ประหารชีวิต

ชาวเมียนมา บุกลุกฮือหน้าบ้าน 'อองซาน ซูจี' ปมคดีเกาะเต่า
คดีฆาตกรรม /  คดีเกาะเต่า / 

ชาวเมียนมาจำนวนหนึ่ง รวมตัวประท้วง คำตัดสินของศาลชั้นต้นไทย ที่ตัดสินประหารชีวิต สองจำเลยคดีเกาะเต่า หน้าบ้านพักของนางอองซาน ซูจี แกนนำประชาธิปไตยและหัวหน้าพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย - เอกอัครราชทูตไทย ณ นครย่างกุ้งปิดให้บริการ วานนี้ (27 ธ.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าว กรณีที่ชาวเมียนมาออกมาประท้วง เรียกร้องให้นางอองซาน ซูจี หัวหน้าพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย ที่ได้รับชัยในการเลือกตั้ง และกำลังจะก้าวขึ้นมาจัดตั้งรัฐบาลของประเทศ ให้ความช่วยเหลือเรื่องดังกล่าว ทั้งยังแสดงความโกรธแค้นต่อคำตัดสินของศาลชั้นต้นไทย ที่สั่งให้ประหารชีวิต 2 นักโทษชาวเมียนมา ในคดีสังหาร 2 นักท่องเที่ยวอังกฤษที่เกาะเต่า ประชาชนชาวเมียนมา ออกมาการประท้วงคำตัดสินคดีเกาะเต่า เป็นวันที่ 3 เกิดขึ้นในอีกหลายเมืองทั่วประเทศ รวมถึง ที่เมืองแป และมัณฑะเลย์ และเมืองอื่น ๆ อีกหลายเมือง ที่มีการส่งจดหมายเปิดผนึกคัดค้านคำตัดสิน ไปยังรัฐมนตรีต่างประเทศไทย โดยในวันเดียวกัน สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ นครย่างกุ้ง ประกาศปิดให้บริการแผนกกงสุล ระหว่างวันที่ 28-30 ธ.ค.นี้ จากการชุมนุมประท้วงบริเวณหน้าสถานเอกอัครราชทูตฯ ประท้วงคำพิพากษาศาลไทย ส่งแววยืดเยื้อ ส่งผลกระทบต่อการเดินทางเข้า-ออกสถานเอกอัครราชทูตฯ อย่างไรก็ตาม สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ นครย่างกุ้ง ระบุว่า หากมีความจำเป็นเร่งด่วนในการติดต่อแผนกกงสุล โดยเฉพาะกรณีที่ท่าน จำเป็นต้องเดินทางไปรักษาพยาบาลที่ประเทศไทยในช่วงนี้ สามารถติดต่อกงสุลได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 09-5090926 ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

แพท ปาดน้ำตา! อุ้มลูกยืนส่ง เบนซ์ เรซซิ่ง ถูกควบคุมตัวไปขัง
เบนซ์ เรซซิ่ง /  แพท ณปภา / 

ดาราสาว แพท ณปภา เช็ดน้ำตา อุ้มลูกชาย น้องเรซซิ่ง ยืนมองสามี เบนซ์ เรซซิ่ง ทางหน้าต่างที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ขณะถูกควบคุมตัวไปขังไว้ยังสถานบำบัดพิเศษกลาง หลังเมื่อเวลา 16.00 น. ศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว เบนซ์ เรซซิ่ง จำเลยคดีสมคบเครือข่าย บอย นาคคำ กระทำผิดยาเสพติดและร่วมกันฟอกเงิน เนื่องจากคดีโทษสูงถึงประหารชีวิต และอัยการโจทก์ค้านประกัน ซึ่งหนุ่มเบนซ์ได้ถูกควบคุมตัวไปขังไว้ยังสถานบำบัดพิเศษกลาง ตลอดการพิจารณาจนกว่าจะยื่นประกันตัวใหม่ แล้วศาลให้อนุญาตให้ประกันตัว หรือจนกว่าคดีจะมีคำพิพากษาให้ยกฟ้อง โดยในเวลา 18.00 น. วันนี้ ทางเจ้าหน้าที่จะควบคุมตัวหนุ่มเบนซ์ออกจากศาลอาญาไปยังเรือนจำคลองเปรม... ขอบคุณ ภาพเพิ่มเติมจากไอจี @pat_napapa แพท ณปภา แพท ณปภา แพท ณปภา แพท ณปภา เบนซ์ เรซซิ่ง และทนาย เบนซ์ เรซซิ่ง และทนาย แพท และครอบครัว แพท และครอบครัว แพท และครอบครัว

นักรบไอเอส ประหารชีวิตแม่บังเกิดเกล้า ฐานหนีออกจากกลุ่ม
กลุ่มไอเอส /  นักรบ / 

กลุ่มสิทธิมนุษยชนในซีเรีย เผย นักรบในกลุ่มไอเอส สังหารแม่ตัวเอง ฐานพยายามหลบหนีออกจากกลุ่ม วันนี้ (8ม.ค.) สำนักข่าว 'ซีเอ็นเอ็น' รายงานข่าว กรณีที่กลุ่มสิทธิมนุษยชนในซีเรีย เปิดเผยว่า นักรบจากกลุ่มไอเอส วัย 20 ปี ในเมืองรักกา ประเทศซีเรีย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ตกอยู่ใต้การปกครองของกลุ่มไอเอส ที่ก่อเหตุสังหารแม่ของตัวเอง ที่เป็นสมาชิกในกลุ่มไอเอสเช่นกัน แต่พยายามจะหลบหนีออกจากกลุ่ม แต่ไม่ปรากฏข้อมูลว่าเธอถูกสังหารด้วยวิธีใด อย่างไรก็ตาม กลุ่มรัฐอิสลามในอิรักและซีเรีย หรือ 'กลุ่มไอเอส' เป็นกลุ่มติดอาวุธที่พยายามจัดตั้งรัฐอิสลามในอิรักละซีเรีย มีเครือข่ายอยู่หลายประเทศที่เป็นดินแดนของชาวมุสลิม และโด่งดังเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกจากคลิปสังหารนักบินชาวจอร์แดนด้วยการ เผาทั้งเป็น ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News ที่มา  cnn

