ป่าดงดิบ

ที่ว่าการอำเภอบ้านบึง
สถานที่ราชการ /  ที่ว่าการอำเภอ / 

อำเภอบ้านบึงแต่ เดิมนั้นเป็นตำบลหนึ่งติดต่ออำเภอเมืองชลบุรี สภาพทั่วไปเป็นป่าดงดิบ ประชาชนอาศัยเพียงเบาบาง ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่ หัว รัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เริ่มมีประชาชนอพยพเข้ามาบุกร้างถาง พง ทำไร่และตั้งบ้านเรือนอยู่อาศัยมากขึ้น ครั้นถึง พ.ศ.2464 ได้ยกฐานเป็น กิ่งอำเภอบ้านบึง ปี พ.ศ.2481 นายอำนาจ เนื่องจำนงค์ คหบดีสมัยนั้นได้เป็นผู้นำในการขอ ยกฐานะอำเภอโดยเสนอทางการว่า ที่ดินของ นางเทศ กาญจพังคะ ซึ่งเป็น มารดา จำนวน 32 ไร่ เป็นสถานที่ตั้งที่ว่าการอำเภอ และสถานที่ราชการ ต่าง ๆ พร้อมกับที่สร้างที่ว่าการอำเภอให้อีก 1 หลัง โดยไม่ใช้งบ ประมาณ กระทรวงมหาดไทยได้เห็นชอบและประกาศยกฐานะเป็นอำเภอในปีนั้นเอง ที่ว่าการอำเภอบ้านบึง สมัยนั้นเป็นไม้ทรงปั้นหยา มุขกลางมีขั้นบันได ขึ้นทั้งสองข้าง เริ่มก่อสร้างและเสร็จ พ.ศ.2481 เป็นอำเภอที่สวยงามมีการ เฉลิมฉลองกันอย่างมโหฬาร และใช้ในราชการตลอดมาจนกระทั่ง พ.ศ.2518 สภาพของ อาคารเริ่มชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา คานยุบลง หลังคารั่ว ไม้โครงหลังคาผุ พัง เป็นบางส่วนจนน่ากลัวเป็นอันตราย ในปี พ.ศ.2529 นายอารยะ วิวัฒน์วานิช ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งนายอำเภอ บ้านบึง ได้เชิญชวนคหบดี และชาวอำเภอบ้านบึง ช่วยกันสร้างที่ว่าการอำเภอ หลังใหม่งานก่อสร้างได้เริ่มต้นขึ้นในเดือน ตุลาคม 2530 โดยมีผู้ศรัทธาร่วม กันบริจาคเงินพร้อมกับออกแบบก่อสร้างขออนุญาตจากต่อทางราชการทำการรื้อถอน อาคารหลังเก่า เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2531 ทำที่วางศิลาฤกษ์ และก่อสร้างใน วันที่ 5 มิถุนายน 2531 และเสร็จเรียบร้อยในเดือนธันวาคม 2531 เป็นอาคาร หลังเดียวในประเทศไทยที่มีแบบพิเศษแตกต่างจากที่อื่น และไม่ใช้เงินงบประมาณ จากทางราชการ อำเภอบ้านบึง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของจังหวัดชลบุรี เป็นพื้นที่ราบ สูงสลับกับพืชเขาเขียว ที่ราบลุ่มน้อย ฉะนั้น ประชาชนจึงมีอาชีพทำการ เกษตร เช่น ทำไร่อ้อย มันสำปะหลัง ผลไม้ การทำนา มีประชากรทั้ง สิ้น 92,757 คน พื้นที่ 599.088 ตารางกิโลเมตร เหตุที่เรียกชื่ออำเภอ ว่า "อำเภอบ้านบึง" เนื่องจากแต่เดิมมีพื้นที่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของตัว เมืองมีบึงขนาดใหญ่ แต่ในปัจจุบันได้ตื้นเขินกลายสภาพเป็นที่ราบไปหมด แล้ว กอปรกับที่ว่าการอำเภอบ้านยึงตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านบึง จึงใช้ชื่อตำบล เป็นชื่อของอำเภอจนมาถึงทุกวันนี้

50 หนุ่มโสดคลีโอ 2014 หนุ่มโสดในฝัน (ชมต่อ:หมายเลข 26-50 )
50 หนุ่มโสดคลีโอ /  50หนุ่มโสด / 

