ประวัติพระสังฆราช

4/9งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ 120 ปี รัชกาลที่ 7 “ละครซ้อนหนัง ณ โรงมหรสพหลวง
4/9งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ /  120 / 

4/9งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ 120 ปี รัชกาลที่ 7 “ละครซ้อนหนัง ณ โรงมหรสพหลวง" (ดีโพลมา2581)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน) งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ 120 ปี รัชกาลที่ 7 “ละครซ้อนหนัง ณ โรงมหรสพหลวง" ในวันอังคารที่ 28 ตุลาคม 2557 เวลา 14.00 น. ณ ศาลาเฉลิมกรุง ถ่ายทอดโดย..... ทีมงาน น.ส.พ.ดีโพลมานิวส์ (ดีโพลมา2581)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน) ร่วมด้วย ทีมงาน “สื่อสยามข่าวออนไลน์”และ“ข่าวมวลชนออนไลน์” ดังมีรายนามดังนี้.... บ.ก.เกรียงไกร พรเทพ(บรรณาธิการหลายสื่อ ) นามปากกา “เดอะกะตะ” (บ.ก.หลายสื่อ) จตุพล (บ.ก.บริหารหลายสื่อ) ผช.กรรณชัย(นามปากกา “ผู้กองแอ๊ด”) ผู้ช่วยบ.ก.ดูแลข่าวตำรวจ อภินันทร์(นามปากกา “อัจฉริยะ”)ปฐมภพ(นามว่า "คนสายกลาง") จตุพล (นามปากกา “อัพเดท”) สุจิตรา (นามปากกา “หญิงเหล็ก”) ชมรมสื่อมวลชนและเพื่อนทนายความ (ฝ่ายกฎหมาย) (รับปรึกษาปัญหากฎหมายฟรีโทร.095 – 9970577) ยินดีช่วยเหลือในด้านกฎหมายแก่คนจนฟรี!

จรวดส่งเสบียงนาซาระเบิดคาฐานปล่อยเวอร์จิเนีย-ไร้เจ็บ(ชมคลิป)
จรวด /  นาซ่า / 

เกิดเหตุจรวดขนส่งสิ่งของอำนวยความสะดวกแก่ยานอวกาศนาซาระเบิด ทางโฆษกของนาซาแถลงการทดลองล้มเหลว ยืนยัน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือ เสียชีวิต สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เมื่อคืนวันอังคาร ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ ตามแนวชายฝั่งทางตะวันออกของรัฐเวอร์จิเนีย เกิดเหตุจรวดขนส่งสิ่งของอำนวยความสะดวกนาซาระเบิด ซึ่งเป็นสาเหตุเกิดลูกไฟขนาดใหญ่ ตามข้อมูลของนาซา การทดลองการโคจรทางวิทยาศาสตร์ของจรวดพร้อมกับยานขนส่งเสบียงซิกนัส ถูกนำขึ้นปฏิบัติการในพื้นที่ชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก เมื่อเวลาประมาณ 18.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ด้วยน้ำหนักบรรทุกราว 5,000 ปอนด์ ที่จะถูกส่งไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ ทั้งนี้ นายเจย์ โบลเดน โฆษกของนาซา ออกมายอมรับถึงความล้มเหลวในครั้งนี้แล้ว พร้อมกับรายงานว่า ไม่มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนความเสียหายอยู่ที่สถานที่ในการทดลองและยานขนส่ง ซึ่งจะมีการตรวจสอบความความผิดพลาดต่อไป เรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เปิดประวัติ6 เหตุการณ์ จรวดระเบิด ที่ร้ายแรงที่เคยเกิดขึ้นในอดีต

6/9งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ 120 ปี รัชกาลที่ 7 “ละครซ้อนหนัง ณ โรงมหรสพหลวง
6/9งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ /  120 / 

6/9งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ 120 ปี รัชกาลที่ 7 “ละครซ้อนหนัง ณ โรงมหรสพหลวง" (ดีโพลมา2581)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน) งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ 120 ปี รัชกาลที่ 7 “ละครซ้อนหนัง ณ โรงมหรสพหลวง" ในวันอังคารที่ 28 ตุลาคม 2557 เวลา 14.00 น. ณ ศาลาเฉลิมกรุง ถ่ายทอดโดย..... ทีมงาน น.ส.พ.ดีโพลมานิวส์ (ดีโพลมา2581)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน) ร่วมด้วย ทีมงาน “สื่อสยามข่าวออนไลน์”และ“ข่าวมวลชนออนไลน์” ดังมีรายนามดังนี้.... บ.ก.เกรียงไกร พรเทพ(บรรณาธิการหลายสื่อ ) นามปากกา “เดอะกะตะ” (บ.ก.หลายสื่อ) จตุพล (บ.ก.บริหารหลายสื่อ) ผช.กรรณชัย(นามปากกา “ผู้กองแอ๊ด”) ผู้ช่วยบ.ก.ดูแลข่าวตำรวจ อภินันทร์(นามปากกา “อัจฉริยะ”)ปฐมภพ(นามว่า "คนสายกลาง") จตุพล (นามปากกา “อัพเดท”) สุจิตรา (นามปากกา “หญิงเหล็ก”) ชมรมสื่อมวลชนและเพื่อนทนายความ (ฝ่ายกฎหมาย) (รับปรึกษาปัญหากฎหมายฟรีโทร.095 – 9970577) ยินดีช่วยเหลือในด้านกฎหมายแก่คนจนฟรี!

เที่ยวอันซีน! วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ จังหวัดลำปาง
unseen /  วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ / 

แหล่งท่องเที่ยวสุดลับฉบับลำปาง กับจุดชมทิวทัศน์แบบพาโนรามา 360 องศา แห่งใหม่ ณ วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ (เฉลิมพระเกียรติครบ 200ปี) ที่จะทำให้คุณได้ยลโฉมวิวสวยอลังการของอำเภอแจ้ห่ม เห็นลำน้ำแม่สอย แม่มอญและแม่วัง ขนานไปกับบท้องนาเขียวขจีสุดขอบฟ้า โดยมีภูเขาดอยปู่ยักษ์ทอดแนวยาว ประหนึ่งทศกัณฐ์พญายักษ์นอนปกปักรักษาเมือง ซึ่งจากบริเวณวัดต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อแล่นขึ้นไปที่จอดรถที่เรียกว่าดอยภูผาหมอก จากนั้นเดินต่อขึ้นไปบนจุดทิวทัศน์สูงสุดคือยอดดอยภูผาโชค รวมระยะทางประมาณ 1 กม. แม้หนทางอาจจะลำบากสักนิด แต่สิ่งที่ได้รับกลับคุ้มค่าเกินคำบรรยาย เที่ยวอันซีน! วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ จังหวัดลำปาง ภาพ : คุณ Sirichai Asawalapsakul “ดอยปู่ยักษ์” เป็นเขาที่ทอดยาวอยู่ในพื้นที่อำเภอแจ้ห่ม เป็นเขาที่โดดเด่น มองเห็นแต่ไกลจากทุกด้าน ยอดเขามีลักษณะเป็นผาหินสูงชัน บนยอดของภูเขาที่สูงที่สุดนั้น มีรอยพระพุทธบาทศักดิ์สิทธิ์ประดิษฐานอยู่ แต่ก่อนการที่จะขึ้นไปสักการะรอยพระพุทธบาทนั้นจะต้องอาศัยศรัทธาอย่างแรงกล้า เพราะเส้นทางลำบาก ต้องผ่านผาสูงชัน ภาพ : คุณ Sirichai Asawalapsakul แต่ก่อนก็มีการขึ้นไปสักการะรอยพระพุทธบาทนี้ จนกลายเป็นประเพณี ต่อมามีการสร้างวัดขึ้น ณ ยอดเขาแห่งนี้ เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 พระราชสมภพครบ 200 ปี (18 ตุลาคม 2547) ทางคณะสงฆ์มีมติให้สร้างวัดเฉลิมพระเกียรติแด่พระองค์ท่าน 2 แห่ง เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวงของพระองค์ท่านที่มีต่อปวงชนชาวไทย คือ วัดพระมหาธาตุ กรุงเทพฯ และวัดพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ (เฉลิมพระเกียรติ ครบ 200 ปี) ต.วิเชตนคร อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง ดำเนินการโดย พระเทพวิสุทธิญาณ (หลวงพ่อไพบุลย์ สุมังคโล) เจ้าอาวาส วัดอนาลโยทิพยาราม (ดอยบุษราคัม) ต.สันป่าม่วง อ.เมือง จ.พะเยา ปัจจุบันเมื่อผ่านไปทางอำเภอแจ้ห่ม หรืออำเภอเมืองปาน ก็จะสามารถมองเห็นยอดเจดีย์บนยอดเขาได้ชัดเจนจากระยะไกลหลายกิโลเมตร ประกายแวววับบนยอดเจดีย์ชวนให้นักท่องเที่ยวต้องหาทางขึ้นไปบนยอดเขาให้ได้สักครั้งหนึ่ง.. ภาพ : คุณ Sirichai Asawalapsakul ภาพ : คุณ Sirichai Asawalapsakul ภาพ : คุณ Sirichai Asawalapsakul ภาพ : คุณ Sirichai Asawalapsakul ภาพ : คุณ Sirichai Asawalapsakul ภาพ : คุณ Sirichai Asawalapsakul ภาพ : คุณ Sirichai Asawalapsakul ภาพ : คุณ Sirichai Asawalapsakul ข้อมูล : painaidii.com / touronthai.com / wiki / ภาพ : คุณ Sirichai Asawalapsakul เรียบเรียงโดย Travel MThai

