ปอ

อึ้ง! คนดูแลไร่นาป่าสงวนบอก ปอ ทฤษฎี มาหา!! คาดดีใจเพื่อนทำบุญให้
ปอ ทฤษฎี

  สามีภรรยา ลุงเสี่ยง และ ป้าสายใจ ผู้ดูแลความเรียบร้อยทั้งหมดในไร่นาป่าสงวน โดยลุงเสี่ยง บอกเล่าที่มาที่ไปก่อนจะได้มาอยู่ดูแลที่นี่ พร้อมเล่าเหตุการณ์เมื่อคืนที่คาดว่าหนุ่ม ปอ ทฤษฎี มาหา คนดูแลไร่นา ปอ ทฤษฎี คนดูแลไร่นา ปอ ทฤษฎี

สดจากบุรีรัมย์!! บรรยากาศงานทำบุญครบรอบ 1 ปี ปอ ทฤษฎี!!
ปอ ทฤษฎี /  โบว์ แวนดา / 

  เผลอแป๊บเดียวครบรอบ 1 ปี สำหรับการจากไปของพระเอกหนุ่มขวัญใจประชาชน ปอ ทฤษฎี โดยล่าสุดวันนี้ (18 มกราคม 2560) ทางด้านภรรยาสาว โบว์ แวนดา และครอบครัวได้มีการจัดงานทำบุญครบรอบ 1 ปี ณ วัดธรรมธีราราม (ป่าหลังโรงเลื่อย) อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ โดยมี อาน้ำอ้อย ได้มาดูความเรียบร้อยก่อนที่จะมีพิธีการทางศาสนาในช่วงเช้า ทั้งนี้บรรดาแฟนคลับต่างเดินทางมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง พร้อมกับจัดเตรียมสถานที่และช่วยกันเตรียมอาหารไว้สำหรับแขกที่มาร่วมงานอย่างสุดพิเศษเพื่อพระเอกผู้ล่วงลับ ปอ ทฤษฎี ด้วยความตั้งใจ ส่วนบรรยากาศภายในงานนั้นจะเป็นเช่นไรบ้าง ทีมข่าว gossipstar.mthai.com ขอเก็บภาพบรรยากาศสดๆ จากบุรีรัมย์ มาให้แฟนๆ ได้ชมกันอย่างต่อเนื่อง   โดย อาน้ำอ้อย ถึงกับน้ำตาคลอเมื่อเผยความรู้สึกถึงพระเอกหนุ่มผู้ล่วงลับ และยังคิดว่า ปอ ทฤษฎี ยังอยู่ด้วยตลอด   "สำหรับบรรยากาศในวันนี้อีกไม่กี่นาทีข้างหน้าทุกอย่างก็จะเริ่มต้นขึ้นแล้ว ซึ่งส่วนตัวอาเอง อารู้สึกว่ามันเร็วมากเลย เพราะอาคิดเสมอว่าเขายังไม่ไปไหน และวันนี้ทุกๆ คนก็กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง ทุกคนยังคงมีความรู้สึกเดียวกันคือยังรักและคิดถึงเขาอยู่ แต่สำหรับบางคนอาต้องบอกเลยว่าความรู้สึกของเขามันพิเศษสุดจริงๆ"  "อย่างวันนี้เองก็มีแฟนคลับเข้ามาช่วยจัดเตรียมข้าวของเยอะแยะมากมาย ทั้งอาหาร ทั้งเครื่องใช้ คือเขาเป็นแฟนคลับที่เหนียวแน่นมาก อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว เป็นแฟนคลับที่มีความสามัคคี และก็มอบสิ่งดีให้กับทุกคนมาโดยตลอด ไม่เคยทำอะไรให้เสียหาย รวมถึงเวลาที่เขาจะทำอะไรก็แล้วแต่เขาก็จะเข้ามาปรึกษาคุณพ่อคุณแม่และก็อาตลอด ซึ่งก็ดีครับ อาเห็นด้วยกับสิ่งที่เขาทำ"  "เมื่อคืนนี้พวกเขาก็มีการจัดปาร์ตี้เล็กๆ สำหรับสมาชิกแฟนคลับที่เดินทางมา ซึ่งภาพที่อาได้เห็นก็จะเป็นภาพที่น่าประทับใจ รวมถึงคลิปวีดีโอต่างๆ คือพวกเขาเก่งมากที่รวบรวมหลายๆ อย่างไว้ เก็บข้อมูลไว้ได้อย่างละเอียด ถือว่ายอดเยี่ยมมากครับ ทุกคนน่ารักมาก บรรยากาศก็เป็นไปตามที่มันควรจะเป็น แต่ถามว่าอาน้ำตาไหลไหม ก็มีไหลอยู่ตลอดครับเพียงแค่ไม่อยากให้ใครมารู้สึกอะไรมาก เพราะอาก็คิดเสมอว่าทุกคนก็คงรู้สึกเหมือนๆ กันกับอา ทุกคนคิดถึงเขาเหมือนกัน"ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ความรู้สึกส่วนตัวของอาที่มีต่อพี่ปอเป็นยังไงบ้าง ?  "วันแต่ละวันที่ผ่านมา ตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้ (น้ำตาคลอเสียงสั่น) อามีความรู้สึกว่า เขายังอยู่กับเรา (น้ำตาคลอ) คือส่วนหนึ่งอาก็เข้มแข็งอยู่แล้วนะ แต่ความเข้มแข็งในที่นี้มันต้องประกอบไปด้วยหลายๆ อย่าง และความรู้สึกที่ชัดเจนที่สุดมันก็คือความรู้สึกที่มาจากจิตใจ หากให้พูดออกมาเป็นคำพูดมันก็คงพูดให้ชัดๆ ไม่ได้ ดังนั้นอาก็ขอมอบโอกาสทุกอย่างและก็ขอบคุณทุกๆ คน ตลอดระยะเวลา 1 ปี ที่ผ่านมาที่ทุกคนมอบให้ ครอบครัวสหวงษ์ พ่อ แม่ น้องมะลิ แม่โบว์ ทุกคนต่างก็ต้องเดินหน้าไปสู่วันข้างหน้าที่มีความสุขมากขึ้นเรื่อยๆ อาเชื่อมั่นว่าเขาต้องไปได้ดี และอาก็ดีใจภูมิใจที่อาได้กลับมาหาเขาอีกครั้ง มาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันแบบนี้"อาให้กำลังใจตัวเองยังไงเวลาที่คิดถึงพี่ปอ ?  "บางรูปของปออาก็ยังไม่เคยเห็นเลยนะ ยังแปลกใจอยู่เลยว่าเขาเอามาจากไหน แต่ถ้ามองไปสักพักก็จะรู้สึกว่าเขาอยู่รอบๆ ตัวเราเต็มไปหมด ความรู้สึกทุกวันทุกคน ไม่ว่าจะก่อนนอนหรือตื่นเช้าอาก็จะนึกถึงเขาตลอด ซึ่งความรู้สึกของอามันก็จะขยับไปตามเวลาและสถานที่ เช่นเราไปเจออะไรที่มันสะกิดใจเราก็จะรู้สึกอย่างหนึ่ง เป็นความรู้ที่เกิดจากข้างใน และด้วยความที่อาเป็นคนที่เก็บความรู้สึกอยู่แล้วด้วย อาก็เลยไม่ได้บอกกับทุกคน"วันนี้ได้มาหาพี่ปอ อาได้พูดอะไรกับเขาบ้างหรือยัง ?  "ตั้งแต่ก้าวลงจากรถใจอาก็อยู่ตรงนั้นแล้ว ไม่ว่าอาจะเดินไปทางไหนอาก็เชื่อว่าเขารับรู้ว่าอามาเยี่ยม เพราะอาพูดอยู่ในใจมาตลอดว่าอามาถึงแล้ว"แสดงว่าอาคิดอยู่เสมอว่าพี่ปอยังอยู่ข้างๆ ตัว ?  "ความรู้สึกจริงๆ อาคิดอย่างนั้นมาตลอด คิดว่าเขาไม่ได้ไปไหน ความรู้สึกที่อามีให้ปอยังไงจนถึงวันนี้มันก็เคยเปลี่ยน ทุกอย่างยั งเหมือนเดิม ยังคิดถึงเขา ยังคิดถึงเขาเหมือนวันที่เขามีชีวิต ไม่เคยเปลี่ยน"   

คุณแม่พิศมัย เผย ปอ ยังอยู่รอบตัวคอยดูแล สหวงษ์ ทุกคน
คุณแม่พิศมัย /  ปอ ทฤษฎี / 

   คุณแม่พิศมัย สหวงษ์ คุณแม่ของพระเอกหนุ่มผู้ล่วงลับ ปอ ทฤษฎี ได้เผยความรู้สึกในวันนี้หลังสูญเสียลูกชายครบ 1 ปี เชื่อว่ายังอยู่รอบตัวคอยดูแลสมาชิกทุกคนในครอบครัวอยู่เสมอโดยเฉพาะ น้องมะลิ ที่เหมือนสัมผัสได้และมักจะชี้เรียกพ่ออยู่บ่อยๆ คุณแม่พิศมัย คุณแม่พิศมัย

น่าเอ็นดู๊ น้องมะลิ ทั้งกอด ทั้งจูบ รูปพ่อปอ
น้องมะลิ /  โบว์ แวนดา / 

    น่าเอ็นดูหนักมากสำหรับ น้องมะลิ พาขวัญ ที่ล่าสุดได้เดินทางไปยัง จ.บุรีรัมย์ พร้อมกับ แม่โบว์ เพื่อไปทำบุญครบรอบ 1 ปี ของพระเอกผู้ล่วงลับ ปอ ทฤษฎี เลยได้เห็นโมเม้นท์สุดน่ารักในขณะที่ น้องมะลิ กำลังกอดและจูบรูป พ่อปอ ด้วยความคิดถึง...

ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก (ละครเย็น) , เรื่องย่อร้อยป่าไว้ด้วยรัก (ละครเย็น)
ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก /  ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก ทางช่อง 3 / 

