ประชุมอาเซียน

พบครูวัย 72 ปี สะสมภาพในหลวงกว่าแสนรูป
ข่าววันพ่อแห่งชาติ /  ปทุมธานี / 

ปทุมธานี พบครูวัย 72 ปี สะสมภาพพระราชกรณียกิจในหลวงกว่า แสนรูปเป็นเวลา 42 ปี นางสนอง บำรุงราษฎร์ อายุ 72 ปี ครูสอนวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษา โรงเรียนประชุมวิทยา อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ซึ่งขณะนี้เกษียณแล้ว แต่โรงเรียนยังคงให้ประกอบอาชีพครูสอนอยู่ เนื่องจากมีคุณสมบัติและคุณภาพ รวมถึงครูสนองยังมีใจรักในอาชีพครูสอนหนังสือให้กับเด็ก ปัจจุบันอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 7 หมู่ 1 ต.บ่อเงิน อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ภายในบ้านมีอัลบั้มภาพถ่ายจากนิตยสารต่าง ๆ และหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจมากมายของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ รวมถึงพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ โดยครูสนองได้นำภาพมาตัดและติดกับกระดาษแข็งเพื่อภาพจะได้ไม่ยับและรักษาให้ ภาพอยู่ได้นาน รวมทั้งนำภาพที่ตัดมาบางส่วนใส่แฟ้มอัลบั้มรูป เพื่อความคงทนต่อการเก็บรักษาภาพ ซึ่งเก็บรักษามาเป็นเวลากว่า 42 ปี รวมกว่าแสนภาพ ส่วนใหญ่ภาพที่เก็บสะสมจะเป็นภาพแห่งความสุขของพระองค์ที่ได้พบกับประชาชน จำนวนมากที่มารอเข้าเฝ้าตามพื้นที่ต่าง ๆ ที่พระองค์ท่านทรงเสด็จฯ ไปดูความเป็นอยู่ของประชาชนในทุกภาคของประเทศ และภาพพระราชกรณียกิจนานัปการของพระองค์ แสดงถึงความเหน็ดเหนื่อยที่พระองค์ทรงงานในพื้นที่ทุรกันดาร เพื่อประชาชนคนไทย  

โคตรเซียนมาเก๊า เขย่าเวกัส(From Vegas to Macau (2014))
หนังจีน

โจวเหวินฟะ(Yun-Fat Chow) - เซี๊ยะถิงฟง (Nicholas Tse) - ตู้เหวินเจ๋อ(Chapman To) : นําแสดง Jing Wong : กํากับการแสดง อำนวยการสร้างโดย แอนดรูว์ เลา จาก 2 คน 2 คม เรื่องย่อ : From Vegas to Macau hd นักพนันอันเลื่องชื่อนามว่า “เคน” (โจวเหวินฟะ) ได้เดินทางกลับมาจากลาสเวกัส หลังจากการทำหน้าที่เป็นหัวหน้าที่ปรึกษา ให้กับระบบรักษาความปลอดภัยของคาสิโนในลาสเวกัส ลูกศิษย์ต่างยินดีและจัดงานต้อนรับการกลับมาของเคน ในขณะเดียวกัน “คูล” (เซี๊ยะถิงฟง จาก The Viral Factor) สุดยอดมือแฮกเกอร์ ที่ต้องการสานต่อตำนานอันเลื่องชื่อของเคน จึงเสนอตัวเองเป็นลูกศิษย์เคน แต่เคนไม่คิดที่จะรับใครเป็นลูกศิษย์ง่ายๆ เคนได้เสนอคูลว่า ถ้าหากคูลสามารถโกงเขาได้และชนะได้เพียงแค่ครั้งเดียว เคนถึงยอมรับคูลเป็นลูกศิษย์

เจ็บนี้อีกนาน! ผีแดงกระอักเลือด ดาลี่ย์ บลินด์ ส่อแววเจ็บยาวครึ่งปี
ดาลี่ย์ บลินด์ /  พรีเมียร์ลีก / 

อาการบาดเจ็บของ ดาลี่ย์ บลินด์ กองกลางของ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอาจจะหนักหนาสาหัสกว่าที่คิด เมื่อสโมสรได้ทวีตข้อความว่า แข้งชาวดัตช์ อาจจะต้องพักรักษาตัวถึง 6 เดือนเต็มเลยทีเดียว ก่อนที่ข้อความดังกล่าวจะถูกลบทิ้งอย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่เร็วไปกว่านักแคปในตำนานจะจับภาพไว้ได้ โดยอดีตนักเตะอาแจ็กซ์ ได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่า ในเกมส์คัดเลือกยูโรกับ ลัตเวีย ก่อนจะถูกเปลี่นนตัวออกจากสนามในทันที ซึ่งางสโมสรได้แจ้งข่าวร้ายผ่านทวีตเตอร์ที่มีแฟนบอลติดตามเกือบ 4 ล้านคน ว่าดาวเตะผมสลวยจะต้องพักยาวกว่า ครึ่งปี ก่อนที่จะรีบลบข้อความดังกล่าวทิ้ง ซึ่ง หลุยส์ ฟานกัล กุนซือของทีมก็ยืนยันว่ายังไม่ทราบอาการที่แน่ชัด แต่ในตอนนี้ บลินด์ จะต้องใส่เฝือกที่หัวเข่าไปก่อน และในอีก 10 วันข้างหน้าจะทำการสแกนเพื่อให้ทราบความรุนแรงของการบาดเจ็บและระยะเวลาที่จะต้องใช้รักษาตัวอีกครั้ง

นายกฯนำ2รมต.ใหม่เข้าเฝ้าในหลวงถวายสัตย์ปฏิญาณ
ข่าวล่าสุด /  ถวายสัตย์ / 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.อ.ประยุทธ์ นำ 2 รัฐมนตรีใหม่ ถวายสัตย์รับหน้าที่ วันนี้ เวลา 16.52 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จลงจากที่ประทับชั้น 16 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช ยังห้องประชุมสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ชั้น 14 อาคารเฉลิมพระเกียรติ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำรัฐมนตรีที่โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเพิ่มเติม จำนวน 2 คน ได้แก่ นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และ นายอำนวย ปะติเส รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ โดยมี นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ร่วมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทด้วย หลังจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เฝ้าฯ กราบบังคมทูลรายงานข้อราชการเป็นการส่วนพระองค์อีกกว่า 40 นาที

สธ. ยันชาวเซียร์ราลีโอน ปลอดเชื้ออีโบลา
ข่าววันนี้ /  นักท่องเที่ยวติดอีโบลาหนีเข้าไทย / 

ผอ. สำนักโรคติดต่อ แจ้งความหาผู้ต้องสงสัยป่วย อีโบลา หายตัวจากโรงแรมย่าน บางรัก หลังเดินทางมาจากพื้นที่ระบาดของโรค วันนี้ (24 พ.ย. 57) เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา รายการเรื่องเล่าเช้านี้ได้รายงานว่า ผู้ต้องสงสัยป่วยอีโบลา ได้หายตัวไปจากโรงแรมย่านสาทร ถนนสาทรเหนือ แขวงสีลม เขตบางรัก กทม. ภายหลังสำนักโรคติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข ได้มีการแจ้งให้กักตัวชายคนดังกล่าวเพื่อดูอาการ และคาดว่าจะมีไวรัสดังกล่าวอยู่ในร่างกาย ตั้งแต่ตอนเขาเดินทางจากเซียร์ราลีโอนซึ่งเป็นพื้นที่ระบาดของโรคมายังไทยทราบชื่อนายซีเซ่ ซามูเอล อายุ 31 ปี โดย ร.ต.อ.รุ่งเรือง กิจผาติ ผอ.สำนักโรคติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข เผยว่า เบื้องต้นทางสำนักโรคติดต่อได้มีการตรวจร่างกายนายซีเซ่ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 13 พ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่เข้าเดินทางมายังไทยพอดี แต่ยังไม่พบเชื้อจึงได้นัดอีกครั้งเพื่อติดตามดูอาการ แต่พอถึงวันนัด (16พ.ย.) ชายคนดังกล่าวกลับไม่มารายงานตัว อีกทั้งยังปิดโทรศัพท์มือถือหนี เมื่อสอบถามพนักงานโรงแรมที่ผู้ต้องสงสัยป่วยอีโบลาได้จองไว้ ก็ทราบว่าเขาไม่ได้เช็คอินและหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ทางสำนักโรคติดต่อเห็นว่าไม่เป็นผลดี จึงได้เข้าแจ้งความเพื่อให้เจ้าหน้าที่ออกตามหาดังกล่าว ด้านนพ.วชิระ เพ็งจันทร์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมากล่าวถึงผลการประชุมด่วนเพื่อติดตามหานักท่องเที่ยวชาวเชียร์ราลีโอนที่หายตัวจากการควบคุมตัวของกรมควบคุมโรค ในวันนี้ (24 พ.ย. 57) ว่า ขอยืนยันว่าชายคนนี้เป็นคนที่แข็งแรง จากการตรวจสอบก็ไม่พบเชื้อไวรัสอีโบลาแต่อย่างใด เพียงแต่อยู่ในรายชื่อที่ต้องเฝ้าระวังในระยะ 21 วันเท่านั้น ดังนั้นไม่อยากให้ประชาชนกังวล จึงขอแจงว่าการแจ้งความให้ติดตามดังกล่าว เป็นไปตามกระบวนการของกรมควบคุมโรคเท่านั้น ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ "อีโบลา" ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>> MThai news

ตายพิสดาร ! หมูถูกควักตับ-หัวใจ ทิ้งซากไว้คาคอก
ข่าวล่าสุด /  ควักหัวใจ / 

หมูถูกควักตับ-หัวใจ ทิ้งซากไว้คาคอก คาดว่าเป็นฝีมือของสัตว์ร้ายประเภทเสือป่า วันนี้(21พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หมูตัวหนึ่ง ถูกสัตว์ร้ายกัดกินตายแบบพิสดาร ด้วยการควักเฉพาะส่วนหัวใจและตับออกไปจากท้อง ส่วนอวัยวะอื่นๆ ยังอยู่ครบ ซึ่งนายสมบูรณ์ คงจันทร์ อายุ 48 ปี เจ้าของฟาร์มหมู อยู่ หมู่ที่ 5 ตำบลเขาไพร อำเภอรัษฎา จังหวัดตรัง ได้เปิดเผยว่า หมูตัวที่ตายลงนั้น เป็นเพศผู้ มีอายุประมาณ 1 เดือน น้ำหนัก 30 กิโลกรัม เนื่องจากได้รับบาดเจ็บที่ขาหลังข้างขวา ตนจึงนำไปขังแยกไว้อีกคอกต่างไปจากหมูตัวอื่นๆ แต่เมื่อเข้าไปให้อาหารและทำความสะอาดคอกตามปกติ ก็พบหมูตัวดังกล่าวตาย โดยซากมีสภาพถูกควักเฉพาะหัวใจและตับออกไป หลังเกิดเหตุ ตนและครอบครัวได้จัดเวรยามเฝ้าฟาร์มหมูไว้ตลอด 24 ชั่วโมง เพราะหากมีสัตว์ร้ายย้อนกลับมา ก็จะสามารถจัดการได้ทันที ทั้งนี้ นายสุชิน สุธาชีวะ นายอำเภอรัษฎา เผยว่า จากการตรวจสอบพื้นที่คาดว่า น่าจะเป็นฝีมือของสัตว์ดุร้ายประเภทเสือป่า แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นชนิดใด เบื้องต้นทางอำเภอได้มีการประชุมชี้แจงให้ทุกพื้นที่ เฝ้าระวังและหาวิธีป้องกันสัตว์ดุร้ายแล้ว ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก ข่าวสดออนไลน์ MThai News

โบรกฯคาดหุ้นไทย คึกคัก หลังจีนลดดอกเบี้ย
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

