ปั่นจักรยาน

ละครภพรัก , เรื่องย่อภพรัก
ละครภพรัก /  ละครภพรัก ช่อง 3 / 

เรื่องย่อละครภพรัก ความตาย.. อาจเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ แต่สำหรับ “เธอ” .. การดับสูญที่ยิ่งใหญ่นำมาซึ่งความผูกพันล้ำค่าบนโลกใบสวย .. ความรักระหว่าง “เธอ” และ “เขา” อาจเป็นไปไม่ได้หากแต่ใน “ภพรัก”…ความสุขในความรักระหว่างเขาและเธอ สดใสและงดงามเสมอ หมวดเหยี่ยว เป็นลูกชายคนเดียวของ วิหค นายตำรวจมือปราบที่เลื่องชื่อในอดีต เหยี่ยวกำพร้าพ่อและแม่มาตั้งแต่เล็กเพราะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมกัน ด้วยสาเหตุที่หลายคนยังตั้งข้อสงสัย วิหคเป็นตำรวจน้ำดีที่หลายคนให้การยกย่อง ทำงานตรงไปตรงมาแบบยอมหักไม่ยอมงอ แต่แล้วจู่ๆ ต้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนปริศนาที่คนขับชนแล้วหนี เหยี่ยวอาศัยอยู่ในชุมชนริมน้ำหลังวัดเก่ากับ ยายนวล ยายตาบอดอารมณ์ดี จิตใจแจ่มใส ชอบทำบุญอยู่ในศีลในธรรม มีข้อเดียวที่ยายนวลผิดศีลอย่างเลิกไม่ได้คือต้องเล่นหวยอยู่เป็นนิจ และยายนวลก็เหมือนมีพรายกระซิบทุก 15 วัน ??? ตั้งแต่เหยี่ยวเล็กจนโต.. ยายนวลถูกหวยงวดเว้นงวด !!! เหยี่ยว มุ่งมั่นเรียนจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จนสอบเข้าทำงานในสำนักงานสืบสวนพิเศษได้ หากแต่ในวิชาชีพตำรวจเหยี่ยวกลับทำไม่ได้ดีเหมือนพ่อ คดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบมักมีข้อผิดพลาดไม่ราบรื่น ยิ่งโดนเปรียบ เทียบกับพ่อ.. เหยี่ยวยิ่งทำงานพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งหลังผู้ต้องหาในคดีค้ายาเสพติดต้องรอดคดีไปได้อย่างลอยนวล เพราะการสอบสวนแบบถึงลูกถึงคนของแหยี่ยวโดนบันทึกภาพผ่านโทรศัพท์มือถือของ ทนายผู้ต้องหา และการนำสืบชี้นำไปที่เหยี่ยวขาดวุฒิภาวะในการควบคุมอารมณ์ ข่มขู่ผู้ต้องหาให้รับสารภาพ หมวดเหยี่ยวถูกคาดโทษจากผู้บัญชาการว่าจะต้องถูกย้ายหากมีข้อผิดพลาดอะไร เกิดขึ้นอีก !!! ดูเหมือนชีวิตของหมวดเหยี่ยวกำลังรอคอยใครบางคน ใครบางคนที่จะเติมเต็ม.. ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น คืนวันหนึ่งขณะหมวดเหยี่ยวออกจากสำนักงานสืบฯ กำลังจะขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางเขารู้สึกแปลกๆ ในจิตใจคล้ายมีคลื่นพลังงานบางอย่างเข้ามากระทบในโสตสัมผัส เมื่อเลี้ยวรถตรงทางแยกหน้าปากซอย เขาพบรถสปอร์ตเกิดอุบัติเหตุตกบึงน้ำขนาดใหญ่ที่ข้างทาง เมื่อ กองพิสูจน์หลักฐานดึงรถยนต์คันงามขึ้นมา.. ทุกคนต้องแปลกใจเพราะภายในรถว่างเปล่า !! ไม่ปรากฏร่างเจ้าของรถผู้ขับขี่ ตำรวจตรวจดูโดยรอบแล้วไม่พบศพผู้เสียชีวิต !!! ขณะ เหยี่ยวช่วยตำรวจท้องที่กันบรรดาไทยมุงออกมาจากพื้นที่ เขาสะดุดสายตาเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางต่างจากชาวบ้านแถบนั้นโดยสิ้นเชิง เงอะๆ งะๆ จนเกือบจะเข้าไปในเขตห้ามเข้า เหยี่ยวต้องเอ่ยปากไล่ไม่ให้เข้ามาวุ่นวายในพื้นที่ เดี๋ยวจะเป็นการทำลายหลักฐานสำคัญ หญิงสาวคนนั้นสะดุ้งสุดตัวก่อนจะเดินหนีออกไป ก่อนขับรถกลับบ้าน เหยี่ยวพบสร้อยคอพร้อมล็อกเก็ตรูปหัวใจตกอยู่ข้างรถ เขาหยิบล็อกเก็ตเส้นนั้นและนำกลับไปบ้านด้วยอย่าง เผลอตัว ความแปลกประหลาดเริ่มบังเกิดขึ้นกับเหยี่ยวนับตั้งแต่วินาทีนั้น.. ตอนกลับบ้าน เสียงหมาวัดแถวนั้นต่างพากันประสานเสียงหอนกันระงมราวกับเห็นผี ! ยายนวลที่ตาบอดยังร้องทักว่าเหยี่ยวพาเพื่อนมาเที่ยวบ้านทำไมไม่บอก จะได้หาข้าวหาปลาให้ทาน มิวายที่เหยี่ยวจะปฏิเสธ แต่ยายนวลกลับไม่เชื่อเถียงคอเป็นเอ็นหาว่าหลานชายแอบเอาสาวเข้าบ้านโดยไม่ บอกให้ยายรู้ จนเหยี่ยวต้องเรียก จ่านกน้อย ตำรวจคู่หูที่อยู่ข้างบ้านมายืนยันว่าไม่มีใครมาด้วย ยายนวลถึงจะเชื่อและเรียกจ่านกน้อยไปขูดต้นกล้วยหลังวัดด้วยกันอย่างออกรส ตามประสาคนบ้าหวยด้วยกัน จ่านกน้อยเป็นตำรวจที่มีอดีตไม่น่าจดจำ บ้าหวยทำตัวไร้สาระก็เพื่อลบปมเศร้าสะเทือนใจในชีวิต เมื่อ 5 ปีที่แล้ว.. นกยูง ลูกสาววัยรุ่นของจ่านกน้อยเสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาด เพราะพ่อบ้างานจนไม่มีเวลาให้ หลังเสียลูกสาวไม่นานเมียก็ต้องเสียชีวิตตามไปอีกคน เพราะโดนคนเมายาบ้าจับเป็นตัวประกัน แล้วจ่าเข้าไปช่วยไม่ทัน นับตั้งแต่นั้น.. ชีวิตจ่านกน้อยก็ไร้แก่นสาร ทำงานไปแบบวันเติมวัน เหมือนกำลังรอวันลาโลก!!! ย่ำ รุ่งคืนวันนั้นเอง เหยี่ยวกลับได้ยินเสียงร้องสะอื้นไห้อย่างน่าสงสารในสวนหลังบ้าน เหยี่ยวพบกับหญิงสาวคนเดียวกับเมื่อตอนหัวค่ำ เธออยู่ในชุดขาวสวยเฉี่ยวทันสมัย ร้องไห้พลางบอกว่าไม่มีที่ไป ไม่มีใครเห็นเธอเลยนอกจากเหยี่ยว ภาพหญิงสาวค่อยๆ จางหายไป .. พร้อมๆ กับพระอาทิตย์ที่กำลังโผล่ขึ้นพ้นขอบฟ้า !หมวดเหยี่ยวอึ้งแทบไม่เชื่อภาพที่ปรากฏต่อสายตา เขาพบกับผีสาว ! ตัวจริง ! เสียงจริง ! เช้าวันรุ่งขึ้น.. เหยี่ยวตื่นแต่เช้ามาใส่บาตรกับ หลวงตาเคี้ยง เขาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง หลวงตาฟังไปพร้อมกับตาลุกด้วยความตื่นเต้น อรรถาธิบายว่าผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นวิญญาณที่เพิ่งออกจากร่าง เพราะเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหัน วิญญาณจึงยังล่องลอยไม่มีที่พึ่ง พออธิบายเสร็จ หลวงตาเคี้ยงก็รีบให้ศีลให้พร จ้ำอ้าวๆ กลับกุฏิแทบไม่ทัน สมดังคำล่ำลือว่าหลวงตาเคี้ยงไม่ค่อยถูกชะตากับพลังงานลึกลับ ?!?!? ทุกวันเมื่อไปทำงานสำนักงานสืบฯ เหยี่ยวต้องปะทะคารมอย่างรุนแรงกับ ผบ.สงคราม ที่จ้องจับผิดตลอดเวลา แม้ผบ.สงครามจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับพ่อ แต่ความจริงที่เหยี่ยวไม่รู้ก็คือ.. สงครามไม่ได้เป็นเพื่อนกับวิหค แต่เป็นคู่แข่งกันมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยเรียนจนทำงานตำรวจ แข่งกันทุกครั้งสงครามก็แพ้วิหคทุกครั้ง .. หนำซ้ำการเสียชีวิตของวิหค ยังมีข่าวลืออีกว่าเป็นเพราะกำลังทำงานลับบางอย่างแข่งกับสงคราม จึงต้องเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ล่า สุดกับคดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบ.. จับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่น เขาเกือบทำพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย เมื่อไว้ใจทิ้งหลักฐานวิดีโอการซื้อขายยาที่จะมัดตัวจอมบงการไว้กับสายสืบ นักข่าวคนหนึ่งที่แปรพักตร์เพราะโดนข่มขู่จากเจ้าพ่อ โชคดีที่ขณะจะกลับ เสียงผีสาวมาบอกให้ไปจับคนร้ายเสียก่อน เหยี่ยวจึงทำงานสำเร็จ ได้รับคำชมเชยเป็นครั้งแรกจาก ผบ.สงคราม คืน วันนั้นเหยี่ยวออกมาที่ต้นลำดวนหลังบ้าน เรียกหญิงคนนั้นเพื่อสอบถามเรื่องราวทั้งหมด วิญญาณสาวคนเดิมออกมาตามเสียงเรียก เธอเรียกตัวเองว่า “น้ำ” แต่จำอะไรไม่ได้เลยนอกจากชื่อ น้ำริน ของตัวเอง น้ำ รินไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องตามเหยี่ยวมาที่นี่ รู้แต่ว่าเธอต้องตามติดเหยี่ยวไปในทุกที่.. เพียงแต่ในช่วงกลางวันเหยี่ยวจะมองไม่เห็นร่างของเธอเท่านั้น ตั้งแต่ นั้นความโกลาหลในชีวิตเหยี่ยวจึงบังเกิด ?!? หมวดเหยี่ยวประสาทเสียที่จู่ๆ ก็มีวิญญาณสาวสวยคอยติดตามไปทุกที่ แม้ในเวลาที่ต้องเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ และ เวลานอน ?!? หนำซ้ำยายนวลยังเป็นอีกคนที่ได้ยินเสียงเหยี่ยว กับน้ำรินคุยกันบ่อยๆ เหยี่ยวเดาเอาเองจากการที่ยายถูกหวยทุกงวดว่าน่าจะเป็นเพราะยายมีสัมผัสที่ หก ได้ยินเสียงพรายกระซิบเป็นประจำ จึงไม่แปลกที่ยายจะได้ยินเสียงน้ำรินเช่นเดียวกับเขา เหยี่ยวโกหก ยายนวลว่าน้ำรินเป็นพยานปากเอกที่เขาได้รับมอบหมายจากสำนักงานสืบฯ ให้นำตัวมาเก็บไว้ โดยใช้บ้านเหยี่ยวเพื่อเป็นเซฟเฮ้าส์ ยายนวลจึงคลายใจหันมาคุยกับน้ำรินวิญญาณสาวอย่างออกรสด้วยนึกว่าหล่อนเป็นคน เมื่อเวลาผ่านไป.. การสนิทสนมกับน้ำรินทำให้ชีวิตยายนวลมีชีวิตชีวามากขึ้น น้ำรินเป็นผีสาวความจำเสื่อมที่อารมณ์ดี มองโลกสดใสในทางบวก ความทรงจำน้ำรินเริ่มกลับมาทีละน้อยๆ เธอจำได้ว่าตัวเองมีฝีมือในการทำขนมไทยอย่างหาตัวจับยาก ตั้งแต่นั้นบ้านหลังน้อยของหมวดเหยี่ยวจึงเกิดกิจกรรมพิเศษของสองคู่ซี้ต่าง วัยและต่างภพ ทำขนมไทยสารพัดชนิดเพื่อเป็นรายได้เสริม ขนมไทยแสนอร่อยของยายนวลเป็นที่นิยมชมชอบของคนในชุมชนมากขึ้นเรื่อยๆ ยาย นวลชวนจ่านกน้อยคู่ซี้มาทำขนมด้วยกันในตอนค่ำ เพื่อละเลิกจากกิจกรรมขี้เมาบ้าหวย สร้างความสนุกสนานและเพลิดเพลินให้กับจ่าไม่น้อย แต่จ่านกน้อยกับชาวบ้านแถบนั้นรวมไปถึงหลวงตาเคี้ยงยังไม่วายต้องผวาไปกับ เสียงแปลกๆ ยามค่ำ และพฤติกรรมเหมือนกำลังคุยกับผีของยายนวลอยู่เนืองๆ สินค้าขนมไทยของยายนวลในชุมชน ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก ธารา นักธุรกิจสาวที่ผันตัวเองจากโลกธุรกิจ มาทำมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ ธาราต้องนั่งรถเข็นจากการเกิดอุบัติเหตุเมื่อปีก่อน ตั้งแต่นั้นธาราจึงอุทิศตัวเองเพื่อสังคม หันหลังให้กับโลกธุรกิจปล่อยให้เป็นหน้าที่ผู้บริหารมืออาชีพ ส่วนตัวเองหันมาทำงานเพื่อสังคมส่วนรวม เมื่อน้ำรินเห็นหน้าธารา.. เธอรู้สึกแปลกๆ เหมือนรู้จักผู้หญิงคนนี้เป็นอย่างดี แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกว่าเคยพบกันที่ไหน ได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ ดูเหมือนวิญญาณน้ำรินกำลังทำความดีชดเชยกับเรื่องราวในอดีตที่เธอยังจำไม่ได้ น้ำรินไม่รู้เลยว่าในตอนมีชีวิตอยู่ เธอมีส่วนทำให้นกยูงลูกสาวจ่านกน้อยเสียชีวิต เพราะ เสพยาเกินขนาด!! วันหนึ่งน้ำรินมีโอกาสเห็นรูปนกยูงโดยบังเอิญ เธอจำได้ทันทีว่าเด็กสาวคนนี้ เคยทำงานพาร์ทไทม์กับเธอที่ใดที่หนึ่งเกี่ยวกับการทำขนม ยิ่งไปกว่านั้น..น้ำรินจำได้ว่าเด็กสาวคนนี้เสียชีวิตเพราะเธอเฉยเมย ไม่ยอมช่วยนกยูงที่เอ่ยปากขอเบี้ยเลี้ยงล่วงหน้า ทำให้นกยูงเข้าสู่วังวนของการส่งยา ค้ายา จนถึงขั้นนกยูงโดนฆ่าตายเพราะคนร้ายต้องการปิดปากเรื่องเครือข่ายค้ายาฯ นกยูงโดนจัดฉากว่าเสพยาเกินขนาด เธอพยายามทำทุกวิถีทางให้ชีวิตของจ่านกน้อยดีขึ้น หลัง จากนั้นเป็นต้นมา เหยี่ยวกับน้ำรินยิ่งใกล้ชิดผูกพันกันมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งสนิทสนม ยิ่งทำให้ทั้งคู่กลายเป็นส่วนผสมของความกุ๊กกิ๊กอลวนที่ลงตัว น้ำรินแสดงถึงความเป็นคุณหนูไฮโซให้เห็นมากขึ้น เธอทั้งซุกซน ซุ่มซ่าม และเผลอเอาแต่ใจตัวเอง น้ำรินขอร้องให้ เหยี่ยวช่วยสืบหาว่าเธอเป็นผีมาจากไหน มีประวัติความเป็นมายังไง .. เหตุใดเธอจึงยังไม่ไปผุดไปเกิดซะที แต่แล้ววันหนึ่งน้ำรินก็ได้พบกับ ป้าปริก วิญญาณอีกดวงนึงที่ดูเหมือนเป็นวิญญาณที่ความอารมณ์ดี ป้าปริกสอนให้น้ำรินกลายเป็นวิญญาณคุณภาพ สามารถควบคุมให้สิ่งของต่างๆ เคลื่อนที่ได้ น้ำรินสามารถหยิบจับของต่างๆ และรับรู้ความรู้สึกในการสัมผัสได้ราวกับมีเลือดเนื้อเหมือนมนุษย์ ต่างกันเพียงว่าไม่มีใครมองเห็นเธอได้… นอกจากเหยี่ยวเพียงคนเดียว และการที่รู้สึกและหยิบจับของต่างๆ ได้เหมือนมนุษย์นี่เอง ที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำรินกับเหยี่ยวออกอาการกุ๊กกิ๊กแนบแน่นมาก ขึ้นกว่าเดิม เพราะเหยี่ยวมักเผลอโอบคอน้ำรินเหมือนเคยๆ ทุกครั้งเพราะไม่เคยทำได้สักที แต่มาวันนี้กลับกลายเป็นรู้สึกได้ว่าเขากำลังกอดคอหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งยิ่งทำให้ทั้งคู่เขินอายและต้องระวังตัวระหว่างกันมากยิ่งขึ้น น้ำ รินมีโอกาสช่วยเหลือเหยี่ยวในการทำงานสำนักงานสืบฯ หลายครั้ง คดีสำคัญก็คือ.. เหยี่ยวสามารถคลี่คลายคดียาเสพติดในหมู่วัยรุ่นได้ เขาจับตัวการที่โยงใยทำให้นกยูงลูกสาวของจ่านกน้อยตาย จ่านกน้อยมีจิตใจดีขึ้นมากขึ้น เพราะความจริงปรากฏชัดว่านกยูงไม่ได้เสพยาเกินขนาดจนตาย แต่เธอตายเพราะต้องการเปิดโปงเครือข่ายค้ายา นกยูงตายเพื่อความถูกต้องในสังคม สมกับเป็นลูกสาวตำรวจอย่างจ่านกน้อย จ่านกน้อยเลิกขี้เมา บ้าหวย หันมาใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ อุทิศตนเองให้กับชุมชนฯ เหยี่ยว เหมือนเป็นนายตำรวจพรายกระซิบ ทำงานสำคัญๆ สำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ น่าแปลกที่ทุกครั้ง ที่น้ำรินช่วยเหยี่ยวคลี่คลายคดีสำคัญได้ ความทรงจำของเธอจะกลับมาหนึ่งอย่างเสมอ เหมือนการช่วยแก้ไขคดีแต่ละคดีเป็นการทดแทนการทำความผิดพลาดในอดีตหมวดแนน แฟนเก่าของเหยี่ยว กลับมาคลุกคลีกับเหยี่ยวอีกครั้ง จนน้ำรินเริ่มหึง ซึ่งเหยี่ยวเริ่มจับสังเกตได้ ภพธร กับนับดาว ยังไม่หยุดแผนที่จะฆ่าธารา จนสงครามเริ่มสงสัยในตัวภพธร จึงพาธาราไปซ่อนตัวที่เซฟเฮ้าส์ โดยให้เหยี่ยวตามไปดูแล คุ้มครองธารา ที่นั่นเอง สงครามได้แสดงความรักที่มีต่อธารามาอย่างช้านาน แต่ธาราปฎิเสธ เพราะไม่อยากผิดต่อพ่อของน้ำริน ซึ่งเป็นเพื่อนรักของสงครามนั่นเอง ถนนทางเข้าเซฟเฮ้าส์ คือถนนที่ครั้งหนึ่ง เหยี่ยว เคยนั่งรถมาพร้อมกับพ่อและแม่ และที่นี่เอง เหยี่ยวได้สูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปกับอุบัติเหตุ ทุกครั้งที่เหยี่ยวขี่จักรยานผ่านจุดเกิดเหตุ เขาก็อดนึกถึงอดีตอันเจ็บปวดไม่ได้ น้ำรินซึ่งติดตามเหยี่ยวมาด้วย พยายามพูดให้กำลังใจ ให้เหยี่ยวต่อสู้กับอดีตอันเลวร้ายให้ได้ ทำให้เหยี่ยวรู้สึกเข้มแข็งขึ้นเมื่อได้อยู่กับน้ำรินน้ำรินเองก็รู้สึกคุ้นหน้าธารามาก แต่ยังนึกเหตุการณ์ในอดีตไม่ได้สักที จำได้แต่ว่า ก่อนตายเธอใกล้มีความสุขที่สุดในชีวิต .. น้ำรินกำลังจะแต่งงาน !!! แล้วจู่ๆ สร้อยล็อตเก็ตรูปหัวใจก็ตกลงจากลิ้นชักโต๊ะทำงานของเหยี่ยว เหยี่ยวระลึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองเผลอหยิบมาจากริมบึงที่มีรถจมน้ำ.. ต้องเป็นเพราะล็อคเก็ตรูปหัวใจแน่ๆ น้ำรินถึงมาติดอยู่กับเขาแบบนี้ !!! เหยี่ยว สืบเรื่องของน้ำรินโดยเริ่มจากคดีรถสปอร์ตจมหายไปในน้ำ ตามไปถึงบ้านใหญ่โตของเจ้าของรถ ในที่สุดเหยี่ยวจึงรู้ว่าน้ำรินคือเจ้าของรถคันนั้น เป็นลูกสาวคนเดียวของ ธารา เศรษฐีนีแม่ม่ายเจ้าของเครือโรงแรมสตาร์ออฟสยาม เครือข่ายโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันนี้ ความจริงแล้วน้ำรินเป็นลูกสาวของคุณธารา สาวใหญ่ใจดีเจ้าของมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ วิญญาณเธอได้พบกับแม่ เพียงแต่เธอจำแม่ไม่ได้ เหยี่ยวปักใจเชื่อว่าคนที่น่าสงสัยที่สุดเห็นจะเป็น ภพธร นักธุรกิจหนุ่มผู้เป็นทั้งพี่ชายบุญธรรม ผู้บริหารเครือโรงแรมนี้ทั้งหมด และเป็นอดีตคู่หมั้นของน้ำริน ภพธรคือคนที่น่าสงสัยที่สุด เมื่อ ตอนมีชีวิตอยู่.. น้ำรินเติบโตมากับภพธรผู้เป็นเหมือนพี่ชาย ภพธรเป็นลูกชาย นุติ อดีตเจ้าของเดอะสตาร์ออฟสยาม ที่ฆ่าตัวตายเพราะทำธุรกิจผิดพลาดจนต้องให้ ธารา แม่ของน้ำรินเข้าซื้อกิจการ แต่มีข่าวลือในวงธุรกิจ.. ความจริงแล้วนุติฆ่าตัวตายเพราะทนไม่ได้ที่โดนธาราโกงจนหมดตัว ธารารู้สึกผิด.. จึงส่งเสียเลี้ยงดูภพธรเป็นลูกบุญธรรม ให้เติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กับน้ำรินลูกแท้ๆ ธาราเดินไม่ได้เพราะได้รับอุบัติเหตุจากการขับรถเมื่อปีก่อน ทำให้อำนาจการบริหารโรงแรมทั้งหมดอยู่ในมือของภพธรลูกบุญธรรมซึ่งกำลังจะ แต่งงานกับน้ำริน และธารารู้สึกผิดกับบาปที่ตัวเองสร้างไว้ในอดีต เธอจึงหันมาทำมูลนิธิช่วยเหลือคนด้อยโอกาสในสังคม ต้องการไถ่บาปสร้างความดีเพื่อชดเชยกับสิ่งที่ตัวเองเคยกระทำไว้ในอดีต น้ำ รินขอบคุณเหยี่ยวและขอให้พาเธอไปสถานที่แห่งหนึ่งเป็นครั้งสุดท้าย เป็นบ้านสวนริมน้ำของ นับดาว ผู้หญิงที่เป็นเพื่อนรักของเธอมาตั้งแต่เด็ก นับดาวเป็นเหมือนเพื่อนคู่หูน้ำรินมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมเรื่อยมาจน กระทั่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยและจบการศึกษา เธอเป็นเหมือนเพื่อนรัก… หากแต่ซ่อนปมความคิดอิจฉาริษยาเพื่อนที่เพียบพร้อมไปทุกอย่างอย่างน้ำรินมา ตลอด นับ ดาวกำลังอยู่กับภพธรฉันท์สามีภรรยา จากคำพูดที่ทั้งสองกำลังปรึกษากัน น้ำรินจึงรู้ว่าทั้งสองแอบคบกันมานานแล้ว เพราะปมชีวิตของนับดาวที่ไม่อาจจะสู้น้ำรินได้ตลอดมา ทำให้นับดาวคิดแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับน้ำรินโดยน้ำรินไม่รู้ตัว สิ่งที่นับดาวเอาชนะน้ำรินได้อย่างเด็ดขาดคือการพิชิตหัวใจของภพธร เพราะภพธรโกรธแค้นครอบครัวของน้ำรินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งสองตั้งใจจะฮุบกิจการโรงแรมของธาราโดยเร็วที่สุด ทั้งเพื่อแก้แค้นให้ภพธรและเพื่อตัวของพวกเขาเอง.. นับดาวเป็นคนวาง แผนบงการทำให้ธาราต้องพิการ และวางแผนฆ่าน้ำรินก่อนการแต่งงานจะเกิดขึ้น !!! น้ำรินมีโรคประจำตัวที่ต้องทานยาเป็นประจำทุกวัน ภพธรแอบเปลี่ยนยาทำให้น้ำรินหมดสติ ขับรถตกบึงน้ำขนาดใหญ่ ก่อนจะอำพรางนำศพของเธอไปเผาทิ้ง ทำให้น้ำรินกลายเป็นบุคคลหายสาปสูญไปเพื่อทำลายหลักฐาน !!! นับดาวกับภพธรแอบเปิดประตูให้คนร้ายเข้าไปในคฤหาสน์ของธารา แต่ขณะที่กำลังจะทำอันตรายธารา เหยี่ยวกับน้ำรินเดินทางมาช่วยธาราได้ทันเวลา นับดาวกับภพธรถูกตำรวจจับ…และถูกลงโทษตามความผิดที่ตัวเองกระทำ ฐานทำร้ายน้ำรินถึงแก่ความตาย เวลานี้ภารกิจของน้ำรินดูเหมือนจะเสร็จสิ้นแล้ว พลังงานภายในวิญญาณของเธออ่อนแรงลง น้ำ รินรู้สึกว่าดวงวิญญาณของเธออาจดับสูญภายในคืนนี้.. เธอรวบรวมพลังงานทั้งหมดเท่าที่เหลืออยู่ ปรากฏกายให้เหยี่ยวเห็นเป็นครั้งสุดท้าย แม้ช่วงเวลาที่น้ำรินจะอยู่กับเหยี่ยวมีเพียงช่วงสั้นๆ หากแต่ความผูกพันในช่วงเวลาอันน้อยนิดระหว่างเธอกับเขา แนบแน่นจนกลายเป็น “ความรัก” ไปเสียแล้ว … เช่นเดียวกับเหยี่ยวที่รู้ใจตัวเองว่ารัก น้ำริน.. วิญญาณ สาวที่กำลังจะดับสลายไปในอีกไม่กี่วินาทีต่อจากนี้ เหยี่ยวอยากจะอ้อนวอนขอให้น้ำรินอยู่กับเขาตลอดไป แต่เขารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้…ไม่มีใครฝืนสัจธรรมการแตกดับนี้ไปได้ เหยี่ยวจึงตั้งจิตมั่นสัญญาไว้กับน้ำริน เขาจะรักเธอตลอดไป จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงความรักที่เขามีให้เธอ ทั้งสองจากกันด้วยน้ำตา… 18 ปีต่อมา… หมวดเหยี่ยวนายตำรวจหนุ่มไฟแรงจบใหม่ในอดีต.. กลายเป็นหนุ่มใหญ่ผู้บัญชาการสำนักงานสืบสวนพิเศษในปัจจุบัน เขามุ่งมั่นในการทำงานจนไม่มีเวลาเหลือให้กับใคร คนเก่าคนแก่ภายในสำนักงานสืบสวนฯ ต่างรู้ดีว่าผู้บัญชาการผู้นี้ยังคงมีอดีตรักฝังใจที่ยากจะลืมเลือน ผบ.เหยี่ยวไม่มีหัวใจจะรักใครได้อีกแล้ว.. จวบจนวันนี้…วันที่สำนักงานสืบสวนพิเศษได้มีโอกาสต้อนรับ น้ำค้าง นักข่าวหญิงเพิ่งจบใหม่จากรั้วมหาวิทยาลัย สาวนักข่าวที่ทันทีที่ผบ.เหยี่ยวเห็นหน้าแล้วต้องชะงักด้วยความตกใจ ฤาสัญญารักที่เขาเคยให้ไว้กับน้ำรินมีผลลัพธ์เกิดขึ้นแล้วในวันนี้… น้ำค้าง…มีใบหน้าบุคลิก ท่าทาง รอยยิ้ม เหมือนกับน้ำริน .. ราวกับเป็นคนๆ เดียวกัน !

