บ้านผี

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

ย้อนรอย ต้นกำเนิดของส้วมเมื่อหลายพันปีก่อน
ประวัติศาสตร์ /  ส้วม / 

วันนี้ทีนเอ็มไทยชวนเพื่อนๆ ให้มาย้อนรอย ต้นกำเนิดของส้วมเมื่อหลายพันปีก่อน กันค่ะ ฟังชื่อแล้วอย่าเพิ่งร้องอี้ นะคะ เพราะคอนเฟิร์มว่าเรื่องราวที่มาที่ไปของส้วมนี้ น่าสนใจมากเป็นเหมือนประวัติศาสตร์แปลกๆ หน้าหนึ่งได้เลยทีเดียว อิอิ เกริ่นมาขนาดนี้แล้ว ชักน่าสนใจขึ้นมาแล้วใช่ไหมคะ ถ้างั้นอย่ารอช้าไปติดตามกันเลย... ย้อนรอย ต้นกำเนิดของส้วมเมื่อหลายพันปีก่อน เรื่อง "ส้วม" สิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐานของมนุษย์ ผศ.อุดร จารุรัตน์ บรรณาธิการต่วยตูนพิเศษ อดีตอาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี รวบรวมและเรียบเรียงไว้เป็นความรู้ว่า ชาติที่มีอารยธรรมในด้านการขับถ่ายครั้งอดีตไม่มีใครเกินโรมัน จากซากเมืองเมอริดาในสเปน ที่ชนโรมันสร้างไว้ ยังมีหลักฐานเด่นชัดอยู่ด้านหลังของโรงละครแห่งหนึ่ง เป็นสุขากลางแจ้งที่มี ๒๕ ที่นั่งตั้งอยู่เหนือท่อระบายน้ำใหญ่ของเมือง พออึหล่นปุ๊ลงไป น้ำเบื้องล่างก็จะพัดพาเอามันไป ที่นั่งเดิมนั้นเป็นหินตั้งอยู่ในกรอบโลหะ แต่ทางการได้บูรณะโดยหล่อด้วยคอนกรีต เบื้องหน้าของแถวที่นั่งมีรางน้ำทำด้วยหินอ่อน ชาวโรมันจะใช้ไม้ติดฟองน้ำยื่นลงไปจุ่มน้ำในรางแล้วยกมาใช้ชำระก้น โรมันรู้จักการนำน้ำจากบนเขาสูงโดยใช้รางลำเลียงลงมา เรียกว่าระบบอาควีดักต์ (Aqueduct) ระบบท่อน้ำจ่ายน้ำในเมอริดามีความยาวทั้งสิ้น ๕ กิโลเมตร หลังจากล่มสลายของอาณาจักรโรมัน ชนชาวยุโรปก็ทอดทิ้งคุณค่าที่โรมันสร้างสรรค์ไว้อย่างสิ้นเชิง ทั้งที่งานสุขาภิบาลเหล่านี้โรมันสร้างไว้ให้เห็นเกือบทุกหนแห่ง แม้แต่ที่บริเวณกำแพงเมืองฮาเดรียนในบริเทนก็มีสุขาเหลือซากอยู่ และชนบริเทนหรืออังกฤษก็มิได้ใส่ใจบำรุงรักษา ปล่อยให้แตกหักไร้ประโยชน์ ยุโรปทั้งหมดหันกลับไปหาวิธีถ่ายทุกข์แบบเดียวกับที่ใช้ในยุคมืด คือนับเป็นเวลานานยาวถึงพันปีหลังยุคโรมันที่พวกเขาออกไปปลดทุกข์ในพื้นนาพื้นสวน เหมือนที่คนไทย "ไปทุ่ง" นั่นเอง จวบจนเข้าสู่ยุโรปสมัยกลาง จึงเริ่มการสร้างสุขาให้เห็นบ้าง หลักฐานสมัยศตวรรษที่ ๑๓ การขับถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ จะระบายทิ้งลงตามช่องกำแพงเมือง ซึ่งเรียกเป็นภาษานอร์มันว่า "การ์เดโรบส์" (Garderobes) ความหมายเดิมคือที่ใช้เก็บเสื้อผ้า โดยคิดกันว่าก๊าซแอมโมเนียจากปัสสาวะนั้นมีประโยชน์ในการขับไล่ตัวมอดตัวแมลงต่างๆ ไปจากผ้าไหมและผ้าขนสัตว์ของขุนนางเจ้าของปราสาท การ์เดโรบส์มักจะมีที่นั่งถ่ายเป็นกรอบไม้ ข้อเสียของการระบายคือทำให้เบื้องล่างของผนังกำแพงเหม็นคลุ้ง ส่งกลิ่นขึ้นมายามนั่งถ่ายโดยเฉพาะหน้าร้อน ส่วนหน้าหนาวก็มีลมพัดขึ้นมาทำให้ก้นเย็นฉียบ เมื่ออุจจาระกองสุมกันเป็นเนิน ก็จะมีคนจัดการเอาพลั่วตักใส่ถังไปทิ้งที่อื่น จนถึงสมัยทิวดอร์ เริ่มมีการใช้ส้วมตามบ้านคนรวย แต่ก็ยังไม่ถูกสุขลักษณะและมีกลิ่นเหม็นอยู่ดี นั่นคือมีลักษณะเป็นส้วมหลุมที่ขุดลงไปในดิน อาจมีก่ออิฐกันหลุมพัง ส่วนที่นั่งถ่ายก็เป็นแบบหยาบๆ เจาะเป็นรูแล้วถ่ายอุจจาระตกลงไปในหลุมโดยตรง เมื่อหลุมเต็มก็ต้องขนถ่ายปฏิกูลเบื้องล่างออกไปเป็นคราวๆ ที่มีการระบายดีกว่าและปราศจากกลิ่นเหม็นได้แก่บ้านในชนบททางตอนเหนือของเวลส์ สำหรับบ้านที่อยู่ใกล้ลำธารจะปลูกสร้างคร่อมทางน้ำ ใช้กระแสน้ำเป็นตัวพัดพาอุจจาระให้ลอยหรือชะไป แต่ก็น่าจะคำนึงถึงบ้านหรือชุมชนที่อยู่ทางท้ายน้ำซึ่งต้องใช้ลำธารในการอุปโภคเช่นกัน สำหรับส้วมทันสมัยรุ่นแรกๆ กำเนิดขึ้นในปี ๑๕๙๔ ออกแบบสร้างโดย เซอร์ จอห์น ฮาร์ริงตัน ส้วมนี้มีถังเก็บน้ำอยู่เหนือที่นั่ง เมื่อยกก้านวาล์วจะมีน้ำชำระพุ่งลงมาอยู่ในโถ พออึเสร็จก็ยกก้านอันที่สอง น้ำและอุจจาระในโถก็จะระบายลงสู่หลุมเบื้องล่าง และนี่อาจเรียกได้ว่า เป็นส้วมระบบชักโครก (Flush toilet) อันแรกของโลก ฮาริงตันประดิษฐ์ส้วมชนิดนี้เพียง ๒ ชุด ชุดหนึ่งสำหรับตนเอง และอีกชุดถวายแด่แม่ทูนหัวของเขา คือ สมเด็จพระราชินีอลิซาเบธที่ ๑ กระทั่งอีก ๑๗๐ ปี ต่อมา ค.ศ. ๑๗๗๕ ช่างทำนาฬิกา อเล็กซานเดอร์ คัมมิงส์ ได้จดลิขสิทธิ์ส้วมชักโครกเป็นรายแรก โดยใช้คอห่านเพื่อป้องกันกลิ่นมิให้ย้อนขึ้นมา แม้จะมีวาล์วระบายทิ้งจากโถ แต่ก็ใช้งานไม่ค่อยดี บางทีอุจจาระลอยสวนขึ้นมาทำให้มีกลิ่น และท่ออุดตัน งานของคัมมิงส์ได้รับการพัฒนาปรับปรุงขึ้นในปี ๑๗๗๘ โดย โจเซฟ บรามาห์ ด้วยการติดตั้งวาล์วกระดกที่ปล่อยน้ำชำระแบบอัตโนมัติ ทำให้การระบายของเสียหมดจดขึ้น และมีน้ำขังอยู่ในโถตลอดเวลา เป็นการดักกลิ่น ผลงานชิ้นนี้เป็นที่นิยมใช้กันยาวนานกว่า ๑๕๐ ปี มีการติดตั้งในสถานที่ราชการ รวมถึงวังเวสต์มินสเตอร์ และมีผู้ขนานนามว่าเป็น "โรลล์ซรอยส์แห่งส้วม" กระนั้นก็ยังมีชนผู้ดีอีกมากที่ยังคงใช้หม้ออุจจาระตามเดิม ชนชั้นสูงมีโถอุจจาระประจำไว้แม้แต่ในห้องดินเนอร์ โดยเก็บในตู้ถ้วยชาม ล่วงเข้า ค.ศ.๑๘๘๐ จึงมีผลิตภัณฑ์ส้วมชักโครกสำเร็จรูปยูนิทาส (Unitas) ออกจำหน่าย ทำด้วยเซรามิกรูปทรงสวยงามแบบชิ้นเดียว โดยซ่อนคอห่านไว้ภายในมิดชิด ไม่รั่วไม่ซึม และด้วยการผลิตปริมาณมากจึงราคาถูก ขายดีนับล้านชุดทั่วโลก ปี ๑๘๕๔ จอร์จ เจนนิงส์ ออกแบบส้วมสาธารณะสำหรับชาวลอนดอนทั่วไปใช้โดยเสียเงิน ๑ เพนนี เลยเกิดเป็นสำนวน ไปจ่ายหนึ่งเพนนี (to spend a penny) เวลาจะไปส้วมสาธารณะ ราคานี้ใช้อยู่จนถึง ค.ศ.๑๙๗๑ นับว่าน่าทึ่งที่คงอยู่ยาวนานถึง ๑๒๐ ปี เมื่อโถส้วมเซรามิกเก็บท่อไว้ภายในไม่รุงรัง ผู้ผลิตก็เริ่มแข่งขันในด้านออกแบบให้เตะตาน่าจูงใจ เช่น เป็นรูปชามซุป เป็นรูปปลา ส่วนโถฉี่ของสุภาพบุรุษซึ่งมักเป็นรูปกลมเพื่อกันกระเด็นก็อาจออกแบบเป็นรูปลูกกอล์ฟเช่นในอัมสเตอร์ดัม หรือที่โตเกียวก็มีโถฉี่ที่เชิญชวนให้ฉี่ลงไปดับไฟ ส่วนการชำระล้าง ผู้คนใช้วัสดุแปลกๆ แตกต่างกันไป ตั้งแต่หญ้า ขนเป็ด ขนไก่ ซังข้าวโพด บางคนคุ้นเคยกับการใช้เปลือกหอยซึ่งแข็งบางจับถนัดถนี่กว่า กระทั่งปี ๑๘๕๗ โจเซฟ คาเยตตี้ ชาวอเมริกัน จึงประดิษฐ์กระดาษชำระให้ใช้กัน แต่ก็ยังมีผู้คนอีกมากที่นิยมใช้น้ำชำระล้าง เช่นเดียวกับวิธีการนั่งถ่าย ทุกวันนี้ก็ยังแบ่งออกเป็น ๒ ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งถนัดแบบนั่งบนขอบโถชักโครก แต่อีกฝ่ายหนึ่งชอบนั่งยองๆ จุงโก โคบายาชิ สถาปนิกโถส้วมชาวญี่ปุ่น กล่าวว่า เขาจะออกแบบให้มีส้วมนั่งยองไว้อย่างน้อยหนึ่งที่ในศูนย์การค้าสำหรับลูกค้าสูงอายุ และคิดค้นวิธีการสร้างเสียงชักโครกโดยไม่มีน้ำไหลสำหรับลูกค้าหน้าบางที่ชอบกดชักโครกกลบเสียงไม่พึงประสงค์ การอำนวยความสะดวกสบายเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงสำหรับชาวญี่ปุ่น ด้วยเหตุนี้จึงมีระบบอิเล็กทรอนิกส์ในการให้ที่นั่งส้วมอบอุ่นก่อนจะหย่อนก้นลงไปนอกจากนี้ยังมีปุ่มกดให้มีน้ำฉีดพุ่งออกมาชำระล้างก้นโดยไม่ต้องใช้มือให้เปรอะเปื้อน ส้วมที่ถูกสุขลักษณะมีส่วนช่วยลดโรคระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ มูลนิธิบิลกับเมลินดา เกตส์ จึงจัดตั้งทุนสำหรับผู้ค้นคิดพัฒนาส้วม เช่น มหาวิทยาลัยเดลฟต์ ในเนเธอร์แลนด์ หนึ่งในองค์กรที่ได้รับทุน กำลังค้นคิดติดตั้งอุปกรณ์ที่จะไมโครเวฟอุจจาระให้เกิดก๊าซเร็วขึ้น และนำก๊าซไปใช้ประโยชน์ในครัวเรือน โอ้โฮ้วเรื่องของส้วมนี่เข้มข้นและมีที่มาอย่างยาวนานจริงๆ เชื่อว่าในอนาคตข้างหน้า ส้วมจะต้องถูกพัฒนาให้มีความทันสมัย และสะดวกสบายมากขึ้นกว่านี้อีกแน่ๆ ยังไงก็อย่าลืมติดตามวิวัฒนาการของส้วมกันต่อไปนะคะ ข้อมูลและภาพ : sookjai.com