โบรกฯคาดหุ้นไทยคึกคัก หลังวันศุกร์วอลุ่มหนา ส่วนจีนลดดบ.กระตุ้นเศรษฐกิจหนุน และแรงหนุนจากคลังส่งสัญญาต่ออายุ LTF และ RMF แนะซื้อ ถือต่อ บล. เคจีไอ มองดัชนีหุ้นไทยวันนี้ปรับขึ้นต่อรับจิตวิทยาบวกจากตลาดหุ้นโลก หลังเมื่อเย็นวันศุกรจีนประกาศ ลดดอกเบี้ยเงินกู และเงินฝากเพื่อกระตุนเศรษฐกิจ และหุนยุโรปพุงแรงเฉลี่ย 2.8% หลัง ECB ประกาศเริ่ม ซื้อพันธบัตร Asset-backed Securities เพิ่มเติมจากกอนหนาที่ซื้อ Covered Bonds ไปแลว นอกจากนี้ คาดมีแรงเก็งกําไรหุนกลุมรับเหมา และกอสรางตอเนื่อง กอนหนาที่ครม. ประชุมพรุงนี้อนุมัติ MoU รถไฟ รางคูไทย-จีน คาดวาแรงซื้อจากนักลงทุนสถาบันในประเทศจะเปนปจจัยหลักหนุนดัชนีฯ ภายหลังที่กระทรวงการคลังให ความชัดเจนในสัปดาหที่แลววาจะตออายุสิทธิประโยชน LTF และ RMF แนะนําถือหุนตอ หรือซื้อเก็งกำไร ด้านบล.เมย์แบงก์กิมเอ็ง ประเมินว่าตลาดหุ้นไทยวันศุกร์ฟื้นตัว 10.52 จุด ปิดที่ 1,579.20 จุด มูลค่าการซื้อขายหนาแน่นถึง 60,181 ล้านบาท โดยเงินทุนต่างชาติเป็นกลาง กลับมาซื้อสุทธิตลาดหุ้นไทยเล็กน้อย 45 ล้านบาท กลับมาซื้อสุทธิตลาดตราสารหนี้ 1,230 ล้านบาท แต่คงการ Short สุทธิใน SET50 Index Futures เป็นวันที่ 2 อีก 2,519 ล้านบาท สะท้อนมุมมองของนักลงทุนต่างชาติต่อการลงทุนในไทยไร้ปัจจัยบวกที่เด่น อย่างไรก็ตาม เราประเมินว่าดัชนีหุ้นไทยในช่วงสั้นนี้มีโอกาสไต่ระดับขึ้นทดสอบ 1,590 จุด ผลักดันด้วยเงินทุนสถาบันภายในประเทศ จากเม็ดเงิน LTF และการปิ ดขาย IPO กองทุนทริกเกอร์ฟันด์ใน 1-2 วันนี้ วงเงิน 2.3 พันล้านบาท รวมถึงมีโอกาสที่จะเห็นเงินทุนต่างชาติสะสมหุ้นหลัก หลังเสร็จสิ้นการโรดโชว์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เราเชื่อว่าหุ้น Big Cap และขนาดกลางที่แนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 4 เติบโตเด่น ขณะที่ปัจจัยในประเทศเอื้อต่อการลงทุนในเช้าวันนี้ หลัง ธนาคารกลางจีน ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก และอัตราดอกเบี้เงินกู้ 1 ปี เมื่อเย็นวันศุกร์ที่ผ่านมา เนื่องจากสภาพคล่องทางการเงินตึงตัวจากการขาย IPO จำนวน 11 บริษัทตลอดสัปดาห์นี้ในตลาดหุ้นจีน ตลาดประเมินว่า สภาพคล่องจะถูกดูดออกไปมากถึง 1.0 ล้านล้านหยวน แนะนำขายทำกำไรบางส่วนบริเวณ 1,590 จุดหรือใกล้เคียง แต่หากหุ้นเป้าหมายราคาปรับตัวลงระหว่างชั่วโมงการซื้อขาย อาจเข้าเก็งกำไรเพิ่มเติมได้ แนะนำ KTB, ANAN หุ้นเด็ดรายตัว คลิ๊กเลย>>>>>>> MThai News

ผลฟุตบอล :แพ้ภัยตัวเอง!ผีแดงบุกดับปืนใหญ่เปิดซิงคว้าชัยนอกบ้านนัดแรก
ผลบอล /  ผลบอลพรีเมียร์ลีก / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557 อาร์เซน่อล 1-2 แมสเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู: 0-1 คีแรน กิ๊บส์  (เข้าประตูตัวเอง) น.56,0-2 เวนย์ รูนี่ย์ น.85,1-2 โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ น.90+4 เวลา : 00.30 น. สนาม: เอมิเรสต์สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 1 ศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ คู่ดึกของคืนวันเสาร์ “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ในนัดนี้ หลุยส์ ฟานกัล กุนซือทีมเยือนที่ขาดแคลนกองหลังเพราะบาดเจ็บจนต้องกลับมาใช้หมากหลังสามอีกครั้ง ด้วยการให้ ไทเลอร์ แบล็กเก็ตต์, คริส สมอลลิ่ง, แพ็ดดี้ แม็คแนร์ ยืมคุมแนวรับและมี ลุค ชอว์ และ อันนิโอว วาเลนเซีย เป็นวิงแบ็ค เริ่มเกมส์ 10 นาทีแรก เป็นเจ้าบ้านที่ครองเกมส์ได้เหนือกว่าทันที นาที 12 แจ็ค วิลเชียร์ จอมทัพร่างเล็กลากบอลเข้าไปยิงแต่ไม่ผ่าน ดาบิด เดเคอาที่ผ่านความฟิตลงเล่น จากนั้นนาที 13 แดนนี่ เวลเบ็ค ได้โอกาสลุ้นยิงทีมเก่าจากลูกยิงไกลแต่ ดาบิด เดเคอา ยังล้มตัวรับไว้ได้ นาที 14 แผงหลังของ แมนยูยังเซตบอลไม่ได้และ ดาบิด เดเคอา เตะเปิดบอลไม่ดีโดนตัดได้ แล้วเวลเบ็ค จ่ายทะลุช่องให้ แจ็ค วิลเชียร์ สอดขึ้นมายิงเน้นๆ แต่เดเคอา ยังแก้ตัวได้เมื่อพุ่งไปดักบอลไว้ได้ นาที 15 หลุยส์ ฟานกัล ต้องมาเสียผู้เล่นจากอาการบาดเจ็บอีกครั้ง เมื่อ ลุค ชอว์ บาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว และต้องส่ง แอชลี่ย์ ยัง ที่เพิ่งหายเจ็บลงมายืนในตำแหน่งวิงแบ็กซ้ายแทน นาที 19 หลังสามของผีแดงยังรั่วต่อเนื่องเมื่อปล่อยให้ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน หลุดเดี่ยวเข้าไปยิง แต่ เดเคอา ยังเซฟไว้ได้อีกครั้ง นาที 33 ปืนใหญต้องเจาะด้วยการยิงไกล ของ อเล็กซิส ซานเชซ แต่ก็ยังเป็นเดเคอา ที่พุ่งรับไว้ได้ นาที 35ทีมเยือนเพิ่งจะได้โอกาสยิงเน้นๆ จากบอลยาวที่ เฟลไลนี่ เอาลงแล้วคืนให้ วาเลนเซีย เบิ้ลต่อให้ ดิมาเรีย ลากไปปั่นโค้งบอลหลุดกรอบออกไปแบบได้ลุ้น ช่วงท้ายครึ่งแรกเป็น แมนฯยูไนเต็ดที่เริ่มตั้งเกมส์ของตัวเองขึ้นมาได้บ้าง แต่ก็ยังหาจังหวะจบสกอร์แบบเน้นๆไม่ได้ จบครึ่งแรก อาร์เซน่อล ยังทำอะไร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ได้เสมอกันอยู่ 0-0 ครึ่งหลังนาที 48 สปีดอันจัดจ้านของ แดนนี่ เวลเบ็ค ฉีกของหลังทีมเยือน จนได้หลุดเข้าไปยิงมุมแคบ แต่ก็ยังติด เดเคอา ที่ออกมาได้เร็ว  นาที 56 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่รูปเกมส์เป็นรองตลอดครึ่งหลัง มาได้ประตูออกนำแบบ งงๆ เมื่อ แอชลี่ย์ ยัง เปิดบอลเข้ามาหน้าประตูแล้ว วอยเชียค เชสนี่ ออกมาชนกับ คีแรน กิ๊บส์  บอลไปเข้าทาง อันโตนีโอ วาเลนเซีย ยิงสวนทันทีบอลไปแฉลบ กิ๊บส์ ที่นอนอยู่เปลี่ยนทางเข้าประตู ไปให้  แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกมาขึ้นนำ  0-1 แถมทีมของ อาร์เซน เวนเกอร์ ต้องโชคร้ายเมื่อ เชสนี่ เล่นต่อไม่ไหวต้องส่ง ดาเมี่ยน มาติเนซ นายด่านสำรองลงมาเล่นแทน หลังตกเป็นฝ่ายตามหลัง อาร์เซน่อล เดินหน้าลุยอย่างหนัก นาที 67 แดนนี่ เวลเบ็ค โหม่งชงให้ ซานติ กาซอร์ล่า ตัวสำรองได้ยิงตรงหัวกระโหลก และก็ยังเป็น ดาบิด เดเคอา ที่ล้มตัวรับบอลเอาไว้ได้เช่นเคย นาที 79 อาร์เซน เวนเกอร์ ต้องแก้เกมส์ด้วยการส่ง โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ศูนย์หน้าชาวฝรั่งเศสที่หายไปนานเพราะอาการบาดเจ็บลงสนาม โดยเพียงแค่นาทีเดียว ดาวซัลโวลีกเอิงก็ได้ลุ้นพังประตูทันทีจากการโหม่งลูกเตะมุมข้ามคานออกไป  เข้าสู่ช่วง 10 นาทีสุดท้ายเป็นอาร์เซน่อลที่โหมบุกอย่างหนักอีกครั้ง จนทำให้ผู้เล่นของ แมนฯยูไนเต็ดต้องถอยไปกองกันที่หน้ากรอบเขตโทษ แต่แล้วเจ้าบ้านที่บุกเพลิน ก็มาโดนจังหวะโต้กลับเร็วของทีมเยือนเล่นงานเข้าจนได้ เมื่อ มารูยาน เฟลไลนี่ ตัดบอลคืนมาได้แล้วจ่ายให้ อังเคล ดิมาเรีย ดึงจังหวะจ่ายบอลให้ เวนย์ รูนี่ย์ หลุดเดี่ยวเข้าไปชิพบอลข้ามตัว ดาเมี่ยน มาติเนซ เข้าประตูไปแบบเหนือชั้น ให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นำห่าง 0-2 ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ นาที 90+3 คราวนี้เป็น รูนี่ย์ ที่จ่ายให้ ดิมาเรียบ้าง ซึ่งแข้งค่าตัวแพงที่สุดในเกาะอังกฤษ มีเวลาเยอะแต่กลับชิพออกไป นาที 90+4 ปืนใหญ่ ได้ประตูจุดประกายความหวังเมื่อ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ได้ตะบันเสียบสามเหลี่ยมเข้าไปแบบสุดเฉียบขาด เวลาที่เหลือ ไม่มีประตูเพิ่ม จบเกมส์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เก็บชัยชนะนอกบ้านเป็นนัดแรกของฤดูกาลได้ด้วยการบุกมาเอาชนะ อาร์เซน่อล ไปแบบเสียวไส้ 1-2 ทำอันดับขึ้นไปอยู่ที่ 4 ของตาราง รายชื่อ อาร์เซน่อล: วอยเชียค เชสนี่(GK),คาลั่ม แชมเบอร์ส,แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, นาโช่ มอนเรอัล, คีแรน กิ๊บส์, อารอน แรมซี่ย์, มิเกล อาร์เตต้าร์, แจ็ค วิลเชียร์, อเล็กซิส ซานเชซ, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน, แดนนี่ เวลเบ็ค แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด: ดาบิด เดเคอา (GK), ไทเลอร์ แบล็กเก็ตต์, คริส สมอลลิ่ง, แพ็ดดี้ แม็คแนร์, อันโตนิโอ วาเลนเซีย, ลุค ชอว์,มารูยาน เฟลไลนี่, อังเคล ดิมาเรีย, ไมเคิล คาร์ริค, เวนย์ รูนี่ย์, โรบิน ฟานเพอร์ซี่

ไขคำตอบ เขาคือใครในรูปโปรไฟล์เพจ 'มิตรสหายท่านหนึ่ง'
คัตสึยะ ทาคาฮาชิ /  คือใคร / 

