ปฏิทิน2557

จริงหรือ! เรตติ้ง
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

"นีลเส็น" เผย เรตติ้ง "ออสการ์" ครั้งที่ล่าสุด ลดฮวบ 16% อาจเป็นเพราะพิธีกร! นีลเส็น บริษัท สำรวจเรตติ้งชื่อดัง เปิดเผยเมื่อวานนี้ว่า การถ่ายทอดสดงานประกาศผลรางวัล "ออสการ์" ครั้งที่ 87 ประจำปี 2558 ผ่านทางโทรทัศน์เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น มีผู้ชมการถ่ายทอดสดในสหรัฐเฉลี่ย 36.6 ล้านคน ลดลง 16%  เมื่อเทียบกับสถิติสูงสุดรอบ 10 ปีที่ 43.7 ล้านคนในปี 2557 และลดลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ นับตั้งแต่ปี 2552 ที่ภาพยนตร์เรื่อง "สลัมด็อก มิลเลียนแนร์" ได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และมีผู้ชมการถ่ายทอดสด 36.3 ล้านคน อย่างไรก็ตาม นักวิจารณ์บางส่วนยังมองว่า การขาดแรงดึงดูดของบรรดาภาพยนตร์ที่เข้าชิงรางวัล และ การทำหน้าที่พิธีกรครั้งแรกของ นีล แพททริก แฮร์ริส มีส่วนทำให้การถ่ายทอดสดน่าติดตามน้อยลง MThai News

เผยโฉมแล้ว มูลนิธิ กปปส. พระสุเทพนั่งประธาน
กกปส. /  ข่าวม็อบ / 

เผยโฉมมูลนิธิ กปปส. พระสุเทพเป็นประธาน แจ้งวัตถุประสงค์ 4 ข้อ ส่งเสริมปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ด้วยความเป็นกลาง ลงประกาศราชกิจจาฯแล้ว เมื่อวันที่ 19ก.พ.ที่ผ่านมา ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ ประกาศนายทะเบียนมูลนิธิ กรุงเทพมหานคร เรื่อง จดทะเบียนจัดตั้ง “มูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย” ระบุว่า “ด้วย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้ยื่นคําขอจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย ต่อนายทะเบียนมูลนิธิกรุงเทพมหานคร มีใจความสําคัญตามข้อบังคับของมูลนิธิ ดังนี้ 1. มูลนิธิชื่อ “มูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย” 2. วัตถุประสงค์ของมูลนิธิ คือ 2.1 เพื่อสนับสนุนการประกอบกิจการศึกษา วิจัย สัมมนา ประชุม หรือการระดมและ รวบรวมความรู้และหรือความคิดเห็นในรูปแบบใด ๆ เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศไทย ในด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม เกี่ยวกับอนาคตของประเทศในทุก ๆ ด้าน 2.2 ติดตามศึกษารวบรวมและวิเคราะห์ตลอดจนรายงานข้อมูลและสถานะของประเทศ เป็นระยะ ๆ 2.3 ดําเนินการเพื่อสาธารณประโยชน์หรือร่วมมือกับองค์การการกุศลอื่น ๆ เพื่อ สาธารณประโยชน์ 2.4 ส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ด้วยความเป็นกลางโดยไม่ให้การสนับสนุนด้านการเงินหรือทรัพย์สินแก่นักการเมือง หรือพรรคการเมืองใด 3. สํานักงานใหญ่ของมูลนิธิตั้งอยู่ที่ เลขที่ 79/46 หมู่บ้านภัทรา ซอยรามคําแหง 76 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 4. ทรัพย์สินของมูลนิธิ มีทุนเริ่มแรก คือ เงินสด จํานวน 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) 5. การจัดการของมูลนิธิในวาระเริ่มแรก มีคณะกรรมการดําเนินงานดังรายนามต่อไปนี้ 5.1 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานกรรมการ 5.2 นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองประธานกรรมการ 5.3 นายวิทยา แก้วภราดัย รองประธานกรรมการ 5.4 นายอิสสระ สมชัย รองประธานกรรมการ 5.5 นายถาวร เสนเนียม รองประธานกรรมการ 5.6 นายชุมพล จุลใส กรรมการ 5.7 นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ กรรมการ 5.8 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กรรมการ 5.9 นายสกลธี ภัททิยกุล กรรมการ 5.10 นายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ กรรมการและเหรัญญิก 5.11 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ กรรมการและเลขานุการ 5.12 นางสาวจิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ นายทะเบียนมูลนิธิกรุงเทพมหานคร ได้รับจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิรายนี้แล้ว เลขทะเบียนลําดับที่ กท 2522ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2557 ฉะนั้น อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 115 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน ประกาศ ณ วันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2557 อภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติราชการแทน ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายทะเบียนมูลนิธิกรุงเทพมหานคร ต้องคอยดูบทบาทของมูลนิธิกันต่อไป นับจากนี้ MThai News  ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักข่าวอิศรา

ปริ่ม!! ณเดชน์ - บุ๋ม ซ้อมรับปริญญา
ดารา จบปริญญาเอก /  ดารา รับปริญญา / 

ใกล้วันจริงเข้ามาแล้ว สำหรับพิธีประสาทปริญญา ประจำปี 2557 ในวันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2558 ณ อาคารนันทนาการ มหาวิทยาลัยรังสิต ล่าสุดวันนี้ (20ก.พ.) ทางมหาวิทยาลัยได้จัดพิธีซ้อมย่อย ซึ่งบัญฑิตหนุ่ม ณเดชน์ คูกิมิยะ จากคณะนิเทศศาสตร์ สาขาภาพยนตร์และวิดีทัศน์ และด็อกเตอร์ บุ๋ม ปนัดดา จากคณะบริหารธุรกิจ สาขาบริหารธุรกิจ ต่างก็เป็นหนึ่งในบัญฑิตที่เข้ามาซ้อมด้วยเช่นกัน ทาง Gossipstar.mthai.com ต้องขอแสดงความยินดีกับหนุ่ม ณเดชน์ และ ดร.บุ๋ม ด้วยแถมทั้งคู่ยังเป็นตัวอย่างนักแสดงที่ดีทั้งเรื่องงานและการเรียน ไม่มีขาดตกบกพร่อง น่ายกย่องเป็นที่ซู้ดดด!! ขอขอบคุณภาพจาก IG @boompanadda @mei__ny @keaw_jung @weloveyayabarry_fb @usa_jeaw @weloveyayanadech @chicky_gal_ @am_amz บุ๋ม กับวัน ซ้อมพิธีประสาทปริญญา บุ๋มและเพื่อนๆ กับวัน ซ้อมพิธีประสาทปริญญา ณเดชน์ กับวัน ซ้อมพิธีประสาทปริญญา ณเดชน์ กับวัน ซ้อมพิธีประสาทปริญญา ณเดชน์ กับวัน ซ้อมพิธีประสาทปริญญา

สาวประเภท2 ฟ้องสรยุทธ-เบนซ์พรชิตา เสนอข่าวหมิ่น
นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา /  พรชิตา หรือ เบนซ์ ณ สงขลา / 

