ประวัติพระสังฆราช

  มีดอรัญญิกที่คมที่สุด ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
mono29 /  พระนครศรีอยุธยา / 

มีดอรัญญิก เดิมเป็นของชาวเวียงจันทร์และได้อพยพเข้ามาพร้อมกับนำความรู้และเทคนิกการทำเครื่องมือที่ใช้จากเหล็กหรือที่เรียกกันว่า "การตีมีด" และส่วนหนึ่งเป็นช่างทองรูปพรรณ โดยลักษณะของมีดมีขนาดเหมาะมือและสวยงามมาก  ฝักและด้ามประดับด้วยทองคำสลักลายนูน เฉพาะด้ามที่จับถักหุ้มด้วยลวดเงิน ทำให้เกิดผิวสากจับได้กระชับมือ ไม่ลื่นไถล สัญนิษฐานว่าการตีมีดดาบอรัญญิกในสมัยก่อน ทำขึ้นเพื่อใช้งานและใช้เพื่อแสดงตำแหน่งยศด้วย ชาวเวียงจันทร์ได้อพยพเข้าพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ในปี พ.ศ. 2365 สาเหตุเนื่องจากเวียงจันทร์ขณะนั้นเกิดการทำมาหากินอัตคัดขาดแคลน จนโจรผู้ร้ายชุกชุมนั่นเอง   มีดอรัญญิกที่คมที่สุด ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลักษณะเด่นของมีดอรัญญิก มีดอรัญญิกมีลักษณะเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีดมีความเป็นเลิศ มีความทนทานใช้การได้นานนับเป็นปี ๆ บางชนิดใช้งานได้ตลอดชีวิตของผู้ใช้ และมีความสวยงามประณีต มีรอบตีทำให้เหล็กแน่นแข็งแรง ตัวมีดคมบางใช้เหล็กอย่างดี ทำให้คมมีดไม่แตกหรือบิ่น ด้ามมีดแต่ละชนิดจะแตกต่างกัน ด้ามไม้ใช้ไม้อย่างดี บางด้ามมีการฝังมุกให้สวยงาม ที่สำคัญคือ ตราที่ประทับบนตัวมีดแสดงให้เห็นว่าเป็นมีดอรัญญิกแท้ ปัจจุบันนี้ มีดที่ใช้เครื่องมือไฟฟ้า จะทำให้มีดมีความประณีตมาก ตกแต่งลวดลายได้สวยงามดี บางรายมีแท่นปั้นรูปมีดจะทำให้รูปมีดมีขนาดเท่า ๆ กัน และเหมือนกัน  ในสมัยก่อน การทำมีดต้องอาศัยคนงานหลายคน เช่น คนตีพะเนิน จะต้องฝึกหัดกันมาเป็นอย่างดี จะต้องรู้ว่ามีดรูปไหนควรตีตรงไหน และจะต้องคอยฟังสัญญาณการใช้เสียงของผู้จับเหล็กนี้ ตามภาษาชาวบ้านเรียกว่า “หน้าเตา” ซึ่งจะต้องเป็นคนที่มีความรู้เกี่ยวกับการทำมีดเป็นอย่างดีเยี่ยม สถานที่ใช้ในการทำงานบริเวณหมู่บ้านตีมีดเกือบทั้งตำบลท่าช้างจะมีลักษณะการตั้งบ้านเรือนอยู่แบบขนานไปกับสองฟากฝั่งของแม่น้ำป่าสัก แต่ละหลังจะปลูกบ้านแบบใต้ถุนสูง เพื่อป้องกันน้ำที่อาจจะเอ่อล้นสองฟากฝั่งแม่น้ำขึ้นมาท่วมบ้านเรือนได้ การตีมีดของชาวบ้านส่วนใหญ่จะใช้บริเวณใต้ถุนบ้านเป็นที่ประกอบการทำมีด ตั้งแต่การปัดมีดคม ไล่มีด การลับมีด ยกเว้นการเผาเหล็กให้ร้อนแดง ส่วนมากชาวบ้านจะสร้างเป็นโรงเรือนเล็ก ๆ ต่างหาก เพื่อป้องกันอัคคีภัยที่จะเกิดขึ้นมาได้ ถึงแม้บริเวณใต้ถุนของชาวบ้านจะสูงโปร่งก็ตามแต่ลักษณะของงานที่ต้องใกล้กับความร้อนจากเตาเผาเหล็ก ขั้นตอนการผลิตมีด เตรียมการตีมีด มีปัจจัยที่สำคัญ 3 ประการ คือ เตรียมคน : ต้องใช้คน 3-4 คนขึ้นไป โดยเฉพาะ การตีมีดในขั้นตอนที่ 1 (การหลาบ) ต้องใช้คนที่มีพละกำลัง ร่างกายแข็งแกร่ง ตลอดจนต้องมีความสามัคคี และประสบการณ์ เป็นอย่างมาก เตรียมอุปกรณ์ : เป็นอุปกรณ์ และเครื่องมือเครื่องใช้ สำหรับช่างตีเหล็ก หรือช่างตีมีดโดยเฉพาะ เช่น ทั่ง ค้อน พะเนิน คีม สูบลม เตาเผาเหล็ก ตะไบ เหล็กขูด เหล็กไช รางน้ำชุบมีด เขื่อนตัดเหล็ก ขอไฟ หินหยาบ-ละเอียด ทั่งขอ เถาวัลย์เปรียง หลักสี่ (ปากกา) กบ และเลื่อย เป็นต้น เตรียมวัตถุดิบ : วัสดุที่สำคัญในการตีมีดเป็นอันดับแรกได้แก่ เหล็กกล้า ที่ต้องใช้ความชำนาญในการดูสีของเหล็กขณะชุบ ซึ่งเป็นภูมิปัญญาอย่างหนึ่งสำหรับช่างตีมีดอันดับต่อไปคือ ถ่านไม้ไผ่ ซึ่งจะเป็นถ่านที่มีประสิทธิภาพสูงในการเผาเหล็ก ต่างจากถ่านจากไม้ทั่ว ๆ ไป และอันดับสุดท้ายคือ ไม้ที่ใช้ทำด้ามมีด ซึ่งวัสดุดังกล่าวข้างต้น จะมีผู้นำมาจำหน่ายในชุมชนแหล่งผลิตมีดเลย การดำเนินการผลิต มีดอรัญญิก จะมีขั้นตอนในการทำโดยสรุป 10 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 ตัดเหล็กให้ได้ขนาดตามความต้องการ เผาไฟให้แดงแล้วนำออกมาจากเตาให้คนสามคนใช้พะเนินตีจนได้รูปหุ่น หรือกูน(ชาวบ้านเรียกว่าการ “ หลาบ” เหล็ก) ขั้นตอนที่ 2 เมื่อได้หุ่นหรือกูนมีดแล้ว นำเอาเข้าเตาเผาไฟอีกครั้งหนึ่ง แล้วใช้คน คนเดียวตีด้วยค้อนเพื่อขึ้นรูปมีดให้ได้ตามความต้องการ (ชาวบ้านเรียกว่าการ “ซ้ำ” ) ขั้นตอนที่ 3 เมื่อซ้ำได้รูปมีดแล้ว ทิ้งไว้ให้เย็น แล้วใช้ค้อนตีจนเนื้อเหล็กเรียบเป็นมันเพื่อให้เนื้อเหล็กเหนียวแน่น คมบาง ตัวมีดตรง (ชาวบ้านเรียกว่าการ “ ลำเรียบ หรือ ไห่” ขั้นตอนที่ 4 เมื่อไห่ได้รูปมีดพอสมควรแล้ว นำมาแต่งด้วยตะไบ เพื่อให้ได้รูปเล่มสวยงามขึ้น (เรียกว่าการ “แต่ง” ) ขั้นตอนที่ 5 เมื่อแต่งด้วยตะไบได้รูปแล้ว นำมาขูดคมให้บางโดยใช้เหล็กขูด เพื่อทำให้ตัวมีดขาวและบาง (เรียกว่าการ “ขูด” ) ขั้นตอนที่ 6 เมื่อขูดได้คมบางพอสมควรแล้ว ใช้ตะไบหยาบและตะไบละเอียดโสกตามตัวมีด เพื่อให้ตัวมีดขาวเรียบร้อย และคมจะบางยิ่งขึ้น (เรียกว่าการ “ โสก” ) ขั้นตอนที่ 7 เมื่อโสกเรียบร้อยแล้วนำมาพานคม โดยใช้ตะไบละเอียดพานขวางของคมมีดเพื่อให้คมมีดบางเฉียบ (เรียกว่าการ “ พานคมมีด” ) ขั้นตอนที่ 8 เมื่อพานคมแล้วก็นามาชุบ “การชุบ” เป็นเรื่องสำคัญมาก ช่างต้องมีความชำนาญเป็นพิเศษ โดยนำเข้าเผาไฟในเตาเพื่อให้คมแดงตามความต้องการว่าเผาขนาดไหนจึงจะเหมาะสมกับความกล้า แล้วชุบกับน้ำ คมของมีดจะกล้าแข็งไม่อ่อนและไม่บิ่น ขั้นตอนที่ 9 เมื่อชุบแล้วนำมา ฝน หรือลับ โดยใช้หินหยาบ และหินละเอียด ให้คมได้ที่สมัยนี้ใช้หินกากเพ็ชร์ (เรียกว่าการ “ลับคม” ) ขั้นตอนที่ 10 เมื่อฝนหรือลับคมได้ที่แล้ว จึงนำมาเข้าด้ามมีด แล้วใช้น้ำมันทาตัวมีดเพื่อกันสนิม เป็นเสร็จสิ้นขั้นตอนการทำมีด รับชมคลิป รายการไทยท้าทาย ขอบคุณภาพและข้อมูล fieldtrip.ipst.ac.th / wangnoibeverage.co.th / yutthayastudies.aru.ac.th

