ปฏิทิน2557

อย.ขึ้นทะเบียน 'ยายุติการตั้งครรภ์' ผลักดันสู่บัญชียาหลักแห่งชาติ
การตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร /  ตั้งครรภ์ / 

รมว.สธ.เผยความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร ล่าสุด อย.ได้ขึ้นทะเบียน ยายุติการตั้งครรภ์ ที่องค์การอนามัยโลกรับรอง 2 ชนิด เป็นยาใหม่ที่ต้องควบคุมการใช้ 2 ปี พร้อมเตรียมผลักดันเข้าสู่บัญชียาหลักแห่งชาติ เพื่อใช้ทั่วประเทศ ควบคู่กับการจัดทำยุทธศาสตร์ระยะยาว บูรณาการงานข้ามกระทรวงหลายมาตรการ การใช้ถุงยางอนามัยทั้งชายและหญิง การคุมกำเนิดระยะยาว เผยล่าสุดปี 2556 วัยรุ่นอายุต่ำกว่า 15ปีคลอดวันละ9 คน อายุต่ำกว่า20 ปีคลอดวันละ 334 คนและตั้งครรภ์ซ้ำ ร้อยละ 12 วันนี้ (22 มกราคม 2558) ที่กระทรวงสาธารณสุข ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมคณะกรรมการพัฒนาอนามัยการเจริญพันธุ์แห่งชาติ ครั้งที่ 1/2558 ว่า ในการประชุมครั้งนี้ ได้ติดตามความก้าวหน้าเรื่องแนวทางการกระจายถุงยางอนามัย การป้องกันการตั้งครรภ์วัยรุ่น การส่งเสริมการเกิดที่มีคุณภาพ และติดตามความก้าวหน้าการขึ้นทะเบียน ยายุติการตั้งครรภ์ และยุทธศาสตร์ป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น จากข้อมูลของสำนักอนามัย การเจริญพันธุ์ กรมอนามัย พบอัตราคลอดของหญิงอายุ 10-14 ปี เพิ่มขึ้นจาก 1.1 ต่อประชากร 1,000 คน ในปี 2548 เป็น 1.7 ในปี 2556 และอัตราการคลอดของหญิงอายุ 15-19 ปี เพิ่มขึ้นจาก 31.1 ต่อประชากร 1,000 คน ในปี 2543 เป็น 51.2 ในปี 2556 นอกจากนี้ในปี 2556 พบจำนวนการคลอดในวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 15 ปี วันละ 9 คน และ อายุต่ำกว่า 20 ปีวันละ 334 คน ซึ่งเพิ่มจากปี 2543 ที่คลอดวันละ 240 คน การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นส่งผลต่อปัญหาสาธารณสุขหลายด้าน เช่น โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และเอดส์ การทำแท้ง เด็กแรกคลอด มีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ และพบปัญหาตั้งครรภ์ซ้ำสูงถึงร้อยละ 12 ทั้งนี้เพื่อการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นกระทรวงสาธารณสุข ได้ร่วมมือกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน และองค์กรเอกชน จัดทำยุทธศาสตร์ป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นแบบบูรณาการ พ.ศ.2558 -2567 เพื่อลดปัญหาการตั้งครรภ์ให้เหลือครึ่งหนึ่ง ประกอบด้วย 6 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ 1.การเสริมสร้างทักษะชีวิตและเพศศึกษา รอบด้านแก่วัยรุ่น 2.การเสริมสร้างบทบาททางเพศ ครอบครัวและชุมชนร่วมป้องกันและแก้ไขปัญหา 3.จัดให้มีระบบบริการสุขภาวะทางเพศและอนามัยการเจริญพันธุ์ที่มีคุณภาพและเป็นมิตร 4.จัดให้มีระบบช่วยเหลือดูแลและบำบัดฟื้นฟู ให้สวัสดิการทางสังคมแก่วัยรุ่นที่ตั้งครรภ์และคลอดบุตร 5.มีการสื่อสารและส่งเสริมการสร้างภูมิคุ้มกันทางวัฒนธรรม ค่านิยม ทัศนคติที่เหมาะสม และ 6.จัดกลไกเชื่อมประสาน ขับเคลื่อนนโยบาย กำกับ ติดตาม เฝ้าระวัง ประเมินผล ระดับประเทศและพื้นที่ ซึ่งหากเสร็จสมบูรณ์จะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริม การพัฒนาเด็กและเยาวชน (กดยช.)เพื่อพิจารณาและเสนอเข้าคณะรัฐมนตรีต่อไป พร้อมกันนี้กระทรวงสาธารณสุขได้ร่วมกับ สปสช. จัดทำโครงการป้องกันการตั้งครรภ์ซ้ำในแม่วัยรุ่น โดยจัดทำยุทธศาสตร์ถุงยางอนามัยแห่งชาติ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงและใช้อย่างครอบคลุมทุกกลุ่ม เนื่องจากในปี 2556 พบการตั้งครรภ์ซ้ำในหญิงอายุ 10 -19 ปี จำนวน 15,295 คน คิดเป็นร้อยละ 12.1 จากจำนวนการคลอด ทั้งหมดของหญิงอายุดังกล่าว โดยได้มีการสนับสนุนค่าบริการคุมกำเนิดกึ่งถาวรกรณีใส่ห่วงอนามัย 800 บาท ต่อรายและฝังยาคุมกำเนิด 2,500 บาทต่อราย นอกจากนี้ยังได้มีการเตรียมแจกถุงยางอนามัย 53.7 ล้านชิ้น และถุงยางอนามัยสำหรับสตรีจำนวน 1 แสนล้านชิ้น เพื่อการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และการตั้งครรภ์ โดยจะแจกให้ในกลุ่มวัยรุ่นทั่วประเทศทั้งหมด 37 ล้านชิ้น สำหรับความก้าวหน้าการขึ้นทะเบียน ยายุติการตั้งครรภ์ ซึ่งองค์การอนามัยโลกได้อนุมัติให้ใช้ ยายุติการตั้งครรภ์ ที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ 2 ชนิด ได้แก่ ยามิฟิพริสโตน และยาไมโซโพรสตอล และมีใช้ในต่างประเทศแล้ว ใช้ได้ผลมากกว่าร้อยละ 95 ซึ่งในประเทศไทยได้ทำการศึกษา พบว่า สามารถให้ประสิทธิภาพ ยุติการตั้งครรภ์ได้มากกว่าร้อยละ 95 และได้ผลักดันการขึ้นทะเบียนยาโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ขึ้นทะเบียนเป็นยาใหม่ เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2557 ที่ผ่านมา โดยมอบให้ สปสช.และกรมอนามัย เป็นผู้บริหารและควบคุมกำกับการใช้ยา เพื่อติดตามความปลอดภัยของยาใหม่ 2 ปี พร้อมเตรียมบรรจุเข้าในบัญชียาหลักแห่งชาติและใช้ในระบบหลักประกันสุขภาพต่อไป นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ในการใช้ยาเพื่อยุติการตั้งครรภ์ ที่ผ่านมามีการใช้อย่างผิดๆ และการสั่งซื้อยาทางอินเตอร์เน็ตก่อให้เกิดอันตราย ในการขึ้นทะเบียน ยายุติการตั้งครรภ์ 2 ชนิดนี้ จะเป็นทางเลือกในการใช้ ยายุติการตั้งครรภ์ ที่ปลอดภัย แต่จะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์และเป็นไปตามข้อบังคับของแพทยสภา ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับการยุติการตั้งครรภ์ทางการแพทย์ ตามมาตรา 304 แห่งประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ.2548 ได้แก่ หญิงที่ถูกข่มขืนกระทำชำเรา หญิงที่ตั้งครรภ์อายุต่ำกว่า 15 ปีและอายุครรภ์ต่ำกว่า 9 สัปดาห์ หญิงตั้งครรภ์เพราะถูกทำอนาจาร สนองความใคร่ โดยใช้อุบายล่อลวง บังคับ ข่มขู่ หญิงตั้งครรภ์ที่มีความเครียดเนื่องจากพบว่าทารกในครรภ์พิการรุนแรงหรือเสี่ยงที่จะเป็นโรคพันธุกรรมรุนแรง โดยสูตินรีแพทย์หรือแพทย์ด้านเวชพันธุศาสตร์ได้ตรวจรับรอง หญิงตั้งครรภ์ที่มีปัญหาสุขภาพ หากปล่อยให้มีการตั้งครรภ์หรือคลอดอาจเป็นอันตรายต่อหญิงผู้นั้นได้ หรือหญิงตั้งครรภ์ที่มีปัญหาสุขภาพจิตและมีแพทย์ที่ไม่ได้เป็นผู้ยุติการตั้งครรภ์อย่างน้อย 1 คน รับรองตามขั้นตอนและเงื่อนไข ทั้งนี้จะมีการให้ความรู้ ความเข้าใจเพื่อให้วัยรุ่นที่มีปัญหาสามารถมาใช้บริการด้วย ยาดังกล่าวยังไม่มีขายในร้านขายยา หากมีขายจัดว่า เป็นยาเถื่อน ขณะนี้กรมอนามัยได้เตรียมความพร้อมแพทย์ในโรงพยาบาล 110 แห่ง ไว้แล้ว อย่างไรก็ตามการใช้ ยายุติการตั้งครรภ์ เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เรื่องที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันคือ การป้องกัน โดยการคุมกำเนิดระยะยาวด้วยการใส่ห่วงอนามัยหรือการฝังยาคุมกำเนิดในกลุ่มสตรีวัยรุ่นที่ยังไม่เคยตั้งครรภ์ หากวัยรุ่นมีปัญหาสามารถปรึกษาได้ที่คลินิกวัยรุ่นใกล้บ้านในโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศ

เรื่องน่ารู้ สัญลักษณ์บนเหรียญของไทย
ประวัติ /  สัญลักษณ์ / 

เพื่อนๆ เคยสังเกตภาพสัญลักษณ์ที่ปรากฎบนเหรียญบาท ไม่ว่าจะเป้นเหรียญ 25 สตางค์ จนถึง 10 บาทนั้น มีภาพอะไรปรากฏอยู่หรือไม่ ถ้าไม่เพื่อนๆ ลองหยิบเหรียญขึ้นมาดูตอนนี้กันก่อนเลยค่ะ หลังจากดูแล้ว เพื่อนๆ ทราบไหมคะว่าสถานที่ที่ปรากฎนั้น คือที่ไหนบ้างและมีประวัติความเป็นมาและความสำคัญอย่างไร ถ้าพร้อมแล้วไปติดตาม เรื่องน่ารู้ สัญลักษณ์บนเหรียญของไทย กันเลยค่ะ เรื่องน่ารู้ สัญลักษณ์บนเหรียญของไทย ประวัติความเป็นมาของเหรียญ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) มีการใช้หอยเบี้ยและพดด้วง ในการชำระเงิน การค้าระหว่างไทยกับต่างประเทศ มีการใช้เบี้ยทองแดงในต่างประเทศ จึงมีพระราชดำริให้ทำเบี้ยทองแดงจากประเทศอังกฤษมาเป็นตัวอย่าง 3 ชนิด ในปี จ.ศ.1197 หรือ พ.ศ. 2378 เมื่อทอดพระเนตรแล้วไม่โปรดในลายตรา จึงมิได้นำออกใช้ แต่ก็ทรงพระราชประสงค์ที่จะทำเหรียญรูปกลมแบนอย่างสากล แต่ยังไม่สำเร็จก็เปลี่ยนรัชกาล ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) การค้าระหว่างไทยกับต่างประเทศก็ได้ขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว พ่อค้าชาวต่างประเทศเข้ามาค้าขายมากขึ้นและได้นำเงินเหรียญของตนมาแลกกับเงินพดด้วงจากรัฐบาลไทยเพื่อนำไปซื้อสินค้าจากราษฎร แต่ด้วยเหตุที่เงินพดด้วงผลิตด้วยมือจึงทำให้มีปริมาณไม่เพียงพอกับความต้องการ ส่งผลให้เกิดความไม่สะดวกและการค้าของประเทศเสียประโยชน์ พระองค์จึงมีพระราชดำริที่จะเปลี่ยนรูปเงินตราของไทยจากเงินพดด้วงเป็นเงินเหรียญ ในปี พ.ศ. 2399 ได้ทดลองทำเหรียญรูปกลมแบนอย่างสากล โดยใช้ค้อนทุบตีโลหะให้เป็นแผ่นแบน แล้วตัดเป็นรูปเหรียญกลม ให้ได้ตามขนาดและน้ำหนัก แล้วใช้แม่ตราตีประทับ (HAND-HAMMERRING METHOD) แต่ผลิตได้ช้าและไม่เรียบร้อย นอกจากนี้ยังมีการใช้แม่ตราตีประทับกับเงินเหรียญต่างประเทศ เพื่อให้ราษฏรยอมรับ ในปี พ.ศ. 2400 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้คณะทูตไทยไปเจริญสัมพันธไมตรีกับสมเด็จพระนางเจ้าวิคตอเรียที่ประเทศอังกฤษ สมเด็จพระนางเจ้าวิคตอเรีย ได้จัดส่งเครื่องทำเหรียญเงินขนาดเล็กเข้ามาถวาย ทำงานด้วยแรงงานคนโดยใช้วิธีแรงอัดแบบ SCREW PRESS METHOD เป็นราชบรรณาการ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงโปรดเกล้าให้จัดทำเหรียญกษาปณ์จากเครื่องจักรขึ้นเป็นครั้งแรก เรียกกันว่า "เหรียญเงินบรรณาการ" ในขณะเดียวกันคณะทูตก็ได้สั่งซื้อเครื่องจักรทำเงินชนิดแรงดันไอน้ำ จากบริษัท เทเลอร์ เข้ามาในปลายปี 2401 พระองค์จึงโปรดเกล้าให้สร้างโรงงานผลิตเหรียญกษาปณ์ขึ้นที่หน้าพระคลังมหาสมบัติ ในพระบรมมหาราชวัง ติดตั้งเครื่องใช้งานได้เมื่อ ปี พ.ศ. 2403 พระราชทานนามว่า "โรงกระสาปณ์สิทธิการ"ในสมัยนี้จึงถือว่ามีการใช้เหรียญกษาปณ์แบบสากลนิยมขึ้นเป็นครั้งแรก ต่อมาแม้ได้ประกาศให้ใช้เงินตราแบบเหรียญแล้วก็ยังโปรดเกล้าฯ ให้ใช้เงินพดด้วงอยู่ เพียงแต่ไม่มีการผลิตเพิ่มเติม ได้ผลิตตามแจ้งที่แจ้งแก่กระทรวงพระคลังมหาสมบัติเมื่อ ปี พ.ศ. 2438 พบว่ามีเหรียญตรามงกุฎดังกล่าวให้แลกอยู่ 6 ราคา ด้วยกัน คือ ราคา สองบาท หนึ่งบาท สองสลึง หนึ่งสลึง หนึ่งเฟื้อง และ สองไพ แต่ผลิตได้น้อยไม่พอแก่ความต้องการ นอกจากนี้ยังมีเหรียญ หนึ่งตำลึง กึ่งตำลึง และกึ่งเฟื้อง แต่ไม่ได้นำออกใช้ จึงเป็นพระมหากษัตริย์ไทย พระองค์แรกที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิรูปเงินตราไทย จากที่เคยใช้เงินพดด้วง หรือเงินกลมที่ใช้มาแต่โบราณกาลให้มาใช้เงินเหรียญหรือเงินแบน แบบสากล ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ปรับปรุงมาตรา เงินตราไทย ที่ใช้อยู่ในขณะนั้น คือ ชั่ง ตำลึง บาท สลึง เฟื้อง เป็นระบบโดยใช้หน่วยเป็นบาท และสตางค์ คือ 100 สตางค์ เป็น 1 บาท ตั้งแต่ พ.ศ. 2441 อันเป็นมาตราเงินตราไทยมาจนถึงปัจจุบัน และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นำพระบรมรูปของพระองค์ประทับลงบนเหรียญ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มีการนำพระบรมรูปของพระมหากษัตริย์ไทยประทับลงบนเหรียญกษาปณ์ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9) ได้มีการผลิตเหรียญกษาปณ์ เริ่มจากเหรียญทองแดงและเหรียญดีบุกตราพระบรมรูป - ตราแผ่นดิน ใน พ.ศ. 2493 ผลิตเหรียญราคา 5 บาท ขึ้นเป็นครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2515 ผลิตเหรียญราคา 10 บาท ขึ้นเป็นครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2531 และได้มีการผลิตเหรียญกษาปณ์หมุนเวียน และเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก รวมทั้งมีการพัฒนาจัดทำเหรียญที่ระลึก ต่อเนื่องมาจนกระทั่งปัจจุบัน คือ 1. เหรียญกษาปณ์หมุนเวียน (Circulated coins) เป็นเหรียญกษาปณ์ที่ใช้หมุนเวียนกันอยู่ทั่วไปในชีวิตประจำวัน มี 9 ชนิดราคา คือ 10 บาท, 5 บาท, 2 บาท, 1 บาท, 50 สตางค์, 25 สตางค์, 10 สตางค์, 5 สตางค์ และ 1 สตางค์ แต่ที่ใช้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมี 6 ชนิดราคา คือ 10 บาท, 5 บาท, 2 บาท, 1 บาท, 50 สตางค์, 25 สตางค์ ส่วนเหรียญชนิดราคา 10 สตางค์, 5 สตางค์ และ1 สตางค์ มีใช้ในทางบัญชีเท่านั้น 2. เหรียญกษาปณ์ที่ระลึก (Commemorative coins) เป็นเหรียญกษาปณ์ที่ผลิตออกใช้ในวโรกาสและโอกาสที่สำคัญตทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันคือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ หรือเหตุการณ์ระหว่างประเทศ โดยจัดทำ 2 ประเภท คือ ขัดเงา และไม่ขัดเงา ข้อแตกต่างระหว่างเหรียญกษาปณ์หมุนเวียน และเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกก็คือการวางลวดลายด้านหน้าและด้านหลัง โดนเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนจะวางลวดลายแบบ American Turning ซึ่งจะต้องพลิกดูลวดลายด้านหลังในแนวดิ่ง สำหรับเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกได้จัดวางลวดลายแบบ European Turning ซึ่งจะต้องพลิกในแนวนอนเพื่อดูลวดลายด้านหลัง 3. เหรียญที่ระลึก (Medal) เป็นเหรียญที่ผลิตขึ้นเนื่องในวโรกาสและโอกาสที่สำคัญต่างๆ ซึ่งมีความแตกต่างจากเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกตรงที่จะ ไม่มีราคาหน้าเหรียญ เนื่องจากมิใช่เงินตราจึงไม่สามารถใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย เหรียญทำมาจากอะไร กรมธนารักษ์ระบุว่า ปัจจุบัน มีเหรียญที่มีมูลค่าจริงสูงกว่าราคาหน้าเหรียญอยู่ 3 ชนิด คือ เหรียญ 25 สตางค์ เป็นเหรียญกษาปณ์สีแดงเรื่อ ใส้ในเป็นเหล็ก 99% ส่วนด้านนอกชุบด้วยทองแดง 1% เส้นผ่านศูนย์กลาง 16 มม. น้ำหนัก 1.9 กรัม มีต้นทุนการผลิตเหรียญละ 50 สตางค์ค่ะ เหรียญ 50 สตางค์ ผลิตจากโลหะผสมแบบเดียวกัน คือ ใส้ในเป็นเหล็ก 99% ด้านนอกชุบด้วยทองแดง 1% เช่นกัน เส้นผ่าศูนย์กลาง 18 มม. และ มีน้ำหนักถึง 2.4 กรัม ต้นทุนการผลิตเหรียญละ 70 สตางค์ค่ะ เหรียญ 1 บาท ผลิตจากโลหะผสม มีสีขาว โดยใส้ในเป็นเหล็ก ส่วนด้านนอกชุบด้วยนิกเกิล มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 20 มม. น้ำหนัก 3 กรัม ต้นทุนการผลิตสูงถึงเหรียญละ 1.80 บาท ค่ะ ส่วนเหรียญที่มีต้นทุนการผลิตไม่ขาดทุน ซึ่งกรมธนารักษ์ไม่ระบุว่าต้นทุนเหรียญละเท่าไหร่ มีอยู่ 3 ชนิด คือ - เหรียญ 2 บาท เป็นโลหะสีทอง ซึ่งผลิตจากทองแดงผสมด้วยนิกเกิลและอลูมิเนียม มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 21.75 มม. น้ำหนัก 4 กรัมค่ะ - เหรียญ 5 บาท เหรียญกษาปณ์โลหะสีขาว ผลิตจากโลหะผสมคือ ใส้ในเป็นทองแดง ส่วนด้านนอกเคลือบกด้วยนิกเกิล มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 24 มม. น้ำหนัก 6 กรัมค่ะ - เหรียญ 10 บาท เป็นเหรียญสีขาวกับสีทอง โดยวงนอกเป็นโลหะผสม คือ ทองแดงกับนิกเกิล วงในผลิตจากทองแดง นิกเกิล และ อะลูมิเนียม มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 26 มม. หนัก 8.5 กรัมค่ะ ความหมายจากสัญญลักษณ์ที่อยู่ในเหรียญกษาปณ์ต่างๆ  ประกอบด้วยเหรียญ 10 บาท , 5 บาท , 2 บาท , 1 บาท , 50 สตางค์ , 25 สตางค์ , 10 สตางค์ , 5 สตางค์ และ 1สตางค์ ซึ่งลวดลายที่ปรากฏอยู่บนเหรียญนั้นจะเป็นลวดลายที่แสดงถึงสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ โดยด้านหน้าเป็นพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อแสดงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ มีคำว่า ประเทศไทย เพื่อแสดงถึงสถาบันชาติ และด้านหลังเป็นรูปวัดต่างๆ ในประเทศไทย เพื่อแสดงถึงสถาบันศาสนา โดยลวดลายวัดบนเหรียญกษาปณ์ชนิดต่างๆ มีดังนี้ เหรียญ 25 สตางค์ - วัดมหาธาตุ เป็นรูป พระบรมธาตุเจดีย์ วัดมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช พระบรมธาตุเจดีย์ เป็นโบราณสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และเป็นที่เคารพสักการะของชาวจังหวัดนครศรีธรรมราชและชาวพุทธทั่วไป ตัวเจดีย์เป็นทรงระฆังคว่ำหรือทรงโอคว่ำ ได้รับอิทธิพลจากศิลปะลังกา มีความโดดเด่นอยู่ที่ยอดเจดีย์ซึ่งหุ้มด้วยทองคำแท้ พิธีที่นิยมปฏิบัติกันในช่วงวันมาฆบูชาและวันวิสาขบูชาของทุกปีก็คือ การแห่ผ้าขึ้นธาตุ ซึ่งจัดเป็นงานบุญประจำปีที่มีผู้คนทั่วทุกสารทิศมาร่วมสร้างกุศลกัน โดยมีความเชื่อว่า หากใครได้นำผ้าขึ้นธาตุแล้วนั้น ไม่ว่าจะขอพรเรื่องใดก็จะสำเร็จได้ดังหวัง และความมหัศจรรย์ที่เป็นหนึ่งในอันซีนไทยแลนด์ด้วยก็คือ องค์พระบรมธาตุจะไม่มีเงาทอดลงพื้นไม่ว่าแสงอาทิตย์จะส่องกระทบไปทางใด เหรียญ 50 สตางค์ - พระธาตุดอยสุเทพ เป็นรูป “พระบรมธาตุ วัดพระธาตุดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเชียงใหม่และดินแดนล้านนาของไทย และถือเป็นหนึ่งในเจ็ดของพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ในแถบภาคเหนือตอนบนและเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนที่เกิดปีมะแม โดยพระบรมธาตุดอยสุเทพ สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้ากือนาธรรมมิกราช เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ ในภายหลังได้มีการบูรณะ และสร้างฉัตรไว้ทั้งสี่มุมของพระบรมธาตุ อันหมายถึงสัญลักษณ์ของความร่มเย็นที่ได้รับอิทธิพลมาจากพระพุทธศาสนาที่แผ่ไปในทั้ง 4 ทิศ เหรียญ 1 บาท - วัดพระแก้ว เป็นรูป พระศรีรัตนเจดีย์ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือพระศรีรัตนเจดีย์ ภายในวัดพระแก้ว ตั้งอยู่บนฐานไพที ทางทิศตะวันตก รูปแบบจำลองมาจากเจดีย์ในวัดพระศรีสรรเพชญ์ ณ พระราชวังกรุงศรีอยุธยา มีความสูงประมาณ 40 เมตร ภายในประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุจากลังกา เหรียญ 50 สตางค์ เป็นรูป พระบรมธาตุ วัดพระธาตุดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเชียงใหม่และดินแดนล้านนาของไทย และถือเป็นหนึ่งในเจ็ดของพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ในแถบภาคเหนือตอนบนและเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนที่เกิดปีมะแม พระบรมธาตุดอยสุเทพ สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้ากือนาธรรมมิกราช เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ ในภายหลังได้มีการบูรณะ และสร้างฉัตรไว้ทั้งสี่มุมของพระบรมธาตุ อันหมายถึงสัญลักษณ์ของความร่มเย็นที่ได้รับอิทธิพลมาจากพระพุทธศาสนาที่แผ่ไปในทั้ง 4 ทิศ เหรียญ 2 บาท - ภูเขาทอง เป็นรูป พระบรมบรรพต วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร หรือที่รู้จักกันดีในนาม ภูเขาทอง สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 แต่มาแล้วเสร็จลงในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยมีรูปแบบเป็นพระเจดีย์แบบกลม (ทรงลังกา) บนยอดเขา เพื่อให้เป็นเจดีย์ที่สูงใหญ่ของพระนคร ในภายหลังมีการบูรณะปฏิสังขรณ์เมื่อปี พ.ศ.2509 โดยบุกระเบื้องโมเสกสีทองที่องค์พระเจดีย์ พร้อมกับมีการสร้างพระเจดีย์องค์เล็กๆ รายรอบพระเจดีย์องค์ใหญ่ทั้ง 4 ทิศ และภายในพระเจดีย์องค์ใหญ่ยังบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ สำหรับงานประเพณีที่สำคัญของวัดสระเกศฯ ก็คือ งานวัดภูเขาทอง ที่จะจัดขึ้นในช่วงวันลอยกระทงของทุกปี โดยจะมีการห่มผ้าแดง งานสมโภชน์องค์พระบรมสารีริกธาตุ และเทศกาลงานวัดในคราวเดียวกัน เหรียญ 5 บาท - วัดเบญจมบพิตร เป็นรูป พระอุโบสถ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามที่นับว่าเป็นงานสถาปัตยกรรมที่มีความงดงามมากที่สุดแห่งหนึ่ง โดยมีเอกลักษณ์ตรงที่ใช้วัสดุแบบตะวันตก มาสร้างสถาปัตยกรรมแบบไทย จนได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสถาปัตยกรรมที่สมบูรณ์แบบของศิลปะไทย สร้างขึ้นจากหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์จากประเทศอิตาลี โดยสร้างเป็นทรงจตุรมุข หลังคาซ้อน 4 ชั้น บริเวณหน้าต่างของพระอุโบสถมีการใช้กระจกและมีการเขียนสีลงบนกระจก ผสมผสานกับสถาปัตยกรรมแบบไทยอย่างลงตัว ภายในประดิษฐานพระพุทธชินราช (จำลอง) เป็นพระประธาน อยู่ภายใต้รัตนบัลลังก์บรรจุพระสรีรางคารของรัชกาลที่ 5 เหรียญ 10 บาท - วัดอรุณราชวราราม เป็นรูป พระปรางค์ วัดอรุณราชวรารามโดยวัดอรุณฯ เป็นวัดโบราณ สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยา สำหรับองค์พระปรางค์นั้น พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงโปรดฯ ให้สร้างขึ้นแทนพระปรางค์ที่มีอยู่เดิม จนมาแล้วเสร็จในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ส่วนในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดฯ ให้มีการบูรณะปฏิสังขรณ์องค์พระปรางค์ และให้มีการจัดงานฉลองขึ้น โดยทรงสถาปนาวัดอรุณฯ ขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นเอกอันดับหนึ่ง และเสด็จพระราชดำเนินมาทอดผ้าพระกฐินโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเป็นครั้งแรก จ่อเปลี่ยนหน้าเหรียญกษาปณ์ใหม่ นอจากนี้ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2557 กรมธนารักษ์  กล่าวว่า ขณะนี้ทางกรมธนารักษ์กำลังศึกษาแนวทางการเปลี่ยนซีรีส์ หรือรูปแบบเหรียญทั้ง 9 ชนิด ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน อาทิ เหรียญ 25 สตางค์, เหรียญ 50 สตางค์, เหรียญบาท, เหรียญ 2 บาท, เหรียญ 5 บาท และเหรียญ 10 บาท เนื่องจากเหรียญดังกล่าวออกมาใช้เป็นเวลานานแล้ว จึงมีสภาพสึกและเปลี่ยนยุคไปบ้าง ส่วนบางเหรียญก็มีปัญหาต่อการใช้จ่าย เพราะประชาชนบางคนอาจจะแยกรูปลักษณ์ของเหรียญไม่ออก เช่น เหรียญบาทกับเหรียญ 2 บาท ทั้งนี้ สำหรับการเปลี่ยนซีรีส์เหรียญดังกล่าว ต้องศึกษารูปแบบจากหลายประเทศและยังต้องให้ความร่วมมือกับอังกฤษในการผลิต เหรียญกษาปณ์ เพราะอังกฤษเป็นผู้ผลิตเหรียญกษาปณ์รายใหญ่ให้กว่า 20 ประเทศทั่วโลก อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวต่อว่า ล่าสุดทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เห็นชอบหลักการในการร่วมมือกับอังกฤษในการผลิตเหรียญแล้ว โดยเหรียญกษาปณ์ที่เตรียมผลิตใหม่จะต้องมีคุณสมบัติหยิบจับง่าย มีส่วนผสมสารกันเปื้อนสนิม ไม่สกปรกง่าย และรูปแบบต้องเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ส่วนการปลอมแปลงเหรียญกษาปณ์ทำได้ยาก เพราะมีต้นทุนสูงในการทำเพลท ทั้งนี้ เมื่อทำการศึกษารูปแบบและแนวทางการผลิตได้แล้ว ก็เตรียมเสนอรัฐบาลชุดใหม่พิจารณาเห็นชอบต่อไป คราวนี้เราก็คงต้องรอดูการเปลี่ยนแปลงของหน้าเหรียญกษาปณ์ใหม่อีกทีนะคะ ว่าจะมีออกมาใหม่หรือไม่และจะออกมาใช้ได้เมื่อไร สัญลักษณ์บนหน้าเหรียญเปลี่ยนแปลงไปขนาดไหน ถ้ามีข้อมูลปุบ ทีนเอ็มไทยจะรีบมาอัพเดทให้เพื่อนๆ ได้ทราบกันแน่นอน แต่ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงใหม่จริงๆ สิ่งที่เราควรทำอย่างแรกเลยก็คือ เก็บสะสมเหรียญแบบเดิมที่มีไว้ เพราะสิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นของหายาก และเป็นของเก่าแก่ที่มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ไว้ให้คนรุ่นหลังได้ดูแน่นอน ข้อมูลและภาพ pantip, wikipedia, ohozaa, mcot, sator4u

