ประวัติพระสังฆราช

ละครเล่ห์ลับสลับร่าง , เรื่องย่อเล่ห์ลับสลับร่าง
เล่ห์ลับสลับร่าง /  ละครเล่ห์ลับสลับร่าง / 

เล่ห์ลับสลับร่าง ละครช่อง3 ละครเล่ห์ลับสลับร่าง บทประพันธ์โดย : นรอินทร์บทโทรทัศน์โดย : Sanctuaryกำกับการแสดงโดย : กฤษณ์ ศุกระมงคลผลิตโดย : บริษัท โนพรอบเล็ม จำกัดควบคุมการผลิตโดย : ธิติมา สังขพิทักษ์ออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เล่ห์ลับสลับร่าง สาว “ญาญ่า” โคจรมาเจอคู่ขวัญ ณเดชน์ คูกิมิยะ อีกครา นอกจากท้าทายที่ต้องเล่นบทสลับเพศ เรื่องย่อเล่ห์ลับสลับร่าง เมื่อสองหนุ่มสาวมีปมรักตัวเองยิ่งยวด (Narcissus) หลงในเพศของตน จนรักคนอื่นไม่เป็นฝ่ายขายหลงคิดว่า เพศชายเหนือกว่าเพศหญิง ทั้งร่างกาย และจิตใจ ส่วนหญิงก็ลำพองในความงามจนคิดว่าสอยชายทั้งแผ่นดินได้ สวรรค์เลยลงโทษให้ทั้งคู่แลกเพศกัน เพื่อให้เรียนรู้ทั้งสรีระ และสภาพจิตใจของแต่ละฝ่าย เพื่อบทสรุปที่ว่า เขาต้องเรียนรู้ที่จะรัก ซื่อสัตย์ และเสียสละ ซึ่งกันและกัน นั่นคือความรักที่แท้จริง ผู้กองรามิล ทุ่งพระเพลิง เป็นผู้กองมือปราบ ซึ่งดังจากหน่วยคอมมานโดเฉพาะกิจได้ฉายาว่า ผู้กองมือเหล็ก เพราะช่วยผู้ประสบอุบัติเหตุด้วยมืออันแข็งแกร่งของตนมาหลายครั้งเป็นที่เลื่องลือรามิลหยิ่งผยองในความเป็นชายของตนเอง ถือว่าเพศชายเหนือกว่าเพศหญิง และผู้หญิงเป็นแค่วัตถุทางเพศเท่านั้น เขาจึงมีสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะนอกใจ นกยูง แฟนสาวแสนดีของตนเองอยู่เนือง ๆ เป็นที่ขัดใจของ หมวดอาคม ลูกน้องของรามิลยิ่งนัก และอาคมเองก็แอบหลงรักนกยูงอยู่เงียบ ๆ เภตรา ภาวดี เป็นนางเอกละคร ที่กำลังก้าวสู่ชื่อเสียงอันดับโลก เมื่อได้รับเลือกให้เป็น ไข่มุกแห่งเอเชีย รางวัลจากฮ่องกง เภตราเช่นเดียวกับรามิล ที่หยิ่งทะนงในความงามของตนเองเธอเหยียดเพศชาย และคนรอบด้านไว้แทบเท้า สวรรค์บันดาลให้ทั้งคู่ประสบอุบัติเหตุเฉียดตาย ตกจากตึกสูงหมดสติไป และแลกวิญญาณกัน หมอนักษัตรหมอดูลวงโลกต้องรับภาระดูแคนทั้งคู่ เพราะเป็นคนเดียวที่สื่อสารกับทั้งสองได้ แต่เมื่อไม่สามารถหาวิธีกลับร่างของตน ทั้งสองต้องจำยอมเลียนแบบไฟล์สไตล์ของกันและกัน เพื่อกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมของทั้งคู่ไม่ให้ใครสงสัย รามิลในร่างเภตราต้องกลับไปรับบทนางเอกในละคร ส่วนเภตรา ในร่างรามิลต้องกลับไปเป็นผู้กองนักบู๊ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง การสลับเพศ และรับบทบาทของอีกฝ่าย เป็นความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง สร้างความปวดเศียร เวียนเกล้าให้คนรอบข้าง เภตรากลายเป็นดาราสาวออกทอม เล่นละครไม่เป็น แอบจีบ อจลา สาวดาวยั่ว แถมยังท้าตีท้าต่อยกับ อาทิตย์ ฤทธิรงค์ พระเอกหนุ่มใจสาวเป็นที่กลุ้มใจของ เจ๊อั้ม อรชร ผู้จัดการแต๋วของเภตรา และคุณดนู ผู้จัดละคร ส่วนผู้กองมือเหล็ก กลายเป็น มือไม้อ่อนช้อย กรีดกราย จนอาคม และลูกน้องสงสัยว่ารุ่นพี่จะเป็นกะเทยแอ๊บแมน โดยเฉพาะตอนที่ต้องไปปลดระเบิดในโรงแรมหรู ผู้กองเป็นลมหลายเฮือก และทำอะไรไม่เป็นจนทุกคนสงสัย คนที่น่าสงสารที่สุดคือนกยูง ที่ต้องสับสนกับการออกสาวของผู้กอง และแสดงอาการห่างเหินกับเธออย่างเห็นได้ชัด นกยูงยิ่งเครียดก็ยิ่งหันมาหาอาคมให้ช่วยปลอบประโลมให้ทุกครั้ง จนเริ่มก่อตัวเป็นความรัก ญาญ่า ณเดชน์ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล (ในร่างเภตรา) ได้เบาะแสว่า ฤทธิ์ชาติ ออร์กาในเซอร์ชื่อดัง ที่กำลังแย่งตัวเภตราไปจากเจ๊อั้ม เป็นคนวางแผนทำร้ายรามิล และมีเบื้องหลังเกี่ยวข้องกับแกงค์อาชญากรรมข้ามชาติ ฤทธิ์ชาติ หวังจะเคลมเภตราเป็นของตน และใช้ประโยชน์จากเภตราที่กำลังโกอินเตอร์สร้างอิทธิผลให้เขาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการขนยาเสพติด เภตราปฏิเสธเซ็นสัญญากับฤทธิ์ชาติ แต่ก็โดนขู่กลับเมื่อ ทอมณี สาวทอม ผู้ช่วยฤทธิ์ชาติ สืบรู้ประวัติมารดาของเภตรา ว่าที่แพ้คือ ป้าสีดา แม่ครัวประจำกองถ่ายของเภตรานั่นเอง ฤทธิ์ชาติขู่จะแฉว่าประวัติแท้จริงของเภตรา ที่แท้โลโซรากหญ้า มีแม่ที่เคยทำงานเป็นมาม่าซังมาก่อน งานนี้ รามิล (ร่างเภตรา) ขู่แฉกลับเรื่องที่ฤทธิ์ชาติปล้นเพชรเทียร่าจาก คุณนายพวงคราม แม่ของตนไปซ่อนไว้หวังเงินประกัน ข้อมูลเบื้องลึกได้มาจาก สีตลา นักข่าวสาวช่องน้อยสี ที่กำลังตามสืบเรื่องฤทธิ์ชาติอยู่อาคมสารภาพรักนกยูง และไม่พอใจรามิลจนถึงขั้นตัดพี่ตัดน้อง เพราะเข้าใจว่ารามิลแกล้งทำแต๋วเพื่อหลีกเลี่ยงการแต่งงานกับนกยูง อาคมขอนกยูงแต่งงานแทน แต่แล้วเมื่อรามิล (ในร่างเภตรา) และเภตรา (ในร่างรามิล) มาร่วมงานแต่ง ทั้งคู่ทำงานล่มไม่เป็นท่า เมื่อเภตราที่เมามายทำท่าเหมือนลวนลามนกยูงเจ้าสาว แถมยังไปท้าพิสูจน์รอยแผล และตะกรุดของอาคมในร่มผ้า เดาได้ถูกต้องจนอาคมเชื่อว่าในร่างเภตราคือรามิลจริง ๆ แต่งานนี้ อาคมกลับตกที่นั่งลำบากเสียเอง เพราะภาพเจ้าบ่าวถอดกางเกงเหลือแต่ชั้นใน กำลังกอดดาราสาวแนบแน่น ฉาวโฉ่ไปทั้งโซเชียล รามิล และอาคม ไหวตัวเมื่อรู้ว่าฤทธิ์ชาติจะขนยาเพสติดครั้งใหญ่ ส่งให้เจ้าพ่อแกงค์ฉิมพลี ฤทธิ์ชาติ เสนอให้ดนูถ่ายทำละครที่โรงแรมริมทะเลของตนฟรี คุณนายพวงครามเสนอให้ทีมงานไปทำการกุศลที่วัดป่า ถัดจากโรงแรมไปในป่าลึก รามิล อาคม และทีมพยายามค้นว่ายาเสพติดซ่อนอยู่ที่ไหน แต่หาไม่เจอ ในที่สุดรถโค้ชของบรรดาเซเลปถูกโจรปล้น และยาซ่อนอยู่ในกระเป๋าหนังตะกวดราคาเกือบล้านของเภตรา ที่ฤทธิ์ชาติมอบให้ นั่นเอง ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล เภตราหนีจากกลุ่มโจรหลบเข้าป่า ร่างรามิล (คือเภตรา) ยอมสละชีวิตกระโดดกันกระสุนให้ร่างเภตรา (รามิล) ทั้งสองร่วงลงจากนั้นตก และตะกายขึ้นฝั่งได้ ทั้งคู่หมดสติไป เพื่อที่จะตื่นขึ้น และพบว่าวิญญาณกลับเข้าร่างเดิมของตนแล้ว ทั้งคู่สารภาพรักซึ่งกันและกัน และรู้แล้วว่าการเสียสละแม้แต่ชีวิตของตน ทำให้สวรรค์บันดาลให้ทั้งสองได้กลับคืนร่างของตัวเอง คืนนั้นที่ริมลำธารทั้งสองเป็นของกันและกันอย่างสุขสม รามิลกลับมาเป็นผู้กองมือเหล็กเช่นเดิม รามิลวางแผนเล่นงานเปิดโปงฤทธิ์ชาติ ด้วยงานแถลงข่าวที่คฤหาสน์ของฤทธิ์ชาติเอง งานที่เภตราจะได้เซ็นสัญญาเล่นหนังกับฮ่องกง ที่ฤทธิ์ชาติติดต่อให้แต่งานนี้เภตราต้องยอมแลกกับการที่เธอจะไม่ได้โกอินเตอร์ เภตรายินดีชื่อเสียงเงินทองไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับเธออีกแล้ว ทอมณีที่กลับใจแล้วร่วมมือกับเจ๊อั้ม นำเพชรเทียร่าที่ซ่อนไว้ มาแสดงต่อหน้าฤทธิ์ชาติ และพวงครามในงาน พวงครามความเสียใจจนเป็นลมที่ลูกชายเป็นอาชญากรตัวฉากจ ฤทธิ์ชาติถูกจับกุม แต่สารภาพส่วนตัวกับรามิลว่า เพชรที่นำมาเปิดโปงนั้นเป็นเพชรปลอม และเขาไม่ได้เป็นคนสั่งเก็บรามิลมีตัวการใหญ่อยู่เบื้องหลังอีกทีแต่เขาไม่รู้ว่าใคร รามิลรู้สึกผิดสังเกตรีบตามเภตราที่กำลังดูแลพวงครามที่ห้องนอนสองต่อสอง พวงครามเปิดเผยตัวว่าคือตัวการใหญ่ที่ซ้อนแผนลูกชายอยู่อีกที นางต้องการฆ่าทั้งรามิล และเภตรา เพราะรามิลนั้นทำลายแก๊งค์ผลิตยาของเธอหลายครั้ง ส่วนเภตราคือหญิงที่เธอไม่ต้องการให้มาเป็นสะใภ้ตามความต้องการของฤทธิ์ชาติ รามิลช่วยเภตราจากพวงครามไว้ได้ คุณนายถูกจับในที่สุด งานนี้สำเร็จลงด้วยดี แต่ต้องแลกกับการสลับวิญญาณของทั้งคู่อีกครั้ง ตอนที่ทั้งสองประสบอุบัติเหตุตกบันไดคฤหาสน์ลงมาพร้อมกัน สลับร่างครั้งที่สองสร้างความทุกข์ให้รามิล เภตรา เป็นทวีคูณ เมื่อรามิล (ในร่างเภตรา) ช็อค เพราะพบว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์ ทั้งคู่ทำใจได้ในที่สุดจากกำลังใจของเพื่อน ๆ พี่ ๆ โดยเฉพาะนกยูง และอาคม นกยูงเชื่อแล้วว่ารามิล และเภตราสลับร่างกันจริง ยอมคืนดีกับอาคม และแต่งงานกัน เพื่อรักษาภาพพจน์ เภตรา อั้ม ทอมณี ดนู ที่ปรองดองร่วมหุ้นบริษัทกัน แนะนำให้รามิล และเภตราแต่งงานกันโดยเร็ว และรีแถลงข่าวออกสื่อ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล (ร่าง เภตรา) อุ้มท้องอยู่ 9 เดือน รับรู้ความทรมานของการตั้งครรภ์ และภาวะร่างกายผู้หญิงที่กำลังเป็นแม่ ในที่สุดวันคลอดก็มาถึง รามิลเจ็บปวดแสนสาหัสและสิ้นสติไปในห้องคลอดเภตรา (ร่างรามิล) จับมือรามิลไว้ และเตือนถึงสัญญาของผู้กองมือเหล็ก ที่ไม่เคยปล่อยให้ใครต้องตายไปต่อหน้า เภตราช็อคเมื่อรามิลหัวใจหยุดเต้นชั่วคราว ทำให้เธอเป็นลมไป ทั้งสองโคม่าแต่มือยังกุมกันไว้แน่น หมอนักษัตรลุ้นให้ทั้งคู่รอด วิญญาณออกมาจากร่างอีกครั้ง และคราวนี้ทั้งสองกลับเข้าร่างเดิมของตนรามิลได้เรียนรู้การเป็นแม่ การให้กำเนิด ละครเล่ห์ลับสลับร่าง เขาหยุดดูถูกผู้หญิง และเห็นผู้หญิงเป็นวัตถุทางเพศ เช่นที่เคย ขณะเดียวกันบทบาทเพศชายที่เภตราได้รับ ทำให้ตนเข้าใจถึงความเสียสละการปกป้อง และอุทิศตนให้กับผู้อื่น ทั้งคู่ล้างปม หลงเพศ ของตนจนหมดสิ้นกลายเป็นคนใหม่ และกลายเป็นขวัญใจผู้ชมอีกครั้ง คราวนี้ในฐานะ คู่จิ้น สามีภรรยา ที่น่ารักที่สุดในโลก ติดตามชม ละครเล่ห์ลับสลับร่าง ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เล่ห์ลับสลับร่าง เล่ห์ลับสลับร่าง ญาญ่า รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์ คูกิมิยะ รับบท ผู้กองรามิล อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท เภตรา ปรึชญา พงษ์ธนานิกร รับบท นกยูง ธนภพ ลีรัตนขจร รับบท อาคม ซอ จียอน รับบท จียอน เจสัน ยัง รับบท ฤทธิ์ชาติ รัชนี ศีระเลิศ รับบท พวงคราม ธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล รับบท เจ๊อั้ม สมมาตร ไพรหิรัญ รับบท ธรรมนูญ ก้ามปู ปัทมสูต รับบท จิตรา เกริก ชิลเลอร์ รับบท หมอนักษัตร วิชัย จงประสิทธิ์พร รับบท ผู้กำกับก้อง กีรติ ศีวะเกื้อ รับบท ดนู นิธิชัย ยศอมสุนทร รับบท อาทิตย์ นิภาภรณ์ ฐิติธนการ รับบท ทอมณี เล่ห์ลับสลับร่าง เล่ห์ลับสลับร่าง ช่อง3 อาคม นกยูง เล่ห์ลับสลับร่าง นักแสดง เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์ เล่ห์ลับสลับร่าง ญาญ่า เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์

ละครเลือดรักทระนง , เรื่องย่อเลือดรักทระนง
ละครเลือดรักทระนง ช่อง3 /  ละครเลือดรักทระนง ตอนแรก / 

