ปฏิทิน2557

รื้อหิ้งหนังเก่า : Distance (2001)
ฮิโรคะสุ โคเระเอดะ

เรียบเรียงจาก คอลัมน์ Seize The Motion  "ย้อนมองหนังโคเระเอดะ กับเหตุการณ์แก๊สซาริน" โดย กิตติภัต แสนดี / นิตยสาร BIOSCOPE ฉบับ 146 (มีนาคม 2557) ตลอด 25 ปี ในการทำหนัง ฮิโรคะสุ โคเระเอดะ พัฒนาตนเองจากนักทำสารคดี สู่การเป็นนักเล่าเรื่องที่หยิบยืมวิธีของการถ่ายทอดความจริงมาใช้ในหนังของตน และมีหนังที่เข้าถึงคนดูในวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ ในยุคหลัง หากสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไปสำหรับโคเระเอดะ คือการสะท้อนสังคมญี่ปุ่นผ่านสถาบันครอบครัวในหลากหลายรูปแบบ เราจึงขอพาย้อนไปรู้จักหนึ่งในผลงานชั้นเยี่ยมของโคเระเอดะ ที่หยิบยกเหตุการณ์สะเทือนขวัญยากจะลืมของชาวญี่ปุ่นในปี 1995 มาเล่าผ่านในหนังยาวเรื่องที่ 3 ของเขาซึ่งเข้าสายประกวดในเทศกาลหนังเมืองคานส์ปี 2001 อย่าง Distance วันที่ 20 มีนาคม 1995 สมาชิกลัทธิโอมชินริเกียว 5 คน ได้ก่อวินาศกรรมแก๊สซารินในกรุงโตเกียว โดยแฝงตัวไปกับเหล่าพนักงานออฟฟิศที่ต้องออกทำงานตอนเช้า และขึ้นรถไฟใต้ดินทั้งหมด 5 ขบวน เมื่อได้จังหวะ พวกเขาก็นำถุงพลาสติกซึ่งบรรจุแก๊สซารินโยนลงพื้นและใช้ปลายร่มแทงก่อนจะหนีไป ผลลัพธ์คือมีผู้เสียชีวิต 13 ราย และบาดเจ็บอีก 6 พันกว่าราย Distance ของโคเระเอดะอ้างอิงเหตุการณ์นี้ โดยเขียนบทใหม่ให้เป็นว่าญี่ปุ่นกำลังจะจัดงานรำลึกเหตุการณ์วินาศกรรมที่กลุ่มลัทธิหนึ่งใช้สารพิษปนเปื้อนระบบชลประทานจน ทำให้มีผู้เสียชีวิตร่วม 100 คน แต่ความแปลกใหม่ของหนังคือแทนที่จะสนใจฝั่งผู้เสียชีวิตหรือผู้กระทำวินาศกรรม เขากลับเลือกเล่า เรื่องที่เกิดขึ้นกับญาติของสมาชิกลัทธิ ในวันที่คนเหล่านั้นมารวมตัวกันปีละครั้งเพื่อระลึกถึงญาติที่ถูกฆาตกรรมหลังปฏิบัติการ กล่าวคือหนังไม่ได้พูดถึงผู้ถูกกระทำหรือผู้กระทำ แต่คนเหล่านี้นั่งอยู่ตรงกลางระหว่างสองฝักสองฝ่าย เหล่าญาติทั้ง 4 ต้องติดอยู่ในป่าลึกเพราะรถที่ขับมาถูกขโมยไป พวกเขาได้พบชายแปลกหน้าผู้เป็นสมาชิกลัทธิที่หนีไปก่อนเริ่มปฏิบัติการ ทั้ง 5 คนกลับไปยังบ้านไม้ซึ่งเป็นที่ทำการเดิมของลัทธิ เพื่อพักค้างคืนชั่วคราว โคเระเอดะทำให้บ้านไม้หลังนี้เหมือนมีชีวิต มีวิญญาณ โดยทำให้ผู้ที่มาพักต้องคิดคำนึงถึงเหตุการณ์ช่วงก่อนที่ญาติของตนจะเข้ามาสู่ลัทธินี้ หนังไม่ชัดเจนว่าความรู้สึกภายในของตัวละครเหล่านั้นเป็นอย่างไรบ้าง ‘ความเงียบแบบไม่รู้ว่ามันคืออะไร’-ตามสไตล์ ผู้กำกับ-เข้าปกคลุมบทสนทนาเป็นห้วงๆ ปล่อยให้คนดูต้อง พยายามทำความเข้าใจเอาเองว่าคนเหล่านี้คิดอะไรอยู่ ...แต่สิ่งที่ข้าพเจ้าสนใจก็คือ ในฐานะ ‘คนตรงกลาง’ เขาเหล่านี้ควรรู้สึกผิดต่อเหตุการณ์ดังกล่าวหรือไม่ เป็นไปได้ที่คนในครอบครัวเดียวกันจะมีความคิดเห็นไม่ตรงกันในเรื่องต่างๆ ข้อเท็จจริงนี้ผู้กำกับได้จำลองไว้อย่างเฉียบคมในฉากสนทนาครั้งสุดท้ายระหว่างญาติกับสมาชิกลัทธิที่แต่ละคนขุดคุ้ยเรื่องขึ้นมาเล่า บ้างก็ปฏิเสธและดูถูกอย่างรุนแรง บ้างก็เลือกไม่โต้แย้ง และขอประนีประนอมอยู่แบบเดิม ด้วยความเชื่อว่าญาติๆ ย่อมไม่ควรต้องรับผิดชอบในผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเลยเพราะพวกเขาไม่ได้เห็นดีเห็นงามไปด้วย แต่จริงหรือเปล่าที่พวกเขาไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบใดๆ? เมื่อคำนึงว่าพวกเขาคือคนที่อยู่ใกล้ชิดและมีโอกาสจะพูดจาสั่งสอนห้ามปรามเหล่าผู้ก่อวินาศกรรมมากกว่าคนที่ไม่ได้เป็นญาติ แล้วทำไมจึงมิได้ใช้โอกาสในการชักจูงให้คนเหล่านั้นเลิกมีความเชื่อที่จะทำอันตรายแก่สังคม? โดยหนังก็สื่อให้เห็นว่าตัวละครกลุ่มนี้พยายามปิดบังไม่ให้คนวงนอกรู้ว่าญาติของตนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์วินาศกรรม เพื่อป้องกันมิให้ตนเองพลอยถูกสังคมลงโทษ นี่เป็นปัญหาจริยธรรมร่วมสมัยที่ว่าด้วยความขัดแย้งระหว่างจริยธรรมส่วนบุคคลกับจริยธรรมแบบกลุ่ม ฝ่ายแรกเชื่อว่าหลักจริยธรรมตัดสินได้จากปัจเจกเพียงผู้เดียว ไม่จำเป็นต้องพิจารณาถึงบทบาทหน้าที่ของปัจเจกนั้นต่อทางสังคม ส่วนกลุ่มหลังมองว่าหลักการจริยธรรมต้องนำบทบาททางสังคมเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย คนเป็นพี่น้องกันก็ควรดูแลกันมากกว่าปกติ จะไม่รับผิดชอบกันเหมือนคนธรรมดาที่ไม่รู้จักไม่เกี่ยวดองข้องกันเลยนั้นคงไม่ได้ ซึ่งในมุมมองข้าพเจ้าความคิดทางจริยธรรมเช่นนี้น่าเชื่อถือกว่า เพราะเป็นไปได้ยากที่เราจะมองข้ามบทบาททางสังคมในขณะที่เราเลือกกระทำหรือไม่กระทำการใดๆ ในห้วงเวลาที่ตัวละครของ Distance