ไขคำตอบ เขาคือใครในรูปโปรไฟล์เพจ 'มิตรสหายท่านหนึ่ง' คือ คัตสึยะ ทาคาฮาชิ บนโลกออนไลน์ได้มีแฟนเพจชื่อ "มิตรสหายท่านหนึ่ง" ซึ่งมักจะนำข้อความหรือคำพูดจากบุคคลอื่นๆยกมาแปะไว้ที่หน้าแฟนเพจพร้อมทิ้งท้ายข้อความว่า มิตรสหายท่านหนึ่ง โดยรูปโปรไฟล์ของแฟนเพจดังกล่าวเป็นรูปชายรุ่นใหญ่สวมแว่นกลม ต่อมาใบหน้าของชายคนดังกล่าวไปปรากฎตามแฟนเพจล้อเลียนอีกหลายแฟนเพจจนกลายเป็นที่สงสัยว่าชายในภาพคือใคร ? แท้จริงแล้วชายในรูปโปรไฟล์เพจ 'มิตรสหายท่านหนึ่ง'ไม่ใช่คนไทยและไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับประเทศไทย แต่เขาคือ หนึ่งในผู้ต้องหาก่อการร้ายของประเทศญี่ปุ่นชื่อ คัตสึยะ ทาคาฮาชิ ซึ่งสังกัดอยู่ในลัทธิโอมชินริเกียว กลุ่มก่อการร้ายของญี่ปุ่นที่ก่อเหตุรมแก๊สพิษในขบวนรถไฟ5ขบวนที่สถานีกรุงโตเกียว เมื่อ19ปีที่แล้ว โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 มี.ค.2538 ในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนที่คนญี่ปุ่นกำลังเดินทางไปทำงาน เกิดเหตุกลุ่มลัทธิโอมชินริเกียว รมแก๊สพิษผู้โดยสารในขบวนส่งผลให้ผู้โดยสารเสียชีวิต 13 ศพ บาดเจ็บสาหัส 54 ราย และล้มป่วยกว่า 6,000 คน โดยเจ้าลัทธิคือ นายโชโกะ อาซาฮาระ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้ในปีนั้นเองและประหารชีวิตด้วยการแขวนคอ แต่ยังไม่จบเพราะยังมีผู้ร่วมก่อการณ์ที่หลบหนีไปได้หนึ่งในนั้นคือ นายคัตสึยะ ทาคาฮาชิ วัย 54 ปี ที่ใช้เวลาหลบหนีหายจากการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างไร้ร่องรอยยาวนานกว่า 17 ปีก่อน ซึ่งเขาถือว่าเป็นสมาชิกคนสุดท้ายที่รอดการจับกุม แต่แล้วน.ส.นาโอโกะ คิกูชิ หนึ่งในสมาชิกลัทธิได้มอบตัวและเผยข้อมูลสำคัญจนเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวของคัตสึยะ ทั้งนี้ลัทธิโอมชินริเกียวเป็นลัทธิในประเทศญี่ปุ่นมีสาวกนับพันคน สอนให้ใช้การฝึกจิต การเข้าสมาธิ และโยคะ เพื่อให้ถึงการรู้แจ้ง เจ้าลัทธิยังมีความเชื่อเรื่องโลกาวินาศ ต้นทศวรรษ 1990 ได้ออกคำพยากรณ์ว่าจะเกิดภัยพิบัติในญี่ปุ่นและสงครามโลกครั้งที่ 3 MThai News

Beauty and The Beast /  บิวตี้ แอนด์ เดอะ บีสต์ / 

สร้างความฮือฮาสำหรับภาพยนตร์แฟนตาซีเรื่อง “Beauty and the Beast” หรือ “บิวตี้ แอนด์ เดอะ บีสต์ ปาฏิหาริย์รักเทพบุตรอสูร” ผลงานของผู้กำกับ คริสโตฟ์ แกนส์ ที่เปิดฉายที่ญี่ปุ่นไปเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งเปิดตัวสัปดาห์แรกที่อันดับ3โดยมีหนังญี่ปุ่นอย่าง Clover อยู่อันดับ 2  และDracula Untold มาเป็นอันดับ 4 ของหนังเปิดใหม่ และพลิกปรากฏการณ์เกินความคาดหมายไต่ทะยานสู่อันดับ 1  บ็อกซ์ออฟฟิศแดนปลาดิบได้ในสัปดาห์ที่ 2 จนทำให้หนังใหม่ๆ เปิดตัวในสัปดาห์นั้นต้องมองค้อน ด้วยความอลังการงานสร้างสุดวิจิตรตระการตาที่ได้ 2 นักแสดงนำอย่าง ลีอา เซย์ดูซ์ จากหนังรางวัลปาล์มทองคำ Blue is the Warmest Colour และ วินเซนต์  คาสเซล จาก Black Swan มาร่วมสร้างตำนานรัก โดยดัดแปลงจากนิยายอมตะที่คนทั่วโลกรู้จักเป็นอย่างดี สำหรับคอหนังชาวไทย ยูไนเต็ด โฮม เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จัดให้ชมกันแบบพิเศษสุด 9-14 มกราคม 2558  ที่โรงภาพยนตร์ เครือเอเพ็กซ์ เท่านั้น บัตรราคาใบละ 150 บาท รับ Pop Corn  Free 1 กล่อง หรือซื้อบัตร 2 ใบ รับฟรี! DVD Beauty and the Beast ส่งตรงถึงบ้าน (ในช่วงระยะเวลาที่หนังเรื่องนี้ออก  DVD และลูกค้าสามารถเลือกรับสิทธิ์อย่างใดเพียงอย่างหนึ่งเท่านั้น) พิเศษสุดจองบัตรล่วงหน้าเฉพาะวันที่ 8 มกราคม 2558 โรงภาพยนตร์สกาลา เวลา 11.00-20.00 น. รับส่วนลดเพิ่ม 10 %   สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ 0-2503-4477 ต่อ 214 และ 215 หรือที่ www.facebook.com/UnitedHome ----------------------------

