ประหารชีวิต

ประหารชีวิตมือปืนส่ายก้น
คลิปยิงเจ้าสาว /  คลิปยิงแม่ยาย / 

ไม่ลดโทษ ศาลอุทธรณ์ ยันสั่งประหารชีวิต มือปืนจ่อยิงแฟนสาว พร้อมแม่ยาย

ไนจีเรียประหารทหาร 54 นาย ฐานไม่สู้รบ 'โบโก ฮาราม'
ประหารทหาร /  โบโก ฮาราม / 

ศาลทหารไนจีเรียตัดสินประหารชีวิตทหาร 54 นาย ฐานปอดแหกไม่ยอมร่วมการสู้รบกลุ่มโบโก ฮาราม วานนี้ (18 ธ.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าวศาลทหารไนจีเรีย พิพากษา ลงโทษทหาร 54 นาย โดยการประหารชีวิตด้วยการ ในข้อหาขัดขืนคำสั่ง ทำร้ายร่างกาย รวมถึงปฏิเสธที่จะออกไปสู้รบกับกลุ่มก่อการร้าย โบโก ฮาราม ทั้งนี้ ทหารกลุ่มดังกล่าวประจำพื้นที่ภาค 7 ของกองทัพไนจีเรียในเมืองมาอิดูกูรี ซึ่งเป็นที่ตั้งด่านหน้าของฝ่ายสู้รบทางภาคตะวันออก เฉียงเหนือของประเทศ แต่มีทหารจำนวนหลายนายที่ปฏิเสธการเคลื่อนขบวนไปสู้รบกับกองโจรโบโก ฮาราม อย่างไรก็ตาม ศาลยกฟ้องทหาร 5 นายในคดีเดียวกันนี้ ที่เริ่มการไต่สวนมาตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค. เมื่อวันที่ 12 ก.ย. ศาลอาญาศึกมีคำพิพากษาให้ประหารชีวิตทหาร 12 นาย ฐานขัดขืนคำสั่งและพยายามสังหารผู้บังคับบัญชา ขณะปฏิบัติการภารกิจต่อสู้กับกลุ่มโบโก ฮาราม ที่เมืองไมดูกูรี นับตั้งแต่ต้นปีนี้กลุ่มโบโก ฮาราม สังหารประชาชนไปแล้วกว่า 2,000 ศพ และเป็นผู้ก่อเหตุลักพาตัวนักเรียนหญิงกว่า 200 คน จากโรงเรียนในเมืองชิบ็อก ตั้งแต่กลางเดือนเม.ย. MThai News

น่าสนใจ! ไทม์ไลน์ของแฮร์รี่ พอตเตอร์ โดย เจ. เค. โรว์ลิ่ง
นิยายต่างประเทศ /  แฮร์รี่ พอตเตอร์

