ประวัติดาราวัยรุ่น

รีวิวบุรีรัมย์ กับร้านอาหารน่านั่ง 12 ร้าน ตามไปกินกันให้พุงแตก
บุรีรัมย์ /  ร้านกาแฟ / 

ดินแดนถิ่นอีสาน มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าไปอยู่หลายที่ และร้านอาหารอีกเช่นกัน ปัจจุบันมีมากมายหลากยิ่งกว่าเอกมัย ทองหล่อบ้านเราเสียอีก ทั้งร้านที่เป็นร้านดั่งเดิม ที่ไปแล้วต้องแวะไปกินให้ได้ และร้านกาแฟชิคๆ ที่ทำให้นักท่องเที่ยวคลายเหนือยได้ การท่องเที่ยวไม่ได้มีแค่ไปสถานที่แต่เพียงอย่างเดียว อย่าลืมเก็บความทรงจำและลิ้มรสชาติอาหารให้กลับมาเราให้เพื่อนฟังด้วย กับ 12 ร้านที่น่าสนใจ ไม่ไปถือว่าพลาดแน่นอนสำหรับ ' จังหวัดบุรีรัมย์ ' 1)  จิ้งนำ ขาหมู ‘ จิ้งนำ ขาหมู ‘ ขาหมู รสเด็ดเข้มข้นที่เปิดมายาวนานกว่า 50 ปี ขาหมูเจ้าอร่อยในตำนานของบุรีรัมย์ที่การันตีความอร่อยโดยนักท่องเที่ยวที่ผ่านไปทาง อ.นางรอง เปิด-ปิด ทุกวัน : 06:00 – 20:00 น. ที่ตั้ง : ซอย โชคชัยสรรพกิจ ตำบล นางรอง อำเภอ นางรอง จังหวัด บุรีรัมย์ 31110 ————————————————————- 2) Klim Kitchen ‘ Klim Kitchen ‘ ร้านนี้อยู่ไม่ไกลจากตัว โรงพยาบาล บุรีรัมย์ ราคาค่อนข้างสูงแต่พอได้ลิ้มรสชาติจริง ถือว่าไม่แพงอย่างที่คิด กับรสชาติที่อร่อยและเหมาะสมกับราคา เปิด-ปิด ทุกวัน 10:30–14:00, 17:00–22:00 น. ที่ตั้ง : ถนน หน้าสถานี เมือง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ บุรีรัมย์ 31000 Facebook : Klim Kitchen ————————————————————- 3) White Cottage Cafe   ‘ White Cottage Cafe ‘ ร้านขนมวานที่โดดเด่นในเรืองของบิงซู ร้านตกแต่งเป็นโทนสีขาวสะอาดตา และทำให้ถ่ายรูปอาหารสวยไปด้วย ถ่ายรูปกันเพลินเลยค่ะงานนนี้ เปิด-ปิด : วันจันทร์ 10.00 - 20.00 น. , วันพุธ - อาทิตย์ 10.00 - 20.00 น. ที่ตั้ง : ตรงข้าม รพ นางรอง  ต.นางรอง จ.บุรีรัมย์, อำเภอนางรอง 31110 Facebook : White Cottage Cafe ————————————————————- 4) MaoMilk ‘ MaoMilk ‘ ร้านนี้เหมาะสำหรับคนทุกเพศทุกวัยที่ต้องการนั่งชิวกินนมเป็นร้านนมที่น่านั่งร้านหนึ่งในอำเภอเมืองบุรีรัมย์ บรรยากาศของร้านมี 2 แบบ 2 อารมณ์ คือ ด้านนอกร้านที่เป็นบรรกาศริมถนนจิระรับลมธรรมชาติ ส่วนในร้านก็เป็นความเย็นจากเครื่องปรับอากาศ แต่จำนวนที่นั่งในร้านค่อนข้างน้อยจึงทำให้ข้างในที่นั่งไม่ค่อยว่าง เปิด-ปิด : ทุกวัน 11:00 - 22:00 ที่ตั้ง : หน้ามหาวิทยาลัยราชฏัชบุรีรัมย์  Box2 ตำบล ในเมือง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ บุรีรัมย์ Facebook : MaoMilk ————————————————————- 5) A day awesome ‘ A day awesome ‘ เอกลักษณ์ของร้านนี้คงอยู่ต้นจามจุรีต้นใหญ่ช่วยให้ร่มเงา เป็นร้านเล็กๆ ตกแต่งง่ายๆ  เค้กที่ดูหน้าตาธรรมดาๆ แต่รสชาติดี เนื้อนุ่ม ไม่หวานมาก เปิด-ปิด : ทุกวัน  07.00 - 22.00 น. ที่ตั้ง : ร้านอยู่ในซอยเเสนสุข ตรงข้ามสำนักงานทนายความ ก่อนถึง สหกรณ์ออมทรัพย์ครู Facebook : A day awesome ————————————————————- 6) cafe de bu ‘ cafe de bu ‘ คาเฟ่ตกแต่งแนวยุโรป จุดเด่นคือมีฟาร์มแกะและกังหันตัวใหญ่ เป็นเอกลักษ์ของคาเฟ่ เดอ บู เซ็ตอาหารมีหลายมื้อตั้งแต่เช้า กลางวัน เย็น อาหารเช้าอย่างคันทรี่เบรคฟาสต์ เซ็ตอาหารเที่ยงจะเป็นอาหารจานเดียว หรือจะเป็นดินเนอร์มื้อเย็น ราคาไม่แพง เปิด-ปิด : จันทร์ - ศุกร์ 7.00 - 23.00 น. , เสาร์ - อาทิตย์ 10.00 - 23.00 น. ที่ตั้ง : 399 หมู่ 18 ถนนบุรีรัมย์-ประโคนชัย, อำเภอเมือง, Buri Ram Facebook : cafe de bu  ————————————————————- 7) Ease café ‘ Ease café ‘ ร้านแนววัยรุ่น มองดูภายนอกคิดว่าเป็นร้านขนมน่ารัก ชิลล์ๆ แต่เมื่อลองเข้าไป เป็นเมนูจัดหนักจัดเต็ม เมนูที่ขึ้นเลยคือเมนูหม้อไฟ และเมนูไทยๆ อีกหลากหลายเมนูเลย เปิด-ปิด : จันทร์ - เสาร์ 10.00 - 20.00 น. ที่ตั้ง : ซอยแสนสุข (ซอยข้างสหกรณ์ออมทรัพย์ครู) ร้านอยู่ตรงข้าวโรงแรม La viva Facebook : Ease café ————————————————————- 8) บ้านหมี สเต็กxนมสด - บุรีรัมย์ ‘ บ้านหมี สเต็กxนมสด - บุรีรัมย์ ‘ เป้นร้านที่ขายอาหารได้หลากหลายเมนูจริงๆ เป็นร้านที่มีบรรยากาศโล่งๆ สไตล์แบบนี้วัยรุ่นชอบ เมนูที่ขายจะมี เบอร์เกอร์ กุ้งถัง ปังเย็น ปังปิ้ง สเต็ก แต่เป็นเมนูหลักๆ เลยจะเป็นเมนูสเต็ก และเน้นขายอาหารที่ตามกระแส อย่างกุ้งถังนั่นเองค่ะ เปิด-ปิด : ทุกวันเวลา 17.30-24.00 น. ที่ตั้ง : ร้านข้างทาง อยู่ก่อนข้ามทางรถไฟไปคลองถมหนองแปบ Facebook : บ้านหมี สเต็ก ————————————————————- 9) Bobby Bang Cafe ‘ Bobby Bang Cafe ‘ เป็นร้านขนมหวานที่มีบรรยากาศโล่งโปร่งสบาย โดนใจเด็กๆ แล้ววัยรุ่นแถวนั้นเป็นอย่างมาก โดยมีรูปปั้นน้องหมาตัวใหญ่อยู่หน้าร้าน ไว้ให้ถ่ายรูปเล่นกัน ส่วนเมนูก้มีให้เลือกเยอะ ทั้งอาหารคาว อาหารทานเล่น ไอศครีม ขนมหวาน ขนมเค้ก แพรเค้กร้อนๆ กลิ่นหอมๆ เปิด-ปิด : ทุกวันเวลา 09.30-19.00 น. ที่ตั้ง : อยู่ในโครงการใบเฟิร์น กรีน วิวล์ Facebook : Bobby Bang Cafe ————————————————————- 10) Imagine CAFE ‘ Imagine CAFE ‘ ใครที่ชอบร้านที่ตกแต่งแบบปูนเปลือย เล่นแสงไฟ ตกแต่งน้อยๆ แต่สวย ต้องร้านนี้เลยค่ะ สวยทั้งในแบบกลางวันและกลางคือ รับรองว่าถ่ายรูปสวย อาหารอร่อย ไม่พลาดที่จะถ่ายรูปอวดเพื่อนๆ เลยค่ะ เปิด-ปิด : ทุกวันเวลา 12.00-23.00 น. ที่ตั้ง : ตรงข้ามมหาวิทยาลัยราชภัฏ ถ.เสด็จนิวัติ (อนุสาวรีย์รัชกาลที่ ๑) ตำบล ในเมือง อำเภอ เมืองบุรีรัมย์ จังหวัด บุรีรัมย์ 31000 Facebook : Imagine CAFE ————————————————————- 11) Wake Up Cafe' ‘ Wake Up Cafe' ‘ น้ำแข็งไสเป่าปิงสไตล์ไต้หวันและน้ำแข็งไสบิงซูสไตล์เกาหลี เป็นเมนูยอดฮิตของ Wake Up Cafe เลยก็ว่าได้ เปิด-ปิด : อังคาร - อาทิตย์ 8.00-19.00 น. ที่ตั้ง : 34/11 ถนน อินจันทร์ณรงค์ อำเภอเมือง จังหวัด บุรีรัมย์ 31000 บุรีรัมย์ (เส้นหน้าสหกร์ออมทรัพย์ครู เยื้องร้านเนคกี้) Facebook : Wake Up Cafe' ————————————————————- 12) on the way cafe ‘ on the way cafe ‘ เป็นร้านที่บรรยากาศดี๊ดีทั้งกลางวันและกลางคืน ตกแต่งและประดับไฟได้อย่างสวยงาม ใครไม่ได้เป็นมือโปรกล้องก็ถ่ายสวยค่ะ และในเรื่องเมนูอาหาร ก้มีให้เลือกเยอะอีกเช่นกัน ทั้งคาวและหวาน จะกินจริงจังหรือกินเล่นก็ได้ มีให้บริการแบบครบครัน เปิด-ปิด : ทุกวัน 15.00-23.45 น. ที่ตั้ง : ประชาสามัคคี อำเภอ นางรอง บุรีรัมย์ 31110 Facebook : on the way cafe ————————————————————- 12 ร้านที่เราแนะนำมาทั้งหมใด ไม่ได้เป็นการจัดอันดับว่าร้านไหนอร่อยที่สุด การจัดอันดับคงต้องไปชิมกันด้วยตัวเองว่าจะให้คะแนนที่ร้านไหน และร้านอาหารอร่อยๆ ที่บุรีรัมย์ไม่ได้มีเพียงเท่านี้ ยังมีอีกมากมายหลายร้านที่ยังเลือกมาแนะนำไม่ครบ เพื่อนๆ คนไหนมี่ร้านอะไรแนะนำกันเข้ามาได้เลยค่ะ