ร้อยป่าไว้ด้วยรัก บทประพันธ์โดย : ฐิญาดาบทโทรทัศน์โดย : ฝนพรำ, นฤมล, ศุภวรรณกำกับการแสดงโดย : ปวิตร ตรีเมฆ (พี่ปู)ออกอากาศทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 19.35-20.35 น. และวันศุกร์ เวลา 19.05-19.50 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อ ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก คนเราจะมองที่ภาพลักษณ์อย่างเดียวไม่ได้ เนื้อแท้ของคนสำคัญที่สุด โครงการตามแนวพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงเป็นนักอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติ เป็นเพราะพระราชดำริของพระองค์จึงทำให้เกิดให้มีการปลูกป่า ที่คนและสัตว์ สามารถอยู่ร่วมกันได้โดยไม่ต้องทำลายป่า ศูนย์ศิลปาชีพที่เสริมสร้างอาชีพและรายได้ ให้เกิดขึ้นกับทั้งคนไทยและคนไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง ที่เคยแต่ทำไร่เลื่อนลอย หาของป่าขาย ที่สำคัญจะได้ไม่คิดทำลายป่าต่อไป พรนับพัน เกิดในครอบครัวที่คนอื่นมองว่าสมบูรณ์พร้อม คุณพรพรรณราย ผู้เป็นแม่เป็นนักสังคม สงเคราะห์ชื่อดัง ส่วนผู้เป็นพ่อคือคุณเมธี เป็นข้าราชการระดับสูงในกระทรวงผู้ไม่เคยมีประวัติด่างพร้อย และกำลังเจริญก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่การงาน ครอบครัวของพรนับพัน ถูกยกย่องให้เป็นครอบครัว ตัวอย่าง ถูกสัมภาษณ์ลงหนังสือนิตยสารอยู่บ่อยครั้ง แต่แท้จริงแล้วเป็นการสร้างภาพทั้งสิ้น คุณเมธีเป็นคน นิสัยเจ้าชู้มีบ้านเล็กบ้านน้อยอยู่เสมอ คุณพรพรรณรายก็ไม่ได้เป็นผู้หญิงจิตใจประเสริฐดุจแม่พระดั่งภาพ ที่ใคร ๆ เห็น ต้องทนเก็บความช้ำชอกในการกระทำของสามีไว้ในอก ไม่สามารถแสดงให้ผู้อื่นเห็นได้ เพื่อรักษาหน้าตาในวงสังคม ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก คุณเมธีกับคุณพรพรรณรายทะเลาะกันจนถึงขั้นต้องแยกห้องกันนอน คุณพรพรรณรายจึงมักชอบมาระบายอารมณ์ใส่พรนับพัน ทำให้พรนับพันกลายเป็นคนชอบประชดประชันทั้งที่รู้ว่าเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง ตั้งแต่เรื่องการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ที่คุณพรพรรณรายอยากให้สอบเข้าของรัฐบาล พรนับพันก็ไปสอบเข้าเอกชน ทั้งที่เป็นคนเรียนเก่ง คุณพรพรรณรายบอกให้แต่งตัวเรียบร้อย พรนับพันก็แต่งตัวตรงกันข้าม คุณพรพรรณรายชอบยกเอาปรางวลัยบุตรสาว ของคนรู้จักมาพูดเปรียบเปรยให้พรนับพันฟัง ว่าเรียนเก่งจบมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของประเทศ และยังสอบเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยติดท็อปไฟว์ ของอเมริกา วันหนึ่งพรนับพันไปงานเลี้ยงสำคัญกับผู้เป็นแม่และเจอปรางวลัย ทำให้พรนับพันรู้ว่าที่แท้ ปรางวลัยคนที่แม่ของเธอเอาไปพูดให้ฟังนั้น เป็นคนคนเดียวกับปรางวลัย ซึ่งเป็นเพื่อนของวิลาสินี เพื่อนของเธออีกทีหนึ่ง ปรางวลัยจำพรนับพันไม่ได้ จึงคุยโอ้อวดอย่างโน้นอย่างนี้ และบอกว่าเพิ่งจบจากบอสตัน ทำให้พรนับพันรู้ว่าที่แม่ของปรางวลัยไปคุยอวดกับแม่ของเธอนั้นไม่ใช่เรื่องจริง พรนับพันรู้ว่าบอสตันไม่ใช่มหาวิทยาลัยติดท็อปไฟว์อย่างที่ปรางวลัยคุยอวดแต่อย่างใด จึงถามออกไปว่าจำเธอไม่ได้หรือ เคยเจอกัน ตอนงานฉลองเรียนจบชั้นมัธยมเมื่อหลายปีก่อน และยังพูดเรื่องที่แม่ของเธอบอกว่า ปรางวลัยจบจากมหาวิทยาลัยท็อปไฟว์ของอเมริกา คำพูดของพรนับพันสร้างความโกรธให้กับปรางวลัยมาก เพราะคิดว่า พรนับพันจงใจฉีกหน้า พรนับพันไปงานวันเกิดของเพื่อนในผับแถวทองหล่อ และถูกผู้ชายที่มาเที่ยวและอยู่ในอาการเมา มาชวนไปเที่ยวต่อ เพราะคิดว่าเป็นผู้หญิงอย่างว่า พรนับพันก็ตอบโต้ออกไปอย่างโมโหว่าเธอไม่ใช่ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวอยู่ในสายตาของพันตรีแสนคม นายทหารจากกองพลพัฒนาประจำอยู่ที่สวนป่าเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเป็นโครงการในพระราชดำริ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ แสนคมลาพัก มาเยี่ยมครอบครัวที่กรุงเทพโดยมีร้อยเอกบดินทร์ซึ่งทำงานอยู่ที่เดียวกัน และสนิทสนมกันตั้งแต่สมัยเรียน เตรียมทหารตามมาเที่ยวที่บ้านด้วย ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก แสนคมมาเที่ยวกับเพื่อนสนิทคือพันตรีกิตติ พันตรีธีรดนย์ พันตรีอภิเชษฐ์ รวมทั้งบดินทร์ด้วย แสนคมมองพรนับพันในชุดสุดเปรี้ยวอย่างเสียดาย เขาคิดว่าหน้าตาก็สะสวยน่าจะแต่งตัวให้มิดชิดกว่านี้ แต่แปลกที่สายตาของแสนคมมักจะวนเวียนไปทางพรนับพันบ่อย ๆ จนถูกเพื่อน ๆ แซว แสนคมแก้ตัวบอกว่าที่มองเพราะคิดว่าถ้าเป็นน้องเป็นนุ่งจะจับมาตีก้นให้เข็ด พรนับพันไม่รู้เลยว่า จากเหตุการณ์ที่มีผู้ชายเมามาจับไหล่ อยู่ในสายตาของปรางวลัยที่มาเที่ยวกับเพื่อน และมาเห็นเข้าโดยบังเอิญ เพราะความเจ็บใจที่ถูกฉีกหน้าครั้งนั้น ปรางวลัยจึงจงใจใช้มุมกล้อง ช่วยถ่ายทำให้เหมือนกับผู้ชายคนดังกล่าวโอบไหล่ ตั้งใจจะส่งไปให้ผู้เป็นแม่ของพรนับพันดู และยังเข้าไป ทักพรนับพันกับเพื่อน ๆ ที่โต๊ะวันสุดท้ายของการลาพัก แสนคมแวะไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้า แล้วเจอกับพรนับพันอีก ในชุดกางเกง ขาสั้นกับเสื้อยืดพอดีตัว ทำให้แสนคมนึกในใจว่าสมควรแล้วที่ถูกมองเป็นผู้หญิงอย่างว่า ตัวพรนับพันเองก็สงสัยที่จู่ ๆ ก็ถูกผู้ชายหน้าตาหล่อเหลามองด้วยสายตาดุ ๆ ทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน พรนับพันกลับไปบ้าน แต่งตัวเตรียมตัวไปงานแต่งงานเพื่อนในตอนเย็น แต่ก็ทะเลาะกับ คุณพรพรรณรายซะก่อน เพราะปรางวลัยส่งรูปที่ถ่ายในผับไปให้ดู ทั้งที่พรนับพันพยายามจะอธิบายเรื่องราว ให้รู้แต่คุณพรพรรณรายไม่ฟัง และบอกว่าคนที่ส่งรูปมาให้ดูคือปรางวลัย ทำให้พรนับพันเดาได้เลยว่า ปรางวลัยมีจุดประสงค์อย่างไรในการทำเช่นนี้ ด้วยความโกรธบวกกับเสียใจ ที่คุณพรพรรนรายเชื่อคนอื่น มากกว่าลูกตัวเอง ทำให้พรนับพันพูดออกไปว่า ที่พ่อต้องไปมีผู้หญิงอื่นก็เพราะแม่เป็นแบบนี้ ทำให้คุณพรพรรณรายลุแก่โทสะตบหน้าสร้างความเสียใจให้กับพรนับพันมาก จนบอกว่าจะไม่อยู่บ้านนี้อีกแล้ว และทิ้งคำพูดไว้ให้คุณพรพรรณรายคิดว่า ถ้ามีลูกจะไม่เอาคนอื่นมาเปรียบเทียบกับลูกของตัวเองเป็นอันขาด และจะเชื่อใจคนในครอบครัวมากกว่าคนอื่นพรนับพันผลุนผลันขับรถออกจากบ้านไปอย่างไร้จุดหมาย ที่ผ่านมาแม้จะมีปากเสียงกับมารดา แต่ไม่เคยรุนแรงถึงขั้นถูกตบหน้า และแล้วพรนับพันก็นึกถึงป้าพวงคนเลี้ยงตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ ที่เธอมักจะยึด อีกฝ่ายไว้เป็นที่เป็นที่ระบายความในใจต่าง ๆ เวลามีปัญหา ป้าพวงลาออกไปอยู่บ้านต่างจังหวัด เมื่อสองปีก่อน แต่ก็ติดต่อกันอยู่เสมอ ตอนแรกพรนับพันคิดจะโทร. ไปหาก่อน แต่ก็เปลี่ยนใจเพราะ ถ้าโทร. ไปก็คงถูกยับยั้งไม่ให้ไป จึงคิดจะไปตายเอาดาบหน้าดั้นด้นไปหาด้วยตัวเอง ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก พรนับพันรู้ว่าป้าพวงกลับไปอยู่ที่หมู่บ้านห้วยม่วงในอำเภอสวนผึ้ง เมื่อขับรถถึงตัวอำเภอ พรนับพัน ก็ถามเส้นทางกับเด็กปั๊ม หลังเดินทางไปได้ค่อนทางด้วยความไม่ชำนาญ พรนับพันก็ขับรถหลงทางไปไหน ไม่ถูก สร้างความหวาดกลัวให้กับตัวเธอมาก ภาวนาให้มีรถวิ่งผ่านมาเพื่อจะได้ขอความช่วยเหลือ ไม่นาน พรนับพันก็เห็นรถวิ่งมาก็รู้สึกดีใจ แต่ยังไม่กล้าเปิดประตูลงไปเพราะไม่รู้ว่าเป็นคนดีหรือคนร้ายพันตรีแสนคมคือคนที่ขับรถผ่านเข้ามา เพื่อกลับเข้าไปยังสถานที่ทำงานคือสวนป่าเฉลิมพระเกียรติ แสนคมเพิ่งกลับมาจากการลาพักที่กรุงเทพ ครั้นเห็นรถคันหรูหราจอดอยู่ ก็เกิดความสงสัยว่าใครกันมา จอดรถในเวลามืดค่ำเช่นนี้ และที่สำคัญในสถานที่ที่เปี่ยมไปด้วยอันตรายอย่างที่นี่ เพราะแถบนี้เป็นพื้นที่แนวตะเข็บชายแดนที่มีพวกชนกลุ่มน้อยอย่างพวกทหารกะเหรี่ยง ที่มักจะถูกทหารพม่ากวาดล้างหลบหนีเข้ามาอยู่บ่อย ๆ แสนคมขับรถเข้าไปใกล้ ๆ ก็มองเห็นว่าคนอยู่ในรถเป็นผู้หญิง ยิ่งทำให้สงสัยมากขึ้น แต่เมื่อเห็นคนในรถชัดเจนแสนคมก็แปลกใจ เพราะผู้หญิงที่นั่งอยู่ในรถและแต่งตัวราวกับจะไปงานเลี้ยง คือคนที่เขาเคยเจอถึงสองครั้งแต่คนละสถานที่เมื่อหลายวันก่อน ไม่นึกว่าจะมาอีกในกลางป่าเช่นนี้ แล้วความรู้สึกที่ตามมาของแสนคมคืออาการใจหาย เพราะหากว่าไม่เจอเขาแล้ว ไปเจอพวกกองกำลัง ติดอาวุธ ของทหารกะเหรี่ยงหรือพม่าเข้าจะเป็นอย่างไร พรนับพันเห็นชายหนุ่มในชุดทหารเดินมาหา ก็เอ่ยขอความช่วยเหลือบอกว่าหลงทาง ให้ช่วยขับรถ นำทางให้หน่อย แสนคมถามว่าจะไปไหน พรนับพันบอกว่าจะไปบ้านห้วยม่วง แสนคมบอกว่าเขา ก็กำลังจะไปที่นั่นอยู่พอดี แต่เขาจะไม่ขับนำทางให้ เพราะถ้าเกิดขับตามไม่ทันแล้วหลงขึ้นมาจะยุ่งอีก มีทางเดียวคือให้เขาขับให้เท่านั้น คำพูดดังกล่าวทำให้พรนับพันเกิดอาการลังเลขึ้นมา เพราะจู่ ๆ จะให้ ใครไม่รู้มาขับรถให้ ไม่รู้ว่าไว้ใจได้แค่ไหน ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก แสนคมเห็นอาการของพรนับพันก็รู้สึกหงุดหงิด บอกว่าเขาไม่มีเวลามากนักถ้าอยากจะนั่งอยู่ในรถ ก็เชิญและทำท่าจะผละจากไป จนบดินทร์ที่ตามลงมาเห็นจึงเข้าไปช่วยพูด บอกกับพรนับพันว่าให้แสนคมขับรถให้เป็นสิ่งถูกต้องแล้วเพราะชำนาญทางมากกว่า และพูดถึงเรื่องทหารกะเหรี่ยงให้พรนับพันฟัง พรนับพันจึงยินยอม พรนับพันเผลอนั่งหลับเพราะความอ่อนเพลีย บวกกับความหวาดกลัวที่ผจญ อยู่ก่อนหน้า กระทั่งรถมาถึงยังหมู่บ้านจึงตกใจตื่น แสนคมถามว่าจะไปบ้านใคร พรนับพันบอกว่าไปบ้าน ป้าพวง แสนคมจึงพาพรนับพันไปส่งเพราะรู้จักกับป้าพวงเป็นอย่างดี ป้าพวงลงมาจากบ้านอย่างแปลกในที่เห็นรถของแสนคม และก็ตกใจเมื่อเห็นพรนับพันที่โผเข้าหา พร้อมร้องไห้สะอึกสะอื่น จึงถามแสนคมว่าไปเจอพรนับพันได้อย่างไร เมื่อแสนคมเล่าให้ฟังป้าพวงตกใจ มากพร้อมทั้งพูดขอบคุณไม่ขาดปาก แสนคมลากลับบ้านพักพร้อมกับภาพของหญิงสาว ที่เขาพบในแต่ละสถานที่และต่างสถานการณ์ ตามติดเข้าไปในห้วงสำนึกด้วย โดยเฉพาะภาพการร้องไห้สะอึกสะอื้น ทำให้นายทหารหนุ่มที่ไม่เคยสนใจในเพศตรงข้ามมาก่อน เพราะความเบื่อหน่าย เกิดความรู้สึกอยากลองค้นหาผู้หญิงคนนี้ดูว่าตกลงผู้หญิงคนนี้เป็นคนอย่างไรกันแน่ พบเจอแต่ละครั้งช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แสนคมเป็นนายทหารหนุ่มวัยใกล้สามสิบปี ผู้มีหน้าตาราวกับไอดอลเกาหลี จึงมักจะถูกพวกศัตรู สบประมาทอยู่เสมอ และเป็นคนบ้าดีเดือดผิดรูปร่างหน้าตาเป็นนายทหารที่จงรักภักดีต่อชาติบ้านเมือง แสนคมเป็นบุตรชายคนเดียวของพลโทพัชร ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นแม่ทัพภาค และกำลังเจริญรุ่งเรือง ในราชการ มารดาคือคุณสราญรัตน์ แสนคมถอดแบบบิดามาแทบทั้งหมด ทั้งการรักและภักดีต่อชาติ แสนคมเป็นคนรักและหวงชีวิตโสดมาก จึงมักชอบทำปั้นหน้าเคร่งอยู่เสมอเพื่อไม่ให้ผู้หญิงมาเข้าใกล้และก็มักจะได้ผล คงมีเพียงลูกสาวของกำนันคำ กำนันในหมู่บ้านและอรชุมาหรือครูอ้อ ครูที่โรงเรียน ในหมู่บ้านที่ยังคงมาป้วนเปี้ยน สร้างความรำคาญให้อยู่บ่อยครั้ง แสนคมมีลูกน้องคู่ใจ อยู่สองคนคือ จ่าสิบเอกโชติช่วงที่หน้าตาสุดโหด ชอบไว้หนวดเคราราวกับโจร แต่เป็นคนมีอารมณ์ศิลปินชอบร้องเพลงลูกทุ่งเป็นนิตย์ พูดจาอ่อนหวานผิดใบหน้า มีเพื่อนคู่หูคือจ่าสิบเอกสุทัศน์ ที่หน้าตาเรียบร้อยแต่ชอบ พูดจามึงมาพาโวยผิดหน้าตาอีกเช่นกัน ทั้งคู่รักและเคารพแสนคมมากแม้จะเพิ่งอยู่ด้วยกันไม่นาน เพราะ แสนคม เพิ่งย้ายมาที่นี่ได้ไม่ถึงปี ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก พรนับพันตื่นมาในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยและในชุดแต่งกายของป้าพวง แต่เมื่อนึกทบทวนความจำ ก็นึกได้ว่าที่นี่เป็นบ้านป้าพวง จึงเปิดประตูออกมายืนตรงระเบียงมองไปรอบ ๆ ก็เห็นทิวเขายาวสลับซับซ้อน ยิ่งทำให้นึกถึงคำพูดที่ว่าห่างไกลความเจริญขึ้นมาในทันใด นางพวงดีใจมากที่เห็นเด็กที่นางเลี้ยงมาด้วย ความรัก ยังนึกถึงตัวนางไม่ระเหเร่ร่อนไปไหน นึกรู้ทันทีว่าจะต้องมีปัญหากับผู้เป็นแม่อย่างแน่นอน ภายใต้สีหน้าท่าทางถือตัวรวมทั้งอาการที่ดูคล้าย เหวี่ยง วีน นั้นเป็นการกระทำที่หลอกสายตาผู้อื่นเท่านั้น เพราะแท้ที่จริงพรนับพันเป็นคนอ้างว้าง ว้าเหว่ ขาดความอบอุ่น แต่เป็นคนจิตใจดีนางพวงถามพรนับพันว่าจะอยู่ที่นี่ได้หรือ พรนับพันก็บอกออกไปด้วยทิฐิว่าอยู่ได้ เพราะในใจนั้นคิดว่าไม่มีทางจะซมซานกลับไปบ้านเป็นอันขาด และเล่าถึงสาเหตุที่ทำให้ต้องดั้นด้นมาหานางพวงถึงที่นี่ ซึ่งนางพวงก็ได้แต่พูดปลอบใจและคิดในใจว่าเรื่องทุกอย่างคงต้องให้กาลเวลาทำหน้าที่เยียวยาเรื่องราวทั้งหมด พรนับพันเห็นเด็กชายที่มายืนจ้องตัวเอง ขณะลงไปที่รถก็ถามนางพวง ก็ได้รับคำตอบว่าเด็กชาย คนดังกล่าวชื่อจุ้น เป็นเด็กชาวกะเหรี่ยงที่ผู้พันแสนคมไปพบขณะร้องไห้อยู่ข้าง ๆ ศพของพ่อแม่ จึงนำมาฝากนางพวงเลี้ยงโดยเป็นคนส่งเสียค่าเลี้ยงดูเอง พรนับพันฟังแล้วก็เกิดความสงสารในตัวเด็กชายอย่างไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อน นางพวงเล่าให้พรนับพันฟังคร่าว ๆ ว่า เมื่อหลายสิบปีก่อน พื้นที่แถบนี้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าเขา ต้นไม้ ต้นน้ำ ลำธาร รวมทั้งสัตว์ป่าน้อยใหญ่ แต่เมื่อเกิดการทำเหมืองแร่ขึ้น และมีผู้คนอพยพเข้ามาทำกิน ผืนป่าจึงเปลี่ยนสภาพเป็นชุมชน ครั้นหมดสัมปทาน ผู้คนก็หันมาทำอาชีพเกษตรกรแทน นานเข้าเมื่อ ผืนดินไม่อุดมสมบูรณ์เหมือนเดิม โครงการสวนป่าที่ช่วยฟื้นฟูผืนดิน ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จึงเกิดขึ้น นอกจากนี้ยังมีศูนย์ศิลปาชีพ ที่เป็นโครงการในพระราชดำริเช่นกัน ที่นอกจากจะทำให้คุณภาพ ชีวิตของชาวบ้านดีขึ้นกว่าแต่ก่อนแล้ว ยังเพิ่มรายได้เสริมจนสามารถเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง โดยไม่ต้องเข้าไปหา ของป่า หรือถางป่าเพื่อปลูกไร่เลื่อนลอยเหมือนเช่นแต่ก่อน นางพวงมักจะเอ่ยถึงผู้พันแสนคมให้พรนับพัน ฟังอยู่ไม่ขาดปาก สร้างความหมั่นไส้ให้เกิดขึ้นกับพรนับพันไม่น้อย ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก แสนคมมาบ้านนางพวงแต่เช้า ถือของแห้งพวก กุนเชียง หมูทุบ หมูแผ่น พร้อมด้วยกาแฟ มาฝาก ป้าพวง ทั้งที่จุดประสงค์หลักที่เอามานั้น แสนคมรู้ว่าเอามาฝากหญิงสาวที่มาอยู่กับนางพวงต่างหาก และครั้งนี้พรนับพันได้รู้จักกับจ่าวัยกลางคนชื่อ ช่วงโชติ ที่มาพร้อมเสียงเพลง ซึ่งจงใจร้องจีบนางพวงเสมอ เมื่อมีโอกาส จ่าหน้าตาโหดแต่คำพูดและการแสดงออกขัดกับใบหน้าที่สุดเด็กชายจุ้นที่รู้สึกถูกชะตากับหญิงสาวสวยชื่อพรนับพันมาก ปกติจุ้นจะไม่ค่อยชอบผู้หญิงที่เข้ามา วุ่นวายกับผู้พันแสนคมของมันนัก เพราะมันหวงผู้พันของมันราวกับจงอางหวงไข่ จุ้นเห็นตุ๊กแกที่เกาะอยู่ ไม่ห่างจากตัวพรนับพันก็ตะโกนบอก ครั้นพรนับพันหันไปเห็นด้วยความตกใจทำให้โผเข้ากอดแสนคม สร้างความอับอายให้เกิดกับพรนับพันเป็นอย่างมาก แต่ก็สร้างความกังขาให้เกิดกับจ่าโชติเช่นกัน เพราะจ่าโชติเคยเห็นดวงใจลูกสาวกำนันคำกลัวตุ๊กแกโผเข้ากอดแสนคม แต่แสนคมหลบจนดวงใจล้มไม่เป็นท่า แต่ครั้งนี้นอกจากไม่หลบยังยอมให้กอดแต่โดยดี วิชิต หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ามาหาแสนคมถึงที่ทำงาน เพื่อจะมาคุยถึงเรื่องที่จะมีการลักลอบขนลูกช้างป่าขึ้นในอีกไม่ช้า แสนคมก็ทราบจากสายที่รายงานเข้ามาเช่นกัน แสนคมอยู่ที่นี่ต้องผูกมิตร กับชาวบ้าน ดังนั้นพอมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นจึงมักจะแก้ไขได้ทันเวลาเสมอ วิชิตชื่นชมในตัวแสนคมมากในการเป็นคนตรงไปตรงมา ไม่มีนอกมีในเหมือนนายทหารคนเก่าที่ถูกย้ายออกไป ทั้งที่ตอนแสนคมย้ายมาใหม่ ๆ วิชิตเองก็มองแสนคมผิดไปเหมือนกัน เพราะเห็นว่าเป็นลูกชายแม่ทัพภาคจะอยู่ได้สักกี่น้ำ แต่แสนคมก็ทำผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ โดยเฉพาะการเข้าขัดขวางพวกลักลอบขนลูกช้างป่า จนเกิดปะทะกันขึ้นเมื่อตอนย้ายมาอยู่ที่นี่ได้ไม่นานจากเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้มีการสูญเสียเกิดขึ้น เพราะทหารเสียชีวิตไปสองนาย เจ้าหน้าที่ป่าไม้ หนึ่งนาย และฝ่ายตรงข้ามก็เสียชีวิตสามคน ส่วนแสนคมบาดเจ็บสาหัสจนมีแผลเป็นที่หน้าอก และคนของฝ่ายตรงข้ามก็บาดเจ็บสาหัสหนีรอดไปได้หนึ่งคน และแสนคมจำได้ว่าชื่อ ชีพเสี่ยเกรียงไกรเป็นผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในอำเภอสวนผึ้ง และเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ แต่ไม่สามารถเอาผิดได้เพราะไม่มีหลักฐานเพียงพอ เสี่ยเกรียงไกรเป็นเจ้าของรีสอร์ตหรูในอำเภอสวนผึ้ง มีคดีที่กำลังฟ้องร้องอยู่หลายคดี ทั้งคดีที่สร้างรีสอร์ตรุกเข้าไปในป่าสงวน และรับซื้อที่ของราชพัสดุจากชาวบ้าน ซึ่งรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งคดีดังกล่าวก็ยืดเยื้อมานาน จนแสนคมมองว่าผลที่สุดเสี่ยเกรียงไกรก็ต้องเป็นฝ่ายชนะ แต่แสนคมบอกกับวิชิตว่าถ้าเขาไม่ตายซะก่อนจะต้องเอาเสี่ยเกรียงไกรเข้าคุกให้ได้ นางพวงจะพาพรนับพันไปตลาดในตัวอำเภอเพื่อซื้อเสื้อผ้า แต่รถยนต์คันหรูของพรนับพันกลับสตาร์ทไม่ติด นางจึงให้จุ้นไปตามแสนคมมาดูรถให้ จนพรนับพันนึกค่อนขอดว่าอะไร ๆ ก็นึกถึงแต่แสนคม และเมื่อแสนคมมาถึง พร้อมด้วยบดินทร์ที่เห็นสภาพรถก็รู้ทันทีว่าไดชาร์จเสีย ต้องจอดไว้อย่างเดียว รอให้ช่างจากอู่มารับ นางพวงจึงขอติดรถของแสนคม ซึ่งกำลังจะเอางานของศูนย์ศิลปาชีพไปส่งให้ เจ้าหน้าที่จากสวนจิตรลดาในตัวอำเภอสวนผึ้งพอดี ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก นางพวงแอบโทรศัพท์ไปหาคุณพรพรรณรายกับคุณเมธี ซึ่งทั้งสองกำลังวิตกกังวลกับการหายตัวไปของพรนับพันอยู่พอดี โดยเฉพาะคุณพรพรรณรายที่ทำทีเป็นไม่สนใจนั้น แท้ที่จริงก็รักลูกมากแต่ที่ทำไปเพราะต้องการประชดสามี พลั้งมือตบหน้าลูกสาวก็ใช่ว่าจะไม่เสียใจ ถึงกับทำให้ละทิฐิ โทร. หาพรนับพัน แต่ติดต่อไม่ได้ รวมทั้งคุณเมธีก็เช่นกันที่เป็นห่วงลูกสาวไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เมื่อรู้ว่าพรนับพันอยู่กับนางพวงก็เบาใจ โดยนางพวงบอกว่ายังไม่ต้องมาหา ให้พรนับพันอยู่อย่างนี้ไปก่อน ให้เรียนรู้ทุกอย่างด้วยตัวเองแล้วทุกอย่างจะดีขึ้นเอง พรนับพันพบกับดวงใจลูกสาวของกำนันคำ และมีปากเสียงกันจากการที่ดวงใจเดินหันรีหันขวางจนชนกับพรนับพัน แต่ดวงใจกลับโทษว่าเป็นความผิดของพรนับพัน กระทั่งไกรภพลูกชายของเสี่ยเกรียงไกรเข้ามาไกล่เกลี่ย เพราะติดใจในตัวของพรนับพัน และท่าทีของไกรภพก็สร้างความหมั่นไส้ให้เกิดกับดวงใจไม่น้อย เพราะแม้ตัวเองจะชอบแสนคมมากก็ตาม แต่ตัวไกรภพก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อย ไกรภพกำลังจะสานสัมพันธ์กับพรนับพันแต่ถูกชีพคนสนิทของผู้เป็นพ่อเข้ามกระซิบบอกเหตุร้ายซะก่อน ทำให้ต้องผละไปอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก แสนคมรีบส่งของให้เจ้าหน้าที่จากสวนจิตรลดา แล้วรีบขับรถกลับ ท่ามกลางอาการสงสัยของ บดินทร์ เพราะปกติแสนคมจะต้องแวะทักทายกับคนนั้นคนนี้ก่อน แต่ก็พอเดาได้ว่าน่าจะมีสาเหตุมาจาก พรนับพัน ระหว่างที่แสนคมเดินตรงไปยังพรนับพันที่ยืนอยู่กับนางพวงและจุ้นโดยมีดวงใจอยู่ด้วย ก็สวนกับไกรภพและชีพ ทำให้แสนคมต้องหันกลับไปมอง สร้างความสงสัยให้เกิดกับบดินทร์จนต้องถาม แสนคมจึงพูดถึงคนที่เดินสวนกันว่าต้องเป็นชีพแน่นอน แม้จะสวมแว่นตาปกปิดไว้ก็ตาม เพราะจำรอยแผลเป็นที่แก้มได้ ดวงใจได้ยินจึงถือโอกาสพูดขึ้นมาว่าตัวเองรู้จักผู้ชายที่เดินไปเมื่อกี้ และบอกว่าหนึ่งในนั้น เป็นลูกชายเสี่ยเกรียงไกร ส่วนอีกคนเป็นคนสนิทของเสี่ยเกรียงไกรชื่อชีพ คำพูดของดวงใจทำให้แสนคมรู้ว่าเขาเดาไม่ผิด ดวงใจรีบบอกว่าตัวเองเปลี่ยนชื่อจากดวงใจเป็น ดวงลดาแล้ว และยังเปลี่ยนชื่อเล่นเป็นลดาด้วย แต่แสนคมไม่ได้สนใจนัก ดวงใจหรือชื่อใหม่ว่า ดวงลดา บอกกับแสนคมว่าขอติดรถไปด้วยเพราะรถของตัวเองสตาร์ทไม่ติด บดินทร์จึงอาสาจะไปดูให้ ทำให้ดวงลดา รีบบอกว่าไม่ต้อง เพราะถ้าบดินทร์ไปดูก็รู้ว่ารถไม่ได้เป็นอะไร จึงมองบดินทร์อย่างไม่ชอบใจก่อนจะขอตัวระหว่างเดินทางกลับแสนคมเกือบขับรถเหยียบลูกหมาสีดำ จึงลงไปอุ้มเมื่อมองไม่เห็นใครก็อุ้ม ขึ้นรถมาและให้พรนับพันเอาไปเลี้ยง พรนับพันดีใจมากเพราะต่อไปนี้จะได้ไม่เหงา บดินทร์ถามถึงเรื่องชีพ แสนคมจึงเล่าเรื่องให้ฟังว่าเคยมีเรื่องกันมาก่อน นางพวงบอกแสนคมว่าเคยเห็นหน้า ผู้ชายที่มีรอยแผลเป็นที่หน้า บอกว่าเป็นคนจิตใจเหี้ยมโหดเพราะเคยยิงหมาของตาคะยอแค่ถูกเห่าเท่านั้น เตือนให้แสนคมระวังตัวให้ดี พรนับพันฟังเรื่องราวแล้วไม่อยากเชื่อว่าคนอย่างแสนคมจะบ้าดีเดือดถึงเพียงนั้น ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก ชีพบอกกับไกรภพว่าคนที่เดินสวนกันคือตัวแสบ ที่คอยขัดขวางงานมาตลอดตั้งแต่ย้ายมา ไกรภพ ฟังแล้วไม่เชื่อถือ แต่ชีพบอกว่าที่ใบหน้ามันเป็นแผลเป็นจนทุกวันนี้ก็เพราะแสนคม เรื่องการลักลอบขนลูกช้างครั้งที่แล้วไม่สำเร็จก็เป็นเพราะแสนคมนำกำลังเข้าขัดขวางจนเกิดปะทะกัน จนต้องสูญเสียมือดีไปถึงสามคน และบอกว่าเสี่ยเกรียงไกรเคยเอาเงินใส่ซองไปให้แต่แสนคมคืนกลับมา ไกรภพทระนงบอกว่าเขาไม่เชื่อหรอกว่าเงินจะไม่สามารถซื้อคนได้ เดี๋ยวเขาจะไปหาแสนคมด้วยตัวเองเองผู้ใหญ่สมปองไปหาแสนคมที่บ้าน เพื่อฝากเพลินตาซึ่งเป็นลูกสาวให้ไปเรียนที่ศูนย์ศิลปาชีพ ซึ่งท่าทางของเพลินตาออกเป็นทอมบอยทำให้บดินทร์นึกว่าเป็นผู้ชาย สร้างความโกรธเคืองให้เพลินตามาก และผู้ใหญ่สมปองก็บอกว่าจะแวะไปหานางพวงที่เป็นน้องสาว เพราะได้ข่าวว่ามีคนมาอยู่ด้วย เพลินตาก็บอกว่าถ้าคนมาอยู่ด้วยชื่อขิมก็เป็นคนที่อาเลี้ยงมาแต่เล็กและรักนักรักหนา เธอเคยไปเยี่ยมนางพวงที่บ้านแล้วเคยเจอ ดูเหมือนจะเป็นเด็กมีปัญหาเพราะเจอตอนร้องไห้ทั้งสองครั้ง และยังพูดอีกว่ากลัวจะมาสร้างภาระให้ผู้เป็นอาซะมากกว่า ทำให้บดินทร์พูดขึ้นว่าเพลินตามองคนในแง่ร้าย ยิ่งทำให้เพลินตาไม่ค่อย ชอบหน้าบดินทร์นัก จุ้นตั้งชื่อลูกหมาตัวดำปิ๊ดปี๋ว่าสมปอง นางพวงจึงบอกว่าระวังผู้ใหญ่สมปอง ซึ่งเป็นพี่ชายของนางจะสับสนเอานะ แต่ก็เป็นจริงตามที่นางพวงพูด เพราะผู้ใหญ่สมปองแวะมาที่บ้านพร้อมด้วยแสนคม และบดินทร์ พอรู้ว่าลูกหมาชื่อเหมือนตัวเองก็โวยวาย จนแสนคมเกรงใจบอกให้จุ้นเปลี่ยนและถามถึงสาเหตุว่าทำไมตั้งชื่อนี้ จุ้นก็บอกว่าตั้งให้คล้องกับแสนคม ทำเอาแสนคมหน้าเหวอ พรนับพันนั้นหัวเราะ ออกมาด้วยความขำ เพลินตาเห็นพรนับพันก็มองว่าเป็นคุณหนูก็ถามออกมาตรง ๆ ว่าจะมาอยู่ที่นี่ได้แน่หรือ พรนับพันก็บอกว่าให้คอยดูต่อไป ผู้ใหญ่สมปองเพิ่งนึกได้ว่านัดชาวบ้านเอาไว้ เพื่อไปทำแนวกันไฟ จึงรีบผลุนผลันออกไป โดยนางพวงเอง ก็เพิ่งนึกได้เพราะจ่าโชติบอกไว้แล้ว จึงบอกเดี๋ยวจะตามไป นางพวงบอกให้พรนับพันอยู่บ้านกับจุ้นไม่ต้องออกไปช่วย แต่พรนับพันเห็นสายตาดูถูกของเพลินตาก็บอกว่าจะไปช่วยด้วย โดยมีจุ้นบอกว่าเดี๋ยวจะคอยช่วยพรนับพันด้วยอีกแรง ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก เมื่อพรนับพันไปถึงจุดที่ทำแนวกันไฟที่อยู่ใกล้กับศูนย์ศิลปาชีพ เห็นการร่วมแรงร่วมใจของชาวบ้านมากกมายที่ต่างไปช่วยกันโดยไม่ต้องมีค่าจ้าง สร้างความประทับใจให้เกิดขึ้นกับพรนับพันโดยไม่รู้ตัว พรนับพันช่วยคนอื่นทำทั้งที่ไม่เคยทำซึ่งการกระทำดังกล่าวทำให้เพลินตา เริ่มมองพรนับพันในทางที่ดีขึ้นกว่าเดิม แสนคมเอาหมวกให้พรนับพันคลุมกันแดดทำให้พรนับพันรู้สึกถึงความอบอุ่นที่ค่อย ๆ เกิดขึ้น กับตัวเองขณะทำงานแสนคมมักจะมองหาแต่พรนับพัน ซึ่งเขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน แค่เห็นผู้หญิงคนนี้อยู่ในสายตาเขาก็พอใจแล้ว จ่าโชติมาบอกแสนคมว่ากำนันคำต้องการพบแสนคม ซึ่งไม่ค่อยได้พูดคุยกับกำนันคำนัก เพราะส่วนมากจะคุยกับผู้ใหญ่สมปองซะมากกว่า นึกสงสัยว่ากำนันคำมีเรื่องอะไรคุยกับเขา เมื่อแสนคมไปถึงยังที่กำนันคำยืนอยู่ก็ถามถึงธุระ กำนันคำก็พูดเป็นทำนองว่าถ้าแสนคมเปลี่ยนใจขอให้บอก แสนคมก็บอกว่าเขาไม่เคยรับปากอะไรไปทำไมต้องเปลี่ยนใจด้วย กำนันคำจึงพูดถึงเรื่องที่เสี่ยเกรียงไกรเคยเอาเงินใส่ซองมาให้ทำไมแสนคมถึงไม่รับ แสนคมจึงบอกกำนันคำไปว่าเขาไม่สนใจเงินนั่นหรอก เขาไม่เคยคิดคดทรยศต่อแผ่นดิน และพูดใส่กำนันคำออกไปว่าเคยได้ยินมาว่าเมื่อก่อนกำนันคำเป็นคนดีมาก แล้วอะไรทำให้เปลี่ยนไปถึงเพียงนี้ และยังฝากไปบอกกับเสี่ยเกรียงไกรว่าให้ระวังตัวไว้ให้ดี ทำอะไรไม่ดีไว้อย่านึกว่าไม่มีใครรู้ไม่มีใครเห็น พูดจบก็เดินจากไป จากการมาช่วยทำแนวกันไฟ ทำให้พรนับพันเกิดความรู้สึกภาคภูมิใจไม่น้อย แม้จะไม่ได้ช่วยอะไรมากมายนักก็ตาม และยังได้พบกับตาคะยอซึ่งเป็นเกษตรกรดีเด่น และนางพวงเคยเล่าให้ฟังว่าตาคะยอเป็นชาวกะเหรี่ยงก็จริง