ประวัติพระสังฆราช

30 วัด UNSEEN ในเมืองไทย สวยแค่ไหนต้องไปดู!
unseen thailand /  จัดอันดับ / 

เมืองไทยนั้นได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองพุทธ โดดเด่นในเรื่องของศาสนาและวัฒนธรรม มีความเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนามานานหลายร้อยปี ในเมืองไทยนั้นมีวัดวาอารามเป็นจำนวนมาก ให้ผู้คนเข้าไปกราบไหว้ ถือศีล หรือปฏิบัติธรรม เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ และสั่งสอนให้เราเป็นคนดี วันนี้เราได้รวบรวม 30 วัด UNSEEN ในเมืองไทย มาให้ชมกัน สวยแค่ไหนต้องไปดู! แต่นี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะเมืองไทยยังมีวีดที่สวยงามและน่าอัศจรรย์อีกหลายที่ทีเดียว 30 วัด UNSEEN ในเมืองไทย สวยแค่ไหนต้องไปดู! 1. วิหารเทพวิทยาคม วัดบ้านไร่ หรือ วัดหลวงพ่อคูณ จ.นครราชสีมา ตั้งอยู่ใน ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา วิหารเทพวิทยาคม เป็นอุทยานธรรมกลางบึงน้ำขนาดใหญ่ 30 ไร่ งานสถาปัตยกรรมพุทธศิลป์ขนาดใหญ่ เป็นมหาวิหารแห่งพระไตรปิฎก ที่รวบรวมพุทธประวัติ พระวินัย และพระธรรมคำสอนไว้ทั้งหมด เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรม แห่งแรกในประเทศไทย องค์วิหารเป็นลักษณะทรงกลม มีทั้งหมด 4 ชั้น ได้แก่ สะพานพญานาค, ซุ้มประตูบารมีทั้ง 4 ทิศ (ซุ้มพระอินทร์ ซุ้มพระยม ซุ้มพระพิรุณ และซุ้มพระกุเวร (ท้าวเวสสุวรรณ)), เสารอบอาคาร เป็นเสาที่บรรจุภพชาติที่พระพุทธเจ้าถือกำเนิดทั้ง 523 ชาติไว้รอบๆ ด้านผนังรอบนอกนำเสนอจิตรกรรมฝาผนังเรื่อง “ทศชาติชาดก” เป็นจิตรกรรมเขียนสีแผ่นเซรามิก 2. วัดสิรินธรวราราม (ภูพร้าว) จ.อุบลราชธานี ได้รับขนานนามว่า "วัดเรืองแสง" คือ เมื่อแสงพลบค่ำ จะปรากฏภาพ "ต้นไม้เรืองแสง" เป็นสีเขียวของต้นกัลปพฤกษ์ ภาพจิตรกรรมบนผนังด้านหลังของอุโบสถ เวลาที่เหมาะสมในการชม คือ 18.00-20.00 น. ตัวภาพต้นไม้จะคล้ายกับที่เคยเห็นในวัดเชียทองที่หลวงพระบาง แต่ศิลปินผู้สร้างผลงานชิ้นนี้ใส่ไอเดียลงไปในผลงานจนเกิดความงดงามแบบนี้ นอกจากนี้แล้ววัดสิรินธรวรารามภูพร้าว ยังเป็นสถานที่ชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามมากจุดหนึ่ง รวมไปถึงเหมาะสำหรับการดูดาว ซึ่งหากโชคดีอาจได้พบฝูงช้างเผือกเชือกใหญ่เปล่งประกายบนท้องฟ้า ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบร่มรื่น เมื่อนักท่องเที่ยวที่มาเยือนได้พบเห็นแล้ว ต้องประทับจำใจอย่างแน่นอน 3. โบสถ์สีทอง วัดปากน้ำโจ้โล้ จ.ฉะเชิงเทรา ชมพระอุโบสถหนึ่งเดียวในประเทศไทย ที่ทาสีทองทั้งหลัง งดงามตระการตา ทั้งภายนอกและภายใน และมีเรือโบราณ สมัยสมเด็จพระจ้าตากสินมหาราชได้รับชัยชนะ จึงทรงโปรดฯ ให้สร้างเจดีย์ไว้เป็นอนุสรณ์ด้วย 4. วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว จ.เพชรบูรณ์ ถูกสร้างขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวโรกาสที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์ครบ 60 ปี ความโดดเด่นอลังการที่ไม่เหมือนใครนอกจากทิวทัศน์สวยๆ ของทะเลภูเขารายรอบและทะเลหมอกสีขาว ก็คือ สีสันสดใสอันเกิดจากการนำกระเบื้องสีถ้วยชามเบญจรงค์มุกลูกปัดแก้วแหวนเงินทอง ตลอดจนเซรามิคหลากสีสัน มาประดับประดาตกแต่งเป็นลวดลายที่สวยงามเมื่อยามต้องแสงแดดทั่วทั้งอาณาบริเวณจะสะท้อนประกายงดงามราวกับวัดบนสรวงสวรรค์ เป็นสถานที่อันสวยงามและศักดิ์สิทธิ์ควรค่าแก่การไปเยือน นอกจากนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานของ “พระพุทธเจ้า 5 พระองค์” พระพุทธรูปสีขาวซ้อนกัน 5 องค์นั่งซ้อนกันบนฐานดอกบัว มีความใหญ่โตโอ่อ่า ทำให้เกิดภาพอันงดงามแบบหาที่ไหนไม่ได้ ด้วยทัศนียภาพรอบด้านเต็มไปด้วยขุนเขาและเมฆหมอก 5. วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร หรือ เขาชีจรรย์ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี บริเวณหน้าผาเขาชีจรรย์ จะพบ แกะสลักรอยพระพุทธรูป “พระพุทธมหาวชิรอุตตโมภาสศาสดา” แกะสลักด้วยเลเซอร์ บนหน้าผาหินปูนใหญ่ที่สุดในโลก ประดับด้วยโมเสกสีทอง สร้างเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสครองราชย์ฯ 50 ปี 6. วัดถ้ำผาแด่น จ.สกลนคร วัดถ้ำผาแด่น เป็นวัดเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 100 ปี ตั้งอยู่บนเทือกเขา มีภูมิทัศน์ที่สวยงาม อีกทั้งยังมี "หินเทพ" งานแกะสลักหินทรายที่ขึ้นชื่อ อยู่บนเทือกเขาภูพาน เป็นจุดชมวิวตัวเมืองสกลนคร และทะเลสาบหนองหาน ชมประติมากรรมจากฝีมือมนุษย์ ที่แกะสลักหินภูเขาธรรมดา ให้กลายเป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางจิตใจ 7. วัดหลวงพ่ออุตตมะ สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี หรือ วัดวังก์วิเวการาม มีโลงบรรจุสังขารของหลวงพ่ออุตตมะ ซึ่งเปรียบเสมือน "เทพเจ้าแห่งชาวมอญ" อยู่ภายในปราสาทเก้ายอด ถือเป็นศูนย์รวมจิตใจ ของผู้คนหลายเชื้อชาติ ที่อาศัยอยู่ในอำเภอสังขละบุรี 8. เศียรพระพุทธรูปใต้ต้นโพธิ์ - วัดมหาธาตุ จ.พระนครศรีอยุธยา วัดมหาธาตุเป็นวัดที่เก่าแก่ ที่มีความสำคัญยิ่งในสมัยกรุงศรีอยุธยา เพราะเป็นวัดที่ประดิษฐานพระบรมธาตุใจกลางพระนคร ซึ่งในปัจจุบันยังคงมีซากปรีกหักพังของวิหาร เจดีย์ ให้เราได้เห็นกันอยู่ อีกทั้งมี เศียรพระพุทธรูปกว่าร้อยปี ที่ถูกห่อหุ้มด้วยรากของต้นโพธิ์ เป็นภาพที่เผยแพร่ไปทั่วโลก ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่เดินทางมาชมความมหัศจรรย์นี้ 9. ปราสาททองคำ - วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี หรือ วัดจันทาราม เป็นวัดเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงโด่งดังแห่งหนึ่งของ เมืองอุทัยธานี จากวัดเล็กๆ ที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งมีเพียงพระอุโบสถขนาดเล็ก ภาพเขียนจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับพุทธประวัติด้วยฝีมือพื้นบ้าน ก็ค่อยๆ ขยายพื้นที่และมีการพัฒนาปรับปรุงขึ้นมา มี ปราสาททองคำ ที่สวยงาม เป็นอาคารขนาดใหญ่ที่มีความวิจิตรงดงามประณีตมากๆ ส่วนต่างๆ ของปราสาทตกแต่งด้วยทองคำเปลว ติดกระจก บานหน้าต่างและประตูด้านใน เขียนภาพเทวดาโดยจิตรกรฝีมือดี มี 3 ชั้น 37 ยอดปราสาท พื้นที่ภายในปราสาทจะใช้เป็นสถานที่เป็นพระพุทธรูปที่ญาติโยมนำมาถวายวัด แต่ในปัจจุบันบริเวณภายในยังคงเป็นพื้นที่โล่งกว้าง ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้อย่างใกล้ชิดเช่นกัน  10. วัดอโศกการาม จ.สมุทรปราการ เป็นสถานวิปัสสนากรรมฐาน มี "พระธุตังคเจดีย์" เป็นพระเจดีย์หมู่รวม 13 องค์ ทุกองค์มีพระบรมสารีริกธาตุ บรรจุไว้ในผอบทอง เงิน นาก สัญลักษณ์แห่ง “ธุดงควัตร 13 ข้อ” และอนุสาวรีย์พระเจ้าอโศกมหาราช ภาพจากแฟนเพจ: Sabtarin Eos www.facebook.com/sabtarin.wimolrat 11. วัดป่าภูก้อน อ.นายูง จ.อุดรธานี วัดป่าภูก้อน ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่านายูงและป่าน้ำโสม จังหวัดอุดรธานี เป็นรอยต่อ 3 จังหวัด คือ อุดรธานี เลย และหนองคาย พุทธสถานท่ามกลางธรรมชาติ สถานที่ปฏิบัติธรรมในเขตป่าสงวนแห่งชาติ กำเนิดขึ้นจากการตระหนักถึง คุณประโยชน์อันยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ และป่าต้นน้ำลำธาร ซึ่งกำลังถูกทำลาย 12. พระพุทธบาทพระธาตุอินทร์แขวน จ.ลำพูน ที่ บ้านน้ำพุ ต.ป่าสัก อ.เมือง บนดอยถ้ำหิน โดยจำลองพระธาตุอินทร์แขวนที่พม่า และสร้างองค์พระธาตุไว้บนก้อนหินขนาดใหญ่บนหน้าผา บริเวณใกล้ๆ กัน มีรอยหินที่เชื่อกันว่า เป็นรอยพระพุทธบาทประทับอยู่ 13. พระมหาเจดีย์ศรีชัยมงคล จ.ร้อยเอ็ด วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วราราม อ.หนองพอก ติดอันดับ 10 วัดสวยที่สุดในเมืองไทย ด้วยความสวยงามของพระมหาเจดีย์ ที่ผสมผสานระหว่าง องค์พระปฐมเจดีย์ ศิลปะภาคกลาง และพระธาตุพนม ศิลปะภาคอีสาน 14. ถ้ำเขาหลวง จ.เพชรบุรี เป็นแหล่งท่องเที่ยวของเพชรบุรี ซึ่งมีถ้ำสำคัญอยู่ 4 ที่คือ ถ้ำเขาย้อย ถ้ำเขาบันไดอิฐ ถ้ำเขาเตาหม้อ และถ้ำเขาหลวง ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อย สีสันสวยงาม ประดิษฐานพระพุทธรูปฉลองพระองค์อันสำคัญยิ่ง ซึ่งรัชกาลที่ 5 โปรดให้สร้างถวาย ชมลำแสงสวยงาม ที่ส่องลงมาจากปล่องแสงเพดานถ้ำ 15. วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ จ.ลำปาง มีเจดีย์ประดิษฐานบนยอดเขา มากกว่า 10 องค์ บนภูเขาสูงเสียดฟ้า ล้อมรอบด้วยทิวเขาสูง ภายในบรรจุสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สร้างด้วยแรงศรัทธาของพระสงฆ์และชาวบ้าน ใช้เวลาก่อสร้างยาวนานนับ 10 ปี เป็นจุดชมวิว 360 องศา 16. วัดร่องขุ่น จังหวัดเชียงราย วัดร่องขุ่น ถอดแบบมาจากวัดมิ่งเมือง จังหวัดน่าน ออกแบบและก่อสร้างโดย เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ซึ่งได้รับแรงบัลดาลใจมากจาก 3 สิ่งคือ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ อีกทั้งการสร้างวัดแห่งนี้ยังมีความหมายทุกชิ้นงาน อาทิ ตัวอุโบสถเป็นสีขาวสะอาดตา สื่อความหมายว่า พระบริสุทธิคุณของพระพุทธเจ้า, สะพาน หมายถึง การเดินข้ามจากวัฏสงสารสู่พุทธภูมิ, ขี้ยว หรือ ปากพญามาร หมายถึง กิเลสในใจ, สันของสะพานมีอสูรอมกัน ข้างละ 8 ตัว 2 ข้าง รวมกันแทนอุปกิเลส 16, กึ่งกลางของสะพาน หมายถึง เขาพระสุเมรุ, ดอกบัวทิพย์ 4 ดอกใหญ่ตรงทางขึ้นด้านข้างอุโบสถแทนซุ้มพระอริยเจ้า 4 พระองค์ คือ พระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี และพระอรหันต์ และบันไดทางขึ้น มี 3 ขั้น แทน อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา 17. วัดศรีชุม จ.สุโขทัย วัดที่มีความโดดเด่นน่าสนใจ ทางด้านสถาปัตยกรรม และประวัติศาสตร์ เรื่องราวการสู้รบของกองทัพพระนเรศวร ที่ปลุกใจและรวมคน ณ ที่แห่งนี้ ว่ากันว่ามีอุโมงค์ลับ ขึ้นไปที่ด้านหลังองค์พระอจนะ(พระพูดได้) 18. วัดพระศรีอารย์ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี อุโบสถทองคำร้อยล้าน งดงามยิ่งใหญ่อลังการ ใช้เวลาก่อสร้างนาน 37 ปี แสดงถึงพลังแห่งศรัทธาของชาวราชบุรี ที่มีต่อพระพุทธศาสนา และกราบไหว้พระศรีอารย์ พระพุทธรูปคู่วัด พระพุทธลักษณะสมัยคันธาระ 19. พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตั้งอยู่บนเขาธงชัย บริเวณวัดทางสาย ต.เขาธงชัย อ.บางสะพาน เป็นสถาปัตยกรรมไทยอันยอดเยี่ยม บนเนื้อที่กว่า 3 ไร่ และเป็นจุดชมวิวที่สวยงาม ของชายหาดบ้านกรูด มองเห็นทิวทัศน์ได้ไกลสุดลูกหูลูกตา 20. อุโบสถติดอักษรเบรลล์ วัดเขาย้อย จ.เพชรบุรี เป็นอุโบสถแห่งแรก ที่เปิดโอกาสให้ผู้พิการทางสายตาเข้าถึงได้ โดยมีทางขึ้นวิลแชร์ จัดสร้างอักษรเบรลล์ และปูนปั้นประดับ ที่ให้ผู้พิการทางสายตา ศึกษาเรื่องราวที่แฝงไปด้วยความงามทั้งทางโลกและทางธรรม 21. อุโบสถสแตนเลส จ.ราชบุรี ที่ วัดโพธิ์รัตนาราม อ.บ้านโป่ง เป็นอุโบสถหลังที่ 2 ของเมืองไทยที่หุ้มด้วยสแตนเลสทั้งหลัง (หลังแรกอยู่ที่ วัดป่าลำขาแข้ง จ.กาญจนบุรี) ชาวบ้านมักเรียก “วัดโพธิ์คู่” เพราะสมัยก่อนมีต้นโพธิ์ขึ้นคู่กันอยู่หลายคู่ 22. อุทยานพระพุทธศาสนา อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เป็นสถานที่ที่กำลังก่อสร้าง มีพระพุทธรูปจำนวนมาก ริมแม่น้ำตาปี ถนนสายเอเชีย อ.ทุ่งใหญ่ ซึ่งใครต่างๆ เรียกขานสถานที่แห่งนี้ว่า "วัดนิรนาม" แห่งใหม่ในเมืองใต้ เมื่อเข้ามาสัมผัส จะได้รับรู้ได้ถึงความสงบ 23. บรมพุทโธ (เจดีย์หินทราย) จ.ร้อยเอ็ด ที่ วัดป่ากุง อ.ศรีสมเด็จ จำลองมาจาก "บรมพุทโธ" ประเทศอินโดนีเซีย สิ่งมหัศจรรย์ที่สวยงาม สถาปัตยกรรมชั้นนำ 1 ใน 7 ของโลก สร้างจากหินทรายธรรมชาติ มี 7 ชั้น แกะสลักเรื่องราวทางพระพุทธศาสนา 24. พระวิหารสีฟ้า วัดร่องเสือเต้น จ.เชียงราย เป็นศิลปะประยุกต์ ที่มีเอกลักษณ์สวยงามแปลกตา ใช้เฉดสีน้ำเงินฟ้า ฝีมือการรังสรรค์ของ นายพุทธา กาบแก้ว หรือ สล่านก ศิลปินท้องถิ่นชาวเชียงราย ซึ่งเคยเป็นลูกศิษย์ ของอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ 25. วัดสวนดอก จ.เชียงใหม่ วัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ สร้างเมื่อกว่า 600 ปี มาแล้ว ในอดีตป็นสวนดอกไม้ (ต้นพยอม) ของเจ้านายฝ่ายเหนือ ภายในวัดเป็นที่ประดิษฐาน รวมพระอัฐิของเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ และพระประยูรญาติ สร้างขึ้นโดย พญากือนา กษัตริย์ลำดับที่ 6 ของราชวงศ์มังราย เพื่อประดิษฐาน พระบรมสารีริกธาตุ ที่ได้มาจากสุโขทัย และยังเป็นพระธาตุคู่แฝด กับพระธาตุดอยสุเทพอีกด้วย 26. วัดซับไพเราะ จ.เพชรบูรณ์ นมัสการ "พระพุทธสิกขีองค์ปฐมบรมจักรพรรดิ์" ที่ วัดซับไพเราะ ถ้ำแก้วผางามตะปะสี ต.ซับไม้แดง อ.บึงสามพัน ซึ่งเป็นวัดป่าติดภูเขา เงียบสงบ บริเวณทางขึ้นถ้ำของวัด ปรากฏมีเพชรพญานาคราชฝังอยู่ในหิน 27. วิหารแก้ววัดม่วง จ.อ่างทอง มีการประดับด้วยกระจกแก้ว ทั้งภายในและภายนอกทั้งหลังภายในวิหารแก้ว ได้เทหล่อทองเหลือง สร้างรูปเหมือน พระเกจิอาจารย์ดังทั่วประเทศ จำนวน 50 องค์ ประดิษฐานอยู่รอบในวิหารแก้ว 28. พระเจดีย์ศรีมหาโพธิ์ จ.สกลนคร หรือ "พระเจดีย์ตรัสรู้ " ที่ วัดถ้ำพวง (วัดถ้ำอภัยดำรงธรรม) อ.ส่องดาว ด้านนอกของเจดีย์ มีพระพุทธรูป องค์เล็ก-องค์ใหญ่ เรียงตามผนัง จนถึงโคนยอดประมาณ 200 กว่าองค์ ด้านในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ 29. วัดสังกระต่าย จ.อ่างทอง โบสถ์ร้างโบราณ มี 3 ห้อง ประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่คือ หลวงพ่อวันดี หลวงพ่อศรี และหลวงพ่อสุข โบสถ์ถูกโอบล้อมด้วยต้นโพธิ์ 4 ด้าน ช่วยพยุงตัวโบสถ์เอาไว้ และปกคลุมให้ร่มเงา มาเป็นระยะเวลานาน 30. พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ ถ้ำพระยานคร จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นตราประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อยู่ในอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด เมื่อยามแสงอาทิตย์ส่องเข้ามาในถ้ำ พลับพลาที่ประทับจะเรืองรองงดงาม ช่วงที่สวยที่สุดคือ เวลา 10.30-11.30 น. เที่ยวได้ตลอดทั้งปี  ขอบคุณข้อมูล Unseen Tour Thailand เรียบเรียง Travel.mthai  

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

เทศกาล “สีสันแห่งดอยตุง ครั้งที่ 3”
ดอยตุง /  สีสันแห่งดอยตุง

เทศกาล “สีสันแห่งดอยตุง ครั้งที่ 3” ความสุขในบ้านสมเด็จย่า ความสุขในป่าดอยตุง เทศกาล “ สีสันแห่งดอยตุง” ครั้งที่ 3 เทศกาลแห่งรอยยิ้มและความสนุกสนานบนถนนคนเดินสายวัฒนธรรมที่สูงที่สุดในประเทศไทยกลับมาอีกครั้งเมื่อลมหนาวมาเยือน ณ โครงการพัฒนาดอยตุงฯ อำเภอแม่ฟ้าหลวง จั งหวัดเชียงรายทุกวันเสาร์ -อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ระหว่างวันที่ 3 ธ.ค. 2559 – 29 ม.ค. 2560 นี้ เทศกาล “สีสันแห่งดอยตุง” จัดเป็นประจำทุกปี โดย มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมาเพื่อเป็นเวทีในการเสริมศักยภาพ สร้างความภาคภูมิใจให้ชาวบ้าน และที่สำคัญ คือ การสืบสานพระราชปณิธาน “ช่วยให้ เขาช่วยตัวเอง” ของ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีในการส่งเสริมให้ผู้คนมีคุ ณภาพชีวิตที่ดี อย่างยั่งยื น เทศกาล “สีสันแห่งดอยตุง” ครั้ งที่ 3 จัดขึ้นในแนวคิด “ความสุขในบ้านสมเด็จย่า ความสุขในป่าดอยตุง” ชวนชื่นชมความงามของพระตำหนักดอยตุง หรือ “บ้านที่ดอยตุง” ของสมเด็จย่าท่ามกลางป่าเขียวขจี แวดล้อมด้วยความสุขของคนท้องถิ่นนาเสนอวิถีชนเผ่าในมุมใหม่และประสบการณ์ ท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ อัดแน่นด้วยสาระ ความบันเทิงตลอดวันสำหรับทุกเจนเนอเรชั่น นอกจากถนนคนเดินแล้ ว สวนแม่ฟ้าหลวงและแหล่งท่องเที่ยวบนดอยตุงยังมีความพิเศษต่างจากฤดูกาลทั่วไป หลากหลายกิจกรรมอื่นๆ ภายในงาน อาหารท้องถิ่น นานาเมนู อาหารชนเผ่า อาหารเหนื อที่ปรุ งจากวั ตถุ ดิ บธรรมชาติ ในพื้ นที่ เช่น ข้าวแรมฟืนอาหารไทใหญ่ต้นตำรับ ข้าวปุ๊กปิ้งหวานน้าตาลอ้อย หรือหมูเหมยซานย่างหอมกรุ่น และขาดไม่ได้ คือ กาแฟดอยตุงหอมกรุ่นสดใหม่จากไร่ พร้อมสาธิ ตคั่วกาแฟให้ชมกันสดๆ สินค้างานมือ ร้านค้านับร้อยร้านที่ภูมิใจเสนอสิ นค้าเฉพาะงานนี้ เท่านั้น เข้าร่วมเวิร์กช็อปงานมื อ อาทิ ปั้นและเพนท์ เซรามิกเย็บสมุดกระดาษสา และพิเศษสุ ด คือ สาธิตเทคนิ คการยิ งพรมโดยช่างฝีมือผู้ช านาญ ศิลปะ พิเศษในปีนี้ ด้วยการแสดงนิทรรศการศิลปะจัดวางสร้างสรรค์ ขึ้นเฉพาะงาน “สีสันแห่งดอยตุง” ครั้งที่ 3 โดย สถาปนิกชื่อดัง อาทิ ปิตุพงษ์ เชาวกุล สนิทัศน์ ประดิษฐ์ทัศนีย์ และกลุ่มศิลปินจาก “ขัวศิลปะ” เชียงราย การละเล่นพื้นเมือง ซิ่ง “ฟอร์มูล่าดอย” สุ ดสนุ ก และชมการแสดงชนเผ่าหาชมยาก อาทิ แคนลาหู่ สะบ้าอาข่า และอื่นๆ อีกมากมาย กิจกรรม “ เปลี่ยน เท่ากับ ปลูก” เปิดโอกาสให้ นักท่องเที่ยวร่วมแสดงความรั บผิดชอบต่อสิ่งแวดล้ อม เติมความหมายให้กับการมาเยือนดอยตุง กิจกรรมและร้านค้าในเทศกาล “สีสันแห่งดอยตุง” ครั้ งที่ 3 เปิ ดให้ บริ การตั้ งแต่ 8.00 - 18.00 น. สะดวกสบายด้วยจุดบริการแพ็คสินค้ า ที่จอดรถ และมี บริ การรถรั บ-ส่งภายในงานตลอดวั น ติ ดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของเทศกาลสี สั นแห่งดอยตุ งครั้ งที่ 3 ได้ที่ www.doitung.org และ www.facebook.com/DoiTungClub

ชวนเที่ยว 10 สิ่งมหัศจรรย์ แห่งประจวบคีรีขันธ์
เที่ยว ธรรมชาติ /  เที่ยวทะเลอ่าวไทย / 

ประจวบคีรีขันธ์ เป็นอีกจังหวัดที่มีสถานทีท่องเที่ยวน่าสนใจมากมาย ทั้งวัดวาอาราม น้ำตก อุทยานแห่งชาติ ล้วนแล้วแต่เป็นสถานที่ที่ควรค่าแก่การไปเยือนทั้งนั้น วันนี้ travel.mthai.com ขอพาคุณไปพบกับ 10 สิ่งมหัศจรรย์ แห่งประจวบคีรีขันธ์ รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยว 10 แห่ง ที่คุณห้ามพลาด แต่จะมีที่ไหนบ้าง ต้องมาดูกัน ชวนเที่ยว 10 สิ่งมหัศจรรย์ แห่งประจวบคีรีขันธ์ 1. สถานีรถไฟหัวหิน - พลับพลามหามงกุฎ "Landmark ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปมากที่สุด" สถานีรถไฟหัวหิน แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม ที่นักท่องเที่ยวชอบแวะไปเยี่ยมชมและถ่ายภาพ ก่อนจะเดินทางไปในที่อื่นๆ ต่อ มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น คือ พลับพลามหามงกุฎฯ สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 เป็นที่ประทับขึ้นลงรถไฟของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ คราวเสด็จประพาสหัวหินโดยรถไฟ ที่ตั้ง :  ถ.ดำเนินเกษม-เลียบทางรถไฟ ต.หัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ / สอบถาม โทร. 0 3251 1073 2. ศูนย์ทอผ้าบ้านเขาเต่า อ.หัวหิน "ต้นแบบโรงทอผ้าแห่งแรกในประเทศไทย ตามพระราชดำริ" ศูนย์ทอผ้าบ้านเขาเต่า อ.หัวหิน เป็นต้นแบบโรงทอผ้าแห่งแรกในประเทศไทย ตามพระราชดำริ โดยการใช้กี่กระตุก เอกลักษณ์ผ้าฝ้ายของที่นี่ คือ ผ้าขาวม้า 9 เส้น, ผ้าฝ้ายลายดอกเกตุ, ผ้าฝ้ายลายเต่า และอีกหลายแบบหลายลายให้ท่านได้เลือกซื้อ ทำจากผ้าฝ้าย 100 % ไม่เจือสารเคมี มีความเงางามดุจผ้าไหมด้วยกรรมวิธีพิเศษเฉพาะของที่นี่ ส่วนผ้าขาวม้า 9 เส้น หมายถึงรัชกาลที่ 9 อันเนื่องมาจากโรงทอผ้าแห่งนี้ตั้งอยู่บนที่ดินของพระองค์ท่านนั่นเอง ที่ตั้ง : หมู่บ้านเขาเต่า ซอยหัวหิน 101 อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ / สอบถาม โทร. 0 3257 2351 3. ศูนย์ศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนสิรินาถราชินี อ.ปราณบุรี "มหัศจรรย์ป่าคนสร้าง พลิกฟื้นนากุ้งร้างเป็นป่าชายเลน ตามรอยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ" ศูนย์ศึกษาเรียนรู้ ฟื้นฟูป่าชายเลนจากนากุ้งร้างแห่งแรกในประเทศไทย  บนพื้นที่กว่า 786 ไร่ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มีพระราชดำรัสเมื่อครั้งเสด็จฯ ปราณบุรีว่า "ปลูกป่าแล้วต้องให้ชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์ด้วย" นอกจากการเดินชมธรรมชาติแล้ว ยังมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวตามรอย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ด้วยการร่วมกันปล่อยปู เพื่อเป็นการอนุรักษ์สัตว์น้ำ ที่ตั้ง : ต.ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ / สอบถาม โทร. 0 3263 2255 4. เขาช่องกระจก อ.เมือง "จุดรับส่งดวงตะวัน ของเมืองสามอ่าว" เขาช่องกระจก มีที่มาจากช่องโหว่ ที่ดูคล้ายกับกรอบของกระจก บริเวณยอดเขาประดิษฐานพระพุทธบาทจำลอง และพระบรมสารีริกธาตุ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเสด็จฯ ขึ้นไปบนยอดเขาเพื่อทรงประกอบพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุและปลุกต้นศรีมหาโพธิ์ เพื่อเป็นที่สักการะของชาวเมืองประจวบฯ นอกจากนี้ ที่นี่ยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งด้วย 5. พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ ถ้ำพระยานคร อ.สามร้อยยอด "พระที่นั่งบนพื้นดิน ... งามดั่งเทวดาเนรมิต" พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ ตั้งอยู่ในถ้ำพระยานคร เขตอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) โปรดเกล้าฯ ให้สร้างในปี พ.ศ. 2433 เพื่อเป็นที่ประทับในคราวเสด็จประพาสต้น สถานที่แห่งนี้มีพระมหากษัตริย์เคยเสด็จมาถึง 3 พระองค์ โดยจะเห็นพระปรมาภิไธยย่อของพระองค์ท่าน ณ ถ้ำแห่งนี้ ในยามที่พระอาทิตย์สาดแสงส่อง จะเป็นภาพที่งดงามจับตาอย่างมาก เป็นความมหัศจรรย์ที่หาชมได้ยากยิ่ง ที่ตั้ง : อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด อ.สามร้อยยอด  / สอบถาม โทร. 0 3260 3571 , 0 3282 1568 6. อุทยานแห่งชาติกุยบุรี อ.กุยบุรี "กุยบุรี ... ซาฟารีเมืองไทย" อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าตะวันตก ตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ว่า "ช้างป่าควรอยู่ในป่า เพียงแต่ต้องทำให้ป่านั้นมีอาหารเพียงพอ" เต็มไปด้วยสัตว์ป่านานาชนิด ทั้งช้างป่า กระทิง วัวแดง และหมาใน มีการสร้างโป่งเทียมให้สัตว์ป่า สร้างฝายชะลอน้ำหรือแปลงหญ้า เพื่อเป้นแหล่งน้ำและแหล่งอาหารให้กับสัตว์ป่า ที่ตั้ง : หมู่บ้านรวมไทย ต.หาดขาม อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ / สอบถาม โทร. 0 3264 6292 7. อุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง อ.ทับสะแก "ธรรมชาติแห่งสายธาร ริมเขาตะนาวศรี" น้ำตกห้วยยาง หรือน้ำตกอ่างแก้ว เป็นน้ำตกที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเสด็จฯ มายังน้ำตกแห่งนี้และทรงดนตรี (คารีเนต) เมื่อปี พ.ศ. 2512 เป็นสถานที่ที่ยังมีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ มี "ผาชมทะเล" จุดชมวิวที่ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสความงามของทัศนียภาพ มียอดเขาหลวงเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด และยังเป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำจากสันเขาที่กั้นระหว่างประเทศไทยกับเมียนมาร์ อีกด้วย ที่ตั้ง : อุทยานแห่งชาติห้วยยาง ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก / สอบถาม โทร. 0 3264 6291 8. พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ อ.บางสะพาน "ค้นหาความหมายของเลข 5 และเลข 9 บนยอดเขาธงชัย" วัดทางสาย หรือวัดเขาธงชัย เป็นที่ตั้งของ พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ เจดีย์ที่มีความสวยงามอลังการ ด้วยการไล่ระดับ 5 ชั้น เจดีย์สีทองอร่ามอีก 9 ยอด อีกทั้งยังสามารถชมทิวทัศน์ชายฝั่งทะเลอ่าวไทยสุดงามได้อีกด้วย วัดนี้สร้างขึ้นในพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 เป็นอีกความหมายว่าทำไมเจดีย์ถึงมี 9 ยอด ส่วน 5 ชั้น นั้นหมายถึง ขันธ์ 5 ตามหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา ที่ตั้ง : ม.9 ต.ธงชัย อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ / สอบถาม โทร. 0 3268 5019 9. เกาะทะลุ อ.บางสะพานน้อย "เกาะในฝัน ที่มีมากกว่าการเที่ยวทะเล" เกาทะลุแห่งนี้ เป็นพื้นที่ที่เต่ากระ ไว้วางใจมาวางไข่ หวังให้ลูกน้อยได้เติบโตไปใช้ชีวิตในทะเลอันกว้างใหญ่ เพราะเป็นบริเวณที่เงียบสงบ ปลอดภัย หาดทรายขาวสะอาด และความอุดมสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ เกาะทะลุ จึงได้ทำการจัดตั้งศูนย์อนุบาลเต่ากระขึ้น เพื่อดูแลเต่าน้อยให้แข็งแรงก่อนปล่อยสู่ธรรมชาติ และในทุกวันที่ 12 สิงหา และ 5 ธันวา ของทุกปี จัมีกิจกรรมปล่อยเต่ากระ เพื่อเฉลิมพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ตั้ง : เส้นทางบางสะพานน้อย-ชายทะเล อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ / สอบถาม โทร. 0 3244 2636 10. หาดฝั่งแดง อ.บางสะพานน้อย "ตะลึงไปกับ ศิลาแลง อายุกว่า 100,000 ปี" หาดฝั่งแดง หรือหาดผาแดง เป็นหาดที่มีคุณค่าทางธรณีวิทยาสูงมาก เป็นเป็นศิลาแลงอายุกว่า 100,000 ปี และตอนใต้ลงไปของหาดมีอายุกว่า 240 ล้านปี ที่เกิดจากการสะสมของตะกอนจากร่องน้ำโบราณเป็นเวลานาน และมีส่วนผสมของแร่เหล็ก เมื่อสัมผัสกับน้ำจะทำให้สีเป้นเหมือนสนิม ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่น่าศึกษาอย่างมาก ควรค่าแก่การเที่ยวชม ที่มา : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานประจวบคีรีขันธ์  /  เรียบเรียงโดย : Travel MThai

15 สถานที่เที่ยวแม่ฮ่องสอน ช่วงหน้าหนาว
กองแลน /  ดอยกิ่วลม / 

ตอนนี้ใกล้เข้าฤดูหนาวแล้ว Travel.mthai ก็เลยอยากพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวที่สวยๆ ที่ "แม่ฮ่องสอน" เมืองหมอก 3 ฤดูกัน หนึ่งในสถานที่ยิดฮิตที่คนนิยมไปเที่ยวฝนช่วงหน้าหนาว สถานที่ที่เต็มไปด้วยหมอก ความงามของธรรมชาติแบบไม่สิ้นสุด มันดีต่อใจจริงๆนะ >,< สถานที่เที่ยวแม่ฮ่องสอน ช่วงหน้าหนาว 15 สถานที่เที่ยวแม่ฮ่องสอน ช่วงหน้าหนาว แม่ฮ่องสอน อยู่ทางภาคเหนือ เป็นหนึ่งสถานที่ยอดฮิตที่คนนิยมไปท่องเที่ยวมากที่สุด ไม่ว่าจะฤดูไหนแม่ฮ่องสอนก็ยังคงความสวยงามของธรรมชาติไว้เสมอ มีสภาพภูมิประเทศเต็มไปด้วยภูเขาสูงสลับซับซ้อน สภาพอากาศมีหมอกปกคลุมตลอดเวลา จนได้ฉายาว่า "เมืองหมอก 3 ฤดู" หรือ เมืองสามหมอก ไม่ว่าจะในฤดูหนาว ก็จะเจอกับหมอกน้ำค้าง, ฤดูร้อน หมอกควันจากการเผาไร่ของชาวบ้าน และฤดูฝน ก็จะพบกับ หมอกในสายฝน อีกทั้งแม่ฮ่องสอน มีประชากรน้อยมากเป็นอันดับ 5 ในขณะที่มีพื้นที่มากเป็นอันดับ 8 ของประเทศ จังหวัดแม่ฮ่องสอน มี 7 อำเภอ คือ แม่สะเรียง ขุนยวม ปาย แม่ลาน้อย สบเมย และปางมะผ้า ตาม travel.mthai มาดูกัน กับ ที่เที่ยวแม่ฮ่องสอน ช่วงหน้าหนาว ที่ไหนน่าเที่ยวบ้าง ^^ 1. สักการะ พระธาตุดอยกองมู ก่อนเดินทางไปเที่ยว เรามาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอนกันก่อนดีกว่า ณ พระธาตุดอยกองมู เดิมชื่อ วัดปลายดอน ตั้งอยู่ที่ดอยกองมู อำเภอเมือง ถือเป็นวัดและพระธาตุประจำจังหวัด และเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองแม่ฮ่องสอนมาช้านาน พระธาตุดอยกองมู เป็นปูชนียสถาน ประกอบด้วย พระธาตุเจดีย์ ศิลปะไทใหญ่-พม่า จำนวน 2 องค์ จากวัดพระธาตุ ดอยกองมูนี้ สามารถมองเห็นภูมิประเทศและสภาพตัวเมืองแม่ฮ่องสอนได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ เมื่อถึงงานเทศกาลประจำปีใหญ่ๆ เช่น วันปีใหม่ วันสงกรานต์ ก็จะมีผู้คนเข้ามากราบไหว้ เสริมดวงชะตากันเยอะมากๆ โดยเฉพาะในวันออกพรรษาจะมีการตักบาตรดาวดึงส์ ซึ่งเป็นประเพณีแต่โบราณ ในปีนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ.2559 ------------------------------------------------------------------------------------------------- 2. “สะพานอธิษฐานสำเร็จ” สะพานซูตองเป้ สะพานไม้ไผ่ กว้าง 2 เมตร ยาวประมาณ 600 เมตร สร้างขึ้นด้วยแรงศรัทธาของพระภิกษุ สามเณร และชาวบ้าน โดยไม่ใช้งบประมาณของทางราชการ วัสดุที่ใช้หาได้ในท้องถิ่น เสาจากไม้เก่าของชาวบ้านปูพื้นด้วยไม้ไผ่ ทอดยาวจากสวนธรรมภูสมะถึงหมู่บ้านกุงไม้สัก ผ่านลำน้ำแม่สะงา ผ่านทุ่งนาของชาวบ้าน เพื่อให้พระภิกษุสามเณรออกรับบิณฑบาต ถือเป็นสะพานไม้แห่งศรัทธา คำว่า “ซูตองเป้” (Su-Tong-Pe) นั้นเป็นภาษาไทยใหญ่ แปลว่า อธิษฐานสำเร็จ สะพานแห่งนี้จึงเป็นเหมือนตัวแทนแห่งคำอธิษฐานสำเร็จ มีพระสงฆ์บิณฑบาตบนสะพานทุกเช้าเวลา 6.30  -7.30 น. การเดินทาง : จากตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ประมาณ 10 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 1095 จากนั้นเราสามารถเดินทางเข้าสู่สะพาน ซูตองเป้ ได้สองเส้นทางดังนี้ 1. เข้าทางแยกหมู่บ้านกุงไม้สัก เลี้ยงซ้านทางไปภูโคลนประมาณ 1.5 กิโลเมตร ถึงแยกเข้าหมู่บ้านให้ลอดซุ้มประตู เข้าไปทางขวามือตามถนนในหมู่บ้าน โดยสามารถจอดรถไว้ที่วัดกุงไม้สักได้ 2. เข้าทางแยกสวนธรรมภูสมะ เลี้ยวซ้ายจากปากทาง ผ่านถนนลูกรังระยะทางประมาณ 1กิโลเมตร จอดรถที่สวนธรรมภูสมะได้ ------------------------------------------------------------------------------------------------- //

ชีวิตคู่ล้มเหลว ความรักไม่ราบรื่น แก้กรรมได้อย่างไร ?
ชีวิตคู่ /  ชีวิตคู่ล้มเหลว / 

ปัญหาเรื่องความรัก ไม่ว่าจะเป็นการเลิกรา ความไม่เข้าใจ การนอกใจ จนส่งผลให้ ชีวิตคู่ล้มเหลว ไม่ประสบความสำเร็จ เกิดเป็นทุกข์ที่อยู่ในใจ บางคนไม่ว่าจะไปเริ่มต้นใหม่กับคนใหม่ ก็เจอกับปัญหาเดิมๆ วันนี้แม่หมอ แห่ง horoscope.mthai เลยอยากหาทางบรรเทาความทุกข์ใจให้กับผู้อ่านที่กำลังเจอกับปัญหานี้อยู่ ให้ได้มีความรักที่สมหวังกับคนอื่นเขาเสียที... กรรมนี้ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นจากปัจจุบัน ที่ได้เคยโต้เถียงพ่อแม่ของตัวเอง หรือทำไม่ดีกับพ่อแม่ ผู้มีพระคุณ หรือการร้ายจิตใจด้วยคำพูดไม่ดีต่างๆ เคยตะคอกขึ้นเสียงใส่ ต้องแก้กรรมด้วยการทำบุญ ขออโหสิกรรมกับพ่อแม่ เมื่อรู้ตัวว่าทำความผิดพลาดอะไรลงไป ด้วยพวงมาลัยหนึ่งพวง กราบเท้าท่าน และขออโหสิกรรมกับท่าน เมื่อสิ้นคำว่าขออโหสิกรรม หลังจากนั้นเมื่อเราทำบุญครั้งใด ให้อธิษฐานจิตว่า... " ในปัจจุบันนี้ที่ผ่านมา หากข้าพเจ้ากระทำการใดที่เกี่ยวกับความรัก และทำให้ผู้อื่นที่เรารัก และรักเราต้องเจ็บช้ำน้ำใจ ทั้งที่ตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจก็ตาม หรือการที่ข้าพเจ้าได้ไปก้าวก่ายความรักของผู้ใดผู้หนึ่ง ข้าพเจ้าขออโหสิกรรมด้วยเทอญ สาธุ " ดาวน์โหลดอ่านเนื้อหาเพิ่มเติมได้ที่นี่ www.mbookstore.com บทความนี้ได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ได้บนเว็บไซต์ Horoscope.mthai.com เท่านั้น

