ประหารชีวิต

พบแล้ว! มือแฮกเว็บศาลไทยประท้วงคดีเกาะเต่า อยู่ในต่างประเทศ
คดีเกาะเต่า /  ประท้วงคดีเกาะเต่า

พบแล้ว! มือแฮกเว็บศาลไทยประท้วงคดีเกาะเต่า ประมาณ 10 IP ADDRESS อยู่ในต่างประเทศ นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่หน้าเว็บไซต์สำนักงานศาลยุติธรรม ถูกแฮกเกอร์บุกรุกจนไม่สามารถใช้งานได้ว่า จากการตรวจสอบการเชื่อมต่อโครงข่ายข้อมูลหน้าเว็บไซต์สำนักงานศาลยุติธรรมนั้น ไม่สามารถใช้งานได้ตั้งแต่เวลา 22.00 น. ของวันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยครั้งแรกที่ตรวจสอบพบว่า หน้าเว็บเพจหน้าแรกของสำนักงานศาลยุติธรรม กลายเป็นพื้นสีดำ และมีรูปสัญลักษณ์คล้ายหน้ากากสีขาว พร้อมข้อความภาษาอังกฤษ เชื่อมโยงกลุ่มที่ใช้ชื่อ แอนโนนีเมียส เมียนมา แฮกเกอร์ ซึ่งเหตุดังกล่าวจนถึงวันนี้ หน้าเว็บไซต์ของสำนักงานศาลยุติธรรม ยังไม่สามารถเข้าใช้งานได้ตามปกติ สำหรับการตรวจสอบเพื่อหาผู้กระทำผิดนั้น ในส่วนของระบบโครงข่ายคอมพิวเตอร์ ตั้งแต่เกิดเหตุสำนักงานศาลยุติธรรม ได้ประสานสำนักงานพัฒนาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นองค์กรมหาชน โดยศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ประเทศไทย (ไทยเซิร์ต) ให้ตรวจสอบหาการบุกรุก พบมีประมาณ 10 IP ADDRESS ของผู้ที่เข้ามาบุกรุกระบบโครงข่ายหน้าเว็บไซต์ซึ่งอยู่ในต่างประเทศ แต่ยังไม่ขอระบุรายละเอียดในส่วนนี้  การกระทำดังกล่าว ที่ทำให้หน้าเว็บแรกของสำนักงานศาลยุติธรรมเสียหายครั้งนี้ ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งลักษณะข้อความของผู้บุกรุกทางคอมพิวเตอร์ที่ได้เขียนไว้ในหน้าเว็บเพจของสำนักงานศาลยุติธรรม นั้น ทำให้เห็นได้ว่าอาจเชื่อมโยงการพิพากษาคดีเกาะเต่า ซึ่ง สำนักงานศาลยุติธรรม ขอเรียนว่า การกระทำที่เกิดขึ้นของผู้บุกรุกทางคอมพิวเตอร์ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาศาลชั้นต้นคดีเกาะเต่าได้ แต่ทางคดี คู่ความสามารถใช้สิทธิ์อุทธรณ์-ฎีกาได้ตามกฎหมายต่อไป ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เป็นเรื่อง! เพจ We Are Anonymous นัดถล่มเว็บไซต์ในเครือศาลยุติธรรมของประเทศไทย เพื่อประท้วงคดีเกาะเต่า วันนี้ (13 ม.ค. 59) มีรายงานว่า โลกออนไลน์กำลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังเฟซบุ๊กแฟนเพจ We Are Anonymous ได้ประกาศโจมตีเว็บไซต์ในเครือศาลยุติธรรม เพื่อประท้วงคำพิพากษาคดีเกาะเต่า และรณรงค์นักท่องเที่ยวให้เลิกเที่ยวประเทศไทย จนกว่าตำรวจจะเปลี่ยนวิธีการทำคดีที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทั้งนี้ เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. เว็บไซต์ในเครือศาลยุติธรรมเกือบ 290 แห่ง ล่มใช้งานไม่ได้ เหลือเพียงเว็บศาลยุติธรรมหลักที่เริ่มเข้าได้แล้ว ขณะที่เว็บศาลฎีการอด เพราะไม่ได้ใช้โดเมน coj.go.th สำหรับคดีเกาะเต่า ศาลจังหวัดเกาะสมุย ได้มีคำพิพากษาตัดสินประหารชีวิต นายซอลิน และนาวิน ซอ ทุน แรงงานชาวเมียนมา ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรม นายเดวิด วิลเลียม มิลเลอร์ และ น.ส.ฮานนาห์ วิคตอเรีย นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ แต่หลายคนรู้สึกไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินนี้ โดยมองว่าไม่ยุติธรรม ขอบคุณข้อมูล/ภาพ We Are Anonymous MThai News

เตือน! คนไทยในย่างกุ้งให้ระวังตัว หลังศาลตัดสินประหารชีวิตคดีเกาะเต่า
คดีเกาะเต่า /  ประหารชีวิต / 

สถานทูตไทย เตือนคนไทยในย่างกุ้งให้ระวังตัว หลังศาลตัดสินประหารชีวิต 2 ผู้ต้องหาคดีเกาะเต่า จากกรณีที่ศาลจังหวัดเกาะสมุย มีคำพิพากษาตัดสินประหารชีวิต นายซอลิน และนาวิน ซอ ทุน แรงงานชาวเมียนมา ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรม นายเดวิด วิลเลียม มิลเลอร์ และ น.ส.ฮานนาห์ วิคตอเรีย นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ บนเกาะเต่า ล่าสุด (24 ธ.ค. 58) สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงย่างกุ้ง ออกประกาศเตือนประชาชนคนไทยให้เพิ่มความระมัดระวัง หลังศาลจังหวัดเกาะสมุยมีคำพิพากษาตัดสินประหารชีวิตนายซอลินและนายวิน ซอ ทุน แรงงานชาวเมียนมาร์ ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมนายเดวิด วิลเลียม มิลเลอร์ และ น.ส.ฮานนาห์ วิคตอเรีย นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ส่งผลให้เกิดกระแสการต่อต้านคำตัดสินดังกล่าว โดยเฉพาะทางด้านสังคมออนไลน์ และมีการนัดหมายชุมนุมประท้วงบริเวณหน้าสถานเอกอัครราชทูตฯ ในวันที่ 25 ธ.ค. นี้ ในการนี้เพื่อความปลอดภัยของทุกท่าน สถานเอกอัครราชทูตฯ จึงขอให้ทุกท่านเพิ่มความระมัดระวังในการเดิรทางในช่วงนี้เป็นพิเศษ และหลีกเลี่ยงการแสดงตัวเป็นคนไทยในที่สาธารณะโดยไม่จำเป็น ทั้งนี้สถานเอกอัครราชทูตฯ จะแจ้งความคืบหน้าของเหตุการณ์ให้ทุกท่านทราบเป็นเป็นระยะ ขอบคุณข้อมูล/ภาพ Voice TV MThai News

