ประวัติพระสังฆราช

พุธ 26 พ.ย.2557 ดาวเสาร์ย้ายราศีครั้งใหญ่ จะเกิดไรขึ้น!!!
ดาวเสาร์ /  ดาวเสาร์ย้ายราศี / 

เนื่องจากวันพุธ 26 พ.ย.2557 ดาวเสาร์ได้ย้ายราศี ครั้งใหญ่ ออกจาก ราศีเมษ  ราศีตุลย์ แล้วดันย้ายเข้า ราศีพฤษภ ราศีพิจิก จะส่งผลดีหรือผลร้ายอย่างไรบ้าง และต้องเตรียมตัวอย่างไร มีหรือที่ Horoscope.Mthai.com จะไม่นำมาบอก ลองไปดูกัน วันพุธ 26 พ.ย.2557 ดาวเสาร์ย้ายราศี ครั้งใหญ่ จะเกิดไรขึ้น!!! ย้ายออกคือ ราศีเมษ และ ราศีตุลย์ หลังจากนี้ดวงชะตาจะพ้นเคราะห์เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ปัญหาและอุปสรรคจะลดลง ส่งผลให้ชีวิตดีขึ้น ย้ายเข้าคือ ราศีพฤษภ ( เกิดระหว่าง  15 พ.ค. - 14 มิ.ย.) และ ราศีพิจิก ( เกิดระหว่าง 17 พ.ย. - 15 ธ.ค.) ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการเปลี่ยนแปลงของดาวเสาร์ ในคร้ังนี้ จะส่งผลให้ผู้ที่เกิดในราศีพิจิก ซี่งเป็นเจ้าภาพดาวเสาร์เข้าตรงที่ราศีพิจิก ในช่วง 2-3 เดือนแรกงานจะหนักมากขึ้น หน้าที่งานรับผิดชอบสูงขึ้น หลังจากนั้นจะอยู่ตัว (แต่งานหนักจริงๆ) ส่วนราศีพฤษภ จะได้พบเจอกับคนใหม่ๆ มากขึ้น ทำมีโอกาสพบเจอคนที่คิดที่ไม่ซื่อ การร่วมหุ้นลงทุนต้องระวัง แต่ทั้งสองราศีจะมีความก้าวหน้าในหน้าที่การงานที่ดี การทำบุญมี 2 ส่วน  ในวันดาวเสาร์ย้าย 1.ทำบุญช่วงเช้า สามารถทำได้หลายอย่าง เช่นการใส่บาตรตอนเช้าหรือถวาย สังฆทานในช่วงสายของวันที่ 26 พฤศจิกายน แต่แนะนำให้ถวายของที่มีความหมายที่เกี่ยวกับพระเสาร์ไปด้วย เช่น ของสีม่วงหรือเลขกำลังดาวเสาร์ก็คือเลข 7 หรือเลข 10 เช่นดอกกล้วยไม้สีม่วง จำนวนของทำบุญ 7 หรือ 10 อย่าง ถวายพระนาคปรก ปัจจัยให้มีเลข 7 หรือ 10 เป็นต้น ขึ้นอยู่กับศรัทธาของแต่ละบุคคล และอย่าลืมกรวดน้ำ 2. ไหว้พระเสาร์ตอนเย็น สามารถเริ่มไหว้ได้ตั้งแต่เวลาที่พระเสาร์ย้ายคือ 16.29 น. เป็นต้นไป แต่ไม่ควรเลยเที่ยงคืนของไหว้ ขั้นตอนการไหว้ในวันดาวเสาร์ย้าย คือ จุดธูปตามจำนวนของไหว้ 7 หรือ  10 ดอก ตั้งนะโม 3 จบ แล้วสวดบทบูชาพระเสาร์ ตั้งนะโม 3 จบ ตามด้วย "ยะโตหัง ภะคินิ อะริยายะ ชาติยา ชาโต นาภิชานามิ สัญจิจจะ ปาณัง ชีวิตา โวโรเปตา เตนะ สัจเจนะ โสตถิ เต โหตุ โสตถิ คัพภัสสะฯ" (สวด 10 จบ) ตั้งจิตอธิษฐานกล่าว ชื่อ-นามสกุล วัน เดือน ปีเกิด "ข้าพเจ้าได้จัดของไหว้พระเสาร์จำนวน 7 อย่างหรือ10 อย่าง ขอให้พระเสาร์ราชาโชคส่งผลดีแก่ดวงชะตา ขอให้ผลแห่งกรรมดีในครั้งนี้ ช่วยคุ้มครองดวงชะตาตลอดช่วงเวลาที่ต้องพระเสาร์" และอธิษฐานเรื่องที่เราตามปรารถนา เมื่อธูปใกล้หมดให้ลาของไหว้ นำของไหว้มารับประทานเพื่อความเป็นสิริมงคล ควรท่องคาถาบทนี้ก่อนทานของไหว้แต่ละอย่าง "โส มา ณะ กะ ริ ถา โธ" หากไม่สะดวกไหว้หรือทำบุญในวันพุธที่ 26 พฤศจิกายน แนะนำให้ไปทำบุญในวันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม แทนซึ่งตรงกับวันพระขึ้น 15 ค่ำ เดือน 1 ของไหว้รับดาวเสาร์ สามารถไหว้  7 อย่าง(ตัวเลขของดาวเสาร์) หรือ  10 อย่าง (กำลังดาวเสาร์) แล้วแต่ความพร้อม สีของดาวเสาร์คือสีดำหรือสีม่วง ดังนั้นของไหว้สามารถใช้ได้ทั้งสองสีตามความสะดวก แต่ควรเป็นอาหารที่ทานได้และควรมีทั้งของคาว,ของหวาน,ผลไม้ เช่น กาแฟดำ บัวลอยดอกอัญชัน ซุปไก่ น้ำองุ่น ขนมชั้นสีม่วง น้ำอัดลม สาหร่าย เป็นต้น อันนี้เป็นเพียงตัวอย่าง ส่วนธูปเทียนและดอกไม้ไม่นับอยู่ในจำนวนของไหว้ ดอกไม้ คือ ดอกกล้วยไม้ หรือ ดอกบัวสีม่วง ก็ได้ ขอบคุณข้อมูลจาก อ.ช้าง ทศพล ศรีตุลา

