ปรีดียาธร เทวกุล

ชุมนุมใหญ่ ต้านร่างปฏิรูป ชี้ชะตา 'วงการสงฆ์'
ชุมนุมสงฆ์ /  นายไพบูลย์ นิติตะวัน / 

ว่าด้วยเรื่อง 'การชุมนุมสงฆ์' หากย้อนในสมัยพุทธกาล เปรียบดั่ง วันมาฆบูชา คือ พระสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้า จำนวน 1,250 รูป มาประชุมพร้อมกันที่เวฬุวันวิหารในกรุงราชคฤห์ โดยมิได้นัดหมาย เพื่อรวมตัวประชุมสังฆสันนิบาตครั้งใหญ่ในพุทธศาสนา พร้อมรับฟัง โอวาทปฎิโมกข์ จากพระพุทธเจ้า แต่...ด้วยยุคสมัยกาล เปลี่ยนผ่าน บ้านเมืองนานาประเทศถูกแบ่งเขตแดน สรรค์สร้างผู้บริหารปกครอง เขียนอักษรจารึกกฏจารีตปฏิบัติ สามัญชนทั้งหลายรวมถึง "พระสงฆ์" จึงต้องอยู่ในกรอบของ 'กฏหมาย' เพื่อความสงบระเบียบเรียบร้อย หากเหล่าสงฆ์ จะชุมนุมใด กฏหมายบ้านเมืองจะเป็นหลักค้ำว่ากระทำการอะไรได้บ้าง และส่วนใหญ่ ทิศทางการชุมนุม 'การเมือง' คือ ประเด็นหลัก ส่วน 'ธรรมะ' หลุดกรอบไปจากยุคนี้ ... นานเสียแล้ว ดั่ง บ้านเรา ที่ในไม่กี่วัน สงฆ์เรือนหมื่นจะเคลื่อนขบวนชุมนุมสวดเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลและให้กำลังใจรัฐบาล ในการปกป้องพระพุทธศาสนาและสังฆมณฑล ต่อต้านร่างแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา ตามที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สปช. เสนอแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนาฯ 4 ด้าน คือ 1.ให้มีการเสนอร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ว่าด้วยการจัดการทรัพย์สินของวัดและพระภิกษุ 2.เสนอให้แก้กฎหมายมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 24 (พ.ศ.2541) ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนพระสังฆาธิการ หรือ พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ในสาระสำคัญ คือ การกระจายอำนาจในการปกครองคณะสงฆ์ แทนการปกครองแบบรวมศูนย์อำนาจ 3.ต้องมีกลไกนำหลักปฏิบัติตามพุทธบัญญัติที่ทรงไว้ซึ่งความดี ถูกต้อง และบริสุทธิ์ของพระพุทธศาสนามาปฏิบัติ เพื่อไม่ให้มีการบิดเบือนหรือแอบอ้างพระธรรมวินัย 4.ปฏิรูปการศึกษาของคณะสงฆ์ให้ทันเหตุการณ์ โดยราชการต้องให้ความสำคัญด้านการศึกษาของคณะสงฆ์ด้วย โดยเน้นเรื่องกฎหมายเกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สินของพระและวัด โดยคณะสงฆ์ทั่วโลก แย้งชัด ไม่เห็นด้วยกับมติของ สปช. เพราะมีการจาบจ้วงคณะสงฆ์อย่างรุนแรง อาจนำไปสู่การล้มล้างการปกครองคณะสงฆ์โดยสิ้นเชิง ส่วนหัวเรือหลักเรื่องนี้ หนีไม่พ้น พระเมธีธรรมาจารย์ รองอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแผ่ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ที่ปรึกษาสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา(สนพ.) และพระมหาโชว์ ทสฺสนีโย ผู้อำนวยการส่งเสริมพุทธศาสนามหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย ที่หันหัวเรือรบยิงใส่ให้ยกเลิก คณะทำงานของนายไพบูลย์ หากไม่สำเร็จ จะเคลื่อนไหวใหญ่ 12 มี.ค.ที่่ผ่านมา แต่ ผลเกินคาด ประธาน สปช.ชิงยุบคณะทำงานชุดนี้ทันที หลังทำงานได้เพียงเดือนเศษ ซึ่งปมยุบคณะทำงานชุดนี้...มาจาก มติ มหาเถระสมาคม(มส.) ไม่ปาราชิก พระธัมมชโย จน พระพุทธอิสระ ออกมาเรียกร้องให้ตรวจสอบเรื่องนี้ และต้องปาราชิก พระธัมมชโย และที่สำคัญควรมีการปฏิรูปสงฆ์ นอกจากเดินเรื่องมาหลายที่ ที่ที่เป็นชนวนเหตุ คือ ยื่นเรื่องกับนายไพบูลย์ ที่ดูท่าทีเหมือนตามน้ำข้อเสนอของพระพุทธอิสระ บานปลายจนองค์กรชาวพุทธ ออกต่อต้าน ชี้ คณะทำงานชุดนี้มีความไม่โปร่งใส ลามไปสู่การยุบคณะทำงานชุดนี้ได้สำเร็จ ใช่ว่า ยุบแล้ว เรื่องจะจบ กลับหนักหนากว่าเก่า เพราะร่างแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา ที่นายไพบูลย์ เสนอ สปช.ก่อนหน้านั้น กลับผ่านฉลุย กลายเป็นชนวนเหตุใหญ่ของการเคลื่อนไหว ณ ลานพระบรมรูปทรงม้า เวลา 14.00 น.วันที่ 31 มี.ค.นี้ ภายใต้ชื่อกลุ่ม เครือข่ายชาวพุทธแห่งประเทศไทย (คพท.) โดยมี ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย เปรียญธรรมสมาคมแห่งประเทศไทยฯทบเท่าเข้าร่วม ฝากรัฐบาล ไม่รอช้า ออกลูกรับว่ายังไม่ได้รับรายงานในร่างดังกล่าวของคณะทำงานชุดนายไพบูลย์ ดึงเวลาคลายสถานการณ์ให้ เหล่าสงฆ์ ชะล่าใจว่า รัฐบาลยังไม่มีท่าทีใดในเรื่องนี้ โดยนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกโรงโต้ ยังไม่เห็นรายงาน หากเห็นแล้ว จะเร่งตั้งทีมศึกษารายละเอียด และฟังข้อมูลให้รอบด้าน เพราะถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก ที่สำคัญ แนวทางการรับมือชุมนุมสงฆ์ใหญ่ครั้งนี้ อยู่ระหว่างหารือกับพระเถระผู้ใหญ่ ห่วงสถานการณ์บานปลาย หวังให้ทุกฝ่ายปรับความเข้าใจกัน แม้อยู่บนความคิดที่ขัดแย้ง เชื่อ ทุกฝ่ายหวังดีต่อพระพุทธศาสนาไทย รัฐบาล...เด้งรับเรื่องนิ่มๆเเบบนี้ ไม่รู้ว่า ฝากที่ออกมาเคลื่อนไหว จะพึงพอใจระดับใด เพราะหากไม่นับ กลุ่มพระที่เคลื่อนไหวการเมืองเลือกข้างแล้ว การชุมนุมครั้งนี้ อาจเป็นหน้าประวัติศาสตร์พระสงฆ์ไทย ที่ต่อต้าน ปกป้องข้าศึกเข้าบ้าน โดยมุ่งหวังยึดหลักให้สงฆ์ปกครองและจัดการกันเอง ห้ามฝ่ายอาณาจักรกระทำการเหยียบย่ำฝ่ายศาสนจักร อีกต่อไป แต่...สปช.มุ่งหวัง ออกกฏ ปฏิรูปพระพุทธศาสนาไทย หรือ "ล้อมคอกผ้าเหลืองไ ป้องกันไม่ให้สงฆ์ประพฤติเสื่อม หรือ ฉาว เฉกเช่นที่ผ่านมา แกล้วนลิน MThai News