ดีเจต้นหอม ยอมรับทำผิด ไม่ขอใช้คำว่า
ดีเจต้นหอม /  ข่าว ดีเจต้นหอม / 

  หลังจากที่ตกเป็นประเด็นร้อนมาพักใหญ่ๆ และโดนสังคมจับตามองว่าเลิกกันหรือไม่เลิกกัน สำหรับคู่รักร่อแร่อย่าง ดีเจต้นหอม ศกุนตลา และ ซัน ประชากร เมื่อฝ่ายชายได้ลบรูปคู่ในไอจีจนหมด พร้อมกับมีกระแสข่าวว่า ดีเจต้นหอม แอบซุกกิ๊กและกลับไปคบกับคนเก่า ล่าสุดทาง ดีเจต้นหอม ก็ได้เดินทางมาเป็นพิธีกรในงานแต่งงานของ อี๊ฟ พุทธธิดา-ต้น เติมศักดิ์ ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม เมืองทองธานี ซึ่งงานนี้สาวต้นหอม ก็พร้อมเปิดใจถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ว่าเป็นเรื่องของคนสองคนเท่านั้น ตนไม่มีเรื่องที่สาม ไม่เคยนอกใจแฟน หลักๆ มาจากการตั้งกฎเกณฑ์ที่ไม่ตรงกันเพราะคนละมุมมองและวัย และยอมรับว่าตนเองเป็นคนผิด และพร้อมที่จะปรับปรุงตัวเอง หลังจากนี้คงเดินหน้าง้อ หนุ่มซัน เต็มที่   "ตั้งแต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นเริ่มจากการลบรูปใช่มั้ยคะ มันก็มีกระแสมาเรื่อยๆ ทีนี้เรื่องของการลบรูปหอมยอมรับว่ามีปัญหากันจริง ส่วนเหตุผลนั้นหอมขอเป็นเรื่องส่วนตัว สถานะวันนี้ยังไม่ใช้คำว่าเลิกนะคะ อยู่ในช่วงของการดูพฤติกรรม เขาดูเรานะคะ (หัวเราะ)" เหมือนเขาจับผิดอะไรเราได้   "หลายคนสงสัยว่าเป็นเรื่องผู้ชายหรือเปล่า เพราะข่าวออกไปเยอะมาก กลับไปกินคนเก่าบ้าง ซุกผู้ชายบ้าง หอมจะบอกว่าฟังข่าวบันเทิงแค่ผ่านๆ เลยนะคะ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นมีแค่คนสองคนที่รู้ คนสนิทจะไม่ค่อยกล้าถามเมื่อหอมไม่พูด ฉะนั้นหอมเป็นหนึ่งในสองคนที่อยู่ในเหตุการณ์ ฉะนั้นฟังสิ่งที่หอมจะพูดวันนี้นะคะ หอมไม่มีเรื่องมือที่สามหรือเรื่องการนอกใจ เพราะหอมไม่เคยนอกใจแฟน เหตุผลของการที่เรามีปัญหากัน ก็เป็นหอมที่ยังผิดกฎเกณฑ์อะไรบางอย่างที่เขาตั้งเอาไว้ ซึ่งอันนี้เป็นความผิดพลาดของเราเอง ความผิดทั้งหมอหอมน้อมรับไว้คนเดียว ถ้าจะด่าให้ด่าฝั่งนี้ เพราะว่าเป็นคนผิด" ข้อตกลงรับได้ทั้งสองฝ่ายหรือเปล่า   "เป็นคนละมุมมองค่ะ หอมรู้สึกว่าบางเรื่องถ้าหอมปล่อยผ่านไปได้ก็ปล่อยผ่านไป เพื่อเอาอนาคตที่อยู่กันแล้วสบายใจ แต่เขารู้สึกว่าเราเป็นแฟนกันเราสามารถรับรู้เรื่องของกันได้ทั้งหมด แต่หอมมองว่าชีวิตคนเรามันมีเรื่องส่วนตัว อันนี้คือที่ไม่ตรงกัน เราก็ไม่ได้เคลียร์กันว่ากฎเกณฑ์ของเราจะเป็นยังไง มันก็เลยเกิดปัญหาขึ้น แต่ก่อนเกิดปัญหาเขาก็บอกแล้วว่าอย่านะ เพราะเขาไม่โอเคกับเรื่องนี้ แต่ด้วยความที่เราเบลอๆ ทำงานเยอะมาก คือตอนที่คุยกันยิ่งพูดหอมก็ยิ่งดูแย่ เพราะสมองหอมไม่ทำงาน คือคุยกันตอนตี2 น่ะวันนั้น แล้วก็คุยกันไม่รู้เรื่อง เขาก็บอกว่าอันนี้เขาไม่โอเค คืนนั้นก็เหมือนนักโทษที่ถูกสั่งประหารชีวิตไปแล้ว ก็ยังงงๆ อยู่เพราะมันตี2 แล้ว 7 โมงก็ต้องตื่นไปทำงาน สมองก็ยังไม่รับรู้อีกว่าเกิดอะไรขึ้น ฉะนั้นพอลบรูปปุ๊บสังคมกดดันหอม หอมไม่มีคำตอบ เพราะตัวเองก็งง และต้องทำงานเช้าเลิกดึกอยู่ 2 วัน ก็ไม่มีเวลาที่จะคิดทบทวน จนกระทั่งวันที่ 3 มีเวลาคิดทบทวนว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างเรา หอมก็โทรกลับไปเพื่อขออุทร อันนี้คือรวบรวมหลักฐานทั้งหมดเพื่อแก้ต่างตัวเองก่อน เพราะว่าวันนั้นเราถูกตั้งคำถามอย่างเดียว เราไม่มีคำตอบ แต่วันนี้เราไปหาคำตอบในคำถามที่เขาสงสัย ก็พยายามหาหลักฐานมา ตอนแรกเขาก็ไม่แหละ เราก็พยายามเคลียร์ตัวเอง คือพยายามพูดแบบใจเย็น ขอโอกาส ซึ่ง ณ จุดตอนนี้ที่เขาให้คือดูไปก่อน ฉะนั้นสถานะคำว่าเลิกหอมยังไม่ใช้ ณ ตอนนี้ อะไรก็ตามอย่าไปด่าฝั่งโน้น เพราะไปด่าฝั่งโน้นมันหนาวถึงตรงนี้เลย (หัวเราะ)" จริงๆ แล้วปัญหาเกิดขึ้นช่วงไหน   "จริงๆ หอมไม่อยากยึดเรื่อง 3 แซ่บ เพราะเป็นรายการอัดเทป ก็วันที่ลบน่ะค่ะ รุ่งขึ้นของวันที่ลบคือคืนนั้นที่มีปัญหา" สิ่งที่เขาขอเป็นสิ่งที่เรารับได้มั้ย   "เปลี่ยนทุกอย่างค่ะ เขาไม่ได้ขอแล้ว ตอนนี้นำเสนอเลย (หัวเราะ) เรียกว่าเปลี่ยนการปกครองเลย ยอมให้มีการปฏิวัติกันขนาดนั้น" แล้วเราไม่อึดอัดเหรอ   "ไม่อึดอัดค่ะ เพราะกฎเกณฑ์บางอย่างหอมมีแค่ไม่กี่ข้อเท่านั้นเอง ไม่ใช่ทั้งชีวิตของหอม เรารู้แล้วว่าคนนี้เป็นคนดี หอมเองก็เป็นคนดี แค่เล็กๆ น้อยๆ ที่เราจะปรับกัน แต่บางเรื่องความเป็นส่วนตัวหรือความติสท์ของหอมเนี่ยถ้าจะมีแฟนมันต้องแชร์แล้วนะ 100%ต้องเป็นของเขาแล้วนะ ฉะนั้นข้อปรับมันนิดเดียวเอง" หลังจากเกิดเหตุการณ์คุยกันน้องไหม   "ความสัมพันธ์มันถูกลดลง สรรพนามเปลี่ยนไป มันมีความเย็นชาถึงขั้วหัวใจเลย (หัวเราะ)" เฮิร์ทไหม   "มันเจ็บกับความเย็นชามากกว่า แต่หอมก็มีหมอดูคู่กาย (ยิ้ม) หมอดูก็บอกทิศทางมาว่าหอมต้องทำยังไง (หัวเราะ)" เรียกว่าเดินหน้าง้อไหม   "พิสูจน์ตัวเองค่ะ มันก็คงไม่ได้เดินหน้าง้ออะไรเหมือนกับที่เคยเห็นนะคะ (หัวเราะ) คือคนนี้เขาไม่ต้องการแอ็คชั่นที่เล่นใหญ่ คุณเป็นคนดีสิ ลองเป็นแฟนคือคนที่คุณต้องการอยู่กับเขาจริงๆ สิ ช่วงที่หอมทำงานหนักหอมยอมรับว่าหอมละเลยจริงๆ ความเสมอต้นเสมอปลายของหอมลดลงจริงๆ ในขณะที่เขายังอยู่ พอวันที่เขาเดินออกจากชีวิตเราก็เลยได้ทบทวนตัวเองว่าที่ผ่านมาเรายังทำดีไม่พอ แต่เห็นแล้วล่ะว่าการทำดีมันต้องทำยังไงบ้าง การดูแลเอาใจใส่เขา คือวันนี้เขาทำดีกับหอม 100% ในขณะที่ที่ผ่านมาตินหอมยุ่งๆ หอมให้ได้แค่ 50% วันนี้หอมเลยขอโอกาสว่าให้หอมได้ดูแล ให้หอมได้มีโอกาสทำหน้าที่ 100% ได้มั้ย" ได้เจอกันบ้างหรือยัง   "เพิ่งเจอวันนี้เองค่ะ แค่เอาของไปให้ ปกติเขาจะมาเอา แต่เราบริการค่ะ (หัวเราะ) แต่ก็คือแค่ยื่นของ แล้วก็แยกย้าย (ยิ้ม)" พอเปลี่ยนตัวเองแล้วความเป็นเราจะเป็นไปได้อีกนานมั้ย "มันไม่ใช่เปลี่ยนตัวเองค่ะ ปรับ เพราะมันเป็นเรื่องเล็กสำหรับหอม และเวลาที่ไม่เข้าใจกัน หอมจะชั่งน้ำหนักว่าใครผิดหรือใครถูก ซึ่งหอมรู้สึกว่าการเปลี่ยนหรือการร้องขอของเขามันเปลี่ยนได้สมเหตุสมผล ทุกอย่างมันมีเหตุผลค่ะ ไม่ได้ยอมตามเขาทุกเรื่อง" ลดความติสท์ลงเลยใช่มั้ย   "ไม่มีโลกส่วนตัวแล้วค่ะ มีแต่โลกของเรา (หัวเราะ)" คิดว่าเร็วไปไหมเพิ่งเปิดตัวแต่โดนให้เปลี่ยนแล้ว   "ชีวิตคนมันคอนโทรลไม่ได้ค่ะ การเปิดเป็นอะไรที่เสี่ยงมากนะคะ แต่ความรักมันต้องเดินหน้า เพราะความรักต้องการความชัดเจน ว่าวันนี้เรามีเขาคนเดียวนะ มันเป็นสเต็ปค่ะ หอมเลี่ยงไม่ได้ สื่อหรือสังคมก็เลี่ยงไม่ได้ ฉะนั้นคุณก็รับรู้เรื่องหอมตามที่หอมบอกนี่แหละ มันหนีสังคมไม่ได้ หอมไม่ได้สร้างกระแส แต่หอมเป็นคนในกระแส ก็ไม่รู้จะหลบยังไงเหมือนกัน" ท่าทีเขาอ่อนลงหรือยัง   "ก็ยอมให้คุยทุกวัน จากที่แค่ช่วงเย็น ตอนนี้เช้ากลางวันเย็นได้ เขาก็เริ่มมีคำถามกลับมาบ้าง ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี คือตอนนี้อยากให้เขามีญาติเป็นสไปเดอร์แมน จะได้มีเยื่อใยบ้าง (หัวเราะ)" แสดงว่าเราไม่อยากเสียรักครั้งนี้ไป   "ไม่อยากแต่หอมตอบไม่ได้ว่า สุดท้ายแล้วเขาจะให้อภัยเราได้หรือเปล่า แต่วันนี้หอมต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุดก่อน หอมไม่สามารถบอกว่าเธอจะดีกับฉันไหม ไม่ใช่ วันนี้หอมต้องเอาของไปขาย สุดท้ายอยู่ที่เขาจะซื้อหรือไม่แค่นั้น หอมเชื่อว่าวันนี้สถานภาพเราเป็นแบบนี้ มันเป็นไปได้ที่คนใหม่จะเข้ามาหาเขา ซึ่งคนใหม่ๆ มีทั้งเด็กและสวยกว่าโปรไฟล์ดีกว่าหอม เพราะตลอดเวลาที่คบกันบอกเลยว่า มีสาวๆ ประมาณไหนเข้ามาหาเค้า ซึ่งทุกคนล้วนแต่ดีกว่าเราทั้งนั้น แต่วันนี้หอมก็ถามเลยว่า มีคนเข้ามาคุยอยู่ไหม เขาบอกเราว่าไม่มีแสดงว่าเราก็ยังมีสิทธิ์ และเมื่อไหร่ก็ตามที่มีคนเข้ามา หอมจะเดินถอยออกมาทันที เพราะหอมไม่ชอบคบซ้อน แล้วหอมก็รู้สึกว่าเราต้องให้เกียรติกับอีกฝ่ายหนึ่งด้วย ที่เราคุยกันอยู่ แต่ลึกๆ ก็คิดเลยว่าเรามีข้อดี หอมเป็นคนดีเป็นคนซื่อสัตย์ ที่สำคัญของเป็นผู้หญิงตลก หาแบบนี้ได้ยาก(หัวเราะ)" เหมือนเรารักเขามาก   "รักสิ หอมบอกเลยว่าด้วยความที่เรามองอนาคต แล้วว่าผมไม่ต้องการคนดีแต่ต้องการคนที่ใช่ แล้วในเมื่อวันนี้ผมเจอคนที่ใช่แล้วหอมขออนุญาตไม่ปล่อยไปง่ายๆนะ ทำดีที่สุดจนกว่าจะถึงที่สุดแล้วเรารู้ว่ามันไม่ได้ หอมยอมรับอย่างหนึ่งว่ามันไม่มีใครสมหวังไปทุกเรื่องแต่วันนี้หอมจะเดินหน้าด้วยความสุขนะ ไม่ว่าบทสรุปจะเป็นอย่างไรฉะนั้น สื่อไม่ได้เห็นน้ำตาหอมนะเสียใจด้วย" กับที่มีพิธีกรบางคนออกมาพูดถึงเราในทางที่ไม่ดี   "เป็นธรรมดานะ ที่มีคนรักก็ต้องมีคนเกลียด วันนี้สังคมมองว่าหอมล้ม ฉะนั้นใครที่ไม่ชอบหอมก็จะออกมาเคลื่อนไหว หรือว่ามีบทบาท แต่ถ้าวันนี้ คุณจะเชื่อเขาหอมไม่ซีเรียสนะ เพราะว่าหอมกับเขาอยู่กันคนละจุดอยู่แล้ว สิ่งที่เขาเป็น นิสัยที่เขาเป็น ก็ไม่ใช่ตัวหอมเอาง่ายๆ ระหว่างเรากับเขาก็เคมีไม่เหมือนกัน ถ้าคุณชอบพิธีกรฝั่งนั้นก็ไป หอมไม่ซีเรียสเลย แต่วันนี้หอมจะบอกกับแฟนคลับ ทุกคนที่ฟังจากปากคนอื่นมา แล้วมีความลังเล หอมจะบอกว่าคุณเลือกเชื่อดาราคนนี้คุณจะไม่ผิดหวัง หอมเป็นคนดีจริงๆ แล้วก็ตามหอมต่อไปเถอะ หอมจะไม่มีวันทำให้คุณเสียใจ และไม่มีวันคิดไม่ดีทำไม่ดี หอมเป็นคนเดิมเสมอ" ถ้าซัน ดูอยู่มีอะไรจะบอกเขาหรือไม่   "หอมอยากจะบอกว่าสิ่งที่ผ่านมามันดีมาก ดีมากจนกว่าจะเสียไปง่ายๆ จริงๆ ฉะนั้นไม่ต้องเชื่อในคำพูดหอมว่า หอมจะทำได้หรอ แค่ให้โอกาสหอมพิสูจน์ หอมก็พอใจแล้ว" เห็น บอย พิษณุ ขึ้นให้กำลังใจในไอจีด้วย   "ในไอจีเห็นว่าเขาคิดให้กำลังใจใช่ไหม แต่ในไลน์ส่วนตัวเขาพิมพ์มาบอกว่าไม่คิดเลยว่าวันนี้จะมาเร็วขนาดนี้ แล้วหอมขออนุญาตขอบคุณคนที่ช่วยหอม ว่าวันนี้เพื่อนพี่น้องในวงการบันเทิงน่ารักมาก อย่างพี่เสนาลิงโทรไปหาซันให้หอม แนะนำเรื่องชีวิตคู่ คือแค่นี้หอมก็รู้สึกดีมากแล้ว ยื่นมือเข้าช่วย พี่บอย พิษณุ ไลน์ไปหาเค้า บอกว่าเราเป็นคนดี และการันตีกับเขา อย่างพี่ตั๊ก ลีลา มีการส่งข้อความไปในไอจี นี่คือคนที่อยู่ฝั่งหอมและเขาเป็นคนดี ฉะนั้นวันนี้คนฝั่งหอม พี่หอมได้รู้จักถือว่าคุ้มแล้วในชีวิตนี้ ที่ได้มารู้จักคนแบบนี้ ฉะนั้นในวันนี้คนที่ลุกขึ้นมาว่าหอม ยังไงเขาก็เป็นคนที่ไม่ได้อยู่ในชีวิตเรา หอมคอไม่ให้ราคากับคนที่ไม่ได้ให้ค่าเรา" ให้เขาใจแข็งแค่ไหนเราก็พร้อมที่จะเดินหน้าง้อใช่ไหม   "ใช่ แต่มันก็คงมีระยะเวลาของมัน(ยิ้ม) หอมไม่อยากจะซื้อจนเขารู้สึกรำคาญ หอมก็จะคุย แต่ก็จะไม่ใช้อำนาจเก่าๆ ที่เราเคยมี เขาก็ยังทักเลยว่าทำไมเราถึงทำตัวน่าสงสาร ซึ่งหอมก็บอกว่าในชั่วโมงนี้เราไม่มีสิทธิ์ไม่มีปากไม่มีเสียง เราก็เงียบเงียบ ได้แต่พูด ค่ะ" เผื่อใจกับรักครั้งนี้บ้างไหม   "ตอนนี้ยังไม่เผื่อเดี๋ยวมันท้อ แต่หอมดูจาก reaction ของเขามากกว่า ตอนนี้ห่วงแฟนคลับมากๆ พยายามโพสต์ทุกๆ อย่างเพื่อให้เรา 2 คนดีกัน คือเราสองคนได้มาจากเสียงแฟนคลับได้มาคบกันก็เพราะแฟนคลับเชียร์ ฉะนั้นวันนี้หอมก็อยากให้กลับมา ดังนั้นแฟนคลับก็ขอให้เน้นกำลังใจมากกว่า ให้ส่งกำลังใจให้กับคนทั้งคู่ของเชื่อว่า มันอาจจะทำให้เขารู้สึกดี มากกว่าการที่เราไปถล่มด่าโดยที่เราไม่มีข้อมูลอะไรเลย" ข้อตกลงที่คุยกันไว้มีอะไรบ้างพร้อมบอกได้หรือไม่   "เราจะไม่มีความลับต่อกัน เขาบอกเราว่าเขารับเราได้ทุกเรื่องอยู่แล้ว เขาบอกให้เราเปิดใจ แต่มุมมองของหอมคิดว่าเราคงไม่ต้องบอกกันทุกเรื่องหรอก เรื่องสบายใจเพราะว่าหอมก็ไม่ได้อยากรู้เรื่องเขาทุกเรื่อง หอมอยากรู้แค่เรื่องที่สบายใจ แต่ว่ามุมนี้มันจะหายไป ก็จะไม่มีตรงกลางระหว่างกัน ความสม่ำเสมอของหอมคืออันนี้เขาไม่ได้ร้องขอนะ แต่ก็คงจะทำได้เท่าที่เขาทำให้เรา มันเป็นเรื่องเล็กน้อยจริงๆ มันปรับได้ ถ้าได้มีโอกาสปรับ" กับคนที่เขารู้สึกไม่ดีกับเราเรารู้สึกแย่ไหม เพราะในอนาคตเราอาจจะได้ไปร่วมงานกับเขา   "หอมเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงพูดแบบนั้นออกไป แต่อาจจะด้วยการทำรายการหรืออะไรก็ตาม แต่หอมว่าถ้าพูดออกไปแบบนี้มันก็มีผลต่อความสัมพันธ์ที่ดี เพียงแต่หอมก็รู้สึกว่ามันไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่ในชีวิต หอมยังไงก็ได้หอมได้หมด จะคุยหรือไม่คุยก็ได้ ( อาจจะได้ร่วมงานกับเขาเราโอเคไหม ) ถ้าร่วมงานคงไม่ได้หรือทำด้วยกันหรอก หอมคิดว่าเราเลือกได้ ถามว่าเราจะสะดวกร่วมงานกับเขาคนนั้นไหม หอมยังตอบไม่ได้รอให้ถึงวันนั้นก่อนดีกว่า จริงๆมีบางคนมาขอโทษหอม หอมก็ให้อภัยนะ ถามว่าติดใจอะไรไหมผมว่าไม่ให้ราคาเขาดีกว่า ไม่ใช่ว่าไม่ติดใจแต่คือไม่อะไรเลยดีกว่า หอมว่าวันนี้หอมหอมไม่ตัดสินคนเหล่านี้ เพราะเราเชื่อว่าสังคมได้แสดงความคิดเห็นไปเรียบร้อยแล้ว" เหตุการณ์นี้ถือว่าเป็นการพิสูจน์คนรักหอมเลยหรือเปล่า   "แน่นอนเรื่องนี้พิสูจน์เลยว่าคนไหนเป็นอย่างไร หอมขอบคุณเหตุการณ์นี้ที่ทำให้รู้ว่าใครเป็นอย่างไร แค่การที่ได้รู้ว่าใครสักคนเป็นอย่างไรน้อยคนนะที่จะรู้ว่าใครพูดถึงเราอย่างไร ว่ามันคุ้มค่าแล้ว ซึ่งการที่เขาพูดต่อหน้าดีกว่าการที่เขาไปพูดลับหลัง หอมขอขอบคุณด้วย" รวมถึงอดีตคนรักด้วยหรือเปล่า   "อันนี้หอมไม่ขอพูดแล้วกัน หอมชื่อว่าสังคมได้แสดงความคิดเห็นไปหมดแล้ว" มีคนมองว่าเหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์ที่ทำมาเรียกกระแส   "อยากอซันก็จะมีอีเว้นท์ ถามว่าสร้างกระแสไหมก็อย่างที่บอกแหละ ไม่ต้องสร้างกระแสแต่ว่าหอมเป็นคนในกระแส ถ้าทำอะไรทุกอย่างเป็นข่าวหมดเลย คือ ณ วันนี้ หอมไม่ได้อยู่ในจุดที่ต้องร้องของาน แล้วหอมบอกเลยว่าถ้าวันนี้ซันแค่กระแสนิดนึงนะถ้าจะดีมาก ซันไม่แคร์เลยนะ แล้วอีกเรื่องที่หอมอยากจะบอก เรื่องซันลบรูป มีคนบอกว่าซันไม่แมน หอมอยากให้มองว่าลบรูปหอม คนที่ควรจะเดือดร้อนหรือเสียใจน่าจะเป็นหอม แต่วันนี้หอมไม่ได้เสียใจหรืออะไรเลย แล้วก็หอมว่าซันแค่ลบรูป ก็ยังแมนกว่าผู้ชายบางคนนะคะ แบบหลายๆ คนอะไรอย่างนี้ แค่ลบรูปไม่น่าจะถูกมองว่าไม่แมน แล้วก็มีนักข่าวไปถามซันว่า ทำไมซันถึงลบรูป ซันก็บอกว่าผมลบเป็นเรื่องปกติ อันนี้หอมฟังก็รู้ว่า ซันไม่ได้พูดแบบนี้ ฉะนั้น สื่อฟังหูไว้หูนะคะ ประโยคนี้ฉันไม่ได้พูด ถามแล้วค่ะ จริงๆ หอมรู้อยู่แล้วว่าซันไม่ได้พูด แต่หอมถามเพื่อความมั่นใจค่ะ เพราะสังคมโจมตีกันมาก ซันก็บอกเลยว่าฉันไม่ได้พูด แล้วผมก็เชื่อเลยว่าประโยคนี้ซันไม่ได้พูด ฉะนั้นสื่อวันนี้ทุกอย่างมันเร็วมาก เลยค่ะ ออกจากปากใครก็ได้ ก็อยากให้ใช้วิจารณญาณในการรับสื่อ ฟังหอมเพราะหอมคือ 1 ใน 2 คน ที่เกิดเหตุการณ์นี้" ต้นหอมคาดหวังรักครั้งนี้กับซันยังไง   "หอมอยากจะบอกว่า ถ้ามีโอกาสได้จับมือกัน สัญญาจะไม่ปล่อยค่ะ" ดีเจต้นหอม ดีเจต้นหอม ดีเจต้นหอม ดีเจต้นหอม ดีเจต้นหอม ดีเจต้นหอม ดีเจต้นหอม ดีเจต้นหอม ซัน ประชากร ดีเจต้นหอม ซัน ประชากร