เรื่องรัก รัก ของคนมีรัก
chocolate /  couple / 

เดือนนี้เป็นเดือนของเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ใครไม่มีรักก็แอบจ๋อยเป็นธรรมดา แต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่เรื่องโตอะไรกับการมีคู่ เห็นบางคนอยู่ตัวคนเดียวก็มีความสุขมากกว่าถมเถไป เพราะเรื่องความรักมันก็มาพร้อมกับความทุกข์ ความเป็นห่วง ความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของและอีกสารพันปัญหา แต่คนมีรักเดือนนี้ก็คงชุ่มชื่นหัวใจแอบมีหวังการทำเซอร์ไพรส์ของอีกฝ่าย วันวาเลนไทน์เป็นวันสนุกๆวันหนึ่งของปีแม้ว่าจะมิใช่เป็นวันหยุดพิเศษใดๆ แต่ดิฉันว่ามันเป็นวันแห่งความหวังของใครหลายๆคนนะคะ น้องที่ทำงานสาวสวยเคยได้ช่อดอกไม้โตอลังการในวันนี้ เขียนป้ายมาว่า From Secret Admirer พากันกรี๊ดลั่นแผนกถามกันให้วุ่นว่าใครหนอเจ้าของช่อดอกไม้นั้น สืบไปสืบมาเป็นหนุ่มอยู่ตึกเดียวกันที่แอบมองเธอทุกพักเที่ยงและเปิดแผนรุก วันวาเลนไทน์ถือฤกษ์เอาชัยหวังให้คิวปิดแผลงศรกันวันนี้แหละ เรื่องราวและตำนานของวันวาเลนไทน์เกิดขึ้นเพื่อรำลึกถึงนักบุญวาเลนไทน์ เรื่องราวมีอยู่ว่า ในสมัยจักรพรรดิคอลดิอุสที่ 2 เป็นช่วงที่มีสงครามและต้องเกณฑ์คนไปรบ จึงยกเลิกการหมั้นและแต่งงานทั้งหมดอย่างสิ้นเชิง แต่นักบุญวาเลนไทน์กลับสวนกระแสจัดงานแต่งงานให้กับคู่รักหลายต่อหลายคู่ จนโดนจับตัวไปขังคุก ในขณะที่เขาอยู่ในคุกนั้น เขาได้พบรักกับลูกสาวผู้คุมผู้ตาบอดซึ่งมาเยี่ยมเขาระหว่างถูกคุมตัว ในที่สุดนักบุญวาเลนไทน์ก็ได้ถูกนำตัวไปประหารชีวิตในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ วันนี้จึงเป็นวันที่ระลึกถึงนักบุญวาเลนไทน์ผู้อุทิศตนให้กับความรักนั่นเอง ธรรมเนียมวันวาเลนไทน์นี้เรามักจะมอบดอกกุหลาบให้กัน แต่ในประเทศญี่ปุ่นเทศกาลนี้มีธรรมเนียมผู้หญิงมอบช็อกโกแลตให้กับฝ่ายชาย วันนี้เป็นวันที่ผู้หญิงมอบช็อกโกแลตให้ฝ่ายชาย ช็อกโกแลตนี้มี 2 แบบ กิหริ ช็อกโก (Giri Choco) เป็นช็อคโกแลตธรรมดาๆ ให้กับเพื่อน เจ้านายเพื่อนที่ทำงานหรือเพื่อนผู้ชายที่สนิทๆกัน ส่วนช็อกโกแลตอีกแบบเรียกว่า ฮอนเมอิ ช็อกโก (Honmei Choco) อันนี้สิเป็นช็อกโกแลตสวยหรู รูปแบบสวยงาม เป็นรูปหัวใจบ้างหรือมีลวดลายลูกไม้บ้างเอาไว้ให้ชายหนุ่มคนรักหรือสามีเพื่อแสดงความรัก ผู้หญิงบางคนต้องลงมือทำเองกับมือ ซื้ออุปกรณ์การทำช็อกโกแลต ทดลองฝึกฝีมือกันตั้งแต่เดือนมกราคมกันเลยทีเดียว เพื่อแสดงความรักความทุ่มเทที่มีให้อีกฝ่าย แต่วันที่ 14 มีนาคม หลังจากวันวาเลนไทน์ 1 เดือนเป๊ะ ธรรมเนียมนี้เริ่มตั้งแต่ปี ค.ศ. 1979 วันนี้แหละเป็นวันที่ฝ่ายชายจะต้องมอบให้ฝ่ายหญิงที่ตนได้รับช็อกโกแลตในเดือนก่อนเป็นการตอบแทน วันนี้เรียกว่าวันสีขาว (White Day) ดังนั้น ของขวัญวันนี้ก็เป็นช็อกโกแลตสีขาวตามชื่อวันนะคะ ถ้าพูดเรื่องความรัก ดิฉันจะนึกถึงทัชมาฮาลที่ประเทศอินเดีย สุสานหินอ่อนสีขาวที่เป็นตำนานของสถาปัตยกรรมแห่งความรักที่สวยที่สุดในโลกและถือเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ เรื่องราวความรักที่ลงเอยด้วยความเศร้า เรื่องจริงที่เหมือนนิยายรักอมตะ เริ่มต้นที่หญิงงามชื่อว่า ‘อรชุมันต์ภานุเบคุม’ รักแรกและรักเดียวของเจ้าชายคุรามที่ต่อมาขึ้นครองราชย์และมีพระนามว่าสมเด็จพระจักรพรรดิชาห์จาห์ฮาล ต่อมาเมื่อทั้งคู่เข้าพิธีสยุมพรและพระสวามีเรียกพระนางว่า ‘มุมตัส มาฮาล’ พระนางทรงรักพระสวามีเป็นอย่างมาก ตามเสด็จทุกที่แม้กระทั่งในสนามรบ ทั้งคู่มีพระโอรสและพระธิดามากถึง 14 องค์ แต่ความสุขอยู่ได้ยาวนานเพียงแค่ 18 ปีเท่านั้นเนื่องจากพระนางได้สิ้นพระชนม์ลงหลังจากมีพระประสูติกาลพระธิดาองค์สุดท้าย สมเด็จพระจักรพรรดิชาห์จาห์ฮาลเศร้าโศกอยู่ถึงสองทศวรรษราชสมบัติส่วนใหญ่สูญเสียไปกับการสร้างอนุสรณ์แห่งความรักทัชมาฮาล ในวาระสุดท้ายพระองค์ถูกกักขังอยู่ถึง 8 ปี จนกระทั่งสวรรคต ตามตำนานเล่าว่าในวาระสุดท้ายนี้พระองค์ใช้เวลาจ้องมองเศษกระจกที่สะท้อนภาพของทัชมาฮาล พระองค์ถูกฝังในทัชมาฮาลเคียงข้างพระมเหสีอันเป็นที่รักของพระองค์ เรื่องรักโรแมนติกที่ปนความเศร้าเป็นตำนานรักอันโด่งดังไปทั่วโลก เมื่อวันแต่งงาน ทุกคนก็หวังให้ครองคู่กันไปนานเท่านาน มีความสุขที่จะเห็นลูกหลานเติบโตไปพร้อมๆกันคงจะมีความสุขมาก คุณลองทายสิคะว่าคู่ที่ครองคู่ยาวที่สุดในโลกนั้นจะยาวสักแค่ไหน จากสถิติคือ 90 ปี ค่ะ แม่เจ้า!!! คำถามมีอยู่ในใจมากมาย เป็นต้นว่าเขาแต่งงานกันตอนอายุเท่าไร แล้วตอนนี้ล่ะเขาทั้งคู่จะแก่กันแค่ไหนแล้วนะ จากข้อมูลบอกว่า คาราม ชาณ เพิ่งอายุครบ 109 ปี ส่วนภรรยากาตาริ นั่นอายุ 102 ปี ทั้งคู่เกิดเดือนพฤศจิกายน เพิ่งเป่าเค้กวันเกิดไปไม่นานส่วนวันครบรอบแต่งงาน 90 ปีก็เดือนธันวาคมที่ผ่านมา ทั้งคู่เป็นชาวอินเดียแต่ย้ายไปตั้งรกรากอยู่ที่ประเทศอังกฤษตั้งแต่ปี ค.ศ. 1965 ปัจจุบันทั้งคู่มีลูก 8 คน หลาน 27 คน และเหลนอีก 23 คน ในวันฉลองครบรอบแต่งงานกัน 90 ปี ญาติๆบินจากอินเดียมาร่วมฉลองวันสำคัญกัน ทั้งคู่ยังสุขภาพแข็งแรงแม้จะเดินเหินไม่ค่อยได้มากนัก ชาณได้กล่าวว่า “ทุกวันนี้รู้สึกขอบคุณพระเจ้าที่ได้ให้ที่ดิน ให้ชีวิตกับพวกเรา เมื่อถึงเวลาที่สมควรที่เราจะต้องไป เราก็ไม่มีห่วงเพราะตลอดชีวิตที่ผ่านมาเราได้ใช้ชีวิตอย่างดีมาตลอด" วันแห่งความรักมิใช่มีเพียงวันเดียว แต่เป็นวันที่เราใช้ชีวิตร่วมกันทุกวันนะคะ

งานเข้า! ป.ป.ช.จี้ “บิ๊กเจี๊ยบ” มีมูลความผิดวินัยขั้นร้ายเเรง (มีคลิป)
บิ๊กเจี๊ยบ /  ปปช / 

เลขาธิการสมาคมฟุตบอลฯ งานเข้าหลัง (ป.ป.ช.) ชี้มีความผิดวินัยร้ายเเรง ด้านเจ้าตัวให้การปฏิเสธยันไม่มีสวนเกี่ยวข้อง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) แจ้งความคืบหน้าคดีทุจริตของข้าราชการ, พนักงานรัฐวิสาหกิจ, พนักงานส่วนท้องถิ่น ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความความผิดในรอบเดือนที่ผ่านมา ผ่านเว็บไซค์ www.nacc.go.th เมื่อวันที่ 26 เมษายน รวม 14 คดี โดยเป็นคดีในส่วนกลาง 5 คดีเเละต่างจังหวัด 9 คดี ปรากฏว่ามีชื่อของ พล.ต.ท. พิสัณห์ จุลดิลก เลขาธิการสมาคมฟุตบอลฯ ในฐานะผู้บังคับการกองโยธาธิการ สำนักงานส่งกำลังบำรุง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ชอบ เขียวจันทร์ สารวัตรงาน 3 กองกำกับการ 2 กองโยธาธิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติในส่วนกลาง จำนวน 5 คดี ว่าละเว้นไม่ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงเมื่อรู้ว่าการประมาณราคาค่าซ่อมแซมระบบน้ำประปาผิดพลาด กลับเรียกรับเงิน จากผู้ว่าจ้างซ่อมแซม โดยให้ทำเป็นเรื่องบริจาคเงินให้กองทุนสวัสดิการ ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติว่า พล.ต.ท. พิสัณห์ และพ.ต.ท.ชอบ มีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง และมีมูลความผิดทางอาญา ตามมาตรา 148 (1) และ 157 (2) แห่งประมวลกฎหมายอาญา หลังจากนั้นผู้สื่อข่าวได้สอบถาม “บิ๊กเจี๊ยบ” ถึงประเด็นดังกล่าว โดยออกมากล่าวว่า “เรื่องนี้เป็นคดีเก่าเมื่อปี 2556 ตนขอยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้น เพียงแต่ในขณะนั้น มีผู้วิ่งเต้นให้ตนล้มคดีโดยต้องการติดสินบน แต่ตนไม่ได้ไปพบเจอและไม่ได้รับเงินดังกล่าวแต่อย่างใด  "คิดว่าเรื่องนี้มีคนพยายามจะดิสเครดิตผมมากกว่า ยืนยันว่าผมไม่มีส่วยเกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้น ส่วนเรื่องกฎหมายต้องปล่อยให้เป็นไปตามขั้นตอนต่อไป ส่วนตัวยังเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม" ทั้งนี้ ตามมาตรา 148 (1) มีโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปี ถึง 20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 40,000 บาท หรือประหารชีวิต และ มาตรา 157 (2) มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2,000 บาท ถึง 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เครดิตคลิป : youtube-คมสันต์ ศรีทอง

ชาวเมียนมาชุมนุมหน้าด่านแม่สาย ร้องความเป็นธรรม2ผู้ต้องหา คดีเกาะเต่า
คดีเกาะเต่า /  ชุมนุม / 