3/9งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ 120 ปี รัชกาลที่ 7 “ละครซ้อนหนัง ณ โรงมหรสพหลวง
3/9งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ /  120 / 

3/9งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ 120 ปี รัชกาลที่ 7 “ละครซ้อนหนัง ณ โรงมหรสพหลวง" (ดีโพลมา2581)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน) งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ 120 ปี รัชกาลที่ 7 “ละครซ้อนหนัง ณ โรงมหรสพหลวง" ในวันอังคารที่ 28 ตุลาคม 2557 เวลา 14.00 น. ณ ศาลาเฉลิมกรุง ถ่ายทอดโดย..... ทีมงาน น.ส.พ.ดีโพลมานิวส์ (ดีโพลมา2581)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน) ร่วมด้วย ทีมงาน “สื่อสยามข่าวออนไลน์”และ“ข่าวมวลชนออนไลน์” ดังมีรายนามดังนี้.... บ.ก.เกรียงไกร พรเทพ(บรรณาธิการหลายสื่อ ) นามปากกา “เดอะกะตะ” (บ.ก.หลายสื่อ) จตุพล (บ.ก.บริหารหลายสื่อ) ผช.กรรณชัย(นามปากกา “ผู้กองแอ๊ด”) ผู้ช่วยบ.ก.ดูแลข่าวตำรวจ อภินันทร์(นามปากกา “อัจฉริยะ”)ปฐมภพ(นามว่า "คนสายกลาง") จตุพล (นามปากกา “อัพเดท”) สุจิตรา (นามปากกา “หญิงเหล็ก”) ชมรมสื่อมวลชนและเพื่อนทนายความ (ฝ่ายกฎหมาย) (รับปรึกษาปัญหากฎหมายฟรีโทร.095 – 9970577) ยินดีช่วยเหลือในด้านกฎหมายแก่คนจนฟรี!