5 เรือนจำที่โหดที่สุดในประวัติศาสตร์!
ต่างประเทศ /  ที่สุดในโลก / 

ก่อนหน้านี้เราเคยนำเสนอ คุกที่สบายที่สุดในโลก ไปให้ได้ชมกันแล้ว มันจะสบายอะไรขนาดนั้น ถูกขังแท้ๆ แต่เหมือนได้อยู่บ้านพักตากอากาศส่วนตัว! ซึ่งช่างแตกต่างจากครั้งนี้ที่เราจะพาเพื่อนๆ ไปชม 5 เรือนจำที่โหดที่สุดในประวัติศาสตร์! ที่นักโทษในดีตนั้นล้วนกลัวหัวหดกันเลยที่เดียว 5 เรือนจำที่โหดที่สุดในประวัติศาสตร์! 5 เรือนจำที่โหดที่สุดในประวัติศาสตร์! กล่องไม้มรณะ ในช่วงปี 1920 นักโทษมองโกเลียจะต้องพบกับความโหดร้ายทารุณเมื่อถูกขังในกล่องไม้ขนาด 3?4 ฟุต กลางแดดกลางฝนเป็นเวลานานนับปี โดยมีเพียงส่วนศีรษะและแขนเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้โผล่พ้นกล่องได้ นักโทษจะต้องใช้ชีวิตในกล่องแห่งนี้ ทั้งกิน นอนและขับถ่าย เรียกได้ว่ามีสภาพความเป็นอยู่ที่เลวร้ายสุดขีด ถึงแม้ว่านักโทษจะสามารถหนีออกจากกล่องไม้มรณะได้ สุดท้ายก็ต้องพบกับเขาวงกตอันซับซ้อนที่มีกำแพงไม้สูง 15 ฟุตเหนือพื้นดินที่ถูกเหลาปลายยอดจนแหลมคมขวางทางเอาไว้อยู่ดี เรือนจำใต้ดิน โรมันเป็นชนชาติแรก ๆ ที่เริ่มใช้คุกหรือเรือนจำไว้สำหรับคุมขังนักโทษ ‘Mamertine’ คือคุกใต้ดินที่ถูกสร้างขึ้นราว 640 ก่อนคริสตกาล มันอยู่ร่วมกับทางเดินน้ำทิ้งใต้ดินของเมืองจากความลึกเหนือพื้นดิน 12 ฟุต สถานที่แห่งนี้คือแหล่งรวบรวมนักโทษที่รอการถูกประหารชีวิต พวกเขาจะต้องใช้ชีวิตในสถานที่อันมืดมิด สกปรกและโสโครก เพื่อรอวันถูกพิพากษา เรือนจำลอยน้ำ ในช่วงการปฏิวัติอเมริกา เรือ ‘HMS Jersey’ ถูกดัดแปลงให้กลายเป็นเรือนจำลอยน้ำที่กล่าวกันว่าโหดร้ายที่สุดในยุคนั้น เรือลำนี้ถูกเรียกขานอีกชื่อหนึ่งว่า ‘HMS Hell’ หรือเรือนรก บรรจุนักโทษได้สูงสุดราว 1,100 คน นักโทษทั้งหมดจะถูกขังรวมกันในกรงเหล็กใต้ท้องเรือท่ามกลางความมืดและความร้อน พวกเขาต้องเบียดเสียดอยู่ในกรงด้วยร่างกายที่เปลือยเปล่า มีนักโทษจำนวนมากที่เสียชีวิตในเรือนรกลำนี้เนื่องจากความเจ็บป่วยและการขาดสารอาหารอย่างรุนแรง ศพของนักโทษบางคนก็ถูกโยนทิ้งทะเลหรือนำไปฝังแบบหยาบ ๆ ใกล้ชายฝั่ง หลังการปฏิวัติสิ้นสุดลง กล่าวกันว่ามีผู้เสียชีวิตราว 12,500 คนจากเรือนรกลำนี้ คุกโหดที่แอนเดอร์สันวิลล์ แคมป์ ซัมเตอร์ ที่แอนเดอร์สันวิลล์ ในรัฐจอร์เจียถูกสร้างขึ้นโดยฝ่ายสมาพันธรัฐอเมริกา ที่ต้องการปลดแอกตัวเองจากฝ่ายรัฐบาลกลาง ดูผิวเผินมันเหมือนเป็นป้อมค่ายสำหรับสู้รบ แต่แท้จริงแล้วมันคือคุกขนาดใหญ่ที่ใช้คุมขังนักโทษราว 33,000 คน ที่ต้องอยู่อย่างแออัดภายในคุกที่เต็มไปด้วยสิ่งปฏิกูลเน่าเหม็นเนื่องจากพื้นที่อันคับแคบทำให้ต้องขุดหลุมฝังศพกันภายในคุก ซึ่งกล่าวได้เป็นฝันร้ายของนักโทษในคุกแห่งนี้เลยทีเดียว นอกจากนี้ หากนักโทษคนใดคิดหลบหนีจะต้องถูกระดมยิงจากทั่วทุกทิศทางโดยป้อมค่ายที่มีทหารติดอาวุธประจำการอยู่ กล่าวได้ว่าคุกแห่งนี้คือสถานที่แห่งความสิ้นหวังอย่างแท้จริง คุกโหดสงครามเวียดนาม คุก ‘Hoa Lo’ สถานที่สำหรับคุมขังเชลยสงครามชาวอเมริกันของเวียดกง ทหารอเมริกันมากมายเรียกคุกแห่งนี้ว่านรก ในช่วงสงคราม เหล่าเชลยศึกที่เป็นทหารและนักบินของกองทัพสหรัฐที่ถูกเวียดกงจับตัวได้จะถูกส่งมายังคุกแห่งนี้เพื่อทรมานและหาข่าว นักโทษจะถูกขังอยู่ในอาคารภายในซึ่งล้อมรอบด้วยกำแพงสูงและลวดหนาม นอกเหนือจากการทรมานเชลยศึกอเมริกันแล้ว เวียดกงยังใช้สถานที่แห่งนี้ในการล้างสมองและความเชื่อของเหล่าเชลยศึกชาวอเมริกันให้คล้อยตามความคิดแบบคอมมิวนิสต์ เพื่อใช้เชลยเหล่านี้เป็นเครื่องมือในการทำลายความเชื่อถือของรัฐบาลสหรัฐ ขอบคุณข้อมูลจาก yaklai

ละคร เพลิงพระนาง , เรื่องย่อ เพลิงพระนาง
อั้ม เพลิงพระนาง /  เพลิงพระนาง ตอนแรก / 

