ปั่นจักรยาน

ออกกำลังกาย โหด 1 นาที นักวิทย์คอนเฟิร์มร่างกายได้ประโยชน์แล้ว!
ออกกำลัง /  ออกกำลัง1นาที / 

       สาวที่รักสุขภาพที่มีความขี้เกียจเป็นชีวิตจิตใจงานนี้มีกรี๊ด เพราะผลศึกษาจากวารสาร PLOS ONE  (The Public Library of Science)  ตีพิมพ์ออกมาแล้วว่า ออกกำลังแบบโหดสุดๆเพียง 1 นาที ก็ได้ประโยชน์แล้ว !   โดยการศึกษาผู้หญิงที่น้ำหนักเกิน 14 คนเป็นเวลากว่า 6 สัปดาห์ ด้วยการวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดเป็นเวลา 20 วินาที และปั่นจักรยาน 2 นาที บวกด้วยวอร์มอัพและคูลดาวน์อีก 5 นาที       ผลการศึกษาพบว่า!!  เห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจนในผู้ร่วมทดลอง  12 % หัวใจและหลอดเลือดแข็งแรงขึ้น ความดันเลือดก็ดียิ่งขึ้น และความหนาแน่นของกล้ามเนื้อไมโตรคอนเดรียดีขึ้น สำหรับเพศชายนั้นร่างกายพัฒนาระดับเลือดในร่างกายได้ดี ขึ้น          อย่างไรก็ดี การค้นพบนี้ก็ยังเป็นเรื่องดีสำหรับคนทั่วไปที่สุดจะขี้เกียจและหาวิธีออกกำลังที่ประหยัดเวลาได้จริง เพียงแค่คุณวิ่งเร็วที่สุดในชีวิตเพียงแค่ 20 วินาทีเท่านั้นเอง แต่ก็นะคะ นักวิจัยก็บอกว่า การออกกำลังโหด 1 นาที แบบนี้ก็ให้ประโยชน์ไม่เพียงพอกับการลดความอ้วนให้หุ่นเพรียวเหมือนสาววิตอเรียซีเครทหรอกค่ะ ถ้าอยากจะสวยเพรียวแบบนั้น เราแนะนำให้เข้ายิมหรือเล่นฟิตเนสดีกว่านะเธอ ที่มา cosmopolitan.com เรียบเรียงโดย Women Mthai Team

หนุ่มแจ้งจับ ดาราดัง อ้างถูกตบหน้ายึดกุญแจรถ
ตบหน้า /  ยึดกุญแจรถ / 

ผู้จัดการบริษัท ดันน์ฮัมบี้ เข้าร้อง พงส.สน.โชคชัย หลังถูก ดาราหนุ่ม "กันต์ กันตถาวร" ตบหน้าและยึดกุญแจรถ นายกานต์ ไตรอัมพวงศ์ อายุ 30 ปี ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ดันน์ฮัมบี้ เดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.ไอศวรรย์ ปฐมสันติพงศ์ พงส.สน.โชคชัย หลังถูกดาราหนุ่ม นายกันต์ กันตถาวร ตบหน้าและยึดเอากุญแจรถไป โดยนายกานต์ เปิดเผยว่า เมื่อช่วง 22.30 น. วันที่ 17 ธ.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่ตนเองกำลังขับรถเก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า อัลติส สีขาว เลขทะเบียน 3กถ8111 กรุงเทพ เข้าซอยโยธินพัฒนาเพื่อกลับเข้าบ้านพัก รถคันที่ขับอยู่ข้างหน้าขับช้า ตนจึงเบี่ยงออกเลนขวาเพื่อขับแซงขึ้นไป ขณะนั้นมีรถจักรยานขี่สวนขึ้นมา ตนจึงเบี่ยงเข้าเลนซ้ายเพื่อหลบเข้าช่องทางปกติ พอถึงยังหน้าหมู่บ้าน ได้มีรถจักรยานปั่นมาด้วยความเร็ว ก่อนปาดหน้ารถตนแล้วจอด จากนั้นผู้ขี่จักรยานได้เดินมาเปิดประตูรถตน แต่ด้วยความที่เป็นประตูล็อกอัตโนมัติจึงเปิดไม่ออก ตนจึงเลื่อนกระจกลงมาเพื่อพูดคุย แต่ชายคนดังกล่าวกลับด่าทออย่างรุนแรงและมีท่าทางฉุนเฉียว ตนเองจึงเปิดประตูรถเพื่อเจรจาพูดคุย แต่ชายคนดังกล่าวกลับกระชากประตูรถออกและเข้ามายึดเอากุญแจรถไป ทั้งนี้ เมื่อเขามายึดเอากุญแจรถไป ตนเองจึงเดินลงมาจากรถและพูดคุย ชายคนดังกล่าวพูดจาด้วยท่าทีและอารมณ์ฉุนเฉียว พร้อมทั้งเอามือซ้ายมาตบเข้าที่แก้มขวาหลายครั้ง "จะชนแล้วหนีเหรอ ชนแล้วไม่รับผิดชอบเหรอ" เมื่อตนเองได้ยินดังนั้นก็กล่าวว่า "ผมไม่รู้ว่าชน ถ้าชนผมขอโทษ พร้อมที่จะรับผิดชอบทุกอย่าง แต่ขอกุญแจรถคืน" แต่ชายดังกล่าวก็ยังพูดด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวพร้อมทั้งกล่าวว่า "อยากดังเหรอ อยากขึ้นหน้าหนึ่งเหรอ ถ้าอยากได้กุญแจรถคืน ให้ไปรับคืนได้ที่ร้านร้อยพบพันเจอ" ก่อนจะขี่จักรยานไป หลังจากเกิดเหตุตนก็ได้กลับเข้าบ้านและก็พยายามคิดว่าชายคนดังกล่าวเป็นใคร จนกระทั่งคิดได้ว่าชายคนดังกล่าวคือ กันต์ กันตถาวร นักแสดงชื่อดัง หลังจากนั้นตนจึงได้เดินทางมาแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งพาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปเอากุญแจรถคืน แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมตนเดินทางไปยังร้านร้อยพบพันเจอดังกล่าว กลับไม่พบเจอนายกัน แต่อย่างใด ทราบจากพนักงานภายในร้านว่านายกันต์ได้เดินทางออกไปกินที่ร้านอื่นแล้ว อย่างไรก็ตาม ตนจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดเพราะเกรงว่าอาจจะเกิดอันตรายกับตัวเอง

ทีมคันนาวาโร่กระซวกทีมฟิโก้ยับน้าเทิดเบิ้ลสองศึก global legends series bangkok 2014
global legends series bangkok 2014 /  ดัสกร ทองเหลา / 

