ปั่นจักรยาน

เที่ยว 'เชียงใหม่' หน้าฝน จะไปต้องได้ไป!
ที่เที่ยวหน้าฝน /  ที่เที่ยวเชียงใหม่ / 

เดินทางครั้งนี้ ฉบับเดิมเน้น eco trip มีตังค์เท่าไรเอาไปลงกับการเที่ยวและกิน การเดินทางช่างมัน เฮ่ยย ๕๕๕ สรุปเราเดินทางโดยการนั่งรถทัวร์ครับ ทั้งขาไปและขากลับ ก่อนเดินทางก็จัดแจงจับจองนัดแนะกับบริษัทเช่ารถครับ ผมจองรถกับบริษัทท้องถิ่นมั้งไม่รู้เค้าเรียกอย่างนี้หรือเปล่า ครั้งนี้ผมใช้บริการร้าน "กินเที่ยว รถเช่า เชียงใหม่"  นัดแนะสถานที่รับรถและวันเวลาการรับรถคืนรถให้เรียบร้อยนะครับส่วนรายละเอียดค่าใช้จ่ายนั้น เดี๋ยวมีแนบให้ท้ายรีวิวครับ เที่ยว 'เชียงใหม่' หน้าฝน จะไปต้องได้ไป! Day 0 นับเป็น วันที่ 0 แล้วกันครับ  เพราะว่าเป็นวันเริ่มเดินทาง ใช้บริการรถทัวร์ของบริษัทสีฟ้าๆ ๕๕๕ ช่างมัน บริษัทอะไรก็ตามแต่ มาขึ้นรถกันที่ หมอชิต ครับ รอบ 20.35 กะให้ถึงเชียงใหม่เช้า เข้าที่พัก รับรถที่จองไว้ แล้วเที่ยวเลย Day1 ถึงแล้วครับเชียงใหม่ ตามเวลาเป๊ะเลย ตีห้ากว่าๆ เกือบครึ่งได้  พอลงรถปุ๊ปป คณะรถแดงมาจากไหนไม่รู้ รถแดงก่อจ้าววววว ๕๕๕  รู้ตัวอีกทีเดินตามป้าอะไรก็ไม่รู้ไปละต้อยๆ ==*  และนี่คือโฉมหน้าผู้โชคดี ที่พวกเรา ตกลงปลงใจเหมารถแดงในราคา 250 บาท อาเขต-วัดเจ็ดยอด หลังจากที่ตกลงปลงใจ ต่อราคา(ไม่ได้) ก็พากันขึ้นรถมา โชคดีที่ทริปนี้ได้ที่พักฟรี ด้วยเส้นล้วนๆ ไม่มีความผสมอะไรทั้งสิ้น ส่วนเจ้าของเส้นนั้น ได้ไปบอกทางอยู่ข้างๆ คนขับรถ พอเก็บของอาบน้ำ นอนพักเอาแรงนิดหน่อย ท้องก็ร้อง บริษัทรถโทรมาขอเลื่อนเวลาส่งรถ เลยพากันออกมาเดินเล่นครับ ที่แรกที่ไปเยือนก็คือวัดเจ็ดยอดหน้าหอนี่เองครับผม  ไปเดินฆ่าเวลา รอรถที่ได้โทรจองไว้ เผื่อเวลากินข้าวด้วย หลังจากกินข้าวเสร็จเวลาก็ปาไป 9 โมงกว่าๆได้ครับ พากันกลับขึ้นที่พักเตรียมสัมภาระ รอรถมาส่ง พอได้รถมาก็ปาไปประมาณ 09.30 ได้ก็เริ่มออกเดินทาง จุดมุ่งหมายแรกที่เราได้ปักธงไว้เลยนั่นก็คือ ดอยอินทนนท์ ใช้เวลาในการเดินทางราวๆ 2 ชั่วโมงกว่าๆ ได้ จากในตัวเมืองเชียงใหม่ครับ การเดินทางนี้ ไม่มีผู้ชำนาญเส้นทางแต่อย่างใด จึงได้อ้อนวอน ขอร้องผู้ช่วย ชื่อว่าคุณจีพีเอส ชื่อเล่น พี่จี แล้วกันเนาะ ตลอดการเดินทาง ไม่มีพี่จี พวกผมตายยย ๕๕๕ ถึงแล้ววววววววววว หลังจากที่หลงทางกันอย่างเมามัน โค้งผิดซอยบ้างอะไรบ้าง ๕๕๕ หากขาด พี่จี ไปนี่คงขับเลยไปอีกจังหวัดได้ละมั้ง T^T   พอมาถึง อช.ดอยอินทนนท์ ก่อนเข้าเค้าจะมีด่านเก็บค่าเข้านะครับ จอดรถข้างทางเลย พอลงจากรถปุ๊ป ก็มีป้าคนนึงมาบอกว่าเป็นนักศึกษาไปขอส่วนลดเลย เอาบัตรไปยื่นได้จาก 50 เหลือ 20 แล้วคุณป้าแกก็บอกว่า ช่วยซื้อพวกมาลัยป้าด้วย เดี๋ยวเอาไปไหว้ข้างบน ~   ครับคุณป้า ==* และนี่คือไอ่อ๊อด รถคู่ใจในทริปนี้ ๕๕๕ สมบุกสมบัน อาหารโปรดของไอ่อ๊อดคือ ไม้ไผ่ และท้ายรถตู้ ๕๕๕ ไม่ใช่ละๆ คันนี้เครื่อง 1500 พาขึ้นดอย 5 คน ได้รอดนะครับ สบายๆ เลย ระหว่างทางขึ้นก็มีละอองฝนปรอยๆ ขับไปได้สักครึ่งทางจะเห็นว่ามีหมอกบางๆ เป็นบางจุด และหนามากๆ จนไม่เห็นทางในหลายจุด ต้องระมัดระวังในการขับขี่นะครับสำหรับคนที่จะขับขึ้น ระหว่างทางก็จะเป็น หมอกบ้าง ละอองฝนบ้างครับ มีคนปั่นจักรยานขึ้น มีคนเดินขึ้น แน่นอนว่าไม่ใช่คนไทย ๕๕๕ คนนี้เจอโดยบังเอิญตอนลงถ่ายรูปครับ เขาบอกว่า ให้ช่วยถ่ายรูปให้ไหม แหม่ะ น้ำใจงามจริงๆ เลยชวนมาถ่ายภาพด้วยกันซะเลย แต่ไม่ได้ให้เขาติดรถขึ้นไปครับ เพราะในรถเต็มจริงๆ ไม่ได้แล้งน้ำใจน้า เกือบจะถึงยอดดอยแล้ววว แวะ กิ่วแม่ปาน สักหน่อย อากาศหนาวมากกกกกกกกกกก ยิ่งกว่าฤดูหนาวของ กทม. (ปล.ปิดให้ขึ้นชมตั้งแต่ มิ.ย.-ต.ค.) จุดนี้มีร้านอาหารด้วยนะครับ หมูปิ้ง คอหมูย่าง อะไรย่างมีหมดเลยครับ ปักหมุด ดอยอินทนนท์ ถึงสักที พอเปิดประตูรถเท่านั้นแหละ โอ้วววว หนาวจะอะไรจะขนาดนั้น หมอกลงแบบมองไม่เห็นทาง ๕๕๕ เหมือนจะมีฝนด้วย ไม่แน่ใจว่าเป็นน้ำค้างหรือเปล่า แต่เดินหัวเปียกกันทุกคนครับ แนะนำถ้าอยากฮิปส์เตอร์ให้ซื้อผ้ากันฝนสีๆ ไปถ่ายรูปด้วย ๕๕๕ เดินเล่นได้สักพักก็ทนความหนาวเหน็บไม่ได้ เอาดอกไม้ที่ซื้อมาไปไหว้ (ไม่แน่ใจว่าเค้าเรียกว่าอะไร) แล้วก็รีบขึ้นรถขับลงดอยกันครับ ระหว่างทางจะมีสถานที่ท่องเที่ยวให้ได้แวะเที่ยว มีเยอะพอสมควรครับ วันนี้พวกเราแวะกัน 2 ที่ มี หมู่บ้านแม่กลางหลวงที่ข้าวเพิ่งจะปลูกไปเอง และน้ำตกวชิรธาร เที่ยวดอยอิทนนท์เพลิน เดินไปถ่ายรูปไป เวลาก็ล่วงเลยไปประมาณ 4 โมงกว่าได้ครับ เดิมแพลนวันนี้ จะไปแกรนด์แคนยอนต่อ เลยรีบกินข้าวกันที่น้ำตก แล้วรีบขับมุ่งหน้าไปยังแกรนด์แคนยอนครับ แต่... มีแต่ครับ ฟ้าฝนช่างไม่เป็นใจ ได้กระหน่ำลงมาอย่างไม่เกรงใจพวกผมเลย ๕๕๕๕ พอเลี้ยวเข้าปากทางเข้าเท่านั้นแหละ ฝนกระหน่ำแบบ โอ๊ยยยย นี่ตั้งใจมามากนะเว้ยย แต่ด้วยฟ้าฝนไม่เอื้ออำนวย เลยตัดสินใจกลับเข้าเมืองครับ พอขับมาได้สัก 500 เมตร นั่นแหละ ฝนหยุดตกจ้า หึ่มมมม พรุ่งนี้ก็ได้ว้า ๕๕ เย็นนี้ไปพักใจกันที่ อ่างแก้ว มช. ก่อนก็ได้ นั่งกินลมชมวิวกันที่ อ่างแก้วแพรวพราวรื่นรมย์ เห็นเขาว่างั้น ๕๕๕๕ มานั่งได้สัก 10 นาที ฝนตกอีกแล้วครับท่านน T^T ตัดสินใจกลับที่พักมาชำระล้างร่างกาย เปลี่ยนชุด  กินข้าวเย็นนนกันเถอ หิวแล้วว ปิดจ็อบ day 1 เย้ๆๆ หลังจากอกหักมาจากแกรนด์แคนยอน และอ่างแก้วเพราะฝนตก กลับที่พักไปนอนทำสมาธิ ๕๕ ได้ข้อสรุปว่าจะไปหาอะไรกินที่ กาดหน้ามอ Day2 ตื่นเช้าแต่ไก่โห่ รีบปลุกพี่จี แล้วเหยียบรถขึ้นมาข้าวปลาไม่ยอมกิน ๕๕๕๕ กลัวไม่ทันอากาศดีๆ ๕๕๕ ใช้เวลาเดินทางจากในเมืองถึงม่อนแจ่ม ก็ราวๆ 45 นาทีได้ครับ ขึ้นมาถึงถือว่าคุ้มมากก มีอากาศดีๆ มีหมอกบางๆ  มีดอกไม้หลายๆชนิด มีผีเสื้อ มีภูเขา สวยมากก ใช้เวลาถ่ายรูป เดินเล่นสักพักก็ท้องร้องจ๊อกๆๆ พากันลงไปกินข้าวคับ กับข้าวข้างบนก็มีนะ แต่นศ.อย่างพวกเราไม่สู้จริงๆ แวะกินข้าวกินน้ำเสร็จ ขับรถลงดอยมาอีกนิด ระหว่างทางจะเป็น สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ที่นี่ ไม่ไกลจากม่อนแจ่มมาก สวยดี มีพืชทุกชนิดก็ว่าได้ บางชนิดยังปิดปรับปรุงอยู่นะครับ  ช่วงนี้อันนี้เขาไปเดินลอยฟ้ากันก็ปิดปรับปรุงอยู่นะ หลังจากชมนกชมไม้นานาพันธุ์ ก็ตกลงกันว่าเมื่อวานเราขาดไปที่นึง เรายังไม่ได้ไปเยือนแกรนด์แคนยอนเลย วันนี้ต้องไปให้ได้ ก็เลยรีบออกเดินทาง ๕๕๕ ถึงแล้ววว แกรนด์แคนยอนเชียงใหม่  ด้วยความคาดหวังว่าฝนจะไม่ตก มีลุ้นตลอดทาง มีครึ้มมาเล็กน้อย  แต่พอขับมาถึงโชคดีที่ฝนไม่ตก น่าเสียดายไม่ได้เอาชุดมาเปลี่ยนโดดน้ำ ปล.ฝรั่งเยอะมากกก หลังจากที่กินลมชมฝรั่ง เอ้ยยย ชมวิวที่แกรนด์แคนยอนเสร็จ เส้นทางเดียวกันขับรถเลยมาอีกสักพัก จะเจอกับ กับบ กับบบบบบ จะตื่นเต้นทำไม ? บ้านเก๊าไม้รีสอร์ท แวะถ่ายรูปกันเถอะะ  ก่อนเข้าแจ้งยามเขาก่อนนะครับ ปล.รูปประวัติศาสตร์มีรูปเดียวเท่านั้น นอกนั้นเผ่นนนนน ปิดทริป day 2 ครับ ภาคกลางคืน ท้องเริ่มร้อง เริ่มขับรถหาร้านอาหารพื้นเมือง ตกลงกันอยู่นานได้ข้อสรุปว่า ไปกินกันที่นิมมานครับ อยากบอกว่า วนหาที่จอดรถนานมากกก ถ้าจะไป รีบไปตอนเย็นๆ ได้ร้านต๋องเต็มโต๊ะ  พิกัด นิมมาน ซ.13 รอคิวยิ่งกว่า บอนชอนนะครับบอกเลย อาหารที่นี่อร่อยดีครับ มากันหลายๆคนจ่ายไม่กี่บาทเอง พอกินของคาวเสร็จ ของหวานต้องมาสิครับแหม่ะ ๕๕๕๕ แยกกระเพาะได้ดีงามมาก ร้านต่อไปเป็นร้านอ้อนนมสด หลังมช. ครับ มีขนมปังปิ้ง นึ่ง เปียก แห้ง อะไรก็ว่ากันไป พออิ่มแล้วก็กลับไปนอนนนน Day 3 วันนี้วันสุดท้ายแล้วของทริปนี้ วันนี้มีนัดคืนรถกับทางร้านเวลา 11.20 ครับ เลทให้ 2 ชม. ใจดีมากกกกกกก วันนี้ก็ตื่นสายนิดนึงไม่ได้ไปไหนไกลแล้วครับ ชวนกันว่าจะไปกินปาท่องโก๋ ซื้อของฝากกันที่กาดหลวง ปาท่องโก๋ไดโนเสาร์ บลาๆ ๕๕๕ รสชาติเป็นอย่างไร ไปชิมเอาเอง ที่กาดหลวง มาถึงที่นี่แล้วก็เลยแวะซื้อของฝากกลับบ้านด้วยเลย เย่ๆ กลับจากตลาดก็ได้เวลา คืนรถครับผมมม จากนี้ไปรถแดงเท่านั้น  กราบลาพี่จี ๕๕๕ วันนี้ไม่มีอะไรมากครับ เน้นสายชิว กลับมาจากตลาด ซื้อของเสร็จก็นอนพักผ่อนเอาแรง คืนรถ รับเงินประกันคืนก็เที่ยงกว่าๆ พอดี นี่คือสภาพหลังคืนรถแล้วครับ สำหรับคนที่มาเที่ยวแบบนี้หลายๆ คน แนะนำเช่ารถครับ  คิดว่าน่าจะดีกว่าเพราะว่าไปไหนสะดวกกว่ามากครับ จุดมุ่งหมายเที่ยงนี้ของพวกเราเป็น ร้านข้าวซอยนิมมาน ซอย 7 และ ไอเบอรี่ ซอย 17 ครับผม วันนี้พวกเราเลือกปิดทริป ที่ วัดพระสิงห์ และวัดปราสาท เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนกลับบ้าน เย้ๆ ไหว้พระกันเสร็จก็เย็นแล้วครับ ออกเดินทางตามหารถแดงไปเมย่า (MAYA) ซื้อของฝากให้พี่ยามกับป้าแม่บ้านที่หอ เย็นนี้กลับไปกินข้าวเย็นกันที่ร้านขายกับข้าวหน้าหอเลยครับ เสร็จก็เรียกรถแดงไปอาเขต กลับบ้านนนนนนน สรุปค่าใช้จ่ายตลอดทริปนี้ครับ ปิดทริป เชียงใหม่ (หน้าฝน) จะไปต้องได้ไป ในที่สุดทริปนี้ก็คลอดจนได้ กว่าจะได้มานี่ยากลำบากเหลือเกิน ๕๕๕๕ ลุ้นระทึกกับเคสบลาๆๆ แต่ช่างมันเถอะได้มาแล้วนี่นา ทริปนี้เรามาลุยกันที่เชียงใหม่ มาแบบงงๆ คิดแพลนก่อนมา 1 วัน กิกิ เค้าว่ากันว่าขึ้นดอยหน้าฝน ☔ เป็นอะไรที่ฟินมากๆ เลยอยากลองมาดูสักครั้ง ขอบคุณทุกคนน้าาา ที่มาด้วยกัน ขอบคุณที่ลุยไปด้วยกัน แม้บ้างที่มันลำบาก ๕๕๕ ไว้เราไปด้วยกันใหม่นะ C: #เชียงใหม่จะไปต้องได้ไป #ppnnfliveinchiangmai ขอบคุณรูปภาพ-ข้อมูล Facebook : Weerapon Baiya