วันนี้ทีนเอ็มไทยนำ ไทม์ไลน์ของแฮร์รี่ พอตเตอร์ โดย เจ. เค. โรว์ลิ่ง มาฝากให้เพื่อนๆ อ่านกันค่ะ ขอบอกเลยว่ามันน่าสนใจมาก โดยเนื้อหาไทม์ไลน์ทั้งหมดนี้ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่ปรากฏในงานเขียน เพิ่มเติมจากที่โรวลิ่งโพสต์ในเว็บไซต์ และจากการให้สัมภาษณ์หลายครั้งและจากสื่อสิ่งพิมพ์อื่น ลองไปดูกันเลยดีกว่า ^^ น่าสนใจ! ไทม์ไลน์ของแฮร์รี่ พอตเตอร์ โดย เจ. เค. โรว์ลิ่ง น่าสนใจ! ไทม์ไลน์ของแฮร์รี่ พอตเตอร์ โดย เจ. เค. โรว์ลิ่ง ประเด็นหลักของเรื่องอยู่ที่ชุมชนผู้วิเศษ ซึ่งมีอยู่ในโลกเดียวกับมักเกิ้ล ชุมชนคู่ขนานเหล่านี้ก็มีสภาพทางภูมิศาสตร์และลำดับเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์เช่นเดียวกับชุมชนมักเกิ้ล แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโลกเวทมนตร์อาจเกิดขึ้นโดยอยู่นอกเหนือบันทึกประวัติศาสตร์ของโลก! ที่มาของไทม์ไลน์ - ลำดับเวลาได้ปรากฏถึงข้อบกพร่อง ซึ่งโรวลิ่งเองก็ได้ยอมรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น เนื่องจากบางครั้งเหตุการณ์ในลำดับเวลาก็มีความขัดแย้งกันเอง หรือไม่เข้ากันได้กับวันที่ปรากฏในปฏิทินกับวันที่เหตุการณ์ระบุไว้ว่าเกิดขึ้น แต่ยังไงแล้วลำดับเวลานี้ก็ได้รับการยอมรับให้เป็นลำดับเวลาที่ใช้ในเนื้อเรื่อง ต่อมาในปี ค.ศ. 2002 โรวลิ่งได้ทบทวนและปรับปรุงแก้ไขหลายครั้งจนกระทั่งเธอเห็นควรให้ใช้เป็นลำดับเวลา "อย่างเป็นทางการ" 382 ปีก่อนคริสตกาล - พ่อมดรู้จักประดิษฐ์ไม้กายสิทธิ์ ตระกูลโอลิแวนเดอร์เป็นตระกูลแรกที่เริ่มกิจการประดิษฐ์ไม้กายสิทธิ์นับแต่นั้นมา ค.ศ. 962 - พ่อมดเริ่มประดิษฐ์ไม้กวาดในการเดินทางได้อย่างแม่นยำ คริสต์ศตวรรษที่ 9/10 - ฮอกวอตส์ได้รับการก่อตั้งขึ้นโดยพ่อมดแม่มดผู้ยิ่งใหญ่สี่คน ได้มีการคัดสรรนักเรียนเข้าโรงเรียน ซัลลาซาร์ สลิธีรินเสนอให้การศึกษาของฮอกวอตส์จำกัดแต่พวกเลือดบริสุทธิ์แต่ไม่สำเร็จ เขาจึงถอนตัวออกจากคณะผู้ก่อตั้ง แต่แอบสร้างห้องแห่งความลับเอาไว้ในโรงเรียนด้วย ช่วงศตวรรษที่ 9 - บารอนเลือด สุภาพสตรีสีเทา และผู้ก่อตั้งทั้งสี่เสียชีวิต ค.ศ. 1163 - ควิดดิชเริ่มแพร่หลาย ทีมพัดเดิล ยูไนเต็ตได้รับการก่อตั้ง ค.ศ. 1203 - ทีมโฮลีเฮด ฮาร์ปีส์ก่อตั้ง ค.ศ. 1296 - พบสัตว์ร้ายมันติคอร์ ภายหลังกระทรวงเวทมนตร์จัดให้เป็นสัตว์อันตราย คริสต์ศตวรรษที่ 13 - เริ่มมีการประลองเวทไตรภาคี ค.ศ. 1325 - นิโคลัส แฟลมเมล นักเล่นแร่แปรธาตุชื่อดังและผู้ประดิษฐ์ศิลาอาถรรพ์เกิด ค.ศ. 1362 - พ่อมดเริ่มเล่นควิดดิชในพื้นที่ที่มีมักเกิ้ลอาศัย สภาพ่อมดจึงสั่งห้ามการเล่นควิดดิชในบริเวณ 50 ไมล์จากชุมชนมักเกิ้ลใด ๆ ค.ศ. 1368 - สภาพ่อมดเพิ่มการสั่งห้ามการเล่นควิดดิชในบริเวณโดยรอบชุมชนมักเกิ้ลใด ๆ เพิ่มขึ้นเป็น 100 ไมล์ ช่วงศตวรรษที่ 15 - บีเดิลยอดกวีแต่งนิทานเรื่องนิทานของบีเดิลยอดกวี ค.ศ. 1473 - มีการแข่งขันควิดดิชเวิร์ลคัพครั้งแรกในโลก ค.ศ. 1492 - เซอร์ นิโคลัส เดอมิมซี พอร์พิงตัน ถูกประหารชีวิต ในวันที่ 31 ตุลาคม (ผีประจำบ้าน) ค.ศ. 1692 - สหพันธ์พ่อมดนานาชาติจัดการประชุมขึ้นในปีนี้ และทำการตัดสินใจครั้งสำคัญในหลายประเด็น รวมไปถึงการให้สิทธิ์พ่อมดถือไม้กายสิทธิ์ได้ตลอดเวลา และตัดสินใจซ่อนวัตถุเวทมนตร์จากพวกมักเกิ้ล และเป็นปีที่โลกผู้วิเศษแยกตัวออกมาจากโลกของมักเกิ้ลอย่างสมบูรณ์ ค.ศ. 1717 - กระทรวงเวทมนตร์ออกกฎหมายห้ามพ่อมดเสกคาถาโทษผิดสถานเดียว ประกอบด้วย อะวาดา เคดาฟ-รา ครูซิโอ และอิมเปริโอ โดยมีบทลงโทษอย่างเข้มงวดอย่างยิ่ง ค.ศ. 1881 - อัลบัส ดัมเบิลดอร์เกิด ค.ศ. 1883 - เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์เกิด ค.ศ. 1884 - อาเบอร์ฟอร์ธ น้องชายดัมเบิลดอร์เกิด ค.ศ. 1885 - แอรีอานนา น้องสาวดัมเบิลดอร์เกิด ค.ศ. 1899 - เคนดรา แม่ดัมเบิลดอร์ และแอรีอานนาเสียชีวิต ค.ศ. 1907 - เมโรเพ ก็อนท์เกิด ค.ศ. 1925 - มาร์โวโล่และมอร์ฟินทำร้ายทอม ริดเดิ้ล ซีเนียร์ นำไปสู่การถูกจับกุมและการคุมขัง เมโรเพใช้ยาเสน่ห์กับทอม ริดเดิ้ลในระหว่างที่สมาชิกในครอบครัวคนอื่นถูกจำขังอยู่ ทั้งสองแต่งงานกันหนึ่งปีก่อนที่ลูกชายจะเกิด; ฟินิแอส ไนเจลลัสเสียชีวิต ค.ศ. 1926 - 31 ธันวาคม : ทอม มาร์โวโล่ ริดเดิ้ล เกิด เมโรเพ ก็อนท์เสียชีวิต ค.ศ. 1927 - นิวส์ สคาแมนเดอร์แต่งหนังสือสัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่ ค.ศ. 1928 - 6 ธันวาคม: รูเบอัส แฮกริด เกิด ค.ศ. 1935 - 4 ตุลาคม: มิเนอร์ว่า มักกอนนากัล เกิด ค.ศ. 1938 - อัลบัส ดัมเบิลดอร์ไปพบทอม ริดเดิ้ลในโรงเลี้ยงเด็กกำพร้า และบอกเขาว่าเขาเป็นพ่อมด ค.ศ. 1942 - ทอม ริดเดิ้ลฆ่าครอบครัวฝ่ายพ่อของตน และขโมยแหวนแห่งสลิธีรินจากมอร์ฟีน ลุงของตน เพื่อทำฮอร์ครักซ์ ภายหลังมอร์ฟีนถูกจับและเสียชีวิตลงในคุกอัซคาบัน ค.ศ. 1943 - ห้องแห่งความลับถูกเปิดออกโดยทอม ริดเดิ้ล และปลดปล่อยสัตว์ร้ายที่ถูกขังอยู่ในนั้น เมอร์เทิลเสียชีวิต เขาป้ายความผิดให้แฮกริด ซึ่งทำให้แฮกริดถูกไล่ออกจากโรงเรียน แต่ทอม ริดเดิ้ลได้รับรางวัลเป็นการตอบแทน ค.ศ. 1945 - ดัมเบิลดอร์สามารถเอาชนะกรินเดลวัลต์ได้ในปีนั้น และเป็นเจ้าของไม้กายสิทธิ์เอลเดอร์ ค.ศ. 1947 - ริดเดิ้ลฆ่าเฮปซิบาห์ สมิธและขโมยล็อกเก็ตแห่งสลิธีรินและถ้วยของฮัฟเฟิลพัฟเพื่อทำฮอร์ครักซ์ ค.ศ. 1949 - มอลลี่ วีสลีย์ เกิด ค.ศ. 1950 - อาเธอร์ วีสลีย์ เกิด ค.ศ. 1951 - เบลลาทริกซ์ เลสแตรงจ์ เกิด ค.ศ. 1954 - ลูเซียส มัลฟอย เกิด ค.ศ. 1955 - นาร์ซิสซา มัลฟอย เกิด ค.ศ. 1956 - โวลเดอมอร์แต่งตั้งตนเป็นลอร์ดโวลเดอมอร์และครอบงำโลกผู้วิเศษ ค.ศ. 1960 - เจมส์ พอตเตอร์, ลิลี่ พอตเตอร์, รีมัส ลูปิน, ซีเรียส แบล็ก, ปีเตอร์ เพ็ตติกรูว์ และเซเวอรัส สเนป เกิด ค.ศ. 1961 - เรกูลัส แบล็ก เกิด ค.ศ. 1962 - บาร์ทีเมียส เคร้าช์ จูเนียร์ เกิด ค.ศ. 1966 - กระทรวงเวทมนตร์เริ่มต่อต้านลอร์ดโวลเดอมอร์ ค.ศ. 1970 - บิล วีสลีย์ เกิด ค.ศ. 1972 - ชาลี วีสลีย์ เกิด ค.ศ. 1973 - นิมฟาดอร่า ท็องส์ เกิด ค.ศ. 1975 - สแตน ชันไพก์เกิด ค.ศ. 1976 - วิกเตอร์ ครัม และ โอลิเวอร์ วู้ด เกิด 22 สิงหาคม ค.ศ. 1976 - เพอร์ซี่ วีสลีย์ เกิด 1 เมษายน ค.ศ. 1978 - เฟร็ดและจอร์จ วีสลีย์ เกิด ค.ศ. 1979 - เรกูรัส แบล็กเสียชีวิตในถ้ำมรณะด้วยกับดักของโวลเดอมอร์และสลับเปลี่ยนล็อกเก็ตโดยของจริงเอาเก็บไว้กับครีเชอร์ ของปลอมถูกทิ้งไว้ที่ถ้ำมรณะ ค.ศ. 1979 - โวลเดอมอร์เรืองอำนาจอย่างยิ่งใหญ่และฆ่าพ่อมดแม่มดจำนวนมาก, เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์เกิด. ซีบิลล์ ทรีลอว์นีย์ทำนายผู้ที่จะปราบลอร์ดโวลเดอมอร์ ค.ศ.1980 รอน วีสลีย์ เกิดในวันที่ 1 มีนาคมเดรโก มัลฟอย เกิดในวันที่ 5 มิถุนายนเนวิลล์ ลองบัตท่อม เกิดในวันที่ 31 กรกฎาคมแฮร์รี่ พอตเตอร์ เกิดในวันที่ 31 กรกฎาคม ค.ศ. 1981 - โวลเดอมอร์เรืองอำนาจและกำลังจะยึดครองโลกผู้วิเศษ โวลเดอมอร์หวาดระแวงคำทำนายของทรีลอว์นีย์และบุกไปบ้านของพวกพอตเตอร์ในวันที่ 31 ตุลาคม หลังจากฆ่าเจมส์และลิลี่ โวลเดอมอร์สูญเสียพลังอำนาจและสลายไป แฮร์รี่กลายเป็นฮอร์ครักซ์อีกชิ้น ดัมเบิลดอร์ฝากแฮร์รี่ไว้กับครอบครัวเดอร์สลีย์ จินนี่ วีสลีย์ เกิด ซิเรียส แบล็กถูกจับกุม ค.ศ. 1991 - แฮร์รี่เข้าเรียนที่ฮอกวอตส์ ค.ศ. 1992 - แฮร์รี่เผชิญหน้ากับโวลเดอมอร์ และป้องกันศิลาอาถรรพ์ไว้ได้ ควีเรลล์และนิโคลัส แฟลมเมลเสียชีวิต ห้องแห่งความลับถูกเปิดออกอีกครั้ง และสัตว์ร้ายทำร้ายนักเรียนจำนวนมาก ค.ศ. 1993 - แฮร์รี่ปราบบาซิลิสก์สัตว์ร้ายในห้องแห่งความลับได้ และทำลายสมุดบันทึกของริดเดิ้ล ซิเรียส แบล็กหนีออกมาจากคุกอัซคาบัน ค.ศ. 1994 6 มิถุนายน - แฮร์รี่ช่วยซิเรียสจากผู้คุมวิญญาณ และให้ซิเรียสหนีไปลอร์ดโวลเดอมอร์ฆ่าเบอร์ธา จอร์กินส์ลอร์ดโวลเดอมอร์ฆ่าแฟรงค์ ไบรส์ฤดูร้อน - ไอร์แลนด์ชนะบัลแกเรียในการแข่งขันควิดดิชเวิลด์คัพครั้งที่ 422 ผู้เสพความตายบุกที่เวิลด์คัพฤดูใบไม้ร่วง - โลกผู้วิเศษนำเอาการประลองเวทไตรภาคีกลับมาอีกครั้ง ฮอกวอตส์เป็นเจ้าภาพ10 ตุลาคม - แฮร์รี่ได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนโรงเรียนคู่กับเซดริก ดิกเกอรี่24 พฤศจิกายน - เผชิญหน้าภารกิจแรกการต่อสู้กับมังกร แฮร์รี่และครัมมีคะแนนเท่ากันคือ 40 คะแนนมาเป็นอันดับแรก ค.ศ. 1995 24 กุมภาพันธ์ - การประลองเวทไตรภาคีภารกิจที่สอง ต่อสู้ในทะเลสาบและช่วยตัวประกัน แฮร์รี่และเซดริกคะแนนเท่ากัน 85 คะแนน24 มิถุนายน - การประลองเวทไตรภาคีภารกิจที่สามเขาวงกต ครัมและเฟลอร์ถอนตัวเนื่องจากบาดเจ็บจากภารกิจ แฮร์รี่และเซดริกแตะถ้วยรางวัลพร้อมกัน แต่ถ้วยเป็นกุญแจนำทางทำให้ทั้งสองไปพบกับโวลเดอมอร์24 มิถุนายน - เพ็ตติกรูว์ฆ่าเซดริก โวลเดอมอร์กลับมาอีกครั้ง แฮร์รี่และโวลเดอมอร์สู้กัน จนกระทั่งแฮร์รี่แตะถ้วยรางวัลหนีไปพร้อมกับศพเซดริก25 มิถุนายน - ดัมเบิลดอร์เรียกสมาชิกภาคีนกฟีนิกซ์เพื่อรวมตัวอีกครั้ง เคร้าท์ จูเนียร์เสียชีวิต2 สิงหาคม - แฮร์รี่ทำผิดกฎหมายกระทรวงห้ามเสกเวทมนตร์นอกโรงเรียนเมื่ออายุยังไม่ถึง 17 ปี ซึ่งแฮร์รี่พบกับผู้คุมวิญญาณที่จะเข้ามาทำร้าย12 สิงหาคม - แฮร์รี่ขึ้นศาลวิเซนกาม็อตและพ้นข้อกล่าวหา5 ตุลาคม - เฮอร์ไมโอนี่รวบรวมกองทัพต่อต้านกระทรวงธันวาคม - ดัมเบิลดอร์เขียนความคิดเห็นเกี่ยวกับนิทานของบีเดิลยอดกวี ค.ศ. 1996 ปลายเดือนมิถุนายน - พวกแฮร์รี่บุกกระทรวงและเกิดสงครามที่กระทรวงระหว่างผู้เสพความตายและภาคีนกฟีนิกซ์ ซิเรียส แบล็กเสียชีวิต โวลเดอมอร์เปิดศึกกับดัมเบิลดอร์จนกระทรวงพังพินาศ แต่โวลเดอมอร์หนีไปได้ต้นเดือนกรกฎาคม - คอร์นีเลียส ฟัดจ์ถูกไล่ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์ รูฟัส สคริมเจอร์ขึ้นแทน ค.ศ. 1997 ช่วงเมษายน-เดือนพฤษภาคม - ดัมเบิลดอร์และแฮร์รี่รู้ความลับเรื่องฮอร์ครักซ์กลางเดือนมิถุนายน - ดัมเบิลดอร์และแฮร์รี่บุกถ้ำมรณะ และต่อสู้กับกองทัพอินเฟอไร จนขโมยล็อกเก็ตที่เป็นฮอร์ครักซ์มาได้กลางเดือนมิถุนายน - แฮร์รี่และดัมเบิลดอร์เดินทางกลับโรงเรียน แต่ดัมเบิลดอร์ถูกสเนปฆ่า สเนปหนีไป และเกิดสงครามที่ฮอกวอตส์ แต่ผู้เสพความตายหนีไปได้ปลายเดือนมิถุนายน - งานศพดัมเบิลดอร์27 กรกฎาคม - แฮร์รี่หนีผู้เสพความตายที่กำลังจะบุกมาหาเขา ภายหลังพวกเขาพบกองทัพผู้เสพความตาย ทำให้เกิดสงครามกลางอากาศ ภายหลังแฮร์รี่พบกับโวลเดอมอร์แต่ไม้กายสิทธิ์ที่โวลเดอมอร์ยืมมาระเบิด แฮร์รี่สามารถหนีฝ่าวงล้อมออกมาได้ ภายหลังเฮ็ดวิกและมู้ดดี้เสียชีวิตจากสงครามบนอากาศ31 กรกฎาคม - แฮร์รี่บรรลุนิติภาวะ1 สิงหาคม - งานแต่งงานของบิลและเฟลอร์ ผู้เสพความตายบุกงานแต่งงานพวกแฮร์รี่ทั้งสามหนีมาได้1 สิงหาคม - โวลเดอมอร์ฆ่ารูฟัส สคริมเจอร์และยึดครองกระทรวงและโลกผู้วเศษได้ทั้งหมดปลายเดือนสิงหาคม - สเนปขึ้นเป็นอาจารย์ใหญ่คนใหม่ของฮอกวอตส์2 กันยายน - พวกแฮร์รี่บุกกระทรวงและขโมยล็อกเก็ตของจริงมาได้24 ธันวาคม - แฮร์รี่และเฮอร์ไมโอนี่ไปที่ก็อดดริกส์ โฮลโล่แต่กลับเจอกับดักของโวลเดอมอร์ จนเกือบพลาดท่าแต่ก็หนีมาได้26 ธันวาคม - รอนกลับมาและทำลายล็อกเก็ตด้วยดาบของกริฟฟินดอร์28 ธันวาคม - พวกแฮร์รี่ไปที่บ้านเลิฟกู๊ด แต่ถูกผู้เสพความตายตามตัวเจอและต่อสู้จนบ้านพังทลาย พวกแฮร์รี่จึงหนีมาได้ ค.ศ. 1998 7 มีนาคม - แฮร์รี่และพวกถูกจับไปไว้ที่บ้านมัลฟอยจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด แต่ด็อบบี้มาช่วยไว้ได้ เพ็ตติกรูว์ตาย ภายหลังพวกเขาหนีมาได้แต่ด็อบบี้ก็ถูกมีดสั้นเสียบจนสิ้นใจตายภายหลัง2 พฤษภาคม - แฮร์รี่บุกกริงกอตส์ได้สำเร็จและขโมยถ้วยทองของฮัฟเฟิลพัฟมาได้ พวกแฮร์รี่ขี่มังกรไปหลบซ่อน แฮร์รี่รู้ภายหลังว่าฮอร์ครักซ์อีกชิ้นอยู่ที่ฮอกวอตส์ พวกเขาไปที่ฮอกวอตส์แต่ถูกผู้เสพความตายรู้ทัน พวกเขาหนีไปหลบซ่อนที่บ้านของน้องชายดัมเบิลดอร์และใช้ทางลับไปที่ฮอกวอตส์ได้ ที่โรงเรียนสเนปและมักกอนนากัลก็ต่อสู้กันอย่างดุเดือดจนสเนปหนีไปได้ แฮร์รี่รู้ความลับเรื่องฮอร์ครักซ์อีกชิ้น เฮอร์ไมโอนี่สามารถทำลายถ้วยทองได้ แฮร์รี่เองก็ทำลายฮอร์ครักซ์อีกชิ้นได้เช่นกัน สงครามฮอกวอตส์เริ่มต้นขึ้นและมีคนตายมากมาย3 พฤษภาคม - โวลเดอมอร์ฆ่าสเนป พวกเขารู้ภายหลังว่าสเนปเป็นคนดี สงครามยังคนดำเนินต่อไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นสงครามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของฮอกวอตส์ เนวิลล์สามารถฆ่านากินีได้ แฮร์รี่ต่อสู้กับโวลเดอมอร์จนกระทั่งโวลเดอมอร์ตาย สงครามยังไม่ยุติจนผู้เสพความตายตายบ้าง หนีไปบ้างและโดนจับบ้าง สงครามที่ยิ่งใหญ่จึงจบลงหลังจากสงคราม - แฮร์รี่และรอนเข้าทำงานในสำนักงานมือปราบมาร คิงส์ลีย์ ชักเคิลโบลต์เป็นรัฐมนตรีคนใหม่ ค.ศ. 2007 - แฮร์รี่เป็นหัวหน้าสำนักงานมือปราบมาร ที่มา http://th.wikipedia.org/