ละครภพรัก , เรื่องย่อภพรัก
ละครภพรัก /  ละครภพรัก ช่อง 3 / 

เรื่องย่อละครภพรัก ความตาย.. อาจเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ แต่สำหรับ “เธอ” .. การดับสูญที่ยิ่งใหญ่นำมาซึ่งความผูกพันล้ำค่าบนโลกใบสวย .. ความรักระหว่าง “เธอ” และ “เขา” อาจเป็นไปไม่ได้หากแต่ใน “ภพรัก”…ความสุขในความรักระหว่างเขาและเธอ สดใสและงดงามเสมอ หมวดเหยี่ยว เป็นลูกชายคนเดียวของ วิหค นายตำรวจมือปราบที่เลื่องชื่อในอดีต เหยี่ยวกำพร้าพ่อและแม่มาตั้งแต่เล็กเพราะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมกัน ด้วยสาเหตุที่หลายคนยังตั้งข้อสงสัย วิหคเป็นตำรวจน้ำดีที่หลายคนให้การยกย่อง ทำงานตรงไปตรงมาแบบยอมหักไม่ยอมงอ แต่แล้วจู่ๆ ต้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนปริศนาที่คนขับชนแล้วหนี เหยี่ยวอาศัยอยู่ในชุมชนริมน้ำหลังวัดเก่ากับ ยายนวล ยายตาบอดอารมณ์ดี จิตใจแจ่มใส ชอบทำบุญอยู่ในศีลในธรรม มีข้อเดียวที่ยายนวลผิดศีลอย่างเลิกไม่ได้คือต้องเล่นหวยอยู่เป็นนิจ และยายนวลก็เหมือนมีพรายกระซิบทุก 15 วัน ??? ตั้งแต่เหยี่ยวเล็กจนโต.. ยายนวลถูกหวยงวดเว้นงวด !!! เหยี่ยว มุ่งมั่นเรียนจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จนสอบเข้าทำงานในสำนักงานสืบสวนพิเศษได้ หากแต่ในวิชาชีพตำรวจเหยี่ยวกลับทำไม่ได้ดีเหมือนพ่อ คดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบมักมีข้อผิดพลาดไม่ราบรื่น ยิ่งโดนเปรียบ เทียบกับพ่อ.. เหยี่ยวยิ่งทำงานพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งหลังผู้ต้องหาในคดีค้ายาเสพติดต้องรอดคดีไปได้อย่างลอยนวล เพราะการสอบสวนแบบถึงลูกถึงคนของแหยี่ยวโดนบันทึกภาพผ่านโทรศัพท์มือถือของ ทนายผู้ต้องหา และการนำสืบชี้นำไปที่เหยี่ยวขาดวุฒิภาวะในการควบคุมอารมณ์ ข่มขู่ผู้ต้องหาให้รับสารภาพ หมวดเหยี่ยวถูกคาดโทษจากผู้บัญชาการว่าจะต้องถูกย้ายหากมีข้อผิดพลาดอะไร เกิดขึ้นอีก !!! ดูเหมือนชีวิตของหมวดเหยี่ยวกำลังรอคอยใครบางคน ใครบางคนที่จะเติมเต็ม.. ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น คืนวันหนึ่งขณะหมวดเหยี่ยวออกจากสำนักงานสืบฯ กำลังจะขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางเขารู้สึกแปลกๆ ในจิตใจคล้ายมีคลื่นพลังงานบางอย่างเข้ามากระทบในโสตสัมผัส เมื่อเลี้ยวรถตรงทางแยกหน้าปากซอย เขาพบรถสปอร์ตเกิดอุบัติเหตุตกบึงน้ำขนาดใหญ่ที่ข้างทาง เมื่อ กองพิสูจน์หลักฐานดึงรถยนต์คันงามขึ้นมา.. ทุกคนต้องแปลกใจเพราะภายในรถว่างเปล่า !! ไม่ปรากฏร่างเจ้าของรถผู้ขับขี่ ตำรวจตรวจดูโดยรอบแล้วไม่พบศพผู้เสียชีวิต !!! ขณะ เหยี่ยวช่วยตำรวจท้องที่กันบรรดาไทยมุงออกมาจากพื้นที่ เขาสะดุดสายตาเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางต่างจากชาวบ้านแถบนั้นโดยสิ้นเชิง เงอะๆ งะๆ จนเกือบจะเข้าไปในเขตห้ามเข้า เหยี่ยวต้องเอ่ยปากไล่ไม่ให้เข้ามาวุ่นวายในพื้นที่ เดี๋ยวจะเป็นการทำลายหลักฐานสำคัญ หญิงสาวคนนั้นสะดุ้งสุดตัวก่อนจะเดินหนีออกไป ก่อนขับรถกลับบ้าน เหยี่ยวพบสร้อยคอพร้อมล็อกเก็ตรูปหัวใจตกอยู่ข้างรถ เขาหยิบล็อกเก็ตเส้นนั้นและนำกลับไปบ้านด้วยอย่าง เผลอตัว ความแปลกประหลาดเริ่มบังเกิดขึ้นกับเหยี่ยวนับตั้งแต่วินาทีนั้น.. ตอนกลับบ้าน เสียงหมาวัดแถวนั้นต่างพากันประสานเสียงหอนกันระงมราวกับเห็นผี ! ยายนวลที่ตาบอดยังร้องทักว่าเหยี่ยวพาเพื่อนมาเที่ยวบ้านทำไมไม่บอก จะได้หาข้าวหาปลาให้ทาน มิวายที่เหยี่ยวจะปฏิเสธ แต่ยายนวลกลับไม่เชื่อเถียงคอเป็นเอ็นหาว่าหลานชายแอบเอาสาวเข้าบ้านโดยไม่ บอกให้ยายรู้ จนเหยี่ยวต้องเรียก จ่านกน้อย ตำรวจคู่หูที่อยู่ข้างบ้านมายืนยันว่าไม่มีใครมาด้วย ยายนวลถึงจะเชื่อและเรียกจ่านกน้อยไปขูดต้นกล้วยหลังวัดด้วยกันอย่างออกรส ตามประสาคนบ้าหวยด้วยกัน จ่านกน้อยเป็นตำรวจที่มีอดีตไม่น่าจดจำ บ้าหวยทำตัวไร้สาระก็เพื่อลบปมเศร้าสะเทือนใจในชีวิต เมื่อ 5 ปีที่แล้ว.. นกยูง ลูกสาววัยรุ่นของจ่านกน้อยเสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาด เพราะพ่อบ้างานจนไม่มีเวลาให้ หลังเสียลูกสาวไม่นานเมียก็ต้องเสียชีวิตตามไปอีกคน เพราะโดนคนเมายาบ้าจับเป็นตัวประกัน แล้วจ่าเข้าไปช่วยไม่ทัน นับตั้งแต่นั้น.. ชีวิตจ่านกน้อยก็ไร้แก่นสาร ทำงานไปแบบวันเติมวัน เหมือนกำลังรอวันลาโลก!!! ย่ำ รุ่งคืนวันนั้นเอง เหยี่ยวกลับได้ยินเสียงร้องสะอื้นไห้อย่างน่าสงสารในสวนหลังบ้าน เหยี่ยวพบกับหญิงสาวคนเดียวกับเมื่อตอนหัวค่ำ เธออยู่ในชุดขาวสวยเฉี่ยวทันสมัย ร้องไห้พลางบอกว่าไม่มีที่ไป ไม่มีใครเห็นเธอเลยนอกจากเหยี่ยว ภาพหญิงสาวค่อยๆ จางหายไป .. พร้อมๆ กับพระอาทิตย์ที่กำลังโผล่ขึ้นพ้นขอบฟ้า !หมวดเหยี่ยวอึ้งแทบไม่เชื่อภาพที่ปรากฏต่อสายตา เขาพบกับผีสาว ! ตัวจริง ! เสียงจริง ! เช้าวันรุ่งขึ้น.. เหยี่ยวตื่นแต่เช้ามาใส่บาตรกับ หลวงตาเคี้ยง เขาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง หลวงตาฟังไปพร้อมกับตาลุกด้วยความตื่นเต้น อรรถาธิบายว่าผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นวิญญาณที่เพิ่งออกจากร่าง เพราะเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหัน วิญญาณจึงยังล่องลอยไม่มีที่พึ่ง พออธิบายเสร็จ หลวงตาเคี้ยงก็รีบให้ศีลให้พร จ้ำอ้าวๆ กลับกุฏิแทบไม่ทัน สมดังคำล่ำลือว่าหลวงตาเคี้ยงไม่ค่อยถูกชะตากับพลังงานลึกลับ ?!?!? ทุกวันเมื่อไปทำงานสำนักงานสืบฯ เหยี่ยวต้องปะทะคารมอย่างรุนแรงกับ ผบ.สงคราม ที่จ้องจับผิดตลอดเวลา แม้ผบ.สงครามจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับพ่อ แต่ความจริงที่เหยี่ยวไม่รู้ก็คือ.. สงครามไม่ได้เป็นเพื่อนกับวิหค แต่เป็นคู่แข่งกันมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยเรียนจนทำงานตำรวจ แข่งกันทุกครั้งสงครามก็แพ้วิหคทุกครั้ง .. หนำซ้ำการเสียชีวิตของวิหค ยังมีข่าวลืออีกว่าเป็นเพราะกำลังทำงานลับบางอย่างแข่งกับสงคราม จึงต้องเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ล่า สุดกับคดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบ.. จับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่น เขาเกือบทำพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย เมื่อไว้ใจทิ้งหลักฐานวิดีโอการซื้อขายยาที่จะมัดตัวจอมบงการไว้กับสายสืบ นักข่าวคนหนึ่งที่แปรพักตร์เพราะโดนข่มขู่จากเจ้าพ่อ โชคดีที่ขณะจะกลับ เสียงผีสาวมาบอกให้ไปจับคนร้ายเสียก่อน เหยี่ยวจึงทำงานสำเร็จ ได้รับคำชมเชยเป็นครั้งแรกจาก ผบ.สงคราม คืน วันนั้นเหยี่ยวออกมาที่ต้นลำดวนหลังบ้าน เรียกหญิงคนนั้นเพื่อสอบถามเรื่องราวทั้งหมด วิญญาณสาวคนเดิมออกมาตามเสียงเรียก เธอเรียกตัวเองว่า “น้ำ” แต่จำอะไรไม่ได้เลยนอกจากชื่อ น้ำริน ของตัวเอง น้ำ รินไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องตามเหยี่ยวมาที่นี่ รู้แต่ว่าเธอต้องตามติดเหยี่ยวไปในทุกที่.. เพียงแต่ในช่วงกลางวันเหยี่ยวจะมองไม่เห็นร่างของเธอเท่านั้น ตั้งแต่ นั้นความโกลาหลในชีวิตเหยี่ยวจึงบังเกิด ?!? หมวดเหยี่ยวประสาทเสียที่จู่ๆ ก็มีวิญญาณสาวสวยคอยติดตามไปทุกที่ แม้ในเวลาที่ต้องเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ และ เวลานอน ?!? หนำซ้ำยายนวลยังเป็นอีกคนที่ได้ยินเสียงเหยี่ยว กับน้ำรินคุยกันบ่อยๆ เหยี่ยวเดาเอาเองจากการที่ยายถูกหวยทุกงวดว่าน่าจะเป็นเพราะยายมีสัมผัสที่ หก ได้ยินเสียงพรายกระซิบเป็นประจำ จึงไม่แปลกที่ยายจะได้ยินเสียงน้ำรินเช่นเดียวกับเขา เหยี่ยวโกหก ยายนวลว่าน้ำรินเป็นพยานปากเอกที่เขาได้รับมอบหมายจากสำนักงานสืบฯ ให้นำตัวมาเก็บไว้ โดยใช้บ้านเหยี่ยวเพื่อเป็นเซฟเฮ้าส์ ยายนวลจึงคลายใจหันมาคุยกับน้ำรินวิญญาณสาวอย่างออกรสด้วยนึกว่าหล่อนเป็นคน เมื่อเวลาผ่านไป.. การสนิทสนมกับน้ำรินทำให้ชีวิตยายนวลมีชีวิตชีวามากขึ้น น้ำรินเป็นผีสาวความจำเสื่อมที่อารมณ์ดี มองโลกสดใสในทางบวก ความทรงจำน้ำรินเริ่มกลับมาทีละน้อยๆ เธอจำได้ว่าตัวเองมีฝีมือในการทำขนมไทยอย่างหาตัวจับยาก ตั้งแต่นั้นบ้านหลังน้อยของหมวดเหยี่ยวจึงเกิดกิจกรรมพิเศษของสองคู่ซี้ต่าง วัยและต่างภพ ทำขนมไทยสารพัดชนิดเพื่อเป็นรายได้เสริม ขนมไทยแสนอร่อยของยายนวลเป็นที่นิยมชมชอบของคนในชุมชนมากขึ้นเรื่อยๆ ยาย นวลชวนจ่านกน้อยคู่ซี้มาทำขนมด้วยกันในตอนค่ำ เพื่อละเลิกจากกิจกรรมขี้เมาบ้าหวย สร้างความสนุกสนานและเพลิดเพลินให้กับจ่าไม่น้อย แต่จ่านกน้อยกับชาวบ้านแถบนั้นรวมไปถึงหลวงตาเคี้ยงยังไม่วายต้องผวาไปกับ เสียงแปลกๆ ยามค่ำ และพฤติกรรมเหมือนกำลังคุยกับผีของยายนวลอยู่เนืองๆ สินค้าขนมไทยของยายนวลในชุมชน ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก ธารา นักธุรกิจสาวที่ผันตัวเองจากโลกธุรกิจ มาทำมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ ธาราต้องนั่งรถเข็นจากการเกิดอุบัติเหตุเมื่อปีก่อน ตั้งแต่นั้นธาราจึงอุทิศตัวเองเพื่อสังคม หันหลังให้กับโลกธุรกิจปล่อยให้เป็นหน้าที่ผู้บริหารมืออาชีพ ส่วนตัวเองหันมาทำงานเพื่อสังคมส่วนรวม เมื่อน้ำรินเห็นหน้าธารา.. เธอรู้สึกแปลกๆ เหมือนรู้จักผู้หญิงคนนี้เป็นอย่างดี แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกว่าเคยพบกันที่ไหน ได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ ดูเหมือนวิญญาณน้ำรินกำลังทำความดีชดเชยกับเรื่องราวในอดีตที่เธอยังจำไม่ได้ น้ำรินไม่รู้เลยว่าในตอนมีชีวิตอยู่ เธอมีส่วนทำให้นกยูงลูกสาวจ่านกน้อยเสียชีวิต เพราะ เสพยาเกินขนาด!! วันหนึ่งน้ำรินมีโอกาสเห็นรูปนกยูงโดยบังเอิญ เธอจำได้ทันทีว่าเด็กสาวคนนี้ เคยทำงานพาร์ทไทม์กับเธอที่ใดที่หนึ่งเกี่ยวกับการทำขนม ยิ่งไปกว่านั้น..