ผู้จัดทำโครงการ “เรามีเรา” ฟ้อง "สรยุทธ์ - เบนซ์" หมิ่นประมาทด้วยการเสนอข่าวกล่าวหาแอบอ้างชื่อ "บุ๋ม ปนัดดา" ขอรับบริจาคเงิน 3.4 ล้านบาท วันนี้(27ก.พ.) นายดากานดา สอนประเสริฐ สาวประเภทสอง ผู้จัดทำโครงการ “เรามีเรา” เพื่อหารายได้ช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็ง พร้อม นายสาคร ศิริชัย ทนายความเดินทางมา ยื่นฟ้อง นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ดำเนินรายการ “เรื่องเล่าเช้านี้” ซึ่งออกอากาศ ทางช่อง 3 และ น.ส.พรชิตา หรือ เบนซ์ ณ สงขลา นักแสดงและผู้ร่วมดำเนินรายการ “เรื่องเล่าเช้านี้” เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐาน ร่วมกันหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา จากกรณี เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2557 จำเลยทั้งสองร่วมกันกล่าวในรายการ ในทำนองว่า บุ๋ม ปนัดดา ถูกสาวประเภทสองชื่อ ดากานดา อ้างชื่อ บุ๋ม ปนัดดา ไปขอรับบริจาคเงิน เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน และข้อความอื่นๆ ซึ่งจำเลยทั้งสอง ได้สนทนากันในรายการว่า โจทก์มีพฤติการณ์แอบอ้างชื่อ น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ไปขอรับบริจาคจากผู้มีชื่อต่างๆ เพื่อหาทุนให้มูลนิธิสถาบันมะเร็งแห่งชาติ โดยไปติดต่อดาราต่างๆ มาถ่ายภาพยนตร์ ถ่ายปฏิทินฟรี โดยไม่มีค่าตอบแทนอ้างว่าเป็นงานการกุศล และเงินบริจาคทั้ง 2 ปีที่ผ่านมา รวม 3.4 ล้านบาท สถาบันมะเร็งฯ ก็ไม่เคยได้รับเลย ซึ่งการใส่ความดังกล่าว ทำให้ผู้ชมรายการ เข้าใจว่า สาวประเภทสอง คือ โจทก์ที่มีความประพฤติเป็นคนโกหก คดโกง หลอกลวง อาศัยชื่อบุคคลต่างๆ ที่มีชื่อเสียงไปขอรับเงินบริจาคเพื่อประโยชน์ของตนเอง โจทก์จึงขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลย และให้จำเลยทั้งสองโฆษณาคำพิพากษาทั้งหมดในรายการ “เรื่องเล่าเช้านี้” หรือรายการอื่นที่ออกอากาศช่วงเวลาเดียวกัน ทางสถานีโทรทัศน์ฯ ช่อง 3 รวมทั้งลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เดลินิวส์ มติชน คม ชัด ลึก และข่าวสด เป็นเวลา 7 วันติดต่อกัน ทั้งนี้ ศาลรับคำฟ้องไว้ในสารบบเพื่อไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ ในวันที่ 25 พ.ค.นี้ เวลา 13.30 น.

ผู้เชี่ยวชาญมอง'จีน'นวัตกรรมยังต่ำแม้ยอดจดสิทธิบัตรสูงลิ่ว!
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

ผู้เชี่ยวชาญมอง'จีน'นวัตกรรมยังต่ำแม้ยอดจดสิทธิบัตรสูงลิ่ว ปีที่ 4 ติดต่อกัน  สำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติจีน หรือ SIPO เปิดเผยว่า จีนมียอดขอจดสิทธิบัตรมากที่สุดในปี 2557 นับเป็น ปีที่ 4 ติดต่อกันเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ SIPO รายงานว่า ในปี 2557 นั้น มีการขอจดสิทธิบัตรนวัตกรรมทั้งสิ้น 928,000 ฉบับ เพิ่มขึ้น 12.5% จากปี 2556 ทางสำนักงานทรัพย์สินฯได้อนุมัติสิทธิบัตรนวัตกรรมราว 233,000 ฉบับ ในปีดังกล่าว ซึ่งสิทธิบัตร 163,000 รายการมาจากผู้ขอจดชาวจีน ณ จนถึงสิ้นปี 2557 จีนมีสิทธิบัตรนวัตกรรมที่มีคุณภาพและมูลค่าตลาดสูงราว 663,000 ฉบับ โดยมีสัดส่วนการจดสิทธิบัตรนวัตกรรมต่อประชากรจีน 10,000 คนที่ 4.9 ฉบับ ทั้งนี้ จีนมียอดการขอจดสิทธิบัตรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ที่เป็นปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม เหล่าผู้เชี่ยวชาญมองว่า สิทธิบัตรทางนวัตกรรมของจีน ยังคงขาดศักยภาพทางการแข่งขัน นอกจากนี้ รัฐบาลจีนยังได้ออกมาตรการพิเศษเพื่อกระตุ้นนวัตกรรม ผ่านการยกระดับการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา MThai News

ศาลพิพากษา 'พงศ์พัฒน์'2คดีจำคุกเพิ่มอีก 15ปี
ซื้อขายตำแหน่ง /  พงศ์พัฒน์ / 

ศาลอาญาพิพากษา จำคุก 10 ปี "พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์" เรียกรับเงินซื้อขายตำแหน่ง ส่วนพวกอีก 4 คน สารภาพลดโทษคงจำคุก 6 ปี  โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้องจริง พิพากษาจำคุก พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ในคดีเรียกรับเงินซื้อขายตำแหน่งในการโยกย้ายนายตำรวจ โทษจำคุก 20ปี รับสารภาพลดโทษครึ่งหนึ่ง เหลือ 10 ปี ส่วน พล.ต.ต.โกวิทย์ กับ อดีตนายตำรวจ รวม 4 คน ศาลสั่งจำคุกคนละ 12 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือคนละ 6 ปี ส่วนคดีเรียกรับส่วยน้ำมันเถื่อน ศาลสั่งจำคุก พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ 10 ปี และพวกคนละ 10 ปี แต่ให้การเป็นประโยชน์ลดโทษเหลือคนละ 5 ปี แต่เฉพาะ พล.ต.ต.บุญสืบ ศาลลงโทษในข้อหาหมิ่นเบื้องสูงเพิ่ม สั่งจำคุก 5 ปี รวมเป็น 15 ปี แต่ให้การเป็นประโยชน์ลดโทษเหลือจำคุก 7 ปี 6 เดือน โดยขณะนี้รวมโทษจำคุกที่ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ถูกศาลพิพากษาลงโทษในทุกคดีจำนวน 31 ปี 9 เดือน แต่ตามกฎหมายกำหนดให้จำเลยรับโทษจำคุกรวมสูงสุดไม่เกิน 20 ปี ................................................................................................................................................................... ศาลอาญาอ่านคำพิพากษา 'พงศ์พัฒน์'กับพวก 2 คดี ฐานความผิดรับส่วยน้ำมันเถื่อนและเรียกรับเงินซื้อขายตำแหน่ง เวลา 09.00 น. วันนี้ วันนี้ (26 ก.พ.) ศาลอาญา นัดอ่านคำพิพากษา ในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.), พล.ต.ต.โกวิทย์ วงค์รุ่งโรจน์ อดีตรอง ผบช.ก. และ พล.ต.ต.บุญสืบ ไพรเถื่อน อดีตผู้บังคับการตำรวจน้ำ เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือไม่ชอบด้วยหน้าที่ และข้อหาหมิ่นเบื้องสูง จากกรณี เมื่อเดือน ก.ค. 2557 จำเลยได้ร่วมกัน เรียกรับเงินรายเดือนจากผู้ประกอบการหลายราย ที่ลักลอบจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง บริเวณน่านน้ำไทย รวมเป็นเงิน 147.4 ล้านบาท เพื่อแลกกับการไม่จับกุมผู้ประกอบการ ทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจว่าเงินส่วยที่เก็บไปนั้น เพื่อนำไปถวายให้กับองค์รัชทายาท โดยชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาของศาล จำเลยทั้ง3 ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยศาลนัดอ่านคำพิพากษา ในวันนี้ เวลา 09.00 น. นอกจากนี้ ศาลยังนัดอ่านคำพิพากษา ในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 9 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ , พล.ต.ต.โกวิทย์, พ.ต.อ.วุฒิชาติ เลื่อนสุคันธ์ อดีต ผกก.4 ปคบ., ด.ต.สุรศักดิ์ จันเงา อดีต ผบ.หมู่ กก.2 ป. และ ด.ต.ฉัตรินทร์ หรือ จักรินทร์ เหล่าทอง อดีต ผบ.หมู่ ปพ.ป. ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-5 ในความผิดฐาน ร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ, ร่วมกันเรียก รับ หรือยอมรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น จากกรณีเมื่อวันที่ 1 ต.ค. 53 - 11 พ.ย. 57 จำเลยทั้ง 5 ร่วมกับ พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ หลิมรัตน์ อดีตผู้กำกับการ 1 กองปราบปรามที่เสียชีวิตแล้ว ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ เรียกรับเงิน จากตำรวจหลายนาย เป็นค่าตอบแทนในการช่วยเหลือให้ได้รับคัดเลือกอยู่ในตำแหน่งสำคัญของ บช.ก. MThai News