เงียบเสียงลง ข้าพเจ้ากลับสัมผัสได้ถึงความรู้สึกเสียดายและเสียใจของพวกเขาที่ล่องลอยในอากาศ ความเสียดายที่ว่าตนน่าจะทำอะไรได้มากกว่านี้เพื่อให้ญาติไม่ต้องตกอยู่ในวงเวียนของลัทธินั่น และความเสียใจที่ตนพลาดหน้าที่ทางจริยธรรมทั้งต่อญาติและต่อผู้ที่ญาติของตนไปทำร้าย ทั้งที่หากพวกเขาพูดคุยใส่ใจกันมากกว่านี้ กล้าห้ามปรามกันแต่เนิ่นๆ กว่านี้ โศกนาฏกรรมก็คงไม่เกิดขึ้น https://www.youtube.com/watch?v=KtoCBpQf6XE .... ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

'ป๊าด 888 แรงทะลุนรก' /  พจน์ อานนท์

ไม่ว่าคุณจะชอบหรือชัง...อย่างน้อยคุณก็น่าจะเคยผ่านตาหนังของ พจน์ อานนท์ สักเรื่องแหละน่า!! ชื่อของเขาไม่เคยห่างหายไปจากวงการหนัง ซึ่งเมื่อนับนิ้วดูจำนวนผลงานที่ผ่านมาแล้ว ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า นี่เป็นผู้กำกับที่มีหนังออกมาอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง ทั้งกำกับเดี่ยวและกำกับร่วมมากเกือบสามสิบเรื่อง และดูท่าว่าจะมีหนังใหม่ออกมาอีกเรื่อยๆ สูงสุดในบรรดาผู้กำกับรุ่นราวคราวเดียวกัน จนอาจเรียกได้ว่า เขาเป็น ‘คนทำหนังไทย’ เพียงไม่กี่คนที่สามารถอยู่รอดได้ด้วยการทำหนังอย่างแท้จริง ท่ามกลางเสียงก่นด่าระคนชื่นชมตลอดเส้นทางการทำหนัง พจน์ อานนท์ ยังสามารถยืนหยัดสถานะคนทำหนังเอาใจตลาดที่ไม่เคยตกยุค ขณะที่เนื้อหาของหนังเขาเองก็ทันท่วงทีต่อสถานการณ์จนเรียกได้ว่าเขาเป็นคนทำหนังไทยที่สามารถช่วงชิงประเด็นร้อนมาอยู่ในหนังได้เร็วที่สุด แต่ก็ใช่ว่าที่ผ่านมา พจน์ อานนท์ จะร่ำรวยด้วยหนังที่ประสบความสำเร็จ ในเครดิตของเขาเพียบพร้อมทั้งหนังที่ทั้งเจ๊งและเจ๊าด้วย ทว่าไม่มีความล้มเหลวไหนที่จะบั่นทอนโอกาสการทำหนังเขาได้เลย ในโอกาสที่ผลงานล่าสุดของพจน์อย่าง ‘ป๊าด 888 แรงทะลุนรก’ กำลังเข้าฉาย เราจึงขอพาทุกท่านไปรู้จักตัวตนของคนทำหนังคนนี้กันอีกสักครั้ง **บทความนี้เป็นเนื้อหาบางส่วนจาก "พจน์ อานนท์ แสบ แซ่บ เว่อ ...