ข้อมูลน่ารู้ เที่ยววังเวียง ประเทศลาว
Bluelagoon /  วังเวียง / 

มีเรื่องราวเกี่ยวกับ "วังเวียง" ประเทศลาว อยู่ในบทความ "การเปลี่ยนแปลงจินตภาพเมืองวังเวียง สปป.ลาว จากการพัฒนาท่องเที่ยว" โดย อนุชา คํามุงคุน, ผศ.ดร.ปรานอม ตันสุขานันท์ และ ผศ.ดร.นพดล ตั้งสกุล คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ว่า เมืองวังเวียงเป็นชุมชนขนาดเล็ก ตั้งอยู่บนพื้นที่ราบแอ่งกระทะลุ่มแม่น้ำซอง ระยะทางจากนครหลวงเวียงจันทน์ไปทางทิศเหนือประมาณ 150 กิโลเมตร และอยู่ทางตอนใต้ของเมืองหลวงพระบางประมาณ 200 กิโลเมตร ข้อมูลน่ารู้ เที่ยววังเวียง ประเทศลาว สำหรับชื่อ แม่ซอง ปรากฏเรื่องว่า วังเวียงเดิมเป็นที่อยู่ของเผ่าลาวเทิง (ชาวลาวบนที่สูง) สมัยพระเจ้าฟ้างุ้ม กษัตริย์แห่งอาณาจักรล้านช้าง มีการเข้าตีเมืองเวียงคำ แล้วได้จับเจ้าพระยาเพาใส่ซองไม้เพื่อส่งขึ้นไปเมืองเชียงทอง (หลวงพระบาง) แต่ท่านถึงแก่อนิจกรรมเสียก่อน ซองที่บรรจุพระศพเก็บรักษาไว้ที่นี่ ผู้คนจึงเรียกแม่น้ำนี้ว่าแม่ซอง เมืองวังเวียงมีความโดดเด่นและมีชื่อเสียงด้านสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่สวยงาม โดยเฉพาะทิวทัศน์ภูเขา และหน้าผาหินปูนที่ตั้งตระหง่านเรียงรายเป็นแนวยาวด้วยจังหวะสูง-ต่ำ ประกอบกับภายในพื้นที่มีแม่น้ำไหลผ่าน จึงทำให้กลายเป็นองค์ประกอบทางธรรมชาติที่มีความสมบูรณ์ มีศักยภาพดึงดูดใจนักท่องเที่ยวทั้งจากภายในและต่างประเทศจํานวนมาก จนทำให้วังเวียงเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติของประเทศที่มีอัตราการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องทุกปี ในสมัยอาณาจักรล้านช้าง วังเวียงเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่สยาม โดยใช้เป็นพื้นที่รวมคนจากซำเหนือ ต่อมาสมัยราชอาณาจักรลาววังเวียงกลายเป็นเขตทหารราบอากาศที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศ ทำให้มีผู้คนอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานเพิ่มขึ้น กอปรกับในระยะหลังที่รัฐบาลมีนโยบายย้ายชาวเขาลงมาสู่พื้นที่ราบ วังเวียงจึงเป็นแหล่งชุมชนที่มีทั้งลาวเทิง ลาวสูงและลาวลุ่ม มีสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจคือผาแดง สถานที่ศักดิ์สิทธิ์อันเป็นที่สถิตของพ่อผาแดงผู้บันดาลโทษภัยให้ชาวเมืองได้ ขณะที่ธรรมชาติ ป่าไม้และ ทุ่งนา ก็ล้วนมีคุณค่าและความหมายในทางการใช้ประโยชน์ที่มีความสัมพันธ์อย่างแนบแน่นกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่น แต่ไม่ได้หมายความว่าปัจจุบันชาวเมืองวังเวียงได้ลืมองค์ประกอบเมืองในทางประเพณีไปทั้งหมดแล้ว เพียงแต่ปรับเปลี่ยนบทบาทหน้าที่และความหมายไปจากเดิมเท่านั้น เช่น ผาแดงกลายเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสภาพแวดล้อมเมืองที่มีความสําคัญมากในการสร้างทัศนียภาพอันสวยงามให้แก่ภูมิทัศน์เมือง ขณะเดียวกันก็ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สังเกต ได้จากศรัทธาของชาวเมืองที่แสดงออกในบริบทของการดําเนินกิจกรรมสําคัญต่างๆ อาทิ การบะบนผ่านเจ้าหรือทรงเจ้า ประเพณีบวงสรวงในเดือนธันวาคม ประเพณีงานบุญกําบ้านกําเมืองในวันขึ้น 3 ค่ำ เดือน 7 ประเพณีงานบุญบั้งไฟ ซึ่งประเพณีทั้งหมดล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับบูชาพ่อผาแดง การพัฒนาพื้นที่เมืองวังเวียงเพื่อการท่องเที่ยวขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเกินจํานวน 100,000 คนต่อปี (ข้อมูลปี 2557) การเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวส่งผลให้มีการลงทุนของภาคเอกชนเพื่อพัฒนาธุรกิจด้านการบริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยเฉพาะกิจการร้านค้า ร้านอาหาร สถานบันเทิง ที่พัก บริษัทนําเที่ยว ฯลฯ ขณะเดียวกัน ภาครัฐก็พัฒนาพื้นที่วังเวียงด้วยการปรับปรุงและจัดหาสิ่งอํานวยความสะดวกพื้นฐานต่างๆ ซึ่งล้วนมีส่วนสําคัญในการส่งเสริมการขยายตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และสร้างภาพลักษณ์แห่งความเป็นชุมชนเมืองที่มีการพัฒนาเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวให้กับเมืองวังเวียง เดิ่นบิน ... หรือ รันเวย์ สนามบินเก่า ของวังเวียง ข้อมูลน่ารู้ เที่ยววังเวียง ประเทศลาว

ตามไปดู พระครรภ์ เจ้าหญิงเคท
เจ้าหญิงเคท /  ทรงครรภ์ / 

ตามไปดู พระครรภ์ เจ้าหญิงเคท

สุดยอดเทคนิค เอาตัวรอด สาวอังกฤษ โทรหาตำรวจเพื่อสั่งพิซซ่า
ผู้หญิงโดนทำร้าย /  สั่งพิซซ่า / 