พบความยิ่งใหญ่ของ พระมหาชนก ฉบับแอนิเมชั่นอลังการ ชมฟรี!
mahajanaka /  การ์ตูน / 

เมื่อครั้งวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ ในปี พ.ศ. 2542 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้จัดพิมพ์บทพระราชนิพนธ์เรื่อง พระมหาชนก ในรูปแบบของการ์ตูน โดยมี ชัย ราชวัตร ศิลปินผู้ชำนาญการเป็นผู้วาดภาพการ์ตูนประกอบ และครั้งนี้บทพระราชนิพนธ์ พระมหาชนก จะกลับมาในรูปแบบภาพยนตร์แอนิเมชั่น โดยมีบริษัทผู้ผลิตแอนิเมชั่นเข้าร่วมกว่า 15 ราย และได้ศิลปิน นักวาด นักพัฒนาภาพเคลื่อนไหว ผู้ชำนาญการด้านแสงและเงา ผู้ชำนาญการด้านแอนิเมชั่น กว่า 250 คน มาช่วยกันสร้างสรรค์ภาพยนตร์เรื่องนี้ โดยแบ่งมีเรื่องราวแบ่งออกเป็น 3 องก์ ได้แก่ องก์ ๑ กำเนิด พระเจ้ามหาชนกฯ ผู้ครองกรุงมิถิลาแห่งแคว้นวิเทหะที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาล ทรงมีพระโอรส 2 พระองค์ พระองค์แรกทรงมีพระนามว่า พระอริฏฐชนกผู้ทรงมีความเข็มแข็งเฉียบขาด ส่วนองค์ที่สองทรงพระนามว่าพระโปลชนก ผู้ทรงมีพระทัยเมตตาโอบอ้อมอารีครั้นพระเจ้ามหาชนกฯ ทรงสวรรคต พระอริฏฐชนก ทรงขึ้นครองราชย์ โดยมีพระโปลชนกเป็นอุปราช ทั้ง 2 พระองค์มีความคิดเห็นในการปกครองที่แตกต่างกัน พระอริฏฐชนกทรงเห็นว่าอาณาจักรมิถิลาจะต้องยิ่งใหญ่ภายใต้กองทัพที่เข้มแข็ง ส่วนพระโปลชนกทรงเห็นว่าต้องไม่ลืมจิตใจที่เปี่ยมสุขของประชาชนด้วย ในเวลาต่อมามีอำมาตย์ผู้ใกล้ชิดที่ทุตจริตได้ออกอุบายใส่ความว่าพระโปลชนกกำลังซ่องสุมผู้คนเพื่อก่อการกบฎ พระองค์จึงถูกจับไปขังไว้ แต่พระองค์ทรงตั้งจิตอธิฐานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์จนสามารถหลบหนีออกมาพร้อมผู้จงรักภักดีและได้ไปพำนักอยู่ ณ เมืองชายแดน จนกระทั่งวันหนึ่ง พระโปลชนกได้นำทัพกลับมามิถิลาเพื่อหวังจะขอปรับความเข้าใจกับพระอริฏฐชนก จึงส่งสาส์นเพื่อแสดงเจตนาขอปรับความเข้าใจกัน แต่ถูกขัดขวางจากอำมาตย์ผู้นั้นด้วยการปลอมแปลงข้อความในสาส์นให้เป็นสาส์นท้ารบ ขณะเดียวกันพระอริฏฐชนทรงเป็นห่วงพระเทวี มเหสีของพระองค์ที่กำลังทรงครรภ์อยู่ จึงได้ให้หลบหนีออกไปจากวังเสีย ในสนามรบพระอริฏฐชนกทรงสิ้นพระชนม์จากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากฝีมือของอำมาตย์ผู้นั้น หลังจากนั้นพระโปลชนกจึงทรงขึ้นครองราชย์สืบต่อแทน พระเทวีทรงหนีออกจากเมืองมิถิลาอย่างยากลำบาก แต่ด้วยบุญญาธิการของพระโอรสในครรภ์จึงทำให้ทรงได้รับความช่วยเหลือจากท้าวสักกเทวราชที่ช่วยให้พระองค์สามารถหลบหนีไปถึงเมืองจัมปากะได้ ณ ที่นี้พระเทวีได้ทรงรับความช่วยเหลือจากอุทิจจพราหมณ์ โดยอุปการะรับพระเทวีเป็นน้องสาว ต่อมาพระโอรสในครรภ์ทรงประสูติกาล โดยมีพระนามตามพระอัยยิกาว่า พระมหาชนกกุมาร องก์ ๒ ความเพียร เมื่อพระโอรสทรงเจริญวัยได้ถูกเพื่อนๆ ล้อว่าเป็นลูกหญิงหม้ายพระมารดา จึงเล่าความจริงให้ทราบว่าพระองค์เป็นใคร พระองค์จึงตั้งพระทัยว่าเมื่อเติบใหญ่แล้ว จะไปเอาราชสมบัติและนครมิถิลาคืนมาให้ได้ ครั้นเมื่อพระมหาชนกกุมารทรงเจริญวัยเติบใหญ่เปี่ยมไปด้วยพระปรีชาสามารถ พระองค์ทรงตรัสกับพระมารดาว่าจะไปล่องเรือทำการค้าขายที่ดินแดนสุวรรณภูมิ เพื่อสะสมทุนรอนและกำลังพลเพื่อหวังที่จะชิงราชสมบัติคืนมาให้ได้ ระหว่างทางในมหาสมุทรพระมหาชนกได้มองเห็นว่าจะเกิดพายุขึ้น แต่ไม่มีใครเชื่อจนกระทั่งพายุกระหนำเรืออย่างรุนแรง บรรดาลูกเรือทั้งหลายหวาดกลัวครำครวญหนีตายกันอย่างโกลาหล ตรงกันข้ามกับพระมหาชนกที่ทรงตระหนักว่าเรือใกล้จะแตกเต็มที จึงเตรียมพระองค์โดยทรงเสวยให้อิ่ม และนำผ้าชุบน้ำมันมาพันกายให้แน่นหนา เมื่อเรือล่มเหล่าบรรดาลูกเรือที่ขาดสติและเดิมไม่เชื่อในสิ่งที่พระมหาชนกได้เตือนเกี่ยวกับพายุ ได้ตกน้ำกลายเป็นอาหารของฝูงปลาและสัตว์ทะเลทั้งหลาย ส่วนพระมหาชนกก็ทรงแหวกว่ายด้วยความเพียรอยู่ในมหาสมุทรนี้เป็นเวลาถึง 7 วัน 7 คืน นางมณีเมขลาเทพธิดาผู้รักษาท้องมหาสมุทรเห็นพระมหาชนกว่ายน้ำอยู่จึงลงมาช่วยพระมหาชนก และได้มีโอกาสสนทนาแลกเปลี่ยนความเห็น จนทำให้นางมณีเมขลาเข้าใจถึงหลักปรัชญาของการบำเพ็ญวิริยบารมีของพระมหาชนก จากนั้นนางมณีเมขลาจึงช่วยอุ้มพระมหาชนกจนมาถึงฝั่งเมืองมิถิลา   องก์ ๓ ปัญญา ที่เมืองมิถิลานี้พระโปลชนกกำลังทรงพระประชวรอย่างหนัก พระองค์ต้องการให้พระธิดาคือพระนางสิวลีเทวีได้ทรงมีคู่ครอง โดยได้ทรงตรัสทิ้งไว้ก่อนสิ้นพระชนม์ว่า ผู้ใดไขปริศนาของพระองค์ได้ จะทรงยกพระราชสมบัติทั้งหมดให้พร้อมด้วยพระราชธิดา เมื่อพระโปลชนกสิ้นพระชนม์ลงเหล่าอำมาตย์ได้จัดพิธีเสี่ยงราชรถเพื่อหาผู้มีบุญญาบารมีมาไขปริศนานั้น ราชรถได้มาหยุดที่พระมหาชนกผู้ซึ่งทรงบรรทมอยู่ในสวนพระองค์ทรงไขปริศนาได้หมดทุกข้อ ทุกคนในเมืองมิถิลาต่างพากันสรรเสริญ ในพระปรีชาสามารถของพระองค์ จึงได้อัญเชิญพระองค์ให้ทรงอภิเษกกับพระนางสิวลีเทวี เมื่อขึ้นครองราชย์ได้ทรงปกครองด้วยหลักทศพิธราชธรรม และนำพาความผาสุกมาสู่ปวงประชาชน วันหนึ่งพระมหาชนกเสด็จประพาสอุทยานและทรงทอดพระเนตรเห็นต้นมะม่วงต้นหนึ่งมีผลงามและอีกต้นหนึ่งไม่มีผลเลย พระองค์ทรงเสวยมะม่วง และตรัสว่ามะม่วงรสชาติดีดุจรสทิพย์ หลังจากพระองค์เสด็จกลับบรรดาประชาชนทั้งหลายก็เข้ามาโค่นต้นมะม่วงต้นนั้นเพื่อหวังจะเอาผลของมันมาบริโภค จนเป็นเหตุทำให้ต้นมะม่วงต้นนั้นถูกถอนรากโค่นลงมา เมื่อพระมหาชนกทรงทราบความ ทรงเศร้าพระทัยอย่างยิ่ง พร้อมกันนั้นทรงได้เปรียบเปรยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แก่ต้นมะม่วงกับพระราชสมบัติดังนี้ ต้นมะม่วงที่มีผลอาจจะถูกทำลายหรือถ้าไม่ถูกทำลายก็ต้องคอยเป็นกังวลจักต้องดูแลระแวดระวังรักษาไว้ ในทางกลับกันพระองค์ทรงคิดว่าถ้าจะเข้าถึงความสุขได้นั้นจักต้องทำตัวให้เป็นเสมือนเช่นต้นมะม่วงที่ไม่มีผล ที่ไม่ต้องกังวลว่าผู้คนในสังคมที่ไม่รู้จักคิดการณ์ไกล ในการทำนุบำรุงต้นไม้เพื่อเก็บผลไว้กิ ในวันหน้า จะมาโค่นต้นมะม่วงนี้ได้ หลังจากนั้นจึงมอบหมายให้ผู้เชี่ยวชาญนำหลักการของพระองค์ไปทดลองเพื่อฟื้นฟูต้นมะม่วงที่ถูกโค่นลง และหาวิธีการที่ทำให้ต้นมะม่วงที่ไร้ผลกลับมาเกิดผล พร้อมกันนั้นพระองค์ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งสถาบันการศึกษาขึ้นชื่อว่าปูทะเลย์วิชชาลัย เพื่ออบรมวิชาการด้านต่างๆ แก่บรรดาเหล่าอำมาตย์ข้าราชการและประชาชนในเมืองมิถิลา เพื่อที่ทุกคนจะได้มีวิชาความรู้ทั่วไปและมีสามัญสำนึกไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวแฉกเช่นเหล่าคนที่ชอบกินผลมะม่วงแต่กลับทำลายต้นมะม่วงทิ้งไป และเพื่อสังคมจะได้เจริญรุ่งเรืองและอยู่กันอย่างผาสุกสืบต่อไปกาลนานเทอญ ตัวอย่างภาพยนตร์ พระมหาชนก เตรียมพบกับความยิ่งใหญ่ของ พระมหาชนก ในรูปแบบภาพยนตร์แอนิเมชั่นสุดตระการตา หนึ่งในการเฉลิมพระเกียรติ 5 ธันวามหาราช ณ โรงภาพยนตร์ในเครือ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ใกล้บ้านท่านโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย!! ในวันที่ 29 พ.ย. และ 6 ธ.ค. นี้ รอบเวลา 10.00 น. และ 15.00 น. และฉายทาง โทรทัศน์ ระหว่างวันที่ 6 - 8 ธ.ค. นี้ ในช่วงเวลาตามความเหมาะสมของแต่ละสถานี เพื่อให้ประชาชน และเยาวชน ได้รับชม และเรียนรู้สาระจากบทพระราชนิพนธ์เรื่องนี้ ที่ทรงมุ่งเน้นทั้งในเรื่องความเพียร การใช้สติปัญญา และการศึกษาเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการดำเนินชีวิตต่อไป ------------------------

มานี มีหม้อ วันพ่อ กินฟรี!
ชาบู /  มานี / 

โปรโมชั่น  มานี มีหม้อ ชวนพ่อ กินฟรี! มานี มีหม้อ ต้นตำรับ ชาบูมันกุ้ง หนึ่งเดียวในไทยแลนด์ ของแท้! มานี ต้องเท้าคางอยู่ในหม้อ เท่านั้นนะคะ จัดโปรโมชั่น ชวนยกแก๊งแต่งเหลืองทั้งโต๊ะใน วันพ่อ 5 ธันวา นี้ แล้วรับฟรี! ข้าวหน้ามันกุ้งเสวย ทันทีเลยค๊าา! มานี มีหม้อ กับ Event "อร่อยเลิศ เทิดพระเกียรติ" เชิญร่วมกันแชร์ความทรงจำที่ดีใน วันพ่อ ที่จะถึงนี้มาอร่อย กับเมนูเลิศๆ มอบความเจ้มจ้น อร่อยระห่ำ เริ่มแล้วตั้งแต่วินาทีนี้ที่ บ้าน มานี ทั้ง 2 สาขา  สาขา 1 : Nawamin Festival Walk ถ.เกษตร-นวมินทร์  โทร.092-818-4441              อยู่ข้าง Nawamin City Avenue ตอม่อที่ 127 สาขา 2 : The Avenue Chaengwattana ถ.แจ้งวัฒนะ  โทร.094-916-4466              อยู่ระหว่าง Lotus และ Big C แจ้งวัฒนะ เปิดบ้านทุกวัน  ทั้ง 2 สาขา ตั้งแต่เช้าเวลา 11.00 - 23.00 น. ปิดรับออร์เดอร์ เวลา 22.15 น.    มานี มีหม้อ มีบ้านแค่ 2 หลังตามที่ได้แจ้งไว้เท่านั้นนะคะ!! โปรดสังเกต *ป้ายอร่อยเลิศกับคุณหรีด ก่อนจะเข้าผิดร้านกันนะคะ ท่านใดที่หลงไปที่อื่นขอบอกว่าคนละเจ้า คนละสูตร คนละแบรนด์ ไม่ใช่สาขาหรือเครือเดียวกับ มานี แต่ประการใดค่ะ   แบรนด์นี้  *โลโก้ มานี ต้องเท้าคางอยู่ในหม้อ เท่านั้น!!  โปรดระวังของเลียนแบบ                                             * * มานี มีหม้อ อัศจรรย์ จนใครๆก็มาซ้ำ * *

ชวนเที่ยวเมืองกาญจน์ งานแสงสีเสียง สะพานข้ามแม่น้ำแคว
การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม /  การแสดง แสง สี เสียง / 

เมืองกาญจนบุรี ขอชวนเที่ยวงาน แสงสีเสียง สะพานข้ามแม่น้ำแคว ชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ณ บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำแคว จ.กาญจนบุรี วันที่ 28 พฤศจิกายน – 7 ธันวาคม 2557  ชวนเที่ยวเมืองกาญจน์ งานแสงสีเสียง สะพานข้ามแม่น้ำแคว นอกจากนี้ภายในงานท่านจะพบกับ กิจกรรมการแสดงแสงสีเสียง จำลองเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 พร้อมร้านเหล่ากาชาดจังหวัด และการแสดงมหรสพอีกมากมาย  รอบการแสดง วันอาทิตย์ – พฤหัส เปิดการแสดงวันละ 1 รอบ เวลา 20.00 น. วันศุกร์ – เสาร์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ แสดงวันละ 2 รอบ เวลา 19.30 น. และ 21.00 น. ขอบคุณที่มา : Facebook เป็นทางกาญจน์