แต่มีหัวใจของความเป็นไทยอยู่เต็มเปี่ยม จ่าโชติกับจ่าทัศน์พอรู้ว่ากำนันคำพูดจาอะไรกับแสนคมต่างก็โกรธ เพราะทั้งสองจ่าอยู่ที่นี่มานาน รู้ว่าเมื่อก่อนกำนันคำไม่ใช่คนแบบนี้ ที่เปลี่ยนไปเป็นเพราะเงินตัวเดียวจริง ๆ เพราะเดี๋ยวนี้กำนันคำขับรถป้ายแดง สร้างบ้านหลังใหม่ ซื้อรถป้ายแดงให้ดวงใจขับ พกโทรศัพท์สมาร์ทโฟนเครื่องละสองหมื่น และมีความใกล้ชิดสนิทสนมกับเสี่ยเกรียงไกรมากชีพซึ่งเป็นคนสนิทของเสี่ยเกรียงไกร มักจะพูดเตือนเจ้านายอยู่บ่อยครั้งว่า งานที่เกิดผิดพลาดขึ้น หลาย ๆ ครั้งในระยะหลังรวมทั้งการที่ถูกจับไม้ที่ห้วยขาแข้งที่เกิดขึ้นสด ๆ ร้อน ๆ ถึงแม้จะไม่มีใครถูกจับได้ น่าจะมีเกลือเป็นหนอน ชีพเองไม่เคยไว้ใจกำนันคำ เพราะรู้ว่าเคยเป็นคนซื่อมือสะอาดมาก่อน แต่เสี่ยเกรียงไกรมักจะไม่เห็นด้วย บอกว่าเงินเท่านั้นที่สามารถเปลี่ยนกำนันให้เป็นคนกบฏ ทรยศแผ่นดินได้ ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก หลังจากวันทำแนวกันไฟ พรนับพันกับเพลินตาก็สนิทสนมกันมากขึ้น ทั้งคู่พากันไปที่ศูนย์ศิลปาชีพ เพื่อเรียนปักผ้า และจากการไปนั่งเรียนทำให้พรนับพันได้รู้อะไรหลาย ๆ อย่าง อย่างแรกคือค่าของเงินขณะที่เธอเคยใช้เงินวันละหลายพัน แต่คนทำงานที่นี่นั่งหลักขดหลังแข็งนานนับเดือนกว่าจะได้เงินจำนวนนี้ กาแฟที่เคยดื่มแก้วละร้อยกว่าบาทแต่เป็นค่าแรงการทำงานของคนที่นี่ ซึ่งมีความสำคัญต่อชีวิตความเป็นอยู่ทำให้พรนับพันเกิดความละอายขึ้นมา สัญญากับตัวเองว่าจะไม่ใช้เงินแบบนั้นอีก และที่สำคัญตอนแรกที่เธอคิดมาเรียนปักผ้า เพราะต้องการชนะคำสบประมาทของแสนคม แต่การได้มาเห็นทำให้เธออยากปักได้สำเร็จจะได้สร้างความภูมิใจให้เกิดกับตัวเอง ทั้งยังได้รู้น้ำใจของนายทหารที่ชื่อแสนคม ที่สร้างไว้กับคนหลายคน จนไม่สงสัยเลยว่าเหตุใดผู้คนจึงพากันรักผู้ชายคนนี้นัก แล้วยังได้รู้จักอีกมุมของเพลินตาที่มองดูห้าว แต่ความจริงเป็นคนน่าสงสาร เพราะกำพร้าแม่ ตั้งแต่อายุน้อย ต้องปักเสื้อนักเรียนด้วยตัวเองตั้งแต่อยู่ปอสอง ทำให้พรนับพันคิดถึงตัวเองขึ้นมา เธอโชคดีที่มีพ่อแม่ครบ นับวันพรนับพันก็ซึมซับความรู้สึกดีดีของผู้คนที่นี่เข้าไปในหัวใจ รวมทั้งนายทหารหนุ่มที่ชื่อแสนคม ที่เมื่อก่อนมักจะมองเธอด้วยสายตาดุ ๆ แต่บัดนี้สายตาดังกล่าวได้เปลี่ยนไปแล้ว ซึ่งทำไมเธอจะไม่รู้ว่าหมายความว่าอย่างไร นางพวงเองก็มองว่าหญิงสาวที่นางเลี้ยงมาแต่เล็กแต่น้อยเริ่มเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ด้วยพื้นฐาน ของพรนับพันไม่ได้เป็นคนไม่ดี เป็นคนจิตใจดีด้วยซ้ำ ยิ่งพรนับพันไปเห็นบ้านของตาคะยอ ที่ทำตามแนวทางพระราชดำริ โดยการทำเกษตรแบบทฤษฏีใหม่ ปลูกทั้งพืชผักสวนครัวและผลไม้หลาย ๆ อย่างไว้ ด้วยกันในพื้นที่ที่มีจำกัด รวมทั้งมีบ่อปลา นาข้าวอยู่ในบริเวณเดียวกัน ได้ฟังตาคะยอพูดถึงว่าที่ได้ดีมาจนถึงทุกวันนี้เป็นเพราะ พระบารมีของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จะขอตายในผืนแผ่นดินไทยนี้ จนทำให้พรนับพันเกิดความซาบซึ้งเพราะความโกรธแค้นที่ถูกแสนคมตอกกลับมา ทำให้ไกรภพคิดเรื่องชั่ว ๆ โดยการคิดวางเพลิงเผา ศูนย์ศิลปาชีพ แต่ก็ทำไม่สำเร็จเพราะจ่าสุทัศน์ที่ไม่สบายนอนอยู่บ้านพัก เห็นเหตุการณ์เข้าซะก่อน จึงโทร. ตามคู่หูที่อยู่บ้านตาคะยอซึ่งกำลังมีการกินปลาเผากันอยู่ ทำเอาทุกคนต้องรีบมาที่ศูนย์ศิลปาชีพ เพื่อช่วยกันดับไฟ และก็ไม่เกิดการสูญเสียเพราะรถดับเพลิงมาทันเวลาพอดี แค่บางส่วนถูกไหม้เท่านั้น ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก เหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ทำให้แสนคมบาดเจ็บที่แขนขวาเพราะเข้าช่วยพรนับพัน พรนับพันจึงเป็นคน ขับรถพาแสนคมไปโรงพยาบาล ซึ่งระหว่างเดินทางแสนคมก็แสดงความรู้สึกของตัวเองออกมาจนหมด และเล่าด้วยว่าเคยเจอพรนับพันมาแล้ว ในผับที่ทองหล่อทั้งยังบอกว่าเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และบอกว่าต่อไปห้ามสวมใส่เสื้อผ้าแบบนั้นอีก ซึ่งพรนับพันเองก็ไม่เคยคิดจะกลับไปใส่อีกเหมือนกัน เพราะมาอยู่ที่นี่ แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าง่าย ๆ แทบทุกวัน เงินก็ไม่ค่อยได้ใช้เพราะไม่รู้จะไปซื้ออะไร กินกับข้าวง่าย ๆ ที่มีอยู่รอบบ้านนางพวง ทำให้พรนับพันกลายเป็นคนอยู่ง่าย กินง่ายไปเลยปริยาย เสี่ยเกรียงไกรโกรธมากที่งานวางเพลิงไม่สำเร็จ กำชับชีพอย่าให้ลูกน้องทิ้งหลักฐานไว้เป็นอันขาด ชีพก็บอกว่าแค่นี้ก็ทำให้ชาวบ้านขวัญหนีดีฝ่อแล้ว กำนันคำที่มาหาก็บอกว่าทำไมจะเผาศูนย์ฯ ไม่บอกด้วย เผื่อจะได้ช่วยให้สำเร็จ เพราะตอนไฟไหม้กำนันก็อยู่ที่นั่นด้วย ถ้ากำนันร่วมมือด้วยแต่แรกจะแนบเนียนกว่านี้ คำพูดของกำนันคำยิ่งทำให้เสี่ยเกรียงไกรเชื่อว่ากำนันคำนั้นไม่ได้เป็นอย่างที่ชีพระแวงเด็ดขาด พรนับพันมาอยู่ที่นี่ได้แค่สิบวันแต่มีความรู้สึกว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่เป็นปี จากการได้หัวเราะได้ยิ้มกับ สิ่งต่าง ๆ รอบกาย ทำให้ไม่รู้สึกเบื่อหน่ายอย่างที่ควรเป็น และจากผลของการที่ไปทำแนวกันไฟ ทำให้พรนับพันมีอาการไข้เกิดขึ้นตั้งแต่ตอนกลางคืน แต่กินยาเข้าไปก็ทุเลาลง แต่มาออกอาการอีกครั้ง ตอนเช้า ขณะที่นางพวงต้องไปวัดแต่เช้าและคืนนี้ก็ต้องนอนค้างที่วัดกับนางสายใจ ซึ่งเป็นเมียกำนันคำ ตามที่เคยพูดกันไว้ พรนับพันมีอาการปวดหัวอย่างรุนแรงจนอาเจียน ทำให้จุ้นที่อยู่ด้วยกัน และกำลังจะไปโรงเรียน ตกใจจนร้องไห้ทำอะไรไม่ถูก แต่โชคดีที่เพลินตาที่จะต้องแวะมารับพรนับพันไปวัด และไปส่งจุ้นที่โรงเรียน ขี่รถเข้ามาซะก่อน เมื่อเห็นอาการของพรนับพันก็ตกใจจึงโทร. ไปตามแสนคม ซึ่งแสนคมพอทราบเรื่องก็ตกใจมาก เพราะนับจากวันที่ไฟไหม้วันนั้นเขาก็ไม่ได้เจอจัง ๆ กับพรนับพันเลย ได้แต่เห็นกันแวบ ๆ เพราะยุ่งทั้งเรื่องไฟไหม้ที่รู้แล้วว่าเป็นการวางเพลิง กำลังตามจับตัวอยู่ แล้วยังมีเรื่องลักลอบขนลูกช้างป่าอีก การเห็นพรนับพันเป็นแบบนี้ ทำให้แสนคมแทบขาดใจ เขารู้ว่าเขารักผู้หญิงคนนี้เหลือเกิน แสนคมอุ้มพรนับพัน โดยไม่สนใจแผลที่แขนขวาที่ต้องเย็บสิบเข็ม ตอนเกิดไฟไหม้และยังไม่ได้ตัดไหม แม้บดินทร์จะอาสาอุ้มพรนับพันให้ก็ตาม แสนคมพาพรนับพันไปส่งที่โรงพยาบาลเอกชน โดยหมอบอกว่า เป็นไข้หวัดใหญ่ เพราะไข้ขึ้นสูงมาก และมีอาการเพ้อเป็นระยะ ส่วนใหญ่จะเพ้อถึงพ่อแม่ และเรื่องที่ถูกตบ และต้องอยู่โรงพยาบาลเป็นอาทิตย์ เพลินตานั้นถึงกับร้องไห้เพราะกลัวพรนับพันเป็นอะไรไป เพราะเคยเห็นผู้เป็นแม่อาการแบบนี้ และตายไปต่อหน้าต่อตา ไม่อายที่บดินทร์เห็นตัวเองร้องไห้ออกมาเพราะมาถึงขั้นนี้แล้ว แสนคมให้บดินทร์ พาเพลินตากลับไปที่พักเพื่อเอาเสื้อผ้ามาให้ เพราะคืนนี้เขาจะนอนเฝ้าพรนับพันที่โรงพยาบาลด้วยตัวเอง ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก บดินทร์ขับรถพาเพลินตากลับและได้คุยปรับความเข้าใจกัน ตั้งแต่เรื่องที่บดินทร์เข้าใจผิดมอง เพลินตาเป็นผู้ชาย ซึ่งจริง ๆ เขาไม่ได้คิดเช่นนั้นแต่ปากพูดออกไปอย่างนั้นเอง เพลินตาร้องไห้ซบไหล่ ของบดินทร์เล่าเรื่องแม่ให้ฟัง เพราะกลัวพรนับพันจะเป็นอะไรไป บดินทร์กอดปลอบใจ และพาเพลินตาไปที่วัด เพื่อไปบอกอาการป่วยของพรนับพันให้นางพวงฟัง ทำให้นางพวงอยู่วัดต่อไปไม่ไหวตามไปที่ โรงพยาบาลด้วยแสนคมบอกนางพวงว่าขอเป็นคนเฝ้าพรนับพันเองตอนกลางคืน นางพวงมองแล้วคิดว่าไม่เหมาะ ได้แต่ทำท่าอ้ำอึ้ง ๆ แม้จะรู้ว่าแสนคมเป็นคนดีเพียงใดก็ตาม แสนคมจึงเอาแหวนญาติ ซึ่งเป็นแหวนที่นักเรียน เตรียมทหาร ทำไว้ให้คนสำคัญขึ้นมาซึ่งเขาทำไว้ให้เป็นแม่ และผู้เป็นแม่เพิ่งให้มาตอนกลับบ้านไปครั้งที่แล้ว แสนคมหยิบแหวนมาสวมให้พรนับพัน ขณะที่เจ้าตัวยังไม่ได้สติ ท่ามกลางความซาบซึ้งระคนปลาบปลื้ม ของทุกคนที่เป็นพยาน พรนับพันฟื้นขึ้นมาหลังจากเพ้อถึงพ่อแม่อยู่ตลอดเวลา บางครั้งก็ดิ้นทุรนทุรายจนแสนคมต้องโอบกอดไว้ พรนับพันสงสัยที่จู่ ๆ แหวนมาอยู่ที่นิ้ว แสนคมจึงบอกว่าเป็นแหวนหมั้นของเขาเอง และบอกว่าเขารักพรนับพันต่อไปให้เรียกเขาว่าพี่ พรนับพันดีใจรวมทั้งเกิดความอบอุ่นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก และที่สำคัญพรนับพันเองก็มีความรู้สึกไม่แตกต่างกัน ไกรภพมาเยี่ยมผู้เป็นแม่ที่บวชเป็นชีซึ่งป่วยเป็นอาหารเป็นพิษ แม้ไกรภพจะดูเป็นคนนิสัยไม่ดีหรือเลวเพียงใด แต่สิ่งหนึ่งที่เขาให้ความสำคัญที่สุดคือแม่ชีกรแก้ว ที่หย่าขาดจากผู้เป็นพ่อเพราะความคิดไม่ตรงกัน แต่ไกรภพก็ยังติดต่ออยู่เสมอ เมื่อรู้ว่าผู้เป็นแม่ป่วยก็ทำเรื่องย้ายมาอยู่ใกล้ ๆ จะได้ดูแลอย่างใกล้ชิด แม่ชีกรแก้วมักจะบอกให้ไกรภพทำความดีอย่าได้ทำชั่วแม้จะรู้ว่าสายไป และที่ตัวนางบวชชีก็เผื่อไถ่บาปให้ลูกถ้าลูกได้กระทำความผิดไกรภพรู้จากพยาบาลว่าพรนับพันป่วยอยู่ที่นี่จึงเข้าไปเยี่ยม ขณะที่มีนางพวงกับเพลินตาเฝ้าอยู่ เพราะช่วงกลางวันแสนคมกลับไปทำงาน และกำลังยุ่งอยู่กับข่าวเรื่องลูกช้างป่า กว่าไกรภพจะออกจากห้อง พรนับพันก็ต้องทำเป็นง่วงด้วยฤทธิ์ยา จนไกรภพต้องขอตัวกลับ พรนับพันเผลอเล่าเรื่องที่เคยพบกับแสนคมให้นางพวง และเพลินตาฟัง ทำให้นางพวงคิดว่าเรื่องทั้งหมดเป็นเพราะพรหมลิขิตอย่างแน่นอน ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก นางพวงโทร. ไปบอกคุณพรพรรณรายกับคุณเมธี เรื่องพรนับพันป่วย คุณพรพรรณรายถึงกับร้องไห้โฮ เมื่อรู้ว่าลูกสาวเพ้อถึงพ่อแม่และเรื่องที่ถูกตบ รวมทั้งคุณเมธีด้วยเช่นกัน หลังจากเหตุการณ์ ครั้งนั้นทำให้ทั้งสองคนนึกทบทวนถึงเรื่องราวที่ผ่านมา จึงต่างค่อย ๆ ปรับตัวเข้าหากัน ซึ่งก็ไม่ได้ยาก เพราะต่างมีความรักในตัวกันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว นางพวงที่ฟังน้ำเสียงการพูดของทั้งคู่ จึงรู้ว่าเรื่องราว น่าจะไปในทางที่ดีขึ้นพรนับพันอยู่โรงพยาบาลแค่สามวันก็ออกเพราะร่างกายฟื้นตัวเร็วจนหมอตกใจ อาจเป็นเพราะกำลังและแรงใจจากแสนคมมีส่วนช่วยด้วยเยอะ แสนคมเป็นคนมารับกลับ เมื่อรู้ว่าไกรภพมาเยี่ยม ก็บอกให้ระวังตัว อย่าไปไหนคนเดียวอีก และบอกว่าช่วงนี้อาจไม่ได้เจอกัน เพราะแสนคมได้รับรายงานจากสายว่าพรุ่งนี้เป็นวันที่พวกลักลอบขนลูกช้างป่าจะลงมือ แสนคมบอกนางพวงว่าขอฝากหัวใจไว้กับนางพวงด้วย คำพูดดังกล่าว ทำให้พรนับพันใจเสียเพราะเหมือนเป็นลาง จึงบอกกับแสนคมว่าสัญญาว่าจะต้องกลับมาหาเธอ เสี่ยเกรียงไกรกำหนดเส้นทางขนย้ายลูกช้างป่า และครั้งนี้มีงาช้างที่จะได้อีกหลายคู่ ชีพเตือนว่าเส้นทางที่กำหนด เป็นป่าทึบที่อยู่ไม่ห่างจากสวนป่าเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งแสนคมกับวิชิตดูแลมันไม่เสี่ยงกับอันตรายหรือ เสี่ยเกรียงไกรก็บอกว่าสถานที่ที่อันตรายที่สุด คือสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด เส้นทางที่กำหนดยังไม่เคยมีใครเข้าไป เพราะค่อนข้างลำบาก ที่จะใช้เส้นทางนี้เพราะจะได้ดูลู่ทางเพื่อหาทาง ลักลอบตัดไม้ด้วย ชีพไม่รู้จะแย้งยังไงแต่มีลางสังหรณ์เกิดขึ้น และบอกว่าครั้งนี้อย่าเพิ่งบอกวันทำจริงกับกำนันคำ เอาไว้ใกล้ ๆ ค่อยบอก พอดีกับกำนันคำมาหาพอดี เสี่ยเกรียงไกรจึงบอกว่าวันพรุ่งนี้คือวันที่กำหนดทำงานสำคัญ เชิดซึ่งเป็นเด็กหนุ่มที่มักจะชอบเดินตามหลังกำนันคำเสมอ มาหากำนันคำที่บ้านขณะอยู่ในเวลาอาหารเย็น กำนันจึงบอกให้ไปคุยที่อื่น เชิดจึงถามว่ากำนันรู้เรื่องขนลูกช้างป่าในคืนนี้บ้างหรือเปล่า กำนันก็ถามว่าเชิดรู้มาจากไหน เชิดจึงตอบว่ารู้มาจากเพื่อนซึ่งเป็นลูกน้องของชีพ ซึ่งชวนให้มันไปทำด้วย จึงมาปรึกษากำนัน เมื่อได้ฟังกำนันคำก็นึกโกรธเพราะเสี่ยเกรียงไกรบอกวันกำหนดเป็นพรุ่งนี้ แต่กลายเป็นวันนี้ได้อย่างไร แสดงว่าเสี่ยเกรียงไกรเริ่มไม่ไว้ใจแน่นอน จึงบอกให้เชิดไม่ต้องไปทำเพราะเป็นอันตราย และบอกไม่ให้พูดเรื่องนี้กับใคร เชิดจึงลากลับไป ขณะกำนันกำลังคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี เสี่ยเกรียงไกรก็โทร. เข้ามาหาบอกว่าเปลี่ยนวันเป็นคืนนี้แต่เวลาเดิม นางสายใจที่ตามแอบมาฟังเพราะท่าทางลุกลี้ลุกลนของเชิด เมื่อได้ฟังคำพูดของกำนันคำก็โกรธ ด่ากำนันว่าทำไมถึงกลายเป็นคนแบบนี้ จำสัจจะที่พูดไว้ ตอนเข้าร่วมวันที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จมารับมอบสวนป่าเฉลิมพระเกียรติไม่ได้หรือว่า จะไม่คิดคดทรยศต่อแผ่นดิน กำนันคำบอกว่าสักวันนางสายใจจะเข้าใจ และบอกว่าคืนนี้จะไม่อยู่ ถ้ากลับมาจะเล่าให้ฟังทั้งหมด กำนันพูดแล้วก็หยิบโทรศัพท์มากดก่อนจะถอดแบตเตอรี่ออก และบอกกับนางสายใจว่าถ้าเป็นอะไรไปทุกอย่างอยู่ในโทรศัพท์เครื่องนี้ นางสายใจตกใจเพราะกำนันคำไม่เคยพูดจาแบบนี้มาก่อนแสนคมได้รับข้อความเปลี่ยนแปลงวันลงมือเป็นคืนนี้เวลาเดิมแทน ทำให้แสนคมนึกกังขาเพราะปกติงานสำคัญแบบนี้ คนที่ส่งข่าวจะส่งให้กับหัวหน้าคือ พลเอกนฤดล แล้วถึงจะส่งต่อมายังเขา จึงโทร. ไปหาวิชิตซึ่งก็ได้รับข้อความเดียวกัน โทร. กลับไปยังเบอร์ที่ส่งก็ติดต่อไม่ได้ วิชิตจึงบอกให้เชื่อเหอะ เพราะเรื่องนี้มีคนเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ทราบ แสนคมจึงสั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเตรียมพร้อม ทั้งเรื่องรถ พยาบาลด้วย เพราะกลัวจะมีการสูญเสียไม่ทันการณ์เหมือนครั้งที่แล้ว ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก ขบวนของเสี่ยเกรียงไกรซึ่งมีพรานบุญส่งเป็นผู้นำทาง เดินเข้าไปในป่าทึบท่ามกลางความหงุดหงิด ของไกรภพรวมทั้งความหวั่นกลัวของเสี่ยเกรียงไกร เพราะนับเป็นการเดินเข้าป่าทึบครั้งแรก คงมีชีพคนเดียว ที่พกความระแวงไว้ตลอดเวลา เมื่อเดินลึกเข้าไปเรื่อย ๆ คนนำทางก็สงสัยเพราะมาถึงสถานที่นัดคือต้นตะเคียนใหญ่ แต่ยังไม่เห็นพวกพรานที่บอกว่าจะมาดักรอ แต่ก็ยิ้มออกเมื่อได้ยินเสียงคนเดินอยู่ข้างหน้าแต่คนที่เดินอยู่กลายเป็นพวกของแสนคม และวิชิตที่พาคนเข้ามาอีกทาง และบอกว่าจับพวกพรานป่าไว้ได้ทุกคนแล้วขอให้มอบตัวชีพหันไปทางกำนันคำทันทีเพราะงานครั้งนี้ไม่มีใครรู้เรื่องมากนัก และบอกกับเสี่ยเกรียงไกรว่ากำนันคำคือคนทรยศ เสี่ยเกรียงไกรโกรธมากจึงด่ากำนันคำ ซึ่งกำนันคำบอกว่าขอเป็นคนทรยศต่อเสี่ยเกรียงไกรดีกว่าเป็นคนทรยศคิดคดต่อแผ่นดิน แล้วก็ทรุดลงเพราะถูกชีพยิงอย่างเผาขน และเป็นขณะเดียวกับที่แสนคมพาคนเข้ามาล้อมจับลูกน้องที่ยังอยู่ในอาการตกใจ เสี่ยเกรียงไกรพาไกรภพ วิ่งหนีไปได้ แสนคมบอกให้จ่าคู่หูพาทหารไปจับสองพ่อลูกให้ได้ ชีพที่กำลังจะวิ่งตามไป แต่เป็นเพราะความแค้นทำให้ชีพหันมายิงใส่แสนคม แต่เป็นเพราะอยู่ในช่วงละล้าละลังจึงถูกที่แขนซ้ายของแสนคมเท่านั้น แสนคมจึงยิงสวนไปข้างหลังถูกชีพอย่างจังจนล้มลง แสนคมวิ่งไปดูก็เห็นแน่นิ่งจึงหันไปทางกำนันคำที่นอนเจ็บอยู่อย่างเป็นห่วง กำนันคำที่เห็นชีพขยับตัวหยิบปืนมา จะยิงใส่แสนคมจึงร้องบอก แต่ไม่ทันการณ์แม้แสนคมจะกลิ้งหลงกระสุนเข้าที่ท้องของแสนคม ทำให้บดินทร์วิ่งตรงมาและสั่งให้ทหารเอาเปลสนามที่เตรียมมาหามแสนคมกับกำนันคำกลับไปทางเก่าไปที่รถพยาบาลด่วนแสนคมที่ยังมีสติบอกบดินทร์ว่าให้ดูแลกำนันคำดีดี เพราะตอนเข้ามาก่อนกำนันคำจะถูกยิง ได้ยินคำพูดที่กำนันพูดว่าจะไม่ทรยศต่อแผ่นดินเต็มสองหู ผู้ใหญ่สมปองที่อยู่ชายป่ากับชาวบ้านอีกสองคนเห็นร่างของกำนันคำถูกหามมาก็เข้าไปหาบดินทร์บอกว่าอย่าเพิ่งพูดอะไร เอากำนันคำกับแสนคมไปส่งโรงพยาบาลก่อน โดยให้กำนันนั่งไปกับกำนันคำ ส่วนเขาจะนั่งไปกับแสนคมผู้ใหญ่สมปอง บอกชาวบ้านสองคนที่อยู่ด้วยให้ไปส่งข่าวกับนางสายใจ ผู้ใหญ่สมปองที่ปากก็บอกว่าเกลียดเพื่อน แต่แท้ที่จริงรักเพื่อนมากแต่ที่พูดเพราะเสียใจกับผิดหวังที่เพื่อนเป็นแบบนี้ กำนันคำบอกกับเพื่อนรักว่าถ้าเขาเป็นอะไรไปฝากลูกเมียด้วย ผู้ใหญ่สมปองฟังแล้วถึงกับร้องไห้ แม้จะยังไม่รู้รายละเอียดก็ตาม เมื่อถึงโรงพยาบาลก็ส่งคนเจ็บเข้าห้องฉุกเฉิน นางสายใจพร้อมลูกสาว นางพวง เพลินตา พรนับพัน นางสายใจมาพร้อมถือโทรศัพท์มาด้วย และเล่าเรื่องที่ได้ยินกำนันคำให้บดินทร์ฟัง บดินทร์ขอดูโทรศัพท์เมื่อใส่แบตเตอรี่ลงไปและเปิดเครื่อง เบอร์ของแสนคมที่โทร. ไปก็ปรากฏอยู่แค่นี้บดินทร์ก็รู้แล้ว ยิ่งเห็นข้อความที่ส่งออกอีกผู้ใหญ่สมปองพอรู้ว่าเพื่อนรักเป็นสายให้ทางการก็ร้องไห้โฮ รวมทั้งนางสายใจด้วยที่สามีไม่เคยบอก ปล่อยให้นางด่าอยู่ได้ ดวงใจนั้นร้องไห้มีเพลินตากับพรนับพันช่วยปลอบ หมอออกมาบอกว่าอาการของแสนคมนั้นสาหัสมาก ต้องผ่าตัดด่วนจึงถูกส่งต่อไปยังห้องผ่าตัด ส่วนกำนันคำหมอบอกว่าอาการหนัก เกินเยียวยาเพราะถูกยิงที่ตับ ที่อยู่จนถึงตอนนี้เพราะกำลังใจอย่างเดียวให้ญาติเข้าไปหาได้ ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก นางสายใจร้องไห้แทบขาดใจเมื่อเห็นร่างของกำนันคำ โดยกำนันบอกว่าเขาไม่เคยลืมสัจจะไม่เคยทรยศคิดคดแผ่นดิน บอกนางสายใจไม่ให้ร้องไห้เพราะจะทำให้นอนตายตาไม่หลับ และหันไปบอกกับดวงใจว่าต่อไปนี้ห้ามดื้อกับแม่ ต้องดูแลแม่ ซึ่งดวงใจก็รับปากทั้งน้ำตา กำนันคำหันไปหาเพื่อนบอก ฝากลูกเมียด้วย ผู้ใหญ่สมปองด่าตัวเองที่ช่างโง่มีตาหามีแววไม่ แต่ก็รับปากจะทำตามที่กำนันบอกทุกอย่าง กำนันบอกบดินทร์ให้ช่วยฝากลาผู้พันแสนคมด้วย ขอให้รอดปลอดภัย หลักฐานทุกอย่างที่จะเอาผิด เสี่ยเกรียงไกรอยู่ในโทรศัพท์ แล้วก็สิ้นใจตายพร้อมด้วยคำว่าขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ผู้ใหญ่ และ แสนคม แม้จะเสียใจเพียงใดแต่ก็ต้องเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงต่อไป โดยมีนางพวงอยู่ช่วย ส่วนบดินทร์ พรนับพันและเพลินตาไปที่ห้องผ่าตัดที่ตอนนี้แสนคมอยู่ในนั้น พรนับพันนั้นร้องไห้ โดยมีบดินทร์บอกว่า แสนคมต้องไม่เป็นอะไรอย่างแน่นอน เวลาผ่านไป พลโทพัชระ คุณสราญรัตน์ ก็มาที่โรงพยาบาลพร้อมเพื่อน ๆ ของแสนคม ทุกคนอยู่ในอาการเป็นห่วง พยาบาลออกมาบอกว่า ต้องการเลือดกรุ๊ปบีด่วน ซึ่งในนั้นไม่มีใครมีสักคน มีเพียงคุณสราญรัตน์ที่มีเลือดกรุ๊ปโอ ที่สามารถให้ได้ สร้างความดีใจให้กับคุณสราญรัตน์มากที่เลือดของแม่จะช่วยชีวิตลูกได้ พรนับพันกับเพลินตากลับมาจากห้องน้ำ พอรู้ว่าแสนคมต้องการเลือดจากบดินทร์ที่ยังพูดไม่ทันจบ พรนับพันก็บอกว่าเลือดกรุ๊ปเดียวกันเอาของเธอได้ แต่บดินทร์บอกว่าคุณสราญรัตน์ให้ไปแล้ว แต่ถึงจะเอาของพรนับพันก็คงไม่ได้ เพราะพรนับพันเพิ่งออกจากโรงพยาบาล พลโทพัชระพูดขอบคุณ และเห็นแหวน ที่นิ้วของพรนับพันก็เดาได้ว่า ผู้หญิงคนนี้ต้องเป็นคนสำคัญของลูกชายแน่นอน แสนคมฟื้นหลังจากนั้น และดีใจที่เห็นหน้าผู้เป็นแม่ เพราะก่อนจะฟื้นเขาบอกว่าเห็นแม่เดินอยู่ข้างหน้า แต่เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมหันมามอง เพื่อน ๆ เลยบอกว่าเป็นเพราะพลังความรักของแม่ เลยทำให้แสนคมรอดชีวิต แสนคมถามหากำนันคำพอรู้ว่าตายแล้วก็เสียใจ แล้วก็มองหาพรนับพัน บดินทร์จึงไปตามมาให้ แสนคมบอกว่าเขามาตามสัญญา พรนับพันร้องไห้บอกดีใจที่แสนคมไม่ผิดสัญญาที่ให้ไว้ ท่ามกลางสายตาแปลกใจของทุกคนเพราะไม่เคยเห็นภาพนี้มาก่อน แสนคมบอกกับพ่อแม่ว่าพรนับพันคือผู้หญิงที่เขารักก่อนจะหลับไปอีกครั้งเพื่อน ๆ ของแสนคมตอนแรกก็จำพรนับพันไม่ได้ แต่ไม่นานก็นึกออก คุณสราญรัตน์สัมภาษณ์ พรนับพันว่าเป็นลูกใคร พอบอกชื่อพ่อแม่ก็ตกใจเพราะคาดไม่ถึงว่าจะเป็นลูกคนดังในสังคม คุณสราญรัตน์ เอ็นดูพรนับพันเพราะลูกชายรักใครเธอรักด้วยอยู่แล้ว เพื่อน ๆ ของแสนคมต่างก็เล่าเรื่องคืนนั้น ให้พรนับพันฟัง พรนับพันและเพลินตาขอตัวไปช่วยงานศพของกำนันคำเพราะเห็นว่าทางนี้มีคนอยู่เยอะแล้ว ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก งานศพของกำนันคำได้รับพระราชทานเพลิงศพอย่างสมเกียรติ ผู้ใหญ่สมปองและนางพวงพร้อมด้วยบดินทร์ พรนับพัน เพลินตา และชาวบ้านล้วนมาช่วยกันด้วยความเต็มใจ ดวงใจกลายเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญ และเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหลังพ่อตาย ตาคะยอเอาพืชผักสวนครัวพร้อม ผลไม้มาช่วยงาน สร้างความซาบซึ้งให้เกิดกับดวงใจไม่น้อย รวมทั้งน้ำใจของพรนับพัน และเพลินตาด้วย ที่ไม่ทิ้งกันเวลามีความทุกข์ เสี่ยเกรียงไกรหนีไปไม่รอดเพราะพลัดตกลงไปในช่องหิน โดยมีไกรภพนั่งร้องไห้มองดู เพราะไม่รู้จะช่วยอะไรเป็นไปตามกรรม เพราะขาข้างนั้นต้องตัดทิ้ง และยังต้องถูกจับเข้าคุกพร้อมหลักฐานต่าง ๆ แต่ความรักลูกเสี่ยเกรียงไกรบอกว่าทุกอย่างตัวเองเป็นคนกระทำทั้งหมด ไกรภพไม่เกี่ยว วันเผากำนันคำ แม่ชีกรแก้วพาไกรภพมาขอขมาศพ โดยออกรับแทนลูกทำให้ทุกคนเห็นความรักของแม่จึงให้อภัย โดยเฉพาะนางสายใจกับดวงใจที่บอกว่าถึงโกรธไปเกลียดไปกำนันคำก็ไม่ฟื้น ไกรภพบอกว่าเพราะเหตุการณ์ต่าง ๆ ทำให้เขาได้คิดจะขอบวชให้กำนันคำ แสนคมจึงบอกว่าไกรภพมีแม่อันประเสริฐที่สุดแล้วที่ออกรับแทนลูกทั้งที่ไม่เกี่ยว และตามความเป็นจริงคนที่ยิงกำนันคำก็ไม่ใช่ไกรภพ เหตุการณ์ต่าง ๆ ผ่านพ้นไปด้วยความโศกเศร้า พรนับพันหลังจากพบกับเหตุการณ์เศร้าสลด ทำให้ คิดได้ว่าเวลาที่เหลืออยู่ควรใช้ให้คุ้มค่า อย่างที่ดวงใจบอกว่าพรนับพันยังโชคดีที่มีพ่อแม่อยู่ครบให้พูดขอโทษ พูดแสดงความรัก แต่ตัวเองสายไปแล้ว ถ้าแลกทรัพย์สินเงินทองที่มีทั้งหมดกับชีวิตพ่อจะขอเลือกพ่อ เพลินตาก็ช่วยพูดให้พรนับพันได้คิด ทั้งที่จริงแล้วพรนับพันได้คิดด้วยตัวเองแล้ว พรนับพันอาสาเป็นครูสอนชาวบ้านตอนกลางคืน ตามพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถที่ทรงต้องการให้ชาวบ้านได้รู้หนังสือ โดยมีตาคะยอ จันดี จันทร์แรม มาเป็นนักเรียนด้วย เพลินตามีฝีมือทางการปักผ้าจนฝีมือนำหน้าครูแทบทุกคน จึงเอาดีทางนี้ ดวงใจก็ไปเรียนทอผ้าและเรียนหนังสือ ต่อให้จบเพื่อความภูมิใจของผู้เป็นแม่ พรนับพันนั้นรู้ว่าตัวเองมีพรสวรรค์ด้านการวาดรูป จึงเปลี่ยนไปเรียนวาดรูปแทน และภาพที่ตัวเองวาดด้วยความเผลอไผลคือภาพครอบครัวที่เคยวาดตั้งแต่เด็ก ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก พรนับพันเล่าเรื่องให้แสนคมฟังถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แสนคมจึงพูดปลอบใจว่า ตอนนี้พรนับพันก็ไม่ใช่คนเดิมแล้วให้เก็บไปคิดว่าควรจะทำอย่างไรต่อไปดี นางพวงทำที่ดินของตัวเองให้เป็นแบบของตาคะยอโดยการปลูกกล้วยไข่ ปลูกพริก โดยมีจ่าโชติช่วยด้วย พรนับพันและเพลินตาตามจ่าโชติไปดูบดินทร์ และจ่าทัศน์ฝึกควายแทนแสนคมแล้วต้องหัวเราะ กับความน่ารักของควาย แสนคมบอกว่าปัจจุบันคนหันไปใช้รถไถกันมาก ทำให้ควายถูกมองข้าม สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถทรงคำนึงถึงเรื่องนี้ ทรงอยากให้ควายอยู่คู่กับสังคมไทยไปเหมือน เดิม เพราะรถไถสิ้นเปลืองทั้งเงินทั้งน้ำมัน จึงทรงให้มีโรงเรียนควาย ธนาคารควายเกิดขึ้นบดินทร์สวมแหวนญาติของตัวเองให้เพลินตาโดยมีนังทองหยิบ นังทองหยอด จ่าโชติ จ่าทัศน์ เป็นพยานในปลัก ที่กำลังสอนชาวบ้านไถนาร่วมกับควาย มีนักสังคมสงเคราะห์ นำเอาอุปกรณ์การศึกษาพร้อมอุปกรณ์กีฬามามอบให้โรงเรียน รวมทั้งเครื่อง คอมพิวเตอร์ และเครื่องพิมพ์งานมามอบให้ศูนย์ศิลปาชีพ ซึ่งนักสังคมสงเคราะห์ที่ว่าคือ บิดามารดา ของพรนับพัน ซึ่งมีคุณปัทมากับปรางวลัยตามมาด้วย ทั้งคู่มามอบให้เป็นการส่วนตัว พรนับพันได้พบกับพ่อแม่โดยไม่รู้ตัว ทั้งที่ตัวเองกำลังจะโทร. ไปหาอยู่พอดี สร้างความดีใจจน ต้องร้องไห้ พร้อมกับก้มลงกราบที่เท้าของพ่อแม่พูดขอโทษ ไม่ต่างอะไรกับคุณพรพรรณรายที่ร้องไห้ พร้อมทั้งขอโทษลูกที่ตบหน้า คุณเมธีก็บอกว่าเขาปรับปรุงตัวเองใหม่แล้ว พรนับพันมองหน้าพ่อแม่ ที่เวลานี้ไม่มีรอยเคร่งเครียดเหมือนเก่าให้เห็นก็ดีใจ และถามผู้เป็นแม่เรื่องรูป ซึ่งได้รับคำตอบว่าไม่สนใจแล้ว เพราะรู้ว่าลูกไม่ได้เป็นแบบนั้น มีคนใส่ร้าย ปรางวลัยก็พูดว่าเธอไม่ได้ใส่ร้ายมันเป็นเรื่องจริง แสนคมเลยบอกว่าเขาอยู่ในเหตุการณ์รู้ว่าอะไรเป็นอะไร พรนับพันทำท่าจะเข้าไปตบแก้แค้นแต่แสนคมห้ามไว้ สองแม่ลูกจึงพากันหลบออกไปด้วยความอับอาย ท่ามกลางการใจหายใจคว่ำนึกว่าพรนับพันจะทำจริง พ่อแม่ลูกปรับความเข้าใจกันท่ามกลาง ความดีใจของทุกคน ติดตามชมละคร ร้อยป่าไว้ด้วยรัก ได้ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 19.35-20.35 น. และวันศุกร์ เวลา 19.05-19.50 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละคร ร้อยป่าไว้ด้วยรัก เริ่มตอนแรกวันจันทร์ที่ 16 มกราคม 2560 รายชื่อนักแสดงน ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก มาสุ จรรยางค์ดีกุล รับบท ผู้พันแสนคมฑาริกา อินสุวรรณ์ รับบท พรนับพันดวงตา ตุงคะมณี รับบท ป้าพวงสิปโปทัย ฉันทะสิริวัฒน์ รับบท ดวงใจ หรือ ดวงลดากันตพัฒน์ เพิ่มพูนพัชรสุข รับบท ไกรภพชลธิชา เที่ยงธรรม รับบท ปรางวลัยสุปราณี เจริญผล รับบท พรพรรณรายดารัณ ฐิตะกวิน รับบท สราญรัตน์