คาเฟ่ของคนรักน้องแมว Crystal's Cat Cafe
Crystal's Cat Cafe /  คาเฟ่แมว

เมื่อพูดถึง "แมว" หลายคนก็คงชื่นชอบกันอยู่ไม่น้อย เพราะด้วยความขี้อ้อน ท่าทางที่น่ารัก ทำให้กลายเป็นที่รักของใครหลายคน และสำหรับร้านที่เปิดให้น้องแมวเข้าไปมีส่วนร่วมบนโต๊ะอาหาร หรือนั่งร่วมโต๊ะก็คงมีไม่มาก ซึ่งเราอาจจะเห็นว่าในต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น และเกาหลี ก็มีคาเฟ่สำหรับคนรักแมวมาบ้างแล้ว แต่รู้ไหมว่าที่บ้านเราก็มีคาเฟ่สำหรับแมวเหมือนกันนะ ฉะนั้น เราขอแนะนำร้าน Cat Café อีกหนึ่งร้านที่เพิ่งเปิดเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาอย่างร้าน Crystal's Cat Cafe มาเอาใจคนรักแมว ไว้สำหรับไปนั่งเล่นชิว ๆ เพลิน ๆ ในวันว่างกัน ถ้าพร้อมแล้วเราไปกันเลยค่ะ…. น้องไลออน...ตาบ๊องแบ๊วมากเลย เราไปร้านในช่วงบ่ายๆ พอถึงหน้าร้านเราต้องกดกริ่งก่อนเข้านะจ๊ะ…แล้วพี่เจ้าของร้านก็มาเปิดประตูให้ ก่อนเข้าไปหาน้องแมว เราต้องถอดรองเท้า และล้างมือก่อนนะจ๊ะ พอเดินเข้าไปในร้านก็จะพบกับน้องแมวกำลังนั่งหลับกันอยู่ทั่วทุกมุมของร้าน แต่ที่เราสะดุดตาที่สุดก็คือ น้องแมวตัวเล็กน่ารักน่าหยิกสมาชิกใหม่ของที่นี้ ที่อยู่ในห้องด้านใน ชื่อ “น้องหมั่นโถ และน้องต้นหอม” พี่น้องคู่นี้ตัวขาวจั๊วเลย น่าหมั่นเขี้ยวสุดๆ ตาแบ๊วมากๆ…น้องแมวที่นี้ส่วนใหญ่เป็นแมวสีขาวเป็นส่วนใหญ่นะ ทุกตัวขาวมากจริงๆ สวยด้วย น้องหมั่นโถ น้องต้นหอม...น่าฟัดสุดๆ ทางไปร้านสำหรับคนที่ไม่เคยไปอาจจะหลงได้นะ คือเราขับรถเข้าไปในซอยแจ้งวัฒนะ 14  เลยโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะไปแล้วจะเห็นบึงใหญ่ “บึงสีกัน” แล้วมองทางด้ายซ้ายมือจะเห็นซอยน่านเจ้า 2 เลี้ยวเข้าซอยไปร้าน Crystal's Cat Cafe จะอยู่ทางด้านขวามือค่ะ... ผมโชกุนเองฮับ.... ส่วนหนูก็เทาเทาน้อยเอง (: แมวที่นี้ขี้เล่น และซนๆ กันพอสมควรเลยค่ะ โดยเฉพาะ น้องโชกุน ขาใหญ่ประจำร้าน พี่เจ้าของร้านเลยต้องลดพฤติกรรมความซนของน้องเขาโดยการใส่เสื้อให้ และก็ยังมีน้องเทาเทา ที่ไม่ค่อยเข้าหาเพศเดียวกันสักเท่าไร (ตัวเมียนะ) ชอบแกล้งเพื่อนตลอดเลย (แต่ก็น่ารักนะ เราชอบ…อิอิ) สวัสดีจ๊ะ...เราชื่อคริสตัลนะ น้องแมวดาวเด่นประจำร้านคือ น้องคริสตัล (เจ๊ใหญ่ประจำร้าน) แต่น่าเสียดายวันที่เราไป น้องเขาไม่อยู่ออกเสริมสวย อดเจอเลย..น่าเสียดาย บรรยากาศร้านจะคล้ายๆ กับร้านคาเฟ่แมวที่ญี่ปุ่นค่ะ คือจะมีโต๊ะญี่ปุ่นเตี้ยๆ ตั้งกับพื้น และเบาะรองนั่ง ให้เราไปนั่งสบายๆ เหยียดแข้งเหยียดขากับพื้นได้เต็มที่ เพราะในร้านกว้างขวาง ไม่อึดอัด ค่อนข้างนั่งได้อย่างสบายๆ เลยทีเดียว จะพาเพื่อนมาชิวๆ กันเป็นกลุ่มก็น่าจะสนุกดีค่ะ…แต่ก็มีโต๊ะแบบนั่งเก้าอี้ให้ด้วยนะ บรรยากาศภายในร้าน เมนูของร้านมีทั้งของคาว ของหวาน และเครื่องดื่มให้เลือกหลายอย่างเลยค่ะ ก็จะมีหลากหลายเมนูทั้ง กาแฟ นมสด ชา ทั้งร้อน และเย็นให้เลือกกันตามใจเลยค่ะ และวันนี้เราจะเลือกเมนูที่น่าสนใจมาแนะนำกันคือ ปลาเส้นทอด ทุกคนคงคิดว่าเป็นปลาเส้นทอดธรรมดากันใช่ไหมล่ะ (เราก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน) แต่พอถามพี่เจ้าของร้าน พี่เขาบอกว่า “มันคือกล้วยทอดจ๊ะ” ขอเขานอนด้วยนะตัวเอง นี่ของกุชชี่นะ...ห้ามแย่งเขานะ เค้าน่ารักป่าว !! Crystal's Cat Cafe ที่ตั้ง ถ.แจ้งวัฒนะ 14 ซอยน่านเจ้า 2 เปิดให้บริการทุกวัน (ยกเว้นวันพุธนะจ๊ะ) เปิดเวลา 10:00-21:00 น. เบอร์ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม : 093-5923599 ติดตามความน่ารักของน้องแมวได้ที่ facebook : ชุมชนคนรัก น้องแมวเหมียว และที่ IG : crystals_cat_cafe โชว์พุงซะหน่อย เคาขอเข้าด้วยสิ..ชินนามอน โดยรวมนะค่ะ…เราค่อนข้างชอบน้องแมวร้านนี้นะ ขี้เล่น น่ารักด้วย แล้วการตกตกแต่งร้านก็น่ารัก (แต่ร้านหายากนิดหนึ่งนะ สำหรับคนที่ไม่คุ้นทางแถวนี้) เจ้าของร้านก็เป็นกันเองแบบสุดๆ สวยด้วย...อิอิ หวังว่าที่นี้จะเป็นอีกที่นะจ๊ะสำหรับคนที่หลงรักน้องแมว...อย่าลืมไปเล่นกับน้องแมวกันเยอะๆนะค่ะ เคารอเล่นอยู่นะ มาเล่นด้วยกันเยอะๆนะจ๊ะ น้องแมวข้างหลังแอบจ้องอะไรนั้น ที่เล่นลับเล็บใหม่ของคาราเมล...ใครมาแย่งนะ !! อย่าลืมมาหาเคาบ้างนะ แผนที่ร้าน คาเฟ่ของคนรักน้องแมว Crystal's Cat Cafe ขอบคุณภาพจาก เฟกบุ๊กชุมชนคนรัก น้องแมวเหมียว

สัมภาษณ์ แอน มิตรชัย จากลิเกสาวพราวเสน่ห์ สู่นักร้องระดับอินเตอร์
Live My Life My Way /  แอน มิตรชัย

กำลังประสบความสำเร็จและโดดเด่นในแวดวงบอลลีวู๊ดเลยทีเดียว สำหรับลิเกสาวพราวเสน่ห์ แอน มิตรชัย ที่ล่าสุดเธอก็ได้จรดปลายปากกาเซ็นสัญญาเป็นศิลปินภายใต้การดูแลของค่ายเพลงระดับอินเตอร์ ยูนิเวอร์แซล มิวสิคฯ ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากแถลงข่าวเปิดตัวอัลบั้มอินเตอร์เนชั่นแนลชุดแรก ซึ่งมีชื่อว่า Live My Life My Way (ลิฟ มาย ไลฟ์ มาย เวย์) ท่ามกลางความสนใจของเหล่าสื่อมวลชน ที่สำนักงาน ยูนิเวอร์แซล มิวสิค ประเทศอินเดีย ไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ต่อจากนี้ ยูนิเวอร์แซล มิวสิคฯ ก็มีแผนสนับสนุนให้ แอน มิตรชัย เตรียมเดินทางไปโปรโมทผลงานเพลงในประเทศต่างๆ ทั้งเอเชียและยุโรป... แต่ก่อนจะถึงวันนั้น ทาง music.mthai.com ก็มีบทสัมภาษณ์จาก แอน มิตรชัย มาเปิดเผยว่าหนทางการโกอินเตอร์ของเธอ เป็นมาอย่างไร? ที่มาที่ไปของความสำเร็จในการเป็นศิลปินที่สามารถมีอัลบั้ม International ภายใต้สังกัด ยูนิเวอร์แซล มิวสิคฯ? "สำหรับการร่วมงานกับ บริษัท ยูนิเวอร์แซล มิวสิค กับผลงาน International นั้น จริงๆ แอนไม่เคยคิดเลยว่าเราจะมาได้ไกลขนาดนี้ เพียงแค่ได้มีโอกาสร่วมแสดงภาพยนตร์บอลลีวู๊ด แอนก็ดีใจมากแล้ว แม้กระทั่งเพลงประกอบภาพยนตร์เองก็ไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่าจะมีโอกาส ย้อนไปตอนแอนพบกับคุณ Eddie T Avil ผู้จัดการของแอนคนปัจจุบัน ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของชีวิตค่ะ เขาเป็นคนกว้างขวางในวงการบอลลีวู๊ด เริ่มจากเอาเพลงของแอนไปทำเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ซึ่งถือเป็นก้าวแรก พอผลงานปรากฏเด่นชัดและเป็นที่ยอมรับจากประชาชนในประเทศอินเดีย โอกาสก็เพิ่มขึ้น ทำให้มีบริษัทต่างๆ นำเสนองานเข้ามาค่ะ" 'ได้มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ผลงานแทบกระบวนการด้วยตัวเอง' "ก่อนที่แอนจะทำอัลบั้ม Live My Life My Way กับทางยูนิเวอร์แซล มิวสิคฯ ก็มีอีกบริษัทชื่อ ทีซีรี่ส์(T Series) ติดต่อเข้ามา บริษัทนี้เป็นค่ายยักษ์ใหญ่ของอินเดีย มีสาขาอยู่ทั่วเอเชีย เขานำเสนอให้แอนเข้ามาอยู่ในบริษัทของเขา ทุกวันนี้ก็ยังคงพร้อมต้อนรับแอนให้ร่วมงานด้วยตลอดเวลา แต่ถ้าเราเลือกอยู่กับ ทีซีรี่ส์ เพลงของเราส่วนใหญ่จะออกมาในแนวอินดี้ที่มีภาษาอังกฤษปนบ้าง แต่ไม่ใช่แนวสากล คุณเอ็ดดี้ เลยวางแผนให้ว่าเราควรจะเลือกอะไร ส่วนหนึ่งก็คือตัวเขาเองก็เคยร่วมงานกับ ยูนิเวอร์แซล มิวสิคฯ อยู่แล้ว เขาเลยนำโปรไฟล์ความเป็นลิเกของแอน พร้อมกับผลงานอื่นๆ แนบไปให้ผู้ใหญ่ของ ยูนิเวอร์แซล มิวสิคฯ พิจารณา ซึ่งสิ่งที่ทีมยูนิเวอร์แซล มิวสิคฯ สนใจคือภาพความเป็นลิเกของเรา เขาอยากรู้ว่าลิเกคืออะไร ผลงานการแสดงถึงศิลปวัฒนธรรมตรงนี้มีความน่าสนใจมากน้อยแค่ไหน หลังจากที่เขาศึกษาหาข้อมูลงานศิลปะการแสดงลิเกและความเป็น แอน มิตรชัย ทำให้เขาสนใจมากๆ ดังนั้นจึงเชิญเราเข้าไปพูดคุยแบบจริงจัง ที่สำคัญเขามองเห็นว่าจะสร้างเราในสิ่งที่เราสามารถทำในสิ่งที่เรามีและสิ่งที่เราเป็น พร้อมเปิดโอกาสให้เรามีส่วนร่วมในการวางแนวคิดเกือบทุกกระบวนการสร้างสรรค์งานชิ้นนี้ค่ะ" 'ลิเกคือจุดเริ่มต้น ทำให้มีทุกวันนี้' "เมื่อโอกาสมาถึงตัวเรา แอนบอกกับตัวเองว่าสิ่งที่เราต้องมีคือหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหน จากการฝึกฝนเราต้องอดทนเพื่อให้ผลงานออกมาดีที่สุด แอนมีแรงบันดาลใจโดยมีความรักในสิ่งที่ทำนำทางให้เรา ลิเกคือจุดเริ่มต้นของชีวิตที่มีคุณค่าทำให้แอนมีวันนี้และสามารถก้าวไปสู่เวทีอื่นๆ การร้องเพลงอินดี้แอนก็ได้มาจากเวทีลิเก ข้อนี้แอนไม่เคยลืมและส่งให้แอนก้าวมาถึงวันนี้ ความศรัทธาในความเป็นตัวตนในแบบของเราคือแนวทางไปสู่จุดหมาย แล้ววันนี้แอนก็ได้เริ่มต้นกับการก้าวย่างอีกครั้งหนึ่งที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตนั้นคือการเปิดตัวอัลบั้ม Live My Life My Way ค่ะ" คิดว่าเพราะเหตุใดที่คนอินเดียถึงยอมรับในตัว แอน มิตรชัย? "นักแสดงที่เป็นต่างชาติจะเปิดใจคนอินเดียให้ยอมรับไม่ใช่เรื่องง่ายค่ะ ต้องบอกว่าเป็นเรื่องยาก แอนคิดว่าแอนโชคดีที่เราเข้าไปในฐานะนักร้องและเป็นนักแสดง เขาตกใจว่าเราสามารถร้องเพลงอินดี้ได้ เริ่มแรกเราสามารถร้องเพลงคลาสสิกหรือเพลงลูกทุ่งของเขาซึ่งมันยากมากๆ และเราสามารถเต้นเพลงอินเดียได้ทั้งแนวเก่าแนวใหม่ เช่น กาตะการิ(Katakari) และ 7 คลาสสิคัล อินเดียแดนซ์(7 Classical Indian Dance) ซึ่งดาราบอลลีวู๊ดใหม่ๆ ในปัจจุบันเต้นกันไม่ค่อยจะได้ สังเกตจากหลายๆ คนรอบๆ ตัวเราที่รู้สึกชื่นชมในสิ่งที่เราทำได้ แอนคิดว่าสิ่งนี้ทำให้เขาเปิดใจที่จะรักเราเพราะเราไปในฐานะนักร้องต่างชาติที่สามารถร้องเพลงบ้านเขาได้ นักแสดงในประเทศอินเดีย จะไม่ร้องเพลงเอง ส่วนใหญ่จะลิปซิงค์ แต่พอเราเล่นเองร้องเองก็เป็นที่จับตามองค่ะ" 'ฉันเป็นคนไทย' "ทุกวันนี้สื่อต่างๆ ในอินเดียถามแอนเสมอว่าแอนเป็นลูกครึ่งอะไร แอนจะตอบว่าเป็นคนไทย แต่เขาพยายามให้แอนเป็นเม็กซิโก เป็นลูกครึ่งอินเดียบ้างค่ะ" แนวคิดและปรัชญาในการดำเนินชีวิตของ แอน มิตรชัย? "พูดได้ว่าแอนเติบโตมาจากโรงลิเก ตั้งแต่พอจำความได้รอบๆ ตัวของแอนคืองานศิลปะการแสดง เราอยู่กับความคิดสร้างสรรค์และการฝึกฝนซ้ำๆ เพื่อสร้างความสุขให้ผู้คนเกือบทุกๆ วัน แอนมองเห็นถึงความงดงามของคำว่า 'ความรักและมิตรภาพ' ที่แฟนๆ มอบให้กับเรา สิ่งที่อยู่ในความคิดและไม่เคยเปลี่ยนแปลงคือจะพัฒนาตัวเองทุกๆวัน เพื่อสร้างสรรค์ผลงานและมอบความสุขให้กับคนที่รักและรอคอยที่จะชื่นชมผลงานของแอน เมื่อพูดถึงแนวคิดและปรัชญาในการดำเนินชีวิต ของแอนนั้นก็คือการทำสิ่งใดก็ควรตั้งจุดมุ่งหมายที่จะเดินไปให้ชัด เหมือนคำที่ว่า 'การเริ่มต้นอย่างมีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนเท่ากับสำเร็จผลแล้วครึ่งหนึ่ง' ค่ะ" พูดได้ว่าน่าสนใจทีเดียว สำหรับย่างก้าวสู่วงการเพลงอินเตอร์ของนักร้องสาวคนนี้... สำหรับแฟนๆ ที่อยากให้กำลังใจ และต้องการติดตามความเคลื่อนไหวของ แอน มิตรชัย ก็สามารถเกาะติดช่องทางโซเชี่ยลของเธอได้ทาง Instagram: annmitchai AMC Official , Facebook: Annmitchai และ Youtube AMC world Channel มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