เช็คกันหน่อย สมัยเล่น MSN กับ Hi5 คุณเป็นแบบนี้รึเปล่า?
Hi5 /  MSN / 

เปิดประเด็นมาแบบนี้ทีนเอ็มไทยไม่ได้ดักแก่ใครจริงๆ นะ ^^ .. แค่อยากจะรู้ว่าเมื่อก่อนตอนที่เล่น MSN กับ Hi5 เพื่อนๆ ชอบทำอะไรกันบ้าง ก่อนที่หลายคนจะเริ่มหันมาเล่น เฟสบุ๊ค (Facebook) และทวิตเตอร์ (Twitter) และกลายเป็นสื่อโซเชียลที่ฮอตจนถึงปัจจุบัน บางทีเด็กวัยรุ่นสมัยนี้บางคนอาจจะไม่เคยเล่นและรู้จักมันด้วยซ้ำไป ลองหันไปถามคนข้างๆ (ที่แก่กว่า อุ๊ปส์!) ดูสิว่ามนต์เสน่ห์ของ 2 ตัวนี้มีอะไรบ้าง ^^ เช็คกันหน่อย สมัยเล่น MSN กับ Hi5 คุณเป็นแบบนี้รึเปล่า? เช็คกันหน่อย สมัยเล่น MSN กับ Hi5 คุณเป็นแบบนี้รึเปล่า? ลองมานึกกันเล่นๆ ดูซิว่า สมัยที่ยังมี MSN กับ Hi5 เป็นการสื่อสารที่ฮอตที่สุกในขณะนั้น เพื่อนๆ ชอบทำอะไร ใช้งานมันยังไง หรือพฤติกรรมของตัวเองเป็นยังไงกันบ้าง .. แน่นอนว่าตอนนั้นกลับบ้านมา สิ่งแรกที่ต้องทำคือเปิดคอม ออน MSN, Hi5 ไว้ก่อนเลย ^^ อย่าลืมเม้นบอกต่อกันด้วยนะคะ MSN .. 1. ตั้งชื่อเอ็มไล่สี ฟาดไปเลยค่ะ 7 สี เปลี่ยนมันทุกวัน เปลี่ยนไปตามอารมณ์ก็มีนะ หรือจะใส่สีหลายๆ สีในชื่อก็ทำมาแล้ว 2. ตั้งกรุ๊ป Family , My Friends , Darling จะได้หาง่ายหน่อย อุ้ย .. เพื่อนออน เบบี๋ออนแล้ว ^^ 3. ตั้งให้เห็นว่ากำลังฟังเพลงอะไร เวลามีชายหนุ่มส่งเพลงมาทางแชท กดเซฟ เปิดในวินแอม ให้ขึ้นท้ายเอ็ม 555555 4. กดสั่นหน้าจอหาเพื่อนเวลาเพื่อนตั้ง Busy หลายคนชอบแกล้งเพื่อนด้วยวิธีนี้นะ อิอิ 5. ตั้ง Appear Offline แอบซุ่มดูว่าคนที่เราปิ๊งปั๊งจะออนมั้ย จะฟังเพลงอะไร (อันนี้ดูจิตๆเนาะ) บางคน Offline ไม่พอแถมบล็อคซะด้วย อยากคุยกับใครค่อย unblock เอา แบบนี้ก็มี >,< 6. กดส่ง wink หัวใจให้ไปเด้งหน้าจอคนที่เราชอบ นึกออกมั้ยคะ ? มันจะมีหลายตัวมาก หน้ายิ้ม นู่นนี่นั่น 8. ตั้งกรอบแชทเป็นรูปหัวใจ โน่นนี่ 9. ติดพิมพ์ 5555555555555+ ยาวๆ อืม! คงรู้แล้วสินะว่าที่มามาจากไหน 10. เปิดเว็บแคม ต้องแอ๊บๆหน่อย พยายามหาไฟสีส้มที่เป็นโคมไฟมาวางใกล้ๆโต๊ะคอม ให้ความรู้สึกสมูทตี้มากๆ 11. ส่งอีโมชั่นเด้งดึ๋งแทนคำพูด 12. เอากลอนซึ้งๆ มาตั้งเป็นท้ายชื่อ MSN ของตัวเอง 13. เชื่อเลยว่าใน 1 วัน จะต้องเปลี่ยนชื่อ สถานะใน MSN เป็นสิบๆ รอบ หรือถ้าไม่บางคนก็ค้างไว้เป็นชาติ 14. โหลดฟ้อนสวยๆ แปลกๆ แนวๆ มาแต่งชื่อ MSN เห้ย .. เก๋อ่ะ ^^ 15. หรือถ้าจะให้สวย ดูดี หัวครีเอทเข้าไปอีกก็ต้องไปหา ไอคอน ตามเว็บที่เขาชอบมาลงใว้ เอามาใส่มาแต่งชื่อ เอ้ออ ดูดีอ่ะ! 16. บางคนไม่สะใจ โหลดโปรแกรมเสิรม MSN พลัสมาด้วย คราวนี้แต่งสี, Online ได้พร้อมกันหลาย Account ลูกเล่นมาเต็ม (บางคนเอาของแฟนมาแอดออนไลน์พร้อมๆ กัน ถ้ามีหญิงทักมา งานเข้าเลยนะ! ) 17. บางคนตกหลุมรักกันก็เพราเจ้า MSN นี่ก็เยอะเหมือนกันนะ บีทอล์คชิดซ้ายไปเลย .. 18. เวลาพิมพ์คุยกับเพื่อน ชอบพิมพ์คำสั้นๆ ส่งไปเยอะๆๆๆๆ แต่ว่าไปตอนนี้ก็ยะงเป็นอยู่ กลัวพิมไม่ทันอ่านว่างั้น 19. พลาดไม่ได้เลยต้องหาภาพมาแต่ง สกิน ใน MSN ของตัวเองซะหน่อย ยิ่งถ้าเว่อร์ชั่นพลัส เว่อร์ชั่นใหม่ๆ นี่เคลื่อนไหวได้ด้วยนะ เอาสิ! 20. มี MSN ก็ต้องมี My Space ด้วยสิ มาก่อน Hi5 อีกนะ 21. กด Ctrl + Spacebar เอาไว้ซ่อนหน้าจอ msn เวลามีคนเดินมาข้างหลัง 22. บางคนชอบคุดคุ้ย หรือเวลาอกหักชอบดูบมสนทนาเก่าๆ ก็มีเซฟไว้ใน MSN Plus+ บันทึกบทสนทนา มีตั้งแต่ปีมะโว้ยันปัจจุบันที่คุย Hi5 Hi5 (ไฮไฟว์) หรือหลายๆ คนชอบเรียกกันขำๆ ว่า ฮิห้า >,< นั่นแหละ เหมือนเป็นโปรแกรมขั้นสูงขึ้นมาหน่อยต่อจาก MSN ซึ่งความพิเศษของมันก็มีมากมายเลยแหละ 1. ตั้งชื่อโปรไฟล์มีสังกัด เช่น ณ๊องโบว์วี่สังกัดเจร๊มู๋แฮมส์ (เพื่ออรรถรสนะคะ >,<) แล้วก็พวกเด็กสยามอะ ที่เค้าเรียกกันว่าพวกร้อยแก๊ง ยาวๆเลย แก๊งดังๆก็พวก IMAX ZODAT ตีกันแถวหลังบัค (หลังสตาร์บัคที่ทุบทิ้งไปแล้ว) 2. ต้องเพื่อนๆ ที่สำคัญไว้ที่ Top Friends ได้ถึง 9 คนเลยละ แต่บางคนก็เพื่อนเยอะเกิ๊น คนไหนไม่ได้ขึ้นหน้าท๊อปงานนี้มีงอลกันเลยนะ 3. ที่สำคัญ คนมีแฟนจะต้องเอาแฟนไว้ท็อปคนแรก ท็อปกลาง ท็อปสุดท้าย ประจำ! 4. เอาโค้ด html ที่แจกตามเว็ปต่างๆ มาปรับแต่งโครงสร้าง Hi5 นี่แหละสุดยอด! หลายคนเริ่มทำโค๊ตเป็นมาจาก hi5 ก็มีนะเออ เก่งซะด้วย! ^^ เริ่มตั้งแต่ใส่โค้ด html ที่แทบ head ด้านบน, bg ด้านหลัง บางคนแยกเป็นบล๊อคๆ ไปอีก, ใส่โค้ด html เปลี่ยนเมาส์ขยับได้, เปลี่ยนปุ้มคอมเม้น, ทำภาพ gif. บลาๆๆๆ ใครเปิดมาเห็นขยับทั้งวัน 5. เอาเพลงจาก imeem มาเพื่อความบันเทิง อ่ะๆ ประจำเลย .. 6. ทำ slide มาลง Hi5 ไม่ว่าจะรูปเพื่อนๆ แฟน มาเต็ม 7. อัลบั้มรูปที่โชว์ใน Hi5  ต้องเป็นรูปแอ๊บแบ๊วซะส่วนใหญ่ (แหม! สมัยนั้นยังเอ๊าะๆ อยู่) 7. Give Five แลกกับเพื่อนๆ 8. ปั่นจำนวนคนเข้าชม ใคร 10k+ นี่สวยมากกกกกกกกกกก จริงๆนะ 9. คอมเม้นรูปต้องมา เช่น น่ารักอะ สวยจังเลย บลาบลาบลา รวมถึงต้องเข้าหน้า hi5 เพือนทุกวัน เม้นยาวๆๆๆๆ 10. โหลดโปรแกรม Visitors ใน Hi5 มาไว้ดูว่า ใครบ้างเข้ามาดูของชั้นบ่อยสุด! 11. ชอบเม้นเพื่อนๆ ด้วยสติ๊กเกอร์วิ๊งๆ 12. ช่วงหลังๆ มี เกม PET ให้เล่นกันด้วยนะ ใครหล่อใครสวยนี่ถูกซื้อไปเป็นสัตว์เลี้ยงกันหมด 13. ใครที่เริ่มเล่นใหม่ๆ ต้อง search หาวิธีเขียนโค็ตนู้นี่ ซึ่งมีคนมาลงในเว็บไว้ให้เต็มเลย ^^ 14. ชอบนำรูปตัวเองตักใส่กรอบสี่เหลี่ยม แล้วใส่คำต่างๆ ลงไป บางคนทำเปฌนภาพเคลื่อนไหวด้วยนะ เรียบเรียง teen.mthai.com ขอบคุณข้อมูล pantip.com/topic/32364281

ไม่น้อยหน้า!ชุดแข่งน่องเหล็กชายโคลัมเบีย
จักรยาน /  ชุดแข่ง / 

หลังจากเพิ่งได้เห็นชุดนักปั่นหญิงจากโคลัมเบียกันมาแล้วล่าสุด พบว่าทีมนักปั่นจักรยานชายของโคลอมเบีย ก็แต่งกายไม่ต่างอะไรกับเพื่อนนักกีฬาหญิงของพวกเขา ด้วยยูนิฟอร์มแนบเนื้อสีเนื้อเกือบทั้งตัว จนขับเน้นส่วนโค้งเว้าต่างๆ ของร่างกายอย่างเด่นชัด  โดยชุดแข่งดังกล่าวถูกเผยแพร่ทางทวิตเตอร์ 1 วัน หลังจากที่ชุดแข่งขันของทีมนักปั่นหญิงเพิ่งตกเป็นข่าวฮือฮาไปทั่วโลก ข่าวที่เกี่ยวข้อง เน้นเป็นพิเศษ!ทีมปั่นสาวโคลัมเบียกับชุดแข่งรัดจิมิ๊

เน้นเป็นพิเศษ! ทีมปั่นสาว โคลัมเบีย กับชุดแข่งรัดจิมิ๊
จักรยาน /  ชุดแข่ง / 

กลายเป็นที่ฮือฮาสุดๆในโลกโซเชียลกับชุดแข่งขันจักรยานของสาวนักปั่นทีมชาติ โคลัมเบีย ที่เน้นสัดส่วนซะเนินนูนออกมาซะเด่นชัด โดยทีมนักปั่นสาวชาวโคลัมเบียสวมชุดวาบหวิวลงแข่งที่แดนมะกะโรนีก่อนจะขึ้นไปถ่ายรูปหมู่บนเวทีจนถูกแชร์และรีทวีตภาพของพวกเธอกันอย่างมากมายในโซเชียล โดยเว็บไซต์  "ตูโตไบซิเว็บ" เว็บไซต์ของฝ่ายจัดการแข่งขันก็ออกตีข่าวว่า "น่าเศร้า" และวิจารณ์ว่า "ดูเหมือนภาพนู้ด"

หยุด ผมร่วง ตามวิธีธรรมชาติ
กลิ่นตัว /  กลิ่นตัวเหม็น / 

ในบรรดาหนุ่มๆ ทั้งหลาย มักจะพบปัญหากวนใจ ผมร่วง ผมบาง ศีรษะเถิก ไปจนถึงศีรษะล้าน ปัญหาเหล่านี้จะบั่นทอนความมั่นใจ ทำให้หนุ่มๆ ไม่กล้าที่จะทำอะไรกับเส้นผมมากนัก เพราะยิ่งเครียดมากเท่าไร ผมก็ยิ่งร่วงมากขึ้นทุกที สำหรับหนุ่มที่เกิดปัญหาแบบนี้ จะรอช้าไม่ได้แล้ว “ผมร่วงแบบเพศชาย” เป็นเพราะ ฮอร์โมน dihydrotestosterone (DHT) เกิดจากพันธุกรรม DHT เกิดขึ้นโดยการรวมของเอนไซม์ 5 alpha reductase สารที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมรวมตัวกับฮอร์โมนเพศชายที่เรียกว่า testosterone ฮอร์โมน DHT ส่งผลทำให้ผมร่วงในชายโดยการลดการเจริญเติบโตของเส้นผมในระยะ anagen เฟสของวงจรผม ทำให้เส้นผมมขนาดเล็กลงในที่สุดจะทำให้เกิดปัญหาศีรษะล้าน สาเหตุ ผมร่วง ผมร่วงนั้นสามารถเกิดได้จากในหลายสาเหตุปัจจัย จึงไม่แปลกที่คนจะผมร่วงกันมาก เพราะฉะนั้นแล้วเราจึงต้องควรรู้สาเหตุของผมร่วง เพื่อที่จะหยุดยั้งอาการเหล่านี้ได้ทัน 1. ยีน ความจริงปัญหาผมร่วงเกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรมที่ได้รับยีนที่เกี่ยวข้อง ยีนนี้อาจได้รับทั้งทางพ่อและแม่ ภาวะศีรษะล้านมีความเกี่ยวข้องกับยีนที่อยู่บนโครโมโซม X ซึ่งผู้ชายได้รับมาจากแม่ ในปัจจุบันเราพบว่ายีนที่อยู่บนโครโมโซมคู่ที่ 20 ที่เกี่ยวข้องกับภาวะศีรษะล้านนี้ ซึ่งสามารถถ่ายทอดได้จากทั้งพ่อและแม่ ทำให้อธิบายได้ว่าทำไมลูกจึงศีรษะล้านคล้ายที่พบกับพ่อได้แต่นักพันธุกรรมศาสตร์พบว่าพันธุกรรมที่ได้รับจากแม่ดูเหมือนจะมีความสำคัญมากกว่าจากพ่ออยู่เล็กน้อยและยีนที่พบนี้น่าจะเป็นยีนเด่น แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่มียีนนี้อยู่จะมีลักษณะของศีรษะล้านทุกคนจะต้องที่ลักษณะอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องกับลักษณะของยีนนี้ด้วยปัจจัยดั้งกล่าวได้แก่ฮอร์โมน อายุ ความเครียด ภาวะโภชนาการ การพักผ่อน และปัจจัยอื่นๆ ในแต่ละบุคคล 2. ฮอร์โมน ฮอร์โมนคือสารที่เกิดขึ้นในต่อมต่าง ๆ ทั่วร่างกายต่อมเหล่านี้ผลิตฮอร์โมนพวกนี้เข้าสู่กระแสเลือดกระจายไปทั่วร่างกาย ฮอร์โมนที่ทำให้เกิดปัญหาศีรษะล้านคือฮอร์โมนที่เรียกว่า DHT( dihydrotestosterone) ซึ่งเปลี่ยนมาจากฮอร์โมนเพศชายเทสโทสเตอโรนที่หลั่งมาจากต่อมหมวกไตและลูกอัณฑะ โดยการทำงานของเอนไซม์ 5-alpha-reductase ในผู้ชายพบว่าเอมไซม์ทำงานมากขึ้นในบริเวณรากผมทำให้ผมร่วง และฮอร์โมน DHT ยังส่งผลให้ผมเข้าสู่ระยะพักตัวเร็วขึ้นผมจึงร่วงเร็วและผลิตผมที่ขึ้นใหม่เล็กลงจนในที่สุดผมจะบางลง 3. ไทรอยด์ฮอร์โมน คนที่มีการทำงานของต่อมไทรอยด์ผิดปกติ โดยเฉพาะการทำงานของต่อมไทรอยด์ต่ำ เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดผมร่วงได้ ในผู้หญิงการหยุดยาคุมกำเนิดหรือการเปลี่ยนยาคุมกำเนิดก็จะทำให้ผมร่วงได้มาก ๆ เช่นกัน 4. อายุ จากการศึกษาพบว่าเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นโพรงเส้นผมจะหดตัวลงทำให้ขนาดเส้นผมและความยาวของเส้นผมลดลง สาเหตุจากรากผมเริ่มทำงานน้อยลง ทำให้ผมบนหนังศีรษะบางลงตามความเสื่อมของเซลล์เมื่ออายุมากขึ้น รวมทั้งการไหลเวียนของเลือดที่ไปเลี้ยงยังบริเวณหนังศีรษะน้อยลงด้วย 5. ภาวะทางภูมิคุ้มกัน เช่น โรคผมร่วงเป็นหย่อม เกิดจากภูมิคุ้มกันตัวเองไปทำลายรากผม ทำให้ผมหักเป็นหย่อมๆ หรือหากมากขึ้น อาจทำให้ผมหักทั้งศีรษะ 6. ความเครียด เป็นไข้ ไม่สบาย ผ่าตัด เสียเลือดจำนวนมาก หลังคลอดบุตร ล้วนเป็นสาเหตุทำให้เกิดผมร่วงได้ทั้งสิ้น 7. ยาที่ทำให้เกิดผมร่วงได้บ่อย เช่น ยาในกลุ่มลดความดัน ยากันชัก วิตามินเอ 8. ขาดสารอาหารและโปรตีน ส่วนประกอบหลักของผมคือ โปรตีน หากเราได้รัยไม่เพียงพอก็จะส่งผลกระทบต่อการสร้างเส้นผม รวมถึงสารอาหารจำเป็นต่อการสร้างเส้นผมอื่นๆ เช่น Biotin, Vitamin B12 พบว่าขาดได้มากในคนที่ทานมังสวิรัติ ธาตุเหล็กเป็นสิ่งสำคัญในการนำออกซิเจนไปเลี้ยงบริเวณรากผม หากมีภาวะซีด เสียเลือดเรื้อรัง รับประทานธาตุเหล็กไม่เพียงพอ ผมก็จะร่วงได้มากและงอดใหม่ได้ดี 9. ผมร่วงจากการเกิดพังผืด หรือแผนเป็น โรคบางอย่าง เช่น การติดเชื่อที่หนังศีรษะ การผ่าตัดบริเวณหนังศีรษะทำให้เกิดแผลเป็นหรือพังผืดตามมา หากเกิดสภาวะเช่นนี้แล้ว เส้นผมจะไม่สามารถงอกใหม่ได้อีก ยกเว้นการรักษาโดยการปลูกถ่ายเส้นผมเท่านั้น วิธีการหยุดผมร่วงตามธรรมชาติ การรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูงมากขึ้นการกินเนื้อสัตว์ ปลา ถั่วเหลืองหรือโปรตีนชนิดอื่น ๆ อาจช่วยลดการสูญเสียเส้นผม นอกจากนี้อาหารโปรตีนหลายชนิดอุดมไปด้วย วิตามีน บี- 12 การดูแลเส้นผมไม่ควรแปรงผมในขณะที่ผมเปียกและถูเส้นผมแรงๆควรเป่าให้แห้งแล้วจึงควรหวีหรือแปรงผม การลดความเครียดบางครั้งสาเหตุการสูญเสียเส้นผมมาจากความเครียด การฝึกสมาธิสามารถช่วยผ่อนคลายลดความเครียด คืนความสมดุลของฮอร์โมน การออกกำลังกาย การเดิน ว่ายน้ำหรือขี่จักรยาน เป็นเวลา 30ถึง 60 นาทีต่อวัน หรือการลองเล่นกีฬา เช่น เทนนิสฟุตบอล ช่วยลดระดับความเครียด การพักผ่อนแบบสันทนาการต่าง ๆการดูหนัง ฟังเพลง อ่านเพลง การนวดหนังศีรษะของคุณไม่กี่นาทีทุกวันจะช่วยให้กระตุ้นการไหลเวียน โดยการไหลเวียนที่ดีจะช่วยให้รูขุมขนที่ใช้งาน วิตามินที่ดีที่สุดสำหรับการเจริญเติบโตของเส้นผม ไบโอติน ส่งเสริมการเจริญเติบโตของเส้นผมป้องกันการเปราะของเส้นผม วิตามิน บี 12 ป้องการหลุดร่วงของเส้นผม ไนอาซีน(วิตามิน บี 3) เพิ่มการไหลเวียนของเลือดบริเวญหนังศีรษะ ช่วยในการเจริญเติยโตของเส้นผม วิตามินซี ป้องกันการสูญเสียเส้นผม ป้องกันผมหงอกก่อนวัยรวมทั้งการเปราะบางของเส้นผม วิตามินอี ช่วยในการป้องกันและลดการสูญเสียผมและเพิ่มการไหลเวียนเพื่อให้หนังศีรษะ วิตามิน ดี มีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งหมดและรวมถึงหนังศีรษะและเส้นผมนอกจากนี้วิตามินดี เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับ สุขภาพ วิตามินดี กระตุ้นรูขุมขนและช่วยให้หนังศีรษะและเส้นผมชุ่มชื้น สังกะสี การขาดธาตุสังกะสีสามารถนำไปสู่​​การสูญเสียเส้นผม สังกะสีมีส่วนช่วยในการฟื้นฟูเซลล์ไขมันที่ผลิตในหนังศีรษะและการสังเคราะห์ โปรตีน เหล็ก การศึกษาพบว่าการขาดธาตุเหล็กแม้ว่าจะไม่รุนแรงก็อาจทำให้เกิดโรคโลหิตจางอาจก่อให้เกิดหการสูญเสียเส้นผมในผู้หญิงได้ อย่างไรก็ตาม แม้วิธีธรรมชาติจะช่วยในการหยุดผมร่วงได้แล้ว แต่ในบางคนที่ผมร่วงมากจนผิดปกติ เช่นคนที่ผมร่วงมากกว่า 100 เส้น ต่อวัน ผมร่วงเป็นหย่อมๆ ผมร่วงร่วมกับผื่นที่หนังศีรษะ หรือมีอาการทางร่างกายอื่นๆประกอบด้วย ไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรรีบพบแพทย์ทันที เพื่อการรักษาที่ถูกต้องและรวดเร็ว จะทำให้ผมนั้นมีสุขภาพที่ดีอยู่กับเราไปอีกนาน ขอบคุณที่มาจาก : www.emaginfo.com

ไบรท์ โซลูชั่น เอ็นจิเนียริ่ง (บริษัท จำกัด)

เครื่องมือก่อสร้าง จำหน่าย เครื่องมืองานก่อสร้าง เช่น เครื่องทำหน้าลายพื้นขูดลอกพื้นคอนกรีต พื้น Epoxy ยางมะตอย / เครื่องมือไฟฟ้า / เครื่องปั่นสี ปั่นปูน เครื่องขัดกำแพง

จะโหดไปไหนครับพี่! โด้แฮททริคถั่วเบิ้ล มาดริด ถล่มเดปอร์เละ 8-2
ผลบอล /  มาดริด / 

ผลบอลลา ลีกา สเปน ฤดูกาล 2014-15 เสาร์ที่ 20 กันยายน 2557 เดปอร์ติโบ ลา กอรุนญ่า 2 - 8 เรอัล มาดริด ผู้ทำประตู : 0-1 คริสติอาโน่ โรนัลโด้ น. 29, 0-2 ฮาเมส โรดริเกซ น. 36, 0-3 คริสติอาโน่ โรนัลโด้ น. 41, 1-3 ฮาริส เมดันยานิน 51 น. (จุดโทษ), 1-4 แกเร็ธ เบล น. 66, 1-5 แกเร็ธ เบล น. 75, 1-6 คริสติอาโน่ โรนัลโด้ น. 78,  2-6 โฆเซ่ โตเช่ น. 84, 2-7 ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ น. 88, 2-8 ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ น. 90+3 สนาม : ริอาซอร์ สเตเดี้ยม ผู้ตัดสิน : เปโดร เปเรซ สงสัยจะอัดอั้นมาหลายแมตช์สำหรับ "ราชันชุดขาว"เรอัล มาดริด กลับมาเรียกฟอร์มเก่งในเกมลีกอีกครั้งได้ "เจ็ทโด้" คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ระเบิดฟอร์มกคนเดียว 3 เม็ด ก่อนจะปล่อยให้พวกน้องๆ อย่าง แกเร็ธ เบล สองดอก, เจมส์ โรดริเกซ ปั่นงามหยดและ ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ ยิงประเดิมอีกสองประตู ให้ เรอัล มาดริด ถล่ม "ซูเปอร์เดปอร์" เดปอร์ติโบ ลา กอรุนญ่า เละเทะ 8-2

3 บอสสุดซ่า พาฮาสยอง ในตัวอย่างแรกจาก O.T. ผี Overtime
O.T. ผี Overtime /  ชาคริต แย้มนาม / 

หลังความสำเร็จของภาพยนตร์ ตีสาม ตอน O.T. ที่จะทำให้ทุกคนที่ต้องอยู่ทำโอที ถึงกับผวาอยู่ไม่เป็นสุข จึงบังเกิดเป็นการสานต่อในภาพยนตร์เรื่อง O.T. ผี Overtime ที่จะมาทำให้ผู้ชมกรีดร้องทั้งจากความสยองของผี และความยียวนของแก๊ง 3 บอสสุดซ่า ทั้ง ชาคริต แย้มนาม, เร แม๊คโดแนลด์ และ อนันดา เอเวอริงแฮม ที่จะมานำทีมสร้างความฮาสยอง จนน้ำตาเล็ด ซึ่งหลังจากที่รอกันมานาน ล่าสุดนี้ O.T. ผี Overtime ก็ได้ปล่อยตัวอย่างหนังฉบับเต็มออกมาให้ชมกันแล้ว O.T. ผี Overtime เป็นเรื่องราวหลังจากที่ การัน (ชาคริต แย้มนาม) และที (เร แม๊คโดแนลด์) ที่โดนผีหลอกใน ตีสาม ถึงจะรอดมาได้ แต่ก็มาพร้อมกับอาการประสาทหลอน ไม่สามารถขึ้นลงลิฟท์ได้ นอยด์ตลอดเวลาต้องคอยเช็คคนรอบข้างว่าเป็นผีหรือคน แต่ยังไม่เลิกนิสัยชอบที่แกล้งพนักงานในออฟฟิศเหมือนเดิม โดยมี บดินทร์ (อนันดา เอเวอริงแฮม) หนึ่งในหุ้นส่วน กลับมาร่วมก๊วนแกล้งลูกน้องที่ชอบเล่น Social ทั้งหลายในเวลางาน แล้วค่อยมาปั่นทำงานตอนเย็นเพื่อหวังได้ โอที ให้ขวัญกระเจิง! ติดตามเรื่องราวของหัวหน้าจอมซ่า กับลูกน้องดวงซวย งานนี้ผีจริงหรือผีปลอม หาคำตอบได้ใน O.T. ผี Overtime ในวันที่ 23 ต.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ ---------------------------------------------

ชีวิตวัยเด็กของ 12 นักฟุตบอลระดับโลก ที่คุณอาจไม่เคยรู้
10 อันดับ /  ต่างประเทศ / 

