ป่าดงดิบ

เรื่องน่ารู้การเดินป่า ในหน้าฝน
การเดินป่า /  เตรียมตัวเที่ยว / 

ฤดูฝนของประเทศไทย อยู่ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมถึงปลายเดือนตุลาคม การเดินป่าในช่วงหน้าฝนจะไม่ค่อยร้อน แต่การหายใจอาจจะลำบากสักนิด เพราะในอากาศมีความชื้นสูง ดังนั้น ผู้ที่รักการท่องธรรมชาติ ควรจะเตรียมความพร้อมของร่างกายและจิตใจมาด้วยยิ่งดี และวันนี้เรามีสิ่งที่ต้องควรรู้ไว้ก่อนไปเดินป่าหน้าฝน มาฝากสมาชิกไว้ศึกษากันครับ เรื่องน่ารู้การเดินป่า ในหน้าฝน โดยเฉพาะในป่าดงดิบชื้นบ้างพื้นที่นั้นจะมี “ทาก” ชูคอสลอนคอยดูดเลือดเหยื่อ แต่ทั้งหมดนั้นอาจเปรียบได้กับสีสันชีวิตการท่องไพร ที่ต้องมีการฝ่าฟันความยากลำบากไปให้ได้เพื่อประสบการณ์ชีวิตอันยิ่งใหญ่ ถ้าจะท่องป่าหน้าฝนให้สนุกก็ต้องเตรียมพร้อมให้ดีตามคำแนะนำดังต่อไปนี้ 1. กันเปียก ควรพกฟลายชีท (ผ้าขึงเป็นหลังคากันน้ำฝน) ไปด้วยเสมอ จะช่วยให้เต็นท์ไม่ต้องเปียกปอน ควรมีเสื้อกันฝนที่มีน้ำหนักเบาติดไปด้วย อาจใช้ประโยชน์เป็นฟลายชีทได้ด้วยในยามจำเป็น เสื้อผ้าข้าวของบางอย่างควรใส่ถุงพลาสติกไว้ชั้นหนึ่งก่อนบรรจุลงเป้ สำหรับรองเท้านั้นถ้าหาชนิดที่กันน้ำได้ก็จะดีมาก โดยวัสดุที่เรียกว่ากอร์เท็กซ์ (Gore-Tex) นั้นกันน้ำได้ 100 เปอร์เซ็นต์ จะช่วยให้เท้าไม่อับชื้น เดินป่าได้อย่างสบายใจ 2. แห้งเร็ว ควรเลือกเสื้อผ้าที่สวมใส่สบาย เมื่อเปียกแล้วต้องแห้งเร็ว เช่น ผ้าใยสังเคราะห์ต่างๆ ส่วนพวกผ้าฝ้ายไม่ควรใช้อย่างยิ่งเพราะอมน้ำมากและแห้งช้า 3. เลือกทำเล การกางเต็นท์กลางป่า ควรดูทิศทางและทำเล ที่จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายแก่ตนเอง เช่น ไม่กางเต็นท์บริเวณที่อาจเป็นทางน้ำไหล ไม่กางเต็นท์ใต้ต้นไม้ใหญ่เพราะอาจมีกิ่งไม้หักหล่นใส่ นอกจากนี้ก็ควรกางฟลายชีทและขุดร่องระบายน้ำรอบตัวเต็นท์ไว้ด้วย 4. ระวัง ในฤดูฝนสัตว์ป่ามีพิษต่างๆ เช่น แมงป่อง ตะขาบ งู ฯลฯ มักจะคลานไปมาหาที่แห้งๆ ตามในเต็นท์ ในถุงนอน หรือในรองเท้าที่ไม่ได้เก็บไว้อย่างมิดชิดพอ ก่อนสวมใส่ใช้งานควรตรวจตราสิ่งเหล่านี้ให้ดี ถ้ามียากันแมลงหรือปูนขาวให้โรยไว้รอบเต็นท์ ก็อาจกันแมลงพวกนี้ได้ เมื่อท่องเที่ยวกันอย่างสนุกสนานและได้รับความรู้แล้ว ก็อย่าลืมรักษาธรรมชาติไว้ให้สวยงามดังเดิม เหมือนก่อนที่เราเข้าไปสัมผัสด้วยจะเป็นการดีไม่น้อยเลย มาเที่ยวป่าหน้าฝนต้องมีสติ หน้าฝนมาเยือน อันตรายก็แฝงกายมาเยี่ยมได้หากไม่ระวัง สติคือสิ่งสำคัญที่ทุกคนต้องมีไว้กับตัวเสมอ จะเล่นน้ำตกก็อย่าโลดโผนนัก ไปไหนก็ควรไปเป้นกลุ่ม หากจะเดินป่าก็ควรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบด้วย เพราะการหลงป่าหรือประสบอุบัติเหตุ เช่น ลื่นหกล้มหรือได้รับอันตรายจากสัตว์ป่า รวมถึงสายน้ำป่าที่ไม่รู้จะมาเมื่อใดอาจเกิดขึ้นได้เสมอ ข้อมูลและภาพ :  สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช / เที่ยวหน้าฝน ที่อุทยานฯ ไหนดี? เที่ยว ภูหินร่องกล้า … สะพายกล้อง เดินป่าหน้าฝน

Uncharted 4: A Thief's End เกมส์ผจญภัย ตามรอยขุมทรัพย์โจรสลัด
E3 2014 /  E3 2015 / 

Naughty Dogs ประกาศเปิดตัวเกมส์ Uncharted 4: A Thief's End เกมส์ผจญภัยภาคใหม่ กล่าวถึงการผจญภัยครั้งใหม่ที่ท้าทายและค้นหากับสมบัติโจรสลัดในหลายศตวรรษที่แล้ว วางขาย 10 พฤษภาคม 2016 เฉพาะ PlayStation 4 เท่านั้น เกมส์ Uncharted 4: A Thief's End กล่าวถึงเหตุการณ์หลายปีหลังจากการผจญภัยครั้งล่าสุด เมื่อ Nathan Drake เลิกผจญภัยหาขุมทรัพย์ แต่เขาจำเป็นต้องผจญภัยอีกครั้งหลัง Sam พี่ชายของเขาตกอยู่ในอันตรายและร้องขอให้เขามาช่วยเหลืออีกครั้งชนิดที่ปฏิเสธไม่ได้ การผจญภัยครั้งนี้ เขาต้องตามล่าหาขุมทรัพย์ของกัปตัน Henry Avery ถูกฝังเอาไว้ที่เกาะมาดากัสการ์ เขายังต้องผจญภัยไปรอบโลกตั้งแต่ ป่าดงดิบ, เมืองหลวงต่างแดน ไปจนถึงเทือกเขาหิมะ เพื่อหาเบาะแสของกัปตัน Henry Avery ที่หายสาบสูญไป เกมส์ Uncharted 4: A Thief's End วางขาย 10 พฤษภาคม 2016 เฉพาะ PlayStation 4 เท่านั้น

แหวกแนว! ไนกี้ ปล่อยสตั๊ดลายป่าดงดิบ Mercurial Tropical pack
Mercurial Tropical pack /  บราซิล / 

ไนกี้ แบรนด์กีฬาดังระดับโลกปล่อยสตั๊ดรุ่นใหม่ล่าสุด Mercurial Tropical pack เพื่อเอาใจแฟนบอลกับทัวร์นาเม้นต์ฟุตบอลโลกที่กำลังใกล้เข้ามา โดยลวดลายดังกล่าวผู้ผลิตได้แรงบันดาลใจมาจากป่าอเมซอนของประเทษบราซิลเจ้าภาพศึกฟุตบอลโลก 2014 ครั้งนี้นั้นเอง ส่วนสีสันของ Mercurial Tropical pack นั้นจะมีทั้งหมด 3 สี คือ 1. Hyper Turquoise 2. Laser Orange 3. Flash Green ทั้งนี้สตั๊ดรุ่นพิเศษดังกล่าวจะมีวางขายเพียง 2,500 คู่ทั่วโลกเท่านั้น สนนราคาก็จะอยู่ที่ 8,200 บาท

เพชรพระอุมา นวนิยายในตำนานที่มีความยาวมากที่สุดในโลก
ที่สุดในโลก /  นิยาย

เพชรพระอุมา เป็น นวนิยายแนวผจญภัยที่มีขนาดความยาวมากที่สุดในประเทศไทย และนับว่าเป็น นวนิยายที่มีความยาวมากที่สุดในโลก ใช้ระยะเวลาในการประพันธ์ยาวนานกว่า 25 ปี โดยพนมเทียนเริ่มต้นการประพันธ์เพชรพระอุมาในวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ.2507 และสิ้นสุดเนื้อเรื่องทั้งหมดในวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ.2535 รวมระยะเวลาในการประพันธ์ทั้งสิ้น 25 ปี 7 เดือน กับ 2 วัน บทประพันธ์โดย พนมเทียน ซึ่งเป็นนามปากกาของ นายฉัตรชัย วิเศษสุวรรณภูมิ ตีพิมพ์เป็นตอน ๆ ในหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ และตีพิมพ์ต่อเนื่องในหนังสือพิมพ์รายวัน  เพชรพระอุมา ถูกนำมาตีพิมพ์ฉบับรวมเล่มซ้ำใหม่หลาย ๆ ครั้งในรูปแบบของพ็อกเก็ตบุ๊ค จำนวน 48 เล่ม โดยสำนักพิมพ์ ณ บ้านวรรณกรรม ลิขสิทธิ์โดยพนมเทียน (เดิมเป็นชนิดปกแข็งจำนวน 53 เล่ม แต่ละเล่มมีความหนาประมาณ 33 ยก หรือ 16 หน้ายก และเมื่อนำมารวมกันทั้งหมดจะมีความหนาประมาณ 1,749 ยก แบ่งเป็นสามภาคได้แก่ ภาคแรก จำนวน 24 เล่ม ภาคสอง จำนวน 15 เล่ม และ ภาคสาม จำนวน 14 เล่ม แต่ปัจจุบันได้รวบรวมเนื้อหาในแต่ละภาคและลดลงคงเหลือเพียงแค่ 48 เล่ม) แบ่งเป็นสองภาคคือภาคแรก จำนวน 24 เล่ม 6 ตอน ภาคสมบูรณ์ จำนวน 24 เล่ม 6 ตอน ตีพิมพ์ฉบับรวมเล่มครั้งแรกในปี พ.ศ.2538 ครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ.2541 ทำการปรับปรุงต้นฉบับเดิมพร้อมกับตีพิมพ์ครั้งที่ 3 ในปีพ.ศ.2544 ตีพิมพ์ครั้งที่ 4 ซึ่งเป็นครั้งล่าสุดในปี พ.ศ.2547 โดยเนื้อเรื่องต่าง ๆ ของเพชรพระอุมานั้น พนมเทียนได้นำเค้าโครงเรื่องมาจาก คิง โซโลมอน'ส มายน์ส (King Solomon's Mines) หรือ สมบัติพระศุลี นวนิยายของเซอร์แฮนรี่ ไรเดอร์ แฮกการ์ด (H. Rider Haggard) ที่ผจญภัยในความลี้ลับของป่าดงดิบภายในทวีปแอฟริกา นี่เป็นส่วนหนึ่งของตอนในภาคที่2 ( นี่เป็นเล่มแรกในเรื่องเพชรพระอุมาซึ่งมีการปรับปรุงภาพหน้าปก) ภาพเก่าๆเมื่อยังเป็นหนังสมัยเมื่อนานมาแล้ว และนี่เป็นปกในยุคแรกๆ จุดเริ่มต้นของ เพชรพระอุมา นวนิยายในตำนานที่มีความยาวมากที่สุดในโลก  พนมเทียนเริ่มต้นการเขียนเพชรพระอุมาในปี พ.ศ.2507 โดยตกลงทำข้อสัญญากับสำนักพิมพ์ผ่านฟ้าพิทยา (ซึ่งปัจจุบันสำนักพิมพ์ผ่านฟ้าพิทยา ได้ยุติกิจการไปแล้ว) ในการเขียนนวนิยายแนวผจญภัยในป่าจำนวนหนึ่งเรื่อง โดยมีข้อกำหนดความยาวของนวนิยายเพียงแค่ 8 เล่มจบเท่านั้น แต่กลับได้รับความนิยมอย่างล้นหลามทำให้ต้องเขียนเพชรพระอุมาเพิ่มเติมต่อจน ครบ 10 เล่ม และขอยุติการเขียนตามข้อสัญญาแต่ทางสำนักพิมพ์ผ่านฟ้าพิทยายังไม่อนุญาตให้พนมเทียนยุติการเขียน และได้ขอร้องให้เขียนเพิ่มเติมต่ออีก 5 เล่ม แต่หลังจากเขียนเพิ่มได้ไม่นานก็ได้มีการตอบรับจากผู้อ่านมากมายจนต้องเขียนเพิ่ม จนเขียนมาหลายตอนแต่หาตอนลงจบเรื่องไม่ได้ ในที่สุดเรื่องราวทั้งหมดจึงสามารถจบลงได้ในปี พ.ศ.2533 ต้นแบบของโครงเรื่อง พนมเทียนนำเอาความรู้ความชำนาญในการเดินป่า การดำรงชีวิตและการล่าสัตว์จากประสบการณ์จริงของตนเอง มาเป็นพื้นฐานในการเขียนนวนิยายเรื่องเพชรพระอุมา โดยเค้าโครงเรื่องและส่วนประกอบต่าง ๆ ได้นำมาจากเรื่องเล่าขานและสิ่งที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากนักท่องไพรรุ่น อาวุโส หรือเรื่องเล่ารอบกองไฟของพรานพื้นเมืองต่าง ๆ เพชรพระอุมาถูกนำมาตีพิมพ์ซ้ำหลายครั้งโดยสำนักพิมพ์ต่าง ๆ ปัจจุบันตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ ณ บ้านวรรณกรรม ลิขสิทธิ์โดยพนมเทียน แบ่งการตีพิมพ์เป็นสองครั้งด้วยกัน โดยตีพิมพ์ครั้งแรก 48 เล่ม ภาคแรกจำนวน 24 เล่ม 6 ตอน และภาคสมบูรณ์ 24 เล่ม 5 ตอน ดังนี้ ภาคแรก ตอน ไพรมหากาฬ จำนวน 4 เล่ม ตอน ดงมรณะ จำนวน 4 เล่ม ตอน จอมผีดิบมันตรัย จำนวน 4 เล่ม ตอน อาถรรพณ์นิทรานคร จำนวน 4 เล่ม ตอน ป่าโลกล้านปี จำนวน 4 เล่ม ตอน แงซายจอมจักรา จำนวน 4 เล่ม ภาคสมบูรณ์ ตอน จอมพราน จำนวน 4 เล่ม ตอน ไอ้งาดำ จำนวน 5 เล่ม ตอน นาคเทวี จำนวน 5 เล่ม ตอน แต่ปางบรรพ์ จำนวน 5 เล่ม ตอน มงกุฎไพร จำนวน 5 เล่ม และตีพิมพ์ครั้งปัจจุบัน 48 เล่ม ภาคแรกจำนวน 24 เล่ม 6 ตอน และภาคสมบูรณ์ 24 เล่ม 6 ตอน ดังนี้ ภาคแรก ตอน ไพรมหากาฬ จำนวน 4 เล่ม ตอน ดงมรณะ จำนวน 4 เล่ม ตอน จอมผีดิบมันตรัย จำนวน 4 เล่ม ตอน อาถรรพ์นิทรานคร จำนวน 4 เล่ม ตอน ป่าโลกล้านปี จำนวน 4 เล่ม ตอน แงซายจอมจักรา จำนวน 4 เล่ม ภาคสมบูรณ์ ตอน จอมพราน จำนวน 4 เล่ม ตอน ไอ้งาดำ จำนวน 4 เล่ม ตอน จิตรางคนางค์ จำนวน 4 เล่ม ตอน นาคเทวี จำนวน 4 เล่ม ตอน แต่ปางบรรพ์ จำนวน 4 เล่ม ตอน มงกุฎไพร จำนวน 4 เล่ม เนื้อหาดัดแปลงโดย: คุณหญิงแหม่มเมืองนอก