เพลิงพระนาง บทประพันธ์โดย : ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมชบทโทรทัศน์โดย : ภาคย์รพีกำกับการแสดงโดย : ธีระศักดิ์ พรหมเงินผลิตโดย : บริษัท กันตนา จำกัดออกอากาศออนแอร์วันแรก 17 กุมภาพันธ์ 2560 ทางช่อง 7 สี เรื่องย่อ ละครเพลิงพระนาง เพลิงพระนาง เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในนครสมมติ ชี้ให้เห็นสัจธรรมที่ว่าความริษยาอาฆาตแค้น เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจที่ไม่เป็นธรรม ไม่เคยให้คุณแก่ใคร ดุจดั่งชะตากรรมของตัวละครในเรื่อง ที่ต่างก็ปล่อยให้อำนาจแห่งโทสะเข้าครอบงำ เพียงเพื่อจะได้ชื่อว่าเป็นผู้ครอบครองและมีอำนาจสูงสุด แท้ที่จริงแล้ว มนุษย์จักมีความผาสุกอยู่ได้ด้วยการเห็นอกเห็นใจ และเผื่อแผ่ความรักต่อกัน เพลิงพระนาง เพลิงแห่งความแค้น เพลิงแห่งอำนาจ เพลิงแห่งกิเลส ย่อมเผาไหม้ตัวเองจนไร้ความสุขตราบจนวาระสุดท้ายแห่งชีวิต เพลิงพระนาง ช่อง7 นครทิพย์เป็นนครที่รุ่งเรือง มีอาณาเขตกว้างใหญ่ มีเมืองประเทศราชมากมาย แต่ละวันจะมีเจ้าเมืองต่าง ๆ นำดอกไม้เงิน ดอกไม้ทองมาถวายอยู่ไม่ขาด เจ้าหลวงองค์ปัจจุบันมีนามว่า เจ้าหลวงบุรพคาม (เมฆ-วินัย ไกรบุตร) แต่พระองค์เป็นคนโลภ ส่งทหารคนสนิทออกปล้นทรัพย์สินมีค่าของราษฎร ไม่สนใจปกครองบ้านเมือง พระจริตไม่ปกติ และประกาศทำสงครามกับพวกฝรั่งตั้งขอ (อังกฤษ) ซึ่งกำลังออกล่าอาณานิคม เป็นเหตุให้เสียดินแดนตอนได้ไป ละคร เพลิงพระนาง เจ้าหลวงบุรพคามไม่มีมเหสี แต่มีพระขนิษฐาองค์หนึ่งนามว่า เสกขรเทวี (ยุ้ย-จีรนันท์ มะโนแจ่ม) เจ้าหลวงบุรพคามแต่งตั้งให้เป็น พระนางหน่อเจ้าหลวง ซึ่งตามกฎมณเฑียรบาลแล้วมีตำแหน่งเทียบเท่าองค์รัชทายาท แต่ตามกฎมณเฑียรบาลระบุไว้ว่าพระนางหน่อเจ้าหลวงจะต้องดำรงตำแหน่งอัครมเหสีของเจ้าหลวงองค์ต่อไป การตั้งเสกขรเทวีเป็นพระนางหน่อเจ้าหลวงทำให้ธิดาของเจ้าประเทศราช ซึ่งถูกส่งมาเป็นองค์ประกันที่เมืองทิพย์ไม่พอใจ เพราะเท่ากับตนจะไม่มีโอกาสขึ้นเป็นอัครมเหสีในรัชกาลต่อไป ได้แก่ เจ้านางตองนวล (กระติ๊บ-ชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล) เจ้านางเก็ตถวา (โอ๋-รุ่งระวี บริจินดากุล) และเจ้านางแก้วอากาศ (แพร-อภัสสรา อินทร์ตลาดชุม) โดยเจ้านางตองนวลตั้งตัวเป็นหัวหน้าพาลหาเรื่องเสกขรเวทีเป็นประจำ แต่ก็ถูกริมบึง (ต่าย-ชัชฎาภร ธนันทา) พระญาติห่าง ๆ ซึ่งทำหน้าที่รับใช้เสกขรเทวีคอยขัดขวาง อีกทั้งยังถูกเจ้าสำภางาม (เหมียว-ชไมพร จตุรภุช) ซึ่งมีศักดิ์เป็นเจ้าป้าของเจ้าหลวงคอยคุ้มครองเสกขรเทวีอยู่ด้วย ทำให้เจ้านางทั้งหลายทำร้ายเสกขรเวทีไม่ได้ แม้ว่าจะแสนเกลียดแสกขรเทวีเท่าใดก็ตาม เพลิงพระนาง เจ้าสำภางามมีลูกชายสองคน มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องของเจ้าหลวงบุรพคาม คือเจ้าเมืองคุ้ม (เคลลี่ ธนะพัฒน์) กับเจ้าคะนอง (เอ-อรุชา โตสวัสดิ์) เจ้าเมืองคุ้มเป็นหนุ่มรูปงาม มีความสามารถทางการรบ เป็นที่รักของทหาร และคนทั่วไป ทำให้เจ้าหลวงบุรพคามไม่พอใจ ส่งเจ้าเมืองคุ้มไปเป็นแม่ทัพออกรบกับพวกฝรั่งดั้งขอที่ชายแคนทางได้ เจ้าคะนองขอตามพี่ชายไปรบด้วย ทิ้งเครือออน (แยม-ธมลพรรณ์ ภานุชิตพุทธิวงศ์) หญิงสามัญที่ตนได้เป็นเมียกับลูกน้อยนามว่าปะแดง (จอร์จ-ฐปนัท สัตยานุรักษ์) ให้เจ้าสำเภางามเลี้ยงดู ละคร เพลิงพระนาง การถูกส่งไปอยู่ชายแดน ทำให้เมืองคุ้มต้องพรากจากเจ้านางอนัญทิพย์ (อั๋ม-พัชราภา ไชยเชื้อ) พระธิดาของเจ้าหลวงองค์ก่อน แต่ถูกถอดยศลงมาเสมอกับเจ้านางธิดาเจ้าประเทศราช ทำให้อนัญทิพย์ทวีความชิงชังเจ้าหลวงบุรพคามมากขึ้น เพราะเป็นผู้ยึดอำนาจไปจากพ่อของตน พรากคนรัก และยังแต่งตั้งเสกขรเทวีเป็นพระนางหน่อเจ้าหลวง ซึ่งเท่ากับว่าตนจะไม่มีโอกาสได้เป็นใหญ่ในเมืองทิพย์อีกต่อไป อนัญทิพย์จึงสะสมความริษยาอาฆาต หาทางยึดอำนาจกลับคืนมาอยู่ตลอดเวลา และไม่ยอมลงให้เสกขรเวที มักมีปากเสียงกับเสกขรเวทีเป็นประจำ เจ้าสำเภางามจึงประกาศเสมอว่าจะไม่มีวันยอมรับอนัญทิพย์เป็นสะใภ้เด็ดขาด ทำให้เจ้านางตองนวล ซึ่งหลงรักเจ้าเมืองคุ้มเยาะหยันอนัญทิพย์ และหาเรื่องกับ อนัญทิพย์เสมอ โดยมีเก็ตถวา และแก้วอากาศเป็นผู้ช่วย วันหนึ่งอนัญทิพย์ต้องโทษด้วยอุบายของตองนวล เพราะแอบซ่อนพุ่มทองประดับยศ 9 พุ่มไว้ในคุ้ม พุ่มทอง 9 พุ่ม เป็นเครื่องหมายของพระนางหน่อยเจ้าหลวง เพลิงพระนาง เจ้าหลวงบุรพคามโกรธมากจึงสั่งประหารชีวิตอนัญทิพย์ แต่เสกขรเทวีขอให้เนรเทศไปแทน อนัญทิพย์จึงถูกลอยแพไป น้ำได้พัดพาอนัญทิพย์ไปทางใต้ จนได้พบกับกองทัพของเจ้าเมืองคุ้มทำให้เธอดีใจมาก เจ้าเมืองคุ้มนำอนัญทิพย์ไปฝากไว้กับเจ้านางมณีหยาด (เตย-กัญญากร พินิจ) พระธิดาเมืองทำคอย ซึ่งเป็นเมืองประเทศราชทางตอนใต้ ทั้งสองได้เสียกัน เจ้านางมณีหยาดรักอยู่กับน้อยอินทา (กลม-นพพล พิทักษ์โล่พาณิช) พ่อค้าที่เดินทางระหว่างเมือง ต่อมาเมื่อเจ้าเมืองทำคอยสิ้นพระชนม์ น้อยอินทาจึงได้ครองเมืองท่าคอย ละคร เพลิงพระนาง เจ้าเมืองคุ้มโกรธแค้นที่เจ้าหลวงบุรพคามทำกับอนัญทิพย์ถึงเพียงนี้ อนัญทิพย์ยุยงให้เจ้าเมืองคุ้มเป็นขบถยึดอำนาจจากเจ้าหลวงบุรพคาม น้อยอินทา ซึ่งบัดนี้ได้เป็นเจ้าหลวงประกาศสนับสนุนเจ้เมืองคุ้มทุกวิถีทาง แม้ว่ามณีหยาดจะทัดคานอย่างไรก็ตาม ในที่สุดเจ้าเมืองคุ้มกับเจ้าคะนองก็ลวงเจ้าหลวงบุรพคามว่าฝรั่งตั้งขอจะทำสัญญาสงบศึก ขอให้พระองค์เสด็จออกนอกคุ้มหลวงเพื่อไปทำสัญญาดังกล่าว เจ้าหลวงบุรพคามถูกฆ่าอย่างทารุณ เจ้าเมืองคุ้มขึ้นนั่งบัลลังก์เป็นเจ้าหลวงองค์ต่อมา และมีขบวนเสลี่ยงนำอนัญทิพย์กลับคืนสู่เมืองทิพย์อย่างสมเกียรติ เจ้าหลวงเมืองคุ้มตั้งเจ้าคะนองเป็นอุปราช และจะตั้งอนัญทิพย์เป็นอัครมเหสี เพลิงพระนาง แต่เจ้าสำเภางามผู้เป็นแม่ทัดทานไว้ เพราะตามกฎมณเฑียรบาลจะต้องให้พระนางหน่อเจ้าหลวงเป็นอัครมเหสี เจ้าเมืองคุ้มจำใจตั้งเสกขรเทวีเป็นอัครมเหสี และให้อนัญทิพย์เป็นเหสีรอง ทำให้อนัญทิพย์แค้นเคืองมาก ริมบึงรู้ดีว่าต่อแต่นี้ไปเสกขรเทวีจะต้องถูกอนัญทิพย์หาเรื่อง และกลั่นแกล้งสารพัดจึงใช้อุบายให้ตนได้เป็นเจ้านางองค์หนึ่งของเจ้าหลวงเมืองคุ้มจนสำเร็จ เจ้าเมืองคุ้มได้แต่งตั้งเจ้านางตองนวล เจ้านางเก็ตถวา และเจ้านางแก้วอากาศเป็นสนมของตนเจ้าหลวงเมืองคุ้ม นำทัพออกรับศึกทางได้ ได้หญิงสามัญคนหนึ่งเป็นเมียชื่อยอดพุ่มอนัญทิพย์รู้เรื่องนี้จึงให้ขุนนางคนสนิทตามทำร้ายยอดพุ่ม จนยอดพุ่มคลอดบุตรเป็นชายจึงตั้งชื่อว่าม่านฟ้า ยอดพุ่มนำม่านฟ้าไปฝากเจ้าน้อยอินทาเลี้ยง มณีหยาดรักม่านฟ้า (บอส-โตนนท์ วงบุญ) เหมือนลูกแล้วตนเองก็บวชเป็นชี บรรดาเจ้านางของเจ้าหลวงเมืองคุ้มทะเลาะกันเป็นประจำ ละคร เพลิงพระนาง เจ้าอนัญทิพย์คลอดลูกเป็นชายแต่เกิดมาก็เสียชีวิต จึงพาลเอากับเจ้านางของเจ้าหลวงเมืองคุ้มทะเลาะกันเป็นประจำ ขณะที่เจ้านางตองนวลได้ลูกชาย ให้ชื่อว่าเจ้าตองแปง (ขุน-ชานนท์ อักขระชาตะ) เจ้านางริมบึงคลอดลูกชายชื่อเจ้าครองภพ (กอล์ฟ-อนุวัฒน์ ชูเชิดรัตนา) เสกขรเทวีได้พระธิดาชื่อว่าเจ้านางทองพญา (แจม-ปณิชดา แสงสุวรรณ) ต่อมาเจ้าอนัญทิพย์ได้ธิดา 2 องค์ องค์โตชื่อเรณุมาศ (ฐิสา-วริฏสา ลิ้มธรรมมหิศร) องค์เล็กชื่อ ปิ่นมณี (เปรี้ยว-ทัศนียา การสมนุช) การที่ตองนวลกับริมบึงต่างก็มีลูกชาย ทำให้ตองนวลกีดกันริมบึงทุกอย่าง และหวังว่าจะให้เจ้าตองแปงลูกของตนเป็นเจ้าหลวงองค์ต่อมา แต่ท้าววงษา (โอ๋-ฐาปกณณ์ ดิษยนันทน์) ซึ่งเป็นขุนนางผู้ใหญ่ยุยงว่าคนที่จะได้เป็นเจ้าหลวงองค์ต่อไปคืออุปราชคะนอง ตองนวลเก็บความแค้นใจ และหาทางกำจัดอุปราชคะนองตลอดเวลา เมื่อพระโอรส และธิดาเติบโตขึ้น เจ้าหลวงเมืองคุ้มแต่งตั้งเจ้านางทองพญาขึ้นเป็นพระนางหน่อเจ้าหลวง ซึ่งหมายถึงว่าจะได้เป็นอัครมเหสีของเจ้าหลวงองค์ต่อไปตามกฎมณเฑียรบาลของเมืองทิพย์ อนัญทิพย์โกรธมากที่ตนมีธิดาถึงสองคน แต่กลับไม่ให้รับการแต่งตั้งจากเจ้าหลวงเมืองคุ้ม อนัญทิพย์เริ่มสะสมบริวารด้วยวิธีการต่าง ๆ โดยมีขุนวังกับท้าววงษาเป็นพวก เพลิงพระนาง เจ้านางตองนวลหาทางผูกมิตรกับฝรั่งตั้งขอที่มักแวะเวียนมาที่เมืองทิพย์เป็นประจำ เพื่อหาทางคานอำนาจกับอนัญทิพย์ เจ้าสำเภางามเตือนตองนวลว่าจะเป็นการชักศึกเข้าบ้าน และเตือนอนัญทิพย์ว่าจะทำให้เมืองทิพย์ร้อนเป็นไฟในวันหน้า อนัญทิพย์ฆ่าเจ้าสำเภางามอย่างแยบอล ทำให้เสกขรเทวีกับทองพญาขาดที่พึ่ง มีเพียงริมบึงกับครองภพเท่านั้นที่พร้อมจะปกป้องเสกขรเทวีจนที่สุด ละคร เพลิงพระนาง คอรงภพหลงรักทองพญา แต่ก็เจียมตัวเก็บความรู้สึกนั้นไว้เพียงลำพัง ตองนวลยุยงให้ลูกชายร่วมมือกับฝรั่งตั้งขอสังหารเจ้าคะนองเพื่อให้พ้นทางของตน ปะแดงลูกชายของคะนองตามล้างแค้นตองแปง แต่ก็ถูกกลอุบายของตองนวลหาว่าปะแดงเป็นกบถ ปะแดงจึงต้องหนีออกจากเมืองทิพย์ไป เครือออนผู้เป็นแม่ตกอยู่ในความทุกข์ในฐานะหญิงม่ายไร้ลูกไร้ผัว จึงย้ายจากคุ้มนอกเมืองมาอยู่รับใช้เสกขรเทวี และเจ้านางทองพญาเจ้าหลวงเมืองคุ้มประชาวรหนัก เสกขรเทวีกับริมบึงคอยดูแลปรนนิบัติ อนัญทิพย์ใช้โอกาสนี้สั่งสมอำนาจว่าราชการแทนเจ้าหลวง โดยมีขุนเวียง (วิทย์-ภูธฤทธิ์ พรหมบันดาล) และท้าววงษาคอยช่วยเหลือ อำนาจของอนัญทิพย์เริ่มแผ่ไปในวงกว้าง ตองนวล เก็ตถวา และแก้วอากาศจึงหาทางที่จะคานอำนาจกับอนัญทิพย์ โดยยืมมือนายฮาส แม่ทัพฝรั่งเศสมาคานอำเนาจ นายฮาสหลงรักตองนวลจึงขู่ว่าหากตองนวล และลูกเป็นอะไรไป กองทัพของฝรั่งตั้งขอจะโจมตีเมืองทิพย์ทันที อนัญทิพย์ลวงโอรสธิดาที่เกิดจากเจ้านางต่าง ๆ และเจ้าเมืองประเทศราชให้มาเข้าเฝ้าเจ้าหลวงเมืองคุ้มเป็นครั้งสุดท้าย น้อยอินทานำม่านฟ้ามาเฝ้าพ่อ แล้วบอกความจริงแก่เจ้าหลวงเมืองคุ้มว่าม่านฟ้าเป็นลูกที่เกิดจากยอดพุ่ม เจ้าหลวงเมืองคุ้มดีใจมาก อนัญทิพย์รู้เรื่องนี้จึงส่งคนไปฆ่ายอดพุ่มตายถึงในวัด แต่ริมบึงรู้ว่านี่คือกลลวงของอนัญทิพย์จึงให้ครองภพหนีไปครองภพไปลาทองพญา เพลิงพระนาง และได้สารภาพรักต่อกัน เมื่อทุกมาพร้อมกัน อนัญทิพย์ก็จับทุกจำตรุ รวมถึงเจ้าม่านฟ้ากับเจ้าน้อยอินทาด้วย ปิ่นมณีขอให้ปล่อยตัวม่านฟ้าออกมา ม่านฟ้าขอให้ช่วยน้อยอินทาพ่อของตนด้วย น้อยอินทาขอให้อนัญทิพย์นึกถึงบุญคุณแต่ครั้งที่ถูกลอยแพไปอาศัยอยู่ที่เมืองทำคอย ทำให้อนัญทิพย์ยอมปล่อย ตรงนวลรีบเข้ากราบทูลเมืองคุ้มเรื่องแผนการ ร้ายของอนัญทิพย์ และขู่ว่าหากไม่ปล่อยตัวตองแปง ตนจะให้นายฮาสยกทัพมาตีเมืองทิพย์ทำให้อนัญทิพย์ยอมปล่อยตองแปงออกมา ละคร เพลิงพระนาง ตองแปงยิ่งเจ็บช้ำเมื่อรู้ว่าปิ่นมณีหญิงที่ตนหลงรักนั้นกลายเป็นเมียของม่านฟ้าแล้ว เจ้าหลวงเมืองคุ้มสิ้นพระชนม์ด้วยความตรอมใจ เสกขรเทวีกับริมบึงใช้ชีวิตอย่างสงบเพื่อความปลอดภัยของตนส่วนทองพญาเลือกวิธีไปบวชชี และยอมถูกถอดยศจากพระนางหน่อเจ้าหลวง อนัญทิพย์ไม่กล้าทำอะไรรุนแรงกับเสกขรเทวี และทองพญา เพราะเกรงว่าจะทำให้บรรดาขุนนาง และเจ้านางต่าง ๆ เกิดความกระด้างกระเดื่องมากขึ้น อนัญทิพย์ตั้งม่านฟ้าเป็นเจ้าหลวง โดยมีเรณุมาศเป็นอัครมเหสี และปิ่นมณีเป็นมเหสีรอง ทำให้ปิ่นมณีโกรธแค้นพี่สาวมาก ม่านฟ้าเป็นหนุ่มรูปงาม อ่อนแอ เชื่อคนง่าย จึงตกอยู่ในอำนาจของอนัญทิพย์ ม่านฟ้าหลงรักเรณุมาศมาก ยิ่งทำให้ปิ่นมณีแค้นใจ และหาทางกีดกันเรณุมาศไม่ให้พบม่านฟ้า ความร้ายกาจของปิ่นมณีทำให้อนัญทิพย์แยกเรณุมาศให้มาอยู่ที่คุ้มของตนปิ่นมณีหวาดระแวงว่าขุนนาง และเจ้านางองค์ต่าง ๆ จะเป็นขบถ โดยเฉพาะเจ้าปะแดง และเจ้าครองภพพี่น้องต่างมารดาที่หลบหนีไปจะรวบรวมไพร่พลกับมายึดอำนาจ จึงส่งทหารออกติดตาม แต่ริมบึงซึ่งติดต่อกับครองภพอยู่ตลอดเวลา ส่งข่าวศึกให้ครองภพ และปะแดงทราบ เพลิงพระนางทำให้ทหารติดตามตัวเจ้าชายทั้งสองมาไม่ได้เสียที ปิ่นมณีมีพระธิดา 2 พระองค์พระพี่เลี้ยงของพระธิดาเป็นหลานของขุนเวียงชื่อเรือนแก้ว ความงามของเรือนแก้วต้องตาเจ้าม่านฟ้ามาก จึงแอบลักลอบไปหาอยู่เสมอ ปิ่นมณีหึงหวง และไม่ยอมให้เจ้าม่านฟ้ามีพระสนม จึงอาละวาดอย่างหนัก อนัญทิพย์ต้องเตือนสติ ให้ปิ่นมณีหันมาทำดีกับเรือนแก้ว แต่ในใจก็ยังคิดกำจัดเรือนแก้วอยู่ตลอดเวลา ต่อมาม่านฟ้าได้รับฎีกาจาราษฎรวุ่นเวียงข่มเหงราษฎรมาก เมื่อสอบสวนดูพบว่าจริง จึงประหารขุนเวียงเสีย ตั้งแต่นั้นมาเรือนแก้วก็หมดวาสนาลง การตายของขุนเวียงทำให้ท้าววงษาเห็นว่าขุนนาง และทหารต่างก็ไม่ปลอดภัยจึงคิดเป็นขบถ ปิ่นมณีออกอุบายจัดงานฉลองเมือง หวังจะลวงศัตรูที่กระด้างกระเดื่องมาฆ่าให้หมดสิ้น แต่เกรงว่าม่านฟ้าจะขัดขวางจึงให้เสวยน้ำจัณฑ์ และให้ดนตรีฉลองกลบเสียงการฆ่าคนจำนวนมาก ต้องนำศพออกไปฝังนอกเมือง กลิ่นศพคลุ้งไปทั่วพระนคร เสกขรเทวีไม่อาจทนต่อไปได้ จึงให้ริมบึงส่งข่าวไปยังครองภพ และปะแดงหาทางนำทหารมาดีเมืองทิพย์ ละคร เพลิงพระนาง อนัญทิพย์ ไม่คิดมาก่อนว่าสตรีที่เงียบขรึม และดูไม่มีพิษมีภัยกลับมีกลศึกที่แยบยลเกินกว่าที่ตนคิด แต่ขณะนี้จะเตือนสติปิ่นมณีอย่างไรก็ไม่เป็นผลแล้ว อนัญทิพย์เริ่มรับรู้ว่าอำนาจที่ตนคิดว่ามีอยู่ล้นฟ้านั้นแท้จริงแล้วบัดนี้ได้เปลี่ยนมือไปสู่ปิ่นมณีจนหมดสิ้น เสกขรเทวีเข้าเฝ้าเจ้าม่านฟ้าเตือนสติให้เป็นเจ้าหลวงที่ทรงธรรม และเห็นประโยชน์ของบ้านเมืองเป็นหลัก อนัญทิพย์รู้ข่าว และสังเกตว่าม่านฟ้าให้ความเคารพเสกขรเทวีมาก อนัญทิพย์จึงเปลี่ยนแผนมาทำดีกับเสกขรเทวี จนเสกขรเทวีตายใจ เพลิงพระนาง ยอมไปปฏิบัติธรรมกับตนระหว่างการเดินทางอนัญทิพย์ให้เสกขรเทวีดื่มยาพิษ และผลักตกจากรถม้า แต่เสกขรเทวีได้รับการช่วยเหลือจากครองภพ และปะแดง ซึ่งตั้งกองทหารอยู่บริเวณนั้นปะแดงติดตามอนัญทิพย์มาหวังจะสังหาร แต่ไม่ทันอนัญทิพย์กลับสู่เมืองทิพย์ได้ก่อน เสกขรเทวีเล่าเรื่องราวในเมืองทิพย์ให้ครองภพกับปะแดงทราบ และออกอุบายให้รวบรวมไพร่พลมาช่วยเมืองทิพย์ให้ได้ โดยนำทหารเข้าดีเมืองมีด และสังหารเจ้าเมืองมีดสิ้นพระชนม์ แต่ปะแดงเสียชีวิตในครานั้นทองพญาสึกจากชีไปเป็นอัครมเหสีของเจ้าครองภพที่เมืองมีด ครองภพขอให้เจ้าน้อยอินทาช่วยเหลือเสกขรเทวีกลับมายังเมืองทิพย์โดยการให้เจ้าน้อยอินทามาเยี่ยมเจ้าม่านฟ้าที่เมืองทิพย์ เจ้าม่านฟ้าดีใจยกขบวนเกียรติยศไปรับเจ้าน้อยอินทากับเจ้ามณีหยาด และก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าผู้ที่มาด้วยคือพระนางเสกขรเทวี อนัญทิพย์เองก็ตกใจที่เสกขรเทวีรอดชีวิตกลับมาเสกขรเทวีบอกว่าคนที่ช่วยเหลือตนคือเจ้าน้อยอินทากับเจ้ามณีหยาดตองนวลไม่รู้ข่าวเรื่องเมืองมีดตกเป็นของเจ้าครองภพแล้ว จึงให้ตองแปงหนีภัยไปอยู่เมืองมีด และครองเมืองมีดแทนเจ้าตา แต่เมื่อไปถึงเจ้าครองภก็จับตองแปงจำครู ตองแปงสาปแช่งครองภพ และบอกว่าเมืองมีดกับเมืองทิพย์จะต้องพินาศล่มจม ตองนวลรู้ข่าวลูกจึงลอบให้นายฮาส ชู้รักของตนนำกองทัพฝรั่งตั้งขอมาตีเมืองทิพย์ ครองภพยกทัพมาช่วย โดยนำตองแปงใส่ตรุมาในกองทัพด้วย เพลิงพระนาง แม้ม่านฟ้ากับปิ่นมณีจะนำทหารออกรับศึก แต่ทหารฝีมือดีก็ตายไปหมดในช่วงฉลองเมือง เมืองทิพย์แตกพ่ายในเวลารวดเร็ว ตองนวลกลายเป็นผู้หญิงที่มีอำนาจมากที่สุด เจ้าม่านฟ้า เจ้าอนัญทิพย์ เจ้านางปิ่นมณี เจ้านางเรณุมาศ เจ้านางริมบึง และเจ้าเสกขรเทวีถูกจับกุมคุมขัง ตองนวลสั่งประหารชีวิตทั้งหมด แต่เจ้าครองภพแบกตรุที่มีร่างของตองแปงผ่านกองทัพของนายฮาส หากว่าทหารของนายฮาสยิงใส่กองทัพเมืองมีด ตองแปงจะต้องตายทันที ละคร เพลิงพระนาง ตองนวลห่วงลูกจึงขอให้นายฮาสปล่อยทัพเมืองมีดกลับคนไป โดยแลกกับชีวิตของตองแปง เมื่อตองแปงได้กลับคืนสู่เมืองมีด ก็คิดตั้งตองนวลแม่ของตนครองเมืองทิพย์ ตองแปงลอบฆ่านายฮาสแต่ถูกนายฮาสยิงตาย จับตองนวลพร้อมทุกคนลงเรือไปอินเดีย แต่งตั้งเสกขรเทวีเป็นเจ้าเมืองปกครองเมืองทิพย์ริมบึงขออยู่รับใช้เสกขรเทวี ที่อินเดีย ม่านฟ้าได้พบกันเรือนแก้ว หญิงที่เคยเป็นเมียของตน ม่านฟ้าอยู่กินกับเรือนแก้วอย่างเปิดเผย ชีวิตที่อัดคัดในฐานะเชลยศึกของกองทัพอังกฤษ ทำให้ปิ่นมณีฆ่าตัวตายอนัญทิพย์อยู่อย่างเศร้าโศก ต่อมาไม่นานก็ได้ข่าวว่าเสกขรเทวีประชวร และสิ้นพระชนม์ เพลิงพระนาง อังกฤษให้กงสุลปกครองเมืองทิพย์ ม่านฟ้า และทุกคนที่ยังมีชีวิตอยู่ขอกลับไปใช้ชีวิตอย่างสามัญชนที่เมืองทิพย์ เมื่อมาถึงคุ้มหลวงกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของฝรั่ง ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนไป บัลลังก์ดั่งทองถูกตั้งจัดแสดงไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ชม ตองนวลในวัยชราไปกราบกู่เจ้าหลวงเมืองคุ้ม และหลุมศพของตองแปง ความเสียใจทำให้ตองนวลเสียสติ ส่วนอนัญทิพย์มีอาจตัดใจมากอำนาจที่ตนเคยมีได้ ในเวลาค่ำคืนนางลอบเข้าไปในคุ้มหลวง และก้าวขึ้นนั่งบัลลังก์ดั่งทองในคุ้มหลวงพร้อมกับกลั้นใจตายบนบัลลังก์อันเป็นที่ปรารถนาของตนมาตลอดชีวิต ติดตามชม ละครเพลิงพระนางตอนแรก ออนแอร์ 17 กุมภาพันธ์ 2560 ทางช่อง 7 สี รายชื่อนักแสดงละคร เพลิงพระนาง พัชราภา ไชยเชื้อ รับบท เจ้านางอนัญทิพย์จีรนันท์ มะโนแจ่ม รับบท เจ้านางเสกขรเทวีเคลลี่ ธนะพัฒน์ รับบท เจ้าหลวงเมืองคุ้มวินัย ไกรบุตร รับบท เจ้าหลวงบุรพคามชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล รับบท เจ้านางตองนวล โตนนท์ วงศ์บุญ รับบท เจ้าหลวงม่านฟ้าวริฏฐิสา ลิ้มธรรมมหิศร รับบท เจ้านางเรณุมาศทัศนียา การสมนุช รับบท เจ้านางปิ่นมณีปาณิชดา แสงสุวรรณ รับบท เจ้านางทองพญาอนุวัฒน์ ชูเชิดรัตน์ รับบท เจ้าครองภพ ชานนท์ อักขระชาตะ รับบท เจ้าตองแปงชัชฎาภรณ์ ธนันทา รับบท เจ้านางริมบึงชไมพร จตุรภุช รับบท เจ้าสำเภางาม >>ติดตามชมย้อนหลังเพลิงพระนางได้ที่นี่<<

