ปรีดียาธร เทวกุล

เปิดแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจ รัฐบาล ประยุทธ์ 1
กระตุ้นเศรษฐกิจ /  งบประมาณ / 

"ประยุทธ์" เผยแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ พร้อมเตรียมอนุมัติงบประมาณกว่าแสนล้านในการกระตุ้นเศรษฐกิจไทย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเป็นเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณที่มีอยู่ และค้างอยู่ โดยดึงงบประมาณเพื่อที่จะนำมาบริหารเร่งด่วน โดยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมีทั้งแผนเก่า และแผนใหม่ ซึ่งถือป็นวิธีการแก้ไขปัญหาตามหลักการ โดยครม.เห็นชอบร่วมกัน ทั้งนี้จะนำงบประมาณค้างอยู่ปี 2557 และงบประมาณที่มีอยู่ในปี 2558 บวกกับงบประมาณที่ให้ทางกระทรวงการคลังไปตามเก็บ เพื่อดำเนินการตามแผนทั้งหมด ซึ่งที่ประชุม ครม.มีมติออก 5 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ใช้งบค้างท่อ 2.9 แสนล้านบาท หวังกระตุ้นเศรษฐกิจภายใน 3 เดือน พร้อมตั้งรองนายกรัฐมนตรี คุมเขตจังหวัดป้องกันการทุจริต หากพบลงโทษทันที หม่อมราชวงศ์ ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนต ได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 5 มาตรการ เพื่อให้เกิดการสร้างงานทั่วประเทศ ประกอบด้วย 1. ให้ทุกกระทรวง ทบวง กรม เร่งเซ็นสัญญาจ้างงานโครงการเดิมที่ไม่สามารถดำเนินการทันงบประมาณปี 2557 ซึ่งเป็นงบคงค้าง 142,000 ล้านบาท 2. ให้ทุกกระทรวง ทบวง กรม เร่งเซ็นสัญญาจ้างงานในงบลงทุนของปี 2558 จำนวน 129,000 ล้านบาท โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน ซึ่งคาดหวังว่าจะมีการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ ร้อยละ 30-40 3. ใช้งบประมาณไทยเข้มแข็ง 15,000 ล้านบาท และงบกลางปี 2555-2557 จำนวน 7,800 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 23,000 ล้านบาท ไปซ่อมโรงเรียน และบ้านพักข้าราชการกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงบ้านพักข้าราชการกระทรวงกลาโหม 4. ให้ทุกกระทรวง ทบวง กรม จัดทำรายละเอียดของโครงการ เพื่อมาเบิกจ่ายงบกลางปี 2548-2556 จำนวน 24,000 ล้านบาท ซึ่งจะนำมาเก็บไว้ 5. มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวนาที่มีรายได้น้อย โดยให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เบิกจ่ายเงินช่วยเหลือชาวนา จำนวน 40,000 ล้านบาท สำหรับชาวนาที่มีที่นาไม่เกิน 15 ไร่ ไร่ละ 1000 บาท แต่หากเกิน 15 ไร่ ก็จะช่วยเหลือเพียง 15 ไร่เท่านั้น โดยมีชาวนาจำนวน 3.4 ล้านครอบครัว ที่ได้รับการช่วยเหลือ ซึ่งจะเริ่มเบิกจ่ายได้ภายในวันที่ 20 ตุลาคมนี้ ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เปิดเผยว่ามาตรการดังกล่าวเป็นการกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐ และนำมาตรการทางภาษีมาใช้โดนจะเน้นการซ่อมสร้างซึ่งทั่วโลกก็ทำในลักษณะนี้ ส่วนตัวเลขการส่งออกของเดือนสิงหาคมต่ำสุดในรอบ 32 เดือน คาดว่าน่าจะเกิดจากเศรษฐกิจโลกที่กำลังการซื้อน้อยลง และการสู้รบในพื้นที่ต่างๆ รวมถึงการขยายตลาดและเพิ่มมูลค่าของสินค้า ทั้งนี้ไม่สามารถตอบได้ว่าตัวเลขการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือจีดีพีจะดีขึ้นหรือไม่ เนื่องจากพึ่งเริ่มใช้งบประมาณใหม่ตั้งแต่วันนี้ MThai News

โดเรม่อน - เครื่องสร้างประเทศกับยาเปลี่ยนสถานะ
mthai

โดเรม่อน - เครื่องสร้างประเทศกับยาเปลี่ยนสถานะ

ที่สุดแห่งความฮา! รันนิ่งแมน บุกไทยสาดมุกไม่ยั้งร่วม 3 ชั่วโมง
Haha /  Jee Seok Jin / 