รวบตำรวจ ตชด.กับพวก รับจ้างขนยาบ้า ยึด1.2ล.เม็ด
ขนยาบ้า /  ขบวนการค้ายา / 

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลง รวบตำรวจ ตชด. กับพวก รวม 10 คน รับจ้างขนยาบ้า ยึด 1.2 ล้านเม็ด -ผบ.ตร.จ่อเอาผิดผู้บังคับบัญชาต้นสังกัด พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าวการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ พร้อมของกลาง ยาบ้า 1,200,000เม็ด มูลค่ากว่า 360 ล้านบาท โดยการจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากชุดสืบสวนนครบาล 6 (สืบ 6) ได้รับแจ้งจากสายลับว่า จะมีการส่งมอบยาเสพติดในพื้นที่ปริมณฑล จึงร่วมกับตำรวจปราบปรามยาเสพติด เฝ้าระวังในจังหวัดปทุมธานี กระทั่งพบรถตู้และรถกระบะต้องสงสัยกำลังขนถ่ายยาเสพติด จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น พบยาบ้าของกลางจากรถทั้งสองคัน รวม 1,200,000 เม็ด พร้อมจับกุมผู้ต้องหาได้ 7 คน หนึ่งในนั้น คือ ด.ต.จิรวัฒน์ มาไกล สังกัดตำรวจตระเวนชายแดน ค่ายพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย จากนั้น ขยายผลจับกุมเครือข่ายในกรุงเทพฯ และระยอง รวมอีก 3 คน จากการสอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่า เคยกระทำผิดมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 โดยรับยามาจากชาวเมียนมา เพื่อต้องการนำเงินไปใช้หนี้พนัน โดยก่อนหน้านี้ได้มีการส่งยาไอซ์ไปแล้ว 15 กิโลกรัม และในการขนส่งยาเสพติดแต่ละครั้งได้ค่าจ้าง ครั้งละ 200,000-300,000 บาท ทั้งนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า จะดำเนินการลงโทษทางปกครองกับดาบตำรวจที่กระทำผิด รวมทั้งผู้บังคับบัญชาที่ละเลย ปล่อยให้ผู้ใต้บังคับบัญชากระทำผิดหลายครั้งด้วย ด้าน พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า จากการตรวจสอบทราบว่า ของกลางยาบ้ามีต้นทางมาจากจังหวัดเชียงราย ปลายทางมาส่งในพื้นที่ปริมณฑล และจำนวนนี้อย่างน้อย ร้อยละ 30 จะลำเลียงส่งไปยังจังหวัดทางภาคใต้ ซึ่งตำรวจจะนำของกลางไปตรวจอย่างละเอียดว่าเป็นเครือข่ายเดียวกับพันโทยี่เซหรือไม่

อย.เตือน ยาผงสมุนไพรคล้ายขมิ้น สรรพคุณครอบจักรวาล หลอกลวง อันตรายถึงตาย!
ถึงตาย /  ยาผงสมุนไพรคล้ายขมิ้น / 

อย. เตือนผู้บริโภค อย่าหลงเชื่อซื้อ ยาผงสมุนไพรคล้ายขมิ้น ที่ไม่มีเลขทะเบียนยา และ อวดอ้างสรรพคุณเกินจริง ว่าเป็นสมุนไพรแก้ปวดที่สามารถรักษาโรคครอบจักรวาล กำลังระบาดหนัก ทางภาคเหนือ ตรวจพบมีส่วนผสมของ สารสเตียรอยด์ มีผลข้างเคียงสูงต่อร่างกาย ทำให้เกิดอาการ บวมน้ำ กระดูกผุ เยื่อบุกระเพาะอาหารบางลงอาจถึงขั้นกระเพาะทะลุ กล้ามเนื้อลีบ ภูมิต้านทานโรคต่ำ ทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา ได้ง่าย บางรายถึงขั้นไตวาย เป็นอันตรายถึงชีวิต นพ.ปฐม สวรรค์ปัญญาเลิศ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ตามที่ มีผู้บริโภคแจ้งเรื่องร้องเรียนมาทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เกี่ยวกับยาสมุนไพร ที่มีลักษณะเป็นผงสีเหลืองคล้ายขมิ้น บรรจุอยู่ในซองพลาสติกใส โดยมีฉลากระบุว่า “สมุนไพรไทย เพื่อสุขภาพ แก้เลือดลม 12 จำพวก ปวดเมื่อยตามร่างกาย หรือเหน็บชา กินข้าวไม่ได้ นอนไม่หลับ บรรเทาอาการอัมพฤกษ์ อัมพาต หญิงชายผอมแห้ง กินแล้วราศีดีขึ้น” ระบุวันที่ผลิต 9 ธ.ค. 57 วันหมดอายุ 9 ธ.ค. 60 ทะเบียน G/ วางจำหน่ายจำนวนมากทางภาคเหนือ ซึ่งยาดังกล่าวไม่มีทะเบียนยา และมีการอวดอ้างสรรพคุณว่าเป็นสมุนไพรแก้ปวดที่สามารถรักษาโรคครอบจักรวาล โดยยาสมุนไพร ดังกล่าวนี้ มีชาวบ้านที่มีอาการเป็นแผลที่เท้า ซื้อไปกินเพื่อรักษาอาการปวดที่แผล เมื่อกินแล้ว หายปวดทันที แต่แผลที่เท้าบวมขึ้น จึงไปหาหมอเพื่อเจาะเอาหนองออก จนเกือบต้องตัดขาทิ้ง เมื่อนำยาไปตรวจสอบ พบมีส่วนผสมของสาร สเตียรอยด์ ยาสมุนไพรที่ตรวจพบส่วนผสมของสารสเตียรอยด์ ถือว่ามี ความผิด เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค เนื่องจากยากลุ่มสเตียรอยด์จัดเป็นยาควบคุมพิเศษ ต้องใช้ภายใต้ การดูแลของแพทย์เท่านั้น เป็นยาที่มีผลกระทบต่อระบบต่าง ๆ ในร่างกายแทบทุกระบบ มีผลข้างเคียงสูง เช่น มีอาการบวมน้ำ กระดูกผุ เยื่อบุกระเพาะอาหารบางลงอาจถึงขั้นกระเพาะทะลุ กล้ามเนื้อลีบ ภูมิต้านทานโรคต่ำ ทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา ได้ง่าย บางรายถึงขั้น ไตวาย เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ อย. มีความห่วงใยผู้บริโภค จึงขอเตือน ผู้บริโภคอย่าหลงเชื่อคำโฆษณาและซื้อยาดังกล่าวมารับประทาน และหากผู้ประกอบการซื้อยาชนิดนี้ มาจำหน่าย ถือว่ามีความผิดข้อหาขายยาโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รายงานโดย Health Mthai Team ที่มาข่าวจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา 

หงส์,ผีหันขวับ!! เนียงโกลัน สารภาพอนาคตกับโรม่าเหลือแค่50%
กายารี่ /  ปีศาจแดง / 

รัดย่า เนียงโกลัน มิดฟิลด์ตัวเทพของ โรม่า และกายารี่(เจ้าของร่วม) ออกมาสารภาพว่าอนาคตในรัง โอลิมปิก สเตเดี้ยม ชักจะไม่แน่นอน โดยแข้งดีกรีทีมชาติ เบลเยี่ยม กำลังถูกสโมสรชั้นนำของยุโรปไม่ว่าจะเป็น ลิเวอร์พูล และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ติดตามอย่างใกล้ชิด และเตรียมยื่นข้อเสนอให้ "หมาป่าแห่งกรุงโรม" พิจารณาในช่วงซัมเมอร์นี้ กองกลางวัย 26 ปี ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้กับ Gazzetta dello Sport ว่า "ถ้าถามผมว่าจะยังอยู่กับโรม่าต่อไปไหม? เวลานี้โอกาสมีประมาณ50เปอร์เซ็น" "อย่างไรก็ตาม ผมไม่ได้กังวลเกี่ยวกับช่วงเวลาที่เหลืออยู่ ผมมีข้อตกลงกับ โรม่า และกายารี่ เวลานี้ผมทุ่มเทให้กับ โรม่า เต็ม 100% ที่นี่เป็นสโมสรที่สุดยอด แถมยังเป็นเมืองที่งดงามมากๆเลยด้วย" เนียงโกลัน ตบท้าย