'ต.ล.ท.' คาดปี 58 ไอพีโอ 2.5 แสนล้าน 20 บจ.จ่อเทรด
IPO /  SET / 

ต.ล.ท. คาด มาร์เก็ตแคปหุ้นไอพีโอปี 58 อยู่ที่ระดับ 2.5 แสนล้าน ซึ่งขณะนี้มี 20 บริษัทพร้อมยื่นไฟลิ่ง นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ รองผู้จัดการหัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ ตลท. เปิดเผยว่า ปีนี้ ตลท.ตั้งเป้ามูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคาไอพีโอ หรือ การออกและเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก ของบริษัทจดทะเบียน หรือ บจ. โดย มาร์เก็ตแคปจะไม่ต่ำกว่าปีที่ผ่านมา หรืออยู่ที่ระดับ 2.5 แสนล้านบาท ซึ่งขณะนี้มีบริษัทที่เตรียมจะยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล หรือ ไฟลิ่ง ต่อ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. แล้วประมาณ 20 บริษัท ซึ่งจะเข้าทำการซื้อขาย ในช่วงครึ่งปีแรกราว 3-4 บริษัท และครึ่งปีหลังอีกกว่า 16 บริษัท โดยนายชนิตร  ยังมั่นใจว่าตลาดไอพีโอ ปีนี้จะสดใสต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา และสร้างผลกำไรให้แก่นักลงทุนในอัตราที่มากกว่า 50% ขึ้นไป อย่างไรก็ตามรายงานการระดมทุนในปี 2557 มีบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) มีมูลค่าระดมทุนรวม 2.76 แสนล้านบาท ลดลง 18.77% จากปี 2556 โดยในตลาดแรกมีมูลค่าระดมทุน 1.31 แสนล้านบาท จากบริษัทจดทะเบียน 36 บริษัท และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (รีทส์) รวม 9 กอง ขณะที่ตลาดรองมีการระดมทุน 1.45 แสนล้านบาท MThai News

ผลฟุตบอล :เสียเวลานอน!ผีแดงสุดฝืดบุกเจ๊าแคมบริดจ์เหนื่อยนัดรีเพลย์ต่อ
ดาลี่ย์ บลินด์ /  ผลบอลเอฟเอคัพ / 

ผลฟุตบอล เอฟเอคัพ รอบที่ 4 วันศุกร์ที่ 23 มกราคม 2557 แคมบริดจ์ ยูไนเต็ด 0-0 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู: เวลา: 02.55 น. สนาม: แอ็บบี้ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด: ช่อง7 ศึกฟุตบอลเอฟเอคัพอังกฤษรอบที่ 4 “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมอันดับที่ 4 ในพรีเมียร์ลีกบุกไปเสมอกับ แคมบริดจ์ ยูไนเต็ด ทีมอันดับที่ 12 ในลีกทูแบบไร้สกอร์ 0-0 เริ่มเกมส์ โอกาสครั้งแรกของเกมส์เป็นของทีมเยือน เมื่อ อัตนัน ยานาไซ ที่ได้รับโอกาสเป็นตัวจริงอีกครั้งในรอบหลายนัดดึงจังหวะจ่ายบอลให้ ดาลี่ย์ บลินด์ หลุดทะลุขึ้นมาทางซ้ายแล้วเปิดบอลเข้ากลาง แต่บอลติดบล็อกมาเข้าทางเลยจัดการยิงสวน บอลติดเซฟของ คริส ดันน์ ผ่าน 20 นาที แมนฯยูไนเต็ด ไม่ได้เหนือกว่าเจ้าบ้านจากลีกทูมากมายนัก นาที 21 อันตัน ยานาไซ ได้โอกาสลองส่อง เมื่อวิ่งไปเก็บตกบอลที่ กองหลังสกัดไม่ขาดแล้วยิงสวนแต่บอลไร้น้ำหนัก นาที 30 ทีมเยือนเกือบโดนเจ้าบ้านช็อค เมื่อกองหลังสกัดลุกเตะมุมไม่ขาดแล้วบอลมาเข้าทาง โจส์ท คัลสัน ได้โหม่งจ่อๆ แต่บอลข้ามคานออกไปอย่างเหลือเชื่อ นาที 43 ผีแดงได้ฟรีคิกระยะประมาณ 28 หลาเยื้องไปทางขวาเล็กน้อย อังเคล ดิมาเรีย นักเตะค่าตัวแพงที่สุดบนเกาะอังกฤษปั่นหลุดกรอบออกไปไม่ได้ลุ้น จบครึ่งแรกเสมอกันอยู่ 0-0 กลับมาสู้กันต่อครึ่งหลังโอกาสครั้งแรกของ แมนฯยูไนเต็ด ที่บุกไม่ค่อยขึ้นต้องรอถึงนาที 61 เมื่อ ไมเคิล คาร์ริค จ่ายบอลยัดให้ ราดาเมล ฟัลเกา พลิกบอลหนีผู้เล่นของ แคมบริดจ์ เข้าไปยิงด้วยขวาแต่บอลยังไปติดเซฟด้วยปลายมือของ ริชาร์ด ดันน์ อีกครั้ง นาที 70 ตัวสำรองอย่าง โรบิน ฟานเพอร์ซี่ ได้โอกาสซัด แต่ก็ยังข้ามคานออกไป ช่วงท้ายเกมส์ ปีศาจแดงพยายามบุกอย่างหนักแต่ก็ไม่เฉียบคมพอ หมดเวลาการแข่งขัน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำอะไร แคมบริดจ์ ยูไนเต็ด ไม่ได้เสมอกันไป 0-0 ต้องกลับไปเล่นนัดรีเพลย์ที่โอลด์แทร็ฟฟอร์ด รายชื่อ แคมบริดจ์ ยูไยเต็ด: คริส ดันน์(GK),ริชาร์ด ทาร์ท, เกล เทย์เลอร์, โจส์ท คัลสัน, ไรอัน โรนัลสัน,ทอม แชมเปี้ยนส์, ทอม อิเลียต,เลียม ฮิวส์,ไมเคิล นีลสัน,คาเมรอน แม็คจีฮัน,ซัลลี่ ไคไค แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด: ดาบิด เดเคอา(GK), ฟิล โจนส์, มาร์กอส โรโฮ,อันนีโอ วาเลนเซีย, ดาลี่ย์ บลินด์,ไมเคิล คาร์ริค, อังเคล ดิมาเรีย,มารูยาน เฟลไลนี่, อัตนัน ยานาไซ, เจมส์ วิลสัน, ราดาเมล ฟัลเกา

