บ้าเหนือเมฆ1/

นัท สุมนเตมีย์ ช่างภาพใต้น้ำชั้นนำระดับสากล
ฉลาม /  ดำน้ำ / 

Q ‘ภาพที่ดีสำหรับผมไม่ต้องสวยเพอร์เฟ็ค แต่สามารถบอกเล่าเรื่องราวได้ครบถ้วน’ ถ้าพูดถึงช่างภาพใต้น้ำระดับชั้นนำของเมืองไทย ชื่อของ ‘นัท สุมนเตมีย์’ น่าจะถูกนึกถึงเป็นชื่อแรกๆ ด้วยประสบการณ์การทำงานมากว่า 20 ปี และมีผลงานเป็นที่โจษจันในระดับสากลรวมถึงการที่เคยคว้ารางวัลภาพถ่ายระดับโลกมาครอง เรียกว่าทำให้คุณนัทคุ้นเคยกับโลกใต้น้ำเป็นอย่างดีโดยเฉพาะบรรดาสัตว์โลกใต้ทะเลที่กลายเป็นเพื่อนที่รู้ใจกันไปแล้ว และกว่าจะได้มานั่งพูดคุยกับคุณนัทช่างภาพอารมณ์ดีคนนี้เราถึงต้องขอคิวเป็นพิเศษชนิดที่ว่าพลาดคราวนี้ก็อาจต้องรอกันข้ามปีทีเดียว เพราะด้วยความที่ต้องเดินทางไปทำงานต่างประเทศติดต่อกันหลายเดือนสิ่งนี้เป็นเครื่องการันตีชั้นดีว่าดีกรีของ The Master ของเราคราวนี้ไม่ธรรมดาแน่นอน นัท สุมนเตมีย์ ช่างภาพใต้น้ำชั้นนำระดับสากล อัพเดทชีวิตช่วงนี้หน่อยครับ? ตอนนี้มีโปรเจ็คทำโฟโต้บุ๊คขนาดใหญ่ซึ่งรวบรวมผลงาน 20 ปีที่ทำงานใต้น้ำของผมชื่อ ‘โอเคียนอส’ เป็นภาษากรีกที่มาของคำว่าโอเชียนซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งท้องทะเล คัดมา 150 รูปที่เป็นมาสเตอร์พีซ เริ่มตั้งแต่ถ่ายด้วยฟิล์มเมื่อ 20 ปีที่แล้ว คาดว่าจะออกประมาณต้นปีหน้าครับ ส่วนงานหลักตอนนี้จริงๆ คือเดินทางถ่ายสารคดีทั่วโลกให้กับทีมโลกโสภา เร็วๆ นี้กำลังจะมีรายการสารคดีฉายทางโทรทัศน์ครับ เห็นว่าเดินทางไปต่างประเทศบ่อยมาก? ช่วง 3-4 ปีนี้ผมเดินทางเยอะมาก ถ้านับกันจริงๆ ที่พอจะนึกได้มีแอฟริกาใต้ อินโดนีเซีย ปาปัวนิวกินี ตองก้า มาเลเซีย เอกวาดอร์ คอสตาริกา มัลดีฟ ฮาวาย บาฮามาส ที่เพิ่งกลับมาคือเซเชลส์เป็นเกาะอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย โดยที่ผ่านมาปกติเดินทางทุกเดือนจะกลับมาพักเมืองไทย 1 สัปดาห์จากนั้นก็เดินทางต่อ เริ่มถ่ายภาพใต้น้ำตั้งแต่ตอนไหนครับ? ผมโชคดีอยู่อย่างคือได้ดำน้ำกับพ่อตั้งแต่เด็ก มีโอกาสได้เห็นทะเลไทยตั้งแต่เป็นเด็กตัวกะเปี๊ยก ช่วงแรกก็ไปใกล้ๆ แถวเกาะล้านพัทยาจากนั้นก็เริ่มไกลขึ้นเรื่อยๆ จากระยอง ไปตราดจากนั้นลงไปทางใต้ ภูเก็ต กระบี่ สิมิลัน ผมคิดว่าโชคดีที่เห็นสิ่งเหล่านี้ตั้งแต่เด็กได้รู้จักโลกใต้ทะเลตั้งแต่ตอนนั้น หลังจากนั้นผมมาเริ่มดำน้ำแบบสกูบ้าอย่างเต็มตัวจนเข้าโดยเอ็นทรานซ์ติดที่คณะวารสารศาสตร์ธรรมศาสตร์ ชีวิตนักศึกษาเป็นยังไงบ้างครับ? ที่คณะวารสารศาสตร์ธรรมศาสตร์ผมเลือกเรียนภาพยนตร์ทำให้ผมมองเห็นภาพโดยรวมค่อนข้างกว้าง ส่วนที่ผมเรียนภาพยนตร์แต่มาทำงานภาพนิ่งเพราะว่าสมัยเรียนเคยไปทำงานกองถ่ายหนัง ความใฝ่ฝันคืออยากเป็นตากล้องหนังสารคดีแต่ในยุคนั้นยากมาก เริ่มต้นจากเป็นตากล้องภาพนิ่งประจำกองถ่ายก่อน แต่เรารู้สึกว่าการทำงานมันใช้เวลาเยอะมาก กองถ่ายมันค่อนข้างอุ้ยอ้ายการรอคอยก็เยอะ สุดท้ายค้นพบว่ามันไม่เหมาะกับลักษณะนิสัยของเรา สิ่งที่ต้องการคือตัดสินใจได้คนเดียวและรวดเร็วก็เลยเบนเข็มมาทำภาพนิ่งแทน จุดเปลี่ยนที่ก้าวสู่วงการช่างภาพอาชีพ? ตอนปี 4 ได้มาฝึกงานที่อนุสาร อสท ที่นี่เหมือนเป็นอีกโรงเรียนนึงของผม ตอนนั้นที่ อสท กำลังเป็นยุคเริ่มต้นของการถ่ายภาพใต้น้ำ ทำให้ผมได้เข้าไปเจอกับพี่อภินันท์ บัวหภักดีกับพี่วินิต รังผึ้ง ที่ถ่ายภาพใต้น้ำกันอยู่แล้วจึงได้มีโอกาสไปดำน้ำด้วยกัน ความรู้สึกตอนนั้นเป็นยังไงบ้างครับ? นี่ล่ะงานที่เราใฝ่ฝัน จากประสบการณ์ที่เรามีตั้งแต่เด็กถ่ายทอดออกมาเป็นภาพเป็นเรื่องราว แต่ตอนนั้น อสท ยังไม่มีการเปิดรับพนักงานผมเลยออกไปทำเป็นช่างภาพฟรีแลนซ์ ถ่ายทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นอาหาร ภาพประกอบหนังสือ หลังจากนั้นจึงมีโอกาสเข้าไปทำที่ อสท เพราะมีตำแหน่งว่าง แต่มีข้อแม้ว่าต้องเขียนเรื่องได้ด้วย