เม้าท์แรง มิว นิษฐา อัพค่าตัวแพงเว่อร์  อีเว้นต์หายเกลี้ยง!!
มิว นิษฐา /  ชมพู่ อารยา / 

เป็นนางเอกหน้าหวานที่ตอนนี้หายหน้าหายตาจากงานอีเว้นต์ไปนานพอสมควร สำหรับนางเอกสาว มิว นิษฐา ซึ่งก่อนหน้านี้มีข่าวเม้าท์ออกมาว่าสาวมิวนั้นอัพค่าตัวซะแพงเว่อร์ ทั้งๆ ที่เป็นนางเอกหน้าใหม่ที่เพิ่งจะมีผลงานละคร แต่ดั๊นอัพค่าตัวเทียบนางเอกเบอร์หนึ่งของช่อง 3 อย่าง ชมพู่ อารยา กับ ญาญ่า อุรัสยา แถมยังทำตัวเรื่องมากเรื่องเยอะต่างจากตอนนี้ที่เข้าวงการมาใหม่ๆ ที่ตอนนั้นสาวมิวเป็นนางเอกน้องใหม่ทำตัวน่ารักแตกต่างจากตอนนี้อย่างเห็นได้ชัด ก็ไม่รู้ว่าเพราะนางได้ประกบกับบรรดาพระเอกเบอร์หนึ่งของช่องหรือเปล่า ทำให้นางพยายามอัพเกรดตัวเองให้เทียบกับบรรดานางเอกรุ่นพี่ ทำให้ช่วงนี้สาวมิวเลยไร้งานอีเว้นต์ ซึ่งนางก็ออกมาบอกว่าที่หายไปจากงานอีเว้นต์เป็นเพราะช่วงนี้ติดถ่ายละครอยู่ต่างจังหวัด แหม...งานนี้ก็ต้องรอลุ้นว่า ถ้าปิดกล้องละครแล้วบรรดางานอีเว้นต์จะแห่กันมารุมนางหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้สาวมิวได้ต่อสัญญากับทางช่อง 3 เพิ่มอีก 5 ปีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มิว นิษฐา มิว นิษฐา มิว นิษฐา มิว นิษฐา

ข่าวดี! สาธารณสุข ให้บริการ ทำขาเทียม ฟรี 600 ราย ภายในปี 2559
ขาเทียม /  ทำขาเทียม / 

สาธารณสุข จัดหน่วยบริการทำขาเทียมเคลื่อนที่ถึงชุมชนใน จังหวัดชลบุรี แม่ฮ่องสอน นครศรีธรรมราช และพิจิตร ตั้งเป้าใส่ขาเทียมผู้พิการขาขาดฟรี 600 ราย เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 60 พรรษา ขณะนี้ทั่วประเทศมีคนพิการ 1.5 ล้านกว่าคน สาเหตุจากอุบัติเหตุ และ เบาหวาน ตั้งเป้าบริการทำขาเทียมให้คนขาขาดครบ 100 เปอร์เซ็นต์ภายในปี 2559 วันนี้ (30 มีนาคม 2558) ที่ ศาลาประชาคม อ.เมือง จ.ชลบุรี ศ.นายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมศักยภาพคนพิการขาขาด มอบขาเทียมและอุปกรณ์เครื่องช่วยความพิการแก่คนพิการ และให้สัมภาษณ์ว่า ในปี 2558 นี้ กระทรวงสาธารณสุขได้จัดโครงการส่งเสริมศักยภาพคนพิการขาขาด เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุครบ 60 พรรษาในวันที่ 2 เมษายน 2558 โดยจัดบริการเคลื่อนที่ด้วยรถโมบาย ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ พระราชทานให้แก่ศูนย์สิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ เมื่อพ.ศ.2549 ให้บริการฟรีเบ็ดเสร็จที่จุดเดียวถึงชุมชน หมู่บ้าน ใน 4 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี นครศรีธรรมราช แม่ฮ่องสอนและพิจิตร เพื่อลดข้อจำกัดด้านการเดินทางให้แก่ผู้พิการ บริการประกอบด้วยการขึ้นทะเบียนคนพิการ ทำขาเทียม และซ่อมแซมอุปกรณ์ช่วยความพิการ ตั้งเป้าทำขาเทียมจำนวน 600 ราย ใช้งบประมาณ 10 ล้านบาท โครงการจะสิ้นสุดในเดือนพฤษภาคมนี้ รายงานโดย Health Mthai Team ที่มาข่าวจาก สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข

เล่นน้ำเปียก เสี่ยงเชื้อรา สาดสงกรานต์แบบปลอดโรคกันเถอะ
ปลอดโรค /  อับชื้น / 

ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับเดือนแห่งความสุขที่ทุกคนรอคอย นั้นก็คือ เทศกาลสงกรานต์ ซึ่งตรงกับเดือนที่มีอากาศร้อนอบอ้าวที่สุดของปีก็ว่าได้ เมื่อพูดถึงสงกรานต์หลายคนคงจะมีแผนที่จะเดินทางกลับบ้านในเทศกาลหยุดยาว หรือวางแผนที่จะท่องเที่ยวกับครอบครัว แต่อีกหนึ่งกิจกรรมยอดฮิตก็คงหนีไม่พ้น การรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ และการเล่นสาดน้ำคลายร้อน และในช่วงสงกรานต์นอกจากจะต้องระวังในเรื่องของอุบัติเหตุแล้ว ยังต้องคำนึงถึงสุขภาพเป็นสำคัญด้วย เนื่องจากเชื้อโรคและแบคทีเรียต่างๆ ที่ปะปนอยู่ในน้ำ ซึ่งไม่สามารถรู้เลยว่าน้ำที่นำมาเล่นนั้นมาจากแหล่งไหน สะอาดหรือไม่ อีกสิ่งหนึ่งที่ทุกคนมองข้ามและคิดไม่ถึงคือการเล่นน้ำสงกรานต์แล้วต้องอยู่ภายใต้เสื้อผ้าที่เปียกชื้นเป็นเวลานานๆ ใครจะรู้ว่าส่งผลให้เกิดเชื้อราผิวหนังได้ พญ.เนตรนภา ยังรอต กล่าวว่า โรคต่างๆ ที่มากับการเล่นน้ำสงกรานต์นั้นมีมากมายไม่ว่าจะเป็น โรคตาแดง ปอดปวม ไข้หวัด แต่อีกสิ่งหนึ่งที่คนอาจคิดไม่ถึงเลยนั่นก็คือโรคผิวหนัง เพราะคนมักจะลืมไปว่าการเล่นน้ำตั้งแต่เช้าจรดเย็น ทำให้ต้องแช่ตัวอยู่ในเสื้อผ้าที่เปียกเป็นเวลานานๆ และน้ำที่นำมาเล่นนั้น ก็ไม่สามารถรู้ได้เลยว่ามาจากแหล่งไหน เพราะฉะนั้นเราอาจคาดไม่ถึงว่าน้ำธรรมดาๆ อาจมีเชื้อราปะปนมาแบบไม่ทันตั้งตัวเลยทีเดียว ซึ่ง เชื้อรา เป็นจุลินทรีย์ที่พบในพื้นที่อับชื้น พบได้ตามพื้นดิน น้ำ เสื้อผ้า ของใช้ ที่เกิดจากการหมักหมม ซึ่งเสื้อผ้าที่อับชื้น แห้งไม่สนิท เป็นปัจจัยที่จะทำให้เกิดเชื้อราได้เช่นเดียวกัน เช่น บริเวณผิวหนัง เล็บ ง่ามเท้า และช่องคลอด โดยผู้ที่เป็นโรคกลากจาก เชื้อราจะมีอาการคัน เป็นผื่นแดง มีขุย มีขอบนูนเล็กน้อย รู้สึกคันตามบริเวณต่างๆ บนร่างกาย นอกจากนี้อาจมีอาการผื่นแพ้จากกรณีน้ำที่ปนเปื้อนด้วยสารเคมีที่ละลายในน้ำ ทำให้เกิดอาการแพ้ ผิวหนังที่เริ่มเปื่อยจากการแช่น้ำนานๆจะทำให้สารที่ก่อการแพ้ซึมเข้าผิวได้มากขึ้น ทำให้มีผื่น บวมแดง และคันตามบริเวณที่โดนน้ำ อาจมีตุ่มน้ำใส หรือน้ำเหลืองเยิ้ม หรือตกสะเก็ดเป็นขุย และเมื่อเกามากๆ จะทำให้เกิดบาดแผลซึ่งทำให้เชื้อโรคเข้าไปในร่างกายได้ง่ายกว่าปกติ สำหรับผู้ที่เล่นน้ำในบริเวณที่มีน้ำท่วมขังแล้วใส่รองเท้าแตะในการเดินลุยน้ำหรือในกรณีที่เท้ามีความอับชื้น เสี่ยงเชื้อรา ซึ่งเป็นที่มาของโรคน้ำกัดเท้า มักมาด้วยอาการคัน มีผื่นหรือมีผิวเปื่อยลอกตามซอกนิ้วเท้าหรือฝ่าเท้าได้ เพื่อให้การเล่นน้ำสงกรานต์เป็นไปอย่างสนุกสนาน เราควรดูแลสุขอนามัยของสุขภาพเบื้องต้นโดยการหลีกเลี่ยงการย่ำน้ำสกปรกโดยไม่จำเป็น หรืออาจใส่เป็นรองเท้าบูทกันน้ำก็ได้ และเมื่อกลับจากการเล่นน้ำสงกรานต์ควรรีบทำความสะอาดร่างกายทันทีด้วยสบู่และน้ำสะอาดแล้วเช็ดผิวหนังด้วยผ้าสะอาดให้แห้งสนิท ถ้ามีบาดแผลถลอกให้รีบล้างทำความสะอาดและใช้ยาฆ่าเชื้อทาบริเวณแผล ระมัดระวังอย่าให้สัมผัสกับสิ่งสกปรก หากมีอาการคันให้รีบทายารักษาตามอาการ แต่ถ้ายังเป็นเรื้อรังไม่หายให้รีบปรึษาแพทย์ทันทีอย่าปล่อยทิ้งไว้นานอาจทำให้เป็นโรคแทรกซ้อนผิวหนังอย่างอื่นตามมาได้ พญ.เนตรนภา ยังรอต กล่าวทิ้งท้าย ขอบคุณบทความ จาก พญ.เนตรนภา ยังรอต : อายุรแพทย์โรคผิวหนัง โรงพยาบาลปิยะเวท

