ประวัติดาราวัยรุ่น

รำลึก เดรสที่ดีที่สุดของ ออสการ์ เดอ ลา เรนตา Oscar de la Renta
ชุดเดรส /  ดีไซเนอร์ / 

หากจะบอกว่าเขาคือเจ้าพ่อพรมแดงคงไม่ผิดไปมากนัก เพราะดีไซเนอร์รุ่นใหญ่อย่าง ออสการ์ เดอ ลา เรนตา ( Oscar de la Renta ) นั้นโลดแล่นอยู่ในวงการแฟชั่นในฐานะรุ่นเก๋ามายาวนานตั้งแต่ปี 1963 และ ชุดเดรส ที่เขาออกแบบนั้น ล้วนถูกนำมาพรีเซ็นต์อยู่บนหุ่นสวย ท่ามกลางแสงแฟลชกลางพรมแดง ของเหล่าบรรดา ดาราฮอลลีวู้ดระดับแถวหน้ามาแล้วทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น ซาราห์ เจสสิกา พาร์กเกอร์ , เอมี่ อดัมส์ , ริฮานน่า หรือแม้แต่เหล่า สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งอย่าง มิเชลล์ โอบามา ก็เทใจให้แบรนด์นี้เป็นแบรนด์ในดวงใจมาแล้วเช่นกัน ออสการ์ เดอ ลา เรนตา ดีไซเนอร์ชื่อดังในวงการแฟชั่นระดับโลก ในวัย 82 ปี ที่เสียชีวิต ด้วยโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร หลังจากต่อสู้กับโรคร้ายมาเป็นระยะเวลาหลายปี จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ เขาได้เข้ารับการรักษาอีกครั้งด้วยการให้คีโมเพื่อต้านมะเร็ง แต่ร่างกายของเขาไม่สามารถรับไหว จึงทำให้เราสูญเสีย บุคคลที่มีความสามารถและสร้างชื่อเสียงระดับโลกไปเมื่อวันที่ 20 ตค. 2014 ที่ผ่านมา โดย Oscar de la Renta เสียชีวิตอย่างสงบที่บ้านของเขาในรัฐคอนเนตติกัต ทีมงาน Women Mthai ขอรำลึกการจากไป ของ ออสการ์ เดอ ลา เรนตา ด้วยการรวบรวมภาพ เดรสที่ดีที่สุด ที่ถูกจดจำภาพไว้จากบรรดาสื่อแฟชั่นทั่วโลกมาแล้วทั้งสิ้น เรื่องโดย Women Mthai Team ที่มาภาพจาก nymag.com

จับหนุ่ม17 ดอดเข้าบ้านแม่ พ.ต.ท. ใช้ชีวิต-อาบน้ำไม่ได้รับอนุญาต
ข่าวจังหวัดอุดรธานี /  ข่าววันนี้ / 

ตร.อุดรธานี จับกุมหนุ่ม17 หลังบุกบ้านแม่ พ.ต.ท. ใช้ชีวิต-อาบน้ำไม่ได้รับอนุญาต อ้างหน้าตาเฉยเป็นบ้านตัวเอง ทำไมจะเข้ามาไม่ได้ รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันนี้ (20 ต.ค. 57) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมือง อุดรธานี ได้นำกำลังเข้าจับกุมตัวนายน้อย (นามสมมติ) อายุ 17 ปีชาวต.นางัว อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี หลังได้บุกรุกเข้าไปใช้ชีวิต อาบน้ำ-ดูทีวี ในบ้านพักเลขที่ 86/86 ถนนร่วมจิต ซอยทองคำอุทิศ เขตเทศบาลนครอุดรธานี ซึ่งเป็นของนางพรเพชร เมสเซอร์สิ อายุ 64 ปี เจ้าของบ้าน และเป็นมารดาของ พ.ต.ท.สิทธิพร ธากุลทิพย์ รองผกก.ป. สภ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี ซึ่งจากการสอบสวนนางพรเพชร เจ้าของบ้านได้ให้การว่า ระหว่างที่ตนตื่นขึ้นมาตอนเช้ามืดเพื่อทำกับข้าวไว้รอใส่บาตรนั้น พบว่ามีชายวัยรุ่นไม่ทราบชื่อและไม่รู้ว่าเป็นใครมาจากไหน นอนดูทีวีอยู่ที่ชั้นล่างอย่างหน้าตาเฉย เมื่อเข้าไปสอบถามชายคนดังกล่าวก็ได้ยิ้มใส่ บอกว่าเป็นบ้านของเขาเอง ทำไมจะเข้ามาไม่ได้ เมื่อเห็นท่าไม่ดีตนจึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบดังกล่าว ด้านนายน้อย ว่าอยากดูทีวี จึงได้เข้าไปในบ้านผู้เสียหาย เพื่อต้องการดูทีวีเท่านั้น ไม่ได้หวัง หรือจะทำร้ายอะไรเจ้าของบ้าน นอกจากนี้ยังเผยต่ออีกว่าเขาเคยเอาเสื้อผ้ามาซักที่เครื่องซักผ้าหน้าห้องน้ำมาแล้วครั้งหนึ่งด้วย เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่นำตัวไปตรวจหาสารเสพติดหลังเจ้าตัวสารภาพว่าเคยต้องคดียาเสพติดมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ไม่พบ เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา บุกรุกเคหะสถาน ในเวลากลางคืน ก่อนส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป Cr. ภาพจาก khaosod.co.th MThai news

ชมพู่ ก่อนบ่าย เปิดตัวแฟนใหม่ ยันชายแท้ไม่ใช่ทอม!!
ชมพู่ ก่อนบ่าย /  ชมพู่ ก่อนบ่าย แฟนใหม่

กลับมาสดใสร่าเริงหัวใจสีชมพูอีกครั้ง!! สำหรับดาราสาวอารมณ์ดี ชมพู่ ก่อนบ่าย ที่ตอนนี้เธอกำลังอินเลิฟกับหนุ่มรุ่นน้องนอกวงการมาได้ 3 เดือนหลังรู้จักกันมากว่า 10 ปี แม้จะเคยลงภาพคู่แบบไม่เห็นหน้าจนหลายคนเฝ้าติดตามว่าเป็นใครกันแน่!! ล่าสุด สาวชมพู่ ยอมโพสต์ภาพหวานให้เห็นกันชัดๆ กับแฟนหนุ่มนอกวงการสุดเท่ลงอินสตาแกรมส่วนตัว พร้อมข้อความว่า "ยิ่งปิดคนก็ยิ่งอยากรู้ #ก็เปิดซะเลย #ผู้ชายนะจ๊ะไม่ใช่ทอม #จบข่าว" และหนุ่มคนนี้เองที่ตามติดไปเฝ้า สาวชมพู่ ถ่ายแบบเซ็กซี่ถึงริมทะเลภูเก็ต เปิดตัวซะหวานเจี๊ยบขนาดนี้...น่าอิจฉาซ๊าาา!! ชมพู่ ก่อนบ่าย-แฟนใหม่ ชมพู่ ก่อนบ่าย-แฟนใหม่ ชมพู่ ก่อนบ่าย-แฟนใหม่ ชมพู่ ก่อนบ่าย-แฟนใหม่ ชมพู่ ก่อนบ่าย-แฟนใหม่ ชมพู่ ก่อนบ่าย-แฟนใหม่

เมื่อแม่เตือนลูกแต่งตัวโป๊ ลูกสวนกลับ
ข่าววันนี้ /  ลูกแต่งตัวโป๊ / 

เตือนลูกแต่งตัวโป๊ ลูกตอกกลับ "แม่เรียนมาน้อย อย่ามาสอนหนู" วันนี้(23ต.ค.) เป็นปัญหาที่ทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองหลายๆท่านต่างพากันหนักอกหนักใจ เกี่ยวกับการแต่งกายของลูกสาว เพราะแฟชั่นการแต่งกายของวัยรุ่นในปัจจุบันดูจะยิ่งสั้นยิ่งบางขึ้นเรื่อยๆ แม้การแต่งตัวเช่นนั้นอาจเป็นเรื่องปกติของวัยรุ่นไปเสียแล้ว แต่คนเป็นพ่อเป็นแม่ก็คงอดห่วงไม่ได้ แม้ผู้ปกครองหลายๆท่านพูดตักเตือนบุตรหลานให้ปรับปรุงเรื่องการแต่งตัวให้มิดชิดมากขึ้นด้วยความเป็นห่วง แต่เด็กบางคนอาจจะไม่ยอมฟังหรือทำตามคำแนะนำ อย่างเช่นเรื่องราวของสมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอมที่เป็นคุณแม่ท่านหนึ่ง เธอรู้สึกเครียดและไม่สบายใจ จึงนำเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับบุตรสาวมาระบายพร้อมขอคำแนะนำ ผ่านกระทู้ "เครียดค่ะ ลูกสาวอยู่ปี 2 ใส่ชุดนักศึกษาโป๊มาก เราเตือนไป ก็ด่าเรากลับว่า แม่เรียนมาน้อย อย่ามาสอนหนู" (ภาพประกอบข่าว) ผู้เป็นแม่ได้บรรยายเรื่องราวในกระทู้ว่า สามีเพิ่งเสียไปตอนต้นปี ตัวเธอเองเรียนจบแค่ ม.3  ตอนนี้ก็ทำงานในโรงงานรับค่าแรงขั้นต่ำเท่านั้น ขณะที่ลูกสาวของเธอเป็นนักศึกษาชั้นปีที่2 ของมหาวิทยาลัยรัฐแห่งหนึ่งในกรุงเทพ เมื่อตอนปี 1 ลูกสาวแต่งตัวเรียบร้อยมาก ใส่กระโปรงเลยเข่าและใส่เสื้อซับในทุกครั้ง แต่พอขึ้นปี 2 กลับแต่งตัวโป๊ขึ้น คือใส่กระโปรงทรงสอบสั้นๆประมาณครึ่งขาอ่อนได้ แล้วก็ไม่ใส่เสื้อซับในด้วย ทำให้เธอรู้สึกหนักอกหนักใจมาก เธอตัดสินใจพูดตักเตือนลูกสาวอีกครั้งด้วยความเป็นห่วง แต่คำพูดของลูกทำเอาคนเป็นแม่อย่างเธอถึงกับจุกอก และข้อความดังต่อไปนี้คือการสนทนาของผู้เป็นแม่ที่เป็นเจ้าของกระทู้กับลูกสาว แม่ : แม่ว่าลูกแต่งตัวโป๊ไปนะลูก ลูกสาว : เดี๋ยวนี้ใคร ๆ เขาก็แต่งแบบนี้กันนะแม่ แม่ : มันอันตรายนะ เสื้อซับในลูกก็ไม่ใส่ ตอนซ้อมลีด ถ้าเหงื่อออกมาก ๆ จะทำยังไง มันเห็นไปถึงไหนต่อไหนนะ ลูกสาว : ไม่มีใครมามองหรอกแม่ พวกที่ซ้อมลีดด้วยกันก็ไม่เห็นมีใครใส่ เหงื่อออก แป๊บเดียวก็แห้งแล้ว แม่ : เวลาเหงื่อออกแล้วเห็นเสื้อใน มันดูไม่งามนะลูก ลูกสาว : แม่ไม่ต้องห่วง หนูดูแลตัวเองได้ พูดอยู่นั่นแหละ แม่ : แม่พูดเพราะแม่ห่วง ตอนนี้เราก็เหลือกันอยู่แค่สองคน ลูกสาว : แม่พูดซ้ำ ๆ แบบนี้มากี่รอบแล้วนี่ หนูบอกแล้วไง หนูดูแลตัวเองได้ เรา : ... ลูกสาว : แม่เรียนมาน้อย อย่ามาสอนหนู แม่ : (น้ำตาแทบไหลอะค่ะ) เธอบอกว่าไม่เป็นห่วงเรื่องการเรียนของลูกเลยเพราะผลการเรียนของลูกดีมาก แต่สิ่งที่เป็นห่วงมากที่สุดคือการแต่งตัว เพราะเธอเกรงว่าในอนาคตอาจเกิดเรื่องไม่ดีกับลูกกลัวลูกจะไม่ปลอดภัย ภายหลังเรื่องของเธอถูกเผยแพร่ ผู้คนบนโลกโลกออนไลน์ต่างให้ความสนใจและเข้ามาแสดงความคิดเห็นภายในกระทู้ของเธอเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่จะเข้ามาให้กำลังใจคุณแม่ท่านนี้ เนื่องจากลูกสาวของเธออยู่ในช่วงวัยรุ่น ก็ค่อยๆพูดค่อยๆแนะนำกันไป ขณะที่อีกส่วนหนึ่งบอกว่า คำพูดที่ลูกสาวพูดว่าแม่เรียนมาน้อยเป็นคำพูดที่ไม่ควรพูด และควรตำหนิลูก บ้างก็แนะนำให้ใช้ไม้แข็งในการสอนลูกบ้าง เพื่อให้ลูกได้รู้ว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ส่งเสียให้ลูกเรียนสูง ๆ ก็มาจากแม่ที่เรียนจบเพียง ม.3 คนนี้ ขอบคุณกระทู้ สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอมหมายเลข 1787551  MTHai News ___________________________________________ เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง แฟชั่นชุดนักเรียน ของแต่ละประเทศ นักศึกษาประเทศลาว น่ารักใสใสอมชมพู