บุกป่าฝ่าพงไพรไม่มีหวั่น! รพินทร์ โฉมโสภา รับงานแสดงแรกใน ฮักเขาใหญ่
นิยม วงษ์พงศ์คำ /  ปรีชา สาคร / 

บุกป่าฝ่าพงไพรไม่มีหวั่น! รพินทร์ โฉมโสภา รับงานแสดงแรกใน ฮักเขาใหญ่ รพินทร์ โฉมโสภา นักแสดงหนุ่มหน้าใหม่ที่ในภาพยนตร์ไทยรักธรรมชาติเรื่อง ฮักเขาใหญ่ โดยหนุ่มหล่อรพินทร์รับบทเป็นรองหัวหน้าอุทยานที่จะต้องทำหน้าที่ปกป้องผืนป่า ถือเป็นงานแสดงเป็นพระเอกเต็มตัวงานแรกเลยก็ว่าได้ รพินทร์ ได้เล่าถึงความรู้สึกในการมารับเล่นบทบาทนี้ให้ฟังว่า “ตอนแรกที่ได้มาเล่นหนังเรื่องนี้ก็แอบกังวล เพราะเป็นงานแสดงเต็มตัวครั้งแรก แต่ก็โชคดีที่ตอนเด็ก ๆ เคยฟังเรื่องเล่าจากคุณพ่อคุณแม่ ซึ่งท่านชอบอ่านนวนิยายดังหลาย ๆ เรื่อง อย่างเรื่องเพชรพระอุมาก็เป็นหนึ่งในนั้น ที่ทำให้ซึมซับเรื่องราวการผจญภัยของพรานป่า เดินทางไปไปในดินแดนลึกลับ ป่าดงดิบ ติดตัวมาตั้งแต่เด็ก ๆ..."  "...โดยเฉพาะที่มาของชื่อ รพินทร์ ของผมมาจากตัวละครในนิยายเรื่องนั้นเลยครับ พอมาเล่นหนังเรื่อง “ฮักเขาใหญ่” ที่อิงธรรมชาติป่าเขา มารับบทเป็นรองหัวหน้าอุทยาน มันทำให้เราอินไปกับตัวแสดงตัวนี้จริง ๆ ต้องขอฝากงานแสดงเต็มตัวเต็มรูปแบบครั้งแรกของผมด้วยนะครับ” “สำหรับหนังเรื่องนี้ตั้งใจบอกเล่าเรื่องราวของการอนุรักษ์ กรณีมีคนกลุ่มหนึ่งจะทำให้เขาใหญ่ ถูกถอดออกจากการเป็นมรดกโลก จึงเกิดการคัดค้านด้วยงานวิจัยเพื่อทำให้เขาใหญ่ไม่ถูกถอดออก โดยสื่อสารผ่านความรักทั้งรักในธรรมชาติ และความสัมพันธ์ของหนุ่มสาว ผ่านความหมายของ นกเงือก สัตว์อนุรักษ์อีกชนิดหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์แสดงถึงความสมบูรณ์ของธรรมชาติ” ถือเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ธรรมชาติที่น่าจับตามองในปีนี้เลยก็ว่าได้ นอกจากมุมมองเนื้อเรื่องที่ถ่ายทอดผ่านความคิดเห็นของผู้กำกับแล้ว ธรรมชาติที่สวยงามในประเทศไทยที่เขาใหญ่คงจะเป็นอีกหนึ่งบรรยากาศที่ผู้ชมจะได้ซึมซับ และได้ดื่มด่ำกับความสุนทรีย์ที่ไม่บ่อยครั้งนักจะได้ธรรมชาติมาผ่อนคลายในโรงภาพยนตร์ ฮักเขาใหญ่ มีกำหนดเข้าฉายเร็ว ๆ นี้

50 หนุ่มโสดคลีโอ 2014 หนุ่มโสดในฝัน (ชมต่อ:หมายเลข 26-50 )
50 หนุ่มโสดคลีโอ /  50หนุ่มโสด / 