โบว์ ร้องไห้!! เตรียมทำบุญใหญ่ครบ1 ปี ปอ ทฤษฎี
ข่าว โบว์ แวนดา /  น้องมะลิ พาขวัญ

อีกไม่กี่วันก็จะเป็นวันครบรอบ 1 ปี แห่งการจากไปของพระเอกหนุ่มชื่อดัง ปอ ทฤษฎี สหวงษ์ ที่เสียชีวิตจากการป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกขั้นรุนแรงในวันที่ 18 มกราคม 2559 เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งวันนี้ แม่โบว์ แวนด้า พร้อมกับ น้องมะลิ พาขวัญ ได้ไปร่วมงาน Central Baby&Kids Big Surprise Sale ที่ห้างเซ็นทรัลบางนา และแม่โบว์ได้ให้สัมภาษณ์ทั้งน้ำตาถึงวันครบรอบ 1 ปีแห่งจากไปของหนุ่มปอด้วยว่า สำหรับงานครบรอบ 1 ปีการจากไปของปอ?  "ตอนนี้คุณพ่อคุณแม่พี่ปอก็ได้เตรียมงานเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ก็คงจะทำพิธีต่างๆ ที่วัดเหมือนเดิมคงเป็นพิธีเล็กๆ ไม่ได้ใหญ่โตอะไรมาก ถามถึงความพิเศษ ที่เราจัดเตรียมให้พี่ปอก็คือ ตอนนี้ได้ตัดชุดแม่ลูกเอาไว้ใส่ไป งานวันครบรอบ คือ ชุดนี้เป็นแนวไทยไทยที่พี่โตอยากจะให้ใส่นานแล้วแต่เราไม่มีโอกาสจะได้ใส่ ซึ่งเป็นชุดที่พี่ปออยากเห็น และก็มั่นใจว่าคงเป็นชุดที่เขาน่าจะชอบ" ส่วนแฟนคลับมีการเตรียมจะรวมตัวทำอะไรกันหรือเปล่า?  "ก็น่าจะมีการรวมตัวกันแต่โบว์ยังไม่ทราบรายละเอียด แล้วก็เห็นว่าจะมีการไปปลูก ต้นมะลิที่ไร่นาป่าสงวน ซึ่งเดิมที มีแฟนคลับางส่วน ไปปลูกดอกแวนด้าต้นมะลิเอาไว้บ้างที่บ้านสวน แต่ครั้งนี้โบว์ก็ยังไม่ทราบว่าแฟนคลับจะทำอะไรกันบ้าง แต่ก็น่าจะมี" สำหรับความรู้สึกของโบว์กับการการจากไปของ ปอ ทฤษฎี ครบ 1 ปี เป็นอย่างไรบ้างตอนนี้?  "ยังคงคิดถึงทุกวัน...(นิ่งแล้วสะอื้น) ทุกอย่างก็ยังคงเหมือนเดิม คือพอมันใกล้ครบรอบวันที่เขาจากไป มันก็เริ่มรู้สึกเขาไปเป็นปีแล้วหรอ คือทุกวันนี้ก็ยังคงรู้สึกรอเขา ก็คิดไปว่าเขาไปทำงาน แต่ทำงานอยู่ข้างบน ส่วนเราก็ทำงานอยู่ข้างล่าง แล้วก็คงช่วยดูลูกกันต่อไป (เวลาผ่านไป1ปีช้าหรือเร็วสำหรับโบว์?) สำหรับคนอื่นอาจจะมองว่าเร็ว แต่สำหรับโบว์มันผ่านไปช้ามาก เพราะทุกวันทุกสิ่งทุกอย่าง มันก็ยังเหมือนเดิมห้องนอนก็ยังเหมือนเดิม เสื้อผ้าทุกๆอย่างที่เขาแขวนไว้เป็นครั้งสุดท้ายก็ยังอยู่เหมือนเดิม แต่ด้วยความเดิมๆ ที่เรายังเก็บเอาไว้ จึงมีคนมักจะมาถามว่ามันจะทำให้เราหม่นหมองไหม แต่เวลาเราเห็นสิ่งของเหล่านั้นที่อยู่ที่เดิมเวลาเราเครียดแล้วเราได้มองสิ่งเหล่านั้นมันทำให้เรารู้สึกดีขึ้น ได้กอดได้หอมเสื้อผ้าเขา มันเป็นการสร้างกำลังใจให้กับอะไร ถึงวันนี้กายเขาจะไม่อยู่ ได้กำลังใจเขาที่เคยให้เราตั้งแต่ยังมีชีวิตก็ยังไม่เคยหายไปไหน แม้จะไม่ได้ยินเสียงพูดของเขาแต่ความรู้สึกมันอยู่ในใจ" โรงเรียนเปิดเทอมแล้วเป็นยังไงบ้างสำหรับความพร้อมของมะลิ?  "เปิดเรียนวันที่ 11-12 ที่ผ่านมาเราก็คิดว่าหยุดเรียนไปทำงานพอเปิดเรียนแล้วเขาจะร้องไห้ ซึ่งเขาก็ร้องเหมือนกันแต่ร้องเพลงนะ(หัวเราะ) มะลิพอเห็นโรงเรียนก็วิ่งเข้าใส่เลย เขาก็กลายเป็นเด็กอารมณ์ดีมากขึ้น แอคติ้งก็เยอะขึ้น ชอบทำท่างอน แล้วช่วงนี้ชอบร้องเพลงเขาจะมีสมาธิกับการอ่านเนื้อร้อง อย่างเพลงของปั๊ปโปเตโต้ เพลง "ศรัทราแห่งความเพียร" พี่พี่ปอเคยร้องไว้ในละครเวทีเรื่องพระมหาชนก เขาก็ไปดูและจำเพลงนี้ได้ และแล้วพอได้เห็นเป็นเวอร์ชั่นการ์ตูนเขาก็เลยจำได้ แล้วเขาก็ดูทุกคืน จนเราคุยกับพี่ปูคนดูแลมะลิว่า เขาน่าจะจำได้และเวลาที่เขาดูเขาก็จะพูดขึ้นว่า พ่อปอสู้ๆ แล้วจะมีฉากที่นางฟ้าลอยลงมาเขาก็จะบอกว่าแม่โบว์ช่วยๆ จนเขาดูทุกวันแล้วเขาก็ร้องเพลง ได้เอง ถามว่าเวลาเขาพูดถึงพี่ ปอ ทำเราน้ำตาซึมเลยไหม ก็มีทุกครั้งนะ เวลาเขาพูดถึง" ถามถึงกระแสตอบรับของปกนิตยสาร 'แพรว' น้องณดลกับน้องมะลิ ได้ไปถ่ายแบบขึ้นปกเอาไว้ ขายดีมาก?  "โบว์กลับมาจากญี่ปุ่นก็ถาม พี่จ๋าหลายๆ คนว่าใครพอมีหนังสือสัก 3-4 เล่ม เพื่อจะแบ่งให้โบว์สักเล่มนึงได้ไหม เพราะหาซื้อไม่ได้เลย ตอนโบว์ดูจากในสื่อก็ยังว่าความน่ารักของเขามันมีมาก ดูมะลิทำไมดูห้าว ดูแมนขนาดนี้ แต่เล่มนี้ มีคนบอกว่า มะลิหน้าเหมือนพี่ปอทั้งตา ทั้งรอยยิ้ม คือบรรยากาศวันนั้นวุ่นวายมาก ต้องขอบคุณ แม่กบ เพราะหลอกล่อเด็กเก่งมากและอีกมากมาย พอถ่ายเสร็จ หันมาดูสภาพคุณแม่แต่ละคนพังมาก แต่ก็สนุก น้องณดลน่ารักมากๆ มะลิก็ค่อนข้างที่จะซนวุ่นวายนิดหน่อย ซึ่งก็ได้คุยกับ แม่กบว่าเป็นปกติ ของเด็กอายุ 3 ขวบ ค่อนข้างจะควบคุมยากถ้าหากจะให้เขาอยู่นิ่งๆ นอกจากนี้ยังมีแฟนคลับ ให้เป็นคู่ขวัญฟันน้ำนม พร้อมเรียกชื่อว่ายายตัวร้ายกับนายหน้าหวาน ก็เป็นแนวสไตล์เกาหลีดีถามว่ามีโอกาสจะได้ร่วมงานกับณดลอีกหรือไม่ ก็อยากเริ่มงานต่อไปเพราะว่า วันนั้นพอณดลจะกลับเราก็บอกว่าโอ๊ยเมื่อไหร่จะได้เจอกันอีก เพราะตอนที่ถ่ายทำโบว์ชอบไปแกล้ง ณดล หอมแก้มก่อนกลับบ้านด้วย ( แม่กบฝากขอบคุณ แฟนคลับของมะลิที่ช่วยสนับสนุนณดล?) โอ๊ยแฟนคลับของน้องณดลก็เยอบวกกันมันก็เลยเป็นความลงตัวน่ารัก ( ถามว่า มะลิ ปิดเทอมแล้วจะรับงานได้ปกติหรือไม่? ) ก็เหมือนเดิมจะรับงานตามวันหยุดหรือพิจารณาตามความเหมาะสมของงานถ้าไปแล้วมันบอกกับมะลิก็รับ หยุดเสาร์อาทิตย์ก็สามารถทำงานได้แต่ก็ต้องดูเวลาคนอื่นก็ทำตามความเหมาะสม" โบว์ แวนด้า โบว์ แวนด้า โบว์ แวนด้า โบว์ แวนด้า โบว์ แวนด้า แม่โบว์ - น้องมะลิ แม่โบว์ - น้องมะลิ แม่โบว์ - น้องมะลิ