เลือดรักทระนง บทประพันธ์โดย : นางแก้วบทโทรทัศน์โดย : ดนยา ทรัพย์ยิ่งออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อ ละครเลือดรักทระนง จะเลือดดีเลือดชั่ว หรือเลือดใด ๆ ถ้าตั้งใจจะเป็นคนดี ทำดี ก็จะทระนงได้ว่า ตนคือคนดี เลือดดี ในขณะที่พุดกรอง (ธัญญาเรศ รามณรงค์) กำลังลำบากลำบนกับการเบ่งคลอดลูกนั้น ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ด้านนอก ตำรวจกำลังล้อมจับเสือกาจ (จักรกฤษณ์ อำมรัตน์) เสือร้ายจอมโหดสามีของนางพุดกรองนั่นเอง และในทีสุดเสือกาจ ก็ถูกตำรวจจับตัวได้ ในจังหวะที่พุดกรองคลอดลูกออกมาสำเร็จเป็นลูกสาวเสือกาจไม่มีโอกาสที่จะลาเมียหรือเห็นหน้าลูกแม้แต่น้อย แต่นั่นก็เป็นไปตามความตั้งใจของพุดกรอง เพราะพุดกรองคือคนที่วางแผน ส่งสาส์นไปบอกตำรวจให้มาจับเสือกาจในวันที่เธอคลอดลูก และเมื่อเสือกาจถูกจับแล้ว พุดกรองก็ตั้งใจทิ้งลูกน้อยที่เพิ่งคลอดไว้กับนางกุเลา พี่สาวของเสือกาจ พุดกรองเกลียดเสือกาจ หลอกเธอว่าร่ำรวยจนหลงเชื่อ ทิ้งสามีเก่า และลูกมาอยู่ด้วย แต่เมื่อเสือกาจไม่ได้รวยอย่างที่หวัง และเธอยังตั้งท้องกับเสือกาจ โดยไม่ได้ต้องการ เธอจึงคิดตีจาก และกำจัดเสือกาจ และทิ้งลูกน้อยอย่างไม่ใยดี หญิงงามที่มีจิตใจโหดเหี้ยมโลภโมโทสันต์ อย่างพุดกรอง จะไม่ยอมให้ชีวิตต้องตรากตรำ อยู่กับความจนแน่นอน เธอตั้งใจมั่นว่าเธอต้องมีชีวิตที่สุขสบายเป็นคุณนายให้ได้ และเธอก็ได้นำพาชีวิตตัวเองไปพบสิ่งที่ตั้งใจไว้ เธอจึงเดินทางไปพบนางละมุด (รมิดา ประภาสโนบล) ญาติสาวที่เป็นบ่าวในคฤหาสน์นารายณ์ ณ คฤหาสน์นารายณ์ คุณพระศานต์ เลิศพาณิชย์ (ดอม เหตระกูล) คหบดีม่ายผู้มีจิตใจเมตตา อารีย์ ตั้งแต่ภรรยาเสียชีวิตไป พระศานต์ก็มอบหมายให้ แม่นิ่ม (รามาวดี นาคฉัตรีย์) ญาติของภรรยาเป็นแม่นมคอยดูแลราม ราชภักดี เลิศพาณิชย์ (ธนวรรธน์ วรรธนภูติ) บุตรชายคนเดียวเป็นอย่างดี ส่วนตัวคุณพระศานต์ เมื่อได้พบเจอกับพุดกรอง ที่ทำว่ามาเยี่ยมนางละมุดบ่าวในบ้าน นางพุดกรอง พยายาม ปั้นเสน่ห์ต่าง ๆ ให้คุณพระ ติดใจหลงใหล จนต้องขอแต่งงาน ตามแผนที่พุดกรองตั้งใจไว้ ข่าวการแต่งงานใหม่ของนางพุดกรอง รู้ถึงหูของเสือกาจที่ติดคุกอยู่ เสือกาจถึงกับคลั่งแค้น จนต้องพยายามแหกคุกออกมา หวังจะดูน้ำหน้าหญิงคนชั่วที่ทิ้งลูก และวางแผนให้เขาต้องติดคุกอยู่หลายปี เสือกาจออกมาหานางกุเลา และรับกระถิน (เดียร์น่า ฟลีโป) ลูกน้อยสายเลือดโจร ผู้อาภัพ ต้องถูกเลี้ยงดูแบบตกระกำลำบาก อด ๆ อยาก ๆ ไม่ได้รับการอบรม จึงมีนิสัยคล้ายเด็กผู้ชาย และดื้ออย่างมหาวายร้าย พูดจาหยาบคายทุกคำ เสือกาจมารับตัวกระถินเพื่อตามหาพุดกรองที่เมืองกรุงพูดกรองเมื่องแต่งงานอย่างสุขสบายเป็นคุณนาย และได้นางละมุดเป็นต้นห้องที่เรียกได้ว่านายว่าขี้ข้าพลอยในทุกเรื่อง แม้ว่าทุกคนจำต้องยอมรับ คุณนายคนใหม่ แต่รามก็ไม่ได้ยอมรับในตัวพุดกรอง วันนึงพุดกรองจำใจต้องพาสร้อยสน (ณัฐวรา วงศ์วาสนา) ลูกสาวคนแรกให้มาอยู่ด้วยเนื่องจากสามีคนแรกตาย และญาติของนายสนสามีคนแรกก็พาสร้อยสนมาทิ้งไว้ที่หน้าคฤหาสน์นารายณ์ คุณพระศานต์เองก็ยินดีที่จะเลี้ยงดูสร้อยสนด้วยความเมตตา ละครเลือดรักทระนง รามเกลียดตัวพุดกรองจนรังเกียจมาถึงสร้อยสน ผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ความเกลียดชังของราม แสดงออกมาอย่างที่คุณพระก็ห้ามไม่ได้ แต่แม่นมของราม คือแม่นิ่มจะคอยสอนเด็กชายให้มีใจกว้าง ๆ เป็นสุภาพบุรุษ ยอมรับในความสุขของบิดา และเอื้อเฟื้อทุกคนที่ต่ำต้อยกว่า แม่นิ่มเป็นผู้ที่อยู่ในศีล ในธรรม จึงดูแลและปกป้องคนในบ้านด้วยใจเมตตา แม่นิ่มมีต้นห้องชื่อจันทร์ (นฤมล พงษ์สุภาพ) ที่คอยช่วยเหลือเป็นหูเป็นตา เมื่อพุดกรองถูกรามเกลียดมาก ๆ นางจึงเกลียดตอบด้วย และคิดแค้นหาทางแกล้งราม และแม่นิ่มอยู่เสมอ เมื่อเสือกาจเดินทางมาถึง คฤหาสน์นารายณ์ เขาอ้างว่าเป็นพี่ชายมาหาพุดกรอง มาเข้าพบเข้ากับนางจันทร์ นางจันทร์หวังดีจึงนำความไปบอกพุดกรองต่อหน้าคุณพระ ทำให้พุดกรองออกมาพบ แต่พุดกรองก็ต้องตกใจสุดขีด เมื่อพบว่า คนที่มาคือ เสือกาจ และกระถิน พุดกรองไม่ยอมรับคนทั้งสอง และยังขับไล่เหมือนหมูเหมือนหมา แม้ว่ากระถินจะเข้าไปหา และกอดตัวพุดกรองไว้ นางกลับสะบัด และถ่มน้ำลายใส่ ทำให้เสือกาจแค้นใจ เข้าตบตีทำร้ายกระถิน เหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ในสายตาของรามที่แอบดูอยู่ เมื่อคุณพระศานต์ออกมาเห็นเหตุการณ์ เสือกาจก็จะเข้าทำร้ายคุณพระนายทด (กรุณพล เทียนสุวรรณ) ทนายความประจำตระกูล เข้าช่วยจะยิงเสือกาจตกน้ำหายไป กระถินตกใจร่ำร้องหาพ่อให้เป็นที่น่าเวทนานัก คุณพระสอบถามความจริงทั้งหมด แต่นางพุดกรองไม่ยอมรับ รามจึงออกมาเปิดเผยความจริงต่อหน้าคุณพระศานต์ คุณพระรู้สึกเวทนาสงสารกระถินน้อยผู้อาภัพ ที่แม่ไม่ใยดี จึงออกปากสั่งให้พุดกรองรับกระถินไว้ในอุปการะของคฤหาสน์นารายณ์ด้วย แล้วคุณพระจึงจะให้อภัยพุดกรองดังเดิม พุดกรองผูกใจเจ็บราม และรอเวลาที่จะชิงสมบัติทุกอย่างของรามให้ได้ กระถินถูกพุดกรองรังเกียจเดียดฉันท์ จนแม่นิ่มอดเวทนาไม่ได้ จึงรับเป็นผู้ดูแลขัดเกลา กระถินเอง กระถินจากเด็กทโมนให้กลายเป็นเด็กที่มีมารยาท และฉลาดเฉลียว เธอรักแม่นิ่มมากราวกับเป็นแม่แท้ ๆ เพราะเธอไม่มีใครในโลกให้รักอีกแล้ว แม่นิ่มสงสารที่กระถินมักจะถูกแม่แท้ ๆ และนางละมุดเองก็ชอบด่าว่า ว่าเป็นเลือดโจร แม่นิ่มสั่งสอนให้กระถินได้คิด และเอาดีให้ได้ ว่าจะเลือดดีเลือดชั่ว หรือเลือดใด ๆ ถ้าตั้งใจจะเป็นคนดี ทำดี ก็จะทระนงได้ว่า ตนคือคนดี เลือดดี ซึ่งกระถินจดจำไว้เสมอ รามเห็นใจกระถินที่ถูกพุดกรองปฏิเสธ เขาจึงเอ็นดู และให้ความสนิทสนมกับกระถิน จนสร้อยสนน้อยใจเสมอ เพราะรามแสดงความรังเกียจสร้อยสน จนเธอเข้าหน้าเขาไม่ติดเลย ความรู้สึกของรามที่มีต่อกระถินค่อย ๆ พัฒนา และผูกพัน อย่างที่รามเองก็ไม่รู้ตัว ขณะเดียวกันสองพี่น้องราชนิกูลบ้านใกล้เคียง ม.จ.บรรณบริวัฒน์ ปานปรีย์ (อเล็กซ์ เรนเดล) และม.จ.บัวบูชา ปานปรีย์ (พิจิตรา สิริเวชพันธ์) ก็ไปมาหาสู่กับคฤหาสน์นารายณ์ตลอด โดยที่ท่านบรรณเอ็นดูกระถิน ให้ความสนิทสนมด้วย และยินดีที่จะอุปการะกระถิน ถ้าหากไม่มีใครต้องการ ทำให้รามหึงหวง ไม่ค่อยพอใจ พุดกรองเองอยากให้ท่านชายบรรณคบหากับสร้อยสน ก็ต้องผิดหวัง พุดกรองเริ่มเบื่อคุณพระที่แก่ขึ้นทุกวัน เธอจึงแอบลักลอบได้เสียกับนายทด ที่หนุ่มแน่นเข้าขากับเธอมากกว่ากระถินเริ่มโตเป็นสาวน้อย สดใส เรียนเก่ง ในขณะที่สร้อยสนเป็นเด็กหัวช้า จนต้องเรียนซ้ำชั้นกับกระถิน และมักจะทำอะไรไม่ได้ดังใจพุดกรอง ความฉลาดเฉลียวของกระถินเป็นที่ถูกใจคุณพระ คุณพระจึงให้กระถินมาคอยอ่านหนังสือให้คุณพระที่เจ็บออดๆ แอดๆ ฟัง พุดกรองเริ่มระแวงเพราะกระถินนั้น พอเริ่มเป็นสาวก็สวยคมสมส่วน เธอกลัวว่ากระถินจะประจบเอาใจคุณพระจนเธอหมดความหมายส่วนรามนั้น ความรู้สึกของเขาได้พัฒนาจนเป็นความรัก ความผูกพันต่อสาวน้อยกระถินอย่างจริงจัง คุณพระส่งรามไปเรียนต่อเมืองนอก ตามที่พุดกรองคาด และหวังไว้ คุณพระให้กระถินเป็นผู้เขียนจดหมายโต้ตอบกับรามแทนเขา โดยแอบหวังให้รามกับกระถินได้รักใคร่ชอบพอกัน กระถินไม่อยากถูกยัดเยียดให้ราม เธอถูกให้เขียนจดหมายให้เขา ตามหน้าที่ ส่วนรามก็รู้สึกสนุกที่จะได้เขียนโต้ตอบกับหญิงสาวที่ตนแอบรัก ละครเลือดรักทระนง ในระหว่างที่รามเริ่มถูกใจกระถิน สร้อยสนก็แอบชอบพอกับนิธิ (วัทธิกร เพิ่มทรัพย์หิรัญ) หลานของทด ที่ทดส่งเสียให้เรียนหมอ เพราะนิธิจะมาคอยดูแล และตัวหนังสือให้สร้อยสน สร้อยสนแอบเห็นความสัมพันธ์ชู้สาวของทด และพุดกรอง เธอไม่สบายใจต่อการกระทำของแม่ จึงขอร้องให้แม่เลิกพฤติกรรมแบบนี้ แต่กลับถูกพุดกรองตบตี ด่าว่า และจับได้ว่าสร้อยสนแอบรักกับนิธิ พุดกรองไม่พอใจเพราะต้องการให้สร้อยสนได้กับราม เธอโกรธมาก ขอให้ทดไล่นิธิออกไปจากชีวิตสร้อยสน กระถินได้แอบรับรู้เรื่องราวทั้งหมด ทั้งพุดกรองกับทด สร้อยสนกับนิธิ เธอรู้สึกเป็นห่วงสร้อยสน และในขณะเดียวกันก็ผิดหวัง และสงสารคุณพระศานต์มากที่ถูกพุดกรองสวมเขา แต่เธอก็ไม่กล้าที่จะเปิดโปงแม่แท้ ๆ ของเธอได้ลงคอ รามกลับมาเยี่ยมบ้าน คราวนี้เขาได้แสดงออกชัดเจนว่าชอบกระถิน ส่วนกระถินก็ยังไม่กล้าพอที่จะยอมรับ และไม่อยากให้ถูกจับคู่ง่าย ๆ รามจึงเข้าใจผิดคิดว่ากระถินมีใจให้กับท่านชายบรรณ ทั้งคู่จึงกระเง้ากระงอดกันอยู่เสมอ ปาริชาติหรือปูเป้ (ชนิดาภา พงศ์ศิลป์พิพัฒน์) ลูกสาวพลตรีคร้าม (ทนงศักดิ์ ศุภการ) นายทหารใหญ่ถูกใจราม ตั้งแต่ที่พบกับบนเรืองตอนเดินทางกลับไทย ปาริชาติพยายามหาทางรู้จักราม และรุกด้วยการมาหารามถึงที่บ้าน สร้างความไม่พอใจให้พุดกรองเพราะคิดว่าปาริชาติจะมาเป็นเสี้ยนหนามของสร้อยสน และเมื่อปาริชาติรู้ความจริงว่าพุดกรองเป็นเพียงแม่เลี้ยงของราม ก็ไม่ให้ความเคารพ ปาริชาติวางท่ากร่างใส่ทุกคน และกระถินเองก็ไม่พอใจที่ปาริชาติก้าวร้าวต่อพุดกรอง กระถินออกโรงปกป้องพุดกรองจนมีเรื่องกับปาริชาติ จนรามต้องออกมาห้ามปราม และให้กระถินขอโทษต่อแขกผู้มาเยือน กระถินแอบน้อยใจที่รามตำหนิตัวเอง จนในที่สุดเธอก็รู้ตัวเองว่าเธอหลงรักรามนั่นเอง และยิ่งกระถินรู้ใจตัวเอง เธอก็ยิ่งหนีหัวใจของตัว ทำตัวออกห่างจากรามให้มากเพราะคิดว่ารามกำลังชอบพอกับ ปาริชาติ และรามก็พยายามหาโอกาสอธิบาย และปรับความเข้าใจกับกระถิน โดยมีแม่นิ่มเป็นตัวกลาง ที่รามพยายามมาปรึกษาเรื่องราวของหัวใจเสมอรามต้องกลับไปเรียนต่อที่เมืองนอก โดยที่ระหว่างนั้น ร่างกายของคุณพระศานต์ทรุดหนักลงทุกวัน รามสัญญาต่อคุณพระว่าจะรีบเรียนให้จบ และกลับมาดูแลกิจการแทนคุณพระโดยเร็ววัน รามฝากให้กระถินดูแลคุณพระผู้เป็นพ่อแทนเขา เพราะเขาไม่ไว้ใจใคร นอกจากแม่นิ่ม และกระถินเท่านั้น กระถินรีบรับปากว่าจะดูแล และปกป้องคุณพระเท่าชีวิตของตัวเองทีเดียว กระถินแอบจับได้ว่าพุดกรอง ร่วมกับทนายคดโกงเงินในบัญชีบริษัท และยังวางแผนจะแอบขโมย พินัยกรรมที่พระศานต์ทำขึ้น และปลอมแปลงขึ้นใหม่ เนื่องจากคุณพระต้องการยกสมบัติให้กับรามในฐานะทายาท ส่วนของพุดกรอง คุณพระกลับมอบให้กระถินดูแล กระถินตัดสินใจพูดห้ามปรามพุดกรอง แต่กลับถูกพุดกรองด่าทอและตบตี กระถินยอมให้พุดกรองตี เธอบอกว่าต่อให้พุดกรองตีเธอให้ตายไปต่อหน้า เธอก็จะไม่ยอมให้พุดกรองทำร้าย และโกงผู้มีพระคุณ อย่างคุณพระศานต์ กระถินถูกพุดกรองตบตีจนเจ็บไปทั้งตัว สร้องสนทนไม่ได้สงสารกระถิน กระถินขอร้องสร้อยสนว่าต้องไม่ยอมให้พุดกรองเนรคุณต่อผู้ชุบเลี้ยงให้ชีวิตมา เช่นคุณพระศานต์ สร้อยสนรับปาก ละครเลือดรักทระนง เมื่อรามกลับไปศึกษาต่อ คราวนี้ด้วยปาริชาตใช้เล่ห์มารยา ความเป็นผู้หญิง รามเสียท่าพลาดพลั้ง มีความสัมพันธ์กับปาริชาติ จนปาริชาติถือโอกาสย้ายเข้ามาอยู่กับรามให้รามรับผิดชอบ ปาริชาติจับได้ว่ารามกับกระถินเขียนจดหมายหากันตลอด เธอจึงเก็บจดหมายทั้งหมดของกระถินไว้ และแอบส่งรูปของเธอกับรามกลับไปให้กระถิน เพื่อนแสดงตัวว่าเป็นคนรักของราม กระถินเจ็บปวดมากเมื่อรู้ว่ารามคบกับปาริชาติไปแล้วและเมื่อพุดกรองรอวันให้คุณพระศานต์ ตายไปเองไม่ไหว เธอจึงคิดวางแผน วางยาคุณพระด้วยความร่วมมือของทด และละมุด คุณพระถูกวางยาจะร่างกายทรุดหนัก กระถินเริ่มเอะใจ เธอตามสืบจนพบว่า ละมุดใส่ยาในอาหาร และกระถินเองที่เป็นคนป้อนอาหารให้คุณพระกับมือ เธอพยายามจะพาคุณพระไปรักษา แต่สายไปเสียแล้ว ก่อนที่พระศานต์จะเสียชีวิต เขาขอร้องให้กระถินแต่งงานกับราม กระถินอึดอัดใจแต่ไม่กล้าขัดจึงรับปากตามที่คุณพระต้องการ รามได้รับข่าวร้ายการตายของคุณพระศานต์ ผู้เป็นบิดา เขารีบเดินทางกลับมาทันที หลังจากงานศพคุณพระผ่านไป สร้อยสนร่วมมือกับกระถิน ในการไม่ยอมรับพุดกรอง และทดที่ทำการโกงได้สำเร็จ สร้อยสนแอบดูพินัยกรรม ที่ทดทำขึ้นใหม่ เพื่อจะไว้ใช้หักหลังพุดกรอง โดยในพินัยกรรมระบุว่า ให้รามแต่งงานกับลูกสาวของพุดกรองจนมีทายาท ถึงจะมีสิทธิในสมบัติคนละครึ่งกับพุดกรอง แต่หากรามไม่ยอมแต่งงาน จะถือว่าสละสมบัติทั้งหมดให้พุดกรองแต่เพียงผู้เดียว รามโกรธจัดเรื่องพินัยกรรม เพราะพุดกรองบอกว่ารามต้องแต่งงานกับสร้อยสน แต่สร้อยสนวางแผนหักหลังพุดกรองโดยให้กระถินเข้าพิธีแต่งงานแทนตัวเอง รามจำใจคิดว่าต้องแต่งงานกับสร้อยสนเพราะต้องการรักษาคฤหาสน์ที่เป็นของแม่เขาไว้ รามพาลโกรธกระถินเพราะคิดว่ากระถินรู้เห็นเป็นใจกับพุดกรอง และรามไม่รู้ว่ากระถินเองก็โกรธเรื่องปาริชาติ เธอกับรามมีปากเสียงกัน จนในที่สุดกระถินรู้ว่ารามไม่น่าจะรู้เห็นเรื่องจดหมายของเธอที่เขียนไป และรูปที่ปาริชาติส่งกลับมาในงานแต่งงาน กระถินมาปรากฏตัวขึ้นในฐานะเจ้าสาวแทนสร้อยสนที่หายตัวไป กระถินประกาศต่อหน้าแขกเหรือที่มางานว่าตัวเองเป็นลูกสาวคนนึงของพุดกรองเช่นกัน ทำให้พุดกรองไม่พอใจที่รามได้ทั้งการแก้เผ็ดพุดกรอง และได้แต่งงานกับกระถินตามความต้องการอยู่แล้ว รามจึงประกาศยืนยันแต่งงานกับกระถินด้วยความเต็มใจ หลังจากพิธีแต่งงาน รามพยายามคาดคั้นกระถินเรื่องพินัยกรรม แต่กระถินไม่ยอมบอก ปล่อยให้ทุกอย่างเลยตามเลย เพราะเป็นสิ่งที่คุณพระศานต์ได้เคยขอร้องเอาไว้อยู่แล้ว รามจึงมีความรู้สึกอยู่ตลอดเวลาว่ากระถินมีบางอย่างที่เป็นความลับ และไม่ยอมบอกต่อเขา ละครเลือดรักทระนง รามได้ทียกให้กระถินเป็นคุณผู้หญิงของบ้านเพื่อลดบทบาทของพุดกรอง สร้อยสนแกล้งโกหกว่าเธอถูกกระถินจับขังตัวเอาไว้ พุดกรองเจ็บใจที่ถูกซ้อนแผนแย่งชิงอำนาจไป เธอจึงสั่งให้ทดหาทางกำจัดรามไปให้ได้เพื่อที่สุดท้ายแล้วเธอจะได้แย่งสมบัติจากกระถินมาเป็นของเธอ กระถินละอายที่ใช้วิธีชุบมือเปิบเข้ามาเป็นภรรยาของราม ด้วยเหตุนี้เธอจึงพยายามเลี่ยงด้วยการเป็นภรรยาแต่เพียงในนามแต่ไม่ยอมเข้าหอกับราม ตรงกันข้ามกับรามที่ต้องการจะแต่งงานอยู่กินกับกระถินจริง ๆ เพราะเขารู้สึกว่ากระถินมีเรื่องอะไรบางอย่างปกปิดไว้อยู่ และเขาเชื่อว่าถ้าได้เป็นคน ๆ เดียวกันแล้วเขาจะปรามกระถินได้อยู่หมัด และกระถินจะไม่กล้ามีความลับกับเขาอีกจันทร์กับแม่นิ่มพยายามจะปราบพยศให้กระถินยอมย้ายไปอยู่ห้องเดียวกับราม กระถินทำหน้าที่ภรรยาดูแลรามแบบตะขิดตะขวงใจ รามอยากให้กระถินยอมเป็นภรรยาของเขาด้วยความเต็มใจ กระถินเอาแต่เขินอาย และไว้ตัวจนกระทั่งเธอนึกได้ว่านายทด และพุดกรองอาจจะวางแผนเก็บรามอีกคน กระถินจึงยอมที่จะย้ายไปอยู่ห้องข้าง ๆ รามเพื่อจะได้ปกป้องเข้าได้อย่างใกล้ชิด รามแอบดีใจเพราะคิดว่ากระถินยอมใจอ่อนให้เขาแล้วแต่เขาก็รอเวลาให้เธอยินยอมพร้อมใจ รามถือโอกาสพากระถินไปฮันนีมูนที่หัวหิน ทดคิดจะใช้โอกาสนี้เก็บรามเสียเพื่อไม่ให้มีคนสงสัย ที่หัวหินรามกับกระถินต้องพักอยู่ห้องเดียวกัน กระถินยอมเป็นของรามด้วยความเต็มใจโดยมีแม่นิ่ม และจันทร์คอยลุ้นอยู่ทุกขณะจิต ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังดี่มด่ำกับห้วงรักในระหว่างฮันนีมูน ความรักของราม และกระถินกำลังจะไปด้วยดี แต่ปาริชาติ ก็ตามมาอาละวาดอีก ถือสิทธิ์ว่าเป็นภรรยาของรามอีกคน รามขอตัดขาดกับปาริชาติ ทำให้พลโทคร้าม พ่อของปาริชาติบีบบังคับทางการค้า ทำให้รามจนตรอก ไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร ไหนจะเรื่องของพุดกอง และทด ที่พยายามจะวางแผนฆ่าราม และกระถินเพื่อเอาสมบัติ เรื่องราวความรักของราม และกระถินจะลงเอยอย่างไร ต้องติดตามชมกันต่อได้ในละคร เลือดรักทระนง ที่ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละคร เลือดรักทระนง เริ่มตอนแรกวันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคม 2559 รายชื่อนักแสดงนำใน ละครเลือดรักทระนง ธนวรรธน์ วรรธนภูติ รับบท ราม เลิศพาณิชย์เดียร์น่า ฟลีโป รับบท กระถิน ธัญญาเรศ รามณรงค์ รับบท พุดกรอง อเล็กซ์ เรนเดล รับบท ม.จ.บรรณบริวัฒน์ ณัฐวรา วงศ์วาสนา รับบท สร้อยสนวัทธิกร เพิ่มทรัพย์หิรัญ รับบท นิธิดอม เหตระกูล รับบท คุณพระศานต์ รามาวดี นาคฉัตรีย์ รับบท แม่นิ่มกรุณพล เทียนสุวรรณ รับบท ทดชนิดาภา พงศ์ศิลป์พิพัฒน์ รับบท ปาริชาติจักรกฤษณ์ อำมะรัตน์ รับบท เสือกาจพิจิตรา สิริเวชพันธ์ รับบท บัวบูชา ละครเลือดรักทระนง ละครเลือดรักทระนง ละครเลือดรักทระนง ละครเลือดรักทระนง ละครเลือดรักทระนง ละครเลือดรักทระนง ละครเลือดรักทระนง

