ปรีดียาธร เทวกุล

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

แอน มิตรชัย เปิดตัว เด็กๆ ในอุปการะกว่า 50 ชีวิต!
Ann Mitchai /  แอน มิตรชัย

แอน มิตรชัย นางเอกลิเกโกอินเตอร์ที่ไปโด่งดังมีผลงานโด่งดังอยู่ที่ประเทศอินเดีย ยังมีอีกแง่มุมหนึ่งของ แอน และครอบครัว มิตรชัย ซึ่งหลายๆ คนอาจยังไม่รู้ โดยเมื่อวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา กระทรวงวัฒนธรรมและกรมศิลปากรเปิดโครงการจัดกิจกรรม ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ นำเยาวชนสู่พิพิธภัณฑ์ ครั้งที่2 ซึ่งมีเด็กผู้พิการและด้อยโอกาสกว่า 200 คนเข้าสู่แหล่งเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรม เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี พร้อมชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมจากสำนักการสังคีตกรมศิลปากร ณ โรงละครแห่งชาติ โอกาสนี้ นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานกล่าวเปิดงาน ร่วมด้วยนาย อนันต์ชูโต อธิบดีกรมศิลปากร โดย แอน มิตรชัย ได้พาเด็กๆ ประมาณ 50 ชีวิต มาเข้าร่วมโครงการดีๆ ของรัฐบาลในครั้งนี้ด้วย แอน มิตรชัย กล่าวว่า "เด็กกลุ่มนี้มีทั้งเด็กกำพร้าที่ทางครอบครัวมิตรชัยอุปการะไว้ รวมทั้งเด็กยากจนที่บริเวณใกล้เคียง ทุกคนมาฝึกฝนการแสดงลิเกกับครอบครัวมิตรชัยโดยไม่มีค่าใช้จ่าย จริงๆ ครอบครัวเราทำตรงนี้มานานแล้ว ตัวพี่ ไชยา นั้นเติบโตจากที่วัดสระแก้ว(สถานที่รับเลี้ยงเด็กกำพร้าและเด็กยากจน) ก็มีเด็กกลุ่มหนึ่งที่คุณพ่อกับคุณแม่แอนเลี้ยงดูพวกเขามาเหมือนเป็นครอบครัวใหญ่ หลังจากนั้นก็ทำต่อมาเรื่อยๆ และมีคนนำเด็กมาฝากอยู่เรื่อยๆ บางคนพ่อแม่ไม่มีแล้ว อยู่กับยาย ยายเป็นอัมพาตเลี้ยงดูไม่ได้ คนข้างบ้านก็พามาฝาก เราก็สอบถามและก็ดูตามความเหมาะสม มีทั้งรับไว้และไม่ได้รับไว้ จนจำนวนก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเราต้องจำกัดจำนวน ไม่อย่างนั้นป่านนี้คงหลายร้อยหรืออาจขยายไปถึงพันก็ได้" "ตอนนี้เด็กๆ กว่าร้อยชีวิตที่ครอบครัวมิตรชัยดูแลอยู่ แบ่งออกเป็นคณะลิเกเด็ก 2 คณะ คณะแรกอยู่ภายใต้การดูแลของพ่อครูสมศักดิ์ ซึ่งเป็นพ่อแท้ๆ ของพี่ไชยาและแอน ชื่อ คณะอาณาจักร รำปาว มิตรชัย และอีกคณะอยู่ภายใต้การดูแลของคุณแม่วงษ์เดือน คือ คณะศิษย์มิตรชัย เด็กๆ มีตั้งแต่ 3-4 ขวบขึ้นไปจนถึง 15-16 ปีค่ะ" "แอนและพี่เอเป็นเสาหลักดูแลเรื่องนี้ ต้องดูแลทั้งที่พักอาหารและเรื่องเล่าเรียนต่างๆ ทางครอบครัวมิตรชัยมีวัตถุประสงค์หลักของครอบครัวคือพยายามฝึกฝนสัมมาอาชีพให้พวกเขา คือฝึกลิเกสอนทั้งร้องรำสอนให้รู้คุณค่าและสอนให้ภูมิใจทั้งนี้เพื่อสืบสานศิลปะการแสดงลิเกสืบไปในอนาคต เพราะไม่อยากให้ศิลปะการแสดงลิเกสูญหายไป จนในที่สุดเหลือแต่ภาพถ่ายหรือเป็นเพียงเรื่องเล่าและถูกลืมเลือนในที่สุด ครอบครัวของเราไม่ค่อยมีโอกาสพาเด็กๆ ออกนอกสถานที่นัก ครั้งนี้เด็กๆ เลยดีใจกันมาก ทั้งตื่นเต้นที่ได้ออกนอกสถานที่ได้ร่วมทำกิจกรรมดีๆ ที่กระทรวงวัฒนธรรมและกรมศิลปากรจัดเตรียมไว้ให้เด็กๆ แอนขอบพระคุณผู้ใหญ่ของ กระทรวงวัฒนธรรมและกรมศิลปากรอย่างสูง ที่ให้โอกาสเด็กๆ ได้เข้าร่วมโครงการดีๆ ในครั้งนี้ค่ะ" แอน มิตรชัย อุปถัมภ์เด็กกว่า100ชีวิต สอนลิเกฟรีสร้างอาชีพติดตัว youtube channel : Very well มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

อุ๊ตะ!! นางเอกจือปาก ใครเจิดใครจิ๊ด ลองไปเบิ่ง!!
นางเอกจือปาก /  จือปาก / 

สวย เริ่ด เชิด เจ่อ กันเป็นแถว สำหรับนางเอกตัวแม่ๆ ของวงการบันเทิงไทย งานนี้นอกจากหน้าจะสวยเป๊ะแล้ว ปากยังมีเสน่ห์ชวนดึงดูอีกต่างหาก ก็เพราะความจือที่พวกหล่อนๆๆ และหล่อนมีนั่นเอง อ๊ะๆๆ งงล่ะสิว่า 'จือ' มันคืออะไร เอาเป็นว่าไม่ต้องคิดเยอะคิดแยะให้ปวดหัวนะจ๊ะๆ เพราะมันก็แค่ศัพท์ใหม่ที่ผุดขึ้นในวงการ กิริยาเชิดหน้าสวยๆ เผยอปากบางๆ ให้แลดูเจ่อน่าจูบนั่นเอง เรียกว่าเซ็กซี่เบาๆ น่าม๊อง...น่ามองฝุดๆ อ่ะ ต้นตำรับความปากจือถ้าเอาแบบที่ภาพแล่นเข้ามาในหัวโดยไม่ต้องเสียเวลาคิดก็คงเป็นนางเอกที่ฮอตเวอร์อย่าง อั้ม พัชราภา นี่แหละ ยอมรับเลยว่าจือปากนิดบิดหน้าหน่อยแล้วแลดูดีอย่าบอกใครเชียว ซึ่งนอกจากสาวอั้มแล้วก็ยังมีนางเอกระดับท็อปอีกมากมายหลาหลายคนที่นิยมเผยอปากลักษณะแบบนี้ ว่าแต่คนไหนทำแล้วเจิด คนไหนทำแล้วจบ เอ้ย!! ทำแล้วจี๊ด ตามไปยลกันสักหน่อยดีกว่า อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา ใหม่ ดาวิกา ใหม่ ดาวิกา ใหม่ ดาวิกา ใหม่ ดาวิกา ใหม่ ดาวิกา ใหม่ ดาวิกา ใหม่ ดาวิกา ใหม่ ดาวิกา ใหม่ ดาวิกา ใหม่ ดาวิกา ปุ๊กลุ๊ก ฝนทิพย์ ปุ๊กลุ๊ก ฝนทิพย์ ปุ๊กลุ๊ก ฝนทิพย์ ปุ๊กลุ๊ก ฝนทิพย์ ปุ๊กลุ๊ก ฝนทิพย์ ปุ๊กลุ๊ก ฝนทิพย์ ปุ๊กลุ๊ก ฝนทิพย์ ปุ๊กลุ๊ก ฝนทิพย์ ปุ๊กลุ๊ก ฝนทิพย์ ปุ๊กลุ๊ก ฝนทิพย์ มิน พีชญา มิน พีชญา มิน พีชญา มิน พีชญา มิน พีชญา มิน พีชญา มิน พีชญา มิน พีชญา มิน พีชญา มิน พีชญา มิน พีชญา เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ ขอบคุณรูปภาพจาก IG @aum_patchrapa @chomismaterialgirl @davikah @pooklook_fonthip @mipechaya @janienineeleven

The Forest หนังไทยต้นทุนต่ำได้เข้าฉายเทศกาลหนังอูดีน ฟาร์ อีสต์
The Forest /  ธนพล คำคุณขำ / 

ต้องถือว่าเป็นภาพยนตร์ม้ามือ เทียบเท่าภาพยนตร์ดัง ต้นทุนสูงได้เลยทีเดียว สำหรับภาพยนตร์ เรื่อง ป่า หรือ The Forest ภาพยนตร์ภาษาอีสานต้นทุนต่ำสร้างจากทีมงานเพียงสองคนรวมถึงนักแสดงเด็กหน้าใหม่ ที่การันตรีฝีมือด้วยการได้รับการคัดเลือกให้ฉายในเทศกาลภาพยนตร์เอเชียที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของโลก อย่าง เทศกาลภาพยนตร์อูดีน ฟาร์ อีสต์ โดยเทศกาลนี้จัดต่อเนื่องกันเป็นครั้งที่ 18 แล้ว ซึ่งในปีนี้มีภาพยนตร์ไทยสามเรื่องที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าฉายได้แก่ "ฟรีแลนซ์" จากค่ายจีทีเอชที่ผู้ชมชาวไทยรู้จักกันดีอยู่แล้ว ต่อด้วย "รุ่นพี่" ภาพยนตร์สยองขวัญโรแมนติกจากค่าย M๓๙ และสำหรับภาพยนตร์อีกเรื่องที่เป็นตัวแทนของไทย คือ "ป่า" ภาพยนตร์ไทยทุนสร้างต่ำที่ได้รับเสียงชื่นชมจากทั่วโลก ซึ่งภาพยนตร์ทั้งเรื่องถ่ายทำในภาคอีสานระหว่งจังหวัดอุดรธานี และสกลนคร อีกทั้งยังใช้ภาษาอีสานในการดำเนินเรื่องประมาณ 50% ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการฉายในเทศกาลหนังซิเนเควสต์ (Cinequest) ในเมืองซานโฮเซ่ เมื่อต้นเดือนมีนาคม และได้รับคำชื่นชมว่าเป็น 'ผลงานชิ้นโบแดง' พร้อม 'การถ่ายทำที่สยองขวัญอย่างงดงามและการเล่าเรื่องสุดคลาสสิค' ภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทอดให้เห็นถึงความงดงามของดินแดนอีสานในรูปแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ถึงแม้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่มีนักแสดงชาวตะวันตก และบอกเล่าเรื่องผีในแบบไทยๆ แต่ผู้กำกับของเรื่องเป็นชาวอังกฤษ คุณพอล สปาเรีย (Paul Spurrier) ได้ย้ายมาประเทศไทยเมื่อสิบปีที่แล้วเพื่อสร้างภาพยนตร์เรื่อง 'ผี' และเป็นชาวต่างชาติรายแรกที่กำกับภาพยนตร์ภาษาไทย เรื่อง 'ผี' ได้เข้าฉายในกว่าสามสิบประเทศทั่วโลกและทำให้ภาพยนตร์สยองขวัญไทยเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก พอลกล่าวว่า นักท่องเที่ยวทุกคนรู้จักกรุงเทพ ภูเก็ต เชียงใหม่และสถานที่สวยงามอื่นๆ แต่ผมอยากโชว์ส่วนอื่นๆของเมืองไทยที่ไม่ค่อยได้มีโอกาสปรากฏในภาพยนตร์ และที่สำคัญไปกว่านั้น ผมอยากแสดงให้เห็นถึงสปิริตของคนอีสาน' นักแสดงหลักของเรื่องสองราย คือ เด็กหญิงวรรณษา วินทวงศ์ อายุ 9 ขวบและเด็กชายธนพล คำคุณขำ อายุ 12 ปี ได้รับการคัดเลือกจากคุณพอลและคุณจิริยา หลังใช้เวลาสองสัปดาห์ในการเฟ้นหาตัวนักแสดงจากโรงเรียนท้องถิ่นในพื้นที่ มีนักเรียนกว่า 400 รายที่เข้ารับการสัมภาษณ์ และน้องวรรณษาและธนพลผ่านการคัดเลือก ทั้งสองคนอาศัยอยู่ใกล้ๆกับสถานที่ถ่ายทำในจังหวัดอุดรธานีและไม่เคยแสดงมาก่อน ตลอดระยะเวลาการถ่ายทำ คุณพ่อของน้องทั้งสองอยู่เป็นเพื่อนและช่วยในการถ่ายภาพยนตร์ ผลงานของทั้งคู่ได้รับการชื่นชมจากเทศกาลหนังนานาชาติปาล์มบีชเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาและนักวิจารณ์ได้ยกย่องว่าการแสดงของทั้งคู่ “เป็นธรรมชาติอย่างยิ่ง”

งานแถลงข่าว การประกวดนางสาวไทย 2559
2559 /  missthailand / 

 “นางสาวไทย 2559 (MISS THAILAND 2016)” CHALLENGE YOUR LIMITS ประวัติการณ์ใหม่ในรูปแบบเรียลลิตี้โชว์ กว่า 82 ปีแห่งตำนานในเวทีการประกวด “นางสาวไทย” กำลังจะเปลี่ยนไป โดยสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้มอบหมายให้ทาง บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้สร้างสรรค์ อำนวยการผลิตรายการและผู้ดำเนินการประกวดนางสาวไทย 2559 “นางสาวไทย 2559 (MISS THAILAND 2016)” CHALLENGE YOUR LIMITS เพื่อคัดเลือกสตรีไทยที่มีความงาม ความรู้ ความสามารถ และมีคุณสมบัติที่เหมาะสมให้ดำรงตำแหน่ง “นางสาวไทย ประจำปี พ.ศ. 2559” และเพื่อเชิดชูเกียรติ และรณรงค์บทบาทสตรีไทยเผยแพร่สู่สาธารณชน ในรูปแบบรายการเรียลลิตี้โชว์เต็มรูปแบบ พลิกโฉม เพิ่มสีสัน ท้าท้ายความสามารถ แบบเข้มข้น ครบเครื่อง เพื่อเผยแพร่ออกอากาศทางช่อง 7 HD โดยในการแถลงข่าวครั้งนี้ได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญหลายท่าน อาทิเช่น พลตำรวจโท เจตนากร นภีตะภัฏ นายกสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์, คุณปิยะพงษ์ โพธิ์สูง รองผู้จัดการฝ่ายผลิตรายการ สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 คุณเกรียงกานต์ กาญจนะโภคิน ประธานอำนวยการกองประกวดนางสาวไทย 2559 และประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) คุณภคินี อโนมะศิริ บรรณาธิการบริหารและบรรณาธิการความงามนิตยสารดิฉัน พร้อมด้วยนางสาวไทย ประจำปี 2549 “เจี๊ยบ ลลนา ก้องธรนินทร์” และนางสาวไทย ประจำปี 2557 (ล่าสุด) “อี้ วิลาสินี จันทร์วุฒิวงศ์”ตามด้วยรองนางสาวไทย อันดับที่ 1 “พิมพ์ชนก จิตชู” และรองนางสาวไทย อันดับที่ 2 “เสาวลักษม์ ไชยศิริธัญญา”  การประกวดในรูปแบบเรีลลิตี้ จะมีนางสาวไทยรุ่นพี่ “เจี๊ยบ ลลนา ก้องธรนินทร์” นางสาวไทย ประจำปี 2549 มาร่วมเป็น HOST สร้างสีสันในรายการ ซึ่งผู้ประกวดจะต้องพิสูจน์ความสามารถกับ 8 CHALLENGE + 1 Final Round โดยเฉพาะถ่ายทอดสดในรอบตัดสิน ที่จะเพิ่มดีกรีความยิ่งใหญ่ของโชว์ที่อลังการล้ำสมัย ตื่นตาตื่นใจทั้งเทคนิคแสง สี เสียง พร้อมบททดสอบในการเฟ้นหาสาวงามสง่าสวยทรงคุณค่า มากความรู้ ความสามารถ เพียง 1 เดียวที่คู่ควรกับตำแหน่ง “นางสาวไทย 2559 (MISS THAILAND 2016)” ให้กับประเทศไทย สำหรับปีนี้เวทีการประกวดจะยิ่งเป็นที่น่าจับตามองมากขึ้นเพราะนอกจากจะได้ทีมงานคุณภาพคับแก้วของอินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ ที่มีคุณเกรียงกานต์ กาญจนะโภคินเป็นผู้กุมบังเหียนด้านการออกาไนเซอร์แล้ว ยังเสริมทัพด้วยทีมงานที่คร่ำหวอดในวงการแฟชั่นจากนิตยสารชื่อดังของไทย "ดิฉัน" ที่จะมาร่วมการันตีความสนุก ความแซ่บในพาร์ทต่างๆให้เข้มข้นมากขึ้น รวมถึงบรรณาธิการบริหารของนิตยสารดิฉัน คุณภคินี อโนมะศิริ หรือคุณอ้อ ก็จะมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการการตัดสินในรอบชิงชนะเลิศในการประกวดครั้งนี้ด้วย โดยคุณอ้อได้กล่าวถึงการเข้าร่วมการประกวดนางสาวไทยครั้งนี้ว่า "การประกวดนางสาวไทยที่ผ่านมาทุกครั้งเป็นสิ่งที่มีเกียรติ แต่ด้วยปีนี้ Pattern และ Activities ต่างๆน่าสนใจมาก เป็นอะไรที่สะท้อนโลกปัจจุบัน หมายถึงว่าสะท้อนบทบาทของผู้หญิงยุคใหม่ที่กล้าแสดงออก  แล้วก็มีความมั่นใจในสิ่งที่ตัวเองทำ ซึ่งมันก็สอดคล้องกับทิศทางของหนังสือดิฉัน ที่ต้องมีการปรับให้เข้ากับโลคยุคใหม่อยู่เสมอ มีความมั่นใจกับการเปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะรูปแบบอะไรก็ตาม แน่นอนว่าช่วงแรกๆ มันอาจจะเป็นเรื่องใหม่ แต่ว่าเมื่อคนเข้าใจแล้วเนี่ยมันจะสนุกมาก" "โดยหลักแล้วจะต้องเป็นกรรมการในวันตัดสิน คุณสมบัติของที่กองประกวดเขาจะคัดเลือกคือหน้าไทยเลย แล้วก็ความสูงก็มีเส้นวัดอยู่ 160 ซม. เป็นมาตรฐานหญิงไทย คือทุก elements มันจะมีเหตุผล เนื่องจากว่าเราจบการประกวดก็จะจบเลย เป็น career ให้แต่ละคนที่อาจจะแจ้งเกิดในวงการนี้ คนที่เป็นรองหรืออาจจะไม่ได้ติดอันดับหรืออะไรเลยก็อาจจะไปมีชื่อเสียงในด้านของความสามารถของตัวเองที่สะท้อนออกมา มันเป็นเหมือนเรียลลิตี้ที่โชว์ตัวตน มันน่าสนุกตรงนี้ เราก็ไม่รู้ว่ามันจะเป็นยังไง มันก็เลยสนุกตรงนี้แหละค่ะ ก็ต้องขอขอบคุณทางออร์แกไนเซอร์ที่ชวนทางเราไปเป็นพาร์ทเนอร์ด้วยกัน ก็เรียนรู้ซึ่งกันและกันไป ถ้าความรู้ของเราเป็นประโยชน์ และประสบการณ์ในการทำงานของทีมดิฉัน จะเป็นประโยชน์กับทางกองการประกวดได้ ก็ยินดีมากๆเลย" คุณสมบัติของผู้เข้าประกวด มีสัญชาติไทย เป็นเพศหญิงโดยกำเนิด มีส่วนสูงไม่ต่ำกว่า 160 เซนติเมตร มีอายุครบ 17 ปีบริบูรณ์ในวันสมัคร และไม่เกิน 25 ปี ในวันที่ 4 พฤษภาคม 2559 เปิดรับสมัครผู้ประกวด“นางสาวไทย 2559 (MISS THAILAND 2016)” โดยสามารถยื่นใบสมัครได้ตั้งแต่ วันที่ 4 - 20 พฤษภาคม 2559 อ่านข้อมูลเพิ่มเติม พร้อมดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ www.missthailandofficial.com *หมายเหตุ การยื่นใบสมัครทางอีเมล์ ดาวน์โหลดใบสมัครได้ตั้งแต่วันที่ 4-20 พฤษภาคม 2559 ก่อนเวลา 12.00 น. * ผู้สมัครต้องส่งใบสมัครพร้อมรูปถ่าย ทางอีเมล์ก่อน แล้วนำใบสมัครตัวจริงพร้อมเอกสารมายืนในรอบคัดเลือก ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์  ลานอีเดน ในวันที่ 21 พฤษภาคม 2559 ตั้งแต่เวลา 10.00 น.- 18.00 น. สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเกาะติดสถานการณ์จากเวทีเรียลลิตี้โชว์ “นางสาวไทย 2559 (MISS THAILAND 2016)” ชมวีดีโอย้อนหลัง, เบื้องหลังการถ่ายทำอย่างเจาะลึกกับ Exclusive behind the Scene ได้ที่   www.missthailandofficial.com  FB: MISSTHAILANDOFFICIAL,Twitter:MISSTHAILAND2016, IG: MISSTHAILAND2016 , IG : DichanMag ขอบคุณภาพบางส่วนจาก เว็บไซต์ mcot.net , IG : joeyonwipa

โรคูส์ มิสซ์ เขาคือบอดี้การ์ดคนสุดท้ายของฮิตเลอร์
บอดี้การ์ดฮิตเลอร์ /  ประวัติศาสตร์ / 

ก่อนหน้านี้ทีนเอ็มไทยเคยนำเสนอเรื่องราวของ ผู้หญิงคนสุดท้าย! รอดตายจากการเป็นนักชิมอาหารให้ฮิตเลอร์ แต่ทราบหรือไม่ว่า ยังมีบอดี้การ์ดในสมัยฮิตเลอร์ ก็คือ โรคูส์ มิสซ์ Rochus Misch ผู้ที่ได้ชื่อว่า เป็นบอดี้การ์ดคนสุดท้ายที่มีชีวิตอยู่จวบจนอายุ 96 ปี และเสียชีวิตลงด้วยภาวะหัวใจล้มเหลว ซึ่งเขาคนนี้คือหนึ่งในผู้ที่อยู่ร่วมในที่หลบภัยใต้ดินเดียวกันกับผู้นำนาซี ที่ซึ่งเป็นสถานที่ที่ฮิตเลอร์ปิดฉากสุดท้ายในชีวิตของเขาด้วยการฆ่าตัวตาย ไม่กี่วันก่อนการยอมจำนนของเยอรมนี อีกด้วย โรคูส์ มิสซ์ เขาคือบอดี้การ์ดคนสุดท้ายของฮิตเลอร์ โรคูส์ มิสซ์ Rochus Misch เกิดในไซลีเซีย ซึ่งปัจจุบันนี้คือส่วนหนึ่งของโปแลนด์ เขาฝึกเป็นช่างทาสีบ้านก่อนที่จะมาเข้าร่วมหน่วยเอสเอส (SS) และนับจากปี 1940 เป็นต้นมา เขาก็ได้เข้ามาเป็นหนึ่งในบอดีการ์ดส่วนตัวของฮิตเลอร์ เขากลับมาจับงานทาสีอีกครั้งหลังจากผ่านชีวิตในเรือนจำ เมื่อปี 2005 ในการให้สัมภาษณ์กับเอเอฟพี มิสซ์ได้อธิบายว่า เขาได้เห็นฉากสุดท้ายในชีวิตของผู้นำนาซีและภรรยา เอวา เบราน์ อย่างไร ในที่หลบภัยลึกใต้กรุงเบอร์ลินที่พินาศย่อยยับ มิสซ์ ได้เล่าว่า ตอนนั้นฮิตเลอร์กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะโดยฟุบตัวลงไปข้างหน้า ส่วน เอวา เบราน์ ก็ยืนอยู่ไกล้ๆ ถัดจากเขา และเขาเห็นฉากนั้นด้วยตาตัวเอง จำได้ว่าท่านกล่าวอำลาที่ทางเดินยาวในอาคารและเดินเข้าไปในห้อง ท่านกล่าวว่าท่านไม่อยากให้ใครมารบกวน โดยฮิตเลอร์ส่งยาพิษให้เบราน์ ภรรยาที่มีความสมัครใจอยู่แล้ว จากนั้นเขาก็จ่อปืนที่ศีรษะตัวเองแล้วลั่นไก นักประวัติศาสตร์หลายคนเชื่อว่าศพของทั้งคู่คงตกอยู่ในกองเพลิงและถูกเผาไปในที่สุด ก่อนหน้าที่ ฮิตเลอร์ จะยิงตัวตาย มีเหล่าบรรดาผู้บังคับบัญชาต่างต้องการให้ฮิตเลอร์ลี้ภัยออกไป แต่ฮิตเลอร์กลับตอบว่าไม่ จะขอยืดหยัดที่จะอยู่ในเบอร์ลินต่อไป สองวันหลังจากนั้น มิสซ์ ในวัย 27 ปี คือหนึ่งในกลุ่มคนชุดสุดท้ายที่หลบหนีออกมาจากที่หลบภัย ที่ซึ่งเขาได้ปฏิบัติงานในหน้าที่ควบคุมดูแลการสื่อสารทางโทรศัพท์ ในวันที่ 2 พฤษภาคม ปี 1945 วันเดียวกับที่กองทัพโซเวียตโหมบุกสำนักงานเสนาบดีในกรุงเบอร์ลิน เขาถูกกองทัพโซเวียตนำตัวไปเป็นเชลยศึกและถูกจับคุมขังในคาซัคสถานและไซบีเรียจนถึงปี 1953 นอกจากนี้ เขายังได้บอกต่อเว็บไซต์ข่าวสปีเกลออนไลน์ว่า ครั้งแรกที่เขาได้พบท่านผู้นำนั้น เขาคิดว่า ท่านไม่ได้เป็นอสูรร้าย ท่านไม่ได้เป็นยอดมนุษย์แต่อย่างใด ท่านนั่งอยู่ตรงกันข้ามกับผมอย่างเป็นสุภาพบุรุษธรรมดาๆ คนหนึ่งที่เพรียบพร้อม และกล่าววาาจาอย่างสุภาพอ่อนโยน ข้อมูลและภาพจาก manager, bbc

ดาร์บี้แมตช์เมืองมาดริด!! เบล ซัดแฉลบพา ชุดขาว เชือด เรือใบ เข้าชิงUCLฟัด ตราหมี
ซานติอาโก้ เบร์นาเบว /  ผลบอล / 

ผลบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ (นัดสอง) วันพุธที่ 4 พฤษภาคม 2559 เรอัล มาดริด 1-0 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผู้ทำประตู : 1-0 แกเร็ธ เบล น.20 เวลา : 1.45 น. สนาม : ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ถ่ายทอดสด : BeIN Sport 1 ศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ (นัดสอง) เรอัล มาดริด เปิดสนาม ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ต้อนรับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยเกมแรกในบ้าน "เรือใบสีฟ้า" ทั้งสองทีมเสมอกันมาที่สกอร์ 0-0 ครึ่งแรก รูปเกมเป็นทางฝั่ง "ราชันชุดขาว" ที่เอาบอลมาครองพร้อมกับเดินหน้าบุกใส่แผงหลังผู้มาเยือนชนิดที่เกือบได้ประตูขึ้นนำอยู่หลายครั้ง จนกระทั่งมาได้ประตูที่ต้องการในนาที 20 จากจังหวะที่ แกเร็ธ เบล หลุดเข้ามาในกรอบเขตโทษฝั่งขวา พร้อมกับซัดเน้นๆด้วยเท้าข้างไม่ถนัด บอลไปแฉลบขา แฟร์นันโด เล็กน้อยทำให้น้ำหนักบอลลอยโด่งข้ามหัว โจ ฮาร์ท เข้าไปเสียบสามเหลี่ยมอย่างสวยสดงดงาม ช่วงเวลาที่เหลือยังคงเป็น เรอัล มาดริด ที่ทำได้ดีกว่าอย่างชัดเจน แถมยังมีโอกาสได้ประตูที่สองมากกว่าจะเป็นประตูตีเสมอของ "เรือใบสีฟ้า" แต่สุดท้ายก็ยังไม่มีฝั่งไหนบวกสกอร์ได้เพิ่มทำให้จบ 45 นาทีแรก เจ้าบ้านยังคงเป็นฝ่ายนำอยู่ที่ 1-0 ช่วยครึ่งหลัง รูปเกมยังคงเป็น "ราชันชุดขาว" ที่เป็นฝ่ายกุมความได้เปรียบไม่ว่าจะเป็นการครองบอล และจังหวะจบสกอร์ก็ทำได้ดีกว่า "เรือใบสีฟ้า" อย่างชัดเจนเหมือนในครึ่งเวลาแรก แม้ว่า มานูเอล เปเยกรินี่ จะพยายามเปลี่ยนตัวสำรองลงมาแก้เกมแต่ก็ยังทำอันตรายแผงหลังเจ้าบ้านได้ค่อนข้างน้อยมากๆ ทำให้ช่วงเวลาใน 45 นาทีหลังก็ยังคงไม่มีฝั่งไหนบวกสกอร์กันได้เพิ่ม สุดท้ายเป็นทาง เรอัล มาดริด ที่สามารถรักษาสกอร์นำ 1-0 จนจบ 90 นาที ผ่านเข้าไปเล่นในรอบชิงชนะเลิศกับสโมสรเพื่อนบ้านอย่าง แอตเลติโก้ มาดริด ที่สนาม ซานซิโร่ ในเมือง มิลาน ประเทศ อิตาลี ได้สำเร็จ รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม เรอัล มาดริด : เคย์เลอร์ นาบาส(GK), ดาเนี่ยล การ์บาฆัล, เปเป้, เซร์กิโอ รามอส, มาร์เชโล่, ลูก้า โมดริช, โทนี่ โครส, อิสโก้, เฆเซ่, แกเร็ธ เบล, คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท(GK), บาการี่ ซาญ่า, แว็งซ็องต์ ก็องปานี, นิโคลัส โอตาเมนดี้, กาแอล กลิชี่, แฟร์นันโด, แฟร์นันดินโญ่, เฆซุส นาบาส, ยาย่า ตูเร่, เควิน เดอ บรอยน์, เซร์คิโอ อเกวโร่

ละครแฝดล่องหน , เรื่องย่อแฝดล่องหน
ละครแฝดล่องหน /  ละครแฝดล่องหน ตอนจบ / 

แฝดล่องหนออกอากาศ จันทร์-ศุกร์ เวลา18.35 น. lเสาร์-อาทิตย์ เวลา 18.20 น. ทางช่อ7 “สองสาวฝาแฝดที่ต้องห้ำหั่นเชือดเฉือนกันเอง เพียงเพราะความเชื่อว่าตัวเองทำสิ่งที่ถูกแล้ว” เรื่องราวของแฝดผู้พี่ที่เชื่อว่าแฝดผู้น้องเป็นสาเหตุ การตายของแฝดคนกลาง ฝังใจเรื่อยมาจนโต เธอได้ยินเสียงสั่งจากแฝดคนกลางให้เอาชนะแฝดคนน้องให้ได้ในทุกเรื่อง โดยไม่เกี่ยงว่าชัยชนะจะได้มาด้วยวิธีไหน ขณะที่แฝดผู้น้องนั้นต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าแฝดคนกลางไม่มีตัวตน เป็นเพียงความรู้สึกผิดแต่เยาว์ของทั้งคู่เท่านั้นเธอทั้งคู่ไม่มีใครยอมกัน แม้ว่าสุดท้าย ใครคนนึงจะต้องกลายเป็น แฝดล่องหนไปตลอดชีวิตก็ตาม... เด็กหญิงแฝด สามคน ที่หน้าตาเหมือนกัน กำลังวิ่งไล่เล่นกันอยู่ในร้านตัดเสื้อชุดแต่งงานและเวดดิ้งสตูดิโอขนาดใหญ่ เด็กหญิงคนนึง หยิบได้กรรไกร ก็วิ่งไล่แข่งกันจะเป็นช่างตัดเสื้อผ้า ทั้งสามคนวิ่งไล่กันอยู่ในห้องที่เต็มไปด้วยกระจกส่องเต็มตัว กรรไกรถูกแย่งกันไปมา เด็กวิ่งไล่ยิ้มแย้ม ผู้เป็นพ่อคุยงานอยู่ด้านล่างเสร็จแล้วก็เดินขึ้นไปตามลูก จากเสียงเด็กหัวเราะก็กลายเป็นเสียงเด็กร้องวี๊ด คนเป็นพ่อ วิ่งเข้าไปในห้องกระจก สิ่งที่เขาเห็นคือ ลูกสาวคนนึงนอนจมกองเลือดอยู่ เด็กแฝดที่เหลืออีกสองคน หน้าซีดหวาดกลัว ผู้เป็นพ่อตกใจวิ่งเข้าไปดูอาการลูกสาวที่ถูกกรรไกรปักเข้าตรงหัวใจเสียชีวิตไปแล้ว เด็กแฝดที่เหลืออีกสองคนตกใจ หาดกลัวมองกัน ท่ามกลางภาพสะท้อนนับสิบของเงาตัวเองในห้องกระจกเหล่านั้น ไม่มีใครรู้ว่า ใครเป็นต้นเหตุทำให้เด็กคนนั้นล้มถูกกรรไกรทิ่มตาย พิมพ์ดาว(แม็กกี้ อาภา) และ พิมพ์เดือน(แม็กกี้ อาภา) สองสาวฝาแฝดเติบโตขึ้นเป็นสาวแล้ว เรื่องราวในอดีตการเสียชีวิตของพิมพ์จันทร์ถูกทิ้งเอาไว้เบื้องหลัง ไม่มีใครพูดถึงมันอีกเลยถึงพิมพ์ดาว และ พิมพ์เดือน จะเป็นพี่น้องกัน แต่นิสัยใจคอต่างกันราวฟ้าดิน พิมพ์ดาวมีนิสัยก้าวร้าว และเกลียดพิมพ์เดือนมาตลอด ขณะที่พิมพ์เดือนเป็นคนเรียบร้อยนิสัยดี พยายามเอาชนะใจพี่สาวมาตลอด แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จซักที แต่ในชีวิตหน้าที่การงาน ทั้งคู่ก็ล้วนแต่ประสบความสำเร็จได้เป็นดีไซน์เนอร์ออกแบบเสื้อผ้าประจำห้องเสื้อชั้นนำ ที่มีอนาคตไกล เป็นที่ยอมรับในวงสังคมทั้งคู่ คุณหญิงกัญญา(วิยะดา โกมารกุล ณ นคร) ซึ่งเป็นย่าของทั้งคู่เองก็รับรู้ถึงนิสัยอันแตกต่างของสองสาว แต่ก็ยิ่งทำให้ต้องสงสารแฝดผู้พี่เข้าไปอีก เพราะเหตุที่พิมพ์ดาวเป็นคนแบบนี้ เพราะพิมพ์ดาวป่วยเป็นโรค สกิซโซเฟรเนีย (schizophrenia) คือจะมีอาการหูแว่ว ได้ยินเสียงของพิมพ์จันทร์มาตั้งแต่เด็ก เสียงสั่งของพิมพ์จันทร์บอกเธอว่าพิมพ์เดือนเป็นต้นเหตุที่ทำให้เธอต้องตาย พิมพ์ดาวต้องใช้ยารักษามาตั้งแต่เด็ก อีกทั้งพบจิตแพทย์เป็น ประจำ จนโตอาการเธอจึงดีขึ้น แต่สิ่งที่ทุกคนไม่รู้ก็คือ อาการเธอไม่ได้ดีขึ้นเลย เธอยังคงพูดคุยอยู่กับพิมพ์จันทร์ในหัวตัวเองมาโดยตลอด ให้ช่วยแก้แค้นพิมพ์เดือนแทนเธอด้วย ที่คฤหาสน์แห่งนี้มีหนุ่มๆ มาติดพันหลานสาวของคุณหญิงย่ากัญญาอยู่ 3 คน คือ นาถ(หลุยส์ เฮสดาร์ซัน) นักธุรกิจด้านโทรคมนาคมอนาคตไกล ประเทศ(ปิติพน พรตรีสัตย์) นายทหารหนุ่ม รูปงาม และ วัฒนา(ไดสุเกะ สุกี้คาวา) นายตำรวจหนุ่ม ทั้งสามเป็นเพื่อนกัน ประเทศมาติดพัน จามจุรี(ปริตา ไชยรัตน์) วัฒนาหลงรักพิมพ์ดาว ส่วนนาถรักอยู่กับพิมพ์เดือน ทว่าพิมพ์ดาวไม่ได้รักวัฒนากลับหลงรักนาถ และเมื่อรู้ว่านาถชอบพอพิมพ์เดือน จึงไม่พอใจ และหาทางกลั่นแกล้งน้องแฝดอยู่เสมอ มิสเตอร์ครูเกอร์(เดวิด อัศวนนท์) เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่สนิทสนมอยู่กับคฤหาสน์แห่งนี้อยู่เป็นประจำ มิสเตอร์ครูเกอร์เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่มีความสามารถในการเล่นมายากลด้วย วันนึงในงานเลี้ยงที่บ้าน เขาแสดงการย้ายพิมพ์เดือนจากอีกที่ไปสู่อีกที่ ท่ามกลางความประหลาดใจของทุกคน มิสเตอร์ครูเกอร์ บอกว่ามันเป็นความลับของนักมายากลนาถส่งผู้ใหญ่มาสู่ขอพิมพ์เดือน ทำให้พิมพ์ดาวไม่พอใจต่อว่าน้องสาวฝาแฝด หาว่าถ้าไม่มีพิมพ์เดือน นาถก็ต้องรักเธอ และเธอก็บอกพิมพ์เดือนว่า แท้จริงแล้วนาถรักเธอด้วย เพราะเธอหน้าตาเหมือนพิมพ์เดือน และอ้างว่านาถเคยแสดงว่ารักเธอ เคยส่งสายตาให้พิมพ์ดาวบ่อย ๆ แต่จริงๆ แล้วนาถคิดว่าหญิงสาวที่เขาส่งสายตาให้เป็นพิมพ์เดือน เพราะแม้สองพี่น้องฝาแฝดจะมีหน้าตามเหมือนกัน จนจำไม่ได้ แต่นิสัยและกิริยาวาจานั้นผิดกันมาก เมื่อพูดคุยกันนาถจะรู้ทันทีว่าไม่ใช่คนที่เขารัก แต่พิมพ์ดาวไม่ยอมรับ พิมพ์เดือนจึงให้เวลาแฝดผู้พี่พิสูจน์สองสัปดาห์ หากพิมพ์ดาวทำให้นาถรักได้ เธอก็จะหลีกทางให้พี่สาว แต่สองสัปดาห์ผ่านไป พิมพ์ดาวก็ยังไม่สมหวัง พ่อของพิมพ์ดาว และพิมพ์เดือนเสียชีวิตอย่างไม่ทราบสาเหตุ ท่ามกลางการค้างคาใจของทุกคนว่า คนที่ร่างกายแข็งแรงพ่อของเด็กแฝดคู่นี้ ไม่น่าที่จะต้องจมน้ำตายอยู่ในสระบ้านตัวเอง.แน่นอน ฝีมือพิมพ์ดาวแต่สาเหตุเหมือนจะโยนความผิดมาให้พิมพ์เดือน แต่ในที่สุดสำนวนก็ระบุว่าเป็นอุบัติเหตุเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ได้ทำให้นาถรักพิมพ์เดือนน้อยลงเลย นาถยืนยันว่าเขารักและต้องการจะแต่งงานกับพิมพ์เดือนคนเดียวเท่านั้น เพราะเขารักนิสัยใจคอพิมพ์เดือนไม่ใช่หน้าตา ซึ่งนาถบอกว่า พิมพ์เดือนแตกต่างกับพิมพ์ดาวมาก พิมพ์ดาวคิดอุบายเมื่อถึงวันแต่งงานพิมพ์ดาววางแผนให้ สงวน(นภาดา สุขกฤต) เอายาสลบอุดปากพิมพ์เดือน แล้วเธอก็สวมรอยเป็นเจ้าสาวเข้าหอเสียเอง พิมพ์เดือนตกใจและเสียใจมาก เธอขอร้องให้พี่สาวยุติเรื่องนี้เสีย แต่พิมพ์ดาวกลับขู่ว่าถ้าพิมพ์เดือนเปิดเผยเรื่องนี้ให้ใครรู้ เธอจะฆ่าตัวตาย ด้วยความรักพี่สาว ทำให้พิมพ์เดือนปิดปากเงียบ ทนเก็บความชอกช้ำไว้ แต่ก็ไม่วายที่จะมีคนรู้ นั่นคือ สวง(เจเน็ท เขียว) ผู้ที่เลี้ยงพิมพ์เดือนมากับมือนั่นเอง นางย่อมจำเด็กที่นางเลี้ยงมาได้ ในที่สุดพิมพ์เดือนจำต้องเปิดเผยความจริงกับสวง คฤหาสน์ของคุณหญิงย่าวุ่นวายไปพักใหญ่ เพราะพฤติกรรมที่ตรงข้ามกันของแฝดทั้งสองต่างก็สวมรอยกันและกันไม่สนิท ในที่สุดนาถก็จับได้ และเปิดเผยเรื่องราวทั้งหมด คุณหญิงย่าโกรธแฝดผู้พี่มาก และไม่ยอมให้อยู่กับนาถ พิมพ์ดาวจึงโกรธแค้น ทั้งเสียใจเพราะนาถว่ากล่าวเธอเสียๆ หายๆ และยืนยันจะไม่นอนร่วมห้องกับเธออีกต่อไป พิมพ์ดาวทั้งอับอายและเจ็บช้ำจึงตัดสินใจหนีออกจากบ้าน ตั้งใจไปกระโดดน้ำตาย แต่มิสเตอร์ครูเกอร์ ศาสตราจารย์ชาวเยอรมันมาช่วยไว้ได้ และพาพิมพ์ดาวไปที่บ้านณ ที่บ้านของครูเกอร์ พิมพ์ดาวได้พบกับเจเน็ต(นวินดา เบอร์ต๊อตตี้) ลูกสาวของครูเกอร์ และทราบความจริงว่าครูเกอร์กำลังทดลองทำมนุษย์ล่องหน เขาได้ทดลองกับกระต่ายได้สำเร็จ และกำลังจะทดลองกับมนุษย์ที่คิดจะฆ่าตัวตาย เพราะว่าเท่ากับว่าคนนั้นไม่เสียดายชีวิตแล้ว หากการทดลองผิดพลาด พิมพ์ดาวยินดีจะใช้ร่างของเธอทดลอง เพราะหวังกลับไปแก้แค้นพิมพ์เดือน ระหว่างนั้นทางคุณหญิงย่าเข้าใจว่าพิมพ์ดาวตายไปแล้ว จึงจัดงานศพด้วยความเศร้าโศก พิมพ์ดาวกลายเป็นมนุษย์ล่องหน และกลับมาที่คฤหาสน์อีกครั้ง เธอแกล้งทำเป็นผีหลอก พิมพ์เดือนและทุกคนในบ้าน หาว่าเป็นต้นเหตุทำให้เธอฆ่าตัวตายเป็นผีตายโหง ทุกคนหวาดกลัวมากจนแทบจะประสาทไปทั้งบ้าน มีเพียงนางสงวนคนเดียวเท่านั้นที่รู้ความลับนี้ แต่ก็ช่วยกันปกปิดและทำร้ายพิมพ์เดือน เพราะเข้าข้างเด็กที่สงวนเลี้ยงมา พิมพ์เดือนทั้งกลัวทั้งสงสารพี่สาว เธอคิดมากจนเป็นโรคประสาท อารมณ์ผู้เป็นอา จะนำส่งโรงพยาบาลบ้า พร้อมกันนี้พิมพ์ดาวก็สร้างสถานการณ์ทุกอย่างที่จะทำให้พิมพ์เดือนมีความผิดในสายตาของทุกคน นาถเองก็พยายามปกป้องพิมพ์เดือนทุกอย่าง แต่เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่สงวนและพิมพ์ดาวสร้างขึ้นก็ทำให้เขาเข้าใจผิดและปวดหัวใจ จนที่สุดพิมพ์เดือนก็ทนไม่ไหวหนีออกจากบ้านไป พิมพ์เดือนหนีเตลิดไปอย่างไร้จุดหมาย ระหว่างทางเธอได้พบกับครูเกอร์และเจเน็ต ซึ่งออกตามหาพิมพ์ดาวอยู่พอดี เมื่อเห็นแฝดพิมพ์เดือนก็คิดว่าเป็นพิมพ์ดาว จึงเข้ามาตามให้กลับบ้าน พิมพ์เดือนปฏิเสธแต่ก็อยากรู้ความจริง จึงยอมไปกับครูเกอร์ ซึ่งก่อนไปเธอก็ติดต่อวัฒนาและประเทศให้ไปรับรู้ด้วย ทั้งหมดจึงมาที่ห้องทดลองของครูเกอร์ และต่างก็สงสารพิมพ์เดือนเมื่อได้รู้ความจริงและความคิดของพิมพ์ดาว วัฒนาเสียใจแต่ก็ยังคงรักและสงสารพิมพ์ดาว ส่วนทางบ้านคุณหญิงย่าเมื่อพิมพ์ดาวรู้ว่าพิมพ์เดือนหนีออกจากบ้านไปแล้ว ก็คิดจะสวมรอยเป็นพิมพ์เดือนจึงรีบกลับมาหามิสเตอร์ครูเกอร์ เพื่อขอคืนร่างเดิม เพื่อจะได้ไปเป็นภรรยานาถแทนพิมพ์เดือน ครูเกอร์ยินดีทำให้เพื่อวางแผนให้พิมพ์เดือนกลายเป็นมนุษย์ล่องหน ไปซ้อนแผนของพี่สาวอีกที เพื่อให้พิมพ์ดาวสำนึกได้เอง งานของครูเกอร์เกือบจะได้ผล เพราะพิมพ์ดาวตกใจคิดว่าน้องสาวตายและมาเอาชีวิต เธอเกือบจะสารภาพ แต่วัฒนาซึ่งหลงรักพิมพ์ดาวอยู่ นึกสงสารจึงบอกความจริงให้พิมพ์ดาวรู้ พิมพ์ดาวโกรธมาก จึงแกล้งให้พิมพ์เดือนคืนสู่ร่างเดิมไม่ได้ ด้วยการให้สงวนพา ก้อนซึ่งเป็นญาตินักเลงของสงวนไปจับตัวครูเกอร์และเจเน็ตมาขังไว้ และให้สงวนลาออกมาคุมครูเกอร์และลูกสาว โดยยังไม่ได้คืนร่างให้พิมพ์เดือน ดังนั้นพิมพ์เดือนจึงกลายเป็นเงาร่างล่องลอยไปมา ขณะเดียวกันพิมพ์ดาวก็มีปัญหาเพราะนิสัยอันเลวร้ายของเธอทำให้นาถจับได้ และบังคับหลอกล่อจนพิมพ์ดาวสารภาพ นาถจึงประกาศเลิกกับพิมพ์ดาว คุณหญิงย่าโกรธมาก ไล่พิมพ์ดาวออกจากบ้าน และตัดขาดออกจากกองมรดก ทำให้พิมพ์ดาวขาดเงินใช้ แม้แต่เงินค่าจ้างก้อนก็ไม่มีจ่าย เธอจึงคิดจะกลายร่างเป็นมนุษย์ล่องหนอีกครั้ง เพื่อหาเงินใช้ตามธนาคารแต่ครูเกอร์ไม่ยอมทำให้ พิมพ์ดาวจึงขู่ว่าถ้าไม่ทำให้ตนเป็นมนุษย์ล่องหน ก็จะให้ก้อนข่มขืนเจเน็ต ครูเกอร์จำใจทำให้พิมพ์ดาวเป็นมนุษย์ล่องหนอีกครั้ง เพื่อจะใช้เงาร่างในทางทุจริต หาเงินมาประทังชีวิต แต่พอจะกลับคืนร่าง ประเทศและนาถซึ่งรู้ความจริงทั้งหมดแล้วรีบมาช่วยเหลือครูเกอร์ ก้อนยิงครูเกอร์บาดเจ็บสาหัส ทำท่าจะไม่รอดชีวิต พิมพ์ดาวกลัวมากว่าครูเกอร์จะตาย และตนก็ไม่มีโอกาสคืนร่างเป็นมนุษย์ดังเดิม ด้วยความร้อนรนจึงคิดทำเอง แต่หยิบน้ำยาเคมีผิด ทำให้เงาร่างของพิมพ์ดาวไม่อาจคืนสภาพเป็นมนุษย์ได้เมื่อครูเกอร์รู้ข่าว เขาได้ออกจากโรงพยาบาลมาช่วยเหลือพิมพ์เดือนได้สำเร็จ แต่เมื่อช่วยให้พิมพ์ดาวกลับสู่ร่างของมนุษย์ ทุกคนก็ต้องตกใจที่เห็นร่างของพิมพ์ดาวน่าเกลียดมาก เนื้อตัวของพิมพ์ดาวไหม้เกรียมเป็นที่เวทนาแก่ผู้พบเห็น พิมพ์ดาวสำนึกผิด และขอให้ครูเกอร์ทำให้เธอเป็นมนุษย์ล่องหนอีกครั้ง แต่ครูเกอร์ไม่สามารถทำสำเร็จได้อีกต่อไปแล้ว พิมพ์ดาวจึงหลบหนีทุกคนไป แต่อย่างน้อย เธอก็ได้ค้นพบวีดีโอวงจรปิดจากภายในร้านชุดแต่งงาน ถึงสาเหตุในวัยเด็กว่า จริงๆ แล้ว พิมพ์จันทร์วิ่งถือกรรไกรล้มลงเอง ไม่ได้เกิดจากเธอหรือพิมพ์เดือนแต่อย่างไร นั่นเองเป็นยารักษาโรคที่ชงัดนัก เสียงของพิมพ์จันทร์ไม่มารบกวนเธออีกเลยนาถครองรักกับพิมพ์เดือนอย่างมีความสุขมีลูกสาวตัวน้อย ๆ วัฒนาแต่งงานกับเจเน็ตส่วนประเทศได้ครองรักกับจามจุรีวันหนึ่งเรือยอร์ชมาที่เกาะแห่งหนึ่ง และได้เห็นพิมพ์ดาวใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวตัดขาดจากสังคมอยู่ที่เกาะแห่งนั้น ทุกคนจึงไปเยี่ยมและขอร้องให้กลับไปอยู่ที่บ้าน แต่พิมพ์ดาวก็ไม่ยอมกลับมาอยู่คฤหาสน์ดังเดิม เธอขอชดใช้กรรมอยู่ ณ เกาะแห่งนั้น รายชื่อนักแสดง ละครแฝดล่องหนอาภา ภาวิไล รับบท พิมพ์ดาว / พิมพ์เดือนหลุยส์ เฮสดาร์ซัน รับบท นาถปิติพน พรตรีสัตย์ รับบท ประเทศปริตา ไชยรักษ์ รับบท จามจุรีไดสุเกะ สุกี้คาวา รับบท วัฒนานวินดา เบอร์ต๊อตตี้ รับบท เจเน็ตเดวิด อัศวนนท์ รับบท ครูเกอร์วิยะดา โกมารกุล ณ นคร รับบท คุณหญิงกัญญาสมพร ปรีดามาโนช รับบท อารมณ์เล็ก ไอศูรย์ รับบท เกรียงไกรราตรี วิทวัส รับบท สงวนเจเน็ต เขียว รับบท สวง

สยบเกาเหลาได้มั้ย?? ใหม่ ส่งยิ้มหวานให้ ชมพู่ ร่วมรายการ 3 แซบ
ใหม่ ดาวิกา /  ชมพู่ อารยา / 

ถึงจะออกมาแก้ข่าวเกาเหลาแล้วว่าไม่จริ๊งไม่จริง แต่ก็ยังมีประเด็นออกมาให้ติดตามกันอยู่เรื่อยๆ สำหรับสองซุปตาร์ ชมพู่ อารยา และ ใหม่ ดาวิกา ที่คนมองว่านางเอกรุ่นน้องพยายามไต่เต้าเทียบรัศมีเป็นตัวตายตัวแทนรุ่นพี่ และยังเดินรอยตามติดๆ ไปชมแฟชั่นวีคปารีสที่ผ่านมา แถมทั้งคู่กำลังจะได้ไปอวดโฉมที่เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส แม้จะคนละงานกันก็ตาม!! ล่าสุดเป็นที่จับตามองอีกแล้วเมื่อ สาวใหม่ ไปออกรายการ 3 แซบ ที่มี สาวชม เป็นพิธีกร จากภาพที่ออกมามีการพูดคุย สบตา ส่งยิ้มหวาน ยืนเคียงข้างถ่ายรูปด้วยกันตามปกติ ถือเป็นการสยบข่าวเกาเหลาด้วยภาพอีกครั้งได้ดีทีเดียว งานนี้สองสาวจะเม้าท์กันมันส์ขนาดไหน คงต้องไปติดตามชมในรายการเร็วๆ นี้นะจ๊ะ ขอบคุณภาพจาก IG @polyplus_jad_hai, nampraw ใหม่-ชมพู่ ใหม่-ชมพู่ รายการ 3 แซบ ใหม่ ดาวิกา ออกรายการ 3 แซบ ใหม่ ดาวิกา ออกรายการ 3 แซบ ใหม่ ดาวิกา ออกรายการ 3 แซบ ใหม่ ดาวิกา ออกรายการ 3 แซบ

ชมพู่-เคน นำทีมนักแสดงบวงสรวง ละครซีรีส์ เดอะ คิวปิด บริษัทรักอุตลุด
ละครซีรีส์ เดอะ คิวปิด บริษัทรักอุตลุด

ผู้จัดฝีมือดี หน่อง อรุโณชา ถือฤกษ์ดีนำทัพนักแสดงบวงสรวงใหญ่ ละครซีรีส์ เดอะ คิวปิด บริษัทรักอุตลุด ที่มีถึง 8 เรื่อง ถือว่ามากที่สุดในประวัติการณ์การบวงสรวงละครกันเลยก็ว่าได้ โดยเรื่องแรก กามเทพหรรษา คู่รักที่ต่างกันสุดขั้ว แต่มาเติมเต็มกันจนสมบูรณ์ ได้พระเอกหนุ่มสุดเกรียน ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ (รับบท ทิม) ประกบคู่นางเอกหน้าใส จรินทร์พร จุลเกียรติ (รับบท หรรษา) เรื่องสอง กามเทพออกศึก จับหนุ่มหล่อคมเข้มอย่าง ปรมะ อิ่มอโนทัย (รับบท ปีมงคล) ประกบสาวสวยเซ็กซี่ คริส หอวัง (รับบท หอมหมื่นลี้) ส่วนเรื่องที่สาม กามเทพออนไลน์ พระเอกหนุ่มหล่อ ภูภูมิ พงศ์ภาณุ (รับบท โรม) ประกบ นางเอกสาวตาโต พิจักขณา วงศารัตนศิลป์ (รับบท แพรวพราว) เรื่องที่สี่ ลูบคมกามเทพ ได้หนุ่มหล่อมาดเซอร์ อินทัช เหลียวรักษ์วงศ์ (รับบท แดเนียล) ประกบสาวสวย ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด (รับบท การะเกด) เรื่องที่ห้านั้น ซ่อนรักกามเทพ จับพระหน้าคม พงศกร เมตตาริกานนท์ (รับบท อังค์กูณฑ์) ประกบสาวสวยมากความสามารถ ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์ (รับบท นันทิสา) เรื่องที่หก กามเทพซ่อนกล นักร้องหนุ่มหล่อ ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ (รับบท ศรันย์) ประกบสาวหน้าหวาน ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ (รับบท มิลิน) เรื่องที่เจ็ด กามเทพจำแลง ได้หนุ่มตี๋ ธีรเดช เมธาวรายุทธ (รับบท เควิน) ประกบ กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล (รับบท พริมา) และเรื่อง กามเทพปราบมาร ที่ได้พระเอกหนุ่มรูปหล่อ ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ (ภีม) มาประกบกับนางเอกตัวแม่อย่าง อารยา เอ ฮาร์เก็ต (รับบท วราลี) พร้อมนักแสดงมากฝีมืออีกคับคั่ง เรื่องราวแต่ละเรื่องจะสนุกสนานแค่ไหน ติดตามชม ละครซีรีส์ เดอะ คิวปิด บริษัทรักอุตลุด ได้เร็วๆ นี้ทางช่อง 3 ออริจินัล และ ช่อง 33

สาธุ! พระมหาสมปอง ศึกษาดูงานกิเลน-สร้างอะคาเดมี่ให้เยาวชน (มีคลิป)
กิเลนผยอง /  พระมหาสมปอง / 

พระนักเทศน์ชื่อดังเผยสาเหตุเดินทางมาชมเกมกิเลนผยองหลายครั้ง เพื่อศึกษาดูงานไปสร้างอะคาเดมี่ให้กับเยาวชน พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต พระนักเทศน์ชื่อดังเผยหลังเดินทางมาชมการเเข่งขันของทีม “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด หลายครั้ง เนื่องจากมีจุดประสงค์สำคัญคือต้องการศึกษาดูงานการจัดการทีมฟุตบอล เเละนำความรู้ไปปรับใช้กับอะคาเดมี่ที่เพิ่งสร้างให้กับเยาวชนได้ไม่นานมานี้ “อะคาเดมี่ฟุตบอลพระมหาสมปอง” เกิดขึ้นจากความคิดที่ต้องการให้เด็กท้องถิ่น อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ ได้มีที่เล่นฟุตบอลเพื่อออกกำลังกาย, เพื่อให้ห่างไกลจากยาเสพติด รวมไปถึงเเก้ปัญหาเด็กติดเกมส์เป็นหลัก พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต กล่าวว่า “หลังๆนี้มีปัญหามากมายทั้งยาเสพติด เด็กเเว้นต่างๆมากมาย จึงมาคิดว่าในชุมชนเราน่าจะมีกีฬาที่เล่นได้ทุกเพศทุกวัย เราจึงอยากมีสนามหญ้าเทียมเลยทำสนามหญ้าเทียมขึ้นมาเพื่อให้ชุมชนได้เล่นสนุกสนานกัน” นอกจากนี้พระนักเทศน์ชื่อดัง ยังกล่าวถึงพระกับกีฬานั้นเกี่ยวข้องกันอย่างไรว่า “กีฬาๆเป็นยาวิเศษ แก้กองกิเลสทำคนให้เป็นคน ฉะนั้นกีฬาก็เเก้กรองกิเลส พระก็เน้นเเก้กรองกิเลสเเละขัดเกลาให้รู้เเพ้ รู้ชนะ รู้อภัย เเต่มันจะรู้หรือไม่ถ้าเราไม่ได้มาเห็นของจริงในสนาม ซึ่งเหตุการณ์ในสนามก็ทำให้เห็นว่ามีทั้งรู้เเพ้ รู้ชนะ เเละอภัยให้เเก่กัน เด็กๆก็จะได้ซึมซับสิ่งดีๆเหล่านี้กลับไป”  เครดิตคลิป : Thaipbs SPORT

ยอมใจแม่!! ลุคแรก ชมพู่ อารยา เตรียมความพร้อมก่อนไปคานส์
ข่าว ชมพู่ อารยา /  ชมพู่ คานส์ / 

ว่าด้วยเรื่องของแม่!! ความ สวย ปัง ต้องมีทุกที่ไป... ติ่งไม่มีคำว่าผิดหวัง มาดูลุคล่าสุดของนางเอกตัวแม่และแฟชั่นนิสต้าของไทย ชมพู่ อารยา ในงานแถลงความสำเร็จของ ลอฟฟีเซียล ไทยแลนด์ ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ จัดไปกับชุดเดรสลูกไม้สีดำจากแบรนด์สุดหรู Dolce & Gabbana พร้อมต่างหูเพชรน้ำงามจาก Chopard แม่เจ้า!! งามอะไรเบอร์นั้น และนี่คือโฉมแรก เตรียมความพร้อมก่อนไปเจิดจรัสอยู่ที่งานพรมแดงเทศกาลหนังเมืองคานส์ในปีนี้ CANNES FILM FESTIVAL 2016 ว่ากันว่ามีถึง 10 ชุดด้วยกัน ยอมใจนางจริงๆ จ่ะขอขอบคุณ ภาพจากอินสตาแกรม @chomismaterialgirl, @lofficielthailand, @chom_cambodia_fan ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา

สดใส! ส.บอลประกาศตั้ง
ช่องสปริงนิวส์ /  ช้างศึก / 

สมาคมฟุตบอลฯ ทำการประกาศเเต่งตั้งสาวสวยผู้บริหารรุ่นใหม่ช่องสปริงนิวส์ เข้ามานั่งเป็นผู้จัดการทีมชาติไทยชุด U21 ปีเป็นที่เรียบร้อยเเล้ว พล.ต.ท.สมยศ พุ่มพันธ์ุม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลเเห่งประเทศไทยฯ ล่าสุดประกาศผ่านเเฟนเพจ “FAIR” ว่าทำการเเต่งตั้ง นางสาววทันยา วงษ์โอภาสี หรือผู้บริหารช่องสถานีข่าวสปริงนิวส์ เข้ามานั่งในตำเเหน่งผู้จัดการทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี (ซีเกมส์) เป็นที่เรียบร้อยเเล้ว สำหรับ “เดียร์” หรือนางสาววทันยา วงษ์โอภาสี ปัจจุบันเป็นรองประธานกรรมการบริหารด้านธุรกิจองค์กร บริษัทสปริงนิวส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด นับเป็นผู้บริหารรุ่นใหม่ที่เข้าบริหารงานในระดับสูงทั้งที่มีอายุเพียง 31 ปี โดยศึกษาจบทางด้านศิลปศาสตร์ เอกภาษาและวรรณคดีภาษาอังกฤษ ถือว่ามีส่วนสำคัญที่ทำให้ช่องสปริงนิวส์ก้าวขึ้นเป็นสถานีข่าวอันดับต้นๆ ของเมืองไทยได้ในเวลานี้ เครดิตภาพ : eurotunerthailand, m2fjob