ระเบิดศึกขึ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับฟุตบอล “ global legends series bangkok 2014 ” รายการที่รวบรวมเอาตำนานยอดนักเตะมาฟาดแข้งกัน โดยแบ่งออกเป็นสองทีม ระหว่างทีมของ ฟาบิโอ คันนาวาโร่ ปราการหลังดีกรีแชมป์โลก จากอิตาลี กับทีมของ หลุยส์ ฟิโก้ ยอดแข้งโปรตุเกส อันที่จริงแล้ว โดยปกติ การจัดฟุตบอลแบบรวมดาราก็มีให้เห็นอยู่เป็นประจำ แต่ว่าการรวมตัวกันแบบเป็นเรื่องเป็นราว และมีการเดินสายตระเวนเตะทั่วโลกยังเป็นเรื่องใหม่อยู่ ซึ่งถือว่าศึกนี้มีทีเด็ดที่การเลือกตัวนักเตะมาอวดสายตาแฟนบอลเป็นระดับบิ๊กเนมทั้งนั้น  แบบว่าแค่พูดชื่อหลายคนต้องร้อง อ๋อ แบบไม่ต้องบรรยายสรรพคุณใดๆทั้งสิ้น สำหรับคนอายุเหยียบย่าง 30 ปี ซุปเปอร์สตาร์เหล่านี้พูดได้เต็มปากเลยว่าอยู่ใน ยุคของคุณเลยทีเดียว แต่สำหรับเด็กรุ่นใหม่ก็น่าจะมีหลายคนที่คุ้นชื่อ คุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี เรียกว่าพ่อกับลูกกอดคอไปดูกันได้สบาย มาดูรายชื่อของทีม คันนาวาโร่ กันก่อนดีกว่า ผู้รักษาประตู เจอร์ซี่ย์ ดูเด็ค สำหรับเด็กหงส์คงไม่ต้องพูดถึงเพราะเค้าคนนี้คือคนที่ทำให้ทีมคว้าแชมป์ยุโรป สมัยที่ 5 มาครองแบบสุดเหลือเชื่อส่วกองหลัง แน่นอนว่าต้องมี ฟาบิโอ คันนาวาโร่ จับคู่กับ มาร์โก มาเตรัตซี่ จอมแสบจากชาติเดียวกัน  ส่วนของกองกลางใครจะคิดว่าจะได้เห็น พอล สโคลส์ ตำนานผีแดงมาจับคู่กับ สตีฟ แม็คมานามาน, ยารี่ ลิตมาเน่น และ แพทริค เบอร์เกอร์ สามตัวเทพของฝั่งลิเวอร์พูล ผสานกับซุปเปอร์สตาร์ทางฝั่ง เอเชียอย่าง ฮิเดโตชิ นากาตะ และกองหน้ามี แพททริก ไคลเวอร์ จับคู่กับ ดไวท์ ยอร์ค ทางด้านทีมของ หลุยส์ ฟิโก้ นำทัพโดย เยนส์ เลห์มันน์ นายด่านจอมซ่าของอาร์เซน่อล และทีมชาติเยอรมัน ส่วนกองหลังชูโรงด้วยสองตัวเก๋าจัดๆแบบ มาร์กอส คาฟู แบ็กขวาระดับตำนานของเอซีมิลาน และนักเตะที่เคยผ่านสังเวียนฟุตบอลโลกนัดชิงชนะเลิศมาแล้วถึง 3 ครั้งและได้แชมป์โลกมา 2 สมัย นอกจากนี้ยังมี ฮาเวียร์ ซาเน็ตติ แบ็กชาวฟ้าขาวที่เป็นตำนานของอินเตอร์ มิลานอีกคน ส่วนกองกลางก็มี ยูริ จอร์เกฟฟ์ จอมเทคนิคจากฝรั่งเศส เดโก้ ที่เพิ่งแขวนสตั๊ดไปไม่นาน และแน่นอนว่าต้องมี หลุยส์ ฟิโก้ กัปตันทีม และยังมี คาร์เรน เซดอร์ฟ อดีตจอมทัพเอซี มิลาน กับ วลาดิเมียร์ ซมิเซอร์ อีกหนึ่งผู้มีส่วนสำหรับแชมป์ยุโรปสมัยที่ 5 ของลิเวอร์พูล  แต่ทีเด็ดของทีมนี้อยู่ที่แดนหน้าที่มี อันเดร เชฟเชนโก้ ดาวยิงที่โด่งดังสุดกับกับ มิลาน จับคู่กับ ดาวอร์ ซูเคอร์ เจ้าของ ดาวซัลโวฟุตบอลโลก 98 โดยมีตัวสำรองแบบ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ที่จะได้กลับมาเยือนเอสซีจีสเตเดี้ยม ถิ่นเก่าอีกครั้ง นอกจากนี้ ยังมีนักเตะไทยทั้งสองคนได้รับเกียติให้เข้าร่วมทีมดาราโลกอย่าง ดัสกร ทองเหลาที่ได้เล่นกับทีม หลุยส์ ฟิโก้ และ เทิดศักดิ์ ใจมั่น ได้ลุยร่วมกับ คันนาวาโร่ ซึ่งรวมแล้วดีกรี และรางวัลที่ได้ของนักเตะทั้งหมดทั้งแชมป์โลก แชมป์ทวีป แชมป์ลีก บอลถ้วยบอลยุโรป นักเตะยอดเยี่ยม หรือแม้แต่ บัลลงดอร์ ซึ่ง หากเอามาวางต่อกันคงยาวยืดไปถึงปากซอยได้สบายๆ เป็นการการันตีอย่างดีว่า ทุกคนคือตำนาน ของจริง  ส่วนผู้ตัดสินนัดนี้ก็เป็นตำนานไม่แพ้กันนั่นคือ ฮาวเวิร์ด เว็บบ์ ผู้ตัดสินคนดังจากเมืองผู้ดี ผู้ผ่านสังเวียนฟุตบอลโลกนัดชิงชนะเลิศ และศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกมาแล้ว โดยก่อนเริ่มเกมส์ นักเตะและแฟนบอลทั้งสนามได้ร่วมจุดเทียนชัยถวายพระพรแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช พร้อมทั้งพลุและแสงสีแบบยิ่งใหญ่ และอลังการสุดๆ สำหรับเกมส์การแข่งขัน เรียกว่าทั้งสองทีมปล่อยของกันออกมาแบบไม่มีกั๊ก แม้จะไม่มีความสดเหมือนวันวาน แต่คนดูได้เห็นลีลาการเล่นที่ช้าแต่ชัวร์ และการเข้าทำที่หลากหลายมาทดแทน มีจังหวะการทำประตูกันสวยๆหลายต่อหลายครั้ง แค่ครึ่งแรกก็ซัดกันไปฝั่งละ 3 ประตูแล้ว แต่ที่เด็ดที่สุดคือ สองประตูของ พอล สโคลส์ ที่เรียกเสียงฮือฮาจากแฟนๆได้ไม่น้อย พร้อมทั้งโชว์ช่วงพักครึ่งจากศิลปินดังอย่าง ซิลลี่ฟูล และ ไทเทเนียม เรียกว่าไม่มีช่วงให้เบื่อกันเลยทีเดียว ส่วนครึ่งหลังเกมส์ก็ยังคงรักษามาตรฐานความมันส์เอาไว้ได้ไม่ต่างจากครึ่งแรก โดยสองนักเตะของไทยอย่าง ดัสกร ทองเหลา และ เทิดศักดิ์ ใจมั่นได้ลงสนามไปเล่นเคียงบ่าเคียงไหล่กับดาวเตะระดับโลก และจอมเก๋าแบบ “น้าเทิด” กระชากลืมวัยเข้าไปซัดผ่าน  เยนส์ เลห์มันน์ ผู้รักษาประตูจาก อาร์เซน่อล ทีมขวัญใจของตัวเองไม่ใช่แค่หนึ่งแต่เป็นสองประตูด้วยกัน แต่ประตูที่ต้องเป็นที่สุดของครึ่งหลังคือ จังหวะพักอกแล้วจักรยานอากาศ เป็นประตูของ มิเชล ซัลกาโด้ อดีตแบ็กจาก เรอัล มาดริด ซึ่งประตูนี้ทำเอกัปตันทีมอย่าง คันนาวาโร่ และ ลิตมาเน่น ต้องมาคุกเข่าคำนับให้กับความเทพของเพื่อนร่วมทีม จบเกมส์เป็นทีมของ ฟาบิโอ คันนาวาโร่ ที่เอาชนะทีมหลุยส์ ฟิโก้ ไปได้ด้วยสกอร์มโหฬาร 8-5  ซึ่งทุกประตูล้วนแต่เป็นประตูระดับคุณภาพจากนักเตะระดับโลกทั้งนั้น เรื่องผลของการแข่งขันคงไม่ใช่ประเด็นสำคัญในนัดนี้ แต่สิ่งที่สำคัญคือแฟนบอลได้เต็มอิ่มกับลีลาของโคตรแข้งระดับโลก ที่แม้วัยจะโรยรา แต่เสือร้ายก็ยังคงมีเขี้ยวและเล็บที่คมกริบ ไม้แพ้นักเตะรุ่นน้องๆ ถือเป็นบุญตา ของแฟนบอลที่ได้ชมสุดยอดเกมส์แบบนี้ด้วยตาของตัวเอง

น้ำตาซึม! ปู่วัย63 ยึดอาชีพปั่นสามล้อหาเลี้ยงหลาน แทนพ่อบังเกิดเกล้า
ดญ.วัย13 /  ถีบสามล้อ / 

ดญ.วัย 13 ร่ำไห้ตามหาพ่อทิ้งไปตั้งแต่เกิด มีเพียง ปู่ ที่ยึดอาชีพปั่นสามล้อหาเลี้ยงเสมือนพ่อบังเกิดเกล้า ปู่ถึงกับน้ำตาซึมสงสารหลานรัก เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวจังหวัดอุตรดิตถ์ รายงานว่า พบคุณปู่สมคิด เพชรพิชัย อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 69 ต.ท่าอิฐ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ยึดอาชีพถีบสามล้อ อยู่ในเขตเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ โดยอาศัยรับส่งลูกค้าไปตามสถานที่ต่างๆ อยู่ในเขตเทศบาล ยึดอาชีพปั่นสามล้อมาตั้งอายุ 18 ปี และยึดอาชีพนี้มานานถึง 45 ปี และเคยเปลี่ยนสามล้อมาแล้วถึง 4 คัน ตั้งแต่รถสามล้อในจังหวัดอุตรดิตถ์มีจำนวนกว่า 300 คัน ปัจจุบันเหลือ ประมาณ 20 คัน เหตุเพราะยุคสมัยมีการเปลี่ยนแปลงไป เพราะคนใช้บริการสามล้อลดน้อยลง ทำให้มีรายได้เพียงวันละ 100 บาท ด้วยเป็นคนที่ไม่ชอบสูบบุหรี่ ไม่ดื่มสุราและไม่เล่นการพนัน แต่ด้วยความพอเพียง จึงยึดอาชีพถีบสามล้อมาได้จนถึงทุกวันนี้ คุณปู่สมคิด อาศัยอยู่บ้านเรือนไม้หลังเก่าที่ทรุดโทรม ปลูกในพื้นที่ริมคลองห้วยไผ่บนที่ดินหลวง โดยมีธงชาติไทยและธงสีเหลือง อักษรย่อ ภปร.พร้อมด้วยเครื่องหมายตราสัญลักษณ์การครองราชย์ ครบ 50 ปี ของในหลวงติดอยู่ที่หน้าบ้าน อาศัยอยู่กับนางเยาว์ เพชรพิชัย ภรรยา ซึ่งมีอาชีพรับจ้างเลี้ยงเด็ก และอยู่กับหลานสาวอีกหนึ่ง คือ ด.ญ.ณัฐสิณี แบบวา อายุ 13 ปี กำลังศึกษาเล่าเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเทศบาลท่าอิฐ สังกัดเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ ทุกวันนี้ ด.ญ.ณัฐสิณี ได้เรียก “ปู่” ว่า “พ่อ” โดยถูกพ่อและแม่ของเด็กซึ่งเป็นลูกชายและลูกสะใภ้ของคุณปู่ทอดทิ้งไปตั้งแต่แรกเกิด ทำให้ต้องรับเลี้ยงหลานเหมือนลูก ให้ทั้งความรัก ความอบอุ่น และส่งเสียให้ได้รับการศึกษาเล่าเรียนหนังสือ ด.ญ.ณัฐสิณี กล่าวทั้งน้ำตาถึงวันพ่อแห่งชาติ หรือวันที่ 5 ธ.ค. ที่กำลังจะถึงว่า “อยากให้พ่อกลับมาหา มาดูหนูบ้าง หนูรักพ่อ ถึงแม้ว่าพ่อจะไม่ได้เลี้ยงดูมา แต่ก็รักพ่อ เพราะเป็นผู้ให้กำเนิด รักพ่อมาก ถึงพ่อไม่ได้ดูแล หรือไม่ได้ส่งให้เรียนหนังสือก็ตาม แต่ก็รักพ่อ” ซึ่งเป็นเสียงเรียกร้อง เสียงคร่ำครวญหาอยากให้พ่อมาหาและมาอยู่ใกล้ ในวันพ่อแห่งชาติที่กำลังจะถึงนี้ “สำหรับคุณปู่ที่ดูแลเลี้ยงมาตั้งแต่เกิดนั้น ก็เรียกว่า "พ่อ" และช่วยทำงานทุกอย่าง พร้อมเข้าโอบกอดคุณปู่ ซึ่งเปรียบเสมือนพ่อบังเกิดเกล้าที่แท้จริง โดยมีเสียงสะอื้นร่ำไห้ และน้ำตาไหลออกมาตลอดเวลา ขณะเดียวกันคุณปู่ก็โอบกอดหลานสุดรัก ซึ่งเป็นเสมือนลูกตนเอง โดยมีน้ำตาซึมไหลคลอออกมาจากเบ้าตา เป็นการแสดงถึงความรักระหว่างพ่อกับลูกที่มีต่อกัน ต่อหน้าสื่อมวลชนที่ไปทำข่าวถึงกับน้ำตาไหลตาม” ขอบคุณข้อมูล-ภาพจาก ข่าวสดออนไลน์ MThai News

