ประวัติดาราวัยรุ่น

มาแล้ว!! ผลรางวัล MThai Top Talk-About 2017 โดนใจมว้ากก!!!
MThai Top Talk-About 2017 /  MThai.com / 

  ผ่านพ้นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับงานประกาศรางวัล “MThai Top Talk-About 2017” ที่จัดขึ้นโดย เว็บไซต์ MThai.com เว็ปไซต์อันดับ 1 ด้านบุคคลและสังคม และ เว็บวิดีโออันดับหนึ่งของประเทศ ในวันนี้(10มี.ค60) เมื่อเวลา 18.00-21.00น. ณ ลาน Park Paragon ศูนย์การค้าสยามพารากอน   โดยรางวัล “MThai Top Talk-About 2017” เป็นการประกาศผลรางวัลที่อ้างอิงกระแสการกล่าวถึงมากที่สุดบนโลกออนไลน์ และ Social Media ซึ่งปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 7 แล้ว และยังเป็นการก้าวสู่ปีที่ 17 ของเว็บไซต์ MThai.com พร้อมทั้งยังมีการบันทึกเทปสำหรับออกอากาศในช่องดิจิตอล ช่อง Mono 29 เวลา 23.55 น. และถ่ายทอดสดบน Streaming บนเว็บไซต์ www.MThai.com อีกด้วย   ทั้งนี้เหล่าคนบันเทิง ไม่ว่าจะเป็นศิลปิน-ดารานักแสดง และผู้มีชื่อเสียงในวงการบันเทิง ต่างเดินทางมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง อาทิ เกรท วรินทร, แต้ว ณฐพร, หนุ่ม สันติสุข, กรีน อัษฎาพร, รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น, ใหม่ ดาวิกา, นาย ณภัทร, ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ ฯลฯ สำหรับผลรางวัล “MThai Top Talk-About 2017” สาขารางวัลด้านทีวี มีดังนี้ รายการทีวีที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุด Top Talk-About TV Show ได้แก่ รายการ The Mask Singer นักแสดงชายที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุด Top Talk-About Actor 3 รางวัล ได้แก่ 1. ป้อง ณวัฒน์ 2. หนุ่ม สันติสุข 3. เกรท วรินทร นักแสดงหญิงที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุด Top Talk-About Actress 3 รางวัล ได้แก่ 1. นุ่น วรนุช 2. กรีน อัษฎาพร 3. แต้ว ณฐพร ละครที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุด Top Talk-About Drama 3 รางวัล ได้แก่ 1. พิษสวาท 2. นาคี 3. ขมิ้นกับปูน ละครน้ำดีสร้างแรงบันดาลใจที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุด Top Talk-About Inspirational TV Drama ได้แก่ ละครวัยแสบสาแหรกขาด นักแสดงขโมยซีนที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุด Top Talk-About Memorable ได้แก่ รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น จากบทบาทของ เอนจอย จากซีรีส์เพื่อนรักเพื่อนร้าย Top Talk-About Actor Top Talk-About Actor Top Talk-About Actor Top Talk-About Actress Top Talk-About Actress Top Talk-About Actress Top Talk-About Drama Top Talk-About Drama Top Talk-About Drama Top Talk-About Memorable Top Talk-About Inspirational TV Drama

เรื่องดีๆ ป๋าต๊อบ เผยรับดูแล!! ลูกทั้งสามของ ยู่ยี่
ยู่ยี่ /  ป๋าต๊อบ

หลังจากที่อดีตนักร้อง-นางแบบสาวสุดเซ็กซี่อย่าง ยู่ยี่ อลิสา หรือ ชัชชญา เกวสต้า รามอส ถูกจับกุมที่สนามบินดอนเมือง ขณะพกพายาเสพติด(โคเคน) เข้าประเทศ เมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2555 ที่ผ่านมา ซึ่งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาจำคุก 15 ปี 3 เดือน โดยไม่รอลงอาญา และปรับ 1.5 ล้านบาท โดยเมื่อวันที่ 15 มี.ค. 2560 ศาลฎีกาได้ยืนยันการตัดสินจำคุก ยู่ยี่ อลิสา เป็นเวลา 15 ปี 3 เดือน ตามคำสั่งแรกจากศาลชั้นต้นและศาลอุทรณ์เช่นเดิม เหตุนำเข้ายาเสพติดเข้าประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต และล่าสุดวานนี้(17 มี.ค.) ได้มีการเปิดเผยข้อมูลผ่านทางรายการทุบโต๊ะข่าว ทางช่อง AMARIN TV ว่าทางไฮโซ ป๋าต๊อบ ปฏิญญา แฟนสาวหล่อของดาราสาว ปีใหม่ สุมนรัตน์ นั้นมั่นใจว่าอดีตนางแบบ ยู่ยี่ อลิสา นั้นเลิกยาเสพติดนานแล้ว ส่วนลูก ๆ ทั้ง 3 คนของยู่ยี่ ขณะนี้ตนก็เป็นคนดูแลอยู่นั่นเอง.... ขอบคุณภาพจากไอจี @peetop ติดตามข่าวเพิ่มเติมได้ที่ http://gossipstar.mthai.com/gossip-content/61077 ป๋าต๊อบ ปฏิญญา ป๋าต๊อบ ปฏิญญา ป๋าต๊อบ ปฏิญญา ป๋าต๊อบ ปฏิญญา