5 ที่พักสุดเก๋กลางธรรมชาติ นึกว่าอยู่ในโลกของทาร์ซาน!
ที่พักกระบี่ /  ที่พักปราณบุรี / 

วันนี้เรานำ 5 ที่พักสุดเก๋กลางธรรมชาติ นึกว่าอยู่ในโลกของทาร์ซาน! มาให้เพื่อนๆ ได้ชมกัน บอกเลยว่าแต่ละที่นั้นสวยสุดๆ โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นทะเล ภูเขา น้ำตก รวมถึงมีสระว่ายน้ำแบบเปิดโล่งกว้าง ได้ฟีลลิ่งไปอีก! 5 ที่พักสุดเก๋กลางธรรมชาติ นึกว่าอยู่ในโลกของทาร์ซาน! กีมาลา (Keemala) จ.ภูเก็ต โรงแรม กีมาลา (Keemala) ตั้งอยู่บนภูเขา หาดกมลา จังหวัดภูเก็ต โอบล้อมไปด้วยป่าเขียวขจี บริเวณหาดกมลา จังหวัดภูเก็ต ถ้ามองจากที่พักก็สามารถมองเห็นทะเลอันดามันได้ชัดเจน ชมพระอาทิตย์ตกยิ่งทำให้โรแมนติกสุดๆ ที่นี่เป็นโรงแรมเปิดใหม่ เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2015 ที่ผ่านมา ที่พักแห่งนี้สวยและมีสไตล์ที่โดดเด่น ไม่เหมือนใคร ทั้งสไตล์ห้องพักที่มีความสวยงาม สระว่ายน้ำ การตกแต่งส่วนต่างๆ ภายในโรงแรม ที่จะทำให้แขกที่เข้าพักรู้สึก Beyond Enchanting ตามคอนเซปของที่นี่เลย ซึ่งการออกแบบก็ได้รับแรงบันดาลในการออกแบบจากชนเผ่า สถาปัตยกรรมที่โดดเด่นของกีมาลาสะท้อนถึงความเป็นอยู่ของชนเผ่าจำลองในอดีต 4 กลุ่ม ออกแบบโดยคุณ Pisit Aongskultong บริษัท Pisud Design Company 1. The Bird’s Nest Villa  วิลล่าสไตล์บ้านรังนกมีเทอเรซกว้าง และสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ 2. The Clay Pool Cottages กระท่อมปฐพีมีลักษณะเหมือนสร้างด้วยดินและมีหลังคามุงจากทรงเหลี่ยมสูง 3. The Tree Pool Houses วิลล่าสไตล์บ้านต้นไม้ 2 ชั้น เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของชนเผ่าเวหา 4. Tent Pool Villas วิลล่าสไตล์เต็นท์คนจร มีลักษณะเป็นเหมือนกระโจมที่สามารถโยกย้ายได้ง่าย เสมือนกับชีวิตของชนเผ่าคนจรมีวิถีชีวิตที่โลดโผน โรงแรม กีมาลา (Keemala)  มีห้องอาหารหลัก 1 ห้อง สำหรับลูกค้าที่เข้าพักสามารถสั่งอาหารไปเสิร์ฟที่วิลล่าของลูกค้าหรือภายในบริเวณต่างๆ ของรีสอร์ทได้  ในส่วนของเครื่องดื่มและ ขนมขบเคี้ยว จะมีบริการที่บาร์สระว่ายน้ำ ห้องไวน์เล้าจ์และบาร์ อีกด้วย สิ่งอำนวยความสะดวก เรียกได้ว่ามีครบวงจร! ทั้งฟิตเนส, คลับเพื่อสุขภาพ, ร้านอาหาร, ซาวน่า, สปา, Lounge&Bar, บริการเช่ารถ, บริการซักรีด, Wedding services เป็นต้น ที่อยู่: 10/88 Nakasud Rd, Kamala, ตำบล กะทู้ อำเภอ กะทู้ ภูเก็ต โทรศัพท์: 076 358 777 อ่านรีวิวเพิ่มเติม : กีมาลา (Keemala) ที่พักวิลล่าสุดอลังการ! เหมือนอยู่ในโลกอวตาร จ.ภูเก็ต ดูข้อมูลเพิ่มเติม : facebook keemala, www.keemala.com โซเนว่า คีรี (Soneva Kiri) เกาะกูด จังหวัดตราด โรงแรม โซเนวา คีรี บาย ซิกเซนส์ อยู่ในเครือ Six Senses เป็นโรงแรม ระดับ 5 ดาว ตั้งอยู่ที่เกาะกูด ที่พักเป็นสไตล์บูติค เป็นรีสอร์ทตั้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ โดยเฉพาะน้ำทะเล โซเนว่า คีรี ให้บริการห้องพัก 35 ห้อง ตั้งแต่ 1 Bedroom จนถึง 6 Bedroom และ แบบ Residence พร้อมความสะดวกสบายและความผ่อนคลายเหมือนอยู่กับบ้าน พร้อมความสะดวกสบายที่ทางโรงแรมให้บริการ ไม่ว่าจะ สระว่ายน้ำแบบเปิดโล่งที่มีให้วิลล่าทุกหลัง, สปา, CINEMA PARADISO โรงละครกลางแจ้งภายใต้แสงดาวและดวงจันทร์ริมบึง, ดำน้ำ, พายเรือ, บาร์ริมหาด รวมถึงมี The Den สโมสรเด็กให้ทำกิจกรรมกันอย่างสนุกสนาน และยิ่งเพิ่มหรูหราไปอีกกับการเดินทางมาด้วยเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว นอกจากนี้ยังมี ร้านอาหารให้แขกที่เข้าพักได้เลือกนั่งทานอาหารชิลๆ รับลม และวึมซับบรรยากาศธรรมชาติ แบบหลากหลาย เช่น Dining Room : บริการอาหารเช้าแบบบุปเฟ่ต์เปิดให้บริการเวลา 7:30 น. - 11:00 น. และอาหารเย็นเปิดให้บริการ 19:30 น. - 22:00 น. (เฉพาะวันพุธเท่านั้นที่เป็นอาหารแบบบบุปเฟ่ต์). Treepod Dining : ให้บริการอาหารเช้า อาหารกลางวันและอาหารเย็นแบบส่วนตัวบนต้นไม้สูงที่คุณจะได้เห็นวิวทะเลเกาะกูดได้อย่างกว้างไกล เสริ์ฟอาหารอันเลิศรสด้วยบริการส่วนตัว So Spirited : เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 11:00 น. - 24:00 น. ตั้งอยู่บริเวณริมสระว่ายน้ำกลางของรีสอร์ท ที่สามารถมองเห็นวิวทะเลจากมุมนี้ได้อย่างสวยงาม อิ่มอร่อย สนุกสนานกับการได้ลิ้มลองช็อคโกแลตและไอศครีมมากกว่า 60 ชนิดที่ทำสดใหม่ทุกวัน The View : ตั้งอยู่บริเวณริมผาอันงดงามให้บริการเฉพาะอาหารเย็น เปิดให้บริการเวลา 18:30 น. - 22:00 น. และปิดทุกวันพุธและวันอาทิตย์ Benz’s : ร้านอาหารไทยกับเมนูอาหารไทยจากวัตถุดิบท้องถิ่นของเกาะกูดและเกาะช้าง ตั้งอยู่บริเวณริมป่าโกงกางของคลองยายกี๋ เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 19:00 น. - 22:30 น. และปิดทุกวันพุธและวันอาทิตย์ The Beach : อาหารกลางวันเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 12:00 น. - 16:00 น. , Sunset Cocktail 20:00 น., Sunday Beach BBQ 19:30 น. - 22:00 น. ที่อยู่ : หมู่ 4 110 ตำบล เกาะกูด อำเภอ เกาะกูด ตราด 23000 โทรศัพท์ : 039 619 800 ดูเพิ่มเติมได้ที่ : www.soneva.com/soneva-kiri Rayavadee จังหวัดกระบี่ โรงแรมรายาวดี (Rayavadee Hotel) ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางความงดงามตามธรรมชาติของแหลมพระนาง  ริมอุทยานแห่งชาติทางทะเลจังหวัดกระบี่ บรรยากาศภายในร่มรื่นด้วยแมกไม้นานาพันธุ์และสวนมะพร้าว รอบด้านโอบล้อมด้วยผาหินปูนตระหง่าน พืชพรรณไม้เมืองร้อนที่สมบูรณ์และผืนน้ำสีมรกตแห่งทะเลอันดามัน นอกจากห้องพักระดับ 5 ดาวที่ได้รับการตกแต่งอย่างมีเอกลักษณ์แล้ว รายาวดียังโดดเด่นด้วยบริการที่อบอุ่นเอาใจใส่ อาหารชั้นดีเลิศรส และบริการสปาเลื่องชื่อ ที่ช่วยให้ผ่อนคลายอย่างเต็มที่ในช่วงเวลาวันหยุด รายาวดีประกอบด้วยห้องพักแบบพาวิลเลี่ยน 2 ชั้น จำนวน 96 ห้อง และแบบวิลล่า 5 หลัง  ตั้งอยู่ท่ามกลางความเงียบสงบของธรรมชาติ สวนมะพร้าวและพืชพรรณเมืองร้อน ห้องอาหารก็มีให้เลือกหลากหลายอีกเช่นกัน อาทิ มื้อวบายๆ ริมชายหาด, ราราไดน์นิ่ง ห้องอาหารนานาชาติ, ครัวพระนาง ดินเนอร์ใต้บรรยากาษแสงจันทร์ริมทะเล พร้อมชมทัศนียภาพหมู่เกาะน้อยใหญ่และภูเขาหินปูน หรือ เดอะกร็อตโต ร้านอาหารที่แทรกตัวอยู่ภายใต้อ้อมกอดของภูเขาหินปูน ให้บรรยากาศถ้ำหินบนพื้นทราย เป็นต้น อีกทั้งยังมีกิจกรรมอีกหลายอย่าง เช่น ล่องเรือเที่ยวหมู่เกาะพีพีและอ่าวพังงา, พายเรือคายัคลัดเลาะไปตามป่าชายเลน, ขี่ช้างเที่ยวชมธรรมชาติ, ไต่หน้าผาหินพร้อมครูผู้ฝึกสอนส่วนตัว, เดินป่าไป, เล่นน้ำตก, สอนเรียนดำน้ำด้วยเรือส่วนตัว หรือ สอนทำอาหารไทย เป็นต้น ติดต่อ โทร: (66) 75 620 740-3 ติดต่อจองห้องพัก โทร: (66) 2 301 1861-3 (ภายในเวลาทำการตั้งแต่ 8.00 –20.00 น.) อีเมลล์: reservation@rayavadee.com ข้อมูลเพิ่มเติม : www.rayavadee.com ลาเอนาตู เบด แอนด์ เบเกอรี่ รีสอร์ท (La A Natu Bed & Bakery Resort) ปราณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เป็นรีสอร์ทริมทะเลขนาดเล็กที่มีสไตล์โดดเด่นเฉพาะตัว ตั้งอยู่บนชายหาดปราณบุรี-สามร้อยยอด ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 230 กิโลเมตร ด้านหน้ารีสอร์ทเป็นชายหาดส่วนตัว ด้านหลังเป็นแปลงนาข้าวขั้นบันได (สลับพืชอื่นๆ ตามฤดูกาล) บรรยากาศสบายๆ เงียบสงบ รื่นรมย์ แลนด์มาร์กสะดุดตาของ ลา เอ นาตู คือหลังคาทรงลอมฟางขนาดมหึมาอันเป็นจุดหมายปลายทางของสะพานไม้ไผ่ที่พาดข้ามทุ่งนาไปสู่ทะเล สิ่งก่อสร้าง สถาปัตยกรรม งานดีไซน์ และการตกแต่งภายในของลา เอ นาตูเป็นแบบพื้นถิ่นผสมโมเดิร์น เน้นความกลมกลืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลา เอ นาตู เป็นรีสอร์ทที่ไม่เพียงแต่มีการตกแต่งดีไซน์สุดฮิป แต่ยังมี Homemade Bakery เพื่อความเพลิดเพลินในรสชาติที่ละเมียดละไมไม่เหมือนใครอีกด้วย มีสระว่ายน้ำส่วนกลางลอยฟ้าแบบ roof-top ถูกโอบล้อมด้วยทัศนียภาพของภูเขา ทะเล ทุ่งนา และบรรยากาศของหมู่บ้้านเล็กๆ ริมหาด บ้านพักของลา เอ นาตูมีทั้งหมดเพียง 10 หลัง แบ่งเป็น 3 แบบ 3 อารมณ์ อาทิ Tropical Village เป็นเรือนใต้ถุนสูงแบบลาวโซ่ง อยู่ในโซนทุ่งนา ตัวบ้านหันหน้าเข้าหานาข้าว สามารถมองเห็นวิวทะเลเป็นบางมุม Loft Suite เป็นอาคารสไตล์โมเดิร์นสองชั้น ชั้นล่างเป็นห้องนั่งเล่นและอ่างจากุชชี่ ชั้นบนเป็นห้องนอน มีห้องน้ำทั้งชั้นบนและล่าง Vanilla Suite เป็น Pool Villa ที่มีสระว่ายน้ำภายในอาคารและอ่างจากุชชี่ขนาดใหญ่ การตกแต่ง ภายในเป็นรูปแบบเดียวกับ Loft Suite แต่จะมีพื้นที่ใช้สอยมากกว่าในส่วนของ side-terrace ที่อยู่ : 234 หมู่ 2 ตำบลสามร้อยยอด อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 77120 โทรศัพท์ : +66 (0)32 689 941-3, +66 (0)81 731 8688 ข้อมูลเพิ่มเติม : www.laanatu.com The Journey Beach Resort พัทยา จ.ชลบุรี เดอะ เจอร์นีย์ บีช รีสอร์ท (The journey Beach resort) ขับรถชั่วโมงกว่าๆ เราก็จะได้ซึมซับบรรยากาศดีๆ อยู่ท่ามกลามแมกไม้ ธรรมชาติ ห่างจากทะเลเพียง 100 เมตร ตั้งอยู่ที่ ซ.นาจอมเทียน10 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ตั้งห่างจากใจกลางเมืองเพียง 8.5 km, ห่างจากตลาดน้ำพัทยา 3.6 กิโลเมตร และห่างจากมิโมซ่าพัทยา 1.4 กิโลเมตร เท่านั้น ที่นี่มีบ้านพักทั้งหมด 8 หลัง มีทั้ง 1 ห้องนอน และ 2 ห้องนอน ให้ความเป็นส่วนตัวกับแขกที่เข้าพัก มีโซนอาบน้ำแบบ Open Air ไร้เพดาน ให้คุณๆ ได้อ่าบน้ำท่ามกลางธรรมชาติในสวนได้เต็มที่ รั้วรอบขอบชิดสูงกั้นให้ความเป็นส่วนตัว และยังมีม่านกั้นอีกชั้นหนึ่ง พร้อมด้วยประตูปิดม่านอีกชั้นที่มาจากห้องนอน ที่ตั้ง : 5/22 หมู่ 2 ซ.นาจอมเทียน10 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี (รีสอร์ทอยู่ซอยนาจอมเทียน 10 ติดกับร้านอาหารกลาสเฮาส์ พัทยา) เบอร์โทรศัพท์ : 096-2604044 และ 038-255331 อ่านรีวิวเพิ่มเติม : พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ ใกล้เมืองกรุง ที่ The Journey Beach Resort พัทยา Facebook : The Journey Beach Resort

เกิดชาติหน้าขอเป็นลูกอีก! หนุ่ม ศรราม กราบเท้าพ่อแม่ในวันเกิด 42 ปี
หนุ่ม ศรราม /  วันเกิด หนุ่ม ศรราม

     ซาบซึ้ง... พระเอกรุ่นใหญ่ หนุ่ม ศรราม ฉลองวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 42 ปี แบบเรียบง่ายแต่น่าเอาเป็นแบบอย่าง ด้วยการทำบุญ ถวายพระ ปล่อยนก นอกจากนั้นเจ้าตัวยังนำพวงมาลัยไปก้มกราบคุณพ่อและคุณแม่ผู้ให้กำเนิด พร้อมเผยถ้อยคำสุดกินใจถึงทั้งสองท่านมาดังนี้    “กราบขอบพระคุณป๋ากับหม่าม้าที่ให้กำเนิดเลี้ยงดูผมเป็นอย่างดี ให้ได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียน แมเว้าครอบครัวเราจะยากดีมีจนอย่างไรป๋ากับหม่าม้าก้อไม่เคยให้ผมต้องลำบาก วันนี้ป๋ากับหม่าม้าอายุมากขึ้นแล้วไม่ต้องเป็นห่วงนะครับไอ้หมาอยู่ทั้งคน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตามไอ้หมาไม่มีวันทิ้งป๋ากับหม่าม้าครับผม สำนึกในพระคุณของป๋ากับหม่าม้าเสมอ ถ้าไอ้หมาทำอะไรผิดพลาดโดยที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ผมก้อขอขมานะครับผม เกิดชาติหน้าชาติใดก็ขอให้เกิดเป็นลูกของป๋ากับหม่าม้าครับผม”    นอกจากนั้นก็ยังไปนั่งกินก๋วยเตี๋ยวข้างทางมื้อฉลองวันเกิดกันแบบน่ารักอบอุ่น สุขใดจะเท่าความสุขที่ได้รับจากพ่อแม่และคนในครอบครัวจริงมั้ยทุกคน...ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม @sornram_theappitak วันเกิด หนุ่ม ศรราม   วันเกิด หนุ่ม ศรราม   วันเกิด หนุ่ม ศรราม   วันเกิด หนุ่ม ศรราม   หนุ่ม ศรราม   หนุ่ม ศรราม  

ไปดูอะไรดี ใน
หนังสั้น

หลังจากคัดเลือกผลงานหนังสั้นจากทั้งนักเรียน นักศึกษา ไปจนถึงบุคคลทั่วไปจำนวนหลายร้อยเรื่อง ก็เข้าสู่ช่วงสัปดาห์สุดท้ายของ Thai Short Film & Video Festival หรือ เทศกาลภาพยนตร์สั้น โดยความร่วมมือของ มูลนิธิหนังไทย และ หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ซึ่งในปีนี้มาถึงปีที่ 20 แล้ว โดยงานจะจัดฉายภาพยนตร์สั้นและยาว จากทั้งไทยและเทศ ซึ่งมีทั้งสายประกวดของเทศกาล และหนังจากทั้งไทยและเทศซึ่งคัดเลือกมาให้ชมกัน ตลอด 9 วันเต็ม ระหว่างวันที่ 20 - 28 สิงหาคมนี้ โปรแกรมฉายในเทศกาลหนังสั้น 20 โดยแบ่งเป็น 20-21 ส.ค. ที่ หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) และ 23-28 ส.ค. ที่หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร วันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคม 2559 ณ โรงภาพยนตร์ศรีศาลายา หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) นอกจากการฉายหนังสั้นในสายประกวดนานาชาติ หรือ International Competition แล้ว ในช่วง 17.00 น. ยังมีการฉายรอบปฐมทัศน์ของ 'ความเศร้าของภูตผี' โปรเจ็กต์หนังโครงการ Domino Film Experiment ของกลุ่ม ฟิล์มไวรัส โดยเจ้าสำนัก สนธยา ทรัพย์เย็น ที่เชื้อเชิญคนทำหนังรุ่นใหม่ 4 คน ได้แก่ วชร กัณหา, จุฬญาณนนท์ ศิริผล, รัชฏ์ภูมิ บุญบัญชาโชค และ เฉลิมเกียรติ แซ่หย่อง มาดัดแปลงวรรณกรรมของ แดนอรัญ แสงทอง เรื่อง “ความเศร้าของภูตผี” ซึ่งแต่ละคนก็ตีความหรือดัดแปลงให้กลายเป็นของตน และทั้งหมดถูกเชื่อมโยงจนกลายเป็นเรื่องเดียวกัน - นี่น่าจะเป็นโอกาสไปกี่ครั้งที่เราได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ - ฉายเวลา 17:00 น. / ยาว 104 นาที และปิดท้ายวันนี้ด้วยโปรแกรมหนังสั้น ที่เทศกาลได้เชื่อเชิญนักดูหนังซึ่งติดตามชมเทศกาลนี้มาโดยตลอด อย่าง จิตร โพธิ์แก้ว มาจัดโปรแกรมหนังสุดพิเศษในชื่อ "Jit's Wish List ความปรารถนาของคุณจิตร" ซึ่งรวบรวมผลงานหนังสั้นที่เขาชื่นชอบจาก 19 ครั้งที่ผ่านมา ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นหนังซึ่งหาชมได้ยาก อีกทั้งยังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว (รู้จักหนังแต่ละเรื่องได้ที่นี่) - ฉายเวลา 19:00 น. / ยาวรวม 113 นาที วันอังคารที่ 23 สิงหาคม 2559 ณ หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร เริ่มบ่ายโมงกับโปรแกรมหนังสั้นที่ได้รับคัดเลือกจากโปรแกรมเมอร์ เทศกาลภาพยนตร์สั้นแคลร์มอง เฟอร์ลอง (Clermont-Ferrand) ประเทศฝรั่งเศส เทศกาลหนังสั้นที่ใหญ่ที่สุดในโลก (ดูรายละเอียดได้ที่นี่) ต่อด้วยช่วงบ่ายสามโมง กับโปรแกรม Queer รวมหนังสั้นหลากหลายทางเพศ ที่ปีนี้คัดเลือกมาทั้งสิ้น 4 เรื่อง ซึ่งต่างก็พูดถึงความพยายามจัดการเพศสภาพของตนเอง กับภาวะรอบตัวของคนรุ่นใหม่ (ดูรายละเอียดได้ที่นี่) เข้าสู่โปรแกรมช่วงเย็น เราขอแนะนำ 'ฝนสุดท้าย' ผลงานกำกับของ น้ำฝน อุดมเลิศลักษณ์ (นักแสดงนำหญิงจาก 'ที่รัก' Eternity) ซึ่งเคยฉายในเทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพปีที่ผ่านมา กับหนังที่ผสมผสานทั้งสารคดี หนังเล่าเรื่อง และหนังทดลองเข้าไว้ด้วยกัน ว่าด้วยความฝันของน้ำฝนที่อยากจะออกไปใช้ชีวิตในชนบท ซึ่งเธอทั้งแสดงและกำกับด้วยตนเอง - ฉาย 19.00 น. ณ ห้องฉายภาพยนตร์ 501 / ยาว 54 นาที **หมายเหตุ ฉายควบกับ 'สุญญาคาร' (ยาว 39 นาที) ผลงานจบการศึกษาของ วรกุล เมฆสวัสดิ์ นักศึกษาเอกภาพยนตร์ จาก ICT ศิลปากร ว่าด้วยนักศึกษาหนุ่มที่เผชิญจุดเปลี่ยนของชีวิตที่อาจทำให้ตนต้องทิ้งความฝันเพื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ https://vimeo.com/107146804 แต่ถ้าอยากชมหนังสั้นจากต่างประเทศหาชมได้ยาก เราขอแนะนำอีกโปรแกรม กับ หนังสั้นโปรตุเกส ที่คัดสรรจากเทศกาล NY Portuguese Short Film Festival ที่จัดฉายแบ่งเป็น 2 โปรแกรม ได้แก่ในช่วง 17.00 น. (ดูรายละเอียดของแต่ละเรื่องที่นี่) และเวลา 19.00 น. (หนังที่ฉาย) ทั้งหมาจัดฉายที่ ห้องออดิทอเรียม ชั้น 5 วันพุธที่ 24 สิงหาคม 2559 ณ หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร "...นัท เป็นหญิงสาวที่หลงรัก โอม เพื่อนเกย์สนิทของเธอ แม้จะรู้ว่าไม่มีทางสมหวังแต่ก็ไม่อาจลบความรู้สึกนี้ออกไปได้ จนกลายเป็นความทุกข์ทรมานที่ปลายทางคงหนีไม่พ้นความสัมพันธ์ฉันเพื่อนที่ต้องจบลง" นี่คือพล็อตของ I want you to be ผลงานของ บัณฑิต สินธนภารดี ที่นำประเด็นความลื่นไหลทางเพศสภาพ (ซึ่งยังไม่ค่อยมีหนัง LGBT ไทยเล่ามาถึงประเด็นนี้เท่าไหร่นัก) มาเล่าได้อย่างน่าสนใจ ผ่านมุมมองของตัวละครหญิงที่หลงรักเกย์ โดยเฉพาะการแสดงของตัวละคร นัท ที่ถือว่าเป็นไฮไลท์ของเรื่องก็ว่าได้ - ฉาย 19.00 น. ณ ห้องฉายภาพยนตร์ 501 / ยาว 76 นาที https://www.youtube.com/watch?v=YLArq59Lxm0 นอกจากนี้ ยังมีโปรแกรมหนังสั้นอาเซียน ทั้งจากจากประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่ง Francis Oggs Cruz นักวิจารณ์ภาพยนตร์ชาวฟิลิปปินส์เป็นผู้คัดเลือกแนะนำมาจำนวน 4 เรื่อง หนึ่งในนี้ยังมีหนังสั้นที่เคยไปร่วมประกวดในเทศกาลหนังโลการ์โน 2015 มาแล้วอย่าง Junilyn Has ของผู้กำกับ Carlo Manatad ว่าด้วยสาวนักเต้นในไนท์คลับ ที่ตั้งใจฝึกทักษะสุดพิสดาร เพื่อดึงดูดลูกค้ามากขึ้นในช่วงที่โป๊บเสด็จเยือนฟิลิปปินส์ - ฉาย 13.00 น., ยาวรวม 60 นาที (ชมรายละเอียดเรื่องนี้ และอื่นๆ ได้ที่นี่)  และหนังสั้นจากสิงคโปร์อีก 4 เรื่อง (โปรแกรมทั้งหมด) ฉาย 17.00 น., ยาวรวม 60 นาที ทั้งสองโปรแกรมฉายที่ห้องออดิทอเรียม ชั้น 5 ปิดท้ายด้วยการแนะนำหนังสั้นใน 2 สายประกวดกันบ้าง โดยเริ่มที่สาย 'รางวัลดุ๊ก' หรือสายสารคดี ที่วันนี้ฉายทั้งสิ้น 3 เรื่อง (จากที่เข้ารอบทั้งหมด 10 เรื่อง) ได้แก่ 'เพลงธรรม' (50.20 นาที) ของ กัลป์วีร์ จันทร์ดี, เปียว (21.01 นาที) โดย ณัฐนนท์ ทาปัญญา และ Bangkok Ghost Stories (20.42 นาที) โดย วชร กัณหา - ฉาย 15.00 น. ณ ห้องฉายภาพยนตร์ 501 และในสาย 'รางวัลช้างเผือก' หรือ หนังสั้นประเภทนักศึกษา (เข้ารอบทั้งสิ้น 17 เรื่อง) โดยวันนี้ฉายประเดิมทั้งสิ้น 4 เรื่อง ได้แก่ Violet Moon โดย รินรดา พรสมบัติเสถียร (20 นาที / คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย), 'ดาวกระดาษ' โดย สุระวี วรพจน์ (29 นาที / สาขาภาพยนตร์และสื่อดิจิตอล วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ), Aquarium โดย ปทิตตา จิตตานนท์ ( 26 นาที / คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สาขานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร) และ 'รถไฟหนึ่งราตรี' โดย ไพลิน ชัยนะกุล (26 นาที / คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง) - ฉาย 19.00 น. ณ ห้องฉายภาพยนตร์ 501 .... มีต่อ ครึ่งหลัง ติดตามข่าวสารและข้อมูลเทศกาลหนังสั้นครั้งที่ 20 ได้ที่นี่ ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

แบกเป้ลุยเวียดนามใต้ โฮจิมินห์ ดาลัด มุยเน่ 4 คืน 5 วัน มันส์โคตร! (ตอนที่ 2)
ที่พักเวียดนาม /  ที่เที่ยวเวียดนาม

เพจเก็บกระเป๋า ได้แบกเป้ลุยเวียดนามใต้ 4 คืน 5 วัน โดยวันที่ 1-2 นั้น แบกเป้เร่ร่อน โฮจิมินห์ , ดาลัด ส่วนวันที่ 3 นี้ เก็บกระเป๋าจะพาไป มุยเน่ - เมืองทะเลทรายชายทะเล กันค่ะ แบกเป้ลุยเวียดนามใต้ โฮจิมินห์ ดาลัด มุยเน่ 4 คืน 5 วัน มันส์โคตร! (ตอนที่ 2) มา มา มา มาต่อเช้าวันที่ 3 กันค่ะ ที่มุยเน่ (ออกเสียงว่า หมุยแน้) ใช้เวลาเดินทางจากดาลัด - มุยเน่ ประมาณ 5 ชั่วโมง คือระหว่างทาง เราจะได้ยินเสียง ขาก ตุ๋ย ขาก ตุ๋ย ตลอด  ประสานเสียงให้ฟังกันทั้งคัน พี่เวียดเขาอ้วกพุ่งกันค่ะ คือเส้นทางค่อนข้างเป็นเขา โค้งไปโค้งมา ขนาดเรายังต้องดมยาดม ไม่งั้นอาจมีสิทธิ์ ขาก ตุ๋ย ขาก ตุ๋ย ได้ ^^ รถจะจอดรับคนตามทาง จนมีช่วงนึงรถจอดพักค่ะ เราก็ไม่รู้เรื่องว่าเขาจอดให้กินข้าว จนคนขับรถมาเรียกเราบอกว่า "เบรคฟัทๆ" อ่อดีเลย สวรรค์สิคะ รีบลงรถเพราะหิวมาก เขาพาเราไปในร้าน THIEN TRANG ขายพวกเฝอ พวกบุ๋น คือเขาพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ ไอเราก็สั่งไม่เป็นเลยใช้กูเกิ้ลทรานเสลดเลยค่ะ ห้าาา ได้ผล และที่สำคัญเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม เราชี้ๆ ไปที่ชามที่เขาเอามาเสริฟ เขาบอกว่า "นัมเบอร์วันๆ" เรานี่ตาลุกเป็นประกาย เป็นเนื้อด้วย สั่งเลยจ้ะ 1 ชามโตๆ มันคือ Bun Bo Hue  (ภาพกลาง-บน) ขนมจีนใส่น้ำซุปใสของเนื้อวัวและขาหมู ใส่มะเขือเทศ น้ำซุปจะใส่ตระใคร้ สีแดงได้จากเม็ด Hột Điều Màu เป็นเครื่องเทศผัดน้ำมัน ส่วนเพื่อนเราสั่งเหมือนกันแต่เป็นหมู ได้มาเป็นขาหมูโตๆเลย (ภาพล่าง-กลาง) เค้าจะเอาผัก และน้ำชาทั้งร้อนทั้งเย็นมาเสริฟด้วยค่ะ อยากบอกว่านัมเบอร์วัน นี่นัมเบอร์โคตรๆ เด็ดอ่ะ ต้องมาลองนะคะ ตั้งแต่กินอาหารเวียดนามมาแต่ละอย่างแทบจะไม่ปรุงเลย ประทับใจมาก แต่ถ้าปรุงเรากินเค็มอ่ะ ต้องเพิ่มน้ำปลา และน้ำปลาเวียดนามนี่ตัวเด็ดเลยค่ะ เป็นน้ำปลาที่อร่อยที่สุดในโลกค่ะ เค็มๆ หวานๆ มาลองนะ 3 ชาม หมดไป 150.000 ดอง ถือว่าสมราคาค่ะ เราเดินทางต่อจนถึงใจกลางมุยเน่ รถพาเรามาปล่อยไว้กลางทางจ้าาา บอกว่าให้นั่งแท็กซี่เข้าไป ตายๆๆ นึกว่าจะส่งตรงหน้าร้าน Lam Tong เหมือนที่เขารีวิวกัน อื้ม...มองหาแท็กซี่ เจอของ MaiLinh คันเขียว เราเลยถามราคาเข้าบอกว่า 150.000 ดอง ตามมิเตอร์ ก็ตกลงไป เสี่ยงอีกละแท็กซี่ แต่พอเอาเข้าจริง 150.000 ดองเป๊ะค่ะ ปรบมือรัวๆ เลย สงสัยมาส่งนักท่องเที่ยวบ่อย และแน่นอนอิชั้นไม่โดนโกงนะค้าาาา ^^ ลงรถเสร็จอยู่ดีๆ ก็มีคนอาสาพาไปที่พักบอกว่าที่พักนี้ราคาถูก ของเพื่อนเขา ใจง่ายอีกละไปสิคะ ห้าาาา  คือไปนั่งค้นนามบัตรจนเจอเมื่อกี้เองโชคดีมาก อยากแชร์ มาพักที่นี่เหอะ ถูก ดี พนง.น่ารัก ห้องกว้าง มีมอไซค์ให้เช่าด้วย ที่ "MINH HUNG" ด้านหน้าจะเป็นร้านแว่นตา แต่ด้านในซ่อนที่พักไว้ ราคาห้องละ 250.000 ดอง/คืน (แค่ 375 บาทเอง หาร 3 อีกต่างหาก รู้สึกภาคภูมิใจมากค่ะ ห้าา) เราให้ พนง.จองทัวร์นั่งจิ๊บไปทะเลทรายแบบมีหลังคานะไม่งั้นไหม้ ราคา 6 USD/คน เฮ้ยยยถูกอ่า ส่วนใหญ่เหรดอยู่ที่ 7 USD/คน นะ และเราก็ให้เขาจองรถกลับโฮจิมินห์พรุ่งนี้ด้วย 8 USD/คน ค่ะ ป๊ะ !! เก็บข้าวของไปกินข้าวกัน  จิ๊บจะมารับตอน 13.00 น. เราออกหากินอีกแล้วค่ะ ผู้หญิงอัลไร กิน กิน และกิน ^O^ รอบนี้หาอาหารพื้นมืองกินยากนะคะ ที่นี่มีแต่ฝรั่ง อาหารก็จะออกกลางๆ นี่สั่งข้าวผัด ข้าวหน้าหมูมากิน รสมันๆ เลี่ยนๆ ไม่ค่อยถูกปาก มื้อนี้ค่าเสียหายอยู่ที่ 110.000 ดอง ค่ะ กินข้าวเสร็จก็เดินกลับมาขึ้นรถ แวะซื้อน้ำซื้อขนมที่ร้านโชห่วยแบบเวียดนามสไตล์ค่ะ มาไกลถึงนี่ แต่ก็หนีไม่พ้นไทยแลนด์จริงๆ พบแผงขายแชมพู   ทั้งซัลซิล โดฟ รีจอยส์ เคลียร์ แพนทีน โหยยยกะขายทุกยี่ห้อเลยอ่า ห้าา รถมาแล้ว เงิบ..ทำไมเจอแต่เรื่องเงิบๆ จิ๊บเปิดประทุนจ๊ะ ตายๆ ไหนบอกมีหลังคาไง ดีนะทากันแดดกับใส่เสื้อแขนยาวมา ถึงว่าราคา 6  USD เองโปรแกรมวันนี้เราจอยกรุ๊ปกะฝรั่งอีก 4 คนค่ะ มีคู่หนุ่มสาว และคู่รุ่นตายาย(น่าร้ากกก) วันนี้เราจะไปที่... ซุยเตียน(Fairy Stream) หมู่บ้านชาวประมง(Fisherman Village) ทะเลทรายขาว(White Sand Dune) ทะเลทรายแดง(Red Sand dune) เดินทางไม่ไกล ก็ถึงซุยเตียน(Fairy Stream) หรือแกรนด์แคนยอนเวียดนาม เกิดจากการกัดเซาะของน้ำและลม คล้ายๆกับแพะเมืองผีบ้านเราค่ะ จะมีลำธารเล็กๆ ระดับน้ำประมาณตาตุ่มด้วยค่ะ ซึ่งจะพัดพาตะกอนทรายสีแดงไหลออกไปสู่ทะเล คนขับรถให้เวลา 30 นาที (ถ้าจำไม่ผิดนะคะ) เกือบทุกที่เลย เริ่มจากด้านหน้ารถจิ๊บจอดเต็มเลยค่ะ จิ๊บเขียวมะนาวคันนี้สีเจ็บมาก ชอบ เดินเข้ามาด้านในจะได้กลิ่นตุตุ เดาว่าน่าจะเป็นกลิ่นกะปิที่ชาวบ้านหมักไว้ในโอ่งมังกร ฝาปิดโอ่งเหมือนหมวกเวียดนามเลยอ่า ^^ ก่อนเดินลงไปตามพื้นทรายสีแดง จะมีกลุ่มเด็กเกรียนมาเรียกเก็บค่าเข้า 5.000 ดอง กรุ๊ปเราไม่จ่าย นำทีมโดยคู่คุณตาคุณยายชาวฝรั่ง ห้าา พอไม่จ่ายเท่านั้นแหนะ ฮีก็ด่าเรา  วดฟ. เราหาแคร์ไม่ ถอดรองเท้าหิ้วเดินชิวๆ ไปตามทางค่ะ ทรายนุ้มนุ่มอ่ะ ย่างไปเรื่อยๆ จะเริ่มเห็นภาพนี้นะคะ นักท่องเที่ยวเดินเข้าออกสวนกันเยอะดี ซักพักจะเห็นเนินทรายอยู่ซ้ายมือ เราเคยอ่านเจอว่ามันเป็นทางขึ้นไปด้านบนแล้วจะเห็นเป็นท็อปวิวสวยๆ  พูดมาซะขนาดนี้ถามว่าได้ขึ้นไปมั้ย "ม่ายยยยย" เรายอมแพ้ค่ะ ทรายร้อนมาก ขืนไปเท้าคงสุกพอดี  ขึ้นไปนิดเดียวให้พอได้ภาพละกันน้อ ^^ เราเจอกรุ๊ปทัวร์คนไทยด้วย บางคนเพิ่งเดินเข้ามาครึ่งทางแล้วไกด์เรียกให้กลับ  ทำให้พลาด ไม่ได้เห็นมุมสวยๆ อีกมุมหนึ่งของซุยเตียน เสียดาย เสียดาย เสียดายแทน ยังไงถ้าใครมาที่นี่แล้วรีบเดินจ่ำอ้าวไปให้สุดทางเท่าที่จะทำได้นะคะ ซุยเตียนก็จะประมาณนี้ค่ะ สถานีต่อไป >> หมู่บ้านชาวประมง (Fisherman Village) เอาภาพระหว่างทางมาฝาก น้ำทะเลสีครามนวลๆ ^^ หมู่บ้านชาวประมงค่ะ(Fisherman Village) ที่นี่จะมีเรือหาปลานับร้อยลำที่พากันกลับเข้าฝั่งมาในตอนเย็นและยังมีเรือกระด้งลำกลมๆ  ซึ่งเป็นเรือประมงพื้นบ้านของชาวดาลัดอีกด้วยค่ะ แสงอาทิตย์ระยับระยิบส่องต้องผิวน้ำ ระรอกคลื่นที่ซัดโถมเข้าฝั่ง สวยจนต้องยอมถอดแว่นกันแดดมองเลยทีเดียว โว๊ะ โหะ โหะ ^O^ สถานีต่อไป >> ทะเลทรายขาว (White Sand Dune) เห็นทางเข้าทะเลทรายแล้วใจเต้น ได้ยินเสียงอะไรมั้ย... ได้ยินเสียงเพลงนั้นมั้ย... ทำนอง... จังหวะ... เริ่มดังอยู่ในโซนประสาทหูแล้วสิ ^^ ขบวนรถจิ๊บพานักท่องเที่ยวมุ่งสู่ทะเลทรายขาว แนะนำให้หา Mask มาใส่ด้วยนะคะ ฝุ่นเยอะมาก มองไปด้านซ้ายจะเห็นทะเลทรายอยู่ไกลๆ ตื่นเต้นๆ ก่อนเข้าไปด้านในจะต้องเสียค่าธรรมเนียมคนละ 10.000 ดอง เราซื้อน้ำเปล่าติดตัวไปด้วย กันลงแดงเพราะขาดน้ำ ที่นี่จะมีรถ ATV ให้เช่า ราคา 200.000 - 300.00 ดอง จำกัดเวลาด้วย แพงนะ เดินดีกว่าประหยัดและได้ออกกำลังกาย จะบอกว่าเราใส่หูคีบเพื่อนยากมาแหละ เวลาเดินก็ถอดออกให้เท้าได้สัมผัสกับทรายนุ่มๆ อุ่นๆ แต่แดดอ่าร้อนมาก !! แต่ก็คุ้มนะ ทะเลทรายที่ใกล้ประเทศไทยแบบนี้ควรมาค่ะ และที่นี่ก็เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนต์เรื่องเราสองสามคน ที่เราเป็นนางเอก (แอร๊ยย ><) แต่เรื่องจริงเราทั้งหูไม่ดี ทั้งสายตาไม่ดีเลยนี่สิ ห้าา ฝรั่งคู่คุณตาคุณยายเดินเร็วมาก นำเราไปเรียบร้อย สงสัยเราขาสั้น เอิ๊กๆ หันหลังกลับไปจะได้วิวนี้ค่ะ สวยงาม เพื่อนเราโคตรเท่เลยรูปนี้ ผมยุ่งๆ ชอบอ่า >< ะเลทรายที่เวียดนามมีทะเลทรายขาวและทะเลทรายแดงอยู่ใกล้ๆ กันค่ะ ซึ่งที่สุดท้ายเราจะไปดูพระอาทิตย์ตกยามเย็นที่ทะเลทรายแดงกัน ใครไม่ได้เล่นสไลเดอร์เมื่อกี้ ที่นี่จะมีเด็กๆ คอยเดินตามตื้อให้ซื้อไปเล่นนะคะ รถจะจอดฝั่งที่ติดทะเล เราก็ข้ามมาอีกด้าน คราวนี้เดินไปไม่ไกลค่ะ ชิวๆ เราเดินทางกลับที่พักประมาณ 1 ทุ่มค่ะ โหยยเหนียวตัวมาก แดด ฝุ่น ทราย อาบน้ำด่วน แล้วเดินออกไปหาอะไรกินข้างนอกกัน สองข้างทางจะมีร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านขายของที่ระลึก และโรมแรม เกสเฮ้าส์ เยอะค่ะ แต่ช่วงนั้น 3 ทุ่ม รู้สึกจะเริ่มเงียบ มาถึงมุยเน่ หลายรีวิวบอกว่าต้องมากินอาหารทะเลที่ร้าน Lam Tong ค่ะ  โดยเฉพาะล็อบสะเต้ออออ หาร้านอยู่นานในที่สุดก็เจอ เข้าไปด้านในเลือกที่นั่งติดระเบียงริมทะเล แต่รู้สึกเสียงคลื่นซัดเข้าฝั่งจะดังไป ราคาอาหารที่นี่ค่อนข้างแพง อย่างว่าย่านแหล่งท่องเที่ยว วิธีการสั่งถ้าเป็นอาหารทะเล เขาจะคิดเป็นกิโล ตักเอาสดๆ จากตู้เลย เห่อจะกินก็สงสาร ถ้ามัวแต่สงสารก็จะอดกิน สุดท้ายสั่งมา 3 อย่าง ล็อบสเตอร์ย่างได้มา 2 ตัว หอยนางรมอบชีส 4 ตัว และข้าวผัดซีฟู้ด 1 จานกลางๆ ค่าเสียหายมื้อนี้อยู่ที่ 1.305.000 ดอง หรือ 3 อย่าง 1,957 บาท แพงงงงงงงงงงอ่ะ แพงสุดเท่าที่กินมาละ กระเป๋านี่แห้งเลยค่ะ ที่อยากกินเพราะล็อบสเตอร์เลยย TT เราและเพื่อนสรุปกันว่าแพงไป และรสชาติก็งั้นๆ นะ ไปหาร้านอื่นเหอะ ใครมีร้านอร่อย ราคาโอเคกว่านี้ แนะนำมานะคะ วันที่ 3 ที่หมุยแน้ สนุก เหนื่อย แดด ลม ทราย แผดเผาร่าง คืนนี้ต้องพักฟื้นค่ะ เพื่อพรุ่งนี้ที่โฮจิมินห์ถิ่นลุงโฮ ราตรีสวัสดิ์ สรุปค่าใช้จ่ายวันที่ 3 "มุยเน่" ค่าใช้จ่ายรวม 2.157.000 VND + 42 USD = (2157 x 1.5) +  (42 x 32) = ประมาณ 4,579 บาท เฉลี่ยคนละ  4,579/3 = 1,526 บาทค่ะ ปล.ถ้าไม่เน้นกิน แนะนำกินอาหารข้างทาง บั๋นหมี่ก็มีค่ะ 20.000 ดองเอง ราคาแตนดาร์ด ประหยัดได้อีกเยอะ ^^ เช้าวันที่ 4 ก่อนไปโฮตอน 08.00 น. วันนี้เราตื่นกันเช้าค่ะ อยากไปเห็นแสงแรกที่ริมทะเล เกือบ 7 โมงได้ แต่ไม่ทันแสงแรกหรอก โน่น...แสงที่สอง สาม สี่ ห้า.... สว่างจ้าเลย แต่ก็ถือว่าได้ออกมารับอากาศตอนเช้าๆ ได้เห็นคนเอาเรือออกหาปลาด้วย น้องหมาก็ออกมาเดินเล่นนะคะ พอคลื่นซัดมาใกล้ๆ ก็วิ่งหนี มองดูแล้วอารมณ์ดีเลย ระหว่างไปหาของกิน ร้านไม่ค่อยเปิดเลย เงียบไปนะ เราเจอ "ฺBackpacker Village" คูลอ๊าาาา เจอรถเต่าด้วย หาเจอยากนะ >< ร้านอาหารที่นี่จะเปิด 07.00 น. แต่จะตั้งร้านไว้ก่อนหลอกล่อเรามาก เราตัดสินใจเดินไปร้านนึง หาพนง.นานอยู่ กว่าจะออกมา คือมื้อเช้านี่ต้องกินนะ ไม่งั้นหิวตาย กว่าจะถึงโฮจิมินห์ ก็ประมาณ 6 ชั่วโมง เราสั่งเบอร์เกอร์เวียดนาม ก๋วยเตี๋ยว(ได้เส้นมาม่าอีกละ U_U) และข้าว รสชาติก็งั้นๆ คือมุยเน่นี่ไม่มีอะไรอร่อยเลยหรอ ?! ค่าอาหารมื้อนี้ 215.000 ดองค่ะ อิ่มท้องแล้วจัดกระเป๋า โก ทู โฮจิมินห์ ค่ะ เราออกเดินทางจากมุยเน่ตอน 08.00 น. รถออกไปได้ซักพัก เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อเพื่อนเราลืมมือถือ !!! ขณะรถจอดรับผู้โดยสาร เพื่อนเรารีบออกไปบอกคนขับว่าลืมของ นังรีบโดดออกจากรถซ้อนท้ายพี่วินกลับไปเอาของที่ที่พัก งานนี้เป็นใครก็ใจเต้นรัวๆ ดีนะที่เพิ่งออกมาได้ไม่ไกล ฝากถึงทุกท่านโปรดเช็คสิ่งของมีค่าก่อนออกจากที่พักทุกครั้งค่ะ รถจะแวะพักให้ทานมื้อเที่ยงด้วยนะคะ ไม่อดตายแล้วเรา ^^ เวลา 13.30 น. เราถึงโฮจิมินห์ ใช้เวลา 5.30 ชม. และเป็นวันสุดท้ายที่จะได้เที่ยวเวียดนาม  ตอนนี้เงินดองไม่พอต้องเดินหาที่แลกตังค่ะ จำได้ว่าจะมีธนาคาร Dong A Bank อยู่ตรงถนนฟามงูเหลา ก็เดินไปหาดูปรากฏว่าปิด ผ่านเวียตซีก็ปิด คือวันเสาร์ที่โฮจิมินห์ บริษัท ร้านค้าจะปิดให้บริการ เงียบเหงาเลย จริงๆ ควรจะเปิดนะ นักท่องเที่ยวก็เยอะ ดังนั้นใครมาเที่ยวแล้วเจอแบบนี้โคตร ซอ อัว ยอ ซวยยยย เราเลยเดินไปที่ตลาดเบนถันเพราะข้อมูลที่หามาบอกว่ามีร้านรับแลกอยู่ และก็มีจริงๆ ข้ามทางม้าลายไปจะเจออยู่ด้านซ้ายมือ มีอยู่สองร้านอยู่ข้างๆกัน เราเลือกร้านขวาเหรดแลกเงินไทยเป็นดองดีกว่า (แต่ทำไมบางบทความบอกว่าถ้าแลกเงินกับร้านเพชรร้านทองเวียดนามผิดกฏหมายนะ) แลกเงินแล้ว เข้าไปที่ตลาดเบนถันกันค่ะ คล้ายจัตุจักรบ้านเราเลย ที่นี่มีพื้นที่ประมาณ 1 ตารางกิโลเมตร มีหอนาฬิกาอยู่ด้านหน้าเป็นสัญลักษณ์ค่ะ สินค้าก็จะเป็น เสื้อผ้า กระเป๋าเดินทาง เป้ นาฬิกา ของที่ระลึก อาหาร เครื่องเทศ อาหารสด ดอกไม้ บลาๆ ของทีนี่ถูกนะ ต่อราคาดีๆ แต่ผลไม้แช่อิ่มแพงกว่าที่เราซื้อที่ดาลัด จะให้ดีกลับไปซื้อกินที่ไทยเหอะค่ะ ห้าา (ตลาดเบนถันจะเปิดตอนเช้าจนถึงบ่ายๆ นะคะ มาตอนเย็นกินแห้วแน่ ) จากนั้นเราก็เดินเที่ยวรอบเมืองค่ะ แน่นอนว่าตามสไตล์นักท่องเที่ยวก็ต้องหยิบแผนที่ออกมากาง แล้วคลำๆ ทางไปด้านหลังตลาดเบนถัน พร้อมถามทางคนไปเรื่อยๆ เจอร้านตัดผมอยู่ในซอกในช่องเล็กๆ ด้วย ชอบอ่า ช่างกำลังตัดผมให้เด็กน้อยอยู่ และแล้วเราก็มาถึงที่แรกค่ะ พิพิธภัณฑ์สงคราม (War Remnants Museum) คนต่อแถวซื้อบัตรเยอะเลย ค่าเข้า 15.000 ดอง ข้างในอาคารจะจัดแสดงเครื่องมือการรบ และอาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ในสมัยสงครามเวียดนามมีทั้งของจีน เมกา พร้อมภาพถ่ายแนว Photo Essay ขอย้ำว่าฝีมือช่างภาพในสมัยนั้นเทพมาก โดยเฉพาะผลงานช่างภาพชาวญี่ปุ่นที่ใช้กล้อง Nikon ตัวสีดำ ภาพส่วนใหญ่เห็นแล้วสะเทือนใจค่ะ เราเห็นฝรั่งหลายคนยืนมองแล้วน้ำตาคลอ คงอินมาก เพราะแต่ละภาพถ่ายทอดความรู้สึกได้ดี สถานีต่อไป โบสถ์นอร์ทเธอดามค่ะ เก็บภาพระหว่างทางมาฝาก โบสถ์นอร์ทเธอดามสร้างขึ้นในสมัยเวียดนามอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศส พ.ศ.2420 เป็นการจำลองมหาวิหาร Notre Dame กรุงปารีสมา มีหอคอยคู่ สูงๆ เป็นสัญลักษณ์ที่มองเห็นได้แต่ไกล และยังเป็นโบสถ์ที่มีความสวยงามที่สุดในเวียดนามใต้อีกด้วยค่ะ เดินมานิดเดียวก็เจออาคารสีเหลืองเข้มๆ ตั้งเด่นเป็นสง่า ภาพนี้เราถ่ายจากมือถือ ซัมซุงแกรนด์ 2 ไม่คิดว่าจะชัดขนาดนี้ ห้าาาา ไปรษณีย์กลางโฮจิมินห์ (Central Post Office) เป็นไปรษณีย์ที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนามด้วยศิลปะโกธิคค่ะ สร้างขึ้นเมื่อครั้งที่เวียดนามยังอยู่ในการปกครองของฝรั่งเศสช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ผู้ออกแบบไปรษณีย์แห่งนี้คือ **Gustave Eiffel สถาปนิกระดับโลก ผู้ออกแบบหอไอเฟล ในตัวอาคาร    จะตกแต่งด้วยภาพแผนที่ทางทะเลโบราณ และมีภาพของอดีตผู้นำประเทศ "ลุงโฮ" นั่นเอง ใครจะส่งโปสการ์ดเชิญได้ที่นี่นะคะ เราจะใช้เวลาอยู่ในแต่ละที่ไม่นานมากค่ะ แล้วเดินต่อไปอีกที่ เมื่อยมาก จนมาถึง Opera House หรือโรงละครยาฮดแถงห์โฝ (Nha hat Thanh Pho) สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2402 เพื่อใช้ในการแสดงต่างๆ เมื่อก่อนเคยใช้เป็นสำนักงานใหญ่ของสภาเเห่งชาติเวียดนามใต้ แต่ ณ บัดนาว เปิดใช้เป็นที่เเสดงเหมือนเดิมค่ะ สถานที่ต่อมา สภาประชาชน ตรงข้ามจะเป็นสวนที่เรียกว่า จัตุรัสโฮจิมินห์ (Tran Nguyen Hai Statue) มีอนุสาวรีย์ลุงโฮอยู่ด้วยนะคะ จุดนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ของโฮจิมินห์ ที่ใช้เป็นจุดตั้งหลักและจุดนัดพบเลยก็ว่าได้ ประเด็นฝั่งจัตุรัสโฮจิมินห์กำลังทำการปรับปรุงค่ะ โดนล้อมไว้หมดเลย มองไม่เห็นอะไรซักอย่าง TT ขณะนี้เวลา 18.30 น. รถเมล์สาย 152 ไปสนามบินหมดแล้ว เราอยากใช้เวลาให้คุ้มค่าเพราะ เครื่องออก 21.35 น. ซึ่งเช็คอินในเว็บเรียบร้อยแล้ว  เลยว่าจะนั่งแท็กซี่ไปสนามบินเอา ประมาณ 30 นาที ระหว่างนี้เพื่อรักษาเวลาเราไม่เดินละค่ะ นั่งแท็กซี่อย่างเดียว ไป ร้าน Quan an ngon ที่อยู่ 138 Nam KyKhoiNghia Street | District 1, Ho Chi Minh City, Vietnam ที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็นร้านต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง ยิ่งเวลามีจำกัด อยากกินอาหารเวียดนามให้ครบต้องมาที่นี่เลย ทำกันให้ดูสดๆ ด้วยนะคะ เราสั่งอาหารมา 5 อย่าง จำชื่อไม่ได้ซักอย่าง ถามพนังงานให้แนะนำเมนูแบบเวียดนามสไตล์เอาค่ะ และก็ไม่ผิดหวังจริงๆ อาหารอร่อยทุกอย่าง โหวตๆๆ ^^ หมายเลข 1 ข้าวผัดเวียดนามใส่หม้อดิน หมายเลข 2 เส้นขนมจีนเส้นแห้งกินกับปอเปี๊ยะทอดและหมูย่าง เด็ดมาก พูดเลย หมายเลข 3 คล้ายๆ สาคูไส้หมู แต่แป้งจะเหนียวๆ ใสๆ ข้างในใส่ไส้กุ้งหวานๆ จิ้มกับน้ำจิ้มหวานๆ เปรี้ยวๆ ที่อยู่ในจาน ฟินมากก หมายเลข 4 ขนมเบื้องเวียดนามค่ะ อันใหญ่กว่าที่ไทยมาก แป้งจะกรอบ ข้างในเป็นถั่งงอก ผักต่างๆ และกุ้ง หมายเลข 5 ขนมหวานอันนี้คล้ายกล้วยบวชชีค่ะ ส่วนผสมมีกล้วยนึ่งฝานบางๆ สาคูเม็ดเล็ก เนื้อมะพร้าวอ่อน ราดด้วยกะทิแบบเจ้มจ้น และถั่วลิสง คือจานใหญ่มาก ดีนะสั่งมาแค่จานเดียว อิ่มอร่อยมากค่ะ ชอบ กลับบ้านต้องลองทำกินให้ได้ มื้อเย็นที่แสนอร่อยนี้ ราคาอยู่ที่ 1.907.000 ดอง หรือประมาณ 2,860 ค่ะ (แพงงงงงงงงอ่า แต่ไม่เป็นไรแลกกับเวลาที่ไม่ต้องไปเดินหาของกินแบบเวียดๆ แล้วยอมจ่าย) อิ่มกันแล้ว แต่เวลานี่ 2 ทุ่ม จวนจ้ำมาก เรานั่งแท็กซี่ให้ไปส่งที่ Night Market เพื่อเลือกซื้อของฝาก แบบเร่งๆ รีบๆ คราวนี้เวลาโคตรกระชั้น เราเลยเรียกแท็กซี่ไปสนามบิน พอถึงสนามบินเราวิ่งไปที่ เคาเตอร์แอร์เอเชียแบบไม่คิดชีวิต แล้วยื่นเอกสารให้พนง. สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นจนได้ จากที่ฟังภาษาอังกฤษไม่ค่อยออก แต่วันนั้นฟังออกเต็มสองรูหู "ซอรี่" มาคำแรกและ "เลท" มาคำที่สอง "ทูม้อโร่ อะ เกน" คำที่สาม เราสองสามคมองหน้ากันทำตาปริบๆ โหยย ชีวิต ตกเครื่องข่าาาาา เราเสริจหาเที่ยวบินของวันนี้และวันพรุ่งนี้ในราคาที่ถูกที่สุด ได้ Vietjet Air ราคาดีสุดคือ 3,000 บาท รอบ 11.00 น. แต่เคาเตอร์ปิดแล้ว จองในเน็ตก็ไม่ได้ ตอนนั้นประมาณ 5 ทุ่มได้ เลยตัดสินใจเดินออกจากสนามบินไปหาที่พักใกล้ๆ แล้วค่อยมาจองตั๋ววันพรุ่งนี้ รุ่งขึ้นการซื้อตั๋วสำร็จไปด้วยดี แต่ของฝากเราไม่อยู่แล้ว เศร้า... แต่จะเศร้าทำไม ทำวิกฤตให้เป็นโอกาสสิ ไหน ๆ ก็มีเวลาอยู่ต่อแล้ว เลยนั่งรถเมล์สาย 152 กลับเข้าเมืองโฮจิมินห์อีกครั้ง และใช้เวลา 3 ชม. สุดท้ายให้คุ้มค่าที่สุด เราแวะตลาดเบนถันเพื่อซื้อของฝากใหม่ และหาของกินที่นี่เลย โชคดีก่อนกลับได้ลิ้มรสกาแฟและราเมงสูตรเวียดนามแสนอร่อย กาแฟรสเข้มมากและหวาน แต่มันกลมกล่อม อร่อยสุดๆ ราเมงเวียดนามนี่เด็ดมาก เส้นเด้ง น้ำซุปต้มยำ เเซ่บเวอร์  ต้องลองนะคะ !! ขากลับไปสนามบินให้ขึ้นรถเมล์ที่จุดเดิม แต่ให้ยืนรอที่ช่องรอรถด้านในนะคะ จะมีป้าย 152 บอกประจำจุดอยู่ค่ะ สาบานว่า จะไม่ให้ประวัติศาสตร์ตกเครื่องซ้ำรอยอีก ต่อจากนี้เตรียมตัวกลับสู่ประเทศไทยและโลกแห่งความจริงของมนุษย์เงินเดือนต่อไป สรุปค่าใช้จ่ายวันที่ 3 และ 4 รวม 3.539.000 VND = 3539 x 1.5 ประมาณ 5,300 บาท/3คน เฉลี่ยคนละ 5,300/3 = 1,766 บาท ***สรุปค่าใช้จ่ายต่อคน 4 - 8 มีนาคม 2558 ระยะเวลา 4 คืน 5 วัน*** ตั๋วเครืองบินไปกลับ 3,000 บาท วันที่ 1     : 1,056 บาท วันที่ 2     : 1,420 บาท วันที่ 3     : 1,526 บาท วันที่ 4-5   : 1,766 บาท รวม 8,768 บาทค่ะ ตีเป็นเลขกลมๆ สวยๆ ก็ 8,700 บาท (ขอไม่รวมค่าตั๋วที่ซื้อใหม่นะคะ) ถ้าไม่เน้นกิน เลือกแบบโลคอลตามข้างทาง และไม่ตกเครื่องเสียเงินนอนโรงแรมและค่าอื่นๆ เพิ่ม งบจะอยู่ที่ 7,500*** บาทค่ะ หากคุณต้องการเที่ยวแบบประหยัดในราคาสบายกระเป๋า การศึกษาข้อมูลก่อนออกเดินทางเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นมากค่ะ แล้วคุณจะไม่ถูกโกงงง !!!!  ^^ ปล.ใครอยากได้ข้อมูล หลังไมค์นะคะ มีแบบละเอียดค่ะ แต่ขอรวบรวมดีๆ แปรบบ สุดท้ายและท้ายสุดขอบคุณเพื่อนร่วมทริปเราสองสามคนที่ทำให้ทริปนี้มีสีสันและสนุกสุดเหวี่ยง ขอบคุณภาพสวยๆ จากกล้องอิดรูเพื่อนสาว ที่ทำให้ได้ภาพเพิ่มในหลายๆ มุม กระทู้มีสีสันขึ้นเยอะ สำคัญสุด ขอบคุณทุกท่านที่อ่านมาจนถึงบันทัดนี้ คือยาวมาก ทำเองยังเบื่อเลย คิดตลอดว่าเมื่อไหร่จะจบวะเนี้ย ห้าาาาา จบละนะ จบ. แต่ "เวียดนาม" พี่ไม่จบแน่ ต้องมีซ้ำ !!!! บอกไม่ถูกเลยว่ารู้สึกดีใจสักเท่าไหร่ มากแค่ไหนก็ไม่รู้.... ^^ อ่านเพิ่มเติม : แบกเป้ลุยเวียดนามใต้ โฮจิมินห์ ดาลัด มุยเน่ 4 คืน 5 วัน มันส์โคตร! (ตอนที่ 1) ขอบคุณข้อมูลการเดินทางและภาพสวยๆ เพจเฟสบุ๊ค เก็บกระเป๋า ติดตามภาพสวยๆ ได้ที่ Page : http://www.facebook.com/kepkrapao Facebook : https://www.facebook.com/supaporn.jainoon IG : http://www.instagram.com/kepkrapao

