ปรีดียาธร เทวกุล

หม่อมอุ๋ย แนะไทย เป็น HUB อาเซียน ดัน GDP โต 5-6%
ข่าววันนี้ /  ปรีดิยาธร เทวกุล

"ม.ร.ว.ปรีดิยาธร" แนะไทยเป็นศูนย์กลางอาเซียน สู่ประเทศที่ซื้อมาขายไป เชื่อดัน GDP ให้โต 5-6 % ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ที่ปรึกษาคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. กล่าวว่า ที่ผ่านมา อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย เติบโตค่อนข้างน้อย โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ขยายตัวร้อยละ 2.6 ต่อปี ซึ่งไทยจะทำอย่างไรให้ จีดีพีของไทยขยายตัวได้ร้อยละ 5-6 ได้ ดังนั้นต้องส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการค้าของอาเซียน และเป็นศูนย์กลางประเทศที่ซื้อมาขายไป (Trading Nation) โดยใช้ประโยชน์จากการที่ไทยและประเทศกลุ่มอาเซียน กำลังจะเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี ในปี 2558 เป็นตัวเชื่อม โดยได้เน้น 3 เรื่องหลักที่สำคัญ คือ การสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานโดยให้ใช้ถนนเป็นหลัก แทนการขนส่งด้วยรถไฟทางคู่ รวมถึงการลงทุนโครงการสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบารา ที่จังหวัดสตูล ซึ่งหากสำเร็จจะช่วยสนับสนุนการส่งสินค้าสำหรับประเทศในแถบอันดามัน / การส่งเสริมให้เอกชนไทยออกไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น โดยต้องมีการแก้ไขกฎหมายภาษี โดยเฉพาะการเก็บภาษีกำไรจากการที่เอกชนไปลงทุนในต่างประเทศ เนื่องจากเป็นการเก็บภาษีซ้ำซ้อน ทำให้นักลงทุนไทยไม่อยากจะนำกำไรกลับเข้ามาในไทย รวมทั้งให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ ตั้งสำนักงานบีโอไอ ในกัมพูชา และพม่า เพื่อสนับสนุนการพัฒนาการค้าชายแดนมากขึ้น และการสนับสนุนให้ต่างชาติเข้ามาตั้งสำนักงานใหญ่หรือสำนักงานตัวแทนในประเทศไทย เพื่อเป็นตัวกลางในการกระจายการลงทุนและการค้าในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น  

สุดอลังการ! ปู ไปรยา สวยเซ็กซี่ ในชุดดอกกุหลาบแดง 10,000 ดอก
ปู-ไปรยา /  แพนเค้ก

           ผู้หญิงทุกคนชอบเสน่ห์หอมของดอกไม้ ยิ่งถ้านำความหอมนี้มาใส่เสื้อผ้าได้ทุกวัน เดินไปไหนก็มีแต่คนได้กลิ่นหอมกระจายไปทั่วอย่างนี้รับรองมีเสน่ห์สุด ๆ! แต่ที่เป็นทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ ตอนนี้คงหนีไม่พ้น 2 นางเอกสาวสวยพราวเสน่ห์ ‘แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์’ แล ‘ปูไปรยา สวนดอกไม้’ ร่วมเดินฟินาเล่ในชุดที่ทำจากดอกไม้กว่าหมื่นดอกสุดอลังการ ในงาน “เสน่ห์ความหอม ดั่งดอกไม้นานาพันธุ์” ครั้งแรกของเมืองไทย เนรมิตแฟชั่นโชว์ที่ได้แรงบันดาลใจจากเสน่ห์ความหอมของดอกไม้นานาพันธุ์          นอกจากจะอบอวลไปด้วยเสน่ห์ความหอมของดอกไม้นานาพันธุ์ที่ถูกตกแต่งอย่างอลังการ ทั่วงานแล้ว ทุก ๆ คนยังตะลึงไปพร้อมกับเหล่านางแบบนับ 10 ชีวิตที่ออกมาเริ่มโชว์อวดเสน่ห์หอมด้วยชุดสวยสุดเก๋ ที่ทำจากดอกไม้ ก่อนจะเข้าสู่ช่วงไฮไลท์กับชุดฟินาเล่สุดอลังการที่ได้ 2 นางเอกสาวสวยที่แอบหวานใจมาประชันเสน่ห์อย่าง มาประชันเสน่ห์กับ ปู ไปรยา สวนดอกไม้ ในชุดสีแดงเพลิงสุด เซ็กซี่ที่ สร้างสรรค์จากดอกกุหลาบแสนเย้ายวน ‘แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์’ ในชุดสีทองสุดหรูอลังการที่สร้างสรรค์จากดอกกล้วยไม้แสนหวาน สาวแพนเค้ก ได้เปิดใจหลังจากการประชันเสน่ห์ท่ามกลางมวลดอกไม้นานาพันธุ์ว่า “แพนเป็นคนชื่นชอบกลิ่นหอมของดอกไม้อยู่แล้ว ของใช้ส่วนตัวเกือบทุกอย่างจะเป็นแนวดอกไม้ยิ่งวันนี้ได้มาเดินแบบในชุดที่ทำจากดอกไม้สดกว่า 10,000 ดอกยิ่งปลื้มสุด ๆ ใส่แล้วรู้สึกพิเศษสุดจริง ๆ แพนว่าผู้หญิงทุกคนฝันอยากจะใส่ชุดอย่างนี้สักครั้ง แต่ในความเป็นจริงแค่ชุดที่มีความหอมเหมือนดอกไม้ก็ทำให้เรามีความสุขแล้ว ” ด้านสาวเจ้าเสน่ห์ ปู ไปรยา ก็เผยว่า “เสน่ห์กับผู้หญิงเป็นสิ่งที่ขาดกันไม่ได้เลยค่ะ การมีเสน่ห์ก็เหมือนเราใส่เสื้อผ้าสวย ๆ นอกจากจะเด่นสะดุดตา และน่าดึงดูดใจต่อคนรอบข้างแล้ว ยังช่วยเพิ่มความมั่นใจให้เราได้ดีมาก ๆ ปูเชื่อว่าเสน่ห์เป็นสิ่งที่สร้างได้ โดยเฉพาะเสน่ห์ความหอมของดอกไม้ที่เป็นสุดยอดความหอมของการสร้างเสน่ห์สำหรับปูเลยค่ะ”   ภาพโดย…Convinus  

อลิน่า โควาเลสกายา ตุ๊กตาบาร์บี้มีชีวิต น่ารักป่ะ!
ตุ๊กตาบาร์บี้ /  อลิน่า โควาเลสกายา

       ก่อนหน้านี้มีหญิงสาวที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือน ตุ๊กตาบาร์บี้ ก็คือ วาเลเรีย ลูเคียโนวา,  Dakota Rose (Kotakoti) และ อนาตาซิย่า ชพากิน่า ล่าสุดที่ประเทศยูเครนมีสาวนางหนึ่งหน้าตาเหมือนกับตุ๊กตาบาร์บี้เป๊ะ เธอชื่อว่า อลิน่า โควาเลสกายา (Alina Kovaleskaya) อายุเพียง 21 ปี ทรวดทรงองค์เอวสุดเซ็กซี่ หน้าตาก็สวยน่ารักราวกับตุ๊กตาบาร์มีชีวิต      เธอบอกว่าดูรูปภาพ Ball Jointed Doll แล้วอยากเป็นเหมือนในรูปบ้าง จึงเริ่มใส่คอนแทคเลนส์เพื่อให้ตาโตขึ้น หลังจากนั้นเพื่อนๆก็ตกใจว่าทำไมเธอหน้าเหมือนตุ๊กตามากๆ ไม่ใช่แค่หน้าตาแม้แต่การแต่งตัวก็ไม่เหมือนคนธรรมดาทั่วไป เธอแต่งตัวสวยเป๊ะทุกวันสวยราวกับเจ้าหญิง ซึ่งก็มีทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบเป็นธรรมดา         หลังจากที่เธอโพสรูปตัวเองลงในโชเชียลมีเดียก็มีหนุ่มๆสนใจกันมากมาย ซึ่งเธอได้ใช้เทคนิคต่างๆช่วยทั้งการแต่งหน้าและแต่งรูปภาพ ถึงแม้ว่าเธอจะถูกกล่าวหาว่าเลียนแบบบาร์บี้คนอื่นๆ อย่าง วาเลเรีย ลูเคียโนวา แต่เธอก็ยังยืนยันว่าเธอแตกต่างจากคนอื่น เพราะใบหน้าของเธอสวยเป็นธรรมชาติไม่ได้ผ่านการศัลยกรรมแต่อย่างใด ทั้งดวงตาที่กลมโต จมูกเล็กเป็นสันได้รูป และริมฝีปากที่อวบอิ่ม  เธอยังบอกอีกว่าตอนนี้ยังโสดอยู่นะจ๊ะ  ส่วนชายหนุ่มในอุดมคติของเธอต้องเป็นคนฉลาด แต่ดูดีมีเสน่ห์ ดูแค่รูปอาจจะไม่พอ ลองดูคลิปซิ! เธอสวยเหมือนตุ๊กตาบาร์บี้มีชีวิตจริงๆ        ใครที่ได้เห็นเธอคงแยกแทบไม่ออกว่านี่เป็นคนหรือตุ๊กตากันแน่  สาวๆ women mthai เรามายลโฉมหน้าสาวน้อยคนนี้กันเลยดีกว่า ว่าเธอจะหน้าตาเหมือน ตุ๊กตาบาร์บี้ ขนาดไหน มาชมกันเล๊ย..... เรียบเรียงโดย women mthai team ภาพประกอบจาก xaxor.com และ izismile.com

ทูเรีย พิตต์ ความพิการไม่ได้ทำให้ความเป็นมนุษย์หายไป
ทูเรีย พิตต์ /  นางแบบพิการ / 

 ทูเรีย พิตต์  ความพิการไม่ได้ทำให้ความเป็นมนุษย์หายไป และ..."ฉันคื่อผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลก"     นิตยสารหลายต่อหลายเล่ม มักจะเลือกนางแบบ นายแบบ รูปร่างน่าตาหล่อสวยๆ โพสต์ท่าคมๆขึ้นปกแทบทั้งสิ้น แต่สำหรับ นิตยสาร ออสเตรเลียน วูเมน วีคลีย์ ฉบับเดือนกรกฎาคม นี้ได้เปิดนิยามความงามที่แตกต่างและน่าสนใจ ด้วยการคว้า นักกีฬานางแบบผู้รอดชีวิตจากอุบัติเหตุไฟคลอก ผิวหนังยับย่นทั่วตัว มือข้างหนึ่งกุด อีกข้างเหลือนิ้วพียงไม่กี่นิ้ว มาขึ้นปกนิตยสารฉบับนี้ ในคอนเซ็ปต์ที่ว่า "ความมั่นใจ" และเพื่อต้องการบอกว่า คนพิการ ไม่ใช่ คนที่น่าสมเพช!!! ทูเรีย พิตต์ นักกีฬานางแบบ ผู้มีพลังใจอันยิ่งใหญ่      ทูเรีย พิตต์ นักวิ่งอัลตร้ามาราธอน (100 กม.) สาวอสสซี่วัย 26 ปี ถูกไฟคลอกจากเหตุการณ์ไฟไหม่ป่าทางทิศ ตะวันตกในออสเตรเลีย ขณะที่เธอเข้าร่วมแข่งขันวิ่งมาราธอนเมื่อปี 2011 อุบัติเหตวันนั้นทำให้ผิวหนังบนร่างกายถูกไฟไหม้ไปกว่า 65% และต้องเข้ารับการผ่าตัดกว่า 100ครั้ง จนเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด แต่ด้วยปาฎิหารณ์เธอก็สามารถมีชีวิตอยู่รอดมาได้ แม้ว่าจะมีรูปร่างหน้าตาเปลี่ยนไป มีแผลเป็นและผิวหนังยับย่นไปทั่วร่าง แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่ได้ถูกไฟเผาไปด้วยนั่นก็คือพลังใจและจิตวิญญาณความเป็นมนุษย์ และความเป็นนักกีฬา ที่ทำให้เธอยังคงวิ่งอยู่ และล่าสุดเธอได้เข้าร่วมแข่งมาราธอน ทั้งปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ และวิ่งตลอดแนวกำแพงเมืองจีน เพื่อระดมทุนให้กับมูลนิธิ Interplast ที่นำเงินไปสนับสนุนศัลยกรรมตกแต่งให้กับผู้ป่วยในประเทศกำลังพัฒนา แม้ว่าตลอดการแข่งขันมาราธอน เธอต้องต่อสู้กับอาการเลือดไหลที่จมูกไม่หยุด ไข้สูงจนเพ้อ แสบลำคอ และปวดท้องตลอดเวลา เธอก็ไม่คิดล้มเลิกภารกิจ แต่ยังสู้ ตลอดจนเป็นแรงบันดาลใจให้เพื่อนคนอื่นๆมีกำลังใจสู้ทำภารกิจให้สำเร็จต่อไปอีกด้วย การต่อสู้และพลังใจที่เข้มแข็งของนักกีฬาคนนี้ ทำให้ เฮเลน แมคเคบ บรรณาธิการใหญ่ของนิตยาสารออสเตรเลียน วูเมน วีคลีย์ เกิดความประทับใจ และมองเห็นถึง มิติความงามในตัว ทูเรีย พิตต์ ผู้หญิงที่มีจิตใจงดงาม ผู้หญิงที่ไม่เคยหมดความหวังและศรัทธาในตัวเอง จนเลือกเธอมาเป็น บางแบบปก ของนิตยสาร  ออสเตรเลียน วูเมน วีคลีย์ ฉบับเดือนกรกฎาคม เพื่อส่งสารไปยังผู้อ่านว่า ไม่ว่ารูปร่างภายนอกจะเป็นอย่างไร กำลังใจทีดี ความคิดที่ดีงาม คือความงามที่สำคัญที่สุดของมนุษย์ และ  ทุเูรีย พิตต์ คือ ผู้หญิงต้นแบบ  ที่ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา แม้ว่าจะต้องกลายมาเป็๋นคนพิการ สิ่งที่ทำ สิ่งที่เคยเป็นยังคงสานต่อ อีกทั้งยังมีจิตใจช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ และเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้คนทั่วโลกได้มีกำลังใจลุกขึ้นสู้ ด้าน ทูเรีย พิตต์ เผยว่า รู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้รับเลือกให้ขึ้นปก "สำหรับฉันแล้ว รูปโฉมที่คนอื่นมมองว่าน่าเกียจ ความพิการที่คนมองว่าน่าสมเพช ไม่ได้ทำให้คุณค่าความเป็นมนุษย์และการใช้ชีวิตฉันเปลี่ยนไปเลย ฉันภูมิใจและดีใจที่วันนี้มีคนเห็นค่าในตัวฉัน มองเรื่องราวชีวิตของฉันเป็นแรงบันดาลใจและลุกขึ้นสู้อีกครั้ง" "การมองโลกในแง่ดีก็คือความสวยงาม เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้หญิงโดดเด่นออกมา และความพิการ นั้นมันไม่ได้ทำให้คุณค่าความเป็นมนุษย์นั้นลดลงหรือหมดไปเลย " ปัจจุบัน เธออาศัยอยู่กับแฟนหนุ่มนักจัดรายการวิ่ง และใช้ชีวิตดังเช่นคนปกติทั่วไป ไม่เคยคิดว่าตังวเองเป็นคนพิการ มั่นใจและยอมรับในสิ่งที่เธอเป็น ไม่พรางกาย ไม่ปิดบังรูปโฉมที่เปลี่ยนแปลงไปหลังจากอุบัติเหตุไฟคลอกในครั้งนั้น ข้อคิด จาก ทูเรีย พิตต์ 1. อย่ายอมแพ้ : คุณจะสามารถบรรลุเป้าหมายได้ สมบัติสำคัญก็คือความมุ่งมั่น และความเพียรพยายามอย่างเต็มที่ 2.อยู่ในสังคมที่ดี แวดล้อมด้วยคนที่มองโลกในแง่ดี 3.ยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น :  ต้องเข้าในและยอมรับให้ได้ว่าทุกอย่างมี2ด้านเสมอ หลีกเลี่ยงไม่ได้ มีสุขก็ต้องทุกข์ มีสมหวังก็ต้องมีผิดหวัง แต่เมื่อเผชิญหน้ากับความเศร้าหรือความผิดหวังแล้ว ต้องยอมรับมันและผ่านมันไปให้ได้ อย่าอยู่กับมันนาน 4. รับประทานอาหารที่ดีและออกกำลังกาย :  เมื่อใดก็ตามที่คุณแข็งแรงและมีสุขภาพสมบูรณ์เต็มเปี่ยม ร่างกายก็จะหลั่งสารเอ็นโดรฟีน ที่จะทำให้คุณมีความสุข สร้างความรู้สึกดีกับตัวเองและมีความสุขในการใช้ชีวิต  เรียบเรียงโดย...Women Mthai Team ขอบคุณที่มาและภาพประกอบจาก...huffingtonpost.com

Time of Happiness
ช่วยเหลือสังคม /  ทำบุญ / 

ซีพีเอ็นขอเชิญเหล่านักช้อปมาร่วมแบ่งปันค­วามสุขให้กับสังคมในรูปแบบของ "การบริจาคเวลา" กับแคมเปญซีเอสอาร์ "Time of Happiness @ CentralWorld" ผ่านแอพพลิเคชั่น CPN Share เพียงดาวน์โหลดแอพฯ เมื่อเข้ามาเดินช้อปปิ้งที่ศูนย์การค้าเซ็­นทรัลเวิล์ด ก็ได้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมบริจาคเวลาที่­ใช้ในศูนย์ฯ แลกเป็นยอดเงินบริจาค แล้วส่งมอบเพื่อต่อเวลาแห่งความสุขให้กับเ­ด็กที่เป็นโรคหัวใจผ่านมูลนิธิเพื่อสนับสน­ุนการผ่าตัดหัวใจเด็ก นอกจากนี้ยังมีการจัดนิทรรศการ Time of Happiness แสดงผลงานภาพถ่ายเด็กผู้ป่วยโรคหัวใจ ตั้งวางผสมผสานกับตู้นาฬิกาทราย โดย ยงยุทธ มานุษยานนท์ จัดแสดงผลงานและร่วมแบ่งปันความสุขตั้งแต่­วันที่16-31 กรกฎาคม 2557 บริเวณชั้น 1 โซนเอเทรี่ยม ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ สามารถดาวน์โหลดแอพฯ ได้ที่: Android: http://bit.ly/1yvnFsu

อารยาทรัพย์เพิ่มพูน 2002 ร้าน

บริการเช่าซื้อ จัดไฟแนนซ์ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ รีไฟแนนซ์ ปิดบัญชี ไถ่ถอนรถยึด บริการต่อทะเบียน-ทำประกันภัยภาย พรบ รับซื้อรถมือสอง

การเตรียมตัวจัดกระเป๋าเที่ยวหน้าหนาว ในเมืองต่างๆ รอบโลก
จัดกระเป๋าเดินทาง /  เที่ยวหน้าหนาว

วันนี้เรามีทิปส์การเตรียมตัวกระเป๋าเดินทาง สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในฤดูหนาว ไม่ว่าคุณจะไปปีนดอยเหนือสุดของประเทศ ไปเดินเล่นเมืองหนาวกำลังสบาย หรือจะไปเยือนเมืองแถบขั้วโลกที่หนาวติดลบ เรามีวิธีการเตรียมตัวจัดกระเป๋ารับมือกับความหนาวได้ทุกระดับและทุกรูปแบบมาฝากคุณ รับประกันได้ว่าคุณไม่ต้องแบกตู้เสื้อผ้าไปแน่นอน การเตรียมตัวจัดกระเป๋าเที่ยวหน้าหนาว ในเมืองต่างๆ รอบโลก ก่อนอื่นเราต้องมาแบ่งการจัดกระเป๋าเป็น 3 ระดับตามความหนาว 1.ระดับหนาวเย็นกำลังสบาย (15-20 องศาเซลเซียส) อากาศระดับประมาณนี้คุณสามารถนำเสื้อยืด กระโปรง หรือเดรสลำลองที่ใส่หน้าร้อนมาปรับใส่ได้ โดยอาจจะนุ่งเลกกิ้งส์ (leggings) ไว้ด้านในเพื่อเพิ่มความอบอุ่น และสวมแจ็กแก็ตบางๆ หรือขนอ่อน หรือเสื้อกันหนาวรุ่นไม่หนามากและเป็นพวกเส้นใยฝ้ายหรือสังเคราะห์ทับไว้ด้านบน อุณหภูมิระดับนี้ถือเป็นอุณหภูมิโดยเฉลี่ยของช่วงกลางวันฤดูหนาวในจังหวัดทางเหนือของไทย ส่วนประเทศในแถบตะวันตกอย่างยุโรปจะเป็นอากาศช่วงฤดูใบไม้ร่วง และเป็นอุณหภูมิเฉลี่ยของช่วงปลายปีในประเทศอเมริกาฟากตะวันออก เช่น รัฐฟลอริดา (Florida State) และแถบทางใต้ของญี่ปุน เช่น โอะกินะวะ (Okinawa) เสื้อผ้า เสื้อยืดได้ทั้งแขนสั้น แขนยาว ผ้ายืดธรรมดา กางเกงยีนส์ เสื้อแจ็กแก็ต เสื้อคลุมคาดิแกน (cardigan) เสื้อกันหนาวแบบสวม (jumper) หรือสเวตเตอร์ (sweater) รองเท้า รองเท้าผ้าใบ รองเท้าบู้ทสั้นแบบครึ่งข้อ เครื่องแต่งกายอื่นๆ ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ถุงเท้าแบบธรรมดาไม่ต้องหนามาก หรือถุงน่องบางๆ 2.ระดับหนาวยะเยือก (1-15 องศาเซลเซียส) หนาวระดับนี้ถือว่าหนาวมากสำหรับเมืองร้อนแบบบ้านเรา หนาวระดับนี้ อาจจะได้เจอบนดอยในช่วงฤดูหนาว จังหวัดทางเหนือและทางภาคอีสานในช่วงเช้าและตกดึก และเป็นอุณหภูมิในช่วงจะเข้าฤดูหนาวของประเทศทางแถบตะวันตก สำหรับคนที่จะเดินทางไปประเทศอเมริกาฝั่งคาบสมุทรตะวันตก หรือทวีปแคลิฟอร์เนีย (California State) อากาศระดับนี้ถือเป็นอุณหภูมิเฉลี่ยของฤดูหนาว เช่นเดียวกับจังหวัดในตอนกลางของประเทศญี่ปุ่น เช่น โตเกียว (Tokyo) ฟุกุโอกะ (Fukuoka) และโอซาก้า (Osaka) เป็นต้น ส่วนคนที่จะเดินทางไปเกาหลีใต้หรือประเทศจีน และประเทศในแถบข้างเคียง อาจจะต้องเจอระดับอุณหภูมิประมาณหนาวยะเยือกไปถึงหนาววัดใจแบบติดลบในบางช่วงของวัน เสื้อผ้า ชั้นใน ชุดชั้นในแบบหนา เสื้อกล้ามหรือเสื้อเบาบางไว้ใส่ชั้นในเพิ่มความอบอุ่น เสื้อกล้ามเส้นใยผ้าไหมบางๆ แต่อุ่นดีทีเดียว บางคนที่ชินกับอากาศหนาว อาจไม่ต้องใส่ก็ได้ แต่ถ้าไม่คุ้นเคย ควรพกลองจอห์น (long john) ติดตัวไปด้วยเผื่อใส่ด้วยก็ได้ ชั้นกลาง เสื้อปิดคอแขนยาว เสื้อแขนยาว เสื้อคลุม หรือเสื้อสเวตเตอร์รุ่นอย่างหนา สำหรับอุณหภูมิตำกว่า 10 องศา ควรใส่เสื้อสเวตเตอร์ที่มีเส้นใยผสมขนสัตว์นิดหน่อย และกางเกงยีนส์หนา ทั้งนี้ ถ้าไม่ได้ใส่ลองจอห์น อาจใส่เลกกิ้งส์เพิ่มอีกชั้น หรือมีเลกวอร์มเมอร์ (ทีคลุมตั้งแต่ข้อเท้าจนถึงเข่า) ไปเผื่อ ชั้นนอก เสื้อแจ็กเก็ตหรือเสื้อโค้ทแบบหนาที่มีฮู้ดไว้กันลม โดยด้านนอกสุดของเสื้อควรเป็นเส้นใยแบบกันลม เพราะแม้อุณหภูมิไม่ต่ำมาก แต่โดนลมพัดนาน ก็ทำให้หนาวมากได้ หากอุณหภูมิต่ำกว่า 10 องศา ด้านในควรเป็นขนเป็ด รองเท้า รองเท้าผ้าใบ รองเท้าบูทได้ทุกรุ่นตั้งแต่ครึ่งข้อ ครึ่งเข่าไปจนถึงบูทสูง เครื่องแต่งกายอื่นๆ ถุงเท้าอย่างหนาหากไม่ได้ใส่บู้ท ใส่หมวกไหมพรม หากเสื้อแจ็กเก็ตหรือเสื้อโค้ทไม่มีฮู้ด ผ้าพันคออย่างหนา หาแบบที่ทำจากขนสัตว์ (Wool) หรือขนแกะจะช่วยได้ดีมาก ถุงมือ ถุงเท้าอย่างหนา ถุงน่องรุ่นแพนตี้โฮส (pantyhose) หรือไทต์ (tight) หมวกสำหรับหน้าหนาว หรือใครจะนิยมบีนนี่ (beanie) ที่เป็นหมวกไหมพรมหรือผ้ายืดอย่างหนาไปจนถึงขนแกะไว้ใส่คลุมปิดตั้งแต่หน้าผาก หู และคลุมท้ายทอยหรือต้นคอก็ได้ตามแต่ความทนทานความหนาวของแต่ละบุคคลไป 3.ระดับหนาวติดลบ (1 องศาเซลเซียสลงไปจนถึงหนาวติดลบ) ระดับนี้เป็นหนาววัดใจหรือบางคนอาจเรียกว่าหนาวหูหลุด เพราะจะหนาวมากจนคุณรู้สึกชาบริเวณข้อต่อต่างๆ ของร่างกาย หนาวระดับนี้แน่นอนว่าจะเป็นอุณหภูมิของทุกเมืองที่มี “หิมะตก” เช่น ซัปโปโร (Sapporo) และเมืองทางเหนือของญี่ปุ่น เกาหลีใต้ในเขตจังหวัดคังวอน (Gangwon-do) หรือในเมืองที่เป็นแหล่งสกีมีหิมะตก ประเทศแถบใกล้กับขั้วโลกเหนือ เช่น รัสเซีย แคนาดา ประเทศแถบยุโรป อเมริกาตอนเหนือ เช่น นิวยอร์ค (New York) ชิคาโก (Chicago) และวอชิงตัน ดีซี (Washington DC) เป็นต้น เสื้อผ้า ชั้นใน จัดเสื้อผ้าอย่างหนาแบบหนาวระดับยะเยือกแต่อาจต้องใส่หลายชั้นหน่อย เช่น ชุดชั้นในไหมพรม ลองจอห์น (ถ้ามีหิมะ ใช้ลองจอห์นแบบระบายความชืันได้อย่างรวดเร็ว) หรือเสื้อกล้ามหนาด้านบนแล้วนุ่งไทต์เลกกิ้งส์อย่างหนา หรือแพนตี้โฮสด้านล่าง ชั้นกลาง แจ็กเก็ตเสื้อขนอ่อน หรือเสื้อไหมพรมแบบผสมขนสัตว์สัก 40% ขึ้นไป กางเกงยีนส์ ถ้าหิมะตก แนะนำใส่กางเกงผ้าร่มที่บุขนอ่อนและกันเปียก (แบบสำหรับเล่นสกีได้) ชั้นนอก ที่สำคัญเวลาหิมะตกแล้วจะเปียกและลื่นได้ง่าย ควรสวมเสื้อโค้ทขนเป็ดทีด้านนอกกันเปียก ถ้าไม่ได้ใส่กางเกงแบบสำหรับใส่เล่นสกีได้ แนะนำเป็นเสื้อโค้ทยาว รองเท้า ถุงเท้าอย่างหนาหรืออย่างบางแต่ผสมขนสัตว์ รองเท้าบูทสูง รองเท้าที่สำหรับเดินบนหิมะได้ไม่ลื่น เครื่องแต่งกายเสริม เช่นเดียวกับระดับหนาวยะเยือก เช่น ผ้าพันคออย่างหนา ถุงมือกันเปียกกันลม เลกกิ้งส์อย่างหนา แต่เพิ่มที่ปิดหูเพิ่มเข้ามา หรือหมวกที่ปิดหูได้ หรือบีนนี่ยาวคลุมหูได้ เอาไปเท่าไหร่ เสื้อโค้ทที่จะใส่ด้านนอกเอาไปแค่ 1 ตัวหรือไม่เกิน 2 ตัว กางเกงยีนส์ 2 ตัว เสื้อคอเต่า หรือ เสื้อแขนยาวไม่เกิน 3 ตัว รองเท้า 2 คู่ ขอให้เป็น บูท 1 คู่ และผ้าใบ 1 คู่ แจ็กเก็ต สเว็ตเตอร์ไม่เกิน 2 ตัว ส่วนเลกกิ้งส์ หรือ พวกไว้สวมใส่ด้านในเพิ่มความอบอุ่นอาจจะเอาไปสัก 3-4 ชิ้น เพราะเครื่องแต่งกายเหล่านี้เบาและม้วนแพคได้ง่าย ส่วนเครื่องแต่งกายอื่นๆ เช่นผ้าพันคอ หมวก ถุงมือก็ขอให้ไม่เกิน 2 ชิ้นต่ออย่าง ส่วนถุงเท้าสัก 5 คู่ก็ได้ ชุดนอน 1-2 ชุด ส่วนชุดชั้นใน ก็คำนวณเอาตามความเหมาะสม อย่าลืมว่าโรงแรมที่พักส่วนใหญ่ คุณสามารถส่งซักได้ หรือแม้กระทั่งจะไปหยอดเหรียญตู้ซักผ้าในร้านซักรีดทั่วไปก็ไม่ลำบากมากมายอะไรนัก สิ่งจำเป็นอื่นๆ ที่ควรแพคติดประเป๋าเดินทาง ครีม/โลชั่นถนอมความชุ่มชื่นของผิวหน้า ผิวกาย และมือ หากไม่คุ้นเคยกับลมหนาวและอากาศแห้ง ขอแนะนำให้ใช้ครีม/โลชั่นสำหรับเมืองหนาว ลิปบาล์มหรือลิปกลอส น้ำตาเทียม โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ใส่คอนแท็กเลนส์หรือมีปัญหาตาแห้ง ยาแก้ไข้หวัด ยาแก้แพ้อากาศ และยาประจำตัวที่มีฉลากภาษาอังกฤษถูกต้อง ครีม/โลชั่นกันแดด แม้ฤดูหนาวถึง 0 องศา แต่ในบางแห่งก็อาจมีแดดในตอนกลางวันได้เช่นกัน แว่นกันแดด อุปกรณ์เสริมสำหรับไปขึ้นเขา ขึ้นดอย หรือเล่นสกี แว่นกันลม สำหรับการไปเล่นสกี หรือปีนเขา ปีนดอยที่มีลมพัดแรง ถุงมือสกี ซึ่งมีความหนากว่าถุงมือปกติและยังสามารถกันน้ำได้ ที่มา http://www.skyscanner.co.th/ การเตรียมตัวจัดกระเป๋าเที่ยวหน้าหนาว ในเมืองต่างๆ รอบโลก 20 เทคนิค เที่ยวต่างประเทศยังไง ไม่ให้เฟล

คอมมิท อะ ซิน เผยคอลเล็กชั่น เดอะ นิว ฮีโรอิน’ (The New Heroine)
Commit a Sin /  คอมมิท อะ ซิน / 

คอมมิท อะ ซิน เผยคอลเล็กชั่น เดอะ นิว ฮีโรอิน’ (The New Heroine) เหล่าแฟชั่นนิสต้าตื่นตา ร่วมอัพเดทเทรนด์เสื้อผ้าสาวมั่นอย่างคับคั่ง หลังจากเปิดตัวคอลเล็กชั่นแรกและได้ผลตอบรับดีเกินคาด ดีไซน์เนอร์สาวไฟแรง แจน-พัทธมน เตชะณรงค์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องแต่งกายสไตล์เทย์เลอร์เมด ‘คอมมิท อะ ซิน’ (Commit a Sin) ก็พร้อมลุยงานตับเย็บสุดสร้างสรรค์ต่อ ถ่ายทอดไอเดียใหม่ประเดิมฤดูกาลออทั่ม/วินเทอร์ ในคอลเล็กชั่นเสื้อผ้าที่ชื่อว่า ‘เดอะ นิว ฮีโรอิน’ (The New Heroine) มาให้เหล่าสาวเก่ง เท่ และมั่นใจในตัวเอง ได้ยลโฉมกันเป็นครั้งแรก ในบรรยากาศวินเทจเป็นกันเองของ ร้านอาหาร ฮอบส์ (HOBS) ชั้น 2 ของโครงการเรนฮิลล์ สุขุมวิท 47 ในวันอังคารที่ 22 กรกฎาคมนี้ เวลา 17.00 น. ก่อนเริ่มต้นเปิดคอลเล็กชั่น ดีไซเนอร์คนเก่ง แจน – พัทธมน เตชะณรงค์ พร้อมครอบครัวที่มาให้กำลังใจพร้อมหน้า ทั้งคุณพ่อไพวงษ์ , คุณแม่ภัสสรา, พี่น้อง เมย์-ไพพรรณี ,ภูผา ,แอ๊ฟ -ทักษอร เตชะณรงค์ ต่างออกมาต้อนรับเหล่าคนดังที่มาร่วมงานอย่างอบอุ่น อาทิ มู่ลี่-อัญชิสา วัชรพล, มิ้นท์-ภัทรศยา ยงรัตนมงคล ,แหวนแหวน-ปวริศา เพ็ญชาติ ,ตู่-ปิยวดี มาลีนนท์, มะลิ โคทส์ , ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิช,มินท์-ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง,แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์,มาร์กี้ – ราศี บาเล็นซิเอก้า,เอมมี่ – มรกต กิตติสาระ,น้ำชา ชีรณัฐ ยูสานนท์ ,เชียร์ – ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์ ,ทับทิม –มัลลิกา หลีกภัย , กราฟ –โอสธี ซุ่นมงคล เป็นต้น จากนั้นก็ถึงช่วงเวลาที่ทุกคนรอคอย เหล่านางแบบปรากฏตัวในชุดคอลเล็กชั่น ‘เดอะ นิว ฮีโรอิน’ ที่สาวแจนนำแรงบันดาลใจจากภาพความประทับใจที่มีต่อความสง่างามของนายทหารมาตั้งแต่ในวัยเด็ก ผสานกับเสียงรัวกลองสวนสนามจากเพลง ‘กราวนด์ คอนโทรล ทู เมเจอร์ ทอม’ (Ground Control to Major Tom) ผลงานของร็อกสตาร์ในดวงใจ เดวิด โบวี่ (David Bowie)’ มาถ่ายทอดผ่านมุมมองการออกแบบไว้อย่างลึกซึ้ง โดยได้นำจุดเด่นของการออกแบบชุดทหารที่มีอย่างหลากหลาย มาผสมผสานเข้ากับการออกแบบในสไตล์ของ คอมมิท อะ ซิน อย่างแยบยล เช่น การปักดิ้นรูปมงกุฎช่อมะกอก (kotinos) สัญลักษณ์แห่งชัยชนะ การประดับช่วงไหล่ของแจ๊กเก็ตด้วยบั้ง สำหรับใส่เครื่องบ่งบอกยศ หรือการใช้สายสะพาย และสายคาดเอวผ้าไหมหลากสี ที่สร้างภาพลักษณ์ให้ดูเรียบเท่ น่าค้นหา เสริมสร้างความมั่นใจอีกระดับให้กับหญิงสาวที่รักความโดดเด่นและสง่างาม “เราได้ตั้งโจทย์กับมุมมองที่มีต่อกฎระเบียบ ความเข้มเเข็งของเหล่าผู้กล้า แล้วนำมาตีความใหม่ในรูปแบบของผู้หญิงที่มีความคิด ฉลาด มีความเป็นผู้นำ แล้วนำเสนอออกมาเป็นงานดีไซน์ที่โดดเด่นด้วยเทคนิคพิเศษมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การอัดพลีต, การตีเกล็ดผ้าบนเดรสและชุดกระโปรง ที่เปรียบเปรยถึงความเป็นระเบียบของเหล่าทหารเมื่อเรียงแถวรายงานตัว หรือการตัดเย็บชุดที่เน้นปกซ้อนกันสองชั้นบนตัวเดียว เพื่อแสดงถึงการเก็บความลับทางราชการทหาร” สาวแจนเล่าถึงแนวคิด ไม่เพียงแต่การตีความเชิงสัญลักษณ์และอารมณ์เท่านั้น ดีไซเนอร์สาวได้มองถึงความงามของยุคสมัยอันรุ่งโรจน์ของวัฒนธรรมทหารในอดีต อาทิ ยุคสมัยจักพรรดินโปเลีย (Napoléon Bonaparte) นายพลชาวฝรั่งเศสผู้มีความสามารถในการรบ ที่ในยุคนั้นเครื่องแบบทหารกลับกลายมามีอิทธิพลหลักต่อแฟชั่นและการแต่งกายของชนชั้นสูง ‘เดอะ นิว ฮีโรอิน’ (THE NEW HEROINE) จึงเป็นนิยามที่สะท้อนถึงภาพลักษณ์ของผู้หญิงเก่ง รักความก้าวหน้า พร้อมเป็นผู้นำเทรนด์แฟชั่น แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ทิ้งความหรูหราและแตกต่าง พวกเธอปรารถนาจะก้าวไปในสังคมอย่างมาดมั่นและเป็นที่หนึ่งเท่านั้น อัพเดทเทรนด์รับลมหนาวเสร็จ แม่งานก็เชื้อเชิญเหล่าแฟชั่นนิสต้าร่วมสนุกด้วยปาร์ตี้อันแสนอบอุ่น กับการตกแต่งสุดคลาสสิกของร้าน เหมือนยกบรรยากาศการสังสรรค์เฮฮาของเหล่าทหารระหว่างพักรบมาไว้ในค่ำคืนใจกลางกรุงเทพฯ ปลุกหัวใจความเท่ให้เหล่าหนุ่มสาวทุกคนได้รับความประทับใจกันอย่างเต็มเปี่ยม เผยเสน่ห์ในตัวคุณด้วย ‘คอมมิท อะ ซิน’ เครื่องกายดีไซน์คุณภาพที่จะช่วยสร้างความมั่นใจให้หญิงสาวในทุกจังหวะของชีวิต สามารถเลือกชมได้ที่โซนไทยไทย ชั้น 2 ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลม, ‘คอมมิท อะ ซิน’ โชว์รูม ออฟฟิส ซอยวิภาวดีรังสิต 17 และ อินสตาแกรม Commit_a_sin

ชูวิทย์ ขอ ยิ่งลักษณ์ กลับประเทศ หลังเสร็จภารกิจไปยุโรป
ข่าววันนี้ /  ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ / 

ชูวิทย์ ขอ ยิ่งลักษณ์ กลับประเทศ หลังเสร็จภารกิจไปยุโรป เหตุไม่อยากให้ซ้ำรอยประวัติศาสตร์ อดีตนายกฯ อาศัยอยู่ต่างประเทศหลังสิ้นอำนาจ เมื่อช่วงคืนวานนี้ (19 ก.ค.57) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ได้มีการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความเห็นภายหลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติได้อนุญาตให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เดินทางออกนอกประเทศ เพื่อทำภารกิจที่ประเทศยุโรป โดยอยากอดีตนายกฯ หญิงคนแรกขจองไทยกลับประเทศ หากเสร็จสิ้นภารกิจ เพราะไม่อยากให้ประวัติศาสตร์การเมืองไทยซ้ำรอยเดิม "ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย" หากคุณยิ่งลักษณ์ได้ศึกษาประวัติศาสตร์การเมืองไทยจะพบว่า นายกรัฐมนตรีของไทยในอดีตเคยพบกับสถานการณ์อย่างไรเมื่อหมดอำนาจวาสนา 1. พระยามโนปกรณ์นิติธาดา นายกรัฐมนตรีคนแรกของประเทศไทย ลี้ภัยและถึงแก่อสัญกรรมที่ปีนัง ประเทศมาเลเซีย 2. จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีคนที่ 3 ลี้ภัยและถึงแก่อสัญกรรมที่โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น 3. นายปรีดี พนมยงค์ นายกรัฐมนตรีคนที่ 7 ลี้ภัยและถึงแก่อสัญกรรมที่ปารีส ประเทศฝรั่งเศส 4. จอมพลถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรีคนที่ 10 ลี้ภัยไปอยู่เมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา แต่ถูกคนไทยที่อาศัยอยู่ที่นั่นขับไล่ จึงย้ายไปอยู่ที่สิงคโปร์ และภายหลังกลับมาเสียชีวิตที่ประเทศไทย 5. พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ นายกรัฐมนตรีคนที่ 17 ลี้ภัยจากรัฐประหารของ คสช. และถึงแก่อสัญกรรมที่ประเทศอังกฤษ และบุคคลสุดท้ายเป็นพี่ชายของคุณยิ่งลักษณ์เองคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ไปได้ทุกประเทศ ยกเว้นประเทศไทย บุคคลทั้งหลายเสียชีวิตไปแล้ว ยกเว้น พ.ต.ท.ทักษิณ ในขณะที่่ทุกคนมีวาสนา สามารถสั่งการได้ทุกอย่าง ผู้คนห้อมล้อม รัศมีเปล่งประกาย แต่เมื่อหมดอำนาจ แทบหาแผ่นดินอยู่ไม่ได้ ต้องจากบ้านเกิดเมืองนอนไปอย่างไม่มีวันกลับ ละครการเมืองไทยซ้ำรอยครั้งแล้วครั้งเล่า ตอนเริ่มต้นช่างแตกต่างกับตอนจบราวฟ้ากับดิน นี่คือธรรมชาติของการเมืองไทย ขอให้คุณยิ่งลักษณ์เดินทางไปยุโรปโดยสวัสดิภาพ และกลับมาประเทศไทยหากเป็นไปได้ " MThai News

MThai Buster (รีรัน) ประจำวันที่ 23ก.ค.
Good Morning Thailand /  MONO29 / 

MThai Buster (รีรัน) ประจำวันที่ 23ก.ค. ช่วง MThai Buster ออกอากาศในรายการ Good Morning Thailand ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 6.00 น.- 08.00 น. ทางช่อง MONO29. เอ็มไทยบัสเตอร์วันนี้เริ่มต้นกันด้วยเรื่องราวที่น่าสลดใจ เมื่อมีคนอุตริซื้อขายกระเล็นแล้วส่งผ่านไปรษณีย์ จนกระเล็นน้อยต้องตายภายในกล่องพัสดุ ชาวสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์กรณีส่งกระรอกผ่านไปรษณีย์ใส่กล่องพัสดุ โดยเป็นเรื่องราวที่สมาชิกเฟซบุ๊คท่านหนึ่งได้เผยแพร่ภาพพร้อมข้อความระบุว่า ตนได้สั่งกระเล็น ซึ่งเป็นสัตว์ลักษณะคล้ายกระรอก โดยผู้ขายบอกว่าจะส่งผ่านไปรษณีย์EMS มาให้ โดยได้ยืนยันและรับประกันว่ากระรอกไม่ตายแน่นอน เพราะจะเจาะรูกล่อง ใส่อาหารให้ ซึ่งตนก็รอประมาณ 2 วัน เมื่อพัสดุมาถึงก็รีบไปรับพบว่ากระรอกตัวดังกล่าวตายแล้ว เพราะเปิดกล่องออกมาพบกระรอกนอนตายมีกล่องยาสีฝันที่มีรอยกัดเป็นรู ซึ่งตนพยายามเรียกร้องเงินคืนจากราคา 750 บาท แต่ได้รับคืนแค่ 350 บาทเท่านั้น จึงนำเรื่องราวมาโพสต์เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้กับคนบนโลกออนไลน์ ทั้งนี้ชาวสังคมออนไลน์ต่างวิพากษ์วิจารณ์ว่ากรณีดังกล่าวควรมีการคิดให้รอบคอบกว่านี้และไม่ควรส่งของมีชีวิตผ่านทางไปรษณีย์เพราะถือว่าเป็นของต้องห้ามและเกิดอันตรายกับสัตว์ที่ส่งมาด้วย ซึ่งเมื่อหลายสัปดาห์ก่อนเพิ่งจะเกิดกรณีส่งเต่าทางไปรษณีย์ อย่างไรก็ตามอยากจะให้ผู้ส่งควรคิดว่าสัตว์มีชีวิตและความรู้สึกเหมือนกันด้วย ซึ่งมีสมาชิกเฟซบุ๊คท่านหนึ่งแสดงความคิดเห็นว่า “…ไม่ได้อยากซ้ำเติมนะ แต่คุณรู้อยู่แล้วว่ามันจะส่งทาง EMS คุณก็ใจดำสั่งมานะครับ ไม่คิดบ้างเหรอว่าน้องอยู่ในกล่องจะโดนโยนไปมาขนาดไหน ไม่จำเป็นต้องนึกภาพตัวเองใส่กล่องไรหรอก นั่งในรถปิดแอร์ปิดกระจกสัก 15 นาทีก็แย่แล้ว เห็นแก่ตัวมากๆทั้งสองฝ่าย…” ซึ่งทางสาวที่โพสต์ข้อความดังกล่าวได้บอกว่า เธอได้โอนค่ารถเพื่อส่งมาทางรถ แต่ผู้ขายกลับส่งมาทางไปรษณีย์แทนแถมยังมาโกงเงินอีก มาต่อกันด้วยประเด็นที่สอง เป็นเรื่องของแท็กซี่ เลือดร้อนลงจากรถมาทุบกระจกรถคนอื่นกลางถนน จะเป็นยังไงไปชมคลิปกัน ชาวสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปแท็กซี่เลือดร้อนลงมาทุบกระจกรถคนอื่น โดยเป็นเหตุการณ์ที่ชายขับรถแท็กซี่คนหนึ่งโมโหและลงจากรถมากลางถนนและคว้าเอาที่ปัดน้ำฝนของรถยนต์คันหนึ่งฟาดไปที่กระจกอย่างแรง ทำให้กระจกรถเสียหายทั้งหมด ในขณะที่เจ้าของรถยนต์คันดังกล่าวกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ ซึ่งเจ้าของรถแท็กซี่ได้ตะโกนโวยวายให้เจ้าของรถยนต์ไปจอดรถข้างหน้าเพื่อเคลียร์กัน ก่อนที่ชายคนขับแท็กซี่จะเดินกลับไปที่รถของตัวเอง ซึ่งสาเหตุของเหตุการณ์ในคลิปนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ชาวสังคมออนไลน์คาดว่าน่าจะเป็นปัญหาที่คนขับรถยนต์อาจไปเฉี่ยวชนรถแท็กซี่ก็เป็นได้ แต่หลายคนกลับแสดงความคิดเห็นว่าแท็กซี่ใจร้อนเกินไปและไม่น่าทำลายข้าวของของคนอื่นเช่นนี้ ซึ่งหากเกิดปัญหาคนขับแท็กซี่น่าจะไปแจ้งความหรือเรียกประกันมากกว่ามาทำร้ายคนอื่น ปิดท้ายกันด้วยคลิปชวนอมยิ้ม เมื่อคุณครูต้องเจอนักเรียนสุดเกรียนต่อรองขอกลับบ้านก่อน ทำเอาหลายๆคนดูแล้วคิดถึงวันวานวัยเรียน จะเป็นยังไงไปชมคลิปกัน ชาวสังคมออนไลน์แชร์คลิปเด็กนักเรียนชายหัวเกรียนคนหนึ่งเข้าไปต่อรองขอคุณครูกลับบ้านก่อนทั้งที่ยังไม่ถึงเวลาเลิกเรียน โดยนักเรียนชายอ้างว่าปวดหัว แต่คุณครูก็บอกว่าปวดหัวก็ไปนอนพัก ไปนอนใต้ต้นไม้หรือห้องพยาบาลก็ได้ แต่นักเรียนชายก็ยังพยายามต่อรองกับคุณครูว่า ผมขอกลับบ้านก่อนไม่ไหวจริงๆ แล้วจะให้พ่อแม่โทรมาลาก็ได้ แต่คุณครูก็ยังยืนยันคำเดิมคือให้ไปนอนพัก เพราะไม่ได้เป็นอะไร ไม่ใช่ว่านักเรียนจะได้ทุกอย่างตามที่ขอนะ ซึ่งคลิปนี้ถ้าดูก็เป็นคลิปเด็กนักเรียนเกรียนๆธรรมดาๆ แต่บางคนที่ได้ดูกลับบอกว่าทำให้คิดถึงวัยเรียนที่ได้สนิทกับครูแบบนี้ บางคนก็เคยกวนคุณครูแบบในคลิปเหมือนกัน ก็เป็นคลิปที่ได้ดูแล้วหวนนึกถึงความทรงจำอีกครั้งหนึ่ง MThai News

หวยออกแล้ว! รูนี่ย์ ว่าที่กัปตันสิงโตคนต่อไป
กัปตันทีมชาติอังกฤษ /  กัปตันทีมสิงโตคำราม / 

หลังจาก สตีเว่น เจอร์ราร์ด ได้ประกาศเลิกเล่นทีมชาติอังกฤษ ไปแล้วนั้น ก็มีกูรูหลายสำนักต่างออกมาให้ความเห็นกันว่า กัปตันทีมสิงโตคำราม คนต่อไปไม่พ้น เวย์น รูนี่ย์ อย่างแน่นอน เวย์น รูนนี่ย์ ดาวยิงวัย 28 ปีของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นตัวเต็งที่จะได้รับบทบาทกัปตันทีมชาติอังกฤษ คนต่อไป เพราะดูแล้วจากฟุตบอลโลกที่ผ่านมา เขาทำผลงานได้ดีที่สุดในทีมชุดนั้น รูนี่ย์ ผ่านประสบการณ์ในการทำหน้าที่เป็นผู้นำมาแล้ว ทั้งกับระดับสโมสร และทีมชาติ ใน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั้น เขาเป็นตัวเต็งที่จะได้สวมปลอกแขนกัปตันคนต่อไป หลังจากที่ เนมันยา วิดิช , ริโอ เฟอร์ดินาน และ ปาทริซ เอวร่า ล้วนแล้วแต่อำลาทีมไปแล้วทั้งสิ้น แต่อย่างไรก็ตามรายชื่อว่าที่กัปตันทีมสิงโตคำราม ไม่ได้มีแค่ เวย์น รูนี่ย์ คนเดียวเท่านั้น ยังมีอีก 2 ชื่อที่น่าสนใจอยู่เช่นกันคือ แกรี่ เคฮิลล์ และ โจ ฮาร์ท ซึ่งรายหลังนี้กูรู หลายๆ คนก็ยกให้เขาเป็นตัวเต็งอยู่เช่นกัน เพราะ โจ ฮาร์ท ยึดมือ 1 ทีมชาติอังกฤษมาตลอด 4 ปี แต่ด้วยฟอร์มการเล่นที่อยู่ๆ ก็ซ็อตไปดือๆ ทำให้คะแนนเขาหล่นลงมา

รักแร้ดำ ทำอย่างไรดี มีวิธีแก้ไขโดยไม่ต้องพึ่งสารเคมี มาฝากกันค่ะ
มะขาม /  มะนาว / 

ปัญหาใกล้ๆตัว อย่าง รักแร้ดำ คล้ำที่พบได้บ่อยในวัยรุ่นหรือแม้แต่คุณผู้หญิงอย่างเราๆ ก็อาจเจอกับปัญหา รักแร้ดำ ได้เช่นกัน โดยสาเหตุนั้นอาจเกิดจากหลายสาเหตุร่วมกัน - มีผิวคล้ำอยู่แล้วตามกรรมพันธุ์ - การเช็ดถูแรงๆ - การเสียดสีเป็นเวลานาน - อาการระคายเคือง - แพ้สารเคมีที่สัมผัสผิวอย่างต่อเนื่องเช่น สบู่ โรลออนระงับกลิ่นกาย หรือน้ำหอม - การติดเชื้อแบคทีเรียก็เป็นอีกสาเหตุของรักแร้ดำได้ 4 วิธีช่วยแก้ไขปัญหารักแร้ดำคล้ำให้กลับมาขาวเนียนดังเดิม มาฝากคุณๆ กันค่ะ 1. หลีกเลี่ยงการเช็ดถูแรงๆ บริเวณผิวใต้วงแขนที่บอบบาง 2. หยุดใช้สารเคมีที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือแพ้ทันที เช่น หากแพ้น้ำหอม ควรเปลี่ยนไปใช้โรลออนชนิดที่ไม่มีสารสร้างกลิ่นหอมที่ระบุว่า "Fragrance-Free" โดยสังเกตส่วนประกอบสำคัญบนฉลาก หากมีชื่อสารที่แพ้ ควรหลีกเลี่ยงไปใช้ยาระงับกลิ่นแบบอื่นแทน 3. ถ้าดำมากหรืออาการไม่ดีขึ้นให้ปรึกษาแพทย์ทันที เช่น ในกรณีที่รักแร้ดำและนูนเหมือนกำมะหยี่ ซึ่งมักพบในคนเป็นโรคเบาหวาน หรือโรคจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Erythrasma เป็นต้น มาลองใช้สูตรสมุนไพรธรรมชาติ เพื่อช่วยให้ใต้วงแขนขาวเนียน ดังนี้ค่ะ มะขาม พืชพื้นบ้านที่เรารู้จักกันดี โดยนำมะขามเปียกผสมกับน้ำผึ้งนิดหน่อยมาทาทิ้งไว้ 5 นาที แล้วล้างออก นอกจากทำให้ผิวขาวใสแล้ว ยังช่วยให้ผิวเนียนนุ่มได้อีกด้วย มะนาว ที่เหลือจากก้นครัว ใช้มะนาวเอามาถูรักแร้ทิ้งไว้ 2-3 นาที จึงล้างน้ำออก ส่วนที่เหลือของมะนาวยังใช้ถูตามข้อพับ หัวเข่า ข้อศอกที่ดำๆ ได้อีกด้วย เกลือสปา ใช้เกลือขัดผิวถูเบาๆ เน้นว่าเบาๆนะคะ ไม่เช่นนั้นเกลืออาจจะบาดรักแร้เอาได้ ลองทำดูนะคะ ที่สำคัญอย่าลืมว่าต้องดูแลสุขภาพให้ดีจากภายใน แล้วคุณจะรู้ว่าความสวย ความหล่อในแบบฉบับของคุณ เป็นเช่นไรค่ะ

เมนูไข่ กินแค่ไหนถึงจะพอดี ถึงประโยชน์จะเยอะ
คอเรสเตอรอส /  สุภาพ / 

ไข่ไก่ ฟองกลมๆ เหล่านี้จะช่วยรักษารูปร่างคุณให้ดี หรือส่งผลร้ายต่อสุขภาพของคุณกันแน่     รับประทาน เมนูไข่ น้อยกว่า 3 ฟองต่อสัปดาห์ ..... ไม่เพียงพอ      การไม่ทานไข่อาจส่งผลเสียต่อเส้นประสาทสมองได้นะ ไข่ฟองเล็กๆ หนึ่งฟอง มีปริมาณวิตามินบี 12 ซึ่งดีต่อร่างกายมากกว่าปริมาณมาตรฐานที่แนะนำ ให้บริโภคต่อวันเสียอีก "วิตามินบี 12 จำเป็นต่อการสร้างเยื่อหุ้มป้องกันเส้นใยประสาท" อะแมนดา เออร์เซลล์ นักโภชนาการและผู้เขียนหนังสือ Complete Guide to Healing Foods กล่าว "ถ้าขาดวิตามิน เส้นใยประสาทอาจถูกทำลายจนฟื้นฟูกลับคืนมาไม่ได้"      นอกจากนี้ไข่ยังดีต่อสายตาคุณโดยเมื่อไม่นานมานี้มีผลการศึกษาจากอเมริกาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Nutrition ได้ค้นพบว่า การทานไข่อย่างน้อย 3 ฟองต่อสัปดาห์จะช่วยป้องกันภาวะสูญเสียสายตาที่มักเกิดขึ้นเมื่ออายุเพิ่มขึ้นได้ เพราะสารลูทีนและซีแซนทีนซึ่งเป็นสารรงควัตถุในตระกูลแคโรทีนอยด์ ในไข่แดงจะช่วยบำรุงจอประสาทตานั่นเอง     รับประทาน เมนูไข่ 6 ฟองต่อสัปดาห์ ..... ปริมาณที่พอดี ไข่เจียวถือเป็นยาบำรุงร่างกายได้เลย เพราะนอกจากไข่จะช่วยให้ร่างกายคุณดูดซึมแคลเซียมได้ดีแล้ว ยังช่วยลดปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคกระดูกพรุน แถมปริมาณสารซีลีเนียมและวิตามินอี ในไข่ยังช่วยป้องกันโรคหัวใจ ทั้งยังช่วยป้องกันไม่ให้คุณมีหุ่นกลมเป็นไข่อีกด้วย ผลวิจัยจากมหาวิทยาลัยหลุยส์เซียนาสเตท พบว่า คนที่ทานมื้อเช้าโดยมีไข่เป็นส่วนประกอบ จะลดน้ำหนักได้มากกว่าคนที่ไม่ทานไข่ในมื้อเช้าได้ถึง 65 เปอร์เซ็นต์ เมื่อบริโภคแคลอรี่ในปริมาณที่เท่ากัน      "โปรตีนในไข่จะทำให้คุณรู้สึกอิ่มขึ้น ถึง 50 เปอร์เซนต์ และยังทำให้คุณลดปริมาณมื้อเที่ยงที่ทานโดยเฉลี่ยได้อีก 164 แคลอรี่" นิคิล ดูเรนดาร์ ผู้เขียนงานวิจัยกล่าว แต่ถ้าคุณอยากสร้างกล้ามเนื้อก็ไม่ต้องกังวล เพราะงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทกซัสเอแอนด์เอ็ม พบว่า การทานไข่วันละ 3 ฟอง เป็นเวลา 2 วัน ต่อสัปดาห์จะช่วยหนุ่มนักเล่นเวตทั้งหลายสร้างกล้ามเนื้อที่ปราศจากไขมันได้เป็น 2 เท่าในช่วงเวลา 12 สัปดาห์ แล้วเรื่องคอเลสเตอรอลที่เล่าลือกันล่ะ "จริงค่ะ ไข่มีคอเรสเตอรอล" พาเมลา ไดสัน  นักโภชนาการแห่งสมาคมโภชนาการประจำสหราชอาณาจักร กล่าว      "แต่จัดว่ามีผลน้อยมากต่อการเพิ่มระดับ คอลเรสเตอรอลในเลือด เมื่อเทียบกับปริมาณไขมันอิ่มตัวที่คุณบริโภคอยู่ทุกวัน" นอกจากนี้ผลการวิจัยเมื่อไม่นานมานี้ ของมหาวิทยาลัยคอนเนติคัตยัง พบว่าการทานไข่ช่วยลดคอเรสเตอรอล LDL (ไม่ดี) เพิ่มคอเรสเตอรอล HDL (ดี) และลดปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจวายหรือโรคหลอดเลือดสมองได้       6 ฟองต่อสัปดาห์ ..... ปริมาณที่พอดี ตามรายงานที่ตีพิมพ์ในวารสาร American Journal of Clinical Nutrution ไข่ที่ให้ผลดีต่อร่างกาย อาจส่งผลร้านได้เหมือนกัน ถ้าคุณทานมากกว่า 1 ฟองต่อวัน ติดกัน ทุกวัน "ขณะที่การทานไข่สูงสุด 6 ฟองต่อสัปดาห์ไม่ได้ทำให้มีอันตรายถึงชีวิต ในทางตรงกันข้ามการทานไข่ 7 ฟองหรือมากกว่านั้นภายใน 1 สัปดาห์ จะไปเพิ่มปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ 23 เปอร์เซนต์" ดร.ไมเคิล กาเซียโน แห่งคณะแพทยศาสตร์ของฮาร์วาร์ด ซึ่งเป็นผู้เขียนรายงานการวิจัย กล่าวว่า ที่สำคัญคือ สำหรับหนุ่มที่เป็นเบาหวานอยู่แล้ว ไข่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ ดังนั้นคำพูดที่ว่าทานไข่วันละฟองอาจทำให้คุณไม่ป่วยไข้และห่างไกลหมอ ข้อนี้เฉพาะในกรณีที่คุณตรวจสุขภาพเป็นประจำ และร่างกายแข็งแรงอยู่แล้วเท่านั้น   ที่มาจาก variety.mcot.net

หนังสือแนะนำ wish us luck ขอให้เราโชคดี
Hormones วัยว้าวุ่น Season 2 /  wish us luck ขอให้เราโชคดี / 

หนังสือแนะนำ wish us luck ขอให้เราโชคดี เป็นหนังสือที่ของขวัญ (แพทตี้-อังศุมาลิน) มอบให้หมอก (ไมเคิล-ศิรชัช) ในซีรีย์วัยรุ่นเรื่องดัง ฮอร์โมนวัยว้าวุ่น ซีซั่น 2 (Hormones Season 2) ตอนแรก เมื่อวันเสาร์ที่ 19 ก.ค. ที่ผ่านมา หากเพื่อนๆ คนไหนได้ติดตามคงเห็นรูปภาพด้านในเล่ม บรรยายากาศและสถานที่สวยมากๆ วันนี้ทีนเอ็มไทยเลยอยากพาเพื่อนๆ ไปรู้จัก หนังสือ wish us luck ขอให้เราโชคดี เล่มนี้กันค่ะ... หนังสือแนะนำ wish us luck ขอให้เราโชคดี หนังสือ wish us luck ขอให้เราโชคดี จากสำนักพิมพ์ SALMONBOOKS โดยผู้เขียน สองสาวฝาแฝด "วรรณแวว-แวววรรณ หงษ์วิวัฒน์" บันทึกประสบการณ์ใน 9 ประเทศ ของหญิงสาวที่เดินทางจากอังกฤษกลับไทยด้วยรถไฟตลอดหนึ่งเดือนเต็ม มีทั้งเรื่องเล่าระหว่างทางที่ทั้งสนุกสนาน ตื่นเต้นและหวาดเสียว พร้อมภาพประกอบสีสันสดใสสวยงามมาก และสาระน่ารู้อีกมากมายให้คุณผู้อ่านได้ใช้เป็นแนวทางในการวางแผนไปเที่ยวได้อย่างคุ้มค่า สนุก สะดวกสบาย และประทับใจ เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ข้อมูลและภาพ www.facebook.com/WishUsLuck, se-ed, IG : michaelsirachuch, SALMONBOOKS

เตรียมพบกับ ในสวนฝัน การแสดงจากวรรณกรรม-บทเพลง 2-3 ส.ค.นี้
ในสวนฝัน

เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษา 12 สิงหาคม 2557 นี้ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม โดย กองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม ร่วมกับ มูลนิธิสวัสดิการนักแสดงอาวุโส ได้จัดการแสดงทางวัฒนธรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยศิลปินแห่งชาติ เรื่อง 'ในสวนฝัน' ผสานใจภักดิ์ แด่อัคราภิรักษศิลปิน ขึ้น เพื่อให้ศิลปินแห่งชาติทุกสาขาได้ร่วมถ่ายทอดผลงานอันหลอมรวมองค์ความรู้ศาสตร์และศิลป์แขนงต่างๆ ทั้งด้านวรรณศิลป์ ด้านทัศนศิลป์ และด้านศิลปะการแสดง เพื่อนำรายได้ทูลเกล้าฯ ถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานคณะกรรมการกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม เป็นประธานแถลงข่าว ร่วมกับศิลปินแห่งชาติ เศรษฐา ศิระฉายา, สุประวัติ ปัทมสูต, ประภัสสร เสวิกุล และนักแสดง-ศิลปิน อีกมากมาย อาทิ พิศมัย วิไลศักดิ์, ปกรณ์ พรพิสุทธิ์, ขวัญ อุษามณี ไวทยานนท์, เกรซ กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า, อ๊อด รณชัย ถมยาปริวัฒน์ เป็นต้น ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ละครเรื่อง 'ในสวนฝัน' เป็นละครเวทีที่ร้อยเรียงบทประพันธ์ต่างๆ ของศิลปินแห่งชาติ เชื่อมโยงสอดผสานเป็นเรื่องเดียวกัน ผ่านการถ่ายทอดความงดงามจากวรรณกรรมและบทเพลงของศิลปินแห่งชาติ โดยนำเสนอผ่านรูปแบบของการแสดงจากวรรณกรรม จิตรกรรม เพลง ละครเวที ภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์ ซึ่งเป็นผลงานของศิลปินแห่งชาติ ตามช่วงเวลาต่างๆ ที่เกิดความเปลี่ยนแปลงในประเทศไทย นำแสดงโดยศิลปิน-นักแสดงชื่อดังมากมาย 'ในสวนฝัน' มีกำหนดการแสดง วันเสาร์ที่ 2 สิงหาคม รอบ 19.00 น. วันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม รอบ 14.00 น. และ 19.00 น. ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย บัตรราคา 2,000 / 1,500 / 1,000 / 800 และ 500 บาท จำหน่ายบัตรที่ ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ทุกสาขา โทร 0-2262-3456 มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

หล่นบัลลังก์!กิเลน โดน มังกรไฟ บุกกัดตายคาถิ่น สายฟ้า ขึ้นแทนที่
กระต่ายแก้ว /  กิเลนผยอง / 

ผลฟุตบอลโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก วันพุธที่ 23 พฤษภาคม 2557 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 0-1 บีอีซี เทโรศาสน ประตู : 0-1 จาตุรงณ์ พิมพ์คูณ น.76 สนาม : เอสซีจี สเตเดี้ยม เวลา : 20.00 น. ศึกฟุตบอลโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก 2014 "ซูเปอร์บิ๊กแมตช์" กิเลนผยอง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ทีมจ่าฝูง ท่มี 50 คะแนน เปิดสนามเอสซีจี สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ มังกรไฟ บีอีซี เทโรศาสน ทีมอันดับ 4 ที่มี 45 คะแนน เกมนี้ ดราแกรน ทาลาจิค กุนซือ กิเลนผยอง จัดชุดที่ดีที่สุดลงสนาม นำโดย "กัปตันโกโก" ดัสกร ทองเหลา, ศิวกร จักขุประสาท, มาริโอ ยูรอฟสกี้, วุฒิชัย ทาทอง และเจย์ โบธรอยด์ ด้านผู้มาเยือน โจเซ่ อัลเวส บอร์จิส จัดการส่งชุดที่ดีที่สุดเช่นกัน นำทัพโดย "กัปตันอ้น" รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค, ไดกิ อิวามาซะ, กิลเบิร์ต คูมสัน, ชนาธิป สรงกระสินธ์ และราโดเมียร์ ดาโลวิค โดยเกมนี้มี สุเมธ สายแวว ทำหน้าที่ผู้ตัดสิน และมี เรืองศกดิ์ หนูเผือก และณฐกร ฉิมพาลี เป็นผู้ช่วยผู้ตัดสิน (ไลน์แมน) และมี ภุมรินทร์ คำรื่น เป็นผู้ตัดสินที่ 4 เริ่มเกมครึ่งเวลาแรกนาทีที่ 3 เป็นทางผู้มาเยือน มังกรไฟ ที่ได้ลุ้นประตูขึ้นนำก่อนจากจังหวะที่ "เมสซี่เจ" ชนาธิป สรงกระสินธ์ กระชากบอลจากกึ่งสนามฝั่งตัวเองเข้าไปในแดนของ กิเลนผยอง ก่อนจะไหลให้ กิลเบิร์ต คูมสัน แตะหนึ่งจังหวะในเขตโทษก่อนจะซัดไปแฉลบกองหลังบอลลอยออกหลังประตูไปอย่างน่าเสียดาย นาทที่ 14 กิเลนผยอง น่าจะได้ประตูขึ้นนำอย่างยิ่งเมื่อ ปิยพล ผานิชกุล ไดลากบอลหลุดไปถึงเส้นหลังก่อนจะเปิดยัดเข้าไปหน้าประตู วุฒิชัย ทาทอง พุ่งเข้าชาร์จที่เสาแรก ทว่าโดนบอลไม่ดีบอลดันเด้งข้ามตัวไปชนเสาสอง ทำให้ "ยักษ์เอ้" ทศพร ศรีเรือง วิ่งตามไปรับบอลไว้ได้ นาทีที่ 23 กิเลนผยอง มาได้ฟรีคิกระยะน่ารักน่าลุ้นทางกรอบเขตโทษด้านซ้าย ดัสกร ทองเหลา เปิดบอลเขาไปที่เสาแรก เจย์ โบธรอยด์ พุ่งเข้าไปโขกบอลออกหลังไปแบบน่าเสียดาย พร้อมกับที่เจ้าตัวได้รับบาดเจ็บต้องออกจากสนามไปด้วย จากนั้นทั้ง 2 ทีมพยายามที่จะเปิดเกมเข้าใส่กันอย่างสนุกดุเดือด นาทที่ 41 กิลเบิร์ต คูมสัน ไดกระชากบอลจากหน้าเขตโทษของตัวเองไปถึงริมกรอบเขตโทษด้านขวาของ กิเลนผยอง ก่อนจะตัดสินใจจ่ายบอลเข้ากรอบเขตโทษหวังให้ ราโดเมียร์ ดาโลวิค เข้าฮอต ทว่าโดนกองหลังเจ้าถิ่นสกัดไว้ได้ก่อน ที่ ดาโลวิค จะเขาถึง ทำให้ครึ่งแรกยังไม่มีประตูเกิดขึ้น เสมอกัน 0-0 กลับมาฟัดกันต่อครึ่งเวลาหลัง นาทีที่ 53 แฟนบอลเจ้าถิ่นได้เฮแต่ไม่สุดเสียงเท่าใดนักเมื่อ กษิดิ์เดช เวทยาวงศ์ รับส้มหล่นได้วอลเลย์เต็มตีนบอลพุ่งเป็นจรวดไปชนคานดังสนั่น พลาดที่จะได้ประตูขึ้นนำไปอย่างน่าเสียดาย นาทีที่ 58 กิเลนผยอง มาได้ลุ้นประตูอีกครั้ง ดัสกร ทองเหลา ตักฟรีคิกจากกึ่งกลางสนามเข้าไปในกรอบเขตโทษ ทศพล ลาเทศ ได้ขึ้นโขกแบบหันหลังบอลลอยเฉี่ยวเสาออกหลังไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น นาทีที่ 65 เป็นคราของ มังกรไฟ ที่ได้ลุ้นบ้าง กิลเบิร์ต คูมสัน เปิดบอลจากริมเส้นเข้าไปหน้าปากประตู จาตุรงณ์ พิมพ์คูณ ตัวสำรองพยายามที่จะเข้าชาร์จ ทว่า ทศพล ลาเทศ ล้มตัวกวาดบอลออกหลังไปได้ก่อน นาทีที่ 76 ประตูแรกของเกมก็เกิดขึ้น เป็นทางฝั่งเจ้าถิ่น กิเลนผยอง ต้องเงียบกริบทั้งสนาม ได้ยินแต่เสียงกองเชียร์ มังกรไฟ หลังจากที่ ปิยะพล ผานิชกุล สกัดบอลพลาด บอลไปถึง จาตุรงณ์ พิมพ์คูณ แตะบอลหนึ่งจังหวะก่อนที่จะซัดบอลหายเข้าประตูไป ส่งให้ มังกรไฟ บีอีซี เทโรศาสน บุกทะยานขึ้นนำ 1-0 นาทีที่ 84 กิเลนผยอง มีโอกาสที่จะได้ลุ้นประตูบ้างเมื่อ ศราวุฒิ มาสุข ได้บอลในกรอบเขตโทษ แต่เจ้าตัวดันใจร้อนจ่ายบอลไปที่ว่างแต่ไม่มีเพื่อนเติมขึ้นมา ทั้งที่ตัวเองน่าจะตัดสินใจยิงไปตั้งแต่แรก เวลาที่เหลือ กิเลนผยอง พยายามโหมบุกอย่างหนักแต่ก็ไม่อาจจะเจาะแนวรับ มังกรไฟ ได้ ทำให้จบเกม บีอีซี เทโรศาสน บุกมาเอาชนะ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ไปได้ 1-0 คว้า 3 คะแนนไปครอง จากความพ่ายแพ้เกมนี้ทำให้ กิเลนผยอง หล่นจากจ่าฝูงไปอยู่ที่ 2 เป็นที่เรียบร้อย และกลายเป็น ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ถล่ม เชียงราย ยูไนเต็ด ไปได้ 5-0 ก้าวขึ้นไปรั้งจ่าฝูงแทน ด้วยการมี 50 คะแนน เท่ากัน แต่ประตูได้เสียดีกว่า โดยมี ชลบุรี เอฟซี ที่เอาชนะ ปตท.ระยอง 1-0 อยู่ที่ 3 มี 50 คะแนนเท่ากันอีก 1 ทีม รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนามของทั้ง 2 ทีม เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด : วิศณุศักดิ์ แก้วเรือง (GK), ปิยพล ผานิชกุล, ทศพล ลาเทศ, ฮาริทซ์ บอร์ด้า, สุริยา สิงห์มุ้ย, กษิดิ์เดช เวทยาวงศ์, ดัสกร ทองเหลา (C) (ศราวุฒิ มาสุข น.81), ศิวกร จักขุประสาท (ปฐมพล เจริญรัตนาภิรมย์ น.88), มาริโอ ยูรอฟสกี้, วุฒิชัย ทาทอง, เจย์ โบธรอยด์ (มิลาน บูบาโล น.27) บีอีซี เทโรศาสน : ทศพร ศรีเรือง (ผู้รักษาประตู), นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม, อดิศร พรหมรักษ์, ไดกิ อิวามาซะ, พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา, กิลเบิร์ต คูมสัน, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค (C), ชยพทธ์ กิจพงษ์ศรีธาดา (จาตุรงณ์ พิมพ์คูณ น.54), ชนาธิป สรงกระสินธ์ (อตมาน เฌลลิลาอิน น.69), ราโดเมียร์ ดาโลวิค (จิรวัฒน์ มัครมย์ น.90+3)

MV. แสนแสบ เพลงประกอบภาพยนตร์ แผลเก่า โดย ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล
แผลเก่า /  ขวัญเรียม / 

ภาพยนตร์ แผลเก่า ก็ได้ส่งมิวสิควีดีโอเพลง แสนแสบ เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้ ที่ได้นักร้องคุณภาพอย่าง กัน นภัทร อินทร์ใจเอื้อ มาถ่ายทอดในรูปแบบของภาษาที่ไพเราะงดงาม และดนตรีที่ฟังง่าย ร่วมสมัย และคงกลิ่นอายท้องทุ่งแห่งความรักไว้อย่างยอดเยี่ยม

ผลไม้ - อาหารสีดำ 10 อย่าง เพิ่มพลังสุขภาพ
สุขภาพ /  อาหารสีดำ

ผลไม้ - อาหารสีดำ 10 อย่าง เพิ่มพลังสุขภาพ      ขอแนะนำเคล็ดลับการกินเพื่อสุขภาพ คือ ผลไม้ หรือ อาหารสีดำ อย่ามองว่าของดำๆ จะมีหน้าตาสีสันที่ไม่น่ารับประทาน เพราะ อาหารสีดำ เมื่อนำมาปรุงร่วมกับอาหารอื่น ๆ ก็ดูสวยงามและน่ากินได้  ที่สำคัญเมื่อคุณได้อ่านประโยชน์ของอาหารสีดำแล้ว ก็จะทราบว่าสิ่งเหล่านี้ มีคุณประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพมากมายเลยทีเดียว 1. แบล็กเบอร์รี อุดมไปด้วยเส้นใยอาหารสูง ที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจหลอดเลือดและมะเร็งลำไส้ได้ อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมสร้างและฟื้นฟูคอลลาเจน 2. องุ่นดำ ช่วยป้องกันโรคหัวใจ ช่วยลดความดันโลหิต และช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในร่างกายได้ด้วย และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพดีเยี่ยม ช่วยชะลอความชรา ทำให้ผิวพรรณเปล่ง ปลั่งสดใส 3. ถั่วดำ ในบรรดาถั่วด้วยกัน ถั่วดำถือว่าเป็นถั่วที่มีสารต้านอนุมูลอิสระมากที่สุด เป็นแหล่งโปรตีน เส้นใยอาหาร และแร่ธาตุต่าง ๆ ที่ดีมากอีกด้วย ถั่วดำช่วยให้ระบบทางเดินอาหารดี ช่วยสร้างสมดุลของน้ำตาลในเลือด ไม่ให้เพิ่มหรือลดลงอย่างรวดเร็ว 4. งาดำ อุดมไปด้วยวิตามินบีที่ช่วยบำรุงประสาท ดังนั้นการกินงาเป็นประจำ จะทำให้หลับสบายไม่อ่อนเพลีย ไม่เป็นโรคเหน็บชาหรืออาการปวดเส้นตามแขนขา ช่วยให้เจริญอาหาร และท้องไม่ผูก 5. พริกไทยดำ มีฤทธิ์ในการช่วยกระตุ้นประสาท ช่วยทำให้เจริญอาหาร ทำให้ลิ้นของผู้สูงอายุรับรสได้ดียิ่งขึ้น ช่วยรักษาโรคกระเพาะและลำไส้ ลดการเกิดแก๊สในระบบทางเดินอาหาร 6. ข้าวเหนียวดำ อุดมไปด้วยวิตามินเอ ที่ช่วยบำรุงสายตา บี 1 บี 2 บี 6 ช่วยบำรุงระบบประสาทส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย และวิตามินอี ช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย ช่วยในการหมุนเวียนโลหิต 7. ข้าวกล้องสีนิล มีเส้นใยอาหารสูง และมีน้ำตาลต่ำ เปลี่ยนจากแป้งเป็นน้ำตาลในกระแสเลือดช้ากว่าการกินข้าวขัดขาว จึงส่งผลให้อ้วนน้อยกว่า นอกจากนี้ยังช่วยต้านมะเร็ง และลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ 8. ไก่ดำ เป็นอาหารบำรุงเลือดสำหรับผู้หญิง โดยเฉพาะผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์และคนสูงอายุ มีประโยชน์ในแง่ช่วยขับฮอร์โมนเพศหญิง (Estrogen) ได้ ความดำของไก่ดำนั้นเกิดจากสาร ไมอานินที่มีสรรพคุณทางยา เนื้อไก่ดำยังมีไขมันตํ่ามากกว่าเนื้อไก่ทั่วไป มีธาตุเหล็กสูงช่วยบำรุงเลือด ส่วนมากนิยมนำไปตุ๋นร่วมกับเครื่องยาจีน จะช่วยบำรุงสมอง เพิ่มสมรรถนะการทำงานของร่างกายและเพิ่มสมรรถภาพทางเพศได้ด้วย 9.เบอร์เกอร์ดำ เส้นพาสต้าดำ อาหารพวกนี้ไม่ได้เป็นสีดำตามธรรมชาติค่ะ แต่ผ่านการปรุงให้เป็นสีดำด้วยน้ำหมึกที่อยู่ในตัวปลาหมึก และเจ้าน้ำหมึกที่ว่าก็มีประโยชน์นะคะ เพราะจะมีโปรตีน ไขมันและเกลือแร่ (โดยเฉพาะเหล็ก) ช่วยต้านสารอนุมูลอิสระ   10. เฉาก๊วย ช่วยแก้ร้อนในกระหายน้ำ ขับเสมหะ แก้คลื่นไส้ เบื่ออาหาร ช่วยลดไข้แก้ตัวร้อน เป็นอาหารที่มีแคลอรี่ต่ำ มีเส้นใยอาหาร และช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ นอกจากนี้หากนำต้นเฉาก๊วยมาต้มให้เดือดแล้วนำน้ำเฉาก๊วยมาดื่มเป็นประจำจะช่วยลดอาการโรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวานได้อีกด้วย ขอบคุณข้อมูลจาก... Mommy Pedia

คิดได้! บังยี แนะจับผู้ตัดสินไทยลีกไปสาบานวัดพระแก้ว
"บังยี" วรวีร์ มะกุดี /  ข่าวบอลไทย / 

“บังยี” วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยว่า จากปัญหาเรื่องผู้ตัดสินฟุตบอลไทยที่เกิดขึ้นนั้น แนวทางหนึ่งที่เสนอให้ พล.อ.ชินเสณ ทองโกมล ประธานคณะกรรมการผู้ตัดสินไปแล้วคือ ให้นำผู้ตัดสินทั้งคณะกล่าวปฏิญาณตนที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือ วัดพระแก้ว ซึ่งเป็นที่ประดิษฐาน พระแก้วมรกต สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองไทย เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ตรงนี้ตนไม่ได้มองว่าเป็นวิธีการโบราณ แต่เป็นเรื่องของจิตใจมากกว่า ปัจจุบันข้าราชการต่างๆก็ยึดถือและมีพิธีการดื่มน้ำพิพัฒน์สัตยาอยู่แล้ว นายกลูกหนังไทย กล่าวต่อไปว่า ส่วนการจับสลากผู้ตัดสินเป็นวิธีแก้ปัญหาแค่ระยะสั้น และเป็นการให้โอกาสผู้ตัดสินไทยได้ลงทำหน้าที่ด้วย ซึ่งเมื่อมีโอกาสแล้ว หากยังเป็นการผิดพลาดโดยทุจริต ก็ต้องมีบทลงโทษตาม พระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ.2556 ถ้าผู้ตัดสินคนใดมีนอกมีในจะไม่เอาไว้อย่างแน่นอน จากนั้นหากแก้ไขไม่ได้จริงๆ แนวทางสุดท้ายคือจ้างผู้ตัดสินต่างชาติเข้ามาทำหน้าที่แทน ก็จะส่งผลให้ผู้ตัดสินไทยเสียโอกาสไปเอง ส่วนผู้ที่ทำหน้าที่ดี ในอนาคตจะทำให้เป็นผู้ตัดสินอาชีพและมีเงินเดือนให้ ที่มา เดลินิวส์