ประวัติพระสังฆราช

สดใสน่ารัก ใบเตย วรกมล โรงเรียนพระหฤทัยนนทบุรี
high school girl /  ดาวโรงเรียน / 

วันนี้ทีนเอ็มไทยขอแนะนำให้รู้จัก สาวหน้าสวยใบเตย วรกมล โรงเรียนพระหฤทัยนนทบุรี เห็นหุ่นบางร่างเล็กแบบนี้ ใบเตยเป็นตัวแทนแข่งวอลเลย์บอลเลยนะ แถมมีดีกรีเชียร์ลีดเดอร์ และเคยผ่านการประกวดมิสทีนไทยแลนด์ กับการประกวด Gossip Girl 2016 มาแล้วด้วย ไม่ธรรมดาใช่ไหมหละคะ ถ้าพร้อมแล้วไปชมภาพและคลิปแนะนำตัวน่ารักๆ ของเธอกัน สดใสน่ารัก ใบเตย วรกมล โรงเรียนพระหฤทัยนนทบุรี ชื่อ : วรกมล ชื่นมาลา ชื่อเล่น : ใบเตย วันเกิด : 13 ตุลาคม 2540 การศึกษา : โรงเรียนพระหฤทัยนนทบุรี งานอดิเรก : ฟังเพลง, ทำอาหาร เมนูโปรด : แกงส้ม, ส้มตำ, เค้ก สีที่ชอบ : สีขาว, สีฟ้า, สีชมพู เสื้อผ้าแนวที่ชอบ : แนวสดใสน่ารัก สิ่งที่กลัวที่สุด : งู ฉายา : เตยชีส, ไก่ซอส ความสามารถพิเศษ : เต้น, เดินแบบ, ร้องเพลง, ผู้นำเชียร์, ควงคฑา ผลงานที่ผ่านมา : - ประกวดมิสทีนไทยแลนด์ 2014 เป็นตัวแทนภาคกลาง กรุงเทพฯ – ประกวด Gossip Girl 2016 ความฝันในอนาคต : ดารา, นักแสดง คติประจำใจ : ฟ้าหลังฝน มีอะไรดีๆ รออยู่เสมอ คราวนี้เราลองมาชมคลิปแนะนำตัวน่ารักๆ ของเธอกันเลยค่ะ ติดตามความสดใสน่ารัก ของเหล่าเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ ดาวโรงเรียนจากรั้วโรงเรียนทั่วประเทศ ได้ใหม่ ที่นี่ teen.mthai.com นะจ๊ะ… เครดิตข้อมูลและภาพทั้งหมดเป็นของทาง เว็บไซต์ teen.mthai.com

น้องไหม สาวสวยน่ารัก ยิ้มสดใส จากรั้วมศว
campus star /  cute girl / 

สาวสวยน่ารักจาก มหาวิทยาลัยศรีนครินวิโรฒ น้องไหม ที่มาพร้อมกับความสามาถพิเศษที่หลากหลายอย่าง รำไทย ร้องเพลง เต้นแจ๊ส คอนเทม บัลเล่ต์ คติประจำใจที่ยึดถือมาตลอด คือ ทำในสิ่งที่รัก ให้มีความสุข ในอนาคตไหมอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง แหมทั้งสวยทั้งเก่งขนาดนี้ เราตามมาทำความรู้จักเธอคนนี้ให้มากขึ้นดีกว่า น้องไหม สาวสวยน่ารัก ยิ้มสดใส จากรั้วมศว ประวัติ ชื่อเล่น : ไหม ชื่อ : ธิดารัต สิงข์สมบูรณ์ น้ำหนัก : 49 กก.  ส่วนสูง : 158 ซม. ไอดอล : Pearypie การศึกษา :  ชั้นปีที่2 คณะ ศิลปกรรมศาสตร์ สาขา ศิลปะการแสดง เอกนาฏศิลป์ไทย สีที่ชอบ : สีม่วง ชมพู ความสามารถพิเศษ : รำไทย, ร้องเพลง, เต้นแจ๊ส, คอนเทม, บัลเล่ต์ กิจกรรม : ว่ายน้ำ เดินเล่นห้าง เที่ยวทะเล เป้าหมายในอนาคต : อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง สไตล์การแต่งตัว : เท่ห์ๆ คอนเวิร์สเก่าๆ น้องไหม สาวสวยน่ารัก ยิ้มสดใส จากรั้วมศว

ครบศตวรรษ! ส.บอลยันคิงส์คัพใส่ชุดย้อนยุคตรา
คิงส์คัพ /  บิ๊กอ๊อด / 

ประมุขลูกหนังไทย ยืนยันเตรียมใส่ชุดเเถบเเดง-ขาว พร้อม “ตราพระมหามงกุฎ” ลงเเข่งขันศึกคิงส์คัพเนื่องในโอกาสที่สมาคมฯ ก่อตั้งครบ 100 ปี "บิ๊กอ๊อด" พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ยืนยันการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน "คิงสคัพ" ครั้งที่ 44 ระหว่าง 3-5 มิ.ย.59 "ช้างศึก" ทีมชาติไทย จะนำชุดแข่งขันทีมชาติ ที่เคยใช้มาตั้งแต่แรกเริ่ม กลับมาใช้ในศึกคิงสคัพอีกครั้ง เนื่องในโอกาสที่สมาคมฯ ก่อตั้งครบ 100 ปี พร้อมเตรียมทำหนังสือขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตไปยังสำนักราชเลขาธิการ เพื่อนำตรา "พระมหามงกุฎ" มาเป็นตราสัญลักษณ์ของทีมชาติไทยในชุดย้อนยุคนี้เพื่อแข่งขันศึกคิงสคัพ ครั้งที่ 44 นายกลูกหนังไทย กล่าวว่า “เมื่อจบคิงส์คัพ จะกลับมาใช้ชุดลักษณะเดิม เนื่องจากสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ มีเงื่อนไขผูกพันกับ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ(ฟีฟ่า) ทั้งเรื่องสีและชุดแข่งขัน ส่วนอนาคตจะนำตราพระมหามงกุฎมาใช้เป็นสัญลักษณ์ของทีมชาติไทยแบบถาวรหรือไม่นั้น ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนศึกษาถึงรายละเอียดต่างๆ และความเป็นไปได้ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร” “นอกจากนี้ยังเตรียมทำจำหน่ายให้กับเเฟนบอลคาดว่า บริษัท แกรนด์สปอร์ต กรุ๊ป จำกัด จะผลิตชุดดังกล่าว ประมาณหลักหมื่นตัว โดยรายได้จากการจำหน่าย และรายได้จากการจัดการแข่งขัน สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ จะนำทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และส่วนหนึ่งจะมอบสนับสนุนให้กับสมาคมประวัติศาสตร์ฟุตบอลแห่งประเทศไทย” "บิ๊กอ๊อด" กล่าว

ชมพู่-เคน นำทีมนักแสดงบวงสรวง ละครซีรีส์ เดอะ คิวปิด บริษัทรักอุตลุด
ละครซีรีส์ เดอะ คิวปิด บริษัทรักอุตลุด

ผู้จัดฝีมือดี หน่อง อรุโณชา ถือฤกษ์ดีนำทัพนักแสดงบวงสรวงใหญ่ ละครซีรีส์ เดอะ คิวปิด บริษัทรักอุตลุด ที่มีถึง 8 เรื่อง ถือว่ามากที่สุดในประวัติการณ์การบวงสรวงละครกันเลยก็ว่าได้ โดยเรื่องแรก กามเทพหรรษา คู่รักที่ต่างกันสุดขั้ว แต่มาเติมเต็มกันจนสมบูรณ์ ได้พระเอกหนุ่มสุดเกรียน ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ (รับบท ทิม) ประกบคู่นางเอกหน้าใส จรินทร์พร จุลเกียรติ (รับบท หรรษา) เรื่องสอง กามเทพออกศึก จับหนุ่มหล่อคมเข้มอย่าง ปรมะ อิ่มอโนทัย (รับบท ปีมงคล) ประกบสาวสวยเซ็กซี่ คริส หอวัง (รับบท หอมหมื่นลี้) ส่วนเรื่องที่สาม กามเทพออนไลน์ พระเอกหนุ่มหล่อ ภูภูมิ พงศ์ภาณุ (รับบท โรม) ประกบ นางเอกสาวตาโต พิจักขณา วงศารัตนศิลป์ (รับบท แพรวพราว) เรื่องที่สี่ ลูบคมกามเทพ ได้หนุ่มหล่อมาดเซอร์ อินทัช เหลียวรักษ์วงศ์ (รับบท แดเนียล) ประกบสาวสวย ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด (รับบท การะเกด) เรื่องที่ห้านั้น ซ่อนรักกามเทพ จับพระหน้าคม พงศกร เมตตาริกานนท์ (รับบท อังค์กูณฑ์) ประกบสาวสวยมากความสามารถ ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์ (รับบท นันทิสา) เรื่องที่หก กามเทพซ่อนกล นักร้องหนุ่มหล่อ ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ (รับบท ศรันย์) ประกบสาวหน้าหวาน ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ (รับบท มิลิน) เรื่องที่เจ็ด กามเทพจำแลง ได้หนุ่มตี๋ ธีรเดช เมธาวรายุทธ (รับบท เควิน) ประกบ กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล (รับบท พริมา) และเรื่อง กามเทพปราบมาร ที่ได้พระเอกหนุ่มรูปหล่อ ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ (ภีม) มาประกบกับนางเอกตัวแม่อย่าง อารยา เอ ฮาร์เก็ต (รับบท วราลี) พร้อมนักแสดงมากฝีมืออีกคับคั่ง เรื่องราวแต่ละเรื่องจะสนุกสนานแค่ไหน ติดตามชม ละครซีรีส์ เดอะ คิวปิด บริษัทรักอุตลุด ได้เร็วๆ นี้ทางช่อง 3 ออริจินัล และ ช่อง 33

ไหว้พระ 12 วัด 12 ราศี เสริมมงคล อิ่มบุญอิ่มใจ รับวันหยุดยาว
ทำบุญ /  วัด / 

ไหว้พระ 12 วัด 12 ราศี เห็นว่าจะใกล้วันหยุดยาวกันอีกแล้ว แม่หมอ แห่ง Horoscope.mthai.com เลยมาแนะนำสถานที่ทำบุญของแต่ละราศีมาฝาก เผื่อว่าใครยังไม่มีโปรแกรมไปที่ไหนในช่วงวันหยุด จะได้พาครอบครัวและคนรักมา ไหว้พระ ทำบุญ แล้วแวะเที่ยวไปในตัว ซึ่งในเดือนพฤษภาคม 2559 นี้ อ.คฑา ชินบัญชร แนะนำวัดสำหรับไหว้พระเสริมมงคลไว้ครบทั้ง 12 ราศี ส่วนจะมีวัดไหนบ้าง ลองอ่านกันดูจ้า ราศี มังกร (14 มกราคม - 13 กุมภาพันธ์) วัดป่าภูก้อน จังหวัดอุดรธานี วัดนี้ตั้งอยู่บนเนินเขา ล้อมรอบด้วยผืนป่าเขียวขจีกว่า 3,000 ไร่ ซึ่งจุดมุ่งหมายในการสร้างวัดแห่งนี้ คือการรักษาธรรมชาติของป่าอันสมบูรณ์ และแหล่งต้นน้ำลำธาร จากการถูกบุกรุกทำลาย ภายในอุโบสถประดิษฐาน "พระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี" ที่สร้างเนื่องในวโรกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จรพะเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ โดยมีความยาวกว่า 20 เมตร และใช้เวลาก่อสร้างนานกว่า 6 ปี  นอกจากนี้ยังมีเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามอีกด้วยค่ะ ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ - 13 มีนาคม) วัดราชาธิวาสราชวรวิหาร กรุงเทพ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้ท่าวาสุกรี สามเสน ปฏิสังขรณ์ใหม่เมื่อสมัยรัชกาลที่ 4 เป็นวัดแรกที่ถือกำเนิดคณะสงฆ์ธรรยุติกนิกาย เมื่อไปวัดนี้แนะนำให้กราบสักการะพระสัมพุทธวัฒโนภาส ที่ประดิษฐานอยู่ในห้องหลังสุดของอุโบสถ เพื่อความเป็นสิริมงคล ราศีมีน (14 มีนาคม - 14 เมษายน) วัดพระธาตุเชิงชุม จังหวัดสกลนคร ภายในพระวิหารประดิษฐานหลวงพ่อพระองค์แสน เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาวสกลนคร ที่ศักดิ์สิทธิ์มากอีกองค์หนึ่งของประเทศ แนะนำให้ถือโอกาสมานั่งสมาธิอธิฐานจิต จะเป็นสิริมงคลกับชีวิตเป็นอย่างยิ่ง ราศีเมษ (15 เมษายน - 14 พฤกษภาคม) วัดทิพยวารีวิหาร หรือวัดกัมโล่วยี่ กรุงเทพ ตั้งอยู่บนถนนตรีเพชร สร้างในสมัยกรุงธนบุรีในปี พ.ศ.2319 รัชสมัยของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี เหตุที่ให้ชื่อวัดเป็นเช่นนี้เพราะที่วัดแห่งนี้ มีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ หรือ บ่อน้ำทิพย์ นอกจานี้ยังมีเทพมังกรเขียว เป็นเทพารักษ์ประจำบ่อน้ำ จนมีการตั้งศาลเทพเจ้ามังกรเขียวขึ้นมา และถือเป็นวัดที่คนจีนนับถือมากที่สุดแห่งหนึ่ง ท่านมักอวยพรให้ผู้ที่ศรัทธาได้ผลสมความปรารถนา คุ้มครองดวงชะตา เสริมพลังบารมี และโชคลาภ ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม - 14 มิถุนายน) วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร กรุงเทพ ตั้งอยู่ถนนมิตรภาพไทย-จีน แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ ต้องไปกราบไหว้หลวงพ่อทองคำ หรือพระสุโขทัยไตรมิตร พระพุทธรูปสมัยสุโขทัยที่มีความศักดิ์มาก เป็นที่เคารพและศรัทธาทั้งชาวไทยและชาวจีน ขอพรให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง ราศีเมถุน (15 มิถุนายน - 15 กรกฎาคม) วัดศรีชุม จังหวัดสุโขทัย เป็นโบราณสถานในเขตอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย วัดนี้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์ใหญ่ นามว่า พระอจนะ หมายถึง ความไม่หวั่นไหว ซึ่งมีความศักดิ์สิทธิ์มาก แนะนำให้สวดมนต์เสร็จแล้วนั่งสมาธิ ถวายบุญกุศลแก่เทวดารักษาตัว และเจ้ากรรมนายเวรจะส่งผลดีกับชีวิตค่ะ ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม - 16 สิงหาคม) วัดพนัญเชิง พระนครศรีอยุธยา เป็นพระอารามหลวงที่มีประวัติมายาวนาน มีพระพุทธไตรรัตนนายก หรือหลวงพ่อซำเปากง เป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ และใหญ่ที่สุดในพระนครศรีอยุธยา หน้าตักกว้าง 20 เมตรเศษ สูง 19 เมตร เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย ชื่อเสียงของหลวงพ่อซำเปากงโด่งดังเป็นอย่างมากในเรื่องของการค้าขาย ทำมาหากินเจริญรุ่งเรืองหากใครมีอาชีพค้าขายจะยิ่งเพิ่มสิริมงคลให้กับตัวเอง ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม - 15 กันยายน) วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร กรุงเทพ เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ตั้งอยู่ใกล้กับเชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้า ฝั่งธนบุรี มีการบูรณะวัดจนส่งผลให้ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมจากยูเนสโก ถือเป้นความภูมิของคนไทยเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ในวัดยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยากให้ทุกคนไปบูชา คือพระบรมสารีริกธาตุที่พระบรมธาตุมหาเจดีย์ ราศีกันย์ (16 กันยายน - 16 ตุลาคม) วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร กรุงเทพ ตั้งอยู่บนถนนตะนาวและถนนเฟื่องนคร บางลำภู ควรไปกราบไหว้พระบรมสารีริกธาตุ องค์พระไพรีพินาศ ให้ศัตรูผู้คิดไม่ดีกับตัวเราแพ้พ่าย หรือกลับใจมาเป็นมิตรกับเรา เป็นการอภัยทานขั้นสูงสุด และกราบพระประธานในพระอุโบสถ คือพระโต และพระพุทธชินสีห์ ให้ประสบแต่ความสุขยิ่งๆขึ้นไป ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน) วัดเขตร์นาบุญญาราม จังหวัดจันทบุรี เป็นวัดอนัมนิกาย หรือวัดญวณ เป็นวัดเก่าแก่สร้างในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้า เมื่อปี พ.ศ.2377 ตั้งอยู่ใจกลางเมืองจันทบุรี เป็นศูนย์รวมพุธศาสนิกชนฝ่ายมหายานทั้งใกล้และไกล พระประธานในวัดทั้ง 3 องค์มีความศักดิ์สิทธิ์มาก ภายในวัดมีอาคารโรงเจเพื่อรองรับผู้ที่มาถือศีลกินเจ เป็นเวลายาวนานกว่าร้อยปีมาแล้ว ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน - 14 ธันวาคม) วัดพนัญเชิง พระนครศรีอยุธยา เป็นพระอารามหลวงที่มีประวัติมายาวนาน มีพระพุทธไตรรัตนนายก หรือหลวงพ่อซำเปากง เป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ และใหญ่ที่สุดในพระนครศรีอยุธยา หน้าตักกว้าง 20 เมตรเศษ สูง 19 เมตร เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย ชื่อเสียงของหลวงพ่อซำเปากงโด่งดังเป็นอย่างมากในเรื่องของการค้าขาย ทำมาหากินเจริญรุ่งเรืองหากใครมีอาชีพค้าขายจะยิ่งเพิ่มสิริมงคลให้กับตัวเอง ราศีธนู (15 ธันวาคม - 13 มกราคม) วัดป่าภูก้อน จังหวัดอุดรธานี วัดนี้ตั้งอยู่บนเนินเขา ล้อมรอบด้วยผืนป่าเขียวขจีกว่า 3,000 ไร่ ซึ่งจุดมุ่งหมายในการสร้างวัดแห่งนี้ คือการรักษาธรรมชาติของป่าอันสมบูรณ์ และแหล่งต้นน้ำลำธาร จากการถูกบุกรุกทำลาย ภายในอุโบสถประดิษฐาน "พระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี" ที่สร้างเนื่องในวโรกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จรพะเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระ ชนมพรรษาครบ 7 รอบ โดยมีความยาวกว่า 20 เมตร และใช้เวลาก่อสร้างนานกว่า 6 ปี  นอกจากนี้ยังมีเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามอีกด้วยค่ะ เรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