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

เปิดตำนาน
พระฉาว /  พระธัมมชโย / 

เมืองไทยเป็นเมืองแห่งพุทธศาสนา แต่ในอดีต กรณีอื้อฉาวเกี่ยวกับพระเกิดขึ้นมากมาย หลายกรณีก็เป็น เรื่องราวใหญ่โตตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสังคมไทยอย่างครึกโครม วันนี้จึงขอนำทุกท่านย้อนสู่ความทรงจำ เปิดตำนาน “พระฉาว” เมืองไทย เพื่อให้ทุกท่านได้ ฟื้นความทรงจำ อีกครั้ง…  พระนิกรอดีตพระนักเทศน์เสียงทอง  แอบทำสาวท้อง พระนิกร ซึ่งเป็นอดีตพระนักเทศน์เสียงทองแห่งยุคนั้น หลายคนคงจำชื่อ "พระครูใบฎีกานิกร ธัมมวาที" แห่งวัดสันปง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ได้เป็นอย่างดี ปัจจุบัน นายนิกร เปลี่ยนชื่อเสียงเรียงนามใหม่เป็น นายธรรมรัตน์ ยศคำจู เคยเป็นอดีตพระนักเทศน์เสียงทองแห่งยุค มีผู้คนแห่ไปฟังการเทศน์ไม่ขาดสาย แม้หนทางไปสู่วัดสันปง จะยากลำบากเพียงใด ไม่เคยเป็นปัญหาด้วยพลังศรัทธา จนถึงขั้นต้องเปิดสำนักปฏิบัติธรรมหลายสิบแห่งทั่วประเทศขึ้นเป็นสาขา เรื่องราวใหญ่โตได้เริ่มเมื่อ พ.ศ.2533 พระนิกรกำลังรุ่งโรจน์สุดขีด ได้สร้างความปวดร้าวให้แก่ชาวพุทธ กลับมีข่าวฉาวกับนางอรปวีณา ที่ออกมายืนยันความสัมพันธ์กับพระนิกรพร้อมด้วยทายาทในท้อง แต่พระนิกรพยายามตอบโต้ข่าว ว่ามีผู้อิจฉาในชื่อเสียงของตนเอง อีกทั้งบรรดาลูกศิษย์ ได้พยายามหาหนทางตอบโต้ข้อกล่าวหา ว่าเป็นการกลั่นแกล้ง โดยไม่เชื่อว่า พระที่ยึดมั่นในศีลธรรมและเทศน์ได้ไพเราะจับจิต จะมีพฤติกรรมเช่นนั้น มีหลักฐานมากมายที่แสดงจนถึงขั้นปาราชิก แต่พระนิกร ยังไม่ยอมถอดผ้าเหลืองและยังมีคนอีกมากมายหลงศรัทธาอย่างไม่ลืมหูลืมตา แม้จะเต็มไปด้วยหลักฐาน ตั้งแต่จดหมายรัก ภาพถ่าย จนถูกดำเนินคดีทั้งศาลยุติธรรมและศาลสงฆ์ ซึ่งในที่สุดศาลสงฆ์ มีมติระบุความผิดพระนิกรว่า เป็น "ปฐมปาราชิก" คือการเสพเมถุนกับอิสตรี ขาดจากความเป็นพระ แม้จะกลับมาบวชใหม่ก็ไม่สามารถดำรงความเป็นสมณเพศได้ อดีตพระนิกร ที่เสียชีวิตด้วยอาการเส้นเลือดในสมองแตก เมื่อคืนวันที่ 11 ก.ย. ที2557   พระยันตระ ช็อกครั้งใหญ่วงการผ้าเหลือง ช็อกครั้งใหญ่ อีกครั้ง สำหรับศรัทธาของพุทธศาสนิกชนชาวไทยมากที่สุด เห็นจะเป็น ข่าวฉาวโฉ่ของ พระยันตระ อมโร หรือ นายวินัย ละอองสุวรรณ ที่ขณะนั้น ไม่ว่าพระยันตระ จะเดินทางไปแห่งหนไหน ผู้คนและฝูงชนแห่งศรัทธาจากทั่วสารทิศ  จนในปี พ.ศ. 2537 มีสีกากลุ่มหนึ่งร้องเรียนไปยังกรมการศาสนาว่า "ยันตระ" หรือ "นายวินัย ละอองสุวรรณ" ประพฤติตนไม่เหมาะสมแก่สมณเพศ เพราะได้ไปล่อลวงสีกาชื่อ "จันทิมา มายะรังษี" ไปเสพเมถุนจนตั้งครรภ์ และคลอดบุตรสาวออกมาตั้งชื่อว่า "เด็กหญิงกระต่าย" โดยสีกากลุ่มนี้ได้งัดเอาเทปสนทนาระหว่างพระยันตระกับนางจันทิมาออกมาใช้เป็นหลักฐานด้วย มติมหาเถรสมาคมพิจารณาอธิกรณ์ปรับให้เขาพ้นจากความเป็นพระภิกษุ เพราะพิจารณาได้ความว่าเขาต้องอาบัติหนักดังที่ถูกฟ้องร้อง แต่นายวินัยไม่ยอมรับมติสงฆ์ดังกล่าว ด้วยการปฏิญาณตนว่ายังเป็นพระภิกษุและเปลี่ยนสีจีวรเป็นสีเขียว ทำให้ถูกสื่อต่าง ๆ ขนานนามว่า จิ้งเขียว, สมียันดะ, ยันดะ เป็นต้น ต้องปาราชิกาธิกรณ์และถูกมติมหาเถรสมาคมลงให้พ้นจากภาวะพระภิกษุ และหลบหนีออกนอกประเทศเมื่อ พ.ศ.2537 ไปอาศัยอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาในสถานะผู้ลี้ภัยทางการเมืองจนถึงปัจจุบัน แต่ชีวิตของอดีตพระยันตระมิได้ตกระกำลำบากเลย ตรงกันข้าม เขากลับมีชีวิตที่สุขสบายภายในสำนักสุญญตาราม เมืองเอสคอนดิโด รัฐแคลิฟอร์เนีย เวลาจะผ่านมาเกือบ 20 ปีแล้ว  จนล่าสุดเมื่อมีข่าวว่า "ยันตระ" กลับมาประเทศไทยแบบสบาย ๆ  โดยเจ้าตัวอ้างว่า คดีความทุกอย่างหมดอายุไปแล้ว. พระอิสระมุนี จบเกมส์เพราะ จดหมายเขียนถึง สีกา พระอิสระมุนีเป็นพระนักเทศน์ที่มีความสามารถ สั่งสอนธรรมะให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม  พระอิสระมุนี หรือ พระพีระพล เตชะปัญโญ เดิมชื่อ นายบรรหาร อดีตเจ้าอาวาสวัดธรรมวิหารี (วัดร่วมใจพัฒนา-วัดป่าละอู) อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เป็นพระสงฆ์สายวิปัสสนา ซึ่งเป็นที่นับถือเลื่อมใสจากอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร และ ภริยา พจมาน ชินวัตรเป็นอย่างมาก กระทั่ง พระอิสระมุนีตกเป็นข่าวว่าต้องปาราชิก หลังจากมีเพศสัมพันธ์กับสีกาคนสนิท ถูกเปิดเผยเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2544 จากการสืบสวนของทีมงานรายการถอดรหัส ทางสถานีโทรทัศน์ไอทีวีในขณะนั้น ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม มีหลักฐานเป็นจดหมายเขียนถึงสีกาสาว 10 หน้ากระดาษและเทปสนทนาทางโทรศัพท์ ซึ่งพระอิสระมุนีก็ได้สึกจากสมณเพศในทันที  ทำให้เจ้าตัวต้องเผ่นออกจากวัดป่าละอู แอบไปหนีสึกอยู่ในพื้นที่จ.สระแก้ว ปิดฉากความเป็นอาจารย์ของตระกูล"ชินวัตร"ลงอย่างสิ้นเชิง คาวผ้าเหลือง “ภาวนาพุทโธ ขยี้กามเด็กสาวชาวเขา “พระภาวนาพุทโธ” หรือนายจำลอง คนซื่อ พระธุดงค์นักพัฒนาที่โด่งดังในการเจริญวิปัสสนากรรมฐาน อดีตเจ้าอาวาสวัดชื่อดัง ใน จ.นครปฐม จะกลับกลายมาถูกดำเนินคดีข่มขืนบรรดาเด็กสาวชาวเขา ที่มาพักอาศัยภายในวัด ต้องย้อนกลับไปเมื่อ ต้นเดือน ส.ค.2538 เมื่อมีบรรดาญาติของเด็กหญิงชาวเขา เหยื่อที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ มายื่นเรื่องร้องเรียนต่อกรมการศาสนา และตำรวจกองบังคับ การปราบปราม (บก.