แบบเผลอๆ ก็ 20 ปี !!" โดย ชลนที พิมพ์นาม ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร BIOSCOPE ฉบับที่ 146 / มีนาคม 2557 ทฤษฏีหรือจะเท่าปฏิบัติ พจน์ยอมรับว่า เพราะไม่ได้ร่ำเรียนด้านภาพยนตร์มาโดยตรง ทำให้เขามีวิธีการทำงานที่แตกต่างออกไป แต่ก็ยืนยันว่าหนังของพจน์ อานนท์ทุกเรื่อง มีการเขียนบทไว้เสมอ เพียงแต่อาจไม่ได้สำเร็จหรือละเอียดแบบที่ผู้กำกับคนอื่นทำกันเท่านั้น “เราเป็นคนที่ไม่ได้ไปเรียนทฤษฏี เราปฏิบัติเลย สำหรับตัวเราทฤษฏีไม่สำคัญเท่าปฏิบัติ คือเวลาไปทำหนังปฏิบัติมันสำคัญเพราะว่ามันต้องลงสนาม ยิ่งอยู่วงการมานานยิ่งเห็นเลยว่า บางทีผู้กำกับคนอื่นเขาอาจจะคุยเก่ง อย่างตอนที่เรามาเป็นโปรดิวเซอร์นะ มีน้องๆ มาเสนอบทเสนอเรื่อง ก็คุยๆๆ วาดฝันไปเยอะมาก ว่าฉากนี้มันต้องอย่างนี้อย่างนั้น  นายทุนก็จะคิดตามนะว่าสนุก แต่พอลองให้เงินไปทำ อ้าวทำไมทำไม่ได้อย่างที่คุย บางคนคุยเก่ง บางคนทำเก่ง มันคนละอย่าง” “เราเขียนบทเองทุกเรื่อง บทอยู่ในหัวเราอยู่แล้ว ลองคิดดูนะคนทำหนังถ้าไม่มีบทเนี่ยไม่ใช่ทำกันง่ายๆ ถ้าไม่มีบท เชื่อสิว่าร้อยทั้งร้อยก็ไม่มีใครทำได้ ไม่ใช่ว่าเราเก่งนะแต่เราถนัดอย่างนี้ไง" หนังในดวงใจของพจน์ อานนท์ สำหรับพจน์ อานนท์ กิจกรรมที่ต้องทำทุกวันคือการดูหนัง ไม่ว่าจะเป็นดูที่โรงหรือที่บ้านก็ตาม “สำหรับเรามันเหมือนการอ่านหนังสือ ระหว่างเราดูก็ศึกษาว่าเขาถ่ายยังไง จัดแสงยังไง นักแสดงเล่นแบบไหน หรือหนังมันมีสไตล์อะไรบ้าง” ซึ่งเชื่อหรือไม่ ผกก. ในดวงใจของ พจน์ อานนท์ หนึ่งในนั้นคือนักทำหนังจอมซาดิสม์แห่งแดนกิมจิ อย่าง คิมคีด็อค โดยเฉพาะ Spring, Summer, Fall, Winter... and Spring (2003) ที่พจน์บอกว่าเป็นหนึ่งในหนังที่ชอบที่สุดในชีวิต หนังดีนะเหรอ...ฉันก็ทำได้!! ครั้งหนึ่ง พจน์เคยพิสูจน์ว่าตนเองสามารถทำหนังที่จริงจังได้ นั่นคือหนังดรามาวัยรุ่นเรื่องดังในยุค 90's บ้านเราอย่าง ‘18 ฝน คนอันตราย’ (1997) “บ้านเราหนังได้เงินมักไม่ใช่หนังดี แต่เราก็อย่าดูถูกคนดูหนังนะ เพราะเขาเลือกจะตอบรับแบบนี้ ซึ่งสำหรับเรา เรามาทำตรงนี้เราก็ไม่อยากอยู่ในกลุ่มที่ทำหนังแล้วไม่ได้เงิน อยากอยู่ในกลุ่มที่ทำหนังแล้วได้เงิน อย่างตอนทำ ‘สติแตกสุดขั้วโลก’ (1995 - หนังเรื่องแรกของพจน์) เราก็คิดว่าถ้าโดนด่าก็ให้เขาด่าไป แต่เดี๋ยวจะทำหนังที่เป็นเรื่องเป็นราวให้ดู” หากผลจากการทำ ‘18 ฝนฯ’ นี้เอง ที่ทำให้พจน์รู้ตัวแล้วว่า ความสำเร็จที่ต้องการไม่ใช่รางวัลและคำชม แต่คือความสำเร็จในแง่รายได้ต่างหาก