20 เรื่องที่ควรจะรู้ไว้เกี่ยวกับวันวาเลนไทน์
valentine's day /  ความรักวัยรุ่น / 

วันวาเลนไทน์ ที่กำลังจามาถึง คู่รักหลายคู่ก็คงคิดหาเรื่องเซอร์ไพรส์แฟนกันอยู่แน่ๆ แต่ความจริงแล้วเพื่อนๆ รู้ไหมว่า ความหมายที่แท้จริงของวันงาเลนไทน์คืออะไร? ทีนเอ็มไทยนำ 20 เรื่องที่ควรจะรู้ไว้เกี่ยวกับวันวาเลนไทน์ มาฝากเพื่อนๆ กันคะ แล้วลองดูซิว่ามันจริงรึเปล่า ? ^^ 20 เรื่องที่ควรจะรู้ไว้เกี่ยวกับวันวาเลนไทน์ 1. วันวาเลนไทน์เกิดขึ้นระลึกถึงนักบุญเซนต์วาเลนไทน์ (Saint Valentine) ผู้รับโทษประหารในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 270 เพราะในยุคนั้นมีกฏหมายห้ามไม่ให้มีแต่งงานของพวกคริสเตียน แต่เซนต์วาเลนไทน์ยังแอบจัดงานแต่งงานให้กับคู่รักคริสเตียนจนถูกจับขังและรับโทษ โดยในขณะที่ถูกคุมขังนั้น เขาก็พบรักกับสาวตาบอดซึ่งเป็นลูกสาวของผู้คุม ด้วยความรักและคำอธิษฐานของเขา พระเจ้าได้ทรงโปรดให้ตาของสาวคนรักหายเป็นปกติ แต่เมื่อความนี้ล่วงรู้ถึงหูกษัตริย์ เซนต์วาเลนไทน์จึงถูกประหารชีวิตด้วยการตัดศรีษะ ต่อมาเมื่อคนทั่วไปทราบเรื่องราวจึงเกิดความประทับใจและยึดถือเอาวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็น วันแห่งความรัก นั่นเอง 2. คนที่ฟ้าส่งมาให้รักเรามากที่สุดคือ พ่อแม่ เป็นรักไม่มีวันหมดอายุ ไม่มีเงื่อนไข เพราะต่อให้เราอ้วน น่าเกลียด พิการ ทำตัวงี่เง่ายังไง พ่อแม่ก็ยังรักและพร้อมจะเสียสละเพื่อเราเสมอ ดังนั้นในวันวาเลนไทน์ จึงอยากใหคุณๆ ทำดีต่อคุณพ่อคุณแม่ให้มากๆ นะคะ 3. คนที่ไม่มีแฟนไม่ใช่คนอาภัพน่าสงสารในวันวาเลนไทน์ เพราะคนโสดก็มีความรักได้ และคนที่น่าสงสารที่สุดก็คือคนที่ไม่มีความรักในหัวใจต่างหากล่ะ อีกอย่าง...คนที่มีแฟน แต่แฟนห่วยแตก ชีวิตเหมือนถูกขังให้ทรมานไปวันๆ น่าสงสารกว่าคนโสดเป็นไหนๆ 4. จากการสำรวจพบว่าในวัยเรียน เด็กคอซอง คนที่ให้ของขวัญบอกรักกันมากที่สุดในวันวาเลนไทน์ ไม่ใช่ คู่รัก แต่เป็น เพื่อน ดังนั้นอย่าเครียดไปเลยที่แม้ว่าจะยังไม่มีแฟนมาควงแขนอวดใครในวันวาเลนไทน์ เพราะถึงยังไง เราก็ยังมีเพื่อนมากมายที่มอบความรักต่อกันได้อยู่นะ 5. กุหลาบราคาแพงไม่ได้แสดงว่าเค้ารักเรามากจริงๆ ดังนั้นอย่าไปเชื่อคำพูดของใครว่า รักเรามาก เพียงเพราะเค้าให้ดอกกุหลาบราคาแพงหูฉี่ เรื่องแบบนี้อยู่ที่ใจล้วนๆ 6. ครูที่ปรึกษาหลายท่านร้องไห้ด้วยความทราบซึ้ง เมื่อลูกศิษย์ประจำห้องมอบดอกกุหลาบวันวาเลนไทน์ให้ท่านคนละดอก ลองวางแผนเซอร์ไพร้ส์ครูดูไหมล่ะ ให้เพื่อนๆ เอาดอกไม้ไปไหว้ครูพร้อมๆ กัน ได้เห็นครูน้ำตาร่วงเพราะซึ้งใจชัวร์ดิ 7. เมื่อเธอมองรอบตัว จะพบสิ่งมีชีวป็นผู้ให้ความรักแก่พวกเขา มีเมตตาแก่พวกเขาดู แล้วเธอจะเต็มอิ่มไปด้วยรักในหัวใจ 8. คนที่ได้ดอกกุหลาบมากที่สุด ไม่ได้หมายความว่าคนๆ นั้นจะมีความรักที่น่าอิจฉาที่สุด ตรงกันข้าม คนที่ไม่ได้ของขวัญวาเลนไทน์ซักชิ้น อาจจะมีรักที่น่าอิจฉาที่สุดเลยก็เป็นได้ 9. ของขวัญวาเลนไทน์ที่มีค่าที่สุด อาจลงทุนน้อยที่สุด เช่น การ์ดที่ตั้งใจทำกับมือ ดาวกระดาษที่พับมาเป็นเดือนๆ หรือของราคาถูกแต่ตั้งใจหาซื้อมาด้วยใจ เพราะฉะนั้น อย่าตีค่าความรักของใครด้วยราคาของขวัญที่เค้าให้ เราดูที่การกระทำดีกว่านะ ก็มีค่ายิ่งใหญ่สุดๆ แล้ว 10. เดือนกุมภาพันธ์ซึ่งเป็นเดือนแห่งความรัก กลับเป็นเดือนที่มีวันน้อยที่สุดของปี บอกให้เรารู้ว่า ความรักจะสั้นหรือยาวไม่ได้อยู่ที่วันเวลาที่คบกันมา แต่อยู่ที่การทำทุกนาทีให้มีค่าร่วมกันนะจ๊ะ 11. วันวาเลนไทน์ไม่ใช่วันเสียตัวแห่งชาติ เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะกลายเป็นแฟชั่นแปลกๆ ไปแล้วว่าวาเลนไทน์โรงแรมม่านรูดจะต้องเต็ม! ไม่เวิร์คเลย เพราะที่สุดแล้ว คนที่จะต้องมานั่งเสียใจในภายหลังก็คือเราคนเดียวเท่านั้น การมีอะไรกันไม่ได้บ่งบอกว่ารักกันเสมอไป ควรมีเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น 12. วันวาเลนไทน์ แม้จะตื่นเต้นยังไง ก็ยังต้องเรียนหนังสือ ไม่ใช่เอาแต่เหม่อมองรอคอยใครมาให้ดอกไม้ หรือร่าเริงโดดเรียนไปเที่ยวซะงั้น บางคนพอถึง วันวาเลนไทน์ สติแตก เอาแต่วางแผนว่าจะเซอร์ไพร้ส์แฟนยังไง ทำอะไรบ้าง สรุป วันนี้สอบตกเพราะไร้สติโดยสิ้นเชิงล่ะ 13. คนโสดก็มีวาเลนไทน์ที่อบอุ่นได้แค่เพียงรักตัวเอง ขอให้จำไว้เลยว่า แค่เพียงเราใช้วันวาเลนไทน์เป็นวันที่เราดูแลสุขภาพร่างกาย มอบความรัดให้ตัวเอง เราก็จะเป็นผู้หญิงที่น่าอิจฉาที่สุดได้อยู่แล้ว 14. อย่าเสียเงินไปซื้อดอกไม้หรือตุ๊กตามาเดินถือ เพียงเพราะกลัวขายหน้าที่ยังไม่มีใครให้ของขวัญวาเลนไทน์ มันเป็นอะไรที่ไร้สาระมากๆ เพราะการเดินมือเปล่าในวันวาเลนไทน์ไม่ใช่เรื่องน่าอายซักกะหน่อย ถ้ารวยนักละก็ เอาเงินไปบริจาคให้เด็กยากจนดีกว่านะ 15. ถ้าอยากให้ของขวัญวาเลนไทน์ที่อยู่นานๆ ต้นไม้ในกระถางก็น่ารักดี ดีกว่าดอกไม้ราคาแพงหูฉี่ แต่สามวันเน่า ลองไปหาซื้อไม้ใบ ไม้ดอกสวยๆ เอามามอบให้กัน ราคาถูกกว่า แถมอยู่ได้นานกว่าด้วย อีกอย่างมันก็มีความหมายเป็นนัยๆ ว่า รักของเราจะมั่นคงยาวนาน เหมือนต้นไม้ที่เติบโตและไม่เหี่ยวเฉาง่ายๆ ถ้าได้รับการดูแลอย่างดีนะจ๊ะ 16. ผู้ชาย 55 เปอร์เซ็นต์มองว่าการให้ดอกไม้วาเลนไทน์เป็นเรื่องไร้สาระ บางคนถือว่าการให้ดอกไม้ผู้หญิงเป็นพวกเชยระเบิด ้าจะต้องทำเซอร์ไพร้ส์ให้เราวันวาเลนไทน์ เพราะความรักของเค้าอาจจะไม่ได้โฟกัสที่ตรงจุดนั้น 17. สิ่งที่จะทำให้ผู้ชายซึ้งใจและรักเรามากคือความเข้าใจ ไม่ใช่ของขวัญวาเลนไทน์ราคาแพง เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นเลยที่เราจะต้องอดข้าว อดน้ำเพื่อซื้อขอราคาแพงเกินตัวให้เค้า ถ้าเค้ารักเราจริง เค้าคงไม่สบายใจที่เห็นเราต้องทรมานตัวเองแบบนั้นหรอกนะ ความเข้าใจในตัวของเค้าและอยู่กับเค้าโดยสร้างความสุขให้กันได้ทุกวัน สำคัญสุดแล้ว 18. โลกของเราก็อยากได้ของขวัญวาเลนไทน์จากเธอ ลองหันมารักโลก ทำสิ่งดีๆ ให้โลกกันดูไหม เช่น ปลูกต้นไม้ สัญญากับตัวเองว่าจะลดการใช้ถุงพลาสติก ประหยัดไฟ ประหนัดน้ำ ฯลฯ แบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะ 19. ความสำคัญของการมีแฟนไม่ได้อยู่ที่มีคนเดินด้วยในวันวาเลนไทน์เท่านั้น ฉะนั้นอย่าคิดโง่ๆ แค่ว่า อยากมีแฟนเพราะจะได้มีคนมาเดินข้างๆ ในวันวาเลนไทน์ จนต้องรีบควานหาเอาใครก็ได้มาเคียงคู่ เพียงเพราะว้อนท์อยากมีแฟนใจจะขาด แบบนั้นเธอเสี่ยงจะเจอรักคุดหรือรักสุดอะเฟดได้ 20. เราสามารถมีวันวาเลนไทน์ได้ทุกวัน แค่เพียงทำทุกวันให้เป็นวันแห่งความรัก ดูแลกันและกันทุกวัน ใส่ใจกันทุกวัน แล้วเธอก็จะพบว่า ไม่ว่าวันไหน โลกก็เป็นวีชมพูได้ แค่เพียงยังมีกันและกันอยู่เสมอ ขอบคุณข้อมูล http://www.cityvariety.com/cityworld-8978.html

ฆาตกรจอมวิปริตชาวบราซิล ฆ่า 41 ศพ เพื่อความสนุก
ฆาตกรชาวบราซิล /  ฆาตกรโรคจิต / 

 ฆาตกรจอมวิปริต สังหารเหยื่อ รวม 41 ราย โดยให้เหตุผลว่าทำไปเพื่อความสนุกสนาน วันนี้ (12 ธ.ค.) สำนักข่าวยะฮู นิวส์ รายงานข่าว นายเซลสัน โฮเซ่ ดาส กรากัส วัย 26 ปี ฆาตกรสุดโหดชาวบราซิล รับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่าได้ลงมือฆาตกรรมคนมาแล้วถึง 41 คน หลังจากถูกกล่าวหาว่าทำร้ายผู้หญิงคนหนึ่งในเมืองริโอ โดยเขาให้เหตุผลว่าฆ่าคนเพื่อความสนุกสนาน ทั้งนี้ ผู้บัญชาการตำรวจ กล่าวว่าเขาจะทำการติดตามเหยื่อเพื่อคอยสังเกตพฤติกรรม และดักรอสังหารเหยื่อที่หมายหัวไว้เป็นสัปดาห์ หรือนานนับเดือน และก่อนลงมือจะเตรียมการอย่างพิถีพิถันขึ้นอยู่กับสถานที่ที่ลงมือ ทั้งนี้เหยื่อส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง โดยเขาจะเลือกเหยื่อที่เป็นหญิงสาวผิวขาว แต่จะไม่เตะต้องผู้หญิงผิวสี เขาเริ่มสังหารคนครั้งแรกเมื่ออายุเพียง 17 ปี และยังรับสารภาพว่าในช่วงเวลา 9 ปีที่ผ่านมา เขาได้ลงมือฆ่าผู้หญิงไปแล้วทั้งหมด 37 ศพ ผู้ชาย 3 ศพ และเด็กวัย 2 ขวบ อีก 1 ศพ รวมถึงยังเคยได้รับการว่าจ้างจากสามีภรรยาคู่หนึ่งให้ฆ่าคนเพื่อแลกกับเงิน ซึ่งทั้งคู่ได้ถูกจับกุมตัวไปแล้ว โดยเขาได้ใช้อาวุธปืนเป็นเครื่องมือในการสังหาร ส่วนเหยื่อคนอื่นๆใช้วิธีรัดคอ โดยหนุ่มจอมวิปริตรายนี้ ยังเผยต่อไปอีกว่า เวลาที่เขาไม่ได้ฆ่าคนจะรู้สึกเครียด จนต้องออกจากบ้านไปหาเหยื่อ โดยหลังจากที่ลงมือสังหารเหยื่อ เขาจะเฝ้าคิดถึงเหยื่อรายนั้นเป็นเวลา2-3เดือน และออกล่าเหยื่อคนใหม่ อย่างไรก็ตามตำรวจเผยว่านายกรากัสมีอาการทางจิต ตามกฎหมายบราซิลกำหนดโทษจำคุกสูงสุดเป็นเวลา30ปี และไม่เคยตัดสินโทษร้ายแรงถึงขั้นประหารชีวิต MThai News