ซิงเกิ้ลมัม โพสต์รูป สอนใจแม่วัยรุ่น ตัดใจทิ้งลูกคาปั๊ม
ข่าวจังหวัดชลบุรี /  ข่าววันนี้ / 

ชาวเน็ตโพสต์รูป ซิงเกิ้ลมัม สอนใจแม่วัยรุ่นอ้างแฟนไม่รับผิดชอบ ตัดใจทิ้งลูกคาปั๊ม เมืองชลบุรี จากกรณีที่มีแม่ใจร้ายรายหนึ่ง นำเด็กทารกเพศหญิงทิ้งไว้ภายในปั๊มน้ำมัน ปตท.สาขาบางทราย อ.เมือง จ.ชลบุรี เมื่อช่วงกลางดึกของคืนที่ผ่านมา พร้อมมีจดหมายระบุข้อความอ้าง ถูกแฟนหนุ่มไม่รับผิดชอบก่อน จึงทำให้ต้องทิ้งมาลูกซ้ำ ว่า "พ่อแม่เป็นคนไทยทั้งคู่นะคะ หนูตั้งชื่อน้องว่า ด.ญ.รัตน์ชฎาภรณ์ หรือน้องน้ำแข็ง พ่อของน้อง เขาทิ้งหนูไปตั้งแต่รู้ว่าหนูท้อง" แม่เลวๆ นั้น วันนี้ (20 ต.ค. 57) ในโลกออนไลน์ผู้คนต่างเข้าไปแสดงความเห็นหลังจากข่าวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป โดยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยที่ผู้หญิงคนดังกล่าวจะทิ้งลูกของตัวเอง เพียงเพราะอ้างว่าถูกผู้ชายทิ้งก่อนแล้วจะมาทิ้งลูกซ้ำเช่นนี้ ขณะเดียวกันได้มีการโพสต์ภาพ และข้อความให้กำลังใจด้วยว่า การเลี้ยงลูกคนเดียวไม่ใช่ปัญหา ไม่ทำให้ตาย แต่อยู่ที่จิตสำนึกมากกว่า โดยคุณ Bank Sqweez เผยว่า "ไม่รู้สิ...ผมยังเลี้ยงคนเดียวได้เลย!! ยอมรับนะครับว่าเสียใจ.. แต่ทำไงได้!! ก็ต้องสู้สิครับ::" ....................................................................... คุณ @นู๋กร ผิดหรอที่ร๊ากจิง "มันขึ้นอยู่กับตัวเรา #ฉันเอง ท้องไม่พร้อมตอน14ย่าง15 เลิกกันตั้งแต่ท้องได้2เดือน (ตลอดเวลาไม่เคยคิดจะทำแท้งน้องเลย ทุกวันนี้ฉันทำงาน เลี้ยงน้องด้วยน้ำพักน้ำแรก น้อง4ขวบแล้วค่ะ) #ทุกวันนี้ไม่เสียใจเลยที่มีเค้า เราทำอะไรไปเราต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิด ไม่คิดโทษใครเป็นเพราะเราทำเราเลือกเอง ...รักลูกมากค่ะ" ....................................................................... คุณ @Cher Ry "เลี้ยงลูกเองคนเดียวเหมือนกันคะ ใครไม่รับช่างเขา ลูกก็ลูกของเรา" ....................................................................... คุณ @Amp Mii "Single Momค่ะ ลูกป่วยเป็นธาลัสซีเมียให้เลือดทุกเดือน พ่อเค้าไม่เคยมาดูแลเลย ตอนนี้4ขวบละค้าบ" ....................................................................... คุณ @สุดปรารถนา ท. "ท้องไม่พร้อมแต่ไม่เคยคิดจะเอาลูกไปทิ้งที่ไหน ยอมทิ้งอนาคตที่ดีเพื่อให้ได้อยู่กับลูกและมีความสุขมากตอนนี้ กับแค่ผู้ชายคนเดียวจะไปเสียใจทำไมมันไม่ใช่เลือดเนื้อเราซะหน่อย" พร้อมกันนี้ผู้ใช้เน็ตยังแนะนำเพจเฟซบุ๊ก ที่เปิดรับปรึกษาพูดคุย กับผู้เป็นแม่ที่ไม่พร้อมเลี้ยงดูทารกด้วย เพื่อร่วมกันช่วยเหลือหาทางออก และแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้หมดไป โดยสามารถเข้าไปที่เพจ @เด็กน้อย ที่ไม่มีใครต้องการ ได้หากไม่ต้องการทารกอย่างกรณีนี้ ทั้งนี้ทาง MThai news ขอขอบคุณภาพ และข้อความดีๆ จากเจ้าของเพจที่หยิบนำมาเสนอ และหวังว่าปัญหาดังกล่าวคงจะหมดไปในไม่ช้า สำหรับความคืบหน้าอาการของมารกเพศหญิงคนดังกล่าว ขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว หลังเจ้าหน้าที่ได้ปฐมพยาบาล และพักรักษาตัวอยู่ในรพ.ชลบุรี MThai news

โจ๋ไล่ยิงในงานกฐินกำแพงเพชรตาย 3
กฐินเดือด /  กำแพงเพชร / 

กฐินเดือด! โจ๋กำแพงเพชร ชักปืนยิงใส่กันที่วัดหัวเสลา ดับ 2 คน ขณะอีกรายเสียชีวิตที่ รพ. สังเวยงานบุญ เมื่อเวลา 23.00 น. ที่ผ่านมา (18 ต.ค.) พ.ต.ท.ประเวศ อินทนี พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร ได้รับแจ้งว่า มีเหตุยิงกันที่วัดหัวเสลา ม.ที่ 2 ต.ยางสูง อ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบศพ นายชินภัทร คำไทย อายุ 16 ปี และ นายอานนท์ เรืองนาม อายุ 23 ปี จากการชันสูตรศพ พบว่าทั้ง 2 คน ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 ม.ม. โดยก่อนเกิดเหตุที่วัดหัวเสลา มีงานฉลองกฐิน ได้มีวัยรุ่นคนละหมู่บ้านเกิดทะเลาะกันอีก มือปืนจึงชักปืนออกมายิงใส่ไปถูก นายวันเฉลิม กลิ่นธูป อายุ 17 ปี ได้รับบาดเจ็บ หลังก่อเหตุแล้วมือปืนได้วิ่งหนีออกจากวัด โดยมีผู้ตายทั้ง 2 คน วิ่งไล่ตามออกไปแล้วมีเสียงปืนดังรัวขึ้น เมื่อชาวบ้านตามมาดูก็พบว่า นายอานนท์ กับ นายชินภัทร ถูกยิงเสียชีวิตไปแล้ว ส่วนที่โรงพยาบาล พบว่า นายวันเฉลิม ที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บได้เสียชีวิตไปอีก 1 คน รวมเสียชีวิตทั้งหมด 3 ศพ

หลอน!! ตร.สหรัฐจับกุมหนุ่มฆ่าเหยื่อให้แฟนมีเซ็กซ์กับศพ
ข่าววันนี้ /  ศพ / 

ตำรวจสหรัฐจับกุมแฟนหนุ่มฆ่าเหยื่อ เพื่อให้แฟนสาวมีเซ็กซ์กับศพ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ตำรวจสหรัฐจับกุมผู้ต้องหาหญิงชายคู่หนึ่ง ในข้อหาฆาตกรรมวัยรุ่นชายชาวอิลลินอยส์ 2 ราย และมีการล่วงละเมิดทางเพศกับศพทั้ง 2 ราย ผู้ต้องหาทั้งสองคือ อลิซา มาซาโร สาววัย 18 ปี และโจชัวร์ ไมเนอร์ แฟนหนุ่มวัย 24 ปี แฟนหนุ่มได้ลงมือสังหาร สังหารอีริค โกลเวอร์ และเทอเรนซ์ แรนคินส์ อายุ 22 ปี โดยการฆ่ารัดคอหลังเหยื่อสิ้นใจ เพื่อให้อลิซามีเพศสัมพันธ์กับศพของเหยื่อ โดยมีอดัม แลนเดอแมน และเบธานี แม็คคี เป็นผู้สมรู้ร่วมคิด ทั้งนี้ผู้ต้องอ้างว่า ก่อนเกิดเหตุได้เล่นวิดีโอเกมกับโกลเวอร์และแรนคินส์ ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะลวนลามแม็คคี จนบานปลายกลายเป็นเหตุฆาตกรรม แต่จากการสอบปากคำ ไมเนอร์ได้ให้การว่า แฟนสาวบ่นอยากมีเพศสัมพันธ์กับศพมานานแล้ว ตนจึงช่วยให้ความฝันของเธอเป็นจริง ด้วยการสังหารหนุ่มทั้ง 2 รายเพื่อให้เธอมีเพศสัมพันธ์แบบหมู่กับศพเหยื่อทั้งสอง "เธอต้องการอย่างนั้น เธออยากมีเซ็กซ์แบบนี้ และผมก็ชอบเสียด้วยที่จะให้เธอมีเซ็กซ์กับศพ" ขณะที่มาซาโร หญิงสาวที่มีเซ็กส์กับศพได้กลับคำหลังขึ้นให้การต่อหน้าศาลว่า เธอไม่ได้ชื่นชอบการมีเซ็กส์กับศพ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ในรายงานอ้างว่า เธอเคยให้การว่าชื่นชอบการมีความสัมพันธ์ทางเพศกับศพ แต่อย่างไรก็ตามการตัดสินความผิดของผู้ต้องหาทั้ง 4 ยังคงไม่สิ้นสุด โดยอยู่ระหว่างการดำเนินคดี MThai News

ปอม สิทธิพงศ์ เน็ตไอดอลคู่รักเกย์คนดังถูกจับ หลังตร.บุกผับ ตรวจพบฉี่ม่วง
ข่าวปอม สิทธิพงศ์ /  ข่าววันนี้ / 

รวบ! ปอม สิทธิพงศ์ เน็ตไอดอลดังฉี่ม่วง หลังตร.บุกค้นสถานบริการย่านเสนาเปิดเกินเวลา ไม่ได้รับอนุญาต มั่วสุมยาเสพติด รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันนี้ (19 ต.ค. 57) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน นำกำลังเข้าตรวจค้นไฮแจกซาวด์น่า บริเวณชั้น 4 และดาดฟ้าของเสนาเซ็นเตอร์ ถนนพหลโยธิน หลังได้รับร้องเรียนว่ามีการลักลอบเปิดเป็นสถานบริการโดยไม่มีใบอนุญาต และเปิดเกินเวลา ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบนักท่องราตรีกว่า 84 คน ชาย 82 หญิง 2 คน โดยจำนวนนั้นมีนายสิทธิพงศ์ หรือ ปอม นักร้องและเน็ตไอดอลชื่อดัง ซึ่งเป็นคู่เกย์ที่ดังในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์คในนาม "ปอม-อ๋อง" กำลังดื่มกินและมั่วสุมกันอยู่ด้วย เจ้าหน้าที่จึงนำตัวทั้งหมดไปตรวจปัสสาวะ หลังมียาอี ยาเค จำนวนหนึ่ง ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่านายสิทธิพงศ์ มีฉี่สีม่วง เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีต่อไป ส่วยวัยรุ่นที่ไม่พบมีสารเสพติดทางเจ้าหน้าที่ได้จับทำประวัติก่อนจะปล่อยตัวกลับบ้านไป ภาพจาก matichon.co.th MThai News