10 ที่พักที่มีชื่อสุดแปลก
10 อันดับ /  ที่พัก / 

ความแตกต่างของที่พักแต่ละที่นั้นมีความแตกต่างกันออกไป ว่าจะใช้จุดไหนเป็นจุดดึงดูดลูกค้า และวันนี้ทาง Travel.mthai.com ขอแนะนำที่พักที่มีชื่อสุดแปล๊กแปลกและมันเป็นอะไรที่สุดติ่งกระดิ่งแมวมากๆเลยล่ะ แล้วจะรอช้าอยู่ทำไม เลื่อนไปชมกันเลยดีกว่า 10 ที่พักที่มีชื่อสุดแปลก 1. เมียจ๋า (Meir Jarr Hotel)      โรงแรมเมียจ๋า (Meir Jarr Hotel) เป็นสถานที่สำหรับพักผ่อนที่คุณจะได้ดื่มด่ำกับสีสันของภูเก็ต ด้วยทำเลที่ไม่ไกลจากตัวเมือง สามารถเดินทางไปถึงสนามบินได้ภายใน 45 นาที อีกทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ศูนย์ฝึกมวยไทย, ไซม่อนคาบาเร่ต์, ถนนกลางคืนบางลา, หาดป่าตอง รวมถึงศูนย์การค้าจังซีลอน ในระยะเดินถึง      ส่วนของห้องพักทั้งหมด 83 ห้อง ประกอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่คัดสรรมาอย่างดี เพื่อมอบความสะดวกสบายแก่ผู้เข้าพัก อาทิ มินิบาร์, ตู้นิรภัย, อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง พร้อมบริการทำความสะอาดทุกวัน นอกจากนี้ด้านนอกของโรงแรมยังมี สระว่ายน้ำกลางแจ้ง ที่มองเห็นวิวภูเขาและท้องฟ้าแบบเปิดโล่ง ปิดท้ายด้วย ห้องอาหารสุดหรู ให้คุณอิ่มเอมกับเมนูอาหารเลิศรสในบรรยากาศสุดพิเศษ รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> เมียจ๋า (Meir Jarr Hotel) _________________________________ 2. ราชา (The Racha)      ราชา (The Racha) รีสอร์ทหรูระดับพรีเมี่ยม บนเกาะราชาใหญ่ทางตอนใต้ของภูเก็ต ที่คุณจะรู้สึกถึงความสบายในแบบที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนราวกับได้พักผ่อนอยู่ในวังของพระราชา วิลล่าที่ให้บริการทุกหลัง มาพร้อมระเบียงชมวิวส่วนตัวและสิ่งอำนวยความสะดวกมาตรฐานสากล      ภัตตาคารในรีสอร์ท ประกอบด้วย Earth Café ที่ดินเนอร์บรรยากาศดีบนระเบียงกลางแจ้ง, Fire Grill  อิ่มอร่อยกับพิซซ่าและพาสต้าในมื้อกลางวัน และอาหารเลิศรสสำหรับมื้อค่ำ รวมถึง Ice Bar และ Club Del Mar ที่พร้อมเสิร์ฟค็อกเทลเย็นๆ นอกจากนี้ ยังมี Sun Set Beach ที่ให้บริการบาร์บีคิวทะเลและสเต็กเนื้อนุ่มริมอ่าวทะเล และรีสอร์ทแห่งนี้ยังได้รับการยอมรับให้เป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ ที่ใครต่อใครต่างหลงเสน่ห์ในบรรยากาศอันเงียบสงบ เหมาะแก่การหลีกหนีความวุ่นวายสู่การพักผ่อนสุดพิเศษบนชายหาดที่สวยงามราวกับภาพวาด   รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> ราชา (The Racha) _________________________________ 3. ยายย่า หัวหิน (YaiYa Hua Hin)      ยายย่า หัวหิน (YaiYa Hua Hin) บูติครีสอร์ทสไตล์ไทยๆ ที่ตกแต่งไว้อย่างสวยงามเป็นเอกลักษณ์ ตัวโรงแรมตั้งอยู่ระหว่างชะอำกับหัวหิน ท่ามกลางสวนสวย พร้อมกลิ่นหอมจากต้นจันทน์เทศที่ปลูกเรียงรายไว้รอบรีสอร์ท เพื่อสร้างความผ่อนคลายแก่ผู้เข้าพัก ห้องพักของที่นี่ก็มีให้เลือกหลายรูปแบบ แต่ละห้องตกแต่งอย่างหรูหราสไตล์ไทยประยุกต์ ไม่ว่าจะเป็นห้องแบบ Pool Villa ที่มีสระว่ายน้ำส่วนตัวและห้องนั่งเล่น, Deluxe Terrace ห้องพักวิวสวน หรือ Deluxe Sea Terrace ห้องพักวิวทะเล นอกจากนี้ ด้านนอกยังมี สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ บนชายหาดส่วนตัว และสามารถเพลิดเพลินไปกับ สปาทรีตเม้นท์ ที่ YaiYa Spa หรือจะเลือกดื่มด่ำรสชาติอาหารไทย และอาหารยุโรป ที่ ร้านอาหาร Thai Pas และนั่งกินบรรยากาศชิลๆที่ The Sand Bar   รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> ยายย่า หัวหิน (YaiYa Hua Hin) _________________________________ 4. บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท (Baan Krating Pai Resort)      บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท (Baan Krating Pai Resort) รีสอร์ทธรรมชาติริมแม่น้ำปาย ที่อยู่ห่างจากตัวเมืองปายเพียง 20 นาที ทัศนียภาพรอบรีสอร์ทสวยงามด้วยวิวภูเขาและทุ่งข้าวสีทองอร่าม ที่นี่บริการห้องพักแบบวิลล่าแยกเป็นหลัง ตกแต่งสไตล์ไทยกลิ่นอายภาคเหนือ      ผู้เข้าพักสามารถเพลิดเพลินกับสระว่ายน้ำและจากุสซี่ด้านนอก ซึ่งล้อมรอบด้วยทิวทัศน์ชนบทอันงดงาม บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท ยังบริการอาหารเหนือและอาหารนานาชาติตลอดทั้งวัน และเต็มไปด้วยกิจกรรมกลางแจ้งสำหรับผู้ที่ชอบความสนุกตื่นเต้น อาทิ กิจกรรมพายเรือคายัคตามลำน้ำปาย, ล่องแก่งไปกับผู้เชี่ยวชาญ, เดินป่า, ขี่ช้างไปตามทุ่งนา, เยี่ยมชมหมู่บ้านชาวเขา, แวะชมน้ำตกและบ่อน้ำพุร้อน, เที่ยวสถานที่น่าสนใจในอำเภอปาย ฯลฯ บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท แห่งนี้จึงเป็นจุดหมายปลายทางของผู้ที่รักธรรมชาติอย่างแท้จริง รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท (Baan Krating Pai Resort) _________________________________ 5. อียิปต์ บูทิก โฮเทล (Egypt Boutique Hotel)      เมืองกรุงก็มีที่พักสไตล์เมืองนอกกับเค้าเหมือนกัน อียิปต์ บูทิก โฮเทล (Egypt Boutique Hotel) ที่พักสไตล์อียิปต์สีสันสะดุดตา ที่นี่เหมือนยกเอาสถาปัตยกรรมจำลองของเมืองไคโร ดินแดนทะเลทรายแห่งอียิปต์มาไว้กลางกรุง โดยเนรมิตพื้นที่ในซอยรามคำแหง 65 หรือซอยลาดพร้าว 122 ให้กลายเป็นเมืองแห่งฟาโรต์ ตั้งแต่แรกเห็น ทุกย่างก้าวจากภายนอกจนถึงในห้องพัก จะได้สัมผัสกับบรรดารูปปั้นสฟิงซ์ และรูปภาพโบราณของอียิปต์ จนแทบลืมไปเลยว่าโรงแรมแห่งนี้อยู่ในเมืองไทย ที่นี่มีห้องพักให้บริการมากถึง 110 ห้อง ทุกห้องแม้จะตกแต่งด้วยสีสันที่ฉูดฉาด แต่กลับให้ความรู้สึกสงบและผ่อนคลายเมื่อได้เข้าพัก นอกจากนี้ ยังได้รื่นรมย์กับบริการนวดอีกด้วย   รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> อียิปต์ บูทิก โฮเทล (Egypt Boutique Hotel) _________________________________ 10 ที่พักที่มีชื่อสุดแปลก 6. ฮัทช่า รีสอร์ท (Hutcha Resort)      ฮัทช่า รีสอร์ท (Hutcha Resort) รีสอร์ทสุดชิลทางเหนือของเกาะสมุย ซ่อนตัวอยู่ในเมืองเก่าเขตแม่น้ำ ตั้งอยู่ริมทางน้ำที่ไหลมาจากเทือกเขาใกล้ๆ ที่ตั้งของฮัทช่านั้นมีเอกลักษณ์ มีทางเดินลงสู่หาดแม่น้ำที่สวยงาม การออกแบบของฮัทช่านั้นเน้นเรื่องความสะดวกสบายและความทันสมัย กระท่อมปูนฉาบทันสมัยออกแบบมาอย่างเรียบง่าย เข้ากับพื้นกระเบื้องและหลังคามุงจาก "กระท่อม" แต่ละหลังมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายต่างๆ ตั้งแต่น้ำร้อนจนถึงเฉลียงส่วนตัว มีทั้งห้องติดพัดลมและห้องปรับอากาศที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้เลือกสรรตามความต้องการ กระท่อมตั้งอยู่ริมลำธารที่คดเคี้ยวอยู่ในรีสอร์ท เติมเต็มด้วยสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติและสวนเขียวขจีของฮัทช่า รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> ฮัทช่า รีสอร์ท (Hutcha Resort) _________________________________ 7. สลีป บอกซ์ (SLEEP BOX Hotel)      SLEEP BOX ที่พักบรรยากาศแปลกใหม่ราคาไม่แพง ตอบโจทย์คนที่มีงบประมาณจำกัด SLEEP BOX ตั้งอยู่ริมถนนรัตนโกสินทร์ จังหวัดเชียงใหม่ ไม่ไกลจากกาดเมืองใหม่ (ตลาดสดขนาดใหญ่ ริมแม่น้ำปิง) ด้วยรูปทรงของตู้คอนเทนเนอร์ที่เป็นหัวใจหลักของที่นี่ ซึ่งถูกวางซ้อนกันไว้สองชั้น เว้นที่ว่างระหว่างตู้เอาไว้เป็นทางสัญจร ด้านบนใช้หลังคาเมลัทชีทเพื่อกันความร้อนและฝน ส่วนพื้นที่ภายในแบ่งเป็นห้องพักจำนวน 21 ห้อง ที่ตกแต่งไว้อย่างทันสมัย โซนโถงรับรองก็ใช้ไม้เก่าและไม้ไผ่เป็นวัสดุหลัก รวมไปถึงขวดเปล่าที่ถูกนำมารีไซเคิลเป็นโคมไฟสุดชิค นอกเหนือไปจากภาพลักษณ์อันดุดันของตู้คอนเทนเนอร์แล้ว ที่นี่ยังให้อารมณ์แบบสปอร์ตตี้ สีสันสดใสโดนใจคนรุ่นใหม่อีกด้วย        รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> สลีป บอกซ์ (SLEEP BOX Hotel) _________________________________ 8. หินตกริเวอร์แคมป์ แอท เฮลล์ไฟร์พาส (HinTok River Camp@Hell Fire Pass)      หินตกริเวอร์แคมป์ แอท เฮลล์ไฟร์พาส (Hintok River Camp @ Hell Fire Pass) ที่พักสำหรับนักผจญภัยที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติอันเเสนสงบ ซึ่งตั้งอยู่บนเขาหินตก จังหวัดกาญจนบุรี เป็นสถานที่ที่มีแม่น้ำแควไหลผ่าน และเต็มไปด้วยเรื่องราวอันน่าจดจำทางประวัติศาสตร์ มาที่นี่คุณจะได้พักค้างแรมในเต้นท์หรูสไตล์แอฟริกันซาฟารี เต็นท์ทุกหลังมีห้องน้ำในตัวและระเบียงส่วนตัวที่สามารถมองเห็นวิวป่าไม้และแม่น้ำแควได้อย่างสวยงาม หรือจะเลือกห้องอาบน้ำแบบกลางแจ้งก็ได้บรรยากาศไม่น้อย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมแคมป์ปิ้งที่สนุกตื่นเต้นอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น พายเรือแคนู ล่องแพ ปีนผา บาร์บีคิวกลางแจ้ง และแคมป์ไฟตอนกลางคืน รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> หินตกริเวอร์แคมป์ แอท เฮลล์ไฟร์พาส (HinTok River Camp@Hell Fire Pass) _________________________________ 9. พบทะเล รีสอร์ท (Meet the Sea Resort)      พบทะเล รีสอร์ท (Meet the Sea Resort) รีสอร์ทริมทะลในบรรยากาศเงียบสงบเป็นส่วนตัว ให้คุณผ่อนคลายท่ามกลางธรรมชาติและห้อมล้อมด้วยทิวแถวต้นมะพร้าว รีสอร์ทแห่งนี้ตั้งอยู่บนหาดส่วนตัวในอำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ในส่วนห้องพักตกแต่งอย่างหรูหราสไตล์ฮิปสุดเท่ห์ เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เครื่องปรับอากาศ ทีวี เครื่องทำน้ำอุ่น ตู้เย็น และอินเตอร์เน็ต  Wi-Fi ทุกพื้นที่ นอกจากบริการอันน่าประทับใจแล้ว คุณจะได้ผ่อนคลายไปกับบรรยากาศริมชายหาดส่วนตัว เพลิดเพลินกับกิจกรรมต่างๆทั้ง ตกปลา ตกหมึก พายเรือคายัค ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำในสระว่ายน้ำกลางแจ้งริมทะเล พร้อมสระเด็กและจากุซซี่ รวมถึงบริการนวด และอื่นๆอีกมากมาย รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> พบทะเล รีสอร์ท (Meet the Sea Resort) _________________________________ 10. วิลล่า ชาช่า จ้าวหลาว บีช รีสอร์ท (Villa Cha Cha Chaolao Beach Reosrt)      รีสอร์ทชื่อน่ารัก วิลล่า ชาช่า เจ้าหลาว บีช รีสอร์ท (Villa Cha Cha Chaolao Beach Reosrt) ที่พักกลิ่นอายบาหลี ซึ่งถูกออกแบบอย่างเป็นสัดเป็นส่วนในรูปของ บ้านพักหลากสีสัน ที่มาพร้อมระเบียงไม้หน้าบ้านทุกหลัง เพื่อชื่นชมความร่มรื่นของแมกไม้อันเขียวชอุ่ม เติมเต็มความเป็นส่วนตัวในวันพักผ่อนได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ รีสอร์ทตั้งอยู่บนชายหาดส่วนตัว ติดกับหาดเจ้าหลาว ทางฝั่งตะวันออกของจังหวัดจันทบุรี จึงพร้อมเสิร์ฟอาหารทะเลสดๆให้คุณได้ลิ้มลองกันอย่างจุใจ และหากอยากทำกิจกรรมยืดเส้นยืดสาย ที่นี่ก็มีทั้ง กิจกรรมนั่งเรือท้องกระจกชมปะการังน้ำตื้น ตกปลา ไดหมึก ฯลฯ ให้เลือกแบบไม่อั้นเลยทีเดียว รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> วิลล่า ชาช่า จ้าวหลาว บีช รีสอร์ท (Villa Cha Cha Chaolao Beach Reosrt) _________________________________

