ประวัติดาราวัยรุ่น

ลุ้นต่อไป แก้ว ไม่ระบุสถานะ! ป้อง โอกาสรีเทิร์น 50:50
แก้ว ป้อง /  แก้ว จริญญา / 

    ดาราสาว แก้ว จริญญา บอกขอบคุณคนเชียร์รีเทิร์น ป้อง ณวัฒน์ สถานะอยู่ในจุดที่ระบุไม่ได้ให้ดูกันต่อไป แจงไปเที่ยวด้วยกันบังเอิญว่างตรงกัน บอกไปทำบุญ รับเป็นทริปแรกหลังจากห่างกันไป โอกาสรีเทิร์น 50:50 ส่วนเรื่องฉากเลิฟซีนกับ บี้ เดอะสตาร์ เปรยเบาเบาไม่มีอะไรมาก กระแสซิงเกิ้ลใหม่ดี สำหรับข่าวเสียลละครแทน ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก บอกยังไม่มีใครติดต่อมา รับมีคุยละครยาวแต่จะประกบเรื่องแรกกับหนุ่มป้องไหมรอติดตาม...    “ความสัมพันธ์หลายกับพี่ป้อง ตอนนี้ก็ยังตอบไม่ได้ เพราะอย่างที่ทุกคนทราบว่าแก้วเพิ่งกลับมาทำงาน แล้วก็ทำร้านอาหารอีก ยุ่งมากเลย เลยไม่มีเวลาคุยกับใคร หรือคุยกันเรื่องนั้น โสดทั้งคู่ ใช่ก็โสดด้วย ต้องขอบคุณทุกคนที่สนใจ ยังไม่รู้เลยว่าจะยังไง ยังไงก็ติดตามกันไปก่อนแล้วกัน(หัวเราะ)”    “ไปเที่ยวด้วยกัน แก้วกับพี่ป้องก็ไปทำบุญกันกับพี่หมอเอกอยู่แล้ว เหมือนวันนั้นบังเอิญมากกว่า เราว่างตรงกันพอดี เราและพี่เขาก็จะไปไหว้ตรงนั้นอยู่แล้ว ไปด้วยกันก็ได้ไม่ซีเรียส ดูแลเราดีไหม ไม่นะ ก็ทำตัวปกติ เป็นพี่น้องกัน สนิทกัน โสดแล้วพี่ป้องแซวไหม (ยิ้ม)ไม่ได้คุยกันเรื่องส่วนตัวเลยค่ะ”    “คนเชียร์รีเทิร์นเยอะ ก็ขอบคุณค่ะ ดูโพลอยู่นะในอินเตอร์เน็ต มีการเชียร์กัน ก็ขอบคุณมากๆ ตอนนี้ยังตอบไม่ได้จริงๆ ว่ายังไง ทริปแรกตั้งแต่ห่าง ใช่ค่ะ เหมือนมันไม่ค่อยมีโอกาสมากกว่า ทำงานก็ไม่ค่อยได้เจอกัน มันก็เป็นครั้งแรกที่ได้เจอกัน”    “มันเหมือนไม่ได้เจอกันนานเนอะ เจอกันก็มีความผูกพันก็ถูกแล้ว คนเลยสนิทกัน แรงเชียร์ช่วยกระตุ้นไหม ยังไม่ติดค่ะ ก็อย่างที่บอก ดูกันไปเรื่อยๆ ดีกว่า ถ้าตอนนี้มีความสุขก็ขออยู่แบบนี้ไปก่อน เกี่ยวกับพี่ป้องสนิทกับสาวต่างชาติไหม ไม่รู้ เราก็ไม่ได้รู้เรื่องส่วนตัวของพี่เขาอยู่แล้ว เราไม่ได้ไปถามว่ามีแฟนหรือยังไงหรือเปล่า หรือพี่เขาเป็นใคร อยู่ตรงนี้เป็นพี่น้องกันก็แฮปปี้ดี”    “พี่ป้องบอกว่าโสดแล้ว (หัวเราะ)ยังไม่รู้เนอะ ค่อยๆ ดูกันไปแล้วกัน ก็มีคุย ปรึกษากันเรื่องงาน เพราะเราก็เข้าไปเล่นละครกับค่ายพี่เขา ปรึกษาเรื่องงานบ้าง คุยทุกวันไหม ก็ไม่ขนาดนั้น”    “ทวงเครดิตการถ่ายรูปให้กัน แหม แอบส่องนะเนี่ย เราถ่ายรูปให้ก็ต้องลงเครดิตให้ใช่ไหม ความสัมพันธ์ดีขึ้นเรื่อยๆ ไหม ดีขึ้นไหม มันก็ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น คนเลิกกันไม่จำเป็นต้องเกลียดกัน เป็นพี่น้องที่ดีต่อกันได้ เราไม่ได้ปิดโอกาสกับใครเลย ไม่ใช่แค่พี่เขาคนเดียว"    “ก็ปกติ อย่างเราเปิดร้านทำธุรกิจ ทำงานไปด้วย เขาก็มีเป็นห่วงว่าจะพักผ่อนพอหรือเปล่า วันเปิดร้านเขาจะมาไหม ยังไม่ทราบเลย ถ้าเรียกค่าตัวมาก็คงไม่เชิญ ถามว่าวันนี้ได้บอกไหม ก็มีบอก มีเชิญว่าถ้าว่างก็มา เพราะช่วงนี้พี่เขาถ่ายละครเยอะ"    “โอกาสรีเทิร์นตอนนี้ 50:50 ยังไม่รู้เลยเนอะอนาคตจะเป็นยังไง ตอนนี้เราแฮปปี้ดีก็ทำตรงนี้ให้ดีก่อน หนุ่มๆ คนอื่นมาจีบ โห ตอนนี้ยังไม่มีเลยจริงๆ ค่ะ แห้งมาก(หัวเราะ) บันไดแห้งมาก ทำงานไปก่อน”    “ฉากจุ๊บกับพี่บี้ เดอะสตาร์ เป็นเหมือนการจุ๊บกันที่ไม่ใช่เลิฟซีนจริงจังขนาดนั้น เป็นจังหวะคอมเมดี้ จุ๊บปุ๊บก็ผลักออก เราก็มีขอๆ ไว้ แต่ก็ไม่ถึงกับซีเรียสว่าจูบกันจริงจังขนาดนั้น พี่บี้เขาเป็นคนน่ารักและเป็นคนกันเองมากๆ เวลาเล่นกับพี่เขาก็ไม่เกร็ง”    “ความจริงเราก็เคยเล่นละครมาก่อนอยู่แล้ว แต่ว่าซิทคอมเป็นเรื่องแรก ต้องคอยพยายามปรับตัว และการถ่ายทำก็ไม่ได้เหมือนกันร้อยเปอร์เซ็นต์ ต้องค่อยๆ เรียนรู้กันไป"    “ทำเพลงเป็นคนแรกของค่ายเดโมแลป กลับมาทำอีกครั้งนึงเพราะแฟนๆ เขาก็รอ อย่างเราเองก็รอเฟย์ ฟาง กลับมา แต่เขากลับมาปีหน้า เลยทำเพลงเล่นๆ ไปก่อนกับพี่โปรดิวเซอร์เก่าของแก้ว ชื่อเพลง ดีออกค่ะ เข้าไปโหลดได้นะคะที่ itunes และ joox”    “กระแส ก็ดีค่ะ เป็นเพลงป๊อบๆ โจ๊ะๆ หน่อย อยากให้ทุกคนได้ฟังกัน เป็นสไตล์ที่เด็กๆ ฟังได้ ผู้ใหญ่ก็ฟังดี และเราก็ถ่ายเอ็มวีเองด้วย เราไปต่างประเทศมาก็เลยเสนอพี่เขา เพราะเราเองก็อยากมีส่วนร่วมให้มากที่สุด พอไปที่นู้นก็ได้ถ่ายเอ็มวีมาทำกันเองบ้าง”    “ถูกเอี่ยวกับละครที่มีปัญหาระหว่างพี่มะเดี่ยวกับผู้จัดการใบเฟิร์น คนอยากให้เราไปเสียบแทนความจริงยังไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้ เพราะเราก็ไม่ได้ไปเกี่ยวอะไรกับเขาด้วย ขอให้เขาจัดการกันเองก่อนก็แล้วกัน เราขออยู่ห่างๆ อย่าเพิ่งลากเราเข้าไปเกี่ยวเลย ตอนนี้ก็ยังไม่ได้มีใครติดต่อมานะคะ ให้เขาเคลียร์ของเขาก่อนดีกว่า เดี๋ยวมันจะดูน่าเกลียดเกินไป”    “ละครยาว ก็มีคุยกับทางผู้ใหญ่ไว้บ้างค่ะ แต่จะเป็นเรื่องอะไรยังไงเดี๋ยวค่อยมาติดตามกันอีกที เปิดตัวละครเรื่องแรกคู่พี่ป้องเลยไหม (หัวเราะ)เดี๋ยวรอดูแล้วกัน” แก้ว จริญญา กล่าว แก้ว จริญญา   แก้ว จริญญา   แก้ว จริญญา   แก้ว จริญญา  

เอ๋จัดให้!! ป๋อ สุดแฮปปี้ ป๊อด โมเดิร์นด็อก โผล่ร้องเพลงเซอร์ไพรส์วันเกิด 42 ปี
ป๋อ ณัฐวุฒิ /  เอ๋ พรทิพย์ / 

  เผลอแป๊บเดียวอายุครบ 42 ปีแล้วค่า สำหรับพระเอกมากฝีมือ ป๋อ ณัฐวุฒิ ที่ล่าสุด 2 ธ.ค.59 ตรงกับวันครบรอบวันเกิดของ หนุ่มป๋อ ด้านภรรยาสุดเลิฟ เอ๋ พรทิพย์ ก็เลยจัดปาร์ตี้วันเกิดพร้อมกับทำเซอร์ไพรส์ชุดใหญ่ให้กับสามีสุดที่รัก ด้วยการเชิญบรรดาเพื่อนสนิทรวมถึงไปแอบชวนเพื่อนๆ ที่จ.เพชรบุรี, เพื่อนที่อังกฤษ, เพื่อนเรียนวิศวะ ม.รังสิต, เพื่อนที่โรงเรียนลูก และเพื่อนสวยพี่ดุ๋ง มารวมตัวกันเพื่อฉลองวันเกิดให้คุณสามีที่บ้านใหม่ แต่ของขวัญชิ้นใหญ่ที่ เอ๋ พรทิพย์ จัดเซอร์ไพรส์ให้คุณสามีและทำเอา หนุ่มป๋อ ถึงกับสะดุ้งตกใจและแฮปปี้มีความสุขมากๆ นั้นก็คือการพานักร้องในดวงใจอย่าง ป๊อด โมเดิร์นด็อก มาร้องเพลงอวยพรวันเกิดและสร้างสีสันในปาร์ตี้วันเกิดครั้งนี้ แถมยังมี หนุ่มบอย พีชเมคเกอร์ ที่มาร่วมขับร้องเพลงอย่างสนุกสนาน โดย ป๋อ ณัฐวุฒิ ได้โพสต์ถึงความรู้สึกสุดประทับใจในอินสตาแกรมส่วนตัวว่า   “ผมไม่รู้จะพูดยังไง ชีวิตผม เริ่มเป็นเด็กวัยรุ่นที่เริ่มหัดคิดนอกกรอบ หัดเดินให้แตกต่างแต่ไม่แตกแถว ทุกสิ่ง มันก็มาจากบทเพลงของพี่นี่แหละครับ ผมเชื่อว่าการกล้าแสดงออกของผมในวันนี้ พี่มีอิทธิพลอย่างมากในตอนแรก ขอบคุณนะครับที่มาเติมพลังให้ผม สุดจริงๆพี่.....ป๊อดดดดดดดดดดด #ช่วงนี้ต้องขอขอบคุณคุณเอ๋ ที่นำความตกใจ หน้าเหวอมาให้ทุกๆวันเกิด เออดีแฮะ สนุกดี #รักนะครับ ทั้งคู่เลย” ขอบคุณภาพจาก IG aey_pornthip, poh_natthawut, great_est, boypeace วันเกิด ป๋อ ณัฐวุฒิ   ป๋อ เอ๋ น้องภู น้องเภา   วันเกิด ป๋อ ณัฐวุฒิ   วันเกิด ป๋อ ณัฐวุฒิ   วันเกิด ป๋อ ณัฐวุฒิ   วันเกิด ป๋อ ณัฐวุฒิ   วันเกิด ป๋อ ณัฐวุฒิ   วันเกิด ป๋อ ณัฐวุฒิ   วันเกิด ป๋อ ณัฐวุฒิ   วันเกิด ป๋อ ณัฐวุฒิ   วันเกิด ป๋อ ณัฐวุฒิ   วันเกิด ป๋อ ณัฐวุฒิ   วันเกิด ป๋อ ณัฐวุฒิ    

ละครเล่ห์ลับสลับร่าง , เรื่องย่อเล่ห์ลับสลับร่าง
เล่ห์ลับสลับร่าง /  ละครเล่ห์ลับสลับร่าง / 

เล่ห์ลับสลับร่าง ละครช่อง3 ละครเล่ห์ลับสลับร่าง บทประพันธ์โดย : นรอินทร์บทโทรทัศน์โดย : Sanctuaryกำกับการแสดงโดย : กฤษณ์ ศุกระมงคลผลิตโดย : บริษัท โนพรอบเล็ม จำกัดควบคุมการผลิตโดย : ธิติมา สังขพิทักษ์ออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เล่ห์ลับสลับร่าง สาว “ญาญ่า” โคจรมาเจอคู่ขวัญ ณเดชน์ คูกิมิยะ อีกครา นอกจากท้าทายที่ต้องเล่นบทสลับเพศ เรื่องย่อเล่ห์ลับสลับร่าง เมื่อสองหนุ่มสาวมีปมรักตัวเองยิ่งยวด (Narcissus) หลงในเพศของตน จนรักคนอื่นไม่เป็นฝ่ายขายหลงคิดว่า เพศชายเหนือกว่าเพศหญิง ทั้งร่างกาย และจิตใจ ส่วนหญิงก็ลำพองในความงามจนคิดว่าสอยชายทั้งแผ่นดินได้ สวรรค์เลยลงโทษให้ทั้งคู่แลกเพศกัน เพื่อให้เรียนรู้ทั้งสรีระ และสภาพจิตใจของแต่ละฝ่าย เพื่อบทสรุปที่ว่า เขาต้องเรียนรู้ที่จะรัก ซื่อสัตย์ และเสียสละ ซึ่งกันและกัน นั่นคือความรักที่แท้จริง ผู้กองรามิล ทุ่งพระเพลิง เป็นผู้กองมือปราบ ซึ่งดังจากหน่วยคอมมานโดเฉพาะกิจได้ฉายาว่า ผู้กองมือเหล็ก เพราะช่วยผู้ประสบอุบัติเหตุด้วยมืออันแข็งแกร่งของตนมาหลายครั้งเป็นที่เลื่องลือรามิลหยิ่งผยองในความเป็นชายของตนเอง ถือว่าเพศชายเหนือกว่าเพศหญิง และผู้หญิงเป็นแค่วัตถุทางเพศเท่านั้น เขาจึงมีสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะนอกใจ นกยูง แฟนสาวแสนดีของตนเองอยู่เนือง ๆ เป็นที่ขัดใจของ หมวดอาคม ลูกน้องของรามิลยิ่งนัก และอาคมเองก็แอบหลงรักนกยูงอยู่เงียบ ๆ เภตรา ภาวดี เป็นนางเอกละคร ที่กำลังก้าวสู่ชื่อเสียงอันดับโลก เมื่อได้รับเลือกให้เป็น ไข่มุกแห่งเอเชีย รางวัลจากฮ่องกง เภตราเช่นเดียวกับรามิล ที่หยิ่งทะนงในความงามของตนเองเธอเหยียดเพศชาย และคนรอบด้านไว้แทบเท้า สวรรค์บันดาลให้ทั้งคู่ประสบอุบัติเหตุเฉียดตาย ตกจากตึกสูงหมดสติไป และแลกวิญญาณกัน หมอนักษัตรหมอดูลวงโลกต้องรับภาระดูแคนทั้งคู่ เพราะเป็นคนเดียวที่สื่อสารกับทั้งสองได้ แต่เมื่อไม่สามารถหาวิธีกลับร่างของตน ทั้งสองต้องจำยอมเลียนแบบไฟล์สไตล์ของกันและกัน เพื่อกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมของทั้งคู่ไม่ให้ใครสงสัย รามิลในร่างเภตราต้องกลับไปรับบทนางเอกในละคร ส่วนเภตรา ในร่างรามิลต้องกลับไปเป็นผู้กองนักบู๊ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง การสลับเพศ และรับบทบาทของอีกฝ่าย เป็นความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง สร้างความปวดเศียร เวียนเกล้าให้คนรอบข้าง เภตรากลายเป็นดาราสาวออกทอม เล่นละครไม่เป็น แอบจีบ อจลา สาวดาวยั่ว แถมยังท้าตีท้าต่อยกับ อาทิตย์ ฤทธิรงค์ พระเอกหนุ่มใจสาวเป็นที่กลุ้มใจของ เจ๊อั้ม อรชร ผู้จัดการแต๋วของเภตรา และคุณดนู ผู้จัดละคร ส่วนผู้กองมือเหล็ก กลายเป็น มือไม้อ่อนช้อย กรีดกราย จนอาคม และลูกน้องสงสัยว่ารุ่นพี่จะเป็นกะเทยแอ๊บแมน โดยเฉพาะตอนที่ต้องไปปลดระเบิดในโรงแรมหรู ผู้กองเป็นลมหลายเฮือก และทำอะไรไม่เป็นจนทุกคนสงสัย คนที่น่าสงสารที่สุดคือนกยูง ที่ต้องสับสนกับการออกสาวของผู้กอง และแสดงอาการห่างเหินกับเธออย่างเห็นได้ชัด นกยูงยิ่งเครียดก็ยิ่งหันมาหาอาคมให้ช่วยปลอบประโลมให้ทุกครั้ง จนเริ่มก่อตัวเป็นความรัก ญาญ่า ณเดชน์ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล (ในร่างเภตรา) ได้เบาะแสว่า ฤทธิ์ชาติ ออร์กาในเซอร์ชื่อดัง ที่กำลังแย่งตัวเภตราไปจากเจ๊อั้ม เป็นคนวางแผนทำร้ายรามิล และมีเบื้องหลังเกี่ยวข้องกับแกงค์อาชญากรรมข้ามชาติ ฤทธิ์ชาติ หวังจะเคลมเภตราเป็นของตน และใช้ประโยชน์จากเภตราที่กำลังโกอินเตอร์สร้างอิทธิผลให้เขาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการขนยาเสพติด เภตราปฏิเสธเซ็นสัญญากับฤทธิ์ชาติ แต่ก็โดนขู่กลับเมื่อ ทอมณี สาวทอม ผู้ช่วยฤทธิ์ชาติ สืบรู้ประวัติมารดาของเภตรา ว่าที่แพ้คือ ป้าสีดา แม่ครัวประจำกองถ่ายของเภตรานั่นเอง ฤทธิ์ชาติขู่จะแฉว่าประวัติแท้จริงของเภตรา ที่แท้โลโซรากหญ้า มีแม่ที่เคยทำงานเป็นมาม่าซังมาก่อน งานนี้ รามิล (ร่างเภตรา) ขู่แฉกลับเรื่องที่ฤทธิ์ชาติปล้นเพชรเทียร่าจาก คุณนายพวงคราม แม่ของตนไปซ่อนไว้หวังเงินประกัน ข้อมูลเบื้องลึกได้มาจาก สีตลา นักข่าวสาวช่องน้อยสี ที่กำลังตามสืบเรื่องฤทธิ์ชาติอยู่อาคมสารภาพรักนกยูง และไม่พอใจรามิลจนถึงขั้นตัดพี่ตัดน้อง เพราะเข้าใจว่ารามิลแกล้งทำแต๋วเพื่อหลีกเลี่ยงการแต่งงานกับนกยูง อาคมขอนกยูงแต่งงานแทน แต่แล้วเมื่อรามิล (ในร่างเภตรา) และเภตรา (ในร่างรามิล) มาร่วมงานแต่ง ทั้งคู่ทำงานล่มไม่เป็นท่า เมื่อเภตราที่เมามายทำท่าเหมือนลวนลามนกยูงเจ้าสาว แถมยังไปท้าพิสูจน์รอยแผล และตะกรุดของอาคมในร่มผ้า เดาได้ถูกต้องจนอาคมเชื่อว่าในร่างเภตราคือรามิลจริง ๆ แต่งานนี้ อาคมกลับตกที่นั่งลำบากเสียเอง เพราะภาพเจ้าบ่าวถอดกางเกงเหลือแต่ชั้นใน กำลังกอดดาราสาวแนบแน่น ฉาวโฉ่ไปทั้งโซเชียล รามิล และอาคม ไหวตัวเมื่อรู้ว่าฤทธิ์ชาติจะขนยาเพสติดครั้งใหญ่ ส่งให้เจ้าพ่อแกงค์ฉิมพลี ฤทธิ์ชาติ เสนอให้ดนูถ่ายทำละครที่โรงแรมริมทะเลของตนฟรี คุณนายพวงครามเสนอให้ทีมงานไปทำการกุศลที่วัดป่า ถัดจากโรงแรมไปในป่าลึก รามิล อาคม และทีมพยายามค้นว่ายาเสพติดซ่อนอยู่ที่ไหน แต่หาไม่เจอ ในที่สุดรถโค้ชของบรรดาเซเลปถูกโจรปล้น และยาซ่อนอยู่ในกระเป๋าหนังตะกวดราคาเกือบล้านของเภตรา ที่ฤทธิ์ชาติมอบให้ นั่นเอง ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล เภตราหนีจากกลุ่มโจรหลบเข้าป่า ร่างรามิล (คือเภตรา) ยอมสละชีวิตกระโดดกันกระสุนให้ร่างเภตรา (รามิล) ทั้งสองร่วงลงจากนั้นตก และตะกายขึ้นฝั่งได้ ทั้งคู่หมดสติไป เพื่อที่จะตื่นขึ้น และพบว่าวิญญาณกลับเข้าร่างเดิมของตนแล้ว ทั้งคู่สารภาพรักซึ่งกันและกัน และรู้แล้วว่าการเสียสละแม้แต่ชีวิตของตน ทำให้สวรรค์บันดาลให้ทั้งสองได้กลับคืนร่างของตัวเอง คืนนั้นที่ริมลำธารทั้งสองเป็นของกันและกันอย่างสุขสม รามิลกลับมาเป็นผู้กองมือเหล็กเช่นเดิม รามิลวางแผนเล่นงานเปิดโปงฤทธิ์ชาติ ด้วยงานแถลงข่าวที่คฤหาสน์ของฤทธิ์ชาติเอง งานที่เภตราจะได้เซ็นสัญญาเล่นหนังกับฮ่องกง ที่ฤทธิ์ชาติติดต่อให้แต่งานนี้เภตราต้องยอมแลกกับการที่เธอจะไม่ได้โกอินเตอร์ เภตรายินดีชื่อเสียงเงินทองไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับเธออีกแล้ว ทอมณีที่กลับใจแล้วร่วมมือกับเจ๊อั้ม นำเพชรเทียร่าที่ซ่อนไว้ มาแสดงต่อหน้าฤทธิ์ชาติ และพวงครามในงาน พวงครามความเสียใจจนเป็นลมที่ลูกชายเป็นอาชญากรตัวฉากจ ฤทธิ์ชาติถูกจับกุม แต่สารภาพส่วนตัวกับรามิลว่า เพชรที่นำมาเปิดโปงนั้นเป็นเพชรปลอม และเขาไม่ได้เป็นคนสั่งเก็บรามิลมีตัวการใหญ่อยู่เบื้องหลังอีกทีแต่เขาไม่รู้ว่าใคร รามิลรู้สึกผิดสังเกตรีบตามเภตราที่กำลังดูแลพวงครามที่ห้องนอนสองต่อสอง พวงครามเปิดเผยตัวว่าคือตัวการใหญ่ที่ซ้อนแผนลูกชายอยู่อีกที นางต้องการฆ่าทั้งรามิล และเภตรา เพราะรามิลนั้นทำลายแก๊งค์ผลิตยาของเธอหลายครั้ง ส่วนเภตราคือหญิงที่เธอไม่ต้องการให้มาเป็นสะใภ้ตามความต้องการของฤทธิ์ชาติ รามิลช่วยเภตราจากพวงครามไว้ได้ คุณนายถูกจับในที่สุด งานนี้สำเร็จลงด้วยดี แต่ต้องแลกกับการสลับวิญญาณของทั้งคู่อีกครั้ง ตอนที่ทั้งสองประสบอุบัติเหตุตกบันไดคฤหาสน์ลงมาพร้อมกัน สลับร่างครั้งที่สองสร้างความทุกข์ให้รามิล เภตรา เป็นทวีคูณ เมื่อรามิล (ในร่างเภตรา) ช็อค เพราะพบว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์ ทั้งคู่ทำใจได้ในที่สุดจากกำลังใจของเพื่อน ๆ พี่ ๆ โดยเฉพาะนกยูง และอาคม นกยูงเชื่อแล้วว่ารามิล และเภตราสลับร่างกันจริง ยอมคืนดีกับอาคม และแต่งงานกัน เพื่อรักษาภาพพจน์ เภตรา อั้ม ทอมณี ดนู ที่ปรองดองร่วมหุ้นบริษัทกัน แนะนำให้รามิล และเภตราแต่งงานกันโดยเร็ว และรีแถลงข่าวออกสื่อ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล (ร่าง เภตรา) อุ้มท้องอยู่ 9 เดือน รับรู้ความทรมานของการตั้งครรภ์ และภาวะร่างกายผู้หญิงที่กำลังเป็นแม่ ในที่สุดวันคลอดก็มาถึง รามิลเจ็บปวดแสนสาหัสและสิ้นสติไปในห้องคลอดเภตรา (ร่างรามิล) จับมือรามิลไว้ และเตือนถึงสัญญาของผู้กองมือเหล็ก ที่ไม่เคยปล่อยให้ใครต้องตายไปต่อหน้า เภตราช็อคเมื่อรามิลหัวใจหยุดเต้นชั่วคราว ทำให้เธอเป็นลมไป ทั้งสองโคม่าแต่มือยังกุมกันไว้แน่น หมอนักษัตรลุ้นให้ทั้งคู่รอด วิญญาณออกมาจากร่างอีกครั้ง และคราวนี้ทั้งสองกลับเข้าร่างเดิมของตนรามิลได้เรียนรู้การเป็นแม่ การให้กำเนิด ละครเล่ห์ลับสลับร่าง เขาหยุดดูถูกผู้หญิง และเห็นผู้หญิงเป็นวัตถุทางเพศ เช่นที่เคย ขณะเดียวกันบทบาทเพศชายที่เภตราได้รับ ทำให้ตนเข้าใจถึงความเสียสละการปกป้อง และอุทิศตนให้กับผู้อื่น ทั้งคู่ล้างปม หลงเพศ ของตนจนหมดสิ้นกลายเป็นคนใหม่ และกลายเป็นขวัญใจผู้ชมอีกครั้ง คราวนี้ในฐานะ คู่จิ้น สามีภรรยา ที่น่ารักที่สุดในโลก ติดตามชม ละครเล่ห์ลับสลับร่าง ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เล่ห์ลับสลับร่าง เล่ห์ลับสลับร่าง ญาญ่า รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์ คูกิมิยะ รับบท ผู้กองรามิล อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท เภตรา ปรึชญา พงษ์ธนานิกร รับบท นกยูง ธนภพ ลีรัตนขจร รับบท อาคม ซอ จียอน รับบท จียอน เจสัน ยัง รับบท ฤทธิ์ชาติ รัชนี ศีระเลิศ รับบท พวงคราม ธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล รับบท เจ๊อั้ม สมมาตร ไพรหิรัญ รับบท ธรรมนูญ ก้ามปู ปัทมสูต รับบท จิตรา เกริก ชิลเลอร์ รับบท หมอนักษัตร วิชัย จงประสิทธิ์พร รับบท ผู้กำกับก้อง กีรติ ศีวะเกื้อ รับบท ดนู นิธิชัย ยศอมสุนทร รับบท อาทิตย์ นิภาภรณ์ ฐิติธนการ รับบท ทอมณี เล่ห์ลับสลับร่าง เล่ห์ลับสลับร่าง ช่อง3 อาคม นกยูง เล่ห์ลับสลับร่าง นักแสดง เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์ เล่ห์ลับสลับร่าง ญาญ่า เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์

ก่อนชม 'ดาวคะนอง' ย้อนดู ‘เจ้านกกระจอก’ บทบันทึกเชิงสัญลักษณ์ในหนังไทยของ ใหม่-อโนชา
ดาวคะนอง /  อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล / 

ในวาระที่ 'ดาวคะนอง' ผลงานหนังยาวเรื่องที่สองของผู้กำกับ ใหม่-อโนชา สุวิชากรณ์พงศ์ จะเข้าฉายในบ้านเราอย่างเป็นทางการวันแรก (8 ธ.ค. 2559) ย้อนไปเมื่อ 6 ปีก่อน อโนชานำหนังเรื่องแรกของเธอเข้าฉายในบ้านเรา และ ‘เจ้านกกระจอก’ ก็กลายเป็นหนังไทยที่ถูกพูดถึงอย่างมาก ในแง่ของการใช้สัญลักษณ์เพื่อเล่าเรื่อง ซึ่งยังคงเป็นสิ่งที่อโนชานำใช้ในหนังเรื่องล่าสุดของเธอเช่นกัน เราจึงขอหยิบเอาบทความจากคอลัมน์คลาสสิคในนิตยสาร BIOSCOPE "symbolic corner อ่านหนังระหว่างบรรทัด" ที่ ไกรวุฒิ จุลพงศธร ได้เขียนถึง ‘เจ้านกกระจอก’ ถึงการเล่าเรื่องเชิงสัญลักษณ์เพื่อสื่อสารกับผู้ชม ก่อนที่จะไปชมผลงานล่าสุดของเธอกันในสัปดาห์นี้ **เช็ครอบฉายและข่าวสารของหนัง 'ดาวคะนอง' ได้ที่ www.facebook.com/daokhanongmovie ‘เจ้านกกระจอก’ กับขบวนการเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ในหนังไทย (แบบไม่ได้นัดหมาย) โดย ไกรวุฒิ จุลพงศธร **ตีพิมพ์ครั้งแรกใน "symbolic corner อ่านหนังระหว่างบรรทัด" นิตยสาร BIOSCOPE ฉบับ 105 / สิงหาคม 2553 ช่วงเวลาไม่กี่เดือนที่ผ่านมาช่างแตกต่างราวกับฟ้าและเหวกับช่วงที่ผมเริ่มต้นเขียนคอลัมน์นี้ เมื่อ 8 ปีก่อนผมเป็นเพียงเด็กวัยรุ่นที่เพิ่งเรียนจบโฆษณาแต่ดันชื่นชอบการตีความสัญลักษณ์ใน หนังที่เรียนรู้จากพ็อคเกตบุ๊ครวมบทวิจารณ์ของ สิทธิรักษ์ ตุลาพิทักษ์, มโนธรรม เทียมเทียบรัตน์ และ ประชา สุวีรานนท์ ซึ่งได้กลายเป็นครูอย่างไม่เป็นทางการของผม ในโลกของผม ณ ช่วงเวลาดังกล่าว "สัญลักษณ์มีแต่ในหนังเท่านั้น" (แน่นอนครับว่ามันมีที่อื่นๆ ด้วย แต่ผมเลือกที่จะไม่สนใจมันเอง) 8 ปีผ่านไปมีอะไรเกิดขึ้นมากมายกับชีวิต และสัญลักษณ์ไม่ได้อยู่แค่ในหนังอีกต่อไป แต่สัญลักษณ์อยู่กลางถนน และมิใช่ผม คนเดียวที่ตระหนัก เพราะดูเหมือนสังคม ‘ทุกฝ่าย’ ค่อยๆ เรียนรู้ว่าการต่อสู้เชิงสัญลักษณ์เป็นการต่อสู้ที่สำคัญที่สุดในวินาทีนี้ (ดูอย่างกรณีที่คนเสื้อแดงพยายามจะไปพันผ้าสีแดงที่ป้ายถนนราชประสงค์, ต่อมาก็มีกำลังตำรวจจำนวนมากมาเฝ้าป้ายดังกล่าว, และหนักข้อขึ้นไปอีกเมื่อป้ายดังกล่าวได้ถูกเจ้าหน้าที่ถอดทิ้งไปเลย, ลงท้ายด้วยเอาป้ายมาติดตั้งใหม่พร้อมคำอธิบายว่านำป้ายไปทำความสะอาดเนื่องจากมีคนมาฉีดสีพ่นทับตัวอักษร) สังคมค่อยๆ เรียนรู้ (ผมหวังอย่างนั้น) ว่าการต่อสู้ด้วยพละกำลังหรือการต่อสู้แบบ ถอนรากถอนโคนซึ่งมักมากับกระบวนทัศน์ ‘สงครามครั้งสุดท้าย’ นั้นไม่มีอยู่จริง สงครามไม่มีวันจบลงง่ายๆ ยุทธศาสตร์ต่อไปคือการต่อสู้อย่างต่อเนื่องและยืดยาว การช่วงชิงความหมายเชิงสัญลักษณ์จึงกลายเป็นสมรภูมิอย่าง ไม่เป็นทางการ นักสัญศาสตร์จึงกลายเป็นบุคคลสำคัญของสังคม เพราะพวกเขามีหน้าที่คุ้ยเขี่ย กัดเซาะ สร้าง และตีความสัญลักษณ์ต่างๆ เพื่อ ‘ทำลาย’ หรือ ‘ตอกย้ำ’ วาทกรรมที่แต่ละฝ่ายผลิตขึ้นมา คนทำหนังอิสระทั้งหมดมิได้จงใจทำหนังการเมืองล้วนๆ แต่มันเป็น ‘หนังส่วนตัว’ ที่มีประเด็นการเมืองหลอมรวมอยู่กับประเด็นส่วนตัวอื่นๆ สิ่งที่พัวพันกับการต่อสู้เชิงสัญลักษณ์ในขณะนี้ก็คือการช่วงชิง ‘พื้นที่’ ‘เวลา’ และ ‘ความทรงจำ’ ดูตัวอย่างจากการพันผ้าแดงที่ป้ายราชประสงค์ แม้จะเป็นพื้นที่ไม่กี่ตารางเมตร แต่ก็มีความหมายเชิงสัญลักษณ์สุดทรงพลัง เพราะมันเป็นการแย่งชิงพื้นที่ ความทรงจำและการรับรู้ของสังคม ในขณะที่ฝ่ายหนึ่งพยายามจะ ‘ลบเลือน’ ความทรงจำนี้ทิ้งไป อีกฝ่ายก็พยายามจะ ‘ย้ำเตือน’ มิให้ความทรงจำจางหาย แน่นอนว่าการต่อสู้นี้ขึ้นอยู่กับบริบทเวลา หากมิได้ต่อสู้อย่างต่อเนื่อง สุดท้ายความทรงจำดังกล่าวก็จะบิดเบือน และหลุดหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ และกลายเป็น "ความทรงจำส่วนบุคคล" หรือของคนกลุ่มย่อยๆ ไปแทน นอกจาก พื้นที่ เวลา และความทรงจำ จะเป็นองค์ประกอบสำคัญของการต่อสู้เชิงสัญลักษณ์ในขณะนี้แล้ว มันยังเป็นองค์ประกอบขั้นพื้นฐานของศิลปะภาพยนตร์อีกด้วย หากเมื่อ 8 ปีก่อนผมตื่นเต้นกับงานของคนทำหนังอย่าง วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง, นนทรีย์ นิมิบุตร และ เป็นเอก รัตนเรือง ที่ทำให้เกิดการบูมของหนังไทยร่วมสมัยในช่วงเวลานี้ผมก็ตื่นเต้นกับกลุ่มคนทำหนังบนดินและใต้ดิน –ไม่ว่าจะมีแนวคิดทางการเมืองแบบใดก็ตาม- แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาพยายามโต้ตอบกับสังคมด้วยการสร้างงานที่เล่นกับพื้นที่ เวลา และ ความทรงจำ ผ่านระบบสัญลักษณ์ที่งัดข้อก่อกวนกับวาทกรรมหลัก ผมกำลังหมายถึงหนังอิสระอย่าง ‘ลุงบุญมีระลึกชาติ’ ของ อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล, ‘บริเวณนี้อยู่ภายใต้การกักกัน’ และ ‘จุติ’ ของ ธัญสก พันสิทธิวรกุล, ‘เจ้านกกระจอก’ ของ อโนชา สุวิชากรณ์พงศ์ ไปจนถึงหนังสั้นของ ปราปต์ บุนปาน, เฉลิมเกียรติ แซ่หย่อง หรืองานในอนาคต (แน่นอนว่าผมยังไม่ได้ดู แต่มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเล่นกับการเปรียบเปรยเชิงการเมือง) ทั้ง ‘เชคสเปียร์ต้องตาย’ ของ สมานรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์, ‘The Dog ชิงหมาเกิด’ ของ พงษ์พัฒน์ วชิระบรรจง และ ‘14’ ของ ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล แน่นอนว่าคนเหล่านี้ไม่ได้นัดกัน และไม่ได้มีอุดมการณ์ การเมืองเดียวกัน แต่การปรากฏของผลงานเหล่านี้ใน ช่วงเวลาไล่เลี่ยกันก็เป็นขบวนการหนังสัญลักษณ์ที่น่าจับตาอย่างยิ่ง (**อัพเดต จนถึงปัจจุบัน ‘14’ ยังไม่ได้ถูกผลิตขึ้น ส่วนอย่างที่ทราบกันคือ ‘เชคสเปียร์ต้องตาย’ กลายเป็นหนังที่โดนแบนในบ้านเราไป) หน้าที่หนักของนักวิจารณ์ ก็คือการเขียนตีความสิ่งเหล่านี้โดยแย้มพรายความหมายระหว่างบรรทัดออกมาเท่าที่จะทำได้ นี่คือสิ่งที่นักวิจารณ์ต้องทำ เพราะถ้าไม่ทำ สุดท้ายแล้วระบบสัญลักษณ์ที่เนรมิตกันมาก็จะ ‘ฝ่อ’ ไป เพราะขาดการขยายความ คนทำหนังรุ่น เพิ่มพล เชยอรุณ หรืองานยุครุ่งเรืองของ หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล มุ่งสะท้อนสังคมด้วยการตีแผ่อย่างตรงไปตรงมาหรือมีสัญลักษณ์ที่โดดเด่นเห็นชัด แต่ขบวนการหนังบนดินและใต้ดินยุคปัจจุบัน (แบบไม่ได้นัดหมาย) มิได้เดินบนเส้นทางนั้น หากไม่นับงานของพงษ์พัฒน์และชูเกียรติ (ซึ่งผมยังไม่ได้ดู) คนทำหนังที่เหลือซึ่งเป็น คนทำหนังอิสระทั้งหมดมิได้จงใจทำหนังการเมืองล้วนๆ แต่มันเป็น ‘หนังส่วนตัว’ ที่มีประเด็นการเมืองหลอมรวมอยู่กับประเด็นส่วนตัวอื่นๆ นำเสนอผ่านสุนทรียะเฉพาะตัวและระบบสัญลักษณ์ที่แนบเนียนและแพรวพราวเกินกว่ายุคของเพิ่มพลไปแล้ว ซึ่งต้องอาศัยพื้นฐานความ เข้าใจและการสั่งสมสุนทรียะของภาพยนตร์โลกร่วมสมัยในระดับหนึ่ง มันจึงเป็นเรื่องง่ายที่คนทำหนังกลุ่มนี้จะถูกป้ายข้อหาจากคนดูว่า “ดูไม่รู้เรื่อง” หรือ “เข้าใจยาก” แต่ขณะเดียวกัน ภายใต้สังคมไทยอันแสนเคร่งครัดในยุคสมัยของการจำกัดจำเขี่ยทางความคิดเห็น การ ‘ดูไม่รู้เรื่อง’ และ ‘เข้าใจยาก’ ก็กลับกลายเป็นเกราะป้องกันตัวผู้สร้างเอง พวกเขาจึงสามารถสร้างงานที่ ‘เตะเฉียด’ ประเด็นอ่อนไหวต่างๆ ผ่านเนื้องานและสัญลักษณ์ที่แนบเนียนหรือแปลกพิศวงได้ เช่น หากอภิชาติพงศ์สร้างหนังเกี่ยวกับวันเสียงปืนแตกโดยตรงก็คงโดนแบน แต่การสร้างโดยผสมสุนทรียะของหนังส่วนตัวและเนื้อหาการเมืองเชิงสัญลักษณ์แยบยลก็ทำให้หนังออกสู่สังคมได้ (ในกรณีของอภิชาติพงศ์และอโนชานั้น ความพิศวงของสัญลักษณ์ยังกลายเป็น ‘ปริศนา’ และ ‘ความลึกลับ’ ที่ทำให้คอหนังศิลปะในต่างชาติอ่านงานของพวกเขาในความหมายอื่นๆ ได้อีกด้วย) กลายเป็นว่าในพื้นที่เล็กๆ อย่างหนังอิสระ กลับมีระดับเพดานการแสดงความคิดเห็นที่สูงกว่าปกติ ทว่าพื้นที่ดังกล่าวก็เล็ก เล็กมาก หรือเล็กที่สุดจนแทบจะไม่มีเสียงเล็ดรอดออกไปให้เกิดการพูดคุยในวงกว้าง นักวิจารณ์และนักดูภาพยนตร์ (cinephile) คือฟันเฟืองที่เข้ามามีบทบาทในจุดนี้ แต่ลำพังนักวิจารณ์เองก็ทำงานได้ไม่มีประสิทธิผล ตั้งแต่ติดอยู่ในระบบ มีพื้นความรู้ที่ทำให้อ่านงานเหล่านี้ไม่ขาดพอ รวมถึงต่อให้อ่านได้แต่จะเขียนได้ชัดเจนมากขนาดไหน หน้าที่หนักของนักวิจารณ์ ก็คือการเขียนตีความสิ่งเหล่านี้โดยแย้มพรายความหมายระหว่างบรรทัดออกมาเท่าที่จะทำได้ นี่คือสิ่งที่นักวิจารณ์ต้องทำ เพราะถ้าไม่ทำ สุดท้ายแล้วระบบสัญลักษณ์ที่เนรมิตกันมาก็จะ ‘ฝ่อ’ ไป เพราะขาดการขยายความ ‘เจ้านกกระจอก’ เป็นตัวอย่างชั้นดีของสิ่งที่ผมได้พูดไป อโนชาและ ลี ชาตะเมธีกุล (มือตัดต่อ) จงใจก่อกวนพื้นที่ เวลา และ ความทรงจำด้วยการเล่าหนังโดยไม่เรียงลำดับเวลา (เหมือนหนังเรื่อง 21 Grams) เมื่อผนวกกับชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ (Mundane History) ก็คลับคล้ายท่วงท่าปรัชญาแบบพังค์ๆ ที่โจมตีประวัติศาสตร์ทางการที่เล่าเรื่องแบบเรียงตามลำดับเวลา (หรืออำนาจแนวดิ่ง) และให้คุณค่ากับประวัติศาสตร์ส่วนบุคคลที่มาในรูปแบบของความทรงจำที่ย่อมวูบวาบ ไม่เรียงลำดับก่อนหลัง (หรืออำนาจแนวระนาบ) ‘เจ้านกกระจอก’ เป็นการบันทึก ‘ห้วงอารมณ์’ ของพ.ศ.นี้อย่างทันท่วงทีก่อนที่ห้วงอารมณ์นี้จะแปรเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น หนังมิได้เปรียบเปรยอย่างงดงามเท่านั้น แต่ยังล้ำลึกด้วย เมื่อพ่วงเอาเรื่องของอารยธรรม ธรรมมะ และวิทยาศาสตร์มาอธิบาย เราอ่านหนังได้อย่างน้อยสองระดับ ระดับแรกคือเชื่อไปตามเรื่องว่ามันเป็นเรื่องของบุรุษพยาบาลที่ต้องเข้ามาดูแลเด็กหนุ่มพิการ ลูกผู้ดีเก่าที่ไม่ลงรอยกับพ่อผู้แสนดี เขาถูกแวดล้อมไปด้วยแม่บ้านและคนใช้ แล้วความสัมพันธ์ของบุรุษพยาบาลและเด็กหนุ่มจากที่ตึงเครียด ก็ค่อยๆ อ่อนลงและกลายเป็นความอ่อนโยนระหว่างสองมนุษย์ ระดับที่สองคือการตั้งคำถามว่า ทั้งหมดนี้คืออุปลักษณ์ (metaphor) ของสังคมไทยในยุคพ.ศ.นี้ นี่คือสังคมไทยที่ในอดีตเคยรุ่งเรืองและงามงด (จากสภาพบ้านที่เป็นผู้ดีเก่า, คำอธิบายว่าคุณพ่อเป็นคนแสนดี) แต่ปัจจุบันกลับเป็นสังคมที่รุนแรง เปลี่ยนแปลง และไร้อนาคต (เด็กหนุ่มพิการ, เอาแต่ใจ, อารมณ์เกรี้ยวกราด, รักษาไปก็เปล่าประโยชน์, ไม่สามารถสืบพันธุ์ได้) และมันก็ยังเป็นสังคมที่เต็มไปด้วยชนชั้น (มีการแบ่งการกินข้าวอย่างชัดเจน เจ้านายกินชั้นบน บ่าวไพร่กินชั้นล่าง แถมยังมีบ่าวไพร่ที่ทำตัวประหนึ่งเจ้านาย หรืออาจมีอะไรกับเจ้านายด้วยซ้ำ) ผมไม่ได้บอกว่าสังคมไทยไร้ความหวัง หรือคนทำหนังเรื่องนี้จะบอกว่า สังคมไทยสิ้นหวัง แต่หนังเรื่องนี้เป็นการบันทึก ‘ห้วงอารมณ์’ ของพ.ศ.นี้ อย่างทันท่วงทีก่อนที่ห้วงอารมณ์นี้จะแปรเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น หนังมิได้เปรียบเปรยอย่างงดงามเท่านั้น แต่ยังล้ำลึกด้วยเมื่อพ่วงเอาเรื่องของอารยธรรม ธรรมะ และวิทยาศาสตร์มาอธิบาย หนังพูด ถึงอารยธรรมในฉากเดินดูรูปจำลองของอารยธรรมต่างๆ (ซึ่งรุ่งโรจน์และ มอดม้วยไปแล้ว) ในท้องฟ้าจำลอง และยังพูดถึงพุทธธรรมผ่านตัวคนใช้ที่สบถขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยว่า “สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม” ในแง่วิทยาศาสตร์มีการอธิบายเรื่องจุดจบของดาว อโนชาลากให้ทุกอย่างมารวมกัน เหมือนกับภาพโปสเตอร์หนังที่เหมือนรูปปริศนา มันเป็นทั้งดวงตา ของเด็กหนุ่มผู้พิการไร้ความหวัง เป็นทั้งดาวฤกษ์สุกสว่างที่กำลังจะแตกดับ และเป็นทั้งดวงตาของคนทำหนังที่จับจ้องความล่มสลายของยุคสมัย อารยธรรมมีวันสิ้นสุด เกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องสามัญ และหากดาวอันใหญ่ยักษ์ยังมีวันดับได้ นับประสาอะไรกับอารยธรรม, ประเทศชาติ, คนรุ่นหนึ่ง, มนุษย์ที่ยิ่งใหญ่หรือต่ำต้อยเพียงใด หรือแม้กระทั่งเซลล์อณูหนึ่ง ก็ต้องมีวันดับสิ้นไปทั้งนั้น แต่เมื่อมีวันดับสิ้น ก็มีวันกำเนิดใหม่ และหลังจากประวัติศาสตร์ของโลก / อารยธรรม / ประเทศ / ครอบครัว ที่ผ่านมาถูกเดินหน้าด้วยบุรุษเพศ ผู้กำกับเพศหญิงที่เล่าสงครามระหว่างเพศชายมาเกือบ 80 นาทีได้แย้มนัยว่า บทใหม่ของประวัติศาสตร์จะเริ่มด้วยสตรีเพศเสียที ... ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

แง้มหัวใจรุ่นใหญ่ แอม เสาวลักษณ์ กับแฟนเด็กอายุห่างกัน 11 ปี!!
แอม เสาวลักษณ์ /  จิ๊บ อรรถพล

  บอบช้ำกับความรักมาก็มากเรียกว่าผิดหวังมานับไม่ถ้วนสำหรับนักร้องสาวเสียงคุณภาพ แอม เสาวลักษณ์ ที่ล่าสุดมาพบรักแท้ตอนอายุขึ้นหลัก 4 อีกครั้งกับแฟนหนุ่มรุ่นน้อง จิ๊บ อรรถพล ที่อายุน้อยกว่าถึง 11 ปี และปัจจุบันคบหากันมายาวนานถึง 11 ปีแล้ว แถมยังสวีทหวานซะจนสาวๆ วัยใสชิดร้ายไปเลยละค่า เห็นช่วงนี้ความรักสวีตหวานมาก?   "ก็ไม่ใช่แค่นี้นะ ก็ลงตามปกตินะ เพราะเราไม่ใช่เพิ่งจะคบกัน อยู่กันมา 10 กว่าปีแล้ว อาจจะเป็นเพราะเราถ่ายรูปคู่กันน้อยมาก นานๆ ทีถึงจะถ่าย นับดูได้เลย" ลงให้แฟนๆ ได้ชื่นใจ?   "ก็ทำไปงั้นๆ แหละ ก็ไม่ได้หวานนะ บางทีก็ เฮ้ยถ่ายรูปให้หน่อยสิ พอถ่ายเสร็จก็นั่งนิ่งกินข้าวกันเงียบๆ กินเสร็จก็แยกย้าย" ลงรูปคู่เนื่องในโอกาสอะไร?   "ต้องขอสารภาพผิดก่อนว่าจริงๆ จำไม่ได้ว่าวันนั้นจำไม่ได้ว่าเป็นวันครบรอบที่คบกันมา 11 ปี วันนั้นไปทานข้าวกับเพื่อนเยอะแยะเลย แต่ละคนก็พาครอบครัวไปด้วย นั่งๆ กันอยู่เขาก็สะกิดบอกเราว่าแม่ๆ เดี๋ยวมะรืนนี้เราก็จะอยู่กันมา 11 ปีแล้วนะ พูดขึ้นมาลอยๆ หน้านิ่งๆ เราก็หรอ ยังไงอะ เหมือนไม่เข้าใจ จนเขาพูดว่าเนี่ยอยู่กันมา 11 ปีแล้ว เพื่อนๆ ก็โห่กันเต็ม แล้วก็แซวว่าแกจำไม่ได้ น่าเกลียดมาก สงสารแฟนแกมาก เราก็เลยบอกไปว่าไม่ใช่จำไม่ได้ จำได้ว่าวันที่เท่าไหร่ แต่จำไม่ได้ว่าวันนี้วันที่เท่าไหร่แล้ว" ปกติวันครบรอบแต่ละปีมีการฉลองอะไรกันไหม?   "ไม่ค่ะ อายุเรามากขึ้นแล้ว ขนาดวันเกิดเรายังลืมเลย ไม่เหมือนตอนวัยรุ่นที่เราให้ความสำคัญกับวันต่างๆ จริงๆ เราจำได้หมดนะว่าเมื่อไหร่ แต่จำไม่ได้ว่าวันนี้วันที่เท่าไหร่ บางทีมานึกได้ตอนที่เลยไปแล้ว" สรุปแล้ววันครบรอบเมื่อไหร่?   "น่าจะ 3 พ.ย.แหละ คือเขาจำได้ แต่เราอยู่กันมานานแล้ว เราก็ไม่ได้จำ" เหมือนเป็นการเปิดตัวกันมากขึ้น?   "อย่าใช้คำนั้นเลย เราอายุมากแล้ว เป็นผู้ใหญ่มากแล้ว ไม่ใช่วัยรุ่นกรี๊ดกร๊าดที่อยู่ๆ จะมาพูดว่าเปิดตัวค่า เราอยู่กันเหมือนเพื่อน มีความเป็นผู้ใหญ่ เราเป็นพวกแหกกฎ ไม่ได้แต่งงาน สู่ขอกันเป็นเรื่องเป็นราว อยากอยู่ด้วยกันก็อยู่" มั่นใจว่าไม่อยากแต่งงานแล้ว?   "ไม่ใช่หรอก ตอนเด็กๆ ก็มีความคิดเป็นเทพนิยายบ้าง ใฝ่ฝันอยากจะมีชีวิตเป็นเหมือนในนิทาน มีงานแต่ง เหมือนที่ทุกคนอยากมีกัน แต่พอเจ๊งบ่อยๆ ก็เกิดคำถามว่าทำไมฉันต้องมี เราอาจจะชงก็ได้นะ อยู่กันดีๆ ก็ปกติดี แต่ถ้าอุตริที่จะแต่งก็เจ๊งทุกที ชอบใครก็จิ้มเอา เด็กๆ อย่าเอาเป็นตัวอย่างนะคะ ไม่ดีค่ะ" หลายคนก็มองว่าได้แฟนเด็ก?   "ก็มาเองนี่ ต้องเข้าใจนะว่าผู้ชายรุ่นเดียวกับเรา ส่วนใหญ่ตายไปหมดแล้ว ไม่ก็แต่งงานมีครอบครัว หรือไม่ก็ไปชอบกันเอง เราก็ไม่มีทางเลือก จริงๆ เราชอบผู้ชายรุ่นอาหนิง นิรุตติ์ เลยนะ แต่เขาไม่เอาเรา" อายุห่างกันกี่ปี?   "ห่างกันนิดเดียว" อะไรที่ทำให้เราคบกันมาได้นานขนาดนี้?   "มันไม่มีอะไรที่ตั้งใจเลย อันไหนที่พี่ตั้งใจนะ มันจะเจ๊งทุกทีเลย พี่ปล่อยให้เป็นธรรมชาติมากกว่า พี่ไม่ได้ตั้งใจว่าเราจะอยู่ด้วยกันได้มั้ย กี่ปี ไม่ได้มาวัดอะไร มันเริ่มจากมิตรภาพ คือตอนหลังความรักไม่ได้สำคัญเท่ากับการอยู่กันได้มั้ย จริงๆ สำหรับพี่ไม่ต้องรักกันมาก เพระพี่ผ่านชีวิตมามากแล้ว มาถึงขั้นนี้แล้ว บางทีการรักกันมากไปก็เป็นปัญหา ไม่รักกันก็มีปัญหา จู้จี้ เป็นเจ้าของชีวิตกันมากไปก็เป็นปัญหา ฉะนั้นสิ่งสำคัญสำหรับพี่ชั่วโมงนี้คือการรักหรือไม่รักไม่สำคัญเท่าการอยู่ด้วยกันได้มั้ย มันต้องอยู่ด้วยกันแล้วไม่ทำร้ายกัน ไม่ทำลายชีวิตกัน ไม่เดือดร้อน" ช่วงแรกๆ มีปัญหากันรึเปล่า?   "พี่ว่าแม้กระทั่งคู่อื่นๆ หรือเพื่อนๆ พี่ ก็พูดกันมาเองว่า แกเอ๊ย ไม่ใช่ว่าไม่มีปัญหา คือลองถ้ามันจะมีปัญหา อายุเท่าไหร่มันก็มีปัญหา ถ้าคนไม่เข้าใจกันมันก็ไม่เข้าใจกัน พี่ก็เลยคิดว่า ถ้าเราพูดกันให้รู้เรื่องได้ คนบางคนก็อาจจะโตเป็นผู้ใหญ่กว่าอายุ แต่คนบางคนอายุมากแล้ว แต่ก็ยังมีนิสัยเป็นเด็กไปจนตาย แต่มันก็ไม่ใช่ทุกเรื่อง เป็นบางเรื่อง ในบางเรื่องคนบางคนก็มีวุฒิภาวะเป็นผู้ใหญ่ แต่ในบางเรื่องก็ยังมีนิสัยเป็นเด็ก เราก็ต้องแยกเป็นเรื่องๆ ไป" แบบนี้ก็คือลงตัว แฮปปี้กันดีใช่ไหม?   "โดยรวมมันจะแฮปปี้ได้ก็ต่อเมื่อ เราอยู่กันได้ด้วยความเป็นมิตร ประการสำคัญเราก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้ด้วย ประเภทที่อยู่ด้วยกันแล้วเป็นพิษ มันก็ไม่แฮปปี้" มองถึงเรื่องการมีลูกไหม?   "ถ้าพี่มีลูกตอนนี้นะคะ พี่ไม่กล้าไปส่งลูกที่โรงเรียน(ยิ้ม) เพราะว่าเพื่อนๆ ลูกหรือคุณครู เขาจะคิดว่าเป็นคุณยายมาส่ง(หัวเราะ) เพราะว่าวัยมันห่างกันมาก พี่ 50 กว่าแล้ว ถ้าเกิดพี่ปาฏิหาริย์ท้องมาตอนนี้ ลูกอาจจะไม่สมบูรณ์ ไม่หรอกค่ะ มันตามไล่กันไม่ทันแล้ว แล้วการเลี้ยงดูเด็กสมัยนี้ พี่คงไล่ตามไม่ไหว แค่เราเข้าไปดูในโซเชียลเน็ตเวิร์ค พี่ก็ไล่ตามไม่ทันแล้ว ถ้ามีลูก จะต้องเป็นเจ้ากรรมนายเวรของพี่มาก(หัวเราะ) ไม่มีดีกว่า" กลัวไหมว่าถ้าไม่มีลูก อนาคตอาจจะอยู่คนเดียว?   "พี่ก็ยังอยู่คนเดียวได้อยู่ บอกไว้ก่อนเลยว่า ในคนคนหนึ่ง อย่าไปปักธงว่าคนคนนี้ต้องเป็นอย่างเดียวแบบเดียวเสมอไป ในตัวพวกเรา เราก็มีหลายภาค ตัวพี่เองก็เหมือนกัน ไม่ต้องมีคาแรกเตอร์เดียวตลอดเวลา ในเรื่องบางเรื่อง เราก็พร้อมที่จะเป็นคนแกร่ง แต่ในบางมุมเราก็ต้องมีอ่อนโยนบ้าง มีมุมหวานแหววบ้าง" แสดงว่าอยู่กับแฟนก็มีโหมดหวาน ไม่ได้ห้าวอย่างที่เห็น?   "หวานมั่งห้าวมั่ง พี่คนที่ครบรสเลยแหล่ะ เปรี้ยวหวานมันเค็ม(หัวเราะ)" ใช้คำเรียกแทนกันว่ายังไง?   "ด้วยความที่พี่เลี้ยงหมาเป็นลูก ฉะนั้นสรรพนามมันก็เป็นไฟลท์บังคับไปเอง ว่าต้องเป็นพ่อกับแม่ เพราะว่าเรียกแทนหมาไงคะ มันเป็นการคุยกันในครอบครัว ก็ต้องรวมหมาเข้าไปด้วย เช่นบอกหมาว่า ไปหาพ่อก่อนไป วันนี้ให้พ่อคลุกข้าวให้นะ หรือบางทีพ่อจะอัดเสียง ไปหาแม่แกก่อน" 10 ปีที่ผ่านมา โอเคไหมกับความรักครั้งนี้?   "พี่ไม่กล้าพูดอย่างนั้นหรอก จริงๆ อะไรไรมันก็ไม่แน่นอน ให้สัมภาษณ์วันนี้ เกิดพรุ่งนี้เขาไปมีคนอื่นล่ะแล้วจะว่ายังไง อะไรมันก็ไม่แน่ไม่นอน ฉะนั้นอะไรก็เกิดขึ้นได้".ขอบคุณภาพจาก IG ampdidi แอม เสาวลักษณ์ จิ๊บ แฟนหนุ่ม   แอม เสาวลักษณ์   แอม เสาวลักษณ์   แอม เสาวลักษณ์   แอม เสาวลักษณ์  

 เล็กแต่อบอุ่น! ปาร์ตี้วันเกิด 36 ปี นานา ไรบีนา
วันเกิดดารา /  วุ้นเส้น วิริฒิพา / 

    เล็กๆ แต่อบอุ่น เหล่าเพื่อนสนิทร่วมปาร์ตี้วันเกิดล่วงหน้า ฉลองครบรอบ 36 ปี ให้กับดาราสาว นานา ไรบีนา แน่นอนมีสมาชิกในแก๊งนางฟ้ามาร่วมเฮฮาปาร์ตี้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น วุ้นเส้น วิริฒิพา, เจนสุดา ปานโต และ แอน อลิชา นอกจากนั้นก็ยังมีคู่เลิฟ พีเค - โยเกิร์ต และ ดีเจบอย ณาฆฤณ มาร่วมแจมด้วย โดยเจ้าของวันเกิดได้โพสต์ข้อความมาว่า "ขอบคุณความรักที่มีให้กันเสมอนะเพื่อนๆ I love you guys #จะเข้าวัย36กับเพื่อนรักทุกคน" ไปชมภาพบรรยากาศกันเลยจ้า...ขอบคุณ ภาพจากอินสตาแกรม @nanarybena, @janesuda, @ann_laisuthruklai, @yoghurt_rb, @djboy955   วันเกิด 36 ปี นานา ไรบีนา   วันเกิด 36 ปี นานา ไรบีนา   วันเกิด 36 ปี นานา ไรบีนา   วันเกิด 36 ปี นานา ไรบีนา   วันเกิด 36 ปี นานา ไรบีนา   วันเกิด 36 ปี นานา ไรบีนา