5 สตรีทอาร์ต (Street Art) สุดชิคในไทย เที่ยวที่ไหนแวะที่นั่น!
street art /  ที่เที่ยวกรุงเทพ / 

จากตึกรามบ้านช่องเก่าๆ ทรุดโทรม ดูแล้วไม่น่าสนใจ เมื่อมี Street Art ผลงานศิลปะชิคๆ คูลๆ จากศิลปินหรือจิตกรเข้ามาวาดลวดลาย แต่ละรูปก็จะมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน สร้างสีสัน ความสดใสให้พื้นที่นั้นๆ ได้มากทีเดียว ซึ่งนั่นยิ่งทำให้น่าสนใจ และดึงดูดให้ผู้คนหันมาอยากเดินทางมาถ่ายรูปและเที่ยวกันมากขึ้น ใครที่ชอบงานศิลป์ งานอาร์ต ต้องห้ามพลาด! 5 สตรีทอาร์ต (Street Art) สุดชิคในไทย เที่ยวที่ไหนแวะที่นั่น! 5 สตรีทอาร์ต (Street Art) สุดชิคในไทย เที่ยวที่ไหนแวะที่นั่น! 1. สตรีทอาร์ต ใน กรุงเทพฯ : ตั้งแต่ถนนเจริญกรุง จนถึงย่านเยาวราช และถนนสุรวงศ์ เป็นผลงานของ BUKRUK URBAN ARTS 2016 เชื่อว่าเด็กฮิปสเตอร์ เด็กแนว และวัยรุ่นหลายๆ คนคงเคยได้ยินชื่อเสียงของเทศกาลสตรีทอาร์ตที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ กันมาบ้าง เพราะก่อนหน้าที่ BUKRUK(บุกรุก) URBAN ARTS เคยสร้างสีสันให้เมืองกรุงเมื่อ 3 ปีที่แล้ว คราวนี้เขากลับมาอีกครั้ง! งานเพ้นท์ชิคๆ คูลๆ ของศิลปินไทยกับศิลปินฝั่งยุโรปมาปะทะและสร้างสรรค์งานสนุกๆ บนกำแพงไปทั่วกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 23-31 มกราคม 2559 ที่ผ่านมา อ่านเพิ่มเติม : การเดินทางแวะถ่ายรูป สตรีทอาร์ต ใน กรุงเทพฯ http://travel.mthai.com/blog/131220.html 2. สตรีทอาร์ต ใน เชียงใหม่ บินขึ้นเหนือไป จ.เชียงใหม่กันจ้าว! ที่นี่มีที่เที่ยวเยอะมากๆ ทั้งธรรมชาติ วัดวาอาราม เส้นทางปั่นจักรยานรอบคูเมืองที่แสนจะคลาสสิค หรือจะเป็นวิถีคนเมือง ไหนจะอาหาร ไหนจะร้านกาแฟชิคๆ ที่พักคูลๆ ใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ แต่ที่ขาดไม่ได้เลยที่เชียงใหม่ต้องมีคือ “งานศิลปะ” ทั้งแบบล้านนาโบราณ หรือศิลปะร่วมสมัยในปัจจุบัน สตรีท อาร์ต (Street Art) ในเชียงใหม่มีหลายจุด เช่น โครงการ Think Park, กาดสวนแก้ว, ถนนนิมมานเหมินท์, ถนนมูลเมือง, ถนนราชวิถี อ่านเพิ่มเติม : การเดินทางแวะถ่ายรูป สตรีทอาร์ต ใน เชียงใหม่ http://travel.mthai.com/member-blog/135462.html 3. สตรีทอาร์ต ใน ภูเก็ต  ขึ้นสุดเหนือแล้วก็ลงสุดใต้มา จ.ภูเก็ต กันค่ะ ที่ "100 Of Arts - ขนมศิลปะและบ้านเลขที่ 100" สตรีทอาร์ตใจกลางเมืองภูเก็ต บริเวณถนนดี สี่แยกอาหารพื้นเมืองลกเที้ยน โดยผลงานเหล่านี้เป็นของกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และศิลปินเยอะแยะมากมาย อีกทั้งยังมีสตรีทอาร์ต “น้องมาร์ดี” เด็กสามตา บริเวณกำแพงของอดีตธนาคารชาร์เตอร์หรือพิพิธภัณฑ์บาบ๋าภูเก็ต เป็นผลงานของ Alex Face ในโครงการ F.A.T. Phuket (Food Art Old Town) แต่น่าเสียดายที่กลุ่ม So Phuket ได้ตัดสินใจขอลบภาพออก เพื่อยุติปัญหาต่างๆ ดูภาพเพิ่มเติม http://www.bkkgraff.com/street-art-in-phuket-2016/ 4. สตรีทอาร์ต ตรัง กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว แลนด์มาร์กเล็กๆ อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจของ จังหวัดตรัง ที่ได้ร่วมกันทำสตรีทอาร์ต ใต้โครงการ "ตรังสวยด้วยโรตารี" วาดภาพสื่อถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนตรัง ดั่งสโลแกนที่ว่า "ถิ่นกำเนิดยางพารา เด่นสง่าดอกศรีตรัง ปะการังใต้ทะเล" มี 3 จุดด้วยกัน คือ บ้านเลขที่ 17 ตึกชิโนโปรตุกีส ใกล้สี่แยกท่ากลาง ถนนราชดำเนิน ร้านแว่นตาท็อปเจริญ ปากซอยไทรงาม ตรงข้ามกับตึกชิโนฯ ร้านสิริบรรณ บนผนังบ้านในซอยไทรงาม ขอบคุณภาพ TRANG Street ART 5. สตรีทอาร์ต ใน สงขลา ที่นี่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจอยู่ไม่น้อย จุดเด่นของสตรีทอาร์ต ที่นี้คือ การเนรมิตอาคารเก่าสุดคลาสสิกสไตล์ชิโนโปรตุกีส ย่านเมืองเก่าสงขลา ที่อายุกว่า 96 ปี (สร้างปี พ.ศ.2462) บริเวณสี่แยก "ถนนนางงาม" สร้างศิลปะแนวสตรีทอาร์ต จำลองบรรยากาศร้านน้ำชาชื่อ “ฟุเจา” ที่เคยเปิดในอาคารนี้ เป็นผลงานของอาจารย์และนักศึกษาจากสาขาศิลปกรรมและการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย และอีกหนึ่งจุดบริเวณประตูม้วนเหล็ก โรงสีแดง "หับ โห้ หิ้น" ถ่ายทอดเรื่องราวครั้งเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2

New Zealand Road Trip กับจุดแวะที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง
New Zealand Road Trip /  จุดแวะชม / 