กลับมาอีกครั้ง สำหรับการค้นหา หนุ่มโสดในฝัน หรือ หนุ่มโสดคลีโอ 2014 ที่จัดเป็นประจำทุกปี เพื่อเฟ้นหาหนุ่มโฉมงามในฝันของสาวๆทั้งประเทศ โดยแต่ละคนนั้น ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าโปรไฟล์ไม่ธรรมดา เริ่ดอลังไม่แพ้หนุ่มชาติใดในโลก(ว่าไปนั่น) แล้วจะมัวรอช้าอยู่ใย มายลโฉมเหล่า 50 หนุ่มโสดคลีโอ หนุ่มน้อยรูปงามร่างล่ำ(บางคน) กันดีกว่า ว่าใครบ้างที่จะเข้าตากระแทกใจสาวๆกันบ้าง ส่วนใครดูแล้ว ชอบอกชอบใจ หนุ่มโสดคลีโอ คนไหน ก็ตามไปช่วยกันโหวตได้ที่นี่นะจ๊ะ โหวตหนุ่มคลีโอ หมายเลข 26 : ภูมิชาย โสภโณดร (แก๊ป) 20 ปี นิสิต คณะครุศาสตร์ คิดว่าผู้หญิงชอบเราตรงไหน: ความเป็นตัวของตัวเอง พฤติกรรมของผู้หญิงที่รับไม่ได้: สูบบุหรี่และไม่รักตัวเอง เบื่อคำโกหกอะไรจากแฟนตัวเองที่สุด: ทุกคำโกหกครับ ผมเป็นคนไม่ชอบคนโกหก อะไรทำให้คุณฟันธงว่าผู้หญิงคนนี้แหละจะมาเป็นแฟนในอนาคต: คงต้องเป็นคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจคุยกันได้ทุกเรื่อง เป็นผู้ชายเจ้าชู้รักสนุก กับเป็นผู้ชายแสนแต่ดีน่าเบื่อ จะเลือกอะไร: ผู้ชายแสนดีแต่น่าเบื่อครับ อย่างน้อยเราก็ไม่ทำให้ใครเสียใจ หมายเลข27 : ธนวัต เทิดวิกรานต์ (บุ๊ค) 22 ปี ธุรกิจส่วนตัว พฤติกรรมของผู้หญิงที่รับไม่ได้เห็นแก่ตัว: วางตัวสูง สิ่งที่คุณคิดว่าโรแมนติกที่สุดที่ตัวเองเคยทำ คืออะไร: โทรไปแฮปปี้เบิร์ธเดย์แล้วให้ Messenger ไปส่งดอกไม้ช่อใหญ่ๆ หน้าบ้าน เบื่อคำอ้างหรือคำโกหกอะไรจากแฟนตัวเองมากที่สุด: เค้าเป็นแค่พี่ชาย คุณมีผู้หญิงในความทรงจำมั้ย เธอเป็นผู้หญิงแบบไหน: Chloe Bennetมาจากเรื่อง Agents of shield อะไรในผู้หญิงที่ทำให้คุณเข่าอ่อนเวลาได้เห็น: หน้าคมๆ มีเอกลักษณ์ ดูมีมาด หมายเลข28 : อิสระ สมบูรณ์ (ฟรี) 24 ปี เทรนเนอร์ คิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ในวันนี้อีก 5 ปีข้างหน้า: หากิจการที่เป็นของตัวเองทำ อาจจะเปิดยิมหรือค่ายมวย มุขจีบสาวประจำตัว: ออกแนวกวนๆมากกว่า ผู้หญิงชอบคนตลก เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: แก่นๆ กวนๆ รอยยิ้ม อะไรทำให้คุณฟันธงว่าผู้หญิงคนนี้ล่ะจะมาเป็นแฟนในอนาคต: ตลกๆ ต่อปากต่อคำ เอาใจใส่เรื่องเล็กๆ พฤติกรรมของผู้หญิงที่รับไม่ได้: รับได้หมด ที่รับไมได้คือไม่เป็นตัวของตัวเอง หมายเลข29 : ภูวิทย์ มูเก็ม (ดีดี้) 27 ปี ตำรวจ/นายแบบ เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: สายตา สิ่งที่คุณคิดว่าโรแมนติกที่สุดที่ตัวเองเคยทำ คืออะไร: แค่พาไปกินข้าว ดูหนัง เซอร์ไพร์เล็กๆน้อยๆใส่ใจในทุกๆวัน อะไรในผู้หญิงที่ทำให้คุณเข่าอ่อนเวลาได้เห็น: ขาอ่อนมั้งครับ เดทในฝันที่แสนเร้าใจของคุณเป็นแบบไหน: เดทในห้องอวกาศ มองส่วนไหนของผู้หญิงก่อนเป็นอันดับแรก: ตรงซอกคอ เพราะถ้าหากตรงนั้นสะอาด ผู้หญิงคนนั้นคงดูแลรักษาผิวเป็นอย่างดี หมายเลข30 : วรายุทธ พิริยะกุลธร (อ๋อง) 24 ปี ครูสอนศิลปะ เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: เป็นคนร่าเริงสนุกเฮฮา คุณค่าใดของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอแบบไม่ลืม: คุยกันได้ทุกเรื่อง เอาใจใส่เรา เรื่องโรแมนติกที่สุดที่เคยทำ: กินข้าวริมทะเลตอนกลางคืน เดทในฝันที่แสนเร้าใจ: เดินป่าครับ ดูรักธรรมชาติดี มองส่วนไหนของผู้หญิงก่อนเป็นอันดับแรก: เส้นผม รูปร่าง หมายเลข31 : ซูฮยอง จิน (จิน) 24 ปี ศิลปิน/นายแบบ คุณค่าใดของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอโดยไม่รู้ลืม: บุคลิกครับ อะไรในผู้หญิงที่ทำให้คุณเข่าอ่อนเวลาได้เห็น (เรายอมแพ้เขาเลย): รอยยิ้มครับ เดทในฝันที่แสนเร้าใจ: แค่อยากจะพาเธอไปที่ๆเราสองคนจะสามารถสร้างความทรงจำด้วยกันได้ เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: ตาเล็ก เบื่อคำอ้างหรือคำโกหกอะไรจากแฟนตัวเองมากที่สุด: พูดว่าใกล้จะแต่งตัวเสร็จแล้ว กำลังจะออกจากบ้าน ทั้งๆที่ยังไม่เสร็จ หมายเลข32 : ตะวัน วิหครัตน์ (เต) 22 ปี ดีเจ คุณค่าใดของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอได้แบบไม่ลืม: ยิ้มจริงใจ ความสดใสร่าเริง อะไรในผู้หญิงที่ทำให้คุณเข่าอ่อนเวลาได้เห็น: เวลาแต่งตัวดีๆ ใส่ขาสั้น ปล่อยผม อะไรทำให้คุณฟันธงว่าผู้หญิงคนนี้ล่ะจะมาเป็นแฟนในอนาคต: คุยภาษาเดียวกัน อยู่ด้วยแล้วมีความสุข สบายใจ พฤติกรรมของผู้หญิงที่รับไม่ได้: พูดจาหยาบคายเกินไป เป็นผู้ชายเจ้าชู้ รักสนุก กับหนุ่มแสนดีแต่น่าเบื่อ จะเลือกเป็นอะไร: เป็นหนุ่มแสนดีครับ เดี๋ยวนี้ผู้ชายเจ้าชู้มีเยอะ สุดท้ายเขาก็จะกลับมาหาแบบนี้เอง หมายเลข33 : คุณัชญ์ บุญอาจ (เคน) 19 ปี นักแสดง เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: หน้าผากมั้งครับ ชอบคนหัวเหม่งๆ ยิ่งเหม่งยิ่งน่ารัก คุณค่าใดของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอโดยไม่รู้ลืม: ความจริงใจแบบเค้ารักเราที่เราเป็นเรา ถึงแม้จะเป็นอย่างไรก็ตาม พฤติกกรมอะไรของผู้หญิงที่เห็นแล้วรู้สึกรับไม่ได้: สูบบุหรี่ครับ สิ่งที่คุณคิดว่าโรแมนติกที่สุดที่ตัวเองเคยทำ คืออะไร: เล่นกีตาร์ อัดคลิปแล้วพูดคำซึ้งๆให้แฟนแล้วร้องเพลงความหมายดีๆครับ เพลงหากฉันตาย ของ Sixty Miles คุณมีผู้หญิงในความทรงจำมั้ย เธอเป็นผู้หญิงแบบไหน: ผู้หญิงแบบแม่แบบบ่นเช้า บ่นเย็น คอยเตือนนู้นนี่นั่น รักเราจริงๆ เราอยากได้อะไรเค้าก็จะหาให้เท่าที่เค้าจะทำให้เราได้ หมายเลข34 : โจเซฟ ซามูดิโอ (โจ) 28 ปี นักดนตรีบำบัด มุกจีบสาวประจำตัว: เจ็บมั้ยครับ...ตอนคุณตกลงมาจากสวรรค์ เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: ความมั่นใจของเธอ คุณค่าใดของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอได้แบบไม่ลืม: คนที่สามารถหัวเราะและมีความสุขกับทุกเรื่องในชีวิต เดทในฝันที่แสนเร้าใจ: เริ่มจากดินเนอร์ชิลๆ ไปเดินเล่น เล่นโบว์ลิ่ง แล้วจบด้วยหนังดีๆ สักเรื่อง เคยอกหักมั้ย: เคยครับ รู้สึกเหมือนหัวใจถูกฉีกออกมา ถูกขยี้ไม่มีชิ้นดี แล้วเอาไปทิ้ง แต่สุดท้ายก็ได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างแล้วก็ก้าวต่อไปได้ หมายเลข35 : ณพัทธ์ นิติกรกูล (โจ้) 23 ปี ที่ปรึกษาด้านการเงินและการลงทุนข้ามประเทศ คุณค่าของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอแบบม่ไม่ลืม: มารยาท การวางตัว อะไรในผู้หญิงที่ทำให้คุณเข่าอ่อนเวลาได้เห็น: น้ำตา อะไรทำให้คุณฟันธงว่าผู้หญิงคนนี้แหละจะมาเป็นแฟนในอนาคต: ความเข้าใจ เดทในฝันที่แสนเร้าใจ: blind date คุณมีผู้หญิงในความทรงจำมั้ย เป็นผู้หญิงแบบไหน: มีครับ เป็นแบบเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ หมายเลข36 : พิทวัส พิพัฒนนันท์ (ไบร์ท) 24 ปี ธุรกิจการเงินการท่องเที่ยว เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: ชอบที่ดวงตานะ ตาหวานตาเยิ้ม ตาจิกตอน selfie ชอบมากๆ พฤติกรรมของผู้หญิงที่รับไม่ได้: สูบบุหรี่ พูดคำหยาบ มองส่วนไหนของผู้หญิงก่อนเป็นอันดับแรก: ตาแล้วก็ปาก เอาจริงๆ ริมฝีปากดู sexy มันทำให้เคลิ้มนะ สิ่งที่คุณคิดว่าสิ่งโรแมนติกที่สุดที่ตัวเองเคยทำ คืออะไร: โดดงานไปปากคลองตลาด ซื้อดอกไม้มาจัดเอง แล้วก็ใส่หลังรถไปรับสาว เสร็จแล้วตอนค่ำๆ ก็พาไปดินเนอร์ แล้วก็ขับรถขึ้นสะพานภูมิพล จอดกลางทาง หอมแก้มแล้วเดินลงไป หยิบดอกไม้มาให้ เบื่อคำอ้างหรือคำโกหกอะไรจากแฟนตัวเองมากที่สุด: คำว่ารักถ้าไม่ได้คิดอย่างนั้นจริงๆ หมายเลข37 : ร.ต.อ. ฤชุภัทร หลาวทอง (เนิฟ) 33 ปี ตำรวจ มุกจีบสาวประจำตัว: ให้เพื่อนเข้าไปขอเบอร์ให้ คิดว่าเสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: ความไม่หยิ่ง เป็นกันเอง น่ารักๆ คุณค่าใดของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอได้แบบไม่ลืม: ผู้หญิงที่เห็นคุณค่าในตัวเอง เรื่องโรแมนติกที่สุดที่เคยทำ: เคานท์ดาวน์กันสองคนกับแฟนที่ลาสเวกัส ผู้หญิงในความทรงจำเป็นผู้หญิงแบบไหน: นางเอกเรื่อง she’s all that ชื่อราเชล ลีห์ คุ๊ก ชอบตั้งแต่เด็ก ตาโต จมูกแหลม บุคลิกใสๆน่ารัก หมายเลข38 : ชนัทย์ พัฒนพิฑูรย์ (ดีน) 28 ปี นักวางแผนการตลาด  เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: ความคิดและจิตใจ คุณค่าของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอได้แบบไม่ลืม: ผู้หญิงที่รู้คุณค่าของตัวเอง เบื่อคำโกหกอะไรจากแฟนมากที่สุด: บอกว่าเป็นเพื่อนสนิท หรือพี่ชาย อะไรในผู้หญิงที่ทำให้คุณเข่าอ่อนเวลาได้เห็น: น่ารัก ขี้เล่น ไม่ห่วงสวย เป็นผู้ชายเจ้าชู้ รักสนุกกับเป็นผู้ชายแสนดีแต่น่าเบื่อ เลือกเป็นอะไร: เจ้าชู้รักสนุกเพราะเป็นตัวเอง28 ปี นักวางแผนการตลาด หมายเลข39 : สันติพงษ์ สิทธิลาภโสภณ (เล็นส์) 24 ปี สถาปนิกอิสระ มุกจีบสาวประจำตัวคืออะไร: เราเคยเจอกันมาก่อนรึเปล่าเรียนมหาลัย…ใช่ไหมเจอกันอีกแล้วนะ !! มิแรนด้า เคอร์ กับเจสสิก้า จาก เกิร์ล เจเนอเรชั่น ชอบสาวแบบไหนมากกว่ากัน ทำไม: แน่นอนว่าต้องมิแรนด้า เคอร์ มีสเน่ห์ เป็นตัวของตัวเอง ดูมีวุฒิภาวะ ผู้หญิงแบ๊วมีสูตรสำเร็จ สิ่งที่คุณคิดว่าสิ่งโรแมนติกที่สุดที่ตัวเองเคยทำ คืออะไร: แอบไปเซอร์ไพรส์ วันเกิด ที่หน้าบ้านตอนเที่ยงคืน โดยตอนแรกอ้างว่ามีธุระเรื่องงาน ทำของทำมือให้ เช่น การ์ด, โมเดลกระดาษ, เปเปอร์ มาร์เช่ อะไรในผู้หญิงที่ทำให้คุณเข่าอ่อนเวลาได้เห็น: หุ่น โดยเฉพาะเอว บั้นท้ายและเรียวขา อะไรทำให้คุณฟันธงว่าผู้หญิงคนนี้แหละจะมาเป็นแฟนในอนาคต: Lifestyle ใกล้เคียงกัน สนใจอะไรคล้ายๆกัน เช่น เพลง หนัง การแต่งตัว ท่องเที่ยว ใส่ความเป็นตัวเองลงไปไม่ใช่แค่ถามคำตอบคำ หมายเลข40 : อัครินทร์ ศิวพรพิทักษ์ (ฟาน) 30 ปี บาริสต้า คุณคิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ในวันนี้อีก 5 ปีข้างหน้า: เป็นผู้บริหารที่ยังทำงานหนักในบริษัทกาแฟของตัวเอง ซึ่งเป็นบริษัทกาแฟที่ใหญ่ติดอันดับของประเทศไทย และเป็นที่รู้จักในประเทศต่างๆทั่วโลก คุณค่าใดของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอโดยไม่รู้ลืม: ผู้หญิงที่สามารถยืนเคียงข้างเราได้ แม้ยามลำบากหรือเสียใจโดยที่ไม่รู้สึกฝืนใจตัวเอง สิ่งที่คุณคิดว่าโรแมนติกที่สุดที่ตัวเองเคยทำ คืออะไร: ทำมิวสิควิดีโอให้แฟน เป็นผู้ชายเจ้าชู้ รักสนุกกับเป็นผู้ชายแสนดีแต่น่าเบื่อ จะเลือกเป็นอะไร เพราะอะไร: เป็นผู้ชายเจ้าชู้ รักสนุก เพราะไม่มีผู้ชายคนไหนเป็นคนดีหรอก มีแค่เลวมาก กับเลวน้อยเท่านั้นเอง สุดท้ายแล้วผู้ชายดีไม่มีที่อยู่ ผู้หญิงในความทรงจำเธอเป็นผู้หญิงแบบไหน: แค่เดินผ่านกัน เห็นหน้าไม่เกิน 10 วินาที แต่จำได้ทั้งชีวิตไม่เคยลืม หมายเลข41 : ชล เจนประภาพันธ์ (ชล) 30 ปี นักเขียน/ ภัณฑารักษ์อิสระ คิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ในวันนี้อีก 5 ปี ข้างหน้า: นั่งจิบกาแฟในบ้านที่ออกแบบเอง เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: บุคลิกภาพ วิธีการพูดและการให้ความเห็น กับเรื่องต่างๆ รอบตัว คุณค่าใดของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอไม่ลืม: การสามารถแสดงรสนิยมที่แตกต่าง มีเอกลักษณ์ ทั้งการแต่งตัว วิธีการพูด บุคลิกภาพ และเข้าใจในสิ่งที่ตัวเองเป็น มองส่วนไหนของผู้หญิงก่อนเป็นอันดับแรก: เท้า มือ ผม ทำให้เห็นว่าเขาดูแลตัวเองขนาดไหน เรื่องสิ่งโรแมนติกที่สุดที่ตัวเองเคยทำ: ผมมักจะทำอาหารไปให้เขาชิม อร่อยบ้างไม่อร่อยบ้างแต่ก็ทำด้วยความตั้งใจเสมอ หมายเลข42 : ณัฐภัทร วรรณประเสริฐ (เอิร์ธ) 25 ปี ธุรกิจส่วนตัว คิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ในวันนี้อีก 5 ปีข้างหน้า: ผู้ชายขายน้ำ (เพื่อสุขภาพ)ครับ เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: ตา บุคลิก นิสัย เป็นผู้ชายเจ้าชู้ รักสนุกกับเป็นหนุ่มแสนดีแต่น่าเบื่อ จะเลือกเป็นอะไร: รักสนุกครับ เพราะชีวิตผมโนลิมิต ไม่ชอบผูกมัด ชอบอิสระ เดทในฝันที่แสนเร้าใจ: ไปลุยป่าดงดิบลองใช้เวลา 2 คนในป่า 1 เดือน โดยไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก หาอาหารกินเอง พฤติกรรมของผู้หญิงที่รับไม่ได้: จู้จี้ เรื่องมาก หมายเลข43 : ธีรยุทธ เธียรชัยบัณฑิต (อู๋) 23 ปี ดีเจ/วีเจ/พิธีกร คุณค่าของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอแบบไม่ลืม: แสบ ทะลึ่ง ขี้เล่น มองส่วนไหนของผู้หญิงก่อนเป็นอันดับแรก: หน้าอกครับ เรื่องโรแมนติกสุดที่เคยทำคือ: ทำการ์ดวันครบรอบให้แฟน อะไรในผู้หญิงที่ทำให้คุณเข่าอ่อนเวลาได้เห็น: ตรงนั้นแหละ ผู้ชายเจ้าชู้ รักสนุกกับหนุ่มแสนดีแต่น่าเบื่อ จะเลือกเป็นอะไร: เป็นผู้ชายเจ้าชู้ รักสนุก เพราะเป็นคนดี สุดท้ายสิ่งที่ได้กลับมาก็คือน้ำตาอยู่ดี หมายเลข44 : รวีโรจน์ เลิศพิภพเมธา (วี) 23 ปี ดีเจ/นักแสดง มุขจีบสาวประจำตัว: มีถั่วมั้ย มีถัวมั้ย มีไลน์มั้ย เรื่องโรแมนติกที่สุดที่เคยทำ: แฟนกลับจากอเมริกา แวะเปลี่ยนเครื่องที่อินชอน ผมบินไปอินชอลไปรอรับ อะไรในผู้หญิงที่ทำให้คุณเข่าอ่อนเวลาได้เห็น: ต้นคอ คุณค่าใดของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอโดยไม่รู้ลืม: ผู้หญิงที่น่าจำคือ ผู้หญิงซุ่มซ่าม เพราะน่าจะมีเรื่องตลกๆ ให้ได้นึกถึง คิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ในวันนี้อีก 5 ปี ข้างหน้า: มีไร่มีสวน ใช้ชีวิตอยู่บ้านนอก หมายเลข45 : ธนวัฒน์ เอกทศวรรณ (ปอนด์) 22 ปี ช่างภาพ มุกจีบสาวประจำตัว: หากิจกรรมทำร่วมกัน แล้วเราจะค่อยสนิทกันไปเอง เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: แววตากับบุคลิก คุณค่าของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอแบบไม่ลืม: ความจริงใจ พฤติกรรมของผู้หญิงที่รับไม่ได้: เรื่องมาก(เกินเหตุ) ระหว่างมิแรนด้า เคอร์ กับเจสสิก้า จาก เกิร์ล เจเนอเรชั่น ชอบแบบไหน: เจสสิก้า ผมชอบสาวเอเซียมากกว่าครับ ดูมีเสน่ห์น่าค้นหา หมายเลข46 : ปรก หัศภาคย์ (โป้ย) 25 ปี ข้าราชการสำนักนายกฯ มุกจีบสาวประจำตัวคืออะไร: แกล้งทำโทรศัพท์หายแล้วขอใช้มือถือเธอโทรเข้าเบอร์ตัวเอง พฤติกรรมของผู้หญิงที่รับไม่ได้: ผู้หญิงเจ้าอารมณ์ หงุดหงิดง่าย มองส่วนไหนของผู้หญิงก่อนเป็นอันดับแรก: ขา เนื่องจากผู้หญิงส่วนมากที่มีเรียวขาสวย มักจะเป็นคนที่ดูแลตัวเองดี สิ่งที่คุณคิดว่าโรแมนติกที่สุดที่ตัวเองเคยทำ คืออะไร: เขียนการ์ดแล้วทำการ์ดแฮนเมดให้เธอทุกๆเดือน และทุกๆโอกาสสำคัญ อะไรทำให้คุณฟันธงว่าผู้หญิงคนนี้แหละที่จะมาเป็นแฟนในอนาคต: Lifestyle รวมไปถึงเพลงที่ฟัง อาหารที่ชอบ หนังที่ชอบ เพราะผมเชื่อว่าการใช้ชีวิตของแต่ละคนจะสะท้อนผ่านสิ่งที่ทำ หมายเลข47 : จีราวัฒน์ หงษ์ทองนพคุณ (นัท) 20 ปี นักศึกษา คณะนิเทศศาสตร์ มุขจีบสาวประจำตัวอะไร: เธอ ชื่ออะไรเธอๆใช่เพื่อนนัทปะให้เค้านับ 1-5 เสร็จแล้วเราถามว่าครบยัง พอเค้าบอกว่าครบแล้วค่ะ ผมก็จะพูดว่าโอเค คบแล้วห้ามเลิกนะ เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: รอยยิ้มและบุคคลิก สิ่งที่คุณคิดว่าโรแมนติกที่สุดที่ตัวเองเคยทำ คืออะไร: นำดอกไม้ไปเซอร์ไพร์ตอนที่กำลังกินข้าวกัน อะไรในผู้หญิงที่ทำให้คุณเข่าอ่อนเวลาได้เห็น: เวลายิ้ม จริงใจ ยิ้มเป็นธรรมชาติ อะไรทำให้คุณฟันธงว่าผู้หญิงคนนี้แหละที่จะมาเป็นแฟนในอนาคต: เข้ากันได้ พูดคุยกันรู้เรื่อง นิสัยคล้ายๆกัน รักครอบครัวเรา เหมือนที่เขารักครอบครัวเขา หมายเลข48 : ชัยยุทธ กิติชัยวัฒน์ (โจอี้) 22 ปี นักแสดงอิสระ เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: ความมั่นใจและความเป็นตัวของตัวเอง พฤติกรรมของผู้หญิงที่รับไม่ได้: ขากสเลดเสียงดังในที่สาธารณะ อะไรในผู้หญิงที่ทำให้คุณเข่าอ่อนเวลาได้เห็น: เรียวขา อะไรทำให้คุณฟันธงว่าผู้หญิงคนนี้ล่ะจะมาเป็นแฟนในอนาคต: ฉลาด มีความคิด รู้จักคุณค่าของตัวเอง มั่นใจ เป็นตัวของตัวเอง เดทในฝันที่แสนเร้าใจ: เจอกันในยานอวกาศ แล้วมีเอเลี่ยนไล่ฆ่าตื่นเต้นดี หมายเลข49 : ศรภัทร ภัทราคร (ศร) 23 ปี สถาปนิก เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: ความสามารถครับ คุณค่าของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอแบบไม่ลืมคืออะไร: พัฒนาการของตัวผมเองที่เกิดขึ้นจากเวลาที่ใช้ร่วมกัน เดทในฝันที่แสนจะเร้าใจของคุณเป็นแบบไหน: Dive into unknown, expect for a surprise at least, get surprise in the case of finding none เป็นผู้ชายเจ้าชู้ รักสนุกกับเป็นผู้ชายแสนดีแต่น่าเบื่อ จะเลือกเป็นอะไร: ปกติจะเป็นคนสนุกกับอะไรที่คนอื่นคิดว่าน่าเบื่อ คิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ในวันนี้อีก 5 ปีข้างหน้า: ผมคิดแผนล่วงหน้าได้อย่างเก่งก็ 2 สัปดาห์ครับ หมายเลข50 : เคนยิโร ไรวาส โยเนคุระ (เคน) 32 ปี ช่างภาพ คิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ในวันนี้อีก 5 ปีข้างหน้า: เป็นช่างภาพที่มีชื่อเสียง เสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ตรงไหน: ความฉลาด คุณค่าใดของผู้หญิงที่จะทำให้คุณจำเธอไม่ลืม: การที่เธอให้คุณค่ากับการใช้ชีวิต พฤติกรรมของผู้หญิงที่รับไม่ได้: อีโก้ที่สูงเกินไป เดทในฝันที่แสนเร้าใจเป็นแบบไหน: แบบไหนก็ได้ แต่ขอแค่เดทกับผู้หญิงที่ผมต้องการจริงๆ ยิ่งกว่าฮอตและเพอร์เฟคท์อีกครับ ดู หนุ่มโสดคลีโอ 2014 หมายเลข 1 - หมายเลข 25 คลิกเล๊ย ที่มาจาก www.cleothailand.com รายงานโดย Women Mthai Team