จนท.นำชิ้นส่วนครูญี่ปุ่นส่งนิติเวชเทียบเคียงDNAลูกชาย
ข่าวล่าสุด /  คดีครูญี่ปุ่น / 

จนท. เตรียมงมหาชิ้นส่วนร่างกายอีก 2 ถุงเช้านี้ - ส่งชิ้นส่วนหัวกระโหลกและอวัยวะภายในให้นิติเวชตรวจเทียบเคียง DNA กับบุตรชายครูญี่ปุ่น ความคืบหน้าการค้นหาชิ้นส่วนร่างกายของ นายโยชิโนริ ชิมาโตะ อายุ 79 ปี ครูสอนภาษาชาวญี่ปุ่น ที่หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน นั้น พ.ต.อ.สมบัติ มิลินทจินดา รักษาราชการแทนผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ชุดประดาน้ำยุติการค้นหาที่บริเวณคลองนางทิ้ม ภายในซอยมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วิทยาเขตบางนา-ตราด เมื่อเวลา 01.00 น. ที่ผ่านมา เพราะแสงสว่างไม่เพียงพอ โดยเบื้องต้น เจ้าหน้าที่พบชิ้นส่วนร่างกายมนุษย์ จำนวน 2 กระสอบ ซึ่งกระสอบแรกได้รับการยืนยันจากแพทย์เวร ร.พ.บางปะกอก ว่าเป็นอวัยวะภายในของมนุษย์ ส่วนกระสอบที่ 2 เป็นกะโหลกศีรษะและมือ แต่ทั้งนี้ ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นชิ้นส่วนร่างของ นายโยชิโนริ ที่หายตัวไปหรือไม่ หลังจากนี้ เจ้าหน้าที่จะนำชิ้นส่วนทั้งหมดส่งไปยังสถาบันนิติเวช ร.พ.ตำรวจ เพื่อตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอว่าตรงกับ นายเทสซึโอะ ชิมาโตะ บุตรชายของ นายโยชิโนริ หรือไม่ ก่อนที่จะนำมาประกอบสำนวนเพื่อขอศาลอนุมัติหมายจับ นางพรชนก ไชยะปะ และ นายสมชาย แก้วบางยาง 2 สามี-ภรรยา ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและซ่อนเร้นอำพรางศพ ทั้งนี้ แม้ว่าตัว นางพรชนก จะยังให้การปฏิเสธ แต่ตำรวจมีหลักฐานชัดเจน สามารถเอาผิดกับ นางพรชนก ได้ อย่าง ไรก็ตาม เช้าวันนี้ (22 ต.ค.) ชุดประดาน้ำจะลงพื้นที่ค้นหาชิ้นส่วนร่างของ นายโยชิโนริ อีก 2 กระสอบ ตามคำให้การของ นายสมชาย ที่ระบุว่านำมาทิ้งไว้ทั้งหมด 4 กระสอบ รวมถึงตรวจค้นบ้านพักของนางพรชนก ภายในหมู่บ้านออร์คิด เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม คดีครูญี่ปุ่น คดีครูญี่ปุ่นหายตัว MThai News

ปานเทพ ยัน สนธิ ลิ้มทองกุล ไม่ได้ดอดพบทักษิณ - ยิ่งลักษณ์ ที่ญี่ปุ่น
ข่าววันนี้ /  ทักษิณไปญี่ปุ่น / 

ปานเทพ แจง ยัน สนธิ ลิ้มทองกุล ไม่ได้ดอดพบ ทักษิณ - ยิ่งลักษณ์ ที่ ญี่ปุ่น บอกไปรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บ เหตุถูกลอบยิงด้วยอาวุธสงครามเมื่อหลายปีก่อน จากกรณีที่มีกระแสข่าวว่านายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้เดินทางไปเมืองฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น เป็นการเดินทางไปเพื่อพบปะพูดคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เนื่องจากมีการเดินทางไปในช่วงเวลาเดียวกันนั้น นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ นักวิชาการอิสระ อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย รุ่น 2 ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ชี้แจงถึงการเดินทางไปญี่ปุ่นของนายสนธิ ลิ้มทองกุล โดยยืนยันว่าการไปญี่ปุ่นครั้งนี้ ไม่ได้มีการแอบไปพบกับพ.ท.ทักษิณ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ตามที่มีกระแสข่าวออกมาแต่อย่างใด เรื่องการเดินทางไปญี่ปุ่นของ สนธิ ลิ้มทองกุล คุณสนธิ ลิ้มทองกุล เดินทางไปต่างประเทศเป็นประจำครับ โดยเฉพาะในช่วงหลังเหตุการณ์ที่รอดชีวิตจากการถูกรุมยิงด้วยอาวุธสงครามใจกลางพระนคร ก็ได้รับผลกระทบทำให้ปวดต่อการยืนและนั่ง และต้องรักษาจากแพทย์หลายแขนง ทั้งการนวดจากแพทย์แผนไทย แพทย์แผนจีน และแพทย์แผนปัจจุบัน บ่อยครั้งเวลาผมมาที่บ้านพระอาทิตย์ ก็จะเห็นคุณสนธิต้องรักษาตัวอยู่กับแพทย์แผนไทยเป็นประจำ และหลายครั้งคุณสนธิต้องเดินทางไปรักษาตัวกับแพทย์ที่ประเทศจีน รวมถึงไปรักษาตัวโดยการแช่น้ำร้อนที่ญี่ปุ่น จนเป็นเรื่องปกติของบ้านพระอาทิตย์ไปแล้ว และเพื่อให้ทราบเป็นข้อมูลว่าคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ใช้เงินส่วนตัวในการเดินทาง ไม่ใช่เอาเงินบริษัทหรือเงินบริจาคมาใช้เดินทาง เพราะเงินบริษัทที่จะจ่ายเงินเดือนยังล่าช้าอยู่เลย ในทางตรงกันข้ามทุกวันนี้ครอบครัวลิ้มทองกุลยังต้องวิ่งหาเงินแลกเช็ค กู้หนี้ยืมสินมาประคับประคองสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม นิวส์ วันอยู่เลยครับ (ทั้ง ๆ ที่ไม่จำเป็นต้องทำอย่างนี้ก็ได้) จากเหตุผลดังกล่าวการใส่ร้ายคุณสนธิ ลิ้มทองกุล (อีกครั้งหนึ่ง) จึงเป็นการมโนไปเต้าข่าวว่าเพื่อเดินทางไปเจรจากับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรนั้น จึงเป็นเรื่องเท็จทั้งสิ้น หลายครั้งยุทธวิธีนี้ยังคงใช้เพื่อเป้าประสงค์เดิมจากผู้ที่มีอำนาจหรืออิจฉาจุดยืนที่ฝ่ายตัวเองทำไม่ได้ จึงคิดแต่ทำลายความน่าเชื่อถือสิ่งที่คุณสนธิได้ตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์ปัญหาบ้านเมืองอย่างตรงไปตรงมาในทุกรัฐบาล แต่ผมรู้ว่า คนอย่างคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ไม่มานั่งเสียเวลาอธิบายเรื่องไร้สาระเช่นนี้หรอกครับ เพราะเวลาผ่านมาหลายปี เราถูกใส่ร้ายมามาก ตั้งแต่ การใส่ร้ายว่าสนธิรับเงินทักษิณ, การใส่ร้ายว่า ASTV จะขายให้ทักษิณให้แกนนำเสื้อแดงมาจัดรายการ, ฯลฯ ซึ่งเป็นเรื่องเท็จที่ใส่ร้ายโดยไม่เคยมีการรับผิดชอบ แต่เมื่อเวลาผ่านไปเกือบ 10 ปี แล้วมาทบทวนดูว่าสิ่งที่คุณสนธิพูดและแสดงความเห็นนั้น "ถูกหรือผิด" วิญญูชนเท่านั้นที่จะเข้าใจได้โดยไม่ต้องมีคำอธิบายใด ๆ ให้เสียเวลา News 1 หรือ ASTV เดิม ก็ยังคงจุดยืนเดิมในการทำหน้าที่สื่อมวลชนเพื่อประชาชนที่สนับสนุนเรามาเป็นปีที่ 10 แล้ว และหลายครั้งก็ทำหน้าที่ไปจนถึงเป็นผู้นำมวลชนเสียเอง วันนี้เรายังคงเป็นสถานีโทรทัศน์เล็ก ๆ ที่ยังยากจนอยู่ ถ้าเราหวังจะได้ร่ำรวยจากทุนและอำนาจจากข้างใดข้างหนึ่งในช่วงเวลาที่ผ่านมา ก็คงไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่เราต้องออกมาวิพากษ์วิจารณ์ "ทุกรัฐบาล" เพื่อประโยชน์ของประชาชนเหมือนทุกวันนี้ จริงไหมครับ ? และถ้าเราจะยอมสยบกับกลุ่มทุนทุกขั้วอำนาจที่ต่างมีกลุ่มทุนพลังงานหนุนหลังอยู่ เราคงไม่สนับสนุนการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนในด้านการปฏิรูปพลังงานมากเช่นนี้ และลองดูสิครับว่ามีสื่อมวลชนกี่แห่งที่ยังช่วยและสนับสนุนในการปฏิรูปพลังงานของภาคประชาชนมากเช่นนี้ และถ้าเราเป็นสื่อมวลชนที่ขายตัวเพื่อความร่ำรวย ป่านนี้เราคงไม่ต้องเป็นห่วงการจ่ายเงินเดือนล่าช้าของพนักงานที่นี่ เราคงไม่ต้องทุ่มเทออกมาขายสินค้าต่าง ๆ เพื่อรักษาทีวี พนักงานหลายคนที่มีทีวีดิจิตอลมาดึงตัวไปก็คงไม่ยืนหยัดอยู่ที่นี่ ตัวผมเองก็ไม่มีความจำเป็นต้องทำงานอยู่ที่นี่ แม้แต่ลุงจำลอง ศรีเมือง ก็คงไม่เป็นผู้นำจัดกิจกรรมหารายได้มาสนับสนุนทีวีแห่งนี้อยู่จนถึงทุกวันนี้ จริงไหมครับ ? มีบางท่านเป็นห่วงใยว่าเรามีพวกและเพื่อนน้อย มีศัตรูมาก เพราะวิพากษ์วิจารณ์ทุกฝ่าย จึงจะอยู่รอดได้ยากในทางธุรกิจเพราะขาดการสนับสนุนจากกลุ่มทุนใด หรือแม้แต่อาจจะต้องสูญเสียประชาชนที่ยังหลงรักหรือสนับสนุนขั้วอำนาจทางการเมืองของตัวเองด้วยซ้ำไป เราขอขอบคุณความห่วงใยนั้น และผมก็เชื่อว่าเราทุกคนรับทราบและตระหนักกับความเสี่ยงเหล่านั้นดีอยู่แล้ว แต่ผมกลับเห็นด้วยกับคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ที่ว่า "เราเป็นสื่อมวลชน" และสื่อมวลชนแห่งนี้มีศรัทธาจากประชาชนกำเนิดขึ้นเพราะจุดยืนที่ยืนหยัดอยู่ข้าง "ผลประโยชน์ของประชาชนเป็นใหญ่" ไม่ใช่ผลประโยชน์ของขั้วอำนาจใดอำนาจหนึ่งเป็นใหญ่ เมื่อรากฐานและวัฒนธรรมองค์กรถูกหล่อหลอมมาด้วย "ศรัทธา" ที่มาพร้อมกับ "การเสียสละ" เงินทอง หยาดเหงื่อ และแม้แต่ชีวิตของพี่น้องประชาชนเช่นนี้ เราก็ต้องทำหน้าที่ของเราต่อไปให้ดีที่สุด ถ้าวันหนึ่งมันมีความเจริญก้าวหน้าก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี ขรุขระกันบ้างก็ช่วยกันฝ่าฟันไป แต่ถ้ามันมีความจำเป็นต้องดับไปเพราะรักษาจุดยืนที่เรากำเนิดมาก็ถือว่าได้ทำดีที่สุดแล้ว ไม่มีอะไรที่ต้องเสียใจ เงยหน้าไม่อายฟ้า ก้ม หน้าไม่อายดิน MThai news