จอร์แดนเตรียมถล่มกลุ่มไอเอส แก้แค้นนักบินถูกเผาทั้งเป็น
กลุ่มไอเอส /  นักบินจอร์แดน / 

จอร์แดนเตรียมโจมตีทางอากาศถล่มกลุ่มไอเอส แก้แค้นนักบินถูกเผาทั้งเป็น สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า จอร์แดนเตรียมปฏิบัติการโจมตีทางอากาศถล่มกลุ่มไอเอส หลังจากประกาศตอบโต้อย่างหนัก เพื่อแก้แค้นให้นักบินชาวจอร์แดน โดยใช้เครื่องบินรบกว่า 30 ลำ ล้างแค้นเผานักบินกองทัพอากาศจอร์แดน ด้วยการเผาทั้งเป็น หลังกลุ่มไอเอสเผลแพร่คลิปวิดีโอประหารชีวิตนักบินจอร์แดนด้วยการเผาทั้งเป็น เจ้าหน้าที่รัฐบาลที่ไม่ประสงค์เอ่ยนามรายหนึ่งบอกว่า อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้ระบุถึงตำแหน่งที่ดำเนินการถล่มทางอากาศโดยเพียงแต่บอกว่ากองทัพจะออกถ้อยแถลงชี้แจงปฏิบัติการนี้ในภายหลัง โดย นายโมฮัมเหม็ด อัล-โมมานี รัฐมนตรีกระทรวงสารสนเทศจอร์แดน กล่าวว่า ประเทศของตนเตรียมตอบโต้ไอเอสแบบสะท้านโลก หลังจากมีการเผยแพร่คลิปเผาทั้งเป็น เรืออากาศโท มาอัซ อัล-คัสซาเบห์ ด้วยฝีมือของกลุ่มไอเอส

ปากีฯประหารนักโทษก่อการร้าย500คนสัปดาห์หน้า
กลุ่มก่อการร้าย /  ประหารนักโทษ / 

สมาชิกของกลุ่มก่อการร้าย 500 คน จะถูกประหารชีวิตในสัปดาห์หน้า หลังรัฐบาลปากีสถาน มีคำสั่งให้นำโทษประหารชีวิตในคดีก่อการร้ายกลับมาใช้อีกครั้ง สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดี นาวาซ ชารีฟ ผู้นำปากีสถาน ได้ออกมายืนยันปฏิเสธคำร้องขอ ละเว้นโทษประหารชีวิตของนักโทษประมาณ 500 คน ซึ่งการประหารชีวิตจะมีขึ้นในสัปดาห์หน้า หลังจากเมื่อวันที่ 19 ธ.ค.2557 ได้ประหารนักโทษคดีที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายจำนวน 6 คน โดยใช้วิธีแขวนคอ คำสั่งให้ยกเลิกการระงับโทษประหารชีวิตนักโทษมีขึ้นหลังจากที่กลุ่มตอลีบาน บุกโจมตีโรงเรียนสังกัดกองทัพในเมืองเปชวาร์ เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.2557 และสังหารหมู่นักเรียน 133 คน จากผู้เสียชีวิตทั้งหมด 149 คน ซึ่งเป็นการโจมตีครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของปากีสถาน

สนช. ผ่านร่างปรับปรุง กฎหมายศาลทหาร
ข่าววันนี้ /  ศาลทหาร / 

สนช. ผ่านร่างปรับปรุง กฎหมายศาลทหาร กำหนดให้ตุลาการพระธรรมนูญ, อัยการทหาร เป็นเจ้าพนักงานในการยุติธรรม พร้อมทั้งเพิ่มเงินตำแหน่งเทียบเท่าผู้พิพากษา-ตุลาการศาลอื่นๆ รายงานข่าวแจ้งว่า การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) วันนี้ (8 ม.ค. 57) ที่ประชุมได้มีมติรับหลักการวาระแรกการปรับปรุงร่างกฎหมายศาลทหาร พร้อมทั้งได้ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญจำนวน 15 คน ขึ้นมาเพื่อพิจารณาภายใน 7วัน ตามที่พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นผู้เสนอ เนื่องจากเห็นว่าเพื่อให้เป็นไปสภาพการณ์ในปัจจุบัน โดยการปรับปรุงร่างกฎหมายศาลทหารดังกล่าว ได้การกำหนดให้ตุลาการพระธรรมนูญและอัยการทหารเป็นตำแหน่งเจ้าพนักงานในการยุติธรรม และให้ตุลาการพระธรรมนูญ และอัยการทหารได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งเพื่อให้ดำรงตนอยู่ในความยุติธรรมอย่างสมเกียรติ โดยเปรียบเทียบกับค่าตอบแทนและเงินประจำตำแหน่งของผู้พิพากษาหรือตุลาการศาลอื่น และพนักงานอัยการแล้วแต่กรณีโดยให้เป็นไปตามระเบียบที่กระทรวงกลาโหมกำหนด โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง นอกจากนี้ ยังบัญญัติให้ในกรณีที่ศาลอาญาศึกพิพากษาประหารชีวิตผู้หญิง โดยถ้าเป็นผู้หญิงที่มีครรภ์อยู่ จะต้องรอไว้จนพ้นกำหนด 3 ปีนับตั้งแต่คลอดบุตร แล้วให้ลดโทษประหารชีวิตลงเหลือจำคุกตลอดชีวิต ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ "ศาลทหาร" ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>> MThai news

'ไอเอส' ประหารนักรบญิฮาดชาวจีน ฐานก่อกบฏ
กลุ่มไอเอส /  จีน / 

'ไอเอส' ประหารนักรบในกลุ่ม ชาวจีน ฐานพยายามหลบหนี ก่อกบฏ วานนี้ (5ก.พ.)หนังสือพิมพ์ 'โกลบอลไทมส์' รายงานข่าว กรณีที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำกลุ่มชาวเคิร์ดที่ไม่เปิดเผยชื่อ ระบุว่า กลุ่มรัฐอิสลามในอิรักและซีเรีย หรือ กลุ่มไอเอส ลงมือประหารนักรบ 'ญิฮาดเชื้อสายจีน' กว่า 3 ราย รายงานจากสำนักข่าวรอยเตอร์ ระบุว่า หนึ่งในนั้นถูกตัดสินประหารชีวิตหลังจากพยายามหลบหนีไปยังตุรกี ส่วนอีก 2 ราย ถูกตัดสินโทษ ด้วยการตัดศีรษะในช่วงปลายเดือนธันวาคมในอิรัก พร้อมกับนักโทษญิฮาดคนอื่นๆอีก 11 รายจาก 6 ประเทศ ในข้อหากบฏ และพยายามหลบหนีออกจากกลุ่ม ทั้งนี้รายงานล่าสุด เปิดเผยว่า ทางด้านนาย 'ฮอง เหลย' โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน ไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นใดๆ เพียงแต่กล่าวว่า "จีนยินดีจะให้ความร่วมมือกับประชาคมโลกระหว่างประเทศ ในการต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้าย เพื่อรักษาความสงบสุข และความมั่นคงของโลก" เมื่อกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์ทางการของจีน รายงานตัวเลขที่น่าตกใจ ของประชาชนชาวจีนที่เดินทางไปยังตะวันออกกลางเพื่อร่วมกลุ่มไอเอส โดยทางการจีนได้ออกมาแสดงความกังวลใจ เนื่องจากอาจเป็นภัยคุกคามต่อประเทศได้ ซึ่งครั้งนั้นได้มีการนำมาผูกโยงเรื่องราวร่วมกับ 'อิสลามเตอร์กีสถานตะวันออก' (ETIM) ซึ่งเป็นกลุ่มที่ถูกทางการจีนกล่าวหาว่าเป็นกลุ่มติดอาวุธนอกกฎหมายชาวอุยกูร์ รวมทั้งยังมีการคาดการณ์ว่าสมาชิกบางส่วนพยายามที่จะเดินทางไปร่วมกลุ่มไอเอสในตะวันออกกลาง MThai News ที่มา shanghaiist

รบ.จอร์แดนแก้แค้น 'ไอเอส' แขวนคอนักโทษหญิงชาวอิรักแล้ว
กลุ่มไอเอส /  จอร์แดน / 

ทั่วโลกประณาม 'ไอเอส' หลังแพร่คลิปโหดเหี้ยม ไร้มนุษยธรรม แพร่คลิปเผาตัวประกันนักบินชาวจอร์แดนทั้งเป็น กลายเป็นเรื่องช็อกโลก จากเหตุการณ์ที่เมื่อวานนี้ (3 ก.พ.) ที่สำนักข่าวต่างประเทศทั่วโลกได้รายงาน กรณีที่กลุ่มรัฐอิสลามในอิรัก และซีเรีย ปล่อยคลิปวีดีโอคล้ายกับการถ่ายทำสารคดี แสดงให้เห็นเหตุการณ์สุดโหดเหี้ยม ขณะจุดไฟเผา 'ร.ท.โมอัส อัล-คาซาสเบห์' นักบินผู้ปฏิบัติหน้าที่ขับเครื่องบิน F-16 ชาวจอร์แดนที่ถูกจับเป็นตัวประกัน เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม ปี 2557  โดยวิดีโอดังกล่าวเป็นภาพของเขา ถูกจับขังอยู่ในกรงและมีไฟลุกท่วมตัว โดยรายละเอียดในคลิบ แสดงให้เห็นเหตุการณ์ขณะตัวประกัน ที่ดูบอบช้ำ มีรอบแผลถูกเฆี่ยนตี เดินมุ่งหน้าเข้ามาในฉากท่ามกลางซากปรักหักพัง ที่รายล้อมไปด้วยนักรบไอเอส สวมชุดสีเหลือง คลุมใบหน้า และท้ายที่สุดได้ปรากฏตัวอยู่ในกรงเหล็ก และถูกจุดเปลวเพลิงไฟ สังหารด้วยการเผาทั้งเป็น จากรายงานของสำนักข่าว 'เดลี่ เมล์' วานนี้ (3ก.พ.)ว่า ทางการจอร์แดน ออกมาตอบโต้การกระทำอันโหดร้ายป่าเถื่อน ด้วยการประกาศจะจัดการกับนักโทษจากเครือข่ายกลุ่มไอเอส จำนวน 6 ราย ในเช้าวันรุ่งขึ้นนี้ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ 'นางซาจิดา อัล-ริชาวี' นักโทษประหารคดีก่อการร้าย และมือระเบิดพลีชีพ 'นางซาจิดา อัล-ริชาวี' นักโทษหญิงชาวอิรัก ถูกศาลจอร์แดนตัดสินประหารชีวิต จากการมีส่วนร่วมในเหตุระเบิดพลีชีพโจมตีโรงแรมกลางกรุงอัมมาน เมืองหลวงของประเทศจอร์แดน เมื่อปี 2548 ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 60 คน ซึ่งในการประหารครั้งนี้ ยังรวมถึงชายอีก 3 คน ที่ถูกตัดสินโทษจากการเดินทางไปร่วมรบกับกลุ่มก่อการร้ายด้วย ซึ่งรายงานล่าสุดขณะนี้ ทางการจอร์แดนประหารชีวิตนางซาจิดา อัล ริชาวี นักโทษกลุ่มอัลไคด้า ที่กลุ่มรัฐอิสลามหรือไอเอสต้องการตัวแล้ว โดยการประหารมีขึ้นในช่วงเช้าตรู่ตามเวลาท้องถิ่น ด้วยวิธีการแขวนคอ พร้อมกับนายซิยาด คาโบลี นักโทษกลุ่มอัลไคด้าอีกผู้หนึ่ง โดยนักโทษที่ถูกประหารทั้งสองเป็นชาวอิรัก ซึ่งนางริชาวีถูกคุมขังในเรือนจำของจอร์แดนมาเกือบสิบปี หลังพยายามก่อเหตุระเบิดพลีชีพในกรุงอัมมานเมื่อปี 2005 แต่ไม่สำเร็จ ก่อนหน้านี้กลุ่มไอเอสวางเงื่อนไขเพื่อต่อรองกับรัฐบาล 'จอร์แดน' ให้ปล่อยตัวนาง ซาจิดา วัย 44 ปีซึ่งถือเป็น สมาชิกกองกำลัง อัล-เคดาในอิรัก เพื่อข้อแลกเปลี่ยน ไม่เช่นนั้นจะสังหารนายโกโตะตัวประกันชาวญี่ปุ่น ที่ถูกสังหารด้วยการฆ่าตัดศีรษะไปแล้วก่อนหน้านี้ และเรืออากาศโท มาอาซ อัล–คาสซาสเบห์ นักบินชาวจอร์แดน รายนี้ ส่วนทางด้าน 'นายบารัค โอบามา' ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐ ฯ กล่าวประณามการสังหารนักบินชาวจอร์แดน ว่าการสังหารเหยื่อในที่สาธารณะเช่นนั้น เป็นความป่าเถื่อนและอำมหิต พร้อมระบุว่า สหรัฐจะเพิ่มความพยายามในการร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อให้แน่ใจว่า กลุ่มไอเอสจะถูกกำจัดในที่สุด ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีโอบามาจะหารือกับกษัตริย์อับดุลลาห์ที่ 2 แห่งจอร์แดน ที่ทำเนียบขาว ทั้งนี้นักวิเคราะห์จาก 'สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น' ได้คาดการณ์แนวโน้วสิ่งที่จะเกิดขึ้นว่า เป็นไปได้ว่าในอนาคตพระมหากษัตริย์อับดุลลาห์ แห่งจอร์แดนจะสนับสนุนความร่วมมือกับชาติพันธมิตรที่นำโดยสหรัฐฯ ในการต่อต้าน ปราบปรามกลุ่มก่อการร้ายหัวรุนแรงกลุ่มนี้ MThai News ที่มา CNN