ผมจึงหัดเขียนตั้งแต่ตอนนั้นแต่ด้วยผมเขียนพรรณณาไม่ค่อยเก่งแต่ใช้การเล่าเรื่องแบบภาพยนตร์ นึกถึงภาพที่เราเห็นแล้วก็ลงมือเขียนบรรยายจากความรู้สึก กลับมาที่ อสท รอบนี้ได้ให้อะไรกับพี่นัทบ้างครับ? การกลับมา อสท คราวนี้ผมโฟกัสการถ่ายภาพใต้น้ำมากขึ้น ได้ทำคอลัมน์ประจำคือท่องโลกใต้ทะเลซึ่งเป็นงานที่เราชอบมาก เป็นคอลัมน์ที่ผมทำมายาวนานมา 20 ปีพอดี ที่นี่เหมือนเป็นโรงเรียนของผม ได้เดินทาง พบปะผู้คน ได้ประสบการณ์การทำงานทำให้มีวิชาติดตัวมาถึงทุกวันนี้  หลังจากนั้นออกมาทำ NATURE EXPLORER ตอนปี พศ.2543 เป็นการทำงานที่ท่องโลกธรรมชาติอย่างเดียวเลยมีการเดินทางเกือบทั่วโลก ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องการในตอนนั้นทำจนหนังสือได้ปิดตัวไป ปัจจุบันเป็นช่างภาพอิสระเต็มตัวครับ ความท้าทายของการถ่ายภาพใต้น้ำ? เรากำหนดภาพอย่างที่เราต้องการไม่ได้ เราเป็นคนที่เอาตัวเข้าไปอยู่ตรงนั้นบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าของเราถ่ายทอดให้คนอื่นที่ไม่ได้เดินทางไปกับเราได้เห็น ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดของการถ่ายภาพใต้น้ำคือเวลา เวลาที่เราจะไปอยู่ตรงจุดนั้นที่เหตุการณ์มันเกิดขึ้นพอดี จริงๆ พื้นฐานการถ่ายภาพและมุมมองเป็นส่วนเล็กๆ อาจเรียกว่าเป็นส่วนสุดท้ายก่อนที่ตัดสินใจกดชัตเตอร์เท่านั้นเอง สิ่งสำคัญจริงๆ อยู่ที่การเตรียมการวางแผนการเดินทาง การเลือกจังหวะเวลาที่ไปแล้วเกิดปรากฎการณ์ที่เรารอคอยต่างหากที่สำคัญกว่า ขั้นตอนการวางแผนการเตรียมตัว? สมัยนี้ง่ายขึ้นครับเพราะสามารถหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตได้ ส่วนสมัยก่อนใช้การปรึกษาจากกลุ่มเพื่อนๆ ช่างภาพต่างประเทศที่เคยไปมาก่อน อย่างเช่นจะมีอะไรเกิดขึ้นในช่วงไหนของปีเราก็จดบันทึกไว้ว่าช่วงเดือนนี้ของปีจะไปที่ไหน อย่างเช่นช่วงกรกฎา-สิงหาที่แอฟริกาใต้จะเป็นช่วงที่ฝูงซาร์ดีนอพยพ (sardine run) แล้วก็มีฉลามมาไล่ตามกินฝูงซาร์ดีน หรืออย่างเดือนสิงหาวาฬหลังค่อมจะไปออกลูกที่ตองก้ามันจะเป็นข้อมูลที่มีอยู่แล้ว กำหนดการที่บอกมามีคลาดเคลื่อนบ้างมั้ยครับ? มีแน่นอน อย่างปรากฎการณ์ซาร์ดีนที่แอฟริกาใต้มันมีทุกปีก็จริง แต่บางครั้งมันเป็นปรากฎการณ์ขนาดใหญ่มากบางปีก็น้อยมากจนแทบไม่มี อันนี้เราไม่รู้แต่ต้องเดินทางไปรอก่อน อย่างเช่นปีนึงเกิดเหตุการณ์แค่อาทิตย์เดียวหรือ 3-4 วันอยู่ที่เราจะเลือกเวลาไปได้พอดีจังหวะหรือเปล่า การถ่ายภาพใต้น้ำมีเรื่องโชคเรื่องดวงมาประกอบด้วยหรือเปล่าครับ? มันเป็นไปได้ทั้งเรื่องโชคเรื่องดวงและการเฝ้ารอ ผมว่ามันเป็นสิ่งเดียวกัน ผมเคยบอกไว้ว่าถ้าเรารอให้โชคเกิดขึ้นอย่างเดียวมันก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่ถ้าเราลงมือค้นหามันด้วยก็จะมีโอกาสมากขึ้น ยกตัวอย่างผมไปรอฝูงซาร์ดีนอพยพ 40 วันก็จะมีโอกาสได้รูปมากกว่าคนที่ไปรอ 20 วัน สิ่งที่ผมเห็นในภาพของช่างภาพสารคดีทุกคนในโลกคือ ‘เวลาที่เขาใช้ไป’ จริงๆ แล้วภาพนิ่งเป็นการกดชัตเตอร์หนึ่งส่วนเสี้ยวของวินาที แต่เบื้องหลังของภาพมันมีที่มายาวนานมากอาจจะผ่านเวลามาแล้ว 20 วันหรือ 20 ปีหรืออาจผ่านเวลามาทั้งชีวิตของช่างภาพคนนั้นก็ได้ อีโก้มีส่วนในการสร้างสรรค์ผลงานมั้ยครับ? มีส่วนครับเวลาพูดถึงอีโก้ในความหมายของคนไทยมักมีความรู้สึกในแง่ลบ แต่จริงๆ แล้วอีโก้สำหรับผมมองว่าการที่จะสร้างผลงานมันต้องมีความฝันแล้วก็ไม่ยอมที่จะทิ้งมันไป บางครั้งผมค่อนข้างดื้อในการทำงานเพราะต้องการพยายามให้ถึงที่สุดแต่ในการทำงานกับธรรมชาติต้องเคารพธรรมชาติ ในบางครั้งเราถ่ายภาพสิ่งแรกที่ต้องคำนึงถืงคือต้องรบกวนธรรมชาติให้น้อยที่สุด ลองดูภาพของผมทุกวันนี้กับภาพเมื่อ 20 ปีที่แล้วประสบการณ์จะเป็นตัวบอกถึงภาพที่แตกต่างออกไป สมัยเมื่อ 20 