แอน มิตรชัย เปิดตัว เด็กๆ ในอุปการะกว่า 50 ชีวิต!
Ann Mitchai /  แอน มิตรชัย

แอน มิตรชัย นางเอกลิเกโกอินเตอร์ที่ไปโด่งดังมีผลงานโด่งดังอยู่ที่ประเทศอินเดีย ยังมีอีกแง่มุมหนึ่งของ แอน และครอบครัว มิตรชัย ซึ่งหลายๆ คนอาจยังไม่รู้ โดยเมื่อวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา กระทรวงวัฒนธรรมและกรมศิลปากรเปิดโครงการจัดกิจกรรม ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ นำเยาวชนสู่พิพิธภัณฑ์ ครั้งที่2 ซึ่งมีเด็กผู้พิการและด้อยโอกาสกว่า 200 คนเข้าสู่แหล่งเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรม เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี พร้อมชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมจากสำนักการสังคีตกรมศิลปากร ณ โรงละครแห่งชาติ โอกาสนี้ นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานกล่าวเปิดงาน ร่วมด้วยนาย อนันต์ชูโต อธิบดีกรมศิลปากร โดย แอน มิตรชัย ได้พาเด็กๆ ประมาณ 50 ชีวิต มาเข้าร่วมโครงการดีๆ ของรัฐบาลในครั้งนี้ด้วย แอน มิตรชัย กล่าวว่า "เด็กกลุ่มนี้มีทั้งเด็กกำพร้าที่ทางครอบครัวมิตรชัยอุปการะไว้ รวมทั้งเด็กยากจนที่บริเวณใกล้เคียง ทุกคนมาฝึกฝนการแสดงลิเกกับครอบครัวมิตรชัยโดยไม่มีค่าใช้จ่าย จริงๆ ครอบครัวเราทำตรงนี้มานานแล้ว ตัวพี่ ไชยา นั้นเติบโตจากที่วัดสระแก้ว(สถานที่รับเลี้ยงเด็กกำพร้าและเด็กยากจน) ก็มีเด็กกลุ่มหนึ่งที่คุณพ่อกับคุณแม่แอนเลี้ยงดูพวกเขามาเหมือนเป็นครอบครัวใหญ่ หลังจากนั้นก็ทำต่อมาเรื่อยๆ และมีคนนำเด็กมาฝากอยู่เรื่อยๆ บางคนพ่อแม่ไม่มีแล้ว อยู่กับยาย ยายเป็นอัมพาตเลี้ยงดูไม่ได้ คนข้างบ้านก็พามาฝาก เราก็สอบถามและก็ดูตามความเหมาะสม มีทั้งรับไว้และไม่ได้รับไว้ จนจำนวนก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเราต้องจำกัดจำนวน ไม่อย่างนั้นป่านนี้คงหลายร้อยหรืออาจขยายไปถึงพันก็ได้" "ตอนนี้เด็กๆ กว่าร้อยชีวิตที่ครอบครัวมิตรชัยดูแลอยู่ แบ่งออกเป็นคณะลิเกเด็ก 2 คณะ คณะแรกอยู่ภายใต้การดูแลของพ่อครูสมศักดิ์ ซึ่งเป็นพ่อแท้ๆ ของพี่ไชยาและแอน ชื่อ คณะอาณาจักร รำปาว มิตรชัย และอีกคณะอยู่ภายใต้การดูแลของคุณแม่วงษ์เดือน คือ คณะศิษย์มิตรชัย เด็กๆ มีตั้งแต่ 3-4 ขวบขึ้นไปจนถึง 15-16 ปีค่ะ" "แอนและพี่เอเป็นเสาหลักดูแลเรื่องนี้ ต้องดูแลทั้งที่พักอาหารและเรื่องเล่าเรียนต่างๆ ทางครอบครัวมิตรชัยมีวัตถุประสงค์หลักของครอบครัวคือพยายามฝึกฝนสัมมาอาชีพให้พวกเขา คือฝึกลิเกสอนทั้งร้องรำสอนให้รู้คุณค่าและสอนให้ภูมิใจทั้งนี้เพื่อสืบสานศิลปะการแสดงลิเกสืบไปในอนาคต เพราะไม่อยากให้ศิลปะการแสดงลิเกสูญหายไป จนในที่สุดเหลือแต่ภาพถ่ายหรือเป็นเพียงเรื่องเล่าและถูกลืมเลือนในที่สุด ครอบครัวของเราไม่ค่อยมีโอกาสพาเด็กๆ ออกนอกสถานที่นัก ครั้งนี้เด็กๆ เลยดีใจกันมาก ทั้งตื่นเต้นที่ได้ออกนอกสถานที่ได้ร่วมทำกิจกรรมดีๆ ที่กระทรวงวัฒนธรรมและกรมศิลปากรจัดเตรียมไว้ให้เด็กๆ แอนขอบพระคุณผู้ใหญ่ของ กระทรวงวัฒนธรรมและกรมศิลปากรอย่างสูง ที่ให้โอกาสเด็กๆ ได้เข้าร่วมโครงการดีๆ ในครั้งนี้ค่ะ" แอน มิตรชัย อุปถัมภ์เด็กกว่า100ชีวิต สอนลิเกฟรีสร้างอาชีพติดตัว youtube channel : Very well มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

แอบส่อง บ้านเจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ
บ้านดารา /  บ้านดาราช่อง3 / 

วันนี้ Decor.MThai จะพาเพื่อนๆ ไป แอบส่อง บ้านเจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ ดาราสาวสวย สุดฮอต ที่กำลังจะมีละครให้เราติดตามชมกันอีกครั้ง นั้นก็คือซีรีส์เลือดมังกร นั้นเอง เจนี่นอกจากเธอจะสวย เป็นนางเองในละครแล้ว เธอยังเก่ง และรวยมากอีกด้วยนะคะ ว่าแล้วเราไปชมบ้านของเธอกันเลยดีกว่า ว่าจะสวยเหมือนเจ้าของบ้านมั้ยนะ แอบส่อง บ้านเจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ บ้านเจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ ถ้าเพื่อนๆ สังเกตุจะเห็นว่าสาวเจนนี่หลงรักในมนต์เสน่ห์ของดอกไม้มาก ทำให้มีแจกันดอกไม้สวยๆ ประดับไว้เกือบทุกมุมของบ้าน ห้องครัวสีขาว ห้องครัวใช้โทนสีขาวเป็นสีหลัก และเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่เป็นเฟอร์นิเจอร์สไตล์โมเดิร์นปิดผิวด้วยไฮกรอสทำให้ห้องดูสวย เงางามทั้งห้อง มุมพักผ่อน มุมพักผ่อนสบายๆ ห้องก็ยังคงคุมโทนด้วยสีขาว แต่ห้องสีเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์สีดำให้ตัดกับสีห้อง ทำให้ห้องดูสวยไม่จืดจนเกินไป เพิ่มความสวยงามด้วยการประดับตกแต่งลูกบอลตัวเจไว้รอบๆ ห้อง ภาพประกอบ ปี 2556 จาก ig เดิม ประวัติย่อๆ : เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ เกิดเมื่อวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2524 ที่ลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา เป็นบุตรของ สมศักดิ์ กับ ชไมพร เทียนโพธิ์สุวรรณ์ จบมัธยมศึกษาจาก โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) และระดับปริญญาตรีที่คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เข้าสู่วงการบันเทิงมีผลงานแรก ในมิวสิกวิดีโอ ของเจอาร์-วอย เพลง Only You ตามด้วย หากเป็นฉัน ของเอกซ์ รักเธอหมดหัวใจ ของ เจมส์-เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ และ จะเอาจากไหน ของ เบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์ และมีผลงานโฆษณา สบู่ล้างหน้า ดร.มนตรี เคเอลิปแคร์ ลอรีเอะ และ เรนองที ต่อจากนั้นได้รับการชักชวน มาเล่นละครโทรทัศน์ โดยผู้จัด หทัยรัตน์ อมตะวณิชย์ ผลงานสร้างชื่อคือเรื่อง สายรุ้ง และต่อมาเรื่อย ๆ อย่าง กะล่อนคูณสอง รักสุดหัวใจ ยอดชีวัน นางโจร พระจันทร์แสนกล สมปองน้องสมชาย ภูแสนดาว หนึ่งในทรวง ต่างฟ้าตะวันเดียว กรุงเทพราตรี และมีชื่อเสียงจากละครเรื่อง “ทางผ่านกามเทพ” ที่ประกบคู่กับ แอนดริว เกร็กสัน เมื่อปี 2544 “เนื้อหานี้เผยแพร่โดย http://decor.mthai.com — หากเนื้อหาไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยค่ะ” ,http://gossipstar.mthai.com/instagram/janienineeleven/