ชาวเมียนมา ชุมนุมหน้าด่านแม่สาย เรียกร้องขอความเป็นธรรมให้ 2 ผู้ต้องหาชาวพม่า คดีเกาะเต่า วันนี้(26 ธ.ค. 58) ได้มีกลุ่มประชาชนชาวเมียนมา ประมาณ 1,000 คน นำโดยนายสมพอน ไทใหญ่ ซึ่งมีการจัดตั้งเป็นคณะกรรมการดูแลรักษาและเจรจาต่อรอง เพื่อประชาชนชาวเมียนมาพากันไปรวมตัว บริเวณหน้าด่านพรมแดนไทย-เมียนมา ตรงสะพานมิตรภาพข้ามลำน้ำสายติดจุดผ่านแดนถาวร อ.แม่สาย จ.เชียงราย ทั้งนี้ จุดประสงค์เพื่อเรียกร้องให้ทางการไทยมีการดำเนินการเกี่ยวกับการที่ศาลจังหวัดเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี พิพากษาให้ประหารชีวิตนายซอ ลิน หรือโซเรน และนายเว พิว หรือวิน จำเลยในคดีเป็นคนต่างด้าวเข้ามา และอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันฆ่า นายเดวิด วิลเลียม มิลเลอร์ ร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราและฆ่า น.ส.ฮันนาห์ วิคตอเรีย วิทเธอริดจ์ ชาวอังกฤษที่ ต.เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี โดยก่อนการเดินทางไปถึงบริเวณสะพานดังกล่าวชาวเมียนมาทั้งหมดได้ไปรวมตัวกันที่ สนามฉานโยมะห่างจากพรมแดนประมาณ 2 กิโลเมตร ก่อนพากันยกเป็นขบวนไปตามถนนสายฉานโยมะ-ด่านพรมแดน เป็นทางยาวโดยมีการถือป้ายที่มีข้อความหลากหลายทั้งเป็นภาษาอังกฤษ ภาษาเมียนมา เช่น ความยุติธรรม ขอให้ทางการไทยขอพระราชทานอภัยโทษให้ทั้ง 2 คน ฯลฯ นอกจากนี้ ยังได้ตะโกนเรียกร้องกันมาตลอดรายทาง แต่ไม่มีความวุ่นวายใดๆ โดยการชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย กระทั่งขบวนไปถึงบริเวณหน้าด่านพรมแดนขบวนได้หยุดลงกลางสะพานขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจของ จ.ท่าขี้เหล็ก ได้นำแผงกั้นไปตั้งตรงกลางสะพาน เพื่อป้องกันไม่ให้มวลชนทะลักไปยังฝั่งไทย จากนั้นฝั่งไทยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ทหาร ฉก.ม.2 พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทำการปิดประตูรถเข้าออกพรมแดน เพื่อไม่ให้การจราจรติดขัด ยานพาหนะต่างๆ หยุดชะงักลงชั่วคราว แต่ยังคงเปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้ง 2 ฝั่งประเทศเดินเท้าเข้าออกกันได้ตามปกติ ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมชาวเมียนมาทั้งหมดได้ถือป้ายแสดงความต้องการพร้อมส่งเสียงเรียกร้อง เมื่อถึงบริเวณพรมแดนทางนายสมพอน พร้อมด้วยพระภิกษุจำนวน 2 รูปได้เป็นตัวแทนของกลุ่มผู้ชุมนุมเข้าพบปะกับเจ้าหน้าที่ทั้ง 2 ฝั่งประเทศที่ไปดูแลความเรียบร้อยบนสะพานเชื่อมระหว่างประเทศดังกล่าวโดยขอให้มีการรับหนังสือจากกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งต่อมานายชุติเดช มีจันทร์ นายอำเภอแม่สาย พ.ต.อ.สิทธิ์ ศิริกังวาลกุล ผกก.ตม.เชียงราย พร้อมด้วยทหารจาก ฉก.ม.2 กองกำลังผาเมือง ด่านศุลกากร ได้เข้ารับเรื่อง โดยมีเนื้อหาของหนังสือว่าไทยและเมียนมามีความสัมพันธ์กันมานาน และการรวมตัวกันครังนี้ เพราะเห็นว่าไม่ได้รับความยุติธรรมโดยพวกเขาเชื่อว่านายซอ ลิน และนายเว พิว เป็นผู้บริสุทธิ์แต่ถูกตำรวจไทยกระทำทารุณกรรมโดยการซ้อม และยัดเยียดข้อหาจนทำให้ทั้งคู่ต้องถูกลงโทษประหารชีวิต นายสมพอน กล่าวว่า พวกเราเรียกร้องให้มีการตั้งคณะกรรมการร่วม 2 ประเทศ เพื่อรื้อฟื้นและสอบสวนคดีในข้อเท็จจริงกันใหม่โดยคณะกรรมการมีการเชิญฝ่ายอังกฤษในฐานะผู้เป็นประเทศที่เสียหายเข้าร่วมรวมทั้งมีสื่อมวลชนจากทั่วโลกเฝ้าสังเกตการณ์ด้วย เพื่อให้เกิดการรับรู้ถึงข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง และขอให้รัฐบาลไทยได้แจ้งให้ทราบคำตอบภายใน 15 วัน เพราะจะมีการเรียกร้องในขั้นตอนต่อไปอีก หลังจากที่ตัวแทนฝ่ายไทยรับมอบหนังสือแล้ว ทางกลุ่มผู้ชุมนุมชาวเมียนมาได้สลายตัวไปอย่างรวดเร็ว และทางการไทยรวมทั้งฝ่ายเมียนมาก็มีการเปิดประตูและนำแผงกั้นทั้งหมดออกไป ทำให้การจราจรและการเดินทางไปมาระหว่างไทย-เมียนมา ผ่านจุดผ่านแดนแม่สาย-ท่าขี้เหล็ก ตรงสะพานมิตรภาพน้ำสายไทย-เมียนมา เป็นไปตามปกติเหมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นมาก่อน ที่มา matichon ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

เด้งฟ้าผ่า! ผบ.บางขวาง เซ่นปม 'มือปืนส่ายก้น' ค้ายาในคุก
ค้ายาในคุก /  ยาเสพติด / 

กรมราชทัณฑ์ ลงคำสั่งให้ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางบางขวาง ย้ายไปปฏิบัติราชการประจำกรมราชทัณฑ์ หลังพบว่ามีผู้ต้องหาลอบสั่งการค้ายาเสพติดในคุก เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากรมราชทัณฑ์ได้มีคำสั่งให้ นายสุรพล แก้วภราดัย ผู้บัญชาการเรือนจำกลางบางขวาง ย้ายให้ ไปปฏิบัติราชการ ประจำกรมราชทัณฑ์ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 23 ม.ค. ที่ผ่านมา กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (บช.ภ.1) สามารถจับกุมนายวุฒิชัย อ่อนตาจันทร์ อายุ 25 ปี พร้อมเฮโรอีน 60 แท่ง น้ำหนัก 21 กิโลกรัม มูลค่า 50 ล้านบาท ได้บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านรังสิต จ.ปทุมธานี จากการสอบสวนนายวุฒิชัย รับสารภาพว่า รับจ้างจากนายโอ๋ นักโทษในเรือนจำแห่งหนึ่งเป็นตัวกลางรับงาน ได้ค่าจ้าง 500,000 บาท เพื่อมารับยาเสพติด โดยจะรอให้นายโอ๋ โทรศัพท์มาสั่งการว่าจะให้นำยาเสพติดไปกระจายต่อยังผู้ค้าและผู้เสพรายย่อยในเขต จ.ปทุมธานี ชลบุรี กรุงเทพฯ และ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ก่อนถูกจับกุมดังกล่าว รายงานข่าวแจ้งว่า จากการสืบสวนสอบสวนเจ้าหน้าที่พบว่า นายโอ๋ เป็นคนเดียวกับ นายยศพล แหกล้า อายุ 37 ปี ฉายามือปืนส่ายก้น ที่เคยก่อเหตุยิง น.ส.เกวลิน หงส์ทอง อายุ 28 ปี ว่าที่เจ้าสาว และนางวิมล หงส์ทอง อายุ 53 ปี ว่าที่แม่ยาย แล้วเดินส่ายสะโพกเยาะเย้ย โดยกล้องวงจรปิดจับภาพเอาไว้ได้ เหตุเกิดที่ร้านพีเอสโมดิฟาย เลขที่ 21/14 หมู่ 1 ต.ห้วยกะปิ อ.เมืองชลบุรี เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2556 จากการตรวจสอบประวัตินายยศพลพบว่าเคยถูกจำคุกมาแล้ว 3 ครั้ง ต่อมาศาลจังหวัดชลบุรี พิพากษาประหารชีวิต และศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น พร้อมให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน 1,200,000 บาท และจ่ายค่าสินไหมให้แก่บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของนางวิมลอีก 2 คน เป็นเงิน 1,410,000 บาท โดยนายยศพลถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางบางขวาง และมาก่อเหตุเป็นตัวการในการสั่งยาเสพติดดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวนายยศพล มาสอบสวน โดยให้การรับสารภาพ จึงอายัดตัวดำเนินคดีเพิ่ม พร้อมทั้งย้ายไปคุมขังที่เรือนจำกลางเขาบิน จ.ราชบุรี จากกรณีดังกล่าว พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สั่งการให้สืบสวนเชิงลึก จนกระทั่งพบว่ามีเจ้าหน้าที่เรือนจำ เข้าไปเกี่ยวข้องและปล่อยปละละเลยให้มีการใช้โทรศัพท์มือถือ ในเรือนจำกลางบางขวาง จึงจัดชุดปฏิบัติการพิเศษ เข้าจู่โจมตรวจค้น พบโทรศัพท์มือถือ กว่า 10 เครื่อง ต่อมา เมื่อวันที่ 2 ก.พ. นายวิทยา สุริยะวงค์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ขณะนั้น ได้ลงนามคำสั่งที่ 108/2559 ให้นายสุรพล ผู้บัญชาการเรือนจำกลางบางขวาง ไปปฏิบัติราชการ ประจำกรมราชทัณฑ์ พร้อมทั้งตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง และลงนามคำสั่งที่ 107/2559 ในวันเดียวกัน ให้นายเรืองศักดิ์ สุวารี รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ฝ่ายปฏิบัติการ ไปรักษาราชการแทนในตำแหน่งผู้บัญชาการเรือนจำกลางบางขวาง อย่างไรก็ตามล่าสุดมีรายงานว่า นายสุรพล ตัดสินใจลาออกจากราชการ เนื่องจากจะเกษียณอายุราชการในเดือน ก.ย. 2559 ขอบคุณข้อมูล จส.100 ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