กลับมาอีกครั้ง สำหรับการค้นหา หนุ่มโสดในฝัน หรือ หนุ่มโสดคลีโอ 2014 ที่จัดเป็นประจำทุกปี เพื่อเฟ้นหาหนุ่มโฉมงามในฝันของสาวๆทั้งประเทศ โดยแต่ละคนนั้น ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าโปรไฟล์ไม่ธรรมดา เริ่ดอลังไม่แพ้หนุ่มชาติใดในโลก(ว่าไปนั่น) แล้วจะมัวรอช้าอยู่ใย มายลโฉมเหล่า 50 หนุ่มโสดคลีโอ หนุ่มน้อยรูปงามร่างล่ำ(บางคน) กันดีกว่า ว่าใครบ้างที่จะเข้าตากระแทกใจสาวๆกันบ้าง ส่วนใครดูแล้ว ชอบอกชอบใจ หนุ่มโสดคลีโอ คนไหน ก็ตามไปช่วยกันโหวตได้ที่นี่นะจ๊ะ โหวตหนุ่มคลีโอ หมายเลข 26 : ภูมิชาย โสภโณดร (แก๊ป) 20 ปี นิสิต คณะครุศาสตร์ คิดว่าผู้หญิงชอบเราตรงไหน: ความเป็นตัวของตัวเอง พฤติกรรมของผู้หญิงที่รับไม่ได้: สูบบุหรี่และไม่รักตัวเอง เบื่อคำโกหกอะไรจากแฟนตัวเองที่สุด: ทุกคำโกหกครับ ผมเป็นคนไม่ชอบคนโกหก อะไรทำให้คุณฟันธงว่าผู้หญิงคนนี้แหละจะมาเป็นแฟนในอนาคต: คงต้องเป็นคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจคุยกันได้ทุกเรื่อง เป็นผู้ชายเจ้าชู้รักสนุก กับเป็นผู้ชายแสนแต่ดีน่าเบื่อ จะเลือกอะไร: ผู้ชายแสนดีแต่น่าเบื่อครับ อย่างน้อยเราก็ไม่ทำให้ใครเสียใจ หมายเลข27 : ธนวัต เทิดวิกรานต์ (บุ๊ค) 22 ปี ธุรกิจส่วนตัว พฤติกรรมของผู้หญิงที่รับไม่ได้เห็นแก่ตัว: วางตัวสูง สิ่งที่คุณคิดว่าโรแมนติกที่สุดที่ตัวเองเคยทำ คืออะไร: โทรไปแฮปปี้เบิร์ธเดย์แล้วให้ Messenger ไปส่งดอกไม้ช่อใหญ่ๆ หน้าบ้าน เบื่อคำอ้างหรือคำโกหกอะไรจากแฟนตัวเองมากที่สุด: เค้าเป็นแค่พี่ชาย คุณมีผู้หญิงในความทรงจำมั้ย เธอเป็นผู้หญิงแบบไหน: Chloe Bennetมาจากเรื่อง Agents of shield อะไรในผู้หญิงที่ทำให้คุณเข่าอ่อนเวลาได้เห็น: หน้าคมๆ มีเอกลักษณ์ ดูมีมาด หมายเลข28 : อิสระ สมบูรณ์ (ฟรี) 24 ปี เทรนเนอร์ คิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ในวันนี้อีก 5 ปีข้างหน้า: หากิจการที่เป็นของตัวเองทำ อาจจะเปิดยิมหรือค่ายมวย มุขจีบสาวประจำตัว: ออกแนวกวนๆมากกว่า ผู้หญิงชอบคนตลก เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: แก่นๆ กวนๆ รอยยิ้ม อะไรทำให้คุณฟันธงว่าผู้หญิงคนนี้ล่ะจะมาเป็นแฟนในอนาคต: ตลกๆ ต่อปากต่อคำ เอาใจใส่เรื่องเล็กๆ พฤติกรรมของผู้หญิงที่รับไม่ได้: รับได้หมด ที่รับไมได้คือไม่เป็นตัวของตัวเอง หมายเลข29 : ภูวิทย์ มูเก็ม (ดีดี้) 27 ปี ตำรวจ/นายแบบ เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: สายตา สิ่งที่คุณคิดว่าโรแมนติกที่สุดที่ตัวเองเคยทำ คืออะไร: แค่พาไปกินข้าว ดูหนัง เซอร์ไพร์เล็กๆน้อยๆใส่ใจในทุกๆวัน อะไรในผู้หญิงที่ทำให้คุณเข่าอ่อนเวลาได้เห็น: ขาอ่อนมั้งครับ เดทในฝันที่แสนเร้าใจของคุณเป็นแบบไหน: เดทในห้องอวกาศ มองส่วนไหนของผู้หญิงก่อนเป็นอันดับแรก: ตรงซอกคอ เพราะถ้าหากตรงนั้นสะอาด ผู้หญิงคนนั้นคงดูแลรักษาผิวเป็นอย่างดี หมายเลข30 : วรายุทธ พิริยะกุลธร (อ๋อง) 24 ปี ครูสอนศิลปะ เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: เป็นคนร่าเริงสนุกเฮฮา คุณค่าใดของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอแบบไม่ลืม: คุยกันได้ทุกเรื่อง เอาใจใส่เรา เรื่องโรแมนติกที่สุดที่เคยทำ: กินข้าวริมทะเลตอนกลางคืน เดทในฝันที่แสนเร้าใจ: เดินป่าครับ ดูรักธรรมชาติดี มองส่วนไหนของผู้หญิงก่อนเป็นอันดับแรก: เส้นผม รูปร่าง หมายเลข31 : ซูฮยอง จิน (จิน) 24 ปี ศิลปิน/นายแบบ คุณค่าใดของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอโดยไม่รู้ลืม: บุคลิกครับ อะไรในผู้หญิงที่ทำให้คุณเข่าอ่อนเวลาได้เห็น (เรายอมแพ้เขาเลย): รอยยิ้มครับ เดทในฝันที่แสนเร้าใจ: แค่อยากจะพาเธอไปที่ๆเราสองคนจะสามารถสร้างความทรงจำด้วยกันได้ เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: ตาเล็ก เบื่อคำอ้างหรือคำโกหกอะไรจากแฟนตัวเองมากที่สุด: พูดว่าใกล้จะแต่งตัวเสร็จแล้ว กำลังจะออกจากบ้าน ทั้งๆที่ยังไม่เสร็จ หมายเลข32 : ตะวัน วิหครัตน์ (เต) 22 ปี ดีเจ คุณค่าใดของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอได้แบบไม่ลืม: ยิ้มจริงใจ ความสดใสร่าเริง อะไรในผู้หญิงที่ทำให้คุณเข่าอ่อนเวลาได้เห็น: เวลาแต่งตัวดีๆ ใส่ขาสั้น ปล่อยผม อะไรทำให้คุณฟันธงว่าผู้หญิงคนนี้ล่ะจะมาเป็นแฟนในอนาคต: คุยภาษาเดียวกัน อยู่ด้วยแล้วมีความสุข สบายใจ พฤติกรรมของผู้หญิงที่รับไม่ได้: พูดจาหยาบคายเกินไป เป็นผู้ชายเจ้าชู้ รักสนุก กับหนุ่มแสนดีแต่น่าเบื่อ จะเลือกเป็นอะไร: เป็นหนุ่มแสนดีครับ เดี๋ยวนี้ผู้ชายเจ้าชู้มีเยอะ สุดท้ายเขาก็จะกลับมาหาแบบนี้เอง หมายเลข33 : คุณัชญ์ บุญอาจ (เคน) 19 ปี นักแสดง เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: หน้าผากมั้งครับ ชอบคนหัวเหม่งๆ ยิ่งเหม่งยิ่งน่ารัก คุณค่าใดของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอโดยไม่รู้ลืม: ความจริงใจแบบเค้ารักเราที่เราเป็นเรา ถึงแม้จะเป็นอย่างไรก็ตาม พฤติกกรมอะไรของผู้หญิงที่เห็นแล้วรู้สึกรับไม่ได้: สูบบุหรี่ครับ สิ่งที่คุณคิดว่าโรแมนติกที่สุดที่ตัวเองเคยทำ คืออะไร: เล่นกีตาร์ อัดคลิปแล้วพูดคำซึ้งๆให้แฟนแล้วร้องเพลงความหมายดีๆครับ เพลงหากฉันตาย ของ Sixty Miles คุณมีผู้หญิงในความทรงจำมั้ย เธอเป็นผู้หญิงแบบไหน: ผู้หญิงแบบแม่แบบบ่นเช้า บ่นเย็น คอยเตือนนู้นนี่นั่น รักเราจริงๆ เราอยากได้อะไรเค้าก็จะหาให้เท่าที่เค้าจะทำให้เราได้ หมายเลข34 : โจเซฟ ซามูดิโอ (โจ) 28 ปี นักดนตรีบำบัด มุกจีบสาวประจำตัว: เจ็บมั้ยครับ...ตอนคุณตกลงมาจากสวรรค์ เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: ความมั่นใจของเธอ คุณค่าใดของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอได้แบบไม่ลืม: คนที่สามารถหัวเราะและมีความสุขกับทุกเรื่องในชีวิต เดทในฝันที่แสนเร้าใจ: เริ่มจากดินเนอร์ชิลๆ ไปเดินเล่น เล่นโบว์ลิ่ง แล้วจบด้วยหนังดีๆ สักเรื่อง เคยอกหักมั้ย: เคยครับ รู้สึกเหมือนหัวใจถูกฉีกออกมา ถูกขยี้ไม่มีชิ้นดี แล้วเอาไปทิ้ง แต่สุดท้ายก็ได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างแล้วก็ก้าวต่อไปได้ หมายเลข35 : ณพัทธ์ นิติกรกูล (โจ้) 23 ปี ที่ปรึกษาด้านการเงินและการลงทุนข้ามประเทศ คุณค่าของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอแบบม่ไม่ลืม: มารยาท การวางตัว อะไรในผู้หญิงที่ทำให้คุณเข่าอ่อนเวลาได้เห็น: น้ำตา อะไรทำให้คุณฟันธงว่าผู้หญิงคนนี้แหละจะมาเป็นแฟนในอนาคต: ความเข้าใจ เดทในฝันที่แสนเร้าใจ: blind date คุณมีผู้หญิงในความทรงจำมั้ย เป็นผู้หญิงแบบไหน: มีครับ เป็นแบบเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ หมายเลข36 : พิทวัส พิพัฒนนันท์ (ไบร์ท) 24 ปี ธุรกิจการเงินการท่องเที่ยว เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: ชอบที่ดวงตานะ ตาหวานตาเยิ้ม ตาจิกตอน selfie ชอบมากๆ พฤติกรรมของผู้หญิงที่รับไม่ได้: สูบบุหรี่ พูดคำหยาบ มองส่วนไหนของผู้หญิงก่อนเป็นอันดับแรก: ตาแล้วก็ปาก เอาจริงๆ ริมฝีปากดู sexy มันทำให้เคลิ้มนะ สิ่งที่คุณคิดว่าสิ่งโรแมนติกที่สุดที่ตัวเองเคยทำ คืออะไร: โดดงานไปปากคลองตลาด ซื้อดอกไม้มาจัดเอง แล้วก็ใส่หลังรถไปรับสาว เสร็จแล้วตอนค่ำๆ ก็พาไปดินเนอร์ แล้วก็ขับรถขึ้นสะพานภูมิพล จอดกลางทาง หอมแก้มแล้วเดินลงไป หยิบดอกไม้มาให้ เบื่อคำอ้างหรือคำโกหกอะไรจากแฟนตัวเองมากที่สุด: คำว่ารักถ้าไม่ได้คิดอย่างนั้นจริงๆ หมายเลข37 : ร.ต.อ. ฤชุภัทร หลาวทอง (เนิฟ) 33 ปี ตำรวจ มุกจีบสาวประจำตัว: ให้เพื่อนเข้าไปขอเบอร์ให้ คิดว่าเสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: ความไม่หยิ่ง เป็นกันเอง น่ารักๆ คุณค่าใดของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอได้แบบไม่ลืม: ผู้หญิงที่เห็นคุณค่าในตัวเอง เรื่องโรแมนติกที่สุดที่เคยทำ: เคานท์ดาวน์กันสองคนกับแฟนที่ลาสเวกัส ผู้หญิงในความทรงจำเป็นผู้หญิงแบบไหน: นางเอกเรื่อง she’s all that ชื่อราเชล ลีห์ คุ๊ก ชอบตั้งแต่เด็ก ตาโต จมูกแหลม บุคลิกใสๆน่ารัก หมายเลข38 : ชนัทย์ พัฒนพิฑูรย์ (ดีน) 28 ปี นักวางแผนการตลาด  เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: ความคิดและจิตใจ คุณค่าของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอได้แบบไม่ลืม: ผู้หญิงที่รู้คุณค่าของตัวเอง เบื่อคำโกหกอะไรจากแฟนมากที่สุด: บอกว่าเป็นเพื่อนสนิท หรือพี่ชาย อะไรในผู้หญิงที่ทำให้คุณเข่าอ่อนเวลาได้เห็น: น่ารัก ขี้เล่น ไม่ห่วงสวย เป็นผู้ชายเจ้าชู้ รักสนุกกับเป็นผู้ชายแสนดีแต่น่าเบื่อ เลือกเป็นอะไร: เจ้าชู้รักสนุกเพราะเป็นตัวเอง28 ปี นักวางแผนการตลาด หมายเลข39 : สันติพงษ์ สิทธิลาภโสภณ (เล็นส์) 24 ปี สถาปนิกอิสระ มุกจีบสาวประจำตัวคืออะไร: เราเคยเจอกันมาก่อนรึเปล่าเรียนมหาลัย…ใช่ไหมเจอกันอีกแล้วนะ !! มิแรนด้า เคอร์ กับเจสสิก้า จาก เกิร์ล เจเนอเรชั่น ชอบสาวแบบไหนมากกว่ากัน ทำไม: แน่นอนว่าต้องมิแรนด้า เคอร์ มีสเน่ห์ เป็นตัวของตัวเอง ดูมีวุฒิภาวะ ผู้หญิงแบ๊วมีสูตรสำเร็จ สิ่งที่คุณคิดว่าสิ่งโรแมนติกที่สุดที่ตัวเองเคยทำ คืออะไร: แอบไปเซอร์ไพรส์ วันเกิด ที่หน้าบ้านตอนเที่ยงคืน โดยตอนแรกอ้างว่ามีธุระเรื่องงาน ทำของทำมือให้ เช่น การ์ด, โมเดลกระดาษ, เปเปอร์ มาร์เช่ อะไรในผู้หญิงที่ทำให้คุณเข่าอ่อนเวลาได้เห็น: หุ่น โดยเฉพาะเอว บั้นท้ายและเรียวขา อะไรทำให้คุณฟันธงว่าผู้หญิงคนนี้แหละจะมาเป็นแฟนในอนาคต: Lifestyle ใกล้เคียงกัน สนใจอะไรคล้ายๆกัน เช่น เพลง หนัง การแต่งตัว ท่องเที่ยว ใส่ความเป็นตัวเองลงไปไม่ใช่แค่ถามคำตอบคำ หมายเลข40 : อัครินทร์ ศิวพรพิทักษ์ (ฟาน) 30 ปี บาริสต้า คุณคิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ในวันนี้อีก 5 ปีข้างหน้า: เป็นผู้บริหารที่ยังทำงานหนักในบริษัทกาแฟของตัวเอง ซึ่งเป็นบริษัทกาแฟที่ใหญ่ติดอันดับของประเทศไทย และเป็นที่รู้จักในประเทศต่างๆทั่วโลก คุณค่าใดของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอโดยไม่รู้ลืม: ผู้หญิงที่สามารถยืนเคียงข้างเราได้ แม้ยามลำบากหรือเสียใจโดยที่ไม่รู้สึกฝืนใจตัวเอง สิ่งที่คุณคิดว่าโรแมนติกที่สุดที่ตัวเองเคยทำ คืออะไร: ทำมิวสิควิดีโอให้แฟน เป็นผู้ชายเจ้าชู้ รักสนุกกับเป็นผู้ชายแสนดีแต่น่าเบื่อ จะเลือกเป็นอะไร เพราะอะไร: เป็นผู้ชายเจ้าชู้ รักสนุก เพราะไม่มีผู้ชายคนไหนเป็นคนดีหรอก มีแค่เลวมาก กับเลวน้อยเท่านั้นเอง สุดท้ายแล้วผู้ชายดีไม่มีที่อยู่ ผู้หญิงในความทรงจำเธอเป็นผู้หญิงแบบไหน: แค่เดินผ่านกัน เห็นหน้าไม่เกิน 10 วินาที แต่จำได้ทั้งชีวิตไม่เคยลืม หมายเลข41 : ชล เจนประภาพันธ์ (ชล) 30 ปี นักเขียน/ ภัณฑารักษ์อิสระ คิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ในวันนี้อีก 5 ปี ข้างหน้า: นั่งจิบกาแฟในบ้านที่ออกแบบเอง เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: บุคลิกภาพ วิธีการพูดและการให้ความเห็น กับเรื่องต่างๆ รอบตัว คุณค่าใดของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอไม่ลืม: การสามารถแสดงรสนิยมที่แตกต่าง มีเอกลักษณ์ ทั้งการแต่งตัว วิธีการพูด บุคลิกภาพ และเข้าใจในสิ่งที่ตัวเองเป็น มองส่วนไหนของผู้หญิงก่อนเป็นอันดับแรก: เท้า มือ ผม ทำให้เห็นว่าเขาดูแลตัวเองขนาดไหน เรื่องสิ่งโรแมนติกที่สุดที่ตัวเองเคยทำ: ผมมักจะทำอาหารไปให้เขาชิม อร่อยบ้างไม่อร่อยบ้างแต่ก็ทำด้วยความตั้งใจเสมอ หมายเลข42 : ณัฐภัทร วรรณประเสริฐ (เอิร์ธ) 25 ปี ธุรกิจส่วนตัว คิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ในวันนี้อีก 5 ปีข้างหน้า: ผู้ชายขายน้ำ (เพื่อสุขภาพ)ครับ เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: ตา บุคลิก นิสัย เป็นผู้ชายเจ้าชู้ รักสนุกกับเป็นหนุ่มแสนดีแต่น่าเบื่อ จะเลือกเป็นอะไร: รักสนุกครับ เพราะชีวิตผมโนลิมิต ไม่ชอบผูกมัด ชอบอิสระ เดทในฝันที่แสนเร้าใจ: ไปลุยป่าดงดิบลองใช้เวลา 2 คนในป่า 1 เดือน โดยไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก หาอาหารกินเอง พฤติกรรมของผู้หญิงที่รับไม่ได้: จู้จี้ เรื่องมาก หมายเลข43 : ธีรยุทธ เธียรชัยบัณฑิต (อู๋) 23 ปี ดีเจ/วีเจ/พิธีกร คุณค่าของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอแบบไม่ลืม: แสบ ทะลึ่ง ขี้เล่น มองส่วนไหนของผู้หญิงก่อนเป็นอันดับแรก: หน้าอกครับ เรื่องโรแมนติกสุดที่เคยทำคือ: ทำการ์ดวันครบรอบให้แฟน อะไรในผู้หญิงที่ทำให้คุณเข่าอ่อนเวลาได้เห็น: ตรงนั้นแหละ ผู้ชายเจ้าชู้ รักสนุกกับหนุ่มแสนดีแต่น่าเบื่อ จะเลือกเป็นอะไร: เป็นผู้ชายเจ้าชู้ รักสนุก เพราะเป็นคนดี สุดท้ายสิ่งที่ได้กลับมาก็คือน้ำตาอยู่ดี หมายเลข44 : รวีโรจน์ เลิศพิภพเมธา (วี) 23 ปี ดีเจ/นักแสดง มุขจีบสาวประจำตัว: มีถั่วมั้ย มีถัวมั้ย มีไลน์มั้ย เรื่องโรแมนติกที่สุดที่เคยทำ: แฟนกลับจากอเมริกา แวะเปลี่ยนเครื่องที่อินชอน ผมบินไปอินชอลไปรอรับ อะไรในผู้หญิงที่ทำให้คุณเข่าอ่อนเวลาได้เห็น: ต้นคอ คุณค่าใดของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอโดยไม่รู้ลืม: ผู้หญิงที่น่าจำคือ ผู้หญิงซุ่มซ่าม เพราะน่าจะมีเรื่องตลกๆ ให้ได้นึกถึง คิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ในวันนี้อีก 5 ปี ข้างหน้า: มีไร่มีสวน ใช้ชีวิตอยู่บ้านนอก หมายเลข45 : ธนวัฒน์ เอกทศวรรณ (ปอนด์) 22 ปี ช่างภาพ มุกจีบสาวประจำตัว: หากิจกรรมทำร่วมกัน แล้วเราจะค่อยสนิทกันไปเอง เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: แววตากับบุคลิก คุณค่าของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอแบบไม่ลืม: ความจริงใจ พฤติกรรมของผู้หญิงที่รับไม่ได้: เรื่องมาก(เกินเหตุ) ระหว่างมิแรนด้า เคอร์ กับเจสสิก้า จาก เกิร์ล เจเนอเรชั่น ชอบแบบไหน: เจสสิก้า ผมชอบสาวเอเซียมากกว่าครับ ดูมีเสน่ห์น่าค้นหา หมายเลข46 : ปรก หัศภาคย์ (โป้ย) 25 ปี ข้าราชการสำนักนายกฯ มุกจีบสาวประจำตัวคืออะไร: แกล้งทำโทรศัพท์หายแล้วขอใช้มือถือเธอโทรเข้าเบอร์ตัวเอง พฤติกรรมของผู้หญิงที่รับไม่ได้: ผู้หญิงเจ้าอารมณ์ หงุดหงิดง่าย มองส่วนไหนของผู้หญิงก่อนเป็นอันดับแรก: ขา เนื่องจากผู้หญิงส่วนมากที่มีเรียวขาสวย มักจะเป็นคนที่ดูแลตัวเองดี สิ่งที่คุณคิดว่าโรแมนติกที่สุดที่ตัวเองเคยทำ คืออะไร: เขียนการ์ดแล้วทำการ์ดแฮนเมดให้เธอทุกๆเดือน และทุกๆโอกาสสำคัญ อะไรทำให้คุณฟันธงว่าผู้หญิงคนนี้แหละที่จะมาเป็นแฟนในอนาคต: Lifestyle รวมไปถึงเพลงที่ฟัง อาหารที่ชอบ หนังที่ชอบ เพราะผมเชื่อว่าการใช้ชีวิตของแต่ละคนจะสะท้อนผ่านสิ่งที่ทำ หมายเลข47 : จีราวัฒน์ หงษ์ทองนพคุณ (นัท) 20 ปี นักศึกษา คณะนิเทศศาสตร์ มุขจีบสาวประจำตัวอะไร: เธอ ชื่ออะไรเธอๆใช่เพื่อนนัทปะให้เค้านับ 1-5 เสร็จแล้วเราถามว่าครบยัง พอเค้าบอกว่าครบแล้วค่ะ ผมก็จะพูดว่าโอเค คบแล้วห้ามเลิกนะ เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: รอยยิ้มและบุคคลิก สิ่งที่คุณคิดว่าโรแมนติกที่สุดที่ตัวเองเคยทำ คืออะไร: นำดอกไม้ไปเซอร์ไพร์ตอนที่กำลังกินข้าวกัน อะไรในผู้หญิงที่ทำให้คุณเข่าอ่อนเวลาได้เห็น: เวลายิ้ม จริงใจ ยิ้มเป็นธรรมชาติ อะไรทำให้คุณฟันธงว่าผู้หญิงคนนี้แหละที่จะมาเป็นแฟนในอนาคต: เข้ากันได้ พูดคุยกันรู้เรื่อง นิสัยคล้ายๆกัน รักครอบครัวเรา เหมือนที่เขารักครอบครัวเขา หมายเลข48 : ชัยยุทธ กิติชัยวัฒน์ (โจอี้) 22 ปี นักแสดงอิสระ เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: ความมั่นใจและความเป็นตัวของตัวเอง พฤติกรรมของผู้หญิงที่รับไม่ได้: ขากสเลดเสียงดังในที่สาธารณะ อะไรในผู้หญิงที่ทำให้คุณเข่าอ่อนเวลาได้เห็น: เรียวขา อะไรทำให้คุณฟันธงว่าผู้หญิงคนนี้ล่ะจะมาเป็นแฟนในอนาคต: ฉลาด มีความคิด รู้จักคุณค่าของตัวเอง มั่นใจ เป็นตัวของตัวเอง เดทในฝันที่แสนเร้าใจ: เจอกันในยานอวกาศ แล้วมีเอเลี่ยนไล่ฆ่าตื่นเต้นดี หมายเลข49 : ศรภัทร ภัทราคร (ศร) 23 ปี สถาปนิก เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: ความสามารถครับ คุณค่าของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอแบบไม่ลืมคืออะไร: พัฒนาการของตัวผมเองที่เกิดขึ้นจากเวลาที่ใช้ร่วมกัน เดทในฝันที่แสนจะเร้าใจของคุณเป็นแบบไหน: Dive into unknown, expect for a surprise at least, get surprise in the case of finding none เป็นผู้ชายเจ้าชู้ รักสนุกกับเป็นผู้ชายแสนดีแต่น่าเบื่อ จะเลือกเป็นอะไร: ปกติจะเป็นคนสนุกกับอะไรที่คนอื่นคิดว่าน่าเบื่อ คิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ในวันนี้อีก 5 ปีข้างหน้า: ผมคิดแผนล่วงหน้าได้อย่างเก่งก็ 2 สัปดาห์ครับ หมายเลข50 : เคนยิโร ไรวาส โยเนคุระ (เคน) 32 ปี ช่างภาพ คิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ในวันนี้อีก 5 ปีข้างหน้า: เป็นช่างภาพที่มีชื่อเสียง เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: ความฉลาด คุณค่าใดของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอไม่ลืม: การที่เธอให้คุณค่ากับการใช้ชีวิต พฤติกรรมของผู้หญิงที่รับไม่ได้: อีโก้ที่สูงเกินไป เดทในฝันที่แสนเร้าใจเป็นแบบไหน: แบบไหนก็ได้ แต่ขอแค่เดทกับผู้หญิงที่ผมต้องการจริงๆ ยิ่งกว่าฮอตและเพอร์เฟคท์อีกครับ ดู หนุ่มโสดคลีโอ 2014 หมายเลข 1 - หมายเลข 25 คลิกเล๊ย ที่มาจาก www.cleothailand.com รายงานโดย Women Mthai Team