ปีที่แล้วผมใช้วิธีการว่ายน้ำอย่างรวดเร็วเข้าไปหาเป้าหมาย ภาพที่ได้มาส่วนใหญ่จะเป็นภาพของสัตว์ที่เกิดอาการตื่นตกใจ แต่ทุกวันนี้ผมปรับการทำงานโดยใช้วิธีค่อยๆ หยุดนิ่งเพื่อให้สัตว์สงสัยและเชื่อใจจนเข้ามาอยู่ในระยะที่ถ่ายภาพได้เพราะประสบการณ์ 20 ปีที่ผ่านมาสอนให้ผมรู้ว่ายังไงมนุษย์ไม่มีทางว่ายน้ำได้เร็วกว่าปลา สิ่งที่คนทั่วไปมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับสัตว์โลกใต้น้ำ? คนทั่วไปมักจะมีความเข้าใจว่าวาฬทุกตัว ฉลามทุกตัว สัตว์ทุกตัวเหมือนกันหมดจริงๆ แล้วไม่ใช่ ทุกตัวมีพฤติกรรมเฉพาะตัว เหมือนเราเลี้ยงหมาเลี้ยงแมวแต่ละตัวมีนิสัยคาแร็คเตอร์ไม่เหมือนกัน เช่นเดียวกับวาฬหรือสัตว์ทะเลที่มีประสบการณ์ชีวิตไม่เหมือนกัน บางตัวเคยถูกไล่ล่าแต่บางตัวกลับคุ้นเคยกับมนุษย์ ฉลามเป็นสัตว์น่ากลัวเหมือนที่ร่ำลือกันหรือเปล่าครับ? ฉลามมีความก้าวร้าวแต่ไม่ทุกตัว เขาจะมีลักษณะแสดงออกให้เราเห็นได้อย่างชัดเจน บางชนิดจะโก่งตัวขึ้นครีบด้านข้างลู่ลงว่ายอย่างรวดเร็วในลักษณะไม่เป็นธรรมชาติ นั่นเป็นสัญญาณเตือนว่าเราต้องออกมาจากพื้นที่ของเขา จริงๆ ฉลามก็คือปลาตัวหนึ่งที่กลัวเรา ถ้าให้เปรียบเทียบง่ายๆ สุนัขที่กัดเราก็คือสุนัขที่กลัวเรา ถ่ายเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ? วาฬกับโลมาครับ เป็นสัตว์ที่วิวัฒนาการทางสมองใกล้เคียงกับเรามาก ทุกวันนี้นักวิทยาศาสตร์ทางทะเลหลายๆ คนพยายามสื่อสารทำความเข้าใจกับวาฬกับโลมาอยู่ เพื่อนช่างภาพที่สนิทกันคนนี้ถ่ายภาพวาฬเยอะมากประสบการณ์ที่เขาเล่าให้ผมฟังคือวาฬจำเขาได้และว่ายเข้ามาหา ผมชอบถ่ายวาฬมาก ผมบอกได้เลยว่าถ้าวาฬไม่มีปฏิสัมพันธ์กับเราจะได้ภาพยากมาก ถึงแม้เขาจะคุยกับเราไม่ได้แต่เขามีปฏิสัมพันธ์กับเรา เขายอมรับให้เราเข้าไปอยู่ในพื้นที่ของเขาได้ บางครั้งว่ายเข้ามาดูเราก็มี พื้นที่เป็นเรื่องสำคัญต้องทำให้เขารู้สึกว่าเราไม่ได้มารุกราน ประสบการณ์การทำงานมายาวนานประทับใจเคสไหนที่สุดครับ? สิ่งที่ประทับใจเหตุการณ์หนึ่งคือผมถ่ายภาพกระเบนราหูที่โคโมโด ผมถ่ายกระเบนราหูตัวนั้นทั้งไดฟ์อยู่ชั่วโมงกว่าแล้วกลับขึ้นมาบนเรือเพื่อพักและเปลี่ยนถังอากาศ 2 ชั่วโมงกว่าแล้วลงไปใหม่ กระเบนราหูตั้วนั้นก็ยังอยู่ที่เดิมและผมเชื่อว่าเขาจำผมได้เพราะพอเห็นผมปุ๊บว่ายเข้ามาหาเลยแล้วก็วนอยู่รอบตัว ประสบการณ์แบบนี้เป็นเรื่องที่พิเศษที่ลืมไม่ลงจริงๆ ครับ เทคนิคเฉพาะตัวในการทำงาน? การทำงานถ่ายภาพใต้น้ำโดยเฉพาะกับสัตว์ทะเลมันจะไม่เหมือนกับการถ่ายภาพสัตว์ป่าการถ่ายสัตว์ป่าบนบกต้องรออยู่ในซุ้มบังไพร ส่วนใหญ่ใช้เลนส์ขนาดยาวถ่ายในระยะค่อนข้างไกลหรือใกล้สุด 15 เมตร แต่ในการถ่ายภาพใต้น้ำระยะไกลที่สุดที่ถ่ายออกมาได้ดีคือไม่เกิน 3 เมตรจากเป้าหมาย สิ่งสำคัญที่สุดคือเราจะเข้าไปใกล้เป้าหมายได้ยังไง การที่เราอยู่เป็นกลุ่มใหญ่ๆ เสียงฟองอากาศที่เราดำน้ำมีผลมากกับสัตว์หลายๆ ชนิด เวลาอยู่จำนวนคนน้อยลงโอกาสสัตว์ที่เข้ามาปฎิสัมพันธ์กับเราก็มากขึ้น หรือบางครั้งผมถ่ายรูปมาโครสัตว์ตัวเล็กๆ ต้องใช้เวลาเพราะว่าเราจะไม่ไปจัดแต่งสัตว์ให้ไปอยู่ในมุมที่เราต้อง การฉะนั้นการดำน้ำของผมคือไม่ใช่ว่ายตามกลุ่มไป เรียกว่าคุณนัทมีความเป็นเพอร์เฟ็คชั่นนิสต์อยู่ในตัว? อาจจะมีส่วนนะ ผมถ่ายภาพมาตั้งแต่สมัยฟิล์ม ต้องยอมรับอย่างนึงนิสัยเสียของผมคือถ่ายภาพไม่เยอะ จำนวนชัตเตอร์ที่กดไปอาจจะไม่เยอะเท่าช่างภาพรุ่นใหม่ คือเราจะเห็นภาพก่อนแล้วค่อยกดชัตเตอร์ขณะที่ช่างภาพในยุคปัจจุบันจะมีวิธีมองอีกแบบที่ถ่ายภาพปุ๊บแล้วคิดไปว่าจะโปรเซสยังไงต่อให้ภาพออกมาอย่างที่ต้องการ ดังนั้นจำนวนภาพถ่ายของผมไดฟ์นึงมีแค่ 10-20 รูปเอง อาจจะเป็นความชินกับการถ่ายด้วยฟิล์มแบบเมื่อก่อนด้วย ได้ถ่ายภาพแนวอื่นบ้างมั้ยครับ? จริงๆ ผมก็ชอบถ่ายแลนสเคปนะครับ ไวด์ไลฟ์ก็ชอบถ้ามีจังหวะและโอกาส