New Zealand Road Trip กับจุดแวะที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง ประเทศนิวซีแลนด์เป็นหนึ่งในประเทศที่การขับรถท่องเที่ยวด้วยตัวเองถือเป็นตัวเลือกในลำดับต้นๆ ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว ด้วยวิวทิวทัศน์แบบพาโนรามิกที่สวยงามราวกับภาพวาด การขับรถท่องเที่ยวเองทำให้นักท่องเที่ยวมีอิสระที่จะได้ชื่นชมทิวทัศน์ในแต่ละจุดได้อย่างเต็มที่ หากเลือกที่จะมาเยือนเกาะเหนือของนิวซีแลนด์และขับรถเที่ยวเองแล้ว หนึ่งในเส้นทางขับรถที่น่าประทับใจมิรู้ลืมที่อยากแนะนำ คือ เส้นทาง Pacific Coast Highway ซึ่งเป็นการขับลัดเลาะเลียบมหาสมุทรแปซิฟิกทางทิศตะวันออกของเกาะเหนือ โดยตั้งต้นจากอ็อคแลนด์ไปจบที่เนเปียร์ ด้วยระยะทางรวมทั้งสิ้น 1,170 กิโลเมตร บนถนนแห่งการเดินทางสายนี้นักท่องเที่ยวจะได้เพลิดเพลินกับวิวชายฝั่งทะเล และเวิ้งน้ำของมหาสมุทรแปซิฟิกอันงดงาม รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องหยุดพักแวะถ่ายรูปแชร์กับเพื่อนๆ ซึ่งรับรองว่าจะกระตุ้นยอดไลค์ยอดเลิฟได้อย่างท่วมท้น เริ่มต้นการเดินทางจากอ็อคแลนด์บนทางหลวงหมายเลข 2 ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 25 มุ่งหน้าสู่ภูมิภาคเดอะโคโรแมนดัล (The Coromandel) ที่เป็นศูนย์รวมของแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมกลางแจ้งยอดนิยมของชาวกีวี รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลที่ห้ามพลาดแวะมาแชะรูปสวยๆ เก็บไว้เป็นความทรงจำ Cathedral Cove สัญลักษณ์แห่งโคโรแมนดัล  Cathedral Cove เป็นหนึ่งในจุดหมายที่ห้ามพลาดเมื่อเดินทางมาเยือนภูมิภาคโคโรมันเดล จุดเด่นอยู่ที่เขาที่มีลักษณะโค้งทำให้เกิดเป็นอุโมงค์หิน ยืนตระหง่านเป็นฉากหลังตัดกับหาดทรายขาวและน้ำทะเลใส และเป็นอีกหนึ่งจุดถ่ายภาพยอดนิยมของนักท่องเที่ยว โดยการเดินทางมาที่นี่ทำได้สองวิธี คือ เดินเท้าหรือนั่งเรือ เส้นทางเดินเท้าใช้เวลาเดินไป-กลับประมาณชั่วโมงครึ่ง รับรองได้ว่าความสวยคุ้มความเหนื่อยแน่นอน แต่วิธีที่อยากแนะนำคือการพายเรือคายัคซึ่งเป็นกิจกรรมที่ควรต้องทำสักครั้งเมื่อมาเที่ยวนิวซีแลนด์ Hot Water Beach แช่สปาธรรมชาติบนหาดทราย ขับรถต่อจาก Cathedral Cove เพียงแค่ 10 นาที จะพบกับสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ ซึ่งทำให้ชายหาดแห่งนี้ต่างจากหาดทั่วๆไป เพราะมีแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติที่อยู่ใต้พื้นทราย เพียงกะเวลาเดินทางมาถึงที่หาดนี้ช่วงเวลาที่น้ำลงและพกพลั่วติดตัวมาด้วย หรือจะหาเช่าจากร้านค้าก็ได้ เท่านี้คุณก็จะได้แช่สปาน้ำร้อนแบบส่วนตัวที่ขุดขึ้นมาเอง พร้อมชมวิวมหาสมุทรแปซิฟิกและเสียงเกลียวคลื่นกระทบฝั่งอยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตร รับรองว่าประสบการณ์ที่หาได้ยากเช่นนี้จะตราตรึงในความทรงจำของคุณตลอดไป แช่สปากันจนสบายตัวแล้วเราเดินทางกันต่อบนทางหลวงหมายเลข 25 และตัดกลับเข้าทางหลวงหมายเลข 2 อีกครั้งเพื่อมุ่งหน้าสู่ภูมิภาค Bay of Plenty ซึ่งเป็นแหล่งรวมชายหาดอันสวยงาม และเป็นที่ตั้งของภูเขาไฟในทะเลแห่งเดียวของประเทศนิวซีแลนด์ พักจากการขับรถแล้วออกไปยืดเส้นยืดสายกันดีกว่า Mount Maunganui เมืองชายทะเลสุดฮิตบนอินสตาแกรม เม้าท์มองกานุยติดอันดับเมืองพักตากอากาศชายทะเลยอดนิยมของชาวนิวซีแลนด์มาอย่างยาวนาน และติดอันดับเมืองที่คนถ่ายภาพแชร์ลงอินสตาแกรมมากที่สุดเป็นอันดับสองในปี 2015 หากอยากได้ภาพสวยๆ จะต้องเดินขึ้นเขาที่ชื่อว่า “เมาเอา”  (Mauao) ที่สูง 232 เมตรจากระดับน้ำทะเล ใช้เวลาเดินขึ้นสู่ยอดเขาราว 30-45 นาที ขึ้นอยู่กับความฟิตของร่างกาย แต่รับประกันว่าเมื่อถึงยอดเขาแล้วคุณจะลืมความเหนื่อยล้าเป็นปลิดทิ้งเมื่อได้ทอดสายตาไปสู่วิว 360 องศา ของแนวชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกที่ไกลสุดลูกหูลูกตา และน่าหลงใหล White Island ความตื่นเต้นที่รออยู่บนภูเขาไฟในทะเล จากเม้าท์มองกานุยไปเพียง 87 กิโลเมตร มุ่งหน้าสู่เมืองวากาทาเน (Whakatane) ที่เป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางไปยังเกาะภูเขาไฟ White Island ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่ การเดินทางจะเพิ่มดีกรีความตื่นเต้นอีกไม่น้อยเมื่อได้ทัวร์รอบปล่องภูเขาไฟแห่งนี้ ซึ่งมีความกว้างประมาณ 2 กิโลเมตร และสูง 321 เมตร ไกด์จะพาคุณไปสัมผัสขุมพลัง ตั้งแต่ช่องระบายไอน้ำจากใต้พิภพ บ่อโคลนที่กำลังเดือดปุดๆ และลำธารร้อนคลุกเคล้ากับกลิ่นกำมะถัน จะเป็นประสบการณ์ใกล้ชิดกับความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติที่จะไม่มีวันลืม เราออกเดินทางต่อไปยังภูมิภาค Eastlandบนทางหลวงหมายเลข 35 ซึ่งเป็นภูมิภาคที่อยู่ทางตะวันออกสุดของนิวซีแลนด์ ในเมืองกิสบอร์นซึ่งเป็นเมืองหลักของภูมิภาคนี้ มีความเป็น “ที่สุด” หลายๆ จุดรอให้เราไปเช็กอินและแชะภาพอวดเพื่อนๆ East Cape lighthouse ชมพระอาทิตย์ขึ้นก่อนใครในโลก เมืองกิสบอร์น (Gisborne) ถูกขนามนามว่าเป็นเมืองแรกสุดของโลกที่ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นก่อนใครในทุกๆเช้า และมีสถานที่ที่เหมาะสมในการเดินทางไปชมแสงแรกของวันคือ ประภาคารอีสต์เคป ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกสุดของโลก บนความสูง 154 เมตรจากระดับน้ำทะเล เส้นทางไปเก็บภาพแห่งสัญลักษณ์ของภูมิภาคนี้จะต้องใช้ความพยายามสักหน่อยกับทางเดินบันได 700 กว่าขั้น แต่เมื่อได้เห็นวิวพระอาทิตย์ขึ้นปลายขอบฟ้าตัดกับขอบทะเล พูดได้เลยว่าคุ้มเหนื่อยแน่นอน Tolaga Bay ท่าเทียบเรือที่ยาวที่สุดในนิวซีแลนด์ ขับรถต่อเพียง 114 กิโลเมตร จากประภาคารอีสต์เคป คุณจะพบกับอีกหนึ่งที่สุดในกิสบอร์น นั่นคือ ท่าเทียบเรือบนอ่าวโทลาก้าที่ยื่นออกไปในทะเลถึง 660 เมตร ได้ชื่อว่าเป็นท่าเทียบเรือที่ยาวที่สุดของนิวซีแลนด์ ใช้เวลาเดินไปกลับราว 30 นาที กระโดดลงจากรถแล้วหยิบกล้องกับชุดว่ายน้ำตัวเก่ง เพื่อเตรียมถ่ายภาพความเป็นที่สุด สำหรับนักท่องเที่ยวที่ใจกล้า และว่ายน้ำแข็ง ลองชวนกันกระโดดลงน้ำแล้วว่ายกลับเข้าฝั่งก็จะช่วยเพิ่มความตื่นเต้นเบาๆ ให้กับวันเดินทางของคุณ และใครที่ชื่นชอบการตกปลา ที่นี่ก็เป็นจุดตกปลาที่ยอดเยี่ยมแห่งหนึ่งเช่นกัน ส่งท้ายการเดินทางบนถนนสาย Pacific Coast Highway ที่ภูมิภาค Hawke’s Bay ที่นี่เราจะมาผ่อนคลายอย่างเต็มที่จากการขับรถร่วมกว่า 1,000 กิโลเมตร ที่เมืองเนเปียร์ (Napier) ด้วยการดื่มด่ำอาหารเลิศรสและจิบไวน์เลื่องชื่อที่ปลูกในภูมิภาคนี้ ต่อด้วยสัมผัสชีวิตชิลๆ สโลว์ไลฟ์กับการเดินชมสถาปัตยกรรมย้อนยุค Food and Wine อาหารเลิศรส ไวน์เลิศล้ำ Hawke’s Bay เป็นภูมิภาคที่ผลิตไวน์มีชื่อเสียงของนิวซีแลนด์ และเป็นที่ตั้งของโรงผลิตไวน์ที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศ ภูมิอากาศของที่นี่มีลักษณะใกล้เคียงกับเมืองบอร์โดซ์ ประเทศฝรั่งเศส จึงสามารถผลิตไวน์แดงที่มีรสชาติกลมกล่อม โดยมีไร่องุ่นและโรงผลิตไวน์กว่า 30 แห่งที่ให้บริการร้านอาหารและทัวร์ห้องบ่มไวน์ที่เสิร์ฟทั้งไวน์และอาหารคุณภาพเยี่ยมที่ปรุงจากวัตถุดิบสดใหม่จากท้องถิ่น นักท่องเที่ยวสามารถเลือกที่จะขับรถเที่ยวชมไร่องุ่นเอง หรือถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศมาเป็นการทัวร์ด้วยเช่าจักรยานก็จะได้ประสบการณ์ที่สนุกและดีไม่แพ้กัน แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ห้ามเมาแล้วขับ Napier ที่นี่เวลาเดินช้าลง หลังจากแผ่นดินไหวในปี 1931 สร้างความเสียหายอย่างมหาศาลให้กับอาคารบ้านเรือนใจกลางเมืองเนเปียร์ สถาปัตยกรรมในยุค 1930 รูปแบบของสแปนิชมิชชั่น และที่สำคัญคืออาร์ตเดโค ที่เน้นการใช้รูปทรงเลขาคณิต  ถูกนำมาใช้ออกแบบอาคารใหม่ทำให้ทุกวันนี้เนเปียร์กลายเป็นศูนย์รวมของสถาปัตยกรรมอาร์ตเดโคที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก อาคารที่โดดเด่นควรไปถ่ายเซลฟี่ด้วย เช่น T&G Building และ National Tobacco Company Building เวลาที่คุณใช้ในการชม และซึมซับความสวยงามของอาคารบ้านเรือนต่างๆ ของเมืองจะช่วยให้รู้สึกถึงความสไลว์ไลฟ์อย่างแท้จริง ซึ่งจะช่วยเต็มพลังให้กับการเดินทางบนถนนสายต่อไป ศึกษาข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวนิวซีแลนด์เพิ่มเติมได้ที่ www.newzealand.com

เมนูรับหน้าฝน ปลานึ่งสมุนไพร ที่เด็กๆ ก็ทานได้
ปลานึ่งสมุนไพร /  เมนูหน้าฝน

หน้าฝนก็ยังไม่ผ่านพ้นไป สุขภาพเราก็อยู่ในช่วงที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ วันทั้งวันต้องเจอกับแดดแรงๆ ช่วงเย็นต้องเจอละอองฝนกันอีก เราจึงต้องทำเมนูที่ป้องกันไข้หวัดที่มากับสายฝนกับเมนูสมุนไพร ที่เด็กๆ ก็ทานได้อย่าง ปลานึ่งสมุนไพร ที่แฝงไปด้วยสมุนไพรจากน้ำราดที่ปั่นละเอียด ไปดูส่วนผสมและวิธีทำกันเลยค่ะ เมนูรับหน้าฝน ปลานึ่งสมุนไพร ที่เด็กๆ ก็ทานได้ ส่วนผสม น้ำตาลทรายแดง 2 ช้อยโต๊ะ ขึ้นฉ่าย 5 ต้น น้ำมะนาว 1/2 ถ้วย เกลือป่น 1 ช้อนชา เนื้อปลากระพง 1/2 ตัว ขิงอ่อน 1 ถ้วย ขิงแก่ 1/2 ถ้วย ผักกาดขาว 1/2 หัว กระเทียม 3 กลีบ วิธีทำ ซอยผักกาดขาวให้เป็นฝอยๆ มารองที่จานสำหรับเข้าเตานึ่ง และวางขิงอ่อนฝานบางๆ และขึ้นฉ่ายตามลงไป น้ำปลากระพงมาทาด้วยน้ำมะนาวเพื่อดับกลิ่นคาว เสร็จแล้วให้นำปลามาวางไว้บนผักและขิงอ่อนที่จัดจานไปเมื่อสักครู่นี้ เสร็จเรียบร้อยนำปลาลงไปนึ่งในหม้อนึ่งได้เลยค่ะ ระหว่างที่รอปลาสุก เราหันมาทำน้ำยำราดปลากันดีกว่า โดยนำ น้ำมะนาว ขิงแก่ กระเทียม น้ำตาลทราย และเกลือ มาปั่นในเครื่องปั่น ปั่นให้ละเอียด นำปลาออกจากหม้อนึ่ง แล้วนำน้ำยำที่เราทำไว้ราดลงบนเนื้อปลาเลยค่ะ เป็นไงกันบ้าง เมนูนี้ทำได้ไม่ยากเลยใชไหมคะ ได้ทั้งคุณค่าทางสารอาหาร ไม่ทำร้านร่างกายเพราะเป็นเมนูที่ไม่ใช่น้ำมันเลย แถมยังเป็นเมนูที่ช่วยให้ย่อยง่ายอีกด้วย เหมาะกับทำไว้ทานในช่วงเย็น สุขภาพดีแถมอร่อยอีกด้วยค่ะ ลองนำสูตรนี้ไปทำให้เด็กๆ ที่บ้านก็ได้นะคะ จะช่วยให้เด็กๆ ทานผักได้เยอะอีกด้วย

แตงโมแชมเปญ กำลังจะเป็นเครื่องดื่มยอดฮิตในช่วงฤดูร้อนนี้
Alcohol /  Drinking / 

เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าผลไม้อย่างแตงโม เป็นผลไม่ที่ช่วยให้สดชื่น เมื่อได้กินในอากาศร้อนๆ และยิ่งนำไปแช่เย็นแล้วนำมากิน ทำให้คลายร้อนเป็นอย่างดี แตงโม ถือว่าเป็นผลไม้ที่นำมาทำเป็นอาหารหรือเครื่องดื่มได้หลายรูปแบบ อย่างเช่น สมัยก่อนไว้กินกับข้าวสวย หรือสามารถนำปั่นแช่เย็นเป็นไอศกรีมแท่งได้ หรือนำมาปั่นกับน้ำแข้งของเย็นชื่นใจดี แม้กระทั่งในงานปาร์ตี้สังสรรค์ก็ยังไม่พลาดที่จะนำผลไม้อย่างแตงโม สีแดงสดมาเป็นเครื่องดื่มภายในงานอีกด้วย ต่างประเทศกำลังเป็นที่นิยมการนำแตงโมมาทำแชมเปญ ในงานฉลองต่างๆ ด้วยความที่เป็นสีแดง น้ำเยอะ รสหวาน เหมาะแก่การนำมาทำเป็นค็อกเทล โดยเพิ่มรสชาติอื่นๆ ผสมให้เหมาะแก่การดื่มง่ายมากยิ่งขึ้นโดยใส่น้ำมะนาวเป็นส่วนผสมที่ช่วยให้รสชาติทุกอย่างเข้มข้นขึ้น ดูบทความต้นฉบับ : Watermelon champagne will get you through the home stretch of summer

เทพมุ้ยกดชัย! กิเลนหยุดสถิติไร้พ่ายในรังกูปรี,ยึดจ่าฝูงเหนียวเเน่น
ศรีสะเกษ เอฟซี /  เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด / 

กิเลนผยองบุกมาทำได้ตามเป้าหลังเป็นฝ่ายเฉือนเอาชนะกูปรีอันตรายที่ฟอร์มเทพในรังตัวเองไปด้วยสกอร์เฉียดฉิว ทำให้ยังยึดตำเเหน่งจ่าฝูงได้อย่างเหนี่ยวเเน่นต่อไป ผลฟุตบอลศึกโตโยต้า ไทยลีก วันพุธที่ 20 กรกฎาคม 2559 ศรีสะเกษ เอฟซี 0 - 1 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู : ธีรศิลป์ แดงดา น.78 สนาม : ศรีนครลำดวน เวลา 19.00 น. การเเข่งขันฟุตบอลศึกโตโยต้า ไทยลีก 2016 ในวันพุธที่ 20 กรกฎาคม 2559 เป็นเกมที่ 23 ระหว่างเจ้าบ้าน “กูปรีอันตราย” ศรีสะเกษ เอฟซี ทีมอันดับที่ 10 ของตาราง ซึ่งเป็นทีมเดียวที่ยังไม่ปราชัยต่อใครในบ้าน ต้องเปิดบ้านรับการมาเยือนของจ่าฝูงอย่าง “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่กระหายชัยชนะหลังพลาดเก็บชัยชนะมาถึง 3 เกมติดต่อกัน เริ่มเกมในครึ่งเเรกรูปเกมสวนใหญ่เป็นของทีมเยือนกิเลนผยองที่เป็นฝ่ายครองเกมบุกได้เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งต้องรอถึง นาทีที่ 27 เป็นเมืองทองฯ ที่หวิดได้เฮก่อนจากจังหวะที่ เอ็นดรี้ กลับตัวยิงหน้ากรอบเขตโทษทว่าบอลพุ่งเฉี่ยวเสาออกข้างไปอย่างน่าเสียดาย นาทีที่ 29 กิเลนผยองบุกต่อเนื่องเเละมาได้โอกาสลุ้นอีกครั้งจากจังหวะที่ สารัช ปั่นฟรีคิกระยะ 19 หลาหน้ากรอบเขตโทษ เเต่ยังไปติดเซฟ วีระ นายด่านเจ้าถิ่นที่ลอยตัวปัดไว้ได้ปลายมือ นาทีที่ 35 เจ้าถิ่นกูปรีอันตรายที่มาไม่บ่อยเเต่ได้ลุ้นเมื่อเล่นจังหวะโต้กลับได้อันตรายสุดๆ ก่อนจังหวะสุดท้ายเป็น ดูโรซินมี่ ที่ได้ส่องไกลจากนอกกรอบเเต่บอลยังพุ่งหลุดเสาไปเเบบหวุดหวิด จากนั้นเดินเข้าสู่ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 44 เมืองทองฯ หวิดมีเฮอีกครั้งเป็น ชนาธิป เปิดบอลจากริมเส้นด้านซ้ายให้ ธีรศิลป์ ทว่ายังแปบอลหลุดกรอบออกไปอย่างน่าเสียดาย หลังจากนั้นยังทำอะไรกันไม่ได้หมดครึ่งเเรกยังเสมอกันอยู่ 0-0 เกมครึ่งหลังนาทีที่ 50 เจ้าถิ่นพลาดโอกาสขึ้นนำอย่างน่าเสียดายเมื่อ ภูวดล ได้โอกาสยิงจ่อๆ แต่ไม่ผ่านมือ กวินทร์ ที่ออกมาปิดมุมได้ทันเวลาพอดี นาทีที่ 53 เมืองทอง เดินเครื่องบุกบ้าง ธีรศิลป์ ปาดบอลจากด้านซ้ายไปเสาไกลให้ เอ็นดรี้ โฉบมาแหย่เท้าโดนบอลเฉือนๆหลุดกรอบ พลาดโอกาสขึ้นไปแบบน่าผิดหวัง จากนั้นนาที 64 เจ้าถิ่นศรีสะเกษ สวนกลับเเละมาได้ลุ้นอีกครั้งเมื่อ ดูโรซินมี่ ได้ระยะซัดหน้ากรอบเขตโทษเเต่ยังหลุดกรอบไปนิดเดียวเช่นกัน รูปเกมทั้งสองทีมยังเเลกกันสนุกนาทีที่ 74 กิเลนผยองเกือบได้เฮ ธีราทร ที่เพิ่งลงสนามมาในครึ่งหลังวางบอลจากกราบซ้ายให้ อดิศักดิ์ โขกเฉือนๆ บอลพุ่งเฉี่ยวเสาออกไป ถัดมาอีก 3 นาทีทีมเยือนได้ลุ้นอีกจากการยิงไกลของ สารัช เเต่ก็ยังหลุดเสาออกไป กระทั้งนาที 78 เเฟนบอลเจ้าถิ่นนั่งกันเงียบกริบทั้งสนามเมื่อทีมเยือนกิเลนผยองมาได้ประตูออกนำสำเร็จจากจังหวะฟรีคิกบอลชุลมุนหน้าประตูก่อนจังหวะสุดท้ายเป็น ธีรศิลป์ แดงดา ชาร์ตบอลเข้าไปตุงตาข่ายให้ทีมออกมานำ 1-0 หลังจากนั้นช่วงเวลาที่เหลือรูปเกมของทั้งสองทีมยังผลัดกันรุกเเละรับสนุก เเต่สุดท้ายทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้จบเกมการเเข่งขันในครึ่งหลัง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด บุกมาเอาชนะ ศรีสะเกษ เอฟซี ไปด้วยสกอร์เฉียดฉิว 1-0 หยุดยัดเยียดความพ่ายเเพ้ให้กับศรีสะเกษในบ้านได้เป็นเกมเเรกในฤดูกาลนี้ พร้อมกับรั้งตำเเหน่งจ่าฝูงต่อไป รายชื่อ 11 ตัวเเรกทั้งสองทีม ศรีสะเกษ เอฟซี : วีระ เกิดพุดซา (ผู้รักษาประตู), ทศพร เขม็งกิจ, คมกริช คำโสกเชือก, วิคเตอร์ อมาโร่, ชมพู แสงโพธิ์, ณัฐวุฒิ คำรินทร์, คมสันต์ เมินดี, สมศักดิ์ วงษ์ใหญ่, สมยศ พงษ์สุวรรณ์, ภูวดล สุวรรณชาติ, กาฟาร์ ดูโรซินมี เอสซีจี เมืองทองฯ ยูไนเต็ด : กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ (ผู้รักษาประตู), ทริสตอง โด, อดิศร พรหมรักษ์, สุพรรณ ทองสงค์, พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา, สารัช อยู่เย็น, วัฒนา พลายนุ่ม, ชนาธิป สรงกระสินธ์, ไมเคิล เอ็นดรี้, ธีรศิลป์ แดงดา, อดิศักดิ์ ไกรษร

บนเวทีแค่การแสดง แฟนคลับยก จ๊ะ อาร์สยาม เจ้าหญิงสายบุญ ตัวจริง!!!
จ๊ะ อาร์สยาม

   เรื่องจริง ไม่จำเป็นต้องสร้างภาพ สำหรับ จ๊ะ อาร์สยาม หรือ นงผณี มหาดไทย นักร้องลูกทุ่งสายบุญ ไม่รู้ว่าเพราะบุญหนักหรือยังไง ถึงได้มีงานรัดตัวจนไม่มีเวลาพักเลยทีเดียว แต่ต้องบอกเลยว่าบนเวทีเธอร้าย แรง แค่งานเพลงหรือการแสดงเท่านั้น แต่ในชีวิตจริงของเธอ มาทางสายบุญทั้งนั้นหากใครได้ติดตามกิจวัตรประจำวันของเธอผ่านไอจีหรือแฟนเพจ จะเห็นได้ว่าว่างเว้นจากงานคอนเสิร์ตเมื่อไหร่ สาวจ๊ะก็จะพาครอบครัวไปทำบุญอยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นถวายเงินให้กับวัด ขัดห้องน้ำวัด ล่าสุดควักเงินในกระเป๋าซื้อจักรยานคันใหม่ให้ยายขายผัก จนล่าสุดแฟนคลับตั้งฉายา "เจ้าหญิงวงการบันเทิงสายบุญ" ไปแล้ว!!!    ซึ่ง จ๊ะ อาร์สยาม เผยว่า “หนูชอบทำบุญอยู่แล้วคะ การทำบุญหรือบริจาคเงินให้กับวัด หนูทำไปไม่ได้หวังผลให้เราโด่งดัง มีชื่อเสียงเพิ่มมากขึ้นหรือให้เป็นที่รู้จักได้รับการยอมรับในสังคม แต่เราทำไปเพราะเรามีกำลังทรัพย์ที่จะแบ่งปันให้คนที่เขาไม่มี คนที่เขาขาดแคลน ให้เขาได้มีรอยยิ้มหรือมีชีวิตที่ดีขึ้นกับสิ่งที่ได้รับ ล่าสุดหนูเห็นคลิปคุณยายจ.พิจิตร ปั่นจักรยานเก่าๆ ไปขายผักทุกวัน บางวันจักรยานยางรั่วก็ต้องเข็นไปปะยางในตัวเมืองระยะทาง 5-6 กิโล ซึ่งคุณยายเองก็อายุเยอะแล้ว เห็นแล้วก็สงสารเลยตัดสินใจว่าจะซื้อรถจักรยานคันใหม่ให้คุณยายไว้ใช้ ก็ดีใจนะคะ กับน้ำใจเล็กๆน้อยๆที่เราได้หยิบยื่นให้คนอื่น ซึ่งตัวหนูเองก็เคยลำบากมาก่อน รับจ้างร้องเพลงได้วันละ 300 ทำงานหาเงินเพื่อส่งตัวเองเรียน ก็รู้ว่ามันเหนื่อยยากแค่ไหนกว่าจะหาเงินมาได้ วันนี้เราหนูมีงานมีเงิน มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นก็อยากจะหยิบยื่นสิ่งเหล้านี้ให้คนอื่นบ้าง อาจจะไม่ยิ่งใหญ่แต่เราเต็มใจที่จะทำเราก็มีความสุขค่ะ” ขอบคุณรูปภาพจาก jaja_nongpanee

สูตร แกงเลียงผักรวมกุ้งสด เมนูที่ช่วยผลิตน้ำนมสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์
เมนูคุณแม่ตั้งครรภ์ /  แกงเลียง

เมนูสมุนไพรที่อร่อยครบเครื่องของไทยก็มีอยู่มากมายแต่ความสดชื่นกลมกล่อม ถึงเครื่องแกงเลยคือเมนู แกงเลียงผักรวมกุ้งสด ยิ่งทานกับข้าวสวยร้อนๆ เป็นต้องมีต่อจานสอง และเป็นเมนูที่มีประโยชน์กับคุณแม่ตั้งครรภ์เป็นอย่างมากช่วยเรียกน้ำนมได้ดีและส่งผลดีต่อลูกน้อยอีกด้วย ไม่ใช่แค่มีความอร่อยอย่างเดียว คุณค่าทางอาหารสูงมาก มีประโยชน์ทุกหยดของน้ำแกงเลยทีเดียว สูตร แกงเลียงผักรวมกุ้งสด เมนูที่ช่วยผลิตน้ำนมสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ วัตถุดิบ ฟักทอง หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ 1 ถ้วย บวบหอมอ่อน หั่นเป้นชิ้นพอดีคำ 1 ถ้วย ข้าวโพดอ่อน 1 ถ้วย เห็ดฟาง 1 ถ้วย เห็ดนางฟ้า 1 ถ้วย ใบแมงลัก 2 ถ้วย กุ้งสด 1 ถ้วย น้ำลวกกุ้ง 6 ถ้วย เครื่องแกงเลียง กุ้งแห้ง 1/2 ถ้วย เนื้อกุ้งต้ม 1/2 ถ้วย พริกไทยเม็ด 2-3 ช้อนโ๖ะ หอมแดง 10 กัว กะปิ 2 ช้อนโต๊ะ กระชาย 3 แง่ง พริกขี้หนูสวน 5-6 เม็ด ขั้นตอนการเตียมวัตถุดิบ นำผักทุกอย่างมาล้างน้ำให้สะอาดและปอกเปลือกเอาไว้ เตรียมหั่นผักทุกอย่างไว้ให้เรียบร้อย เตรียมเครื่องแกงเลียง ให้นำเครื่องแกงเลียงที่เตรียมไว้มาโขลกรวมกัน โดยเริ่มจากโขลกกุ้งแห้งก่อน ตามด้วยพริกไทย กระชาย กะปิ หอมแดง กุ้งสด และพริกสด ตำให้พอละเอียด วิธีเตรียมกุ้งสดและน้ำซุป กุ้งสดนำไปล้างน้ำ ปอกเปลือก แล้วใช้กรรไกรตัดหัวเอาขี้กุ้งออก ตัดขากุ้งออกด้วย และผ่าหลังแบ่งเป็น 2 ชีกดึงเอาเส้นดำทิ้งไป จากนั้นเราก็จะนำกุ้งมาต้มในน้ำเดือดแค่พอกุ้งสุก (เพราะเราต้องการน้ำที่ได้จากการต้มกุ้งนี้ไปทำน้ำซุป) โดยกรองเอาน้ำไว้ด้วย พอได้กุ้งที่สุกแล้ว เราก็จะนำมาแกะเอาเปลือกกุ้งออก แต่ยังไม่ทิ้งเปลือกกุ้ง ถ้าสังเกตุให้ดีที่เปลือกกุ้งจะมีหัว และมันกุ้งติดอยู่ ให้นำเอาทั้งหมดนั้นมาปั่น แล้วละลายในน้ำต้มกุ้ง และใช้กระชอนกรองเอาส่วนที่ปั่นไม่ละเอียดทิ้งไป เราก็จะได้น้ำซุปกุ้งสดสุดแสนหวานมาทำแกงเลียง โดยไม่ต้องใช้ผงปรุงรสใดๆ มาช่วยเลย เมื่อได้น้ำซุปกุ้งสดมาแล้วก็นำใส่หม้อต้มให้เดือด พอน้ำแกงเดือดใส่เครื่องแกงเลียงลงไป พอน้ำแกงเดือดอีกครั้ง ให้เตรียมผักลงใส่ตามลำดับความสุกช้าหรือเร็ว คือให้ใส่ผักที่เนื้อแข็งสุกยากลงไปก่อนแล้วค่อยตามด้วยผักที่สุกง่าย ปรุงรสด้วยน้ำปลาเล็กน้อย เติมไปชิมไป ให้ได้รสชาติที่เราต้องการ ท้ายสุดค่อยใส่ใบแมงลัก ที่เป็นเอกลักษณ์ของแกงเลียงไทย ใช้ทัพพีกดให้ใบแมงลักจมน้ำแกงให้หมด ปิดเตา พักไว้ 1 นาที คนให้ทั่วและตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟร้อนๆ ที่มาจาก : zabwer.com 

เที่ยว
10 อันดับที่เที่ยวไทเป /  ที่เที่ยวไต้หวัน / 

ตอนนี้ประเทศไต้หวัน หรือเมืองหลวงอย่าง ไทเป กำลังเป็นจุดมุ่งหมายใหม่ที่นักท่องเที่ยวปักหมุดต้องไปให้ได้ และด้วยตอนนี้รัฐบาลไต้หวันประกาศ Free Visa สำหรับนักท่องเที่ยวจากประเทศไทย และ บรูไน เป็นเวลา 30 วัน ยิ่งทำให้หลายคนอยากแบ็คแพคไปสัมผัสเมืองแห่งวัฒนธรรม ศิลปะ ธรรมชาติ และที่สำคัญ หนุ่มไทเปติดอันดับหนุ่มหล่อ หน้าตาดีอีกด้วย! (อันนี้เราไม่คอนเฟิร์มเพราะเรายังไม่เคยเห็น อิอิ >,<) เที่ยว "ไทเป" กับ 20 สถานที่ท่องเที่ยว ที่ไม่ควรพลาด! นครไทเป เป็นเมืองหลวงของไต้หวัน และใหญ่ที่สุดบนเกาะไต้หวัน โดยตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะ นอกจากนี้ไทเปยังถูกยกให้เป็นเมืองญี่ปุ่นขนาดย่อมด้วย เพราะสะอาด น่าอยู่ บ้านเมืองเป็นระเบียบ ถ้าหากใครยังไม่เคยมาแล้วอยากรู้ว่าที่นี่มีอะไรน่าสนใจ มีอะไรน่าเที่ยว ตามมาดูกัน .. ไทเป มีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอยู่หลายที่ ทั้งวัดวาอารามอายุหลายร้อยปี พิพิธภัณฑ์ ธรรมชาติที่สมบูรณ์ รวมถึงการเดินทางที่สะดวกสบาย และยิ่งได้ฟรีวีซ่า ยิ่งที่ทำให้ที่นี่เป็นอีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจสำหรับคนชอบเดินทาง งั้นก่อนเดินทางก็ขอเก็บข้อมูลกันซะหน่อย เราเลยรวบรวม สถานที่ท่องเที่ยว ที่ไม่ควรพลาด มาฝากกัน อยากไปเที่ยวไหนก็ศึกษาเส้นทาง วางแผนกันให้ดีๆ นะคะ ^^ 1. National Palace Museum  พิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งชาติ หรือพิพิธภัณฑ์แห่งชาติกู้กง เปิดให้เข้าชื่นชมผลงานศิลปะและสิ่งประดิษฐ์โบราณของจีนที่รวบรวมไว้มากที่สุดในโลก ของเหล่านี้มีอายุมากกว่า 8,000 ปี และคงอยู่มาหลายช่วงราชวงศ์แล้ว พิพิธภัณฑ์แห่งนี้สร้างขึ้นในปี 1925 หรือหลังก่อตั้งสาธารณรัฐจีนได้เพียง 13 ปีเท่านั้น การเดินทาง : MRT Shilin, take bus no. R30, 255, 304, 815 2. น้ำพุร้อนเป่ยโถว (Beitou) เมื่อเดินทางด้วย MRT ตรงสถานีสวนสาธารณะนิวเป่ยโถว ก็จะพบกับพิพิธภัณฑ์น้ำพุร้อนเป่ยโถว ด้านในอาคารจะมีภูเขาไฟซาเม่าพ่นไอกำมะถันออกมาตลอดทั้งปี มีห้องอาบน้ำแบบญี่ปุ่นจัด ห้องพัก และนิทรรศการแสดงสิ่งของ ภาพถ่าย ความเป็นมา ของน้ำพุร้อนด้วย 3. The Beitou Branch of Taipei Public Library ถัดมาไม่ไกลกันมากนัก ก็จะเจอกับ ห้องสมุดสาธารณะ ดีไซน์สวย สร้างด้วยไม้ทั้งอาคาร ที่นี่ยังเป็น ห้องสมุดที่ติดอันดับ 1 ใน 25 ของห้องสมุดสุดสวยในโลก ปี 2012 อีกด้วย โดยคอนเซปของที่นี่คือเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ประพยดพลังงาน และยังเป็นอาคารแห่งแรกในไต้หวันที่ได้ใบรับรอง “Green Building” 4. ตึกไทเป 101 ( Taipei101 ) ตึกใหญ่ตั้งสูงตระหง่านใจกลางเมืองไทเป ด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์คล้ายปล้องไม้ไผ่ที่มีทั้งหมด 8 ปล้อง ที่ว่ากันว่าใครมาเที่ยวไต้หวันแล้วไม่ได้มาถ่ายรูปกับตึกแห่งนี้ หรือขึ้นไปชั้นบนสุดของที่นี่ถือว่ายังมาไม่ถึงไต้หวัน ตึกไทเป 101  มี106ชั้น มีความสูงถึง 508 เมตร โดยชั้น 89 จะเป็นจุดชมวิวที่จะต้องซื้อตั๋วเข้าชมจากชั้นล่างของตึก ลิฟท์ก็จะนำพาคุณมาถึงยังชั้นชมวิวอย่างรวดเร็ว ถ้าคุณไม่สันทัตการชมวิวในที่สูง หรือกลัวความสูง คุณก็สามารถถ่ายรูปคู่กับตึกไทเป101 นี้จากสวนอนุสรณ์สถาน ดร. ซุนยัตเซน ได้เช่นกัน เปิดทุกวัน 9.00 – 22.00 น. การเดินทาง : MRT สายสีแดง สถานี Taipei 101/ World Trade Center 5. อนุสรณ์สถานเจียงไคเช็ก (Chiang Khai Shek Memorial hall) ไฮไลท์ยิ่งใหญ่สุดของไต้หวัน จุดหมายหลักที่นักเดินทางทุกคนต้องมาเยือนที่นี่ ตัวอาคารใหญ่โตพร้อมกับลานกว้างนั้นสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกถึงท่านเจียงไคเช็ก อดีตประธานาธิบดีแห่งไต้หวันที่ได้ถึงแก่อสัญกรรมไปแล้ว ตัวอาคารโดดเด่นด้วยสีขาว ตัดกับหลังคาแปดเหลี่ยมกระเบื้องสีน้ำเงินเบื้องบน ภายในจะมีรูปปั้นสำริดของท่านนั่งอยู่ พร้อมกับมีทหารเปลี่ยนเวรยามมาเฝ้าตามเวลา แนะนำให้ไปช่วงตอนเปลี่ยนกะ จะได้เห็นพิธีการที่ดูขึงขัง ภายนอกยังมีลานกว้างและซุ้มประตูขนาดใหญ่ที่ออกแบบมาตามหลักฮวงจุ้ยเป๊ะๆ เปิดทุกวัน : 9.00-18.00 น. การเดินทาง : MRT สายสีน้ำเงิน สถานี CKS Memorial Hall Station ทางออก 5 / ถนน Zhongshan S. Zhongzheng District Taipei 6. วัดหลงซาน (Lhongsan Temple) วัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองไทเปตั้งอยู่ใจกลางเมืองไทเป เดินทางไปถึงได้ง่ายด้วยรถไฟฟ้า เหมาะสำหรับคนที่มาเที่ยวไทเปและไม่มีเวลามากนักก็สามารถแวะไหว้พระและขอพรที่นี่ได้ ว่ากันว่ามาวัดหลงซานเพียงวัดเดียวสามารถขอพรอันประเสริฐได้ทุกประการ ด้วยว่ามีเทพเจ้าภายในให้สักการะกว่าร้อยองค์ วัดนี้มีองค์ประกอบเด่นที่เสามังกรพันซึ่งภายในวัดมีอีกหลายเสาให้ถ่ายรูป ด้วยความที่วัดนี้มีคนเข้าเยอะ กลิ่นธูปตลบอบอวล ใครมาวัดแห่งนี้ก็ควรระวังทรัพย์สินของท่านและระวังธูปจากคนอื่นด้วยนะ เปิดให้บริการ 6.00-22.00 น. การเดินทาง : MRT สายสีน้ำเงิน สถานี Lhongshan Temple 7.  Maokong Gondola กระเช้าลอยฟ้าเมาคง กอนโดลา อยู่บนความสูงเกือบ 300 เมตร พื้นเป็นกระจกใสมองเห็นวิวเบื้องล่าง ซึ่งการนั่งกระเช้านั้นเราสามารถหยุดแวะที่สวนสัตว์ไทเป (Taipei Zoo) และวัดจื่อหนาน (Zhinan Temple) เพื่อสักการะวัดที่เป็นที่เคารพนับถือมากที่สุดแห่งหนึ่งในไต้หวัน สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแก่ปรมาจารย์ลัทธิเต๋าท่านหนึ่งที่เป็นที่เคารพรักของคนจำนวนมาก ก่อนนั่งต่อไปยังไร่ชา วัดวาอารามและยอดเขา มองเห็นวิวรอบเมืองไทเป เมื่อลงที่สถานี Maokong เพื่อเข้าไปสักการะวัดเทียนอันและวัดซานสวน รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวอีกหลายแห่งที่เกี่ยวข้องกับชา ชิมชาหลากประเภทและชมความงามของหม้อต้มชาที่ทำขึ้นด้วยมือที่พิพิธภัณฑ์ Chang Nai miao Memorial Tea ส่วนที่ศูนย์ Tea Promotion Center คุณจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับประเภทของชา รวมถึงวิธีเก็บรักษา วิธีชง และการกระจายสินค้าไปยังที่ต่างๆ รับชมการปลูกชาและเก็บชาแบบสดๆ ที่ไร่ชาในบริเวณ Zhanghu และ Watsuo เปิดให้บริการทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ *แนะนำให้มาแต่เช้า 8. เขาช้าง หรือเซี่ยงซัน (Xiangshan) เป็นหนึ่งใน Four Beast Mountains ในใจกลางเมืองไทเป มีวิวกว้างของยอดเขาที่รายรอบ วิวตัวเมือง และภูมิประเทศตามธรรมชาติ สามารถมาได้ทั้งตอนเช้าและตอนเย็น เมื่อเดินขึ้นเขาก็จะพบกับวิวตึก ไทเป 101 ซึ่งเป็นตึกระฟ้าที่เป็นสัญลักษณ์ของเมือง , ทิวทัศน์แม่น้ำสามสายของไทเป วิธีการเดินทาง : MRT Xiangshan, Exit 2 , นั่งรถไฟไปที่สถานี Cityhall หรือนั่งรถประจำทางไปยัง Yongchun Gang Park จากตึกไทเป 101 หรือเขต Xinyi เดินเพียง 10 ถึง 15 นาที 9. พิพิธภัณฑ์แห่งชาติไต้หวัน (National Taiwan Museum) พิพิธภัณฑ์แห่งนี้สร้างขึ้นในปี 1908 และมีความเก่าแก่ที่สุดในไต้หวัน สถาปัตยกรรมของที่นี่เป็นรูปแบบกรีกดอริก (Greek Doric) ซึ่งมีเสาเรียงรายที่ทางเข้าและหลังคาเป็นรูปโดม ภายในห้องโถงกลางที่งดงามซึ่งมีเสาแบบโรมาเนสก์และพื้นหินอ่อน ภายในมีรูปปั้นของรัฐบุรุษชาวญี่ปุ่นที่ชื่อว่า Kodama Gentarō และ Gotō Shinpei ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการทำให้ไต้หวันก้าวเข้าสู่ความทันสมัย แต่เดิมพิพิธภัณฑ์นี้ได้รับการสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองพิธีเปิดใช้เส้นทางรถไฟสายเหนือ-ใต้ของไต้หวัน ถัดจากตัวอาคารหลัก ให้คุณไปชม Taiwan Land Bank Exhibition Hall ของพิพิธภัณฑ์เพื่อชมโครงกระดูกไดโนเสาร์ขนาดยักษ์ ตั้งแต่วันอังคารถึงวันอาทิตย์ ในการเดินทางไป ให้นั่ง MRT ไปยัง National Taiwan University Hospital 10. Yong Kang Street ถนน Yong Kang มีร้านขายอาหาร ร้านกาแฟ ร้านค้าทันสมัยอยู่เป็นจำนวนมาก เป็นหนึ่งในย่านอาหารซึ่งเป็นที่นิยมที่สุดในไทเป เมื่อออกมาจากสถานี MRT บนถนน Yong Kang สิ่งแรกที่คุณจะได้เห็นคือ คนต่อแถวรอเข้าร้านอาหารดั้งเดิมที่ชื่อว่า Din Tai Fung ซึ่งมีชื่อเสียงในเรื่องของซาลาเปาเสี่ยวหลงเปา (xiao long bao) ที่เสิร์ฟมาในเข่งแบบดั้งเดิม และเมื่อมาถึงที่นี่ก็ไม่ควรพลาดชิมของอร่อยอย่าง ซาลาเปาไส้หมูกับบะหมี่เนื้อวัว ซึ่งเป็นเมนูขึ้นชื่อของไต้หวัน และอร่อยสุดตั้งอยู่บนถนน Yong Kang ,  lu rou fan เป็นข้าวหมูอบ , cong zhuabing แพนเค้กหัวหอมที่วางซ้อนเป็นชั้น และขนมหวานให้ลองมะม่วงปั่นหรือน้ำแข็งใสใส่ถั่วแดงกับนมข้น 11.  ตลาดกลางคืนซือหลิน (Shilin) ตลาดประจำเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องสีสันยามค่ำคืน อาหารไต้หวันแท้ๆ รวมถึงสินค้าพื้นเมืองและจากต่างประเทศ และเป็นตลาดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในไทเป แบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน นั่นคือ โซนอาหารและสินค้า มีฟู้ดคอร์ทที่โด่งดังในเรื่องอาหารไต้หวันแบบดั้งเดิม รสชาติเยี่ยม และมีเฉพาะที่ตลาดนี้เท่านั้น 12. สวน 228 Peace ไทเป 228 เมโมเรียลพาร์คเป็นสวนสาธารณะสไตล์ญี่ปุ่นที่เงียบสงบในใจกลางเมือง สถานที่แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้แก่เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 1947 พื้นที่ในสวนสาธารณะแห่งนี้จึงเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์สถานไทเป 228, อนุสรณ์สถาน 228 และพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ เป็นอนุสรณ์ให้ระลึกถึงประวัติศาสตร์อันน่าเกรงขาม ในช่วงสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง ต่อมาได้ถูกเปลี่ยนชื่อให้เป็น พีซพาร์ค (Peace Park) มีงานประติมากรรมสวยงาม ประกอบด้วยหอระฆังตรงกลาง ล้อมรอบด้วยรูปลูกบาศก์เอียงสามลูกขนาดใหญ่ และประวัติศาสตร์ของเหตุการณ์ในปี 1947 ตั้งอยู่บนพื้นที่ในเมืองระหว่างถนน Gongyuan ถนน Xiangyang ถนน Huaining และถนน Ketagalan หากต้องการเดินทางไป ให้นั่งรถไฟ MRT ไปยังสถานีโรงพยาบาล NTU 13. พิพิธภัณฑ์วิจิตรศิลป์ไทเป (Taipei Fine Arts Museum) มีคอลเล็คชั่นอันสร้างสรรค์ของงานศิลปะไต้หวันในทั้งแบบสมัยใหม่และแบบร่วมสมัย ที่นี่แสดงงานของศิลปินในท้องถิ่น ระดับประเทศ และระดับนานาชาติที่มีชื่อเสียง อย่างเช่น Ai Weiwei และ Andy Warhol ก็เคยมาจัดแสดงงาน ณ สถานที่แห่งนี้ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ใน Taipei Expo Park เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่วันอังคารถึงวันอาทิตย์ และบัตรเข้าชมมีราคาตามอัตราต่อผู้ใหญ่หนึ่งคน อัตราส่วนลด หรืออัตราต่อกลุ่ม ในการเดินทางไปที่นั่น ให้นั่งรถประจำทางไปลงที่ป้ายพิพิธภัณฑ์วิจิตรศิลป์ไทเป หรือนั่ง MRT ไปลงสถานี Yuan Shan มีที่จอดรถให้ฟรีสำหรับผู้มาเยือนพิพิธภัณฑ์ 14. ย่านซีเหมินติง แหล่งช้อปปิ้งวัยรุ่น (Ximending & Red House) ย่านช้อปปิ้งชื่อดังขวัญใจวัยรุ่นเด็กแนวที่ทุกคนจะต้องมาอัพเดทเทรนด์การแต่งตัวกันที่นี่ คุณสามารถมานั่งจิบกาแฟ กินไอศกรีม ดูวัยรุ่นและผู้คนแต่งตัวที่นี่ไม่แพ้สยามแสควร์บ้านเรา ไฮไลท์เด็ดๆของที่นี่ นอกจากจะเป็นย่านช้อปปิ้งของเมืองไทเปแล้ว ยังมีอาคารโบราณที่ทางการได้อนุรักษ์ไว้ มีชื่อว่าตึกแดง หรือ Red House สร้างด้วยอิฐแดงทั้งหลัง ภายในจะมีการจัดนิทรรศการทางศิลปะต่างๆ แบบหมุนเวียน และภายนอกจะเป็นลานคนเมืองที่มีสินค้าทำมือแนวๆ วางขายกันที่นี่ให้เลือกชมและซื้อได้ตามอัธยาศัย การเดินทาง MRT สายสีน้ำเงิน สถานี Ximen ย่านช้อปปิ้งเปิดให้บริการถึง 22.00น. 15. วัดกวนตู้ (Guandu Temple) สำหรับคนที่มาเที่ยวแล้วต้องการไหว้พระขอพร วัดกวนตู้เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทเป คนที่มาที่นี่ล้วนมาไหว้พระขอพรให้ร่ำรวยและโชคดี โดยมีเทพเจ้าแห่งท้องทะเลมาจู่ เพื่อให้เดินทางปลอดภัยและโชคดี และองค์พระโพธิสัตว์กวนอิม อยู่ภายในอุโมงค์วัด โดยวัดแห่งนี้ได้สร้างขึ้นบนภูเขา และมีการเจาะอุโมงค์ยาวกว่าร้อยเมตร เพื่อทะลุไปอีกฝั่งหนึ่งและไปสักการะองค์กวนอิมได้ ตรงทางเข้าวัดจะมีเสาให้หยอดเหรียญขอพรซึ่งจะนำมาซึ่งความร่ำรวยเงินทอง ถ้าคุณทำการค้าหรือเป็นเจ้าของกิจการ ไม่ควรพลาดมาไหว้พระขอพรที่นี่จ้า เปิดให้บริการ 8.30-21.00 น. การเดินทาง MRT สายสีแดง สถานี Guandu แล้วเดินต่อมายัง No.360 Zixhing Road, Beitou District, Taipei แต่เดินไกลอยู่ แนะให้เรียกแท็กซี่ได้ไม่แพง 16. ช็อปปิ้งที่วูเฟนปู (Wufenpu) เป็นย่านขายเสื้อผ้าปลีก ส่ง ที่ใหญ่ที่สุดในไทเป มีทั้งของใหม่และของมือสอง บางร้านมีนำเข้าจากเกาหลีและญี่ปุ่น ส่วนราคาก็ถูกกว่าบ้านเรา ถ้าอยากได้ของถูกให้ไปวันอาทิตย์เพราะพ่อค้าแม่ค้าจะเอาสินค้ามาลดราคากัน แต่ถ้าใครอยากได้ของใหม่ลองเดินดูวันอังคาร ตลาดที่นี่เริ่มเปิดตั้งแต่เวลา 14.00 - 22.00 น. การเดินทาง  : MRT Songshan Exit 3, 4 17. วัดซิงเทียน (Xingtian Temple) ซิงเทียนกง เป็นอีกหนึ่งวัดที่คนไต้หวันนิยมมากราบไหว้ ขอพร ตั้งอยู่ติดกับสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตอย่าง ซีเหมินติง เปิดทุกวัน 4:00 am – 10.30 pm การเดินทาง : MRT Xing Tian Temple Exit 2 เดินออกมาเลี้ยวขวา แล้วเดินตรงมาเรื่อยๆ ใช้เวลา 5-10 นาที 18. Songshan Cultural and Creative Park สวนสาธารณะที่รวบรวมความคิดสร้างสรรค์ และวัฒนธรรมไว้ในที่เดียวกัน ที่นี่เราจะได้เห็นสิ่งแปลกใหม่ การก่อสร้างสมัยใหม่ แกลอรี่ศิลปะ , ห้องครีเอทีฟแล็บ, ห้องจัดนิทรรศการ , ร้านหนังสือ, ห้างที่รวบรวมของแฮนด์เมด DIY ไอเดียดีๆ ไว้ให้เลือกซื้อกัน ตลอดจนไปถึงธรรมชาติที่สวยงามและร่มเย็น หรือถ้าใครอยากจะนั่งชมบรรยากาศพร้อมจิบกาแฟสักแก้ว ที่นี่ก็มีบริการ โดยที่นี่ตั้งอยู่ไม่ไกลจาก ตึกไทเป 101 ด้วย การเดินทาง :  MRT ลงสถานี Taipei City Hall Station (สายสีน้ำเงิน) Exit 1 ดูเพิ่มเติม http://www.songshanculturalpark.taipei/en/index.aspx 19. Huashan 1914 Creative Park อาคารหลังเก่าในอดีตเป็นโรงงานผลิตไวน์และบุหรี่ขนาดใหญ่ ต่อมาถูกดัดแปลงให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว พักผ่อนหย่อนใจแห่งใหม่ หลังจากถูกทิ้งร้างไปกว่า 10 ปี มีลานกิจกรรม การแสดงต่างๆ โชว์ผลงานศิลปะ มีร้านอาหาร ร้านค้าต่างๆ มากมาย และไฮไลท์ของที่นี่ใครมาต้องมาเซลฟี่! อาคารหลังเก่าที่มีใบไม้สีเขียวปกคลุม เวลาเปิด-ปิด: 09:30-21:00 น. การเดินทาง: รถไฟใต้ MRT สถานี Zhongxiao Xingsheng (สายสีน้ำเงิน) Exit 1 จากสถานีเดินประมาณ 3 นาที 20. Si Si Nan Cun หมู่บ้านทหารโบราณ ที่แห่งนี้เป็นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นหมูบ้านเก่าแก่ ที่ยังคงความดั้งเดิมเอาไว้ รวมถึงโดยรอบก็ยังคงแสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมและเรื่องราวในประวัติศาสตร์ยุคก่อน ผู้คนนิยมถ่ายรูปกันเป็นจำนวน อยู่ไม่ไกลจาก ตึก Taipei101 ด้วย เปิดเสาร์-อาทิตย์ การเดินทาง : MRT Taipei101, Exit 2 ขอบคุณข้อมูล http://www.nokscoot.com , www.expedia.co.th เรียบเรียง Travel.MThai

