ปั่นจักรยาน

ลดน้ำหนักจาก 175kg โดยการออกกำลังกาย (มีกินอาหารเสริมช่วย)
Fitness /  ฟิตเนส / 

ลดน้ำหนักจาก 175kg โดยการออกกำลังกาย (มีกินอาหารเสริมช่วย) เพราะว่าชีวิตเรามันก็ขึ้นอยู่กับตัวเรา การที่จะตั้งใจจะเปลี่ยนแปลงอะไรซักอย่างมันก็อยู่ที่ตัวเรา และ แรงใจของเราล้วนๆ ซึ่มเหมือนกับคุณอาร์ต สมาชิกเว็บไซต์ Pantip ที่เขาเข้ามาแบ่งปันประสบการณ์ดีๆ เกี่ยวกับการลดน้ำหนักที่เขาได้ทำมา ลดน้ำหนักจาก 175kg จนเหลือ 110 เปลี่ยนไปอย่างกะคนละคนเลยทีเดียว ขอแน่ะนำตัว ผมชื่อ อาร์ต ปัจจุบันอายุ 28 ปี สูง 180 cm. ผมเป็นเด็กที่อ้วนมาตั้งแต่เกิดเลย แม่บอกว่าตอนผมเกิดพยาบาลตั้งให้เป็น Big Baby เพราะมีน้ำหนักเยอะที่สุดในช่วงเวลานั้น น้ำหนักจะเพิ่มทุกๆปีตั้งแต่เด็ก ปีละ 10 kg จนน้ำหนักที่พีคที่สุดคือ 182 kg ตอนนี้เริ่มทำงานแล้ว เป็นช่วงที่เริ่มคิดได้ว่าต้องเริ่มลดน้ำหนักแล้วนะ ส่วนแรงบันดาลใจที่ลดน้ำหนักอีกอย่างคือ อยากมีแฟนนั้นแหละครับ ตอนที่คิดจะลดอยากมีแฟนมากเพราะไม่เคยมี เพื่อนๆรอบข้างมีแต่คนบอกว่าอย่าไปมีเลยนรกชัดๆ คือมันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ แต่ผมก็ยังอยากที่จะมีอยู่ดี 555555+ ผมได้เริ่มเข้ามาทำงานที่แรกตอนนี้หาที่ชั่งน้ำหนักได้แล้ว ตอนนั้นน้ำหนักอยู่ที่ ประมาณ 160 กิโลครับ ผมทำงานเกี่ยวกับพวกกราฟฟิค งานหนักมากอยู่ครับ ยิ่งตอนทำงานดึกๆหิวมากครับงานมันใช้สมองเยอะมาก จะไม่กินก็ไม่ได้เมนูช่วงเวลา ดึกๆ ก็คงไม่พ้น แมค พิซซ่า KFC แน่นอนครับกินนอนอยู่แต่หน้าคอม กินทีก็จัดหนักมาก เวลาส่วนตัวไม่ต้องพูดถึงครับ มีเวลาทีก็หมดไปกับการนอนหมดแล้ว เพราะบางทีก็กลับเช้า พักผ่อนได้น้อยมาก งานเริ่มหนักแต่สังคมทำงานดีมากๆเลยครับไม่อยากออกเลย อยู่มา 1 ปี แต่สุดท้ายก็ต้องออกครับเพราะไม่ไหวจริงๆ พอเปลี่ยนที่ทำงานชีวิตดีขึ้นมากๆ ชีวิตแฮปปี้การกินแฮปปี้ มีเวลาส่วนตัวมากขึ้น ที่ทำงานใหม่ของกินรอบด้านเลย พอทำได้มาปีนึงน้ำหนักขึ้นมาเป็น 175 แล้ว เสื้อที่ใส่ 4XL ใส่จนเสื้อปริออกมาแล้ว แล้วก็โชคดีมากที่ออฟฟิตใหม่ได้พาไปญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิตผมเลย ทีนี้ลำบากหาเสื้อกันหนาวอีก พอถึงญี่ปุ่นเป็นทัวร์กินกินแหลกจริงๆ แต่ละมื้อบุฟเฟ่ต์ครับกินแต่ละมื้อนี้ไม่อั้น เพียง 5 วัน ที่ไปญี่ปุ่นน้ำหนักพุ่งขึ้นมาเป็น 182 กิโล ตอนนี้ผมเริ่มกลัวแล้ว เริ่มรู้สึกตัวเองอึดอัดมาก ขึ้นรถเมล์ไปทำงานก็กลัวจะไปเบียดคนอื่น เดียวเขาจะอึดอัดตามเราไปด้วยยิ่งตอนเหงื่อแตกนี้ เหมือนน้ำตกเคลื่อนที่มากออกทีเปียกทั้งตัว เริ่มคิดจะลดความอ้วน เลยไปซื้อลูกกลิ้งที่เล่นน่าท้องมาเล่นครับ เล่นอยู่แค่นั้นอ่ะครับ มีซิดอัฟด้วยนิดหน่อย อดอาหารเย็นแต่เช้ากลางวันก็กินปกติ แต่น้ำหนักลงครับกลับมาที่ 175kg แล้วก็ขี้เกียจไม่ทำต่อ วน Loop กลับมากินเหมือนเดิม จุดเปลี่ยนชีวิตที่ได้ลดน้ำหนักแบบจริงจัง คือพอดีน้องที่ออฟฟิสไปเข้าฟิตเนต แล้วก็มีวันนึงอะไรดลใจให้ถามเรื่องที่น้องเขาไปเล่นฟิตเนตก็ไม่รู้ คุยไปคุยมาน้องเขาบอกว่าพาเข้าฟรีได้ครั้งนึงนะ ผมก็ ตัดสินใจอยู่นาน จนตัดสินใจเอาว่ะของฟรีไม่เสียอะไรลองดูสักครั้ง วันแรกที่เข้าไปเซลเขาก็แน่ะนำเครื่องออกกำลังต่างๆ พามาสอนท่าออกกำลังกาย ก็แปลกดีครับ จนสุดท้ายเซ็นสัญญากับฟิตเนตวันนั้นเลย จากที่ไม่ตั้งใจจะไป กลายมาเป็นวันที่เริ่มเปลี่ยนชีวิตครั้งแรกซะงั้น แต่ผมก็ดีใจที่ตัดสินใจได้ไม่งั้นคงไม่มีวันนี้ จากคนที่ไม่เคยออกกำลังกายมานานมากตั้งแต่เรียน ปวช. แล้วกลับมาออก ร่างกายแหกครับ ครั้งแรกผมไปปั่นจักรยานซึ่งเป็นคลาสของทางฟิตเนต เพียง 10 นาที ถึงป่าวก็ไม่รู้ ผมเดินออกครับเหนื่อยมาก ปวดขาสุดๆ ไม่ได้ใส่เกียร์หนักอะไรเลย คิดในใจร่างกายอ่อนแอขนาดนี้เลยเหรอว่ะ จนวันรุ่งขึ้นตื่นมาตอนเช้า ร่างกายจะแตก ล้ามากแต่ก็ฝืนไปฟิตเนต เพราะจำความรู้แบบว่าปวดล้ายังไงก็ต้องซ้ำมัน ไปฟิตเนต 7 วันไม่เคยพัก ส่วนมากจะเข้าคลาสของทางฟิตเนต ล้วนแต่จะเป็นคาดิโอซะส่วนมาก บางทีก็มาวิ่งบนลู่วิ่งบ้าง เล่นเวดก็เล่นแค่อกกับแขน หน้าท้องเล่นน้อยมาก ออกกำลังกายได้มั่วสุดๆ จนสุดท้ายลองจ้างเทรนเนอร์ครับ เทรนได้ผลมากบวกกับการที่เริ่มลดปริมาณอาหาร แค่ลดนะครับแต่ก็ยังกินไม่ค่อยเลือกอยู่ พวกของมันของทอดก็กินปกติ จะมีเพิ่มมากินสลัด ช่วงเย็น ตอนนั้นความรู้ทางโภชการไม่มีเลยไม่รู้ว่าจะต้องกินยังไง แบ่งมื้อยังไง แค่ลดปริมาณอย่างเดียว ผ่านไปเกือบ 4 เดือนลงไป 20 โล ดีใจมากเลยครับ แรงฮึดมาเต็ม คนอ้วนมากๆน้ำหนักจะลงเร็วมาก ขาผมเดินแทบไม่ได้ไปเกือบครึ่งปี จะแบบว่านั้งนานๆพอจะลุกเดินปวดขามาก ต้องยืนสักแปปถึงจะเดินได้ แต่ก็ฝืนเล่นทุกวัน พอลดไปได้ 20 กว่าโล ผมก็ไม่ได้จ้างเทรนต่อแล้วเพราะด้วยค่าใช้จ่ายที่สูงอยู่ ผมเลยเล่นเองโดยการเข้าคลาสของทางฟิตเนตไป ถามเทรนเนอร์ พี่ๆ ในฟิตเนตบ้าง เริ่มมีความรู้ในการออกกำลังกายมากขึ้น ออกกำลังมาเกือบ 1 ปี น้ำหนักลงมาอยู่ที่ 125kg ดีใจมาก ผมอาจจะกะเวลาเอานะครับ เพราะผมไม่เคยจดบันทึกอะไรไว้เลย พอมาออกกำลังกายด้วยตัวเอง ก็จะเป็นคาดิโอซะส่วนมาก เวดก็เล่นเยอะนะครับ แต่คาดิโอมากกว่า สุดท้ายโยโย่ เนื้อห้อยน่าเกลียดมาก ใส่เสื้อดูเหมือนจะเฟริม แต่พอถอดเสื้อเท่านั้นแหละ เนื้อแพละออกมาเลย เลยหันมาเล่นเวดเยอะขึ้นคาดิโอน้อยลง ไม่มองน้ำหนักเลย เริ่มโฟกัสที่รูปร่าง จนลดมาได้ 107kg เริ่มเฉยๆกับน้ำหนักแล้วตอนนี้เอาหุ่นก่อน เริ่มหันมากินอาหารคลีน วันๆกินแต่ไก่ ผัก เน้นโปรตีนเยอะขึ้น แล้วพอดีผมได้มีโอกาสมาเข้าโครงการของ พี่อั้ม อธิชาติ เข้าคัคเลือกคน 20 คน ผมโชคดีที่โครงการเขารับเลือก ซึ่งโครงการได้โคกับทาง ฟิตจังชั่น ของโคชฟ้าใส ช่วงนี้จะได้ควารู้มากมาย เริ่มนับแคลในการกินของแต่ละมื้อ ช่วงนี้จะจริงในการกินมาก เพราะจะโดนกำหนดว่ากินได้กี่แคลต่อวันและได้ตารางการออกกำลังกายมา แล้วก็กินอาหารเสริมของทางโครงการด้วย เอาเป็นว่าผมบอกเลยละกันว่า คือ ATipower ต้องให้เครคิตเพราะ ถ้าไม่มีโครงการนี้ผมก็คงได้ความรู้ต่างๆมากมายอีกอย่างโครงการไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆเลย ร่วมโครงการทั้งหมดประมาณ 2 เดือนกว่าๆครับ พอเข้ามาแล้วน้ำหนักผมลดลงไปเหลือ 105kg หลังจบโครงการ หลังจากได้ความรู้มากมาย ผมเลยเอามาปรับใช้กับตัวเอง ปัจุบันผมน้ำหนักขึ้นมาเป็น 110kg แต่ใส่ชุดได้เล็กลง เพราะต้องการเอาเนื้อห้อยออกเลยต้องกินให้บวมเน้นโปรตีน เล่นเวดเยอะ คาดิโอพอประมาณ เพื่อจะให้กระชับมากขึ้น หนทางยังอีกไกลมากไม่รู้ว่าผมจะไปไกลได้ขนาดไหน ก็อยากเป็นแรงบันดาลใจให้สำหรับคนที่เริ่มลด แต่สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลที่จะลดเอง ถ้าไม่มุ่งมั่นจริงๆ ไม่จริงจังที่จะลดจริงๆ ต่อให้มีแรงบันดาลใจเป็นร้อยพัน ก็ไม่เกิดผลอะไร เพราะผมก็เคยอยู่จุดนั้นมาก่อน การที่จะเริ่มต้นที่ว่ายากแล้ว ลงมือทำกับรักษาคงไว้ยากกว่าหลายเท่ามาก จะอ้างไม่มีเวลา ขีเกียจ ถ้าคนคิดจะจริงจังจริงๆ มันต้องยอมเสียสละบางอย่างบ้าง แต่ก็ต้องมีความสุขในการดำเนินชีวิตไปด้วย ข้อความที่ผมพิมเป็นแค่การเล่าชีวิตของผมเท่านั้น ไม่มีวิธีการออกกำลังกาย อาหารการกินก็ไม่มีเลย เพราะผมไม่ได้จริงจังแต่แรก ก็เลยไม่มีการบันทึกใดๆไว้เลย ไม่ค่อยชอบทำเอกสารเท่าไหร่ ที่มาได้ขนาดนี้ก็ไม่อยากจะเชื่อตัวเองเหมือนกันว่ามาได้ไง ผมคงบอกได้แค่ว่า สู้ๆ เท่านั้นอ่ะครับ อย่าคิดว่าจะทำ จงลงมือทำครับ ผมทำได้ทุกคนก็ทำได้ ถึงผมจะยังไม่ถึงเป้าหมาย เราก็จะเดินไปพร้อมกันครับ เป็นกำลังใจให้คนที่คิดจะลงมือทำจริงๆนะครับ Men.MThai ขอบคุณคุณ อาร์ต สมาชิกเว็บไซต์ Pantip http://pantip.com/topic/33643772