ละครคลื่นชีวิต , เรื่องย่อคลื่นชีวิต
คลื่นชีวิต /  ละครคลื่นชีวิต / 

ละครคลื่นชีวิต ละครช่อง3 คลื่นชีวิต บทประพันธ์โดย : กรุง ญ ฉัตรกำกับการแสดงโดย : อำไพพร จิตต์ไม่งงผลิตโดย : บริษัท ละครไท จำกัดควบคุมการผลิตโดย : หทัยรัตน์ อมตวณิชย์ออกอากาศ เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครคลื่นชีวิต ช่อง3 เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต ความสุขในวัยเด็ก คือสิ่งชโลมใจยามเรามีความทุกข์ เพราะเราจะได้รู้สึกว่า เราเคยผ่านความผาสุกในชีวิตมาแล้ว จีราวัจน์ (อุรัสยา เสปอร์บันต์) ดาราสาวที่เข้าวงการและมีชื่อเสียงด้วยฝีมือการแสดงและข่าวฉาวกับหนุ่มทั้งนอกและในวงการ รวมทั้งนิสัยพูดตรง ถ้าไม่ผิด ก็พร้อมกล้าท้าชนโดยไม่สนใจหน้าไหน จนโดนใครต่อใครตราหน้าว่าจีราวัจน์เป็นผู้หญิงแรง กร้านโลก และง่าย! แต่ใครจะกล่าวว่าเธอยังไง ไม่ทำให้จีราวัจน์เจ็บเท่ากับถูก คุณหญิงจริยา แม่แท้ ๆ ที่ไม่เคยดูแลเธอปล่อยเธอเติบโตตามมีตามเกิด เชื่อว่าเธอเป็นผู้หญิงใจแตก! แต่นั่นยังไม่ทำให้เธอหมดศรัทธากับคำว่า แม่ ของจริยา เท่ากับคืนที่จีราวัจน์โดน สิทธา (ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์) เจ้าของบริษัททอสังหาริมทรัพย์ สามีคนใหม่ของจริยา ผู้กระหายอำนาจ เงินทองและโลกีย์ สั่งลูกน้องวางยานอนหลับเพื่อหมายข่มขืนจีราวัจน์ แต่จีราวัจน์ก็หนีมาได้ และเมื่อจีราวัจน์บอกเรื่องนี้กับจริยาแทนที่จริยาจะเข้าข้างและปกป้องเธอ แต่จริยากลับเข้าข้างสิทธา จริยานั้นรู้สันดานของสิทธาดี แต่เธอยังทำอะไรสิทธาไมได้ เพราะสิทธาคือคนที่ให้เงิน และอำนาจกับเธอ สิทธาคือคนที่ทำให้ผู้หญิงไร้การศึกษา มีชีวิตอยู่ในสลัม ที่มีแค่ความสวยติดตัว จึงเร่ขายความสวยให้ความสำราญผู้ชาย เธอจึงได้โลดแล่นขึ้นมาเป็นคุณหญิงใจบุญเบอร์หนึ่งของสังคม ที่ใคร ๆ ต่อใครนับหน้าถือตา จริยารู้ดีว่าจีราวัจน์มองเธอเป็นผู้หญิงเห็นแก่ตัว ทะเยอทะยาน หน้าเงิน แต่ที่จริยาดิ้นรนถีบตัวเองขึ้นมาถึงตรงนี้ ก็เพื่อให้ชีวิตเธอ และจีราวัจน์สบาย แม้วันนี้จีราวัจน์เกลียดเธอ ...แต่จริยาเชื่อว่าวันหนึ่ง... จีราวัจน์ต้องเข้าใจ ละครคลื่นชีวิต ญาญ่า หมากปริญ สำหรับจีราวัจน์ ...สิ่งที่เธอต้องการ ไม่ใช่ชีวิตดีงามบนหน้าหนังสือพิมพ์อย่างที่จริยาต้องการ แต่สิ่งที่เธอต้องการคือความรัก ปมเดียวในหัวใจของจีราวัจน์ที่เธอโหยหาย แต่เธอไม่เคยได้ โดยเฉพาะวันที่เกิดเหตุการณ์นั้น ถึงแม้จีราวัจน์จะหนีจากเงื้อมมือสิทธามาได้ แต่เพราะฤทธิ์ยานอนหลับ ทำให้ระหว่างที่จีราวัจน์ขับรถหนีอย่างสุดชีวิต ต้องกลายเป็นฆาตกรโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อรถของจีราวัจน์ชนร่าง ติวดี (พริมา พันธ์เจริย) เต็ม ๆ จนติวดีไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ในเวลาต่อมา!! แต่เพราะฤทธิ์ยานนอนหลับทำให้จีราวัจน์หลับและเบลอจนไม่รู้เรื่องติวดี ภายใต้การดูแลของ ดารากา (ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์) เพื่อนสินทตั้งแต่มัธยม ซึ่งเป็นคนเดียวที่จีราวัจน์ติดต่อพูดคุยด้วยตลอด พอจีราวัจน์กลับจากเมืองนอก จีราวัจน์จึงขอให้ดารากามาอยู่ด้วยกัน ดารากาเต็มใจอยู่กับ จีราวัจน์ เพราะความรัก และความสนิทที่ทั้งสองมีด้วยกันมาเกือบ 20 ปี ทำให้ดาราการู้ดีว่า จีราวัจน์หว้าเหว่ แสนเหงา ต้องการใครสักคนเป็นเพื่อน และกว่าจีราวัจน์จะรู้ว่าติวดีเสียชีวิต ก็หลังจากที่ฤทธิ์ยานอนหลับสร่าง เมื่อจีราวัจน์รู้สึกตัว คนกล้าทำกล้ารับอย่างเธอ พร้อมไปรับความผิดกับตำรวจ แต่มันสายเกินไป เพราะ สุกี้ (เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ) นักปั้นดารามือทอง ผู้เป็นทั้งคนชักนำเธอเข้าวงการและเป็นผู้จัดการดูแลเธอ ได้จัดการส่งสเตฟาน คนขับรถคนสนิทประจำตัว รับสารภาพผิดกับตำรวจว่าเป็นคนขับรถชนติวดีแทนเธอ โดยสุกี้ยอมเสี่ยงโกหกกับสังคมเพื่อแลกกับอนาคตทางการแสดงของจีราวัจน์ที่กำลังรุ่งเรือง ละครคลื่นชีวิต สุกี้คิดว่าการให้สเตฟานรับผิดแทนจีราวัจน์ จะทำให้เรื่องทุกอย่างจบง่าย ๆ แต่สุกี้คิดผิด เมื่อระหว่างที่ติวดีโดนจีราวัจน์ขับรถชน ติวดีกำลังคุยโทรศัพท์มือถือกับ สาธิต (ปริญ สุภารัตน์) แฟนหนุ่มผู้เป็นทนายตงฉิน เชื่อว่าใครทำผิดต้องได้รับโทษ นั่นแหละความยุติธรรม! โดยสาธิตเป็นคนเดียวที่ได้ยินเสียงของจีราวัจน์พูดขอโทษติวดี นั่นทำให้เขาปักใจว่าคนที่ขับรถชนคนรัก ไม่ใช่สเตฟานแต่เป็นจีราวัจน์! สาธิตทำทุกวิถีทางพิสูจน์ให้คนทั้งสังคมเห็นว่าฆ่าตกรตัวจริงเป็นใคร โดยมี พ.ต.ต.พิเชษ เพื่อนตำรวจที่รู้จักในระหว่างร่วมงาน เป็นคนช่วยเหลือดูแลคดี โดยสาธิตมั่นใจว่าเขาสามารถลากตัวจีราวัจน์รับโทษอย่างที่เขาเคยส่งคนผิดเข้าคุกมาตลอดอาชีพทนาย แต่ครั้งนี้! สาธิตกลับเจอว่าความจริง พ่ายแพ้อำนาจเงิน! เมื่อหลักฐานทุกอย่างที่จะมัดตัวจีราวัจน์ได้ มันหายไปหมด! สาธิตไม่ยอมแพ้ที่จะหาทางลงโทษจีราวัจน์ แต่ทุกอย่างต้องหยุดลงเมื่อ นวดี (ขวัญฤดี กลมกล่อม) แม่ของติวดี แม่ครูของเหล่าเด็กกำพร้า เป็นคนขอร้องให้สาธิตหยุดอาฆาตแค้น นวดีไม่อยากให้สาธิตต้องจมอยู่กับความทุกข์ ที่เกิดจากความโกรธแค้นอีก รวมทั้ง พัฒนะ (สันติสุข พรหมศิริ) เจ้าของบริษัทผลิตละคร ที่จีราวัจน์กำลังแสดงละครอยู่ พัฒนะเป็นเพื่อนของพ่อของสาธิต และเปรียบเหมือนเป็นพ่อบุญธรรมของสาธิต เพราะหลังจากที่พ่อแม่ของสาธิตประสบอุบัติเสีย ชีวิตทั้งคู่ พัฒนะคือคนที่ส่งเสียและดูแลสาธิตจนเรียนจบเนติบัณฑิต! ฉะนั้นเมื่อพัฒนะขอให้สาธิตทำอะไร สาธิตพร้อมจะทำ รวมทั้งคำขอร้องที่แสนเฉือนหัวใจ ที่พัฒนะขอร้องให้สาธิตหยุดสืบหาหลักฐานเอาเรื่องจีราวัจน์ เพราะละครที่จีราวัจน์แสดงกำลังทำเงิน ถ้าจีราวัจน์ติดคุกจะมีผลทำให้บริษัทของพัฒนะเสียหาย จนกระทบกับหนี้สินของบริษัทด้วย ละครคลื่นชีวิต ในเมื่อผู้ใหญ่สองคนที่เขารักขอร้องให้เขาหยุด ละครคลื่นชีวิต แม้สาธิตไม่ต้องการหยุดฉีกหน้ากากของจีราวัจน์ แต่เขาต้องหยุด แต่ใครจะรู้ แม้สาธิตจะหยุดดำเนินคดีทางกฎหมายกับจีราวัจน์ แต่เขาไม่หยุดตามจองล้างจองผลาญจีราวัจน์ โดยสาธิตประกาศ ในเมื่อกฎหมายทำโทษจีราวัจน์ไม่ได้ เขาจะใช้กฎแห่งกรรมทำโทษจีราวัจน์เอง ด้านจีราวัจน์นั่นอยากเหลือเกินที่จะบอกสาธิตว่าเธอพร้อมรับผิด แต่เธอทำไม่ได้เพราะเธอต้องแบกความเป็นความตายของคนที่รวมโกหกช่วยเธออยู่ เธอเลือกไถ่โทษด้วยการดูแลนวดี แทนติวดีห่าง ๆ โดยมี ชยันต์ (หลุยส์ สก๊อต) ผู้กำกับฯ หนุ่มติสต์ชื่อดัง ซึ่งเคยเป็นรุ่นพี่สมัยมัธยมของจีราวัจน์ ผู้รักและหวังดีกับจีราวัจน์เสมอมา เพราะชยันต์รู้ว่าผู้หญิงที่แข็งกระด้างภายนอก แต่ภายในช่างแสนอ่อนแอ เขาจึงคอยช่วยเหลือส่งข่าวเรื่องนวดี เพราะชยันต์เป็นเพื่อนกับสาธิต ทำให้ชยันต์รับรู้เรื่องราวของนวดีจากสาธิตโดยตรง แต่ความช่วยเหลือของชยันต์ กลับยิ่งสร้างปัญหาให้จีราวัจน์ เมื่อ ปียากุล (จรินทร์พร จุนเกียรติ) ลูกสาวคนเดียวของพัฒนะ ผู้ควบคุมดูแลงานถ่ายละครภายในบริษัทของพัฒนะ และเป็นภรรยาซุปเปอร์โคตรขี้หึงของชยันต์ ได้ยินข่าวว่าเธอสนิทกับชยันต์มาก ทำให้ปียากุลใช้อำนาจหน้าที่การงานในมือเธอกลั่นแกล้งจีราวัจน์ แต่เพราะจีราวัจน์กำลังเป็นดาราทำเงินของพัฒนะ ทำให้พัฒนะออกตัวปกป้องจีราวัจน์ ทำให้ปียากุลไม่พอใจมาก ทำให้ปียากุลพาลระบายอารมณ์กับสาธิต ซึ่งเธอนับถือเหมือนพี่ชาย ทำให้สาธิตรับรู้ว่า นอกจากจีราวัจน์จะเป็นคนตลบแตลงสังคมว่าตัวเองไม่ใช่ฆาตกรแล้ว จีราวัจน์ยังเป็นผู้หญิงรักสนุกคั่วผู้ชายไม่ซ้ำหน้า แย่งผัวชาวบ้านไปกกได้อย่างหน้าไม่อาย!! ละครคลื่นชีวิต ยิ่งวันทีสาธิตพบจีราวัจน์สนิทสนมกับ เจตต์ (มาสุ จรรยางค์กุลดี) วิศวกรปิโตเลียมผู้มีชีวิตยู่กลางทะเล แต่เมื่อกลับมาเยี่ยมบ้าน เขากลับขับรถชนจีราวัจน์ จนทำให้เขาหลงรักนางเอกสาว ซึ่งมันอาจไม่ใช่เรื่องที่สาธิตจะเอามาเป็นข้อเกลียดชังจีราวัจน์ ถ้าสาธิตไม่บังเอิญรู้เรื่องว่าดารากาเพื่อนรักของจีราวัจน์นั้นแอบชอบเจตต์อยู่จาก เจนจิรา (วันศิริ อ่องอำไพ) น้องสาวของเจตต์เจ้าของโรงเรียนที่ดารากาเป็นครูสอน ซึ่งสาธิตได้รู้จักกับเจจิราโดยบังเอิญ และเพราะเจนจิราเป็นคนคุยสนุก มองโลกในแง่ดี เหมือนติวดี ทำให้สาธิตสนุกที่ได้อยู่ร่วมกับเจนจิราโดยสาธิตไม่รู้ว่าความใกล้ชิดที่เขามอบให้เจนจิรานั้น ทำให้เจนจิราแอบชอบสาธิต ชีวิตของจีราวัจน์เจอปัญหาจากสาธิต ปียากุล สิทธา ยังไม่พอ ในเส้นทางสายงานบันเทิง เธอยังต้องเจอ พิม (โชติกา วงศ์วิลาศ) นางเอกจอมสร้างภาพว่าเป็นนางเอกแสนชื่อ แต่แท้จริงปากตลาด ทะเยอทะยาน ใฝ่สูง เคยเป็นอดีตดาราที่สุกี้ปั้นมากับมือ แต่พอดังแล้วก็แยกตัวออกจากสุกี้ ทำให้สุกี้ไม่พอใจพิมมาก หาว่าพิมเนรคุณ แต่พิมไม่แคร์ พิมคิดว่าสุกี้ได้เงินจากค่าตัวเธอเยอะแล้ว ไม่ถือว่ามีบุญคุณต่อกัน โดยตอนพิมออก พิมเอา ลูกน้ำ (ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์) อดีตเลขาลงสุกี้มาด้วย โดยพิมคิดว่าลูกน้ำทำงานกับสุกี้มานาน จะมี Connection กับเอเจนชี่จะผลักดันให้ความฝันก้าวสู่ การทำงานร่วมกับต่างชาติของเธอสมหวัง แต่เปล่าเลย ลูกน้ำไม่มีรู้จักใครเลย เป็นแค่คนปากกล้า อวดฉลาด แต่สมองกลวง ทำให้พิมเลี้ยงลูกน้ำไว้เป็นกันชนเวลาปะทะกับสุกี้ และเป็นคนหิ้วสัมภาระ รองมือรองเท้าตัวเองเท่านั้น! เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต และการโด่งดังของจีราวัจน์ ทำให้ชื่อเสียงที่กำลังลดฮวบของพิม ยิ่งลดลงไปอีก จากนางเอกเบอร์หนึ่งแทบจะเล่นเป็นนางรอง คนทะเยอทะยานอย่างพิมไม่ยอมรับสภาพอย่างนั้นง่าย ๆ เธอจึงยอมทำทุกอย่าง เพื่อกำจัดจีราวัจน์ไปจากเส้นทางของเธอ เพื่อให้เธอกลับมาเป็นอันดับหนึ่งอีกครั้ง รวมทั้งหาลู่ทางเพื่อโกอินเตอร์ แม้แต่ยอมเอาตัวเข้าไปเป็นเมียน้อยของสิทธา เพื่อใช้อำนาจและเงินของสิทธา ปูทางโกอินเตอร์ให้ได้ หลายครั้งที่จีราวัจน์เหนื่อยกับการสู้รบกับความเกลียดชังที่ประเดประดังเข้ามาเหมือนคลื่นกระทบหาดทราย ละครคลื่นชีวิต แต่เธอก็ยังพอมีหลักให้ยึดอีกคน นั่นคือ ครูอารี ครูสอนร้องเพลงตั้งแต่ สมัยจีราวัจน์เรียนมัธยม ครูอารีคือคนที่เอื้ออารีข้าวและขนม เวลาที่จริยาออกไปขายตัว ปล่อยให้จีราวัจน์อยู่กับ ยายจัน ยายข้างบ้านที่มีอาชีพขายขนมจีน สมองไม่ค่อยดี ป้ำ ๆ เป๋อ ๆ ที่เคยเลี้ยงดูจีราวัจน์ พอยายจันออกไปตลาด จีราวัจน์ก็มาวิ่งเล่นบ้านครู ที่นี่เหมือนอีกโลกของจีราวัจน์ เป็นโลกที่สงบ ไม่ใช่โลกมายาที่เธอต้องยิ้มแม้ว่าในหัวใจร้องไห้ และการมาบ้านครูอารีครั้งนี้ ทำให้เธอรู้ว่าบ้านสวนถัดไปเป็นบ้านของนวดี จีราวัจน์หวังจะแอบไปดูความเป็นอยู่ของนวดีเพื่อจะช่วยเหลือ นั่นทำให้เธอเจอสาธิต จีราวัจน์ไม่อยากสู้รบกับสาธิตเพราะเธอรู้ตัวดีว่าผิด แต่สาธิตเหมือนเสือที่จ้องตะครุบเหยื่อ เมื่อเหยื่อเดินเข้ามาหา มีหรือที่เขาจะปล่อย สาธิตจงใจพูดจาแดกดันว่าเธอเป็นคนขี้ขลาด ทำผิดแล้วไม่กล้ารับผิด สาธิตเดินต้อนจีราวัจน์จนไปถึงริมคลอง นั่นเป็นครั้งแรกที่สาธิตเห็นความกลัวในแววตาของจีราวัจน์ ทำให้สาธิตรู้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่แทนที่สาธิตจะปราณีปล่อยเธอไป สาธิตกลับเดินกดดันจนจีราวัจน์ตกน้ำ แม้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่เธอไม่แม้แต่ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากใคร แม้แต่สาธิตที่ยืนมองเธอตะเกียกตะกายในน้ำอยู่ โดยสาธิตยื่นข้อเสนอให้เธออ้อนวอนร้องขอชีวิต แล้วเขาจะยอมช่วย แต่จีราวัจน์ไม่ยอมเอ่ยปาก จนกระทั่ง สีดา ลูกศิษย์สาวจอมก๋ากั่นของครูอารีมาช่วยไว้ทัน นั่นทำให้สาธิตได้เห็นอีกมุมนึงว่าจีราวัจน์เป็นคนรักศักดิ์ศรี ไม่ยอมอ่อนให้ใครง่าย ๆ เหมือนกัน สีดาพาจีราวัจน์กลับมาบ้านครูอารี พร้อมถามว่าใครเป็นคนทำจีราวัจน์ตกน้ำ จีราวัจน์ไม่อยากเอ่ยถึง เธอคิดแต่ว่ามันเป็นการชดใช้กรรมกับสิ่งที่เธอทำกับติวดี อย่างน้อยการที่สาธิตเห็นเธอเกือบตาย อาจทำให้สาธิตลดความโกรธ และเลิกยุ่งกับเธออีกก็ได้ แต่จีราวัจน์คิดผิด ละครคลื่นชีวิต เมื่อละครการกุศลของสมาคมคุณหญิงจริยามีอันต้องสะดุดลง เพราะนางเอกที่วางไว้เสียชีวิตลง ซึ่งก็คือติวดี ทำให้ต้องหานางเอกใหม่ซึ่งทุกคนลงความเห็นที่จีราวัจน์ แต่ก็เหมือนจะเป็นความจงใจของพระพรหม เมื่อผู้รับบทเป็นพระเอกคือสาธิต สาธิตไม่รักษามารยาทในการดูถูกและเหยียดหยามจีราวัจน์ต่าง ๆ นานา ด้านจีราวัจน์นั้น พยายามอดทนไม่อยากตอบโต้ แต่ชยันต์ไม่อาจทนเห็นสาธิตพูดจาดูถูกจีราวัจน์ได้ จึงเป็นคนออกโรงปกป้องแทนเธอ ทำให้สาธิตยิ่งตราหน้าว่าจีราวัจน์กำลังแย่งผัวคนอื่น แต่ดึกรีแรงแค้นของสาธิตต้องสะดุด เมื่อเขาได้เป็นคนอยู่ในเหตุการณ์ ที่จีราวัจน์ใส่ใจ ในความเป็นความตายของยายจัน หากเขาก็ยิ่งย้ำใจให้แข็งขึ้นอีก เพราะถึงอย่างไรจีราวัจน์ ก็คือมือที่สามที่ทำให้ครอบครัวของชยันต์ต้องมีปัญหา ในงานศพยายจัน จีราวัจน์ถูกลอบยิง แต่เจตต์รับเคราะห์แทน แม้จะจับมือใครดมไม่ได้ แต่ในที่สุดชยันต์ก็ได้รู้ว่าเป็นฝีมือของปียากุล ชยันต์และปียากุลทะเลาะกันหนักขึ้นเรื่อย ๆ ชยันต์เห็นใจลูกจึงพยายามอดทนเสมอ แต่ครั้งนี้ปียากุลทำเกินไป ทำให้ชยันต์คิดว่าต้องทำอะไรตัดนิสัยเอาแต่ใจของปียากุลบ้าง จึงตัดสินใจขอแยกบ้านอยู่กับปียากุล ปียากุลนั้นรักชื่อเสียงมาก เมื่อชยันต์ขอแยกกันอยู่ และมีข่าวออกหน้าบันเทิง ทำให้ปียากุลเครียด จนต้องไปฟูมฟายระบายกับสาธิต กล่าวหาว่าชยันต์ย้ายออกไป เพื่อไปอยู่กับจีราวัจน์ นักแสดงละครคลื่นชีวิต จีราวัจน์คือต้นเหตุทำให้ชีวิตครอบครัวของปียากุลพังพินาศ สาธิตมาจัดการจีราวัจน์แทนปียากุล แล้วเห็นจีราวัจน์ก็คอยดูแลเจตต์ เพราะต้องเจ็บตัวเพื่อตัวเอง ความสนิทสนมของจีราวัจน์กับเจตต์ทำให้ดารากาไม่พอใจ คิดว่าเพื่อนทรยศทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเธอแอบหลงรักเจตต์ จนกระทั่งทะเลาะกันใหญ่โต ถึงขั้นดารากาย้ายออกจากบ้านเพื่อน สาธิตตามมาสมน้ำหน้าจีราวัจน์ที่มั่วผู้ชายไม่เลือก แม้แต่แฟนเพื่อนก็ไม่เว้น จนสุดท้ายจีราวัจน์ก็ไม่เหลือใคร ชยันต์เข้ามาปลอบใจจีราวัจน์ว่าเธอยังมีเขา ชยันต์คอยเข้ามาประคับปคะคองจีราวัจน์ แต่ชีวิตที่เคยเป็นเด็กบ้านแตกสาแหรกขาด ทำให้จีราวัจน์ไม่อยากเป็นคนทำลายครอบครัวของชยันต์ แต่ชยันต์ปลอบจีราวัจน์ว่า ที่ครอบครัวของเขาจะพัง ไม่ใช่เพราะจีราวัจน์ แต่เป็นเพราะปียากุลกับเขาหมดความเข้าใจต่อกัน ในเมื่อชยันต์ไปกับปียากุลไม่รอด เขาก็อยากหยุดและเริ่มต้นใหม่กับจีราวัจน์ เรื่องย่อคลื่นชีวิต จีราวัจน์เคยผ่านชีวิตบอบซ้ำมา ทำให้จีราวัจน์รู้ว่าความหวังดีที่ชยันต์มีให้กับเธอ มันไม่ใช่ความรักอย่างที่ชยันต์พร่ำบอก มันเป็นแค่ความรู้สึกเห็นใจ เพราะแท้จริงในหัวใจของชยันต์รักปียากุลและเจ็บซ้ำกับสิ่งที่ปียากุลไม่ไว้ใจเขา ดังนั้นคนมีปัญหาอย่างชยันต์ มาเจอกับผู้หญิงที่เจอปัญหามาทั้งชีวิตอย่างเธอ มันจึงเกิดการคลิกกัน จีราวัจน์ขอให้ชยันต์ เป็นเพื่อนที่ดีอย่างเดิม อย่าให้มากกว่านั้นเลย แล้วกลับไปซ่อมแซมครอบครัวของชยันต์ ให้กลับมาสวยงามเหมือนเดิมดีกว่า แต่เคราะห์ของจีราวัจน์ที่จะทำให้สาธิตยิ่งเกลียดเธอ ยังไม่จบเพียงแค่นั้น เมื่อจีราวัจน์รู้ว่าบ้านที่อาศัยอยู่นี้กำลังจะถูกธนาคารยึด จีราวัจน์สั่งสุกี้ให้จัดการเรื่องบ้าน จนเรื่องเข้าหูจริยา จริยาสั่งห้ามจีราวัจน์ไปยุ่งกับนวดีอีก เพราะตอนนี้รูปคดีออกมาว่าไม่มีหลักฐานมัดว่าจีราวัจน์ขับรถชน แต่ถ้าจีราวัจน์ดูแลนวดีมาก ๆ เพราะมันอาจทำให้สาธิตหาช่องโหว่เล่นงานจับจีราวัจน์เข้าคุกได้ จีราวัจน์เสียใจที่แม่เห็นแก่ประโยชน์ตัวเองจนลืมคำว่ามนุษยธรรม ถ้าลูกของแม่โดนรถชน แม่จะอยู่เฉยไหม จริยาได้แต่ยืนนิ่งไม่ได้ตอบ การทะเลาะกันเสียงดังของจีราวัจน์กับจริยา ทำให้ ศิริลักษณ์ หัวหน้าแม่บ้านประจำบ้านของสิทธา ผู้มีนิสัยประจบสอพลอสิทธา และลึก ๆ หวังสบายเป็นเมียของสิทธา แต่สิทธาไม่เอา ทำให้ศิริลักษณ์อิจฉาและจงเกลียดจงชังจริยาและจีราวัจน์ เมื่อการทะเลาะของจริยากับจีราวัจน์รู้ถึงหูศิริลักษณ์ ศิริลักษณ์จึงไปบอกสิทธาว่าจีราวัจน์ต้องการเงิน ทำให้สิทธาเสนอเงินเธอโดยมีข้อแลกเปลี่ยน ซึ่งจีราวัจน์รู้ดีว่าคืออะไร จีราวัจน์ตกลงเพราะเห็นถึงวิธีที่จะแก้เผ็ดอีกฝ่าย ในวันนัดจีราวัจน์แอบมอมยาสิทธา พร้อมเอาปืนจ่อหน้าสิทธาและข่มขู่ให้สิทธาเลิกยุ่งกับตัวเองอีกไม่อย่างนั้นเธอฆ่าสิทธาให้ตายตามกันแน่ แล้วจีราวัจน์ก็หนีออกมาจากโรงแรม โดยหวังว่าเรื่องราวยุ่ง ๆ จะจบลงสักที แต่เปล่าเลย เมื่อจีราวัจน์พบสาธิตที่ดักรออยู่ จากการแอบส่งข่าวของพิม ที่รู้ว่าสาธิตจ้องทำลายจีราวัจน์อยู่ พิมจึงเข้ามาตีสนิทกับสาธิต หวังจะยืมมือสาธิตทำลายจีราวัจน์ให้สิ้นซาก ละครคลื่นชีวิต แล้วภาพที่สาธิตเห็นจีราวัจน์เข้าโรงแรมกับสิทธาที่มีศักดิ์เป็นพ่อเลี้ยงของจีราวัจน์ ยิ่งทำให้สาธิตขยะแขยงจีราวัจน์ โดยคิดว่าจีราวัจน์มั่ว เห็นแก่เงิน จนไร้ศีลธรรมใช้ผัวร่วมกับแม่ แต่แล้วความเชื่อที่สาธิตมีต่อจีราวัจน์ต้องเจอจุดเปลี่ยน เมื่อสาธิตจำต้องมาพัวพันกับความเลวของสิทธาจนได้ เพราะ เวทิต นักข่าวที่แอบส่งหลักฐานเอาผิดสิทธามาให้เขาก่อนตาย ทำให้สาธิตเริ่มตามสืบพฤติกรรมของสิทธา แล้วนั่นทำให้สาธิตได้เห็นว่าสิทธาชั่วร้ายขนาดไหน แล้วคนที่ตกเป็นเหยื่อของสิทธาไม่ใช่แค่เวทิต แต่เป็นจีราวัจน์ด้วย รวมทั้งจีราวัจน์ได้เข้ามาดูแลนวดี และดูแลเด็ก ๆ กำพร้าที่นวดีสอนหนังสือ และชยันต์ยังมาปรับความเข้าใจกับสาธิตว่าจีราวัจน์ไม่ยอมรับความรักของชยันต์ แต่จีราวัจน์กลับเป็นคนเตือนสติให้ชยันต์กลับไปง้อปียากุล ทำให้สาธิตได้เห็นว่าจีราวัจน์ ได้มีแค่ด้านร้าย แต่เธอยังมีมุมความดี และมีหัวใจที่บอบซ้ำ ไม่ต่างจากเด็กกำพร้าที่นวดีและเขาดูแลเลย ทำให้ความแค้นในใจของสาธิตเริ่มเปลี่ยนเป็นความสงสาร เข้าไปยุ่งกับชีวิตจีราวัจน์โดยไม่รู้ตัว นักแสดงละครคลื่นชีวิต ด้านจีราวัจน์ก็ได้รับรู้มุมอบอุ่นที่เกิดจากความเอาใจใส่ ดูแลด้วยความละเอียดอ่อนของสาธิต ซึ่งเป็นความรู้สึกที่เธอไม่เคยได้จากใคร เป็นความรู้สึกที่เธอโหยหา จนทำให้จีราวัจน์แอบเผลอใจให้สาธิตโดยไม่รู้ตัว สองคนต่างมีความห่วงใยที่ไม่กล้าแสดงออกต่อกัน ละครคลื่นชีวิต จนกระทั่งสิทธามายุ่งเกี่ยวกับจีราวัจน์อีกครั้ง สาธิตออกตัวช่วยจีราวัจน์ให้รอดพ้นเงื้อมมือสิทธา และยังใช้หลักฐานที่ตัวเองได้จากเวทิตข่มขู่สิทธา เพื่อให้สิทธาเลิกยุ่งกับจีราวัจน์ จีราวัจน์อึ้งเมื่อเห็นว่าสาธิตช่วยเหลือตัวเอง โดยสับสนว่าสาธิตช่วยตัวเองทำไม สาธิตรู้สึกอะไรกันแน่ แต่สิทธามองอาการสาธิตออก สิทธารู้ว่าสาธิตกำลังตกบ่วงเสน่หาของจีราวัจน์ และดูเหมือนจีราวัจน์ก็มีใจให้สาธิตเช่นกัน ทำให้สิทธาคิดชั่ว ในเมื่อตัวเองไมได้จีราวัจน์มาครอบครอง ก็อย่าหวังว่าใครจะได้มีความสุขทั้งจีรัวัจน์และสาธิต ดังนั้นสิทธาจึงไปหาสาธิตที่สำนักงาน แล้วมอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่เขาเคยส่งคนไปเก็บ ซึ่งเป็นหลักฐานว่าจีราวัจน์คือคนขับรถชนติวดี เมื่อสาธิตเห็นหลักฐาน ความเจ็บปวดในอดีตจึงย้อนคืนกลับมา สาธิตได้แต่นั่งมองกองหลักฐานอย่างสับสนว่าเขาจะฟ้องเอาจีราวัจน์เข้าคุกหรือไม่ เรื่องสิทธาเอาหลักฐานไปให้สาธิตรู้ถึงหูจริยา จริยารีบไปหาสาธิตเพื่อเจรจาพร้อมเสนอเงินให้ ความเจ็บปวดในใจของสาธิต ทำให้สาธิตบอกจริยาไปว่า เขาจะยอมทำลายหลักฐาน ก็ต่อเมื่อจีราวัจน์เอาตัวมาแลก ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ความชั่วของสิทธายังไม่หยุดเท่านี้ มันเหมือนเสือที่คลั่ง จริงอยู่ที่จีราวัจน์เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา แต่คนอย่างสิทธาไม่เคยยอมให้ใครลูบคมได้ ถ้าประกาศว่าได้ มันต้องได้ สิทธาสั่งพิมให้หลอกล่อจีราวัจน์มาที่เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของเขา สิทธาวาดหวังจะข่มขืนจีราวัจน์บนเครื่องบิน เพราะไม่มีทางที่จีราวัจน์จะหนีรอดกรงเล็บเสือไปได้ จริยารู้เรื่องแผนการชั่วของสิทธา แม้จะรักเกียรติยศชื่อเสียง แต่หัวใจความเป็นแม่ไม่อาจปล่อยให้ชีวิตลูกตกนรกได้ เมื่อพิมหลอกจีราวัจน์ไปถึงเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของสิทธาได้ จีราวัจน์ดิ้นรนหนีจนไปเจอปืนของสิทธา สิทธาแย่งปืนกับจีราวัจน์ ทันใดนั้น กระสุนจากปากกระบอกปืนในมือของคุณหญิงจริยา ก็ยุติเรื่องเลวร้ายทั้งหมดลงในวินาทีนั้น เป็นครั้งแรกที่จีราวัจน์เข้าไปกอดแม่ จริยาเข้าไปกอดลูกพร้อมพร่ำบอกขอโทษ เป็นเพราะความโลภของตัวเอง ทำให้ชีวิตของจีราวัจน์ต้องเป็นอย่างนี้ เธอขอติดคุกเพื่อชดใช้กับความผิดที่เธอทำ แต่สิ่งหนึ่งที่จริยาอยากให้จีราวัจน์รู้ไว้ ว่าต่อให้เงินสำคัญสำหรับแม่ยังไง แต่เลือดเนื้อและหัวใจของลูกสำคัญกว่า นั่นทำให้หัวใจที่เย็นชาไร้ความรู้สึกของจีราวัจน์ได้รับรู้ความในใจของแม่ ละครคลื่นชีวิต คลื่นชีวิตของจีราวัจน์เหมือนจะกำลังสงบ แต่ยังมีพายุอีกหนึ่งลูก ที่กำลังรอพัดพาชีวิตของจีราวัจน์ให้ล้มลง เมื่อจริยาเอาเรื่องข้อเสนอของสาธิตไปบอกกับจีราวัจน์ เมื่อจีราวัจน์รู้เรื่องข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตแล้ว เธอจะทำเช่นไร จะยอมทำตามข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตหรือไม่ ชยันต์และปียากุลจะกลับมาคืนดีกันไหม เจตต์กับดารากาจะสมหวังกันหรือเปล่า และหัวใจรักของแม่ที่จริยากดเก็บไว้ ไม่เคยแสดงออกให้ลูกเห็น จริยาจะเลือกปกป้องเกียรติยศชื่อเสียงของตัวเองหรือปกป้องลูก สุดท้ายเส้นทางความรักระหว่างสาธิตกับจีราวัจน์ที่มีความแค้นขวางกั้นจะมีวันเกิดขึ้นได้หรือไม่ ต้องติดตามชมกันต่อได้ใน ละครคลื่นชีวิต ที่เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต รายชื่อนักแสดงนำใน ละครคลื่นชีวิต ปริญ สุภารัตน์ รับบท สาธิต อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท จีราวัจน์ หลุยส์ สก๊อต รับบท ชยันต์ จรินทร์พร จุนเกียรติ รับบท ปียากุล ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ รับบท ดารากา มาสุ จรรยางค์กุลดี รับบท เจตต์ วันสิริ อ่องอำไพ รับบท เจนจิรา ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ รับบท สิทธา โชติกา วงศ์วิลาศ รับบท พิม เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ รับบท สุกี้ ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์ รับบท ลูกน้ำ พริมา พันธ์เจริญ รับบท ติวดี สันติสุข พรหมศิริ รับบท พัฒนะ ขวัญฤดี กลมกล่อม รับบท นวดี

