ปฏิทิน2557

ยูอาอิน ลัดฟ้า เตรียมมาใกล้ชิดแฟนไทยครั้งแรก 29 พ.ย. นี้
YOO AH IN /  YOO AH IN Fan Meeting Tour in Thailand / 

ยูอาอิน ลัดฟ้า เตรียมมาใกล้ชิดแฟนไทยครั้งแรก ใน 2014 YOO AH IN Fan Meeting Tour in Thailand นักแสดงหนุ่มเกาหลี ยูอาอิน หนุ่มหล่อมาดเข้มที่มีชื่อเสียงและความสามารถมากมาย ทั้งผลงานซีรีส์ที่เป็นที่รู้จัก อาทิ บัณฑิตหน้าใสหัวใจว้าวุ่น (Sungkyunkwan Scandal) รับบท มุนแจซิน/กอลโอ เด็กหนุ่มเลือดร้อน ผู้ไม่เคยยอมใคร, แฟชั่น คิงส์ (Fashion King) ในบทบาท คังยังกอล เด็กหนุ่มยากจนมาดเซอร์ที่ชีวิตพลิกผันประสบความสำเร็จในวงการแฟชั่นระดับโลก และ ลีซุน แห่งราชวงศ์โชชอน คนรักของจางอ๊กจอง(แสดงโดย คิมแทฮี) จาก จางอ๊กจอง อยู่เพื่อรัก (Jang OK Jung Living by Love) นอกจากนั้น ยูอาอิน ยังมีผลงานภาพยนตร์ที่สร้างชื่อเสียง เช่น Boys of Tomorrow รับบท มือปืนหนุ่ม ชงแดด, Antique Bakery ในบทบาทของนักมวยที่อยากเปิดร้านเบเกอรี่ รวมถึง Punch ซึ่งถือเป็นภาพยนตร์ที่มีผู้ชมสูงสุดอันดับ 3 ของปี 2011 และล่าสุดหนุ่มคนนี้ก็กำลังจะมีภาพยนตร์ที่จะเข้าฉายในปีหน้า เรื่อง Veteran และ Sada-Crown Prince Sado อีกด้วย... ไม่เพียงเท่านั้นเพราะ ยูอาอิน ยังเคยได้รับรางวัลการันตีความสามารถในการแสดงอีกด้วย คือ รางวัลนักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยม (Best New Actor) จากภาพยนตร์เรื่อง Boys of Tomorrow ในงาน 3rd Pyungtaek Pierson Film Festival ในปี 2007 และ รางวัลนักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยม (Best New Actor) จากภาพยนตร์ Antique Bakery ในงาน Director’s Cut Film Awards 8th Pusan Film Critics Awards ปี 2008 หนุ่มหล่อ ยูอาอิน เตรียมลัดฟ้ามาเมืองไทยจัดแฟนมีตติ้งส่งท้ายปี พร้อมคอนเฟิร์มความพิเศษแบบใกล้ชิด เรียกได้ว่าพิเศษสุดๆ สัมผัสกันในระยะประชิดเลยทีเดียว มอบความสนุกแบบไม่มีกั๊ก ในงาน 2014 ยูอาอิน แฟนมีตติ้ง ทัวร์ อิน ไทยแลนด์ (2014 YOO AH IN Fan Meeting Tour in Thailand) จัดโดยบริษัท นีโอครีเอชั่น จำกัด งานนี้บอกได้เลยว่าไม่ธรรมดาจริงๆ เพราะนี่คือครั้งแรกในการจัดแฟนมีตติ้งในประเทศไทยของ ยูอาอิน และถือเป็นการส่งท้ายปี ก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้พบแฟนๆอย่างใกล้ชิดขนาดนี้ไปอีกนาน โดยเจ้าตัวซุ่มซ้อมเตรียมความพร้อมมามอบให้แฟนๆ ชาวไทยได้ชื่นชมเต็มที่อย่างแน่นอน ในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2557 เวลา 17.30 น. ที่โรงละครอักษรา คิงพาวเวอร์ นอกจากนี้แฟนที่มาร่วมงานนี้ จะได้มีโอกาสพูดคุยกับยูอาอินอย่างจริงใจ และยังได้พบกับความสามารถที่ถูกซ่อนไว้มานานด้วยเสียงเพลงเพราะๆ จาก ยูอาอิน ยังมีความสนุกความพิเศษอีกมากมายที่แฟนๆจะประทับใจไปอีกนาน สำหรับใครที่ไม่อยากพลาดโอกาสใกล้ชิดหนุ่มมาดเข้มเจ้าเสน่ห์คนนี้ รีบหาทางจับจองบัตรกันได้เลย เริ่มจำหน่ายบัตรในวันที่ 29 ตุลาคม 2557 เป็นต้นไป บัตรราคา 5,500 / 3,500 และ 2,000 บาท โดยบัตรราคา 5,500 บาท (VIP รับสิทธิเข้าร่วมงานแถลงข่าว ถ่ายรูปกับยูอาอิน รับโปสเตอร์พร้อมลายเซ็นต์ และไฮไฟว์ / บัตรราคา 3,500 บาท (รับโปสเตอร์พร้อมลายเซ็น และไฮไฟว์) / บัตรราคา 2,000 บาท (ไฮไฟว์) ทาง www.neocreation.co.th และติดตามความเคลื่อนไหวก่อนใครได้ที่ FB: Neo Creation และ www.neocreation.co.th ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

สถานที่ลอยกระทงกรุงเทพ ค่ำคืนแห่งสายน้ำและแสงจันทร์
ลอยกระทง /  สถานที่ลอยกระทงกรุงเทพ / 