เที่ยวภูลังกา สัมผัสความหนาวใน จังหวัดพะเยา
เที่ยวพะเยา /  เที่ยวภูลังกา

วนอุทยานภูลังกา คือ อีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยว ที่มีชื่อเสียงของอำเภอเชียงคำ และอำเภอปง จังหวัดพะเยา อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำเปื๋อย ป่าน้ำหยวนและป่าน้ำลาว และป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ยม มีเนื้อที่ประมาณ 7,800 ไร่ กรมป่าไม้ได้ประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2545  เที่ยวภูลังกา สัมผัสความหนาวใน จังหวัดพะเยา ภาพโดย คุณChatrawee Wiratgasem โดย "ภูลังกา" นั้นเป็นภูเขาสูงชันอยู่ใน เทือกเขาสันปันน้ำ วางตัวอยู่ในแนวตะวันออก-ตะวันตก สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 900-1,720 เมตร มีลำห้วยที่สำคัญ คือ น้ำแม่คะไหลผ่านด้านทิศใต้ ห้วยน้ำต้มและน้ำแม่รูไหลลงน้ำแม่รูทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ ห้วยคะแนงและห้วยป่ายางไหลลงน้ำแม่ลาวทางทิศเหนือ ลำห้วยทั้งหมดจะไหลลงสู่แม่น้ำยมต่อไป ภาพโดย คุณChatrawee Wiratgasem วนอุทยานภูลังกานั้น มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอยู่หลายแห่ง โดยสถานที่ท่องเที่ยววนอุทยานภูลังกาแห่งแรกที่คุณจะองไม่ควรพลาดไปเยือน คือ "ภูเทวดา" เป็นยอดดอยที่สวยงาม มีความสูง 1,720 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง สูงที่สุดในเทือกเขาสันปันน้ำ ไทย-ลาว เป็นจุดชมทะเลเมฆหมอก ดวงอาทิตย์ขึ้นลงและดอกไม้ป่าสวยงาม โดยเฉพาะในช่วงปลายฝนต้นหนาว ภาพโดย คุณพี่อ้วนพี จากนั้นขอแนะนำให้ไปเยือน "ดอยภูนม" เป็นสันเขาแคบๆทอดตัวต่อลดหลั่นมาจากดอยภูลังกา เป็นยอดดอยหัวโล้นมีหญ้าปกคลุมและลมพัดแรงบนยอดสามารถชมทิวทัศน์ได้รอบโดย เฉพาะทะเลหมอก พระอาทิตย์ขึ้นและตก ภาพโดย คุณพี่อ้วนพี หลังจากนั้นไม่พลาดแวะไปยัง "ดอยภูลังกา" เป็นสันเขาแคบๆ ด้านตะวันตกเป็นป่าดงดิบเขาด้านทิศตะวันออกเป็นหน้าผาสูงชันมีหญ้าปกคลุมและ ลมพัดแรง เมื่อขึ้นไปบนยอดดอยชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกยามเช้าได้สวยงาม และสามารถมองเห็นประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ภาพโดย คุณพี่อ้วนพี และสุดท้ายคือ "ดอยหัวลิง" ซึ่งถ้ามองทางทิศเหนือหรือใต้จะเห็นยอดดอยคล้ายหัวลิงหันหน้าไปทางทิศตะวัน ออก ด้านตะวันตกเป็นป่าดงดิบเขาด้านทิศตะวันออกเป็นหน้าผาสูงชันมีหญ้าปกคลุมและ ลมพัดแรง เหมาะสำหรับชมทะเลหมอกและ พระอาทิตย์ขึ้น วนอุทยานภูลังกา ไม่มีบ้านพักหรือค่ายพักแรมบริการแก่นักท่องเที่ยว หากนักท่องเที่ยวมีความประสงค์จะไปพักแรมค้างคืนเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ หรือ ศึกษาหาความรู้ทางธรรมชาติ โปรดนำเต็นท์และเตรียมอาหารไปเอง โดยทางวนอุทยานได้จัดสถานที่ไว้ให้พร้อมกับห้องสุขา ให้ไปติดต่อขออนุญาตใช้สถานที่กับเจ้าหน้าที่ที่วนอุทยานภูลังกาโดยตรง ภาพโดย คุณพี่อ้วนพี นอกจากนี้แล้วยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆอีกมาก อาทิเช่น - ทุ่งดอกโคลงเคลง เป็นต้นไม้พุ่ม ดอกสีม่วง มีลักษณะสวยงาม ออกดอกบานสพรั่งในช่วงปลายฝนต้นหนาว และช่วงเทศกาลสงกรานต์ ขึ้นรวมกันเป็นทุ่งกว้างและกระจัดกระจายทั่วไปในวนอุทยานภูลังกา - น้ำตกภูลังกา เป็นน้ำตก น้ำใสเย็น มี ๒ ชั้น ชั้นที่ ๑ มีความสูง ๓๐ เมตร ชั้นที่ ๒ มีความสูง ๒๐ เมตร มีความสวยงามในช่วงฤดูฝน - ลานหินล้านปี มีสภาพเป็นลานหินบนสันดอยภูลังกา มีมอสเกาะตามหิน โดยมีดอกไม้ป่าขึ้นกระจายสวยงาม เช่น ต้นบีโกเนีย, กล้วยไม้ป่า, ชมพูภูพาน, โคลงเคลง, เทียนป่า, ละตาเหินไหว เป็นต้น สวยงามมากช่วงปลายฝนต้นหนาว - หินแยงฟ้า เป็นแท่งหินยื่นโผล่ขึ้นไปบนฟ้า อยู่ปลายสุดของยอดดอยภูลังกา - ป่าก่อโบราณ เป็นสภาพป่าดิบเขาที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีพันธุ์พืชสมุนไพรและต้นก่อขนาดใหญ่จำนวนมาก นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมพันธุ์พืช ดอกไม้ป่า กล้วยไม้ป่า และชมนกได้อย่างสนุกตื่นเต้น โดยเฉพาะปลายฝนต้นหนาว - ร่องรอยตำนานคอมมิวนิสต์ในอดีต ดอยภูลังกาในอดีต เป็นฐานที่มั่นของคอมมิวนิสต์ ยังมีสนามเพลาะ หลุมระเบิด และถ้ำหลบภัย หลงเหลือให้ได้ดูชม ภาพโดย คุณพี่อ้วนพี การเดินทาง - รถยนต์ การเดินทางไปวนอุทยานภูลังกามี 3 เส้นทาง ดังนี้ 1.เดินทางจากอำเภอเมืองเชียงรายตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1148 ถึงอำเภอเทิง ระยะทาง 64 กิโลเมตร จากอำเภอเทิงถึงอำเภอเชียงคำ 26 กิโลเมตร ไปบ้านทุ่งหล่มใหม่ 8 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายไปทางทิศเหนือถึงบ้านแฮะ 12 กิโลเมตร เลี้ยวขวาไปอีก 5 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายไปทางทิศเหนือถึงวนฯ 12 กิโลเมตร รวมระยะทางทั้งหมด 127 กิโลเมตร 2.เดินทางจากจังหวัดพะเยาผ่านอำเภอปงถึงแยกทางเข้าอำเภอเชียงคำตามทางหลวง แผ่นดินหมายเลข 1092 ระยะทาง 104 กิโลเมตร แล้วเดินทางต่ออีก 3 กิโลเมตร ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1148 เลี้ยวซ้ายไปทางทิศเหนือถึงวนฯ 12 กิโลเมตร รวมระยะทาง 119 กิโลเมตร 3.เดินทางจากอำเภอเมืองน่านถึงอำเภอท่าวังผาตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข1080 ระยะทาง 43 กิโลเมตร เดินทางไปทางเหนือแล้วเลี้ยวขวาไปอำเภอสองแถวตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1148 ระยะทาง 33 กิโลเมตร จากอำเภอสองแถวถึงอำเภอเชียงคำแล้วเดินทางต่อไปถึงวนฯ 71 กิโลเมตร รวมระยะทางทั้งหมด 147 กิโลเมตร สถานที่ติดต่อ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดพะเยา โทร.0-5441-2699, 05441-4003, วนอุทยานภูลังกา โทร.08-1883-0307, อบต.ผาช้างน้อย โทร.0-5440-1100, ภูลังกา รีสอร์ท โทร.0-5441-5570, โครงการหลวงปังค่า โทร.0-5440-1023 ภาพโดย คุณ tends83 View Larger Map ข้อมูลและภาพ : ททท. / Visitphayao.com / pixpros.net / phayaofocus.com / board.trekkingthai.com เรียบเรียงโดย Travel MThai

เรื่องน่ารู้ เตรียมตัว เที่ยวภูเขา
เคล็ดลับ /  เตรียมตัวเที่ยว / 

การเดินทางท่องเที่ยวทุกรูปแบบ ทุกกิจกรรม และทั่วทุกพื้นที่ หากมีการเตรียมตัวสำหรับการเดินทางดีแล้ว การท่องเที่ยวในเส้นทางนั้นก็จะได้รับความสนุกสนาน เก็บรับความสุขจากการเดินทาง การท่องเที่ยวศึกษาธรรมชาติได้อย่างเต็มที่สำหรับ การเดินทางท่อง เที่ยวภูเขา นั้น ยิ่งต้องมีการเตรียมพร้อมอย่างยิ่ง สิ่งที่ต้องเตรียม คือ... เรื่องน่ารู้ เตรียมตัว เที่ยวภูเขา เตรียมหาข้อมูล ของภูเขาที่จะไปเที่ยวชมว่ามีสภาพเช่นไร มีระดับความสูงเท่าใด เส้นทางเป็นอย่างไร รถยนต์ขึ้นถึง หรือต้องเดินเท้าเป็นระยะทางเท่าใด กี่กิโลเมตรกี่ชั่วโมง สภาพความสูงชันของเส้นทาง ระหว่างทางต้องผ่านสภาพป่าอย่างไร ป่าดงดิบ ป่าโปร่ง หรือเดินทางเส้นทางที่เป็นถนนเก่า เพื่อจะได้เตรียมความฟิต ความแข็งแกร่งของร่างกายให้พร้อมรับกับสภาพ และจะได้เตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ที่จำเป็นไปให้พร้อม เตรียมจองตั๋วโดยสาร สำหรับการนเดินทางล่วงหน้า ยิ่งหากเป็นช่วงเทศกาล หรือวันหยุด ติดต่อกันหลายวัน การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว ควรตัดสินใจให้ดีว่าคุ้มหรือไม่ที่จะต้องขับรถไปเองแล้วจอดรถทิ้งไว้หลายวัน ในช่วงเดินทางขึ้นเขา และกลับมาด้วยความอ่อนเพลีย แล้วยังต้องขับรถทางไกลกลับบ้าน หากไม่คุ้ม ก็ควรใช้รถประจำทาง รถไฟ หรือเช่าเหมารถไปส่งเป็นหมู่คณะจะดีกว่า เตรียมจองที่พัก ซึ่งที่พักบนแหล่งท่องเที่ยวประเภทภูเขานั้น จะเป็นการพักแบบแค้มป์ ซึ่งมักจะไม่มีบ้านพักรองรับ หากพื้นที่ใดไม่มีเต๊นท์ให้เช่า ก็จำเป็นต้องเตรียมจัดหาเต๊นท์ไปเอง หรือหากที่ใดอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ และมีบ้านพัก ก็ควรติดต่อจองที่พักล่วงหน้าและอุทยานแห่งชาติบางแห่งจำกัดจำนวนนักท่อง เที่ยวว่า ไม่เกินกี่คนต่อวัน ก็คงต้องติดต่อจองและแจ้งจำนวนคนพร้อมวันเดินทางไปล่วงหน้า เพื่อจะได้ไม่ผิดหวัง ไปได้แค่ตีนดอย เพราะเกินจำนวน อุทยานฯ ไม่ยอมให้ขึ้น เตรียมฟิตร่างกาย ให้แข็งแกร่งเพียงพอที่จะรับสภาพเส้นทางที่สูงชันยาวไกล โดยการวิ่งหรือถีบจักรยานวันละ 1 ชั่วโมง ตลอด 1 สัปดาห์ เพื่อให้กำลังอยู่ตัว ก็จะทำให้ร่างกายไม่เหนื่อยล้าเกินไป และเที่ยวได้สนุก เตรียมอุปกรณ์ เครื่องกันหนาวไปให้พร้อม เพราะยอดเขาแต่ละแห่งอากาศมักจะหนาวเย็นตลอดปี เพราะอยู่บนระดับความสูง โดยสอบถามหรือหาข้อมูลเสียก่อนว่า อุณหภูมิในช่วงนั้นน่าจะกี่องศาฯ เพื่อจะได้เตรียมเสื้อผ้า ถุงนอน ไปได้พอดี เสื้อกันหนาวควรมีน้ำหนักเบา แต่ป้องกันความหนาวเย็นได้ดี รองเท้าปีนเขา ควรเป็นร้องเท้าหุ้มส้น หรือหุ้มข้อ ที่เหมาะสมกับสภาพของภูเขา เช่น หากเป็นภูเขาดินร่วนและแฉะลื่นในหน้าฝน ควรใช้รองเท้าที่มีดอกยางแข็ง ร่องลึก หุ้มข้อ หากพื้นที่เป็นหินอาจใช้รองเท้าพื้นยางนุ่มเพื่อเกาะพื้นหิน เป็นต้น แต่ข้อสำคัญ รองเท้าที่ใช้ต้องเป็นรองเท้าที่สวมใส่สบายเท้า มีสภาพดีพอที่จะไม่เสี่ยงไปชำรุดกลางทาง เพราะจะเกิดปัญหามากมาย และต้องเคยสวมใส่เป็นประจำอยู่แล้ว ไม่ใช่รองเท้าใหม่ เพราะรองเท้าคู่ใหม่อาจกัดเท้า จนไม่สามารถใส่เดินได้เป็นระยะทางไกลๆ เตรียมใจให้พร้อม เพราะการเดินขึ้นดอยนั้น จิตใจต้องสำคัญยิ่ง หากไม่รักจริงก็ถอนตัวเสียแต่เนิ่นๆ อย่าไปทรมานตัวเอง ทรมานเพื่อนร่วมทางเลย และสิ่งสำคัญที่สุด ก็คือจิตสำนึกแห่งการดูแลรักษาธรรมชาติให้งดงามยั่งยืนตลอดไป เรื่องน่ารู้ เตรียมตัว เที่ยวภูเขา ขอบคุณข้อมูลจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย การเตรียมตัว จัดกระเป๋า เที่ยวฝรั่งเศส เคล็ดลับจัดกระเป๋า ไปเที่ยว แบบของน้อย แต่ไม่เคยขาด เรื่องน่ารู้ เตรียมตัว เที่ยวภูเขา

Uncharted 4: A Thief's End เกมส์ผจญภัย ตามรอยขุมทรัพย์โจรสลัด
E3 2014 /  E3 2015 / 

Naughty Dogs ประกาศเปิดตัวเกมส์ Uncharted 4: A Thief's End เกมส์ผจญภัยภาคใหม่ กล่าวถึงการผจญภัยครั้งใหม่ที่ท้าทายและค้นหากับสมบัติโจรสลัดในหลายศตวรรษที่แล้ว วางขายไตรมาส 1 ปี 2016 เฉพาะ PlayStation 4 เท่านั้น เกมส์ Uncharted 4: A Thief's End กล่าวถึงเหตุการณ์หลายปีหลังจากการผจญภัยครั้งล่าสุด เมื่อ Nathan Drake เลิกผจญภัยหาขุมทรัพย์ แต่เขาต้องจำเป็นต้องผจญภัยอีกครั้งเมื่อ Sam พี่ชายของเขาตกอยู่ในอันตรายและร้องขอให้เขามาช่วยเหลืออีกครั้งชนิดที่ปฏิเสธไม่ได้ การผจญภัยครั้งนี้ เขาต้องตามล่าหาขุมทรัพย์ของกัปตัน Henry Avery ถูกฝังเอาไว้ที่เกาะมาดากัสการ์ เขายังต้องผจญภัยไปรอบโลกตั้งแต่ ป่าดงดิบ, เมืองหลวงต่างแดน ไปจนถึงเทือกเขาหิมะ เพื่อหาเบาะแสของกัปตัน Henry Avery ที่หายสาบสูญไป เกมส์ Uncharted 4: A Thief's End วางขายไตรมาส 1 ปี 2016 เฉพาะ PlayStation 4 เท่านั้น

จูบ ไม่เป็น... เซ็กส์ หมดสนุก!!
sex /  xxx / 

จูบ ไม่เป็น... เซ็กส์ หมดสนุก!! " จูบ " เป็นการกระทําระหว่างคู่รักที่แสนโรแมนติก แสนวิเศษ แสนเซ็กซี่ แต่ก็น่ารังเกียจได้เช่นกัน ไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่า "ผู้ชายจูบไม่เป็น" อีกแล้ว ไม่ว่าเขาจะปลุกอารมณ์ของคุณด้วยวิธีอื่นๆ ไม่ว่าเขาจะเก่งเทคนิคบนเตียงขนาดไหน นี่คือวิธีการ จูบ ไม่ได้เรื่องที่สุดที่ผู้หญิงสรุปเอาไว้   "นักบุกทะลวง" : เขาทะลวงลิ้นลงในคอของคุณลึกเกินไป ลิ้นของเขาไม่อยู่นิ่ง แต่ตวัดซ้ายทีขวาที หมุนวนข้างใน ชอนไชซอกฟันและเหงือกของคุณ จนน่าจะเป็นอาชีพเป็นผู้ตรวจสอบสํารวจช่องปากดีกว่า   "พนักงานทําความสะอาด" : หน้าของคุณเปียกโชก เพราะผู้ชายคนนี้ไม่ได้กําลังจูบ เขากําลังทําความสะอาดหน้าของคุณ ถ้าคุณปล่อยให้เขาทําต่อไปเรื่อยๆ คุณจะพบว่าตามใบหน้าและส่วนอื่นๆ ของร่างกายแสบแดง   "ปากตายด้าน" : ปากของเขาจะด้านชาไร้ชีวิตชีวา ก็เพราะปากของเขาเกาะกุมปากของคุณอยู่อย่างนั้นโดยไม่เคลื่อนไหวเลย สงสัยเขาคงคิดว่าคุณกําลังขาดอากาศหายใจอยู่แน่ๆ เขาก็แค่ทับปากคุณ เพราะคิดว่าคุณต้องการให้เขาช่วยผายปอด   "จ๊วบจ๊าบ" : คุณอาจนึกว่าตัวเองอยู่ในป่าดงดิบ แต่ที่แท้มันดังมาจากปากของเขา แล้วคุณจะจดจ่อกับเซ็กส์ได้อย่างไร เมื่ออยู่ท่ามกลางซาวด์เอฟเฟคท์ก้องแบบนี้? ส่วนนักจูบที่เลวร้ายที่สุดคือประเภทไหนน่ะหรือ?  คําตอบคือผู้ชายที่ไม่จูบคุณเลยมากกว่า ขอบคุณที่มาบทความจาก women.thaiza.com