ละครคลื่นชีวิต , เรื่องย่อคลื่นชีวิต
คลื่นชีวิต /  ละครคลื่นชีวิต / 

ละครคลื่นชีวิต ละครช่อง3 คลื่นชีวิต บทประพันธ์โดย : กรุง ญ ฉัตรกำกับการแสดงโดย : อำไพพร จิตต์ไม่งงผลิตโดย : บริษัท ละครไท จำกัดควบคุมการผลิตโดย : หทัยรัตน์ อมตวณิชย์ออกอากาศ เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครคลื่นชีวิต ช่อง3 เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต ความสุขในวัยเด็ก คือสิ่งชโลมใจยามเรามีความทุกข์ เพราะเราจะได้รู้สึกว่า เราเคยผ่านความผาสุกในชีวิตมาแล้ว จีราวัจน์ (อุรัสยา เสปอร์บันต์) ดาราสาวที่เข้าวงการและมีชื่อเสียงด้วยฝีมือการแสดงและข่าวฉาวกับหนุ่มทั้งนอกและในวงการ รวมทั้งนิสัยพูดตรง ถ้าไม่ผิด ก็พร้อมกล้าท้าชนโดยไม่สนใจหน้าไหน จนโดนใครต่อใครตราหน้าว่าจีราวัจน์เป็นผู้หญิงแรง กร้านโลก และง่าย! แต่ใครจะกล่าวว่าเธอยังไง ไม่ทำให้จีราวัจน์เจ็บเท่ากับถูก คุณหญิงจริยา แม่แท้ ๆ ที่ไม่เคยดูแลเธอปล่อยเธอเติบโตตามมีตามเกิด เชื่อว่าเธอเป็นผู้หญิงใจแตก! แต่นั่นยังไม่ทำให้เธอหมดศรัทธากับคำว่า แม่ ของจริยา เท่ากับคืนที่จีราวัจน์โดน สิทธา (ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์) เจ้าของบริษัททอสังหาริมทรัพย์ สามีคนใหม่ของจริยา ผู้กระหายอำนาจ เงินทองและโลกีย์ สั่งลูกน้องวางยานอนหลับเพื่อหมายข่มขืนจีราวัจน์ แต่จีราวัจน์ก็หนีมาได้ และเมื่อจีราวัจน์บอกเรื่องนี้กับจริยาแทนที่จริยาจะเข้าข้างและปกป้องเธอ แต่จริยากลับเข้าข้างสิทธา จริยานั้นรู้สันดานของสิทธาดี แต่เธอยังทำอะไรสิทธาไมได้ เพราะสิทธาคือคนที่ให้เงิน และอำนาจกับเธอ สิทธาคือคนที่ทำให้ผู้หญิงไร้การศึกษา มีชีวิตอยู่ในสลัม ที่มีแค่ความสวยติดตัว จึงเร่ขายความสวยให้ความสำราญผู้ชาย เธอจึงได้โลดแล่นขึ้นมาเป็นคุณหญิงใจบุญเบอร์หนึ่งของสังคม ที่ใคร ๆ ต่อใครนับหน้าถือตา จริยารู้ดีว่าจีราวัจน์มองเธอเป็นผู้หญิงเห็นแก่ตัว ทะเยอทะยาน หน้าเงิน แต่ที่จริยาดิ้นรนถีบตัวเองขึ้นมาถึงตรงนี้ ก็เพื่อให้ชีวิตเธอ และจีราวัจน์สบาย แม้วันนี้จีราวัจน์เกลียดเธอ ...แต่จริยาเชื่อว่าวันหนึ่ง... จีราวัจน์ต้องเข้าใจ ละครคลื่นชีวิต ญาญ่า หมากปริญ สำหรับจีราวัจน์ ...สิ่งที่เธอต้องการ ไม่ใช่ชีวิตดีงามบนหน้าหนังสือพิมพ์อย่างที่จริยาต้องการ แต่สิ่งที่เธอต้องการคือความรัก ปมเดียวในหัวใจของจีราวัจน์ที่เธอโหยหาย แต่เธอไม่เคยได้ โดยเฉพาะวันที่เกิดเหตุการณ์นั้น ถึงแม้จีราวัจน์จะหนีจากเงื้อมมือสิทธามาได้ แต่เพราะฤทธิ์ยานอนหลับ ทำให้ระหว่างที่จีราวัจน์ขับรถหนีอย่างสุดชีวิต ต้องกลายเป็นฆาตกรโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อรถของจีราวัจน์ชนร่าง ติวดี (พริมา พันธ์เจริย) เต็ม ๆ จนติวดีไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ในเวลาต่อมา!! แต่เพราะฤทธิ์ยานนอนหลับทำให้จีราวัจน์หลับและเบลอจนไม่รู้เรื่องติวดี ภายใต้การดูแลของ ดารากา (ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์) เพื่อนสินทตั้งแต่มัธยม ซึ่งเป็นคนเดียวที่จีราวัจน์ติดต่อพูดคุยด้วยตลอด พอจีราวัจน์กลับจากเมืองนอก จีราวัจน์จึงขอให้ดารากามาอยู่ด้วยกัน ดารากาเต็มใจอยู่กับ จีราวัจน์ เพราะความรัก และความสนิทที่ทั้งสองมีด้วยกันมาเกือบ 20 ปี ทำให้ดาราการู้ดีว่า จีราวัจน์หว้าเหว่ แสนเหงา ต้องการใครสักคนเป็นเพื่อน และกว่าจีราวัจน์จะรู้ว่าติวดีเสียชีวิต ก็หลังจากที่ฤทธิ์ยานอนหลับสร่าง เมื่อจีราวัจน์รู้สึกตัว คนกล้าทำกล้ารับอย่างเธอ พร้อมไปรับความผิดกับตำรวจ แต่มันสายเกินไป เพราะ สุกี้ (เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ) นักปั้นดารามือทอง ผู้เป็นทั้งคนชักนำเธอเข้าวงการและเป็นผู้จัดการดูแลเธอ ได้จัดการส่งสเตฟาน คนขับรถคนสนิทประจำตัว รับสารภาพผิดกับตำรวจว่าเป็นคนขับรถชนติวดีแทนเธอ โดยสุกี้ยอมเสี่ยงโกหกกับสังคมเพื่อแลกกับอนาคตทางการแสดงของจีราวัจน์ที่กำลังรุ่งเรือง ละครคลื่นชีวิต สุกี้คิดว่าการให้สเตฟานรับผิดแทนจีราวัจน์ จะทำให้เรื่องทุกอย่างจบง่าย ๆ แต่สุกี้คิดผิด เมื่อระหว่างที่ติวดีโดนจีราวัจน์ขับรถชน ติวดีกำลังคุยโทรศัพท์มือถือกับ สาธิต (ปริญ สุภารัตน์) แฟนหนุ่มผู้เป็นทนายตงฉิน เชื่อว่าใครทำผิดต้องได้รับโทษ นั่นแหละความยุติธรรม! โดยสาธิตเป็นคนเดียวที่ได้ยินเสียงของจีราวัจน์พูดขอโทษติวดี นั่นทำให้เขาปักใจว่าคนที่ขับรถชนคนรัก ไม่ใช่สเตฟานแต่เป็นจีราวัจน์! สาธิตทำทุกวิถีทางพิสูจน์ให้คนทั้งสังคมเห็นว่าฆ่าตกรตัวจริงเป็นใคร โดยมี พ.ต.ต.พิเชษ เพื่อนตำรวจที่รู้จักในระหว่างร่วมงาน เป็นคนช่วยเหลือดูแลคดี โดยสาธิตมั่นใจว่าเขาสามารถลากตัวจีราวัจน์รับโทษอย่างที่เขาเคยส่งคนผิดเข้าคุกมาตลอดอาชีพทนาย แต่ครั้งนี้! สาธิตกลับเจอว่าความจริง พ่ายแพ้อำนาจเงิน! เมื่อหลักฐานทุกอย่างที่จะมัดตัวจีราวัจน์ได้ มันหายไปหมด! สาธิตไม่ยอมแพ้ที่จะหาทางลงโทษจีราวัจน์ แต่ทุกอย่างต้องหยุดลงเมื่อ นวดี (ขวัญฤดี กลมกล่อม) แม่ของติวดี แม่ครูของเหล่าเด็กกำพร้า เป็นคนขอร้องให้สาธิตหยุดอาฆาตแค้น นวดีไม่อยากให้สาธิตต้องจมอยู่กับความทุกข์ ที่เกิดจากความโกรธแค้นอีก รวมทั้ง พัฒนะ (สันติสุข พรหมศิริ) เจ้าของบริษัทผลิตละคร ที่จีราวัจน์กำลังแสดงละครอยู่ พัฒนะเป็นเพื่อนของพ่อของสาธิต และเปรียบเหมือนเป็นพ่อบุญธรรมของสาธิต เพราะหลังจากที่พ่อแม่ของสาธิตประสบอุบัติเสีย ชีวิตทั้งคู่ พัฒนะคือคนที่ส่งเสียและดูแลสาธิตจนเรียนจบเนติบัณฑิต! ฉะนั้นเมื่อพัฒนะขอให้สาธิตทำอะไร สาธิตพร้อมจะทำ รวมทั้งคำขอร้องที่แสนเฉือนหัวใจ ที่พัฒนะขอร้องให้สาธิตหยุดสืบหาหลักฐานเอาเรื่องจีราวัจน์ เพราะละครที่จีราวัจน์แสดงกำลังทำเงิน ถ้าจีราวัจน์ติดคุกจะมีผลทำให้บริษัทของพัฒนะเสียหาย จนกระทบกับหนี้สินของบริษัทด้วย ละครคลื่นชีวิต ในเมื่อผู้ใหญ่สองคนที่เขารักขอร้องให้เขาหยุด ละครคลื่นชีวิต แม้สาธิตไม่ต้องการหยุดฉีกหน้ากากของจีราวัจน์ แต่เขาต้องหยุด แต่ใครจะรู้ แม้สาธิตจะหยุดดำเนินคดีทางกฎหมายกับจีราวัจน์ แต่เขาไม่หยุดตามจองล้างจองผลาญจีราวัจน์ โดยสาธิตประกาศ ในเมื่อกฎหมายทำโทษจีราวัจน์ไม่ได้ เขาจะใช้กฎแห่งกรรมทำโทษจีราวัจน์เอง ด้านจีราวัจน์นั่นอยากเหลือเกินที่จะบอกสาธิตว่าเธอพร้อมรับผิด แต่เธอทำไม่ได้เพราะเธอต้องแบกความเป็นความตายของคนที่รวมโกหกช่วยเธออยู่ เธอเลือกไถ่โทษด้วยการดูแลนวดี แทนติวดีห่าง ๆ โดยมี ชยันต์ (หลุยส์ สก๊อต) ผู้กำกับฯ หนุ่มติสต์ชื่อดัง ซึ่งเคยเป็นรุ่นพี่สมัยมัธยมของจีราวัจน์ ผู้รักและหวังดีกับจีราวัจน์เสมอมา เพราะชยันต์รู้ว่าผู้หญิงที่แข็งกระด้างภายนอก แต่ภายในช่างแสนอ่อนแอ เขาจึงคอยช่วยเหลือส่งข่าวเรื่องนวดี เพราะชยันต์เป็นเพื่อนกับสาธิต ทำให้ชยันต์รับรู้เรื่องราวของนวดีจากสาธิตโดยตรง แต่ความช่วยเหลือของชยันต์ กลับยิ่งสร้างปัญหาให้จีราวัจน์ เมื่อ ปียากุล (จรินทร์พร จุนเกียรติ) ลูกสาวคนเดียวของพัฒนะ ผู้ควบคุมดูแลงานถ่ายละครภายในบริษัทของพัฒนะ และเป็นภรรยาซุปเปอร์โคตรขี้หึงของชยันต์ ได้ยินข่าวว่าเธอสนิทกับชยันต์มาก ทำให้ปียากุลใช้อำนาจหน้าที่การงานในมือเธอกลั่นแกล้งจีราวัจน์ แต่เพราะจีราวัจน์กำลังเป็นดาราทำเงินของพัฒนะ ทำให้พัฒนะออกตัวปกป้องจีราวัจน์ ทำให้ปียากุลไม่พอใจมาก ทำให้ปียากุลพาลระบายอารมณ์กับสาธิต ซึ่งเธอนับถือเหมือนพี่ชาย ทำให้สาธิตรับรู้ว่า นอกจากจีราวัจน์จะเป็นคนตลบแตลงสังคมว่าตัวเองไม่ใช่ฆาตกรแล้ว จีราวัจน์ยังเป็นผู้หญิงรักสนุกคั่วผู้ชายไม่ซ้ำหน้า แย่งผัวชาวบ้านไปกกได้อย่างหน้าไม่อาย!! ละครคลื่นชีวิต ยิ่งวันทีสาธิตพบจีราวัจน์สนิทสนมกับ เจตต์ (มาสุ จรรยางค์กุลดี) วิศวกรปิโตเลียมผู้มีชีวิตยู่กลางทะเล แต่เมื่อกลับมาเยี่ยมบ้าน เขากลับขับรถชนจีราวัจน์ จนทำให้เขาหลงรักนางเอกสาว ซึ่งมันอาจไม่ใช่เรื่องที่สาธิตจะเอามาเป็นข้อเกลียดชังจีราวัจน์ ถ้าสาธิตไม่บังเอิญรู้เรื่องว่าดารากาเพื่อนรักของจีราวัจน์นั้นแอบชอบเจตต์อยู่จาก เจนจิรา (วันศิริ อ่องอำไพ) น้องสาวของเจตต์เจ้าของโรงเรียนที่ดารากาเป็นครูสอน ซึ่งสาธิตได้รู้จักกับเจจิราโดยบังเอิญ และเพราะเจนจิราเป็นคนคุยสนุก มองโลกในแง่ดี เหมือนติวดี ทำให้สาธิตสนุกที่ได้อยู่ร่วมกับเจนจิราโดยสาธิตไม่รู้ว่าความใกล้ชิดที่เขามอบให้เจนจิรานั้น ทำให้เจนจิราแอบชอบสาธิต ชีวิตของจีราวัจน์เจอปัญหาจากสาธิต ปียากุล สิทธา ยังไม่พอ ในเส้นทางสายงานบันเทิง เธอยังต้องเจอ พิม (โชติกา วงศ์วิลาศ) นางเอกจอมสร้างภาพว่าเป็นนางเอกแสนชื่อ แต่แท้จริงปากตลาด ทะเยอทะยาน ใฝ่สูง เคยเป็นอดีตดาราที่สุกี้ปั้นมากับมือ แต่พอดังแล้วก็แยกตัวออกจากสุกี้ ทำให้สุกี้ไม่พอใจพิมมาก หาว่าพิมเนรคุณ แต่พิมไม่แคร์ พิมคิดว่าสุกี้ได้เงินจากค่าตัวเธอเยอะแล้ว ไม่ถือว่ามีบุญคุณต่อกัน โดยตอนพิมออก พิมเอา ลูกน้ำ (ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์) อดีตเลขาลงสุกี้มาด้วย โดยพิมคิดว่าลูกน้ำทำงานกับสุกี้มานาน จะมี Connection กับเอเจนชี่จะผลักดันให้ความฝันก้าวสู่ การทำงานร่วมกับต่างชาติของเธอสมหวัง แต่เปล่าเลย ลูกน้ำไม่มีรู้จักใครเลย เป็นแค่คนปากกล้า อวดฉลาด แต่สมองกลวง ทำให้พิมเลี้ยงลูกน้ำไว้เป็นกันชนเวลาปะทะกับสุกี้ และเป็นคนหิ้วสัมภาระ รองมือรองเท้าตัวเองเท่านั้น! เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต และการโด่งดังของจีราวัจน์ ทำให้ชื่อเสียงที่กำลังลดฮวบของพิม ยิ่งลดลงไปอีก จากนางเอกเบอร์หนึ่งแทบจะเล่นเป็นนางรอง คนทะเยอทะยานอย่างพิมไม่ยอมรับสภาพอย่างนั้นง่าย ๆ เธอจึงยอมทำทุกอย่าง เพื่อกำจัดจีราวัจน์ไปจากเส้นทางของเธอ เพื่อให้เธอกลับมาเป็นอันดับหนึ่งอีกครั้ง รวมทั้งหาลู่ทางเพื่อโกอินเตอร์ แม้แต่ยอมเอาตัวเข้าไปเป็นเมียน้อยของสิทธา เพื่อใช้อำนาจและเงินของสิทธา ปูทางโกอินเตอร์ให้ได้ หลายครั้งที่จีราวัจน์เหนื่อยกับการสู้รบกับความเกลียดชังที่ประเดประดังเข้ามาเหมือนคลื่นกระทบหาดทราย ละครคลื่นชีวิต แต่เธอก็ยังพอมีหลักให้ยึดอีกคน นั่นคือ ครูอารี ครูสอนร้องเพลงตั้งแต่ สมัยจีราวัจน์เรียนมัธยม ครูอารีคือคนที่เอื้ออารีข้าวและขนม เวลาที่จริยาออกไปขายตัว ปล่อยให้จีราวัจน์อยู่กับ ยายจัน ยายข้างบ้านที่มีอาชีพขายขนมจีน สมองไม่ค่อยดี ป้ำ ๆ เป๋อ ๆ ที่เคยเลี้ยงดูจีราวัจน์ พอยายจันออกไปตลาด จีราวัจน์ก็มาวิ่งเล่นบ้านครู ที่นี่เหมือนอีกโลกของจีราวัจน์ เป็นโลกที่สงบ ไม่ใช่โลกมายาที่เธอต้องยิ้มแม้ว่าในหัวใจร้องไห้ และการมาบ้านครูอารีครั้งนี้ ทำให้เธอรู้ว่าบ้านสวนถัดไปเป็นบ้านของนวดี จีราวัจน์หวังจะแอบไปดูความเป็นอยู่ของนวดีเพื่อจะช่วยเหลือ นั่นทำให้เธอเจอสาธิต จีราวัจน์ไม่อยากสู้รบกับสาธิตเพราะเธอรู้ตัวดีว่าผิด แต่สาธิตเหมือนเสือที่จ้องตะครุบเหยื่อ เมื่อเหยื่อเดินเข้ามาหา มีหรือที่เขาจะปล่อย สาธิตจงใจพูดจาแดกดันว่าเธอเป็นคนขี้ขลาด ทำผิดแล้วไม่กล้ารับผิด สาธิตเดินต้อนจีราวัจน์จนไปถึงริมคลอง นั่นเป็นครั้งแรกที่สาธิตเห็นความกลัวในแววตาของจีราวัจน์ ทำให้สาธิตรู้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่แทนที่สาธิตจะปราณีปล่อยเธอไป สาธิตกลับเดินกดดันจนจีราวัจน์ตกน้ำ แม้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่เธอไม่แม้แต่ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากใคร แม้แต่สาธิตที่ยืนมองเธอตะเกียกตะกายในน้ำอยู่ โดยสาธิตยื่นข้อเสนอให้เธออ้อนวอนร้องขอชีวิต แล้วเขาจะยอมช่วย แต่จีราวัจน์ไม่ยอมเอ่ยปาก จนกระทั่ง สีดา ลูกศิษย์สาวจอมก๋ากั่นของครูอารีมาช่วยไว้ทัน นั่นทำให้สาธิตได้เห็นอีกมุมนึงว่าจีราวัจน์เป็นคนรักศักดิ์ศรี ไม่ยอมอ่อนให้ใครง่าย ๆ เหมือนกัน สีดาพาจีราวัจน์กลับมาบ้านครูอารี พร้อมถามว่าใครเป็นคนทำจีราวัจน์ตกน้ำ จีราวัจน์ไม่อยากเอ่ยถึง เธอคิดแต่ว่ามันเป็นการชดใช้กรรมกับสิ่งที่เธอทำกับติวดี อย่างน้อยการที่สาธิตเห็นเธอเกือบตาย อาจทำให้สาธิตลดความโกรธ และเลิกยุ่งกับเธออีกก็ได้ แต่จีราวัจน์คิดผิด ละครคลื่นชีวิต เมื่อละครการกุศลของสมาคมคุณหญิงจริยามีอันต้องสะดุดลง เพราะนางเอกที่วางไว้เสียชีวิตลง ซึ่งก็คือติวดี ทำให้ต้องหานางเอกใหม่ซึ่งทุกคนลงความเห็นที่จีราวัจน์ แต่ก็เหมือนจะเป็นความจงใจของพระพรหม เมื่อผู้รับบทเป็นพระเอกคือสาธิต สาธิตไม่รักษามารยาทในการดูถูกและเหยียดหยามจีราวัจน์ต่าง ๆ นานา ด้านจีราวัจน์นั้น พยายามอดทนไม่อยากตอบโต้ แต่ชยันต์ไม่อาจทนเห็นสาธิตพูดจาดูถูกจีราวัจน์ได้ จึงเป็นคนออกโรงปกป้องแทนเธอ ทำให้สาธิตยิ่งตราหน้าว่าจีราวัจน์กำลังแย่งผัวคนอื่น แต่ดึกรีแรงแค้นของสาธิตต้องสะดุด เมื่อเขาได้เป็นคนอยู่ในเหตุการณ์ ที่จีราวัจน์ใส่ใจ ในความเป็นความตายของยายจัน หากเขาก็ยิ่งย้ำใจให้แข็งขึ้นอีก เพราะถึงอย่างไรจีราวัจน์ ก็คือมือที่สามที่ทำให้ครอบครัวของชยันต์ต้องมีปัญหา ในงานศพยายจัน จีราวัจน์ถูกลอบยิง แต่เจตต์รับเคราะห์แทน แม้จะจับมือใครดมไม่ได้ แต่ในที่สุดชยันต์ก็ได้รู้ว่าเป็นฝีมือของปียากุล ชยันต์และปียากุลทะเลาะกันหนักขึ้นเรื่อย ๆ ชยันต์เห็นใจลูกจึงพยายามอดทนเสมอ แต่ครั้งนี้ปียากุลทำเกินไป ทำให้ชยันต์คิดว่าต้องทำอะไรตัดนิสัยเอาแต่ใจของปียากุลบ้าง จึงตัดสินใจขอแยกบ้านอยู่กับปียากุล ปียากุลนั้นรักชื่อเสียงมาก เมื่อชยันต์ขอแยกกันอยู่ และมีข่าวออกหน้าบันเทิง ทำให้ปียากุลเครียด จนต้องไปฟูมฟายระบายกับสาธิต กล่าวหาว่าชยันต์ย้ายออกไป เพื่อไปอยู่กับจีราวัจน์ นักแสดงละครคลื่นชีวิต จีราวัจน์คือต้นเหตุทำให้ชีวิตครอบครัวของปียากุลพังพินาศ สาธิตมาจัดการจีราวัจน์แทนปียากุล แล้วเห็นจีราวัจน์ก็คอยดูแลเจตต์ เพราะต้องเจ็บตัวเพื่อตัวเอง ความสนิทสนมของจีราวัจน์กับเจตต์ทำให้ดารากาไม่พอใจ คิดว่าเพื่อนทรยศทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเธอแอบหลงรักเจตต์ จนกระทั่งทะเลาะกันใหญ่โต ถึงขั้นดารากาย้ายออกจากบ้านเพื่อน สาธิตตามมาสมน้ำหน้าจีราวัจน์ที่มั่วผู้ชายไม่เลือก แม้แต่แฟนเพื่อนก็ไม่เว้น จนสุดท้ายจีราวัจน์ก็ไม่เหลือใคร ชยันต์เข้ามาปลอบใจจีราวัจน์ว่าเธอยังมีเขา ชยันต์คอยเข้ามาประคับปคะคองจีราวัจน์ แต่ชีวิตที่เคยเป็นเด็กบ้านแตกสาแหรกขาด ทำให้จีราวัจน์ไม่อยากเป็นคนทำลายครอบครัวของชยันต์ แต่ชยันต์ปลอบจีราวัจน์ว่า ที่ครอบครัวของเขาจะพัง ไม่ใช่เพราะจีราวัจน์ แต่เป็นเพราะปียากุลกับเขาหมดความเข้าใจต่อกัน ในเมื่อชยันต์ไปกับปียากุลไม่รอด เขาก็อยากหยุดและเริ่มต้นใหม่กับจีราวัจน์ เรื่องย่อคลื่นชีวิต จีราวัจน์เคยผ่านชีวิตบอบซ้ำมา ทำให้จีราวัจน์รู้ว่าความหวังดีที่ชยันต์มีให้กับเธอ มันไม่ใช่ความรักอย่างที่ชยันต์พร่ำบอก มันเป็นแค่ความรู้สึกเห็นใจ เพราะแท้จริงในหัวใจของชยันต์รักปียากุลและเจ็บซ้ำกับสิ่งที่ปียากุลไม่ไว้ใจเขา ดังนั้นคนมีปัญหาอย่างชยันต์ มาเจอกับผู้หญิงที่เจอปัญหามาทั้งชีวิตอย่างเธอ มันจึงเกิดการคลิกกัน จีราวัจน์ขอให้ชยันต์ เป็นเพื่อนที่ดีอย่างเดิม อย่าให้มากกว่านั้นเลย แล้วกลับไปซ่อมแซมครอบครัวของชยันต์ ให้กลับมาสวยงามเหมือนเดิมดีกว่า แต่เคราะห์ของจีราวัจน์ที่จะทำให้สาธิตยิ่งเกลียดเธอ ยังไม่จบเพียงแค่นั้น เมื่อจีราวัจน์รู้ว่าบ้านที่อาศัยอยู่นี้กำลังจะถูกธนาคารยึด จีราวัจน์สั่งสุกี้ให้จัดการเรื่องบ้าน จนเรื่องเข้าหูจริยา จริยาสั่งห้ามจีราวัจน์ไปยุ่งกับนวดีอีก เพราะตอนนี้รูปคดีออกมาว่าไม่มีหลักฐานมัดว่าจีราวัจน์ขับรถชน แต่ถ้าจีราวัจน์ดูแลนวดีมาก ๆ เพราะมันอาจทำให้สาธิตหาช่องโหว่เล่นงานจับจีราวัจน์เข้าคุกได้ จีราวัจน์เสียใจที่แม่เห็นแก่ประโยชน์ตัวเองจนลืมคำว่ามนุษยธรรม ถ้าลูกของแม่โดนรถชน แม่จะอยู่เฉยไหม จริยาได้แต่ยืนนิ่งไม่ได้ตอบ การทะเลาะกันเสียงดังของจีราวัจน์กับจริยา ทำให้ ศิริลักษณ์ หัวหน้าแม่บ้านประจำบ้านของสิทธา ผู้มีนิสัยประจบสอพลอสิทธา และลึก ๆ หวังสบายเป็นเมียของสิทธา แต่สิทธาไม่เอา ทำให้ศิริลักษณ์อิจฉาและจงเกลียดจงชังจริยาและจีราวัจน์ เมื่อการทะเลาะของจริยากับจีราวัจน์รู้ถึงหูศิริลักษณ์ ศิริลักษณ์จึงไปบอกสิทธาว่าจีราวัจน์ต้องการเงิน ทำให้สิทธาเสนอเงินเธอโดยมีข้อแลกเปลี่ยน ซึ่งจีราวัจน์รู้ดีว่าคืออะไร จีราวัจน์ตกลงเพราะเห็นถึงวิธีที่จะแก้เผ็ดอีกฝ่าย ในวันนัดจีราวัจน์แอบมอมยาสิทธา พร้อมเอาปืนจ่อหน้าสิทธาและข่มขู่ให้สิทธาเลิกยุ่งกับตัวเองอีกไม่อย่างนั้นเธอฆ่าสิทธาให้ตายตามกันแน่ แล้วจีราวัจน์ก็หนีออกมาจากโรงแรม โดยหวังว่าเรื่องราวยุ่ง ๆ จะจบลงสักที แต่เปล่าเลย เมื่อจีราวัจน์พบสาธิตที่ดักรออยู่ จากการแอบส่งข่าวของพิม ที่รู้ว่าสาธิตจ้องทำลายจีราวัจน์อยู่ พิมจึงเข้ามาตีสนิทกับสาธิต หวังจะยืมมือสาธิตทำลายจีราวัจน์ให้สิ้นซาก ละครคลื่นชีวิต แล้วภาพที่สาธิตเห็นจีราวัจน์เข้าโรงแรมกับสิทธาที่มีศักดิ์เป็นพ่อเลี้ยงของจีราวัจน์ ยิ่งทำให้สาธิตขยะแขยงจีราวัจน์ โดยคิดว่าจีราวัจน์มั่ว เห็นแก่เงิน จนไร้ศีลธรรมใช้ผัวร่วมกับแม่ แต่แล้วความเชื่อที่สาธิตมีต่อจีราวัจน์ต้องเจอจุดเปลี่ยน เมื่อสาธิตจำต้องมาพัวพันกับความเลวของสิทธาจนได้ เพราะ เวทิต นักข่าวที่แอบส่งหลักฐานเอาผิดสิทธามาให้เขาก่อนตาย ทำให้สาธิตเริ่มตามสืบพฤติกรรมของสิทธา แล้วนั่นทำให้สาธิตได้เห็นว่าสิทธาชั่วร้ายขนาดไหน แล้วคนที่ตกเป็นเหยื่อของสิทธาไม่ใช่แค่เวทิต แต่เป็นจีราวัจน์ด้วย รวมทั้งจีราวัจน์ได้เข้ามาดูแลนวดี และดูแลเด็ก ๆ กำพร้าที่นวดีสอนหนังสือ และชยันต์ยังมาปรับความเข้าใจกับสาธิตว่าจีราวัจน์ไม่ยอมรับความรักของชยันต์ แต่จีราวัจน์กลับเป็นคนเตือนสติให้ชยันต์กลับไปง้อปียากุล ทำให้สาธิตได้เห็นว่าจีราวัจน์ ได้มีแค่ด้านร้าย แต่เธอยังมีมุมความดี และมีหัวใจที่บอบซ้ำ ไม่ต่างจากเด็กกำพร้าที่นวดีและเขาดูแลเลย ทำให้ความแค้นในใจของสาธิตเริ่มเปลี่ยนเป็นความสงสาร เข้าไปยุ่งกับชีวิตจีราวัจน์โดยไม่รู้ตัว นักแสดงละครคลื่นชีวิต ด้านจีราวัจน์ก็ได้รับรู้มุมอบอุ่นที่เกิดจากความเอาใจใส่ ดูแลด้วยความละเอียดอ่อนของสาธิต ซึ่งเป็นความรู้สึกที่เธอไม่เคยได้จากใคร เป็นความรู้สึกที่เธอโหยหา จนทำให้จีราวัจน์แอบเผลอใจให้สาธิตโดยไม่รู้ตัว สองคนต่างมีความห่วงใยที่ไม่กล้าแสดงออกต่อกัน ละครคลื่นชีวิต จนกระทั่งสิทธามายุ่งเกี่ยวกับจีราวัจน์อีกครั้ง สาธิตออกตัวช่วยจีราวัจน์ให้รอดพ้นเงื้อมมือสิทธา และยังใช้หลักฐานที่ตัวเองได้จากเวทิตข่มขู่สิทธา เพื่อให้สิทธาเลิกยุ่งกับจีราวัจน์ จีราวัจน์อึ้งเมื่อเห็นว่าสาธิตช่วยเหลือตัวเอง โดยสับสนว่าสาธิตช่วยตัวเองทำไม สาธิตรู้สึกอะไรกันแน่ แต่สิทธามองอาการสาธิตออก สิทธารู้ว่าสาธิตกำลังตกบ่วงเสน่หาของจีราวัจน์ และดูเหมือนจีราวัจน์ก็มีใจให้สาธิตเช่นกัน ทำให้สิทธาคิดชั่ว ในเมื่อตัวเองไมได้จีราวัจน์มาครอบครอง ก็อย่าหวังว่าใครจะได้มีความสุขทั้งจีรัวัจน์และสาธิต ดังนั้นสิทธาจึงไปหาสาธิตที่สำนักงาน แล้วมอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่เขาเคยส่งคนไปเก็บ ซึ่งเป็นหลักฐานว่าจีราวัจน์คือคนขับรถชนติวดี เมื่อสาธิตเห็นหลักฐาน ความเจ็บปวดในอดีตจึงย้อนคืนกลับมา สาธิตได้แต่นั่งมองกองหลักฐานอย่างสับสนว่าเขาจะฟ้องเอาจีราวัจน์เข้าคุกหรือไม่ เรื่องสิทธาเอาหลักฐานไปให้สาธิตรู้ถึงหูจริยา จริยารีบไปหาสาธิตเพื่อเจรจาพร้อมเสนอเงินให้ ความเจ็บปวดในใจของสาธิต ทำให้สาธิตบอกจริยาไปว่า เขาจะยอมทำลายหลักฐาน ก็ต่อเมื่อจีราวัจน์เอาตัวมาแลก ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ความชั่วของสิทธายังไม่หยุดเท่านี้ มันเหมือนเสือที่คลั่ง จริงอยู่ที่จีราวัจน์เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา แต่คนอย่างสิทธาไม่เคยยอมให้ใครลูบคมได้ ถ้าประกาศว่าได้ มันต้องได้ สิทธาสั่งพิมให้หลอกล่อจีราวัจน์มาที่เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของเขา สิทธาวาดหวังจะข่มขืนจีราวัจน์บนเครื่องบิน เพราะไม่มีทางที่จีราวัจน์จะหนีรอดกรงเล็บเสือไปได้ จริยารู้เรื่องแผนการชั่วของสิทธา แม้จะรักเกียรติยศชื่อเสียง แต่หัวใจความเป็นแม่ไม่อาจปล่อยให้ชีวิตลูกตกนรกได้ เมื่อพิมหลอกจีราวัจน์ไปถึงเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของสิทธาได้ จีราวัจน์ดิ้นรนหนีจนไปเจอปืนของสิทธา สิทธาแย่งปืนกับจีราวัจน์ ทันใดนั้น กระสุนจากปากกระบอกปืนในมือของคุณหญิงจริยา ก็ยุติเรื่องเลวร้ายทั้งหมดลงในวินาทีนั้น เป็นครั้งแรกที่จีราวัจน์เข้าไปกอดแม่ จริยาเข้าไปกอดลูกพร้อมพร่ำบอกขอโทษ เป็นเพราะความโลภของตัวเอง ทำให้ชีวิตของจีราวัจน์ต้องเป็นอย่างนี้ เธอขอติดคุกเพื่อชดใช้กับความผิดที่เธอทำ แต่สิ่งหนึ่งที่จริยาอยากให้จีราวัจน์รู้ไว้ ว่าต่อให้เงินสำคัญสำหรับแม่ยังไง แต่เลือดเนื้อและหัวใจของลูกสำคัญกว่า นั่นทำให้หัวใจที่เย็นชาไร้ความรู้สึกของจีราวัจน์ได้รับรู้ความในใจของแม่ ละครคลื่นชีวิต คลื่นชีวิตของจีราวัจน์เหมือนจะกำลังสงบ แต่ยังมีพายุอีกหนึ่งลูก ที่กำลังรอพัดพาชีวิตของจีราวัจน์ให้ล้มลง เมื่อจริยาเอาเรื่องข้อเสนอของสาธิตไปบอกกับจีราวัจน์ เมื่อจีราวัจน์รู้เรื่องข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตแล้ว เธอจะทำเช่นไร จะยอมทำตามข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตหรือไม่ ชยันต์และปียากุลจะกลับมาคืนดีกันไหม เจตต์กับดารากาจะสมหวังกันหรือเปล่า และหัวใจรักของแม่ที่จริยากดเก็บไว้ ไม่เคยแสดงออกให้ลูกเห็น จริยาจะเลือกปกป้องเกียรติยศชื่อเสียงของตัวเองหรือปกป้องลูก สุดท้ายเส้นทางความรักระหว่างสาธิตกับจีราวัจน์ที่มีความแค้นขวางกั้นจะมีวันเกิดขึ้นได้หรือไม่ ต้องติดตามชมกันต่อได้ใน ละครคลื่นชีวิต ที่เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต รายชื่อนักแสดงนำใน ละครคลื่นชีวิต ปริญ สุภารัตน์ รับบท สาธิต อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท จีราวัจน์ หลุยส์ สก๊อต รับบท ชยันต์ จรินทร์พร จุนเกียรติ รับบท ปียากุล ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ รับบท ดารากา มาสุ จรรยางค์กุลดี รับบท เจตต์ วันสิริ อ่องอำไพ รับบท เจนจิรา ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ รับบท สิทธา โชติกา วงศ์วิลาศ รับบท พิม เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ รับบท สุกี้ ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์ รับบท ลูกน้ำ พริมา พันธ์เจริญ รับบท ติวดี สันติสุข พรหมศิริ รับบท พัฒนะ ขวัญฤดี กลมกล่อม รับบท นวดี

เที่ยวอินโดฯ
ที่เที่ยวอินโดนีเซีย /  ภูเขาไฟโบรโม่

อินโดนีเชีย เป็นประเทศที่มีความสวยงามทางธรรมชาติและวัฒนธรรมอยู่หลายที่ สถานที่ขึ้นชื่อของที่นี่ก็เช่น เกาะบาหลี (Bali), วัดบุโรพุทโธ (Borobudur), โทราจาแลนด์ (Torajaland), วัดพรัมบานัน (Prambanan Temple) เป็นต้น นอกจากนี้อีกหนึ่งสถานที่ที่ควรไปมากๆ ก็คือ ภูเขาไฟโบรโม (Mount Bromo) ที่ตั้งอยู่ทางทางตะวันออกของเกาะชวา โดยเพจเฟสบุ๊ค Coundsheck's journey. จะพาเราไปแอดเวนเจอร์กัน งานนี้นอกจากจะได้ชมภูเขาไฟแล้ว ยังนั่งรถจี๊ป ขี่ม้า ฝ่าน้ำตก อีกด้วย เที่ยวอินโดฯ "East Java" หมู่เกาะชวา ชมภูเขาไฟ นั่งรถจี๊ป ขี่ม้า ฝ่าน้ำตก แอดเวนเจอร์สุดติ่ง! บอกไปอินโดฯ ใครๆก็นึกว่าไปบาหลี แต่คราวนี้เราขอออกนอกเมือง พาทุกคนไป East Java หรือหมู่เกาะชวาตะวันออก แหล่งที่อุดมไปด้วยภูเขาไฟที่ยังระเบิดได้ พร้อมภูมิทัศน์สุดเซอเรียล งานนี้เรานั่งรถจี๊ป ขี่ม้า ฝ่าน้ำตก แอดเวนเจอร์สุดตั้งกะเที่ยวมาา ถึงดูลุย แต่ไปฟอลโล่วกันได้ไม่ยากแน่นอน อ้ะ พร้อมล้ะ ลุย!!! ทริปนี้เริ่มจากเรานั่งเครื่องบินไปลงที่ Surabaya (สุราบายาเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของอินโด) เพื่อพบคนขับรถที่เราดีลไว้ตั้งแต่แรก (ซึ่งวิธีดีลจะบอกท้ายโพสน้ะ) เพื่อขับรถยาว 5 ชม. ออกจากสุราบายาไปถึงจุดหมายแรกของเรา นั่นก้คือโบรโม่! กว่าจะไปถึงโบรโม่ก็เป็นเวลาสองทุ่มแล้ว เราเข้านอนเร็วมากเพราะวันต่อมาเราต้องตื่นตั้งแต่ตี 2 เพือขึ้นไปดูวิวพระอาทิตย์ขึ้น ตื่นปุ้ปรีบขึ้นรถขับคลุกคลุกคลุก ขึ้นเขา penanjakan mountain ซึ่งเราจะสามารถเห็นภูเขาพีคๆ ทั้งหมดของแถบนี้ได้จากบนเขาแห่งนี้ ขับวกไปวนมา ประมาน 45 นาที เราเริ่มรู้สึกได้ว่าปริมาณรถรอบตัวนี่หนาแน่นมาก และด้วยความที่เราตื่นสาย จุดชมวิวยอดฮิตรถติด! 5555 คนขับจึงพาเราเดินเลาะเข้าป่า ไปยังจุดชมวิวอีกที่ที่มีชื่อว่า kingkong view, รอพระอาทิตย์กันไปสาม ชม. แสงเริ่มมา พอพระอาทิตย์ขึ้นมาชนยอดเขาเท่านั้นแหล่ะ โอ้โหหหหหหหหหหห รู้แล้วทำไมคนชอบดูพระอาทิตย์ขึ้น ดีมากกกกกกกกกกก และนี่คือสิ่งที่ทำให้เรายอมตื่นสายขึ้นมาบนนี้ ที่เห็นตรงหน้าคือภูเขา Batok ส่วนที่พ้นควันม้วนๆ นั่นแหละคือ Bromo Bromo เป็นหนึ่งในภูเขาที่ยัง active บนเกาะชวา เลยไม่แปลกที่พ่นควันปุ๋ยๆ พร้อมระเบิดได้ (ถ้าจำไม่ผิด โบรโม่ระเบิดครั้งล่าสุดเมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว) พระอาทิตย์เป็นลำๆๆๆๆๆ ใครชอบถ่ายรูปเวอร์วังเก็บแลนด์สเคปอลัง น่าจะชอบ เราลงจากจุดชมวิว ไปกันต่อ ลืมบอกไปว่า ในช่วงที่เราเที่ยวไปทั่วเขตโบรโม่ เราจะใช้รถจี๊ป เพราะสามารถลุยกับพื้นที่ได้มากกว่ารถกึ่งๆ รถตู้ที่เรานั่งมา แถวนี้เลยเต็มไปด้วยรถจี๊ปหลายร้อยคัน ชอบมาก สนุกกกก ตื่นเต้นมากก ไม่เคยนั่ง 5555555 เรามาจอดรถที่ลาดดินสีเทากว้างๆ ด้านหน้าของโบรโม่ คาดว่าที่เป็นสีนี้เพราะดินตะกอนภูเขาไฟ เพราะเดี๋ยวเราจะขึ้นไปชมปากปล่องถูเขาไฟแบบใกล้ชิดกัน ตรงลานนี้นอกจากจะมีรถจี๊ปแล่นไปมา ยังมีม้าจำนวนมาก รอพาเราขึ้นไปที่โบรโม่ เพราะจากตรงนี้ ต้องเดินทางอีก 3 กิโลแหนะ แน่นอนมาถึงแล้วใครมันจะเดิน เราเลือกขี่ม้าในราคา 100000 รูปี หรือราวๆ 250 บาท โดยจะมีคนจูงเราและน้อง(ม้า) เดินผ่านโตรกเขาต่างๆเพื่อไปถึงฐานของโบรโม่ ตอนแรกเกร็งมาก ปีนนู่นปีนนี่กลัวน้องเจ็บ แต่คนจูงเราบอก น้องโอเคคคคคคค  ที่เชิงภูเขามีม้าจำนวนมากที่รอนักท่องเที่ยวลงมาจากเขาเพื่อขี่กลับไปที่รถจี๊ป คนจูงม้าของเราชื่อ Sandi ให้การ์ดชื่อเค้ากะเราไว้ บอกว่าปีนขึ้นไป ละลงมาให้เรียกเค้าน้ะ เด่วเค้าพาม้ามารับเรากลับ เมื่อมองกลับไปก็รู้ว่าน้องม้าพาเราผ่านด่านภูมิประเทศยุบยับมาไกลมั่กกก นี่คือบรรไดที่เราต้องปีนไปอีกต่อเพื่อให้ถึงปากปล่องของโบรโม่ สังเกตุว่าคนเยอะมาก เพราะงั้นไม่ต้องกลัวว่ามาล้ะจะเปลี่ยว บางคนก็ไม่ปีนบันได ปีนเอาเองสดๆเลย และเมื่อปีนไปถึง นี่คือปากปล่องของโบรโม่ในตำนานนนนนน โอ่ย ตื่นเต้นน้ะ กลัวระเบิดด้วย 555555555 นี่คือร่องรอยจากการประทุ แน่นอนที่เป็นเส้นๆคืออดีตทางไหลของลาวาจากโบรโม่นั่นเอง  บนปากปล่องมีสันเล็กๆให้เราเดินสำรวจรอบปากปล่องได้ด้วยน้ะ ใครปีนได้ระดับไหน สำรวจกันตามสบายเลยยย  ภูมิประเทศเมื่อมองจากปากปล่องง ที่เห้นเป็นเหมือนอาคิเต็กเจอร์อะไรบางอย่าง นั่นคือวัดฮินดู วัดเดียวของแถวนี้เลย ข้างๆเราคือ Batok ภูเขาที่เราเห็นจากจุดชมวิวนั่นเอง คนที่นี่มีความเชื่อเรื่องการไหว้เทพเจ้า จึงมีคนขายดอกไม้ เพื่อใช้สักการะ เห็นคนซื้อไป เพื่อโยนลงไปในปากปล่องเพื่อบูชาเทพ ตามความเชื่อของอินดู ไกด์เราบอกว่าดอกไม้พวกนี้อยุ่ได้ 5 ปีโดยไม่เหี่ยวน้ะ  จากโบรโม่ เรานั่งรถจี๊ปไปทุ่งหญ้าลับด้านหลังกันต่อ ใครจะรู้ว่ามีทุ่งหญ้าเขียว วิวเวอร์วังมาซ่อนอยู่หลังภูเขาไฟที่ก่อนหน้านี้เป็นที่ราบสีเทาขนาดยักษ์  เหมือนวาร์ปมาอยู่ที่ไหนซักที่ที่ไม่เชื่อว่าจะเป็นอินโด  รถจี๊ปบางคันนั่งบนหลังคาได้ เจ๋งอ้ะ อยากเล่นบ้าง น่าสนุก ถ่ายรูปไปเรื่อยเจอกลุ่มควันสีขาวขนาดยักษ์ลอยมา มันไม่ใช่ควันอะไรหรอก แต่มันคือเมฆ! แบบเดียวกะเมฆที่ลอยบนท้องฟ้าเลย ที่ี่เป็นที่ราบสูง สูงมากระดับเมฆวิ่งเล่นได้นั่นแหละ เราเลยบอกคขับให้ขับรถไปหากลุ่มเมฆ นี่คือวิวตอนเราอยู่ข้างในนั้น คือแบบ เซอร์เรียลมาก จอดรถลงไปถ่ายรูปสิครัช รออะไร 555555555 เซอร์เรียลจริงน้ะ รู้สึกโชคดีมากที่ได้เจอไรงี้ นี่คือรถเรากะคนขับรถชื่ออีวาน อีวานบอกว่า อ้ะๆ แกรๆ เราต้องไปต่อน้ะ จอดตรงนี้นานๆ อาจมีใครวิ่งฝ่าหมอกมาชนเราได้น้ะ 5555555 เราบอกลาโบรโม่ ขับรถลงเขาเพื่อมาแวะที่ Madakaripura น้ำตกอีกที่ที่พีคไม่แพ้กัน เริ่มจากเดินจากปากทางเข้าไปกิโลกว่าๆเราจะเห็นเส้นสีขาวอยู่ลิบๆ  ล้ะเข้าใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ที่นี่มีเพิงไว้ให้นั่ง ให้หลบฝน ให้ใส่เสื้อกันฝนด้วย เพราะแถวนี้ชื้น ฝนตกเป็นปรกติ เราใส่เสื้อกันฝน เดินสวนไปตามน้ำตกเล็กๆเพื่อขึ้นไปต้นทางน้ำ อ้ะนี่ไงเริ่มเข้าใกล้เป้าหมายล้ะ  ที่ใส่เสื้อกันฝน ฝนไม่ได้ตกแต่อย่างใด แต่เราต้องลอดน้ำตกอื่นๆเข้ามา! กว่าจะมาถึงตรงนี้ ขออถัยไม่มีรูปลอดน้ำตก เพราะมันเสี่ยงเกินกว่าจะเอากล้องขึ้นมาถ่ายจริงๆ สงสารเราหน่อย 55555555555  คือรอบๆดีมากกกกกก ฟินมากกกกกก รูปไม่สามารถเล่าความเซอเรียลและยิ่งใหญ่ของน้ำตกได้จริงๆ แต่ขอให้มา เชื่อเรา (เสื้อกันฝนกะรองเท้าแตะมีขายตรงทางเข้าด้วยน้ะ 25-30 บาท ไม่แพงเลย) ออกจากน้ำตก เราขับรถอีก 7 ชั่วโมง เลียบทะเล ลงไปทางใต้เพื่อไปภูเขาไฟ มิชชั่นของเราอีกลูกคือ Kawha Ijen! เราขับรถมาถึงเขตของ Ijen ก็เป็นเวลาดึกอีกแล้วตามสไตล์ แต่พีคกว่าคือ พรุ่งนี้เราต้องเดินขึ้นเขาตอนตี 1! งานนี้เราบอกเลยว่า ขอให้ฟิตร่างกายมาให้พร้อม ! ตั้งแต่ตี 1 เราเดินขึ้นเขาพร้อมด้วยเพื่อนมากมาย เดินขึ้นเนินชันไม่ต่ำกว่า 40 องศา เป็นระยะทางประมาน 3-4 กิโล (แต่เดินจริงโครตไกล อย่าไปเชื่อ) บอกเลยว่าเหนื่อยสลบ เราเดินสลับพักหลายรอบสุดๆ อ้วกไป 1 รอบ (จริงๆ) จะตายมาก กว่าจะผ่านทางชันมหาโหดมาเป็นทางที่ไม่ชันมาก เรียบๆ ช่วงใกล้ถึงยอดเขา แต่พอขึ้นมาเจอกลุ่มควัน และทะเลสาปสีฟ้าข้างหน้า คือแบบ โอ้ยยยยย ยอมมมมมมมม คุ้มมากกกกกก สลบบบบ แต่ก่อนอิเจี้ยนยังไม่มีทะเลสาป แต่พอผ่านการระเบิดครั้งล่าสุดมา อยู่ดีดีก็เปิดเป็นทะเลสาปสีฟ้าขึ้นปากปล่องอิเจี้ยน  เนื่องจากอยากเห็นทะเลสาปใกล้ๆ เลยปีนตามทางคนเหมืองลงไปด้านล่าง ของภูเขาไฟ สวยมั้ยล่าาาาาาาาาาา สลบบบ นอกโลกมากกกก เข้าใกล้ได้อีกจึ๋งนึง ควันกำมะถันเริ่มเปลี่ยนทิศมาทางเรา เลยต้องปีนกลับขึ้นมาด้านบน ต้องบอกก่อนว่าที่อิเจี้ยนนี่ เป็นเหมืองแร่กำมะถันด้วย ถ้าเราปีนลงไป อาจโดนรมควันกำมะถันตาย ควันเริ่มเปลี่ยนทิศไล่หลังมา นี่คือเพื่อนร่วมทริปที่ยังยืนหยัดเก็บภาพจนนาทีสุดท้าย ตัดมานาทีต่อมา พวกเรากำลังกินน้ำ หาผ้าปิดปาก เพราะควันจากกำมะถันสูดเข้าไปแล้วแสบคอมาก แสบตานิดๆด้วย ปีนขึ้นมาด้านบนให้พ้นกลุ่มควัน นี่คือไกด์ผู้นำเราปีนเขาและปีนลงไปข้างล่างด้วย ถามเราตลอดตอนขึ้นเขาว่าโอเคมั้ย คือตอนปีนนี่ น้องไม่โอเคคคคค พูดเลยยยยยย นักท่องเที่ยวเพียบ เซอร์เรียลสุด นี่ดาวอังคารรึเปล่า หรือดาว dr.mann ในอินเตอร์สเตลล่า ต้นไม้ใบไม่แถวๆนั้นเป็นสีเทาๆ ไม่รู้เกิดจากใครเผา หรือเอฟเฟคจากภูเขาไฟ (สรุปอาจจะเกิดจากกำมะถัน >,<) พระอาทิตย์เริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ตอนเราขึ้นมาพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว เราอดดู บลูเฟรม ไปตามระเบียบ (ลาวาสีฟ้า ที่เราต้องมาให้ถูกช่วงเวลาคือก่อนพระอาทิตย์ขึ้น และยังมีแสงจันทร์เท่านั้น เราถึงจะเห็น) สวยสลบ เหมือนหิมะ แต่ไม่ใช่ ถ่ายรูปจนพอใจ เราก็เดินลงจากยอดเขา เจอพี่คนนี่ นั่งกินกาแฟและพรินเกิ้ล อยู่ข้างทาง ชิลมากกกกกกก มันต้องแบบนี่เซ่ ระหว่างทางก็มีพี่ๆชาวเหมืองเดินสวนไปสวนมา ขนแร่กำมะถันไปขายตลอด  ตรงกลางทางจะมีจุดให้นั่งพัก ขายบะหมี่ pop mie นี่แหละ คือถึงจุดนี้รู้ตัวว่าหิวล้ะ ต้องจัดหน่อย การมาอินโดคำฮิตที่ควรรู้เลย คือ AYAM แปลว่า ไก่ 55555 คำอื่นๆที่น่าจะรู้ คือ NASI = ข้าว, GORENG = ผัด, AYAM = ไก่, MIE = หมี่  คนที่ลงมาจากเขาเค้าก็จะมานั่งพักกัน ก่อนเดินลงต่อไป เราใช้เวลา ชม กว่าๆ ลงมาถึงตีนเขา แต่ตอนขึ้นนี่ สาม ชม เลยน้ะะะ เอาซี่ คนเรา เราบอกลาอิเจี้ยน ขับรถยาวๆ 10 ชม. กลับสุราบายา จบทริปโดยสมบูรณ์ ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาถึงตรงนี้ คือพาร์ทนี้ยาวมากจริงๆ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กันบ้าง ข้อมูลอื่นๆ วิธีติดต่อรถและไกด์ : เราใช้เอเจนซี่ชื่อ Tommy ด้วยการอีเมล์ไปสอบถาม และพิมพ์แพลนการเดินทางของเราไปให้ทอมมี่ เพื่อจองรถและไกด์ จากนั้นทอมมี่ก็จะนัดวัน ที่เราจะมา แล้วเค้าจะมารับเราถึงสนามบิน ขับรถพาเราไปในทุกที่เบื้องต้น ซึ่งค่าใช้จ่ายเราตกคนละประมาน 2 ล้านรูปี / คน (ประมาณ 5000 บาท) ติดต่อได้ตามอีเมลนี่เลย Tommy(blueisland_024@yahoo.com) ปล. จากอิเจี้ยน เราสามารถไปบาหลีต่อได้ด้วยน้ะ คนขับรถจะพาเราไปถึงท่าเรือเลยแหละ ปล2. ใครงงตรงไหน อินบ้อกซ์มาถามได้เลย ยินดี ขอบคุณข้อมูล และรุปภาพจาก https://www.facebook.com/coundsheckjourney/ ติดตามทริปท่องเที่ยวสนุกๆ เพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/coundsheckjourney/

อัพเดท 5 อีเว้นท์น่าไปเดือนพฤษภาคมที่ขาช็อปไม่ควรพลาด !
event /  pop up market / 

เข้าถึงเดือนพฤษภาคม ช่วงนี้อากาศร้อนแถมทำท่าฝนจะตกอีกต่างหาก แต่ขอบอกว่าขาช้อปอย่างเราไม่มีหวั่นค่ะ เพราะอีเว้นท์ในเดือนนี้มันแซ่บมาก ถ้าไม่ไปสงสัยจะคุยกับเขาไม่รู้เรื่อง ว่าแต่จะมีอีเว้นท์ไหนในเดือนนี้ที่น่าสนใจกันบ้าง มาดูกันเลยค่ะ Somart Fashion Week เป็นงานที่จัดมาหลายต่อหลายครั้งแล้วค่ะสำหรับ Somart Fashion Week ปกติจะจัดขึ้นหน้าบริเวณลานเซ็นทรัลเวิร์ลด์ แต่รอบนี้เขาจัดเอาใจชาวออฟฟิศ โดยเฉพาะช่องนนทรีที่เป็นศูนย์รวมออฟฟิศทั้งหลาย ครั้งนี้จะจัดขึ้น ณ ตึกเอ็มไพร์ชั้น M ซึ่งในงานนี้จะมีร้านค้าหลากหลาย ตั้งแต่แบรนด์รองเท้า แบรนด์เสื้อผ้า เคสโทรศัพท์ชิคๆ ของแฮนด์เมดและร้านอาหารมากมายเอาใจชาวออฟฟิศกันไปตั้งแต่วันที่ 3-4,6 และ 9-13 พฤษภาคมนี้ค่ะ The Garden of TFEST เรียกได้ว่าเป็นเจ้าเก่าเจ้าแก่ในการจัดอีเว้นท์ก็ว่าได้ค่ะ หลายๆ คนคงจะคุ้นหูจากงาน pop up market จาก TGIF ที่มักจะจัดขึ้นเป็นประจำหน้าลานเซ็นทรัลเวิร์ลด์ แต่ในครั้งนี้เขากลับมาอีกครั้งกับชื่องาน TGI FEST ที่มีคอนเซปต์ว่า Chillaxing คือ Chill และ Relax ไปในเวลาเดียวกัน ในงานก็จะรวบรวมร้านค้ามากมายที่มีคุณภาพและราคาที่เรียกได้ว่าไม่เกินเอื้อมค่ะ โดยจะจัดยาวๆไปทุกศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ที่ Fragant Park ติด BTS ทองหล่อ ทางออก 2 เริ่มตั้งแต่ 13 พฤษภาคมเป็นต้นไป Map Weekday Pop-Up Market เป็นงานที่จัดขึ้นท่ามกลางออฟฟิศที่รายล้อมมากมาย โดยจะแบ่งออกเป็นสองช่วง ช่วงแรกจะจัดที่สวนเพลิน Market สถานที่ Community Mall สุดชิคแห่งใหม่ย่านตึกช่อง 3 มาลีนนท์ โดยร้านค้าก็จะแบ่งเป็น อาหาร เสื้อผ้า สินค้าคราฟท์ต่างๆ แบบทำมือไอเดียเก๋ไก๋ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 16-18 พฤษภาคมเวลา 11 โมงถึง 2 ทุ่ม และ 23-27 พฤษภาคมที่ United Center Silom ตั้งแต่ 10โมงถึง 6 โมงเย็นเป็นต้นไปค่ะ Zaap Hard Sale กลับมาอีกแล้วกับ Zaap Hard Sale ที่จัดมาเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง โดยครั้งนี้จัดที่เดิมที่เซ็นทรัลลาดพร้าว Bangkok Convention Center Hall ชั้นบนเหมือนเดิม ซึ่ง Zaap Hard Sale จะไม่เหมือนงาน Zaap On Sale ปกติทั่วไปตรงที่ว่างานนี้เขาจะขนสินค้าคุณภาพดีไซน์หลากหลายมาลดกันในราคาที่เกินกว่าครึ่ง เรียกได้ว่าเหมาะกับคนที่มีงบและอยากได้ของติดไม้ติดมือกลับบ้านเยอะๆ ค่ะ งานจะจัดแค่วันที่ 27-28 พฤษภาคมเท่านั้นนะคะ ไปช้าระวังของหมดล่ะ ! Yelp: Live Music River  มาชมบรรยากาศสุดชิลกับสถานที่สุดชิคได้ที่ ท่ามหาราช ที่งานนี้ Hilight Markets เขาจัดขึ้นโดยเน้นดนตรีสดฟังสบายริมแม่น้ำเจ้าพระยา ยกตัวอย่างเช่นวง โยคีเพลย์บอย ภายในงานนี้เขาก็มีบูธมากมายอย่างเช่นบูธของกิน มีทั้งอาหารเม็กซิกัน อาหารซีฟู้ดสดๆ กินเพลินริมแม่น้ำดูวิวพระอาทิตย์ตกดิน หรือจะมาใช้จ่ายจับจองเสื้อผ้า แว่นตา เคสโทรศัพท์ หมวก และสินค้า D.I.Y งานนี้จัดขึ้นวันที่ 6-8 พฤษภาคมนี้ตั้งแต่เวลา 4 โมงเย็นเป็นต้นไป ยาวถึง 5 ทุ่มเลยล่ะค่ะ แล้วอย่าลืมไปช็อป ชิลคลายร้อนเดือนพฤษภาคมกันนะคะ ขอบคุณภาพจาก: https://www.facebook.com/map.event.bkk, https://www.facebook.com/TGIFmarket https://www.facebook.com/hilightmarkets, https://www.facebook.com/zaaphardsale, https://www.facebook.com/somartsocialmarket

คำสอน
คำสอนพระพุทธทาสภิกขุ /  ปัญหาวัยรุ่น / 

วันนี้ทีนเอ็มไทยมีเรื่องราวที่น่าสนใจจากเพจธรรมะพระพุทธทาสภิกขุ และเป็นข้อคิดให้กับน้องๆ ที่อยู่ในวัยเรียนได้คิดตาม คำสอน "ภัยร้ายของนักเรียน" ก็คือ ความรักหนุ่มสาว ที่อาจจะเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่ในวัยเรียนแบบนี้ สิ่งที่สมควรทำ คือตั้งใจเรียน หากเกิดเรื่องพลาดพลั้งไป คนที่เสียใจมากที่สุดก็คือพ่อแม่ ที่คอยห้ามเตือนเรานั้นเอง.... คำสอน "ภัยร้ายของนักเรียน" โดยพระพุทธทาสภิกขุ เป็นนักเรียน เพียรศึกษา อย่าริรัก ถูกศรปัก เรียน ไม่ได้ ดั่งใจหมาย สมาธิจะ หักเหี้ยม เตียนมลาย ถึงเรียนได้ ก็ไม่ดี เพราะผีกวน แต่เตือนกัน สักเท่าไร ก็ไม่เชื่อ มันแรงเหลือ รักร้าย หลายกระสวน หลอดพ่อแม่ มากมาย หลายกระบวน หน้าขาวนวล ใจหยาบดำ ซ้ำละลาย การเล่าเรียน เบื่อหน่าย คล้ายจะบ้า ใช้เงินอย่าง เทน้ำเทท่า น่าใจหาย ไม่เท่าไร ใจกระด้าง สิ้นยางอาย หญิงหรือชาย เรียนไม่ดี สิ่งนี้เอง มีสัจจะ ทมะ และขันตี กตัญญู ทมะ และขันตี กตัญญู กตเวที อย่าโฉงเฉง รักพ่อแม่ พวกพ้อง ต้องยำเกรง เรียนให้เก่ง ให้ยิ้มแปล้ แก่ทุกคนฯ ที่มาข้อมูลและภาพประกอบจาก ธรรมะพระพุทธทาสภิกขุ

ละครเหยี่ยวรัตติกาล , เรื่องย่อเหยี่ยวรัตติกาล
เหยี่ยวรัตติกาล /  ละครเหยี่ยวรัตติกาล / 

เหยี่ยวรัตติกาล ละครเหยี่ยวรัตติกาล ละครช่อง7 บทประพันธ์โดย : นอร์แมน วีรธรรมกำกับการแสดงโดย : อนุวัฒน์ ถนอมรอดผลิตโดย : บริษัท กันตนา มูฟวี่ทาวน์ จำกัดออกอากาศ เร็ว ๆ นี้ ทางช่อง 7 สี เหยี่ยวรัตติกาล เรื่องย่อเหยี่ยวรัตติกาล เรื่องราวของผู้หญิงสาวสวยคนหนึ่ง ที่ได้รับพรจากสวรรค์ เหยี่ยวศักดิ์สิทธิ์พันปี ที่ร่ำลือกันว่ามีพลังพิเศษ จนสามารถเปลี่ยนให้เธอกลายเป็นฮีโร่สาวเหนือมนุษย์ใดใด ย้อนไปเมื่อเด็กหญิงราตรี หรือน้องไนท์ อายุ 5 ขวบ ลูกสาวตำรวจมือสะอาด รอง อ.ธ.ศักดิ์สิทธิ์ (โอ๋-ฐาปกรณ์) กับรัตนา (ตุ๋ย-นวลปรางค์) ภริยานายตำรวจ ราตรีเกิดตอนเที่ยงคืน ของวันที่ 12 เดือน 12 พอดี จึงได้ชื่อนี้และชื่อเล่นว่าไนท์ วันหนึ่งศักดิ์สิทธิ์กับรัตนาพาราตรีไปเที่ยวหัวหิน ระหว่างทางกลับบ้านเด็กหญิงได้เห็นแสงสีทองสะท้อนเข้าตา ราตรีจึงร้องทัก เมื่อพ่อแม่เพ่งดูปรากฏว่าเป็นแดดที่สะท้อนจากหลังคาวัดแห่งหนึ่งรัตนาบอกให้ศักดิ์สิทธิ์แวะไหว้พระก่อนกลับ ระหว่างที่เข้าไปกราบพระในโบสถ์ ในระหว่างที่รัตนากับศักดิ์สิทธิ์กำลังสนทนาธรรมกับพระเจ้าอาวาส เด็กหญิงราตรีก็หายตัวไป รัตนาตกใจพารีบออกไปตามหา พบว่าราตรีกำลังคุยเล่นกับลุงคนหนึ่ง ซึ่งหลวงพ่อบอกว่าชื่อลุงมายง เป็นคนทิเบตที่มาอาศัยอยู่ที่วัดนี้ไม่มีพิษมีภัยอะไร แต่รัตนาก็ยังไม่วายเป็นห่วงลูกสาว ตอนกลับมาถึงบ้านรัตนายิ่งแปลกใจเมื่อเห็นที่คอของราตรีมีสร้อยเหรียญรูปเหยี่ยวห้อยอยู่ ศักดิ์สิทธิ์ดูจึงรู้ว่าน่าจะเป็นของลุงมายงที่วัด เพราะชาวทิเบตนับถือเหยี่ยวกันมาก รัตนาบอกให้เอาไปคืน แต่ศักดิ์สิทธิ์กลับว่าลุงมายงน่าจะแอบให้เพราะรู้ว่าถ้าให้กับพ่อแม่คงไม่ยอมรับเพราะเป็นเหรียญที่มีค่าและดูท่าราตรีจะชอบสร้อยอันนี้ด้วย หากกลับเอาไปคืนวันนี้ลุงคงจะเสียใจ ค่อยหาโอกาสเอาไปคืนในวันหลังจะดีกว่า ยามค่ำคืนในห้องนอนราตรี เหรียญรูปเหยี่ยวที่คอของเด็กน้อยก็เรืองแสงขึ้นมา แล้วเหรียญนั้นก็ค่อย ๆ หายไปในร่างของราตรี ในขณะที่ราตรีหลับใหลอย่างไม่รู้สึกตัว รุ่งเช้าศักดิ์สิทธิ์พบว่าสร้อยนั้นไม่ได้อยู่ที่คอราตรีแล้วแต่ก็ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร เพราะคิดว่าราตรีคงซุกซนทำตกหายไป จนกระทั่งทุกคนลืมเรื่องราวของเหรียญรูปเหยี่ยวไป 15 ปีผ่านไป.. ราตรี (จั๊กจั่น-อคัมย์สิริ) จบการศึกษาสาขานิติศาสตร์ จบแล้วได้ทุนไปเรียนต่อกฎหมายระหว่างประเทศที่อเมริกาจนจบโทจึงเดินทางกลับมาเมืองไทย ศักดิ์สิทธิ์ตอนนี้ได้เป็นรองอธิบดีกรมตำรวจ ราตรีกลับมาทำงานเป็นทนายอิสระช่วยว่าความช่วยเหลือคนจน ราตรีมีเพื่อนเก่าชื่อ นุชนาถ (เตย-กัญญกร) เป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์ฉบับเล็ก ๆฉบับหนึ่ง ชื่อ อธิปไตย นสพ.ถูกฟ้องร้องจาก นายสมศักดิ์ ตระกูลวงศาเจริญยิ่ง นักธุรกิจมาเฟียคนหนึ่ง ซึ่งนุชนาถลงข่าวว่ามีส่วนพัวพันกับธุรกิจผิดกฎหมายและหลบเลี่ยงภาษีรวมทั้งกว้านซื้อที่นาจ้างคนทำนาให้กับบริษัทต่างชาติที่หนุนหลังอยู่ นุชนาถได้ติดต่อมาให้ราตรีช่วยว่าความให้..ด้วยความฉลาดของราตรีทำให้นุชนาถ หลุดจากคดี ทำให้สมศักดิ์นักธุรกิจมาเฟียโกรธแค้นมาก นุชนาถพาราตรีไปกินข้าวฉลองความสำเร็จ ระหว่างที่นุชนาถขับรถมาส่งราตรีก็ถูกรถตู้ปาดหน้า มีมือปืน 4-5 คนออกมาจากรถยิงสาดด้วยปืนกล นุชนาถถูกกระสุนทรุด ยามคับขันราตรีเอาร่างบังร่างของนุชนาถไว้ กระสุนถูกร่างของราตรีทั้งตัว ทันใดนั้นก็มีแสงจ้าสาดออกมาจากร่างของราตรี พวกมือปืนต่างตกใจ แสงสว่างจ้าจนมองอะไรไม่เห็น ทันใดนั้นก็มีเสียงเหมือนเหยี่ยวร้อง.. และมีเงาดำปรากฏ พวกมือปืนสาดกระสุนปืนเข้าใส่เสียงดังสนั่นหวั่นไหว..แต่แล้วเงาดำก็วูบเข้ามา กลายเป็นเสียงพวกมันร้องโหยหวนแทน ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดสนิท ละครเหยี่ยวรัตติกาล ผู้กองเซนต์ (วิน-ธาวิน) มาตรวจสอบในที่เกิดเหตุ ต้องแปลกใจเมื่อเจ้าหน้าที่รายงานว่า พบศพของคนร้าย 5 คน แต่ละคนมีแผลเหวอะหวะที่คอหอยเหมือนถูกกรงเล็บของสัตว์ปีก กำลังส่งไปให้ผู้เชี่ยวชาญพิสูจน์ว่าเป็นกรงเล็บของสัตว์ชนิดใด ที่โรงพยาบาล นุชนาถอยู่ในห้องพักฟื้น มีอาการบาดเจ็บจากกระสุนสองสามแห่ง แต่ปลอดภัยแล้ว ราตรีนั่งเฝ้าอยู่ข้าง ๆ ครู่หนึ่งนุชนาถก็รู้สึกตัว นุชนาถบอกว่าเห็นทีตนจะต้องปิดหนังสือพิมพ์เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง และครอบครัว ราตรีบอกว่าขอให้เปิดต่อไป โดยที่ตัวเองจะรับผิดชอบทั้งหมดเอง เพราะตนเองก็ต้องการต่อสู้กับพวกที่มีอิทธิพลพวกนี้เช่นกัน ในที่สุดนุชนาถก็ตกลง ผู้กองเซนต์มาดักรอราตรีที่โรงพยาบาล เพื่อสอบปากคำว่าราตรีรอดมาได้อย่างไร และเห็นอะไรบ้าง ราตรีบอกว่าตนเองก็จำไม่ได้ คงเป็นเพราะโชค และสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองมากกว่า สุดท้ายเซนต์อาสาไปส่งราตรี ระหว่างทางเซนต์ถามถึงนุชนาถว่าเป็นอย่างไรบ้าง ราตรีเล่าว่านุชนาถกลัวมากจนจะปิดหนังสือพิมพ์แต่ตัวเองขอสานต่องานทั้งหมด เซนต์เตือนราตรีให้ระวังตัว อย่างไรก็ตาม เซนต์ให้นามบัตรราตรีไว้ และบอกว่าตนเองก็ไม่ชอบระบบคอรัปชั่น และพยายามที่จะกำจัดพวกมาเฟียเช่นกัน ถ้ามีอะไรที่จะช่วยได้ก็ขอให้ราตรีโทรหาตน ราตรีกล่าวขอบคุณและหวังว่าเซนต์เป็นตำรวจที่ดีอย่างที่คุยไว้ ราตรีถึงคอนโด ก็สำรวจร่างกายตนเองเพราะแปลกใจเหมือนกันที่รอดมาได้ พอดีได้รับโทรศัพท์จากพ่อ รองศักดิ์สิทธิ์ถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นด้วยความเป็นห่วงละครเหยี่ยวรัตติกาล และบอกให้ราตรีไปหาโดยเร็วที่สุด ราตรีรับปากว่าจะไปหาแต่เช้า รุ่งเช้าราตรีไปหาพ่อแม่ที่บ้าน หลังจากนั้นพ่อก็พาราตรีขึ้นไปห้องพระ และถามถึงเรื่องเหยี่ยวที่เป็นข่าว ราตรีบอกว่าจำเหตุการณ์อะไรไม่ได้เลย ในที่สุดพ่อก็เล่าเรื่องเหรียญเหยี่ยวที่ราตรีได้รับเมื่อตอนเด็ก ๆ รองศักดิ์สิทธิ์สันนิษฐานว่าเหยี่ยวศักดิ์สิทธิ์มาช่วยราตรี ราตรีไม่ค่อยอยากจะเชื่อนัก พ่อจึงพาราตรีไปหาหลวงพ่อเจ้าอาวาสที่วัดหัวหิน ซึ่งเป็นอาจารย์ที่นับถือ เมื่อหลวงพ่อได้พบกับราตรีก็ทักทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น โดยที่ศักดิ์สิทธิ์ยังไม่ทันได้เล่าเรื่องเหรียญเหยี่ยว หลวงพ่อยังบอกอีกว่าราตรีได้รับพลังของเหยี่ยวศักดิ์สิทธิ์ เมื่อใดที่ราตรีระลึกถึงพลังของเหยี่ยวก็จะทำให้ร่างกายของราตรีมีพลัง สามารถทนทานต่ออาวุธทุกชนิด มีชั้นเชิงในการล่าหรือต่อสู้กับศัตรูเยี่ยงเหยี่ยว ประสาทสัมผัสเยี่ยงเหยี่ยว มีสัญชาติในการได้ยินได้เห็นเยี่ยงเหยี่ยว และที่สำคัญถ้าราตรีเชื่อมั่น ก็สามารถบินได้เหมือนเหยี่ยว เหมือนกับว่าราตรีเป็นเหยี่ยวศักดิ์สิทธิ์ตามตำนานของชาวทิเบตที่มีมาช้านาน ราตรีฟังแล้วคาดไม่ถึง ส่วนรองศักดิ์สิทธิ์กลับพยักหน้าเชื่อ และให้ราตรีตั้งสมาธินำพลังของเหยี่ยวมาใช้เพื่อป้องกันตัวเอง และปราบพวกอธรรมอย่างที่ราตรีตั้งใจไว้ ราตรีรับปากว่าจะลองทำทุกอย่างเพื่อให้เกิดขึ้นจริงอย่างที่ท่านอาจารย์กล่าว ผู้กองเซนต์ ละครเหยี่ยวรัตติกาล ช่อง7 ราตรีจัดแถลงข่าวที่นุชนาถถอนตัวจากหนังสือพิมพ์และตนจะรับหน้าที่แทน ทั้งนี้เพื่อให้คนร้ายเลิกยุ่งกับนุชนาถ และที่สำคัญเพื่อให้นุชนาถและครอบครัวปลอดภัย ข่าวที่นุชนาถถอนตัวจากหนังสือพิมพ์ ทำให้สมศักดิ์ สะใจที่จัดการกับนุชนาถได้ และคิดว่าบรรณาธิการคนใหม่คงจะได้รับบทเรียนแล้ว และคงไม่กล้ายุ่งกับตนอีก นายสมศักดิ์ถูกเรียกตัวไปประชุมกับนักธุรกิจอีก 10 คน โดยมี นายพิเชษฐ์ (บี๋-สวิช) นักธุรกิจที่มีหน้ามีตาในสังคมเป็นหัวหน้าใหญ่ พิเชษฐ์บรรยายแผนให้ทุกคนขยายเครือข่ายไปทุกจังหวัดแทรกแซงเข้าหน่วยราชการ และส่งคนเข้าพรรคการเมือง เป้าหมายคือควบคุมการดำเนินการทางธุรกิจทุกอย่างของประเทศ สุดท้ายพิเชษฐ์ตำหนิว่าสมศักดิ์ทำงานโดยพละการ ทำให้กลายเป็นเป้าหมาย ข่าวใหญ่เป็นที่จับตามองของสังคม และกฎหมายซึ่งจะทำให้เป็นภัยต่อองค์กร และเตือนให้ทุกคนอย่าเอาเยี่ยงอย่างสมศักดิ์ สมศักดิ์ยืนยันว่าตนสามารถควบคุมทุกอย่างให้อยู่ในกำมือได้แน่นอน หลังจากราตรีเข้าคุมหนังสือพิมพ์ สองวันต่อมาราตรีก็ลงข่าวการถูกยิงของนุชนาถ ซึ่งมีรายชื่อสมศักดิ์เกี่ยวข้องอยู่ด้วย ทำให้สมศักดิ์โกรธมากที่ตกเป็นเป้าสังคม และทางการจึงคิดกำจัดราตรี เซนต์สนใจราตรีตั้งแต่แรกเพราะความสวยของราตรี จึงหาเรื่องมาที่สำนักพิมพ์บ่อย ๆ อ้างเรื่องการสอบสวนเพิ่มเติม และมาเตือนว่านายสมศักดิ์อาจหาทางเล่นงานราตรีแบบที่เล่นงานนุชนาถมาแล้ว ราตรีรับฟังและขอบคุณที่เซนต์มีน้ำใจ เช้าวันหนึ่งราตรีตื่นแต่เช้าแล้วขับรถมุ่งหน้าไปบ้านพักในต่างจังหวัดซึ่งเป็นบ้านของรองศักดิ์สิทธิ์ ที่สร้างไว้เพื่อพักผ่อน และอยู่ลึกเข้าไปจากถนนห่างไกลผู้คน ราตรีไปถึงแล้วเริ่มนั่งสมาธิเรียกพลังเหยี่ยวอย่างที่พ่อลองบอก เมื่อสมาธิเข้าที่ทันใดก็รู้สึกได้ยินเสียงรอบตัวสารพัดเสียง สายตาเหมือนมองเห็นทุกอย่างที่ตนคิดอยากจะเห็น ราตรีลองนึกถึงสมศักดิ์ดู ก็เห็นภาพสมศักดิ์กำลังสั่งมือปืนให้กำจัดตนละครเหยี่ยวรัตติกาล ราตรีเกิดโมโห ร่างของราตรีค่อย ๆ ลอยขึ้นมาจากพื้นโดยไม่รู้ตัว...พอลืมตาขึ้นก็เห็นตัวเองลอยอยู่กลางอากาศ ราตรีจึงลองนึกว่าตนเองบินได้ ปรากฏว่าร่างของราตรีลอยพุ่งออกหน้าต่างไปอยู่เหนือหลังคาบ้าน ราตรีทดลองร่อนไปมาดูก็ทำได้ดังใจ วันหนึ่งสมศักดิ์ได้รับจดหมายฉบับหนึ่งว่าตนเองมีความผิดฐานสั่งการให้สังหารชีวิตของคู่แข่ง และผู้ที่เป็นอริกับตนหลายครั้งหลายหน ต้องได้รับกรรมที่ก่อไว้ด้วยชีวิต ลงชื่อ เหยี่ยวรัตติกาล สมศักดิ์โกรธ และจัดงานแถลงข่าวทันที โดยเอาจดหมายให้นักข่าวดู แก้ไขความผิดตน พร้อมท้าทายว่าตนพร้อมที่จะลุยกับเหยี่ยวรัตติกาลได้ทุกเวลา คืนหนึ่งสมศักดิ์ออกจากงานเลี้ยงและแวะไปที่ตึกทำงานของตน แต่พอจอดรถหน้าตึกก็เห็นเงาร่อนอยู่เหนือตึก พวกมือปืนต่างรีบพาสมศักดิ์เข้าไปในตึก แต่พอขึ้นไปถึงที่ทำงานต้องตกใจเมื่อพบกับร่างหญิงสาวในชุดหนัง ใบหน้ามีหน้ากากอำพรางเห็นแต่นัยน์ตาที่คมกริบดุจพญาเหยี่ยว พวกมือปืนต่างสาดกระสุนเข้าใส่ แต่ร่างในชุดหนังพุ่งออกหน้าต่างหายไป พวกมือปืนรีบพานายหนี แต่แล้วร่างในชุดหนังก็พุ่งกลับเข้ามาทางกระจกสาดกระสุนเข้าใส่พวกมือปืน ต่อสู้ด้วยชั้นเชิงที่คล่องแคล่วว่องไว จนเหลือแต่สมศักดิ์คนเดียว หญิงในชุดลึกลับกล่าวคำอำลาแล้วจบชีวิตชั่วของสมศักดิ์มาเฟียลงในที่สุด ก้องเกียรติ ละครเหยี่ยวรัตติกาล ช่อง7 รุ่งขึ้นภาพของหญิงชุดดำใส่หน้ากากลอยลงจากยอดตึกลงสู่พื้นปรากฏอยู่หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์อธิปไตย จับภาพได้โดยเหยี่ยวข่าวสาวคนดังคนล่าสุดของเมืองไทย คือราตรีภายในมีข่าวของสมศักดิ์เสียชีวิตในสำนักงานและพบนามบัตรของเหยี่ยวรัตติกาลอยู่บนศพของสมศักดิ์ มีข้อความว่า จุดจบของผู้ที่คิดร้ายต่อแผ่นดิน กองทัพนักข่าวต่างปรากฏตัวที่สำนักงานหนังสือพิมพ์อธิปไตย เพื่อรอสัมภาษณ์ราตรี ราตรีให้สัมภาษณ์ว่าตนได้ติดตามพฤติกรรมของนายสมศักดิ์อยู่ และก็ได้เห็นเหยี่ยวรัตติกาลปรากฏตัวจึงมีโอกาสได้เก็บภาพไว้ โดยไม่รู้รายละเอียดอะไรอีกเลย เซนต์มาหาราตรีชวนไปนั่งทานกาแฟ และขอสอบถามเรื่องเหยี่ยวรัตติกาล ราตรีปฏิเสธและกล่าวเป็นเชิงชมว่าดีใจที่มีเหยี่ยวรัตติกาลออกมากวาดล้างผู้มีอิทธิพล เซนต์ยิ้มบอกว่าตนก็เห็นด้วย จนใจที่ตัวเองเป็นกฎหมาย จึงได้รับคำสั่งให้สืบสวนและตามจับตัวเหยี่ยวรัตติกาลมาให้ได้ หลังจากนั้นเป็นต้นมาก็มีข่าวของเหยี่ยวรัตติกาลช่วยเหลือคนที่ถูกทำร้าย ปล้น รังแก อยู่อย่างไม่ขาดสาย บางครั้งก็มีภาพลง ละครเหยี่ยวรัตติกาล แน่นอนย่อมเป็นหนังสือพิมพ์อธิปไตยของราตรี โดยฝีมือของราตรีเท่านั้น จึงเป็นที่มาของข่าวซุบซิบว่าราตรีมีส่วนรู้เห็นกับคดีที่เกิดขึ้นโดยฝีมือของเหยี่ยวรัตติกาล..ซึ่งราตรีก็ปฏิเสธและอ้างว่าตนเป็นนักข่าวที่ทำงานหนักคอยเฝ้าคอยติดตามเรื่องนี้ ช่วยไม่ได้ที่นักข่าวคนอื่น ๆไม่มีความสามารถพอที่จะได้ภาพเหยี่ยวรัตติกาล เพราะเหตุที่หนังสือพิมพ์อธิปไตยลงข่าวและรูปของเหยี่ยวรัตติกาลอยู่ตลอดเวลา ทำให้คนทั่วไปรวมทั้งชาวบ้านในต่างจังหวัดทุกหนทุกแห่งเมื่อได้รับความเดือดร้อนหรือถูกรังแกจากผู้มีอิทธิพล ก็จะส่งจดหมายเข้ามาลงที่หนังสือพิมพ์อธิปไตย เพื่อหวังว่าจะส่งสารไปถึงเหยี่ยวรัตติกาลให้มาช่วยเหลือ หลังจากที่บทความขอความช่วยเหลือได้ลงหนังสือพิมพ์อธิปไตย ต่อมาก็มีข่าวว่าเหยี่ยวรัตติกาลปรากฏตัวปราบพวกเหล่าร้ายพวกนั้นจนราบคาบ สร้างความกลัวให้พวกคนร้าย และยิ่งทำให้คนส่งสารผ่านมาทางหนังสือพิมพ์อธิปไตยมากขึ้น พิเชษฐ์กดดันให้ทางการปิดหนังสือพิมพ์อธิปไตยเพราะทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายผู้คนแตกตื่น แต่ราตรีก็แก้ต่างจนหลุดคดีความจนได้ การตายของสมศักดิ์ ทำให้พิเชษฐ์สั่งหน่วยงานของตนให้ระวังตัว ทำงานกันอย่างรอบคอบมากยิ่งขึ้น แต่สุดท้ายแล้วหน่วยงานของสรสินก็ถูกบุก หัวหน้าหน่วยถูกเก็บ เครือข่ายที่อยู่ต่างจังหวัดถูกทำลายด้วยฝีมือของเหยี่ยวรัตติกาล ทำให้พิเชษฐ์โกรธแค้นอย่างยิ่ง สั่งเพิ่มกำลังและป้องกันอย่างเต็มที่ ภายใต้หน้ากากองนักธุรกิจตัวอย่าง เป็นบุคคลดีเด่นที่สังคมยอมรับ สังคมไม่มีใครรู้ว่าพิเชษฐ์ซ่อนความชั่วร้ายไว้มากมาย จั๊กจั่น ละครเหยี่ยวรัตติกาล เซนต์ และราตรีต่างก็สืบสวน และหาทางเปิดโปงนายสรสินให้สังคมได้รู้หน้ากากที่แท้จริง โดยมีผู้ช่วยเซนต์ชื่อ ก้องเกียรติ (หลุยส์ เฮสดาร์สัน) และผู้ช่วยของราตรีชื่อ อีท (แจม-ปาณิชดา) คอยช่วยเหลือการกระชากหน้ากากของพิเชษฐ์และกระบวนการ แต่สังคมส่วนใหญ่ถูกปิดหูปิดตาด้วยเงินที่นายพิเชษฐ์หว่านลงไปอย่างไม่อั้น โดยใช้เงินจากการรีดไถผูกขาดค้ากำไรเอาเปรียบคนอื่นแทบทั้งสิ้น ละครเหยี่ยวรัตติกาล แม้ว่าเหยี่ยวรัตติกาลจะปราบปรามทำลายหน่วยงานต่าง ๆ ของนายพิเชษฐ์ลงไปมากมายแต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งเครือข่ายของนายพิเชษฐ์ได้ จริงอยู่ที่เหยี่ยวรัตติกาลสามารถจบชีวิตของนายพิเชษฐ์ได้ แต่ก็เชื่อว่าต้องมีตัวแทนมาสานต่อขบวนการชั่วของมัน มีทางเดียวคือต้องเปิดโปงให้สังคมได้รู้ความจริงเท่านั้น เมื่อสังคมรู้ความจริงนายพิเชษฐ์หมดสภาพ ขบวนการของนายพิเชษฐ์ต้องพังพินาศลงอย่างแน่นอน เซนต์ และราตรีได้ใช้เวลาร่วมกันหาความจริงจนสนิทสนมมีใจต่อกัน และต้องเผชิญกับอันตรายร่วมกันหลายครั้งจากพวกมือปืนของพิเชษฐ์ทำให้ยิ่งมีความรู้สึกลึกซึ้งต่อกันมากขึ้น..ปัญหาก็คือเหยี่ยวรัตติกาล แม้ว่าเหยี่ยวรัตติกาล จะได้เผชิญหน้ากับเซนต์ และช่วยเหลือเซนต์ให้รอดพ้นจากมือปืนของพิเชษฐ์หลายครั้ง จนเซนต์เองก็ชื่นชมเหยี่ยวรัตติกาลไม่น้อย แต่ก็ไม่สามารถจะหยุดยั้งผู้บังคับบัญชา หรือหน่วยงานอื่นที่จ้องจะจับเหยี่ยวรัตติกาลให้เลิกตามล่าได้ พิเชษฐ์เองเมื่อได้รับความเดือดร้อนจากเหยี่ยวรัตติกาลรวมทั้งข่าวลือที่ว่าเหยี่ยวรัตติกาลมีพลังที่ลึกลับ ถึงกับส่งคนไปตามหาคนที่มีความรู้เรื่องเหยี่ยวมาจากทิเบตเพื่อมาปราบเหยี่ยวรัตติกาล ซึ่งได้พบอาจารย์ผู้มีวิชาหลายอย่าง ทั้งสะกดจิต บังคับจิตคนให้เห็นในสิ่งต่าง ๆ นานา จนกลายเป็นคนบ้าคลั่งขาดสติได้ สรสินจึงให้อาจารย์ผู้นี้ใช้วิชากำจัดศัตรูของตนด้วยไปในตัว ละครเหยี่ยวรัตติกาล เหยี่ยวรัตติกาลออกตามเรื่องและได้มีการเผชิญหน้ากันหลายครั้งกับอาจารย์ผู้นี้และมีการต่อสู้ผลัดกันรุกผลัดกันรับ ฝีมือสูสีกินกันไม่ลง อย่างไรก็ตามเวลาผ่านไป ด้วยการสืบสวนของเซนต์ และราตรีก็พบหลักฐานการโยกย้ายเงินที่เกี่ยวข้องกับพิเชษฐ์ซึ่งโยงใยถึงเครือข่ายต่าง ๆ ของพิเชษฐ์รวมถึงหลักฐานการรับเงินจากต่างประเทศ จนกระทั่งพิเชษฐ์ถูกเปิดโปง สรสินให้อาจารย์ใช้วิชากำจัดผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อปกปิดความลับของตนแต่ครั้งนี้เหยี่ยวรัตติกาลตามประกบติด จนในที่สุดก็ซ้อนแผนสามารถกำจัดอาจารย์ผู้นี้ได้ ในที่สุดพิเชษฐ์ก็ได้รับโทษ ถูกศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต เซนต์ กับราตรีเปิดโปงเส้นทางการเงินที่มาจากต่างประเทศ และผู้ที่อยู่เบื้องหลังจนเส้นทางการเงินพิเชษฐ์ถูกปิดเครือข่ายล่มสลายทั่วประเทศ เมื่อสังคม บ้านเมืองกลับมาสงบ เหยี่ยวรัตติกาลคงไม่ได้ออกมาปรากฏตัวอีกนาน หลังงานสำเร็จสามารถจัดการกับคนชั่วคอรัปชั่นได้ เซนต์กับราตรีต่างฉลองความสำเร็จร่วมกันรวมทั้งทีมงานคนอื่น ๆ ที่ร่วมต่อสู้ฝ่าฟันกันมาด้วยกัน ทั้งทีมตำรวจของ เซนต์ ผู้ช่วยมือขวาของเซนต์คือก้องเกียรติ และทีมงานของ ราตรี และอีทผู้ช่วยคนสวยของราตรี ที่ตอนนี้ปิ๊งกันกับก้องเกียรติเรียบร้อยแล้ว เช่นเดียวกับความรักของเซนต์กับราตรีที่หวานชื่นและดำเนินต่อไป แต่มีอีกอย่างหนึ่งที่ยังคงคาใจของเซนต์ และทุกคนก็คือ เหยี่ยวรัตติกาล ติดตามชม ละครเหยี่ยวรัตติกาล ได้เร็ว ๆ นี้ทางช่อง 7 สี รายชื่อนักแสดวนำใน ละคร เหยี่ยวรัตติกาล อคัมย์สิริ สุวรรณศุข รับบท ราตรี ธาวิน เยาวพลกุล รับบท เซนต์ หลุยส์ เฮสดาร์ซัน รับบท ก้องเกียรติ ปาณิชดา แสงสุวรรณ รับบท อีท สวิช เพชรวิเศษศิริ รับบท พิเชษฐ์ อนิสา นูกราฮา รับบท เรวดี กัญญกร พินิจ รับบท นุชนาถ ฐาปกรณ์ ดิษยนันทน์ รับบท รอง อ.ธ.ศักดิ์สิทธิ์ นวลปรางค์ ตรีชิต รับบท รัตนา พัฒนะ พันธุ์เทวะ รับบท พีท ทองขาว ภัทรโชคชัย รับบท อาจารย์บาตง ตรีวรัตถ์ ชุติวัฒน์ขจรชัย รับบท ทัช กฤษณ์ ไตรรัตน์ รับบท ซาเอะ ช่อง7 ละครเหยี่ยวรัตติกาล ละครเหยี่ยวรัตติกาล ละครเหยี่ยวรัตติกาล จั๊กจั่น ละครเหยี่ยวรัตติกาล จั๊กจั่น

จะโหดไปไหน!! ชมคลิป เมสซี่ โชว์เหนือ ยิง 3 มุมเน้นๆผ่านเซฟมือโกลตุ๊กตายักษ์
บาร์เซโลน่า /  ลิโอเนล เมสซี่ / 

จัดว่าเป็นมนุษย์เท้าชั่งทองในชั่วโมงนี้เลยก็ว่าได้!! สำหรับ ลิโอเนล เมสซี่ ปีกระดับพระกาฬของ บาร์เซโลน่า ที่ไปออกรายการเกมโชว์ของ ญี่ปุ่น ด้วยการโชว์ความเป็นมือสังหาร ยิงผ่านตัวตุ๊กตายักษ์ที่ยืนโบกมือไปมาหน้าปากประตู โดยยิงไป 3 มุมได้แก่ ฝั่งซ้าย,ขวา และใต้ขว่างขา ซึ่ง เมสซี่ สามารถส่งบอลเข้าไปกองที่ก้นตาข่ายได้ทั้งหมด メッシぱねぇえええ pic.twitter.com/fgpf0sp2xs — 聖羅 (@SoCcErseira) April 30, 2016

'สิงคโปร์' ไม่ได้มีแค่สิงโตพ่นน้ำ! 5 ที่ธรรมชาติมุมเจ๋งๆ ที่เราอยากแนะนำ
ที่เที่ยวสิงค์โปร์ /  ปั่นจักรยาน ท่องเที่ยว / 