จนกลายเป็นธงที่เขาและทีมงานมุ่งหมายอย่างแน่วแน่มาจนถึงทุกวันนี้ “เราก็มานั่งคิดนะว่า เราทำ ‘สติแตกฯ’ เราได้ 65 ล้าน เราทำ ‘18 ฝนฯ’ เราได้ 40 ล้าน และได้ชิงรางวัลอะไรเยอะแยะไปหมด แล้วเราทำไมต้องมาทำ ‘18 ฝนฯ ล่ะ เหนื่อยก็เหนื่อย เราทำหนังที่มันได้เงินไม่ดีกว่าเหรอ เพราะเมื่อหนังได้เงิน เราก็จะได้โอกาสทำหนังอีก เราอยากจะอยู่ในวงการไปเรื่อยๆ ก็เลยคิดได้ว่าเราอย่าไปทำหนังที่ตามใจตัวเองเลย เราทำหนังที่แบบตามใจคนดูนี่ละ” “เราทำ ‘สติแตกฯ’ เราได้ 65 ล้าน เราทำ ‘18 ฝนฯ’ เราได้ 40 ล้าน และได้ชิงรางวัลอะไรเยอะแยะไปหมด แล้วเราทำไมต้องมาทำ ‘18 ฝนฯ ล่ะ เหนื่อยก็เหนื่อย เราทำหนังที่มันได้เงินไม่ดีกว่าเหรอ เพราะเมื่อหนังได้เงิน เราก็จะได้โอกาสทำหนังอีก เราอยากจะอยู่ในวงการไปเรื่อยๆ ก็เลยคิดได้ว่าเราอย่าไปทำหนังที่ตามใจตัวเองเลย เราทำหนังที่แบบตามใจคนดูนี่ละ” เป้าหมายใหม่ วัยรุ่นที่ไม่รู้จักเรา แม้ตัวเองจะพูดเสมอว่า ทำหนังเพื่อหวังเงิน แต่ก็ใช่ว่าจะทำได้ง่ายๆ หากแต่พจน์เองนั้นก็มองขาดว่า นอกจากกลุ่มเพื่อนพ้องพี่น้องตุ๊ดและกะเทยทั้งหลายอันเป็นแฟนๆ ประจำของตนแล้ว กลุ่มตลาด ‘วัยรุ่น’ ก็เป็นเป้าหมายหลักของพจน์มาโดยตลอดเช่นกัน ซึ่งวัยรุ่นนั้นย่อมเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วไปตามยุคสมัย ชนิดต้องอัพเดตกันอย่างใกล้ชิด “เราก็ดูว่าเขาทำอะไรกัน เขาเล่นอะไรกัน วิธีการพูดจาเป็นแบบไหน หรือเวลาจีบ จีบกันยังไง โชคดีคือ เราได้ใกล้ชิดกับเด็กวัยรุ่นเยอะ ก็พยายามคุยกับพวกเขา ซึ่งเขาก็มาคุยอะไรให้ฟังก็ปรับเข้าหากัน โดยเฉพาะตอนนี้เราไปมองกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กรุ่นใหม่ รุ่น 9 - 20 ปี คือกลุ่มนี้เขายังดูหนังแบบไม่คิดมาก ยังหวังแค่ว่ามันสนุกก็พอ อีกอย่างคือเด็กพวกนี้ยังรู้จักเราไม่เยอะเพราะเขาเพิ่งเกิด ส่วนพวกเด็กที่รู้จักเราเยอะๆ ก็ปล่อยเขาไป เพราะว่าเขาก็ไม่ดูหนังเราอยู่แล้ว คือวัยรุ่นมันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ พอเข้ามหา’ลัย มันก็รู้เยอะ รู้เยอะแบบมโนไปเองบ้าง เราก็ปล่อยเขาไป เขาชอบหนังแบบนั้น ก็คงทำอะไรไม่ได้ เราก็หันมาจับกลุ่มเด็ก 9 - 20 ปีนี่แหละ” ซึ่งสุดท้ายแล้ว แม้จะพยายามตามกระแสให้ทันตลาดสักแค่ไหน แต่อย่างไรก็ตาม