คุกตลอดชีวิต อดีตรองผกก.บช.น.ค้ายาปี42
ค้ายาบ้า /  ค้ายาเสพติด / 

ศาลฎีกา พิพากษายืน จำคุกตลอดชีวิต อดีต รอง ผกก. สังกัด บช.น. ค้ายาบ้า 1 ล้านเม็ด ปี 2542 ศาลอาญา รัชดา นัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดียาเสพติด 2 เป็นโจทก์ฟ้อง พ.ต.ท. หรือ นายอภิวุฒิ งามสมบัติ อดีตรองผู้กำกับ สังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล เป็นจำเลยในความผิดฐานสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และเป็นข้าราชการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด จากกรณีเมื่อระหว่างเดือนพฤษภาคม 2541 - 14 มีนาคม 2542 ขณะเกิดเหตุจำเลยเป็นข้าราชการตำรวจ ระดับ รอง ผกก. แห่งหนึ่งใน บช.น. กับพวกอีกคนหนึ่งที่หลบหนี ร่วมกันจำหน่ายและมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้แก่ลูกค้า โดยวันที่ 14 มีนาคม 2542 เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาคดีค้ายาเสพติด 2 ราย ได้ของกลางยาบ้ากว่า 1 ล้านเม็ด ได้ที่ห้องพักเลขที่ 811 อาคารไนซ์แมนชั่น 2 ถนนประชาอุทิศ แขวงและเขตห้วยขวาง ซึ่งคดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา ประหารชีวิต ส่วนศาลอุทธรณ์ พิพากษาลดโทษคงจำคุกตลอดชีวิต ซึ่งเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ อยู่ระหว่างคุมตัว พ.ต.ท.อภิวุฒิ ขึ้นไปฟังคำพิพากษา ศาลฎีกาช่วงเช้าวันนี้ ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 913 ล่าสุด ศาลอาญารัชดา นัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดียาเสพติด 2 เป็นโจทก์ฟ้อง พ.ต.ท.อภิวุฒิ หรือ นายอภิวุฒิ งามสมบัติ อดีตรองผู้กำกับ สังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เป็นจำเลยในความผิดฐานสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และเป็นข้าราชการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด จากกรณีเมื่อระหว่างเดือน พ.ค. 2541 - 14 มี.ค. 2542 ขณะเกิดเหตุ จำเลยเป็นข้าราชการตำรวจ ระดับ รอง ผกก. แห่งหนึ่งใน บช.น. กับพวกอีกคนหนึ่งที่หลบหนี ร่วมกันจำหน่ายและมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้แก่ลูกค้า โดยวันที่ 14 มี.ค. 2542 เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาคดีค้ายาเสพติด 2 ราย ได้ของกลางยาบ้า กว่า 1 ล้านเม็ด ได้ที่ห้องพักเลขที่ 811 อาคารไนซ์แมนชั่น 2 ถนนประชาอุทิศ แขวงและเขตห้วยขวาง ซึ่งคดีนี้ ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาประหารชีวิต ส่วนศาลอุทธรณ์พิพากษาลดโทษคงจำคุกตลอด โดยศาลฎีกา พิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้องจริง พิพากษายืนตามศาลชั้นอุทธรณ์ คงจำคุกจำเลยไว้ตลอดชีวิต

10 สุดยอดนาซีหญิงของฮิตเลอร์
10 อันดับ /  ต่างประเทศ / 

อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ (Adolf Hitler) เพื่อนๆ รู้จักในฐานะผู้นำเผด็จการของเยอรมันนีผู้โหดเหี้ยม! (ปกครองแบบสังคมนิยม) ผู้สั่งสังหารชาวยิวกว่า 1.6 ล้านคน ณ ค่ายกักกันเอาชวิตซ์ ( Auschitz Concentration Camp ) บางคนบอกว่า เขาโหดเหี้ยม เผด็จการ ไร้ความปราณีเกินไป แต่บางคนก็ชอบในความรักชาติ ทำให้ประเทศของตนเองฟื้นฟูขึ้นมาเป็นมหาอำนาจอีกครั้ง แต่ความสำเร็จของฮิตเลอร์จะสำเร็จไม่ได้หากขาดพลทหาร ลูกน้องมือดีไป และนี่คือ 10 สุดยอดนาซีหญิงของฮิตเลอร์  10 สุดยอดนาซีหญิงของฮิตเลอร์ 1. Ilse Koch (1906 1967) อิลซ่า คอชห์ได้รับฉายามากมาย เป็นต้น นางแม่มดแห่งบูเชนวาล์ด , หญิงเลวแห่งบูเชนวาล์ด, สัตว์เดรัจฉานจากบูเชนวาล์ด ความจริงแล้วเธอไม่ได้อยู่ในตำแหน่งใดในเอสเอส แต่เธอเป็นภรรยาของนายพลคาร์ล คอชห์ ผู้บัญชาการแห่งค่ายกักกันของนาซีประจำค่ายบูเชนวาล์ด(1937-1941) และมาจดาเนค (1941-1943) เป็นผลทำให้เธอใช้อำนาจตำแหน่งสามีของเธอจนกลายเป็นสิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่าผู้คุมหญิงในอันดับอื่นๆ เสียอีก เธอเป็นคนบ้าอำนาจมากและเมื่อเธอได้ทำงานแทนสามี เธอก็มีเวลาว่างแสนสนุกสนานกับการทรมานและข่มขืนนักโทษในค่ายกักกันจนฉาวโฉ่ จนเป็นที่ร่ำลือในความโลกีย์ ว่ากันว่ารอยสักตามตัวของเธอนั้นจากการสังหารคนในค่ายกักกันหนึ่งคนต่อหนึ่งขีด (ขีดในร่างกายเธอมีประมาณ 250,000 ขีด!!) กล่าวกันว่าเธอชอบจับตาดูนักโทษในขณะฆ่าด้วยการถลกหนังและผิว เอามาทำเป็นปกหนังสือ แต่ผลสุดท้ายในปี 1943 สามีของเธอก็ถูกจับกุม ส่วนเธอนั้นชิงแขวนคอฆ่าตัวตายใน เรือนจำหญิงอิคช์แอคช์ ในวันที่ 1 เดือนกันยายน ปี 1967 2. Elisabeth Volkenrath (1919-1945) หลังจากที่อลิซาเบธ เธอก็ทำหน้าที่เป็นผู้บังคับบัญชาการค่ายกักกันนาซีหลายค่าย ก่อนที่จะถูกแต่งตั้งให้รับค่ายกักกัน แบร์ เก้น เบลเซนซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมนักโทษ กล่าวกันว่าเป็นค่ายกักกันนรกไม่แพ้กับที่อื่นๆ ในวันที่กองทัพอังกฤษเข้าปลดปล่อยอิสระนั้นมีนักโทษเสียชีวิตกองพะเนินเทินทึกราวกับภูเขาลูกเล่นในค่ายเลยทีเดียว และมีส่วนร่วมในการสังหารนักโทษหลายคนที่อยู่ภายใต้การดูแลของเธอ อย่างไรก็ตามในปี 1945 เธอก็ถูกจับโดยกองทัพอังกฤษและถูกตัดสินประหารชีวิตด้วยการแขวนคอในที่สุด 3. Ruth Neudeck (1920 1948) รูธ นอยเดคเป็นผู้บังคับบัญชาเอสเอสในค่ายกักกันระหว่างปี 1944 จนถึงมีนาคม 1945 ซึ่งระหว่างฝึกอบรมในค่ายกักกัน เธอได้สร้างความประทับใจกับเจ้านายของเธอถึงความโหดร้ายไร้ความปราณีต่อนักโทษหญิงเธอจึงได้รับเลื่อนยศเป็นหัวหน้าค่ายและถูกไปประจำการที่ค่ายย่อยในค่ายกักกันราเฟนสบรึค ซึ่งเธอเป็นที่รู้จักว่าเป็นยามหญิงที่เลวร้ายที่สุด จากปากของนักโทษที่รอดชีวิตในค่ายได้ให้การว่าเคยเห็นเธอตัดลำคอนักโทษด้วยขอบคมของพลั่วเธอเองและเธอส่วนส่วนเกี่ยวข้องการฆ่าเด็กและผู้หญิงกว่า 5000 คน จนกระทั่งในปี 1945 เธอก็ถูกจับกุมและถูกกกตัวในคุกโดยกองทัพอังกฤษและถูกประหารชีวิตด้วยการแขวนคอวันที่ 29 กรกฎาคม 1948 ในขณะอายุ 28 ปีเท่านั้น!! 4. Maria Mandel (1912-1948) มาเรีย มานเดล เป็นสมาชิกเอสเอส ชาวออสเตรีย เธอดำรงตำแหน่งหลากหลายในค่ายก่อนที่จะถูกเสนอชื่อให้เป็นผู้บัญชาการหญิงในค่ายเอาส์ชวิตซ์ เบียร์เคเนาเนื่องจากมีความทักษะเฉียบคมและความเด็ดขาดในการลวโทษ ซึ่งเธอมีส่วนร่วมในการประชุมออกกฎลงโทษให้ค่ายๆอื่นๆ ซึ่งเชื่อกันว่าเธอมีส่วนรับผิดชอบการสังหารนักโทษถึง 50,000 คนสุดซาดิสต์ระหว่างที่เธอออกมาตรการในค่ายกักกันเอาส์ชวิตซ์ เธอเป็นที่รู้จักกันดีกว่าเป็นคนชอบเลือกชาวยิวเพื่อทำหน้าที่ เป็นสัตว์เลี้ยง และเมื่อเธอเบื่อหน่าย เธอจะส่งพวกเขาเข้าไปยังเตาแก๊ส เธอยังเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ริเริ่มออเคสตร้าหญิง (Women's Orchestra of Auschwitz) ซึ่งเป็นวงบรรเลงส่งเหยื่อเข้าห้องรมแก๊สระหว่างการขนส่ง อีกทั้งเป็นคนเซ็นสัญญารายชื่อนักโทษที่ส่งไปยังเตาแก๊สประมาณครึ่งหน้าล้านที่มีทั้งผู้หญิงและเด็ก หลังจากสงครามสิ้นสุดลง เธอพยายามหนีไปยังบ้านเกิดเธอและถูกฝ่ายพันธมิตรจับมาได้ หลังจากพิจารณาดีเธอก็ถูกประหารชีวิตในข้อหาก่ออาชญากรรมของเธอด้วยการแขวนคอเมื่อวันที่ 24 มกราคม 1948 5. Alice Orlowski (1903-1976) อย่างไรก็ตามเมื่อปี 1945 ในขณะประจำการที่เอาส์ชวิตซ์ เบียร์เคเนาดูเหมือนว่าเธอจะมีพฤติกรรมเป็นผู้คุมที่มีมนุษยธรรมมากขึ้น เมื่อเธอเริ่มเอื้อเฟื้อแก่ผู้ต้องขัง ให้น้ำแก่ผู้กระหาย แม้กระทั่งนอนเคียงข้างพวกเขาบนพื้น ไม่มีใครรู้ว่าอะไรให้เธอเปลี่ยนบางทีเธออาจจะรู้ว่าฝ่ายเธอใกล้พ่ายแพ้สงครามเธอเลยต้องพยายามแก้ไขตนเองเพื่อไม่ให้เป็นอาชญากรสงคราม และเมื่อสงครามสิ้นสุดเธอถูกจับโดยสหภาพโซเวียต และถูกส่งไปยังโปแลนด์เพื่อพิจารณาคดีเธอถูกจำคุกตลอดชีวิต แต่ถูกปล่อยออกมาในปี 1957 และเธอก็เสียชีวิตลงในพิจารณาครั้งที่สองในปี 1976 ขณะอายุ 73 ปี 6. Wanda Klaff (1922-1946) แวนด้า คลาฟ อดีตเคยเป็นคนทำงานโรงงานผลิตแยมและเป็นแม่บ้าน จนกระทั่งได้รับมอบหมายเป็นหัวหน้าค่ายใน Stutthof ในปี 1944 ซึ่งเธอทำหน้าที่จนสิ้นสุดสงครามในปี 1945 ก่อนที่จะถูกจับกุมโดยเจ้าหน้าที่โปแลนด์ในปีเดียวกัน และมีการดำเนินคดีในฐานะอาชญากรสงคราม และนี้คือสิ่งที่เธอพูดระหว่างพิจารณาคดี ฉันฉลาดมากและทุ่มเทกับงานของฉันในค่าย ฉันทำโทษนักโทษอย่างน้อยสองคนทุกวัน สุดท้ายเธอก็ถูกแขวนคอประจานเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 1946 7. Hildegard Lchert (1920-1995) Hildegard Lchert เป็นยามหญิงกระฉ่อนในค่ายกักกันหลายแห่งไม่ว่าจะเป็นบริดเจต ค่ายเอาส์ชวิตซ์ เบียร์เคเนา และไมดาเนก ฉายาเดรัจฉาน เนื่องจากพฤติกรรมเลวร้ายยิ่งกว่าสัตว์ กล่าวกันว่าเธอจะไปยังห้องแก๊สที่ส่งตัวนักโทษและนำสุนัขของเธอกัดนักโทษเหล่านั้น หรือบลัดบริดเจตเนื่องจากมีนิสัยบ้าเลือด ชอบเห็นเลือด อดีตเคยเป็นนางพยาบาล และเป็นผู้คุม มีนิสัย หลังสงครามเธอถูกจำคุก 15 ปี แม้ว่าเธอจะถูกปล่อยตัวในปี 1956 แต่ก็ถูกจับมาจำคุกอีก เธอเสียชีวิตในปี 1995 ในเบอร์ลิย ขณะอายุ 75 ปี 8. Bothe Herta (1921) เฮอร์ทา โบเธอ ฉายา ซาดิสต์แห่ง Stutthof อดีตเคยเป็นนางพยาบาลในโรงงานอุตสาหกรรม และเคยเป็นยุวชนหญิงของฮิตเลอร์ (ไม่ต้องอธิบายมากความว่าได้รับการปลูกฝังลัทธินาซีมากขนาดไหน) ก่อนที่จะถูกเกณฑ์เพื่อทำหน้าที่ผู้คุมในค่าย stutthof camp ใน Danzig โปแลนด์ ที่นั้นหลายคนรู้จักดีว่าเธอคนซาดิสต์และไร้มนุษยธรรม เนื่องจากเธอชอบเฆี่ยนตีอย่างโหดร้ายกับนักโทษของเธอ อย่างไรก็ตามแม้ว่าเธอจะถูกจับและถูกนำมาพิจารณาคดีแต่เธอก็ไม่ได้ถูกแขวนคอ แต่ให้จำคุก 40 ปีแทน ก่อนที่ 6 ปีต่อมาเธอก็ถูกปล่อยตัวออกมาจากการผ่อนผันรัฐบาลอังกฤษ 9. Greta Bosel (1908-1947) ในตอนแรกนั้นเกรทา โบเซลดัรับฝึกอบรมวิชาชีพเป็นนางพยาบาล แต่ต่อมาเธอก็ได้เป็นผู้คุมในค่ายกักกันราเฟนสบรึค ระหว่างปี 1939 และ 1943 จากหน้าที่ตำแหน่งของเธอนั้นสามารถตัดสินใจส่งตัวนักโทษเข้าห้องแก๊สทันทีหรือว่าจะถูกส่งทำงานในค่ายกักกัน จากการสอบสวนพบว่าเธอนั้นได้รับปรัชญานาซีเต็มเปี่ยม เมื่อเออ้างถึงนักโทษว่า ถ้าพวกเขาไม่สามารถทำงานได้ก็ปล่อยให้เน่าไปซะ (If they cannot work let them rot.) อย่างไรก็ตามหลังจากนักโทษในค่ายกักกันราเฟนสบรึคถูกปลดปล่อยจากกองทัพแดงของโซเวียต เธอก็พยายามหลบหนีออกจากค่ายพร้อมกับสามีของเธอ แต่ถูกจับกุมในเวลาต่อมาโดยทหารอังกฤษ และถูกพิจารณาโทษพร้อมกับอดีตผู้คุมหญิงคนอื่นๆ รวมไปถึงมีส่วนเกี่ยวข้องในการทดลองมนุษย์ในค่ายนรก สุดท้ายเธอถูกประหารชีวิตด้วยการแขวนคอเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 1947 พร้อมกับนักโทษหญิงอลิซาเบธ มาร์แชลล์ (จากภาพ เธออยู่ในตำแหน่งคนที่สองจากขวามือ) 10. Juana Bormann (1893-1945) ยูอันนา บอร์แมนได้รับฉายาว่า วีเซล และ ผู้หญิงกับสุนัข เธอเป็นผู้คุมแห่งค่ายนรกเยอรมัน ในปี 1939 เธอได้เข้าร่วมเอสเอส (Auxiliary SS) ด้วยเหตุผลว่าได้เงินดี จากนั้นเธอก็ถูกส่งไปยังค่ายกักกันนาซีตามที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ค่ายกักกันค่ายกักกันราเฟนสบรึค, เอาชวิตซ์ และ แบรกเกิล-เบลเซน ทั้งหมดเป็นค่ายมรณะสังหารหมู่ชาวยิวทั้งสิ้น ซึ่งเธอขึ้นชื่อในเรื่องความทารุณโหดร้ายและความซาดิสม์ ซึ่งหลายคนมักพบเห็นเธอปรากฏตัวพร้อมกับสุนัขเยอรมันเชฟเฟิร์ดอยู่เสมอ (และใช้สุนัขขย้ำนักโทษด้วย) ภายหลังนาซีล่มสลายและเยอรมันพ่ายแพ้สงคราม จวนน่า บอร์มันน์ก็ถูกนำตัวมาพิจารณาคดีในปี 1945 ในฮาเมล์น สภาพของเธอในตอนนั้นซูบผอมอย่างหนัก เดินกะโผลกกะเผลกไปมา ผลสุดท้ายเธอถูกตัดสินให้ประหารชีวิตด้วยการแขวนคอในฐานะอาชญากรสงคราม เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 1945 ขณะอายุ 52 ปี (พร้อมกับอาชญากรสงครามหญิงสองคนคือเกรเซอและโวลเคนเนธ) ขอบคุณข้อมูล http://listverse.com/2012/10/30/10-female-concentration-camp-guards/, toptenthailand.com