เรามีโอกาสได้มาเยือนประเทศสิงคโปร์เป็นครั้งที่ 2 (หลังจากมาเกรียนไว้เต็มที่ในครั้งแรก) และแน่นอนมาครั้งที่สอง คราวนี้ต้องทำการบ้านมาหน่อย เพราะครั้งแรก อะไรที่เค้าไปๆกัน เราไปมาหมดละ คราวนี้ อะไรที่เค้าไม่ค่อยไปกัน เราจะไป 555 เพราะ 'สิงคโปร์' ไม่ได้มีแค่สิงโตพ่นน้ำ! 5 ที่ธรรมชาติมุมเจ๋งๆ ที่เราอยากแนะนำ  'สิงคโปร์' ไม่ได้มีแค่สิงโตพ่นน้ำ! 5 ที่ธรรมชาติมุมเจ๋งๆ ที่เราอยากแนะนำ สิงคโปร์เวลาเร็วกว่าเรา 1 ชม. นะ เราเลือกไปกับ AirAsia คราวนี้ มีเวลาบินที่ดี เราบินหลังเลิกงานวันศุกร์ก็ยังมีรอบบินอยู่ ไม่ต้องลางานด้วย เย่! 'Singapore - on the other side' อีกด้านจากมุมที่เราไม่ค่อยได้เห็นในสิงคโปร์ ปกติเราจะรู้จักสิงคโปร์ผ่านตึกสวยๆ และย่านช็อปปิ้ง แต่เราอยากลองมองมุมใหม่ๆ จากพี่สิงคโปร์บ้าง เราพยายามมองหามุมธรรมชาติชิวๆ  ที่ใครๆ อาจจะมองข้ามไป ถ้ามองจากมุมเดิมๆ เราอาจจะเห็นพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามท่ามกลางตึกสูง แต่แค่เราลองย้ายมาอีกฝั่ง ใครจะรู้ พระอาทิตย์ตก ฝั่งทางนี้ อาจจะสวยกว่าหลายเท่าก็ได้ ... เอาเชิญรับชม 5 ที่ ที่เราอยากแนะนำได้เลยจ้าา 1. 'Punggol เส้นทางเลียบทะเลสุดสวยที่รถเข้าไม่ถึง' Punggol อยู่ด้านตอนบนเยื้องไปทางตะวันออกของสิงคโปร์ ที่นี่มีมุมทะเลและต้นไม้สวยๆเยอะมาก เราต้องใช้เท้าเราเดิน หรือปั่นจักรยานเลียบชายหาดไปเพื่อชมมันนะ (ถนนเลียบชายหาดเป็นเลนปั่นจักรยาน สวยมากกก ขอบอก) ที่นี่ ส่วนใหญ่จะเป็นแหล่งที่อยู่อาศัย เส้นทาง วิ่ง และ ปั่นจักรยาน เลียบชายทะเลสวยๆ จะอยู่ตอนบน มีหาดด้วยนะ เราจะเลือกปั่นเฉพาะริมทะเล หรือจะปั่นรอบเมืองด้วยก็ได้ และที่สำคัญมีร้านอาหารทะเลอยู่เยอะพอสมควร แนะนำว่าให้ต่อรถมาลงที่ Punggol Jetty เป็นจุดชมวิวทะเลที่สวยมากๆ ของสิงคโปร์เลยทีเดียว และยังมีร้านเช่าจักรยานอยู่ข้างๆ ด้วย เช่าแล้วสามารถปั่นเลาะไปเรื่อยๆ ระหว่างทางสวยมาก จุดชมวิวชั้นสองนะ อันนี้ ร้านเช่าจักรยานอยู่ใกล้ๆ จุดชมวิวนิดเดียวเองน้า ใกล้ๆ กันก็มีร้านของกิน และซีฟู้ดด้วย นอกจากนั้น จากที่นี่ ยังเชื่อมไปถึง coney island ซึ่งเกาะนี้ เราสามารถเดินป่าชมนก หรือจะปั่นจักรยานก็มีนะ ประตูน้ำ แถวนี้จะมีตึกหลายสีสวยๆ นะ ทางเดินจักรยาน ที่ฝั่งตรงข้ามคือเกาะ Coney สะพาน Sunrise อยู่เลยจากทางเข้าเกาะ coney ไปหน่อย แวะไปถ่ายรูปก็สวยดี สำหรับ Punggol ใครจะมาเที่ยว เราแนะนำให้มาเช้าๆ ไม่ก็เย็นๆ เพราะตอนกลางวันอาจจะร้อนไปซักหน่อย 2. 'Fort Canning Park อุโมงค์สีเขียวใจกลางเมือง' Fort Canning Park เป็นสวนสาธารณะที่อยู่ใกล้สถานี Dhoby Gaut ออกทางออก Park mall แล้วเดินลงมาหน่อยข้ามแยกเข้าสวยตรง YMCA จะมีทางลงเล็กๆ ที่พาเราไปดูอุโมงค์ที่เงยหน้าเจอต้นไม้ใหญ่แห่งนี้ เวลามาที่นี่ ข้อแนะนำของเราคือ พกเลนส์ wide มา (เราใช้เลนส์ 16mm กล้อง FF ถ่ายนะ) ยิ่งพก GoPro มายิ่งดี ไม่งั้นถ่ายไม่สวยอย่าบ่นน้า ที่นี่ไม่ไกลจากสถานีหลักคือ Dhoby Gaut และ ถนน Orchard (เราก็พักแถวนี้ตรงโรงแรม innotel ไม่แพงมาก โรงแรมดีด้วย) นอกจากที่นี่ในสวนก็สวยนะ ^^ ใครช๊อปปิ้งเพลินๆแถวนี้ แวะมาพักถ่ายรูปได้นะ 3. Pulau Ubin เกาะชาว Biker แต่ใช้งบนิดเดียว Pulau Ubin เป็นเกาะที่อยู่ตอนบนทางตะวันออกของสิงคโปร์ ไม่ไกลจากสนามบิน Changi นัก เราต้องไปต่อเรือที่ Changi point ferry terminal ค่าโดยสารเรือคนละ 3 SS เรือมีเก่าบ้างใหม่บ้าง จะออกตลอดเมื่อผู้โดยสารครบ 12 คน ใช้เวลาเดินทางข้ามเกาะประมาณ 10 นาที เรือจะจอดเทียบท่าโดยเอาท้ายเข้า และให้เราเดินลงออกมาเลย พอถึงเกาะ เราจะเจอร้านเช่าจักรยานมากมาย ราคาไม่แพงด้วย ประมาณคันละ 10 SS แต่ขี่ได้ถึงเย็น (ที่ East Coast Park ราคานี้ได้แค่ชั่วโมงเดียวเอง) แนะนำให้เช่าจักรยานเสือภูเขานะ เพราะทางที่นี่ นอกจากถนนลาดยางปั่นชิวๆ ยังมีทางสายแอดเวนเจอร์ตลุยกันให้มันส์ จักรยานเสือภูเขาเวิร์คสุด !! รอบๆ เกาะ จะมีเส้นทางปั่นจักรยานหลายเส้น ที่แนะนำให้ไป คือ Chek jawa wetland (ใครขับจักรยานไม่แข็งน่ากลัวหน่อยนะ เพราะต้องเจอทางลูกรัง และเนินลาดชันเยอะ แต่ค่อยๆเข็นจักรยานไปได้) พอไปถึง เราจะต้องจอดจักรยานทิ้งไว้ แล้วเดินเข้าไปใน Wetland ไม่ไกล มีหอชมวิว ทางเดินศึกษาธรรมชาติเลียบป่าออกไปเรื่อยๆ จนเป็นทางเดินบนชายทะเล สวยมาก!!!! บอกเลย พอเสร็จตอนปั่นกลับจะเจอทะเลสาบสีมรกตให้จอดจักรยานไปถ่ายรูปเก๋ๆกัน แถวอาจจะเจอลิงระหว่างทางด้วย! ทางเดินเลาะป่าไปเรื่อยๆ เป็นเส้นทางวงกลม ถ่ายรูปสวยตลอดทาง จุดชมวิวสูงดี วิวสวยมากกกก ข้างบนจะมองเห็นสิงคโปร์อยู่อีกฝั่งนึง (หมายถึง Main Land) นะ ทางเดินที่เดินเลาะป่าชายเลนไปเรื่อยๆ ทางเดินจะทอดยาวลงสู่ทะเล ตรงนี้ เราชอบสุด วิวสวยมากกกกก ที่สุดท้าย หลังจากปั่นจักรยานกลับ เราจะเจอคืออ่างเก็บน้ำอันนี้นะจ๊ะ เราไม่สามารถปั่นกลับไปทางเก่าได้น้า จะปั่นเป็นวงกลมและมาบรรจบกันที่ทางเข้า (สังเกตจุดพัก จะมีแผนที่บอกชัดเจน เข้าใจง่ายด้วย) ที่นี่ยังมีอีกหลายที่ มีร้านอาหารแถวๆ ร้านเช่าจักรยาน มีทางปั่นเมาท์เท่นไบท์ มีที่ตั้งแคมป์ ซึ่งลองถามคุณลุงแท๊กซี่ แกบอกว่า มาตั้งแคมป์นี่นี่ ฟรี!!! ใครงบจำกัดอยากประหยัดค่าโรงแรมก็มานอนที่นี่ได้ละ หึหึหึ 4. Macritchie Reservior สัมผัสธรรมชาติที่อ่างเก็บนํ้า Macritchie คืออ่างเก็บนํ้าแห่งหนึ่งของสิงคโปร์ ซึ่งที่สันเขื่อนของอ่างเก็บน้ำ มีวิวสวยๆและกิจกรรมให้ทำเยอะเลย จะเดินทางมา มีบัสผ่านหลายสาย แต่เราแนะนำว่าลง MRT สถานี Caldecott แล้วต่อแท็กซี่เอา ใกล้นิดเดียว ง่ายมากๆ(บอกแท็กซี่ว่ามา Macritchie reservior park) ตอนเราโบกแท็กซี่ดันไม่ได้ดูด้วย ได้รถ เบนซ์ เลย!!!! ตอนนั้นก็คิดว่าราคาจะไปถึงเท่าไหร่นะ แต่จะลงก็เกรงใจ แอบถามแท็กซี่จึงได้ใจความว่า จริงๆ มันแพงกว่าปกติแค่ 2-3 ดอลล่าร์สิงคโปร ... โอเคราคาพอรับได้ ได้นั่งเบนซ์ด้วย ^^ ดีงาม พอมาถึง จะมีกิจกรรมให้ทำเยอะ ที่สันเขื่อนถ่ายรูปสวย มีที่ให้ตกปลา มีเรือคายัคให้เช่าพาย มีลิงด้วย แต่ลิงที่นี่สุภาพนะ (เราคิดว่าสุภาพกว่าลิงลพบุรี อันนั้นบางตัวโหดมาก) แต่ก็ต้องระวัง อย่าวางกระเป๋าหรือของกินกับพื้น อาจจะถูกโยกย้ายเจ้าของโดยละม่อมได้(เวลาไม่มีคนเฝ้าลิงมันก็นึกว่าทิ้งแล้วไง) และที่เป็นไฮไลท์สำคัญของที่นี่เลย คือเส้นทางเดิน Trails สัมผัสธรรมชาติของที่นี่นั่นเอง มีหลายเส้น เด็ดสุดคือเส้นเลียบอ่างเก็บน้ำ แต่ที่คนนิยมไปมากที่สุด คือขึ้นไปดู tree top walk สะพานเหนือยอดไม้ ซึ่งจะไปดู tree top walk จากจุดเริ่มแค่ 4 กิโลเมตรก็ถึง (เป็นทางขึ้นเขานะ) ซึ่งเราพลาดโอกาสเพราะเวลาไม่พอ (ที่จริงเพราะเมื่อวานปั่นจักรยานจนหมดพลัง 555) เอาน่า ไว้คราวหน้ามาใหม่นะ 5. East Coast Park จากชายทะเลถึงมารีน่าเบย์ East Coast Park เรียกย่อๆว่า ECP เป็นทางเลียบชาดหาดจากสนามบินถึงมารีน่าเบย์แซน เส้นนี้เป็นที่พักผ่อนของชาวสิงคโปร์ ส่วนใหญ่จะมาปั่นจักรยาน เล่น roller skate ปิ้งบาบีคิว หรือมาหาอาหารทะเลทานที่นี่ การเดินทางมาที่นี่ก็ไม่มี MRT ผ่าน ตอนเราไป เราลงสถานี Dakota และต่อ แท็กซี่มา (มีบัสสาย 401 ผ่านอยู่นะ สามารถลง MRT สถานี Bedok แล้วมาที่ Bedok interchange มาต่อบัสได้) แต่แนะนำแท็กซี่นะ 555 เวลามา แนะนำว่า ถ้าจะมากินซีฟู้ดให้ลง East coast seafood center ร้าน Jumbo seafood ที่นี่ขึ้นชื่อเมนู Chilli Crab ปูเผ็ด อร่อยเหาะ แต่แพงนิดนะ(ประมาณ 60ss) ส่วนใครอยากปั่นจักรยานเลาะชายหาด มีร้านเช่าจักรยานหลายร้าน เราแนะนำให้เลือกร้านที่ใกล้ๆ ทางไป Marina bay sand เพราะจักรยานเช่าที่นี่ราคาประมาณ 10 ss ต่อชั่วโมง ถ้าจะปั่นไปดูมารีน่าเบย์ (พระอาทิตย์ตกจะสวยมาก) เลือกร้านไกลๆอาจคืนรถไม่ทันได้นะ (จุดชมพระอาทิตย์ตกที่เราไปถ่ายคือ Garden by the bay east ปั่นไปกลับก็แทบหมดเวลาละนะ) ถ้าเอาจักรยานมาเอง หรือเช่าสัก 2 ชั่วโมง ก็ปั่นยาวไปมารีน่าเบย์ได้เลย แต่ไกลมากเลย 555 เราไปที่ ECP สองครั้งนะทริปนี้ ตอนแรกไปปั่นจักรยาน และขากลับ แอบแวะก่อนขึ้นเครื่องกลับ ไปกินปูที่ร้านจัมโบ้ เพราะเลือกไฟลท์สี่ทุ่ม ของ AirAsia มีเวลากินมื้อเย็นสบายๆ และช็อปปิ้ง ดิ้วตี้ฟรี ก่อนจะมาซัดของหวานบนเครื่องที่ขาดไม่ได้ Yamanashi Mochi 555 แอบทำรีวิวไอ้โมจินี่ไว้ด้วยนะ 555 กลับก่อนนะพี่สิงค์ ที่จริงแล้ว สิงคโปร์ ยังมีที่เที่ยวสวยๆอีกเยอะนะ  ตอนแรกเราก็ไม่รู้หรอก ว่าไอ้เมืองที่เป็นแค่เกาะเล็กๆมันยังมีอะไรให้น่าค้นหาอีกมาก ถ้าครั้งไหนที่สิงคโปร์จะหวนมาเจอกันอีกครั้ง เราจะเที่ยวให้ครบ!! ส่วนครั้งนี้ กลับก่อนนะ ที่บ้านคิดถึงละ ^^ ขอบคุณข้อมูล Facebook - Wanna be Thai traveler

อาหารใส่บาตร! ประจำวันเกิด เสริมมงคลเพิ่มผลบุญ
ดวง /  ดูดวง / 

อาหารใส่บาตร ประจำวันเกิด วิถีชาวพุทธอีกหนึ่งอย่างที่คนไทยทำสืบต่อกันมานานคงหนีไม่พ้นเรื่องการสวดมนต์ ไหว้พระ ทำบุญ ซึ่งการตักบาตรพระในตอนเช้าไม่ว่าจะที่ใดก็ตาม ย่อมขาดไม่ได้ที่จะต้องมีครบทั้งอาหารคาว อาหารหวาน รวมไปถึงของใช้ต่างๆที่จำเป็นของพระสงฆ์ โดยจุดประสงค์ที่แท้จริงของการใส่บาตรคือเพื่อให้พระสงฆ์มีแรงกายที่จะบำรุงศาสนาต่อไป และวันนี้แม่หมอ แห่ง Horoscope.mthai มีความเชื่อเรื่อง อาหารใส่บาตร ประจำวันเกิดของแต่ละคนมาฝากกันค่ะ อ่านจบแล้ว อย่าลืมแบ่งปันบอกต่อเรื่องบุญแบบนี้ให้คนที่คุณรักด้วยนะคะ :) วันอาทิตย์ อาหารคาว ประเภทไข่ ดาว เจียว ผัด ลูกเขย ลูกสะใภ้ ต้ม แกงกะทิ ฯ อาหารหวาน ไข่หวาน มะพร้าวอ่อน มะพร้าวแก้ว ขนมใส่กะทิ น้ำกระเจี๊ยบ น้ำมะพร้าว น้ำขิง เงาะ ของถวายพระ หลอดไฟ ไฟฉาย เทียน ธูป อุปกรณ์แสงสว่าง แว่นตา หมากพลู ไหว้พระปางถวายเนตร(พระประจำวันเกิด) กำลังวันเท่ากับ ๖ (สวดแบบย่อ อะ วิช สุ นุส สา นุต ติ) เติมน้ำมันตะเกียงตามวัด ทำทานกับคนตาบอด โรงพยาบาลโรคตา มูลนิธิคนตาบอด โรงพยาบาล โรคหัวใจ มูลนิธิโรคหัวใจ พฤติกรรม ออกรับแสงอาทิตย์อ่อนๆช่วงเช้าหรือเย็นๆ เพื่อให้เกิดพลัง อย่าใจร้อน เลิกทิฐิ ทำตัวเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น   วันจันทร์ อาหารคาว ประเภทสัตว์ปีก สัตว์น้ำ เช่นไก่ผัดขิง ไก่ย่าง ไก่ทอดปูผัดผงกะหรี่ ปูนึ่ง ข้าวมันไก่ ข้าวผัดปู เต้าหูทอด แกงจืดเต้าหู้ แกงเผ็ดเป็ดย่าง ปลาสลิดทอด อาหารหวาน น้ำเต้าหู้ นมถั่วเหลือง น้ำอ้อย โดนัท นมสด นมกล่อง เผือก มัน ลางสาด ขนมเปี๊ยะ ของถวายพระ แก้วน้ำ แจกัน ของโปร่งๆ ใสๆ ไหว้พระปางห้ามญาติ(พระประจำวันเกิด)กำลังวัน เท่ากับ ๑๕ (สวดแบบย่อ อิ ระ ชา คะ ตะ ระ สา ) ทำทานกับมูลนิธิช่วยเหลือสตรี พฤติกรรม ทำจิตใจให้สดชื่น แจ่มใส อยู่เสมอ อย่าวิตกกังวลเกินเหตุ ให้ความช่วยเหลือสตรี เช่น ลุกให้สตรีนั่งบนรถเมล์ บริหารกล้ามเนื้อหน้าอกให้แข็งแรง วันอังคาร อาหารคาว อาหารประเภทเส้น ขนมจีน วุ้นเส้น บะหมี่ ก๋วยเตี๋ยว เนื้อวัว ปลาช่อนตากแห้งทอด อาหารหวาน ฝอยทอง สลิ่ม ลอดช่อง ทุเรียน ระกำ ขนุน น้ำสไปร์ท น้ำอัดลม ของถวายพระ เหล็ก เส้น เครื่องมือประเภทเหล็ก กรรไกร แปรงสีฟัน ยาสีฟัน พัดลม กรรไกรตัดเล็บ ไหว้พระปางไสยาสน์(พระนอน)(พระประจำวันเกิด) มีกำลังเท่ากับ ๘ (สวดแบบย่อ ติ หัง จะ โต โร ถิ นัง) ทำทานกับคนพิการทางปาก ปากแหว่ง ผู้ป่วยโรคลมชัก พฤติกรรม ทำตัวให้กระฉับกระเฉง ตื่นตัว ขยันให้มากขึ้น ลดอารมณ์ร้อน การชิงดีชิงเด่น วันพุธ(กลางวัน) อาหารคาว เน้นสีเขียว หมู แกงเขียวหวานหมู หมูปิ้ง หมูทอด ผัดพริกหมู ฯ คะน้าน้ำมันหอย กุนเชียง อาหารหวาน ขนมเปียกปูนเขียว น้ำฝรั่ง ชมพู่เขียว องุ่นเขียว มะม่วงเขียวเสวย ฝรั่ง ชามะนาว ของถวายพระ สมุด กระดาษ ปากกา ดินสอ อุปกรณ์การเรียนการศึกษา ไหว้พระปางอุ้มบาตร(พระประจำวันเกิด) มีกำลังเท่ากับ ๑๗(สวดแบบย่อปิ สัม ระ โล ปุ สัต พุท ) ทำทานกับคนพิการทางหู โรงพยาบาลโรคสมอง โรงเรียนสอนคนหูหนวก พฤติกรรม อ่านหนังสือธรรมะ ร้องเพลง ฝึกสร้างความมั่นใจให้ตนเอง วันพุธ(กลางคืน) อาหารคาว ของหมักดอง ผักกาดดองผัดไข่ อาหารกระป๋อง แกงใบยอ หมูยอ แหนม ไข่เยี่ยวม้า ห่อหมก อาหารหวาน ข้าวหมาก ขนมเปียกปูนดำ เฉาก๊วย ข้าวเหนียวดำ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ผลไม้หัวโตๆ ทุเรียน ของถวายพระ พัดลม เทปธรรมะ ยาแก้โรคลม ยาหอม ไหว้พระปางป่าเลไลย์(พระประจำวันเกิด) มีกำลังเท่ากับ ๑๒ (สวดแบบย่อ คะ พุท ปัน ทู ธัม วะ คะ) ทำทาน กับมูลนิธิหรือหน่วยงานที่เกี่ยวกับยาเสพติด พฤติกรรม เลิกบุหรี่ เลิกดื่มหรือลดปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เลิกการพนัน เลิกทำตัวเหลวไหล เลิกเที่ยวกลางคืน เลิกยาเสพติดทุกชนิด วันพฤหัสบดี อาหารคาว ประเภทเถา แกงเลียง บวบผัดไข่ น้ำเต้า อาหารหวาน แตงโม แตงไทย น้ำสมุนไพร ส้ม สาลี่ น้ำมะตูม น้ำว่านหางจระเข้ ของถวายพระ สบง จีวร หนังสือธรรมะ ตู้ยา โต๊ะหมู่บูชา ไหว้พระปางสมาธิ(พระประจำวันเกิด) มีกำลังเท่ากับ ๑๙ (สวดแบบย่อ ภะ สัม สัม วิ สะ เท ภะ) ทำทานกับโรงพยาบาลสงฆ์ บริจาคข้าวสาร เสื้อผ้า ผ้าห่มกันหนาว พฤติกรรม นั่งสมาธิ สวดมนต์ ถือศีล๕ อย่าซื่อจนเกินไป วันศุกร์ อาหารคาว ประเภทของหอมหวาน ข้าวหอมมะลิ ผักกาดหอม ไข่เจียวหอมใหญ่ ยำหัวหอม อาหารหวาน ขนมหวาน หอมทุกชนิด น้ำเก๊กฮวย ผลไม้ที่มีกลิ่นหอม กล้วยหอม เค้ก ของถวายพระ นาฬิกา โต๊ะรับแขก ดอกไม้สวยหอม ระฆัง ย่าม ไหว้พระปางรำพึง(พระประจำวันเกิด)มีกำลังเท่ากับ ๒๑ (สวดแบบย่อ วา โธ โน อะ มะ มะ วา) ทำทานกับเด็กด้อยโอกาส ให้เงิน ให้เสื้อผ้าสวย อาหารที่หอมหวานชวนกินไอศกรีม พฤติกรรม ทำตัวให้สดชื่นแจ่มใส บำรุง ดูแลตัวเองให้ดูดีอยู่ตลอด จัดสิ่งแวดล้อมให้น่าอยู่ สวยงาม เลิกการฟุ่มเฟือย วันเสาร์ อาหารคาว ประเภทของขม ของดำมะระยัดไส้ สะเดาน้ำปลาหวาน น้ำพริกปลาทู มะเขือยาว อาหารหวาน ลูกตาลเชื่อม กาแฟ โอเลี้ยง ของถวายพระ ร่มสีดำ กระเบื้องมุงหลังคา ไม้กวาด สร้างห้องน้ำถวายวัด ไหว้พระปางนาคปรก(พระประจำวันเกิด)มีกำลังเท่ากับ ๑๐ (สวดแบบย่อ โส มา ณะ กะ ระ ถา โธ) ทำทานกับโรงพยาบาลโรคจิต โรงพยาบาลโรคประสาท พฤติกรรม กวาดลานวัด ล้างห้องน้ำวัด ไม่เครียด มองโลกในแง่ดี ขยะในบ้านยกทิ้งทุกวัน อย่าหมักหมม ติดตามดูดวงอื่นๆได้ที่ : Horoscope.mthai.com