ไปดูอะไรดี ใน
2559 /  เทศกาลหนังสั้น

ใน Thai Short Film & Video Festival หรือ เทศกาลภาพยนตร์สั้น ครั้งที่ 20 โดยความร่วมมือของ มูลนิธิหนังไทย และ หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ซึ่งในปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 - 28 สิงหาคม มีภาพยนตร์ที่น่าสนใจทั้งภาพยนตร์ขนาดสั้นจากไทยและต่างประเทศ ไปจนถึงหนังขนาดยาวที่ได้รับเลือกมาฉายโชว์ในเทศกาลนี้ เราจึงขอหยิบหนังที่น่าสนใจในแต่ละวันมาแนะนำให้ชมกัน แนะนำหนัง เทศกาลหนังสั้น ครั้งที่ 20 วันที่ 21 - 24 สิงหาคม โปรแกรมฉายในเทศกาลหนังสั้น 20 โดยแบ่งเป็น 20-21 ส.ค. ที่ หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) และ 23-28 ส.ค. ที่หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ยังคงมีหนังสั้นอาเซียนให้ชมอีก 2 โปรแกรม ได้แก่ S-Express Indonesia 2016 กับ 4 ผลงานหนังสั้นจากอินโดนีเชียซึ่งมีทั้งหนังสารคดีและหนังเล่าเรื่อง และ S-Express Malaysia 2016 รวมหนังสั้นจากมาเลเซียซึ่งคัดเลือกโดย เฉิน ชุ่ยเหมย (Tan Chui Mui) ผู้กำกับหญิงและโปรดิวเซอร์ชาวมาเลเซีย S-Express Indonesia 2016 วันพฤหัสบดีที่ 25 ฉาย เวลา 17.00 น. ณ ห้องออดิทอเรียม ชั้น 5 / (ซ้ำ - เสาร์ที่ 27 สิงหาคม , 14.00 น. ณ ห้องฉาย 501) S-Express Malaysia 2016 วันพฤหัสบดีที่ 25  ฉาย เวลา 13.00 น. ณ ห้องออดิทอเรียม ชั้น 5 / (ซ้ำ - เสาร์ที่ 27 สิงหาคม , 16.30 น. ณ ห้องฉาย 501) สาย ‘รางวัลดุ๊ก’ ส่วนหนังสั้นในสายประกวดเริ่มต้นด้วยสาย ‘รางวัลดุ๊ก’ หรือสายสารคดี ซึ่งยังมีฉายอีก 2 โปรแกรม วันพฤหัสบดีที่ 25 เริ่มในช่วง 15.00 น. ณ ห้องออดิทอเรียมชั้น 5 กับ ในชุดที่สอง ฉายทั้งสิ้น 4 เรื่องได้แก่ 'การตายของหิ่งห้อย' โดย จิรัฐติกาล พระสนชุ่ม และ พสิษฐ์ ตันเดชานุรัตน์ (ยาว 20.40 นาที), Anonymous in Bangkok โดย สินีนาฎ คะมะคต (24.17 นาที), 'ม้าทรง' โดย อภิชน รัตนาภายน และ วัชรี รัตนะกรี (22.29 นาที) และ 'แปะอิ่น' โดย พริมริน พัวรัตน์ (19.19 นาที) และในชุดที่ 3 วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม เริ่มเวลา 15.00 น. ณ ห้องออดิทอเรียมชั้น 5 เช่นกัน กับอีกสามเรื่องชวนชม ทั้ง Ghost โดย วรพจน์ อินเหลา (21.29 นาที), The Rebirth โดย ธีรยุทธ วีระคำ (24.17 นาที) และ 'คนหมายเลขศูนย์' Mr.Zero โดย นัชชา ตันติวิทยาพิทักษ์ (41.10 นาที) สาย ‘รางวัลช้างเผือก’ กลายเป็นสายที่รวมคนทำหนังเลือดใหม่น่าจับตาไปแล้วในปีหลังๆ สำหรับ ‘รางวัลช้างเผือก’ หรือ หนังสั้นประเภทนักศึกษา ซึ่งในปีนี้หลายเรื่องได้ถูกฉายในงานที่ทางมหาวิทยาลัยต่างๆ ๆด้จัดขึ้นเพื่อโชว์ผลงานของนักศึกษาในสาขาภาพยนตร์ของตนกัน ซึ่งในรอบสุดท้ายของสายนี้ก็มีหนังสั้นที่น่าสนใจและน่าจับตาผ่านเข้ารอบมาอย่างอบอุ่น ทั้งจาก 'วัฏจักรวาล' และ 'เมื่อปูนฝัน' หนังสั้นที่โดดเด่นในด้านสไตล์จาก มศว, 'Remark ไม่ได้เป็นอะไรกัน' และ Anatomy of Her สองหนังสั้นที่เล่าเรื่องได้อย่างน่าสนใจจาก ICT ศิลปากร, Lost in the Universe หนังสั้นที่ได้แรงบันดาลใจจากหลากผลงานของ เป็นเอก รัตนเรื่อง โดย พชร พิทักษ์จำนงค์ จาก มหาวิทยาลัยมหิดล หรือแม้แต่ผลงานจบการศึกษาของ วิโอเลต วอเทียร์ อย่าง Glitter and Smoke ที่หลายๆ คนอยากชม เช็คโปรแกรมฉายสาย ‘รางวัลช้างเผือก’ แต่ละเรื่องได้ที่นี่ Digital Forum 2016 มาที่หนังซึ่งยาวเกิน 30 นาที แม้จะไม่เข้าเกณฑ์การประกวดแต่ก็ถูกคัดเลือกมาฉายโชว์ในสายนี้ โดยปีนี้มีทั้งหนังจากนักศึกษาที่น่าสนใจ ไปจนถึงหนังจากคนทำหนังที่เราคุ้นหน้ามาร่วมฉายด้วย ทั้ง Klose โดย อสมาภรณ์ สมัครพันธ์ ที่ถูกพูดถึงอย่างมากจากงาน 'กางจอ' (งานฉายผลงานของ คณะนิเทศจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขาภาพยนตร์และภาพนิ่ง) ครั้งล่าสุด มาจนถึงรอบปฐมทัศน์ของโปรเจ็กต์รวมหนังสั้น Bangkok Stories ของ 6 ผกก. หนังอิสระชื่อดัง ที่ต่างก็มาถ่ายทอดเรื่องของ "กรุงเทพฯ" ในมุมมองของตนเอง ได้แก่ โสรยา นาคะสุวรรณ (ตอน 'พาหุรัด'), อโนชา สุวิชากรพงศ์ ('Oh, Jean!'), สายป่าน-อภิญญา สกุลเจริญสุข ('เยาวราช'), วิชชานนท์ สมอุ่มจารย์ ('Morchit, Almost Love Story'), บิลลี่ วรกร ฤทัยวานิชกุล ('When smoke collides') และ อาทิตย์ อัสสรัตน์ ('Hero') ซึ่งจะฉายใน วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม (19.00 น) ณ ห้องออดิทอเรียมชั้น 5 พร้อมพูดคุยกับผู้กำกับอีกด้วย (โดยหนังจะเข้าฉายจริงในปลายปีนี้) ติดตามข่าวสารของโปรเจ็กต์ Bangkok Stories Film ได้ที่นี่ สาย ‘รัตน์ เปสตันยี’ ปิดท้ายด้วยสายประกวดหนังสั้นประเภทบุคคลทั่วไป หรือรางวัล 'รัตน์ เปสตันยี' แม้ในปีนี้จะมีผลงานที่ส่งเข้ามาน้อยลงกว่าปีก่อน แต่ก็ยังคงมีผลงานของผู้กำกับที่เราคุ้นเคยเข้ามาในรอบสุดท้ายนี้ด้วย ทั้งหนังที่ BIOSCOPE มีส่วนร่วมเองอย่าง 'โปรดระวังเขตอันตรายข้างหน้า' โดย ชาคร ไชยปรีชา และ อภิญญา สกุลเจริญสุข, 'ไกลลิบนานเหลือ' ของ ศิวโรจณ์ คงสกุล ('ที่รัก', Distance) ผู้มีผลงานหนังสั้นเป็นประจำทุกปี , 'รักษาดินแดน' (Fat Boy Never Slim) ของ สรยศ ประภาพันธ์ อีกคนทำหนังรุ่นใหม่ที่มีผลงานหนังสั้นสม่ำเสมอ, 'ศูนย์กลางของจักรวาล' (Center of the Universe) ของ ณัฎฐ์ธร กังวาลไกล ผู้กำกับหนังสารคดีที่ปีนี้มาส่งสายเล่าเรื่องบ้าง หรือแม้แต่อีกผลงานในปีนี้ของ ใหม่-อโนชา สุวิชากรพงศ์ อย่าง Nightfall หนังสั้นซึ่งกำกับร่วมกับ ตุลพบ แสนเจริญ เป็นต้น ในสาย  'รัตน์ เปสตันยี' จะฉายใน วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม ณ ห้องออดิทอเรียมชั้น 5 ทั้งหมด สามารถเช็คโปรแกรมแต่ละเรื่องได้ที่นี่ และปิดท้ายในวันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม กับพิธีปิดและประกาศผลรางวัลในเทศกาลหนังสั้นครั้งที่ 20 นี้ โดยจะเริ่มตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป .... ติดตามข่าวสารและข้อมูลเทศกาลหนังสั้นครั้งที่ 20 ได้ที่นี่ ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

ชมหินยักษ์ทรงเหมือนปลาวาฬ ที่
unseen thailand /  ที่เที่ยวอันซีน / 

ก้อนหินอะไร มีลักษณะเหมือนปลาวาฬ ตัวใหญ่โต ยื่นออกมาจากภูเขา อยู่ที่ ภูสิงห์ จ.บึงกาฬ ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งอันซีน ที่สรรค์สร้างโดยธรรมชาติล้วนๆ ชมหินยักษ์ทรงเหมือนปลาวาฬ ที่ "หินสามวาฬ" ภูสิงห์ จ. บึงกาฬ หินสามวาฬ (Tree Rock Whale) ว่ากันว่ามีอายุกว่า 75 ล้านปี ลักษณะเป็นก้อนหินขนาดมหึมาวางเรียงกัน 3 ก้อน มองไกลหรือมองจากภาพถ่ายทางอากาศ มีรูปร่างคล้ายปลาวาฬ พ่อ แม่ ลูก กำลังว่ายน้ำกันอย่างสนุกสนาน จึงเรียกกันว่า”หินสามวาฬ” เป็นจุดชมวิวที่สวยงามโดดเด่น อยู่ด้านตะวันออกภูสิงห์ เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า สามารถยืนชมทัศนียภาพของป่าภูวัว ห้วยบังบาตร แก่งสะดอก หาดทรายแม่น้ำโขงและภูเขาเมืองปากกระดิ่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งเราสามารถเดินขึ้นไปยืนบนหินวาฬได้ แต่ต้องใช้ความระมัดระวังด้วย • ยืนที่หินก้อนกลาง จะสามารถถ่ายภาพ หินวาฬก้อนใหญ่ได้สวยงาม • ลักษณะหมือนวาฬตัวใหญ่มาก มีพื้นผิวที่มองจากรูปแล้วยิ่งคล้าย (ควรระมัดระวังในการยืน เพราะอาจลื่นพลาดตกลงมาได้) • เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า • ขับรถขึ้นไปได้แต่จอดรถบริเวณจุดชมวิวถ้ำฤาษี ซึ่งมีห้องน้ำและจุดกางเต็นท์บริการ การเดินทาง ขับรถมาจากตัวจังหวัดบึงกาฬประมาณ 24 กิโลเมตร ไปตามถนนเลียบแม่น้ำโขง (ถนนหลวงสาย 212) ทางจังหวัดนครพนม จะเจอทางเข้าภูสิงห์อยู่ทางขวามือ เลี้ยวรถขึ้นไป แล้วขับขึ้นไปประมาณ 6 กิโลเมตรก็จะเจอ จอดรถที่ลานกางเต็นท์ ถ้ำฤาษี จากนั้นเดินเท้าไปชมหินสามวาฬ (Tree Rock Whale) ประมาณ​200เมตร Drone Crash คุณ Trong Maneewattana แผนที่ หินสามวาฬ ภูสิงห์ จ. บึงกาฬ ข้อมูลจาก บึงกาฬดอทเน็ต, รูปภาพจาก Faraway Gallery

รวมมิตร 16 คาถาเมตตามหานิยม!! เพื่อความเป็นสิริมงคล
คาถา /  คาถามหานิยม / 

วันนี้แม่หมอ แห่ง Horoscope.Mthai.com ได้รวม คาถาเมตตามหานิยม ที่ช่วยส่งเสริมให้ผู้ที่ใช้มีความเป็นสิริมงคล มาบอกเพื่อนๆกันครับ ซึ่งแต่ละบทนั้นล้วนแต่เป็นพระคาถาเก่าแก่ ที่ได้สืบทอดต่อกันมา มิได้เป็นการทำให้งมงายใดๆ สิ่งสำคัญที่สุดอยู่ที่ตัวบุคคลนั้นและกำลังใจของแต่ละคนซึ่งไม่เท่ากัน 1. คาถาเมตตามหานิยม นะเมตตา โมกรุณา พุทธปราณี ธายินดี ยะเอ็นดู นะโมพุทธายะ นะมะอะอุ (ใช้ภาวนาคาถาก่อนออกจากบ้าน จะทำให้คนที่พบเจอมีความรู้สึกที่ดี การติดต่อใดๆก็จะราบรื่นไม่ติดขัด) คาถามหานิยม อีกบทหนึ่ง เมตตา คุณะณัง อะระหัง เมตตา 2. คาถาเจ้านายเมตตา ปัญจะมังสิระสังขาตัง นาหาย นะกาโร โหติ สัมภะโว อิสวาสุ (ให้สวดท่องภาวนา ๓ จบ ก่อนออกจากบ้าน แล้วเจ้านายจะเมตตา) 3. คาถาขุนแผน เอหิมะมะ นะโมพุทธายะ นะมะพะทะ (ใช้ท่องกับของใช้ส่วนตัวอะไรก็ได้แล้วจะทำให้มีเสน่ห์เป็นที่หลงไหล) 4. คาถาเอ็นดู วิชชาจะระณะสัมปันโน อิติปิโสภะคะวา ปิยะเทวะมนุสสานัง ปิโยพรหมานะ มุตตะโม ปิโยนาคะ สุปัณณานัง ปิณินทะริยัง นะมามิหัง นะเมตตา โมกรุณา พุทปรานี ธายินดี ยะเอ็นดู (ให้ท่องคาถาก่อนไปพบผู้หลักผู้ใหญ่เพื่อให้เกิดความรักใคร่เอ็นดู) 5. คาถาคนนิยม เอหิสาลิกา ยังยัง พุทธัง อาคัจฉาหิ สาลิกาถิง กะระณัง ตาวังคาวา เอหิมะมะ สุวะโปตะโก อะยัง ราชา สุวัณณะวัณณา สาลิกานัง มะโหสะโต ปิยังมะมะ (ใช้สวดภาวนาเมื่อต้องการติดต่อเจรจาในเรื่องสำคัญ ค้าขาย เพื่อให้คนนิยมชมชอบ) 6. คาถาสมัครงาน พุทธัสสาหัง นิยยาเทมิ สะริรัญ ชีวิตัญวิทัง นะโมมิตตามนุสสาจะ นะเมตตา โมกรุณา (ใช้ท่องก่อนออกจากบ้านไปสัมภาษณ์หรือสมัครงานจะทำให้มีเสน่ห์เป็นที่ประทับใจ) 7. คาถาค้าขายดี โอมอิติพุททัตสะ สุวันนัง วารัชชะคัง วามะนีวาวัตตัง วาพัพพะยัน ละเอหิคาคัชวันติ (ให้เอาใบไม้แช่น้ำใส่ขันไว้แล้วสวดภาวนา เลร็จแล้วนำน้ำไปประพรมให้ทั่วร้าน จะทำให้ขายคล่อง) คาถาอีกบทหนึ่งก็ว่ากันว่าทำให้ทำมาค้าขึ้นเหมือนกันคือ อิติปิโสภะคะวา สัมมาสัมพุทโธ อิติปิโสภะคะวา พุทโธภะคะวา อิติปิโสภะคะวา พุทโธภะคะวา และอีกคาถาหนึ่งสำหรับพ่อค้า แม่ค้าที่นิยมเสกเป่า ๓ จบ กับสินค้าเหมือนกันคือ พุทธัง  พะหุชะนานัง เอหิจิตตัง เอหิมะนุสสานัง เอหิลาภัง เอหิเมตตา ชมภูทีเป มะนุสสานัง อิตถิโย ปุริโส จิตตัง พันธังเอหิ 8. คาถาสาริกาลิ้นทอง พุทธา อะเนนา มะลิยา สุสังคะเยมิ พุทธา อิริมะลิยา สุสังคะเยมิ พุทธา อิรปะโย เคมะคุณนะ ปักเขสะเมมะมิ อุนาโลมา ปันนะ วิชายะเต (ใช้สวดภาวนาหากต้องการให้คนรักใคร่ พูดจาเป็นเสน่ห์ ตอนท่องถึงคำว่า มิ ก็ให้แตะที่ลิ้นด้วยทุกครั้ง) 9. คาถาการเจรจา นะโมพุทธายะ มะอะอุ ยะธาพุทโมนะ อุอะอะ อิสวาสุ สัพพะทัสสะ อะสังวิสุ โลปุสะพุภะ (ใช้ภาวนากับน้ำล้างหน้าตอนเช้าก่อนออกจากบ้านไปติดต่อเจรจาเรื่องสำคัญ จะทำให้สำเร็จในสิ่งที่หวังไว้) คาถาอัญเชิญพระเครื่อง พุทธัง อาราธนานัง รักษา ธัมมัง อารธนานัง รักษา สังฆัง อาราธนานัง รักษา (ใช้สวดภาวนากับพระเครื่องก่อนออกจากบ้าน พระจะคุ้มครองเป็นสิริมงคลกับตัวเอง) 10. คาถาอุปถัมภ์ อิติปาระมิตาติงสา อิติสัพพัญมาคะตา อิติโพธิ มนุปปัตโต อิติปิโส จะตมะโน นะเมตตา โมกรุณา พุทปรานี ธายินดี ยะเอ็นดู ยะหันตวา ธามัวเมา พุทพาเอา นะโมพุทธายะ (ใช้ท่องก่อนออกจากบ้าน จะทำให้เจ้านายสงสาร ช่วยเหลืออุปถ้มภ์ดี) 11. คาถารักแท้ โอมนะโมพุทธายะ พุทธัง สะระติ ธัมมัง สะระติ สังฆัง สะระติ จิตตังสะมาเรมะมะเอทิ เอหิชัยยะ เอหิสัพเพชะนา พะหูชะนา เอหิ (ให้บริกรรมคาถานี้กับลูกอมแล้วอมขณะที่คุยกับคนที่เรารัก จะทำให้เขาคนนั้นเกิดความรักจริงจังขึ้นมา) 12. คาถามัดใจ พุทธัง รัตตะนัง ธัมมัง รัตตะนัง สังฆัง รัตตะนัง  นะผูก โมมัด พุทรัด ธารึง ยะกรึงคะเร โอมสวาหะ (ใช้สวดภาวนาก่อนนอน ทำให้คนรักคิดถึง) 13. คาถามนต์รัก โอม นะ ปะ โร รันนะขุเภติ พุทธัง สะระติ จิตตัง สมาคะมา ธัมมัง สะระติ จิตตัง สมาคะมา สังฆัง สะระติ จิตตัง สมาคะมา (ใช้ภาวนากับดอกไม้ก่อนที่จะส่งให้กับคนรัก เมื่อเขาหรือเธอสูดดมดอกไม้ก็จะรักเราตอบ) 14. คาถาใจอ่อน ปัญจะมังสิระสังชาตัง นะอตใจ นะกาโร โหติ สัมภะโว ตรีนิกัตวานะ นะ การัง ปัญจะสัมภะวัง (ใช้ท่องก่อนที่จะพบเจรจากับคนที่เป็นเจ้าหนี้หรือใครก็ตาม จะทำให้ได้รับการผ่อนปรน ใจอ่อนได้ทุกที) 15. คาถาผูกใจคน โอมนะโมพุทธะ นะ มะ อะ อุ เอหิชัยยะ เอหิสัพเพชะนา พะหูชะนา เอหิ (ใช้สวดเมื่อต้องการให้คนทั่วไปรักใคร่ยินดี ใช้เสกกับแป้งหรือน้ำหอมก็ได้) 16. คาถามหาเสน่ห์ จันโทอะภกันตะโร ปิติ ปิโย เทวะมนุสสานัง อิตภิโยปุริ โสมะ อะ อุ อุ มะ อะ อิสวาสุ อิกะวิติ (ให้ภาวนาคาถานี้ ๓ จบก่อนออกไปพบคน จะทำให้คนที่ต้องไปพบเกิดความรักใคร่) ติดตามคาถาอื่นๆได้ที่  : หนังสือรวมมงคลคาถาศักดิ์สิทธิ์ เรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

