ประหารชีวิต

คุกตลอดชีวิต! ติ๊งต่าง ฆ่าขืนใจเด็กหญิง4ขวบจ.เลย
ขืนใจ /  ข่มขืน / 

ศาลพิพากษาสั่งประหารชีวิต "ติ๊งต่าง" ฆาตกรฆ่าข่มขืนเด็กหญิงวัย4ขวบที่จ.เลย ให้การรับสารภาพลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต วันที่ 22 ก.ค. ศาลอาญานัดอ่านคำพิพากษา ในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายติ๊งต่าง หรือหนุ่ย ไม่มีนามสกุล จำเลยในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาด้วยความโหดร้ายทารุณ จากกรณีเมื่อวันที่ 5 ก.พ. 2556 จำเลยได้ล่อลวงเด็กหญิงวัย 4 ขวบ ที่พบภายในงานกาชาดดอกฝ้าย ต.กุดป่อง อ.เมือง จ.เลย ว่าจะพาไปเดินเล่นและซื้อขนมให้ แต่กลับใช้กำลังข่มขืนกระทำชำเรา แล้วใช้มือบีบคอจนเด็กขาดอากาศหายใจเสียชีวิต จากนั้นได้หลบหนีไป โดยศาลพิพากษาสั่งประหารชีวิตนายติ๊งต่าง แต่จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งเหลือ จำคุกตลอดชีวิต สำหรับนายติ๊งต่าง ยังมีคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอาญาอีก 1 สำนวน คือคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องในความผิดลักษณะเดียวกัน กรณีเมื่อวันที่ 10 พ.ย.2556 ที่จำเลยได้พรากตัวเด็กชายอายุ 7 ปี และกระทำชำเราเด็กชายแล้วบีบคอจนเสียชีวิต เหตุเกิดที่บริเวณวัดศรีอุดมวงษ์ อ.วังสะพุง จ.เลย โดยศาลนัดสืบพยานโจทก์ ในวันที่ 1 ต.ค.2558 เวลา 09.00 น. ขอบคุณภาพ posttoday ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ย้อนรอย! เจาะพฤติกรรม 'ติ๊งต่าง' ฆาตกรโหดฆ่าข่มขืนเด็ก
ข่มขืน /  ข่าวน้องการ์ตูน / 

"ข่มขืนฆ่า-ฆ่าข่มขืน" นับเป็นเหตุสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในสังคม ส่วนใหญ่เหยื่อเคราะห์ร้ายมักเป็นหญิงสาว คนชรา และเด็กสาววัยรุ่น แต่เหตุที่สร้างความสะเทือนใจให้คนทั้งประเทศ เป็นอย่างมากคือ การ "ข่มขืนและฆ่าเด็ก" ที่สังคมไทยมิอาจรับได้ หลายเหตุการณ์ที่เป็นข่าวโด่งดัง  อย่างกรณี นายวันชัย หรือเกม แสงขาว พนักงานปูเตียง การรถไฟแห่งประเทศไทย ข่มขืนฆ่า "น้องแก้ม" เด็กหญิงวัย 13 ปี บนรถไฟ ก่อนโยนร่างเหยื่อทิ้งทางหน้าต่างรถไฟอย่าง..โหดเหี้ยม ไร้จิตสำนึกความเป็นคน ก็ทำให้คนไทยสะเทือนใจไม่น้อย แต่เหตุการณ์ที่ทำให้คนในสังคมต้องตื่นตัวกับกฎหมายไทย ในการเพิ่มบทลงโทษกับ "ฆาตกรฆ่าข่มขืน" คือกรณี "นายหนุ่ย หรือติ๊งต่าง" ไม่มีนามสกุล ฆาตกรบ้ากามฆ่าข่มขืน "น้องการ์ตูน" เด็กหญิงวัย 6 ขวบ ทิ้งศพหมกป่ารกร้าง ปากซอยลาซาล ติดสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสแบริ่ง เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.2556 นับเป็นคดีสะเทือนขวัญให้กับคนไทย สร้างความสะเทือนใจให้กับหัวอกคนเป็นพ่อแม่อย่างมาก แต่สิ่งที่น่าตกใจและสะเทือนใจยิ่งกว่า คือ คำรับสารภาพของฆาตกรรายนี้ ที่ยอมรับหน้าตาเฉยว่า ก่อเหตุข่มขืนเด็กมาแล้วกว่า 10 ครั้ง และฆ่าข่มขืน 4 ครั้ง แต่เพิ่งถูกตำรวจจับได้แค่ 2 ครั้ง โดยเน้นเฉพาะเหยื่อที่เป็นเด็กหญิงอยู่โดดเดี่ยวตามลำพัง จากประวัติ "นายหนุ่ย หรือ ติ๊งต่าง" พื้นเพเป็นชาวพม่า จึงไม่มีนามสกุล เกิดแล้วมาอาศัยอยู่ที่สถานสงเคราะห์เด็ก จนอายุ 7 ขวบ กับแม่พิม พ่อลอง ชาวไทยที่รับไปอุปการะเลี้ยงดูอยู่ที่บ้านใน อ.เปือยน้อย จ.ขอนแก่น กระทั่งอายุ 15 ปี แม่พิมกับพ่อลองเสียชีวิต จึงไปอาศัยอยู่กับญาติของแม่พิม พ่อลอง ที่อยู่หมู่บ้านใกล้กัน แต่ไม่ได้เรียนหนังสือ อาศัยทำงานก่อสร้างทั่วไป ทั้งในกทม.และต่างจังหวัด จน "ติ๊งต่าง" มีภรรยา จึงอาศัยอยู่ที่บ้านภรรยาในละแวกนั้น จากการคำรับสารภาพ...เป็นจุดเริ่มต้นของการขุดคุ้ยพฤติกรรมโหด ของ "ติ๊งต่าง" ที่ก่อเหตุสลดมาแล้วอย่างโชกโชนนับไม่ถ้วน เริ่มจากการอนาจารเด็กหญิงวัย 7 ขวบ เมื่อปี 2551 ภายในงานวัด ต.เปือยน้อย โดยการชักชวนหลอกล่อจะพาเด็กไปเดินเล่น แต่เมื่อพอสบโอกาส กลับ "สวมวิญญาณซาตาน" พาเด็กเดินไปในที่เปลี่ยว จากนั้นลงมือบีบคอจนสลบก่อนพยายามทำอนาจารแต่ไม่สำเร็จ แล้วนำตัวเด็กไปทิ้งไว้ที่กอไผ่ ป่ารกตลอดคืน จนช่วงเช้าจึงมีคนมาพบช่วยนำตัวส่ง รพ. ซึ่งเด็กจำหน้าผู้ก่อเหตุได้ดี จึงพาตำรวจมาชี้ตัว  "ติ๊งต่าง" จึงถูกจับกุมดำเนินคดี ต่อมา 24 ส.ค. 2555 "ติ๊งต่าง" พ้นโทษออกจากเรือนจำอำเภอพล จ.ขอนแก่น กลับมาอาศัยอยู่กับภรรยาใน อ.เปือยน้อย พักอยู่ได้เกือบเดือน ชาวบ้านและผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ออกมา "ขับไล่" ไม่ยินยอมให้พักอาศัยอยู่ร่วมสังคม โดยวิตกว่า "ติ๊งต่าง" จะมาก่อเหตุกับเด็กในหมู่บ้านซ้ำอีก "ติ๊งต่าง" จึงต้องจำยอมออกมาจากพื้นที่ เปลี่ยนงานหลายแหล่ง ก่อนจะมาขอสมัครงาน เป็นคนงานตั้งเวทีกับ "คณะลูกทุ่งชื่อดัง" จนสุดท้ายได้เข้าทำงานที่วงดนตรี "หมอลำชื่อดัง" วงหนึ่ง และมีการเดินสายรับงานแสดงทั่วไปทั้งในกทม.และต่างจังหวัด หลังพ้นคดี...เมื่อเดือน ก.พ.2556  "ติ๊งต่าง" ได้หวนกลับมาก่อเหตุซ้ำอีกครั้ง โดยการลวงเด็กหญิงวัย 4 ขวบ ที่พบภายในงานกาชาดดอกฝ้าย อ.เมือง จ.เลย ก่อนจะพาไปเดินเล่นและซื้อขนมให้ จากนั้นใช้กำลังประทุษร้าย ข่มขืนกระทำชำเรา แล้วใช้มือบีบคอเด็กหญิงจนเสียชีวิต ซึ่งคดีนี้ศาลจะพิพากษาชี้ชะตาในวันที่ 22 ก.ค.2558  จากนั้นไม่นาน "ติ๊งต่าง" เกิดความย่ามใจ ก่อเหตุซ้ำอย่างต่อเนื่อง ในพื้นที่ อ.วังสะพุง จ.เลย โดยใช้กลอุบายลักษณะคล้ายกัน ล่อลวงเด็กชายอายุ 7 ปีไปลวนลามแล้วบีบคอจนเสียชีวิต ซึ่งคดีดังกล่าวอยู่ระหว่างศาลพิจารณา และนัดสืบพยานโจทก์ ในวันที่ 1 ต.ค.2558 ส่วนอีกราย เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.2556 ที่วัดสีกัน ดอนเมือง กทม. "ติ๊งต่าง" มาตั้งเวทีกับวงดนตรีหมอลำ ระหว่างนั้นเห็นเด็กหญิงรายหนึ่งผ่านมา จึงเข้าไปพูดคุย ก่อนล่อลวงไปฆ่าข่มขืน และถัดมาเพียง 1 วัน ยังมาก่อนเหตุ ในพื้นที่ตลาดสุขสวัสดิ์ สามแยกบางบอน โดยการลวงเด็กหญิงวัย 13 ปี แล้วพาเข้าป่าไปลงมือทำอนาจาร ก่อนปล่อยตัวกลับไปหาพ่อแม่ โดยไม่ได้ลงมือฆ่าเหมือนที่ผ่านมา และอีกครั้งเมื่อวันที่ 6 ธ.ค.2556 คือ กรณี "น้องการ์ตูน" โดยคดีดังกล่าว ศาลจังหวัดพระโขนง พิพากษาลงโทษ "ประหารชีวิต" แต่จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษเหลือแค่ "จำคุกตลอดชีวิต" ทั้งนี้หลังก่อเหตุฆ่า "น้องการ์ตูน" ซึ่งเป็นเหตุสลดกลางกรุง ฆาตกรรายนี้ได้หลบหนีไป โดยอาศัยการย้ายการแสดงของวงดนตรีไปตามจังหวัดต่างๆ จนไปก่อเหตุซ้ำอีก ในลักษณะเดียวกันในพื้นที่ บ้านโคกอุดม อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี  โดยการล่อลวงเด็กหญิงไปทำอนาจารแล้วบีบคอจนเสียชีวิต และก่อเหตุอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ซึ่งเด็กหญิงรายนี้ถูก "ติ๊งต่าง" ลวงไปแค่ทำอนาจาร ก่อนปล่อยตัวไป... จนกระทั่งมาถึง "ทางตัน กรรมตามทัน"  "ติ๊งต่าง" ถูกตำรวจจับกุมได้ที่ อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย  เนื่องจากพลังของ "พลเมืองดี" ที่แจ้งเบาะแสว่า เสื้อที่ฆาตกรใส่ในวันเกิดเหตุฆ่าน้องการ์ตูนนั้น เป็นเสื้อของทีมงานลูกทุ่งหมอลำชื่อดัง จึงคาดว่า น่าจะเกี่ยวข้องกับคนงานที่จัดแสดงดนตรี ทำให้ตำรวจเร่งติดตามไป จนพบตัว "ติ๊งต่าง" ขณะทำหน้าที่เป็นคนยกของในวงดนตรี โดยมีรูปพรรณสัณฐานใกล้เคียงกับคนร้ายในภาพวงจรปิด บริเวณใกล้จุดเกิดเหตุ และต้องจำนนต่อหลักฐานเป็นเสื้อที่ใส่ในวันก่อเหตุ พร้อมรับสารภาพ "ทำไปเพราะความเมา เนื่องจากก่อนก่อเหตุจะดื่มเบียร์เข้าไปทุกครั้ง" พฤติกรรมทั้งหมดของฆาตกรรายนี้ นับว่าเป็น "ภัยอันตราย" ต่อสังคมอย่างมาก เนื่องจากเหยื่อเคราะห์ร้าย เป็นเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ง่ายต่อการถูกล่อลวง โดยอาศัยความไร้เดียงสาของเหยื่อ ซ้ำร้ายยังก่อเหตุต่อเนื่องอย่างย่ามใจ ไม่มีจิตสำนึกเกรงกลัวต่อกฎหมาย เรียกได้ว่าเป็น "ฆาตกรต่อเนื่อง" เข้าข่ายกามวิปริต!! จนเกิดเป็นคำถามให้ชวนคิดว่า ก่อนหน้านี้ฆาตกรรายนี้ลอยนวลอยู่ในสังคมได้อย่างไร? สะท้อนไปยังการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าอย่างจัง ถึงอย่างไรก็ตาม... ต่อจากนี้คงต้องขึ้นอยู่กับอำนาจของศาลว่าจะตัดสินโทษออกมาเช่นไร แต่ที่แน่ๆ ฆาตกรรายนี้ถูกสังคมตัดสินไปแล้วว่า สมควรแก่การลงโทษ "ประหารชีวิต" โดยหวังเพียงไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย... MThai News