ศาลตัดสินประหารชีวิต 2 จำเลยชาวพม่า คดีเกาะเต่า
ฆาตกรรม /  จำเลย / 

ศาลจังหวัดสมุยตัดสินประหารชีวิต 2 จำเลยคดีเกาะเต่า ฝ่ายทนายจำเลยเผยเตรียมยื่นอุทธรณ์ วันนี้ (24 ธ.ค.) เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ ศาลจังหวัดเกาะสมุย อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ตัดสินประหารชีวิตนาย ไว เพียวหรือ นายซอ ลิน วัย 22 ปี ชาวเมียนมาร์เชื้อสายยะไข่ แรงงานพม่า ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมนายเดวิด วิลเลียม มิลเลอร์ วัย 24 ปี และ น.ส.ฮานนาห์ วิคตอเรีย วิทเธอริดจ์ วัย 24 ปี นักท่องเที่ยวสัญชาติอังกฤษ พบศพเสียชีวิตอยู่ตรงบริเวณโขดหินอยู่บนชายหาด  เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 57 ทั้งนี้จำเลยทั้ง 2 คนถูกแจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษเสียชีวิต,ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น ,ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยปิดบังการกระทำความผิดที่โหดร้าย,ร่วมกันกระทำชำเราผู้อื่น,ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนและเป็นบุคคลต่างด้าวโดยหลบหนีเข้าเมือง คดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญ คนร้ายสังหาร 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ พร้อมทิ้งศพบริเวณปลายแหลม จปร.หาดทรายรี โดยสภาพศพของเหยื่อสาว อยู่ในสภาพเปลือยท่อนล่าง พบคราบอสุจิภายในช่องคลอดและทวารหนัก ส่วนนายเดวิด มีสภาพถูกทำร้ายด้วยของแข็งที่ศีรษะ ทำให้กลายเป็นคดีโด่งดังไปทั่วโลก กระนั้น เมื่อเจ้าหน้าที่ ค้นในห้องพักในย่านคนงานต่างด้าว พบโทรศัพท์มือถือไอโฟนของผู้ตาย จึงทำการเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ.จากแรงงานต่างด้าวกว่า 300 คน ผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์จากก้นบุหรี่ 3 มวนที่ตกอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ พบว่าบุหรี่มวนแรกมีรอยลิปสติกสีแดงติดอยู่ บุหรี่มวนที่ 2 มีดีเอ็นเอผสมของคน 2 คน และบุหรี่มวนที่ 3 มีดีเอ็นเอของผู้ชายอีกคน ที่ต่างจากดีเอ็นเอที่พบในบุหรี่มวนที่ 2 และผลการตรวจคราบอสุจิที่พบบริเวณช่องคลอดและทวารของเหยื่อสาวผู้เสียชีวิต พบดีเอ็นเอลักษณะผสม น่าจะมาจากคน 2 คน สวนผลดีเอ็นเอของมวนบุหรี่ ตรงกับอสุจิในช่องคลอดของ น.ส.ฮานนาห์ และตรงกับจำเลย จึงนำไปสู่การจับกุมตามกระบวนการยุติธรรมเมื่อวันที่ 2 ต.ค. อย่างไรก็ตาม จำเลยทั้ง 2 รับสารภาพในชั้นพนักงานสอบสวน จากนั้นได้กลับคำให้การในชั้นศาลเพื่อขอสู้คดีโดยมีกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จัดหาทนายฝีมือดีเข้ามาช่วยเหลือในการต่อสู้ทางคดีเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนข้ามชาติ โดยทีมทนายของทางฝั่งจำเลยย้ำจำทำดีที่สุด และเคารพคำตัดสินของศาล อย่างไรก็ตาม มีการร่วมมือผ่านเว็บไซต์ต่างๆ ยังเปิดระดมทุน เพื่อช่วยเหลือ 2 จำเลยโดยมีแรงงานต่างด้าวในประเทศไทยบริจาคเงินช่วยเหลือจำนวนมาก เพราะปักใจเชื่อ ว่าจำเลยทั้ง 2 ไม่ใช่ผู้กระทำผิด ทางด้านทนายฝ่ายจำเลย พร้อมเจ้าหน้าที่สถานทูตเมียนมา พร้อมทั้งมารดาของ 2 จำเลย เดินทางถึงเกาะสมุยแล้ววานนี้ (23ธ.ค.) ขอบคุณข้อมูลจาก BBC Thai

เปิดเหตุผล ทำไม?? นักการเมืองไม่เอาร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับ คสช.
นักการเมือง /  พรรคการเมือง / 

แชร์ว่อนเน็ต เปิดเหตุผลนักการเมือง ชวนคว่ำ-ไม่เอา ร่างรัฐธรรมนูญฉบับ คสช. หลังจากที่มีกระแสข่าวออกมาต่อเนื่องว่าบรรดา นักการเมือง จากพรรคเล็กและพรรคใหญ่อย่างประชาธิปัตย์และเพื่อไทย ต่างตบเท้าพาเหรด ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับ คสช. พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนลงมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวนั้น วันนี้ (10 ก.พ. 59) โลกออนไลน์ได้มีการส่งต่อข้อความอธิบายสาเหตุ ที่ทำให้นักการเมืองต้องออกมาเรียกร้องดังกล่าวว่า เป็นเพราะในรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีการบัญญัติคุณสมบัติเกี่ยวกับพรรคการเมือง และบทลงโทษนักการเมืองหากทำผิดกฎหมายไว้ขั้นสูงสุด อาทิ 1. นักการเมืองมีการโกงกินคอรัปชั่น ผลาญงบประเทศ มีโทษหนักสูงสุด ประหารชีวิต หรือจำคุกตลอด ไม่มีการรอลงอาญา 2. ห้ามนักการเมืองลงเล่นการเมืองตลอดชีวิต หากเคยต้องโทษจำคุก หรือมีคดีความติดตัว 3. ต้องถูกยึดทรัพย์ และลงโทษจำคุก 15-30 ปี หากนักการเมืองถูกองค์อิสระ เช่น ป.ป.ช. หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบพบว่า รํ่ารวยจนผิดปกติ หรือฟอกเงิน หรือนำทรัพย์สินของทางราชการ หรือนำเงินงบประมาณของแผ่นดินเข้าบัญชีตนเอง หรือนำเข้าบัญชีผู้อื่น หรือทำให้ประเทศชาติ ต้องเป็นหนี้มหาศาล 4. ห้ามใช้อภิสิทธิ์เหนือประชาชนทั่วไป เช่น ใช้ช่องทาง VIP อำนวยความสะดวกในการนั่งเครื่องบิน หรือการรับบริการอื่นๆ 5. ห้ามเดินทางออกนอกประเทศหากมีคดีความและอยู่ระห่างการพิจารณาของศาล และ 6 คดีความที่เกิดขึ้นกับนักการเมืองจะไม่มีหมดอายุความ ทั้งนี้จากข้อมูลเบื้องต้นเป็นเพียงข้อมูลส่วนหนึ่งในหมวดพรรคการเมืองในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เท่านั้น และอาจมีข้อมูลเรื่องอื่นๆ ที่ไม่ได้หยิบยกมานำเสนอในบทความนี้ ส่วนจะมีการรับหรือคว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวก็คงติดตามกันต่อไป เพราะขณะนี้อยู่ระหว่างการฟังความเห็นจากทุกภาคส่วน ข้อมูลจาก ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