ที่สุดแห่งความฮา! รันนิ่งแมน บุกไทยสาดมุกไม่ยั้งร่วม 3 ชั่วโมง ทีกรุ๊ปฯ จัดงานสุดเยี่ยม Yayoi Presents RACE START Season2 in Thailand ขอมอบเหรียญทองรางวัลชนะเลิศให้ไปเลย! สำหรับงาน Yayoi Presents RACE START Season2 in Thailand เอเชียทัวร์แฟนมีตติ้งของเหล่าพิธีกรรายการ รันนิ่งแมน ซึ่งประเดิมเปิดฉากในไทยเป็นพิกัดแรกของตารางทัวร์กันไปแล้วเมื่อวันเสาร์ที่ 27 กันยายน สร้างสรรค์และจัดงานโดย บริษัท ทีกรุ๊ปโฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด จับมือกับ Urban Works Media & Entertainment ประเทศเกาหลีใต้ โดยมีสปอนเซอร์ใหญ่ใจดี ร้านอาหารญี่ปุ่นยาโยอิ ช่วยผลักดันให้งานนี้สำเร็จลุล่วง เติมฝันครั้งหนึ่งในชีวิตของรันเนอร์ชาวไทย (Runner ชื่อเรียกแฟนคลับ Running Man) ให้ได้เจอตัวเป็นๆ ของห้าสมาชิกตัวท็อปแห่งวาไรตี้เกมโชว์อันดับหนึ่งแดนกิมจิ รันนิ่งแมน ที่ยกโขยงกันมาปล่อยมุกสดๆ โชว์เพลงเด็ดๆ แจกลายเซ็นตัวต่อตัวเป็นครั้งแรกในเมืองไทย ณ ห้องเพลนารี ฮอลล์ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เจองานนี้เข้าไปขาประจำงานเกาหลีต่างก็ยกนิ้วให้และพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นี่คือที่สุดแล้วของความฮาและฟิน! ทั้งขำกลิ้ง ทั้งดูเพลินยิ่งกว่างานไหนๆ ที่เคยจัดมา เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นชาวคณะรันนิ่งแมนทั้งที กองกำลังหลักอย่าง จีซอกจิน (Jee Seok Jin), คิมจงกุก (Kim Jong Kook), ซงจีฮโย (Song Ji Hyo), อีกวางซู (Lee Kwang Soo) และ ฮ่าฮ่า (HaHa) ก็ขนความบันเทิงชนิดนับมุกไม่ถ้วนมาเอ็นเตอร์เทนแฟนๆ ชาวไทย ไม่ว่าจะเป็นเวทีคอนเสิร์ตที่คัดเลือกเพลงมาให้กรี๊ดและฮาเฮกันชุดใหญ่ พร้อมด้วยพลังไฮเปอร์ควบทักษะการแข่งขันเกมสุดมันที่เราเคยประจักษ์กันมาแล้วจากเวอร์ชั่นรายการโทรทัศน์ ซึ่งเมื่อพระอาทิตย์ตกดินก็ได้เวลา Race Start! เริ่มต้นเกมการแข่งขันอีกรูปแบบของชาวคณะรันนิ่งแมน เปิดฉากเรียกเสียงหัวเราะปนเสียงกรี๊ดจากชาวรันเนอร์ไทยแลนด์กันก่อนเลยกับวีทีอาร์เปิดตัวเหล่าสมาชิกในเพลง Destiny ซาวด์แทรคประกอบละครซีรีส์ยอดฮิตเรื่อง You Who Came From The Stars (ยัยตัวร้ายกับนายต่างดาว) จบเพลงแรกพักเบรคพูดคุยทักทายชาวรันเนอร์ที่มาให้กำลังใจกันเนืองแน่นห้องเพลนารี ฮอลล์ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งถึงแม้ว่าพวกเขาจะเคยเดินทางมาไทยก่อนหน้านี้เพียงแค่ไม่กี่ครั้ง แต่ชั้นเชิงพูดไทยของแต่ละคนนั้นเรียกได้ว่าระดับเทพ พี่จมูกโต จีซอกจิน เปิดก่อนใครว่า “สวัสดีครับ จีซอกจินครับ เป็นยังไงบ้างครับ” ด้วยสำเนียงเป๊ะสุดๆ ส่วนสปาต้ากุก คิมจงกุก ก็บอกว่า “สวัสดีครับ คิมจงกุกครับ ผมคิดถึงทุกๆ คนครับ” ตามด้วยแม่ทัพหญิง ซงจีฮโย “สวัสดีค่ะ ซงจีฮโย ยินดีที่พบกันนะคะ” จากนั้นถึงคิวพ่อยีราฟประจำรายการอย่าง อีกวางซู “สวัสดีครับ กวางซูครับ ไทยแลนด์รักนะจุ๊บๆ” ปิดท้ายที่ ฮ่าฮ่า แร็พเพอร์พ่อลูกหนึ่ง “สวัสดีครับฮ่าฮ่าครับ ทุกคนเซ็กซี่สุดๆ” นอกจากนี้เขายังออกปากชมแฟนชาวไทยอีกด้วยว่า เป็นแฟนคลับที่น่ารักสุด เพราะเมื่อครั้งมาถ่ายทำรายการที่ไทย แฟนๆ ที่ตามไปดูก็ให้เกียรติทีมงานอย่างมาก ยืนให้กำลังใจอยู่ห่างๆ ทำให้พวกเขาถ่ายรายการอย่างไม่มีอุปสรรคเลย ในฐานะที่เป็นงานแฟนมีตติ้งของเดอะแกงค์รันนิ่งแมน งานนี้ก็ต้องขอให้พวกเขาโชว์ทักษะและลีลาการแข่งขันเกมให้ชมหน่อยกับธีมเกมเศรษฐี ซึ่งเหล่าสมาชิกรันนิ่งแมนจะต้องทอยลูกเต๋า หากลูกเต๋าสุ่มลงที่ช่องไหนก็จะต้องเล่นเกมหรือถูกลงโทษตามนั้น พี่ใหญ่ ซอกจิน อาสาทอยลูกเต๋าเป็นคนแรก ตกที่พิกัด เกมรีลเลย์ โดยในเกมนี้จะมี 5 เกมย่อย แบ่งผู้โชคดี 10 คนออกเป็น 2 ทีม A และ B โดยมี พี่เสือจงกุก รับหน้าที่เล่น เกมตะเกียบคีบถั่วใส่จาน เป็นเกมแรก จากนั้นก็แตะมือให้ มงจี หรือ จีฮโย หญิงสาวหนึ่งเดียวของทีมที่เจองานหินต้อง ซิทอัพ 50 ครั้ง ซอกจินได้งานถนัดคือเล่น เกมตั๊กจี ให้ผ่าน แล้วจึงแปะมือน้องชายร่างโย่ง กวางซู ที่เจองานง่ายแค่ เกมทำลูกโป่งให้แตก ท้ายสุด ฮ่าฮ่า ต้อง เดาะลูกบอลพู่สีเงินให้ได้ครบ 10 ครั้ง จึงจะสำเร็จภารกิจ ทีมไหนที่ทำเวลาได้น้อยกว่าก็เป็นผู้ชนะไป บรรยากาศบนเวทีตอนเล่นเกมเต็มไปด้วยความคึกคักสนุกสนาน ผู้ชนะในเกมนี้ก็รับไปเลยของที่ระลึกแบบส่วนตั๊วส่วนตัวที่ชาวรันนิ่งแมนแต่ละคนเตรียมมาให้แฟนๆ โดยเฉพาะ นอกจากนี้ทั้งผู้ชนะและผู้แพ้ยังได้ถ่ายรูปโพราลอยด์แบบแนบชิดกับทีมพิธีกรรันนิ่งแมนอีกด้วย เข้าสู่เกมที่ 2 กวางซู รับหน้าที่ทอยลูกเต๋าในเกมนี้ เรียกได้ว่าคนนี้มือดีสุดๆ เพราะทอยลูกเต๋าครั้งแรกก็เจอบทลงโทษเลย! เป็นภารกิจ การอุ้มแฟนคลับลุกนั่งเป็นจำนวน 5 ครั้ง ถึงแม้ว่าจะเป็นบทลงโทษของกวางซู แต่ดูเหมือนว่าน้องนางผู้โชคดีที่โดนอุ้มนั้นจะฟินสุดๆ ไปเลย   เกมต่อมาคือ เกมลูกจุดโทษท้าทาย มีผู้โชคดีอีก 5 ท่านได้ขึ้นมาร่วมสนุก ครั้นจะเตะลูกบอลเข้าประตูเฉยๆ ก็ดูจะธรรมดาไปนิด พี่ๆ เขาเลยจัดอุปกรณ์เสริมทั้งรองเท้าส้นสูง, ผ้าปิดตา, ตีนกบ, ผ้าผูกขา, แว่นตาเลนส์หนาเตอะ แต่ละสิ่งล้วนเป็นตัวช่วยป่วนให้ลำบากขึ้นทั้งสิ้น ถึงแม้ว่าวันนี้ กวางซู จะโชคร้ายโดนบทลงโทษนำร่องไปก่อนแล้ว ในความโชคร้ายยังพอมีโชคดีเข้าข้างอยู่บ้าง พ่อยีราฟเกิดเป่ายิ้งฉุบชนะจึงผ่านเข้ารอบสุดท้ายไปแบบสบายๆ ก่อนทอยลูกเต๋าเล่นเกมกันต่อ และแล้วลูกเต๋าก็สุ่มลงที่ Gold Key งานนี้ส้มหล่นใส่แฟนคลับเพราะมีผู้โชคดีเพียงแค่คนเดียวเท่านั้นที่จะได้ถ่ายรูปพร้อมสมาชิกทั้ง 5 คน แล้วไปต่อกันที่ เกมฝาหม้อวัดดวง กติกาการเล่นก็ง่ายสุดๆ มีหม้อทั้งหมด 5 ใบ แต่จะมีเพียงใบเดียวเท่านั้นที่ไม่สามารถดึงฝาหม้อขึ้นได้ คนที่เจอแจ็คพอตเป็นหม้อใบนั้นจะต้องโดนแฟนๆ ผู้โชคดีทั้งหมดบนเวทีรุมตีหัวเป็นการลงโทษ หลังจากโชคดีในเกมจุดโทษมาแล้ว กวางซู กลับโดนราหูอมอีกครั้ง เมื่อฝาหม้อของเขาไม่สามารถเปิดได้ งานนี้เลยโดนแฟนๆ รุมตีหัวไปตามระเบียบ หัวเราะท้องแข็งไม่ได้หยุดหย่อนกับเกมต่างๆ ไปขนานใหญ่แล้ว ชาวคณะรันนิ่งแมนขอบอกว่า พวกเขาไม่ได้มีดีเพียงแค่นี้! เอ็นเตอร์เทนเนอร์ตัวกลั่นทั้งห้ายังมีโชว์พิเศษมาเซอร์วิสกันต่อ เริ่มต้นที่พี่ใหญ่ จีซอกจิน ขอเปลี่ยนคอสตูมให้ดูเท่กระชากวัยเพื่อแมทช์กับเพลงชื่อ We Are Young ตามติดด้วยสาวสวยมึนอึด ซงจีฮโย ที่ขอพลิกคอนเซ็ปท์ไปโชว์เสียงหวานๆ กันบ้างในเพลง Scent Of A Flower ประกอบละครเรื่อง Emergency Man and Women (คู่รักห้องฉุกเฉิน) ซึ่งเธอรับบทนางเอก จากนั้นยกเวทีให้ Prince of Asia อีกวางซู ที่ขอสลัดคราบตลก ลุกมาโชว์เดี่ยวเปียโนในเพลงสุดเพราะ I Miss You ทำเอาแฟนๆ ในฮอลล์กรี๊ดสลบ แถมชมไม่ขาดปากว่าพ่อยีราฟดูหล่อสุดๆ ไปเลย แต่ไม่ทันขาดคำ เจ้าชายของเราก็เก๊กแตก กลายร่างกลับไปเป็นดาวตลกอีกครั้ง เรียกเสียงฮาจากแฟนๆ ได้สนั่นด้วยลีลาผาดโผน ยืนกลับหลังและตะแคงกายเล่นเปียโน ก่อนจบเพลงถือดอกกุหลาบเดินไปแจกให้แฟนคลับแถวหน้าได้ฟินกันอีกยก จากนั้นผู้ชายเสียงยุง คิมจงกุก ขึ้นเวทีมาในเพลงซึ้งๆ ของตัวเอง A Man และเพลงสากลของ Maroon 5 อย่าง Sunday Morning ปิดท้ายกับแร็พเพอร์พ่อลูกหนึ่ง ฮ่าฮ่า ซึ่งขอเคลียร์เวทีให้เป็นคอนเสิร์ตย่อมๆ ในเมดเล่ย์สุดมัน 3 เพลงรวด ประกอบด้วยเพลงดังของเขาเองอย่าง You Are My Destiny, Rosa และ Super Weeds Man ทำเอารันเนอร์ไทยอดใจไม่ไหว ลุกขึ้นโดดกันลืมเหนื่อยเลยทีเดียว เหล่าสมาชิกกลับออกมาอีกครั้งในช่วงแจมที่พวกเขาร่วมกันทำให้ความสนุกเพิ่มขึ้นอีกทวีคูณ ไม่ว่าจะเป็นเวทีแก้คิดถึง คู่รักวันจันทร์ โดย จีฮโย หยิบเพลงของ แกรี่ อย่าง Turned Of The TV มาร้องโชว์ ซึ่งแม้ว่าแกรี่จะติดภารกิจไม่ได้มาด้วยในครั้งนี้ แต่เรามีตัวแทนเฉพาะกิจอย่าง จงกุก และ ฮ่าฮ่า สวมหน้ากากแกรี่ ออกมาร่วมร้องร่วมโยกสุดน่ารัก ถึงคิวเซอร์ไพรส์สุดกู่กับคู่หู Easy Brother ซอกจิน และ กวางซู ที่โผล่มาในเพลง Trouble Maker ชนิดสเต็ปท่าเต้นเป๊ะประหนึ่งว่า ฮยอนซึง และ ฮยอนอา มาเอง! งานนี้กวางซูลงทุนแต่งหญิงกระชากต่อมฮาสนั่นฮอลล์ได้อีกซีนใหญ่ สลับคิวไปให้ จงกุก ได้หยิบผลงานเก่าของเขาสมัยที่ยังเป็นสมาชิกวง Turbo อย่างเพลง December มาโชว์ร่วมกับน้องชายสุดซี้ ฮ่าฮ่า ได้ฟีลสนุกไปอีกรสชาติ และแล้วเวลาก็เดินทางมาถึงช่วงสุดท้ายของงานแฟนมีตติ้ง หลังจากที่ได้หัวร่องอหายกันไปแล้วร่วม 3 ชั่วโมง แฟนๆ ขอเปลี่ยนบรรยากาศมาทำซึ้ง สารภาพความในใจผ่านวีทีอาร์พิเศษให้สมาชิกรันนิ่งแมนทั้งห้าได้ชม ก่อนหันกลับมาเจอเซอร์ไพรส์ของรันเนอร์ไทยที่พร้อมใจกันทำโปรเจ็กต์ชูป้ายข้อความว่า Keep On RUNNING I’ll be with you จุดนี้ จีฮโย และ กวางซู ถึงกับน้ำตาซึม เอ่ยปากว่า We Love Thailand.. รักเมืองไทยมาก (ภาษาไทย) กันเลย จากนั้นพวกเขาขอเก็บภาพความประทับใจในวันนี้โดยการถ่ายรูปกับแฟนๆ ทั้งฮอลล์ ทิ้งท้ายงานแฟนมีตติ้งด้วยคำสัญญาว่าทีมรันนิ่งแมนจะกลับมาเมืองไทยอีกแน่นอน และพวกเขาทั้ง 5 ก็ขอกลบความซึ้งด้วย 2 เพลงสนุกอย่าง Lovely และเพลงชวนเที่ยวเมืองปูซาน Busan Vacance เป็นการอำลาเวที แต่แน่นอนว่าพวกเขายังกลับไปขึ้นเครื่องบินไม่ได้ ต้องออกมาอังกอร์ตามเสียงเรียกร้องก่อน ด้วยเพลง Hand up ของ 2PM ปิดฉาก Yayoi Presents RACE START Season2 in Thailand แล้วทีมรันนิ่งแมนทั้งหมดก็โค้งตัวและก้มลงกับพื้นแสดงความขอบคุณต่อแฟนชาวไทย เป็นภาพความประทับใจที่เหล่ารันเนอร์และชาวคณะรันนิ่งแมนต้องจดจำขึ้นใจอย่างมิรู้ลืม! เรียกว่าสอบผ่านฉลุยไปอีกหนึ่งผลงานของผู้จัดไฟแรงแจ้งเกิดเรียบร้อยนาทีนี้ บริษัท ทีกรุ๊ปโฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ชมภาพความประทับใจเพิ่มเติม และติดตามงานสนุก-งานดีครั้งต่อไปได้ทาง www.tgroupthai.com หรือออฟฟิศเชียลแฟนเพจ www.facebook.com/Tgroupthai ทวิตเตอร์ @tgroup_thai อินสตาแกรม @tgroupthai ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