เกาหลีเหนือ ยอมรับประหารอดีตรมว.กลาโหม
คืมจองอึน /  นายพลฮยอน ยอง ชอล / 

เกาหลีเหนือรับ ประหารอดีตรมว.กลาโหมด้วยปืนต่อสู้อากาศยานจริง อ้างไม่ซื่อสัตย์ต่อนายคิม จองอึน สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า ทางการของเกาหลีเหนือได้มีการออกแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ เกี่ยวกับการเสียชีวิตของนายพลฮยอน ยอง ชอล อดีตรมว.กลาโหม โดยเกาหลีเหนือ ยอมรับว่า อดีตรมว.กลาโหมคนดังกล่าว ถูกสั่งประหารชีวิตด้วยปืนต่อสู้อากาศยาน ตามที่สายลับของเกาหลีใต้ออกมาปูดข่าวจริง ซึ่งสาเหตุของการประหารครั้งนี้ เป็นเพราะนายพลฮยอน ยอง ชอล ถูกมองว่าไม่มีความซื่อสัตย์ต่อนายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เนื่องจากเขาได้เผลอหลับ สัปหงก ระหว่างพิธีการทางทหารที่มีนายคิมเป็นประธาน จึงทำให้นายฮยอนโดนตำหนิอย่างรุนแรง ก่อนจะนำไปสู่การประหารชีวิตในที่สุด เมื่อ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา สำหรับนายพลฮยอน ยอง ชอล เป็น 1 ใน 70 เจ้าหน้าที่ของทางการที่ถูกนายคิม จองอึน สั่งประหารชีวิต หลังก้าวขึ้นเป็นผู้นำประเทศมีอำนาจสูงสุดเมื่อปี 2554 ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ศาลสั่งประหาร หมอสุพัฒน์ลูกชาย ฆ่าคนงานพม่า
คดีหมอสุพัฒน์ /  ประหารชีวิต / 

ศาลเพชรบุรี สั่งประหารชีวิต "หมอสุพัฒน์" และบุตรชาย หลังหลักฐานชี้ชัดคดี ฆ่าแรงงานพม่า วันนี้ (1พ.ค.) ศาลจังหวัดเพชรบุรี ได้มีการอ่านคำพิพากษาคดีฆ่า นายอีต้าร์ แรงงานพม่า โดยเป็นการอ่านคำพิพากษาต่อหน้าจำเลยที่ 2 และ 3 คือ นายเอก และ นายอัคร เลาหะวัฒนะ ส่วนจำเลยที่ 1 คือ น.พ.สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ ยังคงหลบหนี โดยศาลได้พิเคราะห์ตามหลักฐานเบิกความของ นายกะลา และ นายโย่ง ซึ่งเป็นแรงงานชาวพม่า พร้อมหลักฐานอื่นที่มีความหนักแน่นเชื่อว่า จำเลยทั้ง 3 กระทำความผิดจริง พิพากษาลงโทษ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ และ นายเอก เลาหะวัฒนะ ประหารชีวิต ส่วน และ นายอัคร ขณะเกิดเหตุยังเป็นเยาวชน ลดเหลือจำคุก 25 ปี 3 เดือน โดยจำเลยที่ 2 และ 3 อยู่ระหว่างยื่นขอประกันตัว เพื่อต่อสู้ในชั้นอุทธรณ์

ไร้ปราณี! โสมแดงสั่งยิงเป้า รมต.กลาโหม ฐานไม่ภักดีผู้นำ
คิม จอง อึน /  ประหาร / 

ต่อเนื่องจากการแพร่สะพัดข่าวกรณีที่นาย 'คิม จอง อึน'ผู้นำโสมแดง มีคำสั่งวางยาพิษป้าตนเอง วันนี้สื่อนอกแพร่ข่าวการมีคำสั่ง สังหารผู้นำกองทัพทหารอีกราย วันนี้ (13 พ.ค.) สำนักข่าว 'ซีเอ็นเอ็น' รายงานข่าว อ้างอิงการรายงานจากสำนักข่าว 'ยอนแฮบ' สื่อในเกาหลีใต้ ที่ได้เผยแผร่กรณีที่หน่วยข่าวกรองจากเกาหลีใต้ในเกาหลีเหนือ หรือ เอ็นไอเอส ออกมาเปิดโปง การตัดสินประหารชีวิตนาย 'ฮยอน ยง ชล' ผู้บัญชาการทหาร และ ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของประเทศ จากนายคิม จอง อึนด้วยการยิงเป้าต่อหน้าเจ้าหน้าที่หลายร้อยรายเมื่อเดือนเม.ย. ที่ผ่านมา ในข้อหาก่อการกบฏ และหมิ่นแสงยานุภาพของผู้นำสูงสุดในประเทศ รวมถึงเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ เนื่องจากไม่เคารพท่านผู้นำ พร้อมกันนี้ รายงานได้ระบุว่า ก่อหน้านี้นาย 'คิม จอง อึน' ตำแหน่งผู้นำสูงสุดของประเทศ ที่ปกครองภายใต้รัฐคอมมิวนิสต์แบบสุดโต่ง ได้มีคำสั่งประหารชีวิต เจ้าหน้าที่ระดับสูงกว่า 15 ราย ก่อนหน้านี้ สื่อถึงนัยยะบางอย่าง ที่ผู้นำทรงอำนาจรายนี้ กำลังพยายามกวาดล้างเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายราย ด้วยสาเหตุใด ? อย่างไรก็ตาม เกาหลีเหนือ ขึ้นชื่อว่า เป็นประเทศที่ประชาชน ดำรงอยู่ในสังคมปิดมากที่สุดในโลก และเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศในปัจจุบัน ที่ยังคงปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์ MThai News ที่มา CNN

คุก20ปี! ตำรวจปืนโหดยิงทหารดับ ขณะจับซีดีเถื่อนปี51
ซีดีเถื่อน /  ตำรวจประชาชื่น / 

