ประวัติดาราวัยรุ่น

เอ็มจี เชิญร่วมกิจกรรมสุดมันส์ไปอีกขั้นกับ NEW MG5 ทั่วประเทศ
car /  mg / 

บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ "เอ็มจี" แบรนด์รถยนต์ชั้นนำจากประเทศอังกฤษชวนทุกท่านร่วมงาน "NEW MG5…Be Progressive" อีกขั้นของชีวิต อีกขั้นของยนตรกรรม พบสุดยอดยนตรกรรมภายใต้แนวคิด บริท ไดนามิค (Brit Dynamic) ที่เพียบพร้อมทั้งความโดดเด่นด้านดีไซน์ แรงเร้าใจด้วยเครื่องยนต์ การควบคุม และอุปกรณ์ความปลอดภัยระบบสื่อสารอัจฉริยะ inkaNet (อินคาเน็ต) ที่พร้อมมามอบความสนุกและประสบการณ์การขับขี่ของชีวิตที่เต็มที่ไปอีกขั้นในทุกเส้นทางให้แก่ลูกค้าและผู้ที่สนใจทั่วประเทศ กิจกรรมสุดมันส์ "NEW MG5…Be Progressive" ได้เริ่มขึ้นแล้ว 2 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ และสงขลา (หาดใหญ่) และกำลังจะเกิดขึ้นในอีก 9 จังหวัดทั่วประเทศ โดยภายในกิจกรรมทางเอ็มจี ได้จัดเตรียมความสนุกและความบันเทิงไว้มากมาย และที่สำคัญผู้ร่วมงานจะได้สัมผัสกับสุดยอดยนตรกรรมพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ เทอร์โบ 1.5 ลิตร แรงสุด 129 แรงม้า รวมทั้งระบบความปลอดภัยแบบเต็มพิกัด 9 Integrated Active Safety Systems และระบบ inkaNet (อินคาเน็ต) เทคโนโลยีการสื่อสารอัจฉริยะระหว่างคนกับรถยนต์ เอ็มจี ผ่านเครือข่ายโทรศัพท์ไร้สาย ที่พร้อมให้ทุกท่านได้สัมผัสและทดสอบความแรงด้วยตัวท่านเองกับกิจกรรมทดสอบขับ พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษเฉพาะภายในงานเท่านั้น ภายในงานยังสนุกไปกับกิจกรรมสุดมันส์ มินิคอนเสิร์ตจากดารานักร้องมากมาย อาทิ คิว วงฟลัว โทนี ผี มาเรียม บีไฟว์ ว่าน ธนกฤต และโจอี้ บอย ตื่นเต้นไปกับโชว์การขับขี่ผาดโผน อีกทั้งยังได้ท่องโลก inkaNet (อินคาเน็ต) แบบสามมิติที่ทั้งสนุกตื่นเต้นแบบมีสาระ พร้อมกิจกรรมสนุกๆ ที่เตรียมไว้สำหรับครอบครัวและคุณหนูอีกมาก เต็มอิ่มด้วยอาหารและเครื่องดื่ม ฟรีตลอดงาน เตรียมพบกับกิจกรรมสนุกสุดมันส์ กับ "NEW MG5…Be Progressive" ในจังหวัดต่างๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นตามวันและสถานที่ ดังต่อไปนี้ · วันที่ 30-31 มกราคม 2559 พบกันที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า พิษณุโลก และศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า สุราษฎร์ธานี · วันที่ 13-14 กุมภาพันธ์ 2559 พบกันที่ ลานกิจกรรมหน้าศาลากลางชลบุรี และศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า ศาลายา นครปฐม · 27-28 กุมภาพันธ์ 2559 พบกันที่ ลานกิจกรรมหน้าเซฟวัน นครราชสีมา และลานปราณบุรีพลาซ่า ข้างโลตัส ปราณบุรี · 5-6 มีนาคม 2559 พบกันที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า อุดรธานี

ตำรวจไขปม คดีฆ่าหั่นศพชาวสเปน จากชนวนเรื่องเงิน
ฆ่าหั่นศพ /  เจ้าพระยา / 

พลตำรวจเอกชวน นาริน ผู้บัญชาการตำรวจจังหวัดพระสีหนุ ของกัมพูชา เปิดเผยเมื่อวานนี้ ว่า สามารถจับกุมตัวชายชาวสเปน ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยคนสำคัญในคดีฆาตกรรมเพื่อนร่วมชาติ ที่มีการพบชิ้นส่วนร่างกายถูกหั่นเป็นชิ้นๆ ทิ้งลงแม่น้ำเจ้าพระยาในกรุงเทพฯ เมื่อสัปดาห์ก่อน   โดยผู้ต้องสงสัยรายนี้ คือ นายอาตูร์ หรืออาเธอร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป อายุ 36 ปี ถูกจับกุมได้เมื่อเย็นวันอาทิตย์ ที่เมืองสีหนุวิลล์ ซึ่งเป็นเมืองชายฝั่งของกัมพูชา หลังจากที่เขาเดินทางมาถึงกัมพูชาไม่กี่วันก่อนหน้านี้  ผู้บัญชาการตำรวจจังหวัดพระสีหนุ กล่าวด้วยว่า การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นตามการร้องขอจากประเทศไทย และทางการกัมพูชาจะส่งตัวผู้ต้องสงสัยรายนี้ให้แก่ทางการไทย ก่อนหน้านี้ ตำรวจจังหวัดสุรินทร์ พบรถจักรยานยนต์ ที่คาดว่าเป็นของผู้ต้องสงสัย ถูกจอดทิ้งไว้ใกล้กับตลาดชายแดน ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า เป็นไปได้ที่ผู้ต้องหาจะหลบหนีข้ามไปยังฝั่งประเทศกัมพูชาแล้ว ขณะที่ผลชันสูตรของตำรวจไทย พบว่า ผู้เสียชีวิต คือ นายเดวิด เบอร์นาต นักธุรกิจชาวสเปน ซึ่งคาดว่าถูกลักพาตัว, ทรมาน และถูกบังคับให้โอนเงินจำนวนมาก ก่อนถูกฆาตกรรม  ส่วนประเด็นการสืบสวนมุ่งเป้าไปที่การลักพาตัว เพื่อประสงค์ต่อทรัพย์ แต่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจมืด โดยเหตุที่คนร้ายได้เงินแล้ว แต่ยังฆ่าหั่นศพผู้ตายอย่างโหดเหี้ยม เชื่อว่าน่าจะเกิดจากคนร้ายต้องการเงินเพิ่ม หรือได้เงินไม่ครบ เพราะถูกธนาคารในไทยและสิงคโปร์ตรวจพบความผิดปกติ จึงระงับการทำธุรกรรมไปกว่า 3 แสนเหรียญสหรัฐฯ หรือกว่า 10 ล้านบาท ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เจ้าหน้าตร.อำเภอคลองใหญ่ จ.ตราด พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อม พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์มาลงที่สนามกีฬา อ.คลองใหญ่ จ.ตราด เพื่อรับตัว นายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป ผู้ต้องหาในคดีฆ่าหั่นศพชาวสเปน หลังรับทราบว่า ถูกตำรวจกัมพูชาจับกุมตัวได้ที่จังหวัดสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา ด้าน น.อ.ดิเรก อินทวงศ์ หัวหน้าหน่วยประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา จ.ตราด เปิดเผยว่า หลังจาก พ.ต.อ.อนุชา สุทธยดิลก ผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจ สถานทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ ได้ประสานงานตำรวจแห่งชาติของกัมพูชา เพื่อประสานการจับกุมตัว นายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป อายุ 37 ปี คนร้ายที่ก่อเหตุฆ่าหั่นศพชาวสเปน แล้วหลบหนีออกนอกประเทศไทย ทางช่องโอเสม็ด จ.สุรินทร์ และเดินทางมาหลบอยู่ที่ จ.สีหนุวิลล์ จึงได้ทำการตรวจสอบและติดตามจับกุมตัวได้ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง พร้อมควบคุมตัวไว้ที่สถานีตำรวจในกรุงสีหนุวิลล์ พร้อมกับได้ประสานงานเพื่อให้ตำรวจไทย เข้ามารับตัวที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน จ.ตราด ที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ ในเวลา 12.00 น.ที่ผ่านมา ส่วนบรรยากาศที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและกัมพูชา เดินทางเข้าออกกันตามปกติ และมีตำรวจตรวจคนเข้าเมืองตราด และฝ่ายทหารอยู่ในพื้นที่จำนวนหนึ่ง ก่อนนำตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์มาที่กรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ10 พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ได้เข้าตรวจสอบห้องพักของ นายอาเธอร์ หรือ อาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป ชาวสเปน ผู้ต้องหาในคดีฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด ชาวสเปน ย่านพระราม 9 และนำชิ้นส่วนไปทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยา หลังตำรวจเชื่อว่า จุดนี้จะเป็นจุดฆ่าและหั่นศพนายเดวิด พล.ต.อ.ปัญญา เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบ พบว่า นายอาตูร์ เช่าห้องพักที่คอนโดแห่งนี้ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2558 และอาศัยอยู่ที่นี่เป็นประจำ โดยมี น.ส.ปริศนา แสนอุบล เข้ามาพักด้วยเป็นบางครั้ง และจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่า เมื่อวันที่ 20 มกราคม ที่ผ่านมา บันทึกภาพขณะนายเดวิด เข้ามาภายในคอนโดแห่งนี้ และไม่พบว่า นายเดวิด ออกไปจากคอนโด พบเพียง นายอาตูร์ เข้าออก และมีการขนตู้แช่ออกจากคอนโด ไปไว้ที่บ้านเช่าหลังหนึ่งย่านรามคำแหง เมื่อวันที่ 31 มกราคม ที่ผ่านมา แต่ต้องรอผลตรวจจากกองพิสูจน์หลักฐาน ในการตรวจหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมในครั้งนี้ เพื่อยืนยันความชัดเจนอีกครั้ง ............................................................................................................................................................... พล.ต.อ.เดชณรงค์ ยืนยัน ได้ตัว อาตูร์ ผู้ต้องสงสัยคดีฆ่าหั่นศพจากกัมพูชาแน่นอน ด้าน ผบก.ภ.จว.สระแก้ว ปัดไม่รู้ส่งตัวให้ไทยวันนี้ พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา ที่ปรึกษา (สบ 10) ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด อายุ 39 ปี นักธุรกิจชาวสเปน ทิ้งในแม่น้ำเจ้าพระยา ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาได้ควบคุมตัว นายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป อายุ 37 ปี ชาวสเปน ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยได้ขณะที่กำลังจะหลบหนีไปทางทะเล ทั้งนี้ยืนยันว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไทย ได้ตัวนายอาตูร์แน่นอนแต่ต้องดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายในการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งไทยกับกัมพูชามีสนธิสัญญากันอยู่แล้วในส่วนนี้ โดยหากทางพนักงานสอบสวน สามารถรวบรวมพยานหลักฐานและขอศาลออกหมายจับได้จะทำให้การดำเนินการคดี และประสานขอตัวนายอาตูร์กับกัมพูชามีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ต้องรอทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาอีกครั้งว่าจะแจ้งข้อหา นายอาตูร์ ในเรื่องใด อาทิ การหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย พร้อมกันนี้ พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว เปิดเผยถึงกระแสข่าวที่ว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชา จะส่งตัวนายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป ผู้ต้องสงสัยคดีฆ่าหั่นศพในวันนี้ที่จังหวัดสระแก้วว่า ยังไม่ทราบข้อมูล และยังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม วันนี้ พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา (สบ 10) จะประชุมที่ศูนย์สืบสวนนครบาล ถึงความคืบหน้าคดีหั่นศพเพื่อเร่งรัดคดี ............................................................................................................................................................... ตำรวจกัมพูชา จับกุม "อาตูร์" ผู้ต้องสงสัยในคดีฆ่าหั่นศพ "นายเดวิด เบอร์นาร์ด" ชาวสเปนได้ที่ สีหนุวิลล์ เมืองชายทะเลสุดหรู ขณะพยามหลบหนี เว็บไซต์สำนักข่าว ฟอกซ์ นิวส์ รายงานว่า เมื่อเวลา 23.00 น. ของวันที่ 7 ก.พ. ตำรวจกัมพูชา สามารถจับกุมตัว นายอาตูร์ หรือ อาเธอร์ เซกราร่า ปรินเซป ผู้ต้องสงสัยในคดีฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด  นักธุรกิจชาวสเปน ที่ สีหนุวิลล์ เมืองชายทะเลที่มีชื่อเสียงที่สุดของกัมพูชา จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกัมพูชา ที่บอกกับทางสำนักข่าว EFE ผ่านทางโทรศัพท์ว่า สามารถจับกุมนายอาตูร์ได้ที่เมืองทางตอนใต้ของสีหนุวิลล์ เมื่อเวลาประมาณ 07.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งสำนักข่าว ขะแมร์ 440 นิวส์ ได้ตีพิมพ์ภาพของผู้ต้องสงสัยรายนี้ ลงสื่อขณะที่ถูกควบคุมตัว นายอาตูร์ ไว้ที่สถานีตำรวจสีหนุวิลล์ ก่อนถูกจับกุมนายอาตูร์ ได้กินอาหารเย็นที่จังหวัดสุรินทร์ ภาคตะวันออก เฉียงเหนือของไทย และเมื่อเขาถูกกลุ่มของคนไทยบริเวณนั้นเห็นใบหน้า นายอาตูร์ จึงหนีไปกัมพูชา ซึ่งทางจ้าหน้าที่ได้พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สีแดง ของ นายอาตูร์ เมื่อเช้าวันเสาร์ บริเวณป่ารกชายแดนไทย-กัมพูชา ในรายงานข่าวของสื่อกัมพูชา ระบุว่า นายอาตูร์ ถูกจับกุมขณะที่แต่งกายสวมเสื้อแจ็คเก็ตแขนยาวสีเขียวคาดดำ กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ และพยายามหลบหนีออกทางทะเล โดยทางการกัมพูชา กำลังนำตัว นายอาตูร์ เดินทางมายังชายแดนจังหวัดสระแก้ว คาดว่าจะนำตัวแถลงข่าวการจับกุมในเช้าวันนี้ ............................................................................................................................................................... สาวชาวสุรินทร์คนสนิทผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพชาวสเปน ยันไม่เกี่ยวกับเหตุฆาตกรรม จนท.คุมเข้มชายแดนไทย-กัมพูชา วันนี้ 6 ก.พ. ตำรวจ จ.สุรินทร์ ได้เชิญตัว น.ส.ปริศนา อายุ 22 ปี เพื่อนสาวของนายอาตูร์ ชาวสเปน ผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพชาวสเปน มาสอบปากคำในเบื้องต้นที่ ห้องสืบสวนภูธร จ.สุรินทร์ โดยเบื้องต้น น.ส.ปริศนา รับสารภาพว่า นายอาตูร์ มาอยู่อาศัยกับตนเองตั้งแต่วันที่ 31 ม.ค.59 ที่ผ่านมา โดยนั่งรถจักรยานยนต์ ออนด้า รุ่นพีซีเอ็ก สีแดง ล้อทอง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนมาด้วยกัน โดยพักอยู่ที่บ้านจะแกโกน ต.สำโรง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ซึ่งนายอาตูร์ได้หลบหนีไปตั้งแต่เมื่อวานช่วงเวลา 6 โมงเย็นแล้ว หลังพากันไปเที่ยวที่ร้าน คาราโอเกะ อ.เมือง จ.สุรินทร์ ระหว่างนั้นพนักงานพากันเปิดดูข่าว พบ ข่าวและภาพของนายอาตูร์ พอดี จึงพากันสงสัย นายอาตูร์ จึงรีบขับรถจักรยานยนต์หนีออกไป หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ เชิญตัว น.ส.ปริศนา มาสอบสวนให้ปากคำดังกล่าว ซึ่งในเบื้องต้น น.ส.รับสารภาพว่า ได้ไปทำงานที่ กทม.และคบกับนายอาตูร์ มากว่า 6 เดือนแล้ว โดยพักคอนโดคนละแห่งกัน และไม่ทราบเรื่องว่านายอาตูร์ เกี่ยวข้องกับคดีนี้ ซึ่งตนเองไม่รู้ไม่เห็นด้วยกับเรื่องที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด ขณะที่ จนท.ตำรวจเร่งไล่ล่าผู้ต้องหารายนี้ คาดว่าจะยังคงหลบหนีอยู่ในพื้นที่ จ.สุรินทร์ หรืออาจจะหลบหนีออกนอกประเทศตามแนวชายแดนไทยกัมพูชาแล้วก็เป็นได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตรวจสามารถตรวจยึดรถ จยย.คันดังกล่าวถูกจอดทิ้งไว้ที่บริเวณตลาดสมบัติ ซึ่งเป็นตลาดการค้า ติดชายแดนไทย-กัมพูชา ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการปรานงานตรวจสกัดจับในทุกช่องทางแล้ว ขอบคุณ INN _________________________________________________________________________________________ เจ้าหน้าที่ตำรวจเผยข้อมูลล่าสุดพบชายชาวสเปน ต้องสงสัยเอี่ยวขบวนการฆ่าหั่นศพชาวสเปน วันนี้ 5 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการเปิดเผยภาพผู้ต้องสงสัย 1 ในขบวนการฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด นักธุรกิจชาวสเปน ชื่อนายอาตูร์ เป็นชาวสเปน โดยตำรวจ ยืนยันยังหลบซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทย และ เชื่อว่ากลุ่มคนร้าย น่าจะเป็นชาวสเปน ส่วนคนไทย ที่เกี่ยวข้องอาจจะทำหน้าที่ ในการขับรถให้ทีมคนร้ายฆ่าหั่นศพ ที่เอาศพไปทิ้งในพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยทางด้าน พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ 10 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีฆ่าหั่นศพ ยืนยันว่า จะสามารถจับมือฆ่าหั่นศพได้ ทั้งคนไทย และคนต่างชาติที่ร่วมขบวนการ เร็วๆนี้ เพราะจากข้อมูลหลักฐานการนั้นค่อนข้างชัดเจน และดำเนินการได้ โดยเฉพาะข้อมูล จากเพื่อนของนายเดวิด ที่ระบุว่า การติดต่อทางข้อความไลน์ กับนายเดวิด ครั้งสุดท้าย 1 สัปดาห์ก่อนพบศพลอยแม่น้ำเจ้าพระยานั้น ข้อความสนทนามีพิรุธ เพราะการใช้คำพูดไม่คุ้นเคย และเป็นคำสนทนาที่นายเดวิดไม่เคยใช้มาก่อน นอกจากนี้เบาะแสสำคัญ มีพยานยืนยันว่า เมื่อวันที่ 20 ม.ค. เห็นนายเดวิด ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า คลิก สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ออกไปจากคอนโด กับชายชาวต่างชาติ และหลังจากนั้นก็ไม่ได้กลับเข้ามาอีกเลย ซึ่งข้อมูลนี้ชุดสืบกำลังเร่งติดตามแกะรอยจากกล้องวงจรปิดเพื่อเร่งจับตัวมาร่วมขบวนการ ขอบคุณ Voice Tv _________________________________________________________________________________________________ พล.ต.อ.ปัญญา เผย คดีฆ่าหั่นศพ คืบ 80% เร่งรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับ มั่นใจจับตัวคนร้ายได้ ชี้ ยังไม่พบประวัติก่อเหตุในไทย พลตำรวจเอก ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ 10 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีฆ่าหั่นศพ นายดาบิด แบร์นาด อายุ 39 ปี ทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยาหลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และปทุมธานี ว่า หลังจากเจ้าหน้าที่สามารถพิสูจน์ทราบและยืนยันตัวบุคคลได้แล้ว ทำให้สามารถขมวดปมและรู้ว่ากลุ่มผู้ต้องหาว่าเป็นกลุ่มใด เบื้องต้นยังให้น้ำหนักไปที่ฝีมือกลุ่มชาวต่างชาติที่ต้องการทรัพย์สินจากผู้ตาย ก่อนจะฆ่าปิดปากและอำพรางศพด้วยการหั่นเป็นชิ้น ซึ่งจากพยานหลักฐานทั้งทางนิติวิทยาศาสตร์ และพยานบุคคล ทำให้คดีมีความคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 80 โดยขณะนี้ในส่วนของแนวทางการสอบสวน ได้เร่งรัดให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายจับ ส่วนในแนวทางการสืบสวนได้กำชับให้ตำรวจกองปราบปราม ตำรวจนครบาล ตำรวจภูธรภาค 1 และตำรวจท่องเที่ยว ติดตามตัวละครต่าง ๆ ที่อาจเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกับกลุ่มคนร้าย เพื่อหาจุดที่คนร้ายจับตัวผู้เสียชีวิตไป ตลอดจน สถานที่กักขัง จุดฆาตกรรมชำแหละและจุดทิ้งศพลงแม่น้ำเจ้าพระยา อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.ปัญญา กล่าวว่า จากการตรวจสอบฐานข้อมูลอาชญากรรมข้ามชาติ ยังไม่พบประวัติคนร้ายกลุ่มดังกล่าวก่อเหตุในไทย แต่ได้ประสานให้ทางสถานเอกอัครราชทูตสเปนประจำประเทศไทย และกรมการกงสุส กระทรวงการต่างแประเทศ ดำเนินการตรวจสอบให้อีกครั้ง ซึ่งยังอยู่ระหว่างการรอผล ----------------------------------------------------------------------------- ข้อมูลล่าสุดคาดว่าชิ้นส่วนมนุษย์ทั้งหมด อาจเป็นนักท่องเที่ยวชาวสเปนที่ญาติได้แจ้งความไว้ว่าหายไป ที่ สน.ลุมพินี วันนี้ 4 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดชุดสืบสวนได้ข้อมูลว่าชิ้นส่วนมนุษย์ที่ถูกพบน่าจะเป็นนักท่องเที่ยวชาวสเปนที่ญาติได้แจ้งหายไว้ที่สน.ลุมพินี ทั้งนี้สำหรับนักท่องเที่ยวรายนี้ครบกำหนดเดินทางกลับจากการท่องเที่ยวในประเทศ ตั้งแต่ปลายเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาแต่จนถึงขณะนี้ยังไม่เดินทางกลับแต่อย่างใด เมื่อตรวจสอบข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ก็ยังไม่พบข้อมูลการเดินทางออกจากประเทศไทย ทางด้าน พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) เปิดเผยว่า ถึงขณะนี้ยังไม่สามารถระบุตัวคนตายได้แน่ชัดอยู่ระหว่างการประสานกับญาติชาวสเปนรายนี้ เพื่อเปรียบเทียบลายนิ้วมือและดีเอ็นเอเพื่อยืนยันตัวบุคคล ทั้งนี้ ยังมีรายงานข่าวแจ้งว่าขณะนี้ทีมสืบสวนตำรวจนครบาลได้ลงพื้นที่ ภายในซอยสุขุมวิทซอย 8 ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายที่มีพยานพบเห็นนักท่องเที่ยวรายนี้ เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 19 ม.ค.59ที่ผ่านมา ขอบคุณข้อมูล TNN24 ................................................... พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ.10 เรียกประชุมชุดสืบสวนติดตามความคืบหน้า คดีฆ่าหั่นศพลอยเจ้าพระยา นัดแรกบ่ายนี้ วันนี้ 4 ก.พ. พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ.10 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนกรณีพบชิ้นส่วนมนุษย์ถูกทิ้งในแม่น้ำเจ้าพระยา เรียกชุดสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1 ปทุมธานี และนนทบุรี ตลอดจนหน่วยสนับสนุน อาทิ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เข้าร่วมประชุมในเวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุมศรียานนท์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อติดตามความคืบหน้าในทางคดี และวางแนวทางการทำงานให้กับชุดสืบสวนสอบสวนเพื่อหาตัวคนร้าย ซึ่งเป็นการประชุมเพื่อคลี่คลายคดีครั้งแรก หลังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีหนังสือแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าชุด ซึ่งภายหลังการประชุมแล้วเสร็จ จะมีการแถลงความคืบหน้าในทางคดีต่อไป อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยผลการตรวจพิสูจน์ชิ้นส่วนมนุษย์ที่พบทั้ง 6 ชิ้นว่า จากการตรวจดีเอ็นเอ และรอยต่อเปรียบเทียบกัน พบว่าเป็นชิ้นส่วนจากบุคคลเดียวกัน ซึ่งมีลักษณะเป็นชาย ยังไม่ทราบเชื้อชาติที่แน่ชัด อายุประมาณ 40 ปี สูงประมาณ 165 เซนติเมตร ผมดำ มีหนวดเครา มีขนตามตัวค่อนข้างมาก มีรอยผ่าตัดไส้ติ่ง ฟันสะอาด ค่อนข้างเป็นผู้มีสุขภาพดี แต่จากการตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอกับบิดาของบุคคลสูญหายที่ จ.ระยอง ไม่ตรงกัน ขอบคุณ INN ....................................................... พบอีกชิ้นส่วนขามนุษย์ ขาซ้ายท่อนบนช่วงกลาง ในถุงดำ ลอยติดแม่น้ำเจ้าพระยาท่าน้ำรง.ปทุมธานีฯ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ คาดเป็นคนเดียวกันกับที่พบมาหลายวันนี้ เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งชาวบ้านพบชิ้นส่วนมนุษย์ลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา โดยจุดที่พบอยู่บริเวณท่าน้ำ ภายในโรงงานปทุมธานีแห่งหนึ่ง จ.ปทุมธานี ลักษณะชิ้นส่วนที่พบคือขาซ้ายท่อนบนช่วงกลาง และท่อนล่างช่วงกลาง มีขนาดประมาณ 46 เซ็นติเมตร เบื้องต้นชาวบ้านผู้พบเห็นได้ให้ข้อมูลว่ามาจอดเจออยู่ใกล้ฝั่งโรงงานดังกล่าว จากนั้นเห็นถุงดำที่มีส่วนชิ้นเนื้อโผล่ออกมาลอยอยู่ในน้ำจึงแจ้งทาง สภ.ปากเกร็ด ล่าสุดเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้เข้ามายังจุดเกิดเหตุและอยู่ระหว่างตรวจสอบและเก็บหลักฐาน คาดเป็นชิ้นส่วนของคนเดียวกันที่พบก่อนหน้านี้ น.1เผยDNAหั่นศพเป็นชายไทยจี้ดูCCTV พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกรณีการพบชิ้นส่วนศพในแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ของตำรวจนครบาล 7 ปทุมธานี และนนทบุรี โดยเจ้าหน้าที่ได้นำชิ้นส่วนที่พบทั้งหมดให้แพทย์นิติวิทยาตรวจสอบ ซึ่งผลชันสูตร พบว่าชิ้นส่วนทั้งหมดเป็นบุคคลคนเดียวกัน และคาดว่าเป็นชายไทย อายุประมาณ 40 - 50 ปี โดยจากการตรวจสอบประวัติ ไม่พบว่าเคยต้องโทษ หรือคดีความใด ๆ นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 ประสานงานกับแพทย์นิติเวชด้วยตนเอง เพื่อหารายละเอียดเพิ่มเติม และเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด ส่วนจุดทิ้งคาดว่าคนร้ายน่าจะนำศพไปทิ้ง วิเคราะห์ตามกระแสน้ำ และทิศทางการไหลของน้ำ สันนิษฐานเบื้องต้นว่าเป็นช่วงบริเวณสะพานพระนั่งเกล้าฯ ซึ่งได้สั่งการให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าวแล้ว รวมถึงให้กองบังคับการตำรวจนครบาล ที่มีพื้นที่ติดบริเวณริมแม่น้ำ ตรวจสอบกล้องวงจรปิด จุดที่น่าสงสัย เพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติม พร้อมกันนี้เชื่อว่า การทำคดีนี้ไม่ยากแน่นอน สำหรับกรณีที่ นางสาวกาญจนา อ่อนสา ชาวจังหวัดระยอง ที่สงสัยว่าชิ้นส่วนที่พบเป็นสามีของตนที่หายไป ซึ่ง พล.ต.ท.ศานิตย์ ระบุว่า จะทราบผลภายในวันนี้ว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ ผบช.ภ.1รอผลนิติเวชก่อนคลี่ปมคดีฆ่าหั่นศพ พลตำรวจโท ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยถึงความคืบหน้า กรณีพบชิ้นส่วนศพลอยในแม่น้ำเจ้าพระยาว่า จะต้องรอผลตรวจทางนิติเวชก่อนว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ พร้อมทั้งต้องรอผลตรวจดีเอ็นเอของ นายศรี ขันติเนตร บิดา นายเกียรติศักดิ์ ขันติเนตร ที่แจ้งว่า ลูกชายหายตัวไป เมื่อวันที่ 22 มกราคม ในพื้นที่ สภ.เมืองระยอง ซึ่งขณะนี้ผลตรวจยังไม่ออก และหากรู้ชื่อผู้ตาย ขั้นตอนต่อไป เจ้าหน้าที่จะได้ตั้งประเด็นในการสืบสวนสอบสวนต่อไป ทั้งนี้ ภายในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 ยังไม่มีการแจ้งบุคคลสูญหาย แม้แต่พื้นที่เดียว และจากประวัติคดีอาชญากรรมในพื้นที่ ยังไม่เคยพบเห็นคดีที่มีความรุนแรงในลักษณะดังกล่าว ส่วนตัวคาดว่า คนร้ายน่าจะมีความพยายามในการอำพรางศพ แต่น่าจะไม่มีความรู้ดีพอ จึงไม่มีการนำชิ้นส่วนใส่ในถุง ด้าน พลตำรวจตรี นายแพทย์พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ระบุว่า ขณะนี้ผลตรวจ สามารถยืนยันได้ว่า ชิ้นส่วนที่พบเป็นบุคคลเดียวกัน เนื่องจาก สามารถนำชิ้นส่วนมาต่อประกอบกันได้ ขณะที่ ผลตรวจดีเอ็นเอ ที่จะยืนยันว่า เป็นบุคคลใด หรือ เสียชีวิตด้วยสาเหตุใด ขณะนี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ทราบได้ ต้องใช้เวลาพอสมควร และเจ้าหน้าที่นิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ต้องทำงานร่วมกับ พนักงานสอบสวน ในการประสานข้อมูลหลักฐานอื่น ๆ ร่วมด้วย ขอบคุณรูปภาพและเนื้อหาจาก INN ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ผบช.น. เผย ชิ้นส่วนศพลอยแม่น้ำเป็นคนเดียวกัน คาดเป็นชายไทยอายุ 40 - 50 ปี พร้อมสั่งโรงพักริมน้ำตรวจสอบ CCTV จุดที่น่าสงสัย วันนี้ 3 ก.พ. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกรณีการพบชิ้นส่วนศพในแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ของตำรวจนครบาล 7 ปทุมธานี และนนทบุรี โดยเจ้าหน้าที่ได้นำชิ้นส่วนที่พบทั้งหมดให้แพทย์นิติวิทยาตรวจสอบ ซึ่งผลชันสูตร พบว่าชิ้นส่วนทั้งหมดเป็นบุคคลคนเดียวกัน และคาดว่าเป็นชายไทย อายุประมาณ 40 - 50 ปี โดยจากการตรวจสอบประวัติ ไม่พบว่าเคยต้องโทษ หรือคดีความใด ๆ นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 ประสานงานกับแพทย์นิติเวชด้วยตนเอง เพื่อหารายละเอียดเพิ่มเติม และเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด ส่วนจุดทิ้งคาดว่าคนร้ายน่าจะนำศพไปทิ้ง วิเคราะห์ตามกระแสน้ำ และทิศทางการไหลของน้ำ เบื้องต้นคาดว่าจุดทิ้งเป็นช่วงบริเวณสะพานพระนั่งเกล้าฯ ซึ่งได้สั่งการให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าวแล้ว รวมถึงให้กองบังคับการตำรวจนครบาล ที่มีพื้นที่ติดบริเวณริมแม่น้ำ ตรวจสอบกล้องวงจรปิด จุดที่น่าสงสัย เพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติม พร้อมกันนี้เชื่อว่า การทำคดีนี้ไม่ยากแน่นอน สำหรับกรณีที่ น.ส.กาญจนา อ่อนสา ชาวจังหวัดระยอง ที่สงสัยว่าชิ้นส่วนที่พบเป็นสามีของตนที่หายไป ซึ่ง พล.ต.ท.ศานิตย์ ระบุว่า จะทราบผลภายในวันนี้ว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ ขอบคุณ INN ....................................................... ความคืบหน้าคดีพบชิ้นส่วนมนุษย์ สถาบันนิติเวชวิทยา ตรวจสอบ ชิ้นส่วนมนุษย์ 4 ชิ้น ที่ลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้สะพานพระราม 5 ชี้เป็นคนเดียวกันกับที่พบในพื้นที่ ฝั่งธน และอำเภอเมืองจ.นนทบุรี ขณะนี้อยู่ในระหว่างการรอชิ้นส่วนที่เหลือ ส่งไปตรวจดีเอ็นเอเพื่อพิสูจน์ว่าเป็นร่างกายของผู้ใดต่อไป พร้อมกันนี้ พล.ต.อ. พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ครอบครัวของชายที่หายตัวไปจาก จ.ระยอง ลงพื้นที่ท่าน้ำพระราม 5 เพื่อตรวจสอบชิ้นส่วนขาขวาของมนุษย์ มีการนำดีเอ็นเอไปตรวจ ผู้เชี้ยวชาญระบุว่า ชิ้นส่วนดังกล่าว เป็นขาของชาวเอเชีย ขณะนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนเป็นพิเศษ เพื่อหาความจริงต่อไป ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ พบชิ้นส่วนมุนษย์เพิ่ม บริเวณกรมเจ้าท่า ใกล้สะพานพระราม 5 เป็นแข้ง ขาขวา ขณะที่ ขาซ้าย ลอยติดท่าน้ำวัดเกริน ต.บางกระดี จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่ลงพื้นนำชันสูตรเชื่อมโยงชิ้นส่วนที่พบก่อนหน้าที่ วันนี้ 2 ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า วินมอเตอร์ไซค์พบชิ้นส่วนมุนษย์ส่วนแข้ง ขาด้านขวา ลอยอยู่บริเวณกรมเจ้าท่า ใกล้สะพานพระราม 5 เขตบางสีเมือง สภาพชิ้นส่วนยังปกติไม่เน่าเปื่อย สีขาวซีด และได้ผูกมัดไว้เพื่อป้องกันการลอยไปตามกระแสน้ำ เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ และกำลังนำชิ้นส่วนของมนุษย์ไปชันสูตรว่า มีความเชื่อมโยงกับชิ้นส่วนของร่างมนุษย์ที่พบก่อนหน้านี้หรือไม่ ขณะเดียวกันที่ปทุมธานี ได้รับแจ้งว่า พบชิ้นส่วนมนุษย์ เป็นขาด้านซ้าย ลอยอยู่บริเวณ ท่าน้ำวัดเกริน ต.บางกระดี จ.ปทุมธานี สภาพชิ้นส่วนยังปกติ สีขาวซีด เบื้องต้น เจ้าหน้าตำรวจ ลงพื้นที่และได้นำชิ้นส่วนของมนุษย์ ขึ้นมาจากน้ำแล้ว โดยกำลังรอเจ้าหน้าที่นิติเวช มาตรวจสอบเพิ่มเติมว่า ชิ้นส่วนขาซ้ายที่พบนั้น มีความเชื่อมโยงกับชิ้นส่วนของร่างมนุษย์ที่พบก่อนหน้านี้หรือไม่ อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถระบุได้ว่าชิ้นส่วนที่พบนั้นเป็นของคนไทยหรือชาวต่างชาติ ขอบคุณ INN ....................................................... "พล.ต.ท.ศานิตย์" ส่ง 4 ชิ้นส่วนมนุษย์ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา ให้แพทย์ชันสูตรเป็นเคสเร่งด่วน คาดว่าเป็นชายชาวเอเชีย  วันนี้ 1 ก.พ. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงความคืบหน้ากรณีพบชิ้นส่วนมนุษย์ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา โดยขณะนี้ได้นำชิ้นส่วนทั้งหมด 4 ชิ้น คือ ส่วนศีรษะ แขนขวา ขาขวา และลำตัว ส่งให้แพทย์ชันสูตรอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเป็นเคสพิเศษเพื่อพิสูจน์ DNA และตรวจสอบว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถระบุเวลาที่จะทราบผลชัดเจนได้ แต่เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นชายชาวเอเชีย อย่างไรก็ตามต้องรอผลจากแพทย์ชันสูตรศพก่อน จึงจะดำเนินการสอบสวนขยายผลต่อไป ศานิตย์คาดผลชันสูตรชิ้นส่วนศพจะชัดเจนพรุ่งนี้ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เรียกประชุมชุดสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีพบชิ้นส่วนมนุษย์ที่ลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมเปิดเผยว่า ระหว่างนี้อยู่ระหว่างนำชิ้นส่วนที่พบทั้งหมด ส่งให้สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม หรือ ดีเอ็นเอ ว่าเป็นของบุคคลเดียวกันหรือไม่ และผู้ตายเป็นชนชาติใด ซึ่งจากที่ได้รับรายงาน คาดว่าผู้ตายน่าจะเป็นแขกขาว แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจริงหรือไม่ ขณะเดียวกัน ตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1 กำลังอยู่ระหว่างการประสานงานเพื่อเร่งหาสถานที่เกิดเหตุในการฆาตกรรมว่าอยู่จุดใด แต่จากการสันนิษฐานเบื้องต้น เชื่อว่าน่าจะมีการฆ่าหั่นศพจากบริเวณอื่น ก่อนนำร่างของผู้ตายมาทิ้งเหนือสะพานพระนั่งเกล้า ส่วนผลการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร คาดว่าน่าจะมีผลสรุปได้ภายในวันนี้ หรือพรุ่งนี้ ดังนั้นจึงอยากฝากประชาสัมพันธ์ถึงประชาชนทุกคน หากเชื่อว่าผู้ตายเป็นญาติพี่น้อง หรือบุคคลใดที่คาดว่าจะรู้จักผู้ตาย ให้ติดต่อเพื่อขอดูศพ หรือตรวจพิสูจน์ทราบดีเอ็นเอ ขอบคุณ INN ....................................................... พบอีก! ชิ้นส่วนศีรษะมนุษย์ ถูกเทปพันรอบยัดถุงดำ ลอยใต้ถุนบ้านประชาชนย่านบางศรีเมือง เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบ คาดเป็นคนเดียว เมื่อวันที่ 31 ม.ค. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิได้รับแจ้งจากประชาชนย่านบางศรีเมือง จ.นนทบุรี ว่าพบชิ้นส่วนมนุษย์ส่งกลิ่นเหม็นอยู่ใต้ถุนบ้าน จึงรุดไปตรวจสอบพบ เป็นชิ้นส่วนศีรษะเพศชาย ถูกคุมด้วยถุงดำ มีเทปสีใสพันรอบศีรษะ มีหนวดเครา ผมสั้น และศีรษะล้าน ซึ่งคาดว่าน่าจะเสียชีวิตมานานกว่า 4 วัน เจ้าหน้าที่จึงเคลื่อนย้ายศีรษะมายังวัดตำหนักใต้ พื้นที่ สภ.นนทบุรี และขณะนี้อยู่ระหว่างรอเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม คาดว่าชิ้นส่วนที่พบทั้งหมดน่าจะเป็นบุคคลคนเดียวกัน และยังเหลือชิ้นส่วนแขนซ้ายและขาซ้ายที่ยังไม่พบ ขอบคุณ INN ....................................................... พบอีก ชิ้นส่วนลำตัวมนุษย์ ลอยเจ้าพระยา ที่ท่าน้ำนนทบุรี จนท.เร่งตรวจสอบนำมารวมกับที่พบก่อนหน้านี้ วันนี้ (31ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบชิ้นส่วนมนุษย์เพิ่มเติมอีก โดยเบื้องต้นจุดที่พบคือ ท่าน้ำวัดโพธิ์ทองบน อ.เมือง จ.นนทบุรี โดยเป็นชิ้นส่วนช่วงลำตัวของเพศชาย ซึ่งขณะนี้ จนท.ตร. และกู้ภัยได้นำเอาชิ้นส่วนมาบนฝั่ง และสันนิษฐานว่า อาจจะเป็นชิ้นส่วนของคนเดียวกันกับที่พบก่อนหน้านี้ 2 ชิ้นคือ ช่วงแขน และพบช่วงขา ก่อนหน้านี้ ซึ่งทาง จนท.ตร.สภ.เมืองนนทบุรี และ จนท.กู้ภัย จะได้นำชิ้นส่วนดังกล่าวไปตรวจพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวชต่อไปว่าใช่คนเดียวกันกับที่เจอก่อนหน้านี้หรือไม่ ....................................................... พบชิ้นส่วนแขนมนุษย์ มีรอยถูกของมีคมตัด ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา ตำรวจเร่งตรวจสอบ หวั่นฆาตกรรมหั่นศพ ได้รับแจ้งจากอาสามัครกู้ภัย มูลนิธิร่วมกตัญญู พบชิ้นส่วนมนุษย์ในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณข้างอู่ต่อเรือวัดคหบดี ซ.จรัญสนิทวงศ์ 44 โดยชิ้นส่วนที่พบแขนขวา ตั้งแต่ไหล่ลงมา สภาพซีดขาว และยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็น เพศชายหรือหญิง นอกจากนี้ ยังพบว่ามีร่อยรอย คล้ายถูกของมีคมตัดค่อนข้างชัดเจนโดยสันนิษฐานเบื้องต้นว่าเป็นการฆาตกรรมหั่นศพ ซึ่งขณะนี้ร้อยเวร สน.บวรมงคล เข้าตรวจสอบแล้ว และอยู่ระหว่างรอแพทย์ชันสูตรหาสาเหตุที่ชัดเจน MThai News

'กามเทพเชื่อมรัก' โก๊ะ นิพนธ์ เผย ชีวิตจริงโสดสนิท!
3 ข้อ /  ตัดพ้อ / 

โก๊ะ นิพนธ์ สุดปลื้ม แฟนเพลงยก 'กามเทพเชื่อมรัก' ย้ำ... 'ชีวิตจริงโสดสนิท!' ถือเป็นศิลปินหน้าใหม่ที่มีซิงเกิ้ลออกมาอย่างต่อเนื่องเลยทีเดียวสำหรับ โก๊ะ นิพนธ์ สนธิ นักร้องผู้มีความมุ่งมั่นจากค่ายเยส!มิวสิค ในสังกัดอาร์เอสฯ ที่ก่อนหน้านี้ประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายจากเพลง ตัดพ้อ จนล่าสุดเจ้าตัวและต้นสังกัดไม่รอช้ารีบปล่อยซิงเกิ้ลที่มีเนื้อหาโดนใจคนมีความรัก อย่าง 3 ข้อ ออกมาให้แฟนๆ ได้ซึ้งจนน้ำตาไหลกันทั่วประเทศ แว่วว่างานนี้ โก๊ะ นิพนธ์ ออกอาการปลื้มสุดๆ ที่แฟนเพลงให้การตอบรับอย่างล้นหลาม แถมคู่รักหลายๆ คู่ยังมอบฉายาให้ว่าเป็น 'กามเทพเชื่อมรัก' เพราะสืบเนื่องมาจากผลงานทั้งสองซิงเกิ้ลเป็นกาวใจให้หลายๆ คนได้กลับมารักกันแบบแฮปปี้เอนดิ้ง แต่เรื่องความหวานในชีวิตจริงเจ้าตัวกลับบอกว่าโสดสนิทปิดตายเดียวดายอ้างว้างมานาน... แหม! ร้องเพลงเก่งจนคนกลับมารักกัน แต่ไฉนจึงปล่อยให้ตัวเองโสดขนาดนี้หนอ? "สำหรับเพลง 3 ข้อ จะชัดเจนมากกว่าในเรื่องราวที่จะบ่งบอกถึงคนที่ไม่เข้าใจกัน คนที่ชอบตั้งคำถามหรือสงสัยในความรัก ซิงเกิ้ลนี้จะเป็นตัวแทนให้คุณได้รู้คำตอบและเข้าใจในตัวคนรักของคุณได้เป็นอย่างดี อยากจะบอกว่าจริงๆ แล้วเพลงของผมทั้ง 2 เพลงถูกทำมาเพื่อให้คนเข้าใจในความรักมากขึ้น มีหลายคนนะครับที่ได้ชมมิวสิควิดีโอและฟังเพลง ซึ่งคอมเม้นต์มาค่อนข้างเยอะว่าเพราะทั้ง 2 เพลงนี้ที่ทำให้เห็นความสำคัญของแฟนได้ดีขึ้น หรืออย่างบางครั้งที่ไปเล่นคอนเสิร์ตก็จะมีแฟนๆ บางกลุ่มบางคู่เดินจูงมือมาบอกกับผมว่าเพราะเพลงของพี่เลยนะทำให้ผมกับแฟนได้คืนดีกัน อะไรทำนองนี้ ซึ่งพอได้ยินแบบนี้มันทำให้เราดูเหมือนเป็นกามเทพอย่างไงอย่างงั้นเลย(หัวเราะ) คือปลื้มอย่างบอกไม่ถูกเลยจริงๆ ครับ ก็ต้องขอบคุณคำชมและการตอบรับที่ดีจากแฟนๆ ที่เป็นยิ่งกว่ารางวัลที่ทั้งคนเบื้องหน้าเบื้องหลังฟังแล้วหายเหนื่อยจริงๆ" 3 ข้อ (THREE) : โก๊ะ นิพนธ์ (Koh Niphon) [Official MV] youtube channel : rsfriends ร้องเพลงให้หลายคนรักกันได้ขนาดนี้แล้วชีวิตจริงล่ะ? "ไม่มีเลย แต่อยากจะบอกว่าทั้งสองเพลงที่ผมได้ร้องล้วนมาจากเหตุการณ์ความรักทั้งหมดในชีวิตของผมจริงๆ แต่สำหรับตอนนี้มันเหมือนโตขึ้นเยอะ เราเลยมองความรักมากขึ้นจากตอนที่เป็นวัยรุ่นมากครับ ถ้าพูดไปกลัวจะว่าตอบแบบดาราอีก คือตอนนี้โฟกัสเรื่องงานมากกว่าครับ เพราะมันมีทั้งงานร้องเพลง แล้วก็หันมาทำธุรกิจส่วนตัวกับเพื่อนๆ ศิลปินร่วมค่ายด้วย คิดว่าถ้าทุกอย่างลงตัวหรือพร้อมก็คงได้คุยกับใครที่จริงจังมากขึ้นกว่านี้ แต่ตอนนี้ยังไม่มีแน่นอนครับ" ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

สังคมเสื่อม! นักเรียนสาวเต็มใจปล่อยคลิปโป๊ อ้างอยากดัง
คลิปหลุด /  คลิปโป๊ / 

สังคมเสื่อม! นักเรียนสาวเต็มใจปล่อยคลิปโป๊ อ้างอยากดัง กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์ เมื่อมีการแชร์ภาพของสมาชิกเฟซบุ๊กท่านหนึ่งที่ใช้รูปประจำตัวเป็นรูปเด็กนักเรียน พร้อมกับโพสต์คลิปกำลังทำออรัลเซ็กส์โชว์ โดยเจ้าตัวเผยว่าที่เอาคลิปมาลงไม่ได้ต้องการจะประจานตัวเอง แต่เป็นเพราะอยากดังเอง และอยากโชว์ ซึ่งตนไม่ได้อ้อนวอนให้ใครมากดไลค์หรือกดแชร์แต่คนอื่นเข้ามากดเองทั้งนั้น โดยหลังจากภาพดังกล่าวถูกแชร์ ได้มีชาวสังคมออนไลน์จำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความไม่เหมาะสม ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่นานเพิ่งจะมีกรณีวัยรุ่นเต็มใจโพสต์คลิปตัวเองมีเพศสัมพันธ์กับแฟนโชว์บนโลกออนไลน์ด้วย ส่วนหนึ่งมองว่าเป็นค่านิยมที่ผิดของเด็กสมัยใหม่ที่ต้องการดังบนโลกออนไลน์และอยากเป็นเน็ตไอดอลด้วยวิธีที่ผิดๆ อยากให้ทางผู้ปกครองช่วยสั่งสอนเพื่อปรับทัศนคติและอยากให้ได้รับทราบพฤติกรรมเพื่อนำไปแก้ไขปรับปรุงตัวด่วนๆ ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

แม่ปวดหัว! 7 สิ่งที่คุณแม่เจอประจำ เมื่อลูกสาวเข้าช่วงวัยรุ่น
ครอบครัว /  คุณแม่ / 

      เมื่อ ลูกสาว เข้าสู่วัยแรกรุ่น ก็มีเรื่องเข้ามาให้คุณแม่ปวดหัวเป็นประจำ จนบางทีก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เรื่องแบบนี้บ่นกันเป็นประจำ  แต่คุณลูกก็ไม่เค้ยจะฟังกันเลยสักที จะมีเรื่องอะไรบ้างที่ คุณแม่ต้องเจอกับ คุณลูกสาววัยรุ่นบ้าง มาดูเลย 1.รอยสัก  "แม่ นะนะนะ เดี๋ยวนี้ใครๆเค้าก็สักกัน มีลายสวยๆเยอะแยะ ไม่น่าเกลียดหรอกแม่" เรียกว่าชักแม่น้ำมามากกว่าห้าสาย ยิ่งไปกว่านั้นยังบอกว่ามันเป็นศิลปะอีก โถ่ ลูกเอ๋ย นอกจากจะเจ็บตัวแล้ว หนูยังเสี่ยงกับเชื้อโรคต่างๆนะ! 2.แต่งหน้าเข้ม (จัด) เดี๋ยวนี้ความสวยความงามนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับคุณผู้หญิงเป็นอย่างยิ่ง ยิ่งสำหรับบางคนแล้วสำคัญกว่าเรื่องกว่าปากท้องซะอีกนะ แต่บางทีคุณลูกคนสวยหน้าใส ดันแต่งจะแก่ราวกับสาว 30 คนเป็นแม่อย่างเราก็ได้แต่ห้าม แต่ลูกก็ไม่เค้ยจะฟังกันเลย หน้าใสแบบวัยรุ่นน่ะดีอยู่แล้ว 3.กางเกงขาสั้น(เกินไป) เดินไปทางไหนก็เห็นแต่ใครใส่แต่กางเกงขาสั้น ก็เข้าใจว่าเมืองไทยเป็นเมืองร้อน จะให้ใส่ขายาวกระโปรงบ่อยๆก็ไม่ไหวหรอก แต่บางทีมันก็สั้นเกินไปจนจะยอมให้ลูกใส่ออกนอกบ้านจริงๆ 4.อะไรๆก็เพื่อนตล๊อด ให้ความสำคัญกับเพื่อนกับปาร์ตี้มากเกินไปจนบางครั้ง ลืมไปหรือเปล่าว่าจริงๆแล้วครอบครัวนี่แหละสำคัญที่สุด ไม่มีแม่คนไหนไม่ห่วงลูก เวลาลูกอยู่นอกบ้านหร้อก 5. รองเท้าส้นสูง ใส่ส้นสูงทีไร กลับมาที่บ้าน ก็บ่นเจ็บขาเมื่อยขา เพราะฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจหรอกถ้าจะบ่นลูกสาวตัวแสบ เพราะเป็นห่วงทั้งนั้นแหละ 6.ผอมสำคัญกว่าสุขภาพ ยึดติดกับคำว่าผอมจนเกินไป จนไม่กล้ากินอะไรเล้ย นู่นก็ว่าอ้วนนี่ก็ว่าอ้วน โถ่ วัยกำลังกินกำลังโต กินไปเถอะลูกเอ๋ยย ยังไงก็ต้องห่วงสุขภาพบ้าง 7.เสียเงินกับของฟุ่มเฟือย ของที่บอกว่า จำเป็นนักหนา เอาเข้าจริงซื้อมาได้วันเดียวก็เลิกเห่อแล้ว โถ่ทำไมแม่จะไม่รู้ ตอนเด็กแม่ก็เป็น ทางที่ดีเก็บเงินไว้ทำอย่างอื่นเถอะ เชื่อแม่ แม่อาบน้ำร้อนมาก่อน!!  ที่ทำไปทั้งหมดก็เพราะเป็นห่วงล้วนๆ อาจจะดุมากไปบ้าง แต่ก็เพื่อความปลอดภัยของลูกทั้งนั้นแหละนะ ที่มา Femalefirst ขอบคุณภาพจาก sheknows เรียบเรียงโดย Women Mthai Team    

  เปิดม่านความสำเร็จ  เวที Miss Gossip Girls  แจ้งเกิดสาวสวยประดับวงการ
กิ๊ก กรกมล /  น้ำเพชร สุกัณณิการ์ / 

ถือเป็นเวทีแจ้งเกิดดาราน้องใหม่หลายคนเลยทีเดียวสำหรับเวทีการประกวด Gossip Girls แต่ละปีมีสาวสวยพกพาความมั่นใจมาร่วมประชันความสามารถกันอย่างคับคั่ง ไปส่องดูว่าแต่ละปีที่ผ่านมามีดาราคนไหนที่เคยผ่านการประกวดจากเวที Gossip Girls มาแล้วบ้างไปติดตามดูกันเลย กิ๊ก กรกมล 1. กิ๊ก กรกมล เจริญชัย สาวสวยจากจังหวัดขอนแก่นที่ตัดสินใจลองขึ้นประกวดเป็นเวที Miss Gossip Girls 2010 เป็นครั้งแรก และสามารถชนะใจกรรมการ จนคว้ารางวัลชนะเลิศไปครองสำหรับ กิ๊ก กรกมล เจริญชัย ที่มีผลงานเด่นๆ อาทิ ภาพยนตร์ Art Idol อยากให้เธอรู้ว่ากูติสท์, หอแต๋วแตกแหกนะคะ และซีรีส์ ตี๋ใหญ่ ดับ ดาว โจร ทางช่อง MONO29 วิว ณัฐริกา 2.วิว ณัฐริกา เฝ้าด่าน พอได้ตำแหน่ง Miss Gossip Girls 2013 ก็ได้ขึ้นแท่นเป็นนางเอกซีรีส์เรื่อง อรุณสวัสดิ์ ของทางช่อง MONO29 สำหรับ วิว ณัฐริกา เฝ้าด่าน สาวสวยจากโคราช ล่าสุดก็เพิ่งจะฟิตติ้งละครเรื่องใหม่ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรเดอะซีรีส์ ในบท เลอขิ่น งานนี้ได้ยิงธนู บู๊กระจาย แบบไม่เหลือเค้าความเป็น Miss Gossip Girls ถุงแป้ง ภัทรวดี 3.ถุงแป้ง ภัทรวดี เหลาสา ใกล้จะได้อำลาตำแหน่งสำหรับ Miss Gossip Girls 2014 อย่าง ถุงแป้ง ภัทรวดี เหลาสา ที่กำลังจะมีผลงานละครเรื่องแรกอย่าง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรเดอะซีรีส์ ทางช่อง MONO29 ในบท วิไลกัลยา ที่เพิ่งจะผ่านการฟิตติ้งไป ซึ่งตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา เธอก็ฟิตซ้อมเรียนการแสดงอย่างหนักสำหรับผลงานประวัติศาสตร์เรื่องนี้ มิ้นท์ บารมิตา ซูกัส อรวีณ์ 4.มิ้นท์ บารมิตา-ซูกัส อรวีณ์ G20 สองสาวศิลปินจากวง G20 มิ้นท์ บารมิตา สาครจันทร์ และ ซูกัส อรวีณ์ เหลืองวิบูลย์พร ก็ติดเป็น 1 ใน 20 สาวสวย บนเวที Miss Gossip Girls 2010 ซึ่งสาวมิ้นท์สามารถคว้าตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 2 ไปครอง ส่วนสาวซูกัสแม้จะไม่ได้ตำแหน่งอะไรเลย แต่เพื่อนๆ ทุกคนที่ร่วมประกวด ก็ยกให้เธอเป็นตัวแม่ในเรื่องการแดนซ์ จนทำให้ค่าย MONO MUSIC ดึงทั้ง 2 สาวเข้าร่วมวง G20 หญิงแย้ นนทพร 5.หญิงแย้ นนทพร ธีระวัฒนสุข เน็ตไอดอลรั่วตัวแม่ของวงการอย่าง หญิงแย้ นนทพร ธีระวัฒนสุข ก็เคยมาประกวดบนเวที Miss Gossip Girls 2008 รุ่นเดียวกับสาวดาร์ลิ่ง และสามารถเข้ารอบ 1 ใน 20 คนสุดท้าย แต่ถึงสุดท้ายเธอจะไม่ได้ตำแหน่งอะไรติดไม้ติดมือก็ตาม แต่ทุกวันนี้หญิงแย้ก็แจ้งเกิดสุดๆ กับการเป็นเจ้าแม่รีวิว เน็ตไอดอล พิธีกร นักแสดง รวมไปถึงกูรูด้านศัลยกรรม เบญ เรวิญานันท์ 6.เบญ เรวิญานันท์ ทาเกิด เปรี้ยงปร้างสุดๆ กับบทนางงามร้ายลึก ลูกโซ่ ในละครเรื่อง สงครามนางงาม ทำให้สาวสวยจาก จ.ลำพูน แจ้งเกิดเป็นดาวรุ่งดวงใหม่ของวงการทันที สำหรับ เบญ เรวิญานันท์ ทาเกิด นักแสดงในสังกัดค่ายเอ็กแซ็กท์ ที่ครั้งหนึ่งเธอก็เคยมาประกวดเวที Miss Gossip Girls 2011 และคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่งจากเวทีนี้ไปครอง ดาร์ลิ่ง อารดา 7. ดาร์ลิ่ง อารดา อารยวุฒิ เน็ตไอดอลสายแบ๊ว และอดีตศิลปินสมาชิกวง ชูการ์ อายส์ อย่าง ดาร์ลิ่ง อารดา อารยวุฒิ ที่เวลานี้กำลังได้ดิบได้ดีกับการเป็นนักแสดงของทางช่อง 3 ซึ่งเมื่อปี 2008 เวที Miss Gossip Girls ก็เลือกให้เธอเข้ารอบเป็น 1 ใน 20 สาวสวยสุดมั่น ซึ่งสาวดาร์ลิ่งก็โชว์ความสามารถในการร้องเพลงสากลที่เธอถนัด และแม้ว่าเธอจะไม่ได้ตำแหน่งอะไรก็ตาม แต่ปัจจุบันผลงานของเธอทุกชิ้นก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เฟิร์น ฐิตินันท์ 8.เฟิร์น ฐิตินันท์ สุวรรณถาวร นักแสดงสาวสวยจากวิกหมอชิตอย่าง เฟิร์น ฐิตินันท์ สุวรรณถาวร ก็เคยแจ้งเกิดด้วยการคว้าตำแหน่งชนะเลิศจากการประกวดบนเวที Miss Gossip Girls 2005 จากนั้นเธอก็ได้มีโอกาสเซ็นสัญญาเป็นนักแสดงกับทางช่อง 7 จนมีผลงานละครที่โดดเด่นออกมากมาย และทุกวันนี้สาวเฟิร์นก็ยังคงมีผลงานกับทางช่อง 7 ออกมาอย่างต่อเนื่อง ยิหวา ปรียากานต์ 9.ยิหวา ปรียากานต์ ใจกันทะ กำลังจะเป็นดาวรุ่งดวงใหม่ของทางช่อง 3 สำหรับ ยิหวา ปรียากานต์ ใจกันทะ ที่เคยมาคว้าตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับหนึ่งจากเวที Miss Gossip Girls 2012 และเร็วๆ นี้ เธอกำลังจะมีผลงานละครเรื่อง ประทีปรักแห่งใจ ละครชุด แม่ของแผ่นดิน ในฐานะนางเอกเต็มตัวประกบคู่กับพระเอกดาวรุ่งอย่าง อาโป ณัฐวิญญ์ ที่แจ้งเกิดจากบท ธนา ในละครเรื่อง สุดแค้น แสนรัก น้ำเพชร สุณัณณิการ์ 10.น้ำเพชร สุณัณณิการ์ กฤษณสุวรรณ มาแรงแซงทางโค้งคนอื่นๆ สำหรับนางงามสุดแซบ น้ำเพชร สุณัณณิการ์ กฤษณสุวรรณ ก็เคยมาโชว์ความสามารถรำไทยบนเวที Miss Gossip Girls 2012 ซึ่งเธอก็ติดเข้ารอบ 1 ใน 20 สาวสวย และร่วมเก็บตัวจนเสร็จสิ้นภารกิจแบบไร้ปัญหา และมีชื่อเดิมในการประกวดว่า เอมี่ เอมิกานต์ รัชตะจิราโชติ์

รู้คำตอบแล้ว ทำไมต้องเรียนเลข เรียนเพื่ออะไร?
ปัญหาวัยรุ่น /  วิชาคณิตศาสตร์ / 

น้องๆ หลายคนข้องใจเรียนเลขเพื่ออะไร...? นอกจากหลักสูตรที่ใช้บวก ลบ คูณ หาร ในชีวิตประจำวันแล้ว ยังต้องเรียนเลขขั้นสูงที่ต้องใช้สูตรมากมาย ไหนจะต้องถอดสแควร์รูท  ย้ายสมการ หารสั้น บลาๆๆ อีกมาก จนปวดหัวกันไปเป็นแถบๆ กลายเป็นปัญหาวัยรุ่นแต่ก็มีน้องๆ อีกหลายคนที่เขามีคำตอบให้กับคำถามนี้แล้วเช่นกัน เราลองไปฟังพวกเขาพร้อมๆ กันเลย...รู้คำตอบแล้ว ทำไมต้องเรียนเลข เรียนเพื่ออะไร? รู้คำตอบแล้ว ทำไมต้องเรียนเลข เรียนเพื่ออะไร? เนื้อหาข้อมูลทั้งหมดนี้เป็นของ teen.mthai.com

ไทม์ไลน์ฉบับย่อ หลังเตียงหัก ชายลึกลับแฉ 'ทับทิมนอกใจปลื้ม'
คลิปเสียง /  ทับทิม / 

บุคคลปริศนา อ้างเป็นน้อง ปลื้ม แฉสนั่นออนไลน์ 'ทับทิม' อดีตภรรยา พร้อมแนบคลิปเสียงยัน เกิดการแชร์เรื่องราวของปมดราม่า อดีตคู่สามีภรรยา ปลื้ม สุรบถ และ ทับทิม มัลลิกา หลังจากที่ทั้งคู่ออกมายอมรับว่า 'เตียงหัก' พร้อมทั้งลดสถานะเหลือเพียงแค่เพื่อน โดย สาวทับทิม ขอลาออกจากรายการ VRZO พร้อมทั้งมีการปล่อยภาพแฉฝ่ายชาย เกี่ยวกับหญิงสาวมือที่ 3 ซึ่งฝ่ายชายยืนยันว่าไม่มีเรื่องเกินเลย พร้อมทั้งกล่าวว่าจะดำเนินคดีกับผู้ที่นำเรื่องมาประติดประต่อกัน เรื่องยังไม่จบเพียงเท่านั้น มีประเด็นต่อคือ มารดาของ ปลื้ม สุรบถ ได้โพสต์รูปภาพผ่านไอจีส่วนตัว แสดงให้เห็นเหตุการณ์ขณะที่ตนกำลังเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจถึง 6 กระทง เกี่ยวกับการกระทำของอดีต 'ลูกสะใภ้' จนเกิดกระแสวิพากษ์ไปทั่วทุกสารทิศ กระนั้นวานนี้เพจ Black Hat โพสต์คลิปเสียงหญิงสาวปริศนา พร้อมเช็คอินสถานที่ "พัฒนาการ 46 สัมภาษณ์งานรายการ VRZO VRZO VRZO!!!!!" ซึ่งหญิงสาวลึกลับในคลิปบอกเล่าความสัมพันธ์ของตนเองกับหนุ่มปริศนา ฟันธงเสียงหญิงสาวคนในคลิปว่า เหมือนกับ สาวอักษรย่อ บต. หนึ่งในทีมงานรายการ VRZO ซึ่งตอนนี้เจ้าตัวได้ปิดทุกช่องทางออนไลน์ ส่วนตัวไปแล้ว ยังไม่จบเพียงเท่านั้น วันนี้ มีการแชร์ภาพ แคปเจอร์ ของเรื่องราว ที่ถูกเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์พันทิปของ 'บุคคลปริศนา' ที่อ้างตัวว่าเป็นน้องคนหนึ่งของปลื้ม พร้อมทั้งแฉเรื่องราวของอดีตภรรยา ถึงความไม่เป็นธรรม ที่สังคมรุมประณามฝ่ายชายแต่ฝ่ายเดียวหลังจากที่ทั้งคู่เลิกกัน IG : tubtimofficial พร้อมกันนี้ยังได้แฉเรื่องราวว่า 'ขณะที่พี่ปลื้มคบกับพี่ทับทิมจะมีผู้ชายแอบคุยในLINEตลอด พอพี่ปลื้มจับได้ก็จะทำเป็นโชว์ว่าจะเลิกคุยๆแต่สุดท้ายก็ยังแอบคุยกันอยู่ดี ไม่ว่าจะเป็นแฟนเก่าที่เป็นดารา หรือคนเก่าๆที่เคยเป็นข่าว เวลาทะเลาะกันพี่ทับทิมก็จะชอบโทรหาให้ผู้ชายมารับและหายไปสองวัน พี่ปลื้มจับได้ตั้งแต่เริ่มคบกับพี่ทับทิมใหม่ๆแล้วแต่ยังไม่ยอมเลิกจนทุกวันนี้ ซึ่งเป็นกิ๊กเก่าและชอบขับรถมารับละหายไปเป็นวันๆเป็นดาราอักษรนำ "ช" ส่วนเหตุการณ์สุดท้ายที่ทำให้ความอดทนทั้งหมดของพี่ปลื้มหมดไปนี่เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้น วันที่ 29 พฤศจิกายน 2559 (ซึ่งพี่ทับทิมกับพี่ปลื้มยังไม่เลิกกัน) เหตุการณ์เกิดที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านตลาดนัดรถไฟ ซึ่งพี่ทับทิมกับผู้ชายชื่อ ....ได้ไปทำเรื่องน่าเกลียดกันในร้านแห่งนั้นในมุมมืดๆ แต่ก็เพิ่งมารู้ตัวว่าร้านนั้นมีกล้องวงจรปิด ตอนนั้นผมได้ไปช่วยงานที่ร้าน...ที่อยู่ตรงแถวนั้นพี่ทับทิมจึงlineมาหาผมและส่งข้อความเสียงมาตามข้างล่างนี้่' https://youtu.be/5G_LjDEJZPE อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กระทู้ดังกล่าวได้ถูกลบออกไปจากเว็บไซต์แล้ว แต่กระนั้น เรื่องดังกล่าวกลับไม่รอดพ้นมือดี บันทึกเรื่องราวเอาไว้ได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามว่า จะมีการออกมาชี้แจงความจริงเรื่องดังกล่าวจากทั้งคู่หรือไม่ หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป... ที่มา nantapat.paru

อาลัย!! 4 คนบันเทิงผู้ยิ่งใหญ่ “มิตร-พุ่มพวง-บิ๊ก-ปอ”
ปอ ทฤษฎี /  ข่าวปอ ทฤษฎี ล่าสุด / 

เป็นสัจธรรมที่ว่ามีเกิดขึ้นก็ต้องมีดับไป และการสูญเสียที่เกิดขึ้นแก่คนในวงการบันเทิงที่ผ่านมาก็มีไม่น้อย แม้ตัวจะจากไปแล้วแต่พวกเขาได้สร้างความดี ความประทับใจ เป็นคนบันเทิงผู้ยิ่งใหญ่ และยังคงอยู่ในใจเสมอ!!! ฮีโร่แห่งตำนาน “มิตร ชัยบัญชา” มิตร ชัยบัญชา เป็นตำนานที่น่าจดจำสำหรับฮีโร่วีระบุรุษชุดดำขวัญใจมหาชน ซึ่งโด่งดังในบทของ อินทรีแดง มิตร ชัยบัญชา เริ่มเข้าสู่วงการบันเทิงไทยช่วงปลายปี 2499 และเป็นพระเอกภาพยนตร์ไทยในช่วง พ.ศ.2500 – 2513 รวมผลงานในขณะนั้น 266 เรื่องจากทั้งสิ้น 300 กว่าเรื่อง ซึ่ง มิตร ชัยบัญชา มีผลงานการแสดงที่โดดเด่นมากและหลากหลายทุกแนว ไม่ว่าจะเป็นบทบู๊ รัก ตลก หรือ ดราม่า เขาทำได้หมด มิตร ชัยบัญชา ภาพยนตร์อินทรีแดง เมื่อวันที่ 8 ต.ค.2513 มิตร ชัยบัญชา เสียชีวิตขณะถ่ายทำฉากโหนบันไดเชือกเฮลิคอปเตอร์ซึ่งเป็นฉากสุดท้ายจากภาพยนตร์เรื่อง อินทรีทอง ในภาพยนตร์ชุด อินทรีแดง เรื่องที่ 6 ที่ มิตร ชัยบัญชา แสดงในบท โรม ฤทธิไกร หรือ อินทรีแดง โดยเขาตกลงว่าจะแสดงฉากนี้ด้วยตัวเอง แต่ด้วยความผิดพลาดทางเทคนิคและแรงกระตุกของเครื่องบิน ทำให้เขาไม่ได้เหยียบบนบันได ต้องโหนตัวอยู่เป็นเวลานาน และได้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าโดยการใช้ข้อมือซ้ายเกี่ยวพันกับบันไดลิง แต่เชือกบากข้ดมือจนเกือบขาด เขาจึงตัดสินใจแกะเชือกที่รัดข้อมือแล้วปล่อยตัวลงมา โดยตั้งใจว่าจะลงสู่บึง แต่ด้วยแรงลมทำให้เขาตกลงมากระแทกพื้นตรงจอมปลวก จากความสูง 300 ฟุต เสียชีวิตทันที มิตร ชัยบัญชา ภาพยนตร์อินทรีทอง ศพของ มิตร ชัยบัญชา ตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดแคนางเลิ้ง หลังจากครบ 100 วัน มีการพระราชทานเพลิงศพโดยได้ย้ายจากวัดแคนางเลิ้งไปวัดเทพศิรินทร์ มีประชาชนหลั่งไหลไปร่วมงานกว่า 3 แสนคนมากที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ และได้มีการตั้งศาลบริเวณ หาดจอมเทียน พัทยาใต้ สถานที่ที่ มิตร ชัยบัญชา เสียชีวิต และได้มีการปรับปรุงสร้างรูปหล่อของ มิตร ชัยบัญชา ในชุดอินทรีทอง ไว้ที่ศาลด้วย หลังจากนั้นช่วง พ.ศ.2549 – 2550 มีการรวมใจสร้างอนุสรณ์สถานมิตร ชัยบัญชา พร้อมหุ่นไฟเบอร์กลาส ที่บ้านไสค้าน จ.เพชรบุรี บ้านเดิมของ มิตร ชัยบัญชา ฮีโร่ในตำนานด้วย มิตร ชัยบัญชา มิตร ชัยบัญชา โปสเตอร์ภาพยนตร์ มิตร ชัยบัญชา ราชินีลูกทุ่ง “พุ่มพวง ดวงจันทร์” พุ่มพวง ดวงจันทร์ พุ่มพวง ดวงจันทร์ หรือ ผึ้ง นักร้องเพลงลูกทุ่ง เจ้าของฉายา ราชินีลูกทุ่ง ผู้มีน้ำเสียงไพเราะ โดดเด่น จำเนื้อเพลงได้โดยที่เธอไม่รู้หนังสือ และยังเป็นแม่แบบให้กับนักร้องรุ่นหลัง แม้จะไม่ได้เรียนและอ่านหนังสือไม่ออก แต่ความจำดีเยี่ยม เริ่มหัดร้องเพลงและเข้าประกวดตามงานต่างๆ ตั้งแต่อายุ 8 ปี โดยใช้ชื่อว่า น้ำผึ้ง ณ ไร่อ้อย พุ่มพวง ดวงจันทร์ เมื่อไวพจน์ เพชรสุพรรณ นำวงดนตรีมาแสดงที่วัดทับกระดาน และได้เห็นความสามารถของผึ้งจึงรับเป็นบุตรบุญธรรมและพาไปอยู่กรุงเทพฯ ก่อนที่จะแต่งเพลงและอัดแผ่นเสียงชุดแรกให้ ชื่อเพลง แก้วรอพี่ เพลงแต่งแก้กับเพลง แก้วจ๋า โดยใช้ชื่อในการร้องเพลงว่า น้ำผึ้ง เมืองสุพรรณ และได้แยกออกจากวงดนตรีของไวพจน์ ไปอยู่วงดนตรีอื่นๆ ในเวลาต่อมา ครูเพลงลูกทุ่งชื่อดัง มนต์ เมืองเหนือ รับเป็นลูกศิษย์ และเปลี่ยนชื่อให้เป็น "พุ่มพวง ดวงจันทร์" ได้รับบันทึกเสียง และได้ตั้งวงดนตรีเป็นของตนเองมีเพลงดังมากมาย อาทิ หนูไม่รู้, หนูไม่เอา, ตั๊กแตนผูกโบว์ ฯลฯ และมีงานภาพยนตร์หลายเรื่อง พุ่มพวง ดวงจันทร์ พุ่มพวงได้รับรางวัลพระราชทานเสาอากาศทองคำพระราชทาน จากสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาฯ ในปี พ.ศ.2521 จากเพลง “อกสาวเหนือสะอื้น” นอกจากนี้ ยังได้เป็นผู้ร้องเพลง "ส้มตำ" พระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ พุ่มพวง ดวงจันทร์ ช่วงบั้นปลายของชีวิต พุ่มพวง ดวงจันทร์ ป่วยเป็นโรตไตขั้นรุนแรง จนต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลหลายแห่ง ขณะเดียวกันก็มีกระแสข่าวทะเลาะกับสามี ไกรสร แสงอนันท์ กระทั่ง พุ่มพวง ย้ายตัวมารักษาที่โรงพยาบาลศิริราช พบว่าเธอป่วยด้วยโรคเอสแอลอี หรือ โรคแพ้ภูมิตัวเอง อาการขั้นรุนแรง ลุกลามถึงไต ในเวลาต่อมาแพทย์เจ้าของไข้ได้เปิดเผยว่าอาการของพุ่มพวงดีขึ้น แต่ทางด้านญาติของพุ่มพวงมีความเห็นว่าควรรักษาด้วยไสยศาสตร์ จึงพาพุ่มพวงไปรักษาด้วยวิธีทางไสยศาสตร์ที่ จ.พิษณุโลก หลังจากกราบไหว้พระพุทธชินราช พุ่มพวงก็เกิดอาการช็อกและหมดสติ ญาตินำส่งโรงพยาบาลพุทธชินราช กระทั่งถึงแก่กรรมอย่างสงบในวันที่ 13 มิ.ย.2535 พุ่มพวง ดวงจันทร์ ได้มีการจัดพิธีพระราชทานเพลิงศพของ พุ่มพวง ดวงจันทร์ ที่วัดทับกระดาน อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 2535 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธี นอกจากนี้ยังมีการสร้างหุ่นพุ่มพวง ตั้งอยู่ในศาลาริมสระน้ำ วัดทับกระดาน ซึ่งมีการจัดงานรำลึกถึงพุ่มพวงทุกปี ช่วง 13-15 มิ.ย. ซึ่งเป็นวันครบรอบการเสียชีวิตของเธอ และได้มีการนำชีวิตของ พุ่มพวง ดวงจันทร์ มาสร้างเป็นละครและภาพยนตร์อย่างต่อเนื่อง พุ่มพวง ดวงจันทร์ หุ่นขี้ผึ้ง พุ่มพวง ดวงจันทร์ “บิ๊ก ดีทูบี” บอยแบนด์ขวัญใจวัยรุ่น บิ๊ก ดีทูบี บิ๊ก อภิเชษฐ์ กิตติกรเจริญ หนึ่งหนุ่มบอยแบนด์ในสมาชิกวงดีทูบี ค่าย อาร์เอสฯ เข้าสู่วงการด้วยการประกวดร้องเพลงโครงการ Panasonic Star Challange และมีผลงานถ่ายแบบ ถ่ายโฆษณาตามลำดับก่อนจะมาเป็นสมาชิกวงดีทูบี ขณะที่วงดีทูบี กำลังโด่งดังถึงขีดสุด บิ๊กเกิดประสบอุบัติเหตุขับรถยนต์ส่วนตัวตกคูน้ำย่านศรีนครินทร์ในวันที่ 22 กรกฎาคม 2546 ซึ่งบิ๊กมีอาการน้ำคำท่วมปอด แต่การรักษาเป็นไปได้ด้วยดี บิ๊กสามารถทักทายแฟนเพลงได้อีกครั้งด้วยการชูสองนิ้วสู้ตาย พร้อมการเขียนเป็นตัวอักษรบอกแฟนๆ ว่า "ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วงครับเจอกันแน่นอนครับ" ก่อนที่บิ๊กจะอาการโคม่า บิ๊ก ดีทูบี แพทย์ตรวจพบเชื้อรา Scedosporium ในสมอง ซึ่งโอกาสรอดชีวิตมีเพียง 0.01% เท่านั้น และได้เปลี่ยนชื่อเป็น ปาณรวัฐ ซึ่งเป็นชื่อขอพระราชทานจากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช มีความหมายว่า "ผู้มีชีวิตอยู่ตามคำขอ" เพื่อเป็นศิริมงคล บิ๊ก ดีทูบี ภายหลังการรักษาด้วยวัคซีนเฉพาะโรคและได้รับกำลังใจอย่างมากมาย บิ๊กรอดชีวิตและออกจากห้องไอซียูในเวลาต่อมา แต่กลายเป็นเจ้าชายนิทราซึ่งสร้างความเศร้าโศกแก่แฟนเพลงเป็นอย่างมาก บรรดาแฟนคลับต่างทั้งสวดมนต์ พับนกกระเรียน และทำทุกวิถีทางที่จะช่วยให้บิ๊กกลับมา แต่เบื้องหลังการดูแลบิ๊กทั้งหมดก็คือ นายอุดมและนางยุพา กิตติกรเจริญ คุณพ่อคุณแม่ของ บิ๊ก ที่อยู่เคียงข้างลูกชายเสมอ บิ๊ก ดีทูบี สุดท้าย บิ๊ก ได้เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2550 ด้วยอาการติดเชื้อในกระแสเลือดทางปอดที่โรงพยาบาลศิริราช หลังเป็นเจ้าชายนิทราจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ถึง 4 ปี ด้วยวัยเพียง 25 ปีเท่านั้น ในช่วงที่เขาโด่งดังถึงสุดขีด บีม - แดน - บิ๊ก วงดีทูบี บีม - แดน - บิ๊ก วงดีทูบี "ปอ ทฤษฎี" พระเอกนิสัยดีตลอดกาล ปอ ทฤษฎี ปอ ทฤษฎี สหวงษ์ เกิดเมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2523 เป็นชาว จ.บุรีรัมย์ เริ่มเข้าสู่วงการบันเทิงด้วยการเป็นนายแบบโฆษณา กระทั่งได้รับรางวัลสุดยอดหนุ่มคลีโอ ปี 2004 ทางบางกอกดราม่า ค่ายละครของช่อง 3 เห็นแววจึงเรียกเข้าไปแคสงาน หลังจากผ่านการแคสติ้งได้เข้าเรียนการแสดงกับช่อง 3 และได้เล่นละครเรื่อง “ลิขสิทธิ์หัวใจ” เป็นเรื่องแรกโดยแสดงคู่กับ แพท ณปภา ตันตระกูล ในนามของ Power 3 และมีผลงานละครอย่างต่อเนื่อง 30 เรื่องด้วยกัน สำหรับละครที่โด่งดังสร้างชื่อเสียงให้กับเขาก็คือเรื่อง ผู้ใหญ่ลีกับนางมา, ทัดดาว บุษยา, ดาวเรือง, ต้มยำลำซิ่ง ซึ่งละครเรื่อง “สาวน้อยร้อยล้าน” กำลังออนแอร์ในปัจจุบัน และละคร “ท่านชายกำมะลอ” มีกำหนดออนแอร์ในปี 2559 นี้ ปอ ทฤษฎี และจากการรับบทหนุ่มบ้านๆ จากละคร ผู้ใหญ่ลีกับนางมา ปอ ทฤษฎี จึงได้รับฉายาว่า “พระเอกภูธร” และ ปอก็ยังค้นพบตัวเองหันมาใช้ชีวิตแบบพอเพียง ทำอาชีพชาวนาจริงๆ จนได้รับเสียงชื่นชมว่าเป็นพระเอกติดดินใช้ชีวิตไม่ฟุ้งเฟ้อ ปอ ทฤษฎี นอกจากนี้ ปอ ทฤษฎี ยังมีผลงานอื่นๆ อีกมากมายทั้งงานร้องเพลง งานภาพยนตร์ พากษ์เสียงภาพยนตร์ ละครเวทีอิงประวัติศาสตร์เรื่อง "นางเสือง" และละครเพลงกลางแจ้ง "พระมหาชนก เดอะ ฟีนอมินอลไลฟ์โชว์" ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ 87 พรรษา 5 ธันวาคม 2557 ปอ ทฤษฎี ในเดือนสิงหาคม 2558 ปอ ทฤษฎี รับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งด้วยโรคไข้เลือดออก และถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ตั้งแต่วันที่ 9 พ.ย. 2558 อาการของ ปอ ทฤษฎี ทรุดหนักเข้าขั้นวิกฤติ เกิดภาวะตับวายและไตวายเฉียบพลัน มีภาวะตกเลือดอย่างมากในโพรงเยื่อหุ้มปอดข้างซ้าย มีอาการหายใจผิดปกติ หัวใจเต้นผิดจังหวะ แพทย์จึงใช้เครื่องมือฟอกไต และเครื่องมือพยุงการหายใจนับตั้งแต่นั้น และได้มีการตัดขาเหนือข้อเท้าข้างซ้าย ตัดปอดซ้าย และรับการผ่าตัดเป็นระยะๆ เพื่อพยุงอาการตามลำดับ ปอ ทฤษฎี แต่ต่อมาอาการของ ปอ ทฤษฎี ก็ทรุดลงอย่างหนักเนื่องจากการติดเชื้อที่ปอดข้างขวา ลุกลาม จนสุดท้ายร่างกายไม่ตอบสนองต่อการรักษา และเสียชีวิต ณ โรงพยาบาลรามาธิบดีเมื่อวันที่ 18 ม.ค. 2559 เมื่อเวลา 11.50 น. ก่อนวันเกิดของ ปอ ทฤษฎี อีก 5 วันก็จะครบอายุ 36 ปีบริบูรณ์ พิธีพระราชทานเพลิงศพ ปอ ทฤษฎี ร่างของ ปอ ทฤษฎี ได้ถูกนำไปทำพิธีที่วัดกลางอารามหลวง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ โดยมีประชาชนมาร่วมแสดงความไว้อาลัยอย่างหนาแน่น และมีพิธีพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 24 ม.ค.2559 ทั้งนี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงประทานผ้าไตร - ดอกไม้จันทน์ ในพิธีพระราชทานเพลิงศพ ปอ ทฤษฎี ด้วย ปอ ทฤษฎี - น้องมะลิ ขณะที่รักษาตัวอยู่โรงพยาบาล โบว์ แวนดา ภรรยาสาว ได้พา น้องมะลิ พาขวัญ สหวงษ์ ซึ่งเป็นลูกสาวของ ปอ ทฤษฎี มาเยี่ยมอยู่เสมอ ซึ่ง ปอ ทฤษฎี ยังไม่เคยเปิดเผยภรรยาและลูกต่อหน้าสื่อมาก่อนสร้างความเซอร์ไพร้สให้แฟนละครไม่น้อย แต่ความน่ารักของน้องมะลิก็ทำให้เธอกลายเป็นขวัญใจมหาชนไปซะแล้ว และแม้พระเอกหนุ่มจะลาจากไปแล้ว แต่ความดีที่ ปอ ทฤษฎี ได้เคยทำไว้ ค่อยๆ หลั่งไหลพรั่งพรูให้เราได้รับรู้และถือเป็นแบบอย่างในการทำดีต่อไป... ปอ ทฤษฎี - น้องมะลิ ปอ ทฤษฎี - น้องมะลิ - โบว์ แวนดา ขอบคุณภาพจาก www.thaifilm.com, FB พุ่มพวง ดวงจันทร์, บิ๊ก ดีทูบี อภิเชษฐ์ กิตติกรเจริญ, IG portid

แสบมาก สาวเลสเบี้ยนไม่มีเงินทำลูก หลอกฟันผู้ชายทำให้ท้องแล้วทิ้ง
ท้อง /  หลอกฟันผู้ชาย / 

สาวเลสเบี้ยน หลอกล่อผู้ชายให้มามีเพศสัมพันธ์ด้วย จนตั้งท้อง ก่อนเชิดหนีไปอยู่กับแฟนสาว เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ต่างประเทศ เผยแพร่เรื่องราวของ คาฟายัต อะเดโกเค หญิงวัย 30 ปี ชาวไนจีเรีย ซึ่งอาศัยอยู่ในอังกฤษ ที่มีรสนิยมรักร่วมเพศแบบเลสเบี้ยน เธอคิดอยากจะมีลูก แต่ไม่มีทุนในการทำเด็กหลอดแก้ว จึงวางแผนบางอย่าง โดยไม่ต้องเสียเงินเลยสักบาท สาวเลสเบี้ยนรายนี้ เผยว่า ค่าใช้จ่ายในการทำเด็กหลอดแก้วสูงเกินไป เพราะลำพังตัวเธอเป็นเพียงนักแสดงตัวประกอบและพนักงานในสถานีโทรทัศน์คนหนึ่งเท่านั้น เธอจึงหลอกคบกับชายหนุ่มหลายคน พร้อมทั้งมีเพศสัมพันธ์ รวมถึงหลอกถามประวัติส่วนตัว เช่น กรุ๊ปเลือด ประวัติทางการแพทย์ และภูมิหลังของครอบครัว ในช่วงเวลา 1 ปี เธอมีความสัมพันธ์กับชายหนุ่มทั้งสิ้น 3 คน ซึ่งคนสุดท้าย คือพ่อของลูก เป็นเพื่อนร่วมงานในตำแหน่งวิศวกรสตูดิโอ ของสถานีโทรทัศน์ที่คาฟายัตทำงานอยู่ ส่วนสาเหตุที่เธอเลือกชายหนุ่มคนนี้เป็นพ่อของลูก เนื่องจาก “เขาดูดี ฉลาด และมีไหวพริบ โดยเธอตั้งท้องหลังจากมีความสัมพันธ์กับเขาได้เพียง 2 ครั้ง หลังจากนั้นเธอบอกเลิกเขาเมื่อเธอตั้งท้องได้ 2 เดือน และบอกความจริงทุกอย่าง ว่าเธอคบกับเขา เพราะเหตุใด โดยที่ฝ่ายชายโกรธจัด ทำให้คาฟายัตต้องย้ายออกจากเมืองเดิม มุ่งหน้าสู่เมืองลีดส์เพื่อศึกษาต่อในสาขาภาพยนตร์และสื่อโทรทัศน์ มหาวิทยาลัยทรินิตี้ กับแฟนสาววัย 26 ปี ทว่าทั้งคู่มีแผนจะแต่งงานกันในไม่ช้า ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News ที่มา mirror

แค่มองหน้า! โจ๋ยกพวกใช้ 'ช้อนส้อม' แทงอริดับสยอง
คู่อริ /  ทะเลาะวิวาท / 

เกิดเหตุวัยรุ่นมองหน้าเขม่นกัน ก่อนตามมาดักรุมทำร้ายใช้ 'ช้อนส้อม' แทงยับ 21 แผล ดับสยองคาถนนบริเวณใต้สะพานข้ามแยกวงศ์สว่าง วันนี้ 8 ก.พ. ตำรวจ สน.ประชาชื่น รับแจ้งเหตุกลุ่มวัยรุ่นทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกายถูกแทงจนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต บริเวณใต้สะพานข้ามแยกวงศ์สว่าง ช่วงหน้าห้างบิ๊กซี สาขาวงศ์สว่าง แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กทม. ที่เกิดเหตุพบศพนายชินวัตร งามเนตร อายุ 22 ปี ถูกแทงที่ลำตัวด้านหน้า 8 แผล ด้านหลังอีก 13 แผล ใกล้กันพบช้อนส้อมสภาพหักงอ มีคราบเลือดติดอยู่ จากการสอบสวนนายเปรม เพื่อนผู้ตาย ให้การว่า ตนพร้อมผู้ตายและเพื่อนๆรวม 8 คน ได้นัดกันดูถ่ายทอดสดฟุตบอลและดื่มกินกันที่ร้านทีบาร์ ย่านประชาชื่น เมื่อฟุตบอลจบลง ตนพร้อมด้วยนายธัชพงศ์ และนายชินวัตร ขอตัวกลับบ้านพักในซอยวงศ์สว่าง 4 โดยขี่จยย.ซ้อน 3 กันมา โดยมีนายธัชพงศ์ เป็นคนขับ ตนเองนั่งกลางและนายชินวัตร นั่งซ้อนคนสุดท้าย เมื่อมาถึงบริเวณแยกวงศ์สว่าง พบกลุ่มวัยรุ่นขี่จยย. จำนวน 3 คันซ้อนท้ายกันมาคันละ 2 คน ติดไฟแดงอยู่ฝั่งตรงข้าม ซึ่งต่างคนต่างมองหน้ากัน พวกตนไม่ได้คิดอะไร ขับรถต่อไป เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวได้ขับตามมา ก่อนจะลงมาทำร้ายพวกตน จนทำให้นายนายชินวัตร ถูกแทงเสียชีวิต และนายธัชพงศ์ ถูกแทงเข้าที่หน้าอก 1 แผล ส่วนตนถูกแทงเข้าที่ข้อเท้าด้านซ้าย บาดเจ็บเล็กน้อย ซึ่งตนยืนยันว่าขณะที่ดื่มกินอยู่ที่ร้านที บาร์ กลุ่มของตนไม่ได้มีปัญหาหรือทะเลาะกับใครแต่อย่างใด แต่ผู้ตายจะมีเรื่องกับใครก่อนหน้านั้น ตนไม่ทราบ เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่คาดว่าเกิดจากกลุ่มคู่กรณีขับขี่รถ จยย.มองหน้าเขม่นกัน จนเป็นเหตุให้ทำร้ายร่างกายจนมีผู้เสียชีวิต อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ต้องทำการสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่เกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง และติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ขอบคุณ ข่าวสด

น่ารักอ่ะ!! ลูกดาราจัดเต็มตี๋-หมวย ฉลองตรุษจีนปีลิง
ลูกดารา /  ลูกดารา ตรุษจีน / 

คึกคักเหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา สำหรับ เทศกาลตรุษจีน ปีลิง 2559 เหล่าดาราคนไทยเชื้อสายจีนและไม่จีน ต่างโพสต์ข้อความอวยพรวันปีใหม่จีนให้แฟนๆ ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว พร้อมจัดคอสตูมสีแดงแรงฤทธิ์ให้เข้ากับเทศกาล โดยเฉพาะ ลูกหลานดารา ที่งานนี้ขอแปลงโฉมเป็น อาหมวยน้อย-อาตี๋น้อย น่ารักน่าชังสุดๆ จะมีใครบ้างไปชมกันเล๊ยยยย ขอบคุณภาพจาก IG @mayfuang, por_bo_mali, opalpanisara, ppanward, nanarybena, ploychidjun, lazyter, aomphiyada, purploy, momomama1234, ple_nakorn, ple_paradee_tanyatanas, ice_napatcharin, williemc666 น้องมะลิ ลูกสาว ปอ-โบว์ น้องอลิน-น้องอรัญ ลูกแฝด หมอโอ๊ค-โอปอล์ น้องมายู ลูกสาว หนุ่ม-เมย์ น้องโปรด ลูกชาย ป๊อป-เป้ย น้องแพนเตอร์-น้องพูม่า ลูกชาย ปีเตอร์-พลอย น้องวันใหม่ น้องสาวคนเล็ก บอย ปกรณ์ น้องออกัส-น้องออก้า-น้องออกู๊ด ลูก เปิ้ล-จูน น้องวิน ลูกชาย วิลลี่-เยลหลี น้องบีน่า-น้องบรู๊คลิน ลูกแฝด เวย์-นานา น้องชิโน่-ชิลี่-ชิต้า-ชิลิน ลูก พลอย ชิดจันทร์ น้องรีน่า ลูกสาว ออย-เธอ น้องนาวา ลูกสาว อ้อม-อาท น้องกาย่า ลูกสาว เปิ้ล-นิว น้องณิลลา ลูกสาว แบงค์-ไอซ์

ฝ้าย นิชานันท์ อวดลุ๊คเซ็กซี่ในเดือนแห่งความรัก
Cover /  ชุดชั้นใน / 

ฝ้าย นิชานันท์ ฝั้นแก้ว ดาราสาวสุดสวยจากวิก 7 สี ผู้มีความเซ็กซี่ และความหวานผสมผสานกันอยู่อย่างลงตัว มารู้จักกับเธอเพิ่มเติมกันอีกสักครั้งในธีมเดือนแห่งความรักที่จะทำให้โลกทั้งใบของคุณกลายเป็นสีชมพู ได้ยินว่าสมัยเรียนเป็นดาวมหาลัยด้วย น่าจะมีคนมาจีบเยอะแน่ๆ ยังพอจำได้มั้ยว่า วิธีการจีบแบบไหนที่ทำให้เราประทับใจมากที่สุดในตอนนั้น? : ก็มีหลายแบบนะคะ บางคนก็เปิดเผยมาเลย บางคนก็แอบๆ จีบ อย่างการแอบส่งดอกไม้มาให้ต่อๆ กันมาหลายปี แต่ก็ไม่ยอมบอกว่าเป็นใคร ก็เซอร์ไพรส์ดีค่ะ แบบนี้ก็น่าประทับใจเหมือนกัน สมัยเรียนมีเรื่องอะไรที่ทำให้เราเลื่องชื่อในหมู่เพื่อนๆ มั้ย? : น่าจะเป็นเรื่องที่เพื่อนๆ ชอบไล่เราไปเพิ่ม Ram มั้งคะ คือเวลาคุยกับเพื่อนจะคุยกันเร็วมาก แล้วเราจะเป็นคนที่สมาธิสั้น บางทีก็คิดเรื่องอื่นไปแล้ว เพื่อนก็จะถามว่า "เฮ้ย นี่นั่งหัวเราะเนี่ย รู้เรื่องรึเปล่า" เราก็จะ "อะไรเหรอ" เพื่อนๆ ก็จะแซว "ช้า ตามไม่ทันอีกแล้ว" กับอีกเรื่องคือ เวลาไปร้องคาราโอเกะกัน ฝ้ายชอบพูดว่าไม่เอาร้องไม่เป็นแต่สุดท้ายได้ทุกเพลง แล้วทุกเพลงก็เป็นเพลงเก่าอีกต่างหาก เพื่อนๆ ก็เลยให้ฉายาว่า "ฝ้าย โฟร์ตี้" ประมาณว่า เก่ากว่ายุคซิกซ์ตี้ไปอีก พูดถึงผลงานในช่วงนี้ให้ฟังสักนิดนึง? : ละครเรื่อง "ลิขิตริษยา" ค่ะ เป็นผลงานทางด้านช่อง 7 แล้วก็จะบอกว่าเรื่องนี้แซ่บมาก ซึ่งฝ้ายได้รับความไว้วางใจจากผู้ใหญ่ให้เล่นบทหนึ่งที่ไม่เคยเล่นมาก่อน เป็นตัวละครที่แรงแต่ไม่ได้ร้าย ทุกทีจะเห็นแต่บทที่ร้าย และแรง แต่บทนี้จะต่างกันมาก คือถ้าใครมาทำร้ายทำอะไรเราหรือคนที่เรารัก เราไม่ยอม เราจะออกมาปกป้องจนตัวตาย เป็นตัวละครที่จะไม่กระทำใครก่อน แต่ถ้าโดนกระทำจะเอาคืนแรงมากๆ สำหรับบทนี้ ในทุกๆ ซีนฝ้ายไม่ยอมปล่อยให้หลุดเลยแม้แต่ซีนเดียว เป็นอะไรที่ฝ้ายตั้งใจมาก และภูมิใจมากๆ ค่ะ และอีกเรื่องหนึ่งคือ "สาปดอกสร้อย" ก็เป็นเรื่องที่ต้องพูดภาษาเหนือ ซึ่งตอนนี้ก็ได้เปิดกล้องไปแล้วค่ะ ยังไงก็ฝากติดตามละครตั้งสองเรื่องนี้ด้วยนะคะ นอกจากงานแสดงแล้ว น้องฝ้ายทำอะไรอย่างอื่นด้วยรึเปล่าครับ? : ก็จะเป็นธุรกิจกระเป๋าของฝ้ายค่ะ ชื่อ Nisha Bag เป็นดีไซน์ที่เราออกแบบเองค่ะ ไม่ได้ลอกใครนะคะ แต่ก็ยังไม่ใช่ธุรกิจใหญ่โตมาก แต่ในวันข้างหน้าก็อยากจะทำอะไรที่เกี่ยวกับความสวยความงามหรืออะไรที่เราชอบ มันมีความสุขดี อยากทราบทัศนคติของน้องฝ้ายที่มีต่อวันวาเลนไทน์สักนิดนึง? : เป็นวันที่ทุกคนแสดงความรักต่อกันค่ะ ซึ่งการแสดงความรักต่อกันมันทำให้ทุกคนมีความสุข ฉะนั้น ไม่ว่าเราจะมีคู่หรือไม่มีคู่เราก็สามารถแสดงความรักต่อกันได้ เพราะความรักมีหลายรูปแบบค่ะ ไม่ว่าจะแบบเพื่อน พี่น้อง หรือครอบครัวก็ตาม วันวาเลนไทน์ถือเป็นวันมอบความสุขให้แก่กัน อย่าไปยึดติดว่าวันวาเลนไทน์จะต้องมีคู่เสมอไปค่ะ ความรักช่วงนี้เป็นยังไงบ้างครับ? : ก็มีคนคุยอยู่ค่ะ แต่ก็ค่อยๆ ดูกันไปค่ะ คือฝ้ายเชื่อว่าคนเราจะรักกัน มันไม่ใช่เจอหน้ากันแล้วรักเลยทันที หรือบางทีมันอาจจะมีก็ได้ แต่ฝ้ายไม่คิดว่าจะเป็นเหมือนกันทุกคู่ค่ะ ฝ้ายคิดว่าความรักต้องใช้เวลา กว่าเรารู้สึกกับใครสักคนหนึ่งต้องใช้เวลา และองค์ประกอบปัจจัยหลายๆ อย่าง การที่ค่อยๆ ดู ค่อยๆ ศึกษากัน น่าจะเป็นทางที่ดีที่สุดค่ะ เวลาอยู่กับเพื่อนๆ น้องฝ้ายมักทำกิจกรรมอะไรร่วมกันมากที่สุด? : ทริปกินค่ะ จะพากันกิน ถ่ายรูปอาหาร ยึดโทรศัพท์กันเวลาทาน (หัวเราะ) คือถ่ายอาหารเสร็จแล้วยึดเลย เดี๋ยวไม่ได้เม้าท์กัน ฝากอะไรถึงแฟนๆ RUSH Magazine สักนิดนึงครับ? : เนื่องด้วยเดือนนี้เป็นเดือนวาเลนไทน์ แล้วก็เพิ่งผ่านพ้นปีใหม่มาไม่นานก็ขออวยพรย้อนหลังให้แฟนๆ RUSH Magazine มีความสุขมากๆ แล้วก็ขอให้ RUSH Magazine อยู่คู่คนไทยไปนาน และผลิตผลงานดีๆ ออกมาเรื่อยๆ แล้วก็ขอให้แฟนๆ ติดตามผลงานของฝ้ายด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของนิตยสาร RUSH ได้ที่ Facebook : facebook.com/RUSHmag IG : instagram.com/rush_magazine_official/ Youtube : youtube.com/channel/UC05caWeApIU23HyV6e9ng2A ติดตามความเซ็กซี่ของน้องฝ้าย และนางแบบคนอื่นๆ ต่อได้ที่ RUSH#78 Feb

สุดยอดไอเดีย! นายกฯ แนะวิจัยแบต
ข่าวนายกฯ /  ประยุทธ์ จันทร์โอชา / 

'ประยุทธ์' เเนะนำให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปทำวิจัย 'ไม้ตียุงไฟฟ้า' เพื่อไม่ให้เเบตหมดเร็ว ให้เเข็งเเรงกว่าที่ขายตามท้องตลาดเเละมีคุณภาพ ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ 9 ก.พ.59 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้นำคณะผู้บริหารเเละศิลปินดารา อาทิเช่น ใบเตย อาร์สยาม เข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมรณรงค์ "ราษฎร์รัฐร่วมใจต้านภัยยุงลาย" นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ให้ทางภาครัฐกำชับเรื่องการกำจัดยุงลาย ซึ่งเป็นพาหะของโรคไข้เลือดออก โดยประเทศไทยต้องเป็นตัวอย่างเเละเป็นตัวเชื่อมการดูเเลเรื่องดังกล่าวในระดับภูมิภาคอาเซียน นำเรื่อง Health Care สู่อาเซียนโดยการประสานงานร่วมมือกันระดับรัฐบาล ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ เเนะนำให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปทำวิจัย 'ไม้ตียุงไฟฟ้า' เพื่อไม่ให้เเบตหมดเร็ว ให้เเข็งเเรงกว่าที่ขายตามท้องตลาดเเละมีคุณภาพ ข้อมูลข่าวจาก Voicetv ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

สลด! พบชายวัยรุ่นถูกฟันศีรษะเกือบขาด ที่พัทลุง
พัทลุง /  ฟันศีรษะ

พบศพชายวัย 24 ปีถูกฟันศีรษะเกือบขาดภายในบ้านที่อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง เจ้าหน้าที่เร่งติดตามหาตัวคนร้าย เจ้าหน้าที่ตำรวจโรงพักเขาชัยสน จ.พัทลุง รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า พบชายวัยรุ่นถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธมีดพร้าฟันศีรษะเสียชีวิต โดยเหตุเกิดบริเวณบ้านเลขที่ 12 ม.5 ต.โคกม่วง อ.เขาชัยสน หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบ เมื่อถึงจุดเกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบศพ นายประกาย วงค์ชู อายุ 24 ปี นอนหงายมีบาดแผลถูกคนร้ายฟันเข้าบริเวณศีรษะหวิดขาด คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง จากการสอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้เดินเข้าไปในสวนยางพาราข้างบ้านเพื่อไปหาต้นสะเดาเทียมมาเพาะชำใส่ถุงปลูก จากนั้นก็หายไปจนกระทั่ง ช่วงเย็นมีผู้พบศพถูกฆ่าเสียชีวิต ส่วนสาเหตุยังอยู่ในระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ยังพบว่าเจ้าของบ้านที่พบศพ หลังเกิดเหตุได้หายตัวไป ตำรวจจึงเร่งติดตามตัวมาสอบปากคำ เบื้องต้นมีการตั้งข้อสงสัยว่า เจ้าของบ้านเป็นคนลงมือฆ่า แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถติดตามตัวมาได้ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังพบว่า ผู้ตายมีประวัติเคยติดคุกในคดีลักทรัพย์มาแล้วหลายครั้ง และล่าสุดเพิ่งพ้นโทษในคดีเดียวกันเมื่อไม่นานมานี้

รู้เท่าทัน 'โรคซิกา'
ซิกา /  เจาะลึก / 

ขณะนี้ ไวรัสซิกา ได้ระบาดในหลายประเทศ ในแถบอเมริกากลางและใต้ ซึ่งองค์กรอนามัยโลก หรือ WHO ประกาศให้เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณะสุขระหว่างประเทศ หลังจากที่ไวรัสดังกล่าว ได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นเชื้อที่มียุงลายเป็นพาหะนำโรค และสามารถแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งทางทีมข่าว MThai ได้มีโอกาสพูดคุยกับว่าที่ 'คุณหมอหิมะ' เกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าว ว่าขณะนี้ไวรัสซิกา กำลังระบาดในบราซิลอย่างหนัก และความร้ายแรงของเชื้อชนิดนี้คือทำให้เด็กที่เกิดจากมารดาที่ได้รับเชื้อระหว่างตั้งครรภ์ มีภาวะ microcephaly ในเด็กแรกเกิดคือเด็กจะมีรอบหัวน้อยกว่าเด็กทั่วไป ไม่เพียงเท่านั้น เชื้อดังกล่าวส่งผลกระทบต่อสมองทำให้สมองบางส่วนผิดปกติได้ โดยขณะนี้มีงานวิจัยบ่งชี้ถึง ความเกี่ยวข้องของการระบาดของเชื้อไวรัสซิกา กับภาวะ microcephaly ทั้งนี้ในประเทศไทยเคยมีผู้ป่วยโรคไวรัสซิกา เป็น นักท่องเที่ยวหญิงชาวแคนาดา ในปี 2556 ในความเป็นจริงแล้ว โรคนี้มีอาการคล้ายกับโรคกลุ่มไข้เลือดออก Dengue และ chikungunya ซึ่งเป็นไวรัสกลุ่ม flavi virus เช่นกัน โดยทั้งสามโรคนี้มีพาหะเป็น ยุงลายเช่นกันค่ะ เมื่อถามถึงสถานการณ์ในไทยมีความน่ากังวลแค่ไหน โรคไวรัสซิกา เป็นโรคที่ระบาดมากในแถบอเมริกาใต้ เกิดจากไวรัสกลุ่ม Flavivirus และ มีพาหะสำคัญคือ ยุงลาย (Aedes species) เช่นเดียวกับ ไข้เลือดออกเด็งกี่ และ ไข้ Chikungunya เรื่องความร้ายแรงของโรคนั้น โรคไวรัสซิกา นั้นสำหรับบุคคลทั่วไป จากผู้ติดเชื้อจำนวน 5 คน จะมีคนป่วยเพียงแค่ 1 คนเท่านั้น อาการของโรคจะเริ่มแสดงขึ้นหลังจากเวลาผ่านไปไม่เกิน 1 สัปดาห์ โดยอาการของโรคมีดังนี้ เป็นไข้ ปวดเมื่อยตามข้อ ร่วมกับมีผื่น และ เยื่อตาอักเสบ อาจจะมีปวดศีรษะและอาการปวดเมื่อกล้ามเนื้อร่วมด้วย ซึ่งอาการเหล่านี้จะคล้ายกับ ไข้เลือดออกเด็งกี่ และ ไข้ Chikungunya ซึ่งเป็นโรคที่พบได้บ่อยในประเทศไทย การจะแยก 3 โรคนี้ได้อย่างชัดเจนนั้นจะต้องอาศัยการสังเกตอาการอย่างละเอียด และ มีผลทางห้องปฏิบัติการร่วมด้วย โรคไวรัสซิกา แม้ไม่มียารักษาโดยตรง แต่โดยทั่วไปสามารถหายได้เองภายใน 1 สัปดาห์ มีน้อยมากที่จะรุนแรงจนถึงแก่ชีวิต สาเหตุที่เชื้อไวรัสซิกา เป็นไวรัสที่ทั่วโลกจับตามองไม่ใช่เพราะเป็นโรคที่รุนแรงถึงแก่ความตาย แต่เพราะว่า ถ้าหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อไวรัสตัวนี้ จะก่อให้เกิดภาวะ Microcephaly ต่อเด็กในครรภ์ ซึ่งเป็นภาวะเด็กทารกมีรอบหัวเล็กกว่ากำหนดอย่างมีนัยยะสำคัญ อาจมีอาการร่วมกับความพิการทางสมอง เช่น สติปัญญาต่ำกว่าเกณฑ์ อาการชัก เป็นต้น ส่วนสถานการณ์ในประเทศไทย ซึ่งเคยมีประวัติพบผู้ติดเชื้อไวรัสซิกา มาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2556 แล้ว แต่ยังสามารถควบคุมการระบาดได้ รวมถึงปัจจุบันนี้ทางกรมควบคุมโรคก็ยังคงให้ความสำคัญกับการระบาดของโรคนี้ เพราะประเทศไทยมียุงลายซึ่งเป็นพาหะสำคัญของโรคไวรัสซิกา ทำให้ต้องระวังมากขึ้น ส่วนผลกระทบจากโรคดังกล่าวที่มีต่อสังคมไทย ในด้านอื่น ๆนั้น หากมีการควบคุมการระบาดได้คงไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยเท่าใดนัก พร้อมกันนี้การรับมือต่อปัญหาดังกล่าว กรมควบคุมโรค ประกาศให้โรคซิกาเป็นโรคติดต่อที่ต้องแจ้งความ ตาม พ.ร.บ. โรคติดต่อ พ.ศ.2523 หากพบผู้ป่วยต้องแจ้งให้กระทรวงสาธารณสุขทันที รวมทั้งยังมีการคัดกรอง ส่วนสถานการณ์ล่าสุดในสหรัฐฯ มีการติดเชื้อผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์ ส่วนวิธีการรับมือ หรือป้องกันอย่างไร และมีความเหมือน หรือแตกต่างกับการ ติดต่อผ่านยุงเป็นพาหะอย่างไรคือ หากยุงเป็นพาหะเราสามารถเลี่ยงด้วยการไม่ให้ถูกยุงกัดและทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย การป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ดีที่สุด คือ งดการมีเพศสัมพันธ์ แต่ถ้าหากจะมีเพศสัมพันธ์ต้องสวมถุงยางอนามัยทุกครั้ง ด้วยวิธีที่ถูกต้อง ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

อีกมุมจากหมอโอ๋! ปมโทษประหาร อาชญากรตัวน้อย
ประหาร /  หมอโอ๋ / 

หมอโอ๋ จาก‬แฟนเพจ เลี้ยงลูกนอกบ้าน เขียนบทความอีกมุมมอง! ปมโทษประหาร สำหรับอาชญากรตัวน้อย วันนี้ (5ก.พ.) จากกรณีข่าวสะเทือนขวัญกลุ่มวัยรุ่น 4 คน ลวงชายหนุ่ม อายุ 19 ปี และแฟนสาว เข้าไปฆ่าหมกป่าและข่มขืนฝ่ายหญิงต่อหน้าฝ่ายชาย ก่อนจับโยนลงเหวเพื่ออำพราง แต่ฝ่ายหญิงรอดชีวิตกลับมาได้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น จากนั้นผู้คนบนโลกออนไลน์ก็ได้มีการโพสต์ภาพเขียนข้อความ เรียกร้องให้ทางการไทยแก้กฎหมาย “ยกเลิกอภัยโทษคดีฆ่าข่มขืน” ไม่ว่าผู้ต้องหาจะเป็นผู้ใหญ่บรรลุนิติภาวะ หรือเป็นเพียงเยาวชน ล่าสุดผู้คนบนโลกออนไลน์ได้มีการส่งต่อเรื่องราวของ หมอโอ๋ จาก‬แฟนเพจ เลี้ยงลูกนอกบ้าน ที่ได้มีการเขียนบทความเกี่ยวกับชีวิตของ เยาวชนชายคนหนึ่งที่ทำผิดขณะที่อายุยังน้อย ซึ่งบทความดังกล่าวได้เขียนถึงชีวิตก่อนที่เด็กคนนี้จะกลายเป็นอาชญากร เพื่อให้ผู้คนในสังคมได้มองอีกมุมหนึ่งเกี่ยวกับการเพิ่มโทษประหารเยาวชน ในแววตาแห่งอาชญากร‬ หมอมีเรื่องชีวิตของเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่อยากเอามาเล่าให้ฟังค่ะ อ๊อด เป็นวัยรุ่นชายอายุ 16 ปี ยายเล่าว่า แม่ของอ๊อดเป็นเด็กวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์ไม่พร้อม ตอนแรกแม่ของอ๊อดและยายตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์ เพราะพ่อของอ๊อดก็ทิ้งไป และยายมีฐานะยากจน ไม่มีใครจะเลี้ยงดูได้ ไปปรึกษาหมอ หมอไม่ให้ยุติการตั้งครรภ์บอกว่ามันจะมีบาปติดตัว แม่จึงตั้งครรภ์ไปจนคลอด ต่อมาแม่มีสามีใหม่ พ่อเลี้ยงของอ๊อดเป็นคนอารมณ์รุนแรง ทำร้ายร่างกายอ๊อดอยู่เป็นประจำ แม่กลัวสามีทำร้ายจึงไม่ได้ปกป้องลูก อ๊อดถูกทำทารุณจนชาวบ้านแจ้งตำรวจ อ๊อดจึงถูกส่งไปอยู่ที่สถานสงเคราะห์เด็กตั้งแต่อายุ 3 ปี ยายเล่าว่า เวลาไปเยี่ยม มักจะเห็นอ๊อดเกาะเตียงเอาศีรษะโขกเตียงเป็นประจำ ต่อมามีคนมารับอ๊อดไปอยู่เป็นลูกบุญธรรมแต่อ๊อดก็ถูกลวนลามโดยพ่อบุญธรรม จึงต้องย้ายไปอยู่กับครอบครัวสงเคราะห์อีกบ้านหนึ่ง อ๊อดมีปัญหา ซน อยู่ไม่นิ่ง ฉุนเฉียวง่าย เคยถูกพาไปพบแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นสมาธิสั้น แพทย์ให้ยามาทาน แต่พอเอายาไปทานที่โรงเรียนก็โดนเพื่อนล้อว่าเป็น "ไอ้โรคจิต" ครูบอกว่าจะกินยาไปทำไมไม่ได้บ้า อ๊อดเลิกกินยาและไม่ยอมมาติดตามการรักษา เวลาอ๊อดทำการบ้านไม่ได้ พ่อบุญธรรมใช้วิธีตี บางครั้งตบศีรษะ เตะ ดุด่า อ๊อดต่อต้าน และมีอารมณ์ก้าวร้าวรุนแรงขึ้น อ๊อดเรียนไม่ดี อ่านหนังสือไม่ค่อยได้ ไม่ทำงานส่ง สุดท้ายถูกโรงเรียนไล่ออก จากการมีปัญหาชกต่อยกับเพื่อนและสูบบุหรี่ "เธอมันเหลือขอกว่าที่โรงเรียนเราจะรับไหว" คำพูดสุดท้ายของครูที่อ๊อดจำได้ อ๊อดได้กลับมาอยู่กับยายตอนอายุ 14 แต่ก็ไม่สนิทใจเพราะไม่เคยได้เลี้ยงดูกัน เหมือนอยู่กับคนแปลกหน้า ยายน่าเบื่อ ด่าทั้งวัน ชอบพูดกับผมว่า รู้งี้ให้แม่มันเอาออกไปก็ดีแล้ว" ส่วนใหญ่อ๊อดเลยใช้เวลาไปกับการเล่นเกมส์ ไปเข้าแก๊งค์กับเพื่อนตอนเย็น "ผมชอบเวลาอยู่กับเพื่อน มันรู้สึกดี ตัวผมมีความสำคัญกับเพื่อน มันถูกใครเล่นงานก็มาหาผม ผมก็ไปช่วยมัน" อ๊อดเคยถูกดักทำร้ายโดนมีดฟันที่กลางหลัง ไปแจ้งความ คนร้ายถูกจับได้แต่ไม่เป็นผล จนสุดท้ายอ๊อดและเพื่อนดักใช้มีดฟันคู่อริเพื่อแก้แค้นจนเสียชีวิต อ๊อดอาจไม่ได้เป็นตัวแทนเรื่องราวของเยาวชนที่กระทำผิดทุกคน แต่หมอเอาเรื่องนี้มาเล่าเพราะแค่อยากบอกว่า บางทีอาชญากรเหล่านี้ก็มีที่มา เราจึงควรตั้งคำถามให้มากกว่า "ประหารมันได้ไหม?" แต่เราควรมีคำถาม ว่าอะไรที่ทำให้เด็ก ๆ ที่เคยมีแววตาไร้เดียงสา กลับกลายเป็นแววตาแห่ง "อาชญากร" อะไรที่ทำให้เด็กคนหนึ่งเติบโตมาแบบขาดความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ขาดความเห็นใจในความสูญเสียของชีวิตอื่น เขาไม่เข้าใจความหมายของความเห็นอกเห็นใจ เป็นไปได้ไหมว่าเพราะไม่เคยได้รับ? อะไรที่อาจมีส่วน "ร่วมลงมือฆ่า" พ่อแม่ที่ไม่ได้ตั้งใจเลี้ยงลูก? ความยากจน? การเลี้ยงดูที่ทำให้เด็กขาดรัก? ความรุนแรงในบ้าน? ครูที่ไม่เข้าใจที่มาของปัญหาเด็ก? โรงเรียนที่เน้นวิชาการแต่ไม่เน้นทักษะการใช้ชีวิต? การแก้ปัญหาของโรงเรียนที่แค่ไล่ออกไปให้พ้นตัว? การล้อ แกล้ง รังแก ในหมู่เพื่อน? โรคสมาธิสั้น โรคที่ฉันก็ไม่ได้อยากเป็น? สื่อ เกมส์ ที่มีความรุนแรง? สังคมที่อาวุธช่างหาง่าย? กระบวนการยุติธรรมที่ล้มเหลว? ไปจนถึงการปฏิเสธการยุติการตั้งครรภ์ให้กับคนที่ไม่พร้อมมีลูก? เพราะถ้าเราไม่ตั้งคำถาม เราก็จะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง และเราก็อาจเป็นส่วนหนึ่งของการร่วมผลิต "อาชญากรตัวน้อย" ให้เพิ่มเข้ามาในสังคม เพื่อให้สังคมถามซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า "เราจะประหารมันได้ไหม?" ‎หมอโอ๋เพจเลี้ยงลูกนอกบ้าน‬ ผู้เข้าใจความสูญเสียและไม่ได้ต่อต้านโทษประหาร แต่อยากให้เรามองอะไรที่มากไปกว่าการแก้แค่ปลายเหตุ ป.ล.บทความไม่ได้เขียนขึ้นให้เห็นใจใคร คนกระทำผิดก็ต้องได้รับโทษตามกฏหมายเพราะเหยื่อควรได้รับการเยียวยา แต่อยากให้เราลองมองหาที่มา เพื่อจะได้ป้องกันปัญหาที่ทำได้ในส่วนของเรา MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก ‬แฟนเพจ เลี้ยงลูกนอกบ้าน