นางแบบสาว เปลือยสยิว ฉลองทีมโปรดชนะการแข่งขัน
นางแบบแก้ผ้า /  สาวออสเตรเลีย / 

นางแบบสาว โชว์สยิว แก้ผ้ากลางสนามฟุตบอลฉลองชัยในออสเตรเลียคับ ก่อนถูกตำรวจรวบข้อหาทำอนาจารในที่สาธารณะ สำนักข่าวเดอะมิรเรอร์รายงานข่าว เฮเทอร์ แมคคาร์ท นางแบบสาวสัญชาติสกอตแลนด์ วัย 26 ปี เปลื้องผ้า และเต้นท่ามกลางแฟนบอลคนอื่นๆในสนาม ตามสัญญา หลังทีมHawthorn Hawks เอาชนะ Sydney Swans ในการแข่งขันฟุตบอล Australian rules โดยภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปในโลกออนไลน์ อย่างไรก็ตามเธอเปิดเผยผ่านสื่อว่ารู้สึกดีที่ได้ทำเช่นนั้น เพราะเธอเคยให้สัญญาไว้ว่าหาก Hawthorn Hawks ซึ่งเป็นทีมโปรดคว้าชัยชนะ เธอจะเปลื้องผ้าตามคำสัญญา โดยหลังจากนั้น เฮเทอร์ แมคคาร์ท ได้มีปากเสียงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากเธอทำผิดกฏหมาย ในการแก้ผ้าต่อหน้าสาธารณะชน โดยเธอได้ต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยการกัด และทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ อย่างไรก็ตามเธอถูกปรับ เป็นเงิน 300 ดอลล่าร์ หรือราวๆ 8000 บาท และถูกตั้งข้อหาอีกหลายกระทง โดยเธออ้างว่านี่คือผลของการดื่มเหล้าพร้อมกับการกินยาตามคำสั่งแพทย์เท่านั้น เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ ชาวออสเตรเลีย ร่วมกิจกรรม วันแก้ผ้าขี่จักรยานโลก 2013 สาวจีนแก้ผ้าประท้วง Mthai News 

สบส.บุกตรวจสอบคลินิกเข้าข่ายฉีดเฟรชเซลล์
ตรวจคลินิกแอบฉีดเฟรชเซลล์ /  นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงศ์ / 

สบส.บุกตรวจคลินิกย่านรัชดา หลังมีผู้ร้องเรียนแอบฉีดเฟรชเซลล์ แต่ไม่พบหลักฐาน นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงศ์ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ลงพื้นที่ตรวจสอบคลินิกเวชกรรมแห่งหนึ่ง ย่านถนนรัชดาภิเษก หลังได้รับเรื่องร้องเรียนผ่าน อย. ว่า มีการให้บริการเกี่ยวข้องกับเฟรชเซลล์ ซึ่งการฉีดเฟรชเซลล์ในประเทศไทยถือว่า ผิดกฎหมาย เนื่องจาก อย. ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นยาที่ใช้ในประเทศ นพ.ธเรศ เปิดเผยว่า คลินิกดังกล่าว เป็นคลินิกเวชกรรมทั่วไป มีการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตาม พ.ร.บ. สถานพยาบาล 2541 แพทย์ก็ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมอย่างถูกต้อง มีการให้บริการรักษาหลายด้าน แต่ไม่มีการฉีดเฟรชเซลล์โดยตรง ซึ่งจากการสอบถามเจ้าหน้าที่เบื้องต้น พบว่า มีการรับคนไข้ที่ส่งต่อมาจากบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ที่คาดว่า จะเป็นเอเจนซี่ เพื่อเตรียมความพร้อมร่างกายคนไข้ โดยให้บริการฉีดดีท็อกซ์ล้างสารพิษ และการฉีดวิตามินจำนวนมาก ก่อนส่งต่อไปรักษาที่ประเทศเยอรมนี แต่ยังไม่ชัดเจนว่า จะใช่เป็นการส่งไปเพื่อรับบริการเฟรชเซลล์หรือไม่ อยู่ระหว่างการตรวจสอบเวชระเบียนคนไข้ MThai News