ศาลฎีกาพิพากษายืนคุก 20 ปี อดีตตำรวจสน.ประชาชื่น ยิงสารวัตรทหารเสียชีวิตเมื่อปี 51 เหตุเข้าใจผิดขณะจับซีดีเถื่อน อ้างเป็นการป้องกันตัว วันที่ 9 ก.ค. ศาลอาญารัชดา อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญาและครอบครัวของ ส.ต.ชัยวุฒิ ประสมศรี อดีตสารวัตรทหาร สังกัดกรมยุทธบริการทหาร กองบัญชาการทหารสูงสุด ร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ส.ต.อ.ประสาท จันทิมา และ ส.ต.อ.ปรวิศร์ จองพิทักษ์พงศ์ อดีตตำรวจสน.ประชาชื่น เป็นจำเลยที่ 1 และ 2 ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน สืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2551 จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันใช้ปืนพกสั้นขนาด 9 มม. ยิง ส.ต.ชัยวุฒิ เสียชีวิต เนื่องจากจำเลยทั้ง 2 โกรธเคืองที่ผู้ตายเข้าไปสอบถามเกี่ยวกับการจับกุมพ่อค้าซีดีเถื่อน เพราะเข้าใจว่าจำเลยทั้งสองไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากไม่ได้แต่งกายในเครื่องแบบ โดยคดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาประหารชีวิต ส.ต.อ.ประสาท จำเลยที่ 1 และยกฟ้อง ส.ต.อ.ปรวิศร์ จำเลยที่ 2 ศาลอุทธรณ์ แก้โทษจำคุกจำเลยที่ 1 เป็นจำคุก 20 ปี ส่วนจำเลยที่ 2 ยืนยกฟ้อง ต่อมาจำเลยที่ 1 ยื่นฎีกา อ้างว่าเป็นการป้องกันตัว ไม่ได้กระทำความผิด โดยศาลฎีกา ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่า การกระทำของจำเลย ไม่ใช่เป็นการป้องกันตัว แต่เป็นการเจตนาฆ่าผู้อื่น และไม่ได้เป็นการไตร่ตรองไว้ก่อน กรณีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุก 20 ปี นั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พิพากษาโทษตามเดิม ส่วนจำเลยที่ 2 พิพากษายืนยกฟ้อง ขอบคุณภาพจาก www.koratnana.com ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

หนังโลกที่เราอยากดู : Arabian Nights (2015)
Arabian Nights /  BIOSCOPE / 

Arabian Nights (2015) มหากาพย์แสนเศร้า กับเรื่องเล่า ในพันหนึ่งรัตติกาล รูัจักผู้กำกับ มิเกล โกเมซ (Miguel Gomez) แบบเต็มๆ ได้ ในสกู๊ป 'มิเกล โกเมซ มหัศจรรย์แห่งภาพยนตร์' โดย ดาวุธ ศาสนพิทักษ์ ใน BIOSCOPE ฉบับที่ 161 (มิ.ย. 2558) ปก Long Live Cinema!-รวมเด็ดหนังเทศกาลโลก ‘อาหรับราตรี’ (Arabian Nights) หรือ ‘พันหนึ่งราตรี’ (One Thousand and One Nights) ที่เรารู้จักกันนั้น เป็นการรวมหลากเรื่องเล่าปรัมปราของนางชาห์ราซาด (Scheherazade) ลูกสาวมหาอำมาตย์ผู้ถวายตัวเป็นมเหสีของชาห์เรียร์ (Shahryar) เพื่อตั้งใจหยุดเหตุหฤโหดที่กษัตริย์ เปอร์เซียผู้นี้หลับนอนกับสาวพรหมจรรย์ทุกคืนก่อนจะสั่ง ประหารชีวิตพวกนางในเช้าวันถัดมาด้วยความเคียดแค้นที่ เคยถูกพระชายาสวมเขา โดยชาห์ราซาดใช้วิธีเล่านิทานสนุกระทึกใจทุกๆ คืนแล้วค้างเอาไว้ในยามรุ่งสางตอนที่เรื่องกำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม เพื่อชาห์เรียร์จะได้ไว้ชีวิตให้เธอกลับมาเล่าต่อไป เรื่องเล่าเหล่านั้นตีวงกว้างตั้งแต่เรื่องชิงรักหักสวาท โศกนาฏกรรม ตำนานประวัติศาสตร์ ตลกล้อเลียน บทกวี ไปยันปลุกใจเสือป่า ตัวละครมีทั้งพระราชา พ่อค้า นักรบ ทาส นักเวทย์ ไปจนถึงภูตผี อันส่งผลให้ ‘อาหรับราตรี’ ได้ รับความนิยมจนถูกนำมาเล่าบนจอหนังหลายครั้ง เช่น The Palace of Arabian Knights (1905, จอร์จ เมลิเยส์), The Thief of Bagdad (1924, ราอูล วอลช์), Arabian Nights (1974, ปิแอร์ เปาโล ปาโซลินี), แอนิเมชันดิสนีย์ Aladdin (1992, รอน คลีเมนต์ส + จอห์น มัสเกอร์), แอนิเมชันดรีมเวิร์คส์ Sinbad: Legend of the Seven Seas (2003, ทิม จอห์นสัน + แพทริค กิลมอร์) (ของไทยเราเองก็มี ‘พันหนึ่งราตรี’ ละคร ช่อง 7 ปี 1996) ทว่าอะลาดิน, อาลี บาบา หรือ ซินแบด ที่เราคุ้นเคย มิได้ปรากฏอยู่ใน Arabian Nights ของโกเมซหรอก ผู้กำกับ วัย 42 อธิบายว่า “ในหนังของเรา นิทานที่ชาห์ราซาดเล่าคือ เรื่องที่เกิดในโปรตุเกสยุคปัจจุบันอันเต็มไปด้วยวิกฤตทาง เศรษฐกิจและปัญหาสังคม” เพราะแรงบันดาลใจที่แท้จริง ของเขาก็คือสภาพบ้านเกิดเมืองนอนซึ่งเขาไม่อาจทนดูได้ อีกต่อไป “ผมมองเห็นความเป็นไปได้ทางเรื่องราวอย่าง มหาศาลในสถานการณ์ที่เรากำลังเผชิญ ภาพยนตร์คือ ความขัดแย้ง และความขัดแย้งก็ใช่ว่าจะเป็นสิ่งที่ขาดพร่องไป ในโปรตุเกสทุกวันนี้” หนังของโกเมซได้รับคำชื่นชมถึงการผสมองค์ประกอบ ความเป็นจริงเข้ากับเรื่องแต่งได้อย่างแยบคายชวนฝัน และ ใน Arabian Nights เขาทวีความทะเยอทะยานขึ้นอีกด้วย การชักชวนทีมนักข่าว (มาเรีย โจเซ โอลิเวรา, โจอาว เดอ อัลเมดา ดิอาซ, ริตา เฟอร์เฮรา) มาขุดคุ้ยและเขียนถึง เหตุการณ์จริงของผู้คนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจ (ตั้งแต่เรื่องของคู่รักที่ฆ่าตัวตายพร้อมกันในอพาร์ตเมนต์ ไป จนถึงกลุ่มชายชนชั้นแรงงานที่จัดงานประกวดนกร้องเพลง) แล้วโพสต์ลงเว็บไซต์ของหนัง (www.as1001noites.com) ร่วมกับภาพวาดประกอบของศิลปิน ทีอาโก มานูเอล ในช่วงปี 2013-2014 ซึ่งกลายมาเป็นวัตถุดิบให้ทีมเขียนบท (โกเมซ, เตลโม คูร์โร และ มาเรียนา ริการ์โด) นำไปพัฒนาต่อเป็น บทหนังอีกที ด้วยเหตุนี้ Arabian Nights จึงเป็นโปรเจ็กต์เชิง ทดลองที่เริ่มต้นทั้งๆ ไม่อาจรู้ล่วงได้ถึงตอนจบ (เพราะเรื่องราวในหนังสอดรับไปกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นจริง) เสียงล่าที่บรรยายนิทานจากภูมิภาคตะวันออกกลางกลายมาเป็น เสียงเล่าเรื่องกึ่งจริงกึ่งแต่งของผู้คนที่ดิ้นรนภายใต้ภาวะ การเงินของประเทศซึ่งถูกควบคุมโดยทรอยกา (Troika - คณะกรรมการตรวจสอบการคลังของยุโรปที่จัดการเงินกู้ ให้รัฐบาลกรีซ ไอร์แลนด์ ไซปรัส และโปรตุเกส) สะท้อนทั้ง ปัญหาว่าง-งาน การอพยพถิ่นฐาน ปัญหาทางชนชั้น และความโศกเศร้า ผลลัพธ์คือหนังอันโดดเด่นซับซ้อน ทั้งด้วยเรื่องราว ที่โต้ตอบกับเรื่องราวด้วยกันเอง และเรื่องแต่งที่โต้ตอบกับ ความเป็นจริง ซึ่งเผยให้เห็นรายละเอียดในชีวิตผู้คนที่เรา ไม่ได้เห็นในรายงานของสื่อกระแสหลัก โกเมซแบ่งหนัง 6 ชั่วโมงกว่าออกเป็น 3 ตอน ได้แก่ Volume 1: The Restless One ที่ชาห์ราซาดเล่าถึงประเทศแสนเศร้าต้องสาป, Volume 2: The Desolate One เล่าถึงความทุกข์ทนที่เกาะกุมจิตใจ มนุษย์ และ Volume 3: The Enchanted One ที่เธอกังวลว่า จะไม่รอดชีวิตจากเงื้อมมือชาห์เรียร์ จึงหนีออกจากวังไป พร้อมๆ กับเล่าเรื่องราวสุดอัศจรรย์ “ผมอยากทำหนังที่เล่าเรื่องในโปรตุเกสที่ผุดขึ้นมา ตามเวลาจริง โดยไม่ใช่การผลิตซ้ำความจริงของสภาพน่า- สิ้นหวัง แต่ประดิษฐ์สร้างมันขึ้นใหม่ในฐานะเรื่องแต่ง ซึ่งนั่น ก็คือหน้าที่ของชาห์ราซาด” โกเมซบอก “นิทานและสังคมจริง พรมบินได้และการเดินขบวนประท้วง เหล่านี้คือสิ่งที่เรามัก คิดว่าไม่เกี่ยวเนื่องกัน เราเคยชินกับการจัดมันใส่กล่องแยก เป็นคนละประเภท ทั้งๆ ที่จินตนาการกับความเป็นจริงนั้น ไม่อาจดำรงอยู่ได้หากขาดอย่างใดอย่างหนึ่ง” https://www.youtube.com/watch?v=iVYnmpseczI