สัมภาษณ์ แอน มิตรชัย จากลิเกสาวพราวเสน่ห์ สู่นักร้องระดับอินเตอร์
Live My Life My Way /  แอน มิตรชัย

กำลังประสบความสำเร็จและโดดเด่นในแวดวงบอลลีวู๊ดเลยทีเดียว สำหรับลิเกสาวพราวเสน่ห์ แอน มิตรชัย ที่ล่าสุดเธอก็ได้จรดปลายปากกาเซ็นสัญญาเป็นศิลปินภายใต้การดูแลของค่ายเพลงระดับอินเตอร์ ยูนิเวอร์แซล มิวสิคฯ ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากแถลงข่าวเปิดตัวอัลบั้มอินเตอร์เนชั่นแนลชุดแรก ซึ่งมีชื่อว่า Live My Life My Way (ลิฟ มาย ไลฟ์ มาย เวย์) ท่ามกลางความสนใจของเหล่าสื่อมวลชน ที่สำนักงาน ยูนิเวอร์แซล มิวสิค ประเทศอินเดีย ไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ต่อจากนี้ ยูนิเวอร์แซล มิวสิคฯ ก็มีแผนสนับสนุนให้ แอน มิตรชัย เตรียมเดินทางไปโปรโมทผลงานเพลงในประเทศต่างๆ ทั้งเอเชียและยุโรป... แต่ก่อนจะถึงวันนั้น ทาง music.mthai.com ก็มีบทสัมภาษณ์จาก แอน มิตรชัย มาเปิดเผยว่าหนทางการโกอินเตอร์ของเธอ เป็นมาอย่างไร? ที่มาที่ไปของความสำเร็จในการเป็นศิลปินที่สามารถมีอัลบั้ม International ภายใต้สังกัด ยูนิเวอร์แซล มิวสิคฯ? "สำหรับการร่วมงานกับ บริษัท ยูนิเวอร์แซล มิวสิค กับผลงาน International นั้น จริงๆ แอนไม่เคยคิดเลยว่าเราจะมาได้ไกลขนาดนี้ เพียงแค่ได้มีโอกาสร่วมแสดงภาพยนตร์บอลลีวู๊ด แอนก็ดีใจมากแล้ว แม้กระทั่งเพลงประกอบภาพยนตร์เองก็ไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่าจะมีโอกาส ย้อนไปตอนแอนพบกับคุณ Eddie T Avil ผู้จัดการของแอนคนปัจจุบัน ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของชีวิตค่ะ เขาเป็นคนกว้างขวางในวงการบอลลีวู๊ด เริ่มจากเอาเพลงของแอนไปทำเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ซึ่งถือเป็นก้าวแรก พอผลงานปรากฏเด่นชัดและเป็นที่ยอมรับจากประชาชนในประเทศอินเดีย โอกาสก็เพิ่มขึ้น ทำให้มีบริษัทต่างๆ นำเสนองานเข้ามาค่ะ" 'ได้มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ผลงานแทบกระบวนการด้วยตัวเอง' "ก่อนที่แอนจะทำอัลบั้ม Live My Life My Way กับทางยูนิเวอร์แซล มิวสิคฯ ก็มีอีกบริษัทชื่อ ทีซีรี่ส์(T Series) ติดต่อเข้ามา บริษัทนี้เป็นค่ายยักษ์ใหญ่ของอินเดีย มีสาขาอยู่ทั่วเอเชีย เขานำเสนอให้แอนเข้ามาอยู่ในบริษัทของเขา ทุกวันนี้ก็ยังคงพร้อมต้อนรับแอนให้ร่วมงานด้วยตลอดเวลา แต่ถ้าเราเลือกอยู่กับ ทีซีรี่ส์ เพลงของเราส่วนใหญ่จะออกมาในแนวอินดี้ที่มีภาษาอังกฤษปนบ้าง แต่ไม่ใช่แนวสากล คุณเอ็ดดี้ เลยวางแผนให้ว่าเราควรจะเลือกอะไร ส่วนหนึ่งก็คือตัวเขาเองก็เคยร่วมงานกับ ยูนิเวอร์แซล มิวสิคฯ อยู่แล้ว เขาเลยนำโปรไฟล์ความเป็นลิเกของแอน พร้อมกับผลงานอื่นๆ แนบไปให้ผู้ใหญ่ของ ยูนิเวอร์แซล มิวสิคฯ พิจารณา ซึ่งสิ่งที่ทีมยูนิเวอร์แซล มิวสิคฯ สนใจคือภาพความเป็นลิเกของเรา เขาอยากรู้ว่าลิเกคืออะไร ผลงานการแสดงถึงศิลปวัฒนธรรมตรงนี้มีความน่าสนใจมากน้อยแค่ไหน หลังจากที่เขาศึกษาหาข้อมูลงานศิลปะการแสดงลิเกและความเป็น แอน มิตรชัย ทำให้เขาสนใจมากๆ ดังนั้นจึงเชิญเราเข้าไปพูดคุยแบบจริงจัง ที่สำคัญเขามองเห็นว่าจะสร้างเราในสิ่งที่เราสามารถทำในสิ่งที่เรามีและสิ่งที่เราเป็น พร้อมเปิดโอกาสให้เรามีส่วนร่วมในการวางแนวคิดเกือบทุกกระบวนการสร้างสรรค์งานชิ้นนี้ค่ะ" 'ลิเกคือจุดเริ่มต้น ทำให้มีทุกวันนี้' "เมื่อโอกาสมาถึงตัวเรา แอนบอกกับตัวเองว่าสิ่งที่เราต้องมีคือหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหน จากการฝึกฝนเราต้องอดทนเพื่อให้ผลงานออกมาดีที่สุด แอนมีแรงบันดาลใจโดยมีความรักในสิ่งที่ทำนำทางให้เรา ลิเกคือจุดเริ่มต้นของชีวิตที่มีคุณค่าทำให้แอนมีวันนี้และสามารถก้าวไปสู่เวทีอื่นๆ การร้องเพลงอินดี้แอนก็ได้มาจากเวทีลิเก ข้อนี้แอนไม่เคยลืมและส่งให้แอนก้าวมาถึงวันนี้ ความศรัทธาในความเป็นตัวตนในแบบของเราคือแนวทางไปสู่จุดหมาย แล้ววันนี้แอนก็ได้เริ่มต้นกับการก้าวย่างอีกครั้งหนึ่งที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตนั้นคือการเปิดตัวอัลบั้ม Live My Life My Way ค่ะ" คิดว่าเพราะเหตุใดที่คนอินเดียถึงยอมรับในตัว แอน มิตรชัย? "นักแสดงที่เป็นต่างชาติจะเปิดใจคนอินเดียให้ยอมรับไม่ใช่เรื่องง่ายค่ะ ต้องบอกว่าเป็นเรื่องยาก แอนคิดว่าแอนโชคดีที่เราเข้าไปในฐานะนักร้องและเป็นนักแสดง เขาตกใจว่าเราสามารถร้องเพลงอินดี้ได้ เริ่มแรกเราสามารถร้องเพลงคลาสสิกหรือเพลงลูกทุ่งของเขาซึ่งมันยากมากๆ และเราสามารถเต้นเพลงอินเดียได้ทั้งแนวเก่าแนวใหม่ เช่น กาตะการิ(Katakari) และ 7 คลาสสิคัล อินเดียแดนซ์(7 Classical Indian Dance) ซึ่งดาราบอลลีวู๊ดใหม่ๆ ในปัจจุบันเต้นกันไม่ค่อยจะได้ สังเกตจากหลายๆ คนรอบๆ ตัวเราที่รู้สึกชื่นชมในสิ่งที่เราทำได้ แอนคิดว่าสิ่งนี้ทำให้เขาเปิดใจที่จะรักเราเพราะเราไปในฐานะนักร้องต่างชาติที่สามารถร้องเพลงบ้านเขาได้ นักแสดงในประเทศอินเดีย จะไม่ร้องเพลงเอง ส่วนใหญ่จะลิปซิงค์ แต่พอเราเล่นเองร้องเองก็เป็นที่จับตามองค่ะ" 'ฉันเป็นคนไทย' "ทุกวันนี้สื่อต่างๆ ในอินเดียถามแอนเสมอว่าแอนเป็นลูกครึ่งอะไร แอนจะตอบว่าเป็นคนไทย แต่เขาพยายามให้แอนเป็นเม็กซิโก เป็นลูกครึ่งอินเดียบ้างค่ะ" แนวคิดและปรัชญาในการดำเนินชีวิตของ แอน มิตรชัย? "พูดได้ว่าแอนเติบโตมาจากโรงลิเก ตั้งแต่พอจำความได้รอบๆ ตัวของแอนคืองานศิลปะการแสดง เราอยู่กับความคิดสร้างสรรค์และการฝึกฝนซ้ำๆ เพื่อสร้างความสุขให้ผู้คนเกือบทุกๆ วัน แอนมองเห็นถึงความงดงามของคำว่า 'ความรักและมิตรภาพ' ที่แฟนๆ มอบให้กับเรา สิ่งที่อยู่ในความคิดและไม่เคยเปลี่ยนแปลงคือจะพัฒนาตัวเองทุกๆวัน เพื่อสร้างสรรค์ผลงานและมอบความสุขให้กับคนที่รักและรอคอยที่จะชื่นชมผลงานของแอน เมื่อพูดถึงแนวคิดและปรัชญาในการดำเนินชีวิต ของแอนนั้นก็คือการทำสิ่งใดก็ควรตั้งจุดมุ่งหมายที่จะเดินไปให้ชัด เหมือนคำที่ว่า 'การเริ่มต้นอย่างมีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนเท่ากับสำเร็จผลแล้วครึ่งหนึ่ง' ค่ะ" พูดได้ว่าน่าสนใจทีเดียว สำหรับย่างก้าวสู่วงการเพลงอินเตอร์ของนักร้องสาวคนนี้... สำหรับแฟนๆ ที่อยากให้กำลังใจ และต้องการติดตามความเคลื่อนไหวของ แอน มิตรชัย ก็สามารถเกาะติดช่องทางโซเชี่ยลของเธอได้ทาง Instagram: annmitchai AMC Official , Facebook: Annmitchai และ Youtube AMC world Channel มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