น้ำรินจำได้ว่าเด็กสาวคนนี้เสียชีวิตเพราะเธอเฉยเมย ไม่ยอมช่วยนกยูงที่เอ่ยปากขอเบี้ยเลี้ยงล่วงหน้า ทำให้นกยูงเข้าสู่วังวนของการส่งยา ค้ายา จนถึงขั้นนกยูงโดนฆ่าตายเพราะคนร้ายต้องการปิดปากเรื่องเครือข่ายค้ายาฯ นกยูงโดนจัดฉากว่าเสพยาเกินขนาด เธอพยายามทำทุกวิถีทางให้ชีวิตของจ่านกน้อยดีขึ้น หลัง จากนั้นเป็นต้นมา เหยี่ยวกับน้ำรินยิ่งใกล้ชิดผูกพันกันมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งสนิทสนม ยิ่งทำให้ทั้งคู่กลายเป็นส่วนผสมของความกุ๊กกิ๊กอลวนที่ลงตัว น้ำรินแสดงถึงความเป็นคุณหนูไฮโซให้เห็นมากขึ้น เธอทั้งซุกซน ซุ่มซ่าม และเผลอเอาแต่ใจตัวเอง น้ำรินขอร้องให้ เหยี่ยวช่วยสืบหาว่าเธอเป็นผีมาจากไหน มีประวัติความเป็นมายังไง .. เหตุใดเธอจึงยังไม่ไปผุดไปเกิดซะที แต่แล้ววันหนึ่งน้ำรินก็ได้พบกับ ป้าปริก วิญญาณอีกดวงนึงที่ดูเหมือนเป็นวิญญาณที่ความอารมณ์ดี ป้าปริกสอนให้น้ำรินกลายเป็นวิญญาณคุณภาพ สามารถควบคุมให้สิ่งของต่างๆ เคลื่อนที่ได้ น้ำรินสามารถหยิบจับของต่างๆ และรับรู้ความรู้สึกในการสัมผัสได้ราวกับมีเลือดเนื้อเหมือนมนุษย์ ต่างกันเพียงว่าไม่มีใครมองเห็นเธอได้… นอกจากเหยี่ยวเพียงคนเดียว และการที่รู้สึกและหยิบจับของต่างๆ ได้เหมือนมนุษย์นี่เอง ที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำรินกับเหยี่ยวออกอาการกุ๊กกิ๊กแนบแน่นมาก ขึ้นกว่าเดิม เพราะเหยี่ยวมักเผลอโอบคอน้ำรินเหมือนเคยๆ ทุกครั้งเพราะไม่เคยทำได้สักที แต่มาวันนี้กลับกลายเป็นรู้สึกได้ว่าเขากำลังกอดคอหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งยิ่งทำให้ทั้งคู่เขินอายและต้องระวังตัวระหว่างกันมากยิ่งขึ้น น้ำ รินมีโอกาสช่วยเหลือเหยี่ยวในการทำงานสำนักงานสืบฯ หลายครั้ง คดีสำคัญก็คือ.. เหยี่ยวสามารถคลี่คลายคดียาเสพติดในหมู่วัยรุ่นได้ เขาจับตัวการที่โยงใยทำให้นกยูงลูกสาวของจ่านกน้อยตาย จ่านกน้อยมีจิตใจดีขึ้นมากขึ้น เพราะความจริงปรากฏชัดว่านกยูงไม่ได้เสพยาเกินขนาดจนตาย แต่เธอตายเพราะต้องการเปิดโปงเครือข่ายค้ายา นกยูงตายเพื่อความถูกต้องในสังคม สมกับเป็นลูกสาวตำรวจอย่างจ่านกน้อย จ่านกน้อยเลิกขี้เมา บ้าหวย หันมาใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ อุทิศตนเองให้กับชุมชนฯ เหยี่ยว เหมือนเป็นนายตำรวจพรายกระซิบ ทำงานสำคัญๆ สำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ น่าแปลกที่ทุกครั้ง ที่น้ำรินช่วยเหยี่ยวคลี่คลายคดีสำคัญได้ ความทรงจำของเธอจะกลับมาหนึ่งอย่างเสมอ เหมือนการช่วยแก้ไขคดีแต่ละคดีเป็นการทดแทนการทำความผิดพลาดในอดีตหมวดแนน แฟนเก่าของเหยี่ยว กลับมาคลุกคลีกับเหยี่ยวอีกครั้ง จนน้ำรินเริ่มหึง ซึ่งเหยี่ยวเริ่มจับสังเกตได้ ภพธร กับนับดาว ยังไม่หยุดแผนที่จะฆ่าธารา จนสงครามเริ่มสงสัยในตัวภพธร จึงพาธาราไปซ่อนตัวที่เซฟเฮ้าส์ โดยให้เหยี่ยวตามไปดูแล คุ้มครองธารา ที่นั่นเอง สงครามได้แสดงความรักที่มีต่อธารามาอย่างช้านาน แต่ธาราปฎิเสธ เพราะไม่อยากผิดต่อพ่อของน้ำริน ซึ่งเป็นเพื่อนรักของสงครามนั่นเอง ถนนทางเข้าเซฟเฮ้าส์ คือถนนที่ครั้งหนึ่ง เหยี่ยว เคยนั่งรถมาพร้อมกับพ่อและแม่ และที่นี่เอง เหยี่ยวได้สูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปกับอุบัติเหตุ ทุกครั้งที่เหยี่ยวขี่จักรยานผ่านจุดเกิดเหตุ เขาก็อดนึกถึงอดีตอันเจ็บปวดไม่ได้ น้ำรินซึ่งติดตามเหยี่ยวมาด้วย พยายามพูดให้กำลังใจ ให้เหยี่ยวต่อสู้กับอดีตอันเลวร้ายให้ได้ ทำให้เหยี่ยวรู้สึกเข้มแข็งขึ้นเมื่อได้อยู่กับน้ำรินน้ำรินเองก็รู้สึกคุ้นหน้าธารามาก แต่ยังนึกเหตุการณ์ในอดีตไม่ได้สักที จำได้แต่ว่า ก่อนตายเธอใกล้มีความสุขที่สุดในชีวิต .. น้ำรินกำลังจะแต่งงาน !!! แล้วจู่ๆ สร้อยล็อตเก็ตรูปหัวใจก็ตกลงจากลิ้นชักโต๊ะทำงานของเหยี่ยว เหยี่ยวระลึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองเผลอหยิบมาจากริมบึงที่มีรถจมน้ำ.. ต้องเป็นเพราะล็อคเก็ตรูปหัวใจแน่ๆ น้ำรินถึงมาติดอยู่กับเขาแบบนี้ !!! เหยี่ยว สืบเรื่องของน้ำรินโดยเริ่มจากคดีรถสปอร์ตจมหายไปในน้ำ ตามไปถึงบ้านใหญ่โตของเจ้าของรถ ในที่สุดเหยี่ยวจึงรู้ว่าน้ำรินคือเจ้าของรถคันนั้น เป็นลูกสาวคนเดียวของ ธารา เศรษฐีนีแม่ม่ายเจ้าของเครือโรงแรมสตาร์ออฟสยาม เครือข่ายโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันนี้ ความจริงแล้วน้ำรินเป็นลูกสาวของคุณธารา สาวใหญ่ใจดีเจ้าของมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ วิญญาณเธอได้พบกับแม่ เพียงแต่เธอจำแม่ไม่ได้ เหยี่ยวปักใจเชื่อว่าคนที่น่าสงสัยที่สุดเห็นจะเป็น ภพธร นักธุรกิจหนุ่มผู้เป็นทั้งพี่ชายบุญธรรม ผู้บริหารเครือโรงแรมนี้ทั้งหมด และเป็นอดีตคู่หมั้นของน้ำริน ภพธรคือคนที่น่าสงสัยที่สุด เมื่อ ตอนมีชีวิตอยู่.. น้ำรินเติบโตมากับภพธรผู้เป็นเหมือนพี่ชาย ภพธรเป็นลูกชาย นุติ อดีตเจ้าของเดอะสตาร์ออฟสยาม ที่ฆ่าตัวตายเพราะทำธุรกิจผิดพลาดจนต้องให้ ธารา แม่ของน้ำรินเข้าซื้อกิจการ แต่มีข่าวลือในวงธุรกิจ.. ความจริงแล้วนุติฆ่าตัวตายเพราะทนไม่ได้ที่โดนธาราโกงจนหมดตัว ธารารู้สึกผิด.. จึงส่งเสียเลี้ยงดูภพธรเป็นลูกบุญธรรม ให้เติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กับน้ำรินลูกแท้ๆ ธาราเดินไม่ได้เพราะได้รับอุบัติเหตุจากการขับรถเมื่อปีก่อน ทำให้อำนาจการบริหารโรงแรมทั้งหมดอยู่ในมือของภพธรลูกบุญธรรมซึ่งกำลังจะ แต่งงานกับน้ำริน และธารารู้สึกผิดกับบาปที่ตัวเองสร้างไว้ในอดีต เธอจึงหันมาทำมูลนิธิช่วยเหลือคนด้อยโอกาสในสังคม ต้องการไถ่บาปสร้างความดีเพื่อชดเชยกับสิ่งที่ตัวเองเคยกระทำไว้ในอดีต น้ำ รินขอบคุณเหยี่ยวและขอให้พาเธอไปสถานที่แห่งหนึ่งเป็นครั้งสุดท้าย เป็นบ้านสวนริมน้ำของ นับดาว ผู้หญิงที่เป็นเพื่อนรักของเธอมาตั้งแต่เด็ก นับดาวเป็นเหมือนเพื่อนคู่หูน้ำรินมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมเรื่อยมาจน กระทั่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยและจบการศึกษา เธอเป็นเหมือนเพื่อนรัก… หากแต่ซ่อนปมความคิดอิจฉาริษยาเพื่อนที่เพียบพร้อมไปทุกอย่างอย่างน้ำรินมา ตลอด นับ ดาวกำลังอยู่กับภพธรฉันท์สามีภรรยา จากคำพูดที่ทั้งสองกำลังปรึกษากัน น้ำรินจึงรู้ว่าทั้งสองแอบคบกันมานานแล้ว เพราะปมชีวิตของนับดาวที่ไม่อาจจะสู้น้ำรินได้ตลอดมา ทำให้นับดาวคิดแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับน้ำรินโดยน้ำรินไม่รู้ตัว สิ่งที่นับดาวเอาชนะน้ำรินได้อย่างเด็ดขาดคือการพิชิตหัวใจของภพธร เพราะภพธรโกรธแค้นครอบครัวของน้ำรินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งสองตั้งใจจะฮุบกิจการโรงแรมของธาราโดยเร็วที่สุด ทั้งเพื่อแก้แค้นให้ภพธรและเพื่อตัวของพวกเขาเอง.. นับดาวเป็นคนวาง แผนบงการทำให้ธาราต้องพิการ และวางแผนฆ่าน้ำรินก่อนการแต่งงานจะเกิดขึ้น !!! น้ำรินมีโรคประจำตัวที่ต้องทานยาเป็นประจำทุกวัน ภพธรแอบเปลี่ยนยาทำให้น้ำรินหมดสติ ขับรถตกบึงน้ำขนาดใหญ่ ก่อนจะอำพรางนำศพของเธอไปเผาทิ้ง ทำให้น้ำรินกลายเป็นบุคคลหายสาปสูญไปเพื่อทำลายหลักฐาน !!! นับดาวกับภพธรแอบเปิดประตูให้คนร้ายเข้าไปในคฤหาสน์ของธารา แต่ขณะที่กำลังจะทำอันตรายธารา เหยี่ยวกับน้ำรินเดินทางมาช่วยธาราได้ทันเวลา นับดาวกับภพธรถูกตำรวจจับ…และถูกลงโทษตามความผิดที่ตัวเองกระทำ ฐานทำร้ายน้ำรินถึงแก่ความตาย เวลานี้ภารกิจของน้ำรินดูเหมือนจะเสร็จสิ้นแล้ว พลังงานภายในวิญญาณของเธออ่อนแรงลง น้ำ รินรู้สึกว่าดวงวิญญาณของเธออาจดับสูญภายในคืนนี้.. เธอรวบรวมพลังงานทั้งหมดเท่าที่เหลืออยู่ ปรากฏกายให้เหยี่ยวเห็นเป็นครั้งสุดท้าย แม้ช่วงเวลาที่น้ำรินจะอยู่กับเหยี่ยวมีเพียงช่วงสั้นๆ หากแต่ความผูกพันในช่วงเวลาอันน้อยนิดระหว่างเธอกับเขา แนบแน่นจนกลายเป็น “ความรัก” ไปเสียแล้ว … เช่นเดียวกับเหยี่ยวที่รู้ใจตัวเองว่ารัก น้ำริน.. วิญญาณ สาวที่กำลังจะดับสลายไปในอีกไม่กี่วินาทีต่อจากนี้ เหยี่ยวอยากจะอ้อนวอนขอให้น้ำรินอยู่กับเขาตลอดไป แต่เขารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้…ไม่มีใครฝืนสัจธรรมการแตกดับนี้ไปได้ เหยี่ยวจึงตั้งจิตมั่นสัญญาไว้กับน้ำริน เขาจะรักเธอตลอดไป จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงความรักที่เขามีให้เธอ ทั้งสองจากกันด้วยน้ำตา… 18 ปีต่อมา… หมวดเหยี่ยวนายตำรวจหนุ่มไฟแรงจบใหม่ในอดีต.. กลายเป็นหนุ่มใหญ่ผู้บัญชาการสำนักงานสืบสวนพิเศษในปัจจุบัน เขามุ่งมั่นในการทำงานจนไม่มีเวลาเหลือให้กับใคร คนเก่าคนแก่ภายในสำนักงานสืบสวนฯ ต่างรู้ดีว่าผู้บัญชาการผู้นี้ยังคงมีอดีตรักฝังใจที่ยากจะลืมเลือน ผบ.เหยี่ยวไม่มีหัวใจจะรักใครได้อีกแล้ว.. จวบจนวันนี้…วันที่สำนักงานสืบสวนพิเศษได้มีโอกาสต้อนรับ น้ำค้าง นักข่าวหญิงเพิ่งจบใหม่จากรั้วมหาวิทยาลัย สาวนักข่าวที่ทันทีที่ผบ.เหยี่ยวเห็นหน้าแล้วต้องชะงักด้วยความตกใจ ฤาสัญญารักที่เขาเคยให้ไว้กับน้ำรินมีผลลัพธ์เกิดขึ้นแล้วในวันนี้… น้ำค้าง…มีใบหน้าบุคลิก ท่าทาง รอยยิ้ม เหมือนกับน้ำริน .. ราวกับเป็นคนๆ เดียวกัน !

