ปอ

วงแตก! น้องมะลิ ร้องไห้โฮหา แม่โบว์ อยากเล่นสไลเดอร์
แม่โบว์-น้องมะลิ /  โบว์ แวนดา / 

วงแตกกันเลยทีเดียวจ้า! ขณะ แม่โบว์ แวนดา กำลังให้สัมภาษณ์สื่อในงาน Grand Opening "PANANCHITA'' Brand จู่ๆ น้องมะลิ พาขวัญ ก็ร้องไห้โฮมาหา แม่โบว์ กลางวงสัมฯ ทำเอาพี่ๆ สื่อหยุดสัมภาษณ์ แม่โบว์ ทันที ส่วนสาเหตุมาจาก น้องมะลิ อยากไปเล่นสไลเดอร์นั่นเอง ซึ่งแม้จะร้องไห้ยังไง แต่ น้องมะลิ ยังโบกมือบ๊าย..บายพี่จ๋า ก่อนจะไปอีกด้วย โอ๊ย..เด็กอะไรร้องไห้ยังน่ารัก แม่โบว์-น้องมะลิ แม่โบว์-น้องมะลิ แม่โบว์-น้องมะลิ แม่โบว์-น้องมะลิ

แม่โบว์ ยังอึ้ง! น้องมะลิ ล้อเลียนคำพูด-ท่าทาง ได้เหมือนเป๊ะทุกช็อต
น้องมะลิ พาขวัญ /  ปอ ทฤษฎี / 

IG @vanda29 ปกติเวลาไปถ่ายงานถ่ายแบบ แม่โบว์ก็จะพยายามทำทุกอย่างให้เค้าอารมณ์ดีจะได้ยิ้มๆ และมะลิผู้ไม่เคยมองกล้องเลย แม่โบว์ก็จะพยายามให้เค้ามองกล้อง ก็จะเอาตุ๊กตามาไว้ข้างเลนส์กล้องบ้าง พยายามบอกมะลิให้มองกล้องบ้าง วันนี้ระหว่างจอดรถรอพี่ออโต้ที่โรงเรียน มะลิก็บอกแม่ว่า แม่ๆดูนะ แล้วก็ตามคลิปเลยค่ะพี่จ๋า ปกติเวลาไปถ่ายงานถ่ายแบบ แม่โบว์ก็จะพยายามทำทุกอย่างให้เค้าอารมณ์ดีจะได้ยิ้มๆ และมะลิผู้ไม่เคยมองกล้องเลย แม่โบว์ก็จะพยายามให้เค้ามองกล้อง ก็จะเอาตุ๊กตามาไว้ข้างเลนส์กล้องบ้าง พยายามบอกมะลิให้มองกล้องบ้าง วันนี้ระหว่างจอดรถรอพี่ออโต้ที่โรงเรียน มะลิก็บอกแม่ว่า แม่ๆดูนะ แล้วก็ตามคลิปเลยค่ะพี่จ๋า มีความทะเล้นและแสบขึ้นทุกวัน! สำหรับ น้องมะลิ พาขวัญ เพราะดูได้จากคลิปล่าสุดที่ แม่โบว์ โพสต์คลิปลูกสาวซุปตาร์ตัวน้อย น้องมะลิ ขณะกำลังเลียนแบบเวลาคุณแม่ขอถ่ายรูป บอกเลยล้อเลียนได้เหมือนเป๊ะทั้งท่าทางและน้ำเสียง เรียกว่าเป็นเงาเสียงของ แม่โบว์ ชัดๆ เลย งานนี้เห็นที แม่โบว์ ต้องเปลี่ยนมุขหลอกล่อใหม่แล้วแหละ เพราะมุขนี้ ลูกพี่ลิ เขาจำได้หมดแล้ว..5555

ปอ ร่วมค้า (ห้างหุ้นส่วนจำกัด)

ผู้ผลิต พลาสติก ผ้าใส ฟิล์มและแผ่นใส ฟิล์มยืดพันพาเลท พลาสติก อุปกรณ์แพ็คเกจ / ท่อ ปะเก็น / ฉนวน / ไฟเบอร์กลาส / ผลิตภัณฑ์ยาง / ซัพพลาย อุปกรณ์ที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม

ไม่ใช่เรื่องสนุก!! โบว์ แวนดา วอนอย่าถามคำถามไม่ดีรื้อฟื้นเรื่อง ปอ ทฤษฎี สะเทือนใจครอบครัว!!
โบว์ แวนดา /  ครอบครัวสหวงษ์ / 

    เรียกได้ว่าสร้างความสะเทือนใจให้แก่คนรัก ปอ ทฤษฎี และ โบว์ แวนดา พร้อมด้วยครอบครัวสหวงษ์อย่างมาก หลังจากที่มีเพจบางเพจได้ทำร้ายจิตใจแก่ โบว์ แวนดา และครอบครัว ด้วยการตั้งคำถามที่ไม่เหมาะสมเกี่ยวกับ ปอ ทฤษฎี ซึ่งนอกจากจะเป็นการรื้อฟื้นเรื่องราวต่างๆ ในการจากของพระเอกหนุ่มแล้ว ยังทำให้ครอบครัวสหวงษ์รู้สึกไม่สบายใจอีกด้วย ล่าสุด โบว์ แวนดา ได้เผยเรื่องราวต่างๆ ถึงการจัดทริปสุดพิเศษที่พาสองครอบครัวไปเที่ยวปราณบุรีกันอย่างพร้อมหน้า และตอบข้อซักถามเกี่ยวกับเพจต่างๆ ที่สร้างกระแสดราม่าทั้งเรื่อง น้องมะลิ และ ปอ ทฤษฎี ว่า   "ก็เป็นความตั้งใจอย่างที่บอกไปนะคะ ก่อนไปตัวโบว์ก็ได้มีการเก็บตังค์เรียบร้อยแล้ว จริงๆตอนแรกก็ถามคุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยายและสมาชิกทั้งสองฝั่งว่าอยากไปไหนในเมืองไทย หรือต่างประเทศแต่จริงๆ ก็อยากพาคุณแม่ของเราเองไปต่างประเทศเพราะท่านยังไม่เคยไป แต่แม่บอกว่าเดินทางไม่ไหวแล้ว ขอในประเทศแล้วกัน ก็เลยเอาใกล้ๆ เพราะคุณพ่อคุณแม่โบว์อยู่หัวหิน ก็เลยงั้นเดี๋ยวเราไปเที่ยวปราณ แล้วโรงแรมที่เราพาคุณพ่อกับคุณแม่ไปก็เคยบอกกับพี่ปอไว้ว่าเดี๋ยวเราไปเที่ยวกัน แต่ว่าช่วงนั้นพี่ปอเขายุ่งๆ ก็เลยไม่มีโอกาสไป"   "(หัวเราะ) ก็คงมาจากเจ้าหญิงน้อยค่ะ คือเขาชอบเจ้าหญิง เราก็ปรึกษาทุกคนว่าพร้อมไหมที่จะเป็นเจ้าหญิงให้กับหลาน ทุกคนก็โอเค แต่ตอนแรกคุณยายกับคุณย่าก็บอกว่าฉันไม่ไหวแล้ว ฉันไม่อยากแต่ง ฉันอาย แต่พอบอกว่ามีกิจกรรมร่วมกันได้ลุ้นรางวัลด้วยนะ เท่านั้นแหละค่ะ ไปหาชุดจนเครียด โทรมาเนี่ยยังหาชุดไม่ได้เลย แต่สุดท้ายคุณย่าน่าจะสวยที่สุด"   "ออโต้นี่ก็จัดเต็มมาก บอกไม่เอาแม่ ไม่แต่ง อายเขา แต่พอเราแต่งหน้าให้นี่ยิ้มตลอดเวลา ก็ออกมาอย่างที่เห็นค่ะ แต่เขาก็เขิน เขาอายเพื่อน แต่ไม่เป็นไรทำเพื่อน้อง แล้วก็เราไม่ได้มีโอกาสได้ทำอะไรแบบนี้บ่อย ที่สำคัญเป็นกิจกรรมในครอบครัว ทำแล้วก็ไม่ผิดหวังจริงๆ เพราะทุกคนในครอบครัวได้เสียงหัวเราะทุกคนจริงๆ"   "ครบมาก ขาดแค่คนเดียว (หยุดนิ่ง แววตาเศร้า) ป๊อปปี้ก็บอกว่าครบหมดแล้วนะพี่ เสียดายเนอะ เราก็บอกว่าไม่ได้ขาดหรอก เขามาด้วย ก่อนไปทริปเราก็บอกเขาค่ะ เพราะจริงๆ มันเป็นความตั้งใจของพี่ปออยู่แล้ว ที่อยากจะให้คุณพ่อคุณแม่โบว์แล้วก็พี่ปอไปพร้อมหน้าพร้อมตากัน ณ วันนี้เขาไม่ได้อยู่ก็ไม่เป็นไร โบว์ทำแทน"   "มีค่ะ ก็ถามทั้งสองฝั่งว่าเดี๋ยวรอก่อน ขอเก็บตังค์ก่อน แล้วเดี๋ยวถ้าพร้อมเมื่อไหร่ก็จะพาไปอีกรอบ จัดทริปบ่อยค่ะ แต่อย่างที่บอกว่าเราไปครั้งนี้ เราก็เป็นคนดูแลทุกคน เพราะฉะนั้นถ้าอยากให้เขาไปที่ที่สบายหรือว่าไปพักผ่อนจริงๆ แบบนี้ ก็ต้องอยู่ที่คุณทรัพย์ด้วย ก็บอกว่าขอเวลาก่อนนะทุกคน ขอแม่โบว์เก็บตังนิดนึงเดี๋ยวพาไปใหม่ อยากทำบ่อยมากเลย เพราะว่าการที่เราได้อยู่กับครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตามันเป็นเรื่องที่ยาก หลายๆ คนมารวมตัวกัน มันมีความสุขมากๆ แค่เราได้เห็นคนที่เรารัก หรือพ่อแม่เราหัวเราะก็มีความสุขแล้ว ครั้งนี้ไปมาสามวันค่ะ คุณอาปิลก็ขอลาพักร้อนที่ทำงาน อาจารย์ป๊อป อาจารย์เบนซ์ก็ขอลาป่วย แต่กลับไปไม่รู้โดนหรือเปล่านะ"   "(คิดถึงพี่ปอไหม?) คิดถึงแต่ว่าเราก็พยายามทำทุกอย่าง ให้คุณปู่คุณย่ามองแล้วสนุกสนาน คือต้องเข้าใจว่าคุณปู่คุณย่าเขานึกถึงพี่ปอตลอดเวลาอยู่แล้ว โชคดีที่ได้บรรดาเจ้าหญิงแต่ละท่านมาช่วยส่งรอยยิ้ม มันก็เลยโอเคขึ้น"   "(ถามถึงกระแสดราม่าของน้องมะลิบางเพจ เรื่องราวมันเป็นมายังไง?) จริงๆ เพจของน้องบางเพจมีมาเยอะมาก บางเพจก็แสดงตัวตนว่าเป็นใคร แต่บางเพจจะทำเพจให้น้องก็มีอินบ็อกมาขออนุญาตว่าหนูชื่อนี้นะคะ เราก็ยินดีค่ะ ถ้ารักน้องทำให้น้องเราก็ยินดี แต่ในกรณีที่มีดราม่ากันเกิดขึ้น คือมันประมาณว่า เราไม่อยากให้เอาลูกของเราไปทำเพจเรียกยอดไลค์ หรือเป็นการเรียกผู้ติดตาม ถ้าคนรักน้องจริง ไม่ว่าเพจนั้นคนจะตามคุณแค่สิบคน ยี่สิบหรือสามสิบคน มันคือความรู้สึกที่ดีแล้ว ความรักความเอ็นดูมันไม่ได้วัดกันที่ยอดไลค์หรือคนติดตาม ก็ไม่อยากให้เอาน้องไปเป็นเครื่องมือสำหรับการเรียกยอดไลค์ หรืออะไรที่ลงรูปน้องแล้วบอกว่าถ้าได้ยอดไลค์เท่านี้จะอย่างนู้นอย่างนี้ คือไม่อยากให้มีข้อแม้ค่ะ"   "ไม่ได้ติดตามค่ะ แต่มีคนส่งมาให้ดู จริงๆ ก็ต้องบอกว่าเขาก็ทำเพจมาตั้งแต่พี่ปอป่วย เราก็ยินดีนะคะถ้ามีความรู้สึกที่ดีให้กับโบว์และมะลิ ขอบคุณมากๆ แต่ก็ไม่อยากให้อยู่ในเชิงนั้นค่ะ ที่ต้องมีข้อแม้ของการติดตาม มันดูไม่ใช่อ่ะ เราก็มีไปชี้แจงกับเขาค่ะ เขาก็น่ารัก เขาก็รับฟัง แต่ว่าล่าสุดจริงๆ คือโบว์จะไม่ค่อยอะไร ก็คือจะมีแบบดูผ่านๆ ตา แล้วก็มีความรู้สึกดีเพราะแต่ละท่านก็รักและเอ็นดูน้อง แต่ว่าก็จะมีในกรณีที่มีคำพูดอะไรที่มันไม่โอเค เราก็มีการเข้าไปครึ่งนึง เราก็บอกว่า กับคำถามที่เกิดขึ้นหรืออะไรก็ตามแต่ ไม่อยากให้คนในครอบครัวมาอ่าน แล้วรู้สึกว่ามันสะเทือนใจอีกรอบ"   "(เรื่องไหนที่อ่านแล้วมันไม่โอเคกับเรา?) ต้องขอยกตัวอย่างนะคะ ในกรณีนี้แต่ว่าเรื่องนี้ทางแอดมินเขาก็ได้ลบไปเรียบร้อยแล้ว เพราะว่าโบว์ได้เขาไปขอเขา อย่างมีคำถามที่เกี่ยวกับพี่ปอว่าพี่ปอตายอายุเท่าไหร่ พี่ปอรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลไหน เราก็เข้าไปชี้แจงกับเขาว่าการที่ถามคำถามแบบนี้ โบว์เข้ามาอ่านมันก็รู้สึกแย่ และที่สำคัญอยากให้ทางแอดมินลบเถอะ เพราะโบว์ไม่อยากให้คำถามนี้ไปถึงคุณปู่คุณย่ามาอ่านเจอ สิ่งที่สะเทือนใจมันผ่านมาแล้ว และหลังจากนี้อยากให้ครอบครัวของเรามีแต่รอยยิ้ม มีแต่ความสุข อยากให้ทุกคนจดจำพี่ปอในรูปแบบที่สวยงาม และความทรงจำดีๆ ที่เขาเคยสร้างรอยยิ้มให้กับประชาชนดีกว่าค่ะ"   "(เวลาที่พี่โบว์เขาไปชี้แจง ทางเพจเขาไม่ค่อยเชื่อว่าเป็นพี่โบว์เพราะว่าเราไม่ได้เล่นเฟซบุ้คแต่จริงๆ เราเล่นแล้วใช่ไหม?) เล่นแล้ว เล่นมาได้สักพักใหญ่แล้วค่ะ แต่ว่าเปิดเป็นส่วนตัว มีเพื่อนประมาณยี่สิบกว่าคน แต่จุดประสงค์ที่เปิดเฟซบุ้ค คือเอาไว้ส่องลูกชาย (หัวเราะ) ลูกชายก็ไม่รู้ว่าเราเล่น เพราะเขาเริ่มโตเป็นหนุ่ม เราก็อยากจะรู้ว่าเขาทำอะไรบ้าง ก็เลยแอบสมัครไปแล้วก็เข้าไปส่องว่าเขาทำอะไร ไปกุ๊กกิ๊กอะไรกับใครหรือเปล่า จุดประสงค์ของเราแค่นี้ค่ะ"   "(จะมีวิธีจัดการกับเพจต่างๆ ยังไงเพราะมันมีกระแสดราม่าเยอะ?) ยากมากนะคะ เพจส่วนใหญ่ไม่ได้ชี้แจงว่าเขาเป็นใคร หน้าตาเขาเป็นใคร มีแต่รูปมะลิอย่างเดียว แล้วก็เอาชื่อน้องไปตั้งเพจ อย่างที่บอกไปคือขอบคุณทุกแอดมินที่ให้ความเอ็นดูและรักน้อง แต่ก็อยากจะฝากย้ำนิดนึงสำหรับแอดมินที่เอาน้องไปไม่ว่าด้วยจุดประสงค์อะไรก็ตามเพื่อที่จะเรียกยอดไลค์ ก็อยากบอกว่าขอเถอะน้องยังอยู่ในช่วงวัยที่สดใส อย่าเอาน้องมาอะไรแบบนี้"   "(เหมือนดราม่ามันเกิดจากแอดมินบล็อคคนที่เข้าไปคอมเม้นท์?) คือเราไม่ทราบว่าเขาเป็นใคร เขาก็ไม่เคยแสดงตัวตนออกมาว่าเขาเป็นใคร คืออย่างกรณีเดียวที่โบว์เข้าไปเตือนเขาก็คือในเรื่องของคำถามที่เกี่ยวกับพี่ปออย่างเดียว แต่หลังจากนั้นเราก็ไม่รู้แล้วว่าเขาเป็นใคร จะไปคุยกับเขายังไง แต่ถ้าเขาดูอยู่ก็อยากจะบอกว่าการทำเพจขึ้นมาสักเพจมันไม่ต้องเรียกร้องอะไรจากคนที่เข้ามาดู แค่คุณทำแล้วคุณรู้สึกว่า คุณได้มีรูปมะลิให้คนที่เข้ามาดูแล้วสร้างรอยยิ้มให้กับทุกคนมันก็น่าจะเพียงพอแล้ว ยอดไลค์มันไม่ได้บ่งบอกว่า มันเป็นความรักที่มากแค่ไหน"   "(ถ้ามันมีอะไรที่เกินเลยไปกว่านี้เราจะแจ้งให้เขาปิดเพจไหม?) เอ่อ...เชื่อว่าพี่จ๋าที่อาจจะได้ดูโบว์วันนี้ โบว์เชื่อว่าได้ดูแน่นอน เพราะเขาก็ติดตามโบว์ในทุกๆ เรื่องอยู่แล้ว ก็ขอแล้วกัน เพราะเราไม่อยากให้มีอะไรเกิดขึ้นกับคนที่รักน้องมะลิ คือถ้ารักมะลิเราควรจะไปในทิศทางเดียวกัน คือมีความรักที่บริสุทธิ์ให้กับน้องดีกว่าค่ะ"   "(ในไอจีเราเปลี่ยนเบอร์ผู้จัดการ?) เปลี่ยนเหรอ ไม่ได้เปลี่ยนนะ ไม่เคยลงเบอร์ จริงๆ ไอจีที่โบว์แจ้งไปเรื่องเบอร์โทรศัพท์ก่อนหน้านี้จะไม่มีการลงเบอร์เลย เบอร์ที่ลงไปคือเบอร์บริษัทพีเอ็มบี ในตอนที่เริ่มบริษัทใหม่ๆ โบว์ให้เบอร์น้องในออฟฟิศป็นเบอร์ส่วนตัวน้องเขา เพราะตอนนั้นยังไม่มีเบอร์ออฟฟิศ พี่จ๋าที่เขาไม่ได้เล่นโซเชียลเขาก็จะโทรมาสั่งของ จนห้าทุ่มเที่ยงคืนก็ยังโทรมาเรื่อยๆ น้องก็บอกว่าไม่เป็นไรพี่ เขาอยากสั่งเราก็ต้องรับออเดอร์ไม่ว่าจะกี่โมงก็ตาม จนเราแบบเฮ้ยไม่ได้ ทำงานมาทั้งวันแล้ว ควรจะได้พักนะ ก็เลยไปขอเบอร์ออฟฟิศมา พอมีเบอร์ออฟฟิศก็เลยเอามาลงไอจี เพราะไอจีเราคนตามเยอะเผื่อจะได้เป็นช่องทางในการติดต่อ ไม่ได้เปลี่ยนเบอร์ค่ะ ดีซะอีกมีงานเข้ามา"   "กับคุณอาน้ำอ้อย ยังอยู่กันดีค่ะ เพราะลูกค้าบางท่านไม่ทราบว่าจะติดต่อคุณอาที่ไหน เขาก็จะแอดไลน์มาว่าติดต่องานคุณโบว์ที่ไหน เราก็จะบอกทีมงานในออฟฟิศ ถ้ามีงานโบว์กับมะลิให้เบอร์คุณอาไปเลยนะ เขาก็จะโยนให้คุณอาไปเลย โบว์กับอาก็ไม่ค่อยได้เจอกันนะคะ ช่วงนี้คุณอาเขามีงานส่วนตัวของเขา ก็จะค่อนข้างยุ่งหน่อย ได้เจอกันตอนช่วงที่มีงานแบบนี้ คุณอาหนีไปเที่ยวญี่ปุ่นค่ะยังงอนอาอยู่เลยทำไมไม่ชวน ถ้าคุณอามาทุกคนตายค่ะ"   "คุณอายังเป็นคนรับงานให้อยู่ค่ะ ปกติทุกอย่าง แต่ก็อย่างที่บอกไปพอคุณอาเริ่มมีงานส่วนตัวในพาร์ทของเขา แต่ว่าในหลักๆ คุณอาก็ยังคงดูแลเราอยู่ เราอยู่กันแบบอิสระ ทุกวันนี้เราอยู่กันด้วยความเคารพ เราไม่ได้อยู่กับคำว่าผู้จัดการส่วนตัวกับดาราในสังกัดหรือคนในสังกัด สิ่งที่เราอยู่กันทุกวันนี้คือคุณอาเป็นเหมือนผู้ใหญ่ที่เรารู้จักกันมา ดูแลพี่ปอมาตั้งแต่แรก"   "งานละครไม่มีนะ รู้สึกว่าปฏิเสธไปตั้งแต่ปีที่แล้ว คือมันเป็นแค่ความคิดของผู้ใหญ่ ณ ตอนนั้น ตอนที่เขาคุยกันเราก็ยังไม่ได้รู้เรื่องว่าจะมีงานจากอะไร พอพี่ปอไม่อยู่กับเราแล้ว ผู้ใหญ่ก็มาคุยกับเราซึ่งเรื่องมันดำเนินไปแล้ว ก็มาคุยกับเราว่าโอเคไหม ไหวไหม ทุกคนให้โอกาสเรา เราก็เลยบอกว่าลองดูก็ได้ค่ะ แต่เรายังไม่ทันจะเริ่มอะไรมากก็รู้ตัวว่าไม่ไหวหรอก โบว์ไม่เคยสัมผัสงานตรงนี้มา แล้วโบว์จะไปสั่งเขาได้ยังไงว่าให้เขาทำอะไร ความรู้ด้านนี้ก็ไม่มี ยังไม่ถึงขั้นที่จะเป็นผู้บริหารแล้วไปสั่งใครได้เลยยุติไปนานแล้วค่ะ ไม่คิดจะมาทำค่ะ ถ้าจะทำคงต้องลองมาเล่นก่อนดีกว่าไหม บางคนเล่นมาเป็นสิบๆ ปียังไม่มีโอกาส มันไม่ใช่เรื่องง่ายนะคะ ถ้าจะเปิดทางโบว์ขอเล่นบทอะไรก็ได้ก่อนดีกว่าค่ะ เพื่อเป็นการเรียนรู้" โบว์ แวนดา กล่าว                    

ดับฝันติ่ง! บอย-เต้ย พูดชัดอยู่ใกล้ก็ไม่หวั่นไหว ไม่มีทางคิดเกินเลยพี่น้อง!!
บอย ปกรณ์ /  เต้ย จรินทร์พร / 

เป็นคู่จิ้นที่มีแต่เรื่องราวชวนให้จิ้นนอกจอออกมาตลอด สำหรับคู่ของนางเอกสาว เต้ย จรินทร์พร กับพระเอกรุ่นพี่คนสนิทอย่าง บอย ปกรณ์ ที่เพิ่งจะยกแก๊งไปเที่ยวทะเลดำน้ำดูปะการังกันมา ถึงในทริปจะไปกันหลายคน แต่ก็มักจะมีภาพของ บอย-เต้ย อยู่ใกล้ชิดออกมาให้แฟนๆ ได้ฟินกัน โดยเฉพาะคลิปที่ดาราสาวร่วมทริปอย่าง วาววา ณิชารีย์ บันทึกไว้ขณะ หนุ่มบอย บรรจงนวดไหล่ให้กับ สาวเต้ย บนเรือที่เห็นได้ชัดว่าทั้งคู่สนิทกันมาก ล่าสุด บอย-เต้ย ควงคู่เดินแบบในงาน "ดิ เอ็มโพเรี่ยม ดิ เอ็มควอเทียร์ เฟียร์สแฟชั่น" พร้อมอัปเดทความสัมพันธ์ให้ฟังกันชัดๆ อีกครั้งว่า เป็นแค่เพื่อนพี่น้องที่สนิทกันเท่านั้น และไม่มีโอกาสพัฒนา เพราะไม่มีทางคิดเกินเลยไปกว่านั้น ส่วนข่าวที่ว่าสร้างกระแสจิ้นเรียกงาน หนุ่มบอย ยืนยันว่าไม่เคยตั้งใจว่าจะจิ้นกับใคร แต่เป็นสิ่งที่แฟนละครจับคู่เชียร์มากกว่า บอย "กับเต้ยก็จิ้นในละครก็ดีครับ (ยิ้ม)" เต้ย "ไม่มีอะไรค่ะ ก็เป็นพี่น้องสนิทกันค่ะ" บอย "ตอบดูมีพิรุธมากเลย" เต้ย "อ้าว...ทำไมอ่ะ ไม่มีๆ (หัวเราะ) เราก็สนิทกันอยู่แล้ว" บอย "สำหรับทริปดำน้ำอันนี้พูดจริงๆ ไม่ได้ตอบแบบดารา เราไม่ได้ไปกันสองคน เราไปเป็นกลุ่มใหญ่มาก 20 กว่าคน กลุ่มดาราที่เล่นละครด้วยกัน ตอนนี้งานคู่ก็มีติดต่อเข้ามาบ้าง ถามว่าจิ้นเรียกงานเหรอ ต้องบอกว่าดาราไม่เคยตั้งใจว่าอยากจะจิ้นกับใคร แต่คือสิ่งที่แฟนละครหรือคนจ้างงานเค้าเห็นว่าคู่นี้จิ้นกัน แต่เราทำงานกับใครก็ได้ ความจริงเต้ยเค้ามาจีบผม แต่ผมไม่อะไร" เต้ย "ไม่ใช่แน่ๆ ค่ะ (หัวเราะ)" บอย "กับเต้ยเรารู้จักกันมานานมากเลย มันไม่เคยคิดเกินเลยกว่าเพื่อน" เต้ย "โอกาสก็ไม่มีค่ะ ก็เป็นแบบนี้แหละ สนิทกันแบบนี้" บอย "เราสนิทกันมากจริงๆ แต่เราก็สนิทกันแค่นี้ ไม่ได้เป็นในลักษณะคู่รัก อยู่ใกล้กันก็ไม่มีหวั่นไหว คงเพราะเรารู้จักกันมากพอสมควร" เต้ย "พี่บอยเป็นคนที่เราคุยได้ ปรึกษาได้หลายๆ อย่าง เหมือนเป็นพี่คนนึง ดูเค้าง้องแง้ง ดูเกรียนๆ แต่ก็ปรึกษาได้บ้าง" บอย "ผมกับเต้ยค่อนข้างจะคุยภาษาเดียวกัน ไปในทางเดียวกัน ปรึกษากันได้ คุยกันได้ แต่เราไม่เคยคิดไปในแง่นั้นครับ เราใกล้ชิดได้ปกติไม่ได้คิดอะไร ความจริงผมก็สนิทกับคนนู้นคนนี้อีก" เต้ย "ความจริงเราก็มีเพื่อนสนิทกันหลายคนค่ะ" บอย "โอเคที่กับเต้ยละครเพิ่งจบไป เราทำงานด้วยกัน ได้เจอกันบ่อย ก็เลยสนิทกันมากหน่อย ที่คนมองว่ามาร์กี้มีแฟนไปแล้วเลยต้องมาหาคู่จิ้นใหม่ อันนี้ความจริงกี้เค้าก็มีแฟนไปตั้งนานแล้ว ผมก็ยังมีเพจคู่จิ้นกับมาร์กี้อยู่ อย่างที่บอกว่าเราไม่ได้ต้องจิ้นกับใคร เพียงแค่ว่าแฟนคลับเค้าเชียร์เรา เรายังไงก็ได้" เต้ย-บอย เต้ย-บอย เต้ย-บอย เต้ย-บอย เต้ย-บอย เต้ย-บอย เต้ย-บอย เต้ย-บอย

พี่ชายที่แสนดี! ออก้า รีบวิ่งปลอบ น้องออกู๊ด พลาดท่าตกน้ำ
น้องออก้า /  น้องออกู๊ด

    มีความรักน้องหนักมากสำหรับ พี่ออก้า ในขณะที่ น้องออกู๊ด กำลังนั่งเล่นอยู่ข้างสระน้ำด้วยความอารมณ์ดีหัวเราะและหยอกล้อ แม่จูน ที่กำลังนั่งถ่ายคลิปอยู่ด้วยการ แหย่มือลงไปในน้ำจน แม่จูน ต้องแซวว่า "เดี๋ยวมีร้องไห้" พูดยังไม่ทันขาดคำ น้องออกู๊ด พลาดท่าตกน้ำทำเอา พี่ออก้า รีบวิ่งไปปลอบน้องทันที โถ...ลูกกกก ทั้งสงสารทั้งฮาแต่ก็ได้เห็นโมเมนท์อบอุ่นของพี่ก้าน่ารักที่สุดเลยลูกกก IG @k.phorn_fc_orca กู๊ดโนบิขอลองของ #แต่ป้าเห็นนะก้าจ้ำอ้าวรีบไปปลอบน้อง #หน้าเสียเลย #เอ็นดูคูณสอง ❤ กู๊ดโนบิขอลองของ #แต่ป้าเห็นนะก้าจ้ำอ้าวรีบไปปลอบน้อง #หน้าเสียเลย #เอ็นดูคูณสอง ❤

มันอยู่ในสายเลือด ลีลาการร้องเพลงของมะลิ เพราะไหมพี่จ๋า??
ข่าว น้องมะลิ /  พี่จ๋า / 

   เรียกว่าน้องมะลิ พาขวัญ เติบโตมาและอยู่ในสายตาของทุกคนที่รัก พ่อปอ ทฤษฎี จริงๆ ถึงแม้วันนี้พ่อปอจะไม่อยู่แต่ก็ยังมีทายาทตัวน้อยเป็นตัวแทนความรักและความคิดถึง และน้องมะลิก็กลายเป็นขวัญใจของทุกคนอย่างง่ายดาย และเป็นกำลังใจที่ดีของแม่โบว์ แวนดา ด้วย   และทุกครั้งที่น้องมะลิ กับแม่โบว์ ออกงานด้วยกันก็จะมีแฟนคลับตามมาให้กำลังใจอย่างคับคั่ง แม่โบเองก็ช่างรู้ใจลงรูปของน้องมะลิรัวๆ เรียกว่าถูกใจแฟนคลับเป็นที่สุด ล่าสุดแม่โบว์ก็ได้ลงรูปซุปตาร์ตัวน้อยนั่งร้องเพลงอย่างมีความสุขบนรถ แหม..เห็นแววว่าที่นักร้องมาแต่ไกลเลยล่ะ งานนี้ต้องถามใจบรรดาพี่จ๋าทั้งหลายว่าเพราะไหมจ๊ะพี่จ๋า   IG @joopjaeng                 CR:IG@vanda29,FB: Bo Vanda Sahawong

น่าเอ็นดูมว้ากก!! น้องมะลิ ใส่ชุดไทยโพสต์ท่าให้ พ่อปอ ถ่ายรูป!!
น้องมะลิ /  ข่าว น้องมะลิ / 

  น่ารักน่าเอ็นดูมากๆ สำหรับซุปตาร์ตัวน้อยหอยสังข์ น้องมะลิ พาขวัญ ลูกสาววัยกำลังน่ารักของ พ่อปอ ทฤษฎี และ แม่โบว์ แวนดา ที่ล่าสุด น้องมะลิ ได้แต่งชุดไทยนุ่งโจงกระเบนและสวมเสื้อคอกระเช้าสีชมพูหวาน พร้อมกับเกล้าผมจุกสุดน่ารักถ่ายรูปคู่กับรูปภาพของ พ่อปอ ทฤษฎี เนื่องในโอกาสเข้าสู่เทศกาลวันสงกรานต์ แต่หลังจากถ่ายรูปกับ พ่อปอ เสร็จแล้ว น้องมะลิ ยังร้องขอกับ แม่โบว์ ขอโพสต์ท่าให้ พ่อปอ ซึ่งในมือถือกล้องถ่ายรูปอยู่ในภาพถ่าย ได้ถ่ายภาพก่อนอีกด้วย โอ๊ย!! อะไรจะน่ารักปานนั้น เห็นภาพนี้แล้วพี่จ๋านี่แทบจะยิ้มออกมาทั้งน้ำตาซะจริงๆ ช่างเป็นภาพที่น่ารักสดใส และแสดงความไร้เดียงสาของ น้องมะลิ ได้มากจริงๆ ขอบคุณภาพจากI IG vanda29 น้องมะลิ ถ่ายภาพคู่กับ พ่อปอ น้องมะลิ โพสต์ให้ พ่อปอ ถ่ายรูป โบว์ แวนดา ปอ ทฤษฎี โบว์ แวนดา น้องมะลิ โบว์ แวนดา น้องมะลิ

ครูเงาะ ท้า! ครูอ้อย งัดหลักฐานขู่กรรโชกทรัพย์โชว์ ถามกลับทำไมต้อง 11 ล้าน!!
ครูเงาะ /  ครูอ้อย

ครูเงาะ รสสุคนธ์ ครูสอนการแสดงชื่อดัง หอบหลักฐานชี้แจงในรายการ คุยเช้า Show กรณีถูกกล่าวหาว่ากรรโชกทรัพย์ 11 ล้านบาทกับทาง ครูอ้อย เข็มทิศชีวิต หรือ ฐิตินาถ ณ พัทลุง ซึ่งคู่กรณีได้ไปแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ่อทอง จ.ชลบุรี แล้วนั้น โดยครูเงาะปัดเลื่อนหมายเรียกถึง 2 ครั้ง แจงออกจากคลาสของอีกฝ่ายเพราะแนวคิดไม่ตรงกัน จากนั้นได้ติดต่อไปให้เอาภาพตนออกจากคลิปและภาพโปรโมท ปัดแท็กทีมกับทาง อุ๋ย บุดดาเบลส และ เอ๋ มณีรัตน์ เพื่อดิสเครดิต ก่อนถามหาหลักฐานที่ตนไปขู่กรรโชกทรัพย์ เผยเล็งฟ้องกลับข้อหาแรกคือหมิ่นประมาท พร้อมยืนยันจะไม่ตัดคลาสที่มีหลักสูตรคล้ายกันออก... รายละเอียดดังนี้ "ขอบคุณทุกคนที่มานะคะ หลังจากที่มีข่าวมาอย่างต่อเนื่อง แต่ที่ผ่านมาครูเลือกที่จะเงียบเพราะสิ่งที่เขาออกมา เอาตรงๆ คือครูไม่ไปให้ราคาค่ะ ครูเป็นครู ทำมาหากินใช้ชีวิตปกติ มีใครอยากมีเรื่องกับคนมั้ย ต่อให้ออกมาแล้วครูถูกแบบ 100% แต่มีเรื่องกันภาพมันดีมั้ย แต่พอเราเงียบมาเป็นปี เราเลือกที่จะไม่เปิดเผยอะไรเลย เขาอยากจะพูดอะไรให้เขาพูดไป แต่ตอนนี้มันเกินเส้น การที่เขาบอกว่าเรามาขู่กรรโชกทรัพย์ แรกๆ ก็ไม่โกรธ มันเหมือนการที่มีคนมาบอกเราว่าครูเงาะเป็นผู้ชายก็แค่นั้น แต่หลังๆ มันเริ่มมีมาตลอดเวลา และมาบอกว่าครูเงาะไม่ไปพบตำรวจถึง 2 ครั้ง และจะออกเป็นหมายจับแล้ว ก็เลยคิดว่าคงถึงเวลาที่ครูต้องออกมาพูด ไม่อย่างงั้นสังคมก็จะมีคำถามกับครู" "ขอชี้แจงเรื่องหมายแรก ครูอยากให้ดูว่ามันใช่หมายเรียกไหม(พร้อมเปิดหลักฐานให้ดู) หมายแรกบอกว่าบริษัทเข็มทิศชีวิต มาแจ้ง แต่ผู้ต้องหาใครก็ไม่รู้ ไม่มีชื่อผู้ต้องหา แต่มาแจ้งให้ครูเงาะไปเป็นพยาน คุณไปมีเรื่องกับใครก็ไม่รู้ นี่คือฉบับแรกที่ได้ จากนั้นครูก็ได้รับจดหมายจากตำรวจบอกว่าครูเงาะต้องเข้าไปแล้วนะ เป็นหมายเรียกผู้ต้องหา เขาบอกว่าอันนี้เป็นฉบับที่ 2 แล้ว แต่เราก็บอกว่าฉบับแรกยังไม่ได้เลย เขาก็ยืนยันว่าฉบับแรกออกมาแล้ว ครูก็เลยให้เพื่อนที่เป็นทนายวิ่งไปที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทะเบียนบ้านครูอยู่ในนั้น สน.ทุ่งมหาเมฆก็ยืนยันว่าไม่มี มีหมายแรก มีแค่หมายเดียวอันนั้นแหละ แล้วทางตำรวจก็โทรมาหลายรอบมาก เราก็บอกว่าคุณตำรวจเราไปแน่นอน แต่ขอให้เราเห็นหมายก่อนได้ไหม จนเวลาผ่านไปก็มีหมายฉบับ 2 มาบอกว่า คดีระหว่างคุณฐิตินาถ บริษัทเข็มทิศชีวิต และคุณวินัย บุญโชติ กับพวก ซึ่งมาเป็นหมายครั้งที่ 2 เลย ไม่มีหมายครั้งที่ 1 ส่วนครั้งที่ 1 เป็นหมายเรียกพยาน แล้วก็มาหมายเรียกผู้ต้องหาเลย" "อย่างแรกเลยคือ คุณวินัย บุญโชติ คือใคร เราก็ไปเสิร์ชหาในเฟซบุ๊กก็ขึ้นมาเป็นหน้าเด็กหนุ่มคนหนึ่ง เราก็ไม่รู้จัก เราเพิ่งมารู้ตอนเขามาออกรายการทีวีช่องหนึ่ง ก็เพิ่งรู้ว่าเขาคือผู้ชายวัย 50 กว่า หมายบอกว่าให้เราไปพบวันที่ 15 ส.ค. น่าแปลกมากเลยที่พอวันที่ 16 ส.ค. ก็ออกข่าวเลยว่าครูเลื่อนถึง 2 ครั้งแล้ว ทั้งที่ความจริงวันที่ 13-15 ครูเงาะไปปฏิบัติธรรม(เปิดตารางงานของตัวเองให้ดู) วันที่ 15 ทนายเรามีธุระไปไม่ได้ วันที่ 16 ครูเองก็มีถ่ายรายการถึง 5 ทุ่มก็ไปไม่ได้อีก วันที่ 17-20 ก็มีงาน วันที่ 21 เป็นวันเดียวที่ครูว่าง" "จริงๆ เราอยากไปให้เร็วที่สุดเพราะก็อยากรู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น อยากรู้ว่าเขาเอาหลักฐานอะไรมาว่าเราเป็นผู้ต้องหา แล้วเราสงสัยว่าทำไมถึงไปแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรบ่อทอง จ.ชลบุรี เราก็ถามไปทางตำรวจว่าทำไมถึงแจ้งที่สน.บ่อทอง ตำรวจก็บอกว่า คุณฐิตินาถ ไปทำบุญบริเวณนั้นแล้วเห็นว่ามีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ตกใจก็เลยต้องรีบไปแจ้งสถานีตำรวจที่ใกล้เคียงบริเวณนั้น แต่ถ้าดูจากหมายศาลครูฝากถามไปทางตำรวจ หมายแรกเขียนว่าแต่งตั้งทนาย คือต้องเป็นการตกใจอย่างมีสติมาก ที่แต่งตั้งทนายแล้วกลับไปแจ้งในพื้นที่ที่ตกใจได้ ครูเงาะฝากชวนคิดว่าทำไมต้องเป็น สน.บ่อทอง ถ้าใครเป็นลูกศิษย์ครูฐิตินาถก็จะรู้ว่าทำไมถึงเป็นสน. ในเขตชลบุรี ช่วยดูให้ด้วยแล้วกัน ครูขอพูดแค่นี้ ไม่อยากพาดพิงอะไรไปมากกว่านี้" "ครูสงสัยอะไรบางอย่าง ครูพูดไม่ได้น่ะสิ มันเป็นความคิดของครูเอง เดี๋ยวพูดไปเขาจะหาว่าครูไป... มันอาจจะไม่จริงก็ได้ไง ฝากพี่ๆ นักข่าวช่วยดูให้หน่อย ครูรู้สึกว่า พรบ.ที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์สามารถแจ้งตรงไหนก็ได้ในโลก ถ้าเป็นกรณีขโมยของก็ต้องแจ้ง ณ พื้นที่ที่เกิดเหตุ แต่ถ้าเป็นคดีเกี่ยวกับพรบ.คอมพิวเตอร์ อยู่ที่ไหนคุณสามารถแจ้งได้เลย ครูอ้อยมีลูกศิษย์ที่เป็นผู้ใหญ่ในพื้นที่นั้นถึงได้ไปแจ้งที่นั่นไหม ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ ไปสืบเอาเอง ลองไปสืบดู ชวนคิดไว้ จากหลักฐานที่พูดไปก็ดูแล้วกันว่าครูหนีหรือเปล่า" "หมายเรียกฉบับที่ 2 ที่เขาให้ไปรายงานตัววันที่ 15 ส.ค. ครูเพิ่งได้หมายวันที่ 11 ส.ค. ตำรวจที่สน. ทุ่งมหาเมฆ ยังบอกเพื่อนครูที่เป็นทนายเลยว่าทำไมคดีเร่งขนาดนี้ ฉบับที่ 1 มาก่อนอาทิตย์นึง แล้วฉบับที่ 2 ก็ส่งมาอีก 1 อาทิตย์ถัดมา" "ประเด็นถัดมาเขาบอกว่ามันมีการชี้โยง มันเป็นกระบวนการหรือเปล่า ทำไมพวกเหล่าดารามาโพสต์พร้อมกัน ขอชี้แจงเป็นไทม์ไลน์เลยนะคะ จริงๆ สิ่งที่เกิดขึ้นกับครูมันเกิดขึ้นเป็นปีแล้ว ครูเคยร้องขอไปว่าให้เอาภาพของครูในคลาสออก เพราะว่ามีคนจำนวนมากที่ยังมาถามว่า หนูจะไปเรียนเพราะครูเงาะเลยนะคะ เราก็เลยแจ้งไปทางเขาว่าทั้งทางข้อความและโทรศัพท์ไปว่ายังมีคนเข้าใจอยู่ว่าเรายังไป ขอให้ลบภาพออกได้ไหม เขาก็บอกว่าเดี๋ยวจะจัดการให้(โชว์หลักฐานข้อความการคุยกัน) ซึ่งเราพูดจาดีมาก และระหว่างทางเราขอแบบนี้มาตลอด จนตอนหลังรู้สึกมีอารมณ์แล้ว จนรู้สึกว่าถ้าคุณไม่เอาลง ฉันจะขึ้นโพสต์แล้วนะ ทั้งที่เราก็ไม่อยากให้มันเป็นเรื่อง ไม่อยากให้เรื่องถึงนักข่าว แต่เราขอดีๆ แล้วก็ไม่ดำเนินการให้ บอกแค่ให้เราไปคุยกับทนายเขา เราก็ส่งจดหมายไปหาเขาถึง 2 ครั้ง แล้วจดหมายก็ถูกตีกลับ ทนายเขาก็บอกว่าให้ครูเงาะบอกมาว่าให้เอาออกวินาทีไหนบ้างในคลิป เราก็จดรายละเอียดให้ว่าเอาออกวินาทีไหนบ้าง แต่ทนายก็บอกว่าไม่เห็นครูเงาะจะเสียหายอะไรนี่ครับ เขาก็ยืนยันที่จะใช้ภาพต่อ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องเป็นภาพที่เสียหาย ที่ครูต้องไปโป๊ท่อนบนเปลือยท่อนล่าง แต่มันเป็นเรื่องที่เราไม่ยินยอม เราก็ขอให้เอาออกเท่านั้นเอง" "จนมาถึงวันที่ 1 พ.ค. ในพันทิปโพสต์ถึงคุณฐิตินาถในทางไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แล้วดันมีคอมเม้นท์หนึ่งพาดพิงมาถึงครูเงาะว่า ครูเงาะมีผลเยอะมากในการเรียกคนเข้าไปในคลาสนี้ จึงเป็นที่มาให้ครูเงาะโพสต์ในเพจของตัวเองว่าครูเงาะไม่ได้อยู่ในคลาสนี้แล้ว ซึ่งวันนั้นครูนั่งอยู่กับน้องปอย ตรีชฎา พอดี น้องปอยก็เลยบอกว่า งั้นฝากบอกให้ปอยด้วยแล้วกันว่าปอยก็ไม่ได้อยู่ในคลาสนี้แล้ว พอเราโพสต์มันก็ไม่ได้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น เพราะเราโพสต์ในเพจของเราเอง" "ต่อมาวันที่ 5 เดือน 6 เขาก็ยังโพสต์คลิปนี้อยู่ ซึ่งในคลิปนั้นมีทั้งครูเงาะ อุ๋ย บุดด้าเบส และ เอ๋ มณีรัตน์ ครูเลยคิดว่าคงต้องพิมพ์บอกแล้วว่าไม่ใช่ แต่ในขณะนั้นทางน้องอุ๋ยได้โพสต์ไปแล้ว แต่อุ๋ยไม่ได้โทรมาบอกครูว่าเขาจะโพสต์ เราไม่ได้มีการนัดแนะกัน ครูไม่ได้โทรไปบอกให้เขามาร่วมขบวนการกัน เขาโพสต์ของเขาเอง อุ๋ยก็ขอให้ทางนั้นเอาคลิปออกเหมือนกัน ส่วนน้องเอ๋ มณีรัตน์ เขาสนิทกับอุ๋ย เขาก็คุยกันว่าเห็นอุ๋ยเอาคลิปออกได้ เอ๋ก็อยากเอาออกเหมือนกัน เอ๋ก็เลยโทรไปหาทางโน้นเพื่อขอให้เอาคลิปออก แต่ทางโน้นก็ไม่ได้ดำเนินการอะไรให้ หลังจากนั้นเอ๋ก็โทรไปอีก ทีนี้เขาไม่รับโทรศัพท์เอ๋แล้ว โดยที่เขาไม่ทราบว่าเอ๋กับอุ๋ยนั่งอยู่ด้วยกัน เอ๋ก็เลยใช้โทรศัพท์อุ๋ยโทรไป ปรากฎทางโน้นรับโทรศัพท์ ก็เลยเป็นเหตุทำให้เอ๋เคือง น้อยใจว่าทำไมสองมาตรฐาน ทำไมรับโทรศัพท์อุ๋ย ไม่รับโทรศัพท์เอ๋ เอ๋จึงไปปรึกษาทนายว่าเขาจะโพสต์ว่าตัวเองไม่เกี่ยวข้องอะไรกับคลาสนี้แล้ว ซึ่งครูเงาะมารู้เรื่องหลังจากที่เขาโพสต์ไปแล้ว" "เหตุการณ์เป็นแบบนี้จริงๆ พวกเขาโพสต์ของเขาเอง แล้วทั้งเอ๋และอุ๋ยก็บอกว่าทางโน้นโทรกลับมาหาเขาและถามทำนองว่า มีคนมาเกลี้ยกล่อมให้คุณทำหรือเปล่า พอดีกำลังมีปัญหากับนักเรียนคนหนึ่งอยู่ มันเหมือนกับว่าทางเขาเชื่อแล้ว เชื่อก่อนที่จะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร หรืออาจจะแค่สงสัยก็ได้ อาจจะยังไม่เชื่อว่ามันจะต้องเกี่ยวข้องกัน ซึ่งอุ๋ยก็บอกว่าไม่เกี่ยวเลยมันเรื่องของผม พอเป็นแบบนี้ครูก็เลยหยุดไม่โพสต์ในส่วนของตัวเอง เดี๋ยวมันจะเหมือนโพสต์ต่อกัน แล้วหลังจากนั้นทางโน้นก็ออกมาบอกว่าน้องเอ๋เซ็นยินยอมในการให้ใช้ภาพมันก็เลยเป็นเหตุให้ครูออกมาโพสต์ว่า ถ้าอย่างนั้นมันเช็คง่ายมากเลย เอาเอกสารออกมาดู ซึ่งทางน้องเอ๋ก็ได้มีการเซ็นจริงค่ะ แต่เซ็นแค่ครั้งเดียวและเป็นช่วงหลังด้วย เพราะในช่วงแรกที่เขาเอาคลิปที่มีครูเงาะด้วยไปออกในรายการหนึ่ง ไม่มีการขอแน่นอนล้านเปอร์เซ็นต์ เพราะครูจำได้ว่าเพื่อนโทรมาบอกว่าเราออกรายการ กำลังร้องไห้อยู่เลย และพูดเรื่องส่วนตัว ภาพแบบนี้ใครจะอยากให้เอาออก ส่วนคลิปของน้องเอ๋มันเป็นตอนที่น้องกำลังระบายอะไรบางอย่างออกมา แล้วเขาไม่ได้เอาออกตั้งแต่ต้นจนจบ แต่เขาเลือกเฉพาะบางตอนไปออก ผลที่ตามมาก็คือมีคนมาถามคุณแม่น้องเอ๋ว่าลูกเป็นอะไร มีปัญหาอะไรเหรอ ครูก็ขอเขาไปว่าเราไม่สะดวกใจจริงๆ ที่จะให้ใช้ภาพนี้ในสื่อสาธารณะ เพราะมันมีคนไม่เข้าใจ แล้วหลักการสะกดจิตบำบัด การที่คุณเอาภาพแบบนี้มาออกมันไม่ถูกจรรยาบรรณ" "จุดแตกหักใช่ไหมที่เรารู้สึกว่าไม่ยอมแล้ว ยังค่ะ ตอนนั้นยังยอมอยู่ มันรู้สึกแต่ด้วยความที่เราเคารพเพราะเรายังเห็นว่าคำสอนในตอนต้นๆ ที่เราไปเรียนมันยังดีอยู่" "สาเหตุที่ครูเฟดตัวออกจากคลาสครูอ้อย เหตุผลมีหลายประการมาก ประการแรกคือเรื่องลักษณะการสอนในคลาส ซึ่งคลาสแรกครูได้ประกาศนียบัตรมาด้วย เรียนจ่ายตังค์ด้วยนะ มีแค่ช่วงหลังๆ ที่เขาเชิญให้เขาไปเรียนฟรี ซึ่งประกาศนียบัตรทั้ง 3 ใบ คุณฐิตินาถเป็นคนมอบให้ ซึ่งหลักสูตรมันเป็นลิขสิทธิ์ของต่างประเทศ อันนี้ขอพูดแก้แทนเขา เพราะบางคนจะบอกว่าค่าเรียน 2 แสนทำไมแพงจังเลย จริงๆ อันนี้มันเป็นหลักสูตรต่างประเทศก็จะราคาประมาณนี้ ซึ่งใบประกาศนียบัตรเป็นใบประกอบวิชาชีพที่เราสามารถไปประกอบวิชาชีพได้ ซึ่งมันก็ดีเพราะศาสตร์นี้เป็นศาสตร์เกี่ยวกับจิตวิทยา" "ไปเรียนตอนแรกมันก็ดีค่ะ หลักสูตรของมันเองที่มาจากเมืองนอกมันดีอยู่แล้ว เพราะมันสอนในเรื่องให้เรากลับมารู้จักตัวเอง ให้เรารักตัวเอง เคารพตัวเอง ซึ่งครูเงาะก็ไปเรียนที่ต่างประเทศมาด้วย ไม่ได้เรียนที่เมืองไทยอย่างเดียว และที่ครูเงาะไปเรียนที่ต่างประเทศก็เป็นที่เดียวกันกับที่คุณฐิตินาถไปเรียนมาเหมือนกัน ในช่วงต้นที่ไปเรียนกับคุณฐิตินาถ เราก็เห็นว่าคลาสของเขามีประโยชน์ ครูยังชวนนักเรียนของครูไปเรียนตั้งหลายคน เพราะเราเห็นว่ามันดีนะ แต่มันมาหลังๆ ที่เราเห็นว่ามันสวนทางกับความเชื่อของครู เช่น ครูมีความเชื่อว่านักเรียนต้องบิน อย่ามาติดครู ถ้ามาเรียนกับครูแล้วคุณต้องออกไปเติบโต ไม่ต้องกลับมาหาครูเอง ถ้าครูให้เด็กบินไม่ได้ ครูจะรู้สึกเสียความมั่นใจในตัวเอง ถ้าสอนไปแล้วแล้วเด็กมาลงเรียนซ้ำ เราจะรู้สึกว่าเราสอนไม่ดีเหรอ ถึงได้กลับมาลงเรียนอีก นี่คือแนวทางของครู แต่ในคลาสเขา(ฐิตินาถ) พูดว่าต้องกลับมาเรียนอีกนะคะ เพราะมันจะมีเรื่องของสเตทตก ถ้าเกิดใครห่างห้องเรียน จิตมันจะตก แล้วถ้าจิตตกชีวิตเราขาลงมันเร็วมากนะ ถ้าอยากดูเทปไปขอดูได้ว่าเขาพูดแบบนี้แน่นอน เราก็เลยรู้สึกว่ามันต้องกลับมาตลอดเหรอ เราต้องกลับไปนอนกรีดร้องอีกแล้วเหรอ" "และมันจะมีเรื่องของหมื่นล้าน ให้เราสปินว่าเราจะมีเท่าไหร่ ก็จะมีบางคนบอกฉันจะมีร้อยล้าน บางคนบอกจะมีหมื่นล้าน คนจะมีร้อยล้านเลยดูจนไปเลยทีนี้ ทั้งที่ตอนนั้นก็ยังไม่มีใครมีเงินเลยนะ แต่เขาก็ไม่ได้บังคับให้ทุกคนต้องพูดหมื่นล้าน คือมันเป็นปัญหาของครูเองไม่เกี่ยวกับเขา มันกลายเป็นเราที่ทำงานไม่มีความสุข กลายเป็นว่า เอ๊ะเราจะหมื่นล้านๆ กลายเป็นว่าแต่ก่อนเราทำงานมีความสุขดี ครูก็เลยรู้สึกว่ามันสบายกว่าที่เราจะไม่ไปคำนึงถึงเรื่องนั้น ต่อให้ชีวิตเราจะตก ครูก็ขอรับผิดชอบชีวิตเราเอง หลักการสอนของเขาในช่วงหลังๆ ครูรู้สึกว่ามันไม่ใช่ มันไม่ตรงกับหลักการของครู" "และในส่วนอื่นๆ ที่ทำให้ครูต้องออกมา ครูฝากนักข่าวถามไปทางคุณฐิตินาถก็ได้ ให้ครูเปิดเผยข้อความส่วนตัวที่คุณฐิตินาถและกลุ่มส่งหาครูได้ไหม จะได้ไม่ต้องเดาว่าทำไมครูถึงออกมา ถ้าเขาอนุญาตเปิดเผยได้ครูยินดีมาก คนทั้งประเทศจะได้เข้าใจครูและหลายๆ คนถึงออกมา" "เรื่องที่เขากล่าวหาครูเงาะไปขู่กรรโชกทรัพย์ 11 ล้าน(หัวเราะ) เขาบอกว่า 11 ล้าน คำถามคือทำไมต้อง 11 ล้าน ทำไม่เป็นเลขกลมๆ 10 หรือ 100, 11 ล้านมันคือเลขอะไร มันเกี่ยวข้องอะไรกับชีวิตครู ไปทำธุรกรรมอะไรกับเขาที่เกี่ยวกับ 11 ล้าน ข้อที่สองคือ คุณ"วินัย"เป็นอะไรกับครู ถ้าครูไม่รู้จักเขา จะไปร่วมแก๊งกับเขาทำไม ข้อที่สามต่อมา ราคา 11 ล้าน ที่คุณทนายคลายทุกข์ออกมาบอกว่าแก๊งนี้ร่วมกัน 20 คน หาร 11 ล้านตกเหลือคนละ 5 แสน 5 นะคะ ครูดูหิวเงินขนาดนั้นเลยเหรอ แล้วเอาชื่อเสียงเกียรติยศไปขู่เงิน แล้วจะไปรับเงินที่ไหน ขึ้นบัญชีที่ไหน มันไม่เมคเซ้นส์เลยว่าทำไมเราถึงต้องไปขู่ เหตุจูงใจคืออะไร เขาพยายามที่จะชี้โยง เป็นคนพูดว่า ลองคิดดูดีๆ นะคะถ้าครูไม่อยู่ ครูล้มใครจะขึ้นมาแทน เราจะขึ้นไปแทนเขาได้ไหม คนเรามันแทนกันไม่ได้ ทุกคนมีทางของตัวเอง แล้วที่ครูสอนครูเอาวิชาที่ครูเรียนทั้งหมดไม่ใช่กับเขาคนเดียว ทุกที่ที่ไปเรียนมาทั่วโลก มาประยุกต์สอนนักแสดง สอนแอคติ้ง สอนพิธีกร สอนคลาสพัฒนาบุคคลิกถาพ เราเอาหลักจิตวิทยามาใส่ในคลาสที่เราสอนบุคคลิกภาพ ซึ่งก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคลาสครูอ้อยเลยไม่มีแน่นอน ในคลาสของครูเงาะ ที่จะมาบอกว่าเราจะมีเงินเท่านั้นเท่านี้ มันไปเกี่ยวยังไงว่าถ้าเขาล้มแล้วครูจะขึ้น จะขึ้นยังไง มันไม่มีเหตุจูงใจตรงนี้เลยอะ" "หลักฐานที่เขาเอาไปแจ้งว่าเร่าขู่กรรโชกทรัพย์ 11 ล้าน มีหลักฐานอะไรบ้าง เนี่ยถึงอยากเข้าไปดู เราไม่ทราบเลย ครูอยากเข้าไปดูวันจันทร์นี้แหละ แล้วเดี๋ยววันหลังถ้าอยากถามครูแถลงข่าวได้อีกรอบหนึ่ง ครูมั่นใจว่าจะต้องมีอีกรอบหนึ่ง ในข้อความที่ส่งไปหาครูอ้อย มีการพูดเรื่องเงินมั้ย ไม่มี เต็มที่ที่พูดคือบอกว่า นี่ถ้าคุณนะไม่เอาคลิปของฉันออก แล้วสิ่งที่คุณส่งกันในคลิปในไลน์เนี่ย ถ้าฉันเอาไปให้นักข่าวดูมันจะเป็นยังไง นี่คือเต็มที่เลยนะ สุดโต่งของครูคืออันนี้เลย ไม่มีอย่างอื่นเลย" "แจ้งความกลับ ก็ถ้าถึงจุดนี้คงจำเป็น คือต้องบอกว่าในสิ่งที่ครูมีในไลน์ ถ้าครูอยากฟ้องเขา ฟ้องได้นานแล้วนะ อย่างล่าสุดมีผู้ประสงค์ดี เพิ่งส่งข้อความที่เขาหมิ่นประมาทครูในกลุ่มมาให้ครูเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานี้เอง ครูก็ไม่ได้ไปแจ้ง แต่มาถึงจุดนี้ ครูคงต้องปกป้องสิทธิ์ของครูค่ะ ก็คงดำเนินการไปถึงที่สุด เมื่อถึงที่สุดแล้วมันก็คงต้องแจ้งความกลับ เพราะมันเสียชื่อเสียงมาก เราเป็นครูมาบอกว่าเราขู่กรรโชกทรัพย์เนี่ยมันไม่ได้เลย" "ในเว็บของครูอ้อย มีไลน์ของครูเงาะอยู่ได้ยังไง ขอดูว่ามันคือไลน์ครูจริงๆ หรือเปล่า ครูอยากดู ยืนยังว่าไม่เคยมีการส่งข้อความไปข่มขู่ ยืนยันล้านเปอร์เซ็นต์ สาบานเอาพระมาตั้งเลย อีเมลข่มขู่ที่ทางครูอ้อยบอกว่าส่งมาจากต่างประเทศ อันนี้ไม่รู้เลย อยากเห็นนี่ไง ข้อที่หนึ่งที่อยากเห็นมากคือไหนไลน์ที่ข่มขู่ ทุกคนเคยเห็นอีเมลล์ที่ข่มขู่จริงๆ หรือยัง ไม่เคยถูกไหม คำที่บอกว่าจงเลิกสอน ต้องเลิกทำสิ่งที่ดีๆ สร้างสิ่งที่มีประโยชน์ต่อสังคม ครูอยากเห็นมากเลย ถ้ามีจริงๆ ขอดูหน่อย ขู่ 11 ล้านเนี่ย ครูก็ขอดู เปิดให้ดูได้ไหม อยากให้สื่อมวลชนได้เห็นด้วย ซึ่งวันที่ 21 ที่ครูประกาศ ครูก็ขอดูนะ ถ้าส่งข้อความไปขู่ไม่มีเลยล้านเปอร์เซ็นต์" "ที่เขาพุ่งมาที่เราว่าอยู่ในแก๊งขู่กรรโชกทรัพย์เป็นเพราะครูมีปัญหากันอยู่แล่วหรือเปล่า เขาอาจจะโยงแบบนั้น เราไปบอกให้เอาคลิปออก มันไปโยงกับ 11 ล้านได้ยังไง อันนี้คือจุดที่เราอยากรู้มากเลย" "สาเหตุนึงเป็นเพราะเคยมีปัญหากันเรื่องที่ครูเงาะไปไลฟ์สดสอน แล้วทางครูอ้อยไม่พอใจ อาจจะเป็นไปได้ คือมีวันหนึ่งครูทำไลฟ์แล้วครั้งแรกในชีวิตเลย ไลฟ์แรกของครูเงาะมันมีคนมาดูล้านวิว ตื่นเช้ามามีข้อความส่งมาจากคุณฐิตินาถบอกว่าเงาะคะ มีคนมาด่าเงาะในเพจครูค่ะ ว่าเงาะอะ หน้า...wanna be ทำไลฟ์ไม่มีคนดู แล้วก็ยังไปซื้อแอดโฆษณาให้คนมาดูอีก เขาแท็กชื่อมาด้วยนะคะ แต่ครูลบให้แล้ว ข้อที่หนึ่งถ้าแท็กมาเราไปดูในฟีดต่อให้ลบแล้วจะเห็น แต่ไม่มี ลองไปให้ใครที่เก่ง แล้วกู้ไฟล์วันนั้นคืนมาก็ได้ ครูก็อยากรู้ ครูอาจจะกดแล้วหาไม่เจอเองก็ได้ แต่ครูหาอย่างถี่ถ้วนมากก็ไม่มี ครูก็ตอบกลับไปว่า ครูคะข้อที่หนึ่งหนูไม่ได้ซื้อแอดนะคะ หนูยังงงเลยว่าคนมาดูขนาดนี้ได้ยังไง ข้อสองต่อให้หนูซื้อแอดจริงๆ มันก็เป็นสิทธิ์ของเพจนั้นๆ ไหมที่จะซื้อแอด เขาจะมาด่าว่าเราหน้า... มันไม่มีความจำเป็นที่เขาจะมาด่าเราแบบนี้ ถ้าเขาด่าเงาะว่าในสิ่งที่เงาะสอนไม่ดี ด่าได้เลย แต่มาด่าแบบนี้งั้นเราขอไม่ให้สาระกับคนแบบนี้ดีกว่า เพราะคนแบบนี้ถ้าไม่ป่วยก็ขี้อิจฉามากๆแหละ สุดท้ายเขาก็ตอบกลับมาว่า อ่านคำตอบของเงาะเหมือนไม่ได้เป็นเงาะที่ครูรู้จักเลย ทำไลฟ์เดียวก็คิดว่าคนจะอิจฉาตัวเองแล้วก็เอาเถอะ" "ติดต่อโดยตรงกับครูอ้อยหรือยัง ถ้าทุกคนเห็นในข้อความ ในช่วงหนึ่งปีที่ครูได้รับจะพบว่าการขอคุยเคลียร์อาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่เราทั้งสองฝ่ายต้องการอะไรก็ว่าไป อยากชวนให้คิดว่าถ้าครูจะล้มเขาจริงๆ ครูจะแนะนำลูกศิษย์ไปเรียนกับเขาทำไม พูดถึงเขาตลอด แม้ในคลิปนั้นที่มีปัญหา ที่ว่าครูไปไลฟ์ ครูยังพูดถึงเขาในคลิปกัลยาณมิตรว่าครูรู้เรื่องนี้มาจากครูอ้อย จนครั้งมีปัญหาเขาให้ผู้ช่วยโทรมาหาครูว่า ห้ามเอาคำของคำไปสอนคำนี้เป็นคำของเขา ถึงขั้นโทรไปขู่พี่ชายครูด้วยนะว่าจะฟ้องร้องข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ พี่ชายเลยบอกให้กรมลิขสิทธิ์ด้วยกันว่าใครกันแน่คิดคำพูดนี้ ความรู้ครูไม่เคยบอกเลยว่าสร้างขึ้นมาเอง เรียนมาเลยเอามาถ่ายทอด ทุกคนมีอัตลักษณ์ของตัวเองไม่มีใครก็ก็อปปี้ใคร สิ่งวันนี้ที่ครูอาจจะเข้าใจว่าเราพยายามก็อปปี้ เราเอาศาสตร์ที่เราเรียนมาทุกศาสตร์มาประยุกต์ใช้ แล้วผู้ช่วยเขาโทรมาบอกครูว่า ห้ามพูด พูดถึงก็ไม่อนุญาต" "ยืนยันว่าเราไม่ได้คิดจะขึ้นไปแทนเขา ไม่มีทาง ครูสอนบุคลิกภาพ ครูสอนการแสดง มันเกี่ยวอะไรล่ะ อย่างถ้าเราสอนเรื่องการตั้งเป้าหมาย เราก็เชื่อว่าใครก็สอน นักสัมนาสอนกันทั่วโลก บางทีครูเงาะโพสต์หลักสูตรลูกศิษย์เขาก็มาโพสต์ถามว่าคล้ายของใครนะ คล้ายของครูอ้อยนี่เอง เราก็บอกเดี๋ยวๆ หลักสูตรนี่ของญี่ปุ่น" "จากนี้ คงดำเนินไปตามกฏหมาย ว่ากันเรื่องกฏหมาย ไปอีกทีวันจันทร์นี้ ที่ 21 ที่ สน.บ่อทอง เราต้องไปดูว่าไหนเขาเอาอะไรมามั่นใจ แล้วครูเงาะก็ไม่มีการผลัดไปเรื่อยๆ" "ฟ้องกลับข้อหาอะไร ต้องไปดูว่าในนั้นเป็นอะไรบ้าง แน่นอนว่าตอนนี้มีหมิ่นประมาทเนอะ น่าสนใจตรงที่เขามาพูดประเด็นเรื่องทนายคลายทุกข์ได้ไหม เขาไลฟ์ไปแปปเดียวครูอ้อยมาแชร์เลย เหมือนตั้งติดตาม ที่สำคัญซื้อโปรโมทด้วย มันต้องขนาดนั้นเลยหรือในการที่จะแชร์เรื่องราว สิ่งที่น่าสนใจคือไอ้คำว่าผู้ต้องหามันคือคำที่แรงมากเลยนะ ซึ่งถ้าวันไหนที่ครูเงาะไปแจ้งความคุณฐิตินาถ เรื่องหมิ่นประมาทคุณฐิตินาถก็เป็นผู้ต้องหานะ ถ้าตำรวจรับเรื่อง ผู้ต้องหายังไม่ได้เป็นคนผิด แต่มันน่าสนใจว่าคำว่าผู้ต้องหามันถูกรีพลีสซ้ำๆ" "วันที่ 21 มั่นใจ 100% ว่าเราไม่เกี่ยวข้อง มาเลย มีหลักฐานอะไร เมื่อสักครู่น้องนักข่าวบอกว่ามีไลน์ครู ขอดูว่าใช่จริงไหม แล้วถ้ามันออกจากตัวครูแล้วส่งไปให้ใครบ้าง แล้วเดี๋ยวครูต้องไปที่ ปอท. ให้สืบเลยว่าเว็ปนี้ใครทำกันแน่ ใครจด ขอชื่อเลย ให้ทางการสืบ ถ้าเกิดมีความไม่ชัดเจนเขาแจงหลักฐานไม่ได้ อันนี้คงต้องปรึกษาทนาย เพราะว่ามันจะมีการไม่ให้ดูทั้งหมดหรือเปล่า อันนี้ไม่ค่อยทราบข้อกฏหมาย" "บอกอะไรกับครูอ้อย ทำไมเราไม่คุยกันดีๆ โทรมาได้ ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจถามเงาะ ถามเลยเพราะว่าเรารู้จักกันมาตั้งนาน ก่อนที่จะมีเรื่องเข้าใจผิดเราก่อนหน้านี้เราเคยมีความสัมพันธ์ดีทำไมเราไม่คุยกัน คุยกันง่ายๆ ครูนะถ้าเห็นในไลน์จะคุยถึงขั้นกราบเลย ครูพูดดีมากเลย เราบอกว่าขอเถอะไม่งั้นสิ่งที่เรามีในนี้เราไม่อยากส่งออกไป เปิดเผย" "การเซ็นยินยอมให้ใช้ภาพเรา ตอนแรกไม่มีการเซ็นนะคะในตอนแรกๆ ตอนได้ใบประกาศนียบัตรไม่มีการเซ็นยินยอม มามีตอนหลังๆ แล้วในนั้นบอกว่าไม่เซ็นยินยอมก็ได้ค่ะ แต่ครูกับน้องเอ๋โดนบังคับให้เซ็นยินยอม ตอนเข้าไปแล้วเขาบอกว่าต้องเซ็นนะคะ เราก็เลยต้องเซ็น เขาบอกว่าจะเอาภาพไปเผยแพร่แต่ว่าเราปรึกษาทนายแล้ว ว่าต่อให้เซ็น แต่ถ้าวันนี้เราไม่ยินยอมขอให้เอาออกได้ แต่ว่าเราเซ็นในตอนท้ายไม่ได้หมายถึงอดีต ปัจจุบัน อนาคตนะ ส่วนวันที่เซ็นแล้วอยากเอาออก เหตุการณ์ผ่านไปประมาณ 1 ปี เท่าที่เห็นเขาก็พยายามเอาออกอยู่นะ นี่ดูสิถ้าเอาออกตอนแรกนะ มันจะเป็นเรื่องไหม มันจะลากมาถึงจุดนี้ทำไมเนี่ย เอาออกก็จบ" "ข่าวที่ครูไปขู่กรรโชกทรัพย์เขา มันเกิดผลกระทบกับครูไหม กับความเชื่อมั่นของลูกศิษย์ ไม่กระทบกับลูกศิษย์ครูเพราะว่าลูกศิษย์ครูมั่นใจในตัวครูมาก แต่ว่าคนที่เป็นเหมือนสเต็ปสอง เพื่อนของเพื่อนก็มีมาถามว่าทำจริงไหม เพราะว่าข่าวออกมาจนน่าเชื่อ ที่ผ่านมาเราเลือกว่าเงียบดีที่สุด แต่ว่ามันไม่ได้ดีที่สุดสำหรับบางกรณีเราเลยต้องออกมาพูด แต่ถ้าถาว่ากระทบงานไหม วันนี้ยังไม่มีใครมาพูดอะไรให้ครูได้ยินในเรื่องงานนะ" "กลัวบานปลายไหม ครูเดาไม่ได้เลย เพราะว่าถ้า กับครูครูพร้อมจบไง แต่เราก็ไม่รู้ว่าทางนั้นอยากจะให้มันเป็นแบบไหน มีอะไรจะพูดอีกไหม ไม่มีนะ ครบแล้ว วันจันทร์ไปด้วยกันไหม ครูอยากให้ไปฟังด้วยกันจัง เรานัดเขาไว้ 09.00 น." "หลักสูตรที่เขาสอนในคลาส สอนให้คิดดีทำดีพูดดี แล้วทำไมถึงมาตีกัน เป็นคำถามที่ดีมาก หลักสูตรสอนให้คิดดีทำดีพูดดีทำไมถึงตีกัน แล้วที่ผ่านมาครูเคยตีกับใครไหม เคยมีเรื่องขึ้นโรงขึ้นศาลกับใครไหม ไม่เคยเลย ถามสิว่าทำไมครูโดนมาปีหนึ่งแล้วทำไมเพิ่งมาพูด มันถึงเวลา อาจารย์ครูบอกว่าถ้าถึงจุดที่ควรต้องพูดก็ต้องพูด" "หลักสูตรที่เรามีคล้ายๆ เขา จะยังสอนอยู่ไหม จะบอกว่าคล้ายทุกสูตร ถ้าจะให้พูดว่าคล้ายนะ เพราะอะไร เพราะเวลาเราสอน การพูดเราก็ต้องว่าข้างในจิตของเรามันมีความกลัวอะไร ถึงพูดออกไป มีสอนจิตวิทยาอยู่ในเลือดของครู มันถ่ายทอดลงในทุกรูปแบบ ฉะนั้นถ้าบอกว่ามีไหม มีทุกคลาส ก็ยังเปิดปกติอยู่ ถ้าต้องตัดคลาสออกเพื่อตัดปัญหา งั้นครูต้องถอดทุกคลาสเลยนะ(ยิ้ม) ทุกคนถ้าเข้าใจวิชามันอยู่ในตัวของคน ไม่มีใครลอกใครได้" ครูเงาะ กล่าว ครูเงาะ รสสุคนธ์ ครูเงาะ รสสุคนธ์ ครูเงาะ รสสุคนธ์ ครูเงาะ รสสุคนธ์ ครูเงาะ รสสุคนธ์

โบว์ แวนดา โพสต์ซึ้งระลึกถึงวันครบรอบแต่งงาน ปอ ทฤษฎี!!
ปอ ทฤษฎี /  ข่าว ปอ ทฤษฎี / 

  ยังคงคิดถึงอยู่ตลอดๆ สำหรับพระเอกตลอดกาลอย่าง ปอ ทฤษฎี ที่ล่าสุดวันนี้ (11พ.ค.60) วันดีๆ ในความทรงจำเวียนมาบรรจบอีกครั้ง ซึ่งด้านภรรยาสาวคนเก่ง โบว์ แวนดา ได้โพสต์ภาพและข้อความสุดซึ้งระลึกถึงวันสำคัญในชีวิตคู่อีกวันหนึ่งซึ่งตรงกับวันครบรอบแต่งงานของ โบว์-ปอ นั่นเอง โดยระบุข้อความในอินสตาแกรมส่วนตัวเพียงสั้นๆ แต่กินใจว่า   “11-5-60 สุขสันต์วันครบรอบแต่งงานนะปอ”   งานนี้บรรดาแฟนคลับคนรัก ปอ ต่างเข้ามาแสดงความคิดถึงคนบนฟ้าพร้อมกับส่งกำลังใจให้ แม่โบว์ สู้ต่อไปเพื่อ น้องมะลิ ลูกสาวตัวน้อยที่เป็นตัวแทนของ ปอ ทฤษฎี!! ขอบคุณภาพจาก IG vanda29 ปอ ทฤษฎี-โบว์ แวนดา ปอ ทฤษฎี-โบว์ แวนดา ปอ ทฤษฎี-โบว์ แวนดา ปอ โบว์ มะลิ

ถอดหน้ากากครับ!!! น้องมะลิ เล่นใหญ่มาก อยากเป็น หน้ากากนักร้อง (มีคลิป)
น้องมะลิ พาขวัญ

          สร้างรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะ ให้กับแฟนๆ มาเสมอ สำหรับ น้องมะลิ พาขวัญ ลูกสาววัยกำลังน่ารักของพระเอกตลอดกาล ปอ ทฤษฎี และ คุณแม่โบว์ แวนดา ที่ล่าสุด แฟนๆ ในไอจีต้องไปกระหน่ำกดไลค์ คอมเม้นท์ให้แบบรัวๆ กับความน่ารัก น่าเอ็นดู เมื่อน้องมะลิ ต้องมาสวมหน้ากากนักร้อง แบบรายการ The Mask Singer ที่งานนี้น้องมะลิ เล่นใหญ่เลียนแบบผู้ที่เข้าแข่งขันในรายการได้อย่างเป๊ะๆ ในช่วงที่ต้องถอดหน้ากาก เฉลยว่าเป็นซุปตาร์คนไหน ใครอยากว่าเป๊ะขนาดไหน ลองชมคลิปกันเอาเอง บอกเลยว่าช่วงที่น้องมะลิสะบัดผม นางน่ารักเป็นที่สุดดดดดดดด ภาพ-คลิป จากอินสตาแกรม @vanda29          

ร้านอาหารพรานปอ

ร้านอาหารที่ให้บริการลูกค้าแบบกรุ๊ปทัวร์ทั้งในและประเทศเช่น กลุ่มลูกค้าอบต.ข้าราชการ,พนักงานบริษัท ,กรุ๊ปทัวร์จีน , ไต้หวัน-ชาวต่างชาติ , ไทย-จีน-ฟู้ด เป็นต้น