แรงได้อีก!! แก้ม กวินตรา โพสต์รูปหมากระเป๋า เจอ น้ำตาล สวนกลับแบบนี้!!
แก้ม กวินตรา /  น้ำตาล ชลิตา / 

  ดูเหมือนจะไม่จบง่ายๆ ซะแล้วสำหรับดราม่าระหว่างนางงามรุ่นพี่ แก้ม กวินตรา กับ น้ำตาล ชลิตา มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2016 คนล่าสุด หลังจากที่ สาวแก้ม มีการเคลื่อนไหวโพสต์ในอินสตาแกรมและเฟซบุ๊กส่วนตัวในเชิงแขวะว่าน้ำตาลปลอม และรู้เรื่องอะไรบางอย่างซึ่ง น้ำตาล ได้ผิดกฎการประกวดบางอย่าง จนทำให้มีข่าวลือว่า น้ำตาล ได้ถูกปลดจาก Miss Universe Thailand   ล่าสุด แก้ม กวินตรา ได้โพสต์รูปสุนัขของตนเองในกระเป๋าแบรนด์เนมชื่อดัง Victoria Secret พร้อมกับระบุข้อความชวนคิดว่า   “ไปไม่ไปไม่รู้ แต่หนูจะอยู่ในนี้ #หมากระเป๋าของแท้ เนียนๆปรับตัวไปไปตามสภาพแวดล้อม อ่ะๆคิดว่าเป็นพวงกุญแจก็ได้”   ทำเอาชาวเน็ตโยงไปถึงคู่กรณีเก่าอย่าง น้ำตาล ชลิตา เพราะเธอเพิ่งจะถูกรับเชิญไปร่วมงาน Victoria’s Secret Angel Event ที่สิงคโปร์ มาหมาดๆ ซึ่งหลังเจอกระแสดราม่าเยอะเข้าดูเหมือน น้ำตาล ชลิตา จะมีภูมิคุ้มกันสูงขึ้นมาทันที เพราะเธอได้พูดถึงเรื่องนี้ว่า เธอไม่ทราบจริงๆ ว่าอีกฝ่ายต้องการสื่อถึงเรื่องอะไร และคงไม่สนใจ เพราะส่วนตัวแล้วไม่ได้รู้จักกันเลย แต่เคยเจอตอนประกวดคัดเลือก MUT เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น อืม...มั่นไปอีกค่า!! ขอบคุณภาพจาก FB ใต้เตียงดารา, Gavintra Photijak, IG gavintra, namtanlitaa แก้ม กวินตรา น้ำตาล ชลิตา น้ำตาล ชลิตา น้ำตาล ชลิตา

ตุ๊กตา กันตนา ร่อนจม.แจงที่มาละครเพลิงพระนาง หลังเหลนกษัตริย์พม่าไม่พอใจ!!
ตุ๊กตา กันตนา