ดูดวง ลักษณะคิ้วสะท้อนนิสัย
คิ้ว /  ดูดวง / 

รูป คิ้ว ของคุณเป็นอย่างไรกันครับ วันนี้ Horoscope.Mthai.com มีข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับการทำนายทายนิสัย จากลักษณะของ คิ้ว มาฝากกัน ลองมาดูกันครับว่าจะแม่นขนาดไหน 1. คนที่มีลักษณะขน คิ้ว เรียบเสมอต้นเสมอปลายและไม่หนาบางกว่ากันทั้งสองข้าง เป็นเครื่องหมายแสดงว่า เป็นคนมีสติปัญญาดี ใจคอกว้างขวาง รักเกียรติยศชื่อเสียง มักใหญ่ใฝ่สูง ใจเร็ว อารมณ์ร้อน มีความรักไม่ค่อยแน่นอน 2. คนที่มีลักษณะขน คิ้ว มีบริเวณใหญ่ เส้นแข็งดกดำ เป็นเครื่องหมายของบุคคลที่พูดอย่างตรงไปตรงมา และมักหาเหตุผลมาประกอบให้เห็นจริงจัง ส่วนหัวใจที่แท้จริงนั้นไม่ค่อยจะตรงกับคำพูดนัก มักใช้ปัญญาพูดมากกว่าที่จะหลุดออกมาจากหัวใจอันแท้จริง มีความพยาบาทมาดร้าย กามารมณ์รุนแรง คิดคดทรยศ และใจเร็ว โมโหร้าย 3. คนที่มีลักษณะขน คิ้ว ดำ ดำตอนกลางหรือตอนปลาย เป็น เครื่องหมายของคนที่ไม่ค่อยจะมีศีลธรรม มักหาเลี้ยงชีพในทางที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายบ้านเมือง หรือมิฉะนั้นจะเป็นคนมักใหญ่ใฝ่สูงทะเยอทะยาน อย่างชนิดที่เรียกว่า “ใฝ่สูงเกินศักดิ์” รักในทางนักเลง ชอบอำนาจอิทธิพล แต่มีปัญญาเฉลียวฉลาดดี มีความสามารถในทางหาเงินทอง 4. คนที่มีลักษณะขน คิ้ว ดกดำตอนหัว คิ้ว เป็น เครื่องหมายของคนที่มีอัธยาศัยใจคอดี มีใจโอบอ้อมอารี มีความรักอันมั่นคงถาวร รักสงบและชอบมีความเป็นอยู่อย่างปกติ ไม่โลดโผน มีความซื่อสัตย์สุจริต สุขุมรอบคอบ รักศิลปะดนตรี มีความละเอียดประณีต รักสวยรักงาม ปากเก่งพูดคล่อง มีความมานะ อยู่อย่างสงบไม่โลดโผน เหมาะสมกับการเป็นครู แพทย์ และนักศิลปิน นักประพันธ์ หรือจิตรกร 5. คนที่มีลักษณะขน คิ้ว บริเวณใหญ่แต่บาง ขนไม่ดก เป็น เครื่องหมายของคนที่มีความคิดสูง รักสงบ และเป็นผู้มีเมตตาปราณี สุภาพอ่อนน้อม ซื่อตรง รักความเจริญรุ่งเรืองในส่วนกลาง รักเกียรติยศและชื่อเสียงยิ่งกว่าชีวิตจิตใจ ยอมตายเพื่อหมู่คณะและประเทศชาติหรือผู้มีพระคุณ รักศิลปะวรรณคดีและมีศิลปะในทางช่าง เคร่งครัดในศาสนา และรักความเจริญในด้านวัฒนธรรมและความเป็นธรรม 6. คนที่มีลักษณะขน คิ้ว มีขนาดเล็กและบาง เป็น เครื่องหมายของคนที่ทำอะไรไม่แน่นอน มักเปลี่ยนความตั้งใจไปตามความผันแปรของอารมณ์ เป็นคนรักสวยรักงาม สนุกร่าเริง เจ้าระเบียบและรักศิลปะ ตลอดจนวรรณกรรม เป็นคนรักความสงบมากกว่าการตื่นเต้นโลดโผน โกรธง่ายใจร้อน กามารมณ์รุนแรง และมีความหึงหวงเป็นเจ้าเรือนของจิตใจ ปากหวานเจ้ามารยา 7. คนที่มีลักษณะ คิ้ว ที่หัว คิ้ว สูงกว่าหาง คิ้ว เรียกว่า คิ้ว ตงฉิน เป็น เครื่องหมายของบุคคลที่มีความจงรักภักดี ซื่อสัตย์ สุจริต เฉลียวฉลาด สุขุมรอบคอบ เป็นคนพิถีพิถัน เจ้าระเบียบ มีความละเอียดถี่ถ้วน ใจร้อนฉุนเฉียว โกรธง่าย โทสะร้าย มีความมานะ พากเพียร 8. คนที่มีลักษณะ คิ้ว ตรง คือ หาง คิ้ว กับหัว คิ้ว เป็นเส้นตรงไม่โค้งงอ เป็น เครื่องหมายแสดงว่า เป็นคนชอบใช้ความคิด เฉลียวฉลาด รักการเก็บตัว และปฏิบัติความเป็นไปให้ดีและเจริญขึ้น เบื่อหน่ายในสิ่งที่สนุกร่าเริงบันเทิงใจ รักความยุติธรรม ซื่อตรง รักความจริงใจ มีความรักที่แท้จริง เด็ดเดี่ยว ใจเย็น มีความเมตตากรุณา 9. คนที่มีลักษณะ คิ้ว ต่อ คือหัว คิ้ว ทั้งสองติดต่อกันประดุจเป็นเส้นเดียวกัน เป็น เครื่องหมายแสดงว่าเป็นคนมีวาทศิลป์ไปในทางหยาบคาย ใจดำอำมหิต โกรธง่าย โทสะร้าย ใจน้อย มีความพยาบาทอาฆาต มีเล่ห์เหลี่ยมไหวพริบดี รักดนตรีและนาฏศิลป์ กามารมณ์รุนแรง กล้าหาญ เด็ดเดี่ยว มีความลับลมคมนัย ไว้ใจยากอยู่สักหน่อย 10. คนที่ลักษณะ คิ้ว ถ่าง คือ หัว คิ้ว ทั้งสองห่างกันมาก เป็น เครื่องหมายของคนที่ไม่มีความลับกับใคร ชอบพูดอะไรตรงไปตรงมา ใจเร็ว จะคิดทำอะไรจะต้องทำให้ได้อย่างที่คิดไว้ คิดจะทำอะไรมักจะไม่ปิดบังผู้อื่น พูดจาอ่อนหวาน แต่บางครั้งก็ปากเก่ง เมื่อบันดาลโทสะจนอดกลั้นไว้ไม่อยู่ มักจะมีนิสัยขี้หึงริษยา กามารมณ์ร้อนแรง ถ้าเกิดความต้องการขึ้นทางจิตใจมักไม่ค่อยจะคิดถึงผลเสียหายภายหลัง 11. คนที่มีลักษณะ คิ้ว โก่ง คือ คิ้ว ที่มีส่วนคล้ายกับคันศร เป็น เครื่องหมายแสดงว่าคนผู้นั้นจะต้องมีนิสัยชอบอุดมคติมีศีลธรรม มารยาทอันดีงาม มีผู้ยกย่องนับถือ มีใจเอื้อเฟื้อ เมตตากรุณา ชอบช่วยเหลือผู้ทุกข์ยากหรือญาติมิตร สติปัญญาปานกลาง ชอบความสนุกเฮฮานิยมในช่างศิลป์ รักความสงบ ชอบความยุติธรรม อาภัพในวาสนา แต่มีมานะความพยายามแรงกล้า ไม่ลืมบุญคุณคนง่าย มีไหวพริบทันเล่ห์เหลี่ยมคนอื่น มีความซื่อสัตย์ จงรักภักดี แต่มักมีคนคิดอิจฉาริษยา ชอบช่วยเหลือคนอื่นโดยไม่คิดถึงผลเสียหายจะเกิดแก่ตัวเอง 12. คนที่มีลักษณะ คิ้ว โก่งยาว คือ คิ้ว ที่โก่งมีส่วนยาวเหมือนส่วนโค้งของวงกลม เป็น เครื่องหมายแสดงว่า คนผู้นั้นจะมีน้ำใจที่น่าสรรเสริญ มีน้ำใจกรุณา เห็นอกเห็นใจผู้อื่น มีเสน่ห์ในตัวเอง เป็นที่ถูกตาถูกใจเพศตรงข้าม ชอบความรื่นเริง รักสวยรักงาม ขี้โอ่ ชอบสะอาด เจ้าชู้ เป็นคนทำงานได้ทุกๆ อย่าง แต่ชอบในทางค้าขาย รักเกียรติยศชื่อเสียง และเป็นผู้ทำให้ตระกูลของตัวเองรุ่งโรจน์ต่อไป 13. คนที่มีลักษณะ คิ้ว กังฉิน คือ คิ้ว ที่มีหาง คิ้ว สูงกว่าหัว คิ้ว เป็น เครื่องหมายแสดงว่า คนผู้นั้นมีสติปัญญาเฉลียวฉลาดไปในทางอธรรม เจ้าเล่ห์ลึกลับ ปากกับใจไม่ค่อยจะตรงกัน หรือที่เรียกว่าปากหวานใจขม ชอบวางตัวเหนือผู้อื่น มีความพอใจในเกมกีฬา รักอย่างร้อนแรง รักสวยรักงาม ขี้โอ่ ขี้เห่อ ชอบทะเยอทะยาน ใฝ่ฝันหวังในตำแหน่งหน้าที่ มีความสนใจหลายอย่างในเวลาเดียวกัน เป็นผู้ที่ขาดความเมตตาปราณี มีความทรยศหักหลัง อิจฉาอยู่ในใจ ทะนงตัวยกตัวว่าดีเด่นด้วยทางที่ผิด เชื่อคนง่าย ชอบยอ ไม่ชอบความจริง ถ้าคนอื่นโกหกมักจะเชื่อถือเป็นจริงจัง 14. คนที่มีลักษณะ คิ้ว ลอน คือ คิ้ว ที่เป็นลูกคลื่นหนาๆ บางๆ ไม่สม่ำเสมอ ใหญ่ๆ เล็กๆ เป็นตอนๆ เป็น เครื่องหมายแสดงว่า คนผู้นั้น มีใจไม่ค่อยจะแน่นอน ไม่มีความเด็ดขาดอยู่ในตัวเอง ทำงานจับจด เบื่อหน่ายเร็ว รักง่ายหน่ายเร็ว ไม่มีความรักจริงจังกับใคร ชอบมีชีวิตลุ่มๆ ดอนๆ แต่เป็นคนมีความอดทน บึกบึน มานะพยาบาทแรงกล้า ขาดความกรุณาในด้านศีลธรรม ไม่ยอมเสียเปรียบผู้อื่น แต่ชอบจะเอาเปรียบ จิตใจคล้ายกับคน คิ้ว กังฉิน มักมากในกามารมณ์ บางทีก็จะดี แต่ในเวลาเดียวกันอารมณ์เปลี่ยนแปลงเป็นร้ายที่สุดก็ได้ ยากที่ผู้จะคบค้าสมาคมได้ยืดยาว 15. คนที่มีลักษณะ คิ้ว โก่ง คือ คิ้ว ที่โก่งคล้ายดวงจันทร์ หาง คิ้ว ต่อ คิ้ว พอดีต่อหางตา หรือจดระดับหางตา กลางใหญ่ปลายเล็ก เป็น เครื่องหมายแสดงว่าคนผู้นั้นมีเสน่ห์ในตัวเอง อัธยาศัยดี เยือกเย็น มีสติปัญญาดี มีปฏิภาณเฉียบแหลม มีนิสัยละมุนละไม มีคนรักใคร่นับถือ ชอบเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่ญาติมิตร มีความกตัญญู ซื่อสัตย์ สุจริต ชอบการสมาคมรื่นเริง รักความสวยงาม พูดจาก็อ่อนหวาน ใฝ่ฝันทะเยอทะยานหาเกียรติยศชื่อเสียง อนาคตภายหน้าจะเป็นผู้ที่มีความรุ่งโรจน์ในวิถีชีวิตของตัวเอง (ขอบคุณข้อมูลจาก Forward Mail) (ขอบคุณภาพจาก postjung )

นายกฯเผยในหลวงทรงห่วงรบ.งานหนัก-ย้ำเร่งปฏิรูปปท.
ข่าวล่าสุด /  ปฏิรูปประเทศ / 

นายกรัฐมนตรี เผย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงรัฐบาลงานหนักในการเดินหน้าประเทศ ย้ำเร่งปฏิรูปประเทศ ขออย่าขัดแย้งกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เป็นประธานในงานมอบรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น ประจำปี 2557 ที่ ห้องรอยัล จูบิลี่ อิมแพค เมืองทองธานี โดยมีบรรดารัฐมนตรี ข้าราชการ รวมถึงผู้แทนหน่วยงานรัฐวิสาหกิจต่างๆ เข้าร่วมภายในงานอย่างคึกคัก ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารทั้งในและรอบพื้นที่อย่างเข้มงวดเป็นอย่างยิ่ง โดยมีการตรวจสอบบุคคลและกระเป๋าที่จะเดินทางเขามาภายในงานอย่างละเอียด โดย พล.อ.ประยุทธ์ เปิดเผยว่า ในการเข้าเฝ้า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวานนี้ ได้ถวายรายงานความคืบหน้าของสถาการณ์บ้านเมือง โดยพระองค์ทรงสนพระทัยในทุกเรื่อง ทั้งนี้ ได้รับสั่งแสดงความเป็นห่วงในการทำงานของรัฐบาลว่าเป็นงานที่หนักในการเดินหน้าประเทศและแข่งกับเวลาที่มีจำกัดในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปีหน้า นอกจากนี้ นายกนัฐมนตรี ยังกล่าวย้ำว่า ต้องมีการปฏิรูปประเทศเพื่ออนาคต และขออย่าขัดแย้งกัน เนื่องจากมีเวลาที่จำกัด

สิงห์บุรี ถิ่นคนกล้า ย่านการค้า พระพุทธรูปงามตา
คำขวัญประจำจังหวัด /  พระพุทธรูป / 