ย้อนวัยดารา สาวหมวย
ดาราวัยรุ่น /  มหาวิทยาลัยรังสิต / 

มาทําความรู้จักและล้วงลึกวัยเด็ก กับสาวหมวยอย่าง "มายด์ - วิรพร จิรเวชสุนทรกุล" ที่ยิ่งโต ก็ยิ่งสวย และไม่ว่าสาวคนนี้จะทํางานเยอะแค่ไหน ก็ไม่เคยท้อเพราะกว่าที่สาวคนนี้จะมาถึงจุดๆนี้ได้ เวลาและโอกาสเป็นสิ่งที่สําคัญ ซึ่งล่าสุดตอนนี้สาวสวยมีผลงาน ละคร น้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์, รักจัดเต็ม และ ซีรีส์ Ugly Duckling รักนะเป็ดโง่ ช่อง GMM Channel ให้หนุ่มๆได้ติดตามกันเร็วๆนี้ แน่นอน เพื่อนๆอยากรู้กันมั้ยว่า ตอนเรียนสาวคนนี้จะมีวีรกรรมแสบๆขนาดไหน?? ถ้าอยากรู้ต้องติดตาม.. ย้อนวัยดารา สาวหมวย "มายด์ วิรพร"กัน ย้อนวัยดารา สาวหมวย "มายด์ วิรพร" ชื่อ - นามสกุล : วิรพร จิรเวชสุนทรกุล ชื่อเล่น : มายด์ วัน เดือน ปีเกิด : 7 ธันวาคม 2537 การศึกษา : จบมัธยมศึกษาโรงเรียนชลกันยานุกุล ปัจจุบันศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยรังสิต ผลงานที่ล่าสุด : ละคร น้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์, รักจัดเต็ม, ซีรีส์ Ugly Duckling รักนะเป็ดโง่ ช่อง GMM Channel ย้อนไปสมัยประถม-มัธยม เป็นยังไงบ้าง ? ต้องบอกว่าย้อนไปในสมัยเด็กประถมมายด์เป็นเด็กค่อนข้างดื้อ แล้วก็ซนมากด้วยค่ะ เราจะมีแก๊งเพื่อนอยู่แก๊งนึง ซึ่งเป็นทองทั้งแก๊งเลยค่ะ (หัวเราะ) แล้วเราก็เป็นผู้หญิงอยู่ในนั้นคนเดียว ซึ่งแต่ก่อนเราไม่รู้ตัวเองเลยค่ะ ว่าเราเป็นทอม หรือเป็นเด็กผู้หญิงกันแน่ (ยิ้ม) แล้วเหมือนเพื่อนเราก็ไปปิ๊งรุ่นพี่ผู้หญิงคนนั้นคนนี้ ซึ่งความรู้สึกเรา.. เราว่ามันไม่ใช่นะ เราไม่ได้ชอบผู้หญิงด้วยกัน เราชอบผู้ชายนะ (หัวเราะ) แต่การกระทํามันตรงกันข้าม เพราะเวลาเราไปเที่ยวกับเพื่อนๆก็จะต้องแต่งตัวอีกแบบนึง ซึ่งเราแต่งตัวแปลกจากเพื่อนๆไม่ได้ ก็จะเป็นเสื้อยืด กางเกงสามส่วน แล้วมีสกรีนลายตรงก้น แถมตอนนั้นคือมีทั้งเชือกห้อย แล้วก็สายโซ่อีก แต่ใส่รองเท้าแตะ คือ.. ถ้าสมัยก่อนย้อนไปดูรูปตัวเองเราจะรับตัวเองไม่ได้เลยค่ะ ไหนจะซอยผมอีก คือดูแบบพั้งค์มากค่ะ (หัวเราะ) แล้วแต่ก่อนเรื่องการฟังเพลงก็หนักมากเหมือนกันค่ะ เรื่องฟังเพลง มายด์ก็ยังเพลงแบบ Heavy metal ย้อนกลับไปดูนี่คือ "ดีใจมากค่ะ ที่หลุดพ้นจากตรงนั้นมาได้" (หัวเราะ) อย่าจะหลุดนี่ก็ 2ปีนะคะ พอย้ายโรงเรียนจากม.1 มาต่อม.2 ที่ชลบุรีค่ะ พอสังคมเปลี่ยนเราก็เปลี่ยนค่ะ เพราะว่าเพื่อนกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่ค่อนข้าง โอ้วโหห เห็นเรามา อื้มหื้มม… (หัวเราะ) แต่งตัวแบบนี้เลยหรอ ไม่ได้ๆน่ะมายดื มายด์ต้องแต่งตัวใหม่ เพื่อนๆเค้าก็จะจับเราไปแต่งตัว สุดท้ายเราถึงเพิ่งรู้ว่า สิ่งนี่แหละ!! คือสิ่งที่เราโอเค เพราะแต่ละคนคือแต่งตัวเก่งกันมาก แล้วมีอยู่ช่วงนึงเป็นงานคริสมัสที่เด็กนักเรียนทุกคน ต้องแต่งตัวยังไงก็ได้มาร่วมงาน เราก็ไม่รู้เนอะ ว่าเราจะใส่ชุดอะไร เพื่อนก็เลยไปเือกให้ ตั้งแต่นั้นมาเพื่อนก็เห้นว่าเราแต่งตัวแล้วดูดีขึ้น สวยขึ้น ก็เลยจัดเต็มให้เราเลย เราก็ค่อยๆเรียนรู้วิธีการแต่งตัวตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาค่ะ ตอนเรียนมีกิจกรรมอะไรที่ประทับใจบ้าง ? ทําหลายอย่างเลยค่ะ อย่างเช่นสมัยก่อนก็เป็นเชียร์ลีดเดอร์ก่อนเลย แต่เป็นไม่รอดค่ะ คือเต้นไม่เป็นเลย (หัวเราะ) พี่เค้าเลยจับเราไปเดินขบวนพาเหลดแทน ตอนนั้นก็เลยได้เป็นดรัมเมเยอร์ แต่ก่อนหน้านั้นที่พี่ๆเค้าไม่เลือกเรา ก็เพราะเราตัวไม่สูงค่ะ ส่วนใหญ่ดรัมเมเยอร์เค้าต้องตัวสูงๆกันเนอะ แต่พี่เค้าก็ให้เราใส่ส้นสูงช่วยเอาค่ะ ตอนทํากิจกรรม มีความประทับใจอะไรบ้าง ? ก็จะมีเพื่อนที่คอยดีใจกับเราที่เราโดนเลือกเป็นดรัมเมเยอร์ เพื่อนๆก็จะคอยบอกตลอดว่า มีเพื่อนคนอื่นๆอีกเยอะที่อยากจะเป็นดรัมเมเยอร์ หรือร่วมทํากิจกรรมเหมือนๆเรา แต่ในเมื่อเราได้รับเลือก ตอนนั้นเราก็ปลื้ม แต่ถ้าถามว่าตอนนั้นอยากเป็นไหม มายด์ก็รู้สึกเฉยๆนะ(ยิ้ม) แต่พอเราเลิกเรียนแล้วก็ต้องไปซ้อมดรัมเมเยอร์เรื่อยๆ เราก็รู้สึกสนุกไปอีกแบบนึงคะ เราไม่ต้องไปนั่งเรียนอย่างเดียว ก็ถือว่าทํากิจกรรมบ้างก็คลายเครียดดีค่ะ สิ่งของที่ติดตัวที่ขาดไม่ได้ ? มายด์เชื่อนะสมัยนั้น เด็กผู้หญิงส่วนใหญ่จะต้องพกกระจก, ลิปมัน แน่นอน แต่ของมายด์นี่ไม่มีแบบนั้นเลยค่ะ มายด์จะพกกระดาษรองนั่งชักโครกเวลาเข้าห้องน้ำค่ะ คุณแม่ก็ซื้อให้ตลอด เพราะมายด์เป็นคนค่อนข้างซีเรียสกับเรื่องนี้มาก ถ้าเกิดเราปวดท้องขึ้นมา อยากจะเข้าห้องนํ้า สิ่งแรกที่เราต้องนึกถึงเลย นั่นก็คือความสะอาดค่ะ มายด์ก็เลยพกกระดาษรองนั่งชักโครก มาตลอดเลยค่ะ (ยิ้ม) สมัยเรียนชอบวิชาอะไรมากที่สุด ? สมัยเด็กม.ต้นมายด์จะชอบ คณิตศาตร์ เพราะคุณแม่จับเราเรียน KUMON ตั้งแต่เด็ก แล้วเราก็เลยเป็นคนคิดเลขเร็วมาก "พอเราเก่งอย่างใดอย่างนึง เราจะรู้สึกชอบขึ้นมา" เหมือนแบบหลงตัวเองนิดนึงว่าเราเก่งอะค่ะ เราก็จะทําให้มันโอเค ส่วนที่ชอบภาษาอังกฤษนี่ก็เพราะว่า คุณแม่เหมือนกัน เพราะคุณแม่ให้ดูแต่หนังที่เป็น Soundtrack ตลอดเลยค่ะ เพราะคุณพ่อกับคุณแม่จะไม่ชอบหนังที่เป็นภาคไทย เค้าก็จะดู Soundtrack ตลอด แล้วเราก็ติดเค้ามาค่ะ เพราะตอนที่เรียน KUMON เราก็เรียนภาษาอังกฤษด้วย แล้วก็คณิตศาตร์ด้วย มันก้ทําให้เราชอบขึ้นมา เพราะเราต้องไปเรียนทุกอาทตย์อะคะ แต่ถ้าถามตอนนี้ความรู้คิณศาสตร์มีป่าว นี่ตอบเลยค่ะว่า ไม่มีเลย ลืมไปหมดแล้ว เพราะขึ้นมหาวิทยาลัยคือไม่ได้ใช้เลยคะ ยกเว้นภาษาอังกฤษที่ตอนนี้ก็มีเล็งเอาไว้ ว่าอยากเรียนเพิ่มอยู่ (หัวเราะ) สมัยเรียนไม่ชอบวิชาอะไรมากที่สุด ? แน่นอนเนอะ วิชาเคมี กับ วิชาพระพุทธศาสนา หรือวิชาอะไรก็ตามที่เป็นสังคม ไม่เคยได้เกรด 4 เลยค่ะ ทํายังไงก็ไม่ได้ อ่านหนังสือหนักแค่ไหนก็ไม่ได้เลยค่ะ เพราะว่าจะมีช่วงตอนม.ปลาย เราอ่านหนังสือเยอะมาก แต่ทําไมเราได้คะแนนนิดเดียว ตอนนั้นเราก็เลยเริ่มมองลบแล้วค่ะ เหมือนเราปิดกั้นไปเลย ไม่รับอะไรเลยเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาเลยค่ะ แล้วยิ่งตอนนั้นเรามองว่าวิชานี้เป็นวิชาที่ไม่จําเป็นเลย ยอมรับเลยค่ะว่าช่วงนั้นเป็นเด็กไม่ดีมาก ที่มองวิชาพระพุทธศาสนา หรือวิชาอื่นๆว่า ไม่เห็นจําเป็นต้องเรียนเลย ตอนนั้นคิดแค่ว่า เราก็เข้าวัดอยู่แล้วอะ แต่สุดท้ายเราก็รู้ว่าจริงๆแล้ววิชานี้ก็สําคัญ ไม่อย่างนั้นเด็กๆก็จะไม่รู้เลยเกี่ยวกับวันสําคัญต่างๆ เคยโดนทําโทษ เข้าฝ่ายปกครองบ้างไหม ? โห เคยแน่นอนค่ะ (หัวเราะ) สมัยเรียนตอนทําโครงงานช่วงม.