'หุ้นไทย' ร่วงกว่า 10 จุด จากแรงเทขายหุ้นกลุ่มหลัก
ตลาดหุ้น /  บล.กสิกร / 

ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ (5 ม.ค.) ปิดการซื้อขายที่ระดับ 1,253.34 จุด ลดลง 10.07 จุด หรือ (-0.80) มูลค่าการซื้อขาย 45,355.64 ลบ. 5 อันดับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด ได้แก่ ADVANC ปิดที่ 131 บาท -12 บาท หรือ -8.39% BEM ปิดที่ 5.15 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง INTUCH ปิดที่ 45.75 บาท -3.75 บาท หรือ -7.58% PTT ปิดที่ 227 บาท -11 บาท หรือ -4.62% JAS ปิดที่ 3.06 ไม่เปลี่ยนแปลง สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันพรุ่งนี้ หากยังมีแรงขายหุ้นกลุ่มสื่อสารออกต่อเนื่อง อาจกดดันการลงทุนต่อ ซึ่งหากดัชนีหลุดระดับ 1,251 จุด จะมีแนวรับถัดไปที่ 1,243 และ 1,238 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,267 และ1,270 จุด คาด เศรษฐกิจจีน-ปัญหาซาอุฯ ส่งผลกระทบ 'ตลาดหุ้นไทย' นักวิเคราะห์มองตลาดหุ้นไทยปัจจัยลบรอบตัว มองแนวรับระยะสั้นไว้ที่ 1,247 จุด กลยุทธ์ให้สะสมหุ้นปันผลสูง และหุ้นผลประกอบการ 4Q 58 โดดเด่น บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้ (5 ม.ค.59) ว่า สำหรับตลาดห้นไทยขณะนี้ ถือว่ามีปัจจัยลบรอบตัว เช่น ตลาดหุ้นทั่วโลกดิ่งลงรุนแรงตั้งแต่ช่วงต้นปี นำโดยตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ ที่ปิดร่วงกว่า 6.9% ถึงขั้นระหว่างวันมีการดิ่งลงแรงเกิน 7% จนต้องมีการทำ circuit breaker ซึ่งการปรับร่วงของหุ้นจีนมีสาเหตุใหญ่มาจาก 3 เรื่องด้วยกัน ได้แก่ 1.รายงานตัวเลข PMI ภาคการผลิตของจีนในเดือน ธ.ค. ร่วงลงสู่ระดับ 48.2 จาก 48.6 ในเดือน พ.ย. ถือเป็นการหดตัวลง 10 เดือนติดต่อกัน 2.ธนาคารกลางจีนปล่อยให้เงินหยวนอ่อนแตะระดับต่ำสุดใหม่ในรอบ 4 ปีครึ่ง 6.53 หยวนต่อดอลลาร์ 3.ความกังวลต่อการสิ้นสุดของมาตรการห้ามผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทจดทะเบียนขายหุ้นออกในวันที่ 8 ม.ค.2559 นี้ ความผันผวนของตลาดหุ้นจีน กลายเป็นปัจจัยลบที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นทั่วโลกตั้งแต่ต้นปี แต่นอกจากเรื่องจีนแล้ว ตลาดหุ้นไทยยังมีความกังวลต่อสถานการณ์ข้อพิพาทระหว่าง ซาอุดิอาระเบีย และ อิหร่าน หลังจากที่ทางการซาอุดิอาระเบีย สั่งประหารชีวิตนักโทษคดีก่อการร้าย 47 ราย เหตุการณ์ดังกล่าว ลุกลามจนกลุ่มผู้ประท้วงชาวอิหร่านได้ก่อเหตุโจมตีสถานทูต และสถานกงสุลของซาอุดิอาระเบียในกรุงเตหะราน จนเป็นเหตุให้ซาอุดิอาระเบียประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่าน และตามมาด้วยบาห์เรนก็มีการประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่าน ขณะที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ประกาศลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูต ทั้งนี้สถานการณ์ตลาดหุ้นไทยดัชนีมักจะลดลงใน 2 วันแรกของทุกปี โดย SET Index วานนี้ปรับลดลงกว่า 1.9% ซึ่งการปรับลดลงในวันแรกของปี ถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นมาในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยในปี 2558 ดัชนีปรับลดลงวันแรก 0.9% และลงต่อเนื่องในวันถัดมาอีก 0.3% รวม 2 วันลง 1.3% ก่อนที่จะฟื้นตัวและขึ้นยาวในอีก 2 เดือนถัดมากว่า 10% เช่นเดียวกับปี 2557 ที่วันแรกปรับร่วงรุนแรงกว่า 5.2% และลงในวันต่อมาอีกเล็กน้อย 0.5% แต่หลังจากนั้นก็ฟื้นตัวยาวกว่า 10 เดือนติดต่อกันกว่า 30% ซึ่งการปรับร่วงของดัชนีหุ้นไทยวานนี้ คาดว่าส่วนหนึ่งอาจเกิดจากแรงขายของสถาบันในประเทศ ที่ทำการ Redeem เพื่อเตรียมเงินสดรองรับคำสั่งขาย LTF ที่จะมีเข้ามาในช่วงต้นปี โดยกลุ่มสื่อสารถือเป็นเป้าหมายหลักในการเทขายของสถาบัน ส่งผลให้หุ้นสื่อสารวานนี้ทิ้งดิ่งลงกว่า 5% ส่วนกลุ่มอื่นๆ ปรับลดลงกันในระดับเกิน 1% สำหรับการลงหนักหน่วงในทุกกลุ่มแบบนี้ฝ่ายวิจัยประเมินว่า แรงกดดันน่าจะอยู่กับตลาดแค่ในช่วง 1-2 วันนี้ เนื่องจากคาดว่าปริมาณคำสั่งขาย LTF จะไม่สูงเท่าไหร่นัก ประเมินในเบื้องต้นไม่น่าจะเกินระดับ 4 พันล้านบาท และถ้าหากแรงกดดันจากต่างประเทศเบาลงคาดว่า SET Index น่าจะมีโอกาสฟื้นตัวขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์ กลยุทธ์การลงทุนขณะที่ตลาดถูกกดดันจากปัจจัยลบทั้งในและนอกประเทศ ให้เลือกสะสมหุ้นที่มีปันผลสูง โดยฝ่ายวิจัยแนะนำ SPALI และ PS คาดหวังการจ่ายปันผลได้สูงถึง 5-6% ขณะเดียวกัน หุ้น High Dividend Yield และ High Upside คือ SPALI, SC, PS, LH นอกจากนี้ หุ้นที่ได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า คือ KCE และ หุ้นที่ได้ประโยชน์จากน้ำมันขาลง BA, SCC ขอบคุณข้อมูลจาก  @K_Securities ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy MThai News

งานเข้า! ป.ป.ช.จี้ “บิ๊กเจี๊ยบ” มีมูลความผิดวินัยขั้นร้ายเเรง (มีคลิป)
บิ๊กเจี๊ยบ /  ปปช / 

เลขาธิการสมาคมฟุตบอลฯ งานเข้าหลัง (ป.ป.ช.) ชี้มีความผิดวินัยร้ายเเรง ด้านเจ้าตัวให้การปฏิเสธยันไม่มีสวนเกี่ยวข้อง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) แจ้งความคืบหน้าคดีทุจริตของข้าราชการ, พนักงานรัฐวิสาหกิจ, พนักงานส่วนท้องถิ่น ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความความผิดในรอบเดือนที่ผ่านมา ผ่านเว็บไซค์ www.nacc.go.th เมื่อวันที่ 26 เมษายน รวม 14 คดี โดยเป็นคดีในส่วนกลาง 5 คดีเเละต่างจังหวัด 9 คดี ปรากฏว่ามีชื่อของ พล.ต.ท. พิสัณห์ จุลดิลก เลขาธิการสมาคมฟุตบอลฯ ในฐานะผู้บังคับการกองโยธาธิการ สำนักงานส่งกำลังบำรุง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ชอบ เขียวจันทร์ สารวัตรงาน 3 กองกำกับการ 2 กองโยธาธิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติในส่วนกลาง จำนวน 5 คดี ว่าละเว้นไม่ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงเมื่อรู้ว่าการประมาณราคาค่าซ่อมแซมระบบน้ำประปาผิดพลาด กลับเรียกรับเงิน จากผู้ว่าจ้างซ่อมแซม โดยให้ทำเป็นเรื่องบริจาคเงินให้กองทุนสวัสดิการ ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติว่า พล.ต.ท. พิสัณห์ และพ.ต.ท.ชอบ มีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง และมีมูลความผิดทางอาญา ตามมาตรา 148 (1) และ 157 (2) แห่งประมวลกฎหมายอาญา หลังจากนั้นผู้สื่อข่าวได้สอบถาม “บิ๊กเจี๊ยบ” ถึงประเด็นดังกล่าว โดยออกมากล่าวว่า “เรื่องนี้เป็นคดีเก่าเมื่อปี 2556 ตนขอยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้น เพียงแต่ในขณะนั้น มีผู้วิ่งเต้นให้ตนล้มคดีโดยต้องการติดสินบน แต่ตนไม่ได้ไปพบเจอและไม่ได้รับเงินดังกล่าวแต่อย่างใด  "คิดว่าเรื่องนี้มีคนพยายามจะดิสเครดิตผมมากกว่า ยืนยันว่าผมไม่มีส่วยเกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้น ส่วนเรื่องกฎหมายต้องปล่อยให้เป็นไปตามขั้นตอนต่อไป ส่วนตัวยังเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม" ทั้งนี้ ตามมาตรา 148 (1) มีโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปี ถึง 20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 40,000 บาท หรือประหารชีวิต และ มาตรา 157 (2) มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2,000 บาท ถึง 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เครดิตคลิป : youtube-คมสันต์ ศรีทอง

ระทึก! ฝูงชนเผาสถานทูตซาอุดิอาระเบียในอิหร่าน
ชีค นิมร์ อัล นิมร์ /  ซาอุดิอาระเบีย / 

ฝูงชนเผาสถานทูตซาอุดิอาระเบียในอิหร่าน หลังประหารชีวิต ชีค นิมร์ อัล นิมร์ ผู้นำศาสนานิกายชีอะห์ สำนักข่าวไอเอสเอ็นเอ ของอิหร่านรายงานว่า นายพลฮุสเซน ซาเจดิเนีย เจ้าหน้าที่ตำรวจสูงสุดของประเทศได้เดินทางไปที่จุดเกิดเหตุ และตำรวจได้สลายฝูงชนที่โกรธแค้น หลังจากผู้ประท้วงจำนวนมากในอิหร่านได้บุกเข้าไปในสถานทูตซาอุดิอาระเบียในกรุงเตหะรานในช่วงเช้ามืดวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น จากนั้นได้วางเพลิง และโยนเอกสารต่างๆ จากบนหลังคา เนื่องจากไม่พอใจที่ทางการซาอุดิอาระเบียได้ประหารชีวิต ชีค นิมร์ อัล นิมร์ ผู้นำศาสนาคนสำคัญของนิกายชีอะห์ ผู้นำศาสนานิกายชีอะห์ทั้งในอิหร่านและทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้ประณามการกระทำของทางการซาอุดิอาระเบีย และเตือนว่าอาจจะมีผลสะท้อนกลับจากกลุ่มอื่นๆ ด้านอะยาโตลเลาะห์ อาลี คาเมนี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เตือนซาอุดิอาระเบียว่าอาจจะเผชิญกับการแก้แค้นศักดิ์สิทธิ์ จากการประหารชีวิตผู้นำทางศาสนานิกายชีอะห์ที่อยู่ฝ่ายตรงข้าม โดยเขากล่าวว่าการกระทำของซาอุดิอาระเบียเป็นอาชญากรรมขนาดใหญ่ และทั้งโลกควรจะสนใจต่อเหตุการณ์นี้ พร้อมกับตั้งคำถามว่า เหตุใดชาติตะวันตกไม่ออกมาพูดแสดงการต่อต้านเรื่องนี้ ซาอุดิอาระเบีย ได้ประกาศเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า ได้ประหารชีวิต ชีค นิมร์ อัล นิมร์ พร้อมกับคนอื่นๆอีก 46 คน รวมถึง ผู้ต่อต้านรัฐบาลซาอุดิอาระเบียที่เป็นผู้นับถือศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์ 3 คน และสมาชิกกลุ่มติดอาวุธอัลกออิดะห์อีกหลายคน นายอัล นิมร์ ถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาก่อการร้าย แต่เขาปฏิเสธ ด้านรัฐมนตรีต่างประเทศซาอุดิอาระเบีย กล่าวว่า จากการที่อิหร่านออกมาประณามการประหารชีวิต อิหร่านได้เผยโฉมหน้าที่แท้จริงแล้วว่าเป็นผู้สนับสนุนการก่อการร้าย ขณะที่มีผู้ออกมาเดินขบวนประท้วงหลายสิบคนบนถนนหลายสายของเมืองอัลคาทิฟ ทางตะวันออกของซาอุดิอาระเบีย เพื่อแสดงการต่อต้านการประหารชีวิต ชีค นิมร์ อัล นิมร์ คาดว่าการประหารชีวิตครั้งนี้จะทำให้เกิดความไม่พอใจในหมู่มุสลิมชนกลุ่มน้อยที่นับถือนิกายชีอะห์อย่างมาก และจะทำให้เกิดความตึงเครียดระหว่างนิกายเพิ่มสูงขึ้นทั่วภูมิภาค โดยในหลายประเทศก็มีการออกมาประท้วงเรื่องนี้แล้วเช่นกัน อย่างในนครการาจีของปากีสถาน ชาวปากีสถานที่นับถือนิกายชีอะห์หลายสิบคนได้ออกมาเดินขบวนประท้วง เช่นเดียวกับชาวชีอะห์ในบาห์เรนที่ออกมาแสดงความไม่พอใจเช่นกัน ทำให้มีการประท้วงในหลายหมู่บ้านทั่วประเทศบาห์เรน โดยในเมืองดาอีห์ ซึ่งอยู่ชานกรุงมานามา ชายและหญิงได้ออกมาตะโกนข้อความต่อต้านราชวงศ์ซาอุดิอาระเบีย และผู้นำของบาห์เรน ตำรวจต้องคอยเฝ้าระวังอยู่ห่างๆ แต่ก็มีรายงานว่าเกิดการปะทะกันระหว่างผู้ประท้วงและตำรวจในหลายหมู่บ้าน ส่วนในกรุงลอนดอนของอังกฤษ ผู้ประท้วงกลุ่มหนึ่งได้เดินขบวนที่บริเวณด้านนอกของสถานทูตซาอุดิอาระเบีย ทั้งนี้การประหารชีวิตหมู่ 47 คนในซาอุดิอาระเบียครั้งนี้ ถือเป็นการประหารชีวิตหมู่ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 35 ปี MThai News