กว่าจะรู้เดียงสา (2530) 1/3
หนังไทย

เรื่องย่อ : ครอบครัวของทิพย์ (มาช่า วัฒนพานิช) เป็นผู้ดีเก่า มีคุณแม่ (พิศมัย วิไลศักดิ์) เป็นคนดูถูกคนจน เมื่อทิพย์อายุ 15 ย่าง 16 ได้รู้จักกับหนุ่มดาวโรงเรียนชื่อ ไชยา (สุริยา เยาว์สังข์) ทั้งสองคนมักพบปะกันประจำโดยทางบ้านไม่รู้ พี่ชายของไชยา (นพพล โกมารชุน) เปิดร้านขายเเละซ่อมจักรยาน และมักทะเลาะกับไชยาประจำ ทำให้เขาเบื่อที่บ้านมาก เมื่อทิพย์ไปเที่ยวน้ำตกกับไชยา ทั้งคู่ก็ได้มีความสัมพันธ์กัน จนท้องขึ้นมาและหนีไปอยู่ด้วยกัน พ่อแม่ของทิพย์ตามไปที่ร้านของพี่ชายไชยาและกล่าวว่าโทษให้ ทั้งคู่หนีไปอยู่กรุงเทพฯ แฉล้ม (อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ) ผู้หญิงหากินพาไปเช่าบ้านอยู่ ทั้งสองต้องแยกกันหางานทำ ไชยาไปทำงานเป็นลูกจ้างร้านคนจีนซ่อมจักรยาน ส่วนทิพย์ไปเป็นพี่เลี้ยงเด็กทำงานบ้านที่บ้านครู แต่อยู่ได้ไม่นานสามีเจ้าของบ้านเข้ามาลวนลาม โชคดีที่ทิพย์ได้ใช้ขวดตีที่ศีรษะเเละหนีออกมาได้ จึงหนีไปหาไชยาที่ร้านซ่อมจักรยาน แต่ก็ไม่เจอกัน เพราะไชยาได้ลาออกไปแล้ว จึงกลับไปหาแฉล้ม โดยขอโทรศัพท์กลับไปที่บ้าน หวังให้คุณพ่อรับหลานไปเลี้ยงหลังคลอด แต่ก็ต้องตกใจ เพราะพี่ชายบอกว่าคุณพ่อได้หย่ากับคุณแม่แล้วและไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน พี่ชายต้องการให้ทิพย์กลับไปอยู่ด้วยกันพร้อมยินดีรับเลี้ยงลูกของทิพย์ แต่ไม่ทันที่จะพูดอะไรมาก ทิพย์ก็ร้องไห้วางสายโทรศัพท์ด้วยความเสียใจกับข่าวที่พ่อหายตัวไป อีกทั้งยังรู้ว่าไชยาซึ่งติดยาถูกรถชนตายเพราะวิ่งหนีตำรวจ แฉล้มจึงได้โอกาสเกลี้ยกล่อมให้ทิพย์ทำงานเป็นผู้หญิงหากินและเอาไปฝากไว้ที่บ้านของแม่เล้า เมื่อทิพย์คลอดลูก ก็โดนพาไปขายที่หาดใหญ่ ทิพย์ต้องทำงานและเลี้ยงลูกไปด้วย จากนั้นหมอสุริยา (อธิป ทองจินดา) ญาติของทิพย์ ได้มาตรวจร่างกายในซ่อง จึงพยายามหาทางช่วยทิพย์ แต่ทิพย์ต้องการให้ลูกออกไปได้ก่อน ทิพย์ตัดสินใจผูกคอตาย หมอสุริยาส่งเด็กให้กับพี่ชายทิพย์เลี้ยง แม่ของทิพย์จึงรู้ว่าทิพย์ได้จากไปแล้ว กว่าจะรู้เดียงสา เป็นภาพยนตร์ไทย ที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2530 ที่ดัดแปลงสร้างมาจากนวนิยายของ โบตั๋น จัดจำหน่ายโดย ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น กำกับโดย ชนะ คราประยูร บทภาพยนตร์โดย ชนะ คราประยูร และ นพมาศ ศิริกายะ นำแสดงโดย พิม (มาช่า) วัฒนพานิช, สุริยา เยาว์สังข์, อธิป ทองจินดา, นพพล โกมารชุน, อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ,กำธร สุวรรณปิยะศิริ, สุริวิภา กุลตังวัฒนา, สุเชาว์ พงษ์วิไล, ไกรลาศ เกรียงไกร ออกฉายเมื่อวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2530 กว่าจะรู้เดียงสา ได้สร้างเป็นละครโทรทัศน์ 3 ครั้ง ครั้งแรกและครั้งที่ 2 โดย ดาราวิดีโอ ออกอากาศทาง ช่อง 7 ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2531 นำแสดงโดย มาช่า วัฒนพานิช, สิวะ แตรสังข์, พิศมัย วิไลศักดิ์ ครั้งที่สองปี พ.ศ. 2543 นำแสดงโดย คีตภัทร อันติมานนท์, วีรภาพ สุภาพไพบูลย์, ดวงดาว จารุจินดา และครั้งที่สามปี พ.ศ. 2555 นำแสดงโดย ธีรภัทร์ แย้มศรี, พิรุณรัตน์ เกตุคำ, รชยา รักกสิกรณ์ สร้างและออกอากาศทางช่อง media channel รายชื่อนักแสดง มาช่า วัฒนพานิช ............ แว่นทิพย์ (ทิพย์) สุริยา เยาว์สังข์ ............ ไชยา อธิป ทองจินดา ............ หมอสุริยา นพพล โกมารชุน ............ พี่ชาย ไชยา พิศมัย วิไลศักดิ์ ............ แม่ของทิพย์ อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ ............ แฉล้ม (หญิงขายบริการ) กำธร สุวรรณปิยะศิริ ............ พ่อของทิพย์ สุริวิภา กุลตังวัฒนา ............ เพื่อนสาวของทิพย์ สุเชาว์ พงษ์วิไล ............ สามีของครู (นายจ้างของทิพย์) ไกรลาศ เกรียงไกร ............ สิงห์ (คนคุมส่งหญิงขายบริการ) ยุวดี ไทยหิรัญ ............ ครู (นายจ้างของทิพย์) ปุยฝ้าย ไทยหิรัญ ............ เพื่อนชายของไชยา นภาพร หงสกุล ............ เฉลา เพื่อนของแฉล้ม (อาชีพค้าผู้หญิงบริการ) บู๊ วิบูลย์นันท์ ............ เสี่ยเจ้าของสถานบริการบันเทิง (นายจ้างของทิพย์) ชูศรี มีสมมนต์ ............ แม่เล้าในซ่อง ชินดิษฐ์ บุนนาค ............ นายจ้างร้านซ่อมจักรยานของไชยา เรืองศรี อินทรกำแหง ............ เรือง (พนักงานโรงเเรม) ขจรศักดิ์ ศุกระจันทร์ ............ พี่ชายของทิพย์ ทัศนีย์ ชินวัตร ............ พี่สะใภ้ของทิพย์ ที่มา : http://rabbit-1963.blogspot.com/2014/07/2530-master-vcd.html 1/3 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413839651.html 2/3 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413844670.html 3/3 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413847705.html

นิก คุณาธิป อินจัด! ปะทะอารมณ์ เมย์ ภัทรวรินทร์ ใน วัยเป้งง นักเลงขาสั้น
Dangerous Boys /  นักเรียน / 

เริ่มมีกระแสตอบรับเป็นอย่างดีสำหรับภาพยนตร์ วัยเป้งง นักเลงขาสั้น ผลงานเรื่องล่าสุดของ ค่ายพระนครฟิลม์ ที่ทางทีมงานผู้สร้างหยิบเอาเรื่องราววัยซ่า วัยเฮี้ยว ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของเด็กวัยรุ่นมาตีแผ่ให้สังคมได้รับทราบกันโดยนักแสดงหนุ่มพระเอกขวัญใจสาวๆอย่าง นิก คุณาธิป ปิ่นประดับ ต้องปรับเปลี่ยนการแสดงของตนเองจากเดิมพอสมควร ใครที่คุ้นตากับภาพความทะเล้นของ นิก จากผลงานเรื่องก่อนๆ ครั้งนี้จะเห็นได้ถึงพัฒนาการทางด้านการแสดงของหนุ่มน้อยผู้นี้ ยิ่งเมื่อเขาได้มีโอกาสเข้าฉากปะทะอารมณ์กับรุ่นพี่ฝีมือดีอย่าง เมย์ ภัทรวรินทร์ ทิมกุล ในบทของแม่ลูกที่ไม่เคยเข้าใจกัน ฉากบีบอารมณ์นี้ไปถ่ายทำกันที่ โรงเรียนอัสสัมชัญ ธนบุรี เป็นฉากที่ เป้ง (นิก คุณาธิป) ถูกทางโรงเรียนเชิญ คุณแม่ (เมย์ ภัทรวรินทร์) มาพบเนื่องจากพฤติกรรมความห่าม และความเกเรของ เป้ง อันที่จริงฉากนี้ดูไม่น่าจะมีอะไรยุ่งยาก แต่ขอบอกว่าหินเอาเรื่องเลยทีเดียว ด้วยเพราะเป็นซีนอารมณ์ระหว่างแม่ลูกที่ต่างก็มีปมในใจระหว่างกัน งานนี้ดูเหมือนว่า นิก จะได้ครูดีที่มอบประสบการณ์ตรงในการทำงานของมืออาชีพให้ นิก คุณาธิป ปิ่นประดับ โดย นิก คุณาธิป ได้พูดถึงฉากนี้ไว้ว่า "บอกเลยครับว่ายากมากสำหรับฉากนี้ คือปกติตัว นิก เองไม่ค่อยมีอะไรให้เศร้ามากนัก ก็พยายามทำการบ้านมาครับว่าเราต้องคิดและรู้สึกอะไรยังไง แต่ถือว่านิกได้ครูดีครับที่ได้เข้าฉากกับ พี่เมย์ เราสนิทกันมาบ้างแล้วจากหนังเรื่องแรก พอมาเรื่องนี้เราสองคนก็สนิทกันมากกว่าเดิมเพราะต้องเป็นแม่ลูกกัน พอเข้าซีนอารมณ์ซีนนี้พี่เมย์ส่งอารมณ์กลับมาให้นิกดีมากเลยครับทำให้นิกอินไปกับบทของตัวเองและถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกออกมาได้อย่างที่ผู้กำกับต้องการ มันเป็นประสบการณ์ด้านการแสดงที่ดีสำหรับนิกเลยครับ" เมย์ ภัทรวรินทร์ ทิมกุล ทางด้านของคุณแม่คนสวย เมย์ ภัทรวรินทร์ ก็เผยถึงลูกชายตัวแสบว่า "นิกเป็นเด็กที่มีความสามารถนะค่ะ เมย์ก็พยายามถ่ายทอดอารมณ์ของความเป็นแม่ออกไป เพื่อให้เขารับรู้และตอบโต้กลับมาซึ่งนิกก็ทำได้ดีเห็นชัดเลยค่ะว่าเขามีพัฒนาการจากเดิม(มอ 6/5 ปากหมาท้าผี)เยอะมาก" นอกจากนี้สองแม่ลูก ที่บทบาทุดเข้มข้นแล้ว วัยเป้งง นักเลงขาสั้น ยังคงดึงเอาเหล่านักแสดงวัยรุ่นขวัญใจแฟนคลับทั้งหลายไม่ว่าจะเป็น เจมส์ ภูวดล เวชวงศา, บิว กิตติพัฒน์ สมานตระกูลชัย, ออย ฤทธิชัย ตะสาลิกา, ไอซ์ เมธากร สุภาภัณทารี, มาร์ค วิทวัส ท้าวคำลือ,ไบรอัน การ์ตั้น, เน็ท สิรภพ มานิธิคุณ, เทป วรชัย ศิริคงสุวรรณ, โต้ง สุรวิชญ์ เรืองยศ มาปรับเปลี่ยนลุคใหม่ให้ดู เข้ม เท่ห์ และมาดแมนยิ่งขึ้น ร่วมด้วยน้องๆนักแสดงหน้าใหม่ อาทิ โตส อรัสมันต์ จิตตะศิริ, วินเนอร์ ชวิน เอี่ยมชัยมงคล, กาย กรกฤติ เหล่าตระกูล, รุ้ง ชนัญญาพงษ์นาค และ แบ็ด น้องบิว ขาวคง "ลูกผู้ชายวัดกันที่ใจ...ไม่ใช่รอยแผลเป็น" พิูสูจน์ศักดิ์ศรีครั้งนี้ไปกับ วัยเป้งง นักเลงขาสั้น ได้แล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกดูตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ วัยเป้งง นักเลงขาสั้น ได้ที่นี่เลย ---------------------------------

พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย จ.นครปฐม
พิพิธภัณฑ์ /  พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง / 

พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย จังหวัดนครปฐม เป็นพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งที่อยู่คู่ประเทศไทยมามากกว่า 20 ปี เป็นอาคารสองชั้นจัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งไฟเบอร์กลาสที่มีความสวยงามและสมจริง ให้ความรู้สึกนุ่มนวล หุ่นขี้ผึ้งที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทยนั้นเป็นผลงานสร้างสรรค์ของคุณดวงแก้ว พิทยากรศิลป์ และกลุ่มศิลปินไทย ซึ่งใช้เวลาค้นคว้าทดลองการปั้นกว่า 10 ปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์ ส่งเสริม เผยแพร่ ศิลปะ วัฒนธรรม และประเพณีไทย พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย จ.นครปฐม พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทยก่อตั้งในปี พ.ศ. 2525 ซึ่งภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งไฟเบอร์กลาส เพื่อการอนุรักษ์ ส่งเสริม เผยแพร่ ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีไทย อันจะเป็นประโยชน์ในการศึกษาค้นคว้าของเยาวชน โดยปัจจุบันมีหุ่นไฟเบอร์กลาสทั้งหมด 120 รูปอาคารพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทยนี้เป็นอาคารสองชั้น โดยภายในอาคารมีการจัดแสดง ด้วยกันสองชั้นคือ ชั้นล่าง จัดแสดงหุ่นชุดต่างๆ เช่น ชุดพระบรมรูปอดีตพระมหากษัตริย์ราชวงค์จักรี, พระบรมรูปสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี, ชุดพระอริยสงฆ์, ชุดมุมหนึ่งของชีวิต เป็นต้น โซนแรก คือ ห้องจัดแสดงพระอริยสงฆ์ ซึ่งได้แก่ พระครูภาวนารังษี, พระธรรมญาณมุนี, พระโพธิญาณเถร, ครูบาชัยวงศาพัฒนา, หลวงจีนคณาณัติจีนพรต, พระมงคลเทพมุนี, พระราชสังวราภิมณฑ์, พระสุพรหมยานเถร, พระนิโรธรังสีคัมภีร์ปัญญาจารย์, หลวงพ่อเกษม, สมเด็จพระพุฒาจารย์, พระครูวิมลคุณากร, พระราชมุนีสามีรามคุณูปมาจารย์, พระอาจารย์มั่น, ครูบาศรีวิชัย ปั้นได้เหมือนจริงมาก ห้องแสดงต่อไปซึ่งถือเป็นไฮไลด์ของที่นี่ ห้องจัดแสดงพระบรมรูปอดีตพระมหากษัตริย์พระบรมราชจักรีวงค์ รัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 8 ล่ะ ห้องจัดแสดงต่อไป เป็นห้องจัดแสดงพระบรมรูปสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราช ชนนี สมเด็จย่าแม่ฟ้าหลวงของปวงชนชาวไทยนั่นเอง ภายในห้องนี้ประกอบไปด้วยประราชประวัติและ พระกรณียกิจต่างๆ และภาพงานพระราชพิธีสุดท้าย ส่วนห้องจัดแสดงต่อไป เป็นห้องหุ่นชุดครอบครัวไทย เป็นห้องแสดงสุดท้ายสำหรับห้องจัดแสดงชั้นล่าง ซึ่งเดินไป เดินมาจะมาออกที่ ด้านหน้าทางเข้า พวกเราก็เดินขึ้นชั้นสองกันต่อ ซึ่งห้องจัดแสดงชั้นบนแรกสุดจะเป็นการ จัดแสดงชุด 3 ครูไทยได้แก่ ครูจวงจันทร์ จันทร์คณา (บรมครูพรานบูรพ์) ครูเอื้อ สุนทรสนาน ครูไพบูลย์ บุตรขัน เดินเข้าไปตามทางเดินเรื่อยๆ ห้องแสดงหุ่นชุดต่อไปคือ ชุด 3 บุคคลสำคัญของโลก ซึ่งได้แก่ มหาตมา คานธี, อับราฮัม ลินคอล์น, เซอร์ วินสตัน เชอรชิล เป็นต้น คานธีเป็นนักการเมืองที่ได้ต่อสู้เพื่ออิสรภาพของประเทศ จากการปกครองของอังกฤษทำให้โลก ต้องจดจำคานธี ผู้ซึ่งได้รับการขนานนามว่า "มหาตมา" แปลว่า ผู้มีจิตใจ สูงส่ง เป็นบิดาแห่งประชาชนชาติอินเดีย อับราฮัม ลินคอล์น ผู้ปลดปล่อยทาสของสหรัฐอเมริกา "รัฐบาลของ ประชาชนโดย "เซอร์ วินสตัน เชอร์ชิล เป็นวีรบุรุษ ผู้ยิ่งใหญ่ของอังกฤษ ซึ่งทั้งสามท่านมีบทบาททางด้านการเมืองในแต่ละประเทศ ห้องจัดแสดงชุดต่อไปเป็น ชุดวัฒนธรรมประเพณีไทย เรื่องการละเล่นของไทย ได้แก่ การเล่นรีรีข้าวสาร การเล่น แมงมุม การเล่นจ้ำจี้ การเล่นขี่ม้าช้างชนกัน และการเล่นหัวล้านชนกันห้องต่อไปที่ดูเหมือนจะได้รับความสนใจ จากเด็กๆ ก็เห็นจะเป็นชุดวรรณคดีไทย เรื่อง พระอภัยมณีของสุนทรภู่ ห้องนี้เหมือนห้องรวมดาววรรณคดี สุนทรภู่เลยล่ะสุนทรภู่กวีเอกของโลก มีชื่อเสียงในด้านสำนวนกลอนเป็นที่เลืองลือจนได้รับการยกย่องว่าเป็นบรมครูกลอนแปด และได้รับการยอมรับนับถือว่าเป็นกวีที่มีจินตนาการกว้างไกล สร้างโครงเรื่องและเนื้อหา ของนิทานได้น่าสนใจ และชวนติดตาม สุนทรภู่ได้รับประกาศเกียรติคุณให้เป็นกวีของโลก จากองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมอีกด้วย ห้องจัดแสดงชุดสุดท้ายที่ดูเหมือนจะเป็นโซนไฮไลด์ของชั้นบนก็คงจะเป็นชุดเลิกทาส "Slavery in Thailand" ทาสในรัชกาลที่ 5 ข้อมูลทั่วไปพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย เปิดเข้าชมทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 09.00 - 17.30 น. วันเสาร์- อาทิตย์ ,วันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.30 – 18.00 น. ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 10 บาท พระภิกษุ สามเณร แม่ชี นักบวช นักศึกษาในเครื่องแบบ 20 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 034 332 607 และ 034 332 109 การเดินทาง 1.รถยนต์ส่วนตัว จากสะพานปิ่นเกล้า ใช้เส้นทางถนน ปิ่นเกล้า-นครชัยศรี ผ่านชุมทางต่างระดับพุทธมณฑล ตรงไปข้ามสะพานข้าม แม่น้ำนครชัยศรีอีกราว 3 กิโลเมตร จะเห็นทางเข้าพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทยทางขวามือ 2.โดยสารสาธารณะ รถประจำทาง นั่งรถสายกรุงเทพฯ - นครปฐม (สายใหม่) ที่สายใต้ใหม่ ลงหน้าพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย รถตู้ข้าง โลตัส ปิ่นเกล้า สาย กรุงเทพฯ - นครปฐม ลงหน้าพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย จ.นครปฐม ภาพจาก คุณ  naniana   http://picpost.mthai.com/view/76836 ที่มา  http://picpost.mthai.com/view/76836

ละครภพรัก , เรื่องย่อภพรัก
ละครภพรัก /  ละครภพรัก ช่อง 3 / 

เรื่องย่อละครภพรัก ความตาย.. อาจเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ แต่สำหรับ “เธอ” .. การดับสูญที่ยิ่งใหญ่นำมาซึ่งความผูกพันล้ำค่าบนโลกใบสวย .. ความรักระหว่าง “เธอ” และ “เขา” อาจเป็นไปไม่ได้หากแต่ใน “ภพรัก”…ความสุขในความรักระหว่างเขาและเธอ สดใสและงดงามเสมอ หมวดเหยี่ยว เป็นลูกชายคนเดียวของ วิหค นายตำรวจมือปราบที่เลื่องชื่อในอดีต เหยี่ยวกำพร้าพ่อและแม่มาตั้งแต่เล็กเพราะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมกัน ด้วยสาเหตุที่หลายคนยังตั้งข้อสงสัย วิหคเป็นตำรวจน้ำดีที่หลายคนให้การยกย่อง ทำงานตรงไปตรงมาแบบยอมหักไม่ยอมงอ แต่แล้วจู่ๆ ต้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนปริศนาที่คนขับชนแล้วหนี เหยี่ยวอาศัยอยู่ในชุมชนริมน้ำหลังวัดเก่ากับ ยายนวล ยายตาบอดอารมณ์ดี จิตใจแจ่มใส ชอบทำบุญอยู่ในศีลในธรรม มีข้อเดียวที่ยายนวลผิดศีลอย่างเลิกไม่ได้คือต้องเล่นหวยอยู่เป็นนิจ และยายนวลก็เหมือนมีพรายกระซิบทุก 15 วัน ??? ตั้งแต่เหยี่ยวเล็กจนโต.. ยายนวลถูกหวยงวดเว้นงวด !!! เหยี่ยว มุ่งมั่นเรียนจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จนสอบเข้าทำงานในสำนักงานสืบสวนพิเศษได้ หากแต่ในวิชาชีพตำรวจเหยี่ยวกลับทำไม่ได้ดีเหมือนพ่อ คดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบมักมีข้อผิดพลาดไม่ราบรื่น ยิ่งโดนเปรียบ เทียบกับพ่อ.. เหยี่ยวยิ่งทำงานพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งหลังผู้ต้องหาในคดีค้ายาเสพติดต้องรอดคดีไปได้อย่างลอยนวล เพราะการสอบสวนแบบถึงลูกถึงคนของแหยี่ยวโดนบันทึกภาพผ่านโทรศัพท์มือถือของ ทนายผู้ต้องหา และการนำสืบชี้นำไปที่เหยี่ยวขาดวุฒิภาวะในการควบคุมอารมณ์ ข่มขู่ผู้ต้องหาให้รับสารภาพ หมวดเหยี่ยวถูกคาดโทษจากผู้บัญชาการว่าจะต้องถูกย้ายหากมีข้อผิดพลาดอะไร เกิดขึ้นอีก !!! ดูเหมือนชีวิตของหมวดเหยี่ยวกำลังรอคอยใครบางคน ใครบางคนที่จะเติมเต็ม.. ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น คืนวันหนึ่งขณะหมวดเหยี่ยวออกจากสำนักงานสืบฯ กำลังจะขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางเขารู้สึกแปลกๆ ในจิตใจคล้ายมีคลื่นพลังงานบางอย่างเข้ามากระทบในโสตสัมผัส เมื่อเลี้ยวรถตรงทางแยกหน้าปากซอย เขาพบรถสปอร์ตเกิดอุบัติเหตุตกบึงน้ำขนาดใหญ่ที่ข้างทาง เมื่อ กองพิสูจน์หลักฐานดึงรถยนต์คันงามขึ้นมา.. ทุกคนต้องแปลกใจเพราะภายในรถว่างเปล่า !! ไม่ปรากฏร่างเจ้าของรถผู้ขับขี่ ตำรวจตรวจดูโดยรอบแล้วไม่พบศพผู้เสียชีวิต !!! ขณะ เหยี่ยวช่วยตำรวจท้องที่กันบรรดาไทยมุงออกมาจากพื้นที่ เขาสะดุดสายตาเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางต่างจากชาวบ้านแถบนั้นโดยสิ้นเชิง เงอะๆ งะๆ จนเกือบจะเข้าไปในเขตห้ามเข้า เหยี่ยวต้องเอ่ยปากไล่ไม่ให้เข้ามาวุ่นวายในพื้นที่ เดี๋ยวจะเป็นการทำลายหลักฐานสำคัญ หญิงสาวคนนั้นสะดุ้งสุดตัวก่อนจะเดินหนีออกไป ก่อนขับรถกลับบ้าน เหยี่ยวพบสร้อยคอพร้อมล็อกเก็ตรูปหัวใจตกอยู่ข้างรถ เขาหยิบล็อกเก็ตเส้นนั้นและนำกลับไปบ้านด้วยอย่าง เผลอตัว ความแปลกประหลาดเริ่มบังเกิดขึ้นกับเหยี่ยวนับตั้งแต่วินาทีนั้น.. ตอนกลับบ้าน เสียงหมาวัดแถวนั้นต่างพากันประสานเสียงหอนกันระงมราวกับเห็นผี ! ยายนวลที่ตาบอดยังร้องทักว่าเหยี่ยวพาเพื่อนมาเที่ยวบ้านทำไมไม่บอก จะได้หาข้าวหาปลาให้ทาน มิวายที่เหยี่ยวจะปฏิเสธ แต่ยายนวลกลับไม่เชื่อเถียงคอเป็นเอ็นหาว่าหลานชายแอบเอาสาวเข้าบ้านโดยไม่ บอกให้ยายรู้ จนเหยี่ยวต้องเรียก จ่านกน้อย ตำรวจคู่หูที่อยู่ข้างบ้านมายืนยันว่าไม่มีใครมาด้วย ยายนวลถึงจะเชื่อและเรียกจ่านกน้อยไปขูดต้นกล้วยหลังวัดด้วยกันอย่างออกรส ตามประสาคนบ้าหวยด้วยกัน จ่านกน้อยเป็นตำรวจที่มีอดีตไม่น่าจดจำ บ้าหวยทำตัวไร้สาระก็เพื่อลบปมเศร้าสะเทือนใจในชีวิต เมื่อ 5 ปีที่แล้ว.. นกยูง ลูกสาววัยรุ่นของจ่านกน้อยเสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาด เพราะพ่อบ้างานจนไม่มีเวลาให้ หลังเสียลูกสาวไม่นานเมียก็ต้องเสียชีวิตตามไปอีกคน เพราะโดนคนเมายาบ้าจับเป็นตัวประกัน แล้วจ่าเข้าไปช่วยไม่ทัน นับตั้งแต่นั้น.. ชีวิตจ่านกน้อยก็ไร้แก่นสาร ทำงานไปแบบวันเติมวัน เหมือนกำลังรอวันลาโลก!!! ย่ำ รุ่งคืนวันนั้นเอง เหยี่ยวกลับได้ยินเสียงร้องสะอื้นไห้อย่างน่าสงสารในสวนหลังบ้าน เหยี่ยวพบกับหญิงสาวคนเดียวกับเมื่อตอนหัวค่ำ เธออยู่ในชุดขาวสวยเฉี่ยวทันสมัย ร้องไห้พลางบอกว่าไม่มีที่ไป ไม่มีใครเห็นเธอเลยนอกจากเหยี่ยว ภาพหญิงสาวค่อยๆ จางหายไป .. พร้อมๆ กับพระอาทิตย์ที่กำลังโผล่ขึ้นพ้นขอบฟ้า !หมวดเหยี่ยวอึ้งแทบไม่เชื่อภาพที่ปรากฏต่อสายตา เขาพบกับผีสาว ! ตัวจริง ! เสียงจริง ! เช้าวันรุ่งขึ้น.. เหยี่ยวตื่นแต่เช้ามาใส่บาตรกับ หลวงตาเคี้ยง เขาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง หลวงตาฟังไปพร้อมกับตาลุกด้วยความตื่นเต้น อรรถาธิบายว่าผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นวิญญาณที่เพิ่งออกจากร่าง เพราะเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหัน วิญญาณจึงยังล่องลอยไม่มีที่พึ่ง พออธิบายเสร็จ หลวงตาเคี้ยงก็รีบให้ศีลให้พร จ้ำอ้าวๆ กลับกุฏิแทบไม่ทัน สมดังคำล่ำลือว่าหลวงตาเคี้ยงไม่ค่อยถูกชะตากับพลังงานลึกลับ ?!?!? ทุกวันเมื่อไปทำงานสำนักงานสืบฯ เหยี่ยวต้องปะทะคารมอย่างรุนแรงกับ ผบ.สงคราม ที่จ้องจับผิดตลอดเวลา แม้ผบ.สงครามจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับพ่อ แต่ความจริงที่เหยี่ยวไม่รู้ก็คือ.. สงครามไม่ได้เป็นเพื่อนกับวิหค แต่เป็นคู่แข่งกันมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยเรียนจนทำงานตำรวจ แข่งกันทุกครั้งสงครามก็แพ้วิหคทุกครั้ง .. หนำซ้ำการเสียชีวิตของวิหค ยังมีข่าวลืออีกว่าเป็นเพราะกำลังทำงานลับบางอย่างแข่งกับสงคราม จึงต้องเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ล่า สุดกับคดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบ.. จับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่น เขาเกือบทำพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย เมื่อไว้ใจทิ้งหลักฐานวิดีโอการซื้อขายยาที่จะมัดตัวจอมบงการไว้กับสายสืบ นักข่าวคนหนึ่งที่แปรพักตร์เพราะโดนข่มขู่จากเจ้าพ่อ โชคดีที่ขณะจะกลับ เสียงผีสาวมาบอกให้ไปจับคนร้ายเสียก่อน เหยี่ยวจึงทำงานสำเร็จ ได้รับคำชมเชยเป็นครั้งแรกจาก ผบ.สงคราม คืน วันนั้นเหยี่ยวออกมาที่ต้นลำดวนหลังบ้าน เรียกหญิงคนนั้นเพื่อสอบถามเรื่องราวทั้งหมด วิญญาณสาวคนเดิมออกมาตามเสียงเรียก เธอเรียกตัวเองว่า “น้ำ” แต่จำอะไรไม่ได้เลยนอกจากชื่อ น้ำริน ของตัวเอง น้ำ รินไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องตามเหยี่ยวมาที่นี่ รู้แต่ว่าเธอต้องตามติดเหยี่ยวไปในทุกที่.. เพียงแต่ในช่วงกลางวันเหยี่ยวจะมองไม่เห็นร่างของเธอเท่านั้น ตั้งแต่ นั้นความโกลาหลในชีวิตเหยี่ยวจึงบังเกิด ?!? หมวดเหยี่ยวประสาทเสียที่จู่ๆ ก็มีวิญญาณสาวสวยคอยติดตามไปทุกที่ แม้ในเวลาที่ต้องเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ และ เวลานอน ?!? หนำซ้ำยายนวลยังเป็นอีกคนที่ได้ยินเสียงเหยี่ยว กับน้ำรินคุยกันบ่อยๆ เหยี่ยวเดาเอาเองจากการที่ยายถูกหวยทุกงวดว่าน่าจะเป็นเพราะยายมีสัมผัสที่ หก ได้ยินเสียงพรายกระซิบเป็นประจำ จึงไม่แปลกที่ยายจะได้ยินเสียงน้ำรินเช่นเดียวกับเขา เหยี่ยวโกหก ยายนวลว่าน้ำรินเป็นพยานปากเอกที่เขาได้รับมอบหมายจากสำนักงานสืบฯ ให้นำตัวมาเก็บไว้ โดยใช้บ้านเหยี่ยวเพื่อเป็นเซฟเฮ้าส์ ยายนวลจึงคลายใจหันมาคุยกับน้ำรินวิญญาณสาวอย่างออกรสด้วยนึกว่าหล่อนเป็นคน เมื่อเวลาผ่านไป.. การสนิทสนมกับน้ำรินทำให้ชีวิตยายนวลมีชีวิตชีวามากขึ้น น้ำรินเป็นผีสาวความจำเสื่อมที่อารมณ์ดี มองโลกสดใสในทางบวก ความทรงจำน้ำรินเริ่มกลับมาทีละน้อยๆ เธอจำได้ว่าตัวเองมีฝีมือในการทำขนมไทยอย่างหาตัวจับยาก ตั้งแต่นั้นบ้านหลังน้อยของหมวดเหยี่ยวจึงเกิดกิจกรรมพิเศษของสองคู่ซี้ต่าง วัยและต่างภพ ทำขนมไทยสารพัดชนิดเพื่อเป็นรายได้เสริม ขนมไทยแสนอร่อยของยายนวลเป็นที่นิยมชมชอบของคนในชุมชนมากขึ้นเรื่อยๆ ยาย นวลชวนจ่านกน้อยคู่ซี้มาทำขนมด้วยกันในตอนค่ำ เพื่อละเลิกจากกิจกรรมขี้เมาบ้าหวย สร้างความสนุกสนานและเพลิดเพลินให้กับจ่าไม่น้อย แต่จ่านกน้อยกับชาวบ้านแถบนั้นรวมไปถึงหลวงตาเคี้ยงยังไม่วายต้องผวาไปกับ เสียงแปลกๆ ยามค่ำ และพฤติกรรมเหมือนกำลังคุยกับผีของยายนวลอยู่เนืองๆ สินค้าขนมไทยของยายนวลในชุมชน ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก ธารา นักธุรกิจสาวที่ผันตัวเองจากโลกธุรกิจ มาทำมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ ธาราต้องนั่งรถเข็นจากการเกิดอุบัติเหตุเมื่อปีก่อน ตั้งแต่นั้นธาราจึงอุทิศตัวเองเพื่อสังคม หันหลังให้กับโลกธุรกิจปล่อยให้เป็นหน้าที่ผู้บริหารมืออาชีพ ส่วนตัวเองหันมาทำงานเพื่อสังคมส่วนรวม เมื่อน้ำรินเห็นหน้าธารา.. เธอรู้สึกแปลกๆ เหมือนรู้จักผู้หญิงคนนี้เป็นอย่างดี แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกว่าเคยพบกันที่ไหน ได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ ดูเหมือนวิญญาณน้ำรินกำลังทำความดีชดเชยกับเรื่องราวในอดีตที่เธอยังจำไม่ได้ น้ำรินไม่รู้เลยว่าในตอนมีชีวิตอยู่ เธอมีส่วนทำให้นกยูงลูกสาวจ่านกน้อยเสียชีวิต เพราะ เสพยาเกินขนาด!! วันหนึ่งน้ำรินมีโอกาสเห็นรูปนกยูงโดยบังเอิญ เธอจำได้ทันทีว่าเด็กสาวคนนี้ เคยทำงานพาร์ทไทม์กับเธอที่ใดที่หนึ่งเกี่ยวกับการทำขนม ยิ่งไปกว่านั้น..