ออกหมายจับโจ๋15 ลวงถล่มยิง2ตำรวจสภ.มะนัง
ตำรวจสภ.มะนัง /  ถล่มยิง / 

"พล.ต.ท. ประวุฒิ"เผยออกหมายจับโจ๋ 15 แก๊งค้ายาขับรถจักรยานยนต์ลวง 2 นายตำรวจไปสังหารแล้ว อยู่ระหว่างการหาความเชื่อมโยงระหว่างผู้ลวงและผู้ที่ก่อเหตุ คาดว่าเป็นคนในพื้นที่ วันนี้ (30 มี.ค.) พล.ต.ท. ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าคดีคนร้ายแก๊งค้ายาเสพติดใช้อาวุธสงครามยิงถล่ม พ.ต.ท.จิรภาส เซ่งเส้ง รองผู้กำกับสืบสวน และ จ.ส.ต. ธนศักดิ์ ทรพิศ ผู้บังคับหมู่งานสืบสวน สถานีตำรวจภูธรมะนัง เสียชีวิต เมื่อวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมาว่า จากการสืบสวนเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ออกหมายจับ นาย น. (นามสมมติ) อายุ 15 ปี ในข้อหา “ร่วมกันฆ่าเจ้าพนักงานในขณะปฎิบัติหน้าที่โดยไตร่ตรองไว้ก่อน, พยายามฆ่าเจ้าพนักงานในขณะปฎิบัติหน้าที่, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาติให้มีอาวุธปืนติดตัวโดยไม่มีเหตุอันควร เร่งด่วน ตามสมควรแห่งพฤติการณ์ และทำให้เสียทรัพย์” 1 ใน 2 ผู้ต้องหาที่ขับรถจักรยานยนต์ลวง 2 นายตำรวจไปสังหารแล้ว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการหาความเชื่อมโยงระหว่างผู้ลวงและผู้ที่ก่อเหตุ ซึ่งคาดว่าเป็นคนในพื้นที่ นอกจากนี้กำชับให้ตำรวจพื้นที่ สภ.มะนัง ออกตามล่าตัวผู้ต้องหา เบื้องต้นทราบจากกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตั้งด่านในวันเกิดเหตุ ว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปฏิบัติหน้าที่ตั้งด่านอยู่ในบริเวณดังกล่าว ได้มีกลุ่มคนร้าย 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนท้ายกันมาทำทีมีพิรุธ ซึ่ง 1 ใน 2 คนร้าย เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตั้งด่านจำใบหน้าได้ว่าเป็นนาย น. ผู้ต้องหาตามหมายจับ ทำให้ตำรวจขับรถยนต์กระบะติดตามไปเพื่อตรวจค้น จากนั้นมีกลุ่มคนร้ายไม่ทราบจำนวน ซึ่งคาดว่ามีคนร้าย 2-3 คน ดักซุ่มอยู่ ก่อนใช้อาวุธสงครามกระหน่ำยิงนายตำรวจทั้ง 2 จนเสียชีวิต โดยในวันพรุ่งนี้(31 มี.ค.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. จะเดินทางไปร่วมงานพระราชพิธีศพของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 นายที่เสียชีวิต และทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้ง 2 นาย พร้อมกับดูแลเรื่องบำเน็จบำนาญต่างๆ รวมถึงการพิจารณาปรับเลื่อนชั้นยศตามความเหมาะสมต่อไป ขอบคุณข้อมูลจาก มติชนออนไลน์ MThai News

สื่อเยอรมันเผยหลักฐาน ผู้ช่วยนักบินป่วยทางจิต
ผู้ช่วยนักบิน /  หลักฐานชิ้นสำคัญ / 

การสอบสวนหาปริศนาที่ทำให้นักบินผู้ช่วยของสายการบินเยอรมันวิงส์ จงใจทำให้เครื่องบินตก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 150 คนนั้น ล่าสุดพบหลักฐานว่าเขามีอาการป่วยทางจิต สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน จากการเผยแพร่ของสื่อในเยอรมันที่รายงานว่า พบหลักฐานที่พบยึดได้จากที่พักของ นายแอนเดรียส ลูบิตซ์ ในเยอรมัน ซึ่งเป็นรายการจ่ายยาของแพทย์ที่ระบุว่า แก้อาการซึมเศร้า นายลูบิตซ์ เป็นนักบินผู้ช่วยชาวเยอรมนี อายุ 27 ปี ข้อมูลบันทึกเสียงจากกล่องดำในห้องนักบินชี้ชัดว่า เขาจงใจทำลายเครื่องบินไปพร้อมกับชีวิตตนเองและคนอื่นรวม 150 คน ด้วยการปรับแก้การบังคับการบินอัตโนมัติ หรือออโต้ไพลอต จากระดับความสูง 38,000 ฟุตเหนือพื้นลงมาเหลือ 100 ฟุต ทำให้เครื่องบินชนเข้ากับภูเขาแอลป์ ในพื้นที่ห่างไกลและเข้าถึงยากของฝรั่งเศส ขณะนี้หนังสือพิมพ์ในเยอรมนีพากันพาดหัวข่าวว่า นายลูบิตซ์ ผู้ช่วยนักบินรายนี้ มีอาการป่วยจิตขั้นรุนแรง