ส่งท้ายหน้าหนาวที่ กิ่วแม่ปาน สำหรับนักเดินป่ามือใหม่
ดอยอินทนนท์ /  เดินป่า / 

จังหวัดเชียงใหม่ ใช่จะมีแค่ดอยสุเทพ และดอยอินทนนท์ ที่เป็นไฮไลท์สำคัญเท่านั้น ยังมีอีกหลายมุมท่องเที่ยวที่หลายคนยังไม่ค่อยได้มีโอกาสไป และหนึ่งในนั้น ก็คือห้องเรียนธรรมชาติ อย่างเส้นทางศึกษาธรรมชาติ กิ่วแม่ปาน ส่งท้ายหน้าหนาวที่ กิ่วแม่ปาน สำหรับนักเดินป่ามือใหม่ ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าช่วงลูกหลงหน้าหนาว หรือโค้งสุดท้ายดี แต่ขอส่งท้ายความหนาวกันที่นี่ "กิ่วแม่ปาน" ซึ่งเป็นหนึ่งในมุมชมวิวทิวทัศน์บนขุนเขาของเชียงใหม่ ที่ยังคงสมบูรณ์และหาดูได้ยากในประเทศไทย แม้กิ่วแม่ปานจะไม่มีอะไรมาก แต่ที่นี่ก็คือจุดรอชมพระอาทิตย์ขึ้นที่มาแรงแซงทางโค้งแห่งหนึ่งในปี 2015 นี้ เส้นทางสู่กิ่วแม่ปาน คือเส้นทางของถนนจอมทอง ที่มุ่งสู่ดอยอินทนนท์ เพียงแต่อยู่ตรงกิโลเมตรที่ 42 ณ จุดนี้ เรากำลังจะเริ่มต้นเดินเท้าเข้าไปใน “เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน-ดอยอินทนนท์” ทางเข้าเส้นทางศึกษาธรรมชาติจะอยู่ริมถนนพอดี เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน มีระยะทางการเดิน 3 กิโลเมตร มีทั้งเดินในป่าและสันดอย ทางเดินจะวนเป็นวงกลม เสียค่าเข้าคิดเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 200 บาท ระหว่างการเดินจะมีพี่ไกด์ท้องถิ่นคอยนำทางพร้อมให้ข้อมูลตลอดทาง ทางเดินในกิ่วแม่ปานเดินง่าย มีทางลาดชันบ้างเล็กน้อย ถือว่าเหมาะกับมือใหม่ ตลอดเส้นทางเดินที่ผ่านแบ่งออกได้เป็น 4 ระยะ ช่วงแรกเป็นป่าดิบชื้นมีมอส และเฟิร์นขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น เหล่าต้นไม้สูงใหญ่ แข่งกับความสูงชันของพื้นดิน แถมอากาศที่นี่ยังหนาว และบริสุทธิ์ดี เพราะมีแหล่งกำเนิดโอโซนรายล้อเต็มไปหมด หลังจากผ่านดงทึบของป่าดิบเขา จึงเข้าสู่ช่วงของทุ่งหญ้าขนาดใหญ่ที่คอยเปลี่ยนสีจากสีเขียวขจึในช่วงฤดูฝนสลับกับสีน้ำตาลอ่อนอย่างพรั่งพร้อมในช่วงฤดูแล้ง เห็นไอหมอกเมฆไหลมาอยู่เบื้องหน้าซึ่งคาดไม่ถึงเลยว่าจะอยู่หลังม่านอันหนาทึบ หากสังเกตดีๆ ตามทางเดินจะพบมูลหรือรอยขุดคุ้ยหาอาหารของสัตว์ป่า เมื่อเราออกเดินทางต่อจะพบกับต้นกุหลาบพันปีแดงขึ้นอยู่ตามหน้าผาเป็นดงกว้างจำนวนมากและมีขนาดใหญ่ จะพากันผลิดอกเบ่งบานในช่วงเดือนมกราคม – มีนาคม พันธุ์ไม้ชนิดนี้ถือเป็นลักษณะเด่นของเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปานแห่งนี้ แล้วจึงวกกลับเข้าสู่ป่าดิบเขาอีกครั้งหนึ่ง เป็นการเดินช่วงสุดท้าย จะต้องเดินลงสู่ลำห้วยแม่ปาน ที่ไหลลดเลี้ยวมาจากบริเวณที่ข้ามมาในช่วงต้น เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน สามารถวนรอบไปกลับในวันเดียว ตามหนทางจะผ่านไปสู่ป่าดงดิบริมธารน้ำ ขึ้นเนินผ่านป่าที่ห้อยระย้าด้วยมอส ฝอยลม ในยามหน้าฝนจะถูกปกคลุมด้วยหมอกขาวและอากาศที่หนาวเย็น สุดปลายทางที่ทุ่งหญ้าบนเนินที่ดารดาษด้วยดอกไม้ตามพื้น เช่น หนาดเขาสีขาวเป็นตุ่ม ๆ ส้มแปะ และดอกไม้ป่าสีเหลือง ม่วง ขาว อีกหลายชนิด เช่น บัวทองอินทนนท์ ไวโอเล็ต เป็นต้น พ้นจากป่า ออกเดินต่อ เพื่อเช็คอินที่ ผาแง่มน้อย กับทางเดินระเบียงไม้ ที่สร้างขึ้นตามไหล่เขา และต่อมาคือปลายทางนั่งพักที่ทุกคนปรารถนา “สันดอยกิ่วแม่ปาน” ที่มีวิวสวยสมกับความเมื่อยล้า ได้เห็นทะเลหมอกสมใจ เมฆหมอกลอยผ่านไป นี่แหล่ะความงามของธรรมชาติ พร้อมลมพัดเย็นสบาย จุดชมวิวสันดอยด้านบนนี้ อากาศดี วิวสวย ฟิน !!! จากจุดชมวิวถ้าเรามองลงไปด้านล่างจะเห็นนาขั้นบันไดบ้านป่าบงเปียง และอำเภอแม่แจ่ม ด้วย นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีความงามของ “กุหลาบพันปีสีแดง” ให้เป็นรางวัล ขึ้นอวดความงามตามไหล่เขา เริ่มผลิดอกงามให้ได้ชื่นชมกัน ปรับตัวเองท่ามกลางสภาพอากาศหนาวเย็น และลมแรง ใบเป็นแผ่นเหนียวหนา เพิ่มขนในการคายน้ำ กิ่งโปร่งลมผ่านสะดวก เรียงใบเป็นกระจุกปลายกิ่ง ตอกแดงเข้มเห็นง่ายแม้ในม่านหมอก นกและแมลงจึงสะดวกเข้ามากินน้ำหวานและผสมเกสร โคนต้นมีตาสำรองไว้พร้อมขยายพันธุ์ในกรณีที่ถูกไฟป่ามารบกวน … เป็นข้อความบนแผ่นบอร์ดข้อความตรงนั้น ซึ่งน่าสนใจจึงขอนำมาถ่ายทอดเพื่อเป็นข้อมูล.. และที่เล่ามาทั้งหมดนี่แหละคือ กิ่วแม่ปาน … ของขวัญจากธรรมชาติที่แสนล้ำค่า ที่มา บทความจาก : emaginfo.com

จูบ ไม่เป็น... เซ็กส์ หมดสนุก!!
sex /  xxx / 

จูบ ไม่เป็น... เซ็กส์ หมดสนุก!! " จูบ " เป็นการกระทําระหว่างคู่รักที่แสนโรแมนติก แสนวิเศษ แสนเซ็กซี่ แต่ก็น่ารังเกียจได้เช่นกัน ไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่า "ผู้ชายจูบไม่เป็น" อีกแล้ว ไม่ว่าเขาจะปลุกอารมณ์ของคุณด้วยวิธีอื่นๆ ไม่ว่าเขาจะเก่งเทคนิคบนเตียงขนาดไหน นี่คือวิธีการ จูบ ไม่ได้เรื่องที่สุดที่ผู้หญิงสรุปเอาไว้   "นักบุกทะลวง" : เขาทะลวงลิ้นลงในคอของคุณลึกเกินไป ลิ้นของเขาไม่อยู่นิ่ง แต่ตวัดซ้ายทีขวาที หมุนวนข้างใน ชอนไชซอกฟันและเหงือกของคุณ จนน่าจะเป็นอาชีพเป็นผู้ตรวจสอบสํารวจช่องปากดีกว่า   "พนักงานทําความสะอาด" : หน้าของคุณเปียกโชก เพราะผู้ชายคนนี้ไม่ได้กําลังจูบ เขากําลังทําความสะอาดหน้าของคุณ ถ้าคุณปล่อยให้เขาทําต่อไปเรื่อยๆ คุณจะพบว่าตามใบหน้าและส่วนอื่นๆ ของร่างกายแสบแดง   "ปากตายด้าน" : ปากของเขาจะด้านชาไร้ชีวิตชีวา ก็เพราะปากของเขาเกาะกุมปากของคุณอยู่อย่างนั้นโดยไม่เคลื่อนไหวเลย สงสัยเขาคงคิดว่าคุณกําลังขาดอากาศหายใจอยู่แน่ๆ เขาก็แค่ทับปากคุณ เพราะคิดว่าคุณต้องการให้เขาช่วยผายปอด   "จ๊วบจ๊าบ" : คุณอาจนึกว่าตัวเองอยู่ในป่าดงดิบ แต่ที่แท้มันดังมาจากปากของเขา แล้วคุณจะจดจ่อกับเซ็กส์ได้อย่างไร เมื่ออยู่ท่ามกลางซาวด์เอฟเฟคท์ก้องแบบนี้? ส่วนนักจูบที่เลวร้ายที่สุดคือประเภทไหนน่ะหรือ?  คําตอบคือผู้ชายที่ไม่จูบคุณเลยมากกว่า ขอบคุณที่มาบทความจาก women.thaiza.com

ชมความยิ่งใหญ่ อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช จังหวัดตาก
ตากสินมหาราช /  อุทยานแห่งชาติ / 

อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช ตั้งอยู่ในท้องที่ 2 อำเภอ คือ อำเภอเมืองตาก และอำเภอแม่สอด ติดถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 105 (ตาก–แม่สอด) ห่างจากตัวอำเภอเมืองตากประมาณ 35 กิโลเมตร ซึ่งประกาศทับซ้อนป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ละเมา ตำบลพะวอ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 954 (พ.ศ.2524) และประกาศทับซ้อนป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ท้อ–ห้วยตากฝั่งขวา ตำบลแม่ท้อ อำเภอเมือง จังหวัดตาก ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 145 (พ.ศ.2509) มีพื้นที่ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษาจำนวน 93,125 ไร่ แต่มีพื้นที่จริงจากการคำนวนเท่ากับ 163,750 ไร่ อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช จังหวัดตาก ลักษณะภูมิประเทศของอุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช ส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสูงชันสลับซับซ้อน มีพื้นที่ราบอยู่เพียงเล็กน้อย บริเวณที่ทำการอุทยานฯ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,000 เมตร มีแนวเทือกเขาถนนธงชัยผ่านกลางอุทยานฯ ลักษณะเป็นสันปันน้ำซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตระหว่างอำเภอเมืองตากกับอำเภอแม่สอด เป็นต้นกำเนิดของห้วยสำคัญๆ เช่น ทางด้านอำเภอแม่สอด ได้แก่ ห้วยตะปูเคาะ ห้วยยะอุ ห้วยปลาหลด ห้วยพลูใหญ่ ห้วยผักหละ ห้วยพระเจ้า ห้วยปูแป้ ห้วยผาแกว และห้วยสะมึนหลวง ไหลไปรวมกันเป็นห้วยแม่ละเมา ทางด้านอำเภอเมืองตากมีจำนวน 7 ห้วย ได้แก่ ห้วยปางอ้า ห้วยสลักพระ ห้วยน้ำดิบ ห้วยบง ห้วยช้างไล่ ห้วยโปร่งสัก และห้วยไม้ห้าง ซึ่งไหลลงมารวมเป็นห้วยแม่ท้อ แล้วไหลลงสู่แม่น้ำปิง ลักษณะภูมิอากาศอุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช มีสภาพอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี มีอุณหภูมิเฉลี่ย 27 องศาเชลเชียล อุณหภูมิสูงสุด 36.2 องศาเชลเชียล อุณหภูมิต่ำ 7.5 องศาเชลเชียล มีฝนตกชุกในเดือนมิถุนายนถึงเดือนตุลาคม ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 15.23 มม./ปี ช่วงฤดูหนาวระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมกราคม สามารถพบเห็นทะเลหมอกตลอดแนวเขาทั่วไปในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว สถานที่ท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช ต้นกระบากใหญ่ ขึ้นในบริเวณหุบเขาของป่าดงดิบ มีขนาดความโตวัดโดยรอบได้ 16.10 เมตร ความสูง 50 เมตร ต้องใช้คนประมาณ 12 คน จึงจะโอบได้รอบลำต้น อยู่ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ประมาณ 2.5 กิโลเมตร ตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติซึ่งเป็นทางเดินลงเขาชันมาก ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ผู้สนใจจึงควรมีสุขภาพแข็งแรง และควรเตรียมน้ำดื่มให้พร้อมสำหรับการเดินลงไปเที่ยวชมและเดินกลับขึ้นมา ระหว่างทางมีป้ายให้ความรู้เรื่องธรรมชาติอยู่เป็นระยะๆ ถ้ำธารลอดผาขาว–ผาแดง เกิดจากลำห้วยผาขาว – ผาแดง ไหลเลาะลงถ้ำด้านล่าง ความลึกที่สำรวจได้ 100 เมตร มีหินงอกหินย้อยสวยงาม มีลำธารไหลผ่านตลอดทั้งปี อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 32 กิโลเมตร ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่นำทางก่อนทุกครั้ง น้ำตกปางอ้าน้อย เป็นน้ำตกขนาดกลางที่อยู่ใกล้ที่ทำการอุทยานแห่งชาติ กว้างประมาณ 8 เมตร สูง 20 เมตร มีน้ำไหลตลอดทั้งปี เดินต่อจากต้นกระบากใหญ่เลียบลำน้ำไปตามเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร จะถึงน้ำตก น้ำตกปางอ้าใหญ่ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ มีน้ำไหลตลอดทั้งปี ความสูงประมาณ 80 เมตร จำนวน 4 ชั้น อยู่ห่างจากจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 24 กิโลเมตร ฤดูกาลที่เหมาะสมแก่การท่องเที่ยวอยู่ระหว่างเดือนตุลาคม - เดือนกุมภาพันธ์ ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง น้ำตกผาขาว–ผาแดง เป็นน้ำตกที่เกิดจากลำห้วยผาขาว – ผาแดง กว้างประมาณ 10 เมตร ชั้นสูงที่สุด 30 เมตร มี 2 ชั้น จะมีน้ำไหลจากน้ำตกในช่วงหน้าฝน ส่วนช่วงหน้าแล้งน้ำจะลอดผ่านถ้ำธารลอดแทน ฤดูที่เหมาะสมในการท่องเที่ยวอยู่ระหว่างเดือนตุลาคม - เดือนธันวาคม อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 35 กิโลเมตร ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง สะพานหินธรรมชาติ มีลักษณะเป็นแท่งหินขนาดใหญ่เชื่อมติดกับหน้าผาสองข้างเข้าด้วยกัน คล้ายสะพาน มีความกว้างและความสูงประมาณ 25 เมตร ยาวประมาณ 30 เมตร เบื้องล่างมีลำธารไหลผ่านตลอดทั้งปี สภาพป่าโดยรอบเขียวชะอุ่มร่มรื่นเหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ ใกล้กับสะพานหินมีถ้ำหินงอกหินย้อยงดงาม สะพานหินธรรมชาติอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ประมาณ 10 กิโลเมตร ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่นำทางก่อนเข้าไปเที่ยวชมทุกครั้ง เส้นทางศึกษาธรรมชาติ อุทยานแห่งชาติได้จัดทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติไว้ให้บริการนักท่องเที่ยวได้ศึกษาหาความรู้ดังนี้ • เส้นทางจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว - ต้นกระบากใหญ่ ระยะทาง 2.5 กิโลเมตร • เส้นทางจากต้นกระบากใหญ่ - น้ำตกปางอ้าน้อย ระยะทาง 1 กิโลเมตร • เส้นทางจากลานจอดเฮลิคอปเตอร์ - น้ำตกปางอ้าน้อย ระยะทาง 1.5 กิโลเมตร ที่ตั้ง อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช หมู่ที่ 10 ถนนตาก-แม่สอด ต.แม่ท้อ อ. เมืองตาก จ. ตาก 63000 โทรศัพท์ 0 5551 1429  โทรสาร 0 5551 1429  อีเมล taksin.m_np@hotmail.com การเดินทาง โดยรถยนต์ จากจังหวัดตาก เดินทางโดยรถยนต์ไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 105 (ตาก – แม่สอด) ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 25+980 จะพบป้ายอุทยานแห่งชาติขนาดใหญ่ทางด้านขวามือ เลี้ยวไปตามถนนลาดยางแยกเข้าไปอีก 1.5 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติ รถยนต์สามารถเดินทางได้สะดวกทุกฤดูกาล รถโดยสารประจำทาง จากกรุงเทพฯ ขึ้นรถโดยสารที่สถานีขนส่งสายเหนือ สายกรุงเทพฯ - ตาก ลงที่สถานนีขนส่งจังหวัดตาก หรือสายอื่นๆ แต่ต้องแจ้งพนักงานขับรถโดยสารหรือพนักงานเก็บค่าโดยสารว่าต้องการลงที่สถานีขนส่งจังหวัดตาก จากนั้นเดินทางต่อโดยรถตู้หรือรถบัส สายตาก - แม่สอด ให้แจ้งพนักงานขับรถโดยสารว่าต้องการไปที่อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช (ประมาณกิโลเมตรที่ 26) เมื่อถึงปากทางเข้าที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ต้องเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ 1.5 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติ การเดินเท้าเข้าอุทยานแห่งชาติ เส้นทางสบายๆ ถนนลาดยาง ไม่ลาดชัน อากาศส่วนใหญ่เย็นสบาย และได้ชมทิวทัศน์ในระหว่างทางด้วย ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น ข้อมูลและภาพ : dnp.go.th / wiki / m-culture.go.th / thaiforestbooking.com / เรียบเรียงโดย Travel MThai

แนะนำ 10 สถานที่ท่องเที่ยว ประจำเดือนมิถุนายน
10 จุดหมายท่องเที่ยว /  เที่ยวทั่วไทย / 

กลับมาพบกับสถานที่ท่องเที่ยวแนะนำประจำเดือนอีกเช่นเคย เดือนนี้อาจมาช้าหน่อย แอดมินต้องขออภัยด้วย แต่รับรองว่าทุกแห่งในเดือนนี้ สุดยอดไม่แพ้กันเลย travel.mthai.com คัดสรรมาอย่างดีเพื่อนักท่องเที่ยวทุกท่าน พบกับแหล่งท่องเที่ยวในช่วงต้นฤดูฝน ท้องฟ้าสวย หมอกจาง ๆ กับทิวทัศน์ฟิน ๆ ในช่วง แนะนำ 10 สถานที่ท่องเที่ยว ประจำเดือนมิถุนายน ไปชมกันเลยครับ แนะนำ 10 สถานที่ท่องเที่ยว ประจำเดือนมิถุนายน 1. เทศกาลดูผีเสื้อปางสีดา จ.สระแก้ว เทศกาลดูผีเสื้อปางสีดา จะจัดขึ้นในช่วงเดือน มิถุนายน – สิงหาคม ของทุกปี เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด และเป็นการสร้างรายได้ให้กับคนในท้องถิ่น สำหรับอุทยานแห่งชาติปางสีดานั้น เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ยังอุดมสมบูรณ์ ทำให้มีผีเสื้อต่าง ๆ มากกว่า 500 ชนิด และพบเห็นทั่วไปเป็นฝูงใหญ่ สร้างความตื่นตาตื่นใจกับนักท่องเที่ยว และผู้ที่นิยมถ่ายภาพเป็นอย่างมาก ช่วงเวลาที่เหมาะในการชมผีเสื้อ คือช่วง 08.00-12.00 น. 2. เขาล้อมหมวก จ.ประจวบคีรีขันธ์ จุดชมวิวเขาล้อมหมวก เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวอีกที่คุณห้ามพลาด โดยเฉพาะนักท่องเที่ยว ที่รักสัตว์และชื่นชอบการผจญภัย เนื่องจากที่เขาล้อมหมวกมีจุดปีนเขาที่ท้าทายและยังมีสถานที่อนุรักษ์ค่างแว่นแสนน่ารัก ที่มีอยู่จำนวนมาก เขาล้อมหมวกอยู่ในเขตของพื้นที่กองบิน 53 การเดินทางนั้นจะต้องเข้าไปภายในกองบิน 53 แล้วจะมีทางแยกไปเขาล้อมหมวกก่อนที่จะถึงอ่าวมะนาว เมื่อเลี้ยวเข้าทางแยกในกองบินก็ให้ขับตรงไปจนถึงตีนเขา โดยสามารถจอดรถที่บริเวณนี้ จากนั้นก็จะพบกับศาลเจ้าพ่อเขาล้อมหมวก โดยจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเวลา 8.00 น. – 18.00 น. โดยระยะเวลาในการพิชิตเขาล้อมหมวกอยู่ที่ประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง รับรองว่าถูกใจนักท่องเที่ยวขาลุยแน่นอน 3. ทุ่งดอกเปราะภูขาว ภูหินร่องกล้า จ.พิษณุโลก “ดอกเปราะภูสีขาว” ที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จะผลิบานต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงเริ่มต้นฤดูฝน แต่ว่าช่วงที่ดอกเปราะภูสีขาวสวยที่สุดคือปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกรกฎาคม ซึ่งดอกเปราะภูสีขาวจะพร้อมใจกันเบ่งบานไปทั่วทุ่งของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ภาพความงดงามของดอกเปราะภูสีขาว มีกลีบดอกที่ชูช่ออยู่ทั่วบริเวณตัดกับสีเขียวของใบหญ้าที่ชุ่มฉ่ำด้วยน้ำฝน เป็นภาพที่ดูแล้วสร้างความสดชื่น เย็นตา สบายใจเป็นอย่างมาก สอบถามยามดอกไม้บาน ได้ที่ : อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า โทร. 0 5535 6607 , 08 1596 5977 4. วัดจมน้ำ สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี วัดใต้น้ำ หรือ วัดจมน้ำ คือวัดวังก์วิเวการามเดิม ซึ่งกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ถือว่าเป็น Unseen Thailand เพราะมีความแปลกที่มีซากโบราณสถานจมอยู่ใต้น้ำ เป็นสถานที่เล่าขานถึงตำนานความเป็นมาของวัดหลวงพ่ออุตตมะ จนหลายคนเรียกกันว่าเมืองบาดาล นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวในช่วงฤดูร้อนถึงต้นฤดูฝน ตั้งแต่ประมาณเดือนมีนาคม – มิถุนายน เป็นช่วงหน้าแล้ง น้ำจะลดลงมาก จะสามารถเดินเข้าไปเยี่ยมชมโบสถ์เก่าได้ ส่วนคนที่มาเที่ยวช่วงปลายฝนจนถึงฤดูหนาว ตั้งแต่ประมาณกันยายน – มกราคม อาจจะได้เห็นแค่บางส่วนของตัวโบสถ์ที่โผล่พ้นน้ำ หรือบางทีก็จมน้ำเป็นเมืองบาดาล จะมีให้เห็นก็เพียงแต่ยอดหอระฆังเดิมเท่านั้นที่สูงพ้นน้ำเท่านั้น 5. เขื่อนเชี่ยวหลาน จ.สุราษฎร์ธานี เขื่อนเชี่ยวหลาน หรือ เขื่อนรัชชประภา ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสก อยู่ห่างจากตัวเมืองจังหวัดสุราษฏร์ธานี ประมาณ 84 กิโลเมตร เป็นภูเขาหินปูนทียอดเขาตั้งฉากกับผืนน้ำสีเขียวมรกต พื้นที่แห่งนี้ได้รับสมญานามว่า “กุ้ยหลินเมืองไทย” ในช่วงเช้า คุณจะได้พบกับไอหมอก ทอดยาวตัดกับพื้นน้ำและขุนเขาอันเขียวสด แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว เขื่อนเชี่ยวหลาน มีที่พักในรูปแบบแพ คอยให้บริการอยู่หลายแห่ง คุณจะได้ซึมซับกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด สงบ ไม่วุ่นวาย เหมาะสำหรับการพักผ่อน 6. อ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี อ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน หรือ เขื่อนแก่งกระจาน มีพื้นที่ 46.5 ตารางกิโลเมตร มีความจุ 710 ล้านลูกบาศก์เมตร จึงเป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจและเหมาะแก่การพักผ่อนแบบแคมป์ปิ้ง หรือผู้ที่ชื่นชอบการตกปลา ก็สามารถเข้ามาตกปลาได้ ลักษณะการพักผ่อนแบบสบาย ๆ นอกจากนี้บริเวณโดยรอบเขื่อนแก่งกระจาน ยังมีรีสอร์ทและที่พักให้เลือกมากมาย บางที่ยังมีกิจกรรมผาดโผนเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบกีฬาหรือกิจกรรมประเภทนี้ด้วย 7. ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์ ภูทับเบิก ตั้งอยู่ที่ตำบลวังบาล อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,768 เมตร ซึ่งเป็นจุดสูงสุดเพชรบูรณ์ ภูมิประเทศมีความงดงามอย่างมาก เต็มไปด้วยทะเลภูเขา ป่าไม้และธรรมชาติมีความอุดมสมบูรณ์ อากาศบริสุทธ์ เย็นสบายตลอดปี แต่ถ้ามาในหน้าฝน คุณจะมีโอกาสได้พบกับทะเลหมอกสุดอลังการ ในตอนเช้ามีหมอกและกลุ่มเมฆตัดกับยอดภูสีเขียวสวยงาม และยังเป็นเป็นแหล่งปลูกกะหล่ำปลีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อีกด้วย คนที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ รับรองว่าจะต้องติดอกติดใจจนไม่อยากกลับบ้านเลยล่ะ 8. จุดชมวิวห้วยคอกหมู สวนผึ้ง จ.ราชบุรี จุดชมวิวห้วยคอกหมู สุดเขตแดนตะวันตก ตั้งอยู่ที่ ต.ตะนาวศรี อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี สูงจากระดับน้ำทะเล 800 เมตร เป็นพื้นที่ของฐานปฏิบัติการร้อย ตชด.137 ตั้งอยู่บนภูเขาสูง เป็นพื้นที่ชายแดนติดกับประเทศเมียนมาร์ มีแนวสันปันน้ำเบื้องล่างเป็นเขตแดน บนจุดชมวิวห้วยคอกหมู นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นภูมิประเทศอันสวยงามของเทือกเขาตะนาวศรี เมื่อมองข้ามไปในฝั่งพม่าจะเห็นต้นไม้ใหญ่และป่าดงดิบที่อุดมสมบูรณ์ มีนกนานาชนิดมากมาย ในช่วงฤดูฝนถึงฤดูหนาว จะมีหมอกปกคลุมหนาแน่น ดุจดั่งทะเลหมอก และในวันท้องฟ้าโปร่ง ที่จุดชมวิวห้วยคอกหมูนี้ยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและตก ที่งดงามอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทยไม่แพ้ภาคเหนือเลยทีเดียว 9. หาดทรายดำ แหลมงอบ จ.ตราด หาดทรายดำ ถือว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นจากระบบนิเวศของธรรมชาติ ปัจจุบันมีเพียง 5 แห่งในโลก ซึ่งหนึ่งในห้านั้นก็ ตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแหลมมะขาม อำเภอแหลมงอบ จ.ตราด ดินแดนภาคตะวันออกของประเทศไทย หาดทรายดำหรือหาดหัวสวน แห่งนี้ มีความเชื่อกันว่า หาดทรายดำสามารถรักษาโรคได้ เพียงแค่ไปนอนหมกตัวอยู่ในทราย ด้วยความเชื่อนี้ทำให้เกิดเสียงเล่าลือกันไปต่าง ๆ นา ๆ จนทำให้ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวต่างแห่แหนกันมาที่หาดทรายดำกันมากขึ้น 10. เทศกาลผีตาโขน จ.เลย เทศกาลผีตาโขน เทศกาลของไทยที่โด่งดังไปทั่วโลก จะจัดขึ้น ณ วัดโพนชัยและหน้าที่ว่าการอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย พบกิจกรรมที่น่าสนใจหลายอย่าง อาทิ การร่วมชมขบวนแห่ขบวนผีตาโขน, การประกวดหน้ากากผีตาโขน, การประกวดผีตาโขนน้อย, การแสดงของชุมชนต่าง ๆ, ฟังเทศน์มหาชาติ 13 กัณฑ์, การออกร้านของส่วนราชการ-เอกชน ,การแสดงสินค้าพื้นเมือง , การจำหน่ายสินค้า OTOP, การแข่งขันจุดบั้งไฟ พร้อมชมขบวนพาเหรดที่จะจัดขึ้นในวันที่ 27 มิถุนายน 2558 อีกด้วย เรื่องและเรียบเรียงโดย : Travel MThai ข้อมูลและรูปภาพจาก : thai.tourismthailand.org , www.chilldtravel.com , facebook.com/baagklong