ละครภพรัก , เรื่องย่อภพรัก
ละครภพรัก /  ละครภพรัก ช่อง 3 / 

เรื่องย่อละครภพรัก ความตาย.. อาจเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ แต่สำหรับ “เธอ” .. การดับสูญที่ยิ่งใหญ่นำมาซึ่งความผูกพันล้ำค่าบนโลกใบสวย .. ความรักระหว่าง “เธอ” และ “เขา” อาจเป็นไปไม่ได้หากแต่ใน “ภพรัก”…ความสุขในความรักระหว่างเขาและเธอ สดใสและงดงามเสมอ หมวดเหยี่ยว เป็นลูกชายคนเดียวของ วิหค นายตำรวจมือปราบที่เลื่องชื่อในอดีต เหยี่ยวกำพร้าพ่อและแม่มาตั้งแต่เล็กเพราะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมกัน ด้วยสาเหตุที่หลายคนยังตั้งข้อสงสัย วิหคเป็นตำรวจน้ำดีที่หลายคนให้การยกย่อง ทำงานตรงไปตรงมาแบบยอมหักไม่ยอมงอ แต่แล้วจู่ๆ ต้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนปริศนาที่คนขับชนแล้วหนี เหยี่ยวอาศัยอยู่ในชุมชนริมน้ำหลังวัดเก่ากับ ยายนวล ยายตาบอดอารมณ์ดี จิตใจแจ่มใส ชอบทำบุญอยู่ในศีลในธรรม มีข้อเดียวที่ยายนวลผิดศีลอย่างเลิกไม่ได้คือต้องเล่นหวยอยู่เป็นนิจ และยายนวลก็เหมือนมีพรายกระซิบทุก 15 วัน ??? ตั้งแต่เหยี่ยวเล็กจนโต.. ยายนวลถูกหวยงวดเว้นงวด !!! เหยี่ยว มุ่งมั่นเรียนจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จนสอบเข้าทำงานในสำนักงานสืบสวนพิเศษได้ หากแต่ในวิชาชีพตำรวจเหยี่ยวกลับทำไม่ได้ดีเหมือนพ่อ คดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบมักมีข้อผิดพลาดไม่ราบรื่น ยิ่งโดนเปรียบ เทียบกับพ่อ.. เหยี่ยวยิ่งทำงานพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งหลังผู้ต้องหาในคดีค้ายาเสพติดต้องรอดคดีไปได้อย่างลอยนวล เพราะการสอบสวนแบบถึงลูกถึงคนของแหยี่ยวโดนบันทึกภาพผ่านโทรศัพท์มือถือของ ทนายผู้ต้องหา และการนำสืบชี้นำไปที่เหยี่ยวขาดวุฒิภาวะในการควบคุมอารมณ์ ข่มขู่ผู้ต้องหาให้รับสารภาพ หมวดเหยี่ยวถูกคาดโทษจากผู้บัญชาการว่าจะต้องถูกย้ายหากมีข้อผิดพลาดอะไร เกิดขึ้นอีก !!! ดูเหมือนชีวิตของหมวดเหยี่ยวกำลังรอคอยใครบางคน ใครบางคนที่จะเติมเต็ม.. ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น คืนวันหนึ่งขณะหมวดเหยี่ยวออกจากสำนักงานสืบฯ กำลังจะขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางเขารู้สึกแปลกๆ ในจิตใจคล้ายมีคลื่นพลังงานบางอย่างเข้ามากระทบในโสตสัมผัส เมื่อเลี้ยวรถตรงทางแยกหน้าปากซอย เขาพบรถสปอร์ตเกิดอุบัติเหตุตกบึงน้ำขนาดใหญ่ที่ข้างทาง เมื่อ กองพิสูจน์หลักฐานดึงรถยนต์คันงามขึ้นมา.. ทุกคนต้องแปลกใจเพราะภายในรถว่างเปล่า !! ไม่ปรากฏร่างเจ้าของรถผู้ขับขี่ ตำรวจตรวจดูโดยรอบแล้วไม่พบศพผู้เสียชีวิต !!! ขณะ เหยี่ยวช่วยตำรวจท้องที่กันบรรดาไทยมุงออกมาจากพื้นที่ เขาสะดุดสายตาเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางต่างจากชาวบ้านแถบนั้นโดยสิ้นเชิง เงอะๆ งะๆ จนเกือบจะเข้าไปในเขตห้ามเข้า เหยี่ยวต้องเอ่ยปากไล่ไม่ให้เข้ามาวุ่นวายในพื้นที่ เดี๋ยวจะเป็นการทำลายหลักฐานสำคัญ หญิงสาวคนนั้นสะดุ้งสุดตัวก่อนจะเดินหนีออกไป ก่อนขับรถกลับบ้าน เหยี่ยวพบสร้อยคอพร้อมล็อกเก็ตรูปหัวใจตกอยู่ข้างรถ เขาหยิบล็อกเก็ตเส้นนั้นและนำกลับไปบ้านด้วยอย่าง เผลอตัว ความแปลกประหลาดเริ่มบังเกิดขึ้นกับเหยี่ยวนับตั้งแต่วินาทีนั้น.. ตอนกลับบ้าน เสียงหมาวัดแถวนั้นต่างพากันประสานเสียงหอนกันระงมราวกับเห็นผี ! ยายนวลที่ตาบอดยังร้องทักว่าเหยี่ยวพาเพื่อนมาเที่ยวบ้านทำไมไม่บอก จะได้หาข้าวหาปลาให้ทาน มิวายที่เหยี่ยวจะปฏิเสธ แต่ยายนวลกลับไม่เชื่อเถียงคอเป็นเอ็นหาว่าหลานชายแอบเอาสาวเข้าบ้านโดยไม่ บอกให้ยายรู้ จนเหยี่ยวต้องเรียก จ่านกน้อย ตำรวจคู่หูที่อยู่ข้างบ้านมายืนยันว่าไม่มีใครมาด้วย ยายนวลถึงจะเชื่อและเรียกจ่านกน้อยไปขูดต้นกล้วยหลังวัดด้วยกันอย่างออกรส ตามประสาคนบ้าหวยด้วยกัน จ่านกน้อยเป็นตำรวจที่มีอดีตไม่น่าจดจำ บ้าหวยทำตัวไร้สาระก็เพื่อลบปมเศร้าสะเทือนใจในชีวิต เมื่อ 5 ปีที่แล้ว.. นกยูง ลูกสาววัยรุ่นของจ่านกน้อยเสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาด เพราะพ่อบ้างานจนไม่มีเวลาให้ หลังเสียลูกสาวไม่นานเมียก็ต้องเสียชีวิตตามไปอีกคน เพราะโดนคนเมายาบ้าจับเป็นตัวประกัน แล้วจ่าเข้าไปช่วยไม่ทัน นับตั้งแต่นั้น.. ชีวิตจ่านกน้อยก็ไร้แก่นสาร ทำงานไปแบบวันเติมวัน เหมือนกำลังรอวันลาโลก!!! ย่ำ รุ่งคืนวันนั้นเอง เหยี่ยวกลับได้ยินเสียงร้องสะอื้นไห้อย่างน่าสงสารในสวนหลังบ้าน เหยี่ยวพบกับหญิงสาวคนเดียวกับเมื่อตอนหัวค่ำ เธออยู่ในชุดขาวสวยเฉี่ยวทันสมัย ร้องไห้พลางบอกว่าไม่มีที่ไป ไม่มีใครเห็นเธอเลยนอกจากเหยี่ยว ภาพหญิงสาวค่อยๆ จางหายไป .. พร้อมๆ กับพระอาทิตย์ที่กำลังโผล่ขึ้นพ้นขอบฟ้า !หมวดเหยี่ยวอึ้งแทบไม่เชื่อภาพที่ปรากฏต่อสายตา เขาพบกับผีสาว ! ตัวจริง ! เสียงจริง ! เช้าวันรุ่งขึ้น.. เหยี่ยวตื่นแต่เช้ามาใส่บาตรกับ หลวงตาเคี้ยง เขาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง หลวงตาฟังไปพร้อมกับตาลุกด้วยความตื่นเต้น อรรถาธิบายว่าผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นวิญญาณที่เพิ่งออกจากร่าง เพราะเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหัน วิญญาณจึงยังล่องลอยไม่มีที่พึ่ง พออธิบายเสร็จ หลวงตาเคี้ยงก็รีบให้ศีลให้พร จ้ำอ้าวๆ กลับกุฏิแทบไม่ทัน สมดังคำล่ำลือว่าหลวงตาเคี้ยงไม่ค่อยถูกชะตากับพลังงานลึกลับ ?!?!? ทุกวันเมื่อไปทำงานสำนักงานสืบฯ เหยี่ยวต้องปะทะคารมอย่างรุนแรงกับ ผบ.สงคราม ที่จ้องจับผิดตลอดเวลา แม้ผบ.สงครามจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับพ่อ แต่ความจริงที่เหยี่ยวไม่รู้ก็คือ.. สงครามไม่ได้เป็นเพื่อนกับวิหค แต่เป็นคู่แข่งกันมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยเรียนจนทำงานตำรวจ แข่งกันทุกครั้งสงครามก็แพ้วิหคทุกครั้ง .. หนำซ้ำการเสียชีวิตของวิหค ยังมีข่าวลืออีกว่าเป็นเพราะกำลังทำงานลับบางอย่างแข่งกับสงคราม จึงต้องเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ล่า สุดกับคดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบ.. จับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่น เขาเกือบทำพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย เมื่อไว้ใจทิ้งหลักฐานวิดีโอการซื้อขายยาที่จะมัดตัวจอมบงการไว้กับสายสืบ นักข่าวคนหนึ่งที่แปรพักตร์เพราะโดนข่มขู่จากเจ้าพ่อ โชคดีที่ขณะจะกลับ เสียงผีสาวมาบอกให้ไปจับคนร้ายเสียก่อน เหยี่ยวจึงทำงานสำเร็จ ได้รับคำชมเชยเป็นครั้งแรกจาก ผบ.สงคราม คืน วันนั้นเหยี่ยวออกมาที่ต้นลำดวนหลังบ้าน เรียกหญิงคนนั้นเพื่อสอบถามเรื่องราวทั้งหมด วิญญาณสาวคนเดิมออกมาตามเสียงเรียก เธอเรียกตัวเองว่า “น้ำ” แต่จำอะไรไม่ได้เลยนอกจากชื่อ น้ำริน ของตัวเอง น้ำ รินไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องตามเหยี่ยวมาที่นี่ รู้แต่ว่าเธอต้องตามติดเหยี่ยวไปในทุกที่.. เพียงแต่ในช่วงกลางวันเหยี่ยวจะมองไม่เห็นร่างของเธอเท่านั้น ตั้งแต่ นั้นความโกลาหลในชีวิตเหยี่ยวจึงบังเกิด ?!? หมวดเหยี่ยวประสาทเสียที่จู่ๆ ก็มีวิญญาณสาวสวยคอยติดตามไปทุกที่ แม้ในเวลาที่ต้องเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ และ เวลานอน ?!? หนำซ้ำยายนวลยังเป็นอีกคนที่ได้ยินเสียงเหยี่ยว กับน้ำรินคุยกันบ่อยๆ เหยี่ยวเดาเอาเองจากการที่ยายถูกหวยทุกงวดว่าน่าจะเป็นเพราะยายมีสัมผัสที่ หก ได้ยินเสียงพรายกระซิบเป็นประจำ จึงไม่แปลกที่ยายจะได้ยินเสียงน้ำรินเช่นเดียวกับเขา เหยี่ยวโกหก ยายนวลว่าน้ำรินเป็นพยานปากเอกที่เขาได้รับมอบหมายจากสำนักงานสืบฯ ให้นำตัวมาเก็บไว้ โดยใช้บ้านเหยี่ยวเพื่อเป็นเซฟเฮ้าส์ ยายนวลจึงคลายใจหันมาคุยกับน้ำรินวิญญาณสาวอย่างออกรสด้วยนึกว่าหล่อนเป็นคน เมื่อเวลาผ่านไป.. การสนิทสนมกับน้ำรินทำให้ชีวิตยายนวลมีชีวิตชีวามากขึ้น น้ำรินเป็นผีสาวความจำเสื่อมที่อารมณ์ดี มองโลกสดใสในทางบวก ความทรงจำน้ำรินเริ่มกลับมาทีละน้อยๆ เธอจำได้ว่าตัวเองมีฝีมือในการทำขนมไทยอย่างหาตัวจับยาก ตั้งแต่นั้นบ้านหลังน้อยของหมวดเหยี่ยวจึงเกิดกิจกรรมพิเศษของสองคู่ซี้ต่าง วัยและต่างภพ ทำขนมไทยสารพัดชนิดเพื่อเป็นรายได้เสริม ขนมไทยแสนอร่อยของยายนวลเป็นที่นิยมชมชอบของคนในชุมชนมากขึ้นเรื่อยๆ ยาย นวลชวนจ่านกน้อยคู่ซี้มาทำขนมด้วยกันในตอนค่ำ เพื่อละเลิกจากกิจกรรมขี้เมาบ้าหวย สร้างความสนุกสนานและเพลิดเพลินให้กับจ่าไม่น้อย แต่จ่านกน้อยกับชาวบ้านแถบนั้นรวมไปถึงหลวงตาเคี้ยงยังไม่วายต้องผวาไปกับ เสียงแปลกๆ ยามค่ำ และพฤติกรรมเหมือนกำลังคุยกับผีของยายนวลอยู่เนืองๆ สินค้าขนมไทยของยายนวลในชุมชน ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก ธารา นักธุรกิจสาวที่ผันตัวเองจากโลกธุรกิจ มาทำมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ ธาราต้องนั่งรถเข็นจากการเกิดอุบัติเหตุเมื่อปีก่อน ตั้งแต่นั้นธาราจึงอุทิศตัวเองเพื่อสังคม หันหลังให้กับโลกธุรกิจปล่อยให้เป็นหน้าที่ผู้บริหารมืออาชีพ ส่วนตัวเองหันมาทำงานเพื่อสังคมส่วนรวม เมื่อน้ำรินเห็นหน้าธารา.. เธอรู้สึกแปลกๆ เหมือนรู้จักผู้หญิงคนนี้เป็นอย่างดี แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกว่าเคยพบกันที่ไหน ได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ ดูเหมือนวิญญาณน้ำรินกำลังทำความดีชดเชยกับเรื่องราวในอดีตที่เธอยังจำไม่ได้ น้ำรินไม่รู้เลยว่าในตอนมีชีวิตอยู่ เธอมีส่วนทำให้นกยูงลูกสาวจ่านกน้อยเสียชีวิต เพราะ เสพยาเกินขนาด!! วันหนึ่งน้ำรินมีโอกาสเห็นรูปนกยูงโดยบังเอิญ เธอจำได้ทันทีว่าเด็กสาวคนนี้ เคยทำงานพาร์ทไทม์กับเธอที่ใดที่หนึ่งเกี่ยวกับการทำขนม ยิ่งไปกว่านั้น..น้ำรินจำได้ว่าเด็กสาวคนนี้เสียชีวิตเพราะเธอเฉยเมย ไม่ยอมช่วยนกยูงที่เอ่ยปากขอเบี้ยเลี้ยงล่วงหน้า ทำให้นกยูงเข้าสู่วังวนของการส่งยา ค้ายา จนถึงขั้นนกยูงโดนฆ่าตายเพราะคนร้ายต้องการปิดปากเรื่องเครือข่ายค้ายาฯ นกยูงโดนจัดฉากว่าเสพยาเกินขนาด เธอพยายามทำทุกวิถีทางให้ชีวิตของจ่านกน้อยดีขึ้น หลัง จากนั้นเป็นต้นมา เหยี่ยวกับน้ำรินยิ่งใกล้ชิดผูกพันกันมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งสนิทสนม ยิ่งทำให้ทั้งคู่กลายเป็นส่วนผสมของความกุ๊กกิ๊กอลวนที่ลงตัว น้ำรินแสดงถึงความเป็นคุณหนูไฮโซให้เห็นมากขึ้น เธอทั้งซุกซน ซุ่มซ่าม และเผลอเอาแต่ใจตัวเอง น้ำรินขอร้องให้ เหยี่ยวช่วยสืบหาว่าเธอเป็นผีมาจากไหน มีประวัติความเป็นมายังไง .. เหตุใดเธอจึงยังไม่ไปผุดไปเกิดซะที แต่แล้ววันหนึ่งน้ำรินก็ได้พบกับ ป้าปริก วิญญาณอีกดวงนึงที่ดูเหมือนเป็นวิญญาณที่ความอารมณ์ดี ป้าปริกสอนให้น้ำรินกลายเป็นวิญญาณคุณภาพ สามารถควบคุมให้สิ่งของต่างๆ เคลื่อนที่ได้ น้ำรินสามารถหยิบจับของต่างๆ และรับรู้ความรู้สึกในการสัมผัสได้ราวกับมีเลือดเนื้อเหมือนมนุษย์ ต่างกันเพียงว่าไม่มีใครมองเห็นเธอได้… นอกจากเหยี่ยวเพียงคนเดียว และการที่รู้สึกและหยิบจับของต่างๆ ได้เหมือนมนุษย์นี่เอง ที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำรินกับเหยี่ยวออกอาการกุ๊กกิ๊กแนบแน่นมาก ขึ้นกว่าเดิม เพราะเหยี่ยวมักเผลอโอบคอน้ำรินเหมือนเคยๆ ทุกครั้งเพราะไม่เคยทำได้สักที แต่มาวันนี้กลับกลายเป็นรู้สึกได้ว่าเขากำลังกอดคอหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งยิ่งทำให้ทั้งคู่เขินอายและต้องระวังตัวระหว่างกันมากยิ่งขึ้น น้ำ รินมีโอกาสช่วยเหลือเหยี่ยวในการทำงานสำนักงานสืบฯ หลายครั้ง คดีสำคัญก็คือ.. เหยี่ยวสามารถคลี่คลายคดียาเสพติดในหมู่วัยรุ่นได้ เขาจับตัวการที่โยงใยทำให้นกยูงลูกสาวของจ่านกน้อยตาย จ่านกน้อยมีจิตใจดีขึ้นมากขึ้น เพราะความจริงปรากฏชัดว่านกยูงไม่ได้เสพยาเกินขนาดจนตาย แต่เธอตายเพราะต้องการเปิดโปงเครือข่ายค้ายา นกยูงตายเพื่อความถูกต้องในสังคม สมกับเป็นลูกสาวตำรวจอย่างจ่านกน้อย จ่านกน้อยเลิกขี้เมา บ้าหวย หันมาใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ อุทิศตนเองให้กับชุมชนฯ เหยี่ยว เหมือนเป็นนายตำรวจพรายกระซิบ ทำงานสำคัญๆ สำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ น่าแปลกที่ทุกครั้ง ที่น้ำรินช่วยเหยี่ยวคลี่คลายคดีสำคัญได้ ความทรงจำของเธอจะกลับมาหนึ่งอย่างเสมอ เหมือนการช่วยแก้ไขคดีแต่ละคดีเป็นการทดแทนการทำความผิดพลาดในอดีตหมวดแนน แฟนเก่าของเหยี่ยว กลับมาคลุกคลีกับเหยี่ยวอีกครั้ง จนน้ำรินเริ่มหึง ซึ่งเหยี่ยวเริ่มจับสังเกตได้ ภพธร กับนับดาว ยังไม่หยุดแผนที่จะฆ่าธารา จนสงครามเริ่มสงสัยในตัวภพธร จึงพาธาราไปซ่อนตัวที่เซฟเฮ้าส์ โดยให้เหยี่ยวตามไปดูแล คุ้มครองธารา ที่นั่นเอง สงครามได้แสดงความรักที่มีต่อธารามาอย่างช้านาน แต่ธาราปฎิเสธ เพราะไม่อยากผิดต่อพ่อของน้ำริน ซึ่งเป็นเพื่อนรักของสงครามนั่นเอง ถนนทางเข้าเซฟเฮ้าส์ คือถนนที่ครั้งหนึ่ง เหยี่ยว เคยนั่งรถมาพร้อมกับพ่อและแม่ และที่นี่เอง เหยี่ยวได้สูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปกับอุบัติเหตุ ทุกครั้งที่เหยี่ยวขี่จักรยานผ่านจุดเกิดเหตุ เขาก็อดนึกถึงอดีตอันเจ็บปวดไม่ได้ น้ำรินซึ่งติดตามเหยี่ยวมาด้วย พยายามพูดให้กำลังใจ ให้เหยี่ยวต่อสู้กับอดีตอันเลวร้ายให้ได้ ทำให้เหยี่ยวรู้สึกเข้มแข็งขึ้นเมื่อได้อยู่กับน้ำรินน้ำรินเองก็รู้สึกคุ้นหน้าธารามาก แต่ยังนึกเหตุการณ์ในอดีตไม่ได้สักที จำได้แต่ว่า ก่อนตายเธอใกล้มีความสุขที่สุดในชีวิต .. น้ำรินกำลังจะแต่งงาน !!! แล้วจู่ๆ สร้อยล็อตเก็ตรูปหัวใจก็ตกลงจากลิ้นชักโต๊ะทำงานของเหยี่ยว เหยี่ยวระลึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองเผลอหยิบมาจากริมบึงที่มีรถจมน้ำ.. ต้องเป็นเพราะล็อคเก็ตรูปหัวใจแน่ๆ น้ำรินถึงมาติดอยู่กับเขาแบบนี้ !!! เหยี่ยว สืบเรื่องของน้ำรินโดยเริ่มจากคดีรถสปอร์ตจมหายไปในน้ำ ตามไปถึงบ้านใหญ่โตของเจ้าของรถ ในที่สุดเหยี่ยวจึงรู้ว่าน้ำรินคือเจ้าของรถคันนั้น เป็นลูกสาวคนเดียวของ ธารา เศรษฐีนีแม่ม่ายเจ้าของเครือโรงแรมสตาร์ออฟสยาม เครือข่ายโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันนี้ ความจริงแล้วน้ำรินเป็นลูกสาวของคุณธารา สาวใหญ่ใจดีเจ้าของมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ วิญญาณเธอได้พบกับแม่ เพียงแต่เธอจำแม่ไม่ได้ เหยี่ยวปักใจเชื่อว่าคนที่น่าสงสัยที่สุดเห็นจะเป็น ภพธร นักธุรกิจหนุ่มผู้เป็นทั้งพี่ชายบุญธรรม ผู้บริหารเครือโรงแรมนี้ทั้งหมด และเป็นอดีตคู่หมั้นของน้ำริน ภพธรคือคนที่น่าสงสัยที่สุด เมื่อ ตอนมีชีวิตอยู่.. น้ำรินเติบโตมากับภพธรผู้เป็นเหมือนพี่ชาย ภพธรเป็นลูกชาย นุติ อดีตเจ้าของเดอะสตาร์ออฟสยาม ที่ฆ่าตัวตายเพราะทำธุรกิจผิดพลาดจนต้องให้ ธารา แม่ของน้ำรินเข้าซื้อกิจการ แต่มีข่าวลือในวงธุรกิจ.. ความจริงแล้วนุติฆ่าตัวตายเพราะทนไม่ได้ที่โดนธาราโกงจนหมดตัว ธารารู้สึกผิด.. จึงส่งเสียเลี้ยงดูภพธรเป็นลูกบุญธรรม ให้เติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กับน้ำรินลูกแท้ๆ ธาราเดินไม่ได้เพราะได้รับอุบัติเหตุจากการขับรถเมื่อปีก่อน ทำให้อำนาจการบริหารโรงแรมทั้งหมดอยู่ในมือของภพธรลูกบุญธรรมซึ่งกำลังจะ แต่งงานกับน้ำริน และธารารู้สึกผิดกับบาปที่ตัวเองสร้างไว้ในอดีต เธอจึงหันมาทำมูลนิธิช่วยเหลือคนด้อยโอกาสในสังคม ต้องการไถ่บาปสร้างความดีเพื่อชดเชยกับสิ่งที่ตัวเองเคยกระทำไว้ในอดีต น้ำ รินขอบคุณเหยี่ยวและขอให้พาเธอไปสถานที่แห่งหนึ่งเป็นครั้งสุดท้าย เป็นบ้านสวนริมน้ำของ นับดาว ผู้หญิงที่เป็นเพื่อนรักของเธอมาตั้งแต่เด็ก นับดาวเป็นเหมือนเพื่อนคู่หูน้ำรินมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมเรื่อยมาจน กระทั่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยและจบการศึกษา เธอเป็นเหมือนเพื่อนรัก… หากแต่ซ่อนปมความคิดอิจฉาริษยาเพื่อนที่เพียบพร้อมไปทุกอย่างอย่างน้ำรินมา ตลอด นับ ดาวกำลังอยู่กับภพธรฉันท์สามีภรรยา จากคำพูดที่ทั้งสองกำลังปรึกษากัน น้ำรินจึงรู้ว่าทั้งสองแอบคบกันมานานแล้ว เพราะปมชีวิตของนับดาวที่ไม่อาจจะสู้น้ำรินได้ตลอดมา ทำให้นับดาวคิดแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับน้ำรินโดยน้ำรินไม่รู้ตัว สิ่งที่นับดาวเอาชนะน้ำรินได้อย่างเด็ดขาดคือการพิชิตหัวใจของภพธร เพราะภพธรโกรธแค้นครอบครัวของน้ำรินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งสองตั้งใจจะฮุบกิจการโรงแรมของธาราโดยเร็วที่สุด ทั้งเพื่อแก้แค้นให้ภพธรและเพื่อตัวของพวกเขาเอง.. นับดาวเป็นคนวาง แผนบงการทำให้ธาราต้องพิการ และวางแผนฆ่าน้ำรินก่อนการแต่งงานจะเกิดขึ้น !!! น้ำรินมีโรคประจำตัวที่ต้องทานยาเป็นประจำทุกวัน ภพธรแอบเปลี่ยนยาทำให้น้ำรินหมดสติ ขับรถตกบึงน้ำขนาดใหญ่ ก่อนจะอำพรางนำศพของเธอไปเผาทิ้ง ทำให้น้ำรินกลายเป็นบุคคลหายสาปสูญไปเพื่อทำลายหลักฐาน !!! นับดาวกับภพธรแอบเปิดประตูให้คนร้ายเข้าไปในคฤหาสน์ของธารา แต่ขณะที่กำลังจะทำอันตรายธารา เหยี่ยวกับน้ำรินเดินทางมาช่วยธาราได้ทันเวลา นับดาวกับภพธรถูกตำรวจจับ…และถูกลงโทษตามความผิดที่ตัวเองกระทำ ฐานทำร้ายน้ำรินถึงแก่ความตาย เวลานี้ภารกิจของน้ำรินดูเหมือนจะเสร็จสิ้นแล้ว พลังงานภายในวิญญาณของเธออ่อนแรงลง น้ำ รินรู้สึกว่าดวงวิญญาณของเธออาจดับสูญภายในคืนนี้.. เธอรวบรวมพลังงานทั้งหมดเท่าที่เหลืออยู่ ปรากฏกายให้เหยี่ยวเห็นเป็นครั้งสุดท้าย แม้ช่วงเวลาที่น้ำรินจะอยู่กับเหยี่ยวมีเพียงช่วงสั้นๆ หากแต่ความผูกพันในช่วงเวลาอันน้อยนิดระหว่างเธอกับเขา แนบแน่นจนกลายเป็น “ความรัก” ไปเสียแล้ว … เช่นเดียวกับเหยี่ยวที่รู้ใจตัวเองว่ารัก น้ำริน.. วิญญาณ สาวที่กำลังจะดับสลายไปในอีกไม่กี่วินาทีต่อจากนี้ เหยี่ยวอยากจะอ้อนวอนขอให้น้ำรินอยู่กับเขาตลอดไป แต่เขารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้…ไม่มีใครฝืนสัจธรรมการแตกดับนี้ไปได้ เหยี่ยวจึงตั้งจิตมั่นสัญญาไว้กับน้ำริน เขาจะรักเธอตลอดไป จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงความรักที่เขามีให้เธอ ทั้งสองจากกันด้วยน้ำตา… 18 ปีต่อมา… หมวดเหยี่ยวนายตำรวจหนุ่มไฟแรงจบใหม่ในอดีต.. กลายเป็นหนุ่มใหญ่ผู้บัญชาการสำนักงานสืบสวนพิเศษในปัจจุบัน เขามุ่งมั่นในการทำงานจนไม่มีเวลาเหลือให้กับใคร คนเก่าคนแก่ภายในสำนักงานสืบสวนฯ ต่างรู้ดีว่าผู้บัญชาการผู้นี้ยังคงมีอดีตรักฝังใจที่ยากจะลืมเลือน ผบ.เหยี่ยวไม่มีหัวใจจะรักใครได้อีกแล้ว.. จวบจนวันนี้…วันที่สำนักงานสืบสวนพิเศษได้มีโอกาสต้อนรับ น้ำค้าง นักข่าวหญิงเพิ่งจบใหม่จากรั้วมหาวิทยาลัย สาวนักข่าวที่ทันทีที่ผบ.เหยี่ยวเห็นหน้าแล้วต้องชะงักด้วยความตกใจ ฤาสัญญารักที่เขาเคยให้ไว้กับน้ำรินมีผลลัพธ์เกิดขึ้นแล้วในวันนี้… น้ำค้าง…มีใบหน้าบุคลิก ท่าทาง รอยยิ้ม เหมือนกับน้ำริน .. ราวกับเป็นคนๆ เดียวกัน !

สวยเกิน! เพื่อนอิจฉา จุดเผาไฟให้เสียโฉม ศัลยกรรมกว่า 30 ครั้งจนสวย
ศัลยกรรม /  อิจฉา / 

สาวสวยถูกไฟเผา ใบหน้าเสียโฉม ศัลยกรรม จนกลับมาสวยปิ๊ง        การส่องกระจกเป็นสิ่งที่เลวร้ายสำหรับเธอคนนี้ สาวผู้เคราะห์ร้ายรายนี้ชื่อว่า เดน่า วูลลิน อายุเพียง 28 ปี ชาวออสเตรเลีย เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อปี 2555 เธอถูกราดด้วยเมทิลแอลกอฮอล์แล้วจุดไฟเผาทั้งเป็นในบ้านของเธอเอง สาเหตุเพราะผู้หญิงหึงหวงแฟนซึ่งเธอได้ไปพูดคุยกับหนุ่มคนนี้ในงานปาร์ตี้ ด้วยความที่เธอเป็นคนรูปร่างหน้าตาดี ฝ่ายหญิงจึงเกิดความอิจฉาในความสวยเลยต้องการทำให้ใบหน้าของเธอเสียโฉมซะเลย วินาทีที่เธอถูกไฟเผาผู้หญิงคนนั้นกลับหัวเราะอย่างสะใจแล้วก็วิ่งหนีไป          หลังจากวันนั้นเธอต้องทนทุกข์เป็นเวลา 30 เดือน ต้องผ่าตัด ศัลยกรรม มากกว่า 30 ครั้ง และต้องใส่หน้ากากอยู่ตลอดเวลา แต่วันนี้เธอได้รับการผ่าตัดจนได้ใบหน้าใหม่ที่สวยไฉไลไม่แพ้หน้าเดิมเลย หลังจากที่ถอดหน้ากากออกแล้ว เธอก็ไปปรากฏตัวเป็นครั้งแรกที่ West Australian Ballet Centre เพื่อไปร่วมเดินแคทวอล์ค ซึ่งเหมือนเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ดี        ฟ้าหลังฝนย่อมสดใสอยู่เสมอ แม้จะต้องผ่านวันที่เลวร้าย แต่เธอก็สู้กับความเจ็บปวดมาตลอดเวลาไม่เคยยอมแพ้ จนวันนี้เธอได้ใบหน้าที่สวยงามกลับคืนมาเหมือนได้ตื่นจากฝันร้าย เธอบอกว่าถ้าย้อนเวลาไปได้ ก็ไม่อยากมีรอยแผลเป็นแบบนี้อยู่บนใบหน้า แต่ตอนนี้เธอรู้สึกภูมิใจแบบสุดๆ สาวผู้ก่อเหตุครั้งนี้ก็ต้องรับกรรมโดยถูกจำคุกเป็นเวลาถึง 17 ปี  นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเรื่องแบบนี้ยังมีหญิงสาวบางรายที่ถูกเพื่อนกรีดหน้าสาดน้ำกรดจนเสียโฉม เพราะอิจฉาที่สวยกว่า ต้นเหตุทั้งหมดเกินจากความอิจฉาริษยากัน มันจึงเป็นดั่งเพลิงเผาทุกอย่างให้โวดวายแม้แต่ตัวเอง คนเราต่อให้ใบหน้าสวยแค่ไหน แต่ถ้าจิตใจตกต่ำก็ไม่มีใครอยากรัก อยากร่วมชีวิตกับคนที่คิดไม่ดีหรอก จริงไหมค่ะ? ภาพนี้เป็นรูปก่อนเหตุกาณ์ที่เธอจะถูกไฟเผา ต้องยอมรับว่าเธอสาวสวยเซ็กซี่ไม่เบาเลยทีเดียว เวลาผ่านไป 2 ปีกว่าๆ เธอได้รับการผ่าตัด ศัลยกรรม จนใบหน้ากลับมาสวยเหมือนเดิม หลังจากที่เปิดหน้ากากเป็นครั้งแรก เธอก็ได้มาร่วมเดินแคทวอร์คเพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้อื่น เรียบเรียงโดย Women mthai team ภาพประกอบจาก www.dailymail.co.uk

ผลฟุตบอล : กินนิ่ม! บาร์ซ่าเปิดรังกระซวกอาแจ็กซ์ 3-1
บาร์เซโลน่า /  ผลบอล / 

ผลฟุตบอล ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ทนัดที่ 3 กลุ่มเอฟ วันอังคารที่ 21 ตุลาคม 2557 บาร์เซโลน่า(สเปน) 3-1 อาแจ็กซ์ อัมเตอร์ดัม(ฮอลแลนด์) ผู้ทำประตู: 0-1 เนย์มาร์ น.8, 2-0 ลิโอเนล เมสซี่ น.24, 2-1 อันวาร์ เอล กาซี น.88, 3-1 ซานโดร รามิเรซ น.90+4 เวลาแข่งขัน: 01.45 น. สนาม: คัมป์นู ถ่ายทอดสด : ทรูสปอร์ต HD 3 บาร์เซโลน่า ได้สองสตาร์ประจำทีมอย่าง เนย์มาร์ และ ลีโอเนล เมสซี่ ทำคนละประตู บวกกับอีกหนึ่งลูกในช่วงท้ายเกมส์ของ ซานโดร รามิเรซ ทำให้เปิดบ้านเอาชนะ อาแจ็กซ์ อัมเตอร์ดัม ไปแบบไม่ยากเย็น 3-1 โดยทีมเยือนได้ประตูตีไข่แตกจาก อันวาร์ เอล กาซี รายชื่อ บาร์เซโลน่า : มาร์ค อังเดร แทร์ สเตเก้น(GK),ดาเนียล อัลเวส, มาร์ก บาร์ตร้า, เคราร์ด ปิเก้, ฆอร์ดี้ อัลบา,อิวาน ราคิติช, ฮาเวียร์ มาสเคราโน่, อันเดรส อิเนียสต้า,เปโดร โรดริเกซ, ลิโอเนล เมสซี่, เนย์มาร์ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม :เยสเปอร์ ซิลเลสเซ่น(GK),ริคาร์โด้ ฟาน ไรน์, โจเอล เฟลท์มัน, นิคลาส มอยซานเดอร์, นิค เฟียร์เกเฟอร์,ดาวี คลาสเซ่น, นิคกี้ ซิมลิง, ลูคัส อันเดอร์เซ่น,ลาสส์ โชน, โคลไบน์ ซิกธอร์สสัน, ริคาร์โด้ คิชน่า

หนุ่มไล่แมลงวันในรถเสียหลักลงข้างทาง
กำแพงเพชร /  ปัดแมลงวัน / 

หนุ่มกำแพงเพชร ซิ่งกระบะขนไข่เป็ดส่งขาย แต่ใช้มือไล่แมลงวันในรถ ทำให้เสียหลักพุ่งลงคูน้ำข้างทาง ไข่ 5 พันฟองแตกเละ เหลือเพียง 15 ฟอง ร.ต.ท. คำรณค์ จันทิตย์ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองกำแพงเพชร ได้รับแจ้งเหตุรถกระบะพุ่งตกคูน้ำข้างทางถนนพหลโยธิน ขาขึ้น หมู่ 2 ต.ธำมรงค์ อ.เมืองกำแพงเพชร ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะอีซูซุ 4 ประตู สีดำ ทะเบียน กง 698 กำแพงเพชร พลิกตะแคงขวา อยู่ในคูน้ำ สภาพด้านหน้าพังยับเยิน มี นายนเรนทร์ กิจจา อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9 หมู่ที่ 2 ต.ธำมรงค์ อ.เมือง จ.กำแพงเพชร เป็นผู้ขับขี่ พร้อมด้วยญาติอีก 3 คน ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย นายนเรนทร์ คนขับให้การว่ากำลังนำไข่เป็ดกว่า 5,000 ฟอง ไปส่งที่ จ.ตาก เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุมีแมลงวันบินอยู่ภายในรถตรงหน้าตน จึงเปิดกระจกพร้อมทั้งใช้มือปัดเพื่อที่จะไล่แมลงวันออกไป ปรากฏว่า รถของตนเกิดเสียหลักชนกับหลัก กม.ข้างทางเข้าอย่างจังจนหลัก กม.หลุดกระเด็น จากนั้นพุ่งตกลงไปพลิกตะแคงในคูน้ำ ส่วนไข่เป็ดกว่า 5,000 ฟอง แตกเละกระจายเต็มทั่วบริเวณ เหลือไข่เป็ดสภาพสมบูรณ์เพียง 15 ฟอง เท่านั้น