10 สถานที่พาพ่อเที่ยว สบายๆ ในวันพักผ่อน
10 สถานที่ /  ที่เที่ยววันพ่อ / 

ใกล้ถึงวันพ่อแล้ว ทุกท่านมีโปรแกรมพาคุณพ่อไปเที่ยวที่ไหนกันบ้างเอ่ย ? ถ้านึกไม่ออก Travel.mthai.com ขอแนะนำ 10 สถานที่พาพ่อเที่ยว ที่บรรยากาศดี เที่ยวสบายๆ เหมาะกับการไปแบบครอบครัว ให้คุณและคนที่คุณรักได้กระชับความสัมพันธ์กันมากขึ้น รับรองว่าวันหยุดนี้ คงจะมีความสุขกันทั้งบ้านแน่ๆ :) 10 สถานที่พาพ่อเที่ยว สบายๆ ในวันพักผ่อน 1. บางกระเจ้า จ.สมุทรปราการ บางกระเจ้า หรือ เกาะสีเขียว ที่มีพื้นที่มากถึง 11,000 ไร่ โอบล้อมด้วยแม่น้ำเจ้าพระยา จนได้รับการยกย่องให้เป็นปอดของกรุงเทพ และ Best Urban Oasis of Asia จากนิตยสารไทม์ โดยนักท่องเที่ยวสามารถข้ามเกาะไปปั่นจักรยาน ดูนก ดูป่าชายเลน และสัมผัสกับอาการบริสุทธิ์ได้ รับรองว่าคุณพ่อจะต้องชอบแน่ๆ 2. สวนนกชัยนาท จ.ชัยนาท สวนนกชัยนาท สวนนกที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของเอเชีย ด้วยพื้นที่ 248 ไร่ ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาพลอง ก่อนถึงตัวเมืองประมาณ 4 กิโลเมตรโดดเด่นด้วยซุ้มประตูขนาดใหญ่ไว้คอยต้อนรับนักท่องเที่ยว อีกทั้งยังมีท้องฟ้าจำลอง ไว้สำหรับเด็กๆ ได้เรียนรู้ มีอุโมงค์แสดงพันธุ์ปลาน้ำจืด สวนน้ำอวกาศ และอีกมากมาย เรียกว่าทริปนี้สนุกกันได้ทั้งครอบครัวเลยล่ะ 3. ตลาดน้ำเขาใหญ่ จ.นครราชสีมา ตลาดน้ำเขาใหญ่ เป็นตลาดน้ำบนเนินเขาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยแบ่งออกเป็น 2 โซน คือโซนตลาดน้ำ และโซนสวนดอกไม้ นักท่องเที่ยวที่มาเยือนจะได้พบกับความสวยงามของทุ่งดอกไม้สีเหลือง ปกคลุมเนินเขาตลอดทั้งปี พร้อมสวนสัตว์ท่ามกลางธรรมชาติ ซึ่งคุณจะได้พบกับเหล่าสัตว์น่ารักอันได้แก่ แกะ กระต่าย และอูฐ โดยสามารถให้อาหารได้กับมือ เป็นอีกทางเลือกที่เหมาะจะพาคุณพ่อและครอบครัวไปเที่ยวครับ 4. สักการะหลวงพ่อแพร วัดพิกุลทอง จ.สิงห์บุรี พาคุณพ่อไปไหว้พระที่วัดพิกุลทอง วัดของหลวงพ่อแพร พระนักสร้างแห่งจังหวัดสิงห์บุรี ที่ชาวเมืองให้ความเคารพ เพื่อสักการะพระพุทธสุวรรณมงคลมหามุนี หรือพระพุทธรูปนั่งปางพระทานพร องค์ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย รับรองว่าสวยงามอร่ามตา จนคุณพ่อจะต้องประทับใจ และจังหวัดนี้ยังมีอีกหลายวัดที่น่าเที่ยวไม่แพ้กัน 5. หาดบางแสน จ.ชลบุรี หาดบางแสนในวันนี้ ดูแปลกตาสวยงามกว่าในวันวาน ร้านค้า เตียงผ้าใบ อันตรธานหายไป เศษขยะไม่มากมายเต็มหาดอย่างแต่ก่อน น้ำทะเลดูใสขึ้นมาก ทำให้น่ากลับไปเยือนอีกครั้ง ไปเดินริมหาดสูดอากาศให้ชื่นใจ เหมาะมากที่จะพาคุณพ่อและครอบครัวไปรับลมทะเล พักผ่อนริมหาดอย่างสบายอารมณ์ 6. อุทยานกาญจนาภิเษก จ.นนทบุรี ที่พักริมน้ำของชาวเมืองนนทบุรี รวมถึงเป็นศูนย์รวมพันธุ์ไม้ชายน้ำ พืชสวน และสัตว์ชนิดต่างๆ อีกด้วย  ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาติดกับวัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหาร มีเนื้อที่ประมาณ 100 ไร่ บรรยากาศภายในอุทยานค่อนข้างร่มรื่น มีต้นไม้ปกคลุมให้ความร่มเย็น เหมาะแก่การมาพักผ่อน และออกกำลังกายเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งบริเวณใกล้เคียง ท่านสามารถไปเที่ยวเกาะเกร็ดได้อีกด้วย น่าพาคุณพ่อไปพักผ่อนจริงๆ เลย 7. พรีโม เพียซซ่า เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา พรีโม เพียซซ่า แห่งนี้ ถูกเนรมิตขึ้นมาอย่างพิถีพิถัน โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากหมู่บ้านโบราณอายุกว่า 500 ปี ในแคว้นทัสคานี ประเทศอิตาลี ตั้งตระหง่านท่ามกลางการโอบล้อมของขุนเขา ทำให้คุณสัมผัสธรรมชาติอันบริสุทธิ์ของผืนป่าเขาใหญ่ได้เต็มที่ พร้อมกันนี้ยังมีฟาร์มสัตว์เลี้ยง ทั้งอัลปาก้า เมอริโน่ และดองกี้ ให้คุณได้สัมผัสความน่ารัก ถ้ารู้สึกหิว ที่นี่ก็มีทั้งร้านอาหารไทยและตะวันตกให้คุณเลือก หรือว่าเป็นร้านเค้ก ก็มีนะ เรียกว่ามาเที่ยวที่นี่ คุณพ่อและครอบครัวจะต้องชอบแน่ๆ 8. งานแสงสีเสียง สะพานข้ามแม่น้ำแคว จ.กาญจนบุรี เที่ยวงาน แสงสีเสียง สะพานข้ามแม่น้ำแคว ชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ณ บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำแคว จ.กาญจนบุรี พบกับ กิจกรรมการแสดงแสงสีเสียง จำลองเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 พร้อมร้านเหล่ากาชาดจังหวัด และการแสดงมหรสพอีกมากมาย แบบนี้เลย ที่ควรพาคุณพ่อไป โดยงานจะจัดถึงวันที่ 7 ธันวาคม 2557 9. งานพรรณไม้งามอร่าม สวนหลวง ร.9 จ.กรุงเทพมหานคร งานพรรณไม้งามอร่าม สวนหลวง ร.9 จะจัดขึ้นในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2557 – 10 ธันวาคม 2557 เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสวันเฉลิมพระชนพรรษา ภายในงานจัดให้มีการแสดงไม้ดอกไม้ประดับหลากหลายสายพันธุ์ นิทรรศการศิลปะประดิษฐ์  อีกทั้งการแสดงความสามารถของสุนัข การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน 4 ภาค ฯลฯ หากคุณพ่อของคุณเป็นคนชอบต้นไม้ งานนี้ไม่ควรพลาดนะครับ 10. ถ้ำฤๅษีเขางู จ.ราชบุรี ถ้ำฤๅษีเขางู ตั้งอยู่ที่บริเวณสวนสาธารณะเขางู ต.เกาะพลับพลา เป็นถ้ำหรือศาสนสถานที่เกี่ยวเนื่องกับพุทธศาสนา ภายในถ้ำพบพระพุทธรูปจำหลักติดผนังถ้ำ เป็นพระพุทธรูปนั่งห้อยพระบาทปางแสดงธรรมเทศนา พระพุทธฉายถ้ำฤาษีเขางู ภายในถ้ำยังมีพระพุทธรูปหินทรายศิลปะสมัยอยุธยาอีกหลายองค์  หากพาคุณพ่อมาเที่ยว ท่านจะต้องชอบแน่ๆ ด้วยทัศนียภาพที่งดงาม และศิลปะสมัยทวารวดี ที่น่าดึงดูดใจ ที่สำคัญท่านสามารถไปเที่ยวสวนผึ้ง ที่อยู่ไม่ไกลกันมาก ได้อีกด้วย เรียบเรียงโดย : Travel MThai

10 วิธีเอาไว้หลอกกอดสาวๆ
ความรักวัยรุ่น

เข้าสู่หน้าหนาวแล้ว! อากาศเย็นๆ ลมโชยมา หนุ่มๆคิดดูสิสาวน้อยร่างบอบบางทั้งหลายก็ต้องการที่พักพิงอุ่นๆจากใครสักคน หรือหาคนมาอยู่ข้างกายคอบโอบกอดเมื่อยามหนาวสั่น (เว่อร์ไปป่ะเนี่ย >,<)  แล้วเราจะมัวรอช้าอยู่ทำไมก็ต้องเริ่มฟิตหุ่นเฟิร์มกันซะหน่อย มีอกอุ่นๆ ให้สาวๆ ซบใครหล่ะจะไม่ชอบ >,< แต่ถ้าหนุ่มคนไหนยังไม่มีแฟน หรือกำลังคบหาดูใจกับสาวคนไหนอยู่ ทีนเอ็มไทยมี 10 วิธีเอาไว้หลอกกอดสาวๆ มาฝากกัน แนะนำ! นำเอาไปใช้ได้กับแฟนเรา หรือคนที่กำลังดูใจคบหาเท่านั้นนั้นนะ (แต่ก็อย่ามากไป เบาๆ พอเป็นพิธี! เดี๋ยวหลังจากนั้น สาวๆ เขาจัดการเอง อุต๊ะ!) อย่าเอาไปใช้กับแฟนชาวบ้านนะ เดี๋ยวจะเรื่องใหญ่! 10 วิธีเอาไว้หลอกกอดสาวๆ 1. ดูหนังผีมีลุ้น มุขนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในบรรดาสุดยอดเคล็ดวิชาที่จัดขึ้นหิ้งมุขคลาสสิคได้เลย ถึงแม้เหล่าคุณเธอส่วนใหญ่จะรู้ทันกับมุขกระต่ายๆ ง่ายๆ แบบนี้ แต่ที่ไหนมีผีจำไว้ให้ดีว่าที่นั่นมีลุ้น หลักการง่ายนิดเดียว ท่องไว้ว่า "ผีโผล่เธอโผกอด" อ้าาาา เหมือนจะง่ายใช่มั้ย แต่อย่าเพิ่งด่วนสรุปอย่างนั้น เพราะยังมีผู้หญิงจำนวนไม่น้อยที่ไม่กลัวผีในจอ พวกเธอเหล่านี้จิตแข็งพอที่จะแยกแยะออกว่ามันก็แค่คนทาขอบตาดำๆ ทำตัวแข็งๆ ก็เท่านั้น ในกรณีนี้แนะนำให้ข้ามไป level 2 คือ พาเที่ยวบ้านผีจริงๆซะเลย แล้วถ้าผีจริงยังเอาไม่อยู่ ให้คุณลองพิจารณาดูใหม่ว่าเธอหรือผีกันแน่ที่น่ากลัวกว่ากัน 2. Hero กำมะลอ อันนี้เป็นอุบายตื้นๆ ที่เห็นในหนังไทยทั่วไป วิธีการคือไหว้วานเพื่อนคุณสักคนสองคนที่ไว้ใจได้ และมีวิญญาณนักแสดงนิดหน่อย เข้ามาลวนลามทางวาจากับเธอ เมื่อนางเองกำลังตกอยู่ในที่นั่งลำบากก็ถึงคิวพระเอกอย่างคุณที่จะต้องขี่ม้าขาวมาช่วยเธอ อย่ารีรอ รีบเข้าไปโอบกอดเธอเสมือนคุณนั้นเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ แล้วพูดว่า "เฮ้ย ยุ่งอะไรกับแฟนเราวะ" เมื่อเหล่าร้ายเตลิดไปแล้ว ให้รีบเปลี่ยนบทกลับมาสู่ชีวิตจริงทันที "เออ ขอโทษที เมื่อกี๊ไม่ได้ตั้งใจ จริงๆ แล้วผมก็กลัวมากเลยนะ" เธอจะยิ้มหน้าแดงพร้อมกับตบไหล่คุณแก้เขิน แล้วพูดว่า "ไม่เป็นไรหรอก ก็เธออุตส่าห์ช่วยเรานิ่" โป๊ะเช๊ะ ! ตามสูตรทุกประการ 3. ซ้อนท้ายสบายแฮ หาวันดีๆชวนเธอไปขี่จักรยานเล่นกัน แต่ต้องระลึกไว้เสมอว่าคุณคือคนเมา เมาไม่ขับซ้อนได้อย่างเดียว ยิ่งเธอขี่ไม่แข็งเท่าไหร่ยิ่งดี ทำตัวเป็นสุภาพบุรุษเอื้อมมือไปช่วยบังคับแฮนด์ซะแล้วแตะเบรคหน้าถี่ๆ ทีนี้ละพ่อ! นอกจากกอดแล้วยังได้ดมขี้หูขี้หัวถูไถกันให้ชื่นใจไปอีก แต่ก็ดูให้ดีหน่อยอุบายแบบนี้เหมาะกับการขี่ที่ความเร็วต่ำและถนนโล่งเรียบ ไม่งั้นอาจได้กอดกันยิ้มแฉ่งเป็นคางคกแบนทั้งคู่ 4. สิ่งประหลาดล้านชนิด สืบมาให้ได้ว่าเธอกลัวสิ่งประหลาดประเภทไหน จิ้งจก หนู แมลงสาบ แมงมุม ตุ๊กแก งู ฯลฯ หาสิ่งเหล่านี้มาไม่ว่าจะเป็นแบบจำลองหรือตัวเป็นๆ เลือกใช้ในสถานการณ์ที่อยู่กันคนน้อยๆ ปล่อยมันออกมาแล้วรีบคว้าจังหวะที่เธอปี๊ดป๊าดกระตู้วู้เข้าไปโอบกอดให้ปลอดภัย แต่ในกรณีที่เธอกลัวสิ่งประหาดที่มีอันตรายมากๆ อย่างเช่น งูเกี้ยง ไม่ขอแนะนำให้ปล่อยมันอออกมาเด็ดขาดเพราะคุณอาจได้นอนกอดมุ้งสายบัวแทนตัวเธอก็เป็นได้ 5. ปลาตอดหนุ่บหนับ หาวันหยุดดีๆ ชวนเธอไปทะเลสวยๆ น้ำใสๆ แล้วลงไปเล่นน้ำกัน พยามว่ายไปในจุดที่ระดับน้ำสูงประมาณอก ดำน้ำลงไปแล้วใส่วิญญาณปลาหมึกว่ายเข้าปล่อยหนวดหนุ่บหนับตามแข้งขา แต่จำไว้ว่าอย่าตระกละ ตอดทีละนิดเพื่อให้เธอเห็นว่าเราขี้เล่นเป็นตัวไม่มีพิษภัย จากนั้นค่อยไปที่ level สูงๆ ไต่ขึ้นไปทีละหน่อย ตอดหนุ่บหนับๆบ่อยๆไปเรื่อย แต่ระวังไว้อย่าง ถ้าทะเลแถวนั้นหนาแน่นไปด้วยผู้คนต้องหาพิกัดจุดยืนของเธอให้แน่นอน ไม่งั้นไปกอดขาเมียชาวบ้านเดี๋ยวได้อาหารว่างเป็นแข้งผัวชุบน้ำเกลือ 6. mascot กอดเพลิน ความน่ารักของเจ้าตัว mascot มีแรงดูดสาวๆและเด็กเสมอ ยิ่งเป็นชุดสวมด้วยแล้วยิ่งมีเสน่ห์เข้าไปใหญ่ สิ่งที่คุณต้องทำคือหาชุด mascot น่ารักๆสักตัวมาสวมในโอกาสพิเศษที่เกี่ยวข้องกับเธอไม่ว่าจะเป็นวันเกิด วันรับปริญญา วันฉลองได้รับตำแหน่งใหม่ แต่งานศพว่าที่พ่อตาแม่ยายหรือญาติโกโหติกาของเธออย่าทะลึ่งใส่ไปล่ะ อัตราโดนถีบมีเยอะกว่ากอด และที่สำคัญต้องระวัง mascot บางอย่างที่ให้ความหมายส่อเจตนามืด เช่น mascot ถุงยางอนามัย 7. ขาเเพลงสำแดงผล ถ้าคุณเคยมีอาการขาแพลงมาก่อนคงแหลได้ไม่ยาก เริ่มจากนึกถึงความเจ็บปวดในช่วงนั้นแล้วดึงมันออกมาให้ได้ ใส่ความอ่อนแองอแงเข้าไปเยอะๆ แต่อย่าลืมว่าสถานการณ์เป็นสิ่งสำคัญไม่น้อย หาจังหวะดีๆตอนทำกิจกรรมอยู่ใกล้ๆเธอแล้วค่อยออกอาการ อาทิ เดิน วิ่ง เล่นกีฬา อย่าไปทะลึ่งขาแพลงตอนนั่งกินหมี่เกี๊ยวล่ะ น่าสงสัย เมื่อออกอาการแล้วให้นั่งทุรนทุรายนานๆหน่อยอย่ารีบลุก รอจนกว่าเธอจะมาประคองแล้วค่อยพยุงตัวขึ้น จะกอดเอวกอดคอก็ตามสบายเลยพ่อคุณ 8. เสื้อกันฝนสุภาพบุรุษ ถ้าฤดูฝนย่างเท้าเข้ามาจำไว้ว่าอย่าพกร่ม ให้พกเสื้อกันฝนอย่างเดียว ข้อดีของเสื้อกันฝนก็คือเราสามารถกางมันออกมาคลุมให้คนที่เราหมายปองได้ และจังหวะที่คลุมหัวนั้นคุณสามารถหาเศษหาเลยไปกับอาการเก้ๆกังๆ กำลังดึงชายเสื้อได้อย่างแนบเนียน หมั่นดึงชายเสื้อบ่อยๆ ได้กอดอังๆหน่อยก็ยังดี 9. สะดุดลม ไม่ว่าจะอยู่ในงานรื่นเริงไหนๆก็สามารถใช้ท่านี้ได้เสมอ แค่ทำขาอ่อนไหวไวต่อความรู้สึกเจออะไรก็สะดุดจึ๊กๆไว้ก่อน โอเวอร์แอ็คชั่นมากๆยิ่งดีใหญ่ ไถลตัวเข้าไปอยากกอดเธอตรงไหนก็เลือกเอา แต่ขอให้ถือความหน้าด้านเป็นที่ตั้ง 10. เหินฟ้าท้ากอด กอดคนอื่นเป็นเรื่องง่าย แต่ทำให้เขากอดเรานี่สิยาก แนะนำให้เอาวิธีนี้ไปใช้กันครับ เพียงแค่คุณหาที่สูงและหวาดเสียวสักแห่ง ขึ้นไปยืนบนนั้นแล้วประกาศออกมา “ผมอยากตาย” รอเวลาอีกนิดหน่อยให้ตำรวจเดินทางมาถึงแล้วยื่นข้อเสนอต่อรอง บอกเขาไปว่าอยากเจอหน้าคนรักหรือคนที่กำลังแอบรัก แต่ต้องเตรียมเบอร์โทรของเธอ เลือกสถานที่ให้ใกล้ย่านที่เธอพักอาศัยและตรวจตราวันเวลาให้รอบคอบว่าเธอไม่ไปไหนไกลแน่นอน เท่านี้ก็เตรียมวงแขนอุ่นๆของคุณไว้กอดได้เลย แต่ถ้าพลาดตกลงมาตาย***ก่อนก็ซวยไป เขียนความต้องการสุดท้ายใส่กระเป๋ากางเกงไว้ก็ดีเผื่อเธอจะได้มากอดส่งวิญาณ ขอบคุณที่มา thaiza.com

10 ที่พักสุดโรแมนติก ที่ฆ่าคนโสดแบบไม่รู้ตัว
10 รีสอร์ทสวย /  10 อันดับ ที่พัก / 

ลมหนาวโชยมาขนาดนี้ คาดว่าหลายคนคงอยากไปพักผ่อนต่างจังหวัดเป็นแน่ ลองจินตนาการดูว่าถ้าได้ไปจู๋จี๋กับคนรู้ใจ ท่ามกลางบรรยากาศดีๆ จะฟินกันขนาดไหน  travel.mthai.com จึงรวบรวม 10 ที่พักสุดโรแมนติก เหมาะสำหรับคนมีคู่ งานนี้คนโสดมาเห็นอาจช้ำใจ ยังไงก็ไม่โกรธกันนะ ไม่มีแฟน ก็ไปสนุกกับเพื่อนได้อยู่แล้ว จริงมั้ย ? 10 ที่พักสุดโรแมนติก ที่ฆ่าคนโสดแบบไม่รู้ตัว 1. ครอสทู กุยบุรี รีสอร์ท (X2 Kui Buri Resort)    อยากจู๋จี๋แบบส่วนตั๊วส่วนตัว ก็ต้องที่นี่เลย ครอสทู กุยบุรี รีสอร์ท (X2 Kui Buri Resort) หัวหิน รีสอร์ทสไตล์วิลล่าสุดโมเดิร์น บนหาดทรายขาวแสนสงบ ที่ที่คุณและคนรู้ใจจะได้พักผ่อนในบรรยากาศสุดโรแมนติกจนลืมโลกภายนอก ได้นอนแช่ตัวในสระว่ายน้ำกว้างๆ ชมวิวท้องฟ้าและทะเลสวยๆ ตบท้ายด้วยดินเนอร์มื้อค่ำเคล้าเสียงคลื่นที่ ห้องอาหาร 4K (4K Restaurant) ยิ่งได้อยู่กับคนรู้ใจสองต่อสองด้วยแล้ว คงเป็นคืนที่แฮปปี้สุดๆไปเลย 2. คีรีมายา กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ สปา (Kirimaya Golf Resort & Spa)    หลบความวุ่นวายในเมือง มาสูดอากาศบริสุทธิ์กันที่ คีรีมายา กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ สปา (Kirimaya Golf Resort & Spa) เขาใหญ่ เพียงระยะทางสั้นๆจากกรุงเทพฯ ก็ได้สัมผัสบรรยากาศร่มรื่น เย็นสบาย ที่โอบล้อมด้วยต้นไม้และทุ่งหญ้ากว้างไกล ห้องพักเรียบง่ายมีสไตล์ เน้นความกลมกลืนกับธรรมชาติ ได้เห็นทั้งวิวทะเลสาบและสนามกอล์ฟแบบพาโนรามาอีกด้วย ใครที่อยากถ่ายภาพให้ได้ฟีลโรแมนติกหน่อย ให้รอตอนพระอาทิตย์ตกดิน รับรองว่าสวยจนใครเห็นก็อิจฉา 3. เก๊าไม้ ล้านนา รีสอร์ท (Kaomai Lanna Resort)    เพียงแรกเห็นก็ตกหลุมรัก เก๊าไม้ ล้านนา รีสอร์ท (Kaomai Lanna Resort) จ.เชียงใหม่ เข้าอย่างจัง ไม่ว่าจะเป็นตัวอาคารที่เด่นสะดุดตาด้วยใบไม้สีเขียวสดที่ขึ้นปกคลุมทั้งหลัง ให้ความรู้สึกสดชื่นเย็นสบาย ห้องพักก็สวยแปลกตาในสไตล์โคโลเนียล พร้อมชุดเฟอร์นิเจอร์ไม้สักโบราณชั้นดี ส่วนด้านนอกยังเป็นสวนเขตร้อน ให้เกี่ยวก้อยเดินเล่นดูดอกไม้ หรือจะพากันไปขี่จักรยานชิลๆรอบรีสอร์ท ก็ได้อารมณ์กุ๊กกิ๊กไปอีกแบบ 4. เดอะ โฟลทเฮ้าส์ ริเวอร์แคว รีสอร์ท (The FloatHouse River Kwai Resort)     ชวนคนข้างๆไปล่องแพสไตล์รีสอร์ทกันที่ เดอะ โฟลทเฮ้าส์ ริเวอร์แคว รีสอร์ท (The FloatHouse River Kwai Resort) จ.กาญจนบุรี แพวิลล่าลอยน้ำที่ทำจากไม้ทั้งหลัง มีหลังคาทรงโปร่งให้อากาศถ่ายเทเย็นสบาย และเมื่อออกสู่ระเบียงก็จะเจอกับความเขียวชอุ่มของธรรมชาติ ที่ขนาบข้างด้วยภูเขาและแม่น้ำทั้งซ้ายและขวา ใครที่อยากกินบรรยากาศชิลๆ ก็นั่งแช่ขาในน้ำชมวิวให้เพลินใจ ส่วนใครอยากทำกิจกรรมยืดเส้นยืดสาย แนะนำให้เล่นแพเปียก หรือเดินเที่ยวถ้ำละว้า ก็สนุกไม่แพ้กัน คู่ไหนชอบเที่ยวแบบกินลมชมธรรมชาติ จัดไป! 5. ลาเอนาตู เบด แอนด์ เบเกอรี่ (La A Natu Bed & Bakery)    รีสอร์ทขนาดเล็ก แต่เสน่ห์เกินตัว ต้องยกให้ ลาเอนาตู เบด แอนด์ เบเกอรี่ (La A Natu Bed & Bakery) บนชายหาดปราณบุรี-สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ ด้านหน้าเป็นหาดส่วนตัว ส่วนด้านหลังเป็นแปลงนาข้าวขั้นบันได ที่พักตกแต่งสไตล์พื้นถิ่นผสมโมเดิร์น เน้นความกลมกลืนกับธรรมชาติ แถมชื่อบ้านพักแต่ละหลังก็แปลกไม่เหมือนใคร ไม่ว่าจะเป็น บ้านข้าวเหนียว บ้านข้าวฟ่าง บ้านข้าวตอก บ้านต้นหอม บ้านตะไคร้ และบ้านใบมะกรูด ส่วนสิ่งที่ห้ามพลาดอีกอย่างคือ เบเกอรี่โฮมเมดสูตรเฉพาะ หอมอร่อยละมุนลิ้น ใครได้ลองเป็นต้องติดใจ 6. โม รูมส์ (Mo Rooms)     อีกหนึ่งที่พักยอดฮิตติดหูของเชียงใหม่ในขณะนี้ โม รูมส์ (Mo Rooms) โรงแรมขนาดกะทัดรัด ที่ถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในโรงแรมดีไซน์แปลกแหวกแนว ตั้งแต่รูปทรงอาคารด้านนอกที่เหมือนกล่องสี่เหลี่ยมวางซ้อนทับกันไปมาเป็นชั้นๆ เผยให้เห็นผนังปูนเปลือยที่ดูเรียบง่ายแต่เท่ห์ ตลอดจนห้องพักด้านในที่เรียกว่า “ห้อง 12 นักษัตร” ซึ่งมีดีไซน์แตกต่างกันไปทั้ง 12 ราศี เป็นการผสานความเชื่อและศิลปะเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว และแม้จะดูเป็นโรงแรมเล็กๆ แต่ก็มีพื้นที่สำหรับสระในร่มให้ว่ายน้ำรีแล็กซ์กันด้วยนะ... โม รูมส์ เค้าจิ๋วแต่แจ๋วใช่ไหมล่ะ 7. ชูการ์ มาริน่า รีสอร์ท-นอติคัล-กะตะ บีช (Sugar Marina Resort-Nautical-Kata Beach)      ชูการ์ มาริน่า รีสอร์ท-นอติคัล-กะตะ บีช (Sugar Marina Resort-Nautical-Kata Beach) จ.ภูเก็ต รีสอร์ทเท่ๆ สไตล์กะลาสี ที่จะทำให้คุณหยิบกล้องมารัวชัตเตอร์กันจนมือหงิก เพราะทั่วทั้งรีสอร์ทตกแต่งโดยใช้ธีมสีฟ้า-ขาว เพื่อเน้นความสดใส ตามผนังยังประดับด้วยภาพวาดเรือและท้องทะเล บวกกับของตกแต่งน่ารักๆอีกหลายชิ้นที่ให้อารมณ์ทะเล๊ทะเล แต่งานนี้อย่ามัวถ่ายรูปอัพไอจีกันเพลิน จนลืมเอาเวลาไปสวีทกับคนข้างๆล่ะ เดี๋ยวจะว่าไม่เตือน 8. แรนโช ชาญวีร์ รีสอร์ท แอนด์ คันทรีคลับ (Rancho Charnvee Resort & Country Club)      หากกำลังฝันถึงรีสอร์ทสไตล์ยูโรเปี้ยนคันทรี และสนามกอล์ฟขนาดใหญ่ที่มีหญ้าเขียวขจี ต้องมาที่ แรนโช ชาญวีร์ รีสอร์ท แอนด์ คันทรีคลับ (Rancho Charnvee Resort & Country Club) เขาใหญ่ ด้วยชื่อ “Rancho” ที่แปลว่าคอกม้า ที่นี่จึงมี “ม้า” เป็นสัญลักษณ์ของรีสอร์ท ภายนอกตกแต่งในสไตล์ยุโรป ประดับด้วยรูปปั้นสุดคลาสสิก ส่วนภายในห้องพักก็ตกแต่งไม่ซ้ำกัน ด้วยวอลเปเปอร์ลายดอกไม้ สีหวานแหวว เข้ากันกับเฟอร์นิเจอร์ไม้ให้ความรู้สึกที่อบอุ่น ราวกับอยู่ในคฤหาสน์ผู้ดีอังกฤษ ยิ่งพาคนรู้ใจไปเที่ยวสองต่อสองแล้วล่ะก็ อั๊ย! สวรรค์ชัดๆ 9. มาราเกซ หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา (Marrakesh Hua Hin Resort & Spa)      อีกหนึ่งที่พักยอดนิยมตลอดกาล พูดชื่อแล้วหลายคนคงร้องอ๋อ... มาราเกช หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา (Marrakesh Hua Hin Resort & Spa) รีสอร์ทติดทะเลสไตล์โมร็อกโกแห่งเดียวในหัวหิน ที่คุณจะตะลึงในความสวยตั้งแต่ประตูทางเข้า เสมือนกำลังก้าวเข้าสู่ดินแดนอาหรับ ตัวอาคารประดับด้วยกระเบื้องโมเสก มีประตูทรงโค้งมนรับกับหลังคาโดมสูง ไม่ว่าจะมองทางไหนก็สวยไปซะหมด แถมยังมีดาดฟ้าส่วนตัวให้ออกมานอนดูดาวรับลมเย็นๆตอนกลางคืนได้ด้วย คอนเฟิร์มว่าบรรยากาศเป็นใจให้สละโสดจริงๆ 10. โฟโต้ โฮเทล (Foto Hotel)     “เท่ห์แบบมีสไตล์ ถ่ายภาพได้ทุกมุม” คงบอกความเป็น โฟโต้ โฮเทล (Foto Hotel) จ.ภูเก็ต ได้ดีที่สุด เรื่องดีไซน์ก็เก๋ไม่ซ้ำใคร ตกแต่งเน้นโทนสีขาว-ดำ มีกล้องฟิล์มสมัยโบราณตั้งโชว์ตามจุดต่างๆ และที่ผนังห้องยังเต็มไปด้วยภาพวิถีชีวิตชาวบ้านเรียงรายให้เดินดูกันจนเพลิน เหมือนได้ชมงานศิลปะอยู่ในแกเลอรี่เลยทีเดียว คู่รักคู่ไหนที่ชอบความทันสมัยและหลงใหลการถ่ายภาพเป็นชีวิตจิตใจ จะต้องร้องว่า...ฟินเฟ่อออร์! ขอบคุณที่มา : www.hotelsthailand.com/travel-guide

ยอดกตัญญู!! เด็ก 8 ขวบ หาเลี้ยงพ่อป่วยเรื้อรัง
ด.ช.วัย8ขวบ /  บ้านดอนหวาย / 

ยอดกตัญญู  เด็กชายวัยเพียง 8 ขวบ ปั่นจักรยาน ไป-กลับ 4 กิโลเมตร เพื่อนำอาหารไปป้อนพ่อที่นอนป่วยเป็นโรคร้ายเรื้อรัง เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. นายอุทัย น้อมระวี ผอ.โรงเรียนดอนแคนดอนหวายสามัคคี เผยว่า มีนักเรียนชั้นประถมปีที่ 2 ชื่อ ด.ช.ศักรินทร์ มะโนมัย อายุ 8 ขวบ อยู่บ้านเลขที่ 124 บ้านดอนหวาย ม.1 ต.ดินดำ อ.จังหาร กำพร้าแม่ตั้งแต่อายุ 3 เดือน อาศัยอยู่กับพ่อที่ป่วยเป็นโรคร้าย ต้องนอนซมอยู่กับบ้าน ไม่สามารถทำงานได้ จึงเป็นหน้าที่ของ ด.ช.ศักรินทร์ที่ต้องจัดหาอาหารและดูแล โดย ด.ช.ศักรินทร์ จะนำอาหารจากโครงการอาหารกลางวันจากทางโรงเรียนและปั่นจักรยานนำอาหารไปให้พ่อ มีระยะทางไป-กลับ 4 กิโลเมตร หลังเลิกเรียนจะนำอาหารกลางวันที่เหลือกลับบ้านมาให้พ่อทุกวัน ส่วนในวันเสาร์-อาทิตย์ จะขอญาติข้างบ้านและครูในโรงเรียน นอกจากนี้ ด.ช.ศักรินทร์ เป็นผู้มีจิตอาสาชอบช่วยครูทำงาน รดต้นไม้ กวาด ถูพื้น และล้างห้องน้ำทุกวันอีกด้วย หลังจากเดินทางไปที่บ้านพบกับนายอัคเดช มะโนมัย บิดา ได้กล่าวว่า ลูกชายเกิดได้ 3 เดือน แม่เด็กก็ทิ้งไป ตนจึงรับเลี้ยงลูกชายเพียงผู้เดียว โดยได้ลาออกจากงานพาลูกกลับมาเลี้ยงที่บ้านเกิด ปัจจุบันตนป่วยหลายโรคทั้งมะเร็งปอด ไทรอยด์เป็นพิษ และโรคทางเดินอาหารติดเชื้อ ต้องนอนซมอยู่กับบ้าน ทำงานไม่ได้มา 2 ปีปัจจุบันห่วงแต่ลูกเพราะไม่รู้ว่าจะอยู่อย่างไร สำหรับผู้ใจบุญ ที่ต้องการช่วยเหลือ ด.ช.ศักรินทร์ สามารถติดต่อได้ที่ โรงเรียนดอนแคนดอนหวายสามัคคี ม.16 ต.ดินดำ อ.จังหาร จ.ร้อยเอ็ด นายอุทัย น้อมระวี ผอ.โรงเรียน ดังกล่าว โทรศัพท์ 08-5001-3148 หรือ บริจาคบัญชี ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาจังหาร บัญชีออมทรัพย์ เลขบัญชี 020047298509 ชื่อเจ้าของบัญชี เด็กชายศักรินทร์ มะโนมัย ขอบคุณข้อมูล-ภาพจาก ข่าวสดออนไลน์ MThai News

ชาวต่างชาติ มีขาเดียวปั่นจักรยานเสือหมอบ อย่างเจ๋ง ผมนี่ยืนขึ้นเลย ขนลุก
ปั่นจักรยาน /  เสือหมอบ

ชาวต่างชาติ มีขาเดียวปั่นจักรยานเสือหมอบ อย่างเจ๋ง ผมนี่ยืนขึ้นเลย ขนลุก

ลืมกันรึยัง? 5 แข้งเทพจอมยิงฟรีคิก (สายหนัก)
จูนินโญ่ /  ปิร์โล่ / 

หลังจากเมื่อสัปดาห์ก่อนรำลึกความหลัง 5 แข้งเทพจอมยิงฟรีคิก (สายปั่น) ไปแล้วสัปดาห์ ติช เต ฉ่อ กลับมาพร้อมกับ  5 แข้งเทพจอมยิงฟรีคิก (สายหนัก) ที่บอกเลยว่าแต่ละคนโหดๆ ทั้งนั้น ซึ่ง 5 แข้งเทพจอมยิงฟรีคิก จะมีใครกันบ้างไปชมกันเลยครับ 1. อันเดรีย ปิร์โล่ : อิตาลี (เท้าขวา) 2. โรแบร์โต้ คาร์ลอส : บราซิล (เท้าซ้าย) 3. จูนินโญ่ ปานัมบูกาโน่ : บราซิล (เท้าขวา) 4. คริสเตียนโน่ โรนัลโด้ : โปรตุเกส (เท้าขวา) 5. เรโคบ้า : อุรุกวัย (เท้าซ้าย) **ได้ทั้งหนักและปั่น

มอส ยกพวกแดนซ์ ปาร์ตี้คอนเสิร์ต Patiparn Party 25 ปี MR.MOS
Patiparn Party 25ปี MR.MOS /  ปฏิภาณ ปฐวีกานต์ / 

มันส์สุดติ่งกับปาร์ตี้คอนเสิร์ต Patiparn Party 25ปี MR.MOS เมื่อวันเสาร์ที่ 29 และ อาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา สมชื่อปาร์ตี้คอนเสิร์ตเพราะ “มอส ปฏิภาณ ปฐวีกานต์” ชวนเหล่าบรรดาสาวกแด๊นซ์กันสนั่น รอยัล พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน เลยทีเดียว แถมงานนี้นอกจากได้มาสนุกด้วยกันแล้วยังได้มาร่วมทำบุญกันด้วย โดยรายได้ส่วนหนึ่งหลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปมอบให้ กองทุนโรคมะเร็งในเด็ก ในพระอุปถัมป์ พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ อุต๊ะ... เปิดเวทีมาอย่างเก๋ เอ-ไทม์ โชว์บิส เนรมิตเรือโจรสลัดให้กัปตันมอสได้ "สลัดสะบัด" พร้อมพ่วงเมดเล่ย์ "เชื่อเถอะครับ / ฮัลโหล / ด้วยรักและปลาทู" ให้เหล่าลูกเรือทั้งกาบซ้ายกาบขวาได้แด๊นซ์ยับปลุกความสนุกกันตั้งแต่ต้นคอนเสิร์ต ก่อนจะเอาใจแฟนคลับ ยกเอาเมดเล่ย์เพลงคาราโอเกะสุดฮิตของพี่มอสมาให้ร้องตามกันแบบครบสูตร ไม่ว่าจะเป็นเพลง "ง่ายเกินไป/ ถูกอยู่แล้ว / กลับกลอก / เปล่า / ไม่เปนไรจริงๆ" มาให้ร้องตามกันแบบเต็มอิ่ม ตลอดเส้นทาง 25 ปีของมอสต้องขอขอบคุณบุคคลเหล่านี้ คุณพ่อคุณแม่ ภรรยาคนสวยอย่างน้องเกมส์ และที่ขาดไม่ได้นางฟ้าตัวน้อย "น้องโสน" ที่คุณพ่อคนเก่งเลือกเพลง "ไม้วิเศษ" เพลงที่ใช้กล่อมน้องโสนตั้งแต่เล็กจนโต ยังไม่ทันไรคุณพ่อก็ปล่อยโฮซะงั้น แถมเซอร์ไพรส์พาลูกสาวออกมาโชว์ความน่ารักสดใสเอาใจแฟนๆคุณพ่อไปทั้งฮอลล์ ก่อนเปิดตัวแขกรับเชิญเพื่อนซี้คนแรก เต๋า-สมชาย เข็มกลัด ในเพลง "รู้ไหมว่าใครใหญ่" และ "ใครไม่เกี่ยวถอยไป" ที่จับเอา 2 เพื่อนซี้มาโชว์ลีลาสุดกวนตามสไตล์ขาลุย แต่ความรักและความผูกพันธ์ของคำว่าเพื่อนของทั้ง 2 ก็ไม่สามารถหาเพลงไหนมาอธิบายแทนได้นอกจากเพลง "เพื่อนไม่ทิ้งกัน" ก่อนมอสจะทิ้งท้ายไว้ว่า "เต๋าคือคนที่ตายแทนมอสได้" เซอร์ไพรส์สุดๆเมื่อจู่ๆน้องมิว (เบน-ชลาทิศ) จาก คลับฟรายเดย์ เดอะ ซีรีย์ 5 ตอน ความลับของมิ้นต์กับมิว ที่กำลังร้อนฉ่าอยู่ตอนนี้ ก็โผล่มามอบดอกไม้ให้พี่ทัช (เต๋า-สมชาย) งานนี้เลยแถมบดปากโชว์กลางเวทีเล่าเอาคนดูอึ้ง ทึ่ง เสียวไปตามๆ กัน มาถึงอีกหนึ่งเซอร์ไพส์จากคู่จิ้นยุคบุกเบิก อ้อม-สุนิสา สุขบุญสังข์ งานนี้เปิดตัวด้วย สเต็ป 5 6 7 8 ในเพลง "หัวใจลัดฟ้า" ทำเอาคนดูถึงกับอึ้ง! ก่อนจะใส่เต็มฟูลสเต็ปในเพลง "มนัสจัง" ทั้งชุดทั้งท่าขอบอกว่าออริจินอลมากๆ มอสถึงกับออกปากแซว "หญิงชราบ้าพลัง" และแน่นอนว่า มอส-อ้อม ยืนด้วยกันบนเวทีเพลงที่ขาดไม่ได้เลยเพลง "คืออะไร" มอสยังแอบบอกอีกว่าไม่มีใครเหมาะสมกับเพลงนี้เท่าอ้อมแล้วจริงๆ ทำเอาต่อมจิ้นของแฟนๆทำงานกันกระจุย ย้อนวันวานกันอีกสักหน่อยกับครอบครัวในตำนาน สามหนุ่มสามมุม (กบ-ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี และ แท่ง-ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง) สามพี่น้องเปิดตัวมาในเพลง "สามหนุ่มสามมุม" ก่อนจะฉีกแนวจับเพลง "รักคือฝันไป" มาร้องเล่นเต้นกันแบบน่ารักน่าชังเรียกเสียงกรี๊ดจากคนดูได้อีกเป็นกอง แต่กบมาทั้งทีจะไม่ร้องเพลงที่มียอดดาวน์โหลดสูงที่สุดตอนนี้คงไม่ได้ในเพลง "ขีดเส้นใต้" ก่อนส่งไม้ต่อให้แขกรับเชิญคนสุดท้าย อมิตา ทาทา ยัง เปิดตัวมาในเพลง "พี่ชายที่แสนดี" ด้วยพลังเสียงแบบฉบับทาทากับเสียงเดี่ยวเปียโนยิ่งทำให้เพลงนี้เพราะจับใจ เพลงนี้ทาทาตั้งใจเลือกมาแทนคำขอบคุณที่พี่ชายคนนี้คอยอยู่ข้างๆน้องเสมอมาไม่ว่าจะในยามทุกข์หรือสุข ก่อนปรับโหมดเปลี่ยนดนตรีเข้าเมดเล่ย์ขาแด๊นซ์ในเพลง "จักรยานสีแดง / ซักกะนิด / แมลง" และที่ขาดไม่ได้สำหรับเพลงฮิตตลอดกาลเพลง "ไม่รักก็บ้า" แค่ดนตรีขึ้นทุกคนก็ทั้งร้องทั้งเต้นตามกันทั้งฮอลล์ งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกราแต่มอสไม่ยอมให้จบกันไปง่ายๆ จัดเต็มเพลงแด๊นซ์ชุดใหญ่อีกกว่า 12 เพลงให้แฟนๆได้ทิ้งท้ายกันแบบสุดเหวี่ยงแถมชวนแก๊งค์เพื่อนซี้ลงไปแดนซ์แบบใกล้ชิดคนดูถึงที่นั่งกันด้วย ฟินลืมมมมมค่ะงานนี้ บอกตรง! มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

กฤต พรรณา ศิลปินค่าย โมโน มิวสิค เสียชีวิต ด้วยโรคมะเร็งตับอ่อน
กฤต พรรณนา /  กฤตวิทย์ กันจงกิตติพร / 

กฤตวิทย์ กันจงกิตติพร หรือ กฤต พรรณนา ศิลปินสังกัดเฟลโล่ว์มิวสิค ภายใต้การดูแลของโมโนมิวสิค ในเครือโมโนกรุ๊ป ซึ่งต่อสู้กับโรคมะเร็งตับอ่อนระยะสุดท้ายมาอย่างยาวนานและอดทน กระทั่งโรคร้ายคร่าชีวิตไปในวันที่ 3 ธันวาคม 2557  เวลาประมาณ 17.00 น.ณ โรงพยาบาลรามาธิบดี ที่ผ่านมา ด้วยอายุ 45 ปี เหล่าศิลปิน คนในวงการเพลง ต่างร่วมไว้อาลัย กฤต พรรณนา เกิดเมื่อปี 8 สิงหาคม พ.ศ.2512 จบการศึกษาปริญญาตรีจากคณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ เคยได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 โค้ก มิวสิค อวอร์ด ประเภทวงสตริง ต่อมา ได้ทำอัลบั้มกับสังกัดโอ มาย ก็อด ก่อน แล้วย้ายเข้าสังกัดจีราฟเรคคอร์ดส์ ในนามวง “พรรณนา” ระหว่างนั้นยังมีการทำงานเบื้องหลัง อาทิ อัดไลน์อะคูสติกกีต้าร์ให้กับ ปั่น-ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว, ก้อย-ศรัณย่า ส่งเสริมสวัสดิ์, พั้นช์,อัดไลน์อะคูสติกกีต้าร์เพลง “ไว้ใจได้กา” ของลานนา คัมมินส์ และเขียนเพลง “แมงปอหลงลม” ให้กับ ลานนา คัมมินส์ จากนั้นเหมือนชีวิตพลิกผัน กฤต พรรณนา หันไปหาประสบการณ์ในการทำงานบริษัท Broker อยู่ระยะหนึ่งก่อนผันตัวเองกลับมาสู่เส้นทางสายดนตรีอีกครั้ง ด้วยการเดินทางไปแสวงหาประสบการณ์ด้านดนตรีที่สหรัฐอเมริกา ก่อนกลับมาออกซิงเกิ้ลในฐานะศิลปินอิสระ และย้ายมาอยู่ภายใต้สังกัดโมโนมิวสิค โดยมีซิงเกิ้ลเปิดตัวเพลงแรก “ฟ้าฝน...คนเหงา” ที่ได้รับการตอบรับจากแฟนเพลงเป็นอย่างดี และทะยานขึ้นเป็นอันดับ 1 บนคลื่น Seed และซิงเกิ้ลต่อมาก็ได้รับการตอบรับที่ดีไม่แพ้กัน ห่างไกล ใกล้กัน,ไม่นาน, บ้าน ต้นไม้ รอยยิ้ม ปัจจุบัน กฤต พรรณนา อยู่สังกัด เฟลโล่ว์มิวสิค ภายใต้การดูแลของโมโนมิวสิค ในเครือโมโนกรุ๊ป หลังจากที่ออกซิงเกิ้ลที่ 4 “บ้าน ต้นไม้ รอยยิ้ม” แล้ว กฤต พรรณนา เริ่มรู้สึกถึงอาการปวดท้องอย่างรุนแรง กระทั่ง คุณต่อ-สุพัชชา จีระตระกูล ผู้เป็นภรรยา ได้นำตัว กฤต พรรณนา เข้ารับการรักษาและพบว่าอาการป่วยดังกล่าวลุกลามมากจนกลายเป็นเนื้อร้าย “มะเร็งตับอ่อนระยะสุดท้าย” แล้ว แต่ด้วยกำลังใจของครอบครัว แฟนเพลงและคนรอบข้าง ทำให้ กฤต พรรณนา อดทนต่อสู้กับโรคร้ายนี้ พร้อมแต่งเพลงสุดท้าย “เปลี่ยน” ที่มีเนื้อหาถึงเรื่องราวการให้กำลังใจ “เพลงเปลี่ยน เป็นเพลงที่ผมเขียนขึ้นในวันที่รู้ตัวว่าป่วยเป็นโรคร้าย เป็นมะเร็งตับอ่อนระยะสุดท้ายครับ ความจริงผมไม่ใช่คนเข้มแข็งอะไร แต่พยายามใช้เวลาทำความเข้าใจในการใช้ชีวิต มีหลายคำถามที่ผมเฝ้าถามตัวเองในวันที่รู้ตัวว่าเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย แต่ก็ไม่เคยได้คำตอบกลับมา จะมีก็แต่คำว่า ‘สู้’เกิดขึ้นมาแทน ก่อนวันที่ผมจะรู้ตัวว่าเป็นมะเร็ง ผมยังพาลูกสาวไปงานโรงเรียนได้เห็นรอยยิ้มได้ยินเสียงหัวเราะของลูกอย่างชัดเจน เพียงแค่ข้ามคืนข้ามคืนจริง ๆ แล้วชีวิตผมก็ ‘เปลี่ยน’ การดำเนินชีวิตของครอบครัวผมเปลี่ยน แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนไปเลยนั่นคือ ‘ความรัก’ ของพวกเราที่พร้อมจะสู้ และฝ่าฟันไปด้วยกันสามคน พ่อ แม่ ลูก และอยากให้เพลงเปลี่ยนเพลงนี้เป็นกำลังใจให้กับอีกหลาย ๆ คนที่ท้อ ถึงแม้ว่าโรคจะร้าย และโลกก็ไม่ได้โหดร้ายจนเกินไปครับ” คำพูดทิ้งท้ายสำหรับซิงเกิ้ลล่าสุดของผู้ชายอบอุ่นที่จากไปเพียงแค่ร่างกาย แต่ทว่าหัวใจและจิตวิญญาณของความเป็นศิลปินของเขาไม่ได้จางหายไปด้วย โดยแฟนเพจ โมโน มิวสิค ได้โพสข้อความความไว้อาลัย กฤต พรรณนา "ขอให้พี่ชายที่แสนดีคนนี้ กฤต พรรณนา หลับให้สบาย ทุกคนจะจดจำเสียงกีตาร์ บวกเสียงร้องที่อบอุ่น ทุกเพลงที่พี่แต่ง พี่กฤตจะอยู่ในใจชาว Mono Music ทุกคนครับ ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวที่น่ารักของพี่กฤตด้วยนะครับ" ‪#‎RIPKrittPannana‬ เพลง ฟ้าฝน..คนเหงา เพลง ห่างไกลใกล้กัน ย้อนกลับไปฟัง ผลงานจาก วง พรรณนา เพลง นกบนฟ้า (คลิปโดย jimacousticthai สมาชิก Youtube.com)

จักรยานสีแดง (Red Bike Story (1997)).
หนังไทย

ผู้กำกับ ยุทธนา มุกดาสนิท นิพนธ์ ผิวเณร นักแสดงนำ มอส - ปฏิภาณ ปฐวีกานต์ ทาทา ยัง แชมเปญ เอ็กซ์ เรื่องย่อ เรื่องราวของวัยรุ่นที่เพิ่งเริ่มต้นชีวิตในมหาวิทยาลัย วาที เด็กหนุ่มที่เพิ่งก้าวเข้าสู้รั้วมหาวิทยาลัย ในวันแรกวาทีได้พบกับ ขม สาวน้อยอัจฉริยะที่สอบเทียบได้ ขมสนใจในตัววาที แต่วาทีกลับไปหลงใหลในตัว เปรี้ยว เจ้าของจักรยานสีแดง ที่ตรงสเป็คหนุ่มทั้งมหาวิทยาลัย วาทีคิดแผนที่จะได้ใกล้ชิดกับเปรี้ยว โดยการขอยืมจักรยานสีแดง แต่วาทีไขกุญแจรถผิดคัน กลายเป็นว่านายวาทีกลายเป็นขโมย สุคนธ์เพื่อนซี้ของวาที ตกหลุมรักอาจารย์ญาดา แต่เมื่อรู้ว่าอาจารย์มีคู่หมั้นแล้วจึงคิดลาออกจากมหาวิทยาลัย วาทีห้ามสุคนธ์ขณะที่กำลังสอบอยู่ อาจารย์จึงตัดสินให้วาทีสอบตก แต่ขมก็ช่วยให้วาทีผ่านเรื่องยุ่งๆ ไปได้ทุกครั้ง แล้วเหตุการณ์ต่างๆ ก็ทำให้วาทีรู้ว่า จักรยานสีแดง ที่ถูกคนถูกคันคือใคร ที่มา : http://www.seeingmole.com/index.php/17085/red-bike-story/ 1/1 - http://video.mthai.com/general/player/1417869986.html