ต้น สมัยนั้นเราก็ติดเล่นเหมือนกันค่ะ ค่อนข้างขี้เกียจ   คิดแค่ว่าพอถึงเวลาตอนเช้าเราก็มานั่งปั่นการบ้านก็ได้ สมัยก่อนเราอาจจะมองว่าสนุก ตอนเย็นเราก็เล่นกับเพื่อนๆ แต่สุดท้ายพอคุณครูให้ส่งการบ้าน ดันให้เลขที่สุดท้ายส่งการบ้านก่อน ซึ่งมายด์เลขที่สุดท้ายคะ!!!  คือปกติคุณครูจะให้เลขที่แรกส่งการบ้านก่อน  เพราะเป็นวิชาวิทยาศาสตร์ ที่ต้องทําโครงงานก็ต้องใช้เวลาตรวจ  โอ้โห.. เราเลยโดนคุณครูตีเลยค่ะ เอาก้นติดโต๊ะ แล้วโดนฟาดก้นเลย ซึ่งวิชานี้อาจารย์ค่อนข้างดุมากๆ มายด์ก็เลยโดนทําโทษเลย (หัวเราะ) เคยแอบชอบรุ่นพี่ในโรงเรียนบ้างไหม ? สมัยนั้นมายด์อยู่ม.2 แอบปิ๊งรุ่นพี่ที่อยู่ม.3 อยู่คนนึง ซึ่งชอบพี่เค้าคนนี้คนเดียวเลยคือ.. คือ.. มายด์ปิ๊งพี่เค้าซึ่งเพอร์เฟคมากค่ะ ทั้งเล่นบาส แล้วก็เล่นกีฬาเล่นมาก และยังเล่นดนตรีเก่งมากๆค่ะ ซึ่งเล่นดนตรีเป็นทุกอย่างเลย พี่เค้าเรียนอยู่ห้องคิง ซึ่งนิสัยดีมาก โอ้วโห.. เป็นนักเต้น TO BE NUMBER ONE ด้วยค่ะ เราอยู่โรงเรียนสห ยังไงเราก็ต้องตัดทรงนักเรียน แต่พี่เค้าเป็นนักเต้นสามารถไว้ผมยาวได้ และยังทําสีผมได้อีก โอ้วโห.. หล่อละ ก็ยิ่งหล่อเข้าไปอีกค่ะ (หัวเราะ) ตอนนั้นเราคิดเลยว่าผู้ชายที่เพอร์เฟคยังมีอยู่อีกหรอ (หัวเราะ) แล้วพี่เค้าก็นิสัยดีมาก แต่เราก็ฟังคนอื่นต่อๆกันมาอีกทีคะ ซึ่งรุ่นพี่คนนั้นเค้าก็รู้ว่าเราแอบปลื้มพี่เค้า เพราะเราเป็นคนแอด Hi5 พี่เค้าไปก่อนเลย (หัวเราะ) แล้วพอเราแอดพี่เค้าไม่นาน พี่เค้าก็เอาเราขึ้น Topfriend เราก็เลยรู้ว่าพี่เค้ามีใจให้เราแน่ๆ  (หัวเราะ) แล้วเราก็เม้นพี่เค้าไปใน Hi5 โต้ตอบกันไปกันมา แล้วพอตอนเช้าเพื่อนๆก็มีมาแซวๆบ้าง แต่ด้วยความที่เราอายกันทั้งคู่ ขนาดอยู่ในโรงอาหารรู้ทั้งรู้ว่าเป็นพี่เค้า แต่เราก็ไม่กล้าที่จะมองหน้ากัน ไม่เคยโทรคุย ไม่เคยขอเบอร์ เพราะว่าอายอย่างเดียวเลย ด้วยคําๆเดียวเลย แล้วยิ่งพี่เค้าเป็นหนุ่มป็อบอีก แต่เราก็มีคนรู้จักในโรงเรียนเยอะเหมือนกัน แต่สุดท้ายเราก็ไม่ได้เจอกัน ไม่ได้คุยกัน เสียดายเหมือนกันค่ะ เพราะว่าถ้าย้อนเวลากลับไปได้ จะเป็นคนบุกก่อนเลยคะ จะไม่ยอมให้เสียโอกาสไป (หัวเราะ) มายด์คิดว่าถ้าใครเจอคนที่ใช่ กรุณาเข้าไปจีบเถอะ เข้าไปคุย ไม่ต้องวางฟอร์มว่าเราเป็นผู้หญิงเราจะเสียหาย เดี๋ยวนี้สังคมเปิดกว้างคะ รู้ตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ว่าชื่นชอบการร้อง การเต้น ? จริงๆแล้วเราเป็นเด็กที่ขี้อายค่ะ แต่พอเราได้เรียนแอคติ้ง เราก็ว่าสนุกดี เป็นความรู้ใหม่ๆ และก็ยังเป็นรายได้พิเศษให้เราด้วย มายด์มองว่ารายได้พิเศษที่เราได้ตรงนี้ นอกจากที่เราไม่ต้องขอคุณพ่อคุณแม่แล้ว เรายังมีเงินให้เค้าด้วย ทุกวันนี้เวลามายด์ทํางานมายดืให้คุฯแม่เก็บเงินหมดเลยค่ะ แต่ถ้าเราอยากได้อะไรเราจะขอเองค่ะ ซึง่คุณแม่เค้าก็โอเค เวลามายด์ขออะไรคุณแม่ก็ไม่เคยขัด เพราะมายด์เป็นคนค่อนข้างใช้เงินเก่งด้วย ให้คุณแม่เก็บเงินให้น่าจะดีกว่าค่ะ (ยิ้ม) มีอะไรที่อยากทํา แล้วยังไม่ได้ทําอีก ? มายด์ฝันว่าอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองค่ะ เพราะมายด์เป็นคนที่ชอบทําขนม เคยไปเรียนทําขนมเราก็อยากมีธุรกิจของตัวเอง อาจจะทําบราวนี่ขาย หรือไม่ก็มีร้านขนมเล็กๆค่ะ แต่ก็ต้องหาเวลา แล้วที่สําคัญเราก็ต้องทําตัวเองให้มันมั่นคงกว่านี้ก่อน มายด์ว่าน่าจะโอเคค่ะ แล้วโดยส่วนตัวมายด์ก็ชอบอ่านหนังสือการ์ตูนอยู่แล้ว ก็อาจจะเปิดร้านเช่าหนังสือการ์ตูนด้วย ทําร้านเก๋ๆ แล้วมีหนังสือการ์ตูนเต็มร้าน มายด์ว่าน่าจะโอเค มันเป็นอะไรที่ฝันไว้ตั้งแต่เด็กแล้วค่ะ ถ้าไม่ได้เข้าวงการบันเทิง อยากจะทําอะไร  อยากเป็นนักบัญชีเหมือนคุณแม่ค่ะ เพราะว่าเคยมีโอกาสได้เข้าไปในที่ทํางานคุณแม่ครั้งนึง แล้วรู้สึกตกใจที่คุณแม่มีห้องทํางานส่วนตัว แล้วมันดูโก้ ดูเก๋ เป็นพนักงานออฟฟิท แต่มีห้องทํางานส่วนตัว ตอนนั้นมายด์ก็เลยตัดสินใจว่าจะเป็นนักบัญชีแบบคุณแม่ค่ะ แต่ด้วยคุณแม่ทํางานบัญชีอยู่แล้ว เค้ารู้ว่าความรับผิดชอบมันค่อนข้างสูงมาก คงคิดว่ามายด์ไม่น่าเหมาะกับบัญชี คุณแม่เลยแนะนําถ้าจะเรียนด้านบัญชี ก็ให้ไปทางบริหารดีกว่าไหม มันยังกว้างกว่า พอเราโตความคิดเราก็เปลี่ยน ความชอบเราก็เปลี่ยนไปด้วย ทําให้มายด์มองว่าเราอยากเรียนด้านโฆษณา อยากเป็นคนคิดดีไซน์ออกแบบ แล้วพอเราได้เข้ามาในวงการนี้ เราเจอเบื้องหลัง เจอรุ่นพี่ หรือธีมงานเยอะแยะมากมาย พี่ๆเค้าก็จะให้คําแนะนําเราค่ะว่า ถ้าอยากไปเรียนโฆษณา ก็ควรเรียนฟิลม์ไปเลย เพราะได้ทําครบทุกอย่าง ผู้กํากับก็ได้ เมคอัพก็ได้เรียน การแสดงก็ได้เรียน ตัดต่อก็ได้เรียน มายด์ก็เลยกลับไปคิดว่า ถ้าเกิด.. เราเปลี่ยนความคิดขึ้นมาอีกหละ ว่าเราอยากทําอย่างอื่นเพิ่ม เราก็เลยตัดสินใจที่จะเรียนฟิลม์ ม.รังสิตค่ะ ที่มายด์ตัดสินใจเรียนที่มหาวิทยาลัยนี้ก็เพราะ เครื่องมืออุปกรณ์ครบ บุคลากรดีค่ะ อยากฝากอะไรถึงน้องๆที่ท้อแท้อยู่ในตอนนี้บ้าง ? สําหรับเพื่อนๆคนไหนที่รู้สึกกลัวหรือท้อแท้อยู่ อย่าเพิ่งไปกลัว แล้วก็อย่าเพิ่งไปคิดค่ะว่าเรายังทําไม่ได้ เหมือนที่บอกว่า ถ้าเราเปิดใจ ไม่ไปแอนตี้ ไม่มองอะไรลบๆตั้งต่แรก ยังไงก็มีทางที่ต้องทําได้ ถ้าเกิดเรามองมันในแง่ลบ ไปคิดตั้งแต่แรกว่าเราทําไม่ได้ ต่อให้เราทําแทบตายยังไงเราก็ทําไม่ได้ เพราะชีวิตเหมือนสร้างกําแพง ถ้าเราสร้างกําแพงมาเพื่อให้มันกดเราอยู่แค่นี้ เราก็จะอยู่แค่นี้ แต่ถ้าเราทลายกําแพงนั้นออกไป เราไม่ปิดกั้นตัวเอง มันก็จะขึ้นไปได้สูงอีกเรื่อยๆ และอีกหนึ่งอย่างที่มายด์คิดว่าสําคัญไม่แพ้กัน ก็คือ จังหวะและโอกาสค่ะ ถ้ามีโอกาสที่ดีๆเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นยังไงมายด์จะคว้าไว้ก่อน จะไม่คิดเผื่อเลยว่า ทําไปแล้วมันต้องไม่ดีแน่ๆเลย มายด์จะไม่ค่อยปฏิเสธงานค่ะ เพราะมํนคือโอกาสที่เค้าอุส่าเลือกเรา อุส่าอยากได้เรา เราน่าจะโอเคกับมัน ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นยังไง มันก็เป็นสิ่งที่เรารักอยู่แล้ว เราก็ทําเถอะค่ะ เรียบเรียงโดย Candy Magazine

เผยโฉม! นักเลงคีย์บอร์ดด่า ตุ๊กกี้ อ้างโดนแอบอ้าง !!
ตุ๊กกี้ ชิงร้อย /  ตุ๊กกี้ สุดารัตน์ / 