เรื่องน่ารู้การเดินป่า ในหน้าฝน
การเดินป่า /  เตรียมตัวเที่ยว / 

ฤดูฝนของประเทศไทย อยู่ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมถึงปลายเดือนตุลาคม การเดินป่าในช่วงหน้าฝนจะไม่ค่อยร้อน แต่การหายใจอาจจะลำบากสักนิด เพราะในอากาศมีความชื้นสูง ดังนั้น ผู้ที่รักการท่องธรรมชาติ ควรจะเตรียมความพร้อมของร่างกายและจิตใจมาด้วยยิ่งดี และวันนี้เรามีสิ่งที่ต้องควรรู้ไว้ก่อนไปเดินป่าหน้าฝน มาฝากสมาชิกไว้ศึกษากันครับ เรื่องน่ารู้การเดินป่า ในหน้าฝน โดยเฉพาะในป่าดงดิบชื้นบ้างพื้นที่นั้นจะมี “ทาก” ชูคอสลอนคอยดูดเลือดเหยื่อ แต่ทั้งหมดนั้นอาจเปรียบได้กับสีสันชีวิตการท่องไพร ที่ต้องมีการฝ่าฟันความยากลำบากไปให้ได้เพื่อประสบการณ์ชีวิตอันยิ่งใหญ่ ถ้าจะท่องป่าหน้าฝนให้สนุกก็ต้องเตรียมพร้อมให้ดีตามคำแนะนำดังต่อไปนี้ 1. กันเปียก ควรพกฟลายชีท (ผ้าขึงเป็นหลังคากันน้ำฝน) ไปด้วยเสมอ จะช่วยให้เต็นท์ไม่ต้องเปียกปอน ควรมีเสื้อกันฝนที่มีน้ำหนักเบาติดไปด้วย อาจใช้ประโยชน์เป็นฟลายชีทได้ด้วยในยามจำเป็น เสื้อผ้าข้าวของบางอย่างควรใส่ถุงพลาสติกไว้ชั้นหนึ่งก่อนบรรจุลงเป้ สำหรับรองเท้านั้นถ้าหาชนิดที่กันน้ำได้ก็จะดีมาก โดยวัสดุที่เรียกว่ากอร์เท็กซ์ (Gore-Tex) นั้นกันน้ำได้ 100 เปอร์เซ็นต์ จะช่วยให้เท้าไม่อับชื้น เดินป่าได้อย่างสบายใจ 2. แห้งเร็ว ควรเลือกเสื้อผ้าที่สวมใส่สบาย เมื่อเปียกแล้วต้องแห้งเร็ว เช่น ผ้าใยสังเคราะห์ต่างๆ ส่วนพวกผ้าฝ้ายไม่ควรใช้อย่างยิ่งเพราะอมน้ำมากและแห้งช้า 3. เลือกทำเล การกางเต็นท์กลางป่า ควรดูทิศทางและทำเล ที่จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายแก่ตนเอง เช่น ไม่กางเต็นท์บริเวณที่อาจเป็นทางน้ำไหล ไม่กางเต็นท์ใต้ต้นไม้ใหญ่เพราะอาจมีกิ่งไม้หักหล่นใส่ นอกจากนี้ก็ควรกางฟลายชีทและขุดร่องระบายน้ำรอบตัวเต็นท์ไว้ด้วย 4. ระวัง ในฤดูฝนสัตว์ป่ามีพิษต่างๆ เช่น แมงป่อง ตะขาบ งู ฯลฯ มักจะคลานไปมาหาที่แห้งๆ ตามในเต็นท์ ในถุงนอน หรือในรองเท้าที่ไม่ได้เก็บไว้อย่างมิดชิดพอ ก่อนสวมใส่ใช้งานควรตรวจตราสิ่งเหล่านี้ให้ดี ถ้ามียากันแมลงหรือปูนขาวให้โรยไว้รอบเต็นท์ ก็อาจกันแมลงพวกนี้ได้ เมื่อท่องเที่ยวกันอย่างสนุกสนานและได้รับความรู้แล้ว ก็อย่าลืมรักษาธรรมชาติไว้ให้สวยงามดังเดิม เหมือนก่อนที่เราเข้าไปสัมผัสด้วยจะเป็นการดีไม่น้อยเลย มาเที่ยวป่าหน้าฝนต้องมีสติ หน้าฝนมาเยือน อันตรายก็แฝงกายมาเยี่ยมได้หากไม่ระวัง สติคือสิ่งสำคัญที่ทุกคนต้องมีไว้กับตัวเสมอ จะเล่นน้ำตกก็อย่าโลดโผนนัก ไปไหนก็ควรไปเป้นกลุ่ม หากจะเดินป่าก็ควรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบด้วย เพราะการหลงป่าหรือประสบอุบัติเหตุ เช่น ลื่นหกล้มหรือได้รับอันตรายจากสัตว์ป่า รวมถึงสายน้ำป่าที่ไม่รู้จะมาเมื่อใดอาจเกิดขึ้นได้เสมอ ข้อมูลและภาพ :  สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช / เที่ยวหน้าฝน ที่อุทยานฯ ไหนดี? เที่ยว ภูหินร่องกล้า … สะพายกล้อง เดินป่าหน้าฝน

เล่นมาแล้ว Dark Souls 2 เกมส์ Action-RPG ฮาร์ดคอร์ช่วงเบต้า
Dark Souls /  Dark Souls 2

เกมส์ Dark Souls 2 ช่วงทดสอบเกมส์บน PlayStation 3 ทดลองเล่นมาแล้ว เกมส์ Dark Souls 2 เป็นเกมส์ Action-RPG ฮาร์ดคอร์จาก From Software ผู้พัฒนาเกมส์จากประเทศญี่ปุ่น โดยเวอร์ชั่นทดสอบที่เปิดให้ทดลองเล่นนั้น จะเป็นฉากป่าดงดิบและมีปราสาทที่เป็นซากปรักหักพังเป็นฉากหลังของเกมส์ เกมส์นี้เริ่มจากให้ผู้เล่นเลือกสายอาชีพ Soldier, Hunter, Dual Swordsman, Temple Knight, Warrior และ Sorcerer ซึ่งบรรจุอาชีพเกมส์ที่กระชับมากขึ้น และระบุชัดเจนมากขึ้น เมื่อเริ่มต้นการเล่น ผู้เล่นจะได้เรียนรู้การบังคับและการต่อสู้ที่กระชับรวดเร็วเพียง 2-3 นาที ผู้เล่นจะได้ต่อสู้กับศัตรูที่มีระดับง่ายๆ และเมื่อเดินทางไปอีกพื้นที่หนึ่ง ผู้เล่นจะได้ปะทะกับศัตรูที่ใหญ่กว่าตัวอีกนิดและมีพลังโจมตีที่รุนแรง หรือศัตรูที่มาเป็นกลุ่มและทำการรุมผู้เล่นที่ถึงกับล้มเพียง 2-3 ครั้ง โดยจำเป็นต้องอาศัยทักษะการเล่นด้วยการกะจังหวะหลบหลีกและโจมตีศัตรูด้วย ในระหว่างเดินทาง นอกจากจะต้องรับมือกับศัตรูที่สุดยากแล้ว ยังต้องสังเกตเหล่าศัตรูที่คอยพรางตัวจากแวดล้อมและซุ่มโจมตีผู้เล่นด้วย ยิ่งไปกว่านั้น จากการปะทะกับบอสเกมส์ มีอยู่ 2 สถานที่ ได้แก่เหล่านักเวทย์โครงกระูดูกทั้ง 3 ตัว พร้อมปล่อยเวทย์มนต์และเตรียมรุมทึ้งผู้เล่นทุกเมื่อ ซึ่งต้องอาศัยจังหวะการเล่นขั้นสูงในการโจมตี กับอัศวินกระดูกยักษ์ที่มีม้าเป็นพาหนะ คอยหลบหลีกจากการวิ่งเข้าชน พร้อมกับต่อสู้กับกองทัพโครงกระดูกที่แห่เข้ามาอีก จากการเล่นของเกมส์ Dark Souls 2 ไม่แนะนำให้ต่อสู้กับศัตรูพร้อมๆกัน เพราะต้องคำนึงถึงค่า Stamina หรือค่าความเหนื่อยของตัวละคร โดยการโจมตีหรือการวิ่งหลบหลีกจะคิดค่าดังกล่าวทุกครั้ง และเมื่อเกจหมดลง ผู้เล่นจะไม่สามารถโจมตีหรือหลบหลีกได้ชั่วขณะ อาจทำให้เปิดทางให้ศัตรูเข้ามาโจมตีได้ ผู้เล่นเองจะต้องบริหารจำนวนศัตรูและการต่อสู้อย่างชาญฉลาดด้วย และหากผู้เล่นถูกโจมตีเสียชีวิต ระบบจะทำการย้อนกลับไปยัง Checkpoint ที่เป็นกองไฟใหม่ และการกลับไปเล่นใหม่ทั้งๆที่ฝ่าฟันความยาก ก็เป็นสิ่งที่กวนใจที่ต้องกลับไปเล่นใหม่อีกครั้ง ทั้งนี้ หากศัตรูตัวใดที่ล้มยากและมีความแข็งแกร่งมากเท่าไร ผู้เล่นก็จะได้รับแต้มวิญญาณเพื่อเพิ่มเลเวลและค่าสถานะตัวละครด้วยการเดินทางไปยังกองไฟตามพื้นที่ต่างๆ และเป็นจุด Checkpoint เพื่อระงับอารมณ์และปล่อยอารมณ์จากการที่เล่นพลาดจนตายซ้ำแล้วซ้ำอีกหลายต่อหลายครั้ง เกมส์ Dark Souls 2 ยังมีโหมดออนไลน์อย่าง Co-Op ที่หาผู้เล่นเพื่อร่วมผจญภัยต่อสู้กับศัตรูและบอสเกมส์ ด้วยการสลักสัญลักษณ์ในเกมส์จากการใช้ไอเทมและร่างดังกล่าวจะต้องกลายเป็นมนุษย์ขึ้นมาก่อน (ในกรณีถูกโจมตีตายไปหนึ่งครึ่ง ร่างของตัวละครจะเป็นซอมบี้) ซึ่งการร่วมมือระหว่างผู้เล่นถือว่าลดระดับความยากของเกมส์ไปได้มาก อีกทั้งมีโหมด PvP ที่สามารถรุกรานผู้เล่นคนอื่นๆบนโลกออนไลน์ และวัดประลองกำลังเพื่อล่าแต้มวิญญาณของฝ่ายตรงข้ามให้ได้ ด้านกราฟิกเกมส์ Dark Souls 2 มีความเทียบเท่ากับกราฟิกเกมส์ภาคแรก แต่มุ่งเน้นเรื่องออกแบบฉากเกมส์ให้ดูทมึฬ สร้างจุดเด่นได้ได้จดจำมากขึ้น นอกจากนี้ ยังพัฒนาเรื่องเฟรมเรตเกมส์ให้อยู่ระดับมาตฐานที่ 30 เฟรมต่อวินาทีอีกด้วย รวมถึงปรับปรุงเรื่องอินเตอร์เฟสเกมส์ดูเรียบง่ายและเลือกใช้งานได้อย่างสะดวก เกมส์ Dark Souls 2 วางขายวันที่ 11 มีนาคม 2014 บน PC, Xbox 360 และ PlayStation 3

เที่ยวแก่งกระจาน ยลหมอก สัมผัสความสดชื่นในหน้าฝน
อุทยานแห่งชาติ /  เที่ยวกาญจนบุรี / 

อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอหนองหญ้าปล้อง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี และอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีพื้นที่มากที่สุดในประเทศไทย เที่ยวแก่งกระจาน ยลหมอก สัมผัสความสดชื่นในหน้าฝน อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เป็นอุทยานที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดของประเทศไทย มีพื้นที่ถึง 2,915 ตารางกิโลเมตร หรือ 1.8 ล้านไร่ ในเขตอำเภอแก่งกระจาน อำเภอหนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี และอำเภอหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ยังคงสภาพเป็นป่าดงดิบตามธรรมชาติที่สมบูรณ์ และมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมากแห่งหนึ่ง ได้รับการประกาศให้เป็นเขตอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2524 โดยกำหนดพื้นที่บริเวณอ่างเก็บน้ำและป่าเหนือเขื่อนแก่งกระจานเป็นเขตอุทยานฯ เป็นต้นน้ำลำธารของแม่น้ำหลายสาย พื้นที่ส่วนใหญ่ของอุทยานฯ เป็นภูเขาสลับซับซ้อนอยู่ในเทือกเขาตะนาวศรี สภาพภูมิประเทศเป็นป่าดิบชื้น ยอดเขาที่สูงที่สุดในอุทยานฯ คือยอดเขางะงันนิกยวงตอง อยู่ในเขตรอยต่อประเทศพม่าและไทย มีความสูง 1,513 เมตร รองลงมาคือยอดเขาพะเนินทุ่ง ซึ่งมีความสูง 1,207 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง จากสันเขื่อนแก่งกระจาน มีถนนเลียบออกมาทางซ้ายมือเป็นระยะทาง 3 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานฯ สถานที่น่าสนใจภายในอุทยานฯ ทะเลสาบ มีเนื้อที่ประมาณ 45 ตารางกิโลเมตร มีเกาะกลางแม่น้ำอยู่มากมายหลายเกาะ นักท่องเที่ยวที่ต้องการจะล่องเรือชมทิวทัศน์เพื่อพักผ่อนหรือตกปลาน้ำจืดในทะเลสาบ ก็สามารถเช่าเรือได้ที่ร้านอาหารหรือชมรมเรือที่อยู่บริเวณที่ทำการอุทยานฯ จุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจใน อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เขาพะเนินทุ่ง เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของอุทยานฯในเขตประเทศไทยอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 50 กิโลเมตรเป็นภูเขาสูง มีบริเวณที่เป็นทุ่งหญ้ากว้าง ในระดับความสูง 960เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง บริเวณโดยรอบเป็นป่าดิบเขา มีสัตว์ป่าชุกชุม ทิวทัศน์งดงาม จากยอดเขาสามารถเห็นทะเลหมอกในช่วงฤดูฝนต่อฤดูหนาว การเดินทางต้องใช้เวลา 2 วัน พักค้างแรม 1 คืนระหว่างทาง และติดต่อขอเจ้าหน้าที่นำทาง อาหารและเต็นท์สำหรับพักค้างแรมไปเอง พะเนินทุ่งแคมป์ หรือ กม. 30 เป็นจุดชมวิวที่สามารถชมทะเลหมอกในตอนเช้าได้สวยจุดหนึ่ง และสามารถกางเต็นท์พักแรมได้ การเดินทางต้องใช้รถที่มีกำลังสูง สามารถเหมารถปิกอัพได้จากบริเวณที่ทำการอุทยานฯ เนื่องจากถนนค่อนข้างแคบ อุทยานฯ จึงได้กำหนดเวลาในการขึ้น-ลง คือ เวลาขึ้น ช่วงเช้าเวลา 05.00-09.30 น. ช่วงบ่ายเวลา 14.30-15.00 น. เวลาลง ช่วงเช้าเวลา 12.00-13.00 น. ช่วงบ่ายเวลา16.30-18.00 น. สำหรับผู้ที่ต้องการจะขึ้นเขาพะเนินทุ่งต้องติดต่อที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเพื่อขอใบอนุญาตผ่านทาง โดยเสียค่าธรรมเนียม คือ ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท รถยนต์สี่ล้อ 30 บาท รถกระบะ 40 บาท รถตู้ 50 บาท รถยนต์มากกว่าสี่ล้อ 70-80 บาท และผู้ที่ต้องการจะขึ้นเขาพะเนินทุ่ง เวลา 05.00 น. ต้องทำใบขออนุญาตล่วงหน้า 1 วัน น้ำตกทอทิพย์  อยู่ห่างจากเขาพะเนินทุ่ง 15 กิโลเมตร  สามารถเดินทางโดยรถยนต์ และเดินทางเท้าเข้าถึงตัวน้ำตกประมาณ 4 กิโลเมตร มีความสูง 9 ชั้น ชั้นที่ 5 เป็นชั้นที่สวยที่สุด แต่ละชั้นสวยงามแปลกตา สภาพโดยรอบเป็นป่าไม้ร่มรื่น ทั้งนี้การเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ลึกเข้าไปในผืนป่า ควรขอคำแนะนำและคนนำทางจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้ก่อน นอกจากนี้ ควรใช้รถยนต์ที่มีกำลังเครื่องดีเพราะเส้นทางผ่านหุบเขาลาดชัน สำหรับเส้นทางดูนก ผีเสื้อ จะเริ่มจากที่กิโลเมตรศูนย์ คือ บริเวณด่านตรวจเขาสามยอดถึงกิโลเมตรที่ 18 จะพบผีเสื้อได้ตามสองข้างทางหรือตามโป่งดินระหว่างกิโลเมตรที่ 10-12 และจุดที่นักท่องเที่ยวสามารถดูนกได้คือ บริเวณตั้งแต่อ่างเก็บน้ำห้วยสามยอด เลยด่านตรวจมาไม่ไกล ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของนกน้ำนานาชนิด ส่วนเส้นทางศึกษาธรรมชาตินั้นนับตั้งแต่กิโลเมตรที่ 18 ขึ้นไป และบริเวณกิโลเมตรที่ 18-27 อาจจะพบเห็นนกกระลิงเขียดหางหนาม ซึ่งเป็นนกที่พบในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานที่เดียวในประเทศไทย แค้มป์บ้านกร่าง เป็นจุดพักค้างแรมกางเต็นท์ สำหรับผู้สนใจดูนกและผีเสื้อเนื่องจากมีอากาศเย็นสบาย อยู่บริเวณกม.15 มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ซึ่งเป็นป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง ไม้ที่พบมากคือ ไม้ตะเคียนทอง ไม้ยาง ไม้มะค่าโมง ไม้หอมหรือไม้กฤษณา และเป็นป่าที่ชุ่มชื้นจึงมีเฟิร์น กระโถนฤาษี หนุมาน หวาย ขึ้นอย่างสมบูรณ์และยังมีสัตว์ป่ามากมายเช่น ช้างป่า กระทิง วัวแดง เก้ง กวาง หมีและสัตว์ป่าสงวน เช่น เลียงผา เก้งหม้อ สมเสร็จ และแมวลายหินอ่อน รวมทั้งผีเสื้อมากกว่า150 ชนิดให้ศึกษา โดยเฉพาะในหน้าแล้งจะเห็นฝูงผีเสื้อลงไปกินดินโป่งเป็นจำนวนมาก และประมาณเดือนกุมภาพันธ์-มิถุนายน จะสามารถพบเห็นนกหลายชนิดที่กำลังสร้างรัง  วางไข่เลี้ยงลูกอ่อน เช่น นกกก นกกาฮัง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของป่าดงดิบ บริเวณบ้านกร่างมีสถานที่น่าสนใจหลายแห่ง คือ น้ำตกปราณบุรี มี 5 ชั้น เป็นน้ำตกเล็กๆ อยู่ห่างจากที่ทำการหน่วยพิทักษ์ฯ กจ.4 ประมาณ 7 กิโลเมตร น้ำตกแม่สะเลียง มี 3 ชั้น เป็นน้ำตกสายเล็กๆ ซึ่งต้องใช้เวลาในการเดินทาง 3 วัน 2 คืน รอบๆ น้ำตกยังเป็นป่าที่สมบูรณ์ร่มรื่น ถ้ำหัวช้าง อยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์ฯ กจ.4 ไปทางทิศตะวันออก 1 กิโลเมตร ระยะทางเดินเท้าเข้าถ้ำประมาณ 200 เมตร เป็นถ้ำหินปูนภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยลักษณะคล้ายหัวกระโหลกช้าง ถ้ำเขาปะการัง อยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์ฯ กจ. 4 ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ 3 กิโลเมตร ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยสวยงาม เขาปะการัง  เป็นภูเขาหินปูนสีเทาอมน้ำเงิน มีหน้าผาให้ชมทิวทัศน์ที่สวยงาม ประกอบด้วยป่าไม้เขียวขจีและภูเขาสลับซับซ้อน อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มีบ้านพักไว้บริการนักท่องเที่ยว และมีสถานที่กางเต็นท์บริเวณอ่างเก็บน้ำ บริเวณเขาพะเนินทุ่ง และบริเวณแค้มป์บ้านกร่าง อุทยานฯ มีเต็นท์ให้เช่า สามารถติดต่อจองที่พักได้ที่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช โทร. 0 2562 0760 หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวแก่งกระจาน โทร. 0 3245 9293 การเดินทาง รถยนต์ จากกรุงเทพฯ ไปตามทางหลวงหมายเลข 35 ถึงอำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี จากนั้นใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านแยกเข้าตัวเมืองเพชรบุรี จะถึงสี่แยกท่ายาง เลี้ยวขวาเข้าอำเภอท่ายาง แล้ววิ่งไปตามถนนเลียบคลองชลประทาน ตามทางหลวงหมายเลข 3499ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร ก็จะถึงอำเภอแก่งกระจาน จากปากทางเข้าอุทยานฯ อีก 4 กิโลเมตรจะถึงที่ทำการอุทยานฯ รถโดยสารประจำทาง จะมีรถสายกรุงเทพฯ-ท่ายาง ลงที่ตลาดท่ายาง จากนั้นต่อรถสองแถวไปตลาดแก่งกระจาน และต่อรถรับจ้างหรือจักรยานยนต์ไปอีก 4 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยานฯ การนำรถขึ้นเขาพะเนินทุ่ง สำหรับรถยนต์ที่จะเดินทางไปชมทะเลหมอกเขาพะเนินทุ่งหรือใช้เส้นทางสายวังวน-น้ำตกทอทิพย์ ควรเป็นรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อหรือรถที่มีสภาพพร้อมสมบูรณ์ มีสมรรถนะดี และผู้ขับควรมีทักษะในการขับรถขึ้นที่สูงชัน หากต้องการเช่า สามารถติดต่อได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ราคาเช่าตั้งแต่ 1,000-1,800 บาท ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ต้องการเช่าไปเที่ยว โดยสารได้ประมาณ 10 คน เนื่องจากถนนค่อนข้างแคบ อุทยานฯ จึงได้กำหนดเวลาในการขึ้น-ลง คือ เวลาขึ้น ช่วงเช้า 05.00-09.30 น. ช่วงบ่าย เวลา 14.30-15.00 น. เวลาลง ช่วงเช้า 12.00-13.00 น. ช่วงบ่าย 16.30-18.00 น. สำหรับผู้ที่ต้องการจะขึ้นเขาพะเนินทุ่งต้องติดต่อที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเพื่อขอใบอนุญาตผ่านทาง โดยเสียค่าธรรมเนียม คือ ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท รถยนต์สี่ล้อ 30 บาท รถกระบะ 40 บาท รถตู้ 50 บาท รถยนต์มากกว่าสี่ล้อ 70-80 บาท และผู้ที่ต้องการจะขึ้นเขาพะเนินทุ่ง เวลา 05.00 น. ต้องทำใบขออนุญาตล่วงหน้า 1 วัน สิ่งอำนวยความสะดวก อุทยานมีบ้านพัก 18 หลัง บริเวณที่ทำการฯและริมอ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน นักท่องเที่ยวสามารถกางเต็นท์ได้บริเวณริมอ่างเก็บน้ำ ข้างที่ทำการอุทยานฯ กางเต็นท์ได้ 200 หลัง บริเวณบ้านกร่างแคมป์ (กม.15) กางเต็นท์ได้ 100 หลัง และพะเนินทุ่งแคมป์ กางเต็นท์ได้ 60 หลัง นอกจากนี้ บริเวณภายนอกอุทยานฯ มีรีสอร์ทให้บริการหลายแห่ง ทั้งในอำเภอแก่งกระจาน และอำเภอท่ายาง ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเพชร สามารถติดต่อจองบ้านพักในอุทยานฯ ได้ที่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช โทร. 0 2562 0760 หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โทร. 0 3245 9293 ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น ข้อมูลและภาพ : wiki / dnp.go.th / tlcthai.com / panoramio.com / bloggang.com เรียบเรียงโดย Travel MThai

สุดเสียว !! สวนสัตว์แอฟริกา จับคนใส่กรงแทนสัตว์
สวนสัตว์ /  แอฟริกาใต้

MThai News: สวนสัตว์ Cango Wildlife Ranch ในเมือง โอ๊ตส์ฮอร์น ประเทศแอฟริกาใต้ ซึ่งอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกำลังเติบโต ได้สร้างจุดขายโดยจัดสภาพแวดล้อมให้กลายเป็นป่าดงดิบ ให้นักท่องเที่ยวจะต้องเข้าไปอยู่ในกรงแทนสัตว์ป่า ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ต่างลงความเห็นว่าเป็นการผจญภัยเที่ยวสวนสัตว์ที่ตื่นต้นที่สุดในชีวิต ทำให้ฮอร์โมนอะดีนาลีนพุ่งพล่านได้อย่างมาก โดยกิจกรรมการท่องเที่ยวสวนสัตว์แนวนี้ ผู้ให้บริการบอกว่าเป็นการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์แบบหนึ่งซึ่งกำลังนิยมในแอฟริกาใต้ ด้วยแนวคิดให้คนเป็นส่วนหนึ่งของสภาพแวดล้อม ไม่ใช่ปรับชีวิตสัตว์ป่า หรือสภาพแวดล้อมป่าเพื่อคน Photo:: Barcroft Media Mthai News เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com

PREDATOR - คนไม่ใช่คน - 4/4
PREDATOR /  Arnold / 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ ** รหัสหนังทุกเรื่องคือ bighorror ** เวบไหนจะก๊อปหนังไปผมไม่ว่าอะไรหรอกนะครับ แต่รบกวนช่วยก๊อปชื่อลิ้งค์ที่ผมใส่เป็น AdF.ly ไปทั้งแบบนั้นเลยนะครับ ผมมีน้ำใจให้คุณแล้ว...คุณมีน้ำใจให้ผมบ้างเน่อออ ^_^ ============================================= ...(-^_^-)... ไม่รู้ว่าผมเป็นอะไร..อยู่ดี ๆ ก็นึกถึงเฮียคนเหล็ก อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ คิดถึงหนังของเค้าแต่ละเรื่อง..มันเป็นอะไรที่สุดยอดมาก ยุคนั้นต้องยกให้ อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ กับ ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน ผมว่าในยุคนี้ไม่มีดาราคนไหนเป็นไอดอลของหนัง ACTION HERO เท่าเค้าสองคนแล้ว ขนาด THE ROCK ดเวนน์ จอห์นสัน หรือ เฮียเหม่ง เจสัน สเตแธม ก็เหอะ แต่ถึงจะยังไงผมก็ชื่นชอบและน้อมคารวะพวกเค้าทุกคน เพียงแต่ความคลาสสิคและมนต์ขลังแห่งความเป็นแอ๊คชั่น ต้องยกให้ อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ กับ ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน ** ผมก็เลยนึกถึงหนังของ อาร์โนลด์ ที่ผมชอบมา 3 เรื่อง ที่จริงผมก็ชอบหนังของเค้าทั้งหมดแหล่ะ..แต่เอาแค่ 3 เรื่องก็พอ ประมาณว่าขี้เกียจว่างั้นเหอะไอ้ BIG ^o^ 555++ และเรื่องที่ 2 ก็คือ .... PREDATOR (1987) อีกหนึ่งตัวละครคลาสสิคของโลกภาพยนตร์..ผมโคตรชอบเจ้าพรีเดเตอร์มากกกก เคยซื้อโมเดลพรีเดเตอร์ หน้ากากพรีเดเตอร์ ของต่างๆที่เป็นพรีเดเตอร์มาสะสมด้วย...อิอิ++ ^,^ ============================================= ... เรื่องราวของหน่วยรบพิเศษกลุ่มหนึ่ง ที่ได้รับภารกิจช่วยเหลือตัวประกันในป่าแถบอเมริกากลาง ด้วยความสามารถและเก่งกาจของทุกคนในทีม..งานนี้ดูง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก แต่ในป่าดงดิบแห่งนั้นได้มี นักล่าหัวกระโหลกมนุษย์ เฝ้ารอพวกเขาอยู่ !!! และมันไม่ใช่นักล่าที่เป็นมนุษย์เหมือนพวกเขา แต่มันคือนักล่าจากต่างดาวที่ไม่มีใครเคยพบเจอมาก่อน !!! งานนี้หน่วยรบพิเศษจึงต้องห้ำหั่นกับนักล่าจากนอกโลก !!! ============== ตัวอย่างหนัง ============== http://youtu.be/zRu6JL5TRXE ============== ปกหนัง ============== http://upic.me/i/fm/predator.jpeg +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ .. COPY & PASTE IN YOUR BROWSER .. 1 - http://video.mthai.com/player.php?id=23M1357997215M0 2 - http://video.mthai.com/player.php?id=23M1357997159M0 3 - http://video.mthai.com/player.php?id=23M1357997179M0 4 - http://adf.ly/HELaq

สยองโหด คนป่ากินคน ในตัวอย่างฉบับเต็มและใบปิดจาก The Green Inferno
Cabin Fever /  Cannibal Holocaust / 

ปล่อยตัวอย่างฉบับเต็มออกมาแล้ว สำหรับหนังใหม่ของเจ้าพ่อหนังโหดแห่งยุคนี้อย่าง อิไล ร็อธ ที่เคยทำเอาเราคลั่งสะใจใน Hostel มาคราวนี้เขาจะพาเราเข้าป่าดงดิบเจอกับมนุษย์กินคนใน The Green Inferno ซึ่งตัวอย่างฉบับเต็มที่ปล่อยออกมาตอนนี้ถือว่าดูคลั่ง และ น่าดูมากสำหรับคนหนังโหดที่ชอบเลือดเนื้อ และ ความสะใจ ครับ กับหนังที่เป็นเรื่องราวของกลุ่มนักศึกษา นักอนุรักษ์ ที่เกิดเรื่องซวยเครื่องบินดันไปตกอยู่กลางป่าอเมซอน ทำให้เจอเหล่ากลุ่มคนป่า ที่จ้องจะจับพวกเขากินเป็นอาหาร ซึ่งความสนใจของหนังคือการที่ผกก. อิไล ร็อธ ได้ลงไปถ่ายทำในสถานที่จริงอย่างในป่าของ เปรู อีกด้วย ซึ่งบ้านเราน่าจะได้ชมกันเร็วๆนี้ โดยหนังมีกำหนดฉายในอเมริกา 5 กันยายนครับ

อุทยานแห่งชาติคลองพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี
คลองพนม /  อุทยานแห่งชาติ / 