รมต.ปาเลสไตน์เสียชีวิต หลังเหตุปะทะทหารยิว
ปาเลสไตน์ /  รัฐมนตรีปาเลสไตน์ / 

รัฐมนตรีปาเลสไตน์ เสียชีวิตหลังการปะทะกับกองกำลังอิสราเอล ระหว่างการประท้วงในเขตเวสต์แบงก์  วานนี้ (10 ธ.ค.) สำนักข่าว อัล จาซีร่า รายงานข่าว นายไซเอ็ด อาบู อีน วัย 55 ปี รัฐมนตรีปาเลสไตน์ ที่ดูแลเรื่องการตั้งถิ่นฐานของชาวอิสราเอล นำชาวปาเลสไตน์กลุ่มหนึ่งเข้าไปปลูกต้นมะกอกใกล้หมู่บ้านทูร์มาเซย์ยา ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองรามัลเลาะห์ ระหว่างเกิดการปะทะกับทหารอิสราเอล โดยพยานในที่เกิดเหตุ กล่าวว่า เขาถูกทหารอิสราเอล ตีด้วยพานท้ายปืนและหมวก จนล้มลงกับพื้น รวมถึงถุกยิงกระป๋องแก๊สน้ำตากระแทกที่หน้าอกซ้ำอีก ซึ่งหลังเหตุดังกล่าว นายอาบู อีน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในทันที แต่เสียชีวิตระหว่างทาง โฆษกกองทัพอิสราเอล กล่าวว่ากำลังตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่านายอาบู อีน มีโรคประจำตัวซึ่งอาจเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตาม นาย โมเช ยาลอน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ของอิสราเอล ได้ออกมาแสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของ นายไซเอ็ด อาบู อีน ส่วนทางด้านนายบันคีมูน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ได้เรียกร้องให้มีการสอบสวนสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป และทั้งสองฝ่ายควรจะหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าที่อาจจะนำมาสู่การสูญเสียซ้ำอีก ด้านนายมาห์มูด อับบาส ประธานาธิบดีปาเลสไตน์ ได้ออกมาประนามผู้ก่อเหตุที่นำมาสู่การเสียชีวิตของนายอาบู อีน ว่าเป็นการกระทำอันป่าเถื่อน ซึ่งไม่อาจยอมรับได้ และจะดำเนินขั้นตอนทุกอย่างที่จำเป็น หลังการสอบสวนการเสียชีวิตของนายอาบู อีน และขณะนี้รัฐบาลปาเลสไตน์ได้ระงับความร่วมมือด้านความมั่นคงกับอิสราเอลแล้ว และประกาศจะไว้ทุกข์ให้กับผู้เสียชีวิตเป็นเวลา 3 วัน ทั้งนี้ทั้งนั้น นายไซเอ็ด อาบู อีน เคยต้องโทษประหารชีวิต และ ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ในข้อหาจุดชนวนระเบิดเพื่อสังหารวัยรุ่นชาวอิสราเอลสองรายในปี พศ.2522 ต่อมา ในปี 2528 เขาได้รับอิสระภาพในการแลกเปลี่ยนเชลยนักโทษกับทหารอิสราเอล 3 รายที่ถูกจับในเลบานอน MThai News