พม่านับร้อย ประท้วงดุหน้าสถานทูตไทย จี้ปล่อยตัวจำเลยคดีเกาะเต่า
ฆาตกรรม /  จำเลย / 

ผิดคาด ชาวพม่านับร้อย รวมตัวประท้วงหน้าสถานทูตไทยในกรุงย่างกุ้ง ปมศาลตัดสินประหารชีวิตสองแรงงานชาวพม่า ในคดีเกาะเต่า วันนี้ (25 ธ.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าว กรณีที่ชาวพม่านับร้อยคนต่างรวมตัวกันที่หน้าสถานทูตไทยในนครย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เพื่อต่อต้านคำตัดสินของศาลจังหวัดเกาะสมุย ที่พิพากษาให้นายซอ ลิน และนายวิน ซอ สองแรงงานพม่า จำเลยในคดีฆาตกรรมสองนักท่องเที่ยวอังกฤษ บนเกาะเต่า มีความผิดจริงพร้อมรับโทษประหารชีวิต โดยประชาชนนับร้อยคนและพระสงฆ์ รวมตัวกันที่หน้าสถานทูตไทยในกรุงย่างกุ้ง โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำการเพื่อรักษาความปลอดภัย ขณะที่กลุ่มผู้ประท้วงเชื่อว่าผู้ต้องหาทั้งสองคนถูกตัดสินอย่างผิดพลาด และไม่เป็นธรรม รวมถึงเป็นเพียงการ 'เลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ' พร้อมทั้งแสดงความไม่พอใจ ว่าหลักฐานที่ใช้ตัดสินเพียงเล็กน้อย ทั้งยังไม่มีพยานและไม่มีหลักฐานดีเอ็นเอที่มากพอ แต่พวกเขายังคงถูกตัดสินประหารชีวิต บรรดาผู้ประท้วงต่างถือป้ายที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษระบุว่า"ช่วยเด็กพม่าผู้ยากจน"และ "ปล่อยพลเมืองผู้บริสุทธิ์ของเรา" นอกจากนี้บางส่วน ยังระบุว่าจะยื่นขอพระราชทานอภัยโทษกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อย่างไรก็ตาม นายวินหม่อง เอกอัครราชทูตเมียนมา ประจำประเทศไทยระบุว่า หลังได้รับทราบคำพิพากษา ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ตนรู้สึกเสียใจ แต่มันเป็นเรื่องทางกฎหมายที่ยังคงต้องดำเนินต่อไป โดยตนหวังว่าคดีนี้จะได้รับการดูแลเป็นพิเศษ และจะไม่ให้มากระทบต่อความสัมพันธ์แบบทวิภาคีระหว่างสองประเทศ ส่วนทางด้าน นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยเกี่ยวกับกรณีที่สาธารณรัฐสหภาพเมียนมา จะมีการชุมนุมอีกครั้ง ที่หน้าสถานทูตในกรุงย่างกุ้ง ซึ่งในวันนี้เป็นวันหยุดราชการของเมียนมา จึงไม่เป็นที่น่ากังวล โดยในช่วงเช้าวันนี้ได้มีตำรวจมาดูแลความปลอดภัยหน้าสถานทูตไทยในกรุงย่างกุ้ง เป็นพิเศษ ทั้งนี้ สำนักประธานาธิบดีของเมียนมา ได้เตือนชาวเมียนมา ว่า หากมีการประท้วงก็ขอให้อยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม พร้อมทั้งรับปากว่าจะดูแลเรื่องคดีต่อ เพราะยังอยู่ในศาลชั้นต้น รวมถึงรัฐมนตรีบางส่วนที่ยังไม่เข้าใจ ก็จะช่วยทำความเข้าใจต่อไป อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงการต่างประเทศเป็นห่วง และได้แจ้งเตือนให้คนไทยระมัดระวัง เรื่องการแสดงตัวในที่สาธารณะ ทว่าคนไทยในเมียนมาราว 200 - 300 คน ได้ทยอยเดินทางกลับไทยเพราะเป็นวันหยุดยาวปีใหม่ แต่ก็ยังมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปไหว้พระที่เมืองย่างกุ้งเป็นจำนวนมาก ติดจตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News ที่มา  nationmultimedia สนับสนุนข้อมูลโดย innnews

โหดแท้! 21 วิธีประหารสมัยกรุงศรีอยุธยา
ที่สุดในประเทศไทย /  ประวัติศาสตร์ / 

วันนี้ทีนเอ็มไทยขอนำเกร็ดความรู้ ประวัติศาสตร์ไทย มาให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันค่ะ ซึ่งในวันนี้นี้จะเกี่ยวกับ โหดแท้! 21 วิธีประหารสมัยกรุงศรีอยุธยา  โหดไม่แพ้ของต่างประเทศที่ทีนเอ็มไทยเคยนำเสนอให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันคราวก่อนเลย >,< เนื้อหาอาจรุนแรง เหมาะกับ 18+ นะค่ะ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน โหดแท้! 21 วิธีประหารสมัยกรุงศรีอยุธยา  ในสมัยกรุงศรีอยุธยา อาณาจักรที่รุ่งเรืองที่สุดอีกยุคสมัยหนึ่งของไทยเรา พบว่า มีการตราบทลงโทษขั้นรุนแรงที่สุดคือ โทษประหารชีวิตเอาไว้ในพระไอยการกระบถศึก ซึ่งเป็นกฎหมายที่ตราขึ้นในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 และมีการแก้ไขเพิ่มเติมในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ก่อนจะมีการแก้ไขเพิ่มเติมอีกครั้งในสมัยสมเด็จพระเอกาทศรถ แต่กฎหมายฉบับนี้มิได้มีการแก้ไขในบทลงโทษความผิดขั้นประหารชีวิตและวิธีการประหารชีวิตเลยแม้แต่น้อย คือยังคงลักษณะเดิมไว้แต่ครั้งการตราขึ้นในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 ทุกประการ โดยวิธีการประหารชีวิตตามพระไอยการกระบถศึก บันทึกและอธิบายเอาไว้อย่างละเอียดถึงวิธีการลงโทษประหาร 21 วิธีหรือ 21 สถาน ดังนี้ สถาน 1 คือ ให้ต่อยกระบานศีศะ (กบาลศีรษะ) เลิกออก (เปิดออก) เสียแล้ว เอาคีมคีบก้อนเหล็กแดงใหญ่ใส่ลงไปในมันสะหมอง (มันสมอง) ศีศะพลุ่งฟู่ขึ้นดั่งม่อ (หม้อ) เคี่ยวน้ำส้มพะอูม สถาน 2 คือ ให้ตัดแต่หนังจำระ (จาก) เบื้องหน้าถึงไพรปากเบื้องบนทั้งสองข้างเป็นกำหนด ถึงหมวกหู (ใบหู) ทั้งสองข้างเป็นกำหนด ถึงเกลียวคอชายผมเบื้องหลังเป็นกำหนด (หนังบริเวณคอถึงท้ายทอย) แล้วให้มุ่นกระหมวดผมเข้าทั้งสิ้น (ม้วนเข้าหากัน) เอาท่อนไม้สอดเข้าข้างละคน โยกคลอนสั่นเพิกหนังทั้งผมนั้นออกเสียแล้วเอากรวดทรายหยาบขัดกระบานศีศะชำระให้ขาวเหมือนพรรณศรีสังข์ สถาน 3 คือ ให้เอาขอเกี่ยวปากให้อ้าไว้ แล้ให้ตามประทีบ (ดวงไฟ) ไว้ในปาก ไนยหนึ่ง (นัยหนึ่ง) เอาปากสิวอันคมนั้นแสะแหวะผ่าปากจนหมวกหู (ใบหู) ทั้งสองข้าง แล้วเอาขอเกี่ยวให้อ้าปากไว้ให้โลหิตไหลออกเต็มปาก สถาน 4 คือ เอาผ้าชุบน้ำมันพันให้ทั่วร่างกายแล้วเอาเพลิงจุด สถาน 5 คือ เอาผ้าชุบน้ำมันพันนิ้วทั้งสิบนิ้วแล้วเอาเพลิงจุด สถาน 6 คือ เชือดเนื้อให้เป็นแรงเป็นริ้วอย่าให้ขาดจากกัน ตั้งแต่ใต้คอลงไปถึงข้อเท้าแล้วเอาเชือกผูกจำ ให้เดินเหยียบริ้วเนื้อริ้วหนังแห่งตน ให้ฉุดคร่าตีจำให้เดินไปกว่าจะตาย สถาน 7 คือ เชือดเนื้อให้เนื่องด้วยหนังเป็นแร่งเป็นริ้ว ตั้งแต่ใต้คอลงมาถึงเอวและให้เชือดตั้งแต่เอวให้เนื่องด้วยหนังเป็นแร้งเป็นริ้วลงมาถึงข้อเท้ากระทำหนังเบื้องบนให้คลุมลงมาเหมือนนุ่งผ้า สถาน 8 คือ ให้เอาห่วงเหล็กสวมข้อศอกทั้งสองข้าง ข้อเข่าทั้งสองข้างให้มั่นแล้วเอาหลักสอดในวงเหล็กแย่งขึงตรึงลงไว้กับแผ่นดินอย่าให้้ไหวตัวได้ แล้วเอาเพลิงรน (ลน) ให้รอบตัวจนกว่าจะตาย สถาน 9 คือ ให้เอาเบ็ดใหญ่ที่มีคมสองข้างเกี่ยวทั่วร่างเพิก (เปิด) หนังเนื้อและเอ็นน้อยใหญ่ให้หลุดขาดออกมาจนกว่าจะตาย สถาน 10 คือ ให้เอามีดที่คมเชือดเนื้อให้ตกออกจากกายแต่ทีละตำลึง(นำเนื้อมาชั่งให้ได้น้ำหนักหนึ่่งตำลึง:มาตราวัดสมัยโบราณ) จนกว่าจะสิ้นมังสา (เนื้อ) สถาน 11 คือ ให้แล่สับทั่วร่างแล้ว เอาแปรงหวีชุบน้ำแสบกรีดครูดขูดเสาะหนังและเนื้อแลเอ็นน้อยใหญ่ให้ลอกออกให้สิ้นให้อยู่แต่ร่างกระดูก สถาน 12 คือ ให้นอนลงโดยข้างๆ หนึ่งแล้วให้เอาหลาวเหล็กตอกลงไปโดยช่องหูให้แน่นกับแผ่นดินแล้วจับขาทั้งสองข้างหมุนเวียนไปดังบุคคลทำบังเวียน (เวียนเทียน) สถาน 13 คือ ทำมิให้หนังพังหนังขาด แล้วเอาลูกสีลา (ลูกหิน) บดทุกกระดูกให้แหลกย่อย แล้วรวบผมเข้าทั้งสิ้น ยกขึ้นหย่อนลงกระทำให้เนื้อเป็นกองเป็นลอมแล้วพับห่อเนื้อหนังกับทั้งกระดูกนั้นทอดวางไว้ดั่งตั่งอันทำด้วยฟางซึ่งเอาไว้เช็ดเท้า สถาน 14 คือ ให้เคี่ยวน้ำมันให้เดือดพลุ่งพล่าน แล้วลาด**censor**ลงมาแต่ศีศะ (ศีรษะ) จนกว่าจะตาย สถาน 15 คือ ให้กักขังสุนัขร้ายทั้งหลายไว้ อดอาหารหลายวันให้เต็มอยากแล้วปล่อยให้กัดทึ้งเนื้อหนังกินให้เหลือแต่ร่างกระดูกเปล่า สถาน 16 คือ ให้เอาขวานผ่าอกทั้งเป็นแหกออกดั่งโครงเนื้อ สถาน 17 คือ ให้แทงด้วยหอกทีละน้อยๆ จนกว่าจะตาย สถาน 18 คือ ให้ขุดหลุมฝังเพียงเอว แล้วเอาฟางปกลงคลุมร่างก่อนคลอกด้วยเพลิงพอหนังไหม้แล้วไถด้วยไถเหล็ก ให้เป็นท่อนน้อยท่อนใหญ่เป็นริ้วน้อยริ้วใหญ่ สถาน 19 คือ ให้เชือดเนื้อล่ำออกทอดด้วยน้ำมัน เหมือนทอดขนมให้กินเนื้อตัวเองจนกว่าจะตาย สถาน 20 คือ ให้ตีด้วยตะบองสั้นตะบองยาวจนกว่าจะตาย สถาน 21 คือ ตีด้วยหวายที่มีหนามจนกว่าจะตาย เกร็ดความรู้  เรื่องเล่าจากลานประหาร การประหารชีวิต ถือเป็นบทลงโทษที่รุนแรงที่สุดในทุก ๆ ประเทศ ที่มีมาตั้งแต่อดีต ซึ่งถ้าหากใครได้อ่านหรือศึกษาเรื่องราวเหล่านี้ซักครั้ง คงจะรู้สึกไม่ต่างกันหรอกค่ะว่า แม้ว่าในแต่ละประเทศจะมีเครื่องมือประหารชีวิตที่แตกต่างกันออกไป แต่ความรุนแรง หรือความซาดิสม์นั้นไม่ได้ต่างกันเลย เพราะไม่ว่าจะใช้เครื่องมือไหน ๆ ก็ล้วนแล้วแต่มีจุดประสงค์เดียวกัน นั่นคือทรมานคนผิดอย่างเลือดเย็นแล้วปล่อยให้เจ็บปวดตายไปในที่สุด ในประเทศไทยก็เช่นกัน โทษประหารที่เคยทำกันมาตั้งแต่อดีตนั้นขึ้นชื่อว่าโหดใช่ย่อย เริ่มตั้งแต่สมัยก่อนกรุงรัตนโกสินทร์ วิธีการประหารชีวิตจะเน้นความทรมานชนิดที่ได้ยินแล้วยังขนลุก ไม่ว่าจะเป็นการเอาน้ำมันเดือดราดหัวจนตาย เอามีดและขวานผ่าอกแหวกตับไตไส้พุงทั้งเป็นจนตาย  เอาเบ็ดใหญ่เกี่ยวเนื้อให้หลุดทีละส่วนจนตาย เอามีดคม ๆ แล่เนื้อลอกหนังออกทีละนิดจนตาย เอาหอกค่อย ๆ ทิ่มแทงจนตาย หรือฝังดินครึ่งตัวแล้วเผาส่วนบนจนทรมานตาย ซึ่งโทษแสนทรมานในสมัยนั้น ก็จะตัดสินจากความผิดที่แตกต่างกันออกไป อย่างเช่นถ้าใครเผาบ้านเมือง ก็จะถูกประหารด้วยการเอาผ้าชุบน้ำมันพันรอบตัวแล้วจุดไฟเผาทั้งเป็น อย่างงี้เป็นต้น และที่สำคัญการประหารชีวิตทุกรูปแบบก็จะต้องทำกันแบบโจ่งแจ้งต่อหน้าชาวบ้านมากมาย เพื่อให้คนเกรงกลัว และมันก็ได้ผลดีเลยล่ะค่ะ เพราะเวลาที่มีการประหารนักโทษซักคน บ้านเมืองก็สงบสุขไปพักใหญ่ทีเดียว เพราะไม่มีใครกล้าทำความผิด ไม่มีใครอยากถูกลงโทษอย่างทรมานอย่างที่ตัวเองไปเห็นมา สมัยอยุธยาตอนปลายและรัตนโกสินทร์ การประหารด้วยวิธีทรมานสารพัดก็เริ่มค่อย ๆ หายไป เหลืออยู่แค่วิธีเดียวง่าย ๆ นั่นคือ การตัดคอหรือกุดหัวเท่านั้น เป็นวิธีฉับเดียวดับ ไม่ทันได้ทรมานก็ตายแล้ว แถมก่อนหน้าวันประหารก็ยังมีการเลี้ยงข้าวเลี้ยงน้ำอย่างดีอีก และพอถึงวันประหารนักโทษก็ถูกปิดตา ไม่ต้องเห็นบาดแผล ไม่ต้องรู้ว่าใครกำลังจะทำอะไรเรา ไปแบบสบาย ๆ เลยทีเดียว ในการประหารนักโทษ 1 คน เค้าจะใช้เพชฌฆาตถึง 3 คน ซึ่งโดยปกติแล้ว ถ้าเพชฌฆาตดาบ 1 จะพลาด ก็พลาดมากที่สุดแค่ตัดคอแล้วตายแต่คอดันไม่ขาด ซึ่งแบบนี้เพชฌฆาตดาบ 2 ก็จะรีบเข้ามาฟันให้ขาดทันที ถ้ายังไม่ขาดอีกก็มีดาบ 3 สำรองไว้อีก ต้องเอาให้ขาดอย่างแท้จริงเพื่อที่จะเอาหัวไปเสียบประจานนั่นเอง ส่วนร่างกายก็มอบให้ญาตินำไปทำพิธีต่อไป ในกรณีที่นักโทษเป็นเชื้อพระวงศ์หรือกษัตริย์ ก็จะมีวิธีเฉพาะคือการทุบด้วยท่อนจันทน์ ที่ถือเป็นไม้หอม เป็นการให้เกียรตินักโทษ โดยการประหารด้วยท่อนจันทน์นี้ จะใช้วัดปทุมคงคาเป็นลานประหาร ส่วนวิธีการ ก็คือ จะนำร่างของผู้ถูกประหารสวมด้วยถุงแดงแล้วรัดถุงให้แน่น เพื่อไม่ให้ใครแตะต้องพระวรกาย และไม่ให้ใครเห็นพระศพด้วย จากนั้นเพชฌฆาตที่ได้รับนามเฉพาะว่า "หมื่นทะลวงฟัน"  ก็จะใช้ไม้จันทน์ขนาดใหญ่รูปร่างคล้ายสากตำข้าวทุบลงไปสุดแรงบริเวณพระเศียรหรือพระนาภี เสร็จแล้วก็นำไปฝังในหลุม 7 คืนเพื่อให้มั่นใจว่าสิ้นพระชนม์แล้วจริง ๆ ก่อนขุดขึ้นมาประกอบพิธีต่อไป และหากใครสงสัยว่าทำไมไม่ใช้วิธีเปิดผ้าดูว่าสิ้นแล้วหรือไม่ ก็อย่างที่บอกไปค่ะว่าไม่ว่าจะอย่างไร หลังจากนำนักโทษใส่ถุงแดงแล้วก็ห้ามเปิดให้ใครเห็นหรือแตะต้องพระวรกายโดยตรงได้เป็นอันขาด แต่!วิธีการประหารชีวิตด้วยท่อนจันทน์ เลิกล้มไปในสมัยรัชกาลที่ 5 หลังจากมีการประกาศใช้กฎหมาย ร.ศ. 127 ว่า ให้ประหารชีวิตเชื้อพระวงศ์ด้วยวิธีเดียวกันกับสามัญชน ไม่มีการแบ่งแยกชนชั้นนักโทษ และในที่สุด ในปี 2477 ก็ได้ล้มเลิกการประหารชีวิตด้วยการตัดหัวไป เปลี่ยนเป็นการใช้ปืนยิงแทน โดยวิธีการยิงปืนประหารนี้ ก็จะมีขั้นตอนคล้ายกับการประหารชีวิตด้วยการตัดหัว ต่างที่การยิงปืนประหาร จะทำในห้องประหารมิดชิด ไม่มีการเรียกประชาชนมามุงดูเหมือนกับการประหารชีวิตด้วยการตัดหัวอีกต่อไป การประหารชีวิตด้วยปืนทำกันมาได้ไม่นานนัก เพราะเมื่อปี 2545 ได้เปลี่ยนวิธีการประหารชีวิตด้วยปืน มาเป็นการฉีดยาแทน ซึ่งการฉีดยาจะมี 3 ขั้นตอน คือ ขั้นแรกจะฉีดยาให้นักโทษสลบก่อน จากนั้นค่อยฉีดยาหยุดการทำงานของปอดและกระบังลม และสุดท้ายก็จะฉีดยาที่ทำให้หัวใจหยุดเต้น เป็นอันเสร็จพิธี เรียกว่าสบายกว่าวิธีไหน ๆ ไม่ต้องตื่นเต้นว่าจะถูกสับหัวหรือยิงปืนเมื่อไหร่ และวิธีนี้ก็ยังเป็นวิธีที่ใช้กันมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งหมดนี้คือวิวัฒนาการของการประหารชีวิตในสยาม ที่ดูเหมือนจะลดความทรมานลงทุกวัน ๆ ขณะเดียวกันที่สถิติการประหารชีวิตก็ค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ ทั้งในไทยและหลายประเทศทั่วโลก  ซึ่งที่เป็นอย่างนั้นก็ไม่ใช่เพราะว่าคนเรามีคุณธรรมกันมากขึ้นแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะบทลงโทษในสังคมทุกวันนี้มันเบาลงเรื่อย ๆ ต่างหาก.. ยิ่งไปกว่านั้น ในยุคที่บทลงโทษในสังคมเบาลงทุกวัน ขณะที่โจรผู้ร้ายมีมากขึ้นแบบนี้ ก็ยังมีคนในหลายประเทศออกโรงต่อต้านการประหารชีวิตกันอย่างมากมาย เพราะเห็นว่ามันโหดร้าย ก็ไม่แน่ว่า.. บางที โทษประหารอาจถูกล้มเลิกไปในอีกไม่เกิน 10 ปีข้างหน้าก็เป็นได้ และถ้าวันนั้นมาถึงเมื่อไหร่ สังคมก็คงวุ่นวายขึ้นน่าดู ที่มา : http://xchange.teenee.com/lofiversion/index.php/t46653.html, http://nongza.exteen.com/20101028/entry อ่านเพิ่มเติม >> 15 เครื่องมือทรมานโหดในอดีต Torture << >> เครื่องมือทรมานโหดในอดีต Torture ภาค 2 <<

