ปันปัน เต็มฟ้า

นุ่น วรนุช ยังเชื่อในสิ่งที่เห็น!! วัตถุประหลาดคล้าย UFO ไม่เกี่ยวจะมีลูกหรือไม่!!
นุ่น วรนุช /  ข่าว นุ่น วรนุช / 

  ทำเอาฮือฮาไปตามๆ กัน หลังจากที่นางเอกซุปตาร์ นุ่น วรนุช เดินทางไปทำงานที่ประเทศฝรั่งเศส และได้พบเห็นวัตถุประหลาดเคลื่อนที่บนท้องฟ้า ซึ่งเจ้าตัวได้โพสต์คลิปที่บันทึกไว้ได้ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Woranuch Wongsawan พร้อมกับเล่าถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นด้วยความตื่นเต้น ทำให้มีการแชร์เรื่องราวน่าตื่นเต้นของนางเอกซุปตาร์บนโลกโซเชียลไปอย่างมากมาย   ล่าสุดวันนี้ (20ก.ค.60) นุ่น วรนุช ได้เดินทางมาร่วมงานประกาศรางวัลนาฏราช ครั้งที่ 8 ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย พร้อมกับเปิดใจกับสื่อมวลชนอีกครั้งว่าตนเชื่อในสิ่งที่เห็น แต่ไม่ได้โฟกัสว่าสิ่งที่เห็นคืออะไร ยันเห็นด้วยตาเปล่าพร้อมกันถึง 4 คนไม่เหมือนตอนแสดงละครพิษสวาท ที่ตนได้เคยฝันถึง และคงไม่เกี่ยวกับเรื่องท้องหรือมีลูกแน่นอน!!   "ตอนแรกคือเรากลับจากที่ไปถ่ายรูปสำหรับครีมกันแดดตัวใหม่ของนุ่นนะคะ (ยิ้ม) อยู่ตรงช่วงมอเตอร์เวย์ค่ะ พี่จุกเขาเห็นเป็นกลุ่มไฟ เขาก็ถามไกด์ว่ามีหมู่บ้านอะไรเหรอตรงนั้น เขาก็บอกไม่มี เพราะเป็นเส้นถนนยาวค่ะ แล้วกลุ่มไฟก็ค่อยๆ ขยับออกไปแล้วก็หายไปเลย เราก็บอกฝรั่งว่าเคยเห็นในอินเตอร์เน็ตแบบนี้คือยูเอฟโอ (หัวเราะ) แต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะใช่หรือไม่ใช่นะ ก็คุยกันว่าถ้าใช่จริงๆ เดี๋ยวก็มาให้เห็นอีก อีกแป๊บนึงมาให้เห็นข้างพี่จุกเลย คือเป็นกลุ่มไฟที่ใหญ่มาก นุ่นก็พยายามหยิบมือถือมาถ่าย แต่ถ่ายไม่ได้ มันสว่างมาก ใกล้มาก ครั้งที่3 ก็หยิบกล้องขึ้นมา เพราะมือถือคงไม่รอด และพอดีครั้งที่3 เขาอยู่ยาว ได้เห็นทั้งหมด 4ครั้ง แล้วมีน้องที่อยู่แถวๆ นั้น เลยโทรไปหาเขา เราก็ตื่นเต้นเล่าให้เขาฟัง ในระหว่างที่เขาโทรมาก็ยังเห็นครั้งที่4 อยู่ ก็ไม่รู้หรอกว่าใช่หรือไม่ใช่"   "พี่จุกเห็นเป็นรูปข้าวหลามตัด แต่เราเห็นเป็นไฟดวงๆ เป็นกลุ่มไฟค่ะ ไม่ใช่ดาวตกแน่นอนค่ะ"   "อินเตอร์เน็ตเลย ตื่นเต้นมาก วันรุ่งขึ้นก็อัดคลิปลงเลย เพราะถ้าอัดหลังจากนี้นานๆ ก็คงไม่ได้ความรู้สึกนี้ เราก็รู้สึกว่าครั้งหนึ่งเราได้เห็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ก็ไม่ได้โฟกัสหรอกว่าสรุปแล้วเป็นอะไรยังไง ต้องบอกว่าเหมือนเป็นนิทานค่ะ เพราะคงไม่มีใครเห็นเหมือนเรา คือในรถเราเห็นกัน 4 คน คนรถก็ตื่นเต้น จอดรถแล้วก็วิ่งขึ้นไปบนหลังคารถกัน มันก็เป็นความตื่นเต้นอันนึงที่ไม่คิดว่าจะได้เจอ และแถบๆ นั้นเขาเพิ่งจัดงานครบ 50 ปีไป ที่เจ้าของไร่ลาเวนเดอร์เขาเห็น และเขาบอกว่า 3 ปีหลังจากที่เขาเห็น เขาก็ปลูกอะไรไม่ได้เลย เพิ่งมีจัดงานระลึกไป เขาก็เพิ่งเล่าให้ฟังนี่แหละค่ะ"   “(ได้ถามไกด์มั้ยว่าเกิดขึ้นบ่อยมั้ย) เขาไม่เคยเห็นเลย นี่เห็นครั้งแรก และสามีเขาที่มาช่วยดูแลก็ศึกษาเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว ต่างชาติเขาไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องลี้ลับนะคะ มันเป็นเรื่องของวิทยาศาสตร์ ซึ่งหลายๆ คนที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์เขาก็บอกว่ามีจริง เราเองยังเคยส่งยานไปที่ดาวดวงอื่นๆ เลยเป็นเรื่องปกติค่ะ"   "นุ่นเชื่อในสิ่งที่นุ่นเห็น นุ่นก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร อย่างที่นุ่นเล่าให้ฟังว่าละครพิษสวาท นี่นุ่นฝันถึงนะ แต่นี่คือตาเปล่าและเห็นพร้อมกัน 4 คน แต่ก็ตอบไม่ได้ว่าคืออะไร"   “รถคันอื่นแถวนั้นก็มีนะคะ แต่เขาก็ไม่ได้หยุดรถเหมือนรถเรา (ยิ้ม) ก็ไม่รู้นะว่าใช่หรือไม่ใช่ ก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน ก็ไม่ได้มีความรู้ตรงนี้จริงๆ ก็ไม่กล้าพูดค่ะ ก็ตื่นเต้นดีค่ะ"   “(ต๊อดก็มาแซว) ใช่ เราก็ไปได้หมวกที่นู่น ก็ยังคิดในใจว่าหมวกเราเหมือนยูเอฟโอเลย ยังคุยเล่นกันอยู่เลย ก็ไม่คิดว่าจะมีคล้ายๆ เพราะเมื่อต้นปีก็มีคนแถวฝรั่งเศสเห็นเยอะเหมือนกัน (คนแซวว่าเห็นแบบนี้จะมีลูกหรือเปล่า) ไม่หรอก เพราะเห็นกันหลายคน อย่างพี่จุกก็คงไม่มีลูกเนอะ (หัวเราะ)" นุ่นกล่าว ขอบคุณภาพจาก FB Woranuch Wongsawan นุ่น วรนุช นุ่น วรนุช นุ่น วรนุช นุ่น วรนุช

ติ๊นา ร่วมสวดศพคืนที่ 3 เผยเพลง แหวน ฐิติมา คือจุดเริ่มต้นการเป็นนักร้อง!!
แหวน ฐิติมา /  ติ๊นา คริสติน่า / 

  ยังคงเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความโศกเศร้าสำหรับการสวดพระอภิธรรมศพนักร้องดัง แหวน ฐิติมา ณ ศาลา 4 วัดธาตุทอง ซึ่งวันนี้ 12 ก.ค.60 เป็นคืนที่ 3 แล้ว โดยมีศิลปิน-ดาราจำนวนมากต่างมาร่วมฟังสวดในวันนี้ ด้านนักร้องสาว ติ๊นา คริสติน่า อากีล่าร์ เปิดใจถึงการจากไปของ แหวน ฐิติมา พี่สาวที่แสนดีว่า ตกใจที่ทราบข่าวการจากไป รู้สึกเสียใจที่มาไม่ทันรดน้ำศพเพราะกำลังเดินทางกลับจากต่างประเทศและไม่ได้ร่วมคอนเสิร์ตกับศิลปินคนอื่นๆ แต่ได้ส่งใจมาให้ เชื่อพี่สาวไปสบายแล้ว พร้อมกับเล่าเหตุการณ์ในอดีตตนได้ใช้เพลงของ แหวน ฐิติมา มาสกรีนเทสต์ตอนเข้าแกรมมี่ใหม่ๆ และเพลงของ แหวน ฐิติมา ก็ยังเป็นจุดเริ่มต้นให้ตนมาเป็นนักร้องอีกด้วย   "วันที่มีพิธีรดน้ำศพติ๊นาไม่ได้มาร่วมงานเพราะว่าเพิ่งกลับจากต่างประเทศ ซึ่งมาถึงก็ค่ำแล้ว ซึ่งความรู้สึกตอนนั้นบอกไม่ถูกเหมือนเพิ่งเจอกับพี่แหวนเมื่อวันที่ทำดอกไม้จันทน์เอง ยังเห็นพี่แหวนมีพลังเหมือนปกติมาก แล้วก็มาทราบวันหลังจากนั้นไม่กี่วันพี่แหวนเข้าโรงพยาบาล"   "สำหรับพี่แหวนแล้ว พี่แหวนเป็นพี่สาวที่น่ารักและใจดี เจอกี่ครั้งก็อบอุ่น ซึ่งการจากไปของพี่แหวนถือเป็นการสูญเสียบุคคลที่ดีและมีความสามารถ รวมถึงเป็นที่รักของคนทั้งตึกแกรมมี่ โดยความประทับใจที่มีต่อพี่แหวนจะเป็นความรู้สึกที่ว่าถึงแม้ว่าจะไม่มีโอกาสได้เจอกันบ่อย เพราะมีโอกาสได้เจอกันตามงานในบางครั้ง แต่ทุกครั้งที่ได้เจอก็ต่อกันติด"   "ส่วนตอนที่ไหว้ศพพี่แหวน ติ๊นาก็บอกว่าเสียใจมากที่ไม่ได้มาร่วมพิธีรดน้ำศพ รวมถึงไม่ได้ไปร้องเพลงในคอนเสิร์ตร่วมกับศิลปินคนอื่นๆ แต่ว่าก็ได้ส่งใจมาให้ วันนี้ก็ถือว่าเป็นการที่มาลาพี่แหวน เชื่อว่าพี่แหวนไปสบายแล้ว ไม่มีกังวลอะไรเพราะคงเห็นว่าทุกคนรักพี่แหวนและน้องปันปันมากแค่ไหน (ให้กำลังใจน้องปันปันยังไง?) ติ๊นาเชื่อว่าน้องปันปันได้ความเข้มแข็งมาจากพี่แหวนเยอะ และเชื่อว่าน้องปันปันรู้ว่ายังไงพวกเราไม่ทิ้งน้องปันปันอยู่แล้ว"   "ตอนที่ติ๊นาเข้ามาสกรีนเทสต์เพื่อเป็นนักร้องของแกรมมี่ เพลงของพี่แหวนเป็นเพลงที่นำมาใช้ในการเทสต์เสียงคือเพลง "ฟ้ายังมีฝน" และ "หยิบดินสอ" ซึ่งเป็นสองเพลงที่พี่เต๋อ(เรวัต)ให้ตนไปฟังไปซ้อมแล้วนำมาร้องคือเพลงเพราะอยู่แล้ว และเราได้รับมอบหมายให้ไปซ้อมเพลงนี้เพื่อมาเทสต์ตอนเข้าแกรมมี่ใหม่ๆ มันทำให้เราดีใจ เพราะเพลงของพี่แหวนเป็นจุดเริ่มต้นให้ติ๊นามาเป็นนักร้อง"   "ในส่วนของคอนเสิร์ตน่าจะมีเคยขึ้นร่วมกันบ้าง หรืออย่างเวลาเราเล่นคอนเสิร์ต พี่แหวนก็จะมาดู และมาหลังเวที มาถ่ายรูปกัน (ถ้าวันนี้พี่แหวนฟังอยู่ เราอยากจะฝากบอกอะไรถึงพี่เขา?) อยากจะบอกว่าในแกรมมี่มีพี่ๆ อยู่ไม่กี่คน ที่เป็นพี่ที่น่ารัก และพี่แหวนเป็นพี่คนนึงที่ทุกคนรัก เคารพ ชื่นชมมาก เป็นผู้หญิงเก่ง ติ๊นาว่าพี่แกผ่านการรักษามาระยะนึงแล้ว มันคงไม่ได้เป็นเรื่องง่ายสำหรับโรคนี้ที่ตะผ่านมาได้ จนถึงวินาทีสุดท้ายของพี่เขา มันคงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ และไม่ใช่เรื่องสบายแน่ๆ ถึงได้บอกว่าวันนี้พี่แหวนหลับสบายแล้ว และอยู่ในที่ดีๆ ที่มองเราอยู่ตอนนี้ และแกคงภูมิใจว่าทุกคนรักแกมากๆ ติ๊นาเชื่ออว่าพี่แหวนเห็นแน่ๆ" ติ๊นากล่าว ติ๊นา คริสติน่า อากีล่าร์ ติ๊นา คริสติน่า อากีล่าร์ ติ๊นา คริสติน่า อากีล่าร์

ตู่-ตุ๊ก เผย แหวน มาหาคนสนิทบอกห่วงถ่ายรูปรปญ. ปันปัน เชื่อไปร่วมคอนเสิร์ตเรามีเรา
แมว จิรศักดิ์ /  แหวน ฐิติมา / 

   ตู่ นันทิดา-ตุ๊ก วิยะดา-อั๋น ภูวนาท-มดดำ คชาภา-แมว จิรศักดิ์ บอกเล่าความรู้สึกถึงนักร้องรุ่นพี่ผู้ล่วงลับ แหวน ฐิติมา ขอบคุณแฟนเพลงทุกคนที่ไปร่วมคอนเสิร์ตเรามีเรา เพื่อเป็นการระลึกถึง พี่แหวน เชื่อเจ้าตัวได้ไปร่วมงานคอนเสิร์ตในวันนั้นด้วย พร้อมทั้งบอกเล่าความเชื่อส่วนบุคคลที่เพื่อนของ พี่อ้วน ผจก.แอม เสาวลักษณ์ เล่าว่า พี่แหวน มาหาแล้วบอกเป็นห่วงลูกสาวคือ ปันปัน เต็มฟ้า ว่าแม่ยังไม่ได้ถ่ายรูปรับปริญญาด้วย

หม่ำ สุดกลั้นปล่อยโฮ!! ตุ๊กกี้ รำหน้าเมรุ ส่งดวงวิญญาณ แวว จ๊กมก ครั้งสุดท้าย!!
หม่ำ จ๊กมก /  แวว จ๊กมก / 

  เต็มไปด้วยความโศกเศร้าสำหรับบรรยากาศงานฌาปนกิจศพ แวว จ๊กมก หรือ น.ส.เทียมใจ วงษ์คำเหลา น้องสาวสุดที่รักของ หม่ำ จ๊กมก หลังจากเสียชีวิตด้วยอาการเส้นเลือดในสมองแตก เมื่อวันที่ 9 ก.ค.60 ที่ผ่านมา ซึ่งล่าสุดวันที่ 15 ก.ค.60 ได้มีพิธีฌาปนกิจศพ แวว จ๊กมก เป็นที่เรียบร้อยแล้วอย่างสมเกียรติ ณ วัดคงคา อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ทั้งนี้ได้มีดาราศิลปินและดาราตลกต่างเดินทางมาร่วมแสดงความอาลัยพร้อมกับส่งดวงวิญญาณ แวว จ๊กมก เป็นครั้งสุดท้าย อาทิ โหน่ง ชะชะช่า, ถั่วแระ เชิญยิ้ม, โน้ต เชิญยิ้ม, เทพ โพธิ์งาม, ส้มเช้ง สามช่า, โตโน่ ภาคิน, เป๊ก สัณชัย, ครูสลา คุณวุฒิ, จั๊กบุ๋ม เชิญยิ้ม ฯลฯ   ซึ่งด้าน กอล์ฟ จรณ์ และ แบงค์ ปิยพงษ์ ลูกชายทั้งสองคนของ แวว จ๊กมก ได้บวชหน้าไฟเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ผู้เป็นแม่ ด้าน ตุ๊กกี้ สุดารัตน์ หรือ ตุ๊กกี้ ชิงร้อยชิงล้าน และ จุ๊บจิ๊บ เชิญยิ้ม ได้มาร่วมแสดงการรำหน้าศพเพื่อแสดงความอาลัยและส่งดวงวิญญาณเป็นครั้งสุดท้ายเช่นกัน ซึ่งงานนี้ หม่ำ จ๊กมก อยู่ในอาการเศร้าอย่างมากถึงกับกลั้นความรู้สึกไม่อยู่ปล่อยโฮออกมาด้วยความเสียใจ ทีมข่าว gossipstar.mthai.com ขอแสดงความเสียใจแก่ครอบครัววงษ์คำเหลา มา ณ โอกาสนี้อีกครั้ง ขอบคุณภาพจาก IG dao3cha_wp, emmeemm, tukky66 IG @tukky66 #RIPพี่แวว #รักพี่หม่ำ #RIPพี่แวว #รักพี่หม่ำ

พักเถอะน้องแหวน! เบิร์ด ธงไชย กอดให้กำลังใจ ปันปัน
เบิร์ด ธงไชย /  แหวน ฐิติมา / 

     นักร้องซุปตาร์ ธงไชย แมคอินไตย์ เดินทางมาร่วมฟังสวดพระอภิธรรมศพ แหวน ฐิติมา คืนที่ 3 พร้อมสวมกอดให้กำลังใจ ปันปัน เต็มฟ้า โดย เบิร์ด ธงไชย เผยรับรู้ถึงอาการป่วยของแหวนมาโดยตลอด บอกสงสารเมื่อรู้ว่าน้องต้องสู้กับอาการเจ็บปวดมาตลอด แต่วันนี้น้องไม่ต้องเจ็บ ไม่ต้องปวดแล้ว ชมเป็นแม่ที่ดี เลี้ยงลูกสาวเติบโตมาเป็นคนดี บอกพักเถอะน้อง... รายละเอียดดังนี้      "รู้สึกใจหายทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าวันนึงน้องต้องจากไป แต่พอน้องต้องไปจริงๆ มันทำใจไม่ค่อยได้ ผ่านการสูญเสียมาเยอะ ครั้งนี้เป็นน้องที่คลุกคลีตีโมงมาด้วยกัน น้องเป็นคนดีมาก ตั้งใจทำงาน ไม่เคยบ่นหรือท้อเลย อยู่ด้วยแล้วมีความสุข วันนี้น้องไม่ต้องเจ็บและต้องทรมานอีกแล้วเพราะว่าโรคนี้เมื่อเข้าไปถึงกระดูกคงจะมีการเจ็บปวดอย่างมาก วันที่ได้มาทำดอกไม้จันทน์ถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 วันนั้นเป็นวันสุดท้ายที่ได้เจอกับน้อง ซึ่งน้องเงยหน้าขึ้นมาแล้วถามว่า "น้องเป็นใคร" ตอนแรกก็คิดว่าน้องเล่นมุขหรือเปล่า แต่มองตาแล้วก็รู้ว่าน้องไม่ได้เล่นมุข อาจจะเป็นอาการของยาที่น้องกำลังทนอะไรอยู่ ยอมรับว่ารู้สึกเป็นห่วงแหวนมากเพราะผิวพรรณก็เปลี่ยนไป วันนั้นจึงพยายามมองและประกบติดตลอด ไม่คิดว่าน้องจะไปเร็วขนาดนี้"      "พอรู้ว่าน้องป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล ยังพูดกับพี่นกน้อยเลยว่าถ้าเว้นจากการอัดเสียงวันไหนจะรีบไปหาน้องเลย แต่ก็ไม่ทันแล้ว แต่ก็ต้องพูดว่าดีใจเพราะว่าน้องไม่ต้องเจ็บไม่ต้องปวดอีก เนื่องจากทุกครั้งที่เจอน้องจะแสดงให้เห็นตลอดเวลาว่าตัวเองไม่เป็นอะไร ใส่วิกอันนี้สวยมั้ย ทุกอย่างน้องจะมองไปในแง่บวกหมดเลย ทำให้ไม่ต้องห่วงเขา ซึ่งมารู้ตอนหลังว่าน้องต้องสู้กับอาการเจ็บปวดมากแค่ไหนก็เลยรู้สึกสงสาร ถือว่าดีแล้วที่วันนี้น้องจะได้พัก"      "ทราบอาการเจ็บป่วยของน้องมาตลอด ใช่ครับ ถามว่าให้กำลังใจยังไงบ้าง ส่วนมากเขาจะเป็นคนบอกมากกว่าตัวเองไม่เป็นอะไร กำลังอยู่ในขั้นไหนแล้ว และเขาจะพูดให้เรารับรู้ในแง่ของการเอ็นเตอร์เทนมากกว่า แหวนเป็นน้องที่อารมณ์ดี พี่ปุ๊สามีของแหวนก็อารมณ์ดี แต่อย่างหนึ่งที่ต้องคิดว่าเป็นของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับแหวนก็คือเขามีลูกที่ดีเหลือเกิน เรียนดี ความประพฤติดี ทุกอย่างถูกทุกข้อหมดเลย สำหรับน้องปันปัน แล้วงานที่แหวนทำมาทุกอย่างจะอยู่ในใจของพวกเราทุกคน วันที่มีโอกาสได้เจอแหวนในคอนเสิร์ตแบบเบิร์ดเบิร์ด น้ำตาซึมและชื่นใจแทนตัวเขาเพราะว่าแหวนไม่ได้มางานของพี่นานมาก ยังได้บอกกับเขาด้วยว่า "ได้ยินไหมว่ามีคนต้องการแหวน อย่าหายไปอีกนะ" แหวนไปไหนมา ยังคุยกันบนเวที บอกว่าแหวนไปเรียนเรื่องการเลี้ยงลูกมา แหวนจะเป็นคนที่ทำให้เราไม่เครีย?ดกับสิ่งที่เขาเผชิญ?อยู่"      "วันที่ 8 ที่ผ่านมาถือเป็นการเจอแหวนครั้งสุดท้าย วันนั้นสองข้างของพี่คือติ๊นากับแหวน แต่วันนั้นพี่เป็นห่วงแหวนมากกว่า เพราะผิวพรรณเขาเปลี่ยนไป พยายามมองน้องแล้วบอกให้เขาบีบให้แรงกว่านี้ เกสรมันจะได้สวย เขาก็หันมามองแล้วบอกกับเราว่า พี่เบิร์ดทำได้ทุกอย่างเลยเนอะ เบิร์ดเลยตอบเขาไปว่า ตั้งใจทำนะ ให้กำลังใจเขา เขาก็นั่งทำของเขาไป วันนั้นเป็นวันที่เขามีความสุขอีกวันหนึ่ง"      "เมื่อสักครู่กอดน้องปันปัน ก็บอกไปว่าแม่ไม่เหนื่อยแล้ว แม่ไม่เจ็บแล้ว หนูเป็นคนดี เป็นเด็กดีนี่แหละคือรางวัลของแม่เขา สำหรับพี่เบิร์ดมองบทบาทความเป็นแม่ของแหวนเท่าที่เคยสัมผัสมา เขาจะพลีชีพเพื่อชาติมาก จะดูแลลูกอย่างดี ถึงขนาดยอมวางไมค์ไปดูลูก ให้ความสำคัญกับการเลี้ยงดูลูก ลูกถึงเป็นเด็กดีแบบนี้"      "ความประทับที่นึกถึงแหวน เบิร์ดนึกถึงวันเวลาที่เราไปหัวหกก้นขวิดกันตามต่างจังหวัด ปีนรั้ว เพราะบางทีการจัดงานตามต่างจังหวัดเขาก็ไม่ได้พรั่งพร้อม เขาอาจจะไปจัดกลางหมู่บ้านที่ไม่มีทางเข้า เมื่อรถเข้าไม่ได้เราก็หาทางเข้าของเราเอง เบิร์ด แหวน พี่น้อย ("นกน้อย" ผจก. เบิร์ด) พี่ปุ๊ (สามีของ"แหวน"ฐิติมา) เบิร์ดกับแหวนรู้ทาง ก็ปีนกำแพงข้ามบ้านใครก็ไม่รู้ วิ่งลัดสนามใหญ่ๆ ไป แล้วก็ปีนกำแพงอีก แล้วถึงไปลงตรงกลางเวทีและเป็นบันไดลิงต่อ เบิร์ดลงไปร้องก่อน พอคิวแหวนปั๊ปก็ถึงจะผายมือกัน แล้วลงบันไดลิงมา แหวนตกบันไดลิงมา ตอนนั้นเราก็พยายามเบนความสนใจชาวบ้านให้มาอยู่ที่เรา แต่เขาก็มาบอกบนเวทีว่าเขาตกบันได เพราะเขาเป็นคนซื่อ เขาเป็นเด็กแบบนี้ไม่เคยบ่นไม่เคยอะไรเลย แล้วเขาก็เป็นคนยังไงก็ได้ สมมุติว่าใครเล่นก่อน บางทีพี่เบิร์ดก็เล่นข้างหลังแล้วแหวนเล่นก่อน เขาก็ขอให้พี่เบิร์ดเล่นเป็นวงเปิดให้เขาได้ไหม เราก็เล่นให้ แต่พอเราเล่นเสร็จชาวบ้านกลับ เขาก็จะมาบอกเราว่า งั้นให้พี่เบิร์ดเล่นปิดดีกว่า เราทำงานกันแบบที่เป็นพี่น้องกัน เบิร์ด ตู่ แหวน พูดถึงแล้วก็คิดถึงเขา อยากจะกอด"      "เท่าที่รู้จักแหวน แหวนเป็นคนถ่อมตัว เขาไม่เคยคิดว่าเขาเป็นใคร ไม่เคยคิดว่าตัวเองเก่ง ไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นร็อคเกอร์สาว เขาไม่เคยพรีเซนต์ตัวเอง หรือทำให้เกิดปัญหาอะไรเลย ทำให้มีคนรักเขามากมาย เขาสามารถทำทุกอย่างได้ ทั้งที่ถนัดหรือไม่ถนัด เขาก็ทำทั้งหมดเลย เราอยู่ด้วยกันแล้วมีความสุข อะไรมีปัญหาก็ช่วยกันแก้ไข ชื่อเสียงต่างๆ ที่แหวนมี แหวนไม่ต้องไขว่คว้าเลย จริงๆ แล้วเรามีอาจารย์คนเดียวกัน คือพี่เต๋อ เรวัต พุทธินันทน์ เป็นคอกเดียวกันหมด พี่เต๋อดูแลมาทั้งคอก พูดแล้วคิดถึงน้อง"      "แหวนเป็นแขกรับเชิญแบบเบิร์ดเบิร์ดครั้งแรกด้วย ใช่ มีแหวน มีตู่ พอเสียงร้องเขาขึ้นมา คนดูตอบรับ ด้วยเสียงกรี๊ด เขาทำให้คนดูมีความสุข ฝากปันปันหรือเปล่า เขาฝากตลอดเวลา ปันปันมาเล่นคอนเสิร์ตกับพี่เบิร์ดตั้งแต่แรกๆ มาตีลังกา ทำทุกอย่างที่ให้ทำ เป็นเด็กค่อยๆ พูด ค่อยๆ จา ซึ่งแหวนเขาเป็นคนถ่อมตัว และเขาสอนให้ลูกถ่อมตัว ทำให้ทำงานด้วยกันไม่เคยเกิดปัญหาแม้แต่น้อย เขาจะบอกตลอดว่าพี่เบิร์ดสั่งได้เต็มที่ ซึ่งพอเวลาสั่งให้เขาทำอะไร เขาก็ทำ แหวนจะโฆษณาให้โลกรู้ ว่าลูกเขาทำได้ ฝึกฝนได้ น้องเอ้ย(เสียงอ่อยๆ)"      "อยากจะบอกอะไร แหวนไม่ต้องทุกข์แล้ว ไม่ต้องทุกข์ทั้งเรื่องใดๆ ไม่ต้องทุกข์ทั้งเรื่องของร่างกาย พักเถอะน้อง" เบิร์ด ธงไชย กล่าว   เบิร์ด ธงไชย ร่วมฟังสวดพระอภิธรรมศพ แหวน ฐิติมา คืนที่ 3   เบิร์ด ธงไชย ร่วมฟังสวดพระอภิธรรมศพ แหวน ฐิติมา คืนที่ 3   เบิร์ด ธงไชย ร่วมฟังสวดพระอภิธรรมศพ แหวน ฐิติมา คืนที่ 3   เบิร์ด ธงไชย ร่วมฟังสวดพระอภิธรรมศพ แหวน ฐิติมา คืนที่ 3   เบิร์ด ธงไชย ร่วมฟังสวดพระอภิธรรมศพ แหวน ฐิติมา คืนที่ 3   เบิร์ด ธงไชย ร่วมฟังสวดพระอภิธรรมศพ แหวน ฐิติมา คืนที่ 3   เบิร์ด ธงไชย ร่วมฟังสวดพระอภิธรรมศพ แหวน ฐิติมา คืนที่ 3   เบิร์ด ธงไชย ร่วมฟังสวดพระอภิธรรมศพ แหวน ฐิติมา คืนที่ 3   เบิร์ด ธงไชย ร่วมฟังสวดพระอภิธรรมศพ แหวน ฐิติมา คืนที่ 3   เบิร์ด ธงไชย ร่วมฟังสวดพระอภิธรรมศพ แหวน ฐิติมา คืนที่ 3  

ขอแค่เป็นคนดี นุ้ย - ตั๊ก เปิดใจเรื่อง น้องภู รับลูกมาปรึกษาเรื่องไม่แมน!!
ตั๊ก ศิริพร /  นุ้ย เชิญยิ้ม

ถือว่าเป็นคุณพ่อและคุณแม่ที่หัวสมัยใหม่มากๆ หลังมีข่าวเม้าท์มอยลูกชายว่าไม่แมนหรือเปล่า?? ล่าสุด ตั๊ก ศิริพร กับคุณสามี นุ้ย เชิญยิ้ม ออกมาเปิดใจเกี่ยวกับกรณีนี้ รับ น้องภู เดินเข้ามาปรึกษาเรื่องข่าวนี้ ซึ่งทั้งคู่เข้าใจลูกดี รับได้หากลูกจะเป็นเพศที่สามจริง บอกน้องภูเป็นเด็กดี เลี้ยงง่าย เรียนเก่ง ไม่เคยมีเรื่องให้ลำบากใจ หากลูกชายจะเป็นอะไรก็ขอแค่เป็นคนดี ขอโทษหากทำให้หลายคนผิดหวัง พร้อมแนะทุกครอบครัวให้เปิดใจ รับฟังลูก... รายละเอียดดังนี้ ตั๊ก “อยากจะออกจากวงการ สำหรับเรื่องนี้พี่ไม่ได้พูดเพราะความเหนื่อยนะ แต่พี่ต้องบอกก่อนว่าพี่นุ้ยเขาเป็นคนเอาธรรมะให้พี่ฟัง อันนี้พี่ต้องขอชมเขา เพราะตั้งแต่พี่ฟังมาไม่มีวันไหนเลยที่พี่จะไม่ฟังเลย ซึ่งพอพี่ฟังบ่อยๆ พี่ก็เริ่มรู้สึกปลง รู้สึกไม่ยึดติดกับอะไร ไม่ว่าจะเป็น ชื่อเสียง เงินทอง หรือแม้แต่เรื่องอะไรก็ตาม ทุกอย่างพี่ปลงหมดแล้ว อย่างเรื่องลูกชายพี่ พี่ก็มองว่า เราเป็นพ่อเป็นแม่ ส่วนเขาก็คือลูก เขามีชีวิตของเขา เราไม่ใช่เจ้าชีวิตเขา เรามีหน้าที่แค่ให้ชีวิตเขาและส่งให้เขาเรียนจนจบ ส่วนหลังจากนี้เราไปยุ่งอะไรเขาไม่ได้แล้ว และพี่ก็จะไม่บังคับหรืออะไรลูกเลย หลายคนอาจจะด่าตั๊กนะว่าเป็นแม่ที่ประคบประหงมลูกจนเกินไป แต่คุณไม่เคยเป็นแม่คุณไม่รู้หรอกว่าความรักของคนเป็นแม่นั้นมันเป็นยังไง ความรักของแม่มันมีมากมายเหลือเกิน คุณต้องลองเป็นแม่ดู และแม่ที่เขารักลูกก็คงจะเข้าใจหัวอกคนเป็นแม่ด้วยกัน” ตั๊ก “และน้องภูเขาไม่เคยทำอะไรให้พี่ลำบากใจเลยนะตั้งแต่เขาเกิดมา เขาเป็นเด็กที่เลี้ยงง่าย พี่ไม่เคยคิดด้วยซ้ำนะว่าเขาจะดัง เพราะว่าเราสองคนไม่เคยพาเขาไปกอง ไม่เคยสอนเขาเรื่องการแสดง ไม่เคยยัดเยียดอะไรให้เขา แต่ว่าเขาทำด้วยตัวเขาเอง เขาเกิดมาเพื่อเป็นแบบนั้นจริงๆ” นุ้ย “ส่วนตัวผมเอง ผมคิดว่าลูกชายผมเป็นคนที่กล้านะ เพราะเวลาเขามีเรื่องหรือมีอะไรที่เขาอยากพูดอยากปรึกษาเขาก็จะเดินมาบอกเราตรงๆ และเราในฐานะที่เป็นพ่อแม่เราก็ควรจะเปิดใจให้ลูกบ้าง รับฟังลูกบ้าง ไม่ใช่เอะอะโวยวายกับลูกเวลาลูกขอคำปรึกษา หรือขึ้นเสียงกับลูกบ่อยๆ อีกอย่างช่วงวัยนี้มันเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของเขา เขาก็คงอยากจะให้พ่อแม่ช่วยชี้ช่องทางให้กับเขาว่าเขาควรจะเป็นอะไร เขาควรจะทำอะไร ทำแบบนั้นดีไหม หรือทำแบบนี้ดีไหม ซึ่งลูกผมจะเป็นอะไรผมก็ยังภูมิใจในตัวเขาครับ และผมก็เชื่อด้วยว่าเขาเป็นเด็กที่ดี ไม่ใช่แค่ดีในสายตาเรา แต่ให้เป็นเด็กดีในสายตาคนอื่นด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน หรือการวางตัวในสังคม ลูกผมจะเป็นอะไรก็ได้ ผมยอมรับ ผมเปิดอก เปิดใจรับได้หมดเลย ลูกผู้ชายเต็มที่” ตั๊ก “พร้อมให้คำปรึกษากับลูกชายเต็มที่ เห็นพี่งานเยอะก็จริง แต่ว่าในหนึ่งวันพี่ต้องมีเวลาคุยกับเขานะ อาจคุยกับแปปเดียวหรือคุยนานก็แล้วแต่ แต่ต้องคุยกับลูก อย่างน้อยๆ กอดกันหอมกันก็ยังดี พี่ทำแบบนี้เสมอ และพี่ก็จะบอกกับลูกเสมอว่าถ้าหากภูมีเรื่องอะไรภูอย่ามีความลับกับพ่อกับแม่ เราเป็นครอบครัวเดียวกัน และถ้าครอบครัวเราแข็งแกร่งภูก็ไม่ต้องกลัวอะไรแล้ว ฉะนั้นถ้าภูมีเรื่องอะไรภูสามารถบอกกับพ่อกับแม่ได้ทุกเรื่อง พ่อกับแม่จะคุยกับภูด้วยเหตุผล ซึ่งตัวพี่เองก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าเขาจะมาคุยกับเราในเรื่องนี้” นุ้ย “จริงๆ เราก็ยังไม่รู้นะว่าน้องจะยังไง จะสายไหนอะไรก็แล้วแต่ เพราะสิ่งที่เขาเดินมาบอกกับเราเหมือนเขาเองก็ยังไม่แน่ใจ เป็นในลักษณะของการขอคำปรึกษา แต่ด้วยความที่เราไม่อยากโกหกเพราะเราเป็นคนของประชาชน พี่ก็พูดให้มันจบๆ ไปเลยดีกว่า” นุ้ย “สภาพจิตใจของน้องหลังมีข่าวออกมา เพื่อนเขาส่งข่าวให้เขาดูก่อนเลยครับ ตอนนั้นเราเองก็ไม่สบายใจเป็นห่วงความรู้สึกเขา เราก็เลยโทรไปถามเขาเดี๋ยวนั้นเลยว่าเขาซีเรียสไหมที่พ่อให้สัมภาษณ์ไปอย่างนั้นอย่างนี้ เขาก็ตอบกลับมาว่า ไม่เห็นมีอะไรนี่พ่อ ไม่ได้ซีเรียสอะไร เท่านั้นแหละครับเราก็รู้เลยว่าเด็กเขาแยกแยะได้” ตั๊ก “ตอนนี้เขาเพิ่งจะอายุ 14 เขายังมีอะไรให้ต้องเผชิญอีกเยอะ มันยังไม่แน่นอนหรอก ในวันข้างหน้าเขาอาจจะพบเจอตัวเองว่าเขาอาจจะเป็นอย่างนั้นหรือเป็นอย่างนี้ก็ได้ แต่พี่บอกกับลูกเลยว่า ภูจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ แต่ภูทำอะไรให้แม่ได้ไหม แม่ขอภูแค่ 3 ข้อ 1.ภูต้องเรียนให้สูงที่สุดเท่าที่ภูจะเรียนได้ 2.ภูจะต้องมีอนาคตที่ดี มีหน้าที่การงานที่ดี ต้องเป็นคนเก่ง และข้อ 3. ข้อนี้สำคัญที่สุด คือภูต้องเป็นคนดี ห้ามเป็นภาระต่อแม่ ห้ามเป็นภาระต่อสังคม เท่านั้นแหละค่ะแค่ 3 ข้อ ภูให้แม่ได้ไหม นอกเหนือจากนั้นภูอยากทำอะไรภูทำเลย หรือภูอยากจะเป็นอะไรภูก็เป็นเลย ซึ่งเขาก็ตอบกลับมาว่า “ได้ครับ” (ยิ้ม)แถมล่าสุดเขาเอาผลการเรียนมาให้พี่สองคนดู เขาเรียนได้ A ทุกวิชาเลย แค่นี้พี่ก็แฮปปี้แล้ว(ยิ้ม)” นุ้ย “ผลการเรียนของเขาจะ เขียว เขียว เขียว มาตลอด แต่ว่าจะไปแดงตรงส่วนของวิชาพละ เพราะว่าเขาไม่ชอบความรุนแรง เขาไม่ชอบเตะฟุตบอล เขาชอบเล่นแบตมินตัน ชอบว่ายน้ำมากกว่า ซึ่งตอนแรกเขาก็ไม่กล้าเอาผลการเรียนตรงนี้มาให้ดูนะ แต่เราก็บอกว่าไม่เป็นไรเอามาให้ดูได้ ซึ่งพอเห็นว่ามันมีแดงตรงช่องพละ เราก็บอกเขาว่าไม่เป็นไรเรื่องแค่นี้ เขาออกกำลังอยู่บ้านก็ได้ แค่เอาเรียนไว้ก่อน” นุ้ย “อีกอย่างหนึ่งคือพี่เปิดอกคุยกับลูกเลยนะว่า ตอนนี้เราอาจจะยังไม่รู้ว่าเราเป็นอะไร ถ้าหากเป็นผู้ชายก็ทำตัวให้ดีกับสังคม แต่ถ้าหากหนูจะเป็นเพศที่ 3 พ่อก็ไม่ว่า แต่ทาหน้าบางๆ ทาปากเบาๆ ก็ละกัน(หัวเราะ) อย่าเพิ่งออกเต็มๆ เราแฟร์ ลูกเขาถึงได้กล้าเข้ามา” ตั๊ก “ถามว่าพี่โอเคไหมที่พี่นุ้ยเขาบอกลูกแบบนี้ เอาจริงๆ นะ พี่เป็นคนบอกเขาตั้งแต่แรกบอกพี่นุ้ยก่อนเลยว่า ลูกเราจะเป็นอะไรก็ได้นะ แต่ขอให้ลูกเราเป็นคนดีก็พอนะพ่อ แถมยุคสมัยนี้ไม่ว่าจะเป็น ดีเจนุ้ย เอกกี้ ป๋อมแป๋ม แต่ละคนเก่งๆ ทั้งนั้นเลยนะ รวยๆ ทั้งนั้นเลย ดังนั้นลูกจะเป็นอะไรก็ได้ ขอแค่เป็นคนดีเป็นคนเก่งก็พอ” ตั๊ก “แฮปปี้กับลูกมากที่เขาเข้ามาขอคำปรึกษาตรงๆ และไม่มีความลับอะไรกับเรา อย่างที่พี่บอกเลยค่ะ ตั้งแต่เขาเกิดมาจนถึงตอนนี้เขาไม่เคยทำอะไรให้พ่อกับแม่ลำบากใจเลย ไม่เคยเกเร แถมเรียนก็เรียนได้ดี ภาษาอังกฤษก็เก่ง คอมพิวเตอร์ก็ซ่อมเองได้ เรียกว่าทำได้หมดทุกอย่าง ภาษาจีนก็ได้ ซึ่งพี่โอเคมาก” ตั๊ก “คนมองว่าเป็นพ่อแม่ที่หลายคนอิจฉา พี่ไม่รู้นะหลายคนอาจจะว่าพี่เลี้ยงลูกยังไงพี่ก็ไม่ทราบ แต่พี่ขอแค่ให้ลูกพี่เป็นคนดี ไม่เป็นภาระสังคม เป็นคนดีของพ่อแม่แค่นี้ก็พอ แค่นี้เราก็พอใจแล้ว” นุ้ย “เราสองคนขอขอบคุณทุกท่านมากนะครับ ที่ติดต่อครอบครัวเรามาโดยตลอด ตั้งแต่ในวันที่น้องภูยังตัวเล็กๆ จนตอนนี้เขาอายุ 14 ปีแล้ว และเราก็จะทำหน้าที่เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับทุกๆ ท่าน เพราะว่าเราอยู่จุดนี้เราก็เหมือนเป็นกระจกของสังคม เราจะไม่ทำเรื่องเสียหาย ไม่ทำตัวให้เป็นแบบอย่างที่ไม่ดีต่อสังคม แม้แต่ตัวน้องภูเองผมก็ต้องบอกไว้ก่อนนะครับว่า ต้องขอโทษด้วยถ้าหากน้องจะเป็นนู่นเป็นนี่หรือเป็นอะไรก็แล้วแต่ ก็อย่าไปว่าเขาเลยครับ แต่สิ่งหนึ่งที่อยากบอกกับทุกครอบครัวเลยก็คือ อยากให้เปิดใจรับฟังลูก รับฟังคำปรึกษากับลูก ไม่ว่าลูกเขาจะเป็นอะไรเราก็ต้องเปิดใจรับให้ได้ ในสิ่งที่มาถึงหรือมาไม่ถึงก็แล้วแต่ครับ”ขอบคุณ ภาพเพิ่มเติมจากไอจี @tucknuipooh ตั๊ก - นุ้ย ตั๊ก - นุ้ย ตั๊ก - นุ้ย ตั๊ก - นุ้ย ตั๊ก - นุ้ย - น้องภู น้องภู