Secretive (บอกไม่ได้) Sqweez Animal
SECRETIVE /  SQWEEZ ANIMAL / 

Sqweez Animal เปิดตัวเพลงล่าสุด Secretive (ซี เครท ทีฟ) พวกเขากลับมาพร้อมเพลงรักผิดหวัง ในแบบฉบับของ สควีซ แอนนิมอล เพลงในสไตล์ “Indy Pop”(อินดี้ ป็อบ) สบายๆ ไม่ซับซ้อน และมีเนื้อหาตรงไปตรงมา งานเพลงชิ้นนี้เรียกว่าจับต้องได้มากกว่าอ­ัลบั้มก่อนๆ รับรองแฟนเพลงที่รอการกลับมาของพวกเขาไม่พ­ลาดที่จะได้ฟังเพลงเท่ห์ๆ จากอัลบั้มใหม่ล่าสุดของ สควีซ แอนนิมอล รับรองคุณจะหายคิดถึงพวกเขาอย่างแน่นอน เนื้อเพลง Secretive (บอกไม่ได้) “เธอเข้าใจใช่ไหม ที่ฉันไม่บอก เธอเข้าใจใช่ไหม ว่าฉันนั้นคิดถึงเธอ มากมายเท่าไหร่ ฉันพูดไม่ได้ เมื่อรักที่มีนั้นต้องปิดบัง แม้อาจมีบางครั้ง ที่เหมือนเป็นไปได้ ฉันไม่อาจหนีความจริงของใจ ฉันต้องผิดหวัง คนเดียวเรื่อยไป เมื่อรักที่มีนั้นต้องปิดบัง แม้อาจมีบางครั้ง ที่เหมือนเป็นไปได้ วันนี้ที่เธอได้เจอกับฉัน คงเป็นได้แค่ฝัน เพราะเรารักกันไม่ได้ ฉันไม่อาจหนีความจริงของใจ ฉันต้องผิดหวัง คนเดียวเรื่อยไป” -------------------------------------------------------- Music / Lyrics : วิน ศิริวงศ์ | Guitar / Rhodes : สิงห์ มุสิกพงศ์ Synth : กวิน อินทวงษ์ | Bass : กฤตตฤณ เวชรังษี | Drums : อายุ จารุบูรณะ Arrange : Sqweez Animal Music Video Production Director : Salinee Khemcharas Production Team : บริษัท ป่าดงดิบ จำกัด

แนะนำ 10 ที่เที่ยวสุดร้อนแรง ประจำเดือนเมษายน
10 จุดหมายท่องเที่ยว /  10 ที่เที่ยว / 

และแล้วปี 2558 ก็ย่างกรายเข้ามาถึงเดือนแห่งความร้อนแรง ทั้งสภาพอากาศ ทั้งเทศกาล และสถานที่ท่องเที่ยวสุดมหัศจรรย์ travel.mthai.com พร้อมเสิร์ฟให้คุณถึงหน้าจอ ด้วยการแนะนำ 10 ที่เที่ยวสุดร้อนแรง ประจำเดือนเมษายน เพื่อเป็นตัวเลือกในการเดินทางสำหรับผู้ที่ยังไม่รู้ว่าจะไปเที่ยวไหนดีในวันหยุดยาว โดยทั้ง 10 แห่งจะไม่เกี่ยวข้องกับเทศกาลวันสงกรานต์ แต่รับรองได้ว่าวันหยุดของคุณจะต้องมีความหมาย หากได้ไปเยือนสถานที่เหล่านี้ คุณจะได้พบกับความประทับใจและความทรงจำอันแสนพิเศษ แน่นอน ... แนะนำ 10 ที่เที่ยวสุดร้อนแรง ประจำเดือนเมษายน 1. ปราสาทหินพนมรุ้ง จ.บุรีรัมย์ พบความมหัศจรรย์ของ ปราสาทพนมรุ้ง ปราสาทหินเก่าแก่ศิลปะขอมโบราณผ่านการเวลามาร่วมพันปี จากการรังสรรค์ด้วยภูมิปัญญาอันแยบยลของคนโบราณ ถ่ายทอดความเชื่อและความศรัทธาในศาสนาฮินดูไศวนิกาย ที่วิจิตรงดงามผ่านลายสลักบนหินนับร้อยนับพันก้อน ก่อร่างสร้างจนเกิดเป็นความยิ่งใหญ่แห่งเทวสถาน บนยอดภูเขาไฟสูงที่ดับสนิทแล้ว หนึ่งในหกลูกสำคัญของจังหวัดบุรีรัมย์ ชมและสัมผัสปรากฏการณ์แสงแรกแห่งอรุณรุ่ง ฉายแสงผ่าน 15 ช่องบานประตูของปราสาทพนมรุ้ง ถือเป็นความเชื่อและความเป็นสิริมงคลในการเริ่มต้นดำเนินชีวิตในวันใหม่ (วันที่ 3-5 เมษายน 2558 เวลา 06.00 น.) 2. หมู่เกาะสุรินทร์ จ.พังงา หมู่เกาะสุรินทร์ หมู่เกาะที่มีลักษณะทางธรรมชาติที่กำบังคลื่นลมทั้งสองฤดู เนื่องจากเกาะวางตัวอยู่เป็นกลุ่มและมีอ่าวขนาดใหญ่ ทำให้เกิดแนวปะการังริมฝั่งอยู่รอบหมู่เกาะ และเกาะบริวาร นอกจากนี้ สภาพแวดล้อมยังเหมาะต่อการพัฒนาของแนวปะการัง คือ น้ำใส อุณหภูมิพอเหมาะ และมีการผสมผสานของน้ำที่ได้รับสารอาหาร จากมวลน้ำเบื้องล่างที่ปะทะเกาะ ความอุดมสมบูรณ์ของแพลงตอน ซึ่งเป็นอาหารสำหรับปลาและสัตว์อื่นๆ โดยมี กองหินริเชลิว เป็นไฮไลท์จุดดำน้ำของหมู่เกาะแห่งนี้ ที่นักดำน้ำชาวไทย และผู้มีประสบการณ์สูงหลายราย จัดให้ "ริเชลิว" เป็นจุดดำน้ำลึกที่สวยงาม สมบูรณ์ และหลากหลายที่สุดเทียบเท่าหมู่เกาะสิมิลันฃ 3. ถนนสายดอกคูณ จ.ขอนแก่น ในช่วงหน้าร้อน เป็นช่วงที่ดอกไม้หลายชนิดออกดอกบานสะพรั่งให้ได้ชม “ดอกคูน” หรือ “ดอกราชพฤกษ์” ก็เป็นดอกไม้ชนิดหนึ่งที่ออกดอกในช่วงหน้าร้อนนี้ ดอกไม้มงคลชนิดนี้มีดอกสีเหลืองอร่ามที่ลักษณะเป็นช่อย้อยลงมาจากต้น งดงามรับกับความสดใสของฤดูร้อน ปัจจุบันสามารถพบเห็นได้ทั่วไปตามสองฟากฝั่งถนน แต่ที่สามารถชมได้อย่างสวยงามที่สุดก็คงจะเป็นที่ “ถนนสายดอกคูน” บริเวณหน้าศูนย์ราชการจังหวัดขอนแก่น และที่บริเวณสวนดอกคูณ ริมบึงแก่นนคร ซึ่งก็งดงามเข้ากับบรรยากาศงานดอกคูนเสียงแคนเป็นอย่างมาก สอบถามยามดอกไม้บาน ได้ที่ : ททท. สำนักงานขอนแก่น โทร. 0 4322 7714-6 4. วัดใต้น้ำ สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี อุโบสถหลังเก่า ของวัดวังก์วิเวการาม (เดิม) ที่จมอยู่ใต้น้ำ กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งยามใดที่น้ำได้ลดระดับลง เมืองบาดาลทั้งเมืองก็จะเผยความงดงามของโบราณสถาน ให้ปรากฏแก่สายตาของผู้มาเยือนเสมอๆ หากนักท่องเที่ยวท่านใดที่ยังไม่มีโอกาสมาเยือนเมืองบาดาล แนะนำว่าช่วงเวลาที่ดีที่สุด คือระหว่างเดือนมีนาคมถึงเมษายน น้ำในเขื่อนจะลดลงต่ำที่สุด 5. เกาะไข่ จ.สตูล เกาะไข่ เกาะเล็ก ๆ เกาะหนึ่งในอุทยานแห่งชาติตะรุเตา จังหวัดสตูล อยู่ห่างออกไปทางทิศตะวันตกประมาณ 25 กิโลเมตร ตั้งอยู่ระหว่างเกาะตะรุเตาและเกาะอาดัง เสน่ห์ของเกาะไข่อยู่ตรงประติมากรรมธรรมชาติอย่างซุ้มประตูหินอันเป็นสัญลักษณ์ของอุทยานแห่งชาติตะรุเตา ทางด้านทิศตะวันตกของเกาะมีหาดทรายสีขาวนวลและละเอียด น้ำทะเลใสสีมรกตเห็นผืนทรายใต้น้ำได้ชัดเจน เหมาะสำหรับการเล่นน้ำและชมวิวทิวทัศน์อันสวยงามของเกาะที่ยังคงความเป็นธรรมชาติกลางทะเลอันดามันทะเลรอบ ๆ เกาะไข่มีแนวปะการังอยู่โดยทั่วไปซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นปะการังเขากวาง เนื่องจากเป็นเกาะที่เงียบสงบ 6. หินสามวาฬ ภูสิงห์ จ.บึงกาฬ "หินสามวาฬ" อยู่ในอุทยานภูสิงห์ โดยด้านล่างเป็นที่ตั้งของ “วัดป่าภูสิงห์” และมีลานธรรมขนาดใหญ่อยู่ด้านหน้าของก้อนหิน 2 ก้อน ที่มีลักษณะคล้ายสิงโต 2 ตัวหมอบเข้าหากัน พื้นที่บริเวณนี้สามารถขับรถขึ้นไปเองได้ เพื่อไหว้พระเป็นสิริมงคลและเดินไปยังจุดชมวิวลานธรรม แต่หากอยากไปชมวิวยังจุดอื่นบนภูสิงห์ จำเป็นต้องได้รับการอนุญาตจากเจ้าหน้าที่เสียก่อน เนื่องจากเส้นทางค่อนข้างโหด ต้องใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อเท่านั้นถึงจะสามารถขึ้นไปได้ และควรมีผู้ชำนาญนำทางไปด้วย เมื่อได้ขึ้นไปมีจุดแนะนำอยู่ตรง “หินสามวาฬ” พื้นที่ชมวิวใหม่ของภูสิงห์ มีลักษณะคล้ายวาฬโมบี้ดิ๊ก 3 ตัวทอดยาวบนพื้นโลก 7. วัดพระธาตุแก่งสร้อย จ.ตาก วัดพระธาตุแก่งสร้อย เป็นวัดเก่าแก่และมีความสำคัญยิ่งในแม่น้ำปิง ตั้งอยู่บริเวณริมเขื่อนภูมิพล อ.สามเงา จ.ตาก เป็นวัดหนึ่งในแคว้นเขตดินแดนแห่งล้านนาไทย เป็นดินแดนที่อยู่ในหุบเขาลำเนาไพร รถไม่สามารถเข้าไปได้ ใช้เส้นทางน้ำคือนั่งเรือไปอย่างเดียว โดยในทุก ๆ ปี ในช่วงเดือนเมษายน จะมีงาน ประเพณีขึ้นไหว้สาสรงน้ำพระบรมธาตุแก่งสร้อย ซึ่งจะมีชาวบ้านในพื้นที่และละแวกใกล้เคียง รวมทั้งผู้คนที่มีจิตศรัทธาจากจังหวัดอื่น ๆ มาร่วมงานกันอย่างมากมาย ท่านสามารถมาท่องเที่ยวและทำบุญที่ วัดพระธาตุแก่งสร้อย ไปพร้อม ๆ กันได้ในช่วงเดือนเมษายนนี้ 8. หมู่เกาะชุมพร จ.ชุมพร อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะทะเลชุมพร ประกอบไปด้วย เกาะทะลุ เกาะกระโหลก เกาะง่ามใหญ่ และเกาะง่ามเล็ก อยู่ห่างจากฝั่งโดยใช้เวลาเรือวิ่งราว 1 ชั่วโมง ปัจจุบัน "หมู่เกาะง่าม" นั้นถือว่าเป็นจุดดำน้ำที่ได้รับความนิยมจากเหล่านักดำน้ำทั่วโลก และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวยามหน้าร้อนที่ได้รับความนิยมมากแห่งหนึ่งของจังหวัดชุมพรอีกด้วย แม้ว่าทะเลแถบนี้แม้น้ำจะไม่ใสเหมือนแถบอันดามัน และไม่มีดงปะการังอ่อนสีสดมากเท่า แต่ก็รายล้อมด้วยดงปะการังดำที่หาชมได้ยากในจุดดำน้ำอื่นๆ นอกจากนี้แล้วทะเลชุมพรยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเลและฝูงปลาจำนวนมาก นักดำน้ำมักพบปลากะพงแดง ปลากะมง ปลาข้างเหลืองฝูงใหญ่ เวียนว่ายไปมาอยู่เนือง ๆ 9. ทะเลน้อย จ.พัทลุง ในอำเภอควนขนุน ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองพัทลุงออกไปราว 32 กม. มีทะเลสาบขนาดใหญ่ซ่อนอยู่เคียงคู่กับหุบเขาที่นิ่งสงบ ลำน้ำแห่งทะเลน้อยถือเป็นต้นทางของทะเลสาบสงขลา ครอบครัวนกนานาสายพันธุ์ถือเป็นเครื่องยืนยันความอุดสมบูรณ์ของธรรมชาติแห่งทะเลน้อยได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะนกในกลุ่ม “นกน้ำ” หรือ “นกเป็ดน้ำ” นอกจากจะเป็นแหล่งดูนกแล้ว "ทะเลน้อย" ยังมีสิ่งน่าสนใจอันโดดเด่นอีกอย่างนั่นก็คือ “ทะเลบัวแดง” หรือ “ทะเลบัวสาย” พันธุ์บัวที่มีขึ้นอยู่มากที่สุดในทะเลแห่งนี้ โดยในช่วงเช้าเหล่าบัวสายจะพาออกดอกสีแดงสดบานสะพรั่งเต็มท้องน้ำ นอกจากบัวสายแล้ว ในทะเลน้อยยังมีบัวหลวง บัวบา บัวเผือน รวมไปถึงพืชพรรณน่าสนใจ อื่นๆ อาทิ ผักตบชวา จอก แหน สาหร่ายต่างๆ กระจูด กง ย่านลิเภา กก และเสม็ดที่ยืนต้นตระหง่านอยู่ในพื้นที่ป่าบก เป็นต้น 10. เขาหงอนนาค จ.กระบี่ เส้นทางศึกษาธรรมชาติเขาหงอนนาค จุดชมวิว 360 องศาสุดตระการตา ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี โดยมียอดเขาสูงตระหง่านตั้งอยู่ริมทะเล อุดมสมบูรณ์ด้วยผืนป่าดงดิบขึ้นปกคลุมจนแทบไม่เห็นแสงตะวัน ที่นี่เป็นบ้านพำนักอาศัยและแหล่งอาหารของนกป่าและสัตว์ป่านานาชนิดใช้เวลาเดินเท้าเกือบ 2 ชั่วโมงกว่าจะเป็นผู้พิชิตยอดเขาหงอนนาค เขาหงอนนาค ถือได้ว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของ คลองม่วง กระบี่ เลยทีเดียว โดยช่วงเวลาที่เหมาะสมในการท่องเที่ยว คือระหว่างเดือนพฤศจิกายน - เดือนพฤษภาคม ขอบคุณข้อมูลจาก : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย / www.muangthai.com เรียบเรียงโดย : Travel MThai

