ปั่นจักรยาน

กอล์ฟ - ขวัญ จัดทริปตามรอยพ่อ ที่สวิตเซอร์แลนด์ สถานที่ประทับเมื่อทรงพระเยาว์
กอล์ฟ พิชญะ /  ขวัญ อุษามณี / 

          ออกเดินทางไปยัง เมืองโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อขอตามรอยพระยุคลบาท ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 สำหรับคู่รัก กอล์ฟ พิชญะ และขวัญ อุษามณี ที่ล่าสุด (24 ต.ค.) ทั้งคู่ได้เดินทางไปท่องเที่ยวไกลถึงประเทศสวิตเซอร์แลนด์ แต่การไปครั้งนี้ เป็นทริปที่ทั้งกอล์ฟและขวัญ ขอเดินตามรอยพ่อหลวงไปยังเมืองโลซาน สถานที่ ที่ในหลวงทรงเคยประทับอยู่ เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ และได้ศึกษาเล่าเรียนอยู่ที่นี่ ในระหว่างปี พ.ศ. 2476-2478 เพื่อเป็นการระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพ่อหลวงของปวงชนชาวไทยทุกคน              โดยทั้งคู่ได้ไปยังหลายๆที่ ที่พ่อหลวงทรงเคยได้ทำกิจกรรมต่างๆ หนึ่งในนั้นยังเป็น แฟลตเลขที่16 ถนนทิสโซต์ สถานที่ประทับของในหลวงเมื่อทรงพระเยาว์ ซึ่งกอล์ฟได้โพสต์ข้อความถึงสถานที่นี้่ว่า "#ตามรอยพ่อ เลขที่16 ถนน Tissot ที่ท่านเคยประทับเมื่อวัยเยาว์ และยังเคยทรงหัดจักรยานที่สวนด้านล่างที่ตอนนี้เป็นลานจอดรถ #kingbhumibol"               ด้านขวัญ ก็ได้โพสต์ถึงสถานที่นี้เช่นกันว่า "สมเด็จพระพี่นางฯทรงนิพนธ์ถึงแฟลตนี้ไว้ว่า "เป็นตึกขนาดใหญ่ มีแฟลตหลายชุด แม่เช่าที่ชั้นล่างเพราะเกรงว่าลูกอาจรบกวนคนที่พักอยู่ข้างใต้ด้วยการวิ่งหรือกระโดด ใต้แฟลตของเรายังมีโรงรถอีก" "แฟลตเลขที่ 16" "ถนนทิสโซต์" ตั้งอยู่บนถนนทิสโซต์ (Tissot) ที่แห่งนี้หม่อมสังวาลย์พร้อมพระธิดาและพระโอรสทรงใช้เป็นที่ประทับในช่วงปี 2476-2478 โดยเป็นแฟลตห่างตัวเมืองเล็กน้อย #ตามรอยพ่อ #เรื่องราว #พระราชาของประชาชน #พระราชาผู้ทรงธรรม #kingofthailand"   ขอบคุณรูปภาพจากอินสตาแกรม kwanusa9, golfpichaya กอล์ฟ - ขวัญ เดินตามรอยพ่อ ที่ สวิตเซอร์แลนด์   กอล์ฟ - ขวัญ เดินตามรอยพ่อ ที่ สวิตเซอร์แลนด์   กอล์ฟ - ขวัญ เดินตามรอยพ่อ ที่ สวิตเซอร์แลนด์   กอล์ฟ - ขวัญ เดินตามรอยพ่อ ที่ สวิตเซอร์แลนด์   กอล์ฟ - ขวัญ เดินตามรอยพ่อ ที่ สวิตเซอร์แลนด์   กอล์ฟ - ขวัญ เดินตามรอยพ่อ ที่ สวิตเซอร์แลนด์   กอล์ฟ - ขวัญ เดินตามรอยพ่อ ที่ สวิตเซอร์แลนด์   กอล์ฟ - ขวัญ เดินตามรอยพ่อ ที่ สวิตเซอร์แลนด์  

ใบเตย อาร์สยาม ในชุดไทยจิตรลดาแจกข้าวที่สนามหลวง ไม่น้อยใจ! ดราม่าตุ้มหูยาววันลองชุด
ใบเตย อาร์สยาม /  สุธีวัน ทวีสิน

นักร้องสาว ใบเตย อาร์สยาม ร่วมแจกข้าวที่เต็นท์โครงการน้ำพระทัยพระราชทาน สภาสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล บริเวณท้องสนามหลวง เผยรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจคนไทย เชื่อต่างให้กำลังใจกันและกันในการดำเนินชีวิตต่อไป ส่วนกรณีมีดราม่าในไอจีเรื่องตุ้มหูยาวที่เธอใส่ในวันลองชุดไทยจิตรลดานั้น เธอบอกว่าไม่ได้น้อยใจอะไร เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด รายละเอียดต่างๆ มีดังนี้ "วันนี้ก็ได้มาแจกข้าวที่บูธสภาสงเคราะห์ที่ร่วมกับทางค่ายเราใบเตยก็เป็นตัวแทนศิลปินและนักแสดงมาร่วมแจกอาหารที่ทำสดๆ ร้อนๆ กันเลยค่ะ" "ก็รู้สึกประทับใจนะคะ รู้สึกซึ้งน้ำใจคนไทยทุกๆ ฝ่าย โดยเฉพาะพ่อแม่พี่น้องชาวต่างจังหวัดที่เดินทางมา บางคนมาไกล ใบเตยดูในข่าวเมื่อคืนมีเดินมาจากภูเก็ต ขี่จักรยานมาก็มี บางคนนั่งรถเข็น คือมันหลากหลายร้อยเป็นใจดวงเดียวเพื่อที่จะมากราบพ่ออยู่หัวของเรา มาถวายความอาลัย" "ณ วันนี้เชื่อว่าทุกๆ คนเป็นกำลังใจให้กันและกัน ก็จะเป็นการช่วยเหลือต่างๆ การมอบข้าวมอบน้ำมอบอาหาร อำนวยความสะดวกทุกๆ ด้านเลย ยังไงก็อยากให้ทุกคนเป็นกำลังใจให้ตัวเองด้วยในการดำรงชีวิตต่อไป ก็อย่างที่บอกว่าช่วงนี้ประเทศไทยเป็นช่วงโศกเศร้า แต่ยังไงทุกคนก็ต้องทำหน้าที่ดำเนินตามสิ่งที่พระเจ้าอยู่หัวของเราอยากให้ตั้งใจไว้ว่าต้องเข้มแข็งต้องแข็งแรง ประเทศต้องดำเนินต่อไปได้ทำเหมือนยังมีท่านอยู่ค่ะ" "ไปลงนามถวายความอาลัย ไปแล้วค่ะ ไปตั้งแต่วันแรกที่เขาเปิดให้เข้าลงนาม ได้เข้าไปก็ดีใจมากค่ะ เพราะวันนั้นปกติก็นึกว่าจะต้องต่อแถวนานมาก แต่วันนั้นเป็นวันจันทร์เมื่อประมาณ 2-3 อาทิตย์ที่แล้ว คนค่อนข้างโล่งก็แปลกใจ วันนั้นแค่ 5 นาทีก็ได้เข้าไปแล้ว เข้าไปกราบพระบรมศพ ไปแน่นอนค่ะ แล้วเดี๋ยวก็คงได้เข้าไปค่ะ" "วันนี้มาในชุดไทยจิตรลดา ใช่ค่ะ เป็นชุดไทยจิตรลดา จากฟินนาเล่ เวดดิ้ง แม็กกาซีนด้วยที่ตัดชุดนี้มาให้ ได้ใส่แล้วก็ดีใจ ภูมิใจ จริงๆ แล้วเราไม่เคยได้เตรียมใจมาก่อนว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นกับประเทศไทย เพราะฉะนั้นอย่างใบเตยเนี่ยเราเป็นคนที่มีชุดดำไว้สำหรับเทศกาลอื่นๆ ทั้งหมด มาวันนี้เราเพิ่งรู้ว่าชุดที่สำคัญมากที่สุดคือชุดไทยที่เป็นสีขาวหรือดำ ที่ใส่ในงานพระราชทานเพลิงศพ หรือพิธีต่างๆ มันก็จำเป็นมากจริงๆ ชุดที่ใส่มาวันนี้ก็เป็นชุดที่ไปลองกับพี่แมนค่ะ" "เมื่อวานที่ไปลองชุดก็มีดราม่าเรื่องตุ้มหูยาว ใช่ค่ะ ก็ไม่รู้จะพูดยังไงก็แค่ลองชุดอะค่ะ ไม่ได้ไปไหนเลย เราไปลองชุดเพื่อใส่ในวันนี้และตัดไปเพื่อโอกาสต่างๆ เพราะเดี๋ยวใบเตยก็จะมีไปร้องเพลงเพื่อพ่อของที่ค่ายแต่งอีกค่ะ" "น้อยใจไหม ไม่นะคะ ก็เฉยๆ เพราะรู้สึกว่ามันก็ไม่ได้มีเหตุผลอะไรที่ต้องไปเสียใจ เพราะเราก็ไม่ได้ทำอะไรผิดหรือคิดอะไรที่มันเลวร้ายขนาดนั้น แล้วมันก็ไม่ใช่ช่วงที่ใบเตยจะมานั่งซีเรียสเรื่องพวกนี้ เรามีเรื่องอื่นๆ ที่เราอยากทำมากกว่านั้นเยอะ เรามองข้ามดราม่าทั้งหมด" "เพลงที่จะไปร้องของค่าย เป็นเพลงใหม่ที่แต่งขึ้นค่ะ ชื่อเพลงว่ารักพ่อแบบพอเพียง อันนี้ถ้าจำไม่ผิดนะคะเพราะอาจจะมีการแก้ไข ก็ต้องขออภัยไว้ตอนนี้เลย ต้องรอดูเพราะอาทิตย์หน้าจะถ่ายมิวสิควีดิโอ เป็นการร้องรวมศิลปินของทั้งค่ายเลยค่ะ พรุ่งนี้ก็จะเข้าห้องอัดแล้ว เรื่องจะมีร้องไห้หรือเปล่าก็คงจะมีนะ เพราะมันก็แทงใจอยู่เหมือนกัน น่าจะได้ฟังกันประมาณเดือนหน้าแน่นอนค่ะ เปิดพร้อมกันทั่วประเทศ" "งานตอนนี้ ก็แคนเซิลทั้งหมดค่ะ ไปถึงปีหน้าเดือนกุมภา เพราะของใบเตยจะเป็นงานเกี่ยวกับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจทั้งหมดเลย ลอยกระทง เคาท์ดาวน์ เทศกาลต่างๆ ตอนนี้ในประเทศเราก็เป็นธรรมดาที่ต้องแคนเซิลเพื่อไว้อาลัยในหลวงของเรา เป็นการไว้ทุกข์ค่ะ แต่ว่าก็เขามีออกประกาศแล้วว่าสามารถจัดงานได้ แต่อันนี้ใบเตยก็แล้วแต่วิจารณญาณของแต่ละงาน เราก็ยินดีน้อมรับ เอาจริงๆ แล้วก็ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่สำหรับเราเพราะรู้สึกว่าความเสียใจมันยิ่งใหญ่กว่านั้น เราก็เข้าใจให้เวลากับคนไทย" "ช่วงที่มีเวลาว่างนอกจากจิตอาสาแล้วจะมีไปพักผ่อน มีเล็กๆ น้อยๆ นะคะ แต่จริงๆ ตอนนี้คุณพ่อไม่ให้ไปไหน พ่อบอกต้องเศรษฐกิจพอเพียง ต้องประหยัดแล้ว เพราะช่วงนี้เราไม่ได้มีรายได้ เราต้องอยู่บ้านทำกับข้าวกิน พ่อบอกให้ปลูกผักหลังบ้านค่ะ แต่เอาจริงๆ ตอนนี้ก็เหมือนได้ทำงานทุกวันอย่างมาวันนี้ แล้วก็ไปอัดเพลง ไปลองชุด ชีวิตก็ปกติเหมือนเดิมค่ะ ก็ยังทำหน้าที่ของศิลปินเพียงแต่ไม่ได้มีเรื่องเงินมาเกี่ยวข้องเท่านั้นเอง" "สิ้นปีจะไปต่างประเทศ ไปค่ะ เดี๋ยวอาทิตย์หน้าก็จะไปญี่ปุ่นไปเกี่ยวกับเรื่องงาน เกี่ยวกับงานคอนเสิร์ตกับทางค่าย ก็อาจจะได้เที่ยวนิดหน่อยค่ะ" ใบเตย กล่าว ขอขอบคุณ ภาพเพิ่มเต้มจากอินสตาแกรม @bitoeyrsiam ใบเตย อาร์สยาม ใบเตย อาร์สยาม ใบเตย อาร์สยาม ใบเตย อาร์สยาม ใบเตย อาร์สยาม

จักรยานสะสม 87 คัน ของ โรบิน วิลเลียมส์ กำลังเปิดประมูลเพื่อการกุศล
Auctions /  Charities / 

จักรยานสะสม 87 คัน ของ โรบิน วิลเลียมส์ กำลังเปิดประมูลเพื่อการกุศล แม้จะจากไปสองปีแล้ว สำหรับนักแสดงขวัญใจ โรบิน วิลเลียมส์ (Robin Williams) แต่มรดกของเขายังคงอยู่ โดยจักรยานกว่า 87 คันของนักแสดงผู้ชื่นชอบการปั่นจักรยานคนนี้ได้ถูกประมูลขายเพื่อนำเงินไปบริจาคให้กับมูลนิธิสองแห่งที่วิลเลียมส์ช่วยเหลืออยู่ ได้แก่ The Challenged Athletes Foundation และ The Christopher and Dana Reeve Foundation Image: Paddle 8 หนึ่งในนั้นจักรยาน 87 คันนั้น เป็นจักรยาน Colnago and La Carrera ลาย Polka-Dotted สีขาวสวย ที่ตอนนี้ราคาประมูลพุ่งสูงถึง 22,000 เหรียญไปเป็นที่เรียบร้อย โดยการประมูลผ่านทางเว็บไซต์นี้จะสิ้นสุดในวันที่ 25 ตุลาคมนี้ ตามเวลาสหรัฐฯ ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมและร่วมประมูลได้ที่เว็บไซต์ https://paddle8.com/auction/robin-williams/ ครอบครัววิลเลียมส์ได้ระบุว่า “พวกเราหวังว่าจักรยานเหล่านี้จะได้เจ้าของใหม่ที่ชื่นชอบการปั่นจักรยาน เพื่อการนั้นแล้วก็พามันออกไปปั่นบ่อย ๆ ด้วยนะ” คาดว่าจักรยานทั้งหมดน่าจะประมูลขายออกไปได้ราว 200,000 เหรียญ ดูบทความต้นฉบับ : Robin Williams' unique bicycle collection goes on auction block for charity

ปล่อยให้ท้องว่าง หรือ รับประทานอาหารก่อนออกกำลังกาย
กินอาหารก่อน /  ก่อนออกกำลังกาย / 

มีคำสุภาษิตของฝรั่งกล่าวเอาไว้ว่า “Timing is everything” ประโยคนี้ถ้าแปลเป็นไทยให้เข้าใจโดยง่ายจะหมายความว่า “จังหวะคือทุกสิ่งของชีวิต” ชีวิตคนเราทุกคนเหมือนถูกเบื้องบนกำหนดเอาไว้แล้วว่าจะมีจังหวะในการดำเนินชีวิตอย่างไร หลายคนต้องตื่นตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อขับรถเข้ามาทำงานกลางเมืองหลวง ผจญสภาวะรถติดวันละหลายๆ ชั่วโมงทั้งขาไปและขากลับ และอีกหลายคนที่จังหวะชีวิตกลับตาลปัตรจากคนทั่วไป ต้องทำงานกลางคืน และเข้านอนตอนกลางวัน สำหรับผู้ที่ต้องควบคุมน้ำหนักจึงต้องปรับแผนการควบคุมการรับประทานอาหารให้สอดคล้องกับจังหวะชีวิตและกิจกรรมการออกกำลังกายของเราเอง เรื่องที่ท้าทายมากเรื่องหนึ่งของการควบคุมน้ำหนักก็คือ การจัดแผนการรับประทานอาหารให้มีจังหวะสัมพันธ์ที่ดีกับการทำงานของร่างกาย โดยเฉพาะการรับประทานอาหารก่อนออกกำลังกาย สิ่งที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ ก็คือ เราควร รับประทานอาหารก่อนออกกำลังกาย เพื่อให้มีพลังงานเพียงพอสำหรับการออกกำลังกาย แต่ก็ควรทิ้งระยะเวลาเพื่อให้กระเพาะอาหารย่อยอาหารให้หมด ไม่ใช่ว่ารับประทานอาหารเสร็จแล้วไปออกกำลังกายทันที ร่างกายของเราไม่ควรมีอาหารที่กำลังถูกย่อยอย่างหนักหน่วงอยู่ในกระเพาะอาหารและพะวงกับการดูดซึมพลังงาน ขณะออกกำลังกาย ควรปล่อยให้ร่างกายได้จดจ่อกับระบบการสูบฉีดเลือดเพื่อนำพลังงานส่งไปหล่อเลี้ยงกล้ามเนื้อมัดต่าง ๆ เพื่อแลกเปลี่ยนออกซิเจนและเผาผลาญพลังงาน ในทางตรงกันข้ามกระแสเลือดก็สูบฉีดเพื่อไปรับเอาของเสียจากเซลล์ที่เกิดขึ้นระหว่างการออกกำลังกายเพื่อขับถ่ายออกนอกร่างกาย การรับประทานอาหารในปริมาณที่มากเกินไปก่อนออกกำลังกาย จะส่งผลลบต่อประสิทธิภาพของการออกกำลังกายของเราได้ เนื่องจากจะทำให้เกิดอาการ ท้องอืด อาหารไม่ย่อยเกิดอาการตะคริว และในที่สุดเมื่อเราออกกำลังกายแบบไม่สบายตัว อาจจะส่งผลให้เกิดอาการเบื่อหน่าย ในทางกลับกันถ้าปล่อยให้ท้องว่างเกิน 6 ชั่วโมงแล้วมาออกกำลังกาย กลับทำให้ร่างกายรู้สึกอ่อนแอไม่มีแรงได้มากกว่า แล้วจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเรารับประทานอาหารแล้วไปการออกกำลังกายทันที!?! กระแสเลือดซึ่งแทนที่จะมีหน้าที่ขนส่งเพียงออกซิเจนและพลังงานตรงไปที่กล้ามเนื้อ ต้องมาพะวงมะรุมมะตุ้มอยู่กับระบบย่อยอาหารและการดูดซึมพลังงาน ทำให้บางครั้งกล้ามเนื้ออาจจะขาดออกซิเจนหรือพลังงานกะทันหัน ทำให้เกิดอาการหดเกร็งที่เรียกว่าตะคริวขึ้นได้ระหว่างการออกกำลังกาย เราสามารถสรุปแนวทางของการรับประทานอาหารก่อนการออกกำลังกายก็คือ • ไม่ควรรับประทานอาหารบางกลุ่มก่อนการออกกำลังกายทันที โดยเฉพาะอาหารที่มีแป้งและน้ำตาลเข้มข้นสูง เป็นส่วนประกอบ เช่น ขนมหวานที่มีรสชาติหวานจัด ผลไม้เชื่อม หรือน้ำแข็งไสบิงซูที่กำลังได้รับความนิยม เนื่องจากจะทำให้ขณะออกกำลังกายปริมาณอินซูลินในกระแสเลือดจะเพิ่มปริมาณสูงขึ้นเพื่อปรับให้ปริมาณน้ำตาลในเลือดให้น้อยลง เราทุกคนรู้ดีว่าถ้าปริมาณน้ำตาลในเลือดของเราถูกอินซูลินในร่างกายปรับให้สมดุลขณะออกกำลังกายจะทำให้เรารู้สึกหมดแรง ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารกลุ่มที่มีน้ำตาลสูง อย่างน้อย1 ชั่วโมง ก่อนการออกกำลังกาย • ไม่ดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่ระหว่างการออกกำลังกาย ยกเว้นในกรณีที่มีการออกกำลังกายอย่างหนัก ใช้พลังงานอย่างต่อเนื่องมากกว่า 60 นาทีขึ้นไป เช่น การวิ่งมาราธอน หรือการปั่นจักรยานทางไกล เป็นต้น ควรรับประทานอาหารให้ได้รับพลังงานเพียงพอต่อการออกกำลังกาย เพราะร่างกายต้องใช้พลังงานอย่างต่อเนื่องนานถึง 60-90 นาที • ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอโดยก่อนออกกำลังกายทุกครั้ง ให้ดื่มน้ำประมาณ 250-300 มิลลิลิตร และจิบน้ำประมาณ 1 แก้ว ทุก ๆ 20 นาที ขณะออกกำลังกาย แล้วระยะเวลาหลังรับประทานอาหารล่ะ ควรทิ้งให้มีระยะห่าง เท่าไรก่อนไปออกกำลังกาย ? สำหรับระยะเวลาขึ้นอยู่กับปริมาณและชนิดของอาหารที่เรารับประทานเข้าไปครับ ถ้าเรารับประทานอาหารมื้อใหญ่มาก ๆ และย่อยค่อนข้างยาก เช่น การรับประทานมื้อปิ้งย่างหรืออาหารบุฟเฟ่ต์มื้อหนัก ร่างกายต้องใช้เวลาในการย่อยมากกว่า 5-6 ชั่วโมง สำหรับมื้ออาหารที่คนไทยรับประทานโดยทั่วไป เช่น ข้าวราดแกงและอาหารตามสั่งปกติ ควรทิ้งระยะเวลาให้ร่างกายได้ย่อยอาหารนานประมาณ 2 ชั่วโมง และสำหรับอาหารมื้อเล็กที่ย่อยไม่ยากนัก หรืออาหารว่างที่มีพลังงานไม่ถึง 300 แคลอรี เช่น ผัก ผลไม้สด ร่างกายก็จะสามารย่อยได้ภายในเวลาประมาณ 30 นาที เพื่อการออกกำลังกายที่มีประสิทธิภาพจึงควรทิ้งระยะห่าง ให้ร่างกายย่อยอาหารจนเสร็จตามระยะเวลาดังกล่าว การรับประทานอาหารก่อนออกกำลังกายให้ยึดหลักการที่ว่ายิ่งเข้าใกล้เวลาออกกำลังกายมากเท่าไร ให้รับประทานอาหารที่ให้พลังงานน้อยลงเท่านั้น และก็ไม่ควรปล่อยให้ร่างกายหิวโหยจนขาดพลังงานก่อนการออกกำลังกาย ที่มาบทความจาก นิตยสารแม่บ้าน ฉบับเดือนตุลาคม 2559