สิงห์บุรี จังหวัดในเขตที่ราบลุ่มภาคกลางตอนบน ริมฝั่งด้านตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา หนึ่งในจังหวัดที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน โดดเด่นยิ่งใหญ่ด้วยความกล้าหาญของวีรชน และเป็นผืนดินที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางพระพุทธศาสนา ล้อมรอบไปด้วยวัด วิหาร และปูชนียสถานที่สร้างขึ้นตามแรงศรัทธา รวมทั้งยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยแหล่งเกษตรกรรม ทั้งบนดิน และผืนน้ำ ตามคำขวัญประจำจังหวัดที่ว่า ถิ่นวีรชนคนกล้า คู่หล้าพระนอน นามกระฉ่อนปลาแม่ลา ย่านการค้าภาคกลาง สิงห์บุรี ถิ่นคนกล้า ย่านการค้า พระพุทธรูปงามตา เหตุที่จังหวัดสิงห์บุรีได้ชื่อว่าเป็นถิ่นวีรชนนั้น เนื่องด้วยความกล้าหาญของชาวบ้านบางระจัน เมื่อครั้งที่พม่ายกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยาในสมัยสมเด็จพระบรมราชาที่ 3 ในครั้งนั้นชาวบ้านบางระจันสามารถยืนหยัดต่อสู้กับกองทัพพม่าได้นานถึง 5 เดือน โดยที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือจากกรุงศรีอยุธยาเลย ถึงแม้ว่าการรบครั้งนั้น ชาวบ้านบางระจันจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ แต่วีรกรรมอันสุดแสนกล้าหาญของชาวบ้านบางระจันในครั้งนั้น ยังคงเป็นที่จดจำ และประทับใจลูกหลานชาวสิงห์บุรีตลอดมา จนเกิดเป็นอำเภอบางระจัน ขึ้นในจังหวัดสิงห์บุรี รวมถึงยังมีการตั้งชื่อถนนต่างๆ ในจังหวัดตามชื่อของวีรชนบ้านบางระจันเพื่อเชิดชูความกล้าหาญอีก เช่น ถนนนายแท่น ถนนนายดอก ถนนนายอิน เป็นต้น นอกจากเรื่องราวความกล้าหาญของวีรชนคนรุ่นก่อนแล้ว จังหวัดสิงห์บุรียังนับเป็นแผ่นดินที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางพุทธศานา วิถีชีวิตท้องถิ่นล้วนถูกเชื่อมโยง และล้อมรอบไปด้วยวิหาร ปูชนียสถาน และวัดวาอารามที่ถูกสร้างขึ้นด้วยแรงศรัทธา ไม่ว่าจะเป็นวัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร ที่ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปไสยาสน์แบบสุโขทัยขนาดใหญ่ ที่มีความงดงามมาก วัดเสฐียรวัฒนดิษฐ์ ที่โดดเด่นด้วยพระพุทธรูปทองคำ พุทธศิลป์สมัยสุโขทัยปางมารวิชัย ที่งดงามความอ่อนช้อยอิ่มเอิบ บ่งบอกถึงความสมบูรณ์พูนสุขแห่งยุคสมัย วัดประโชติการราม ศักดิ์สิทธิ์ด้วยหลวงพ่อทรัพย์-หลวงพ่อสิน พระยืนศักดิ์สิทธิ์ ที่มีตำนานเล่าขานว่าหากเมืองใดมีพระยืนประดิษฐานอยู่ เมืองนั้นจะมีแต่ความอุดมสมบูรณ์ ประชาชนมีความสุข และวัดพิกุลทองวัดของหลวงพ่อแพร พระนักสร้างแห่งจังหวัดสิงห์บุรีที่ชาวเมืองให้ความเคารพ เพื่อสักการะพระพุทธสุวรรณมงคลมหามุนี หรือพระพุทธรูปนั่ง ปางพระทานพรองค์ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร ขอบคุณภาพจาก thailovetrip.com หลวงพ่อแพร วัดพิกุลทอง ขอบคุณภาพจาก pirun.kps.ku.ac.th ทางด้านเกษตรกรรม สิงห์บุรีก็นับเป็นจังหวัดที่ไม่น้อยหน้าใคร จนได้ชื่อว่าเป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำของประเทศ ด้วยว่าตั้งอยู่ในเขตที่ราบลุ่มภาคกลาง ภาพของผืนนาสีทองยามออกรวงสุกปลั่ง และวิถีชีวิตริมน้ำจึงเป็นภาพอันคุ้นตาหาชมได้ไม่ยาก โดยเฉพาะกับเรื่องปลาน้ำจืด ที่ต้องนับว่าสิงห์บุรีโดดเด่นในเรื่องนี้ จนมีการนำมาดัดแปลงเป็นอาหารหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น เค้กปลาช่อนที่โด่งดังไปทั่วประเทศ กวนเชียงปลาจากปลาจันทร์ และปลากราย และปลาช่อนแดดเดียว ที่ใครมาสิงห์บุรีเป็นต้องซื้อติดมือกลับบ้านและสำหรับใครที่เป็นนักกินปลาตัวยง ก็ไม่ควรพลาดเทศกาลกินปลา งานใหญ่ประจำจังหวัด ที่จะมีขึ้นในวันที่ 26 ธันวาคม 2557 ถึง 4 มกราคม 2558 ณ ศูนย์ราชการจังหวัดสิงห์บุรี โดยงานมักจัดขึ้นในช่วงเดือนธันวาคม ไปจนถึงมกราคม แต่หากใครมาไม่ตรงช่วงเวลางาน การแวะเที่ยวตลาดก็นับเป็นอีกความคิดที่ดีในการชมวิถีชีวิตชาวเมือง และเลือกซื้อของฝากกลับบ้าน ไม่ว่าจะเป็น ตลาดเทศบาล ตลาดบ้านแป้ง ตลาดปากบาง หรือตลาดพรหมบุรี ขอบคุณภาพจาก ddteedin.com   ขอบคุณภาพจาก  fishcake2u.blogspot.com และ guidetourtothailand.blogspot.com อ่านกันมายาวขนาดนี้ จะบอกว่านี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเสน่ห์แห่งสิงห์บุรีที่อยากให้ทุกคนลองไปสัมผัส หากมีเวลา และได้ลองเข้าไปทำความรู้จัก คุณจะรู้ว่าถิ่นวีรชนคนกล้าแห่งนี้ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมายรอต้อนรับ เรียบเรียงโดย : Travel MThai

สวนสุนัข (Dog Park) แห่งแรกของไทย
สวนสุนัข

ข่าวดี สำหรับคนกรุงเทพฯ ที่เลี้ยงสุนัข เพราะปี 2558 กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้สร้าง "สวนสุนัข" (Dog Park) เป็นของขวัญปีใหม่ให้คนเลี้ยงสัตว์ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ที่มีการสร้างสวนสาธารณะสำหรับสุนัขโดยเฉพาะ เพื่อเอาใจคนรักสุนัขที่ต้องการหาพื้นที่ทำกิจกรรมร่วมกับสัตว์เลี้ยงแสนรัก ซึ่งปัจจุบันมีน้อยมาก เพราะกรุงเทพฯมีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด สวนสุนัข (Dog Park) แห่งแรกของไทย ภาพจาก http://www.prachachat.net/ สวนสุนัข ที่ว่านี้ อยู่ภายในสวนสาธารณะใต้ทางแยกต่างระดับ ปากซอยวัชรพล ถนนรามอินทรา เขตบางเขน ซึ่งเป็นพื้นที่ของ "การทางพิเศษแห่งประเทศไทย" (กทพ.) ที่มอบให้ กทม.สร้างสวนสาธารณะสำหรับประชาชน ไว้เป็นที่ออกกำลังกายและพักผ่อนหย่อนใจ กทม.จึงได้ออกแบบโดยแบ่งพื้นที่สำหรับสร้างเป็นสวนสุนัขด้วย สวน สาธารณะนี้ มีขนาดพื้นที่ 34 ไร่ 18 ตารางวา แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 1.พื้นที่สวนสาธารณะ ขนาด 29.4 ไร่ จะมีลานกีฬาพื้นที่จัดกิจกรรมชุมชน ทางเดินวิ่ง ทางจักรยาน สนามเด็กเล่น สวนสุขภาพผู้สูงอายุ 2.พื้นที่สวนสาธารณะสำหรับสุนัข ขนาด 4.6 ไร่ ซึ่งจะมีส่วนคัดกรองสุนัข อาคารปฏิบัติการสัตวแพทย์ ลานกิจกรรมอเนกประสงค์ และสวนสาธารณะให้สุนัขได้ออกกำลังกาย และยังมีทางเดินพักผ่อนด้วย ภาพจาก http://www.prachachat.net/ วีนา วงศ์สินธุ์เชาว์ ผู้อำนวยการสำนักงานสวนสาธารณะ สำนักสิ่งแวดล้อม กทม. เล่าว่า การก่อสร้างใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว กำลังเร่งรัดการติดตั้งกล้องวงจรปิด (ซีซีทีวี) รอบสวนเพื่อดูแลความปลอดภัย เพราะตั้งใจให้แล้วเสร็จภายในเดือนมกราคม 2558 เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้คนกรุงเทพฯ ถือว่าเป็นสวนสำหรับสุนัขที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกแห่งแรกของกรุงเทพฯ และประเทศไทย สวนสาธารณะของ กทม.ที่มีอยู่ จะมีกฎห้ามประชาชนนำสุนัขเข้าไปในพื้นที่ เพราะเกรงว่าอาจจะสร้างความรำคาญหรือเป็นอันตรายต่อผู้อื่นได้ แต่อาจมีบางรายฝ่าฝืน จึงกำชับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้เข้มงวดตรวจตราดูแล ก็หวังว่าสวนสุนัขแห่งนี้ จะอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่เลี้ยงสุนัข และต้องการพื้นที่ให้สุนัขได้วิ่งเล่นออกกำลังกายร่วมกัน ก่อนเปิดให้บริการจริง กทม.จะเปิดรับสมัครสมาชิกสุนัขโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมให้ประชาชนที่สนใจนำสุนัขมาทดลองใช้สวน สำหรับการเป็นสมาชิกนั้น จะมีการสอบถามประวัติและคัดกรองโรคและพฤติกรรม ซึ่งสุนัขต้องได้รับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าครบถ้วน ไม่มีหมัดหรือเห็บ และได้รับการฝึกฝนจนสามารถเชื่อฟังคำสั่งต่างๆ ได้ แต่หากสุนัขไม่ได้ถูกฝึกจนสามารถฟังคำสั่งได้ ทางสวนยังมีครูฝึกให้สุนัขด้วย จากนั้นจึงจะสามารถเข้าไปใช้บริการภายในสวน หากเจ้าของต้องการแวะไปใช้บริการสวนสาธารณะที่อยู่ติดกัน ก็มีสถานที่รับฝากสุนัขไว้บริการด้วย สาเหตุที่ต้องควบคุมกันมากขนาดนี้ เพราะป้องกันสุนัขทำร้ายกันเอง และภายในสวนยังมีการแบ่งพื้นที่สำหรับสุนัขตัวเล็กกับสุนัขตัวใหญ่ออกจากกัน และขณะนี้ กทม. กำลังหารือกับสัตวแพทย์ในการกำหนดห้ามสุนัขบางสายพันธุ์ที่มีลักษณะดุ ร้ายเข้าไปใช้บริการ โดยเฉพาะสุนัขที่กัดแล้วฝังเขี้ยวลึก ในอนาคต กทม. ยังมีแผนจะสร้างสวนสุนัขให้ครบสี่มุมเมือง ภายในสวนสาธารณะที่กำลังจะก่อสร้างใหม่ ได้แก่ สวนสาธารณะถนนเพชรเกษม 69 สวนสาธารณะถนนบางขุนเทียน-ชายทะเลส่วนกรมพัฒนาที่ดิน และที่บึงหนองบอน ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบ คาดว่าจะทยอยก่อสร้างได้ในปีหน้าและตั้งใจให้เสร็จในปี 2559 ในเมื่อคนกับสัตว์ต้องอยู่ร่วมกัน ทำให้ถูกที่ถูกทางจึงดีที่สุด! โดย ณัชพิมพ์ รัตนาสินนอก ที่มา นสพ.มติชน