สิ้นแล้ว 'เสือใบ' จอมโจรชื่อดังยุคหลังสงคราม
จอมโจร /  เสือใบ / 

อดีตจอมโจรชื่อดังยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 'เสือใบ' เสียชีวิตแล้ว ที่ ร.พ.พระมงกุฏเกล้า บรรดาญาติเตรียมเคลื่อนศพทำพิธีที่บ้านเกิดพรุ่งนี้ วันที่ 24 พ.ค. 58 นายใบ สะอาดดี หรือ เสือใบ อดีตจอมโจรชื่อดัง วัย 94 ปี ได้เสียชีวิตเมื่อช่วงบ่ายวันนี้ หลังจากรักษาตัวที่โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า เมื่อวันที่ 2 พ.ค. ที่ผ่านมา เนื่องจากมีอาการไอ หายใจเหนื่อยหอบ และเเพทย์วินิจฉัยเพิ่มเติมพบว่ามีการติดเชื้อในกระเเสเลือด ปอดอักเสบ เส้นเลือดในปอดโป่งพองถึงขนาด 9 เซนติเมตร โดย ประวัติของ “เสือใบ” นั้น เป็นชาวสุพรรณบุรีโดยกำเนิด เป็นจอมโจรที่ได้รับฉายาว่า “สุภาพบุรุษเสือใบ” ปล้นกลุ่มคนรวยที่มีทรัพย์สินเงินทองมาจากการทุจริต คดโกง มาเผื่อแผ่ให้กับคนจน และมีชื่อเสียงโด่งดังมากในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งในยุคนั้นเป็นสมัยเดียวกับ เสือดำ เสือหวัด เสือฝ้าย และเสือมเหศวร และได้เข้าร่วมกับขบวนการไทยถีบ ดักปล้นและถีบสินค้าหรืออาวุธของทหารญี่ปุ่นจากขบวนรถไฟด้วย ทั้งนี้ ภายหลังถูกปราบโดย ขุนพันธรักษ์ราชเดช ถูกศาลตัดสินประหารชีวิต แต่รับสารภาพ โทษจึงเหลือเพียงจำคุกตลอดชีวิต เมื่ออยู่ในคุกมีความประพฤติดีจึงได้รับการอภัยโทษ เหลือจำคุก 20 ปี จนวันหนึ่งมีนักโทษใช้มีดหวังทำร้ายผู้คุม เสือใบเห็นจึงเข้าไปช่วยเหลือ เลยได้ออกจากคุกเริ่มต้นชีวิตใหม่กับครอบครัวอีกครั้ง MThai News

หวิดประชาทันฑ์!! หนุ่มใช้จอบสับแม่อดีตแฟนสาวดับ
คนร้าย /  จ.ชัยนาท / 

ตำรวจ จ.ชัยนาท นำตัวผู้ต้องหาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังก่อเหตุใช้จอบฟันหัวแม่อดีตแฟนสาวเสียชีวิต หวิดโดนชาวบ้านกว่า 200 คนรุมประชาทัณฑ์ จากคดีทำร้ายร่างกาย หญิงวัย 56 ปี ถูกคนร้ายใช้จอบฟันจนเสียชีวิต และชายวัย 63 ปี ถูกทำร้ายอาการสาหัส ทั้งคู่เป็นพ่อและแม่ของ น.ส.ศิราวรรณ (สงวนนามสกุล) เหตุเกิดขณะปกป้องลูกสาว หลังแฟนหนุ่มตามง้อไม่สำเร็จ ล่าสุด วันนี้ 3 มิ.ย. ตำรวจ จ.ชัยนาท พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทหาร ประมาณ 30 นาย นำตัวนายไพบูลย์ นพวรรณ์ ผู้ต้องหาคดีทำร้ายผู้อื่นจนเสียชีวิตและบาดเจ็บ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่บ้าน หมู่ 5 ต.โพงาม อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท เมื่อถึงบ้านที่เกิดเหตุ พบชาวบ้านกว่า 200 คน ต่างพากันมาดูการทำแผน พร้อมตะโกนด่าทอผู้ต้องหา และขว้างก้อนหินใส่ โดยนายไพบูลย์ นพวรรณ์ สารภาพว่าได้ลงมือฆ่าแม่อดีตแฟนสาว และทำร้ายพ่อจริง ซึ่งหลังเกิดเหตุได้หลบหนีไปยัง จ.ชัยภูมิ ก่อนถูกตำรวจตามจับได้จากสัญญาณ GPS ในโทรศัพท์มือถือ พร้อมอ้างว่า สาเหตุเกิดจาก ฝ่ายหญิงนอกใจ เมื่อเลิกกันไป จากนั้นกลับมาแล้วตั้งท้อง และตั้งใจที่จะเคลียร์ปัญหาดังกล่าว แต่ทางพ่อกับแม่ไม่ยอมรับ ซึ่งขณะที่เข้าไปในบ้าน เพื่อรับตัวแฟนสาว  พ่อของฝ่ายหญิงได้นำมีดมาไล่ฟันตนก่อน จึงต้องลงมือทำร้ายกลับไป ด้านน.ส.ศิราวรรณ กล่าวภายหลังจากทำแผนแล้วว่า หลังเกิดเหตุ คนร้ายพูดข่มขู่ว่า หากติดคุกแล้วออกมาได้ ก็จะตามฆ่าตนอยู่ดี พร้อมบอกด้วยว่ากฎหมายทำอะไรเขาไม่ได้ด้วย ทั้งนี้อยากให้ประหารชีวิตคนร้าย รายดังกล่าว MThai News ที่มา... ข่าวสด

ศาลตัดสิน ประหารชีวิตมือระเบิดบอสตันมาราธอน
Dzhokhar Tsarnaev /  ประหารชีวิตมือระเบิดบอสตันมาราธอน / 

ศาลสหรัฐ พิพากษาลงโทษประหารชีวิต 'โซการ์ ซาร์นาเยฟ' มือวางระเบิดบอสตันมาราธอน ในความผิดอุกฉรรจ์ 6 กระทงจากทั้งหมด 17 กระทง วันที่ 16 พ.ค.58 นายโซการ์ ซาร์นาเยฟ ( Dzhokhar Tsarnaev) มือวางระเบิดบอสตันมาราธอนถูกศาลแมสซาชูเซตส์พิพากษาลงโทษประหารชีวิตจากความผิด 30 กระทง โดยนายซาร์นาเยฟและพี่ชายได้ร่วมกันวางระเบิดที่งานวิ่งมาราธอนเมืองบอสตันของสหรัฐเมื่อวันที่ 15 เม.ย. 2556 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บ 264 คน หลังจากที่่คณะลูกขุนใช้เวลาพิจารณากันอยู่นานกว่า 14 ชั่วโมงก็ได้ลงความเห็นว่านายซาร์นาเยฟมีความผิดจริงและจะถูกประหารชีวิตด้วยการฉีดยาพิษ ซึ่งคณะลูกขุนชาย 5 คน หญิง 7 คนลงความเห็นว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของมาร์ติน ริชาร์ด เด็กชายวัย 8 ปี และลินซี่ ลู วัย 23 ปี ส่วนการเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่ตำรวจเชน คอลลิเออร์สนั้นเป็นฝีมือของนายทาเมอร์ลัน (Tamerlan) พี่ชายของนายซาร์นาเยฟ ทั้งนี้นายทาเมอร์ลันได้เสียชีวิตลงที่จุดเกิดเหตุระเบิดหลังโชคร้ายโดนน้องชายขับรถชนขณะพยายามหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุ ด้านนางลอเรตตา ลินช์ รัฐมนตรียุติธรรมสหรัฐกล่าวว่า เป็นการลงโทษที่เหมาะสมแล้ว  ขณะที่ชาวเมืองบอสตันในรัฐแมสซาชูเซตตส์ส่วนใหญ่คัดค้านการประหารชีวิตนายซาร์นาเยฟ เนื่องจากรัฐนี้ยกเลิกโทษประหารไปตั้งแต่ปี 2490 ส่วนครอบครัวผู้เสียชีวิต ไม่อยากให้ประหารชีวิต เพราะเกรง การอุทธรณ์ต่อสู้คดียืดเยื้ออีกหลายปี จะทำให้ความเจ็บปวดของพวกเขาไม่สงบลงเสียที ขอบคุณข้อมูล/ภาพ สำนักข่าวไทย MThai News

สอบพยานเพิ่มมัดตัว ผจก.แคมป์เขาแก้ว-ปมเรียกค่าไถ่โรฮีนจา
จ.สงขลา /  ชาวโรฮีนจา / 

ตร.สอบ 2 พยานปากสำคัญให้การมัดตัวผู้จัดการแคมป์เขาแก้ว หลังสั่งหารชาวโรฮีนจา เหยื่อเรียกค่าไถ่บนแคมป์เขาแก้ว วันนี้ 26 พ.ค. พ.ต.ท.นิติ บุญจันทร์ หัวหน้าพนักงานสอบสวนเจ้าของสำนวนเรียกค่าไถ่ชาวโรฮีนจาที่เกิดขึ้นใน จ.นครศรีธรรมราช และนำไปสู่การค้นพบแคมป์กักกันชาวโรฮีนจาของขบวนการค้ามนุษย์ในอำเภอสะเดา จ.สงขลา ล่าสุดนั้นได้ยื่นร้องขอต่อศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ทำการเบิกตัว นายอานัว ผู้จัดการแคมป์เขาแก้ว ผู้ต้องหาชาวโรฮีนจาในคดีเรียกค่าไถ่ จากเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช เข้าสืบพยานล่วงหน้าแล้ว โดยมีพยาน 2 ปากคือ นายกูรา เมียน้าชายของ นายคาซิม ชาวโรฮีนจาเหยื่อค่าไถ่ที่ถูกสังหาร และ นายรอฟิก ประจักษ์ พยานที่เห็นเหตุการณ์ในขณะที่ นายอานัว สังหารเหยื่อ ขึ้นสืบพยานล่วงหน้าโดยทั้งคู่ต่างให้การมัดตัว นายอานัว ซึ่งได้ถูกตั้งข้อหาเรียกค่าไถ่จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย มีอัตราโทษสูงสุดคือประหารชีวิต ส่วนความเชื่อมโยงทางคดีนั้นล่าสุดพนักงานสอบสวนตำรวจภูธรภาค 9 ได้ทำหนังสือพร้อมหมายจับอายัดตัว นายอานัว กับเรือนจำกลางนครศรีธรรมราชแล้วเช่นกัน โดยมีข้อหาร่วมกันค้ามนุษย์ และอาชญากรข้ามชาติ ตามลำดับ โดยในคดีค้ามนุษย์และอาชญากรรมข้ามชาติเป็นคดีเกี่ยวเนื่องที่มีศูนย์กลางในการดำเนินคดีอยู่ที่ จ.สงขลา MThai News