น้ำรินจำได้ว่าเด็กสาวคนนี้เสียชีวิตเพราะเธอเฉยเมย ไม่ยอมช่วยนกยูงที่เอ่ยปากขอเบี้ยเลี้ยงล่วงหน้า ทำให้นกยูงเข้าสู่วังวนของการส่งยา ค้ายา จนถึงขั้นนกยูงโดนฆ่าตายเพราะคนร้ายต้องการปิดปากเรื่องเครือข่ายค้ายาฯ นกยูงโดนจัดฉากว่าเสพยาเกินขนาด เธอพยายามทำทุกวิถีทางให้ชีวิตของจ่านกน้อยดีขึ้น หลัง จากนั้นเป็นต้นมา เหยี่ยวกับน้ำรินยิ่งใกล้ชิดผูกพันกันมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งสนิทสนม ยิ่งทำให้ทั้งคู่กลายเป็นส่วนผสมของความกุ๊กกิ๊กอลวนที่ลงตัว น้ำรินแสดงถึงความเป็นคุณหนูไฮโซให้เห็นมากขึ้น เธอทั้งซุกซน ซุ่มซ่าม และเผลอเอาแต่ใจตัวเอง น้ำรินขอร้องให้ เหยี่ยวช่วยสืบหาว่าเธอเป็นผีมาจากไหน มีประวัติความเป็นมายังไง .. เหตุใดเธอจึงยังไม่ไปผุดไปเกิดซะที แต่แล้ววันหนึ่งน้ำรินก็ได้พบกับ ป้าปริก วิญญาณอีกดวงนึงที่ดูเหมือนเป็นวิญญาณที่ความอารมณ์ดี ป้าปริกสอนให้น้ำรินกลายเป็นวิญญาณคุณภาพ สามารถควบคุมให้สิ่งของต่างๆ เคลื่อนที่ได้ น้ำรินสามารถหยิบจับของต่างๆ และรับรู้ความรู้สึกในการสัมผัสได้ราวกับมีเลือดเนื้อเหมือนมนุษย์ ต่างกันเพียงว่าไม่มีใครมองเห็นเธอได้… นอกจากเหยี่ยวเพียงคนเดียว และการที่รู้สึกและหยิบจับของต่างๆ ได้เหมือนมนุษย์นี่เอง ที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำรินกับเหยี่ยวออกอาการกุ๊กกิ๊กแนบแน่นมาก ขึ้นกว่าเดิม เพราะเหยี่ยวมักเผลอโอบคอน้ำรินเหมือนเคยๆ ทุกครั้งเพราะไม่เคยทำได้สักที แต่มาวันนี้กลับกลายเป็นรู้สึกได้ว่าเขากำลังกอดคอหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งยิ่งทำให้ทั้งคู่เขินอายและต้องระวังตัวระหว่างกันมากยิ่งขึ้น น้ำ รินมีโอกาสช่วยเหลือเหยี่ยวในการทำงานสำนักงานสืบฯ หลายครั้ง คดีสำคัญก็คือ.. เหยี่ยวสามารถคลี่คลายคดียาเสพติดในหมู่วัยรุ่นได้ เขาจับตัวการที่โยงใยทำให้นกยูงลูกสาวของจ่านกน้อยตาย จ่านกน้อยมีจิตใจดีขึ้นมากขึ้น เพราะความจริงปรากฏชัดว่านกยูงไม่ได้เสพยาเกินขนาดจนตาย แต่เธอตายเพราะต้องการเปิดโปงเครือข่ายค้ายา นกยูงตายเพื่อความถูกต้องในสังคม สมกับเป็นลูกสาวตำรวจอย่างจ่านกน้อย จ่านกน้อยเลิกขี้เมา บ้าหวย หันมาใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ อุทิศตนเองให้กับชุมชนฯ เหยี่ยว เหมือนเป็นนายตำรวจพรายกระซิบ ทำงานสำคัญๆ สำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ น่าแปลกที่ทุกครั้ง ที่น้ำรินช่วยเหยี่ยวคลี่คลายคดีสำคัญได้ ความทรงจำของเธอจะกลับมาหนึ่งอย่างเสมอ เหมือนการช่วยแก้ไขคดีแต่ละคดีเป็นการทดแทนการทำความผิดพลาดในอดีตหมวดแนน แฟนเก่าของเหยี่ยว กลับมาคลุกคลีกับเหยี่ยวอีกครั้ง จนน้ำรินเริ่มหึง ซึ่งเหยี่ยวเริ่มจับสังเกตได้ ภพธร กับนับดาว ยังไม่หยุดแผนที่จะฆ่าธารา จนสงครามเริ่มสงสัยในตัวภพธร จึงพาธาราไปซ่อนตัวที่เซฟเฮ้าส์ โดยให้เหยี่ยวตามไปดูแล คุ้มครองธารา ที่นั่นเอง สงครามได้แสดงความรักที่มีต่อธารามาอย่างช้านาน แต่ธาราปฎิเสธ เพราะไม่อยากผิดต่อพ่อของน้ำริน ซึ่งเป็นเพื่อนรักของสงครามนั่นเอง ถนนทางเข้าเซฟเฮ้าส์ คือถนนที่ครั้งหนึ่ง เหยี่ยว เคยนั่งรถมาพร้อมกับพ่อและแม่ และที่นี่เอง เหยี่ยวได้สูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปกับอุบัติเหตุ ทุกครั้งที่เหยี่ยวขี่จักรยานผ่านจุดเกิดเหตุ เขาก็อดนึกถึงอดีตอันเจ็บปวดไม่ได้ น้ำรินซึ่งติดตามเหยี่ยวมาด้วย พยายามพูดให้กำลังใจ ให้เหยี่ยวต่อสู้กับอดีตอันเลวร้ายให้ได้ ทำให้เหยี่ยวรู้สึกเข้มแข็งขึ้นเมื่อได้อยู่กับน้ำรินน้ำรินเองก็รู้สึกคุ้นหน้าธารามาก แต่ยังนึกเหตุการณ์ในอดีตไม่ได้สักที จำได้แต่ว่า ก่อนตายเธอใกล้มีความสุขที่สุดในชีวิต .. น้ำรินกำลังจะแต่งงาน !!! แล้วจู่ๆ สร้อยล็อตเก็ตรูปหัวใจก็ตกลงจากลิ้นชักโต๊ะทำงานของเหยี่ยว เหยี่ยวระลึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองเผลอหยิบมาจากริมบึงที่มีรถจมน้ำ.. ต้องเป็นเพราะล็อคเก็ตรูปหัวใจแน่ๆ น้ำรินถึงมาติดอยู่กับเขาแบบนี้ !!! เหยี่ยว สืบเรื่องของน้ำรินโดยเริ่มจากคดีรถสปอร์ตจมหายไปในน้ำ ตามไปถึงบ้านใหญ่โตของเจ้าของรถ ในที่สุดเหยี่ยวจึงรู้ว่าน้ำรินคือเจ้าของรถคันนั้น เป็นลูกสาวคนเดียวของ ธารา เศรษฐีนีแม่ม่ายเจ้าของเครือโรงแรมสตาร์ออฟสยาม เครือข่ายโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันนี้ ความจริงแล้วน้ำรินเป็นลูกสาวของคุณธารา สาวใหญ่ใจดีเจ้าของมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ วิญญาณเธอได้พบกับแม่ เพียงแต่เธอจำแม่ไม่ได้ เหยี่ยวปักใจเชื่อว่าคนที่น่าสงสัยที่สุดเห็นจะเป็น ภพธร นักธุรกิจหนุ่มผู้เป็นทั้งพี่ชายบุญธรรม ผู้บริหารเครือโรงแรมนี้ทั้งหมด และเป็นอดีตคู่หมั้นของน้ำริน ภพธรคือคนที่น่าสงสัยที่สุด เมื่อ ตอนมีชีวิตอยู่.. น้ำรินเติบโตมากับภพธรผู้เป็นเหมือนพี่ชาย ภพธรเป็นลูกชาย นุติ อดีตเจ้าของเดอะสตาร์ออฟสยาม ที่ฆ่าตัวตายเพราะทำธุรกิจผิดพลาดจนต้องให้ ธารา แม่ของน้ำรินเข้าซื้อกิจการ แต่มีข่าวลือในวงธุรกิจ.. ความจริงแล้วนุติฆ่าตัวตายเพราะทนไม่ได้ที่โดนธาราโกงจนหมดตัว ธารารู้สึกผิด.. จึงส่งเสียเลี้ยงดูภพธรเป็นลูกบุญธรรม ให้เติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กับน้ำรินลูกแท้ๆ ธาราเดินไม่ได้เพราะได้รับอุบัติเหตุจากการขับรถเมื่อปีก่อน ทำให้อำนาจการบริหารโรงแรมทั้งหมดอยู่ในมือของภพธรลูกบุญธรรมซึ่งกำลังจะ แต่งงานกับน้ำริน และธารารู้สึกผิดกับบาปที่ตัวเองสร้างไว้ในอดีต เธอจึงหันมาทำมูลนิธิช่วยเหลือคนด้อยโอกาสในสังคม ต้องการไถ่บาปสร้างความดีเพื่อชดเชยกับสิ่งที่ตัวเองเคยกระทำไว้ในอดีต น้ำ รินขอบคุณเหยี่ยวและขอให้พาเธอไปสถานที่แห่งหนึ่งเป็นครั้งสุดท้าย เป็นบ้านสวนริมน้ำของ นับดาว ผู้หญิงที่เป็นเพื่อนรักของเธอมาตั้งแต่เด็ก นับดาวเป็นเหมือนเพื่อนคู่หูน้ำรินมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมเรื่อยมาจน กระทั่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยและจบการศึกษา เธอเป็นเหมือนเพื่อนรัก… หากแต่ซ่อนปมความคิดอิจฉาริษยาเพื่อนที่เพียบพร้อมไปทุกอย่างอย่างน้ำรินมา ตลอด นับ ดาวกำลังอยู่กับภพธรฉันท์สามีภรรยา จากคำพูดที่ทั้งสองกำลังปรึกษากัน น้ำรินจึงรู้ว่าทั้งสองแอบคบกันมานานแล้ว เพราะปมชีวิตของนับดาวที่ไม่อาจจะสู้น้ำรินได้ตลอดมา ทำให้นับดาวคิดแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับน้ำรินโดยน้ำรินไม่รู้ตัว สิ่งที่นับดาวเอาชนะน้ำรินได้อย่างเด็ดขาดคือการพิชิตหัวใจของภพธร เพราะภพธรโกรธแค้นครอบครัวของน้ำรินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งสองตั้งใจจะฮุบกิจการโรงแรมของธาราโดยเร็วที่สุด ทั้งเพื่อแก้แค้นให้ภพธรและเพื่อตัวของพวกเขาเอง.. นับดาวเป็นคนวาง แผนบงการทำให้ธาราต้องพิการ และวางแผนฆ่าน้ำรินก่อนการแต่งงานจะเกิดขึ้น !!! น้ำรินมีโรคประจำตัวที่ต้องทานยาเป็นประจำทุกวัน ภพธรแอบเปลี่ยนยาทำให้น้ำรินหมดสติ ขับรถตกบึงน้ำขนาดใหญ่ ก่อนจะอำพรางนำศพของเธอไปเผาทิ้ง ทำให้น้ำรินกลายเป็นบุคคลหายสาปสูญไปเพื่อทำลายหลักฐาน !!! นับดาวกับภพธรแอบเปิดประตูให้คนร้ายเข้าไปในคฤหาสน์ของธารา แต่ขณะที่กำลังจะทำอันตรายธารา เหยี่ยวกับน้ำรินเดินทางมาช่วยธาราได้ทันเวลา นับดาวกับภพธรถูกตำรวจจับ…และถูกลงโทษตามความผิดที่ตัวเองกระทำ ฐานทำร้ายน้ำรินถึงแก่ความตาย เวลานี้ภารกิจของน้ำรินดูเหมือนจะเสร็จสิ้นแล้ว พลังงานภายในวิญญาณของเธออ่อนแรงลง น้ำ รินรู้สึกว่าดวงวิญญาณของเธออาจดับสูญภายในคืนนี้.. เธอรวบรวมพลังงานทั้งหมดเท่าที่เหลืออยู่ ปรากฏกายให้เหยี่ยวเห็นเป็นครั้งสุดท้าย แม้ช่วงเวลาที่น้ำรินจะอยู่กับเหยี่ยวมีเพียงช่วงสั้นๆ หากแต่ความผูกพันในช่วงเวลาอันน้อยนิดระหว่างเธอกับเขา แนบแน่นจนกลายเป็น “ความรัก” ไปเสียแล้ว … เช่นเดียวกับเหยี่ยวที่รู้ใจตัวเองว่ารัก น้ำริน.. วิญญาณ สาวที่กำลังจะดับสลายไปในอีกไม่กี่วินาทีต่อจากนี้ เหยี่ยวอยากจะอ้อนวอนขอให้น้ำรินอยู่กับเขาตลอดไป แต่เขารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้…ไม่มีใครฝืนสัจธรรมการแตกดับนี้ไปได้ เหยี่ยวจึงตั้งจิตมั่นสัญญาไว้กับน้ำริน เขาจะรักเธอตลอดไป จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงความรักที่เขามีให้เธอ ทั้งสองจากกันด้วยน้ำตา… 18 ปีต่อมา… หมวดเหยี่ยวนายตำรวจหนุ่มไฟแรงจบใหม่ในอดีต.. กลายเป็นหนุ่มใหญ่ผู้บัญชาการสำนักงานสืบสวนพิเศษในปัจจุบัน เขามุ่งมั่นในการทำงานจนไม่มีเวลาเหลือให้กับใคร คนเก่าคนแก่ภายในสำนักงานสืบสวนฯ ต่างรู้ดีว่าผู้บัญชาการผู้นี้ยังคงมีอดีตรักฝังใจที่ยากจะลืมเลือน ผบ.เหยี่ยวไม่มีหัวใจจะรักใครได้อีกแล้ว.. จวบจนวันนี้…วันที่สำนักงานสืบสวนพิเศษได้มีโอกาสต้อนรับ น้ำค้าง นักข่าวหญิงเพิ่งจบใหม่จากรั้วมหาวิทยาลัย สาวนักข่าวที่ทันทีที่ผบ.เหยี่ยวเห็นหน้าแล้วต้องชะงักด้วยความตกใจ ฤาสัญญารักที่เขาเคยให้ไว้กับน้ำรินมีผลลัพธ์เกิดขึ้นแล้วในวันนี้… น้ำค้าง…มีใบหน้าบุคลิก ท่าทาง รอยยิ้ม เหมือนกับน้ำริน .. ราวกับเป็นคนๆ เดียวกัน !

มือไม่ถึง! เฟอร์กี้รับงานคุมผีแดงยิ่งใหญ่เกินไปสำหรับ เดวิด มอยส์
ปีศาจแดง /  พรีเมียร์ลีก / 

เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อดีตผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้เพิ่มเนื้อหาบางส่วนบางตอนในหนังสือประวัติส่วนตัว เกี่ยวกับ เดวิด มอยส์ ผู้ที่เข้ามาสือทอดตำแหน่งต่อจากกตัวเอง ว่างานคุมทีม“ปีศาจแดง” เป็นงานที่ใหญ่และกดดันเกินไป อดีตกุนซือเอฟเวอร์ตัน ได้โอกาสนั่งเป็นนายใหญ่ในถิ่นโอลด์แทร็ฟฟอร์ดเพียงแค่ 10 เดือนเท่านั้น และถูกไล่ออกจากตำแหน่งในช่วงท้ายฤดูกาลหลังจากที่ทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ จนในที่สุดทีมหลุดตำแหน่งท็อปทรีของลีกเป็นครั้งแรกตั้งแต่เปลี่ยนจากดิวิชั่น 1 มาเป็นพรีเมียร์ลีกด้วยการจบด้วยอันดับที่ 7 ห่างจากท็อปโฟร์ 13 คะแนน และพลาดการไปเล่นยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกเป็นครั้งแต่ตั้งแต่ปี 1995 “เขาไม่ได้ตระหนักว่า ยูไนเต็ด เป็นสโมสรที่ยิ่งใหญ่ขนาดไหน” เฟอร์กี้ได้เพิ่มเนื้อหาเกี่ยวกับ ผู้จัดการทีมวัย 51 ในหนังสือชีวประวัติของตน “ผลการแข่งขันที่เลวร้าย ค่อยๆกดดันเขาที่ละน้อยผมสังเกตได้จากท่าทางของเขา” “ในเดือนมกราคม สโมสรซื้อ ฆวน มาต้า มาร่วมทีมมันยกระดับทีมได้ก็จริง แต่ผมค่อยๆเห็นความกดดันที่พอกพูนที่ละน้อยเหมือนกำแพงที่หดเข้ามา” “ผมรู้ถึงความรู้สึกแบบนั้นดี เพราะเคยเจอมาเมื่อปี 1989” “ผลการแข่งขันที่แย่ค่อยๆกัดกิน เดวิด มอยส์ที่ละน้อย และไม่มีใครบอกได้ว่ามันเป็นฤดูกาลที่น่าผิดหวังขนาดไหน และสุดท้ายมันก็ทำให้เขาตกงาน”

5ดาวรุ่งจาก5ทีมท็อปไฟว์ใน พรีเมียร์ลีก ที่น่าจับตามอง
คริส วิลล็อค /  พรีเมียร์ลีก / 

5 ดาวรุ่งจาก 5 สโมสรยักษ์ใหญ่ในศึก พรีเมียร์ลีก ที่ได้รับการจับตามองว่าจะก้าวขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่ในอีกไม่กี่ปี่ข้างหน้า(หากไม่ย้ายหนีไปไหน) แต่ละคนหน้าตายังละอ่อนทั้งนั้นแต่รับประกันได้ในเรื่องฝีเท้า คริส วิลล็อค อาร์เซนอล - อังกฤษ เกิด 31 มกราคม 1998 กองหน้า ถ้าเป็นเรื่องเด็กปั้นไว้ใจ อาร์เซน เวนเกอร์ ได้สำหรับไอ้หนู วิลล็อค ที่โชว์ฟอร์มได้เข้าตาน่าประทับใจในเกมอุ่นเครื่องช่วงปรีซีซั่นกับทีม บอร์แฮม วู้ด เขาได้รับคำชมอย่างมากในเรื่องเทคนิคและความฉลาดในการเล่น ทั้งยังมีความว่องไวกับทักษะที่ยอดเยี่ยม ในวัย 16 ปี วิลล็อค เป็นนักเตะดาวรุ่งที่ได้ลงเล่นในเกมปรีซีซั่นของทีมชุดใหญ่ต่อจาก เชส ฟาเบรกาส, แจ็ค วิลเชียร์, เซิร์จ นาร์บี้ เขาลงเล่น 12 เกมให้ทีมชุดu-18 ของสโมสร ส่วนในระดับชาติเขาติดทีมชาติอังกฤษชุดu-16 โดย เวนเกอร์ เคยกล่าวถึงดาวรุ่งรายนี้ว่า “ในอายุขนาดนี้ เป็นธรรมดาที่เขาจะขาดความแข็งแกร่งไปบ้าง แต่เมื่อเขาเริ่มมีความแข็งแกร่งขึ้นมาเขาจะเป็นนักเตะที่น่าสนใจมาก” โดมินิค โซลานเก้ เชลซี – อังกฤษ 14 กันยายน 1997 กองหน้า “ถ้าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ลูอิส เบเกอร์, อิซซี่ บราวน์, โดมินิค โซลานเก้ ไม่ติดทีมชาติ ผมคงต้องโทษตัวเองแน่ๆ” โฆเซ่ มูรินโญ่ กุนซือสิงห์บลูเคยกล่าวถึงดาวรุ่งสามรายนี้เอาไว้ในช่วงที่เขาหนีบทั้งหมดไปทัวร์ปรีซีซั่น สำหรับ โซลานก้า เป็นนักเตะที่มีความเร็วและการเคลื่อนที่ที่ยอดเยี่ยมและเป็นธรรมชาติในการหาช่องทางทำประตู เขาเป็นจอมถล่มประตูตั้งแต่ก้าวเขามาในสโมสรตั้งแต่อายุแปดขวบ เมื่อพฤษภาคมที่ผ่านมา ประตูที่ โซลานก้า ทำได้ช่วยให้ เชลซี คว้าแชมป์ เอฟเอยูธคัพและยังช่วยทีมชาติอังกฤษชุดu-17 คว้าแชมป์ยุโรปอีกด้วย ปัจจุบันเขาร่วมฝึกซ้อมกับทีมชุดใหญ่และได้เซ็นสัญญาอาชีพกับสโมสรในวันคว้ายวันเกิดอายุครบ 17 ปีพอดี อดัม ฟิลลิปส์ ลิเวอร์พูล 15 มกราคม 1998 กองกลาง – อังกฤษ ลิเวอร์พูล คาดหวังในตัวมิดฟิลด์จอมถล่มประตูรายนี้ไว้สูงพอสมควร อดัมย้ายมาเข้าสังกัดหงส์แดงด้วยวัย 11 ปีหลังอยู่กับ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส สามปี เขาได้ร่วมทีมชุดใหญ่ไปปรีซีซั่นทัวร์ที่อเมริกาและยังได้ลงเล่น 45 นาทีในเกมอุ่นเครื่องกับบรอนด์บี้ อดัมเพิ่งประเดิมเล่นให้ทีมชุดu-21 เมื่อเดือนก่อนและยิงได้สองประตูในเกมที่เจอกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผู้จัดการทีมชุดu-18 นีล คริทช์ลี่ย์ เอ่ยชมดาวรุ่งรายนี้ว่า “เขาเป็นนักเตะพรสวรรค์ที่เล่นได้หลายตำแหน่ง เขาเล่นฝั่งขวาหรือตรงกลางได้ เขาวางบอลยาวได้ดีและทำประตูได้ด้วย เขาทำได้ดีหลายอย่าง เขากำลังเติบโตและพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ” โทซิน อาดาราบิโอโย่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ – อังกฤษ 24 กันยายน 1997 กองหลัง กัปตันทีมชุดu-18 ของเรือใบสีฟ้าเพิ่งฉลองการได้เซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพกับสโมสรไปเมื่อไม่นานมานี้ เขาบอกว่า “มีความสุขมากๆ เพิ่งได้เซ็นสัญญาอาชีพฉบับแรกหลังอยู่กับสโมสรมา 11 ปี” เขาเล่นให้ทีมชุดu-18 ตั้งแต่อายุ 14 ปี สตาฟฟ์โค้ชและทีมงานในสโมสรเรือใบสีฟ้าเชื่อว่าอีกประมาณสองถึงสามฤดูกาลทีมชุดใหญ่ปัจจุบันจะถูกเข้ามาแทนที่ด้วยบรรดานักเตะดาวรุ่ง อาดาราบิโอโย่ ก็คาดว่าจะเป็นหนึ่งในนั้น เขาเป็นกองหลังที่มีความหลากหลายและครองบอลผ่านบอลได้ดี มาร์คัส รัชฟอร์ด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด – อังกฤษ 31 ตุลาคม 1997 กองกลางตัวรุก/กองหน้า ไอ้หนู รัชฟอร์ด มีสไตล์การเล่นคล้ายๆ เวย์น รูนี่ย์ รุ่นพี่ในทีมปีศาจแดงเขาชอบลงมาล้วงบอลต่ำและสามารถสร้างสรรค์เกมรุกได้ แต่บางคนก็เปรียบเทียบเขากับ ปอล ป็อกบา เด็กปั้นผีที่ไปฉายแสงเจิดจรัสกับ ยูเวนตุส เขายังสามารถเล่นได้ทั้งตำแหน่งกลางสนามและตัวริมเส้น รัชฟอร์ด มีเทคนิคการครองบอลที่สุดยอด สามารถลากเลื้อยและจ่ายบอลได้ดี ขณะที่มีหลายทีมให้ความสนใจที่จะดึงตัวเขาไปจากถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แต่เชื่อว่ากุนซือจอมปั้นเด็กอย่าง หลุยส์ ฟาน กัล น่าจะเห็นพรสวรรค์ในตัวดาวรุ่งรายนี้และคงไม่ปล่อยเขาให้ไปทีมอื่นง่ายๆ

เด็กอัดคลิปโวย สพฐ.สอนประวัติศาสตร์ ยัดเยียดเกลียดชังเพื่อนบ้าน
คลิป /  ฝากถึงสพฐ. / 

เด็กอัดคลิปโวย สพฐ.สอนประวัติศาสตร์ ยัดเยียดเกลียดชังเพื่อนบ้าน วันนี้(21 ต.ค.) จากกรณีที่สพฐ.ดีเดย์ ปรับการสอน "ประวัติศาสตร์" ใหม่ทั่วประเทศในเทอม2 เริ่มวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ ล่าสุดชาวสังคมออนไลน์ได้แชร์คลิปที่มีเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งฝากถึงสพฐ.แสดงความอัดอั้นตันใจที่มีต่อสพฐ.และวิชาประวัติศาสตร์ไทยที่กำลังจะมีการบังคับใช้ในเทอม2 ซึ่งตนชอบเรียนวิชาประวัติศาสตร์ไทย ชอบเรียนสังคม แต่สิ่งที่สพฐ.กำลังทำวิชาประวัติศาสตร์ขึ้นมาใหม่นี้เป็นการโจมตีคนอื่น สอนให้เกลียดชาติเพื่อนบ้าน ลาว พม่า กัมพูชา จะเปิดประเทศสมาชิกอาเซียนอยู่แล้วแต่ยังมีหลักสูตรยัดเยียดความเกลียดชัง ความโกรธเคืองอยู่อีก แล้วจะอยู่กันได้อย่างไร ตนไปดูงานที่ประเทศเพื่อนบ้านก็ไม่เคยห็นประวัติศาสตร์บ้านเมืองเขาสอนให้เกลียดคนไทยเลย มีแต่คนไทยที่สอนแบบนี้ นักวิชาการที่ทำออกมา ทำแบบไม่ลืมหูลืมตา ทำแบบคลั่งชาติ ไม่ดูว่าอะไรจริงอะไรเท็จ ประเทศเราต้องอยู่โดยการมีสังคมและมีส่วนร่วมของต่างชาติเพื่อนบ้าน เกื้อกูลอาศัยพึ่งพากัน อยากจะฝากถึงดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการ สพฐ.ให้พิจารณาถึงเรื่องนี้ด้วย จะทำอะไรถามถึงเด็กที่เรียนด้วย สิ่งที่สพฐ.ทำทุกวันนี้ทำให้เด็กดีขึ้นมั้ย ? MThai News