แต่ขณะเดียวกันผมถ่ายคนน้อยมากเลย ไม่ใช่ว่าผมไม่ชอบถ่ายนะ แต่ในบางครั้งผมอาจจะคุยกับคนไม่เก่ง ยกตัวอย่างช่างภาพถ่ายคนที่ผมนับถือคือคุณพิชญ์ เยาว์ภิรมย์ เป็นช่างภาพที่ดึงคาแร็คเตอร์คนออกมาได้ดีมาก เทคนิคพิเศษคือตีซี้คนง่ายมากเวลาไปเดินตลาดไม่ถึงชั่วโมงทั้งตลาดรู้จักคุณพิชญ์เรียบร้อยแล้ว สัตว์ใต้ทะเลที่คิดว่าถ่ายยากในมุมมองของคุณนัท? เยอะมาก ฉลามหัวค้อนเป็นอีกตัวอย่างนึงที่ถือว่าถ่ายยาก เป็นฉลามที่ขี้อายมาก คือเขาจะกลัวเสียงฟองอากาศของเรามาก บางทีว่ายมา 30-40 ตัวพอได้ยินเสียงฟองอากาศปุ๊บกระจายหายไปเลย ผมถ่ายภาพมา 20 ปีได้ภาพฉลามหัวค้อนดีๆ ไม่เกิน 10 รูป ส่วนใหญ่คือต้องแอบอยู่หลังโขดหินและพยายามหายใจให้น้อยที่สุดรอจนเข้ามาใกล้ได้จังหวะแล้วถ่าย มีสัตว์ชนิดไหนอีกมั้ยครับที่อยากถ่ายแต่ยังไม่ได้ถ่าย? เยอะมากครับส่วนใหญ่จะเป็นวาฬ เช่น วาฬบลูด้า วาฬสเปิร์ม วาฬสีน้ำเงิน โอกาสที่จะเจอวาฬไม่ใช่เรื่องง่ายต้องใช้จังหวะและเวลาที่เหมาะจริงๆ ช่วยเล่าเหตุการณ์ตื่นเต้นให้ฟังหน่อยครับ? มีไม่ค่อยบ่อยเพราะปกติก็ต้องระวังตัวเองเต็มที่ สิ่งที่ผมกลัวที่สุดส่วนใหญ่ไม่ใช่เรื่องของสัตว์แต่เป็นทะเล กลัวกระแสน้ำในบางจุดดำน้ำมันเป็นช่องแคบ ทำให้มีกระแสน้ำกดลงเป็นสิ่งที่อันตรายมากเพราะสามารถดูดเราลงไปใต้น้ำได้ ในการดำน้ำที่โคโดโมหรือบาหลี ผมพยายามอยู่ติดโขดหินตลอดเพราะบางครั้งกระแสน้ำเปลี่ยนอย่างรวดเร็วค่อนข้างอันตราย ลายเซ็นในภาพที่เห็นแล้วรู้ได้เลยว่าเป็นผลงานของคุณนัท? ผมว่าเรื่องลายเซ็นต้องให้คนอื่นดู อาจเป็นเรื่องความใกล้ชิด น่าจะเป็นความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างคนกับสัตว์มากกว่า ภาพที่ได้มาต้องผ่านการโปรเซสหน้าคอมพิวเตอร์หรือเปล่าครับ? รูปของผมต้องบอกเลยว่า 80% ค่อนข้างดูได้มาตั้งแต่ในกล้องแล้ว บางครั้งก็แทบไม่ได้ปรับอะไรเพิ่มเลยแต่ในบางครั้งพูดตรงๆ ว่าเป็นในแง่เทคนิค อย่างเช่นรูปครึ่งบกครึ่งน้ำข้างบนจะสว่างกว่าข้างล่างอยู่แล้วยังไงต้องผ่านการโปรเซสนิดหน่อยเพื่อจะเกลี่ยแสงด้านบนกับด้านล่างให้เท่ากัน กฎเหล็กประจำตัว? ผมพยายามไม่เปลี่ยนแปลงสภาพที่เห็นอยู่ตามธรรมชาติ สิ่งที่เห็นในภาพคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ ที่ผมมองผ่านวิวไฟเดอร์ของผม แล้วก็พยายามรบกวนธรรมชาติให้น้อยที่สุด จะบอกว่าไม่รบกวนเลยคงเป็นไปไม่ได้ ความรู้สึกที่ได้เป็นไอดอลเรื่องการถ่ายภาพใต้น้ำให้ใครหลายคน? เป็นความรู้สึกที่ดี แต่ผมเองไม่ได้เก่งไปกว่าคนอื่น เชื่อว่ามีช่างภาพหลายๆ คนที่มีฝีมือดีกว่า เพียงแต่ว่าผมอาจทำงานตรงนี้มายาวนานคนเลยรู้จักมากกว่าคนอื่นเท่านั้นเอง แล้วคุณนัทมีไอดอลกับเขามั้ยครับ? มีครับช่างภาพทุกคนย่อมมีช่างภาพในดวงใจ ส่วนผมมีหลายคนอยู่ถ้าเป็นต่างชาติชอบ ‘เดวิด ดูบิเลต์’ ช่างภาพเนชั่นแนลจีโอกราฟิกที่ผมเห็นผลงานเขามาตั้งแต่เด็กๆ ภาพของเขาถือว่าเป็นแรงบันดาลใจให้ผมอยากถ่ายรูปใต้น้ำ โดยรูปที่ประทับใจคือฝูงปลาบาร์ราคูด้าม้วนเป็นวงกลมแล้วมีนักดำน้ำอยู่ตรงกลาง ส่วนคนไทยนับถือเป็นพี่เชน หม่อมหลวงปริญญากร วรวรรณ ช่างภาพสัตว์ป่าที่ไม่ทำอย่างอื่นเลยนอกจากเป็นช่างภาพสัตว์ป่าอย่างเดียว ใช้เวลาเป็นปีอยู่ในป่า ทำงานมา 30 กว่าปีตั้งแต่ผมยังเด็กๆ จนตอนนี้ก็ยังทำอยู่ถือว่าเป็นไอดอลของผมทั้งงานเขียนและงานถ่ายภาพ แอบรู้มาว่าคุณนัทเคยได้รางวัลถ่ายภาพระดับโลกมาด้วย? จะบอกว่าผมส่งรูปประกวดน้อยมาก แต่ปัจจัยที่ทำให้ผมอยากส่งประกวดไม่ใช่เรื่องของรางวัลอย่างเดียวแต่อยู่ที่กรรมการตัดสินด้วย งานประกวดคราวนั้นคือ La Mer จัดประกวดร่วมกับเนชั่นแนลจีโอกราฟิก โดยได้ ‘ไบรอัน สเคอร์รี่’ ช่างภาพของเนชั่นแนลจีโอกราฟิก ที่ส่งไปเพราะอยากให้เขาได้เห็นภาพ อยากรู้ว่ามองเห็นเหมือนที่เรามองมั้ยแล้วก็อยากรู้คำวิจารณ์จากปากเขาด้วย ซึ่งก็บอกกับเรามาว่าเป็นจังหวะภาพที่น่าประทับใจ เบื้องหลังภาพนี้จะบอกว่าฟลุคก็ได้นะ ตอนนั้นไปดำน้ำที่กาลาปากอส จังหวะกำลังจะขึ้นจากน้ำเห็นนกตัวนี้มาลอยตัวอยู่ตรงผิวน้ำแล้วมองมาที่ผมพอดี ในชีวิตช่างภาพใต้น้ำของคุณนัทใฝ่ฝันอยากไปเยือนที่ไหนอีกมั้ยครับ? อยากไปแอนตาร์กติกา อยากถ่ายเพนกวินใต้น้ำ เป็นสิ่งที่เราไม่เคยเห็นมันก็อยากเห็นสักครั้งในชีวิต www.okeanos-photobook.com/ FB : Nat Sumanatemeya