Olympus เปิดตัว Stylus TG-Tracker กล้องถ่ายภาพแอ็คชั่นพร้อมลุย
actioncam /  Olympus / 

บริษัท โอลิมปัส (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย มร.ชินโช อิเคดะ กรรมการบริษัทและผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์กล้องถ่ายภาพและอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ฯ แถลงข่าวเปิดตัวกล้องถ่ายภาพแอ็คชั่น พร้อมกันทั่วโลก! “โอลิมปัส สไตลัสทีจี แทรกเกอร์ (Olympus Stylus TG-Tracker)” ภายในงานยังได้ร่วมพูดคุยกับเซเลบริตี้หนุ่ม 3 ไลฟ์สไตล์ รวมถึง วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล  นักจัดรายการทีวี นักเขียน นักเดินทางที่มีไลฟ์สไตล์ สุดเอ็กซ์ตรีม, กูรูไอที หาว-ต่อวงศ์ ซาลวาลา เจ้าของเว็บไซต์ 2how.com, ดีเจเต๊ป-กีรติ ศิริสุทธิพัฒนา แห่งคลื่นกรีนเวฟ ครูสอนดำน้ำ และเจ้าของรีสอร์ท ที่ร่วมเผยความรู้สึกหลังจากที่ได้สัมผัสกล้องแอ็คชั่นใหม่ล่าสุด โดยมีนางฟ้านักปั่น หวานหวาน-อรุณณภา พาณิชจรูญ เป็นพิธีกรผู้ดำเนินรายการ ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมแกรนด์  เซ็นเตอร์ พอยท์ เทอร์มินัล 21 กล้องโอลิมปัส สไตลัสทีจี แทรกเกอร์ (Stylus TG-Tracker) ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ทั้งแอ็คชั่น แอดเวนเจอร์ หรือวันธรรมดา โดดเด่นด้วยฟังก์ชั่นบันทึกวีดิโอ ความละเอียดสูงระดับ 4K, ดาต้าล็อกกิ้งที่บันทึกพิกัดสถานที่ ระดับความสูง/ ความลึก, เลนส์กว้าง 204 องศาที่ทำให้ได้รูปมุมกว้างแบบที่ไม่เห็นมาก่อน กันน้ำได้ลึกถึง 30 เมตรโดยไม่ต้องใส่อุปกรณ์เสริมสำหรับดำน้ำ กันฝุ่นซึ่งสามารถใช้ถ่ายภาพในทะเลทรายได้ กันกระแทกจากความสูงได้ถึง 2.1 เมตร  ทนต่อแรงกดทับได้ถึง 100 กิโลกรัมฟอส  ทนต่ออากาศเย็นได้ถึง -10 องศาเซลเซียส ฯลฯ พร้อมวางจำหน่ายในประเทศไทย ปลายเดือนมิถุนายนศกนี้ ราคาแนะนำ 16,990 บาท

มันส์สะเเด่ว! จิตปัญญาปั่นตุงบุรีรัมย์เเซงดับสุพรรณบุรี
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด /  สุพรรณบุรี เอฟซี / 

ปราสาทสายฟ้ารักษาฟอร์มเก่งได้อีกนัด หลังบุกยิงเเซงให้ทีมเอาชนะสุพรรณบุรี พร้อมสร้างสถิติไม่เคยเเพ้ทีมเมืองเหน่อได้ต่อไป ผลฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก วันเสาร์ที่ 9 กรกฎาคม 2559 สุพรรณบุรี เอฟซี 1 - 2 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู : เดลลาตอร์เร่ น.4, ไคโอะ ฟิลิปเป้ น.29, จิตปัญญา ทิสุด น.65  สนาม : กีฬากลาง จ.สุพรรณบุรี เวลา 19.00 น. การเเข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก วันเสาร์ที่ 9 กรกฎาคม 2559 เป็นการพบกันระหว่างเจ้าบ้าน “ช้างศึกยุทธหัตถี” สุพรรณบุรี เอฟซี ทีมอันดับที่ 10 ของตาราง เปิดบ้านรับการมาเยือนของทีม “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทีมอันดับที่ 5 ของตาราง เริ่มเกมมาได้เพียงนาทีที่ 4 กลับเป็น สุพรรณบุรี ขยับสกอร์ออกนำไปก่อน 1-0 ชาริล ชัปปุยส์ ลากลุยขึ้นมาทางกราบขวา ก่อนจ่ายเข้าเขตโทษทะลักมาถึง เดลลาตอร์เร่ ซัดล่อเป้าเข้าไปไม่เหลือซาก จากนั้นเป็น สุพรรณบุรี ที่ทำเกมบุกได้ดีกว่า นาทีที่ 14 เกือบได้ประตูทิ้งห่างจากจังหวะที่แดนกลางแทงทะลุช่องให้ ชิตชนก ไชยแสนสุรินทร์ พาบอลหนี อันเดรส ตูเญซ หลุดเข้าเขตโทษแต่ยิงไม่ดี ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน เซฟไว้ได้ อย่างไรก็ตามนาทีที่ 29 บุรีรัมย์ ตามตีเสมอสำเร็จเป็น 1-1 บรูโน่ โมไรร่า จ่ายขวางสนามออกซ้ายให้ ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ จี้เข้าหาเขตโทษ ก่อนเปิดไปเสาสองให้ ไคโอะ ฟิลิปเป้ ทะยายโขกเสียบเสาแรกเข้าไปอย่างเด็ดขาด และนาทีที่ 37 สถานการณ์เจ้าถิ่น สุพรรณบุรี ไม่ดีนักเมื่อต้องมาเหลือผู้เล่น 10 คน เดลลาตอร์เร่ มาถูกใบเหลืองที่สองเป็นใบแดงไล่ออกจากสนาม ก่อนจบครึ่งแรกเสมอกันอยู่ 1-1 กลับสู่ครึ่งหลังนาทีที่ 49 บุรีรัมย์ เกือบพลิกขึ้นนำ บรูโน่ โมไรร่า ได้บอลทางกราบซ้ายก่อนโยนลึกมาถึง ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต ลอยตัวโขกหลุดเสาแรกออกไปอย่างหวุดหวิด กระทั่งนาทีที่ 65 บุรีรัมย์ ก็ขยับสกอร์แซงขึ้นนำเป็น 2-1 จิตปัญญา ทิสุด ปั่นด้วยขวาหน้าเขตโทษฝั่งซ้าย บอลลอยข้าม สินทวีชัย หทัยรัตนกุล เสียบโคนเสาสองเข้าไปอย่างสวยงาม จากนั้น บุรีรัมย์ ต้องเหลือผู้เล่น 10 คนเช่นกันจากจังหวะที่ ไคโอะ ฟิลิเป้ โดนใบแดงไล่ออกจากสนาม แต่สุดท้ายทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้จบเกมเป็น บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุกมาเอาชนะ สุพรรณบุรี เอฟซี ไปอย่างสนุก 2-1 สร้างสถิติไม่เเพ้สุพรรณบุรีได้ต่อไป รายชื่อ 11 ตัวเเรกทั้งสองทีม สุพรรณบุรี เอฟซี : สินทวีชัย หทัยรัตนกุล (ผู้รักษาประตู), วสันต์ ฮมแสน, ธฤติ โนนศรีชัย, มาร์ซิโอ้ นาสซิเมนโต้ โรซาริโอ้, ณัฐพงษ์ สมณะ, จุง ฮุน, สุบรรณ เงินประเสริฐ , ชาริล ชับปุยส์, ธนาสิทธิ์ ศิริผลา, ชิตชนก ไชยเสนสุรินธร, กิแยร์เม่ ออกุสโต้ เดลลาตอร์เร่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด : ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน (ผู้รักษาประตู), สุรัตน์ สุขะ, อันเดรส ตูเนซ, ชิติพัทธ์ แทนกลาง, นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม, ซากีรีน ตีกาสม , จิตปัญญา ทิสุด, อดิศักดิ์ เส็นสมเอียด , ดีโอโก้ หลุยส์ ซานโต , บรูโน่ โมไรร่า, ไคโอะ เฟลิเป้ กอนซัลเวส

เที่ยวไหนดี? แนะนำ 5 สถานที่ท่องเที่ยวในช่วงหน้าฝน
ที่เที่ยวหน้าฝน /  ทุ่งแสลงหลวง / 

ถ้าเพื่อนๆ คนไหนขี้เกียจนอนอยู่บ้าน อยากออกทริปสนุกๆ แต่ไม่รู้ว่า หน้าฝนแบบนี้จะไปไหนดี? Travel.MThai มี 5 สถานที่ท่องเที่ยวในช่วงหน้าฝน มาฝากกันค่ะ ซึ่งการท่องเที่ยวหน้าฝนแบบนี้ เราสามารถสัมผัสกับธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิด ได้ชมความงามของดอกไม้ ต้นไม้ที่ผลิบานหน้าฝน รับรองว่าทริปหน้าฝนนี้ประทับใจแน่นอน ^^ เที่ยวไหนดี? แนะนำ 5 สถานที่ท่องเที่ยวในช่วงหน้าฝน น้ำตกทีลอซู : อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก หรือภาษากะเหรี่ยงแปลว่า น้ำตกดำ ถือเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงเรื่องความสวยงามและใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และจะสวยงามเป็นพิเศษในช่วงฤดูฝน ระหว่าง 1 มิ.ย. - 31 พ.ย. ปริมาณน้ำฝนที่มากจะเพิ่มปริมาณน้ำในลำธารทำให้สายน้ำตกกว้างใหญ่กว่าฤดูอื่น (แต่ก็ต้องระวังเรื่องการเดินทางด้วยรถยนต์) มีจุดเด่นคือ "รุ้งกินน้ำ" โดยจะปรากฏให้เห็นช่วง 10 โมงเท่านั้น ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ห่างจากที่ทำการเขตฯ 3 กิโลเมตร น้ำตกทีลอซู มีลักษณะเป็นน้ำตกภูเขาหินปูนขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนความสูงจากระดับน้ำทะเล 900 เมตร เกิดจากลำห้วยกล้อท้อ ลำน้ำทั้งสายตกลงสู่หน้าผาสูงชัน มีน้ำไหลแรงตลอดปี ความกว้างของตัวน้ำตกประมาณ 500 เมตร ไหลลดหลั่นเป็นชั้นๆ มากถึง 97 ชั้น มีความสูงประมาณ 300 เมตร ล้อมรอบด้วยป่าดงดิบที่สมบูรณ์ เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 6 ของเอเชีย สิ่งที่น่าสนใจ ก่อนที่เราจะเดินทางขึ้นไปยังจุดมุ่งหมาย ก็คือ น้ำตกทีลอซู ระหว่างทางเราจะผ่านเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติระยะทาง 1.5 กม. ผ่านป่าไผ่และป่าเบญจพรรณ มีดอกกระเจียวขึ้นตามพื้นป่าระหว่างทางมีป้ายสื่อความหมายเกี่ยวกับธรรมชาติและพืชพันธุ์ตามจุดต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ศึกษา, ผ่านน้ำตกสายรุ่ง น้ำตกขนาดเล็ก สูงประมาณ 10 เมตร , ผ่านบ่อน้ำพุร้อน ซึ่งเราสามารถนั่งแช่กันได้ และผ่าน ผ่าผึ้ง เป็นบริเวณที่มีผึ่งอยู่เป็นจำนวนมาก ชมความงามของธรรมชาติกันอย่างใกล้ชิด การเดินทาง โดยรถยนต์ จากอำเภออุ้มผางใช้เส้นทางสายอุ้มผาง-แม่สอด ถึงหลักกิโลเมตรที่ 161 มีทางแยกซ้ายที่บ้านแม่กลองใหม่ไปด่านเดลอ หรือจุดตรวจ “เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง” เป็นระยะทาง 30 กิโลเมตร จากนั้นเดินทางไปตามถนนลูกรังอีก 26 กิโลเมตร ถึงที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง ใช้เวลาในการเดินทางโดยรถยนต์ประมาณ 3 ชั่วโมง เส้นทางช่วงนี้เป็นทางดิน ควรใช้รถปิคอัพ หรือรถขับเคลื่อน 4 ล้อที่ช่วงล่างมีความสูงมากพอสมควร ในฤดูฝนรถอาจเข้าไม่ได้ และจากที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางต้องเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ 1.5 กิโลเมตร จึงถึงตัวน้ำตกทีลอซู สอบถามรายละเอียดได้ที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง โทร. 0 5550 0919-20 และที่ทำการชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและอนุรักษ์อุ้มผาง โทร. 0 5556 1338 อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว : อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นพื้นที่ที่มีสภาพป่าค่อนข้างสมบูรณ์ปกคลุมไปด้วยป่าธรรมชาติที่สวยงาม เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร ยอดสูงสุดของภูสอยดาวสูงจากระดับน้ำทะเล 2,102 เมตร ซึ่งสูงเป็นอันดับ 5 ของประเทศไทย อุทยานแห่งนี้มีจุดเด่นที่น่าสนใจและเป็นที่ดึงดูดใจของนักท่องเที่ยว เริ่มจากเดินเข้าอุทยานกว่าจะถึงยอดภูสอยดาวนั้นเราจะต้องออกเดินป่า แอดเวนเจอร์กันหน่อย โดยผ่านเนินส่งญาติ, เนินปราบเซียน เป็นที่สองต่อจากเนินส่งญาติ ระดับความสูง 780 เมตร, เนินป่าต่อ, เนินเสือโคร่ง และ เนินมรณะ เนินสุดท้ายก่อนถึงยอดภูสอยดาว ระดับความสูง 1410 เมตร น้ำตกภูสอยดาว : อยู่ใกล้กับที่ทำการอุทยานแห่งชาติ มีทั้งหมด 5 ชั้น แต่ละชั้นมีชื่อไว้อย่างไพเราะว่า ภูสอยดาว สกาวเดือน เหมือนฝัน กรรณิการ์ และสุภาภรณ์ มีน้ำไหลตลอดปี น้ำตกสายทิพย์ : เป็นน้ำตกขนาดเล็ก มี 7 ชั้น ความสูงแต่ละชั้นประมาณ 5-10 เมตร สภาพป่าโดยรอบน้ำตกมีความชุ่มชื้นมาก จึงมีมอสส์สีเขียวขึ้นปกคลุมทั่วไปตามก้อนหินริมน้ำ ทุ่งดอกหงอนนาค : ในอุทยานแห่งชาติภูสอยดาวผลิบานเต็มุท่งเฉพาะในช่วงฤดูฝนเท่านั้น รอรับนักท่องเที่ยวที่ได้ปีนป่ายขึ้นมาเยือน โดยดอกหงอนนาคจะมีทั้งสีม่วงอ่อนหรือม่วงน้ำเงิน สีขาว และสีชมพู ค่อนข้างหายาก ยามเช้าดอกหงอนนาคจะหุบดอก และจะบานเมื่อมีแสงแดด ส่วนกลางของดอกมักมีหยดน้ำติดอยู่ เป็นที่มาของชื่อน้ำค้างกลางเที่ยง ซึ่งทุ่งดอกหงอนนาคที่ภูสอยดาวแห่งนี้ เป็นทุ่งดอกหงอนนาคที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย นอกจากนี้ก็จะมี ดอกสร้อยสุวรรณา และดอกหญ้ารากหอม ในฤดูหนาวจะมีดอกกระดุมเงิน, กล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์ และต้นเมเปิลซึ่งจะเปลี่ยนเป็นสีแดงสวยงามมาก ลานสนสามใบภูสอยดาว : เป็นพื้นที่ป่าธรรมชาติเป็นที่ราบบนเทือกเขาภูสอยดาว มีพื้นที่ประมาณ 1,000 กว่าไร่ ตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,633 เมตร สภาพพื้นที่ของลานสนสามใบจะเป็นเนินสูงต่ำสลับกันไป การเดินทางไปเที่ยวลานสนสามใบภูสอยดาว ต้องเดินทางเท้าจากน้ำตกภูสอยดาวริมเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1268 ขึ้นสู่ยอดภูสอยดาวระยะทางประมาณ 6.5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 4-6 ชั่วโมง มีถนนลาดยาง เข้าถึงพื้นที่ทำให้สะดวกสบายในการเดินทางพักผ่อนหย่อนใจ และมีอากาศเย็นสบายตลอดปี บนยอดเป็นลานสนและมีพื้นที่สำหรับกางเต็นท์และตั้งแคมป์ การเดินทาง การเดินทางด้วยรถยนต์สามารถไปได้ 2 เส้นทางคือ โดยรถยนต์ จากจังหวัดพิษณุโลก ไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 แล้วแยกเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1246 ถึงบ้านแพะแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 1143 ผ่านอำเภอชาติตระการแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 1237 ผ่านบ้านบ่อภาคไปบรรจบกับเส้นทางแผ่นดินหมายเลข 1268 ถึงน้ำตกภูสอยดาว อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว รวมระยะทางประมาณ 188 กิโลเมตร[3] สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ ระยะทางประมาณ 133 กม. โดยใช้เส้นทาง อุตรดิตถ์-น้ำปาด (ทางหลวงหมายเลข 1047) ออกจากจังหวัดอุตรดิตถ์ พอถึง อ.น้ำปาดให้เลี้ยวรถเข้าไปใช้ ทางหลวงจังหวัด หมายเลข 1239 แล้วขับรถไปอีกประมาณ 46 กม. แล้วจึงเลี้ยวรถเข้าไปใช้ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1268 ขับรถไปประมาณ 19 กิโลเมตรก็จะถึง อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว สอบถามรายละเอียดได้ที่ ททท. สำนักงานแพร่ (เขตรับผิดชอบ อุตรดิตถ์, แพร่, น่าน) โทร. 0 5452 1127 ภูทับเบิก : จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดเพชรบูรณ์ มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,768 เมตร อยู่ตำบลวังบาล ห่างจากอำเภอหล่มสักและหล่มเก่าประมาณ 40 กิโลเมตร มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี และเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ซึ่งได้อพยพมาอาศัยอยู่ที่บ้านทับเบิก ภายในบริเวณจะมี ไร่กะหล่ำปลี ที่สวยงาม ตั้งอยู่เลยจุดชมวิวไม้กางเขน โดยชาวไทยภูเขาเผ่าม้งจะทำอาชีพทำการเกษตรแบบขั้นบันไดตามเชิงเขา กะหล่ำปลีจะมีให้ชมเยอะช่วงเดือนกรกฏาคมถึงพฤศจิกายน ส่วนหน้าหนาวมีดอกนางพญาเสือโคร่งบานเต็มภูทับเบิก นอกจานี้ยังมี ร้านค้าชุมชน ร้านขายของที่ระลึก, ที่พักสไตล์รีสอร์ทและโฮมเตย์ ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกพักตามสะดวก เช่น ไร่ภูทะเลหมอกทับเบิก และ ภูทะเลหมอกโฮมสเตย์ ตั้งอยู๋ใกล้ใกล้กับไร่กะหล่ำปลี ส่วน ไร่ริมผา ที่พักแนะนำใกล้จุดชมวิวทะเลหมอกสูงสุด จุดสูงสุดชมทะเลหมอก : จะมีลานกางเต็นท์ ใกล้กับบริเวณหอวัดอุณหภูมิ ซึ่งเป็นจุดชมวิวสูงสุดของภูทับเบิก พิกัด GPS : 16.896719, 101.106135 ที่อยู่ : 2331 ตำบล วังบาล อำเภอ หล่มเก่า เพชรบูรณ์ 42120 ทุ่งแสลงหลวง : จังหวัดพิษณุโลก หรือที่รู้จักกันดีในนาม “ทุ่งหญ้าสะวันนาแห่งเมืองไทย” เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ ถือเป็นแหล่งผืนป่าสะวันนาแห่งเดียวของภาคเหนือที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ พร้อมด้วยความแตกต่างแห่งพืชพรรณที่ไม่พบเห็นบ่อยนัก พื้นที่อุทยานตั้งอยู่ในเขตเทือกเขาเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตระหว่าง จ.พิษณุโลกและ จ.เพชรบูรณ์ ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ หนองแม่นา ประมาณ 25 กิโลเมตร มีพื้นที่เป็นที่โล่งกว้างใหญ่ เนื้อที่ประมาณ 16 ตรกม. ตามเส้นทางจะตัดผ่านป่าเบญจพรรณจะพบสัตว์ป่าออกมาหากินตามข้างทาง และมีพันธุ์ไม้ดอกมากมาย นอกจากนี้ยังมีทุ่งหญ้าแบบสะวันนาสลับกับป่าสนสองใบ คือทุ่งหญ้าเมืองเลนและทุ่งโนนสน สิ่งที่น่าสนใจ อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงมีพื้นที่ที่น่าท่องเที่ยวมากมายให้เราได้เลือกทำกัน ไม่ว่าจะเป็น น้ำตกแก่งโสภา นักท่องเที่ยวสามารถชมความงามได้จากทางด้านบนของตัวน้ำตก ทุ่งโนนสน ทุ่งหญ้าแบบสะวันนาสลับกับป่าสนเขา ตั้งอยู่ใจกลางอุทยาน ทุ่งนางพญา เป็นทุ่งหญ้าแบบสะวันนา มีพื้นที่ ประมาณ 5 ตารางกิโลเมตร เหมาะแก่การนั่งรถชมวิว และตั้งค่ายพักแรม แก่งวังน้ำเย็น น้ำตกซอนโสม ถ้ำเดือน-ดาว ถ้ำพระวังแดง และถ้ำค้างคาว ปั่นจักรยานเสือภูเขา ชมดอกเอื้องพิสมร  เป็นดอกไม้บานในหน้าฝนเท่านั้น การเดินทาง สามารถใช้เส้นทางได้ 2 เส้นทาง คือ เส้นทางแรก จากจังหวัดเพชรบูรณ์ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 2 ไปทางอำเภอหล่มสัก ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ถึงบ้านนางั่วแล้วเลี้ยวซ้าย ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 2258 ขึ้นเขาค้อผ่านสี่แยกบ้านสะเดาพงษ์ผ่านพระตำหนักเขาค้อ ตรงไปจนถึงบ้านทานตะวันเลี้ยวขวาไปอีกประมาณ 4 กิโลเมตรจะถึงหน่วยพิทักษ์อุทยาน สล.8 (หนองแม่นา) เส้นที่สอง จากจังหวัดพิษณุโลกใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 2 เส้นพิษณุโลก-หล่มสัก ประมาณ กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าสู่เขาค้อผ่านหน้าอำเภอเขาค้อ ถึงสี่แยกบ้านสะเดาพงษ์แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2258 ผ่านพระตำหนักเขาค้อตรงไปบ้านทานตะวัน เลี้ยวขวาไปอีกประมาณ 4 กิโลเมตร จะถึงหน่วยพิทักษ์อุทยาน สล. 8 (หนองแม่นา) ล่องแก่งหินเพิง : จังหวัดปราจีนบุรี แก่งหินเพิง เป็นแก่งหินตอนปลายสุดของแม่น้ำใสใหญ่ ซึ่งมีลักษณะทางธรณีวิทยา เป็นชั้นหินทราย ครั้นเมื่อถึงฤดูฝน กระแสน้ำจะไหลหลากอย่างรุนแรง จนทำให้เกิดเกาะแก่งต่างๆ มากมาย แก่งหินเพิงเป็นที่มีความเหมาะสมอย่างยิ่ง สำหรับผู้ที่ชอบความท้าทายกับสายน้ำอันเชี่ยวกราก โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงเดือนตุลาคม กระแสน้ำบริเวณแก่งหินเพิงจะไหลรุนแรงมาก การล่องแก่งที่นี่ใช้แพยางนั่งได้ประมาณ 8-10 คน ล่องในลำน้ำใสใหญ่ สภาพแก่งน้ำอยู่ในระดับ 3 -5 
นักล่องแก่งจะต้องใช้ทักษะและความชำนาญในการพายสูง แก่งทั้ง 6 จะมีระดับที่ท้าทายแตกต่างกัน เริ่มตั้งแต่ แก่งหินเพิง เป็นจุดเริ่มต้นของการล่องแก่ง ลักษณะหินของแก่งหินเพิง เป็นแก่งยาวประมาณ 150 เมตร ในช่วงฤดูฝน เป็นสุดยอดของการล่องแก่ง ทริปนี้ แก่งผักหนามล้อม มีลักษณะเป็นวังน้ำขนาดใหญ่กระแสไหลวนไปมา แก่งวังบอน เป็นแก่งหินสั้นๆ ยาวประมาณ 30 เมตร กระแสน้ำจะไหล ลาดเอียงลงมาประมาณ 30 องศาผ่านชั้นหินและเกาะต่างๆ จากนั้นน้ำจะไหล เอื่อยๆ ลงมายังแก่งลูกเสือ แก่งลูกเสือ มีลักษณะเป็นแก่งน้ำเล็กๆ มีร่องน้ำสามารถพายเรือยางผ่านไปได้ แต่ต้องระมัดระวังอันตรายจากกิ่งไม้ที่ยื่นออกมา แก่งวังไทร มีลักษณะเป็นแก่งหินกว้างประมาณ 50-60 เมตร ยาวประมาณ 150 เมตร ความกว้างของแก่งพอๆ กับแก่งลูกเสือ มีความลาดชันประมาณ 30 องศา กระแสน้ำจะไหลผ่านเกาะแก่งต่างๆ แล้วม้วนตัวเป็นวงคลื่น ต้องใช้ ทักษะความชำนาญในการพายเรือค่อนข้างสูง แก่งงูเห่า ตั้งอยู่บริเวณหน่วยพิทักษ์ป่าที่ ขญ.9 ถ้าปริมาณน้ำไม่มากนัก จะแลเห็นเกาะแก่งต่างๆ โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ แต่ถ้าอยู่ในช่วงฤดูฝน กระแสน้ำ จะไหลท่วมเกาะแก่งต่างๆ จนมีลักษณะคล้ายกับฝายกั้นน้ำ การล่องแก่งหินเพิง ส่วนมากจะมาขึ้นฝั่งกันบริเวณแก่งวังไทร เพราะมีห้องสุขา และห้องอาบน้ำไว้บริการนักล่องแก่ง หรืออยากจะพักผ่อนนั่งรับประทาน อาหารกลางวันที่ทางรีสอร์ทจัดไว้ให้ก็ได้ เป็นอันสิ้นสุดการผจญภัยในแก่งหินเพิง ขอบคุณที่มาข้อมูล ททท., wikipedia

ชัปปุยส์รีเทิร์นซัด!ช้างศึกพลิกแซงดับเดอะบิ๊กแบงศึกไทยลีก
บีบีซียู เอฟซี /  ผลบอล / 

ผลบอลโตโยต้าไทยลีก 2016 วันพุธที่ 20 กรกฎาคม 2556 สุพรรณบุรี เอฟซี 2-1 บีบีซียู​ เอฟซี ผู้ทำประตู: 0-1 อู กึน-ยอง น.12 ,1-1ชาริล ชัปปุยส์ น.60, 2-1 ธฤติ โนนศรีชัย น.66 เวลา: 18.00 น. สนาม: สนามกีฬากลางจังหวัดสุพรรณบุรี ถ่ายทอดสด: Toon Channel(445) ศึกฟุตบอลโตโยต้าไทยลีก นัดกลางสัปดาห์ สุพรรณบุรี เอฟซี เปิดบ้านต้อนรับ บีบีซียู เอฟซี ทีมบ๊วยของตาราง เริ่มเกมนาทีที่ 7 ทีมเยือนได้ทักทายก่อนจากลูกยิงไกลของ จูเลียส โออิโบห์ แต่บอลโค้งไม่พอที่จะเสียบเสาไกล นาที 12 กลายเป็น บีบีซียู เอฟซี ได้ประตูทะยานออกนำไปก่อน เมื่อ นฤพน พุฒซ้อน ลุยขึ้นมาทางขวาแล้วบอลมาเข้าทาง อูกึนยอง ซัดด้วยซ้ายทันที บอลพุ่งเสียบเสาแรกผ่านมือ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล ให้ทีมเยือนบุกออกนำ 0-1 นาที 22 เจ้าบ้านกดดันได้หนักขึ้นเรื่อยๆ และมาได้ลุ้นจากลูกยิงไกลของ ชาริล ชัปปุยส์ แต่บอลหลุดเสาออกไป นาที 38 เดอลาตอเร่ พักบอลได้ในแดนหน้า ก่อนที่จะมองหาเพื่อนเติมขึ้นมาช่วยแต่ไม่มีเลยลากบอลไปยิงเองด้วยซ้ายบอลหลุดกรอบออกไป นาที 41 ธนาสิทธิ์ ศิริผลา ตัวสำรองที่เพิ่งลงสนามมาแทน คิม ซึงยัง หาโอกาสจบสกอร์ให้ตัวเองได้ทันที เมื่อได้โอกาสยิงไกล วัชระ บัวทอง พุ่งปัดทิ้งออกไปได้ นาที 43 เจ้าบ้านใกล้เคียงจะได้ประตูตีเสมอที่สุดเมื่อ ชาริล ชัปปุยส์ แทงบอลให้ เดอลาตอเร่ ได้ซัดด้วยซ้ายในกรอบเขตโทษแต่ วัชระ บัวทอง โชว์ซูเปอร์เซฟบินไปปัดทิ้งได้ทัน ท้ายครึ่งแรกสุพรรณบุรี เอฟซี กดดันหนักแต่ก็ทำประตูตีเสมอไม่ได้ จบครึ่งแรก บีบีซียู เอฟซี เป็นฝ่ายที่นำอยู่ 0-1 ครึ่งหลัง กลายเป็นบีบีซียู เอฟซี เจ้าบ้านที่ครองบอลบุกได้มากกว่าตั้งแต่เร่ิมครึ่งหลัง แต่โอกาสครั้งแรกกลับเป็นของสุพรรรบุรี ในนาที 54 เมื่อ ชาริล ชัปปุยส์ ที่ได้ทิ้งตัวยิงในกรอบเขตโทษบอลข้ามคานออกไป นาที 58 บิ๊กแบงโต้กลับ จูเลียส โออิโบ้ห์ ลากบอลขึ้นมาดวลกับ วสันต์ ฮมแสน ก่อนที่จะจ่ายบอลต่อให้ อู กึนยอง ที่สอดขึ้นมาซัดเต็มข้อบอลข้ามคานออกไป นาที 60 สุพรรณบุรี เอฟซี ได้ประตูตามตีเสมอจนได้ จากลูกฟรีคิกทางซ้ายของกรอบเขตโทษ ชาริล ชัปปุยส์ ปั่นด้วยขวาบอลข้ามหัว วัชระ บัวทอง เสียบใต้คาน เป็นประตูให้เจ้าถิ่นตามตีเสมอ 1-1 แนวรับทีมเยือนช็อตไปดื้อๆ และโดนทีเด็ดจากลูกตั้งเตะของเจ้าบ้าน เล่นงานเข้าอีก จากลูกเตะมุม ณัฐพงษ์ สมณะ เปิดโค้งมาให้ ธฤติ โนนศรีชัย ขึ้นโขกกดลงพื้นที่เสาแรกเป็นประตูให้ สุพรรณบุรี เอฟซี แซงนำ 1-2 นาที 68 สุพรรณบุรี รัวใส่ บีบีซียู เอฟซี อีกชุด เดอลาตอเร่ พลิกบอลได้ที่กลางสนามแล้วแทงให้ ชนานันท์ ป้อมบุบผา นักเตะตัวสำรองที่เพิ่งย้ายมาได้หลุดไปยิงแต่ วัชระ ยังล้มตัวคว้าไว้ได้ เข้าสู่ช่วง 10 นาทีสุดท้าย สุพรรณบุรี เอฟซี ถอยไปตั้รับแล้วปล่อยให้ทีมเยือนได้บุกแต่ก็หาโอกาสจบสวยๆไม่ได้ นาที 84 นฤพน ได้บอลแต่หาช่องยิงไม่ได้เลยไหลบอลต่อให้ จูเลียส โออิโบ้ห์ ได้ซัดตรงริมกรอบเขตโทษแต่บอลตรงตัว สินทวีชัย หทัยรัตนกุล นาที 90 นฤพน พุฒซ้อน ได้ลองยิงไกลแต่บอลหลุดกรอบออกไปเยอะ หมดเวลา 90 นาที สุพรรณบุรี เอฟซี แซงกลับมาเอาชนะ บีบีซียู​เอฟซี 2-1 ทำให้ เดอะบิ๊กแบงยังไม่ชนะใครนอกบ้านต่อไป รายชื่อ สุพรรณบุรี เอฟซี: สินทวีชัย หทัยรัตนกุล(GK)-วสันต์ ฮมแสน,ณัฐพงษ์ สมณะ,ธฤติ โนนศรีชัย,อภิสิทธิ์ คำวัง-ชาริล ชัปปุยส์,จอง ฮุน,รัตนะ เพ็ชรอาภรณ์(สุพจน์ วงษ์หอย น.86),ชิดชนก ไชยแสนสุรินทร์(ชนานันท์ ป้อมบุบผา น.59),คิม ซึงยัง(ธนาสิทธิ์ ศิริผลา น.39)-เดอลาตอเร่ บีบีซียู เอฟซี: วัชระ บัวทอง(GK)- บุณยฤทธิ์ ปฐมทัศน์,มา ซังฮุน,ดูห์ มูโคโค่(ดิยาร่า อาลี น.28),ปิยะวิทย์ จันพุทธ- วิษณุศักดิ์ อุ่นน้อย,เกียรติศกดิ์ เจียมอุดม(อนุวัฒน์ พรมโยธา น.71),นฤพน พุฒซ้อน - อัครวินท์ สวัสดี(นรากร คณา น.84), จูเลียส โออิโบห์ ,อูกึน จอง