6 คำถามชวนสงสัย? หลังจากที่ได้ดู Fantastic Beasts ans Where to Find Them
Alison Sudol /  Carmen Ejogo / 

6 คำถามชวนสงสัย? หลังจากที่ได้ดู Fantastic Beasts ans Where to Find Them สปอยล์เนื้อหาจากภาพยนตร์ล้วน ๆ กับข้อสงสัยหลังจากที่ได้ดู Fantastic Beasts and Where to Find Them สัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่ และนี่คือ 6 ข้อคำถามร้อน ๆ ที่เกิดขึ้นทันทีหลังจากที่ดูภาพยนตร์จบลง ไม่รู้ว่าผู้ชมจะสงสัยเหมือนกันหรือไม่ประการใด 1. หรือว่า แอรีอานนา ดัมเบิลดอร์ จะเป็นออพส์คูลัส นิวท์ได้อธิบายถึงเด็กสาวที่เป็นออพส์คูลัสที่เคยพบก่อนหน้านี้ โดยในภาพยนตร์เรื่อง Harry Potter and the Deathly Hallows ช่วงหนึ่ง อัลบัส อัมเบิลดอร์ ได้พูดถึงน้องสาวที่ไม่สามารถควบคุมเวทมนตร์ได้ในขณะที่เธอป้องกันตัวจากเหล่ามักเกิ้ลท้องถิ่นที่เข้ามาทำร้าย แม่ได้ขังเธอไว้จากผู้คนและบอกว่าเธอป่วย แต่เธอไม่ได้ไปที่ฮอกวอตส์ หรือว่าเธอจะเป็นเหมือน เครเดนซ์ ที่ปรากฏในภาพยนตร์ “เธอไม่ได้ใช้เวทมนตร์ แต่เธอก็ไม่สามารถกำจัดมันออกไปได้ มันทำให้เธอเก็บกดและใกล้จะเป็นบ้า มันระเบิดออกมาทันทีที่เธอไม่สามารถควบคุมมันได้ ในเวลานั้นเธอดูแปลกและอันตราย” 2. กรินเดลวัลด์เดินทางไปอังกฤษเพื่อตามหาเธอ Image: vanity fair เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ พ่อมดผู้ชั่วร้ายก่อนหน้าโวลเดอมอร์ เมื่อครั้งที่เขาพบกับ อัลบัส ดัมเบิลดอร์ เขาได้พูดถึงเรื่องการเอาชนะความตาย การที่ เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ เดินทางไปยังบ้านเกิดของดัมเบิลดอร์ ถ้าไม่ได้ไปตามหาเครื่องรางยมทูต แต่ไปตามหาออพส์คูลัสอย่างที่ข่าวลือว่าล่ะ ถ้าไม่ใช่เขากำลังตามหาอะไรอยู่ 3. การประหารด้วยยาพิษในห้องลับที่ MACUSA แม้ว่าพ่อมดแม่มดชาวอเมริกันมีข้อกฎหมายในการลงโทษประหารชีวิต แต่ไม่ได้ใช้คาถาคำสาปอย่าง อวาดา เคดาฟรา อย่างที่มักเกิ้ลอย่างเรา ๆ เข้าใจกัน แต่ MACUSA เลือกใช้คาถาที่ดึงความทรงจำลงในบ่อน้ำ แล้วค่อย ๆ กลืนกินนักโทษลงไปจดหมด ซึ่งดูแล้วคล้าย ๆ กับ เพนซิฟ เมื่อครั้งที่อัลบัส ดัมเบิลดอร์ เคยใช้ให้แฮร์รี่ดู แต่การประหารชีวิตนี้ใช่เพนซิฟเวอร์ชั่นด้านมืดหรือเปล่า มันทำให้ตายหรือแค่ขังความทรงจำกันแน่ มันดูเสียเวลาไปไหม เสกปุ๊บตายปั๊บ แล้วพ่อมดแม่มดอเมริกันคิดเห็นอย่างไรกับผู้คุมวิญญาณกันนะ 4. ความสัมพันธ์ระหว่างนิวท์กับดัมเบิลดอร์เป็นอย่างไร Image: warner bros. ดูเหมือนว่านิวท์จะเป็นเด็กนักเรียนที่ดัมเบิลดอร์ชื่นชอบเมื่อสมัยอยู่ฮอกวอตส์ เหมือนกับแฮร์รี่ แต่ความสัมพันธ์ระหว่างดัมเบิลดอร์กับนิวท์เป็นอย่างไรกัน 5. เลสแตรงจ์ เกี่ยวข้องกับนิวท์อย่างไร รูปถ่ายของหญิงสาวที่ปรากฏอยู่ภายในกระเป๋าของนิวท์ โดยมีนามสกุลว่า เลสแตรงจ์ นั้นเป็นเพื่อนของนิวท์สมัยเรียนที่ฮอกวอตส์ พวกเขารักกันหรือเปล่า? น่าจะใช่นะ เขาปล่อยสัตว์วิเศษออกมาในงานปาร์ตี้วันเกิดของเธอหรือเปล่า? ก็น่าจะใช่อีก ครอบครัวเลสแตรงจ์เป็นพวกเลือดบริสุทธิ์ และในยุคของ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ช่วงที่จอมมารกลับมาอีกครั้ง นิวท์รู้เรื่องที่ครอบครัวนี้เกี่ยวพันกับเหล่าผู้เสพความตายหรือเปล่า 6. ทำไมนิวท์ต้องนั่งเรือมาที่อเมริกา (หายตัวมาได้ไหม) พ่อมดบินได้ วาร์ปกลางอากาศ ใช้ผงฟลู แล้วทำไมนิวท์ถึงต้องนั่งเรือด้วยล่ะ ซึ่งข้อสงสัยนี้ ผู้ประพันธ์ เจ.เค. โรว์ลิง ได้ตอบคำถามให้เข้าใจในทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า There's a limit to how far you can Apparate. Inter-continental Apparition is very dangerous! https://t.co/8eUjPmAOem — J.K. Rowling (@jk_rowling) November 18, 2016 มันมีข้อจำกัดเรื่องระยะทางในการใช้คาถา Apparate ซึ่งการใช้คาถานี้ข้ามภูมิภาคเป็นอะไรที่อันตรายมาก ดูบทความต้นฉบับ : 6 burning questions we have after viewing 'Fantastic Beasts'

ร้าวฉาน ซาอุฯ ลั่นตัดสัมพันธ์การทูตกับอิหร่าน หลังสถานทูตถูกเผา
Embassy /  Iran / 

เกินเยียวยา ซาอุฯ ลั่นตัดสัมพันธ์การทูตกับอิหร่าน หลังผู้ประท้วงเผาสถานทูตซาอุฯ ในกรุงเตหะราน mashable อาเดล อัล-ญูเบอีร์ รัฐมนตรีต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย แถลงการณ์วานนี้ (3 ม.ค.) ยืนยันว่าทางการซาอุดีอาระเบียได้ตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่าน หลังกลุ่มผู้ประท้วงชาวอิหร่านบุกเข้าโจมตีสถานเอกอัครราชทูตซาอุฯ ในกรุงเตหะรานด้วยการจุดไฟเผา วางเพลิง พร้อมทั้งสั่งให้เจ้าหน้าที่ทางการทูตของอิหร่านทั้งหมดเดินทางออกจากแผ่นดินซาอุฯ ภายใน 48 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม การตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่านครั้งนี้ เป็นต่ำสุดของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งสองประเทศ ที่ตึงเครียดมายาวนานหลายทศวรรษ โดยที่รัฐบาลซาอุฯ ซึ่งถือเป็นผู้นำโลกมุสลิมฝ่ายสุหนี่มักกล่าวหาอิหร่านที่เป็นผู้นำชาติมุสลิมฝ่ายชีอะห์ว่าชอบเข้ามาแทรกแซงกิจการของประเทศโลกอาหรับ เมื่อวันที่ 2ม.ค.ที่ผ่านมา กลุ่มผู้ประท้วงชาวอิหร่านบุกเข้าไปยังที่ตั้งของสถานเอกอัครราชทูตซาอุดีอาระเบียในกรุงเตหะราน พร้อมทั้งจุดไฟเผาส่วนหนึ่งของอาคารสถานทูต หลังจากที่รัฐบาลริยาดทำการประหารชีวิตอิหม่ามนิกายชีอะห์ชื่อดัง “ชีค นิมรา อัล-นิมรา” นักวิพากษ์วิจารณ์ฝีปากกล้าต่อการปกครองที่กดขี่ของทางการซาอุดีอาระเบียที่มีชื่อเสียง ผู้ประท้วงที่กำลังโกรธแค้นพา ปาระเบิดเพลิงเข้าไปภายในสถานเอกอัครราชทูตซาอุฯ ในกรุงเตหะราน ก่อนจะบุกเข้าไปภายในฃ พร้อมทั้งทุบทำลายเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้สำนักงาน และหน้าต่างภายในอาคาร ก่อนจะจุดไฟเผาห้องห้องหนึ่งภายในอาคาร หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจของอิหร่านจะเดินทางมาถึง และทำการขับไล่ผู้ประท้วงออกไปนอกพื้นที่และเริ่มทำการดับเพลิงที่ลุกไหม้ เพื่องควบคุมสถานการณ์ ดูบทความต้นฉบับ : Saudi Arabia cuts ties with Iran after protesters burn Saudi embassy