หลังตลกสาวซุปตาร์ ตุ๊กกี้ ชิงร้อยฯ ของขึ้นทนไม่ไหว เหตุถูกสาวประเภท2 นักเลงคีย์บอร์ดหน้าเดิมๆ เข้ามาคอมเม้นท์ด่าใต้ภาพค่อนข้างรุนแรง ไม่ทันไรหลังลง IG รวบรวมหลักฐานพร้อมแจ้งตำรวจ คู่กรณีสาวประเภทสองก็รีบแจ้นติดต่อสาว ตุ๊กกี้ ในทันที !! พร้อมชี้แจงว่า ที่ผ่านมาตนไม่ได้เล่นเฟสบุ๊คและIG มา3เดือนแล้ว เนื่องจากโดนแฮกทั้งเฟสบุ๊คและIG งานนี้สาว ตุ๊กกี้ ลั่นถ้าคู่กรณีไม่ได้ทำจริงๆ แนะนำควรไปแจ้งความให้ทางกฎหมายดำเนินการ พร้อมมอบโอกาสหากคู่กรณีบริสุทธิ์ใจ ย้ำฝากเตือนนักเลงคีย์บอร์ดทั้งหลายอย่าสร้างความเดือดร้อนและแอบอ้าง ด่าใช้คำหยาบคายให้กับคนอื่น เพราะมันไม่ได้ทำเกิดประโยชน์ใดๆทั้งสิ้น "เมื่อคืนวันที่13 พคหลังจากหนูได้โพสig เรื่องการโพสigการปั่นยุแยง และสร้างเรื่องราวมาก กับน้องสาวประเภท2ชื่อบิว เวลาประมาณ 23.00 น้อง1คนบอกว่าเป็นคนชื่อบิวได้ติดต่อเข้ามาในเบอร์โทรศัพท์ที่หนูให้ไว้ ข้อความที่คุยกัน ไม่คุยมากมายเอาใจความและปัญหาที่เกิดขึ้นและสรุปได้ดังต่อไปนี้" "1. น้องบิวให้คำตอบว่า โดยแฮคทั้งเฟสและigมา 2อาทิตย์แล้ว และเลิกเล่น (หนูโดยเม้นด่ามา4-5เดือนแล้ว) !!!! 2. น้องบิวบอกไม่ได้เล่นigกะเฟส มา3เดือนแล้ว !!! 3.คนคงหมั่นใส้น้องบิวเลยแอบอ้าง ทั้งเฟสและ ig ในการพูดคุยจากคำบอกเล่าน้อง" "หนูเลยสรุปให้น้องว่าถ้าน้องไม่ได้ทำจริงๆโดยส่วนตัวพี่ไม่เคยคิดแค้นกับคนที่ไม่มีตัวตน กรณีนี้จับมือใครก็ไม่ได้ ในเมื่อตัวจริงออกมายืนยันว่าไม่ได้ทำ" "พี่พร้อมจะให้โอกาสและให้อภัย จึงแนะนำให้น้องไปแจ้งความ ตามที่บอกน้องก็ไปแจ้งความ ในทุกเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทางพี่บุ๋ม และเรื่องของตุ๊กกี้ บริสุทธิ์ใจก็พร้อมอภัย แต่หากใครที่แอบอ้างหรือทำอยู่หยุดเถอคะ" "คนเดือดร้อนเยอะแยะมากเรียงเป็นหางว่าว การเอารูป ของคนอื่น ไปเม้นไปโพสใช้ถ้อยคำหยาบคาย ด่าทอ ความเห็นที่เกินไป ขอความกรุณาอยุดทำเถอะคะ ไม่เกิดประโยช์อะไรทั้งสิ้น มันแค่สนุก สะใจ แต่นึกถึงผู้ที่โดนกระทำ" "ลองคิดหากเป็นตัวคุณ คุณต้องมีความรู้สึกที่ไม่สบายใจเช่นกัน เพราะฉะนั้นแล้ว หนูไม่เคยแค้นใคร ใครดีมาเราดีกลับใครไม่ดีเราก็ไม่ดีกลับ แต่ครั้งนี้ หากรับผิดร่วมกัน เราพร้อมให้โอกาสและอภัยให้กันและกัน เป็นดั่งที่กล่าวมาคะ คุณตำรวจ" ขอขอบคุณภาพจาก IG @tukky66 บันทึกประจำวัน โดยเจ้าของเฟสและIG ที่โดนแอบอ้าง ยืนยันตนไม่ได้ทำ เผยโฉม นักเลงคีย์บอร์ด ลั่นไม่ได้ด่า ตุ๊กกี้ แต่โดนแอบอ้าง !! เผยโฉม นักเลงคีย์บอร์ด ลั่นไม่ได้ด่า ตุ๊กกี้ แต่โดนแอบอ้าง !! เผยโฉม นักเลงคีย์บอร์ด ลั่นไม่ได้ด่า ตุ๊กกี้ แต่โดนแอบอ้าง !! เผยโฉม นักเลงคีย์บอร์ด ลั่นไม่ได้ด่า ตุ๊กกี้ แต่โดนแอบอ้าง !!

ผลฟุตบอล : เปโดรจักยานอากาศ! ต่างดาวทุบโซเซียดาดผงาดฝูงต่ออีกวีค
การ์ลอส มาร์ติเนซ /  คลาดิโอ บราโว่ / 

ผลฟุตบอล ลาลีกา สเปน วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม 2558 บาร์เซโลน่า 2-0 เรอัล โซเซียดาด รายชื่อคนทำประตู : 1-0 เนย์มาร์ น.51, 2-0 เปโดร น.85 เวลา : 23.00 น. สนาม : คัมป์ นู ถ่ายทอดสด : ช่อง8, True Sport HD2 ศึกลาลีกาสเปนช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล 2014/15 บาร์เซโลน่า จ่าฝูงของกลุ่มเปิดรัง คัมป์ นู รับการมาเยือนของ เรอัล โซเซียดาด โดยนัดนี้ หลุยส์ เอ็นริเก้ ไม่ประมาทแม้ว่าช่วงกลางสัปดาห์จะมีเกมใหญ่ในการบุกไปฟัด "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ที่เยอรมันก็ตาม โดยส่ง MSN (เมสซี่, ซัวเรซ, เนย์มาร์) ยืนเป็น 3 ประสานในแดนหน้า และกว่าลูกแรกจะมาต้องรอถึงครึ่งหลังในนาที 51 จากลูกโขกเหน่งๆของ เนย์มาร์ ก่อนที่ เปโดร โรดริเกซ ที่ลงมาเป็นสำรองจะโชว์จักรยานอากาศสุดสวยให้กองทัพ "ต่างดาว" ซิว 3 แต้มเหนือลูกทีมของ เดวิด มอยส์ ไปได้ 2-0 ทำให้สถานการณ์ตอนนี้พวกเขาเก็บคะแนนเพิ่มได้เป็น 90 แต้ม และเหลือการแข่งขันอีกเพียง 2 นัดเท่านั้น 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม บาร์เซโลน่า : คลาดิโอ บราโว่, ดาเนี่ยล อัลเวส, เคราร์ด ปิเก้, มาร์ค บาร์ตร้า, อาเดรียโน่, ฮาเวียร์ มาสเคราโน่, ราฟินญ่า, ชาบี เอร์นานเดซ, ลิโอเนล เมสซี่, หลุยส์ ซัวเรซ, เนย์มาร์ เรอัล โซเซียดาด : เกโรนิโม่ รูญี่, การ์ลอส มาร์ติเนซ, อินญิโก้ มาร์ติเนซ, มิเกล กอนซาเลซ, อัล เบร์โต้ เดอ ลา เบญ่า, มาร์เกล เบร์การ่า, รูเบน ปาร์โด, ชาบี ปริเอโต้, เอสเตบัน กราเนโล่, เซร์คิโอ กานาเลส, คาร์ลอส เวล่า

Alfa romeo 4c spider
alfa romeo 4c spider /  F1 / 

     Alfa romeo 4c spider Alfa Romeo 4C Spider ถ้าจะให้วัดกันจริงๆ ว่างานออกแบบรถจากค่ายไหน? ดึงเอาความเป็นตัวตนมาใช้ได้มากที่สุด ก็ต้องนึกถึง Alfa Romeo เพราะนี่คือรถที่เกิดมาเพื่อการแข่งขันในครั้งอดีต แต่ไม่ลืมที่จะทิ้งลายเซ็นในการออกแบบเอาไว้ รถรุ่นใหม่ๆ เมื่อเทียบชั้นของการตกแต่งภายใน จะเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่า Alfa Romeo เป็นสปอร์ตที่ไม่ได้เน้นการซิ่งแต่ในเซอร์กิตเพียงอย่างเดียว นอกจากนั้น Alfa Romeo ยังเป็นสปอร์ตที่มีเอกลักษณ์ที่สุดอีกด้วย Alfa Romeo 4C Spider เปิดตัวด้วยการเป็นสปอร์ตเปิดประทุนแบบหลังคา Spider ป้องกันอุบัติเหตุจากการพลิกคว่ำด้วยเสาคานโรลบาร์หลังที่นั่ง โดดเด่นด้วยการใช้เครื่องยนต์ขนาดกลางที่พกเอา Turbo ร่วมในการปั่นกำลังแรงม้า ตัวเครื่องยนต์ถูกออกแบบให้วางทางด้านหลังแบบเดียวกับที่รถสปอร์ตสัญชาติอิตาลี่ชอบใช้กัน แน่นอนว่า 4C Spider เป็นรถขับเคลื่อนด้วยล้อหลัง มีขนาดความจุของเครื่องยนต์ 1,750 ซีซี. กระบอกสูบ x ระยะชัก เท่ากับ 83 x 80.5 มม. มีกำลังอัดเครื่องยนต์ 9.25 : 1 รีดแรงม้าออกมาได้ถึง 240 ตัว ที่รอบการทำงานของเครื่องยนต์ 6,600 รอบ / นาที เร่งความเร็วจาก 0 – 100 กิโลเมตร / ชั่วโมง ภายในเวลา 4.5 วินาที ปั่นความเร็วชนิดตีนปลายได้ถึง 257 กิโลเมตร / ชั่วโมง ซึ่งก็ถือได้ว่าเป็นตัวเลขที่น่าสนใจมากๆ เมื่อเทียบกับขนาดความจุที่มาไม่ถึง 2,000 ซีซี. งานโครงสร้างเริ่มจากเฟรมของรถ Alfa Romeo นิยมใช้อลูมินั่มอัลลอย เพื่อที่จะได้ลดน้ำหนักของรถให้เบาที่สุด และใช้ชิ้นส่วนคาร์บอนสำหรับการทำโครงห้องโดยสารแบบชิ้นเดียว ซึ่งเกือบจะไม่แตกต่างจากรถแข่งในรายการ F1 ใช้กัน ชิ้นงานภายนอกพัฒนามาเป็นวัสดุที่เรียกว่า “เหล็กมวลเบา” ครอบทับลงไปเป็นชั้นสุดท้ายก่อนที่จะทำสี มิติตัวรถของ 4C Spider มีขนาดความกว้าง / ยาว / สูง เท่ากับ 1,864 / 3,989 / 1,183 มมมีระยะห่างฐานล้อ 2,380 มม. ระบบกันสะเทือนด้านหน้าเป็นแบบดับเบิ้ล วิธ โบน มีการเสริมคานค้ำกลางเพื่อความเสถียรเวลาขับ ด้านหลังเป็นช็อคอับแบบแม็คเพอสัน สตัล ส่วนระบบห้ามล้อหน้าและหลังเป็นแบบจานเบรค จานเบรคหน้า มาด้วย ขนาด 305 มม. จานหลัง ขนาด 292 มม.  คาลิเปอร์ทั้งหมดสั่งงานด้วยระบบไฮดรอลิค มีแรงดันน้ำมันเบรคเป็นตัวการรับส่งแรงดันในการหยุด ส่วนระบบวงล้อทั้งหน้าและหลังเป็นวงล้ออัลลอย ยางหน้ามาด้วย ขนาด 205 / 45 – 17 นิ้ว ยางหลัง ขนาด 235 / 40 – 18 นิ้ว แล้วก็จะมีการเลือกใช้วงล้อที่ขนาดใหญ่ขึ้นมาเป็นวงล้อหน้าและหลัง ในขนาด 18 และ 19 นิ้ว นส่วนของหลักอากาศพลศาสตร์ Alfa Romeo 4C Spider มีการกดร่องฝากระโปรงหน้าลงเพื่อปรับทางเดินของมวลลมให้วิ่งไปทางด้านหลัง โดยจะมีช่องดักลมที่วิ่งไหลมาจากด้านหน้า เพื่อดูดเข้าไปวนในระบบระบายความร้อน ซ่อนสปอยเล่อร์แนบสนิทกับฝากระโปรงหลัง เพื่อกดทางลมให้ดันรถแนบลงกับพื้น กระจกหน้ารถมีการปรับมุมให้กระดกชันขึ้นมาจากรุ่นแรกๆ ที่เคยผลิตออกมาตอนปี 1967 ลดขนาดของพื้นที่กระจกให้น้อยลงเพื่อความแข็งแกร่ง กระจกมองข้างออกแบบมาไม่ให้ออกไปนอกตัวรถ ด้วยเหตุนี้จึงไม่จำเป็นต้องระวังมากนักในการขับขี่ หากด้านหน้ารถไปได้ “กระจกมองข้าง” ก็ไม่เป็นปัญหา ไม่ต้องพับเก็บเมื่อขับขี่ในระยะซิกแซก แรงบันดาลใจของการออกแบบก็คือการนำเอารถรุ่นพี่ที่เคยผลิตออกมาราวๆ ปี 1967 จุดที่เกือบจะไม่แตกต่างกันเลยก็คือ “แนวโค้งของหลังคาไปจนถึงด้านท้ายรถ” ทุกอย่างยังอยู่ในรัศมีเดียวกันแม้จะต่างยุคต่างสมัย การตกแต่งภายใน ชุดควบคุมทั้งหมดได้รับการปรับองศามาเพื่อความสะดวกของคนขับในเวลาขับขี่ แผงหน้าปัดรายงานด้วยระบบดิจิตอล ชุดพวงมาลัยตัดตรงในส่วนล่างเพื่อเพิ่มพื้นที่ของการวางขาให้สะดวก แผงแดสบอร์ดด้านหน้าข้างพวงมาลัย หักมุมองศาจากเดิมๆ ที่จะเป็นการตั้งฉากกับตัวของผู้ขับ มาเป็นการเบี่ยงออกมาในระยะ 45 องศา เพื่อความสะดวกต่อการใช้งาน ช่องแอร์สามารถพับปิดได้ มาในลักษณะวงกลม ชุดเครื่องเสียงมีหน้าจอดิจิตอลและโหมดการปรับการใช้งานแบบ “บูลทูธ” เสริมมาให้นับตั้งแต่หลุดออกมาจากสายพานการประกอบ ชุดไฟเลี้ยวหน้า/หลัง แนบสนิทกับซุ้มขอบล้อ โดดเด่นด้วยทับทิมสีส้ม หลอดในไส้เป็น LED รับประกันความสว่างและปลอดภัย ไฟท้ายมาในทรงของ “โดนัท” กลมอิ่มทั้งขวาซ้าย ตรงกลางของรูโดนัทก็เป็นหลอดไฟแบบ LED รายงานในส่วนของไฟเลี้ยวเสริมอยู่ด้วย ชุดไฟเลี้ยวหน้า/หลัง แนบสนิทกับซุ้มขอบล้อ โดดเด่นด้วยทับทิมสีส้ม หลอดในไส้เป็น LED รับประกันความสว่างและปลอดภัย ไฟท้ายมาในทรงของ “โดนัท” กลมอิ่มทั้งขวาซ้าย ตรงกลางของรูโดนัทก็เป็นหลอดไฟแบบ LED รายงานในส่วนของไฟเลี้ยวเสริมอยู่ด้วย ชุดไฟหน้ามาด้วยทรงวงรี เน้นตาใสๆ คล้ายดวงตาของแมลง เสริมด้วยโปรเจ็คเตอร์ด้านในเพื่อเพิ่มความสว่างในการใช้งาน จุดเด่นที่เป็น “แลนด์ มาร์ค” ของค่ายนี้ก็คือ กระจังหน้าสามเหลี่ยม พร้อมด้วยการประดับโลโก้ของ Alfa Romeo รูท่อไอเสียออกด้านหลังแบบแยกฝั่งทั้งขวาซ้าย งานนี้หากใครได้มาครอบครองจริงๆ ก็ไม่จำเป็นต้องหา “ขุนแผน” มาบูชาแล้ว เพราะแค่ขับโฉบไปช้าๆ สาวๆ ก็เหลียวแล้วครับ