พจน์ก็ยังเลือกที่จะทำในสิ่งที่ตนถนัดที่สุดเสมอ “ส่วนตัวแล้ว เราจับตลาดมากกว่า คือมันมีคนกลุ่มหนึ่งที่ชอบดูหนังแบบ ‘หอแต๋วแตก’ ฉะนั้นเราก็ต้องตามใจคนกลุ่มนี้เพราะเขาคือแฟนเรา ถ้าพจน์ อานนท์จะไปทำอย่างอื่น ต่อให้หนังออกมาดียังไง ก็ไม่สนุกเท่าพจน์ อานนท์ทำ ‘หอแต๋วแตก’ หรอก เพราะมันคือตัวเรา” “ตอนนี้เราไปมองกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กรุ่นใหม่ รุ่น 9 - 20 ปี คือกลุ่มนี้เขายังดูหนังแบบไม่คิดมาก ยังหวังแค่ว่ามันสนุกก็พอ อีกอย่างคือเด็กพวกนี้ยังรู้จักเราไม่เยอะเพราะเขาเพิ่งเกิด ส่วนพวกเด็กที่รู้จักเราเยอะๆ ก็ปล่อยเขาไป เพราะว่าเขาก็ไม่ดูหนังเราอยู่แล้ว คือวัยรุ่นมันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ พอเข้ามหา’ลัย มันก็รู้เยอะ รู้เยอะแบบมโนไปเองบ้าง เราก็ปล่อยเขาไป เขาชอบหนังแบบนั้น ก็คงทำอะไรไม่ได้ เราก็หันมาจับกลุ่มเด็ก 9 - 20 ปีนี่แหละ” วงการหนังไทย...ที่คาดเดาอะไรไม่ได้ สำหรับพจน์ อานนท์แล้ว วงการหนังไทยในสายตาของเขา ล้วนแล้วแต่มีสิ่งที่คาดเดาอะไรไม่ได้อยู่เสมอๆ สิ่งที่ตนและทีมงานพอจะทำได้นั่นคือ ‘การอยู่กับปัจจุบันและความเป็นจริง’ “เราอยู่กับเรื่องจริงๆ มากกว่า เราสร้างแบรนด์ของตัวเองให้แข็งแรงได้ไหม เพราะคนดูหนังนี่เอาใจยากมากที่สุด คนเจ๊งกับวงการหนังมาก็เยอะ คนที่เข้ามาเพราะอยากทำ ทำแล้วก็เจ๊ง เพราะเรายังไม่รู้ไงว่าคนไทยดูหนังยังไง คิดจะชอบก็ชอบ คิดจะไม่ชอบก็ไม่ดูเลย เราต้องทำตัวเองให้ทันสังคม ว่าสังคมเขาไปไหนกันแล้ว แต่พอทันสังคมเราก็ต้องมีเงินทุนด้วย อย่าลืมว่าเราต้องสู้กับหนังฝรั่งนะ ไม่ต้องไปเทียบกับฝรั่งหรอกเอาแค่เกาหลี แค่จีนก็ได้ คือเราก็ไม่ได้ดูถูกคนไทยนะ แต่ที่เราทำมามันมีปัญหาจริงๆ” “ประเด็นคือ เงินมันไม่ใช่เงินเรา นายทุนเขาก็อยากได้เงินคืน เราก็ทำตามโจทย์ของเขามากกว่า เราทำหนังมา 20 ปี เราแทบจะไม่เคยเอาตัวเองเป็นหลักเลย เราเอานายทุนเป็นหลักเสมอว่า เขาอยากได้หนังแบบไหน หรือคนดูที่เป็นแฟนคลับเราเขาอยากดูหนังแบบไหน แค่นี้ก็โอเคแล้ว” ... ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

รวมหนังผีทีเด็ด ! เตรียมใจให้ดี...ฮาโลวีนนี้มีหลอน
Death Note: Light Up the New World /  Ouija : Origin of Evil / 

รวมหนังผีทีเด็ด ! เตรียมใจให้ดี...ฮาโลวีนนี้มีหลอน ปฏิทินหมุนเวียนมาบรรจบครบวาระอีกครั้งหนึ่งแล้ว สำหรับเทศกาลปล่อยผีตามคตินิยมตะวันตก หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ เทศกาลฮาโลวีน (Halloween) และเป็นที่แน่นอนว่าในช่วงเวลาดังกล่าวนี้ คงจะไม่มีภาพยนตร์แนวไหนเหมาะสมไปกว่า หนังสยองขวัญ...หนังที่เต็มไปด้วยภูตผีปีศาจสารพัดอย่างที่ตบเท้าเข้ามาสร้างความหลอนจนหลาย ๆ คนนอนไม่หลับ มาดูกันซิว่า...เทศกาลฮาโลวีน ปี 2559 นี้ โรงภาพยนตร์บ้านเราได้เตรียมความขนหัวลุกแบบไหนไว้ต้อนรับเหล่าผู้ชมใจกล้ากันบ้าง !?!! Under the Shadow ผู้กำกับ : บาบัก อันวารี นักแสดง : นาเกส ราชิดิ, อวิน มันชาดิ เข้าฉาย : 13 ต.ค. 2559 หนังผีสัญชาติอิหร่าน กับเรื่องราวความสยองที่สองแม่ลูกพบเจอจากการอยู่อาศัยในหอพัก ภายใต้สภาวะสงครามที่หนีไปไหนไม่ได้ หากเป็นคุณ...จะออกไปผจญสงครามข้างนอก หรือจะเผชิญหน้ากับผีอยู่ข้างใน ? โปรไฟล์หนัง คลิก อ่านรีวิว คลิก เนอสเซอรี่ เลี้ยงผี ผู้กำกับ : พัชนนท์ ธรรมจิรา นักแสดง : พีชญา วัฒนามนตรี, จู อี้หลง เข้าฉาย : 27 ต.ค. 2559 จิตรกรหนุ่มชาวจีนตัดสินใจเดินทางกลับบ้านที่เคยอยู่สมัยเด็กพร้อมกับแฟนสาวของเขา โดยหารู้ไม่ว่าความลับอันดำมืดของหมู่บ้านดังกล่าวกำลังจะหวนกลับมาหาเขาอีกครั้งหนึ่ง ! โปรไฟล์หนัง คลิก Death Note : Light Up the New World ผู้กำกับ : ชินสึเกะ ซาโต นักแสดง : ทัตสึยะ ฟูจิวาระ, เคนอิจิ มัตสึยามะ, เอริกะ โทดะ เข้าฉาย : 3 พ.ย. 2559 คดีอาชญากรรมเกิดขึ้นอย่างแปลกประหลาด หลังจากเจ้าของสมุดโน้ต Death Note ได้จดชื่อของใครบางคนลงไปในนั้น เกมจิตวิทยาระหว่างตำรวจ อาชญากร และเหล่ายมทูต ได้เริ่มต้นอีกครั้งหลังเวลาผ่านไปร่วมทศวรรษ ! โปรไฟล์หนัง คลิก Ouija : Origin of Evil ผู้กำกับ : ไมค์ ฟลานาแกน นักแสดง : เฮนรี่ โธมัส, เอลิซาเบธ รีเซอร์, ดั๊ก โจนส์, ปาร์กเกอร์ แม็ค, แซม แอนเดอร์สัน, เคท ซีเกล, แอนนาลีส บาสโซ, ลูลู่ วิลสัน เข้าฉาย : 3 พ.ย. 2559 ใครจะไปเชื่อว่า 3 แม่-ลูกที่หากินด้วยการหลอกลวงบนพื้นฐานความเชื่อเรื่องผีสาง จะได้พบเจอกับเรื่องราวสุดสยองด้วยตาตัวเอง หลังจากที่พวกเขาได้เชิญปีศาจเข้าบ้านโดยไม่ตั้งใจ และมันก็เริ่มเข้าสิงร่างของลูกสาวคนเล็กจนอยู่ในสภาพที่น่าสะพรึงกลัวเป็นที่สุด โปรไฟล์หนัง คลิก โรงเรียนผี ผู้กำกับ : มนัสนันท์ พงษ์สุวรรณ นักแสดง : อาไท กลมกิ๊ก, สุชาติ แคปเจอร์, ชยณัฐ แจ่มใส, ปุณณดา วอสเบียน, อิงครัต ดำรงศักดิ์กุล, หม่ำ จ๊กม๊ก, เท่ง เถิดเทิง, โก๊ะตี๋ อารามบอย, แม็กกี้ อาภา, โจอี้ เชิญยิ้ม เข้าฉาย : 3 พ.ย. 2559 เมื่อแก๊งเด็กแสบทั้ง 5 ตั้งวงเล่าเรื่องผีในโรงเรียนเพื่อข่มกันว่าเรื่องของใครจะน่ากลัวที่สุด ไม่มีใครล่วงรู้ได้ว่า เรื่องที่เล่าต่อ ๆ กันมานี้เป็นเรื่องจริงหรือเรื่องแต่ง จนกระทั่งการท้าทายต่อสิ่งเหนือธรรมชาติได้เริ่มต้นขึ้น โปรไฟล์หนัง คลิก School Tales เรื่องผีมีอยู่ว่า… ผู้กำกับ : ภาส พัฒนกำจร นักแสดง : เสฎฐวุฒิ อนุสิทธิ์, รณิดา เตชสิทธิ์, ลัทธ์กมล ปิ่นโรจน์กีรติ, โทรุ ทากิซาว่า, เอกวัฒน์ นิรัตน์วรปัญญา, ธีธัช รัตนศรีทัย, วริษฐา วชิรวงศ์, ธนเศรษฐ์ สุริยะพรชัยกุล เข้าฉาย : 10 พ.ย. 2559 (เลื่อนฉายเป็น 12 มกราคม 2560) การเข้าค่ายเก็บตัวของนักเรียนสมาชิกวงโยธวาทิตอาจดูเป็นเรื่องปกติที่พบได้ทุกโรงเรียน แต่ไม่ใช่ที่นี่ ! โรงเรียนที่เต็มไปด้วยเรื่องเล่าเกี่ยวกับภูตผีวิญญาณและความตาย แถมเด็ก ๆ สมาชิกชมรมยังนึกสนุกออกไปลองของกันกลางดึกโดยไม่หวั่นเกรงต่อบรรยากาศอันเงียบสงัดของโรงเรียนเลยแม้แต่น้อย ! โปรไฟล์หนัง คลิก Shut In ผู้กำกับ : แฟร์เรน แบล็คเบิร์น นักแสดง : นาโอมิ วัตส์, โอลิเวอร์ แพลตท์, เจคอบ เทรมเบลย์ เข้าฉาย : 17 พ.ย. 2559 ท่ามกลางย่านชนบทที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ นักจิตวิทยาสาวที่ต้องดูแลลูกชายบุญธรรมที่ไม่สามารถพูดหรือขยับตัวได้ เธอกำลังจะต้องเผชิญกับความน่าสะพรึงกลัวครั้งใหญ่ หลังจากเด็กผู้ชาย (อีกคน) ที่เธอรับมาอุปการะได้หายตัวไปจากบ้านและเสียชีวิตลง โปรไฟล์หนัง คลิก The Disappointments Room ผู้กำกับ : ดี.เจ. คารูโซ นักแสดง : เคท เบคกินเซล, เมล ไรโด, ลูคัส ทิลล์ เข้าฉาย : 24 พ.ย. 2559 อย่าไว้ใจบ้านหลังใหม่แสนสวย เพราะคุณไม่มีทางล่วงรู้ได้เลยว่าก่อนหน้าที่คุณจะย้ายเข้ามาอยู่ มันเคยเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง บางทีที่นี่อาจจะมีห้องลับที่รอใครสักคนมาปลดล็อกกุญแจ...เพียงแต่มันไม่ใช่ห้องสำหรับให้คนอยู่เท่านั้น ! โปรไฟล์หนัง คลิก