อนาคอนดา 2 เลื้อยสยองโลก
หนังออนไลน์ /  อนาคอนด้า / 

เนื้อเรื่องย่อ Anacondas: The Hunt for the Blood Orchid เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นใจกลางป่าลึกบนเก­าะเบอร์เนียว ที่ซึ่งดอกกล้วยไม้ป่าที่ขึ้นชื่อว่าหายาก­ชนิดหนึ่ง ถือกำเนิดอยู่ มันคือ 'กล้วยไม้สีเลือด' ดอกกล้วยไม้นี้อาจเป็นกุญแจสำคัญ ที่นำไปสู่การสกัดยาอายุวัฒนะ เมื่อกลุ่มนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ไฟแรง พากันเดินทางลึกเข้าไปในป่าดงดิบ เพื่อแสวงหากล้วยไม้สีเลือด ด้วยความหวังที่จะค้นพบปริศนาที่มาแห่งยาอ­ายุวัฒนะ ซึ่งจะมีผลต่อไปถึงความก้าวไกลในหน้าที่กา­รงานของพวกเขา และค่าตอบแทนมหาศาลที่จะได้รับ ไม่ช้าพวกเขาก็ได้ค้นว่า นอกจากสภาพอากาศอันแสนเลวร้าย และสภาพป่าอันรกชัฏหนาแน่น ที่ขวางกั้นอยู่ระหว่างพวกเขาและสมบัติล้ำ­ค่าชิ้นนั้น ในป่าดงดิบมืดมิดแห่งนี้ ยังมีอสรพิษร้ายซุกซ่อนอยู่ เพื่อปกป้องดอกกล้วยไม้ และมันจะหยุดทุกคนที่บังอาจล่วงล้ำเข้ามา ...ไม่ให้ได้กลับออกไป!..

เอวา เกาะช้าง (AWA KOH CHANG) ที่พักสวย บรรยากาศดี ที่เกาะช้าง
AWA KOH CHANG /  ที่พักเกาะช้าง / 

ถ้าอยากหาเวลาไปเที่ยวพักผ่อนที่ทะเล วิวสวยๆ บรรยากาศดีๆ ใช้เวลาขับรถไม่นานและไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก นอกจากจะมีบางแสน พัทยา เสม็ด หัวหินแล้ว เกาะช้าง ที่ จ.ตราด ก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อย ใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ 3-4 ชม. เท่านั้นเอง ^^ และ AWA KOH CHANG ก็เป็นหนึ่งในโรงแรมสวย บรรยากาศดี ที่เหมาะแก่การไปพักผ่อนที่ซู้ด!! AWA KOH CHANG ที่พักสวย บรรยากาศดี ที่เกาะช้าง เกาะช้าง เป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศรองจากเกาะภูเก็ต ลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นเขาสูง มีผาหินสลับซับซ้อน มีป่าโที่อุดมสมบูรณ์ มีน้ำตกหลายแห่ง ไม่ต้องกลัวว่ามาเที่ยวเกาะช้างแล้วจะไม่มีกิจกรรมให้ทำ เพราะที่นี่เราสามารถปีนเขา เดินป่า ขี่ช้าง เที่ยวน้ำตก พายเรือคายัค เจ็ตสกี เรือใบ ดำน้ำดูปะการัง ตกปลา ไดหมึก อีกทั้งยังมี ชมประวัติศาสตร์ของชาติที่ อนุสรณ์ยุทธนาวี เป็นต้น อย่างที่บอก เกาะช้าง นั้นใหญ่สมชื่อจริงๆ มีหลายอ่าว หลายหาดมากๆ แล้วแต่ว่าเราเลือกพักที่บริเวณไหน โดยที่นี่จะมีหาดขึ้นชื่ออยู่ เช่น หาดทรายขาว หาดคลองพร้าว หาดไก่แบ้ และโรงแรม เอวา เกาะช้าง (AWA KOH CHANG) นั้นตั้งอยู่ที่ หาดไก่แบ้ ค่ะ เอวา เกาะช้าง (AWA KOH CHANG) ที่พักสไตล์ Oriental Zen ที่เน้นความเรียบง่ายและทันสมัย พร้อมผสมผสานอรรถรสของวัฒนธรรมกลิ่นอายตะวันออกได้อย่างลงตัว เน้นโทนสีเรียบง่าย ดูสบายตา เหมาะแก่การมาพักผ่อนเป็นครอบครัว สังสรรค์กับเพื่อนๆ หรือมาแบบคู่รักก็ดีเหมือนกัน ^^ บริเวณหน้า lobby The Teas ให้บริการ เครื่องดื่ม ชา กาแฟ เบเกอรี่ บริเวณโดยรอบโรงแรม ห้องพัก มีให้เลือก 5 ประเภท ด้วยกันคือ Superior Hillside, Deluxe, Deluxe Premium, Deluxe Beachfront, Beach Front Suite ส่วนห้องที่ Places two Go ไปพักนั้นคือ ห้อง Deluxe Premium รวมอาหารเช้าสำหรับ 4 ท่าน (มีโปรพักสองคืนเหลือ 3,500 บาท/คืน จากปกติ 5,259 บาท/คืน) บริเวณ สะว่ายน้ำ (Pool) บริเวณหน้าหาด มองเห็นวิวทะเลสวยๆ ตะวันตกดิน ^^   มุม ห้องอาหาร มุม ห้องอาหาร (ตอนค่ำ) สถานที่ท่องเที่ยวภายในเกาะช้าง จุดชมวิอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง ตั้งอยู่บนเขาก่อนเข้าหมู่บ้านบางเบ้า เป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดบนเกาะ มองได้แบบ 180 องศา สามารถมองเห็นเกาะที่อยู่โดยรอบได้ เช่น เกาะมันนอก เกาะมันใน เป็นต้น และที่นี่จะมีแลนด์มาร์กคือ ตู้ไปรษณีย์สีแดงรูปจรวด ที่ใครมาก็จะต้องถ่ายรูปเก็บไว้เป้นที่ระลึก ^^ อนุสรณ์ยุทธนาวี สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ให้เราเข้าไปชมเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ และที่แห่งนี้ยังเป็นที่เคารพสักการะของคนในพื้นที่ด้วย บ้านช้างไทย ศูนย์อนุรักษ์ช้าง ที่นี่นักท่องเที่ยวสาสมารถขี่หลังช้างเดินชมวิวธรรมชาติ หรือทำกิจกรรมอาบน้ำให้ช้างก็ได้ รวมถึงมีการแสดงโชว์ความสามารถพิเศษของช้างน่ารักๆ เหล่านี้ด้วยค่ะ น้ำตก ที่นี่มีน้ำตกอยู่หลายที่ให้เราได้เลือกเดินชมความธรรมชาติ เล่นน้ำตก เช่น น้ำตกธารมะยม ตั้งอยู่ที่ที่ทำการหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ขนาด 4 ชั้น แบบตั้งฉาก ล้อมรอบไปด้วยป่าดงดิบ ที่ร่มรื่น, น้ำตกคลองพลู น้ำตกขนาดใหญ่ที่มีน้ำมากอยู่ตลอดทั้งปี นักท่องเที่ยวนิยมมามากที่สุด ซื้อตั๋วไป น้ำตกคลองพลู กัน .. ติดต่อเพิ่มเติม  www.awakohchang.com , https://www.facebook.com/awakohchang/ ขอบคุณรูปภาพสวยๆ จาก Facebook : Places two Go เรียบเรียง Travel.MThai

ภาพสลด!! ป่าต้นน้ำถูกทำลาย กลายเป็นไร่กระเทียม
ป่าต้นน้ำ /  วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ / 

นักเขียนชื่อดัง เผย เมื่อป่าต้นน้ำถูกทำลาย กลายเป็นไร่กระเทียม   บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ข้อความจากเฟซบุ๊คของคุณ วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ นักเขียนรางวัลศรีบูรพา ผู้ซึ่งเขียนสารคดี วิจารณ์สังคมการเมือง และสิ่งแวดล้อม  ได้โพสต์ข้อความสะท้อนปัญหาของสิ่งแวดล้อมไทย โดยเผยว่า ตนได้มีโอกาสไปป่าต้นน้ำแม่ปิง ติดชายแดนไทยพม่า ในอุทยานแห่งชาติผาแดง ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว ซึ่งได้เห็นลำธารเล็กๆ ที่ผุดมาจากตาน้ำในดงป่า จากดงต้นกล้วย ไม่ไกลจากดอยถ้วย ต้นกำเนิดแม่ปิงด้วยความตื่นเต้นว่า นี่คือ ต้นน้ำแม่ปิง แต่ภาพที่เห็นคือสองข้างทางที่เคยเป็นป่าใหญ่ถูกเผา หักร้างถางพงนับพันไร่ กลายเป็นไร่กระเทียมและไร่ข้าวโพด แทบไม่น่าเชื่อว่านี่คือป่าต้นน้ำแม่ปิงที่หล่อเลี้ยงชีวิตของชาวเหนือ และมารวมเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาหล่อเลี้ยงคนภาคกลางและคนกรุงเทพฯกำลังถูกทำลายอย่างย่อยยับ อ้วนหรือ นิคม พุทธา เพื่อนที่พามาบอกว่า เมื่อสี่ห้าปีก่อนแถวนี้ยังเป็นป่าดงดิบมีต้นไม้ใหญ่มากมาย แต่ตอนนี้ถูกทำลายลงเรื่อยๆ เราเห็นสปริงเกอร์มากมายถูกวางรดน้ำเต็มหุบเขา น้ำที่เพิ่งออกจากป่าก็ถูกใช้อย่างเต็มที่แล้วโดยไม่มีใครสนใจห่วงว่า ป่าต้นน้ำถูกทำลายขนาดนี้ อีกหน่อยจะมีน้ำไหลไหม เราเดินลึกเข้าไปอีก แต่ก็ต้องยอมถอยเพราะกลิ่นยาฆ่าแมลงฉุนจนหายใจไม่ออก ไม่ไกลจากป่าแห่งนี้มีฐานตชด.ที่สนใจแต่ปัญหาความมั่นคงชายแดน ส่วนเจ้าหน้าที่อุทยานที่ดูแลโดยตรงอาจจะไม่กล้าเข้ามาถึงป่าติดชายแดน หน้าแล้งนี้หากน้ำแม่ปิงหยุดไหล ก็อย่าโทษใครเลย นอกจากตัวเราเอง ที่มา วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

จงคารวะแด่สิ่งลี้ลับ ในตัวอย่าง และ ใบปิดฉบับไทยจากหนังออสการ์ Embrace of the Serpent
Embrace of the Serpent /  จอมคนป่าอสรพิษ‬ / 

จัดได้ว่าเป็นหนึ่งในหนังที่เข้าชิงออสการ์สาขา หนังต่างประเทศยอดเยี่ยม อีกเรื่องที่ได้เข้าฉายในไทย สำหรับหนังจากประเทศ โคลอมเบีย อย่าง Embrace of the Serpent หรือในชื่อไทย จอมคนป่าอสรพิษ‬ หนังที่สร้างจากบันทึกจริงของ ธีโอดอร์ ครอช กรันเบิร์ก บิดาแห่งตำราชนเผ่าอเมซอน, สร้างจากบันทึกจริงของ รีชาร์ด เอวาน ชุลเตส หมอยาผู้ค้นพบยามากมายชายผู้ได้รับการขนานนามว่าคือ Indiana Jones ตัวจริง กับผลงานการกำกับของ ซิโร่ เกร์รา พร้อมยืนยันว่าความบ้าคลั่งของสงครามภายในป่าอสรพิษจะเปล­ี่ยนแปลงทุกคน เรื่องราวในป่าดงดิบอันบ้าคลั่งของอเมซอน ธีโอดอร์ วาน เมเธียส เดินทางเข้าสู่ใจกลางป่าอย่างสิ้นห­วังเมื่อต้องการหายจากโรคประหลาดซึ่งติดมาความหวังเดียวของเขาคือ จักรพรรดิชาแมน การามากาเตผู้กุมความลับของพืชปริศนา ยากรูน่าพืชซึ่งในอีกหลายสิบปี จะเป็นกุญแจสำคัญต่อกลุ่มพันธมิตรในสงคราม­โลกครั้งที่ 2 พร้อมคารวะสิ่งลี้ลับในโรงภาพยนตร์พร้อมกัน 12 พฤษภาคมนี้

ท่องป่า ไปดู ดอกบัวผุด อุทยานแห่งชาติคลองพนม
ดอกบัวผุด /  อุทยานแห่งชาติคลองพนม / 