จากกรณีที่ นายซอ วิน พระปนัดดา(เหลน) ของพระเจ้าธีบอ กษัตริย์พระองค์สุดท้ายของพม่า ออกมาเปิดเผยว่า ทางครอบครัวไม่พอใจละครเรื่อง "เพลิงพระนาง" และขอให้ยุติการออกอากาศ เพื่อความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ชาติไปนั้น ล่าสุดทาง ตุ๊กตา จิตรลดา บิ๊กบอสกันตนา ก็ได้ร่อนจดหมายมายังสื่อต่างๆ โดยยืนยันว่าละคร "เพลิงพระนาง" เป็นแค่เมืองสมมติเท่านั้น และไม่ได้อิงประวัติศาสตร์ชาติใด ดังนี้ หลังจากมีกระแสสงสัยกันมากมายเกี่ยวกับละครเรื่อง เพลิงพระนาง ผลิตโดย บริษัท กันตนา มูฟวี่ทาวน์ (2002) จากัด กำกับโดย ธีระศักดิ์ พรหมเงิน ออกอากาศหลังข่าวภาคค่่ำ ทุกคืนวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ทางช่อง 7 สี โดยเฉพาะเค้าโครงของเรื่องว่าไปอิงกับประวัติศาสตร์ของชาติใดหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ ผู้จัด ตุ๊กตา จิตรลดา กัลย์จาฤก บอสใหญ่ ชี้แจงว่า "เรื่องนี้เขียนมาจากการขยายเค้าโครงเรื่องเพลิงพระนางที่สร้างในปี 2539 ค่ะ โดยเพิ่มรายละเอียดมากขึ้น ไม่ได้ตั้งใจเอาเนื้อเรื่องมาจากประวัติศาสตร์ชาติใดโดยตรง อาจมีเพียงเค้าโครงบางส่วนที่เป็น "เรื่องเล่า" ในความรับรู้ของคนไทยเท่านั้นค่ะ แต่ไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ของประเทศใด โดยเรานำเอา เรื่องเล่ามาผสมกับจินตนาการของผู้เขียนเท่านั้นค่ะ ส่วนที่จะมีคนโยงว่านามาจากประวัติโน่นนี่ ก็เป็นสิทธิส่วนบุคคลที่จะแสดงความคิดเห็นค่ะ ผู้เขียนบทและผู้สร้างตั้งใจให้เป็นเมืองสมมติ โดยออกแบบเสื้อผ้าหน้าผม สภาพบ้านเมือง ชื่อตัวละคร และเหตุการณ์แวดล้อมไม่ให้เหมือนประเทศใด จึงขอยืนยันว่าละครเรื่องนี้สร้างสรรค์จากจินตนาการค่ะ"ขอขอบคุณ ภาพจากไอจี @tuktakantana ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ http://talk.mthai.com/topic/445762 ตุ๊กตา กันตนา ตุ๊กตา กันตนา ละคร เพลิงพระนาง ละคร เพลิงพระนาง

ปรบมือรัว แอน-แพนเค้ก-แต้ว-เชอร์รี่-อาเล็ก ชวนเพื่อนดารา ร่วมเผยแพร่เพลงพระราชนิพนธ์
IG แพนเค้ก /  หน่อย บุษกร / 

  ถือเป็นการรวมใจของเหล่าดารา นักแสดงชื่อดังของวงการบันเทิงไทย อาทิ แอน ทองประสม, ชมพู่ อารยา, แพนเค้ก เขมนิจ, หน่อย บุษกร, เชอร์รี่ เข็มอัปสร, แต้ว ณฐพร, ริต้า ศรีริต้า, มิ้นต์ ชาลิดา, เต้ย จรินทร์พร, อาเล็ก ธีรเดช, ไอซ์ อภิษฎา, ตุ๊ก ชนกวนันท์, วุ้นเส้น วิริฒิพา, ต้าเหนิง กัญญาวีร์ ฯลฯ ที่พร้อมใจกันร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเผยแพร่บทเพลงพระราชนิพนธ์ แว่ว (Echo) เวอร์ชั่นญี่ปุ่น บนอินสตาแกรมส่วนตัว (ig) เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่นให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น   ด้วยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการสานความสัมพันธ์ระหว่างไทย-ญี่ปุ่น ทำให้ 2 ประเทศมีความใกล้ชิดกันมาอย่างยาวนาน เพื่อสร้างความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น 3 ศิลปินชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่นจึงได้ร่วมกันอัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ แว่ว (Echo) มาบรรเลงเป็นพิเศษโดยใช้พิณญี่ปุ่น 13 สายและขลุ่ยญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีประจำราชสำนักของญี่ปุ่น เพื่อน้อมรำลึกถึงพระอัจฉริยภาพทางการดนตรีของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวโรกาสที่สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะและจักรพรรดินีมิชิโกะแห่งญี่ปุ่นจะเสด็จฯ ทรงวางพวงมาลาพระบรมศพ ในวันนี้ ( 5 มีนาคม)!!   ในการนี้ ศิลปิน ดารา และบุคคลในแวดวงการบันเทิงของไทยจึงพร้อมใจเผยแพร่บทเพลงพระราชนิพนธ์ แว่ว (Echo) เวอร์ชั่นญี่ปุ่นบนอินสตาแกรมส่วนตัวกันอย่างล้นหลาม เพื่อเป็นการสานต่อพระราชปณิธานและคงไว้ซึ่งความสัมพันธ์อันดีระหว่างทั้งสองประเทศ เพลงพระราชนิพนธ์ แว่ว ภาษาไทย https://youtu.be/ph8kiAiVJKM อ่านข่าว 3 ศิลปินญี่ปุ่นชื่อดัง ร่วมกันอัญเชิญเพลงพระราชนิพนธ์ “แว่ว” เวอร์ชั่นญี่ปุ่น!! Thanaerngnin วุ้นเส้น