20 ภาพสุดน่ารัก!! เมื่อ ลูกพี่มะลิ อยู่กับ สมุนเป็ดน้อย
ปอ ทฤษฎี /  โบว์ แวนดา / 

น่ารักสุดๆ สำหรับนางฟ้าตัวน้อยของครอบครัวสหวงษ์อย่าง น้องมะลิ พาขวัญ สหวงษ์ ด้วยความน่ารักสดใสและความแสบซนที่ทำให้พี่จ๋าหลายคนหลงรักมาตลอด ล่าสุดวานนี้ (17 มกราคม 2560) รายการ ตีท้ายครัว ได้เดินทางไปถ่ายทำที่บ้านไร่นาป่าสงวนของพระเอกหนุ่ม ปอ ทฤษฎี โดยมี น้องมะลิ, แม่โบว์ แวนดา, คุณปู่-คุณย่า พาเยี่ยมชมไร่ ซึ่งทางรายการได้นำเอาตุ๊กตาเป็ดเยอะแยะมากมายมาเซอร์ไพรส์ น้องมะลิ เห็นหน้านิ่งๆ แต่บอกเลยว่าถูกใจมว้ากกกก และเมื่อลูกพี่สุดแสบของเราอยู่กับสมุนเป็ดน้อยเหล่านั้น ความน่ารักสดใสจึงบังเกิดอย่างภาพที่เห็น...

