ป่าดงดิบ

ชาวบ้าน อ.เบตง แห่ดูกบภูเขา น้ำหนักกว่า 1 กิโลฯครึ่ง
กบภูเขา

กบภูเขา ชาวบ้าน อ.เบตง แห่ดูกบภูเขา น้ำหนักกว่า 1 กิโลฯครึ่ง MThainews: รายงานข่าวแจ้งว่า ชาวบ้านที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา กำลังแตกตื่นกับกบภูเขา น้ำหนักกว่า 1 กิโลครึ่ง จำนวน 4 ตัว โดยชาวบ้านสามารถจับได้ที่บริเวณใกล้ลำธารในป่า ซึ่งชาวบ้านที่จับได้ยืนยันว่าจะนำมันมาเลี้ยงไว้ ให้ลูกหลานดู ยืนยันว่าจะไม่ฆ่ามัน หรือประกอบอาหารแต่อย่างใด ทั้งนี้ ชาวบ้านเปิดเผยว่า กบภูเขามีจำนวนมากในอดีตรุ่นปู่ รุ่นย่า และสามารถเจริญเติบโตได้ถึง 4 กิโลกรัม อาศัยอยู่แถบชายแดนไทย-มาเลเซีย เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์กบภูเขาจะออกมาจากป่าดงดิบ เพื่อผสมพันธุ์บริเวณลำธาร ซึ่งชาวบ้านมักจะออกไปล่ากบภูเขามาจำหน่าย เพื่อนำมาประกอบอาหาร ราคากิโลกรัมละ 300-500 บาท  MThai News ขอบคุณภาพจากรายการ  เรื่องเล่าเช้านี้

Daylight เกมส์ผจญภัยสุดหลอน ขาย 8 เม.ย. 2014
Daylight

เปิดตัวเกมส์ Daylight เกมส์ผจญภัยสุดหลอนสุดเสมือนจริงวางขายบน PS4 และ PC 8 เมษายน 2014 Zombie Studios ประกาศเปิดตัวเกมส์ Daylightเกมส์ผจญภัยเขย่าขวัญ ให้ผู้เล่นผจญภัยโรงพยาบาลร้างด้วยตัวคนเดียว และประสบพบเจอกับพลังงานลึกลับ  วางขายบน PS4 และ PC 8 เมษายน 2014 เกมส์ Daylight จะสร้างบรรยากาศชวนหลอนภายในโรงพยาบาลร้างและป่าดงดิบที่ไร้ซึ่งผู้คน และตลบอบอวลกับกลุ่มหมอกควันมีเพียงโทรศัพท์เป็นแสงสว่างในการนำทางและแสดงเส้นทางแผนที่ในฉาก และต้องหาทางออกจากพื้นที่แห่งนี้ท่ามกลางมีพลังงานลึกลับซุ่มอยู่ในความมืด ที่น่าสนใจของเกมส์นี้ืคือ มีระบบภาพ 3 มิติ เพิ่มระดับความหลอนจนขนหัวลุกส่งตรงหน้าจออีกขั้น ใช้เอนจิ้นเกมส์ Unreal Engine 4 ในการพัฒนา เพิ่มระดับความสมจริงภายในเกมส์ ตั้งแต่กราฟิกเกมส์,เอฟฟเฟคเกมส์ จนถึงแสงและเงา เพื่อให้บรรยากาศเกมส์ดูสลัวๆน่ากลัวๆ เกมส์ Daylight วางจำหน่ายวันที่ 8 เมษายน 2014 บน PC และ PlayStation 4

แหวกแนว! ไนกี้ ปล่อยสตั๊ดลายป่าดงดิบ Mercurial Tropical pack
Mercurial Tropical pack /  บราซิล / 

ไนกี้ แบรนด์กีฬาดังระดับโลกปล่อยสตั๊ดรุ่นใหม่ล่าสุด Mercurial Tropical pack เพื่อเอาใจแฟนบอลกับทัวร์นาเม้นต์ฟุตบอลโลกที่กำลังใกล้เข้ามา โดยลวดลายดังกล่าวผู้ผลิตได้แรงบันดาลใจมาจากป่าอเมซอนของประเทษบราซิลเจ้าภาพศึกฟุตบอลโลก 2014 ครั้งนี้นั้นเอง ส่วนสีสันของ Mercurial Tropical pack นั้นจะมีทั้งหมด 3 สี คือ 1. Hyper Turquoise 2. Laser Orange 3. Flash Green ทั้งนี้สตั๊ดรุ่นพิเศษดังกล่าวจะมีวางขายเพียง 2,500 คู่ทั่วโลกเท่านั้น สนนราคาก็จะอยู่ที่ 8,200 บาท

3 ชาวบ้านลุยถ้ำป่าดงดิบ หาเหล็กไหล จมน้ำตาย
ถ้ำ /  ป่าดงดิบ / 

วานนี้ (27พ.ค.) เวลา12.00 น. สภ.เมืองมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้าน บ.นาโด่ ต.นาโสก อ.เมือง จ.มุกดาหาร ว่ามีผู้จมน้ำเสียชีวิต 3 รายภายในถ้ำพุงกลางป่าดงจึงประสานไปยังมูลนิธิกู้ภัยเทศบาลคำอาฮวนพร้อมนำกำลังเจ้าหน้าที่รุดไปที่เกิด พบบรรดาผู้ที่มาแสวงหาเหล็กไหลจำนวน 10 คนนั่งเกาะกลุ่มกัน ทั้งนี้ผู้ร่วมขุดเหล็กไหลให้การว่า เข้ามาก่อไฟเฝ้ารอ 3 คนที่เข้าไปค้นหาเหล็กไหลภายในถ้ำ โดยเป็นผู้นำทาง 2 คนคือ นายเงิน ชาธิพา อายุ 69 ปี และนายสงบ อันแสน 39 ปี ชาวจ.มุกดาหาร นายธนโชติ ลีฟัก อายุ 46 ปี ชาวปทุมธานี เข้าไปค้นหาเหล็กไหลและของมีค่าภายในถ้ำตลอดทั้งคืนจนสว่าง ทั้ง 3 คนก็ไม่ออกมา ต่างก็พยายามเฝ้ารอจนกระทั่งเวลา 11.00 น. จึงพากันออกค้นหาตะโกนเรียกชื่อแต่ไม่มีเสียงตอบรับ ขณะเดียวกันระดับน้ำได้หนุนสูงขึ้นจนปิดปากถ้ำ คาดว่าทั้ง 3 คนคงจมน้ำเสียชีวิตแล้วจึงตัดสินใจไปแจ้งผู้ใหญ่บ้าน การค้นหาในรอบแรกเป็นไปอย่างยากลำบากเพราะถ้ำไม่มีแสงสว่าง และระดับน้ำสูงจนปิดปากถ้ำ แต่เมื่อค้นหาอีกรอบก็พบศพนายเงิน ก่อนจะให้กำลังชาวบ้านช่วยกันแยกหินออกจากกันทำให้เกิดช่องระบายน้ำ เข้าไปค้นหาได้ง่ายขึ้น จนกระทั่งเวลา 17.00 น. เป็นช่วงจังหวะที่ระดับน้ำลดจนปากถ้ำเปิด จึงเข้าไปค้นภายในถ้ำได้อย่างสะดวก และพบศพนายธนโชติ ติดอยู่ภายใน ขณะที่ศพของนายสงบยังหาไม่พบ แต่เจ้าหน้าที่จะเร่งค้นหาต่อไป MThai News

จังหวัดกำแพงเพชร
กำแพงเพชร /  คำขวัญประจำจังหวัด / 

                     จังหวัดกำแพงเพชร             เป็นจังหวัดที่อยู่ในภาคกลางตอนบนของประเทศไทย ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 358 กิโลเมตร จังหวัดที่อยู่ติดกัน (จากทิศเหนือ วนตามเข็มนาฬิกา) ได้แก่ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร นครสวรรค์ และตาก   คำขวัญประจำจังหวัด:  กรุพระเครื่อง เมืองคนแกร่ง ศิลาแลงใหญ่ กล้วยไข่หวาน น้ำมันลานกระบือ เลื่องลือมรดกโลก   ที่ตั้ง  อยู่ทางภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทย ทางทิศเหนือและทิศใต้ของจังหวัดเป็นที่ราบ ทางทิศตะวันตกเป็นภูเขาสลับซับซ้อนและเป็นต้นน้ำของลำธารต่าง ๆ เช่น คลองสวนหมาก คลองวังเจ้า คลองขลุง และคลองแขยง ซึ่งจะไหลลงสู่แม่น้ำปิง ที่เป็นแม่น้ำสำคัญที่ไหลผ่านกลางพื้นที่ของจังหวัดตั้งแต่เหนือสุดจนใต้สุด   สถานที่ท่องเที่ยวฮิตในจังหวัดกำแพงเพชร อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร          แบ่งออกเป็นโบราณสถานฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกของแม่น้ำปิง ซึ่งใช้วัสดุก่อสร้างที่แตกต่างกัน ด้านตะวันออกของแม่น้ำปิงเป็นที่ตั้งเมืองกำแพงเพชร โบราณสถานจะสร้างด้วยศิลาแลงและมีขนาดใหญ่ ส่วนโบราณสถานฝั่งตะวันตกคือเมืองนครชุมก่อสร้างด้วยอิฐและมีขนาดเล็ก แต่รูปแบบศิลปะที่ปรากฏมีลักษณะร่วมสมัยระหว่างสุโขทัยและอยุธยา นอกจากนี้ยังมีโบราณสถานนอกเมืองกำแพงเพชร หรือเขตอรัญญิก ซึ่งเป็นที่อยู่ของสงฆ์ที่มุ่งในการปฎิบัติวิปัสสนาธรรม อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ บ่อน้ำพุร้อนพระร่วง (บึงสาป)          มีลักษณะเป็นน้ำพุร้อนเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ผุดขี้นมาจากใต้ดิน จำนวน5 จุด มีความร้อนประมาณ40-65 องศาเซลเซียส มีสถานที่สำหรับให้บริการอาบน้ำแร่ในบริเวณบ่อน้ำพุร้อน   อุทยานแห่งชาติคลองลาน           สภาพป่าส่วนใหญ่เป็นป่าดงดิบผสมป่าเบญจพรรณ บนเทือกเขาสลับซับซ้อน ภูเขาแต่ละลูกเชื่อมโยงติดต่อกับขุนคลองลานซึ่งเป็นจุดสูงสุดในบริเวณนี้ เป็นต้นกำเนิดของต้นน้ำลำธารหลายสายที่ไหลลงสู่แม่น้ำปิง   อุทยานแห่งชาติแม่วงก์           มีพื้นที่ครอบคลุม2 จังหวัดคือจังหวัดกำแพงเพชร และจังหวัดนครสวรรค์ เป็นหนึ่งในผืนป่าตะวันตกที่มีพื้นที่ป่าสมบูรณ์มากที่สุด ตั้งแต่จังหวัดตากจนถึงจังหวัดกาญจนบุรี ประกอบด้วยป่าเบญจพรรณ ป่าดงดิบ และป่าเต็งรัง มีพันธุ์ไม้ที่สำคัญและมีค่ามากมาย เช่น สัก ประดู่ มะค่าโมง ยางแดง เต็ง รัง เป็นตัน นอกจากนี้ยังมีสัตว์ป่าที่หายาก เช่น ช้างป่า กระทิง เสือ กวาง เก้ง หมี แมวลาย และนกต่าง ๆ มากกว่า305 ชนิด จาก53 วงศ์ ซึ่งนกบางชนิดพบเพียงไม่กี่แห่งในประเทศไทย เช่น นกกระเต็นขาวดำใหญ่ นกเงือกคอแดง นกกางเขนดง นกโพระดกหูเขียว นกพญาปากกว้างหางยาว   เมืองไตรตรึงส์           สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าไชยสิริกษัตริย์เชียงราย ซึ่งได้หนีข้าศึกจากเชียงรายลงมาสร้างเมืองนี้ขึ้น เมื่อ พ.ศ.1542 ปัจจุบันโบราณสถานต่างๆ ทรุดโทรมลงมาก เหลือเพียงซากเจดีย์และเชิงเทินเท่านั้น   อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า            เป็นผืนป่าที่สมบูรณ์ มีไม้สักที่ขึ้นเองตามธรรมชาติอย่างหนาแน่น มีน้ำตกที่สวยงามน่าท่องเที่ยวหลายแห่ง มีหมู่บ้านชาวกะเหรี่ยงซึ่งยังมีวิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบเดิม   หลวงพ่ออุโมงค์          อยู่ในตำบลนครชุม อำเภอเมือง เป็นพระพุทธรูปแบบเชียงแสนขนาดใหญ่ มีพุทธลักษณะที่งดงามยิ่งเป็นหลักฐานสำคัญ ประกอบข้อเท็จจริงถึงความสัมพันธ์ระหว่างกำแพงเพชรและหัวเมืองฝ่ายเหนือ   การเดินทาง ทางรถยนต์ จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข32 ผ่านจังหวัด อยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี นครสวรรค์ เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข1 ถึงจังหวัดกำแพงเพชร รวมระยะทาง358 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ5 ชั่วโมง   ทางรถโดยสารประจำทาง บริษัทขนส่ง จำกัด เปิดบริการเดินรถกรุงเทพฯ - กำแพงเพชร ทุกวัน รายละเอียดติดต่อสอบถามได้ที่สถานีขนส่งสายเหนือ ถนนกำแพงเพชร โทร.0 2936 3670, 0 2936 2852–66 กำแพงเพชร โทร.0 5579 9103 หรือhttp://www.transport.co.th/ - ทันจิตต์ทัวร์ กรุงเทพฯ โทร.0 2272 0143, 0 2272 0146 กำแพงเพชร โทร.0 5571 2095 - วินทัวร์ กรุงเทพฯ โทร.0 2272 5263 กำแพงเพชร โทร.0 5571 3971     เทศกาลและงานประเพณีจังหวัดกำแพงเพชร   งานนบพระ-เล่นเพลง          จัดขึ้นในระหว่างวันมาฆบูชาหรือวันเพ็ญเดือนสาม ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ เป็นการฟื้นฟูงานประเพณีดั้งเดิมตามหลักฐานในศิลาจารึกเมืองพระชุม หรือเมืองนครชุม ที่กล่าวถึงการจัดขบวนแห่ไปนบพระมาตั้งแต่ครั้งกรุงสุโขทัย ขบวนจะข้ามแม่น้ำปิงไปนมัสการพระบรมธาตุเจดีย์ที่ฝั่งนครชุม มีการแสดงแสง เสียงขนาดเล็ก มหรสพ ศิลปวัฒนธรรมไทย และการออกร้านของส่วนราชการ   งานสารทไทย กล้วยไข่เมืองกำแพงเพชร           จัดในช่วงวันสารทไทย ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ และแรม ๑ ค่ำ ของเดือนกันยายนทุกปี เพื่อเผยแพร่กล้วยไข่ซึ่งเป็นผลไม้พื้นเมืองของจังหวัด ในงานจะมีการประกวดและจำหน่ายกล้วยไข่ การแข่งขันกวนกระยาสารท งานนิทรรศการทางการเกษตร การออกร้านจำหน่ายสินค้าและการแสดงมหรสพต่าง ๆ      งานมหกรรมอาหารพื้นบ้าน“เทศกาลกินก๋วยเตี๋ยว เที่ยวเมืองกำแพงเพชร”           เนื่องจากก๋วยเตี๋ยวเป็นอาหารจานด่วนยอดนิยมของคนกำแพงเพชร ทั้งก๋วยเตี๋ยวไก่ ก๋วยเตี๋ยวโบราณ และผัดไท ทางจังหวัดจึงได้จัดงานดังกล่าวขึ้นเป็นประจำทุกปีราวต้นเดือนธันวาคม มีการออกร้านก๋วยเตี๋ยวรสอร่อยที่ขึ้นชื่อ ร้านอาหารพื้นเมือง ให้นักท่องเที่ยวเลือกรับประทานได้ตามใจชอบ          

สุดเสียว !! สวนสัตว์แอฟริกา จับคนใส่กรงแทนสัตว์
สวนสัตว์ /  แอฟริกาใต้

MThai News: สวนสัตว์ Cango Wildlife Ranch ในเมือง โอ๊ตส์ฮอร์น ประเทศแอฟริกาใต้ ซึ่งอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกำลังเติบโต ได้สร้างจุดขายโดยจัดสภาพแวดล้อมให้กลายเป็นป่าดงดิบ ให้นักท่องเที่ยวจะต้องเข้าไปอยู่ในกรงแทนสัตว์ป่า ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ต่างลงความเห็นว่าเป็นการผจญภัยเที่ยวสวนสัตว์ที่ตื่นต้นที่สุดในชีวิต ทำให้ฮอร์โมนอะดีนาลีนพุ่งพล่านได้อย่างมาก โดยกิจกรรมการท่องเที่ยวสวนสัตว์แนวนี้ ผู้ให้บริการบอกว่าเป็นการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์แบบหนึ่งซึ่งกำลังนิยมในแอฟริกาใต้ ด้วยแนวคิดให้คนเป็นส่วนหนึ่งของสภาพแวดล้อม ไม่ใช่ปรับชีวิตสัตว์ป่า หรือสภาพแวดล้อมป่าเพื่อคน Photo:: Barcroft Media Mthai News เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com

อุทยานแห่งชาติเขาสก แหล่งธรรมชาติใหญ่สุดในภาคใต้
อุทยานแห่งชาติ /  อุทยานแห่งชาติเขาสก / 

อุทยานแห่งชาติเขาสก ดินแดนศูนย์กลางของ “ขุนเขาแห่งป่าฝน” เป็นผืนป่าดิบชื้นผืนใหญ่ที่สุดและมีความสำคัญของภาคใต้อันประกอบไปด้วยอุทยานแห่งชาติเขาสก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองยัน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองนาคา อุทยานแห่งชาติศรีพังงา และอุทยานแห่งชาติแก่งกรุง มีพื้นที่ทั้งสิ้น 2,296,879.5 ไร่ มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง อุดมไปด้วยพืชพรรณมากมายหลายชนิด ทั้งพืชพรรณที่หายากและเป็นพืชเฉพาะถิ่น อันได้แก่ บัวผุด ปาล์มเจ้าเมืองถลางหรือปาล์มหลังขาวและปาล์มพระราหู นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด โดยเฉพาะพบสัตว์ป่าสงวนถึง 4 ชนิด คือ เก้งหม้อ เลียงผา สมเสร็จ และแมวลายหินอ่อน และประกอบกับสภาพพื้นที่มีทิวทัศน์ ที่สวยงาม มีความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติทั้งน้ำตก หน้าผา ถ้ำ และ ทิวทัศน์เทือกเขาหินปูนที่ตั้งตระหง่านเหนือผืนน้ำอ่างเก็บน้ำเขื่อนรัชชประภา จนได้รับฉายาว่า กุ้ยหลินเมืองไทย อุทยานแห่งชาติเขาสก แหล่งธรรมชาติใหญ่สุดในภาคใต้ สภาพภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นภูเขาดินและภูเขาหินปูนสูงสลับซับซ้อน โดยเฉพาะช่องแคบเขากาเลาะมีลักษณะเป็นภูเขาหินปูนที่มียอดแหลมระเกะระกะ มีแนวหน้าผาสูงชันบางแห่งเป็นแท่งสูงขึ้นไปในอากาศคล้ายหอคอยสูง ที่ราบมีไม่มาก มีสภาพป่าเป็นป่าดงดิบที่สมบูรณ์มากเป็นป่าต้นน้ำลำธารของคลองศกและคลองพะแสง ไหลมาบรรจบรวมกันเป็นต้นกำเนิดของคลองพุมดวง ซึ่งเป็นสาขาหนึ่งที่สำคัญของแม่น้ำตาปี จุดสูงสุดมีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 961 เมตร โดยเฉลี่ยสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 200 เมตร และลักษณะดินโดยทั่วไปเป็นดินเหนียวปนทรายมีสีแดง บางแห่งเป็นดินลูกรังแต่มีส่วนน้อย ภาพ : chumphontour.com ลักษณะภูมิอากาศ บริเวณอุทยานแห่งชาติเขาสกได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมทั้งสองฝั่ง คือทั้งด้านมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก ฝนจะเริ่มตกตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน จนถึงปลายเดือนธันวาคมของทุกปี และจะตกชุกมากในช่วงเดือนพฤษภาคม - พฤศจิกายน ช่วงที่เหมาะในการเข้าไปชมอุทยานแห่งชาติเขาสกจะอยู่ในระหว่างเดือนธันวาคม - เมษายน ของทุกปี ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยตลอดปี 1,636 มิลลิเมตร ฤดูแล้ง เริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม-เมษายน อากาศร้อน และอุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อย มีฝนตกบ้างไม่มากนัก อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปี 26 องศาเซลเซียส เดือนที่มีอากาศร้อนที่สุด คือเดือนเมษายน อุณหภูมิเฉลี่ย 28 องศาเซลเซียส เดือนที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดคือ เดือนมกราคม มีอุณหภูมิเฉลี่ย 25 องศาเซลเซียส สถานที่ท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติเขาสก เดินป่าระยะไกล กม.99 - คลองแปะ เดินป่าระยะไกล กม.99 - คลองแปะ ผจญภัยถ้ำน้ำทะลุ เริ่มต้นที่กิโลเมตร 99 ใกล้ที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ปลายทางที่คลองแปะ บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ ขส.4 แพโตนเตย ไปยังอ่างเก็บน้ำเขื่อนรัชชประภา มีระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร ล่องแก่งน้ำตกบางหัวแรด - ลำคลองศก ล่องแก่งภายในลำคลองศกบริเวณน้ำตกบางหัวแรด เป็นการท่องเที่ยวในช่วงฤดูฝนซึ่งเป็นช่วงน้ำหลาก ระหว่างเดือนมิถุนายน - มกราคม โดยเดินเท้าจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาสกไปน้ำตกบางหัวแรดระยะทาง 3 กิโลเมตร แล้วลงเรือยาง ขนาด 8 คน ล่องแก่งจากน้ำตกบางหัวแรดลงมาภายในลำคลองศก ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เขื่อนรัชชประภา เขื่อนรัชชประภา หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เขื่อนเชี่ยวหลาน เป็นเขื่อนอเนกประสงค์ที่สร้างปิดกั้นคลองพระแสง ตัวเขื่อนเป็นหินทิ้งแกนดินเหนียว สูง 95 เมตร ยาว 700 เมตร ระดับสันเขื่อนสูง 100 เมตร อ่างเก็บน้ำครอบคลุมพื้นที่ 165 ตารางกิโลเมตร ภายในอ่างเก็บน้ำมีเกาะมากกว่า 100 เกาะ สามารถล่องเรือชมทัศนยภาพที่สวยงามมาก โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบเขากาเลาะ บนสันเขื่อนรัชชประภายังเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่งดงามของอ่างเก็บน้ำ โดยเฉพาะยามดวงอาทิตย์ตก เขื่อนเชี่ยวหลานอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 65 กิโลเมตร ทางเข้าอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 57-58 บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 401 ไปอีกประมาณ 12 กิโลเมตร ตั้งน้ำ มีลักษณะเป็นภูเขาที่ถูกน้ำกัดเซาะจนขาดออกจากกัน ทำให้กลายเป็นหน้าผาหันหน้าเข้าหากัน มีลำคลองศกไหลลอดผ่านเบื้องล่าง เป็นวังน้ำลึกมาก มีปลาชุกชุม อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ประมาณ 6 กิโลเมตร ห่างจากน้ำตกวิ่งหินประมาณ 3.2 กิโลเมตร ต้องเดินทางโดยทางเท้าประมาณ 3.2 กิโลเมตร ถ้ำค้างคาว  เป็นถ้ำที่มีค้างคาวอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ลักษณะภายในถ้ำเป็นเหมือนห้องโถงขนาดใหญ่ มีหินงอกหินย้อยที่สวยงาม อยู่ห่างจากที่ทำการหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ขส. 4 (คลองแปะ) ประมาณ 2 กิโลเมตร อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 21 กิโลเมตร ถ้ำน้ำทะลุ ถ้ำน้ำทะลุ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ถ้ำน้ำหลุ อยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ขส. 4 (คลองแปะ) ประมาณ 3 กิโลเมตร ริมอ่างเก็บน้ำเชี่ยวหลาน โดยต้องนั่งเรือจากท่าเรือเขื่อนรัชชประภาไปประมาณ 2 ชั่วโมง หลังจากนั้นเข้าไปตามคลองแปะอีกประมาณ 15 นาที แล้วเดินเท้าต่อไปประมาณ 2 กิโลเมตร จึงถึงถ้ำทะลุ ที่มีปากถ้ำกว้างใหญ่ถึง 30 เมตร ภายในกว้างขวางมีลำธารไหลผ่านตลอดความยาว 600 เมตร ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อย รวมทั้งโขดหินที่เกิดจากการกัดเซาะของสายน้ำจนมีรูปทรงแปลกตา หรือสามารถเดินเท้าจาก กิโลเมตรที่ 99 เข้าไปถึงถ้ำน้ำทะลุประมาณ 12 กิโลเมตรถ้ำน้ำทะลุ เป็นถ้ำที่มีค้างคาวอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ลักษณะภายในถ้ำเป็นเหมือนห้องโถงขนาดใหญ่ มีหินงอกหินย้อยที่สวยงาม อยู่ห่างจากที่ทำการหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ขส. 4 (คลองแปะ) ประมาณ 2 กิโลเมตร อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 21 กิโลเมตร ถ้ำประกายเพชร  ภายในอ่างเก็บน้ำเขื่อนรัชชประภา ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอีกมากมายที่รอให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชม โดยเฉพาะถ้ำประกายเพชร เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่มีความสวยงามแปลกตา มีหินปะการัง หินงอก หินย้อย ทีมีเอกลักษณ์โดดเด่น ความยาวภายในถ้ำประมาณ 100 เมตร เหมาะสำหรับให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปชมความงดงาม ซึ่งอุทยานแห่งชาติเขาสก ได้เข้าไปสำรวจความเหมาะสมและความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวที่จะไปเที่ยวชม ปรากฏว่าเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะเปิดบริการให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชมอีกสถานที่หนึ่ง เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเทียวภายในอ่างเก็บน้ำเขื่อนรัชชประภา และทำให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศได้ประทับใจในการเข้ามาท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติเขาสก จังหวัดสุราษฎร์ธานี ถ้ำสี่รู  อยู่ห่างจากถ้ำน้ำทะลุประมาณ 2 กิโลเมตร โดยใช้เส้นทางเดียวกับถ้ำน้ำทะลุ สมัยก่อนเป็นที่อยู่อาศัยของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ โดยมีทางออกจากถ้ำ 4 ช่องทาง น้ำตกโตนกลอย  เป็นน้ำตกที่มีความสวยงาม เกิดจากคลองศก ลักษณะน้ำตกเป็นน้ำตกชั้นเดียวดิ่งลงมาจากหน้าผาสูงประมาณ 20 เมตร มีน้ำไหลแรงตลอดปี มีลานหินสำหรับพักผ่อนอยู่บนชั้นน้ำตก อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 7 กิโลเมตร ห่างจากตั้งน้ำ ประมาณ 1 กิโลเมตร น้ำตกธารสวรรค์  เป็นน้ำตกที่เกิดจากลำห้วยบางพลูจืด ซึ่งไหลลงสู่คลองศก เป็นน้ำตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง น้ำตกลงมาจากหน้าผาชันพุ่งโค้งแบบรุ้งกินน้ำ อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 6 กิโลเมตร ห่างจากตั้งน้ำ ประมาณ 1 กิโลเมตร น้ำตกบางเลียบน้ำ  เกิดจากลำคลองศก เป็นน้ำตกชั้นเดียว น้ำไหลตลอดปี ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 4.5 กิโลเมตร อยู่ห่างจากถนนใหญ่กิโลเมตรที่ 112 ประมาณ 8 กิโลเมตร น้ำตกบางหัวแรด  เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่และสวยงาม มีน้ำไหลแรงมาจากคลองศก เป็นน้ำตก 2 ชั้น ชั้นแรกไหลจากบางหัวแรดแล้วไหลลงคลองศก ชั้นที่สองอยู่ในคลองศก บริเวณโดยรอบน้ำตกกว้างขวางมาก เต็มไปด้วยหินเรียงรายตามธรรมชาติสวยงามแปลกตามาก อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ 3 กิโลเมตร น้ำตกแม่ยาย  เป็นน้ำตกเพียงแห่งเดียวภายในอุทยานแห่งชาติที่รถยนต์ไปถึงได้ อยู่ริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 401 (สุราษฎร์ธานี – ตะกั่วป่า) ตรงกิโลเมตร 113 เป็นน้ำตกชั้นเดียวสูงประมาณ 30 เมตร สวยงามมาก โดยเฉพาะฤดูฝนน้ำจะเต็มหน้าผาที่สูงชันกระจัดกระจายแตกฟองขาวโพลน อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 5.5 กิโลเมตร น้ำตกวิ่งหิน  เป็นน้ำตกที่อยู่ใกล้น้ำตกบางหัวแรด ห่างเพียง 120 เมตร เป็นน้ำตกขนาดเล็ก สูงประมาณ 15 เมตร ที่น้ำไหลลงมารวมกับคลองศกที่บริเวณหัวแรด และในคลองศก ด้านล่างของน้ำตกลงมาประมาณ 20 เมตร จะมีก้อนหินก้อนโตๆ วางเรียงรายกันอยู่ในลำคลองเป็นจำนวนมาก ซึ่งสามารถที่จะเดินข้ามลำคลองโดยเดินข้ามไปบนก้อนหินได้ จุดนี้เรียกว่า “น้ำตกบางวิ่งหิน” เป็นจุดที่มองดูสวยงามอีกแห่งหนึ่ง อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 2.8 กิโลเมตร รถยนต์สามารถไปถึงได้ เหนือน้ำตกขึ้นไปประมาณ 40 เมตร จะมีที่สำหรับว่ายน้ำเรียกว่า “วังยาว” เป็นวังที่กว้างและยาว สามารถเล่นน้ำพร้อมกันได้ไม่ต่ำกว่า 500 คน น้ำตกสิบเอ็ดชั้น  เป็นน้ำตกที่เกิดจากน้ำในคลองบางแลน ไหลตกลงมาเป็นชั้นๆ ลดหลั่นกันมาตามร่องหน้าผา เป็นรูปขั้นบันได 11 ชั้น แต่ละชั้นสูงประมาณ 10 เมตร และห่างกันประมาณ 70 เมตร มีน้ำไหลตลอดปีไม่ขาดสาย ชั้นล่างสวยงามมากที่สุด มีแอ่งน้ำกว้างให้เล่นน้ำ และมีโขดหินวางเรียงรายอยู่ทั่วไปเหมาะสำหรับนั่งพักผ่อน อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 4 กิโลเมตร ต้องเดินทางโดยทางเท้า บัวผุด พืชมหัศจรรย์แห่งเทือกเขาสก  ในบรรดาพืชพรรณทั้งหมดที่มีอยู่ในโลก บัวผุดหรือ Rafflesia ถือว่าเป็นดอกไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด เพราะบัวผุดชนิด Rafflesia arnoldii ที่สำรวจพบในอินโดนีเซียนั้น มีเส้นผ่าศูนย์กลางกว่า 100 เซนติเมตร ส่วนบัวผุดพันธุ์ไทย หรือ Fafflesia kerrii มีดอกขนาดเล็กกว่า แต่ก็ยังคงมโหฬารไม่ใช่เล่น คือ 50-90 เซนติเมตร ยามที่มันออกดอกสีปูนแดงสดใสอย่กลางป่าดิบเขียวชอุ่มนั้น ถือเป็นภาพที่น่าตื่นตามาก บัวผุดหรือที่ชาวบ้านทางภาคใต้ของไทยเรียกว่า "บัวตูม" จริง ๆแล้วเป็นพืชกาฝากซึ่งมีลักษณะเป็นเส้นใยอาศัยอยู่ในรากและลำต้นของเถาไม้เลื้อยวงศ์อง่นป่า ชื่อ "ย่านไก่ต้ม" โดยบัวผุดจะอาศัยดูดกินแร่ธาตุและน้ำจากย่านไก่ต้ม โดยต้นแม่ก็ยังคงมีชีวิตอยู่ พวกเราจะเห็นบัวผุดได้ก็เฉพาะยามเมื่อมันต้องการผสมพันธุ์กัน คือ จะเริ่มมีตาดอกเป็นปุ่มกลมเล็กๆ โตขึ้นที่ผิวของย่านไก่ต้ม แล้วใช้เวลา 9 เดือน ขยายขนาดจนเท่ากับหัวกะหล่ำยักษ์ จากนั้นก็ใช้เวลาไม่เกิน 7 วัน ในรอบปีให้ดอกบาน ทว่าดอกตัวผู้และดอกตัวเมียแยกกันอยู่ จึงต้องเหมาะเหม็งมากในช่วงเวลาบานแมลงวันจึงจะช่วยผสมเกสรให้ได้ จึงถือว่ามีความเสี่ยงสูงในการสูญพันธุ์ เส้นทางศึกษาธรรมชาติ  เส้นทางศึกษาธรรมชาติ “สันยางร้อย” เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าดิบชื้น ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร เส้นทางขึ้นและลงเขาผ่านลำห้วยและผืนป่าดิบชื้นที่อุดมสมบูรณ์ ผืนป่าแน่นทึบไปด้วยพืชพรรณทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ เช่น เฟิน หวาย เต่าร้าง ยางเสียน กระบาก ฯลฯ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1-2 ชั่วโมง จุดเริ่มต้นของเส้นทางศึกษาธรรมชาติอยู่บริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ข้อมูลและภาพ : dnp.go.th / ททท. / เรียบเรียงโดย Travel MThai

ไขปริศนา ปฏิทินชาวมายัน หนึ่งคำทำนาย ภัยพิบัติวันพิพากษาโลก 2012
2012 /  ปฏิทินชาวมายัน / 

ไขปริศนา ปฏิทินชาวมายัน หนึ่งคำทำนาย ภัยพิบัติวันพิพากษาโลก วันสิ้นโลก 2012 Mthainews: จากความเชื่อ และคำทำนายอาถรรพ์วันล้างโลก ภัยพิบัติต่างๆ ที่ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ  จนเป็นที่น่าจับตาว่า ในปี คริสต์ศักราช 2012 กำลังจะเกิดวันสิ้นโลก ไม่ว่าคุณจะเชื่อหรือไม่ แต่ตามปฏิทินของชาวมายัน ชนเผ่ามายา อารยธรรมอเมริกากลาง บริเวณประเทศเม็กซิโกคาบเกี่ยวกับเบลีซ และกัวเตมาลา  ราวศตวรรษที่ 3-16 ก่อนคริสตกาล บันทึกไว้ว่า โลกกำลังจะถึงกาลปาวสาน ปฏิทินของชาวมายันต่างกับปฏิทินทั่วไป ที่เดินต่อไปข้างหน้า ในขณะที่ปฏิทินของเผ่ามายา ใช้วิธีการนับถอยหลัง จนถึงจุดเลข 0 จุดสิ้นสุดในปี 2012 โดยวงจรของปฏิทินประกอบไปด้วย 13 ช่วง หรือ "แบ็กทัน" โดยแบกทันสุดท้ายอยู่ในช่วงของ ค.ศ.1606 ถึง 21 ธันวาคม ค.ศ.2012 ( พ.ศ. 2555 ) ชาวมายัน มีความสามารถพิเศษที่ไม่ต้องพึ่งเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า พวกเขาไม่ต่างอะไรจากมนุษย์ยุคหิน แต่พวกเขาสามารถคำนวณว่า ปีบนดาวศุกร์มีจำนวณ 584 วัน และวันของโลกเรามี 365.2420 วัน ซึ่งตามการคำนวณในปัจจุบันปรากฏว่า หนึ่งปี มี 365.2422 วัน ความคลาดเคลื่อนเพียงน้อยนิดทำให้เห็นถึงความแม่นยำแบบไม่น่าเชื่อ เมื่อเชื่อมโยงคำทำนายต่างๆของนอสตราดามุส โหราจารย์ชื่อก้อง ก็เชื่อว่า มีสัญญาณบางอย่างเชื่อมโยงกัน เช่น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ ข้อแรก จะมีสงครามย่อยๆเกิดขึ้น ต่อมาเป็นความอดอยากของมนุษยชาติ และสามเป็นเรื่องภัยพิบัติ ความแปรปรวนของน้ำทะเล และสุดท้ายจะเป็นโรคระบาด เปรียบเทียบกับยุคต่างๆของโลกจะได้ลำดับดังนี้ 1 1.0.0.0.0 3116-2734 BC จุดเริ่มต้น 2 2.0.0.0.0 2734-2339 BC ยุคปิระมิด 3 3.0.0.0.0 2339-1944 BC ยุคล้อ 4 4.0.0.0.0 1944-1550 BC อารยธรรมอียิปต์ 5 5.0.0.0.0 1550-1155 BC อารยธรรมบ้านเชียง 6 6.0.0.0.0 1155 - 761 BC สงครามม้า 7 7.0.0.0.0 761-366 BC ยุคปรัชญา 8 8.0.0.0.0 366 BC - ค.ศ. 28 ยุคเมสไซอาห์ 9 9.0.0.0.0 ค.ศ. 28-422 อาณาจักรโรมัน 10 10.0.0.0.0 ค.ศ. 422-817 มายา 11 11.0.0.0.0 ค.ศ. 817-1211 สงครามครูเสด 12 12.0.0.0.0 ค.ศ. 1211-1606 ยุคล่าอาณานิคม 13 13.0.0.0.0 ค.ศ. 1606-2012~ ยุคอุตสาหกรรมใหม่ ทั้งนี้ มีการศึกษาอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับเรื่องราวของชาวเผ่ามายา ซึ่งความเชื่อมโยงเหล่านี้ เป็นจุดที่อาจมีการเชื่อมโยงกับสิ่งลึกลับที่อยู่นอกโลก ทั้งการโคจรของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป การเปลี่ยนแปลงภูมิประเทศจากใต้โลก เกิดพลังงานลึกลับที่จะเปลี่ยนแปลงโลกไปตลอดกาล พลังงานทุกประเภทจากใจกลางของทางช้างเผือกจะถาโถมและ เกิดการปะทะกับพลังงาน ทั้งที่มองเห็นและมองไม่เห็นของโลก เนื่องจากดวงอาทิตย์จะอยู่ในระนาบเดียวกับใจกลางของทางช้างเผือกเป็นครั้งแรกในรอบ 2.6 หมื่นปี รูปสลักภาพวาดนี้ เป็นอีกหนึ่งหลักฐานปริศนา ที่มีลวดลายลึกลับซับซ้อน เมื่อสังเกตภาพจะเห็นบางส่วนมีลักษณะคล้ายพระเจ้า ขับยานอวกาศ บางภาพเป็นรูปสาวกของพระเจ้ากำลังปราบปีศาจร้าย และอาวุธที่อยู่ในมือ พวกเขารู้จักอาวุธ ที่มีลักษณะคล้่ายกับ ปืน กันแล้วหรือ ? เป็นข้อสงสัยของนักโบราณคดีเป็นอย่างยิ่ง ตามปฏิทิน ระบุว่า เรากำลังอยู่ในช่วงปลายของ 1 วัน แห่งระบบจักรวาล ซึ่งระยะเวลา 1 วัน แห่งระบบจักรวาลนั้นกินระยะเวลา ยาวนานถึง 25,625 ปี และแบ่งได้เป็น 5 ช่วง ช่วงละ 5,125 ปี ซึ่งขณะนี้เราอยู่ในช่วงปลายของช่วงที่ 5 ศาสตร์ของชาวมายันนั้นระบุว่า  ทุกๆ 5,125 ปี ดวงอาทิตย์จะเกิดปรากฏการณ์บางอย่างที่สัมพันธ์กับศูนย์กลางทางช้างเผือก  ดวงอาทิตย์จะได้รับ “ประกายไฟ” (Spark of light) ซึ่งทำให้ดวงอาทิตย์ส่องแสงและส่งผ่านความร้อนรุนแรงมากตามที่นักวิทยาศาสตร์เรียกว่า “Solar Flares” ทำให้ขั้วแม่เหล็กของดวงอาทิตย์เปลี่ยนแปลง ส่งผลต่อมายังโลก เกิดการสับเปลี่ยนขั้วโลก และทำให้เกิดหายนะทางธรรมชาติตามมา เหตุการณ์เหล่านี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว 4 ครั้ง  และจะเกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่ 5 เมื่อครบ 5,125 ปี ซึ่งก็คือวันที่ 21 ธันวาคม 2012 จุดจบนี้พวกเขาเชื่อว่า พระเจ้าของพวกเขาจะเสด็จมายังโลกใบนี้อีกครั้ง คำว่า "มายา" เป็นคำศาสนาฮินดูหมายถึงต้นกำเนิดของจักรวาล มีความเป็นเลิศทางด้านการคำนวณและดาราศาสตร์ ไม่มีคำอธิบายที่แน่ชัดว่า ทำไมอารยธรรมมายันจู่ๆกลับเสื่อมสลายลงลง นักโบราณคดีรู้สึก ประหลาดใจมากกับหลักฐานที่ว่า ด้วยเหตุผลบางประการชาวมายาได้ละทิ้งเมืองอันรุ่งเรืองของพวกเขาในช่วงเวลานั้น หยุดอารยธรรมที่กำลังเติบโตทั้งหลายไม่มีการถ่ายทอดมายังชนรุ่นหลัง เหลือแต่เพียงซากปรักหักพังอยู่กลางป่าดงดิบในกัวเตมาลา  หรือว่าพวกเขาเห็นและรู้และเห็นอะไรบางอย่าง  และทิ้งไว้เป็นปริศนา อย่างไรก็ตาม การถกเถียงเรื่องวันสิ้นโลกยังคงไร้ข้อสรุป  เป็นเรื่องท้าทายวงการวิทยาศาสตร์ที่ต้องศึกษาหาข้อเท็จจริง วันสิ้นโลก ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 21 ธันวาคม 2012 หรือไม่นั้น มีการกล่าวแย้งจากนักวิทยาศาสตร์บางส่วนว่า วันสุดท้ายของปฏิทิน เป็นเพียงการนับเริ่มต้นการเริ่มหมุนรอบใหม่ของปฏิทินชาวมายันเท่านั้น เพียงแค่พวกเขาไม่ได้ทำปฏิทินชุดต่อไปเท่านั้นเอง จึงไม่ได้บ่งบอกวันสิ้นโลก สิ่งที่พิสูจน์ได้ว่าจริงหรือไม่ ต้องรอดูว่า วันที่21 ธันวาคม 2012 มวลมนุษยชาติจะได้รู้กัน  แต่ไม่ว่าพรุ่งนี้ หรืออนาคตจะเป็นอย่างไร สุดท้ายแล้ว วันนี้คือวันที่สำคัญ ตราบที่มีชีวิต ลมหายใจ เราใช้ชีวิตในโลกใบนี้อย่างมีคุณค่าแล้วหรือยัง Mthainews เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com

Cookie Run Season 2 ส่งฉากใหม่ เพิ่มคุกกี้-Pet ตัวใหม่ด้วย
Cookie Run /  Cookie Run Season 2 / 

LINE ทำการอัพเดตแพทซ์ใหม่เกมส์ Cookie Run Season 2 (คุกกี้รัน ซีซั่น 2) ทำการเพิ่มเติมคอนเทนต์เกมส์ใหม่ พร้อมส่งระบบใหม่ๆด้วย อัพเดตแล้ววันนี้ บนมือถือทั้ง iOS และ Android สำหรับเกมส์ Cookie Run Season 2 มีการเพิ่มเติมเรื่องการปรับปรุงฉากเกมส์ใหม่ทุกด่าน มีทั้งฉากในป่าดงดิบหรือฉากขนมหวาน ที่บรรจุอุปสรรคไว้มากมาย อาศัยไหวพริบทักษะในการกระโดดหลบหลีกและเก็บของในเกมส์เพื่อทำแต้ม, เพิ่มลูกเล่นใหม่ในโบนัสเวลา, เพิ่มระดับเลเวลสูงสุดในส่วนของเลเวลพลังและตัวผู้เล่น ที่น่าสนใจคือ มีการเพิ่มคุกกี้และสัตว์เลี้ยงในแบบใหม่ๆให้เลือกเล่นอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มเติมระบบ Event การเชิญ รวมถึงปรับปรุงหน้าเริ่มต้นเกมส์และเอฟเฟคเสียงเกมส์ให้ทันสมัยมากขึ้นเช่นกัน Cookie Run Season 2 แจก เพชรฟรี 100 อัน รับได้แล้ววันนี้ ดูวิธีการผ่านฉากเกมส์สำคัญๆใน Cookie Run Season 2 ได้ที่นี่ เกมส์ Cookie Run (คุกกี้รัน) เป็นเกมส์แคชชวลชื่อดังของการผจญภัยเจ้าขนมปังขิง ผู้เล่นจะต้องทำการหลบหลีกอุปสรรคนานานับประการตามฉาก พร้อมเก็บเหรียญและสิ่งของเพื่อทำแต้มคะแนนสูงสุด ดาวน์โหลดเกมส์ Cookie Run Season 2 เวอร์ชั่น iOS ได้ที่นี่ https://itunes.apple.com/th/app/line-cookie-run/id743669894?l=th& ดาวน์โหลดเกมส์ Cookie Run Season 2 เวอร์ชั่น Android ได้ที่นี่ https://play.google.com/store/apps/details?id=com.linecorp.LGCOOKIE&hl=th ภาพบางส่วนภายในเกมส์ Cookie Run Season 2

เที่ยวอันซีน ตะลุยดินแดนแปลกใหม่ และชมมหัศจรรย์ธรรมชาติ
สถานที่ท่องเที่ยว /  เที่ยวอันซีน

ทางเว็บไซต์ Skyscanner ได้รวบรวมเส้นทางท่องเที่ยวอันซีน ตะลุยดินแดนแปลกใหม่ และธรรมชาติมหัศจจรย์ ให้นักท่องเที่ยวได้เปิดใจให้กว้างกับเส้นทางใหม่และออกเดินทางไปค้นพบว่า มหัศจรรย์ธรรมชาติ นั้นมันสวยงามเกินคำบรรยาย และไม่มีคู่มือการเดินทางเล่มใดอธิบายได้ดีกว่าประสบการณ์ของตัวนักท่องเที่ยวเอง แต่จะมีที่ใดนั่น ลองมาติดตามกัน... เที่ยวอันซีน ตะลุยดินแดนแปลกใหม่ และชมมหัศจรรย์ธรรมชาติ  เที่ยวอันซีน ตะลุยดินแดนแปลกใหม่ และชมมหัศจรรย์ธรรมชาติ ปราสาทธม (Prasat Thom temple) เกาะแกร์ (Koh Ker) ประเทศกัมพูชา เขตเมืองโบราณอยู่ห่างจากเสียมราฐ 100 ก.ม. รู้จักกันในนาม “พีระมิดเกาะแกร์” เป็นกลุ่มปราสาทเก่าโบราณและศาสนสถานที่ถูกสร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าชัย วรมันที่ 4 ประมาณปีเริ่มจาก 921 – 944 ปี (พ.ศ.1464 – พ.ศ.1487) เป็นเมืองหลวงเก่าที่ถูกซ่อนไว้อยู่ในป่ารกร้าง เป็นเมืองที่ถูกลืมไปร่วม 1059 ปี จนมีการค้นพบเมื่อ พ.ศ. 2546 หรือเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันเปิดให้เข้าชมในเขตปราสาทแต่ห้ามเดินเข้าไปในเขตป่ารอบๆ เพราะยังมีกับระเบิดที่ยังกู้ไม่หมด หมู่เกาะราชา อัมพัต (Raja Ampat Archipelago) ประเทศอินโดนีเซีย (Indonesia) ใกล้เมืองโซรอง (Sorong) รู้จักกันในนาม "4 พระราชา” (Four Kings) และ “อะเมซอนแห่งท้องทะเล” (Amazon of the seas) ประกอบไปด้วยเกาะหลัก 4 เกาะ อันได้แก่ เกาะมิซูล (Misool) เกาะซาลาวาติ (Salawati) เกาะบาตันตา (Batanta) และ เกาะไวเกียว (Waigeo) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลที่มีความอุดมทางธรรมชาติสูง มีฝูงปลากว่า 1300 ชนิด และเป็นบ้านของเต่า 6 พันธุ์ใน 7 พันธุ์เต่าของทั้งโลก หอยร่วม 700 ชนิด และปะการังกว่า 500 ชนิด ถือว่าเป็นหนึ่งในจุดดำน้ำที่สวยที่สุดในโลก หมู่บ้านคัมชอน (Gamcheon Village) ปูซาน (Busan) ประเทศเกาหลีใต้ (South Korea) รู้จักกันในนามซานโตรินีแห่งเกาหลี (Korea’s Santorini) แต่เดิมหมู่บ้านนี้เป็นเขตสลัมของผู้อพยพหนีสงครามและนักบวชจำนวนมาก ซึ่งทำให้รู้จักกันในนาม “แทกึกโก” (Taegeukdo Village) หรือ “เขตศาสนา” ต่อมาถูกทิ้งให้รกร้าง เพราะอยู่ห่างไกลไม่ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาล จนกระทั่งในปี 2009 (พ.ศ. 2552) ได้มีการบูรณะหมู่บ้านนี้ขึ้นมาใหม่ ได้เชิญนักเรียน นักศึกษา และช่างศิลป์สาขาต่างๆ มาช่วยกันทาสีและซ่อมแซมหมู่บ้านแห่งนี้ จนได้ขึ้นชื่อว่าเป็นซานโตรินีแห่งเกาหลี เพราะบ้านเรือนหลากสีสันน่ารักที่ตั้งหลดหลั่นกันในเขตเนินเขาวงกต เคป ยอร์ก เพนนินซูล่า (Cape York Peninsula) แคร์นส์ (Cairns) ประเทศออสเตรเลีย (Australia) แหลมเหนือสุดของประเทศออสเตรเลียที่ดินแดนใต้น้ำเป็นจุดเริ่มต้นของแนว ปะการังระดับโลก “เกรท แบริเออร์ รีฟ” (The Great Barrier Reef) คุณรู้หรือไม่ว่าบนแผ่นดินของแหลมเคป ยอร์ก นั้น เป็นดินแดนที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักของโลกภายนอก เป็นเขตป่าเขาสมบูรณ์ที่การเข้าไปเยือนนั้นมีเพียงแค่ 2 ทาง คือ เครื่องบินขนาดเล็ก (puddle jumper plane) หรือขับรถโฟร์วีลล์ ไดรฟ์ (4WD) ตะลุยป่าและดินลูกรังเข้าไป ไม่ว่าคุณอยากจะไปชมความอุดมของป่าดิบชื้น ชมนกและสัตว์ภาคพื้นทวีป หรือจะไปตกปลาในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส ดินแดนแห่งนี้ควรค่าแก่การไปเยือนก่อนที่อุตสาหกรรมเหมืองแร่จะเข้ามาครอบคลุม ประเทศจอร์เจีย (Georgia) ประเทศใต้ร่มเงาของเทือกเขาคอเคซัสทางใต้ (Southern Caucasus mountains) เป็นประเทศกึ่งกลางทวีปยุโรปและเอเชียจนบางครั้งถูกขนานนามว่า “ประเทศสองทวีป” (Transcontinental country) เคยเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียในอดีต จอร์เจียมีความเป็นมามากว่า 3 พันปี ประเทศนี้มีความงดงามด้านสถาปัตยกรรมโบราณ บ้านเมืองน่ารัก และธรรมชาติภูเขาอันสวยงาม ไปเยือนหมู่บ้านหอหอยบนขุนเขาที่ได้ขึ้นเป็นมรกดโลก “หมู่บ้านอูชกูลี” (Ushguli Village) หมู่บ้านท่องเที่ยวที่เป็นส่วนหนึ่งของแคว้นสวาเนติบน (Upper Svaneti) เยือนพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านและสูดอากาศบริสุทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ประเทศบอตสวานา (Botswana) ไปขี่ม้าข้ามทะเลทรายคาลาฮารี (Kalahari) พายเรือล่องลุ่มน้ำเซลินดา (Selinda Canoe Trail) ชมน้ำตกวิคตอเรีย (Victoria Falls) อันสวยงาม ไปท่องซาฟารี ณ ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโอวากัง (Okavango) ไปส่องสัตว์ป่าในเขตสงวนพันธุ์สัตว์ป่าโมเรมิ (Moremi) ซึ่งมากมายไปด้วยสิงสาราสัตว์ เช่น สิงโต จระเข้ ฮิปโปโปเตมัส และเสือดาว เป็นต้น สุดท้ายอย่าลืมแวะไปชมทะเลสาบเกลือที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ มักกาดิกกาดี (Makgadikgadi) หมู่เกาะกาลาปากอส (Galapagos Islands) ประเทศเอกวาดอร์ (Ecuador) เกาะกลางมหาสมุทรแปซิฟิกซึ่งได้ขึ้นเป็นมรดกโลกไปเมื่อปี พ.ศ. 2521 เป็นเกาะที่ขึ้นชื่อเรื่องสัตว์โลกและพืชพรรณที่แปลกตา เนื่องด้วยทางสภาพภูมิศาสตร์ที่อยู่กึ่งกลางของโลก ทำให้บริเวณหมู่เกาะแห่งนี้ได้รับอิทธิพลจากทั้งกระแสน้ำเย็นจัด น้ำเย็น และน้ำอุ่น รวมกันถึง 3 สาย ถือเป็นเขตธรรมชาติของโลกที่ยังสวยงามสมบูรณ์ เพราะการท่องเที่ยวในหมู่เกาะเหล่านี้จะเน้นเชิงอนุรักษ์ หมู่เกาะอะซอเรส (The Azores) ประเทศโปรตุเกส (Portugal) ใกล้เมืองปงตาเดลกาดา (Ponta Delgada) หมู่เกาะ 9 เกาะ กลางมหาสมุทรแอตแลนติค (Atlantic Ocean) นอกชายฝั่งของประเทศโปรตุเกส เป็นอาณาจักรแห่งมหัศจรรย์ธรรมชาติที่มีนักท่องโลกเพียงแค่หยิบมือหนึ่งได้ ไปเยือน ชมฝูงปลาวาฬและปลาโลมากว่า 24 พันธุ์ ชมปลาและสัตว์น้ำนานาพันธุ์ที่บางชนิดอาศัยอยู่เพียงที่นี่เท่านั้น ชิมไวน์พื้นบ้านรสดี ขับผิวและผ่อนคลายใจในบ่อโคลนเดือดกลางแจ้ง ตามรอยนักผจญภัยไปเดินป่า เลาะเขา ชมภูเขาไฟในเขตป่าทึบ ดินแดนแห่งนี้มีทุกอย่างที่นักเดินทางกระหายจะได้สัมผัส เรคยาวิก (Reykjavik) ประเทศไอซ์แลนด์ (Iceland) ไปเที่ยวชมแสงเหนือ (Aurora –The Northern Lights) อันสวยงาม ไปชมบ่อน้ำพุร้อน บลูลากูน (Blue Lagoon Hot Springs) ชมโบสถ์ที่สร้างจากหินภูเขาไฟ ฮอลล์กริมสเคิร์กยา (Hallgrimskirkja) ชมธารน้ำแข็ง ภูเขาและถ้ำน้ำแข็ง ไปเล่นสกี ชมบ้านตึกรามบ้านเมืองน่ารักๆ และสตรีทอาร์ท (Street  Art) ปาตาโกเนีย (Patagonia) ประเทศชิลี (Chile) ใกล้เมืองบัวโนส ไอเรส (Buenos Aires) ปุนตา อาเรนัส (Punta Arenas) และ เอลคาลาฟาเต (El Calafate) ดินแดนสุดขอบโลก แผ่นดินรอยต่อระหว่างประเทศชิลีและอาร์เจนติน่า ดินแดนที่มีทุกสภาพภูมิอากาศและภูมิประเทศไม่ว่าจะแห้งแล้งทะเลทราย เทือกเขาสูงชัน ป่าดงดิบทึบ ทะเลสาบกลางหุบเขา หาดทรายขาวติดปากอ่าว และธารน้ำแข็งในซีกโลกใต้ เป็นดินแดนที่ธรรมชาติยังอุดมสมบูรณ์และมีน้อยคนนักที่ได้ไปเยือน หนึ่งในดินแดนที่เหล่านักเดินทางได้บันทึกไว้ว่าจะต้องไปเยือนสักครั้งในชีวิต เที่ยวอันซีน ตะลุยดินแดนแปลกใหม่ และชมมหัศจรรย์ธรรมชาติ ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก skyscanner.co.th

ไขความจริง! พบปฏิทินชาวมายัน โลกไม่แตกในปี 2012
ปฏิทินชาวมายัน /  วันโลกแตก / 

ไขความจริง! พบปฏิทินชาวมายัน โลกไม่แตกในปี 2012 ความเชื่อเรื่องวันสิ้นโลกนั้น ก่อนหน้านี้ มีการอ้างอิงปฏิทินโบราณของชนเผ่ามายา ในทวีปอเมริกากลาง ซึ่งทำนายว่า โลกของเราอาจถึงคราวดับสูญในวันที่ 22 ธันวาคม คริสตศักราช 2012 ปฏิทินของชาวมายันต่างกับปฏิทินทั่วไป ที่เดินต่อไปข้างหน้า ในขณะที่ปฏิทินของเผ่ามายา ใช้วิธีการนับถอยหลัง จนถึงจุดเลข 0 จุดสิ้นสุดในปี 2012 โดยวงจรของปฏิทินประกอบไปด้วย 13 ช่วง หรือ “แบ็กทัน” โดยแบ็กทันสุดท้ายอยู่ในช่วงของ ค.ศ.1606 ถึง 21 ธันวาคม ค.ศ.2012 ( พ.ศ. 2555 ) ข้อมูลข้างต้นเป็นกระแสที่ถูกถกเถียง วิพากษ์วิจารณ์กันในทุกวงการ มีการสร้างเป็นภาพยนตร์วันสิ้นโลก การเชื่อมโยงกับภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เพิ่มน้ำหนักกับความเชื่อโลกแตกของชาว"มายา"ที่มีความเป็นเลิศทางด้านการคำนวณและดาราศาสตร์ ขณะเดียวกัน นักโบราณคดีหลายคน ออกมาปฏิเสธตำนานวันสิ้นโลกตลอดไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ ด้วยเหตุผลบางประการชาวมายาได้ละทิ้งเมืองอันรุ่งเรืองของพวกเขาในช่วงเวลานั้น หยุดอารยธรรมที่กำลังเติบโตทั้งหลายไม่มีการถ่ายทอดมายังชนรุ่นหลัง เหลือแต่เพียงซากปรักหักพังอยู่กลางป่าดงดิบในกัวเตมาลา  หรือว่าพวกเขาเห็นและรู้และเห็นอะไรบางอย่าง  และทิ้งไว้เป็นปริศนา ล่าสุด นักโบราณคดีชาวอเมริกัน ได้ค้นพบหลักฐานใหม่ เป็นภาพเขียนฝาผนังเก่าแก่ของชาวเผ่ามายาที่โบราณสถานแห่งหนึ่งที่ถูกค้นพบว่ามีความเก่าแก่และกำลังไขปริศนาด้วยการพบปฏิทินทางจันทรคติของชาวมายา ระบุว่าไม่ได้สิ้นสุดลงในปี 2012 แต่อย่างใด พิสูจน์จากภาพวาดฝาผนังดังกล่าว คาดว่าเขียนขึ้นตั้งแต่คริสตศัตวรรษที่ 800 หรือกว่า 1,200 ปีก่อน มีการตกแต่งประดับประดาอย่างมีเอกลักษณ์ ซึ่งปฏิทินที่ค้นพบชิ้นใหม่นี้ เป็นปฏิทินดาราศาสตร์ที่ชนเผ่ามายันระบุวันเวลานับจากวันที่บันทึกออกไปไกลกว่า 7,000 ปีข้างหน้า และนั่นแสดงให้เห็นว่า ณ ปัจจุบันนี้ วันเวลาที่นับจากวันที่จารึกปฎิทินดังกล่าว ได้ล่วงเลยมาเพียง 1,200 ปีเท่านั้น  ขณะที่ภาพบางภาพแสดงถึงการคำนวณปฏิทินของชาวมายา ที่เราไม่สามารถล่วงรู้เลยว่าบ่งบอกถึงสิ่งใดกันแน่ แต่มีการเชื่อมโยงกับพระอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดาวอังคาร ดาวศุกร์ และโลก ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ภาพส่วนหนึ่งเผยให้เห็นข้อเท็จจริงที่ว่า วัฎจักรด้านกาลเวลาของชาวมายาไม่มีที่สิ้นสุด โดยเดือนธันวาคมปลายปีนี้ ถือเป็นการเริ่มต้นวัฎจักรใหม่ของปฏิทินแบบชาวมายา หรือที่เรียกกันว่า "แบ็กทัน" นั่นเอง ศาสตราจารย์เลออนโซ แบร์เรโน ผู้เชี่ยวชาญด้านชนเผ่าและภาษามายันแห่งมหาวิทยาลัยเรจินา แคนาดากล่าวว่า ปฎิทินมายาของชาวมายันนั้นถูกตีความผิดมาโดยตลอด ก่อนหน้านี้เขาเรียนการอ่านปฏิทินมายามาจากคนเฒ่าคนแก่ชาวมายันแท้ ๆ แต่ไม่มีชาวมายันคนไหนพูดถึงวันสิ้นโลกเลยสักคน และไม่เคยมีสื่อใดๆ มาสัมภาษณ์ชาวมายันเพื่อไขข้อเท็จจริงเลยสักคน นับว่าเป็นครั้งแรกที่มีการค้นพบศิลปะของชาวมายาบนฝาผนังของบ้าน ปัจจุบันอยู่ในเมืองซุลตัน ประเทศกัวเตมาลา ซึ่งเชื่อว่าจิตกรน่าจะเป็นนักบวชผู้เชี่ยวชาญด้านตัวอักษร และการทำปฏิทิน เพื่อช่วยกษัตริย์ของชาวมายา ผูกโยงพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ เข้ากับปรากฏการณ์ต่างๆบนท้องฟ้า การขยายออกไปของปฏิทินนี้ เป็นอีกหลักฐานหักล้างความเชื่อที่ว่าโลกแตก ถึงคราดับสูญได้ได้บ้าง ซึ่งอย่างน้อยก็ทำให้มวลมนุษย์ได้รู้ว่า เราจะสามารถดำรงอยู่กับโลกใบนี้อีกต่อไป ขึ้นอยู่กับว่า จะรักษาไว้ได้มากน้อยเพียงใด เพราะโลกแตกไม่น่ากลัวเท่าภัยธรรมชาติ ที่กำลังเกิดขึ้นจริงในปัจจุบันอย่างภาวะโลกร้อนที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ สร้างความเสียหายจากภัยพิบัติอย่างมหาศาล ... Pics: National Geographic Mthai News เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com

รวม เกาะที่สวยที่สุดในประเทศไทย ไม่ควรพลาด
เที่ยวทะเล

ประเทศไทยของเรา ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามติดอันดับโลก โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่งดงามเกินบรรยาย ภาพของน้ำทะเลสีคราม หาดทรายขาวละเอียด ทิวมะพร้าวเรียงราว คงชินตาใครหลายๆ คน วันนี้เลยขอหยิบเอา เกาะที่สวยที่สุดในประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นที่นิยม ของนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติมาบอกกัน ดังต่อไปนี้ รวม เกาะที่สวยที่สุดในประเทศไทย ไม่ควรพลาด เกาะพีพี : ภาพจาก http://www.flickr.com/photos/45469294@N07 หมู่เกาะพีพี (Phi Phi) หมู่เกาะพีพี อยู่ห่างจากอำเภอเมืองกระบี่ 42 กิโลเมตร เป็นหมู่เกาะกลางทะเล ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ซึ่งประกอบด้วยเกาะ 6 เกาะ คือ เกาะพีพีเล เกาะพีพีดอน เกาะยูง เกาะไม้ไผ่ เกาะบิดะนอก และเกาะบิดะใน ถือเป็นอัญมณีเลอค่าแห่งทะเลอันดามัน ที่โด่งดังติดอันดับแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของโลก ด้วยความงดงามของเวิ้งอ่าวคู่ของอ่าวต้นไทร และอ่าวโละดาลัมอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ บวกกับทะเลในสีเขียวมรกตสวยใส ที่โอบล้อมหาดทรายขาวนวลละเอียดราวแป้งของ "อ่าวมาหยา" พร้อมแนวปะการังและสรรพชีวิตหลากสีสันนานาพันธุ์ในโลกใต้ทะเล สิ่งเหล่านี้คือแม่เหล็ก ที่ดึงดูดให้นักเดินทางนับล้านชีวิตจากทั่วทุกมุมโลก หลั่งไหลมายังหมู่เกาะเล็ก ๆ แห่งนี้ เพื่อจะมาเยี่ยมเยือนและสัมผัสให้เห็นกับตาตัวเอง จนได้รับการยกย่องว่าเป็นเกาะที่สวยงามติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก และได้ฉายาว่า มรกตแห่งอันดามัน สวรรค์เกาะพีพี หมู่เกาะสิมิลัน หมู่เกาะสิมิลันเป็นหมู่เกาะเล็ก ๆ ในทะเลอันดามัน มีทั้งหมด 9 เกาะ เรียงลำดับจากเหนือมาใต้ ได้แก่ เกาะหูยง เกาะปายัง เกาะปาหยัน เกาะเมี่ยง (มี 2 เกาะติดกัน) เกาะปายู เกาะหัวกระโหลก (เกาะบอน) เกาะสิมิลัน และเกาะบางู โดยหมู่เกาะเหล่านี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหมู่เกาะที่มีความงาม ทั้งบนบกและใต้น้ำที่ยังคงความสมบูรณ์ของท้องทะเล สามารถดำน้ำได้ทั้งน้ำตื้นและน้ำลึก มีปะการังที่มีสีสันสวยงามหลากชนิด ปลาหลากสีสันและหายาก ทั้งนี้ เกาะสิมิลัน หรือ เกาะแปด เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะสิมิลัน ลักษณะอ่าวเป็นรูปโค้งเหมือนเกือกม้า มีหาดทรายขาวละเอียดเนียนนุ่มน้ำทะเลใสน่าเล่น ใต้ทะเลมีปะการังสวยงามหลายชนิด และมีปลาประเภทต่าง ๆ ที่มีสีสันสวยงามมากมาย เป็นเกาะที่สามารถดำน้ำทั้งน้ำลึกและน้ำตื้น และทางด้านเหนือของเกาะมีก้อนหินขนาดใหญ่ รูปร่างแปลกตา เช่น หินรูปรองเท้าบู๊ท หรือรูปหัวเป็ดโดนัลด์ดั๊ก ตอนบนที่ตรงกับแนวหาดมีหินรูปเรือใบ ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สวยงามที่จะมองเห็นความสวยงามของท้องทะเลได้กว้างไกล ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนเมษายน เป็นช่วงที่น่าท่องเที่ยวมากที่สุด ส่วนเดือนพฤษภาคมถึงพฤศจิกายน เป็นฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ มีคลื่นลมแรงเป็นอันตรายต่อการเดินเรือและทางอุทยานฯ จะประกาศปิดเกาะในเดือนพฤษภาคมเพื่อเป็นการฟื้นฟูธรรมชาติทุกปี เกาะหลีเป๊ะ : ภาพจาก http://www.flickr.com/photos/10630381@N03 เกาะหลีเป๊ะ เกาะสิเป๊ะ หรือ เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล จุดเด่นของเกาะหลีเป๊ะคือความเป็นธรรมชาติของปะการังรอบเกาะ มีเวิ้งอ่าวที่สวยงาม หาดทรายละเอียดนิ่มเหมือนแป้ง มีอ่าวที่สวยงามชื่อ "อ่าวพัทยา"และ "หาดชาวเล" มีลักษณะโค้งเว้า ทรายขาวละเอียด ซึ่งทั้งสองหาดนี้สามารถเดินถึงกันได้โดยใช้เวลาประมาณ 15 นาที และยังมีบริการบ้านพักของเอกชนคอยบริการนักท่องเที่ยวอีกด้วย นักท่องเที่ยวสามารถเช่าเรือไปยังเกาะต่าง ๆ ได้ นอกจากนี้ ยังมีชุมชนชาวเลอาศัยอยู่หลายครัวเรือน ส่วนใหญ่มีอาชีพทำการประมง ในวันขึ้น 13-15 ค่ำ เดือน 6 และเดือน 12 ตลอด 3 วัน 3 คืน ชาวบ้านทีมีเชื้อสายชาวเลจะร่วมกันจัดงานรื่นเริง และที่สำคัญที่สุดคือ ชาวบ้านจะช่วยกันต่อเรือด้วยไม้ระกำ และประกอบพิธีลอยเรือด้วยเป็นความเชื่อว่าเป็นการเสี่ยงทายโชคชะตาในการประกอบอาชีพประมง เกาะสมุัย : ภาพจาก http://www.flickr.com/photos/96394350@N00 เกาะสมุย เกาะสมุย จังหวัดราษฎร์ธานี เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอันดับต้น ๆ ของประเทศอีกแห่งหนึ่ง ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก เพราะมีธรรมชาติอันงดงาม มีหาดทรายขาวละเอียดที่สะอาดบริสุทธิ์ อีกทั้งยังเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกทุกรูปแบบครบครัน ทั้งที่พักหลากหลายรูปแบบจำนวนมาก มีการคมนาคมที่สะดวก และมีสนามบินเป็นของตัวเอง ปัจจุบันเกาะสมุยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของทะเลอ่าวไทยตอนใต้ ที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติหลั่งไหลไปเยี่ยมเยือนปีละหลายล้านคน เกาะสมุย มีหาดทรายธรรมชาติสวยงามที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง เช่น หาดเฉวง หาดละไม หาดตลิ่งงาม และหาดนาเทียน และมีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ทั้งป่าไม้และแหล่งน้ำ นอกจากนี้ ยังเต็มไปด้วยเรื่องราวและศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น ที่สร้างเสน่ห์ให้กับเกาะแห่งนี้เป็นอย่างมาก เกาะเต่า : ภาพจาก http://www.flickr.com/photos/robysaltori เกาะเต่า (Ko Tao) เกาะเต่าเป็นเกาะเล็ก ๆ ตั้งอยู่โดดเดี่ยวกลางทะเลอ่าวไทย อยู่ห่างจากชายฝั่งของจังหวัดชุมพรประมาณ 74 กิโลเมตร ห่างจากชายฝั่งของจังหวัดสุราษฎร์ธานีประมาณ 110 กิโลเมตร ห่างจากเกาะสมุยประมาณ 64 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากเกาะพะงันประมาณ 45 กิโลเมตร เป็นเกาะที่ได้ชื่อว่าเป็น "เกาะสวรรค์กลางทะเลอ่าวไทย" เนื่องจากเป็นเกาะที่มีธรรมชาติสวยงามและอุดมสมบูรณ์ มีแนวปะการังทั้งน้ำตื้นและน้ำลึกขนาดใหญ่และสวยงาม อันเป็นที่อยู่อาศัยของปลาหลากชนิดจำนวนมาก จนกลายเป็นจุดดำน้ำที่มีชื่อเสียงระดับโลกอีกแห่งหนึ่ง ที่นักดำน้ำทั่วโลกต่างพากันหมุนเวียนมาเยี่ยมเยือน และสัมผัสกับโลกใต้ทะเลของเกาะสวรรค์แห่งนี้ นอกจากนี้ เกาะเต่ายังมีหาดทรายขาวละเอียดที่สะอาดบริสุทธิ์ สวยงาม และสงบเงียบ อีกหลายแห่งรอบเกาะ ที่เติมเต็มให้เกาะแห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบ เหมาะสมกับฉายา "เกาะสวรรค์" อีกทั้งในอดีตบริเวณชายหาดรอบ ๆ เกาะเต่า ยังเต็มไปด้วยเต่าที่มาหาแหล่งวางไข่เป็นจำนวนมาก อันเป็นที่มาของชื่อ "เกาะเต่า" นั่นเอง เกาะลันตา เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ เป็นเกาะขนาดใหญ่ที่มีผู้คนอาศัยต่อเนื่องมายาวนานกว่าร้อยปี ประกอบด้วย เกาะลันตาใหญ่ และ เกาะลันตาน้อย ทั้งนี้ แหล่งท่องเที่ยวส่วนใหญ่อยู่บนเกาะลันตาใหญ่ โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา ซึ่งตั้งอยู่ที่แหลมโตนด ตรงปลายเกาะ เป็นพื้นที่ที่สมบูรณ์ด้วยผืนป่าดงดิบ มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ และที่โดดเด่นที่สุดคือประภาคารสีขาว ซึ่งเป็นเสมือนสัญลักษณ์ของเกาะลันตา ขณะที่เกาะลันตาน้อยเป็นที่ตั้งของที่ว่าการอำเภอเกาะลันตา ด้วยระยะทางที่ห่างไกลจากแผ่นดิน เกาะลันตาจึงยังคงความสวยงามของหาดทรายและน้ำทะเลสะอาด อีกทั้งยังมีวิถีชีวิตของชาวเกาะดั้งเดิม ที่มีทั้งชาวไทยพุทธ ชาวไทยจีน ชาวไทยมุสลิม และชาวไทยใหม่ (ชาวเล) อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ผสานกับความเจริญทางด้านหัวเกาะแถบท่าเรือและชายหาดฝั่งตะวันตก ซึ่งคึกคักด้วยนักท่องเที่ยว การมาเยือนเกาะลันตาจึงได้เที่ยวหลายบรรยากาศในคราวเดียวกัน เกาะล้าน เกาะล้าน อยู่ห่างชายฝั่งพัทยาเพียง 7 กิโลเมตร นั่งเรือโดยสาร 45 นาที มีชายหาดที่สวยงามหลายแห่ง ส่วนใหญ่คึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวที่มาเล่นน้ำ ดูปะการัง เล่นกีฬาทางน้ำ โดยเฉพาะที่หาดตาแหวน หาดทองหลาง หาดนวล และหาดเทียน ส่วนหาดแสมบรรยากาศเงียบสงบกว่าหาดอื่น บริเวณเกาะล้าน และเกาะเล็ก ๆ ที่อยู่รอบ ๆ เช่น เกาะครก และเกาะสาก เป็นแหล่งตกปลาดำน้ำดูปะการัง ทั้งแบบน้ำลึกและน้ำตื้น และเป็นสถานที่ฝึกหัดเรียนดำน้ำ เกาะกูด เกาะกูด เกาะสุดท้ายปลายทะเลตะวันออกในจังหวัดตราดของไทย ติดชายแดนทางทะเลของกัมพูชา ด้วยความที่เป็นเกาะขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ทำให้ดินแดนแห่งนี้เปี่ยมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์อยู่มากมาย และสวยงาม เหมาะแก่การท่องเที่ยวและการพักผ่อน และด้วยพื้นที่ที่เป็นภูเขาและที่ราบสันเขา จึงเป็นต้นกำเนิดลำห้วยต่างๆ ซึ่งก็ทำให้เกาะกูดมีน้ำตกหลายแห่ง บนเกาะกูดยังมีสถานที่ท่องเที่ยว คือชายหาดเนียนละเอียด เคียงข้างน้ำทะเลใสแจ๋ว อีกทั้งยังมีป่าชายเลนที่สมบูรณ์และแนวปะการังนานาชนิด จนได้รับสมญานามว่า "อันดามันแห่งทะเลตะวันออก" เกาะพยาม เกาะพยาม จังหสัดระนอง เป็นเกาะขนาดใหญ่ มีชาวบ้านอาศัยอยู่บนเกาะประมาณ 160 ครัวเรือน ชาวบ้านมีอาชีพทำสวนมะม่วงหิมพานต์ สวนยางพาราและประมงชายฝั่ง กิจกรรมบนเกาะจะมีการตกปลา ขี่จักรยานรอบเกาะ และสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการดำน้ำดูปะการัง เกาะพยามถือเป็นแหล่งดูปะการังที่สมบูรณ์สวยงาม และด้านทิศตะวันออกของเกาะไม่มีหาดทราย แต่มีความอุดมสมบูรณ์ของป่าชายเลน และมีชาวเล เผ่ามอแกน มาอาศัยอยู่เป็นบางครั้ง บนเกาะพยามมีที่พักบริการนักท่องเที่ยว เกาะนางยวน เกาะนางยวน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประกอบด้วยเกาะขนาดเล็ก 3 เกาะ ซึ่งเชื่อมต่อกันด้วยสันทรายในลักษณะเหมือนทะเลแหวก เสน่ห์ของเกาะนางยวนนั้น มาจากน้ำทะเลสีมรกตที่ใสจนมองเห็นตัวปลาตัวเล็กตัวน้อย เปลือกหอย และปะการัง ซึ่งอยู่ใต้น้ำอย่างชัดเจน ส่วนกิจกรรมสุดฮิตของที่นี่คือ การดำน้ำดูปะการังปละปลาสวยงาม เล่นน้ำริมหาด จะว่าไปนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เลือกมาท่องเที่ยวและพักผ่อนที่นี่นั้น เหตุเพราะมีบรรยากาศที่เป็นส่วนตัว อากาศสดชื่น ทั้งยังมีความเขียวขจีของเขาเล็ก ๆ 3 เขารายรอบ และความงามของท้องทะเลมาบรรจบกัน เพราะฉะนั้น หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่มีใจรักธรรมชาติ หลงรักน้ำทะเล ชอบความเป็นส่วนตัว และต้องการพักผ่อนอย่างแท้จริง อย่าลืมมาพักผ่อนที่ "เกาะนางยวน" เกาะมันนอก เกาะมันนอก เป็นเกาะเล็ก ๆ เกาะหนึ่งใน หมู่เกาะมัน ที่ตั้งเรียงกันอยู่ในอ่าวแกลง จังหวัดระยอง เป็นเกาะที่ค่อนข้างเงียบสงบและร่มรื่น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการมาพักผ่อนโดยแท้ อีกทั้งยังมีหาดทรายละเอียดสีขาว น้ำทะเลสีฟ้าใส สายลมพลิ้วไหวเหนือสายน้ำ สำหรับกิจกรรมสุดฮิตของนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวบนเกาะมันนอก คือเล่นน้ำทะเล ดำน้ำชมความงามของปะการังต่างๆ ที่ขึ้นอยู่ใต้น้ำรอบ ๆ เกาะมันนอก และทำกิจกรรมส่วนตัวตามอัธยาศัย เพราะเกาะนี้มีความเป็นส่วนตัวมาก ๆ เกาะตาชัย เกาะบริวารแห่งใหม่ของ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ถูกพบครั้งแรกโดยชายที่ชื่อ ตาชัย ทำให้ตั้งชื่อเกาะตามคนค้นพบว่า เกาะตาชัย ช่วงเวลาที่เกาะตาชัยงดงามที่สุดคือเดือนกุมภาพันธ์ – เมษายน จากนั้นเกาะตาชัยจะปิด 6 เดือน เพื่อให้ธรรมชาติได้ฟื้นฟู สำหรับจุดเด่นที่ทำให้เกาะตาชัยกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ใคร ๆ ก็อยากเดินทางไปชื่นชม คือ ชายหาดทรายขาวเม็ดละเอียด เนื้อนุ่ม ที่มีความยาวทอดตัวขนานไปกับผืนน้ำประมาณ 700 เมตร และการเดินป่าเข้าไปดู ปูไก่ ปูน้ำจืดที่ชอบอาศัยอยู่ตามธารน้ำ มีลำตัวสีแดงสด มีก้ามสีดำเหลือบน้ำเงิน เวลาร้องจะมีเสียงคล้ายไก่ ชอบออกหากินในช่วงกลางคืน รวมถึงเป็นจุดดำน้ำดูปะการังที่ทอดตัวยาวขนานกับชายหาด ที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของเมืองไทย หมู่เกาะสุรินทร์ หมู่เกาะสุรินทร์ หรือ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ตั้งชื่อตามพระยาสุรินทราชา (นกยูง วิเศษกุล) เทศาเมืองภูเก็ต ผู้ค้นพบเกาะ เป็นอุทยานแห่งชาติที่ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดพังงา มีลักษณะเป็นหมู่เกาะในทะเลอันดามัน อยู่ติดกับชายแดน ไทย - พม่า ประกอบด้วยเกาะ 5 เกาะ คือ เกาะสุรินทร์เหนือ เกาะสุรินทร์ใต้ เกาะไข่ (เกาะตอรินลา) เกาะกลาง (เกาะปาจุมบา) เกาะรี (เกาะสต๊อก) และ 1 กองหินปริ่มน้ำ คือ กองหินริเชลิว นับว่ามีธรรมชาติที่สมบูรณ์ทั้งบนบกและในทะเล มีทั้งป่าดิบชื้น ป่าชายหาด ป่าชายเลนมาประจบกับแนวปะการัง แนวปะการังมีความสมบูรณ์ เหมาะสำหรับชมปะการังน้ำตื้น โดยกองหินริเชริวเหมาะสำหรับดำน้ำลึก เป็นแหล่งสมบูรณ์ด้วยธรรมชาติใต้ทะเล มีปลาหลายชนิด และเป็นจุดที่พบฉลามวาฬบ่อยสุดของทะเลไทย ช่วงเวลาที่เหมาะกับการท่องเที่ยว คือ เดือนพฤษจิกายนถึง เดือนเมษายน นอกจากนี้ ยังมีหมู่บ้านของชาวเลเลกลุ่มสุดท้ายที่ยังดำรงวัฒนธรรมดั้งเดิมมากที่สุด คือ "มอแกน" หรือ "ยิบซีแห่งท้องทะเล" ประมาณ 200 คนปัจจุบันได้ตั้งหมู่บ้านอยู่ที่เกาะสุรินทร์ใต้ ขายของที่ระลึกให้นักท่องเที่ยว และบางส่วนทำงานเป็นลูกจ้างของอุทยานฯ หมู่เกาะอาดัง-ราวี หมู่เกาะอาดัง-ราวี ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติตะรุเตา ซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติที่ตั้งอยู่ในจังหวัดสตูล และอยู่ในเขตทะเลอันดามัน เป็นหมู่เกาะที่มีความสวยงาม อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ มีสภาพธรรมชาติที่น่าสนใจ โดย เกาะอาดัง ในอดีตเป็นที่ซ่องสุมของโจรสลัด ปล้นสะดมเรือ มีหาดทรายขาวละเอียด สวยงาม และมีแนวปะการังอยู่รอบๆ เกาะ เหมาะสำหรับดำน้ำตื้น เป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ตต. 5 (แหลมสน) อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ประมาณ 40 กิโลเมตร ส่วน เกาะราวี มีหาดทรายขาว น้ำใส เงียบสงบ เหมาะแก่การกางเต็นท์พักผ่อน เล่นน้ำ ดำน้ำตื้น และดำน้ำลึกชมแนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลที่น่าชม เป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ตต. 6 (หาดทรายขาว) และหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ตต. 7 (ตะโละปะเหลียน) ซึ่งเดือนที่เหมาะแก่ท่องเที่ยวอยู่ในระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนเมษายน หมู่เกาะอ่างทอง หมู่เกาะอ่างทอง ตั้งอยู่ในพื้นที่ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประกอบด้วยเกาะต่าง ๆ 42 เกาะ ได้แก่ เกาะพะลวย เกาะวัวตาหลับ เกาะแม่เกาะ เกาะสามเส้า เกาะหินดับ เกาะนายพุด และเกาะไผ่ลวก เป็นต้น ซึ่งตามเกาะต่าง ๆ จะมีหาดทรายอยู่เกือบทุกเกาะ บางเกาะหาดทรายมีสีขาวสะอาดบริสุทธิ์ บางเกาะมีปะการังตามชายทะเลหลายชนิด สีสวยงามหลากสี อยู่ท่ามกลางความเงียบสงบ แหล่งท่องเที่ยวใน หมู่เกาะอ่างทอง ได้แก่ เกาะท้ายเพลาและเกาะวัวกันตัง เป็นจุดที่มีแนวปะการังและหาดทรายขาวสะอาด, เกาะวัวตาหลับ อยู่บริเวณอ่าวคา เป็นหาดทรายขาวสะอาดเหมาะแก่การเล่นน้ำ นอนเล่นพักผ่อนริมหาด เมื่อขึ้นไปจุดชมทิวทัศน์บนยอดเขา จะมองเห็นหมู่เกาะอ่างทองทั้งหมดที่ทอดตัวเรียงรายเป็นแนวยาวด้วยรูปร่างต่าง ๆ แปลกตา, เกาะหินดับ เป็นเกาะที่มีหาดทรายที่สวยงามและชายหาดที่ยาวที่สุดในอุทยานแห่งชาติ สภาพภูมิประเทศและทัศนียภาพรอบเกาะสวยงามน่าชม ทะเลใน หรือ ทะเลสาบกลางภูเขา อยู่บน เกาะแม่เกาะ เป็นแอ่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ที่ถูกโอบล้อมไปด้วยเทือกเขาหินปูนที่สูงสลับ ซับซ้อนแต่มีอุโมงค์ใต้น้ำที่เชื่อมต่อกับทะเล การกำเนิดของทะเลสาบน้ำเค็มนี้ได้มีการสันนิษฐานว่า เกิดจากการยุบตัวของหินชั้นล่างทำให้เกิดบ่อยุบ ซึ่งเกิดขึ้นพร้อม ๆ กับหมู่เกาะ หรืออาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางเคมีในกระบวนการเดียวกับการเกิดถ้ำ ทั้งนี้ ช่วงเวลาระหว่างเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ของทุกปี เป็นช่วงฤดูมรสุม ทะเลจะมีคลื่นลมแรง ทำให้การเดินทางไป หมู่เกาะอ่างทอง ไม่มีความปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว ทางอุทยานแห่งชาติจึงกำหนดปิดการท่องเที่ยวประจำปี ได้แก่ ปิดฤดูการท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน - 23 ธันวาคม ของทุกปี และจะเปิดฤดูการท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม - 31 ตุลาคม ของทุกปี เกาะไข่ เกาะไข่ หรือ เกาะตอริลลา เป็นเกาะเล็ก ๆ สองเกาะ เรียกว่า เกาะไข่นอก เกาะไข่ใน ทั้งสองเกาะมีหาดทรายขาวน้ำทะเลใสมีปลาหลากชนิดสีสันสวยงามว่ายอยู่ใกล้ ๆ ชายหาด มีปะการังสวยงาม การเดินทางไปเกาะไข่สามารถซื้อทัวร์ได้จากบริษัทนำเที่ยว หรือเช่าเรือได้จากท่าเรือเกาะสิเหร่ ท่าเรือแหลมหิน หรืออ่าวฉลอง ในจังหวัดภูเก็ต เกาะกระดาน เป็นเกาะที่สวยที่สุดของทะเลตรัง อยู่ทางด้านตะวันตกของเกาะมุกและเกาะลิบง มีเนื้อที่ 600 ไร่ ซึ่ง 5 ใน 6 ส่วนของเกาะนี้อยู่ในความรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ที่เหลือเป็นของเอกชน เกาะกระดานมีชายหาดที่มีทรายขาวละเอียดและน้ำทะเลใสจนมองเห็นแนวปะการังซึ่งเป็นปะการังน้ำตื้น ตลอดจนฝูงปลาหลากสีหลายพันธุ์ บนเกาะมีที่พักบริการทั้งของเอกชน และกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช หมู่เกาะปอดะ ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของอ่าวนาง จังหวัดกระบี่ ห่างจากฝั่งประมาณ 8 กิโลเมตร เป็นเกาะที่มีหาดทรายขาว น้ำทะเลใส บริเวณชายฝั่งของเกาะจะมองเห็นแนวปะการังหลากชนิดที่ยังสมบูรณ์ จึงเป็นแหล่งดึงดูดของนักท่องเที่ยวให้เที่ยวชมได้เกือบตลอดปี และเป็นจุดที่ตกปลาได้ดีเพราะไม่ได้รับผลกระทบจากลมมรสุมมากนัก สามารถเช่าเรือได้จากบริเวณอ่าวนาง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 25 นาที ราคาเรือหางยาวเที่ยวไป-กลับคนละ 300 บาท นี่เป็น เกาะที่สวยที่สุดในประเทศไทย อันดับต้นๆ แต่ก็ยังไม่หมดกับเกาะที่น่าสนใจน่าเที่ยวของไทย เช่น เกาะเสม็ด ที่ไปมาสะดวกสบายสุดๆ รวมถึง เกาะตะรุเตา เกา้ะช้าง ก็ไม่น่าพลาดเช่นกัน .. เก็บตังค์ตระเวนเที่ยวไทยให้ครบทุกเกาะกันเลยนะคะ .. ปีละเกาะสองเกาะก็ยังดี ^^ ภาพทะเลสวยๆ อื่นๆ น่าสนใจไม่ควรพลาด เกาะเสม็ด เกาะตะรุเตา เกาะช้าง เกาะพะงัน : ภาพจาก http://www.flickr.com/photos/eyalnow/ เกาะภูเก็ต : ภาพจาก http://www.flickr.com/photos/62389951@N04

เที่ยวน้ำหนาวฤดูฝนไปยลกล้วยไม้ยักษ์เอื้องบุษราคัม จ.เพชรบูรณ์
กล้วยไม้ยักษ์ /  น้ำหนาว / 

เที่ยวน้ำหนาวฤดูฝนไปยลกล้วยไม้ยักษ์เอื้องบุษราคัม จ.เพชรบูรณ์ น้ำหนาว รู้จักกันดีว่าเป็นป่าเปลี่ยนสี ที่สวยที่สุดยามต้นฤดูหนาว แต่ใครเล่า จะรู้ว่า ถ้าไปน้ำหนาวต้นฝน คุณจะได้ยล กล้วยไม้ยักษ์มหัศจรรย์ในโลกที่เขียวขจี ป่าน้ำหนาวเป็นป่าผืนใหญ่ในเทือกเขาเพชรบูรณ์ มากมายด้วยหลากหลายทางชีวภาพ จากสังคมป่าดงดิบ ป่าเบญจพรรณ ป่าสน จนถึงสังคมทุ่งหญ้าที่มีความน่าสนใจ ทั้งชีวิตพืชและสัตว์ป่าหายาก ช่วงต้นฤดูฝนบนภูกุ่มข้าวซึ่งมีทุ่งหญ้าและป่าสนสวยที่สุดของน้ำหนาว ที่นี่มีสิ่งมหัศจรรย์ซ่อนอยู่คือ กล้วยไม้ยักษ์เอื้องบุษราคัม (Eulophia flava) ซึ่งความสูงใหญ่ของมันอาจสูงได้เกิน 2 เมตร ช่อดอกเหลืองอร่าม ราวบุษราคัมตามชื่อเรียก ช่วงเวลาที่ดีที่สุด: ช่วงเวลาเช้าก่อน 09.00 น. ฤดูกาลที่ดีที่สุด: เดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายน จุดชมวิวที่ดีที่สุด: บริเวณเชิงภูกุ่มข้าวที่สามารถชมวิวและดูนกได้ด้วย เส้นทางการเดินทาง จาก จ.เพชรบูรณ์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 21 ถึง อ.หล่มสัก เลี้ยวขวาทางหลวงหมายเลข 12 ถึง กิโลเมตรที่ 50 ที่ตั้งที่ทำการอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อที่ ททท.สำนักงานพิษณุโลก โทร. 055 252 742-3, 055 259 907 ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย http://www.1279thailand.com

จูบ ไม่เป็น... เซ็กส์ หมดสนุก!!
sex /  xxx / 

จูบ ไม่เป็น... เซ็กส์ หมดสนุก!! " จูบ " เป็นการกระทําระหว่างคู่รักที่แสนโรแมนติก แสนวิเศษ แสนเซ็กซี่ แต่ก็น่ารังเกียจได้เช่นกัน ไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่า "ผู้ชายจูบไม่เป็น" อีกแล้ว ไม่ว่าเขาจะปลุกอารมณ์ของคุณด้วยวิธีอื่นๆ ไม่ว่าเขาจะเก่งเทคนิคบนเตียงขนาดไหน นี่คือวิธีการ จูบ ไม่ได้เรื่องที่สุดที่ผู้หญิงสรุปเอาไว้   "นักบุกทะลวง" : เขาทะลวงลิ้นลงในคอของคุณลึกเกินไป ลิ้นของเขาไม่อยู่นิ่ง แต่ตวัดซ้ายทีขวาที หมุนวนข้างใน ชอนไชซอกฟันและเหงือกของคุณ จนน่าจะเป็นอาชีพเป็นผู้ตรวจสอบสํารวจช่องปากดีกว่า   "พนักงานทําความสะอาด" : หน้าของคุณเปียกโชก เพราะผู้ชายคนนี้ไม่ได้กําลังจูบ เขากําลังทําความสะอาดหน้าของคุณ ถ้าคุณปล่อยให้เขาทําต่อไปเรื่อยๆ คุณจะพบว่าตามใบหน้าและส่วนอื่นๆ ของร่างกายแสบแดง   "ปากตายด้าน" : ปากของเขาจะด้านชาไร้ชีวิตชีวา ก็เพราะปากของเขาเกาะกุมปากของคุณอยู่อย่างนั้นโดยไม่เคลื่อนไหวเลย สงสัยเขาคงคิดว่าคุณกําลังขาดอากาศหายใจอยู่แน่ๆ เขาก็แค่ทับปากคุณ เพราะคิดว่าคุณต้องการให้เขาช่วยผายปอด   "จ๊วบจ๊าบ" : คุณอาจนึกว่าตัวเองอยู่ในป่าดงดิบ แต่ที่แท้มันดังมาจากปากของเขา แล้วคุณจะจดจ่อกับเซ็กส์ได้อย่างไร เมื่ออยู่ท่ามกลางซาวด์เอฟเฟคท์ก้องแบบนี้? ส่วนนักจูบที่เลวร้ายที่สุดคือประเภทไหนน่ะหรือ?  คําตอบคือผู้ชายที่ไม่จูบคุณเลยมากกว่า ขอบคุณที่มาบทความจาก women.thaiza.com

รู้ไว้ก่อนไป เดินป่าหน้าฝน
ทิปท่องเที่ยว /  เดินป่า

 รู้ไว้ก่อนไป เดินป่าหน้าฝน ฤดูฝนของประเทศไทยอยู่ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมถึงปลายเดือนตุลาคม ใกล้จะเข้าเดือนห้า หวังว่าฝนจะมาให้หายร้อนจริงๆ นะ การเดินป่าในช่วงหน้าฝนจะไม่ค่อยเหนื่อยง่ายเพราะอากาศไม่ร้อนจัด แต่สิ่งที่ต้องพึงระวังก็ควร รู้ไว้ก่อนไป เดินป่าหน้าฝน โดยเฉพาะในป่าดงดิบชื้นนั้นจะมี "ทาก"ชูคอสลอนคอยดูดเลือดเหยื่อ แต่ทั้งหมดนั้นอาจเปรียบได้กับสีสันชีวิตการท่องไพร ที่ต้องมีการฝ่าฟันความยากลำบากไปให้ได้เพื่อประสบการณ์ชีวิตอันยิ่งใหญ่ ถ้าจะท่องป่าหน้าฝนให้สนุกก็ต้องเตรียมพร้อมให้ดีตามคำแนะนำดังต่อไปนี้ 1. กันเปียก ควรพกฟลายชีท (ผ้าขึงเป็นหลังคากันน้ำฝน) ไปด้วยเสมอ จะช่วยให้เต็นท์ไม่ต้องเปียกปอน ควรมีเสื้อกันฝนที่มีน้ำหนักเบาติดไปด้วย อาจใช้ประโยชน์เป็นฟลายชีทได้ด้วยในยามจำเป็น เสื้อผ้าข้าวของบางอย่างควรใส่ถุงพลาสติกไว้ชั้นหนึ่งก่อนบรรจุลงเป้ สำหรับรองเท้านั้นถ้าหาชนิดที่กันน้ำได้ก็จะดีมาก โดยวัสดุที่เรียกว่า กอร์เท็กซ์ (Gore-Tex) นั้นกันน้ำได้ 100 เปอร์เซ็นต์ จะช่วยให้เท้าไม่อับชื้น เดินป่าได้อย่างสบายใจ 2. แห้งเร็ว ควรเลือกเสื้อผ้าที่สวมใส่สบาย เมื่อเปียกแล้วต้องแห้งเร็ว เช่น ผ้าใยสังเคราะห์ต่างๆ ส่วนพวกผ้าฝ้ายไม่ควรใช้อย่างยิ่งเพราะอมน้ำมากและแห้งช้า 3. เลือกทำเล การกางเต็นท์กลางป่าควรดูทิศทางและทำเลที่จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายแก่ตนเอง เช่น ไม่กางเต็นท์บริเวณที่อาจเป็นทางน้ำไหล ไม่กางเต็นท์ใต้ต้นไม้ใหญ่เพราะอาจมีกิ่งไม้หักหล่นใส่ นอกจากนี้ก็ควรกางฟลายชีทและขุดร่องระบายน้ำรอบตัวเต็นท์ไว้ด้วย 4. ระวัง ในฤดูฝนสัตว์ป่ามีพิษต่างๆ เช่น แมงป่อง ตะขาบ งู ฯลฯ มักจะคลานไปมาหาที่แห้งๆ ตามในเต็นท์ ในถุงนอน หรือในรองเท้าที่ไม่ได้เก็บไว้อย่างมิดชิดพอ ก่อนสวมใส่ใช้งานควรตรวจตราสิ่งเหล่านี้ให้ดี ถ้ามียากันแมลงหรือปูนขาวให้โรยไว้รอบเต็นท์ ก็อาจกันแมลงพวกนี้ได้ เมื่อท่องเที่ยวกันอย่างสนุกสนานและได้รับความรู้แล้ว ก็อย่าลืมรักษาธรรมชาติไว้ให้สวยงามดังเดิม เหมือนก่อนที่เราเข้าไปสัมผัสด้วยจะเป็นการดีไม่น้อยเลย มาเที่ยวป่าหน้าฝนต้องมีสติ      หน้าฝนมาเยือน อันตรายก็แฝงกายมาเยี่ยมได้หากไม่ระวัง สติคือสิ่งสำคัญที่ทุกคนต้องมีไว้กับตัวเสมอ จะเล่นน้ำตกก็อย่าโลดโผนนัก ไปไหนก็ควรไปเป้นกลุ่ม หากจะเดินป่าก็ควรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบด้วย เพราะการหลงป่าหรือประสบอุบัติเหตุ เช่น ลื่นหกล้มหรือได้รับอันตรายจากสัตว์ป่า รวมถึงสายน้ำป่าที่ไม่รู้จะมาเมื่อใดอาจเกิดขึ้นได้เสมอ ........................................................... รู้ไว้ก่อนไป เดินป่าหน้าฝน ที่มา : สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

Cookie Run Season 2 เผยเทคนิคหลบสิ่งกีดขวางฉากใหม่
Cookie Run Season 2 /  ookie Run / 

Cookie Run Season 2 (คุกกี้รัน ซีซั่น 2) ได้ทำการอัพเดตใหม่อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2557 โดยบรรจุฉากเกมส์ใหม่ เพิ่มระดับความท้าทายต่อการเล่นอีกขั้น มาดูวิธีการหลบหลีกและสไลด์เพื่อฟันฝ่ากับฉากสำคัญๆว่าเป็นอย่างไรกัน ด่าน 3 - ฉากป่าดงดิบรัตติกาล ด่าน 7 - ฉากมหาสมุทรยามค่ำคืน ด่าน 8 - ฉากขนมหวาน ด่าน 9 - ฉากโรงงานขนมหวาน