เปิดโผ “เลขาธิการ ก.ล.ต.”คนใหม่ ลุ้น! 2 ตัวเต็ง
ก.ล.ต. /  ข่าว / 

เปิดโผ “เลขาธิการ ก.ล.ต.”คนใหม่ เผย 2 รายชื่อ ตัวเต็ง!  'รพี สุจริตกุล'และ 'ทิพยสุดา ถาวรามร' ระบุ คุณสมบัติครบด้านตลาดทุนไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. เตรียมแต่งตั้งเลขาธิการ ก.ล.ต. คนใหม่ โดยมีรายชื่อผู้เข้าชิงตำแหน่งที่สำคัญ 2 ราย ได้แก่ นายรพี สุจริตกุล ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด กรรมการสมาคมบริษัทจัดการลงทุน ที่ปรึกษาสภาธุรกิจตลาดทุนไทย กรรมการสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย และ Eisenhower Exchange Fellowships นางทิพยสุดา ถาวรามร ปัจจุบันอายุ 47 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรีทางคณิตศาสตร์ (magna cum laude)จาก Harvard University ประเทศสหรัฐอเมริกา และปริญญาโท MBA (distinction) จาก Wharton School, University of Pennsylvania ประเทศสหรัฐอเมริกา เข้าร่วมงานกับ ก.ล.ต. ในปี 2536 และก่อนหน้านี้เคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและยุทธศาสตร์ ทั้งนี้ ปัจจุบันคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. มีมติแต่งตั้ง นางทิพย์สุดา ถาวรามร ผู้ช่วยเลขาธิการอาวุโส เป็นรองเลขาธิการ ก.ล.ต. มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2557 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม 2 ผู้เข้าชิงตำแหน่งทั้ง 2 รายนี้ถือได้ว่าเป็นผู้มีประสบการณ์ด้านตลาดทุนไทยเป็นอย่างดี MThai News

ผลฟุตบอล แชมป์เก่าเกือบแย่!ปืนโตบุกสอยไบรท์ตันฉลุยเอฟเอคัพเสียว
คีแรน กิ๊บส์ /  ธีโอ วัลคอตต์ / 

ผลฟุตบอล เอฟเอคัพ รอบที่ 4 วันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม 2557 ไบรท์ตัน 2-3 อาร์เซน่อล ผู้ทำประตู: 0-1 ธีโอ วัลคอตต์ น.2 , 0-2 เมซุต โอซิล น.25 , 1-2 โอ กราดี้ น.50 ,1-3 โธมัส โรซิคกี้ น.59, 2-3 แซม บัลด็อค น.74 เวลา: 23.00 น. สนาม: ดิ อเมริกัน เอ็กซ์เพรสส์ คอมมูนิตี้ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด: ช่อง 7 ศึกฟุตบอลเอฟเอคัพ อังกฤษปีนี้บรรดาทีมเล็กๆ ต่างมาดีกันทั้งนั้น โดยเมื่อวานทีมใหญ่อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ เชลซี ต่างนัดกันตกรอบด้วยน้ำมือของคู่แข่งที่ต่ำชั้นกว่า แต่ แชมป์เก่าอย่าง “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ไม่พลาดตามไปด้วย เมื่อบุกไปเอาชนะ ไบรท์ตัน ทีมอันดับที่ 19 ใน แชมเปี้ยนส์ชิพไปได้แบบเสียวไส้ 2-3 โดยได้ประตูออกนำไปก่อนจากดาวเตะที่หายหน้าหายต่อไปนานอย่าง ธีโอ วัลคอตต์ และ เมซุต โอซิล ก่อนที่เจ้าบ้านจะตีไข่แตกจาก โอ กราดี้ ศูนย์หน้าตัวเก่งของทีม แต่ก็เป็นทีมเยือนที่หนีห่างไปอีก1-3จากการพังประตูของ โธมัส โรซิคกี้ เวลาที่เหลือเจ้าบ้านไม่มีอะไรจะเสีย หันมาลุยหนักและมาได้ประตูตีตื้นไล่มาเป็น 2-3 จาก แซม บัลด็อค แต่ก็ไล่ไม่ทัน หมดเวลา อาร์เซน่อลแชมป์เก่ายังอยูในเส้นทางป้องกันแชมป์โดยผ่านเข้าสู่รอบที่ 5 ไปแบบหืดจับเล็กน้อย รายชื่อ ไบรท์ตัน: เดวิด สต็อกเดล(GK),บรูโน่ ซัลตอร์ , กอร์ดอน เกรียร์ , เลวิส ดังค์, โจ เบ็นเน็ตต์,แดนนี่ ฮอลล่า , โรฮัน อินซ์ ,คัลเดร่อน , เจค ฟอร์สเตอร์-คาสคีย์ , แซม บัลด็อค,โอ กราดี้ อาร์เซน่อล: วอจเซียค เซสนี่(GK), คาลัม แชมเบอร์ส , โลล็อง คอสเชียลนี่ , นาโช มอนเรอัล , คีแรน กิ๊บส์,ฟลามินี่ , ธีโอ วัลคอตต์ , อารอน แรมซี่ย์ , เมซุต โอซิล , โธมัส โรซิคกี้,โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์

ทีมค้นหาบินอินโดฯพบร่างจนท.รายแรกแล้ว
QZ8501 /  ซากเครื่องบิน / 

ทีมกู้ซากเครื่องบิน QZ8501 ยืดเวลาค้นหาเพิ่ม พบร่างเจ้าหน้าที่ครั้งแรก ระบุ เป็นผู้ช่วยนักบิน สำนักข่าวต่างประเทศ รายงาน ภารกิจค้นหาร่างผู้โดยสารที่เสียชีวิตและซากเครื่องบินแอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ QZ8501 ที่ประสบเหตุตกลงกลางทะเลชวา ประเทศอินโดนีเซีย ระหว่างเดินทางจากสุราบายัน มุ่งไปยังประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2557 ที่ผ่านมา ล่าสุดทีมงานค้นหาที่เตรียมยุติการค้นหา สามารถกู้ร่างเจ้าหน้าที่ของเครื่องบินลำดังกล่าวได้เป็นครั้งแรก ซึ่ง มาสจูโน ซิซโวซูวาโน เจ้าหน้าที่คณะกรรมการตรวจสอบด้านความปลอดภัยทางการขนส่งแห่งชาติของอินโดนีเซีย กล่าวรายละเอียดการค้นพบร่างเจ้าหน้าที่ ในที่ประชุมเช้าวันนี้อย่างละเอียด ว่า ร่างเจ้าหน้าที่ที่พบเป็นร่างของผู้ช่วยนักบินที่ทำหน้าที่เป็นคนขับ ไม่ใช่กัปตัน ซึ่งนั่งอยู่ทางด้านซ้ายของผู้ช่วยนักบิน ทั้งนี้ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ทีมงานกู้ซากเครื่องบิน เตรียมประกาศสิ้นสุดการค้นหาโดยจะยุติภารกิจในวันพุธ แต่ยังระบุว่า หากพบร่างเหยื่อเพิ่มจะยืดเวลาค้นหาออกไปอีก ล่าสุดหลังขยายเวลาค้นหา ทำให้พบร่างเจ้าหน้าที่เป็นครั้งแรก ซึ่งทางการระบุว่า เป็นร่างผู้ช่วยนักบินไม่ใช่ร่างของกัปตัน

Katy Perry ปักหมุดเวิล์ดทัวร์ The Prismatic Tour ครั้งแรกที่ไทย 14 พ.ค. นี้
Katy Perry /  Katy Perry Live in Bangkok / 

ข่าวดี สำหรับแฟนเพลงของ Katy Perry ชาวไทย เมื่อซูปเปอร์สตาร์สาวระดับโลก ประกาศจัดคอนเสิร์ต THE PRISMATIC WORLD TOUR (เดอะ พริสมาติค เวิล์ด ทัวร์) ในเมืองไทยในวันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคมนี้ ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี โดยทัวร์ครั้งนี้จัดขึ้นโดย เออีจี ไลฟ์ (AEG Live) และ ไลฟ์ เนชั่น บีอีซี-เทโร (Live Nation BEC-Tero) โดยจะเริ่มขายบัตรตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์นี้ เป็นต้นไป สำหรับ THE PRISMATIC WORLD TOUR เป็นการทัวร์ของอัลบั้มพริซึ่ม (PRISM) ที่เปิดตัวด้วยการทะยานขึ้นอันดับ 1 ของชาร์ทบิลบอร์ด 200 ในอัลบั้มระดับรางวัลแพลททินั่มชุดนี้มีซิงเกิ้ลฮิตที่สุดของสาวเคที่ อย่าง โรว์ (Roar) และ ดาร์ค ฮอร์ส (Dark Horse) ซึ่งเป็นซิงเกิ้ลที่ 13 ของเธอที่สามารถติดอันดับท็อป 10 ของ ชาร์ทบิลบอร์ด ฮอต 100 อัลบั้ม พริซึ่ม ประสบความสำเร็จในด้านยอดขายไม่แพ้อัลบั้มแรกเหมือนกัน อัลบั้มนี้มีซิงเกิ้ลฮิตถึง 5 เพลง 2 เพลงในนั้น คือ โรว์ (Roar) และ ดาร์ค ฮอร์ส (Dark Horse) สามารถติดชาร์ทอันดับ 1 อยู่นานหลายสัปดาห์ ซึ่งช่วยให้เคที่สร้างสถิติใหม่ในการมีเพลงติดอันดับ 1 ในชาร์ทบิลบอร์ด แอร์เพลย์ เป็นจำนวนสัปดาห์มากที่สุด (ถึง 46 สัปดาห์) และเธอยังเป็นศิลปินเพียงคนเดียวในปี 2557 ที่สามารถขึ้นอันดับ 1 ในชาร์ทวิทยุถึง 3 ชาร์ท (Top 40, Hot AC and AC radio) เธอเป็นศิลปินคนแรกที่มียอดดิจิตอลมากกว่า 75 ล้านครั้ง ซึ่งยอดนับจากการดาวน์โหลดเพลงและยอดออน-ดีมาน สตรีม สถิติของเธอมากกว่าศิลปินคนอื่นๆถึง 20 ล้านครั้งเลยทีเดียว ตอนนี้ เคที่กำลังออกทัวร์คอนเสิร์ต เดอะ พริสมาติค เวิลด์ ทัวร์ ซึ่งเป็นทัวร์ระดับโลกที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก บัตรคอนเสิร์ต 17 รอบในอังกฤษ 66 รอบในอเมริกาเหนือ และ 25 รอบในออสเตรเลีย/ นิวซีแลนด์ ในช่วงปี 2557 ที่ผ่านมาถูกจำหน่ายหมดเกลี้ยง เวิลด์ทัวร์รอบนี้จะลากยาวไปจนถึงปี 2558 โดยจะจัดแสดงในประเทศต่างๆ ทั้งในยุโรป เอเชีย และอเมริกาใต้ ซึ่งสาวเคที่จะได้เข้าร่วมคอนเสิร์ต ร็อค อิน ริโอ (Rock in Rio) ที่บราซิลในวันที่ 25 กันยายนด้วย สำหรับคอนเสิร์ต เดอะ พริสมาติค เวิลด์ ทัวร์ครั้งนี้ เคที่จะแสดงสดบนเวทีสวยเด็ดสุดอลังการ ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับเดอะพริสมาติค เวิล์ด ทัวร์เท่านั้น ซึ่งทำให้สาวเคที่สามารถใกล้ชิดกับแฟนๆ ได้มากกว่าทุกคอนเสิร์ตที่ผ่านมา และเป็นการออกแบบฉากและเวทีที่จะทำให้ผู้ชมในทุกที่นั่งได้สัมผัสประสบการณ์สุดมหัศจรรย์ได้อย่างเต็มอิ่ม ไม่ว่าจะอยู่ บริเวณใดในอารีน่าก็ตาม “ฉันตื่นเต้นมากที่จะได้ไปเปิดการแสดง เดอะ พริสมาติค เวิลด์ ทัวร์ ในประเทศแถบเอเชียที่ฉันชื่นชอบ และในประเทศที่ฉันยังไม่เคยไป ฉันอยากจะออกไปเที่ยวในที่ต่างๆ และเรียนรู้วัฒนธรรม แล้วก็แบ่งปันเสียงดนตรีของฉันกับแฟนๆ ที่ฉันยังไม่เคยเจอ” Katy Perry เผย โดยตาราง The Prismatic World Tour ในแถบเอเชีย มีดังนี้ 25-26 เมษายน : ญี่ปุ่น 28 เมษายน : ไต้หวัน 7 พฤษภาคม : ฟิลิปปินส์ 9 พฤษภาคม : อินโดนิเซีย 14 พฤษภาคม : ไทย งานนี้ แฟนเพลงชาวไทยพลาดไม่ได้เด็ดขาด กับคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกในประเทศไทยของซูเปอร์สตาร์สาว เคที่ เพอร์รี่ “เดอะ พริสมาติค เวิล์ด ทัวร์” (THE PRISMATIC WORLD TOUR) ในวันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคมนี้ ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี บัตรราคา 2,000 / 3,000 / 4,000 / 5,500 และ 6,500 บาท เปิดให้จับจองพร้อมกันทั่วประเทศในวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์นี้ ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา หรือ www.thaiticketmajor.com สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 0-2262-3838 สามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ www.facebook.com/bectero และ www.bectero.com อีกหนึ่งโปรดักชั่นคุณภาพจาก ไลฟ์ เนชั่น บีอีซี-เทโร มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