อุทยานแห่งชาติคลองพนม อยู่ในท้องที่ตำบลคลองศกตำบลพนม และตำบลพลูเถื่อน และตำบลพนมอำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภูเขาหินปูน บางแห่งมีหน้าผาสูงชันและสวยงามมาก เรียงรายสลับซับซ้อนเชื่อมต่อกันเป็นแนวสันเขา มีฝนตกชุกตลอดปี เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของแม่น้ำตาปี ซึ่งเป็นแม่น้ำสายสำคัญสายเดียวของจังหวัดสุราษฎร์ธานี สภาพป่าโดยทั่วไปเป็นป่าดงดิบ ที่มีความอุดมสมบูรณ์ และมีจุดเด่นที่น่าสนใจ เช่น ถ้ำแก้ว ถ้ำน้ำลอด เขาวงก์ น้ำตกโตนไทร น้ำตก เขาวงก์ไผ่เฉียงรุน บัวผุด การล่องแก่ง ฯลฯ นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งพันธุ์ไม้มีค่าและหายากขึ้นอยู่ เช่น ตะเคียนตาเสือจิก เขากระท้อน ขนุนป่า เสียดช่ออินทนิล นากบุดหงอนไก่ จำปาป่า เป็นต้น มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 256,500 ไร่ หรือ 410.4 ตารางกิโลเมตร อุทยานแห่งชาติคลองพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภาพ : hotelsguidethailand.com สภาพภูมิประเทศ เป็นภูเขาสูงชันประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ ของเนื้อที่ โดยเฉพาะตอนเหนือของพื้น ที่ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภูเขาหินปูน บางแห่งมีหน้าผาสูงชันและสวยงามเรียงรายสลับซับซ้อน เชื่อมติดต่อเป็นแนวสันเขายาวจากทิศตะวันตกไปยังทิศตะวันออก จุดสูงสุดจากพื้นอยู่บริเวณตอนกลางของพื้นที่ มีความสูงประมาณ 870 เมตรจากระดับน้ำทะเล พื้นที่ราบมีอยู่ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ ของพื้นที่ส่วนใหญ่ เป็นที่ราบระหว่างหุบเขามีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 200 เมตร ปรากฏอยู่ทั่วไป เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของคลองพนม และคลองศก ซึ่งจะไหลไปรวมกับคลองแสง เป็นต้นกำเนิดของคลองพุมดวง ที่เป็นสาขาหนึ่งของแม่น้ำตาปี ลักษณะภูมิอากาศ ของป่าแห่งนี้ มีลักษณะคล้ายคลึงกับแห่งอื่นในภาคใต้ของประเทศไทย คือ มีฝนตกชุกตลอดปี ประกอบกับได้รับอิทธิพลของทะเล ซึ่งสามารถรับลมมรสุมได้ทั้งลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือและลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และอิทธิพลของภูเขาสูง ที่เป็นสิ่งกีดขวางลมมรสุมมีป่าไม้ปกคลุมอย่างหนาแน่น จึงทำให้ฝนตกมากกว่าในท้องที่ทั่วๆ ไป ซึ่งสามารถจำแนกได้ชัดเจนเพียง 2 ฤดู คือ ฤดูฝนเริ่ม จากเดือนพฤษภาคมถึงเดือนธันวาคม ฤดูร้อน เริ่มจากเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน โดยมีฝนตกชุกมากที่สุดระหว่างเดือนสิงหาคมถึงเดือนตุลาคม และมีอากาศร้อนมากที่สุดในต้นเดือนเมษายน สถานที่ท่องเที่ยวใน อุทยานแห่งชาติคลองพนม ภาพ : http://board.trekkingthai.com/ ถ้ำแก้ว อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติคลองพนม ประมาณ 2 กิโลเมตร โดยเดินเลียบตีนเขาไปถึงปากถ้ำประมาณ 1 กิโลเมตร ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยที่สวยงามแปลกตามากมาย แบ่งเป็นห้องย่อยๆได้ 4 ห้อง ได้แก่ห้องเกล็ดแก้ว ห้องฤาษี ห้องม้าน้ำ และห้องหม้อยา ใช้ระยะเวลาเดินชมประมาณ 40 นาที ก็สามารถชมความงามของถ้ำได้ทั้งหมด ถ้ำน้ำลอดเขาวงก์ อยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่คพ.1 (บ้านคลองพนม) ประมาณ 5 กิโลเมตรภายในถ้ำมีน้ำไหลผ่านตลอด มีหินงอกหินย้อยที่สวยงามและมีฝูงค้างคาวอาศัยอยู่จำนวนมาก ใช้เวลาเดินผ่านถ้ำประมาณ 40 นาที อีกด้านหนึ่งของถ้ำ เป็นที่ตั้งของค่ายคอมมิวนิสต์เก่า ซึ่งมีเนื้อประมาณ 1,000 ไร่ล้อมรอบด้วยภูเขาซึ่งทางเข้าค่ายเก่านี้ ต้องเข้าจากถ้ำน้ำลอดเขาวงก์แห่งเดียวเท่านั้น น้ำตกเขาวงก์ อยู่ห่างจากถ้ำน้ำลอดเขาวงก์ประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดใหญ่สูง 8 ชั้น ไหลลดหลั่นลงมาจากหน้าผาสูงสู่ลำห้วยเบื้องล่าง น้ำตกแห่งนี้เป็นแนวต่อเนื่องกับสายน้ำ ที่ไหลมาจากถ้ำน้ำลอดเขาวงก์ โดยไหลผ่านพื้นที่เกษตรกรรมของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ที่เคยตั้งอยู่ในพื้นที่ตั้งแต่ปี พ.ศ.2512 เรียกว่า “ค่ายเขาวงก์” และเป็นต้นน้ำของคลองพนม น้ำตกโตนไทร เป็นน้ำตกที่มีตลอดปีมีความสูง 12 ชั้น มีความสวยงามตามธรรมชาติ และป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์ด้วยพรรณไม้ ตลอดจนสัตว์ป่าและนกชนิดต่างๆ บริเวณน้ำตกจะมีต้นไทรขึ้นปกคลุมแผ่กิ่งก้านสาขาไปทั่วน้ำตกโตนไทร อยู่ห่างจากหมู่บ้านสะพานนาคหมู่ที่ 5 ตำบลคลองศกอำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประมาณ 3.5 กิโลเมตร โดยมีทางรถยนต์เข้าถึงหมู่บ้านและเดินเท้าต่อจนถึงน้ำตกใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง เส้นทางเดินป่าเพื่อไปชมบัวผุด บัวผุดพบมากบริเวณเขาหลังบ้านถ้ำผึ้งหมู่ที่ 6 ตำบลคลองศก อำเภอพนมห่างจากถนนสายหลักสุราษฎร์ธานี-ตะกั่วป่า เข้าไปช่วงหลักกิโลเมตรที่ 108 ประมาณ 4 กิโลเมตร แล้วเดินเท้าต่ออีกประมาณ 1.5 กิโลเมตร ก็จะถึงแหล่งบัวผุด ซึ่งโดยมากบัวผุดจะบานในช่วงเดือนพฤศจิกายน-พฤษภาคมซึ่งเป็นช่วงที่อากาศ และดินมีความชื้นพอเหมาะ  บัวผุด เป็นดอกไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เป็นกาฝากชนิดหนึ่งอาศัยกินน้ำเลี้ยงจาก "ย่านไก่ต้ม" พบมากบริเวณเขาหลังบ้านถ้ำผึ้ง โดยมากดอกบัวผุดจะบาน ในช่วงเดือนพฤศจิกายน-พฤษภาคม ภาพ : http://nationalpark6.blogspot.com/ เส้นทางศึกษาธรรมชาติ “ต้นไม้ใหญ่” อยู่บริเวณหลังที่ทำการอุทยานแห่งชาติ จุดเริ่มต้นอยู่ห่างจากที่ทำการประมาณ 200 เมตร มีระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ในเส้นทางมีจุดเด่นที่น่าสนใจได้แก่ “ต้นกระบากขาว” วัดรอบต้นได้ 12 เมตร เป็นจุดเด่นของเส้นทางและมีจุดชมทิวทัศน์บนโขดหินที่สวยงาม โดดเด่นนอกจากนี้องค์ประกอบของเส้นทางก็มีป่าธรรมชาติที่สมบูรณ์ มีกลุ่มไม้ขนาดใหญ่หลายชนิด ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นมีจุดพักผ่อนที่น่ารื่นรมย์ในเส้นทาง เส้นทางศึกษาธรรมชาติทางน้ำ “ล่องแก่งลำน้ำคลองพนม-บ้านเบญจา” เริ่มต้นที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่คพ.1 (บ้านคลองพนม) โดยจะใช้ระยะเวลาในการล่องแก่งประมาณ 4 ชั่วโมง ตลอด 2 ฝั่ง คลองจะพบทัศนียภาพที่สวยงามมีพันธุ์พืช-พันธุ์สัตว์ต่างๆ มากมาย เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบความตื่นเต้น และท้าทายช่วงระยะเวลาที่เหมาะสมแก่การล่องแก่ง คือ ช่วงน้ำหลากประมาณเดือนสิงหาคม-ธันวาคม เส้นทางศึกษาธรรมชาติทางน้ำ “ล่องลำน้ำคลองศก (วังมัจฉา-บ้านเชียวปง)” เริ่มต้นที่วังมัจฉาห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 1 กิโลเมตร ซึ่งจะได้พบกับฝูงปลามากมายหลายชนิด เช่น ปลาตะเพียนหางแดง ปลาแรด ปลากดหิน ฯลฯ ตลอดสองฝั่งคลองจะมีภูเขาหินปูนสูงชันเป็นหน้าผาที่สวยงาม โดยจะใช้เวลาในการล่องลำน้ำคลองศกประมาณ 2 ชั่วโมง ก็สามารถชมทัศนียภาพสองฝั่งคลอง ที่สวยงามและสร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยี่ยมชมได้ตลอดทั้งปี ที่ตั้ง อุทยานแห่งชาติคลองพนม 107 หมู่ 4 ต.คลองสก  อ. พนม  จ. สุราษฏร์ธานี   84250 โทรศัพท์ 0 7791 8559 (VoIP), 0 7729 9298,0 77918559   อีเมล reserve@dnp.go.th การเดินทางรถยนต์ โดยใช้เส้นทางหลวงสายสุราษฎร์ธานี-ตะกั่วป่า ซึ่งตัดผ่านบริเวณที่ดินของหน่วยงานสหกรณ์นิคมพนม และมีทางแยกเข้าป่าแห่งนี้ (เป็นทางชักลากไม้ของผู้รับสัมปทานทำไม้ตัดผ่านเข้าไปในเขตประมาณ 10 กิโลเมตร บริเวณที่คาดว่าควรจะเป็นที่จัดตั้งอุทยานแห่งชาติ เริ่มตั้งแต่ประมาณกม.ที่ 75 ถึงประมาณกม.ที่ 113 (ซึ่งเป็นสันเขาแบ่งเขตระหว่างจังหวัดสุราษฎร์ธานีกับจังหวัดพังงา) ข้อมูลและภาพ : park.dnp.go.th / wiki / http://nationalpark6.blogspot.com/ เรียบเรียงโดย Travel MThai

ชมความยิ่งใหญ่ อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช จังหวัดตาก
ตากสินมหาราช /  อุทยานแห่งชาติ / 

อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช ตั้งอยู่ในท้องที่ 2 อำเภอ คือ อำเภอเมืองตาก และอำเภอแม่สอด ติดถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 105 (ตาก–แม่สอด) ห่างจากตัวอำเภอเมืองตากประมาณ 35 กิโลเมตร ซึ่งประกาศทับซ้อนป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ละเมา ตำบลพะวอ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 954 (พ.ศ.2524) และประกาศทับซ้อนป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ท้อ–ห้วยตากฝั่งขวา ตำบลแม่ท้อ อำเภอเมือง จังหวัดตาก ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 145 (พ.ศ.2509) มีพื้นที่ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษาจำนวน 93,125 ไร่ แต่มีพื้นที่จริงจากการคำนวนเท่ากับ 163,750 ไร่ อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช จังหวัดตาก ลักษณะภูมิประเทศของอุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช ส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสูงชันสลับซับซ้อน มีพื้นที่ราบอยู่เพียงเล็กน้อย บริเวณที่ทำการอุทยานฯ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,000 เมตร มีแนวเทือกเขาถนนธงชัยผ่านกลางอุทยานฯ ลักษณะเป็นสันปันน้ำซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตระหว่างอำเภอเมืองตากกับอำเภอแม่สอด เป็นต้นกำเนิดของห้วยสำคัญๆ เช่น ทางด้านอำเภอแม่สอด ได้แก่ ห้วยตะปูเคาะ ห้วยยะอุ ห้วยปลาหลด ห้วยพลูใหญ่ ห้วยผักหละ ห้วยพระเจ้า ห้วยปูแป้ ห้วยผาแกว และห้วยสะมึนหลวง ไหลไปรวมกันเป็นห้วยแม่ละเมา ทางด้านอำเภอเมืองตากมีจำนวน 7 ห้วย ได้แก่ ห้วยปางอ้า ห้วยสลักพระ ห้วยน้ำดิบ ห้วยบง ห้วยช้างไล่ ห้วยโปร่งสัก และห้วยไม้ห้าง ซึ่งไหลลงมารวมเป็นห้วยแม่ท้อ แล้วไหลลงสู่แม่น้ำปิง ลักษณะภูมิอากาศอุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช มีสภาพอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี มีอุณหภูมิเฉลี่ย 27 องศาเชลเชียล อุณหภูมิสูงสุด 36.2 องศาเชลเชียล อุณหภูมิต่ำ 7.5 องศาเชลเชียล มีฝนตกชุกในเดือนมิถุนายนถึงเดือนตุลาคม ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 15.23 มม./ปี ช่วงฤดูหนาวระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมกราคม สามารถพบเห็นทะเลหมอกตลอดแนวเขาทั่วไปในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว สถานที่ท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช ต้นกระบากใหญ่ ขึ้นในบริเวณหุบเขาของป่าดงดิบ มีขนาดความโตวัดโดยรอบได้ 16.10 เมตร ความสูง 50 เมตร ต้องใช้คนประมาณ 12 คน จึงจะโอบได้รอบลำต้น อยู่ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ประมาณ 2.5 กิโลเมตร ตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติซึ่งเป็นทางเดินลงเขาชันมาก ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ผู้สนใจจึงควรมีสุขภาพแข็งแรง และควรเตรียมน้ำดื่มให้พร้อมสำหรับการเดินลงไปเที่ยวชมและเดินกลับขึ้นมา ระหว่างทางมีป้ายให้ความรู้เรื่องธรรมชาติอยู่เป็นระยะๆ ถ้ำธารลอดผาขาว–ผาแดง เกิดจากลำห้วยผาขาว – ผาแดง ไหลเลาะลงถ้ำด้านล่าง ความลึกที่สำรวจได้ 100 เมตร มีหินงอกหินย้อยสวยงาม มีลำธารไหลผ่านตลอดทั้งปี อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 32 กิโลเมตร ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่นำทางก่อนทุกครั้ง น้ำตกปางอ้าน้อย เป็นน้ำตกขนาดกลางที่อยู่ใกล้ที่ทำการอุทยานแห่งชาติ กว้างประมาณ 8 เมตร สูง 20 เมตร มีน้ำไหลตลอดทั้งปี เดินต่อจากต้นกระบากใหญ่เลียบลำน้ำไปตามเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร จะถึงน้ำตก น้ำตกปางอ้าใหญ่ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ มีน้ำไหลตลอดทั้งปี ความสูงประมาณ 80 เมตร จำนวน 4 ชั้น อยู่ห่างจากจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 24 กิโลเมตร ฤดูกาลที่เหมาะสมแก่การท่องเที่ยวอยู่ระหว่างเดือนตุลาคม - เดือนกุมภาพันธ์ ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง น้ำตกผาขาว–ผาแดง เป็นน้ำตกที่เกิดจากลำห้วยผาขาว – ผาแดง กว้างประมาณ 10 เมตร ชั้นสูงที่สุด 30 เมตร มี 2 ชั้น จะมีน้ำไหลจากน้ำตกในช่วงหน้าฝน ส่วนช่วงหน้าแล้งน้ำจะลอดผ่านถ้ำธารลอดแทน ฤดูที่เหมาะสมในการท่องเที่ยวอยู่ระหว่างเดือนตุลาคม - เดือนธันวาคม อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 35 กิโลเมตร ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง สะพานหินธรรมชาติ มีลักษณะเป็นแท่งหินขนาดใหญ่เชื่อมติดกับหน้าผาสองข้างเข้าด้วยกัน คล้ายสะพาน มีความกว้างและความสูงประมาณ 25 เมตร ยาวประมาณ 30 เมตร เบื้องล่างมีลำธารไหลผ่านตลอดทั้งปี สภาพป่าโดยรอบเขียวชะอุ่มร่มรื่นเหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ ใกล้กับสะพานหินมีถ้ำหินงอกหินย้อยงดงาม สะพานหินธรรมชาติอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ประมาณ 10 กิโลเมตร ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่นำทางก่อนเข้าไปเที่ยวชมทุกครั้ง เส้นทางศึกษาธรรมชาติ อุทยานแห่งชาติได้จัดทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติไว้ให้บริการนักท่องเที่ยวได้ศึกษาหาความรู้ดังนี้ • เส้นทางจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว - ต้นกระบากใหญ่ ระยะทาง 2.5 กิโลเมตร • เส้นทางจากต้นกระบากใหญ่ - น้ำตกปางอ้าน้อย ระยะทาง 1 กิโลเมตร • เส้นทางจากลานจอดเฮลิคอปเตอร์ - น้ำตกปางอ้าน้อย ระยะทาง 1.5 กิโลเมตร ที่ตั้ง อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช หมู่ที่ 10 ถนนตาก-แม่สอด ต.แม่ท้อ อ. เมืองตาก จ. ตาก 63000 โทรศัพท์ 0 5551 1429  โทรสาร 0 5551 1429  อีเมล taksin.m_np@hotmail.com การเดินทาง โดยรถยนต์ จากจังหวัดตาก เดินทางโดยรถยนต์ไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 105 (ตาก – แม่สอด) ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 25+980 จะพบป้ายอุทยานแห่งชาติขนาดใหญ่ทางด้านขวามือ เลี้ยวไปตามถนนลาดยางแยกเข้าไปอีก 1.5 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติ รถยนต์สามารถเดินทางได้สะดวกทุกฤดูกาล รถโดยสารประจำทาง จากกรุงเทพฯ ขึ้นรถโดยสารที่สถานีขนส่งสายเหนือ สายกรุงเทพฯ - ตาก ลงที่สถานนีขนส่งจังหวัดตาก หรือสายอื่นๆ แต่ต้องแจ้งพนักงานขับรถโดยสารหรือพนักงานเก็บค่าโดยสารว่าต้องการลงที่สถานีขนส่งจังหวัดตาก จากนั้นเดินทางต่อโดยรถตู้หรือรถบัส สายตาก - แม่สอด ให้แจ้งพนักงานขับรถโดยสารว่าต้องการไปที่อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช (ประมาณกิโลเมตรที่ 26) เมื่อถึงปากทางเข้าที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ต้องเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ 1.5 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติ การเดินเท้าเข้าอุทยานแห่งชาติ เส้นทางสบายๆ ถนนลาดยาง ไม่ลาดชัน อากาศส่วนใหญ่เย็นสบาย และได้ชมทิวทัศน์ในระหว่างทางด้วย ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น ข้อมูลและภาพ : dnp.go.th / wiki / m-culture.go.th / thaiforestbooking.com / เรียบเรียงโดย Travel MThai

10 อันดับหลุมอุกกาบาตที่เคยถล่มโลกในอดีต
10 อันดับ /  ต่างประเทศ / 

อุกกาบาต  (Meteorites) เป็นชิ้นวัตถุแข็งที่มีส่วนประกอบของ หิน (Stone) และ เหล็ก (Iron) ซึ่งอยู่ในระบบสุริยะซึ่งเกิดขึ้นจากส่วนหนึ่งของดาวเคราะห์ดวงอื่น ๆ ในระบบสุริยะนี้ และมีอีกบางส่วนที่เกิดขึ้นจากเศษที่แตกหักออกมาจากดาวหาง โดยวัตถุเหล่านั้นจะถูกเรียกว่า สะเก็ดดาว  ต่อมาเมื่อสะเก็ดดาว โคจรเข้ามาอยู่ในรัศมีแรงโน้มถ่วงของโลก ทำให้มันถูกดึงดูดลงยังพื้นโลกด้วยความเร็วหลายร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมง จนเกิดการเสียดสีกับบรรยากาศจจนร้อนจัดและหลอมตัวเป็นลูกไฟสว่าง หากว่าสะเก็ดดาวนั้นมีขนาดเล็ก ก็จะถูกเผาไหม้และสลายไป เราเรียกว่า ดาวตก แต่หากสะเก็ดดาวมีชิ้นส่วนซึ่งสลายตัวไม่หมดและเหลือซากตกลงมาถึงพื้นโลก จนถูกเรียกว่าอุกกาบาต และนี่คือ 10 อันดับหลุมอุกกาบาตที่เคยถล่มโลกในอดีต 10 อันดับหลุมอุกกาบาตที่เคยถล่มโลกในอดีต 10. Chicxulub Crater : Mexic หลุมนี้เกิดขึ้นจากการชนของอุกกาบาตขนาดยักษ์เมื่อ 65 ล้านปีก่อน ก่อให้เกิดแรงระเบิดที่เทียบเท่ากับระเบิด TNT 100 เทราตัน คาดกันว่าเพราะการชนครั้งนี้ทำให้ไดโนเสาร์สูญพันธุ์จนหมดสิ้น เพราะแรงระเบิดของมันก่อให้เกิดสึนามิ แผ่นดินไหว และเกิดการระเบิดของภูเขาไฟ โลกทั้งใบถูกปกคลุมด้วยฝุ่นควันมหาศาลจนสิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่ไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ 9. Manicouagan Crater : Canada มีอีกชื่อหนึ่งว่า “eye of Quebec” เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 212 ล้านปีที่แล้ว มีความกว้าง 3 กม. 8. Kara-Kul Lake : Tajikistan หลุมอุกกาบาตที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 3,900 เมตร อยู่ใกล้ชายแดนประเทศจีน 7. Clearwater Lakes : Canada เกิดจากอุกกาบาตที่พุ่งชนพร้อมกันสองลูก เมื่อประมาณ 290 ล้านปีที่ผ่านมา ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม เนื่องจากความงดงามของท้องทะเลโดยรอบนั่นเอง 6. Mistastin Lake : Canada ชนโลกเมื่อ 38 ล้านปีที่แล้ว กว้างประมาณ 28 กม. 5. Gosses Bluff  : Australia กระแทกโลกเมื่อ 142 ล้านปีก่อน แรงระเบิดของมันมีอาณุภาพทัดเทียมระเบิด TNT 22,000 เมกกะตัน 4. Aorounga Impact Crater : Chad เกิดจากอุกกาบาตเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.6 กม. ชนโลกเมื่อ 200-300 ล้านปีก่อน 3. Deep Bay : Canada อยู่บริเวณ Saskatchewan, Canada การพุ่งชนก่อให้เกิดทะเลสาบลึก กินอาณาเขตถึง 13 กม.พุ่งชนเมื่อประมาณ 100 ล้านปีที่แล้ว 2. Lake Bosumtwi Crater : Ghana หลุมนี้อยู่ห่างไป 30 กม.จากเมือง Kumasi, Ghana เป็นทะเลสาบธรรมชาติเพียงแห่งเดียวของที่นี่ เกิดจากการชนเมื่อประมาณ 1.3 ล้านปีที่แล้ว มีความลึก 10.5 กม. ล้อมรอบด้วยป่าดงดิบที่กินอาณาเขตกว้างขวาง 1. Barringer Crater : Arizona, US ประมาณ 49,000 ปีที่แล้ว อุกกาบาตหนัก 1,000 ตัน โหม่งโลกด้วยความเร็วกว่า 40,000 ไมล์ต่อชั่วโมง ก่อให้เกิดหลุมลึก กินอาณาบริเวณถึง 55 กม.นับเป็นการชนที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์โลก ความแรงของการระเบิดครั้งนั้นอานุภาพเทียบเท่ากับระเบิด TNT กว่า 20 ล้านตันเลยทีเดียว ที่มา : www.toptenthailand.com, http://thaiastro.nectec.or.th/

เพชรพระอุมา นวนิยายในตำนานที่มีความยาวมากที่สุดในโลก
ที่สุดในโลก /  นิยาย

เพชรพระอุมา เป็น นวนิยายแนวผจญภัยที่มีขนาดความยาวมากที่สุดในประเทศไทย และนับว่าเป็น นวนิยายที่มีความยาวมากที่สุดในโลก ใช้ระยะเวลาในการประพันธ์ยาวนานกว่า 25 ปี โดยพนมเทียนเริ่มต้นการประพันธ์เพชรพระอุมาในวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ.2507 และสิ้นสุดเนื้อเรื่องทั้งหมดในวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ.2535 รวมระยะเวลาในการประพันธ์ทั้งสิ้น 25 ปี 7 เดือน กับ 2 วัน บทประพันธ์โดย พนมเทียน ซึ่งเป็นนามปากกาของ นายฉัตรชัย วิเศษสุวรรณภูมิ ตีพิมพ์เป็นตอน ๆ ในหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ และตีพิมพ์ต่อเนื่องในหนังสือพิมพ์รายวัน  เพชรพระอุมา ถูกนำมาตีพิมพ์ฉบับรวมเล่มซ้ำใหม่หลาย ๆ ครั้งในรูปแบบของพ็อกเก็ตบุ๊ค จำนวน 48 เล่ม โดยสำนักพิมพ์ ณ บ้านวรรณกรรม ลิขสิทธิ์โดยพนมเทียน (เดิมเป็นชนิดปกแข็งจำนวน 53 เล่ม แต่ละเล่มมีความหนาประมาณ 33 ยก หรือ 16 หน้ายก และเมื่อนำมารวมกันทั้งหมดจะมีความหนาประมาณ 1,749 ยก แบ่งเป็นสามภาคได้แก่ ภาคแรก จำนวน 24 เล่ม ภาคสอง จำนวน 15 เล่ม และ ภาคสาม จำนวน 14 เล่ม แต่ปัจจุบันได้รวบรวมเนื้อหาในแต่ละภาคและลดลงคงเหลือเพียงแค่ 48 เล่ม) แบ่งเป็นสองภาคคือภาคแรก จำนวน 24 เล่ม 6 ตอน ภาคสมบูรณ์ จำนวน 24 เล่ม 6 ตอน ตีพิมพ์ฉบับรวมเล่มครั้งแรกในปี พ.ศ.2538 ครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ.2541 ทำการปรับปรุงต้นฉบับเดิมพร้อมกับตีพิมพ์ครั้งที่ 3 ในปีพ.ศ.2544 ตีพิมพ์ครั้งที่ 4 ซึ่งเป็นครั้งล่าสุดในปี พ.ศ.2547 โดยเนื้อเรื่องต่าง ๆ ของเพชรพระอุมานั้น พนมเทียนได้นำเค้าโครงเรื่องมาจาก คิง โซโลมอน'ส มายน์ส (King Solomon's Mines) หรือ สมบัติพระศุลี นวนิยายของเซอร์แฮนรี่ ไรเดอร์ แฮกการ์ด (H. Rider Haggard) ที่ผจญภัยในความลี้ลับของป่าดงดิบภายในทวีปแอฟริกา นี่เป็นส่วนหนึ่งของตอนในภาคที่2 ( นี่เป็นเล่มแรกในเรื่องเพชรพระอุมาซึ่งมีการปรับปรุงภาพหน้าปก) ภาพเก่าๆเมื่อยังเป็นหนังสมัยเมื่อนานมาแล้ว และนี่เป็นปกในยุคแรกๆ จุดเริ่มต้นของ เพชรพระอุมา นวนิยายในตำนานที่มีความยาวมากที่สุดในโลก  พนมเทียนเริ่มต้นการเขียนเพชรพระอุมาในปี พ.ศ.2507 โดยตกลงทำข้อสัญญากับสำนักพิมพ์ผ่านฟ้าพิทยา (ซึ่งปัจจุบันสำนักพิมพ์ผ่านฟ้าพิทยา ได้ยุติกิจการไปแล้ว) ในการเขียนนวนิยายแนวผจญภัยในป่าจำนวนหนึ่งเรื่อง โดยมีข้อกำหนดความยาวของนวนิยายเพียงแค่ 8 เล่มจบเท่านั้น แต่กลับได้รับความนิยมอย่างล้นหลามทำให้ต้องเขียนเพชรพระอุมาเพิ่มเติมต่อจน ครบ 10 เล่ม และขอยุติการเขียนตามข้อสัญญาแต่ทางสำนักพิมพ์ผ่านฟ้าพิทยายังไม่อนุญาตให้พนมเทียนยุติการเขียน และได้ขอร้องให้เขียนเพิ่มเติมต่ออีก 5 เล่ม แต่หลังจากเขียนเพิ่มได้ไม่นานก็ได้มีการตอบรับจากผู้อ่านมากมายจนต้องเขียนเพิ่ม จนเขียนมาหลายตอนแต่หาตอนลงจบเรื่องไม่ได้ ในที่สุดเรื่องราวทั้งหมดจึงสามารถจบลงได้ในปี พ.ศ.2533 ต้นแบบของโครงเรื่อง พนมเทียนนำเอาความรู้ความชำนาญในการเดินป่า การดำรงชีวิตและการล่าสัตว์จากประสบการณ์จริงของตนเอง มาเป็นพื้นฐานในการเขียนนวนิยายเรื่องเพชรพระอุมา โดยเค้าโครงเรื่องและส่วนประกอบต่าง ๆ ได้นำมาจากเรื่องเล่าขานและสิ่งที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากนักท่องไพรรุ่น อาวุโส หรือเรื่องเล่ารอบกองไฟของพรานพื้นเมืองต่าง ๆ เพชรพระอุมาถูกนำมาตีพิมพ์ซ้ำหลายครั้งโดยสำนักพิมพ์ต่าง ๆ ปัจจุบันตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ ณ บ้านวรรณกรรม ลิขสิทธิ์โดยพนมเทียน แบ่งการตีพิมพ์เป็นสองครั้งด้วยกัน โดยตีพิมพ์ครั้งแรก 48 เล่ม ภาคแรกจำนวน 24 เล่ม 6 ตอน และภาคสมบูรณ์ 24 เล่ม 5 ตอน ดังนี้ ภาคแรก ตอน ไพรมหากาฬ จำนวน 4 เล่ม ตอน ดงมรณะ จำนวน 4 เล่ม ตอน จอมผีดิบมันตรัย จำนวน 4 เล่ม ตอน อาถรรพณ์นิทรานคร จำนวน 4 เล่ม ตอน ป่าโลกล้านปี จำนวน 4 เล่ม ตอน แงซายจอมจักรา จำนวน 4 เล่ม ภาคสมบูรณ์ ตอน จอมพราน จำนวน 4 เล่ม ตอน ไอ้งาดำ จำนวน 5 เล่ม ตอน นาคเทวี จำนวน 5 เล่ม ตอน แต่ปางบรรพ์ จำนวน 5 เล่ม ตอน มงกุฎไพร จำนวน 5 เล่ม และตีพิมพ์ครั้งปัจจุบัน 48 เล่ม ภาคแรกจำนวน 24 เล่ม 6 ตอน และภาคสมบูรณ์ 24 เล่ม 6 ตอน ดังนี้ ภาคแรก ตอน ไพรมหากาฬ จำนวน 4 เล่ม ตอน ดงมรณะ จำนวน 4 เล่ม ตอน จอมผีดิบมันตรัย จำนวน 4 เล่ม ตอน อาถรรพ์นิทรานคร จำนวน 4 เล่ม ตอน ป่าโลกล้านปี จำนวน 4 เล่ม ตอน แงซายจอมจักรา จำนวน 4 เล่ม ภาคสมบูรณ์ ตอน จอมพราน จำนวน 4 เล่ม ตอน ไอ้งาดำ จำนวน 4 เล่ม ตอน จิตรางคนางค์ จำนวน 4 เล่ม ตอน นาคเทวี จำนวน 4 เล่ม ตอน แต่ปางบรรพ์ จำนวน 4 เล่ม ตอน มงกุฎไพร จำนวน 4 เล่ม เนื้อหาดัดแปลงโดย: คุณหญิงแหม่มเมืองนอก

แตกตื่น! ซาลาแมนเดอร์ยักษ์โผล่กลางเมืองเกียวโต
ซาลาแมนเดอร์ /  ซาลาแมนเดอร์ยักษ์ / 

ชาวญี่ปุ่นแตกตื่นหลังมีสัตว์หน้าตาประหลาดโผล่กลางเมือง ที่แท้แค่ซาลาแมนเดอร์ยักษ์ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ชาวเมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น พากันแตกตื่นเพราะมีสัตว์รูปร่างหน้าตาประหลาดปรากฎอยู่ริมแม่น้ำคาโมงาวะ ใจกลางเมืองเกียวโตผู้ที่พบเห็นได้บันทึกวิดีโอแล้วนำมาเผยแพร่ เมื่อวันที่ 5 ก.ค. สมาชิกเฟซบุ๊คชื่อ  Spoon & Tamago ได้เผยแพร่ภาพเหตุการณ์ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองเกียวโต กำลังจับตาดูสัตว์ประหลาด หลังจากชาวเมืองแจ้งว่า พบสัตว์รูปร่างหน้าตาแสนประหลาดคลานขึ้นมาจากแม่น้ำ แต่จากการตรวจสอบพบว่า สัตว์ประหลาดที่ถูกพูดถึงคือ ซาลาแมนเดอร์ยักษ์ ซึ่งมันเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำโบราณชนิดหายาก แต่ภาพและคลิปเจ้าซาลาแมนเดอร์ยักษ์ตัวดังกล่าว ก็ได้ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลกในเวลาต่อมา สำหรับ ซาลาแมนเดอร์ยักษ์ จัดอยู่ในประเภทสัตว์มีกระดูกสันหลังที่อยู่ในชั้นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ ชนิดเดียวกับ ซาลาแมนเดอร์ทั่วไป ซึ่งมีอยู่หลายสายพันธุ์ มีลักษณะขนาดตั้งแต่ 3 เซนติเมตร จนถึงเกือบ 2 เมตร ปกติจะอาศัยอยู่แถบทวีปอเมริกาเหนือ ทวีปยุโรป หรือป่าดงดิบในประเทศบราซิล รวมทั้งพื้นที่ป่าอุดมสมบูรณ์ของประเทศญี่ปุ่นและจีน Mthai News ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ค Spoon & Tamago  ................................................................................. บล็อบฟิช ปลาประหลาด หน้าเหมือนคน ปลาประหลาด หน้าโคตรเศร้า ใกล้สูญพันธุ์       นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า "บล็อบฟิช" ปลาที่มีรูปร่างหน้าตาแปลกประหลาดเหมือนคนเศร้านี้ กำลังเศร้าอยู่จริงๆ เนื่องจากมันกำลัง...