ประกาศผล : ดูหนังใหม่ รอบพิเศษ Criminal คนสมองเดือด
Criminal /  Ryan Reynolds / 

เอ็มไทยมูฟวี่พรีวิว ครั้งที่ 858 Criminal คนสมองเดือด Criminal คนสมองเดือด ว่าด้วยเรื่องราวของนักโทษประหารชีวิตสุดอันตรายที่ได้รับข้อเสนอให้มีชีวิตต่อไป โดยแลกกับการปลูกถ่ายสมองของเจ้าหน้าที่ซีไอเอรายหนึ่งที่เสียชีวิตไปแล้วมาเป็นสมองของเขา ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในหัวของเจ้าหน้าที่ซีไอเอรายนั้นไม่ว่าจะเป็นความทรงจำ ความลับ หรือทักษะต่าง ๆ จะกลายเป็นหนึ่งเดียวกับเขาไปในทันที และหน้าที่ของเขาก็คือการใช้สิ่งที่ได้มาเพื่อหยุดยั้งผู้ก่อการร้าย ทาง movie.mthai มีบัตรชมภาพยนตร์รอบพิเศษจำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง ในวันอังคารที่ 3 พฤษภาคม 2559 ที่โรงภาพยนตร์ SF Cinema City Terminal 21 รอบเวลา 20.00 น. (ลงทะเบียนรับบัตรเวลา 18.30-20.00 น.)  รายชื่อผู้โชคดีที่ได้รับบัตรชมภาพยนตร์รอบพิเศษเรื่อง Criminal คนสมองเดือด จำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง มีรายชื่อดังต่อไปนี้ วรรณวิไล กวีญาณ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) กิตติชาติ สิทธิเลิศ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) รวีพัชร์ เจริญยิ่งถาวร (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) มาริสา ฤทธิ์กล้า (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) ศักร์ทนง เหมะวัฒนะชัย (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) น้ำฝน ทุติสูงเนิน (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) สาธิต ศรีสุขล้อม (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) ณพชร สมที่นึก (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) วริศรา พรหมนวล (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) วิริยะ อภิชนังกูร (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) สำหรับผู้โชคดีต้องเช็คอีเมลและตอบกลับเพื่อยืนยันสิทธิ์ ภายในวันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม 2559 ก่อนเวลา 18.00 น. มิเช่นนั้นจะถือว่า “สละสิทธิ์” กรณีที่มีผู้สละสิทธิ์จะนำบัตรไปสุ่มแจกให้กับผู้ที่เข้ามาสำรองรายชื่อในหน้าเพจ facebook.com/movie.mthai การรับบัตรที่หน้าโรงภาพยนตร์ แสดงบัตรประชาชนตัวจริงต่อหน้าเจ้าหน้าที่ที่โต๊ะลงทะเบียนเพื่อรับบัตร (ไม่รับสำเนาทุกกรณี) เจ้าหน้าที่จากบริษัทจะเป็นผู้แจกบัตรให้ โดยผู้โชคดีต้องมารับบัตรชมภาพยนตร์ด้วยตัวเอง ไม่สามารถฝากมารับได้ เริ่มแจกบัตรตั้งแต่เวลา 18.30 – 20.00 น. หากมาช้ากว่าเวลาดังกล่าวจะถือว่าสละสิทธิ์ทันที ผู้ที่ได้รับรางวัลในกิจกรรมรอบนี้ หากมีรายชื่อได้รับรางวัลซ้ำกับสื่ออื่น ๆ เกิน 1 รายชื่อ ทางเจ้าหน้าที่ขอสงวนสิทธิ์ให้เหลือชื่อเพียง 1 ชื่อเท่านั้น โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า กรุณาให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ กรณีที่ต้องฝากโทรศัพท์มือถือ กล้องถ่ายรูป หรืออุปกรณ์อื่น ๆ รางวัลนี้ไม่สามารถโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้ รวมทั้งซื้อ-ขาย สงวนสิทธิ์ 1 ท่าน / 1 รางวัล ขอสงวนสิทธิ์ตัดสิทธิ์ผู้โชคดีที่ไม่ทำตามกติกาข้างต้นทุกกรณี การตัดสินของเจ้าหน้าที่ถือเป็นที่สิ้นสุด

ผู้นำโสมแดงสั่งนักวิทยาศาสตร์ทดลองอาวุธต่อ
ความขัดแย้ง /  เกาหลีเหนือ / 

คิม จอง อึน ผู้นำโสมแดง ชื่นชมนักวิทยาศาสตร์ทดลองอาวุธสำเร็จ สั่งเดินหน้าต่อ ไม่สน เกาหลีใต้ เลิกทำอุตสาหกรรมร่วม สำนักข่าว 'วอชิงตัน โพสต์' เปิดเผยว่า คิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ชื่นชมนักวิทยาศาสตร์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทดลองอาวุธยิงขีปนาวุธ เมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยกล่าวว่าเป็นการทดลองที่ฝ่ายตรงข้ามเห็นผลชัดเจน พร้อมสั่งให้นักวิทยาศาสตร์เดินหน้าดำเนินการต่อไป ทั้งนี้การทดลองที่เกิดขึ้นล่าสุดเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือ และเกาหลีใต้ ที่ยังย่ำแย่ เลวร้ายลงไปอีก ขณะที่ เกาหลีใต้ ออกมากล่าวหาว่า เกาหลีเหนือ ใช้รายได้จากโครงการนิคมอุตสาหกรรมแกซอง ร่วมใช้ในการทดลองนิวเคลียร์ จึงตอบโต้ด้วยการยุติโครงการดังกล่าว อย่างไรก็ตาม การปิดนิคมอุตสาหกรรมแกซอง จะทำให้เกาหลีเหนือ ได้รับผลกระทบจริง แต่ไม่ถึงขั้นวิกฤติต่อเศรษฐกิจของชาติ เนื่องจาก เกาหลีเหนือ มีรายได้ส่วนใหญ่มาจากการทำการค้ากับจีน ขอบคุณเนื้อหาจาก INN ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ เกาหลีเหนือเผยภาพการปล่อยจรวดเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ด้านซีเอ็นเอ็นรายงานว่าเสนาธิการกองทัพบกเกาหลีเหนือถูกประหารชีวิตแล้ว ขณะที่ในเกาหลีใต้ยังคงมีการประท้วงการปล่อยจรวดของเกาหลีเหนือ รายการ Welcome World ทางช่อง MONO29 อ้างอิงรายงานสถานีโทรทัศน์เคอาร์ทีของทางการเกาหลีเหนือเผยแพร่ภาพเมื่อวานนี้แสดงให้เห็นการปล่อยจรวดพิสัยไกลเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา และภาพของนายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ที่เดินทางเยือนศูนย์บัญชาการปล่อยจรวด แต่ไม่ได้ระบุวันที่เดินทางเยือน ด้านเจ้าหน้าที่ทางการเกาหลีเหนือเปิดเผยต่อซีเอ็นเอ็นว่า พลเอก รี ยอง-กิล เสนาธิการกองทัพบกเกาหลีเหนือ ถูกประหารชีวิตแล้ว จากการเห็นแก่พวกพ้อง ใช้อำนาจไปในทางที่ผิดและทุจริต แต่ไม่ได้ระบุวันและเวลาที่เขาถูกประหารชีวิต สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้รายงานว่า พลเอกรี ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเสนาธิการกองทัพบกในปี 2556 ขณะที่แหล่งข่าวอีกรายระบุว่า นายพลรีถูกประหารชีวิตเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ข่าวการประหารชีวิตดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี หลังเกาหลีเหนือทดสอบระเบิดนิวเคลียร์เมื่อเดือนที่แล้ว ตามมาด้วยการปล่อยจรวดพิสัยไกลเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยในเกาหลีใต้ยังคงมีการประท้วงต่อต้านการปล่อยจรวดของเกาหลีเหนือ ในกรุงโซล ของเกาหลีใต้ สมาชิกกลุ่มประชาคมอนุรักษ์นิยมราว 200 คนได้รวมตัวกันที่จัตุรัสกวางฮวามุน เพื่อเข้าร่วมการประท้วง เรียกร้องให้รัฐบาลเกาหลีใต้ใช้มาตรการที่เข้มงวดต่อเกาหลีเหนือ นอกจากนี้ยังมีการเผาหุ่นจำลองและรูปของนายคิม จองอึน และทำลายธงหลายผืน ขณะที่กองทัพเกาหลีใต้นำเศษวัตถุที่ระบุว่าเป็นชิ้นส่วนจากการปล่อยจรวดของเกาหลีเหนือ 3 ชิ้นมาแสดงต่อสื่อที่ดาดฟ้าเรือกองทัพเรือเกาหลีใต้ที่จอดเทียบท่าอยู่ในเมืองพยองแทค จากลักษณะของเศษชิ้นส่วนคาดว่ามาจากปลายท่อหัวฉีดเชื้อเพลิงของจรวด กองทัพเรือเกาหลีใต้ระบุว่าเก็บเศษเหล่านี้มาจากท้องทะเลห่างจากเกาะโอชุงในทะเลเหลืองราว 105 กิโลเมตร ส่วนความคืบหน้าเรื่องการติดตั้งระบบต่อต้านขีปนาวุธเพดานบินสูงในคาบสมุทรเกาหลี ชอย จุน ฮยอค โฆษกกระทรวงต่างประเทศเกาหลีใต้ระบุว่า แทบจะไม่ส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ด้านความมั่นคงของจีนและรัสเซีย แต่เป็นเพียงมาตรการตอบโต้ภัยคุกคามจากอาวุธนิวเคลียร์และจรวดของเกาหลีเหนือ ด้านสถานการณ์ที่นิคมอุตสาหกรรมแกซองหลังเมื่อวานนี้มีขบวนรถบรรทุกและรถยนต์ได้แล่นข้ามพรมแดนจากเกาหลีเหนือเข้ามาในเกาหลีใต้ หลังเกาหลีใต้สั่งปิดโรงงานชั่วคราวเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าจะกินระยะเวลานานแค่ไหน การปิดนิคมอุตสาหกรรมแกซอง ถือเป็นมาตรการลงโทษที่รุนแรงที่สุดมาตรการหนึ่งของเกาหลีใต้ ส่วนในสหรัฐฯ วุฒิสภาได้อนุมัติมาตรการลงโทษเกาหลีเหนือที่เข้มงวดมากขึ้นแล้วเมื่อวานนี้ด้วยคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์ 96 ต่อ 0 ในการผ่านร่างกฎหมายนี้ ที่มีเป้าหมายในการลดความสามารถด้านการเงินของเกาหลีเหนือที่ใช้ในการพัฒนาหัวรบนิวเคลียร์ และขีปนาวุธพิสัยไกลเพื่อใช้สำหรับนำส่งหัวรบเหล่านั้น เจ้าหน้าที่ระดับสูงจากกองทัพสหรัฐฯ, เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น เห็นชอบร่วมกันเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่าให้เพิ่มความร่วมมือเกี่ยวกับความมั่นคงในภูมิภาค และการแบ่งปันข้อมูล ในช่วงที่มีภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือเพิ่มสูงขึ้น ขอบคุณรายการ Welcome World ทางช่อง MONO29

ละครเชลยศึก , เรื่องย่อเชลยศึก
ละครเชลยศึก /  ละครเชลยศึก ช่อง8

เชลยศึกบทประพันธ์อัครพล อัครเศรณี บทโทรทัศน์ สิริวัฒน์69,แสงแรกออกอากาศ ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 9.00 และ 20.20 น. ทางช่อง 8 กดเลข 27 เรื่องย่อ ละครเชลยศึก กล้า (มังกร) ทาสในเรือนของขุนฟ้าลั่น ผู้มีพรสวรรค์ในศิลปะการต่อสู้ หลังจากที่ได้รับคำแนะนำจากรุ่นพี่และครูมวย บวกกับความเฉลียวฉลาดและไหวพริบจึงทำให้กล้ากลายเป็นนักมวยที่ค่ายมวยต่างๆในยุคนั้น และรู้จักกันในนามนายขนมต้ม ซึ่งชื่อนายขนมต้มชื่อนี้ได้มาจาก เฟื้องฟ้า (ฝ้าย) ลูกสาวคนเล็กของขุนฟ้าลั่น ซึ่งเป็นคนที่กล้ารักและบูชา หลังจากกรุงศรีอยุธยาโดนพม่าตีแตกครั้งที่สอง กล้าได้รวบรวมสมัครพรรคพวกเพื่อหาทางกอบกู้บ้านเมือง โดยกล้าได้รู้จักกับ นิล(อาร์ต) และโหน(ต๊อบ) จนกลายเป็นพี่น้องต่างสายเลือดที่พร้อมจะตายแทนกันได้ มะขาม(ฟ้า)ลูกสาวของนายบ่อนเจ้าของบ่อนต้องบ้านแตกและเสียพ่อไป เกิดความประทับใจ และทำให้มะขามรู้สึกหลงรักกล้า กลุ่มของกล้าเริ่มเติบโตและแข็งแกร่งขึ้น ละครเชลยศึก เมื่อได้ ครูเที่ยง(เดี่ยว)ผู้ซึ่งเป็นทหารเอกและองครักษ์คู่บารมีของ เจ้าฟ้าอุทุมพร เข้ามาร่วมด้วยยิ่งทำให้กลุ่มของกล้าเข้มแข็งขึ้น ด้วยวิธีการรบแบบกองโจร ทำให้พวกเค้าสามารถช่วยให้คนไทยรอดพ้นจากการเป็นเชลยศึกของพวกพม่าได้เป็นจำนวนไม่น้อย มังจาเล(ปูไข่)ที่มีโทษถึงประหารชีวิตถูกลดโทษโดยพระเจ้ามังระให้กลายเป็นคนธรรมดา และยังถูกส่งตัวไปในบ่อนมวยใหญ่ของพวกพม่า นายขนมต้มหรือไอ้กล้าก็เป็นหนึ่งในนักมวยที่ถูกจับมาขังอยู่ที่ค่ายมวยนรกแห่งนี้ กล้าความจำเสื่อมจากการถูกจับ กลายเป็นสิ่งบันเทิงของชาวพม่าที่ได้พบเห็น มะเมียะ(โบว์ลิ่ง)น้องสาวของมังจาเลที่กล้าเคยช่วยเหลือไว้ คอยดูแลกล้าเท่าที่สามารถจะทำได้ มะขามออกตามหากล้าจนพบและรู้ว่ากล้าความจำเสื่อม มะขามคิดหาทางช่วยออกจากที่คุมขังมะขามได้รู้จักกับมะเมี๊ยะ ทั้งสองสาวช่วยกันเพื่อให้กล้าฟื้นจากความทรงจำจากเฟื้องฟ้าที่ตอนนี้เป็นคนรักของมังจาเร มะเมี๊ยกับมะขามช่วยกันหาทางพากล้าออกจากคุกไปช่วย แต่ไม่รอด เพราะทกยอ(เอ)มาพอดี ทกยอตกใจที่เจอมะเมี๊ย สั่งทหารคุมตัวมะเมี๊ยกับมะขาม และพาตัวกล้ากลับเข้าคุก ละครเชลยศึก กล้าความจำฟื้นแล้วและต้องสู้กับมังจาเร กล้าแกล้งแพ้มังจาเรอย่างราบคาบ มังจาเรเจ็บใจมาก ออกไปด้วยความแค้น กล้ารีบบอกมังจาเรเรื่องเฟื่องฟ้าตายแล้ว ทกยอกลัว รู้ว่ามังจาเรไม่ปล่อยเขาแน่ อะละแมเสนอให้อองซอ(บอส)ไปฆ่ามังจาเร ในการประลองในลานประตูผี มะเมี๊ยกับมะขามกบุกบ้านอองซอ ค้นหาตัวเมี๊ยด อองซอกับมังจาเร ต่างคนต่างน่วม อองซอพลาด โดนมังจาเรเล่นงานอย่างหนัก มังจาเรเสียเปรียบ กล้าทนไม่ไหว ลุยเข้าไปในสนาม ช่วยเหลือมังจาเร และฆ่าอองซอ(ด้วยมีดของอองซอ)ตายคาสนาม มังจาเรแค้นทกยอมาก คว้ามีดที่ปักท้องอองซอ เขวี้ยงขึ้นไปปักที่หัวใจทกยอ ตายคาอัฒจรรย์ อะละแมช็อค หนีออกจากสนาม พระเจ้ามังระรู้ความจริงทุกอย่างจากเมี๊ยดจึงรับสั่งให้ปล่อยตัวมังจาเร มังจาเรทำศพเฟื่องฟ้าอย่างโศกเศร้า อาละแม(หมิง)กลัวความผิดจนเป็นบ้าเสียสติ พระเจ้ามังระยื่นข้อเสนอให้กล้าลุยเดี่ยวกับทหารอังวะ 10 นายแล้วจะปล่อยตัวเชลยทุกคนกลับอโยธยา สุดท้ายพระเจ้ามังระทำตามที่ตกลงยอมปล่อยตัวกล้าและเชลยทั้งหมดกลับสู่ อโยธยาอย่างสมศักดิ์ศรี รายชื่อนักแสดงนำในละคร เชลยศึก ปภาวิน หงษ์ขจร รับบท กล้าษริกา สารทศิลป์ศุภา รับบท ช่อมะขามเวฬุรีย์ ดิษยบุตร รับบท เฟื่องฟ้าปริศนา กัมพูสิริ รับบท มะเมี๊ยะภัครมัย โปตระนันท์ รับบท มะลิพงศ์สิรี บรรลือวงศ์ รับบท มังจาเรพุทธิพงษ์ คล้ำจีนภาณุวงศ์ รับบท อองซออรินทร์มาศ บุญครองทรัพย์ รับบท อาละแมชัยวัฒน์ ทองแสง รับบท โหนพศิน เรืองวุฒิ รับบท ทกยออัศนี สุวรรณ รับบท นิล ชูพงษ์ ช่างปรุง รับบท ครูเที่ยง ละครเชลยศึก ละครเชลยศึก ละครเชลยศึก ละครเชลยศึก ละครเชลยศึก ละครเชลยศึก