แฉ! ยุค
ชวลิต ชูขจร /  ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ / 

ปลัด ก.เกษตรฯ แฉ ราคายาง "ยุครัฐบาลปู" รับซื้อ 108 บาทต่อกก. หากขายตอนนี้ 80 บาทต่อกก.จะขาดทุนกว่า 1.4 พันล้าน  วันที่ 28 ม.ค.2558 นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงปัญหาในสัญญาการขายยางสต็อก 2.1 แสนตันให้กับประเทศจีน ที่อาจทำให้รัฐบาลไทยเสียเปรียบและขาดทุนจำนวนมากว่า ตรวจสอบพบว่า ผู้ทำสัญญาในการซื้อขายยางของไทยคือ องค์การสวนยาง (อสย.) ขณะนั้นคือ นายชนะชัย เปล่งศิริวัธน์ ซึ่งเป็นอดีต ผอ. อสย. โดยส่วนสัญญากำหนดราคาที่มีความแตกต่างกันกับหน้าสัญญา และให้ยึด ราคา ณ วันที่ลงนามในหนังสือแสดงการซื้อขาย วันที่ 13 ต.ค. 2557 คือ 50.95 บาท เป็นการซื้อขายและเป็นเกณฑ์​กับยางที่มีคุณภาพต่ำ ซึ่งเมื่อตรวจสอบคุณภาพยาง เป็นยางที่มีคุณภาพดีประมาณ 30% ของยางทั้งหมด โดยยางคุณภาพดีจะต้องยืนยันราคาขายตามสัญญา ซื้อขายที่ 63.56 บาทต่อกิโลกกรัม ในขณะนี้ขายไปแล้ว 377 ตัน ส่วนยางคุณภาพต่ำมีประมาณ 70% ได้ตกลงกันปรับลดในส่วนราคาตามกรอบเท่านั้น หากไม่ทำตามสัญญา และไม่รับมอบยาง จะต้องดำเนินการปรับบริษัทของจีน ส่วนสถานการณ์ราคารับซื้อยางในตลาดขณะนี้ น่าเป็นห่วง เนื่องจากการระบายยางออกนอกประเทศล้าช้ากว่าที่กำหนด จากนี้ต้องว่าจะดำเนินการอย่างไร เพื่อให้จีนมารับยางที่เหลือ ซึ่งหากไม่รับในส่วนยางที่ไม่มีคุณภาพ ก็ได้เตรียมพร้อมที่จะใช้ในประเทศ ส่วนยางที่มีคุณภาพ จะต้องเร่งขาย มิฉะนั้นจะเป็นปัญหากับราคายางในประเทศ นอกาจากนี้ พบว่า ยางในสต็อกจำนวน 2.1 แสนตัน ที่ตกค้างมาจากโครงการแทรกแซงราคายางในสมัยรัฐบาลของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เข้าแทรกแซงรับซื้อราคา 108 บาทต่อกิโลกรัม ในขณะที่ราคายางในท้องตลาดอยู่ที่ 80 บาท ในช่วงที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็นรมช.เกษตรและสหกรณ์ และยังเป็นโครงการต่อเนื่องมาสมัยนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร เป็นรมช.เกษตรฯ เข้ามารับซื้อต่อ ซึ่งหากขายให้กับประเทศจีนในราคาดังกล่าว จะทำให้โครงการนี้ในเบื้องต้นจะขาดทุนไม่ต่ำกว่า 1.4 พันล้านบาท ข้อมูล เดลินิวส์ MThai News

เที่ยวคันไซ Backpack สองคน งบไม่เกิน 5 หมื่น ตอนที่ 1
Backpack /  คันไซ / 

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ชาว MThai Travel ทุกท่าน วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ เที่ยวคันไซ แบ็คแพ็คแบบสองคน หมดเงินไม่ถึง 5 หมื่น ตอนที่ 1 กันค่ะ เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน 2557 ที่ผ่านมา ได้วางแผนกับแฟนหนุ่ม ว่าจะไปเที่ยวญี่ปุ่น และไปหาลุงที่ไม่ได้เจอกันมานานกว่า 20 ปี ซึ่งตอนแรกก็คิดว่าจะไปนอนบ้านลุง เพราะลุงทำงานอยู่ที่นั่น แต่เกิดผิดแผนนิดหน่อย คือเราซื้อตั๋วไปแล้ว แต่ลุงกับบอกว่าซื้อตั๋วลงผิดสนามบินจ้า!!! เราซื้อลงโอซาก้า แต่ลุงเราอยู่ อิบารากิ เลยแถบโตเกียวไปค่อนข้างเยอะ ซวยเลยทีนี้ ผิดแผนหมดเลย จะไปกับทัวร์ก็ไม่ทันและ ดันซื้อตั๋วของ Thai AirAsia X จ่ายเงินไปเรียบร้อยแล้ว ก็เลยพูดกับตัวเองแล้วบอกกับแฟนว่า เอาว่ะ แค่ญี่ปุ่นเอง ไปเอง หาข้อมูลเอง เที่ยวเองเนี่ยแหละ ตอนที่เราจองเป็นต้นเดือนตุลาคม 2557 เรามีเวลาอีก 1 เดือนที่จะศึกษาข้อมูล เพราะฉนั้นรอช้าไม่ได้แล้ว เริ่มเลยจร้า !! เที่ยวคันไซ Backpack สองคน งบไม่เกิน 5 หมื่น ตอนที่ 1 เริ่มออกเดินทาง จากสนามบินดอนเมือง ไทย – สู่สนามบินคันไซญี่ปุ่น ถึงวันที่เราต้องเดินทางกันแล้ว เราต้องไปเช็คอินเวลา 14.00 น. แต่ว่า 12.30 น. แฟนเรายังนั่งทำงานส่งลูกค้าอยู่เลย ดีนะที่บ้านเราห่างจากสนามบินดอนเมืองไม่ถึงครึ่งชั่วโมง และดีที่สุดที่เราเช็คอินล่วงหน้าไปแล้ว ไม่งั้นเราคงตกเครื่องแน่ๆ เพราะกว่าเราจะไปถึงก็ 13.45 น. แล้ว ถือว่าเป็นเรื่องที่โชคดีแล้วกันที่ไปทันและถึงสนามบินคันไซอย่างปลอดภัย มาเริ่มต้นวันแรกที่ญี่ปุ่นกันเลยดีกว่า วันแรกที่ก้าวขาลงจากเรื่อง สิ่งที่กลัวมากที่สุดคือ ตม. ไม่ให้เข้าประเทศเขา กลัวแฟนผ่านเราไม่ผ่าน กลัวเราผ่านแฟนไม่ผ่าน แต่ก็ใจดีสู้เสือลองดู แต่พอถึงจริงๆ ปรากฎว่า ตม. ใจดีมาก น่ารักสุดๆ ไม่ถามอะไรเยอะ ปล่อยผ่านอย่างง่ายดาย และเราก็ได้เข้ามาสู่ประเทศของเขาเป็นที่เรียบร้อย คืนแรกเรานอนที่สนามบินคันไซ สนามบินใหญ่มาก มีที่ให้นอนเยอะแยะมากมาย แถมยังมียามคอยรักษาการเฝ้าเรานอนด้วยนะคะ เอาล่ะเมื่อเราพักผ่อนในคืนวันแรกเป็นที่เรียบร้อย ขอบอกว่านอนสบายมากมีห้องอาบน้ำให้อาบด้วยนะ (แต่เสียเงินนะคะ ไม่แพงๆๆ) พอตื่นอาบน้ำอาบท่าเรียบร้อย เราก็มาเริ่มเดินทางในเช้าวันแรกกันเลย ตามที่ได้ศึกษาข้อมูลมาอย่างดีจากเว็ปไซต์ชื่อดังเว็ปนึง สมาชิกหลายท่านแนะนำว่าถ้าอยากเที่ยวคันไซให้คุ้มทุกเมืองให้ซื้อ บัตร Kansai Thru Pass แต่ถ้าจะเที่ยวในโอซาก้าเฉยๆ ให้ซื้อ บัตร Osaka Amazing pass ค่ะ เพื่อนๆ หลายคนคงจะงงใช่มั้ยค่ะว่าสองบัตรนี้มันแตกต่างกันอย่างไร ไปดูความแตกต่างของสองบัตรนี้กันค่ะ บัตร Osaka Amazing pass   Osaka Amazing pass : เป็นบัตรที่ใช้ได้เฉพาะในโอซาก้าเท่านั้นไม่สามารถใช้กับเมืองอื่นๆ ในคันไซได้ บัตรนี้มีสองแบบคือ แบบ 1 วัน กับ 2 วัน ค่ะ เมื่อเราซื้อบัตรนี้แล้ว เราสามารถขึ้นรถได้ทั้งใต้ดิน และบนดินค่ะ แต่ถ้าเป็นแบบ 2 วันส่วนใหญ่จะใช้ได้แต่ใต้ดินนะคะ ถ้าไปแถวสถานที่ท่องเที่ยวใช้แบบสองวันก็ถึงหมดทุกที แถมยังได้บัตรเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ฟรีอีกด้วยนะคะ เช่น ปราสาทโอซาก้า, Umeda Sky Building เป็นต้น แต่บัตรนี้ต้องใช้ติดกันนะคะ ไม่สามารถเว้นวันได้ อย่างเช่น ใช้วันนี้ พรุ่งนี้ต้องใช้ต่อเลยถ้าซื้อแบบ 2 วัน ไม่สามารถเอาไว้ใช้วันหลังได้ ราคาบัตรอยู่ที่ 1 วัน อยู่ที่ 2,300 เยน แต่ถ้า 2 วัน อยู่ที่ 3,000 เยนค่ะ บัตร Kansai Thru Pass Kansai Thru Pass : เป็นอีกหนึ่งบัตรที่มีอภิสิทธิ์ใช้ได้เฉพาะนักท่องเที่ยวนั้นเองค่ะ บัตรนี้สามารถไปได้ทั่วคันไซ สามารถขึ้นลงรถไฟได้ไม่จำกัด ภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่บัตร Kansai Thru Pass จะใช้ขี้นลงรถไฟของเอกชนที่ให้บริการในภูมิภาค รวมไปถึงขึ้น-ลงรถไฟใต้ดิน รถราง และรถประจำทางภายในภูมิภาคคันไซได้เกือบทุกสาย ยกเว้นแต่รถไฟ ของ JR เท่านั้น และตั๋ว Kansai Thru Pass ยังแถมคูปองส่วนลดค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ มากมายอีกด้วยนะคะ เรียกว่าซื้อบัตรนี้รับรองว่าคุ้ม และคุณสมบัติพิเศษของบัตรใบนี้คือไม่ต้องใช้ติดกันใช้วันเว้นวันได้ค่ะ ราคาบัตรอยู่ที่ 2 วัน 4,000 เยน 3 วันอยู่ที่ 5,200 เยนค่ะ มาต่อเนื่องกับการเดินทางเที่ยวญี่ปุ่นกันต่อเลยดีกว่าค่ะ ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีรถไฟวิ่งหลายสาย และหลายเส้นทางมากๆ เพื่อนๆ ต้องวางแผนกันให้ดีนะคะ ว่าในระยะเวลาที่อยู่ญี่ปุ่นเพื่อนๆ จะทำอะไร ไปเที่ยวไหนบ้าง ถ้าวางแผนดีรับรองว่าคุ้มสุดๆ อย่างแน่นอน ที่เที่ยวที่แรกที่เราไปเมื่อมาถึงญี่ปุ่นคือ "สะพานโทเง็ตสึเคียว" สะพานโทเง็ตสึเคียว ทอดยาวข้ามแม่น้ำโฮสุโดยมีภูเขาอาริชิยามาเป็นฉากหลัง บอกได้คำเดียวว่าสวยมากๆ บรรยากาศโรแมนติกแบบสุดๆ ไป สะพานนี้ตั้งอยู่เกียวโต เดินทางโดยบัตร Kansai Thru Pass นั่งยาวๆ จากโอซาก้า มาลงที่สถานี Arashiyama  เดินมานิดนึงก็จะพบกับบรรยากาศตามภาพเลยค่ะ เดินมาอีกนิดก็จะพบกับ "ทางเดินเลียบป่าไผ่" เป็นเส้นทางเดินลัดเลาะเลียบป่าไผ่อันโด่งดัง และถือเป็นจุดเด่นของอาราชิยามา ซึ่งปรากฎอยู่ในภาพยนตร์ และอะนิเมะหลายๆ เรื่อง สองข้างทางเดินที่เต็มไปด้วยต้นไผ่สีเขียวชอุ่มชูช่อสูงเอนพลิ้วไหวไปตามสายลม ช่วยให้จิตใจสงบนิ่งมากๆ เมื่อเราเดินเที่ยวย่านอาราชิยามา สัมผัสกับธรรมชาติกันอย่างจุใจแล้ว เราก็เดินทางกับที่พักของเราที่โอซาก้า เพื่อที่จะเตรียมตัวไปเดินเล่นในโอซาก้ายามค่ำคืนกันค่ะ อ๋อลืมบอกว่าถนนเส้นนี้มีของกินตลอดทางเลยนะคะถ้าเพื่อนๆ หิวก็แวะทานกันได้เลย การเดินทางจากเกียวโตมาถึงโอซาก้าใช้เวลาประมาณ 45 นาทีนะคะ  พอมาถึงที่พักที่โอซาก้า เราพักที่โรงแรม ฮังเทนมาบาชิ โรงแรมสะอาด ห้องไม่เล็กจนเกินไป มีพนักงานบริการดีมาก ใกล้รถไฟฟ้าทั้งบนดิน และใต้ดินค่ะ หลังจากเรานำขอมาเก็บที่โรงแรมแล้วเพื่อประหยัดเวลาเราก็เดินทางไปเที่ยวในยามค่ำคืนกันต่อเลยค่ะ ค่ำคืนนี้เราเที่ยวกันที่ "Shinseikai" Shinseikai เหมือนตัวแทนบ่งบอกถึงความรุ่งเรื่องของเมืองโอซาก้าในอดีต หอคอยทศึเทงคาคุตั้งอยู่กลางย่าน Shinseikai รายรอบไปด้วยร้านอาหารและความคึกคักในยานค่ำคืน การเข้าชมหอคอยแห่งนี้ให้ขึ้นลิฟท์มาที่ชั้นสองหรือชั้น 5 ของหอคอย ย่านนี้เรียกได้ว่าเป็นย่านช้อปปิ้ง แต่กลางคืนต้องบอกไว้สักนิดว่าอาจะวุ่นวายหน่อยนะคะ เพราะจะมีร้านค้า ร้านอาหาร รวมทั้งร้านเหล้าตั้งอยู่เยอะมากค่ะ ใช้เวลาเดินย่านนี้ประมาณ 2-3 ชั่วโมงค่ะ หลังจากเราเดินทางเที่ยวในย่านนี้เสร็จก็ดึกมากแล้ว เราจึงตัดสินใจเดินทางกลับที่พัก ในวันนี้เราใช้เงินหมดไปไม่ถึง 5,000 เยน เลยค่ะ รวมค่าอาหารแล้วด้วยนะ เน้นว่าสองคน เรียกได้ว่าเที่ยวได้อย่างจุใจมากๆ นี้แค่วันแรกนะคะ อีก 4 วันจะสนุกขนาดไหนต้องติดตามในคอนเท้นต่อไปค่ะ เรียบเรียง : ส้มจี๊ด

สาวอังกฤษเซ่นเกาะเต่าอีก เสียชีวิตปริศนาคาบังกะโล
ข่าววันนี้ /  นักท่องเที่ยวอังกฤษ / 

สาวอังกฤษดับปริศนา คาบังกะโลที่เกาะเต่า เบื้องต้นยังไม่ทราบเหตุเร่งชันสูตรพลิกศพ ขณะที่สื่ออังกฤษตีข่าวทันควัน บอกเป็นที่เดียวกับฮันนาห์ วิทเธอริดจ์ และเดวิด มิลเลอร์ ถูกฆาตรกรรมเมื่อ กย.57 รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (22 ม.ค. 58) เจ้าหน้าที่ตำรวจสุราษฎร์ธานี ได้รับรายงานจากตำรวจสภ.เกาะเต่า อ.เกาะ พะงัน ว่านักท่องเที่ยวสาวชาวอังกฤษเสียชีวิตปริศนาอยู่ภายในห้องพักของบังกะโลแห่งหนึ่งในพื้นที่หาดทรายรี ทราบชื่อคือ น.ส.คริสติน่า แอนส์ลีย์ สัญชาติอังกฤษ อายุ 23 ปี ซึ่งจากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบสาเหตุของการเสียชีวิตที่แน่ชัด เพราะไม่พบร่องรอยถูกทำร้ายร่างกาย และภายในห้องพักไม่มีรอยรื้อค้น และไม่มีทรัพย์สินสูญหายไป เบื้องต้นได้ส่งศพมาชันสูตรอย่างละเอียด ที่นิติเวชร.พ.สุราษฎร์ธานี เพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริงต่อไป ขณะที่เว็บไซต์มิเรอร์ของอังกฤษ ได้มีตีข่าวการเสียชีวิตดังกล่าวทันที พร้อมระบุว่าผู้ตายได้เสียชีวิตบนเกาะเต่าซึ่งเป็นสถานที่เดียวกับที่ น.ส.ฮันนาห์ วิทเธอริดจ์ และเดวิด มิลเลอร์ นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษอีก 2 คน ถูกสังหารเมื่อเดือนก.ย. 2557 ที่ผ่านมา MThai news

พล.อ.ดาว์พงษ์ รับเซ็นต์ ตั้น ร่วมทำงานจริง
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม /  จิตภัสร์ กฤดากร / 

รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยอมรับเซ็นต์ตั้ง จิตภัสร์ กฤดากร ร่วมคณะทำงานจริง แต่ขณะนี้หมดหน้าที่และไม่ได้ทำแล้ว หลังจากมีกระแสข่าวลือว่า น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร แกนนำกปปส. ได้เข้ามาทำงานร่วมกับรัฐบาลโดยอยู่ในคณะทำงานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ จนเกิดเป็นที่ฮือฮาวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ก่อนที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ยังไม่ได้รับทราบเห็นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรนั้น ล่าสุด พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องดังกล่าว โดยยอมรับว่า น.ส.จิตภัสร์ ได้เข้ามาเป็น 1 ในคณะทำงานจริง โดยตนเป็นผู้ลงนามในคำสั่งเมื่อวันที่ 30 ธ.ค.2557 ที่ผ่านมา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแม้ว่าจะมีการแต่งตั้งให้เข้าร่วมทำงานด้วยจริง แต่ขณะนี้น.ส.จิตภัสร์ ไม่ได้เป็นคณะทำงานแล้ว เพราะภารกิจที่ให้ทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว ส่วนสาเหตุการดึงตัวเข้ามาร่วมทำงานนั้นเป็นเพราะเห็นว่าเป็นเก่ง มีความรู้และความสามารถอีกทั้งยังเหมาะกับงานที่มอบหมายให้ MThai news

คดีพลิกแต่ไม่คืบ! แม่น้องต๊อกทวงถามกองปราบ
กองปราบปราม /  นายก ประยุทธ์ / 

มารดาน้องต๊อก เด็กตายปริศนา เข้าพบ ตร.กองปราบปราม เพื่อให้ติดตามคดีที่ถูกรื้อใหม่ หลังไม่มีความคืบหน้า หากยังไม่ได้คำตอบชัดเจน จะยื่นเรื่องถึงนายกรัฐมนตรี  นางกัลยา เกตุนาวา มารดา ด.ช.ศุภชัย ธรรมานุพัฒน์ หรือ น้องต๊อก อายุ 13 ปี ที่ เสียชีวิตอยู่ในบ่อดิน ต.วัดจันทร์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก เมื่อวันที่ 3 เม.ย. 2557 เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อติดตามทวงถามความคืบหน้าของคดี หลังจากทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สั่งให้รื้อคดีใหม่ โดย นางกัลยา กล่าวว่า ขณะนี้เวลาผ่านมากว่า 1 ปีแล้ว ซึ่งผลของการรื้อคดีใหม่ ระบุ บุตรชายเสียชีวิต ไม่ได้เกิดจากการจมน้ำแต่เกิดจากการฆาตกรรม และคนร้ายยังได้รับสารภาพว่าลงมือก่อเหตุ ขณะที่ แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ได้ทำการตรวจสอบผลทางนิติวิทยาศาสตร์ ระบุว่า น้องต๊อก เสียชีวิตจากการโดนฆาตกรรม ซึ่งทั้งหมดมีพยานหลักฐานครบถ้วน แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่มีความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับคนร้าย โดยตนได้พยายามโทรสอบถาม กลับถูกบ่ายเบี่ยงตลอดเวลา อ้างว่ายังไม่ได้รับผลตรวจจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และอ้างว่ารอตรวจสอบกล้องวงจรปิดหลังคนร้ายกลับคำให้การว่าไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ วันนี้ จึงเดินทางมาสอบถามความคืบหน้าอีกครั้ง ซึ่งหากไม่ได้รับคำตอบอย่างพอใจจะเดินทางไปยื่นหนังสือถือนายกฯเพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรมต่อไป

พาณิชย์อ้อน 'โรงเรียนกวดวิชา' จดทะเบียน-เร่งเก็บภาษี
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า /  กระทรวงพาณิชย์ / 

'กระทรวงพาณิชย์' โดย 'กรมพัฒนาธุรกิจการค้า' เชิญชวนผู้ประกอบการ 'โรงเรียนกวดวิชา' จดทะเบียนนิติบุคคล เพื่อความเชื่อมั่นหลังเปิด 'เออีซี' พร้อมเร่งพิจารณาเก็บภาษี  นางสาวผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กระทรวงศึกษาธิการจะเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัทที่ประกอบกิจการ โรงเรียนกวดวิชา หรือสถาบันกวดวิชา ซึ่งได้เชิญกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเข้าร่วมหารือและให้ข้อมูลด้านการจดทะเบียนนิติบุคคล ในฐานะเป็นหน่วยงานที่ให้บริการด้านการจดทะเบียน รวมทั้งเป็นคลังข้อมูลธุรกิจ ซึ่งกรมฯ มีความยินดีและพร้อมที่จะสนับสนุนข้อมูลธุรกิจให้กับทุกภาคส่วน หลังจากที่ป.ป.ช. ได้เสนอให้มีการพิจารณาจัดเก็บภาษี โรงเรียนกวดวิชา ที่มีลักษณะเป็นการประกอบธุรกิจ อย่างไรก็ดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า มีกฎระเบียบที่ใช้บังคับกับการจดทะเบียนชื่อและวัตถุประสงค์ของ ห้างหุ้นส่วนบริษัทที่ประกอบกิจการ โรงเรียนกวดวิชา หรือสถาบันกวดวิชารองรับไว้อยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องมีการปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบ ทั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลการจดทะเบียนของนิติบุคคลที่เป็นผู้ประกอบกิจการประเภท โรงเรียนกวดวิชา หรือสถาบันกวดวิชาซึ่งมาจดทะเบียน ณ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าพบว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 192 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2557) นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างมาตรฐานให้กับภาคธุรกิจไทยที่ให้บริการด้านการศึกษา และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับนักเรียน ผู้ปกครอง รวมถึงผู้ที่จะมาใช้บริการ อีกทั้งยังรองรับการขยายตัวของชาวต่างประเทศที่จะเดินทางมารับการศึกษาในประเทศไทย หลังจากการเปิดประชาคมอาเซียนในปีนี้ ซึ่งคาดว่าไทยจะกลายเป็นประเทศที่มีความโดดเด่นด้านการให้บริการการศึกษาในอาเซียน และจะเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันระหว่างประชากรไทย และอาเซียนเพิ่มขึ้นตามมา ในโอกาสนี้ จึงขอเชิญชวน โรงเรียนกวดวิชา ที่ยังไม่ได้จดทะเบียนนิติบุคคลสามารถมาจดทะเบียนเพื่อจัดตั้งบริษัทหรือเป็นนิติบุคคลได้ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเพื่อสร้างความมั่นใจ ในการดำเนินธุรกิจตามกฎหมายอย่างโปร่งใสต่อไป สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1570 หรือ ส่วนพัฒนาการจดทะเบียน กองทะเบียนธุรกิจ หมายเลขโทรศัพท์ 0 2547 4431 ติดตามข่าวสาร 'การเงิน' คลิ๊กเลย>>>>>>> MThai News

สทศ. เตรียมปรับลดวิชาสอบโอเน็ต เหลือเพียง 4 วิชาหลัก
ดร.สัมพันธ์ พันธุ์พฤกษ์ /  สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ / 

สถาบันทดสอบทางการแห่งชาติ เตรียมเสนอต่อกระทรวงศึกษาธิการ ปรับวิชาสอบโอเน็ต ให้เหลือเพียง 4 วิชาหลัก วานนี้ (29 ม.ค. 58) รองศาสตราจารย์ ดร.สัมพันธ์ พันธุ์พฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ หรือ สทศ. ได้ออกมาเปิดเผยถึงผลการประชุมคณะกรรมการบริหาร สทศ. ภายหลังได้หารือเกี่ยวกับแนวคิดให้ปรับลดจำนวนกลุ่มสาระการเรียนรู้ในการจัดสอบแบบทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต จากเดิมสอบทั้งหมด 8 กลุ่มสาระ ให้เหลือเฉพาะ 4 วิชาหลัก ว่า ที่ประชุมได้ข้อสรุปที่จะปรับลดจำนวนกลุ่มสาระในการสอบโอเน็ต แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด เพราะต้องเสนอ รมว.ศึกษาธิการ พิจารณาและตัดสินใจก่อนว่าจะเห็นชอบตามที่เสนอหรือไม่ ซึ่งวิชาหลักที่ทาง สทศ. จะจัดสอบ ประกอบไปด้วย คณิตศาสตร์, วิทยาศาสตร์, ภาษาไทย และ ภาษาอังกฤษ ส่วนวิชาอื่น ๆ เช่น สังคมศึกษา, พลศึกษา และ สุขศึกษา ให้ทางโรงเรียนเป็นผู้จัดสอบเอง สำหรับการจัดสอบโอเน็ต ประจำปีการศึกษา 2557 จะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 31 มกราคม นี้ สำหรับชั้นประถม6 ส่วนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จะเริ่มสอบระหว่างในวันที่ 31 มกราคม-1 กุมภาพันธ์ MThai news

ธนาคารแห่งประเทศไทย คาด การส่งออกไทย 58 ร่วง!
การส่งออก /  ข่าว / 

ธนาคารแห่งประเทศไทย คาด การส่งออกไทยปี 58 ร่วง!  ต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ที่ 1% ส่วนการส่งออกปี 57 ติดลบ 0.3% จากภาวะเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวช้า นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการ สำนักเศรษฐกิจมหภาค ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. เปิดเผยว่า ในปี 2558 มีโอกาสที่การส่งออกจะโตต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ที่ 1% เนื่องจากราคาน้ำมันที่ปรับลดลง อาจทำให้ราคาสินค้าส่งออก 1 ใน 5 ของการส่งออกสินค้าทั้งหมด ซึ่งประกอบ         ปิโตรเครมี, มันสำปะหลัง, เคมีภัณฑ์, ยางพารา, และ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม มีแนวโน้มที่ลดลง ส่วนการส่งออกในปี 2557 ติดลบ 0.3% โดยเป็นผลจากภาวะรวมของเศรษฐกิจโลกที่ยังฟื้นตัวอย่างช้าๆ ทางด้านการนำเข้าติดลบประมาณ 8.5% โดยส่วนใหญ่เป็นผลจากการนำเข้าน้ำมันดิบ ตามราคาน้ำมันโลกที่ลดลงรวมถึงการชะลอปริมาณการนำเข้าน้ำมันของโรงกลั่น เพราะคาดว่าราคาน้ำมันโลกอาจต่ำลงอีก สำหรับดุลการค้าในปี 2557 เกินดุล 24,582 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับลดลงมากส่งผลให้การนำเข้าหดตัวสูง ขณะที่การส่งออกขยายตัวได้เล็กน้อยตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ และดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 14,231 ล้านดอลลาร์ ติดตามข่าวสาร การส่งออกทั้งหมด  คลิ๊กเลย>>>>>>> MThai News

ผลฟุตบอล: เนย์มาร์พาเพลิน!บาร์ซ่าบุกย้ำแค้นตราหมี 9ตัวทะลุรอบรองเดือด
ดาเนียล อัลเวส /  บาร์เซโลน่า / 

ผลฟุตบอล โกปา เดลเรย์ รอบ 8ทีมสุดท้ายนัดที่สอง วันพุธที่ 28 มกราคม 2557 แอตเลติโก้ มาดริด 2-3 บาร์เซโลน่า รวมผลสองนัดบาร์เซโลน่า 4-2 แอตเลติโก้ มาดริด ผู้ทำประตู: 1-0 เฟอร์นันโด ตอร์เรส น.1, 1-1 เนย์มาร์ น.9,2-1 ราอูล การ์เซีย น.29 (จุดโทษ), 2-2 เชา มิรันด้า น.37 (เข้าประตูตัวเอง),2-3 เนย์มาร์ น.37  เวลา: 03.00 น. สนาม: บิเซนเต้กัลเรร่อน ถ่ายทอดสด: RS sun channel ศึกฟุตบอลถ้วยโกปาเดลเรย์คู่บิ๊กแมตท์ รอบ 8 ทีมสุดท้ายนัดที่ 2 บาร์เซโลน่า ที่ตุนความได้เปรียบด้วยการเอาชนะ แอตเลติโก้ มาดริดมาก่อน 1-0 จากการยิงของ ลีโอเนล เมสซี่ ออกมาเยือนถิ่นบิเซนเต้กัลเรร่อน เริ่มเกมส์ไปได้เพียงแค่ 48 วินาทีเท่านั้น เจ้าบ้านได้ประตูออกนำอย่างรวดเร็วเมื่อฮาเวียร์ มาสเคราโน่ พยายามจะวางบอลยาวแล้วโดนตัดได้ บอลทะลุมาถึงเฟอร์นันโด ตอร์เรส เกี่ยวบอลลงแล้วยิงเสียบมุมเข้าไปแบบเฉียบขาดเป็นประตูให้เจ้าบ้านออกนำ 1-0 และเป็นการทวงความเสียเปรียบจากนัดแรกคืนกลับมาได้อย่างรวดเร็ว แต่เพียงนาทีที่ 9 ทีมเยือนมาตามเอาคืนได้จากจังหวะโต้กลับเร็วที่ทีมงาน MSN ประสานงานกันได้อย่างสุดลงตัวเมื่อ เมสซี่ ดึงจังหวะจายให้ หลุยส์ ซัวเรซ ที่ดีดบอลมาให้ เนย์มาร์ ควบหลุดเดี่ยวเข้าไปยิงแบบปาดๆบอลไหลเข้าเสาไกลให้ บาร์เซโลน่า ตามตีเสมอ 1-1 และเป็นอเวย์โกลของทีมเยือน จากนั้นนาที 29 เจ้าถิ่นพลิกมานำอีกครั้งเมื่อ ฆวนฟราน ใช้ความเก๋าลากบอลเข้าไปหาฮาเวียร์ มาสเคราโน่ ก่อนล้มลงแล้วผู้ตัดสินให้จุดโทษ ราอูล การ์เซีย ซัดไม่เหลือให้ทีมตราหมีพลิกขึ้นนำ 2-1 จากนั้นนาที 37 บาร์ซ่าได้เตะมุม อิวาน ราคิติช โยนเข้ามาให้ เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ โขกไปโดน เชา มิรันด้า เตะสกัดเข้าประตูตัวเองกลับมาเสมอกัน 2-2 แต่แล้วนาที 42 กองเชียร์เจ้าบ้านต้องเงียบกริบเมื่อทีมเยือนฉวยโอกาสสวนกลับจนหน้าหงาย จากจังหวะที่อองตวน กรีซมันน์ ยิงบอลไปติดแขนของ จอร์ดี้ อัลบา ในกรอบเขตโทษแต่ผู้ตัดสินเฉย บาร์ซ่า โต้กลับเร็วกลับมา เมสซี่แทงบอลทะลุออกมาให้ อัลบา ที่สปีดมาจากหน้าบอตัวเองทิ้งตัวเกี่ยวบอลกลับมาให้ เนย์มาร์ ยิงนิ่มๆเข้าไปบาร์เซโลน่าพลิกแซงนำ 3-2 และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้ทำให้งานในครึ่งหลังของเจ้าบ้านหนักอึ้งเพราะต้องการถึง 3 ประตูหากหวังผ่านเข้ารอบแถมตอนพักครึ่ง เฟอร์นันโด ตอร์เรส จะเข้าไปงัดกับเนย์มาร์ จนนักเตะและสต๊าฟโค้ชทั้งสองทีมต้องเข้ามาห้ามทัพ ครึ่งหลังสถานการณ์ของ แอตเลติโก้ มาดริด ย่ำแย่ลงไปอีกเมื่อ กาบี้ โดนใบแดงไล่ออกจากสนาม เกมส์ครึ่งหลังขาดรสชาดไปไม่น้อย เพราะเจ้าบ้านเป็นรองเยอะทั้งสเกอร์และตัวผู้เล่นจนดูเหมือนถอดใจไปดื้อๆ แถมนาที 84 มาริโอ ซัวเรซ โดนใบเหลืองใบที่สองเป็นใบแดงถูกไล่ออกจากสนามไปอีกคนจากการไปตัดเกมส์ เมสซี่ ทำให้แอตเลติโก้ มาดริด แย่หนักเพราะเหลือผู้เล่นแค่ 9 คนเท่านั้น จบเกมส์ บาร์เซโลน่า บุกมาย้ำแค้น แอตเลติโก้ มาดริด 3-2 เข้ารอบรองชนะเลิศไปด้วยสกอร์รวม 4-2  รายชื่อ แอตเลติโก้ มาดริด:แยน โอบลัค(GK), ฆวนฟราน,เชา มิรันด้า, โฮเซ กิเมเนซ.,กิเยร์โม่ ชิเกร่า, กาบี้,มาริโอ ซัวเรซ, ราอูล การ์เซีย, อาร์ด้า ตูราน, อองตวน กรีซมันน์,เฟอร์นันโด ตอร์เรส บาร์เซโลน่า:มาร์ค อังเดร แทร์ สเตเก้น(GK),จอร์ดี้ อัลบา,ฮาเวียร์ มาสเคราโน่, เคราร์ด ปิเก้, ดาเนียล อัลเวส,อิวาน ราคิติช,เซร์คิโอ บุสเก็ตส์,อันเดรส อิเนียสต้า, ลีโอเนล เมสซี่, เนย์มาร์, หลุยส์ ซัวเรซ

ฮีโร่สาวน้อยวัยเพียง6ขวบ ช่วยเหลือเพื่อนชายร่วมห้องจนโลกยกย่อง
ฮีโร่สาวน้อย

ทางเว็บไซต์นิวส์เอสซี ของประเทศจีน ได้รายงานข่าวของ หวัง จื้อหยิง เด็กน้อยวัยกระเตาะ อายุเพียง 6 ขวบ จากมณฑลเสฉวน ทางตอนใต้ของประเทศจีน ได้ช่วยชีวิต หวัง เหยาหล่ง เพื่อนของเธอที่พลัดตกบ่อน้ำ ด้วยสองมือเปล่าของเธอเองเท่านั้น โดยเหตุได้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2557 โดยตัว หวัง จื้อหยิง กับ หวัง เหยาหล่ง เป็นเพื่อนรักกันและเป็นเพื่อนร่วมห้องเดียวกันในโรงเรียน ส่วนเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นในช่วงเย็นหลังจากที่เด็กทั้ง 2 คนทำการบ้านเสร็จแล้ว และออกไปเล่นในบริเวณใกล้ ๆ ที่เกิดเหตุ แต่แล้วเด็กชายผู้เคราะห์ร้ายเหยียบวัชพืชตรงขอบบ่อแล้วลื่นพลัดตกลงไปในบ่อน้ำ พอเห็นว่าเพื่อนของเธออยู่ในอันตรายก็รีบยื่นมือให้เพื่อนรักจับเพื่อดึงเขาออกมาจากบ่อน้ำ แต่ด้วยแรงอันน้อยนิดจึงไม่สามารถดึงตัวเหยาหล่งขึ้นมาได้สำเร็จ ได้แต่ใช้มือดึงเพื่อนไว้พลางตะโกนขอความช่วยเหลือ แต่ก็ไม่มีใครได้ยินเสียงเธอเลย จนเมื่อใกล้พลบค่ำ ทางด้านแม่ของจื้อหยิงรู้สึกผิดสังเกตที่ลูกสาวยังไม่กลับเข้าบ้าน จึงได้ออกตามหา จนได้ยินเสียงอันอ่อนแรงของจื้อหยิงจึงรีบเข้าไปดู เห็นลูกสาวกำลังยื้อดึงเพื่อนรักอยู่ตรงขอบบ่อน้ำ จึงรีบเข้าไปหาแล้วรีบช่วยดึงตัวเด็กชายขึ้นมาทันที โดยกว่าแม่จะมาพบเข้านั้น เด็กหญิงได้ใช้สองมือน้อย ๆ ของเธอยื้อตัวเพื่อนรักไว้กว่า 40 นาทีแล้ว จากนั้น แม่ของเด็กน้อยทั้ง 2 คน ก็รีบพาเด็ก ๆ ไปล้างตัว ให้แช่น้ำอุ่น และดื่มเครื่องให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น จึงได้นำส่งไปที่โรงพยาบาลเพื่อตรวจอาการเบื้องต้น โดยเหยาหล่งปลอดภัยดี ส่วนจื้อหยิงมีอาการปวดแขนจากกล้ามเนื้ออักเสบเพราะต้องออกแรงดึงตัวเพื่อนไว้เป็นเวลานาน แต่อย่างไรก็ตามถือว่าเป็นความโชคดีของ เหยาหล่ง ที่รอดพ้นจากวินาทีชีวิตที่อยู่ระหว่างความเป็นความตายได้อย่างหวุดหวิดที่สุด จากความช่วยเหลือของ จื้อหยิง เพื่อนรักของเขาเอง จน ณ เวลานี้ ทั้งคู่ก็สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขดังเดิม

วธ. ประกาศแล้ว ศิลปินแห่งชาติ 2557
ข่าววันนี้ /  ศิลปินแห่งชาติ / 

วธ. ประกาศแล้ว ศิลปินแห่งชาติ 2557 มี สะอาด เปี่ยมพงศ์สานต์, ภัทราวดี มีชูธน ร่วมด้วย รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (19 ม.ค. 58) กระทรวงวัฒนธรรมได้มีการเปิดเผยรายชื่อศิลปินแห่งชาติ ประจำปี 2557 ภายหลังที่ประชุมคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2558 ได้มีมติเห็นชอบ โดยศิลปินแห่งชาติ 2557 มีจำนวน 12 คน ใน 3 สาขา จะเข้ารับพระราชทานโล่และเข็มเชิดชูเกียรติจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ในวันศิลปินแห่งชาติ ซึ่งตรงกับวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2558 สำหรับศิลปินแห่งชาติ ทั้ง 12 คน ประกอบด้วย 1.นายจรูญ อังศวานนท์ (สถาปัตยกรรมภายในมัณฑนศิลป์) 2.นายชวลิต เสริมปรุงสุข (จิตรกรรม) 3.นายนิจ หิญชีระนันท์ (การออกแบบผังเมือง) 4.นายบุญช่วย หิรัญวิทย์ (ประณีตศิลป์) 5.นายปัญญา วิจินธนสาร (จิตรกรรม) 6.นางชมัยภร บางคมบาง 7.นายณรงค์ จันทร์พุ่ม (หนังตะลุง) 8.นางดุษฎี บุญทัศนกุล (ดนตรีสากล) 9.นายพงษ์ศักดิ์ จันทรุกขา (ดนตรีไทยลูกทุ่ง) 10.นางภัทราวดี มีชูธน (ละครเวทีและภาพยนตร์) 11.นายสะอาด เปี่ยมพงศ์สานต์ (โทรทัศน์และภาพยนตร์) 12.นายสิริชัยชาญ ฟักจำรูญ (ดนตรีไทย) MThai news

เปิดตัว เครื่องบินแอร์บัส เอ321 นีโอ บินข้ามแอตแลนติก
สายการบิน /  เครื่องบิน / 

เปิดตัว เครื่องบินแอร์บัส เอ321 นีโอ ซึ่งมีน้ำหนักขณะวิ่งขึ้นสูงสุด (Maximum Take Off Weight: MTOW) ถึง 97 ตัน อย่างเป็นทางการแล้ว โดยเครื่องบินรุ่นดังกล่าว ได้รับการยืนยันการสั่งซื้อแรกจากบริษัทแอร์ ลีส คอร์ปอเรชั่น (Air Lease Corporation: ALC) ซึ่งเป็นบริษัทผู้ให้เช่าเครื่องบินที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในเมืองลอสแองเจลิสได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding: MoU) เพื่อสั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัส เอ321 นีโอ เพิ่มอีกจำนวน 30 ลำ จากยอดการสั่งซื้อในงานฟาร์นโบโร แอร์โชว์ จากเครื่องบินแอร์บัสจำนวน 60 ลำเป็น 90 ลำ และถือเป็นลูกค้ารายแรกของเครื่องบินแอร์บัสทางเลือกแบบใหม่ที่เพิ่มขึ้นนี้ เปิดตัว เครื่องบินแอร์บัส เอ321 นีโอ บินข้ามแอตแลนติก เครื่องบินแอร์บัส เอ321 นีโอ มีน้ำหนักขณะวิ่งขึ้นสูงสุด 97 ตัน และมีระยะการบินไกลถึง 4,000 ไมล์ทะเล ซึ่งเป็นพิสัยบินระยะไกลที่สุดสำหรับเครื่องบินทางเดินเดี่ยวที่มีให้บริการอยู่ในทุกวันนี้ รวมถึงในอนาคต ทำให้เครื่องบินรุ่นดังกล่าวมีความเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการปฏิบัติการบินในเส้นทางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติค และยังช่วยให้สายการบินต่างๆ สามารถดำเนินการในตลาดที่มีเส้นทางบินระยะไกลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่สามารถปฏิบัติการบินในเส้นทางดังกล่าวด้วยเครื่องบินทางเดินเดี่ยวที่ใช้ตัวเลือกเครื่องยนต์ปัจจุบันได้ “เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นบริษัทแรกในการลงนามสั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัส เอ321 นีโอรูปแบบใหม่ที่มีพิสัยบินระยะไกลยิ่งขึ้น” มร.สตีเฟน เอฟ อุดวอร์-ฮาซี่ย์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทแอร์ ลีส คอร์ปอเรชั่น กล่าว “ALC มีความมุ่งมั่นที่จะให้บริการที่ครอบคลุมในทุกส่วนแบ่งตลาดที่มีศักยภาพ/ต้องการที่จะสร้างประวัติศาสตร์ในทุกตลาดที่เต็มไปด้วยโอกาส ซึ่งรวมถึงทุกส่วนตลาดที่ ALC จะสามารถเข้าร่วมให้บริการด้วยเครื่องบินแอร์บัส เอ321 นีโอนี้ เรามีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่เราสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นล่าสุดที่เปี่ยมไปด้วยสุดยอดนวัตกรรมอันล้ำสมัยให้กับลูกค้าของเรา” “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างมากที่ได้ทำการเปิดตัวเครื่องบินแอร์บัส เอ321 นีโอที่มีตัวเลือกน้ำหนักฯ 97 ตันกับ ALC”มร.จอห์น ลีฮีห์ ประธานบริหารฝ่ายปฏิบัติการลูกค้าสัมพันธ์แอร์บัส กล่าว “ALC เป็นบริษัทที่มีอนาคตไกล ซึ่งได้แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมล่าสุดของแอร์บัสอีกครั้ง ภายในเวลาเพียง 6 เดือนหลังจากที่ ALCเป็นลูกค้ารายแรกของแอร์บัส ในการสั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัส เอ330 นีโอครั้งก่อนหน้านี้” มร.ลีฮีห์กล่าวเสริมว่า “ตลาดเครื่องบินทางเดินเดี่ยวพิสัยบินระยะไกลขึ้นนี้ถือเป็นตลาดที่สร้างผลตอบแทนเป็นอย่างมาก ซึ่งเครื่องบินแอร์บัส เอ321 นีโอจะเข้ามาครองตลาดนี้ ด้วยหลายปัจจัย อาทิเช่น พิสัยบินที่มีระยะไกลยิ่งขึ้น เศรษฐศาสตร์ทางด้านการบินที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และความสะดวกสบายที่เหนือกว่า  โดยเครื่องบินแอร์บัส เอ321 นีโอ รูปแบบใหม่นี้ เป็นเครื่องบินที่สร้างผลกำไร/รายได้สูงที่จะเข้ามาช่วยเปิดโอกาสใหม่ๆ อีกมากมายในอนาคตให้กับลูกค้าของเรา” หากการลงนามบันทึกความเข้าใจของ ALC ในการสั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัส เอ321 นีโอ จำนวน 30 ลำ และเครื่องบินตระกูลแอร์บัส เอ330 นีโอ จำนวน 25 ลำ ได้กลายมาเป็นการสั่งซื้อที่แน่นอน การสั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัสของ ALCทั้งหมดจะมีจำนวน 258 ลำ (เครื่องบินแอร์บัส เอ320 ซีโอ จำนวน 53 ลำ เครื่องบินแอร์บัส เอ320 นีโอ จำนวน 140 ลำ เครื่องบินแอร์บัส เอ330 จำนวน 15 ลำ เครื่องบินแอร์บัส เอ350 เอ็กซ์ดับเบิลยูบี จำนวน 25 ลำ และเครื่องบินแอร์บัส เอ330 นีโอ จำนวน 25 ลำ) ทั้งนี้ เครื่องบินแอร์บัส เอ321 ที่มีตัวแปรน้ำหนัก 97 ตันได้ถูกสร้างขึ้นจากนวัตกรรมต่อเนื่องที่ถูกนำมาใช้กับตระกูลเครื่องบินแอร์บัส เอ320 ด้วยแอร์บัส เคบิน-เฟล็กซ์ หรือ ACF (Airbus Cabin-Flex: ACF) ซึ่งช่วยมอบมาตรฐานสูงสุดของความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสารในขณะเดียวกันก็ได้นำเสนอความยืดหยุ่นระดับสูงและความสามารถในการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมต่อความต้องการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างผลกำไรที่สูงสุดให้กับสายการบินต่างๆ รวมไปถึงการติดตั้งถังเชื้อเพลิงเพิ่มอีกหนึ่งจุดไว้บริเวณใต้ท้องด้านหน้าของเครื่องบิน และการพัฒนาปีกและลำตัวของเครื่องบินเพิ่มเติม ทำให้เครื่องบินแอร์บัส เอ321 นีโอ ที่มีน้ำหนักฯ 97 ตัน สามารถบรรทุกผู้โดยสารจำนวน 206 คนในห้องโดยสารที่ได้รับการออกแบบโดยแบ่งออกเป็น 2 ชั้นโดยสารในเส้นทางที่มีระยะไกลขึ้นถึง 4,000 ไมล์ทะเล ทั้งนี้กำหนดการส่งมอบเครื่องบินชุดแรกจะเริ่มต้นขึ้นในปี 2562 เครื่องบินแอร์บัส เอ320 นีโอ เป็นสมาชิกล่าสุดของตระกูลเครื่องบินแอร์บัสที่ขายดีที่สุดอย่าง เอ320 ได้มีการนำเครื่องยนต์รุ่นใหม่มาประยุกต์กับอุปกรณ์ปลายปีกเครื่องบิน (Sharklet) ซึ่งเมื่อทำงานร่วมกันแล้ว จะช่วยลดการเผาผลาญพลังงานได้ถึงร้อยละ 20 ภายในปี 2563 และเมื่อปลายเดือนธันวาคม 2557 ได้มียอดการสั่งซื้อเครื่องบินตัวเลือกเครื่องยนต์รุ่นใหม่ (New Engine Option: NEO) จำนวน 3 ,600 ลำ จากลูกค้า 70 ราย