น่ารัก ดอกไม้สายไหม สวยจนไม่กล้าทาน
ขนมสายไหม /  คลิปฮอต / 

ถ้าพูดถึง "ขนมสายไหม" สีสันแสนหวานเหมือนรสชาติ ที่ทำจากน้ำตาลเส้นบางเบา และถูกปั่นขึ้นมา เชื่อว่าทุกคนต้องเคยทาน จากหน้าโรงเรียน หรือเวลาไปเที่ยวสวนสนุก, สวนสัตว์ หรืองานวัด แต่เรามักจะเห็นสายไหมทำเป็นรูปทรงเดิมๆ คล้ายก้อนเมฆเสียบบนแท่งไม้ โดยตามประวัติเชื่อว่า เพื่อเป็นตัวแทนความฝันและจินตนาการขนมเทพนิยายในความเชื่อของชาวตะวันตก แต่วันนี้ทีนเอ็มไทย ขอนำเสนอชาวทีนกับ ดอกไม้ขนมสายไหม แบบใหม่มาฝากเพื่อนๆ กัน และมาลองติดตามกันว่า เค้าทำออกมาน่ารัก แบบนี้ได้ยังไง...น่ารัก ดอกไม้สายไหม สวยจนไม่กล้าทาน น่ารัก ดอกไม้สายไหม สวยจนไม่กล้าทาน ตื่นตา ตื่นใจ กับไอเดียเปลี่ยนขนมสายไหม หรือ Cotton candy  แบบเดิมๆ ให้ดูมีความน่ารัก สวยงามและลูกเล่นในการทำแบบใหม่ อย่างรูปดอกไม้ หรือ ดอกไม้สายไหม นี้ได้น่าสนใจมากๆ จนตอนนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในเมืองจีน แหม!! เมืองไทยเราก็น่าจะมีแบบนี้บ้างเนอะ แต่ถ้าซื้อมาแล้ว ก็ไม่กล้าทานเหมือนกันค่ะ สวยเกิน... เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ภาพจาก weibo.com

AF11 The Series ก๊วนซ่าส์ ล่าฝัน  EP.1 สาวโลกใสกับวายร้าย DUO
AF 11 The Series ก๊วนซ่าส์ล่าฝัน /  AF11 / 

AF11 The Series ก๊วนซ่าส์ ล่าฝัน ตอนที่ 1 สาวโลกใสกับวายร้าย DUO คิวและพูมเพื่อนสนิทสุดแสบประจาสถาบันดนตรีที่ตั้งใจกับการแกล้งคนมากกว่าการซ้อมดนตรี แม้ว่าเขาสองคนจะเป็นเพื่อนสนิทกันมาก และทั้งสองก็ต่างมั่นใจว่าตัวเองแกล้งคนเก่งกว่าอีกคนนึง การแข่งขันการแกล้งคนจึงเริ่มต้นขึ้น มุกหญิงสาวที่เรียบร้อยดั่งผ้าพับไว้เป็นเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายรายนั้น การกลั่นแกล้งของใครจะดุเด็ดเผ็ดมันส์กว่ากัน สุดท้ายแล้วน้าตาจะร่วงหล่นจากดวงตาของใครกันแน่... ระหว่างคนแกล้ง หรือคนที่ถูกแกล้ง... ครั้งแรกของ นักล่าฝัน AF11 ทั้ง 12 คน ในรูปแบบ ละครมิวสิคัลซีรี่ส์ครั้งแรก AF 11 The Series ก๊วนซ่าส์ล่าฝัน นำแสดงโดย สาธิดา ปิ่นสินชัย (เอม) กัญญ์กุลณัช ปัญญากิตตินันท์ (น้ำ) ศิรภัสสร สามงามปี (จักจั่น) หรรษลักษณ์ จันทร์พันธ์ (เวย์) ปทพร ศิริรักษ์นภา (มุก) พัชอร ธานีวัชรกุล (หมวยลี่) ปรัชญ์ รัตตัญญู (ปูน) ภูมิสิทธ์ วงศ์สมบูรณ์ (พูม) ศิลา ชวกิจกาญจน์ (เมย์) ชลัช กมล (ปอนด์) วิชชาธร กิมขาว (คิว) วัฒน์ สุดกล้า (แม็ค) ร่วมด้วยแขกรับเชิญ คนสำคัญอย่าง ป๋าเทพ โพธิ์งาม รับบทเป็น ครูใหญ่ประจำโรงเรียน และ เสกสรร สุทธิจันทร์ หรือ เดี่ยว มารับบทเป็นภารโรง สุดเพี้ยน สุดฮา ที่จะมาดวลมุข สุดฮาให้น้ำตาเล็ด ร่วมด้วย นักแสดงรับเชิญที่ให้เกียรติมาร่วมแสดง อย่าง ป๊อด โมเดิร์นด๊อก/ ปั่น ไพบูลย์ เกียรติเขียวแก้ว /ออน ละอองฟอง/ และ แม่บ้านมีหนวด ติดตามชม AF 11 The Series ก๊วนซ่าส์ล่าฝัน ได้ทาง ช่อง ทรูวิชั่นส์ True Asian HD วันเสาร์ 21.00 น. (ช่อง 120, 233) True Asian Series วันจันทร์ 20.00 น

เพจดังเตือน! นักปั่นเขาใหญ่ ระวังลิงวิ่งตัดหน้ารถ
นักปั่นจักรยาน /  ลิง / 

เพจเฟสบุ๊ค ปั่นเข้าเส้น CyclingLism เตือนนักปั่นจักรยานที่เขาใหญ่ ระวังลิงวิ่งตัดหน้ารถ หลังมีนักปั่นฯเกิดอุบัติเหตุชนลิงวิ่งตัดหน้าจนบาดเจ็บเล็กน้อย วันนี้(11 พ.ค. 58) มีเพจเฟสบุ๊คชื่อ ปั่นเข้าเส้น CyclingLism ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความ 'ปั่นเขาใหญ่..ระวังลิงวิ่งตัดหน้า' เพื่อเตือนสตินักปั่นจักรยาน สำหรับการขับขี่บนท้องถนน เพื่อความปลอดภัย โดยระบุว่า เมื่อวาน Admin เจอรุ่นน้องที่อยู่ สวทช นั่งท้ายรถปิคอัพชาวบ้านลงมาจากเขาใหญ่ อย่างแรกที่เห็นคือศอกบวมมีเลือดออก จากนั้น จึงเข้าไปช่วยเหลือเบื้องต้น และได้รับการปฐมพยาบาลและนำส่งรพ. โดยเขาใหญ่แกรนด์วิว ระหว่างการทำแผลได้พูดคุยถึงสาเหตุของการล้มคือระหว่างไหลลงมาจากเขาใหญ่ ฝั่งปราจีนบุรี เลยน้ำตกเหวนรกมาแล้ว อีกไม่ไกลจะถึงหน้าด่าน ลิงวิ่งตัดหน้า ชนลิงเต็มๆ ลิงร้องลั่นวิ่งเข้าป่า ส่วนคนล้มไถลไปกับพื้น ด้าน น้องบอกว่าปรกติผมก็ระวังอยู่แล้ว และพยายามไม่ลงเร็ว เพราะเคยเห็นคนลงเร็วๆแล้วเสียวแทน ยังนึกเลยว่าถ้าชนแล้วจะเป็นยังไง ดีที่สวมชุดปั่นพร้อมหมวก ตอนนี้ไม่เป็นอะไรมาก กลับบ้านได้ครับ ผมเลยขอน้องเค้านำภาพมาลงเป็นข้อเตือนใจ สำหรับหลายๆท่านที่อาจจะ สนุกเกินขอบเขตไปบ้างครับ ขอบคุณข้อมูล/ภาพ ปั่นเข้าเส้น CyclingLism MThai News

แชร์ว่อน รถเมล์แกล้งเบียดจักรยาน แถมคนขับไม่สำนึก
จักรยาน /  รถเมล์ / 

แชร์ว่อน รถเมล์แกล้งเบียดจักรยาน แถมคนขับไม่สำนึก ชาวสังคมออนไลน์ได้แชร์ภาพและข้อความจากสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อคุณ Sanvo Ranger Sanvo Ranger  ได้เผยเรื่องราวร้องเรียนอยากให้ทางขสมก.เข้ามาตรวจสอบพฤติกรรมของรถเมล์สาย 28 หมายเลขทะเบียน 14-9769 โดยเผยว่า ตนได้ปั่นจักรยานมากับแฟนสองคัน ด้วยความเร็ว25 ปั่นชิดซ้ายสุดๆ เส้นที่ผ่านสถานที่หน้าวังสวนจิตรลดาฝั่งถนนราชวิถี ปั่นตอนนั้นเวลา22.20น. ซึ่งตอนนั้นถนนโล่งมาก ไม่มีรถผ่านมีแค่มอเตอร์ไซค์สองสามคัน แต่พอปั่นมาถึงก่อนหน้าสวนจิตรฯได้ประมาณ10เมตร มีรถเมล์ขับมาจี้ที่ท้ายจักรยาน ทำให้จักรยานของตนหักพุ่งเข้าทางเข้าซอย และตนต้องมากระแทกกับแฮน คนขับขับผ่านหน้าพร้อมชะลอแล้วหัวเราะใส่  จากนั้นตนได้ปั่นจักรยานตามไปแล้วพบว่ารถเมล์จอดอยู่ที่อนุสาวรีย์ จึงได้เข้าไปต่อว่าคนขับรถเมล์ แต่คนขับรถเมล์อ้างว่าไม่ได้แกล้งและไม่ได้เบียด ซึ่งสุดท้ายคนขับรถเมล์ยอมขอโทษแต่ทำเหมือนไม่สำนึกผิด "...เรื่องนี้ไม่ใช่อุบัติเหตุครับ แกล้งกันมากกว่า คนขับหัวเราะสนุก พอบอกไปกลับขอโทษโดยเร็วไม่เถียงเลย เรื่องของผมเล่าเป็นอุทาหรณ์ ครับ และข้อความที่พิมมาทั้งหมดเป็นความสัตย์จริงทุกประการ แฟนผมวิ่งไปถ่ายรูปมาหลังจากผมอบรมคนขับแล้ว..." ที่มา สมาชิกเฟซบุ๊คชื่อคุณ Sanvo Ranger Sanvo MThai News

ชีวิต ที่ใช่และตอบโจทย์สำหรับคุณ คืออะไร ? หาคำตอบกัน
ชีวิต /  ชีวิตที่เรียบง่าย / 

คนมากมายในปัจจุบันที่ลืมความสุขที่ได้รับจากการใช้ ชีวิต ที่เรียบง่าย และใกล้ชิดกับธรรมชาติ อาจเป็นเพราะว่าในสังคมปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำไปมากกว่าในอดีต Horoscope.Mthai.com จึงนำแบบทดสอบนี้มาให้ลองทำกันครับ ลองมาดูสิว่าคุณยังโหยหา ชีวิต บนความสมถะพอเพียง ที่คุณค่าของวัตถุไม่ใช่สิ่งสำคัญต่อ ชีวิต อยู่หรือไม่ มาลองตอบคำถามเหล่านี้ว่าตรงกับคุณหรือไม่ ? 1. คุณชอบกิจกรรมที่เรียกเหงื่อและใกล้ชิดธรรมชาติอย่างการตัดฟืน ออกไปขี่จักรยาน นวดแป้ง ขัดแต่งเฟอร์นิเจอร์ไม้เก่าๆ เป็นต้น บ้างหรือไม่ 2. คุณชอบอ่านเรื่องราวของบุคคลที่น่าสนใจ ในฐานะที่ใช้ชีวิตอยู่บนความพอเพียง หรือเพียงแค่เห็นภาพของพวกเขา คุณรู้สึกตื่นเต้น ยินดี หรือแอบอิจฉาคนเหล่านั้นบ้างไหม 3. คุณรู้สึกแรงกล้าที่จะทำกิจกรรมที่ต้องทุ่มเทแรงกายอย่างมาก หรืออยากรู้สึกถึงความเหนื่อยล้าเมื่อสิ้นสุดวันของชีวิตคนที่ใช้แรงงานบ้างไหม 4. คุณรู้สึกภูมิใจไหม เวลาที่ได้ประดิษฐ์สิ่งใดก็ตามขึ้นมาด้วยตัวเองแทนที่จะซื้อ 5. คุณชอบไปเที่ยวแบบแคมปิ้งกางเต็นท์ ใช้ชีวิตเรียบง่ายท่ามกลางธรรมชาติ และเมื่อกลับมาคุณก็รู้สึกไม่ชอบบ้านเรือนแบบโมเดิร์นทันสมัยไปเลยบ้างรึเปล่า 6 .คุณชอบเดินทางไปเที่ยวที่ไหนก็ตามที่ห่างไกลจากโทรทัศน์ โทรศัพท์ และไม่มีสัญญาณมือถือไหม 7 .คุณเคยคิดถึงวันเก่าๆ เวลาไปออกค่ายลูกเสือหรือเนตรนารี ที่คุณได้ทำกิจกรรมสนุกๆ กับเพื่อนในป่าบ้างรึเปล่านะ 8 .คุณชอบทำอาหาร เย็บผ้า หรือทำงานฝีมือไหม เฉลยคำตอบค่ะ หากคุณตอบว่าส่วนใหญ่ คุณคือใช่ เป็นส่วนมากหรือทั้งหมด คุณคือตัวอย่างของคนรักความเรียบง่ายทั้งจากภายในและภายนอกเลยล่ะ คุณจะใช้ ชีวิต อย่างสงบสุขที่บ้านหลังน้อยบนเขาได้อย่างแฮปปี้ หากคุณตอบว่าส่วนใหญ่ คุณคือไม่ คุณอาจคิดหนักสักหน่อยกับการใช้ ชีวิต อย่างไร้แสงสีและสิ่งบันเทิงใจต่าง ๆ ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Lisa ติดตามดูดวงอื่นๆได้ที่ : Horoscope.mthai.com

7 สูตรรักษาฝ้า ด้วยวิธีธรรมชาติ ที่คุณเองก็ทำได้!
ฝ้า /  วิธีรักษาฝ้า / 

7 สูตรรักษา ฝ้า ที่คุณเองก็ทำได้      ช่วงนี้แดดเปรี้ยงมาก จนแทบจะลมจับทุกทีเมื่อออกไปเดินกลางแจ้ง และแดดจัดแบบนี้ก็ส่งผลเสียกับผิวไม่น้อย โดยเฉพาะเมื่อเม็ดสีผิวหรือเม็ดสีเมลานินทำงานมากเกินไป เนื่องมาจากเจ้าเม็ดสีเมลานินนั้นมีหน้าที่กรองรังสียูวี เมื่อผิวได้รับแสงแดดมากขึ้น เมลานินก็จะถูกผลิตออกมามากขึ้นตามไปด้วย แล้วก็อาจมีข้ออบกพร่องในการกรองรังสียูวี ทำให้รังสีที่มีผลต่อการเกิด ฝ้า คือ รังสี UVA เข้าไปสามารถทำลายผิวได้ลึก จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเมื่อตากแดดนานๆ แล้วผิวถึงคล้ำเสีย และเกิดฝ้าได้ รวมไปถึงฮอร์โมนและกรรมพันธุ์ ก็เป็นสาเหตุของการเกิดฝ้าได้เช่นกัน วิธีการรักษา ฝ้า ด้วยธรรมชาติ 1. สูตรว่านหางจระเข้ ว่านหางจระเข้ ถือเป็นสมุนไพรใช้รักษาแผล ยอดนิยมมากๆ วิธีหนึ่ง โดยวิธีรักษาฝ้าแบบธรรมชาติ ให้คุณใช้ว่านหางจระเข้ 1 ใบใหญ่ (เลือกใบล่างๆ แบบที่แก่แล้ว) นำไปแช่น้ำประมาณ 10 นาที จากนั้นก็ปอกเปลือกออกและล้างให้สะอาด นำไปปั่นหรือบดก็ได้ตามถนัด แล้วจึงนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที โดยสูตรนี้หากทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ก็จะช่วยให้ฝ้าหายได้ไวยิ่งขึ้น 2. สูตรหัวไชเท้า หัวไชเท้า สามารถนำมาทำเป็นสูตรรักษาฝ้าได้ โดยคุณสามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่นำหัวไชเท้าบดหยาบๆ มาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 10-20 นาที (แล้วแต่สภาพหน้าของแต่ละคนว่ารับได้แค่ไหน ส่วนคนที่มีผิวแพ้ง่ายไม่ควรใช้สูตรนี้) แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง หรือวันเว้นวัน ก็จะช่วยลดฝ้าทำให้ฝ้าดูจางลงได้มากเลยทีเดียว และนอกจากจะช่วยลดฝ้าได้แล้วหัวไชเท้ายังมีสรรพคุณช่วยลดริ้วรอยต่างๆ และทำให้หน้ากระจ่างใสขึ้นได้อีกด้วย แต่หลังจากล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นแล้ว ก็ให้กระชับรูขุมขนด้วยโทนเนอร์หรือน้ำเย็นเพื่อป้องกันไม่ให้รูขุมขนกว้างด้วยล่ะ 3. สูตรมะขามเปียก อีกหนึ่งวิธีรักษาฝ้าด้วยสมุนไพร ให้คุณนำเนื้อมะขามเปียกมาพอกหรือทาบางๆ บริเวณผิวที่เป็นรอยฝ้า ทิ้งไว้ประมาณ 3-5 นาที แล้วล้างออก วิธีนี้จะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าทำให้รอยฝ้าดูจางลงและยังช่วยลดรอยด่างดำได้ด้วย แต่ถ้าที่บ้านคุณไม่มีมะขามเปียก ก็อาจเลือกใช้เป็นน้ำมะนาวหรือน้ำมะกรูดแทนก็ได้ 4. สูตรใบบัวบก สมุนไพร รักษาฝ้า อีกสูตร ซึ่งจากการวิจัยพบว่าใบบัวบกนั้นมีสรรพคุณในการช่วยรักษาอาการของโรคผิวหนังได้ โดยเฉพาะฝ้า กระ และสิว วิธีใช้ก็ไม่ยาก เพียงแค่นำมาปั่นแล้วใช้น้ำใบบัวบกมาเช็ดหน้าแทนการใช้โทนเนอร์ก่อนนอนทุกวัน เพียงเท่านี้รอยฝ้าต่างๆ ก็จะค่อยๆ จางลง เหลือไว้แต่เพียงหน้าอันขาวเนียนสดใส 5. สูตรไข่ขาว อาจจะมีกลิ่นคาวสักหน่อย เพียงแค่นำไข่ขาวบริเวณรอบๆ ไข่แดง (เฉพาะไข่ขาว) มาทาบางๆ ให้ทั่วบริเวณที่เป็น ฝ้า ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที ไข่ขาวจะช่วยดูดซับรอยฝ้าและสิ่งสกปรกให้หมดไปจากใบหน้าของคุณได้ 6.สูตรน้ำส้มสายชูจากผลแอปเปิ้ล ใครจะรู้ว่าน้ำส้มสายชูจากผลแอปเปิ้ลจะมีประโยชน์ในด้านการช่วยดูแลผิวพรรณได้ตั้งแต่หัวจรดเท้า เนื่องจากในน้ำส้มสายชูนั้นมีฤทธิ์กรด จึงช่วยทำให้ผิวดูกระจ่างใสและเนียนนุ่มขึ้นได้ เพียงแค่คุณนำมันมาผสมกับน้ำเปล่าเล็กน้อย แล้วใช้สำลีชุบและเช็ดให้ทั่วใบหน้า รอจนแห้วแล้วจึงล้างออก 7. บำรุงจากภายในสู่ภายนอก นอกจากการรักษาด้วยวิธีต่างๆ ในระหว่างการรักษาเราสามารถดูแลตัวเองจากภายในได้โดยการรับประทานทานอาหารที่มีส่วนผสมของวิตามินเอ วิตามินซี และวิตามินอี ที่เป็นตัวช่วยทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ ฝ้า ขยายตัวใหญ่ขึ้นนั่นเอง        อันที่จริงแล้ว ก่อนจะไปถึงการรักษา การป้องกันเป็นเรื่องสำคัญที่สุด คุณควรเริ่มต้นจากการหลีกเลี่ยงแสงแดด ถ้าหากต้องเผชิญแสงแดดก็ควรแต่งกายแบบไม่เผยผิวพร้อมกับทาครีมกันแดดเพื่อป้องกันผิวจากรังสียูสี โดยเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF30 ขึ้นไป และต้องเป็นแบบ PA+++ ด้วย ถึงจะช่วยปกป้องผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ถ้าต้องอยู่ภายใต้แสงแดดตลอดทั้งวัน คุณอาจเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงมากกว่านี้ แต่ให้หมั่นทาครีมกันแดดบ่อยๆ อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าครีมกันแดดยังมีประสิทธิภาพดีพอต่อการป้องกันแสงแดด     นอกจากนี้คุณควรสังเกตตัวเองด้วยว่าเรารับประทานยาอะไรที่เสี่ยงต่อการเกิด ฝ้า หรือเปล่า เช่น ยาคุมกำเนิด ใช้เครื่องสำอางอะไรแล้วแพ้จนเป็นรอยคล้ายฝ้าหรือไม่ ขอบคุณเนื้อหาจาก www.emaginfo.com