นี่เป็นเรื่องราว ชีวิตวัยเด็กของ 12 นักฟุตบอลระดับโลก ที่คุณอาจไม่เคยรู้ .. ที่ทีนเอ็มไทยนำมาฝากเพื่อนๆ กันคะ กว่าจะได้ขึ้นมาเป็นนักฟุตบอลระดับโลกถึงทุกวันนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย พวกเขาต้องผ่านเรื่องราวทั้งดีและร้าย มีหลายคนที่เริ่มก้าวเท้าจากศูนย์ บ้านยากจน ขาดแคลน แต่เมื่อโตขึ้นเขาได้เลือกทางเดินให้ตัวเอง มันอาจจะเป็นโชคชะตาหรืออะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้เขามาได้ถึงจุดนี้ ต้องบอกเลยว่ามันสุดยอดมากๆ นอกจากนี้เรื่องราวของทั้ง 12 คน ยังเป็นแรงบันดาลใจ แรงผลักดันให้ตัวของพวกเขาเองประสบผลสำเร็จในอาชีพการงาน ครอบครัว รวมถึงเป็นแรงบันดาลใจให้แก่คนหลายๆ คนอีกด้วย ชีวิตวัยเด็กของ 12 นักฟุตบอลระดับโลก ที่คุณอาจไม่เคยรู้ 1. คริสเตียโน่ โรนัลโด้ พ่อแม่มีลูก 3 คน คริสเป็นคนเล็ก แม่เคยจะทำแท้งคริสตอนอยู่ในท้อง เพราะบ้านจนมาก เป็นเด็กบ้านนอก โตบนเกาะ พอโตหน่อย ถูกส่งขึ้นไปอยู่บนแผ่นดินใหญ่ที่โปรตุเกส ตอนจากบ้านครั้งแรกๆไปอยู่แคมป์ นอนร้องไห้ทุกวัน เพราะเจอเพื่อนล้อเรื่องพูดเหน่อ และเข้ากับใครแทบไม่ได้เลย (เพราะบ้านนอกของแท้) พ่อติดเหล้าอย่างรุนแรง พอคริสโด่งดังแล้ว พ่อเสียชีวิตตอนโปรตุเกสได้รองแชมป์ยูโร 2004 คริสเลยสาบานกับตัวเองว่าจะไม่กินเหล้าเด็ดขาด ปัจจุบัน .. อย่างที่รู้กัน .. เป็นนักเตะระดับโลก และกลับไปสร้างพิพิธภัณฑ์ที่เกาะบ้านเกิด เพราะ อยากให้มีคนไปเที่ยวบ้านเกิดเยอะๆ พอมีลูกก็เริ่มเปลี่ยนตัวเองจาก Playboy เป็นคนรักครอบครัว ทุกวันนี้บอกเสมอ ว่าจะทำให้ลูกเป็นคนที่มีพร้อมทุกอย่าง และจะมอบแต่สิ่งที่ดีที่สุดให้ นั่นหมายถึง ความเป็นพ่อที่ดีที่สุดด้วยเช่นกัน 2. ลิโอเนล เมสซี่ บ้านฐานะธรรมดา เกือบจะจน ลูกชายเล่นบอลเก่งมาก แต่เป็นเด็กตัวเล็กมากๆ ตอนเล่นบอลตอนเด็กๆ เจอเตะกลิ้งเป็นประจำ แต่ก็เป็นพวกเน้นความคล่องตัว พอรู้ว่าป่วยหมอสั่งห้ามไม่ได้เล่นกีฬาเยอะ เพราะป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับ โกรธฮอร์โมน ส่งผลกับกระดูก ทางบ้านไม่มีเงินรักษา แมวมองบาร์เซโลน่ามาเจอ เลยอาสาออกค่ารักษาให้ทั้งหมดแล้วพาไปอยู่สเปน และ ... เป็นลีโอเนล เมสซี่อย่างทุกวันนี้ 3. อิบราฮิโมวิค ซลาตัน พ่อแม่แยกทางกัน อิบราอยู่กับพ่อ พ่อติดเหล้า เคยทุบตีอิบราตอนเด็กๆ เคยอยู่บ้านแบบที่ไม่มีอะไรจะกินเลย เลยชอบการไปโรงเรียนมาก เพราะได้เล่นฟุตบอลและมีอาหารให้กิน เคยถูกแม่เอาช้อนไม้ตีหัวจนไม้หัก เคยขโมยจักรยานเด็กเล่น เพราะอยากได้ แต่ไม่มีใครเคยซื้อของเล่นให้ พอโตมาเลยพยายามทำให้ครอบครัวอบอุ่นที่สุด สิ่งที่ชอบที่สุดคือ อาหารต้องมีเต็มตู้เย็นเสมอ เพราะวัยเด็กต้องอดยากตลอด ตอนแรกชื่อบนหลังเสื้อตอนเล่นบอลเยาวชนคือ Zlatan พอพ่อเสียชีวิตเลยเปลี่ยนมาใช้ชื่อ Ibrahimovic เพื่อให้เกียรติพ่อ 4. ฟรองค์ ริเบรี่ ตอนมาเตะบอลเยาวชน เวลาว่างยังต้องไปทำงานก่อสร้างช่วยที่พ่ออยู่เลย เพราะบ้านจนมาก ตอนเด็กนั่งรถไปกับที่บ้านรถคว่ำ หน้าเสียโฉม เย็บเป็น 100 เข็มโชคดีที่รอดมาได้ แต่มีแผลเป็นบนใบหน้าเป็นทางยาว 5. คลินท์ เดมพ์ซี่ย์ ตอนเด็กๆโตมาในบ้านรถพ่วง เล่นบอลข้างถนน จนบังเอิญตามไปดูพี่ชายคัดตัวกับทีมท้องถิ่นในเท็กซัส แต่คลินท์ดันเด่นกว่า ทีมเลยอยากดันคลินท์แทน แต่ที่บ้านจนมาก ไม่มีเงินออกค่าใช้จ่ายให้ เพราะพี่สาวก็กำลังเล่นเทนนิสเยาวชนอยู่เหมือนกัน ทางบ้านเลยเลือกส่งเสียพี่สาวแทน (เพราะฟุตบอลในอเมริกาไม่ค่อยดัง) โชคร้าย พี่สาวดันป่วยเสียชีวิต ครอบครัวถึงกับเสียหลักไปพักนึง เพราะหวังกับพี่สาวไว้เยอะด้วย และ เพราะต้องเสียพี่สาวไป คลินท์เลยต้องกลับมาเป็นกำลังหลักครอบครัวอีกครั้ง มุมานะจนได้เป็นกัปตันทีม จนเข้าตาแมวมอง จนได้ไปเล่นทีมใหญ่ จนทำให้ เขากลายมาเป็น หนึ่งในบุคคลที่ทำให้ "ซอคเกอร์" เฟื่องฟูในอเมริกา ในที่สุด ... ทุกคนไม่อาจดูถูกนักเตะจากอเมริกาได้อีกต่อไป ... เพราะเด็กคนหนึ่งที่โตมาจากบ้านรถพ่วง ... 6. คาลอส เตเบซ เตเบซเกิดในย่านชุมชนแออัด หรือจะจัดว่าเป็นสลัมเลยก็ได้ ในละแวกบ้านเขามีแต่คนขายยา ค้าอาวุธและลักขโมย ถูกเรียกว่าเป็นชุมชนที่อันตรายที่สุดในอาเจนติน่า ตอนเป็นเด็กแบเบาะถูกน้ำเดือดลวกตั้งแต่ช่วงคอลงมาถึงหน้าออก (ตอนนั้นยังไม่ถึงขวบเลย) เกือบไม่รอด รักษาอาการอยู่ 2 เดือน เติบโตมาจากฟุตบอลข้างถนน ปากกัดตีนถีบ จนได้ไปเล่นในทีมเยาวชนแถวบ้าน จับพลัดจับผลูได้ไปอยู่อคาเดมี่ของโบค่า จูเนียร์ส พอได้ขึ้นทีมใหญ่ ทีมแพทย์บอกว่าจะรักษาแผลเป็นให้ แต่เตเบซไม่เอา แม้วันนี้จะดังขนาดไหนก็ยังไม่ยอมรักษาแผลเป็น เพราะเขาบอกว่า "นี่คือสิ่งที่เป็นรากเหง้า และ เป็นสิ่งที่บอกตัวตนวัยเด็กของเขา เขาจะไม่พยายามเปลี่ยนแปลงมัน" เช่นเดียวกับ "ฟัน" เตเบซ ฟันหัก เก และห่าง เขาก็ไม่ยอมดัดหรือศัลยกรรมตกแต่ง เพราะเขาบอกว่า ที่ฟันเขาเป็นแบบนี้เพราะตอนเด็กๆ ต้องมีเรื่องชกต่อยเป็นนักสู้ข้างถนนตลอดเวลา เพื่อมีชีวิตรอด เพราะงั้น เขาจะไม่ลืมเลือนเรื่องเหล่านี้ เขาเคยลองเสพย์ยา แต่ก็เลิก .. แล้วไปเลือกเส้นทางที่ถูกต้อง เตเบซไม่เคยบอกว่าเขามีอดีตที่เลวร้าย เขาบอกแค่ว่า เขามีชีวิตวัยเด็กที่ดี เพราะมันทำให้เขาเติบโตมาด้วยความภาคภูมิใจที่ก้าวพ้นเรื่องราวแบบนั้นมาได้ และกลายเป็นคนดีได้อย่างทุกวันนี้ 7. แกเร็ธ เบล ครอบครัวคนธรรมดา ทีแรกแค่ส่งลูกเรียนโรงเรียนกีฬาธรรมดา แต่ลูกชายดันเก่งเว่อร์ เล่นกีฬาเก่งทุกชนิด โดยเฉพาะกรีฑาและวิ่ง ครูพละเลยแนะนำให้ลองเล่นฟุตบอลแบบจริงจังดู (ปกติเล่นรักบี้ แต่ก็เล่นฟุตบอลเก่งมาอยู่ก่อนแล้ว) พอเล่นฟุตบอลเลยมีแมวมองมาดูตอนเล่นบอลโรงเรียน แมวมองชวนไปลองเทรนด์กับอคาเดมี่ดู ตอนแรกก็ไปขำๆ แล้วก็กลับมาเรียนโรงเรียนปกติต่อ จนตอนหลังมาคิดได้ตอน 17 เลยไปเทรนด์อย่างจริงจังกับ เซาธ์แทมตัน แล้วก็ไปดังที่สเปอร์ส และมาอยู่ รีล มาดริด ได้ในที่สุด 8. เมซุต โอซิล บ้านฐานะธรรมดา ตอนเด็กเล่นบอลใต้ทางด่วน ริมถนน เป็นครอบครัวตุรกีอพยพเข้ามาในเยอรมัน ตอนเด็กๆไม่ค่อยได้รับการยอมรับเท่าไหร่เรื่องเชื้อชาติ แต่เล่นบอลเก่งมาก เลยได้โอกาสไต่เต้าฐานะยกระดับครอบครัวด้วยฟุตบอล 9. เวสลี่ย์ สไนเดอร์ บ้านฐานะธรรมดา พ่อแม่มีลูก 3 คน ทุกคนเล่นบอลหมด สไนเดอร์เป็นเด็กตัวที่เล็กที่สุดในบ้าน (ลูกคนเล็ก) เลยค่อนข้างมีปัญหาเวลาเล่นฟุตบอลมักเสียเปรียบคนอื่น พ่อแม่เลยอยากให้ได้ดีที่สุด เลยเก็บเงินส่งลูกเข้า โรงเรียนฟุตบอลที่ดีที่สุดในประเทศอย่าง Ajax Amsterdam ค่าเรียนแพงมากๆ สไนเดอร์อยู่ที่นี่ตั้งแต่ 5 ขวบ จนสโมสรดันไปสุดทาง เป็นซุปตาร์ระดับโลกในที่สุด สไนเดอร์บอกว่า ตอนเด็กเห็นรุ่นพี่ซุปตาร์แต่ละคนมาจนชิน เลยไม่รู้สึกตื่นเต้นอะไรเลย ต่อให้พวกพี่เค้าจะดังขนาดไหน 10. แดนนี่ เวลเบค บ้านอยู่ในชุมชนแออัด พ่อแม่เป็นชาวกาน่า ที่ได้สัญชาติอังกฤษ และเป็นนักสังคมสงเคราะห์ แดนนี่เลยถูกสอนให้เป็นคนใจดี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มาตั้งแต่เด็ก โกรธคนยากมาก หน้าบ้านมีสนามเด็กเล่น เลยเล่นฟุตบอลติดสไตล์บอลโกลด์หนูมาตลอด บ้านฝั่งตรงข้ามเป็นบ้านของตระกูลบราวน์ พอเห็นเด็กบ้านตระกูลบราวน์คนแรกได้ไปเป็นนักเตะแมนฯยู แดนนี่เลยฮึด อยากไปบ้าง ขนาด พี่เวส ยังได้ไปเลย ทำไมเขาจะไปมั่งไม่ได้ (ถั่วต้ม ... เวส บราวน์ กับ เวลเบค เป็นเพื่อนบ้านกัน T-T) เลยไปสมัครเข้าอคาเดมี่บ้าง แล้วก็ได้อยู่จริงๆ และกลายมาเป็นมหาเทพ เวลเบ็ค ที่แสนดี งดงาม ฟรุ้งฟริ้งแบบทุกวันนี้ 11. มาร์โค รอยส์ รอยส์เป็นเด็กอคาเดมี่ของดอร์ทมุนด์มาตั้งแต่เด็กๆ พ่อแม่ค่อนข้างทุ่มเทพอสมควร ดูเหมือนลูกชายจะมีแวว เลยพยายามสนับสนุนกับอคาเดมี่ฟุตบอลเต็มที่ (ครอบครัวเยอรมันจะค่อนค้างเคร่งครัดมีระเบียบแบบแผน อย่างส่งลูกไปเตะบอลก็จริงจังไปเลย เอาให้สุดๆให้เต็มที่) แต่สุดท้ายก็เหลว เพราะดอร์ทมุนด์ดันไม่เลือกรอยส์ขึ้นทีมใหญ่ รอยส์เคว้งอยู่ช่วงนึง ทางบ้านก็เครียดพอกัน ความรู้สึกก็ประมาณเหมือนลูกเข้าเรียนมหาวิทยาลัยไม่ได้ สุดท้ายมีคนมาแนะนำรอยส์ว่าให้ลองไปคัดตัวที่ เวส อาเลนดู เป็นสโมสรฟุตบอลเล็กๆท้องถิ่น แน่นอนว่าดังน้อยกว่าดอร์ทมุนด์มาก ตอนแรกรอยส์ไม่อยากไปเพราะไกลบ้าน แต่สุดท้ายเมื่อไม่มีที่ไป เลยต้องไปเวสอาเลน ... ที่เวสอาเลน ปรากฏว่าที่นี่เป็นเหมือนที่รวมนักเตะที่ "ดอร์ทมุนด์ไม่เอา" ที่นี่ รอยส์ได้เจอกับเควิน โกรสครอยซ์ ที่ถูกดอร์ทมุนด์จำหน่ายออกจากชุดเยาวชนเหมือนกัน พวกเขาเล่นบอลด้วยกันจนเริ่มเข้าตาแมวมอง รอยส์รอดอร์ทมุนด์มาเรียก สุดท้ายก็ไม่มา เลยตัดสินใจไปกลัดบัค จนดังที่กลัดบัค ดอร์ทมุนด์ถึงเรียกตัวกลับมาเล่นให้ทีมใหญ่ 12. ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา เป็นชาวไอเวอรี่ โคสต์แต่กำเนิด แต่มีครอบครัวอุปถัมภ์เป็นชาวฝรั่งเศส ดิดิเย่ ถูกพาออกจากบ้านไปอยู่กับลุงตอนเด็กๆ โดยลุงบอกว่าจะพาหลานไปได้ดี ทีแรกบ้านดร็อกบาไม่ยอมให้เขาไป จนเขาจากบ้านไป 3 ปีไปหัดเล่นบอลอยู่กับลุงจนเก่ง (ลุงเป็นนักเตะอาชีพ) ก็กลับมาบ้าน ที่ไอเวอรี่ โคสต์ กลับมาอยู่บ้านได้ม่นาน พ่อแม่ตกงานเพราะเจอพิษเศรษฐกิจ พ่อแม่เลยตัดสินใจส่งดร็อกบาไปอยู่กับลุงที่ฝรั่งเศสอีกรอบ ไปฝรั่งเศสคราวนี้ ระหกระเหเร่ร่อนตามลุงไปอยู่หลายเมืองจนได้เริ่มเล่นบอลอาชีพ คราวนี้ ที่บ้านเริ่มย้ายตามมาที่ฝรั่งเศส และขอร้องให้เขากลับไปเรียนหนังสือ โดยห้ามยุ่งเกี่ยวกับฟุตบอลเด็ดขาด และส่งเขาไปอยู่กับญาติอีกเมือง ดร้อกบาก็หยุดเล่นบอลไปปีนึงเพื่อไปเข้าโรงเรียนจนอายุ 15 มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ทุกอย่างลงตัว (ประหนึ่งบวชเรียนแล้ว) เลยหันมาเริ่มต้นกับฟุตบอลอย่างจริงจัง ทุกวันนี้ ดร็อกบาเป็นนักเตะที่ มีโครงการการกุศล "เยอะมาก" แต่มักไม่ค่อยทำออกสื่อเท่าไหร่ เป็นอีกคนที่พอมีโอกาส ก็มักจะส่งต่อโอกาสนั้นให้เด็กๆเสมอ ขอบคุณข้อมูลดีๆ http://pantip.com/topic/32431540

หนาวนี้ที่ เวียงสา - ผาผึ้ง
ผาผึ้ง /  เที่ยวน่าน / 

เข้าสู่ธันวาคมปีนี้ ลมหนาวพัดมาทีพาเอาทั้งกายและใจสะท้าน ขนาดอยู่ในกรุงเทพฯ ยังหนาว และถ้าขึ้นเหนือจะหนาวขนาดไหน แถมเวลาก็เดินไวเหมือนโกหก ใกล้จะหมดไปอีกหนึ่งปีแล้ว หลายๆ สิ่ง หลายๆ อย่าง เกิดขึ้นมากมายในปีที่ผ่านมา มีทั้งดี และมีทั้งร้าย มีทั้งความวุ่นวาย โกลาหล ซึ่งทุกคนมิอาจหลีกเลี่ยง บางทีก็เบื่อเมืองใหญ่แล้วสิ ครั้งนี้จึงตัดสินใจเก็บกระเป๋าเดินทางไปหาเมืองเล็กๆ ท่ามกลางป่าเขาและธรรมชาติ สัมผัสลมหนาวให้ฉ่ำกาย ฉ่ำปอด จนลืมความวุ่นวายในเมืองหลวงกันไปเลย หนาวนี้ที่ เวียงสา - ผาผึ้ง เมืองเล็กๆ ที่จะจุดหมายการเดินทางครั้งนี้ มีชื่อว่า ‘เวียงสา’ เป็นทางผ่านจากจังหวัดแพร่ไปสู่จังหวัดน่าน ทำให้เวียงสาได้ฉายาว่าประตูสู่เมืองน่าน ถึงเป็นอำเภอเล็กๆ แต่ก็เล็กและน่ารัก เพราะคนเวียงสาสายสัมพันธ์แน่นเหนียว จับมือกลมเกลียวตั้งกลุ่มคนฮักเมืองเวียงสา ที่พยายามปลุกและปั้นเวียงสาให้กลายเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยววิถีชุมชนของน่าน เวียงสา เดิมทีมีชื่อว่าเวียงป้อ เป็นเมืองทางทิศใต้ของนครน่าน มีตำนานเล่าว่าเวลาเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงคราใดมักเรียกผู้คนที่มีจำนวนไม่มาก นัก มารวมกันที่ปากแม่น้ำสาซึ่งไหลลงสู่แม่น้ำน่าน จึงทำให้เรียกกันในชื่อ อ.เวียงสา ในปัจจุบัน ถ้าชอบบรรยากาศวิถีชุมชนล่ะก็ แวะมาสัมผัสซึมซับที่เวียงสาแห่งนี้ รับรองจะไม่ผิดหวัง การเดินทางเที่ยวในเวียงสาแห่งนี้ แสนจะเรียบง่าย ด้วยความที่เป็นเมืองเล็กๆ เราจึงสามารถเดินเที่ยว หรือจะถีบจักรยานสองล้อชมเมืองก็ได้ และสำหรับใครที่หลงใหลในจักรยานเมื่อมาที่นี่ไม่ควรพลาด “เฮือนรถถีบ” ของ “ลุงสุพจน์ เต็งไตรรัตน์” ที่ตั้งอยู่ภายในปั๊มกลางเวียง เฮือนรถถีบ เป็นแหล่งรวมรถจักรยานคลาสสิก เก่าแก่ หายาก มากหลาย อาทิ จักรยานเก่าแบบพับเก็บได้ และจักรยานเก่าจากยุโรปหลากหลายยี่ห้อ เช่น ราเลย์ กาเซีย โบบินฮูด ฟิลิปส์ นิวฮัทสัน จักรจานเก่าแบบชนิดจุดไฟที่หัวด้วยเทียน (ตะเกียง) รวมถึงจักรยานล้อโต 2 คัน ที่ซื้อมาจากพิพิธภัณฑ์เยอรมันซึ่งในเมืองไทยมีเพียงที่นี่ที่เดียวซึ่งถ้า หากใครอยากจะขี่จักรยานเที่ยวแบบเรื่อยๆ ชิลๆ ปั่นชมบ้านชมเมือง ชมวิถีชีวิต ทั้งในเวียง ท้องทุ่ง สวน และบรรยากาศริมน้ำ ก็สามารถเช่าจักรยานจากคุณลุงสุพจน์กันได้ นัดพบที่หน้าอำเภอไม่ไกลจากเฮือนรถถีบ จะเป็นโซนใจกลางเมือง (กลางเวียง) ด้านหนึ่งเป็นที่ว่าการอำเภอที่เป็นอาคารไม้ 2 ชั้น ทรงคลาสสิก สวยงามสมส่วน มีหน้ามุขยื่นออกมาดูโดดเด่น ซึ่งในหลวงและพระราชินีเคยเสด็จมาประทับ เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเยี่ยมราษฎรภาคเหนือครั้งแรกความคลาสสิ คสวยงามของที่ว่าการอำเภอแห่งนี้ ยังคงอยู่ได้ด้วยความพยายามอนุรักษ์อาคารเก่า อันทรงคุณค่าหลังนี้เอาไว้ โดยจะปรับปรุงให้เป็นพิพิธภัณฑ์ประจำอำเภอ ที่ทุกคนเข้ามาร่วมเรียนรู้วิถีวัฒนธรรมของเวียงสาร่วมกันได้ ตรงข้ามกับที่ว่าการอำเภอหลังเก่า คือ วัดบุญยืน อารามหลวงที่เก่าแก่มาก อายุกว่า 200 ปี วัดนี้สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอัตถวรปัญโญ เจ้าผู้ครองนครน่าน โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมของพระอุโบสถที่มีหลังคาลดหลั่นกันลงมา ด้านหน้า พระอุโบสถมีประตูไม้แกะสลักเป็นรูปเทวดา ลายพรรณพฤกษา ด้านหลังมีเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์เก่าแก่ เดินเข้ามาภายในพบองค์พระประธาน เป็นพระพุทธรูปยืนปางเปิดโลก สร้างด้วยปูนปิดทองทั้งองค์ แปลกตาตรงที่พระพุทธรูปนั้นสง่างาม สวยแบบขลังๆ เปี่ยมศรัทธายิ่งนัก แวะดอยแสนหวานนามว่า “ดอยผาผึ้ง” ออกเดินทางจากเวียงสา มายัง "ผาผึ้ง" ต.งอบ อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน (อยู่ห่างจาก อ.เวียงสา ประมาณ 120 กม.) มาสัมผัสอากาศหนาวบน ดอยผาผึ้ง ซึ่งอยู่บริเวณหมู่บ้านมณีพฤกษ์ หมู่บ้านชาวม้งที่อพยพมาจากจีน เพื่อมาตั้งถิ่นฐาน และทำการเพาะปลูกอยู่บริเวณนี้ ดอยผาผึ้งเป็นภูเขาหินปูนสูงจากระดับน้ำทะเล 1,600 เมตร ซึ่งไม่มีต้นไม้ใหญ่มากนัก ส่วนมากจะเป็นทุ่งหญ้าคา มีลักษณะเหมือนดอยภูแว ที่ดอยผาผึ้งนี้เป็นจุดชมบรรยากาศพระอาทิตย์ขึ้นและตกได้อย่างสวยงาม อีกทั้งยังเห็นทัศนียภาพของสันดอยภูแวและดอยช่อได้ดอยผาผึ้งเป็นป่าต้นน้ำ ลำธารผืนสุดท้ายของลำห้วยน้ำสระและลำห้วยฮูด ซึ่งเป็นลำน้ำที่สำคัญที่หล่อเลี้ยงชุมชนในตำบลน้ำตกให้มีน้ำใช้ในการอุปโภค บริโภคอย่างพอเพียงทุกฤดูกาลที่ดอยผาผึ้งนี้มีตำนาน แต่ตำนานของดอยผาผึ้งอาจจะไม่โลดโผนโดดเด่น สถานที่แห่งนี้เคยเป็นดินแดนแห่งความหวานชื่นอย่างแสบทรวง เพราะเต็มไปด้วยน้ำผึ้งอันสนหวานที่ผู้คนต่างก็หลั่งใหล มาดื่มกินกันมาเป็นเวลาช้านาน ซึ่ง ณ บัดนี้ มันก็หลายเป็นตำนานไป เพราะ ผาผึ้ง ไม่มีฝูงผึ้งให้เห็นแล้ว ไม่ไกลจาก ดอยผาผึ้ง เป็นที่ตั้งของถ้ำผาผึ้ง ในสมัยก่อนถ้ำผาผึ้งแห่งนี้ ใช้เป็นที่หลบภัยของชาวบ้าน สามารถจุคนได้หลายร้อยคน บริเวณทางเข้านั้นเป็นป่าที่สมบูรณ์มาก เป็นป่าดิบ มีต้นเต่าร้างขึ้นอยู่ตลอดทาง ปากถ้ำผาผึ้งกว้างประมาณ 40 เมตร สูงประมาณ 20 เมตร ต้องเดินลงไปอีก 25 เมตรจึงถึงพื้นถ้ำ ช่วงต้นของถ้ำจะเป็นโถงขนาดใหญ่มากสูงประมาณ 20 เมตร จะมีน้ำย้อยไหลลงมาจากเพดานถ้ำตลอด จนเกิดเป็นชั้นหิน มองดูเหมือนน้ำตก ไหลต่อลงไปเรื่อยๆและยังมีหินย้อยที่สวยงาม เดินเข้าไปข้างในจนสุดถ้ำเป็นระยะทางประมาณ 400 เมตร ยังมีอากาศหายใจอยู่ บริเวณปลายถ้ำจะมีช่องซึ่งกว้างประมาณ 20-30 เซนติเมตร ภายใต้ช่องจะได้ยินเสียงน้ำไหลผ่านลึกลงไปอีกซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่แปลกมาก สองทริป เวียงสา - ผาผึ้ง พาชมบรรยากาศวิถีชุมชน และยลดอยที่มีตำนานแสนหวาน ก็ถือเป็นการเติมพลังให้กับชีวิต ก่อนที่จะต้องกลับไปใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ต่อ … นี่แหละนะ ชีวิตไม่สิ้น ก็ต้องดิ้นกันไป  บทความน่าอ่านจาก http://www.emaginfo.com ร่วมกับ travel.mthai.com View Larger Map

10 เรื่องจริง สัตว์กินคน เหตุการณ์จริงในอดีต
สัตว์โลก /  สัตว์ในตำนาน / 

หลายครั้งหลายคราวที่เรามักจะเห็นตามหน้าหนังสือพิมพ์ หรือสื่อต่างๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์สัตว์ทำร้ายมนุษย์ ซึ่งมันก็เกิดได้หลายสาเหตุเช่น พวกมันอาจจะป้องกันตัวเอง สภาวะทางอารมณ์ หรือสัญชาตญาณ วันนี้ทีนเอ็มไทยมี 10 เรื่องจริง สัตว์กินคน เหตุการณ์จริงในอดีต มาฝากเพื่อนๆ กันคะ 10 เรื่องเหล่านี้ล้วนเป็นข่าวครึกโครม เกี่ยวกับสัตว์ทำร้ายและกินคนเป็นจำนวนมาก ทำให้หลายๆคนขวัญผวาและกลัวเป็นอย่างมาก 10 เรื่องจริง สัตว์กินคน เหตุการณ์จริงในอดีต 10. The lions of Njombe เกิดขึ้นปี 1932 ในแทนซาเนียใกล้เมืองจ็อมเบ เกิดเหตุการณ์ฝูงสิงโตยักษ์ออกมาฆ่าคนอย่างบ้าคลั่ง เรื่องมีอยู่ว่าสิงโตได้รับการควบคุมโดยแม่มดหมอผีในชนเผ่าท้องถิ่นชื่อมาตามูลา แมนเกรา (Matamula Mangera) ที่เธอมักส่งฝูงสิงโตออกมาทำร้ายคนหากใครก็ตามที่ลบหลู่เธอหรือต่อต้านเธอ แม่มดมาตามูลา มีอำนาจบาตรใหญ่มากขนาดหัวหน้าเผ่าอื่นๆ ไม่กล้ายุ่งกับเธอเลย ฝูงสิงโตของเธอนั้นได้คร่าชีวิตมนุษย์ไปถึง 1,500 ศพ (บางคนบอกว่า 2,000 คน) และนี้คือเหตุการณ์สิงโตทำร้ายมนุษย์ที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ และหนึ่งใน กรณีของสัตว์ทำร้ายมนุษย์เลวร้ายที่สุดที่เคยบันทึกไว้ จนกระทั้งจอร์จ (George Rushby 1900–1968) นายพรานที่มีชื่อเสียงได้ตัดสินใจ ปราบฝูงสิงโตนั้น เขาฆ่าสิงโตไป 15 ตัวและทำให้เหตุการณ์สิงโตทำร้ายคนยุติลงในที่สุด และเรื่องราวของจอร์จได้ถูกนำมาสร้างละครกึ่งสารคดี BBC ในชื่อ “The Man-eating Lions of Njombe.” ออกอากาศในเดือนกรกฎาคม 2005 9. Two Toed Tom “ทอมสองขา” เป็นจระเข้กินคนที่ค่อนข้างคลุมเครือ และยากจะทราบได้ว่า เรื่องของจระเข้ตัวนี้เป็นเรื่องจริงหรือเป็นแค่ตำนาน จระเข้ตัวนี้เป็นเรื่องที่เล่าต่อๆ มากันมาของอเมริกาทางตอนใต้ อาศัยอยู่ในบึ่ง terrorized ในรัฐอลาบามา ชายแดนฟอริด้า ชื่อของมันมีที่มาจาก ขาของมันมีสองเท้า เนื่องจากขาของมันหายไปเพราะโดนกับดักเหล็กจนขาขาด และนั้นเป็นสาเหตุทำให้มันเจ็บแค้นมนุษย์ และเริ่มออกอาละวาดทำร้ายมนุษย์ ในช่วงยุค 20 หลายคนอ้างว่ามันมีขนาดใหญ่กว่าสี่เมตรครึ่ง มันน่ากลัวมากเหมือนมันเป็นปีศาจส่งมาจากนรกเพื่อล่าพวกเขา มันชอบกินวัวและมนุษย์ผู้หญิง (มันชอบคว้ากระชากเสื้อผ้าของพวกเขาแล้วลากลงไปกินในน้ำ) แม้นายพรานท้องถิ่นจะมีการใช้ปืนหรือระเบิดแต่ก็ไม่สามารถฆ่ามันได้ จนกระทั้งมีนายพรานหนึ่งโยนถังที่เต็มไปด้วยระเบิด สิบห้าถังลงไปในน้ำ และจุดให้มันระเบิด ทอมก็หายไป แต่หลายคนเชื่อว่าทอมน่าจะยังมีชีวิตอยู่และรอคอยโอกาสที่จะแก้แค้นตามแบบฉบับของมันและก็เป็นจริงๆ ทอมก็ปรากฏตัวมาอีกครั้ง และได้กินลูกสาวของคนโยนระเบิด และบรรดาเด็กๆ ของเกษตรกรที่อยู่ตามชายฝั่ง ก่อนที่มันจะหายไปไม่กลับมาอีกเลย มีหลายคนบอกว่าเรื่องเหล่านี้น่าจะเป็นเพียงนิทานพื้นบ้าน หากแต่ชาวบ้านในละแวกนั้นบอกว่าเป็นเรื่องจริง และเชื่อว่ามันยังคงเดินเตร่อยู่ในหนองน้ำฟอริด้าหลายปีจากนั้นมีรายงานพบเห็นมันต่อเนื่องถึง จระเข้ขนาดใหญ่สองขาอยู่เป็นระยะและที่สำคัญคือทอมไม่เคยถูกจับได้เลย 8. Kesagake ”หมีสีน้ำตาลบุกหมู่บ้านซันเคซาเบ๊ะทสึ (The Sankebetsu brown bear incident)” เป็นเหตุการณ์เกิดขึ้นเกี่ยวกับการ โจมตีของหมีสีน้ำตาลที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ที่โจมตีหมู่บ้าน ซันเคซาเบ๊ะทสึ เมืองโทมาม่า ฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น เหตุการณ์เกิดขึ้นในวันที่ 9 เดือน ธันวาคม ถึง 14 ธันวาคม 1915 โดยสมัยก่อนนั้นหมู่บ้านแห่งนี้พึ่งจะมีคนอยู่อาศัย กำลังบุกเบิก จำนวนคนในหมู่บ้านน้อยมากและส่วนใหญ่อาศัยอยู่บนป่าเขา และพื้นที่แห่งนี้ได้เป็นที่อยู่อาศัยของหมีเพศผู้ ขนาดยักษ์ที่หลายคนเรียกมันว่า “เคะซากาเกะ” ซึ่งมันชอบขโมยข้าวโพด จนสร้างความรำคาญในแก่ชาวบ้าน มันเลยถูกยิงจนบาดเจ็บแล้วหนีขึ้นบนเขา เมื่อมันหนีไป ชาวบ้านก็รู้สึกโล่งใจเพราะหมีคงจะรู้สึกกลัวคนและอยู่ห่างจากพืชผลของเขา หากแต่พวกเขาคิดผิด!! 9 ธันวาคม 1915 เวลา 10.30 น. เจ้าหมียักษ์กลับมาอีกครั้ง มันเริ่มออกปฏิบัติการ แก้แค้นฉบับเลือดต้องล้างด้วยเลือด มันเลือกเหยื่อรายแรกของมันคือครอบครัว โอตะ (ota Family) ในขณะนั้นอาเบะ เมยูและฮายูมิ มิกิโอะ (Abe Mayu and Hasumi Mikio) ภรรยาของครอบครัว และทารกที่เธอดูแลอยู่ก็ถูกเจ้าหมีตัวบุกเข้า มาในบ้านเพื่อหมายฆ่าคนทั้งสอง ทารกถูกกัดศีรษะจนเสียชีวิต ส่วนฝ่ายหญิง พยายามต่อสู้โดยสาดฟืนเข้าใส่ แต่ท้ายสุดเธอก็ถูกหมีลากเข้าป่า และเมื่อชาว บ้านมาถึงที่เกิดเหตุถึงกับต้องตะลึง โดยพวกเขาบรรยายว่าเหมือนโรงฆ่าสัตว์ไม่มีผิด เพราะเลือดสาดกระจายทั้งบนพื้นและผนัง ชาวบ้านรู้สึกโกรธแค้นหมี พวกเขาเลยจับกลุ่มสามสิบคนบุกเข้าป่าและพยายามยิงมันแต่มันก็หนีไปได้ หลังจากพวกเขาสำรวจบริเวณรอบๆ ก็พบชิ้นส่วนศพที่มีเพียงหัว และชิ้นส่วนที่เหลือของฝ่ายหญิงฝังอยู่ใต้หิมะ คาดว่าหมีคงเก็บอาหารของมันไว้กินภายหลัง และหลังจากนั้นคืนถัดมา (8.00 น.) หมีก็กลับมาที่ฟาร์มโอตะอีกครั้ง ซึ่งชาวบ้านบางส่วนได้จับกลุ่มรอเตรียมรับมืออยู่แล้ว ชาวบ้านพยายามยิงหมีแต่ว่ามันก็รอดไปอีก โชคดีเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีใครบาดเจ็บ ในเวลาไม่นานนัก เจ้าหมีได้เลือกครอบครัว มิโซเค (Miyoke family) ซึ่งอยู่หมู่บ้านอื่นที่ไร้ทางป้องกัน (เพราะไม่นึกว่าหมีจะมา) ซึ่งเจ้าหมีตัวนี้ฆ่าคนในครอบครัวนี้อย่างโหดเหี้ยม ซึ่งเวลานั้นภรรยาที่ตั้งครรภ์ของครอบครัวยาโย (Yayo) กำลังเตรียมอาหารและได้ยินเสียงข้างนอกดังก้อง และไม่ทันที่จะตรวจสอบหมีก็บุก เข้าทางหน้าต่างแล้วเข้ามาในบ้าน หม้อปรุงอาหารพลิกคว่ำ เปลวไฟและความหวาดกลัวเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เธอพยายามหนีออกจากบ้าน แต่เด็กสองคนในบ้านหนีไม่ทันจึงถูกฆ่าตาย และหญิงที่ตั้งครรภ์หนีไม่ไหวร้องขอชีวิตลูกในครรภ์ของเธอ แน่นอนมันไร้สาระ เจ้าหมีก็ฆ่าเธอเช่นเดียวกันเหยื่อก่อนหน้าของมัน เมื่อพวกชาวบ้านมาถึงพวกเขาก็พบร่างที่เต็มไปด้วยเลือดของเด็กสองคน และหญิงและตัวอ่อนในครรภ์ทั่วพื้นดิน เจ้าหมีตัวนี้ใช้เวลาเพียงสองวันฆ่าคนทั้งหกคนจนทำให้ชาวบ้านละแวกนั้นหวาดกลัวเป็นอันมาก หลังจากนั้นเจ้าหมีก็ถูกไล่ล่าอย่างหนัก (ระหว่างนั้นมันก็อาละวาดฆ่าคนไปไปด้วย) จนในที่สุดเรื่องก็จบลงเมื่อวันที่ 14 ธันวาคมนายพรานคนหนึ่งได้ยิงหมีที่เชื่อว่าเป็น ตัวต้นเหตุได้ มันมีขนาดยาวกว่าสามเมตร หนักกว่า 380 กิโล เมื่อผ่าท้องมาก็พบ ชิ้นส่วนมนุษย์อยู่ในกระเพาะอาหารของมัน และแล้วเหตุการณ์สัตว์โจมตีที่เลวร้าย ที่สุดในญี่ปุ่นก็จบลง หากแต่ชื่อของเจ้าหมีตัวนี้ก็ปรากฏอยู่ในนิยายและละครมากมาย ปัจจุบันหมู่บ้านซันเคซาเบ๊ะทสึกลายเป็นที่ร้างคน แต่มียังมีการจำลองแสดง เหตุการณ์ดังกล่าว โดยมีรูปจำลองของหมีและบ้านโอตะที่หมีเคยมาอาละวาดตั้งอยู่ให้นักท่องเที่ยวเข้าชม และการ์ตูนมังงะโบราณอย่าง “ไอ้เขี้ยวเงิน” หนึ่งในหมี ที่เป็นศัตรูกับไอ้เขี้ยวเงินนั้น มีหมีตัวหนึ่งนำมาจากเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย ชมคลิป .. http://www.youtube.com/watch?v=u3NuxLb9udQ 7. The New Jersey Shark คุณเคยดูหนังสัตว์ทำร้ายคนคลาสสิกเรื่อง “Jaws (1975)” ที่กำกับโดยสตีเว่น สปิลเบิร์ดไหม ที่เกี่ยวกับฉลามขนาดยักษ์ทำร้ายคน ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างขึ้นโดยมีเค้าโครงเรื่องจากนวนิยายเรื่อง “Jaws (1974)” ของปีเตอร์ เบนช์ลีย์ ซึ่งก็มีข้อมูลมาจากเรื่องจริง ซึ่งเขาได้แรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์หนึ่งที่เรียกขานว่า “Jersey Shore shark attacks of 1916 ” หรือ “เดอะ นิวเจอร์ซีย์ ชอร์” เป็นเหตุการณ์ฉลามขาวยักษ์ (ไม่รู้ว่ามาตัวเดียวหรือมีมากกว่าหนึ่งตัว) ทำร้ายคนอย่างต่อเนื่องหลายครั้ง นอกชายฝั่งของมลรัฐนิวเจอร์ซีย์ในสหรัฐอเมริการะหว่างช่วงฤดูร้อนของ วันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 12 กรกฎาคม ปี 1916 เหตุการณ์ครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิตไป 4 รายและบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง (พูดง่ายๆ คือไม่ทราบจำนวนที่แท้จริง) เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลทำให้ชุมชนริมทะเลและรีสอร์ทราย ล้อมชายหาดที่เกิดเหตุจ้องเพิ่มการป้องกันอย่างเข้มงวด ไม่ว่าการเอาตาข่ายมากันไม่ให้คนเข้าใกล้ชายหาดเลยทีเดียว สมัยก่อนนั้นนักวิทยาศาสตร์ไม่เชื่อว่าฉลามนั้นเป็นสัตว์ทำร้ายคน แต่เหตุการณ์ที่ทำให้พวกเขาต้องคิดเสียใหม่ (แม้จะเป็นกรณีที่หายากมาก) โดยทุกอย่างเริ่มขึ้นที่แนวชายฝั่งนิวเจอร์ซีย์เหยื่อรายแรก คือหนุ่มชาร์ลส์ แวนแซงท์(Charles Vansant) ถูกฉลามทำร้ายในน้ำตื้นมากในขณะว่ายน้ำกับสุนัข คนหลายคนเห็นฉลามทำร้ายต่างพยายามช่วยเหลือชายหนุ่มคนนั้น แต่ว่าฉลามกัดแน่นมากมันกัดจนขาของเขาฉีกขาดจนเขาขาดใจตายก่อนส่งถึงโรงพยาบาล ห้าวันต่อมาก็มีเหยื่ออีกคน คือชาร์ลส์ (Charles Bruder) ถูกฉลามทำร้ายในขณะว่ายน้ำห่างจากชายฝั่ง ตอนแรกหลายคนคิดว่าเขากำลังพายเรือแคนูสีแดง หากแต่ความจริงคือ ฉลามยักษ์ที่เต็มไปด้วยเลือดที่มาจากขาที่ฉีกขาดของเขาต่างหาก ซึ่งกว่าจะช่วยเขาก็ไม่ทันการเสียแล้ว เพราะว่าเขาขาดใจตายก่อนที่จะขึ้นชายหาดเสียอีก แม้ว่าจะมีพยานหลายคนบอกว่าฉลามโจมตีมนุษย์ แต่ว่านักวิทยาศาสตร์ก็แจ้งเตือนประชาชนว่า ตัวการร้ายในเหตุการณ์ครั้งนี้น่าจะเป็น วาฬเพชฌฆาตหรือเต่าทะเล!! จากนั้นก็มีรายงานเห็นฉลามในพื้นที่ชายหาดใกล้นิวเจอร์ซีย์มากมาย ในวันที่ 12 กรกฎาคมเด็กอายุ 11 ปีถูกทำร้ายโดยฉลาม และลากเขาไปใต้น้ำ คนที่เห็นเหตุการณ์พยายามเข้าไปช่วย ชายคนหนึ่ง ชื่อ สแตนเลย์ ฟิชเชอร์ (Stanley Fishe) พยายามช่วยเหลือเด็ก หากแต่เขาถูกทำร้ายโดยฉลาม และเสียชีวิตจากบาดแผล และเหยื่อที่ห้ารายสุดท้ายคือเด็กหนุ่มอายุ 14 ชื่อ โจเซฟ ดันน์ (Joseph Dunn) ที่ถูกฉลามโจมตีทั้งๆ ที่เวลาพึ่งผ่านไป 30 นาที หลังจากฉลามทำร้ายสแตนเลย์ ฟิชเชอร์ แม้ว่าเขาจะได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่เขาเป็นเหยื่อเพียงหนึ่งเดียวที่รอด จนกระทั้ง 14 กรกฎาคม ชายคนหนึ่งชื่อไมเคิล (Michael Schleisser) ได้จับฉลามขาวที่ยาวกว่า 2.3 เมตร หนัก 147 กิโล ได้ในอ่าวราริแทน ซึ่งฉลามตัวนี้พยายามทำร้ายเขาโดยการทำให้เรือจม แต่เขาก็ได้ฆ่ามันด้วยไม้พายที่หัก เมื่อเขาเปิดกระเพาะของมันออกก็มีชิ้นส่วนศพของหญิงสาวติดมาด้วย และหลังการจับฉลามนี้ได้ ก็ไม่มีเหตุการณ์ฉลามโจมตีในชายฝั่งนิวเจอร์ซีย์อีกเลย ดูเพิ่มเติม http://weirdnj.com/stories/matawan-man-eater/ 6. The Bear of Mysore หมีแห่งมัยซอร์ เป็นชื่อของหมีสลอทที่ดุร้าย ก้าวร้าวจนผิดปกติ และออกอาละวาดฆ่าคนตามเมืองต่างๆ ในมัยซอร์ ประเทศอินเดีย และมันฆ่าคนอย่างน้อย 12 คนซึ่งโดยปกติแล้วหมีชนิดนี้เป็นสัตว์กลัวคน และไม่ทำอันตรายต่อใคร อีกทั้งมันไม่กินเนื้อคน ซึ่งมันชอบกินแมลงปลวก ผลไม้ และน้ำผึ้งเป็นพิเศษ แต่หมีแห่งมัยซอร์กลับทำร้ายคน ทำให้หลายคนสันนิษฐานว่า อะไรที่ทำให้มันดุร้ายถึงขนาดนี้ บางคนเชื่อว่าหมีตัวนี้โกรธแค้นที่มนุษย์ขโมยลูกของมัน บางคนเชื่อว่าคู่ของมันถูกลักพาตัวไป และบางคนเชื่อว่าสาเหตุ เนื่องจากมันเคยมีประสบการณ์ที่ตกเป็นของเล่นของมนุษย์ที่ป่าเถื่อน จะด้วยเหตุผลใดก็ตามมันก็ได้เป็นเครื่องจักรนักฆ่าโดยสมบูรณ์แบบ โดยมันจัดการฆ่ามนุษย์กว่าโหลโดยฉีกใบหน้าเหยื่อด้วยกาม และฟันของมัน (และกินชิ้นส่วนศพบางส่วน) ซึ่งเหยื่อบางคนมีชีวิตรอดหากแต่ก็พิการโดยสมบูรณ์มันออกอาวะลาดฆ่าคนทั้งกลางวันและกลางคืน สุดท้ายมันก็ถูกฆ่าโดย เคนเน็ธ แอนเดอร์สัน (Kenneth Anderson 1910-1970 นักล่าและนักเขียนชาวอินเดีย ที่เขียนหนังสือหลายเล่มที่เกี่ยวกับการผจญภัยของเขาในป่าทางใต้ของอินเดีย) ซึ่งเขาได้บันทึกความทรงจำนี้ในหนังสือ Man-Eaters and Jungle Killers 5. The Beast of Gevauden“สัตว์ร้ายแห่งเชโวดอง” เป็นหนึ่งในเหตุการณ์สัตว์ทำร้ายคนที่ลึกลับกว่าอันดับทั้งหมดใน 10 เรื่องจริง สัตว์กินคน เหตุการณ์จริงในอดีต นี้ โดยเหตุการณ์นี้เริ่มเกิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1764 -1767 ที่เมืองเชโวดอง แคว้นโอแวร์ญ ซึ่งเป็นย่านภูเขาอยู่ในทางภาคกลางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส จู่ๆ มีสัตว์ประหลาดที่ไม่รู้ว่ามันเป็นตัวอะไรกันแน่ ออกอาละวาดไล่ฆ่าผู้คนตายไปหลายราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและสตรีที่อ่อนแอ (เหยื่อรายแรกเป็นเด็กสาว เมื่อมิถุนายน 1764) ส่วนจำนวนของ ”สัตว์ร้าย” ตัวนี้มีจำนวนไม่แน่ชัดแต่คาดว่ามันน่าจะมีตัวเดียว และรูปร่างมันมีลักษณะตามคำบอกเล่าของผู้พบเห็น ไม่ตรงกันสักราย แต่ก็พอสรุปว่า มันเหมือนหมาป่าตัวโตๆ เกือบเท่ากับวัว หัวโตมาก จมูกยาวแหลมและยื่น ขนสีเทา หูสั้นและฟันใหญ่ กรงเล็บขนาดใหญ่แหลมคม (ใหญ่กว่าหมาป่าปกติ) และหางยาว ดูเผินๆ แล้วมันก็ดูเหมือนป่าหมาตัวโตๆ ที่โตมาก แต่พิเศษที่ต่างจากหมาป่าทั่วไป คือ เจ้าสัตว์ร้ายตัวนี้เดินได้ด้วย 2 ขาหลัง !! เหมือนมนุษย์ ไม่มีผิด (หลายฝ่ายเชื่อว่ามันน่าจะเป็นไฮยีน่าโบราณ) โดยสถานที่มันปรากฏตัวมากที่สุดคือปศุสัตว์และทุ่งเลี้ยงสัตว์ (และป่าเขาทางเดินสัญจร) จากรายงานมี 210 คนถูกทำร้าย 113 ตกเป็นเหยื่อเสียชีวิต และ 98 ถูกกิน ทำให้หลายคนเชิญว่าเป็นเป็นปีศาจที่มาจากนรก มีนายพรานหลายราย ที่พยายามที่จะล่ามันแต่สุดท้ายก็ล้มเหลวต้องกลับบ้านด้วยมือเปล่า จนกระทั้งปี 1767 นายพรานท้องถิ่นคนหนึ่งชื่อจีน ชาลเตล(Jean Chastel)ได้จัดการเป่า มันด้วยปืนคาบศิลา (บางตำนานบอกว่าใช้กระสุนเงินยิงมันและเมื่อจัดการผ่าท้องมันก็พบศพเหยื่อรายสุดท้ายที่มันกินด้วย) ก่อนที่นำซาก “สัตว์ร้าย” ไปสตั๊ฟและ ไปถวายพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 ก่อนที่จะนำซากนั้นไปฝัง และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา “เจ้าสัตว์ร้าย” ก็ไม่มาอาละวาดให้ผู้คนในเชโวดองอีกเลย ตลอดกาล 4. The Ghost and the Darkness ผีร้ายและความมืด เป็นชื่อของสิงโตคู่กินคนที่ออกอาละวาดฆ่าคนงานก่อสร้างแรงงานทางรถไฟจากเคนย่าไปยูกันดา ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงธันวาคม 1898โดยหลายคนขนานนามเหตุการณ์นี้ว่า “Tsavo maneaters” มันเริ่มขึ้นเมื่อจักรวรรดิอังกฤษกำลังแผ่ขยายอำนาจไปทั่วทวีปแอฟริกา ในเดือนมีนาคม 1898 ทางการอังกฤษได้เริ่มต้นสร้างทางรถไฟข้ามแม่น้ำซาโว ในเคนย่าโครงการนี้ควบคุมโดย พ.ตท.จอห์น เฮนรี่ แพ็ตเตอร์สัน(John Henry Patterson) ในช่วงแรกพวกคนงานต้องผจญกับสัตว์ป่าที่ทำร้ายพวกเขา เนื่องจากพวกเขา สร้างทางรถไฟในเขตป่า แต่กระนั้นในเหตุการณ์เหล่านี้ก็สามารถควบคุมได้อยู่หมัด จนกระทั้งเก้าเดือนต่อมามัจจุราชที่แท้จริงก็ปรากฏ เมื่อจอห์นได้รับรายงานจากคนงานว่าพวกเขากำลังผจญหน้ากับสิงโตคู่เพศผู้ พันธุ์ซาโว (เป็นสิงโตพันธุ์หนึ่งที่มีขนาดใหญ่และมักร่วมมือสิงโตเพศเดียวกันตัวอื่นเพื่อล่าอาหาร จุดเด่นคือมันไม่มีแผงขนที่คอ) ที่มันมักลากพวกคนงาน (ส่วนมากเป็นชาวอินเดีย) จากเต้นท์ของพวกเขาในเวลากลางคืนและกลืนพวกเขาเป็นอาหารมาหลายราย คนงานพยายามป้องกันสิงโตคู่นี้โดยการทำรั้วหนามรอบๆ ค่าย แต่ก็ไม่สามารถป้องกันมัจจุราชคู่นี้ได้เลย เพราะว่ามันฉลาดพอในการแก้ปัญหานี้ โดยการคลานผ่านรั้วลวดหนาม หลายครั้งก็ทวีความรุนแรงและน่ากลัวขึ้น เพราะมันเริ่มล่าทั้งกลางคืน กลางวัน จนทำให้คนงานหวาดกลัวพวกมันอย่างมากและเรียกขานพวกมันว่าผีร้ายและความมืด พวกมันมีเขี้ยวที่ยาวเป็นพิเศษทำให้พวกเขาไม่เชื่อว่าพวกมันไม่ใช่สิงโตแต่เป็นปีศาจร้ายที่หลุดมาจากนรก ในขณะที่บางคนเชื่อว่าสิงโตนี้เป็นร่างเกิดใหม่ของกษัตริย์โบราณของท้องถิ่นที่พยายามขับไล่ผู้รุกรานอังกฤษ (เป็นความเชื่อของ แอฟริกาตะวันออกที่เชื่อว่าสิงโตเป็นร่างกลับชาติมาเกิดของกษัตริย์) คนงานหลายคนลังเลที่จะสร้างสะพานต่อ และบางคนหนีออกจากค่ายดีกว่าจะรอเป็นเหยื่อของสิงโตปีศาจ เหตุการณ์เหล่านี้ส่งผลทำให้จอห์นต้องหยุดงานทำสะพาน และเริ่มออกล่าสิงโตคู่นี้ชนิดเอาเป็นเอาตาย เขาวางกับดักและพยายามเกาะรอย ดักฆ่ามันในตอนกลางคืนจากต้นไม้ แต่กระนั้นจอห์นก็ไม่สามารถฆ่าสิงโตคู่นี้ได้เสียที จนกระทั้งเขายิงสิงโตตัวแรกได้เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 1898 (เขาใช้เวลานานถึง 9 เดือน) และสามสัปดาห์ต่อมาเขาก็ฆ่าสิงโตตัวที่สองได้ โดยสิงโตทั้งสองตัวมีขนาดใหญ่ถึง 3 เมตร (วัดจากจมูกถึงปลายหาง) นอกจากนี้จอห์นและคณะยังพบถ้ำที่เป็นที่อยู่ของมันซึ่งได้พบซากของผู้ตกเป็นเหยื่อของสิงโตจำนวนมาก มีทั้งกระดูก เสื้อผ้าและเครื่องประดับ หลังจากที่จอห์นจัดการสิงโตทั้งคู่ได้สำเร็จ เขาก็กลับมาทำสะพานต่อจนสำเร็จลุล่วงเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 1899 และจอห์นได้เขียนหนังสือที่เล่าเหตุการณ์นี้ในชื่อ “The Man-Eaters of Tsavo(1907)” โดยจำนวนผู้ตกเป็นเหยื่อสิงโตคู่นั้น ไม่สามารถระบุได้ชัดเจน แต่หลายคนเชื่อว่าเหยื่อน่าจะสูงถึง 135-140 คนหรือมากกว่านั้น ในปี 1924 ขนสตั๊มฟ์ของสิงโตคู่นี้ถูกขายให้พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่ ชิคาโกในราคา 5,000 เหรียญสหรัฐ ในสภาพดีมาก 3. The Panar Leopard จริงอยู่ที่เสือดาวนั้นเป็นชนิดที่มีขนาดเล็กในจำนวนสัตว์ตระกูล “แมวใหญ่” และมักไม่ทำอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตที่มีขนาดใหญ่กว่ามัน หากแต่ที่จริงแล้วเสือดาวนั้นเป็นนักล่าเก่าแก่ที่สุดที่เรารู้จักจากการพบฟอสซิลกระดูกญาติๆ ของมันก็บ่บอกได้ว่าเจ้าแมวลายตัวนี้เคยรับประทานบรรพบุรุษของมันมากกว่าสามล้านปีที่ผ่านมา ดังนั้นขอเพียงแค่อยู่ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมล่ะก็แมวดำจะทำร้ายมนุษย์ทันที และเมื่อมันพบว่ามันพอใจเนื้อมนุษย์มากกว่าอาหารอื่นๆ มันจะกลายเป็นเครื่องจักรสังหารอย่างแท้จริง เหมือนในกรณีเสือดาวแห่งพานาร์ซึ่งเป็นเสือดาวกินคนที่ออกล่ากินคนในช่วงศตวรรษที่ 20 ในอำเภอคามาออน (Kamaon) ทางภาคเหนือของอินเดีย ที่ว่ากันว่ามันฆ่าและกินคนถึง 400 คน แต่สุดท้ายวลีที่ว่า “สุดท้ายมนุษย์ก็ยังเป็นสัตว์ที่น่ากลัว” นั้นคงจะจริง เพราะเจ้าเสือดาวนั้นได้พลาดท่า ถูกกระสุนนายพรานจนได้รับบาดเจ็บ มันหนีเข้าป่าและไม่ล่ามนุษย์อีกเลย และในปั่นปลายชีวิตสุดท้ายของมันทำได้แต่เพียงหนีนักล่าที่ไล่ล่ามันเท่านั้น และผลสุดท้ายมันก็จบชีวิตในปี 1910 โดยนักล่าในตำนานจิม คอร์เบ็ตต์ (Jim Corbett 1875-1955 นายพรานชาวอังกฤษ นักล่า นักอนุรักษ์ และนักธรรมชาติวิทยา ที่มีชื่อเสียงในการฆ่าเสือและเสือดาวกินคนในประเทศอินเดีย เขาได้เขียน หนังสือ Man-Eaters of Kumaon ที่เล่าประสบการณ์ของเขาในการล่าเสือดาว แห่งพานาร์ จนโด่งดัง และอินเดียได้ตั้งชื่อเขตอุทยานแห่งชาติในคามาออนเป็น ชื่อของเขาเพื่อเกียรติต่อเขาในปี 1957) 2. The Champawat Tigress ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ชายแดนประเทศเนปาลและเมืองคาเมออน ประเทศอินเดียและ ได้เกิดอสูรกายซึ่งเป็นเสือเบงกอลตัวหนึ่งไล่ล่าคนจำนวนมาก มันชอบซุ่มทำร้ายคนกลางป่าเขา มีชายหญิงและเด็กตกเป็นเหยื่อมากมาย หลายคนืเริ่มออกมากล่าวขนานมันว่ามันเป็นปีศาจหรือสิ่งที่ลงมาจากเบื้องบนเพื่อลงโทษพวกเขา มันชื่อ “เสือร้ายแห่งซัมพาวัต” และที่น่าสนใจคือ “มันเป็นเสือตัวเมีย” เสือร้ายแห่งซัมพาวัตได้รับการกล่าวขานว่าเป็นเสือที่ฆ่าคนกว่า 436 ซึ่งตัวเลขดังกล่าวเป็นการอ้างในเอกสารการเสียชีวิตของราชการเนปาลและอินเดีย แต่กระนั้นมันก็ได้ถูกจารึกชื่อว่าเป็นสัตว์ตัวเดียวที่ฆ่ามนุษย์มากที่สุดในโลก หลังจากที่มันฆ่าคนกว่า 200 คนในเนปาล ส่งผลทำให้ทางรายการไม่อยู่เฉย พวกเขาจัดการส่งกองทัพแห่งชาติเนปาลข้ามพรมแดนอินเดียเพื่อไปฆ่ามัน และนี้คงเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายในประวัติศาสตร์ที่มีการใช้ทหารจำนวนมากในการฆ่าสัตว์เพียงตัวเดียว แต่ปรากฏว่าล้มเหลวและกลายเป็นว่ามันกลับเพิ่มชื่อเสียงให้แก่เสือตัวนี้ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น มันเพิ่มความกล้าหาญถึงขั้นข้ามพรมแดนเข้าสู่หมู่บ้านชัมพาวัต ประเทศอินเดีย มันโจมตีกลางวันแสกๆ และหากินรอบๆ หมู่บ้านจนทำให้ชาวบ้านไม่กล้าออกจากกระท่อม และพวกเขามักหวาดกลัวทุกครั้งเมื่อได้ยินเสียงคำรามของมันจนทางการอินเดียถึงขั้นเขียนป้ายเตือนว่าจุดนี้เป็นสถานที่ของเสือแห่งซัมพาวัตออกมาโปรดเลี่ยงใช้เส้นทางอื่น และรัฐบาลอินเดียติดประกาศหานายพรานมือฉมังไปจัดการอย่างเร่งด่วน สุดท้ายเจ้าเสือตัวนี้ก็ถูกยิง โดยจิม คอร์เบ็ตต์ (คนเดียวกับอันดับ 3) ในปี 1911 ซึ่งการกระทำครั้งนี้ทำให้ชาวบ้านยกย่องเขาจนเปรียบเสมือนพราหมณ์ที่เบื้องบนส่งมาโปรด (นอกจากนั้นเขายังไม่เอาเงินรางวัล) และเรื่องราวประสบการณ์เหล่านี้ได้ถูกเขียนในหนังสือ Maneaters of Kumaon (1944) 1. Gustave จากอันดับทั้งหมดส่วนใหญ่สัตว์ที่ฆ่ามนุษย์นั้นมักพบจุดจบด้วยฝีมือมนุษย์ทั้งสิ้นหากแต่ยกเว้นสัตว์ประหลาดตัวหนึ่ง มันคือ “กุสตาฟ” จระเข้แม่น้ำไนล์ ยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในแอฟริกาและของโลก (จระเข้เลี้ยงและใหญ่ที่สุดอยู่ในประเทศไทย ยาว 6 เมตรเช่นกัน) มันอาศัย และอาละวาดคนในบริเวณแม่น้ำลูซิซิและชายฝั่งทางตอนเหนือของทะเลสาปแทนแกนยิกา ประเทศบุรุนดี ทวีปแอฟริกา ด้วยความยาวกว่าหกเมตร (ในปี 2004 มีการประมาณว่า มันมีอายุ 60 ปี ยาวกว่า6.1 เมตร หนักกว่า 1 ตัน จึงไม่แปลกแต่อย่างใดที่หลายคนขนานนามว่ามอนสเตอร์ แห่งแอฟริกา รวมไปถึงมันเป็นสัตว์นักล่ากินคนด้วยมัน ได้ฆ่าคนกว่า 300 คนและอาจมากขึ้นในอนาคต เพราะจนบัดนี้มันยังคงมีชีวิต ไม่ได้หายไปไหน และไม่ได้ ถูกฆ่าแต่อย่างใด และมันเป็นสัตว์ฆ่ามนุษย์เพียงตัวเดียวที่ยังเป็นตำนานที่ยังมีลม หายใจชีวิตอยู่ ( เหยื่อ 300 รายนั้นไม่ได้ถูกบันทึกเป็นทางการ ซึ่งอาจเป็นการกล่าวอ้างที่เกินจริงของคนพื้นเมือง) กุสตาฟถูกตั้งชื่อโดย แพทริช เฟย์ (Patrice Faye) ชาวฝรั่งเศสที่ตั้งถิ่นฐานในบุรุนดีและพยายามที่จะจับมันตั้งแต่ปี 1998 ซึ่งเขาพยายามนำกรงเหล็กใหญ่ล่อมัน แต่จระเข้นั้นฉลาดมาก ไม่เคยหลงกลติดกับแม้แต่หนเดียว แถมมันเยาะเย้ย ทีมงานของแพทริชอีก แต่กระนั้นภาพของมันก็ถูกบันทึกออกอากาศทาง PBS พฤษภาคม 2004 ชาวบ้านในท้องถิ่นต่างบอกว่าสาเหตุที่มันล่ามนุษย์นั้น เพื่อความสนุกสนานของมันเท่านั้น หลักฐานคือเอกลักษณ์ประจำตัวมันคือเมื่อมันฆ่าเหยื่อที่เป็นมนุษย์แล้วมันจะเหลือซากทิ้งไว้ไม่ได้กินหมดแต่อย่างใด อีกทั้งมันฉลาดมากเพราะเมื่อมันฆ่าคนแล้วมันจะหายไปอาจนานเป็นเดือนหรือเป็นปีมันจะออกมาอีกครั้งในสถานที่แตกต่างกันเพื่อฆ่าอีกครั้ง จนไม่มีคาดการได้ว่ามันจะปรากฏที่ใด นอกจากเจ้าจระเข้นี้ยังมีความต้องการอาหารมากกว่าปกติ ถึงขั้นฆ่าช้างน้ำฮิปโปโปเตมัสตัวเต็มวัยได้ (ฮิปโปโปเตมัสเป็นสัตว์อันตรายมาก และเป็นสัตว์ที่จระเข้ไม่กล้ากินพวกมันและพยายามหลีกเลี่ยง) เกราะร่างกายของเจ้ากุสตาฟนั้นเต็มไปด้วยรอยแผลนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็น มีด หอก หรือแม้กระทั้งอาวุธปืน มันสามารถเอาชีวิตได้แม้ว่าจะมีนายพรานหรือทหารติดอาวุธมาล่ามันก็ตาม และตำนานของมันได้ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง  Primeval (ชื่อไทย โคตรเคี่ยมสะพรึงโลก) คลิปความน่ากลัวที่หลายคนขนานนามว่า “โครตไอ้เข้” ..  http://www.youtube.com/watch?v=s6u0qYUfUwc&feature=player_embedded เรียบเรียง teen.mthai.com ขอบคุณข้อมูล redheat atcloud.com,www.oknation.net,weirdnj.com

ฮิมเมล (ประเทศไทย) (บริษัท จำกัด)

ขายปลีกอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน นำเข้าจากต่างประเทศ เช่น เครื่องปั่นน้ำ / เตาแก๊ส / เครื่องทำน้ำเต้าหู้ / หม้อสุกี้ / เครื่องปิ้ง-ย่าง เอนกประสงค์ / เครื่องนวดเพื่อสุขภาพ / ชุดกระชับสัดส่วน