M Pictures จัดหนัก ! สั่งตรงหนังเทศกาลหนังเมืองคานส์เอาใจคอหนังชาวไทย
Café Society /  Hell or High Water / 

M Pictures จัดหนัก ! สั่งตรงหนังเทศกาลหนังเมืองคานส์เอาใจคอหนังชาวไทย เทศกาลภาพยนตร์คานส์ (Cannes Film Festival) ถือเป็นเทศกาลภาพยนตร์ที่มีอิทธิพลต่อวงการภาพยนตร์โลก มีความเก่าแก่ รวมทั้งมีชื่อเสียงมากที่สุดในโลกเทศกาลหนึ่ง และในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ก็มีดาราชั้นนำของเมืองไทยไปร่วมเดินพรมแดงในงานเทศกาลนี้ ทำให้เป็นกลายเป็นเทศกาลภาพยนตร์ที่คนไทยให้ความสนใจกันมากขึ้น และเพื่อให้พี่น้องชาวไทยได้สัมผัสความเป็นคานส์ M Pictures หนึ่งในบริษัทจัดจำหน่ายภาพยนตร์ชั้นนำของไทย ได้จัดทัพนำเอาภาพยนตร์ที่เคยฉายและผ่านการประกวดในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ครั้งที่ 69 (ปี 2016) มาให้แฟนภาพยนตร์ชาวไทยได้รับชมกันถึง 4 เรื่อง 4 สไตล์ ในช่วงเดือนกรกฎาถึงสิงหาคมนี้ เริ่มต้นเรื่องแรกใน วันที่ 14 กรกฎาคม 2559 กับ Café Society : ณ ที่นั่นเรารักกัน ภาพยนตร์ที่ได้รับเลือกให้ฉายเปิดเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ผลงานภาพยนตร์โรแมนติก-คอมเมดี้ โดย วู้ดดี้ อัลเลน (Woody Allen) เล่าเรื่องราวในยุค 1930 อันเป็นยุคทองของฮอลลีวู้ด บ๊อบบี้ (เจสซี ไอเซนเบิร์ก : Jesse Eisenberg) ชายหนุ่มผู้อยากจะเป็นผู้จัดการดาราฮอลลีวู้ด แต่ดันไปตกหลุมรักกับ วอนนี่  (คริสเตน สจ๊วต : Kristen Stewart) เลขาสาวของ ฟีล (สตีฟ คาเรล : Steve Carell) คุณอาผู้เป็นเจ้านายของเขา ร่วมด้วยดาราดังอีกคับคั่ง อาทิ เบลค ไลฟ์ลี (Blake Lively), พาร์คเกอร์ โพซีย์ (Parker Posey), คอรีย์ สโตลล์ (Corey Stoll), เคน สต็อตต์ (Ken Stott), จีนนี่ เบอร์ลิน (Jeannie Berlin) ตามมาติด ๆ กับ The Handmaiden : ล้วง เล่ห์ ลวง รัก ผลงานที่ถูกกล่าวขวัญกันอย่างอื้ออึงในสายประกวดรางวัลปาล์มทองคำ (Palme d'Or) จนถึงเรื่องราวชีวิตจริงอันอื้อฉาวของนางเอกสาว คิม มินฮี  (Kim Min Hee) ผลงานการกำกับ ปาร์ค ชานวุค (Park Chan-wook) ผู้กำกับภาพยนตร์ที่มีผลงานฮือฮาอย่าง Oldboy : เปิดบัญชีแค้น มาแล้ว โดยหยิบเอานิยายเรื่อง Fingersmith ของซาราห์ วอเตอร์ส (Sarah Waters) หรือที่แปลเป็นไทยในชื่อ เล่ห์รักนักล้วง มาเล่าเรื่องใหม่โดยเปลี่ยนฉากหลังจากอังกฤษยุควิคตอเรียน มาเป็นเกาหลียุคที่ตกอยู่ภายใต้การยึดครองของญี่ปุ่นในปี 1930 หญิงสาวนามว่า ซุกฮี (คิม เตรี : Kim Tae-ri) เข้ามาทำงานเป็นสาวใช้ให้คุณหญิง ฮิเดโกะ (คิม มินฮี : Kim Min Hee) ผู้เก็บเนื้อเก็บตัว โดยมีลุงโคซุกิ (โช จินวุง : Jo Jin-Woong) คอยบงการชีวิตคุณหญิงตลอดเวลา ภายใต้ความไร้เดียงสาของซุกฮี แท้จริงแล้วเธอคือโจรล้วงกระเป๋าที่เจ้านาย ฟูจิวะระ (ฮา จองอู : Ha Jung-woo) ส่งมาเป็นนางนกต่อ เพื่อให้เขาได้แต่งงานกับฮิเดโกะแล้วเอาสมบัติ ทว่าความรู้สึกผูกพันระหว่างซุกฮีกับคุณหญิงนั้นลึกซึ้งจนนำไปสู่การหลอกลวง และหักหลังครั้งใหญ่ เปิดรอบพิเศษ 4 สิงหาคม เข้าฉายจริง 11 สิงหาคม 2559 และเรื่องต่อมาเข้าประกวดในสาย Un Certain Regard กับเรื่อง Hell or High Water : ปล้นเดือด ล่าดุ จากทีมเขียนบทภาพยนตร์ Sicario : ทีมพิฆาต ทะลุแดนเดือด ผลงานการกำกับภาพยนตร์โดย เดวิด แมคเคนซี่ (David Mackenzie) เรื่องราวของพ่อม่ายลูกหนึ่งและน้องชายที่เคยติดคุก (คริส ไพน์ : Chris Pine และเบน ฟอสเตอร์ : Ben Foster) ที่ร่วมกันวางแผนปล้นครั้งใหญ่ เพื่อที่พวกเขาจะได้รักษาฟาร์มของครอบครัวในรัฐเท็กซัสเอาไว้ ทำให้นายอำเภอมาร์คัส (เจฟฟ์ บริดเจส : Jeff Bridges) ประกาศตามล่าสองพี่น้องคู่นี้อย่างไม่ลดละ เข้าฉาย 18 สิงหาคม 2559 และเรื่องสุดท้าย วันที่ 25 สิงหาคม 2559 กับ ผลงานเข้าประกวดชิงรางวัล ปาล์มทองคำ (Palme d'Or) ที่ทำให้ผู้ชมและนักวิจารณ์ตกตะลึง The Neon Demon : สวย อันตราย ผลงานการกำกับภาพยนตร์โดย นิโคลัส วินดิง เรฟฟิน (Nicolas Winding Refn) ภาพยนตนตร์ที่เปิดโปงเบื้องหลังวงการแฟชั่น ที่ทำให้ผู้ชมและนักวิจารณ์ตกตะลึงมาแล้ว เมื่อเจสซี่ (แอล แฟนนิ่ง : Elle Fanning) เด็กสาวผู้ฝันจะเป็นนางแบบได้เดินทางมาถึงลอสแองเจลิสเพื่อตามความฝัน  เมื่อเธอได้เป็นนางแบบก็รู้ว่าภายใต้ฉากหน้าของวงการแฟชั่น ความสาวและความสดใสของเธอกำลังถูกกลืนกินโดยเพื่อนร่วมงานที่คลั่งไคล้ในความงามและหวังอยากได้ทุกอย่างที่เธอมี คอยติดตามชมความสนุกสนานทั้ง 4 เรื่อง 4 รส ที่สั่งตรงมาจากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์มาถึงเมืองไทยได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปในโรงภาพยนตร์

“ทิดเป้ อภิวัฒน์“ ปิ๊งไอเดียคว้าข้อมูลข่าว กระตุ้นสำนึกไทยหวงแหนป่าใน “ฮักเขาใหญ่”
ณภัสนันท์ วันดึก /  นิยม วงษ์พงศ์คำ / 

“ทิดเป้ อภิวัฒน์“ ปิ๊งไอเดียคว้าข้อมูลข่าว กระตุ้นสำนึกไทยหวงแหนป่าใน “ฮักเขาใหญ่” บริษัท ฮัค ครีเอชั่น จำกัด ได้ฤกษ์ส่งหนังเรื่องแรก ฮักเขาใหญ่ แนวโรแมนติกคอเมดี้ที่คนไทยหัวใจรักธรรมชาติทุกคนจะต้องดู อำนวยการสร้างโดย ทิดเป้ อภิวัฒน์ จ่าตา ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ พระ-นาง เป็นนักแสดงวัยรุ่นหน้าใหม่ นำแสดงโดย คิม รพินทร์ โฉมโสภา รับบทเป็น กล้า หนุ่มวัยสามสิบกว่า ๆ กับบทบาทรองหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และ แพรว วรรณพร เผือกกล่อม แสดงเป็น โมนา นักชีววิทยาที่ทำงานในองค์กรอิสระด้านสิ่งแวดล้อม เป็นคนมั่นใจในตัวเองสูง ทำงานเก่ง อีกทั้งยังมีนักแสดงกิตติมศักดิ์ สมจิตร จงจอหอ, เควิน ลี เพียร์รี่, เนยหวาน ณภัสนันท์ วันดึก รวมทั้ง ทิดเป้ อภิวัฒน์ จ่าตา ที่ร่วมถ่ายทอดเรื่องราวด้วย โดย ทิดเป้ อภิวัฒน์ ผู้อำนวยการสร้างเผยว่า “ต้องขอขอบคุณความเป็นคนข่าวของผมที่ทำให้มีโอกาสไปพิสูจน์ข้อเท็จจริง ขุดคุ้ยข่าวต่อจากประเด็นข่าวของยูเนสโก้ ในการจะขึ้นนำวิกฤติมรดกโลกเขาใหญ่อาจะถูกถอด ไปทำข่าวจนได้ข้อมูลกระจ่างจริง แต่พอเผยแพร่ข่าวออกไปทุกอย่างก็เริ่มคลี่คลาย แต่ผมเองมานั่งคิดต่อว่าเราไม่น่าจะหยุดอยู่แค่ประเด็นข่าว เราน่าจะทำอะไรได้อีก จึงต่อยอดมาคุยกับเพื่อน ๆ และทีมงานเราน่าจะได้ทำอะไรที่ยั่งยืนและต่อเนื่อง เผยแพร่ได้ในวงกว้าง จึงเป็นที่มาของเนื้อหาที่แฝงข้อเท็จจริง Best on True Story  และพอดีได้ไปเจอกับ คุณโอ๊ค รัฐนันท์ เขาเป็นผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เขาบอกว่าเราติดเรื่องที่มีข่าวการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า โดยเฉพาะไม้พะยูง ซึ่งจริง ๆ ตอนนี้หลังจากที่เจ้าหน้าที่เอาจริง และสื่อช่วยประชาสัมพันธ์ข่าวการจับกุมอย่างต่อเนื่อง ปรากฏว่าทางยูเนสโก ได้ชะลอการขึ้นทะเบียนวิกฤติไว้ และให้เราได้พิสูจน์ต่อไป ซึ่งก็ได้ถือยืดลมหายใจผืนป่าแห่งนี้ออกไป ที่เหลือก็เป็นที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องพิสูจน์ตัวเอง และผมว่าเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนที่จะต้องช่วยกันอนุรักษ์ผืนป่าแห่งนี้ ให้มีความงดงาม สมดุลย์ สมกับที่จะเป็นมรดกโลกต่อไป หนังเรื่องนี้เราทำด้วยใจครับ คิดกันเอง ทำกันเอง แต่เมื่อไปหารือกับผู้ใหญ่ที่ดูแลอุทยาน ต่างก็เห็นด้วยและก็ให้การสนับสนุนเต็มที่ภาพยนตร์เรื่อง ฮักเขาใหญ่ เปรียบเสมือนเป็นหนังของคนไทยทุกคน” เรื่องย่อของหนังฮักเขาใหญ่มีอยู่ว่า โมนา สาวนักวิจัยนกเงือกที่เขาใหญ่ทำวิจัยเพื่อหักล้างข้อมูลซึ่งแฟนหนุ่มของเธอเป็นคนทำขึ้นด้วยความมักง่ายและไม่รอบคอบส่งผลกระทบให้ UNESCO กำลังจะถอดถอนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ออกจากการเป็นมรดกทางธรรมชาติ เธอจึงต้องพยายามชี้ให้ยูเนสโก้ UNESCO เห็นว่านกเงือกคือตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติบนเขาใหญ่ โมนา ได้พบกับ กล้า รองหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และ นิภา ภรรยาของกล้าผู้ซึ่งเป็นเสมือนคนคอยช่วยเหลือ และเติมเต็มข้อมูลนกเงือกให้กับเธอ ในการค้นพบว่าแท้ที่จริงแล้วเขาใหญ่ยังคงอุดมสมบูรณ์อย่างที่เคยเป็นมาและนกเงือกก็คือตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าเขาใหญ่จนสามารถยกเลิกการถอดถอนดังกล่าวได้ สำหรับภาพยนตร์เรื่อง ฮักเขาใหญ่ สร้างโดยบริษัท ฮัค ครีเอชั่น อำนวยการสร้างโดย ทิดเป้ อภิวัฒน์ จ่าตา ควบคุมการผลิตโดย รัฐนันทน์ คิรินทร์จิรเดช จากบทประพันธ์ของ ชัยศรี บทภาพยนตร์โดย ภัทรา พิทักษานนท์กุล, ปุณการ พันตะกรุด, กณิษฐา คงคาสุริยฉาย, ปรีชา สาคร กำกับการแสดงโดย รศ.ดร.นิยม วงษ์พงศ์คำ และปรีชา สาคร ร่วมชมการถ่ายทอดธรรมชาติวิถีแห่งขุนเขาใหญ่มรดกโลกในภาพยนตร์ได้เร็ว ๆ นี้