1 วัน ไหว้ 5 ครั้ง รวมบทสวดมนต์ เสริมมงคล ตามคำบอกเล่าของคนโบราณ
12ราศี /  ทำบุญ / 

คนโบราณบอกไว้ ในหนึ่งวัน ถ้าเป็นไปได้ ควรจะสวดมนต์ไหว้ให้ได้ 5 ครั้ง เป็นอย่างน้อย คือช่วงเวลาค่ำ ใกล้จะเข้านอน ตั้งใจระลึกถึงพระรัตนตรัย อันเป็นสรณะสูงสุด และท่านผู้มีพระคุณกับตัวเอง คือบิดา มารดา และครูอาจารย์ โดยประนมมือนมัสการ แล้วกล่าว.... 1. ไหว้พระสัมมาสัมพุทธเจ้า อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา พุทธัง ภะคะวันตัง อภิวาเทมิ (กราบ 1 ครั้ง) 2. ไหว้พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม ธัมมัง นะมัสสามิ (กราบ 1 ครั้ง) 3. ไหว้พระสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้า สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สังฆัง นะมามิ (กราบ 1 ครั้ง) 4. ไหว้คุณบิดา มารดา มัยหัง มาตาปิตูนังวะปาเท วันทามิ สาทะรัง (กราบ 1 ครั้ง) 5. ไหว้ครู อาจารย์ ปัญญาวุฑฒิ กะเร เต เต ทินโนวาเท นะมามิหัง (กราบ 1 ครั้ง) **** ต่อจากนั้น ตั้งใจแผ่เมตตาจิตไปให้เพื่อนมนุษย์ และสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงว่า ขอให้ท่านทั้งหลาย อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย อย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย จงมีความสุข สุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้นเทอญ รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

ละครเล่ห์ลับสลับร่าง , เรื่องย่อเล่ห์ลับสลับร่าง
เล่ห์ลับสลับร่าง /  ละครเล่ห์ลับสลับร่าง / 

เล่ห์ลับสลับร่าง ละครช่อง3 ละครเล่ห์ลับสลับร่าง บทประพันธ์โดย : นรอินทร์บทโทรทัศน์โดย : Sanctuaryกำกับการแสดงโดย : กฤษณ์ ศุกระมงคลผลิตโดย : บริษัท โนพรอบเล็ม จำกัดควบคุมการผลิตโดย : ธิติมา สังขพิทักษ์ออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เล่ห์ลับสลับร่าง สาว “ญาญ่า” โคจรมาเจอคู่ขวัญ ณเดชน์ คูกิมิยะ อีกครา นอกจากท้าทายที่ต้องเล่นบทสลับเพศ เรื่องย่อเล่ห์ลับสลับร่าง เมื่อสองหนุ่มสาวมีปมรักตัวเองยิ่งยวด (Narcissus) หลงในเพศของตน จนรักคนอื่นไม่เป็นฝ่ายขายหลงคิดว่า เพศชายเหนือกว่าเพศหญิง ทั้งร่างกาย และจิตใจ ส่วนหญิงก็ลำพองในความงามจนคิดว่าสอยชายทั้งแผ่นดินได้ สวรรค์เลยลงโทษให้ทั้งคู่แลกเพศกัน เพื่อให้เรียนรู้ทั้งสรีระ และสภาพจิตใจของแต่ละฝ่าย เพื่อบทสรุปที่ว่า เขาต้องเรียนรู้ที่จะรัก ซื่อสัตย์ และเสียสละ ซึ่งกันและกัน นั่นคือความรักที่แท้จริง ผู้กองรามิล ทุ่งพระเพลิง เป็นผู้กองมือปราบ ซึ่งดังจากหน่วยคอมมานโดเฉพาะกิจได้ฉายาว่า ผู้กองมือเหล็ก เพราะช่วยผู้ประสบอุบัติเหตุด้วยมืออันแข็งแกร่งของตนมาหลายครั้งเป็นที่เลื่องลือรามิลหยิ่งผยองในความเป็นชายของตนเอง ถือว่าเพศชายเหนือกว่าเพศหญิง และผู้หญิงเป็นแค่วัตถุทางเพศเท่านั้น เขาจึงมีสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะนอกใจ นกยูง แฟนสาวแสนดีของตนเองอยู่เนือง ๆ เป็นที่ขัดใจของ หมวดอาคม ลูกน้องของรามิลยิ่งนัก และอาคมเองก็แอบหลงรักนกยูงอยู่เงียบ ๆ เภตรา ภาวดี เป็นนางเอกละคร ที่กำลังก้าวสู่ชื่อเสียงอันดับโลก เมื่อได้รับเลือกให้เป็น ไข่มุกแห่งเอเชีย รางวัลจากฮ่องกง เภตราเช่นเดียวกับรามิล ที่หยิ่งทะนงในความงามของตนเองเธอเหยียดเพศชาย และคนรอบด้านไว้แทบเท้า สวรรค์บันดาลให้ทั้งคู่ประสบอุบัติเหตุเฉียดตาย ตกจากตึกสูงหมดสติไป และแลกวิญญาณกัน หมอนักษัตรหมอดูลวงโลกต้องรับภาระดูแคนทั้งคู่ เพราะเป็นคนเดียวที่สื่อสารกับทั้งสองได้ แต่เมื่อไม่สามารถหาวิธีกลับร่างของตน ทั้งสองต้องจำยอมเลียนแบบไฟล์สไตล์ของกันและกัน เพื่อกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมของทั้งคู่ไม่ให้ใครสงสัย รามิลในร่างเภตราต้องกลับไปรับบทนางเอกในละคร ส่วนเภตรา ในร่างรามิลต้องกลับไปเป็นผู้กองนักบู๊ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง การสลับเพศ และรับบทบาทของอีกฝ่าย เป็นความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง สร้างความปวดเศียร เวียนเกล้าให้คนรอบข้าง เภตรากลายเป็นดาราสาวออกทอม เล่นละครไม่เป็น แอบจีบ อจลา สาวดาวยั่ว แถมยังท้าตีท้าต่อยกับ อาทิตย์ ฤทธิรงค์ พระเอกหนุ่มใจสาวเป็นที่กลุ้มใจของ เจ๊อั้ม อรชร ผู้จัดการแต๋วของเภตรา และคุณดนู ผู้จัดละคร ส่วนผู้กองมือเหล็ก กลายเป็น มือไม้อ่อนช้อย กรีดกราย จนอาคม และลูกน้องสงสัยว่ารุ่นพี่จะเป็นกะเทยแอ๊บแมน โดยเฉพาะตอนที่ต้องไปปลดระเบิดในโรงแรมหรู ผู้กองเป็นลมหลายเฮือก และทำอะไรไม่เป็นจนทุกคนสงสัย คนที่น่าสงสารที่สุดคือนกยูง ที่ต้องสับสนกับการออกสาวของผู้กอง และแสดงอาการห่างเหินกับเธออย่างเห็นได้ชัด นกยูงยิ่งเครียดก็ยิ่งหันมาหาอาคมให้ช่วยปลอบประโลมให้ทุกครั้ง จนเริ่มก่อตัวเป็นความรัก ญาญ่า ณเดชน์ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล (ในร่างเภตรา) ได้เบาะแสว่า ฤทธิ์ชาติ ออร์กาในเซอร์ชื่อดัง ที่กำลังแย่งตัวเภตราไปจากเจ๊อั้ม เป็นคนวางแผนทำร้ายรามิล และมีเบื้องหลังเกี่ยวข้องกับแกงค์อาชญากรรมข้ามชาติ ฤทธิ์ชาติ หวังจะเคลมเภตราเป็นของตน และใช้ประโยชน์จากเภตราที่กำลังโกอินเตอร์สร้างอิทธิผลให้เขาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการขนยาเสพติด เภตราปฏิเสธเซ็นสัญญากับฤทธิ์ชาติ แต่ก็โดนขู่กลับเมื่อ ทอมณี สาวทอม ผู้ช่วยฤทธิ์ชาติ สืบรู้ประวัติมารดาของเภตรา ว่าที่แพ้คือ ป้าสีดา แม่ครัวประจำกองถ่ายของเภตรานั่นเอง ฤทธิ์ชาติขู่จะแฉว่าประวัติแท้จริงของเภตรา ที่แท้โลโซรากหญ้า มีแม่ที่เคยทำงานเป็นมาม่าซังมาก่อน งานนี้ รามิล (ร่างเภตรา) ขู่แฉกลับเรื่องที่ฤทธิ์ชาติปล้นเพชรเทียร่าจาก คุณนายพวงคราม แม่ของตนไปซ่อนไว้หวังเงินประกัน ข้อมูลเบื้องลึกได้มาจาก สีตลา นักข่าวสาวช่องน้อยสี ที่กำลังตามสืบเรื่องฤทธิ์ชาติอยู่อาคมสารภาพรักนกยูง และไม่พอใจรามิลจนถึงขั้นตัดพี่ตัดน้อง เพราะเข้าใจว่ารามิลแกล้งทำแต๋วเพื่อหลีกเลี่ยงการแต่งงานกับนกยูง อาคมขอนกยูงแต่งงานแทน แต่แล้วเมื่อรามิล (ในร่างเภตรา) และเภตรา (ในร่างรามิล) มาร่วมงานแต่ง ทั้งคู่ทำงานล่มไม่เป็นท่า เมื่อเภตราที่เมามายทำท่าเหมือนลวนลามนกยูงเจ้าสาว แถมยังไปท้าพิสูจน์รอยแผล และตะกรุดของอาคมในร่มผ้า เดาได้ถูกต้องจนอาคมเชื่อว่าในร่างเภตราคือรามิลจริง ๆ แต่งานนี้ อาคมกลับตกที่นั่งลำบากเสียเอง เพราะภาพเจ้าบ่าวถอดกางเกงเหลือแต่ชั้นใน กำลังกอดดาราสาวแนบแน่น ฉาวโฉ่ไปทั้งโซเชียล รามิล และอาคม ไหวตัวเมื่อรู้ว่าฤทธิ์ชาติจะขนยาเพสติดครั้งใหญ่ ส่งให้เจ้าพ่อแกงค์ฉิมพลี ฤทธิ์ชาติ เสนอให้ดนูถ่ายทำละครที่โรงแรมริมทะเลของตนฟรี คุณนายพวงครามเสนอให้ทีมงานไปทำการกุศลที่วัดป่า ถัดจากโรงแรมไปในป่าลึก รามิล อาคม และทีมพยายามค้นว่ายาเสพติดซ่อนอยู่ที่ไหน แต่หาไม่เจอ ในที่สุดรถโค้ชของบรรดาเซเลปถูกโจรปล้น และยาซ่อนอยู่ในกระเป๋าหนังตะกวดราคาเกือบล้านของเภตรา ที่ฤทธิ์ชาติมอบให้ นั่นเอง ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล เภตราหนีจากกลุ่มโจรหลบเข้าป่า ร่างรามิล (คือเภตรา) ยอมสละชีวิตกระโดดกันกระสุนให้ร่างเภตรา (รามิล) ทั้งสองร่วงลงจากนั้นตก และตะกายขึ้นฝั่งได้ ทั้งคู่หมดสติไป เพื่อที่จะตื่นขึ้น และพบว่าวิญญาณกลับเข้าร่างเดิมของตนแล้ว ทั้งคู่สารภาพรักซึ่งกันและกัน และรู้แล้วว่าการเสียสละแม้แต่ชีวิตของตน ทำให้สวรรค์บันดาลให้ทั้งสองได้กลับคืนร่างของตัวเอง คืนนั้นที่ริมลำธารทั้งสองเป็นของกันและกันอย่างสุขสม รามิลกลับมาเป็นผู้กองมือเหล็กเช่นเดิม รามิลวางแผนเล่นงานเปิดโปงฤทธิ์ชาติ ด้วยงานแถลงข่าวที่คฤหาสน์ของฤทธิ์ชาติเอง งานที่เภตราจะได้เซ็นสัญญาเล่นหนังกับฮ่องกง ที่ฤทธิ์ชาติติดต่อให้แต่งานนี้เภตราต้องยอมแลกกับการที่เธอจะไม่ได้โกอินเตอร์ เภตรายินดีชื่อเสียงเงินทองไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับเธออีกแล้ว ทอมณีที่กลับใจแล้วร่วมมือกับเจ๊อั้ม นำเพชรเทียร่าที่ซ่อนไว้ มาแสดงต่อหน้าฤทธิ์ชาติ และพวงครามในงาน พวงครามความเสียใจจนเป็นลมที่ลูกชายเป็นอาชญากรตัวฉากจ ฤทธิ์ชาติถูกจับกุม แต่สารภาพส่วนตัวกับรามิลว่า เพชรที่นำมาเปิดโปงนั้นเป็นเพชรปลอม และเขาไม่ได้เป็นคนสั่งเก็บรามิลมีตัวการใหญ่อยู่เบื้องหลังอีกทีแต่เขาไม่รู้ว่าใคร รามิลรู้สึกผิดสังเกตรีบตามเภตราที่กำลังดูแลพวงครามที่ห้องนอนสองต่อสอง พวงครามเปิดเผยตัวว่าคือตัวการใหญ่ที่ซ้อนแผนลูกชายอยู่อีกที นางต้องการฆ่าทั้งรามิล และเภตรา เพราะรามิลนั้นทำลายแก๊งค์ผลิตยาของเธอหลายครั้ง ส่วนเภตราคือหญิงที่เธอไม่ต้องการให้มาเป็นสะใภ้ตามความต้องการของฤทธิ์ชาติ รามิลช่วยเภตราจากพวงครามไว้ได้ คุณนายถูกจับในที่สุด งานนี้สำเร็จลงด้วยดี แต่ต้องแลกกับการสลับวิญญาณของทั้งคู่อีกครั้ง ตอนที่ทั้งสองประสบอุบัติเหตุตกบันไดคฤหาสน์ลงมาพร้อมกัน สลับร่างครั้งที่สองสร้างความทุกข์ให้รามิล เภตรา เป็นทวีคูณ เมื่อรามิล (ในร่างเภตรา) ช็อค เพราะพบว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์ ทั้งคู่ทำใจได้ในที่สุดจากกำลังใจของเพื่อน ๆ พี่ ๆ โดยเฉพาะนกยูง และอาคม นกยูงเชื่อแล้วว่ารามิล และเภตราสลับร่างกันจริง ยอมคืนดีกับอาคม และแต่งงานกัน เพื่อรักษาภาพพจน์ เภตรา อั้ม ทอมณี ดนู ที่ปรองดองร่วมหุ้นบริษัทกัน แนะนำให้รามิล และเภตราแต่งงานกันโดยเร็ว และรีแถลงข่าวออกสื่อ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล (ร่าง เภตรา) อุ้มท้องอยู่ 9 เดือน รับรู้ความทรมานของการตั้งครรภ์ และภาวะร่างกายผู้หญิงที่กำลังเป็นแม่ ในที่สุดวันคลอดก็มาถึง รามิลเจ็บปวดแสนสาหัสและสิ้นสติไปในห้องคลอดเภตรา (ร่างรามิล) จับมือรามิลไว้ และเตือนถึงสัญญาของผู้กองมือเหล็ก ที่ไม่เคยปล่อยให้ใครต้องตายไปต่อหน้า เภตราช็อคเมื่อรามิลหัวใจหยุดเต้นชั่วคราว ทำให้เธอเป็นลมไป ทั้งสองโคม่าแต่มือยังกุมกันไว้แน่น หมอนักษัตรลุ้นให้ทั้งคู่รอด วิญญาณออกมาจากร่างอีกครั้ง และคราวนี้ทั้งสองกลับเข้าร่างเดิมของตนรามิลได้เรียนรู้การเป็นแม่ การให้กำเนิด ละครเล่ห์ลับสลับร่าง เขาหยุดดูถูกผู้หญิง และเห็นผู้หญิงเป็นวัตถุทางเพศ เช่นที่เคย ขณะเดียวกันบทบาทเพศชายที่เภตราได้รับ ทำให้ตนเข้าใจถึงความเสียสละการปกป้อง และอุทิศตนให้กับผู้อื่น ทั้งคู่ล้างปม หลงเพศ ของตนจนหมดสิ้นกลายเป็นคนใหม่ และกลายเป็นขวัญใจผู้ชมอีกครั้ง คราวนี้ในฐานะ คู่จิ้น สามีภรรยา ที่น่ารักที่สุดในโลก ติดตามชม ละครเล่ห์ลับสลับร่าง ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เล่ห์ลับสลับร่าง เล่ห์ลับสลับร่าง ญาญ่า รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์ คูกิมิยะ รับบท ผู้กองรามิล อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท เภตรา ปรึชญา พงษ์ธนานิกร รับบท นกยูง ธนภพ ลีรัตนขจร รับบท อาคม ซอ จียอน รับบท จียอน เจสัน ยัง รับบท ฤทธิ์ชาติ รัชนี ศีระเลิศ รับบท พวงคราม ธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล รับบท เจ๊อั้ม สมมาตร ไพรหิรัญ รับบท ธรรมนูญ ก้ามปู ปัทมสูต รับบท จิตรา เกริก ชิลเลอร์ รับบท หมอนักษัตร วิชัย จงประสิทธิ์พร รับบท ผู้กำกับก้อง กีรติ ศีวะเกื้อ รับบท ดนู นิธิชัย ยศอมสุนทร รับบท อาทิตย์ นิภาภรณ์ ฐิติธนการ รับบท ทอมณี เล่ห์ลับสลับร่าง เล่ห์ลับสลับร่าง ช่อง3 อาคม นกยูง เล่ห์ลับสลับร่าง นักแสดง เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์ เล่ห์ลับสลับร่าง ญาญ่า เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์

เฮงจริงอะไรจริง!! เฟี้ยว์ฟ้าว สุดสวิงริงโก้ ถูกหวยงวด 16ก.ย.อีกแล้ว!!
เฟี้ยว์ฟ้าว /  เฟี้ยว์ฟ้าว สุดสวิงริงโก้ / 

  มากับดวงจริงๆ สำหรับนักแสดงสาวอารมณ์ดีเว่อร์ เฟี้ยว์ฟ้าว สุดสวิงริงโก้ หรือ อิม อชิตะ หลังจากถูกหวยติดต่อกันมาหลายงวด จนทำเอาแฟนๆ ที่คอยติดตามอินสตาแกรมเข้ามาถามไถ่อยู่เป็นตลอดว่าเธอจะซื้อเลขอะไรดี แม้งวดก่อนหน้านี้ 1ก.ย.59 เฟี้ยว์ฟ้าว จะไม่ได้ซื้อล็อตเตอร์รี่เพราะมีคนถามหาเลขกันเข้ามาเยอะเกิน จนเจ้าตัวต้องโพสต์ชี้แจงในอินสตาแกรมส่วนตัวว่า   “มีแต่คนถามเลขเยอะเกิ้น!!!!!ตอบ...ไม่มีเลข...นะคร้าบ...ตอบ...ซื้อไปเรื่อยคร้าบ..อย่าถามเรื่องเลขอีกนะคร้าบ...จะซื้ออะไรก็ซื้อไปเลยเน้อ... สรุป!!!งวดนี้ตรูไม่ซื้อ อะเคะ”   ล่าสุดวันนี้ (19ก.ย.59) เฟี้ยว์ฟ้าว ได้โพสต์ภาพตนกับพี่ชาย ฟ้าว์เฟี้ยว ขณะถือล็อตเตอร์รี่ งวดวันที่ 16ก.ย.59 จำนวนหลายใบซึ่งมีเลขท้าย 42 ตรงกับรางวัลเลขที่ 2 ตัว ที่แสดงให้เห็นว่าเธอถูกหวงอีกแล้ว พร้อมระบุข้อความที่จะนำเงินไปทำบุญว่า   “ครั้งนี้..เค้าซื้อละถูกหวยเน้อ!!! เฟี้ยว์ฟ้าวและฟ้าว์เฟี้ยว จะนำเงินทั้งหมดในการถูกล๊อตตารี่ครั้งนี้ นำไปสร้างพระพุทธเจ้าทันใจองค์109 ต่อนะคะ #สถานปฏิบัติธรรมเทพประทานพรพระโพธิสัตว์ 196 ม.11 ต.น้ำแพร่ อ.หางดง จ.เชียงใหม่"มีหลายคนที่มีจิตศรัทธาร่วมบุญใหญ่ด้วยกัน..#อิมจะรวมรายชื่อและนำเงินทุกคนที่ทำบุญขึ้นไปสวดต่อหน้าองค์ท่าน..ใน เดือนพย."ละอิมจะรีบบอกนะคะว่าวันไหน..จะได้ร่วมบุญที่เชียงใหม่..พร้อมๆ กัน..**อิมจะทยอยลงรูป**ในการสร้างพระพุทธเจ้าองค์109เรื่อยๆนะคะ #มาร่วมบุญอนุโมทนาครั้งนี้กับอิมกันเน้อพ่อๆแม่ๆพี่ๆน้องๆ”   น้ำใจงามจริงๆ เลยนะแม่คู้ณณณณ!! ขอบคุณภาพจาก IG feawfoaw เฟี้ยว์ฟ้าว ถูกหวย   เฟี้ยว์ฟ้าว ทำบุญ   เฟี้ยว์ฟ้าว ฟ้าว์เฟี้ยว   เฟี้ยว์ฟ้าว ฟ้าว์เฟี้ยว   เฟี้ยว์ฟ้าว สุดสวิงริงโก้   เฟี้ยว์ฟ้าว สุดสวิงริงโก้   เฟี้ยว์ฟ้าว สุดสวิงริงโก้   เฟี้ยว์ฟ้าว สุดสวิงริงโก้  

ละคร นางอาย , เรื่องย่อ นางอาย
ละครนางอาย /  ละครนางอาย ตอนแรก / 

นางอาย บทประพันธ์โดย : นราวดีบทโทรทัศน์โดย : คฑาหัสต์ บุษปะเกษกำกับการแสดงโดย : ปวันรัตน์ นาคสุริยะออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อ ละครนางอาย ...กำแพงรั้วที่เรียกว่าโรงเรียน ซึ่งตัดขาดเธอจากโลกภายนอก แต่มันกลับพาเธอก้าวเข้าสู่โลกใบใหม่ โลกของมิตรภาพ เมื่อความรักฉันท์เพื่อนก่อตัวสูงขึ้น ขอบรั้วที่เคยบีบรัดหัวใจก็ค่อย ๆ ทลายลง สุดท้ายที่ ๆ เคยถูกเปรียบเทียบว่าเป็นเรือนจำของความสุข กลายเป็นสถานที่แห่งความรักความผูกพัน ที่จะไม่มีวันเลือนหายไปจากใจของเธอ... อภิรดี อโณทัย หรือ นาง สาวน้อยแสนสวยวัย 17 ปี ลูกสาวคนเดียวของ เด่นชาติ และเอมอร เมื่อนางเริ่มเป็นที่หมายตาจากหนุ่ม ๆ เพื่อนร่วมรุ่นในโรงเรียนสหศึกษา เด่นชาติ และเอมอร ตัดสินใจส่งตัวไปเรียนโรงเรียนคอนแวนต์หญิงล้วนที่ปีนัง เพราะไม่อยากให้ลูกสาวริรักในวัยเรียน หวังให้เหล่าซิสเตอร์ผู้เข้มงวดช่วยอบรมขัดเกลามารยาทกุลสตรี นักเรียนไทยหลายคนต่างมองว่าโรงเรียนคอนแวนต์แห่งนั้น คือโรงเรียนดัดสันดารของเหล่าสาวแสบ ก้าวแรกที่นางได้ก้าวเท้าเข้ามาในโรงเรียน ซิสเตอร์ออเดรย์ หัวหน้าแม่ชีที่ดูแลนักเรียนประจำ ม.ปลายรัก และเอ็นดูนางตั้งแต่แรกเห็น แต่ก็ไม่วายขัดใจนางด้วยการตรวจค้นกระเป๋าเสื้อผ้า และริบข้าวของที่ไม่จำเป็นไปหมดทุกอย่าง โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือ นางแทบจะกรี๊ด... สเตตัสสุดท้ายที่นางโพสก่อนจะจำใจส่งมือถือให้ซิสเตอร์ซิสเตอร์ออเดรย์คือ "ลาก่อนอิสรภาพของฉัน วันหนึ่งเราคงได้พบกันใหม่" นางได้เช็คอินสถานที่โดยครีเอทใหม่ ว่า เรือนจำคอนแวนต์ ละครนางอาย เรเวอร์เร้นท์มาเธอร์ซิสเตอร์หลุยส์ หรือคุณแม่อธิการผู้เคร่งขรึมหมายจะให้เด่นชาติพบกับ ซิสเตอร์เทเรซ่า แม่ชีคนไทยเพียงคนเดียวที่อกหักจากรักแรกจนต้องตัดสินใจหันหน้าเข้าหาพระเจ้า สาบานตนว่าชาตินี้จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับทางโลกอีก อดีตคนรักของเทเรซ่าก็คือท่านรัฐตรีเด่นชาติ ! คุณแม่อธิการต้องการให้ทั้งสองได้พบกัน..ก็เพื่อให้ซิสเตอร์เทเรซ่าตัดใจอย่างถาวร แต่การที่เด่นชาติจูงมือนางเข้ามาในโรงเรียนนั้น ยิ่งทำให้แผลใจของซิสเตอร์เทเรซ่าถูกซ้ำเติมมากขึ้น นางได้พบกับ จรรยา หัวหน้านักเรียนไทยรุ่นพี่ที่ศึกษาอยู่ชั้นม.6 จรรยาแนะนำให้นางรู้จักกับกลุ่มนักเรียนไทยในชั้นเรียน ฝากฝังให้ สินีนาฏ สาวไทยแสนเรียบร้อยเป็นคนดูแลนาง สินีนาฎถูก สายสนม แม่ของเธอส่งมาอยู่โรงเรียนประจำตั้งแต่ม.1 เพราะพ่อแม่หย่ากัน และสายสนมต้องทำงาน และดูแลลูกเพียงคนเดียว สินีนาฏ และนางถูกชะตากันทันทีที่เจอ สินีนาฎแนะนำทุกอย่างให้นาง ตั้งแต่สถานที่ต่าง ๆ ในโรงเรียน กิจวัตรประจำวัน และอธิบายเรื่องการอาบน้ำแบบ Fast Speed 5 นาทีทันใจ โดยมีแม่ชีสุดโหดเฮี้ยบอย่าง ซิสเตอร์ฟรานซิส เป็นผู้ดูแลการเปิด-ปิดวาล์วน้ำในระหว่างการอาบ นางแทบจะร้องไห้ที่ต้องใช้ชีวิตลำบากแบบนี้ นอกจากสินีนาฎแล้ว ยังมีนักเรียนไทยอีก 2 คนที่เป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับนาง นั่นคือ สายสุดา และมีนา ทั้งสองคนเป็นเพื่อนสนิทกัน โดยสายสุดามองว่ามีนาคือลูกน้องของเธอ ส่วนมีนาเองก็อาศัยบารมีของสายสุดาทำตัวอวดเบ่งกับทุกคน เพราะสายสุดามีดีกรีเป็นถึงน้องสาวคนเดียวของท่านกงสุลไทยประจำปีนัง แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าที่สายสุดาชอบทำตัวให้เป็นที่สนใจ และต้องเป็นที่หนึ่งเสมอ เพราะปมชีวิตส่วนตัวที่ความจริงแล้วสายสุดาคือลูกนอกสมรส สายสุดาไม่ชอบหน้านาง เพราะตั้งแต่นางเข้ามาในโรงเรียนหลายคนให้ความสนใจจนเด่นเกินหน้าเกินตา สายสุดาหาทางแกล้งนางอยู่เสมอแต่กลับโดนนางเอาคืนทุกที อย่างในงานเลี้ยงต้อนรับนักเรียนใหม่ประจำปี นางโดนสายสุดาแกล้งจนพลัดตกลงไปในบ่อบัว สินีนาฎพานางไปเปลี่ยนเสื้อผ้า นางได้ทีจึงเอาชุดนักเรียนที่เปียกชุ่มยัดใส่เข้าไปในตู้เสื้อผ้าของสายสุดา สายสุดาโกรธมาก หมายใจไว้ว่างานนี้เธอกับนางไม่มีวันอยู่กันอย่างมีความสุขแน่ ทุกวันพฤหัสบดีถือเป็นวัน English Day คือวันที่นักเรียน และซิสเตอร์ทุกคนต้องสื่อสารกันด้วยภาษาอังกฤษเท่านั้น สายสุดาและมีนาคอยฟ้องซิสเตอร์ว่านางแอบพูดภาษาไทย นอกจากคู่อริสองแสบแล้ว นางยังมีศัตรูอีกคน คือ จอยคาม สาวน้อยเจ้าถิ่นในปีนังที่มีเรื่องปะฉะดะกับนางตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาเรียน จอยคามเห็นสายสุดาไม่ชอบนาง จึงรวมตัวกันหาทางกลั่นแกล้งนาง ละครนางอาย นอกจากสินีนาฎ นางยังมีเพื่อร่วมรุ่นอีก 2 คนที่สนิทกัน นั่นคือ ฮองลัน สาวอ้วนที่รักการกินเป็นที่สุด ฮองลันเป็นนักเรียนไป-กลับที่สนิทกับนาง เพราะทั้งคู่คอยช่วยกันหาทางแอบลอดเอาของกินเข้ามาทานในรั้วโรงเรียนอยู่เสมอ และฮองลันประทับใจนางมากที่เคยโดนซิสเตอร์ฟรานซิสจับได้เรื่องแอบเอาขนมเข้ามาทานที่ห้องเรียน นางก็พร้อมจะโดนลงโทษร่วมกับฮองลันไปด้วย อีกหนึ่งสาวที่นางชื่นชมตั้งแต่แรกเห็น คือ มาเรีย สาวลูกครึ่งไทย-อเมริกัน-มาเลเซีย ที่ต้องใช้ชีวิตบนรถเข็นเพราะพิการมาตั้งแต่เด็ก หลายคนชอบพูดจาดูถูก และรังเกียจมาเรีย แต่นางไม่คิดแบบนั้น แถมยังคอยช่วยซ่อมรถเข็นให้มาเรียอีกด้วย ทุกวันศุกร์ที่นักเรียนทุกคนต้องเข้าโบสถเพื่อนมัสการพระเจ้า นางได้รู้ว่ามาเรียร้องเพลงเพราะมาก นางจึงสนับสนุนให้มาเรียได้ขึ้นร้องนำในกิจกรรมต่าง ๆ อย่างงานวันไหว้ครู นางพยายามทำทุกอย่างให้มาเรียได้แสดงความสามารถของเธอ จนในที่สุดมาเรียก็ได้ร้องนำ แถมนางรับเลือกจากเพื่อน ๆ และรุ่นพี่รุ่นน้องให้เป็นตัวนักเรียนไทยไปถือพานไหว้ครู สายสุดา และมีนาทั้งโกรธทั้งเสียหน้าที่เสียตำแหน่งให้นาง เลยหาทางแกล้งไม่ให้นางได้ถือพาน แต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ สายสุดาแอบรู้ว่านางชอบแอบใช้มือถือของ คัมพล เพื่อนรุ่นพี่ที่สนิทกับนางที่เรียนอยู่โรงเรียนซิสเตอร์เซเวียร์ชายล้วนรั้วติดกัน โทรติดต่อพ่อแม่ของเธอ คัมพลเป็นลูกชายคนเล็กของพิทักษ์ เศรษฐีเหมืองแร่ในภูเก็ตซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับเด่นชาติ คัมพลไม่เคยขัดใจนางเพราะแอบชอบนางอยู่ เรื่องนางติดต่อกับเพื่อนนักเรียนชายโรงเรียนข้าง ๆ ดังไปทั่ว คุณแม่อธิการตัดสินใจตามตัวท่าน ธนาธิป กงสุลไทยที่รับหน้าที่ดูแลนักเรียนไทยที่อยู่ที่ปีนังทั้งหมด แถมยังเป็นพี่ชายต่างมารดาของสายสุดาอีกด้วย นางจึงตั้งท่าไม่ถูกชะตากับธนาธิปตั้งแต่ยังไม่เจอตัว ธนาธิปตามตัวผู้ปกครองของนางและคัมพลมาพบ การเจอหน้ากันครั้งนี้ทำให้ธนาธิปรู้ว่าพิทักษ์หมายปองให้นางแต่งงานกับคัมพลหลังเรียนจบจากคอนแวนต์ เมื่อรู้ว่ามีชายหนุ่มหมายปองสาวแก่นเซี้ยวอย่างนาง ธนาธิปก็แปลกใจไม่น้อยว่าอะไรที่ทำให้คัมพลชอบนางได้ขนาดนี้ ยิ่งสงสัย..ก็ยิ่งเข้าใกล้นางมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว หลายครั้งที่นางเสนอความคิดออกมา มักทำให้ธนาธิปทึ่งในความเฉลียวฉลาดของนางอยู่เสมอ ละครนางอาย ความไม่ลงรอยของนางและสายสุดาเริ่มทวีคุณความแรงขึ้น เมื่อถึงกิจกรรมกีฬาสีมาถึง เหล่าซิสเตอร์ทั้งหลายตั้งใจจะให้กิจกรรมนี้เป็นการสมานแผลระหว่างนางกับสายสุดา โดยจัดให้ทั้งคู่อยู่สีเดียวกัน แต่แผนกลับไม่เป็นไปตามที่คิด สายสุดาร่วมมือกับจอยคามที่อยู่คนละสีแอบโกงในการแข่งขันว่ายน้ำ จนนางเกือบจะจมน้ำเพราะเจ็บขา แถมจอยคามก็ไม่ช่วยเธอเสียด้วย กลายเป็นสินีนาฎ และจรรยาต้องเป็นคนลงไปช่วยนางขึ้นมาแทน เหตุการณ์ครั้งนี้คุณแม่อธิการโกรธมาก ทำโทษกลุ่มนาง และสายสุดายกใหญ่ พร้อมทั้งตามตัวธนาธิปให้มาทราบเรื่องนักเรียนไทยมีปัญหากันเอง ธนาธิปจึงต้องรับหน้าที่เป็นดูแลควบคุมพฤติกรรมของนักเรียนไทยเพิ่มอีกตำแหน่ง ธนาธิปลงโทษทุกคนด้วยการให้ช่วยทำความสะอาดบ้านทูต ร้อยมาลัย ทำกับข้าวเพื่อต้อนรับแขกต่างบ้านต่างเมืองที่เข้ามาพักที่บ้านพักของสถานทูตไทย แรก ๆ ทุกคนอิดออด แต่หลัง ๆ กลับเสนอตัวขอมาช่วยงานเสมอ เพราะต้องการออกมานอกรั้วคอนแวนต์ นางชอบแอบปีนต้นมะม่วงที่อยู่ข้างห้องทำงานธนาธิป แรก ๆ ธนาธิปตกใจ และเรียกนางมาต่อว่าในความไม่เป็นกุลสตรี แต่นาน ๆ เข้าก็ปล่อยให้ปีนขึ้นปีนลงอยู่เรื่อย ๆ จนเป็นความคุ้นเคย แถมบางวันนางยังแอบเข้ามาในห้องทำงานธนาธิป จัดการเปลี่ยนหลอดไฟในห้องที่ติด ๆ ดับ ๆ ให้เสียด้วย นอกจากธนาธิปที่ต้องคอยดูแลนักเรียนไทยในปีนังแล้ว ยังมี ชัยพงษ์ อีกคนที่เป็นกงสุลไทยที่ดูแลในส่วนของกิจกรรมประเพณี และวัฒนธรรม ชัยพงษ์มีโอกาสได้เจอกลุ่มนักเรียนไทยอยู่เรื่อย ๆ ชัยพงษ์เป็นพี่ชายคนกลางของคัมพล จึงสนิทสนมกับนางเช่นกัน ชัยพงษ์ต่างกับธนาธิปแบบคนละขั้ว เพราะชัยพงษ์คือหนุ่ม Biker ที่มีมอเตอร์ไซค์ Big Bike คันเท่เป็นพาหนะคู่กาย ธนาธิปไม่พอใจที่ชัยพงษ์สนิทสนมกับนางเพราะคิดว่าชัยพงษ์แอบชอบนาง แต่จริง ๆ แล้ว ชัยพงษ์แอบชอบสินีนาฎ และนางเองก็รู้แถมยังทำหน้าที่เป็นแม่สื่อให้ด้วย แต่สินีนาฎกลับไม่มีใจให้เพราะเธอแอบหลงรักธนาธิปมาตั้งแต่แรกเจอเช่นกัน เวลาผ่านไป...นางเริ่มปรับตัวได้ดีขึ้นในรั้วคอนแวนต์ แต่ก็ยังไม่วายแหกกฎระเบียบโรงเรียนอยู่เสมอ วีรกรรมที่โด่งดังของนางคือการแอบเอาอาหารคาวหวานซุกซ่อนเข้ามาในกระเป๋าเสื้อผ้าทุกครั้งที่กลับเข้าโรงเรียนในวันจันทร์ต้นเดือน... อาทิตย์นี้เป็นวันเกิดของฮองลัน นางวางแผนแอบเอาขนมเค้กเข้ามาฉลองวันเกิด โดยจะแอบเอาเค้กปอน์ดใส่มาในกล่องรองเท้าพละ และขอให้จรรยาช่วยปล่อยผ่านตอนเข้าเวรตรวจกระเป๋า แต่เมื่อถึงเวลาเป่าเค้ก เมื่อนางเปิดกล่องรองเท้าพละออกมา กลับพบว่าจากเค้กปอน์ดแสนอร่อยกลายเป็นรองเท้าพละเก่า ๆ เน่า ๆ คู่หนึ่งเท่านั้น เหล่าซิสเตอร์ทั้งหลายปรากฎตัวขึ้นพร้อมด้วยเทียนวันเกิดสั้น ๆ กุด ๆ แท่งหนึ่ง เซ็นส์ฟรานซิสจัดการปักเทียนบนรองเท้าคู่นั้นแล้วให้นางและฮองลันช่วยกันเป่าเทียนให้ดับ แต่เทียนเล่มนั้นดันเป็นเทียนแบบเป่าดับได้ยากเสียด้วย ฮองลันทั้งโกรธทั้งอายที่โดนทำโทษประจานที่ลานกิจกรรม ทั้งหมดโดนทำโทษร่วมกัน ถึงจะอดทานเค้กแต่กลับรักกันแน่นแฟ้นมากขึ้น ละครนางอาย หลายครั้งที่นางมักมีปัญหากับ ซิสเตอร์ปอนลีน แม่ชีประจำวิชาดนตรีที่ขึ้นชื่อเรื่องความลำเอียงรักนักเรียนไม่เท่ากัน คนไหนที่ลงเรียนพิเศษเปียโนกับเธอ เธอจะรักและเอ็นดูเด็กพวกนั้นมาก ส่วนนักเรียนคนอื่นมักจะโดนไม่ให้ซ้อมเปียโนในห้องดนตรีของเธอ นางเห็นว่าไม่ยุติธรรมเพราะสินีนาฎมักโดนไล่ออกมาจากห้องซ้อมก่อนหมดเวลา พยายามเจรจาเท่าไหร่ก็โดนซิสเตอร์ปอนลีนสั่งทำโทษตลอด คัมพลอาสามารับนาง และเพื่อน ๆ ไปเที่ยวทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ โดยทุกครั้งชัยพงษ์จะตามมาเจอด้วยเพราะต้องการพบกับสินีนาฎ สายสุดาที่อิจฉาที่พวกนางได้เที่ยวจึงคอยหาเรื่องพูดจาจิกกัดคัมพลเสมอ เพราะลึก ๆ ไม่พอใจที่คัมพลสนใจนางมากกว่าเธอ ช่วงสอบปลายภาคของภาคเรียนที่ 1 สินีนาฎขาดการติดต่อจากสายสุดาแม่ของเธอ จนปิดเทอมแล้วสายสุดาก็ยังไม่ติดต่อมา จนในที่สุดสินีนาฎก็ได้รู้ความจริงว่าแม่ถูกเพื่อนร่วมธุรกิจโกงจนหมดตัว ส่งข่าวมาบอกว่าไม่สามารถส่งให้เรียนต่อได้แล้ว สินีนาฏทั้งโกรธทั้งเสียใจที่ต้องหมดอนาคต ซิสเตอร์ออเดรย์ขอให้แม่อธิการช่วยเหลือสินีนาฏได้เรียนต่อจนจบ ม.6 แต่สินีนาฏต้องย้ายจากนักเรียนประจำชั้นหนึ่ง ไปเป็นนักเรียนประจำชั้นสองที่ต้อยต่ำกว่า สินีนาฏคิดฆ่าตัวตาย แต่ซิสเตอร์เทเรซ่ามาห้ามไว้ได้ทัน ซิสเตอร์เทเรซ่ าและซิสเตอร์ออเดรย์เกลี้ยกล่อมจนสินีนาฏยอมเรียนหนังสือต่อจนจบเพื่ออนาคตของเธอเอง สินีนาฏขอร้องไม่ให้บอกเรื่องนี้กับนางเพราะไม่อยากให้นางช่วยเหลือ และอยากตัดขาดเพื่อนชั้นหนึ่งทุกคน วันเปิดภาคเรียน ทุกคนแปลกใจที่เห็นสินีนาฎถูกย้ายไปอยู่รวมกับกลุ่มนักเรียนชั้นสอง พวกสายสุดาพากันเยาะเย้ยถากถาง และสมน้ำหน้า นางไปหาสินีนาฏเพื่อถามความจริงแต่ถูกหลบหน้า นางยิ่งทุกข์ใจเพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนรัก ในที่สุดนางได้รู้เรื่องราวของสินีนาฎ นางเข้าพบคุณแม่อธิการเพื่อส่งตัวสินีนาฏกลับมาเรียนชั้นหนึ่งเหมือนเดิม และจะให้พ่อแม่ของเธอส่งเสียสินีนาฏเอง แต่แม่อธิการไม่ยอมจนกว่าจะได้คำยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรจากเด่นชาติ และเอมอร ซึ่งตอนนี้ติดต่อไม่ได้เพราะทั้งสองเดินทางไปต่างประเทศ ที่พึ่งสุดท้ายของนางจึงเป็นธนาธิป กลางดึกคืนนั้นนางตัดสินใจแอบออกจากตึกนอน ปีนรั้วไปหาธนาธิปที่ห้องทำงาน แต่ยังไม่ทันได้คุยกันก็โดนไล่กลับมาก่อน เพราะธนาธิปเห็นว่าไม่ควรพบกันดึก ๆ เช่นนี้ นางขอให้ธนาธิปมาพบเธอที่โรงเรียนในวันพรุ่งนี้ ละครนางอาย แต่ธนาธิปกลับมาในอีก 2 วันถัดมา นางโกรธแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะไม่เหลือใครที่จะช่วยสินีนาฎได้แล้ว นางขอยืมเงินธนาธิปก่อนจนกว่าพ่อแม่ของเธอจะเดินทางกลับมา แต่ธนาธิปกลับขอรับอุปการะสินีนาฏเอง โดยอธิบายเหตุผลสารพัดจนนางต้องยอมให้ธนาธิปเป็นผู้อุปการะสินีนาฏ นางขอร้องไม่ให้บอกเรื่องนี้กับสายสุดา เพราะกลัวจะเอาเรื่องนี้มาข่มสินีนาฏ เมื่อสินีนาฏรู้เรื่องการช่วยเหลือครั้งนี้ ก็ซาบซึ้งและยิ่งทำให้สินีนาฏประทับใจในตัวธนาธิป มากขึ้นไปอีก ชัยพงษ์รู้เรื่องที่ธนาธิปอุปการะสินีนาฎ ก็รู้สึกขัดใจไม่น้อยเพราะเขาอยากจะรับผิดชอบช่วยเหลือสินีนาฎมากกว่าแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ธนาธิปงานยุ่งไม่ค่อยได้มาเยี่ยมสินีนาฏตามคำแนะนำของซิสเตอร์ออเดรย์เท่าที่ควร ชัยพงษ์จึงเสนอตัวคอยหมั่นไปเยี่ยมสินีนาฎอยู่บ่อย ๆ คอยซื้อข้าวของต่าง ๆ ให้โดยอ้างว่าธนาธิปสั่ง เมื่อชัยพงษ์รุกหน้าทำคะแนนกับสินีนาฎ คัมพลก็ไม่แพ้กันพยายามมาทำคะแนนกับนาง ธนาธิปไม่พอใจที่นางสนิทสนทกับผู้ชายคนอื่น จึงเริ่มเข้ามาเยี่ยมสินีนาฎมากขึ้น เพื่อจะหาโอกาสได้เจอกับนางมากขึ้นเช่นกัน นางขอให้ธนาธิปพาเธอกับสินีนาฏออกไปดูหนัง ยิ่งได้ออกไปเที่ยวด้วยกันก็ยิ่งใกล้ชิดกัน ธนาธิปถูกใจในความสดใสร่าเริงของนาง แต่กับสินีนาฎเขามองเธอเป็นแค่น้องสาวเท่านั้น จอยคามที่แอบชอบธนาธิปมานาน เมื่อเห็นธนาธิปมาส่งนางกับสินีนาฏ จึงรีบไปบอกสายสุดา สายสุดามาเอาเรื่องแกล้งเทขยะใส่สินีนาฏ นางมาช่วย เด็กสาวทั้งสองกลุ่มจึงตะลุมบอนกัน ซิสเตอร์ฟรานซิสลงโทษเด็กทุกคนให้ช่วยกันเก็บขยะ ทำความสะอาดตึกเรียนทั้งหมด แต่สุดท้ายพวกนาง และสายสุดาก็ทะเลาะกันอีก จนเหล่าซิสเตอร์ต้องเข้ามาแยก และหาทางลงโทษพวกเด็ก ๆ ขั้นเด็ดขาด สินีนาฏรู้เรื่องธนาธิปส่งเงินค่าเทอมให้สินีนาฎ จึงโพทะนาไปทั่วว่าสินีนาฏให้ท่าพี่ชายเธอเพื่อให้ส่งเสียเลี้ยงดูหวังจะเป็นเมีย สินีนาฏถูกนักเรียนคนอื่นดูถูกโดยเฉพาะจอยคาม จอยพูดจาดูดถูกสินีนาฎสารพัด สายสุดาคอยพูดเหน็บเปรียบเทียบฐานะให้สินีนาฏเจียมตัว สินีนาฏร้องไห้เสียใจ นางเจ็บแค้นแทนเพื่อนจึงหาทางแก้เผ็ดสายสุดาด้วยการเอาหน้ากากผีมาใส่หลอกสายสุดาตอนกลางคืน ข่าวสายสุดาถูกผีหลอกแพร่สะพัดในโรงเรียน แถมสายสุดาโดนทำโทษที่รบกวนเพื่อนกลางดึกด้วย ละครนางอาย ช่วงเลิกเรียนตอนเย็น กลุ่มนักเรียนจะไปทำกิจกรรมที่ลานกว้างใกล้รั้วระหว่างโรงเรียนหญิงล้วนกับโรงเรียนชายล้วน นาง สินีนาฏ กับเพื่อนแบ่งทีมเล่นคิงส์แคมป์กัน นางดันเผลอตบลูกบอลแรงจนลูกบอลกระเด็นเข้าไปในบริเวณโรงเรียนชายล้วน ทุกคนหน้าจ๋อยเพราะโรงเรียนมีกฎห้ามเข้าไปในโรงเรียนชายล้วน แต่นางยืนยันที่จะปีนเข้าไปเก็บบอลด้วยตัวเอง นางแอบปีนรั้วเข้ามาเก็บบอลที่สนามของโรงเรียนชายล้วน แต่ถูก เดวิด กับ ปีเตอร์ นักเรียนชายชั้นเดียวกับคัมพลแย่งลูกบอลไปและหวังจะลวนลามนาง คริส เพื่อนตัวอ้วนคนสนิทของคัมพลพยายามจะช่วย แต่กลับโดนเดวิด และปีเตอร์จัดการจนต้องหนีไป นางพยายามจะหนีแต่โดนเดวิดและปีเตอร์เข้ามาจับตัวไว้ คัมพลเข้ามาช่วยนางไว้ได้ จัดการเดวิดกับปีเตอร์จนหมอบราบ ทำให้ทั้งสองอาฆาตแค้นคัมพลมาก ธนาธิปมาหานางด้วยเรื่องที่แอบปีนเข้าไปในโรงเรียนชายล้วนจนเกิดเรื่องราวใหญ่โต เพราะนอกจากคัมพลโดนสั่งพักการเรียนแล้ว เดวิส และปีเตอร์ยังโดนไล่ออกด้วยเพราะเคยมีความผิดเรื่องการชกต่อย แถมยังมีนักเรียนแอบได้ยินพวกเดวิดวางแผนทำร้ายคัมพล นางรู้สึกผิดขอร้องให้ธนาธิปช่วยคัมพลที่เดือดร้อนเพราะเธอ ถึงจะเจ็บปวดที่นางเป็นห่วงชายอื่น แต่ธนาธิปรับปากว่าจะช่วย และขอให้นางสัญญาว่าจะไม่ก่อเรื่องอะไรอีก เดวิด ปีเตอร์ พาเพื่อนมาดักทำร้ายคัมพลกับคริสตรงถนนเลียบชายทะเล คัมพลเอาตัวเข้าปกป้องคริสจนบาดเจ็บ ธนาธิปมาช่วยเหลือคัมพลได้ทันพร้อมแจ้งตำรวจชาวมาเลย์ให้มาจับกุมตัวเดวิดกับเพื่อนไป ธนาธิปสั่งห้ามไม่ให้นางออกไปเที่ยวนอกโรงเรียนกับคัมพลอีกเพราะกลัวว่าจะไม่ปลอดภัย และในเวลาว่างจากชั่วโมงเรียน ธนาธิปก็บังคับให้พานางมาอยู่ที่บ้านทูต โดยอ้างว่าให้นางมาทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ จะได้ไม่ได้เกเรที่ไหนอีก แต่ลึก ๆ แล้วธนาธิปอยากอยู่ใกล้นางมากขึ้นเพราะเขารู้ตัวแน่แล้วว่ามีใจให้นาง แต่ธนาธิปจำต้องปิดบังทุกอย่างไว้ภายใต้ใบหน้าเคร่งขรึม เจ้าระเบียบ จอยคาม และสายสุดาหาเรื่องแกล้งสินีนาฎ ให้ซิสเตอร์ฟรานซิสเข้าใจผิดว่าสินีนาฏแอบเอานิยายรักโรแมนติกมาอ่าน แต่นางกลับออกรับแทนว่าเป็นหนังสือของเธอ นางเลยโดนลงโทษด้วยการให้อดอาหารเย็น คืนนั้นซิสเตอร์เทเรซ่าแอบเอาขนมปังมาให้ นางซาบซึ้งในความเมตตาของ ซิสเตอร์เทเรซ่า พูดประสาซื่อว่าขอให้หนูเรียกซิสเตอร์ว่าแม่อีกคนได้มั้ย ซิสเตอร์เทเรซ่าอึ้งเพราะถ้าเด่นชาติไม่ทิ้งเธอไป นางคนเป็นลูกสาวของเธอจริง ๆ ละครนางอาย ช่วงปิดเทอมใหญ่ เด็กนักเรียนประจำที่ไม่ได้กลับบ้านจะได้ไปพักที่บังกะโล ตันหยงบุหงา นาง สินีนาฏ มาเรีย จอยคาม มีนา จรรยา และเพื่อนนักเรียนประจำมาพร้อมเหล่าซิสเตอร์ ทุกคนสังเกตเห็นซิสเตอร์เทเรซ่าเศร้ามากเมื่อมาถึงที่นี่ เพราะที่แห่งนี้คือที่ ๆ เธอได้พบกับเด่นชาติ และเด่นชาติพูดขอความรัก ขอให้ซิสเตอร์เทเรซ่ารอเขาเรียนจบกลับมาจากอเมริกาแล้วแต่งงานด้วยกัน นางกับจอยคามท้าแข่งว่ายน้ำออกไปยังประภาคารไกลฝั่ง เพราะนางยังฝังใจที่แข่งว่ายน้ำแพ้จอยคามในงานกีฬาสี จอยคามรับคำท้า สินีนาฎพยายามห้ามเพื่อนทั้งสองแต่ไม่มีใครฟัง จอยคามเป็นตะคริวกำลังจะจมน้ำ นางรีบเข้าไปช่วยพาจอยคามกลับเข้าฝั่งได้อย่างปลอดภัย จอยคามซาบซึ้งในน้ำใจที่นางช่วยชีวิต จอยคามกับนางถูกลงโทษด้วยกัน ทั้งคู่จึงได้เปิดใจกัน และเคลียร์เรื่องหมางใจต่าง ๆ พร้อมทั้งจับมือสัญญาเป็นเพื่อนรักกันอีกด้วย ธนาธิปทนคิดถึงนางไม่ได้ แสร้งขอติดตามเด่นชาติกับเอมอรมาเยี่ยมสินีนาฏที่ตันหยงบุหงา แม่อธิการให้ซิสเตอร์เทเรซ่าไปต้อนรับเด่นชาติกับเอมอร เมื่อเด่นชาติเจอซิสเตอร์เทเรซ่าก็ตกใจมาก ไม่คิดว่าเธอจะเป็นแม่ชีอยู่ที่โรงเรียนคอนแวนต์ เมื่อมีโอกาสอยู่กันสองต่อสอง เด่นชาติพยายามจะพูดคุยกับซิสเตอร์เทเรซ่า แต่เธอกลับไม่ยอมพูดด้วย นางแอบเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็แปลกใจในความสัมพันธ์ของพ่อกับซิสเตอร์เทเรซ่าร์ ธนาธิปเปิดบ้านพักกงสุลไทยจัดงานเลี้ยงต้อนรับเด่นชาติกับเอมอรที่มาพักในปีนัง และเชิญพิทักษ์กับคัมพล ชัยพงษ์ ลูกชายมาด้วย ในงานเลี้ยงธนาธิปตะลึงเมื่อเจอนางแต่งตัวน่ารักสวยสดใส ต่างจากสินีนาฏที่สวยหวาน คืนนั้นคัมพลขอนางเต้นรำ นางที่ไม่ได้คิดอะไรก็ออกไปเต้นรำอย่างสนุกสนาน ธนาธิปหาจังหวะอยู่ตามลำพังกับนาง เพื่อเตือนนางให้ไว้ตัวบ้าง อย่าปล่อยให้ใครจับมือถือแขนง่าย ๆ เพราะเขาหวงนางอย่างไม่รู้ตัว แต่นางกลับรู้สึกว่าธนาธิปไม่ชอบเธอ จึงหาเรื่องติเธอทุกอย่าง ทำอะไรก็ผิดเสมอในสายตาธนาธิป นางเลยประชดธนาธิปด้วยการอยู่ใกล้คัมพลตลอดเวลา ยิ่งทำให้ธนาธิปร้อนรุ่ม อึดอัดใจมาก พิทักษ์พูดสู่ขอนางให้ ทัศนัย ลูกชายคนโตที่กำลังเรียนหมออยู่อเมริกา เพราะจากเรื่องชกต่อยของคัมพล ทำให้เด่นชาติเคยปฏิเสธที่จะให้นางหมั้นกับคัมพล ส่วนชัยพงษ์ก็หลงรักสินีนาฎ ดังนั้นจึงเหลือแค่ทัศนัย คัมพลและชัยพงษ์พานาง และสินีนาฎมาเที่ยวงานของปีนัง ธนาธิปที่พาสายสุดามาด้วยจึงมีโอกาสได้เที่ยวด้วยกันทั้งหมด คืนนั้นธนาธิปมีโอกาสได้อยู่กับนางสองต่อสองอีกครั้ง ธนาธิปพานางไปยังจุดชมวิวพระอาทิตย์ตก ทั้งสองคนมีเวลาดี ๆ ร่วมกัน ละครนางอาย สายสุดารู้ว่าจอยคามเป็นมิตรกับนางก็โกรธ หาเรื่องนางที่มาแย่งเพื่อนเธอไป นางและสายสุดาทะเลาะกัน นางเห็นว่าสายสุดาพูดไม่รู้เรื่องก็จะเลิกคุย แต่สายสุดาไม่ยอม ทั้งหมดตะลุมบอลยื้อกันจนสายสุดาพลาดล้มหัวแตก นวลใย แม่ของสายสุดามาเอาเรื่องนางถึงโรงเรียน บังคับจะให้คุณแม่อธิการไล่นางออก แต่งานนี้เพื่อนทุกคนพร้อมใจกันเป็นพยานว่านางไม่ได้เริ่มหาเรื่องก่อน และสายสุดาซุ่มซ่ามหกล้มเอง แถมธนาธิปยังเข้าข้างนางอีกด้วย นวลใยเลยทะเลาะกับธนาธิปไปอีกคน แถมงานนี้นวลใยเผลอหลุดพูดไปว่าเพราะสายสุดาเป็นลูกคนใช้อย่างป้าใช่มั้ย ธนาธิปจึงไม่คิดจะนับเธอเป็นญาติ สายสุดาทั้งโกรธทั้งอายที่เพื่อน ๆ ได้รู้ว่าเธอคือลูกคนใช้ สินีนาฏที่กำลังเศร้าเรื่องที่แม่ป่วยจึงไปซ้อมเปียโนเพื่อผ่อนคลาย โดยไม่รู้ว่าห้องข้าง ๆ กำลังสอบวัดผลเปียโนกันอยู่ ซิสเตอร์ปอนลีนที่โกรธจนขาดสติเข้ามาอาละวาดในห้องซ้อมเปียโน พร้อมทั้งตบหน้าสินีนาฏต่อหน้าทุกคน สินีนาฏเสียใจมากทั้งเจ็บปวด และอับอาย แต่ไม่มีซิสเตอร์คนไหนกล้ายุ่งกับซิสเตอร์ปอนลีน นางทนไม่ได้จึงไปกดดันให้แม่อธิการพาซิสเตอร์ปอนลีนมาขอโทษสินีนาฏต่อหน้าทุกคน ไม่อย่างนั้นเธอจะลาออกและเพื่อนทุกคนจะลาออกด้วย รวมทั้งสายสุดาเช่นกัน สุดท้ายซิสเตอร์ปอนลีนมาขอโทษสินีนาฏต่อหน้านักเรียนทุกคน นางขอบคุณสายสุดาที่ร่วมมือกับเพื่อนช่วยสินีนาฏ สายสุดาเก๊ก ๆ ไม่อยากดีกับนางมาก เทศกาลงานวันคริสมาสต์มาถึง นักเรียนทุกคนต่างตื่นเต้นกับงานแฟร์ที่จะมีขึ้นในปลายอาทิตย์หน้า ทุกคนตั้งใจเตรียมงานกันสุด ๆ ทั้งการแสดง ทั้งการออกร้านขายของรวมทั้งซุ้มสอยดาว งานแฟร์คืนนั้นนางต้องไปรับผิดชอบซุ้มสอยดาว เพราะเป็นหน้าที่ของนักเรียนม.4 ธนาธิปมาสอยดาวตามคำชวนของสายสุดา และได้เห็นว่านางกำลังพูดคุยกับชายคนหนึ่งอย่างมีความสุข โต๋เต๋ คือเพื่อนชายที่ชอบ และพยายามจีบนางเป็นคนรัก เลยทำให้นางต้องมาอยู่ที่คอนแวนต์แห่งนี้ ธนาธิป เอมอร และเด่นชาติต่อว่านางเพราะคิดว่านางแอบติดต่อกับโต๋เต๋ นางปฏิเสธและเสียใจมากที่ธนาธิปไม่เชื่อเลยหนีไป สุดท้ายชัยพงษ์ที่ได้สอบสวนโต๋เต๋แล้วยืนยันว่านางพูดความจริง ธนาธิปรู้สึกผิดรีบตามไปง้อนาง ธนาธิปขอโทษที่โกรธเพราะคิดว่านางคบหากับโต๋เต๋ และไม่ต้องการให้นางมีคนรักตอนนี้ อยากให้รอเวลาที่สมควรแล้วค่อยรักกัน นางถามรักกันน่ะรักกับใคร ธนาธิปไม่ตอบแต่กลับซื้อตุ๊กตาหมีที่มีปักตัวอักษรย่อว่า T. แล้วส่งให้นาง ธนาธิปตั้งใจบอกให้นางรู้ว่าเขาต้องการเป็นคนรักของนาง ช่วงวันหยุดยาวระหว่างคริสมาตส์จนถึงปีใหม่ นักเรียนประจำหลายคนเดินทางกลับบ้าน ธนาธิปออกตั๋วเครื่องบินให้สินีนาฏกลับไปเยี่ยมแม่ที่เมืองไทยพร้อมกับนาง เขาตามมาส่งนางที่สนามบินพร้อมซิสเตอร์ออเดรย์ คัมพลเอาดอกไม้ช่อใหญ่มาให้นางด้วยความอาลัยอาวรณ์ราวกับจะไม่ได้เจอกันอีก นางขำแต่ก็รับช่อดอกไม้ไปด้วยความยินดี ธนาธิปเตือนนางอ้อม ๆ เรื่องการรับดอกไม้จากผู้ชายคือการเปิดโอกาสให้ผู้ชายคนนั้นคิดเข้าข้างตัวเองไปได้ว่านางมีใจให้ นางก็ประชดประชันไม่ฟังธนาธิป สายสนมพาสินีนาฏมาพักอยู่กับ ทับทิม เพื่อนของเธอที่คอยช่วยเหลือมาตั้งแต่โดนโกง ทับทิมรัก และเอ็นดูสินีนาฎเหมือนลูกหลานคนหนึ่ง พิทักษ์เดินทางจากภูเก็ตเอาแหวนเพชรมาให้ เด่นชาติเพื่อหมั้นนางกับทัศนัย เด่นชาติและเอมอรรับไว้อย่างเสียไม่ได้ ส่วนชัยพงษ์เองก็พาพิทักษ์มาสู่ขอสินีนาฏกับสายสนมไว้ก่อน สายสนมตกลง เพราะอยากให้ลูกมีอนาคตที่ดี โดยที่สินีนาฏไม่รู้เรื่องนี้ ละครนางอาย ธนาธิปบินมาธุระที่กรุงเทพฯได้พบกับสินีนาฎ และสายสนม สินีนาฎพยายามบอกความรู้สึกของเธอที่มีต่อธนาธิป โดยไม่รู้เลยว่าธนาธิปเปิดเผยความรู้สึกของเขาที่มีต่อนางไปหมดแล้ว ธนาธิปขอนางว่าอย่าเปิดใจให้ผู้ชายคนไหนนอกจากตน นางอึ้งไม่แน่ใจว่าธนาธิปหมายความว่าอย่างไร ธนาธิปบอกไม่ต้องหาคำตอบจนกว่านางจะเรียนจบ ระหว่างนี้แค่ให้นางทำตามที่ตนขอก็พอ ปีการศึกษาสุดท้าย... แม้เหล่าซิสเตอร์ต่างหนักใจที่พวกนางยังคงความเป็นเด็กซนแซบไว้อย่างเต็มตัว แต่ในเวลาที่จำเป็นทั้งหมดก็แสดงความเป็นผู้ใหญ่ออกมาได้ดี ยิ่งเห็นเด็กรุ่นน้องทะเลาะกัน หรือร้องห่มร้องไห้อยากกลับบ้าน รุ่นพี่อย่างพวกนาง สินีนาฏ สายสุดา ก็จะเข้าไปตักเตือนและให้คำปรึกษาแทนเหล่าซิสเตอร์ เหมือนที่ซิสเตอร์คอยสอนให้พวกเธอรู้จักความสามัคคีและการแบ่งปัน หลังจากสอบปีสุดท้ายเสร็จ นาง สินีนาฏ สายสุดา และเพื่อน ๆ แอบจัดงานเซอร์ไพรส์ขอบคุณเหล่าซิสเตอร์ มอบดอกไม้ขอขมาที่พวกเธอเคยล่วงเกิน ซิสเตอร์ซาบซึ้งน้ำตาซึม...เมื่อเห็นนักเรียนที่รักทุกคน เติบโตเป็นผู้ใหญ่ กำลังจะเรียนจบ และจากโรงเรียนนี้ไปสู่โลกอันกว้างใหญ่ คืนก่อนเดินทางกลับประเทศไทย นางเข้าไปหาซิสเตอร์เทเรซ่า ถามสิ่งที่เธอสงสัยมาตลอด จนรู้ว่าเด่นชาติเคยทิ้งซิสเตอร์เทเรซ่าไปแต่งงานกับเอมอร ทำให้ซิสเตอร์ตัดสินใจบวชตลอดชีวิต นางกราบขอโทษแทนพ่อ ไม่รู้จะชดใช้ความเจ็บปวดนั้นให้ซิสเตอร์เทเรซ่ายังไง นาง สินีนาฏ จอยคาม มาเรีย ฮองลัน ล่ำลากันก่อนจากทั้งน้ำตา และทั้งหมดสัญญาว่าจะเป็นเพื่อนรักกันตลอดไป เมื่อกลับถึงกรุงเทพฯ สินีนาฏรู้ว่าธนาธิปเตรียมตัวย้ายไปกงสุลไทยในสหรัฐ สินีนาฏใฝ่ฝันจะอยากเป็นภรรยาที่ติดตามธนาธิปไปด้วย แต่ธนาธิปกลับพูดดักคอว่าจะแนะนำสินีนาฏให้ทำงานกับเพื่อนของเขา สายสนมต้องแบ่งรับแบ่งสู้เพราะยังไม่ได้บอกสินีนาฏว่าจะต้องแต่งงานกับชัยพงษ์ นางกับธนาธิปมาเจอกันโดยบังเอิญ ธนาธิปช่วยนางหิ้วของ และเดินตามไปช้อปปิ้งอย่างไม่รู้สึกเบื่อ เขาชอบมองใบหน้า และท่าทางที่สดใสตลอดเวลาของนาง ธนาธิปรู้ดีว่าตนเหลือเวลาที่อยู่ในประเทศไทยน้อยลงทุกที เขาจึงตัดสินใจที่จะเริ่มจีบนางแบบนิ่มนวล ธนาธิปเทียวรับเทียวส่งนางหลายวันติดกัน พร้อมทั้งหมั่นพูดความนัยกับนางตลอดเวลา ซึ่งนางก็เอะใจ แต่ไม่กล้าถามตรง ๆ เพราะความเขินอาย เอมอรและเด่นชาติเริ่มรับรู้ในความสัมพันธ์ระหว่างนาง และธนาธิป เด่นชาติไม่ค่อยชอบเพราะได้รับปากหมั้นหมายให้นางกับทัศนัยไปแล้ว สินีนาฏเองก็รับรู้เรื่องธนาธิปชอบนางเช่นกันจึงเสียใจมาก สายสนมเตือนสินีนาฏ และพูดเรื่องยกสินีนาฏให้ชัยพงษ์แล้ว สินีนาฏไม่ยอมแต่งงานกับชัยพงษ์เพราะเธอไม่ได้รักเขา ธนาธิปเริ่มเปิดเผยความในใจกับนาง ซึ่งแทนที่นางจะแก่นแก้วตอบตรง ๆ กลับอ้อมค้อม เอียงอายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ธนาธิปสัญญาว่าจะพาผู้ใหญ่ไปสู่ขอนาง เมื่อกลับจากทำธุระที่ต่างจังหวัดเสร็จแล้ว เด่นชาติจึงจัดงานหมั้นระหว่างนางกับทัศนัยอย่างรวบรัด นางร้องไห้เสียใจไม่ยอมหมั้นแต่ขัดคำสั่งพ่อแม่ไม่ได้ ธนาธิปกลับมาจากต่างจังหวัด นางแอบมาหาธนาธิปที่บ้าน และเล่าทุกอย่างให้เขาฟัง ธนาธิปใช้สติคิดหาทางทำให้นางกับเขาได้รักกันและแต่งงานกัน ส่วนคัมพลเองก็โกรธที่รู้ว่าพ่อพาทัศนัยไปหมั้นนาง คัมพลชกต่อยกับทัศนัยทันทีที่เจอหน้า และไปหานางที่บ้านเพื่อขอความรักจากนาง ขอให้นางถอนหมั้นจากทัศนัย แต่นางปฏิเสธ และบอกว่าว่าเธอรักธนาธิป คัมพลช็อก...ไม่คาดคิดว่าผู้ชายมาดนิ่งอย่างธนาธิป จะแย่งหัวใจนางไปจากเขา ละครนางอาย ธนาธิปไปหาเด่นชาติกับเอมอรเพื่อยืนยันว่าเขารักนางจริง และพร้อมจะแต่งงานด้วย ติดที่เด่นชาติไม่อยากเสียคำพูดกับเพื่อนรัก และจะไม่มีวันยอมให้นางเป็นฝ่ายถอนหมั้นให้เขาเสียหน้าเป็นอันขาด สินีนาฏที่มาปรึกษาธนาธิปเรื่องที่ถูกแม่บังคับให้แต่งงานกับชัยพงษ์ ธนาธิปเตือนสติสินีนาฏให้มองเหตุผลของผู้ใหญ่ สินีนาฏกอดธนาธิป และสารภาพรัก ธนาธิปบอกสินีนาฏตรง ๆ ว่าเขารักนาง และเขาจะแต่งงานกับนาง สินีนาฏอึ้ง ช็อกรู้สึกเหมือนถูกนางทรยศหักหลัง ธนาธิปบอกนางเรื่องสินีนาฏ นางเป็นห่วงเพื่อนจึงรีบมาหาแต่ดันพบว่าสินีนาฏกินยาฆ่าตัวตาย นางรีบพาสินีนาฏไปส่งโรงพยาบาล พร่ำร้องไห้โทษตัวเองที่ทำให้เพื่อนรักต้องเป็นแบบนี้ สินีนาฏฟื้นขึ้นมาเจอชัยพงษ์นอนเฝ้าเธออยู่ สายสนมเล่าว่าชัยพงษ์รู้ข่าวก็รีบบินมาจากภูเก็ตและขอเฝ้าเธอทั้งคืนด้วยตัวเอง สินีนาฏเห็นใจชัยพงษ์ แต่หัวใจเธอปวดร้าวเพราะรักที่ไม่สมหวังจากธนาธิป นางมาหาสินีนาฏเพื่อขอโทษในสิ่งที่ทำให้เพื่อนเสียใจ แต่ความรักมันห้ามกันไม่ได้ บังคับกันไม่ได้ นางก็ไม่รู้ตัวว่ารักธนาธิปตั้งแต่เมื่อไหร่ สินีนาฏใจอ่อน...เพราะมิตรภาพของความเป็นเพื่อนระหว่างเธอกับนางมันยิ่งใหญ่เกินกว่าที่เธอจะโกรธเกลียดเพื่อนรักได้ ธนาธิปตามสืบทัศนัยจนรู้ว่าทัศนัยรักอยู่กับพยาบาลสาวสวยในคลินิก ธนาธิปจึงไปพูดกับทัศนัยตรง ๆ ว่าเขารักนาง และขอให้ทัศนัยถอนหมั้นกับนาง ในที่สุด...นางกับธนาธิปก็ได้แต่งงานกัน ธนาธิปแทบไม่อยากเชื่อว่าเด็กสาวแก่นแก้ว สนุกสนานในอดีตอย่างนาง จะกลายเป็นหญิงสาวงดงาม และขี้อายตรงหน้าเขาในปัจจุบัน ติดตามชม ละครนางอาย ได้ทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครนางอาย เริ้มตอนแรกวันเสาร์ที่ 24 กันยายน 2559 รายขื่อนักแสดงนำใน ละครนางอาย วรินทร ปัญหกาญจน์ รับบท ธนาธิปณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ รับบท นาง/อภิรดีชนกสุดา รักษนาเวส รับบท สินีนาฏคาริสา สปริงเก็ตต์ รับบท สายสุดาจักริน ภูริพัฒน์ รับบท คัมพลจิตรภาณุ กลมแก้ว รับบท ชัยพงษ์ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี รับบท เด่นชาติไรวินทร์ ออง รับบท มีนาพรรณปพร ศรีดุรงคธรรมพ์ รับบท จอยคามอภัสริญญา แพมเบอร์เกอร์ รับบท ฮองลันอาริศา หอมกรุ่น รับบท มาเรียบุณฑรีก์ จิตรีงาม รับบท จรรยาณัชพงศ์พล สุดดี รับบท คริสภูวดล เวชวงศา รับบท เดวิดขุนณรงค์ ประเทศรัตน์ รับบท ปีเตอร์อัญชลี จงคดีกิจ รับบท คุณแม่อธิการนนทิยา จิวบางป่า รับบท มาการิต้าเพ็ญพักตร์ ศิริกุล รับบท ฟรานซิส ละครนางอาย ละครนางอาย ละครนางอาย ละครนางอาย ละครนางอาย ละครนางอาย ละครนางอาย ละครนางอาย

ช็อก! โกโก้ อดีต ผจก. มาริโอ้ เสียชีวิตกะทันหัน !!!!!
โกโก้ เสียชีวิต /  โกโก้ นิรุณ อดีตผจก.มาริโอ้ ตาย / 

ช็อก!!!!! วงการบันเทิงอีกครั้ง ล่าสุดเมื่อเวลาบ่ายโมง ของวันนี้ (21ก.ย.) หลังมีกระแสข่าวว่า โกโก้ นิรุณ นักปั้นมือทอง หรือ อดีตผู้จัดการ พระเอกหนุ่ม มาริโอ้ เมาเร่อ ได้เสียชีวิตลงแล้ว ด้วยอาการแน่นหน้าอกหายใจไม่ออกกะทันหัน โดยญาติได้นำตัวส่ง รพ.เกษมราษฎร์ บางแค เป็นการด่วน แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้!! ด้านเพื่อนคนสนิทเปิดเผยว่า ได้รับแจ้งเหตุร้ายจากแม่ของโกโก้ว่า เมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา อยู่ๆ ทางโกโก้หายใจไม่ออก จึงได้เรียกรถพยาบาลมารับและนำตัวส่งรพ.ทันที แต่ไม่สามารถช่วยชีวิตไว้ได้ ส่วนสาเหตุยังไม่ทราบ เบื้องต้นคนสนิทแจ้งว่าโกโก้ไม่ได้มีโรคประจำตัวแต่อย่างใด ล่าสุด เมื่อเวลา 15.40 น. ได้รับแจ้งข้อมูลการเสียชีวิตเพิ่มเติมว่า วานนี้ (20 ก.ย.) โกโก้ ท้องเสีย ถ่ายไม่หยุด เช้าวันนี้มีอาการอ่อนเพลีย และหายใจติดขัด นึกว่าไม่เป็นอะไรมาก แต่สุดท้ายมีอาการช็อก แม่จึงเรียกรถพยาบาลไปรับที่บ้าน และสิ้นลมระหว่างทาง ตอนนี้ศพอยู่ที่ รพ.เกษมราษฎร์ บางแค โดยเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ทางแพทย์ได้สรุปสาเหตุของการเสียชีวิตเกิดจากอาการหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน!   สำหรับพิธีศพจะจัดขึ้นในวันพรุ่งนี้(22 ก.ย.) ที่ ณ โบสถ์พระกิตติคุณสมบูรณ์ ธนบุรี ในเวลา 19.00 น. โดยจะมีพิธีตั้งแต่วันพฤหัส - วันเสาร์นี้ ส่วนวันอาทิตย์พัก ซึ่งจะมีการเคลื่อนย้ายศพไปฝังไว้ที่สุสาน ในวันจันทร์ ที่ 26 ก.ย.นี้ สำหรับความคืบหน้าอื่นๆ ทางทีมข่าว gossipstar.mthai.com จะอัปเดทเป็นระยะ และในโอกาสนี้ ต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของ คุณโกโก้ นิรุณ ด้วยนะคะ

เก่ง ธชย ขอโทษ! แต่งกลอนฉ่อยเหน็บผู้ใหญ่ ไม่เจตนาลบหลู่วัฒนธรรม
เก่ง ธชย /  เก่ง เดอะวอยซ์ / 

สืบเนื่องมาจากประเด็นดราม่าถึงความไม่เหมาะสมของ MV เพลงเที่ยวไทยมีเฮ โดยมี เก่ง ธชย หรือ เก่ง เดอะวอยซ์ เป็นหนึ่งในผู้แสดงนำ โดยต่อมา เก่ง ได้แต่งกลอนฉ่อยโพสต์ผ่าน Facebook ส่วนตัวข้อความว่า ">>ฉ่อย ธชย คิดเองเออเองไม่ได้ว่าใคร<<เมื่อฉันจะไป ไม่มีใคร เห็นหัวพอมีรางวัลมายั่ว แล้วดีใจเรียกเข้าไปพบ ชื่นชม ยินดีน้องจะให้พี่ ช่วยอะไรตัวผม ฝันว่า อยากทำอย่างนี้เออพี่ว่ามันก็ดี แล้วนี่มันก็ใช่จัดฉากเสร็จสิ้น บินกลับรังแล้วฝันตูก็พัง ใช่ไหมงานใหม่ เข้ามา ไปเอาหน้าต่อแล้วก็หลอก ให้รอ ต่อไปจนโปรเจคใหม่ เขาบอกว่าทศกัณฐ์นั้นหนา จะเที่ยวไทยอยู่กรุงลงกา ราชธานีเบื่อหน่ายเต็มที นารีเมรัยอยากกินหนมครก แบบแคะเองจักกะยางปั่งเล่ง สบายใจจะเเข่งโกคราส ขี่ม้าชมทะเลเล่นว่าวก็เฮ ฮาไปพอเข้าตา ไดโนเสาร์ เต่าล้านปีมาบอกทำอย่างนี้ ใช้ไม่ได้พระเกียรติยศ แผ่ไพศาลต้องทรง คชาชาญ สิยิ่งใหญ่ไอ้ขะหนมครก ไม่ให้แคะเองบริวารจะประเคน มาเสริฟให้จารีต แบบแผน ประเพณีต้องอย่างโน้น ต้องอย่างนี้ จำไว้ขุดกันเข้ามา ทั้งรุ่นย่ารุ่นปู่แม่ครู้ แม่ครู ผู้ใหญ่เบื่อหน่ายเต็มทน คนล้าหลังโลกมัน แคบจัง รู้ไหมไทยจะไปยังไง เดินหน้าถอยหลังวัฒนธรรมจะพัง รู้ไว้ตายไปเอาไปด้วย นะคุณปู่คุณย่าหนูจะช่วยพา ไปเผาให้เอชาฯ" ซึ่งหลายคนมองว่ากลอนฉ่อยบทนี้ตั้งใจแต่งขึ้นมาเพื่อเหน็บผู้ใหญ่ที่คัดค้าน MV เพลงเที่ยวไทยมีเฮ เปรียบเป็นพวกล้าหลังเหมือนไดโนเสาร์เต่าล้านปี โดยล่าสุด เก่ง ธชย โพสต์ข้อความผ่าน Facebook ส่วนตัว ขอโทษอย่างบริสุทธิ์ใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า... "จากกรณีโพสต์กลอนฉ่อยเมื่อ 2 วันที่แล้ว เก่งขอกล่าวคำว่า "ขอโทษ" อย่างบริสุทธิ์ใจครับ ขอโทษต่อสังคมที่แสดงพฤติกรรมที่ไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่างเช่นนั้นออกไป และขออนุญาตเรียนมา ณ ทีนี้ว่า เก่งไม่ได้มีเจตนาที่จะคิดลบหลู่วัฒนธรรมดั้งเดิม หรือครูผู้ใหญ่ท่านใดๆ ทั้งสิ้น จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นผลจากอารมณ์และความกดดันที่เก่งได้รับมาจากทุกทาง และสะสมเรื่อยมาจนกระทั่งเกิดกระเเส MV ที่เพิ่มขึ้นมา ส่งผลให้ตัดสินใจทำอะไรลงไปโดยไม่ทันคิดให้รอบคอบ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ดีเลยและไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่างนะครับ ผมควรควบคุมอารมณ์ และ ทำความเข้าใจแง่มุมต่างๆ ให้มากกว่านี้ สุดท้ายนี้เก่งขอโทษกับทุกๆ ความหวังดีที่เคยมอบให้เก่งมา ขอโทษที่ทำให้ใครหลายๆ คนผิดหวังครับ ไม่มีคำแก้ตัวใดๆ ครับ นอกจาก คำว่า "ขอโทษ" อย่างบริสุทธิ์ใจครับ" ข้อความจาก เก่ง ธชย ขอบคุณภาพจาก FB :: ธชย ประทุมวรรณ, เก่ง ธชย ประทุมวรรณ-Tachaya เก่ง ธชย เก่ง ธชย เก่ง ธชย เก่ง ธชย เก่ง ธชย

กุ๊บกิ๊บ ใส่บาตร พระบี้ แม้คนละศาสนาแต่ก็เคารพซึ่งกันและกัน!!
บี้ บวช /  บี้ KPN / 

  ผ่านพ้นพิธีอุปสมบทตามศาสนาพุทธเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับนักแสดงหนุ่ม บี้ KPN หรือ บี้ ธรรศภาคย์ ทั้งนี้ พระบี้ ได้รับฉายาทางธรรมว่า พระวรสีโล แปลว่า "ผู้มีศีลอันประเสริฐ" และมีกำหนดการบวชเป็นเวลา 1 เดือนเพื่อนศึกษาธรรม ซึ่งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (19ก.ย.59) ทางด้าน กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ แม้ตนจะนับถือศาสนาคริสต์แต่ก็ได้อุ้มลูกสาว น้องเป่าเปา ร่วมใส่บาตรกับ พระบี้ พร้อมกับโพสต์ข้อความดีงามในอินสตาแกรมส่วนตัวว่า   “ถึงคนละศาสนาแต่เราก็เคารพซึ่งกันและกัน ....ขออนุโมทนาบุญนะคะ . . . แด่ ศาสนาที่ควรทำให้เราทุกคนเป็นหนึ่งเดียว . .#งดฝากร้านเด๋วไม่ได้บุญค๊าาา”   ไม่ว่าจะศาสนาไหน ล้วนแล้วแต่สอนให้ทุกคนเป็นคนดีนะคะ สาธุ!! ขอบคุณภาพจาก IG gggubgib36 พระบี้   กุ๊บกิ๊บ ใส่บาตร พระบี้   กุ๊บกิ๊บ น้องเป่าเปา   กุ๊บกิ๊บ พระบี้   บี้ KPN   กุ๊บกิ๊บ บี้   งานบวช บี้ KPN   งานบวช บี้ KPN   บี้ น้องเป่าเปา   พ่อบี้ น้องเป่าเปา  