ตร.จ่อหมายจับอีก3 แก๊งบึ๊มศาล เร่งขยายผลล่าผู้สั่งการ
นครบาล /  ระเบิดศาลอาญา / 

ตำรวจนครบาลเตรียมส่งสำนวนคดีระเบิดให้อัยการสูงสุดร่วมพิจารณา ขณะเตรียมเสนอศาลอนุมัติหมายจับระดับสั่งการเพิ่มอีก 3 คน วันนี้ (31 มี.ค.) พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวถึงความคืบหน้าคดีคนร้ายปาระเบิดใส่ลานจอดรถ ศาลอาญารัชดา เมื่อวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมาว่า ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องในคดีเพิ่มเติม 3 คน คาดว่าจะมีความชัดเจนในสัปดาห์นี้ ส่วนการสรุปสำนวนคดีจะต้องใช้ระยะเวลาอีกสักระยะ พร้อมประสานอัยการสูงสุดเข้ามาดูแลสำนวนคดี เนื่องจากมีการสั่งการวางแผน และร่วมทำผิดในต่างประเทศ คาดว่าทางอัยการสูงสุดจะส่งผู้แทนที่รับผิดชอบคดีนี้ ได้ภายในสัปดาห์หน้า โดยเฉพาะการขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้องในระดับสั่งการ ทั้งนี้มีรายงานว่า ตำรวจพบข้อมูลภาพถ่าย ผู้ต้องหาคนสำคัญ คือ นายมนูญ ชัยชนะ หรือ อเนก ซานฟราน ถ่ายภาพร่วมกับนักการเมืองชื่อดัง รวมไปถึงแกนนำคนเสื้อแดง ในเฟสบุ๊คส่วนตัว ของนางสาวณัฏฐิดา มีวังปลา หรือแหวน หนึ่งในผู้ต้องหาที่จับกุมก่อนหน้านี้ โดยจะให้พนักงานอัยการในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนเป็นผู้พิจารณาอีกครั้ง ว่าจะต้องดำเนินคดีบุคคลใดเพิ่มเติมบ้าง ส่วนผู้ต้องหา 3 คนที่ตำรวจจะออกหมายจับเพิ่มเติมนั้น มีรายงานว่าเป็นระดับปฏิบัติการ คือ นายธรรเทพ มิตรอารักษ์ บุตรชาย นางสาวพร มิตรอารักษ์  นายวิทย์ ไม่ทราบชื่อสกุลจริง และบุคคลไม่ทราบชื่ออีก 1 คน สำหรับคดีนี้ ศาลอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาแล้วจำนวน 19คน จับกุมดำเนินคดีได้ 16คน และอยู่ระหว่างหลบหนี 3คน คือ นายมนูญ ชัยชนะ หรือ อเนก ซานฟราน นายวิระศักดิ์ โตวังจร และนายธนาวุฒิ อภินันท์ถาวร ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักข่าวไทย MThai News

ธปท.ออกธนบัตร 10 ล้านฉบับ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพฯ
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

ธปท.ออกธนบัตร 10 ล้านฉบับ ที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. เปิดเผยว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ พิมพ์ธนบัตรที่ระลึกเพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2558 นั้น ธปท. ได้จัดพิมพ์ธนบัตรที่ระลึกเพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติในโอกาสดังกล่าว เป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และพระราชกรณียกิจอันอเนกประการที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย โดยภาพด้าน หลังธนบัตรได้เชิญพระฉายาสาทิสลักษณ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นภาพประธาน โดยมีภาพพระราชกรณียกิจ เมื่อครั้งโดยเสด็จพระราชดำเนินพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ภาพตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติฯ ภาพดอกจำปีสิรินธร ภาพดอกม่วงเทพรัตน์ ซึ่งเป็นพรรณไม้ในพระนามาภิไธยเป็นภาพประกอบ โดยธนบัตรที่ระลึกฯ มีลักษณะต่อต้านการปลอมแปลงเช่นเดียวกับชนิดราคา 100 แบบ 16 คือ ลายน้ำ ปรากฏพระบรมฉายาทิสลักษณ์ และตัวเลข '๑๐๐ ' ที่โปร่งแสงเป็นพิเศษ ตัวเลขแฝง '100' ซ่อนไว้ในลายประดิษฐ์สีทองแดง หมึกพิมพ์พิเศษสีเหลือบเขียว มีแถวตัวเลข '100'กับลายประดิษฐ์ในแนวตั้ง แถบฟอยล์ 3 มิติ มีตราสัญลักษณ์ และตัวเลข '100 'ซึ่งจะเปลี่ยนเป็น '๑๐๐'เมื่อเปลี่ยนมุมมอง และ แถบสีม่วงแดง ฝังในเนื้อกระดาษ และจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวเมื่อเปลี่ยนมุมมอง ทั้งนี้เทคโนโลยีต่อต้านการปลอมแปลงที่จัดขึ้นพิเศษในครั้งนี้ คือลักษณะการเรืองแสงภายใต้รังสีเหนือม่วง เมื่อนำธนบัตรด้านหลังส่องกับแสงแบล็กไลท์ พระฉายาทิสลักษณ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี และลวดลายโดยรอบ ในส่วนทีพิมพ์ด้วยสีเหลืองจะเรืองแสงเป็นสีเหลืองอย่างเด่นชัด สำหรับ ประชาชนที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่ง ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และธนบัตรที่ระลึกฯสามารถชำระหนี้ได้ตามกฎหมายวันที่ 2 เมษายน 2558 โดยจ่ายแลกในราคา 100 บาท MThai News

พระราชกฤษฎีกาอภัยโทษ วาระครบ 5รอบ สมเด็จพระเทพฯ
พระเทพ /  ราชกิจจานุเบกษา / 

เว็บไซต์ราชกิจจาฯ ประกาศพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษ เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ สมเด็จพระเทพฯ วันนี้ (30 มี.ค. 58) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้ลงประกาศพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 2 เม.ย. 2558 ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยผู้ต้องขังที่มีสิทธิได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อย มีดังนี้ -ต้องเป็นผู้ต้องขังที่เหลือโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปีนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกาบังคับใช้ หรือเป็นผู้มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด เช่น พิการ ทุพลภาพอย่างเห็นได้ชัด เจ็บป่วยด้วยโรคที่ได้รับการตรวจรับรองเอกฉันท์ว่าไม่สามารถรักษาในเรือนจำให้หายได้ เช่น โรคเรื้อน ไตวายเรื้อรัง มะเร็ง เอดส์ โดยจะต้องเป็นผู้ได้รับโทษจำคุกมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี หรือไม่น้อยกว่า 1 ใน 2 ของโทษตามกำหนด -กรณีหญิงซึ่งต้องโทษจำคุกเป็นครั้งแรกไม่ว่าความผิดเดียวหรือหลายคดี ซึ่งต้องรับโทษจำคุกมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ใน 2 ของโทษตามกำหนด -เป็นคนที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 60 ปี ซึ่งเหลือโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปีหรือคนที่มีอายุเกิน 70 ปีขึ้นไป -เป็นผู้ต้องโทษจำคุกครั้งแรกและมีอายุยังไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ โดยต้องได้รับโทษจำคุกมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ใน 2 -เป็นผู้ต้องขังเด็ดขาดชั้นดีเยี่ยม ซึ่งมีโทษจำคุกเหลือไม่เกิน 2 ปี สำหรับผู้ต้องขังเด็ดขาดที่ไม่ได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัว แต่ได้รับพระราชทานอภัยโทษลดโทษมีดังนี้ -ผู้ต้องขังเด็ดขาดต้องโทษประหารชีวิต ให้เหลือโทษจำคุกตลอดชีวิต -ผู้ต้องโทษจำคุกตลอดชีวิตให้เปลี่ยนเป็นจำคุก 50 ปี แล้วให้ลดโทษตามลำดับชั้น ประกอบด้วย ชั้นเยี่ยม 1 ใน 5 ชั้นดีมาก 1 ใน 5 ชั้นดี 1ใน 6 ชั้นกลาง 1 ใน 7 -ส่วนผู้ต้องขังคดียาเสพติดโทษจำคุกไม่เกิน 8 ปี มีหลักเกณฑ์ดังนี้ ชั้นเยี่ยมลดโทษ 1 ใน 7 ชั้นดีมาก 1 ใน 8 ชั้นดี 1 ใน 9 และชั้นกลาง 1 ใน 10 MThai News

อย. จับอีก 7 ผลิตภัณฑ์ความงามผิดกฎหมาย เช็คด่วนคุณใช้อยู่หรือไม่??
ผลิตภัณฑ์ความงาม /  ผิดกฎหมาย / 

อย. สนองนโยบายรัฐ เดินหน้าจับผู้กระทำผิดกฎหมาย ลุยร่วมกับตำรวจ บก.ปคบ. บุกจับแหล่งขายยาสมุนไพร พบขายเกลื่อนทางโซเชียลมีเดีย อ้างสรรพคุณครอบจักรวาล โดยเฉพาะแก้ปวด บรรเทาอาการอัมพฤกษ์ อัมพาต ฯลฯ เตือนผู้บริโภคให้ระวัง อย่าซื้อยาผ่านทางเว็บไซต์และหลงเชื่อโฆษณาสรรพคุณเกินจริงเด็ดขาด เพราะสมุนไพร บางรายการเคยตรวจพบมีส่วนผสมของยาสเตียรอยด์ อันตรายต่อผู้บริโภค รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต เมื่อวันที่ 30 มี.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) นพ.บุญชัย สมบูรณ์สุข เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา พร้อมด้วย พ.ต.อ.ทรงโปรด สิริสุขะ ผกก.4 บก.ปคบ. และ น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ ประธานอนุกรรมการเพื่อดำเนินการสืบสวนจังกุมปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายทางอินเตอร์เน็ต แถลงข่าวการจับกุม การจำหน่ายยาและผลิตภัณฑ์ผิดกฎหมาย พร้อมทั้งปิดเว็บไซต์และสื่อโซเชียลมีเดีย จำนวน 35 เว็บไซต์ โดย พบข้อมูลโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณว่าเป็น “ยาสมุนไพรไทย (ฉลากเขียว) ชนิดแคปซูล G2540 G2553 G2554 หรือ G/2540 G/2553 G/2554” “ช่วยบรรเทาอาการปวดหลัง ปวดเอว ปวดเมื่อยตามร่างกาย เหน็บชา กินข้าวไม่ได้ นอนไม่หลับ บรรเทาอาการ อัมพาต อัมพฤกษ์ หญิงชายผอมแห้งกินสมุนไพรนี้แล้ว ราศีก็สวยขึ้น และแก้ลม 12 จำพวก แต่เมื่อตรวจสอบเลขทะเบียนยาดังกล่าว ไม่พบข้อมูลการได้รับขึ้นทะเบียนตำรับยา และจากการขยายผลสืบสวนต่อถึงแหล่งผู้ขาย พบว่าเป็นแหล่งเดียวกันทั้งหมด ซึ่งจับกุมและตรวจค้นสถานที่ 2 แห่ง ได้แก่ ร้านน้ำหอมฟุ้ง จ.ชลบุรี และสถานที่ขายของ The bazaar จ.ชลบุรี นพ.บุญชัย กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าร้านดังกล่าวเป็นผู้ค้ารายใหญ่ ที่เปิดขายผ่านเว็บไซต์ ทำให้สินค้ากระจายไปเกือบทั่วประเทศ โดยเฉพาะแถบภาคเหนือ โดยพบว่า มีสินค้าผิดกฎหมายจำนวนมาก ได้แก่ 1.ยาสมุนไพร ฉลากระบุ “ยาสมุนไพรไทย ชนิดผงและชนิดแคปซูล G/2554” 2.กาแฟปรุงสำเร็จรูปลดน้ำหนัก Raspberry ketones slim Coffe (ราสเบอรี่ คีโตน สลิม คอฟฟี่) 3.กาแฟปรุงสำเร็จชนิดผง สำหรับลดน้ำหนัก Slim Express Coffee สูตรสำหรับคนดื้อยา ผอมขั้นเทพ 4.สบู่ IVORY PERFECT GLUTA WHITE SOAP (ไอเวอรี่ เพอร์เฟค กลูต้า ไวท์ โซป) 5.ชุดครีมบำรุงผิวหน้า หมอยันฮี สูตรองุ่นผสมกลูต้า 100,000 6.ครีมเมโกะ รักษาสิว สิวอักเสบ ลบรอยแผลเป็น  และ 7.สบู่ก้อน ไม่มีฉลาก และสำหรับ เว็บไซต์ที่ขายผิดกฎหมาย ได้แก่ http://www.thaitopbuysale.com ,http://smoonpraithabytoey.weebly.com , http://สมุนไพรไทยweebly.com , http://herbg.blogspot.com , http://yasamunprai.blogspot.com , http://haveherballife.blogspot.com  เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลางทั้งหมดมูลค่ากว่า 500,000 บาท เพื่อดำเนินคดีต่อไป ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่จับได้ส่วนใหญ่จะลักลอบผสมสเตียรอยด์ลงไป ซึ่งอาจจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เกิดอันตราย มีผลข้างเคียงสูง เช่น มีอาการบวมน้ำ กระดูกผุ เยื่อบุกระเพาะอาหารบางลงจนอาจถึงขั้นกระเพาะทะลุ กล้ามเนื้อลีบ ภูมิต้านทานโรคต่ำ ทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา ได้ง่าย บางรายถึงขั้นไตวายและเสียชีวิตได้ ด้านพ.ต.อ.ทรงโปรด สิริสุขะ ผกก.4 บก.ปคบ. กล่าวว่า สำหรับการดำเนินคดีเบื้องต้นได้แจ้งข้อหา 6 ข้อหา ดังนี้ 1.ขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 1หมื่นบาท 2.ขายยาโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา มีโทษจำคุก ไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 3.ขายยาแผนโบราณ โดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 5,000 บาท 4.โฆษณาขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับไม่เกิน 1แสนบาท 5.ขายอาหารที่แสดงฉลากไม่ถูกต้อง มีโทษปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท และ 6.ขายเครื่องสำอางโดยไม่มีฉลาก หรือมีฉลากแต่ฉลากหรือการแสดงฉลากไม่ถูกต้อง ครบถ้วน มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รายงานโดย Health Mthai Team ที่มาจาก สำนักคณะกรรมการอาหารและยา

ภิญโญ-เมสซี่เจ-ปกรณ์ เตรียมลงล่าหัวโสมแดง ชิงแชมป์กลุ่มบอลยู23
ชญาวัต ศรีนาวงษ์ /  ชนาธิป สรงกระสินธ์ ปกรณ์ เปรมภักดิ์ / 

ความเคลื่อนไหวของ ช้างศึกลูกกรอก ทีมชาติไทย อายุไม่เกิน 23 ปี ที่เตรียมลงทำศึกฟุตบอลเอเอฟซี ยู 23 แชมเปี้ยนส์ชิพ 2016 รอบคัดเลือก ที่จะชิงแชมป์กลุ่มจีกับ โสมแดง เกาหลีเหนือ ในค่ำวันนี้ (31 มี.ค.58) เวลา 19.00 น. ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน ล่าสุด ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง นายใหญ่ช้างศึกลูกกรอก ได้ออกมาเปิดเผยทีเด็ดที่จะเจอกับ โสมแดง เกาหลีเหนือว่า แม้ เกาหลีเหนือ จะเป็นรองแชมป์เอเชียนเกมส์ กับ ยู 19 เอเชีย เมื่อปีที่แล้ว แต่ทีมไทย ต้องลงสนามอย่างเชื่อมั่น ว่าสามารถชนะได้ ตัวผู้เล่นคาดว่าจะใช้ชุดเดิม ซึ่งเราเตรียมไว้หลายแผน และเตรียมจัด เจนรบ สำเภาดี กับ ธนาสิทธิ์ ศิริผลา เป็นอาวุธเด็ดที่จะลงไปเป็นตัวเปลี่ยนเกมหากเกมเราไม่ไหลเลื่อน เพราะทั้ง 2 เป็นนักเตะที่ไปกับบอลดี มีความเร็วเป็นที่เด็ด เกมนี้เราจะไม่ผลีผลาม แต่จะดึงให้เขามาเล่นในจังหวะของเรา ซึ่งแน่นอนพวกเรามองถึงชัยชนะ เพราะจะได้ไม่ต้องไปลุ้นว่าจะเป็นอันดับที่ 2 ที่ดีสุด แต่หากเสมอเราจจะมี 7 แต้ม โอกาสเข้ารอบในฐานะอันดับ 2 ยังเปิดกว้า สำหรับผู้เล่น 11 คน ไทย ที่คาดว่าจะลงสนามในระบบ 4-3-3 สมพร ยศ (ผู้รักษาประตู), นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม, สุวรรณภัทร กิ่งแก้ว, อดิศร พรหมรักษ์, พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, เชาว์วัฒน์ วีระชาติ, ชนาธิป สรงกระสินธ์ ปกรณ์ เปรมภักดิ์, ชญาวัต ศรีนาวงษ์, ภิญโญ อินพินิจ

เครื่องร้อน! ช้างศึกลูกกรอก ไล่ยำ ตากาล็อก ลุ้นแชมป์กลุ่มกับโสมแดง31มี.ค.นี้
กษิดิ์เดช เวทยาวงศ์ /  ช้างศึกลูกกรอก / 

ผลฟุตบอลเอเอฟซี ยู 23 แชมเปี้ยนส์ชิพ 2016 รอบคัดเลือก กลุ่มจี วันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม 2558 ทีมชาติไทย 5-1 ทีมชาติฟิลิปปินส์ ประตู : 1-0 กษิดิ์เดช เวทยาวงศ์ น.11, 2-0 ปกรณ์ เปรมภักดิ์ (จุดโทษ) น.47, 3-0 เจนรบ สำเภาดี น.55, 4-0 เชาว์วัฒน์ วีระชาติ น.61, 5-0 ภิญโญ อินพินิจ น.66, 5-1 เปาโล ซาเรนกา น.88 สนาม : ราชมังคลากีฬาสถาน เวลา : 19.00 น. การแข่งขันฟุตบอลเอเอฟซี ยู 23 แชมเปี้ยนส์ชิพ 2016 รอบคัดเลือก กลุ่มจี นัดที่ 2 ช้างศึกลูกกรอก ทีมชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ที่เกมแรกชนะ ทีมชาติกัมพูชา มาได้ 2-1 ลงสนามพบ ทีมชาติฟิลิปปินส์ ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ที่เกมแรกแพ้ ทีมชาติเกาหลีเหนือ มา 0-4 เริ่มเกมครึ่งเวลาแรกได้เพียงนาทีเดียว ช้างศึกลูกกรอก ก็ได้ลุ้นทักทายก่อนเมื่อ เชาว์วัฒน์ วีระชาติ วางบอลให้ นฤบดินทร์​ วีรวัฒน์โนดม ได้หลุดไปถึงเส้นหลังก่อนจะตัดสินใจกึ่งยิงกึ่งผ่านบอลพุ่งไปถึงเสาสองไม่มีเพื่อนเข้าถึงบอล นาทีที่ 11 ขุนพล ช้างศึกลูกกรอก ก็ทำให้กองเชียร์ได้เฮกันลั่นเมื่อ เมสซี่เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ได้บอลตรงกลางสนามก่อนจะลากต่อ และแทงขึ้นหน้าให้ เจ้าโจ๋ กษิดิ์เดช เวทยาวงศ์ หลุดกับดักล้ำหน้าไปแตะหลบ ฟลอเรนซิโอ บาเดลิค นายด่านทีมเยือน ก่อนจะยิงเบียดเสาเข้าประตูไป ช้างศึกลูกกรอก ออกนำ 1-0 หลังจากได้ประตูออกนำ ช้างศึกลูกกรอก ก็ยังคงขึงเกมบุกต่อเนื่อง นาทีที่ 28 ช้างศึกลูกกรอก เกือบได้เฮเป็นครั้งที่ 2 เมื่อ เจ้าต้น นฤบดินทร์​ วีรวัฒน์โนดม ได้ลากเลื้อยจากกลางสนามก่อนจะตัดสินใจยิงไกลบอลพุ่งเฉี่ยวคานออกไปนิดเดียว นาทีที่ 37 เมสซี่เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ได้หลอกซัดไกลบอลพุ่งตรงกรอบประตู ฟลอเรนซิโอ บาเดลิค นายด่านฟิลิปปินส์พุ่งล้มตัวไปรับบอลไว้ได้ทันก่อนบอลจะไปนอนก้นตาข่าย จากนั้น ช้างศึกลูกกรอก ทีมชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ก็ดูเหมือนจะผ่อนเกมลงไป ทำให้จบครึ่งแรกยังคงนำอยู่แค่ 1-0 กลับมาฟัดกันต่อในครึ่งเวลาหลังได้ไม่ถึงนาที ช้างศึกลูกกรอก ก็มาได้จุดโทษเมื่อ จตุรงค์ พิมพ์คูณ โดนดึงล้มลงในเขตโทษ ผู้ตัดสินไม่รอช้าเป่าให้เป็นจุดโทษ และเป็น กัปตันบาส ปกรณ์ เปรมภักดิ์ รับหน้าที่สังหารไม่พลาด ทีมชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ออกนำ 2-0 นาทีที่ 50 สกอร์เกือบไหลเป็น 3-0 เมื่อ เมสซี่เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ปาดบอลให้ จตุรงค์ พิมพ์คูณ ได้ซัดในกรอบเขตโทษบอลพุ่งไปตรงตัว ฟลอเรนซิโอ บาเดลิค รับไว้ได้สบาย นาทีที่ 55 สกอร์บอร์ดในสนามก็เปลี่ยนเป็น 3-0 จนได้เมื่อกองหลังสกัดบอลไม่ดีมาเข้าทาง เจนรบ สำเภาดี ตัวสำรองที่เพิ่งลงสนามมาไม่ถึงนาทีวิ่งเข้าไปซัดบอลพุ่งเป็นจรวดเสยคานเข้าประตูไป นาทีที่ 61 ช้างศึกลูกกรอก ก็ทะยานหนีห่างเป็น 4-0 เมื่อ เจ้าบาส พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา ได้บอลในเขตโทษก่อนจะจ่ายให้ เจ้าอินซ์ เชาว์วัฒน์ วีระชาติ จับแตะหลอกหนึ่งจังหวะก่อนจะกดเต็มแรงบอลพุ่งเข้าประตูไป จากนั้น 5 นาทีแฟนบอลก็ได้เฮกันลั่นสนามอีกครั้งเมื่อ ภิญโญ อินพินิจ รับบอลจาก พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา ก่อนจะซัดเต็มแรง ฟลอเรนซิโอ บาเดลิค พยายามจะป้องกันแต่รับไม่อยู่บอลปลิ้นเข้าประตูไป นาทีที่ 83 สกอร์เกือบเป็น 6-0 เมื่อ ธนาสิทธิ์ ศิริผลา ได้ยิงเหน่งๆ แต่บอลดันเหินไปชนคานเข้าอย่างอย่างจัง นาทีที่ 88 ฟิลิปปินส์ ที่บุกน้อยกว่าก็มาได้ประตูตีไข่แตก เป็นปลอบใจ จากการโขกจ่อๆของ เปาโล ซาเรนกา ทำให้สกอร์มาอยู่ที่ 1-5 เวลาที่เหลือไม่มีทีมใดทำประตูได้ ทำให้จบเกม ช้างศึกลูกกรอก ทีมชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี เอาชนะ ทีมชาติฟิลิปปินส์ ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ไปได้ 5-1 คว้า 3 แต้มไปครองอีกเกม ส่วนผลอีกคู่ในสายเดียวกัน ทีมชาติเกาหลีเหลือ ต้อนเอาชนะ ทีมชาติกัมพูชา ไปได้ 4-1 ทำให้ เกาหลีเหนือ ยังคงนำเป็นจ่าฝูงของกลุ่ม ด้วยการมี 6 คะแนนเท่า ช้างศึกลูกกรอก แต่ประตูได้เสียดีกว่า ต้องไปวัดแชมป์กลุ่มกันในเกมสุดท้ายที่ ช้างศึกลูกกรอก ทีมชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี จะพบ ทีมชาติเกาหลีเหนือ ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ในวันที่ 31 มี.ค.58 เวลา 19.00 น. รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนามของทั้ง 2 ทีม ทีมชาติไทย : สมพร ยศ (GK), นฤบดินทร์​ วีรวัฒน์โนดม, อดิษร พรหมรักษ์, สุวรรณภัทร กิ่งแก้ว, พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา, เชาว์วัฒน์ วีระชาติ, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, ชนาธิป สรงกระสินธ์, ปกรณ์ เปรมภักดิ์ (C) (ภิญโญ อินพินิจ น.62), กษิดิ์เดช เวทยาวงศ์  (ธนาสิทธิ์ ศิริผลา น.62), จตุรงค์ พิมพ์คูณ (เจนรบ สำเภาดี น.54) ทีมชาติฟิลิปปินส์ : ฟลอเรนซิโอ บาเดลิค (GK), จูเลียน คลาริโน, โจชัวร์ กรอมมิน, ฟรานซิสโก ซานโต๊ส, แชร์มาร์ ฟิลองโก (แม็ธทิว ชางโก น.28), จอห์น คานายาม่า (เคนเนดี้ ยูโซกา น.44), ครูท ดิซอน, จอร์เรียล อริสโตเรนาส, อาร์โบเลด้า บาราซี, เปาโล ซาเรนกา, วิเซนโซ่ เชง (C) (อาร์เนล อมิทา น.56)

หาชมยาก! ภาพพระราชพิธีขึ้นพระอู่ เจ้าฟ้าหญิงสิรินธร
พระเทพ /  สมเด็จพระเทพฯ / 

หาชมยาก! ภาพพระราชพิธีขึ้นพระอู่ เจ้าฟ้าหญิงสิรินธร แฟนเพจ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ได้เผยแพร่ภาพหาชมยาก โดยเป็นภาพเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการพระราชพิธีสมโภชเดือนขึ้นพระอู่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  เมื่อประสูติได้ 1 เดือน 15 วัน โดยแฟนเพจดังกล่าวเผยว่า   สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันเสาร์ที่ 2 เมษายน 2498 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการพระราชพิธีสมโภชเดือนขึ้นพระอู่ และพระราชทานพระนามว่า "สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดา กิติวัฒนาดุลยโสภาคย์" ซึ่งเป็นพระนามที่ สมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ สมเด็จพระสังฆราช (หม่อมราชวงศ์ชื่น นพวงศ์ ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดสถาปนาเป็น สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์) ได้ทรงผูกดวงพระชาตาและถวายพระนาม ตามพระราชหัตถเลขาขอประทานพระกรุณาให้ทรงผูกดวงพระชาตาและทรงขนานพระนามฯ ทั้งนี้หลังจากภาพถูกแชร์บนโลกออนไลน์ ก็ได้มีการแชร์ต่อพร้อมกับการแสดงความจงรักภักดีด้วยข้อความทรงพระเจริญ ขอขอบพระคุณพระฉายาลักษณ์บางองค์จากเว็บศูนย์สารสนเทศสำนักราชเลขาธิการ MThai News

อย.เตือน หน้าร้อน กินน้ำแข็ง ไอศกรีม ระวังเชื้อจุลินทรีย์ปนเปื้อน
กินน้ำแข็ง /  จุลินทรีย์ / 

ช่วง หน้าร้อน อย. เตือนผู้บริโภค ระมัดระวังการบริโภคน้ำดื่ม น้ำแข็ง และไอศกรีมอาจปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์จาก การผลิตและเก็บรักษาอาหารที่ไม่สะอาด ทําให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน และโรคอุจจาระร่วง แนะ ควรเลือกซื้อน้ำดื่ม น้ำแข็ง ที่มีภาชนะบรรจุที่สะอาดและปิดสนิท มีฉลากแสดงรายละเอียดครบถ้วน เพื่อความปลอดภัย ภก.ประพนธ์ อางตระกูล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยาและโฆษก อย. เปิดเผยว่า ขณะนี้ ทั่วทุกภาคของประเทศอุณหภูมิเริ่มสูงขึ้น ประกอบกับกําลังย่างเข้าสู่ฤดูร้อน ทําให้น้ำดื่ม น้ำแข็ง และไอศกรีม กลายเป็น ผลิตภัณฑ์ยอดนิยมของผู้บริโภค เพื่อช่วยดับกระหายและคลายร้อน แต่เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค สํานักงาน คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มีการเฝ้าระวัง ความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์เหล่านี้อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด เพราะ หากขั้นตอนการผลิตและการเก็บรักษาที่ไม่ดี อาจเกิดการปนเปื้อนและการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ อย่างรวดเร็ว ซึ่ง เชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษ และมักพบบ่อยในหน้าร้อน ได้แก่ เชื้อซัลโมเนลล่า วิบริโอ อี.โคไล และ สแตฟฟ์ โลคอคคัสออเรียส เป็นต้น อันเป็นสาเหตุสําคัญที่ทําให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน และโรคอุจจาระร่วง ซึ่ง อย. มีความห่วงใยอย่างยิ่ง จึงขอให้ผู้บริโภคระมัดระวังในการเลือกซื้อน้ำดื่ม น้ำแข็ง และไอศกรีม ในช่วง หน้าร้อน เป็นพิเศษ โดยการเลือกซื้อน้ำดื่ม ควรเลือกภาชนะบรรจุที่สะอาดและปิดสนิท ไม่รั่วซึมหรือมีรอยสกปรก ไม่มีร่องรอยการเปิดใช้ ลักษณะของน้ำที่บรรจุอยู่ต้องใสสะอาดไม่มีตะกอน ไม่มีสีกลิ่น รสที่ผิดปกติ  ส่วนน้ำแข็ง หากเป็นน้ำแข็งหลอดที่บรรจุถุง ควรสังเกตรายละเอียดบนฉลากให้ครบถ้วน และต้องมีข้อความว่า “น้ำแข็งใช้รับประทานได้” ด้วยตัวอักษรสีน้ำเงิน ส่วนน้ำแข็งหลอดที่ให้บริการภายในร้านค้าและร้านอาหารทั่วไป ผู้บริโภคควรสังเกตสถานที่เก็บ และภาชนะที่บรรจุน้ำแข็งซึ่งต้องถูกสุขลักษณะไม่มีการใส่น้ำแข็งปนกับอาหารประเภทอื่น โดยก้อนน้ำแข็งเมื่อสังเกต ด้วยตาเปล่าต้องมีความใส สะอาด ปราศจากเศษฝุ่นละอองปนเปื้อน หากเป็นน้ำแข็งซอง ควรซื้อมาบริโภคทั้งก้อน โดย นํามาล้างน้ำก่อนทุบหรือบดแล้วนําใส่ในภาชนะบรรจุที่สะอาด สําหรับไอศกรีม ภาชนะบรรจุต้องสะอาดและปิดสนิท ไม่ฉีกขาด สังเกตได้จากการที่ไม่มีไอศกรีมรั่วซึมออกมา ส่วนไอศกรีมประเภทตักขาย ตัวไอศกรีมต้องไม่มีสีกลิ่น รส ที่ผิดปกติ และไม่เหลว หรือมีลักษณะเหมือนเคยละลายมาแล้ว รวมทั้งผู้บริโภคต้องดูสุขลักษณะของผู้ขายด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ เล็บมือ การแต่งกาย ภาชนะที่ใช้ใส่ไอศกรีมก็ต้องสะอาดด้วย รายงานโดย Health Mtahi Team