เที่ยว
10 อันดับที่เที่ยวไทเป /  ที่เที่ยวไต้หวัน / 

ตอนนี้ประเทศไต้หวัน หรือเมืองหลวงอย่าง ไทเป กำลังเป็นจุดมุ่งหมายใหม่ที่นักท่องเที่ยวปักหมุดต้องไปให้ได้ และด้วยตอนนี้รัฐบาลไต้หวันประกาศ Free Visa สำหรับนักท่องเที่ยวจากประเทศไทย และ บรูไน เป็นเวลา 30 วัน ยิ่งทำให้หลายคนอยากแบ็คแพคไปสัมผัสเมืองแห่งวัฒนธรรม ศิลปะ ธรรมชาติ และที่สำคัญ หนุ่มไทเปติดอันดับหนุ่มหล่อ หน้าตาดีอีกด้วย! (อันนี้เราไม่คอนเฟิร์มเพราะเรายังไม่เคยเห็น อิอิ >,<) เที่ยว "ไทเป" กับ 20 สถานที่ท่องเที่ยว ที่ไม่ควรพลาด! นครไทเป เป็นเมืองหลวงของไต้หวัน และใหญ่ที่สุดบนเกาะไต้หวัน โดยตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะ นอกจากนี้ไทเปยังถูกยกให้เป็นเมืองญี่ปุ่นขนาดย่อมด้วย เพราะสะอาด น่าอยู่ บ้านเมืองเป็นระเบียบ ถ้าหากใครยังไม่เคยมาแล้วอยากรู้ว่าที่นี่มีอะไรน่าสนใจ มีอะไรน่าเที่ยว ตามมาดูกัน .. ไทเป มีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอยู่หลายที่ ทั้งวัดวาอารามอายุหลายร้อยปี พิพิธภัณฑ์ ธรรมชาติที่สมบูรณ์ รวมถึงการเดินทางที่สะดวกสบาย และยิ่งได้ฟรีวีซ่า ยิ่งที่ทำให้ที่นี่เป็นอีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจสำหรับคนชอบเดินทาง งั้นก่อนเดินทางก็ขอเก็บข้อมูลกันซะหน่อย เราเลยรวบรวม สถานที่ท่องเที่ยว ที่ไม่ควรพลาด มาฝากกัน อยากไปเที่ยวไหนก็ศึกษาเส้นทาง วางแผนกันให้ดีๆ นะคะ ^^ 1. National Palace Museum  พิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งชาติ หรือพิพิธภัณฑ์แห่งชาติกู้กง เปิดให้เข้าชื่นชมผลงานศิลปะและสิ่งประดิษฐ์โบราณของจีนที่รวบรวมไว้มากที่สุดในโลก ของเหล่านี้มีอายุมากกว่า 8,000 ปี และคงอยู่มาหลายช่วงราชวงศ์แล้ว พิพิธภัณฑ์แห่งนี้สร้างขึ้นในปี 1925 หรือหลังก่อตั้งสาธารณรัฐจีนได้เพียง 13 ปีเท่านั้น การเดินทาง : MRT Shilin, take bus no. R30, 255, 304, 815 2. น้ำพุร้อนเป่ยโถว (Beitou) เมื่อเดินทางด้วย MRT ตรงสถานีสวนสาธารณะนิวเป่ยโถว ก็จะพบกับพิพิธภัณฑ์น้ำพุร้อนเป่ยโถว ด้านในอาคารจะมีภูเขาไฟซาเม่าพ่นไอกำมะถันออกมาตลอดทั้งปี มีห้องอาบน้ำแบบญี่ปุ่นจัด ห้องพัก และนิทรรศการแสดงสิ่งของ ภาพถ่าย ความเป็นมา ของน้ำพุร้อนด้วย 3. The Beitou Branch of Taipei Public Library ถัดมาไม่ไกลกันมากนัก ก็จะเจอกับ ห้องสมุดสาธารณะ ดีไซน์สวย สร้างด้วยไม้ทั้งอาคาร ที่นี่ยังเป็น ห้องสมุดที่ติดอันดับ 1 ใน 25 ของห้องสมุดสุดสวยในโลก ปี 2012 อีกด้วย โดยคอนเซปของที่นี่คือเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ประพยดพลังงาน และยังเป็นอาคารแห่งแรกในไต้หวันที่ได้ใบรับรอง “Green Building” 4. ตึกไทเป 101 ( Taipei101 ) ตึกใหญ่ตั้งสูงตระหง่านใจกลางเมืองไทเป ด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์คล้ายปล้องไม้ไผ่ที่มีทั้งหมด 8 ปล้อง ที่ว่ากันว่าใครมาเที่ยวไต้หวันแล้วไม่ได้มาถ่ายรูปกับตึกแห่งนี้ หรือขึ้นไปชั้นบนสุดของที่นี่ถือว่ายังมาไม่ถึงไต้หวัน ตึกไทเป 101  มี106ชั้น มีความสูงถึง 508 เมตร โดยชั้น 89 จะเป็นจุดชมวิวที่จะต้องซื้อตั๋วเข้าชมจากชั้นล่างของตึก ลิฟท์ก็จะนำพาคุณมาถึงยังชั้นชมวิวอย่างรวดเร็ว ถ้าคุณไม่สันทัตการชมวิวในที่สูง หรือกลัวความสูง คุณก็สามารถถ่ายรูปคู่กับตึกไทเป101 นี้จากสวนอนุสรณ์สถาน ดร. ซุนยัตเซน ได้เช่นกัน เปิดทุกวัน 9.00 – 22.00 น. การเดินทาง : MRT สายสีแดง สถานี Taipei 101/ World Trade Center 5. อนุสรณ์สถานเจียงไคเช็ก (Chiang Khai Shek Memorial hall) ไฮไลท์ยิ่งใหญ่สุดของไต้หวัน จุดหมายหลักที่นักเดินทางทุกคนต้องมาเยือนที่นี่ ตัวอาคารใหญ่โตพร้อมกับลานกว้างนั้นสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกถึงท่านเจียงไคเช็ก อดีตประธานาธิบดีแห่งไต้หวันที่ได้ถึงแก่อสัญกรรมไปแล้ว ตัวอาคารโดดเด่นด้วยสีขาว ตัดกับหลังคาแปดเหลี่ยมกระเบื้องสีน้ำเงินเบื้องบน ภายในจะมีรูปปั้นสำริดของท่านนั่งอยู่ พร้อมกับมีทหารเปลี่ยนเวรยามมาเฝ้าตามเวลา แนะนำให้ไปช่วงตอนเปลี่ยนกะ จะได้เห็นพิธีการที่ดูขึงขัง ภายนอกยังมีลานกว้างและซุ้มประตูขนาดใหญ่ที่ออกแบบมาตามหลักฮวงจุ้ยเป๊ะๆ เปิดทุกวัน : 9.00-18.00 น. การเดินทาง : MRT สายสีน้ำเงิน สถานี CKS Memorial Hall Station ทางออก 5 / ถนน Zhongshan S. Zhongzheng District Taipei 6. วัดหลงซาน (Lhongsan Temple) วัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองไทเปตั้งอยู่ใจกลางเมืองไทเป เดินทางไปถึงได้ง่ายด้วยรถไฟฟ้า เหมาะสำหรับคนที่มาเที่ยวไทเปและไม่มีเวลามากนักก็สามารถแวะไหว้พระและขอพรที่นี่ได้ ว่ากันว่ามาวัดหลงซานเพียงวัดเดียวสามารถขอพรอันประเสริฐได้ทุกประการ ด้วยว่ามีเทพเจ้าภายในให้สักการะกว่าร้อยองค์ วัดนี้มีองค์ประกอบเด่นที่เสามังกรพันซึ่งภายในวัดมีอีกหลายเสาให้ถ่ายรูป ด้วยความที่วัดนี้มีคนเข้าเยอะ กลิ่นธูปตลบอบอวล ใครมาวัดแห่งนี้ก็ควรระวังทรัพย์สินของท่านและระวังธูปจากคนอื่นด้วยนะ เปิดให้บริการ 6.00-22.00 น. การเดินทาง : MRT สายสีน้ำเงิน สถานี Lhongshan Temple 7.  Maokong Gondola กระเช้าลอยฟ้าเมาคง กอนโดลา อยู่บนความสูงเกือบ 300 เมตร พื้นเป็นกระจกใสมองเห็นวิวเบื้องล่าง ซึ่งการนั่งกระเช้านั้นเราสามารถหยุดแวะที่สวนสัตว์ไทเป (Taipei Zoo) และวัดจื่อหนาน (Zhinan Temple) เพื่อสักการะวัดที่เป็นที่เคารพนับถือมากที่สุดแห่งหนึ่งในไต้หวัน สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแก่ปรมาจารย์ลัทธิเต๋าท่านหนึ่งที่เป็นที่เคารพรักของคนจำนวนมาก ก่อนนั่งต่อไปยังไร่ชา วัดวาอารามและยอดเขา มองเห็นวิวรอบเมืองไทเป เมื่อลงที่สถานี Maokong เพื่อเข้าไปสักการะวัดเทียนอันและวัดซานสวน รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวอีกหลายแห่งที่เกี่ยวข้องกับชา ชิมชาหลากประเภทและชมความงามของหม้อต้มชาที่ทำขึ้นด้วยมือที่พิพิธภัณฑ์ Chang Nai miao Memorial Tea ส่วนที่ศูนย์ Tea Promotion Center คุณจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับประเภทของชา รวมถึงวิธีเก็บรักษา วิธีชง และการกระจายสินค้าไปยังที่ต่างๆ รับชมการปลูกชาและเก็บชาแบบสดๆ ที่ไร่ชาในบริเวณ Zhanghu และ Watsuo เปิดให้บริการทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ *แนะนำให้มาแต่เช้า 8. เขาช้าง หรือเซี่ยงซัน (Xiangshan) เป็นหนึ่งใน Four Beast Mountains ในใจกลางเมืองไทเป มีวิวกว้างของยอดเขาที่รายรอบ วิวตัวเมือง และภูมิประเทศตามธรรมชาติ สามารถมาได้ทั้งตอนเช้าและตอนเย็น เมื่อเดินขึ้นเขาก็จะพบกับวิวตึก ไทเป 101 ซึ่งเป็นตึกระฟ้าที่เป็นสัญลักษณ์ของเมือง , ทิวทัศน์แม่น้ำสามสายของไทเป วิธีการเดินทาง : MRT Xiangshan, Exit 2 , นั่งรถไฟไปที่สถานี Cityhall หรือนั่งรถประจำทางไปยัง Yongchun Gang Park จากตึกไทเป 101 หรือเขต Xinyi เดินเพียง 10 ถึง 15 นาที 9. พิพิธภัณฑ์แห่งชาติไต้หวัน (National Taiwan Museum) พิพิธภัณฑ์แห่งนี้สร้างขึ้นในปี 1908 และมีความเก่าแก่ที่สุดในไต้หวัน สถาปัตยกรรมของที่นี่เป็นรูปแบบกรีกดอริก (Greek Doric) ซึ่งมีเสาเรียงรายที่ทางเข้าและหลังคาเป็นรูปโดม ภายในห้องโถงกลางที่งดงามซึ่งมีเสาแบบโรมาเนสก์และพื้นหินอ่อน ภายในมีรูปปั้นของรัฐบุรุษชาวญี่ปุ่นที่ชื่อว่า Kodama Gentarō และ Gotō Shinpei ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการทำให้ไต้หวันก้าวเข้าสู่ความทันสมัย แต่เดิมพิพิธภัณฑ์นี้ได้รับการสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองพิธีเปิดใช้เส้นทางรถไฟสายเหนือ-ใต้ของไต้หวัน ถัดจากตัวอาคารหลัก ให้คุณไปชม Taiwan Land Bank Exhibition Hall ของพิพิธภัณฑ์เพื่อชมโครงกระดูกไดโนเสาร์ขนาดยักษ์ ตั้งแต่วันอังคารถึงวันอาทิตย์ ในการเดินทางไป ให้นั่ง MRT ไปยัง National Taiwan University Hospital 10. Yong Kang Street ถนน Yong Kang มีร้านขายอาหาร ร้านกาแฟ ร้านค้าทันสมัยอยู่เป็นจำนวนมาก เป็นหนึ่งในย่านอาหารซึ่งเป็นที่นิยมที่สุดในไทเป เมื่อออกมาจากสถานี MRT บนถนน Yong Kang สิ่งแรกที่คุณจะได้เห็นคือ คนต่อแถวรอเข้าร้านอาหารดั้งเดิมที่ชื่อว่า Din Tai Fung ซึ่งมีชื่อเสียงในเรื่องของซาลาเปาเสี่ยวหลงเปา (xiao long bao) ที่เสิร์ฟมาในเข่งแบบดั้งเดิม และเมื่อมาถึงที่นี่ก็ไม่ควรพลาดชิมของอร่อยอย่าง ซาลาเปาไส้หมูกับบะหมี่เนื้อวัว ซึ่งเป็นเมนูขึ้นชื่อของไต้หวัน และอร่อยสุดตั้งอยู่บนถนน Yong Kang ,  lu rou fan เป็นข้าวหมูอบ , cong zhuabing แพนเค้กหัวหอมที่วางซ้อนเป็นชั้น และขนมหวานให้ลองมะม่วงปั่นหรือน้ำแข็งใสใส่ถั่วแดงกับนมข้น 11.  