มาแรง! 9 ที่พักสไตล์บ้านไม้ โอบล้อมด้วยธรรมชาติ
ที่พักธรรมชาติ /  ที่พักปราณบุรี / 

ถ้าใครอยากหาที่พักผ่อน ได้ฟีลแบบธรรมชาติอย่างแท้จริง Travel.mthai มี 9 ที่พักสไตล์บ้านไม้ ที่มาแรงในตอนนี้มาฝากกันค่ะ รับรองว่าทุกคนจะได้ซึบซับกับบรรยากาศดีๆ สูดอากาศแสนบริสุทธิ์ และชาร์จแบตร่างกายได้แบบเต็มที่แน่นอน ^^ มาแรง! 9 ที่พักสไตล์บ้านไม้ โอบล้อมด้วยธรรมชาติ 1. The Birder’s Lodge เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา รีสอร์ทสุดฮิปสำหรับคนชอบชิว บ้านไม้สไตล์กระท่อมแบบยุโรป ตั้งอยู่ท่ามกลางกลางป่าไม้และขุนเขา ทำให้เราได้สัมผัสธรรมชาติกันอย่างใกล้ชิด ณ เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ไม่ไกลจากกรุงเทพนี่เองค่ะ ซึ่งที่นี้เป็นที่พักแห่งใหม่เปิดได้ไม่นาน ตอบโจทย์ผู้เข้าพักไม่ว่าจะเป็นคู่รัก กลุ่มเพื่อน และครอบครัวได้อย่างลงตัว! ที่ตั้ง : 282 หมู่ 10 ตำบลหมูสี ปากช่อง จ.นครราชสีมา รายละเอียด : https://www.facebook.com/thebirderslodge/ สอบถามและจองบ้านพักได้ที่ : 081-645-4252 , 044-300-185 รีวิวเพื่มเติม : The Birder’s Lodge ที่พักสุดชิค สำหรับคนชอบชิว ณ เขาใหญ่ ------------------------------------------------------------------------------------------------ 2. บ้านไร่ไออรุณ ฟาร์มสเตย์ (baan rai i arun) อำเภอ กะเปอร์ ระนอง หลีกหนีอากาศร้อนๆ บ้านเมืองที่วุ่นวายไปใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ ชิวๆ เงียบสงบกันที่จังหวัดระนองกันดีกว่า! รับรองว่าถ้าได้ชมที่พักแห่งนี้ ทุกคนจะต้องหลงรักธรรมชาติและความเป็นอยู่ของที่นี่แน่นอน การกินอยู่อย่างพอดี หลายคนพูดได้แต่ทำยาก แต่! ที่ บ้านไร่ไออรุณ ฟาร์มสเตย์ จะทำให้หลายๆ คนที่เข้าพักมีความสุขกับชีวิตแสนธรรมดา แต่โคตรมีความสุขได้ในที่แห่งนี้ได้แน่นอน ^^ ที่อยู่ : ตำบล กะเปอร์ อำเภอ กะเปอร์ ระนอง เบอร์โทรศัพท์ : 096-9382981 เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/baanraiiarun รีวิวเพิ่มเติม : http://travel.mthai.com/blog/135054.html ------------------------------------------------------------------------------------------------ 3. ลาเอนาตู (La A Natu Bed & Bakery Resort) ปราณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เป็นรีสอร์ทริมทะเลขนาดเล็กที่มีสไตล์โดดเด่นเฉพาะตัว ตั้งอยู่บนชายหาดปราณบุรี-สามร้อยยอด ด้านหน้ารีสอร์ทเป็นชายหาดส่วนตัว ด้านหลังเป็นแปลงนาข้าวขั้นบันได บรรยากาศสบายๆ เงียบสงบ รื่นรมย์ แลนด์มาร์กสะดุดตาของ ลา เอ นาตู คือหลังคาทรงลอมฟางขนาดมหึมาอันเป็นจุดหมายปลายทางของสะพานไม้ไผ่ที่พาดข้ามทุ่งนาไปสู่ทะเล สิ่งก่อสร้าง สถาปัตยกรรม งานดีไซน์ และการตกแต่งภายในของลา เอ นาตูเป็นแบบพื้นถิ่นผสมโมเดิร์น เน้นความกลมกลืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีสระว่ายน้ำส่วนกลางลอยฟ้าแบบ roof-top ถูกโอบล้อมด้วยทัศนียภาพของภูเขา ทะเล ทุ่งนา และบรรยากาศของหมู่บ้้านเล็กๆ ริมหาด ที่อยู่ : 234 หมู่ 2 ตำบลสามร้อยยอด อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 77120 โทรศัพท์ : +66 (0)32 689 941-3, +66 (0)81 731 8688 ข้อมูลเพิ่มเติม : www.laanatu.com ------------------------------------------------------------------------------------------------ 4. สโลว์ไลฟ์ ณ บ้านต้นไม้ แม่แมะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ บ้านต้นไม้ (Tree House) เป็นโฮมสเตย์ โดยมีลุงสุขกับป้าผงเป็นเจ้าของ หลายคนที่ได้มาพักที่นี่บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ประทับใจในการบริการของที่นี่มากๆ คุณลุงคุณป้าใจดีและเป็นกันเอง ดูแลอย่างอบอุ่น ^^ ห้องพักของที่นี่มีหลายแบบ คือ บ้านต้นไม้ เป็นบ้านหลังใหญ่ 2 ชั้น มีห้องนอนแบบแยกส่วนตัวและแบบรวม ชั้นล่างจะเป็นที่นั่ง ที่กินข้าว ดื่มชากาแฟ มีแปลญวณไว้นอนอ่านหนังสือได้สบายๆ ส่วนด้านบนจะเป็นห้องพัก , บ้านต้นไม้ หลังเล็ก สร้างอยู่บนต้นไม้จริงๆ บ้านทั้ง 2 แบบนี้จะมองเห็นวิวภูเขา ต้นไม้สีเขียวแบบเต็มอิ่ม ยิ่งหน้าฝนหรือหน้าหนาว จะได้สัมผัสหมอก อากาศเย็นสบาย และ บ้านริมลำธาร จะตั้งอยู่ติดลำธาร สัมผัสธรรมชาติและวิวสวยไปอีกแบบ ข้อมูลเพิ่มเติม Facebook : บ้านต้นไม้ แม่แมะ เชียงดาว อีเมลล์ : treehousemaemae@gmail.com เบอร์โทรศัพท์ – การจองที่พัก : 081-111-5154, 053-317-090, 086-117-0434 รีวิวเพิ่มเติม : สโลว์ไลฟ์ ณ บ้านต้นไม้ แม่แมะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ------------------------------------------------------------------------------------------------ 5. แทนรัก ทะเลหมอก เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ที่พักบรรยากาศดี ใกล้จุดชมวิวทะเลหมอก ริมเส้นทางไปน้ำตกศรีดิษฐ์ และทุ่งแสลงหลวง มีห้องพักสไตล์โรงแรม 20 ห้องให้บริการ มีร้านกาแฟและอาหาร มีจุดชมวิวทะเลหมอก และจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกเหนืออ่างเก็บน้ำรัตนัยและบริการเต็นท์ให้เช่าพร้อมอุปกรณ์นอน ที่อยู่ : ตำบล เขาค้อ อำเภอ เขาค้อ เพชรบูรณ์ เบอร์โทรศัพท์ : 087-0207014,081-6332434 เว็บไซต์ : http://www.tanrak.com ------------------------------------------------------------------------------------------------ 6. บ้านสวนจันทิตา (Baan Suan Chanthita) จังหวัดอุทัยธานี มีคุณป้าจันทิตาและคุณลุงไพศาลเป็นเจ้าของ คุณลุงเล่าว่าแต่ก่อนที่ตรงนี้เป็นบ่อปลา ต่อมาก็เริ่มถมที่และปลูกต้นไม้ ซึ่งต้นไม้ทุกต้นที่นี่คุณลุงไพศาลเป็นคนปลูกเองทั้งหมด ใช้เวลาเกือบ 30 ปี! เมื่อนำพื้นที่ตรงนี้มาทำเป็นโฮมสเตย์ ก็สร้างโดยการปลูกแทรกตามต้นไม้ โดยไม่ตัดต้นใดทิ้งแม้แต่ต้นเดียว ^^ บ้านสวนจันทิตา เป็นที่พักโฮมสเตย์ แบบบ้านไม้ 4 หลัง ตั้งแทรกอยู่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ เชื่อมต่อกันทั้งหมด 4 หลัง ซึ่งบ้านแต่ละหลังจะมีความสูงไม่เท่ากัน เพราะอยากให้ดูมีมิติ และระบายอากาศได้ดี ภายในบ้านฌปร่งสบาย เน้นเจาะหน้ารอบบ้านแบบให้เราเห็นธรรมชาติได้แบบพาโนรามาด้วย อีกทั้งโดยรอบๆ บรรยากาศร่มรื่นด้วยพรรณไม้นานาชนิด และที่พักราคาไม่แพงด้วย เพียงหลังละ 2,000 บาทเท่านั้น แต่ถ้าอยากมาพักผ่อนที่นี่ต้องจองล่วงหน้ากันยาวสักหน่อย ^^ ที่อยู่ : 32/9 หมู่ 5 ตำบลสะแกกรัง อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี เบอร์โทรศัพท์ : 081 144 1988 เว็บไซต์ : bansuanchantita.weebly.com , www.facebook.com/bansuanchantita ------------------------------------------------------------------------------------------------ 7. ภูลังกา รีสอร์ท (Phu Lang Ka Resort) จังหวัดพะเยา ภูลังกา รีสอร์ท ตั้งอยู่ใน อ.ปง จังหวัดพะเยา เป็นอีกหนึ่งจุดมุ่งหมายของนักท่องเที่ยว รีสอร์ทแบบบ้านไม้ตั้งอยู่บนเนินเขาของวนอุทยานภูลังกา ได้ใกล้ชิดธรรมชาติ มองเห็นวิวเขาหินปูนและแอ่งที่อยู่ด้านล่าง ทะเลหมอกสวยๆ ได้แบบเต็มอิ่ม อีกทั้งมีจุดไฮไลท์ตรงที่ชมพระอาทิตย์จะขึ้นหน้ารีสอร์ท เมื่อแสงส่องลงมายังทะเลหมอกในแอ่งกระทะ ให้บรรยากาศสวยงามเหมือนภาพวาด เรียกได้ว่า เป็นที่พักหลักร้อยแต่ได้วิวหลักล้านของจริง ที่อยู่ : 125 หมู่ 4 ตำบล ผาช้างน้อย อำเภอ ปง จังหวัด พะเยา 56140 เบอร์โทรศัพท์ : 086-1910291 , 081-0232421 เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/PhulangkaResort/ รีวิวเพิ่มเติม : ภูลังกา รีสอร์ท ที่พักหลักร้อย วิวหลักล้าน , เที่ยวภูลังกา สัมผัสความหนาวใน จังหวัดพะเยา ------------------------------------------------------------------------------------------------ 8. บ้านหว่าญ่า บ้านพักน่ารักๆ ณ ม่อนแจ่ม เป็นที่พักเพิ่งเปิดใหม่ปลายปีที่ผ่านมา ตั้งอยู่บนภูเขาสูง มองเห็นทัศนียภาพของธรรมชาติได้แบบพาโนรามา อีกทั้งอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี ซึ่งบ้านหว่าญ่าจะเน้นการออกแบบที่พักแบบเรียบง่าย และให้มีขนาดเล็ก เพื่อไม่บดบังทัศนียภาพโดยรวมของวิวที่มีความโดดเด่น ภูเขาที่สวยงาม ที่นี่จึงเหมาะจะเป็นที่พักกายพักใจในวันหยุดได้ดีสุดๆ ที่อยู่ : บ้านหนองหอย (ม่อนแจ่ม) ต.แม่แรม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ติดต่อสำรองห้องพักได้ที่ : 097-9322282 ข้อมูลเพิ่มเติม : facebook : บ้านหว่าญ่า ------------------------------------------------------------------------------------------------ 9. ไร่แสงอรุณ รีสอร์ท (Rai Saeng Arun Resort) จ.เชียงราย คุณจะได้พบกับความสวยงามของสถาปัตยกรรมของรีสอร์ทที่พัก ซึ่งจัดสร้างและตกแต่งโดย วัสดุที่เรียบง่ายจากธรรมชาติ บ้านพักทุกหลังซ่อนตัวในแนวไม้และป่าไผ่ กลมกลืนกับธรรมชาติ ซึ่งที่ตั้งของที่พักนั้นจะทำให้คุณได้พักผ่อนและได้สัมผัสความงดงามของทิวทัศน์ได้เต็มตา ที่อยู่ : เลขที่ 2 หมู่ 3 บ้านผากุบ ตำบลริมโขง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย โทรศัพท์ : 096 565 9495 เว็บไซต์ : http://www.raisaengarun.com/

หนุมานชวนเที่ยว จ.ลพบุรี ตะลุยเมืองลิง ใก้ลกรุงฯ
ท่องเที่ยวไทย /  หนุมานเที่ยวลพบุรี / 

หลังจากที่ ทศกัณฐ์ ชวนเที่ยวทั่วไทย กันไปแล้ว งานนี้ขอ หนุมาน ตามไปด้วยคน! ซึ่งถ้านึกถึงเมืองลพบุรี หลายคนก็คงนึกถึง ลิง กันแน่นอน นี่จึงเป็นที่มาไอเดียเจ๋งๆ โดยการแต่งโขนหนุมาน ตะลุยเมืองลิง กันซะเลย เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย อีกทางหนึ่ง เห็นแล้วก็อยากออกไปเที่ยวตามเลยล่ะ ^^ หนุมานชวนเที่ยว จ.ลพบุรี ตะลุยเมืองลิง ใก้ลกรุงฯ เฟสบุ๊ค เอพี โฟโตมิวสิค โฟโต ได้โพสต์ภาพ ใส่ชุดโขนหนุมาน ออกไปถ่ายรูปตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในเมืองลพบุรี เช่น ที่พระปรางค์สามยอด ศาลพระกาฬ วงเวียนสระแก้ว สถานีรถไฟลพบุรี อีกทั้งเซลฟี่น่ารักๆ เล่นกับลิง ทักทายคนเมือง ทำให้เห็นความน่ารักของเมืองลพบุรี และสถานที่สวยงามหลายแห่ง ซึ่งเมื่อโพสต์ไปแล้วก็เป็นที่สนใจ ผู้คนต่างกดไลค์และแชร์กันเป็นจำนวนมากในโลกโซเชียล อีกทั้ง เจ้าของ เฟสบุ๊ค เอพี โฟโตมิวสิค โฟโต ตอนแรกแค่จะถ่ายรูปหนุมานกับฉากสีดำเท่านั่น แต่เกิดไอเดียอยากถ่ายหนุมานตามสถานที่ต่างๆ จึงคิดถึงเมืองลพบุรี และที่ถ่ายภาพนั้นแค่ต้องการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม ชวนคนออกมาท่องเที่ยวไทย อีกทั้งอยากให้เด็กรุ่นหลังได้รู้จักตัวละครไทยมากขึ้น จ. ลพบุรีนั้น เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ซึ่งตั้งอยู่ในภาคกลาง เดินทางไปมาสะดวกเพราะไม่ไกลจากรุงเทพมากนัก และเป็นจังหวัดที่มีลิงเยอะมากๆ จังหวัดหนึ่ง ซึ่งลิงที่มาอยู่ในเมืองลพบุรี น่าจะเป็นลิงที่มากับพระนางเจ้าจามเทวีจากทางภาคเหนือเมื่อ  1,335 ปีก่อน โดยสุเทวะฤาษี ได้สร้างแพยนต์ ส่งเจ้าหญิงจามเทวี จากทางภาคเหนือของไทย ลงมาตามลำน้ำมาถึงกรุงละโว้ (จังหวัดลพบุรีในปัจจุบัน ) และพระเจ้าจักวัติผู้ครองกรุงละโว้ ได้รับเจ้าหญิงเป็นราชธิดา  จากตำนานได้เล่าว่า  พระสุเทวะฤาษีได้ให้พญากากะวานรพร้อมด้วยบริวารจำนวน  35  ตัวโดยสารแพมาด้วย เพื่อช่วยเหลือเจ้าหญิงจามเทวีเกี่ยวกับการกินการอยู่  เป็นบริวารและหาอาหารตลอดจนรักษาความปลอดภัยให้แก่เจ้าหญิงในระหว่างเดินทาง  จึงน่าเชื่อได้ว่า ต้นตะกูลของลิงลพบุรีในปัจจุบันนั้น น่าจะสืบเชื้อสายมาจากพญากากะวานรและบริวารทั้ง  35  ตัวนั้นเป็นแน่แท้ ที่มาอยู่ในปี  พ ศ  1190 ซึ่งสถานที่ที่หนุมานไปถ่ายทำนั้น หลักๆอยู่ตรงใจกลางเมือง นั่นก็คือ พระปรางค์สามยอด มีลักษณะเป็นปรางค์เรียงต่อกัน3 องค์ โครงสร้างของปราสาททำจากศิลาแลงฉาบปูน ใครสนใจอยากไปเที่ยวถ่ายรูปสวยๆแบบนี้ได้เลย วันเปิดทำการ : วันพุธ - วันอาทิตย์ เวลาเปิดทำการ : 06.00 - 18.00 ถัดมาไม่ไกลจากพระปรางค์สามยอด จะมีขบวนรถไฟวิ่งผ่าน บริเวณนี้ถือเป็นอีกจุดที่หนุมานไปเก็บภาพ เห็นบรรยากาศด้านหลังรถไฟกำลังวิ่งผ่าน สวยงามทีเดียว ซึ่งตรงบริเวณสถานีรถไฟลพบุรีนั้น ถือเป็นกิโลเมตรที่  132.81 ซึ่งมีสถานีข้างเคียงคือ ด้านเหนือ สถานีท่าแค และ ด้านใต้ สถานีบ้านป่าหวาย กำหนดเวลาขบวนรถ สถานีรถไฟลพบุรี มี 2 แบบคือ "เที่ยวขึ้น" ไป เชียงใหม่ และ "เที่ยวล่อง" ไป กรุงเทพสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเส้นทางและเวลาเดินรถไฟ ที่เบอร์ 036-411022 (24 ชม.) คำขวัญประจำ จังหวัดลพบุรี วังนารายณ์คู่บ้าน ศาลพระกาฬคู่เมือง ปรางค์สามยอดลือเลื่อง เมืองแห่งดินสอพอง เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เกริกก้อง แผ่นดินทองสมเด็จพระนารายณ์ ขอบคุณรูปภาพ : Facebook เอพี โฟโตมิวสิค โฟโต มิวสิก (https://www.facebook.com/profile.php?id=100003109459134)

ออกไปสัมผัส 25 เส้นทางมหัศจรรย์เมืองไทย กันเถอะ!
ถนนสวย /  สะพานสวย / 

ว่ากันว่า จุดหมายปลายทาง ไม่สำคัญเท่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างทาง ที่นอกจากจะเต็มไปด้วยรอยยิ้ม และมิตรภาพแล้ว หนทางข้างหน้าและ 2 ฝั่งข้างทางยังเป็นจุดที่สามารถทำให้เราต้องทึ่งในความงามของธรรมชาติที่ตัดกับถนนหนทางอันเป็นฝีมือของมนุษย์ ทั้งสองสิ่งได้สร้างความมหัศจรรย์เข้ามาบรรจบกันได้อย่างลงตัว travel.mthai.com จะพาคุณไปชม 25 เส้นทางมหัศจรรย์เมืองไทย ที่คุณต้องเดินทางไปสัมผัสสักครั้งในชีวิต แล้วจะรู้ว่าเรื่องราวระหว่างทางมันช่างน่าประทับใจกว่าอะไรทั้งหมด ... ออกไปสัมผัส 25 เส้นทางมหัศจรรย์เมืองไทย กันเถอะ! เส้นทางที่เราพูดถึง ไม่ได้มีแค่เฉพาะถนนสวย ๆ เท่านั้น แต่ยังหมายถึงสะพาน เส้นทางเดินป่า ทางรถไฟ ทางเดินเรือ และอีกมากมาย สถานที่เหล่านี้กำลังรอคุณไปพิสูจน์ความงาม อย่ามัวรีรอ หาวันว่าง เก็บกระเป๋า แล้วลุยเลย 1. จุดชมวิวกิโลเมตรที่ 41 ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ 2. จุดชมวิวเขื่อนเชี่ยวหลาน จ.สุราษฎร์ธานี 3. เส้นทางชมทุ่งดอกกระเจียว อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม จ.ชัยภูมิ 4. ทางรถไฟสายมรณะ จ.กาญจนบุรี 5. เส้นทางถนนสายแม่แตง จ.เชียงใหม่ 6. ถนนเฉลิมบูรพาชลทิต จ.จันทบุรี 7. ถนนสายชมพูพันทิพย์ ม.เกษตรศาสตร์ กำแพงแสน จ.นครปฐม 8. ทุ่งทานตะวัน เขาจีนแล จ.ลพบุรี 9. อุโมงค์ต้นสน ทางไปเกาะลันตา จ.กระบี่ 10. เส้นทางชมน้ำตกผาดอกเสี้ยว จ.เชียงใหม่ 11. เส้นทางทุ่งดอกบัวตอง ดอยแม่อูคอ จ.แม่ฮ่องสอน 12. สะพานไม้ บึงบัว เขาสามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ 13. ถนนแห่งสายหมอก ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์ 14. เส้นทางพญาเสือโคร่ง ขุนวาง จ.เชียงใหม่ 15. เส้นทางเดินป่าและยอดเขาช้างเผือก จ.กาญจนบุรี 16. เส้นทางศึกษาธรรมชาติทุ่งโปรงทอง ปากน้ำประแส จ.ระยอง 17. ซุ้มลีลาวดี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จ.น่าน 18. เส้นทางชมธรรมชาติเขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี 19. เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ 20. เส้นทางเดินป่า ทุ่งดอกหงอนนาค ภูสอยดาว จ.อุตรดิตถ์ 21. ถนนเลียบอ่างเก็บน้ำบางพระ จ.ชลบุรี 22. สะพานมอญ สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี 23. สะพานปลา จ.ประจวบคีรีขันธ์ 24. เส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกา ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่   25. ถกลศรีฟาร์ม ถนนคชเสนีย์ หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ขอบคุณภาพถ่ายสุดงามจาก ... คุณ Manus Tagsri    >>  www.facebook.com/ChillDTravel คุณ Little Potchara  >>  www.facebook.com/baagklong คุณ Theerasak Saksritawee  >>  www.facebook.com/popumon เรื่องและเรียบเรียงโดย : muzTong - Travel MThai