ปอ

ไม่ร้องแล้วนะพี่จ๋า ลูกพี่เริ่มสนุก เต้นดุ๊กดิ๊กที่ รร. #น้องมะลิ
น้องมะลิ /  คลิปน้องมะลิ / 

    มีความน่ารักมาฝากพี่จ๋าอีกแล้ว สำหรับ น้องมะลิ พาขวัญ ลูกสาวของ พ่อปอ และ แม่โบว์ หลังจากที่ก่อนนี้มีอาการงอแงเล็กน้อยกับการไปโรงเรียน แต่ตอนนี้ลูกพี่ลิก็เริ่มสนุกกับการไปโรงเรียนแล้ว ล่าสุดแม่โบว์ได้โพสต์คลิปผ่าน IG ส่วนตัวขณะที่น้องมะลิกำลังทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ โดยการเต้นดุ๊กดิ๊กๆ ดูสดใสร่าเริงสุดๆ น้องมะลิ พาขวัญ น้องมะลิ พาขวัญ

ละครคลื่นชีวิต , เรื่องย่อคลื่นชีวิต
คลื่นชีวิต /  ละครคลื่นชีวิต / 

ละครคลื่นชีวิต ละครช่อง3 คลื่นชีวิต บทประพันธ์โดย : กรุง ญ ฉัตรกำกับการแสดงโดย : อำไพพร จิตต์ไม่งงผลิตโดย : บริษัท ละครไท จำกัดควบคุมการผลิตโดย : หทัยรัตน์ อมตวณิชย์ออกอากาศ เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครคลื่นชีวิต ช่อง3 เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต ความสุขในวัยเด็ก คือสิ่งชโลมใจยามเรามีความทุกข์ เพราะเราจะได้รู้สึกว่า เราเคยผ่านความผาสุกในชีวิตมาแล้ว จีราวัจน์ (อุรัสยา เสปอร์บันต์) ดาราสาวที่เข้าวงการและมีชื่อเสียงด้วยฝีมือการแสดงและข่าวฉาวกับหนุ่มทั้งนอกและในวงการ รวมทั้งนิสัยพูดตรง ถ้าไม่ผิด ก็พร้อมกล้าท้าชนโดยไม่สนใจหน้าไหน จนโดนใครต่อใครตราหน้าว่าจีราวัจน์เป็นผู้หญิงแรง กร้านโลก และง่าย! แต่ใครจะกล่าวว่าเธอยังไง ไม่ทำให้จีราวัจน์เจ็บเท่ากับถูก คุณหญิงจริยา แม่แท้ ๆ ที่ไม่เคยดูแลเธอปล่อยเธอเติบโตตามมีตามเกิด เชื่อว่าเธอเป็นผู้หญิงใจแตก! แต่นั่นยังไม่ทำให้เธอหมดศรัทธากับคำว่า แม่ ของจริยา เท่ากับคืนที่จีราวัจน์โดน สิทธา (ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์) เจ้าของบริษัททอสังหาริมทรัพย์ สามีคนใหม่ของจริยา ผู้กระหายอำนาจ เงินทองและโลกีย์ สั่งลูกน้องวางยานอนหลับเพื่อหมายข่มขืนจีราวัจน์ แต่จีราวัจน์ก็หนีมาได้ และเมื่อจีราวัจน์บอกเรื่องนี้กับจริยาแทนที่จริยาจะเข้าข้างและปกป้องเธอ แต่จริยากลับเข้าข้างสิทธา จริยานั้นรู้สันดานของสิทธาดี แต่เธอยังทำอะไรสิทธาไมได้ เพราะสิทธาคือคนที่ให้เงิน และอำนาจกับเธอ สิทธาคือคนที่ทำให้ผู้หญิงไร้การศึกษา มีชีวิตอยู่ในสลัม ที่มีแค่ความสวยติดตัว จึงเร่ขายความสวยให้ความสำราญผู้ชาย เธอจึงได้โลดแล่นขึ้นมาเป็นคุณหญิงใจบุญเบอร์หนึ่งของสังคม ที่ใคร ๆ ต่อใครนับหน้าถือตา จริยารู้ดีว่าจีราวัจน์มองเธอเป็นผู้หญิงเห็นแก่ตัว ทะเยอทะยาน หน้าเงิน แต่ที่จริยาดิ้นรนถีบตัวเองขึ้นมาถึงตรงนี้ ก็เพื่อให้ชีวิตเธอ และจีราวัจน์สบาย แม้วันนี้จีราวัจน์เกลียดเธอ ...แต่จริยาเชื่อว่าวันหนึ่ง... จีราวัจน์ต้องเข้าใจ ละครคลื่นชีวิต ญาญ่า หมากปริญ สำหรับจีราวัจน์ ...สิ่งที่เธอต้องการ ไม่ใช่ชีวิตดีงามบนหน้าหนังสือพิมพ์อย่างที่จริยาต้องการ แต่สิ่งที่เธอต้องการคือความรัก ปมเดียวในหัวใจของจีราวัจน์ที่เธอโหยหาย แต่เธอไม่เคยได้ โดยเฉพาะวันที่เกิดเหตุการณ์นั้น ถึงแม้จีราวัจน์จะหนีจากเงื้อมมือสิทธามาได้ แต่เพราะฤทธิ์ยานอนหลับ ทำให้ระหว่างที่จีราวัจน์ขับรถหนีอย่างสุดชีวิต ต้องกลายเป็นฆาตกรโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อรถของจีราวัจน์ชนร่าง ติวดี (พริมา พันธ์เจริย) เต็ม ๆ จนติวดีไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ในเวลาต่อมา!! แต่เพราะฤทธิ์ยานนอนหลับทำให้จีราวัจน์หลับและเบลอจนไม่รู้เรื่องติวดี ภายใต้การดูแลของ ดารากา (ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์) เพื่อนสินทตั้งแต่มัธยม ซึ่งเป็นคนเดียวที่จีราวัจน์ติดต่อพูดคุยด้วยตลอด พอจีราวัจน์กลับจากเมืองนอก จีราวัจน์จึงขอให้ดารากามาอยู่ด้วยกัน ดารากาเต็มใจอยู่กับ จีราวัจน์ เพราะความรัก และความสนิทที่ทั้งสองมีด้วยกันมาเกือบ 20 ปี ทำให้ดาราการู้ดีว่า จีราวัจน์หว้าเหว่ แสนเหงา ต้องการใครสักคนเป็นเพื่อน และกว่าจีราวัจน์จะรู้ว่าติวดีเสียชีวิต ก็หลังจากที่ฤทธิ์ยานอนหลับสร่าง เมื่อจีราวัจน์รู้สึกตัว คนกล้าทำกล้ารับอย่างเธอ พร้อมไปรับความผิดกับตำรวจ แต่มันสายเกินไป เพราะ สุกี้ (เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ) นักปั้นดารามือทอง ผู้เป็นทั้งคนชักนำเธอเข้าวงการและเป็นผู้จัดการดูแลเธอ ได้จัดการส่งสเตฟาน คนขับรถคนสนิทประจำตัว รับสารภาพผิดกับตำรวจว่าเป็นคนขับรถชนติวดีแทนเธอ โดยสุกี้ยอมเสี่ยงโกหกกับสังคมเพื่อแลกกับอนาคตทางการแสดงของจีราวัจน์ที่กำลังรุ่งเรือง ละครคลื่นชีวิต สุกี้คิดว่าการให้สเตฟานรับผิดแทนจีราวัจน์ จะทำให้เรื่องทุกอย่างจบง่าย ๆ แต่สุกี้คิดผิด เมื่อระหว่างที่ติวดีโดนจีราวัจน์ขับรถชน ติวดีกำลังคุยโทรศัพท์มือถือกับ สาธิต (ปริญ สุภารัตน์) แฟนหนุ่มผู้เป็นทนายตงฉิน เชื่อว่าใครทำผิดต้องได้รับโทษ นั่นแหละความยุติธรรม! โดยสาธิตเป็นคนเดียวที่ได้ยินเสียงของจีราวัจน์พูดขอโทษติวดี นั่นทำให้เขาปักใจว่าคนที่ขับรถชนคนรัก ไม่ใช่สเตฟานแต่เป็นจีราวัจน์! สาธิตทำทุกวิถีทางพิสูจน์ให้คนทั้งสังคมเห็นว่าฆ่าตกรตัวจริงเป็นใคร โดยมี พ.ต.ต.พิเชษ เพื่อนตำรวจที่รู้จักในระหว่างร่วมงาน เป็นคนช่วยเหลือดูแลคดี โดยสาธิตมั่นใจว่าเขาสามารถลากตัวจีราวัจน์รับโทษอย่างที่เขาเคยส่งคนผิดเข้าคุกมาตลอดอาชีพทนาย แต่ครั้งนี้! สาธิตกลับเจอว่าความจริง พ่ายแพ้อำนาจเงิน! เมื่อหลักฐานทุกอย่างที่จะมัดตัวจีราวัจน์ได้ มันหายไปหมด! สาธิตไม่ยอมแพ้ที่จะหาทางลงโทษจีราวัจน์ แต่ทุกอย่างต้องหยุดลงเมื่อ นวดี (ขวัญฤดี กลมกล่อม) แม่ของติวดี แม่ครูของเหล่าเด็กกำพร้า เป็นคนขอร้องให้สาธิตหยุดอาฆาตแค้น นวดีไม่อยากให้สาธิตต้องจมอยู่กับความทุกข์ ที่เกิดจากความโกรธแค้นอีก รวมทั้ง พัฒนะ (สันติสุข พรหมศิริ) เจ้าของบริษัทผลิตละคร ที่จีราวัจน์กำลังแสดงละครอยู่ พัฒนะเป็นเพื่อนของพ่อของสาธิต และเปรียบเหมือนเป็นพ่อบุญธรรมของสาธิต เพราะหลังจากที่พ่อแม่ของสาธิตประสบอุบัติเสีย ชีวิตทั้งคู่ พัฒนะคือคนที่ส่งเสียและดูแลสาธิตจนเรียนจบเนติบัณฑิต! ฉะนั้นเมื่อพัฒนะขอให้สาธิตทำอะไร สาธิตพร้อมจะทำ รวมทั้งคำขอร้องที่แสนเฉือนหัวใจ ที่พัฒนะขอร้องให้สาธิตหยุดสืบหาหลักฐานเอาเรื่องจีราวัจน์ เพราะละครที่จีราวัจน์แสดงกำลังทำเงิน ถ้าจีราวัจน์ติดคุกจะมีผลทำให้บริษัทของพัฒนะเสียหาย จนกระทบกับหนี้สินของบริษัทด้วย ละครคลื่นชีวิต ในเมื่อผู้ใหญ่สองคนที่เขารักขอร้องให้เขาหยุด ละครคลื่นชีวิต แม้สาธิตไม่ต้องการหยุดฉีกหน้ากากของจีราวัจน์ แต่เขาต้องหยุด แต่ใครจะรู้ แม้สาธิตจะหยุดดำเนินคดีทางกฎหมายกับจีราวัจน์ แต่เขาไม่หยุดตามจองล้างจองผลาญจีราวัจน์ โดยสาธิตประกาศ ในเมื่อกฎหมายทำโทษจีราวัจน์ไม่ได้ เขาจะใช้กฎแห่งกรรมทำโทษจีราวัจน์เอง ด้านจีราวัจน์นั่นอยากเหลือเกินที่จะบอกสาธิตว่าเธอพร้อมรับผิด แต่เธอทำไม่ได้เพราะเธอต้องแบกความเป็นความตายของคนที่รวมโกหกช่วยเธออยู่ เธอเลือกไถ่โทษด้วยการดูแลนวดี แทนติวดีห่าง ๆ โดยมี ชยันต์ (หลุยส์ สก๊อต) ผู้กำกับฯ หนุ่มติสต์ชื่อดัง ซึ่งเคยเป็นรุ่นพี่สมัยมัธยมของจีราวัจน์ ผู้รักและหวังดีกับจีราวัจน์เสมอมา เพราะชยันต์รู้ว่าผู้หญิงที่แข็งกระด้างภายนอก แต่ภายในช่างแสนอ่อนแอ เขาจึงคอยช่วยเหลือส่งข่าวเรื่องนวดี เพราะชยันต์เป็นเพื่อนกับสาธิต ทำให้ชยันต์รับรู้เรื่องราวของนวดีจากสาธิตโดยตรง แต่ความช่วยเหลือของชยันต์ กลับยิ่งสร้างปัญหาให้จีราวัจน์ เมื่อ ปียากุล (จรินทร์พร จุนเกียรติ) ลูกสาวคนเดียวของพัฒนะ ผู้ควบคุมดูแลงานถ่ายละครภายในบริษัทของพัฒนะ และเป็นภรรยาซุปเปอร์โคตรขี้หึงของชยันต์ ได้ยินข่าวว่าเธอสนิทกับชยันต์มาก ทำให้ปียากุลใช้อำนาจหน้าที่การงานในมือเธอกลั่นแกล้งจีราวัจน์ แต่เพราะจีราวัจน์กำลังเป็นดาราทำเงินของพัฒนะ ทำให้พัฒนะออกตัวปกป้องจีราวัจน์ ทำให้ปียากุลไม่พอใจมาก ทำให้ปียากุลพาลระบายอารมณ์กับสาธิต ซึ่งเธอนับถือเหมือนพี่ชาย ทำให้สาธิตรับรู้ว่า นอกจากจีราวัจน์จะเป็นคนตลบแตลงสังคมว่าตัวเองไม่ใช่ฆาตกรแล้ว จีราวัจน์ยังเป็นผู้หญิงรักสนุกคั่วผู้ชายไม่ซ้ำหน้า แย่งผัวชาวบ้านไปกกได้อย่างหน้าไม่อาย!! ละครคลื่นชีวิต ยิ่งวันทีสาธิตพบจีราวัจน์สนิทสนมกับ เจตต์ (มาสุ จรรยางค์กุลดี) วิศวกรปิโตเลียมผู้มีชีวิตยู่กลางทะเล แต่เมื่อกลับมาเยี่ยมบ้าน เขากลับขับรถชนจีราวัจน์ จนทำให้เขาหลงรักนางเอกสาว ซึ่งมันอาจไม่ใช่เรื่องที่สาธิตจะเอามาเป็นข้อเกลียดชังจีราวัจน์ ถ้าสาธิตไม่บังเอิญรู้เรื่องว่าดารากาเพื่อนรักของจีราวัจน์นั้นแอบชอบเจตต์อยู่จาก เจนจิรา (วันศิริ อ่องอำไพ) น้องสาวของเจตต์เจ้าของโรงเรียนที่ดารากาเป็นครูสอน ซึ่งสาธิตได้รู้จักกับเจจิราโดยบังเอิญ และเพราะเจนจิราเป็นคนคุยสนุก มองโลกในแง่ดี เหมือนติวดี ทำให้สาธิตสนุกที่ได้อยู่ร่วมกับเจนจิราโดยสาธิตไม่รู้ว่าความใกล้ชิดที่เขามอบให้เจนจิรานั้น ทำให้เจนจิราแอบชอบสาธิต ชีวิตของจีราวัจน์เจอปัญหาจากสาธิต ปียากุล สิทธา ยังไม่พอ ในเส้นทางสายงานบันเทิง เธอยังต้องเจอ พิม (โชติกา วงศ์วิลาศ) นางเอกจอมสร้างภาพว่าเป็นนางเอกแสนชื่อ แต่แท้จริงปากตลาด ทะเยอทะยาน ใฝ่สูง เคยเป็นอดีตดาราที่สุกี้ปั้นมากับมือ แต่พอดังแล้วก็แยกตัวออกจากสุกี้ ทำให้สุกี้ไม่พอใจพิมมาก หาว่าพิมเนรคุณ แต่พิมไม่แคร์ พิมคิดว่าสุกี้ได้เงินจากค่าตัวเธอเยอะแล้ว ไม่ถือว่ามีบุญคุณต่อกัน โดยตอนพิมออก พิมเอา ลูกน้ำ (ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์) อดีตเลขาลงสุกี้มาด้วย โดยพิมคิดว่าลูกน้ำทำงานกับสุกี้มานาน จะมี Connection กับเอเจนชี่จะผลักดันให้ความฝันก้าวสู่ การทำงานร่วมกับต่างชาติของเธอสมหวัง แต่เปล่าเลย ลูกน้ำไม่มีรู้จักใครเลย เป็นแค่คนปากกล้า อวดฉลาด แต่สมองกลวง ทำให้พิมเลี้ยงลูกน้ำไว้เป็นกันชนเวลาปะทะกับสุกี้ และเป็นคนหิ้วสัมภาระ รองมือรองเท้าตัวเองเท่านั้น! เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต และการโด่งดังของจีราวัจน์ ทำให้ชื่อเสียงที่กำลังลดฮวบของพิม ยิ่งลดลงไปอีก จากนางเอกเบอร์หนึ่งแทบจะเล่นเป็นนางรอง คนทะเยอทะยานอย่างพิมไม่ยอมรับสภาพอย่างนั้นง่าย ๆ เธอจึงยอมทำทุกอย่าง เพื่อกำจัดจีราวัจน์ไปจากเส้นทางของเธอ เพื่อให้เธอกลับมาเป็นอันดับหนึ่งอีกครั้ง รวมทั้งหาลู่ทางเพื่อโกอินเตอร์ แม้แต่ยอมเอาตัวเข้าไปเป็นเมียน้อยของสิทธา เพื่อใช้อำนาจและเงินของสิทธา ปูทางโกอินเตอร์ให้ได้ หลายครั้งที่จีราวัจน์เหนื่อยกับการสู้รบกับความเกลียดชังที่ประเดประดังเข้ามาเหมือนคลื่นกระทบหาดทราย ละครคลื่นชีวิต แต่เธอก็ยังพอมีหลักให้ยึดอีกคน นั่นคือ ครูอารี ครูสอนร้องเพลงตั้งแต่ สมัยจีราวัจน์เรียนมัธยม ครูอารีคือคนที่เอื้ออารีข้าวและขนม เวลาที่จริยาออกไปขายตัว ปล่อยให้จีราวัจน์อยู่กับ ยายจัน ยายข้างบ้านที่มีอาชีพขายขนมจีน สมองไม่ค่อยดี ป้ำ ๆ เป๋อ ๆ ที่เคยเลี้ยงดูจีราวัจน์ พอยายจันออกไปตลาด จีราวัจน์ก็มาวิ่งเล่นบ้านครู ที่นี่เหมือนอีกโลกของจีราวัจน์ เป็นโลกที่สงบ ไม่ใช่โลกมายาที่เธอต้องยิ้มแม้ว่าในหัวใจร้องไห้ และการมาบ้านครูอารีครั้งนี้ ทำให้เธอรู้ว่าบ้านสวนถัดไปเป็นบ้านของนวดี จีราวัจน์หวังจะแอบไปดูความเป็นอยู่ของนวดีเพื่อจะช่วยเหลือ นั่นทำให้เธอเจอสาธิต จีราวัจน์ไม่อยากสู้รบกับสาธิตเพราะเธอรู้ตัวดีว่าผิด แต่สาธิตเหมือนเสือที่จ้องตะครุบเหยื่อ เมื่อเหยื่อเดินเข้ามาหา มีหรือที่เขาจะปล่อย สาธิตจงใจพูดจาแดกดันว่าเธอเป็นคนขี้ขลาด ทำผิดแล้วไม่กล้ารับผิด สาธิตเดินต้อนจีราวัจน์จนไปถึงริมคลอง นั่นเป็นครั้งแรกที่สาธิตเห็นความกลัวในแววตาของจีราวัจน์ ทำให้สาธิตรู้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่แทนที่สาธิตจะปราณีปล่อยเธอไป สาธิตกลับเดินกดดันจนจีราวัจน์ตกน้ำ แม้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่เธอไม่แม้แต่ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากใคร แม้แต่สาธิตที่ยืนมองเธอตะเกียกตะกายในน้ำอยู่ โดยสาธิตยื่นข้อเสนอให้เธออ้อนวอนร้องขอชีวิต แล้วเขาจะยอมช่วย แต่จีราวัจน์ไม่ยอมเอ่ยปาก จนกระทั่ง สีดา ลูกศิษย์สาวจอมก๋ากั่นของครูอารีมาช่วยไว้ทัน นั่นทำให้สาธิตได้เห็นอีกมุมนึงว่าจีราวัจน์เป็นคนรักศักดิ์ศรี ไม่ยอมอ่อนให้ใครง่าย ๆ เหมือนกัน สีดาพาจีราวัจน์กลับมาบ้านครูอารี พร้อมถามว่าใครเป็นคนทำจีราวัจน์ตกน้ำ จีราวัจน์ไม่อยากเอ่ยถึง เธอคิดแต่ว่ามันเป็นการชดใช้กรรมกับสิ่งที่เธอทำกับติวดี อย่างน้อยการที่สาธิตเห็นเธอเกือบตาย อาจทำให้สาธิตลดความโกรธ และเลิกยุ่งกับเธออีกก็ได้ แต่จีราวัจน์คิดผิด ละครคลื่นชีวิต เมื่อละครการกุศลของสมาคมคุณหญิงจริยามีอันต้องสะดุดลง เพราะนางเอกที่วางไว้เสียชีวิตลง ซึ่งก็คือติวดี ทำให้ต้องหานางเอกใหม่ซึ่งทุกคนลงความเห็นที่จีราวัจน์ แต่ก็เหมือนจะเป็นความจงใจของพระพรหม เมื่อผู้รับบทเป็นพระเอกคือสาธิต สาธิตไม่รักษามารยาทในการดูถูกและเหยียดหยามจีราวัจน์ต่าง ๆ นานา ด้านจีราวัจน์นั้น พยายามอดทนไม่อยากตอบโต้ แต่ชยันต์ไม่อาจทนเห็นสาธิตพูดจาดูถูกจีราวัจน์ได้ จึงเป็นคนออกโรงปกป้องแทนเธอ ทำให้สาธิตยิ่งตราหน้าว่าจีราวัจน์กำลังแย่งผัวคนอื่น แต่ดึกรีแรงแค้นของสาธิตต้องสะดุด เมื่อเขาได้เป็นคนอยู่ในเหตุการณ์ ที่จีราวัจน์ใส่ใจ ในความเป็นความตายของยายจัน หากเขาก็ยิ่งย้ำใจให้แข็งขึ้นอีก เพราะถึงอย่างไรจีราวัจน์ ก็คือมือที่สามที่ทำให้ครอบครัวของชยันต์ต้องมีปัญหา ในงานศพยายจัน จีราวัจน์ถูกลอบยิง แต่เจตต์รับเคราะห์แทน แม้จะจับมือใครดมไม่ได้ แต่ในที่สุดชยันต์ก็ได้รู้ว่าเป็นฝีมือของปียากุล ชยันต์และปียากุลทะเลาะกันหนักขึ้นเรื่อย ๆ ชยันต์เห็นใจลูกจึงพยายามอดทนเสมอ แต่ครั้งนี้ปียากุลทำเกินไป ทำให้ชยันต์คิดว่าต้องทำอะไรตัดนิสัยเอาแต่ใจของปียากุลบ้าง จึงตัดสินใจขอแยกบ้านอยู่กับปียากุล ปียากุลนั้นรักชื่อเสียงมาก เมื่อชยันต์ขอแยกกันอยู่ และมีข่าวออกหน้าบันเทิง ทำให้ปียากุลเครียด จนต้องไปฟูมฟายระบายกับสาธิต กล่าวหาว่าชยันต์ย้ายออกไป เพื่อไปอยู่กับจีราวัจน์ นักแสดงละครคลื่นชีวิต จีราวัจน์คือต้นเหตุทำให้ชีวิตครอบครัวของปียากุลพังพินาศ สาธิตมาจัดการจีราวัจน์แทนปียากุล แล้วเห็นจีราวัจน์ก็คอยดูแลเจตต์ เพราะต้องเจ็บตัวเพื่อตัวเอง ความสนิทสนมของจีราวัจน์กับเจตต์ทำให้ดารากาไม่พอใจ คิดว่าเพื่อนทรยศทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเธอแอบหลงรักเจตต์ จนกระทั่งทะเลาะกันใหญ่โต ถึงขั้นดารากาย้ายออกจากบ้านเพื่อน สาธิตตามมาสมน้ำหน้าจีราวัจน์ที่มั่วผู้ชายไม่เลือก แม้แต่แฟนเพื่อนก็ไม่เว้น จนสุดท้ายจีราวัจน์ก็ไม่เหลือใคร ชยันต์เข้ามาปลอบใจจีราวัจน์ว่าเธอยังมีเขา ชยันต์คอยเข้ามาประคับปคะคองจีราวัจน์ แต่ชีวิตที่เคยเป็นเด็กบ้านแตกสาแหรกขาด ทำให้จีราวัจน์ไม่อยากเป็นคนทำลายครอบครัวของชยันต์ แต่ชยันต์ปลอบจีราวัจน์ว่า ที่ครอบครัวของเขาจะพัง ไม่ใช่เพราะจีราวัจน์ แต่เป็นเพราะปียากุลกับเขาหมดความเข้าใจต่อกัน ในเมื่อชยันต์ไปกับปียากุลไม่รอด เขาก็อยากหยุดและเริ่มต้นใหม่กับจีราวัจน์ เรื่องย่อคลื่นชีวิต จีราวัจน์เคยผ่านชีวิตบอบซ้ำมา ทำให้จีราวัจน์รู้ว่าความหวังดีที่ชยันต์มีให้กับเธอ มันไม่ใช่ความรักอย่างที่ชยันต์พร่ำบอก มันเป็นแค่ความรู้สึกเห็นใจ เพราะแท้จริงในหัวใจของชยันต์รักปียากุลและเจ็บซ้ำกับสิ่งที่ปียากุลไม่ไว้ใจเขา ดังนั้นคนมีปัญหาอย่างชยันต์ มาเจอกับผู้หญิงที่เจอปัญหามาทั้งชีวิตอย่างเธอ มันจึงเกิดการคลิกกัน จีราวัจน์ขอให้ชยันต์ เป็นเพื่อนที่ดีอย่างเดิม อย่าให้มากกว่านั้นเลย แล้วกลับไปซ่อมแซมครอบครัวของชยันต์ ให้กลับมาสวยงามเหมือนเดิมดีกว่า แต่เคราะห์ของจีราวัจน์ที่จะทำให้สาธิตยิ่งเกลียดเธอ ยังไม่จบเพียงแค่นั้น เมื่อจีราวัจน์รู้ว่าบ้านที่อาศัยอยู่นี้กำลังจะถูกธนาคารยึด จีราวัจน์สั่งสุกี้ให้จัดการเรื่องบ้าน จนเรื่องเข้าหูจริยา จริยาสั่งห้ามจีราวัจน์ไปยุ่งกับนวดีอีก เพราะตอนนี้รูปคดีออกมาว่าไม่มีหลักฐานมัดว่าจีราวัจน์ขับรถชน แต่ถ้าจีราวัจน์ดูแลนวดีมาก ๆ เพราะมันอาจทำให้สาธิตหาช่องโหว่เล่นงานจับจีราวัจน์เข้าคุกได้ จีราวัจน์เสียใจที่แม่เห็นแก่ประโยชน์ตัวเองจนลืมคำว่ามนุษยธรรม ถ้าลูกของแม่โดนรถชน แม่จะอยู่เฉยไหม จริยาได้แต่ยืนนิ่งไม่ได้ตอบ การทะเลาะกันเสียงดังของจีราวัจน์กับจริยา ทำให้ ศิริลักษณ์ หัวหน้าแม่บ้านประจำบ้านของสิทธา ผู้มีนิสัยประจบสอพลอสิทธา และลึก ๆ หวังสบายเป็นเมียของสิทธา แต่สิทธาไม่เอา ทำให้ศิริลักษณ์อิจฉาและจงเกลียดจงชังจริยาและจีราวัจน์ เมื่อการทะเลาะของจริยากับจีราวัจน์รู้ถึงหูศิริลักษณ์ ศิริลักษณ์จึงไปบอกสิทธาว่าจีราวัจน์ต้องการเงิน ทำให้สิทธาเสนอเงินเธอโดยมีข้อแลกเปลี่ยน ซึ่งจีราวัจน์รู้ดีว่าคืออะไร จีราวัจน์ตกลงเพราะเห็นถึงวิธีที่จะแก้เผ็ดอีกฝ่าย ในวันนัดจีราวัจน์แอบมอมยาสิทธา พร้อมเอาปืนจ่อหน้าสิทธาและข่มขู่ให้สิทธาเลิกยุ่งกับตัวเองอีกไม่อย่างนั้นเธอฆ่าสิทธาให้ตายตามกันแน่ แล้วจีราวัจน์ก็หนีออกมาจากโรงแรม โดยหวังว่าเรื่องราวยุ่ง ๆ จะจบลงสักที แต่เปล่าเลย เมื่อจีราวัจน์พบสาธิตที่ดักรออยู่ จากการแอบส่งข่าวของพิม ที่รู้ว่าสาธิตจ้องทำลายจีราวัจน์อยู่ พิมจึงเข้ามาตีสนิทกับสาธิต หวังจะยืมมือสาธิตทำลายจีราวัจน์ให้สิ้นซาก ละครคลื่นชีวิต แล้วภาพที่สาธิตเห็นจีราวัจน์เข้าโรงแรมกับสิทธาที่มีศักดิ์เป็นพ่อเลี้ยงของจีราวัจน์ ยิ่งทำให้สาธิตขยะแขยงจีราวัจน์ โดยคิดว่าจีราวัจน์มั่ว เห็นแก่เงิน จนไร้ศีลธรรมใช้ผัวร่วมกับแม่ แต่แล้วความเชื่อที่สาธิตมีต่อจีราวัจน์ต้องเจอจุดเปลี่ยน เมื่อสาธิตจำต้องมาพัวพันกับความเลวของสิทธาจนได้ เพราะ เวทิต นักข่าวที่แอบส่งหลักฐานเอาผิดสิทธามาให้เขาก่อนตาย ทำให้สาธิตเริ่มตามสืบพฤติกรรมของสิทธา แล้วนั่นทำให้สาธิตได้เห็นว่าสิทธาชั่วร้ายขนาดไหน แล้วคนที่ตกเป็นเหยื่อของสิทธาไม่ใช่แค่เวทิต แต่เป็นจีราวัจน์ด้วย รวมทั้งจีราวัจน์ได้เข้ามาดูแลนวดี และดูแลเด็ก ๆ กำพร้าที่นวดีสอนหนังสือ และชยันต์ยังมาปรับความเข้าใจกับสาธิตว่าจีราวัจน์ไม่ยอมรับความรักของชยันต์ แต่จีราวัจน์กลับเป็นคนเตือนสติให้ชยันต์กลับไปง้อปียากุล ทำให้สาธิตได้เห็นว่าจีราวัจน์ ได้มีแค่ด้านร้าย แต่เธอยังมีมุมความดี และมีหัวใจที่บอบซ้ำ ไม่ต่างจากเด็กกำพร้าที่นวดีและเขาดูแลเลย ทำให้ความแค้นในใจของสาธิตเริ่มเปลี่ยนเป็นความสงสาร เข้าไปยุ่งกับชีวิตจีราวัจน์โดยไม่รู้ตัว นักแสดงละครคลื่นชีวิต ด้านจีราวัจน์ก็ได้รับรู้มุมอบอุ่นที่เกิดจากความเอาใจใส่ ดูแลด้วยความละเอียดอ่อนของสาธิต ซึ่งเป็นความรู้สึกที่เธอไม่เคยได้จากใคร เป็นความรู้สึกที่เธอโหยหา จนทำให้จีราวัจน์แอบเผลอใจให้สาธิตโดยไม่รู้ตัว สองคนต่างมีความห่วงใยที่ไม่กล้าแสดงออกต่อกัน ละครคลื่นชีวิต จนกระทั่งสิทธามายุ่งเกี่ยวกับจีราวัจน์อีกครั้ง สาธิตออกตัวช่วยจีราวัจน์ให้รอดพ้นเงื้อมมือสิทธา และยังใช้หลักฐานที่ตัวเองได้จากเวทิตข่มขู่สิทธา เพื่อให้สิทธาเลิกยุ่งกับจีราวัจน์ จีราวัจน์อึ้งเมื่อเห็นว่าสาธิตช่วยเหลือตัวเอง โดยสับสนว่าสาธิตช่วยตัวเองทำไม สาธิตรู้สึกอะไรกันแน่ แต่สิทธามองอาการสาธิตออก สิทธารู้ว่าสาธิตกำลังตกบ่วงเสน่หาของจีราวัจน์ และดูเหมือนจีราวัจน์ก็มีใจให้สาธิตเช่นกัน ทำให้สิทธาคิดชั่ว ในเมื่อตัวเองไมได้จีราวัจน์มาครอบครอง ก็อย่าหวังว่าใครจะได้มีความสุขทั้งจีรัวัจน์และสาธิต ดังนั้นสิทธาจึงไปหาสาธิตที่สำนักงาน แล้วมอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่เขาเคยส่งคนไปเก็บ ซึ่งเป็นหลักฐานว่าจีราวัจน์คือคนขับรถชนติวดี เมื่อสาธิตเห็นหลักฐาน ความเจ็บปวดในอดีตจึงย้อนคืนกลับมา สาธิตได้แต่นั่งมองกองหลักฐานอย่างสับสนว่าเขาจะฟ้องเอาจีราวัจน์เข้าคุกหรือไม่ เรื่องสิทธาเอาหลักฐานไปให้สาธิตรู้ถึงหูจริยา จริยารีบไปหาสาธิตเพื่อเจรจาพร้อมเสนอเงินให้ ความเจ็บปวดในใจของสาธิต ทำให้สาธิตบอกจริยาไปว่า เขาจะยอมทำลายหลักฐาน ก็ต่อเมื่อจีราวัจน์เอาตัวมาแลก ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ความชั่วของสิทธายังไม่หยุดเท่านี้ มันเหมือนเสือที่คลั่ง จริงอยู่ที่จีราวัจน์เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา แต่คนอย่างสิทธาไม่เคยยอมให้ใครลูบคมได้ ถ้าประกาศว่าได้ มันต้องได้ สิทธาสั่งพิมให้หลอกล่อจีราวัจน์มาที่เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของเขา สิทธาวาดหวังจะข่มขืนจีราวัจน์บนเครื่องบิน เพราะไม่มีทางที่จีราวัจน์จะหนีรอดกรงเล็บเสือไปได้ จริยารู้เรื่องแผนการชั่วของสิทธา แม้จะรักเกียรติยศชื่อเสียง แต่หัวใจความเป็นแม่ไม่อาจปล่อยให้ชีวิตลูกตกนรกได้ เมื่อพิมหลอกจีราวัจน์ไปถึงเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของสิทธาได้ จีราวัจน์ดิ้นรนหนีจนไปเจอปืนของสิทธา สิทธาแย่งปืนกับจีราวัจน์ ทันใดนั้น กระสุนจากปากกระบอกปืนในมือของคุณหญิงจริยา ก็ยุติเรื่องเลวร้ายทั้งหมดลงในวินาทีนั้น เป็นครั้งแรกที่จีราวัจน์เข้าไปกอดแม่ จริยาเข้าไปกอดลูกพร้อมพร่ำบอกขอโทษ เป็นเพราะความโลภของตัวเอง ทำให้ชีวิตของจีราวัจน์ต้องเป็นอย่างนี้ เธอขอติดคุกเพื่อชดใช้กับความผิดที่เธอทำ แต่สิ่งหนึ่งที่จริยาอยากให้จีราวัจน์รู้ไว้ ว่าต่อให้เงินสำคัญสำหรับแม่ยังไง แต่เลือดเนื้อและหัวใจของลูกสำคัญกว่า นั่นทำให้หัวใจที่เย็นชาไร้ความรู้สึกของจีราวัจน์ได้รับรู้ความในใจของแม่ ละครคลื่นชีวิต คลื่นชีวิตของจีราวัจน์เหมือนจะกำลังสงบ แต่ยังมีพายุอีกหนึ่งลูก ที่กำลังรอพัดพาชีวิตของจีราวัจน์ให้ล้มลง เมื่อจริยาเอาเรื่องข้อเสนอของสาธิตไปบอกกับจีราวัจน์ เมื่อจีราวัจน์รู้เรื่องข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตแล้ว เธอจะทำเช่นไร จะยอมทำตามข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตหรือไม่ ชยันต์และปียากุลจะกลับมาคืนดีกันไหม เจตต์กับดารากาจะสมหวังกันหรือเปล่า และหัวใจรักของแม่ที่จริยากดเก็บไว้ ไม่เคยแสดงออกให้ลูกเห็น จริยาจะเลือกปกป้องเกียรติยศชื่อเสียงของตัวเองหรือปกป้องลูก สุดท้ายเส้นทางความรักระหว่างสาธิตกับจีราวัจน์ที่มีความแค้นขวางกั้นจะมีวันเกิดขึ้นได้หรือไม่ ต้องติดตามชมกันต่อได้ใน ละครคลื่นชีวิต ที่เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต รายชื่อนักแสดงนำใน ละครคลื่นชีวิต ปริญ สุภารัตน์ รับบท สาธิต อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท จีราวัจน์ หลุยส์ สก๊อต รับบท ชยันต์ จรินทร์พร จุนเกียรติ รับบท ปียากุล ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ รับบท ดารากา มาสุ จรรยางค์กุลดี รับบท เจตต์ วันสิริ อ่องอำไพ รับบท เจนจิรา ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ รับบท สิทธา โชติกา วงศ์วิลาศ รับบท พิม เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ รับบท สุกี้ ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์ รับบท ลูกน้ำ พริมา พันธ์เจริญ รับบท ติวดี สันติสุข พรหมศิริ รับบท พัฒนะ ขวัญฤดี กลมกล่อม รับบท นวดี

ได้พ่อปอมาเต็มๆ น้องมะลิ ร้องไห้หนักมว๊าก! เพราะอยากเป็นผู้ให้แบบนี้
น้องมะลิ /  น้องมะลิ พ่อปอ / 

     มีความน่ารักน่าเอ็นดูมาให้ชมกันอีกแล้วจ้าาาา สำหรับซุปตาร์ตัวน้อยของเรา น้องมะลิ ด.ญ.พาขวัญ สหวงษ์ ที่ล่าสุดลูกพี่ลิไปออกงานกับ แม่โบว์ แวนดา เช่นเคย พร้อมโชว์สเต็ปมะลิสไตล์ดุ๊กดิ๊กๆ ที่ต้องบอกว่าพลังงานเยอะมากจริงๆ ได้ใจคนที่มาร่วมงานสุดๆ แต่เอ๊ะ! ไหงจู่ๆ ลูพี่ลิถึงร้องไห้หนักมว๊ากขนาดนี้??? ไม่ใช่อะไรแค่ลูกพี่อยากเอาหมอนตุ๊กตาไปแจกเด็กๆ ด้วยตัวเองเท่านั้นค่าาาา น่าเอ็นดู๊ ลูกพี่ลิชอบเป็นผู้ให้เหมือนพ่อปอจ๋าไม่มีผิด.... เห็นแล้วอิ่มอกอิ่มใจแทนแม่โบว์จริงๆขอบคุณภาพและคลิปจากอินสตาแกรม @onitsuka_wowwow, @kikzzzy, @joopjaeng     แม่โบว์ - น้องมะลิ   น้องมะลิ   น้องมะลิ   แม่โบว์ - น้องมะลิ  

สุกี้ยากี้ นัมเบอร์วัน สูตรแต้จิ๋ว ต้นตำรับยาวนานกว่า 50 ปี
MBK Center /  sukiyaki number one / 

สุกี้ยากี้สไตล์แต้จิ๋วที่ได้รับการยอมรับมายาวนานกว่า 50 ปีอย่าง สุกี้ยากี้ นัมเบอร์วัน ได้ถูกนำมาปัดฝุ่นเอาใจคนยุคใหม่ ให้ได้สัมผัสรสชาติคลาสสิคตามแบบฉบับแต้จิ๋วที่หากินยาก และยังขึ้นชื่อในเรื่องของเนื้อหมูหมักนุ้มนุ่ม ในน้ำซุปหอมกรุ่น ผสานกับน้ำจิ้มสูตรลับเฉพาะ สุกี้ยากี้ นัมเบอร์วัน สูตรแต้จิ๋ว ต้นตำรับยาวนานกว่า 50 ปี ปัจจุบันสุกี้ยากี้ นัมเบอร์วัน มีทั้งหมด 3 สาขา ได้แก่ สาขาที่ตามรอยนักชิมมาวันนี้ ก็คือสาขาเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ชั้น 6 The Foodies Zone และยังมีที่สาขาเดอะไนน์ พระรามเก้า East Village Zone กับสาขาอาคารกลาสเฮ้าส์ รัชดา ชั้น 2 เหนือ Max Value อีกด้วย เมื่อเข้ามาในร้าน สุกี้ยากี้ นัมเบอร์วัน สาขาเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายสไตล์จีนร่วมสมัย ที่ผสมผสานศิลปะแบบจีน มีสลักลวดลาบบนเนื้อไม้ที่ประดับตกแต่งภายในร้าน ให้บรรยากาศอบอุ่น พร้อมตกแต่งรูปภาพในวันวานของร้านสุกี้ยากี้ นัมเบอร์วัน ทำให้ลูกค้าได้หวนคิดถึงความอร่อยที่เคยลิ้มลองในอดีต และเติมเต็มบรรยากาศการทานอาหารแบบครอบครัวได้อย่างดี ความพิเศษของซอสหมักหมูสูตรต้นตำรับ ทางร้านคัดสรรส่วนผสมชั้นดีนานาชนิด นำมาผสมเข้าด้วยกัน ทำให้เนื้อสัตว์ที่นำมาหมักมีความอร่อยลงตัว ตามมาด้วยทีเด็ดของน้ำจิ้มที่พลาดไม่ได้ ถือเป็นสูตรลับที่คงความอร่อยสืบทอดกันมา โดยมีส่วนผสมหลักอย่างเต้าหู้ยี้ ให้รสเปรี้ยวอมหวาน โรยหน้าเพิ่มความมันด้วยถั่วลิสงคั่ว เป็นแบบฉบับแท้ของสุกี้แบบแต้จิ๋วโบราณ มาถึงเมนูซิกเนเจอร์ของร้านที่อยากแนะนำ ก็คือ ชุดหมูหมักนัมเบอร์วัน :ใช้เนื้อหมูสันนอก แร่เอาเอ็นและไขมันออกจนหมด เหลือแต่เนื้อนุ่มๆ นำไปหมักที่อุณหภูมิที่พอเหมาะ ชุดเนื้อหมักนัมเบอร์วัน : ที่เลือกใช้เฉพาะเนื้อลูกมะพร้าว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อสะโพกวัวที่มีไขมันน้อยมาสไลด์ หมักกับน้ำหมักสูตรลับจนได้เนื้อนุ่ม เสิร์ฟพร้อมไข่ ชุดทะเลหมักนัมเบอร์วัน : ประกอบไปด้วยเนื้อปลา ปลาหมึกกรอบ ปลาหมึกสด กุ้งสด หมักกับน้ำหมักเสิร์ฟพร้อมไข่ ลูกชิ้นสูตรเฉพาะของร้าน นำกุ้งตัวโต เนื้อหมูบด พร้อมเครื่องปรุงนานาชนิด มาคลุกเคล้าให้เข้าเนื้อ พร้อมหมักเพื่อเพิ่มรสชาติและความเหนียวเด้ง ลูกชิ้นปลาชีส : ความอร่อยอยู่ตรงที่ ลูกชิ้นสอดไส้ชีสด้านใน เมื่อนำลงมาต้มในหม้อ รอให้สุกกำลังพอดี และกัดเข้าปากคำแรก คุณจะสัมผัสได้ถึงชีสหอมๆ ร้อนๆ ที่ไหลออกมา เนื้อผัดน้ำมันหอย : ใช้เนื้อหมักในตำนานของสุกี้ นัมเบอร์วัน มาผัดกับผักสดนานาชนิด ปรุงรสด้วยซอสน้ำมันหอยสูตรพิเศษ ถ้าได้ทานแล้วจะลืมไม่ลง เป็ดย่าง ทางร้านคัดสรรเป็ดเชอรี่มาเป่าลมและผึ่งจนแห้ง สีสวยก่อนจะนำไปย่างไฟอ่อนๆ จนสุกแบบกรอบนอกนุ่มใน หมูกรอบ หมูสามชั้นต้มชิ้นหนโรยเกลือและน้ำส้มสายชู ทำให้หมูกรอบมีความฉ่ำ และกรอบกำลังดี ไม่แห้ง หมูแดง อร่อยไม่ต่างจากเป็ดย่างและหมูกรอบ อร่อย เนื้อนุ่มลิ้น ข้าวอบหม้อดิน : ใช้ข้าวหอมมะลิมาบุญครอง เม็ดโต เหนียวนุ่ม นำมาผัดกับเนื้อไก่หมักนัมเบอร์วัน กุ้งสด และเม็ดแปะก๊วย พร้อมส่วนผสมต่างๆ นำลงไปอบในหม้อดินพร้อมเสิร์ฟ ปอเปี๊ยกุ้งทอด : นำกุ้งสับมาหมักกับเครื่องเทศ อย่าง ผักชี กระเทียม และพริกไทย ก่อนนำมาห่อด้วยแป้งปอเปี๊ยะ และทอดกรอบ รับประทานคู่กับน้ำจิ้มบ๊วย และเพื่อความครบสูตรในการมาทานอาหารร้านสุกี้ ต้องสั่งเมนูติ่มซำ ที่มีให้เลือกทานหลากหลาย รับรองอร่อยไม่แพ้ที่อื่นแน่อน ————————————————————-

ท้าแอดมินเพจดังชม One Piece Film Gold พากย์ไทย ไม่ถูกใจจัดรอบเสียงญี่ปุ่นให้อีกรอบ
Drama-addict /  One Piece Film Gold / 

ท้าแอดมินเพจดังชม One Piece Film Gold พากย์ไทย ไม่ถูกใจจัดรอบเสียงญี่ปุ่นให้อีกรอบ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้มีตัวอย่างพากย์ภาษาไทยของภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง One Piece Film Gold ออกมาให้แฟน ๆ ได้รับชมกัน และมีคลิปนักแสดงชื่อดังอย่าง ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ เข้าไปพากย์เสียงเป็นตัวละครสำคัญของเรื่อง ซึ่งหลังจากที่ปล่อยคลิปออกมาให้ฟังกันนั้น ก็โดนวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างแสบซ่านถึงทรวงในกันเลยทีเดียว เพจเฟซบุ๊ก Drama-addict ที่มีผู้ติดตามกว่าล้านคนก็ได้นำเสนอข่าวนี้ และแน่นอนว่าบรรดาลูกเพจที่ได้ติดตามข่าวและได้ลองฟังเสียงพากย์จากนักแสดงหนุ่มคนนี้ก็วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างไม่ปิดบังความรู้สึก โดยส่วนใหญ่รู้สึกผิดหวังและคิดว่าการพากย์เสียงอาจไม่ใช่งานถนัดของดาราหนุ่มรายนี้ ลองไปดูบรรยากาศการลงเสียงของนักแสดงหนุ่มกัน (คนดูโอเคไหม !?!! “ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์” พากย์เสียง “กิลด์ เตโซโร” ใน “One Piece Film Gold”) ล่าสุดบิ๊กของไฟว์สตาร์ที่นำเอาภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องนี้เข้ามาฉายอย่าง เกียรติกมล เอี่ยมพึ่งพร ก็ได้ทำอินโฟกราฟิกภาพและแชร์ไปยังเพจเฟซบุ๊ก One Piece Film Gold TH โดยระบุข้อความว่า “ถ้าว่า ผม(เกียรติกมล เอี่ยมพึ่งพร) ขอท้าให้จ่ามาดู ตัวพากย์ ไทยถ้าจ่า”ไม่ถูกใจ” จะจัดรอบเสียงญี่ปุ่นให้แฟนpage จ่า 1โรง เลือกวันเลือกเวลาได้เลย” งานนี้ไม่รู้ว่าจะเป็นโชคดีของชาวลูกเพจ Drama-addict หรือไม่ เพราะถ้าแอดมินเพจเกิดไม่ถูกใจในเสียงพากย์ไทยขึ้นมา ลูกเพจที่ติดตามกว่าล้านคนอาจจะได้มีลุ้นเป็นผู้โชคดีได้ชมภาพยนตร์การ์ตูนรอบพิเศษเสียงภาษาญี่ปุ่นพร้อมกับแอดมินเพจชื่อดังก็เป็นได้

ถูกเหมือนได้ฟรี! คล็อปป์ หัวใสเจียดเศษเงินคว้า อินดี้ อุดหลังบ้านแทน ซาโก้
ข่าวลือซื้อขายนักเตะ /  บรูโน่ มาร์ตินส์ อินดี้ / 

กลายเป็นอีกหนึ่งดีลที่สาวก "เดอะค็อป" ต้องเกาะขอบจอรอลุ้นกันให้ดี! เมื่อ Fanatik สื่อดังแดนไก่งวงประโคมข่าว ลิเวอร์พูล กลับมากำลังให้ความสนใจดึงตัว บรูโน่ มาร์ตินส์ อินดี้ ปราการหลังจอมแกร่งของสโมสร เอฟซี ปอร์โต้ มาเฝ้าหลังบ้าน แอนฟิลด์ ก่อนที่ตลาดซื้อขายนักเตะจะปิดตัวลงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า รายงานยังบอกด้วยว่า "หงส์แดง" พร้อมยื่นข้อเสนอให้กับ ปอร์โต้ พิจารณาเป็นจำนวนเงิน 4.3 ล้านปอนด์ เพื่อนดึงตัวแนวรับที่สามารถเล่นได้ทั้ง แบ็คซ้าย และเซ็นเตอร์แบ็ค มาร่วมทัพ แต่อย่างไรก็ตามทางฝั่งยอดทีมจาก โปรตุเกส ต้องการเม็ดเงินมูลค่า 6 ล้านปอนด์ เพื่อนแลกกับลายเซ็นปราการหลังวัย 24 ปี ดีกรีทีมชาติ ฮอลแลนด์ เท่ากันกับที่พวกเขาเคยจ่ายให้กับ เฟเยนูร์ด ในการดึงตัวมาร่วมทัพ เมื่อปี 2014 ทั้งนี้ ความเป็นไปได้ของดีล มาร์ตินส์ อินดี้ เริ่มมีชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เมื่อล่าสุดทางฝั่ง ลิเวอร์พูล เตรียมปล่อย มามาดู ซาโก้ แนวรับเลือดน้ำหอมออกจากถิ่น แอนฟิลด์ ในซัมเมอร์นี้ ด้วยสัญญายืมตัว ต้องมาตามลุ้นกันว่าท้ายที่สุดแล้ว เจอร์เกน คล็อปป์ จะเดินหน้าคว้าตัวกองหลังจาก เอฟซี ปอร์โต้ มาร่วมทัพก่อนตลาดซื้อขายจะปิดตัวลงได้อย่างสมใจอยากหรือไม่

10 ที่เที่ยวประจำเดือนสิงหาคม กินลม ชมวิว ชิลน้ำตก
10 จุดหมายท่องเที่ยว /  กินลมชมวิว / 

กลับมาอีกครั้งกับการแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวประจำเดือน เรายังคงอยู่กับป่าเขา น้ำตก และธรรมชาติอีกเช่นเคย ยิ่งหน้าฝนแบบนี้ แดดไม่ร้อน ต้นไม่ใบหญ้าเขียวขจี ถ่ายรูปออกมาสวยงามสุด ๆ travel.mthai.com ได้รวบรวมมาไว้ให้คุณ มาดูกันดีว่าว่า 10 ที่เที่ยวประจำเดือนสิงหาคม มีที่ไหนน่าไปเที่ยวบ้าง แต่รับรองว่าถูกใจคนรักธรรมชาติแน่นอน ทั้ง กินลม ชมวิว ชิลน้ำตก แนะนำ 10 ที่เที่ยวประจำเดือนสิงหาคม 1. น้ำตกผาดอกเสี้ยว จ.เชียงใหม่ น้ำตกผาดอกเสี้ยว หรือ น้ำตกรักจัง ตั้งอยู่บ้านแม่กลางหลวง ในเขตของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์น้ำตกผาดอกเสี้ยวนั้นมีทั้งหมด 10 ชั้น แต่ไฮไลท์ที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องไปเยือนคือชั้นที่ 7 เพราะสายน้ำจากน้ำตกชั้นบนไหลตกลงมากระทบชั้นล่าง มีความสูงราว 20 เมตร สวยงามตระการตา ส่วนที่มาของชื่อน้ำตกผาดอกเสี้ยวก็มาจากชื่อต้นเสี้ยวซึ่งเป็นไม้เด่นบริเวณน้ำตกนั้นเอง 2. เขากระโจม สวนผึ้ง จ.ราชบุรี เขากระโจม เป็นยอดเขาสูงสุดในเทือกเขาตะนาวศรี อยู่ห่างจากอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ประมาณ 29 กิโลเมตร ความจริงแล้ว เขากระโจม เป็นที่รู้จักกันมานานพอสมควร เป็นยอดเขาที่มีชื่อเสียงในเรื่องของจุดชมวิวทะเลหมอกที่สวยงาม เนื่องจากมีความสูงประมาณ 1,045 การเดินทางขึ้นไปยังเขากระโจมนั้น ขอบอกว่าค่อนข้างยากลำบากมาพอสมควร เนื่องจากว่าระยะทางจากตีนเขาถึงยอดเขานั้นเป็นระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร และการขึ้นไปที่เขากระโจมก็ต้องใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อเท่านั้น 3. ทุ่งดอกปอเทือง จ.สงขลา ดอกปอเทืองสีเหลืองสวยสดจะบานสะพรั่งเต็มท้องทุ่งกว่า 300 ไร่ ที่ ต.รำแดง อ.สิงหนคร จ.สงขลา อันที่จริงแล้วดอกปอเทืองนี้ เป็นพืชปรับปรุงบำรุงดินที่ถูกนำมาปลูกในแปลงนา เพื่อเป็นปุ๋ยพืชสดช่วยบำรุงดิน โดยมีลักษณะเด่นคือ มีดอกสีเหลืองสวยงาม ซึ่งการปลูกดอกปอเทืองเป็นพืชที่เข้ามาเติมเต็ม เพื่อให้ท้องทุ่งนาดูสวยงามขึ้น และนักท่องเที่ยวก็สามารถเดินทางมาสัมผัสความสวยงาม และถ่ายภาพเป็นที่ระลึกได้ สอบถามยามดอกไม้บาน ได้ที่ : องค์การบริหารส่วนตำบลรำแดง โทร. 08 64882549 , 0 74318451 4. น้ำตกปิตุ๊โกร จ.ตาก “น้ำตกปิตุ๊โกร” หรือ เปโตร๊ะลอซู น้ำตกที่อยู่บนดอยเทือกเขาสามหมื่น ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง จ.ตาก เป็นน้ำตกที่ได้ขึ้นชื่อว่าอยู่สูงที่สุดในเมืองไทย ด้วยความสูงกว่า 500 เมตร (วัดด้วยเครื่อง GPS) หรือเกือบสองเท่าของตึกใบหยก นับเป็นน้ำตกที่อลังการสุด ๆ แต่การจะเดินทางไปถึงนั้นโหดเอาเรื่องทีเดียว ที่น้ำตกแห่งนี้ยังเต็มไปด้วยความโรแมนติกด้วย ถ้านักท่องเที่ยวได้มองน้ำตกปิตุ๊โกรจากระยะไกล จะเห็นน้ำตกแห่งนี้เป็นรูปหัวใจ บางคนจึงเรียกที่นี่ว่าน้ำตกรูปหัวใจ 5. เขาไข่นุ้ย จ.พังงา เขาไข่นุ้ย เป็นจุดชมทะเลหมอกของภาคใต้ ซึ่งเวลานี้กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะมีทะเลหมอกให้ชมตลอดทั้งปี แนะนำให้มาในช่วงที่มีคลื่นลมทะเลสงบเท่านั้น นักท่องเที่ยวถึงจะได้เห็นปุยขาวของทะเลหมอกบนเขาไข่นุ้ยแห่งนี้ได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ เขาไข่นุ้ย ยังมีสิ่งมหัศจรรย์ที่ไม่แพ้ดอยหรือภูทางตอนบนของประเทศ นั่นคือความงดงามของพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตก ของทะเลอันดามัน และวิวทิวเขาเรียงรายสวยงามโดดเด่นจนเห็นได้ชัด แถมมีอากาศเย็นสบายคล้ายภาคเหนือ จึงไม่แปลกที่นักท่องเที่ยวนิยมมาตั้งเต้นท์ เพื่อรอชมงามของสถานที่สุดโรแมนติกแห่งนี้ 6. ทุ่งโปรงทอง ปากน้ำประแส จ.ระยอง ทุ่งโปรงทอง ปากน้ำประแส จังหวัดระยอง ป่าชายเลนผืนใหญ่กว่า 6,000 ไร่ ที่อุดมสมบูรณ์มากอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่จุดชมวิวทุ่งโปรงทองที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ยามที่แสงอาทิตย์สาดส่องลงมา จะได้เห็นทุ่งต้นโปรงทองสีทองอร่ามไปทั่วแบบ 360 องศา ถ้าไม่เชื่อ ต้องลองไปดูให้เห็นกับตา 7. น้ำตกวชิรธาร จ.เชียงใหม่ น้ำตกวชิรธาร เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ เดิมชื่อ ตาดฆ้องโยง ตัวน้ำตกอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 750 เมตร น้ำจะดิ่งจากผาด้านบนตกลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง ในช่วงที่มีน้ำมากละอองน้ำจะสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณรู้สึกได้ถึงความเย็นและชุ่มชื้น สะพานไม้ที่ทอดยาวเข้าไปหาหน้าผานั้นจะเปียกลื่นอยู่ตลอดเวลาในฤดูน้ำมากแต่หากเดินเข้าไปจนสุดจากจุดนั้นจะได้สัมผัสกับความงามของน้ำตกมากที่สุด 8. ดอยผาตั้ง จ.เชียงราย นับว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากบรรดานักท่องเที่ยว โดยตั้งอยู่ในเขตตำบาลปอ อำเภอเวียงแก่น จากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,800 เมตร ดอยผาตั้งเป็นยอดภูเขาสูงตั้งเผป็นดอยอยู่ติดกับสถานที่จอดรถและร้านค้าบริการ โดยจากยอดดอยนั้นสามารถรับชิมทัศนียภาพที่สวยงามอันจะสามารถเห็นฝั่งมีน้ำโขงฝั่งลาวและยังสามารถมองเห็นยอดของภูชี้ฟ้าที่อยู่ห่างออกไปจากดอยผาตั้งแห่งนี้อีกกว่า 25 กิโลเมตร ดอยผาตั้งนั้นตั้งอยู่ใกล้ทางหลวงหมายเลข 1093 กิโลเมตรที่ 89 เป็นจุดชมวิวไทย-ลาว มีความสูง 1,635 เมตร และเที่ยวชมทะเลหมอกได้ตลอดทั้งปี 9. ทุ่งดอกเทียนปีกผีเสื้อ ดอยหัวหมด จ.ตาก ดอยหัวหมด คือ จุดชมวิวอาทิตย์ขึ้นและตกที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งในอำเภออุ้มผาง แต่นักเดินทางตัวจริงจะรู้กันดีว่าเมื่อถึงฤดูกาลที่ฝนโปรยสาย จะเกิดสิ่งมหัศจรรย์ขึ้นเต็มลานบนยอดดอย เมื่อดอกไม้เล็กๆ นามว่าเทียนปีกผีเสื้อ แตกดอกออกช่อโผล่ขึ้นมาเหนือทุ่งหญ้า เปลี่ยนดอยหัวหมดให้กลายเป็นแดนสวรรค์สีชมพูภายในพริบตา ยิ่งสายลมพัดพาดอกไม้สะบัดไหวไปตามแรงลม ยิ่งทำให้ดูคล้ายผีเสื้อตัวเล็กตัวน้อยกำลังเริงระบำกลางม่านฝน กลายเป็นภาพที่สวยงามน่าดูชม ถึงแม้จะฝ่าถนนลอยฟ้าพันโค้งมาอย่างยากลำบาก เพียงเจอเจ้าเทียนปีกผีเสื้อเหล่านี้เบ่งบาน ความเหนื่อยล้าก็แทบมลายหายเป็นปลิดทิ้ง สอบถามยามดอกไม้บาน ได้ที่ : ททท. สำนักงานตาก โทร. 0 5551 4341-3 10. น้ำตกหมันแดง ภูหินร่องกล้า จ.พิษณุโลก ชื่นชมความมหัศจรรย์ของน้ำตกหมันแดง ณ อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จ.พิษณุโลก ที่ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ดงดอกลิ้นมังกรสีชมพู ที่หาดูได้ยาก และช่วงเวลาที่เหมาะสมคือเดือนสิงหาคมของทุกปี การเข้าถึงน้ำตกหมันแดงแห่งนี้ ถือว่าสมบุกสมบันมากทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นทางที่ค่อนข้างลื่น บวกกับดงทากนับพันสุดสะพรึง เป็นอะไรที่ท้าทายมาก ๆ ต้องเตรียมตัววางแผนไปให้พร้อม เพราะรางวัลรอคุณอยู่ที่ปลายทาง เมื่อได้เห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า คุณจะลืมความเหนื่อยจนหมดสิ้น จะมีแต่ความประทับใจไม่รู้ลืม ขอบคุณข้อมูลจาก : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ขอบคุณภาพถ่ายจาก … คุณ Manus Tagsri    >>  www.facebook.com/ChillDTravel คุณ Little Potchara  >>  www.facebook.com/baagklong คุณ Theerasak Saksritawee  >>  www.facebook.com/popumon เรื่องและเรียบเรียงโดย : muzTong – Travel MThai

ส่องภาพ!! น้องมะลิ ไปโรงเรียนวันแรก พ่อปอ เห็นต้องยิ้มแน่ๆ
น้องมะลิ /  ข่าว น้องมะลิ / 

  โอ๊ย..อะไรจะเก่งเบอร์นั้น!! พี่จ๋ายกนิ้วให้เลยค่า สำหรับการไปโรงเรียนวันแรกของซุปตาร์ตัวน้อยวัย 2 ขวบ น้องมะลิ พาขวัญ ลูกสาวพระเอกหนุ่ม ปอ ทฤษฎี กับ โบว์ แวนดา ซึ่งล่าสุดเมื่อวานนี้ (8ส.ค.59) เป็นวันเปิดเรียนวันแรกของ น้องมะลิ และทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี โดย แม่โบว์ แวนดา, ปู่สงวน และ ย่าพิศมัย ต่างไปให้กำลังใจและส่ง น้องมะลิ ด้วยความรักและห่วงใยถึงที่โรงเรียน   แต่งานนี้ทั้ง แม่โบว์ และคุณปู่-คุณย่า สบายใจหายห่วงไปเลยค่าเพราะ น้องมะลิ เก่งเอามากๆ ที่ไปโรงเรียนวันแรกก็ไม่ร้องไห้ แถมยังชวนเพื่อนเล่นอย่างสนุกสนาน และร่วมทำกิจกรรมของโรงเรียนด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจมว้ากกก ถ้า พ่อปอ ได้เห็นโมเม้นท์ที่ น้องมะลิ ไปโรงเรียนวันแรกอย่างนี้คงจะเป็นปลื้มและมีความสุขแน่ๆ เลยค่า!! ขอบคุณภาพจาก IG vanda29, portid_memories , joopjaeng, pissamai_11010, taenoi1702, ภาพจากเพจโรงเรียน น้องมะลิ ไปโรงเรียนวันแรก น้องมะลิ ไปโรงเรียนวันแรก น้องมะลิ ไปโรงเรียนวันแรก น้องมะลิ ไปโรงเรียนวันแรก น้องมะลิ ไปโรงเรียนวันแรก น้องมะลิ ไปโรงเรียนวันแรก น้องมะลิ ไปโรงเรียนวันแรก น้องมะลิ ไปโรงเรียน น้องมะลิ กับเพื่อนที่โรงเรียนวันแรก น้องมะลิ ไปโรงเรียนวันแรก

สรุปผลบอลเมื่อคืน วันอังคารที่ 23 สิงหาคม 2559
ผลบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก /  ผลบอลวันอังคาร / 

สรุปผลบอลเมื่อคืน วันอังคารที่ 23 สิงหาคม 2559 ผลบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เวลา 01:45 น. เอเอส โรม่า 0-3 ปอร์โต้ เวลา 01:45 น. โมนาโก 1-0 บียาร์เรอัล เวลา 01:45 น. ฮาโปเอล เบียร์ เชว่า 2-0 เซลติก เวลา 01:45 น. วิคตอเรีย พัลเซ่น 2-2 ลูโดโกเรตส์ เวลา 01:45 น. ลีเกีย วอร์ซอว์ 1-1 ดันดอล์ค ผลบอล แคปิตอล วัน คัพ อังกฤษ เวลา 01:30 น. คริสตัล พาเลซ 2-0 แบล็คพูล เวลา 01:45 น. แบล็คเบิร์น 3-3 ครูว์ (ต่อเวลาพิเศษ แบล็คเบิร์น ชนะ 4-3) เวลา 01:45 น. เบอร์ตัน อัลเบี้ยน 0-5 ลิเวอร์พูล เวลา 01:45 น. เชลซี 3-2 บริสตอล โรเวอร์ส เวลา 01:45 น. ดาร์บี้ เค้าท์ตี้ 1-1 คาร์ไลส์ (ดาร์บี้ ชนะจุดโทษ 14-13) เวลา 01:45 น. เอฟเวอร์ตัน 4-0 เยโอวิล เวลา 01:45 น. เอ็กซ์เซเตอร์ 1-3 ฮัลล์ ซิตี้ เวลา 01:45 น. ลูตัน ทาวน์ 0-1 ลีดส์ ยูไนเต็ด เวลา 01:45 น. มิลล์วอลล์ 1-2 น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ เวลา 01:45 น. นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 2-0 เชลแน่ม เวลา 01:45 น. นอร์ทแธมป์ตัน 2-2 เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน (นอร์ทแธมป์ตัน ชนะชุดโทษ 4-3) เวลา 01:45 น. นอริช ซิตี้ 6-1 โคเวนทรี้ เวลา 01:45 น. อ๊อกซ์ฟอร์ด ยูไนต็ด 2-4 ไบรท์ตัน เวลา 01:45 น. ปีเตอร์โบโร่ 1-3 สวอนซี ซิตี้ เวลา 01:45 น. เปรสตัน 2-0 โอลด์แฮม เวลา 01:45 น. ควีนสปาร์ค เรนเจอร์ส 2-1 โรชเดล เวลา 01:45 น. สคันธอร์ป ยูไนเต็ด 1-1 บริสตอล ซิตี้ (ต่อเวลาพิเศษ บริสตอล ชนะ 2-1) เวลา 01:45 น. สตีฟเนจ 0-4 สโต๊ค ซิตี้ เวลา 01:45 น. วัตฟอร์ด 1-1 จิลลิ่งแฮม (ต่อเวลาพิเศษ จิลลิ่งแฮม ชนะ 2-1) เวลา 01:45 น. วูล์ฟแฮมตัน 2-1 เคมบริดจ์ ยูไนเต็ด เวลา 02:00 น. เร้ดดิ้ง 2-2 มิลตัน คียนส์ (เร้ดดิ้ง ชนะจุดโทษ 4-2) ผลบอล เฟร้นซ์ ลีก คัพ ฝรั่งเศส เวลา 23:30 น. โอแชร์ 2-0 สตารส์บูร์ก เวลา 23:30 น. โอร์แลงส์ 0-0 ลาวาล (ลาวาล ชนะจุดโทษ 4-1) เวลา 23:30 น. แกลร์กมงต์ ฟุต 2-1 เกรไตล์ เวลา 23:30 น. โซโชซ์ 2-0 แบรสต์ เวลา 23:30 น. ล็องส์ 0-0 ปารีส เอฟซี (ปารีส ชนะจุดโทษ 7-6) เวลา 23:30 น. เลอ อาฟร์ 2-5 ชาโตรูซ์ ผลบอล เอเอฟซี เอเชี่ยนแชมเปี้ยนลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย เวลา 18:30 น. เซี่ยงไฮ้ อีสท์เอเชีย 0-0 ชุนบุก ฮุนได เวลา 22:30 น. อัล ไอน์ 0-0 โลโคโมทีฟ ทัชเคน >> เช็คผลบอลสด ที่นี่ <<

น่าเอ็นดู๊!! แม่โบว์-คุณย่า ซุ่มดู น้องมะลิ ไปโรงเรียนวันที่สอง แอบร้องไห้ซะแล้วพี่จ๋า!!
น้องมะลิ /  ข่าว น้องมะลิ / 

  เอ็นดูหนักมาก!! สำหรับการไปโรงเรียนวันที่ 2 ของลูกพี่ลิ น้องมะลิ พาขวัญ ลูกสาวตัวน้อยของ ปอ ทฤษฎี และ โบว์ แวนดา ที่ล่าสุดวันนี้(9ส.ค.59) ลูกพี่ลิ แอบร้องไห้ซะแล้ว!! โดย แม่โบว์ แวนดา ได้โพสต์ภาพขณะ น้องมะลิ กำลังทำกิจกรรมของโรงเรียน พร้อมระบุข้อความชวนน่าเอ็นดูว่า   “พี่จ๋าวันนี้ลูกพี่มะลิเสียฟอร์มแอบร้องไห้ สู้ๆนะมะลิ พ่อปอเอาใจช่วย สู้ๆ ^_^”   ซึ่งนอกจากนี้ยังมีภาพขณะที่ แม่โบว์ แวนดา กับ คุณย่าพิศมัย สหวงษ์ กำลังแอบซุ่มดู น้องมะลิ อยู่ห่างๆ ด้วยความเป็นห่วง ช่างเป็นภาพที่น่ารักมากๆ ทั้งนี้บรรดาแฟนคลับและพี่จ๋า ต่างเข้ามาคอมเม้นท์ในอินสตาแกรมส่วนตัวให้กำลัง น้องมะลิ และ แม่โบว์ อย่างล้นหลาม แถมยังแซวอีกว่า “เมื่อวานโทรหาแม่โบว์กะป้าปู ไม่มีใครรับสาย วันนี้เลยงอแง แต่2-3วันก็จะปรับตัวนะคะ ลูกพี่สู้สู้” อู๊ย..ดูยังไงก็น่าเอ็นดู๊จริงๆ เลย ลูกพี่ลิ จริงมั๊ยจ๊ะพี่จ๋า!!! ขอบคุณภาพจาก IG vanda29, onitsuka_wowwow น้องมะลิ ไปโรงเรียนวันที่สอง   แม่โบว์ ย่าพิศมัย แอบดู น้องมะลิ   น้องมะลิ ไปโรงเรียน   โรงเรียนน้องมะลิ   น้องมะลิ ไปโรงเรียน  

ช้าหมด อดชม! 'ทุ่งปอเทือง' สีเหลืองทองบานสะพรั่ง จ.ลพบุรี
ที่เที่ยวลพบุรี /  ทุ่งดอกไม้

ฤดูฝนชุ่มฉ่ำแบบนี้ เป็นเวลาที่ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ดอกไม้ใบหญ้าจะเบ่งบานสะพรั่ง ล่าสุดกับ ทุ่งปอเทือง ที่จังหวัดลพบุรี ใครผ่านไปมาก็อย่าลืมแวะชมความงาม เซลฟี่กันสักหน่อยนะคะ ^^ ช้าหมด อดชม! 'ทุ่งปอเทือง' สีเหลืองทองบานสะพรั่ง จ.ลพบุรี "ทุ่งปอเทือง" ดอกสีเหลืองทอง กำลังบานสะพรั่งเต็มพื้นที่ ใกล้ ร้านกระเพรา & Coffee บริเวณทางเข้าวัดเวฬุวัณ (เขาจีนแล) ต.นิคมสร้างตนเอง อ.เมือง จ.ลพบุรี นอกจากจะได้ชมความงามของดอกปอเทืองแล้ว บริเวณรอบๆก็ยังเห็นเป็นทิวเขาเขียวขจีที่สวยงามอีกด้วย ส่วนใครที่สนใจอยากมาชมความงามของ ทุ่งปอเทือง ก็ต้องรีบมากันหน่อยแล้ว เพราะจะมีให้ชมถึงเดือนกันยายนนี้ นอกจากนี้บริเวณใกล้เคียงก็ยังมีแหล่งท่องเที่ยวให้ได้เดินชมกันอีกด้วย อาทิ - วัดเวฬุวัณ(เขาจีนแล) ตั้งอยู่บนหุบเขาจีนแล ชมนกยูงกว่า 100 ตัว ที่เดินอยู่ภายในบริเวณวัด และยังสามารถนำอาหารมาให้ฝูงลิงที่อาศัยอยู่บริเวณทางขึ้นเขาจีนแล - วัดสุวรรณคีรีปิฎก(เขาตะกร้าทอง) ตั้งอยู่บนภูเขาที่ลักษณะคล้ายตะกร้าคว่ำ ภายในมีถ้ำ และมีค้างคาวอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ทิวทัศน์ด้านบนสวยงาม สามารถมองเห็น "อ่างซับเหล็ก" และ "เขาจีนแล" สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ททท.สำนักงานลพบุรี โทร.036-770096-7 ขอบคุณข้อมูล Facebook : Tat Lopburi , นายต้น เมืองละโว้

เช้านี้ที่โรงเรียนของลูกพี่ มอบการ์ดวันแม่ให้แม่โบว์ #น้องมะลิ
โบว์ แวนดา /  ปอ ทฤษฎี / 

    มีโมเม้นท์อบอุ่นของ น้องมะลิ พาขวัญ กับ แม่โบว์ แวนดา มาฝากพี่จ๋ากันอีกแล้ว กับการทำกิจกรรมร่วมกันครั้งแรกที่โรงเรียน โดยแม่โบว์ได้โพสต์คลิปผ่าน IG ขณะที่ลูกพี่กำลังถือการ์ดวันแม่ไปให้แม่โบว์พร้อมแคปชั่น "ถ้าวันนี้ปออยู่ ปอคงได้มาเห็นลูกทำกิจกรรมพร้อมกับโบว์ คิดถึงปอนะ" เชื่อว่าคนบนฟ้าคงกำลังมองและยิ้มให้กับความน่ารักของแม่และลูกอยู่แน่ๆ แม่โบว์-น้องมะลิ แม่โบว์-น้องมะลิ แม่โบว์-น้องมะลิ แม่โบว์-น้องมะลิ

น้องมะลิ โชว์ร้องเพลงชาติอีกครั้ง ชัดขึ้นเยอะเลยพี่จ๋า
น้องมะลิ /  โบว์ แวนดา / 

เก่งจริงๆ เลยลูก สำหรับ น้องมะลิ พาขวัญ ลูกสาวสุดน่ารักของ พ่อปอ และ แม่โบว์ ที่ก่อนหน้านี้พยายามร้องเพลงชาติแต่ยังไม่ค่อยชัดสักเท่าไหร่ แต่ล่าสุดแม่โบว์ได้โพสต์คลิปผ่านไอจีส่วนตัวขณะที่ลูกพี่กำลังตั้งใจร้องเพลงชาติ พร้อมแคปชั่น"ชัดขึ้นแล้วนะคะพี่จ๋า มะลิเก่งมั้ยพ่อปอ" เก่งแบบนี้อีกไม่นานคงร้องได้แบบชัดเป๊ะแน่นอนเลยลูกพี่ลิ

แบกเป้ลุยเวียดนามใต้ โฮจิมินห์ ดาลัด มุยเน่ 4 คืน 5 วัน มันส์โคตร! (ตอนที่ 2)
ที่พักเวียดนาม /  ที่เที่ยวเวียดนาม

เพจเก็บกระเป๋า ได้แบกเป้ลุยเวียดนามใต้ 4 คืน 5 วัน โดยวันที่ 1-2 นั้น แบกเป้เร่ร่อน โฮจิมินห์ , ดาลัด ส่วนวันที่ 3 นี้ เก็บกระเป๋าจะพาไป มุยเน่ - เมืองทะเลทรายชายทะเล กันค่ะ แบกเป้ลุยเวียดนามใต้ โฮจิมินห์ ดาลัด มุยเน่ 4 คืน 5 วัน มันส์โคตร! (ตอนที่ 2) มา มา มา มาต่อเช้าวันที่ 3 กันค่ะ ที่มุยเน่ (ออกเสียงว่า หมุยแน้) ใช้เวลาเดินทางจากดาลัด - มุยเน่ ประมาณ 5 ชั่วโมง คือระหว่างทาง เราจะได้ยินเสียง ขาก ตุ๋ย ขาก ตุ๋ย ตลอด  ประสานเสียงให้ฟังกันทั้งคัน พี่เวียดเขาอ้วกพุ่งกันค่ะ คือเส้นทางค่อนข้างเป็นเขา โค้งไปโค้งมา ขนาดเรายังต้องดมยาดม ไม่งั้นอาจมีสิทธิ์ ขาก ตุ๋ย ขาก ตุ๋ย ได้ ^^ รถจะจอดรับคนตามทาง จนมีช่วงนึงรถจอดพักค่ะ เราก็ไม่รู้เรื่องว่าเขาจอดให้กินข้าว จนคนขับรถมาเรียกเราบอกว่า "เบรคฟัทๆ" อ่อดีเลย สวรรค์สิคะ รีบลงรถเพราะหิวมาก เขาพาเราไปในร้าน THIEN TRANG ขายพวกเฝอ พวกบุ๋น คือเขาพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ ไอเราก็สั่งไม่เป็นเลยใช้กูเกิ้ลทรานเสลดเลยค่ะ ห้าาา ได้ผล และที่สำคัญเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม เราชี้ๆ ไปที่ชามที่เขาเอามาเสริฟ เขาบอกว่า "นัมเบอร์วันๆ" เรานี่ตาลุกเป็นประกาย เป็นเนื้อด้วย สั่งเลยจ้ะ 1 ชามโตๆ มันคือ Bun Bo Hue  (ภาพกลาง-บน) ขนมจีนใส่น้ำซุปใสของเนื้อวัวและขาหมู ใส่มะเขือเทศ น้ำซุปจะใส่ตระใคร้ สีแดงได้จากเม็ด Hột Điều Màu เป็นเครื่องเทศผัดน้ำมัน ส่วนเพื่อนเราสั่งเหมือนกันแต่เป็นหมู ได้มาเป็นขาหมูโตๆเลย (ภาพล่าง-กลาง) เค้าจะเอาผัก และน้ำชาทั้งร้อนทั้งเย็นมาเสริฟด้วยค่ะ อยากบอกว่านัมเบอร์วัน นี่นัมเบอร์โคตรๆ เด็ดอ่ะ ต้องมาลองนะคะ ตั้งแต่กินอาหารเวียดนามมาแต่ละอย่างแทบจะไม่ปรุงเลย ประทับใจมาก แต่ถ้าปรุงเรากินเค็มอ่ะ ต้องเพิ่มน้ำปลา และน้ำปลาเวียดนามนี่ตัวเด็ดเลยค่ะ เป็นน้ำปลาที่อร่อยที่สุดในโลกค่ะ เค็มๆ หวานๆ มาลองนะ 3 ชาม หมดไป 150.000 ดอง ถือว่าสมราคาค่ะ เราเดินทางต่อจนถึงใจกลางมุยเน่ รถพาเรามาปล่อยไว้กลางทางจ้าาา บอกว่าให้นั่งแท็กซี่เข้าไป ตายๆๆ นึกว่าจะส่งตรงหน้าร้าน Lam Tong เหมือนที่เขารีวิวกัน อื้ม...มองหาแท็กซี่ เจอของ MaiLinh คันเขียว เราเลยถามราคาเข้าบอกว่า 150.000 ดอง ตามมิเตอร์ ก็ตกลงไป เสี่ยงอีกละแท็กซี่ แต่พอเอาเข้าจริง 150.000 ดองเป๊ะค่ะ ปรบมือรัวๆ เลย สงสัยมาส่งนักท่องเที่ยวบ่อย และแน่นอนอิชั้นไม่โดนโกงนะค้าาาา ^^ ลงรถเสร็จอยู่ดีๆ ก็มีคนอาสาพาไปที่พักบอกว่าที่พักนี้ราคาถูก ของเพื่อนเขา ใจง่ายอีกละไปสิคะ ห้าาาา  คือไปนั่งค้นนามบัตรจนเจอเมื่อกี้เองโชคดีมาก อยากแชร์ มาพักที่นี่เหอะ ถูก ดี พนง.น่ารัก ห้องกว้าง มีมอไซค์ให้เช่าด้วย ที่ "MINH HUNG" ด้านหน้าจะเป็นร้านแว่นตา แต่ด้านในซ่อนที่พักไว้ ราคาห้องละ 250.000 ดอง/คืน (แค่ 375 บาทเอง หาร 3 อีกต่างหาก รู้สึกภาคภูมิใจมากค่ะ ห้าา) เราให้ พนง.จองทัวร์นั่งจิ๊บไปทะเลทรายแบบมีหลังคานะไม่งั้นไหม้ ราคา 6 USD/คน เฮ้ยยยถูกอ่า ส่วนใหญ่เหรดอยู่ที่ 7 USD/คน นะ และเราก็ให้เขาจองรถกลับโฮจิมินห์พรุ่งนี้ด้วย 8 USD/คน ค่ะ ป๊ะ !! เก็บข้าวของไปกินข้าวกัน  จิ๊บจะมารับตอน 13.00 น. เราออกหากินอีกแล้วค่ะ ผู้หญิงอัลไร กิน กิน และกิน ^O^ รอบนี้หาอาหารพื้นมืองกินยากนะคะ ที่นี่มีแต่ฝรั่ง อาหารก็จะออกกลางๆ นี่สั่งข้าวผัด ข้าวหน้าหมูมากิน รสมันๆ เลี่ยนๆ ไม่ค่อยถูกปาก มื้อนี้ค่าเสียหายอยู่ที่ 110.000 ดอง ค่ะ กินข้าวเสร็จก็เดินกลับมาขึ้นรถ แวะซื้อน้ำซื้อขนมที่ร้านโชห่วยแบบเวียดนามสไตล์ค่ะ มาไกลถึงนี่ แต่ก็หนีไม่พ้นไทยแลนด์จริงๆ พบแผงขายแชมพู   ทั้งซัลซิล โดฟ รีจอยส์ เคลียร์ แพนทีน โหยยยกะขายทุกยี่ห้อเลยอ่า ห้าา รถมาแล้ว เงิบ..ทำไมเจอแต่เรื่องเงิบๆ จิ๊บเปิดประทุนจ๊ะ ตายๆ ไหนบอกมีหลังคาไง ดีนะทากันแดดกับใส่เสื้อแขนยาวมา ถึงว่าราคา 6  USD เองโปรแกรมวันนี้เราจอยกรุ๊ปกะฝรั่งอีก 4 คนค่ะ มีคู่หนุ่มสาว และคู่รุ่นตายาย(น่าร้ากกก) วันนี้เราจะไปที่... ซุยเตียน(Fairy Stream) หมู่บ้านชาวประมง(Fisherman Village) ทะเลทรายขาว(White Sand Dune) ทะเลทรายแดง(Red Sand dune) เดินทางไม่ไกล ก็ถึงซุยเตียน(Fairy Stream) หรือแกรนด์แคนยอนเวียดนาม เกิดจากการกัดเซาะของน้ำและลม คล้ายๆกับแพะเมืองผีบ้านเราค่ะ จะมีลำธารเล็กๆ ระดับน้ำประมาณตาตุ่มด้วยค่ะ ซึ่งจะพัดพาตะกอนทรายสีแดงไหลออกไปสู่ทะเล คนขับรถให้เวลา 30 นาที (ถ้าจำไม่ผิดนะคะ) เกือบทุกที่เลย เริ่มจากด้านหน้ารถจิ๊บจอดเต็มเลยค่ะ จิ๊บเขียวมะนาวคันนี้สีเจ็บมาก ชอบ เดินเข้ามาด้านในจะได้กลิ่นตุตุ เดาว่าน่าจะเป็นกลิ่นกะปิที่ชาวบ้านหมักไว้ในโอ่งมังกร ฝาปิดโอ่งเหมือนหมวกเวียดนามเลยอ่า ^^ ก่อนเดินลงไปตามพื้นทรายสีแดง จะมีกลุ่มเด็กเกรียนมาเรียกเก็บค่าเข้า 5.000 ดอง กรุ๊ปเราไม่จ่าย นำทีมโดยคู่คุณตาคุณยายชาวฝรั่ง ห้าา พอไม่จ่ายเท่านั้นแหนะ ฮีก็ด่าเรา  วดฟ. เราหาแคร์ไม่ ถอดรองเท้าหิ้วเดินชิวๆ ไปตามทางค่ะ ทรายนุ้มนุ่มอ่ะ ย่างไปเรื่อยๆ จะเริ่มเห็นภาพนี้นะคะ นักท่องเที่ยวเดินเข้าออกสวนกันเยอะดี ซักพักจะเห็นเนินทรายอยู่ซ้ายมือ เราเคยอ่านเจอว่ามันเป็นทางขึ้นไปด้านบนแล้วจะเห็นเป็นท็อปวิวสวยๆ  พูดมาซะขนาดนี้ถามว่าได้ขึ้นไปมั้ย "ม่ายยยยย" เรายอมแพ้ค่ะ ทรายร้อนมาก ขืนไปเท้าคงสุกพอดี  ขึ้นไปนิดเดียวให้พอได้ภาพละกันน้อ ^^ เราเจอกรุ๊ปทัวร์คนไทยด้วย บางคนเพิ่งเดินเข้ามาครึ่งทางแล้วไกด์เรียกให้กลับ  ทำให้พลาด ไม่ได้เห็นมุมสวยๆ อีกมุมหนึ่งของซุยเตียน เสียดาย เสียดาย เสียดายแทน ยังไงถ้าใครมาที่นี่แล้วรีบเดินจ่ำอ้าวไปให้สุดทางเท่าที่จะทำได้นะคะ ซุยเตียนก็จะประมาณนี้ค่ะ สถานีต่อไป >> หมู่บ้านชาวประมง (Fisherman Village) เอาภาพระหว่างทางมาฝาก น้ำทะเลสีครามนวลๆ ^^ หมู่บ้านชาวประมงค่ะ(Fisherman Village) ที่นี่จะมีเรือหาปลานับร้อยลำที่พากันกลับเข้าฝั่งมาในตอนเย็นและยังมีเรือกระด้งลำกลมๆ  ซึ่งเป็นเรือประมงพื้นบ้านของชาวดาลัดอีกด้วยค่ะ แสงอาทิตย์ระยับระยิบส่องต้องผิวน้ำ ระรอกคลื่นที่ซัดโถมเข้าฝั่ง สวยจนต้องยอมถอดแว่นกันแดดมองเลยทีเดียว โว๊ะ โหะ โหะ ^O^ สถานีต่อไป >> ทะเลทรายขาว (White Sand Dune) เห็นทางเข้าทะเลทรายแล้วใจเต้น ได้ยินเสียงอะไรมั้ย... ได้ยินเสียงเพลงนั้นมั้ย... ทำนอง... จังหวะ... เริ่มดังอยู่ในโซนประสาทหูแล้วสิ ^^ ขบวนรถจิ๊บพานักท่องเที่ยวมุ่งสู่ทะเลทรายขาว แนะนำให้หา Mask มาใส่ด้วยนะคะ ฝุ่นเยอะมาก มองไปด้านซ้ายจะเห็นทะเลทรายอยู่ไกลๆ ตื่นเต้นๆ ก่อนเข้าไปด้านในจะต้องเสียค่าธรรมเนียมคนละ 10.000 ดอง เราซื้อน้ำเปล่าติดตัวไปด้วย กันลงแดงเพราะขาดน้ำ ที่นี่จะมีรถ ATV ให้เช่า ราคา 200.000 - 300.00 ดอง จำกัดเวลาด้วย แพงนะ เดินดีกว่าประหยัดและได้ออกกำลังกาย จะบอกว่าเราใส่หูคีบเพื่อนยากมาแหละ เวลาเดินก็ถอดออกให้เท้าได้สัมผัสกับทรายนุ่มๆ อุ่นๆ แต่แดดอ่าร้อนมาก !! แต่ก็คุ้มนะ ทะเลทรายที่ใกล้ประเทศไทยแบบนี้ควรมาค่ะ และที่นี่ก็เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนต์เรื่องเราสองสามคน ที่เราเป็นนางเอก (แอร๊ยย ><) แต่เรื่องจริงเราทั้งหูไม่ดี ทั้งสายตาไม่ดีเลยนี่สิ ห้าา ฝรั่งคู่คุณตาคุณยายเดินเร็วมาก นำเราไปเรียบร้อย สงสัยเราขาสั้น เอิ๊กๆ หันหลังกลับไปจะได้วิวนี้ค่ะ สวยงาม เพื่อนเราโคตรเท่เลยรูปนี้ ผมยุ่งๆ ชอบอ่า >< ะเลทรายที่เวียดนามมีทะเลทรายขาวและทะเลทรายแดงอยู่ใกล้ๆ กันค่ะ ซึ่งที่สุดท้ายเราจะไปดูพระอาทิตย์ตกยามเย็นที่ทะเลทรายแดงกัน ใครไม่ได้เล่นสไลเดอร์เมื่อกี้ ที่นี่จะมีเด็กๆ คอยเดินตามตื้อให้ซื้อไปเล่นนะคะ รถจะจอดฝั่งที่ติดทะเล เราก็ข้ามมาอีกด้าน คราวนี้เดินไปไม่ไกลค่ะ ชิวๆ เราเดินทางกลับที่พักประมาณ 1 ทุ่มค่ะ โหยยเหนียวตัวมาก แดด ฝุ่น ทราย อาบน้ำด่วน แล้วเดินออกไปหาอะไรกินข้างนอกกัน สองข้างทางจะมีร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านขายของที่ระลึก และโรมแรม เกสเฮ้าส์ เยอะค่ะ แต่ช่วงนั้น 3 ทุ่ม รู้สึกจะเริ่มเงียบ มาถึงมุยเน่ หลายรีวิวบอกว่าต้องมากินอาหารทะเลที่ร้าน Lam Tong ค่ะ  โดยเฉพาะล็อบสะเต้ออออ หาร้านอยู่นานในที่สุดก็เจอ เข้าไปด้านในเลือกที่นั่งติดระเบียงริมทะเล แต่รู้สึกเสียงคลื่นซัดเข้าฝั่งจะดังไป ราคาอาหารที่นี่ค่อนข้างแพง อย่างว่าย่านแหล่งท่องเที่ยว วิธีการสั่งถ้าเป็นอาหารทะเล เขาจะคิดเป็นกิโล ตักเอาสดๆ จากตู้เลย เห่อจะกินก็สงสาร ถ้ามัวแต่สงสารก็จะอดกิน สุดท้ายสั่งมา 3 อย่าง ล็อบสเตอร์ย่างได้มา 2 ตัว หอยนางรมอบชีส 4 ตัว และข้าวผัดซีฟู้ด 1 จานกลางๆ ค่าเสียหายมื้อนี้อยู่ที่ 1.305.000 ดอง หรือ 3 อย่าง 1,957 บาท แพงงงงงงงงงงอ่ะ แพงสุดเท่าที่กินมาละ กระเป๋านี่แห้งเลยค่ะ ที่อยากกินเพราะล็อบสเตอร์เลยย TT เราและเพื่อนสรุปกันว่าแพงไป และรสชาติก็งั้นๆ นะ ไปหาร้านอื่นเหอะ ใครมีร้านอร่อย ราคาโอเคกว่านี้ แนะนำมานะคะ วันที่ 3 ที่หมุยแน้ สนุก เหนื่อย แดด ลม ทราย แผดเผาร่าง คืนนี้ต้องพักฟื้นค่ะ เพื่อพรุ่งนี้ที่โฮจิมินห์ถิ่นลุงโฮ ราตรีสวัสดิ์ สรุปค่าใช้จ่ายวันที่ 3 "มุยเน่" ค่าใช้จ่ายรวม 2.157.000 VND + 42 USD = (2157 x 1.5) +  (42 x 32) = ประมาณ 4,579 บาท เฉลี่ยคนละ  4,579/3 = 1,526 บาทค่ะ ปล.ถ้าไม่เน้นกิน แนะนำกินอาหารข้างทาง บั๋นหมี่ก็มีค่ะ 20.000 ดองเอง ราคาแตนดาร์ด ประหยัดได้อีกเยอะ ^^ เช้าวันที่ 4 ก่อนไปโฮตอน 08.00 น. วันนี้เราตื่นกันเช้าค่ะ อยากไปเห็นแสงแรกที่ริมทะเล เกือบ 7 โมงได้ แต่ไม่ทันแสงแรกหรอก โน่น...แสงที่สอง สาม สี่ ห้า.... สว่างจ้าเลย แต่ก็ถือว่าได้ออกมารับอากาศตอนเช้าๆ ได้เห็นคนเอาเรือออกหาปลาด้วย น้องหมาก็ออกมาเดินเล่นนะคะ พอคลื่นซัดมาใกล้ๆ ก็วิ่งหนี มองดูแล้วอารมณ์ดีเลย ระหว่างไปหาของกิน ร้านไม่ค่อยเปิดเลย เงียบไปนะ เราเจอ "ฺBackpacker Village" คูลอ๊าาาา เจอรถเต่าด้วย หาเจอยากนะ >< ร้านอาหารที่นี่จะเปิด 07.00 น. แต่จะตั้งร้านไว้ก่อนหลอกล่อเรามาก เราตัดสินใจเดินไปร้านนึง หาพนง.นานอยู่ กว่าจะออกมา คือมื้อเช้านี่ต้องกินนะ ไม่งั้นหิวตาย กว่าจะถึงโฮจิมินห์ ก็ประมาณ 6 ชั่วโมง เราสั่งเบอร์เกอร์เวียดนาม ก๋วยเตี๋ยว(ได้เส้นมาม่าอีกละ U_U) และข้าว รสชาติก็งั้นๆ คือมุยเน่นี่ไม่มีอะไรอร่อยเลยหรอ ?! ค่าอาหารมื้อนี้ 215.000 ดองค่ะ อิ่มท้องแล้วจัดกระเป๋า โก ทู โฮจิมินห์ ค่ะ เราออกเดินทางจากมุยเน่ตอน 08.00 น. รถออกไปได้ซักพัก เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อเพื่อนเราลืมมือถือ !!! ขณะรถจอดรับผู้โดยสาร เพื่อนเรารีบออกไปบอกคนขับว่าลืมของ นังรีบโดดออกจากรถซ้อนท้ายพี่วินกลับไปเอาของที่ที่พัก งานนี้เป็นใครก็ใจเต้นรัวๆ ดีนะที่เพิ่งออกมาได้ไม่ไกล ฝากถึงทุกท่านโปรดเช็คสิ่งของมีค่าก่อนออกจากที่พักทุกครั้งค่ะ รถจะแวะพักให้ทานมื้อเที่ยงด้วยนะคะ ไม่อดตายแล้วเรา ^^ เวลา 13.30 น. เราถึงโฮจิมินห์ ใช้เวลา 5.30 ชม. และเป็นวันสุดท้ายที่จะได้เที่ยวเวียดนาม  ตอนนี้เงินดองไม่พอต้องเดินหาที่แลกตังค่ะ จำได้ว่าจะมีธนาคาร Dong A Bank อยู่ตรงถนนฟามงูเหลา ก็เดินไปหาดูปรากฏว่าปิด ผ่านเวียตซีก็ปิด คือวันเสาร์ที่โฮจิมินห์ บริษัท ร้านค้าจะปิดให้บริการ เงียบเหงาเลย จริงๆ ควรจะเปิดนะ นักท่องเที่ยวก็เยอะ ดังนั้นใครมาเที่ยวแล้วเจอแบบนี้โคตร ซอ อัว ยอ ซวยยยย เราเลยเดินไปที่ตลาดเบนถันเพราะข้อมูลที่หามาบอกว่ามีร้านรับแลกอยู่ และก็มีจริงๆ ข้ามทางม้าลายไปจะเจออยู่ด้านซ้ายมือ มีอยู่สองร้านอยู่ข้างๆกัน เราเลือกร้านขวาเหรดแลกเงินไทยเป็นดองดีกว่า (แต่ทำไมบางบทความบอกว่าถ้าแลกเงินกับร้านเพชรร้านทองเวียดนามผิดกฏหมายนะ) แลกเงินแล้ว เข้าไปที่ตลาดเบนถันกันค่ะ คล้ายจัตุจักรบ้านเราเลย ที่นี่มีพื้นที่ประมาณ 1 ตารางกิโลเมตร มีหอนาฬิกาอยู่ด้านหน้าเป็นสัญลักษณ์ค่ะ สินค้าก็จะเป็น เสื้อผ้า กระเป๋าเดินทาง เป้ นาฬิกา ของที่ระลึก อาหาร เครื่องเทศ อาหารสด ดอกไม้ บลาๆ ของทีนี่ถูกนะ ต่อราคาดีๆ แต่ผลไม้แช่อิ่มแพงกว่าที่เราซื้อที่ดาลัด จะให้ดีกลับไปซื้อกินที่ไทยเหอะค่ะ ห้าา (ตลาดเบนถันจะเปิดตอนเช้าจนถึงบ่ายๆ นะคะ มาตอนเย็นกินแห้วแน่ ) จากนั้นเราก็เดินเที่ยวรอบเมืองค่ะ แน่นอนว่าตามสไตล์นักท่องเที่ยวก็ต้องหยิบแผนที่ออกมากาง แล้วคลำๆ ทางไปด้านหลังตลาดเบนถัน พร้อมถามทางคนไปเรื่อยๆ เจอร้านตัดผมอยู่ในซอกในช่องเล็กๆ ด้วย ชอบอ่า ช่างกำลังตัดผมให้เด็กน้อยอยู่ และแล้วเราก็มาถึงที่แรกค่ะ พิพิธภัณฑ์สงคราม (War Remnants Museum) คนต่อแถวซื้อบัตรเยอะเลย ค่าเข้า 15.000 ดอง ข้างในอาคารจะจัดแสดงเครื่องมือการรบ และอาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ในสมัยสงครามเวียดนามมีทั้งของจีน เมกา พร้อมภาพถ่ายแนว Photo Essay ขอย้ำว่าฝีมือช่างภาพในสมัยนั้นเทพมาก โดยเฉพาะผลงานช่างภาพชาวญี่ปุ่นที่ใช้กล้อง Nikon ตัวสีดำ ภาพส่วนใหญ่เห็นแล้วสะเทือนใจค่ะ เราเห็นฝรั่งหลายคนยืนมองแล้วน้ำตาคลอ คงอินมาก เพราะแต่ละภาพถ่ายทอดความรู้สึกได้ดี สถานีต่อไป โบสถ์นอร์ทเธอดามค่ะ เก็บภาพระหว่างทางมาฝาก โบสถ์นอร์ทเธอดามสร้างขึ้นในสมัยเวียดนามอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศส พ.ศ.2420 เป็นการจำลองมหาวิหาร Notre Dame กรุงปารีสมา มีหอคอยคู่ สูงๆ เป็นสัญลักษณ์ที่มองเห็นได้แต่ไกล และยังเป็นโบสถ์ที่มีความสวยงามที่สุดในเวียดนามใต้อีกด้วยค่ะ เดินมานิดเดียวก็เจออาคารสีเหลืองเข้มๆ ตั้งเด่นเป็นสง่า ภาพนี้เราถ่ายจากมือถือ ซัมซุงแกรนด์ 2 ไม่คิดว่าจะชัดขนาดนี้ ห้าาาา ไปรษณีย์กลางโฮจิมินห์ (Central Post Office) เป็นไปรษณีย์ที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนามด้วยศิลปะโกธิคค่ะ สร้างขึ้นเมื่อครั้งที่เวียดนามยังอยู่ในการปกครองของฝรั่งเศสช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ผู้ออกแบบไปรษณีย์แห่งนี้คือ **Gustave Eiffel สถาปนิกระดับโลก ผู้ออกแบบหอไอเฟล ในตัวอาคาร    จะตกแต่งด้วยภาพแผนที่ทางทะเลโบราณ และมีภาพของอดีตผู้นำประเทศ "ลุงโฮ" นั่นเอง ใครจะส่งโปสการ์ดเชิญได้ที่นี่นะคะ เราจะใช้เวลาอยู่ในแต่ละที่ไม่นานมากค่ะ แล้วเดินต่อไปอีกที่ เมื่อยมาก จนมาถึง Opera House หรือโรงละครยาฮดแถงห์โฝ (Nha hat Thanh Pho) สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2402 เพื่อใช้ในการแสดงต่างๆ เมื่อก่อนเคยใช้เป็นสำนักงานใหญ่ของสภาเเห่งชาติเวียดนามใต้ แต่ ณ บัดนาว เปิดใช้เป็นที่เเสดงเหมือนเดิมค่ะ สถานที่ต่อมา สภาประชาชน ตรงข้ามจะเป็นสวนที่เรียกว่า จัตุรัสโฮจิมินห์ (Tran Nguyen Hai Statue) มีอนุสาวรีย์ลุงโฮอยู่ด้วยนะคะ จุดนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ของโฮจิมินห์ ที่ใช้เป็นจุดตั้งหลักและจุดนัดพบเลยก็ว่าได้ ประเด็นฝั่งจัตุรัสโฮจิมินห์กำลังทำการปรับปรุงค่ะ โดนล้อมไว้หมดเลย มองไม่เห็นอะไรซักอย่าง TT ขณะนี้เวลา 18.30 น. รถเมล์สาย 152 ไปสนามบินหมดแล้ว เราอยากใช้เวลาให้คุ้มค่าเพราะ เครื่องออก 21.35 น. ซึ่งเช็คอินในเว็บเรียบร้อยแล้ว  เลยว่าจะนั่งแท็กซี่ไปสนามบินเอา ประมาณ 30 นาที ระหว่างนี้เพื่อรักษาเวลาเราไม่เดินละค่ะ นั่งแท็กซี่อย่างเดียว ไป ร้าน Quan an ngon ที่อยู่ 138 Nam KyKhoiNghia Street | District 1, Ho Chi Minh City, Vietnam ที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็นร้านต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง ยิ่งเวลามีจำกัด อยากกินอาหารเวียดนามให้ครบต้องมาที่นี่เลย ทำกันให้ดูสดๆ ด้วยนะคะ เราสั่งอาหารมา 5 อย่าง จำชื่อไม่ได้ซักอย่าง ถามพนังงานให้แนะนำเมนูแบบเวียดนามสไตล์เอาค่ะ และก็ไม่ผิดหวังจริงๆ อาหารอร่อยทุกอย่าง โหวตๆๆ ^^ หมายเลข 1 ข้าวผัดเวียดนามใส่หม้อดิน หมายเลข 2 เส้นขนมจีนเส้นแห้งกินกับปอเปี๊ยะทอดและหมูย่าง เด็ดมาก พูดเลย หมายเลข 3 คล้ายๆ สาคูไส้หมู แต่แป้งจะเหนียวๆ ใสๆ ข้างในใส่ไส้กุ้งหวานๆ จิ้มกับน้ำจิ้มหวานๆ เปรี้ยวๆ ที่อยู่ในจาน ฟินมากก หมายเลข 4 ขนมเบื้องเวียดนามค่ะ อันใหญ่กว่าที่ไทยมาก แป้งจะกรอบ ข้างในเป็นถั่งงอก ผักต่างๆ และกุ้ง หมายเลข 5 ขนมหวานอันนี้คล้ายกล้วยบวชชีค่ะ ส่วนผสมมีกล้วยนึ่งฝานบางๆ สาคูเม็ดเล็ก เนื้อมะพร้าวอ่อน ราดด้วยกะทิแบบเจ้มจ้น และถั่วลิสง คือจานใหญ่มาก ดีนะสั่งมาแค่จานเดียว อิ่มอร่อยมากค่ะ ชอบ กลับบ้านต้องลองทำกินให้ได้ มื้อเย็นที่แสนอร่อยนี้ ราคาอยู่ที่ 1.907.000 ดอง หรือประมาณ 2,860 ค่ะ (แพงงงงงงงงอ่า แต่ไม่เป็นไรแลกกับเวลาที่ไม่ต้องไปเดินหาของกินแบบเวียดๆ แล้วยอมจ่าย) อิ่มกันแล้ว แต่เวลานี่ 2 ทุ่ม จวนจ้ำมาก เรานั่งแท็กซี่ให้ไปส่งที่ Night Market เพื่อเลือกซื้อของฝาก แบบเร่งๆ รีบๆ คราวนี้เวลาโคตรกระชั้น เราเลยเรียกแท็กซี่ไปสนามบิน พอถึงสนามบินเราวิ่งไปที่ เคาเตอร์แอร์เอเชียแบบไม่คิดชีวิต แล้วยื่นเอกสารให้พนง. สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นจนได้ จากที่ฟังภาษาอังกฤษไม่ค่อยออก แต่วันนั้นฟังออกเต็มสองรูหู "ซอรี่" มาคำแรกและ "เลท" มาคำที่สอง "ทูม้อโร่ อะ เกน" คำที่สาม เราสองสามคมองหน้ากันทำตาปริบๆ โหยย ชีวิต ตกเครื่องข่าาาาา เราเสริจหาเที่ยวบินของวันนี้และวันพรุ่งนี้ในราคาที่ถูกที่สุด ได้ Vietjet Air ราคาดีสุดคือ 3,000 บาท รอบ 11.00 น. แต่เคาเตอร์ปิดแล้ว จองในเน็ตก็ไม่ได้ ตอนนั้นประมาณ 5 ทุ่มได้ เลยตัดสินใจเดินออกจากสนามบินไปหาที่พักใกล้ๆ แล้วค่อยมาจองตั๋ววันพรุ่งนี้ รุ่งขึ้นการซื้อตั๋วสำร็จไปด้วยดี แต่ของฝากเราไม่อยู่แล้ว เศร้า... แต่จะเศร้าทำไม ทำวิกฤตให้เป็นโอกาสสิ ไหน ๆ ก็มีเวลาอยู่ต่อแล้ว เลยนั่งรถเมล์สาย 152 กลับเข้าเมืองโฮจิมินห์อีกครั้ง และใช้เวลา 3 ชม. สุดท้ายให้คุ้มค่าที่สุด เราแวะตลาดเบนถันเพื่อซื้อของฝากใหม่ และหาของกินที่นี่เลย โชคดีก่อนกลับได้ลิ้มรสกาแฟและราเมงสูตรเวียดนามแสนอร่อย กาแฟรสเข้มมากและหวาน แต่มันกลมกล่อม อร่อยสุดๆ ราเมงเวียดนามนี่เด็ดมาก เส้นเด้ง น้ำซุปต้มยำ เเซ่บเวอร์  ต้องลองนะคะ !! ขากลับไปสนามบินให้ขึ้นรถเมล์ที่จุดเดิม แต่ให้ยืนรอที่ช่องรอรถด้านในนะคะ จะมีป้าย 152 บอกประจำจุดอยู่ค่ะ สาบานว่า จะไม่ให้ประวัติศาสตร์ตกเครื่องซ้ำรอยอีก ต่อจากนี้เตรียมตัวกลับสู่ประเทศไทยและโลกแห่งความจริงของมนุษย์เงินเดือนต่อไป สรุปค่าใช้จ่ายวันที่ 3 และ 4 รวม 3.539.000 VND = 3539 x 1.5 ประมาณ 5,300 บาท/3คน เฉลี่ยคนละ 5,300/3 = 1,766 บาท ***สรุปค่าใช้จ่ายต่อคน 4 - 8 มีนาคม 2558 ระยะเวลา 4 คืน 5 วัน*** ตั๋วเครืองบินไปกลับ 3,000 บาท วันที่ 1     : 1,056 บาท วันที่ 2     : 1,420 บาท วันที่ 3     : 1,526 บาท วันที่ 4-5   : 1,766 บาท รวม 8,768 บาทค่ะ ตีเป็นเลขกลมๆ สวยๆ ก็ 8,700 บาท (ขอไม่รวมค่าตั๋วที่ซื้อใหม่นะคะ) ถ้าไม่เน้นกิน เลือกแบบโลคอลตามข้างทาง และไม่ตกเครื่องเสียเงินนอนโรงแรมและค่าอื่นๆ เพิ่ม งบจะอยู่ที่ 7,500*** บาทค่ะ หากคุณต้องการเที่ยวแบบประหยัดในราคาสบายกระเป๋า การศึกษาข้อมูลก่อนออกเดินทางเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นมากค่ะ แล้วคุณจะไม่ถูกโกงงง !!!!  ^^ ปล.ใครอยากได้ข้อมูล หลังไมค์นะคะ มีแบบละเอียดค่ะ แต่ขอรวบรวมดีๆ แปรบบ สุดท้ายและท้ายสุดขอบคุณเพื่อนร่วมทริปเราสองสามคนที่ทำให้ทริปนี้มีสีสันและสนุกสุดเหวี่ยง ขอบคุณภาพสวยๆ จากกล้องอิดรูเพื่อนสาว ที่ทำให้ได้ภาพเพิ่มในหลายๆ มุม กระทู้มีสีสันขึ้นเยอะ สำคัญสุด ขอบคุณทุกท่านที่อ่านมาจนถึงบันทัดนี้ คือยาวมาก ทำเองยังเบื่อเลย คิดตลอดว่าเมื่อไหร่จะจบวะเนี้ย ห้าาาาา จบละนะ จบ. แต่ "เวียดนาม" พี่ไม่จบแน่ ต้องมีซ้ำ !!!! บอกไม่ถูกเลยว่ารู้สึกดีใจสักเท่าไหร่ มากแค่ไหนก็ไม่รู้.... ^^ อ่านเพิ่มเติม : แบกเป้ลุยเวียดนามใต้ โฮจิมินห์ ดาลัด มุยเน่ 4 คืน 5 วัน มันส์โคตร! (ตอนที่ 1) ขอบคุณข้อมูลการเดินทางและภาพสวยๆ เพจเฟสบุ๊ค เก็บกระเป๋า ติดตามภาพสวยๆ ได้ที่ Page : http://www.facebook.com/kepkrapao Facebook : https://www.facebook.com/supaporn.jainoon IG : http://www.instagram.com/kepkrapao