สาบานต่อหน้าไฟ!! เทพพิทักษ์ ไม่เคยเกาะแฟนกิน ดีใจ พชร์ อานนท์ ให้โอกาส
เทพพิทักษ์ แอสละ /  พชร์ อานนท์ / 

  เป็นการกลับเข้าสู่วงการอีกครั้งหนึ่ง สำหรับเน็ตไอดอลหน้าขาว เทพพิทักษ์ แอสละ หลังจากที่ห่างหายไปจากวงการเนื่องจากทำตัวไม่เหมาะสม เมากร่าง เสียงานเสียการ จนผู้กำกับและนักปั้นชื่อดังอย่าง พชร์ อานนท์ ถึงกับตัดห่างปล่อยวัด แต่ล่าสุดก็ได้รับโอกาสในการเข้ามาทำงานในวงการอีกครั้ง ซึ่งเจ้าตัวก็ขอบคุณ พี่พชร์ มากที่ให้โอกาส จะตั้งใจทำงานให้ดีที่สุด ทั้งยังชี้แจงถึงเรื่องแฟนเก่าที่ออกมาแฉว่าเกาะผู้หญิงกินว่า ไม่จริง เพราะที่ผ่านมาตนเป็นคนให้ฝ่ายหญิงมาตลอด ย้ำถ้าอยากดังให้วัดกันที่ความสามารถ ต่างคนต่างอยู่ดีกว่า เรื่องแฟนเป็นยังไงมายังไง?   "ตอนนี้เรื่องชีวิตผมกับแฟน ขาดกันตั้ง 5-6 เดือนแล้ว ผมก็อยากถามเหมือนกัน มาลงอย่างนี้ลงเพื่ออะไร เพราะว่ามันเสียงานผม เสียชื่อผม ถ้าน้องมีหลักฐานจริง แจ้งตำรวจเอาใบมาสิ เอามาลงอย่างนี้มันเสียชื่อ ฝากบอกน้องเขาหน่อย" เขาบอกว่าตอนที่เราไม่ได้ทำงานเขาเป็นคนหาเงินให้เรา?   "ก็สมัยก่อนผมไม่ให้เขาทำงานเลยนะ แล้วผมก็เริ่มช็อต เขาเพิ่งไปทำร้านอาหาร แต่ผมบอกเลยว่าผมไม่เคยเอาเงินเขาซักบาทเลย มีแต่ผมที่ให้ จนสุดท้ายผมต้องขายรถ จนผมเลิกกับเขา สิ่งที่ผมให้เขาก็รู้อยู่แก่ใจนะว่าอะไรคืออะไร แต่สิ่งที่เขาพูด ให้น้องเขาคิดดูนะว่ามันเป็นจริงไหม ให้น้องเข้าใจว่าอย่ามาพูดอย่างนี้มันไม่ดี ตอนนั้นผมให้แม่เดือนละหมื่น แล้วก็ส่งค่าห้องให้ด้วย ผมเป็นคนจ่ายเองนะ แล้วก็อยากได้โทรศัพท์ โทรศัพท์นี่ขว้างทิ้งขว้างเล่น เดือนนึงเป็นแสน อันนี้เป็นเรื่องจริงนะที่ผมพูดมา ไม่ได้พูดให้น้องเขาโกรธนะ น้องจะเข้าใจดีว่าน้องไปลงในเฟซ โพสต์มาอย่างนี้ ข่าวขึ้นมาแล้วมันเกี่ยวโยงกับผม อยากจะถามว่าทำอย่างนั้นเพื่ออะไร" ส่วนตัวอยากจะถามเขาไหม?   "ไม่ครับ กำลังเลิกกันมาผมก็รู้สึกเสียใจ รักและเป็นห่วงเหมือนกันนะ คอยดูข่าว แต่ถ้าทำอย่างนี้ผมว่าคนละทางอยู่แล้ว อย่ามายุ่งเกี่ยวกันดีกว่า" ช่วงที่เรากำลังมีเงินตอนนั้นเห็นว่าหมดตัวไปเป็นล้านเลย?   "ใช่ๆ ก็ไม่ใช่ว่าหมดตัวเพราะน้องหรือเปล่า แต่ผมก็หมดกับเขาเยอะ แล้วผมก็ไม่เคยได้อะไรเลย สาบานต่อหน้าไฟเลยก็ได้ ไม่มีไม่เคยได้อะไรเลย ผมก็ขอแยกดีกว่า ไปด้วยกันไม่ได้ เวลาฟังไลฟ์สดมีแฟนคลับถามพี่เทพไปไหน ทำไมต้องแสดงว่าพี่เทพอยู่กับเขาล่ะ เพื่ออะไร ผมอยากรู้ ผมจะบอกเลยนะว่าผู้หญิงคนนี้ในระยะเฉพาะเงินอยู่กับผม ผมว่าตัดขาดกันตั้งนานเลย ไปด้วยกันไม่ได้ เพราะอยู่ด้วยกันก็มีแต่เสียงาน แล้วก็ทำให้ชื่อเสียงผมเสียหมด ขอแยกดีกว่า" มองว่าเขาเกาะกระแสหรือเปล่า?   "ถ้าอยากดัง ผมว่าใช้ความสามารถดีกว่า อย่าดังในสังคมที่เฟซเขาด่า น้องก็รู้นี่ น้องไลฟ์สดน่ะ ด่าคนน็นคนนี้ใครเขาชอบบ้าง ไม่มีหรอก ขนาดพี่เทพยังโดนด่าเลย อย่างเรื่องตู้บริจาคมันกระทบผมนะ แฟนคลับก็ถามผมตลอด ตอบไปก็หาว่าผมแก้ตัว พูดมาได้ไงขโมยของวัด ถ้าน้องอยากดังพี่ขโมยระฆังวัดดีกว่านะ ผมก็ปรึกษาพี่ๆ บางครั้งก็อยากจะตอบ แต่ไม่ตอบ ขอเคลียร์อย่างนี้ดีกว่า ในข่าว เพจอะไร มีอะไรอย่าเอาผมไปเกี่ยว เพราะตอนนี้ผมจบแล้ว ถ้าเขายังลงอีกผมก็เสีย แต่ผมไม่เอาเรื่องหรอก แต่ขอให้น้องหยุด ผมไม่คุยกับเขา ทุกวันนี้ผมก็ไม่ติดต่อ เพราะเขาเปิดตัวแฟนใหม่ของเขาแล้ว ต่างคนต่างอยู่ ผมก็ทำงานของผมไป อย่ามายุ่งเกี่ยวกันดีกว่า" มันกระทบกับเราขนาดไหน?   "นี่ผมคิดอยู่แล้วว่าผมกลับมามันต้องมีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น ก็อย่างที่คิดเลย เวลาที่เขาโพสต์มาตอนนี้ผมกำลังมีงาน เขาทำเพื่ออะไร ก็มีปรึกษาผู้ใหญ่ ก็อึดอัดนะ เจออย่างนี้ อย่างเด่นอยากดัง ก็ใช้ความสามารถตัวเองสิ ผมก็เครียด ไม่ดีอ่ะ ทำให้คนเขาโดนด่า ทุกวันนี้พี่ยังโดนด่า คุยกันดีๆ ดีกว่า" เรื่องกลับไปร่วมงานกับพี่พชร์?   "ก็ดีใจครับ ไม่คิดไม่ฝัน ผมขับรถที่สุวรรณภูมิ เพื่อนที่เป็นดาราก็ไลน์มาบอก กลับมาพี่เทพกลับมาเล่นหนัง ก็เลยดูๆ เรื่องจริงหรือเปล่าไม่รู้ อ้าวเรื่องจริงนี่ ก็ไม่คาดฝันครับ ก็ขอบคุณที่พชร์ครับที่ให้โอกาส แฟนคลับเขาก็ถามเหมือนกันว่าเอาพี่เทพมาทำไม ไม่กลัวเหรอ ให้โอกาสทำไม ผมบอกเลยว่าอย่าไปว่าพี่พชร์เลย คนให้อภัยก็สมควรที่จะยอมรับ เขาเป็นผู้มีพระคุณกับเรา ยิ่งให้โอกาสผมยิ่งปรับปรุงตัวให้ดีที่สุดดีกว่า ชีวิตตอนนั้นก็เอาเรื่องเลยครับ ได้ไปนอนตามวัด คิดในใจว่าไม่ได้กลับมาแล้ว ไม่ได้มาแน่ๆ ครั้งที่แล้วมันเป็นประสบการณ์ ผมขอโทษด้วย กลับมารอบนี้ผมจะทำตัวให้ดีกว่าเดิม คอยดูก็แล้วกัน" เห็นบอกตอนนี้ขับรถตู้เป็นยังไงบ้าง?   "ช่วงนั้นขับรถตีสี่ถึงตีห้าเลย ไม่ค่อยมีเวลา แฟนคลับก็ถามพี่เทพทำไมต้องไปนอนวัด คุณต้องมาดูหน้าผมก่อนว่ามันเป็นยังไง คนก็ไม่ได้ขึ้นเยอะ วันนึงติดลบก็มี มีญาติแถวดอนเมืองก็ไปพักกับเขา แต่ก็เกรงใจ ไปอยู่วัดดีกว่า" ยังติดเหล้าอยู่ไหม?   "ตั้งแต่มีเรื่องมา มาขับรถ ไม่ได้กินเลยนะครับ ผมไม่เลิกเด็ดขาดนะ ผมขอเป็นเทศกาล หลังปิดกล้องนิดๆ หน่อยๆ ทุกวันนี้ก็ยังนอนวัดอยู่ รายได้ก็ 500-600 ก็พออยู่ได้ งานในวงการพี่พชร์ก็เริ่มป้อนมาให้ แต่ก็ต้องดูความประพฤติผมก่อน ผมก็เกรงๆ บ้าง ก็ดีครับที่พี่ให้โอกาส ทุกวันนี้ก็ไม่คิดว่าตัวเองดังนะ ผมยอมรับว่าผมผิด ไม่ให้กินเหล้า จะให้ผมกินนมเหรอ กลับมารอบนี้ก็ต้องปรับตัวใหม่ครับ ถ้ามีงานก็จะทำให้เต็มที่ที่สุดครับ ตอนนี้ก็มีงานนิดๆ หน่อยๆ พี่กำลังวางแผนให้อยู่ ทุกวันนี้ก็คุยกับพี่ แต่เขาก็โตๆ กันแล้ว เขาก็เตือน ถามว่าเหนื่อยไหม ก็บอกเหนื่อยสุดๆ เขาก็มอง ไม่พูดเยอะ คอยดูความประพฤติ ที่เขาโพสต์ก็ความคิดเขาเป็นอย่างนั้น แต่ก่อนผมเป็นอย่างนั้น กลับมารอบนี้ ก็จะไม่ทำตัวอย่างเดิม จะตั้งใจทำงานครับ" เทพพิทักษ์ แอสละ   เทพพิทักษ์ แอสละ   เทพพิทักษ์ แอสละ   เทพพิทักษ์ แอสละ   เทพพิทักษ์ แอสละ  

มิน พีชญา เมิน! ดราม่าอวดรวยขึ้น ฮ. เที่ยวดูไบ
มิน พีชญา /  โอ๊ต พิทักษ์

   มีเรื่องให้ดราม่าได้ตลอดๆ สำหรับนางเอกสาว มิน พีชญา ที่ก่อนหน้านี้เดินทางไปต่างประเทศแถมยังโพสต์รูปกระเป๋าแบรนด์เนมสุดหรู แอร์เมส นับสิบใบที่ สาวมิน ซื้อเป็นของขวัญวันเกิด ทำเอาหลายคนเข้าชมรมเม้าท์มอยกันไม่น้อย ล่าสุด สาวมิน เพิ่งจะควงหวานใจนั่งเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวไปเที่ยวดูไบ งานนี้ she ก็เลยถูกมองว่าอวดรวยซะงั้น ล่าสุด มิน พีชญา ได้มาร่วมงานกิจกรรม “คู่ซ่าท้าชิม” ดวลฝีมือตำส้มตำรสแซ่บ ณ ร้าน Time & Tales พร้อมกับเปิดใจถึงเรื่องดังกล่าว ยันตนไม่ได้อวดรวยแต่อย่างใด และการนั่งเฮลิคอปเตอร์ไปเที่ยวดูไบเป็นการเช่าไปในราคาหลักพัน ซึ่งไม่ได้แพงอย่างที่คิด พร้อมกับชมแฟนหนุ่มนอกวงการ โอ๊ต พิทักษ์ เป็นคนน่ารัก เทคแคร์ดูแล และให้เกียรติตนอย่างมาก เขินยังไม่เรียก "แฟน" เพราะมันอาจจะดูแรงไปสำหรับเธอ   "จริงๆ ดราม่า (นางเอก ม.สั่งแฟนคลับลบรูปในร้านอาหาร) มันเป็นการเข้าใจผิด และมินไม่อยากพูดถึง ทุกวันนี้มินว่าอย่าพยายามเข้าถึงเรื่องแบบนี้เลยเพราะทุกคนพร้อมจะแสดงข้อคิดเห็นอะไรก็ได้ และพอเราขยายพื้นที่ลบๆ มันก็กลายเป็นอะไรแบบนั้นและมันก็ไม่ได้ทำให้คนในประเทศเรามีความสุข มินเองชินที่คนจับตามองเราตลอด มินโอเพ่นมากๆ บางทีแทบจะเรียกมาถ่ายรูปเลย จริงๆ วันนั้นมินจะเรียกเขามาถ่ายรูปแต่ไม่ทันคือน้องเขาเขินแล้ววิ่งหายไปแล้ว แต่คนที่พูดคือคนที่อยู่ในเหตุการณ์และไม่เห็นอะไรเลย ไม่ใช่คนที่จะถ่ายรูปคนละคน มินถึงบอกว่าข่าวแบบนี้อย่าไปนำเสนอเลยดีกว่า คือมินเห็นรายละเอียดข่าวตั้งแต่ไปกราบพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 แล้วมินก็จะเจออะไรแบบนี้ตลอดมินเลยมองว่ามันเป็นโลกของข้อคิดเห็น"   "กับเรื่องที่ผู้จัดการมินบอกจะแจ้งความถ้าทำให้เสียหายเราก็ยอมรับว่ามีการร่างทนายและกำลังจะดำเนินคดี แต่คุณแม่มินท่านจะนางเอกท่านก็จะบอกตั้งแต่ตอนที่เข้าไปกราบในวังแล้วแม่บอกว่าพ่ออยากให้เรารักกัน เพราะฉะนั้นอะไรที่ปิดหูปิดตาไปได้ก็ปิดเพราะเราอยู่ที่แจ้ง เราคนไทยมินว่าศักดิ์ศรีลืมๆไปบ้างเถอะค่ะ บางทีมินเป็นระดับนางเอกแต่มินก็ไม่ได้มองว่าจะต้องมาเอาเรื่อง มันคือการที่เกิดมีพี่น้องที่อยู่ในประเทศเราแล้วยังไม่เกิดความเข้าใจเราก็ไม่จำเป็นต้องทำร้ายใคร เราคงไม่เอาเรื่องเขาเด็กน้อย(ยิ้ม)แค่ตื่นเต้นเฉยๆแต่ทุกคนอยากเอาเรื่องมินค่ะไม่เป็นไรมินเข้าใจ คือเรื่องนี้มินไม่ได้เคลียร์กับเขานะผู้จัดการมินเคลียร์เรียบร้อยแล้ว บอกตรงๆเรื่องแบบนี้มันทำให้เราต้องจัดการ มันไม่บั่นทอนจิตใจเรา เพราะมินเป็นคนชัดเจนมากถ้ามินไม่ผิดเราก็ชัดเจนและมินไม่มานั่งเสียใจด้วย แต่ถ้ามินผิดเราพร้อมปรับปรุง ลองมองชัดๆดูว่ามีดาราคนไหนไม่ถูกถ่ายรูปไม่มีดังนั้นมันเกิดความเข้าใจผิดได้ แล้วเราก็เข้าใจเพราะหนึ่งวินาทีของคนไม่เท่ากัน บางคนมองคนละที่พอไปสบตากันกลายเป็นหยิ่ง แต่ถ้าเราอยู่บนพื้นฐานของความรักเข้าใจประเทศเราน่าอยู่มาก"   "ทริปดูไบสนุกมาก จริงๆ มินตั้งเป้าไว้ว่าปีนึงจะเที่ยวทริปใหญ่ๆ สัก 4 ครั้งด้วยความที่เราอยู่ในวงการมาสักพักแล้ว ทำงานหนักมากตลอดทั้งปี ไม่มีวันหยุดเสาร์-อาทิตย์เหมือนคนอื่นๆ เราเลยเริ่มรู้สึกว่าเราอยากพักผ่อนบ้าง ดังนั้นเลยต้องมีบาลานซ์ที่ดีกับทริปนี้ก็ไปมา 8 วันค่ะ ไปกันเยอะมากเป็นสิบคนเลย มีเพื่อนต่างชาติด้วยไปรวมตัวกันที่โน้น แล้วก็ได้ไกด์พิเศษด้วยเสกได้ทุกอย่าง(ยิ้ม) พี่โอ๊ต พิทักษ์ เขาก็ไปด้วยความที่ไปกันหลายคนก็โดนแซวตลอด แต่เขาก็จะมีดอกไม้ มีลีมูซีนส่วนตัวเราก็เลยแซวว่าหูยจัดหนักมากเลย(ยิ้ม)ทำคะแนนๆ แต่ที่เห็นภาพสวยๆ ออกมาขึ้นฮอลล์หรืออะไรคือมินบอกเลยว่าดูไบเป็นเมืองที่สวยมากถ่ายรูปจุดไหนก็สวย ดูแพง"   "มินไม่ได้อวดรวยแบบที่คนเม้าท์กัน มินโพสต์รูปในไอจีของเราเป็นพื้นที่ส่วนตัวและมินก็ไม่ได้เขียนอะไรน่าเกลียดเลย และการขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไม่ได้แพงนะคะหลักพันเอง เราเช่าส่วนตัว แต่มันเป็นสิ่งที่คนหลายคนไม่กล้าทำเพราะมันสูง ซึ่งที่คนมองว่ามินทำอะไรดูแพงก็ดีนะดีกว่าคนมองว่าเราทำอะไรแล้วดูถูกหรือเปล่าคะ(ยิ้ม) แสดงว่าเรามีคุณค่า ทุกวันนี้น้องคิดบวกให้เก่งเนอะ ก็อย่าดราม่าเลยเราลงรูปไลฟ์สไตล์ปกติ นี่แทบจะไม่มีรูปอะไรที่ทำให้คนไม่เข้าใจเลย แต่ถ้ายังดราม่าอีกมินจะปิดไอจีแล้ว(ยิ้ม)คือมินเปิดไอจีให้แฟนคลับได้ติตตามชีวิตของมินก็น่ารักๆให้เกียรติชีวิตมินบ้าง เบาๆ ด่าได้แต่อย่าแรง เพราะจริงๆ ที่มินไปดูไบมินเพราะเราชอบความแอดเวนเจอร์นะ แต่ก็จะมีเพื่อนๆ หรือพี่โอ๊ตจะมีสิ่งพวกนี้มาอำนวยความสะดวกให้"   "โมเม้นต์สวีทเราก็มีไปทานข้าวด้วยกันตอนเย็น เป็นร้านอาหารที่เป็นมุมที่เขาบอกถ้าไปดูไบต้องไปเลย คนแน่นมาก ก็โอเคนะจริงๆ พี่โอ๊ตเป็นคนน่ารัก และให้เกียรติมากๆ อย่างตอนนี้แม่มินป่วยเป็นฝีที่หน้าผากอยู่ รพ.เขาก็ดูแลอยู่ไปจัดการเรื่องต่างๆ ให้ เรียกว่าเขาทำคะแนนอยู่ (ยิ้ม) จริงๆ มินว่ามันเป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้วความรักเป็นสิ่งสวยงาม แต่ถ้าจะขยับสถานะไป ด้วยวัยของมินหรือความพร้อมมันก็ยังไม่พร้อมจริงๆ อันนี้ต้องยอมรับ"   "ถ้าถามตอนนี้เรียกแฟนได้หรือยัง ตอนนี้ยังก่อน แต่เรียกว่าเป็นอะไรก็ได้แหละที่อยากจะเรียกกัน แต่ถ้าจะเรียกแฟนให้มินเลยมันก็แรงไป อยากเรียกอะไรก็เรียกค่ะ จริงๆ คุณพ่อคุณแม่มินก็ชัดเจนว่าให้ดูกันไปก่อน บนพื้นฐานของความจริงใจมินว่ามันจะไปได้สวย แต่มินไม่อยากให้คนเอาพี่เขาไปเปรียบเทียบกับคนอื่นๆ ว่าทำไมมินเปิดตัวเยอะ มินมองว่าตัวเองเริ่มโตแล้วและมันมีพื้นที่ให้เปิดเผยมากขึ้น แต่ก่อนเราถ่ายละปีละ 3 เรื่องเลยไม่มีโมเม้นต์แบบนี้ ไม่ใช่เราไม่เปิด แต่ว่ามันไม่มีเวลาเกิดความน่ารักแบบนี้ ซึ่งตอนนี้เราเริ่มจัดสรรเวลาได้มากขึ้น เช่นรับละครปีละเรื่องและเราก็ชัดเจน ช่องก็น่ารักค่ะ" ขอบคุณภาพเพิ่มเติมจาก IG minpechaya, oatpitak มิน พีชญา   มิน พีชญา   มิน พีชญา   มิน พีชญา            

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง