ปั่นจักรยาน

มาขี่จักรยานไปทำงานกับ ดีเจ โต้ สุหฤท สยามวาลา กันเถอะ
ออกกำลังกาย /  สุขภาพ / 

"คุณปั๊ม" ธันยเดช จะนำคนรักสุขภาพไปพบกับกระแสนิยมของการปั่นจักรยานไปทำงานของคนในกรุงเทพมหานคร ผ่านมุมมองของอดีตผู้สมัครท้าชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร "ดีเจโต้" สุหฤท สยามวาลา ที่เลือกการปั่นจักรยานคู่ใจจากบ้านย่านพัฒนาการไปออฟฟิสย่านสีลม เพราะเหตุใดดีเจโต้ถึงตัดสินใจใช้จักรยานเป็นยานพาหนะในชีวิต ประจำวัน ทั้งหมดนี้ติดตามได้ ธันยเดช กด ไลค์ ความเคลื่อนไหววงการกีฬา ผลการแข่งขัน เรื่องขำขันสนุกสนานทั้งในและนอกสนาม ของซุป'ตานักกีฬาคนดัง มาติดตามพวกเราสปอร์ตรับอรุณเพิ่มเติมได้ตามช่องทางนี้ เว็บไซต์ http://www.keela360.com พูดคุยกับเรา https://www.facebook.com/sportrubaroon และ https://www.facebook.com/keela360 ทวิตเตอร์ https://twitter.com/keela360 ติดตามพวกเรา สปอร์ตรับอรุณ ทุกวันจันทร์-ศุกร์ 7.00-9.00 น. ทางช่อง ทรูสปอร์ต 2 และ ช่องดิจิตอลทีวี True4U ทุกวันจันทร์-ศุกร์ 8.00-9.00 น. ช่องทางรับชม - ดิจิตอลทีวีช่องหมายเลข 24 ทรูโฟร์ยู - กล่องทรูวิชั่นส์ ช่อง 2 - กล่องรับสัญญาณดาวเทียมอื่นๆ และ เคเบิลทีวี ช่อง 34

อ๊อฟ-ป๊อป-ว่าน คืนความสุขให้แฟนๆ สามแยกปากหวาน Episode 3
ป๊อบ ปองกูล /  ว่าน ธนกฤต / 

อ๊อฟ-ป๊อป-ว่าน ร้อง-เล่น-เต้น-ฮา เต็มสตีม คืนความสุขให้แฟนๆ สามแยกปากหวาน Episode 3 อภิมหาสงครามฮา เรียกได้ว่ากลับมาครั้งนี้ เอ-ไทม์ โชว์บิส คืนกำไรเต็มอิ่มจุใจสมการรอคอยกับการรวมตัวของสุดยอดศิลปินที่มากด้วยความสามารถและล้นหลามไปด้วยอารมณ์ขัน อ๊อฟ ปองศักดิ์, ป๊อบ ปองกูล และ ว่าน ธนกฤต ที่มาคืนความสุขสร้างความฮาแทรกซึมทุกอณูรูขุมขน กับโชว์ที่ทำให้ผู้ชมทั้งฮอลล์หัวเราะท้องแข็งตั้งแต่ต้นจนจบในคอนเสิร์ต สามแยกปากหวาน Episode 3 อภิมหาสงครามฮา ครั้งนี้ผู้ชมรับโชคไปเต็มๆ เพราะทั้งสามหนุ่มขนความฮามาให้แบบล้นเวที ไม่ว่าจะเป็นการหยิบเอากระแสสังคมมากระทุ้งต่อมฮากันตับใหญ่ แถมยังมีโชว์เด็ดๆเพลงเพราะ ทั้งร้อง ทั้งเต้น ครบสูตร คลับฟรายเดย์ วันนี้ ดีเจพี่ฉอดไปทำอะไรมา 5555 เปิดเวทีอภิมหาสงครามความฮาด้วยเทคนิคหวาดเสียวที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์คอนเสิร์ต สามแยกปากหวาน กับการห้อยโหนโยนสลิงเปิดตัว อ๊อฟ และว่าน ส่วน ป๊อบ ที่สลิงคงเอาไม่อยู่ ก็ไม่น้อยหน้าคว้าจักรยานคันจิ๋วขี่ออกมาแย่งซีนเรียกเสียงฮากระหน่ำแบบชนะขาด สมศักดิ์ศรี 3 ฮีโร่ที่บอกว่าครั้งนี้จะเป็นการรวมตัวครั้งสุดท้าย จากนั้นขยี้ความฮาต่อด้วย เพลงยกมือขึ้น ที่แปลงเนื้อเพลงให้เข้ากับสถานการณ์ตามข่าวสารในปัจจุบัน ทำเอาคนดูเฮลั่นยกมือตามกันทั้งฮอลล์ ก่อนที่ทั้ง 3 หนุ่มจะพลัดกันโชว์ของเลือกเพลงโปรดมาถ่ายทอดได้อย่างน่าประทับใจ เริ่มต้นที่ ว่าน ธนกฤต ที่หยิบเอาเพลง ไม่ต่างกัน และ ลูกผู้ชายตัวจริง มาโชว์ เพิ่มดีกรีความเข้มข้นด้วย ป๊อป ปองกูล ที่จัด 2 เพลงเศร้าอย่าง คนแพ้ที่ไม่มีน้ำตา และ ปล่อย มาบิ้วอารมณ์คนดูก่อนส่งไม้ต่อให้ อ๊อฟ ปองศักดิ์ มาพร้อมเพลงประกอบซีรีย์สุดฮิต Club Friday The Series ตอกย้ำความเจ็บปวดด้วย เรื่องจริงยิ่งกว่านิยาย และ ยิ่งรักยิ่งห่าง ไหนๆก็ไหนๆแล้ว 3 หนุ่มได้โอกาสหยิบเอาบรรยากาศของรายการคลับฟรายเดย์มากัดจิกกันแบบสนุกๆ เอ-ไทม์ โชว์บิส เลยขอยกห้องจัดรายการวิทยุมาจัดกันสดๆ บนเวที ป๊อบ ว่าน เลยได้ทีจัดวิกผมหยิกและไฝเสน่ห์มาสวมรอยเป็น ดีเจพี่ฉอด และ ดีเจพี่อ้อย นั่งตอบปัญหาผู้ฟังเรียกเสียงกรี๊ดเสียงฮาหน้าเวทีได้อย่างถล่มทลาย เฮ้ย พี่ตูนมา ตูน บริบั๊ก ตั๊ก บริบูรณ์ 3 สาว ทีสเกิ๊ต ตัวจริง เสียงจริง พักสงครามน้ำลายไปพบแขกรับเชิญที่กล้ารับคำท้าขึ้นเวทีเดียวกับทั้ง 3 หนุ่ม ป๊อป จึงขอเปิดตัวแขกรับเชิญเป็นคนแรกควงนักร้องสาวเสียงดี โบ สุนิตา ลีติกุล มาโชว์พลังเสียงสะกดคนในฮอลล์ด้วย เพลงอยากรู้แต่ไม่อยากถาม และ เพลงเธอไม่เคยถาม ต่อด้วย ว่าน ที่งัดทีเด็ดชวนสุดยอดศิลปินที่ไม่เคยเป็นแขกรับเชิญให้เวทีไหนมาก่อนอย่าง พี่ตูน!! บริบั๊ก (ตั๊ก บริบูรณ์) มาขึ้นเวทีนี้ ขนาดยังไม่เริ่มร้องก็เรียกเสียงฮาได้ล้นหลามแล้ว เพราะหนุ่มตั๊ก สวมวิญญาณ พี่ตูน (บอดี้สแลม) ลงทุนถอดเสื้อโยนให้คนดูโชว์กล้ามท้อง พร้อมชวน ว่าน ร้องเพลง เพียงกระซิบ ที่ปลุกคนทั้งฮอลล์ขึ้นมาเต้นกันอย่างสุดมันส์ ก่อนที่อ๊อฟจะงัดไม้เด็ดปัดฝุ่นสามสาว ที-สเกิร์ต ( มา อัสมา กฮาร์, กิ๊ฟ ธิติยา นพพงษากิจ, จอย ดวงพร สนธิขันธ์) ออกสเต็ปท็อปฟอร์มกันสุดฤทธิ์ อีกหนึ่งโชว์เด็ดของการรวมตัวที่ 3 หนุ่มต้องมีคือก๊อปปี้โชว์ แบบที่เรียกว่าคาดไม่ถึงเลยสักครั้ง มามอบเป็นของขวัญคืนกำไรให้กับทุกคน เริ่มต้นของขวัญชิ้นแรกจาก ว่าน ออกมาโชว์สเต๊ปโยกเอวเบาเบาให้สาวๆ ได้ฟินกันแบบเพลินๆ ในเพลง คุณและคุณเท่านั้น จากนั้นขอกระชากอารมณ์จนทำให้ทุกคนต้องอึ้งกับ ป๊อป นิวลุค สะบัดกระโปรงและเสื้อคอร์เซ็ทเน้นลุคให้ดูเซ็กซี่พร้อมจัดเต็มท่าเป๊ะในเพลง Sexy Naughty Bitchy มันส์สะเด็ดขนาดนี้อีก 2 หนุ่มไม่วายต้องขอออกมาแจมงานนี้จะเซ็กซี่หรือเซ็กส์เสื่อมก็เรียกเสียงกรี๊ดได้ลั่นฮอลล์แบบคอแทบแตก ปิดท้ายด้วยโชว์ที่คาดไม่ถึง กับ อ๊อฟ ที่ลงทุนล้มนกยูงทั้งป่ามาแปลงโฉมเป็นชุดชิคาโกโชว์สุดเริ่ดกับเพลงฮิต ขอใจเธอแลกเบอร์โทร ที่เรียบเรียงใหม่ในสไตล์แจ๊สได้อย่างลงตัว และก่อนที่สามแยกปากหวานจะแยกย้ายกันไป อ๊อฟ ป๊อบ ว่าน ขอทิ้งท้ายด้วยซีนประทับใจด้วยการพร้อมใจกันเดินลงจากเวทีมาขอบคุณผู้ชมแบบใกล้ชิดถึงที่นั่งใน เพลงด้วยรักและผูกพัน เพื่อส่งมอบความสุขความฮาครั้งสุดท้ายอย่างประทับใจ ที่สำคัญคอนเสิร์ตครั้งนี้รายได้ส่วนหนึ่งยังมอบให้ มูลนิธิโรงพยาบาลเด็กเพื่อการรักษาเด็กพิการแต่กำเนิด อีกด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

กิเลนผยอง บุกยิง ตำรวจดับ2-1 ทะยานขึ้นจ่าฝูง/สรุปผลบอลไทย
กิเลนผยอง /  ผลบอล / 

ผลฟุตบอลโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก วันอาทิตย์ที่ 6 กรกฎาคม 2557 เพื่อนตำรวจ 1-2 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ประตู : 0-1 เจย์ โบธรอยด์ น.12, 0-2 คลีตัน ซิลวา น.33, 1-2 สุรชาติ สารีพิมพ์ น.48 สนาม : เมนสเตเดี้ยม ม.ธรรมศาสตร์ (รังสิต) เวลา : 20.00 น. ศึกฟุตบอลโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก 2014 โปลิศ เพื่อนตำรวจ เปิดบ้านรับการมาเยือนของ ฉลามชล ชลบุรี เอฟซี โดยเกมนี้ "โค้ชวัง" ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล กุนซือใหม่หน้าเก่าของ โปลิศ จัดการส่ง "กัปตันเก่ง" สุรชาติ สารีพิมพ์, ปกรณ์ เปรมภักดิ์, ธนพัต ณ ท่าเรือ, วันเฉลิม ยิ่งยง และเซร์คิโอ ซัวเรซ ลงสนามเป็นหลัก ด้าน ดราเกน ทาลายิช กุนซือ กิเลนผยอง จัดหนักส่งชุดที่ดีที่สุดลงสนามนำโดย "กัปตันโกโก้" ดัสกร ทองเหลา, ศราวุฒิ มาสุข, สารัช อยู่เย็น, มาริโอ ยูรอฟสกี้, เจย์ โบธรอยด์ และคลีตัน ซิลวา เริ่มเกมครึ่งเวลาแรกได้เพียงนาทีเดียวเจ้าถิ่น โปลิศ  ก็ได้โอกาสลุ้นประตูขึ้นนำก่อนเมื่อ เซร์คิโอ ซัวเรซ ได้ง้างเท้ายิงในกรอบเขตโทษบอลพุ่งไปชนตัว สุรชาติ สารีพิมพ์ บอลเลี้ยวเฉียวเอสออกไป เม่อหนดูข้างสนามผู้ช่วยผู้ตัดสินยกเป็นลูกล้ำหน้าไปก่อนแล้ว เกมเดินมาถึงนาทีที่ 12 กมประตูแรกเกิดขึ้น และเป็นทางฝั่งผู้มาเยือน กิเลนผยอง ที่ทะยานออกนำ 1-0 จากจงหวะที่ "โกโก้" ดัสกร ทองเหลา เปิดบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ เจย์ โบธรอยด์ ขึ้นโขกกดบอลลงพื้นหายเข้าประตูไป จากนั้นนาทีเดียว โปลิศ เกือบที่จะได้ประตูตีเสมอถึง 2 ครั้งเมื่อ ปกรณ์ เปรมภักดิ์ เปิดเตะมุมเข้าไปในกรอบ วันเฉลิม ยิ่งยง พุ่งเข้าไปโขกกดลงพื้นกลางประตูติดเซฟ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ออกหลังไป และเตะมุมต่อเนื่อง ปกรณ์ เปิดเตะมุมเข้าไปที่เสาสอง โนริฮิโระ นิชิ ล้มตัวยิงบอลไปโดน กวินทร์ ล้มตัวปัดออกจากเส้นได้อีกครั้ง ซึ่งจังหวะนี้เองนักเตะเจ้าถิ่นมองว่าบอลเข้าประตูไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทว่า อลงกรณ์ ฝีมือช่าง ผู้ตัดสินยังคงทำเฉย นาทีที่ 27 กิเลนผยอง เกือบที่จะหนีเป็น 2-0 เมื่อ "เจ้าหนุ่ย" ศราวุฒิ มาสุข ได้บอลหลุดเดี่ยวเข้าไปล้อเป้า วัลลภ แซ่จิ๋ว ทว่าอดีตนักวิ่งดันยิงไปติดอก วัลลภ แซ่จิ๋ว ที่ออกมาบังทางได้อย่างยอดเยี่ยม นาทีที่ 33 กิเลนผยอง ก็มาได้ประตูหนีห่างเป็น 2-0 จากจังหวะที่ เจย์ โบธรอยด์ ได้บอลตรงกลางสนามก่อนจะตัดสินใจแทงบอลทะลุแผงหลัง โปลิศ ไปถึง คลีตัน ซิลวา ก่อนที่ คลีตัน จะจิ้มบอลผ่านตัว วัลลภ แซ่จิ๋ว นายด่านเจ้าถิ่นเข้าประตูไปแบบง่ายๆ หลังจากโดนไป 2 ตุง โปลิศ ก็พยายามที่จะเปิดเกมเข้าใส่หวังจะเอาประตูตีไข่แตกให้ได้โดยเร็ว นาทีที่ 41 โนริฮิโระ นิชิ ได้บอลในกรอบเขตโทษก่อนจะตัดสินใจปั่นโค้งบอลไปเข้ามือ "เจ้าตอง" กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ รับไว้ได้สบาย ทำให้จบครึ่งแรก กิเลนผยอง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด บุกนำ โปลิศ เพื่อนตำรวจ 2-0 กลับมาฟัดกันต่อในครึ่งเวลาหลังได้เพียง 3 นาทีเท่านั้น โปลิศ เพื่อนตำรวจ ก็มาได้ประตูตีไข่แตกไล่มาเป็น 1-2 จากจังหวะที่ ปกรณ์ เปรมภักดิ์ เปิดฟรีคิกจากกึ่งกลางของสนามเข้าไปในกรอบเขตโทษ "กัปตันเก่ง" สุรชาติ สารีพิมพ์ ขึ้นโขกคนเดียวโล่งๆบอลฮุบเข้าประตูไป นาทีที่ 54 ปกรณ์ เปรมภักดิ์ เปิดบอลยาวขึ้นหน้าไปให้ เซร์คิโอ ซัวเรซ ได้วิ่งแข่งกับกองหลังเมืองทอง ก่อนจะเป็น เซร์คิโอ ซัวเรซ ที่ถึงบอลก่อนในกรอบเขตโทษจึงตัดสินใจวอลเลย์เต็มแข้งบอลพุ่งไปติดเซฟ "เจ้าตอง" กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ พลาดโอกาสที่จะได้ประตูตีเสมออย่างน่าเสียดาย เกมผ่านมาถึงนาทีที่ 80 กิเลนผยอง ก็มาได้ฟรีคิกระยะอันตราย "โกโก้" ดัสกร ทองเหลา วิ่งเข้าไปปั่นด้วยเท้าขวาข้างถนัดบอลพุ่งไปชนกำแพงชนิดที่ไม่ได้ลุ้นอะไรเลย เวลาที่เหลือขุนพล โปลิศ เพื่อนตำรวจ พยายามที่จะเปิดเกมเร็วเข้าใส่ กิเลนผยอง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด อย่างหนักทว่าก็ไม่สามารถที่จะเจาะแนวรับของ กิเลนผยอง เข้าไปพังประตูตีเสมอได้ ทำให้จบเกม โปลิศ เพื่อนตำรวจ เปิดบ้านพ่าย กิเลนผยอง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ไป 1-2 ส่งผลให้ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เก็บ 3 คะแนนไปครอง พร้อมกับทวงบัลลังก์จ่าฝูงได้สำเร็จ รายชื่อนักเตะของทั้ง 2 ทีม เพื่อนตำรวจ : วัลลภ แซ่จิ๋ว (GK), ศรันยู อินต๊ะราช, อิทธิพล พูลทรัพย์, คิม แท มิน, อดุลย์ หมื่นสมาน, ปกรณ์ เปรมภักดิ์, ธนพัต ณ ท่าเรือ, วันเฉลิม ยิ่งยง, โนริฮิโระ นิชิ (กฤษณ์พรหม บุญสาร น.73), เซร์คิโอ ซัวเรซ (หลุยซ์ เอดูอาร์โด้ น.77), สุรชาติ สารีพิมพ์ (C) (ธนา ชะนะบุตร น.86) เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด : กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ (GK), ปิยพล ผานิชกุล, คิม ดอง จิน (อาทิตย์ ดาวสว่าง น.56), ทศพล ลาเทศ, วีระวุฒิ กาเหย็ม, ศราวุฒิ มาสุข (วุฒิชัย ทาทอง น.90+1), ดัสกร ทองเหลา, สารัช อยู่เย็น, มาริโอ ยูรอฟสกี้, เจย์ โบธรอยด์, คลีตัน ซิลวา (มิลาน บูบาโล น.77)

สูตรหน้าขาวสวยใส ด้วย มะนาว
มะนาว /  สูตร / 

       สาวๆ รู้ไหมค่ะว่า มะนาว ทำให้เราสวยขึ้น ก็ด้วยความเปรี้ยวเนี่ยแหละค่ะ ที่มีวิตามินซีสูง ก็เลยมีผู้คิดค้นสูตรมาพอกหน้าขัดผิดกันอย่างมากมาย เราก็เลยจะหยิบยกมารวบรวมให้คุณๆ ซะหน่อย เป็นผู้หญิงอย่าหยุดสวยค่ะ ไปดูสูตรต่างๆ กันเลยดีกว่า อ้อ...! ก่อนที่เราจะพอกหน้านั้น เราควรล้างหน้าให้สะอาดก่อนนะคะ เพราะว่าถ้าหากเราพอกเลย สิ่งสกปรกบนใบหน้าเราอาจจะยิ่งจับก้อนกันและทำให้เราเกิดสิวอุดตันได้นะคะ 1. สูตรหน้าใส ลดสิว (ส่วนผสม น้ำมะนาวครึ่งลูก และดินสอพอง 4-5 เม็ด หรือแล้วแต่เราต้องการนะคะ) นำดินสอพองแล ะมะนา วมาผสมให้เข้ากัน (อย่าใส่ มะนาว มากเกินไปนะคะ) จะได้ครีมที่เหนียวข้น พอกทิ้งไว้ประมาณ 10 - 15 นาทีก่อนเข้านอน และล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำสัปดาห์ละประมาณ 3 - 4 ครั้ง ประมาณ 3 เดือน และหลังจากนั้นก็ลดจำนวนครั้งลงค่ะ และสูตรมะนาวกับดินสอพองนี้ ยังสามารถช่วยลดรอยจุดด่างดำที่ขาได้ด้วยค่ะ โดยให้ทาบริเวณขาทุกคืนก่อนนอน ตื่นเช้าค่อยล้างออก ทำเป็นประจำจุดด่างดำก็จะค่อยๆ หายไปค่ะ 2. สูตรแต้มสิว (ส่วนผสม น้ำมะนาว 1 ช้อนชา และไข่ขาว 1 ช้อนชา) ให้นำส่วนผสมทั้งสองมาผสมกันและตีจนเป็นเนื้อเดียวกัน แต้มที่ตุ่มสิวทิ้งไว้ 30 นาที ล้างออกด้วยโฟมล้างหน้า สิวจะหายไปค่ะ (แต่อาจจะไม่ได้หายภายในครั้งเดียวนะคะ ต้องทำบ่อยๆ) 3. สูตรหน้าอ่อนวัย ใสปิ้ง (ส่วนผสม น้ำมะนาว 1 ช้อนชา และน้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ) นำส่วนผสมมาคนให้เข้ากัน ทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 15 - 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำแค่อาทิตย์ละ 1 ครั้งนะคะ 4. สูตรลดการตกกระและชะลอการเกิดรอยตีนกา (ส่วนผสม น้ำมะนาว น้ำผึ้ง แป้งหมี่ ไข่แดง) นำส่วนผสมทั้งหมดมาผสมให้เข้ากัน นำมาพอกบนหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำสัปดาห์ละ 1 - 2 ครั้ง 5. สูตรหน้าขาวใสเปล่งปลั่ง (ส่วนผสม มะนาว 1/2 ช้อนโต๊ะ และหัวไชเท้า 1/2 ถ้วยตวง) นำส่วนผสมมาปั่นรวมกันให้ละเอียดกลายเป็นเนื้อเดียวกัน นำไปพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่น 6. สูตรกระชับรูขุมขน (ส่วนผสม น้ำมะนาว 1 ผล น้ำอุ่นสำหรับล้างหน้า และน้ำเย็นแบบที่แช่ในตู้เย็น) ล้างหน้าให้สะอาดและล้างครั้งสุดท้ายด้วยน้ำอุ่น ใช้ผ้าซับหน้าให้แห้ง และใช้ มะนาว ทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำอุ่น และใช้น้ำเย็นล้างหน้าอีกครั้ง 7. สุตรแก้ข้อศอก หัวเข่าดำด้าน ใช้เปลือก มะนาว ที่บีบน้ำออกหมดแล้ว นำมาขัดๆ ถูๆ ผิวส่วนที่ด้านหรือแตก จะช่วยให้ผิวนุ่ม ชุ่มชื้น รอยด้านหรือแตกก็จะค่อยๆ จางหายไป 8. สูตรมือนุ่ม (ส่วนผสม น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ และน้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ) นำน้ำมะนาวมาผสมกับน้ำตาล เอามาถูกับมือประมาณ 10 - 15 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่นกับสบู่ เช็ดให้แห้งและตามด้วยโลชั่นสำหรับผิว 9. สูตรฟันขาวๆ เคยได้ยินมาว่า ให้เอาผ้าเช็ดหน้าจุ่มกับน้ำมะนาวและเอามาถูๆๆ ที่ฟัน ฟันเราจะขาวสวย แต่ว่ารสชาติคงจะเปรี้ยวไปทั้งปากเลยล่ะคะ  

งานสีสันแห่งความสุข ที่ ราชประสงค์
งานสีสันแห่งความสุข /  เที่ยวกรุงเทพ

ททท. จัดมหกรรมสีสันแห่งความสุขอย่างยิ่งใหญ่ในงาน “Thailand Happiness : Street Festival” ตลอดแนวถนนย่านราชประสงค์ หวังสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและฟื้นความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยว งานสีสันแห่งความสุข ที่ ราชประสงค์ ททท. จัดมหกรรมสีสันแห่งความสุข “Thailand Happiness : Street Festival” ปิดถนนย่านราชประสงค์เนรมิตรสองข้างทางด้วยสีสันแห่งความสุขและรอยยิ้ม เพื่อประกาศว่าเมืองไทยสวยงามปลอดภัย ในรูปแบบ “Color Your Life with Happiness” ชูไฮไลท์ Happiness Music ระดมศิลปินนักร้องชั้นนำของไทย รวมพลังส่ง “คำเชิญรอยยิ้ม” จากคนไทยไปทั่วโลก และ Happiness Street พบกับตลาดนัดดารา สินค้าแนวสตรีทมาให้เลือกช้อป พร้อม กิจกรรมบันเทิงและของขวัญพิเศษมากมาย นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า “จากวิกฤติการณ์ทางการเมืองของไทย ที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวในประเทศเกิดการชลอตัว นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและโดยเฉพาะชาว ต่างชาติไม่มั่นใจในความปลอดภัยที่จะเดินทางมาเยือนประเทศไทยในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน ด้วยเหตุนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงได้กำหนดจัดงาน “Thailand Happiness Street Festival” ขึ้นภายใต้ โครงการฟื้นฟูภาพลักษณ์ประเทศไทย ในระหว่างวันที่ 25 - 26 กรกฎาคม 2557 ณ บริเวณถนนพระราม 1 และถนนราชประสงค์ ด้วยการเนรมิตรแต่งแต้มถนนย่านราชประสงค์ด้วยสีสันแห่งความสุขและรอยยิ้มในรูปแบบ “Color Your Life with Happiness” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประกาศว่าเมืองไทยสวยงามปลอดภัย พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ถือได้ว่าเป็นความร่วมมือร่วมใจครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของคนไทยทุกภาคส่วนในการส่งคำเชิญนับล้าน เพื่อให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้เดินทางกลับมาสัมผัสกับความเป็น “Land of Smiles” อีกครั้ง ซึ่งรายได้จาการท่องเที่ยวยังเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนกลไกเศรษฐกิจชาติอีกด้วย สำหรับกิจกรรมภายในงาน “Thailand Happiness Street Festival” แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ Happiness Music และ Happiness Street โดยในส่วนของ Happiness Music ณ ถนนราชประสงค์ จัดขึ้นในวันที่ 25 กรกฎาคม 2557 ตั้งแต่เวลา 15.00 – 24.00 น. โดยกิจกรรมไฮไลท์สำคัญจะมีศิลปินนักร้องชื่อดังเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง เช่น อัสนี - วสันต์ โชติกุล ดา เอ็นโดรฟิน โปเตโต้ หญิงลี ศรีจุมพล ปาล์มมี่ ป๊อด โมเดิร์นด็อก เป็นต้น ส่วน Happiness Street จะปิดถนนพระราม 1 บริเวณด้านหน้าสยามพารากอน ถึงสี่แยกราชประสงค์ ในระหว่างวันที่ 25-26 กรกฎาคม 2557 โดยแบ่งออกเป็น 4 โซน ได้แก่ 1. Happiness Show off สนุกสนานกับขบวนพาเหรด หรรษากับสากลในความเป็นไทย ด้วยขบวนอีสานดรัมไลน์ โชว์เอกลักษณ์แฟชั่นไทยหนึ่งเดียวในโลกกับขบวนนางงามของไทยจากเวทีต่าง ๆ แต่งกายชุดประจำชาติ แบบประยุกต์ อิ่มเอมกับครัวไทยสู่ครัวโลก พาความสนุกเที่ยวไทยไปทุกที่ กับขบวนจักรยานสามล้อถีบท่องเที่ยวไทย สุขใจ ประเทศไทยเมืองผลไม้ ปิดท้ายกับความมันส์กับลูกทุ่งสุดอลังการ จากเยาวชนไทย พร้อมการแสดง แนว Thai style เช่น โขนเด็กแรพ ฝรั่งร้องเพลงไทย คีตไทยเล่นของนอก โปงลางอีสานอินดี้ และชฎาทองอมยิ้ม เป็นต้น 2. Happiness 4 Season Market พบกับ 80 ร้านค้าแนว “Street Style” เช่น Fashion Market สินค้าแฟชั่น เสื้อผ้า สินค้าแฮนด์เมด , Online On Street ยกสินค้าออนไลน์มาไว้บนถนน , Restaurant In trend โดยจะยก ร้านอาหารชื่อดังย่านราชประสงค์ - ราชดำริไปจนถึงร้านอาหารแบบสตรีทฟู้ดทั่วไป , Star on Street ตลาดนัดดาราและเซเลปชื่อดังมากมาย 3. Happiness Surprise พบกับกล่องของขวัญขนาดยักษ์ 2 กล่อง ในถนนคนเดิน โดยกล่องของขวัญจะเปิดออกได้ด้วยรอยยิ้มของคนมาร่วมงาน ที่รวมตัวกันถ่ายภาพลง Instagram คืนความสุขให้เมืองไทย ซึ่งกล่องจะเปิด ออกเมื่อมีรอยยิ้มครบ 5,000 - 10,000 รอยยิ้ม และพบกับกิจกรรมสุด Surprise ของแต่ละกล่องที่แตกต่างกันจากศิลปินที่จะมาร่วมให้ความสุข 4. Happiness Activity ภายในงานจะมีการจัดกิจกรรมที่คืนความสุขให้คนไทยมากมาย อาทิ Happiness Refill มองหาลูกโป่ง Happiness จากคนขายในราคา 50 บาท เพื่อร่วมบริจาคเงินให้มูลนิธิ ต่างๆและรับของแถมน่ารักๆ และเป็นการรีฟิลความสุขให้ตัวเองและคนอื่นไปพร้อมๆ กัน นอกจากนี้ ททท. ยังร่วมมือกับ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) จัดงาน“Thailand’s Best Friends Forever” ขึ้น ในวันที่ 25 กรกฎาคม 2557 ณ โรงแรม เซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ โดยเชิญสื่อมวลชน บล็อก เกอร์ และผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยว จากตลาดเป้าหมายหลักทุกภูมิภาคทั่วโลกกว่า 1,000 ราย จาก 37 ประเทศ เพื่อร่วมชมกิจกรรมการแสดงทางศิลปวัฒนธรรม ในรูปแบบ Street Festival ซึ่งจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 25 – 26 กรกฎาคม 2557 นี้ ณ บริเวณถนนพระราม 1 ถึง แยกราช-ประสงค์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญที่จะช่วยสื่อสารและเผยแพร่ภาพเทศกาลแห่งความสุขในหลากหลายมิติอย่างมีสีสรรในรูปแบบวิถีไทยสู่สายตานานาประเทศ เพื่อตอกย้ำถึงรอยยิ้มและความสุขสนุกสนานของคนไทยที่พร้อมให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวได้เดินทางมาเยือนด้วยอัธยาศัยไมตรีที่ดีเหมือนเช่นเดิม ขอบคุณข่าวสารจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ละครล่ารักสุดขอบฟ้า , เรื่องย่อล่ารักสุดขอบฟ้า
ล่ารักสุดขอบฟ้า /  เรื่องย่อละคร ล่ารักสุดขอบฟ้า / 

ล่ารักสุดขอบฟ้าบทประพันธ์ : คนหลังม่าน บทโทรทัศน์ : ละลิตา ฉันทศาสตร์โกศลกำกับการแสดง : ธีระศักดิ์ พรหมเงิน ความรักระหว่างองครักษ์หนุ่มจากต่างแดนกับราชนิกูลสาวไทยจอมเฮี้ยวที่เกือบจะกลายเป็นเส้นขนาน เพราะหน้าที่และความภักดีต่อแผ่นดิน การคัดตัวราชองครักษ์ประจำปีของประเทศรายา ประเทศที่มีขนาดเล็กตั้งอยู่ในทวีปเอเชียใต้ใกล้กับประเทศอินเดียและจีนกำลังเริ่มขึ้น ตามธรรมเนียม องค์รัชทายาทจะต้องทรงเข้าร่วมประลองในรอบสุดท้าย เพื่อวัดฝีมือกับผู้ได้รับการคัดเลือกด้วยตัวเอง ซึ่งการประลองก็เป็นไปอย่างราบรื่น องค์รัชทายาทภายใต้ชุดเกราะและหน้ากากสามารถเอาชนะได้อย่างสวยงาม ท่ามกลางเสียงปรบมือกึกก้องของผู้เข้าชมการแข่งขัน มีเพียงองค์ราชาอินทราเท่านั้นที่ทรงทราบว่า แท้จริงผู้เข้าประลองคือ คามิน องครักษ์หนุ่ม ผู้ที่ทรงให้ความไว้วางใจให้ถวายการดูแล เจ้าชายมาคี รัชทายาทผู้ซึ่งต้องสืบต่อราชบัลลังก์จากนี้ในไม่ช้า หน้าที่ของคามิน นอกจากคุ้มครองเจ้าชาย ยังต้องเป็นตัวแทนของเจ้าชายไปทำราชกิจต่างๆ ตามที่ได้รับมอบหมายจากองค์ราชา โดยมีสินธรทหารองครักษ์คู่ใจที่จงรักภักดีต่อราชบัลลังก์และศรัทธาคามินอย่างที่สุดเป็นมือขวา คามินเป็นเด็กกำพร้าที่ไม่เคยมีผู้ใดรู้ประวัติที่แน่ชัด บ้างก็ว่าพ่อแม่ของคามินเป็นมหาดเล็กของพระราชาอินทรา และเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตระหว่างตามเสด็จไปเยี่ยมราษฎร บ้างก็ว่าแม่ของคามินเป็นนางรำท้องลูกไม่มีพ่อ จึงฆ่าตัวตายหนีความอับอายและทิ้งลูกไว้ ซึ่งคามินไม่เคยสนใจที่จะสืบหาประวัติตัวเอง เพราะมีปณิธานอันยิ่งใหญ่ที่จะถวายชีวิตเพื่อความจงรักภักดีต่อราชาอินทรา ที่ได้ชุบเลี้ยงเขามาแต่เยาว์วัย ราชาอินทราทรงหนักใจกับเจ้าชายมาคีซึ่งมีอุปนิสัยไม่เอาถ่าน ไม่ยอมสนใจศึกษางานราชกิจใดๆ คามินแทบจะต้องทำงานแทนทุกอย่าง แม้แต่เวลาที่มาคีไปมีสัมพันธ์กับสาวๆ คามินก็ต้องตามไปแก้ปัญหาให้ จนถูกสาวพวกนั้นตามตื๊อซะเอง กว่าจะสลัดหลุดไปได้ คามินก็ต้องแกล้งทำเป็นเกย์ ที่สำคัญ นายพลวิฑูร ผู้กุมอำนาจใหญ่ในวังก็คิดจะรวบอำนาจทางอ้อมด้วยการยกหฤทัย บุตรสาวให้เป็นชายาของเจ้าชายมาคี โดยมีพระนางสาวิตรี มเหสีของพระราชาให้การหนุนหลัง เนื่องจากทรงเป็นญาติกับนายพลวิฑูร พระนางสาวิตรีเองก็ไม่ค่อยชอบคามินนัก เพราะขณะที่เจ้าชายเป็นคนหยิบหย่งไม่เอาไหน แต่คามินกลับมีความสามารถทั้งบู๊และบุ๋น อบอุ่น มีวาทศิลป์ จนกลายเป็นที่รักใคร่ของชาวบ้านและคนรอบข้าง รวมทั้งราชาอินทราที่ทรงรักคามินเหมือนโอรสของพระองค์ เพื่อคานอำนาจของนายพล ราชาอินทราตัดสินใจหาทางออกด้วยการให้เจ้าชายมาคีอภิเษกกับหญิงต่างแดน และผู้หญิงที่เหมาะสมผู้นั้นก็คือ มัทนา สาวชาวไทยที่พระราชาได้แอบหมั้นหมายไว้กับธรรมรัตน์ บิดาของมัทนานั่นเอง ธรรมรัตน์เป็นพระสหายสนิทของพระราชามาตั้งแต่สมัยที่พระองค์มาศึกษาร่ำเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำของเมืองไทย และที่สำคัญที่สุด ธรรมรัตน์เป็นผู้กุมความลับของพระราชา และชาติกำเนิดที่แท้จริงขององครักษ์คามินมาตลอด 26 ปี!! นายพลวิฑูรและพระมเหสีสาวิตรีก็พากันคัดค้านเรื่องการเลือกสาวไทยมาเป็นพระชายา แต่ราชาอินทราให้เหตุผลว่าประเทศรายาอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากร การผูกสัมพันธ์กับนักธุรกิจระดับเจ้าของนิคมอุตสาหกรรมอย่างธรรมรัตน์ จะสามารถนำวิทยาการที่ทันสมัยเข้ามาช่วยพัฒนาประเทศ ราชสภาต่างพากันสนับสนุน ทำให้นายพลวิฑูรยอมล่าถอย ราชาอินทราจึงมีคำสั่งให้องครักษ์คามินเดินทางไปเมืองไทย ธรรมรัตน์พ่อของมัทนากินไม่ได้นอนไม่หลับ เมื่อราชาอินทราแจ้งข่าวว่าจะส่งคนมารับตัวมัทนาไปอภิเษกกับเจ้าชายที่ประเทศรายาตามคำสัญญา เพราะมัทนาลูกสาวไม่มีคุณสมบัติกุลสตรีที่เหมาะสมกับตำแหน่งพระชายาเลยแม้แต่น้อยนิด คามินเดินทางไปเมืองไทยทันทีโดยมอบหมายให้สินธรคอยดูแลอารักขามาคีแทน ในงานเลี้ยงฉลองรับปริญญาของมัทนา ม.ร.ว.มาณวิกาได้ทำการแต่งองค์ทรงเครื่องให้กับมัทนา บุตรสาว จนงดงามโดดเด่นดั่งเทพธิดาสมกับเป็นเชื้อสายราชนิกุลผู้สูงศักดิ์ เพื่อเปิดตัวกับผู้คนในสังคมชั้นสูง แต่มาณวิกาต้องหน้าแตกและอับอายอย่างแรง เมื่อมัทนาออกมาเดินแบบโชว์พร้อมกับฟันที่เหยินเหมือนแก้วหน้าม้า พอๆ กับธรรมรัตน์ที่แทบจะเอาหน้าแทรกแผ่นดินเพราะองครักษ์คามินมาถึงในวันนั้นพอดี ระหว่างที่ทุกคนมัวแต่สนใจมัทนา มือปืนลึกลับปรากฏตัวขึ้นยิงใส่ธรรมรัตน์ เป็นจังหวะที่มัทนากำลังวิ่งเข้าหาพ่อแม่ องครักษ์คามินกระโจนเข้าช่วยเหลือ ผลักมัทนาพ้นวิถีกระสุน ไล่ล่ายิงสู้กับมือปืนจนหลุดไปจากบริเวณงาน ซึ่งคามินก็ต้องตกใจมากเมื่อพบว่ามัทนาซิ่งมอเตอร์ไซด์ออกมาทั้งชุดสวยงามเพื่อไล่ล่าเช่นกัน มือปืนหลบหนีไปได้ธรรมรัตน์และมาณวิกาขอร้องให้คามินช่วยปกปิดเรื่องความก๋ากั่นของมัทนาเอาไว้ก่อน โดยจะพยายามเปลี่ยนแปลงมัทนาให้เป็นกุลสตรีให้ได้ แต่ก็ไม่ทันการเสียแล้ว เพราะรูปถ่ายของมัทนาในสภาพแก้วหน้าม้าหลุดรอดไปถึงมือเจ้าชายมาคีที่รายา เจ้าชายรับไม่ได้กับหน้าตาอันสุดแสนจะขี้ริ้วขี้เหร่ของมัทนา จึงโทรศัพท์มายืนยันเสียงหนักแน่นกับองครักษ์คามินว่า หัวเด็ดตีนขาดก็จะไม่ยอมแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้ แถมยังบังคับให้องครักษ์คามินหาทางล้มเลิกการอภิเษกให้จงได้ ทำให้คามินหนักใจมาก เพราะในขณะเดียวกันก็ถูกกำชับจากองค์ราชาให้เตรียมการให้มัทนาเป็นเจ้าสาวให้ได้ เพราะองค์ราชาเคยพบกับมัทนาเทื่อตอนที่เริ่มเป็นสาวและแน่ใจว่ามัทนาไม่ใช่ผู้หญิงขี้ริ้วอย่างอย่างแน่นอน แท้จริงมัทนา เป็นเด็กสาวหัวสมัยใหม่ น่ารัก ร่าเริง สดใส ซุกซน รักความตื่นเต้น ชีวิตไม่เคยสัมผัสกับความทุกข์ ความยากลำบากใดๆ ชอบเล่นกีฬาผาดโผน ทั้งบันจี้จัมพ์ กีฬาทางน้ำต่างๆ เข้ากลุ่มเล่นร่มร่อน ปั่นจักรยานมาราธอน เล่นเอา ม.ร.ว.มาณวิกาปวดเศียรเวียนเกล้าที่ไม่สามารถฝึกลูกให้เป็นกุลสตรีได้ทุกกระเบียดนิ้วอย่างที่หวัง แม้จะพยายามหาคู่ที่ทัดเทียมเสมอศักดิ์กัน ผู้ชายเหล่านั้นก็โดนมัทนาพาไปรับน้องเล่นกีฬาผาดโผนจนขวัญหนีดีฝ่อกระเจิดกระเจิงกันไปหมด ต่างจากมินตรา บุตรสาวบุญธรรม ที่ได้ดั่งใจทุกอย่าง มินตราเป็นลูกสาวของพี่เลี้ยงของ ม.ร.วมาณวิกา ที่ป่วยตายและทิ้งลูกไว้ให้มาณวิกาช่วยดูแล มินตราเป็นกุลสตรีที่เพียบพร้อมในทุกด้าน กิริยางดงาม งานบ้านงานเรือนไม่เคยบกพร่อง มินตราต้องการอยู่เหนือกว่ามัทนา เพราะมีปมในใจที่ตัวเองเป็นแค่ลูกคนรับใช้ มินตราจึงคอยเอาใจประจบประแจงมาณวิกาและธรรมรัตน์ จนมาณวิกาหลงรักรับเป็นลูกบุญธรรม โดยไม่มีใครมองออกว่าหญิงสาวผู้อ่อนหวานคนนี้ภายในเต็มไปด้วยความริษยาอันรุนแรง แม้แต่รูปแก้วหน้าม้าของมัทนา มินตราก็เป็นคนแอบส่งไปให้เจ้าชายมาคีเพราะอิจฉาที่มัทนาจะได้เป็นพระชายา มัทนาไม่อยากแต่งงานกับเจ้าชาย จึงพยายามแสดงตนว่าไม่ใช่กุลสตรีต่อหน้าคามิน และใช้มุกเดิมพาคามินไปกลั่นแกล้งให้ขวัญหนีดีฝ่อ คามินแกล้งไม่รู้ทันมัทนา เพราะต้องการเรียนรู้ว่ามัทนาเป็นคนอย่างไรกันแน่ มัทนาโอ้อวดความสามารถในเชิงกีฬาผาดโผนเพื่อข่มคามิน แรกๆ คามินแกล้งแพ้ มัทนาได้ใจ จึงให้เหมันต์ เพื่อนหนุ่มตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยที่แอบหลงรักมัทนา ช่วยสืบให้ว่าจะเอาชนะคามินได้ยังไง ในที่สุดเหมันต์ก็แนะนำให้มัทนาแข่งเจ็ทสกี เพราะภูมิประเทศของรายาเป็นภูเขา ยังไม่เจริญเท่าประเทศตะวันตก คามินคงไม่ชำนาญเจ็ทสกี มัทนารีบยื่นคำท้าต่อคามิน โดยให้เงื่อนไขว่าหากคามินสามารถเอาชนะได้ มัทนาจะยอมเข้าคอร์สฝึกความเป็นกุลสตรีตามแบบฉบับของประเทศรายา และเดินทางไปอภิเษกกับเจ้าชายแต่โดยดี องครักษ์คามินรับคำท้า ทั้งสองแข่งขันกันโดยมีเหมันต์และมินตรามาเป็นกรรมการ เหมันต์ต้องการให้มัทนาชนะจึงแอบทำให้เจ็ทสกีของคามินเกิดปัญหาระหว่างแข่งขัน แต่คามินรู้ทันและสามารถแก้ปัญหา เร่งเครื่องจนเกือบจะเอาชนะมัทนา ขณะที่มัทนามุ่งแต่จะเอาชนะคามินจนกระทั่งเกิดอุบัติเหตุ คามินต้องเป็นฝ่ายช่วยมัทนา ทำให้มัทนารู้ว่าคามินฝีมือระดับเทพ คามินยังคุยทับว่าเจ้าชายมาคีเก่งกว่าเขาหลายสิบเท่า มัทนาจำเป็นต้องรักษาสัจจะยอมให้คามินฝึกการปฏิบัติตัวตามประเพณีของประเทศรายาอย่างไม่เต็มใจ ส่วนมินตราก็พึงพอใจในความหล่อเท่สุดๆ ขององครักษ์คามิน พยายามหาทางตีสนิทอยู่ตลอดเวลาที่มีโอกาส มัทนาไม่ปรารถนาจะแต่งงานจึงแกล้งหลอกองครักษ์คามินว่าตัวเองเป็นโรคเกลียดผู้ชาย (Male Phobia: โรคกลัวผู้ชายแบบไร้เหตุผล) เพราะถูกมาณวิกาเลี้ยงดูอย่างเข้มงวด เหมันต์ก็ร่วมช่วยโกหกอีกทางว่ามัทนาเคยถูกผู้ชายจูบแล้วหายใจไม่ออกเกือบตายมาแล้วครั้งหนึ่ง ทุกวันนี้ยังต้องไปหาหมอทางจิตเพื่อรับการรักษาอยู่ตลอด ส่วนมินตราก็แอบให้ข้อมูลคามินว่ามัทนาชอบก่อกวนผู้ชายทุกคนที่เข้ามาจีบจนหนีเตลิดไปหมด เพราะมัทนาเกลียดผู้ชาย คามินไม่ปักใจเชื่อพยายามค้นหาความจริง แต่ก็ยังจับผิดมัทนาไม่ได้ อสิต คู่แข่งทางธุรกิจของพ่อมัทนา เกิดความแค้นที่พ่อมัทนากำลังจะแย่งซื้อที่ดินผืนใหญ่ จึงส่งมือปืนมาตามเก็บธรรมรัตน์พ่อของมัทนา แต่โชคดีที่คามินมาช่วยได้ทันการ และในเหตุการณ์นี้เองทำให้คามินกับมัทนาจูบกันโดยไม่ตั้งใจ มัทนาอ่อนระทวยในวงแขนของคามินโดยไม่มีอาการหายใจไม่ออกอย่างที่เหมันต์เคยช่วยมัทนาโกหกไว้ ทำให้คามินรู้ได้ทันทีว่ามัทนากุเรื่องขึ้นทั้งเพ แม้ความจริงจะถูกเปิดเผย แต่เรื่องกลับวุ่นวายหนักขึ้นเมื่อ ทั้งคู่แอบมีใจให้แก่กันแต่ต้องพยายามเก็บงำความรักไว้ในใจอุปสรรคขององครักษ์คามินยังมีเข้ามาไม่หยุดหย่อน เมื่ออัคนี ลูกชายคนเก่งของอสิตพยายามตามจีบมัทนาเพื่อโชว์ความเจ๋งของตัวเอง แต่โดนมัทนาทำให้อับอายขายหน้า จึงเกิดความแค้นตามนิสัยของคนที่แพ้ไม่เป็น จึงคิดจะฉุดมัทนาไปเป็นเมียให้ได้ คามินเข้าขัดขวาง ทำให้อัคนียิ่งเสียหน้าและแค้นคามินไปด้วย ขณะที่มัทนาแอบประทับใจในความเก่งกล้าสามารถของคามินมากยิ่งขึ้นทุกที มัทนาเริ่มรู้สึกรักคามินมากขึ้นจนไม่อยากแต่งงานกับเจ้าชายมาคี จึงระบายความในใจที่มีต่อคามินให้มินตราฟัง โดยหารู้ไม่ว่ามินตราก็แอบหลงรักองครักษ์คามินอยู่เช่นกัน มินตราทำเป็นห่วงใยมัทนา ให้มัทนาตัดใจจากคามินเสีย ส่วนตัวเองก็ตามเอาใจใส่คามินในฐานะแขกคนสำคัญของครอบครัว มาณวิกาแม่ของมัทนาก็สนับสนุนมินตราจนออกนอกหน้า เพราะอยากได้ผู้ชายที่สมบูรณ์แบบอย่างคามินมาเป็นเกี่ยวดองเป็นญาติ ขณะเดียวกันมินตราก็ยังริษยากลัวมัทนาได้ดิบได้ดีเหนือตน จึงคอยส่งข้อมูลแย่ๆ ที่เกี่ยวกับมัทนาให้เจ้าชายมาคีอยู่เรื่อยๆ เล่นเอาเจ้าชายขนหัวลุกไม่อยากแต่งงานกับมัทนาท่าเดียว ราชาอินทราเห็นท่าจะไปกันใหญ่จึงบังคับให้โภคิน กรมวังผู้จงรักภักดีพาเจ้าชายมาคีมาเมืองไทยเพื่อให้เจ้าชายเห็นมัทนากับตา เมื่อโภคินและเจ้าชายเดินทางมาถึงเมืองไทย โภคินได้บอกเรื่องที่มีคนลึกลับคอยสร้างภาพมัทนาในทางลบ ทำให้ธรรมรัตน์สงสัยว่าจะเป็นฝีมือเล่นไม่ซื่อของอัคนีที่ตามตอแยมัทนาไม่ลดละ มัทนาทำตัวเรียบร้อยน่ารัก ตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับคามิน ทำให้มาคีถึงกับตกหลุมรักมัทนาในนาทีแรกที่เห็น พร่ำเพ้อพรรณนากับองครักษ์คามินว่ามัทนาคือที่สุดในใจตั้งแต่เจอผู้หญิงในโลกนี้มา คามินต้องสะกดเก็บความปวดแปลบใจไว้ เมื่อราชาอินทราเดินทางกลับไปประกาศหมายกำหนดการแต่งงานที่รายา สร้างความไม่พอใจให้กับนายพลวิฑูรเป็นอย่างมาก จึงเร่งรีบส่งทหารคนสนิทไปเมืองไทยเพื่อเด็ดชีวิตมัทนา แต่มัทนาอาศัยความฉลาดปราดเปรียวเอาตัวรอดได้อย่างหวุดหวิด ยิ่งทำให้เจ้าชายมาคีเกิดความประทับใจจึงเร่งเวลาการแต่งงานให้เร็วขึ้นมาอีก มัทนาไม่อยากแต่งงานจึงตัดสินใจหนี มินตราซึ่งไม่อยากเห็นมัทนาได้ดีอยู่แล้วจึงแกล้งเห็นดีเห็นงามอาสาช่วยมัทนาหลบหนี คามินตามไปทันและดุว่ามัทนาทำตัวเป็นเด็กไม่รู้จักโต จะทำให้พ่อแม่ของมัทนาเดือดร้อนไปด้วย และอาจนำความขัดแย้งมาสู่ทั้งสองประเทศ มัทนาระเบิดความในใจว่าที่หนีเพราะรักคามิน ถ้ารักใครแล้วก็จะรักคนนั้นไปจนวันตายจะไม่ขอแต่งกับผู้ชายคนไหน เล่นเอาคามินถึงกับช็อกที่มัทนามีใจตรงกัน แต่คามินต้องตัดใจเลือกความภักดี จึงปลอบโยนมัทนาให้ยอมเดินทางไปประเทศรายาก่อน แล้วค่อยไปแก้ปัญหากันที่นั่น หญิงสาวยอมเชื่อฟังวาทศิลป์ของคามิน จึงยอมไปแต่โดยดี แต่พอทั้งหมดเดินทางถึงรายา คามินกลับทำตัวเหมือนคนแปลกหน้าไม่เหมือนตอนอยู่เมืองไทย แถมยังพยายามสร้างภาพว่าตนเองมากรักหลายใจ ด้วยการพาสนมกำนัลในรายามาค้างคืนที่ที่พัก เพื่อหวังให้มัทนาเกลียดและตัดใจจากตนเสีย ขณะที่พระนางสาวิตรีก็แสดงท่าทีรังเกียจมัทนา พยายามกลั่นแกล้งให้ทุกคนเห็นว่ามัทนาไม่คู่ควรกับตำแหน่งมเหสี โดยมีลูกคู่คือหฤทัย ส่วนนายพลวิฑูรก็หาโอกาสล่อลวงมัทนาไปทำร้ายบ่อยๆ แต่ก็มีบุรุษลึกลับมาช่วยให้มัทนารอดหวุดหวิดทุกครั้ง ซึ่งก็ไม่ใช่ใครอื่นคามินนั่นเอง ในที่สุดมัทนาจับได้ว่าคามินแอบคุ้มครองตัวเองอยู่ จึงรู้ว่าคามินยังรักตน มัทนาตัดสินใจที่จะเข้าเฝ้าราชาอินทราเพื่อปฏิเสธการอภิเษกในครั้งนี้ด้วยตนเอง แต่เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นก่อน หฤทัยพบว่าตัวเองท้องกับเจ้าชาย แต่เจ้าชายกลับไม่ยอมรับผิดชอบและอ้อนวอนให้คามินช่วยเหลือ คร่ำครวญว่าถ้าไม่ได้ครองคู่กับมัทนา ก็ไม่อยากมีชีวิตอยู่ คามินเห็นทางว่าจะทำให้มัทนาตัดใจจากตนได้ จึงโกหกกับทุกคนว่าตัวเองคือพ่อเด็ก นายพลวิฑูรไม่ต้องการให้ลูกสาวเสียโอกาสเป็นชายา จึงต้องการยืดเวลาออกไปด้วยการขอให้มีการตรวจดีเอ็นเอคามินกับเด็ก เจ้าชายรอดตัวไปโดยปริยาย แต่การอภิเษกต้องถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนดจนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่า คามินคือพ่อของลูกในท้องหฤทัยจริงหรือไม่ คามินพยายามหลบหน้ามัทนาเพราะไม่อยากตอบคำถามใดๆ มัทนาเองไม่เชื่อว่าคามินจะเป็นคนเช่นนั้น มินตราเกิดความละโมบอยากเป็นชายาเจ้าชาย จึงทำแผนให้มัทนากับคามินมาเจอกัน แล้วล่อให้เจ้าชายมาคีมาเห็นสองคนกอดกันกับตา เจ้าชายเจ็บปวดที่ถูกคนที่ไว้ใจที่สุดทรยศหักหลัง สินธรซึ่งหลงรักหฤทัย เจ็บแค้นที่มาคีโยนความรับผิดชอบให้คามิน ประกอบกับรู้สึกมาตลอดว่ามาคีไม่คู่ควรจะเป็นราชา จึงลอบทำร้ายมาคี สุเทษเข้าขัดขวาง สินธรหนีรอดไปได้ แต่ก็ถูกประกาศจับไปทั่ว ขณะเดียวกันพวกโจรป่าก่อความวุ่นวายปล้นสะดมชาวบ้าน ส่วนราชาอินทราก็มาประชวรกะทันหันบ้านเมืองเกิดความระส่ำระสาย องครักษ์คามินแสดงฝีมือปราบโจรจนราบคาบ ประชาชน เสนาข้าราชบริพารพากันแซ่ซ้องสรรเสริญในวีรกรรมอันอาจหาญของคามิน ท่าทีห่วงใยที่มัทนามีต่อคามินยิ่งทำให้เจ้าชายอิจฉา หึงหวง และหวาดระแวงว่าคามินจะแข่งดีแข่งเด่นเหนือเจ้าชาย ในช่วงจังหวะนี้เองที่พระมเหสีสาวิตรีค้นพบรูปถ่ายแรกเกิดของคามินโดยบังเอิญ มเหสีบอกนายพลวิฑูร นายพลวิฑูรจึงลากตัวโภคินมาทรมานรีดความจริงจนยอมเปิดปากว่าเด็กคนนั้นคือคามินโอรสของพระราชา นายพลฆ่าโภคินทิ้ง มเหสีตกใจมากที่เห็นความโหดเหี้ยมของนายพล แต่ต้องตกกระไดพลอยโจนร่วมมือเพื่อเจ้าชายจะได้ขึ้นครองราชย์ นายพลบอกเรื่องชาติกำเนิดของคามินให้เจ้าชายรู้ และเป่าหูว่าเจ้าชายจะตกกระป๋อง หากความจริงนี้ถูกเปิดเผยออกมา เจ้าชายจึงร่วมมือกับนายพลวิฑูร สร้างสถานการณ์ใส่ร้ายคามินว่าลอบปลงประชนม์พระราชา คามินถูกจับขังคุก ราชาอินทราเสียพระทัยจนประชวร นายพลเร่งรัดให้มีการประหารคามิน ขณะที่คามินไม่ยอมเปิดปากชี้แจงอะไรเลย เพราะคิดว่าไม่มีตนเองทุกอย่างก็จะจบ หฤทัยสำนึกบุญคุณที่องครักษ์คามินรับเป็นพ่อเด็ก และตลอดเวลาที่ผ่านมาก็ยังมีน้ำใจช่วยดูแลหฤทัยอย่างดี จึงยอมร่วมมือกับมัทนาช่วยเหลือคามินหนีจากที่คุมขังจนสำเร็จ หนำซ้ำยังเอาตัวขวางการตามล่าของนายพลวิฑูร จนตัวเองแท้งลูก นายพลวิฑูรใช้วิกฤติเป็นโอกาสปล่อยข่าวว่าคามินคบชู้กับมัทนา ทำให้เจ้าชายยิ่งแค้นนำทหารออกตามล่าตัวคามินจนไปพบอยู่ในป่า เจ้าชายทำร้ายคามินโดยคามินไม่ยอมต่อสู้ มัทนาพยายามขอร้องเจ้าชายทำให้เจ้าชายยิ่งโกรธ จะฆ่าคามินให้ได้ แต่เจ้าชายพลาดพลั้งเหยียบกับระเบิด คามินเสี่ยงชีวิตเข้าช่วยถอดสลักระเบิดจนเจ้าชายรอดตาย แต่ตัวเองกลับโดนสะเก็ดระเบิด เมื่อควันจางลง คามินหายตัวไปอย่างลึกลับ ส่วนมัทนาที่สลบไปถูกเจ้าชายจับตัวกลับรายา และถูกกักบริเวณไม่ให้ไปไหน แต่มินตราช่วยมัทนาหนีกลับเมืองไทย ส่วนตัวเองก็อาศัยจังหวะที่เจ้าชายสับสน ยั่วยวนเจ้าชายจนได้เสียกันแบบลับๆ ที่เมืองไทย มัทนาเฝ้าห่วงใยคามิน โดยไม่รู้ว่าธรรมรัตน์เป็นผู้ส่งคนไปช่วยเหลือคามิน จนได้พบกับสินธรที่หลบอยู่ในป่าด้วย คามินขอให้สินธรอยู่ในรายาเพื่อคอยสืบข่าววิฑูร ธรรมรัตน์พาคามินไปเมืองไทยและส่งคามินไปรักษาอาการบาดเจ็บดวงตาในบ้านบนเกาะของแม่คามินซึ่งทิ้งไว้ให้ลูกก่อนตาย มัทนารู้ข่าวว่าเจ้าชายจะเดินทางมาปรับความเข้าใจกับธรรมรัตน์ จึงได้หนีหน้าไปพักผ่อนบนเกาะและที่นั่นมัทนาก็ได้พบกับคามินอีกครั้ง แต่การพบกันครั้งนี้ถึงกับทำให้มัทนาเข่าอ่อนเพราะคามินกลายเป็นคนตาบอด สูญเสียการมองเห็นชั่วคราว มัทนาไม่กล้าบอกให้คามินรู้ตัว จึงแอบอยู่กับคามินในบ้านหลังเดียวกัน และโกหกว่าเป็นคนรับใช้ แต่ก็โดนคามินจับได้ในเวลาต่อมา ขณะที่นายพลเดินทางมาติดต่ออัคนีซึ่งเบื้องหลังมีซุ้มมือปืนรับจ้างฆ่าคน อัคนีตกลงรับงานทันทีเพราะแค้นคามินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว อัคนีสืบรู้ที่ซ่อนของคามินจากมินตรา จึงพาลูกน้องบุกไปฆ่าคามิน คามินต่อสู้กับผู้ร้ายโดยมีมัทนาเป็นคนคอยบอกทิศทางเป็นดวงตาให้กับคามิน ในที่สุดทั้งคู่หนีรอดไปในป่าและได้พบกับหมอจีนช่วยฝังเข็มรักษาดวงตาของคามินจนกลับมามองเห็นได้อีกครั้ง ราชาอินทราเริ่มแข็งแรงขึ้น และต้องการพบคามิน นายพลจึงหลอกพาราชาอินทราไปเพื่อลอบปลงพระชนม์โดยให้อัคนีเป็นคนลงมือ คามินกับมัทนาตามมาช่วย แต่ราชาอินทราถูกยิงบาดเจ็บสาหัส ราชาบอกความจริงว่าคามินคือลูก ก่อนที่จะสิ้นใจ คามินจึงคาดคั้นถามความจริงจากธรรมรัตน์ ย้อนกลับไปเมื่อ 30 กว่าปีก่อน เจ้าชายอินทราเดินทางไปศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโทในเมืองไทย พระองค์ได้รู้จักกับธรรมรัตน์และปรารถนา สาวงามชาวไทย ทั้งสามเป็นเพื่อนสนิทร่วมสถาบันเดียวกัน เจ้าชายตกหลุมรักปรารถนา และได้เสียกันจนปรารถนาตั้งท้องในช่วงที่สำเร็จการศึกษาพอดี เจ้าชายอินทราสัญญาว่าจะเดินทางกลับมารับปรารถนาไปเป็นมเหสี แต่เมื่อเดินทางไปแล้ว พระราชบิดาของเจ้าชายบังคับให้เจ้าชายอภิเษกกับมเหสีองค์ปัจจุบัน เวลานั้นเจ้าชายอินทราอ่อนแอไม่กล้าขัดคำสั่งพระราชบิดา จึงตัดการติดต่อกับปรารถนา ปรารถนาร่างกายอ่อนแอหลังคลอดลูกชาย จึงเสียชีวิตลง ธรรมรัตน์เลี้ยงดูลูกชายของพระราชาอินทราจนอายุได้ 2 ขวบ พระราชาสำนึกผิดจึงส่งคนรับใช้คนสนิท มารับตัวลูกชายไป และตั้งชื่อให้ว่าคามิน นายพลวิฑูรใส่ร้ายว่าคนที่ฆ่าพระราชาตายคือคามิน แต่มเหสีเชื่อว่าเป็นฝีมือของนายพล จึงรู้สึกสำนึกเสียใจที่หลงร่วมมือกับคนชั่ว ความที่กลัวว่าเจ้าชายจะรู้ว่าตนเองมีส่วนในการสิ้นพระชมน์ของราชาอินทรา ทำให้มเหสีเริ่มเก็บตัวอยู่คนเดียว ส่วนเจ้าชายแค้นคามินมากยอมร่วมมือกับนายพลกำจัดคามิน แลกกับการสนับสนุนให้เจ้าชายขึ้นครองราชย์ แต่มินตรานำจดหมายและรูปที่บอกชาติกำเนิดของคามินมาข่มขู่เจ้าชาย หากเจ้าชายไม่ต้องการให้ความลับนี้แพ่งพรายออกไป ต้องแต่งตั้งตัวเองให้เป็นชายา นายพลแอบรู้ข้อตกลงนี้จึงหลอกใช้มินตรา โดยสัญญาว่าจะผลักดันมินตราขึ้นเป็นพระชายาแทนหฤทัย แต่ขอให้มินตราหาตัวคามินและมัทนาให้พบ หลังจากนั้นก็แต่งตั้งตัวเองเป็นผู้สำเร็จราชการ เจ้าชายเริ่มอึดอัดที่กลายเป็นเพียงหุ่นเชิด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ มินตราเดินทางกลับมาที่เมืองไทย หลอกล่อมาณวิกา จนกระทั่งรู้ที่ซ่อนมัทนาและคามิน จึงส่งข่าวให้อัคนีรู้ อัคนีตามล่าตัวคามินและมัทนาจนพบ แต่จับมัทนาไปได้คนเดียว เพราะมัทนาจงใจจะให้คามินหนีรอด มัทนาไม่ยอมเปิดปากบอกว่าคามินอยู่ที่ไหน จึงถูกอัคนีพาตัวไปรายาเพื่อรับรางวัลจากนายพล เจ้าชายดีใจมากที่พบมัทนา แต่มัทนากลับไม่ใยดีทำให้เจ้าชายแค้นมากจับมัทนาขังไว้บนหอคอย คามินเสียใจมากทีมัทนาถูกจับตัว และแผ่นดินรายาก็กำลังตกอยู่ในมือของคนชั่ว จึงแอบลอบเข้าชายแดนรายาพร้อมกับเหมันต์ โดยมีธรรมรัตน์หนุนหลัง คามินพบว่านายพลส่งทหารออกรีดไถชาวบ้าน จึงปลอมตัวเข้าช่วยเหลือ จนเรื่องถึงหูนายพลว่ามีชายลึกลับคิดก่อกบฏ แต่ก็ตามจับตัวไม่ได้ ความหวาดระแวงว่าตนจะไม่ได้ครอบครองรายา ทำให้นายพลวิฑูรหักหลังเจ้าชายคิดการกบฏ มินตรารู้ว่าโดนหลอกใช้ จึงคิดหนี แต่ถูกนายพลข่มขืน และทำร้ายปางตาย ก่อนจะนำร่างของมินตราไปทิ้งไว้ชายป่า คามินและพวกเข้าช่วยมินตราไว้ได้ และก่อนที่นายพลจะสังหารเจ้าชาย คามิน ธรรมรัตน์ เหมันต์ พากองกำลังอาสาที่ภักดีต่อคามินมารวมกับกองทหารในวังที่เจ้าชายแอบรวบรวมได้ เข้าสู้รบกับฝ่ายกบฏและคนของอัคนี จนสามารถเอาชนะได้ อัคนีถูกจับ นายพลวิฑูรหนีไปที่หอคอยที่ขังมัทนา จังหวะที่นายพลจะฆ่ามัทนา หฤทัยเข้าขวางถูกพ่อทำร้ายบาดเจ็บ นายพลหนีการจับกุมจนพลัดตกหอคอยตาย หลังเรื่องร้ายผ่านไป พระนางสาวิตรีสำนึกผิด จึงตั้งใจสถาปนาคามินขึ้นปกครองรายา แทนเจ้าชายมาคี เจ้าชายเองก็สนับสนุน เพราะตามสิทธิแล้ว คามินเป็นรัชทายาทลำดับที่หนึ่ง แต่คามินกลับหายตัวไปพร้อมหฤทัย เขียนจดหมายทิ้งไว้ขอสละตำแหน่งให้เจ้าชาย และอวยพรให้ครองคู่กับมัทนาอย่างมีความสุข เพราะรู้ว่าเจ้าชายรักมัทนา มัทนาแค้นมากตกลงจะอภิเษกกับเจ้าชาย ร้อนถึงมินตราที่สำนึกผิดแล้วต้องตามหาตัวคามินจนพบว่าไปแอบอยู่ที่บ้านบนเกาะกับหฤทัยเพื่อหลีกทางให้เจ้าชายกับมัทนาได้สมหวัง มินตราจึงร่วมมือกับเจ้าชาย และเหมันต์ทำแผน ให้ทั้งคู่ได้คืนดีกัน ณ ชายหาดขาวสะอาด และทะเลสีครามอันงดงามของเมืองไทย ภารกิจตามล่าหารักคนสองคนก็ปิดฉากลง พร้อมกับสองหัวใจที่หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว รายชื่อนักแสดง ศุกลวัฒน์ คณารศ รับบท คามินพีชญา วัฒนามนตรี รับบท มัทนาหลุยส์ เฮสดาร์ซัน รับบท มาคีภูมิภาฑิต นิตยารส รับบท สินธรชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล รับบท มินตราภูษณะ บัวงาม รับบท เหมันต์ทูน หิรัญทรัพย์ รับบท อินทราอภิรดี ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม รับบท สาวิตรีตฤณ เศรษฐโชค รับบท ธรรมรัตน์อัญษนา บุรานันท์ รับบท มาณวิกา สินิทธา บุณยศักดิ์ รับบท ปรารถนา ฐาปกรณ์ ดิษยนันทน์ รับบท วิฑูร อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์ รับบท หฤทัย

ไปดูที่นั่ง เครื่องบิน ชั้นประหยัดโคตรๆ แสนจะทรมาน
airbus /  airlines / 

*ภาคต่อจากเนื้อหา ตามไปดูที่นั่ง เครื่องบิน ชั้น Business Class สุดหรู ตามที่เราก็รู้ๆกันอยู่แล้วว่า ระยะหลังเริ่มมีสายการบินแบบประหยัด หรือแบบต้นทุนต่ำ (low-cost) ซึ่งทำให้การเดินทางง่ายมากขึ้น ราคาต่ำลง โดยได้ตัดค่าใช้จ่าย ความสะดวกที่บางคนไม่ต้องการออกไป เช่น ที่นั่งเล็กลง ไม่เสิร์ฟอาหาร (ซื้อต่างหาก) จ่ายค่าขนกระเป๋าต่างหาก โดยที่สายการบินแบบนี้ก็เหมาะกับการเดินทางระยะสั้น (ไม่จำเป็นต้องกินข้าวก็ได้ ไม่เมื่อยมากนัก) อย่างไรก็ตาม ก็มีแนวคิดที่จะ "ประหยัด" ขึ้นไปอีก โดยให้เครื่องบินพื้นที่ที่นั่งเล็กลง ไปดูที่นั่ง เครื่องบิน ชั้นประหยัดโคตรๆ แสนจะทรมาน 1. ที่นั่งซ้อนสองชั้น Jacob Innovations ที่นั่งแบบที่ดีไซน์ชื่อว่า Flex Seat เป็นที่นั่งยกระดับเหลื่อมกันสองชั้น ทำให้เกิดช่องว่าง ให้นอนได้ ส่วนที่เก็บของเหนือศีรษะที่หายไปก็มีที่ว่างที่ช่องว่างอื่นๆแทน โดยที่มีการพิสูจน์ว่า ได้ที่นั่งเท่าเดิม เก็บของเท่าเดิม แต่ได้ที่นอนเพิ่มมาด้วย ไม่แน่ใจว่า สายการบินไหน นำไปผลิตหรือยัง เราคงจะมีที่นั่งแบบที่นอนสองซั้น เหมือนรถไฟเลยล่ะ 2. จาก Airbus ซึ่งได้จดลิขสิทธิ์ไปแล้ว ลักษณะเป็นที่นั่งจักรยาน ไม่มีเบาะหนุนหลัง ไม่มีหนุนลำคอ และคงจะไม่มีโต๊ะพับทานอาหารเป็นแน่ ชัดเลย ว่าเป็นการประหยัดพื้นที่เครื่องบินอย่างแรง ทำให้ราคาตั๋วถูกขึ้น แต่มันจะอึดอัดหรือเปล่า และมันจะปลอดภัยหรือเปล่า? ซึ่งทาง Airbus เองก็บอกว่า ที่กล้าจดลิขสิทธิ์ ก็เพราะเชื่อว่า แบบนี้ปลอดภัย แต่เห็นว่าหลายคนก่นด่าก็เลยบอกว่า จดลิขสิทธิ์ไว้เฉยๆ ไม่จำเป็นว่าจะต้องผลิตออกมาซักหน่อย 3. ที่นั่งกึ่งยืน Ryan Air สายการบินต้นทุนต่ำการฝั่งยุโรปเผยข่าวว่า อาจจะมีที่นั่งแบบ "พิงยืน" ซึ่งราคาจะถูกกว่าแบบนั่ง (เพราะใช้พื้นที่น้อยกว่า) คนที่เห็นภาพนี้ต่างก็บอกว่า นี่มันคือ ที่นั่ง หรือ เครื่องล็อกทรมานแบบโบราณ หรือ เครื่องบินปฏิบัติการ (เตรียมกระโดดร่ม) กันแน่ 4. ที่นั่งกึ่งยืน AvoInteriors ผลิตมาแล้วจริงๆสำหรับ Avointeriors บริษัทผลิตเครื่องบินสัญชาติอิตาลี คล้ายๆกับ Ryan Air เป็นที่นั่งแบบ "พิงยืน" ซึ่งต้นที่นั่งมีปุ่มนูนให้กระชับร่องก้น (หืม? ให้ปลอดภัยหรือไร?) คาดว่าคุณผู้ชายจะรู้สึกเสียความบริสุทธิ์เบาๆ ด้วยที่นั่งแบบนี้ ตามมาด้วยที่วางแขนซีกบางๆ จนไม่รู้ว่า แขนฉันจะประสานซ้อนบน-ล่าง กับคนข้างๆได้จั๊กจี้ขนาดไหน ดูจากลักษณะสาธิตแล้ว น่าจะเมื่อยก้น และเมื่อยเท้าน่าดู สายการบิน ปกติ และ แบบต้นทุนต่ำ เล็งไปที่สิ่งที่ประหยัด (จนแทบจะอนาถา) กันขนาดนี้... เราอยาก หรือ กล้าจะนั่งมั้ยครับ? เรียบเรียงโดย Bonboy จากแหล่งข่าวต่อไปนี้ Fung B.,"Airbus wants to patent the most uncomfortable plane seats ever", http://www.washingtonpost.com/blogs/the-switch/wp/2014/07/14/airbus-wants-to-patent-the-most-uncomfortable-plane-seats-ever/, http://www.air-travel-tips.com/cheap-airline-seats.html http://www.telovation.com/articles/us-airways-launches-envoy-suite.html http://lloydgarver.blogspot.com/2010/09/flying-will-hurt.html http://www.gizmag.com/airline-seating-innovation/13535/picture/106516/ ตามไปดูที่นั่ง เครื่องบิน ชั้น Business Class สุดหรู ความสำคัญของ ห้องน้ำบนเครื่องบิน 10 อันดับ อาหารบนเครื่องบิน ที่ดีที่สุดในโลก

บ้าไปแล้ว!! เมื่อพี่แบทแมนขอป่วน ไปร่วมก๊วนในหนังดังแบบชวนฮา ในภาพชุด It's Better With Batman
batman /  Funny / 

หลังไตรภาค The Dark Knight จบไป และระหว่างรอภาพยนตร์เรื่องยิ่งใหญ่ Batman V Superman Dawn of Justice เข้าฉาย ดูเหมือนพี่มนุษย์ค้างคาว แบทแมน ช่วงนี้จะออกอาการว่างจัด ไม่มีอะไรทำ เลยหาเรื่องไปป่วนเรื่องอื่นสักหน่อย ทั้งหนังดัง เกม ทีวีซีรีย์ ในภาพชุด It's Better With Batman ที่ตัดต่อแบทแมนจนออกอาการวายป่วงชวนขำ เสียจนฮีโร่ผู้เคร่งขรึมถมึงทึงคนนี้ ดูฮาก๊ากไปซะอย่างงั้น แถมชวนมึนตึ้บอีกว่าพี่เข้าไปทำอะไรอยู่ในนั้นล่ะนั่น??!! ขอยกตัวอย่างง่ายๆ อย่างการไปขี่จักรยานเก่าๆส่ง อีที แทนแบทโมบิลสุดล้ำ หรือจะไปร่วมก๊วนเมาปลิ้นอ้วกแตกอ้วกแตนใน The Hangover หรือจะให้ขำกว่านั้น ก็ดันไปยืนทำหน้าเจียมเนื้อเจียมตัวให้โดนด่าว่า นายน่ะ เป็นลูกผู้ชายรึเปล่า ห๊า!!! และอื่นๆอีกมากมาย ให้ขำน้ำลายแห้งน้ำลายบูดกันอีกเพียบ ไปดูกันยาวๆได้เลย ยังมีพี่แบทแบบวายป่วงผิดที่ผิดทาง ให้ได้ขำกันอีกเยอะ(มาก) ตามต่อได้ในบล็อกสุดฮาที่นี่เลย Itsbetterwithbatman ------------------------------

คาร์เมโล่ สวมบทฮีโร่โขกประตูโทนพา ปราสาทสายฟ้า บุกช็อต ปลาทู
จีเอสอี สมุทรสงคราม เอฟซี /  บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด / 

ผลฟุตบอลโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก 2014 วันอาทิตย์ที่ 27 กรกฎาคม 2557 จีเอสอี สมุทรสงคราม 0-1 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ประตู : 0-1 คาร์เมโล่ กอนซาเลซ น.61 สนาม : กีฬากองทัพบก เวลา : 18.00 น. ศึกฟุตบอลโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก 2014 ปลาทูคะนอง จีเอสอี สมุทรสงคราม เอฟซี เปิดรังเหย้าชั่วคราว สนามกีฬากองทัพบก รับการมาเยือนของ จ่าฝูง ปราสาทสายฟา บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เริ่มเกมครึ่งแรกได้ 2 นาที ทีมเยือนก็มาได้จุดโทษจากจังหวะที่ ธีราทร บุญมาทัน หลุดมาทางฝั่งซ้ายก่อนครอสโด่งข้ามมาฝั่งขวา อนาวิน จูจีน เก็บบอลได้ ก่อนแตะเข้าเขตโทษทว่าถูก กันตภณ สมพิทยานุรักษ์ ชนล้มผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที และเป็น ธีราทร รบหน้าที่สังหาร ยิงจังหวะแรกเข้าไปทว่ากรรมการมองว่า คาร์เมโล่ กอนซาเลซ วิ่งเข้ามาในกรอบเขตโทษก่อน และให้ยิงใหม่อีกครั้ง ครานี้ “เจ้าอุ้ม” กลับยิงหลุดเสาออกไปอย่างน่าผิดหวัง 15 นาทีผ่านทีมเยือนได้ลุ้นอีกครั้ง จากจังหวะยิงนอกกรอบด้วยซ้ายของ สุเชาว์ นุชนุ่ม ทว่าบอลข้ามคานไปนิดเดียว จากนั้น 5 นาที  ปราสาทสายฟ้า ยังได้ลุ้นอีกทีหนนี้เป็น คาร์เมโล่ กอนซาเลซ ได้กดเน้นๆ แต่ วัชระ บัวทอง ยังเซฟด้วยขาไว้ได้อย่างสุดยอด นาที 26 ปราสาทสายฟา บุรีรัมย์ พลาดได้ประตูอีกครั้ง จากจังหวะเตะมุม สุเชาว์ นุชนุ่ม เปิดเข้ามา วัชนะ บัวทอง รับบอลหลุดมือบอลมาเข้าทาง ดาบิด โรเชลา ซ้ำเข้าไปแต่ วิเชษฐ์ เทียนทอง ผู้ตัดสินมองว่าเป็นการชาร์จผู้รักษาประตู เกมผ่านครึ่งชั่วโมง สมุทรสงคราม เริ่มตั้งเกมได้บ้างทว่าก็ยังไม่มีโอกาสเจาะประตูแบบจะๆเลย จบ 45 นาที ยงงเสมอกนที่ 0-0 มาฟัดกันต่อครึ่งเวลาหลังได้แค่นาทีเดียว ปราสาทสายฟ้า น่าจะออกนำเมื่อต่อบอลทางฝั่งขวา อนาวิน จูจีน ปาดเรียดย้อนกลับมาให้ นิติพงษ์ เสลานนท์ ปั่นด้วยขวาเน้นๆ หน้ากรอบเขตโทษทว่าข้ามคานไป หลังเกมเนือยไป หนึ่งชั่วโมงผ่าน ปราสาทสายฟ้า ก็มาได้ประตูที่ต้องการ จากจังหวะบอลฝั่งขวา อนาวิน จูจีน พาบอลกระชากหลบ กันตภณ สมพิทยานุรักษ์ ก่อนครอสเข้ากลางประตู คาร์เมโล่ กอนซาเลซ โถมเข้าโขกเต็มๆเข้าไป เข้าสู่ช่วง 10 นาทีสุดท้ายยังเป็น ปราสาทสายฟ้า ที่ครองเกมได้เหนือกว่าทุกรูปแบบ นาที 85 ทีมเยือนน่าได้ประตูที่สองอย่างที่สุดจากบอลฝั่งขวาของ อนาวิน ที่ปั่นเข้ามาชนเสาเด้งมาเข้าทาง นิติพงษ์ ที่ซ้ำด้วยขวาโล่งๆ แต่ยังไปติดขา วัชระ บัวทอง ช่วงทดเจ็บ ปลาทูคะนอง ได้ลุ้นตีเสมอจากจังหวะฟรีคิก คิม แท มิน ปั่นด้วยขวาแต่ยังข้ามคานออกไป จบเกมเป็นทาง ปราสาทสายฟา บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุกมาเอาชนะ จีเอสอี สมุทรสงคราม 1-0 ทำให้ยังคงรั้งจ่าฝูงต่อไป รายชื่อผู้เล่นของทั้ง 2 ทีม จีเอสอี สมุทรสงคราม : วัชระ บัวทอง (GK), ศักรินทร์ มิ่งสมร, คิม แท ยุน, กีย์ ฮูเบิร์ต, กันตภณ สมพิทยานุรักษ์ (รัชนาท บำรุงชาติ น.66), กิตติศักดิ์ บุญถา, อดิศร แดงเรือง, ยูซึเกะ คาโตะ (มิลเลียน ปาสกาล น.66), ซามูเอล อาจายี่, คนึง บุราญสุข, พรชัย อาจจินดา (ซารีฟ สายนุ้ย น.46) บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด : ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน (GK), อนาวิน จูจีน, อันเดรส ตูนเญซ, ประทุม ชูทอง, ชิติพัทธ์ แทนกลาง, ธีราทร บุญมาทัน (นิติพงษ์ เสลานนท์ น.20), ดาบิด โรเชลา (มารันเญา น.60), จักรพันธ์ แก้วพรม สุเชาว์ นุชนุ่ม, คาร์เมโล่ กอนซาเลซ, อดิศักดิ์ ไกรษร (ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา น.37)

Glasslip ลุ้นรัก สาวนักปั่นแก้ว ซับไทย ตอนที่ 1 By [DAI-TAKU]
Glasslip /  ลุ้นรัก / 

เรื่องย่อ ฟุคามิ โทโกะ ลูกสาวของบ้านที่เปิดเป็นร้านช่างเป่าแก้วในเมืองเล็ก ๆ ริมทะเล นักเรียนปีสามของโรงเรียนแห่งหนึ่งกับเพื่อน ๆ อีกสี่คนกำลังเที่ยวเล่นกันอย่างสนุกสนานกับหน้าร้อนครั้งสุดท้ายของพวกเขา จนกระทั่งชายหนุ่มที่โทโกะบอกว่าคล้ายกับ “ดาวิด” ปรากฏตัวขึ้น และทำตัวเหมือนกับว่าตัวเองมาจากอนาคต หน้าร้อนสุดท้ายของบรรดาหนุ่มสาวเหล่านี้จะลงเอยเช่นไรเชิญรับชมได้เลย :p

จักรยานน้ำ
จักรยานน้ำ

มาดูจักรยานน้ำ น่ารักๆกัน

ทีมชาติไทย อชก. โดน ออลสตาร์ญี่ปุ่น เผาเครื่องรัวแซง3-2
tpl /  ทีมชาติไทย / 

ผลฟุตบอลกระชับมิตร วันพุธที่ 16 กรกฎาคม 2557 ทีมชาติไทย (U-23) 2-3 ออลสตาร์ญี่ปุ่น (TPL) ประตู : 1-0 ปกเกล้า อนันต์ น.22, 1-1 ฮิโรโนริ ซารูตะ น.28, 2-1 แช๊ด แอฬอน ชัยบุตร น.67, 2-2 ยูกิ บัมบะ น.79, 2-3 เทรุอากิ คุโรเบะ น.81 สนาม : ราชมังคลากีฬาสถาน เวลา : 18.30 น. การแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตร ทีมชาติไทย (U-23) ชุดสู้ศึกเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 17 "อินชอนเกมส์" พบกับ ออลสตาร์ญี่ปุ่น ที่เล่นในศึกโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก และยามาฮ่า ลีกวัน เริ่มเกมครึ่งเวลาแรกทั้ง 2 ทีมยังคงพยายามช่วงชิงเกมตรงแดนกลางกัน ทำให้ยังไม่มีจังหวะลุ้นที่จะทำประตู นาทีที่ 9 คาตาโนะ ฮิโรมิชิ ได้โอกาสเติมขึ้นไปส่องไกลบอลไปตรงตัว ชนินทร์ แซ่เอียะ รับไว้ได้สบาย นาทีที่ 15 ช้างศึก ก็มาได้ฟรีคิกทางริมเส้นฝั่งขวา "เจ้าก้อง" เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ วิ่งเข้าไปเปิดด้วยเท้าซ้ายข้างถนัด สกลวัชร์ สกลหล้า ได้โขกแต่ผู้เล่นออลสตาร์ญี่ปุ่น ก็ช่วยกันสกัดบอลพ้นอันตรายได้ นาทีที่ 19 เป็นทางยังเติร์กช้างศึก ทีมชาติไทย มีโอกาสได้ลุ้นประตูบ้างเมื่อ "ซีดานโลห์เงิน" ปกเกล้า อนันต์ ได้บอลตรงกลางสนามก่อนจะลากไปสับไกบอลพุ่งน่ากลัวแต่ออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย นาทีที่ 22 ประตูแรกของเกมก็เกิดขึ้นเมื่อ ชาริล ชัปปุยส์ ได้บอลตรงกลางสนามก่อนจะลากจี้ไปตรงหน้ากรอบเขตโทษ และตัดสินใจไหลบอลให้ "เจ้าปก" ปกเกล้า อนันต์ ดาวดังที่กำลังจะไปฝึกฝีเท้ากับทีมเรดดิ้ง แตะบอลหนึ่งจังหวะก่อนจะปั่นโค้งบอลเสียบเสาเข้าประตูไป ทีมชาติไทย ทะยานออกนำ 1-0 จากนั้น 4 นาที ออลสตาร์ญี่ปุ่น ก็พยายามโหมบุกหนัก คาซูโตะ คูชิดะ ได้ซัดจากนอกกรอบเขตโทษบอลลอยระดับหัวเข่า ชนินทร์ แซ่เอียะ นายด่านทีมชาติไทย ล้มตัวรับบอลไว้ได้อยู่มือ นาทีที่ 28 ประตูที่ 2 ของเกมก็เกิดขึ้นจนได้และเป็นทาง ออลสตาร์ญี่ปุ่น ที่มาได้ประตูตีเสมอเป็น 1-1 จากจังหวะที่ ฮิโรโนริ ซารูตะ ได้บอลในกรอบเขตโทษก่อนจะทำท่าหลอกกองหลัง และตัดสินใจตะบันบอลพุ่งผ่านมือ ชนินทร์ แซ่เอียะ เข้าประตูไป เกมเดินทางมาถึงช่วงท้ายครึ่งแรกทั้ง 2 ทีมเหมือนพยายามที่จะผ่อนเกมลงทำให้โอกาสในการลุ้นประตูที่ 2 ของทั้ง 2 ทีมไม่ค่อยมีเท่าที่ควรทำให้จบครึ่งแรกด้วยการเสมอกันอยู่ 1-1 กลับมาฟัดกันต่อในครึ่งเวลาหลังทีมออลสตาร์เปลี่ยนตัวผู้เล่นแทบจะยกชุดที่มีเหลืออยู่ 6 คน นาทีที่ 47 โรเบิร์ต คัลเลน ท่ถูกเปลี่ยนตัวลงมาครึ่งหลังก็มีโอกาสที่จะส่องประตูทว่ายิงไม่ดีบอลลอยข้ามคานออกไป เกมเดินทางมาถึงหนึ่งชั่วโมงก็ยังคงไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นกว่าครึ่งเวลาแรกเลย นาทีที่ 67 ทีมชาติไทย ก็มาได้ประตูออกนำอีกครั้งเป็น 2-1 จากการซัลโวของ แช๊ด แอฬอน ชัยบุตร นักเตะจากเอไอเอสลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 เกมเดินทางมาถึงนาทีที่ 79 ทีมออลสตาร์ญี่ปุ่น ก็มาตามตีเสมอได้อีกครั้งจากจังหวะที่ ยูกิ บัมบะ กระชากบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษก่อนจะตะบันด้วยเท้าซ้ายข้างถนัดบอลโค้งไปโดน วัชระ บัวทอง พุ่งปัดแต่บอลแรงเลยเข้าประตูไป ออลสตาร์ญี่ปุ่น ตีเสมอ ทีมชาติไทย อชก. เป็น 2-2 และแล้วนาทีที่ 81 ออลสตาร์ญี่ปุ่น ก็แซงออกนำ ทีมชาติไทย อชก. เป็น 3-2 จากการพังประตูของ เทรุอากิ คุโรเบะ นาทที่ 86 ทีมชาติไทย อชก. ก็มาได้ฟรีคิกระยะอันตราย และเป็น "เจ้าทู" ชนานันท์ ป้อมบุปผา ว่งเขาไปยิงติดกำแพงบอลลอยออกหลังไปแบบไม่ได้ลุ้นเท่าที่ควร เวลาที่เหลือ ทีมชาติไทย ชุดเอเชียนเกมส์ พยายามท่จะโหมบุกอย่างหนักหวังจะเอาประตูตีเสมอให้ได้ แต่ทว่าสุดท้ายแล้วก็ไม่อาจจะเจาะแนวรับของ ออลสตาร์ญี่ปุ่น เข้าไปพังประตูได้ทำให้จบเกม ทีมชาติไทย โดน ออลสตาร์ญี่ปุ่น แซงเผาเครื่องไป 2-3 รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนามของทั้ง 2 ทีม ทีมชาติไทย (U-23) : ชนินทร์ แซ่เอียะ (วัชระ บัวทอง) (GK), วสันต์ ฮมแสน, สกลวัชร์ สกลหล้า, สราวุธ กัลยาณบัณฑิต, พุทธินันท์ วรรณศรี, เสกสิทธิ์ ศรีใส, นูรูล ศรียานเก็ม (แช๊ด แอฬอน ชัยบุตร), ปกเกล้า อนันต์ (ชนานันท์ ป้อมบุปผา), ชาริล ชัปปุยส์ (ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร), เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ (C), ปกรณ์ เปรมภักดิ์ (อดิศักดิ์ กลิ่นโกสุม) ออลสตาร์ญี่ปุ่น (TPL) : ไดซึกิ ทาดะ (GK), ยูกิ บัมบะ, เซอิจิ เคเนโกะ, ยูกิ มิยาซาวา, คาตาโนะ ฮิโรมิชิ, ไซยา โคจิมา, คาซูโตะ คูชิดะ, เคนโตะ ทะซึมากิ, นิชิ โนโรฮิโระ, ฮิโรโนริ ซารูตะ (C), ยูซึเกะ คาโตะ

ทูเรีย พิตต์ ความพิการไม่ได้ทำให้ความเป็นมนุษย์หายไป
ทูเรีย พิตต์ /  นางแบบพิการ / 

 ทูเรีย พิตต์  ความพิการไม่ได้ทำให้ความเป็นมนุษย์หายไป และ..."ฉันคื่อผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลก"     นิตยสารหลายต่อหลายเล่ม มักจะเลือกนางแบบ นายแบบ รูปร่างน่าตาหล่อสวยๆ โพสต์ท่าคมๆขึ้นปกแทบทั้งสิ้น แต่สำหรับ นิตยสาร ออสเตรเลียน วูเมน วีคลีย์ ฉบับเดือนกรกฎาคม นี้ได้เปิดนิยามความงามที่แตกต่างและน่าสนใจ ด้วยการคว้า นักกีฬานางแบบผู้รอดชีวิตจากอุบัติเหตุไฟคลอก ผิวหนังยับย่นทั่วตัว มือข้างหนึ่งกุด อีกข้างเหลือนิ้วพียงไม่กี่นิ้ว มาขึ้นปกนิตยสารฉบับนี้ ในคอนเซ็ปต์ที่ว่า "ความมั่นใจ" และเพื่อต้องการบอกว่า คนพิการ ไม่ใช่ คนที่น่าสมเพช!!! ทูเรีย พิตต์ นักกีฬานางแบบ ผู้มีพลังใจอันยิ่งใหญ่      ทูเรีย พิตต์ นักวิ่งอัลตร้ามาราธอน (100 กม.) สาวอสสซี่วัย 26 ปี ถูกไฟคลอกจากเหตุการณ์ไฟไหม่ป่าทางทิศ ตะวันตกในออสเตรเลีย ขณะที่เธอเข้าร่วมแข่งขันวิ่งมาราธอนเมื่อปี 2011 อุบัติเหตวันนั้นทำให้ผิวหนังบนร่างกายถูกไฟไหม้ไปกว่า 65% และต้องเข้ารับการผ่าตัดกว่า 100ครั้ง จนเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด แต่ด้วยปาฎิหารณ์เธอก็สามารถมีชีวิตอยู่รอดมาได้ แม้ว่าจะมีรูปร่างหน้าตาเปลี่ยนไป มีแผลเป็นและผิวหนังยับย่นไปทั่วร่าง แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่ได้ถูกไฟเผาไปด้วยนั่นก็คือพลังใจและจิตวิญญาณความเป็นมนุษย์ และความเป็นนักกีฬา ที่ทำให้เธอยังคงวิ่งอยู่ และล่าสุดเธอได้เข้าร่วมแข่งมาราธอน ทั้งปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ และวิ่งตลอดแนวกำแพงเมืองจีน เพื่อระดมทุนให้กับมูลนิธิ Interplast ที่นำเงินไปสนับสนุนศัลยกรรมตกแต่งให้กับผู้ป่วยในประเทศกำลังพัฒนา แม้ว่าตลอดการแข่งขันมาราธอน เธอต้องต่อสู้กับอาการเลือดไหลที่จมูกไม่หยุด ไข้สูงจนเพ้อ แสบลำคอ และปวดท้องตลอดเวลา เธอก็ไม่คิดล้มเลิกภารกิจ แต่ยังสู้ ตลอดจนเป็นแรงบันดาลใจให้เพื่อนคนอื่นๆมีกำลังใจสู้ทำภารกิจให้สำเร็จต่อไปอีกด้วย การต่อสู้และพลังใจที่เข้มแข็งของนักกีฬาคนนี้ ทำให้ เฮเลน แมคเคบ บรรณาธิการใหญ่ของนิตยาสารออสเตรเลียน วูเมน วีคลีย์ เกิดความประทับใจ และมองเห็นถึง มิติความงามในตัว ทูเรีย พิตต์ ผู้หญิงที่มีจิตใจงดงาม ผู้หญิงที่ไม่เคยหมดความหวังและศรัทธาในตัวเอง จนเลือกเธอมาเป็น บางแบบปก ของนิตยสาร  ออสเตรเลียน วูเมน วีคลีย์ ฉบับเดือนกรกฎาคม เพื่อส่งสารไปยังผู้อ่านว่า ไม่ว่ารูปร่างภายนอกจะเป็นอย่างไร กำลังใจทีดี ความคิดที่ดีงาม คือความงามที่สำคัญที่สุดของมนุษย์ และ  ทุเูรีย พิตต์ คือ ผู้หญิงต้นแบบ  ที่ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา แม้ว่าจะต้องกลายมาเป็๋นคนพิการ สิ่งที่ทำ สิ่งที่เคยเป็นยังคงสานต่อ อีกทั้งยังมีจิตใจช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ และเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้คนทั่วโลกได้มีกำลังใจลุกขึ้นสู้ ด้าน ทูเรีย พิตต์ เผยว่า รู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้รับเลือกให้ขึ้นปก "สำหรับฉันแล้ว รูปโฉมที่คนอื่นมมองว่าน่าเกียจ ความพิการที่คนมองว่าน่าสมเพช ไม่ได้ทำให้คุณค่าความเป็นมนุษย์และการใช้ชีวิตฉันเปลี่ยนไปเลย ฉันภูมิใจและดีใจที่วันนี้มีคนเห็นค่าในตัวฉัน มองเรื่องราวชีวิตของฉันเป็นแรงบันดาลใจและลุกขึ้นสู้อีกครั้ง" "การมองโลกในแง่ดีก็คือความสวยงาม เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้หญิงโดดเด่นออกมา และความพิการ นั้นมันไม่ได้ทำให้คุณค่าความเป็นมนุษย์นั้นลดลงหรือหมดไปเลย " ปัจจุบัน เธออาศัยอยู่กับแฟนหนุ่มนักจัดรายการวิ่ง และใช้ชีวิตดังเช่นคนปกติทั่วไป ไม่เคยคิดว่าตังวเองเป็นคนพิการ มั่นใจและยอมรับในสิ่งที่เธอเป็น ไม่พรางกาย ไม่ปิดบังรูปโฉมที่เปลี่ยนแปลงไปหลังจากอุบัติเหตุไฟคลอกในครั้งนั้น ข้อคิด จาก ทูเรีย พิตต์ 1. อย่ายอมแพ้ : คุณจะสามารถบรรลุเป้าหมายได้ สมบัติสำคัญก็คือความมุ่งมั่น และความเพียรพยายามอย่างเต็มที่ 2.อยู่ในสังคมที่ดี แวดล้อมด้วยคนที่มองโลกในแง่ดี 3.ยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น :  ต้องเข้าในและยอมรับให้ได้ว่าทุกอย่างมี2ด้านเสมอ หลีกเลี่ยงไม่ได้ มีสุขก็ต้องทุกข์ มีสมหวังก็ต้องมีผิดหวัง แต่เมื่อเผชิญหน้ากับความเศร้าหรือความผิดหวังแล้ว ต้องยอมรับมันและผ่านมันไปให้ได้ อย่าอยู่กับมันนาน 4. รับประทานอาหารที่ดีและออกกำลังกาย :  เมื่อใดก็ตามที่คุณแข็งแรงและมีสุขภาพสมบูรณ์เต็มเปี่ยม ร่างกายก็จะหลั่งสารเอ็นโดรฟีน ที่จะทำให้คุณมีความสุข สร้างความรู้สึกดีกับตัวเองและมีความสุขในการใช้ชีวิต  เรียบเรียงโดย...Women Mthai Team ขอบคุณที่มาและภาพประกอบจาก...huffingtonpost.com