นี่คือเรื่องราวที่ หญิงสาวอังกฤษคนหนึ่ง ใช้ไหวพริบในการ เอาตัวรอด ได้อย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อเธอตัดสินใจโทรหาตำรวจ เพื่อสั่งพิซซ่า!! ฟังไม่ผิด เธอกด 911 เพื่อสั่งพิซซ่าจริงๆ แต่เหตุการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องตลกแต่อย่างใด เมื่อการโทรผิดในครั้งนี้เป็นความตั้งใจของหญิงสาว ที่โดนแฟนซ้อมอย่างรุนแรง และขู่ไม่ให้แจ้งความ เธอจึงใช้อุบายในการ เอาตัวรอด ด้วยการแกล้งทำเป็นโทรศัพท์ออกไปเพื่อสั่งพิซซ่านั่นเอง และนี่คือบทสนทนา แสนฉลาด ของหญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายรายนี้ เจ้าหน้าที่ : 911 เกิดเหตุร้ายที่ไหนครับ สาวเคราะห์ร้าย : ถนนหลวง 123 เจ้าหน้าที่ : โอเค เกิดอะไรขึ้นที่นั่นครับ สาวเคราะห์ร้าย : ฉันต้องการสั่งพิซซ่าค่ะ เจ้าหน้าที่ : คุณครับ ที่นี่911 สำหรับแจ้งเหตุฉุกเฉินนะครับ สาวเคราะห์ร้าย : ฉันทราบค่ะ ขอพิซซ่าเปปเปอโรนี ฮ๊าฟหน้าพริกกับหน้าเห็ดค่ะ เจ้าหน้าที่ : ขอโทษครับ คุณทราบใช่ไหมว่าที่นี่คือ 911 สาวเคราะห์ร้าย : ทราบค่ะ ใช้เวลาในการมาส่งนานแค่ไหนคะ เจ้าหน้าที่ : โอเค คุณผู้หญิงครับ มีเหตุร้ายเกิดขึ้นกับคุณที่นั่นใช่ไหมครับ สาวเคราะห์ร้าย : ใช่ค่ะ เจ้าหน้าที่ : และคุณไม่สามารถพูดได้ เพราะมีใครอยู่ในห้องกับคุณในขณะนี้ใช่ไหมครับ สาวเคราะห์ร้าย : ถูกต้องค่ะ ตกลงว่าคุณจะใช้เวลานานไหมคะกว่าจะมาส่ง เจ้าหน้าที่ : เรามีเจ้าหน้าอยู่ห่างจากที่อยู่ของคุณประมาณ 1ไมล์ ไม่ทราบว่ามีอาวุธร้ายแรงอยู่ที่นั่นหรือไม่ครับ สาวเคราะห์ร้าย : ไม่ค่ะ เจ้าหน้าที่ : คุณสามารถถือสายรออยู่กับผมได้ไหมครับ สาวเคราะห์ร้าย : ไม่ค่ะ ขอบคุณค่ะ แล้วพบกัน หลังจากวางโทรศัทพ์ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจเช็คประวัติของบ้านนี้ และพบว่ามีประวัติการทำร้ายร่างกายในครอบครัวหลายครั้ง จึงรีบประสานเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือในที่เกิดเหตุทันที และเมื่อเจ้าหน้าเข้าไปถึงบ้าน ก็ได้พบกับ หญิงสาวได้ถูกทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรงจากแฟนหนุ่มที่กำลังเมาไม่ได้สติ จึงรีบช่วยเหลือนำตัวเธอส่งโรงพยาบาลในทันที หลังจากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ทางตำรวจได้เผยแพร่เหตุการณ์นี้เพื่อเป็น แนวทางกับผู้หญิงให้เก็บไว้ใช้หากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นกับตนเอง ว่านี่เป็นวิธีการเอาตัวรอดที่ฉลาดมาก จำไว้นะคะสาวๆ แค่มีสติ คุณก็สามารถรับมือได้กับทุกสถานการณ์ หรือจะจำเทคนิค เอาตัวรอด ของสาวคนนี้ไปไว้ใช้บ้างในยามฉุกเฉิน ก็ถือเป็นความรู้ติดตัว ว่าไหมคะ ที่มาเรื่องจาก metro.co.uk เรียบเรียงโดย Women Mthai Team

พยาบาลสาวติดเชื้อไวรัสอีโบลาหายแล้ว เข้าพบโอบามา
ข่าวอีโบลา /  อีโบลา / 

พยาบาลสาวเทกซัสติดเชื้อไวรัสอีโบลาหายแล้ว ได้รับเชิญจากประธานาธิบดีบารัค โอบามา ให้เข้าพบเป็นการส่วนตัวที่ทำเนียบขาว สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกาว่านายแอนดรูว์ คูโอโม ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก และนายคริส คริสตี ผู้ว่าการรัฐนิวเจอร์ซีย์ แถลงร่วมกันเมื่อวันศุกร์ เรื่องการยกระดับมาตรการคัดกรองผู้โดยสารขาเข้าที่สนามบินนานชาติเจเอฟเคและนวร์ก และรวมถึงการกักบริเวณบุคคลใดก็ตามที่เดินทางมาจากไลบีเรีย เซียร์ราลีโอน และกินี ซึ่งมีประวัติใกล้ชิดหรือสัมผัสผู้ติดเชื้อไวรัสอีโบลาเป็นเวลา 21 วัน รวมทั้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขด้วย โดยการเพิ่มควาเมข้มงวดดังกล่าวมีขึ้นหลังมีการพบเชื้อไวรัสมรณะในร่างกายของ นพ.เคร็ก สเปนเซอร์ เจ้าหน้าที่องค์การแพทย์ไร้พรมแดน ( เอ็มเอสเอฟ ) เมื่อวันพฤหัสบดี ซึ่งนพ.สเปนเซอร์เพิ่งเดินทางกลับบ้านพักในนครนิวยอร์กจากการทำงานในกินีเมื่อเดือนที่แล้ว อีกทั้งในวันเดียวกัน น.ส.นีนา ฟาม พยาบาลสาววัย 26 ปี โรงพยาบาลเทกซัส เฮลธ์ เพรสบิเทียเรียน ในเมืองดัลลัส รัฐเทกซัส ซึ่งติดเชื้อไวรัสอีโบลาจากชายชาวไลบีเรียที่เสียชีวิตเมื่อต้นเดือนนี้ ได้รับเชิญจากประธานาธิบดีบารัค โอบามา ให้เข้าพบเป็นการส่วนตัวที่ทำเนียบขาว หลังได้รับการยืนยันจากทางการว่าหายจากอาการป่วยแล้ว โดยผู้นำสหรัฐกล่าวขอบคุณฟามสำหรับการอุทิศตัวทำงานของเธอ MThai News

ย้ายศพน้องต๊อกเข้ากรุงฯ ขอหมอพรทิพย์ผ่าอีกครั้ง
ข่าววันนี้ /  จมน้ำ / 

พิษณุโลก-ย้ายศพน้องต๊อกเข้ากรุงเทพฯ ขอหมอพรทิพย์ผ่าพิสูจน์อีกครั้ง          พระอนุศักดิ์ ธรรมานุพัฒน์ ยติกโร พระลูกวัด วัดท่ามะปราง อำเภอเมืองพิษณุโลก ซึ่งเป็นอาของ ด.ช.ศุภชัย ธรรมานุพัฒน์ หรือ น้องต๊อก อายุ 13 ปี ที่จมน้ำเสียชีวิตปริศนา ได้มาติดต่อขอรับศพของน้องต๊อกเพื่อนำไปที่กรุงเทพมหานคร หลังจากนางกัลยา เกตุนาวา และ นายบุญศักดิ์ ธรรมานุพัฒน์ มารดาและบิดาได้ไปร้อง สตช. ให้รื้อคดีใหม่ เนื่องจากเชื่อว่าเป็นการฆาตกรรม พร้อมทั้งยื่นความประสงค์ที่จะให้ แพทย์หญิง คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ทำการผ่าศพชันสูตรหาสาเหตุการ เสียชีวิตใหม่อีกครั้ง

บทสวดและที่มาของทบสวด.mp4
ธรรมะ /  ฟังธรรม

บทสวดต่าๆๆๆๆและที่มาของบทสวดต่างๆๆๆ สาธุๆๆๆกับทุกท่านที่เข้ามาฟัง 01-บทนำ ๑ 02-บทนำ ๒ 03-ชุดที่ ๑ กล่าวถึง บทธัมมจักฯ 04-บูชาพระรัตนตรัย,,, 05 ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร 06-ชุดที่ ๒ ตำนาน มหาราชปริตร 07-บทอาราธนาพระปริตร 08-กล่าวถึง มงคลปริตร 09-บทมงคลปริตร 10-กล่าวถึง รัตนปริตร 11-บทรัตนปริตร 12-กล่าวถึง เมตตปริตร 13-บทเมตตาปริตร 14-บทกรณียเมตตสูตร 15-กล่าวถึง ขันธปริตร 16-บทขันธปริตร 17-กล่าวถึง โมรปริตร 18-บทโมรปริตร 19-กล่าวถึง วัฏฏกปริตร 20-บทวัฏฏกปริตร 21-กล่าวถึง ธชัคคปริตร 22-บทธชัคคปริตร 23-กล่าวถึง อาฏานาฎิยปริตร 24-บทอาฏานาฏิยปริตร 25-กล่าวถึง อังคุลิมาลปริตร 26-บทอังคุลิมาลปริตร 28-บทโพชฌังคปริตร 33-ชุดที่ ๓ กล่าวถึง พระอภิธรรม ๗ คัม 34-บทสวด พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ 35-บทให้พร 36 - บทธัมมจักกัปปวัตตนสูตร