ป.) และกรมคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก กรมประชาสงเคราะห์ ให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังจากพบว่ากรณีมีเด็กหญิงชาวเขารวม 6 คน มาพักอาศัยอยู่วัดเพื่อหวังให้มีโอกาสได้ศึกษาต่อสูง ๆ ตามคำชักชวนของภาวนาพุทโธ เมื่อครั้งออกธุดงค์ พฤติกรรมของอดีตพระภาวนาพุทโธนั้น ถูกระบุในคำพิพากษาว่า เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2531-2538 ต่อเนื่องกัน  ญาติของเด็กหญิงชาวเขา เหยื่อของพระภาวนาพุทโธคนหนึ่ง ทราบพฤติกรรมดังกล่าว จึงได้ทำเรื่องร้องเรียนต่อกรมการศาสนา และตำรวจกองปราบปราม ซึ่งเมื่อสื่อได้ข้อมูล-ข้อเท็จจริง ข่าวจึงถูกกระพือ ถัดจากนั้นมาอีก 9 ปีเต็ม ทั้งการดำเนินการในชั้นของพนักงานสอบสวน ชั้นอัยการ และชั้นศาล จนกระทั่งเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2547 ศาลชั้นต้น จึงพิพากษา นายจำลอง คนซื่อ หรืออดีตพระภาวนาพุทโธ ในความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราหญิงอายุไม่เกิน 13 ปีและไม่เกิน 14 ปี ซึ่งมิใช่ภรรยาตน โดยพิพากษาจำคุกเป็นเวลาถึง 160 ปี แต่ตามกฎหมายสามารถจำคุกจำเลยได้เพียง 50 ปีเท่านั้น โทษจึงคงเหลือจำคุก 50 ปี มีการสู้คดีกันต่อแต่ทั้งศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาก็ยังคงพิพากษายืน แม้ปัจจุบันนายจำลอง จะหมดสิ้นอิสรภาพ! แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา คงมีบรรดาลูกศิษย์ลูกหาที่ยังยึดมั่นในศรัทธา  เณรแอ จอมขมังเวทย์ หรือ จอมลวงโลก เณรแอ จอมขมังเวทย์ เป็นเจ้าของต้นตำรับ กุมารทอง ของขลัง รวมทั้งมนต์ดำเสน่ห์ยาแฝดที่ชื่อดัง บรรพชาเป็นสามเณรอยู่ที่วัดหนองระกำ อ.หนองโดน จ.สระบุรี อยู่หลายปี แม้ว่าอายุจะถึงวัยที่ต้องอุปสมบทเป็นพระภิกษุ แต่เณรแอก็ไม่ยอมอุปสมบท แต่เลือกที่จะร่ำเรียนไสยศาสตร์มนต์ดำจากอาจารย์เขมร จนว่ากันว่ามีอาคมแก่กล้า ช่ำชองการทำเสน่ห์ยาแฝด การสะเดาะเคราะห์ และปลุกเสกของขลัง จนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่ว แต่ละวันมีลูกศิษย์ลูกหาเดินทางไปให้ เณรแอ ทำพิธีทางไสยศาสตร์ให้จำนวนมาก กระทั่งพ.ศ.2537 เณรแอ ใช้ใต้ถุนเมรุวัดหนองระกำทำพิธีปลุกเสกกุมารทอง ของขลังตามท้องเรื่องในวรรณคดีดัง ขุนช้างขุนแผน ที่เณรแอและผู้คลั่งไคล้ไสยศาสตร์ เชื่อกันว่า เป็นผีเด็ก ที่ใครมีไว้ในครอบครองแล้วจะทำให้เจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน การค้าการขายได้กำไรดี แต่พิธีกรรมปลุกเสก กุมารทอง ในครั้งนั้น ทำให้เณรแอต้องติดคุกอยู่ 1 ปีเต็ม พ.ศ.2538 เณรแอ ได้แต่งงานกับ นางชไมพร รักษาจิตร์ โดยยังคงยึดอาชีพหมอเสน่ห์ ทำมาหาเลี้ยงครอบครัว แต่ก็ต้องเลิกรากันไป โดยนางชไมพรอ้างว่าทนพฤติการณ์ของเณรแอไม่ไหว กรณีบังคับให้หลอกลวงหญิงสาวที่มีปัญหาครอบครัวให้มาทำพิธีไสยศาสตร์ และได้ฟ้องหย่าต่อศาล ปัจจุบัน เณรแอ ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ จากคำพิพากษาศาลอาญารัชดาฯคดีฉ้อโกง เป็นเวลา 100 ปี แต่คำให้การของจำเลยมีประโยชน์ต่อการพิจารณาอยู่บ้าง จึงลดโทษให้เหลือจำคุก 75 ปี จากการสืบสวนของตำรวจ ปดส.ในครั้งนั้น พบว่ามีหญิงสาวที่ตกเป็นเหยื่อของ "เณรแอ" ทั้งสิ้น 33 คน ในจำนวนนั้นมีดารา นักแสดง และผู้ที่มีชื่อเสียงในสังคม หลายรายรวมอยู่ด้วย  หลวงปู่เณรคำ พระไฮโซ คนดังโลกโซเชียล หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก มีนามเดิมว่า "วิรพล สุขผล มีชื่อเสียงจากความสามารถในการสั่งสอน  ท่านอายุเพียง 30 ปีเศษเท่านั้น แต่ที่ท่านเรียกตัวเองว่า หลวงปู่ เพราะรวมกับอายุในชาติที่แล้ว ท่านระลึกชาติได้หลายแสนชาติ เห็นนรก เห็นเทวดาและองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่สร้างความฮือฮาในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก กับภาพถ่ายในอิริยาบถต่าง ๆ เช่น ชูสองนิ้วในศูนย์การค้า โดยภายในคลิปเป็นภาพคณะสงฆ์จำนวน 3 รูปนั่งอยู่บนเครื่องบินส่วนตัว  หูเสียบหูฟังไอโฟน สวมแว่นตาดำและกระเป๋าหลุยส์วิตตอง ทั้งนี้ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 26 ปี ได้ออกมาเปิดเผยถึงความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับ "เณรคำ" จนมีลูกชายวัย 11 ขวบ เจ้าคณะอำเภอเมืองศรีสะเกษ  จึงมีมติให้ อาบัติปาราชิก ขาดจากความเป็นพระภิกษุ นี้ยังไม่นับรวมถึงความผิดในเรื่องอื่นๆ ทั้งฉ้อโกงประชาชน ฟอกเงินโดยเบียดบังเงินบริจาคไปซื้อทรัพย์สินและการนำเงินไปฝากในต่างประเทศ แสดงและใช้วุฒิการศึกษาเท็จว่าจบด็อกเตอร์จากมหาวิทยาลัยสันติภาพโลก ฆ่าคนตายโดยประมาทจากการขับรถชนคน มีพฤติกรรมหลบเลี่ยงภาษีรถหรูซึ่งมีทั้งที่ซื้อใช้เอง และซื้อแจกพระผู้ใหญ่หลายรูป ฯลฯ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และวิธีที่จะนำตัวกลับมาดำเนินคดี แต่ก็มีคำถามของคนที่อยากรู้ตามมาว่า จริงๆ แล้วตอนนี้สมีคำอยู่ที่ไหนกันแน่ รอเวลาจนคดีหมดอายุความแล้วค่อยกลับเมืองไทย...เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป คดีจะจบลงแบบไหน  พระธัมมชโย  ประมุขแห่ง ธรรมกาย พระธัมมชโย หรือ พระเทพญาณมหามุนี มีนามเดิมว่าไชยบูลย์ สุทธิผล เมื่อปี 2540 พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย) หรือ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ในประเด็นยักยอกทรัพย์ จากการบริหารเงินบริจาค การกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดทางพระธรรมวินัยขั้นปาราชิก เกือบ 7 ปี ของการดำเนินคดี ตั้งแต่ปี 2542-2549 เมื่อพระธัมมชโยได้คืนทรัพย์สินและที่ดินให้กับวัดพระธรรมกายแล้ว ดังนั้น มติ มส.ในขณะนั้นจึงไม่ได้ให้ปาราชิก และยังสามารถดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายได้ และเป็นเรื่องดัง กรณีเงินบริจาคของ นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เมื่อปี 2556 คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 900 ล้านบาท สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยได้รับการยืนยันว่า ที่ประชุมมหาเถรสมาคม เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์นั้น ยังไม่ได้มีมติเกี่ยวกับพระธัมมชโย และยังไม่ได้มีการพิจารณาด้วยว่าจะปาราชิกหรือไม่ปาราชิก มีแต่เพียงการเข้าไปรับทราบและชี้แจงเท่านั้น  โดยในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้ ทางมหาเถรสมาคม จะมีการประชุมพร้อมนำเรื่องการตั้งคณะทำงานชุดนี้เข้าหารือ เพื่อรับรองอย่างเป็นทางการอีกครั้ง และนี่คือ เปิดตำนาน “พระฉาว” เมืองไทย ที่ข่าวดังไกลไปทั่วโลก  @คุณแร้ง MThai News 

ยินดีต้อนรับ! ตลท.ไฟเขียว 'บิ๊กคาเมร่า' กลับเข้าเทรด 3 มี.ค.นี้
ตลท. /  ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย / 

ตลท.ย้าย 'บิ๊กคาเมร่า' หรือ BIG กลับเข้าเทรด 3 มี.ค.นี้ หลังผ่านเกณฑ์เพิกถอน ราคาปิดสุดท้ายที่ 1.25 บาท ซื้อขายวันแรกไม่มีซิลลิ่ง และฟลอร์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ ตลท. แจ้งว่า ได้พิจารณา 'บิ๊กคาเมร่า' หรือหุ้น BIG มีคุณสมบัติพ้นเหตุอาจถูกเพิกถอน โดยปลดเครื่องหมาย SP และ NC รวมทั้งย้าย BIG ออกจากกลุ่มบริษัทจดทะเบียนที่แก้ไขการดำเนินงานไม่ได้ตามกำหนด และให้เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ กลุ่มอุตสาหกรรมบริการ หมวดพาณิชย์ ได้ในวันที่ 3 มี.ค.58 เป็นต้นไป ราคาล่าสุดของ BIG ปิดที่ 1.25 บาท โดยกำหนดให้ BIG สามารถซื้อขายได้โดยไม่มีกรอบราคา หรือซิลลิ่ง และฟลอร์ ในวันแรกของการซื้อขาย โดยก่อนหน้านี้ตลาดหลักทรัพย์ประกาศให้บริษัท บิ๊กคาเมร่า คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BIG เดิมชื่อ บริษัท ซันวู้ดอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ SUN เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน ตั้งแต่วันที่ 28 ส.ค. 2551 เนื่องจากบริษัทไม่ได้ส่งงบการเงินประจำปี สิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค. 2550 ล่าช้าเกินกว่า 180 วัน และมีส่วนของผู้ถือหุ้นมีค่าน้อยกว่าศูนย์ รวมถึงผู้สอบบัญชีไม่แสดงความเห็นต่องบการเงินประจำปีเป็นเวลา 3 ปีติดต่อกัน (ปี 2550-2552) ปัจจุบัน BIG ดำเนินธุรกิจลงทุนในกิจการอื่น หรือ โฮลดิ้ง คอมปานี โดยมีบริษัทแกน คือ บริษัท บิ๊ก คาเมร่า จำกัด เป็นบริษัทย่อยร้อยละ ดำเนินธุรกิจค้าปลีกกล้องถ่ายภาพ อุปกรณ์ถ่ายภาพ และอุปกรณ์เสริม และธุรกิจค้าปลีกโทรศัพท์เคลื่อนที่ รวมทั้งธุรกิจการให้บริการแก่ผู้ใช้อุปกรณ์ถ่ายภาพ ขณะที่ผลการดำเนินงานภายหลังจากที่ได้เข้าซื้อกิจการของ บิ๊ก คาเมร่า งวด 9 เดือนปี 2557 มีกำไรสุทธิ 32.15 ล้านบาท และ ณ วันที่ 30 ก.ย. 2557 มีส่วนของผู้ถือหุ้นเท่ากับ 348.21 ล้านบาท ติดตามข่าวสาร ‘ตลาดหุ้น’ ได้ที่นี่>>>>>>> MThai News