ย้อนรอย นายตร.นอกแถว มืออุ้มฆ่า 'เสี่ยอ้วนโรงเกลือ'
คดีอุ้มฆ่า /  คดีเพชรซาอุ / 

หากกล่าวถึง “คดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญ” ที่ผ่านมาในประเทศไทย ก็คงมีหลากหลายคดีดัง ที่ประชาชนต่างให้ความสนใจ พร้อมติดตามผลสรุปของคดีนั้นๆ และอีกหนึ่งคดีที่เป็นกระแสข่าวอันโด่งดังที่ผ่านมา คือคดีอุ้มฆ่า ไม่ว่าจะเป็น คดีอุ้มฆ่าตัดตอน หรือแม้กระทั่งฆาตกรรมนั่งเผายาง หลายๆคนก็คงพอจะจำกันได้อยู่ นั้นคือ… คดีอุ้มฆ่า “เสี่ยอ้วน” หรือ นายชัยชนะ หมายงาน วัย 67 ปี เจ้าของฉายา "เทพเจ้าสองแผ่นดิน" เนื่องจากเป็นเจ้าของบริษัทส่งเสริมสองแผ่นดิน จำกัด ที่ประกอบธุรกิจนำเข้าและส่งออกสินค้าระหว่างไทย-กัมพูชา และเป็นผู้กว้างขวางในตลาดโรงเกลือ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งคดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 ก.ค. ปี พ.ศ. 2556 โดย “เสี่ยอ้วน” ถูกอุ้มไปฆ่าและเผาทิ้งในพื้นที่ อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เวลาแกะรอยหาตัวคนร้ายเพียง 11 วัน โดยมี พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.ภ.2 (ดำรงตำแหน่งในขณะนั้น) สามารถจับกุม “นายพันศักดิ์ มงคลศิลป์” หรืออดีต พ.ต.ท.พันศักดิ์ มงคลศิลป์ สว.สส.สภ.เมืองปราจีนบุรี ร่วมกับพวกอีก 4 คน อุ้มฆ่า "เสี่ยอ้วน" หากพูดถึงประวัติของ พ.ต.ท.พันศักดิ์ นายตำรวจ (นอกแถว) เป็นที่รู้จักกันดี เมื่อตกเป็นผู้ต้องหา ใน “คดีเพชรซาอุ” เมื่อปี พ.ศ.2532 ในฐานะหัวหน้าทีมอุ้มฆ่านางดาราวดี และด.ช.เสรี ศรีธนะขัณฑ์ ภรรยาและบุตรของนายสันติ ศรีธนะขัณฑ์ ที่พัวพันกับคดีเพชร ของราชวงศ์ไฟซาลแห่งซาอุดิอาระเบีย ซึ่งในขณะนั้นมี พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ อดีตผู้บัญชาการประจำกรมตำรวจ เข้ามาคลี่คลายคดีดังกล่าว แต่คดี.. ก็มาพลิก เมื่อสืบทราบได้ว่า พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ ได้สั่งให้ลูกน้องทีมชุดสืบในขณะนั้น นั้นคือ… ทีมของ พ.ต.ท.พันศักดิ์ ให้อุ้มนางดาราวดี และด.ช.เสรี ศรีธนะขัณฑ์ โดยทำทีเป็นตั้งด่านตรวจค้น เพื่อกดดันให้นายสันติ ศรีธนะขัณฑ์ ส่งเพชรที่เหลือคืน อย่างไรก็ตามนายสันติ ก็ยังไม่ส่งมอบเพชรคืน ทีมของ พ.ต.ท.พันศักดิ์ จึงฆ่าปิดปากสองแม่ลูก แล้วอำพรางคดี ให้เหมือนว่าเป็นการเกิดอุบัติเหตุรถชน… คดีอุ้มฆ่า 2 แม่ลูกตระกูลศรีธนะขัณฑ์ พ.ต.ท.พันศักดิ์ตกเป็นจำเลยที่ 2 ส่วนจำเลยที่ 1 คือพล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ ที่เขาเป็นผู้ให้การซัดทอดเอง  ศาลฎีกามีคำพิพากษาให้ประหารชีวิตจำเลยที่ 1  ส่วนจำเลยที่ 2 ซึ่งให้ความร่วมมือกับตำรวจด้วยดี ศาลลดหย่อนโทษจำคุกเพียง 40 ปี และได้รับการลดหย่อนโทษเรื่อยมา จนกระทั่งพ้นโทษออกมาเมื่อปี 2555  จึงได้มาประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้าง รับงานจากอบจ.สระแก้ว นอกจากนี้ พ.ต.ท.พันศักดิ์ ยังมีส่วนพัวพันเกี่ยวข้องกับคดีอุ้มฆ่าหลายคดีในพื้นที่ภาคตะวันออก ทั้งคดีอุ้มฆ่า ส.ท.สมเกียรติ น้อยเล็ก มือปืนชื่อดัง คดีอุ้มฆ่ากำนันประเชิญ บุญปราโมทย์ และยังมีชื่อพัวพันคดีอุ้มฆ่า นางตรีนุช บุญทวี ภรรยาของ ส.จ.ปราจีนบุรี ที่เป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของแฟนสาว พ.ต.ท.พันศักดิ์ รวมทั้งยังตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีอุ้มฆ่าหัวหน้าแขวงการทางพิเศษ จ.ปราจีนบุรี ที่มาติดพันแฟนสาวของ พ.ต.ท.พันศักดิ์ ซึ่งล่าสุดเมื่อวานนี้ ( 29 พ.ค. 58 ) ศาลจังหวัดสระแก้ว พิพากษาสั่งประหารชีวิต “นายพันศักดิ์ มงคลศิลป์” ในคดีอุ้มฆ่าเผานั่งยาง “เสี่ยอ้วน” ตลาดโรงเกลือ แม้ในขณะนี้ นายพันศักดิ์ มงคลศิลป์ อดีตตำรวจชื่อดัง หรือจะเรียกได้ว่า “มืออุ้มฆ่าระดับพระกาฬ” ยังคงหลบหนีอยู่ แต่เชื่อได้ว่า... ไม่มีใครสามารถหนีผลกรรมที่ตนได้ก่อขึ้นไว้ได้ อยู่ที่ว่าจะได้รับผลกรรม “เร็ว” หรือ “ช้า” ก็เท่านั้น… MThai News

ศาลประหารชีวิต อดีตประธานาธิบดีมูร์ซีอียิปต์
ประธานาธิบดี /  ประธานาธิบดีมูร์ซี / 

ศาลกรุงไคโร พิพากษา ประหารชีวิต อดีตประธานาธิบดี มูร์ซี แห่งอียิปต์ แต่รอคำตัดสินขั้นสุดท้ายจากศาลฎีกา ต้นเดือนหน้า ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า ศาลกรุงไคโร ในอียิปต์ตัดสินประหารชีวิต โมฮัมเหม็ด มูร์ซี อดีตประธานาธิบดี ซึ่งเป็นผู้นำสูงสุดของกลุ่มภราดรภาพมุสลิม องค์กรอิสลามที่ใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุดในอียิปต์ ชี้กระทำความผิดจากการเหตุการณ์ที่นักโทษชาวอียิปต์กว่า 5,000 คน แหกคุก หลบหนีออกจากเรือนจำหลายแห่ง โดยฉวยโอกาสขณะทางการระดมกำลังตำรวจ-ทหารไปควบคุมเหตุจลาจลขับไล่อดีตประธานาธิบดีฮอสนี มูบารัก เมื่อปี 2554 นายมูร์ซี อยู่ระหว่างการรับโทษจำคุก 20 ปี จากความผิดในคดีสั่งจับกุมและทรมานผู้ประท้วงที่ต่อต้านเขา ระหว่างที่ นายมูร์ซี ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของอียิปต์ และจะต้องถูกนำตัวขึ้นศาลสูงเพื่อพิพากษาคดีขั้นสุดท้ายต่อไป ซึ่งตามกำหนดคำตัดสินของศาลจะมีขึ้นในวันที่ 2 มิ.ย.เดือนหน้า สำหรับ อดีตประธานาธิบดีมูร์ซี ได้ถูกกองทัพนำโดย พล.อ.อับเดล ฟัตตาห์ อัล ซิซี ผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้น ก่อรัฐประหารโค่นล้มอำนาจเมื่อ ก.ค. ปี 2556 หลังจากเขาถูกชาวอียิปต์ลุกฮือประท้วงครั้งใหญ่ เรียกร้องให้เขาลาออกเนื่องจากไม่พอใจที่ไม่มีการปฏิรูปการเมือง

ออสซี่เรียกทูตกลับประเทศ โต้อินโดฯประหารนักโทษ
#BoycottIndonesia /  นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย / 