ลูกครึ่งเฮ!! กลาโหม ไฟเขียวให้รับราชการทหารได้
กระทรวงกลาโหม /  รับราชการทหาร / 

มติสภากลาโหม เห็นชอบ แก้ไขการกำหนดสัญชาติพลเรือนที่สมัครเข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหารให้พ่อหรือแม่เป็นสัญชาติไทยอย่างเดียวได้ พ.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงว่า มติสภากลาโหมเห็นชอบร่างระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการกำหนดสัญชาติของผู้ที่จะบรรจุเข้ารับราชการ นายทหารประทวนประจำการ หรือพลทหารประจำการ ทั้งนี้จากสถานการณ์ความมั่นคงที่เปลี่ยนไปและการบังคับใช้ระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยเรื่องดังกล่าวมาเป็นระยะเวลายาวนานตั้งแต่ปี 2506 ซึ่งอยู่ในสถานการณ์ภัยคอมมิวนิสต์ ส่งผลให้การสรรหาบุคคลพลเรือนที่จะบรรจุเข้ารับราชการทหารในตำแหน่งทั่วไป หรือในตำแหน่งวิชาชีพขาดแคลนของหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพ มีขอบเขตจำกัดกว่าข้าราชการประเภทอื่น หรือแม้กระทั่งทหารกองประจำการที่ปลดเป็นกองหนุนบางรายที่มีสัญชาติไทยโดยการเกิด แต่หากบิดามารดาคนใดคนหนึ่งเป็นผู้มีสัญชาติอื่น ก็ไม่สามารถสมัครเข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหารได้ จึงปรับปรุงระเบียบนี้เพื่อเป็นประโยชน์แก่ทางราชการและเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามาเป็นทหารได้มากขึ้น โดยแก้ไขการกำหนดสัญชาติของผู้ที่จะรับราชการเป็นพลทหารประจำการ นายทหารประทวนประจำการ นายทหารสัญญาบัตรประจำการ มีความสำคัญดังนี้ โดยในกรณีของนักเรียนทหาร เช่น นักเรียนเตรียมทหาร นักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า นักเรียนนายเรือ นักเรียนนายเรืออากาศ นักเรียนแพทย์พระมงกุฎเกล้า นักเรียนนายสิบทหารบก นักเรียนจ่าทหารเรือ นักเรียนจ่าทหารอากาศ รวมถึงนักเรียนในสถาบันการศึกษาสังกัดกระทรวงกลาโหมอื่น เช่น นักเรียนช่างฝีมือทหาร นักเรียนพยาบาล นักเรียนดุริยางค์ ยังคงกำหนดสัญชาติที่มีความเข้มข้นเช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง สำหรับบุคคลพลเรือนที่สมัครเข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหารได้ปรับระดับความเข้มข้นของการกำหนดสัญชาติ ให้เปรียบได้กับข้าราชการตำรวจ ข้าราชการอัยการ ตุลาการ เพื่อให้การสรรหาบุคคลของหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทย และเหล่าทัพสามารถดำเนินการได้กว้างขวางยิ่งขึ้น คือพ่อหรือแม่เป็นสัญชาติไทยอย่างเดียวก็ได้ ส่วนตำแหน่งสำคัญ เช่น ผู้บังคับอากาศยาน ผู้บังคับการเรือหลวงหรือตำแหน่งที่ปฏิบัติงานที่กำหนดชั้นความลับ ส่วนราชการอาจกำหนดหลักเกณฑ์การบรรจุหรือแต่งตั้งเป็นการเฉพาะเรื่องเพื่อให้มีระดับความเข้มข้นของการกำหนดสัญชาติได้ตามความเหมาะสม โดยไม่ขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ MThai News

รวมอดีตมิตร...ร้าวฉาน เพื่อนรัก...เพื่อนร้าง
พลอย เฌอมาลย์ /  แหม่ม คัทลียา / 

เรียกว่ากลายเป็นอดีตเพื่อนรักไปซะแล้ว สำหรับคู่เพื่อนรักคนในวงการบันเทิง ที่บางคู่สนิทสนมกันมาถึงสิบปียี่สิบปี แต่ก็มาแตกหักกันแบบไม่เหลือชิ้นดี โดยเฉพาะเรื่องของการทำงานด้วยกัน ความเห็นที่ไม่ตรงกัน และเรื่องของการทำธุรกิจ ที่กลับทำให้บาดหมางใจ ตัดขาดคำว่าเพื่อนรักมาแล้วนักต่อนัก ซึ่งงานนี้ในวงการบันเทิงก็มีอดีตคู่เพื่อนรักหลายคู่ ที่ตอนนี้คำว่าเพื่อนรัก กลายเป็นคำว่า เพื่อนร้าง ไปแล้วสำหรับคนบางคน โย VS บี ประกาศชัดเจนว่าเหลือไว้ในฐานะแค่เพื่อนร่วมโลก สำหรับอดีตเพื่อนรักนางแบบ โย ยศวดี & บี น้ำทิพย์ ที่ผิดใจกันอย่างรุนแรง เพราะธุรกิจที่ทั้งคู่ลงทุนร่วมกันมาหลายปีอย่าง โย แอนด์ บี ไดเอท ฟู้ดส์ เดลิเวอรี่ ที่ต้องปิดตัวลงไปเมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา แถมทั้งคู่ยังกลายเป็นคู่เกาเหลาหม้อใหญ่ของวงการนางแบบ ที่สาดน้ำลายลวกกันไปๆ มาๆ จนมองหน้ากันไม่ติด นี่ละเข้าตำราที่ว่าเพื่อนรักกัน เขาห้ามทำธุรกิจร่วมกัน เงินแค่เล็กๆ น้อยๆ ก็อาจจะทำให้ความสัมพันธ์บาดหมางกันได้ หนูแหม่ม VS แหม่ม คัทลียา ถือว่ากลายเป็นข่าวช็อควงการบันเทิงที่ผ่านมาเกือบจะ 10 ปี เมื่อเจ้าหญิงวงการมายาอย่าง แหม่ม คัทลียา เปิดใจแถลงข่าวว่าตั้งท้องได้ 5 เดือนแล้ว และมโนไปเองว่าตัวเองอ้วนขึ้น เพราะกินยาสตรีเบนโล ทำเอาพี่สาวสุดที่รักอย่าง หนูแหม่ม สุริวิภา กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะแหกปากด่านักข่าว ปกป้องน้องสาวแหม่ม คัทฯ ว่าไม่ได้ท้องอย่างแน่นอน งานนี้ทำเอาหนูแหม่มถึงกับเสียเซลฟ์กับเรื่องนี้ไปตลอดชีวิต และเลือกที่จะเลิกติดต่อกับสาวแหม่ม คัทฯ ไปตลอดกาล หมาก VS มิ้นต์ ตะลึงทั้งวงการบันเทิงสำหรับอดีตคู่เกือบจะได้จิ้น M&M หมาก ปริญ & มิ้นต์ ชาลิดา ที่อยู่ๆ ก็มีไลน์สนทนาหลุดออกมาระหว่างหนุ่มหมากที่พิมพ์ไปต่อว่าสาวมิ้นต์และแม่ของสาวมิ้นต์ ทำเอาหลายๆ คนถึงกับอึ้ง เพราะประโยคที่ส่งมารุนแรงแบบชนิดที่สังคมยากจะให้อภัยหนุ่มหมาก แม้ว่าเรื่องนี้จะจบลงด้วยการที่ต่างฝ่ายต่างออกมาขอโทษ แต่ลึกๆ แล้วความสัมพันธ์ของอดีตพระ-นางคู่นี้ ก็คงไม่มีวี่แววที่จะได้กลับมาสนิทสนมกันอีกแน่นอน แตงโม VS จั๊กจั่น เคยมีช่วงเวลาที่สนิทสนมกันสำหรับนางเอกวิกหมอชิต จั๊กจั่น อคัมย์สิริ และอดีตนางเอกวิกหมอชิต แตงโม ภัทรธิดา ที่อยู่ๆ ก็มีกระแสข่าวว่าทั้งคู่ผิดใจกัน เพราะต่างฝ่ายต่างแอบไปนินทากันลับหลัง ทำให้เกิดการแก้แค้นทันที เริ่มจากการที่สาวจั๊กจั่นไปเพ้นท์เล็บเท้าเป็นรูปแตงโม ยิ่งทำให้เป็นการตอกย้ำเข้าไปอีกว่า ต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลอย่างแน่นอน แถมสาวแตงโมก็แอบนอยด์ๆ ขึ้นสถานะว่า เล็บตีนเป็นหน้าต่างของหัวใจ ทำให้เรื่องนี้เริ่มบานปลายกลายเป็นข่าวโด่งดัง จนเวลานี้ความสัมพันธ์ของคู่นี้ก็คงจะเหลือแค่คนรู้จักกันน่าจะเวิร์คที่สุด พลอย VS กุ๊บกิ๊บ เลิกรากันมาได้สักพักใหญ่ๆ สำหรับอดีตคู่รัก มาริโอ้ เมาเร่อ & กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ แต่มีกระแสข่าวออกมาว่ามือที่สามที่เข้ามาพัวพันดันเป็นที่สาวคนสนิทอย่าง พลอย เฌอมาลย์ ที่ช่วงนั้นกำลังระหองระแหงกับอดีตแฟนหนุ่ม นาวิน ต้าร์ พอดิบพอดี แม้ว่าต่างฝ่ายต่างก็เคลียร์ว่า ไม่เป็นความจริง แต่มาพักหลังๆ ความสัมพันธ์ของสาวพลอยและสาวกุ๊บกิ๊บก็ดูแปลกๆ เปลี่ยนๆ ไป จากอดีตน้องรัก...พี่เลิฟ ที่ชอบไปไหนมาไหนด้วยกัน อัพรูปด้วยกันบ่อยๆ เวลานี้ภาพเหล่านี้แทบจะไม่มีให้เห็นอีกเลย

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

10 ที่พักที่มีชื่อสุดแปลก
10 อันดับ /  ที่พัก / 

ความแตกต่างของที่พักแต่ละที่นั้นมีความแตกต่างกันออกไป ว่าจะใช้จุดไหนเป็นจุดดึงดูดลูกค้า และวันนี้ทาง Travel.mthai.com ขอแนะนำที่พักที่มีชื่อสุดแปล๊กแปลกและมันเป็นอะไรที่สุดติ่งกระดิ่งแมวมากๆเลยล่ะ แล้วจะรอช้าอยู่ทำไม เลื่อนไปชมกันเลยดีกว่า 10 ที่พักที่มีชื่อสุดแปลก 1. เมียจ๋า (Meir Jarr Hotel)      โรงแรมเมียจ๋า (Meir Jarr Hotel) เป็นสถานที่สำหรับพักผ่อนที่คุณจะได้ดื่มด่ำกับสีสันของภูเก็ต ด้วยทำเลที่ไม่ไกลจากตัวเมือง สามารถเดินทางไปถึงสนามบินได้ภายใน 45 นาที อีกทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ศูนย์ฝึกมวยไทย, ไซม่อนคาบาเร่ต์, ถนนกลางคืนบางลา, หาดป่าตอง รวมถึงศูนย์การค้าจังซีลอน ในระยะเดินถึง      ส่วนของห้องพักทั้งหมด 83 ห้อง ประกอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่คัดสรรมาอย่างดี เพื่อมอบความสะดวกสบายแก่ผู้เข้าพัก อาทิ มินิบาร์, ตู้นิรภัย, อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง พร้อมบริการทำความสะอาดทุกวัน นอกจากนี้ด้านนอกของโรงแรมยังมี สระว่ายน้ำกลางแจ้ง ที่มองเห็นวิวภูเขาและท้องฟ้าแบบเปิดโล่ง ปิดท้ายด้วย ห้องอาหารสุดหรู ให้คุณอิ่มเอมกับเมนูอาหารเลิศรสในบรรยากาศสุดพิเศษ รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> เมียจ๋า (Meir Jarr Hotel) _________________________________ 2. ราชา (The Racha)      ราชา (The Racha) รีสอร์ทหรูระดับพรีเมี่ยม บนเกาะราชาใหญ่ทางตอนใต้ของภูเก็ต ที่คุณจะรู้สึกถึงความสบายในแบบที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนราวกับได้พักผ่อนอยู่ในวังของพระราชา วิลล่าที่ให้บริการทุกหลัง มาพร้อมระเบียงชมวิวส่วนตัวและสิ่งอำนวยความสะดวกมาตรฐานสากล      ภัตตาคารในรีสอร์ท ประกอบด้วย Earth Café ที่ดินเนอร์บรรยากาศดีบนระเบียงกลางแจ้ง, Fire Grill  อิ่มอร่อยกับพิซซ่าและพาสต้าในมื้อกลางวัน และอาหารเลิศรสสำหรับมื้อค่ำ รวมถึง Ice Bar และ Club Del Mar ที่พร้อมเสิร์ฟค็อกเทลเย็นๆ นอกจากนี้ ยังมี Sun Set Beach ที่ให้บริการบาร์บีคิวทะเลและสเต็กเนื้อนุ่มริมอ่าวทะเล และรีสอร์ทแห่งนี้ยังได้รับการยอมรับให้เป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ ที่ใครต่อใครต่างหลงเสน่ห์ในบรรยากาศอันเงียบสงบ เหมาะแก่การหลีกหนีความวุ่นวายสู่การพักผ่อนสุดพิเศษบนชายหาดที่สวยงามราวกับภาพวาด   รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> ราชา (The Racha) _________________________________ 3. ยายย่า หัวหิน (YaiYa Hua Hin)      ยายย่า หัวหิน (YaiYa Hua Hin) บูติครีสอร์ทสไตล์ไทยๆ ที่ตกแต่งไว้อย่างสวยงามเป็นเอกลักษณ์ ตัวโรงแรมตั้งอยู่ระหว่างชะอำกับหัวหิน ท่ามกลางสวนสวย พร้อมกลิ่นหอมจากต้นจันทน์เทศที่ปลูกเรียงรายไว้รอบรีสอร์ท เพื่อสร้างความผ่อนคลายแก่ผู้เข้าพัก ห้องพักของที่นี่ก็มีให้เลือกหลายรูปแบบ แต่ละห้องตกแต่งอย่างหรูหราสไตล์ไทยประยุกต์ ไม่ว่าจะเป็นห้องแบบ Pool Villa ที่มีสระว่ายน้ำส่วนตัวและห้องนั่งเล่น, Deluxe Terrace ห้องพักวิวสวน หรือ Deluxe Sea Terrace ห้องพักวิวทะเล นอกจากนี้ ด้านนอกยังมี สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ บนชายหาดส่วนตัว และสามารถเพลิดเพลินไปกับ สปาทรีตเม้นท์ ที่ YaiYa Spa หรือจะเลือกดื่มด่ำรสชาติอาหารไทย และอาหารยุโรป ที่ ร้านอาหาร Thai Pas และนั่งกินบรรยากาศชิลๆที่ The Sand Bar   รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> ยายย่า หัวหิน (YaiYa Hua Hin) _________________________________ 4. บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท (Baan Krating Pai Resort)      บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท (Baan Krating Pai Resort) รีสอร์ทธรรมชาติริมแม่น้ำปาย ที่อยู่ห่างจากตัวเมืองปายเพียง 20 นาที ทัศนียภาพรอบรีสอร์ทสวยงามด้วยวิวภูเขาและทุ่งข้าวสีทองอร่าม ที่นี่บริการห้องพักแบบวิลล่าแยกเป็นหลัง ตกแต่งสไตล์ไทยกลิ่นอายภาคเหนือ      ผู้เข้าพักสามารถเพลิดเพลินกับสระว่ายน้ำและจากุสซี่ด้านนอก ซึ่งล้อมรอบด้วยทิวทัศน์ชนบทอันงดงาม บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท ยังบริการอาหารเหนือและอาหารนานาชาติตลอดทั้งวัน และเต็มไปด้วยกิจกรรมกลางแจ้งสำหรับผู้ที่ชอบความสนุกตื่นเต้น อาทิ กิจกรรมพายเรือคายัคตามลำน้ำปาย, ล่องแก่งไปกับผู้เชี่ยวชาญ, เดินป่า, ขี่ช้างไปตามทุ่งนา, เยี่ยมชมหมู่บ้านชาวเขา, แวะชมน้ำตกและบ่อน้ำพุร้อน, เที่ยวสถานที่น่าสนใจในอำเภอปาย ฯลฯ บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท แห่งนี้จึงเป็นจุดหมายปลายทางของผู้ที่รักธรรมชาติอย่างแท้จริง รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท (Baan Krating Pai Resort) _________________________________ 5. อียิปต์ บูทิก โฮเทล (Egypt Boutique Hotel)      เมืองกรุงก็มีที่พักสไตล์เมืองนอกกับเค้าเหมือนกัน อียิปต์ บูทิก โฮเทล (Egypt Boutique Hotel) ที่พักสไตล์อียิปต์สีสันสะดุดตา ที่นี่เหมือนยกเอาสถาปัตยกรรมจำลองของเมืองไคโร ดินแดนทะเลทรายแห่งอียิปต์มาไว้กลางกรุง โดยเนรมิตพื้นที่ในซอยรามคำแหง 65 หรือซอยลาดพร้าว 122 ให้กลายเป็นเมืองแห่งฟาโรต์ ตั้งแต่แรกเห็น ทุกย่างก้าวจากภายนอกจนถึงในห้องพัก จะได้สัมผัสกับบรรดารูปปั้นสฟิงซ์ และรูปภาพโบราณของอียิปต์ จนแทบลืมไปเลยว่าโรงแรมแห่งนี้อยู่ในเมืองไทย ที่นี่มีห้องพักให้บริการมากถึง 110 ห้อง ทุกห้องแม้จะตกแต่งด้วยสีสันที่ฉูดฉาด แต่กลับให้ความรู้สึกสงบและผ่อนคลายเมื่อได้เข้าพัก นอกจากนี้ ยังได้รื่นรมย์กับบริการนวดอีกด้วย   รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> อียิปต์ บูทิก โฮเทล (Egypt Boutique Hotel) _________________________________ 10 ที่พักที่มีชื่อสุดแปลก 6. ฮัทช่า รีสอร์ท (Hutcha Resort)      ฮัทช่า รีสอร์ท (Hutcha Resort) รีสอร์ทสุดชิลทางเหนือของเกาะสมุย ซ่อนตัวอยู่ในเมืองเก่าเขตแม่น้ำ ตั้งอยู่ริมทางน้ำที่ไหลมาจากเทือกเขาใกล้ๆ ที่ตั้งของฮัทช่านั้นมีเอกลักษณ์ มีทางเดินลงสู่หาดแม่น้ำที่สวยงาม การออกแบบของฮัทช่านั้นเน้นเรื่องความสะดวกสบายและความทันสมัย กระท่อมปูนฉาบทันสมัยออกแบบมาอย่างเรียบง่าย เข้ากับพื้นกระเบื้องและหลังคามุงจาก "กระท่อม" แต่ละหลังมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายต่างๆ ตั้งแต่น้ำร้อนจนถึงเฉลียงส่วนตัว มีทั้งห้องติดพัดลมและห้องปรับอากาศที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้เลือกสรรตามความต้องการ กระท่อมตั้งอยู่ริมลำธารที่คดเคี้ยวอยู่ในรีสอร์ท เติมเต็มด้วยสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติและสวนเขียวขจีของฮัทช่า รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> ฮัทช่า รีสอร์ท (Hutcha Resort) _________________________________ 7. สลีป บอกซ์ (SLEEP BOX Hotel)      SLEEP BOX ที่พักบรรยากาศแปลกใหม่ราคาไม่แพง ตอบโจทย์คนที่มีงบประมาณจำกัด SLEEP BOX ตั้งอยู่ริมถนนรัตนโกสินทร์ จังหวัดเชียงใหม่ ไม่ไกลจากกาดเมืองใหม่ (ตลาดสดขนาดใหญ่ ริมแม่น้ำปิง) ด้วยรูปทรงของตู้คอนเทนเนอร์ที่เป็นหัวใจหลักของที่นี่ ซึ่งถูกวางซ้อนกันไว้สองชั้น เว้นที่ว่างระหว่างตู้เอาไว้เป็นทางสัญจร ด้านบนใช้หลังคาเมลัทชีทเพื่อกันความร้อนและฝน ส่วนพื้นที่ภายในแบ่งเป็นห้องพักจำนวน 21 ห้อง ที่ตกแต่งไว้อย่างทันสมัย โซนโถงรับรองก็ใช้ไม้เก่าและไม้ไผ่เป็นวัสดุหลัก รวมไปถึงขวดเปล่าที่ถูกนำมารีไซเคิลเป็นโคมไฟสุดชิค นอกเหนือไปจากภาพลักษณ์อันดุดันของตู้คอนเทนเนอร์แล้ว ที่นี่ยังให้อารมณ์แบบสปอร์ตตี้ สีสันสดใสโดนใจคนรุ่นใหม่อีกด้วย        รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> สลีป บอกซ์ (SLEEP BOX Hotel) _________________________________ 8. หินตกริเวอร์แคมป์ แอท เฮลล์ไฟร์พาส (HinTok River Camp@Hell Fire Pass)      หินตกริเวอร์แคมป์ แอท เฮลล์ไฟร์พาส (Hintok River Camp @ Hell Fire Pass) ที่พักสำหรับนักผจญภัยที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติอันเเสนสงบ ซึ่งตั้งอยู่บนเขาหินตก จังหวัดกาญจนบุรี เป็นสถานที่ที่มีแม่น้ำแควไหลผ่าน และเต็มไปด้วยเรื่องราวอันน่าจดจำทางประวัติศาสตร์ มาที่นี่คุณจะได้พักค้างแรมในเต้นท์หรูสไตล์แอฟริกันซาฟารี เต็นท์ทุกหลังมีห้องน้ำในตัวและระเบียงส่วนตัวที่สามารถมองเห็นวิวป่าไม้และแม่น้ำแควได้อย่างสวยงาม หรือจะเลือกห้องอาบน้ำแบบกลางแจ้งก็ได้บรรยากาศไม่น้อย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมแคมป์ปิ้งที่สนุกตื่นเต้นอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น พายเรือแคนู ล่องแพ ปีนผา บาร์บีคิวกลางแจ้ง และแคมป์ไฟตอนกลางคืน รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> หินตกริเวอร์แคมป์ แอท เฮลล์ไฟร์พาส (HinTok River Camp@Hell Fire Pass) _________________________________ 9. พบทะเล รีสอร์ท (Meet the Sea Resort)      พบทะเล รีสอร์ท (Meet the Sea Resort) รีสอร์ทริมทะลในบรรยากาศเงียบสงบเป็นส่วนตัว ให้คุณผ่อนคลายท่ามกลางธรรมชาติและห้อมล้อมด้วยทิวแถวต้นมะพร้าว รีสอร์ทแห่งนี้ตั้งอยู่บนหาดส่วนตัวในอำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ในส่วนห้องพักตกแต่งอย่างหรูหราสไตล์ฮิปสุดเท่ห์ เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เครื่องปรับอากาศ ทีวี เครื่องทำน้ำอุ่น ตู้เย็น และอินเตอร์เน็ต  Wi-Fi ทุกพื้นที่ นอกจากบริการอันน่าประทับใจแล้ว คุณจะได้ผ่อนคลายไปกับบรรยากาศริมชายหาดส่วนตัว เพลิดเพลินกับกิจกรรมต่างๆทั้ง ตกปลา ตกหมึก พายเรือคายัค ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำในสระว่ายน้ำกลางแจ้งริมทะเล พร้อมสระเด็กและจากุซซี่ รวมถึงบริการนวด และอื่นๆอีกมากมาย รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> พบทะเล รีสอร์ท (Meet the Sea Resort) _________________________________ 10. วิลล่า ชาช่า จ้าวหลาว บีช รีสอร์ท (Villa Cha Cha Chaolao Beach Reosrt)      รีสอร์ทชื่อน่ารัก วิลล่า ชาช่า เจ้าหลาว บีช รีสอร์ท (Villa Cha Cha Chaolao Beach Reosrt) ที่พักกลิ่นอายบาหลี ซึ่งถูกออกแบบอย่างเป็นสัดเป็นส่วนในรูปของ บ้านพักหลากสีสัน ที่มาพร้อมระเบียงไม้หน้าบ้านทุกหลัง เพื่อชื่นชมความร่มรื่นของแมกไม้อันเขียวชอุ่ม เติมเต็มความเป็นส่วนตัวในวันพักผ่อนได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ รีสอร์ทตั้งอยู่บนชายหาดส่วนตัว ติดกับหาดเจ้าหลาว ทางฝั่งตะวันออกของจังหวัดจันทบุรี จึงพร้อมเสิร์ฟอาหารทะเลสดๆให้คุณได้ลิ้มลองกันอย่างจุใจ และหากอยากทำกิจกรรมยืดเส้นยืดสาย ที่นี่ก็มีทั้ง กิจกรรมนั่งเรือท้องกระจกชมปะการังน้ำตื้น ตกปลา ไดหมึก ฯลฯ ให้เลือกแบบไม่อั้นเลยทีเดียว รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> วิลล่า ชาช่า จ้าวหลาว บีช รีสอร์ท (Villa Cha Cha Chaolao Beach Reosrt) _________________________________

ประวัติดาราวัยรุ่นกัน อชิรวิทย์ หรือ เอิง Room Alone the series
Room Alone the series /  กัน Room Alone / 

อีกหนึ่งหนุ่มนักแสดงจากซีรีย์ Room Alone the series ก็คือ หนุ่มกัน อชิรวิทย์  ที่กำลังจะออกอากาศทางช่อง GMM ONE ในเดือนตุลาคมนี้ หลายคนอาจคุ้นหน้าตาหนุ่มคนนี้กันดี จากผลงาน VJ รายการ Bang music buffet และศิลปิน Tempo po และล่าสุดในซีรี่ย์รูม อโลน นี้จะเป็นเรื่องแรกที่หนุ่มกันได้รับบทคู่จิ้นตามกระแส Net idol ในปัจจุบันนี้ด้วย งั้นวันนี้ทีนเอ็มไทยเลยไม่รอช้า นำประวัติดาราวัยรุ่นกัน อชิรวิชย์ หรือ เอิง Room Alone the series มาฝากเพื่อนๆ ชาวทีนกันก่อนจะไปติดตามชมซีรี่ย์เข้มข้นเรื่องนี้กันค่ะ...  ประวัติดาราวัยรุ่นกัน อชิรวิชย์ หรือ เอิง Room Alone the series ชื่อ-นามสกุล : อชิรวิทย์ สาลิวรรธนะ ชื่อเล่น : กัน เกิดวันที่ : 27 กันยายน 2533 การศึกษา : จบปริญญาตรีคณะนิเทศศาสตร์ สาขาสื่อสารการตลาด มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ สไตล์การแต่งตัว : เรียบๆ สบายๆ ความสามารถพิเศษ : ร้องเพลง งานอดิเรก : เลี้ยงสัตว์เลี้ยง, ปลูกต้นไม้ ผลงานที่ผ่านมา : - ศิลปิน Tempo po - VJ รายการ Bang music buffet ผลงานปัจจุบัน : ซีรีย์วัยรุ่น Room Alone the series (รูม อโลน เดอะ ซีรีส์) รับบทเป็น เอิง หนุ่มขี้เหงาจากห้อง 409 ภาพจากIG : @gunachirawich เรียบเรียงโดย teen.mthai.com

คิวปิด มาร์ค ยิงศรรักปักอก ใน MV ถ้าพระจันทร์
Mark Jenmana /  ถ้าพระจันทร์ / 

หลังจากปล่อยเพลง ถ้าพระจันทร์ ซิงเกิ้ลใหม่ออกมาให้แฟนๆ ได้ฟังกันจนอินไปเรียบร้อยแล้ว ล่าสุด!! “มาร์ค-ธนสักก์ เจนมานะ” จากค่ายการ์เด้นมิวสิค ในเครืออาร์เอสฯ ก็รีบส่งต่อความฟินกันต่อในเอ็มวีเพื่อเอาใจแฟนๆ โดยเฉพาะกับเพลงรักที่มีความหมายดีๆ เปรียบตัวเองเหมือนกับพระจันทร์ ที่ไม่ว่าเธออยู่ที่ไหน จะสุขหรือเศร้าก็จะมีเขาคอยเคียงข้างเธอเสมอ โดยบรรยากาศในการถ่ายทำเป็นไปอย่างสนุกสนาน เป็นกันเอง ยกกองไปถ่ายทำกันที่อู่รถเมล์ ย่านรามคำแหง 2 โดยมีเสียงนุ่มๆ ของ “มาร์ค” คอยถ่ายทอดผ่านเรื่องราวน่ารักๆ ของอาชีพกระเป๋ารถเมล์ บนรถเมล์สาย 503 ท่าพระจันทร์-รังสิต แต่ก็ต้องแข่งกับฟ้าฝนที่ดูทำท่าจะตกลงมาตลอดเวลา แต่แล้วอุปสรรคก็เกิดขึ้นกับฉากที่นางเอกจะต้องเซไปล้มทับพระเอก เพราะแรงเหวี่ยงของรถช่วงเลี้ยวโค้ง ด้วยความที่ทั้งคู่ต่างก็เขินกันยังไม่ถูกใจผู้กำกับซะที ทำให้จะต้องถ่ายฉากนี้อยู่นาน กว่าจะผ่านฉากนี้ไปได้เล่นเอาทีมงานที่คอยโยกรถอยู่ข้างล่างกล้ามขึ้นเลยทีเดียว “เอ็มวีเพลงนี้นำเสนอเรื่องราวความรักของหนุ่มกระเป๋ารถเมล์ที่เกิดขึ้นแบบไม่ได้คาดฝัน พอได้พระเอกได้มาเจอกับนางเอกที่เธอมักจะขึ้นรถเมล์สายนี้เป็นประจำเพื่อเดินทางไปทำงาน และหลังจากนั้นชีวิตของหนุ่มคนนี้ก็เปลี่ยนไป มีลูกศรมาปักที่กลางอกโดยที่ไม่รู้ตัว ไม่สามารถดึงออกได้ กลายเป็นคนที่มีแผลอยู่ในใจ ในทุกๆ วันก็เฝ้ารอเธอคนนั้นตลอดเวลา และใช้ชีวิตประจำวันแบบทุลัก ทุเล เพียงใด จะสามารถเอาศรออกได้หรือไม่ และความรักของพระเอกจะสมหวังหรือไม่ ต้องติดตามในเอ็มวีครับ” มาร์ค เจนมานะ เผย สามารถติดตามชมมิวสิควิดีโอ เพลง “ถ้าพระจันทร์” ศิลปิน “มาร์ค-ธนสักก์ เจนมานะ” จากค่ายการ์เด้นมิวสิค ในเครืออาร์เอสฯ กันได้แล้ววันนี้ทั่วประเทศ ที่ YouTube: Garden musicหรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.rsfriends.com ดู MV ถ้าพระจันทร์ - Mark Jenmana ดูมิวสิควีดีโอ เพลง ถ้าพระจันทร์ - มาร์ค เจนมานะ ถ้าพระจันทร์ Single ล่าสุดจากหนุ่ม Mark Jenmana เพลง(แอบ)รักโรแมนติก มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

ตะลึง “เพลงธรรมะจังหวะป็อป”
เจ๋ง

ตะลึง “เพลงธรรมะจังหวะป็อป” ของแม่ชีทิเบตเสียงเพราะที่สุดในโลก “อะนิ เชอยิง เตรอมา ” ฮิตติดชาร์ตเพลงอเมริกา-ยุโรป เผยเป็นครั้งแรกในการนำเอาหลักธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มาใส่ไว้ในดนตรีสากลจนกลายเป็นธรรมมนตรา หวังให้คนจิตใจสงบเข้าถึงธรรมได้ง่าย ผ่านการโน้มนำของจังหวะดนตรี และเสียงไพเราะกังวานดุจดังเสียงจากสวรรค์ของแม่ชี ด้านพระ ดร.อนิลมาน ธมฺมสากิโย (จากวัดบวรฯ) แจงไม่ผิดหลักพุทธ เหตุการณ์สวดมนต์ที่มีมาแต่โบราณ ก็ใช้ทำนองเข้าช่วย เชื่อมคนให้รู้รสแห่งธรรม อะนิ เชอยิง เตรอมา (Ani Choying Drolma) แม่ชีชาวทิเบตจากแดนหิมาลัย ผู้เลื่องชื่อในการปลุกจิตวิญญาณ ของผู้คนให้ตื่นจากกิเลส ผ่านการสวดธรรมมนตราที่มีทำนองเป็นดนตรีสากลแบบ “ป็อป” และเพราะที่สุดในโลกนานกว่า 2 ชั่วโมง โดยผู้ฟังกว่าครึ่งร้อยคนถึงกับตกอยู่ในภาวะสงบนิ่งอย่างน่าอัศจรรย์

หนูน้อย7ขวบตกบ่อน้ำลึก8ม.รอดปาฏิหาริย์
ตกบ่อน้ำลึก /  พิษณุโลก ตพบ่อลึก8เมตรรอด / 

หนูน้อย 7 ขวบ เมืองพิษณุโลก ดวงแข็งตกบ่อน้ำบาดาลลึก 8 เมตร รอดปาฏิหาริย์ ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีอุบัติเหตุเด็กพลัดตกลงไปในบ่อน้ำบาดาล ใกล้เคียงตลาดสดบึงพระ หมู่ 3 ต.บึงพระ อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงรีบรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นป่ารกชัด พบชาวบ้านและเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน กำลังช่วยกันใช้เชือกโรยตัวลงไปช่วยเหลือเด็กที่ตกลงไปอยู่ก้นบ่อ โดยเด็กร้องไห้พร้อมกับส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลา เจ้าหน้าที่จึงใช้ผ้ามัดกับตัวเด็ก ก่อนช่วยกันอุ้มและดึงขึ้นมาด้านบนปากบ่ออย่างปลอดภัย ท่ามกลางเสียงลุ้นเอาใจช่วยของชาวบ้าน ทราบชื่อต่อมา คือ ด.ช.สมศักดิ์ สมศรี หรือ น้องฟลุ๊ค อายุ 7 ขวบ อยู่บ้านพักเลขที่ 47 หมู่ 3 ต.บึงพระ อ.เมือง จ.พิษณุโลก นักเรียนโรงเรียนวัดบึงพระ สภาพเนื้อตัวเปียกปอนและเปรอะเปื้อนดินโคลน และมีบาดแผลถลอกตามร่างกายและที่นิ้วมือข้างซ้ายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ชาวบ้านได้ช่วยกันพยุงตัวพาไปล้างเนื้อล้างตัวจนเอี่ยมสะอาด จากการสอบถาม นางชมพู ปุญญฤทธิ์ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 381/3 หมู่ 3 ต.บึงพระ อ.เมือง จ.พิษณุโลก เป็นผู้พบเด็กคนแรก เล่าว่า ขณะที่ตนกำลังตากผ้าอยู่ข้างบ้านนั้น ได้ยินคล้ายเสียงเด็กร้องไห้และร้องขอความช่วยเหลือดังขึ้นมาจากบ่อน้ำบาดาลข้างบ้านพัก ซึ่งเป็นบ่อน้ำบาดาลที่เลิกใช้งานแล้ว จึงเดินไปดูก็พบว่ามีเด็กตกลงไปอยู่ที่ก้นบ่อ แต่โชคยังดีที่ด้านล่างบ่อมีไม้วางพาดกั้นไว้ ทำให้เด็กไม่จมน้ำ ซึ่งปกติบ่อน้ำจุดนี้จะมีแผ่นกระเบื้องปิดอยู่ แต่เด็กอาจจะไม่ทราบจึงเข้าไปเล่น แล้วพลาดไปเหยียบจนกระเบื้องแตกจนร่วงตกลงไป จากนั้นตนจึงรีบโทรศัพท์แจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือดังกล่าว

10 สถานที่ฮันนีมูน ที่คู่รักควรไปเยือนมากที่สุดในโลก
10 สถานที่ ฮันนีมูน /  10 อันดับ / 

คนที่กำลังจะแต่งงาน หรือใกล้วันครบรอบ หากกำลังมองหาสถานที่สุดโรแมนติก ที่จะพาคนรักของคุณไปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์กันแบบสวีทหวานแล้วละก็ วันนี้ทาง Travel.mthai.com ได้รวบรวม 10 สถานที่ฮันนีมูน ที่คู่รักควรไปเยือนมากที่สุดในโลก มาฝากครับ รับรองว่าแต่ละแห่งต้องถูกใจทุกท่านอย่างแน่นอน 10 สถานที่ฮันนีมูน ที่คู่รักควรไปเยือนมากที่สุดในโลก 1. เกาะมัลดีฟส์ (Maldives Islands) เกาะสวาทหาดสวรรค์ บนมหาสมุทรอินเดีย ที่คู่รักหลายคู่ต่างฝันถึง คุณจะพบกับความเงียบสงบ พร้อมหาดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลใสปานกระจก การเดินทางก็แสนสะดวก สามารถขึ้นเครื่องบินไปลงที่เกาะได้เลย แถมไม่ต้องเสียเวลาขอวีซ่าอีกด้วย 2. เกาะบาหลี (Bali Island)  ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย นอกจากจะได้อิ่มเอมกับบรรยากาศริมทะเลสุดโรแมนติกแล้ว คุณจะได้เห็นวัฒนธรรมอันมีเอกลักษณ์ของที่นี่ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการแต่งกาย สถาปัตยกรรม หรือว่าจะเป็นอาหารพื้นเมืองที่น่าลิ้มลอง 3. เซนต์ ลูเซีย (St. Lucia) เป็นประเทศหมู่เกาะเล็ก ๆ ตั้งอยู่บนทะเลแคริบเบียน ติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก เหมาะกับนักท่องเที่ยวคู่รักที่จะมาฮันนีมูนอีกแห่ง เพราะความสวยงามของท้องทะเลและท้องฟ้าอันสดใส ยิ่งถ้าได้นั่งจิบเครื่องดื่มกับคนรู้ใจใต้ต้นปาล์มนะ คงจะฟินสุดๆ เลยล่ะ 4. ทะเลสาปลูอิส (Canada’s Lake Louise) ทะเลสาปแห่งนี้ ตั้งอยู่ที่เมืองอัลเบอร์ต้า ประเทศแคนาดา เหมาะเป็นอย่างยิ่งที่คู่รักจะมาฮันนีมูนในฤดูหนาว ด้วยทัศนียภาพที่ถูกห้อมล้อมด้วยเทือกเขาร็อคกี้ บวกกับทะเลสาปสีเขียวสด รับรองว่าคุณและคนรักจะได้รับความประทับใจกลับไปไม่รู้ลืม 5. โตฟิโน่ เกาะแวนคูเวอร์ (Tofino on Vancouver Island) อีกสถานที่สุดโรแมนติก ในแถบชายฝั่งตะวันตกของประเทศแคนาดา เหมาะอย่างยิ่งในการนั่งชมพระอาทิตย์ตกที่นี่ ถ้าคุณกล้าพอที่จะเดินข้ามภูเขาในฤดูหนาว โตฟิโน่ ถือเป็นจุดหมายที่ยอดเยี่ยมในการมาฮันนีมูนในหน้ามรสุม 6. ประเทศกรีซ (Greece)  จะต้องมีประเทศนี้อยู่ในลิสต์แน่นอน คุณจะย่ำไปที่ไหนในดินแดนเทพนิยายแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็น ซานโตรินี่ เอเธนส์ หรือว่าจะเป็นเดลฟี่ มันก็สุดแสนจะโรแมนติกทั้งนั้น คู่รักที่มาฮันนีมูน คงจะหลงใหลจนไม่อยากกลับบ้านเป็นแน่ 7. เบลิซ (Belize) ประเทศหมู่เกาะเล็ก ๆ ในชายฝั่งทะเลแคริบเบียน เมื่อคุณมาที่นี่ จะมี 3 สิ่งที่คุณห้ามพลาด นั่นก็คือการดำน้ำดูปะการัง ท่องป่าฝน และส่องเสือจากัวร์ รับรองว่าการฮันนีมูนที่นี่ จะมอบประสบการณ์ที่แตกต่างให้คุณอย่างแน่นอน 8. ฟลอเรนซ์ (Florence) เมืองแห่งประวัติศาสตร์ศิลปะของอิตาลี เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมสิ่งปลูกสร้างที่งดงามตระการตา เป็นอีกสถานที่ที่น่าสนใจในการมาฮันนีมูน ภาพของยอดวิหารต่างๆ ที่มีสีแดง ตัดกับพื้นหลังที่เป็นภูเขาสีเขียว คงจะทำให้คุณและคนรัก ต้องตกตะลึงในความงามจนแทบลืมหายใจ 9. ตาฮิติ (Tahiti) หมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกแห่งนี้ นับเป็นสถานที่ที่คู่รักนิยมมาฮันนีมูนกันอยู่ตลอด ด้วยหาดทรายขาวที่เรียงรายไปด้วยต้นปาล์ม และวิวทิวทัศน์ที่ชวนฝัน จนกองถ่ายฮอลลีวู้ดหลายเรื่อง เคยใช้ที่นี่เป็นโลเคชั่นในหนังของตัวเองมาแล้ว 10. เคนย่า (Kenya) ประเทศหนึ่งเดียวจากทวีปแอฟริกา ที่คู่รักควรไปฮันนีมูนมากที่สุด แน่นอนว่าการทำกิจกรรมหลักของที่นี่ คงหนีไม่พ้นการท่องเที่ยวดูสัตว์ป่า ภาพที่คุณเห็นคือสัตว์ป่านานาชนิด ตัดกับทุ่งหญ้า ต้นไม้ และภูเขาไกลสุดลูกหูลูกตา หากได้ไปเยือน รับรองว่ามันจะเป็นประสบการณ์ที่คุณจะต้องลืมไม่ลง ที่มา : travel.amerikanki.com - เรียบเรียงโดย : Muztong Uniquely (Travel MThai) ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง : 10 สถานที่ท่องเที่ยวสุดเซ็กซี่  ,10 อันดับ สถานที่ท่องเที่ยวที่สวยที่สุดในโลก , 34 สถานที่สุดโรแมนติก ที่คุณไม่ควรพลาด

สุขทุกวัน7วัน7กูรู กับ พระอาจาร์มานพ อุปสโม
ความสุข /  รับอรุณ / 

ฟังให้เกิดปัญญาและนำชีวิตให้เป็นสุข

ชาวอังกฤษดับปริศนาที่ภูเก็ต หวั่นติดอีโบลาเร่งชันสูตร
ข่าวอีโบลา /  ติดเชื้ออีโบลา / 

นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ เสียชีวิตปริศนาคาคอนโด ย่านภูเก็ต เร่งชันสูตร หวั่นติดเชื้ออีโบลา หลังมีประวัติเดินทางมาจากไนจีเรีย น.พ.ขจรศักดิ์ แก้วจรัส นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า พบศพนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ นอนเสียชีวิต โดยไม่ทราบสาเหตุอยู่ในห้องพักของคอนโดแห่งหนึ่งในพื้นที่หาดป่าตองเมื่อวานนี้ และทราบว่าผู้ตายเดินทางมาจากประเทศไนจีเรีย เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม โดยเช้าวันนี้ (25 ต.ค) จะเข้าเก็บวัตถุพยานต่าง ๆ ในที่เกิดเหตุ เพื่อค้นหาสารคัดหลั่ง จากนั้นจะส่งวัตถุพยานไปที่กรมวิทยาศาสตร์ กรุงเทพมหานคร เพื่อตรวจหาว่าติดเชื้ออีโบลาหรือไม่ เนื่องจากนักท่องเที่ยวรายดังกล่าว มีการเสียชีวิตลักษณะแบบผิดธรรมชาติ และมีประวัติการเดินทางไปประเทศไนจีเรีย ก่อนเดินทางเข้าประเทศโดยคาดว่าหลัง 18.00 น. ของวันนี้จะทราบผลชันสูตรดังกล่าว ทั้งนี้ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ระบุว่า ที่สนามบินมีเจ้าหน้าที่กรมควบคุมโรค คัดกรองเบื้องต้นแล้ว แต่วันที่นักท่องเที่ยวรายนี้เดินทางเข้ามา ยังไม่มีอาการไข้ จึงไม่สามารถคัดกรองเบื้องต้นได้ MThai News รู้ก่อน ดีกว่า ภัย  ‘อีโบลา’ ไม่ไกลตัวอย่างที่คิด !!