ละครสามใบไม่เถา , เรื่องย่อสามใบไม่เถา
สมาร์ท กฤษฏา /  พรีม รณิดา / 

เรื่องย่อละคร “สามใบไม่เถา” บทประพันธ์ : อาริตาบทโทรทัศน์ : ชลนภัสส์/ตุณย์กำกับการแสดง : ชาตโยดม หิรัณยัษฐิติวันเวลาออกอากาศ : ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องรักของสามสาวในครอบครัวคุณพ่อจอมหวง.. หนึ่ง.. คือรักมั่นคงของลูกสาวคนโต ที่พร้อมจะท้าทายกฏเหล็ก อีกหนึ่ง.. คือรักสุดห้าวลูกสาวคนกลาง ที่รู้แจ้งเรื่องผู้ชายจนยากจะหาใครดีพร้อมสำหรับตัวเอง และอีกหนึ่ง.. คือรักซ่อนรูปของน้องสาวคนสุดท้องอันยากจะหักห้าม กว่าจะได้มาซึ่งความรักที่มีอุปสรรคคือคุณพ่อขี้หวง พวกเธอยังต้องเอาชนะทั้งหัวใจตัวเองและคนที่เธอรัก ที่นำมาซึ่งรสชาติหลากหลายของสิ่งที่เรียกว่า “ความรัก” อัษฎา มีลูกสาว 3 คน.. สวยล้ำทุกคน ผู้เป็นพ่อหวงลูกสาวเรียกว่าจงอางหวงไข่ยังน้อยไป อัษฎาเป็นเหมือนพญานาค 8 เศียรที่แผ่ทุกเศียรปกป้องลูกสาวจากบรรดาหนุ่มๆ ความสัมพันธ์ในครอบครัวอัษฎานับว่าแปลกทีเดียว อัษฎา กับ บราลี ภรรยา ต่างมีลูกติดและทั้งสองมีลูกของเรา อุรวสา คนโตเป็นลูกติดอัษฎาที่สนิทสนมกับแม่เลี้ยงตั้งแต่เล็ก ไม่ค่อยกินเส้นกับพ่อแท้ๆ ตัวเอง อันตรา คนรองเป็นลูกติดบราลี แต่กลับเป็นคู่ซี้อัษฎาพ่อเลี้ยง ลุยไหนลุยกัน คุยกันได้ทุกเรื่อง อินทุอร คนเล็กสนิทกับทั้งพ่อทั้งแม่ มีดีที่ลีลาออดอ้อนให้พ่อยอมทำตามทุกอย่างได้โดยดุษฏี สามศรีพี่น้องรักใคร่สามัคคีกันดี ต่างไม่คิดว่าเป็นลูกคนละพ่อคนละแม่ เนื่องด้วยพ่อกับแม่รักลูกทุกคนเท่ากัน เมื่อต้นปี อุรวสา กลับจากอเมริกาหลังไปใช้ชีวิตที่นั่นหลายปี หอบใบปริญญามหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก และดีกรีนักออกแบบมือรางวัลกลับมาให้พ่อแม่ภูมิใจ ทว่าสิ่งที่พ่อแม่ไม่รู้ก็คือ อุรวสาหอบสามีกลับมาด้วย... แสงฉาน แฟนหนุ่มจูงมืออุรวสาเข้าโบสถ์แต่งงานเรียบร้อยโรงเรียนอเมริกัน ทั้งสองอยู่กินกันฉันสามีภรรยามา 2 ปีแล้ว อุรวสาเป็นคนต้องการปิดเรื่องแต่งงาน เพราะพ่อคาดหวังกับลูกเขยคนโตไว้สูงลิบ ต้องเป็นคนดี เจ้าของกิจการใหญ่โต ฐานะมั่นคง แต่แสงฉานเป็นแค่เชฟจบใหม่ ไฟแรง จิตใจดี ดีกรีเกียรตินิยมเหรียญทองอันดับหนึ่งอุรวสาตั้งเงื่อนไขจะพาแสงฉานไปกราบพ่อในฐานะสามี ก็ต่อเมื่อแสงฉานสร้างเนื้อสร้างตัวทำตามฝันตัวเอง เป็นเจ้าของร้านอาหารไทยฟิวชั่นประยุกต์จนติดอันดับโลกได้ก่อน ฝ่ายแสงฉานได้แต่ยิ้มฟังตามประสาชายหนุ่มอารมณ์ดีอยู่เป็นนิจ รู้ดีว่าเมื่อแฟนสาวคนเก่งแสดงเจตจำนงใด อีกฝ่ายห้ามต่อรอง อันตรา สาวห้าวคนรองเปิดธุรกิจฟิตเนส แต่ด้านหน้าแบ่งเป็นสำนักงานนักสืบ เธอเจริญรอยตามพ่อแท้ ๆ ที่เป็นตำรวจสายสืบซึ่งเสียชีวิตตอนสืบคดีๆ หนึ่ง อันตราได้รับการว่าจ้างให้สะกดรอยตาม เวสน์ ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา ผู้ว่าจ้างสาวคนหนึ่งสงสัยว่าชายหนุ่มแอบซุกหญิงอื่นไว้ เวสม์รู้ตัวว่าถูกตาม พยายามคาดคั้นอันตราว่าใครจ้าง แต่เธอไม่ยอมบอกเพราะผิดจรรยาบรรณนักสืบ อันตราสมเพชเวสน์ที่หน้าตาก็ดีไม่น่า... ขายตัว เวสม์อึ้งที่อันตราหาว่าเป็นแมงดา เขาขำแกมประทับใจในจินตนาการของสาวเจ้า เพราะตั้งแต่เกิดมาไม่เคยโดนใครด่าว่าเป็นแมงดาแบบนี้...วสม์ไปสมัครเป็นสมาชิกฟิตเนสอันตรา อันตราประกาศไม่รับแมงดาเป็นสมาชิก แต่ลูกน้องดันรับเงินให้ใบเสร็จเวสน์ไปแล้ว จึงบังเกิดเรื่องโกลาหลอยู่เนืองๆ เมื่อเวสม์มาออกกำลังกาย ชายหนุ่มชอบยั่วให้อันตรายัวะแล้วเถียงกัน เวสม์สนุกเวลาต่อปากต่อคำกับอันตราสาวห้าวเป็นอย่างยิ่ง เขาพยายามเซ้าซี้ถามว่าใครจ้างตามสืบ.. แต่อันตรารูดซิปปากสนิท ซิปไม่มีแตกงานวันเกิดอัษฎาจัดขึ้นทุกปี ปีนี้พิเศษกว่าปีก่อนเพราะมีแขกพิเศษ ภิสิต เพิ่งเดินทางกลับจากฝรั่งเศสหลังไปทำงานเป็นผู้ช่วยทูตอยู่ 10 กว่าปี อินทุอรใจเต้นระส่ำเมื่อเห็น...คุณอาสิต ย้อนไปเมื่ออินทุอร 7 ขวบ เด็กหญิงตัวน้อยไปงานเลี้ยงกับพ่อ พวกผู้ใหญ่ออกไปเต้นรำ เด็กหญิงอินทุอรเฝ้ามองผู้ใหญ่เต้นรำกอดกัน ประหนึ่งเป็นเจ้าชายเจ้าหญิงในนิทาน เด็กหญิงอินทุอรฝัน จะมีเจ้าชายขี่ม้าขาวมาขอเต้นรำ อาสิตเดินมาหา โค้งให้เด็กหญิงตัวน้อย จูงมืออินทุอรออกไปเต้นรำโดยคุณอาสิตอุ้มอินทุอรตลอดเพลง ตั้งแต่นั้นมาเด็กหญิงอินทุอรก็ติดคุณอาสิตแจ จนกระทั่งภิสิตถูกส่งไปประจำที่ฝรั่งเศสจึงห่างเหินกัน ผ่านมา 10 กว่าปีใครต่อใครคิดว่าอินทุอรลืมภิสิตแล้ว หากแต่ความจริง...ภิสิตเป็น...รักฝังใจอินทุอร รักฝังใจที่เป็นไปไม่ได้... เพราะภิสิตแต่งงานแล้วภิสิตสนิทสนมกับครอบครัวอัษฎามากพอจะเล่าเรื่องส่วนตัว เขามีชีวิตการแต่งงานล้มเหลวไม่เป็นท่า เมื่อภิสิตพูดถึง บุษบาบัณ อินทุอรสังเกตเห็นนัยน์ตาเศร้า ๆ แล้วสงสารจับใจ โดยไม่รู้ตัวเลยว่านั่นคือ..จุดเริ่มต้นของ “ความรัก” ความที่เป็นคนมีหน้ามีตาในสังคม ภิสิตกับบุษบาบัณตกลงอยู่กันฉันท์สามีภรรยาแต่เพียงในนามมานานหลายปีแล้ว อัปสร ป้าของภิสิตรับรู้ความไม่ลงรอยในชีวิตคู่ของหลานชายคนเดียว เธอสงสารหลานมาตั้งแต่เริ่มต้นชีวิตคู่แล้ว ภิสิตถูกพ่อจับแต่งงานกับบุษบาบัณเพราะความเหมาะสมทางสังคม เขาเป็นคนหนุ่มบ้างานมุ่งมั่นจะประสบความสำเร็จในกระทรวงฯ ตรงข้ามกับบุษบาบัณที่เป็นสาวเปรี้ยวเฉี่ยว ชอบสังคม รักการเที่ยวเตร่ ใช้เงินซื้อความสุขทุกอย่าง แม้แต่ตอนที่แต่งงานแล้ว.. ขณะอยู่ที่ฝรั่งเศสบุษบาบัณก็ยังไม่หยุดเที่ยว เธอควงชายหนุ่มไม่เลือกหน้าโดยไม่เกรงใจภิสิตผู้เป็นสามีเลยแม้แต่น้อย จนในที่สุดภิสิตทนไม่ได้ ตกลงต่างคนต่างอยู่ มีชีวิตส่วนตัวเป็นของตัวเอง ซึ่งบุษบาบัณก็ไม่รู้สึกอะไร... ดีเสียอีกที่เธอจะได้สนุกกับชีวิตสาวโสดได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องเกรงใจใคร ! เมื่อภิสิตกลับมาเมืองไทยแล้ว ป้าอัปสรอยากให้ภิสิตหย่าขาดให้เป็นเรื่องเป็นราวเสียที เขาจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่...แผ่นดินไม่ไร้เท่าใบพุทรา ผู้หญิงดีๆ มีออกถมเถ แต่ภิสิตไม่กล้าพอที่จะทำแบบนั้น ด้วยเพราะภาระทางสังคมและเกียรติยศชื่อเสียงวงศ์ตระกูลระหว่างบุษบาบัณกับเขายังค้ำคออยู่ ในวันหยุดวันหนึ่ง.. ภิสิตเจออินทุอรที่บ้านป้าอัปสร จึงได้รู้ว่าอินทุอรเป็นเพื่อนต่างวัยของอัปสรเพราะชอบฟังเพลงลูกกรุงเหมือนๆ กัน อินทุอรมักจะจูงมืออัปสรไปดูคอนเสิร์ตชรินทร์ นันทนาคร อยู่บ่อยๆ เหตุที่อินทุอรชอบเพลงของชรินทร์ก็เพราะนั่นเป็นเพลงแรกที่ภิสิตเต้นรำกับอินทุอรตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ภิสิตกับอินทุอรจึงมีโอกาสพบกันอยู่บ่อยครั้ง อัปสรทำตนเป็นแม่สื่อชั้นดี ให้อินทุอรแสดงฝีมือทำกับข้าวให้ภิสิตกิน ให้อินทุอรถักเสื้อหนาวให้ภิสิตเผื่อภิสิตถูกส่งไปประจำเมืองหนาว หนำซ้ำอัปสรยังให้ภิสิตไปรับไปส่งอินทุอรที่บ้านอยู่บ่อยๆ ภิสิตรู้ทัน... อัปสรต้องการจับคู่เขากับอินทุอร ไม่ใช่อินทุอรคนเดียวที่จำงานเต้นรำคืนนั้นได้ ภิสิตเองก็จำภาพเด็กหญิงตัวน้อยน่ารักแก้มแดงสุกปลั่งเป็นที่น่าเอ็นดู โตเป็นสาวอินทุอรยิ่งสวย สวยจนทำให้ภิสิตหวั่นไหวตั้งแต่วันที่เจอกันงานวันเกิดอัษฎา ภิสิตไม่กล้าแสดงออกด้วยเกรงใจอัษฎา ภาระทางสังคมอันยิ่งใหญ่...ทำให้ความรักระหว่างเขากับอินทุทรเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้... หากแต่ขณะนี้ความรักระหว่างอินทุอรกับภิสิตเกิดขึ้นแล้ว .. เขาและเธอต่างพึงใจซึ่งกันและกัน ก่อเกิดความผูกพันโดยทั้งคู่ไม่ได้ตั้งใจเลยแม้แต่น้อย... อันตราขี่มอเตอร์ไซค์สะกดรอยตามเวสม์ตามภารกิจนักสืบ แต่เวสม์จับได้จึงแกล้งสะกดรอยอันตรากลับ อันตรารู้ตัวตกใจจึงขี่รถหนีแต่ก็ไม่พ้น เธอชนรถของเวสม์อย่างจังจนสลบ ระหว่างนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลอันตราบอกทุกคนว่าเวสม์จงใจขับรถชน เพราะเกลียดที่เธอตามสะกดรอยเขาที่กำลังติดพันกับผู้หญิงอื่นที่ไม่ใช่ภรรยาของตัวเอง อัษฎาจะเอาผิดเวสม์ แต่อุรวสาห้ามไว้เพราะเธอทำธุรกิจกับเวสม์มานานและรู้นิสัยเวสม์ดี แต่ทั้งสองคุยกันไม่รู้เรื่องตามประสาพ่อลูกที่ไม่มีใครยอมใครจากการแอบตามอันตราครั้งนั้นทำให้เวสม์รู้ว่าคนว่าจ้างคือ ศศิพิมล ศศิพิมลกลัวเวสม์มีผู้หญิงอื่นจึงจ้างนักสืบสะกดรอย เวสม์โกรธมากเพราะศศิพิมลไม่มีสิทธิ์ในตัวเขา ทั้งสองไม่ได้เป็นอะไรกัน นอกจากอดีตรักครั้งแรกที่ผ่านมานานแสนนาน เวสม์ขอให้ศศิพิมลออกไปจากชีวิตเพราะไม่อยากยุ่งกับผู้หญิงที่มีสามีแล้ว แต่ศศิพิมลตื๊อไม่เลิก ร้องห่มร้องไห้ว่าโดน พงษ์ชัย สามีเจ้าพ่อทำร้ายจิตใจสารพัด ครั้งหลังสุดเธอโดนทุบตีบาดเจ็บเจียนตาย เวสน์ถึงกับอึ้งเมื่อเห็นอาการร้องไห้แบบไม่สมประดีของสาวที่เขาเคยพึงใจ.. เวสม์สงสารศศิพิมลในฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน จึงช่วยเหลือให้ที่เธอพักที่คอนโดฯ เก่าซึ่งเขาไม่ได้อยู่แล้วเพื่อหนีจากพงษ์ชัย โดยไม่เฉลียวใจเลยว่านั่นยิ่งสร้างความหวังให้กับศศิพิมลมากขึ้นไปอีก เธอตั้งใจจะใช้จิตใจที่ดีงามของเวสม์...เป็นหนทางกลับเข้ามาสู่ชีวิตของชายหนุ่มอีกครั้ง เวสม์มาเยี่ยมอันตราทุกวัน เวลามาต้องคอยหลบอัษฎาที่มีสายตาไม่เป็นมิตร เพราะคิดว่าเขาเป็นผู้ชายไม่ดี อำพล เพื่อนหมอของเวสม์เป็นเจ้าของไข้อันตราช่วยดูต้นทางให้ อำพลดีใจที่เห็นเวสม์เริ่มหันมาสนใจรู้จักรักผู้หญิง เพราะหลังจากเวสม์อกหักช้ำรักจากศศิพิมลตอนวัยรุ่น เวสม์ก็เตลิดไปเมืองนอก มุหาเงินเพื่อชดเชยปมที่โดนศศิพิมลทิ้งเพราะจน เขาประสบความสำเร็จในตลาดหุ้นข้ามชาติ ปัจจุบันเป็นนักการเงินชื่อดังหาตัวจับยาก แต่เวสม์เอาแต่หาเงินจนลืมหาแฟน อำพลเชียร์เวสม์กับอันตรา แต่ก่อนอื่นเวสม์ต้องทำให้อันตราเลิกเข้าใจผิดว่าเป็นไอ้ตัวซะก่อน เมื่อออกมาจากโรงพยาบาล อันตราเห็นเวสม์ดูแลศศิพิมลในวันที่โดนสามีเจ้าพ่อทำร้าย บางวันศศิพิมลก็นอนค้างคอนโดเก่าของเวศม์ ยิ่งทำให้อันตราเข้าใจผิด ขยะแขยงคิดว่าเวสม์เกาะผู้หญิงมีสามี เวสม์แกล้งไม่อธิบายปล่อยให้อันตราเข้าใจผิด เพราะสนุกดีเวลายั่วให้สาวห้าวด่าเล่น อันตราถึงขนาดท้าเวสม์ลงนวมต่อยมวยที่ฟิตเนส เวสม์ออมมือปล่อยให้อันตราชนะไป สาวห้าวยิ่งเหลิงน่าดู ทำซ่า ท้าตีท้าต่อยเวสม์ประจำ แสงฉานซื้อร้านอาหารเก่าเล็กๆ มาปรับปรุงใหม่ เปิดเป็นร้านขายอาหารฝรั่งและไทยประยุกต์ โดยลงทุนจากเงินเก็บของตัวเอง ไม่ยอมใช้เงินของอุรวสาผู้เป็นภรรยา แม้ว่าอุรวสาจะไม่เห็นด้วยและพยายามผลักดันให้แสงฉานเปิดร้านใหญ่มากกว่านี้ก็ตาม แสงฉานต้องการตั้งตัวให้ได้ด้วยตัวเองเพื่อพิสูจน์ให้อัษฎาเห็นว่าเขาเหมาะสมกับอุรวสา แสงฉานตั้งชื่อร้านว่า US Restaurant ตัว U มาจากชื่อ อุรวสา ส่วน S ก็คือชื่อ แสงฉาน ในวันเปิดร้าน อุรวสาพาอัษฎามา US Restaurant ด้วยหวังจะให้พ่อมองแสงฉานดีขึ้น เพราะก่อนหน้านี้แสงฉานเคยเจออัษฎาว่าที่พ่อตา แต่อัษฎาไม่ชอบแสงฉาน เพราะคุณสมบัติแสงฉานไม่ผ่านมาตรฐานสุดเนี๊ยบ และเพื่อให้บรรยากาศราบรื่น อุรวสาพาอินทุอรน้องสาวคนเล็กขวัญใจพ่อมาอีกคนทว่างานนี้ 10 อินทุอรก็ช่วยไม่ได้ อัษฎาตำหนิแสงฉานไม่รู้จักคิดการใหญ่ ร้านเข้ามาในซอยลึกทำเลไม่ดี ไม่น่าจะเจริญไปได้ แต่แสงฉานมั่นใจรสชาติอาหารของตนจะสามารถดึงลูกค้าได้ วันเปิดร้านจึงเกิดบรรยากาศโกลาหลของความไม่ลงรอยกันระหว่างว่าที่พ่อตากับลูกสาวและลูกเขยจนร้านแทบแตก แสงฉานทำงานหนักเป็นสองเท่า คิดเมนูอาหารไทยประยุกต์แบบใหม่ ๆ เพื่อดึงดูดลูกค้า ติดป้ายทางเข้าร้าน ซึ่งก็ได้ผลลูกค้าเริ่มมา แต่ก็ยังไม่เป็นที่พอใจอุรวสา อุรวสาต้องการให้ร้านเต็มทุกที่นั่ง แสงฉานอ่อนใจ บางครั้งมาตรฐานสูงลิบของอุรสาก็กดดันเขาอยู่ไม่น้อย คู่หนุ่มสาวทะเลาะกันบ่อยครั้ง การไม่ให้เกียรติสามีของอุรวสา ทำให้ความอดทนของแสงฉานหมดลงเรื่อย ๆ แสงฉานอาจไม่ใช่ผู้ชายที่เก่งที่สุด... แต่ก็ไม่ได้โง่ ขนาดต้องให้เมียเข้ามาจัดการชีวิตทุกอย่าง อัษฎาชวนภิสิตมากินข้าวที่บ้าน อินทุอรดูแลปรนนิบัติภิสิตอย่างดีจนบราลีและอุรวสาอดที่จะร้อนใจไม่ได้ว่าอินทุอรข้ามเส้นคิดเกินเลยกับภิสิต ภิสิตเห็นสายตาของอินทุอรที่ชื่นชมก็ยิ่งทรมานใจและรู้สึกผิดในสิ่งที่ทำอยู่ ขอตัวกลับ แต่อินทุอรเข้าใจผิดคิดว่าภิสิตโกรธ เมื่อเธอขอคำอธิบาย ภิสิตตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่าเขาไม่ได้เป็นคนดีอย่างที่อินทุอรคิด ทำให้อินทุอรช้ำใจกับความหมางเมินเหินห่าง บราลีกับอุรวสาแน่ใจว่าอินทุอรปักใจกับภิสิตแน่ๆ จึงตกลงกันว่าจะไม่แพร่งพรายเรื่องนี้ให้อัษฎารู้และรอดูท่าทีของภิสิต หากเขาแสดงออกว่าชอบอินทุอร อุรวสาและอันตราจะเป็นคนไปพูดกับภิสิตเอง อุรวสาต้องการเปิดสาขาร้าน แต่แสงฉานไม่เห็นด้วยอยากให้ร้านแรกอยู่ตัวก่อนแล้วค่อยขยับขยาย อุรวสาไม่ฟัง ซื้อร้านเก่ามาตกแต่งใหม่ แสงฉานโมโหไม่ยอมไปเป็นเชฟให้ ด้วยความเจ้าอารมณ์อุรวสาเผลอต่อว่าแสงฉานว่าไม่มีหัวธุรกิจ ไม่มีความทะเยอทะยาน เธอไม่ต้องการผู้ชายแบบนี้มาเป็นผู้นำครอบครัว แสงฉานเหมือนโดนตบหน้า... เมียปรามาสดูถูก แสงฉานขอเลิก ! อุรวสาโมโห เลิกก็เลิก ! แต่หลังเลิกรากันต่างฝ่ายต่างเสียใจ แสงฉานไม่มีจิตใจบริหารร้าน อุรวสาแทบไม่มีรอยยิ้มเพราะคนเดียวที่ทำให้อุรวสายิ้มได้... คือแสงฉาน บุษบาบัณมีโอกาสพบกับแสงฉานในงานปาร์ตี้ครั้งหนึ่งที่ก๊วนแก๊งจัดที่ US Restaurant ทันทีที่เห็นหน้า ด้วยความเป็นสาวเปรี้ยวเจ้าชู้.. บุษบาบัณถึงกับถูกใจในความหล่อเหลาของแสงฉานบุษบาบัณหาโอกาสเข้ามาใกล้ชิดแสงฉานอยู่ตลอดเวลา ใช้เล่ห์มารยาหญิงยั่วยวนแสงฉานแต่เขาไม่เล่นด้วย ผู้หญิงคนเดียวที่แสงฉานรักคือ...อุรวสาบุษบาบัณไม่ยอมแพ้วางแผนให้อุรวสาเข้าใจผิดว่าแสงฉานมีอะไรกับเธอ แต่อุรวสาไม่หลงกล...ตบหน้าบุษบาบัณฉาดใหญ่ ให้สาสมกับความหน้าไม่อายอยากจะแย่งผู้ชายที่เธอรัก เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้อุรวสาตระหนักว่ารักแสงฉานมากแค่ไหน .. ทั้งคู่กลับมาคืนดีกันอีกครั้ง ในงานเลี้ยงเปิดงานโครงการก่อสร้างแห่งใหม่ของอัษฎา เวสม์ไปด้วยในฐานะนักการเงิน อัษฎาจึงชวนภิสิตไปร่วมงานเพื่อกันเวสม์จากอินทุอร เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเวสม์ทำดีกับอันตราเพื่อจีบอินทุอร ยังไงเสียเขาก็ไม่ยอมเสียลูกสาวให้กับผู้ชายที่ไม่น่าไว้ใจเป็นอันขาด!! บุษบาบัณตามภิสิตมาด้วย เพราะเริ่มระแคะระคายคิดว่าภิสิตต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้หญิงคนใดคนหนึ่งแน่นอน แม้เธอไม่ได้รักภิสิต... แต่บุษบาบัณต้องการความเป็นเจ้าของผู้ชายคนนี้ บุษบาบัณยอมไม่ได้ที่ภิสิตจะทิ้งเธอ.. เพื่อไปหาผู้หญิงคนใหม่ !! อินทุอรสลดไปเมื่อเห็นภิสิตมากับบุษบาบัณ เธอต้องเลี่ยงไปคุยกับเวสม์แทน เมื่อบุษบาบัณเห็นแววตาของอินทุอร เธอมั่นใจขึ้นทันทีว่าผู้หญิงคนนี้คือคนที่ภิสิตแอบชอบอยู่ เธอยิ่งชิงชังอินทุอรมากขึ้นไปอีกอันตรากับอุรสาเห็นสายตาไม่เป็นมิตรของบุษบาบัณ รีบดึงอินทุอรออกมาเตือนด้วยความเป็นห่วงกลัวเธอปล่อยใจให้ภิสิต อินทุอรจำต้องยอมรับกับพี่สาวทั้งสองคนว่าเธอชอบภิสิตเกินกว่าจะห้ามใจ อันตราและอุรสาเข้าใจน้องสาว.. และสัญญาว่าจะไม่บอกเรื่องนี้ให้อัษฎารู้ อินทุอรถูกโทรศัพท์ลึกลับตามรังควานและยังถูกบุษบาบัณใส่ร้ายว่าแย่งภิสิตผ่านหน้านิตยสาร ภิสิตทะเลาะกับบุษบาบัณอย่างรุนแรง ที่ปล่อยข่าวทำลายชื่อเสียงของอินทุอรแบบนี้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้คนในสังคมรับรู้ว่าบุษบาบัณไม่เคยแยแสภิสิตแม้แต่นิดเดียว เมื่ออัปสรรู้เรื่องราวทั้งหมดจึงนัดอัษฎามาคุยเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง แนะนำให้อัษฎายอมรับความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสอง เพราะความรักระหว่างภิสิตกับอินทุอรมีแต่ความสวยงามและอยู่ในสายตาของเธอโดยตลอด อัษฎาถึงกับอึ้งเมื่อรับรู้เรื่องราวทั้งหมด...ยากจะทำใจจริงๆ ที่ลูกสาวคนเล็กจะรักกับเพื่อนรุ่นน้องอย่างภิสิต อุรสาช่วยย้ำให้อัษฎาเห็นว่าอินทุอรไม่ใช่ต้นเหตุที่ทำให้ครอบครัวของภิสิตแตกแยก เธอเล่าเรื่องราวระหว่างเธอ บุษบาบัณ และ แสงฉาน ให้พ่อฟัง เพื่อตอกย้ำว่าบุษบาบัณทำตัวแย่เพียงใด ผู้หญิงอย่างบุษบาบัณไม่เคยซื่อสัตย์กับภิสิตเลยสักครั้ง..สถานการณ์เรื่องราวระหว่างอินทุอรกับภิสิตเบาบางลง .. แต่เรื่องราวการแอบแต่งงานกันระหว่างอุรสากับแสงฉานกลับถูกรับรู้โดยอัษฎา.. ระเบิดระหว่างพ่อกับลูกสาวคนโตในบ้านประทุอีกครั้ง !! ศศิพิมลขอหย่าพงษ์ชัยเพื่อเดินหน้าแย่งชิงเวสม์ แต่พงษ์ชัยไม่ยอมหย่า ตบตีและทำร้ายศศิพิมลจนเข้าโรงพยาบาล เวสม์ขู่จะแจ้งความหากพงษ์ชัยยังทำร้ายศศิพิมลอีก ในที่สุดศศิพิมลพ่ายแพ้ต่อความดีของเวสน์ในครั้งนี้ ศศิพิมลเรียกอันตราเข้ามาบอกความจริงและความดีของเวสน์ในอดีตทั้งหมด เล่าให้อันตราฟังว่าเวสน์รักอันตรามากแค่ไหน เหตุการณ์ครั้งนี้.. ทำให้อินตรารับรู้ความจริงว่าเวสม์เป็นผู้ชายแสนดีและเป็นสุภาพบุรุษเพียงใด เป็นครั้งแรกที่สาวห้าว ยินดีเปิดใจรับชายหนุ่มอย่างเวสม์เข้ามาในหัวใจ คนในครอบครัวแปลกใจเมื่อเห็นอันตราใส่กระโปรง ตั้งแต่ใช้นางสาวนำหน้า สาวห้าวไม่เคยนุ่งกระโปรงอื่น.. นอกจากกระโปรงนักเรียน !! แม่พี่สาวน้องสาวถามไถ่ยกใหญ่ อะไรดลใจให้เปลี่ยนไป อันตราปิดปากเงียบแต่อัษฎารู้...ก็ไอ้แมงกะจั๊วหน้าหล่อนั่นไง ทำลูกสาวคนสนิทของเขากลายเป็นหญิงจ๋า อัษฎาบอกอันตรา...หัวเด็ดตีนขาด พ่อก็ไม่รับไอ้เจ้าเวสม์เป็นลูกเขย แม้ว่าอันตรากับบราลีผู้เป็นแม่.. จะอรรถาธิบายถึงเหตุผลความดีของเวสน์ยังไง คนหัวดื้ออย่างอัษฎาก็ไม่ยอมฟัง พงษ์ชัยสั่งให้ลูกน้องจับตัวเวสม์ไปซ้อมทำร้าย แล้วกลายเป็นอัษฎาที่เข้าไปช่วยเวสม์ออกมาจากเหล่าร้ายจนตัวเองเกือบโดนยิงตาย อัษฎายอมเสี่ยงตายเพื่อเวสม์เพราะรู้ว่าเวสม์เป็นผู้ชายที่อันตรารัก อัษฎารู้ว่าเวสม์ไม่ใช่แมงดา แต่ที่ไม่ยอมรับเพราะกลัวเวสม์แย่งลูกสาวไป เวสม์ตัดสินใจเข้าไปสู่ขออันตรา พร้อมๆ กับที่ภิสิตกับแสงฉานเอาธูปเทียนแพไปกราบขอขมาอัษฎา ที่ปิดปังความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากับลูกสาวอีกสองคนของอัษฎามาโดยตลอด บราลีพยายามชี้ให้อัษฎาตระหนักรับรู้ถึงความรักของหนุ่มสาวทั้งสามคู่... อุรวสา อันตรา และ อินทุอร โตเป็นผู้ใหญ่... ไม่ใช่เด็กหญิงตัวน้อยที่อัษฎาเคยดูแลและปกป้อง อาจถึงเวลาที่สาวน้อยของพ่อต้องออกไปเผชิญโลกกว้างกับผู้ชายที่รักแล้ว ในที่สุดอัษฎาจึงเปลี่ยนความคิด ยอมรับความจริงข้อนี้ทั้งหมด.. อัษฎาปลื้มใจที่ลูกทั้งสามคน แม้ไม่ใช่พี่น้องกันแท้ ๆ แต่รักกันมาก เสียสละดูแลกันและกันตลอดเวลาในทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนงานแต่งงานอย่างเป็นทางการระหว่างอุรวสากับแสงฉาน อัษฎาสอนอุรวสา...เป็นภรรยาไม่ควรข่มสามี ต้องให้เกียรติสามี เคารพสามี เพราะทั้งคู่เปรียบเหมือนส่วนเติมเต็มซึ่งกันและกัน อุรวสาพยักหน้ารับคำ...ก้มกราบพ่อ อันตราจะแต่งงานกับเวสม์เดือนหน้า...ส่วนอินทุอรมีแพลนจะแต่งกับภิสิตสิ้นปี ต้นปีหน้าภิสิตต้องจะต้องไปเป็นผู้ช่วยทูตที่ออสเตรียและจะพาอินทุอรไปอยู่ด้วยในฐานะภรรยา อีกไม่นานบ้านหลังใหญ่ของอัษฎา ลูกๆ ก็จะแยกย้ายไปมีครอบครัว แต่ไม่ว่าลูกของพ่อไปอยู่แห่งหนไหน สายใยรักของพ่อก็เชื่อมโยงถึงลูกเสมอ... รายชื่อนักแสดง กฤษฎา พรเวโรจน์ รับบทเป็น ภิสิตรณิดา เตชสิทธิ์ รับบทเป็น อินทิราหลุยส์ สก๊อตต์ รับบทเป็น เวศม์อามีนา กูล รับบทเป็น อันตราอเล็กซ์ เรนเดลล์ รับบทเป็น แสงฉานณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ (ณิชา) รับบทเป็น อุรวสาทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี รับบทเป็น อัษฎาอาภาศิริ นิติพน รับบทเป็น บราลีพิตต้า ณ พัทลุง รับบทเป็น บุษบาบัณอภิษฎา เครือคงคา รับบทเป็น ศศิพิมลอนันต์ บุนนาค รับบทเป็น สมศักดิ์ดนัย จารุจินดา รับบทเป็น พงษ์ชัยณัฐฐา ลอยด์ รับบทเป็น ป้าอัปสรปรารถนา สัชฌุกร รับบทเป็น ป้าแต๋วปาริฉัตร ไพรหิรัญ รับบทเป็น ป้าต้อย

เฮ้ย อินอ่ะ ภาพรักลึกซึ้ง งานแต่ง เพศเดียวกัน
คู่เกย์ /  งานแต่ง / 

ความรัก งดงามอยู่ในตัวของมันเสมอ รักไม่เคยกีดกั้น พรมแดน เชื้อชาติ ศาสนา หรือว่า เพศ แต่ใครเลยจะเชื่อว่า ในประเทศเสรีอย่าง อเมริกา รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งได้รับอนุมัติกฎหมายผ่านการรับรอง อนุญาตให้เพศเดียวกันสามารถสมรสได้แล้วที่รัฐนี้ แต่ยังคงมีความคิดเห็นต่างจากบางองค์กร ที่ถึงขั้นปฏิเสธไม่รับงานถ่ายภาพ งานแต่งงาน ของ เพศเดียวกัน เด็ดขาด จนทำให้เกิดกระแสการคอมเม้นต์ครั้งใหญ่บน Fanpage ของ urloved เมื่อ นาย ซาน ราฟาเอล หนึ่งในทีมช่างภาพ บริษัท urloved ได้ออกมาประกาศบนหน้าเว็บไซต์ของ urloved เองว่า "ทางเราไม่รับงานถ่ายภาพคู่รักที่มีทัศนคติ ความเชื่อ ที่ต่างจากเรา เนื่องจากเป็นการยากที่เราจะทำงานร่วมกันให้ออกมาดีได้ เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่จะเป็นช่างภาพให้กับคู่รักที่มีความเชื่อ และทัศนคติในทิศทางเดียวกันกับเรา ซึ่งนั่นจะเป็นการเอื้ออำนวยให้ลูกค้าของเราได้รับบริการที่ดีที่สุดสำหรับวันพิเศษของท่าน และนี่คือมาตรฐานที่เราขอมอบให้แด่ลูกค้าของเรา" อย่างไรก็ตาม หลังจาก ทางบริษัท urloved ได้แถลงออกมาบนเว็บไซต์ ทางอดีตว่าที่คุณลูกค้า คู่กรณีของบริษัทนี้ก็ไม่ได้ออกมาโต้ตอบ หรือ แสดงความคิดเห็นแต่อย่างใด มันไม่ใช่เรื่องง่ายหรอกนะ กับการที่ คู่รักสักคู่ จะตกลงปลงใจมาใช้ชีวิตร่วมกัน ไม่ว่าเขาจะเป็นเพศเดียวกันหรือไม่ แต่พวกเขาต่างก็ต้องผ่าน จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ ฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ นานา เหมือนกับคู่รักคู่อื่นๆ และพวกเขาต้องต่อสู้กันมาตั้งกี่ปี กว่าจะได้รับกฏหมายการแต่งงานของเพศเดียวกันมาได้ The Huffington Post ได้ติดต่อขอภาพงานแต่งงาน คู่รัก เพศเดียวกัน จากตากล้องบริษัทอื่นๆ มาให้ได้ชมกัน ไหนลองมาดูสิว่า บริษัท urloved ได้พลาดอะไรไปบ้าง แมรี่ และ ไดอาน่า ช่างภาพ แอนนา คัพเปอร์เบิร์กบอกกับเราว่า " นี่คือคู่เพื่อนรักของฉันเอง แมรี่ และ ไดอาน่า เราเก็บภาพนี้ ตอนทั้งคู่ไปจดทะเบียนสมรสกัน เมื่อวันที่ 28 ก.ค.เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเป็นวันแรกที่กฏหมายนี้ผ่านการรับรองในซานฟรานซิสโก โดยที่ทั้งคู่ได้เลือกวันนี้เป็นวันแต่งงานเป็นเดือนโดยไม่รู้ล่วงหน้าด้วยซ้ำว่าศาลจะอนุญาตในวันนั้น เหตุผลที่ทั้งคู่เลือกวันนี้เป็นวันแต่งงานเป็นเพราะว่าเป็นวันครบรอบ 6 ปีที่ทั้งคู่ใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกัน และ ทั้งคู่ต้องการให้วันนี้เป็นอีกปีของความทรงจำในวันที่ 28 ก.ค. คู่แต่งงานคู่นี้ ซิ่งออกมาจากงานฉลองแต่งงานทันทีที่ทราบข่าวว่าศาลอนุญาตแล้วในวันนั้น เพื่อมาจดทะเบียนสมรสในทันที มันเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมากที่ความรักของทั้งคู่จะมีส่วนร่วมกับประวัติศาสตร์" อิริคและดอม " เมื่อฉันเริ่มถ่ายภาพงานแต่งงานของคู่รักเพศเดียวกันครั้งแรก ฉันก็ไม่มั่นใจนักหรอกว่าจะทำยังไงกับทักซิโด้ทั้ง 2 ชุดดี " ช่างภาพ ทาร่า แอโรวู้ดบอก "มันไม่ใช่เพราะต้องถ่ายภาพผู้ชาย 2 คน แต่มันยากตรงที่การที่จะถ่ายออกมาให้เห็นถึงความผูกพันของทั้งคู่แบบไม่โจ่งแจ้งเกินไป แต่ท้ายที่สุด ฉันก็พบว่ามันง่ายกว่าที่คิด และน่าซาบซึ้งมาก ทั้งอิริคและดอมเป็นคู่ที่น่ารักมาก " เอลิซ่า และ เจนนี่ " รักคือรักเพื่อรัก และ รักจะพาคุณไปพบหนทางเอง " ช่างภาพ ซูซี่ เคลมองต์ กล่าวถึงนิยามสำหรับคู่ เอลิซ่า และ เจนนี่ " การแต่งงานครั้งนั้นคือ เวทมนต์ชัดๆ ฉันไม่สามารถลืมได้เลย ทั้ง เอลิซ่า และ เจนนี่ คือคู่ที่เข้มแข็งมาก และพวกเธอก็ช่างเป็นแรงบันดาลใจแก่ผู้หญิงให้กล้าที่จะแตกต่างโดยแท้ ฉันนับถือเส้นทางความรักของทั้งคู่ที่ต้องฝ่าฟันช่วงเวลาที่ยากลำบากมาหลายต่อหลายครั้ง กว่าจะได้พบและรักกัน ก็เหมือนๆ กับพวกเราทุกคนนั่นแหละ การได้เป็นสักขีพยานเพื่อเฉลิมฉลองชีวิตรักที่ยังต้องฝ่าฟันของพวกเขาต่อจากนี้ เป็นประสบการณ์ที่ช่างเหลือเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นงานแต่งของชาย - หญิง หรือ คู่รักเพศเดียวกัน ก็ไม่ได้แตกต่างกันเลยนะ แค่ "รัก" นั่นก็มีเวทมนต์ เพียงพอแล้วล่ะ " ลิซ่า และ มิเชล "ลิซ่า และ มิเชล พบรักกันโดยลูกชายของทั้งคู่ เนื่องจากเด็กๆ เป็นเพื่อนร่วมโรงเรียนเดียวกัน และ ลูกๆ คือแก้วตาดวงใจของทั้งคู่ งานแต่งครั้งนั้น จึงได้เชิญเด็กๆ มาเป็นแขกผู้มีเกียรติในงานถึง 27 คน" แอนนา คัพเปอร์เบิร์กกล่าว แจ็ค และ ไรอัน " ทั้งคู่เป็นแรงหนุนความฝันและเป็นแรงบันดาลใจของกันและกัน งานแต่งครั้งนั้นมันสนุกสุดยอด มองไปทางไหนก็ไม่มีที่ติเลยล่ะ " ช่างภาพ ดาน่า ฮาร์กิธี่ กล่าวถึงทั้งคู่ ซาร่าห์ และ แจ็คกี้ "ไม่มีอะไรที่แตกต่างเลยนะ เมื่อฉันมองที่ทั้งคู่กำลังมีความสุขกับงานแต่งของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น คู่เกย์ เลสเบี้ยน หรือ ชาย - หญิง ทุกคู่ก็น่าซาบซึ้งเหมือนกันนั่นแหละ ฉันเห็นอารมณ์รัก และเรื่องราวดีๆ ฉันถึงรับที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการเก็บภาพช่วงเวลาดีๆ แบบนี้เสมอๆ ซาร่าห์ และ แจ็คกี้ เป็นคู่ที่มีพลังล้นเหลือ การได้ร่วมงานกับเธอเป็นอะไรที่สนุกที่สุดเท่าที่ฉันเคยทำมา แขกที่มาร่วมงานต่างรักและชื่นชมในตัวของทั้งคู่ จนฉันอยากเก็บภาพเหล่านี้ไว้ให้หมด ไม่อยากที่จะหลุดรอดไปเลยแม้แต่ภาพเดียว ทุกๆ ตางรางนิ้วภายในงาน มีแต่รอยยิ้ม กอด และ จูบ ก็นี่คือการแสดงความรักสำหรับครอบครัวและเพื่อนสนิทเท่านั้นนี่นา " สเตซี่ย์ และ และ ลอร่า ช่างภาพ ฮาร์กิธี่ กล่าวถึงงานแต่งที่เธอประทับใจที่สุดว่า " เป็นครอบครัวที่รักกันมาก เป็นวันที่ลูกสาวของทั้งคู่มีความสุขที่สุดในชีวิตที่เห็นแม่ๆ ของพวกได้แต่งงานกัน" ไรอัน และ ดาร์เรน " ภาพนี้ถ่ายเพื่อบอกกับตัวเองว่านี่คือเรื่องจริง รัก คือ รัก และมันควรค่าแก่การเฉลิมฉลอง โดยไร้มุมมองเรื่องเพศมาข้องเกี่ยว " ช่างภาพ ลาริสซ่า เคลฟแลนด์ กล่าวต่อว่า " การถ่ายถาพแต่งงานของทั้งคู่ ไม่ได้ทำให้ฉันตื่นเต้นน้อยกว่าคู่รักอื่นๆ ที่ฉันเคยถ่ายมาเลย เคมีของทั้งคู่เข้ากันมาก และนั่นทำให้ฉันทำงานง่ายขึ้น ที่จะเก็บภาพให้เห็นถึงความรักของทั้งคู่ได้อย่างงดงามและชัดเจน " เควิน และโทนี่ " เควิน และโทนี่ คือคู่เกย์ คู่แรกที่เรารับงานมา ตอนที่ทั้งคู่เข้ามาติดต่อจ้างเรา ทั้งคู่ก็ไม่ได้แตกต่างจากลูกค้าคนก่อนๆ ของเราแต่อย่างใด ทั้งคู่ก็แค่ ตกหลุมรัก และ ตัดสินใจแต่งงาน มันแตกต่างจากคู่อื่นๆ ไหมล่ะ " แทมมี่และ มาร์ค ตุง ตากล้องงานแต่งงานกล่าว " เราเห็นความรักและการเสียสละเพื่อกันและกันของทั้งคู่ พวกเขาคือครอบครัว พวกเขาคือเพื่อน และนั่นทำให้เราเห็นจริงๆ ว่ารักไม่มีพรมแดน" โรเบิร์ต และ อัลวิน " อัลวิน บูม วัย 83 เป็นคนใจบุญสุนทาน และใช้ชีวิตเป็นนักกิจกรรมตัวยงมาตลอดชีวิตใน ซานฟรานซิสโก และเพิ่งเข้าพิธีแต่งงาน กับ โรเบิร์ต ฮอลเกตต์ เมื่อ 17 พฤษภาคม 2014 นี้เอง" แอนนา คัพเปอร์เบิร์ก เล่า อีว่าและ ลาร่า " ฉันอยากถ่ายภาพงานแต่งของคู่รักเพศเดียวกันมานานแล้ว" ช่างภาพ แมรี่ แมคเฮนรี่กล่าว " อีว่าและ ลาร่า เป็นคู่ที่รักกันมาก และ เขาก็แค่อยากใช้ชีวิตร่วมกัน มันไม่มีอะไรดีไปกว่า การสนับสนุนและร่วมยินดีไปพวกเธอ ช่วงเวลาที่น่าตื้นตันที่สุด คือ ตอนที่ พ่อของ ลาร่า ขึ้นกล่าวอวยพร และ บอกว่า เขาดีใจมากแค่ไหนที่ลูกสาวได้แต่งงานกับคนที่เธอรัก " เรียบเรียงเนื้อหาโดย Women Mthai Team ที่มาจาก huffingtonpost

Magic in the Moonlight : มนต์มายาที่เจือจาง
Magic in the Moonlight /  ดูแล้วมาคุยกัน / 

คงไม่มีใครเหมาะกับคำกล่าวที่ว่า อายุเป็นเพียงตัวเลข ไปมากกว่าผู้กำกับ วู้ดดี้ อัลเลน อีกแล้ว เพราะปู่ช่างขยันซะเหลือเกินทั้งที่อายุอานามก็ปาไปร่วม 79 ปีแล้ว แต่ก็ยังทำหนังออกมาปีละเรื่องไม่ให้ขาด บ้างรุ่งสุดๆ บ้างร่วงบอบช้ำ ตามอัตภาพความถี่ ซึ่งกับผลงานล่าสุดอย่าง Magic in the Moonlight เรื่องนี้ คงเรียกเต็มปากว่ารุ่งไม่ได้ น่าจะเอนเอียงไปทางร่วงเสียมากกว่า Magic in the Moonlight ว่าด้วยเรื่องราวของ สแตนลีย์ ครอว์ฟอร์ด หรือนามแฝงในชุดจีน เว่ยหลิงชู นักมายากลผู้โด่งดัง ที่วันหนึ่งเพื่อนสนิทได้มาชักชวนให้เขา ไปช่วยเปิดโปง โซฟี เบเกอร์ คนทรงเจ้าที่อ้างว่าติดต่อกับวิญญาณได้ และได้รับการว่าจ้างโดยมหาเศรษฐี เพื่อให้ช่วยติดต่อสามีที่จากไปแล้ว แต่ภารกิจกระชากหน้ากากไม่ได้ลงตัวนัก เมื่อ โซฟี เหมือนจะมีพลังเหนือธรรมชาติขึ้นมาจริงๆ เป็นเวลาเดียวกับ สแตนลีย์ ก็เริ่มผูกพันและรู้สึกพิเศษกับเธอขึ้นมาซะแล้ว หากว่ากันด้วยความถี่ของผลงานแล้ว เราคงไม่อาจถือโทษโกรธผู้กำกับ ที่คนดูมักจะคาดหวังสูงลิ่วอย่าง วู้ดดี้ อัลเลน ที่เคยฝากผลงานขั้นเทพอย่าง Match Point หรือ Midnight in Paris ไว้ก่อนหน้านี้ได้เลย เพราะถึงแม้ Magic in the Moonlight จะเสื่อมมนต์ขลัง และไม่มีเสน่ห์ไปบ้าง แต่ก็นับว่ายังคงเอกลักษณ์ของปู่อัลเลน ได้อย่างเหนียวแน่น ทำให้โทนของหนังออกมาคลับคล้ายคลับคลา ภาพยนตร์ยุคคลาสิค ที่จะช่วยให้ผู้ชมรุ่นเก๋าได้คิดถึงบรรยากาศเก่าๆ และเปิดสไตล์ใหม่ๆ ให้ผู้ชมรุ่นเยาว์ อีกทั้งยังบรรเลงด้วยดนตรีแจ๊สรื่นหู ตลอดทั้งเรื่อง (ที่บางครั้งก็ไม่เข้ากันบ้างในบางฉากอย่างจงใจ) อีกทั้งบทสนทนาแสบสันต์ มุขตลกจิกกัด หน้าตาย ก็ถูกเสิร์ฟราวกับเมนูแนะนำประจำร้าน ให้คนดูอย่างเต็มอิ่ม ถึงทั้งหมดนี้จะส่งพลังดึงดูด ชวนหลงใหลนัก แต่สำหรับผลงานที่เหมือนกับการพักผ่อน ทำอะไรเบาๆ ก็ยังถือว่ารับได้ตามมาตรฐานปู่อัลเลน ถึงแม้สไตล์ที่เด่นชัดจะสอบผ่าน แต่สิ่งที่ทำให้หนังประดักประเดิด คงหนีไม่พ้นคู่พระนาง ที่ดูจะเป็นรักต่างวัย แก่กว่าแล้วไงล่ะจ๊ะ! อันเนื่องมาจากอายุของนักแสดงทั้งสอง จนบางครั้งทำให้รู้สึกเหมือนพ่อกับลูกสาว มากกว่าจะเป็นคู่รักหวานชื่นตามที่หนังอยากให้เป็นอย่างน่าเสียดาย อีกทั้งการสร้างคาแร็คเตอร์ขั้วตรงข้ามอย่าง นักมายากล-คนทรงเจ้า เชื่อวิทยาศาสตร์-เชื่อไสยศาสตร์ ผู้เปิดโปง-ผู้ปิดบัง ความจริง-ความเชื่อ อันน่าติดตามในความเป็นไปที่จะเกิดขึ้น และการปะทะกันทางทัศนคติที่แตกต่างในช่วงแรกๆ ที่ดูน่าสนใจ กลับถูกทิ้งขว้างในตอนเฉลยความจริงไปอย่างง่ายดาย และเรียบเฉยเสียจนจืดชืด ถึงแม้ Magic in the Moonlight จะเปิดรอยแผลปากใหญ่ ด้านตัวละครที่เห็นได้ชัดเจนไว้  แต่ด้วยเสน่ห์ของสไตล์ที่มีลายเซ็นชัดเจนนี้ แฟน วู้ดดี้ อัลเลน ก็คงจะไม่ผิดหวังสักเท่าไหร่ เพราะมนต์มายาแห่งผู้กำกับรุ่นปู่คนนี้ยังคงทำงานอยู่ แต่ในรูปแบบของความเจือจาง ถ้าเทียบกับผลงานก่อนๆ อันเข้มข้น เท่านั้นเอง เรื่องนี้ให้ 7 /10 ครับ โดย Lecter ----------------------

อ้อม-อาท เครียด ตามใจลูกสาว รีบปั๊มทายาทคนที่ 2
อ้อม พิยดา /  อาท ศรา / 

ต๊าย...กว่าจะมีน้องนาวาได้คนหนึ่งหนุ่ม อาท ศรา ก็เคยโดนเม้าท์ว่าไร้น้ำยามาแล้ว งานนี้คุณแม่คนเก่งอย่าง อ้อม พิยดา ดั๊น...เร่งอยากที่จะมีทายาทเพิ่มอีกคนตามใบสั่งของลูกสาวคนสวยอย่างน้องนาวา ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้สาวอ้อมเคยประกาศไว้ว่า ขอมีน้องนาวาแค่เพียงคนเดียว แต่เพราะอดที่จะสงสารลูกไม่ได้ ที่ต้องมาบ่นเปรยๆ ว่าเหงา ไม่มีเพื่อนเล่น จนคุณแม่อ้อมต้องพาไปทำงานด้วยทุกวัน ก็เลยมาปรึกษาสามีสุดที่รักว่าช่วงนี้ต้องขยันทำการบ้านกันหน่อย เพราะถ้ายังไม่ได้ผลอีกคงต้องหันไปโด๊ปยาจีนเหมือนที่เคยทำมาก่อน เพราะถ้าปล่อยไว้นาน โอกาสที่จะมีทายาทคนที่ 2 ก็จะริบหรี่ลงอย่างแน่นอน เพราะตอนนี้ก็อายุเริ่มเยอะด้วยกันทั้งคู่ บวกกับช่วงหลังๆ มานี้สาวอ้อมเองก็มีงานเยอะขึ้นอีกเป็นเท่าตัว ไหนจะทำงานเบื้องหลัง แถมงานเบื้องหน้าเธอก็ยังไม่ทิ้ง ต๊าย...อย่างนี้มาลุ้นกันดีกว่าว่า น้องนาวาจะได้มีน้องตัวน้อยๆ มาเป็นเพื่อนเล่นได้สมใจเมื่อไหร่ อ้อม-อาท อ้อม-อาท อ้อม-อาท

โหมโรงศึกจ้าวลูกหนังอาเซียน!ทำเนียบแชมป์ อาเซียนคัพ
จ้าวฟุตบอลอาเซียน /  ช้างศึก / 

เวลานี้เชื่อเหลือเกินว่าแฟนบอลเมืองไทยกำลังตั้งตารอ การก้าวขึ้นมาสร้างความยิ่งใหญ่อีกครั้งของ ช้างศึก ทีมชาติไทย ในการไล่ล่าจ้าวแห่งวงการฟุตบอลอาเซียน อย่างการแข่งขันอาเซียนฟุตบอลแชมเปียนชิพ หรือ ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน หรือ อาเซียนคัพ หรือที่ทุกวันนี้เรียกกันว่า ศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ การแข่งขันเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ ก่อนหน้านี้คนไทยรู้จักในชื่อการแข่งขันไทเกอร์คัพ ซึ่งเป็นชื่อของผู้ให้สนับสนุนการแข่งขัน จะมีการบรรเลงเพลงแข้งทุกๆ 2 ปี มาถึงปีนี้การแข่งชิงจ้าวฟุตบอลอาเซียน ก็เดินทางมาถึงครั้งที่ 10 พอดิบพอดี เอาเป็นว่าไม่ว่าจะใช้ชื่ออะไรในการแข่งขันก็แล้วแต่ วันนี้จะมาเปิดทำเนียบแชมป์ทั้ง 9 ครั้งก่อนหน้านี้ของ อาเซียนคัพ ให้แฟนๆลูกหนัง และแฟนกีฬาได้รับทราบกัน อาเซียนคัพ จัดการฟาดแข้งขึ้นครั้งแรกในปีพ.ศ.2539 มีทีมชาติสิงคโปร์ เป็นเจ้าภาพ ซึ่งแชมป์ครั้งแรกถูกเปิดซิงโดย ช้างศึก ทีมชาติไทย ที่นัดชิงชนะเลิศเชือด เสือเหลือง มาเลเซีย ไปได้ 1-0 จากการซัลโวของ ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ดาวยิงจอมตีลังกา ให้หลัง 2 ปี จากการคว้าแชมป์อย่างยิ่งใหญ่ของ ช้างศึก ทีมชาติไทย ก็ถึงครา เหงียน เวียดนาม รับอาสาเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน โดยครั้งนี้ ช้างศึก ทีมชาติไทย ทำได้เพียงแค่อันดับที่ 4 เท่านั้นด้วยการแพ้จุดโทษ อิเหนา อินโดนีเซีย 5-4 (เสมอในเวลา3-3) ส่วนแชมป์กลายเป็นดราม่าเมื่อ ลอดช่อง สิงคโปร์ พลิกล็อกเอาชนะ เจ้าภาพ เหงียน เวียดนาม ไปได้ 1-0 จากนั้นพ.ศ.2543 ประเทศไทย ได้เป็นเจ้าภาพ ซึ่งครั้งนี้ ช้างศึก ทีมชาติไทย ก็ไม่ทำให้แฟนบอลต้องผิดหวังเมื่อ ช่างศึก กรุยทางเข้าไปคว้าแชมป์ครั้งที่ 2 ได้อย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการต้อนเอาชนะ ชวา อินโดนีเซีย ไปได้ 4-1 จากการซัดแฮตทริกของ พี่โย่ง วรวุฒิ ศรีมะฆะ และอีก 1 ดอกของ น้าตุ๊ก ทนงศักดิ์ ประจักกะตา มาถึงครั้งที่ 4 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีเจ้าภาพร่วมกันคือสิงคโปร์ กับ อินโดนีเซีย ซึ่งครั้งนี้ก็ยังคงเป็นครั้งที่ยอดเยี่ยมของวงการลูกหนังไทย เมื่อสามารถคว้าแชมป์สมัยที่ 3 ได้อย่างสุดติ่งด้วยการเอาชนะจุดโทษ เจ้าภาพร่วม อินโดนีเซีย ในนัดชิงดำ 4-2 (เสมอในเวลา 2-2) ทีมชาติไทย ได้ ประตูจาก ชูเกียรติ หนูสลุง และเทิดศักดิ์ ใจมั่น เมื่อจบ อาเซียนคัพ ครั้งที่ 4 เหมือนทุกอย่างวงการบอลไทยจะดูดี เพราะคว้าแชมป์ได้มากที่ 3 ครั้ง จาก 4 ครั้งที่มีการแข่งขัน แต่หลังจากวันนั้นมาจนวันนี้กว่า 12 ขวบปี ช้างศึก ทีมชาติไทย มิเคยได้แชมป์อีกเลย ทำได้เพียงเข้าชิง 2 ครั้งจากอีก 5 ครั้งหลังสุด ซึ่งเปลี่ยนการแข่งขันนีดชิงมาเล่นแบบเหย้าเยือน โดยปีพ.ศ.2547 สิงคโปร์ ก็ก้าวขึ้นไปเป็นแชมป์สมัยที่ 2 ด้วยการเอาชนะ อินโดนีเซีย 2 นัดสกอร์รวม 5-2 ซึ่งครั้งนี้ ช้างศึก ทีมชาติไทย ตกรอบแรกไปอย่างน่าผิดหวัง เมื่อมาถึงการแข่งขันครั้งที่ 6 ซึ่งครั้งนี้ช่วงห่างปีการแข่งขันนั้นเป็น 3 ปี จากที่จะต้องแข่งปีพ.ศ.2549 ต้องมาแข่งในปี 2550 แทนโดยมี ประเทศไทย กับ ประเทศสิงคโปร์ เป็นเจ้าภาพร่วม ซึ่งทั้ง 2 ทีมก็โคจรมาพบกันเองในรอบชิงชนะเลิศ และเป็นทีมชาติสิงคโปร์ ที่ป้องกันแชมป์ไว้ได้สำเร็จ ซึ่งเป็นการคว้าแชมป์ 3 สมัยเทียบเท่า ช้างศึก ทีมชาติไทย โดย ลอดช่อง เอาชนะ ช้างศึก ไปได้ 3-2 เมื่อรวมสกอร์ 2 นัด จากนั้นปีเดียวการแข่งขัน อาเซียนคัพ ครั้งที่ 7 ก็บังเกิดขึ้น ไทย กับ อินโดนีเซีย เป็นเจ้าภาพร่วม โดย ช้างศึก ทีมชาติไทย ที่เวลานั้นเริ่มดันดาวรุ่งฝีเท้าดีขึ้นมาติดทีมชาติชุดใหญ่เพียบ ก็ไปได้ไกลถึงรอบชิงชนะเลิศ แต่ก็ไม่อาจจะคว้าแชมป์สมัยที่ 4 ได้ หลังจากเกมชิงดำนัดแรกแพ้ เวียดนาม คาบ้าน 2-1 ก่อนจะบุกไปทำได้แค่เสมอ 1-1 ยังคงต้องรอแชมป์ใบที่ 4 ต่อไป เมื่อมาถึงปีพ.ศ.2553 ทีมชาติไทย มีอันต้องตกรอบแรกอีกครั้ง แบบไม่สามารถเอาชนะคู่แข่งได้เลย เสมอ ลาว 2-2, เสมอ มาเลเซีย 0-0 และแพ้ อินโดนีเซีย 1-2 ส่วนแชมป์ตกเป็นของ เสือเหลือง มาเลเซีย ที่เอาชนะ อินโดนีเซีย สกอร์รวม 2 นัด 4-2 และครั้งที่ 9 ประเทศไทย และมาเลเซีย รับหน้าเป็นเจ้าภาพ ซึ่งครั้งนี้ทีมชาติไทย ผลงานดีตั้งแต่ต้น รอบแรกชนะรวด 3 เกม ก่อนที่รอบรองจะไปเอาชนะ มาเลเซีย สกอร์รวม 2 นัด 3-1 มาถึงตรงนี้แฟนบอลไทยทุกคนหมายมั่นว่าผลงานดีแบบนี้น่าจะได้แชมป์ครั้งที่ 4 เสียที่ และคู่ต่อกรในรอบชิงดำ ไม่ใช่ใครที่ไหนคือ สิงคโปร์ ที่หมายมั่นจะคว้าแชมป์สมัยที่ 4 ให้ได้เช่นกัน เมื่อเกมชิงเกมแรกมาถึง ช้างศึก โดน ลอดช่อง บุกมาอัดคาบ้านถึง 3-1 แต่แฟนบอลก็ยังคาดหวังว่าจะมีปาฏิหาริย์ในเกมที่ 2 ซึ่งปาฏิหาริย์กไม่มีจริงทีมชาติไทย สามารถบุกไปชนะได้จริง 1-0 แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้ทีมคว้าแชมป์สมัยที่ 4 ทำให้สรุปทั้งหมดทั้งมวล 9 ครั้งที่ผ่านมา สิงคโปร์ คว้าแชมป์ไปได้ 4 ครั้ง ตามมาด้วย ทีมชาติไทย 3 ครั้ง เวียดนาม และมาเลเซีย อีกทีมละ 1 หน ครั้งนี้มาลุ้นกันว่า ช้างศึก ทีมชาติไทย ที่เป็นสายเลือดใหม่ ภายใต้การนำทีมชอง ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง จะคว้าแชมป์ครั้งที่ 4 ได้หรือไม่  ติดตามกันต่อไป

พระมหาชนก เดอะฟีโนมีนอน ไลฟ์ โชว์
พระมหาชนก /  ในหลวง / 

สำหรับไฮไลท์อยู่ที่การเนรมิตเรือไฮดรอลิคขนาดใหญ่กว่า 30 ม.มาโลดแล่นบนเวทีกลางแจ้งที่ยาวที่สุดในประเทศกว่า 100 ม.พร้อมฉากม่านน้ำที่งดงามตระการตาใช้นักแสดงและทีมงานกว่า 1,000 ชีวิต นำแสดงโดย นายทฤษฎี สหวงษ์ รับบทเป็น 'พระมหาชนก' น.ส.แคทรียา อิงลิช รับบทเป็น 'นางมณีเมขลา' การแสดงประกอบด้วย 9 องค์ในเวลา 1 ชม. ครั้งแรกกับการ ขับร้องบทเพลง 'พระมหาชนก' ประพันธ์โดยนายยืนยง โอภากุล ร่วมขับร้องโดย 'นายอัสนี โชติกุล' พร้อมเปิดให้ประชาชน ชมฟรี ระหว่างวันที่ 1-9 ธ.ค. 2557 ตั้งแต่เวลา 20.00-22.00 น. รอบละ 1,000 ที่นั่ง รับบัตรหน้างาน ที่บริเวณ ลานกลางน้ำเอนกประสงค์ สวนเบญจกิติ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์ ในเวลา 17.00 น. ของ วันที่ทำการแสดง ในแต่ละวัน

ครูหยุย จี้ ยุบ กสทช.ผลาญงบดูงานต่างประเทศ
กสทช. /  วัลลภ ตังคณานุรักษ์ / 

วัลลภ จี้ ยุบ กสทช. ผลาญงบไปดูงานต่างประเทศอื้อซ่า ไร้การตรวจสอบ อาจะฉุดให้ กสท.และทีโอที ล้มละลายได้ ด้าน วิษณุ รับรัฐบาลไร้อำนาจสอบ เหตุ ก.ม.ปิดช่อง วันนี้(21 พ.ย.) ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. ทำหน้าที่ประธานการประชุม โดยได้พิจารณาวาระกระทู้ถามเป็นครั้งแรกในการประชุม สนช. เรื่องการตรวจสอบการใช้งบประมาณของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) ของนายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิก สนช.ถามนายกรัฐมนตรี โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทนนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ นายวัลลภ ได้ตั้งกระทู้ถามว่า ค่าใช้จ่ายกรรมการกสทช. 11 คน ปี 2556 จำนวน 36 ล้านบาท งบดูงานต่างประเทศจำนวน 61 ล้านบาท จำนวน 105 ครั้ง ใช้เวลา 632 วัน ขณะที่เงินประจำตำแหน่งมีรายจ่าย 11 ล้านบาท ส่วนค่าใช้จ่ายกลุ่มผู้ปฏิบัติงาน กสทช.จำนวนประมาณ 118 ล้านบาท โดยตั้งที่ปรึกษา 31 คน เลขานุการ 10 คน ผู้ช่วยเลขานุการ 20 คน พนักงานประจำสำนักงาน กสทช. 40 คน พนักงานขับรถ 9 คน รวม 110 คน ทั้งหมดได้รับเงินเดือน โบนัส เบี้ยประชุม ค่ารักษาพยาบาล และงบดูงานในและต่างประเทศ รวมทั้งมีค่าใช้จ่ายตั้งอนุกรรมการและคณะทำงานจำนวน 102 คณะ แบ่งเป็นอนุกรรมการ 65 คณะ มีรายจ่าย 46 ล้านบาท คณะทำงาน 37 คณะรายจ่าย 3 ล้านบาท “ตัวเลขน่าคิดว่าการดูงานต่างประเทศทำไมมีจำนวนมหาศาล เพราะช่วงการสรรหาก็มาชี้แจงว่า เก่งมีความรู้มาก แต่พอได้เป็นต้องไปดูงานต่างประเทศ รัฐบาลจะมีแนวทางปรับปรุงกระบวนการจัดทำงบประมาณกสทช. ให้ผ่านการตรวจสอบและอนุมัติจากรัฐสภาได้อย่างไร โดยให้หน่วยงานด้านต่างๆ ตรวจสอบให้ความเห็นได้อย่างไร รวมทั้งจะมีมาตรการแก้ปัญหาเร่งด่วนหรือไม่ ”นายวัลลภ กล่าว นายวัลลภ กล่าวว่า รัฐบาลควรกำกับให้กสทช.ปฏิบัติตามระเบียบกสทช. โดยการเปิดเผยข้อมูล การใช้จ่ายงบประมาณให้สาธารณชนทราบ เพื่อให้มีการตรวจสอบ ซึ่งที่ผ่านมาเรื่องนี้ไม่เคยมีการเปิดเผย และอยากให้มีการควบรวมบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน) หรือกสท. กับบริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน) ให้เป็นหน่วยงานเดียว และให้ยกเลิก กสทช. โดยให้องค์กรที่มีการยุบรวมจาก กสท.และทีโอที ทำหน้าที่ให้บริการแทน และหากไม่มีการยุบ กสทช.นั้น อาจทำให้ กสท.และทีโอที ล้มละลายก็ได้ ด้าน นายวิษณุ ชี้แจงว่า กสทช. เป็นองค์กรตามพ.ร.บ.พิเศษ ไม่มีฐานะเป็นส่วนราชการ ไม่อยู่ใต้บังคับบัญชา ไม่อยู่ใต้การควบคุมใดๆ ของรัฐบาล ซึ่งเป็นความตั้งใจของพ.ร.บ.จัดสรรคลื่นความถี่ เพื่อให้เป็นอิสระเอกเทศรวมทั้งเรื่องงบประมาณ ซึ่งเป็นความตั้งใจตั้งแต่แรก จึงทำให้รัฐบาลไม่มีอำนาจตรวจสอบการจัดทำงบประมาณ กสทช. ได้ และตั้งแต่มีกสทช.นั้น กสทช.หางบประมาณตัวเองได้เพียงพอ ไม่ได้ของบประมาณจากรัฐและตั้งงบประมาณเข้าสู่กรรมาธิการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ซึ่งกสทช.คงรู้ว่ามีปฏิกิริยาจากสังคมว่าทำไมงบประมาณ กสทช.ไม่เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ทั้งนี้เคยหารือกับสำนักงบประมาณว่าจะทำอย่างไรได้ให้งบประมาณกสทช.เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา เพื่อตรวจสอบได้ ซึ่งได้รับการยืนยันว่ากรรมาธิการฯ ไม่มีอำนาจตรวจสอบ หรือเชิญมาสอบถามก็ไม่มีผล แต่เมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินได้ตรวจสอบงบประมาณ กสทช. และรายงานต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบแล้ว และในอนาคตอาจจะแก้ไขกฎหมายเพื่อให้เกิดการตรวจสอบและความโปร่งใส ทั้งนี้เจ้าหน้าที่และกรรมการ กสทช. ก็ไม่สบายใจและอยากให้มีการแก้ไขกฎหมายการจัดสรรรายได้ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสตรวจสอบได้ MThai News