ประหารชีวิต

หนังโลกที่เราอยากดู : Arabian Nights (2015)
Arabian Nights /  BIOSCOPE / 

Arabian Nights มหากาพย์แสนเศร้า กับเรื่องเล่าในพันหนึ่งรัตติกาล ‘อาหรับราตรี’ (Arabian Nights) หรือ ‘พันหนึ่งราตรี’ (One Thousand and One Nights) ที่เรารู้จักกันนั้นเป็นการรวมหลากเรื่องเล่าปรัมปราของ นางชาห์ราซาด (Scheherazade) ลูกสาวมหาอำมาตย์ผู้ถวายตัวเป็นมเหสีของ ชาห์เรียร์ (Shahryar) เพื่อตั้งใจหยุดเหตุหฤโหดที่กษัตริย์เปอร์เซียผู้นี้หลับนอนกับสาวพรหมจรรย์ทุกคืนก่อนจะสั่งประหารชีวิตพวกนางในเช้าวันถัดมาด้วยความเคียดแค้นที่เคยถูกพระชายาสวมเขา โดยชาห์ราซาดใช้วิธีเล่านิทานสนุกระทึกใจทุกๆ คืนแล้วค้างเอาไว้ในยามรุ่งสางตอนที่เรื่องกำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม เพื่อชาห์เรียร์จะได้ไว้ชีวิตให้เธอกลับมาเล่าต่อไป เรื่องเล่าเหล่านั้นตีวงกว้างตั้งแต่เรื่องชิงรักหักสวาท โศกนาฏกรรม ตำนานประวัติศาสตร์ ตลกล้อเลียน บทกวี ไปยันปลุกใจเสือป่า ตัวละครมีทั้งพระราชา พ่อค้า นักรบ ทาส นักเวทย์ ไปจนถึงภูตผี อันส่งผลให้ ‘อาหรับราตรี’ ได้รับความนิยมจนถูกนำมาเล่าบนจอหนังหลายครั้ง เช่น The Palace of Arabian Knights (1905, จอร์จ เมลิเยส์), The Thief of Bagdad (1924, ราอูล วอลช์), Arabian Nights (1974, ปิแอร์ เปาโล ปาโซลินี), แอนิเมชันดิสนีย์ Aladdin (1992, รอน คลีเมนต์ส + จอห์น มัสเกอร์), แอนิเมชันดรีมเวิร์คส์ Sinbad: Legend of the Seven Seas (2003, ทิม จอห์นสัน + แพทริค กิลมอร์) (ของไทยเราเองก็มี ‘พันหนึ่งราตรี’ ละครช่อง 7 ปี 1996) ทว่าอะลาดิน, อาลี บาบา หรือ ซินแบด ที่เราคุ้นเคยมิได้ปรากฏอยู่ใน Arabian Nights ของ มิเกล โกเมซ หรอก ผู้กำกับวัย 42 อธิบายว่า “ในหนังของเรา นิทานที่ชาห์ราซาดเล่าคือเรื่องที่เกิดในโปรตุเกสยุคปัจจุบันอันเต็มไปด้วยวิกฤตทางเศรษฐกิจและปัญหาสังคม” เพราะแรงบันดาลใจที่แท้จริงของเขาก็คือสภาพบ้านเกิดเมืองนอนซึ่งเขาไม่อาจทนดูได้อีกต่อไป “ผมมองเห็นความเป็นไปได้ทางเรื่องราวอย่างมหาศาลในสถานการณ์ที่เรากำลังเผชิญ ภาพยนตร์คือความขัดแย้ง และความขัดแย้งก็ใช่ว่าจะเป็นสิ่งที่ขาดพร่องไปในโปรตุเกสทุกวันนี้” หนังของโกเมซได้รับคำชื่นชมถึงการผสมองค์ประกอบความเป็นจริงเข้ากับเรื่องแต่งได้อย่างแยบคายชวนฝัน และใน Arabian Nights เขาทวีความทะเยอทะยานขึ้นอีกด้วยการชักชวนทีมนักข่าว (มาเรีย โจเซ โอลิเวรา, โจอาว เดอ อัลเมดา ดิอาซ, ริตา เฟอร์เฮรา) มาขุดคุ้ยและเขียนถึงเหตุการณ์จริงของผู้คนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจ (ตั้งแต่เรื่องของคู่รักที่ฆ่าตัวตายพร้อมกันในอพาร์ตเมนต์ ไปจนถึงกลุ่มชายชนชั้นแรงงานที่จัดงานประกวดนกร้องเพลง) แล้วโพสต์ลงเว็บไซต์ของหนัง(www.as1001noites.com) ร่วมกับภาพวาดประกอบของศิลปิน ทีอาโก มานูเอล ในช่วงปี 2013 - 2014 ซึ่งกลายมาเป็นวัตถุดิบให้ทีมเขียนบท (โกเมซ, เตลโม คูร์โร และ มาเรียนา ริการ์โด) นำไปพัฒนาต่อเป็นบทหนังอีกที ด้วยเหตุนี้ Arabian Nights จึงเป็นโปรเจ็กต์เชิงทดลองที่เริ่มต้นทั้งๆ ไม่อาจรู้ล่วงได้ถึงตอนจบ (เพราะเรื่องราวในหนังสอดรับไปกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นจริง) เสียงเล่าที่บรรยายนิทานจากภูมิภาคตะวันออกกลางกลายมาเป็นเสียงเล่าเรื่องกึ่งจริงกึ่งแต่งของผู้คนที่ดิ้นรนภายใต้ภาวะการเงินของประเทศซึ่งถูกควบคุมโดยทรอยกา (Troika - คณะกรรมการตรวจสอบการคลังของยุโรปที่จัดการเงินกู้ให้รัฐบาลกรีซ ไอร์แลนด์ ไซปรัส และโปรตุเกส) สะท้อนทั้งปัญหาว่างงาน การอพยพถิ่นฐาน ปัญหาทางชนชั้น และ ความโศกเศร้า ผลลัพธ์คือ Arabian Nights โดดเด่นซับซ้อน ทั้งด้วยเรื่องราวที่โต้ตอบกับเรื่องราวด้วยกันเอง และเรื่องแต่งที่โต้ตอบกับความเป็นจริง ซึ่งเผยให้เห็นรายละเอียดในชีวิตผู้คนที่เราไม่ได้เห็นในรายงานของสื่อกระแสหลัก โกเมซแบ่งหนัง 6 ชั่วโมงกว่าออกเป็น 3 ตอน ได้แก่ Volume 1: The Restless One ที่ชาห์ราซาดเล่าถึงประเทศแสนเศร้าต้องสาป, Volume 2: The Desolate One เล่าถึงความทุกข์ทนที่เกาะกุมจิตใจมนุษย์ และ Volume 3: The Enchanted One ที่เธอกังวลว่าจะไม่รอดชีวิตจากเงื้อมมือชาห์เรียร์ จึงหนีออกจากวังไปพร้อมๆ กับเล่าเรื่องราวสุดอัศจรรย์ “ผมอยากทำหนังที่เล่าเรื่องในโปรตุเกสที่ผุดขึ้นมาตามเวลาจริง โดยไม่ใช่การผลิตซ้ำความจริงของสภาพน่าสิ้นหวัง แต่ประดิษฐ์สร้างมันขึ้นใหม่ในฐานะเรื่องแต่ง ซึ่งนั่นก็คือหน้าที่ของชาห์ราซาด” โกเมซบอก “นิทานและสังคมจริง พรมบินได้และการเดินขบวนประท้วง เหล่านี้คือสิ่งที่เรามักคิดว่าไม่เกี่ยวเนื่องกัน เราเคยชินกับการจัดมันใส่กล่องแยกเป็นคนละประเภท ทั้งๆ ที่จินตนาการกับความเป็นจริงนั้นไม่อาจดำรงอยู่ได้หากขาดอย่างใดอย่างหนึ่ง” หนึ่งในสมญานามที่โกเมซได้รับก็คือ ‘อภิชาติพงศ์ (วีระเศรษฐกุล) แห่งโปรตุเกส’ อาจเพราะงานของทั้งคู่มีกลิ่นอายความเป็นสารคดีปนเรื่องแต่ง กับธีมเรื่องการรื้อฟื้นความทรงจำและความหวนไห้ถึงอดีต ซึ่งโกเมซเคยยืนยันสมมติฐานนี้ว่า “ผมชอบงานของอภิชาติพงศ์ เขาเองก็ผูกพันอยู่กับการพยายามทวงคืนบางสิ่งที่สูญหายไปในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์... ซึ่งก็คือความบริสุทธิ์ไร้เดียงสา” โดยล่าสุดโกเมซยังได้ร่วมงานกับผู้กำกับภาพคู่ใจของอภิชาติพงศ์อย่าง สยมภู มุกดีพร้อม ใน Arabian Nights อีกด้วย สยมภู พูดถึงการทำงานกับโกเมซว่า “โกเมซเป็นผู้กำกับที่มีความสามารถนะ ผมชอบความคิดของเขา เขาเป็นคนที่กล้าคิด แล้วก็มีจุดยืนของตัวเอง ซึ่งเราว่านี่เป็นสิ่งสำคัญที่สุดของการเป็นผู้กำกับ เพราะว่าสำหรับเรา ถ้าให้เราไปฟังใครเล่าเรื่องที่ห่วยแตก เราก็ไม่อยากฟังหรอก แล้วเขาก็ไม่ได้เป็นคนวิเศษวิโสอะไร เป็นคนปกตินี่แหละ มีอารมณ์ฉุนเฉียว มีความเห็นแก่ตัว มีความ fuck around ตามที่ ผกก.ต้องเป็น แต่ว่าเค้าก็เคารพคนอื่นในส่วนนึง อะไรเงี้ยอ่ะครับ เราก็เลยรู้สึกว่าเรา แฮปปี้กับเขามาก" "แล้วยิ่งในส่วนของตัวที่เป็นเนื้องานจริงๆ แล้วเนี่ย เขากัดไม่ปล่อย เขาชัดมากว่าต้องการอะไร ซึ่งเราว่าไม่ใช่แค่เขาคนเดียวหรอก เขาทำงานเป็นทีมซึ่งจะมีสามคนหลักๆ คือ เตลโม คูร์โร เป็นคนตัดต่อ คนที่สองชื่อ มาเรียอานา ริกาโด เป็นนักดนตรีและคนเขียนบท คนที่สามก็คือ มิเกล โกเมซ สามคนนี้จะรวมหัวกันช่วยเขียนบท ซึ่งบทออกมาแต่ละอันนี่โคตรดีเลย คืออ่านแล้วรู้เลยว่ามึงคิดไรอยู่ มึงต้องการอะไร เขาคิดทุกด้านมาแล้ว ที่สำคัญคือบทของเขาเราอ่านฉบับที่เป็นภาษาอังกฤษ คือต้องแปลจากภาษาโปรตุกีสมา โดยภาษาอังกฤษที่ผมอ่าน มันเป็นภาษากวีมากๆ ซึ่งมันอาจจะเป็นธรรมชาติของภาษาเขาก็ได้” สยมภู ปิดท้าย เรียบเรียงจากนิตยสาร BIOSCOPE ฉบับที่ 159-160 ... สำหรับคนที่อยากชม Arabian Nights ไปดูได้ที่เทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพฯ ครั้งที่ 13 ตามรอบฉายด้านล่าง หรือสามารถติดตามดูโปรแกรมเรื่องอื่นๆ ได้ที่ www.worldfilmbkk.com Arabian Nights Volume 1: The Restless One 14 พ.ย. (20:20) และ 19 พ.ย. (20:30) Arabian Nights Volume 2: The Desolate One 15 พ.ย. (20:30) และ 20 พ.ย. (20:50) Arabian Nights Volume 3: The Enchanted One 17 พ.ย. (20:40) และ 21 พ.ย. (20:20) https://www.youtube.com/watch?v=yONovEHyvXo

หนังเข้าใหม่ 7 ม.ค. การกลับมาแก้แค้นของเจ้าแม่แฟชั่น กลิ่นคาวเลือด และการตะลุยเม็กซิโกครั้งแรก
Cartel Land /  Crayon Shin-chan: My Moving Story! Cactus Large Attack! / 

หนังเข้าใหม่สัปดาห์นี้ ต้อนรับปี 2559 เปิดประเดิมกันด้วยภาพยนตร์ 4 แนว ทั้ง ตลก แอ็คชั่น ดราม่า และการ์ตูน ใครชอบแนวไหนก็ลองเลือกดูนะจ้ะ นอกจากนี้ยังมีอีก 1 เรื่อง Exclusive เฉพาะ SF Central World กับ SF เชียงใหม่ The Hateful Eight 8 พิโรธ โกรธแล้วฆ่า เรื่องราวเมื่อหลังเหตุสงครามกลางเมืองสิ้นสุดลง มือแขวนคอในตำนาน จอห์น รูธ ต้องพานักโทษหญิง เดซี่ โดเมิร์กู ไปยังเรดร็อกเพื่อประหารชีวิต ทว่าทั้งสองต้องเผชิญหน้ากับผู้พัน มาควิส วอร์เรน สุดยอดนักล่าค่าหัว และนายอำเภอ คริส แมนนิกซ์ แล้วทั้งสี่คนมีเหตุบางอย่างที่ทำให้พวกเข­าต้องติดอยู่ในกระท่อมหลังหนึ่ง ที่ได้พบกับคนแปลกหน้าอีกสี่คนอย่างชายชาว­เม็กซิกัน โคบาลจอมเก๋า ไอ้ตัวน้อยจอมโหด และนายพลคนฝ่ายใต้ คนแปลกหน้าแปดคนเหล่านี้มีความลับและความแ­ค้นบางอย่างที่ต้องชำระด้วยลูก ปืนและเลือด ————————————————————— The Dressmaker แค้นลั่น ปังเวอร์ ทิลลี่ ดันเนก (เคท วินสเลต) หญิงสาวช่างตัดเสื้ออันหรูหราและทันสมัยขอ­งปารีส ยุค 1950s ที่ได้กลับไปยังเมืองบ้านเกิดเล็กๆ ในประเทศออสเตรเลียของเธออีกครั้ง หลังต้องระหกระเหินออกจากบ้านจากการถูกใส่­ร้ายว่าเธอเป็นฆาตกรตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ดังนั้นการกลับมาครั้งนี้นอกจากเธอจะนำสไต­ล์แฟชั่นอันเลิศหรูเข้ามาเปลี่ยน แปลงผู้คน­ในเมืองแล้ว เธอยังจะกลับมาล้างแค้นผู้ที่ทำให้เธอต้อง­ถูกเข้าใจผิดมานานหลายปี ภาพยนตร์ The Dressmaker นอกจากจะเป็นภาพยนตร์ที่แสดงให้เห็นการต่อ­สู้เพื่อพิสูจน์ความจริงของ ผู้หญิงคนหนึ่ง­แล้ว ยังเป็นภาพยนตร์ที่ทำให้เห็นว่าแฟชั่นนั้น­จะช่วยยกระดับคุณค่าผู้หญิงทุกคน ไปตลอด­กาล! ————————————————————— The Big Short เกมฉวยโอกาสรวย คริสเตียน เบล ประชันบทบาทกับ สตีฟ คาเรล, ไรอัน กอสลิง และแบรด พิตต์ ในภาพยนตร์ The Big Short เกมฉวยโอกาสรวย ภาพยนตร์สร้างจากเรื่องจริงซึ่งเป็นหนังสือ ระดับเบสเซลเลอร์โดย ไมเคิล ลูอิส (เจ้าของผลงาน The Blind Side, Moneyball) ภาพยนตร์เล่าเรื่องราวของบุคคล 4 คนที่เห็นเค้าลางของวิกฤติเศรษฐกิจก่อนองค์กรอื่น ทั้งธนาคารขนาดใหญ่, สื่อมวลชน และรัฐบาลสหรัฐ พวกเขาจึงเกิดไอเดียในการลงทุนที่นำไปสู่ด้านมืดของระบบธนาคารสมัยใหม่ ที่ทำให้เขาต้องตั้งคำถามกับทุกคนและทุกสิ่ง ภาพยนตร์กำกับการแสดงโดย อดัม แมคเคย์ (จาก Anchorman, Step Brothers) โดย แบรด พิตต์ นั่งแท่นผู้สร้างภาพยนตร์ กับ ดีดี้ การ์ดเนอร์, เจเรมี ไคลเนอร์ และ อาร์นอน มิลชาน กำหนดฉายในไทย ต้นปี 2016 ————————————————————— Crayon Shin-chan : My Moving Story! Cactus Large Attack! ชินจัง เดอะ มูฟวี่: ผจญภัยต่างแดนกับสงครามกระบองเพชรยักษ์ ภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชั่นลำดับที่ 23 ซึ่งเป็นภาคล่าสุดของ “ชินจังจอมแก่น” โดยในภาคนี้เป็นการนำเสนอเรื่องราวครั้งแรกใรรอบ 4 ปี ที่ครอบครัวโนฮาร่าได้เดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งจะพาแฟนๆ ไปพบกับเรื่องราวแปลกใหม่กับบรรยากาศของประเทศเม็กซิโก จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อ ฮิโรชิ (พ่อของชินจัง) ถูกส่งตัวไปทำงานที่เม็กซิโกอย่างกระทันหัน ทำให้สมาชิกคนอื่นๆ ในบ้านต้องรีบแพ็คกระเป๋าบินด่วนไปเม็กซิโก ชินจังถึงกับหลั่งน้ำตาที่ต้องจากลาจากเพื่อน รัก และเมื่อครอบครัวโนฮาร่าเดินทางมาถึงเม็กซิโก ทุกคนต้องเผชิญคือการปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ที่ไม่คุ้นเคย และยังต้องพบกับความวุ่นวายในแดนจังโก้ งานนี้ครอบครัวโนฮาร่าจะใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติสุขได้หรือใหม่ แล้วเขาต้องพบเจอกับอะไรบ้างในประเทศเม็กซิโก ติดตามเรื่องราวสุดป่วนชวนฮาของครอบครัวนี้พร้อมเพลงประกอบ ภาพยนตร์ OLA จากเสียงร้องของนักร้องคู่หูวง Yuzu ในภาพยนตร์แอนิเมชั่น-คอมเมดี้ เรื่อง “ชินจัง : ผจญภัยต่างแดนกับสงครามกระบองเพชรยักษ์” ————————————————————— Cartel Land ผ่าแดนนรก เรื่องจริงสุดเหลือเชื่อ ของสองกองกำลังเถื่อนผู้ห้ำหั่นแก๊งค์ค้ายาเม็กซิกัน Exclusive Movie ฉายเฉพาะ SF World Cinema 7th fl. CentralWorld SF Cinema Maya ChiangMai

คุกตลอดชีวิต! 'ติ๊งต่าง' ฆ่าข่มขืน ด.ช.7 ขวบ จ.เลย
ฆาตกรรม /  ฆ่าข่มขืน / 

ศาลพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต 'ติ๊งต่าง' คดีล่วงละเมิดทางเพศและฆ่าเด็กชายวัย 7 ขวบ ที่งานกฐิน วัดศรีอุดมวงษ์ จ.เลย เมื่อปี 56  วันนี้ 17 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จนท.ราชทัณฑ์ควบคุมตัวนายหนุ่ย หรือ ติ๊งต่าง ไม่มีนามสกุล มายังศาลอาญา เพื่อฟังคำพิพากษาคดีที่ล่วงละเมิดทางเพศและฆ่าเด็กชายอายุ 7 ปีจนเสียชีวิต ที่ จ.เลย เมื่อวันที่ 10 พ.ย.56 ทั้งนี้ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าแม้ไม่มีประจักษ์พยานเห็นว่านายหนุ่ยกระทำผิด แต่นายหนุ่ยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนว่าพบเด็กชายมาเที่ยวงานกฐินที่วัดศรีอุดมวงษ์ ก่อนขี่รถจักรยานพาเด็กไปที่ยอดเขาภูผาสิงห์ เพื่อล่วงละเมิดทางเพศ แม้คำให้การของนายหนุ่ยจะเป็นเพียงพยานบอกเล่าแต่รับฟังได้และนายหนุ่ยยังได้เขียนแผนที่ยอดเขาภูผาสิงห์ ทำให้ตำรวจพบร่างเด็กชายด้วย ส่วนที่นายหนุ่ยอ้างว่าถูกทำร้ายร่างกายให้รับสารภาพนั้นเห็นว่า ตำรวจเข้าสอบปากคำนายหนุ่ย ขณะถูกควบคุมในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร มีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ทนายความ ผู้สื่อข่าวและเจ้าหน้าที่มูลนิธิกระจกเงา ร่วมฟังการสอบสวนด้วย "พยานหลักฐานจำเลยไม่สามารถหักล้างพยานโจทก์ได้พิพากษาประหารชีวิต แต่คำให้การเป็นประโยชน์ลดโทษ 1 ใน 3 คงจำคุกตลอดชีวิต" สำหรับนายหนุ่ย หรือ ติ๊งต่าง ก่อนหน้านี้ ถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุกตลอดชีวิต คดีล่วงละเมิดทางเพศและฆ่าเด็กหญิงอายุไม่เกิน 13 ปี มาแล้ว 2 สำนวน ประกอบด้วย คดีเด็กหญิง อายุ 6 ปี (น้องการ์ตูน) เหตุเกิดใกล้สถานีรถไฟฟ้า แบริ่ง ของ ศาลจังหวัดพระโขนง และ คดีเด็กหญิง อายุ 4 ปี ที่หายไปจากงานกาชาด จ.เลย ของศาลอาญา โดยนายหนุ่ยหรือติ๊งต่างภายหลังถูกจับกุมให้การรับสารภาพและยอมรับว่าได้ก่อเหตุกระทำอนาจารเหยื่อมาแล้วนับ 10 ราย เริ่มตั้งแต่ปี 51 หลังจากที่ตัวเองพ้นโทษในคดีพรากผู้เยาว์ฯมาเป็นเวลา 3 ปี โดยฆ่าตาย 4 ศพ ซึ่งคดีเด็กหญิง อายุ 6 ปี เป็นศพสุดท้าย ขอบคุณข้อมูล TNN24 ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

โฆษกศาล ยัน ไม่มีคำพิพากษาประหารชีวิต แกนนำแดงอุบลฯ
ข่าวจังหวัดอุบลราชธานี /  ประหารชีวิต / 

โฆษกศาลยุติธรรม ชี้แจงหลังถูกวิจารณ์ กรณีศาลสั่งประหารแกนนำเสื้อแดงเผาศาลากลางอุบลฯ ยันพิพากษาแก้จำคุกตลอดชีวิต นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับคำพิพากษาศาลฎีกาคดีกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช. )จ.อุบลราชธานี นำโดยนายพิเชษฐ์ ทาบุตดา พร้อมพวก รวม 20 คน ซึ่งเป็นจำเลยในการก่อเหตุวางเพลิงเผาศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 53 โดยศาลจังหวัดอุบลราชธานีได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2558 และประชาชนส่วนใหญ่อาจเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับคำพิพากษาดังกล่าว ว่าศาลฎีกาสั่งประหารชีวิต จึงขอชี้แจงเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องว่า ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาแก้ ให้นายพิเชษฐ์ ทาบุตดา จำเลยที่ 1 และนายชัชวาล ศรีจันดา จำเลยที่ 11 จำคุกตลอดชีวิต พิพากษาให้นางอรอนงค์ บรรพชาติ จำเลยที่ 2 นางสาวปัทมา มูลมิล จำเลยที่ 5 นายลิขิต สุทธิพันธ์ จำเลยที่ 7 นายธีรวัฒน์ สัจสุวรรณ จำเลยที่ 9 นายสนอง เกตุสุวรรณ จำเลยที่ 12 และนายสมศักดิ์ ประสานทรัพย์ จำเลยที่ 17 จำคุกคนละ 33 ปี 4 เดือน และพิพากษาให้จ่าสิบเอกสมจิตร สุทธิพันธ์ จำเลยที่ 16 จำคุก 1 ปี รวมจำเลยที่ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาแก้ทั้งสิ้น 9 คน นอกนั้นให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ทั้งนี้ โฆษกศาลยุติธรรม ยืนยันว่า คำพิพากษาของศาลจังหวัดอุบลราชธานี ศาลอุทธรณ์ภาค 3 และศาลฎีกา ไม่ปรากฏโทษประหารชีวิตตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด ข้อมูลข่าว/ภาพ จาก matichon.co.th ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

เตือน! คนไทยในย่างกุ้งให้ระวังตัว หลังศาลตัดสินประหารชีวิตคดีเกาะเต่า
คดีเกาะเต่า /  ประหารชีวิต / 

สถานทูตไทย เตือนคนไทยในย่างกุ้งให้ระวังตัว หลังศาลตัดสินประหารชีวิต 2 ผู้ต้องหาคดีเกาะเต่า จากกรณีที่ศาลจังหวัดเกาะสมุย มีคำพิพากษาตัดสินประหารชีวิต นายซอลิน และนาวิน ซอ ทุน แรงงานชาวเมียนมา ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรม นายเดวิด วิลเลียม มิลเลอร์ และ น.ส.ฮานนาห์ วิคตอเรีย นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ บนเกาะเต่า ล่าสุด (24 ธ.ค. 58) สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงย่างกุ้ง ออกประกาศเตือนประชาชนคนไทยให้เพิ่มความระมัดระวัง หลังศาลจังหวัดเกาะสมุยมีคำพิพากษาตัดสินประหารชีวิตนายซอลินและนายวิน ซอ ทุน แรงงานชาวเมียนมาร์ ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมนายเดวิด วิลเลียม มิลเลอร์ และ น.ส.ฮานนาห์ วิคตอเรีย นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ส่งผลให้เกิดกระแสการต่อต้านคำตัดสินดังกล่าว โดยเฉพาะทางด้านสังคมออนไลน์ และมีการนัดหมายชุมนุมประท้วงบริเวณหน้าสถานเอกอัครราชทูตฯ ในวันที่ 25 ธ.ค. นี้ ในการนี้เพื่อความปลอดภัยของทุกท่าน สถานเอกอัครราชทูตฯ จึงขอให้ทุกท่านเพิ่มความระมัดระวังในการเดิรทางในช่วงนี้เป็นพิเศษ และหลีกเลี่ยงการแสดงตัวเป็นคนไทยในที่สาธารณะโดยไม่จำเป็น ทั้งนี้สถานเอกอัครราชทูตฯ จะแจ้งความคืบหน้าของเหตุการณ์ให้ทุกท่านทราบเป็นเป็นระยะ ขอบคุณข้อมูล/ภาพ Voice TV MThai News

นายกฯ ชี้ โทษประหารคดีข่มขืน ต้องรอบคอบ ปัดป้องคนผิด
ข่มขืนต้องประหาร /  คดีข่มขืน / 

พล.ต.สรรเสริญ เผย นายกรัฐมนตรี ปัดเข้าข้างคนผิด ปมประหารชีวิตจากการข่มขืน ขอทุกฝ่ายร่วมกันคิดรอบด้าน แก้ปัญหาให้ตรงจุด พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงการรณรงค์ให้ผู้กระทำผิดจากการข่มขืนได้รับโทษประหารชีวิตว่า คำว่า “สุดโต่ง” ที่นายกรัฐมนตรี กล่าวนั้น ไม่ได้หมายความว่าจะปกป้องหรือเข้าข้างผู้กระทำผิด แต่ต้องการให้สังคมร่วมกันพิจารณาอย่างรอบคอบว่า ที่จริงต้นเหตุของปัญหาคืออะไร การใช้กฎหมายรุนแรงบังคับแต่เพียงอย่างเดียว จะแก้ไขปัญหาได้จริงหรือไม่ จะต้องดูหลายมิติ ทั้งเรื่องกฎหมาย การสร้างจิตสำนึกที่ดี การสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวและสังคม เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับคนในประเทศและป้องกันไม่ให้ปัญหาเกิดขึ้นอีก ขณะเดียวกัน พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี เข้าใจหัวอกของพ่อ แม่ และญาติพี่น้องของผู้เสียหาย และรู้สึกเจ็บปวด ไม่พอใจผู้กระทำผิดเช่นเดียวกับคนทั่วไป แต่ก็ต้องมองปัญหาในฐานะที่เป็นรัฐบาล ซึ่งจะต้องพิจารณาในภาพรวมอย่างรอบคอบและเป็นสากล ซึ่งหากใช้ยาแรงหรือบังคับใช้กฎหมายอย่างรุนแรงที่สุด อาจยิ่งส่งเสริมให้ผู้กระทำผิดทำร้ายเหยื่อจนถึงแก่ชีวิต เพราะคิดว่าจะได้ไม่เหลือหลักฐานสำหรับการเอาผิดตนเอง ซึ่งจะมีผลถึงการรับโทษขั้นรุนแรง อย่างไรก็ตาม ได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมหาทางออกในเรื่องดังกล่าว เพื่อให้เกิดการยอมรับตามหลักสากล และขอให้ทุกฝ่ายร่วมกันคิดอย่างรอบด้าน เน้นการแก้ปัญหาที่ตรงจุด เกิดความยั่งยืน ปลูกฝังให้คนทำความดีและเกรงกลัวที่จะทำความชั่วควบคู่กันไปด้วย ที่มา inn

เปิดเหตุผล ทำไม?? นักการเมืองไม่เอาร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับ คสช.
นักการเมือง /  พรรคการเมือง / 

แชร์ว่อนเน็ต เปิดเหตุผลนักการเมือง ชวนคว่ำ-ไม่เอา ร่างรัฐธรรมนูญฉบับ คสช. หลังจากที่มีกระแสข่าวออกมาต่อเนื่องว่าบรรดา นักการเมือง จากพรรคเล็กและพรรคใหญ่อย่างประชาธิปัตย์และเพื่อไทย ต่างตบเท้าพาเหรด ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับ คสช. พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนลงมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวนั้น วันนี้ (10 ก.พ. 59) โลกออนไลน์ได้มีการส่งต่อข้อความอธิบายสาเหตุ ที่ทำให้นักการเมืองต้องออกมาเรียกร้องดังกล่าวว่า เป็นเพราะในรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีการบัญญัติคุณสมบัติเกี่ยวกับพรรคการเมือง และบทลงโทษนักการเมืองหากทำผิดกฎหมายไว้ขั้นสูงสุด อาทิ 1. นักการเมืองมีการโกงกินคอรัปชั่น ผลาญงบประเทศ มีโทษหนักสูงสุด ประหารชีวิต หรือจำคุกตลอด ไม่มีการรอลงอาญา 2. ห้ามนักการเมืองลงเล่นการเมืองตลอดชีวิต หากเคยต้องโทษจำคุก หรือมีคดีความติดตัว 3. ต้องถูกยึดทรัพย์ และลงโทษจำคุก 15-30 ปี หากนักการเมืองถูกองค์อิสระ เช่น ป.ป.ช. หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบพบว่า รํ่ารวยจนผิดปกติ หรือฟอกเงิน หรือนำทรัพย์สินของทางราชการ หรือนำเงินงบประมาณของแผ่นดินเข้าบัญชีตนเอง หรือนำเข้าบัญชีผู้อื่น หรือทำให้ประเทศชาติ ต้องเป็นหนี้มหาศาล 4. ห้ามใช้อภิสิทธิ์เหนือประชาชนทั่วไป เช่น ใช้ช่องทาง VIP อำนวยความสะดวกในการนั่งเครื่องบิน หรือการรับบริการอื่นๆ 5. ห้ามเดินทางออกนอกประเทศหากมีคดีความและอยู่ระห่างการพิจารณาของศาล และ 6 คดีความที่เกิดขึ้นกับนักการเมืองจะไม่มีหมดอายุความ ทั้งนี้จากข้อมูลเบื้องต้นเป็นเพียงข้อมูลส่วนหนึ่งในหมวดพรรคการเมืองในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เท่านั้น และอาจมีข้อมูลเรื่องอื่นๆ ที่ไม่ได้หยิบยกมานำเสนอในบทความนี้ ส่วนจะมีการรับหรือคว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวก็คงติดตามกันต่อไป เพราะขณะนี้อยู่ระหว่างการฟังความเห็นจากทุกภาคส่วน ข้อมูลจาก ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

'หุ้นไทย' ร่วงกว่า 10 จุด จากแรงเทขายหุ้นกลุ่มหลัก
ตลาดหุ้น /  บล.กสิกร / 

ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ (5 ม.ค.) ปิดการซื้อขายที่ระดับ 1,253.34 จุด ลดลง 10.07 จุด หรือ (-0.80) มูลค่าการซื้อขาย 45,355.64 ลบ. 5 อันดับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด ได้แก่ ADVANC ปิดที่ 131 บาท -12 บาท หรือ -8.39% BEM ปิดที่ 5.15 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง INTUCH ปิดที่ 45.75 บาท -3.75 บาท หรือ -7.58% PTT ปิดที่ 227 บาท -11 บาท หรือ -4.62% JAS ปิดที่ 3.06 ไม่เปลี่ยนแปลง สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันพรุ่งนี้ หากยังมีแรงขายหุ้นกลุ่มสื่อสารออกต่อเนื่อง อาจกดดันการลงทุนต่อ ซึ่งหากดัชนีหลุดระดับ 1,251 จุด จะมีแนวรับถัดไปที่ 1,243 และ 1,238 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,267 และ1,270 จุด คาด เศรษฐกิจจีน-ปัญหาซาอุฯ ส่งผลกระทบ 'ตลาดหุ้นไทย' นักวิเคราะห์มองตลาดหุ้นไทยปัจจัยลบรอบตัว มองแนวรับระยะสั้นไว้ที่ 1,247 จุด กลยุทธ์ให้สะสมหุ้นปันผลสูง และหุ้นผลประกอบการ 4Q 58 โดดเด่น บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้ (5 ม.ค.59) ว่า สำหรับตลาดห้นไทยขณะนี้ ถือว่ามีปัจจัยลบรอบตัว เช่น ตลาดหุ้นทั่วโลกดิ่งลงรุนแรงตั้งแต่ช่วงต้นปี นำโดยตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ ที่ปิดร่วงกว่า 6.9% ถึงขั้นระหว่างวันมีการดิ่งลงแรงเกิน 7% จนต้องมีการทำ circuit breaker ซึ่งการปรับร่วงของหุ้นจีนมีสาเหตุใหญ่มาจาก 3 เรื่องด้วยกัน ได้แก่ 1.รายงานตัวเลข PMI ภาคการผลิตของจีนในเดือน ธ.ค. ร่วงลงสู่ระดับ 48.2 จาก 48.6 ในเดือน พ.ย. ถือเป็นการหดตัวลง 10 เดือนติดต่อกัน 2.ธนาคารกลางจีนปล่อยให้เงินหยวนอ่อนแตะระดับต่ำสุดใหม่ในรอบ 4 ปีครึ่ง 6.53 หยวนต่อดอลลาร์ 3.ความกังวลต่อการสิ้นสุดของมาตรการห้ามผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทจดทะเบียนขายหุ้นออกในวันที่ 8 ม.ค.2559 นี้ ความผันผวนของตลาดหุ้นจีน กลายเป็นปัจจัยลบที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นทั่วโลกตั้งแต่ต้นปี แต่นอกจากเรื่องจีนแล้ว ตลาดหุ้นไทยยังมีความกังวลต่อสถานการณ์ข้อพิพาทระหว่าง ซาอุดิอาระเบีย และ อิหร่าน หลังจากที่ทางการซาอุดิอาระเบีย สั่งประหารชีวิตนักโทษคดีก่อการร้าย 47 ราย เหตุการณ์ดังกล่าว ลุกลามจนกลุ่มผู้ประท้วงชาวอิหร่านได้ก่อเหตุโจมตีสถานทูต และสถานกงสุลของซาอุดิอาระเบียในกรุงเตหะราน จนเป็นเหตุให้ซาอุดิอาระเบียประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่าน และตามมาด้วยบาห์เรนก็มีการประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่าน ขณะที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ประกาศลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูต ทั้งนี้สถานการณ์ตลาดหุ้นไทยดัชนีมักจะลดลงใน 2 วันแรกของทุกปี โดย SET Index วานนี้ปรับลดลงกว่า 1.9% ซึ่งการปรับลดลงในวันแรกของปี ถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นมาในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยในปี 2558 ดัชนีปรับลดลงวันแรก 0.9% และลงต่อเนื่องในวันถัดมาอีก 0.3% รวม 2 วันลง 1.3% ก่อนที่จะฟื้นตัวและขึ้นยาวในอีก 2 เดือนถัดมากว่า 10% เช่นเดียวกับปี 2557 ที่วันแรกปรับร่วงรุนแรงกว่า 5.2% และลงในวันต่อมาอีกเล็กน้อย 0.5% แต่หลังจากนั้นก็ฟื้นตัวยาวกว่า 10 เดือนติดต่อกันกว่า 30% ซึ่งการปรับร่วงของดัชนีหุ้นไทยวานนี้ คาดว่าส่วนหนึ่งอาจเกิดจากแรงขายของสถาบันในประเทศ ที่ทำการ Redeem เพื่อเตรียมเงินสดรองรับคำสั่งขาย LTF ที่จะมีเข้ามาในช่วงต้นปี โดยกลุ่มสื่อสารถือเป็นเป้าหมายหลักในการเทขายของสถาบัน ส่งผลให้หุ้นสื่อสารวานนี้ทิ้งดิ่งลงกว่า 5% ส่วนกลุ่มอื่นๆ ปรับลดลงกันในระดับเกิน 1% สำหรับการลงหนักหน่วงในทุกกลุ่มแบบนี้ฝ่ายวิจัยประเมินว่า แรงกดดันน่าจะอยู่กับตลาดแค่ในช่วง 1-2 วันนี้ เนื่องจากคาดว่าปริมาณคำสั่งขาย LTF จะไม่สูงเท่าไหร่นัก ประเมินในเบื้องต้นไม่น่าจะเกินระดับ 4 พันล้านบาท และถ้าหากแรงกดดันจากต่างประเทศเบาลงคาดว่า SET Index น่าจะมีโอกาสฟื้นตัวขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์ กลยุทธ์การลงทุนขณะที่ตลาดถูกกดดันจากปัจจัยลบทั้งในและนอกประเทศ ให้เลือกสะสมหุ้นที่มีปันผลสูง โดยฝ่ายวิจัยแนะนำ SPALI และ PS คาดหวังการจ่ายปันผลได้สูงถึง 5-6% ขณะเดียวกัน หุ้น High Dividend Yield และ High Upside คือ SPALI, SC, PS, LH นอกจากนี้ หุ้นที่ได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า คือ KCE และ หุ้นที่ได้ประโยชน์จากน้ำมันขาลง BA, SCC ขอบคุณข้อมูลจาก  @K_Securities ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy MThai News

ซอว์นี่ บีน ตำนานครอบครัวกินคนสุดสยอง!
ต่างประเทศ /  สยองขวัญ / 

ในอดีตจนถึงปัจจุบันเราคงเคยได้ยินเรื่องราวความสยองของ คนกินคน กันมาหลายรูปแบบแล้ว วันนี้ทีนเอ็มไทยขอพาเพื่อนๆ ย้อนไปในอดีตสมัยต้นศตวรรษที่ 15 กันหน่อย เป็นเรื่องราวของครอบครัวหนึ่งที่ลักลอบฆ่าคนแล้วนำไปทำเป็นอาหาร แค่คนเดียวยังว่าน่ากลัวแล้ว แต่นี่ยกมาเป็นครอบครัว กว่า 40 ชีวิต! ถือเป็นเรื่องราวสุดโด่งดังและเป็นตำนานเล่าขานต่อกันมาว่าพวกเขาคือ "ครอบครัวกินคน" ที่น่ากลัว..  ซอว์นี่ บีน ตำนานครอบครัวกินคนสุดสยอง! ซอว์นี่ บีน ตำนานครอบครัวกินคนสุดสยอง! เรื่องราวสุดสยอง ครอบครัวกินคน นี้ปรากฏอยู่ใน หนังสือนิวเกตส์ ที่บันทึกเกี่ยวกับเรื่องราวของนักโทษที่ถูกจำคุกอยู่ในนิวเกตส์ โดยเรื่องราวของเขาและครอบครัวนั้นบอกได้คำเดียวว่า อำมหิตสุดๆ! ในตอนต้นศตวรรษที่ 15 ทางตะวันตกเฉียงใต้ของสก็อตแลนด์ เด็กชายชื่อ ซอว์นี่ บีน (Sawney Bean) เป็นลูกของช่างไม้คนหนึ่งที่มีฐานะธรรมดา ตั้งแต่เด็ก ซอว์นี่ บีน ได้เรียนรู้วิชาช่างไม้มาจากพ่อ เมื่อโตเป็นหนุ่มเขาก็ได้ออกบ้านไปหางานและที่อยู่อาศัยเอง จนแต่งงานมีครอบครัว แต่ชีวิตความเป็นอยู่ของเขาและครอบครัวก็ไม่มีความสุขเอาซะเลย ย่ำแย่มากถึงขึ้นยากจนสุดๆ นั่นก็เพราะ ซอว์นี่ บีน เป็นคนขี้เกียจ โง่เขลา กลายเป็นคนตกงาน ไม่มีงานทำ อีกทั้งชอบหาเรื่องทะเลาะวิวาทกับผู้คนไปทั่ว มิหนำซ้ำยังเป็นคนโมโหร้าย เพราะเหตุนี้เองจึงทำให้ ซอว์นี่ บีน และครอบครัวอยู่คนในพื้นที่ไม่ได้ จำต้องอพยพมาอยู่แถบชายฝั่งแถวกัลป์โลเวอร์ ซึ่งเป็นที่ห่างไกลชนบท ซอว์นี่ บีน ใช้ถ้ำใหญ่ที่ตั้งอยู่ในระแวกนั้นเป็นที่พักอาศัย ถ้าถามว่าทำไมเขาถึงไม่สร้างบ้านล่ะ คำตอบคือ "ขี้เกียจ" มีถ้ำใหญ่โตขนาดนี้จะสร้างบ้านให้เมื่อยและเปลืองเงินทำไม! แถมถ้ำยังมีความพิเศษก็คือ เมื่อเวลาน้ำขึ้นน้ำก็จะปิดปากถ้ำทำให้คนภายนอกไม่สามารถเข้ามาได้ ซึ่ง ซอว์นี่ บีน และครอบครัวก็อยู่กันได้สบายๆ ถึงแม้จะมืดและอากาศชื้นก็ตาม อีกทั้งยังเป็นที่หลบซ่อนชั้นดีอีกด้วย เมื่อหาที่อยู่อาศัยได้แล้ว เขาและครอบครัวก็ช่วยกันหางานทำเพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง โดยการ ดักปล้นจี้ นักเดินทางที่ผ่านไปมา ปล้นอาหาร ทรัพย์สิน และเครื่องใช้ต่างๆ แค่นั้นยังไม่พอยังฆ่านักเดินทาง พร้อมกับทำลายร่างและลากไปทิ้งทะเลด้วย เวลาผ่านไปนานเข้าดักปล้นของมาได้ก็เยอะ ถึงแม้แต่มีเสบียงอาหารติดตัวมา แต่ของเหล่านั้นก็ไม่ได้ทำให้ครอบครัวนี้อิ่มท้องกันเลย จนในที่สุดหัวหน้าครอบครัวอย่าง ซอว์นี่ บีน ก็คิดหาแหล่งอาหารใหม่ก็คือ "เนื้อคน" นี่แหละ! หาง่ายแถมได้สารอาหารครบถ้วน (จริงหรอ?) เมื่อคิดได้แบบนี้แล้ว! ในการดักปล้นครั้งต่อไปการฆ่านักเดินทางของ ซอว์นี่ บีน นั้นไม่ใช่นำไปทิ้งทะเล แต่เขาและครอบครัวต่างก็ช่วยกันลากศพนั้นเข้าไปในถ้ำ ชำระเป็นชิ้นๆ เพื่อนำมาปรุงเป็นอาหาร บางชิ้นทาเกลือแล้วแขวนไว้กันเน่า ส่วนโครงกระดูกจะใช้เกลือทาเพื่อดับกลิ่นแล้วซุกซ่อนเอาไว้ในถ้ำ พวกเขาทำแบบนี้ติดต่อมาเป็นเวลานานโดยที่ไม่มีใครหาตัวเจอ และเนื่องจากนักเดินทางที่เขาฆ่าก็ไม่ใช่คนในพื้นที่ อาชีพดักปล้นจี้ ฆ่าคน ของเขาและครอบครัว จึงไม่มีปัญหาใดๆ .. จนวันหนึ่งกระดูกคนตายมีจำนวนมากขึ้นเต็มพื้นที่ถ้ำ ทำให้ซอว์นี่ บีน ต้องขนกระดูกไปทิ้งทะเล แต่ถึงแม้จะนำไปทิ้งไกลขนาดไหน คนแถบชายฝั่งนั้นๆ ก็ดันเห็นกระดูกลอยติดชายหาดอยู่ดี! แน่นอนว่าเรื่องถึงหูเจ้าหน้าที่ เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ต้องออกค้นและสืบหาว่ากระดูกที่ลอยมาติดชายฝั่งนี้เป็นของใคร? แต่กลับไม่ได้เบาะแสหรือข้อมูลใดๆ แถมเจ้าหน้าที่หลายคนที่ออกปฏิบัติก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย (แน่นอนว่าเสร็จ ซอว์นี่ บีน อีกตามเคย) คราวนี้ทางการอังกฤษเข้มงวด! ออกคำสั่งให้จับผู้ต้องสงสัยนำไปทารุณเค้นหาความจริง แต่แล้วก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า เพราะชาวบ้านที่ถูกจับตัวไปเป็นคนบริสุทธิ์ ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ และเมื่อชาวบ้านระแวกชายฝั่งเจอแบบนี้ก็เกิดความกลัว ต่างก็ย้ายบ้านหนีไปที่อื่น ทำให้แถบชายฝั่งกลับเปลี่ยวร้าง น่ากลัวเป็นทวีคูณ ขณะเดียวกันครอบครัวของ ซอว์นี่ บีน ก็ขยายวงศ์ตระกูล มีลูกหลานเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก จนกลายเป็นสังคมเล็กๆ เนื่องจากการอยู่ร่วมกันเป็นถ้ำปิด ทำให้พี่น้องในตระกูลเดียวกันสมสูกันเอง และมีลูกออกมาอีกหลายคน แน่นอนว่าเลือดเนื้อเชื้อไขเดียวกันทุกคนมีภูมิปัญญาต่ำ มีจิตใจวิปริตแปรปรวนผิดปกติและบางคนพิกลพิกาล แต่ถึงแม้ครอบครัวจะใหญ่ขนาดไหน พวกเขาจะไม่กินกันเองเด็ดขาด และพวกเด็กๆ ที่โตในถ้ำก็ใช้ชีวิตแบบนั้นและกินเนื้อคนอย่างเป็นเรื่องปกติ สำหรับพวกเขาแล้วเรื่องแบบนี้ถือว่าธรรมดามากสำหรับชีวิตพวกเขา สิ่งที่เด็กๆ ของครอบครัว ซอว์นี่ บีน ได้เรียนรู้ในถ้ำก็คือ เทคนิคในการฆ่า การชำแหละเนื้อ และการถนอมอาหาร พวกเขาพูดได้เพียงภาษาอย่างพื้นฐานและเห็นคนจากโลกภายนอกเป็นเพียงเป้าหมายในการฆ่าและอาหารเท่านั้น ในไม่ช้าพวกเด็กก็โตพอจะช่วยงานได้ การปล้นฆ่าของครอบครัวบีนเริ่มทำกันเป็นระบบ งานเป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็ว แม้จะมีกว่า 40 ปากท้องที่ต้องเลี้ยงดู แต่ก็ไม่มีใครในครอบครัวเคยอดเลย หนำซ้ำเนื้อยังจะเหลือจนกินไม่ทัน ต้องทิ้งที่เน่าไปเสียด้วย >,< นับตั้งแต่ ซอว์นี่ บีน พาเมียกับลูกมาอยู่ถ้ำชายฝั่งกัลโลเวอร์และเปิดฉากพฤติกรรมกินคน เป็นเวลายาวนานถึง 25 ปี มีลูกชาย 8 คน ลูกสาว 6 คน หลานชาย 18 คน และหลานสาว 14 คน ทุกคนอยู่รวมกันในถ้ำใหญ่และหลบซ่อนไม่ปรากฏตัวออกมาให้คนอื่นได้พบเห็น นอกจากเวลาออกล่าเหยื่อมากินเป็นอาหารถึงจะจับกลุ่มตระเวนหาผู้เคราะห์ร้ายบริเวณพื้นที่นั้น หากมีคนเดินทางจำนวนมากและมีอาวุธครบมือ พวกบีนจะละเว้นไม่เข้าจู่โจม พวกนี้จะเลือกเป้าหมายคนเดินทางเท้าที่มากันไม่เกิน 4-5 คน และเข้าล้อมเอาไว้ก่อนลงมือฆ่าอย่างไม่ปราณีโดยไม่เปิดโอกาสให้หนีรอดไปได้แม้แต่คนเดียว หากคนเดินทางขี่ม้าไม่เกิน 2 คนก็จะถูกรุมฆ่า การกระทำที่โหดร้ายนี้กินเวลายาวนานถึง 25 ปี  จนกระทั้งวันหนึ่ง สามีภรรยาหนุ่มสาวคู่หนึ่งขี่ม้ามาเที่ยวชายหาดกัลโลเวอร์ ขณะผ่านกลุ่มโขดหินใหญ่น้อยติดกับหน้าผา จู่ๆ ก็มีกลุ่มคนจำนวนเกือบ 30 คน มีทั้งหญิงชายและเด็กๆ อีกหลายคนรวมอยู่ด้วย ทั้งหมดแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสกปรกขาดวิ่นกรูกันเข้ามารายล้อมสองสามีภรรยา ท่าทีประสงค์ร้าย ในมือแต่ละคนมีอาวุธต่างๆ ทั้งมีด ขวาน ดาบ สองสามีภรรยาตื่นตระหนก แต่ก็ยังคิดว่าคงเกิดความเข้าใจผิดอะไรสักอย่าง เพราะไม่เคยรู้จักหรือพบเห็นคนเหล่านี้มาก่อน แต่ไม่ทันจะพูดอะไรออกมา คนแปลกหน้าเหล่านั้นวิ่งเข้ามาหาแล้วลากตัวสองสามีภรรยาลงจากหลังม้า สามีซึ่งสะพายดาบมาด้วยซักดาบออกมากวัดแกว่งสกัดกั้นไม่ให้เข้าถึงตัว แต่ภรรยาป้องกันตัวเองไม่ได้จึงถูกจับตัวเอาไว้ หญิงสาวคนหนึ่งในกลุ่มกระชากผมของเธอจนหน้าหงาย แล้วใช้มีดคมกริบปาดคอทันที พอเลือดพุ่มออกมาจากบาดแผล หญิงสาวคนนั้นก็ก้มลงดูดเลือดอย่างเอร็ดอร่อยประหนึ่งกำลังดื่มไวน์ชั้นดีก็ไม่ปาน แต่เท่านั้นยังไม่จบ กลุ่มคนร้ายได้ทำการชำแหละท้องและเฉือนร่างภรรยาเป็นชิ้นๆต่อหน้าผู้เป็นสามี สามีเห็นภรรยาตายต่อหน้าก็รู้ตัวทันทีว่า ถ้าเขาถูกจับตัวเมื่อไหร่เขาคงตายเหมือนภรรยาแน่ จึงหนีไปพลาง สู้ไปพลาง โดยมีพวกผู้ชายท่าทางดุร้ายเหี้ยมเกรียมตามติดไม่ลดละ สามีกระเสือกกระสนเดินผ่านมาทางนั้นจึงวิ่งเข้ามาช่วย พวกที่ตามล่าเห็นมีคนจำนวนมากก็พากันวิ่งหนีไป รอดอย่างหวุดหวิด เมื่อรอดมาได้ สามีก็พาชาวบ้านที่เขามาช่วยติดตามไปยังที่เกิดเหตุ ปรากฏว่ากลุ่มคนลึกลับกลุ่มนั้นหายไปหมดแล้ว เหลือไว้แต่ศพของภรรยานอนอยู่บนหาด ร่างกายถูกเชือดเนื้อไปด้วย ด้วยความช่วยเหลือจากชาวบ้านกลุ่มนั้นสามีก็ได้ศพภรรยากลับไป และไปแจ้งความแก่เจ้าหน้าที่พร้อมเล่ารายละเอียดที่เกิดขึ้น เมื่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองทราบเรื่อง สามีภรรยาถูกทำร้ายอย่างบ้าคลั่งจนภรรยาเสียชีวิต และกลุ่มชายหญิงกลุ่มนั้นส่อแววว่ามีนิสัยชอบกินเนื้อศพ จึงนำความขึ้นกราบทูลพระเจ้าเจมส์ที่ 1 พระเจ้าเจมส์ที่ 1 มีรับสั่งให้เจ้าหน้าที่ซึ่งมีหน้าที่ดูแลพื้นที่ฝั่งกัลป์โลเวอร์มาเข้าเฝ้าฯ ทรงซักถามรายละเอียดความเป็นไปของพื้นที่ดังกล่าว ได้ความว่า คนพื้นบ้านและคนเดินทางที่ผ่านไปผ่านมาในบริเวณนั้นมักจะหายสาบสูญไปอย่างไร่ร่องรอยเป็นประจำ แต่ไม่สามารถสืบหาสาเหตุได้ จน 4 วันต่อมา พระเจ้าเจมส์ที่ 1 มีคำสั่งให้จัดทหารกว่า 400 คน ออกไปค้นหากลุ่มคนลึกลับกลุ่มนั้น โดยเสด็จคุมกองทหารด้วยตัวพระองค์เอง โดยมีสามีที่สูญเสียภรรยาเป็นผู้นำทาง พระเจ้าเจมส์และกองทหารไปถึงบริเวณกัลโลเวอร์ซึ่งเป็นสถานที่เปลี่ยว ทรงรับสั่งให้เหล่าทหารกระจายค้นหาแหล่งซุกซ่อนของกลุ่มคนดังกล่าวอย่างละเอียด ทหารมีสุนัขล่าเนื้อพันธุ์บลัดฮาวด์มาด้วยเพื่อช่วยค้นหาแหล่งซุกซ่อนกลุ่มคนเหล่านั้น สุนัขไต่ขึ้นไปบนโขดหินสลับซับซ้อนที่แผ่ขยายไปตลอดหน้าผาชายฝั่ง ในที่สุดมันก็ส่งเสียงเห่าไม่หยุดแสดงว่าได้เห็นคนแปลกหน้า พวกทหารจึงป่ายปีนไปตามเสียงเห่าและก็พบว่ามีถ้ำขนาดใหญ่อำพรางอยู่ในซอกหลืบของโขดหิน เมื่อทหารบุกเข้าถ้ำเห็นกระดูกแขนขา ซี่โครงและหัวกะโหลกคนสุมอยู่เป็นกองพะเนินพร้อมเสื้อผ้าสิ่งของเครื่องใช้ อีกทั้งเนื้อคนดองเกลือตากแห้งแขวนอยู่ข้างบน และภายในถ้ำนั้นเองก็ปรากฏกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งมีทั้งชายหญิงและเด็กที่ท่าทางโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัว ชายสูงอายุหนวดเครารุงรังที่อยู่หน้ากลุ่มก็คือ ซอว์นี่ บีน จากกองกระดูกมนุษย์ที่มากมาย เป็นหลักฐานแสดงว่า ซอว์นี่ บีน และครอบครัวได้ล่ามนุษย์เอามากินเนื้อมานานมาก จนไม่สามารถประมาณว่ามีคนตกเป็นเหยื่อของครอบครัวนี้กี่ราย พระเจ้าเจมส์ที่ 1 ทรงมีคำสั่งให้จับกุมครอบครัวนี้ให้หมดทุกคนเพื่อไปพิจารณาโทษและให้ทหารฝังกองกระดูกและส่วนต่างๆ ของมนุษย์เสี ครอบครัวตระกูลบีนถูกนำตัวมากักขังไว้ที่ลิธ หลังจากสอบสวนแล้ว ซอว์นี่ บีน และลูกหลานๆ สารภาพว่า ได้ล่าและกินคนมาเป็นระยะเวลายาวนานถึง 25 ปีติดต่อกัน เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพพร้อมหลักฐานเป็นกระดูกมนุษย์ จึงไม่จำเป็นต้องนำตัวทุกคนมาพิจารณาความผิดในศาลอีกต่อไป จนมีคำสั่งให้พิพากษาโทษประหารชีวิตซอว์นี่ บีน และครอบครัว โดยให้พวกผู้ชายต้องถูกหั่นร่างเป็นท่อนๆ ส่วนลูกสาวและเด็กต้องถูกเผาทั้งเป็น ในวันประหารชีวิตครอบครัวตระกูลบีน มีประชาชนสก็อตแลนด์และชาวอังกฤษมามุงดูกันแน่นขนัด ซอว์นี่ บีน และบันดาลูกๆ ทุกคน ไม่มีใครสำนึกผิดแม้แต่น้อย ระหว่างถูกนำตัวไปที่ประหาร พวกบีนตะโกนด่าคนดูวาระสุดท้ายด้วยถ้อยคำที่หยาบคายพร้อมสาปแช่งให้ลงนรกทุกคนตราบหมดลมหายใจ เป็นอันสิ้นสุดคนกินคนแห่งสก็อตแลนด์ ขอบคุณที่มา : หนังสือแปลก SPECIAL MAGAZINE, www.winkgang.com ขอบคุณรูปภาพ www.specialx.net,www.flickr.com, seakayakphoto.blogspot.com, www.scotsman.com, horrorpedia.com, fonthillmedia.com

เด้งฟ้าผ่า! ผบ.บางขวาง เซ่นปม 'มือปืนส่ายก้น' ค้ายาในคุก
ค้ายาในคุก /  ยาเสพติด / 

กรมราชทัณฑ์ ลงคำสั่งให้ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางบางขวาง ย้ายไปปฏิบัติราชการประจำกรมราชทัณฑ์ หลังพบว่ามีผู้ต้องหาลอบสั่งการค้ายาเสพติดในคุก เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากรมราชทัณฑ์ได้มีคำสั่งให้ นายสุรพล แก้วภราดัย ผู้บัญชาการเรือนจำกลางบางขวาง ย้ายให้ ไปปฏิบัติราชการ ประจำกรมราชทัณฑ์ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 23 ม.ค. ที่ผ่านมา กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (บช.ภ.1) สามารถจับกุมนายวุฒิชัย อ่อนตาจันทร์ อายุ 25 ปี พร้อมเฮโรอีน 60 แท่ง น้ำหนัก 21 กิโลกรัม มูลค่า 50 ล้านบาท ได้บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านรังสิต จ.ปทุมธานี จากการสอบสวนนายวุฒิชัย รับสารภาพว่า รับจ้างจากนายโอ๋ นักโทษในเรือนจำแห่งหนึ่งเป็นตัวกลางรับงาน ได้ค่าจ้าง 500,000 บาท เพื่อมารับยาเสพติด โดยจะรอให้นายโอ๋ โทรศัพท์มาสั่งการว่าจะให้นำยาเสพติดไปกระจายต่อยังผู้ค้าและผู้เสพรายย่อยในเขต จ.ปทุมธานี ชลบุรี กรุงเทพฯ และ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ก่อนถูกจับกุมดังกล่าว รายงานข่าวแจ้งว่า จากการสืบสวนสอบสวนเจ้าหน้าที่พบว่า นายโอ๋ เป็นคนเดียวกับ นายยศพล แหกล้า อายุ 37 ปี ฉายามือปืนส่ายก้น ที่เคยก่อเหตุยิง น.ส.เกวลิน หงส์ทอง อายุ 28 ปี ว่าที่เจ้าสาว และนางวิมล หงส์ทอง อายุ 53 ปี ว่าที่แม่ยาย แล้วเดินส่ายสะโพกเยาะเย้ย โดยกล้องวงจรปิดจับภาพเอาไว้ได้ เหตุเกิดที่ร้านพีเอสโมดิฟาย เลขที่ 21/14 หมู่ 1 ต.ห้วยกะปิ อ.เมืองชลบุรี เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2556 จากการตรวจสอบประวัตินายยศพลพบว่าเคยถูกจำคุกมาแล้ว 3 ครั้ง ต่อมาศาลจังหวัดชลบุรี พิพากษาประหารชีวิต และศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น พร้อมให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน 1,200,000 บาท และจ่ายค่าสินไหมให้แก่บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของนางวิมลอีก 2 คน เป็นเงิน 1,410,000 บาท โดยนายยศพลถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางบางขวาง และมาก่อเหตุเป็นตัวการในการสั่งยาเสพติดดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวนายยศพล มาสอบสวน โดยให้การรับสารภาพ จึงอายัดตัวดำเนินคดีเพิ่ม พร้อมทั้งย้ายไปคุมขังที่เรือนจำกลางเขาบิน จ.ราชบุรี จากกรณีดังกล่าว พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สั่งการให้สืบสวนเชิงลึก จนกระทั่งพบว่ามีเจ้าหน้าที่เรือนจำ เข้าไปเกี่ยวข้องและปล่อยปละละเลยให้มีการใช้โทรศัพท์มือถือ ในเรือนจำกลางบางขวาง จึงจัดชุดปฏิบัติการพิเศษ เข้าจู่โจมตรวจค้น พบโทรศัพท์มือถือ กว่า 10 เครื่อง ต่อมา เมื่อวันที่ 2 ก.พ. นายวิทยา สุริยะวงค์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ขณะนั้น ได้ลงนามคำสั่งที่ 108/2559 ให้นายสุรพล ผู้บัญชาการเรือนจำกลางบางขวาง ไปปฏิบัติราชการ ประจำกรมราชทัณฑ์ พร้อมทั้งตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง และลงนามคำสั่งที่ 107/2559 ในวันเดียวกัน ให้นายเรืองศักดิ์ สุวารี รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ฝ่ายปฏิบัติการ ไปรักษาราชการแทนในตำแหน่งผู้บัญชาการเรือนจำกลางบางขวาง อย่างไรก็ตามล่าสุดมีรายงานว่า นายสุรพล ตัดสินใจลาออกจากราชการ เนื่องจากจะเกษียณอายุราชการในเดือน ก.ย. 2559 ขอบคุณข้อมูล จส.100 ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

ศาลสั่งคุกตลอดชีวิต
ข่าวน้องการ์ตูน /  น้องการ์ตูน / 

ศาลอุทธรณ์สั่งคุกตลอดชีวิต "หนุ่ย ติ๊งต่าง" คนร้ายฆ่าข่มขืนน้องการ์ตูน วันนี้ (26 ม.ค. 59) ศาลอุทธรณ์ ได้มีการอ่านคำพิพากษาตัดสินในคดีที่นายติ่งต่าง หรือ หนุ่ย ไม่มีนามสกุล อายุ 33 ปี ก่อเหตุข่มขืนฆ่าด.ญ.วัย 4 ขวบที่ ต.กุดป่อง อ.เมืองเลย จ.เลย และคดีฆ่าข่มขืน ด.ญ.วัย 5 ขวบ ย่านบางนา ปี 56 ภายหลังศาลชั้นต้น ได้ส่งสำนวนคดีไปยังศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณาตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 245 ภายหลังได้มีการพิจารณาตัดสินไปก่อนหน้านี้ ซึ่งจากการตรวจสอบพยานและหลักฐานแล้วเห็นว่าผู้ต้องหาไดกระทำผิดจริง แม้โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานที่เห็นการกระทำของจำเลยกระทำผิดมาเบิกความเป็นพยาน แต่โจทก์มีบันทึกคำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนที่ให้การรับสารภาพว่าตามวันเวลาที่เกิดเหตุ จึงมีคำสั่งตัดสินยืนตามศาลชั้นต้นให้จำคุกตลอดชีวิต นายติ่งต่าง หรือ หนุ่ย วันที่ 28 มีนาคม 2558 ศาลสั่งประหาร ติ๊งต่าง คนร้ายฆ่าข่มขืนน้องการ์ตูน แต่สารภาพลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ศาลจังหวัดพระโขนง ได้มีการอ่านคำพิพากษาในคดีที่คนร้ายฆ่าข่มขืนน้องการ์ตูน เด็กหญิงวัย 6 ขวบ ในพื้นที่รกร้างใกล้สถานีรถไฟฟ้าแบริ่งเหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2556 ที่ผ่านมา ซึ่งจากการพิเคราะห์พยานและหลักฐานประกอบคำสารภาพของจำเลย คือ นายหนุ่ย หรือ ติ๊งต่าง ไม่มีนามสกุล ว่าก่อเหตุดังกล่าวจริง ศาลจึงมีคำสั่งตัดสินให้ประหารชีวิต แต่ทั้งนี้จำเลยให้การรับสารภาพ จึงให้ลดโทษลงเหลือจำคุกตลอดชีวิต MThai News

อังกฤษเผยแพร่คลิปวิดีโอ ไอเอสตัดหัวเชลย 2 คน
ฆ่าตัดคอ /  นักโทษ / 

เว็บไซต์หนึ่งของอังกฤษเผยแพร่คลิปวิดีโอเผยให้เห็นนาทีที่เชลย 2 คนกำลังจะถูกนักรบของกอง กำลังรัฐอิสลามประหารชีวิตด้วยการตัดหัว เว็บไซต์หนึ่งของอังกฤษเผยแพร่คลิปวิดีโอจากในประเทศลิเบีย ทางตอนเหนือของทวีปแอฟริกา เผยให้เห็นนาทีที่เชลย 2 คน กำลังจะถูกนักรบของกองกำลังรัฐอิสลาม หรือ ไอเอส ประหารชีวิตด้วยการตัดหัว โดยชาย 2 คน ถูกไอเอส กล่าวหาว่า เป็นพ่อมดหมอผีผู้พยายามทำพิธีกรรมทางไสยศาสตร์ โดยคลิปวิดีโอนั้นทางไอเอสเป็นผู้ปล่อย ซึ่งจะเห็นได้ว่านักโทษอยู่ในชุดสีส้ม ถูกมัดตาไว้ ส่วนนักรบของไอเอสเองถืออาวุธทั้งปืนและดาบขนาดใหญ่ ปิดหน้าตามิดชิด พานักโทษออกไปอยู่ท่ามกลางฝูงชนจำนวนมาก ที่น่าตกใจคือ ในหมู่คนที่มามุงดูนั้นมีเด็กและคนชรารวมอยู่ด้วย และทุกคนดูจะตื่นเต้นกับการที่จะได้ดูการประหารมาก

นักรบไอเอส ประหารชีวิตแม่บังเกิดเกล้า ฐานหนีออกจากกลุ่ม
กลุ่มไอเอส /  นักรบ / 

กลุ่มสิทธิมนุษยชนในซีเรีย เผย นักรบในกลุ่มไอเอส สังหารแม่ตัวเอง ฐานพยายามหลบหนีออกจากกลุ่ม วันนี้ (8ม.ค.) สำนักข่าว 'ซีเอ็นเอ็น' รายงานข่าว กรณีที่กลุ่มสิทธิมนุษยชนในซีเรีย เปิดเผยว่า นักรบจากกลุ่มไอเอส วัย 20 ปี ในเมืองรักกา ประเทศซีเรีย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ตกอยู่ใต้การปกครองของกลุ่มไอเอส ที่ก่อเหตุสังหารแม่ของตัวเอง ที่เป็นสมาชิกในกลุ่มไอเอสเช่นกัน แต่พยายามจะหลบหนีออกจากกลุ่ม แต่ไม่ปรากฏข้อมูลว่าเธอถูกสังหารด้วยวิธีใด อย่างไรก็ตาม กลุ่มรัฐอิสลามในอิรักและซีเรีย หรือ 'กลุ่มไอเอส' เป็นกลุ่มติดอาวุธที่พยายามจัดตั้งรัฐอิสลามในอิรักละซีเรีย มีเครือข่ายอยู่หลายประเทศที่เป็นดินแดนของชาวมุสลิม และโด่งดังเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกจากคลิปสังหารนักบินชาวจอร์แดนด้วยการ เผาทั้งเป็น ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News ที่มา  cnn

20 เรื่องที่ควรจะรู้ไว้เกี่ยวกับวันวาเลนไทน์
valentine's day /  ความรักวัยรุ่น / 

วันวาเลนไทน์ ที่กำลังจามาถึง คู่รักหลายคู่ก็คงคิดหาเรื่องเซอร์ไพรส์แฟนกันอยู่แน่ๆ แต่ความจริงแล้วเพื่อนๆ รู้ไหมว่า ความหมายที่แท้จริงของวันงาเลนไทน์คืออะไร? ทีนเอ็มไทยนำ 20 เรื่องที่ควรจะรู้ไว้เกี่ยวกับวันวาเลนไทน์ มาฝากเพื่อนๆ กันคะ แล้วลองดูซิว่ามันจริงรึเปล่า ? ^^ 20 เรื่องที่ควรจะรู้ไว้เกี่ยวกับวันวาเลนไทน์ 1. วันวาเลนไทน์เกิดขึ้นระลึกถึงนักบุญเซนต์วาเลนไทน์ (Saint Valentine) ผู้รับโทษประหารในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 270 เพราะในยุคนั้นมีกฏหมายห้ามไม่ให้มีแต่งงานของพวกคริสเตียน แต่เซนต์วาเลนไทน์ยังแอบจัดงานแต่งงานให้กับคู่รักคริสเตียนจนถูกจับขังและรับโทษ โดยในขณะที่ถูกคุมขังนั้น เขาก็พบรักกับสาวตาบอดซึ่งเป็นลูกสาวของผู้คุม ด้วยความรักและคำอธิษฐานของเขา พระเจ้าได้ทรงโปรดให้ตาของสาวคนรักหายเป็นปกติ แต่เมื่อความนี้ล่วงรู้ถึงหูกษัตริย์ เซนต์วาเลนไทน์จึงถูกประหารชีวิตด้วยการตัดศรีษะ ต่อมาเมื่อคนทั่วไปทราบเรื่องราวจึงเกิดความประทับใจและยึดถือเอาวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็น วันแห่งความรัก นั่นเอง 2. คนที่ฟ้าส่งมาให้รักเรามากที่สุดคือ พ่อแม่ เป็นรักไม่มีวันหมดอายุ ไม่มีเงื่อนไข เพราะต่อให้เราอ้วน น่าเกลียด พิการ ทำตัวงี่เง่ายังไง พ่อแม่ก็ยังรักและพร้อมจะเสียสละเพื่อเราเสมอ ดังนั้นในวันวาเลนไทน์ จึงอยากใหคุณๆ ทำดีต่อคุณพ่อคุณแม่ให้มากๆ นะคะ 3. คนที่ไม่มีแฟนไม่ใช่คนอาภัพน่าสงสารในวันวาเลนไทน์ เพราะคนโสดก็มีความรักได้ และคนที่น่าสงสารที่สุดก็คือคนที่ไม่มีความรักในหัวใจต่างหากล่ะ อีกอย่าง...คนที่มีแฟน แต่แฟนห่วยแตก ชีวิตเหมือนถูกขังให้ทรมานไปวันๆ น่าสงสารกว่าคนโสดเป็นไหนๆ 4. จากการสำรวจพบว่าในวัยเรียน เด็กคอซอง คนที่ให้ของขวัญบอกรักกันมากที่สุดในวันวาเลนไทน์ ไม่ใช่ คู่รัก แต่เป็น เพื่อน ดังนั้นอย่าเครียดไปเลยที่แม้ว่าจะยังไม่มีแฟนมาควงแขนอวดใครในวันวาเลนไทน์ เพราะถึงยังไง เราก็ยังมีเพื่อนมากมายที่มอบความรักต่อกันได้อยู่นะ 5. กุหลาบราคาแพงไม่ได้แสดงว่าเค้ารักเรามากจริงๆ ดังนั้นอย่าไปเชื่อคำพูดของใครว่า รักเรามาก เพียงเพราะเค้าให้ดอกกุหลาบราคาแพงหูฉี่ เรื่องแบบนี้อยู่ที่ใจล้วนๆ 6. ครูที่ปรึกษาหลายท่านร้องไห้ด้วยความทราบซึ้ง เมื่อลูกศิษย์ประจำห้องมอบดอกกุหลาบวันวาเลนไทน์ให้ท่านคนละดอก ลองวางแผนเซอร์ไพร้ส์ครูดูไหมล่ะ ให้เพื่อนๆ เอาดอกไม้ไปไหว้ครูพร้อมๆ กัน ได้เห็นครูน้ำตาร่วงเพราะซึ้งใจชัวร์ดิ 7. เมื่อเธอมองรอบตัว จะพบสิ่งมีชีวป็นผู้ให้ความรักแก่พวกเขา มีเมตตาแก่พวกเขาดู แล้วเธอจะเต็มอิ่มไปด้วยรักในหัวใจ 8. คนที่ได้ดอกกุหลาบมากที่สุด ไม่ได้หมายความว่าคนๆ นั้นจะมีความรักที่น่าอิจฉาที่สุด ตรงกันข้าม คนที่ไม่ได้ของขวัญวาเลนไทน์ซักชิ้น อาจจะมีรักที่น่าอิจฉาที่สุดเลยก็เป็นได้ 9. ของขวัญวาเลนไทน์ที่มีค่าที่สุด อาจลงทุนน้อยที่สุด เช่น การ์ดที่ตั้งใจทำกับมือ ดาวกระดาษที่พับมาเป็นเดือนๆ หรือของราคาถูกแต่ตั้งใจหาซื้อมาด้วยใจ เพราะฉะนั้น อย่าตีค่าความรักของใครด้วยราคาของขวัญที่เค้าให้ เราดูที่การกระทำดีกว่านะ ก็มีค่ายิ่งใหญ่สุดๆ แล้ว 10. เดือนกุมภาพันธ์ซึ่งเป็นเดือนแห่งความรัก กลับเป็นเดือนที่มีวันน้อยที่สุดของปี บอกให้เรารู้ว่า ความรักจะสั้นหรือยาวไม่ได้อยู่ที่วันเวลาที่คบกันมา แต่อยู่ที่การทำทุกนาทีให้มีค่าร่วมกันนะจ๊ะ 11. วันวาเลนไทน์ไม่ใช่วันเสียตัวแห่งชาติ เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะกลายเป็นแฟชั่นแปลกๆ ไปแล้วว่าวาเลนไทน์โรงแรมม่านรูดจะต้องเต็ม! ไม่เวิร์คเลย เพราะที่สุดแล้ว คนที่จะต้องมานั่งเสียใจในภายหลังก็คือเราคนเดียวเท่านั้น การมีอะไรกันไม่ได้บ่งบอกว่ารักกันเสมอไป ควรมีเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น 12. วันวาเลนไทน์ แม้จะตื่นเต้นยังไง ก็ยังต้องเรียนหนังสือ ไม่ใช่เอาแต่เหม่อมองรอคอยใครมาให้ดอกไม้ หรือร่าเริงโดดเรียนไปเที่ยวซะงั้น บางคนพอถึง วันวาเลนไทน์ สติแตก เอาแต่วางแผนว่าจะเซอร์ไพร้ส์แฟนยังไง ทำอะไรบ้าง สรุป วันนี้สอบตกเพราะไร้สติโดยสิ้นเชิงล่ะ 13. คนโสดก็มีวาเลนไทน์ที่อบอุ่นได้แค่เพียงรักตัวเอง ขอให้จำไว้เลยว่า แค่เพียงเราใช้วันวาเลนไทน์เป็นวันที่เราดูแลสุขภาพร่างกาย มอบความรัดให้ตัวเอง เราก็จะเป็นผู้หญิงที่น่าอิจฉาที่สุดได้อยู่แล้ว 14. อย่าเสียเงินไปซื้อดอกไม้หรือตุ๊กตามาเดินถือ เพียงเพราะกลัวขายหน้าที่ยังไม่มีใครให้ของขวัญวาเลนไทน์ มันเป็นอะไรที่ไร้สาระมากๆ เพราะการเดินมือเปล่าในวันวาเลนไทน์ไม่ใช่เรื่องน่าอายซักกะหน่อย ถ้ารวยนักละก็ เอาเงินไปบริจาคให้เด็กยากจนดีกว่านะ 15. ถ้าอยากให้ของขวัญวาเลนไทน์ที่อยู่นานๆ ต้นไม้ในกระถางก็น่ารักดี ดีกว่าดอกไม้ราคาแพงหูฉี่ แต่สามวันเน่า ลองไปหาซื้อไม้ใบ ไม้ดอกสวยๆ เอามามอบให้กัน ราคาถูกกว่า แถมอยู่ได้นานกว่าด้วย อีกอย่างมันก็มีความหมายเป็นนัยๆ ว่า รักของเราจะมั่นคงยาวนาน เหมือนต้นไม้ที่เติบโตและไม่เหี่ยวเฉาง่ายๆ ถ้าได้รับการดูแลอย่างดีนะจ๊ะ 16. ผู้ชาย 55 เปอร์เซ็นต์มองว่าการให้ดอกไม้วาเลนไทน์เป็นเรื่องไร้สาระ บางคนถือว่าการให้ดอกไม้ผู้หญิงเป็นพวกเชยระเบิด ้าจะต้องทำเซอร์ไพร้ส์ให้เราวันวาเลนไทน์ เพราะความรักของเค้าอาจจะไม่ได้โฟกัสที่ตรงจุดนั้น 17. สิ่งที่จะทำให้ผู้ชายซึ้งใจและรักเรามากคือความเข้าใจ ไม่ใช่ของขวัญวาเลนไทน์ราคาแพง เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นเลยที่เราจะต้องอดข้าว อดน้ำเพื่อซื้อขอราคาแพงเกินตัวให้เค้า ถ้าเค้ารักเราจริง เค้าคงไม่สบายใจที่เห็นเราต้องทรมานตัวเองแบบนั้นหรอกนะ ความเข้าใจในตัวของเค้าและอยู่กับเค้าโดยสร้างความสุขให้กันได้ทุกวัน สำคัญสุดแล้ว 18. โลกของเราก็อยากได้ของขวัญวาเลนไทน์จากเธอ ลองหันมารักโลก ทำสิ่งดีๆ ให้โลกกันดูไหม เช่น ปลูกต้นไม้ สัญญากับตัวเองว่าจะลดการใช้ถุงพลาสติก ประหยัดไฟ ประหนัดน้ำ ฯลฯ แบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะ 19. ความสำคัญของการมีแฟนไม่ได้อยู่ที่มีคนเดินด้วยในวันวาเลนไทน์เท่านั้น ฉะนั้นอย่าคิดโง่ๆ แค่ว่า อยากมีแฟนเพราะจะได้มีคนมาเดินข้างๆ ในวันวาเลนไทน์ จนต้องรีบควานหาเอาใครก็ได้มาเคียงคู่ เพียงเพราะว้อนท์อยากมีแฟนใจจะขาด แบบนั้นเธอเสี่ยงจะเจอรักคุดหรือรักสุดอะเฟดได้ 20. เราสามารถมีวันวาเลนไทน์ได้ทุกวัน แค่เพียงทำทุกวันให้เป็นวันแห่งความรัก ดูแลกันและกันทุกวัน ใส่ใจกันทุกวัน แล้วเธอก็จะพบว่า ไม่ว่าวันไหน โลกก็เป็นวีชมพูได้ แค่เพียงยังมีกันและกันอยู่เสมอ ขอบคุณข้อมูล http://www.cityvariety.com/cityworld-8978.html

Ausiris ระบุ ราคาทองผันผวน เหตุปัญหาในตะวันออกกลาง
ทอง /  ทองคำ / 

บทวิเคราะห์ทองคำ ประจำวันอังคาร ที่ 5 มกราคม 2559 โดย ออสสิริส กรุ๊ป ระบุว่า ประเด็นสำคัญของราคาทองคำในวันนี้ มีปัจจัยเกี่ยวข้อง ดังนี้ สถานการณ์การเมืองในตะวันออกกลางร้อนระอุ ส่งทองคำขึ้นจากภาพ Safe Haven แตะ 1083 เหรียญ ต้นเหตุความร้อนแรงในตะวันออกกลาง มีดังนี้   -ซาอุดิอาระเบียสั่งประหารชีวิตนักโทษคดีก่อการร้าย 47 ราย รวมถึง นิมร์ อัลนิมร์ นักการศาสนาชื่อดังชาวชีอะห์ ซึ่งคาดว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ประท้วงต่อต้านรัฐบาลเมื่อปี 2554   -เหตุการณ์ดังกล่าวได้จุดชนวนส่งผลให้กลุ่มผู้ประท้วงชาวอิหร่านได้ก่อเหตุโจมตีสถานทูตและสถานกงสุลของซาอุดิอาระเบียในกรุงเตหะราน   -ซาอุดิอาระเบียประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่าน พร้อมกับสั่งการให้นักการทูตชาวอิหร่านทุกคนเดินทางออกจากซาอุดิอาระเบียภายใน 48 ชั่วโมง   -บาห์เรนได้ประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่าน   -สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ประกาศลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่าน เหลือเพียงความสัมพันธ์ทางธุรกิจ พร้อมกับเรียกเอกอัครราชทูตกลับจากกรุงเตหะราน  ผลกระทบที่ตามมา Gold +1.24% High 1083$/Oz, หุ้นทั่วโลกติดลบ ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าว แนวโน้มของทองคำอาจแตะ 1100$/Oz หากปัญหายังไม่จบ ชม คลิป บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 1 นาที By www.ausiris.co.th อยากรู้จัก Ausirisคลิกที่นี่ รายงานฉบับนี้จัดทำโดยบริษัท ออสสิริส จำกัด เพื่อแสดงความเห็นเป็นข้อมูลเบื้องต้นสำหรับประกอบการตัดสินใจลงทุนสำหรับลูกค้าที่เฉพาะเจาะจงเท่านั้น ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการชักชวน หรือชี้นำให้ซื้อขายแต่อย่างใด ซึ่งรายงานฉบับนี้มาจากความเห็นของนักวิเคราะห์ ประกอบกับแหล่งข้อมูลที่ผู้จัดทำเห็นว่ามีความน่าเชื่อถือ และถูกนำมาใช้อ้างอิงในการลงทุนทั่วไป อย่างไรก็ตามข้อมูลที่ปรากฎตามรายงาน ไม่ได้ถือเป็นการยืนยันข้อเท็จจริงแต่อย่างใด ผู้ลงทุนควรพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ทั้งทางตรง และทางอ้อม ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy MThai News

ระทึก! ฝูงชนเผาสถานทูตซาอุดิอาระเบียในอิหร่าน
ชีค นิมร์ อัล นิมร์ /  ซาอุดิอาระเบีย / 

ฝูงชนเผาสถานทูตซาอุดิอาระเบียในอิหร่าน หลังประหารชีวิต ชีค นิมร์ อัล นิมร์ ผู้นำศาสนานิกายชีอะห์ สำนักข่าวไอเอสเอ็นเอ ของอิหร่านรายงานว่า นายพลฮุสเซน ซาเจดิเนีย เจ้าหน้าที่ตำรวจสูงสุดของประเทศได้เดินทางไปที่จุดเกิดเหตุ และตำรวจได้สลายฝูงชนที่โกรธแค้น หลังจากผู้ประท้วงจำนวนมากในอิหร่านได้บุกเข้าไปในสถานทูตซาอุดิอาระเบียในกรุงเตหะรานในช่วงเช้ามืดวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น จากนั้นได้วางเพลิง และโยนเอกสารต่างๆ จากบนหลังคา เนื่องจากไม่พอใจที่ทางการซาอุดิอาระเบียได้ประหารชีวิต ชีค นิมร์ อัล นิมร์ ผู้นำศาสนาคนสำคัญของนิกายชีอะห์ ผู้นำศาสนานิกายชีอะห์ทั้งในอิหร่านและทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้ประณามการกระทำของทางการซาอุดิอาระเบีย และเตือนว่าอาจจะมีผลสะท้อนกลับจากกลุ่มอื่นๆ ด้านอะยาโตลเลาะห์ อาลี คาเมนี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เตือนซาอุดิอาระเบียว่าอาจจะเผชิญกับการแก้แค้นศักดิ์สิทธิ์ จากการประหารชีวิตผู้นำทางศาสนานิกายชีอะห์ที่อยู่ฝ่ายตรงข้าม โดยเขากล่าวว่าการกระทำของซาอุดิอาระเบียเป็นอาชญากรรมขนาดใหญ่ และทั้งโลกควรจะสนใจต่อเหตุการณ์นี้ พร้อมกับตั้งคำถามว่า เหตุใดชาติตะวันตกไม่ออกมาพูดแสดงการต่อต้านเรื่องนี้ ซาอุดิอาระเบีย ได้ประกาศเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า ได้ประหารชีวิต ชีค นิมร์ อัล นิมร์ พร้อมกับคนอื่นๆอีก 46 คน รวมถึง ผู้ต่อต้านรัฐบาลซาอุดิอาระเบียที่เป็นผู้นับถือศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์ 3 คน และสมาชิกกลุ่มติดอาวุธอัลกออิดะห์อีกหลายคน นายอัล นิมร์ ถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาก่อการร้าย แต่เขาปฏิเสธ ด้านรัฐมนตรีต่างประเทศซาอุดิอาระเบีย กล่าวว่า จากการที่อิหร่านออกมาประณามการประหารชีวิต อิหร่านได้เผยโฉมหน้าที่แท้จริงแล้วว่าเป็นผู้สนับสนุนการก่อการร้าย ขณะที่มีผู้ออกมาเดินขบวนประท้วงหลายสิบคนบนถนนหลายสายของเมืองอัลคาทิฟ ทางตะวันออกของซาอุดิอาระเบีย เพื่อแสดงการต่อต้านการประหารชีวิต ชีค นิมร์ อัล นิมร์ คาดว่าการประหารชีวิตครั้งนี้จะทำให้เกิดความไม่พอใจในหมู่มุสลิมชนกลุ่มน้อยที่นับถือนิกายชีอะห์อย่างมาก และจะทำให้เกิดความตึงเครียดระหว่างนิกายเพิ่มสูงขึ้นทั่วภูมิภาค โดยในหลายประเทศก็มีการออกมาประท้วงเรื่องนี้แล้วเช่นกัน อย่างในนครการาจีของปากีสถาน ชาวปากีสถานที่นับถือนิกายชีอะห์หลายสิบคนได้ออกมาเดินขบวนประท้วง เช่นเดียวกับชาวชีอะห์ในบาห์เรนที่ออกมาแสดงความไม่พอใจเช่นกัน ทำให้มีการประท้วงในหลายหมู่บ้านทั่วประเทศบาห์เรน โดยในเมืองดาอีห์ ซึ่งอยู่ชานกรุงมานามา ชายและหญิงได้ออกมาตะโกนข้อความต่อต้านราชวงศ์ซาอุดิอาระเบีย และผู้นำของบาห์เรน ตำรวจต้องคอยเฝ้าระวังอยู่ห่างๆ แต่ก็มีรายงานว่าเกิดการปะทะกันระหว่างผู้ประท้วงและตำรวจในหลายหมู่บ้าน ส่วนในกรุงลอนดอนของอังกฤษ ผู้ประท้วงกลุ่มหนึ่งได้เดินขบวนที่บริเวณด้านนอกของสถานทูตซาอุดิอาระเบีย ทั้งนี้การประหารชีวิตหมู่ 47 คนในซาอุดิอาระเบียครั้งนี้ ถือเป็นการประหารชีวิตหมู่ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 35 ปี MThai News

ผบ.สส.เมียนมา วอนไทยทบทวนคดีเกาะเต่า หวั่นประหารแพะรับบาป
คดีเกาะเต่า /  ประหาร / 

ผู้บัญชาการทหารสูงสุดแห่งเมียนมา ขอให้ไทยทบทวนหลักฐานใหม่คดีเกาะเต่า หวั่นตัดสินประหารผู้บริสุทธิ์ วันนี้ (27 ธ.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว กรณีที่ พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมา ส่งสารเรียกร้องให้ทางการไทยมีการทบทวนหลักฐานในคดีเกาะเต่าใหม่อีกครั้ง หลังจาก ศาลจังหวัดเกาะสมุยได้ตัดสินประหารชีวิต นายเว พิว และนายซอ ลิน สองแรงงานชาวพม่า เมื่อ 24 ธ.ค.ที่ผ่านมา ฐานร่วมกระทำผิดในคดีฆาตกรรม น.ส.ฮานนาห์ วิทเธอร์ริดจ์ และนายเดวิด มิลเลอร์ สองนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ที่หาดทรายรี บนเกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี นาย มิน อ่อง หล่าย ระบุว่า ด้วยควาามเคารพต่อกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย ทั้งหวั่นเกรงว่าจะมีผู้บริสุทธิ์ถูกตัดสินลงโทษประหารชีวิต ตนจึงขอให้กระบวนการยุติธรรมของไทยควรดำเนินการภายใต้การพิจารณาด้วยความเคารพของทั้งสองฝ่าย และด้วยมิตรภาพอันดีระหว่างสองประเทศ อย่างไรก็ตาม กรณีคำพิพากษาดังกล่าวเป็นผลให้เกิดกระแสการต่อต้านผลคำตัดสิน และมีประชาชนชาวเมียนมาออกมาเคลื่อนไหว ประท้วงด้านหน้าสถานทูตไทยในเมียนมา และชายแดนระหว่างสองประเทศ นอกจากนี้องค์การนิรโทษกรรมสากล ได้กล่าวหาว่ารัฐบาลไทยล้มเหลวตรวจสอบหลักฐานในคดีดังกล่าว ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News ที่มา theguardian

โหดแท้! 21 วิธีประหารสมัยกรุงศรีอยุธยา
ที่สุดในประเทศไทย /  ประวัติศาสตร์ / 

วันนี้ทีนเอ็มไทยขอนำเกร็ดความรู้ ประวัติศาสตร์ไทย มาให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันค่ะ ซึ่งในวันนี้นี้จะเกี่ยวกับ โหดแท้! 21 วิธีประหารสมัยกรุงศรีอยุธยา  โหดไม่แพ้ของต่างประเทศที่ทีนเอ็มไทยเคยนำเสนอให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันคราวก่อนเลย >,< เนื้อหาอาจรุนแรง เหมาะกับ 18+ นะค่ะ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน โหดแท้! 21 วิธีประหารสมัยกรุงศรีอยุธยา  ในสมัยกรุงศรีอยุธยา อาณาจักรที่รุ่งเรืองที่สุดอีกยุคสมัยหนึ่งของไทยเรา พบว่า มีการตราบทลงโทษขั้นรุนแรงที่สุดคือ โทษประหารชีวิตเอาไว้ในพระไอยการกระบถศึก ซึ่งเป็นกฎหมายที่ตราขึ้นในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 และมีการแก้ไขเพิ่มเติมในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ก่อนจะมีการแก้ไขเพิ่มเติมอีกครั้งในสมัยสมเด็จพระเอกาทศรถ แต่กฎหมายฉบับนี้มิได้มีการแก้ไขในบทลงโทษความผิดขั้นประหารชีวิตและวิธีการประหารชีวิตเลยแม้แต่น้อย คือยังคงลักษณะเดิมไว้แต่ครั้งการตราขึ้นในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 ทุกประการ โดยวิธีการประหารชีวิตตามพระไอยการกระบถศึก บันทึกและอธิบายเอาไว้อย่างละเอียดถึงวิธีการลงโทษประหาร 21 วิธีหรือ 21 สถาน ดังนี้ สถาน 1 คือ ให้ต่อยกระบานศีศะ (กบาลศีรษะ) เลิกออก (เปิดออก) เสียแล้ว เอาคีมคีบก้อนเหล็กแดงใหญ่ใส่ลงไปในมันสะหมอง (มันสมอง) ศีศะพลุ่งฟู่ขึ้นดั่งม่อ (หม้อ) เคี่ยวน้ำส้มพะอูม สถาน 2 คือ ให้ตัดแต่หนังจำระ (จาก) เบื้องหน้าถึงไพรปากเบื้องบนทั้งสองข้างเป็นกำหนด ถึงหมวกหู (ใบหู) ทั้งสองข้างเป็นกำหนด ถึงเกลียวคอชายผมเบื้องหลังเป็นกำหนด (หนังบริเวณคอถึงท้ายทอย) แล้วให้มุ่นกระหมวดผมเข้าทั้งสิ้น (ม้วนเข้าหากัน) เอาท่อนไม้สอดเข้าข้างละคน โยกคลอนสั่นเพิกหนังทั้งผมนั้นออกเสียแล้วเอากรวดทรายหยาบขัดกระบานศีศะชำระให้ขาวเหมือนพรรณศรีสังข์ สถาน 3 คือ ให้เอาขอเกี่ยวปากให้อ้าไว้ แล้ให้ตามประทีบ (ดวงไฟ) ไว้ในปาก ไนยหนึ่ง (นัยหนึ่ง) เอาปากสิวอันคมนั้นแสะแหวะผ่าปากจนหมวกหู (ใบหู) ทั้งสองข้าง แล้วเอาขอเกี่ยวให้อ้าปากไว้ให้โลหิตไหลออกเต็มปาก สถาน 4 คือ เอาผ้าชุบน้ำมันพันให้ทั่วร่างกายแล้วเอาเพลิงจุด สถาน 5 คือ เอาผ้าชุบน้ำมันพันนิ้วทั้งสิบนิ้วแล้วเอาเพลิงจุด สถาน 6 คือ เชือดเนื้อให้เป็นแรงเป็นริ้วอย่าให้ขาดจากกัน ตั้งแต่ใต้คอลงไปถึงข้อเท้าแล้วเอาเชือกผูกจำ ให้เดินเหยียบริ้วเนื้อริ้วหนังแห่งตน ให้ฉุดคร่าตีจำให้เดินไปกว่าจะตาย สถาน 7 คือ เชือดเนื้อให้เนื่องด้วยหนังเป็นแร่งเป็นริ้ว ตั้งแต่ใต้คอลงมาถึงเอวและให้เชือดตั้งแต่เอวให้เนื่องด้วยหนังเป็นแร้งเป็นริ้วลงมาถึงข้อเท้ากระทำหนังเบื้องบนให้คลุมลงมาเหมือนนุ่งผ้า สถาน 8 คือ ให้เอาห่วงเหล็กสวมข้อศอกทั้งสองข้าง ข้อเข่าทั้งสองข้างให้มั่นแล้วเอาหลักสอดในวงเหล็กแย่งขึงตรึงลงไว้กับแผ่นดินอย่าให้้ไหวตัวได้ แล้วเอาเพลิงรน (ลน) ให้รอบตัวจนกว่าจะตาย สถาน 9 คือ ให้เอาเบ็ดใหญ่ที่มีคมสองข้างเกี่ยวทั่วร่างเพิก (เปิด) หนังเนื้อและเอ็นน้อยใหญ่ให้หลุดขาดออกมาจนกว่าจะตาย สถาน 10 คือ ให้เอามีดที่คมเชือดเนื้อให้ตกออกจากกายแต่ทีละตำลึง(นำเนื้อมาชั่งให้ได้น้ำหนักหนึ่่งตำลึง:มาตราวัดสมัยโบราณ) จนกว่าจะสิ้นมังสา (เนื้อ) สถาน 11 คือ ให้แล่สับทั่วร่างแล้ว เอาแปรงหวีชุบน้ำแสบกรีดครูดขูดเสาะหนังและเนื้อแลเอ็นน้อยใหญ่ให้ลอกออกให้สิ้นให้อยู่แต่ร่างกระดูก สถาน 12 คือ ให้นอนลงโดยข้างๆ หนึ่งแล้วให้เอาหลาวเหล็กตอกลงไปโดยช่องหูให้แน่นกับแผ่นดินแล้วจับขาทั้งสองข้างหมุนเวียนไปดังบุคคลทำบังเวียน (เวียนเทียน) สถาน 13 คือ ทำมิให้หนังพังหนังขาด แล้วเอาลูกสีลา (ลูกหิน) บดทุกกระดูกให้แหลกย่อย แล้วรวบผมเข้าทั้งสิ้น ยกขึ้นหย่อนลงกระทำให้เนื้อเป็นกองเป็นลอมแล้วพับห่อเนื้อหนังกับทั้งกระดูกนั้นทอดวางไว้ดั่งตั่งอันทำด้วยฟางซึ่งเอาไว้เช็ดเท้า สถาน 14 คือ ให้เคี่ยวน้ำมันให้เดือดพลุ่งพล่าน แล้วลาด**censor**ลงมาแต่ศีศะ (ศีรษะ) จนกว่าจะตาย สถาน 15 คือ ให้กักขังสุนัขร้ายทั้งหลายไว้ อดอาหารหลายวันให้เต็มอยากแล้วปล่อยให้กัดทึ้งเนื้อหนังกินให้เหลือแต่ร่างกระดูกเปล่า สถาน 16 คือ ให้เอาขวานผ่าอกทั้งเป็นแหกออกดั่งโครงเนื้อ สถาน 17 คือ ให้แทงด้วยหอกทีละน้อยๆ จนกว่าจะตาย สถาน 18 คือ ให้ขุดหลุมฝังเพียงเอว แล้วเอาฟางปกลงคลุมร่างก่อนคลอกด้วยเพลิงพอหนังไหม้แล้วไถด้วยไถเหล็ก ให้เป็นท่อนน้อยท่อนใหญ่เป็นริ้วน้อยริ้วใหญ่ สถาน 19 คือ ให้เชือดเนื้อล่ำออกทอดด้วยน้ำมัน เหมือนทอดขนมให้กินเนื้อตัวเองจนกว่าจะตาย สถาน 20 คือ ให้ตีด้วยตะบองสั้นตะบองยาวจนกว่าจะตาย สถาน 21 คือ ตีด้วยหวายที่มีหนามจนกว่าจะตาย เกร็ดความรู้  เรื่องเล่าจากลานประหาร การประหารชีวิต ถือเป็นบทลงโทษที่รุนแรงที่สุดในทุก ๆ ประเทศ ที่มีมาตั้งแต่อดีต ซึ่งถ้าหากใครได้อ่านหรือศึกษาเรื่องราวเหล่านี้ซักครั้ง คงจะรู้สึกไม่ต่างกันหรอกค่ะว่า แม้ว่าในแต่ละประเทศจะมีเครื่องมือประหารชีวิตที่แตกต่างกันออกไป แต่ความรุนแรง หรือความซาดิสม์นั้นไม่ได้ต่างกันเลย เพราะไม่ว่าจะใช้เครื่องมือไหน ๆ ก็ล้วนแล้วแต่มีจุดประสงค์เดียวกัน นั่นคือทรมานคนผิดอย่างเลือดเย็นแล้วปล่อยให้เจ็บปวดตายไปในที่สุด ในประเทศไทยก็เช่นกัน โทษประหารที่เคยทำกันมาตั้งแต่อดีตนั้นขึ้นชื่อว่าโหดใช่ย่อย เริ่มตั้งแต่สมัยก่อนกรุงรัตนโกสินทร์ วิธีการประหารชีวิตจะเน้นความทรมานชนิดที่ได้ยินแล้วยังขนลุก ไม่ว่าจะเป็นการเอาน้ำมันเดือดราดหัวจนตาย เอามีดและขวานผ่าอกแหวกตับไตไส้พุงทั้งเป็นจนตาย  เอาเบ็ดใหญ่เกี่ยวเนื้อให้หลุดทีละส่วนจนตาย เอามีดคม ๆ แล่เนื้อลอกหนังออกทีละนิดจนตาย เอาหอกค่อย ๆ ทิ่มแทงจนตาย หรือฝังดินครึ่งตัวแล้วเผาส่วนบนจนทรมานตาย ซึ่งโทษแสนทรมานในสมัยนั้น ก็จะตัดสินจากความผิดที่แตกต่างกันออกไป อย่างเช่นถ้าใครเผาบ้านเมือง ก็จะถูกประหารด้วยการเอาผ้าชุบน้ำมันพันรอบตัวแล้วจุดไฟเผาทั้งเป็น อย่างงี้เป็นต้น และที่สำคัญการประหารชีวิตทุกรูปแบบก็จะต้องทำกันแบบโจ่งแจ้งต่อหน้าชาวบ้านมากมาย เพื่อให้คนเกรงกลัว และมันก็ได้ผลดีเลยล่ะค่ะ เพราะเวลาที่มีการประหารนักโทษซักคน บ้านเมืองก็สงบสุขไปพักใหญ่ทีเดียว เพราะไม่มีใครกล้าทำความผิด ไม่มีใครอยากถูกลงโทษอย่างทรมานอย่างที่ตัวเองไปเห็นมา สมัยอยุธยาตอนปลายและรัตนโกสินทร์ การประหารด้วยวิธีทรมานสารพัดก็เริ่มค่อย ๆ หายไป เหลืออยู่แค่วิธีเดียวง่าย ๆ นั่นคือ การตัดคอหรือกุดหัวเท่านั้น เป็นวิธีฉับเดียวดับ ไม่ทันได้ทรมานก็ตายแล้ว แถมก่อนหน้าวันประหารก็ยังมีการเลี้ยงข้าวเลี้ยงน้ำอย่างดีอีก และพอถึงวันประหารนักโทษก็ถูกปิดตา ไม่ต้องเห็นบาดแผล ไม่ต้องรู้ว่าใครกำลังจะทำอะไรเรา ไปแบบสบาย ๆ เลยทีเดียว ในการประหารนักโทษ 1 คน เค้าจะใช้เพชฌฆาตถึง 3 คน ซึ่งโดยปกติแล้ว ถ้าเพชฌฆาตดาบ 1 จะพลาด ก็พลาดมากที่สุดแค่ตัดคอแล้วตายแต่คอดันไม่ขาด ซึ่งแบบนี้เพชฌฆาตดาบ 2 ก็จะรีบเข้ามาฟันให้ขาดทันที ถ้ายังไม่ขาดอีกก็มีดาบ 3 สำรองไว้อีก ต้องเอาให้ขาดอย่างแท้จริงเพื่อที่จะเอาหัวไปเสียบประจานนั่นเอง ส่วนร่างกายก็มอบให้ญาตินำไปทำพิธีต่อไป ในกรณีที่นักโทษเป็นเชื้อพระวงศ์หรือกษัตริย์ ก็จะมีวิธีเฉพาะคือการทุบด้วยท่อนจันทน์ ที่ถือเป็นไม้หอม เป็นการให้เกียรตินักโทษ โดยการประหารด้วยท่อนจันทน์นี้ จะใช้วัดปทุมคงคาเป็นลานประหาร ส่วนวิธีการ ก็คือ จะนำร่างของผู้ถูกประหารสวมด้วยถุงแดงแล้วรัดถุงให้แน่น เพื่อไม่ให้ใครแตะต้องพระวรกาย และไม่ให้ใครเห็นพระศพด้วย จากนั้นเพชฌฆาตที่ได้รับนามเฉพาะว่า "หมื่นทะลวงฟัน"  ก็จะใช้ไม้จันทน์ขนาดใหญ่รูปร่างคล้ายสากตำข้าวทุบลงไปสุดแรงบริเวณพระเศียรหรือพระนาภี เสร็จแล้วก็นำไปฝังในหลุม 7 คืนเพื่อให้มั่นใจว่าสิ้นพระชนม์แล้วจริง ๆ ก่อนขุดขึ้นมาประกอบพิธีต่อไป และหากใครสงสัยว่าทำไมไม่ใช้วิธีเปิดผ้าดูว่าสิ้นแล้วหรือไม่ ก็อย่างที่บอกไปค่ะว่าไม่ว่าจะอย่างไร หลังจากนำนักโทษใส่ถุงแดงแล้วก็ห้ามเปิดให้ใครเห็นหรือแตะต้องพระวรกายโดยตรงได้เป็นอันขาด แต่!วิธีการประหารชีวิตด้วยท่อนจันทน์ เลิกล้มไปในสมัยรัชกาลที่ 5 หลังจากมีการประกาศใช้กฎหมาย ร.ศ. 127 ว่า ให้ประหารชีวิตเชื้อพระวงศ์ด้วยวิธีเดียวกันกับสามัญชน ไม่มีการแบ่งแยกชนชั้นนักโทษ และในที่สุด ในปี 2477 ก็ได้ล้มเลิกการประหารชีวิตด้วยการตัดหัวไป เปลี่ยนเป็นการใช้ปืนยิงแทน โดยวิธีการยิงปืนประหารนี้ ก็จะมีขั้นตอนคล้ายกับการประหารชีวิตด้วยการตัดหัว ต่างที่การยิงปืนประหาร จะทำในห้องประหารมิดชิด ไม่มีการเรียกประชาชนมามุงดูเหมือนกับการประหารชีวิตด้วยการตัดหัวอีกต่อไป การประหารชีวิตด้วยปืนทำกันมาได้ไม่นานนัก เพราะเมื่อปี 2545 ได้เปลี่ยนวิธีการประหารชีวิตด้วยปืน มาเป็นการฉีดยาแทน ซึ่งการฉีดยาจะมี 3 ขั้นตอน คือ ขั้นแรกจะฉีดยาให้นักโทษสลบก่อน จากนั้นค่อยฉีดยาหยุดการทำงานของปอดและกระบังลม และสุดท้ายก็จะฉีดยาที่ทำให้หัวใจหยุดเต้น เป็นอันเสร็จพิธี เรียกว่าสบายกว่าวิธีไหน ๆ ไม่ต้องตื่นเต้นว่าจะถูกสับหัวหรือยิงปืนเมื่อไหร่ และวิธีนี้ก็ยังเป็นวิธีที่ใช้กันมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งหมดนี้คือวิวัฒนาการของการประหารชีวิตในสยาม ที่ดูเหมือนจะลดความทรมานลงทุกวัน ๆ ขณะเดียวกันที่สถิติการประหารชีวิตก็ค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ ทั้งในไทยและหลายประเทศทั่วโลก  ซึ่งที่เป็นอย่างนั้นก็ไม่ใช่เพราะว่าคนเรามีคุณธรรมกันมากขึ้นแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะบทลงโทษในสังคมทุกวันนี้มันเบาลงเรื่อย ๆ ต่างหาก.. ยิ่งไปกว่านั้น ในยุคที่บทลงโทษในสังคมเบาลงทุกวัน ขณะที่โจรผู้ร้ายมีมากขึ้นแบบนี้ ก็ยังมีคนในหลายประเทศออกโรงต่อต้านการประหารชีวิตกันอย่างมากมาย เพราะเห็นว่ามันโหดร้าย ก็ไม่แน่ว่า.. บางที โทษประหารอาจถูกล้มเลิกไปในอีกไม่เกิน 10 ปีข้างหน้าก็เป็นได้ และถ้าวันนั้นมาถึงเมื่อไหร่ สังคมก็คงวุ่นวายขึ้นน่าดู ที่มา : http://xchange.teenee.com/lofiversion/index.php/t46653.html, http://nongza.exteen.com/20101028/entry อ่านเพิ่มเติม >> 15 เครื่องมือทรมานโหดในอดีต Torture << >> เครื่องมือทรมานโหดในอดีต Torture ภาค 2 <<

ชาวเมียนมา บุกลุกฮือหน้าบ้าน 'อองซาน ซูจี' ปมคดีเกาะเต่า
คดีฆาตกรรม /  คดีเกาะเต่า / 

ชาวเมียนมาจำนวนหนึ่ง รวมตัวประท้วง คำตัดสินของศาลชั้นต้นไทย ที่ตัดสินประหารชีวิต สองจำเลยคดีเกาะเต่า หน้าบ้านพักของนางอองซาน ซูจี แกนนำประชาธิปไตยและหัวหน้าพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย - เอกอัครราชทูตไทย ณ นครย่างกุ้งปิดให้บริการ วานนี้ (27 ธ.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าว กรณีที่ชาวเมียนมาออกมาประท้วง เรียกร้องให้นางอองซาน ซูจี หัวหน้าพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย ที่ได้รับชัยในการเลือกตั้ง และกำลังจะก้าวขึ้นมาจัดตั้งรัฐบาลของประเทศ ให้ความช่วยเหลือเรื่องดังกล่าว ทั้งยังแสดงความโกรธแค้นต่อคำตัดสินของศาลชั้นต้นไทย ที่สั่งให้ประหารชีวิต 2 นักโทษชาวเมียนมา ในคดีสังหาร 2 นักท่องเที่ยวอังกฤษที่เกาะเต่า ประชาชนชาวเมียนมา ออกมาการประท้วงคำตัดสินคดีเกาะเต่า เป็นวันที่ 3 เกิดขึ้นในอีกหลายเมืองทั่วประเทศ รวมถึง ที่เมืองแป และมัณฑะเลย์ และเมืองอื่น ๆ อีกหลายเมือง ที่มีการส่งจดหมายเปิดผนึกคัดค้านคำตัดสิน ไปยังรัฐมนตรีต่างประเทศไทย โดยในวันเดียวกัน สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ นครย่างกุ้ง ประกาศปิดให้บริการแผนกกงสุล ระหว่างวันที่ 28-30 ธ.ค.นี้ จากการชุมนุมประท้วงบริเวณหน้าสถานเอกอัครราชทูตฯ ประท้วงคำพิพากษาศาลไทย ส่งแววยืดเยื้อ ส่งผลกระทบต่อการเดินทางเข้า-ออกสถานเอกอัครราชทูตฯ อย่างไรก็ตาม สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ นครย่างกุ้ง ระบุว่า หากมีความจำเป็นเร่งด่วนในการติดต่อแผนกกงสุล โดยเฉพาะกรณีที่ท่าน จำเป็นต้องเดินทางไปรักษาพยาบาลที่ประเทศไทยในช่วงนี้ สามารถติดต่อกงสุลได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 09-5090926 ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com