7 ข้อเท็จจริงของ ศัลยกรรม ที่คุณอาจไม่เคยรู้!
ศัลยกรรม /  เสริมจมูก / 

        บ่อยครั้งที่คนไข้หลาย ๆ ท่าน ได้เข้ามาปรึกษาในเรื่องการทำศัลยกรรมและยังมีคนไข้อีกจำนวนมากที่ยังไม่เข้าใจ และเข้าใจผิด ในเรื่องการทำศัลยกรรม รวมไปถึงการดูแลตนเอง หลังจากทำการผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว นายแพทย์อดุลย์ชัย แสงเสริฐ หรือหมอเกมส์ จึงได้รวบรวม เรื่องราวต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการศัลยกรรม ซึ่งจะเริ่มจากเรื่อง Basic ไปจนถึง Advance 1.หลังผ่าตัดควรงดกินไข่ เพราะไข่เมื่อทานเข้าไปแล้วเป็นของแสลง ทำให้อาจเกิดแผลเป็นได้ ตามความเชื่อมาแต่โบราณ ตลอดจนความเชื่อในแบบคนปัจจุบันนี้ รวมถึงนายแพทย์อดุลย์ชัย แสงเสริฐเอง ซึ่งตอนที่ยังไม่ได้เป็นแพทย์ศัลยกรรมก็ยังคิดว่า เวลาเราเกิดแผลเป็น ก็มักมีแต่คนทักว่า “อย่าไปทานไข่นะ” เพราะถ้าทานไข่เข้าไปแล้วจะทำให้เกิดเป็นแผลเป็นนูนได้ ที่เรียกว่า Keloid ทำให้คนไข้หลาย ๆ ท่านที่เข้ามาทำการรักษาด้วยการผ่าตัด ทั้งผ่าตัดเล็ก ผ่าตัดใหญ่ ต่างเข้าใจกันว่า ทานไข่ หลังผ่าตัดไม่ได้ นายแพทย์อดุลย์ชัย ได้กล่าวว่า ของแสลง จริงๆ นั้นไม่มี แต่ทางแพทย์ศัลยกรรมมักจะให้คนไข้หลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่สะอาด เช่น ของหมัก ของดอง ปลาร้า ปลาแดก และของมึนเมาทุกชนิด เพราะอาหารจำพวกนี้อาจทำให้คนไข้ติดเชื้อได้ ส่วนการทานไข่นั้น เมื่อทานเข้าไปแล้ว สามารถเกิดเป็นแผลเป็น หรือ keloid ได้หรือไม่นั้น ก็ยังไม่เกี่ยวข้องกันไปสักทีเดียวครับ เพราะในไข่นั้นมีโปรตีน ที่ช่วยสร้าง Collagen ที่ช่วยทำให้แผลหาย แต่การเกิดแผลเป็น และ keloid นั้น อาจเกิดจากการที่ไม่สมดุลกันของร่างกายของเราแต่ละคนที่สร้าง Collagen ในปริมาณที่มากจนเกินไป ทำให้ในขณะที่แผลหาย ซึ่งอาจทำให้เกิดแผลเป็นนูน หรือเรียกว่า keloid ได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ ต่อให้เราทานไข่ซัก 1 โหลต่อวัน ก็ไม่ทำให้เกิดแผลเป็นนูน ได้ แต่สำหรับคนที่เกิดแผลเป็นนูน ต่อให้ไม่ทานไข่เลย แต่ถ้าร่างกายมีการสร้าง Collagen มากจนเกินไป ก็อาจเกิดแผลเป็นนูนได้ นั่นก็เพราะอาจได้รับการถ่ายทอดมาจากกรรมพันธุ์จาก คุณพ่อ หรือคุณแม่ที่เคยเกิดแผลเป็นนูนได้ครับ 2.เสริมจมูกเกิน 10 ปี ทำไมจึงต้องเปลี่ยน คำถามนี้ เกือบทุกคนที่มาทำ ศัลยกรรม โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่ที่พาบุตรหลานมาทำศัลยกรรม ถามกันตลอดว่าเมื่อทำศัลยกรรมเสริมจมูกแล้ว จะเกิดปฏิกิริยาอะไรต่อร่างกายบ้าง จมูกที่ทำแล้วจะอยู่กับตัวเราได้นานแค่ไหน และมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนทุก 10 ปี จริงหรือ นายแพทย์อดุลย์ชัย ได้ตอบว่า Silicone ที่ทางการแพทย์ได้นำมาใช้เสริมจมูกนั้นเป็น Medical grade Silicone ซึ่งเมื่อถ้าเรานำมาวางไว้เฉย ๆ มันก็จะคงรูปทรง และรูปร่างแบบนั้นไปตลอด แต่เหตุผลที่แพทย์หลายๆ ท่าน แนะนำให้เปลี่ยนทุก 10 ปี เพราะว่า เมื่อเราใส่ Silicone เสริมเข้าไปในจมูกแล้ว ร่างกายของเราจะตอบสนองต่อ Silicone ซึ่งสร้างเนื้อเยื่อมาหุ้ม Capsule และเมื่อเวลาผ่านไปนาน ๆ Capsule นั้นจะเกิดความแข็งแรงขึ้น ทำให้ Silicone ที่เสริมนั้นเกิดบิดและเปลี่ยนรูปทรงได้ หรืออาจมี Calcium จากร่างกายของเรามาเกาะบริเวณรอบๆ Capsule ได้ ทำให้รูปร่างที่เห็นภายนอกเกิดเป็น ตะปุ๋ม ตะป่ำ ไม่เรียบได้ แต่ก็อีกครับ Calcium ที่สร้างจากร่างกายนั้น บางคนเป็นได้ บางคนก็ไม่เป็นก็ได้ครับ อย่าเพิ่งกลัวกันไปก่อน 3.เสริมจมูก สามารถลดขนาดปีกจมูกได้จริงไม่ ต้องบอกก่อนเลยครับว่า มันเป็นผลพลอยได้มากกว่าครับ แพทย์ต้องอธิบายคนไข้ให้มีความเข้าใจกันอยู่เสมอว่าการ เสริมจมูก สิ่งที่คนไข้จะได้แน่ๆ คือ ดั้งจมูก ซึ่งจะโด่งขึ้นแน่ๆ แต่สำหรับปีกจมูกนั้น ในคนไข้รายที่ปีกจมูกบานไม่มากเนื้อน้อย ก็มักจะดูเล็กลง แต่สำหรับคนที่เนื้อจมูกเยอะ และปีกจมูกบานมาก ๆ หมดสิทธิครับ ดังนั้น ถ้าต้องการยกปีกให้แคบๆ เล็ก ๆ เราจำเป็นต้องใส่ Silicone ให้มีขนาดใหญ่ เพื่อที่จะยกปีกได้สูงขึ้น แต่เมื่อเราใส่ปลาย Silicone ให้ใหญ่ ก็จะยิ่งดูใหญ่ ฉะนั้นถ้าอยากลดขนาดปีกจมูก แพทย์จะแนะนำให้ตัดดีกว่าครับ 4.ฉีดเสริมจมูก เสริมหน้าอก ไม่นับว่าเป็น ศัลยกรรม ก่อนหน้าที่โลกของเราจะสามารถผลิต Medical grade Silicone สำหรับ เสริมจมูก เสริมหน้าอก ได้มีการฉีด Liquid Silicone กันอย่างแพร่หลายในประเทศสหรัฐอเมริกา ที่นิยมฉีดกันเป็นจำนวนมาก แต่เมื่อได้ทำการศึกษา พบว่า การฉีดแบบนี้ไม่ดี อาจเกิดสารที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้ หลังจากนั้นอเมริกาจึงได้เลิกฉีด Liquid Silicone ไปเลย หลังจากนั้นได้มีการผลิต Medical grade Silicone ศัลยแพทย์ตกแต่งทั้งในและนอกประเทศกว่า 90 ประเทศ จึงเลือกที่จะนำมา เสริมจมูก เสริมหน้าอก โดยไม่นำอะไรก็ตามที่เป็นแบบฉีด แป๊บเดียวสวยมาใช้อีกเลย เพราะกว่าจะรู้ว่า Liquid Silicone เกิดสารก่อมะเร็ง ต้องใช้เวลาเกือบถึง 10 ปีที่จะรู้ครับ 5.Filler ฉีดซ้ำๆ ได้อะไร Filler คือสารเติมเต็ม ผลิตมาจากการหมักแบคทีเรีย Streptoccocus equi โดยหลักการเติม fiiler คือ ในเนื้อเยื่อไขมันใต้ผิวหนัง มีรูพรุน ลักษณะจะเหมือนฟองน้ำอยู่ เมื่อแพทย์ฉีด filler เข้าไป ตัว filler จะเข้าไปเติมเต็ม รูพรุนเหล่านั้น ทำให้ชั้นไขมันผิวหนังนั้นหนาขึ้น เมื่อระยะเวลาผ่านไป filler ยุบลง แต่ต้องอธิบายว่า การฉีด filler ต้องมีตัวนำครับ 6.ฉีดยาสลาย filler สลายได้ จริงหรือ? ต้องขอบอกแบบนี้ครับ คือเมื่อคนไข้ไปฉีดเข็มที่สองแล้วเกิดปัญหา ว่ามีรอยแดงเกิดขึ้น หมอมือฉีดจะมีวิธีการรักษา ด้วยการนำคนไข้ไปยิง V-beam Laser เพื่อรักษารอยแดง และ Laser มีความร้อน ความร้อนก็ไปทำให้ filler ยุบตัวลง สรุป ยาสลาย filler มันสลายได้จริง ๆ แต่ไม่สามารถสลายไปได้ทั้งหมดนะครับ เพราะตอนนี้เนื้อเยื่อไขมันใต้ผิวหนังจะอุดมไปด้วย filler 2 หลอด แล้วจะมีช่องให้ยาสลาย filler มันแทรกเข้าไปสลายได้ยังงัย ดังนั้นมันจึงสลายไปเป็นจุดๆ ครับ 7.ร้อยไหมเสริมจมูก แล้วจมูกโด่ง เด้งแบบ K-pop ในวงการศัลยแพทย์ การร้อยไหมแล้ว จมูกโด่ง คือถ้าแพทย์บอกคนไข้แบบนี้ ว่า การร้อยไหมเข้าไปเสริมจมูก แล้วไหมจะไปกระตุ้นการสร้าง Collagen แล้วทำให้จมูกโด่งขี้น แต่ก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 6-8 เดือน เป็นความคิดที่ผิดครับ สำหรับผมมันเป็นไปไม่ได้หรอกครับ แล้วตัวไหมก็เป็นไหมละลายธรรมดาๆ ต่อให้ไหมดีขนาดไหน มันก็ไม่มีทางที่จะสร้าง Collagen ได้หนา และโด่ง เด้ง แบบ เกาหลี ได้ขนาดนั้น ดังนั้นก่อนจะทำศัลยกรรม ควรคิดและศึกษาข้อมูลที่ถูกต้องก่อนเข้าทำการ ศัลยกรรม นะครับ...

ไทยปรับโครงสร้างภาษีรับเออีซี
การคลัง /  การเงิน / 

ไทยเตรียมปรับโครงสร้างภาษีให้สอดคล้องเพื่อนบ้าน เพื่อรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เตรียมให้ไทยเป็นศูนย์กลางการค้าภูมิภาค ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างภาษีให้สอดคล้องเพื่อนบ้าน เพื่อรองรับอาเซียน ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยนี้อยู่ระหว่างปรับเปลี่ยนโครงสร้างภาษีให้สอดคล้องกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยกำลังดำเนินนโยบายเศรษฐกิจตามแบบประเทศญี่ปุ่นที่มุ่งให้เป็นศูนย์กลางทางการค้าของภูมิภาค  เพราะในปี 58 จะก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ซึ่งทำให้กลุ่มอาเซียนกลายเป็นประเทศเดียวกันที่จะช่วยเพิ่มสัดส่วนการบริโภคภายในประเทศมากขึ้น โดยการขยายตัวทางเศรษฐกิจของเอเชียได้รับแรงหนุนจากเศรษฐกิจของจีนที่มีการขยายตัวอย่างมาก ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐและกลุ่มสหภาพยุโรปถูกบั่นทอนด้วยปัญหาเศรษฐกิจฟองสบู่จนส่งผลให้เกิดปัญหาการว่างงาน โดยสหรัฐมีอัตราการว่างงาน 6% และบางประเทศในกลุ่มอียู เช่น กรีซ และสเปน ก็มีอัตราการว่างงานสูงเหมือนกัน ซึ่งคงต้องใช้เวลาแก้ปัญหานี้อีก 2-3 ปี สำหรับภาวะเศรษฐกิจของไทยหลังเกิดวิกฤตปี 40 กลับมาเติบโตได้ดี แม้จะเกิดสถานการณ์ความรุนแรงทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา โดยภาวะเศรษฐกิจของไทยยังมีความเข้มแข็งดีอยู่ อัตราการว่างงานมีไม่ถึง 1% ตอนนี้ยังไม่มีสัญญาณที่ชัดเจนว่าจะเกิดปัญหาฟองสบู่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวต่อที่ประชุมผู้นำด้านสถาบันการเงินและการบริหารจัดการสินทรัพย์ของภาครัฐ ไทยเร่งปรับโครงสร้างภาษีเพื่อรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน MThai News

เปิดโผ สมาชิกสภาปฏิรูป11ด้าน 173 คน
สปช. /  สภาปฏิรูป / 

วันนี้(29 ก.ย.) มีรายงานข่าวได้มีการเปิดเผยรายชื่อผู้คาดว่าได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาปฏิรูป (สปช.) ในส่วนที่มาจากคณะกรรมการสรรหา 11 ด้าน จำนวน 173 คน โดยมีรายชื่อแบ่งตามด้านต่างๆ ดังต่อไปนี้  1.ด้านการเมือง ได้แก่ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า , นายชัยอนันต์ สมุทวณิช , พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคาร , นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ , นายประสาร มฤคพิทักษ์ อดีต ส.ว.กลุ่ม 40 ส.ว. , พล.อ.วิชิต ยาทิพย์ , นายชัย ชิดชอบ , นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีต ส.ว.กลุ่ม 40 ส.ว , นพ.ชูชัย ศุภวงศ์ , นางตรึงใจ บูรณสมภพ , นายดำรงค์ พิเดช , พล.ร.อ.สุรินทร์ เริงอารมณ์ 2.ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ได้แก่ นายอุดม เฟื่องฟุ้ง อดีตรองประธานศาลฎีกาและอดีตกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ (คตส.) , พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป อดีตหัวหน้าสำนักงาน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ , นายคำนูณ สิทธิสมาน , นายวันชัย สอนศิริ , นายเสรี สุวรรณภานนท์ อดีต ส.ว.ปี 43 และอดีตรองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญปี 50 , นายเข็มชัย ชุติวงศ์ ผู้ตรวจสำนักงานอัยการสูงสุด , นายประสิทธิ์ ปทุมารักษ์ 3.ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ได้แก่ นายธีรยุทธ์ หล่อเลิศรัตน์ , นายขจัดภัย บุรุษพัฒน์ , นายประมนต์ สุธีวงศ์ , นางสาวถวิลวดี บุรีกุล , นายพลเดช ปิ่นประทีป , นางผาณิต นิติทัณฑ์ประภาส , พล.อ.วัฒนา สรรพานิช , พล.ต.อ.ชาญชิต เพียรเลิศ , น.ส.อรพินท์ สพโชคชัย , นายชัยวัฒน์ ลิมป์วรรณธะ 4.ด้านการศึกษา ได้แก่ นายอมรวิชช์ นาครทรรพ , นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ , นายมีชัย วีระไวทยะ , นางทิชา ณ นคร , นายกมล รอดคล้าย , พล.ท.พอพล มณีรินทร์ , พล.อ.วุฒินันท์ ลีลายุทธ , นายสมเกียรติ ชอบผล , นายเขมทัต สุคนธสิงห์ 5.ด้านการปกครองท้องถิ่น ได้แก่ นายพงศ์โพยม วาศภูติ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย , นายจรัส สุวรรณมาลา อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ , นายวุฒิสาร ตันไชย รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า , นายวัลลภ พริ้งพงษ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น , พ.ต.อาณันย์ วัชโรทัย , พล.ต.อดุลย์ศักดิ์ บุญวัฒนะกุล 6.ด้านเศรษฐกิจ ได้แก่ นายเกริกไกร จีระแพทย์ อดีตปลัดกระทรวงพาณิชย์ , นายธวัชชัย ยงกิตติกุล , นายพิสิฐ ลี้อาธรรม อดีต รมช.คลัง , นายมนู เลียวไพโรจน์ อดีตปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม , นายสมชัย ฤชุพันธุ์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง น้องชายนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ที่เพิ่งได้รับแต่งตั้งเข้าไปเป็นคณะ คสช. , นายจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล 7.ด้านพลังงาน ได้แก่ นายทองฉัตร หงศ์ลดารมย์ , นายคุรุจิต นาครทรรพ , นายมนูญ ศิริธรรม , นายดุสิต เครืองาม น้องชาย นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ , น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีต ส.ว. กลุ่ม 40 ส.ว. , นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ , นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล อดีตผู้บริหารบางจาก , พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช , นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล และ นายพรายพล คุ้มทรัพย์ 8.ด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ได้แก่ นายประเสริฐ ศัลย์วิวรรธน์ , นางสาวทัศนา บุญทอง , นายปราโมทย์ ไม้กลัด , นายบัณฑูร เศรษศิโรจน์ , นายธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ , นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ , นาวาอากาศเอกไพศาล จันทรพิทักษ์ , นางพรพันธุ์ บุณยรัตนพันธุ์ , พล.ร.อ.ชาญชัย เจริญสุวรรณ 9.ด้านสังคม ได้แก่ นายกิตติภณ ทุ่งกลาง , นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง , นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ , นายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ , นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ , นางสาวสารี อ๋องสมหวัง , นายวินัย ดะลันห์ , พล.ต.เดชา ปุญญบาล , นางกูไซหม๊ะวันซาฟีหน๊ะ มนูญทวี อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคชาติพัฒนา จ.ยะลา , นายอำพล จินดาวัฒนะ 10.ด้านสื่อสารมวลชน ได้แก่ พล.อ.อ.คณิต สุวรรณเนตร , นายมานิจ สุขสมจิตร , นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ , นายบุญเลิศ คชายุทธเดช , นายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ , นายจุมพล รอดคำดี , นายพนา ทองมีอาคม , นางประภา เหตระกูล ศรีนวลนัด , นางเตือนใจ สินธุวณิก 11.ด้านอื่นๆ ได้แก่ นายเทียนฉาย กีระนันท์ อดีตอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย , พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา , พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ , พล.ร.อ.อภิวัฒน์ ศรีวรรธนะ , พล.ร.อ.ศุภกร บูรณดิลก , พล.อ.ภูดิศ ทัตติยโชติ , นายเกษมสันต์ จิณณวาโส , นางพรรณี จารุสมบัติ น้องสาว นายพินิจ จารุสมบัติ อดีต ส.ส.และรัฐมนตรีหลายกระทรวง MThai News

แอน มิตรชัย ปล่อยทีเซอร์ นับถอยหลังเปิดอัลบั้มโกอินเตอร์!
Live My Life My Way /  แอน มิตรชัย

แอน มิตรชัย นับถอยหลัง เปิดตัวอัลบั้มอินเตอร์ Live My Life My Way ภายใต้สังกัด Universal Music 17 ตุลาคมนี้ อัลบั้มอินเตอร์เนชั่นแนลของ แอน มิตรชัย ที่มีชื่อว่า Live My Life My Way (ลิฟ มาย ไลฟ์ มาย เวย์ ) จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่ Universal Music ในประเทศอินเดีย และก่อนที่จะได้ดูมิวสิควิดีโอเวอร์ชั่นเต็ม แอน มิตรชัย ก็ได้ปล่อยมิวสิควิดีโอทีเซอร์ความยาว 30 วินาทีออกมาเรียกน้ำย่อยให้ชมพร้อมกันทั่วโลกแล้ว โดยเนื้อหาบอกเล่าถึงความเป็นเธอ โดยผสมผสานนำเอาความเป็นศิลปะตะวันตกและตะวันออกเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน แอน มิตรชัย กล่าวว่า "สำหรับเพลง Live My Life My Way นั้นมีกลิ่นอายของอาหรับที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ โดยในมิวสิควิดีโอจะได้เห็นแอนสวมชุดลิเกที่เป็นเอกลักษณ์ ของไทย ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจที่แอนมีโอกาสเผยแพร่ศิลปะการแสดงของไทยในอีกมิติหนึ่งให้นานาประเทศได้รับรู้ แอนหวังว่าการทุ่มเททำงานอย่างหนักตลอด 1 ปีที่ผ่านมาจะเป็นที่ชื่นชอบของแฟนๆโดยเฉพาะคนไทยทุกคนนะคะ" สามารถติดตามทุกๆ ความเคลื่อนไหวของ แอน มิตรชัย ได้ที่ Instagram: annmitchai AMC Official , Facebook: Annmitchai และ You tube AMC world Channel ไม่ธรรมดา! แอน มิตรชัย ลุคส์ใหม่สุดจี๊ด!! ไม่ธรรมดาจริงๆ สำหรับนักร้องลูกทุ่งอินเตอร์และนางเอกลิเกเงินล้าน แอน มิตรชัย ที่หายหน้าหายตาไปรับงานบอลลีวู้ด ณ ดินแดนภารตะ อื้อหือออ! แอน มิตรชัย จัดให้ทุกท่า!! ตั้ง แต่โกอินเตอร์ไปโด่งดังในดินแดนบอลลีวู้ด สำหรับนักร้องลูกทุ่งและนางเอกลิเกเงินล้าน แอน มิตรชัย ก็เปลี่ยนลุคส์กลายเป็นสาวเซ็กซี่ขั้นแอดวานซ์ เอ ไชยา ห่วงลุคส์ แอน โป๊! หวั่นพ่อรับไม่ได้!! เมื่อ นางเอกลิเกเงินล้านอย่าง แอน มิตรชัย โกอินเตอร์ไปบอลลีวู้ด พร้อมปรับลุคส์เซ็กซี่แบบสุดเหวี่ยง มีผลงานหวือหวาออกมาเรื่อยๆ จนทำให้พี่ชายที่แสนดีอย่าง เอ ไชยา มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

ความสามารถของเด็กไทยเอาค่านิยมพื้นฐาน ๑๒ ประการ มาท่องเป็นอาขยาน
อาขยานค่านิยมพื้นฐานฯ /  การท่องจำ / 