รัฐบาลออสเตรเลีย ตอบโต้ทางการอินโดนีเซีย ด้วยการเรียกทูตประจำอินโดนีเซียกลับประเทศ หลังทางการอิเหนาสั่งประหารชีวิตนักโทษคดียาเสพติด 8 ราย วันนี้ (29 เม.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าวกรณีที่นาย 'โทนี่ แอ๊บบอตต์' นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย มีคำสั่งเรียกตัวเจ้าหน้าที่ทูตประจำประเทศอินโดนีเซียกลับประเทศ หลังจากการดำเนินการประหารนักโทษคดียาเสพติดโดยรัฐบาลอินโดนีเซีย เมื่อเวลาประมาณเที่ยงคืนที่ผ่านมา ซึ่งนักโทษ 2 จาก 8 ราย เป็นประชาชนชาวออสเตรเลีย โดยนาย โทนี่ แอบบ็อตต์  มีการแถลงตอบโต้อินโดนีเซีย ด้วยการดำเนินการทางการทูต ภายหลังจากการประหารนักโทษ 8 ราย ในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง อัยการสูงสุดในอินโดนีเซีย เผยว่า การประหารนักโทษ ไม่ใช่เรื่องที่พรึงปรารถนา สำหรับตน แต่มีความจำเป็นจะต้องดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อต่อสู่กับอาชญากรรมยาเสพติด เพื่อให้ประเทศรอดพ้นจากพิษภัยในด้านดังกล่าว เนื่องจากขณะนี้อินโดนีเซีย กำลังเผชิญกับสงครามยาเสพติดอย่างหนักหน่วง พร้อมทั้งแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวของนักโทษประหารทุกคน ซึ่งในอดีต เนเธอร์แลนด์ และบราซิล ก็เคยประสบกับความขัดแย้งเช่นเดียวกับที่ออสเตรเลียประสบอยู่ หลังจากนั้นนาย 'จูซุฟ กัลลา' รองประธานาธิบดีอินโดนีเซียออกมากล่าวว่า การดำเนินการถอดถอนทูตกลับประเทศดังกล่าว เป็นรูปแบบการประท้วงที่เป็นปกติ และจะกลับมาภายใน 1-2 เดือน แต่เราจะไม่ปฏิบัติเช่นเดียวกันเพื่อเป็นการตอบโต้ พร้อมทั้งกล่าวถึงการดำเนินการประหารนักโทษคดียาเสพติด ว่าต้องการปราบปรามอาชญากรรมนักค้ายาให้หมดไปจากประเทศ การลงโทษด้วยการประหาร เปรียบเหมือนการเชือกไก่ให้ลิงดู และเรียกร้องให้นานาชาติ เคารพในอธิปไตยของอินโดนีเซีย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ทั่วโลก ที่ต่อต้านการกระทำของทางการอินโดนีเซีย ซึ่งนำโดยนาย 'โจโก วิโดโด' ประธานาธิบดี ตัดสินใจดำเนินการลงดาบนักโทษทั้ง 8 ราย ท่ามกลางกระแสการต่อต้านจากนานาประเทศ ด้วยการใช้ #BoycottIndonesia ซึ่งหมายถึงการคว่ำบาตรอินโดนีเซีย ซึ่งขณะนี้มีการใช้วิธีดังกล่าว เผยแพร่กระแสการต่อต้าน หลั่งไหลภายในโลกโซเชี่ยวหลายร้อยครั้ง MThai News ที่มา dailymail

ปิดตำนาน 'เสือใบ' สุภาพบุรุษขุนโจรเมืองสุพรรณ
ขุนพันธรักษ์ราชเดช /  ปิดตำนานโจร / 

"โจรเมืองสุพรรณ" ถือเป็นกลุ่มโจรในประวัติศาสตร์ที่ถูกขนานนามขึ้น ตั้งแต่ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 เนื่องจากเมืองสุพรรณ มีลักษณะเป็นหัวเมืองป่าดงที่รกร้าง เมื่อครั้งหลังเสียกรุงศรีอยุธยา การคมนาคมค่อนข้างยากลำบาก พื้นที่เหมาะแก่การตั้งถิ่นฐานของเหล่าโจรผู้ร้าย ส่งผลให้ในช่วงนั้นเมืองสุพรรณมีโจรชุกชุมเป็นอย่างมาก เมื่อราว พ.ศ. 2460 มีการเปิดบริษัทเดินเรือไปเมืองสุพรรณบุรี บ้านเมืองเจริญขึ้น โจรผู้ร้ายลดน้อยลงบ้าง จนหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงเกิด "ชุมโจร" ขึ้นในเมืองสุพรรณบุรีเป็นจำนวนมาก อาทิ ชุมเสือฝ้าย เสือดำ เสือใบ เสือมเหศวร เสือแบน เสือหนาม เสือแฉ่ง และหลังจากสงครามโลกสงบลงไม่กี่ปี ทางกองปราบปรามได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าปราบปรามอย่างจริงจัง ทำให้ "ชุมโจร" ในเมืองสุพรรณบุรีหมดไปในที่สุด… "เสือใบ" หนึ่งในอดีตจอมโจรชื่อดัง ผู้เลื่องชื่อลือชาในเมืองสุพรรณ ชื่อนี้คงต้องถูกปิดตำนานลงในยุคไอทีปี 2558 หลังจาก "เสือใบ" ทรุดหนักถูกหามส่งโรงพยาบาลศูนย์เจ้าพระยายมราช จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อช่วงสิ้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ด้วยอาการเส้นเลือดโป่งไปกดทับระบบทางเดินหายใจ เนื่องจากมีอาการไอและหายใจเหนื่อยหอบ และถูกนำตัวส่งมารักษาต่อที่โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า เมื่อวันที่ 2 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเเพทย์วินิจฉัย พบว่ามีการติดเชื้อในกระเเสเลือด ปอดอักเสบ เส้นเลือดในปอดโป่งพองถึงขนาด 9 เซนติเมตร ด้วยวัยชราถึง 94 ปี และการติดเชื้อในกระแสเลือดที่รุนแรง ทำให้ภาวะช็อกต่อเนื่อง ร่างกายไม่ตอบสนองแก่การรักษา ความดันลดลงตามลำดับ ส่งผลให้ "เสือใบ เสียชีวิตลงอย่างสงบ เมื่อเวลา 11.00 น.วานนี้ (24พ.ค.) นับเป็นการสูญเสียอดีตจอมโจร คนสำคัญของเมืองสุพรรณไปอีกหนึ่งราย ต่อจาก "เสือมเหศวร" จอมโจรแก๊งเดียวกัน ที่เสียชีวิตลงเมื่อช่วงปลายปี2557 "เสือใบ" หรือนายใบ สะอาดดี เป็นชาวเมืองสุพรรณบุรีโดยกำเนิด เป็นจอมโจรที่โด่งดัง ร่วมสมัยกับ เสือดำ เสือหวัด เสือฝ้าย เสือมเหศวร "เสือใบ" จะออกปล้นในแถบภาคกลาง จังหวัดสุพรรณบุรีและจังหวัดลพบุรี โดยเวลาออกปล้นจะแต่งชุดสีดำ สวมหมวกดำ และปล้นด้วยความสุภาพ จนได้รับฉายาว่า "สุภาพบุรุษเสือใบ" และในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ยังได้เข้าร่วมกับขบวนการไทยถีบ ดักปล้นและถีบสินค้าหรืออาวุธของทางทหารญี่ปุ่นจากขบวนตู้รถไฟอีกด้วย ก่อนที่จะเดินทางเข้าสู่ เส้นทางสายโจร... เสือใบมีอาชีพเป็นชาวนาอยู่ที่จังหวัดสุพรรณบุรี พอช่วงปี 2487 ขณะนั้นเสือใบอายุประมาณ 30 ปี บ้านถูกกลุ่มโจรวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งเข้ามาขโมยควาย ตอนนั้นเสือใบไม่คิดแค้นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะไม่มีการเสียเลือดเนื้อ แต่อีก 5 เดือนต่อมา โจรกลุ่มเดิมย้อนรอยกลับมาปล้นที่บ้านของเสือใบอีกครั้ง โดยครั้งนี้ได้ฉุดน้องเมียไปด้วย สร้างความคับแค้นใจให้กับเสือใบอย่างมาก จึงคว้าปืนลูกซองออกตามล่ากลุ่มโจรดังกล่าวและสามารถช่วยชีวิตน้องเมียกลับคืนมาได้อย่างปลอดภัย โดยการฆ่าโจรตายไป 2 ศพ เหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้มือของเสือใบต้อง "เปื้อนเลือด" เป็นครั้งแรก โดยการสังหารโจรตายไป 2 ศพ เสือใบต้องถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามไล่ล่า จึงหนีออกจากบ้านและเริ่มเดินเข้าสู่เส้นทางสายโจร มาอาศัยอยู่ในป่าแถบอำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ในสังกัดเสือฝ้าย ต่อมาแยกตัวเป็นอิสระ จนมีชื่อเสียงในวงการโจร มีลูกน้องถึง 40 คน เสือใบจะออกปล้นอยู่ในเขตจังหวัดอ่างทอง สิงห์บุรี และชัยนาท ส่วนจังหวัดสุพรรณบุรีจะไม่ปล้น เพราะเป็นเขตอิทธิพลของเสือฝ้าย โดยการปล้นจะเลือกปล้นเฉพาะคนรวยหน้าเลือด ได้เงินจากการโกงคนจน คนรวยที่มีคุณธรรมช่วยเหลือชาวบ้านเสือใบจะไม่ปล้น และการปล้นแต่ละครั้งจะไม่เอาทรัพย์สินไปทั้งหมด เอาเพียงครึ่งเดียว ใช้วิธีการปล้นแบบขอเจ้าทรัพย์ สิ่งไหนเจ้าทรัพย์ไม่ให้ก็ไม่เอา และถือคติ "ห้ามทำร้ายเจ้าทรัพย์เด็ดขาด ยกเว้นขัดขืนและต่อสู้" เมื่อปล้นทรัพย์สินมาได้ จะนำบางส่วนมาช่วยคนจน จนกระทั่ง "เสือใบ" ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม โดยนายตำรวจมือปราบชั้นยอด "ขุนพันธรักษ์ราชเดช" อดีตนายตำรวจชื่อดังของวงการตำรวจไทย มีชื่อเสียงในการปราบโจรผู้ร้ายในภูมิภาคต่างๆ ทั้งในภาคกลาง อาทิ เสือฝ้าย เสือย่อง เสือผ่อน เสือครึ้ม เสือปลั่ง เสือใบ เสืออ้วน เสือดำ เสือไหว เสือมเหศวร ภาคใต้ในจังหวัดพัทลุง สามารถปราบ เสือสัง หรือ เสือพุ่ม ไม่เว้นแม้แต่ที่จังหวัดนราธิวาส ที่ยังสามารถปราบผู้ร้ายทางการเมือง ในปี พ.ศ. 2481 หัวหน้าโจรชื่อ "อะเวสะดอตาเละ" จนได้รับฉายาจากชาวไทยมุสลิมว่า "รายอกะจิ" ซึ่งแปลว่า "อัศวินพริกขี้หนู" และได้รับฉายาตามมามากมาย ทั้ง นายพลตำรวจหนังเหนียวผู้จับเสือมือเปล่า,นายพลตำรวจหนวดเขี้ยว,ขุนพันธ์ฯ ดาบแดง (ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นดาบที่ตกทอดมาจาก พระยาพิชัยดาบหัก ฝักดาบมีถุงผ้าสีแดงห่อหุ้ม ตัวดาบมีความคมกล้า) และจอมขมังเวท ภายหลังถูกปราบโดย "ขุนพันธรักษ์ราชเดช" เสือใบถูกศาลตัดสินประหารชีวิต แต่ให้การรับสารภาพ ศาลจึงลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต เมื่อต้องถูกจองจำอยู่ในคุก เสือใบมีความประพฤติดีจึงได้รับการอภัยโทษ เหลือจำคุก 20 ปี จนวันหนึ่งเกิดเหตุการณ์นักโทษเข้าทำร้ายร่างกายผู้คุม เสือใบจึงเข้าไปช่วยเหลือผู้คุมให้รอดพ้นจากการถูกทำร้ายเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เสือใบได้รับการลดโทษออกจากคุก สามารถกลับไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในสังคมอีกครั้ง เรื่องราวของ "เสือใบ" โด่งดังเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย จนกลายมาเป็นวรรณกรรมของ ป. อินทรปาลิต ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ถึงสองครั้ง ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2514 ชื่อ "สุภาพบุรุษเสือใบ" ผู้รับบทเสือใบ คือ ครรชิต ขวัญประชา และในปี พ.ศ. 2541 ในเรื่อง "เสือ โจรพันธุ์เสือ" โดย หนุ่ย อำพล ลำพูน รับบทเป็นเสือใบ และกำกับการแสดงโดย ธนิตย์ จิตนุกูล หลังจากได้รับอิสรภาพกลับคืนมา...เสือใบได้ให้ข้อคิดกับเยาวชนรุ่นหลังว่า "ให้ลูกหลานที่เกเร รู้ว่าการเป็นโจร เป็นเสือ มันไม่ดี เพราะต้องอยู่อย่างหลบซ่อนตัวตลอดเวลา และทรัพย์สินที่ปล้นมาอยู่ได้ไม่นาน จึงอยากให้ทุกคนตั้งใจทำงาน ขยันหมั่นเพียร เข้าไว้ อยากได้อะไรก็เก็บหอมรอมริบเอา เดี๋ยววันหนึ่งเราจะได้ในสิ่งที่ต้องการ" ในช่วงสุดท้ายของชีวิต "เสือใบ" ได้ตั้งมั่นแห่งชีวิตในการดำรงตนตามพระราชปณิธานเศรษฐกิจพอเพียงของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยยึดถือเป็นแนวทางดำเนินชีวิตของครอบครัว "สะอาดดี" ณ บ้านพันตำลึง ตำบลดอนกำยาน อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต... สิ้นชื่อของ "เสือใบ" ในครั้งนี้ ถือเป็นการปิดตำนาน "เสือเมืองสุพรรณ" คนสุดท้าย ที่ยังหลงเหลืออยู่จากประวัติศาสตร์จอมโจรเมืองสุพรรณผู้โด่งดัง ทิ้งไว้เพียงชื่อให้ทุกคนได้จดจำ และเก็บไว้เพียงแค่ตำนาน.....เป็นอุทาหรณ์สอนใจให้คนรุ่นหลัง ขอบคุณภาพจาก วิกิพีเดีย,กลุ่มสายตรงภาคสนาม ,www.gotoknow.org MThai News

ชายญี่ปุ่น ขนยาบ้าเข้าอินโดฯ ถูกจำคุกตลอดชีวิต
จำคุกตลอดชีวิต /  ญี่ปุ่น / 

ศาลอินโดนีเซียตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ชายญี่ปุ่น วัย 73 ปี ฐานลักลอบขนยาเสพติดเข้าประเทศ มากกว่า 2 กิโลกรัม วันนี้(21พ.ค.58) ศาลอินโดนีเซีย มีคำพิพากษาตัดสินจำคุกตลอดชีวิต นายมาซารุ คาวาดะ วัย 73 ปี ชาวญี่ปุ่น หลังถูกจับในข้อหาลักลอบขนยาเสพติดเข้าประเทศอินโดนีเซีย ที่สนามบินนานาชาติ “มีนังกาบัว” เมืองปาดัง จังหวัดสุมาตราตะวันตก เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา พร้อมของกลางยาเสพติดในกระเป๋ามากกว่า 2 กิโลกรัม โดยนาย คาวาดะ ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเกียวโด ถึงกรณีดังกล่าวว่า มีหญิงชาวจีนคนหนึ่ง ที่พบกันในมาเก๊า ฝากกระเป๋ามาให้เพื่อนที่เมืองปาดัง ซึ่งเขาได้ทำการตรวจสอบดูแล้ว และไม่พบสิ่งต้องสงสัย จึงได้บินจากมาเก๊าผ่านกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ไปยังเมืองปาดัง โดยไม่ทราบว่าภายในกระเป๋ามียาบ้า จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ศุลกากรจับกุมตัว อย่างไรก็ตาม ทนายของนายคาวาดะ จะยื่นอุทธรณ์เพื่อสู้คดีต่อไป ทั้งนี้ ประเทศอินโดนีเซีย มีกฎหมายยาเสพติด ที่เข้มงวดและรุนแรงที่สุด โดยมักจะลงโทษประหารชีวิต แบบไม่มีละเว้นโทษใดๆ โดยในปีนี้มีนักโทษคดียาเสพติดถูกประหารชีวิตไปแล้ว 130 คน ซึ่ง 1ใน3 เป็นชาวต่างชาติ MThai News ที่มา...foxnews

โสมแดง สั่งประหาร จนท.ระดับสูงแล้ว 15 ราย
15 คน /  คิม จอง อึน / 

นับตั้งแต่ต้นปี เกาหลีเหนือมีคำสั่งประหารเจ้าหน้าที่ระดับสูงแล้วกว่า 15 ราย วันนี้ (30 เม.ย.) สำนักข่าว 'ซีเอ็นเอ็น' รายงานข่าว อ้างอิงจากหน่วยสืบราชการลับของเกาหลีใต้ ที่ระบุว่า ภายในปี 2558 ที่ผ่านมา นายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดแห่งเกาหลีเหนือ มีคำสั่งประหารชีวิตนักโทษไปแล้ว 15 ราย โดยทั้งหมดนี้ถูกตั้งข้อหาจารกรรม และถูกประหารชีวิตด้วยการยิงเป้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเจ้าที่ระดับ เบื้องต้นคาดว่า นักโทษเหล่านี้ท้าทายอำนาจของผู้นำสูงสุด โดยจากจำนวน 2 ราย จากผู้ถูกประหารทั้งหมด คือรัฐมนตรีช่วยว่าการ ซึ่งเคยแสดงการท้าทายนโยบายต่างๆของนายคิม และมีอีก 4 คนเป็นสมาชิกวงออเคสตราอึนฮาซูซึ่งภรรยาของนายคิมเคยเป็นนักร้องในสังกัดด้วย ว่ากันว่า กลุ่มนักดนตรีถูกประหารเนื่องจาก เผยแพร่ข้อมูลลับภายในครอบครัวของผู้นำเกาหลีเหนือ MThai News ที่มา CNN

ข้อห้ามของ 10 ประเทศอาเซียน ที่ควรรู้
AEC /  อาเซียน / 

วันนี้เรามาติดตามอัพเดทเรื่องราวของอาเซียน หรือ AEC ที่หลายคนอาจยังไม่รู้กัน อย่างเรื่อง ข้อห้ามของ 10 ประเทศอาเซียน ที่ควรรู้ ที่แต่ละประเทศนั้นเขาก็มีหลักความคิดแปลกๆ ที่อาจแตกต่างและไม่คุ้นชินอย่างบ้านเรา ดังนั้นเพื่อไม่ให้เราพลาดทำสิ่งต้องห้ามของเพื่อนบ้านอาเซียน และเพื่อจะได้เคารพสิทธิ์ของแต่ละประเทศได้อย่างถูกต้อง เราจึงต้องเตรียมความพร้อมด้วยเกร็ดความรู้ดีๆ ก่อนเปิดประตูสู่อาเซียนกัน ข้อห้ามของ 10 ประเทศอาเซียน ที่ควรรู้ เริ่มต้นจาก 1.ประเทศบรูไน ดารุสซาลาม (Brunei Darussalam) ข้อห้ามควรรู้ : 1. ควรหลีกเลี่ยงเสื้อผ้าสีเหลือง เพราะถือเป็นสีของพระมหากษัตริย์ 2. การทักทายจะจับมือกันเบาๆ และสตรีจะไม่ยื่นมือให้บุรุษจับ 3. การใช้นิ้วชี้ไปที่คนหรือสิ่งของถือว่าไม่สุภาพ แต่จะใช้หัวแม่มือชี้แทน 4. จะไม่ใช้มือซ้ายในการส่งของให้ผู้อื่น 5. สตรีเวลานั่งจะไม่ให้เท้าชี้ไปทางผู้ชายและไม่ส่งเสียงหรือหัวเราะดัง 6. วันหยุดคือวันศุกร์และวันอาทิตย์, วันศุกร์ 12.00-14.00 น.ทุกร้านจะปิด 7. จัดงานเย็นต้องจัดหลัง 2 ทุ่ม 2. ประเทศกัมพูชา (Cambodia) ข้อห้ามควรรู้ : 1. ผู้หญิงห้ามแต่งตัวเซ็กซี่, ผู้ชายไว้ผมยาวจะมีภาพลักษณ์ นักเลง 2. ห้ามจับศีรษะ คนกัมพูชาถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่สุดของร่างกาย 3. สบตามากเกินไป ถือว่าไม่ให้เกียรติ 3. ประเทศอินโดนีเซีย (Indonesia) ข้อห้ามควรรู้ : 1. ไม่ควรใช้มือซ้ายในการรับ-ส่งของ คนมุสลิมอินโดนีเซียถือว่ามือซ้ายไม่สุภาพ 2. นิยมใช้มือกินข้าว 3. ไม่ควรชี้นิ้วด้วยนิ้วชี้ แต่ใช้นิ้วโป้งแทน 4. ไม่จับศีรษะคนอินโดนีเซียรวมทั้งการลูบศีรษะเด็ก 5. การครอบครองยาเสพติด อาวุธ หนังสือรูปภาพอนาจาร มีบทลงโทษหนัก อาทิ การนำเข้าและครอบครองยาเสพติดมีโทษถึงประหารชีวิต 6. บทลงโทษรุนแรงเกี่ยวกับการค้าและส่งออกพืชและสัตว์กว่า 200 ชนิด จึงควรตรวจสอบก่อนซื้อหรือนำพืชและสัตว์ออกนอกประเทศ 7. มอเตอร์ไซค์รับจ้างต้องมีมิเตอร์ 8. งานศพใส่ชุดสีอะไรก็ได้ 4. ประเทศลาว (Laos) ข้อห้ามควรรู้ : 1. ลาวขับรถทางขวา 2. ติดต่อราชการต้องนุ่งซิ่น 3. เดินผ่านผู้ใหญ่ ต้องก้มหัว 4. ถ้าเพื่อนคนลาวเชิญไปพักที่บ้านห้ามให้เงิน 5. อย่าซื้อน้ำหอมให้กัน 6. เข้าบ้านต้องถอดรองเท้า และถ้าเขาเสิร์ฟน้ำต้องดื่ม 5. ประเทศมาเลเซีย (Malaysia) ข้อห้ามควรรู้ : 1. ใช้มือขวาเพียงข้างเดียวในการรับประทานอาหาร และรับส่งของ 2. เครื่องดื่มแอลกฮอล์เป็นเรื่องต้องห้าม 6. ประเทศเมียนมาร์ หรือพม่า (Myanmar) ข้อห้ามควรรู้ : 1. ไม่ควรพูดเรื่องการเมือง กับคนไม่คุ้นเคย 2. เข้าวัดต้องถอดรองเท้า ถุงเท้า 3. ห้ามเหยียบเงาพระสงฆ์ 4. ให้นามบัตรต้องยื่นให้สองมือ 5. ไม่ควรใส่กระโปรงสั้น กางเกงขาสั้น ในสถานที่สาธารณะและศาสนสถาน 6. ผู้หญิงชอบทาทะนาคา (ผู้ชายก็ทาด้วย) ผู้ชายชอบเคี้ยวหมาก 7. ประเทศฟิลิปปินส์ (Philippines) ข้อห้ามควรรู้ : 1. เท้าสะเอว หมายถึง ท้าทาย, เลิกคิ้ว หมายถึง ทักทาย 2. ใช้ปากชี้ของ 3. กินข้าวบ้านเพื่อนสามารถห่อกลับได้ แต่ควรมีของฝากให้เขาด้วย 4. ตกแต่งบ้าน 2 เดือน ต้อนรับคริสต์มาส 8. ประเทศสิงคโปร์ (Singapore) ข้อห้ามควรรู้ : 1. การหลบหนีเข้าสิงคโปร์และประกอบอาชีพเร่ขายบริการผิดกฎหมาย จะถูกลงโทษอย่างรุนแรง 2. การลักลอบนำยาเสพติด อาวุธปืนและสิ่งผิดกฎหมายอื่นๆ จะได้รับโทษอย่างรุนแรงถึงขั้นประหารชีวิต 3. ขึ้นบันไดเลื่อนให้ชิดซ้าย 4. ห้ามทิ้งขยะเรี่ยราด, ห้ามเก็บผลไม้ในที่สาธารณะ 9. ประเทศเวียดนาม (Vietnam) ข้อห้ามควรรู้ : 1. เวียดนามไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพอาคารที่ทำการต่างๆ ของรัฐ 2. คดียาเสพติดการฉ้อโกงหน่วยงานของรัฐมีโทษประหารชีวิต 3. ตีกลองแทนออดเข้าเรียน 4. ชุดนักเรียนหญิงเป็นชุดอ่าวหญ่าย 5. คนภาคเหนือไม่ทานน้ำแข็ง 6. ไม่ถ่ายรูป 3 คนอย่างเด็ดขาด เพราะถือว่าจะทำให้เบื่อกัน หรือแแยกกันหรือใครคนใดเสียชีวิต 7. ต้องเชิญผู้ใหญ่ก่อนทานข้าว 10. ประเทศไทย (Thailand) ข้อห้ามควรรู้ : 1. ไปศาสนสถานควรแต่งกายเรียบร้อย, ก่อนเข้าอุโบสถต้องถอดรองเท้า 2. ห้ามพระสงฆ์สัมผัสสตรี 3. สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นที่เคารพสัการะ การละเมิดใดๆ ถือเป็นความผิดตามรัฐธรรมนูญ 4. ทักทายกันด้วยการไหว้ 5. ถือว่าเท้าเป็นของต่ำ ไม่ควรพาดบนโต๊ะ หรือเก้าอี้ หรือหันทิศทางไปที่ใคร 6. ธงชาติถือเป็นของสูง ไม่ควรนำมากระทำการใดๆที่เป็นการเหยียดหยาม 7. การแสดงออกทางเพศในที่สาธารณะ ยังไม่ได้รับการยอมรับในวัฒนธรรมไทย เรียบเรียงข้อมูลโดย teen.mthai.com ข้อมูลประกอบจาก thai-aec

บังกลาฯร้องประหาร กลุ่มชาวบ้านทมิฬ รุมตีเด็กชายตายอนาถ (ชมคลิป)
ขโมย /  จักรยาน / 

แผ่นดินบังกลาเทศลุกเป็นไฟ ประชาชนฮือประท้วงร้องรัฐ ลงดาบประหารกลุ่มชาวบ้านรุมตีวัยรุ่นดับอนาถ หลังถูกกล่าวหาเป็นหัวขโมยลักจักรยาน วันนี้ (15 ก.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าว กรณีเหตุความไม่สงบ เนื่องจากมีการก่อม็อบประท้วงหลายแห่งทั่วประเทศบังกลาเทศ หลังจากคดีกลุ่มชาวบ้านรุมทำร้ายร่างกาย ด.ช.ซามิอุล อลาม ราจอง เด็กชายวัย 13 ปี ที่มีอาชีพขายผักเพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัวที่มีฐานะยากจน จนกระทั่งเสียชีวิต พร้อมกันนั้น ยังมีคลิปเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุ แสดงให้เห็นภาพเด็กชายถูกมัดไว้กับเสา และถูกทุบตีด้วยท่อนเหล็กอย่างไร้ความปรานี พร้อมกันนั้นผู้ต้องหาร่วมแก๊งดังกล่าวถ่ายคลิปความยาว 28 นาที และนำไปเผยแพร่ในโลกออนไลน์ แต่ใครจะรู้ว่า คลิปดังกล่าวจนกระทั่งหลั่งไหลไปในอินเตอร์เน็ตอย่างกว้างขวาง และกลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ ที่ใช้มัดตัวผู้กระทำผิด และทำให้ชาวโซเชียลเดือดจัดและออกมาเคลื่อนไหวในที่สุด ทั้งนี้ รายงานระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อวันที่ 8 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยรายละเอียดในคลิปแสดงให้เห็นว่า เหยื่อพยายามร้องขอชีวิต และยืนยันว่าตนไม่ได้ขโมยจักรยานไปอย่างที่ถูกกล่าวหา แต่ไม่เป็นผล กลุ่มชาวบ้านได้จับเหยื่อมัด และทุบตีจนกระทั่งเสียชีวิตในที่สุด ในคลิปยังเผยให้เห็นช่วงหนึ่งที่กลุ่มผู้ก่อเหตุ แกล้งปล่อยเด็กเป็นอิสระ ก่อนตะโกนขึ้นว่า “เฮ้ย กระดูกมันยังดี ตีมันอีก" พร้อมพากันหัวเราะด้วยความสะใจ โดยผลการชันสูตรพลิกศพเด็กชายผู้เคราะห์ร้ายรายนี้ พบว่า เหยื่อเสียชีวิตจากการถูกทุบตีด้วยของแข็ง ทั้งยังพบรอยแผลทั้งหมด 64 แผล ทว่าขณะนี้มีกลุ่มที่ต้องการออกมาเรียกร้องความเป็นธรรม เดินขบวนเรียกร้องต่อเนื่องหลายวัน เพื่อส่งสารไปยังทางการ ให้ดำเนินการประหารชีวิตผู้ก่อเหตุทั้งหมดด้วยการแขวนคออย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสะเทือนใจอีกอย่างหนึ่งคือเนื้อความในคลิปวีดีโอดังกล่าว แสดงให้เห็นกลุ่มฝูงชนที่ยืนมุงดู แต่กลับไม่มีใครยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเหยื่อหรือแจ้งความ แต่อย่างใด กระนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้จับกุมผู้ร่วมก่อเหตุจำนวน 5 คน ในจำนวนนี้รวม 2 คนที่หลบหนีไปยังประเทศซาอุดีอาระเบีย โดยรายหนึ่งชื่อนายคัมรูล อิสลาม ถูกควบคุมตัวที่ซาอุดีอาระเบียแล้ว พร้อมให้ปากคำว่า เข้าใจผิดว่าเด็กคนดังกล่าวขโมยจักรยาน จึงทุบตีและบีบบังคับให้สารภาพ ก่อนขอโทษต่อสังคมทั้งน้ำตา และแสดงถ้อยคำถึงความสำนึกผิด MThai News ที่มา  xinhuanet