บ้าเหนือเมฆ1/

ประวัติดาราวัยรุ่น มิว นิษฐา จิรยั่งยืน
ดาราวัยรุ่น /  ประวัติ / 

ประวัติดาราวัยรุ่น มิว นิษฐา จิรยั่งยืน สาวสวยเรียบร้อยที่โด่งดังมาจาก บทหม่อมเจ้าวรรณรสา อรุณรัศมิ์ หรือ หญิงแต้ว ในละครเรื่อง สุภาพบุรุษจุฑาเทพ ตอน คุณชายปวรรุจ หลังจากนั้นเธอก็เริ่มมีผลงานอื่นๆ ตามมา จนหลายคนมองว่า เธอหน้าสวยคล้ายนางเอกรุ่นพี่อย่างสาว แอฟ-ทักษอร หรือเปล่า ก็แล้วแต่คนมองนะคะ เพราะยังไงก็สวยด้วยกันทั้งคู่ ล่าสุดเธอกำลังมีผลงานเรื่อง สิงห์ (เลือดมังกร) รับบทเป็น จิรัสยา หรือ อาจู ที่ประกบคู่กับหนุ่มหล่อตลอดกาลอย่าง พี่ติ๊ก เจษฎาภรณ์ อีกด้วย ถ้าพร้อมแล้วเราไปทำความรู้จักเธอกันค่ะ ประวัติดาราวัยรุ่น มิว นิษฐา จิรยั่งยืน ชื่อ : นิษฐา จิรยั่งยืน ชื่อเล่น : มิว เกิดวันที่ : 21 กันยายน 2533 การศึกษา : ปริญญาตรีใ สาขาการออกแบบแฟชั่นที่ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เกียรตินิยมอันดับ 2 พี่น้อง : น้องสาว 1 คน  ชื่อ มิ้น ณัฏฐา จิรยั่งยืน ผลงาน : ละคร - สุภาพบุรุษจุฑาเทพ ตอน คุณชายปวรรุจ - รักออกฤทธิ์ - ทรายสีเพลิง - สิงห์ (เลือดมังกร) - ตามรักคืนใจ - ชาติพยัคฆ์นักสู้ - ถ่ายงานโฆษณา, มิวสิควิดีโอ IG : @mewnittha ข้อมูลจาก วิกิพีเดีย ภาพจาก @mewnittha, thaitv3

ปริศนา ชีวิตหลังความตาย กับการพิสูจน์ด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์ ?
ชีวิตหลังความตาย /  ตายแล้วฟื้น / 

นักวิทยาศาสตร์จากอังกฤษ ศึกษาค้นคว้าเรื่องราวเกี่ยวกับความทรงจำหลังหยุดหายใจ พบว่า คนเราสามารถจำเรื่องราวหลังหัวใจหยุดเต้นได้นาน 3 นาที หลังจากเกิดกรณีที่กลายเป็นประเด็นฮือฮาไปทั่วโลก เนื่องจากเมื่อวันที่ 18 เม.ย. ที่ผ่านมา สื่อต่างประเทศเผยแพร่เรื่องราวของ 'น้องไอนส์' เด็กหญิงชาวไทยวัยเพียง 2 ขวบ ผู้ล่วงลับ จากการเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในสมอง ด้วยความรักจากครอบครัวที่มีอย่างเต็มเปี่ยม และต้องการให้บุตรสาวสามารถกลับมามีชีวิตได้อีกครั้ง จึงทำการส่งชิ้นส่วนสมอง ไปแช่แข็งที่ห้องเย็นของมูลนิธิเพื่อชีวิต อัลคอร์ ไลฟ์ เอ็กซ์เทนชั่น ในรัฐแอริโซน่า ประเทศสหรัฐอเมริกา ด้วยนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อว่า 'ไครออนิกส์' โดยหวังว่านวัตกรรมทางการแพทย์ที่ก้าวหน้าในอนาคตจะสามารถชุบชีวิตเธอได้อีกครั้ง ทั้งนี้ในเรื่องของความเชื่อที่มีเกี่ยวกับการ ‘ตายแล้วฟื้น’ ไม่ได้ถูกพูดถึงเป็นครั้งแรก หากแต่จุดประกายให้ผู้คนให้ความสนใจอีกครั้ง กระนั้น การฟื้นคืนชีพที่มีการนำเสนอผ่านเรื่องราวในภาพยนตร์ ไม่ใช่เป็นเพียงเรื่องแต่ง หรือนิยายเท่านั้น เนื่องจากเคยมีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นจริง จากการกล่าวอ้างของบุคคลทั่วโลก และหลายครั้ง กลายเป็นกระแสฮือฮาโด่งดังอย่างมาก ยกตัวอย่างจากกรณีที่ คุณยายวัลภา จันทร์พิมาย อายุ 65 ปี หญิงสูงวัยชาวสุรินทร์ที่มีอาการป่วยเป็นโรคหอบหืด หมดสติ จนกระทั่งหัวใจหยุดเต้น แม้แพทย์พยายามช่วยชีวิตด้วยการปั้มหัวใจจนกระดูกซี่โครงหัก แต่ไม่ได้ผล จนกระทั่งแพทย์ลงความเห็นว่าเธอได้เสียชีวิตลงแล้ว จนญาติถอดใจและเตรียมนำศพไปประกอบพิธีทางศาสนา แต่หลังจากนั้นเธอกลับมามีลมหายใจอีกครั้ง เธอเผยว่าขณะนั้น เธอไม่รู้สึกตัว และเหมือนแค่หลับอยู่ในภวังค์ไปชั่วขณะเท่านั้น กระนั้น 'ดร.แซม พาร์เนีย'  ผู้ช่วยศาสตร์จารย์มหาวิทยาลัยแห่งรัฐนิวยอร์ก และทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเซาแธมป์ตัน  ในเครือจักรภพ สหราชอาณาจักร  ได้ทำการเก็บผลสำรวจ โดยการสอบถามไปยังผู้ที่มีประสบการณ์ ‘หลังความตาย’ ด้วยการพิสูจน์โดยใช้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ในขั้นแรกพวกเขาคาดว่า กลุ่มตัวอย่างเพียงแค่อยู่ในภาวะ เฉียดตาย และมีอาการประสาทหลอนเท่านั้น จึงจะต้องทดลองซ้ำแล้วซ้ำอีก เพื่อความแน่ใจว่ากลุ่มตัวอย่างไม่ได้เข้าใจไปเองในเบื้องต้น หนึ่งในตัวอย่างที่ได้เปิดเผยประสบการณ์หลังความตาย ที่รายงานระบุว่าค่อนข้างน่าเชื่อถือ อ้างว่า เขาจ้องมองร่างกายตัวเอง และเห็นแพทย์และพยาบาลพยายามช่วยชีวิตเขา ในขณะที่เขายืนอยู่ที่มุมห้อง ทั้งนี้ ผลวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ใหม่ คือ นักวิทยาศาสตร์จาก เซาแธมป์ พบว่า จากเดิมที่โดยทั่วไป สมองจะหยุดทำงานหลังจากหัวใจหยุดเต้น แต่สติ หรือ จิต จะยังคงทำงานต่อเนื่องหลังจากมุนษย์เสียชีวิตราว 3 นาที การศึกษาหัวข้อดังกล่าวในครั้งนี้ ยังค้นพบเคสต่างๆมากมาย กว่า 2000 กรณี จาก 15 โรงพยาบาลในสหราชอาณาจักร สหรัฐฯ และออสเตรเลีย ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร ‘Journal Resuscitation’  ว่าจากจำนวนนี้ ร้อยละ 40 จากผู้ที่รอดชีวิต อธิบายถึงการระลึกรู้ ในช่วงที่หัวใจหยุดเต้นได้ และสามารถเล่าเรื่องราวระหว่างนั้น หลังจากฟื้นคืนชีพได้ และในการตั้งหัวข้อผ่านเว็บไซต์ แรดดิท  ซึ่งมีผู้ที่มีประสบการณ์ดังกล่าว ตอบกลับและเล่าเรื่องราวของตนกว่าหลายร้อยราย ทีมวิจัยจึงรวบรวมข้อมูล แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆดังนี้ 1.มองเห็นร่างกายของตัวเอง และผู้คนรอบข้าง ขณะหมดสติ แต่ไม่สามาถทำอะไรได้ 2.จำอะไรไม่ได้ คล้ายกับนอนหลับปกติ (ในกลุ่มนี้ ดร.พาร์เนียให้ความเห็นว่า อาจจะได้รับผลกระทบจากยาระงับประสาท ยาเสพติด หรือการกระทบกระเทือนบริเวณสมอง) 3.มองเห็นแสงสว่าง หรือการปฏิสัมพันธ์กับบุคคลอื่น อย่างก็ตาม การศึกษาในหัวข้อดังกล่าว ไม่ได้เพียงแค่ริเริ่มใน 1-2 ปี แต่มีการเริ่มค้นคว้าหาข้อเท็จจริงมา กว่า 10-20 ปีแล้ว เพื่อให้เกิดความชัดเจนทางด้านวิทยาศาสตร์ ซึ่งการรวบรวมตัวอย่างจากผู้ที่มีประสบการณ์ตรง จำนวนมาก เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนมากที่สุด จะต้องใช้เวลาในการศึกษาต่อไป MThai News รายงานโดย ศิลัญชญา ปานมงคล ขอบคุณที่มา จาก สำนักข่าว 'ดิ อินดิเพนเดนธ์' และผลงานการวิจัย จาก ดร.แซม พาร์เนีย และทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัย เซาแธมป์

ทีมผู้สร้าง The Conjuring เตรียมรีเมค The Entity โปรดิวซ์ความสยองโดย เจมส์ วาน
The Conjuring /  The Entity / 

ช่วงที่หนังสยองขวัญเริ่มอิ่นตัวในแนวทางแบบนี้ ถือเป็นเวลาสำคัญของการหยิบบรรดาภาพยนตร์คลาสสิคทั้งหลาย มาปัดฝุ่นสร้างใหม่กันเป็นทิวแถว หลังจากเริ่มนำขบวนมาโดย Poltergeist และล่าสุดนี้กำลังจะตามมาด้วย The Entity เรื่องราวความสะพรึงของคุณแม่ พลังงานลึกลับ และเรื่องบนเตียง! โดยทีมผู้สร้าง The Conjuring อีกทั้งยังได้ เจมส์ วาน ผู้กำกับฟอร์มรุ่งสุดๆ เจ้าตำรับความสยอง มารับตำแหน่งอำนวยการสร้างอีกด้วย   โดยนอกจาก เจมส์ วาน แล้วยังได้ รอย ลี (อำนวยการสร้าง The Ring , The Grudge และ Poltergeist) มานั่งตำแหน่งโปรดิวซ์ร่วม และเขียนบทโดยพี่น้อง คาร์ล และ คาเรย์ ฮาเยส (เขียนบท The Conjuring) อาจนับได้ว่าเป็นการรวมทีมเบื้องหลังตำนานความสยองยุคใหม่ อย่างครบครันเลยทีเดียว โดยภาพยนตร์ The Entity ฉบับดั้งเดิมนั้น เป็นผลงานของผู้กำกับ ซิดนีย์ เจ ฟิวรี่ ออกฉายในปี 1982 สร้างจากหนังสือที่แต่งจากเรื่องจริง ของประสบการณ์สุดสยอง เล่าเรื่องของ คาร์ล่า มอแกน แม่หม้ายที่ต้องดูแลลูกๆ 3 คน ชีวิตของเธอดูจะปกติ แต่แล้วค่ำคืนหนึ่งเธอถูกพลังงานลี้ลับบางอย่างที่มองไม่เห็นมาเยือน และมันพยายามทำร้ายร่างกาย ไปจนถึงข่มขืนเธอหลายต่อหลายครั้ง! จนกระทั่งได้รับความช่วยเหลิอจากกลุ่มนักค้นคว้าเรื่องเหนือธรรมชาติ และร่วมมือกันจับสิ่งลี้ลับนั้นให้ได้ The Entity ฉบับรีเมคนี้ ยังไม่มีการประกาศชื่อผู้กำกับ ทีมนักแสดง และวันเข้าฉายแต่อย่างใด งานนี้คอหนังสยองขวัญทุกท่าน ก็คงต้องรอติดตามข่าวกันต่อไป ----------------------------------------

สู่การค้นพบมังกรพันธุ์ใหม่ กับตัวอย่างซีรีส์ภาคแยก How To Train Your Dragon
How to Train Your Dragon /  How To Train Your Dragon: Race to the Edge / 

ตั้งแต่ที่ภาพยนตร์ How To Train Your Dragon อภินิหารไวกิ้งพิชิตมังกร ทั้งสองภาคเข้าฉาย ด้วยเนื้อหาเข้มข้นและครบรส ทำให้มีแฟนๆ ติดตามนักขี่มังกรเหล่านี้ไปทั่วโลก และทาง ดรีมเวิร์ค แอนิเมชั่น ยังเอาใจแฟนๆ ด้วยซีรีส์ภาคแยก เพื่อเชื่อมรอยต่อระหว่างภาคอีกด้วย และล่าสุดนี้กับซีซั่น 3 ในชื่อ How To Train Your Dragon: Race to the Edge ก็พร้อมจะฉายให้ชมกันแล้ว และขอเชิญอุ่นเครื่องกันก่อน ด้วยตัวอย่างด้านล่างนี้เลย โดยซีรีส์ How To Train Your Dragon: Race to the Edge นี้่ เป็นช่วงเวลา 1 ปีก่อนถึงหนังภาค 2 ว่าด้วยเรื่องราวของไวกิ้งหนุ่ม ฮิคคัพ และมังกรคู่ใจ เจ้าเขี้ยวกุด ที่หลังจากทำให้ทั้งหมู่บ้านอยู่ร่วมกับมังกรอย่างสงบสุขได้แล้ว ฮิคคัพก็อยากสำรวจพื้นที่ต่างๆ นอกหมู่บ้าน ให้กว้างไกลยิ่งขึ้น จนได้พบกับของโบราณนามว่า "นัยน์ตามังกร" ที่มีข้อมูลลึกลับ เผยมังกรสายพันธุ์ใหม่ ในดินแดนใหม่มากมายที่เขาไม่รู้่จัก ฮิคคัพและผองเพื่อนไวกิ้งจึงออกทำตามความฝัน แต่ทว่ามีกลุ่มนักล่ามังกรมือฉมังที่ต้องการพลังของ นัยน์ตามังกร นี้เช่นกัน ซีรีส์ How To Train Your Dragon: Race to the Edge จะแบ่งออกเป็นทั้งหมด 13 ตอน ฉายทางช่อง Netflix โดยเริ่มตอนแรกในวันที่ 26 มิ.ย. นี้ ระหว่างรอหนังภาค 3 ก็ติดตามความมันส์กับซีรีส์ไปก่อนละกันนะคุณผู้ชม รับรองครบรสสมใจสาวกมังกรแน่นอน ---------------------------------------

ศาลตุรกี ลงดาปเพิ่ม ผู้ครอบครองสื่อลามกพิสดาร
ตุรกี /  ร่วมเพศทางทวารหนัก / 

ศาลรัฐธรรมนูญตุรกี กำหนดบทลงโทษ ผู้ที่มีสื่อลามก 'ผิดธรรมชาติ' หากมีในครอบครอง อาจถูกตัดสินจำคุก 1-4 ปี วานนี้ (20 เม.ย.) สำนักข่าวในประเทศตุรกี เผยแพร่ กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญตุรกี ได้กำหนดบทลงโทษสำหรับผู้ที่ครอบครอง สื่อลามกอนาจาร ที่ผิดธรรมชาติออกไปจากความเป็นชายจริง หญิงแท้ หมายรวมไปถึงการร่วมรักทางช่องปาก ทวารหนัก ในกลุ่มเพศทางเลือก ซึ่งผู้ที่ละเมิดกฏดังกล่าวอาจถูกจำคุกเป็นเวลา 1-4 ปี ทั้งนี้มีรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า ชนวนที่ทำให้เกิดการออกมาตรการดังกล่าว เกิดจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกทลายแหล่งจำหน่ายสื่อลามกอนาจารในย่านธุรกิจทางภาคตะวันตกของประเทศ รวมถึงกวาดล้างสื่อเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม หลังจากทางการตุรกีออกมาตรการดังกล่าว ได้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นของการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลขั้นพื้นฐานของประชาชนในการเลือดเสพสื่อใดๆ ซึ่งขัดต่อบทความตามรัฐธรรมนูญของประเทศ ที่กำหนดขึ้นเพื่อปกป้องสิทธิส่วนบุคคลแก่ประชาชน MThai News ที่มา hurriyetdailynews