8/9งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ 120 ปี รัชกาลที่ 7 “ละครซ้อนหนัง ณ โรงมหรสพหลวง
8/9งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ /  120 / 

8/9งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ 120 ปี รัชกาลที่ 7 “ละครซ้อนหนัง ณ โรงมหรสพหลวง" (ดีโพลมา2581)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน) งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ 120 ปี รัชกาลที่ 7 “ละครซ้อนหนัง ณ โรงมหรสพหลวง" ในวันอังคารที่ 28 ตุลาคม 2557 เวลา 14.00 น. ณ ศาลาเฉลิมกรุง ถ่ายทอดโดย..... ทีมงาน น.ส.พ.ดีโพลมานิวส์ (ดีโพลมา2581)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน) ร่วมด้วย ทีมงาน “สื่อสยามข่าวออนไลน์”และ“ข่าวมวลชนออนไลน์” ดังมีรายนามดังนี้.... บ.ก.เกรียงไกร พรเทพ(บรรณาธิการหลายสื่อ ) นามปากกา “เดอะกะตะ” (บ.ก.หลายสื่อ) จตุพล (บ.ก.บริหารหลายสื่อ) ผช.กรรณชัย(นามปากกา “ผู้กองแอ๊ด”) ผู้ช่วยบ.ก.ดูแลข่าวตำรวจ อภินันทร์(นามปากกา “อัจฉริยะ”)ปฐมภพ(นามว่า "คนสายกลาง") จตุพล (นามปากกา “อัพเดท”) สุจิตรา (นามปากกา “หญิงเหล็ก”) ชมรมสื่อมวลชนและเพื่อนทนายความ (ฝ่ายกฎหมาย) (รับปรึกษาปัญหากฎหมายฟรีโทร.095 – 9970577) ยินดีช่วยเหลือในด้านกฎหมายแก่คนจนฟรี!

ระลึกชาติแบบเรียน EP.2 - 'พ่อหลีพี่หนูหล่อ' แบบเรียนไทยยุคชาติผู้ดี
ผู้ดี /  พ่อหลีพี่หนูหล่อ / 

สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จัดจำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย ได้จัดนิทรรศการระลึกชาติในแบบเรียน โดยได้มีการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับแบบเรียนไทยแต่ละยุคแต่ละสมัย แบ่งเป็น 6 ยุค ตามบริบทของสังคมและการเมืองไทย ทีมข่าว MThai News ได้มีโอกาสเยี่ยมชมนิทรรศการนี้และมองว่ามีข้อมูลที่น่าสนใจ จึงขอหยิบนิทรรศการมาเขียนเป็นเรื่องราว 6 ตอนย่อยๆตามยุคได้ให้ลองอ่านกัน  หลังจากพาไปรู้จักจุดเริ่มต้นของแบบเรียนไทย จากตอนที่แล้ว ระลึกชาติในแบบเรียน : ตอนที่1เชื่อมั้ย? ฝรั่งแต่งแบบเรียนไทย (ใครยังไม่อ่านคลิกกลับไปอ่านได้นะ) มาถึงตอนนี้จะเล่าถึงแบบเรียนไทยยุคที่2 ในช่วงปี พ.ศ.2464-2474) ซึ่งยุคนี้ตรงกับสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ซึ่งการศึกษาไทยในยุคนี้มีแบบแผนมากขึ้น เนื่องจากในช่วงต้นของการขึ้นครองราชย์รัชกาลที่6 เกิดการเปลี่ยนแปลงในหลายประเทศ รวมทั้งซุนยัดเซ็น ผู้นำปฏิวัติของจีนได้เดินทางมาเยี่ยมแผ่นดินไทยถึง 4 ครั้ง ทำให้ชนชั้นนำของไทยเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงทั่วโลกอาจจะมีผลกระทบต่อไทยจึงมีการเร่งสร้างการศึกษา ปลูกฝังความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นสถาบันสูงสุดของชาติโดยจากพระบรมราโชวาทปลุกใจเสือป่าของรัชกาลที่6 ได้มีข้อระบุว่า ในข้อกำหนดหน้าที่ประจำตัวของทุกคน ระบุว่า "มุ่งสอนให้ผู้เรียนรู้ถึงหน้าที่ของต้นที่มีต่อประเทศชาติ จะต้องต่อสู้ศัตรูเพื่อป้องกันประเทศ ต้องเสียภาษีอากรเพื่อบำรุงประเทศ ถ้าเป็นเด็กต้องมีหน้าที่ศึกษาเล่าเรียนเพื่อให้มีความรู้เพื่อประกอบการทำมาหาเลี้ยงชีพตนสืบไป ถ้าเมื่อถึงเวลาที่มีอันตรายมาสู่ประเทศบ้านเมืองของเราแล้ว แม้ใครไม่ทำใจยอมสละชีวิตของตนเพื่อป้องกันชาติบ้านเมือง ก็จงเลิกเป็นคนไทยเสียเถิด อย่าเอาชื่อไทยไปเรียกตนให้เพื่อนบ้านพลอยอายด้วยเลย ควรหลบหน้าไปให้พ้นถิ่นฐานบ้านตน ไปอยู่โดยลำพังตนอันเปนที่รักยิ่งกว่าชาติ ศาสนา นั้นเสียดีกว่า" ในยุคสมัยของรัชกาลที่6 มีการสถาปนาโรงเรียนข้าราชการพลเรือนในรัชกาลที่5 ยกขึ้นเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทย มีการตราพระราชบัญญัติประถมศึกษาให้เด็กอายุ7ปี จนถึง 14 ต้องเข้าเรียนหนังสือ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการตรากฎหมายเกี่ยวกับการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างชัดเจนของคนไทย ทรงริเริ่มการสร้างโรงเรียนมหาดเล็กหลวง โปรดเกล้าฯสถาปนาเป็นโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัยด้วย จะเห็นได้ว่าการศึกษาอย่างมีแบบแผนที่ชัดเจนและการศึกษาสมัยใหม่เริ่มเข้ามาในยุคนี้แล้ว นอกจากการมุ่งเน้นให้ประชาชนชาวสยามอ่านออกเขียนได้ตามการศึกษาขั้นพื้นฐานแล้ว สิ่งหนึ่งที่สอดแทรกในแบบเรียนไทยตลอดเวลาคือความคิดเรื่องรัฐชาติ หน้าที่พลเมือง ซึ่งในแบบหัดอ่านหนังสือไทย แต่งโดยพระวิภาชน์วิทยาสิทธิ์ (สังข์ พุกกะเวศ) ที่ใช้ในช่วงปีพ.ศ.2464-2480 และช่วงปี พ.ศ.2499-2520 ได้มีเนื้อหาปรากฎเกี่ยวกับพลเมืองของชาติให้เป็นคนดี โดยมุ่งเน้นให้นักเรียนเป็นผู้ดี คือ เป็นผู้ที่มีความรู้ มีคุณสมบัติผู้ดี มีมารยาท มีการศึกษา ศิวิไลซ์ อาศัยในเมืองและมีฐานะที่ดี เนื้อหาในตำราเรียนเล่าถึงการเปลี่ยนแปลงสถานะจากชาวป่ามาเป็นผู้ดีคนเมือง เช่นบทเรียน "พ่อหลี พี่หนูหล่อ"และ"นายเถื่อนเป็นนายเมือง" ซึ่งเรื่องหลังคัดมาจากหนังสือพลเมืองดีของพระยาวิสุทธสุริยศักดิ์ในปี 2454 ซึ่งเนื้อหาสอดคล้องกับแบบเรียนยุคชาติผู้ดีอย่างพอเหมาะพอเจาะเลยมีการนำมาให้เรียนกันใหม่ในยุคหลังด้วย ตัวอย่างบทเรียนพ่อหลี พี่หนูหล่อ ความเดิมตอนที่แล้ว ระลึกชาติในแบบเรียนEP.1-เชื่อมั้ย? ฝรั่งแต่งแบบเรียนไทย

โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง 'ประธาน-รอง'สภาปฏิรูปแห่งชาติ
ทัศนา /  บวรศักดิ์ / 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง "เทียนฉาย" เป็นปธ.สปช. "บวรศักดิ์-ทัศนา" เป็นรองปธ.สปช. ขณะเตรียมรับสนองพระบรมราชโองการฯ ในวันที่ 3 พ.ย.นี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราชกิจจกานุเบกษา เผยแพร่ประกาศแต่งตั้ง ประธานและรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ โดยมีรายละเอียดว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่สภาปฏิรูปแห่งชาติได้ลงมติเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2557 เลือกสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติให้เป็นประธานและรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คือ 1.นายเทียนฉาย กีระนันทน์ เป็นประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ 2. นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่หนึ่ง 3. นางสาวทัศนา บุญทอง เป็นรองประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 28 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 จึงแต่งตั้งให้ผู้มีนามดังกล่าวเป็นประธานและรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 30 ตุลาคม พุทธศักราช 2557 เป็นปีที่ 69 ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ด้านนายจเร พันธุ์เปรื่อง เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่เลชาธิการสภาปฏิรูปแห่งชาติ ได้ระบุภายหลังจากที่มีพระบรมราชโองการแต่งตั้งประธานและรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ โดยนายจเร กล่าวว่า จะมีพิธีรับสนองพระบรมราชโองการฯ ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2557 เวลา 8.00 น. ที่อาคารรัฐสภา 1 MThai News

สถานที่ลอยกระทงกรุงเทพ ค่ำคืนแห่งสายน้ำและแสงจันทร์
ลอยกระทง /  สถานที่ลอยกระทงกรุงเทพ / 

ใกล้เข้ามาทุกทีกับวันเพ็ญเดือน 12 นั่นก็คือเทศกาลวันลอยกระทง 2557 ในปีนี้ตรงกับวันที่ 6 พฤศจิกายน ซึ่งก็มีหลายสถานที่จัดงานกันแบบจัดเต็มสุดอลังการ วันนี้ทาง Travel.mthai.com ขอเอาใจคนกรุง ด้วยการแนะนำ สถานที่ลอยกระทงกรุงเทพ ที่ได้รับความนิยมมาฝากทุกท่านครับ บ้านใกล้ที่ไหน ก็ไปกันเลย สถานที่ลอยกระทงกรุงเทพ ค่ำคืนแห่งสายน้ำและแสงจันทร์ 1. เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ แหล่งท่องเที่ยวและช้อปปิ้งสุดเก๋ริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีการจำหน่าย สาธิตการประดิษฐ์กระทง จำลองประเพณีรับบัว กิจกรรมถ่ายภาพย้อนยุค สาธิตดอกไม้ไฟไทยโบราณ สาธิตปลาตะเพียนสาน การละเล่นมวยทะเล มีการแสดงแสง-เสียง ประกอบน้ำพุ และการแสดงนาฏศิลป์ไทยบนเวทีอีสต์เอเชียติก 2. สะพานพระราม 8  ด้วยวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของสะพาน ตัดกับแสงเทียนของกระทงที่ลอยอยู่เต็มผืนน้ำ ทำให้ที่นี่ ยังคงเป็นสถานที่ที่คนกรุง นิยมมาลอยกระทงอย่างต่อเนื่องในทุกปี 3. สวนลุมพินี สวนสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางกรุง เป็นอีกหนึ่งแห่งที่ผู้คนนิยมมาลอยกระทงกันอย่างไม่ขาดสาย ภายในมีบึงขนาดใหญ่ บรรยากาศก็แสนรื่นรม รับรองว่าคุณต้องประทับใจแน่นอน 4. งานภูเขาทอง วัดสระเกศฯ ช่วงเทศกาลลอยกระทงของทุกปี ภูเขาทอง จะมีการจัดงานวัดอย่างยิ่งใหญ่ เพราะเป็นต้นกำเนิดของงานวัดในเมืองไทย นอกจากงานลอยกระทงแล้ว ไฮไลท์สำคัญอยู่การขึ้นไปกราบนมัสการปิดทองพระบรมสารีริกธาตุ และชมพระบรมบรรพตที่ชั้นบนสุดเพื่อเป็นศิริมงคล 5. วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร งานลอยกระทงที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความเก่าแก่ มีขบวนเรือสวยงาม และแสงจันทร์ที่ส่องสว่างบนพื้นหลังมีพระปรางค์ตั้งตระหง่าน เป็นภาพที่สวยงามสุดจะบรรยายจริงๆ 6. สวนสันติชัยปราการ ป้อมพระสุเมรุ สวนสาธารณะขนาดย่อม ที่ปกติเป็นแหล่งจัดนิทรรศการทางศิลปะ แต่ในช่วงเทศกาลลอยกระทง ที่แห่งนี้ก็ยังเป็นที่นิยมจากนักท่องเที่ยวอันดับต้นๆ เต็มไปดวยชาวต่างชาติ เนื่องจากอยู่ใกล้กับถนนข้าวสารนั่นเอง ทำให้เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่น่าสนใจครับ 7. โรงแรมมิลเลนเนียม ฮิลตัน กรุงเทพฯ โรงแรมสุดหรู ริมแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งนี้ จะทำให้คุณอิ่มเอมไปกับบรรยากาศวันลอยกระทงแบบโรแมนติก พร้อมด้วยอาหารนานาชาติหลากหลายชนิด พ่วงด้วยการแสดงวัฒนธรรมไทยที่วิจิตรงดงาม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ โทรศัพท์ 0 2442 2000 8. อุทยานสวนเบญจสิริ  สวนสาธารณะท่ามกลางแหล่งเศรษฐกิจ อยู่ติดกับห้างดิ เอ็มโพเรี่ยม เต็มไปด้วยชาวต่างชาติ เรียกได้ว่าเป็นงานลอยกระทงนานาชาติก็ว่าได้ เป็นอีกแห่งที่แนะนำครับ ความจริงแล้วในกรุงเทพฯ ยังมีสถานที่จัดงานอีกมากมาย เพียงแต่เราหยิบยกมาบางส่วนที่เป็นไฮไลท์สำคัญ ท่านใดที่มีความสนใจ สะดวกที่ไหน ก็อย่าลืมไปเที่ยวกันเยอะๆนะครับ เพราะเทศกาลลอยกระทง ถือเป็นหนึ่งประเพณีที่เก่าแก่ที่สุดของเรา โดยมีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย เราคนไทยควรช่วยกันอนุรักษ์ไว้นะครับ ที่มา : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย , เรียบเรียงข้อมูลโดย Travel MThai ขอบคุณรูปภาพจาก : hizotravel.com, trueplookpanya.com, mylifebe.com, painaidii.com, ddpromote.com, oknation.net ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง : สถานที่จัดงาน เที่ยววันลอยกระทง 2557 , เที่ยวเทศกาลลอยกระทง 6 ท่าน้ำ 6 อารมณ์

ปุ๊กลุก ยก อั้ม ขึ้นหิ้ง ตามรอย คุณนาย ขึ้นแท่นซุป’ตาร์
ปุ๊กลุ๊ค ฝนทิพย์ /  อั้ม พัชราภา / 