ชัยนาท จังหวัดเล็กๆ ที่ไม่ใช่แค่ทางผ่าน
ชัยนาท /  สวนนกชัยนาท / 

ชัยนาท จังหวัดบนภาคกลางตอนบนที่มีความอุดมสมบูรณ์มาตั้งแต่สมัยสุโขทัย เพราะเป็นเมืองหน้าด่านทางด้านใต้ และกลายมาเป็นเมืองหน้าด่านทางเหนือในสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยในอดีตนั้นชัยนาทมีชื่อว่าเมืองแพรก จนกระทั่งในสมัยสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ จึงได้เปลี่ยนชื่อมาเป็นชัยนาท โดยตามตัวแล้วชัยนาทมีความหมายว่า ชัยชนะที่มีชื่อเสียงบันลือ เพราะในอดีตชัยนาทเป็นเมืองยุทธศาสตร์ที่สำคัญ เคยใช้เป็นที่ตั้งรับศึกพม่าหลายครั้ง และมีชัยชนะทุกครั้งไป แต่ถึงแม้ชื่อจังหวัดจะดูดุดันห้าวหาญ แต่แท้จริงแล้วชัยนาทเป็นจังหวัดที่น่าท่องเที่ยว ผู้คนอบอุ่นเป็นมิตร และปลอดภัยจังหวัดหนึ่งของประเทศไทยเลยทีเดียว ชัยนาท จังหวัดเล็กๆ ที่ไม่ใช่แค่ทางผ่าน เมื่อได้ชื่อว่าเป็นเมืองสำคัญตั้งแต่สมัยสุโขทัย ทุกวันนี้จังหวัดชัยนาทจึงมีสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอยู่เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นวัดพระบรมธาตุวรวิหาร พระอารามหลวง วัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น โดยในวันเพ็ญเดือน 6 จะมีเทศกาลสมโภชพระบรมธาตุเป็นประจำทุกปี อีกวัดที่มีความสำคัญไม่แพ้กันคือ วัดปากคลองมะขามเฒ่า หรือวัดหลวงปู่ศุข ที่ชาวบ้านต่างเลื่อมใสศรัทธาในด้านความศักดิ์สิทธิ์ของวิชาอาคม และเครื่องรางของขลัง วัดกรุณา อีกหนึ่งวัดสำคัญที่ชาวชัยนาทนับถือกันมาก เพราะเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหาศิลา หรือหลวงพ่อหินใหญ่ ซึ่งนับเป็นพระพุทธรูปศิลาทรายที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัด และอีกหนึ่งสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่ควรแวะไปเยี่ยมชมคือ เมืองอู่ตะเภา เมืองโบราณสมัยทวาราวดีที่มีอายุเก่แก่นับพันปี ปัจจุบันยังคงมีคันคูเมืองปรากฎให้เห็นเด่นชัด นอกจากจะเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานแล้ว ปัจจุบันชัยนาทยังมีชื่อเสียงในด้านการท่องเที่ยว สินค้าหัตถกรรม และการเกษตร ตามคำขวัญประจำจังหวัดที่ว่า “หลวงปู่ศุขลือชา เขื่อนเจ้าพระยาลือชื่อ นามระบือสวนนก ส้มโอดกขาวแตงกวา” โดยเฉพาะกับสวนนกชัยนาท ที่นับเป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดของจังหวัด โดยบนพื้นที่ราว 248 ไร่นั้น สวนนกชัยนาทนั้นได้ชื่อว่าเป็นสวนนกที่มีกรงนกใหญ่ที่สุดในเอเชีย เป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์นกที่หลากหลาย แถมยังมีอาคารแสดงพันธุ์ปลาลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ศูนย์วิทยาศาสตร์ท้องฟ้าจำลอง และหุ่นฟางนกสวยงามอีกมากมาย และเมื่อได้ชื่อว่าเป็นเมืองริมน้ำ อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ควรแวะไปเยี่ยมชมคือ เขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งนับเป็นเขื่อนขนาดใหญ่แห่งแรกของประเทศที่ให้เรือขนาดใหญ่ผ่านเข้าออกได้ ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงฤดูร้อนของทุกๆ ปี จะมีฝูงนกเป็ดน้ำเป็นจำนวนหมื่นๆ ตัว มาอาศัยหากินอยู่ในแม่น้ำบริเวณเหนือเขื่อน อีกแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำที่สวยงามไม่แพ้กันคือ บึงกระจับใหญ่ ที่มีเกาะเมืองท้าวอู่ทอง เกาะกลางน้ำตามธรรมชาติขนาดใหญ่ตั้งเด่นอยู่กลางบึง โดยที่บึงแห่งนี้นับเป็นจุดชมนกเป็ดน้ำ และนกในตระกูลนกปากห่างที่สำคัญของประเทศ การได้นั่งเรือชมฝูงนกยามเย็นที่พระอาทิตย์ค่อยๆลับขอบฟ้านั้น นับเป็นภาพแห่งความงดงามประทับใจที่หาดูไม่ได้ในจังหวัดอื่น อีกหนึ่งของดังของจังหวัดชัยนาทที่จะไม่พูดถึงไม่ได้คือ ส้มโอพันธุ์ขาวแตงกวา ส้มโอรสชาติดี มีผลกลม ผิวเรียบ เปลือกบาง รสหวานกรอบอมเปรี้ยวนิดๆ ไม่มีรสขม ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม-ต้นเดือนกันยายน  ซึ่งเป็นช่วงฤดูส้มโอ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดมักจะมีกิจกรรมประกวดส้มโอ และการออกร้านจำหน่ายส้มโอจากเกษตรกรชาวชัยนาท ซึ่งหากใครต้องการชิมความอร่อยของส้มโอแล้ว ช่วงเวลานี้นับเป็นช่วงเวลาห้ามพลาด และท้ายที่สุด ด้วยความที่จังหวัดชัยนาทนั้นเป็นเส้นทางผ่านสู่ภาคเหนือที่สำคัญ ทางจังหวัดจึงได้มีการจัดทำโครงการวัฒนธรรมความปลอดภัยให้กับชาวชัยนาท โดยเน้นย้ำ และรณรงค์เรื่องการขับขี่รถยนต์ด้วยความระมัดระวังและปลอดภัย เพื่อให้นักท่องเที่ยว และผู้ใช้ทางได้เกิดสำนึกเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนน รวมไปถึงน้ำใจไมตรีที่ควรหยิบยื่นให้กันเพื่อให้จังหวัดชัยนาทเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ปลอดภัย ดังนั้น ถึงแม้จะเป็นจังหวัดเล็กๆ แต่หากเรามองให้ลึกถึงรายละเอียดความเป็นมา รากเหง้าวัฒนธรรม และความห่วงใยที่จัหวัดชัยนาทมีให้กับนักท่องเที่ยวแล้ว ต้องนับว่าชัยนาทเป็นจังหวัดเล็กๆ ที่มีหัวใจด้านการท่องเที่ยวอันยิ่งใหญ่ไม่แพ้จังหวัดใดในประเทศไทยเลยทีเดียว เรียบเรียงโดย : Travel MThai

อิ่มบุญกับงานประเพณีสุดยิ่งใหญ่ ณ เขาคิชฌกูฏ
งานประเพณี /  รอยพระพุทธบาท / 

ประเพณีที่ว่าก็คือ งานนมัสการรอยพระพุทธบาท ณ เขาคิชกูฏ จังหวัดจันทบุรี จะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะในเทศกาลตรุษจีนถึงช่วงวันมาฆบูชาของทุกปี (ปลายเดือนมกราคม - มีนาคม) รวมระยะเวลา 2 เดือน การนมัสการรอยพระพุทธบาท เปรียบเหมือนได้เข้าเฝ้าองค์พระศาสดา ซึ่งถือเป็นกุศลอันยิ่งใหญ่ ผู้คนนับพันจึงพากันดั้นด้นมาที่นี่ จุดหมายคือยอดเขาคิชกูฏอันสูงลิบ เพื่อนมัสการรอยพระพุทธบาทอันงดงาม ขอบคุณรูปภาพจาก Unseen Tour Thailand อิ่มบุญกับงานประเพณีสุดยิ่งใหญ่ ณ เขาคิชฌกูฏ เขาคิชกูฏ นั้นมีผู้คนเป็นจำนวนมากที่พยายามจะขึ้นไปให้ถึงสุดปลายยอดเขา เพื่อกราบนมัสการรอยพระพุทธบาท ซึ่งถือเป็นงานประเพณีที่สำคัญประจำปี และได้ปฏิบัติสืบทอดกันมานาน โดยมีความเชื่อว่าจะได้บุญสูงสุด และเป็นการฝึกจิตใจให้มีความอดทนไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก ขอบคุณภาพจากคุณ Cha-orn Sudprasert ภาพจากคุณ สาวเจียระไน ช่างตุ๊ ภาพจากคุณ แยม อันโกะจัง การเดินทางไปเขาคิชฌกูฏ เริ่มต้นที่วัดพลวง ต้องขึ้นรถกระบะโฟว์วีลไปตามถนนที่ลาดชันมาก ระยะทางราว 8 กิโลเมตร จากนั้นต้องเดินเท้าขึ้นเขาไปอีกประมาณ 1.2 กิโลเมตร บนยอดเขายังมีปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาที่มาผูกกับตำนานทางพระพุทธศาสนาอยู่มากมาย ทั้งศิลาเจดีย์ หินรูปบารตคว่ำ ถ้ำฤาษี ลานแข่งรถพระอินทร์ หินที่มีรูปร่างคล้ายเต่าและช้างขนาดยักษ์ บนยอดเขาพระพุทธบาทอากาศเย็นสบาย สามารถมองเห็นทิวทัศน์เมืองจันทบุรีได้อย่างชัดเจน ใครยังไม่เคยไป ต้องลองครั้งหนึ่งในชีวิต รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอนครับ ภาพจากคุณ Top's Attapon ประเพณีแห่งศรัทธาตามรอยพระพุทธบาท ในครั้งถัดไป มีกำหนดการดังนี้ พิธีบวชชีพราหมณ์                     วันที่ 5 - 9 มกราคม 2558 งานบวงสรวง ปิดป่า-เปิดงาน       วันที่ 17 มกราคม 2558 และงานเปิดนมัสการ                   วันที่ 19 มกราคม - 19 มีนาคม 2558 หากคุณเป็นพุทธศาสนิกชน ต้องลองไปสักครั้งนะครับ แล้วคุณจะพบว่า พลังแห่งศรัทธา สามารถทำอะไรได้บ้าง ?สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฎ โทร. 0 3945 2074 ขอบคุณที่มา : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย , facebook.com/UnseenThailand  เรียบเรียงโดย : Travel MThai

ฐานทัพเรือสัตหีบอุปสมบทหมู่เฉลิมพระเกียรติ
ข่าวล่าสุด /  จัดอุปสมบทหมู่ / 

ฐานทัพเรือสัตหีบ อุปสมบทหมู่ พระ 95 รูป สามเณร 4 รูป เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 87 พรรษา พลเรือโทวิพากษ์ น้อยจินดา ผู้บัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ ได้เป็นประธานเปิดโครงการ อุปสมบทพระ สามเณร เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2557 จำนวน 99 รูป พระ 95 รูป สามเณร 4 รูป ณ ศาลามหามงคล ส.สุพภิธาน วัดเขาบำเพ็ญบุญ ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมี พระครูภาวนาประชานาถ เจ้าอาวาสวัดเขาบำเพ็ญบุญ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พระครูภาวนาประชานาถ กล่าวว่า ด้วยในปีนี้ เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 87 พรรษา ซึ่งหน่วยงานราชการและประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าก็ได้แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยได้ร่วมกันจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลอย่างแพร่หลายทั่วประเทศ โครงการอุปสมบทหมู่พระและสามเณร 799 รูป ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ และเป็นผลานิสงส์อันยิ่งใหญ่บังเกิดประโยชน์อันเป็นกุศลอย่างมากมายมหาศาลแก่ผู้บวช ผู้ให้การอุปถัมภ์ และผู้เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว

มาหาเหตุผลเพราะทำไมคุณถึงเมาเหล้า ในตย.จาก รักหมดแก้ว เลิฟออนเดอะร็อก
LOTR /  Love on The Rock / 

คราวนี้อาจจะแปลกกว่าทุกปีตรงที่มันไม่ใช่หนังของพี่ยอร์ช ฤกษ์ชัย แต่กระนั้นแล้วทางค่าย M39 ก็ยังไม่ลืมที่จะส่งหนังมาให้เราได้สนุกกันในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดย รักหมดแก้ว ก็ถือว่าเป็นเรื่องล่าสุดของค่ายนี้ ที่จัดได้ว่าเป็นหนังรวมดารา และ นักร้อง อย่างแท้จริง เพราะขนมาทั้ง มาช่า วัฒนพานิช, อ๊อฟ ปองศักดิ์, ป๊อบ ปองกูล, สงกรานต์ (The Voice), เอ็ม บุดด้าเบลส, แอน โพลิติก (ความลับนางมารร้าย) พร้อม 2 พระ-นางน้องใหม่ น้ำหวาน พิไลพร และ ปอนด์ ณปรัชญ์ ซึ่งตัวอย่างแรกที่ปล่อยออกมาแล้วก็ดูจะได้กลิ่นไอของหนังโรแมนติค และ ความทรงจำยุคก่อนๆมากมายทีเดียว ซึ่งตัวหนังนั่นจะพาไปรู้จักกับเหตุผลว่าทำไมคนเราถึงต้อง เมาเหล้า และ เมารัก ผ่านหลากเหตุการณ์ตัวละครในวงเหล้าของเพื่อนในบาร์แห่งนึง หนังกำกับโดย ษรัณยู จิราลักษม์ มีคิวฉาย 25 ธันวาคมนี้ครับ

Kenny G สะกดตราตรึงไปทุกอณู The River Jazz Festival 2014
Kenny G /  The River Jazz Festival 2014

สะกดตราตรึงไปทุกอณู กับ Lexus Proudly Presents The River Jazz Festival 2014 (เลกซัส พราวลี้ พรีเซ็นต์ เดอะ ริเวอร์ แจ๊ส เฟสติวัล) โดยโปรโมเตอร์อินเตอร์ ‘บริษัท แม็กซ์ อิมเมจ จำกัด’ (MAXIMAGE) จับมือ ‘เล็กซัส’ (Lexus) เอาใจคอดนตรีแจ๊สสุดพิเศษแห่งปี!! โดยมี คุณวิวรรณ กรรณสูต (กรรมการผู้จัดการ บริษัท แม็กซ์ อิมเมจ จำกัด) นำทีมสุดยอดศิลปินแจ๊สแซกโซโฟนระดับโลก ‘Kenny G’ เจ้าของรางวัลแกรมมี่ อวอร์ด ท่ามกลางบรรยากาศแห่งสายน้ำเคล้าคลอเสียงเพลง ในค่ำคืนอันแสนโรแมนติก ร่วมด้วยศิลปินแถวหน้าของเมืองไทย อาทิ ETC และ วงดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมเซอร์ไพรส์สุดพิเศษจากสาวน้อยมหัศจรรย์ ‘ไมร่า มณีภัสสร’ งานนี้มีเหล่าคอแจ๊สแฟนตัวจริงไปร่วมงานคับคั่ง อาทิ โก้ Mr.Saxman, ดีเจ.แบม – ปีติภัทร คูตระกูล (Get 102.5) ฯลฯ ตลอดจนผู้สนับสนุนหลัก.. Lexus, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, บริษัท เจซีเดอโก (ประเทศไทย) จำกัด, Hard Rock Cafe Bangkok, True visions, บริษัท อาคเนย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน), แม่โขง, Emporium, Siam Paragon และ Chatrium ร่วมเนรมิตลานกิจกรรมเอเชียทีคให้กลายเป็นเวทีแจ๊สริมน้ำสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของโค้งน้ำเจ้าพระยา ณ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ บนเวทีของค่ำคืนสุดแสนโรแมนติก ประเดิมด้วยวงแจ๊สคุณภาพของไทยจาก วงดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล มาบรรเลงขับกล่อมเรียกน้ำย่อยให้คอแจ๊สได้ฟิน ก่อนส่งไมค์ต่อให้กับวง ETC ด้วยบทเพลงอันไพเราะ ตามจังหวะขยับอารมณ์เพิ่มดีกรีความแจ๊สมากยิ่งขึ้น และก็ถึงเวลา Meet & Greet กับ Kenny G ที่ขอบอกเลยว่าต้องอิจฉาตาร้อนไปกับเหล่าผู้โชคดีที่ได้ไปร่วมถ่ายรูปกันแบบแนบชิดกับศิลปินในดวงใจ จากนั้นไม่รอช้า โดยสุดยอดศิลปินระดับโลก ‘Kenny G’ มาบรรเลงเพลงเคล้าคลอบรรยากาศริมโค้งน้ำเจ้าพระยา กับบทเพลง Home, Silhouette และแถมงานนี้ยังได้ ‘ไมร่า มณีภัสสร’ มาเซอร์ไพรส์ร่วมขับร้องกับศิลปินระดับโลกกับเพลง What a Wonderful World ทำเอาเหล่าผู้ชมต้องถูกสะกดตราตรึงเข้าไปในความทรงจำไม่รู้ลืม ก่อนจะปิดท้ายด้วยเพลง Cadenza ฯลฯ กันแบบเต็มอิ่ม ซึ่งรายได้ส่วนหนึ่ง นำไปสมทบทุนให้กับ ‘ศิริราชมูลนิธิ’ ในโครงการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 60 พรรษา การรักษาผู้ป่วยด้อยโอกาสที่มีค่าใช้จ่ายสูงและใช้เทคโนโลยีสูงปี พ.ศ. 2557-2558 เพื่อใช้ในกิจกรรมการกุศลต่อไป สำหรับใครที่พลาด The River Jazz Festival 2014 ไม่ต้องเสียใจ กิจกรรมดีๆยังมีอย่างต่อเนื่องสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/TheRiverJazzFestival มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

ซี้กันจริง!ส.บอล เลือกโคราชสังเวียนบู๊ คิงส์คัพ
คิงส์คัพ /  นครราชสีมา / 

ความเคลื่อนไหวการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์คัพ ครั้งที่ 43 ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 1-7 ก.พ.57มี 4 ชาติเข้าร่วม ทีมชาติไทย, โครเอเชีย, เกาหลีใต้ และเกาหลีเหนือ โดยก่อนหน้านี้ยังไม่มีสถานที่แข่งขันลงตัว ทว่าล่าสุด สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ทำการเลือกสนามแข่งขันออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และหวยก็ไปออกที่ สนามเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวา 2550 จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นรังเหย้าของ สวาดแคท นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ที่มีนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ โดยเวลานี้ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ได้เดินทางไปประเทศสิงคโปร์ เพื่อให้กำลังใจนักเตะ ช้างศึก ทีมชาติไทย เพื่อสู้ศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2014 พร้อมกับบังยี วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ ทั้งนี้จ.นครราชสีมา เคยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอล คิงส์คัพ มาแล้วเมื่อปี 2553 ซึ่งครั้งนั้น ทีมชาติไทย ได้อันดับที่ 3

 รวมดารา FC รัก FC หลง
อั้ม พัชราภา /  พลอย เฌอมาลย์ / 

สมัยนี้ดารากับแฟนคลับกลายเป็นของคู่กันไปโดยปริยาย โดยเฉพาะถ้าดาราคนไหนไม่มีแฟนคลับละก็ บอกเลยว่าอยู่ยาก ยิ่งถ้าเหล่าแฟนคลับผูกจิตกับดาราคนไหนแล้ว คุณจะกลายเป็นแมวเก้าชีวิตทันที เพราะเหล่าแฟนคลับจะรักและเทิดทูนยิ่ง ประหนึ่งว่าเป็นคนในครอบครัวเลยทีเดียว และไม่ว่านักแสดงสุดที่รักจะทำความผิด ไร้มารยาท หรือจะมีข่าวฉาวมากแค่ไหน ก็พร้อมให้อภัยคอยเป็นกำลังใจให้เสมอ เอาเป็นว่าลองไปดูกันดีกว่า ว่ามีดาราคนไหนที่แฟนคลับรักแฟนคลับหลงบ้าง ณเดชน์ คูกิมิยะ มาเริ่มกันที่หนุ่มหล่อหน้าลูกครึ่ง ณเดชน์ คูกิมิยะ หรือ แบรี่ หนุ่มคนนี้ก็ได้ขึ้นชื่อว่ามีแฟนคลับเยอะไม่แพ้ดาราคนไหนเลยจริงๆ นอกจากจะมีเยอะแล้ว เหล่าแฟนคลับของพ่อหนุ่มณเดชน์ก็ทั้งรักทั้งหลง จุดนี้เรามีบทพิสูจน์ค่ะ เพราะ He เคยมีข่าวฉาวออกมาว่า ปิดบังเรื่องสัญชาติ ทำให้เป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์กลายเป็นข่าวใหญ่เลยทีเดียว แต่ในที่สุดณเดชน์ก็ออกมาชี้แจงเรื่องราวทั้งหมด แม้จะมีบางกลุ่มที่แอนตี้ แต่ยังไงก็ไม่เท่ากลุ่มพลพรรครักณเดชน์หรอกค่า เรียกว่าถ้ามีใครที่ไม่หวังดีเข้ามาด่า เป็นต้องเจอแฟนคลับตอกกลับหงายเงิบแน่นอน นอกจากจะคอยเป็นเกราะคุ้มกันภัยแล้ว แฟนคลับบางกลุ่มก็หวงณเดชน์สุดฤทธิ์ ถ้าหนุ่มณเดชน์เล่นละครคู่กับใครที่ไม่ใช่ญาญ่า พวกเธอก็พร้อมตั้งการ์ดแอนตี้ทันที ญาญ่า อุรัสยา พูดถึงณเดชน์ จะไม่พูดถึงนางเอกคู่ขวัญอย่าง ญาญ่า อุรัสยา ได้อย่างไร และเธอก็เป็นอีกหนึ่งสาวที่มีแฟนคลับคอยประคบประหงมอยู่เช่นกัน เพราะไม่ว่าคุณเธอจะโดนพวกนักเลงคีย์บอร์ดเม้นต์ด่า หรือว่าจิกกัดยังไง ก็จะมีกลุ่มแฟนคลับคอยตั้งรับอยู่ตลอด และนอกจากความห่วงใยที่แฟนคลับมีให้แล้ว บรรดาติ่งทั้งหลายก็ยังแอบหวงเวลาที่สาวญาญ่าต้องเล่นละครคู่กับพระเอกคนอื่นที่ไม่ใช่ ณเดชน์ เรียกว่ายังไงทั้งสองก็จะต้องเป็นพระ-นางคู่กันตลอดไป ถ้าไม่อย่างนั้นชาว NY ไม่ยอม!!! บอย ปกรณ์ เป็นพระเอกหนุ่มที่ประพฤติตัวดีมาตลอด สำหรับหนุ่มสุดเกรียนอย่าง บอย ปกรณ์ แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เพราะเมื่อปีที่แล้วหลายคนอาจจะยังจำกันได้ ที่อยู่ๆ หนุ่มบอยก็มีคลิปหลุดกับสาวเกาหลีออกมาซะงั้น ทำเอาหลายคนช็อคไปตามๆ กัน แต่เพราะความดีที่มี บวกกับความแมน กล้าทำก็กล้ารับ เลยทำให้ He สามารถเอาชนะใจคนทั้งประเทศได้ จนได้รับฉายาว่า เกรียนมึนโฮ งานนี้ผู้ไม่หวังดีที่คิดจะเคลม หรือคิดจะทำให้อนาคตของหนุ่มบอยตกต่ำคงหมดสิทธิ์ เพราะเรื่องทั้งหมดกลับกลายเป็นพลิกล็อค แถมยิ่งทำให้หนุ่มบอยทวีความฮอตขึ้น ส่วนแฟนคลับก็ยิ่งเทใจให้มากกว่าเก่า มาร์กี้ ราศรี มาต่อกันที่สาวร่างเล็ก มาร์กี้ ราศรี เท่าที่สืบค้นดูคุณเธอแทบจะไม่มีประวัติข่าวเสียๆ หายๆ เล็ดลอดออกมาเลยสักนิด เพราะที่ผ่านมาเธอปฏิบัติตัวดีมาตลอด ทั้งกิริยามารยาท นิสัยใจคอ เพราะเหตุนี้เลยทำให้เป็นที่รักของแฟนคลับทั้งหลาย แต่ ล่าสุดที่คุณเธออัพรูปลงไอจี เป็นการร่วมเฟรมกับหนุ่มป๊อก ภัสสรกรณ์ งานนี้เลยทำให้บรรดาแฟนคลับคู่จิ้นบอย-มาร์กี้ออกอาการไม่ปลื้ม เอ้า!!! สงสัยแฟนคลับคงจะงอน กลัวว่าสาวมาร์กี้จะไปปันใจให้ชายอื่น แต่ยังไงซะคุณเธอก็ยังเป็นที่รักของแฟนคลับเสมอ ชิมิ เจมส์ จิรายุ เป็นพระเอกน้องใหม่ที่มาแรงจริงๆ สำหรับหนุ่ม เจมส์ จิรายุ ขวัญใจชะนีน้อยชะนีใหญ่ทั้งหลาย และแน่นอนค่ะ ว่ามาแรงอย่างนี้ก็ต้องมีผู้ไม่ประสงค์ดีคอยปล่อยข่าวฉาวหวังจะมาสกัดดาวรุ่ง ก็เลยพากันเม้าท์ให้แซ่ดว่า หนุ่มเจมส์นั้นเรื่องเยอะ ทำตัวเป็นเทวดา พอกระแสดีเข้าหน่อยก็รีบอัพค่าตัวให้เทียบเท่าซุป’ตาร์ ทำตัวหยิ่ง แอ็คติ้งไม่ได้เรื่อง ขุ่นพระ!!! อะไรจะขนาดนั้น แต่ถึงจะมีข่าวฉาวออกมายังไงก็ไม่สามารถทำให้ความฮอตของหนุ่มคนนี้ลดน้อยลงได้ เพราะปัจจุบัน He ก็สามารถครองหัวใจแฟนคลับเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ติ่งก็พร้อมปกป้อง ลิงน้อย เจมส์ จิฯ ทุกสถานการณ์ อั้ม พัชราภา เป็นซุป’ตาร์ค้างฟ้าที่ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถโค่นเธอได้จริงๆ สำหรับนางเอกตลอดกาลอย่าง อั้ม พัชราภา เพราะไม่ว่าเวลาจะผ่านมากี่ปี คุณเธอก็ยังคงเป็นที่หนึ่งในใจมหาชนเสมอ พูดแล้วจะหาว่าโม้ จุดนี้ถ้าแฟนคลับไม่เยอะจริง สาวเจ้าคงไม่ได้ฉายา นางเอกห้างแตก หรอกค่า ก็แหม...ไม่ว่าคุณนายอั้มเธอไปโชว์ตัวที่ห้างไหน แฟนๆ ก็แห่กันมาต้อนรับกันแน่นห้างตลอด เรียกว่ารุ่นน้องต้องยอมยกธงขาวให้นางจริงๆ พลอย เฌอมาลย์ ฆ่าไม่ตายจริงๆ ผู้หญิงคนนี้ เพียงแค่เอ่ยชื่อ พลอย เฌอมาลย์ เป็นอันว่ารู้กันว่าเธอแซบแค่ไหน เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า คุณเธอเป็นคนตรงไปตรงมา พูดจาไม่เกรงใจใคร และตั้งแต่ที่สาวพลอยอยู่ในวงการมาเธอโดนข่าวฉาวมานักต่อนัก ล่าสุดกับกรณีมีเรื่องกับนักข่าว และสาเหตุที่ทำให้สาวพลอยปรี๊ดแตก ก็ตรงที่นักข่าวดันไปถามจี้จุด เลยทำให้มีเรื่องผิดใจกันขนาดที่ว่าพร้อมใจกันไม่ทำข่าวของคุณเธอ แต่เหตุการณ์ครั้งนั้นก็ไม่สามารถทำอะไรเธอได้ เพราะบรรดาคนรักพลอยก็ลุกฮือออกมาปกป้องแบบที่ว่า พี่พลอยของข้า ใครอย่าแตะ!!! ไมค์ พิรัชต์ หนุ่มคนนี้ก็รอดมาได้อย่างหวุดหวิด สำหรับคุณพ่อลูกอ่อนอย่าง ไมค์ พิรัชต์ ที่ก่อนหน้านี้ออกมารับสารภาพว่าเป็นพ่อของน้องแม็กซ์เวลล์ จริง พร้อมยอมว่าเคยคบกับนางแบบสาว ซาร่า จนทำให้หลายๆ คนกังวลว่าเจอเรื่องฉาวขนาดนี้ สงสัยชีวิตในวงการบันเทิงของหนุ่มไมค์คงต้องดับ เพราะช่วงนั้นถือเป็นขาขึ้นของหนุ่มไมค์เลยก็ว่าได้ แต่แล้วเรื่องราวก็พลิกผัน จากร้ายกลายเป็นดี เพราะหลังจากที่ยอมรับ แฟนคลับก็พร้อมเทใจให้ ที่กล้าออกมายอมรับแบบแมนๆ แถมสังคมก็พร้อมเปิดโอกาสให้อีกต่างหาก แหม...แบบนี้เขาเรียกว่าคนจะดังมันรั้งไว้ไม่อยู่จริงๆ

เพลีย! ประเทศไทย ยังมีทาสอยู่ และเยอะเป็นอันดับที่ 10 ของโลก
ทาส /  ทาสสมัยใหม่ / 

ประเทศไทย ยังมีทาสอยู่ และเยอะเป็นอันดับที่ 10 ของโลก คำนิยามของ ทาส หรือทาสสมัยใหม่ ตามที่ระบุในองค์กรที่ชื่อว่า walkfree foundation องค์กรเพื่อปลดแอกสิทธิมนุษย์ คือ คนที่ติดภาระหนี้สินจนต้องทำงานอย่างไร้อิสระ เช่น แรงงานเด็ก และการถูกบังคับแต่งงาน และการค้ามนุษย์ ทั้งนี้ แม้ในทุกประเทศจะมีนโยบายต่อต้านการบังคับ ทารุณ ค้ามนุษย์ ซึ่งเรียกง่ายๆว่าตกในสภาวะ ทาส ในแบบยุคเก่าที่ไร้อิสระถูกเฆี่ยนตี ให้ทานอาหารเยี่ยงสัตว์เลี้ยง แต่ในความเป็นจริงแล้วก็ยัง ทาส ในแบบคำจัดความใหม่ ยังมีอยู่ทั่วโลก และได้รับความทุกข์ทรมานไม่แพ้ยุคเก่า โดยนำสัดส่วนของ ประชากรในประเทศนั้นๆที่ตกอยู่ในภาวะทาส มาคิดคะแนนรวมกับ ความเข้มงวดจากรัฐบาล และ กรณีการละเมิดในประเทศนั้น ก็จะได้คะแนน "ทาสสมัยใหม่" (Modern day slavery) ขึ้นมาเรียงดังนี้ เรียงตามสัดส่วนร้อยละ (ต่อประชากรทั้งหมด) 1 Mauritania 2 Uzbekistan 3 Haiti 4 Qatar 5 India โดยที่ไทยอยู่อันดับที่ 44 และการตอบสนองจากรัฐบาลได้เกรด B (สูงสุดคือ A ต่ำสุดคือ CCC) เรียงตามปริมาณประชากร 1 India 2 China 3 Pakistan 4 Uzbekistan 5 Russia โดยที่ ไทยอยู่อันดับที่ 10 เลย นับว่า น่าอายมากๆ โดยที่ มูลนิธิดังกล่าว เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมที่ มีคนเป็นทาสสมัยใหม่ (ลูกจ้าง) อยู่มากที่สุดคือ ประมง ตัดเย็น และเลี้ยงกุ้ง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมหาราช รัชกาลที่ 5 ทรงเลิกทาสนานแล้วแท้ๆ แต่ยังมีทาสหลงเหลือในประเทศไทยอีก แชร์และบอกต่อ ให้รัฐบาลดูแลกันต่อไปครับ MThai News ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก The Global Slavery Index 2014

สมุทรปราการ วันเดียวก็เที่ยวได้
ตลาดคลองสวน /  ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง / 

สมุทรปราการ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าเมืองปากน้ำ หรือเมืองพระประแดง นั้น นับเป็นจังหวัดปริมณฑลที่อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ เพียง29 กิโลเมตร เป็นเมืองที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยา มีความสำคัญเพราะเป็นเมืองปลายสุดของแม่น้ำเจ้าพระยา จึงเหมาะกับทั้งเป็นเมืองท่า และเมืองเกษตรกรรม สมุทรปราการ วันเดียวก็เที่ยวได้ จนมีคำขวัญประจำจังหวัดว่า “ป้อมยุทธนาวีพระเจดีย์กลางน้ำฟาร์มจระเข้ใหญ่งามวิไลเมืองโบราณสงกรานต์พระประแดงปลาสลิดแห้งรสดีประเพณีรับบัวครบถ้วนทั่วอุตสาหกรรม” เมื่อได้ชื่อว่าสมุทรปราการ อันหมายถึงเมืองท่าเมืองหน้าด่าน การแวะเที่ยวชมป้อมพระจุลจอมเกล้า ปราการเก่าทรงคุณค่าจึงนับเป็นสิ่งต้องทำอันดับแรกๆ หากได้มาเยือนสมุทรปราการ โดยป้อมแห่งนี้เป็นที่จอดเรือรบหลวงแม่กลอง เรือรบที่เก่าแก่เป็นอันดับ2 ของโลก พร้อมด้วยพื้นที่โดยรอบ ที่จัดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงประวัติศาสตร์ทหารเรือ  รวมทั้งร้านอาหารรสชาติดีที่มีให้บริการอยู่ในบริเวณเดียวกัน อีกหนึ่งความภูมิใจของชาวสมุทรปราการที่หาจังหวัดอื่นมาเทียบเคียงได้ยาก คือ ประเพณีพื้นเมืองต่างๆ ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น งานพระสมุทรเจดีย์ หรือการนมัสการมหาเจดีย์คู่บ้านคู่เมือง โดยการล่องเรือแห่ผ้าห่มแดงไปตามแม่น้ำเจ้าพระยา จนถึงอำเภอพระประแดง และทำการแห่ขึ้นห่มพระเจดีย์ ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์ของสมุทรปราการ จนปรากฏเป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัด งานประเพณีนี้จะจัดขึ้นทุกปี ในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี (ประมาณปลายเดือนตุลาคม- พฤศจิกายน) อีกหนึ่งประเพณีสำคัญของจังหวัดสมุทรปราการคือ ประเพณีโยนบัว ของวัดบางพลี ซึ่งนับเป็นแห่งเดียวในโลกที่จะได้เห็นการโยนบัวลงในเรือขวบนแห่พระพุทธรูปจำลองหลวงพ่อโต ทั้งทางบกและทางน้ำ โดยงานจะมีขึ้นในวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11 (ประมาณเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน) และเมื่อได้ชื่อว่าเป็นเมืองปากแม่น้ำ สมุทรปราการเองจึงมีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศให้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชม ไม่ว่าจะเป็น สถานตากอากาศบางปู ที่สามารถไปทำกิจกรรมได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น กินปู ดูนก เต้นรำ หรือท่องป่าชายเลน ก็สามารถทำได้ อีกหนึ่งสถานที่แนะนำคือ บางกระเจ้า หรือ เกาะสีเขียว ที่มีพื้นที่มากถึง 11,000 ไร่ โอบล้อมด้วยแม่น้ำเจ้าพระยา จนได้รับการยกย่องให้เป็นปอดของกรุงเทพ และ Best Urban Oasis of Asia จากนิตยสารไทม์ โดยนักท่องเที่ยวสามารถข้ามเกาะไปปั่นจักรยาน ดูนก ดูป่าชายเลน และสัมผัสกับอาการบริสุทธิ์ได้ ส่วนเรื่องการช้อปปิ้งนั้น สมุทรปราการก็นับว่าไม่น้อยหน้าที่ใดในประเทศ เพราะนอกจากจะเป็นที่ตั้งของห้างสรรพสินค้าใหญ่อย่างอิเกียและเมกาบางนาแล้ว ที่สมุทรปราการยังมีตลาดน้ำอย่างตลาดน้ำบางน้ำผึ้งไว้คอยต้อนรับนักท่องเที่ยว โดยตลาดน้ำแห่งนี้ถึงแม้จะเป็นตลาดน้ำน้องใหม่ แต่กลับเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของวิถีชีวิตชาวบ้านริมคลอง ที่ส่วนใหญ่เป็นคนเชื้อสายมอญซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือ สัมผัสกับความงดงามของวิถีชีวิตและสวนผลไม้ของชาวบ้านได้ ส่วนสินค้าขึ้นชื่อของตลาดที่ควรซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้าน เช่น มะม่วงน้ำดอกไม้ปลาสลิดและขนมจาก เป็นต้น ตลาดคลองสวนก็นับเป็นอีกหนึ่งตลาดสำคัญของจังหวัดสมุทรปราการที่มีอายุมากถึง 100 ปี โดดเด่นด้วยบรรยากาศย้อนอดีตที่ยังคงมนต์เสน่ห์แห่งการซื้อขายแลกเปลี่ยน รวมไปถึงอาหารรสชาติดี และของซื้อของขายมากมาย นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวที่แนะนำไปแล้วนั้น จังหวัดสมุทรปราการยังมีสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอีกมากมายให้เลือกไปแวะเยี่ยมเยือน ไม่ว่าจะเป็น เมืองโบราณ มรดกแห่งภูมิปัญญาไทยที่จัดแสดงอาคารทางสถาปัตยกรรมไทยรูปแบบต่างๆ พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ พิพิธภัณฑ์ที่เก็บรักษาศิลปวัตถุมรดกทางวัฒนธรรมด้านต่างๆ เพื่อสืบสานอนุรักษ์งานศิลป์ไทย ฟาร์มจระเข้ ก็นับเป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวคู่จังหวัดที่นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติต่างให้ความนิยมมาแวะดูการแสดงมากมาย ถึงแม้ว่าสมุทรปราการจะเป็นเพียงจังหวัดเล็กๆ ที่หลายคนอาจมองข้ามแต่หากได้ลองมาทำความรู้จักกับวัฒนธรรมธรรมชาติอาหารการกินแหล่งท่องเที่ยวแล้ว เราจะพบว่าสมุทรปราการนั้นเพียบพร้อมไปด้วยเสน่ห์เป็นจังหวัดที่มีเวลาแค่วันเดียวก็เที่ยวได้ แถมยังไม่ต้องเดินทางไกลและเที่ยวได้ตลอดทั้งปี เอาเป็นว่าหากสุดสัปดาห์นี้ยังไม่มีโปรแกรมไปไหนอย่าลืมมาลองทำความรู้จักกับสมุทรปราการดู สมุทรปราการ เที่ยวได้ทั้งปี ภายในบริเวณ วัดมงคลโคธาวาส สมุทรปราการ วันเดียวก็เที่ยวได้