ความสามารถของเด็กๆ โรงเรียนวัดเจติยาราม ต.เจดีย์หัก อ.เมือง ราชบุรี เอาค่านิยมพื้นฐาน ๑๒ ประการ มาท่องเป็นอาขยานเก่งมากครับ ต้องลองชมดูกัน

ปธ.เครือข่ายบ่อนทำลายชาติฯร้องป.หลังน.ศ.โชว์ลามก
นักศึกษาโชว์ลามก /  มหาวิทยาลัยดังย่านหัวหมาก / 

นายสงกรานต์ ปธ.เครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติฯ เข้าร้องกองปราบฯ หลัง กรณี น.ศ.มหาวิทยาลัยย่านหัวหมาก โชว์ลามก นายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เข้าร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน กองปราบปราม เพื่อให้ตรวจสอบพฤติกรรมของกลุ่มนักศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ย่านหัวหมาก ที่มีพฤติกรรมชอบโชว์ของสงวน อันเข้าข่ายลามก อนาจาร โดย นายสงกรานต์ ระบุว่า เมื่อปลายเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจากพลเมืองดี ว่า มีกลุ่มผู้หญิงแต่งกายด้วยชุดนักศึกษา ถ่ายคลิปวิดีโอ เต้นกันในห้องน้ำ และสถานที่ต่าง ๆ ในลักษณะโชว์อนาจาร ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม ก่อนที่จะโพสต์ลงเฟซบุ๊ก และมีผู้ติดตามเฟซบุ๊ก เกือบ 2 ล้านคน ทางเครือข่ายฯ จึงติดตามพฤติกรรมของกลุ่มคนดังกล่าว พบว่า มีอยู่ประมาณ 4 คน และเป็นพวกที่ชอบโชว์ 3 คน ซึ่งทุกคนทำงานอยู่สถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ย่านรามคำแหง นอกจากนี้ ในบางภาพที่โพสต์ลงเฟซบุ๊กมีภาพของอุปกรณ์ เสพยาเสพติดด้วย จึงอยากให้ตำรวจกองปราบปรามตรวจสอบว่า การกระทำของกลุ่มนักศึกษานั้น เข้าข่ายความผิด นำภาพลามก อนาจารเข้าสู่คอมพิวเตอร์หรือไม่

อาการ ปวดตับ ปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม
ตับอักเสบ /  ปวดตับ / 

ตับ ทำหน้าที่เสมือนเป็นโรงงานผลิตพลังงานและสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย รวมทั้งยังเป็นอวัยวะสำคัญในการเผาผลาญของเสียต่างๆ ที่เกิดขึ้นในร่างกายด้วย โดยทำการขับออกมาทางน้ำดีลงสู่ลำไส้ปนไปกับอุจจาระ และเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย เช่น แบคทีเรีย ไวรัส ยาหรือสารต่างๆ ที่ร่างกายรับประทานแล้วเหลือตกค้าง สิ่งเหล่านี้อาจมีผลกระทบต่อการทำงานของตับ ทำให้เกิดโรคตับต่างๆ ได้  เช่น โรคตับอักเสบเฉียบพลัน ซึ่งมีการอักเสบบวมของเนื้อตับ ผู้ป่วยจะมีอาการ ปวดตับ จุกตึงใต้ชายโครงขวา ร่วมกับมีไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร และเกิดดีซ่านขึ้นได้ นอกจากนี้ ปวดตับ ยังอาจเกิดจากเนื้อตับบางส่วนที่มีการเจริญเติบโตผิดปกติกลายเป็นก้อนเนื้องอกดันผิวตับให้โป่งนูน ทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดจุกแน่นในบริเวณใต้ชายโครงขวาหรือลิ้นปี่  มักพบในผู้ป่วยที่มีโรคตับอักเสบเรื้อรังแฝงอยู่โดยไม่มีสัญญาณเตือนใดๆ มาก่อน หรืออาจมีอาการเพียงเล็กน้อย ได้แก่ อ่อนเพลียและหมดแรงง่าย  บางรายมีอาการเบื่ออาหาร น้ำหนักลด หรืออาเจียนเป็นเลือดสด ซึ่งเกิดจากเส้นเลือดขอดในหลอดอาหารหรือกระเพาะอาหาร อันเป็นผลจากภาวะตับแข็งที่มักพบร่วมด้วยในผู้ป่วยที่เกิดมะเร็งตับ แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า  เมื่อไรควรไปพบแพทย์ เรามีสัญญาณอันตรายที่เตือนว่า ตับของคุณเริ่มมีปัญหาแล้วคือ 1. อาการปวดจุก หรือแน่นชายโครงขวา ซึ่งเป็นที่อยู่ของตับ อาจเพราะมีการอักเสบของเนื้อตับ หรือเกิดจากก้อนเนื้องอกภายในเนื้อตับ 2. ดีซ่าน คือ ภาวะที่มีการคั่งของเม็ดสีน้ำดี ซึ่งสร้างมาจากตับ สะสมในเนื้อเยื่อต่างๆ ทำให้ผิวหนังและเยื่อตาขาวเปลี่ยน  มีสีเหลือง ซึ่งน้ำดีที่มากเกินในร่างกาย ส่วนหนึ่งจะถูกขับออกทางไต ทำให้ปัสสาวะมีสีเหลืองเข้ม เป็นสัญญาณบ่งว่า สมรรถภาพการทำงานของตับเริ่มถดถอย 3. อ่อนเพลียเรื้อรัง หมดแรงง่าย อาจเกิดจากภาวะตับอักเสบเรื้อรัง ซึ่งควรได้รับการตรวจเลือดยืนยันและหาสาเหตุต่อไป โดยอาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดต่างๆ การดื่มสุราจนทำให้เกิดโรคตับเรื้อรัง โรคอ้วนจนมีไขมันคั่งในเนื้อตับปริมาณมาก และการรับประทานยา อาหารเสริม หรือสมุนไพรบางชนิด ในผู้ป่วยบางรายอาจมีสารเหล่านี้ตกค้าง จนทำให้เกิดตับอักเสบ ผลิตพลังงาน และสารที่จำเป็นต่อร่างกายได้ลดลง 4. เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ซึ่งอาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า สมรรถภาพการทำงานของตับเริ่มเสื่อมลง ทำให้ร่างกายต้องดึงพลังงานสำรองจากที่ต่างๆ มาเผาพลาญ  น้ำหนักตัวจึงลดลง ดังนั้นถ้าเราสังเกตตัวเองว่ามีสัญญาณเตือนความผิดปกติดังกล่าว อาจบ่งว่าสุขภาพตับเริ่มจะไม่แข็งแรง  มีโรคภัยซ้อนเร้นอยู่ จึงควรไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจเพิ่มเติมว่า สมถรรภาพการทำงานของตับและสาเหตุของความผิดปกตินั้นเกิดจากอะไร แต่สิ่งสำคัญที่สุดเพื่อให้ห่างไกลจากโรคที่ทำให้ “ ปวดตับ ” เราควรจะดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ โดยรับประทานอาหารที่สะอาดและมีคุณค่าทางโภชนาการในปริมาณที่เหมาะสม ร่วมกับออกกำลังกาย เพื่อควบคุมน้ำหนักและลดพุง  ไม่รับประทานสารอาหาร ยา หรือสมุนไพรใดๆ เสริมโดยไม่จำเป็น เท่านี้คุณก็จะไม่ “ ปวดตับ ” ขอบคุณที่มาจาก : รศ.นพ.พูลชัย จรัสเจริญวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล 

กิตติ อริยานนท์ แผง

ขายปลีกผลไม้และผัก ผักทุกชนิด

เป็นโรค Shopaholic หรือเปล่าจ๊ะเธอ ? มาเช็คกันดีกว่า
เสพติดช้อปปิ้ง /  โรค Shopaholic