ใกล้เข้ามาทุกทีกับวันเพ็ญเดือน 12 นั่นก็คือเทศกาลวันลอยกระทง 2557 ในปีนี้ตรงกับวันที่ 6 พฤศจิกายน ซึ่งก็มีหลายสถานที่จัดงานกันแบบจัดเต็มสุดอลังการ วันนี้ทาง Travel.mthai.com ขอเอาใจคนกรุง ด้วยการแนะนำ สถานที่ลอยกระทงกรุงเทพ ที่ได้รับความนิยมมาฝากทุกท่านครับ บ้านใกล้ที่ไหน ก็ไปกันเลย สถานที่ลอยกระทงกรุงเทพ ค่ำคืนแห่งสายน้ำและแสงจันทร์ 1. เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ แหล่งท่องเที่ยวและช้อปปิ้งสุดเก๋ริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีการจำหน่าย สาธิตการประดิษฐ์กระทง จำลองประเพณีรับบัว กิจกรรมถ่ายภาพย้อนยุค สาธิตดอกไม้ไฟไทยโบราณ สาธิตปลาตะเพียนสาน การละเล่นมวยทะเล มีการแสดงแสง-เสียง ประกอบน้ำพุ และการแสดงนาฏศิลป์ไทยบนเวทีอีสต์เอเชียติก 2. สะพานพระราม 8  ด้วยวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของสะพาน ตัดกับแสงเทียนของกระทงที่ลอยอยู่เต็มผืนน้ำ ทำให้ที่นี่ ยังคงเป็นสถานที่ที่คนกรุง นิยมมาลอยกระทงอย่างต่อเนื่องในทุกปี 3. สวนลุมพินี สวนสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางกรุง เป็นอีกหนึ่งแห่งที่ผู้คนนิยมมาลอยกระทงกันอย่างไม่ขาดสาย ภายในมีบึงขนาดใหญ่ บรรยากาศก็แสนรื่นรม รับรองว่าคุณต้องประทับใจแน่นอน 4. งานภูเขาทอง วัดสระเกศฯ ช่วงเทศกาลลอยกระทงของทุกปี ภูเขาทอง จะมีการจัดงานวัดอย่างยิ่งใหญ่ เพราะเป็นต้นกำเนิดของงานวัดในเมืองไทย นอกจากงานลอยกระทงแล้ว ไฮไลท์สำคัญอยู่การขึ้นไปกราบนมัสการปิดทองพระบรมสารีริกธาตุ และชมพระบรมบรรพตที่ชั้นบนสุดเพื่อเป็นศิริมงคล 5. วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร งานลอยกระทงที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความเก่าแก่ มีขบวนเรือสวยงาม และแสงจันทร์ที่ส่องสว่างบนพื้นหลังมีพระปรางค์ตั้งตระหง่าน เป็นภาพที่สวยงามสุดจะบรรยายจริงๆ 6. สวนสันติชัยปราการ ป้อมพระสุเมรุ สวนสาธารณะขนาดย่อม ที่ปกติเป็นแหล่งจัดนิทรรศการทางศิลปะ แต่ในช่วงเทศกาลลอยกระทง ที่แห่งนี้ก็ยังเป็นที่นิยมจากนักท่องเที่ยวอันดับต้นๆ เต็มไปดวยชาวต่างชาติ เนื่องจากอยู่ใกล้กับถนนข้าวสารนั่นเอง ทำให้เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่น่าสนใจครับ 7. โรงแรมมิลเลนเนียม ฮิลตัน กรุงเทพฯ โรงแรมสุดหรู ริมแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งนี้ จะทำให้คุณอิ่มเอมไปกับบรรยากาศวันลอยกระทงแบบโรแมนติก พร้อมด้วยอาหารนานาชาติหลากหลายชนิด พ่วงด้วยการแสดงวัฒนธรรมไทยที่วิจิตรงดงาม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ โทรศัพท์ 0 2442 2000 8. อุทยานสวนเบญจสิริ  สวนสาธารณะท่ามกลางแหล่งเศรษฐกิจ อยู่ติดกับห้างดิ เอ็มโพเรี่ยม เต็มไปด้วยชาวต่างชาติ เรียกได้ว่าเป็นงานลอยกระทงนานาชาติก็ว่าได้ เป็นอีกแห่งที่แนะนำครับ ความจริงแล้วในกรุงเทพฯ ยังมีสถานที่จัดงานอีกมากมาย เพียงแต่เราหยิบยกมาบางส่วนที่เป็นไฮไลท์สำคัญ ท่านใดที่มีความสนใจ สะดวกที่ไหน ก็อย่าลืมไปเที่ยวกันเยอะๆนะครับ เพราะเทศกาลลอยกระทง ถือเป็นหนึ่งประเพณีที่เก่าแก่ที่สุดของเรา โดยมีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย เราคนไทยควรช่วยกันอนุรักษ์ไว้นะครับ ที่มา : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย , เรียบเรียงข้อมูลโดย Travel MThai ขอบคุณรูปภาพจาก : hizotravel.com, trueplookpanya.com, mylifebe.com, painaidii.com, ddpromote.com, oknation.net ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง : สถานที่จัดงาน เที่ยววันลอยกระทง 2557 , เที่ยวเทศกาลลอยกระทง 6 ท่าน้ำ 6 อารมณ์

Baby & Kids Best Buy 19th
Baby & Kids /  คุณพ่อคุณแม่ / 

Thailand Baby & Kids Best Buy ครั้งที่ 19 มหกรรมสินค้าแม่และเด็ก ลดยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี 57 ลดราคาครั้งยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี 2557 ในงาน… Thailand Baby & Kids Best Buy ครั้งที่ 19 (ตุลาคม-พฤศจิกายน 57) ที่หลายคนเรียกกันติดปากว่า “งาน BBB” ครั้งนี้ลดแหลกกว่าเดิม เพราะเป็น End of The Year SALE ด้วย  ในงานท่านจะได้พบกับสินค้า สำหรับ คุณแม่และคุณลูก มากมายหลากหลายแบรนด์ ซึ่งานนนี้ได้รวบรวมสินค้าแบรนด์ดังมากันเพียบ ไว้ในที่เดียวอาทิ.. Pigeon, baby Farlin, Mother&Care, Combi, Camera, Proica, Medele, AILEBEBE, GLOWY Star, Samsung, Chicco, Britax, GRACO, AVENT, iPump, Little Monster, Philips, COOL KIDS, P&B, Plan TOYS, BareGanics, HUGGIES และอื่นๆอีกมากมาย ราคาถูก ครบ ดี ที่นี่ ที่เดียว…!! Thailand Baby & Kids Best Buy สำหรับคุณพ่อคุณแม่ ที่ต้องการสินค้าเพื่อลูกของคุณ ไม่ควรพลาด ของดี ราคาถูก ศูนย์รวมสินค้าแม่และเด็กที่ครบวงจรที่สุด มางานเดียวได้ครบทุกอย่างที่คุณต้องการ มาช้อปกับมหกรรมสินค้าแม่และเด็ก Thailand Baby & Kids Best Buy ครั้งที่ 19 (End of The Year SALE 2014) ได้ที่ .. ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันที่ 30 ต.ค. – 2 พ.ย.57 นี้ เวลา 10.00 – 20.00 น.

 อย. ย้ำ พาราเซตามอล ยังปลอดภัย แต่ต้องระวังการกินยาเกินขนาด
กินยาพาราเกินขนาด /  พารา / 