โหดแท้! 21 วิธีประหารสมัยกรุงศรีอยุธยา
ที่สุดในประเทศไทย /  ประวัติศาสตร์ / 

วันนี้ทีนเอ็มไทยขอนำเกร็ดความรู้ ประวัติศาสตร์ไทย มาให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันค่ะ ซึ่งในวันนี้นี้จะเกี่ยวกับ โหดแท้! 21 วิธีประหารสมัยกรุงศรีอยุธยา  โหดไม่แพ้ของต่างประเทศที่ทีนเอ็มไทยเคยนำเสนอให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันคราวก่อนเลย >,< เนื้อหาอาจรุนแรง เหมาะกับ 18+ นะค่ะ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน โหดแท้! 21 วิธีประหารสมัยกรุงศรีอยุธยา  ในสมัยกรุงศรีอยุธยา อาณาจักรที่รุ่งเรืองที่สุดอีกยุคสมัยหนึ่งของไทยเรา พบว่า มีการตราบทลงโทษขั้นรุนแรงที่สุดคือ โทษประหารชีวิตเอาไว้ในพระไอยการกระบถศึก ซึ่งเป็นกฎหมายที่ตราขึ้นในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 และมีการแก้ไขเพิ่มเติมในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ก่อนจะมีการแก้ไขเพิ่มเติมอีกครั้งในสมัยสมเด็จพระเอกาทศรถ แต่กฎหมายฉบับนี้มิได้มีการแก้ไขในบทลงโทษความผิดขั้นประหารชีวิตและวิธีการประหารชีวิตเลยแม้แต่น้อย คือยังคงลักษณะเดิมไว้แต่ครั้งการตราขึ้นในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 ทุกประการ โดยวิธีการประหารชีวิตตามพระไอยการกระบถศึก บันทึกและอธิบายเอาไว้อย่างละเอียดถึงวิธีการลงโทษประหาร 21 วิธีหรือ 21 สถาน ดังนี้ สถาน 1 คือ ให้ต่อยกระบานศีศะ (กบาลศีรษะ) เลิกออก (เปิดออก) เสียแล้ว เอาคีมคีบก้อนเหล็กแดงใหญ่ใส่ลงไปในมันสะหมอง (มันสมอง) ศีศะพลุ่งฟู่ขึ้นดั่งม่อ (หม้อ) เคี่ยวน้ำส้มพะอูม สถาน 2 คือ ให้ตัดแต่หนังจำระ (จาก) เบื้องหน้าถึงไพรปากเบื้องบนทั้งสองข้างเป็นกำหนด ถึงหมวกหู (ใบหู) ทั้งสองข้างเป็นกำหนด ถึงเกลียวคอชายผมเบื้องหลังเป็นกำหนด (หนังบริเวณคอถึงท้ายทอย) แล้วให้มุ่นกระหมวดผมเข้าทั้งสิ้น (ม้วนเข้าหากัน) เอาท่อนไม้สอดเข้าข้างละคน โยกคลอนสั่นเพิกหนังทั้งผมนั้นออกเสียแล้วเอากรวดทรายหยาบขัดกระบานศีศะชำระให้ขาวเหมือนพรรณศรีสังข์ สถาน 3 คือ ให้เอาขอเกี่ยวปากให้อ้าไว้ แล้ให้ตามประทีบ (ดวงไฟ) ไว้ในปาก ไนยหนึ่ง (นัยหนึ่ง) เอาปากสิวอันคมนั้นแสะแหวะผ่าปากจนหมวกหู (ใบหู) ทั้งสองข้าง แล้วเอาขอเกี่ยวให้อ้าปากไว้ให้โลหิตไหลออกเต็มปาก สถาน 4 คือ เอาผ้าชุบน้ำมันพันให้ทั่วร่างกายแล้วเอาเพลิงจุด สถาน 5 คือ เอาผ้าชุบน้ำมันพันนิ้วทั้งสิบนิ้วแล้วเอาเพลิงจุด สถาน 6 คือ เชือดเนื้อให้เป็นแรงเป็นริ้วอย่าให้ขาดจากกัน ตั้งแต่ใต้คอลงไปถึงข้อเท้าแล้วเอาเชือกผูกจำ ให้เดินเหยียบริ้วเนื้อริ้วหนังแห่งตน ให้ฉุดคร่าตีจำให้เดินไปกว่าจะตาย สถาน 7 คือ เชือดเนื้อให้เนื่องด้วยหนังเป็นแร่งเป็นริ้ว ตั้งแต่ใต้คอลงมาถึงเอวและให้เชือดตั้งแต่เอวให้เนื่องด้วยหนังเป็นแร้งเป็นริ้วลงมาถึงข้อเท้ากระทำหนังเบื้องบนให้คลุมลงมาเหมือนนุ่งผ้า สถาน 8 คือ ให้เอาห่วงเหล็กสวมข้อศอกทั้งสองข้าง ข้อเข่าทั้งสองข้างให้มั่นแล้วเอาหลักสอดในวงเหล็กแย่งขึงตรึงลงไว้กับแผ่นดินอย่าให้้ไหวตัวได้ แล้วเอาเพลิงรน (ลน) ให้รอบตัวจนกว่าจะตาย สถาน 9 คือ ให้เอาเบ็ดใหญ่ที่มีคมสองข้างเกี่ยวทั่วร่างเพิก (เปิด) หนังเนื้อและเอ็นน้อยใหญ่ให้หลุดขาดออกมาจนกว่าจะตาย สถาน 10 คือ ให้เอามีดที่คมเชือดเนื้อให้ตกออกจากกายแต่ทีละตำลึง(นำเนื้อมาชั่งให้ได้น้ำหนักหนึ่่งตำลึง:มาตราวัดสมัยโบราณ) จนกว่าจะสิ้นมังสา (เนื้อ) สถาน 11 คือ ให้แล่สับทั่วร่างแล้ว เอาแปรงหวีชุบน้ำแสบกรีดครูดขูดเสาะหนังและเนื้อแลเอ็นน้อยใหญ่ให้ลอกออกให้สิ้นให้อยู่แต่ร่างกระดูก สถาน 12 คือ ให้นอนลงโดยข้างๆ หนึ่งแล้วให้เอาหลาวเหล็กตอกลงไปโดยช่องหูให้แน่นกับแผ่นดินแล้วจับขาทั้งสองข้างหมุนเวียนไปดังบุคคลทำบังเวียน (เวียนเทียน) สถาน 13 คือ ทำมิให้หนังพังหนังขาด แล้วเอาลูกสีลา (ลูกหิน) บดทุกกระดูกให้แหลกย่อย แล้วรวบผมเข้าทั้งสิ้น ยกขึ้นหย่อนลงกระทำให้เนื้อเป็นกองเป็นลอมแล้วพับห่อเนื้อหนังกับทั้งกระดูกนั้นทอดวางไว้ดั่งตั่งอันทำด้วยฟางซึ่งเอาไว้เช็ดเท้า สถาน 14 คือ ให้เคี่ยวน้ำมันให้เดือดพลุ่งพล่าน แล้วลาด**censor**ลงมาแต่ศีศะ (ศีรษะ) จนกว่าจะตาย สถาน 15 คือ ให้กักขังสุนัขร้ายทั้งหลายไว้ อดอาหารหลายวันให้เต็มอยากแล้วปล่อยให้กัดทึ้งเนื้อหนังกินให้เหลือแต่ร่างกระดูกเปล่า สถาน 16 คือ ให้เอาขวานผ่าอกทั้งเป็นแหกออกดั่งโครงเนื้อ สถาน 17 คือ ให้แทงด้วยหอกทีละน้อยๆ จนกว่าจะตาย สถาน 18 คือ ให้ขุดหลุมฝังเพียงเอว แล้วเอาฟางปกลงคลุมร่างก่อนคลอกด้วยเพลิงพอหนังไหม้แล้วไถด้วยไถเหล็ก ให้เป็นท่อนน้อยท่อนใหญ่เป็นริ้วน้อยริ้วใหญ่ สถาน 19 คือ ให้เชือดเนื้อล่ำออกทอดด้วยน้ำมัน เหมือนทอดขนมให้กินเนื้อตัวเองจนกว่าจะตาย สถาน 20 คือ ให้ตีด้วยตะบองสั้นตะบองยาวจนกว่าจะตาย สถาน 21 คือ ตีด้วยหวายที่มีหนามจนกว่าจะตาย เกร็ดความรู้  เรื่องเล่าจากลานประหาร การประหารชีวิต ถือเป็นบทลงโทษที่รุนแรงที่สุดในทุก ๆ ประเทศ ที่มีมาตั้งแต่อดีต ซึ่งถ้าหากใครได้อ่านหรือศึกษาเรื่องราวเหล่านี้ซักครั้ง คงจะรู้สึกไม่ต่างกันหรอกค่ะว่า แม้ว่าในแต่ละประเทศจะมีเครื่องมือประหารชีวิตที่แตกต่างกันออกไป แต่ความรุนแรง หรือความซาดิสม์นั้นไม่ได้ต่างกันเลย เพราะไม่ว่าจะใช้เครื่องมือไหน ๆ ก็ล้วนแล้วแต่มีจุดประสงค์เดียวกัน นั่นคือทรมานคนผิดอย่างเลือดเย็นแล้วปล่อยให้เจ็บปวดตายไปในที่สุด ในประเทศไทยก็เช่นกัน โทษประหารที่เคยทำกันมาตั้งแต่อดีตนั้นขึ้นชื่อว่าโหดใช่ย่อย เริ่มตั้งแต่สมัยก่อนกรุงรัตนโกสินทร์ วิธีการประหารชีวิตจะเน้นความทรมานชนิดที่ได้ยินแล้วยังขนลุก ไม่ว่าจะเป็นการเอาน้ำมันเดือดราดหัวจนตาย เอามีดและขวานผ่าอกแหวกตับไตไส้พุงทั้งเป็นจนตาย  เอาเบ็ดใหญ่เกี่ยวเนื้อให้หลุดทีละส่วนจนตาย เอามีดคม ๆ แล่เนื้อลอกหนังออกทีละนิดจนตาย เอาหอกค่อย ๆ ทิ่มแทงจนตาย หรือฝังดินครึ่งตัวแล้วเผาส่วนบนจนทรมานตาย ซึ่งโทษแสนทรมานในสมัยนั้น ก็จะตัดสินจากความผิดที่แตกต่างกันออกไป อย่างเช่นถ้าใครเผาบ้านเมือง ก็จะถูกประหารด้วยการเอาผ้าชุบน้ำมันพันรอบตัวแล้วจุดไฟเผาทั้งเป็น อย่างงี้เป็นต้น และที่สำคัญการประหารชีวิตทุกรูปแบบก็จะต้องทำกันแบบโจ่งแจ้งต่อหน้าชาวบ้านมากมาย เพื่อให้คนเกรงกลัว และมันก็ได้ผลดีเลยล่ะค่ะ เพราะเวลาที่มีการประหารนักโทษซักคน บ้านเมืองก็สงบสุขไปพักใหญ่ทีเดียว เพราะไม่มีใครกล้าทำความผิด ไม่มีใครอยากถูกลงโทษอย่างทรมานอย่างที่ตัวเองไปเห็นมา สมัยอยุธยาตอนปลายและรัตนโกสินทร์ การประหารด้วยวิธีทรมานสารพัดก็เริ่มค่อย ๆ หายไป เหลืออยู่แค่วิธีเดียวง่าย ๆ นั่นคือ การตัดคอหรือกุดหัวเท่านั้น เป็นวิธีฉับเดียวดับ ไม่ทันได้ทรมานก็ตายแล้ว แถมก่อนหน้าวันประหารก็ยังมีการเลี้ยงข้าวเลี้ยงน้ำอย่างดีอีก และพอถึงวันประหารนักโทษก็ถูกปิดตา ไม่ต้องเห็นบาดแผล ไม่ต้องรู้ว่าใครกำลังจะทำอะไรเรา ไปแบบสบาย ๆ เลยทีเดียว ในการประหารนักโทษ 1 คน เค้าจะใช้เพชฌฆาตถึง 3 คน ซึ่งโดยปกติแล้ว ถ้าเพชฌฆาตดาบ 1 จะพลาด ก็พลาดมากที่สุดแค่ตัดคอแล้วตายแต่คอดันไม่ขาด ซึ่งแบบนี้เพชฌฆาตดาบ 2 ก็จะรีบเข้ามาฟันให้ขาดทันที ถ้ายังไม่ขาดอีกก็มีดาบ 3 สำรองไว้อีก ต้องเอาให้ขาดอย่างแท้จริงเพื่อที่จะเอาหัวไปเสียบประจานนั่นเอง ส่วนร่างกายก็มอบให้ญาตินำไปทำพิธีต่อไป ในกรณีที่นักโทษเป็นเชื้อพระวงศ์หรือกษัตริย์ ก็จะมีวิธีเฉพาะคือการทุบด้วยท่อนจันทน์ ที่ถือเป็นไม้หอม เป็นการให้เกียรตินักโทษ โดยการประหารด้วยท่อนจันทน์นี้ จะใช้วัดปทุมคงคาเป็นลานประหาร ส่วนวิธีการ ก็คือ จะนำร่างของผู้ถูกประหารสวมด้วยถุงแดงแล้วรัดถุงให้แน่น เพื่อไม่ให้ใครแตะต้องพระวรกาย และไม่ให้ใครเห็นพระศพด้วย จากนั้นเพชฌฆาตที่ได้รับนามเฉพาะว่า "หมื่นทะลวงฟัน"  ก็จะใช้ไม้จันทน์ขนาดใหญ่รูปร่างคล้ายสากตำข้าวทุบลงไปสุดแรงบริเวณพระเศียรหรือพระนาภี เสร็จแล้วก็นำไปฝังในหลุม 7 คืนเพื่อให้มั่นใจว่าสิ้นพระชนม์แล้วจริง ๆ ก่อนขุดขึ้นมาประกอบพิธีต่อไป และหากใครสงสัยว่าทำไมไม่ใช้วิธีเปิดผ้าดูว่าสิ้นแล้วหรือไม่ ก็อย่างที่บอกไปค่ะว่าไม่ว่าจะอย่างไร หลังจากนำนักโทษใส่ถุงแดงแล้วก็ห้ามเปิดให้ใครเห็นหรือแตะต้องพระวรกายโดยตรงได้เป็นอันขาด แต่!วิธีการประหารชีวิตด้วยท่อนจันทน์ เลิกล้มไปในสมัยรัชกาลที่ 5 หลังจากมีการประกาศใช้กฎหมาย ร.ศ. 127 ว่า ให้ประหารชีวิตเชื้อพระวงศ์ด้วยวิธีเดียวกันกับสามัญชน ไม่มีการแบ่งแยกชนชั้นนักโทษ และในที่สุด ในปี 2477 ก็ได้ล้มเลิกการประหารชีวิตด้วยการตัดหัวไป เปลี่ยนเป็นการใช้ปืนยิงแทน โดยวิธีการยิงปืนประหารนี้ ก็จะมีขั้นตอนคล้ายกับการประหารชีวิตด้วยการตัดหัว ต่างที่การยิงปืนประหาร จะทำในห้องประหารมิดชิด ไม่มีการเรียกประชาชนมามุงดูเหมือนกับการประหารชีวิตด้วยการตัดหัวอีกต่อไป การประหารชีวิตด้วยปืนทำกันมาได้ไม่นานนัก เพราะเมื่อปี 2545 ได้เปลี่ยนวิธีการประหารชีวิตด้วยปืน มาเป็นการฉีดยาแทน ซึ่งการฉีดยาจะมี 3 ขั้นตอน คือ ขั้นแรกจะฉีดยาให้นักโทษสลบก่อน จากนั้นค่อยฉีดยาหยุดการทำงานของปอดและกระบังลม และสุดท้ายก็จะฉีดยาที่ทำให้หัวใจหยุดเต้น เป็นอันเสร็จพิธี เรียกว่าสบายกว่าวิธีไหน ๆ ไม่ต้องตื่นเต้นว่าจะถูกสับหัวหรือยิงปืนเมื่อไหร่ และวิธีนี้ก็ยังเป็นวิธีที่ใช้กันมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งหมดนี้คือวิวัฒนาการของการประหารชีวิตในสยาม ที่ดูเหมือนจะลดความทรมานลงทุกวัน ๆ ขณะเดียวกันที่สถิติการประหารชีวิตก็ค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ ทั้งในไทยและหลายประเทศทั่วโลก  ซึ่งที่เป็นอย่างนั้นก็ไม่ใช่เพราะว่าคนเรามีคุณธรรมกันมากขึ้นแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะบทลงโทษในสังคมทุกวันนี้มันเบาลงเรื่อย ๆ ต่างหาก.. ยิ่งไปกว่านั้น ในยุคที่บทลงโทษในสังคมเบาลงทุกวัน ขณะที่โจรผู้ร้ายมีมากขึ้นแบบนี้ ก็ยังมีคนในหลายประเทศออกโรงต่อต้านการประหารชีวิตกันอย่างมากมาย เพราะเห็นว่ามันโหดร้าย ก็ไม่แน่ว่า.. บางที โทษประหารอาจถูกล้มเลิกไปในอีกไม่เกิน 10 ปีข้างหน้าก็เป็นได้ และถ้าวันนั้นมาถึงเมื่อไหร่ สังคมก็คงวุ่นวายขึ้นน่าดู ที่มา : http://xchange.teenee.com/lofiversion/index.php/t46653.html, http://nongza.exteen.com/20101028/entry อ่านเพิ่มเติม >> 15 เครื่องมือทรมานโหดในอดีต Torture << >> เครื่องมือทรมานโหดในอดีต Torture ภาค 2 <<

นักรบไอเอส ประหารชีวิตแม่บังเกิดเกล้า ฐานหนีออกจากกลุ่ม
กลุ่มไอเอส /  นักรบ / 

กลุ่มสิทธิมนุษยชนในซีเรีย เผย นักรบในกลุ่มไอเอส สังหารแม่ตัวเอง ฐานพยายามหลบหนีออกจากกลุ่ม วันนี้ (8ม.ค.) สำนักข่าว 'ซีเอ็นเอ็น' รายงานข่าว กรณีที่กลุ่มสิทธิมนุษยชนในซีเรีย เปิดเผยว่า นักรบจากกลุ่มไอเอส วัย 20 ปี ในเมืองรักกา ประเทศซีเรีย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ตกอยู่ใต้การปกครองของกลุ่มไอเอส ที่ก่อเหตุสังหารแม่ของตัวเอง ที่เป็นสมาชิกในกลุ่มไอเอสเช่นกัน แต่พยายามจะหลบหนีออกจากกลุ่ม แต่ไม่ปรากฏข้อมูลว่าเธอถูกสังหารด้วยวิธีใด อย่างไรก็ตาม กลุ่มรัฐอิสลามในอิรักและซีเรีย หรือ 'กลุ่มไอเอส' เป็นกลุ่มติดอาวุธที่พยายามจัดตั้งรัฐอิสลามในอิรักละซีเรีย มีเครือข่ายอยู่หลายประเทศที่เป็นดินแดนของชาวมุสลิม และโด่งดังเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกจากคลิปสังหารนักบินชาวจอร์แดนด้วยการ เผาทั้งเป็น ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News ที่มา  cnn

ผบ.สส.เมียนมา วอนไทยทบทวนคดีเกาะเต่า หวั่นประหารแพะรับบาป
คดีเกาะเต่า /  ประหาร / 

ผู้บัญชาการทหารสูงสุดแห่งเมียนมา ขอให้ไทยทบทวนหลักฐานใหม่คดีเกาะเต่า หวั่นตัดสินประหารผู้บริสุทธิ์ วันนี้ (27 ธ.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว กรณีที่ พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมา ส่งสารเรียกร้องให้ทางการไทยมีการทบทวนหลักฐานในคดีเกาะเต่าใหม่อีกครั้ง หลังจาก ศาลจังหวัดเกาะสมุยได้ตัดสินประหารชีวิต นายเว พิว และนายซอ ลิน สองแรงงานชาวพม่า เมื่อ 24 ธ.ค.ที่ผ่านมา ฐานร่วมกระทำผิดในคดีฆาตกรรม น.ส.ฮานนาห์ วิทเธอร์ริดจ์ และนายเดวิด มิลเลอร์ สองนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ที่หาดทรายรี บนเกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี นาย มิน อ่อง หล่าย ระบุว่า ด้วยควาามเคารพต่อกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย ทั้งหวั่นเกรงว่าจะมีผู้บริสุทธิ์ถูกตัดสินลงโทษประหารชีวิต ตนจึงขอให้กระบวนการยุติธรรมของไทยควรดำเนินการภายใต้การพิจารณาด้วยความเคารพของทั้งสองฝ่าย และด้วยมิตรภาพอันดีระหว่างสองประเทศ อย่างไรก็ตาม กรณีคำพิพากษาดังกล่าวเป็นผลให้เกิดกระแสการต่อต้านผลคำตัดสิน และมีประชาชนชาวเมียนมาออกมาเคลื่อนไหว ประท้วงด้านหน้าสถานทูตไทยในเมียนมา และชายแดนระหว่างสองประเทศ นอกจากนี้องค์การนิรโทษกรรมสากล ได้กล่าวหาว่ารัฐบาลไทยล้มเหลวตรวจสอบหลักฐานในคดีดังกล่าว ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News ที่มา theguardian

หนังเข้าใหม่ 7 ม.ค. การกลับมาแก้แค้นของเจ้าแม่แฟชั่น กลิ่นคาวเลือด และการตะลุยเม็กซิโกครั้งแรก
Cartel Land /  Crayon Shin-chan: My Moving Story! Cactus Large Attack! / 

หนังเข้าใหม่สัปดาห์นี้ ต้อนรับปี 2559 เปิดประเดิมกันด้วยภาพยนตร์ 4 แนว ทั้ง ตลก แอ็คชั่น ดราม่า และการ์ตูน ใครชอบแนวไหนก็ลองเลือกดูนะจ้ะ นอกจากนี้ยังมีอีก 1 เรื่อง Exclusive เฉพาะ SF Central World กับ SF เชียงใหม่ The Hateful Eight 8 พิโรธ โกรธแล้วฆ่า เรื่องราวเมื่อหลังเหตุสงครามกลางเมืองสิ้นสุดลง มือแขวนคอในตำนาน จอห์น รูธ ต้องพานักโทษหญิง เดซี่ โดเมิร์กู ไปยังเรดร็อกเพื่อประหารชีวิต ทว่าทั้งสองต้องเผชิญหน้ากับผู้พัน มาควิส วอร์เรน สุดยอดนักล่าค่าหัว และนายอำเภอ คริส แมนนิกซ์ แล้วทั้งสี่คนมีเหตุบางอย่างที่ทำให้พวกเข­าต้องติดอยู่ในกระท่อมหลังหนึ่ง ที่ได้พบกับคนแปลกหน้าอีกสี่คนอย่างชายชาว­เม็กซิกัน โคบาลจอมเก๋า ไอ้ตัวน้อยจอมโหด และนายพลคนฝ่ายใต้ คนแปลกหน้าแปดคนเหล่านี้มีความลับและความแ­ค้นบางอย่างที่ต้องชำระด้วยลูก ปืนและเลือด ————————————————————— The Dressmaker แค้นลั่น ปังเวอร์ ทิลลี่ ดันเนก (เคท วินสเลต) หญิงสาวช่างตัดเสื้ออันหรูหราและทันสมัยขอ­งปารีส ยุค 1950s ที่ได้กลับไปยังเมืองบ้านเกิดเล็กๆ ในประเทศออสเตรเลียของเธออีกครั้ง หลังต้องระหกระเหินออกจากบ้านจากการถูกใส่­ร้ายว่าเธอเป็นฆาตกรตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ดังนั้นการกลับมาครั้งนี้นอกจากเธอจะนำสไต­ล์แฟชั่นอันเลิศหรูเข้ามาเปลี่ยน แปลงผู้คน­ในเมืองแล้ว เธอยังจะกลับมาล้างแค้นผู้ที่ทำให้เธอต้อง­ถูกเข้าใจผิดมานานหลายปี ภาพยนตร์ The Dressmaker นอกจากจะเป็นภาพยนตร์ที่แสดงให้เห็นการต่อ­สู้เพื่อพิสูจน์ความจริงของ ผู้หญิงคนหนึ่ง­แล้ว ยังเป็นภาพยนตร์ที่ทำให้เห็นว่าแฟชั่นนั้น­จะช่วยยกระดับคุณค่าผู้หญิงทุกคน ไปตลอด­กาล! ————————————————————— The Big Short เกมฉวยโอกาสรวย คริสเตียน เบล ประชันบทบาทกับ สตีฟ คาเรล, ไรอัน กอสลิง และแบรด พิตต์ ในภาพยนตร์ The Big Short เกมฉวยโอกาสรวย ภาพยนตร์สร้างจากเรื่องจริงซึ่งเป็นหนังสือ ระดับเบสเซลเลอร์โดย ไมเคิล ลูอิส (เจ้าของผลงาน The Blind Side, Moneyball) ภาพยนตร์เล่าเรื่องราวของบุคคล 4 คนที่เห็นเค้าลางของวิกฤติเศรษฐกิจก่อนองค์กรอื่น ทั้งธนาคารขนาดใหญ่, สื่อมวลชน และรัฐบาลสหรัฐ พวกเขาจึงเกิดไอเดียในการลงทุนที่นำไปสู่ด้านมืดของระบบธนาคารสมัยใหม่ ที่ทำให้เขาต้องตั้งคำถามกับทุกคนและทุกสิ่ง ภาพยนตร์กำกับการแสดงโดย อดัม แมคเคย์ (จาก Anchorman, Step Brothers) โดย แบรด พิตต์ นั่งแท่นผู้สร้างภาพยนตร์ กับ ดีดี้ การ์ดเนอร์, เจเรมี ไคลเนอร์ และ อาร์นอน มิลชาน กำหนดฉายในไทย ต้นปี 2016 ————————————————————— Crayon Shin-chan : My Moving Story! Cactus Large Attack! ชินจัง เดอะ มูฟวี่: ผจญภัยต่างแดนกับสงครามกระบองเพชรยักษ์ ภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชั่นลำดับที่ 23 ซึ่งเป็นภาคล่าสุดของ “ชินจังจอมแก่น” โดยในภาคนี้เป็นการนำเสนอเรื่องราวครั้งแรกใรรอบ 4 ปี ที่ครอบครัวโนฮาร่าได้เดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งจะพาแฟนๆ ไปพบกับเรื่องราวแปลกใหม่กับบรรยากาศของประเทศเม็กซิโก จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อ ฮิโรชิ (พ่อของชินจัง) ถูกส่งตัวไปทำงานที่เม็กซิโกอย่างกระทันหัน ทำให้สมาชิกคนอื่นๆ ในบ้านต้องรีบแพ็คกระเป๋าบินด่วนไปเม็กซิโก ชินจังถึงกับหลั่งน้ำตาที่ต้องจากลาจากเพื่อน รัก และเมื่อครอบครัวโนฮาร่าเดินทางมาถึงเม็กซิโก ทุกคนต้องเผชิญคือการปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ที่ไม่คุ้นเคย และยังต้องพบกับความวุ่นวายในแดนจังโก้ งานนี้ครอบครัวโนฮาร่าจะใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติสุขได้หรือใหม่ แล้วเขาต้องพบเจอกับอะไรบ้างในประเทศเม็กซิโก ติดตามเรื่องราวสุดป่วนชวนฮาของครอบครัวนี้พร้อมเพลงประกอบ ภาพยนตร์ OLA จากเสียงร้องของนักร้องคู่หูวง Yuzu ในภาพยนตร์แอนิเมชั่น-คอมเมดี้ เรื่อง “ชินจัง : ผจญภัยต่างแดนกับสงครามกระบองเพชรยักษ์” ————————————————————— Cartel Land ผ่าแดนนรก เรื่องจริงสุดเหลือเชื่อ ของสองกองกำลังเถื่อนผู้ห้ำหั่นแก๊งค์ค้ายาเม็กซิกัน Exclusive Movie ฉายเฉพาะ SF World Cinema 7th fl. CentralWorld SF Cinema Maya ChiangMai

สภาทนายพร้อมช่วย 2 จำเลย คดีเกาะเต่าอุทธรณ์คดี
คดีฆ่านักท่องเที่ยว /  คดีฆ่านักท่องเที่ยวเกาะเต่า / 

นายกสภาทนาย พร้อมช่วยเหลือ 2 จำเลยคดีฆ่านักท่องเที่ยวเกาะเต่า อุทธรณ์คดี รอคัดคำพิพากษาเต็ม ตั้งคณะทำงานวิเคราะห์ประเด็นสู้คดี นายเดชอุดม ไกรฤทธิ์ นายกสภาทนายความ กล่าวถึงกรณีวันนี้ ศาลจังหวัดเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี มีคำพิพากษาประหารชีวิต 2 ชายชาวเมียนมา จำเลยคดีฆ่าข่มขืนนักท่องเที่ยวบนเกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ว่า คดีนี้สภาทนายความได้เข้าช่วยเหลือด้านคดีให้ฝ่ายจำเลย เพราะญาติจำเลยและสถานทูตได้ร้องขอมา สภาทนายฯ จึงจัดทนายความระดับอุปนายก และทนายอีก 3 คน ลงไปรวบรวมข้อเท็จจริงเพื่อต่อสู้คดี ซึ่งคดีนี้มีอัตราโทษที่สูง นายเดชอุดม กล่าวอีกว่า เมื่อผลคดีเป็นอย่างนี้ ก็จะไปคัดคำพิพากษาฉบับเต็ม เพื่อมาดูรายละเอียดในประเด็นที่ศาล นำมาเป็นจุดที่ฟังว่าจำเลยกระทำผิดโดยจะตั้งคณะทำงานขึ้นมาวิเคราะห์คำพิพากษาโดยเฉพาะ ซึ่งสภาทนายความก็พร้อมจะช่วยดำเนินการให้กับจำเลยในชั้นอุทธรณ์หากฝ่ายญาติจำเลยและสถานทูตขอความช่วยเหลือมา เราจะต่อสู้คดีต่อไปอย่างเต็มที่ คดีลักษณะคล้ายกันนี้สภาทนายความไม่ใช่เพิ่งมาทำคดีแรก

ละครเชลยศึก , เรื่องย่อเชลยศึก
ละครเชลยศึก /  ละครเชลยศึก ช่อง8

เชลยศึกบทประพันธ์อัครพล อัครเศรณี บทโทรทัศน์ สิริวัฒน์69,แสงแรกออกอากาศ ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 9.00 และ 20.20 น. ทางช่อง 8 กดเลข 27 เรื่องย่อ ละครเชลยศึก กล้า (มังกร) ทาสในเรือนของขุนฟ้าลั่น ผู้มีพรสวรรค์ในศิลปะการต่อสู้ หลังจากที่ได้รับคำแนะนำจากรุ่นพี่และครูมวย บวกกับความเฉลียวฉลาดและไหวพริบจึงทำให้กล้ากลายเป็นนักมวยที่ค่ายมวยต่างๆในยุคนั้น และรู้จักกันในนามนายขนมต้ม ซึ่งชื่อนายขนมต้มชื่อนี้ได้มาจาก เฟื้องฟ้า (ฝ้าย) ลูกสาวคนเล็กของขุนฟ้าลั่น ซึ่งเป็นคนที่กล้ารักและบูชา หลังจากกรุงศรีอยุธยาโดนพม่าตีแตกครั้งที่สอง กล้าได้รวบรวมสมัครพรรคพวกเพื่อหาทางกอบกู้บ้านเมือง โดยกล้าได้รู้จักกับ นิล(อาร์ต) และโหน(ต๊อบ) จนกลายเป็นพี่น้องต่างสายเลือดที่พร้อมจะตายแทนกันได้ มะขาม(ฟ้า)ลูกสาวของนายบ่อนเจ้าของบ่อนต้องบ้านแตกและเสียพ่อไป เกิดความประทับใจ และทำให้มะขามรู้สึกหลงรักกล้า กลุ่มของกล้าเริ่มเติบโตและแข็งแกร่งขึ้น ละครเชลยศึก เมื่อได้ ครูเที่ยง(เดี่ยว)ผู้ซึ่งเป็นทหารเอกและองครักษ์คู่บารมีของ เจ้าฟ้าอุทุมพร เข้ามาร่วมด้วยยิ่งทำให้กลุ่มของกล้าเข้มแข็งขึ้น ด้วยวิธีการรบแบบกองโจร ทำให้พวกเค้าสามารถช่วยให้คนไทยรอดพ้นจากการเป็นเชลยศึกของพวกพม่าได้เป็นจำนวนไม่น้อย มังจาเล(ปูไข่)ที่มีโทษถึงประหารชีวิตถูกลดโทษโดยพระเจ้ามังระให้กลายเป็นคนธรรมดา และยังถูกส่งตัวไปในบ่อนมวยใหญ่ของพวกพม่า นายขนมต้มหรือไอ้กล้าก็เป็นหนึ่งในนักมวยที่ถูกจับมาขังอยู่ที่ค่ายมวยนรกแห่งนี้ กล้าความจำเสื่อมจากการถูกจับ กลายเป็นสิ่งบันเทิงของชาวพม่าที่ได้พบเห็น มะเมียะ(โบว์ลิ่ง)น้องสาวของมังจาเลที่กล้าเคยช่วยเหลือไว้ คอยดูแลกล้าเท่าที่สามารถจะทำได้ มะขามออกตามหากล้าจนพบและรู้ว่ากล้าความจำเสื่อม มะขามคิดหาทางช่วยออกจากที่คุมขังมะขามได้รู้จักกับมะเมี๊ยะ ทั้งสองสาวช่วยกันเพื่อให้กล้าฟื้นจากความทรงจำจากเฟื้องฟ้าที่ตอนนี้เป็นคนรักของมังจาเร มะเมี๊ยกับมะขามช่วยกันหาทางพากล้าออกจากคุกไปช่วย แต่ไม่รอด เพราะทกยอ(เอ)มาพอดี ทกยอตกใจที่เจอมะเมี๊ย สั่งทหารคุมตัวมะเมี๊ยกับมะขาม และพาตัวกล้ากลับเข้าคุก ละครเชลยศึก กล้าความจำฟื้นแล้วและต้องสู้กับมังจาเร กล้าแกล้งแพ้มังจาเรอย่างราบคาบ มังจาเรเจ็บใจมาก ออกไปด้วยความแค้น กล้ารีบบอกมังจาเรเรื่องเฟื่องฟ้าตายแล้ว ทกยอกลัว รู้ว่ามังจาเรไม่ปล่อยเขาแน่ อะละแมเสนอให้อองซอ(บอส)ไปฆ่ามังจาเร ในการประลองในลานประตูผี มะเมี๊ยกับมะขามกบุกบ้านอองซอ ค้นหาตัวเมี๊ยด อองซอกับมังจาเร ต่างคนต่างน่วม อองซอพลาด โดนมังจาเรเล่นงานอย่างหนัก มังจาเรเสียเปรียบ กล้าทนไม่ไหว ลุยเข้าไปในสนาม ช่วยเหลือมังจาเร และฆ่าอองซอ(ด้วยมีดของอองซอ)ตายคาสนาม มังจาเรแค้นทกยอมาก คว้ามีดที่ปักท้องอองซอ เขวี้ยงขึ้นไปปักที่หัวใจทกยอ ตายคาอัฒจรรย์ อะละแมช็อค หนีออกจากสนาม พระเจ้ามังระรู้ความจริงทุกอย่างจากเมี๊ยดจึงรับสั่งให้ปล่อยตัวมังจาเร มังจาเรทำศพเฟื่องฟ้าอย่างโศกเศร้า อาละแม(หมิง)กลัวความผิดจนเป็นบ้าเสียสติ พระเจ้ามังระยื่นข้อเสนอให้กล้าลุยเดี่ยวกับทหารอังวะ 10 นายแล้วจะปล่อยตัวเชลยทุกคนกลับอโยธยา สุดท้ายพระเจ้ามังระทำตามที่ตกลงยอมปล่อยตัวกล้าและเชลยทั้งหมดกลับสู่ อโยธยาอย่างสมศักดิ์ศรี รายชื่อนักแสดงนำในละคร เชลยศึก ปภาวิน หงษ์ขจร รับบท กล้าษริกา สารทศิลป์ศุภา รับบท ช่อมะขามเวฬุรีย์ ดิษยบุตร รับบท เฟื่องฟ้าปริศนา กัมพูสิริ รับบท มะเมี๊ยะภัครมัย โปตระนันท์ รับบท มะลิพงศ์สิรี บรรลือวงศ์ รับบท มังจาเรพุทธิพงษ์ คล้ำจีนภาณุวงศ์ รับบท อองซออรินทร์มาศ บุญครองทรัพย์ รับบท อาละแมชัยวัฒน์ ทองแสง รับบท โหนพศิน เรืองวุฒิ รับบท ทกยออัศนี สุวรรณ รับบท นิล ชูพงษ์ ช่างปรุง รับบท ครูเที่ยง ละครเชลยศึก ละครเชลยศึก ละครเชลยศึก ละครเชลยศึก ละครเชลยศึก ละครเชลยศึก

ไม่เลิก! เพจCSI LA แคลงใจหลักฐาน DNA คดีเกาะเต่า
คดีฆาตกรรม /  คดีเกาะเต่า / 

ข้องไม่เลิก! เพจCSI LA แคลงใจหลักฐาน DNA คดีเกาะเต่า  จากกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาคดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษบนเกาะเต่า โดยตัดสินใจ 2 จำเลยชาวพม่า ต้องโทษประหารชีวิต ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างอุทธรณ์คดีนั้น ล่าสุดแฟนเพจ CSI LAได้โพสต์ข้อความที่ยังข้องใจประเด็นเกี่ยวกับหลักฐาน DNA ของ2พม่า โดยเผยว่าหากเป็นของ2พม่าจริงทำไมตำรวจถึงต้องเเก้ตัวเเบบนี้ในเดือน กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งอ้างอิงตามข่าวของสำนักข่าวเดอะการ์เดี้ยน โดยระบุว่า ตำรวจเเก้ตัวว่าหลักฐาน DNA อาจถูกทำลายไปเเล้ว การนัดสืบพยานโจทก์นัดที่สอง ที่ศาลจังหวัดเกาะสมุย สุราษฏร์ธานี ต้องติดขัดเพราะ พ.ต.ท.สมศักดิ์ หนูรอด พนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน ซึ่งเป็นพยานปากสำคัญ เเละหนึ่งในหัวหน้าทีมสอบสวน ไม่สามารถยื่นหลักฐาน DNA จากก้นบุหรี่ เเละน้ำอสุจิให้กับทนายของฝ่ายจำเลยได้พ.ต.ท. สมศักดิ์ ยังมีท่าทีมึนงง เมื่อศาลถามถึงหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ พ.ต.ท. สมศักดิ์บอกว่าหลักฐาน DNA อาจถูกทำลายไปเเล้ว สื่ออังกฤษถามทนายนคร หัวหน้าทีมทนายของพม่า ว่ารู้สึกอย่างไรที่ตำรวจตอบคำถามเเบบนี้ ทนายนครบอก "คาดไว้นานเเล้ว ที่ตำรวจต้องออกมาเเก้ตัวเเบบนี้" เพราะล่าสุดทีมของทนายนคร ชมพูชาติ เพิ่งได้รับข้อมูลใหม่เกี่ยวกับ DNA จากตำรวจประเทศอังกฤษเเละพบว่า หลักฐาน DNA บนตัวผู้ตาย ที่ทางตำรวจอังกฤษได้พบ กับตำรวจไทยมีนั้น ไม่ตรงกัน ที่มา CSI LA MThai News 

นายกฯ ชี้ โทษประหารคดีข่มขืน ต้องรอบคอบ ปัดป้องคนผิด
ข่มขืนต้องประหาร /  คดีข่มขืน / 

พล.ต.สรรเสริญ เผย นายกรัฐมนตรี ปัดเข้าข้างคนผิด ปมประหารชีวิตจากการข่มขืน ขอทุกฝ่ายร่วมกันคิดรอบด้าน แก้ปัญหาให้ตรงจุด พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงการรณรงค์ให้ผู้กระทำผิดจากการข่มขืนได้รับโทษประหารชีวิตว่า คำว่า “สุดโต่ง” ที่นายกรัฐมนตรี กล่าวนั้น ไม่ได้หมายความว่าจะปกป้องหรือเข้าข้างผู้กระทำผิด แต่ต้องการให้สังคมร่วมกันพิจารณาอย่างรอบคอบว่า ที่จริงต้นเหตุของปัญหาคืออะไร การใช้กฎหมายรุนแรงบังคับแต่เพียงอย่างเดียว จะแก้ไขปัญหาได้จริงหรือไม่ จะต้องดูหลายมิติ ทั้งเรื่องกฎหมาย การสร้างจิตสำนึกที่ดี การสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวและสังคม เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับคนในประเทศและป้องกันไม่ให้ปัญหาเกิดขึ้นอีก ขณะเดียวกัน พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี เข้าใจหัวอกของพ่อ แม่ และญาติพี่น้องของผู้เสียหาย และรู้สึกเจ็บปวด ไม่พอใจผู้กระทำผิดเช่นเดียวกับคนทั่วไป แต่ก็ต้องมองปัญหาในฐานะที่เป็นรัฐบาล ซึ่งจะต้องพิจารณาในภาพรวมอย่างรอบคอบและเป็นสากล ซึ่งหากใช้ยาแรงหรือบังคับใช้กฎหมายอย่างรุนแรงที่สุด อาจยิ่งส่งเสริมให้ผู้กระทำผิดทำร้ายเหยื่อจนถึงแก่ชีวิต เพราะคิดว่าจะได้ไม่เหลือหลักฐานสำหรับการเอาผิดตนเอง ซึ่งจะมีผลถึงการรับโทษขั้นรุนแรง อย่างไรก็ตาม ได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมหาทางออกในเรื่องดังกล่าว เพื่อให้เกิดการยอมรับตามหลักสากล และขอให้ทุกฝ่ายร่วมกันคิดอย่างรอบด้าน เน้นการแก้ปัญหาที่ตรงจุด เกิดความยั่งยืน ปลูกฝังให้คนทำความดีและเกรงกลัวที่จะทำความชั่วควบคู่กันไปด้วย ที่มา inn

ร้าวฉาน ซาอุฯ ลั่นตัดสัมพันธ์การทูตกับอิหร่าน หลังสถานทูตถูกเผา
Embassy /  Iran / 

เกินเยียวยา ซาอุฯ ลั่นตัดสัมพันธ์การทูตกับอิหร่าน หลังผู้ประท้วงเผาสถานทูตซาอุฯ ในกรุงเตหะราน mashable อาเดล อัล-ญูเบอีร์ รัฐมนตรีต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย แถลงการณ์วานนี้ (3 ม.ค.) ยืนยันว่าทางการซาอุดีอาระเบียได้ตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่าน หลังกลุ่มผู้ประท้วงชาวอิหร่านบุกเข้าโจมตีสถานเอกอัครราชทูตซาอุฯ ในกรุงเตหะรานด้วยการจุดไฟเผา วางเพลิง พร้อมทั้งสั่งให้เจ้าหน้าที่ทางการทูตของอิหร่านทั้งหมดเดินทางออกจากแผ่นดินซาอุฯ ภายใน 48 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม การตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่านครั้งนี้ เป็นต่ำสุดของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งสองประเทศ ที่ตึงเครียดมายาวนานหลายทศวรรษ โดยที่รัฐบาลซาอุฯ ซึ่งถือเป็นผู้นำโลกมุสลิมฝ่ายสุหนี่มักกล่าวหาอิหร่านที่เป็นผู้นำชาติมุสลิมฝ่ายชีอะห์ว่าชอบเข้ามาแทรกแซงกิจการของประเทศโลกอาหรับ เมื่อวันที่ 2ม.ค.ที่ผ่านมา กลุ่มผู้ประท้วงชาวอิหร่านบุกเข้าไปยังที่ตั้งของสถานเอกอัครราชทูตซาอุดีอาระเบียในกรุงเตหะราน พร้อมทั้งจุดไฟเผาส่วนหนึ่งของอาคารสถานทูต หลังจากที่รัฐบาลริยาดทำการประหารชีวิตอิหม่ามนิกายชีอะห์ชื่อดัง “ชีค นิมรา อัล-นิมรา” นักวิพากษ์วิจารณ์ฝีปากกล้าต่อการปกครองที่กดขี่ของทางการซาอุดีอาระเบียที่มีชื่อเสียง ผู้ประท้วงที่กำลังโกรธแค้นพา ปาระเบิดเพลิงเข้าไปภายในสถานเอกอัครราชทูตซาอุฯ ในกรุงเตหะราน ก่อนจะบุกเข้าไปภายในฃ พร้อมทั้งทุบทำลายเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้สำนักงาน และหน้าต่างภายในอาคาร ก่อนจะจุดไฟเผาห้องห้องหนึ่งภายในอาคาร หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจของอิหร่านจะเดินทางมาถึง และทำการขับไล่ผู้ประท้วงออกไปนอกพื้นที่และเริ่มทำการดับเพลิงที่ลุกไหม้ เพื่องควบคุมสถานการณ์ ดูบทความต้นฉบับ : Saudi Arabia cuts ties with Iran after protesters burn Saudi embassy