Drakensang Online เน้นปรับปรุงเกมส์ให้ตื่นเต้น-สมจริงขึ้น
Drakensang Online /  เกมส์ออนไลน์ / 

เกมส์ออนไลน์ Drakensang Online (dso.in.th) ทำการอัพเดตแพทซืใหม่ เน้นการปรับปรุงเกมส์ให้มีความสมจริงและตื่นเต้นขณะเล่นเกมส์มากขึ้น อัพเดตแล้ววันนี้ คุณสมบัติใหม่ ฉากแผนที่วัตถุที่ถูกทำลายเพิ่ม ได้รับการถูกทุบเมื่อใช้ทักษะการโจมตีของผู้เล่น แผนที่ดังต่อไปนี้ตอนนี้มีวัตถุในฉากที่ถูกทำลายได้ - The Misty Ridge -หุบเขาแห่งหมอก - Gleaming Mountains – ภูเขาแห่งแสง - Thunder Crest – หุบเขาธันเดอร์เครส - Stalgard –สตอลการ์ด - Torstrond -ทอร์สตรอนด์ - Iron Forest –ป่าเหล็ก - Eternal Watch –อีเทอเนิล วอทซ์ - Hjalgrimur -ฮาลกริมเมอร์ - Hailstone Mountains –ภูเขาเฮลสโตน - Winter Summit Winter Summit (difficult) – ดันเจี้ยนกิจกรรม - Blackborg – ดันเจี้ยนกิจกรรม - Mystra – มิสตรา - Mount Suvius - - Solar Flame Stadium (Capture the flag arena) – สเตเดียมโซล่าเฟลม - Swerdfield pastures – ทุ่งหญ้าเวิร์ดฟิลด์ - Wild Forest – ป่าดงดิบ - Slifmoor – สลิฟมอร์ - Troll Canyon – หุบเขาโทรล - Burning Coast – ชายฝั่งที่ถูกเผาผลาญ - Stonekeep – สโตนคีฟ - Fortress Teganswall – ปราสาทเทเก็นสวอลล์ - Hagastove Grotto – ถ้าฮาก้าสโตฟ - Wildherz Caverns - ถ้ำไวด์เฮิร์ซ - Rootrock Cavern - ถ้ำรูทร็อค - Loxley Caverns - ถ้ำล็อกซเล่ย์ - Foxarrific Burrow of Investigation's HQ - ศูนย์บัญชาการการสืบสวนฟอกซ์โบโร - Ship Graveyard – สุสานเรือ การเปลี่ยนแปลง mini dungeons จะถูกลบออกจากเกม ทำให้เควสที่เกี่ยวกับ mini dungeons จะถูกลบออกไปด้วย รวมถึงไอเทม – เศษตราประทับเธียร์มอน ถ้ำโจร - ดาร์ฟมอร์ บ่อน้ำร้อนคอลิเซียมที่ถูกลืม -เมืองคิงส์ฮิล NPC- ซิลิแวน –ดาร์ฟมอร์ • ไอเทมที่ถูกนำออกไป Favor of Destiny / Destiny's Support / mini dungeon key • เพิ่มไอเทมใหม่ Valuable Repair Tool Kit ช่วยในการซ่อมแซมอุปกรณ์ชุดอาวุธ โดยไม่ต้องกลับมาซ้อมที่เมืองอย่างเคย Valuable Repair Tool Kit (แบบถาวร) และ Simple Repair Tool Kit (ใช้แล้วหมดไป) ปรับปรุงเมืองคิงส์ฮิลใหม่ พร้อมเควสใหม่ๆ หน้าสร้างตัวละครใหม่ New event The Jesters? เมือง คิงส์ฮิล NPC : Ballerino ,Arlekin,Zampano รูปแบบการเล่นเป็นการเดิมพัน โดย ใช้ ทองและ แอนเดอร์เมน โดยลาก ทอง หรือ แอนเดอร์เมน วางบน Rune stone ระบบจะแรนดอมสุ่ม ของรางวัล ***ของรางวัลที่ได้จะเข้าตัวละครทันที

แนะนำ 10 สถานที่ท่องเที่ยว ประจำเดือนมิถุนายน
10 จุดหมายท่องเที่ยว /  เที่ยวทั่วไทย / 

กลับมาพบกับสถานที่ท่องเที่ยวแนะนำประจำเดือนอีกเช่นเคย เดือนนี้อาจมาช้าหน่อย แอดมินต้องขออภัยด้วย แต่รับรองว่าทุกแห่งในเดือนนี้ สุดยอดไม่แพ้กันเลย travel.mthai.com คัดสรรมาอย่างดีเพื่อนักท่องเที่ยวทุกท่าน พบกับแหล่งท่องเที่ยวในช่วงต้นฤดูฝน ท้องฟ้าสวย หมอกจาง ๆ กับทิวทัศน์ฟิน ๆ ในช่วง แนะนำ 10 สถานที่ท่องเที่ยว ประจำเดือนมิถุนายน ไปชมกันเลยครับ แนะนำ 10 สถานที่ท่องเที่ยว ประจำเดือนมิถุนายน 1. เทศกาลดูผีเสื้อปางสีดา จ.สระแก้ว เทศกาลดูผีเสื้อปางสีดา จะจัดขึ้นในช่วงเดือน มิถุนายน – สิงหาคม ของทุกปี เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด และเป็นการสร้างรายได้ให้กับคนในท้องถิ่น สำหรับอุทยานแห่งชาติปางสีดานั้น เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ยังอุดมสมบูรณ์ ทำให้มีผีเสื้อต่าง ๆ มากกว่า 500 ชนิด และพบเห็นทั่วไปเป็นฝูงใหญ่ สร้างความตื่นตาตื่นใจกับนักท่องเที่ยว และผู้ที่นิยมถ่ายภาพเป็นอย่างมาก ช่วงเวลาที่เหมาะในการชมผีเสื้อ คือช่วง 08.00-12.00 น. 2. เขาล้อมหมวก จ.ประจวบคีรีขันธ์ จุดชมวิวเขาล้อมหมวก เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวอีกที่คุณห้ามพลาด โดยเฉพาะนักท่องเที่ยว ที่รักสัตว์และชื่นชอบการผจญภัย เนื่องจากที่เขาล้อมหมวกมีจุดปีนเขาที่ท้าทายและยังมีสถานที่อนุรักษ์ค่างแว่นแสนน่ารัก ที่มีอยู่จำนวนมาก เขาล้อมหมวกอยู่ในเขตของพื้นที่กองบิน 53 การเดินทางนั้นจะต้องเข้าไปภายในกองบิน 53 แล้วจะมีทางแยกไปเขาล้อมหมวกก่อนที่จะถึงอ่าวมะนาว เมื่อเลี้ยวเข้าทางแยกในกองบินก็ให้ขับตรงไปจนถึงตีนเขา โดยสามารถจอดรถที่บริเวณนี้ จากนั้นก็จะพบกับศาลเจ้าพ่อเขาล้อมหมวก โดยจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเวลา 8.00 น. – 18.00 น. โดยระยะเวลาในการพิชิตเขาล้อมหมวกอยู่ที่ประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง รับรองว่าถูกใจนักท่องเที่ยวขาลุยแน่นอน 3. ทุ่งดอกเปราะภูขาว ภูหินร่องกล้า จ.พิษณุโลก “ดอกเปราะภูสีขาว” ที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จะผลิบานต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงเริ่มต้นฤดูฝน แต่ว่าช่วงที่ดอกเปราะภูสีขาวสวยที่สุดคือปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกรกฎาคม ซึ่งดอกเปราะภูสีขาวจะพร้อมใจกันเบ่งบานไปทั่วทุ่งของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ภาพความงดงามของดอกเปราะภูสีขาว มีกลีบดอกที่ชูช่ออยู่ทั่วบริเวณตัดกับสีเขียวของใบหญ้าที่ชุ่มฉ่ำด้วยน้ำฝน เป็นภาพที่ดูแล้วสร้างความสดชื่น เย็นตา สบายใจเป็นอย่างมาก สอบถามยามดอกไม้บาน ได้ที่ : อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า โทร. 0 5535 6607 , 08 1596 5977 4. วัดจมน้ำ สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี วัดใต้น้ำ หรือ วัดจมน้ำ คือวัดวังก์วิเวการามเดิม ซึ่งกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ถือว่าเป็น Unseen Thailand เพราะมีความแปลกที่มีซากโบราณสถานจมอยู่ใต้น้ำ เป็นสถานที่เล่าขานถึงตำนานความเป็นมาของวัดหลวงพ่ออุตตมะ จนหลายคนเรียกกันว่าเมืองบาดาล นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวในช่วงฤดูร้อนถึงต้นฤดูฝน ตั้งแต่ประมาณเดือนมีนาคม – มิถุนายน เป็นช่วงหน้าแล้ง น้ำจะลดลงมาก จะสามารถเดินเข้าไปเยี่ยมชมโบสถ์เก่าได้ ส่วนคนที่มาเที่ยวช่วงปลายฝนจนถึงฤดูหนาว ตั้งแต่ประมาณกันยายน – มกราคม อาจจะได้เห็นแค่บางส่วนของตัวโบสถ์ที่โผล่พ้นน้ำ หรือบางทีก็จมน้ำเป็นเมืองบาดาล จะมีให้เห็นก็เพียงแต่ยอดหอระฆังเดิมเท่านั้นที่สูงพ้นน้ำเท่านั้น 5. เขื่อนเชี่ยวหลาน จ.สุราษฎร์ธานี เขื่อนเชี่ยวหลาน หรือ เขื่อนรัชชประภา ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสก อยู่ห่างจากตัวเมืองจังหวัดสุราษฏร์ธานี ประมาณ 84 กิโลเมตร เป็นภูเขาหินปูนทียอดเขาตั้งฉากกับผืนน้ำสีเขียวมรกต พื้นที่แห่งนี้ได้รับสมญานามว่า “กุ้ยหลินเมืองไทย” ในช่วงเช้า คุณจะได้พบกับไอหมอก ทอดยาวตัดกับพื้นน้ำและขุนเขาอันเขียวสด แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว เขื่อนเชี่ยวหลาน มีที่พักในรูปแบบแพ คอยให้บริการอยู่หลายแห่ง คุณจะได้ซึมซับกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด สงบ ไม่วุ่นวาย เหมาะสำหรับการพักผ่อน 6. อ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี อ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน หรือ เขื่อนแก่งกระจาน มีพื้นที่ 46.5 ตารางกิโลเมตร มีความจุ 710 ล้านลูกบาศก์เมตร จึงเป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจและเหมาะแก่การพักผ่อนแบบแคมป์ปิ้ง หรือผู้ที่ชื่นชอบการตกปลา ก็สามารถเข้ามาตกปลาได้ ลักษณะการพักผ่อนแบบสบาย ๆ นอกจากนี้บริเวณโดยรอบเขื่อนแก่งกระจาน ยังมีรีสอร์ทและที่พักให้เลือกมากมาย บางที่ยังมีกิจกรรมผาดโผนเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบกีฬาหรือกิจกรรมประเภทนี้ด้วย 7. ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์ ภูทับเบิก ตั้งอยู่ที่ตำบลวังบาล อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,768 เมตร ซึ่งเป็นจุดสูงสุดเพชรบูรณ์ ภูมิประเทศมีความงดงามอย่างมาก เต็มไปด้วยทะเลภูเขา ป่าไม้และธรรมชาติมีความอุดมสมบูรณ์ อากาศบริสุทธ์ เย็นสบายตลอดปี แต่ถ้ามาในหน้าฝน คุณจะมีโอกาสได้พบกับทะเลหมอกสุดอลังการ ในตอนเช้ามีหมอกและกลุ่มเมฆตัดกับยอดภูสีเขียวสวยงาม และยังเป็นเป็นแหล่งปลูกกะหล่ำปลีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อีกด้วย คนที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ รับรองว่าจะต้องติดอกติดใจจนไม่อยากกลับบ้านเลยล่ะ 8. จุดชมวิวห้วยคอกหมู สวนผึ้ง จ.ราชบุรี จุดชมวิวห้วยคอกหมู สุดเขตแดนตะวันตก ตั้งอยู่ที่ ต.ตะนาวศรี อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี สูงจากระดับน้ำทะเล 800 เมตร เป็นพื้นที่ของฐานปฏิบัติการร้อย ตชด.137 ตั้งอยู่บนภูเขาสูง เป็นพื้นที่ชายแดนติดกับประเทศเมียนมาร์ มีแนวสันปันน้ำเบื้องล่างเป็นเขตแดน บนจุดชมวิวห้วยคอกหมู นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นภูมิประเทศอันสวยงามของเทือกเขาตะนาวศรี เมื่อมองข้ามไปในฝั่งพม่าจะเห็นต้นไม้ใหญ่และป่าดงดิบที่อุดมสมบูรณ์ มีนกนานาชนิดมากมาย ในช่วงฤดูฝนถึงฤดูหนาว จะมีหมอกปกคลุมหนาแน่น ดุจดั่งทะเลหมอก และในวันท้องฟ้าโปร่ง ที่จุดชมวิวห้วยคอกหมูนี้ยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและตก ที่งดงามอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทยไม่แพ้ภาคเหนือเลยทีเดียว 9. หาดทรายดำ แหลมงอบ จ.ตราด หาดทรายดำ ถือว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นจากระบบนิเวศของธรรมชาติ ปัจจุบันมีเพียง 5 แห่งในโลก ซึ่งหนึ่งในห้านั้นก็ ตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแหลมมะขาม อำเภอแหลมงอบ จ.ตราด ดินแดนภาคตะวันออกของประเทศไทย หาดทรายดำหรือหาดหัวสวน แห่งนี้ มีความเชื่อกันว่า หาดทรายดำสามารถรักษาโรคได้ เพียงแค่ไปนอนหมกตัวอยู่ในทราย ด้วยความเชื่อนี้ทำให้เกิดเสียงเล่าลือกันไปต่าง ๆ นา ๆ จนทำให้ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวต่างแห่แหนกันมาที่หาดทรายดำกันมากขึ้น 10. เทศกาลผีตาโขน จ.เลย เทศกาลผีตาโขน เทศกาลของไทยที่โด่งดังไปทั่วโลก จะจัดขึ้น ณ วัดโพนชัยและหน้าที่ว่าการอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย พบกิจกรรมที่น่าสนใจหลายอย่าง อาทิ การร่วมชมขบวนแห่ขบวนผีตาโขน, การประกวดหน้ากากผีตาโขน, การประกวดผีตาโขนน้อย, การแสดงของชุมชนต่าง ๆ, ฟังเทศน์มหาชาติ 13 กัณฑ์, การออกร้านของส่วนราชการ-เอกชน ,การแสดงสินค้าพื้นเมือง , การจำหน่ายสินค้า OTOP, การแข่งขันจุดบั้งไฟ พร้อมชมขบวนพาเหรดที่จะจัดขึ้นในวันที่ 27 มิถุนายน 2558 อีกด้วย เรื่องและเรียบเรียงโดย : Travel MThai ข้อมูลและรูปภาพจาก : thai.tourismthailand.org , www.chilldtravel.com , facebook.com/baagklong