ตลาดกลางคืนซือหลิน (Shilin) ตลาดประจำเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องสีสันยามค่ำคืน อาหารไต้หวันแท้ๆ รวมถึงสินค้าพื้นเมืองและจากต่างประเทศ และเป็นตลาดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในไทเป แบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน นั่นคือ โซนอาหารและสินค้า มีฟู้ดคอร์ทที่โด่งดังในเรื่องอาหารไต้หวันแบบดั้งเดิม รสชาติเยี่ยม และมีเฉพาะที่ตลาดนี้เท่านั้น 12. สวน 228 Peace ไทเป 228 เมโมเรียลพาร์คเป็นสวนสาธารณะสไตล์ญี่ปุ่นที่เงียบสงบในใจกลางเมือง สถานที่แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้แก่เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 1947 พื้นที่ในสวนสาธารณะแห่งนี้จึงเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์สถานไทเป 228, อนุสรณ์สถาน 228 และพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ เป็นอนุสรณ์ให้ระลึกถึงประวัติศาสตร์อันน่าเกรงขาม ในช่วงสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง ต่อมาได้ถูกเปลี่ยนชื่อให้เป็น พีซพาร์ค (Peace Park) มีงานประติมากรรมสวยงาม ประกอบด้วยหอระฆังตรงกลาง ล้อมรอบด้วยรูปลูกบาศก์เอียงสามลูกขนาดใหญ่ และประวัติศาสตร์ของเหตุการณ์ในปี 1947 ตั้งอยู่บนพื้นที่ในเมืองระหว่างถนน Gongyuan ถนน Xiangyang ถนน Huaining และถนน Ketagalan หากต้องการเดินทางไป ให้นั่งรถไฟ MRT ไปยังสถานีโรงพยาบาล NTU 13. พิพิธภัณฑ์วิจิตรศิลป์ไทเป (Taipei Fine Arts Museum) มีคอลเล็คชั่นอันสร้างสรรค์ของงานศิลปะไต้หวันในทั้งแบบสมัยใหม่และแบบร่วมสมัย ที่นี่แสดงงานของศิลปินในท้องถิ่น ระดับประเทศ และระดับนานาชาติที่มีชื่อเสียง อย่างเช่น Ai Weiwei และ Andy Warhol ก็เคยมาจัดแสดงงาน ณ สถานที่แห่งนี้ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ใน Taipei Expo Park เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่วันอังคารถึงวันอาทิตย์ และบัตรเข้าชมมีราคาตามอัตราต่อผู้ใหญ่หนึ่งคน อัตราส่วนลด หรืออัตราต่อกลุ่ม ในการเดินทางไปที่นั่น ให้นั่งรถประจำทางไปลงที่ป้ายพิพิธภัณฑ์วิจิตรศิลป์ไทเป หรือนั่ง MRT ไปลงสถานี Yuan Shan มีที่จอดรถให้ฟรีสำหรับผู้มาเยือนพิพิธภัณฑ์ 14. ย่านซีเหมินติง แหล่งช้อปปิ้งวัยรุ่น (Ximending & Red House) ย่านช้อปปิ้งชื่อดังขวัญใจวัยรุ่นเด็กแนวที่ทุกคนจะต้องมาอัพเดทเทรนด์การแต่งตัวกันที่นี่ คุณสามารถมานั่งจิบกาแฟ กินไอศกรีม ดูวัยรุ่นและผู้คนแต่งตัวที่นี่ไม่แพ้สยามแสควร์บ้านเรา ไฮไลท์เด็ดๆของที่นี่ นอกจากจะเป็นย่านช้อปปิ้งของเมืองไทเปแล้ว ยังมีอาคารโบราณที่ทางการได้อนุรักษ์ไว้ มีชื่อว่าตึกแดง หรือ Red House สร้างด้วยอิฐแดงทั้งหลัง ภายในจะมีการจัดนิทรรศการทางศิลปะต่างๆ แบบหมุนเวียน และภายนอกจะเป็นลานคนเมืองที่มีสินค้าทำมือแนวๆ วางขายกันที่นี่ให้เลือกชมและซื้อได้ตามอัธยาศัย การเดินทาง MRT สายสีน้ำเงิน สถานี Ximen ย่านช้อปปิ้งเปิดให้บริการถึง 22.00น. 15. วัดกวนตู้ (Guandu Temple) สำหรับคนที่มาเที่ยวแล้วต้องการไหว้พระขอพร วัดกวนตู้เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทเป คนที่มาที่นี่ล้วนมาไหว้พระขอพรให้ร่ำรวยและโชคดี โดยมีเทพเจ้าแห่งท้องทะเลมาจู่ เพื่อให้เดินทางปลอดภัยและโชคดี และองค์พระโพธิสัตว์กวนอิม อยู่ภายในอุโมงค์วัด โดยวัดแห่งนี้ได้สร้างขึ้นบนภูเขา และมีการเจาะอุโมงค์ยาวกว่าร้อยเมตร เพื่อทะลุไปอีกฝั่งหนึ่งและไปสักการะองค์กวนอิมได้ ตรงทางเข้าวัดจะมีเสาให้หยอดเหรียญขอพรซึ่งจะนำมาซึ่งความร่ำรวยเงินทอง ถ้าคุณทำการค้าหรือเป็นเจ้าของกิจการ ไม่ควรพลาดมาไหว้พระขอพรที่นี่จ้า เปิดให้บริการ 8.30-21.00 น. การเดินทาง MRT สายสีแดง สถานี Guandu แล้วเดินต่อมายัง No.360 Zixhing Road, Beitou District, Taipei แต่เดินไกลอยู่ แนะให้เรียกแท็กซี่ได้ไม่แพง 16. ช็อปปิ้งที่วูเฟนปู (Wufenpu) เป็นย่านขายเสื้อผ้าปลีก ส่ง ที่ใหญ่ที่สุดในไทเป มีทั้งของใหม่และของมือสอง บางร้านมีนำเข้าจากเกาหลีและญี่ปุ่น ส่วนราคาก็ถูกกว่าบ้านเรา ถ้าอยากได้ของถูกให้ไปวันอาทิตย์เพราะพ่อค้าแม่ค้าจะเอาสินค้ามาลดราคากัน แต่ถ้าใครอยากได้ของใหม่ลองเดินดูวันอังคาร ตลาดที่นี่เริ่มเปิดตั้งแต่เวลา 14.00 - 22.00 น. การเดินทาง  : MRT Songshan Exit 3, 4 17. วัดซิงเทียน (Xingtian Temple) ซิงเทียนกง เป็นอีกหนึ่งวัดที่คนไต้หวันนิยมมากราบไหว้ ขอพร ตั้งอยู่ติดกับสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตอย่าง ซีเหมินติง เปิดทุกวัน 4:00 am – 10.30 pm การเดินทาง : MRT Xing Tian Temple Exit 2 เดินออกมาเลี้ยวขวา แล้วเดินตรงมาเรื่อยๆ ใช้เวลา 5-10 นาที 18. Songshan Cultural and Creative Park สวนสาธารณะที่รวบรวมความคิดสร้างสรรค์ และวัฒนธรรมไว้ในที่เดียวกัน ที่นี่เราจะได้เห็นสิ่งแปลกใหม่ การก่อสร้างสมัยใหม่ แกลอรี่ศิลปะ , ห้องครีเอทีฟแล็บ, ห้องจัดนิทรรศการ , ร้านหนังสือ, ห้างที่รวบรวมของแฮนด์เมด DIY ไอเดียดีๆ ไว้ให้เลือกซื้อกัน ตลอดจนไปถึงธรรมชาติที่สวยงามและร่มเย็น หรือถ้าใครอยากจะนั่งชมบรรยากาศพร้อมจิบกาแฟสักแก้ว ที่นี่ก็มีบริการ โดยที่นี่ตั้งอยู่ไม่ไกลจาก ตึกไทเป 101 ด้วย การเดินทาง :  MRT ลงสถานี Taipei City Hall Station (สายสีน้ำเงิน) Exit 1 ดูเพิ่มเติม http://www.songshanculturalpark.taipei/en/index.aspx 19. Huashan 1914 Creative Park อาคารหลังเก่าในอดีตเป็นโรงงานผลิตไวน์และบุหรี่ขนาดใหญ่ ต่อมาถูกดัดแปลงให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว พักผ่อนหย่อนใจแห่งใหม่ หลังจากถูกทิ้งร้างไปกว่า 10 ปี มีลานกิจกรรม การแสดงต่างๆ โชว์ผลงานศิลปะ มีร้านอาหาร ร้านค้าต่างๆ มากมาย และไฮไลท์ของที่นี่ใครมาต้องมาเซลฟี่! อาคารหลังเก่าที่มีใบไม้สีเขียวปกคลุม เวลาเปิด-ปิด: 09:30-21:00 น. การเดินทาง: รถไฟใต้ MRT สถานี Zhongxiao Xingsheng (สายสีน้ำเงิน) Exit 1 จากสถานีเดินประมาณ 3 นาที 20. Si Si Nan Cun หมู่บ้านทหารโบราณ ที่แห่งนี้เป็นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นหมูบ้านเก่าแก่ ที่ยังคงความดั้งเดิมเอาไว้ รวมถึงโดยรอบก็ยังคงแสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมและเรื่องราวในประวัติศาสตร์ยุคก่อน ผู้คนนิยมถ่ายรูปกันเป็นจำนวน อยู่ไม่ไกลจาก ตึก Taipei101 ด้วย เปิดเสาร์-อาทิตย์ การเดินทาง : MRT Taipei101, Exit 2 ขอบคุณข้อมูล http://www.nokscoot.com , www.expedia.co.th เรียบเรียง Travel.MThai

ผู้หญิงแรงจากแดนกิมจิ! คิม มินฮี เตรียมจัดเต็มใน The Handmaiden ล้วงเล่ห์ลวงรัก
Min-hee Kim /  Park Chan Wook / 

ผู้หญิงแรงจากแดนกิมจิ! คิม มินฮี เตรียมจัดเต็มใน The Handmaiden ล้วงเล่ห์ลวงรัก The Handmaiden ล้วง เล่ห์ ลวง รัก ผลงานที่ถูกกล่าวขวัญกันอย่างมากในสายประกวดรางวัลปาล์มทองคำ (Palme d'Or) จากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ฝีมือการกำกับภาพยนตร์โดย ปาร์ค ชานวุค (Park Chan-wook) ผู้กำกับที่มีผลงานฮือฮาอย่าง Oldboy เปิดบัญชีแค้น ไปจนถึงหนังฮอลลีวูด Stoker สโตกเกอร์ อำมหิต พิศวาสร้อน มาแล้ว นำแสดงโดย คิม มินฮี (Kim Min Hee) ดาราสาวชาวเกาหลีใต้ที่กำลังมาแรงในช่วงนี้ The Handmaiden ล้วงเล่ห์ลวงรัก ดัดแปลงจากวรรณกรรมอังกฤษเรื่อง Fingersmith เล่าเรื่องของ ซุคี รับบทโดย คิม เตรี (Kim Tae-ri) โจรสาวที่ปลอมตัวเป็นคนรับใช้ให้กับ คุณหญิงฮิเดโกะ รับบทโดย คิม มินฮี (Kim Min Hee) ผู้สูงศักดิ์ เพื่อหลอกล่อให้คุณหญิงแต่งงานกับคุณชายเจ้าเล่ห์ผู้ส่งเธอเข้ามาเป็นคนรับใช้ แต่กลายเป็นว่าซุคีหลงเสน่ห์และตกหลุมรักคุณหญิงจนกลายเป็นความสัมพันธ์อันร้อนแรง เมื่อฉายในเทศกาลหนังเมืองคานส์ก็เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์ได้อย่างอื้ออึง และผนวกกับเรื่อราวชีวิตจริงอันอื้อฉาวของนางเอกสาว คิม มินฮี (Kim Min Hee) ทำให้เธอเป็นที่จับตามองมากยิ่งขึ้น โดยมี 3 ความแรงที่พิสูจน์ว่าเธอเป็นดาราเกาหลีที่แรงแห่งยุคจริง ๆ แรงจากฝีมือการแสดง คิม มินฮี ถือเป็นหนึ่งในนักแสดงที่มากด้วยเสน่ห์และฝีมือ เข้าสู่วงการบันเทิงตั้งแต่วัยรุ่นแล้วแจ้งเกิดจากทีวีซีรีส์ Age of Innocence ซึ่งเคยนำมาฉายในบ้านเราทางช่องไอทีวีชื่อว่า “รักอีกครั้งก็ยังเป็นเธอ” จากนั้นเธอก็ฝากฝีมือการแสดงได้หลากหลายแนวตั้งแต่หนังสยองขวัญ Helpless (2012) ตามด้วยภาพยนตร์ตลกเรื่อง รัก สุด ฟิน (Very Ordinary Couple ปี 2013 ประกบคู่หนุ่มหล่อ อี มินกิ) และหนังแอคชั่น กระสุนเพื่อฆ่า น้ำตาเพื่อเธอ (No Tears for the Dead 2014 ร่วมกับจาง ดองกอน) จนกวาดรางวัลทุกสถาบันทั้งวงการจอแก้วและจอเงิน ไม่ว่าจะเป็น Busan Film Critics Awards, Blue Dragon Film Awards ฯลฯ แรงจากชีวิตส่วนตัว แต่ดูเหมือนว่าผลงานการแสดงไม่ได้เป็นที่จับจ้องมากกว่าชีวิตส่วนตัว เพราะเธอมีประวัติว่าเคยควงกับดาราหนุ่มระดับตัวท็อปของเกาหลีอย่าง อี จองแจ (IL Mare) นายแบบหนุ่ม อี โซฮยอก และดาราหนุ่ม โจ อินซอง (The Classic) แต่ที่สร้างความตกตะลึงทั่ววงการล่าสุดคือ ข่าวที่ว่าเธอคบหาดูใจกับนักทำหนังมากฝีมือ ฮอง ซางซู ที่เคยกำกับเธอในหนังเรื่อง Right Now, Wrong Then (2015) ทั้ง ๆ ที่เขาแต่งงานมีภรรยาและลูกสาวเรียบร้อย แรงจากภาพยนตร์เรื่องล่าสุด แม้ภาพยนตร์รักระทึกขวัญล่าสุดของเธอ The Handmaiden ล้วง เล่ห์ ลวง รัก ผลงานกำกับโดย ปาร์ค ชานวุค ออกฉายเทศกาลหนังเมืองคานส์และในเกาหลีใต้จะกวาดคำชมทั้งตั้วหนัง และการแสดงของเธอซึ่งเธอต้องพูดทั้งภาษาเกาหลีและญี่ปุ่นให้สมกับบทของคุณหญิงเชื้อสายญี่ปุ่น ผู้ตกหลุมรักนางนกต่อในคราบสาวใช้ของเธอ แต่ภาพยนตร์ก็เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากเกี่ยวกับฉากเลิฟซีนร้อนแรงและยาวนานระหว่างเธอกับดาวรุ่งสาว คิม เตรี ถึงขนาดตอนฉายที่สิงคโปร์ ฉากนั้นถูกหั่นและหนังก็ถูกปะเรต R21 คือผู้ที่อายุต่ำกว่า 21 ห้ามเข้าชมเป็นอันขาด อย่างไรก็ตามเมื่อออกฉายในเกาหลีใต้ก็ขึ้นอันดับหนึ่งของบ็อกซ์ออฟฟิศด้วยรายได้ 449,183,501 บาท ล่าสุดทำรายได้ทั้งหมด 1,084,621,326 บาท ขึ้นทำเนียบหนึ่งใน 5 ภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดของเกาหลีใต้ประจำปี 2016 และแบบสำรวจของผู้ใช้เว็บ Google ชาวเกาหลีใต้ในครึ่งปีที่ผ่านมาพบว่า The Handmaiden ล้วง เล่ห์ ลวง รัก เป็นภาพยนตร์ที่ประชาชนพากันเสิร์ชมากอันดับหนึ่ง (ถ้าโดยรวมทั่วไป ก็เป็นรองแค่ซีรีส์ Descendants of the Sun และเกม Overwatch เท่านั้น) พิสูจน์ความแรงด้วยตาของคุณเองใน The Handmaiden ล้วง เล่ห์ ลวง รัก เปิดรอบพิเศษตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม ฉายจริง 11 สิงหาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

วุ้นเส้น บ่นเหงาแยกกันอยู่ ชาคริต ปัญหาส่วนหนึ่งไม่ยอมมีลูก เผื่อใจชีวิตคู่ไปไม่รอด!!
วุ้นเส้น วิริฒิพา /  ชาคริต แย้มนาม / 

หลังจากมีประเด็นขาเตียงสั่นคลอนระหว่าง วุ้นเส้น วิริฒิพา กับสามีหนุ่ม ชาคริต แย้มนาม จนถึงขั้นแยกบ้านกันอยู่ แถมมีการเชื่อมโยงถึงหมอดูชื่อดังที่ออกมาทำนายคู่รักดาราคู่หนึ่งที่เลิกกันแล้ว แต่สร้างภาพว่ารักกันดีเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ งานนี้ สาววุ้นเส้น เปิดใจระหว่างมาร่วมงาน The Witch Queen of Babalah 2nd Anniversary ยอมรับว่าชีวิตคู่กำลังมีปัญหาถึงขั้นแยกกันอยู่จริงและยังเคลียร์ไม่ลงตัว แต่ยังไม่ได้เลิกกัน ถือเป็นช่วงที่ต่างฝ่ายต่างพยายามประคับประคองความรัก โดยเป็นเรื่องของคนสองคน สาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจาก สาววุ้น ไม่ยอมมีลูก ซึ่งหากทั้งคู่พยายามจนถึงที่สุดแล้วไปต่อไม่ได้ ก็พร้อมยอมรับความจริง!! "ชีวิตส่วนตัวจริงๆ ทุกคนก็รู้แล้วแหละว่าเราก็เริ่มค่อยๆ ปรับตัวกันไป อะไรที่เป็นปัญหาก็พยายามแก้กันไป ช่วงนี้ก็ดีขึ้น อาจจะมีนิดนึงที่ยังต้องแก้กันอีก เดี๋ยวรอให้ได้ไปเที่ยวกันก่อนแล้วจะมาตอบอีกที ปัญหาบางทีมันก็เป็นเรื่องซ้ำๆ ที่เคยเกิดขึ้น และบางเรื่องเป็นเรื่องที่เราไม่ได้พูดแต่แรกว่าไม่โอเค พอถึงเวลาที่เราพูดมันก็อาจจะไม่ลงตัว ทริปนี้จะเป็นทริปกระชับความสัมพันธ์ อายจังเลยพูดแบบนี้ คือก็เป็นทริปที่ตั้งใจจะไปด้วยกัน เพราะที่ผ่านมาแยกย้ายกันเที่ยวเยอะเหมือนกัน ต่างคนต่างไปกับเพื่อน เลยคิดว่าตอนนี้ลองเที่ยวด้วยกันดูบ้างจะได้แฮปปี้ ทริปนี้จะไปญี่ปุ่นใกล้ๆ เพราะมีเวลาน้อยจะไปกันช่วงวันแม่ค่ะ" "ช่วงนี้ก็มีเจอกันบ้างทำงานหนักทั้งคู่ ถ้าเป็นช่วงที่งานยังไม่ซาก็จะหาเวลาตรงกันยาก แต่ก็พยายามหาเวลาค่ะ สมมติเลิกงาน 2 ทุ่ม เดี๋ยวสัก 4 ทุ่มก็จะไปดูหนังด้วยกัน ถ้าไม่เหนื่อยเกินไป แต่ก็ยังอยู่ด้วยกัน บางวันที่วุ้นรู้สึกเหนื่อยๆ ก็จะมีไปอยู่คนเดียวบ้าง แต่ก็พยายามอยู่ด้วยกันให้เยอะที่สุด ทุกคนมันต้องมีช่วงเหนื่อยอยู่แล้ว จริงๆ ปีนี้เหนื่อยน้อยกว่าปีที่แล้วอีก เพียงแต่ปีที่แล้วอาจจะไม่ค่อยมีคนรู้ว่ามีอะไร อย่างที่บอกว่าถ้าเราสองคนยังอยากจะอยู่ด้วยกัน อยากที่จะให้มันแข็งแรง ก็ต้องพยายามกันต่อและให้มันดีต่อไปเรื่อยๆ" "พี่คริตง้อมั้ยเหรอ คือวุ้นไม่อยากใช้คำนี้มันดูปัญญาอ่อน ทำไมต้องง้อด้วยมันโตขนาดนี้แล้ว แต่มันก็ต้องมีบ้างแหละที่วุ้นไม่พอใจจนถึงจุดนึงจริงๆ แล้วเค้าก็พยายามปรับตัวให้ดีขึ้น วุ้นก็บอกไปแล้ว บอกทุกอย่างค่ะว่าอันไหนเราไม่โอเค เราคุยกันทุกเรื่อง ปัญหาซ้ำๆ กับผลกระทบในอนาคต ทุกคนต้องกังวลอยู่แล้วแหละ วุ้นก็เป็นคนนึงที่อยากประสบความสำเร็จทั้งการงานและครอบครัว ถ้าเราเป็นคู่กันทุกอย่างมันก็จะไปได้ดี ทุกวันนี้ไม่มีใครไม่พยายาม เราพยายามกันทั้งคู่ ถ้าเกิดมีฝ่ายนึงที่ไม่พยายามเลยมันคงจบไปนานแล้ว ตอนนี้เราสองคนก็พยายามทำให้ดีที่สุด" "เค้าก็มีบ่นคิดถึงเวลาที่ภรรยาไม่อยู่บ้าน จริงๆ วุ้นก็เหงานะคะ บางวันที่เราอยู่คนเดียว แต่เราก็พยายามทำทุกอย่างให้กระทบกระทั้งกันน้อยที่สุดดีกว่า อันนี้ก็เป็นทางออกของแต่ละครอบครัวที่ไม่เหมือนกัน ตอนนี้ก็ได้เจอกันค่ะ เดี๋ยวหลังจากนี้มีเวลาว่างก็คงได้เจอกันมากขึ้น แต่วุ้นก็ไม่รู้ว่าวันนี้หรือพรุ่งนี้จะเป็นยังไง แต่ก็ขอให้มันผ่านไปได้ด้วยดีค่ะ คนรอบข้างที่สนิทเค้าจะรู้ปัญหามาตั้งแต่แรกแล้ว ถ้าเกิดเป็นคนใหม่ๆ เค้าคงงงเพราะเห็นรักกันดี จริงๆ ทุกอย่างก็ยังรักเหมือนเดิม ไม่เคยรักน้อยลง แค่ปัญหาอะไรที่มันทำให้กระทบจิตใจจริงๆ ก็ต้องปรับหรือใช้เวลานิดนึง" "ที่คนจับตาว่ามีปัญหาเพราะวุ้นไม่ยอมมีลูก มันไม่ใช่ส่วนสำคัญขนาดนั้น แต่ก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งแล้วกัน ซึ่งเหตุผลที่ยังไม่มีลูกมันมีเยอะ เรื่องเวลาด้วย แต่ไม่ใช่ทั้งหมดของปัญหา ตอนนี้พี่คริตเค้าคงไม่อยากมีแล้วมั้ง ต้องไปถามเค้าดู วุ้นเห็นความพยายามของเค้าทุกอย่างทุกวัน เห็นว่ามันดีขึ้นแล้ว เราเป็นผู้หญิงก็อยากให้มันชัดเจนไม่อยากมีปัญหาอีกแล้ว ยังมั่นใจใช่มั้ยว่าพี่คริตจะเป็นพ่อของลูกเรา คำถามแรง (หัวเราะ) เราแต่งงานกับเค้าก็ต้องใช่สิคะ เอาเป็นว่าตอนนี้มันเป็นเรื่องของคนสองคนก่อน อยากให้มันจบด้วยดี" "วุ้นเป็นคนที่เวลามีปัญหากันก็จะไม่มานั่งตอบสื่อว่ายังรักกันดีค่ะ มันไม่ได้ บางทีก็คุยกับเค้าเหมือนกันว่าเค้าตอบเยอะไปหรือเปล่า เราก็ว่าเราตอบน้อยลงแล้ว ก็ตอบเท่าที่ตอบได้ แต่ว่าเราอยู่ในสื่อก็ต้องอัพเดทเรื่อยๆ ถ้าวันนี้ดีเราก็บอกว่าดี ถ้าพรุ่งนี้ทะเลาะจะบอกว่าทะเลาะเหรอ มันก็ไม่ใช่ไง ก็ต้องพูดกลางๆ ไว้ก่อนดีกว่า สภาพจิตใจวุ้นตอนนี้แข็งแรงขึ้นเยอะกว่าที่ผ่านมา ก็อยากให้มันไปในทางที่ดีแหละ เพราะว่าเราก็อยู่กันมาตั้งนาน วุ้นบอกอนาคตไม่ได้ แต่ทุกวันเราก็ต้องลองก่อน ถ้าพยายามถึงที่สุดแล้วมันไม่ได้จริงๆ ก็ต้องยอมรับความจริงให้ได้" "ที่หมอดูทายว่าคู่รักดารายังคบกันสร้างภาพเพื่อธุรกิจ แต่ปลายปีจะประกาศเลิกกัน อันนี้ก็ไม่รู้ หมอดูก็เป็นแค่ส่วนนึง แต่เราไม่ได้คบกันเพื่อธุรกิจแน่นอน เอาง่ายๆ เลยนะถ้าวันนึงมันไม่ใช่ เราก็ยังทำธุรกิจด้วยกันได้ เพราะเราบริสุทธิ์ใจและจริงใจต่อกันจริงๆ มันไม่ใช่ว่าต่างคนต่างทำอะไรผิด หรือต่างคนต่างไปมีคนอื่น แต่มันเป็นปัญหาของคนสองคนที่เรื้อรังมานาน คือครอบครัวถ้าเรายอมรับจุดนี้ได้ มันก็จะผ่านไปได้ด้วยดี แต่บางทีถ้าเราอยากให้มันดีกว่านี้ และถ้าเค้าไม่เปลี่ยนแปลงอะไร มันก็ไปต่อไม่ได้ แต่ถ้าเค้าเปลี่ยนมันก็ดี" "ตอนที่คุยกันไม่ถึงขั้นทะเลาะมีปากมีเสียงกันหรอก โตๆ กันแล้ว ก็พยายามทะเลาะกันให้น้อยที่สุด เพราะทุกคนมีหน้าที่การงานต้องทำ ไม่อยากให้เสียอะไร ก็ยังเรียกว่าประคับประครอง ก็ยังใช้คำนี้ได้ พูดแล้วเดี๋ยวพี่คริตมาบอกว่าเธอใช้คำนี้เลยเหรอ (หัวเราะ) วุ้นก็ไม่อยากพูดเยอะ เพราะมันเป็นเรื่องเซนซิทีฟสำหรับเค้า เค้าเป็นคนค่อนข้างคิดมากด้วย เราขอพูดกลางๆ ไว้ก่อน แพลนที่ว่าอยากไปฝากไข่ก็ยังคิดว่าจะไปอยู่นะคะ แต่ยังไม่มั่นใจว่าสุดท้ายจะเป็นยังไง ยังคุยกับเพื่อนๆ ที่ยังไม่มีลูกว่าจะไปด้วยกัน ก็ควรจะไปภายในปีนี้นะ แต่ต้องรอให้ละครปิดกล้องก่อนทุกอย่างค่ะ" วุ้นเส้น กล่าว วุ้นเส้น วิริฒิพา วุ้นเส้น วิริฒิพา วุ้นเส้น วิริฒิพา วุ้นเส้น วิริฒิพา วุ้นเส้น วิริฒิพา วุ้นเส้น วิริฒิพา วุ้นเส้น วิริฒิพา วุ้นเส้น-ชาคริต วุ้นเส้น-ชาคริต

ชีวิตมหา’ลัย 18+ ใน Everybody Wants Some!!
Everybody Wants Some

หลังจากเสร็จภารกิจทำหนัง Boyhood ซึ่งใช้เวลาถ่ายทำยาวนาน 12 ปี ริชาร์ด ลิงค์เคลเตอร์ ก็ตามติดมาด้วยหนังอย่าง Everybody Wants Some!! ซึ่งงานนี้ลิงค์เคลเตอร์เลือกหยิบช่วงเวลาและความทรงจำส่วนตัวของเขาออกมาถ่ายทอดบทบันทึกของการเป็นวัยรุ่นในช่วงคาบเกี่ยวระหว่างไฮสคูลและมหาวิทยาลัย กลายเป็นหนังที่ไม่ใช่งานส่วนตัวของเขาอีกต่อไป หากมันสามารถแชร์ความทรงจำอันสวยงามของทุกคนที่เคยผ่านช่วงเวลาอันบ้าบอตอนเรียนมหาวิทยาลัย จนคนดูปล่อยตัวปล่อยใจไปกับหนังและรู้สึกราวกับได้กลับไปใช้ชีวิตสุดเหวี่ยงแบบนั้นอีกครั้ง ที่สำคัญ ลิงค์เลเตอร์ยังมองว่าวัยมหา’ลัยคือช่วงที่ทุกคนอยากรู้ อยากลอง ไปหมด และต่อไปนี้คือประสบการณ์ 18+ จากหนัง Everybody Wants Some!! ที่ใครหลายคนน่าจะรู้สึกร่วมตามไม่ยาก “พอมองย้อนกลับไป มันเป็นช่วงเวลาที่สุดมากๆ เวลาอยู่ในรั้วมหา’ลัย มันไม่ใช่แค่เฉพาะผมคนเดียว มันเป็นวัฒนธรรมและความรู้สึกที่มีร่วมกันของคนทั่งโลกก็ว่าได้” ริชาร์ด ลิงค์เคลเตอร์ ปาร์ตี้กันทุกคืน ไรอัน กัซแมน หนุ่มหล่อพระเอก Step Up Revolution และ Step Up All In บอกว่า “สาเหตุที่เราต้องไปเที่ยวกันทุกคืน เพราะผู้ชายมักพาตัวเองเข้สไปอยู่ในที่ที่มีเสียงเพลง ไม่ใช่อะไรหรอก เพราะที่เหล่านั้นมีหญิงอยู่ต่างหาก” และด้วยเหตุนี้ทำให้ช่วงเวลา 3 วันก่อนเปิดเทอม รุ่นพี่รุ่นน้องชายล้วนที่อาศัยบ้านเดียวกันเลยตระเวนปาร์ตี้ไปเรื่อยๆ และพบว่าพวกเขาก็สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เข้ากับบรรยากาศที่แตกต่างได้ด้วยเช่นกัน เซ็กซ์!! หนังเล่าเรื่องผ่านเฟรชชี่ที่ยังไม่รู้ว่าชีวิตมหา’ลัยเป็นอย่างไร จึงต้องมีตัวละครอย่าง ฟินน์ (เกล็น โพเวลล์) หรือรุ่นพี่ที่เรียนไม่จบซะทีที่คอยโอบอุ้มรุ่นน้องทุกคนเอาไว้ แล้วพากันไปทำอะไรเละๆ เทะๆ ตลอดเวลา ฟินน์คือนักล่าชั้นดี และแน่นอนว่าหนึ่งในกิจกรรมที่เขาพารุ่นน้องไปเจอก็คือเซ็กซ์นั่นเอง โดยโพเวลล์เล่าว่า “ฟินน์เป็นนักกีฬาประเภทที่ถ้าเล่นกีฬาก็จะคิดถึงเซ็กซ์ และพอมีเซ็กซ์ก็จะคิดถึงเรื่องกีฬาน่ะ” เมา ไม่ใช่แค่พร้อมจะเมาหัวราน้ำได้ทุกเมื่อเท่านั้น แต่ยังพร้อมจะทดลองเครื่องดื่มสูตรใหม่ๆ อยู่เสมอ รวมไปถึงบุหรี่และ... https://www.youtube.com/watch?v=p-YhTcS6IcA

แทยอน เตรียมกลับมาทวงบัลลังก์ 'ราชินีเพลงประกอบละคร'
Girls Generation /  Moon Lovers / 

หลังจากเคยสร้างความประทับใจจากเพลง If (OST. Hong Gil-Dong), เพลง I Love You (OST. Athena: Goddess of Wa), เพลง Can You Hear Me (OST. Beethoven Virus) ฯลฯ ล่าสุดนักร้องสาวเสียงดี แทยอน แห่ง Girls' Generation ก็กำลังกลับมาทวงบัลลังก์ ‘ราชินีแห่งเพลงประกอบละคร’ อีกครั้ง สำนักข่าวเกาหลีรายงานว่า แทยอน จากเกิร์ลกรุ๊ปสุดฮอต Girls' Generation จะมาร้องเพลงประกอบละครหลักของซีรี่ส์เรื่อง Scarlet Heart: Ryeo (ชื่อเดิม Moon Lovers) ซึ่งมีคิวจ่อออนแอร์ทางช่อง SBS 29 สิงหาคมนี้ "นอกจาก แทยอน แล้ว ยังมีศิลปินอีกหลายท่านที่จะมาร้องเพลงประกอบละครเรื่องนี้" แหล่งข่าวกล่าว Scarlet Heart: Ryeo เป็นซีรี่ส์ฟอร์มยักษ์แนวแฟนตาซีย้อนยุค ซึ่งมีดาราดังร่วมแสดงอย่างคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็น ลี จุนกิ, ไอยู, ฮง จงฮยอน, คิม จีซู, นัม จูฮยอก รวมทั้ง ซอฮยอน Girls' Generation และ แบคฮยอน EXO ด้วย. ข้อมูลจาก dongA มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

6 เรื่องน่ารู้ ก่อน ตรวจสุขภาพ มีอะไรบ้าง
ตรวจ /  ตรวจสุขภาพ / 

พูดถึงเรื่อง ตรวจสุขภาพ หลายคนคงเคยตรวจมาแล้ว บางคนอาจตรวจกับที่ทำงาน หรือตรวจที่โรงพยาบาล แม้ว่าเรื่องการตรวจสุขภาพจะมีมานานแล้ว แต่ยังมีอีกหลายคนที่ยังไม่กล้า หรือไม่ทราบว่าทำไมต้องตรวจ ตรวจแล้วได้อะไร แล้วหากอยากจะไปตรวจจะต้องทำอย่างไร เว็บไซต์ สสส. มีแนวทางให้ทุกคนได้เรียนรู้ และทำความเข้าใจก่อนตรวจสุขภาพ มาฝากกันค่ะ “การตรวจสุขภาพ” แบ่งเป็น 2 เรื่อง ได้แก่ การค้นหาโรคที่ซ่อนอยู่ในตัวเรา โดยที่เรายังไม่มีอาการผิดปกติที่สังเกตได้เรียกได้ว่า “ภัยเงียบ” เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือด มะเร็งปากมดลูกระยะแรก เป็นต้น ส่วนการค้นหาพฤติกรรมเสี่ยง และปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ โดยหากพบว่ามีความเสี่ยง แพทย์ก็จะให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัวอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บตามมา มาดูกันดีกว่าว่า 6 เรื่องน่ารู้ ก่อน ตรวจสุขภาพ จะมีอะไรบ้าง 1. การตรวจสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญ เพราะมีโรคหลายชนิดที่เป็นภัยเงียบการตรวจตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม หากพบจะทำให้รักษาได้ง่าย และมีโอกาสหายขาดได้ 2. การตรวจสุขภาพเด็กก็มีความสำคัญเช่นกัน โดยเน้นให้วัคซีนเพื่อป้องกันโรค รวมทั้งมีการตรวจการเจริญเติบโตและพัฒนาการว่าสมวัยหรือไม่ เพื่อป้องกันความผิดปกติต่างๆ ที่สำคัญการตรวจสุขภาพตั้งแต่เด็กจะทำให้แพทย์ได้ตรวจสอบปัจจัยเสี่ยงแทรกซ้อนที่จะเกิดกับเด็ก และทำการรักษาได้ทันท่วงที 3. การตรวจสุขภาพต้องตรวจให้เหมาะสมกับตัวเรา หากตรวจเกินจำเป็นก็ทำให้สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ และการตรวจบางอย่างอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายแก่ชีวิตได้ 4. “ตรวจสุขภาพประจำปี” เป็นคำที่เข้าใจผิด เพราะการตรวจสุขภาพไม่จำเป็นต้องตรวจทุกปี แต่เป็นการตรวจตามระยะ ตามความจำเป็นของแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับ เพศ อายุ และโอกาสเสี่ยงต่อการเจ็บป่วย เช่น เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง 5. ประชาชนมักเข้าใจผิดว่าการตรวจสุขภาพ คือ การค้นหาโรคโดยการตรวจห้องแล็บ และมุ่งเน้นการรักษาจากหมอจนละเลยการดูแลสุขภาพของตนเอง ซึ่งแท้จริงการตรวจสุขภาพที่ถูกต้องให้ความสำคัญกับการซักประวัติเพื่อค้นหาปัจจัยเสี่ยง เมื่อรู้ปัจจัยเสี่ยง ขั้นตอนต่อไปคือการให้แพทย์ตรวจร่างกาย โดยจะตรวจแล็บเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น ซึ่งบางครั้งไม่จำเป็นต้องตรวจเลยก็ได้ 6. เราสามารถตรวจสุขภาพด้วยตนเองได้ โดยการตรวจสังเกตพฤติกรรม น้ำหนัก การวัดเส้นรอบเอวว่าอยู่ในภาวะลงพุงหรือไม่ โดยวัดในแนวสะดือ นำค่าที่ได้ไปหารด้วยส่วนสูง ซึ่งคนปกติจะมีค่าเส้นรอบเอวไม่เกินครึ่งหนึ่งของส่วนสูง ถ้าเกินแสดงว่าลงพุงมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิต และโรคหลอดเลือดหัวใจหรือสมองตีบตัน วิธีการเตรียมตัวก่อน ตรวจสุขภาพ 1.ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 6 ชั่วโมง ก่อนรับการตรวจสุขภาพ หากอดนอนจะทำให้ผลการตรวจผิดปกติ โดยเฉพาะความดันโลหิต การเต้นของหัวใจ อุณหภูมิของร่างกาย อาจทำให้แพทย์ไม่สามารถประเมินได้ว่ามีความผิดปกติจริงหรือไม่ 2.งดอาหารและเครื่องดื่ม หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง อย่างน้อย 8-10 ชั่วโมงก่อนตรวจ งดดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนตรวจสุขภาพ เนื่องจากยาและแอลกอฮอล์ อาจมีผลต่อการตรวจบางอย่าง ควรแจ้งให้แพทย์หรือพยาบาลทราบก่อนตรวจ 3.หากมีโรคประจำตัวหรือประวัติสุขภาพอื่นๆ กรุณานำผลการตรวจหรือรายงานจากแพทย์มาด้วยเพื่อประกอบการวินิจฉัย 4.สำหรับสตรี ไม่ควรอยู่ในช่วงก่อนและหลังมีประจำเดือน 7 วัน หากมีประจำเดือนให้งดตรวจปัสสาวะ เพราะเลือดจะปนเปื้อนในปัสสาวะ มีผลต่อการแปลผลการตรวจ 5. การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยเอกซเรย์เต้านม (Mammogram) หลีกเลี่ยงการตรวจในช่วงมีประจำเดือน ซึ่งเต้านมมีความคัดตึง ควรตรวจหลังมีประจำเดือน จะเห็นได้ว่าการตรวจสุขภาพมีความสำคัญ และมิได้ทำให้เราเสียเวลาอย่างที่เข้าใจ ในทางตรงกันข้ามกลับมาช่วยรักษาเวลาของเราอีกด้วย เพราะการพบความผิดปกติตั้งแต่ระยะเริ่มแรกการรักษาให้หายก็สามารถทำได้ และจะไม่มีคำว่า "สายเกินแก้" เรื่องโดย : กิดานัล กังแฮ Team Content www.thaihealth.or.th ขอบคุณข้อมูล : จากหนังสือ ตั้งหลักก่อนตรวจ 20 ถามตอบเรื่องสุขภาพ โดย รศ.นพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ

ฮ่องกงชวนท่องหมู่บ้าน Smurfs
หมู่บ้าน smurfs /  ฮ่องกง / 

ฮ่องกงชวนท่องหมู่บ้าน Smurfs เพลิดเพลินกับโลกตัวการ์ตูนสีฟ้าสุดน่ารัก ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 21 สิงหาคม! เหล่าคนรักสเมิร์ฟเตรียมเฮ! พร้อมแพ็คกระเป๋ามาตะลุยทริปแสนสนุกที่ฮ่องกงไปด้วยกัน เพราะช่วงกรกฎาคม-สิงหาคมนี้ ห้างสรรพสินค้าฮาร์เบอร์ซิตี้ เตรียมเนรมิตลานหน้าอาคารโอเชียนเทอร์มินัล (Ocean Terminal Forecourt) ให้กลายเป็นหมู่บ้านขนาดมหึมา “We’re All Smurfs!” ของเจ้าตัวการ์ตูนสีฟ้าตัวน้อยขวัญใจคนทั่วโลก พร้อมดึงดูดนักท่องเที่ยวและแฟนคลับสเมิร์ฟทุกเพศทุกวัย นักท่องเที่ยวที่มาเยือนจะได้พบกับเจ้าสเมิร์ฟไซส์ยักษ์สูงกว่า 4 เมตร ลอยทักทายต้อนรับทุกคนอยู่กลางอากาศ พร้อมด้วยฉากจำลองเรื่องราว 8 ฉากสุดคลาสสิคในการ์ตูนสเมิร์ฟที่รอให้ทุกคนแวะถ่ายรูปได้อย่างเพลิดเพลินกันที่ซุ้มประตูทางเข้า เมื่อเดินเข้ามาภายในหมู่บ้าน We’re All Smurfs ก็จะเจอกับบรรดาเอลฟ์สีฟ้าตัวจิ๋วแสนน่ารักที่สูงแค่เพียง 1 เมตร กว่า 35 ตัว อาศัยอยู่ในบ้านเห็ดสูงกว่า 6 เมตร ซึ่งภายในบ้านเห็ดยักษ์หลังนี้ เราจะได้เรียนรู้เวทมนตร์คาถาวิเศษจากปาป้าสเมิร์ฟ และร่วมเล่นเกมส์สนุก ๆ แบบอินเทอร์แอคทีฟกับสเมิร์ฟเฟ็ท เลซี่ สเมิร์ฟ คลัมซี่ เสมิร์ฟ และเสมิร์ฟตัวอื่น ๆ ในหมู่บ้านเสมิร์ฟที่ทุกคนชื่นชอบและคุ้นเคย แล้วอย่าลืมแวะไปที่ the Smurfs House of Stories ในอาคาร Gallery ของห้างฮาร์เบอร์ซิตี้ เพื่อรู้จักประวัติความเป็นมาของการ์ตูนชื่อดังและนักประพันธ์อัจฉริยะชาวเบลเยี่ยม Peyo ผู้สร้างสรรค์โลกแห่งเสมิร์ฟที่สร้างความประทับใจให้กับผู้คนทั่วโลกมานานกว่า 58 ปี พร้อมเนรมิตสตูดิโอของเขาขึ้นใหม่เพื่อจัดแสดงผลงานอันทรงคุณค่ากว่า 36 ชิ้นของเขาให้คนทั่วโลกได้ชื่นชมกันเป็นครั้งแรก และยังมีสารคดีและวิดีโอที่จะมาเผยเรื่องราวชีวิตอันน่าอัศจรรย์และพรสวรรค์ของนักประพันธ์ท่านนี้ด้วย นอกจากนี้ ยังมีงานนิทรรศการ The Smurfs Creative Model Exhibition จัดโดยศิลปินเจ้าของผลงานศิลปะขนาดจิ๋วที่มีชื่อเสียง 2 ท่าน และโซนโรงเรียนแสนสนุก The Smurfs Summer School ที่เด็ก ๆ จะได้เพลิดเพลินไปกับการเรียนรู้เรื่องการทำไร่ทำสวน วาดรูป หรือแม้กระทั่งโชว์เวทมนตร์สุดตื่นเต้น ซึ่งเมื่อเรียนจบก็จะได้รับเข็มรับรองและเข้าร่วมพิธีจบการศึกษาเพื่อกลายเป็นสมาชิกของชุมชนเสมิร์ฟตัวน้อยด้วย! แฟนคลับตัวยงของเจ้าตัวการ์ตูนสีฟ้าห้ามพลาดชิมของว่างและขนมธีมการ์ตูนสเมิร์ฟสุดน่ารัก และอย่าลืมแวะเข้าไปจับจองและเลือกซื้อหุ่นตัวการ์ตูนสเมิร์ฟรุ่น Hong Kong Special Edition และของพรีเมี่ยมสุดพิเศษอีกมากมายไว้ในคอลเล็กชันส่วนตัวที่ร้าน the Smurf Pop-up Store พร้อมปิดท้ายด้วยอีเว้นท์เก๋ ๆ อย่าง The Smurfs Asian Art Tour ที่เปิดตัวครั้งแรกในฮ่องกง จัดแสดงงานศิลปะขนาดจิ๋วจำลองโลกอันแสนวิเศษของเหล่าสเมิร์ฟมาให้ทุกคนได้สัมผัสร่วมกัน!

น่ารัก สู้กล้อง น้องริชา ลูกแม่แอน-พ่อภูริ
แอน อลิชา /  ภูริ หิรัญพฤกษ์ / 

กรี๊ดด....ฉายแววความสวยตั้งแต่วัยแบเบาะเลยจ้า! สำหรับน้อง ริชา ลูกสาวของคนแม่คนสวย แอน อลิชา กับคุณพ่อรูปหล่อ ภูริ แถมเวลาคุณพ่อ คุณแม่ ถ่ายรูปหรือถ่ายคลิป หนูน้อยริชา สู้กล้องอีกด้วย งานนี้เห็นแววแล้วว่าอนาคต น้องริชา จะตามรอยเป็นดาราเหมือน แม่แอน-พ่อภูริ อ่ะเปล่า....อิอิ

ไดเวอร์เจนท์ ภาคสุดท้าย อาจไม่ได้ฉายในโรงภาพยนตร์!?
Allegiant /  Ansel Elgort / 

ไดเวอร์เจนท์ ภาคสุดท้าย อาจไม่ได้ฉายในโรงภาพยนตร์!? อะไรอย่างไรกันแน่ กับภาพยนตร์ภาคสุดท้ายที่ว่าด้วยสังคมยูโทเปียยุคอนาคตอย่าง ไดเวอร์เจนท์ ที่ดัดแปลงจากนวนิยายขายดีของ เวโรนิกา รอธ (Veronica Roth) มีความเป็นไปได้ที่จะไม่ได้ฉายในโรงภาพยนตร์ แต่จะนำไปฉายทางโทรทัศน์ และจะทำเป็นทีวีซีรีส์แยกออกมา ทางต้นสังกัดปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นและกำลังหาทางออกให้กับเรื่องนี้ เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา Allegiant ภาคล่าสุดจากภาพยนตร์แฟรนไชส์ของ The Divergent Series ทำรายได้เปิดตัวเพียง 29 ล้านดอลลาร์ ซึ่งทำรายได้น้อยกว่าภาคก่อนหน้าอย่าง Insurgent ที่ทำรายได้เปิดตัวไป 52.3 ล้านดอลลาร์ ในปี 2015 ขณะที่ในปี 2014 ที่ภาคแรกเข้าฉายทำรายได้เปิดตัวไว้ที่ 54.6 ล้านดอลลาร์ ภาพยนตร์ได้ดารานักแสดงอย่าง ไชลีน วูดลีย์ (Shailene Woodley), เธโอ เจมส์ (Theo James), แอนเซล เอลกอร์ต (Ansel Elgort) และ ไมล์ส เทลเลอร์ (Miles Teller) ดูบทความต้นฉบับ : Final 'Divergent' movie may skip the big screen

มีความสนิทชิดเชื้อ!คลิปตังค์,ก้องแท็กทีมอำชัปปุยส์
ชนาธิป สรงกระสินธ์ /  ชาริล ชัปปุยส์ / 

สามดาวเตะทีมชาติไทยขวัญใจสาวๆอย่าง สารัช อยู่เย็น และ เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ แท็กทีมช่วยกันอำ ชาริล ชัปปุยส์ เพื่อนร่วมทีมชาติอย่างสนุกสนานในการเปิดตัวรองเท้า โดยทั้งสามดารานักเตะไทย เดินทางไปร่วมเปิดตัวรองเท้า Nike air max 1 ultra flyknit ที่เพิ่งเปิดตัวในไทย และได้ร่วมวงพูดคุยกันอย่างเป็นกันเอง โดยคู่ซี้อย่าง ก้อง,ตังค์ ช่วยกันอำ ชาริล ชัปปุยส์ ในเรื่องผลงานของทีม และการยิงประตูแรกในรอบ 23 เดือนของดาวเตะลูกครึ่ง สำหรับ สารัช อยู่เย็น และ เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ จะต้องนำทีมต้นสังกัดลงห่ำหั่นกันในวันเสาร์นี้ในเกมบิ๊กแมตช์ที่ ชลบุรี เอฟซี จะต้อนรับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด จ่าฝูง ส่วน ชาริล ชัปปุยส์ จะนำทีมสุพรรณบุรี เอฟซี พบกับ ซุปเปอร์พาวเวอร์ ในวันเสาร์เช่นกัน

ยืนยันแล้ว! บิ๊กแซม นั่งแท่นกุนซือ อังกฤษ คนใหม่ รอเปิดตัวใน 24 ชม.
บิ๊กแซม /  ผู้จัดการทีม / 

หลังจากที่ เอฟเอ สอบสัมภาษณ์เฟ้นหาผู้จัดการทีมชาติ อังกฤษ มาได้สักพัก ในที่สุด บีบีซี สื่อดังแดนผู้ดีก็ได้ตีข่าวออกมาแล้วว่าผู้ที่ได้รับตำแหน่งดังกล่าวก็คือ แซม อัลลาร์ไดซ์ โดยพร้อมยืนยันอย่างเป็นทางการภายใน 24 ชั่วโมง สำหรับ บิ๊กแซม นั้นปัจจุบันทำหน้าที่เป็นผู้จัดการทีม ซันเดอร์แลนด์ มาได้ 9 เดือน และจะลาออกจากตำแหน่ง เพื่อมารับงานกุนซือทัพสิงโตคำราม แทนที่ รอย ฮ็อดจ์สัน ที่ประกาศวางมือ หลังทำผลงานได้ไม่เป็นที่น่าพอใจในศึก ยูโร 2016 ที่ผ่านมา ประวัติที่ผ่านมา กุนซือวัย 61 ปีผู้นี้ สร้างชื่อจากการคุมทีม โบลตัน วันเดอเรอร์ส นานถึงเกือบ 8 ปี หลังจากที่ก่อนหน้านั้นเคยลับฝีมือมากับการทำหน้าที่กุนซือ เปรสตัน นอร์ธ เอนด์, แบล็คพูล และ น็อตต์ส เคาน์ตี้ โดยผลงานกับ โบลตัน เขาพาทีมลงเล่นมากถึง 371 เกม คว้าชัยชนะได้ 153 ครั้ง จากนั้นก็ไปคุม นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด, แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส, เวสต์ แฮม ยูไนเต็ด และ ซันเดอร์แลนด์ ก่อนที่จะมารับงานใหญ่ที่สุดในชีวิตด้วยการคุมทีมชาติ อังกฤษ ในที่สุด

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง