ปฏิทิน2557

RSแจงกสทช.ยังจ่ายค่าถ่ายบอลโลกไม่ครบ
กสทช. /  ฟุตบอลโลก2014 / 

บริษัท อาร์เอส เผย ยังได้รับเงินจำนวน 427 ล้านบาท จาก คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ไม่ครบ หลัง จากที่ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) เจ้าของลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 ที่ประเทศบราซิล ระหว่างวันที่ 12 มิ.ย. - 13 ก.ค. ที่ผ่านมา ให้คนไทยดูผ่านทางฟรีทีวีครบทั้ง 64 นัด ตามที่ได้รับการประสานจาก คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยทาง กสทช. จะให้เงินสนับสนุนจำนวนเงิน 427 ล้านบาท เพื่อชดเชยความเสียหายและค่าเสียโอกาสทางธุรกิจจากการเปลี่ยนแผนธุรกิจอย่าง กะทันหัน อย่างไรก็ตาม อาร์เอส ยังได้รับเงินชดเชยไม่ครบตามจำนวนที่ตกลงกันไว้คือ 427 ล้านบาท โดยเรื่องนี้ นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “หลังจากที่เราได้รับการประสานจาก กสทช. เพื่อให้ถ่ายทอดสดการแข่งขันให้คนไทยดูผ่านทางฟรีทีวีครบทั้ง 64 แมตซ์ ทางฟรีทีวี ทั้งสถานีโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 และสถานีโทรทัศน์กรมประชาสัมพันธ์ NBT พร้อมทั้งได้มีการลงโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้กับ กสทช. ซึ่งทางเราก็ได้ดำเนินการทันทีตามที่ได้ตกลงไว้ตลอดระยะเวลา 1 เดือน” “ขอเรียนว่า อาร์เอส ได้ทำหน้าที่ถ่ายทอสดบอลโลกส่งมอบความสุขแก่ประชาชนและคอบอลจนจบสิ้นสุดครบ ทั้ง 64 คู่ตามที่ได้ตกลงร่วมกันกับ กสทช. แล้ว จึงอยากขอความอนุเคราะห์จากท่านประธานคณะกรรมการ กสทช. ได้โปรดพิจารณาให้ความช่วยเหลือบริษัทฯ จ่ายเงินที่เหลือภายในสิ้นเดือนนี้ เพราะจะเป็นการช่วยลดภาระต้นทุนที่เราแบกไว้” นายสุรชัย กล่าว นายสุรชัย เสริมอีกว่า “อาร์เอส ต้องแบกรับภาระต้นทุนที่เกิดจากการดำเนินการการถ่ายทอดสดในครั้งนี้ รวมทั้งค่าเสียโอกาสทางธุรกิจที่เกิดขึ้น อันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแผนธุรกิจอย่างกะทันหันที่ที่ได้วางแผนไว้เดิมมา นานกว่า 1 ปี ตามที่ได้ชี้แจงกับ กสทช. มาโดยตลอด แต่หลังจากจบการถ่ายทอดสุด เวิลด์ คัพ 2014 ไปแล้วกว่า 11 วันแล้ว แต่ทางบริษัทยังไม่ได้รับเงินชดเชยครบถ้วนตามที่ตกลงกันไว้ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับเงินค่าสนับสนุนที่เหลืออยู่จำนวน 308,890,000 บาท ภายในเดือนกรกฎาคม 2557 นี้”

ร.ฟ.ท.จัดตู้รถไฟเฉพาะสตรี-เด็ก ดีเดย์ 1 ส.ค. นี้
ตู้รถไฟเฉพาะสตรี-เด็ก /  ร.ฟ.ท.

ร.ฟ.ท.จัด ตู้รถไฟเฉพาะสตรี-เด็ก หรือ ตู้  Ladies & Children ใน 3 เส้นทาง เริ่ม 1 ส.ค.นี้ ฝ่ายการเดินรถ การรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ ร.ฟ.ท. ประกาศแจ้งการจัดรถปรับอากาศนั่งและนอน ชั้น 2 (บนท.ป) เฉพาะผู้โดยสารสุภาพสตรีและเด็ก รวมถึงเด็กชายที่มีอายุไม่เกิน 10 ปีบริบูรณ์ และมีส่วนสูงไม่เกิน 150 เซนติเมตร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการที่เป็นสุภาพสตรีและเด็ก โดยกำหนดให้พ่วงไปกับขบวนรถต่างๆ ใน 3 เส้นทาง ดังนี้ 1. สายเหนือ - ขบวนรถด่วนพิเศษนครพิงค์ที่ 1/2 กรุงเทพ - เชียงใหม่ - กรุงเทพ 2. สายตะวันออกเฉียงเหนือ 2.1 ขบวนรถด่วนที่ 67/68 กรุงเทพ - อุบลราชธานี - กรุงเทพ 2.2 ขบวนรถด่วนที่ 69/70 กรุงเทพ - หนองคาย - กรุงเทพ 3. สายใต้ - ขบวนรถด่วนพิเศษทักษินที่ 37/38 กรุงเทพ - สุไหงโกลก - กรุงเทพ ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2557 เป็นต้นไป การสำรองที่นั่ง จะมีรหัสเฉพาะตู้ ต้องระบุข้อมูลเฉพาะสำหรับการสำรองที่นั่ง (เกี่ยวกับเพศ) เมื่อสำรองที่นั่งแล้วหากประสงค์ว่าจะเดินทางด้วยตู้ Ladies & Children ให้แจ้งความประสงค์กับเจ้าหน้าที่เพื่อสำรองที่นั่งได้ MThai News

5 อันดับข่าวฮอต MThai News ประจำวันที่ 24 ก.ค. 57
ข่าวประจำวัน /  ข่าววันนี้ / 

รวมข่าว 5 อันดับเด่น MThai News ประจำวันที่ 24 กันยายน 2557 อันดับ 1 คสช. เห็นชอบขยายถนน ผ่านเขาใหญ่-ดงพญาเย็น คสช. เห็นชอบขยายถนน ผ่านเขาใหญ่-ดงพญาเย็น เชื่อมผืนป่ามรดกโลก แก้ปัญหาอุบัติเหตุ ขณะที่กรมทางหลวง เล็งของบฯ 2,900 ล้านบาท สร้างเป็นอุโมงค์ หวังให้คนและสัตว์สามารถร่วมใช้เส้นทางด้วยกันได้ (อ่านต่อ . . .) อันดับ 2 อุจาด! ภาพส้วมโผล่กลาง ภูเขาหญ้า จ.ระนอง ส้วมหลุม-บ่อพัก โผล่กลาง ภูเขาหญ้า สถานที่ท่องเที่ยวมีชื่อ จ.ระนอง ขณะที่ชาวบ้านจี้ รื้อถอนด่วน เหตุบัดบังทัศนะวิสัยธรรมชาติอันซีนชื่อดังของประเทศ (อ่านต่อ . . .) อันดับ 3 หนุ่มเว็บบอร์ดดัง หาคนแฉข้อมูล อ.อุบล ช่วยด้วย สมาชิกเว็บไซต์พันทิปท่านหนึ่งได้ประกาศเชิญชวนคนบนโลกออนไลน์ให้ร่วมส่งหลักฐานและข้อมูลเกี่ยวกับ อ.อุบลแห่งบ้านสวนพีระมิด (อ่านต่อ . . .) อันดับ 4 หนุ่มหน้าตาดี แอบถ่ายใต้กระโปรงสาวแบบเนียนๆ แห่แชร์คลิป หนุ่มหน้าตาดีพยายามใช้โทรศัพท์มือถือแอบถ่ายใต้กระโปรงสาวบนรถไฟฟ้า แต่ชาวเน็ตส่วนหนึ่งกลับมองว่าหากเป็นการแอบถ่ายจริงทำไมไม่พบแสงไฟจากมือถือ (อ่านต่อ . . .) อันดับ 5 แอนดี้ ลูอิสทำลายสถิติโลกลีลาไต่เชือกสุดเสียว “แอนดี้ ลูอิส” เจ้าของแชมป์โลกการแข่งขันไต่เชือกผาดโผนหลายสมัย เดินทางมาวาดลีลาการไต่เชือกที่เมืองไทยเมื่อ วันที่ 23 ก.ค. พร้อมทำลายสถิติโลกที่เจ้าตัวเคยทำไว้ได้สำเร็จ (อ่านต่อ . . .)

นิด้าโพลเผย ปัญหาขัดแย้ง โค้ชเช-น้องก้อย เกิดจากการขาดวินัยของนักกีฬา
ข่าววันนี้ /  ชเว ยองซอก / 

นิด้าโพลเผย ปัญหาขัดแย้ง โค้ชเช-น้องก้อย เกิดจากการขาดวินัยของนักกีฬา 90.79% เห็นด้วยโค้ชเชกลับมาทำหน้าที่ต่อ วันนี้ (23 ก.ค.57) ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล ของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้เปิดเผยถึงผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,249 หน่วยตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 21 – 22 กรกฎาคม 2557 ถึงกรณีข้อพิพาทระหว่างน้องก้อย กับโค้ชเช ว่ามีสาเหตุหลักมาจากเรื่องใดนั้น พบว่า ร้อยละ 44.33 ระบุว่า เกิดจากการขาดวินัยและความอดทนของนักกีฬา จนทำให้เกิดปัญหาวุ่นวายในทีมเทควันโดหญิงทีมชาติไทย ร้อยละ 26.38 ระบุว่า เกิดจากการสื่อสารที่ผิดพลาดระหว่างโค้ชกับนักกีฬา ร้อยละ 11.08 ระบุว่า เกิดจากการลงโทษที่รุนแรงของโค้ช ร้อยละ 10.75 ระบุว่า เกิดจากปัญหาผู้ปกครองนักกีฬาเข้ามายุ่งเกี่ยวการทำหน้าที่ของโค้ช ร้อยละ 2.18 ระบุว่า เกิดจากสาเหตุ อื่น ๆ ได้แก่ เป็นการขัดแย้งในเรื่องของผลประโยชน์ เกิดจากอารมณ์ชั่วขณะของทั้งฝ่าย นักกีฬายังไม่คุ้นเคยกับโค้ช และอาจเกิดจากการยุยงของบุคคลที่สาม และ ร้อยละ 5.28 ไม่แน่ใจ/ไม่ระบุ เมื่อถามว่า ประชาชนคิดเห็นอย่างไรต่อการกลับมาทำหน้าที่ของโค้ชเช (ชเว ยองซอก) ร้อยละ 90.79 ระบุว่า ควรกลับมาเป็นโค้ชนักกีฬาเทควันโคทีมชาติไทย ร้อยละ 5.68 ระบุว่า ไม่ควรกลับมาเป็นโค้ชนักกีฬาเทควันโคทีมชาติไทย ร้อยละ 3.53 ขึ้นอยู่กับตัวโค้ช เช และการสอบสวนของสมาคมฯ เมื่อถามว่า มีความคิดเห็นอยางไรต่อการกลับมาเป็นนักกีฬาเทควันโดหญิงทีมชาติไทย ของน้องก้อย (รุ่งระวี ขุระสะ) ร้อยละ 63.09 ระบุว่า ควรเป็นนักกีฬาเทควันโดหญิงทีมชาติไทยต่อไป ร้อยละ 27.06 ระบุว่า ไม่ควรเป็นนักกีฬาเทควันโดหญิงทีมชาติไทยต่อไป ร้อยละ 1.36 ระบุว่า ขึ้นอยู่กับการปรับปรุงตัวของนักกีฬา หากมีการพัฒนาและปรับปรุงวินัยตนเองให้ดีขึ้น ก็ควรที่จะเป็นนักกีฬาเทควันโดหญิงทีมชาติไทยต่อไป ร้อยละ 8.49 ไม่แน่ใจ/ไม่ระบุ ทั้งนี้เมื่อถามว่าปัจจัยใด ที่จะทำให้นักกีฬาได้รับเหรียญรางวัล หรือประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติ ร้อยละ 25.91 ระบุว่า เป็นความมีวินัย ความขยัน ความอดทน และความมุ่งมั่นในการฝึกซ้อมของนักกีฬา ร้อยละ 20.92 ระบุว่า เป็นความสามารถของโค้ชและทีมงาน ร้อยละ 15.04 ระบุว่า เป็นความสามารถเฉพาะตัวของนักกีฬา ร้อยละ 10.29 ระบุว่า เป็นการทำงานเป็นทีมของนักกีฬา ร้อยละ 9.79 ระบุว่า เป็นการสนับสนุนจากภาครัฐบาลและภาคเอกชน ร้อยละ 8.79 ระบุว่า เป็นความสามารถและการสนับสนุนของสมาคมกีฬา ร้อยละ 8.77 ระบุว่า เป็นสภาพร่างกายของนักกีฬา ร้อยละ 0.31 ระบุว่า อื่น ๆ ได้แก่ การเคารพกฎกติกามารยาท ความมีน้ำใจของนักกีฬา การเคารพและเชื่อฟังครูผู้ฝึก การไม่ใช้เส้นสาย และความเข้ากันได้ระหว่าง ตัวนักกีฬา โค้ช และทีมงาน รวมไปถึง กำลังใจจากครอบครัว กองเชียร์ และเงินรางวัลตอบแทน และร้อยละ 0.18 ไม่แน่ใจ/ไม่ระบุ MThai news ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อพยพแรงงานไทยกว่า4,000คนออกจากกาซา
กรุงเทลอาวีฟ /  ข่าววันนี้ / 

สถานเอกอัครราชทูตไทย กรุงเทลอาวีฟ ประสานถึงทางการอิสราเอล ให้ดูแลความปลอดภัย พร้อมอพยพแรงงานไทยที่ทำงานอยู่ท่ามกลางสถานการณ์สู้รบ กว่า 4,000 คน เว็บเพจของสถานทูตไทยในอิสราเอล ที่ใช้ชื่อว่า ทุกเรื่องเมืองยิว รายงานว่า แรงงานไทยที่เสียชีวิต ชื่อ นายนรากร กิตติยังกุล อายุ 36 ปี ชาว อ.ปัว จ.น่าน ซึ่งถูกสะเก็ดระเบิดของจรวดจากเหตุการณ์โจมตีทางอากาศเมื่อวานนี้ (23 ก.ค. 2557) เวลาประมาณ 12.15 น. ตามเวลาในอิสราเอล หรือประมาณ 15.00 น. ตามเวลาไทย ซึ่งผู้เสียชีวิตทำงานอยู่ที่โมชาฟเนติฟฮาซาร่า เขตฮอฟ แอชเคล่อน ใกล้เขตกาซา โดยอยู่ห่างจากกรุงเทลอาวีฟ ประมาณ 70 กม. ทางสถานทูตได้ประสานกับตำรวจสากลและทางการอิสราเอลที่เกี่ยวข้อง ในการจัดการศพรวมทั้งขอให้ฝ่ายแรงงานประจำสถานทูตแจ้งบริษัทนายจ้างเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ การเตรียมส่งศพกลับประเทศไทย และแจ้งให้ญาติทราบ กระทรวงการต่างประเทศของอิสราเอล ระบุว่า ผู้เสียชีวิตและครอบครัวจะได้รับเงินชดเชยค่าเสียหายจากรัฐบาลอิสราเอลอย่างเต็มที่ ตามกฎหมายประกันสังคมและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ยังประสานเตรียมนำแรงงานไทยออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยไปยังที่ที่มีความปลอดภัย ขณะนี้มีแรงงานไทยในอิสราเอลประมาณ 27,000 คน ซึ่งเป็นแรงงานต่างชาติที่มีจำนวนมากที่สุดในอิสราเอล ขณะที่ นายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน มอบให้จัดหางานจังหวัดน่าน แจ้งข่าวกับญาติผู้เสียชีวิต และพร้อมประสานกับทางการอิสราเอล ส่งศพกลับมาประเทศไทย โดยญาติจะได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ 40,000 บาท รวมถึงเงินค่าประกันชีวิตจากบริษัทประกันภัย ขณะเดียวกัน ให้กรมการจัดหางาน ขอความร่วมมือนายจ้างในอิสราเอลให้แรงงานหยุดทำงานชั่วคราว เพื่อไปพักในที่ปลอดภัย และขอให้สถานเอกอัคราชทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล หารือทางการอิสราเอล เคลื่อนย้ายแรงงานที่ทำงานในพื้นที่เสี่ยงจากการสู้รบประมาณ 4,276 คน ออกมาโดยเร่งด่วน พร้อมทั้งได้ชะลอการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานในเขตเสี่ยงภัยจากการสู้รบ ตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นห่วงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมอบหมายให้ฝ่ายความมั่นคงทั้งกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงแรงงาน ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งให้รายงานความคืบหน้าให้ทราบทันที ข่าวที่เกี่ยวข้อง แรงงานไทยเสียชีวิต 1ราย หลังอิสราเอลถูกโจมตีทางอากาศ

ปริศนาฟ้าแลบ 23 กรกฎาคม 2557
ปริศนาฟ้าแลบ 23 กรกฎาคม 2557 /  ปริศนาฟ้าแลบ / 

ดูปริศนาฟ้าแลบ 23 กรกฎาคม 2557 รายการปริศนาฟ้าแลบ ย้อนหลัง 23 กรกฎาคม 57

Final Bullet เกมส์ซูตติ้ง 6 ดาว เผยกำหนดการช่วง CBT และ OBT
Clickalot /  Final Bullet / 

เกมส์ออนไลน์ Final Bullet (fnb.in.th) ประกาศเปิดทดสอบเกมส์และวันให้บริการเกมส์ช่วง Close Beta วันที่ 29 ก.ค. - 3 ส.ค. 2557 และช่วง Open Beta วันที่ 8 สิงหาคม 2557 โดยสามารถเล่นได้ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ เกมส์ Final Bullet ยังร้องขอให้ผู้เล่นทำการลบโปรแกรมเกมส์ที่เคยติดตั้งช่วง Focus Group Test เมื่อเดือนกรกฎาคม 2557 ที่ผ่านมา และทำการดาวน์โหลดเกมส์เวอร์ชั่นใหม่เข้ามาแทน โดยสามารถดาวน์โหลดได้ตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคม 2557 เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป สำหรับช่วงทดสอบเกมส์ จะมีกิจกรรมร่วมสนุกเพื่อรับไอเทมและอาวุธเกมส์ฟรี ไม่ว่าจะเป็นเข้าเล่นเกมส์ตามที่กำหนด รับไอเทมฟรี, อัพเลเวลลุ้นโชค และล๊อคอินเข้าเกมส์รับไอเทมเกมส์ฟรี Final Bullet (fnb.in.th) เป็นเกมส์ซูตติ้งแนว FPS พัฒนาโดย GPlusGames ทีมพัฒนาเกมส์จากเกาหลี มีประสบการณ์การพัฒนาเกมส์แนว FPS มานานถึง 10 ปี พร้อมใส่ใจในรายละเอียดในการเล่น และ มีระบบที่แปลกใหม่กว่าเกมส์ FPS ออนไลน์ตัวอื่นๆ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://game.mthai.com/online-games/47951.html

อภิสิทธิ์ แนะ คสช. ชี้แจง ม.44
ข่าววันนี้ /  คสช. / 

อภิสิทธิ์ สงสัยมาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว คสช.จะใช้ในกรณีใด จี้ชี้แจง เหตุหวั่นขัดต่อมาตรา 3 วันนี้ (23 ก.ค. 57) นายอภสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว @Abhisit Vejjajiva แสดงความเห็นถึงสถานการณ์ทางการเมืองต่อเนื่อง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้วิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติไปแล้วรอบหนึ่งถึงการเข้ามายึดอำนาจครบ 2 เดือน ซึ่งวันนี้ นายอภสิทธิ์ ได้ให้ความเห็นถึงรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 ที่คณะรักษาความสงบอแห่งชาติได้ประกาศใช้บริหารประเทศไปวานนี้ โดยมีข้อสงสัยในบางมาตรา จึงเรียกร้องให้ คสช. ออกมาชี้แจง โดยเฉพาะมาตรา 44 เกี่ยวกับอำนาจของหัวหน้าคสช. และคสช. เพราะอาจกับมาตรา 3 ในรัฐธรรมนูญชั่วคราวได้ สู่ระยะที่ ๒ ของคสช. : รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว มาตรา ๔๔ เดิมตั้งใจจะเขียนถึงประเด็นการปฏิรูปด้านต่างๆ แต่เมื่อวานนี้ ได้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผมได้อ่านรัฐธรรมนูญแล้วและไม่มีประเด็นอะไรที่เกี่ยวกับโครงสร้างของสภานิติบัญญัติ สภาปฏิรูป และคณะรัฐมนตรี ที่อยู่เหนือความคาดหมายนัก ในส่วนของการจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ ต้องยอมรับว่ามาตรา ๓๕ ได้บัญญัติประเด็นของรัฐธรรมนูญฉบับถาวร ที่จะแก้ปัญหาระบบการเมืองไว้ ค่อนข้างจะตรงประเด็น ไม่ว่าจะเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้กับการทุจริตคอร์รัปชั่น การที่นักการเมืองถูกครอบงำ หรือปัญหาของการที่หลักนิติธรรมนิติรัฐถูกทำลายในอดีต แต่มีบทบัญญัติมาตราหนึ่งที่อาจถูกมองว่าผิดปกติคือมาตรา๔๔ อันเป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับอำนาจของหัวหน้าคสช. และคสช. ซึ่งเป็นอำนาจพิเศษ โดยเป็นการเขียนในลักษณะที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ขอทำความเข้าใจในเบื้องต้นก่อนว่า การตราธรรมนูญการปกครองก็ดี หรือรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวก็ดี โดยปกติเป็นการส่งมอบอำนาจรัฏฐาธิปัตย์ ซึ่งเป็นอำนาจเบ็ดเสร็จที่คณะรัฐประหารใช้ กลับเข้าสู่การใช้อำนาจอธิปไตย โดยพระมหากษัตริย์ ผ่านสภานิติบัญญัติ คณะรัฐมนตรี และศาล การใช้อำนาจของคณะรัฐประหารจะมีการคงไว้อยู่บ้างในลักษณะของการบริหารเพื่อแก้ไขสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องหรือกระทบต่อความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงเช่น เมื่อปี ๒๕๔๙ ประธาน คมช. อาจขอให้มีการประชุมร่วมกันระหว่าง คมช. กับครม. ได้ในปัญหาที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงแห่งชาติ ในปี ๒๕๓๔ ประธาน รสช. โดยความเห็นชอบของที่ประชุมร่วมระหว่างสภา รสช. กับนายกรัฐมนตรี อาจสั่งการหรือกระทำการใดๆ เพื่อป้องกันระงับหรือปราบปรามการกระทำที่กระทบต่อความมั่นคงได้ แม้แต่ในปีพ.ศ.๒๕๐๒ซึ่งสังคมไทยจะกล่าวถึงเสมอ คือมาตรา ๑๗ ที่ถือว่าเบ็ดเสร็จที่สุด ก็จะให้อำนาจนายกรัฐมนตรี ในการสั่งการหรือกระทำการเพื่อระงับหรือปราบปรามการกระทำที่กระทบต่อความมั่นคง ความแตกต่างในครั้งนี้ คือ ในมาตรา ๔๔ อำนาจพิเศษนั้น เป็นของหัวหน้า คสช. โดยความเห็นชอบของคสช. โดยไม่เกี่ยวข้องกับนายกรัฐมนตรี และมาตรา ๔๔ ยังบัญญัติโดยชัดแจ้งว่า การใช้อำนาจนี้อาจมีผลบังคับในทางนิติบัญญัติ และทางตุลาการได้ โดยไม่มีกระบวนการที่จะโต้แย้งหรือตรวจสอบ นั่นหมายถึง ความสามารถที่จะออกกฎหมายและ/หรือการกลับคำพิพากษาได้ ขอบเขตของการใช้มาตรา ๔๔ นี้ ยังมิได้จำกัดอยู่เฉพาะการป้องกันระงับ หรือปราบปรามการกระทำที่เกี่ยวกับความมั่นคง แต่สามารถใช้เหตุผลว่า เพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปหรือการส่งเสริมความสมานฉันท์ของคนในชาติได้ด้วย บทบัญญัติในมาตรานี้ทั้งหมดจึงอาจถูกมองได้ว่าไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของมาตรา ๓ ผมเชื่อว่าสังคมยอมรับสภาพการคงอำนาจพิเศษ ในกรณีที่จะเกิดปัญหาความปั่นป่วนวุ่นวายขึ้น แต่ยังไม่ชัดเจนว่าวัตถุประสงค์ของการขยายอำนาจพิเศษให้ครอบคลุมอำนาจนิติบัญญัติและอำนาจตุลาการก็ดี หรือการอ้างอิงเหตุผลในการใช้อำนาจเพื่อผลักดันการปฏิรูปหรือการส่งเสริมความสมานฉันท์ก็ดีมีความจำเป็นอย่างไร เพราะโดยโครงสร้างสภานิติบัญญัติแห่งชาติและสภาปฏิรูปก็มีที่มาจากคสช. อยู่แล้ว และการระงับการกระทำที่เป็นปัญหาต่อความมั่นคง ก็จะเป็นการใช้มาตรการทางบริหารเป็นหลัก ผมจึงหวังว่าหัวหน้า คสช. จะช่วยอธิบาย ถึงความจำเป็นและสิ่งที่ท่านคิดอยู่ในใจว่าจะใช้อำนาจในมาตรา ๔๔ นี้ ในกรณีไหนอย่างไรโดยเร็ว เพื่อให้เกิดความชัดเจนและหลีกเลี่ยงความขัดแย้งหรือความวุ่นวายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ MThai news

คสช.สั่งคืนตำแหน่ง ผบ.ตร.ให้ พล.ต.อ.พัชรวาท
คสช. /  คืนตำแหน่งผบ.ตร. / 

หน.คสช. สั่ง คืนตำแหน่ง ผบ.ตร. ให้ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ หลังศาลปกครองกลาง ยกเลิกคำสั่งลงโทษให้ปลดออกจากราชการ เหตุผิดวินัยสลายการชุมนุมหน้ารัฐสภาเมื่อ 7 ต.ค. 2551 วันนี้ (24 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 131 ตอนพิเศษ 139 ง วันที่ 23 ก.ค. 2557 ได้ตีพิมพ์คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 93/2557 เรื่องยกโทษปลดออกจากราชการ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ระบุว่า โดยที่ศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขแดงที่ 99/2554 ลงวันที่ 28 ก.พ. 2557 ให้นายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับแจ้งมติของคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ในการประชุมครั้งที่ 17/2552 เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 2552 และครั้งที่ 1/2553 เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 2553 ที่ให้สั่งยกโทษปลด พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ออกจากราชการตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 228/2552 ลงวันที่ 19 ต.ค. 2552 ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุดนั้น เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลปกครองกลางซึ่งถึงที่สุดข้างต้น หัวหน้าคสช. ในฐานะผู้ใช้อำนาจนายกรัฐมนตรี ตามประกาศ คสช.ฉบับที่ 10/2557 เรื่อง ให้อำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี เป็นอำนาจหน้าที่ของหัวหน้า คสช. ลงวันที่ 22 พ.ค. 2557 จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 72 (1) และมาตรา 105 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 ประกอบกับข้อ 18 (2) (ง) ข้อ 21 และข้อ 23 แห่งกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการอุทธรณ์และการพิจารณาอุทธรณ์ พ.ศ. 2547 มีคำสั่งให้ยกโทษปลด พล.ต.อ.พัชรวาท ออกจากราชการตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ ที่ 228/2552 ลงวันที่ 19 ต.ค. 2552 ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 17 ก.ค. 2557 ลงชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ทั้งนี้ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ นั้น เป็นน้องชาย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษา คสช. เคยถูกปลดออกจากราชการ ในสมัยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี เนื่องจากกระทำผิดวินัยร้ายแรงเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อาวุธปราบปรามประชาชนที่กำลังชุมนุม ในพื้นที่บริเวณหน้ารัฐสภาเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2551 MThai News

พรุ่งนี้ ปตท.-บางจาก ปรับลดราคาน้ำมันลง 50 ส.ต.
น้ำมัน /  บางจาก / 

ปตท. – บางจาก ปรับ ลดราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ทุกชนิด 50 สตางค์ต่อลิตร ยกเว้น อี 85 ปรับลด 30 สตางค์ต่อลิตร มีผลตั้งแต่เวลา 05.00 น. วันพรุ่งนี้ (25 ก.ค.) บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) และบริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ประกาศปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันแก๊สโซฮอล์ทุกชนิด 50 สตางค์ต่อลิตร ยกเว้น อี 85 ปรับลด 30 สตางค์ต่อลิตร ส่วนน้ำมันเบนซินและดีเซล ราคายังคงเดิม โดยมีผลในเวลา 05.00 น. วันพรุ่งนี้ (25 กรกฎาคม 2557) ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันหน้าสถานีบริการใหม่ เป็นดังนี้ เบนซิน 95 ลิตรละ 48.75 บาท ,แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 40.23 บาท,แก๊สโซฮอล์ 91ลิตรละ 37.78 บาท,อี 20 ลิตรละ 35.28 บาท ,อี 85 ลิตรละ 24.28 บาท และดีเซล ลิตรละ29.85 บาท MThai News

6 คู่รักดารา เลิฟทะลุจอ ที่ใครเห็นก็อิจ...ฉา
คู่รัก /  คู่รักดารา

คู่รักดารา เลิฟทะลุจอ ที่ใครเห็นก็อิจ...ฉา     พักเบรกกระแสข่าวร้อนแรงของคนในวงการบันเทิง แล้วเปลี่ยนฟีลมาฟินไปกับความหวานของ คู่รักดารา วงการบันเทิงทั้งไทยกันบ้างดีกว่าค่ะ  ที่จะพาเหรดมาให้คุณๆ ได้ปลื้ม ได้อิจฉา ชนิดที่ฟินจิกหมอน ในเรื่องราวความรักของพวกเขาทั้งคู่ ส่วนจะมีคู่รักคู่ฮอตไหนบ้าง  ไปดูกันเลยจ้าา... คู่รักดารา เหมือน-ต่างที่ลงตัว : หมอโอ๊ค-โอปอล์ จัดเป็นคู่รักคู่หวานที่ทำเอาแฟนคลับช็อคกันเป็นแถวๆ ตั้งแต่ประกาศว่าทั้งคู่คบหากัน จนกระทั่งประกาศแต่งงาน ด้วยเคมีความต่างของทั้งคู่ ทำให้หลายคนคิดว่า รักของ โอปอล์- หมอโอ๊ค เป็นเพียงรักโปรโมท คบกันเพื่อผลประโยชน์  ส่วนบางคนก็เปรียบเทียบเรื่องหน้าตา เพราะหมอโอ๊คเป็นชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาดี แตกต่างกันจะรักกันได้อย่างไร? อีกทั้งยังมีไลฟ์สไตล์ที่ต่างกันอีกด้วย แต่สุดท้ายทั้งคู่ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นว่ารักครั้งนี้ คือรักแท้ ด้วยการเข้าพิธีวิวาห์กันในเดือนมีนาคม 2557 ที่ผ่านมา จนทำให้สาวๆหนุ่มๆทั้งประเทศอิจฉากันไปทั้งประเทศ ที่สำคัญความรักของคู่นี้ยังทำให้เราเห็นว่า ความรักที่แท้จริงไม่อาจวัดได้จากเปลือกนอก แต่ต้องสัมผัสให้ลึกซึ้งถึงแก่นแท้ข้างใน คู่รักลุ้นวิวาห์ : อั้ม-แอมป์ เป็นคู่รักคู่หวานที่ถูกจับตามองมากที่สุดเลยก็ว่าได้ สำหรับคู่รักของซูเปอร์สตาร์เบอร์หนึ่งของเมืองไทย อย่าง "อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ" กับหวานใจนักธุรกิจสุดหล่อ แอมป์ พิธาน องค์โฆษิต ที่ความรักของเขาทั้งคู่หวานฉ่ำแบบสุด ๆ ถึงแม้ว่าจะมีโกรธมีทะเลาะกันบ้าง จนเลิกลากันไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ก็กลับมารักกันได้เหมือนเดิม แถมสวีทเว่อร์ เทคแคร์กันมากกว่าเก่า ซะด้วย ส่วนเรื่องงานวิวาห์นั้น ต้องอาศัยแรงเชียร์จากแฟนคลับ ให้ช่วยกันเชียร์เช้าสายบ่ายเย็น เชียร์กันทุกวันทุกคืน หน่อยแล้วล่ะ  จะได้เห็นสาวอั้มประกาศสละโสดซะที คู่รักมาราธอน  : ซี - เอมี่ ถือว่าเป็นคู่รักมาราธอนที่ แต่งงานร่วมหอลงโลงกันไปแล้ว สำหรับ หนุ่มซี ศิวัฒน์ กับสาวเอมี่ กลิ่นประทุม ที่คบหาดูใจกันมายาวนานกว่า 8 ปี ถึงแม้จะมีข่าวมือที่สามมาเกี่ยวพัน ให้ระแคะระคายกันบ้าง แต่ทั้งคู่ก็ออกมาปฏิเสธแบบชัดเจน และจูงมือกันผ่านวิกฤตนั้นมาได้ จนได้จูงมือแต่งงานกันไปเมื่อ ปลายเดือนมิถุนายน 2557 ที่ผ่านมา ซึ่งชีวิตหลังแต่งงานก็แฮปปี้สุดๆ เติมความหวานกันมากกว่าเดิม จนตอนนี้แฟนคลับก็รอลุ้นตั้งตารอ ซี-เอมี่ตัวน้อย กันแล้วล่ะ คู่รักน่ารักมุ้งมิ้ง : เต๋อ ฉันทวิชญ์ - พีค ภัทรศยา รักหวานกันมานานกว่า 5 ปี จนใครหลาย ๆ คนอิจฉาในความหวานของคู่ พีค ภัทรศยา และ เต๋อฉันทวิชช์ ธนะเสวี ซะเหลือเกิน ล่าสุดทั้งทั้งคู่วางอนาคตร่วมกันด้วยการเปิดร้านขนมอย่างที่สาวพีคชอบ แถมขยันโชว์ภาพน่ารักๆ หวานแข่งกับขนมลงในอินสตาแกรมตลอด แบบนี้จะไม่ให้อิจฉาได้ยังไง... คู่รักหวานสุดขั้ว :  ชาคริต-วุ้นเส้น แต่งงานกันมาได้สองปีกว่าๆ แล้ว ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ารักกันขนาดไหน เพราะเราก็มักจะได้เห็น ชาคริต-วุ้นเส้น ควงกันไปเที่ยวด้วยกันบ่อยๆ และขยันเติมความรักให้กันอยู่ตลอดเวลา เคล็ดลับครองรักของทั้งคู่ก็คือ การบอกรัก วิธีที่ง่ายที่สุด ที่ทำให้ภรรยาสุดที่รักมีความสุข และรู้สึกว่าใส่ใจเขาอยู่ตลอดเวลา คู่รักผ่านร้อนผ่านหนาว : เจ เจตริน - ปิ่น เก็จมณี  คู่นี้แต่งงานกันมาแล้ว 13 ปี พร้อมมีลูกชายสุดที่รักทั้ง 3 คน คือ เจ้านาย เจ้าขุน และเจ้าสมุทร ซึ่งทั้งคู่ยังโชว์สวีทกันบ่อยครั้ง แม้ว่าลูกชายจะโตเป็นหนุ่มกันหมดแล้วแต่ความหวานของทั้งคู่ก็ยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ผ่านร้อนผ่านหนาว ช่วงเวลาของความทุกข์และความสุขมาด้วยกัน หลังเกิดวิกฤตของครอบครัวครั้งใหญ่ที่คุณแม่คนสวยเกิดป่วยจนถึงขั้นเดินไม่ได้ แต่ทั้งคู่ก็ยังประคับประคองความรักและครอบครัวมาได้ดีจนถึงทุกวันนี้ โดยมีเป้าหมายเดียวกันนั่นคือ "ลูก"นั่นเอง เรียบเรียงโดย...Women Mthai Team เครดิตภาพ...IG @siwat_c, @amy_klinpratoom, @shahkrit, @vjwoonsen, @aum_patchrapa, @opalpanisara, @oak_smith, @peakpattarasaya,

คนอวดผี 23 กรกฎาคม 2557
คนอวดผี 23 กรกฎาคม 2557 /  คนอวดผี / 

ดูคนอวดผี ย้อนหลัง 23 กรกฎาคม 2557 คนอวดผี ล่าสุด ย้อนหลังทั้งหมด

สุรพงษ์โผล่สนามบิน จ่อไปฝรั่งเศสปัดนัดยิ่งลักษณ์
คสช. /  ทักษิณ ชินวัตร / 

บรรยากาศ ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นไปอย่างคึกคัก เนื่องจากวันนี้ มีไฟลท์การเดินทางไปทัวร์ยุโรปของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 23 กรกฎาคม ถึงวันที่ 10 สิงหาคม 2557 ซึ่งมีกำหนดการเดินทางออกจากประเทศไทย โดยเครื่องบินการบินไทย เที่ยวบินที่ TG930 เครื่องออกเวลา 00.05 น. โดยเมื่อเวลา 20.40 น. คณะติดตาม นางสาวยิ่งลักษณ์ ได้นำกระเป๋าเดินทางจำนวนกว่า 11 ใบ มาลำเลียงขึ้นเครื่องบิน จากนั้น นางสาวยิ่งลักษณ์ พร้อมด้วย เด็กชายศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือ น้องไปป์ บุตรชาย และเพื่อนสนิท น้องไปป์ 2 คน นางสาวปณิตา คล่องคำนวณการ หลานสาว และผู้ติดตามได้เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ขณะเดียวกัน นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า จะเดินทางไปกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในวันนี้ โดยได้ทำเรื่องขออนุญาต คสช. เป็นที่เรียบร้อยแลัว และจะเดินทางกลับ ในวันที่ 27 กรกฎาคม ทั้งนี้ ไม่ได้นัดกับ นางสาวยิ่งลักษณ์ แต่อย่างใด ด้าน นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เดินทางมาส่ง นางสาวยิ่งลักษณ์ โดยระบุว่า ไม่ได้เดินทางไปฝรั่งเศส ในครั้งนี้ เนื่องจากไม่ได้ขอวีซ่า และไม่ได้อนุญาต คสช. แต่อย่างใด อีกทั้ง ไม่ได้ตั้งใจจะเดินทางไปด้วยแต่อย่างใด