รีวิว Deadstock รัก ปี ลึก : ความรักไม่ใช่สินค้า จึงมีคุณค่า ณ ปัจจุบัน
Deadstock /  review / 

รีวิว Deadstock รัก ปี ลึก : ความรักไม่ใช่สินค้า จึงมีคุณค่า ณ ปัจจุบัน Deadstock รัก ปี ลึก คือภาพยนตร์เรื่องล่าสุดจากค่าย M Pictures ผลงานกำกับของ 3 ผู้กำกับ ศารศาตร์ รมยานนท์, สมคิด พุกพงษ์ และ ชีวา ลาภินตั้งสุทธิ ที่ได้นำรสนิยมความชอบที่มีต่อของเก่าของเขามาถักทอเป็นเรื่องราวชีวิต (แกมดราม่านิด ๆ) ในแบบวินเทจยุค 90s’ แถมยังได้ทาบทามเพื่อนพ้องน้องพี่ในวงการบันเทิงให้มาร่วมเข้าฉากอีกเพียบ ! เนื้อเรื่องเล่าถึงเรื่องราวเมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว โดยตัวเอกของเรื่อง โละ (รับบทโดย เนตั้น แดนอรุณ รามณรงค์) เด็กหนุ่มนักเสาะหาของเก่า ที่มีศักดิ์ดา (รับบทโดย ชีวา ลาภินตั้งสุทธิ) นักสะสมของเก่าตัวเอ้ คอยให้คำแนะนำอยู่เสมอ ๆ โละถูกปลูกฝังความคิดโดยทางอ้อมมาตั้งแต่เด็กว่าสิ่งของทุกอย่างล้วนมีค่าในตัวมันเอง เพียงแต่ต้องรอให้ถึงเวลาที่เหมาะสม ทว่าความรักที่เกิดขึ้นระหว่างโละกับแอน (รับบทโดย เล็ก วสุ ปลื้มสกุลไทย) นั้นไม่ใช่สิ่งของ โละจึงต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับปัจจุบันให้เท่า ๆ กับการเรียนรู้เรื่องสิ่งของในอดีตกับคุณค่าของมันในอนาคต ก่อนอื่นต้องยอมรับว่าภาพยนตร์เรื่องนี้มีความเฉพาะกลุ่มค่อนข้างสูง โดยเน้นไปที่กลุ่มคนรักของเก่าตามโจทย์ที่ผู้กำกับของเรื่องตั้งเอาไว้ ประเด็นเรื่องความรักระหว่างพระ – นางจึงกลายเป็นบทบาทรองลงไป ทำนองเดียวกับประเด็นเรื่องความความขัดแย้งในครอบครัวของนางเอกอย่างแอน ด้วยเหตุนี้ ในส่วนของพล็อตเรื่องจึงมีลักษณะเป็นความรักระหว่างชายหญิงที่พบได้ทั่วไป อาศัยบริบทของเรื่องที่ย้อนยุค และนำเสนอเหตุการณ์ด้วยการใช้เสียงเล่า (Narrative) ของโละที่ออกจะพูดไม่ชัดและฟังไร้อารมณ์ไปสักหน่อย จุดเด่นหลัก ๆ ของเรื่องจึงอยู่ที่ของเก่านานาชนิดที่ทีมงานทำการบ้านมาเป็นอย่างดี งานนี้เชื่อว่าแฟน ๆ ที่เป็นคนรักของเก่าคงจะกรี๊ดกร๊าดกับสิ่งของที่นำมาเข้าฉากอยู่ไม่น้อยทีเดียว สิ่งที่น่าเสียดายอีกประเด็นหนึ่งของหนังเรื่องนี้อีกประเด็นหนึ่งก็คือ การได้นักแสดงเบอร์ใหญ่มาร่วมงานมากมายหลายคน ทว่าการปรากฏตัวของแต่ละคนนั้นน้อยมาก (คนหนึ่ง ๆ ออกประมาณ 1-3 ฉาก) อีกทั้งตัวละครบางคนถูกดึงเข้ามาในฉากโดยที่ไม่มีผลใด ๆ ต่อเรื่อง (เข้าใจว่าผู้กำกับอาจจะสนิทสนม เลยอยากให้มาแจม ๆ มากกว่า) มุกตลกที่สอดแทรกมาในหนัง มีบางมุกที่สอบผ่าน คือสามารถเบรกอารมณ์ของคนดูออกจากความดราม่าหรือความเป็นสารคดีของหนัง ทำให้ผู้ชมที่อาจจะไม่ใช่คนรักของเก่าโดยตรงสามารถยิ้มไปกับเนื้อเรื่องได้ หากถามว่าสิ่งที่ดีที่สุดของเรื่องอยู่ตรงไหน ก็คงจะต้องยกให้ช่วง End Credit ที่ทีมงานแหวกธรรมเนียมการเปิดเพลงแล้วปล่อยตัวอักษรวิ่งขึ้น ๆ ลง ๆ มาทำสารคดีสัมภาษณ์ชุมนุมคนรักของเก่าย่านพระบรมรูปทรงม้า เนื้อหาประมาณ 10 นาที ในส่วนนี้ให้ความรู้และแสดงถึงวิถีชีวิตของคนกลุ่มหนึ่งในสังคมไทยได้เป็นอย่างดี แถมยังสะท้อนให้เห็นว่าการที่พวกเขารักและศรัทธาในสิ่งใดสิ่งหนึ่งมาก ๆ ไม่ได้แปลว่าคนเหล่านี้จะแปลกแยกออกจากสังคมมวลรวม คนเราแตกต่างได้โดยไม่ต้องแตกแยก ! สุดท้ายนี้อยากจะกล่าวว่า Deadstock รัก ปี ลึก เป็นหนังเฉพาะกลุ่มที่สามารถดูได้แบบเพลิน ๆ คนที่ชื่นชอบของเก่าน่าจะถูกใจ ใครที่ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่น่าจะได้สาระประโยชน์ และที่สำคัญที่สุด เราต้องไม่ลืมว่าเราสนใจของเก่าได้ เราสนใจอนาคตได้ แต่อย่าลืมสนใจปัจจุบันด้วย และคะแนนสำหรับหนังเรื่องนี้ ขอให้ไว้ที่ 3.5/5 นะครับ บทความโดย NuTTi3 แลกเปลี่ยนประสบการณ์ได้ที่คอมเมนต์ด้านล่างครับ

ฟินนาเล่!! ส่งท้ายปี คอนเสิร์ตล้านตลับ เพิ่มรอบ 3 ให้ฟินกันถ้วนหน้า
คริสติน่า อากีล่าร์ /  คอนเสิร์ต ล้านตลับ / 

     เอ-ไทม์ โชว์บิส ปิดฉากความยิ่งใหญ่ส่งท้ายปีกับการจัดสุดยอดฟินน่าเล่เอาใจสมาชิกยุค90 ด้วยคอนเสิร์ตที่กระแสแร๊งงงงงงเกินใคร ในคอนเสิร์ต “ล้านตลับ” เวทีนี้เวทีเดียวที่รวมเอาศิลปินหญิงคุณภาพการันตียอดของสูงทะลุล้านตลับถึง 6 คนมารวมกัน ไม่ว่าจะเป็น “คริสติน่า อากีล่าร์, ใหม่ เจริญปุระ, อมิตา ทาทา ยัง, นัท มีเรีย, โบ สุนิตา ลีติกุล, นิโคล เทริโอ” นับเป็นการสร้างอีกหนึ่งปรากฎการณ์ของวงการคอนเสิร์ต ด้วยการที่ บัตร 2 รอบแรก (8-9 ตุลาคม 2559) SOLD OUT ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังเปิดขาย ทำให้เกิดกระแสเรียกร้องมากมายจนต้องประกาศเพิ่มรอบ 3 ในวันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม 2559 ขึ้นมาอีกรอบในเวลาอันรวดเร็ว และได้จัดงานแถลงข่าวอย่างเป็นทางการด้วยการต้อนรับที่แสนอบอุ่นของกองทัพสื่อมวลชนและบรรดาแฟนคลับไปแล้ว ณ สตูดิโอ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ที่ผ่านมา      ประเดิมเวทีด้วยความยิ่งใหญ่จากทั้ง 6 ศิลปินหญิงล้านตลับ ด้วยโชว์เรียกความทรงจำ 6 เพลงรวด เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ด้วย “คริสติน่า อากีล่าร์” ศิลปินหญิงล้านตลับคนแรกของแกรมมี่ จากกลางฮอลล์ ด้วยเพลง เพลง นินจา จากอัลบั้ม นินจา, เพลง เสียใจได้ยินไหม จากอัลบั้ม ความลับสุดขอบฟ้า ของ “ใหม่ เจริญปุระ” ศิลปินหญิงล้านตลับเจ้าของยอดขายถล่มทลายที่สุด, เพลง โอ๊ะโอ้ย จากอัลบั้ม อมิตา ทาทา ยัง ของ “ทาทา ยัง” ศิลปินหญิงล้านตลับที่อายุน้อยที่สุด, เพลง อย่าทำ อย่าทำ จากอัลบั้ม NAT BENEDETTI ของ “นัท มีเรีย” ศิลปินหญิงเอื้อนเสน่ห์กับอัลบั้มสไตล์ R&B ล้านตลับคนแรกของเมืองไทย, เพลง ฉันรู้ จากอัลบั้ม BEAU ของ “โบ สุนิตา ลีติกุล” ศิลปินหญิงที่ทำสถิติล้านตลับเร็วที่สุด, และปิดท้ายด้วย เพลง กะโปโล จากอัลบั้ม กะโปโลคลับ ของ “นิโคล เทริโอ” ศิลปินหญิงล้านตลับต้นฉบับความกะโปโล      แน่นอนว่าแต่ละเพลงไม่มีใครที่ร้องตามไม่ได้ เพราะทุกเพลงล้วนเป็นเพลงฮิตที่คัดมาจากอัลบั้มล้านตลับทั้งนั้น ก่อน 2 พิธีกรของงาน ดีเจอ้อย นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล และ ป๋อมแป๋ม นิติ ชัยชิตาทร ที่ดูจะออกอาการตื่นเต้นเป็นพิเศษที่ได้มาเป็นพิธีกรให้กับขุ่มแม่ทั้ง 6 ใน และถึงเวลาเปิดงานอย่างเป็นทางการด้วยการเชิญ แม่ทัพแห่ง เอ-ไทม์ โชว์บิส อย่าง พี่ฉอด สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา ขึ้นมาพูดคุยถึงที่มาของการรวมตัวบนคอนเสิร์ตครั้งประวัติศาสตร์ครั้งนี้ “ต้องบอกก่อนว่าในยุค 90 เป็นยุคที่วงการเพลงไทยของเรารุ่งเรืองที่สุด สิ่งที่จะการันตีความยิ่งใหญ่ของศิลปินในยุคนั้นคือ ‘ยอดขาย’ ยิ่งอัลบั้มไหนที่ยอดขายทะลุล้านตลับแสดงว่าศิลปินคนนั้นคือตัวจริง ซึ่งทั้ง 6 สาวที่อยู่ในงานแถลงข่าว ทุกคนล้วนแต่ขึ้นแท่นล้านตลับในวันนั้น เอ่ยชื่อไปไม่มีใครไม่รู้จักและไม่มีใครกังขาในความสามารถของพวกเธอ และปรากฏการณ์ล้านตลับ มันไม่สามารถเกิดขึ้นแล้วในยุคนี้ เลยอยากจะนำเอาความรู้สึกและภาพบรรยากาศในวันนั้นกลับมาอีกครั้ง ก่อนหน้านี้เรา คิดกันหลายชื่อมากนะคะ แต่สุดท้ายชื่อ ‘คอนเสิร์ตล้านตลับ’ ก็เป็นชื่อที่แข็งแรงที่สุด เพราะเมื่อเราพูดแล้วทุกคนเข้าใจและเห็นภาพ มันบอกถึงความยิ่งใหญ่ ในตัวของมันอยู่แล้วจึงเกิดมาเป็นคอนเสิร์ตล้านตลับค่ะ” ล้านความทรงจำกำลังจะถูกกรอกลับมาอีกครั้งใน คอนเสิร์ต “ล้านตลับ” ในวันศุกร์ที่ 7 - วันเสาร์ที่ 8 ตุลาคม รอบเวลา 19.00 น. และ วันอาทิตย์ที่ 9 ตุลาคม รอบเวลา 17.00 น. ที่ รอยัล พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน จำหน่ายบัตรแล้ววันนี้ ที่ ไทยทิคเก็ต เมเจอร์ ทุกสาขา บัตรราคา 4,500 / 4,000 / 3,500 / 3,000 / 2,500 / 2,000 และ 1,500 บาท โดยรายได้ส่วนหนึ่งของคอนเสิร์ตครั้งนี้จะมอบให้กับ มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ รายละเอียดเพิ่มเติม www.atimeshowbiz.com / www.facebook.com/Atimeshowbiz

สวยและรวยมว๊าก!! ไอเดียร์ ธันลดา คนนี้ไง ที่เค้า(ลือ)ว่าเป็นมือที่สาม! อั้ม เลิก แอมป์
อั้ม พัชราภา /  ไอเดียร์ ธันลดา / 

     เปิดประวัติดาราสาวหน้าใหม่ ไอเดียร์ ธันลดา อีกหนึ่งเด็กปั้นของ เอ ศุภชัย ที่กำลังถูกพาดพิงว่า เธอคนนี้แหล่ะที่มีข่าวว่าควง ไฮโซแอมป์ พิธาน ไปต่างประเทศ ต้องบอกว่าโปรไฟล์ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว สวยและรวยมว๊ากกกกกกก ดีกรีนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT) เจ้าของฉายา “ไอเดียร์ สวนน้ำ” ทายาทนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เศรษฐี จ.ชัยภูมิ รวยขนาดที่ว่าคุณพ่อของเธอทำสวนน้ำเอาไว้ให้เล่นหลังบ้านเลยล่ะค่าาาาา จนตกเป็นกระแสข่าวฮือฮากันไปแล้ว โดยสาว ไอเดียร์ เข้าวงการบันเทิงจากกันชักชวนของ ผจก.เอ บวกกับเคยฝันเอาไว้ว่าอยากเป็นนักแสดงเล่นบท “นางร้าย” ซึ่งมีนางร้ายหน้าสวยอย่าง เนย โชติกา เป็นไอดอลนั่นเอง....ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม @ideathanrada ไอเดียร์ ธันลดา   ไอเดียร์ ธันลดา   ไอเดียร์ ธันลดา   ไอเดียร์ ธันลดา   ไอเดียร์ - ผจก.เอ