โครงค้ำยันชีวภาพแบบย่อยสลายได้
โครงค้ำยันชีวภาพ /  โรงพยาบาลรามคำแหง

รายการกระจกหกด้าน ช่วงสาระน่ารู้ ชุดรู้รักสุขภาพ เรื่อง โครงค้ำยันชีวภาพแบบย่อยสลายได้ โดย นพ.อุทัย พันธิตพงษ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมหลอดเลือดหัวใจ โรงพยาบาลรามคำแหง ออกอากาศวันที่ 11 มีนาคม 2557

หนังไทยเรื่องไหนจะมาวิน! ประกาศผล สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 24 วันที่ 1 มี.ค. นี้ รู้กัน!
ถ่ายทอดสด /  ประกาศผล / 

ใกล้เข้ามาแล้ว สำหรับรางวัลสำหรับหนังไทยอันทรงเกียรติ ซึ่งในวันอาทิตย์ที่ 1 มี.ค. นี้ ขอเชิญคุณผู้ชมตามลุ้น ตามเชียร์กันได้เลย กับการประกาศผลรางวัล สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 24 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย แต่ก่อนจะถึงวันนั้น เรามาทบทวนกันสักนิดว่า ปี 2557 ที่ผ่านมา มีหนังไทยเรื่องอะไรเข้าฉาย และเรื่องไหนจะโดนใจคุณบ้าง กับคลิปพิเศษจาก สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ ด้านล่างนี้เลย โดยคุณผู้ชมทุกท่านสามารถรับชมการถ่ายทอดสด งานประกาศผลรางวัล สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 24 ได้ในวันที่ 1 มี.ค. นี้ ในช่วงเดินพรมแดง ตั้งแต่เวลา 17.30 น.  เป็นต้นไปทาง M Channel หรือติดตามเทปบันทึกการประกาศรางวัลได้ ในเวลา 23.00 น. ทางช่อง 7 หนังไทยเรื่องไหนจะคว้ารางวัลกลับไป ติดตามได้ใน งานประกาศรางวัล สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 24 นี้ แฟนหนังไทยตัวจริงห้ามพลาด! ----------------------------------

รู้ตัวแล้ว 'ญิฮัด จอห์น' มือมีดปลิดชีพตัวประกันของกลุ่มไอเอส
กลุ่มไอเอส /  จิฮัด จอห์น / 

ระบุตัวตน “จิฮัด จอห์น” มือมีดที่ทำการปลิดชีพตัวประกันชาวตะวันตกหลายราย ซึ่งปรากฏตัวในวีดิโอสุดช็อกโลกหลายครั้งก่อนหน้านี้ สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าวการออกมาเผยตัวตนของ 'จิฮัด จอห์น' มือมีดที่ทำหน้าที่สังหารเหยื่อชาวตะวันตกด้วยการเฉือนคอหลายราย โดยเอ็มไอไฟว์ หน่วยงานด้านความมั่นคงของอังกฤษ ที่ระบุว่า เขามีชื่อจริงว่า 'โมฮัมเมด เอ็มวาซี' (Mohammad Emwazi) ผู้มีเชื้อชาติคูเวตสัญชาติอังกฤษ และเคยพักอาศัยอยู่ในกรุงลอนดอน ทั้งนี้หน่วยงานดังกล่าวทราบตัวตนของนักรบคนนี้มาระยะหนึ่งแล้ว แต่เลือกที่จะไม่เปิดเผยชื่อจริง เนื่องจากเหตุผลเกี่ยวกับการปฏิบัติงาน และยังไม่ชัดเจนว่าหน่วยงานด้านความมั่นคงของอังกฤษและอเมริการู้ถึงตัวตนของจิฮัด จอห์นได้อย่างไร โดยนายเอ็มวาซี จัดอยู่ในลิสรายชื่อบุคคลที่ถูกจับตามองขององค์กร นับตั้งแต่ปี 2554 เพราะมีการเกี่ยวโยงกับกลุ่มเครือข่ายกลุ่มก่อการร้ายที่เดินทางไปนอกประเทศอังกฤษและกลับเข้ามาในประเทศ พร้อมกันนี้ทางการเชื่อว่านายเอ็มวาซีเป็นสมาชิกเครือข่ายกลุ่มหัวรุนแรง 13 คนที่เคลื่อนไหวอยู่ในกรุงลอนดอน แต่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่นายเอ็มวาซีจะกลับมายังประเทศอังกฤษอีกครั้ง นายเอ็มวาซีปรากฏตัวครั้งแรกทางวีดิโอเมื่อเดือนสิงหาคมปี 2557 ในครั้งนั้นเขาได้ฆ่านักข่าวชาวอเมริกันชื่อว่า เจมส์ โฟลีย์ หลังจากนั้นเชื่อว่าเขาปรากฏตัวในวีดิโอการตัดศีรษะผู้สื่อข่าวและชาวตะวันตกอีกหลายคลิป เช่นนายสตีเฟน ซอตลอฟฟ์ นักข่าวชาวอเมริกัน นายนายเดวิด เฮนส์เจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ชาวอังกฤษ นาย อลัน เฮนนิง คนขับรถแท็กซี่ชาวอังกฤษ และ นายอับดุล-รามาน คาซสิก เจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ชาวอเมริกันหรือที่รู้จักกันในนามปีเตอร์ ล่าสุดเมื่อมกราคมที่ผ่านมา นายเอ็มวาซีปรากฏตัวอีกครั้งในคลิปวีดิโอสังหาร นายฮารุนะ ยูกาวะ และนายเคนจิ โกโตะ ตัวประกันชาวญี่ปุ่น ซึ่งทุกครั้งเขาจะสวมผ้าปิดหน้าสีดำทุกครั้ง แหล่งข่าวให้ข้อมูลว่านายเอ็มวาซี เติบโตในย่านชนชั้นกลางของกรุงลอนดอน และจบการศึกษาด้านคอมพิวเตอร์ที่มหาวิทยาลัยเวสต์มินส์เตอร์ นอกจากนั้นวอชิงตันโพสต์รายงานอีกด้วยว่า เชื่อว่าเขาเดินทางไปยังประเทศซีเรียเมื่อปี 2555 และได้เข้าร่วมกับกลุ่มไอเอสในเวลาต่อมา MThai News  สนับสนุนข้อมูลโดย BBC Thai

ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
หัวใจขาดเลือด /  โรคหัวใจ / 

รายการเจาะใจ ช่วงคลับสุขภาพ เรื่อง ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด โดย รศ.นพ.วสันต์ อุทัยเฉลิม แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจ โรงพยาบาลรามคำแหง ออกอากาศวันที่ 3 เมษายน 2557

7 บริษัท ยื่นขอเปิด นาโนไฟแนนซ์ ธปท.จี้ภายใน1ปีต้องเปิดกิจการ
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

ธปท. เผย 7 บริษัท ยื่นขอเปิด นาโนไฟแนนซ์ คาดพิจารณาแล้วเสร็จ ไม่เกิน 60 วัน และผู้ประกอบการ ต้องธุรกิจภายใน 1 ปี หลังจากที่ได้รับใบอนุญาต นายจิรเทพ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา โฆษก ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. เปิดเผยว่า มีผู้สนใจ ยื่นใบสมัครขอจดทะเบียนทำธุรกิจปล่อยกู้นาโนไฟแนนซ์มาแล้วทั้งสิ้น 7 ราย โดยยื่นเป็นเอกสารมา 5 ราย และอีก 2 ราย กำลังตรวจสอบเอกสาร ตั้งเเต่วันที่ 26 ม.ค. 58 - 24 ก.พ. 58  โดยได้มีการพูดคุย กับทั้ง 5 รายแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับเอกสาร ซึ่ง ธปท. จะดำเนินงานให้แล้วเสร็จโดยเร็ว หากรวมกับ เวลาที่กระทรวงการคลังจะ พิจารณาคาดว่าจะใช้เวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน 60 วัน ซึ่งหลังจากวันที่ได้รับการอนุมัติ บริษัทดังกล่าวจะต้องประกอบธุรกิจของตนเอง ภายใน 1 ปี  สำหรับนาโนไฟแนนซ์จะปล่อยกู้ให้รายย่อยในวงเงินไม่เกิน รายละ 1 แสนบาท อัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 36 ต่อปี หรือไม่เกินร้อยละ 3 ต่อเดือน อนึ่ง มาตรการดังกล่าว เป็นมาตรการสินเชื่อรายย่อย'นาโนไฟแนนซ์' เพื่อช่วยธุรกิจรายย่อย ธุรกิจเอสเอ็มอี ลดหนี้นอกระบบของกระทรวงการคลัง ที่มติที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติ ออกมาเมื่อ วันที่ 9 ธันวาคม2557 โดยมุ่งช่วยเหลือประชาชนที่มีรายได้น้อย ที่เป็นหนี้นอกระบบ หรือเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุน ซึ่งมีอยู่ประมาณ 3 ล้านครัวเรือน ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้ ซึ่งมีรูปแบบการ เปิดโอกาสให้ประชาชน หรือสถาบันการเงิน จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลกับธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. มีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท ปล่อยกู้ไม่เกิน 2 แสนบาทต่อราย ดอกเบี้ย 36% ต่อปี หรือ 3% ต่อเดือน MThai News

กรมศุลฯแถลงจับ ยาปลุกเซ็กส์-เซ็กส์ทอย ลักลอบนำเข้าทางไปรษณีย์
งาช้าง /  นำเข้า / 

กรมศุลกากรแถลงข่าวตรวจยึด ผลิตภันฑ์ทำจากงาช้าง สารระเหย วัตถุลามก ลักลอบขนส่งเข้ามาในราชอาณาจักรทางพัสดุไปรษณีย์ระหว่างประเทศ วันนี้(25ก.พ.) นายประยุทธ์ มณีโชติ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรกรุงเทพ ได้แถลงข่าวหลังตรวจยึดงาช้างและผลิตภันฑ์ทำจากงาช้าง สารระเหย บารากู่ วัตถุลามกเช่น ตุ๊กตายาง เครื่องกระตุ้นทางเพศ สิ่งพิมพ์ลามก อวัยวะเพศชาย-หญิงเทียม และสิ่งของต้องห้ามอื่นๆอีกจำนวนมาก รวมมูลกว่า 5 ล้านบาท สิ่งของดังกล่าวถูกลักลอบขนส่งเข้ามาในราชอาณาจักรทางพัสดุไปรษณีย์ระหว่างประเทศ สำหรับงาช้างผู้ส่งจะใช้วิธีการเปลี่ยนเส้นทางอยู่ตลอดเวลาเพื่อเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ และงาช้างที่ถูกยึดได้ครั้งนี้ตรวจพบทางไปรษณีย์ที่นำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น แนวทางในการจัดการของกลางงาช้างหลังมีมติคณะรัฐมนตรีในวันที่ 16 กันยายน 2557 มี 3 แนวทางที่อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาคือการเผาทำลาย การส่งกลับไปยังประเทศต้นทาง และการเก็บของกลางไว้เพื่อการศึกษา ทั้งนี้ผู้ที่ลักลอบขนส่งเข้ามามีความผิดตามมาตรา 27, 36 แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 ประกอบมาตรา 16, 17 แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร(ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2482 ของดังกล่าวเป็นสิ่งของอันพึงต้องริบตามมาตรา 24 แห่งพ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 287 ความผิดตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) ความผิดตาม พ.ร.ก.ป้องกันการใช้สารระเหย พ.ศ. 2533 ความผิดตามพ.ร.บ.ยา พ.ศ. 2510 ความผิดตาม พ.ร.บ.การส่งออกไปนอกและนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522 ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้สารระเหยในกลุ่มโวลาไทล์อัลคาไนไตรท์เป็นสินค้าที่ต้องขออนุญาตในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2557 ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่องกำหนดให้บารากู่และบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2557 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ได้ยึดของกลางดังกล่าวไว้เป็นของกลางเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป MThai News ขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ค บังหนุ่ย บิน

ชายอังกฤษฆ่าตัวตายสถิติสูงสุดนับแต่ปี2544
ฆ่าตัวตาย /  ชายอังกฤษ / 

สำนักงานสถิติอังกฤษ เผย ชายอังกฤษ 100,000 คน มีการฆ่าตัวตาย 19 คน ในปี 2557 ขณะที่ในปีเดียวกันทั้งผู้ชายและผู้หญิงอายุเกิน 15 ฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้น 4% สำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษรายงานว่า การฆ่าตัวตายของผู้ชายอังกฤษในปี 2557 อยู่ที่ 19 คน ใน 100,000 คน โดยในปีเดียวกันนี้มีผู้ชายและผู้หญิงที่อายุเกิน 15 ปี ฆ่าตัวตาย 6,233 คน หรือมากกว่าเมื่อปี 2556 ราว 4% สำนักงานสถิติฯ กล่าวว่า ในขณะที่อัตราการฆ่าตัวตายของผู้หญิงคงที่ ตัวเลขการฆ่าตัวตายของผู้ชายกลับสูงขึ้นอย่างมาก โดย 78% ของผู้ที่ฆ่าตัวตายเมื่อปี 2557 คือผู้ชาย คนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่สุดคือผู้ที่มีอายุระหว่าง 45-59 ปี และอัตราดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้นในทุกช่วงอายุยกเว้นผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 30 ปี ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ อัตราการฆ่าตัวตายของคนอังกฤษได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง มาจอรี วอลเลซ ผู้บริหารของ เซน องค์กรการกุศลด้านสุขภาพจิตของอังกฤษ แสดงความเห็นว่า จากสถิติข้างต้นทำให้รู้สึกตกใจว่า เหตุใดผู้ชายที่อยู่ในช่วงกลางคนถึงได้รู้สึกสิ้นหวังและหมดอาลัยตายอยากจนกระทั่งตัดสินใจฆ่าตัวตาย งานวิจัยของเซน ระบุว่าการฆ่าตัวตายสามารถป้องกันได้ถ้าคนเหล่านั้นกล้าที่จะพูดถึงปัญหาของตน และรู้สึกว่าต้องการความช่วยเหลือหรือหาทางเข้ารับการบำบัด โจ เฟิร์นส จาก ซามาริตันส์ หน่วยงานการกุศลที่ช่วยเหลือผู้ที่คิดอยากฆ่าตัวตาย กล่าวว่า สถิตินี้เป็นเรื่องที่น่าเศร้าแต่ก็ไม่น่าแปลกใจ เนื่องจากภาวะทางเศรษฐกิจที่เต็มไปด้วยความยากลำบาก ซึ่งได้ส่งผลกระทบต่อสังคมด้วย เฟิร์นส กล่าวว่าจำเป็นที่จะต้องร่วมมือกันทั้งระดับท้องถิ่นและส่วนกลาง เพื่อหามาตรการป้องกันการฆ่าตัวตาย รวมทั้งจัดอันดับพื้นที่ที่น่าเป็นห่วง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีผู้ด้อยโอกาสทางสังคมและเศรษฐกิจ อาศัยอยู่มากภาวะเศรษฐกิจถดถอยอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่สามารถนำมาอธิบายถึงตัวอัตราฆ่าตัวตายที่สูงขึ้น แต่องค์กรด้านสุขภาพจิตมองว่าหน่วยรักษาพยาบาลของอังกฤษยังขาดประสิทธิภาพในการป้องกันไม่ให้ผู้ที่ตกอยู่ในภาวะสิ้นหวังตัดสินใจฆ่าตัวตาย

การรักษาไซนัสด้วยบอลลูน
ไซนัส /  รักษาไซนัสด้วยบอลลูน / 

รายการเปรี้ยวปาก เรื่อง การรักษาไซนัสด้วยบอลลูน โดย พญ.ลลิลทิพย์ เอียดช่วย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน หู คอ จมูก โรงพยาบาลรามคำแหง ออกอากาศวันที่ 24 สิงหาคม 2557

สนช.ถกถอด38สว.-'ดิเรก'รับหนักใจ ยันทำตาม กม.
การเมือง /  ข่าว / 

สนช.ถกถอดถอน 38 อดีต สว.ปมแก้ไข รธน.ที่มาสว.โดยมิชอบ ด้าน "ดิเรก" ขอเพิ่มผู้แถลงเปิดคดี5คน ยันทำตามกฎหมาย รับหนักใจ หากถูกถอด พ้นตำแหน่งใน สปช.ทันที วันที่ 25 ก.พ.58 การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือสนช.โดยมีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช.เป็นประธานการประชุมพิจารณาถอดถอนอดีตสมาชิกวุฒิสภาจำนวน 38 คน ออกจากตำแหน่ง ตามมาตรา 6 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 จากกรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในประเด็นที่มาของสว.โดยมิชอบ ซึ่งมีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือ ปปช.เป็นผู้ชี้มูลความผิดและส่งเรื่องมาให้สนช.พิจารณา โดยก่อนการแถลงเปิดคดี นาย ดิเรก ถึงฝั่ง สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) กล่าวว่า พร้อมชี้แจงในทุกข้อหา ยัน ตนและสมาชิกทำหน้าที่ตามกฎหมาย บนพื้นฐานรัฐธรรมนูญและหน้าที่ของรัฐสภา และได้ขอสำรองผู้ชี้แจงเพิ่มเติมอีก 1 คนเพื่อตอบข้อซักถามที่อาจสงสัย แต่ไม่ทราบว่าที่ประชุมจะอนุญาตให้ชี้แจงหรือไม่ ส่วนที่จะชี้แจง 5 คนนั้นได้มีการแบ่งประเด็นการชี้แจงไว้แล้ว โดยจะไม่โต้เถียงและชี้แจงไปตามข้อเท็จจริง โดยมีสมาชิกอีก 30 คนเข้ามาร่วมฟังในคดีด้วย ยอมรับ กังวลต่อการถอดถอน เพราะหากมีมติถอดถอนจริง ตนและผู้ที่อยู่ในสนช.และสปช.ก็จะต้องพ้นจากตำแหน่งทันที ด้าน นาย พีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสนช. กล่าวว่า การประชุมจะใช้ข้อบังคับการประชุมสนช.เช่นเดียวกับการถอดถอนนาย นิคม และสมศักดิ์ และมีหนึ่งในสมาชิกสนช.ผู้ที่ถูกพิจารณาถอดถอนด้วยนั้นจะขอลาการประชุมในวันนี้และวันลงมติ แม้ตามข้อบังคับจะมีสิทธิเข้าฟังได้ก็ตาม โดยจะมีการลงมติในวันที่ 13 มี.ค.นี้ ซึ่งหากมีการถอดถอนจริง อดีตสว.ที่ดำรงตำแหน่งทั้งในสปข.และสนช.จะต้องพ้นจากตำแหน่งทันที แต่หากไม่มีการถอดถอนก็จะดำรงตำแหน่งได้ตามปกติ ขอบคุณ ข้อมูล จ.ส.100 MThai News

ก.ล.ต. ประกาศยกเลิก 13 กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
ก.ล.ต. /  กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ / 

ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. ที่ สท. 2/2558 เรื่อง การเลิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ประกาศระบุว่า โดยที่มาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ.2530 กำหนดให้ นายทะเบียนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพประกาศการเลิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพในราชกิจจานุเบกษา เมื่อกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเลิกตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว นายทะเบียนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจึงประกาศการเลิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไว้ ดังต่อไปนี้ 1.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ บริษัท ฟิลไทย จำกัด ซึ่งจดทะเบียนแล้ว ทะเบียนเลขที่ 460/2533 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2557 2.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ บริษัท ไทยไพบูลย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) ซึ่งจดทะเบียนแล้วทะเบียนเลขที่ 594/2533 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2557 3.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สยามพิวรรธน์ กรุ๊ป ซึ่งจดทะเบียนแล้ว ทะเบียนเลขที่ 36/2540 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2557 4.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ มิลีนเนียม ไมโครเทค (ประเทศไทย) ซึ่งจดทะเบียนแล้ว ทะเบียนเลขที่ 98/2538 ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2557 5.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ บริษัท เจวีซี แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งจดทะเบียนแล้ว ทะเบียนเลขที่ 6/2536 ตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2557 6.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พนักงานเอชเอสบีซี ซึ่งจดทะเบียนแล้ว ทะเบียนเลขที่ 73/2539 ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2557 7.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เอชเอสบีซีทวีทรัพย์ ซึ่งจดทะเบียนแล้ว ทะเบียนเลขที่ 1/2551 ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2557 8.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สยามสินธร ซึ่งจดทะเบียนแล้ว ทะเบียนเลขที่ 30/2539 ตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน 2557 9.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ปทุมไรซมิล แอนด์ แกรนารี ซึ่งจดทะเบียนแล้ว ทะเบียนเลขที่ 120/2533 ตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2557 10.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม วรรณ จำกัด ซึ่งจดทะเบียนแล้ว ทะเบียนเลขที่ 110/2540 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2557 11.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พนักงานบริษัท แมนูไลฟ์ ประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งจดทะเบียนแล้ว ทะเบียนเลขที่ 584/2533 ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2557 12.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซิตี้คอร์ปมั่นคง ซึ่งจดทะเบียนแล้ว ทะเบียนเลขที่ 12/2549 ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2557 13.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซิตี้คอร์ปมั่งคั่ง ซึ่งจดทะเบียนแล้ว ทะเบียนเลขที่ 13/2549 ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2557 ติดตามข่าวสาร 'การเงิน' คลิ๊กเลย>>>>>>> MThai News