ฟ้าลั่นจูเนียร์น้ำหนักผ่านฉลุยพร้อมตะบันทากายาม่าโมโน29ยิงสด
IBF /  Mono29 / 

ฟ้าลั่นจูเนียร์-ทากายาม่า’ผ่านการชั่งน้ำหนักพร้อมขึ้นประหมัด พุธที่ 22 เม.ย. 2558 ทีวีดิจิตอลช่องโมโน 29 ยิงสดจากนครโอซาก้า ญี่ปุ่น เริ่มเวลา 17.00 น. แชมป์โลกรุ่นมินิฟลายเวท IBF แดนปลาดิบประกาศกร้าวไม่หนักใจผ่านผู้ท้าชิงชาวไทยที่ชั่วโมงบินเป็นรองได้แน่ ขณะที่ฟ้าลั่นจูเนียร์ยังหวังสร้างประวัติศาสตร์เป็นแชมป์โลก ‘พ่อ-ลูก’คู่แรกของไทย ซึ่งทั้งคู่มีพิธีการชั่งน้ำหนักอย่างเป็นทางการคู่มวยป้องกันแชมป์โลกรุ่นมินิฟลายเวทสหพันธ์มวยนานาชาติ (IBF) ระหว่าง คัตซึนาริ ทากายาม่า เจ้าของตำแหน่งแดนซามูไร กับ ‘เจ้าแชมป์’ฟ้าลั่นจูเนียร์ เกษตรพัฒนา ผู้ท้าชิงชาวไทยซึ่งปรากฏว่าทั้งคู่ผ่านพิกัด 105 ปอนด์ด้วยสีหน้าสดชื่นไม่มีอาการอิดโรยแต่ประการใด ทากายาม่า ชั่งได้ 104.50 ปอนด์ ส่วนฟ้าลั่นจูเนียร์ ชั่งได้ 104 ปอนด์ ต่ำกว่าพิกัดทั้งคู่ โดยเฉพาะฟ้าลั่นจูเนียร์ดูแจ่มใสเป็นพิเศษหลังจาก ‘เจ้าเพชร’อำนาจ เกษตรพัฒนา เพื่อนร่วมสังกัดแชมป์โลกรุ่นฟลายเวท IBF พร้อมด้วยภรรยาและบุตรชายเดินทางมาให้กำลังใจถึงโอซาก้าเรียบร้อยแล้ว หลังผ่านการชั่งน้ำหนัก ‘ทากายาม่า’แชมป์โลกเจ้าถิ่นเผยผ่านสื่อกีฬาแดนปลาดิบที่ไปเกาะติดเพื่อนำเสนอข่าวอย่างใกล้ชิดว่า ถึงขณะนี้รู้สึกโล่งอกเหลือเวลาอีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะขึ้นชกพิสูจน์ตัวเองให้ประจักษ์แก่สายตาแฟนมวยชาวญี่ปุ่นแล้ว ตนจะใช้เวลาพักผ่อนให้เต็มที่ก่อนตื่นขึ้นมาเตรียมป้องกันตำแหน่งครั้งสำคัญเพราะเป็นไฟท์ที่ชี้อนาคตเพื่อไล่ล่าเข็มขัดแชมเปี้ยนให้ครบทุกสถาบันหลัก นอกจากนั้นก็ยังเป็นการถอนแค้นแทน เรียว มายาซากิ  อดีตแชมป์รุ่นเดียวกันของสมาคมมวยโลก (WBA) ที่เคยพ่ายน็อกฟ้าลั่นจูเนียร์และไม่รู้สึกหนักใจกับช่วงชกที่ยาวกว่าของผู้ท้าชิงชาวไทยเพราะเคยชกนักชกที่มีรูปร่างเช่นเดียวกันมาหลายราย อีกทั้งประสบการณ์เหนือกว่า แต่ก็ไม่ประมาททำการฟิตซ้อมเตรียมรับมืออย่างเต็มที่ทำให้มั่นใจเอาชนะได้แน่นอน ส่วน เจ้าแชมป์’ฟ้าลั่นจูเนียร์กล่าวยกย่องแชมป์โลกเจ้าถิ่นว่า เป็นนักมวยที่อัธยาศัยดีมีไมตรีกับตนและทีมงานมากทีเดียว แต่การทำหน้าที่บนเวทีเป็นเรื่องของเกมการต่อสู้ที่ต้องงัดมาวัดกันชนิดใครดีใครอยู่ และสัญญาว่าจะพยายามสุดความสามารถเพื่อนำเข็มขัดแชมป์โลกเส้นนี้ที่คุณพ่อ ฟ้าลั่น ศักดิ์กรีรินทร์ เคยครองกลับไปฉลองชัยที่เมืองไทยให้ได้ ทางด้าน ‘จิมมี่’ดร.เอกรัฐ ไชยโชติช่วง โปรโมเตอร์ เกียรติกรีรินทร์ในฐานะผู้จัดการชี้ว่า ‘ฟ้าลั่นจูเนียร์-ทากายาม่า’ ได้เปรียบเสียเปรียบกันคนละแบบ ในเมื่อมีเข็มขัดแชมป์โลกเป็นเดิมพันก็ต้องสู้กันสนุกตื่นเต้นเร้าใจ และเชื่อว่าฟ้าลั่นจูเนียร์ยังมีลุ้นสร้างประวัติศาสตร์เป็นแชมป์โลก ‘พ่อ-ลูก’คู่แรกของไทย อยากให้แฟนมวยที่ติดตามชมการถ่ายทอดสดช่วยเป็นกำลังแรงใจด้วย

17 ผลลัพธ์โคตรอันตรายที่เกิดจากการนอนดึก!
เกร็ดความรู้

เคยลองสังเกตตัวเองกันบ้างไหมว่า? ทำไมช่วงนี้เราขี้หงุดหงิด ขี้หลงขี้ลืม หรือมีอาการเฉื่อยชา บ้างรึเปล่า? ถ้ามีลองเช็คตัวเองอีกทีซิว่า ช่วงนั้นเรานอนดึกไหม อาการที่เกิดขึ้นนั้นส่วนหนึ่งอาจจะมาจากการพักผ่อนน้อย นอนดึกก็เป็นได้ แล้วเพื่อนๆ รู้ไหมว่า "การนอนดึก" เนี่นแฝงไปด้วยอันตรายที่เราไม่ทันรู้ตัวเลย แล้วจะมีอะไรบ้าง ลองไปดูกันค่ะ .. 17 ผลลัพธ์โคตรอันตรายที่เกิดจากการนอนดึก! 17 ผลลัพธ์โคตรอันตรายที่เกิดจากการนอนดึก! 1. อารมณ์ไม่ดี อารมณ์แปรปรวน จากผลการวิจัย เผยว่า คนที่มีค่าเฉลี่ยการนอนหลับเพียง 4.5 ชั่วโมงต่อคืน เป็นเวลาต่อเนื่อง 1 สัปดาห์นั้น มีแนวโน้มจะเป็นคนที่มีอารมณ์แปรปรวน มากกว่าคนที่มีเวลานอนประมาณ 7 ชั่วโมงต่อคืน ทั้งนี้สภาพอารมณ์แปรปรวนที่เกิดขึ้น เหล่านั้นจะหมายความรวมถึงอารมณ์ และความรู้สึกเครียด เศร้า โมโห หงุดหงิด ท้อแท้ ถึงแม้ว่านี่จะเป็นเรื่องปกติที่คนธรรมดาทุกคน อย่างเราต้องเผชิญอยู่ทุกวี่วัน ก็มีแน้วโน้มว่า คนนอนน้อย นอนไม่พอ จะควบคุมอารมณ์ได้น้อยความคนที่นอนอย่างเพียงพอนั่นเอง 2. สมองไม่รับรู้ เรียนรู้อะไรได้ช้าลง การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ สามารถส่งผลให้สมองของเรา มีการรับรู้และเรียนรู้ช้าลงได้จริง จากผลสำรวจในโรงเรียนมัธยมปลายแห่งหนึ่ง ในประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ได้มีการทดลองเลื่อนเวลาเข้าเรียนจาก 7.30 น. เป็น 8.30 น. พบว่า ผลคะแนนของวิชาเลข และวิชาการอ่านของนักเรียนเพิ่มสูงขึ้นประมาณร้อยละ 2 และร้อยละ 1 ตามลำดับ และนี่จึงเป็นการอธิบายได้ว่า ถ้าเราเพิ่มระยะเวลาในการนอนหลับ ก็สามารถเพิ่มประสิทธิภาพ ในการเรียนรู้และจดจำของสมองให้มากขึ้นได้ 3. มีอาการปวดหัวไม่สบาย อย่างที่หลายคนน่าจะเคยได้ยินกัน ว่าการนอนน้อย นอนไม่พอนั้น จะทำให้เลือดไปหล่อเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ จึงเป็นสาเหตุของอาการปวดหัว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับคนที่มีโรคประจำตัวเป็นโรคปวดไมเกรนนั้น ยิ่งมีโอกาสที่อาการจะกำเริบมากกว่าคนที่ไม่เป็นด้วย นอกจากนี้ ก็ยังมีคนส่วนใหญ่ที่นอนน้อย แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีอาการปวดหัวในตอนเช้า ในขณะที่อีกร้อยละ 36-58 มีอาการนอนไม่หลับในช่วงตอนกลางคืน พอตื่นเช้าขึ้นมา ก็มีอาการปวดหัวเล็กน้อย 4. อ้วน น้ำหนักขึ้น คนที่นอนไม่พอ มีแนวโน้มว่าจะมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ง่ายกว่าคนที่นอนหลับอย่างเพียงพอ เนื่องจากการที่ร่างกายของเรา หลังจากที่ไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอจะเกิดอาการอยากอาหาร หรือว่าหิวง่ายขึ้น หลังจากนั้นสมองก็จะเริ่มสั่งการให้เรามีความรู้สึกอยากกินอาหารแคลอรี่สูง และนี่เองคือสาเหตุสำคัญของการที่น้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้น คนที่ไม่อยากอ้วน ต้องนอนให้เต็มอิ่มจะได้ไม่เกิดปัญหาที่ว่านี้ 5. โรคหัวใจ จากการทดลองในกลุ่มอาสาสมัคร ที่ไม่มีการนอนพักผ่อนเลยเป็นเวลา 88 ชั่วโมง ผลที่ได้ก็คือ พวกเขาเหล่านั้นมีระดับความดันเลือดที่สูงมาก ในขณะเดียวกันเมื่อเปลี่ยนมาให้กลุ่มอาสาสมัครได้นอนเป็นเวลานาน 4 ชั่วโมงใน 1 คืน ผลปรากฎว่า อัตราการเต้นของหัวใจกลับอยู่ในระดับซึ่งมีความใกล้เคียงกับคนที่นอนเป็นระยะเวลานานปกติ และอีกหนึ่งสิ่งที่ส่งผลต่ออัตราการเต้นของหัวใจก็คือ สารโปรตีน ที่มาสะสมตัวมากขึ้นในช่วงที่เราตื่น และจะถูกขับออกจากร่างกายโดยธรรมชาติเมื่อเราหลับ เพราะฉะนั้นเวลาที่นอนไม่พอ หรือนอนน้อยติดต่อกันเป็นเวลานานๆ จึงมีความเสี่ยง ที่จะเป็นโรคหัวใจได้ 6. ระบบภูมิคุ้มกันต่ำลง เมื่อเรานอนน้อยจะทำให้กระบวนการต่างๆ ในร่างกาย ทำงานอย่างไม่มีทำให้การฟื้นฟูและซ่อมแซมเซลล์ต่างๆ ที่สึกหรอผิดแปลกไปจากปกติ ผลที่เกิดขึ้นคือ แผลหายช้า รวมถึงร่างกายจะติดเชื้อง่ายขึ้น 7. รู้สึกช้า เฉื่อยชา สำหรับการพิสูจน์ข้อสันนิษฐานนี้นักวิจัย ได้ทำการแบ่งกลุ่มอาสาสมัครออกเป็นสองกลุ่มด้วยกัน โดยจัดให้กลุ่มหนึ่งห้ามนอน ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งได้นอนตามปกติ จากนั้นให้อาสาสมัครทั้งสองกลุ่มทำแบบทดสอบทั้งหมด 2 ครั้ง ผลที่ได้ปรากฏว่า กลุ่มอาสาสมัครฝั่งที่ได้นอนพักผ่อน อย่างเพียงพอนั้นมีการตอบโต้ และทำการตัดสินใจได้รวดเร็วมากกว่ากลุ่มคนที่ไม่ได้นอนหลับพักผ่อน ด้วยเหตุนี้จึงสามารถสรุปได้ว่า การนอนไม่เพียงพอ จะส่งผลให้ร่างกายมีการตอบสนองได้ช้าลง และทำให้มีอาการเฉื่อยชา 8. สายตาพร่ามัวหนังตากระตุก นอนน้อยทำให้การมองเห็นมีประสิทธิภาพแย่ลง การนอนไม่พอมีผลทำให้สายตาของเราพร่ามัว มองเห็นไม่ชัด ที่เข้าใจว่าหลายคนน่าจะเคยมีอาการแบบนี้กันบ้าง และถ้าหากนอนไม่พอติดต่อกันไปเรื่อยๆ เป็นระยะเวลาหลายคืน ก็อาจมีอาการเห็นภาพหลอนร่วมด้วย มีคนที่นอนน้อยก็อาจจะเกิดอาการกล้ามเนื้อตากระตุก หรือตาเขม่น หรือที่หลายคนชอบพูดว่าหนังตากระตุก ที่หลายคนน่าจะเคยได้ยินคำพูดที่ว่า หนังตากระตุกขวาร้าย ซ้ายดี ทั้งที่ความจริงแล้ว อาการกล้ามเนื้อตากระตุก หนังตาเขม่น มองเห็นสิ่งที่อยู่ข้างหน้าเป็นภาพซ้อน เบลอ มองไม่ชัด ก็มาจากที่เซลล์กล้ามเนื้อบริเวณดวงตาที่ไม่ได้รับการซ่อมแซมตัวเองอย่างสมบูรณ์เพราะนอนน้อยนั่นเอง 9. ปัสสาวะบ่อย ผู้ใหญ่ที่มีอาการฉี่รดที่นอน และชอบตื่นขึ้นมาเข้าห้องน้ำในช่วงตอนกลางคืนบ่อยๆ ก็เป็นสัญญาณเตือนอย่างหนึ่ง ว่าร่างกายของเรากำลังได้รับการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ เนื่องจากระบบขับปัสสาวะภายในร่างกายของเราจะทำงานตามนาฬิกาชีวิตเหมือนทุกวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ส่วนของกล้ามเนื้อหูรูดในท่อปัสสาวะจะไม่ทำงานในตอนกลางคืน อีกทั้งมีนยังมีความแข็งแรงมากพอที่จะกลั้นปัสสาวะของเรา ไม่ให้เกิดอาการฉี่รดที่นอนในขณะที่เราหลับ เมื่อคนเรานอนไม่พอติดต่อกันเป็นประจำนั้น ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้กล้ามเนื้อหูรูดในท่อปัสสาวะอ่อนแอลงได้ จนกลายเป็นปัญหาฉี่รดที่นอนในผู้ใหญ่ 10. ทำให้การตัดสินใจผิดพลาด เพราะอะไร คืนก่อนวันสำคัญ ควรเข้านอนแต่เช้า? ถ้าเป็นสาวๆ ก็น่าจะห่วงในเรื่องของความสวยความงาม นอนไม่พอหน้าโทรม ดูไม่สดชื่น ซึ่งในความเป้นจริงมีเหตุผลมากกว่านั้นซ่อนอยู่ คือ การนอนไม่พอนั้น จะส่งผลทำให้สมองประมวลความคิดช้าลง และก่อให้เกิดการตัดสินใจผิดพลาดได้ 11. ไม่มีสมาธิ ความอ่อนเพลีย จากการนอนน้อย ทำให้สมาธิแย่ลง ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น ทั้งการทำงาน เล่นกีฬา การเรียน หรือแม้กระทั่งการขับ เนื่องจากสมองไม่มีสมาธิจดจ่อกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ร่างกายอยู่ภาวะมึนงงไม่สามารถตั้งใจจดจ่อกับอะไรได้ 12. พูดจาไม่รู้เรื่อง จากการทดลองในเรื่องนี้ ในกลุ่มอาสาสมัครที่ไม่นอนเลยเป็นเวลา 36 ชั่วโมงนั้น ผลปรากฏว่า อาสาสมัครกลุ่มดังกล่าวมีแนวโน้มเป็นคนพูดจาไม่รู้เรื่อง พูดติดขัด และพูดได้ช้าลง ที่สำคัญก็คือ พวกเขาไม่สามารถพูดในสิ่งที่คิดออกมาได้ เพราะสมองประมวลความคิดต่างๆ ช้าลงนั่นเอง 13. เจ็บป่วยง่าย นอนน้อย นอนไม่พอทำให้ร่างกายมีภูมิต้านทานโรคต่ำลง จากผลการวิจัยส่วนใหญ่ เผยว่า คนที่นอนน้อยกว่า 7 ชั่วโมง มีโอกาสป่วยได้มากกว่าคนที่นอนเกิน 8 ชั่วโมงถึงสามเท่า และคนที่ใช้เวลานานกว่าจะนอนหลับนั้น ก็มีโอกาสป่วยง่ายกว่าคนที่หัวถึงหมอนแล้วหลับเลยถึง 5.5 เท่าเลยทีเดียว 14. มีความเสี่ยงที่จะประสบอุบัติเหตุ คิดว่าเป็นอาการที่หลายคนเคยเจอมากับตัวเองอยู่แล้ว สำหรับการนั่งหลับ รู้สึกง่วง ถ้าเป็นที่ทำงานในบริษัทก็ยังไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นอาชีพที่ต้องใช้สมาธิอยู่ตลอดเวลา อย่างการขับยานพาหนะ คนเหล่านี้จะให้ความสำคัญกับการนอนมากเป็นพิเศษ เช่น นักบิน คนขับรถ คนขับรถบรรทุกส่งของ เป็นต้น สาเหตุเป็นเพราะการนอนไม่พอสามารถทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายกว่า อย่างที่เห็นกันในหัวข้อข่าวเป็นประจำ ปัญหาส่วนหนึ่งที่ว่านี้ เกิดจากจากความเหนื่อยล้าของร่างกาย เมื่อเผลอหลับในเพียงระยะเวลาเพียงเสี้ยววินาที ก็ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้แล้ว 15. สมรรถภาพทางเพศเสื่อมลง ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อว่าการนอนหลับมีผลต่อเรื่องสมรรถภาพทางเพศด้วย ว่ากันว่าการนอนหลับไม่ไม่เพียงพอ จะมีผลต่อกระบวนการสร้างฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนให้ต่ำลงได้ ซึ่งจะส่งผลให้ความต้องการทางเพศลดต่ำลง ซึ่งภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศนั้น จะพบเห็นได้มากในผู้ป่วยที่เป็นโรคนอนไม่หลับ 16. ขี้หลงขี้ลืม ผลการวิจัยในปี 1924 เปิดเผยว่า ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ส่วนใหญ่มีพฤติกรรมนอนน้อย เมื่อเทียบกับคนปกติ และส่งผลให้เกิดการสะสมตัวของโปรตีนแอมีลอยด์ บีตา (Amyloid beta) ในเซลล์ประสาทมีความหนาขึ้นเป็นชั้น ทำให้สมองเสื่อม นอกจากนี้ยังส่งผลต่อโครงสร้างของรูปสมองให้เปลี่ยนไป และนี่จึงเป็นสาเหตุที่สมองจดจำอะไรไม่ได้นาน 17. อายุสั้นลง การที่อายุขัยของเราสั้นลงนั้น เป็นปัญหาโดยรวมที่เกิดขึ้นเมื่อเรานอนพักผ่อนไม่เพียงพอ จากหลายๆ โรคที่เกิดขึ่นอย่างที่เราได้กล่าวกันไปแล้วเมื่อข้างต้น เมื่อผลกระทบเหล่านั้นถูกสะสมมาเป็นระยะเวลานาน ร่างกานของเราก็อ่อนแอลง ซึ่งทำให้ชีวิตของเราสั้นลงตามมาด้วย จากผลการวิจัยเผยว่า การนอนในตอนกลางคืนโดยเฉลี่ย 7-8 ชั่วโมงนั้นเป็นช่วงเวลาที่กำลังดีและเหมาะสมที่สุด ซึ่งจะสามารถยืดอายุขัยของเราให้นานขึ้นได้ด้วย ขอบคุณข้อมูล http://www.jc-richer.com

5 ท่าสร้างกล้าม ออกกำลังกายที่บ้าน ไม่ต้องพึ่งเข้ายิมให้เปลืองตังค์
Fitness /  ฟิตเนส / 

5 ท่าสร้างกล้าม ออกกำลังกายที่บ้าน ไม่ต้องพึ่งเข้ายิมให้เปลืองตังค์ ความขี้เกียจมันมักไม่เข้าใครออกใครจริงๆ นะ (รวมถึงตัวผมด้วย) แบบอยากจะไปยิมเพื่อออกกำลังกายให้เป็นล่ำเป็นสัน แต่ก็พอเลิกงานแล้วมันก็เย็น ดึกดื่นกว่าจะเดินทางอีกทุกๆ อย่างเลยเป็นอันล่มไป 555555+ แต่พอถึงบ้านแล้วใจมันก็อยากที่จะออกกำลังกายบ้างอะไรบ้าง แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง วันนี้ทาง Men.MThai เราเลยจะขอนำเสนอทางเลือกใหม่ในการออกกำลังกาย ด้วยการ ออกกำลังกายที่บ้าน ไม่ต้องพึ่งเข้ายิมให้เปลืองตังค์ Sit up ภาพจาก Men's Health ท่าพิ้นฐานของการสร้างกล้ามเนื้อหน้าท้องที่ผู้ชายทุกคนต้องรู้จัก โดยท่านี้จะเพิ่มความแข็งแกร่งและกระชับกล้ามเนื้อส่วนหลังและหน้าท้อง ให้ทำประมาณ 100 ครั้งต่อวัน ไม่ได้ให้ทำทีเดียว 100 ครั้งนะ ให้แบ่งเป็นเซ็ต โดยเซ็ตละ 15 ครั้ง แล้วพักประมาณ 30 วินาที แล้วทำต่อจนกว่าจะได้ตามเป้าที่ต้องการ Bicycle Crunches ภาพจาก Men's Health เป็นการพลิกแพลงของท่า Crunches ท่านี้ช่วยเพิ่มความแข็งแรงและกระชับของกล้ามเนื้อขา และหน้าท้องโดยประสานมือที่ท้ายทอย แล้วงอขาด้านหนึ่งไว้ แล้วค่อยๆ เหยียดขาอีกข้างออกไปจนสุดเหมือนกับการปั่นจักรยาน แล้วทำอีกข้าง นับเป็น 1 Set ทำทั้งหมด เซ็ตละ 15 ครั้ง 3 เซ็ต Reverse Crunches ภาพจาก Men's Health อีกหนึ่งท่าในตระกูล Crunches ที่เน้นการบริหารกล้ามเนื้อส่วนหน้าท้องคล้ายการทำซิทอัพท่าปกติ แต่ให้ยกขางอตัวเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อขา หน้าท้อง และกล้ามเนื้อส่วนหลัง ทำทั้งหมด เซ็ตละ 15 ครั้ง 3 เซ็ต ท่า Planks ภาพจาก Men's Health ท่าเรียบง่ายที่ดูเหมือนง่าย แต่ต้องอาศัยความแกร่งของร่างกายใช่ย่อย โดยท่านี้ช่วยกระชับและเพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อแขน หน้าท้อง แผ่นหลัง และขา ให้เราคว่ำหน้าชันเข่าและชันศอก ค่อย ๆ ยกเข่าพ้นพื้นและชันศอกรับน้ำหนักตัว ห้ามไม่ให้งอเข่า เกร็งกล้ามเนื้อรับน้ำหนักตัวเอง ลองทำดูก่อน ซัก 10 วินาที ถ้าทำไหวก็เพิ่มไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหมดแรง ท่า Hip Trusts ภาพจาก My Fit ท่านี้จะช่วยในการกระชับสะโพก ต้นขา และหน้าท้อง เริ่มต้นด้วยการนอนราบ ยกขาตั้งทำมุมฉากกับพื้น ค่อยๆยกสะโพกขึ้น ลง นับเป็น 1 ครั้ง ทำทั้งหมด เซ็ตละ 15 ครั้ง 3 เซ็ต

โตเป็นสาวแล้ว เจสสิกา สมิธ หนูน้อยดวงอาทิตย์ ในเทเลทับบี้
Jessica Smith /  เจสสิกา สมิธ / 

เวลาผ่านไปไว ไม่รู้เพื่อนๆ ยังจำกันได้ไหมกับ รายการสำหรับเด็กๆ สุดฮิตทั้งในและต่างประเทศ อย่าง "เทเลทับบี้" ที่มีตัวละครหลัก ได้แก่ ทิงกีวิงกี (ม่วง), ดิปซี (เขียว), ลาล่า (เหลือง) และโพ (แดง) เหล่าตัวละคร 4 สีแสนน่ารัก และสนุกสนานในดินแดนเทเลทับบี้ (Teletubbyland) แห่งนี้ ก็ยังมีกังหันลมลึกลับ กับพระอาทิตย์ที่มีหน้าเด็กทารกค่อยหัวเราะยิ้มแย้ม ขึ้นและตกในช่วงเปิดปิดรายการอีกด้วย และเด็กคนนี้นี่แหละค่ะ ที่ทีนเอ็มไทยจะพาไปรู้จักและย้อนวัยถึงเธอกัน... แหม! พูดถึงดวงอาทิตย์แล้วช่างเข้ากับอากาศเมืองไทยที่ร้อนแรงตอนนี้จริงๆ  โตเป็นสาวแล้ว เจสสิกา สมิธ หนูน้อยดวงอาทิตย์ ในเทเลทับบี้ โตเป็นสาวแล้ว เจสสิกา สมิธ หนูน้อยดวงอาทิตย์ ในเทเลทับบี้ หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า เด็กที่อยู่ในดวงอาทิตย์ ของดินแดนเทเลทับบี้ นั้นเป็นใคร? จริงๆ แล้วเธอก็คือ สาวน้อย เจสสิกา สมิธ  (Jessica Smith) ซึ่งตัวเธอได้ออกมาเปิดเผยตอนอายุ 19 ปี ว่าเธอคือเด็กน้อยที่อยู่ในดวงอาทิตย์ หรือ เบบี้ซัน ซึ่งตอนนั้นอายุเพียงแค่ 9 เดือน หลังจากนั้นพอเธอโตเป็นสาวสวย ก็เริ่มมีงานแสดงคือซีรีส์ Laguna Beach: The Real Orange County และ The Hills และงานถ่ายแบบตามมา แต่แล้วหนุ่มๆ ก็ต้องอกหักกันเป็นแถว เมื่อปี 2009 เจสสิกา สมิธ  ได้แต่งงาน กับ ไมเคิล และปัจจุบันเธอ อายุ 28 ปี มีลูก 2 คน เป็นผู้หญิง 1 คน ผู้ชาย 1 คน อาศัยอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา พร้อมกับครอบครัวของเธอ ข้อมูลและภาพจาก mirror, reveal