมตร ช่อดอกเหลืองอร่าม ราวบุษราคัมตามชื่อเรียก ช่วงเวลาที่ดีที่สุด: ช่วงเวลาเช้าก่อน 09.00 น. ฤดูกาลที่ดีที่สุด: เดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายน จุดชมวิวที่ดีที่สุด: บริเวณเชิงภูกุ่มข้าวที่สามารถชมวิวและดูนกได้ด้วย เส้นทางการเดินทาง จาก จ.เพชรบูรณ์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 21 ถึง อ.หล่มสัก เลี้ยวขวาทางหลวงหมายเลข 12 ถึง กิโลเมตรที่ 50 ที่ตั้งที่ทำการอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อที่ ททท.สำนักงานพิษณุโลก โทร. 055 252 742-3, 055 259 907 ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย http://www.1279thailand.com

ดอยมวยก้นหอย หุบเขาธรรมชาติมหัศจรรย์
unseen /  ดอย / 

ดอยมวยก้นหอย (Puge County) ตั้งอยู่ในมณฑลเสฉวน ห่างจากตัวเมืองนครซีชางไปทางใต้ 30 ก.ม. ครอบคลุมพื้นที่ 2,400 ตารางก.ม. ส่วนที่เป็นเขตทัศนียภาพสำคัญกิน พื้นที่ 1,083 ตารางก.ม. ในภาษาชนชาติหยีเรียกดอยมวยก้นหอยว่า “อันฮาโป” มีความหมายว่ายอดเขา 500 ลี้ หรือยอดเขานิ้วมือทั้งห้า เป็นภูมิทัศน์ที่ยิ่งใหญ่ตระการตา ดอยมวยก้นหอย หุบเขาธรรมชาติมหัศจรรย์ ยอดเขาหลักชื่อ เยเอ๋อเอ่อฮา มีความสูง 4,359 เมตร เป็นยอดเขาที่สูงเสียดฟ้าลอยเด่นเป็นสง่าในหมู่ยอดเขา ธรรมชาติได้แกะสลักให้ดอยมวยก้นหอยหลัวจี้ซานมี รูปลักษณ์มหัศจรรย์ชวนให้หลงใหล โดยมีลักษณะซ้อนกันเป็นชั้นขึ้นไปดั่งปิระมิด เหมือนหอยโข่งคว่ำ และ คล้ายมวยผมของสตรีโบราณ จึงเป็นที่มาของชื่อดอย มวยก้นหอย ซึ่งภาษาจีนเรียกว่าหลัวจี้ซานนั่นเอง ในประวัติศาสตร์ดอยมวยก้นหอย เคยเป็นปูชนียสถานของพระพุทธศาสนายุคต้นๆ ของจีน จนถึงยุคทองแห่งพระพุทธศาสนาในราชวงศ์ถัง เฉพาะวัดหลัวจี้ก็มี พระภิกษุประจำอยู่ถึง 3,000 รูปแล้ว ในหุบเขามีห้วง น้ำเขียวมรกตที่เงียบวังเวง สายหมอกลอยละลิ่ว จึงเป็นสถานที่สัปปายะของชาวพุทธ เป็น “แดนสวรรค์” สำหรับ การปลีกวิเวกปฏิบัติธรรม ในจีนโบราณได้บัญญัติชื่อสถานที่สำคัญบนดอย มวยก้นหอยไว้ดังนี้คือ “12 ถ้ำพระพุทธ” “18 ยอดเขา” “25 ลาน” “32 สระสวรรค์” “72 ยอดเขา” “108 ทิว- ทัศน์” นอกจากนี้ยังมีน้ำตกจากน้ำพุร้อนที่งดงามอัศจรรย์ ความยิ่งใหญ่อลังการของกลุ่มยอดเขาบนดอยมวยก้นหอย เรียงรายลดหลั่นเป็นชั้น มองจากที่ไกลดูคล้าย กับเกาะสวรรค์ในตำนานเทพนิยายที่ปรากฏตรงหน้า ถ้ามองในระยะใกล้ จะเห็นหน้าผาสูงชัน ต้นไม้เก่าแก่สูง เทียมฟ้า ไม้ดอกดารดาษหลากสีสันราวกับผ้าแพรพรรณ เมื่อขึ้นสู่ยอดเขา จะเห็นทั้งภูดอยธารน้ำยาวนับพันลี้ ไกลสุดสายตา บนเขายังมีป่าดงดิบขนาดใหญ่ที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ ทุ่งหญ้าเขียวขจีอันกว้างใหญ่ไพศาล ดอกไม้นานาพรรณเบ่งบานประชันสีสัน ทั้งยังมีสัตว์ป่าที่หา ยากอีกด้วย กล่าวได้ว่าทั่วทุกแห่งล้วนมีมนต์เสน่ห์ เงียบสงบชวนพิศวง จึงทำให้ดอยมวยก้นหอยกลายเป็น แหล่งทัศนียภาพธรรมชาติที่รวมความยิ่งใหญ่ มหัศจรรย์ แปลกใหม่ น่าหวาดเสียว อนารยะ สูงชัน สงัดเงียบ งดงาม ทั้งหมดนี้มีอยู่ในดอยมวยก้นหอยแห่งเดียว ดอยมวยก้นดอย เป็นพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติว่าด้วย ธารน้ำแข็งโบราณยุคควอเตอร์นารี เมื่อหนึ่งล้านปีก่อน ที่ยังคงความสมบูรณ์ครบถ้วน และหาดูได้ยากในเขต ภูเขาของประเทศจีน รูปลักษณ์ธารน้ำแข็งโบราณซึ่งรวม ทั้งลักษณะเหลี่ยมเขาในร่องรอยธารน้ำแข็งโบราณ แอ่งและร่องธารที่เกิดจากการกร่อนโดยธารน้ำแข็ง เป็นต้น ซึ่งนับเป็นสิ่งที่มีคุณค่าต่อการท่องเที่ยว การผจญภัย และ การสำรวจวิจัยเป็นอย่างยิ่ง ในบรรดาจุดชมวิวเหล่านี้ ที่ยิ่งใหญ่ตระการตาที่สุดเห็นจะเป็น บึงตะกอนธารน้ำแข็ง ที่เกิดจากการกร่อนโดยธารน้ำแข็ง บึงตะกอนธารน้ำแข็ง ของดอยมวยก้นหอยกระจายอยู่ในภูมิประเทศที่มีความ สูงเหนือระดับน้ำทะเล 3,150 เมตรขึ้นไป บริเวณโดยรอบของหนองบึงยังคงมีปรากฏการด้านการกร่อนโดย ธารน้ำแข็งและตะกอนธารน้ำแข็งเป็นจำนวนมาก เนื่อง จากในหนองบึงมีหินผาที่มีสี รอบบึงมีพรรณไม้ พืชหญ้า ต่างๆ และซากพืชเน่าเปื่อยในดิน ทำให้น้ำในหนองบึง ปรากฏสีฟ้าสดใส สีแดงอมน้ำตาล สีเหลืองอมน้ำตาล สีเขียวสด และสีเขียวเข้ม เป็นต้น ดอยมวยก้นหอย มีภูมิลักษณ์เป็นภูเขาสูงชัน ภูมิ อากาศแบ่งเป็นโซนตามความสูงของระดับน้ำทะเล ประกอบกับผู้คนเบาบาง เป็นสภาพแวดล้อมภูมิประเทศที่ มีปิดกั้น ป่าดงดิบและสัตว์ป่าหายากนานาชนิด ตลอดจน ไม้ดอกพันธุ์ป่า พืชเห็ดต่างๆ มีหลากหลายชนิด ป่าดง ดิบมีพื้นที่กว่า 3 แสนโหม่ว (2.4 โหม่วจีน =1 ไร่) พันธุ์พืชประกอบด้วยพืชเขตร้อนแถบเอเชียใต้ พืชพวก สนเขตกึ่งร้อน พืชใบกว้างไม่ผลัดใบเขตกึ่งร้อน และ พืชพวกสนเขตกึ่งภูเขาสูง เป็นต้น รวมกว่า 180 วงศ์ ชนิดกว่า 2,000 ด้านพืชประเภทเห็ด เป็นที่รู้กันว่ามี เห็ดขนาดใหญ่ 150 กว่าชนิด สามารถรับประทานและ ใช้ทำยารักษาโรคได้มีมากถึง 80% มีสัตว์ป่าหายากร่วม 400 ชนิด ดอยมวยก้นหอยได้รักษาทรัพยากรพืชและ สัตว์ไว้ได้อย่างอุดมสมบูรณ์ ซึ่งเป็น “คลังพันธุกรรม” ของสิ่งมีชีวิตที่หายากในประเทศจีน ควรค่าแก่การมา เที่ยวชม เป็นฐานสำรวจศึกษาทางวิทยาศาสตร์ที่ สำคัญยิ่ง ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : rivermk.com / นิตยสารแม่น้ำโขง / lvmama.com / ffgww.com เรียบเรียงโดย Travel MThai ดอยมวยก้นหอย หุบเขาธรรมชาติมหัศจรรย์

สุดเสียว !! สวนสัตว์แอฟริกา จับคนใส่กรงแทนสัตว์
สวนสัตว์ /  แอฟริกาใต้

MThai News: สวนสัตว์ Cango Wildlife Ranch ในเมือง โอ๊ตส์ฮอร์น ประเทศแอฟริกาใต้ ซึ่งอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกำลังเติบโต ได้สร้างจุดขายโดยจัดสภาพแวดล้อมให้กลายเป็นป่าดงดิบ ให้นักท่องเที่ยวจะต้องเข้าไปอยู่ในกรงแทนสัตว์ป่า ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ต่างลงความเห็นว่าเป็นการผจญภัยเที่ยวสวนสัตว์ที่ตื่นต้นที่สุดในชีวิต ทำให้ฮอร์โมนอะดีนาลีนพุ่งพล่านได้อย่างมาก โดยกิจกรรมการท่องเที่ยวสวนสัตว์แนวนี้ ผู้ให้บริการบอกว่าเป็นการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์แบบหนึ่งซึ่งกำลังนิยมในแอฟริกาใต้ ด้วยแนวคิดให้คนเป็นส่วนหนึ่งของสภาพแวดล้อม ไม่ใช่ปรับชีวิตสัตว์ป่า หรือสภาพแวดล้อมป่าเพื่อคน Photo:: Barcroft Media Mthai News เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com