ยังคงดีกรีความฮอตไม่ตกอันดับเลยจริงๆ สำหรับผู้หญิงคนนี้ ปุ๊กลุก ฝนทิพย์ นางเอกสาวคิวแน่นแห่งวิกหมอชิต ที่มีประเด็นข่าวออกมาให้ชี้แจงเป็นระลอก เพราะไม่ว่าคุณเธอจะทำอะไรก็ถูกโยงประเด็นเกาเหลาไปซะหมด แต่ทุกครั้งสาวปุ๊กลุกเธอก็สามารถแก้ไขสถานการณ์ ตอบชัดเจนทุกคำถามสมกับเป็นนางงามฝุดๆ แหมๆๆ เป็นสาวสาวมั่นอย่างนี้นี่เองแฟนคลับถึงได้รัก ได้หลงเช่นนี้ เอ้า!!! พูดแล้วจะหาว่ามโนไปเองรึเปล่า แต่มันคือเรื่องจริงค้า...วันก่อนเจอสาวปุ๊กลุกออกงานโชว์ตัว เดินแบบพร้อมมงกุฎประจำตำแหน่ง ขุ่นพระ!!! เพียงแค่คุณเธอย่างก้าวออกมาเท่านั้นละค่ะ บรรดาแฟนคลับก็พากันกรี๊ดๆๆ คอแทบแตก ฮอตจริงอะไรจริงนะคะเนี่ยคุณน้อง จุดนี้สงสัยว่าสาวปุ๊กลุกเธอกำลังเจริญรอยตามนางเอกรุ่นพี่อย่าง อั้ม พัชราภา แน่ๆ เพราะตั้งแต่เข้าวงการคุณเธอก็พยายามตีซี้กับนางเอกรุ่นพี่หลายต่อหลายคน จนพวกขาเม้าท์พากันเม้าท์มอยไปว่า She เกาะกระแสดัง แต่ถึงยังไงเธอไม่สนใจกับเสียงนกเสียงกา และช่วงนี้เธอดูจะสนิทสนมกับสาวอั้มเป็นพิเศษ ส่องในไอจีรูปส่วนใหญ่ก็มีแต่รูปคู่ ไปไหนมาไหนก็จะเห็นสองพี่น้องเดินเล่นช็อปปิ้งด้วยกันบ่อยๆ ไม่รู้ว่าสนินสนมกันอย่างนี้ สาวปุ๊กลุกมีแอบถามเคล็ดลับจากซุป’ตาร์อั้มบ้างอ๊ะเปล่า “พี่อั้มคือไอดอลของปุ๊กลุกเลยค่ะ เราชื่นชอบผลงาน ติดตามดูผลงานพี่อั้มมาตลอด พี่อั้มเป็นคนน่ารักมาก จริงๆ กับพี่อั้มก็คุยๆ กันเรื่องละคร เรื่องผลงานอะไรอย่างนี้ เพราะปุ๊กลุกชื่นชอบผลงานพี่อั้มอยู่แล้ว ส่วนใหญ่พี่อั้มจะแนะนำว่าเวลาเล่นละครให้เราเล่นออกมาตามความรู้สึกของตัวละคร เราต้องเข้าให้ถึงตัวละคร คือต้องรู้สึกออกมาจริงๆ ไม่ใช่ว่าเมคขึ้นมาเอง ส่วนเรื่องที่จะไปโกอินเตอร์ร่วมเล่นหนังบอลลีวูด ที่ติดปัญหาอยู่ตอนนี้จริงๆ คือเรายังไม่สามารถให้คิวได้ ก็จะเริ่มให้คิวได้ช่วงปลายปีหน้าเลย” แหม...มีคุณนายอั้มเป็นไอดอลอย่างนี้ สงสัยจะได้เป็นซุป’ตาร์ดังในต่างแดน สมใจอยากแน่นอนจ้า.. ปุ๊กลุก ฝนทิพย์ ปุ๊กลุก ฝนทิพย์ ปุ๊กลุก ฝนทิพย์

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

ดูหนังฟรี ที่ MrMonoFilm Channel จัดหนักหลากรส ชัด เต็มเรื่อง!
14 Blades /  Art Idol / 

ข่าวดีสำหรับคอหนัง ที่หาหนังเก่าๆ มาดูยากเย็นซะเหลือเกิน เพราะวันนี้  MrMonoFilm Channel จาก โมโนฟิล์ม ได้จัดหนังหลายเรื่องหลากรส ไม่ว่าจะเป็นจากทางฝั่งไทย หรือจะขยับไปอีกนิดที่หนังเอเชีย หรือจะเป็นระดับฮอลลีวู้ด ก็จัดหนักมาเต็มๆทาง Youtube ด้วยคุณภาพคมชัดสูง เต็มเรื่อง พร้อมเสิร์ฟถึงหน้าคอมพิวเตอร์บ้านคุณแล้ววันนี้ และแน่นอน ทั้งหมดนี้ดูได้ฟรี!! กี่รอบก็ได้ตามสะดวก เข้าไปดูหนังฟรี ที่ MrMonoFilm Channel ถ้าเจอหน้านี้ ก็แสดงว่าถูกที่แล้ว! เริ่มต้นสำหรับฝั่งของหนังไทย โมโนฟิล์ม ก็จัดมาให้หลากหลายเรื่อง ครบทุกแนว ไม่ว่าจะตลกขำไส้เลื่อน สยองให้ขนลุกขนพอง ดราม่าน้่ำตาแตก แอ็คชั่นยิงระห่ำ หรือจี้เส้นขำๆ กุ๊กกิ๊กกับความรัก ให้คุณผู้ได้รับชม แบบไม่ซ้ำกันทุกวันได้เลย อาทิเช่น หอแต๋วแตก, เปิงมาง กลองผีหนังมนุษย์, Happy Birthday, Art Idol, มือปืนดาวพระเสาร์ และ เดอะกิ๊ก ทั้งหมดนี้แค่ตัวอย่างเท่านั้น เข้าไปเลือกรับชมได้อีกเพียบ ข้ามมาที่ฝั่งหนังต่างประเทศก็ไม่น้อยหน้ากัน ทั้งจากทางฝั่งหนังเอเชีย ไล่ไปเรื่อยจนถึงหนังฮอลลีวู้ด ที่ MrMonoFilm Channel ก็มีให้คุณผู้ชมเลือกหลากหลายแนวเช่นเดียวกัน โดยที่คัดมาแล้วว่าแต่ละเรื่อง ต้องโดนใจคุณผู้ชมแบบสุดๆ เราขอยกตัวอย่างหนังเด็ด ที่คุณสามารถเข้าไปได้ฟรีๆ เช่น Teeth, The Eye, Gone Baby Gone, 14 Blades, Solomon Kane และ Planet Terror หรือในชื่อไทย ที่ใครๆก็ต้องพูดถึง โคโยตี้ แข้งปืนกล!! นอกจากที่เราแนะนำไปข้างต้น ยังมีหนังอีกเพียบ รอคอยคุณผู้ชมอยู่ มัวรอช้าอยู่ทำไม อยากดูหนังฟรี คุณภาพคับจอ ก็คลิกไปที่ MrMonoFilm Channel ได้เลย ----------------------------

ชวนดู เจ้าชายน่ารัก ทรงพระเยาว์จาก 5 ราชวงศ์ทั่วโลก
ราชวงศ์ /  เจ้าชาย / 

เห็นเหล่าลูกน้อยดาราหรือคนดังกันมาก็เยอะแล้ว วันนี้เราแอบยลโฉมพระราชกุมารตัวน้อยของราชวงศ์จากต่างประเทศกันบ้างดีกว่า ว่าจะทรงพระน่ารัก หน้าตาหล่อเหลาเอาการขนาดไหน เรานำ เจ้าชายน่ารัก ๆ มาฝากถึง 5 พระองค์กันเลยทีเดียว มาดูกันดีกว่าว่าจะมีหนุ่มน้อยพระองค์ไหนติดโผมาบ้าง 1. Prince George of Cambridge (อังกฤษ)      นาทีนี้ไม่มีใครที่ไม่รู้จัก เจ้าชายจอร์จ แห่งเคมบริดจ์  แน่นอน เพราะทรงเป็น เป็นพระโอรสพระองค์แรกในเจ้าชายวิลเลียม ดยุกแห่งเคมบริดจ์ กับแคเธอริน ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ ประสูติเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2556 (1 ชันษา) พระนามเต็มว่า จอร์จ อเล็กซานเดอร์ หลุยส์ (George Alexander Louis) การประสูติของเจ้าชายจอร์จเป็นที่จับตามองของผู้คนทั่วโลก จนสื่อมวลชนต่างพรรณนาพระโอรสองค์นี้ว่าเป็น "พระกุมารผู้ทรงมีชื่อเสียงที่สุดในโลก" 2. Prince Hisahito of Akishino (ประเทศ ญี่ปุ่น)      เจ้าชายฮิซะฮิโตะ แห่งอะกิชิโนะ ประสูติเมื่อ 6 กันยายน พ.ศ. 2549 (8 ชันษา) เป็นพระราชโอรสเพียงพระองค์เดียวใน เจ้าชายอะกิชิโนะ กับเจ้าหญิงอะกิชิโนะ เป็นรัชทายาทในพระราชวงศ์ญี่ปุ่นเพียงพระองค์เดียวที่เป็นผู้ชาย นับตั้งแต่การประสูติของพระบิดาพระองค์เมื่อ 41 ปีก่อน ถือเป็นการรอคอยของราชวงศ์ญี่ปุ่นเลยทีเดียว   3. Prince Sverre Magnus  (ประเทศ นอร์เวย์)        เจ้าชายสแวร์เรอ มักนุส แห่งนอร์เวย์ ประสูติเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม ค.ศ. 2005 (8 ชันษา) เจ้าชายสแวร์เรอ มักนุส อยู่ในลำดับที่ 3 ของการสืบราชบัลลังก์ 4. Prince Christian (ประเทศ เดนมาร์ค)      เจ้าชายคริสเตียน วัลเดมาร์ เฮนรี จอห์น แห่งเดนมาร์ก เคานต์แห่งมงเปอซา ประสูติเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2548 (9 ชันษา) พระองค์ทรงอยู่ในลำดับที่สองในการสืบราชบัลลังก์เดนมาร์ก ต่อจากพระบิดาคือมกุฎราชกุมารเฟรเดอริก 5. Prince Moulay Hassan ( ประเทศโมรอคโค)      เจ้าชายมูลัย ฮัสซัน มกุฎราชกุมารแห่งโมร็อกโก 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2546 (11 ชันษา) เป็นพระโอรสในสมเด็จพระราชาธิบดีโมฮัมเหม็ดที่ 6 แห่งโมร็อกโก กับเจ้าหญิงลัลลา ซัลมา พระชายา ขอบคุณที่มาจาก Cosmenet  