เชน ธนา รุดแจ้งปอท. เอาผิดพ.ร.บ.คอมฯ เว็บดัง กล่าวหามั่วหมิ่น “คนใต้ไม่ใช่ญาติผม”
เชน ธนา /  ข่าว เชน ธนา / 

  เรียกได้ว่าตกเป็นข่าวไม่ค่อยจะสู้ดีเท่าไหร่แถมยังสร้างความเสียหายแก่ชื่อเสียงมหาศาล สำหรับเจ้าบ่าวหมาดๆ เชน ธนา ที่เพิ่งจะจูงมือแฟนสาว เจมส์ กณิการ์ เข้าประตูวิวาห์ไปสดๆ ร้อนๆ เมื่อวันที่ 14 ม.ค.60 ที่ผ่านมา แต่กลับกลายเป็นว่าสินสอดที่มีมูลค่ามากถึง 168 ล้านบาท!! กลายเป็นประเด็นใหญ่ไปซะได้ เมื่อมีเว็บไซต์หนึ่งได้ลงข่าวกล่าวหาว่า หนุ่มเชน พูดถึงคนใต้ที่กำลังประสบปัญหาอุทกภัยว่า “คนใต้ ไม่ใช่ญาติผม ก็เงินผมจะแต่งเท่าไหร่ก็ได้” ซึ่งหลังข่าวถูกเผยแพร่ก็ได้มีการแชร์ และคอมเม้นท์ไปในทางเสียหาย ส่งผลต่อชื่อเสียงและธุรกิจอย่างมาก ทำเอา เชน ธนา ต้องรีบเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ สน. ทองหล่อ เมื่อเวลา 15.00น. ของวันถัดมา   ล่าสุดวันนี้ (16ม.ค.60) เมื่อเวลา 09.00น. เชน ธนา ได้ควงภรรยาสาว เจมส์ กณิการ์ พร้อมด้วยทนายส่วนตัวเข้าแจ้งความถึงกรณีดังกล่าวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้เป็นหลักฐาน ที่ กองปราบปรามกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ณ ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อเอาผิดเรื่องพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และในเรื่องการนำเข้าข้อความอันเป็นเท็จ และหมิ่นประมาท วันนี้นำหลักฐานอะไรมายื่นบ้าง  "วันนี้มาที่ปอท. กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เชื่อว่าจนท. ตามหาผู้กระทำผิดได้วันนี้ที่ปรึกษาด้านกฎหมายก็มี 2 ประเด็นหลักคือผิดพ.ร.บ.คอมฯ ในเรื่องการนำเข้าข้อความอันเป็นเท็จ หมิ่นประมาท ชัดเจน หลักฐานมัดตัวแน่นอน" หลักฐานที่เตรียมมามีอะไรบ้าง  "มีส่วนต้นกำเนิดของเว็บไซต์และตัวลิ้งก์ ความเสียหายเรื่องลูกค้า ธุรกิจ ลูกค้าอินบ๊อกซ์เข้ามาต่อว่า ขู่ด้วย ต้องขอบคุณพี่ๆ สื่อด้วย ที่ทำให้เราตั้งรับได้เร็วขึ้นด้วย ช่วงบ่ายเหตุการณ์ก็เบาลง แต่ก็มีครึ่งหนึ่งที่สบายใจแล้ว แต่อีกครึ่งหนึ่งรู้ว่ามันไม่ถูกต้องก็อยากเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงให้ศิลปินไทยลุกขึ้นมาปกป้องรักษาสิทธิตัวเอง" คิดไหมว่าเรื่องจะร้ายแรงขนาดนี้  "สะเทือนใจ เมื่อคืนนอนตีสาม พยายามจะแบ่งเวลามาดูรูปแต่งงาน เพราะว่าตื่นมาปุ๊บก็มาเจอข่าว ไปสน. เดทแรกก็ไปสน. เลย วุ่นวายไปหมด ไม่มีเวลาไปเม้นท์ขอบคุณเพื่อนๆ ผู้ใหญ่ที่มางานแต่งเลย ดูไปดูมายังเจอคอมเม้นท์ที่ยังเชื่อว่าเราไปว่าพี่น้องชาวใต้" ส่งผลกระทบกับเรามากไหม  "ก็มีด้านจิตใจ ส่งผลต่อธุรกิจโดยตรง เพราะไม่แน่ใจว่าทุกคนอ่านแต่ภาพข่าว ไม่ได้เข้าไปอ่านเนื้อใน ว่ามันเป็นเว็บปลอมนะ" ด้านธุรกิจกระทบไปเยอะไหม  "ยังไม่แน่ใจ เพราะว่าเมื่อวานเป็นวันอาทิตย์ แต่วันนี้น่าจะรู้แล้วว่ายอดขายดรอปไปกี่เปอร์เซ็นต์ เชื่อว่าน่าจะมีบ้าง เพราะเมื่อวานตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศก็สะเทือน มันหนักตรงที่พอทุกคนเชื่อปุ๊บ มันก็จะมีเรื่องอารมณ์ คำหยาบ ต่อให้วันนี้เขาเข้าใจแล้ว แต่มันเสียความรู้สึกไปแล้ว พลังมันก็หมด" ที่เขาเข้าใจผิดเครียดมากไหม  "ซีเรียสมาก เพราะมันเรื่องเซ้นซิทีฟ มันไม่ใช่แค่ภาคใต้อย่างเดียว แต่มันประสบอุทกภัยน้ำท่วมด้วย เพราะว่าสมัยปี 54 ผมก็น้ำท่วมเป็นเมตรเลย ที่บางบัวทอง ท่าอิฐ รู้เลยว่ามันทรมานมาก ถ้าจิตใจไม่แข็ง ท้อ ก็อาจฆ่าตัวตายได้เลย พอเจอผู้ร้ายทำแบบนี้อีกมันก็เป็นการซ้ำเติมชาวใต้ไปอีก" ต่อไปจะเป็นยังไง  "หลังจากนี้ก็ต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ แต่ว่าถ้ามันเงียบไป ก็ต้องรบกวนคนที่เก่งด้านนี้ ก็ลองช่วยกัน แต่ก็เชื่อว่ายังไงคงต้องจบที่เจ้าหน้าที่" คนที่แชร์ข่าวผิดไปก็ขอโทษ  "ขอบคุณคนที่แชร์ข่าวผิดไป ก็อินบ๊อกซ์ทยอยขอโทษตลอด" รู้สึกยังไง  "ไม่โกรธ เราเข้าใจ เพราะเป็นคนเล่นอินเทอร์เน็ตคนหนึ่ง เราเห็นภาพก็รับเรื่องนั้นไปแล้ว แต่ก็ขอบคุณทุกคนที่แชร์ข้อมูลที่ถูกต้อง" ฝากคนที่เล่นอินเทอร์เน็ตยังไงบ้าง  "งานนี้ก็ถือเป็นการเรียนรู้ คนที่เล่นอินเทอร์เน็ตก็มีหลายระดับ ถ้าจะติดตามข่าวก็ควรจะติดตามเว็บที่น่าเชื่อถือ" ฝากอะไรถึงผู้ที่ทำเรื่องนี้  "เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ยอมความไม่ได้ เพราะเป็นกระทบต่อความรู้สึกของคนไทย พี่น้องชาวใต้ด้วย" ได้เบาะแสอะไรบ้าง  "ตอนนี้ก็ยังไม่มี แต่ก็เตรียมข้อมูลทั้งที่มี ก็ให้ฝ่ายไอทีพยายามหาข้อมูลอย่างสุดความสามารถ" อ่านข่าวเพิ่มเติม เชน ธนา เอาผิดเว็บมั่วข่าว กร้าว 'คนใต้ไม่ใช่ญาติ' อ่านข่าวเพิ่มเติม เชน-เจมส์ เผยสินสอด 168 ล้าน!! ถือฤกษ์ดีปีหน้าพร้อมปั๊มลูก อ่านข่าวเพิ่มเติม ตะลึงทั้งงาน! เชน ธนา หอบสินสอด 168 ล้าน!!!! แต่งแฟนสาว เชน ธนา เจมส์ กณิการ์ เชน ธนา เจมส์ กณิการ์ เชน ธนา เจมส์ กณิการ์ เชน ธนา เจมส์ กณิการ์ เชน ธนา เจมส์ กณิการ์ เชน ธนา เจมส์ กณิการ์ เชน ธนา เจมส์ กณิการ์ เชน ธนา เจมส์ กณิการ์ เชน ธนา เจมส์ กณิการ์

มีความตั้งใจสูง!! น้องมะลิ เข้าสู่โหมดซีเรียสแบบนี้ก็ได้นะพี่จ๋า!!
โบว์ แวนดา /  ปอ ทฤษฎี / 

  น่ารักมากๆ สำหรับซุปตาร์ตัวน้อยขวัญใจมหาชน น้องมะลิ พาขวัญ ลูกสาววัยกระเตาะของพระเอกผู้ล่วงลับ ปอ ทฤษฎี กับ โบว์ แวนดา ที่ล่าสุดวันนี้ (13ม.ค.60) แม่โบว์ ได้โพสต์ภาพน่ารักๆ ขณะ น้องมะลิ กำลังขะมักเขม้นทำกิจกรรมที่โรงเรียนกับการจัดการอุปกรณ์การเรียนเฉพาะทางอย่างตั้งใจ โดย แม่โบว์ ระบุเป็นข้อความให้กำลังใจลูกสาวคนเก่งว่า   “เข้าโหมดซีเรียสค่ะพี่จ๋า กับอุปกรณ์เรียนเฉพาะทางของ Montessori ตั้งใจจนเหงื่อออกเลยทีเดียว สู้ๆลูก”   งานนี้พี่จ๋าและแฟนคลับต่างเข้ามาชื่นชมในความน่ารักของ น้องมะลิ เช่นเคย ส่วนวันเด็กปีนี้ พี่จ๋าสามารถมาพบเจอกับ น้องมะลิ ขวัญใจมหาชนได้ที่เซ็นทรัลฯ บางนา 14ม.ค.60 เวลา 11.00น.นะจ๊ะ!! ขอบคุณภาพจาก IG vanda29          

อิจเบอร์แรง! ต่อ ธนภพ ควงแฟนสวีทญี่ปุ่น พูดซึ้งเจอคนที่พอดีแล้ว!!
ต่อ ธนภพ /  ต่อ มีน / 

        เป็นอีกคู่ที่คบหาดูใจกันมายาวนานกว่า 6 ปีและไม่ค่อยได้ออกสื่อเท่าไหร่ แต่ความหวานก็ไม่เป็นสองรองใคร สำหรับนักแสดงหนุ่มฮอต ต่อ ธนภพ กับ มีน แฟนสาวนอกวงการ ที่ล่าสุดควงกันไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น เลยมีภาพหวานจากในทริปนี้มาให้แฟนๆ ได้อิจฉาตาร้อนกัน แถมเพื่อนร่วมทริปอย่างนักแสดงสาว มายด์ วิรพร ยังโพสต์ยืนยันความหวานของ ต่อ-มีน ในขณะที่กำลังป้อนอาหารกันอย่างมุ้งมิ้ง พร้อมแคปชั่นที่ทำสาวๆ อิจเบอร์แรงมากกว่าเดิมว่า "ธนภพบอกว่า 'ถ้าเจอคนที่พอดีแล้วก็ไม่จำเป็นต้องหาคนที่ดีกว่าหรอก' #เช้ดดดดพ่อพระเอกตัวจริง แมนโพดๆ" น่ารักจริงๆ พ่อคู๊ณ      ขอบคุณภาพจาก IG @wjmild, nmeen         ต่อ-มีน   ต่อ-มีน-มายด์   ต่อ-มีน-มายด์   ต่อ ธนภพ   ต่อ-มีน   มีน-ต่อ   มีน-ต่อ  

พิเศษมว้าก!! เปิดทุกมุม บ้านไร่นาป่าสงวน ของ ปอ ทฤษฎี
ปอ ทฤษฎี /  โบว์ แวนดา / 

ครบรอบ 1 ปีต่อการจากไปของ ปอ ทฤษฎี ทางครอบครัว "สหวงษ์" เปิดบ้าน "ไร่นาป่าสงวน" ที่ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นบ้านที่เกิดจากความรักและความตั้งใจของพระเอกตลอดกาล ปอ ทฤษฎี โดยมี โบว์ แวนดา ภรรยาสาว, ปิน ชวนันท์ น้องชาย, ผู้ช่วยศาสตราจารย์สงวน สหวงษ์(คุณพ่อ) และคุณแม่ พาไปเดินชมบ้านโดยรอบ ภายในบ้านเต็มไปด้วยของรักของหนุ่มปอ และภาพความทรงจำต่างๆ พูดเลยอบอุ่นมากๆ เป็นยังไงบ้างไปติดตามกันได้เลย.... เปิดทุกมุม บ้านไร่นาป่าสงวน ของ ปอ ทฤษฎี เปิดทุกมุม บ้านไร่นาป่าสงวน ของ ปอ ทฤษฎี เปิดทุกมุม บ้านไร่นาป่าสงวน ของ ปอ ทฤษฎี เปิดทุกมุม บ้านไร่นาป่าสงวน ของ ปอ ทฤษฎี เปิดทุกมุม บ้านไร่นาป่าสงวน ของ ปอ ทฤษฎี เปิดทุกมุม บ้านไร่นาป่าสงวน ของ ปอ ทฤษฎี เปิดทุกมุม บ้านไร่นาป่าสงวน ของ ปอ ทฤษฎี เปิดทุกมุม บ้านไร่นาป่าสงวน ของ ปอ ทฤษฎี เปิดทุกมุม บ้านไร่นาป่าสงวน ของ ปอ ทฤษฎี เปิดทุกมุม บ้านไร่นาป่าสงวน ของ ปอ ทฤษฎี เปิดทุกมุม บ้านไร่นาป่าสงวน ของ ปอ ทฤษฎี เปิดทุกมุม บ้านไร่นาป่าสงวน ของ ปอ ทฤษฎี เปิดทุกมุม บ้านไร่นาป่าสงวน ของ ปอ ทฤษฎี

พ่อสงวน น้ำตาคลอ! ปอ ทฤษฎี จากไป 1 ปี ยังคงคิดถึง
คุณพ่อสงวน สหวงษ์ /  ปอ ทฤษฎี

  คุณพ่อสงวน สหวงษ์ เปิดใจด้วยน้ำตาคลอและเสียงสั่นเครือขณะเล่าถึงความรู้สึกที่ลูกชายสุดที่รัก ปอ ทฤษฎี จากไปครบรอบ 1 ปีเต็ม รับยังคงคิดถึงทุกเวลา แต่จากเหตุการณ์นี้ คุณพ่อสงวน ได้มองว่าลูกชายได้มอบ น้องมะลิ เป็นมรดกของครอบครัว แพลนสร้าง "เรือนทฤษฎี" อีกหลัง พ่อสงวน สหวงษ์ พ่อสงวน สหวงษ์