ใกล้สิ้นปีนี้ เราอาจสังเกตเห็นหลายๆออกอาการ ช็อปกระหน่ำ เลือกของขวัญให้ครอบครัว เพื่อนๆ ผู้ใหญ่ที่เคารพ ฯลฯ พอเลือกไปเลือกมา ก็ได้ของตัวเองติดมาหลายถุง อาการเหล่านี้เสียงจะเป็นโรค Shopaholic มั้ยนะ และมีอะไรที่สามารถจะพอวัดได้บ้างล่ะ  วันนี้เรามีคำถาม 10 ข้อ ให้สาวๆเช็คว่า คุณเป็นโรค Shopaholic หรือเปล่า มาฝากกันค่ะ ..  เลือกตอบว่า ใช่ หรือ ไม่ นะจ๊ะ  (ห้ามโกงล่ะ ) 1. คุณช็อปปิ้งมากกว่า 1 ครั้งต่อสัปดาห์  2. รู้สึกแย่ ถ้าไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือกลับบ้าน เฟลหนักมาก และต้องหาเรื่องซื้อ 3. ต้องมีของติดมือกลับบ้านเสมอ  4. คุณจะหาเรื่องซื้อของใหม่เสมอ และก็คอยอ้างกับคนที่บ้านว่า มันเก่าแล้วนะ (ทั้งๆก็รู้อยู่แก่ใจว่า จริงๆมันใหม่อยู่แหละ) 5. ชอบแอบของที่ซื้อมาใหม่ไม่ให้ครอบครัว หรือ แฟน รู้ เพราะรู้ว่าต้องโดนดุชัวร์! 6. เคยโกหกคนอื่นว่า ซื้อมาถูกนะยะ ทั้งๆที่ซื้อราคาเต็ม  7. มีเสื้อผ้าอยู่ในตู้ ทั้งที่ยังไม่ได้เอาป้ายราคาออก มากกว่า 3 ตัว 8. คุณจะดีใจสุดฤทธิ์ถ้ามีงาน ปาร์ตี้ งานบวช งานแต่งงานเพื่อน งานรับปริญญา งานอีเว้นท์ต่างๆ เพื่อที่จะได้ใช้เป็นข้ออ้างในการซื้อเสื้อผ้าใหม่  9.คุณมักได้ของที่ไม่จำเป็นติดไม้ติดมือกลับบ้านเสมอ เช่น เอ้าตอนแรกไม่ได้จะซื้อเสื้อ แต่ได้เสื้อมา 4 ตัวเฉย? 10. เห็นป้ายเซลล์แล้วถลาเข้าไปทุกร้าน ไม่ว่าร้านนั้นคุณจะชอบหรือไม่ ผลคำตอบ ..  ถ้าสาวๆที่ตอบว่า" ใช่ " มากกว่า  6 ข้อ ล่ะก็ พึงสังวรณ์ไว้ได้เลยค่ะว่าคุณเริ่มจะเป็นโรค Shopaholic แล้ว โดยพฤติกรรม “เสพติดการช็อปปิ้ง” นิยามด้วยศัพท์เทคนิคว่า Shopaholic ถือเป็นโรคชนิดหนึ่งนะจ๊ะ  สาวๆจะ “รู้สึกฟิน” ปลื้มปีติเป็นสุขทุกครั้งที่ได้เสียเงินซื้อของ จิตใจอันกระวนกระวายจะสงบนิ่งลงได้เมื่อล้วงเงินในกระเป๋าออกมาแล้วยื่นออกไป ไม่ว่าของเหล่านั้นจะจำเป็นหรือไม่จำเป็นก็ตาม การศึกษาพบว่าในสังคมอเมริกันประชาชนกว่า 5% เป็นโรคเสพติดการช็อปปิ้ง และ 80% ของจำนวนนี้เป็นผู้หญิง โดยโรคดังกล่าวในระยะเริ่มต้นเรียกกันว่า Shopaholic เมื่อรุนแรงมากขึ้นเรียกว่า Compulsive buying disorder มีการศึกษาอาสาสมัครที่สหรัฐอเมริกาที่มีรายได้เฉลี่ยปีละ 2 ล้านบาท โดย 61% ของรายได้นั้นหมดไปกับการช็อปปิ้ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าประเภทเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย และใช้เวลาเฉลี่ยสัปดาห์ละ 38 ชั่วโมง ในการเข้าออกร้านจำหน่ายสินค้าต่างๆ สิ่งที่ดึงดูดใจกลุ่มนักช็อปมากที่สุดก็คือ ป้ายลดราคา หรือป้ายเซลส์ รวมถึงความรู้สึกที่ว่า "ฉันมีความจำเป็นที่ต้องมีของเหล่านี้" และป้ายโฆษณาสินค้าก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้กลุ่มนักช็อปไม่สามารถยั้งสติได้ และต้องยอมซื้อสินค้าเหล่านั้นในที่สุด สำหรับสาเหตุการเกิดโรค ผสมผสานกันระหว่างความ "อยาก" ที่ไม่สิ้นสุด และภาวะทางจิตใจซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจและการยับยั้งชั่งใจ โดยเมื่อภาวะจิตใจรู้สึกซึมเศร้า หดหู่ และเครียด ก็จะหาเวลาไปเดินช็อปปิ้งเพื่อสร้างความสุขชั่วครู่ชั่วคราว ร่างกายจะสร้างฮอร์โมนขึ้นมาให้มีความสุข ระยะต่อมาร่างกายก็จะเสพติดความสุขดังกล่าว และต้องการกลับเข้าสู่ห้วงแห่งความสุขนั้นเรื่อยๆ จิตแพทย์จากมหาวิทยาลัยมินนิโซตา สหรัฐอเมริกา ได้คิดค้นยาเพื่อรักษาโรค Shopaholic หรือโรคเสพติดการช็อปปิ้ง โดยตัวยาดังกล่าวมีลักษณะคล้ายกับยาที่ใช้รักษาโรคความจำเสื่อมหรืออัลไซเมอร์ โดยต้องรับประทานตามที่แพทย์สั่งควบคู่ไปกับการบำบัดทางจิต ตัวยาดังกล่าวจะไปกระตุ้นการทำงานของสมองให้มีความคิดและพฤติกรรมที่ต่างไปจากเดิม และไม่มีผลค้างเคียงใดๆ วิธีรักษา สาวๆที่รู้ว่าตัวเองเสี่ยงหรือมีแนวโน้ม สามารถเข้ารับคำปรึกษาจากจิตแพทย์ได้ เพราะหากปล่อยให้มีอาการต่อไป จนถึงขั้นควบคุมตัวเองไม่ได้ หนี้สินเพิ่มพูน สุดท้ายล้มละลายทางการเงิน ความมั่นคงในชีวิตกระทบกระเทือน เดือดร้อนทั้งตัวเอง และคนรอบข้าง อาจนำมาสู่หายนะใหญ่หลวงเกินกว่าจะประเมินได้นะคะ    ขอบคุณที่มาจาก Eduzone และ  company.co.uk

ชาวเน็ตรื้อฟื้นประเด็นยาเสพติด! หลัง G-Dragon โพสรูป 'Molly'
Big Bang /  G-DRAGON / 

G-Dragon (จี-ดราก้อน) โดนรุมจวก! หลังอัพเดทอินสตาแกรมส่วนตัวเป็นภาพตัวอักษร 'Molly' กลางสัญลักษณ์หัวใจ - ชาวเน็ตรื้อฟื้นข่าวฉาว นักร้องหนุ่มเคยพัวพันกับยาเสพติด! ตกอยู่กระแสวิพากษ์วิจารณ์สุดร้อนแรงในทันที! หลังจากวานนี้ (1 ต.ค.) นักร้องหนุ่มสุดติสท์ G-Dragon อัพเดทอินสตาแกรมส่วนตัวของเขา เป็นภาพของตัวอักษรที่เขียนว่า 'Molly' กลางผงสีขาวซึ่งถูกโรยเป็นสัญลักษณ์รูปหัวใจ แม้ G-Dragon จะลบภาพปัญหาออกไปแล้วแต่ก็ดูจะไม่ทันการณ์ เพราะภาพดังกล่าวถูกแชร์และตีความไปในเชิงลบ 'Molly' เป็นชื่อของ 'ยาอี(MDMA)' ประเภทหนึ่งที่มีลักษณะเป็นผลึกใสหรือเป็นผง ซึ่งแม้จะยังไม่สามารถสรุปได้ว่า G-Dragon โพสภาพด้วยความเข้าใจความหมายของยาเสพย์ติดชนิดนี้อยู่แล้วหรือทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่การกระทำของนักร้องหนุ่มในครั้งนี้ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของเขาอย่างแน่นอน นอกจาก G-Dragon จะถูกวิจารณ์ในประเด็นที่เขาโพสรูปที่ไม่เหมาะสมแล้ว ชาวเน็ตส่วนหนึ่งก็ยังรื้อฟื้นข่าวฉาวที่นักร้องหนุ่มเคยพัวพันกับการใช้กัญชาเมื่อปี 2011 อีกด้วย. [[ คลิกอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง ]] G-Dragon ลีดเดอร์วง Big Bang ถูกจับในข้อหาเสพกัญชา ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

แพทย์ศิริราช แจงพบแอนตี้บอดี้เพื่อพัฒนายารักษาอีโบลายังไม่ใช่ยา
คณะแพทยศาสตร์ศิริราช /  ดร.วันเพ็ญ ชัยคำภา / 