คลื่นศรัทธา!! ปชช.ร่วมแห่ 'ห่มผ้าแดง' เจดีย์ภูเขาทอง
ภูเขาทอง /  วัดสระเกศ / 

คลื่นประชาชนได้เดินทางเข้าร่วม ประเพณี ห่มผ้าแดงถวายองค์บรมบรรพต ภูเขาทอง วัดสระเกศ เริ่มแล้ว ประเพณีห่มผ้าแดงถวายองค์บรมบรรพต ภูเขาทอง วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ถนนจักรพรรดิพงษ์ แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ  ซึ่งตรงกับวันที่ 30 ตุลาคม 2557 โดย ขบวนแห่ได้เริ่มตั้งแต่เวลา 06.00 น.  ซึ่งได้มีประชาชนร่วมกันแห่ผ้าแดงที่ลงลายมือชื่อของตนเองไว้ ไปตามถนนรอบวัดสระเกศ ก่อนที่จะนำขึ้นห่มรอบบรมบรรพตหรือเจดีย์ภูเขาทอง เป็นประจำทุกปี ทั้งนี้ งานนมัสการพระบรมสารีริกธาตุ หรือ งานภูเขาทอง ประจำปี 2557 จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม ถึง 8 พฤศจิกายน 2557 โดยทางวัดจะเปิดให้ประชาชนขึ้นไปกราบไหว้พระบรมสารีริกธาตุในช่วงเวลาพิเศษ คือ ตอนกลางคืน พร้อมทั้งการขึ้นไปกราบนมัสการปิดทองพระบรมสารีริกธาตุ, ชมพระบรมบรรพตที่ชั้นบนสุด และการเข้าไปชมความงามของพระพุทธรูปและภาพเขียนจิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถ รวมถึงเดินเที่ยวภายในเทศกาลงานสมโภชองค์พระบรมสารีริกธาตุพร้อมทั้งเวที กิจกรรมการแสดงดนตรีไทย, บ้านผีสิง, ชิงช้าสรรค์, ปาเป้า, เป่าลูกโป่ง รวมถึงร้านค้าจากทั่วประเทศที่เอาสินค้าขึ้นชื่อมาจำหน่ายมากมาย MThai News ภาพ Nation Channel ภาพ ‏@RichardBarrow

ญาติยัน2ผัวเมียรถไฟชนดับ ไม่ใช่ฆ่าตัวตาย
ข่าววันนี้ /  คัมรี่ / 

ญาตินิมนต์พระทำพิธีเชิญดวงวิญญาน 2 สามีภรรยารถไฟชนเสียชีวิต พร้อมยืนยัน ไม่ใช่การฆ่าตัวตาย ญาติของนายวิทยา รัตนะ หัวหน้าฝ่ายบริหาร โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ถูกรถไฟชนเสียชีวิตพร้อม นางรจนวรรณ รัตนะ ภรรยา ขณะขับรถยนต์ส่วนตัวผ่านทางตัดรถไฟถนนทางเข้าหมู่บ้านนาแค-บ้านไร่ทอง หมู่ 5 ต.ต้นมะม่วง อ.เมืองเพชรบุรี เมื่อวานนี้ เดินทางมาที่จุดเกิดอุบัติเหตุ พร้อมนิมนต์พระสงฆ์จากวัดใกล้จุดเกิดเหตุมาทำพิธีเชิญดวงวิญญาณ นายวิทยา และ นางรจนวรรณ กลับภูมิลำเนาที่ จ.นราธิวาส โดย นายมนต์ชัย รัตนะ ผู้อำนวยการสถาบันน้ำ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย น้องชายผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ นายวิทยา ต้องการจะไปที่หาดปึกเตียนเพื่อซื้อของฝากญาติ และเปิด GPS ตรวจสอบเส้นทางและโทรสอบถามตนตลอดเวลา ส่วนช่วงก่อนเกิดเหตุที่มีการจอดรถเป็นช่วงที่กำลังโทรคุยกับตนและส่งรูปให้ ดูสถานที่ต่างๆ คาดว่าผู้เสียชีวิตมองไม่เห็นรถไฟ เมื่อเห็นในระยะใกล้จึงเร่งเครื่องเพื่อที่จะให้พ้น แต่ก็ไม่พ้นจนเสียชีวิตดังกล่าว ทั้งนี้ นายมนต์ชัย ยืนยันว่า ไม่ใช่การฆ่าตัวตายอย่างแน่นอน

จิ้นแทบไม่ลง แพทริเซีย-สนสวย แข่งกัน!!!
สน ยุกต์ /  แพทริเซีย กู๊ด / 

เป็นอีกหนึ่งคู่พระ-นางที่คอละครจับคู่ให้จิ้น สำหรับสาวน้อยวัยกระเตาะ แพทริเซีย ธัญชนก กับพระเอกหนุ่ม สน ยุกต์ เมื่อครั้งที่ได้ร่วมงานกันเรื่องแรกในละคร แค้นสเน่หา ก็ทำเอาแฟนๆ ถูกอกถูกใจจนยกให้เป็นคู่ขวัญประจำจอ เวลานี้โดดมาป๊ะหน้ากันอีกครั้งในละครสุดอลังของ ไก่ วรายุฑ อย่าง มาลีเริงระบำ ก็ทำเอาประชาชีตื่นเต้นยกใหญ่ แต่จุดนี้ไม่รู้ว่าออนแอร์ให้เห็นไปบ้างแล้ว จะยังทำให้บรรดาติ่งออกอาการจิ้นฟินกระจายอยู่หรือเปล่า เพราะแม้จะเคยทำให้หลายๆ คนปลื้มปริ่มกับความน่ารักจากละครเรื่องก่อน แต่พอมาเรื่องนี้ดูแล้วจิ้นแทบไม่ลง เพราะออร่าของหนุ่มสนนั้นสวยเฉิดฉายยิ่งกว่าสาวแพทริเซียเป็นไหนๆ เบิกตาเบิ่งเสื้อผ้าหน้าผมบวกกับบุคลิกที่แลดูสำอางของเจ้าตัวแล้ว จากที่จะฟินจับคู่ให้จิ้นทั้งในจอและนอกจอตามประสาหนุ่มสาว จะกลายเป็นว่าฟินตามแบบฉบับเพื่อนสาวเสียมากกว่า ก็พ่อหนุ่มเจ้าเล่นสวยแข่งนางเอกของเราซะขนาดนี้ แถมข่าวเกย์เก้งกวางยังมีออกมาให้ได้เห็นตล๊อด...ตลอด งานนี้จะยังจิ้นกันลงหรือเปล่า ก็สุดแล้วแต่ท่านผู้ชมล่ะค้าาา... สน-แพทริเซีย สน-แพทริเซีย สน-แพทริเซีย

ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ แถลง#สถาบันพระปกเกล้า.flv
แถลงข่าว /  ธีรภัทร / 

ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ แถลง#สถาบันพระปกเกล้า

9/9งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ 120 ปี รัชกาลที่ 7 “ละครซ้อนหนัง ณ โรงมหรสพหลวง
9/9งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ /  120 / 

9/9งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ 120 ปี รัชกาลที่ 7 “ละครซ้อนหนัง ณ โรงมหรสพหลวง" (ดีโพลมา2581)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน) งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ 120 ปี รัชกาลที่ 7 “ละครซ้อนหนัง ณ โรงมหรสพหลวง" ในวันอังคารที่ 28 ตุลาคม 2557 เวลา 14.00 น. ณ ศาลาเฉลิมกรุง ถ่ายทอดโดย..... ทีมงาน น.ส.พ.ดีโพลมานิวส์ (ดีโพลมา2581)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน) ร่วมด้วย ทีมงาน “สื่อสยามข่าวออนไลน์”และ“ข่าวมวลชนออนไลน์” ดังมีรายนามดังนี้.... บ.ก.เกรียงไกร พรเทพ(บรรณาธิการหลายสื่อ ) นามปากกา “เดอะกะตะ” (บ.ก.หลายสื่อ) จตุพล (บ.ก.บริหารหลายสื่อ) ผช.กรรณชัย(นามปากกา “ผู้กองแอ๊ด”) ผู้ช่วยบ.ก.ดูแลข่าวตำรวจ อภินันทร์(นามปากกา “อัจฉริยะ”)ปฐมภพ(นามว่า "คนสายกลาง") จตุพล (นามปากกา “อัพเดท”) สุจิตรา (นามปากกา “หญิงเหล็ก”) ชมรมสื่อมวลชนและเพื่อนทนายความ (ฝ่ายกฎหมาย) (รับปรึกษาปัญหากฎหมายฟรีโทร.095 – 9970577) ยินดีช่วยเหลือในด้านกฎหมายแก่คนจนฟรี!