ชะตาชีวิตอิสตรี ใต้อาณัติของกลุ่ม 'ไอเอส'
กลุ่มไอเอส /  ข่าวไอเอส / 

ตีแผ่ชีวิตสตรีภายใต้เขตการปกครองของกลุ่มรัฐอิสลามในอิรักและซีเรีย หรือ 'ไอเอส' กลุ่มรัฐอิสลามในอิรักและซีเรีย หรือกลุ่มไอเอส เป็นกลุ่มก่อการร้ายที่ทำให้โลก ต้องจารึกชื่อของพวกเขาไว้ ในนามของ 'กลุ่มก่อการร้ายที่โหดเหี้ยมที่สุดในประวัติศาสตร์'ทั้งนี้นอกจากเรื่องราวความโหดร้ายแล้ว ภาพที่หาชมได้ยากยิ่งบางฉากที่ปรากฏอยู่ในพื้นที่การปกครองของกลุ่มไอเอส หนึ่งในนั้นคือภาพสตรีที่มือหนึ่งอุ้มบุตร ส่วนอีกมือหนึ่งถือปืน โดยหลังจากมีการเผยแพร่ภาพดังกล่าว ทำให้โลกให้ความสนใจสงสัยถึงวิถีชีวิตของประชาชนภายใต้การปกครองของกลุ่มไอเอสเป็นอย่างมาก ไอเอสเริ่มบุกยึดเมืองแรกคือเมือง 'รักกา' ทางตอนเหนือของประเทศซีเรียในช่วงต้นปี 2557 สตรีในรัฐอิสลาม 'Women in the Islamic State' เมื่อเร็วๆนี้ ไอเอสแพร่เอกสารฉบับภาษาอาหรับ ซึ่งบรรยายเกี่ยวกับบทบาทและหน้าที่ของสตรีในเป็นแม่และภรรยา ในพื้นที่การปกครองของไอเอส ชื่อว่า 'Women in the Islamic State' ระบุการหาแนวร่วมจากเดิมที่มุ่งเป้าไปที่สตรีจากประเทศแถบตะวันตกเป็นสตรีจากประเทศซาอุดิอาระเบียแทน เนื่องจากกลุ่มไอเอสคิดว่ากฎหมายที่เข้มงวดและกดขี่สตรีในซาอุดิอาระเบียใช้ชีวิตอยู่โดยปราศจากความสุขและประสงค์จะเดินทางมาร่วมกลุ่มไอเอสแทน เหตุจากกฏหมายที่เข้มงวดในซาอุดิอาระเบีย อาจทำให้สตรีในพื้นที่ตกที่นั่งลำบาก และอยากย้ายถิ่นฐานมายังเขตการปกครองของกลุ่มไอเอส ร่วมด้วยการโพสต์ภาพหญิงสาวนิรนามที่สวมชุดบุรุกา พร้อมทั้งระบุว่าเธอคือนักรบหญิงคนแรกที่จะทำหน้าที่ตัดศีรษะตัวประกันชาวตะวันตก พร้อมทั้งกล่าวอ้างว่าพยายามจะผลักดัน ฝึกฝนหญิงสาวรายนี้เพื่อเป็นนักสู้ การกำหนดบทบาทให้แก่สตรี เริ่มต้นตั้งแต่มีอายุได้ 7-15 ปี พวกเธอต้องเริ่มศึกษาศาสนาและคัมภีร์ และต้องเรียนรู้วิธีทำอาหาร การเย็บปักถักร้อย และทักษะอื่นๆ อย่างเช่นการปฐมพยาบาล พวกเธอสามารถทำงานนอกบ้านอย่างเช่น แพทย์ ครู หรือแม้กระทั่งการเป็นนักรบเหมือนกับบุรุษทั่วไปได้  ในกรณีที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้น เธอสามารถเข้าสู่สนามรบได้หากนักรบอิสลามมีจำนวนไม่มากพอที่จะต่อสู้ในสมรภูมิรถ เว็บไซต์ออนไลน์ 'raqqa-sl ' นำเสนอบทความโดยชี้ว่า ไอเอสกำหนดเป้าหมายในการปกครองสตรีภายใต้อาณัติ และพยายามออกกฏเกณฑ์มาเพื่อบีบคั้นให้หญิงสาวในพื้นที่ จำใจต้องแต่งงานกับนักรบชายในกลุ่ม และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น สตรีจำนวนไม่น้อย จำต้องยอมสมรสกับ 'นักรบญิฮาด' อย่างไม่เต็มใจ เพื่อความอยู่รอดของตนเองและครอบครัว ส่วนกลุ่มไอเอสก็ได้ประโยชน์ โดยการสมรสกับประชาชนในดินแดนที่ตนยึดครอง ถือเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนในท้องถิ่นให้แนบแน่นขึ้นด้วย ประกอบกับในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สื่อต่างประเทศหลายสำนักพร้อมใจประโคมข่าวความรุนแรงต่อสตรีที่อยู่ภายใต้การปกครองของ 'นักรบญิฮาด' ซึ่งหลายต่อหลายเหตุการณ์สร้างความตื่นตกใจเป็นอย่างมาก ภายในพื้นที่ของกลุ่มไอเอส ได้มีการกำหนดกฏหมาย ข้อบังคับซึ่งมีพื้นฐานมาจากกฏหมายอิสลาม  และมีวิธีการลงโทษ ต่อผู้ฝ่าฝืนที่เข้มงวด แม้แต่เรื่องเล็กๆอย่างเช่นการแต่งกายในที่สาธารณะ ด้วยชุด 'บุรุกา' หรือถ้าคลุมหน้าแบบมิดชิด ถึง 2 ชั้น สวมถุงมือ ถุงเท้า จนแทบไม่เห็นร่างกายส่วนไหนแม้แต่ส่วนเดียว ถึงแม้ในขั้นแรกได้มีหญิงสาวที่ฝ่าฝืนกฏดังกล่าวอยู่หลายครั้ง แต่พวกเธอถูกลงโทษราวกับว่าเป็นความผิดร้ายแรงถึงขั้นตีด้วยท่อนเหล็ก หรือไม้ ทั้งเจ็บกาย และอับอาย ส่วนผู้ปกครองชาย เช่น พี่ชาย หรือสามี ที่ต้องติดตามญาติสตรีที่กระทำผิด จะมีความผิดและอาจถูกลงโทษ หรือปรับเงินร่วมด้วย เมื่อวันพุธที่ 18 ก.พ. ที่ผ่านมา สำนักข่าว 'ดิ อินดิเพนเดนท์' รายงานข่าว โดยอ้างอิงจากกลุ่มนักกิจกรรมท้องถิ่นในเมืองรักกา ประเทศซีเรีย ที่ระบุว่า หญิงสาวหลายรายถูกบังคับให้แต่งงาน บ้างก็ยื่นข้อเสนอให้ให้ครอบครัวที่ยากจน โดยการให้สินสอดเป็นจำนวนมาก โดยเว็บไซต์ข่าวเมโทรระบุว่า ค่าสินสอดสตรีจะอยู่ที่ราวๆ 5,000 ยูโร หรือราว 1.8 แสนบาท เพื่อแลกเปลี่ยนกับการแต่งงานกับลูกสาวของพวกเขา แต่ปฏิเสธการคลุมถุงชนในลักษณะดังกล่าว จะถูกลงโทษด้วยวิธีอันโหดร้าย ด้วยการถูกคนในครอบครัวและชาวบ้าน ปาด้วยหินจน 'ถึงแก่ความตาย' รวมถึงการกำหนดกฏหมายให้สตรีสามารถแต่งงานกับนักรบได้ตั้งแต่อายุ 9 ขวบ แต่ส่วนใหญ่จะสมรสตั้งแต่อายุ 16-17 ปี แต่ความขมขื่นที่จำต้องแต่งงานอย่างไม่เต็มใจยังไม่หมดเพียงเท่านั้น เนื่องจากชีวิตหลังแต่งงาน แทนที่พวกเธอจะมีความสุขกับชีวิตคู่แสนหวานดังเช่นผู้หญิงทั่วๆไป แต่ทว่าเธอกลับต้องตกอยู่ในชะตากรรมอันเลวร้าย ไม่ว่าจะเป็นการทำร้ายร่างกายโดยสามีตัวเอง รวมไปถึงการถูกก่ออาชญากรรมทางเพศ ซึ่งบางรายร้ายแรงถึงขั้นต้องนำหามส่งโรงพยาบาล ผลกระทบดังกล่าวส่งผลให้สตรีในพื้นที่เกิดความหวาดกลัวจนบางรายไม่กล้าแม้แต่จะออกมาจากบ้านด้วยซ้ำ เว็บไซต์ข่าวเมโทรของอังกฤษระบุต่อไปว่า แพทย์ในเขตการปกครองของไอเอส เผยข้อมูลลับ กรณีที่นักรบญิฮาดหลายรายมีความผิดปกติทางเพศ และ มีความปรารถนาทางเพศมากกว่าปกติ และมีสัญชาตญาณทางเพศที่โหดร้าย และผิดปกติจากคนทั่วไป จากการรายงานของสื่อท้องถิ่นในซีเรีย หนึ่งในความผิดปกติคือ มีข่าวแว่วๆว่า นักรบญิฮาดใช้ยาไวอากร้า เพื่อให้สามารถมีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังบังคับให้พวกเธอสวมใส่ชุดแบบปลุกใจเสือป่าเพื่อปลุกเร้าอารมณ์ รวมไปถึงการซื้อชุดชั้นในเป็นจำนวนมากให้ภรรยา เกินกว่าปกติ พวกเขามีภรรยามากกว่า 1 คน และการสมรสเกิดขึ้นในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน แพทย์ท้องที่เผยว่า สตรีหลายรายเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เนื่องจากได้รับบาดเจ็บ จากการมีเพศสัมพันธ์อันพิสดารกับสามี ส่วนหนึ่งของรายงานจาก เดอะ การ์เดียนระบุว่า เด็กหญิงชาวอิรักวัยเพียง 14 ปี ที่ถูกปิดบังชื่อ เธอเล่าเรื่องราวสุดโหดร้าย เธอถูกจับเป็นเชลย และถูกเป็นเครื่องมือในการค้าสวาทเพื่อหารายได้ให้กลุ่มไอเอสกว่า 15 ครั้ง และทุกครั้งเธอถูกล่วงละเมิดทางเพศ เธอหลบหนีและเล่าความขืนข่มให้กับนักสิทธิมนุษยชนเพื่อสตรีในอิรักถึงช่วงเวลาอันเลวร้าย อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ MThai News ได้นำเสนอเรื่องราวของหญิงสาวชาวยาซิดี เมื่อช่วงเดือน ธ.ค. 2557 ที่นักรบไอเอสจับไปเธอเป็นเชลยในเมืองโมซุล ประเทศอิรัก เธอรู้ดีว่าชะตากรรมของเธอจะเป็นเช่นไร ซึ่งเธอไม่ต้องการตกเป็นทาสทางเพศของกลุ่มหัวรุนแรง จึงตัดสินใจปลิดชีพตนเองด้วยการแขวนคอตายในที่สุด สมาชิกกลุ่มไอเอส พยายามกำหนดข้อบังคับ ของสตรีในพื้นที่การปกครองของตนเองดังนี้ 1.สวมผ้าคลุมแบบดั้งเดิมของสตรีชาวมุสลิมอย่างเคร่งครัด 2.หากสตรีคนใดออกจากบ้านเพียงลำพัง จะต้องมีญาติสนิทผู้ชายติดตามมาด้วย 3.ห้ามให้สตรีที่มีอายุต่ำกว่า 50 ปี เดินทางเพียงลำพัง แม้กระทั่งเหตุผลทางด้านการเดินทางเพื่อพบแพทย์ หรือไปโรงพยาบาล 4.สั่งปิดสถาบันทางการศึกษาและมหาวิทยาลัย 5.ห้ามให้สตรี ย้ายภูมิลำเนาไปยังภูมิภาคอื่นๆเพื่อศึกษาต่อ 6.กำหนดให้สตรีต้องมีญาติสนิท ทำงานที่เดียวกัน 7.ห้ามทำศัลยกรรมความงามอย่างเคร่งครัด รวมถึงห้ามเจาะหู ห้ามเปิดธุรกิจร้านเสริมสวย แต่ไม่เพียงสตรีที่อยู่ภายใต้การควบคุมทางกฏหมายที่เข้มงวดเท่านั้น เนื่องจากเมื่อเดือนมกราคม ที่ผ่านมา กลุ่มไอเอสบัญญัติบทลงโทษที่โหดร้าย เพื่อลงโทษผู้ที่ร่วมประเวณีนอกการสมรส หรือการคบชู้ ไม่ว่าจะชายหรือหญิง หากสมรสแล้ว จะต้องถูกฟาด 100 ครั้งจนสิ้นใจ โดยผู้สมรู้ร่วมคิดในการร่วมสวาทจะถูดตัดสินให้ตายตกไปตามกัน แต่หากยังโสดจะต้องถูกเนรเทศออกจากเมือง อับราฮัม ชายชาวอิรักชายชาวอิรัก หนึ่งในพยานที่ให้ข้อมูลผ่านสื่อ ที่ให้ข้อมูลผ่านสำนักข่าวในอิรัก เผยว่า ไอเอสเปิดซ่องโสเภณีในเมืองโมซุล โดยการซื้อสตรีจากตลาดทาส ซึ่งสถานที่แห่งนี้ เปรียบได้กับนรกสำหรับทาสทางเพศที่จำยอมจำนนต่อชะตากรรมอันเลวร้ายอย่างไม่เต็มใจ เหยื่อ ? สตรีชาวยาซิดี ชนกลุ่มน้อย ที่บางส่วนนับถือศาสนาคริสต์ และบางส่วนนับถือศาสนาอิสลาม มุมมองของกลุ่มนักรบอิสลามเชื่อว่า กลุ่มยาซิดีเป็นพวกนอกรีต ดังนั้นการกระทำชำเรากลุ่มยาซิดีถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ผิดบาป และแน่นอนว่าเป้าหมายของการถูกทำร้ายคือสตรีที่อาศัยในพื้นที่ที่ถูกกลุ่มไอเอสรุกราน สาวยาซิดีเป็นจำนวนมากถูกนักรบญิฮาดบุกเข้าไปในพื้นที่ สังหารพ่อแม่ และญาติผู้ชายทั้งหมด และจับเธอมาบรรเทาความกำหนัดของตัวเอง เหยื่อส่วนใหญ่ เปิดเผยด้วยความขื่นขมว่า เธอได้รับการปฏิบัติอย่างเลวร้าย รวมกับว่าพวกเธอไม่ใช่มนุษย์ แม้ว่าพวกเธอจะยังไม่ได้แต่งงานกับนักรบเหล่านี้อย่างถูกประเพณีและกฏหมายกลุ่ม ซึ่งมันดูจะขัดกับกฏหมายที่ได้ระบุมาก่อนหน้านี้ เหตุผลคือ ไวส์ นิวส์เปิด เผยเรื่องราวของกลุ่มไอเอส ที่ระบุว่า ในช่วงสงคราม กฏเกณฑ์ที่ถือปฏิบัติในช่วงปกติจะถูกยกเลิกชั้วคราว และนักรบในกลุ่มจะได้รับอนุญาติให้มีความสัมพันธ์กับเชลย โดยไม่มีความผิด ท้ายที่สุดหญิงสาวที่ถูกก่ออาชญากรรมทางเพศเหล่านี้ แม้จะรอดชีวิตจากเงื้อมมือของกลุ่มไอเอสมาได้ แต่สุดท้ายพวกเธอก็ต้องตายด้วยการฆ่าเพื่อรักษาเกียรติ ไม่จบชีวิตด้วยตัวเอง ก็โดนครอบครัวของเธอสังหารอยู่ดี สตรีชาวเคิร์ด เป็นชนกลุ่มน้อยที่ต่อสู้กับกลุ่มไอเอสเพื่อยึดครองเมืองโคบานี พื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญระหว่างประเทศตุรกีและซีเรียคืนจากกลุ่มไอเอส ซึ่งนักรบส่วนใหญ่คือผู้หญิง ครั้งใดที่ไอเอสบุกเข้ามาปิดล้อมพื้นที่ของกองทัพชาวเคิร์ด นักรบหญิงที่ทราบชะตากรรมว่าหากแพ้เธอต้องตกอยู่ในสภาพเชลย และจะต้องเจอกับความเลวร้าย ในการถูกทารุณกรรมทางเพศ ส่วนมากพวกเธอจะฆ่าตัวตายเพื่อหลีกหนีสภาพดังกล่าว ความโหดร้ายรุนแรงทั้งหมดที่ได้กล่าวมา ส่งผลให้นักเคลื่อนไหว และนักสิทธิมนุษย์ชนออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านการกระทำอันป่าเถื่อนที่กลุ่มไอเอสกระทำต่อสตรี กลุ่มนักเรียกร้องสิทธิสตรีในอิสตันบูล ตุรกี ออกมารวมตัวกันเพื่อวัตถุประสงค์ ในการหยุดยั้งการปลดแอกสตรีจากการตกเป็นทาสทางเพศ พวกเขาเปรียบเปรยการก่ออาชญากรรมทางเพศดังเช่นอาวุธสงครามที่ประหัดประหารชีวิตพวกเธอในทางอ้อม MThai News ที่มา METRO VICE Raqqa-sl