15 คำสัญญา ที่คู่รักควรให้คำสัญญาแก่กัน ถ้าอยากคบกันไปตลอดชีวิต
คำสัญญา /  คำสัญญาของคนรัก / 

ถ้าคุณมีความรักแล้ว และได้เจอกับคนที่คุณอยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยไปอีกนานๆ คำสัญญานั้นก็เป็นเรื่องสำคัญ หลายคนอาจบอกว่า สัญญามีไว้ให้กับคนที่ไม่แน่นอนเท่านั้น แต่ไม่ใช่หรอกค่ะ คนที่ไม่อยากสัญญานั้นเป็นเพราะเขาคิดว่าเขาจะรักษามันไว้ไม่ได้ต่างหาก  หากคุณอยากจะเป็นคนรักที่ดีและอยู่กับคนนี้ตลอดไป นี่คือ 15 คำสัญญาที่คู่รักควรมีไว้ 1.สัญญาว่าจะฟังกัน ความรัก ความสัมพันธ์นั้นเกิดขึ้นจากการสื่อสารเป็นหลัก ถ้าความเข้าใจมันเกิดขึ้น ปัญหาก็คงไม่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นการฟังเป็นจุดที่สำคัญในการสื่อสารกัน อย่าใส่อารมณ์หรือคิดแต่จะพูดฝ่ายเดียว จงฟังกันและกันด้วย  2.สัญญาว่าจะเรียนรู้กัน การคบกันนั้นเป็นเรื่องยากเหมือนการเรียนหนังสือแหละค่ะ ความรู้มันมีไม่รู้จบหรอก คุณสองคนต้องเรียนรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงในอนาคตและพร้อมจะโตไปด้วยกัน และไม่ว่าจะมีความผิดพลาดเกิดขึ้นแค่ไหนก็จะไม่ปล่อยมือออกจากกัน 3.สัญญาว่าจะให้อีกฝ่ายเป็นตัวของตัวเอง เราควรจะรักอีกฝ่ายในสิ่งที่เขาเป็น อย่าพยายามที่จะเปลี่ยนอีกฝ่าย เพราะท้ายสุดแล้ว คนที่คุณรัก เขาก็ต้องเป็นตัวเขาอยู่ดี อย่าเปลี่ยนเขาและจงอยู่กับเขา 4.สัญญาว่าจะให้อีกฝ่ายเติบโต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความฝัน หน้าที่การงาน สัญญาว่าคุณจะไม่รั้งเขาไว้ จากการเติบโตในหน้าที่การงาน หรือการทำตามความฝัน จะคอยอยู่ข้างๆเป็นกำลังใจและไม่หนีไปไหน 5.สัญญาว่าจะมีชีวิตเพื่อกันและกัน จำไว้ว่าคุณไม่ได้มีชีวิตอยู่เพื่อตัวเองเพียงอย่างเดียว ต่อไปคุณต้องมีอนาคตร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการทำความฝัน อนาคต อย่าลืมคิดว่าจะทำอย่างไรกับอนาคต เพื่อปูทางให้ความสัมพันธ์นั้นดำเนินไปอย่างสวยงาม 6.สัญญาว่าจะหาเวลาให้กัน ไม่ว่าคุณจะยุ่งขนาดไหน อย่าลืมหาเวลาให้กัน แม้ว่าจะมีเพียงเวลาไม่มากนักต่อวัน แต่อย่าลืมใส่ใจความรู้สึกกัน มาเห็นหน้ากันบ้าง 7.สัญญาว่าจะทำงานเป็นทีม การทำงานบ้าน อย่าคิดว่าเป็นงานของใครสักคน แต่จงคิดว่าเป็นสิ่งที่ต้องรับผิดชอบร่วมกัน 8.สัญญาว่าจะรักษาสิ่งที่เป็น "เรา" ร้านโปรด รายการโปรด สถานที่โปรด อย่าลืม อย่าละเลย จงจำไว้เสมอว่าสถานที่ต่างๆและสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่มีคุณค่ากับเรา และมันคือความทรงจำที่สวยงามของเรา 9.สัญญาว่าจะใส่ใจความสนใจของอีกฝ่าย ฝ่ายชายชอบดูบอล ฝ่ายหญิงชอบช้อปปิ้ง ถึงแม้คุณจะไม่ถวิลหาสิ่งเหล่านั้น และเบื่อที่จะต้องรอคอย แต่อย่าลืมว่า มันเป็นสิ่งที่เป็นตัวเขา จงให้เวลากับเขาบ้าง นั่งเล่นอยู่ข้างๆเขาเวลาดูบอลบ้าง คุณผู้ชายก็รอแฟนบ้าง 10.สัญญาว่าจะให้เกียรติเขาด้วยการแสดงออกว่ารัก อย่าลืมเคลียร์กับโลกใบนี้ว่า คุณรักเขา ด้วยการแสดงออกในที่สาธารณะบ้าง เช่น จับมือเขา เล่นกับเขา และแนะนำกับคนอื่นว่า คนนี้ภรรยา คนนี้สามี ให้เกียรติอีกฝ่ายด้วยการให้เขามีสถานะที่ชัดเจน 11.สัญญาว่าคุณจะเลือกเขาเสมอ ไม่ว่าจะมีใครเข้ามา อีกฝ่ายจะเป็นฝ่ายที่ชนะและคุณเลือกเสมอ 12. สัญญาว่าจะหาเรื่องแปลกใหม่ทำด้วยกัน อย่าให้ความรักเป็นเรื่องรูทีนน่าเบื่อ หาอะไรสนุกๆทำด้วยกันบ่อยๆ หาเรื่องใหม่ๆ ทำ อาจจะเป็น ดูหนังเรื่องใหม่ เล่นเกมใหม่ๆ ไปเที่ยวที่ใหม่ๆ แค่นี้ก็พอแล้ว 13.