แป้ง คอนเฟิร์ม ดอยอินทนนท์ ฟินสุโค่ย
แป้ง ณัฐณิชา

ใกล้ถึงวันหยุดยาวแล้วซินะ จุดนี้เชื่อว่าหลายๆ คงจะต้องเตรียมจัดทริปเที่ยวรับลมหนาวกันไว้แล้วแน่ๆ แต่ถ้าใครยังนึกไม่ออกวันนี้เรามีสาวสวยเสียงดีอนอย่าง แป้ง ณัฐณิชา จะมาแนะนำที่เที่ยว แต่จะเป็นที่ไหนนั้นให้สาวแป้งมาบอกเองดีกว่า เชียงใหม่ คะบ้านเป็นบ้านเกิดเราด้วยคือจะไปเที่ยวปีใหม่ตลอด ยิ่งช่วงหน้าหนาวสุดยอดมากอากาศดีเว่อ แล้วก็สิ่งแวดล้อมมันหน้าอยู่ ถ้าให้แนะนำในช่วงหน้าหนาวนะต้อง ดอยอินทนนท์ เมื่อ 2 ปีก่อนก็พึ่งไปมาหนาวสะใจมาก เหมทอนอยู่เมืองนอกเลยอะ แล้ววิวสวย บรรยากาศก็ดี อีกอย่างไปแล้วเราก็ยังได้ไหว้พระด้วย ได้บุญอีกต่างหาก คือไปแล้วฟินแน่นอน คอนเฟิร์ม ดอยอินทนนท์ ดอยอินทนนท์ ดอยอินทนนท์ ดอยอินทนนท์ ดอยอินทนนท์ ดอยอินทนนท์ ที่มาของรูป http://www.tlcthai.com/travel/wp-content/uploads/2013/12/shutterstock_ http://pirun.ku.ac.th/~b5310405097/intanon.html http://www.rukbarn.com/tips http://www.manager.co.th/asp-bin/Image.aspx?ID=2897548 http://www.chiangmaitouring.com

สระบุรี เมืองนี้ไม่ใช่แค่เมืองทางผ่าน
ทุ่งทานตะวัน /  น้ำตกเจ็ดสาวน้อย / 

ถึงสระบุรีแล้วเลี้ยวขวา เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินคำนี้ อาจด้วยเพราะว่าจังหวัดสระบุรีนั้นนับเป็นจังหวัดรอยต่อระหว่างภาคกลาง และภาคอีสาน หลายคนจึงใช้สระบุรีเป็นทางผ่านเพื่อมุ่งหน้าไปยังภาคอีสาน แต่เอาเข้าจริงสระบุรีเป็นจังหวัดที่มีสถานที่ที่เที่ยวอยู่มากมาย ทั้งด้านพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์ประเพณี และธรรมชาติ แถมยังอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯที่เพียงขับรถชั่วโมงกว่าๆ ก็สามารถหลีกหนีความวุ่นวายของเมืองกรุง ออกมาสัมผัสวิถีชุมชนและแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจได้มากมาย สระบุรี เมืองนี้ไม่ใช่แค่เมืองทางผ่าน ตามคำขวัญประจำจังหวัดที่ว่า “พระพุทธบาทสูงค่าเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ฐานผลิตอุตสาหกรรมเกษตรนำล้ำแหล่งเที่ยวหนึ่งเดียวกะหรี่ปั๊บนมดีประเพณีตักบาตรดอกไม้งามเหลืองอร่ามทุ่งทานตะวันลือลั่นเมืองชุมทาง” ว่าแล้วเราจึงขอเริ่มต้นสถานที่ท่องเที่ยวตามคำขวัญประจำจังหวัดเลยแล้วกัน เพื่อให้การท่องเที่ยวในสระบุรีครบถ้วนไม่ตกหล่น วัดพระพุทธฉาย คือสถานที่ท่องเที่ยวแรกที่เราจะไปกัน โดยวัดพระพุทธฉายนั้นนับเป็นวัดสำคัญของจังหวัดด้วยว่าเป็นที่ประดิษฐาน รอยพระพุทธรูปบนแผ่นหินบนชะง่อนผา และมีภาพเขียนลายเส้นยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่บริเวณเชิงผาและบริเวณโดยรอบอีกทั้งยังมีรอยพระพุทธบาทเบื้องขวาอยู่ในบริเวณเดียวกันอีกด้วยอีกสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญไม่แพ้กันอีกแห่งหนุ่งคือ วัดพระพุทธบาทราชววรมหาวิหาร สถานที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทที่ประทับไว้บนแผ่นหินเหนือไหล่เขาสุวรรณบรรพต ซึ่งค้นพบในสมัยพระเจ้าทรงธรรมและนับเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองสระบุรีนับแต่นั้นเป็นต้นมา และหากมีโอกาสมาที่วักพระพุทธบาทในวันเข้าพรรษาก็จะได้ร่วมประเพณีตักบาตรดอกไม้ที่นับเป็นประเพณีโบราณ และมีที่จังหวัดสระบุรีเพียงแห่งเดียว เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจของจังหวัด ด้วยว่าเขื่อนแห่งนี้เป็นเขื่อนดินที่ยาวที่สุดในประเทศ และได้ก่อสร้างขึ้นตามโครงการพัฒนาลุ่มแม่น้ำป่าสัก ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโดยชื่อเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์นั้นมีความหมายว่าเขื่อนแม่น้ำป่าสักที่เก็บน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ไม่ควรพลาดไปเยือน คือ น้ำตกเจ็ดสาวน้อย แห่งอำเภอมวกเหล็ก ที่มีต้นกำเนิดมาจาดผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่โดยน้ำตกเจ็ดสาวน้อยนั้นสามารถลงเล่นน้ำได้บริเวณชั้นที่1-4และจะสวยงามที่สุดในช่วงเดือนพฤศจิกายน-เมษายน อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น ก็นับเป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่หากมีเวลาก็ไม่ควรพลาดเช่นกัน ด้วยว่าภายในอุทยานนั้นประกอบไปด้วยภูเขาน้อยใหญ่ โดยมีเขาครก เป็นจุดชมวิวเมืองสระบุรีที่สำคัญ รวมไปถึงมีอ่างเก็บน้ำ และน้ำตกอีกหลายแห่งให้แวะเที่ยวชม และถึงแม้ว่าจังหวัดสระบุรีจะได้ชือว่าเป็นฐานผลิตทางอุตสาหกรรมที่สำคัญของประเทศ แต่สระบุรีเองก็นับเป็นแหล่งเกษตรกรรมที่สำคัญเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น ไร่องุ่นแห่งอำเภอมวกเหล็ก ที่สามารถออกผลผลิตได้ตลอดทั้งปี นักท่องเที่ยวสามารถชิมองุ่นสด หรือเลือกซื้อผลิตภัณฑ์แปรรูปจากองุ่น เป็นของฝากติดมือกลับบ้านได้ อีกแห่งหนึ่งคือ ฟาร์มโคนมไทย- เดนมาร์ก ที่นอกจากจะเป็นแหล่งผลิตนมคุณภาพดีแล้ว ที่นี่ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่สำคัญ และแหล่งเลี้ยงโค จนสระบุรีได้ชื่อว่าเป็นเมืองคาวบอยอีกด้วย และอีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวสำคัญที่นักท่องเที่ยวหลายคนอยากมีโอกาสไปสัมผัสความงามคือ ทุ่งทานตะวัน ที่ตั้งอยู่รอยต่อระหว่างจังหวัดสระบุรี และลพบุรี โดยทุ่งทานตะวันจะออกดอกสีเหลืองสะพรั่ง พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว ในช่วงเดือนพฤศจิกายน- ธันวาคม เท่านั้นและหากจะพูดถึงของฝากติดไม้ติดมือที่สำคัญนอกเหนือไปจากองุ่น และนมแล้ว คงหนีไม่พ้นกระหรี่พั๊ฟหลากไส้ ทั้งคาวและหวานที่นับเป็นของฝากชื่อดังติดอันดับของสระบุรี เล่ากันมาขนาดนี้แล้ว หากใครมีเวลาว่างลองแวะไปเยือนจังหวัดสระบุรีกันดู จะไปแค่เช้าเย็นกลับ หรือจะลองตั้งแค้มป์ค้างคืนก็ได้ เชื่อเหลือเกินว่า หากได้ลองท่องเที่ยวและทำความรู้จักกับสระบุรีแล้ว จะรู้ได้ทันทีว่า สระบุรีนั้นไม่ใช่เมืองทางผ่าน แต่เป็นเมืองน่าเที่ยวที่มาได้ง่าย และเที่ยวได้ตลอดทั้งปีเลยทีเดียว   สระบุรี เมืองนี้ไม่ใช่แค่เมืองทางผ่าน