ดราม่าอีก! ชาวเน็ตจวกนักปั่นจักรยานขี่รถกินเลนถนน
การขับขี่ /  ขวางถนน / 

ชาวโซเชียลวิจารณ์ นักปั่นจักรยานบางกลุ่มมีพฤติกรรมปั่นขวางเลนถนน ทำให้เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ เกิดกระแสดราม่าในสังคมออนไลน์ กรณีรถชนนักปั่นจักรยานอย่างต่อเนื่อง ยังมีอีกเมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊ครายหนึ่งได้โพสต์ภาพลง เพจดัง YouLike (คลิปเด็ด) พร้อมระบุว่า ขอโทดมานะที่นี้ด้วยนะครับ พี่ๆขับกันแบบนี้พี่คิดว่ามันถูกหรอคับ พี่ๆที่ปั่นลองคิดดูนะคับ จะไม่ชนได้ไงขับกันซะแบบนี้ หลังจากที่เพจดังกล่าวได้แชร์โพสต์นี้ มีชาวโซเชียลเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์กรณีนี้เป็นจำนวนมาก รวมทั้งนักปั่นจักรยานเองก็ได้แสดงความคิดเห็นว่า เสียใจกับนักปั่นบางรายที่พลอยทำให้คนปั่นที่มีวินัยเสียหายไปด้วย ทั้งนี้ชาวโซเชียลส่วนใหญ่เห็นว่า ไม่ว่าจะเป็นรถประเภทไหนควรมีจิตสำนึกในการขับขี่เพื่อความปลอดภัย MThai News

AF11 The Series ก๊วนซ่าส์ ล่าฝัน  EP.2 ความรักความลับ
AF 11 The Series ก๊วนซ่าส์ล่าฝัน /  AF11 / 

ย้อนหลัง AF11 The Series ก๊วนซ่าส์ ล่าฝัน ตอนที่ 2 ความรักความลับ น้าและเวย์เพื่อนสนิทที่ดูเหมือนจะสนิทกันเกินเพื่อน เธอทั้งสองเดินกลับบ้านด้วยกันทุกๆ เย็น จนถึงขั้นสัญญาต่อกันว่าจะไม่มีความลับต่อกัน แต่แล้วในวันหนึ่งเมื่อปอนด์ชายหนุ่มที่ดูแสนดีเดินเข้ามาในชีวิตของทั้งคู่ เขากลับสามารถทาให้จิตใจของหญิงสาวหวั่นไหว... จนกระทั่งเกิดความลับต่อกันระหว่างเพื่อนสนิท เมื่อกาลเวลาผ่านไปจิตใจของคนก็ย่อมเปลี่ยนแปลง หญิงสาวจะหาวิธีบอกเพื่อนสนิทอย่างไร เมื่อความรักครั้งใหม่ได้เกิดขึ้นในจิตใจของเธอ... ครั้งแรกของ นักล่าฝัน AF11 ทั้ง 12 คน ในรูปแบบ ละครมิวสิคัลซีรี่ส์ครั้งแรก AF 11 The Series ก๊วนซ่าส์ล่าฝัน นำแสดงโดย สาธิดา ปิ่นสินชัย (เอม) กัญญ์กุลณัช ปัญญากิตตินันท์ (น้ำ) ศิรภัสสร สามงามปี (จักจั่น) หรรษลักษณ์ จันทร์พันธ์ (เวย์) ปทพร ศิริรักษ์นภา (มุก) พัชอร ธานีวัชรกุล (หมวยลี่) ปรัชญ์ รัตตัญญู (ปูน) ภูมิสิทธ์ วงศ์สมบูรณ์ (พูม) ศิลา ชวกิจกาญจน์ (เมย์) ชลัช กมล (ปอนด์) วิชชาธร กิมขาว (คิว) วัฒน์ สุดกล้า (แม็ค) ร่วมด้วยแขกรับเชิญ คนสำคัญอย่าง ป๋าเทพ โพธิ์งาม รับบทเป็น ครูใหญ่ประจำโรงเรียน และ เสกสรร สุทธิจันทร์ หรือ เดี่ยว มารับบทเป็นภารโรง สุดเพี้ยน สุดฮา ที่จะมาดวลมุข สุดฮาให้น้ำตาเล็ด ร่วมด้วย นักแสดงรับเชิญที่ให้เกียรติมาร่วมแสดง อย่าง ป๊อด โมเดิร์นด๊อก/ ปั่น ไพบูลย์ เกียรติเขียวแก้ว /ออน ละอองฟอง/ และ แม่บ้านมีหนวด ติดตามชม AF 11 The Series ก๊วนซ่าส์ล่าฝัน ได้ทาง ช่อง ทรูวิชั่นส์ True Asian HD วันเสาร์ 21.00 น. เริ่ม 9 พ.ค. (ช่อง 120, 233) True Asian Series วันจันทร์ 20.00 น.

ผลบอล ไร้ปาฏิหาริย์!บาร์ซ่าบุกพ่ายพี่เสือแต่ยังตีตั๋วชิงดำศึกUCL
บาร์เซโลน่า /  บาเยิร์น มิวนิค / 

ฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกรอบรองชนะเลิศนัดที่ 2 บาเยิร์น มิวนิค ที่โดนถล่มมายับในนัดแรก 3-0 สร้างปาฏิหาริย์ ไม่สำเร็จ แม้จะเปิดบ้านเอาชนะ บาร์เซโลน่า 3-2 แต่สกอร์รวม บาร์ซ่า ผ่านเข้าไปรอชิงชนะเลิศ ด้วยสกอร์ 5-3 ผลบอล ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก รอบรองชนะเลิศนัดที่สอง วันอังคารที่ 12 พฤษภาคม 2558 บาเยิร์น มิวนิค (เยอรมัน) 3-2 บาร์เซโลน่า (สเปน) รวมผลสองนัด บาร์เซโลน่า 5-3 บาเยิร์นมิวนิค ผู้ทำประตู:1-0 เมห์ดี้ เบนาเตีย น.7,1-1 เนย์มาร์ น.15,1-2 เนย์มาร์ น.30,2-2 โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ น.59,3-2 โธมัส มุลเลอร์ น.74 เวลา: 01.45 น. สนาม: อลิอันซ์ อารีน่า ถ่ายทอดสด: ทรูโฟร์ยู, ทรูสปอร์ต HD2 ศึกฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก รอบรองชนะเลิศนัดที่สอง “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค ลงเล่นนัดที่สองด้วยโจทย์หิน เพราะต้องยิง บาร์เซโลน่า ให้ได้ก่อนอย่างน้อย 3 ประตูเพื่อไปลุ้นต่อในช่วงต่อเวลา หรือมากกว่านั้นหากหวังจะเข้ารอบไปเลย แต่เริ่มเกมส์แค่ นาทีที่ 4 ทีมเยือนเกือบปิดจ็อบตั้งแต่หัววัน เมื่อ ดาเนี่ยล อัลเวส ตักบอลข้ามแนวรับไปให้ อิวาน ราคิติช สอดทะลุมายิงแต่ นอยเออร์ ยังไว พุ่งไปปัดไว้ด้วยปลายมือ นาทีที่ 7 เจ้าบ้านได้ประตูจุดประกายความหวังอย่างรวดเร็ว เมื่อ เมห์ดี้ เบนาเตีย เติมขึ้นมาโขกลูกเตะมุมเสียบเสาให้ บาเยิร์น ขึ้นนำ 1-0 สกอร์รวมไล่มาเป็น 3-1 นาที 14 บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ ลองส่องไกลดูบ้าง แต่บอลหลุดเป้าหมายไปเยอะ นาที 15 ความหวังของเจ้าบ้านแทบจะพังทลายลงเมื่อเจอการประสานงานกันของทีมงาน MSN เริ่มจาก เมสซี่ ที่แทงให้ หลุยส์ ซัวเรซ หลุดกับดักล้ำหน้าไปโชว์ความเป็นพระเอกใจกว้างยิ่งกว้างมหาสมุทร ด้วยการจ่ายให้ เนย์มาร์ เติมมาแปโล่งๆ เข้าไปให้บาร์เซโลน่า ตามตีเสมอ 1-1 และเป็นอเวย์โลกที่แสนจะล้ำค่า เพราะถึงตรงนี้ บาเยิร์น ต้องการอีกถึง 4 ประตูหากจะหวังจะเข้ารอบ  นาที 18 เจ้าบ้านยังสู้เพื่อแฟนบอลอยู่ คราวนี้ โธมัส มุลเลอร์ โขกบอลเกือบเสียคานแต่ อังเดร แทร์ สเตเก้น กระโดดปัดไว้ได้ก่อนบอลเสียบใต้คาน นาที 30 บาเยิร์น มิวนิค น่าจะคิดถึงการเข้าชิง(แต่เป็นในปีหน้าได้เลย) เพราะเจอ MSN แผลงฤทธิ์อีกครั้ง แทบจะเหมือนจังหวะได้ประตู เมื่อ เมสซี่ โขกเช็ดให้ ซัวเรซ หลุดไปเปิดบอลย้อนมาให้ เนย์มาร์ จับบอลก่อนเลือกยิงเสาแรกเข้าไปแบบใจเย็น ให้บาร์ซ่าแซงนำ 1-2  นาที 39 ติอาโก้ อัลกันตาร่า ลากลุยมาจากกลางสนามแล้วพยามยิง บอลติดบล็อกเด้งมาเข้าทาง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ได้ซัดเหน่งๆตรงกรอบ 6 หลา แต่ มาร์ค อังเดร แทร์ สเตเก้น ที่หลงทางไปแล้วเซฟไว้ได้อย่างเหลือเชื่อ แถมยังตามไปปัดบอลที่กำลังจะไหลเข้าประตูไว้ได้อีก จบครึ่งแรก บาร์เซโลน่า บุกมาขึ้นนำบาเยิร์น มิวนิค 1-2  ครึ่งหลัง เสือใต้ ที่ลงเล่นต่อหน้าแฟนบอลของตัวเองไม่ยอมถอดใจ และมาได้ประตูตีเสมอ 2-2 เมื่อ บา สเตียน ชไวน์สไตเกอร์ จ่ายบอลให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ โชว์สเต็ปโยกหลอก ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ จนหัวหมุนก่อนดึงบอลเข้าขวาแล้วปั่นโค้งเสียบเสาคราวนี้ สเตเก้น ได้แต่ยืนมอง นาที73 บาเยิร์น มิวนิค มาได้ประตูเพิ่มอีก จากลุกยิงจากนอกรกรอบของ โธมัส มุลเลอร์ ที่ปั่นเสียบมุมเข้าไปให้ เจ้าบ้านพลิกกลับมานำ 3-2 เวลาที่เหลือ บาเยิร์น มิวนิคพยายามลุยหนักหวังสร้าง ปาฏิหาริย์ แต่ก็ทำไม่ได้จบเกมส์  บาเยิร์น มิวนิค ถอนแค้นจากนัดแรกได้ด้วยการเอาชนะ บาร์เซโลน่าไป 3-2 แต่ก็ยังไม่ดีพอเพราะ ยอดทีมจากสเปน ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศด้วยสกอร์รวม 5-3 รายชื่อ บาเยิร์น มิวนิค:มานูเอล นอยเออร์(GK), ราฟินญ่า, เจอโรม บัวเต็ง, เมห์ดี้ เบนาเตีย, ฆวน เบร์นาต, ฟิลิปป์ ลาห์ม, บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์, ชาบี อลอนโซ่, ติอาโก้ อัลกันตาร่า, โธมัส มุลเลอร์, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ บาร์เซโลน่า:มาร์ค อังเดร แทร์ สเตเก้น(GK), ดาเนี่ยล อัลเวส, เคราร์ด ปิเก้, ฮาเวียร์ มาสเคราโน่, ฆอร์ดี้ อัลบา, อิวาน ราคิติช, เซร์คิโอ บุสเกตส์, อันเดรส อิเนียสต้า, ลิโอเนล เมสซี่, หลุยส์ ซัวเรซ, เนย์มาร์

ผลบอล: ดีกันคนละครึ่ง!ผีแดงได้แค่เจ๊าปืนโตแทบหมดลุ้นชิงที่3
ผลบอล /  พรีเมียร์ลีก / 

ผลบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลงเล่นนัดส่งท้ายโรงละครแห่งความฝันในฤดูกาลนี้เสมอกับ อาร์เซน่อลไป 1-1 ทำให้มีคะแนนตามหลังทีมปืนใหญ่ 2 แต้ม ผลบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-1 อาร์เซน่อล ผู้ทำประตู:1-0 อันเดร์ เอร์เรร่า น.30,1-1 ไทเลอร์ แบล็กเก็ต น.83 เวลา: 22.00 น. สนาม: โอลด์แทร็ฟฟอร์ด ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 1 ศึกพรีเมียร์ลีก คู่บิ๊กแมตท์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ลงเล่นในบ้านเป็นนัดสุดท้ายของฤดูกาลต้อนรับการมาเยือนของ อาร์เซน่อล เริ่มเกมส์ นาทีที่ 6 แอชลี่ย์ ยัง ที่ยังยึดตำแหน่งตัวจริงอย่างเหนียวแน่นจาก อังเคล ดิมาเรีย ปีกค่าตัวแพงที่สุดบนเกาะอังกฤษได้จังหวะลากบอลตัดเข้าใน แล้วลองยิงบอลหลุดกรอบออกไป ผ่าน 10 นาทีแรกเจ้าบ้านเริ่มต้นได้อย่างคึกคักกว่าอย่างเห็นได้ชัด และครองบอลบุกซะเป็นส่วนใหญ่ นาที 14 ฆวน มาต้า ได้ปั่นฟรีคิกตรงริมกรอบเขตโทษบอลผ่านกำแพงแต่ไม่ห่างตัว ดาบิด ออสปิน่า ล้มตัวนรับสบาย นาที 23 ฟิล โจนส์ เรียกเสียงฮือฮาจากแฟนๆเมื่อลื่นล้มเสียท่า เสียบอลให้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ แต่ยังเก็บงานด้วยการพุ่งเอาหัวไปโหม่งบอลทำลายจังหวะไว้ได้ นาที 30 กองเชียร์ผีแดงได้เฮกันก่อน แอชลี่ย์ ยังลากเลื้อยขึ้นทางซ้ายแล้วตักบอลข้ามแนวรับมาให้ อันเดร์ เอร์เรร่า วางเท้ายิงเน้นๆยัดเสาแรกเข้าไปให้ แมนยูไนเต็ดออกนำ 1-0 ช่วงครึ่งแรกแนวรุกของ อาร์เซน่อล แทบจะไม่ได้สร้างปัญญาให้กับ เจ้าบ้านเลยแม้แต่น้อย นาที 45 เจ้าถิ่นน่าจะได้เพิ่มอีกลูกเมื่อ หลอกเล่นลูกสูตร ฟรีคิก ไหลย้อนมาให้ ดาลี่ย์ บลินด์ สืบเท้าเข้าไปปั่นเน้นๆ บอลโค้งทำท่าจะเสียบเสาแต่บอลไปโดนพวกเดียวกันแบบ คริส สมอลลิ่ง เด้งออกไป จบครึ่งแรก แมนฯยูไนเต็ด ขึ้นนำอาร์เซน่อล 1-0   ครึ่งหลัง นาที 50 ทีมเยือนได้โอกาสลั่นไกครั้งแรกจากการ วอลเลย์ของ อเล็กซิส ซานเชซ แต่หลุดกรอบไปเยอะ ผ่าน 15 นาทีของครึ่งหลัง เจ้าบ้านเริ่มบุกไม่ค่อยขึ้น และเป็นอาร์เซน่อลที่ค่อยต่อเกมส์ขึ้นมาเรื่อยๆ นาที 63 โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ พลิกบอลในกรอบเขตโทษได้สวยแล้วพยายามยิงเล่นทาง แต่ ดาบิด เดเคอา อ่านเกมส์ดี วิ่งออกมาปิดมุมและใช้ขาบล็อกได้ทัน  นาที 70 อาร์เซน่อล ใกล้เคียงจะได้ประตูตีเสมอเมื่อ อเล็กซิส ซานเชซ ตักบอลไปให้ อารอน แรมซี่ย์ แต่งบอลหลบดาบิด เดแคอา ไปแล้วแต่ มาร์กอส โรโฮ ยังตามไปหวดทิ้งได้ทัน นาที 72 วิคตอร์ บัลเดส นายทวารที่เซ็นสัญญามาตั้งแต่เดือนมกราคมได้โอกาสลงประเดิมสนามเป็นครั้งแรก แทนที่ ของดาบิด เดเคอา ที่บาดเจ็บต้องถูกเปลี่ยนตัวออก นาที 82 อาร์เซน่อล กลับมาตามตีเสมอได้ โอซิล วางบอลมาให้ ธีโอ วัลคอตต์ ตัวสำรอง จับบอลลง แล้วพยายามจะเปิดแต่บอลแฉลบ ไทเลอร์ แบล็กเก็ต ตัวสำรองอีกคนของแมนยู เปลี่ยนทางผ่าน บัลเดส เข้าประตูไปให้ทีมเยือนตีเสมอ 1-1 นาที 87 อันโตนีโอ วาเลนเซีย วางบอลข้ามมาให้ มารูยาน เฟลไลนี่ โขกชงให้ โรบิน ฟานเพอร์ซี่ ยิงด้วยขวาข้ามคานออกไป หมดเวลา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลงเล่นนัดส่งท้ายโรงละครแห่งความฝันด้วยการเสมอกับ อาร์เซน่อลไป 1-1 ทำให้มีคะแนนตามหลังทีมปืนใหญ่ 2 แต้มเท่าเดิมในขณะที่เหลืออีก 1 นัดให้เล่น ส่วนอาร์เซน่อลยังมีเกมส์ในมืออีก 2 นัด รายชื่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด:ดาบิด เด เคอา(GK),อันโตนิโอ วาเลนเซีย, คริส สมอลลิ่ง, ฟิล โจนส์, มาร์กอส โรโฮ,ดาลีย์ บลินด์,ฆวน มาต้า, อันเดร์ เอร์เรร่า, มารูยาน เฟลไลนี่, แอชลี่ย์ ยัง,ราดาเมล ฟัลเกา อาร์เซน่อล: ดาวิด ออสปิน่า(GK),เอ็คตอร์ เบเยริน, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, โลร็องต์ กอสซิแอลนี่, นาโช่ มอนเรอัล,ฟร็องซิส โกเกอแล็ง, ซานติ กาซอร์ล่า, อารอน แรมซี่ย์, เมซุต โอซิล, อเล็กซิส ซานเชซ, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์

3 ขั้นตอน สูตร ก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ พร้อมเปิดร้านขาย
ก๋วยเตี๋ยว

ก๋วยเตี่ยวสีชมพูสีสันสดใสอย่าง ก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ ที่ใครเห็นเป็นต้องน้ำลายสอ แต่หารู้ไม่ว่า สีแดงชมูสดที่ใช้ใส่ในก๋วยเตี๋ยวนั้นเปลี่ยนแปลงจากสูตรโบราณ เพราะปัจจุบันจะมีซอสเย็นตาโฟสำเร็จ ไม่คงเหลือความหอมเหมือนเย็นตาโฟโบราณ ที่ใช้เต้าหูยี้ เรามีสูตร ก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ จากแฟนเพจ กินดี อยู่ดี By เนรัญชลา ทำแจกสำหรับคนที่ต้องการจะสร้างอาชีพ ได้สูตรที่ถูกต้องแล้วแถมสร้างรายได้ ได้อีกด้วย ตามสูตรและขั้นตอนการทำดังนี้ค่ะ 1. ขั้นตอนการทำซอสเย็นตาโฟ ซอสแดง 2 ถ้วยตวง ซอสพริก 1/2 ถ้วยตวง น้ำเต้าหู้ยี้ 1/3 ถ้วยตวง เนื้อเต้าหู้ยี้ 6 ก้อน ซอสมะเขือเทศ 1/4 ถ้วยตวง พริกขี้หนูแดง 10 เม็ด น้ำตาลทราย 7 ช้อนโต๊ะ น้ำต้มสุก 1/4 ถ้วยตวง พริกขี้หนูแดง 10 เม็ด ล้างสะอาด คั่วในกระทะให้สุกหอม และเกรียมเล็กน้อย ได้ที่แล้วตักขึ้นมาพักไว้ เทซอสแดง น้ำเต้าหู้ยี้ ซอสพริก ซอสมะเขือเทศ เนื้อเต้าหู้ยี้ น้ำตาลทราย น้ำต้มสุก และ พริกขี้หนูแดงคั่ว ใส่ลงไปในเครื่องปั่น ปั่นจนส่วนผสมละเอียดจนเข้ากันดี นำส่วนผสมทั้งหมดไปตั้งไฟอ่อน คนไปเรื่อยๆ จนเดือด และคนต่อสัก 3-5 นาที จากนั้นก็ยกออกจากเตาและตั้งทิ้งไว้ให้เย็น  -------------------------------------------- 2. ขั้นตอนการทำน้ำก๋วยเตี่ยว  กระดูกคาตั๊ง 1 กิโลกรัม หัวไชเท้าปอกเปลือกตัด 4 ท่อน 1 หัว หัวหอมใหญ่ปอกเปลือกออก 1 หัว รากผักชีตีพอแตก 30 กรัม พริกไทยเม็ดบุบพอแตก 5 กรัม  เก๋ากี้ 5 กรัม ฮวยซัว 10 กรัม เก๋ากี๋ 5 กรัม เง็กเต็ก 5 กรัม เครื่องต้มก๋วยเตี๋ยวน้ำใส 1 ห่อ (หาซื้อได้ตามร้านขายเครื่องก๋วยเตี่ยว) กระเทียมดอง 7 หัว น้ำกระเทียมดอง 1 ถ้วยตวง เกลือปรุงทิพย์ 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลมะพร้าวแท้ 150 กรัม ซอสแม็กกี้ 3 ช้อนโต๊ะ ซีอิ้วขาวสูตร 5 จำนวน 10 ช.ต. น้ำเปล่า 10 ลิตร ใส่น้ำสะอาดลงไปในหม้อ (ใช้หม้อสำหรับทำก๋วยเตี่ยว) ตั้งไฟให้เดือด เติมเกลือลงไปเล็กน้อย พร้อมใส่เครื่องโดยมี รากผักชี พริกไทยเม็ด หัวไชเท้า หัวหอมใหญ่ (ใส่ทั้งหัวไม่ต้องหั่น) ตามด้วย เก๋ากี้ เง็กเต็ง ฮวยซัว หัวกระเทียมดอง น้ำกระเทียมดอง และห่อเครื่องต้มก๋วยเตี่ยวน้ำใส พอเดือดได้ที่แล้วใส่กระดูกหมูคาตั๊งลงไป พร้อมหรี่ไฟอ่อน ปิดฝาหม้อต้มทิ้งไว้ใช้เวลาครึ่งชั่วโมง ขึ้นไป และคอยช้อนฟองที่ลอยอยู่เหนือน้ำซุปออก ปรุงรสด้วยซีอิ๋วขาว ซอสแม็กกี้่ และน้ำตาลมะพร้าว คนให้เข้ากัน ชิมและเพิ่มรสตามที่ต้องการ  -------------------------------------------- 3. มาเริ่มขั้นตอนการลวกก่วยเตี่ยว โดยเตรียมวัตถุดิบดังนี้ เส้นก๋วยเตี๋ยว ผักบุ้ง เลือดหมูต้มสุก เต้าหู้แผ่นสีขาวทอด หั่นเป็นชิ้นบางๆ ฮือก้วยหรือปลาเส้นทอดหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ หมึกกรอบหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ กระเทียมเจียวกากหมู >> วิธีทำ ลูกชิ้นปลา เกี๊ยวทอด ซอสเย็นตาโฟ พริกไทยป่น ลวกผักบุ้งใส่ชาม แล้วลวกเส้นใส่ตามลงไป และลวกเลือดหมู หมึกกรอบ และลูกชิ้นต่างๆ ใส่ตามลงไป ใส่เต้าหูทอด ปลาเส้นใส่ชาม ตักกระเทียมเจียวพอประมาณ แล้วตักซอสเย็นตาโฟใส่ 1 1/2 ช้อนโต๊ะ แล้วราดด้วยน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวร้อนจัดๆประมาณ 1 ถ้วยตวงโรยพริกไทยและวางเกี๊ยวทอดไว้ข้างๆ แพร้อมเสิร์ฟ ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจากแฟนเพจ กินดี อยู่ดี By เนรัญชลา