เพื่อนรักเพื่อนโฉด (Story of Kennedy Town(1990))
หนังจีน

กั๋วฟู่เฉิง - เจิ้งห้าวหนัน - หลี่จื้อสง - จางเหมี่ยน: นำแสดง เรื่องย่อ : หลี่เส้าเหว่ย เกาเทียนฉียงและจ้วงเผิง สามมิจฉาชีพได้สาบานเป็นพี่น้องกัน มีสุขร่วมเสพ มีทุกข์ร่วมต้าน ต่อมาจ้วงเผิงได้ไปสอบเข้าเป็นตำรวจและด้วยความช่วยเหลือจากเพื่อนๆ ทำให้เขามีผลงานจนได้เลื่อนตำแหน่ง หลี่เส้าเหว่ยกับเกาเทียนเฉียงเกิดไปทะเลาะวิวาทกับกลุ่มอันธพาลเกาเทียนเฉียงต้องติดคุก เขาจึงฝากให้จ้วงเผิงคอยช่วยดูแลเสี่ยวลี่แฟนสาวให้แต่จ้วงเผิงเกิดไปหลงรักเสี่ยวลี่เข้าจริงๆจึงวางแผนฆ่าเพื่อน จึงทำให้หลี่เส้าเหว่ยแค้น จึงฆ่าจ้วงเผิงตาย ส่วนตัวขาเองก็ถูกศาลประหารชีวิต

รวมเรื่องราวดี๊ดี คนบันเทิง ปี’57
คนบันเทิง /  เรื่องราวดีดีคนบันเทิง / 

ก่อนอื่นต้องขอกล่าวคำว่า สวัสดีปีใหม่ 2558 ปีเก่าผ่านพ้นไปปีใหม่เข้ามาแทนที่อีกเหมือนเดิม ซึ่งปีที่ผ่านมาสมกับเป็น ปีม้า คึกคักจริงๆ ดูได้จากคนในวงการบันเทิงบ้านเราที่เป็นหัวหอกร่วมกันรณรงค์ปกป้องเพื่อนมนุษย์ รวมไปถึงเพื่อนร่วมโลก อย่างบรรดาสัตว์นานาชนิดที่ถูกทำร้าย ถูกทอดทิ้ง เรียกได้ว่าลบคำสบประมาณของใครหลายๆ คนที่มองว่าวงการบันเทิงมีแต่เรื่องไร้สาระ เรามาดูกันเลยดีกว่าว่าคนบันเทิงกับเรื่องราวดี๊ดีตลอดปีที่ผ่านมา มีดาราศิลปินคนไหนบ้างที่ติดโผ คนแรกที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้ เพราะนอกจากจะเป็นพระเอกในจอ เขายังเป็นฮีโร่ตัวจริงเสียงจริง บิณฑ์ บันลือฤทธิ์ ที่อุทิศตนให้กับมูลนิธิร่วมกตัญญูมานานนับสิบปี จนกระทั้งผันตัวเองมาช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่ตกทุกข์ได้ยากไม่ว่าจะเป็นคนที่เป็นโรคร้ายแรง หรือคนยากจนที่ไม่สามารถดูแลตัวเองได้ ทางด้านบิณฑ์ก็จะไปหาถึงที่ด้วยตัวเองเพื่อประสานงานช่วยเหลือคนเหล่านี้ ซึ่งเจ้าตัวมีอุดมการณ์ชัดเจนคือช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน จนได้ฉายาว่าเป็น นายกของคนยากไร้ !!! มาถึงนางสาวไทยสวยทั้งร่างกายและจิตใจอย่างสาว บุ๋ม ปนัดดา ที่ล่ารายชื่อให้ครบ 1 แสนคนเพื่อส่งต่อให้คสช.หนุนบทลงโทษประหารชีวิตในคดีข่มขืน ซึ่งล่ารายชื่อได้ครบถ้วนและได้ยื่นรายชื่อไปแล้ว แต่จะแก้กฎหมายได้หรือไม่คงต้องรอดูกันต่อไป รวมไปถึงช่วยเหลือผู้ยากไร้ทั้งเด็ก สตรี และคนชรา ที่เดือดร้อนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จนใครๆ เรียกเธอว่า ปวีณา2 (อิอิ)! ต่อด้วยบรรดาสาวๆ จากเวทีแคทวอล์ก นำทีมโดย เก๋ ชลลดา หัวเรือใหญ่ รวมตัวกับเพื่อนๆ นางแบบ อาทิ โย ยศวดี, เอ อัญชลี, ชัญญ่า ฯลฯ ทำโครงการ The voice เสียงจากเรา ขึ้นมาเพื่อรณรงค์ให้มีพรบ.คุ้มครองสัตว์ภายในประเทศ เหตุสืบเนื่องมาจากเจ้าตัวเป็นคนรักสัตว์ และทนไม่ได้ที่เห็นข่าวสัตว์โดนทำร้ายและทารุณอยู่บ่อยครั้ง ล่าสุดมีคนบันเทิงร่วมสนับสนุนโครงการดีๆ ของพวกเธออีกเพียบ! ด้าน ซุปตาร์ สาวแห่งเมืองไทยอย่าง อั้ม พัชราภา ที่เจ้าตัวมีทุนเดิมเป็นคนรักน้องหมาอยู่แล้ว ทำให้ สาวอั้ม มีความกระตือรือร้นช่วยเหลือหมาทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นหมาป่วย หมาหาย หมาถูกทิ้ง ถึงจะไม่ได้ออกหน้าทำให้เป็นเรื่องเป็นราว แต่เจ้าตัวขอเป็นอีกหนึ่งช่องทางพีอาร์ที่ดีเลยทีเดียว เพราะไม่ว่าใครจะขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับน้องหมา สาวอั้ม เป็นต้องประกาศผ่านโซเชี่ยลให้ตลอด ซึ่งก็ได้ความร่วมมือจากเหล่าแฟนคลับของเจ้าตัวได้ดีมากเลยทีเดียว คู่รักวัยทีนอย่าง อเล็กซ์ เรนเดลล์ กับแฟนสาว เต้ย จรินทร์พร ก็ไม่น้อยหน้า แท็กทีมกันหาเงินช่วยเหลือช้างเพื่อเป็นการอนุรักษ์ช้างไทยไปในตัว เริ่มจากที่ทั้งคู่ไปส่องสัตว์ในป่าทำให้เต้ยสนใจที่อยากจะอุปถัมภ์ช้างสักเชือกหนึ่ง จนได้มีการติดต่อทั้งคู่เลยอยากจะไถ่ชีวิตช้างน้อยเชือกหนึ่งด้วยราคา 1.5 ล้านบาท จึงได้บอกบุญไปยังแฟนคลับและเพื่อนพ้องดาราที่สนใจอยากมีส่วนร่วมในการทำบุญครั้งนี้ จนได้เงินจำนวนครบตามจำนวนและทำการอุปถัมภ์ช้างเชือกนั้นและตั้งชื่อว่า ขวัญเมือง จากนั้นทำให้ทั้งคู่คิดอยากช่วยเหลือช้างอย่างจริงจัง จึงคิดจัดคอนเสิร์ตเพื่อนำเงินไปซื้อรถพยาบาลสำหรับช้างต่อไป... ดูเหมือนเรื่องราวดี๊ดีของคนบันเทิงจะมีมากมายหลายแบบ โดยเฉพาะเรื่องราวดี๊ดีของดารารุ่นใหญ่อย่าง ตุ๊ก เดือนเต็ม สาลิตุล ที่ดูแลเพื่อนสนิท ลินดา ค้าธัญเจริญ ที่ป่วยเป็นอัมพฤตข้างซ้าย และมะเร็งโคนลิ้น นอนรักษาตัวที่รพ.จุฬาฯมานาน 5-6 ปี ไม่สามารถดูแลตัวเองได้ ตุ๊ก เดือนเต็ม ได้คอยป้อนข้าวป้อนน้ำและช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่ายดูแลทุกอย่าง รวมไปถึงเหตุการณ์ที่เจ้าตัวไปช่วยมอเตอร์ไซค์ถูกรถชน ขนาดเอาตัวไปขวางรถคู่กรณีเอาไว้ จนโลกโซเชียลต่างแชร์ชื่นชมถึงความดีในครั้งนี้!! นี่คือส่วนหนึ่งเท่านั้นที่เราหยิบยกมานำเสนอให้แฟนๆ ของพวกเขาเหล่านี้ และคอบันเทิงทั้งหลายได้ภูมิใจกับเรื่องราวดีดีที่ ดารา- นักแสดง ส่งต่อสิ่งดีๆ คืนสู่สังคม และถือเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับเยาวชนต่อไป ต้องขอปรบมือให้ดังๆ และขอเป็นกำลังแรงใจให้วงการบันเทิงมีเรื่องดีดีแบบนี้ตลอดไป...

ศาลสั่งประหารมือฆ่าเอกยุทธ์ สารภาพเหลือคุกตลอดชีวิต
ข่าววันนี้ /  คดีอุ้มฆ่าเอกยุทธ / 

ศาลสั่งประหารมือฆ่าเอกยุทธ์ ก่อนจะให้ลดโทษเหลือคุกตลอดชีวิต หลังยอมรับสารภาพ พร้อมให้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 1.6 ล้านบาท ศาลอาญานัดอ่านคำพิพากษา นายสันติภาพ เพ็งด้วง หรือ บอล ผู้ต้องหาในคดีอุ้มฆ่า นายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจชื่อดัง เมื่อปี2556 โดยศาลได้พิจารณาจะพยานและหลักฐานจึงได้ตัดสินให้ประหารชีวิตนายสันติภาพ เพ็งด้วง แต่คำให้การของจำเลยเป็นประโยชน์ และยอมรับสารภาพ จึงลดโทษให้เหลือจำคุกตลอดชีวิต และชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 1.6 ล้านบาท ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ "คดีเอกยุทธ์" ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>> ภาพจาก INN MThai news

อินโดฯ จ่อประหารนักโทษยาเสพติดออสเตรเลีย
นักโทษยาเสพติด /  ประหาร / 

โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดอินโดนีเซีย ยืนยันการเตรียมประหารชีวิตนักโทษคดียาเสพติด 8 คน จะเดินหน้าต่อไป รวมถึงนักโทษชาวออสเตรเลีย 2 คนด้วย   โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดของอินโดนีเซีย กล่าวว่ากำลังเตรียมการประหารชีวิตนักโทษคดียาเสพติด 8 คนต่อไป ในจำนวนนี้เป็นนักโทษชาวออสเตรเลีย 2 คนคือ นายเมียวรัน ซูกามารัน และนายแอนดรูว์ ชาน ซึ่งได้ยื่นเรื่องขอลดหย่อนโทษก่อนหน้านี้แล้ว แต่ประธานาธิบดีโจโค วิโดโด้ ของอินโดนีเซียปฏิเสธ ทนายความของนักโทษทั้ง 2 คนได้ยื่นขอให้มีการทบทวนใหม่ที่ศาลแขวงในบาหลี แต่สำนักงานอัยการสูงสุดระบุว่า สายเกินไป เพราะการยื่นขอลดหย่อนโทษถูกปฏิเสธแล้ว นักโทษออสเตรเลีย 2 คนถูกจับกุมเมื่อปี พ.ศ.2548 ในข้อหาพยายามลักลอบขนเฮโรอีนน้ำหนัก 8.3 กิโลกรัมจากบาหลีไปออสเตรเลีย ในจำนวนนักโทษ 8 คน ที่กำลังจะถูกประหารชีวิต เป็นชาวอินโดนีเซียเพียงคนเดียว ชาวออสเตรเลีย 2 คน ส่วนอีก 5 คน มาจากฝรั่งเศส กานา บราซิล และฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มีกฎหมายยาเสพติดที่เข้มงวดอย่างยิ่ง และมักจะมีการประหารผู้ลักลอบขนยาเสพติดอยู่บ่อยๆ โดยปัจจุบัน มีนักโทษ 138 คนที่รอการประหารชีวิต ส่วนใหญ่เป็นความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ในจำนวนนี้ราว 1 ใน 3 เป็นชาวต่างชาติ