ตะลุยป่าใต้ ไปค้นหา "ดอกบัวผุด" พันธุ์ไม้หายาก ในอุทยานแห่งชาติคลองพนม จังหวัดสุราษฏร์ธานี อุทยานแห่งชาติคลองพนม อยู่ในท้องที่ตำบลคลองศก ตำบลพนม และตำบลพลูเถื่อน และตำบลพนม อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภูเขาหินปูนบางแห่งมีหน้าผาสูงชัน และสวยงามมาก เรียงรายสลับซับซ้อนเชื่อมต่อกันเป็นแนวสันเขา มีฝนตกชุกตลอดปี เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของแม่น้ำตาปี ซึ่งเป็นแม่น้ำสายสำคัญสายเดียวของจังหวัดสุราษฎร์ธานี สภาพป่าโดยทั่วไปเป็นป่าดงดิบที่มีความอุดมสมบูรณ์ และมีจุดเด่นที่น่าสนใจเช่น ถ้ำแก้ว ถ้ำน้ำลอดเขาวงก์ น้ำตกโตนไทร น้ำตกเขาวงก์ ไผ่เฉียงรุน บัวผุด การล่องแก่งฯลฯ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งพันธุ์ไม้มีค่าและหายากขึ้นอยู่ เช่น ตะเคียน ตาเสือ จิก เขา กระท้อน ขนุนป่า เสียดช่อ อินทนิล นากบุด หงอนไก่ จำปาป่า เป็นต้น มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 256,500 ไร่ หรือ 410.4 ตารางกิโลเมตร ท่องป่า ไปดู ดอกบัวผุด อุทยานแห่งชาติคลองพนม ลักษณะภูมิประเทศ สภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชัน ประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ของเนื้อที่ โดยเฉพาะตอนเหนือของพื้นที่ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภูเขาหินปูน บางแห่งมีหน้าผาสูงชัน และสวยงาม เรียงรายสลับซับซ้อนเชื่อมติดต่อเป็นแนวสันเขา ยาวจากทิศตะวันตกไปยังทิศตะวันออก จุดสูงสุดจากพื้นอยู่บริเวณตอนกลางของพื้นที่ มีความสูงประมาณ 870 เมตรจากระดับน้ำทะเล พื้นที่ราบมีอยู่ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ ส่วนใหญ่เป็นที่ราบระหว่างหุบเขา มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 200 เมตร ปรากฏอยู่ทั่วไป เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของคลองพนมและคลองศก ซึ่งจะไหลไปรวมกับคลองแสงเป็นต้นกำเนิดของคลองพุมดวงที่เป็นสาขาหนึ่งของแม่น้ำตาปี ลักษณะภูมิอากาศ ลักษณะภูมิอากาศของป่าแห่งนี้ มีลักษณะคล้ายคลึงกับแห่งอื่น ในภาคใต้ของประเทศไทย คือ มีฝนตกชุกตลอดปี ประกอบกับได้รับอิทธิพลของทะเล ซึ่งสามารถรับลมมรสุมได้ทั้งลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ และลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และอิทธิพลของภูเขาสูงที่เป็นสิ่งกีดขวางลมมรสุม มีป่าไม้ปกคลุมอย่างหนาแน่น จึงทำให้ฝนตกมากกว่าในท้องที่ทั่วๆ ไป ซึ่งสามารถจำแนกได้ชัดเจนเพียง 2 ฤดู คือ ฤดูฝนเริ่มจากเดือนพฤษภาคมถึงเดือนธันวาคม ฤดูร้อนเริ่มจากเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน โดยมีฝนตกชุกมากที่สุด ระหว่างเดือนสิงหาคมถึงเดือนตุลาคม และมีอากาศร้อนมากที่สุดในต้นเดือนเมษายน พืชพรรณและสัตว์ป่า สภาพป่าทั่วทั้งพื้นที่มีสภาพเป็นป่าดงดิบ อุดมสมบูรณ์ มีพันธุ์ไม้มีค่านานาชนิดขึ้นคละปะปนกันอยู่อย่างหนาแน่น ไม้ขนาดใหญ่ ได้แก่ โดแหลม ตะเคียน ยาง ตาเสือ หงอนไก่ กระบาก กระท้อน จิกเขา ขนุนป่า มะม่วงป่า เสียดค่าง อินทนิล นากบุด ลำแพนเขา มังคะ จำปาป่า ยมหอม ฯลฯ พืชพื้นล่าง ได้แก่ ไผ่ ระกำ หวาย เต่าร้าง กูด เฟิน ฯลฯ นอกจากนี้ยังพบไม้เถานานาชนิดขึ้นอยู่ทั่วๆ ไป มีความชุ่มชื้นเขียวชอุ่มตลอดปี จากการสำรวจโดย ดร.เต็ม สมิตินันทน์ พบว่า มีพันธุ์ไม้ที่หายากบางชนิด ได้แก่ ตะเคียนชันตาแมว และไม้ยวนแหล เป็นเขตกระจายพันธุ์ของพันธุ์ไม้ทั้งสองชนิด นอกจากนี้ยังสามารถพบ บัวผุด ซึ่งเป็นพันธุ์ไม้หายาก ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เป็นกาฝากชนิดหนึ่งอาศัยกินน้ำเลี้ยงจาก "ย่านไก่ต้ม" เมื่อบานเต็มที่จะมีเส้นผ่าศูนย์กลางวัดได้ 80 เซนติเมตร จนถึง 1 เมตรเศษ โดยมากดอกบัวผุดจะบานในช่วงเดือนพฤศจิกายน-พฤษภาคม อย่างไรก็ตาม เตือนนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาชมความสวยงามของดอกบัวผุด ให้ปฏิบัติตามกฎข้อบังคับของอุทยานฯ อย่างเคร่งครัด และขอให้ระมัดระวังในการเดินดูดอกบัวผุด เพราะหากเหยียบปุ่มตาของบัวผุดที่ติดอยู่กับเครือเถาวัลย์ ย่านไก่ต้ม “ดอกบัวผุด” ดอกนั้นก็จะตายและสูญพันธุ์ ไม่มีโอกาสเจริญเติบโตขึ้นมาอีก ดังนั้น ขอให้นักท่องเที่ยวทุกคนเก็บเอาแต่ภาพและความประทับใจกลับบ้าน โดยทางอุทยานฯ จะจัดเจ้าหน้าที่เพื่อแบ่งนักท่องเที่ยวออกเป็นชุดๆ ละ 12 คน มีเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เป็นผู้นำทาง เพื่อป้องกันการทำลายดอกบัวผุด หากมีการผ่าฝืนกฎข้อบังคับของอุทยานฯ จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายทันที นอกจากดอกบัวผุดแล้ว ยังพบ ไผ่เฉียงรุน ซึ่งเป็นไม้ไผ่ขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยสำรวจพบในประเทศไทย มีเส้นรอบวงประมาณ 60-80 เซนติเมตร ขนาดลำต้นยาวประมาณ 30-40 เมตร ความหนาของเนื้อไม้ประมาณ 1 นิ้วฟุต ไผ่เฉียงรุนจะไม่ขึ้นปะปนกับไม้ไผ่ชนิดอื่น จะอยู่เป็นหมู่ๆ กอละ 20-30 ลำ สำรวจพบอยู่บนพื้นที่ประมาณ 30 ไร่ บน “เขาพรุชิง" เนื่องจากสภาพป่าแห่งนี้ มีสภาพที่อุดมสมบูรณ์ จึงมีสัตว์ป่ามากมายหลายชนิด สัตว์ป่าที่สำคัญ ได้แก่ ช้างป่า กวางป่า สมเสร็จ เสือ หมี เลียงผา หมูป่า ชะนี ลิง ค่าง ไก่ฟ้า กระรอก เก้ง กระจง นกนานาชนิด และสัตว์เลื้อยคลานชนิดต่างๆ View Larger Map ข้อมูลและภาพ : dnp.go.th / wiki / 2g.pantip.com / bloggang.com เรียบเรียงโดย Travel MThai

หนังโลกที่เราอยากดู : Embrace of the Serpent - ส่องโลกตะลุยป่าแอมะซอน
BIOSCOPE /  Ciro Guerra / 

รู้จักหนังดังจากเทศกาลหนังทั่วโลก และเข้าชิงออสการ์หนังภาษาต่างประเทศปีล่าสุดที่ผ่านมา https://www.youtube.com/watch?v=Yxdmhjz3Nlg ...ในป่าดงดิบอันบ้าคลั่งของอเมซอน ธีโอดอร์ วาน เมเธียสเดินทางเข้าสู่ใจกลางป่าอย่างสิ้นห­วัง เมื่อต้องการหายจากโรคประหลาดซึ่งติดมา ความหวังเดียวของเขาคือ จักรพรรดิชาแมน การามากาเต ผู้กุมความลับของพืชปริศนา ยากรูน่า พืชซึ่งในอีกหลายสิบปี จะเป็นกุญแจสำคัญต่อกลุ่มพันธมิตรในสงคราม­โลกครั้งที่ 2 ความบ้าคลั่งของสงครามภายในป่าอสรพิษจะเปล­ี่ยนแปลงทุกคน.. (เรื่องย่อจาก HAL Distribution) ซีโร กูเอร์รา ท้าทายทุกข้อจำกัด จนเกิดหนังซึ่งสำคัญที่สุดเรื่องหนึ่งในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์โคลอมเบียที่กำลังเติบโต โดยเป็นหนังเรื่องแรกในรอบกว่า 30 ปีที่ถ่ายทำในพื้นที่ป่าแอมะซอนของประเทศ เป็นเรื่องแรกที่มีตัวละครเอกเป็นชนพื้นเมือง และเขาถ่ายด้วยฟิล์มขาวดำ 35 มม. เพื่อบันทึกบรรยากาศป่าดิบชื้นของแอมะซอนให้ได้มากที่สุดอีกด้วย ถึงจะอ้างอิงจากบันทึกของสองนักสำรวจยุโรป แต่เป้าหมายสำคัญของหนังคือมุ่งนำเสนอประสบการณ์ของชนพื้นเมือง แต่ในขณะเดียวกันก็มั่นหมายว่าจะเชื่อมโยงประสบการณ์เหล่านี้กับผู้ชมในส่วนอื่นของโลก และผู้ที่คุ้นชินกับเรื่องเล่าแบบตะวันตกมาช้านานด้วย เมื่อแอมะซอนกินพื้นที่กว่าครึ่งของโคลอมเบียแต่ก็ยังเป็นแดนสนธยาที่คนในประเทศเองยังรู้จักเพียงน้อยนิด “นักสำรวจได้เล่าเรื่องของพวกเขา แต่ชนพื้นเมืองยังไม่เคยได้เปล่งเสียง หนังเรื่องนี้คือเสียงนั้น” กูเอร์ราแถลง “ผืนป่าส่วนนี้กว้างใหญ่เท่าทวีป แต่หนังของพวกเราเองกลับไม่เคยสำรวจ เราเรียนรู้พื้นที่ของตัวเองผ่านสายตาต่างชาติตลอดมา แอมะซอนยุคนั้นสาบสูญไปแล้วก็จริง แต่เราคืนชีพมันได้ด้วยภาพยนตร์” โครงสร้างสำคัญของหนังแบ่งออกเป็นสองช่วงเวลา เมื่อหนึ่งนักสำรวจออกเดินทางตามบันทึกของผู้บุกเบิกรุ่นพ่อ และได้สัมผัสประสบการณ์ที่ต่างจากเรื่องเล่านั้นอย่างสิ้นเชิง โดยมีจุดเชื่อมโยงคือตัวละครหมอผีประจำเผ่าที่ทั้งสองนักสำรวจได้พบในป่าแอมะซอน ตัวแทนชนพื้นเมืองยุคเก่าที่ไม่หลงเหลืออีกแล้วในปัจจุบันที่พวกเขาปรับตัวตามวิถีโลกสมัยใหม่แม้จะยังอยู่ในป่า รวมถึงยังละเอียดรอบคอบในการนำเสนอผลลัพธ์และอิทธิพลของอำนาจอาณานิคมที่หลากหลายเลื่อนไหล และไม่ตายตัว เมื่ออสรพิษนั้นสถิตอยู่ทั้งในสังคมคนป่า และคุณค่าแบบศิวิไลซ์ เรียบเรียงจาก นิตยสาร BIOSCOPE ฉบับ 169 WORLD CINEMA issue หนังโลกปี 2015 ที่ ‘ต้องดู’ (มกราคม 2559)

กรุ๊ปตากล้องญี่ปุ่น ทำคลิป
SIREN

ย้อนกลับไปในยุคปี 2000 เมื่อเกมส์ผีอย่าง Siren บนเครื่องเกมส์ PlayStation 2 ได้สร้างความสะพรึงกลัวและชวนหลอนกับผู้เล่นเกมส์ต่างประเทศโดยเฉพาะผู้เล่นเกมส์ชาวญี่ปุ่น เนื่องจากสถานที่ภายในเกมส์ได้อ้างอิงจากหมู่่บ้านร้างแห่งหนึ่งในจังหวัดไซตามะที่อยู่ทางเหนือของประเทศญี่ปุ่น ถึงม้เกมส์จะวางขายมาเป็นเวลานานแล้ว แต่ความทรงจำแบบหลอนๆชวนสะดุ้งก็ยังคงตรึงใจกับผู้เล่นอย่างแน่นอน ล่าสุด กลุ่มผู้รักการถ่ายภาพจากประเทศญี่ปุ่นอยากหวนรำลึกสถานที่ดังกล่าวอีกครั้งเพื่อตามรอยเส้นทางของเกมส์ Siren อีกครั้ง ซึ่งบรรยากาศในหมู่บ้านร้างเต็มไปด้วยซากปรักหักพังที่เหลือเพียงแต่อดีต วัชพืชบนผืนดินเติบโตและปกปิดเส้นทางถนนหมูบ้าน บ้างหลังหนึ่งที่ถูกทิ้งร้าง สิ่งของภายในบ้านกระจัดกระจายมากมาย มีเพียงต้นไม้ใบหญ้าที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นป่าดงดิบ เพียงแค่รับชมภาพและวิดีโอก็รู้สึกถึงความหลอนทั้งๆที่ถ่ายภาพในช่วงกลางวันเท่านั้น แต่มั่นใจว่าเมื่อตะวันตกดินเมื่อไร จะเพิ่มระดับบรรยากาศความน่ากลัวและชวนหลอนอย่างแน่นอน เกมส์ Siren นำเสนอเรื่องราวของตัวละครเกมส์ผู้หญิงผู้หนึ่งที่มีความเชื่อและมีจิตสัมผัสที่ดีผจญภัยสู่หมู่บ้านร้างที่ถูกแยกออกจากชานเมืองอันไกล้โพ้น เกมส์นี้นำเสนอถึงความน่ากลัว,​เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดปรากฏเข้ามา และนำเสนอว่าด้วยเรื่องการข้ามเวลาเข้ามา และเกมส์นี้เคยได้วิจารณ์ในด้านบวกอีกด้วย ข้อมูลจาก rocketnews24