สัญญาว่าจะรับโทรศัพท์เสมอ อย่าปล่อยให้โทรศัพท์ของอีกฝ่ายกลายเป็นมิสคอล คิดไว้เสมอว่า การที่เขาโทรมานั้นแสดงความเป็นห่วงเสมอ อย่าปล่อยปละละเลย เพราะไม่แน่สายนั้นอาจเป็นเรื่องฉุกเฉินที่คุณอาจจะเสียใจภายหลังก็ได้ หากไม่รับ 14.สัญญาว่าจะรักครอบครัวเขาเหมือนครอบครัวคุณ เมื่อมีความรัก หรือ มีความสัมพันธ์มันไม่ได้จบแค่คุณสองคน ครอบครัว เพื่อยฝูง คนรอบข้าง คุณต้องรู้จักอย่างทั่วถึง และอย่าลืมใส่ใจให้ความรักเหมือนที่เขาทำ เช่น ไปเยี่ยมพ่อแม่เขาบ้าง ซื้อขนมไปฝากบ้าง 15.สัญญาว่าจะไม่จากไปไหน สัญญาว่าจะคิดถึงกันแม้ต้องไกลจากกัน สัญญาว่าไม่ว่าจะเจอทุกข์ภัยร้ายแค่ไหนก็จะไม่ปล่อยมือจากกัน คำสัญญาอาจไม่มีความหมายถ้าคนที่รักษาสัญญาเขาไม่รักษาไว้ อย่าลืมนะคะ ว่าคนรักที่ดีและชีวิตคู่นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย อย่าปล่อยปละละเลยและจงรักษาไว้ให้ดี ที่มา lifehack เรียบเรียงโดย Women Mthai Team

เช็คด่วน! ขสมก.ปรับ36เส้นทางเดินรถงาน Bike For Mom
Bike for Mom /  ขสมก. / 

ขสมก. แจ้งปรับเปลี่ยนเส้นทาง 36 เส้นทางเดินรถ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรม Bike For Mom วันที่ 2 ส.ค. และ 16 ส.ค.นี้ วันที่ 1 ส.ค. องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) แจ้งปรับเปลี่ยนเส้นทางรถประจำทางช่วงกิจกรรม Bike For Mom ปั่นเพื่อแม่ ทั้งวันซ้อมใหญ่ ในวันอาทิตย์ที่ 2 ส.ค. และวันจริง อาทิตย์ที่ 16 ส.ค. ซึ่งจะมีการปิดการจราจรหลายเส้นทาง ขสมก. จึงจำเป็นต้องปรับเส้นทางการเดินรถจำนวน 36 เส้นทาง ทั้งการตัดรถเสริม และกลับรถก่อนถึงจุดที่ปิดการจราจร ดังนี้ 1. สาย 29 รังสิต-หัวลำโพง กลับรถ หน้าสำนักงาน มอก. 2. สาย 34 รังสิต-หัวลำโพง ตัดรถเสริมแยกบางเขน 3. สาย 39 ม.ธรรมศาสตร์-อนุสาวรีย์ชัยฯ กลับรถหน้าสำนักงาน มอก. 4. สาย 59 รังสิต-สนามหลวง กลับรถหน้าสำนักงาน มอก. 5. สาย 107 อู่บางเขน-ท่าเรือคลองเตย ขึ้นทางด่วนประชานุกูล-ลงทางด่วนบริเวณคลองเตย 6. สาย 129 อู่บางเขน-สำโรง ขึ้นทางด่วนประชานุกูล-ลงทางด่วนบางนา 7. สาย 185 รังสิต-คลองเตย เลี้ยวเข้าถนนพระราม 9 - แยก อสมท. - คลองเตย 8. สาย 503 รังสิต-สนามหลวง ตัดเสริมแยกบางเขน 9. สาย 510 ม.ธรรมศาสตร์-อนุสาวรีย์ชัยฯ กลับรถหน้าสำนักงาน มอก. 10. สาย 522 รังสิต-อนุสาวรีย์ชัยฯ กลับรถหน้าสำนักงาน มอก. 11. สาย 534ก อู่บางเขน-ท่าน้ำนนท์ ถึงกรมทหารราบที่ 1 พัน 2 รอ. เลี้ยวซ้ายเข้าถนนเลียบคลองประปา-แยกประชานุกูล-เลี้ยวขวาไปท่าน้ำนนท์ 12. สาย 555 รังสิต-สุวรรณภูมิ ขึ้นทางด่วนรามอินทรา-ลงสุวรรรภูมิ 13. สาย 26 กลับรถที่แยกอนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมมูญ 14. สาย 514 มีนบุรี-สีลม ตัดเสริมที่โบสถ์แม่พระฟาติมา 15. สาย168 อู่สวนสยาม-อนุสาวรีย์ชัยฯ ตัดเสริมที่โบสถ์แม่พระฟาติมา 16. สาย 206 ม.เกษตรศาสตร์-เมกาบางนา กลับรถที่แยกรัชโยธินหน้า สน.พหลโยธิน 17. สาย 145 ปากน้ำ-หมอชิต 2 ตัดเสริมแยกลาดพร้าว 18. สาย 206 เมกาบางนา-ม.เกษตรศาสตร์ ตัดเสริมแยกรัชโยธิน 19. สาย 536 ปากน้ำ-หมอชิต2 ตัดเสริมแยกหมอเหล็ง 20. สาย 12 ห้วยขวาง-ปากคลองตลาด ตัดเสริมห้วยขวง-ตลาดดินแดง และปากคลองตลาด-แยกตึกชัย 21. สาย 13 คลองเตย-ห้วยขวาง เลี้ยวขวาเข้าแยกประตูน้ำ-ถนนเพชรบุรี-วิ่งเลียบทางรถไฟมักกะสัน - ถนนราชปรารภ - คลองเตย 22. สาย 67 สาธุประดิษฐ์-วัดเสมียนนารี ตัดเสริมแยกอุรุพงษ์ 23. สาย 72 ท่าเรือคลองเตย-เทเวศน์ ตัดเสริมประตูน้ำ 24. สาย 77 สาธุประดิษฐ์-หมอชิตใหม่ตัดเสริมประตูน้ำ 25. สาย 136 คลองเตย-หมอชิตใหม่ วนซ้ายลงสะพานรัชวิภา-ถนนกำแพงเพชร-อู่หมอชิต 26. สาย 138 หมอชิต 2-พระประแดง ขึ้นทางด่วนกำแพงเพชร-ใช้ทางพิเศษเฉลิมมหานคร-ลงทางด่วนสุขสวัสดิ์ 27. สาย 140 แสมดำ-อนุสาวรีย์ชัยฯ แยกราชปรารภ-เลี้ยวซ้ายเข้าถนนศรีอยุธยา-เลี้ยวซ้ายเข้าถนนพญาไท 28. สาย 509 พุทธมณฑลสาย2- หมอชิต2 เสริมแยกยมราช 29. สาย 515 เทคโนโลยีราชมงคลวิทยาเขตศาลายา -หมอชิต ตัดเสริมแยกตึกชัย 30. สาย 18 ท่าอิฐ-อนุสาวรีย์ชัยฯ ตัดเสริมโรงพยาบาลวชิรพยาบาล 31. สาย 50 พระราม7-สวนลุมพินี แยกเตาปูน-ถนนประชาราษฎร์สาย2 - ถนนปูนซีเมนต์-สิ้นสุด รฟม.บางซื่อ 32. สาย 63 อู่นครอินทร์ - อนุสาวรีย์ชัยฯ แยกบางเขนกลับรถไปตามถนนงามวงศ์วาน สิ้นสุดอู่นครอินทร์ 33. สาย 70 ประชานิเวศน์-สนามหลวงเข้าถนนสุโขทัย-ถนนราชสีมา-ถนนกรุงเกษม-เลี้ยวขวาเข้าแยกมัฆวานรังสรรค์ -สนามหลวง 34. สาย 97 กระทรวงสาธารณสุข-โรงพยาบาลสงฆ์ เลี้ยวเข้าถนนประชาราษฎร์สาย2 ถนนปูนซีเมนต์-สิ้นสุด รฟม. บางซื่อ 35. สาย 114 อู่นครอินทร์ -ลำลูกกา แยกบางเขนกลับรถไปตามถนนงามวงศ์วาน-สิ้นสุดอู่นครอินทร์ 36. สาย 134 1หมู่บ้านเคหะบางบัวทอง-หมอชิต 2 ตัดเสริมแยกบางเขน แนะนำประชาชนตรวจสอบเส้นทาง และวางแผนก่อนการเดินทาง โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 1348 ที่มา จส.100 ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

วงการเพลงไทยเศร้าซ้ำ! ตึ๋ง สมาชิกวงอินดี้ อัศจรรย์จักรวาล เสียชีวิตแล้ว
ตึ๋ง อัศจรรย์จักรวาล /  อัศจรรย์จักรวาล

วงการเพลงไทยเศร้าต่อเนื่อง วนรัฐ ไชยพันธุ์ หรือ ตึ๋ง อัศจรรย์จักรวาล นักร้องนำ-มือกีตาร์แห่งวงอินดี้ชื่อดัง อัศจรรย์จักรวาล เสียชีวิตด้วย วัย 37 ปี จากอาการติดเชื้อในกระแสเลือด เป็นข่าวเศร้าของวงการเพลงอีกครั้ง เมื่อ วนรัฐ ไชยพันธุ์ หรือ ตึ๋ง ซาวด์ดีไซเนอร์ฝีมือดี และนักร้องนำ-มือกีตาร์แห่งวงอินดี้ อัศจรรย์จักรวาล ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในหมู่คอเพลงนอกกระแสเมื่อหลายปีก่อน เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา ในวัย 37 ปี เนื่องจากติดเชื้อในกระแสเลือด โดยญาติจะจัดพิธีสวดอภิธรรมศพในวันที่1-4 สิงหาคม 2558 และฌาปณกิจ ในวันพุธที่ 5 สิงหาคม 2558 ณ วัดน้อยสีคิ้วคณาราม อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา อัศจรรย์จักรวาล เป็นวงดนตรีนอกกระแสซึ่งเปิดตัวเมื่อปี 2549 ภายใต้สังกัด SO::ON Dry FLOWER จากการรวมตัวกันของสมาชิก 4 คน คือ ตึ๋ง วนรัตน์ (ร้องนำ-กีตาร์), ต้อม สัณห์สรฉัตรธร (กีตาร์), มนต์ ปฐมพล (กลอง) และ ปาล์ม นรรัตน์ (เบส-เปียโน) ภาพและข้อมูลจาก แฟนเพจ soondryflower และ wanarat.chaiyapan ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

สะเทือนใจ!! เฟย์ FFK รับศพ สิงห์ สควีซ
เฟย์ FFK /  สิงห์ เฟย์ แฟน / 

วงการเพลงยังคงช็อก! ไม่หาย กับการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของ สิงห์ Sqweez Animal(สควีซ แอนนิมอล) ด้านคนสนิทของนักร้องสาว เฟย์ FFK(เฟย์ ฟาง แก้ว) เผยเธอยังคงอยู่ในอาการโศกเศร้า สภาพจิตใจไม่โอเคอย่างมาก โดย เจ้าตัวได้เดินทางไปรับศพของแฟนหนุ่มที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ในเวลา 13.00 น. วันนี้(1 ส.ค.) พร้อมร่วมพิธีรดน้ำศพในเวลา 16:00 น. ที่ วัดธาตุทอง และร่วมสวดอภิธรรมในเวลา 18:00 น. ซึ่งสาวเฟย์นั้นร่ำไห้อยู่ตลอดเวลา โดยมีคุณแม่ของสิงห์คอยปลอบและให้กำลังใจอยู่ข้างๆ สำหรับกำหนดพิธีรดน้ำศพ พิธีสวดพระอภิธรรม และพิธีฌาปนกิจศพ นาย สิงห์ มุสิกพงศ์ (สิงห์ สควีซ แอนนิมอล) ณ วันธาตุทอง (รถไฟฟ้า สถานีเอกมัย) ศาลาที่ 31 มีดังนี้วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2558 เวลา 16.00 น. พิธีรดน้ำศพเวลา 18.30 น. พิธีสวดพระอภิธรรมวันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม เวลา 19.00 น. พิธีสวดพระอภิธรรมวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม 2558 เวลา 19.00 น. พิธีสวดพระอภิธรรมวันอังคารที่ 4 สิงหาคม 2558 เวลา 17.00 น. พิธีฌาปนกิจศพ เฟย์ เศร้า รับศพ สิงห์ เฟย์ เศร้า รับศพ สิงห์ เฟย์ เศร้า รับศพ สิงห์ เฟย์ เศร้า รับศพ สิงห์ เฟย์ เศร้า รับศพ สิงห์ เฟย์ เศร้า รับศพ สิงห์ เฟย์ เศร้า รับศพ สิงห์ เฟย์ เศร้า รับศพ สิงห์ เฟย์ เศร้า รับศพ สิงห์ เฟย์ เศร้า รับศพ สิงห์ เฟย์ เศร้า รับศพ สิงห์ เฟย์ เศร้า รับศพ สิงห์

อย่าลืมชม
พระจันทร์สีน้ำเงิน /  พระจันทร์เต็มดวง / 

วันนี้ 31 กรกฎาคม อย่าลืมชม จันทร์เต็มดวงครั้งที่สองของเดือน หากพลาดต้องรออีก 3 ปี มีรายงานข่าวแจ้งว่า ในค่ำคืนของวันนี้ (31 ก.ค. 58) จะเกิดปรากฏการณ์พระจันทร์เต็มดวงอีกครั้ง แม้ว่าช่วงคืนที่ผ่านมา (วันอาสาฬหบูชา) จะเกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่งก็ตาม โดยปรากฏการณ์พระจันทร์เต็มดวงครั้งที่ 2 ของเดือนครั้งนี้เรียกว่า "บลูมูน" (Blue Moon) หรือ "พระจันทร์สีน้ำเงิน" ซึ่งพระจันทร์สีน้ำเงินนี้ มักปรากฏขึ้นทุก ๆ 3 ปี โดยลักษณะของดวงจันทร์ไม่ได้มีสีน้ำเงินตามชื่อ แต่จะมีสีเหลืองนวลปกติ ซึ่งการเกิดพระจันทร์เต็มดวง 2 ครั้งในรอบ 1 เดือนนั้น เป็นเพราะในหนึ่งปีจะมีวันพระจันทร์เต็มดวงอยู่ 12 ครั้ง หรือทุก ๆ เดือน แต่ด้วยวัฏจักรการเต็มดวงที่มีเศษไม่เต็มเดือน (30-31 วัน)จึงทำให้เกิดการสะสม จนในที่สุดก็จะเกิดเดือนหนึ่ง ที่มีพระจันทร์เต็มดวงถึง 2 ครั้ง ทั้งนี้หากประชาชนคนไทยอยากสัมผัสบรรยากาศดื่มด่ำกับความสวยของพระจันทร์ ก็สามารถติดตามและแหงนมองขึ้นท้องฟ้าได้ทั่วทั้งประเทศไทย และหาพลาดชมในปีนี้ ปี 2561 ก็จะปรากฏให้ชมอีกครั้ง สำหรับแฟน ๆ MThai News หากเก็บภาพสวย ๆ  ของพระจันทร์ในคืนได้ ก็สามารถโพสต์รูปแบ่งปันให้สมาชิกท่านอื่น ๆ  ได้รับชมที่ Facebook @MThaiNews ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

งวดก่อนถูกถ้วนหน้า! เซียนหวยแห่ขอเลขเด็ด 'เจ้าแม่สุชาวดี'
สลาก /  สุโขทัย / 

งวดก่อนถูกกันถ้วนหน้า! งวดนี้ชาวบ้านทั่วสารทิศ แห่กราบไหว้ขอเลขเด็ดอีกครั้งจาก "เจ้าแม่สุชาวดี" - "กุมารกุมารา-กุมารปิ่นทอง" เชื่อสถิตในต้นตะเคียนอายุกว่า 90 ปี  เมื่อวันที่ 31 ก.ค.58 ชาวบ้านจากทั่วสารทิศได้พากันมากราบไหว้ขอเลขเด็ดจาก "เจ้าแม่สุชาวดี" และ "กุมารกุมารา-กุมารปิ่นทอง" ที่เชื่อว่าสถิตอยู่ในต้นตะเคียนอายุ 90 ปี ซึ่งชาวบ้านพบในแม่น้ำยม บริเวณหมู่ 1 ต.บ้านนา อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย เมื่อวันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา แล้วนำมาไว้ที่ศาลาอเนกประสงค์ของหมู่บ้านให้คนกราบไหว้ นางแสง เกตุบาง อายุ 56 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ เผยว่า หลังค้นเจอต้นตะเคียนดังกล่าวอยู่ในแม่น้ำยม จึงได้มีการจัดพิธีทรงเจ้า เขาว่ามี "เจ้าแม่สุชาวดี" และ "กุมารกุมารา-กุมารปิ่นทอง" ซึ่งเป็นพี่น้องกันสิงสถิตอยู่ อยากขึ้นไปอยู่ข้างบน แล้วก็ให้เลข 49 ชาวบ้านจึงนำไปซื้อหวยงวดวันที่ 16 ก.ค. ที่ผ่านมา จนถูกกันทั้งหมู่บ้าน ต่อมาวันที่ 17 ก.ค. จึงได้จัดขบวนอัญเชิญขึ้นจากแม่น้ำยม มาไว้ที่ศาลาอเนกประสงค์ ให้คนได้กราบไหว้ขอโชคลาภตามความเชื่อ โดยบรรยากาศในวันนี้ ก็เป็นไปอย่างคึกคัก มีชาวบ้านแห่ไหว้ขอเลขเด็ดกันไม่ขาดสาย ตลอดทั้งวันก่อนหวยออก และขณะที่ชาวบ้านยืนมุงดูหาเลขเด็ดจากต้นตะเคียนนั้น ก็มีชาวบ้านรายหนึ่งถูกวิญญาณของกุมารปิ่นทองเข้าสิง และร้องขอเล่นรถแบ็คโฮ รถของเล่นเด็กที่ชาวบ้านซื้อมาถวายให้ กระทั่งเล่นจนพอใจแล้วก็ออกจากร่างไปแต่โดยดี สร้างความตื่นเต้นแก่ชาวบ้านที่มากราบไหว้อย่างมาก ที่มา tnews ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News