อย. ย้ำ ยา พาราเซตามอล ยังปลอดภัย สามารถบริโภคได้เอง แต่ต้องระวังการกินยาซ้ำ  หรือกินยาเกินขนาดโดยไม่รู้ติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะอาจทำให้เกิดพิษร้ายแรงจนตับวายเสียชีวิตได้ อย. จึงเร่งออกมาตรการป้องกัน โดยออกคำสั่งตามกฎหมายให้ผู้ผลิตแก้ไขฉลากและเอกสารกำกับยา ขณะนี้อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนให้ได้ข้อสรุป ก่อนบังคับใช้ต่อไป ภก.ประพนธ์ อางตระกูล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และในฐานะโฆษก อย. เปิดเผยว่า ยา พาราเซตามอล เป็นยาที่ควรเลือกใช้เป็นอันดับแรกสำหรับบรรเทาอาการปวดลดไข้  เป็นยา ที่ได้ผลดี ปลอดภัย ทั้งในผู้ใหญ่ เด็ก ผู้ป่วยโรคไต โรคแผลในกระเพาะอาหาร ไข้หวัดใหญ่ ตลอดจนผู้ป่วย หอบหืดซึ่งอาจแพ้ยาในกลุ่มแอสไพรินได้ แต่ในปัจจุบันพบรายงานการเกิดพิษ จากยา พาราเซตามอล โดยเฉพาะพิษต่อตับ จากการได้รับยาเกินขนาดโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งมีสาเหตุสำคัญคือ การกินยาซ้ำซ้อน การกินยาเกินขนาดไม่เหมาะสมกับน้ำหนักตัว หรือเกินขนาดสูงสุดที่ควรได้รับ ในแต่ละวัน จึงเร่งออกมาตรการเพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว การกินยาซ้ำซ้อนนั้น เป็นเพราะมียาที่นิยมใช้ทั่วไปหลายชนิด เช่น แก้ไข้หวัด ไอ แก้ปวด คลายกล้ามเนื้อ มีตัวยา พาราเซตามอล ผสมอยู่ด้วย ถ้าใช้ยาโดยดูแต่ยี่ห้อไม่สังเกตชื่อตัวยาจะทำให้กินยาซ้ำเกินขนาดได้โดยไม่รู้ตัว  เพื่อป้องกันปัญหานี้ อย.จึงออกมาตรการแก้ไขฉลากยา โดยเพิ่มข้อความ "ยานี้มี พาราเซตามอล" ตามด้วยความแรงของยาไว้ให้เห็นเด่นชัดและไม่ให้ใช้ชื่ออื่นๆของ พาราเซตามอล เช่นอะเซตามิโนเฟน (acetaminophen) จึงขอให้ประชาชนอ่านฉลากยาให้ละเอียด และสอบถามเภสัชกรให้แน่ใจว่ายาทุกชนิดที่ใช้อยู่ ไม่มีตัวยาซ้ำซ้อนกัน ในด้านขนาดยาที่แนะนำ อย. ได้ออกมาตรการแก้ไขขนาดยาที่ระบุบนฉลากของยาเม็ดและ ยาน้ำพาราเซตามอลทุกชนิด โดยให้แนะนำขนาดยาตามน้ำหนักตัวของแต่ละคน ขนาดที่แนะนำบนฉลาก ในผู้ใหญ่และเด็กอยู่ในช่วง 10-15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม เพราะน้ำหนักตัวเฉลี่ยของคนไทยต่ำกว่าชาวตะวันตกมาก ประชาชนควรเลือกใช้ยา พาราเซตามอล ขนาด 325 มิลลิกรัม แทนขนาด 500 มิลลิกรัม ซึ่งนิยมจำหน่ายกันอย่างแพร่หลาย เพราะปลอดภัยในการใช้มากกว่า การใช้ยา พาราเซตามอล ขนาด 500 มิลลิกรัม ในขนาดครั้งละ 2 เม็ด นั้นจะเหมาะสมกับผู้ที่มีน้ำหนักตัวตั้งแต่ 66.7 กิโลกรัมขึ้นไป โดยกินได้ไม่เกินวันละ 4 กรัมหรือ 8 เม็ด เท่านั้น หากกินยาแล้วอาการปวดในผู้ใหญ่ไม่บรรเทาใน 10 วัน ให้ไปพบแพทย์เนื่องจากอาจเป็นอาการของโรคที่ร้ายแรงได้ สำหรับผู้ที่กินยาหลายชนิด ดื่มสุราเป็นประจำ เป็นโรคตับหรือโรคไต จะมีขนาดยาที่เหมาะสมแตกต่างจากคนทั่วไป จึงควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยา พาราเซตามอล หากจำเป็นต้องใช้ยาเอง ให้ใช้ยาเท่าที่จำเป็น ในช่วงสั้นๆ ไม่ใช้ติดต่อกัน การใช้ พาราเซตามอล ในเด็กต้องระวัง โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 2 เดือน ให้ปรึกษาแพทย์ และระมัดระวังการเลือกซื้อยาเพราะแต่ละยี่ห้อมีขนาดยาต่อ 1 ช้อนชาไม่เท่ากัน ที่มีจำหน่ายโดยทั่วไป จะมี พาราเซตามอล 120,125,160 หรือ 250 มิลลิกรัมต่อ 1 ช้อนชา (1 ช้อนชาเท่ากับ5 มิลลิลิตร หรือ 5 ซีซี) จึงควรอ่านฉลากยาให้แน่ใจก่อนว่าใน 1 ช้อนชามี พาราเซตามอล กี่มิลลิกรัมก่อนป้อนยาให้กับเด็ก        และต้องระวังเป็นพิเศษกับยาพาราเซตามมอลแบบหยด ซึ่งเข้มข้นถึง 100 มิลลิกรัม ต่อยา 1 ซีซี ก่อนการใช้ยาแบบหยดกับเด็กควรตวงยาโดยใช้กระบอกฉีดยา (ไซริงค์) เสมอ ทั้งนี้ไม่ควรกินติดต่อกันนาน หากกินยาแล้วอาการของไข้ไม่ลดภายใน 3 วัน หรืออาการปวดของเด็กไม่บรรเทาภายใน 5 วัน ให้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุให้ชัดเจน สำหรับข้อมูลยาที่จำเป็นนั้นนอกจากอ่านจากฉลากยาแล้ว อย. ได้ออกมาตรการให้ผู้ผลิตจัดทำเอกสารกำกับยาฉบับประชาชนที่อ่านเข้าใจได้ง่าย แจกไปพร้อมกับบรรจุภัณฑ์ของยา พาราเซตามอล อีกด้วย การแก้ไขฉลากและเอกสารกำกับยาเป็นมาตรการระยะสั้น ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ทั้งทางเว็บไซท์ การออกหนังสือ และการจัดประชุมปรึกษาหารือ แล้วนำมาปรับปรุง ก่อนเสนอคณะกรรมการยาและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขพิจารณาออกเป็นกฎหมาย ในระยะยาว อย. จะเร่งทบทวนทะเบียนตำรับยาที่มี พาราเซตามอล เป็นส่วนประกอบให้เหมาะสมยิ่งขึ้นต่อไป รองเลขาธิการ ฯ กล่าวในตอนท้ายว่า การประชุมหารือรับฟังความคิดเห็น เรื่องยา พาราเซตามอล  จะจัดขึ้นในวันที่ 31 ตุลาคม 2557 เพื่อหาขอสรุปและข้อเสนอต่อมาตรการของ อย. หากเรื่องยา พาราเซตามอล นี้ผ่านการพิจารณา จะมีผลบังคับใช้ภายใน 180 วัน นับแต่วันถัดจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา  หากต้องการข้อมูลเรื่องยา พาราเซตามอล เพิ่มเติมสามารถเข้าไปดูข้อมูลได้ที่ http://drug.fda.moph.go.th/zone_admin/admin56.asp ขอบคุณที่มาจาก : กองพัฒนาศักยภาพผู้บริโภค อย. 

กระอัก! ขึ้นค่าโทลเวย์ 15 บาท ดีเดย์ 22 ธค.นี้
ขึ้นค่าทางด่วน /  ข่าว / 

'ประจิน' ไฟเขียวขึ้นค่าโทลเวย์ 15 บาท เริ่ม 22 ธค.นี้ ยอมรับต้องขึ้นราคาให้ ตามสัญญาสัมปทาน  พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคม โดยกรมทางหลวงได้ตกลงให้บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการ ทางด่วนโทลล์เวย์ ปรับขึ้นราคาค่าผ่านทางยกระดับอุตราภิมุข ช่วงดินแดง-ดอนเมือง-อนุสรณ์สถาน ตลอดเส้นทางอีก 15 บาท ซึ่งอัตราค่าผ่านทางใหม่นั้นจะเริ่มเก็บตั้งแต่เวลา 00.01 น.ของวันที่ 22 ธันวาคม 2557 ส่งผลให้อัตราค่าผ่านทางใหม่ (ขาออก) ในด่านช่วงดินแดง-ดอนเมืองจากเดิมรถ 4 ล้อ 60 บาท ปรับขึ้นเป็น 70 บาท ขณะที่รถมากกว่า 4 ล้อ จาก 90 บาท เป็น 100 บาท ส่วนช่วงที่ 2 จากดอนเมือง – อนุสรณ์สถาน รถ 4 ล้อ จาก 25 บาท เป็น 30 บาท ขณะที่รถมากกว่า 4 ล้อ จาก 35 บาท เป็น 40 บาท ซึ่งจะทำให้ตลอดทั้งเส้นทางขาออก รถ 4 ล้อ ปรับขึ้นราคาจาก 85 บาท เป็น 100 บาท ขณะที่รถมากกว่า 4 ล้อ จาก 125 บาท เป็น 140 บาท ส่วนอัตราค่าผ่านทางใหม่ (ขาเข้า) ช่วงอนุสรณ์สถาน-ดินแดง รถ 4 ล้อ จาก 85 บาท เป็น 100 บาท รถมากกว่า 4 ล้อ จาก 125 บาท เป็น 140 บาท ส่วนช่วงดอนเมือง – ดินแดง รถ 4 ล้อจาก 60 บาท เป็น 70 บาท รถมากกว่า 4 ล้อ จาก 90 บาท เป็น 100 บาท ซึ่งในส่วนเส้นทางขาเข้า อัตราค่าผ่านทางรถ 4 ล้อ ราคา 100 บาท และรถมากกว่า 4 ล้อราคา 140 บาท เป็นการชำระค่าผ่านทางยกระดับฯ ช่วงอนุสรณ์สถาน – ดอนเมือง และช่วงดอนเมืองดินแดง รวมกันในครั้งเดียว MThai News

Shopaholic Sale Up to 60%
60% /  CMG / 

เงินเดือนออกแล้ว! ใครอยากช้อปปิ้งยกมือขึ้น! CMG ขอเชิญเหล่าช้อปอะฮอลิกไปช้อปให้กระจุยซื้อให้กระจายที่เซ็นทรัลเวิลด์ ในงาน Shopaholic Sale รับรองว่าไปแล้วจะได้พบกับสินค้าแฟชั่นและความงามราคาโดนๆ ที่ใครเห็นเป็นอดใจไม่ไหวแน่นอน! Shopaholic Sale ยกสินค้าจาก 4 แบรนด์ดัง G2000, GUESS, H2O Plus และ THREE  มาลดราคาสูงสุดถึง 60% พบเสื้อผ้าบุรุษและสตรี กางเกงยีนส์ เครื่องสำอางในโปรโมชั่นต่างๆ อาทิ เสื้อเชิ้ตจาก G2000 ราคาเดียว 990 บาท ช้อป 3 ตัวขึ้นไปเหลือแค่ตัวละ 790 บาท! GUESS ลดสูงสุด 50% ซื้อ 2 ชิ้น ลดเพิ่ม 5% ซื้อ 3 ชิ้น ลดเพิ่ม 10% โฟมล้างหน้า H2O Plus 5 ชิ้น ราคาเพียง 300 บาท! THREE Goodie Bag เซ็ตเดียวสวยครบสูตร! ราคาเพียง 3,900 บาท จากปกติ 8,600 บาท แน่นอนว่ายังมี โปรโมชั่น อื่นอีก ช้อปอะฮอลิก แฟนคลับทั้ง 4 แบรนด์พลาดไม่ได้! ไปจับจ่ายใช้สอยให้เพลิดเพลินได้ที่ เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 2 โซน EDEN วันนี้ – 7 พฤศจิกายน 2557 นี้

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

นายกฯ บินกัมพูชา กระชับสัมพันธ์ 2 ประเทศวันนี้
ข่าวประยุทธ์ /  ข่าววันนี้ / 

พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางเยือน กัมพูชา อย่างเป็นทางการวันนี้ กระชับสัมพันธ์ 2 ประเทศ พร้อมลงนามในข้อตกลงร่วม 3 ฉบับ รายงานข่าวแจ้งว่า ในช่วงวันที่ 30-31 ตุลาคม 2557 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะมีกำหนดการเดินทางเยือนประเทศกัมพูชา อย่างเป้นทางการ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น รวมถึงลงนามบันทึกความเข้าใจ 3 ฉบับ ได้แก่ -บันทึกความเข้าใจระหว่างไทยและกัมพูชาว่าด้วยการขจัดการค้าเด็กและหญิงและการช่วยเหลือเหยื่อการค้ามนุษย์ -บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟ -และบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว โดยพล.อ.ประยุทธ์ จะออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร (บน. 6) ไปยังกัมพูชาเวลา 13.45 น. และจะบินกลับประเทศไทยในวันที่ 31 ต.ค. เวลา 15.45 น. MThai news

ปรับวิธีกินยา พาราเซตามอล ใหม่! ห้ามกินครั้งละ 2 เม็ด
กินยาพาราเกินขนาด /  พารา / 

เมื่อปลายเดือนกันยายน 2557 ที่ผ่านมา คณะอนุกรรมการส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผล และเครือข่ายโรงพยาบาลกว่า 50 แห่งในประเทศ ได้หารือกันในเรื่องการใช้ยา พาราเซตามอล หลังพบว่า คนไทยรับประทานยา พาราเซตามอล เกินขนาด เสี่ยงให้เกิดภาวะตับเป็นพิษได้ จึงได้หารือและเสนอให้ปรับวิธีการจ่ายยา พาราเซตามอล ใหม่ ซึ่งล่าสุดวันที่ 29 ตุลาคม ก็ได้มีการออกมาประกาศแก่ประชาชนดังนี้ คณะอนุกรรมการส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผล กำหนดรูปแบบฉลากยา 11 รายการ ให้เครือข่ายโรงพยาบาลกว่า 50 แห่ง นำไปปรับใช้กับระบบของโรงพยาบาลแต่ละแห่ง โดยยกกรณีการใช้ยา พาราเซตามอล เกินขนาดของคนไทยมาเป็นตัวอย่าง และย้ำห้ามรับประทานยาชนิดนี้ครั้งละ 2 เม็ด กินยา พาราเซตามอล ครั้งละ 2 เม็ด เมื่อมีอาการปวดหัวหรือเป็นไข้ เป็นความเชื่อของคนไทยส่วนใหญ่มนปัจจุบัน  ที่เข้าใจว่าจะช่วยรักษาอาการเจ็บป่วยได้  ซึ่งขัดกับหลักเกณฑ์การใช้ยาชนิดนี้ ที่กำหนดว่าห้ามรับประทานเกิน 4,000 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งยา พาราเซตามอล  1 เม็ด เท่ากับ 500 มิลลิกรัม หากดูฉลากยาพาราเซตามอลข้างขวด ที่ระบุว่า รับประทานได้ครั้งละ 2 เม็ด ทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมง ซึ่งทำให้คนไทยกินยาชนิดนี้มากเกินไป คือสูงถึง 6,000 มิลลิกรัมต่อวัน คณะอนุกรรมการส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผล จึงเห็นว่า ต้องกำหนดให้แพทย์สั่งจ่ายยา พาราเซตามอล กับผู้ป่วยเพศหญิง จำนวน 1 เม็ด รับประทานทุก 6 ชั่วโมง ส่วนผู้ป่วยชายให้พิจารณาเป็นกรณีไป และให้เขียนกำกับบนฉลากยาด้วยว่า "ห้ามใช้ยา พาราเซตามอล เกินวันละ 8 เม็ด เพราะเป็นพิษต่อตับ" นอกจากการกำหนดปริมาณยาที่เหมาะสมแล้ว การปรับรูปแบบฉลากยา ยังเป็นสิ่งจำเป็น  เครือข่ายโรงพยาบาลฯกว่า 50 แห่ง จึงกำหนดการปรับรูปแบบฉลากยา 11 รายการ เช่น ยา พาราเซตามอล ที่ต้องระบุชัดเจนว่าห้ามกินเกินวันละ 8 เม็ด  ยารักษาโรคเกาต์ ที่ควรมีฉลากเตือน "หากท้องเสียให้หยุดยาทันที" รวมถึงกลุ่มยาปฏิชีวนะ ควรเตือนเรื่องเชื้อดื้อยา เป็นต้น ซึ่งในวันที่ 30 ตุลาคมนี้ ทุกภาคส่วนจะมีการลงนามบันทึกข้อตกลง เพื่อนำโครงการโรงพยาบาลส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผลไปสู่ภาคปฏิบัติ ให้เกิดการใช้ยาที่ถูกต้อง และเป็นรูปธรรมมากขึ้น ขอบคุณที่มาจาก : voicetv.co.th

ททท.ตราด ชวนเที่ยว 6 เกาะในฝัน เมืองต้องห้ามพลาด
หมู่เกาะรัง /  เกาะกูด / 

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานตราดร่วมกับสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดตราด จัดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวข้ามภูมิภาค ภายใต้กิจกรรม “ กาลครั้งหนึ่ง ณ เกาะในฝัน ..... ทะเลตราด จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 – 30 พฤศจิกายน 2557 เส้นทางตราด – เกาะกูด – หมู่เกาะรัง เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดตราด และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์กระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวทะเลตราด ททท.ตราด ชวนเที่ยว 6 เกาะในฝัน เมืองต้องห้ามพลาด นางสาววรรณประภา สุขสมบูรณ์ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานตราด กล่าวเสริมว่า “กิจกรรมในครั้งนี้ เป็นการแจ้งให้นักท่องเที่ยวได้รู้ว่าทะเลตราดที่สวยงามพร้อมต้อนรับผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวทางทะเลแล้วและในปีนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้ชู 3 กลยุทธ์กระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศภายใต้แนวคิด “หลงรักประเทศไทย” ซึ่งเป็นแผนปฏิบัติการท่องเที่ยวด้านตลาดในประเทศประจำปี 2558 ประกอบด้วย1. โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองทางเลือก 2. โครงการ Dream Destinations 2015 กาลครั้งนั้น...ความฝันผลิบาน ส่งเสริมให้คนไทยออกไปท่องเที่ยวในเส้นทางสายดอกไม้ตลอดทั้งปี และ 3. โครงการวันธรรมดาน่าเที่ยวสำหรับการเปิด12แหล่งท่องเที่ยวจังหวัดทางเลือกใหม่ทั่วประเทศ จะเป็นการกระจายการท่องเที่ยวสู่จังหวัดท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์และมีศักยภาพ ในการรองรับนักท่องเที่ยวภายใต้แนวคิด “เมืองต้องห้าม...พลาด” ประกอบด้วยจังหวัดตราด ลำปาง เพชรบูรณ์ บุรีรัมย์ เลย สมุทรสงคราม ราชบุรี จันทบุรี ตรัง ชุมพร น่าน และนครศรีธรรมราช ซึ่งในส่วนของจังหวัดตราดเราได้กำหนดให้พื้นที่นี้เป็น “เมืองเกาะในฝัน” ในส่วนของกิจกรรม “กาลครั้งหนึ่ง ณ เกาะในฝัน ..... ทะเลตราด” ประกอบด้วยการศึกษาเรียนรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์จังหวัดตราด ณ พิพิธภัณฑสถานเมืองตราด เดินทางไปสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมืองตราด, เยี่ยมชมความมหัศจรรย์ของพื้นที่แบนราบกลางทะเลและฝูงกวางป่านับร้อยตัว ณ เกาะกระดาด ชายหาดเกาะกูดที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “อัญมณีอ่าวไทย” ชมความสวยงามโลกใต้ทะเลหมู่เกาะรัง,น้ำตกคลองเจ้า, ชมวิถีชีวิตของชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว ชุมชนที่ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (รางวัลกินรี), และการเยี่ยมชมสวนสละสมโภชน์ สวนสละพันธุ์สุมาลีที่มีคุณภาพ พร้อมกันนี้ยังได้จัดให้นักท่องเที่ยวทุกคนร่วมกันปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำลงสู่ทะเลตราด เพื่อเป็นการสร้างความสมดุลให้กับธรรมชาติอีกด้วย” ค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมกิจกรรมคนละ 4,299 บาท/ท่าน (พักคู่) รับจำนวนจำกัดดาวน์โหลดกำหนดการ traveleastthailand.org สมัครได้ที่สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดตราด โทรศัพท์. 08-1777-2124 (ภายในวันที่ 24พฤศจิกายน 2557) สอบถามเพิ่มเติม ททท.สำนักงานตราด โทรศัพท์. (039) 597-259-60 (ทุกวันในเวลาราชการ)

ลอยกระทงสุดกร่อย! เงินสะพัดต่ำสุดในรอบ 8 ปี
ลอยกระทง /  หอการค้าไทย / 

ม.หอการค้า เผยผลโพล ประชาชนใช้จ่ายลอยกระทงปี 57 สุดกร่อย เงินสะพัดแค่ 11,134 ล้าน ต่ำสุดในรอบ 8 ปี เหตุเศรษฐกิจไม่ฟื้น  นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลวันลอยกระทง จาก 1,037 ตัวอย่างทั่วประเทศ พบว่า ร้อยละ 77 ยังวางแผนจะไปลอยกระทงในปี 2557 ตามประเพณี เพื่อผ่อนคลายความเครียดและขอพร แต่จะลอยในจังหวัดตัวเอง ไม่เดินทางออกนอกพื้นที่ เพราะวันลอยกระทงไม่ติดกับวันหยุดปลายสัปดาห์ และระมัดระวังการใช้จ่ายตามภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว ทั้งนี้ ในภาพรวมยังมองว่า บรรยากาศการลอยกระทงในปีนี้ยังคงสนุกสนานเหมือนเดิม โดยมูลค่าการใช้จ่ายส่วนใหญ่ยังจะใช้เท่าเดิม เฉลี่ยต่อคน 1,678 บาท จากการสังสรรค์ซื้อสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทศกาล ทั้งกระทง พลุ และซื้อของรับประทาน ส่งผลให้ยอดเงินสะพัดในช่วงเทศกาลลอยกระทงปีนี้มีมูลค่า 11,134 ล้านบาท ขยายตัวเพียงร้อยละ 2.37 ขยายต่ำสุดในรอบ 8 ปี MThai News

VICKTEERUT year-end CLEARANCE sale up to 90%
Bangkok Marriott Hotel /  CLEAR LANCE sale / 

โปรโมชั่น VICKTEERUT year-end CLEAR LANCE sale up to 90% แฟชั่นนิสต้าสาวกแบรนด์ VICKTEERUT เตรียมตัวให้ดี เพราะทางร้านกำลังจะมีงาน VICKTEERUT year-end CLEARLANCE sale ในวันพรุ่งนี้ กระซิบบอกดังๆ ว่าโอกาสนี้เป็นโอกาสเดียวที่คุณจะได้ซื้อสินค้าแบรนด์โปรดในราคาลดสูงสุด 90% Vickteerut (วิกธีร์รัฐ) แบรนด์เสื้อผ้าสตรีสัญชาติไทยเตรียมจัดงานลดล้างสต๊อกส่งท้ายปี 2557 ยกกองทัพเสื้อผ้าเรียบหรูและตัดเย็บเนี้ยบกว่าใครสไตล์วิกธีร์รัฐมาจำหน่ายในราคาที่ใครเห็นเป็นต้องหยุดหายใจ งาน VICKTEERUT year-end CLEAR LANCE sale จะจัดขึ้นเพียง 3 วันเท่านั้นคือตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2557 พบกันได้ที่ Bangkok Marriott Hotel สุขุมวิท 55 บริเวณ Residence Lounge (ชั้น 2) ตั้งแต่เวลา 10.00 – 21.00 น. ย้ำอีกครั้งว่างานนี้ลดสูงสุดถึง 90% สาวก วิกธีร์รัฐ ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่เฟสบุ๊ก Vickteerut หรือโทร. 02-392-1578

Boots ลด 50% สำหรับชิ้นที่ 2
boots /  ความสวยความงา / 

โปรโมชั่น Boots ลด 50% สำหรับชิ้นที่ 2 รับลมหนาว กับสินค้าเพื่อความสวยความงามและผิว ลด 50% สำหรับชิ้นที่ 2 ตั้งแต่ 23 ต.ค. - 26 พ.ย. 2557 ที่ Boots ทุกสาขา สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: www.th.boots.com

เยาวชนไทยเจ๋ง คว้า 7 เหรียญทอง แข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียน
การศึกษา /  เยาวชนไทย / 

สุดยอด! เยาวชนไทยเจ๋ง คว้า 7 เหรียญทอง แข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 10 ณ กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม สร้างชื่อเสียงให้กับคนไทยกันอีกแล้วจ๊ะ...ขอปรบมือให้ดังๆ เลย เยาวชนไทยเจ๋ง คว้า 7 เหรียญทอง แข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียน โดยน้องๆ คณะเยาวชนไทย จำนวน 41 คน ได้เดินทางไปเข้าร่วมแข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 10 ณ กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ระหว่างวันที่ 23-28 ตุลาคม 2557 ที่ผ่านมา ม.ล.ปุณฑริก สมิติ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวว่า การแข่งขันในครั้งนี้ ไทยได้ส่งเยาวชนเข้าร่วมทำการแข่งขันใน 21 สาขาจากทั้งหมด 25 สาขา และสามารถทำผลงานได้อย่างดี คว้าเหรียญรางวัลมาทั้งสิ้น 21 รางวัล แยกเป็น 7 เหรียญทอง ใน 6 สาขา ประกอบด้วย 1. นายธวัชชัย เมืองมูล และ นายจักรพงษ์ หมื่นแสน จากสาขา แมคคาทรอนิกส์  มทร.ล้านนา ภาคพายัพ เชียงใหม่ 2. น.ส.ยุวะดี สนิทพจน์ จากสาขาแต่งผม  โรงเรียนเสริมสวยเกศศิริ พัทยา นานาชาติ 3. นายธงไชย งามสมสุข จากสาขาปูกระเบื้อง วิทยาลัยเทคโนโลยีบุญถาวร 4. นายดนัยกานต์ ศรีสุข จากสาขาบริการอาหารและเครื่องดื่ม  ม.ศิลปกร วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี 5. นายศุภรัตน์ รัตนพันธ์ จากสาขาเทคโนโลยีงานเชื่อม สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 5 นครราชสีมา 6. นายสุระพงศ์ ดวงลีลา จากสาขาเขียนแบบและออกแบบเครื่องกลด้วยคอมพิวเตอร์ มทร.ล้านนา ลำปาง สำหรับเหรียญเงิน 1 เหรียญ คือ นายศิริศักดิ์ สวิหนิ สาขาเทคโนโลยีสายเครือข่าย เหรียญทองแดง 5 เหรียญจาก 4 สาขา ได้แก่ 1. นายทัตพงศ์ พรมพิงค์ สาขาบริการอาหารและเครื่องดื่ม 2. น.ส.สุนิสา ชัยฤทธิ์ สาขากราฟิกดีไซน์ 3. นายชัยพร สมบูรณ์ชัย และ นายมงคล เทพวรรณ สาขาเทคโนโลยีหุ่นยนต์ชนิดเคลื่อนที่ 4. นายจักรกริช เนียมอาภา สาขาเทคโนโลยีงานเชื่อม และประกาศนียบัตรฝีมือยอดเยี่ยม (รางวัลชมเชย) 12 ใบ ได้แก่ น.ส.วัชรพร ศุภผลา สาขาแต่งผม, นายสุรชัย บุญส่ง สาขาเทคโนโลยียานยนต์, นายอภิวัฒน์ ทาคำห่อ สาขาแฟชั่นเทคโนโลยี, นายณัฐวุฒิ ผลทำมา สาขาท่อและสุขภัณฑ์, นายชาญณรงค์ พรพันธุ์สกุล สาขาก่ออิฐ, นายรักษิต บานใจ สาขาก่ออิฐ, นายชวิน อิงชาติเจริญพร สาขาเว็บดีไซน์, นายณัฐภณ นพวรรณ สาขากราฟิกดีไซน์, นายปณชัย ศรีพิมาน สาขาเทคโนโลยีระบบทำความเย็น, นายหัสพงศ์ เมธีวัชระนาภรณ์ สาขาประกอบอาหาร, นายธีรชัย นันธิษา สาขาประกอบอาหาร, นายธงชัย ดอนจันทร์เขียว สาขาการออกแบบและเขียนแบบเครื่องกลด้วยคอมพิวเตอร์ โดยมีผู้เข้าแข่งขันในอาเซียนรวม 10 ประเทศ 283 คน ลำดับที่ 1 คือ ประเทศเวียดนาม รองลงมา อินโดนีเซีย และ มาเลเซีย ซึ่งไทยอยู่ในลำดับที่ 4 ของการแข่งขัน  นอกจากนี้เยาวชนที่เข้าร่วมการแข่งขันทั้ง 41 คน จะได้ไปอบรมพัฒนาฝีมือเพิ่ม ก่อนคัดเลือกให้เหลือ 20 คน เพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติ (WorldSkills) ครั้งที่ 43 ที่ประเทศบราซิลในปี 2559  ทั้งนี้ ทางกรมพัฒนาฝีมือแรงงานเตรียมมอบเงินรางวัลให้เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจโดย เหรียญทองจะได้รับ 150,000บาท เหรียญเงิน 75,000บาท เหรียญทองแดง 40,000 บาทและประกาศนียบัตรฝีมือยอดเยี่ยม 20,000 บาทอีกด้วย Cr. thairath, nationtv