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล  ค้นพบยาต้านเชื้อไวรัส อีโบลา สำเร็จ และเป็นแห่งแรกของโลก เตรียมเปิดตัว 2 ต.ค. ขณะที่แพทย์เจ้าของผลงาน เผยเป็นสารผลิตวัคซีน ยังไม่ใช่ยารักษาป้องกันโรค วันนี้ (29 ก.ย.) ขณะนี้มีรายงานข่าวว่า คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล ได้ศึกษาวิจัยและผลิตแอนติบอดี รักษาโรคโรคไข้เลือดออกอีโบลาได้เป็นผลสำเร็จ และเป็นแห่งแรกของโลกแล้ว โดยจะมีการแถลงข่าวเปิดตัวอย่างเป็นทางการในหัวข้อ "ครั้งแรกของไทย  ศิริราชผลิตแอนติบอดีรักษาโรคไข้เลือดออกอีโบลาสำเร็จ" ในวันพฤหัสบดีที่ 2 ต.ค. 2557 เวลา 10.00 น. ที่ห้อง A201 อาคารศรีสวรินทิรา ชั้น 2 รพ.ศิริราช โดยมี ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เป็นประธานการแถลงข่าวร่วมกับ รศ.ดร.นพ.ภัทรชัย กีรติสิน หัวหน้าภาควิชาจุลชีววิทยา ศ.เกียรติคุณ ดร.วันเพ็ญ ชัยคำภา ภาควิชาปรสิตวิทยา และ ศ.ดร.พญ.รวงผึ้ง สุทเธนทร์ รองคณบดีฝ่ายวิจัยพร้อมทีมแพทย์และผู้เกี่ยวข้องร่วมในการแถลงข่าว ทั้งนี้ ที่ผ่านมาสถานการณ์การระบาดของ โรคอีโบลา มีความรุนแรงและมีแนวโน้มที่จะขยายตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งยังไม่มีวัคซีนป้องกันและไม่มียาเฉพาะในการรักษา ส่งผลให้คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เล็งเห็นถึงความสำคัญ จึงมีการวิจัยและพัฒนาสารเพื่อผลิตวัคซีนในการรักษาโรคดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง จนสามารถค้นพบการผลิตแอนติบอดีรักษา โรคไข้เลือดออกอีโบลา สำเร็จ ต่อมาเวลา 18.40 น. รศ.นพ.ภัทรชัย กีรติสิน หัวหน้าภาควิชาจุลชีววิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ "Pat Kir" เพื่อชี้แจงกรณี รพ.ศิริราชเตรียมแถลงข่าว "ครั้งแรกของไทย ศิริราชผลิตแอนติบอดีรักษาโรคไข้เลือดออกอีโบลาสำเร็จ” ในวันที่ 2 ต.ค.นี้ว่า ในฐานะที่ตนเป็นหนึ่งในผู้ที่จะร่วมแถลงข่าวดังกล่าวนั้น ตนไม่ได้เป็นผู้ร่วมวิจัยเป็นเพียงผู้ให้การรักษาเท่านั้น ส่วนการค้นพบแอนติบอดี้นั้นเป็นผลงานวิจัยของ ศ.ดร.วันเพ็ญ ชัยคำภา เป็นหัวหน้าทีม และเตรียมพัฒนาต่อยอดเป็นวัคซีนป้องกันโรค ไม่ใช่ยารักษาโรคแต่อย่างใด ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ทาง รพ.ศิริราชจะเป็นผู้อธิบายในการแถลงข่าววันที่ 2 ต.ค. ต่อไป MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก dailynews.co.th ……………………………………………………………………………………………………………………… ข่าวที่เกี่ยวข้อง ย้ำ! ยังไม่มีผู้ป่วย อีโบลา ในไทย แค่เฝ้าระวัง! กระทรวงสาธารณสุข เร่งจัดระบบรับมือโรค อีโบลา  วันนี้ตั้งคณะเชี่ยวชาญเพื่อให้คำแนะนำด้านการชันสูตรและวินิจฉัยรักษาโรค อีโบลา หลอกลวง! น้ำว่านป้องกันเชื้ออีโบลา แท้จริงแล้ว ว่าน มีประโยชน์อะไรบ้างมาดูกัน! แม่ค้าหัวใส โพสขาย น้ำ ว่าน ป้องกันเชื้ออีโบลา ซึ่งไม่ได้ผลจริง ประโยชน์ของ ว่าน ที่แท้จริงคืออะไร มาดูกันดีกว่าค่ะ อีโบลา ไม่แพร่ผ่านทางเดินหายใจ กรมควบคุมโรค ชี้ ไวรัส อีโบลา แพร่ระบาดช้า เหตุติดต่อผ่านสารคัดหลั่งเลือด ไม่ใช่ทางเดินหายใจ

'ศิริราช' เผยความสำเร็จผลิต ‘แอนตี้บอดี้รักษาอีโบลา’
คณะแพทยศาสตร์ศิริราช /  ดร.วันเพ็ญ ชัยคำภา / 

คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล นำทีมแถลงผลสำเร็จ ผลิต ‘แอนตี้บอดี้รักษาอีโบลา’ ครั้งแรกของโลก ระบุเปรียบเหมือนเซรุ่มรักษาพิษงู เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 ต.ค. ที่อาคารศรีสวรินทิรา ร.พ.ศิริาช ในการแถลงข่าว “ศิริราชผลิตแอนตี้บอดี้รักษาโรคไข้เลือดออกอีโบลา” โดยมี ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธานการแถลงข่าว ร่วมกับ รศ.นพ.สุโรจน์ ศุภเวคิน รองผู้อำนวยการ ร.พ.ศิริราช และ นพ.สุสัณห์ อาศนะเสน สาขาวิชาโรคติดเชื้อและอายุรศาสตร์เขตร้อน ภาควิชาอายุรศาสตร์ ศ.ดร.รวงผึ้ง สุทเธนทร์ รองคณบดีฝ่ายวิจัย และ ศ.เกียรติคุณ ดร.วันเพ็ญ ชัยคำภา หัวหน้าทีมผู้ผลิตแอนตี้บอดี้รักษาโรคไข้เลือดออกอีโบลา โดย ศ.คลินิก นพ.อุดม กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์โรคไข้เลือดออกอีโบลารุนแรงถึงขั้นวิกฤต และสร้างความตื่นตระหนกไปทั่วโลก แม้จะระบาดมาเป็นเดือน แต่ก็จะเกิดการระบาดอย่างต่อเนื่อง จนองค์การอนามัยโลก WHO ต้องประกาศเตือน โดยอีโบลา เป็นไข้เลือดออกชนิดหนึ่ง ซึ่งประเทศไทยก็มีไข้เลือดออกไวรัสชนิดเด็งกี่ ส่วนแอฟริกาเป็นเชื้ออีโบลา ซึ่งที่ผ่านมาเคยเกิดการระบาดมาอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่รุนแรง โดยไม่ทราบว่าครั้งนี้เหตุใดจึงรุนแรง โดยสถานการณ์ล่าสุดการติดเชื้อมากที่สุดในประเทศไลบีเรีย การสันนิษฐานเบื้องต้น คือ เชื้อที่ระบาดครั้งนี้มีความรุนแรง อัตราการตายเกินกว่าร้อยละ 50 โดยร.พ.ศิริราช มีการวิจัยศึกษาค้นคว้าในเรื่องไข้เลือดออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการรักษาเด็งกี่ หรือ อีโบลา คล้ายๆ กัน เราสามารถผลิตแอนตี้บอดี้ได้สำเร็จ ศิริราชไม่เคยพูดอะไรเกินจริง ทุนทางสังคมเราสูงอยู่แล้ว ถือเป็นครั้งแรกของไทยและของโลกก็ว่าได้ เพราะแอนตี้บอดี้ตัวนี้ได้รับการพิสูจน์ว่า แตกต่างจากตัวที่ใช้อยู่ เช่น กรณี แพทย์ชาวสหรัฐฯ ก็รักษาด้วยแอนติบอดี แต่เป็นตัวใหญ่ เราเล็กกว่า 5 เท่า และมีประสิทธิภาพมากกว่าอย่างชัดเจน หากจะเปรียบแอนตี้บอดี้นี้ ก็เหมือนเซรุ่มรักษาพิษงู ถือเป็นเทคโนโลยีใหม่ ที่เอาไปประยุกต์ใช้ในการรักษา แต่เป็นต้นแบบที่ต้องเอาไปทดลองในสัตว์และในคนที่ทำได้ช้า เพราะเป็นการผลิตในห้องแล็บ หากจะผลิตได้มากๆ ต้องเอาไปผลิตในกระบวนการอุตสาหกรรม ถือเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยว่า เราไม่ได้ด้อยกว่าชาติใดในเรื่องของความรู้ มีการรักษาที่ได้มาตรฐานสากล สิ่งที่ทำสอดคล้องกับปณิธานของศิริราช ด้านศ.เกียรติคุณ ดร.วันเพ็ญ กล่าวว่า แอนตี้บอดี้คือโปรตีนชนิดหนึ่งที่สร้างจากภูมิคุ้มกันต้านทานโรคของมนุษย์ ซึ่งจะถูกผลิตขึ้นหลังจากที่ได้รับเชื้อหรือสิ่งแปลกปลอมชนิดใด ชนิดหนึ่งเข้ามาในร่างกาย แอนตี้บอดี้จะถูกผลิตออกมาจากเม็ดเลือดขาว ชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ลิมโฟไซต์ชนิดบี โดยร่างกายจะใช้เวลา 7-10 วัน หลังจากได้รับเชื้อหรือสิ่งแปลกปลอมนั้นๆ แอนตี้บอดี้จะทำหน้าที่กำจัดเชื้อหรือสิ่งที่เป็นพิษออกไปจากร่างกาย กรณีเชื้อหรือพิษบางอย่างที่ร่างกายได้รับ ก่ออาการรุนแรงและเร็วมาก ร่างกายสร้างแอนตี้บอดี้ออกมาได้ไม่ทัน ก็มักเสียชีวิตก่อนที่จะผลิตแอนตี้บอดี้ เช่น การติดเชื้ออีโบลา เราสามารถให้แอนตี้บอดี้จำเพาะต่อเชื้อนั้นที่พร้อมใช้เตรียมเอาไว้แล้วแก่ผู้ป่วยได้ทันที เรียกว่า ให้ภูมิคุ้มกันพร้อมใช้ หรือ แอนตี้บอดี้รักษา เข้าไปสู่กับเชื้อโรคหรือสารพิษโดยตรง อย่างไรก็ดี แอนตี้บอดี้ต้นแบบเหล่านี้ ยังผลิตในห้องปฏิบัติการได้จำนวนน้อย ซึ่งจะมีการขอความร่วมมือ จากบริษัทสยามไบโอไซเอ็นซ์ ที่ผลิตแอนตี้บอดี้อื่นอยู่แล้วให้ผลิตมากขึ้นด้วยมาตรฐาน GMP เพื่อการทดลองในสัตว์ และจดทะเบียนเป็นยาใหม่ต่อไป ทั้งนี้ ต้นแบบแอนตี้บอดี้เหล่านี้ได้ยื่นจดสิทธิบัตรแล้ว ซึ่งสิทธิทั้งหมดเป็นของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล MThai News ขอบคุณข้อมูลจากข่าวสดออนไลน์ .............................................................................................................................. ข่าวที่เกี่ยวข้อง แพทย์ศิริราช แจงพบแอนตี้บอดี้เพื่อพัฒนายารักษาอีโบลายังไม่ใช่ยา แพทย์คุม ‘อีโบลา’ ถูกสังหารในประเทศกินี 8 ราย แพทย์อาสาสหรัฐ ติดอีโบลา อาการดีขึ้นออกจากรพ.แล้ว อธิบดีควบคุมโรคยันไทยยังไม่มีติดอีโบลา-เฝ้าระวัง1คน