คืนนี้จะรอดมั๊ย? เช็คแผนการเล่น ลิเวอร์พูล VS มาดริด คืนนี้
คาร์ราเกอร์ /  ฟุตบอล / 

เป็นอีกเกมที่แฟนบอลหงส์แดงห้ามพลาดโดยเด็ดขาด ลิเวอร์พูล เปิดบ้านแอนฟิลด์รับการมาเยือน เรอัล มาดริด โคตรทีมจากลาลีก้า สเปน ในศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม B นัดที่ 3 คืนนี้เวลา 01.45 น. ทรูสปอร์ท HD 2 ถ่ายทอดสด โดยก่อนเกม เจมี่ คาร์ราเกอร์ อดีตปราการหลังของ ลิเวอร์พูล ที่ปัจจุบันหันไปเอาดีด้านนักวิเคราะห์ฟุตบอลให้กับช่อง Sky Sport ของประเทษกฤษ ล่าสุดออกมาจัดแจงวางแผนการเล่นให้กับ ลิเวอร์พูล ในเกมบิ๊กแมตช์กับ เรอัล มาดริด คืนวันนี้ โดยประเด็นหลักๆ คือการแนะนำให้ ร็อดเจอร์ส ดร็อป มาริโอ บาโลเตลลี่ และขยับ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง เป็นกองหน้าตัวเป้าในกรอบเขตโทษ และแนะนำให้ ร็อดเจอร์ส แพ็คเกมแดนกลางให้แน่น และถ่าง อดัม ลัลลาน่า รวมถึง คูตินโญ่ ไปเล่นริมเส้นซ้าย-ขวา คาร์ราเกอร์ แนะว่าเกมนี้ ลิเวอร์พูล ต้องเล่นเกมส่วนกลับเข้าโจมตี เรอัล มาดริด โดยให้ สเตอร์ลิ่ง เป็นหน้าเป้าที่วิ่งส่ายไปมา และลงมาล้วงบอลหรือสลับตำแหน่งกับ คูตินโญ่ ได้ พร้อมกับให้ โจ อัลเลน และ เฮนเดอร์สัน เป็นตัวขยันไล่บีบเกมของ เรอัล มาดริด ส่วน เจอร์ราร์ด เป็นตัวบัญชาเกมคุมจังหวะ คาร์ราเกอร์ ให้เหตุผลว่า บาโลเตลลี่ นั้นขาดความมั่นใจในการทำประตูอย่างมาก ยิ่งต้องเจอกับเกมที่มีความสำคัญกับ เรอัล มาดริด แบบนี้โอกาสที่จะเรียกฟอร์มเก่งนั้นยิ่งยากเป็นหลายเท่า สู้ส่งแนวรุกที่มีความคล่องตัว มีความเร็วและจบสกอร์ดีอย่าง สเตอร์ลิ่ง ลงเล่นป่วน รามอส และ เปเป้ น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด รายชื่อ 11 ตัวจริงที่คาดว่าจะได้ลงเล่นคืนนี้ ลิเวอร์พูล : มิโญเล่ต์, เกล็น จอห์นสัน, สเคอร์เทล, ลอฟเรน, โมเรโน่, เจอร์ราร์ด, อัลเลน, เฮนเดอร์สัน, คูตินโญ่, ลัลลาน่า, สเตอร์ลิ่ง เรอัล มาดริด : คาสิยาส, การ์บาฆาล, รามอส, เปเป้, มาร์เซโล่, โมดริช, โทนี่ โครส, โรดริเกซ, อิสโก้, โรนัลโด้, เบนเซม่า

HOME PRO “LIGHTING ครบทุกความต้องการเรื่องไฟ
home pro /  lighting / 

Home Pro  จัดหนัก!! โปรโมชั่น Lighting ครบทุกความต้องการเรื่องไฟ เปลี่ยนเรื่องไฟให้ง่ายสำหรับคุณ พบกับเรื่องของบ้าน ที่คุณสามารถจัดการได้เองทุกวัน ด้วยไฟและอุปกรณ์จาก โฮมโปร ที่จะทำให้คุณหลงไปกับเสน่ห์ของแสงสีและเสน่ห์ของแสงไฟ กับสินค้าคุณภาพ ลดสูงสุด 80% ตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค. – 5 พ.ย. 2557 ณ โฮมโปร ทุกสาขาพร้อมโปรโมชั่นช้อปครบ รับฟรี เมื่อช้อปครบ 150,000 บาท รับฟรี ไมโครเวฟ 28 ลิตร มูลค่า 8,990 บาท หรือคะแนนสะสม 70,000 คะแนน เพื่อนำไปแลกสิทธิประโยชน์อีกมากมาย พิเศษสุด ๆ สำหรับลูกค้าที่ช้อปผ่านบัตรเครดิต ธนาคารไทยพาณิชย์ ผ่อนชำระ 0 % นาน 4 เดือน ทุกชิ้นทั้งร้าน และรับคะแนนสะสม SCB Rewards สูงสุด 100,000 คะแนน

เธอยังไม่จากไปไหน ในตย.เต็มจาก The Woman in Black: Angel of Death
Angel of Death /  The Woman in Black / 

จัดได้ว่าเป็นหนังสยองขวัญที่ยังคงมาแรง แม้ในภาคต่อนี้จะไม่มีพระเอกจากภาคแรกอย่าง แดเนียล เรดคลิฟฟ์ แล้วก็ตาม สำหรับ The Woman in Black: Angel of Death ที่คราวนี้ได้หนุ่มอังกฤษคนใหม่อย่าง เจเรมี่ ไอวีน มารับบทนำแทน และตย.ฉบับเต็มที่ยังคงได้อารมณ์หนังสยองขวัญยุคเก่าก็ปล่อยออกมาให้ดูแล้ว น่าจะเป็นภาคต่อที่สูสีกับภาคแรกในแง่ของการสร้างบรรยากาศ และรวมถึงฉากสะดุ้งตามสไตล์อังกฤษนั่นเองครับ โดยหนังจะเล่า 40 ปีให้หลังจากภาคแรก เมื่อกลุ่มเด็กหลบภัยจากสงคราม ได้ใช้บ้านของ อีล มาร์ช แห่งนี้เป็นที่หลบภัย และพวกเขาได้ดันไปปลุกวิญญาณของเธอขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ เรื่องสยองจึงเกิดขึ้นอีกครั้ง ในบ้านเรามีกำหนดฉายไล่เลี่ยกับอเมริกาช่วงต้นปีหน้า รอสยองกันได้แน่นอนครับ

ผีลุ้นระทึก! ดิมาเรีย โดนโรคเดี้ยงเล่นงานส่อชวดบู๊สิงห์บลู
ฆวน มาต้า /  ปีศาจแดง / 

แฟน “ปีศาจแดง” ต้องตามลุ้นระทึกกันอีกครั้ง เมื้ออาการบาดเจ็บของนักเตะยังตามหลอนไม่เลิก ล่าสุด อังเคล ดิมาเรีย กองกลางตัวเก่งที่ได้รับบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อ ในนัดที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดบุกไปเสมอเวสต์บรอมวิชฯ 2-2 และ โดนเปลี่ยนตัวออก อาจจะฟิตไม่ทันลงเล่นเกมส์พรีเมียร์ลีกนัดสุดสัปดาห์นี้กับ เชลซี อดีตแข้งเรอัลมาดริด ย้ายมาอยู่ในถิ่นโอลด์แทร็ฟฟอร์ดด้วยค่าตัวที่เป็นสถิตินักเตะที่แพงที่สุดในพรีเมียร์ลีก และสามารถทำผลงานได้ยอดเยี่ยมและกลายเป็น แนวรุกคนสำคัญหลังจากทำไป 3 ประตูกับอีก 4 แอสซิสต์ให้กับทีม แต่อาจจะไม่ได้ลงช่วยทีมในศึกบิ๊กแมตท์กับ เชลซี จ่าฝูงเพราะอาการบาดเจ็บ นอกจากนี้ อันเดร์ เอร์เรร่า ที่โดนถอดออกตั้งแต่จบครึ่งแรกก็เป็นอีกคนที่อาจจะฟิตไม่ทัน นอกจากนี้ หลุยส์ ฟานกัล ยังจะอดใช้ เวนย์ รูนี่ย์ ที่ติดโทษแบนเป็นนัดสุดท้ายอีกด้วย

ไอเดียแต่งบ้าน สไตล์ Contemporary Italian
Contemporary

วันนี้ Decor.Mthai จะพาเพื่อนๆ ไปพบกับ ไอเดียแต่งบ้าน สไตล์ Contemporary Italian กันค่ะ บ้าน สไตล์ Contemporary Italian บ้านสไตล์นี้จะมีการตกแต่งแบบร่วมสมัย โดยการนำรูปแบบปัจจุบันมาผสมอย่างกลมกลืนกับรูปแบบต่างๆ ในอดีตค่ะ ไอเดียแต่งบ้าน สไตล์ Contemporary Italian Contemporary Style หมายถึงรูปแบบการตกแต่งแบบร่วมสมัย ซึ่งได้แก่การนำเอางานออกแบบที่เป็นที่นิยมในรูปแบบปัจจุบันมาผสมอย่างกลมกลืนกับรูปแบบต่างๆ ในอดีตอีกอย่างน้อยหนึ่งรูปแบบโดยมีจุดประสงค์เพื่อการดึงเอาความรู้สึกหรืออารมณ์ จากรูปแบบในอดีตมาแต่งกลิ่น หรือเพิ่มรสให้กับงานออกแบบนั้นๆ และเป็นการทำให้งานออกแบบนั้นมีลักษณะข้ามกาลเวลา คือให้ความรู้สึกที่สมดุลกันทั้งสองยุค อย่างลงตัวและกลมกลืน โดยปกติแล้ว รูปแบบร่วมสมัยนี้ มักจะมีรูปแบบพื้นฐานเป็นงานออกแบบที่เรียบง่าย ไม่มีลวดลายซับซ้อน จากนั้นจะตกแต่งให้สวยงามขึ้น หรือเพิ่มความรู้สึกหรือแต่งรสด้วยของตกแต่ง หากจะกล่าวอย่างจริงจัง รูปแบบร่วมสมัยจะเหมาะสำหรับผู้ที่รักศิลปะในยุคต่างๆ ในอดีต แต่ไม่ต้องการนำมาใช้ทั้งหมด โดยอาจจะมี สาเหตุมาจากความไม่เหมาะสมในด้านประโยชน์ใช้สอยของพื้นที่ หรือเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ รวมทั้งการนำเอารูปแบบในอดีตมาใช้ทั้งหมดอาจจะทำให้ดูมากจนเกินไป ในปัจจุบันมักจะเน้นที่การให้ความรู้สึกเรียบง่าย สบาย และอบอุ่น และมีการประยุกต์ประโยชน์ใช้สอยต่างๆ ให้เข้ากับ ความต้องการของเจ้าของบ้านเป็นหลัก อาจจะมีการปรับแต่ง เฟอร์นิเจอร์หรือของประดับตกแต่งให้มีประโยชน์ใช้สอยที่แตกต่างไป การออกแบบรูปแบบร่วมสมัยจะต้องมีการกำหนดจุดมุ่งหมายหรือทิศทางเสียก่อนว่าต้องการ ให้งานออกแบบตอบสนองต่อความต้องการใด จากนั้น จึงต้องมีการกำหนดรูปแบบหลัก และรูปแบบรองที่จะนำมาผสมกันโดยรูปแบบหนึ่งในสองรูปแบบนี้ จะต้องสามารถตอบสนองหรือสร้างความรู้สึกตามจุดประสงค์หลักที่ได้วางไว้ในข้างต้น จากนั้นจึงจะถึงขั้นตอนของการสร้างความสวยงามโดยการใช้แสง เสียงหรือแม้กระทั่งกลิ่นเพื่อ เพิ่มความน่าอยู่และน่าสบายให้กับงานออกแบบชิ้นนั้นๆ จะเห็นได้ชัดว่าสไตล์นี้เป็นสไตล์ที่ออกแบบเรียบง่ายแต่ดูดี การเลือกใช้วัสดุให้ดูเหมาะสมตามความต้องการของประโยชน์ใช้สอยก็เป็นเรื่องที่สำคัญ งานออกแบบสไตล์นี้ค่อนข้างแพร่หลายมากและจัดว่าเป็นรูปแบบที่นิยม มากที่สุดรูปแบบหนึ่งในปัจจุบันเลยทีเดียว ถ้าเพื่อนๆ สนใจไอเดียการแต่งบ้านสไตล์ Contemporary ก็ลองนำไปศึกษา และปรับใช้กับบ้านของเพื่อนๆ ดูได้นะคะ การแต่งบ้านสไตล์นี้ถือเป็นอีกหนึ่งสไตล์ที่ได้รับการนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ขอบคุณ :  decoist.com

มาร์ค วอลเบิร์ก ผอมขี้ก้าง และติดพนัน ในทีเซอร์แรกจาก The Gambler
Mark Walberg /  Rise of the Planet of the Apes / 

ปล่อยทีเซอร์แรกออกมาแล้ว สำหรับหนังที่พ่อหนุ่ม มาร์ค วอลเบิร์ก ยอมขอลดกล้ามโตๆของเขา ให้เหลือแต่โครงกระดูกเพื่อบทนี้โดยเฉพาะ สำหรับ The Gambler ผลงานดราม่า ตลกร้าย ของผู้กำกับ รูเพิร์ด ไวแอ็ท ที่เรารู้จักเขาดีจากหนังฟอร์มยักษ์อย่าง Rise of the Planet of the Apes ที่มาคราวนี้เขาขอมาจับหนังที่สเกลเล็กลง แต่น่าจะยังคงความสนุกที่แปลกใหม่แบบที่ทีเซอร์แรกบอกอย่างแน่นอน นอกจาก วอลเบิร์ก หนังยังมีหนุ่มร่างท้วมอย่าง จอห์น กู๊ดแมน ร่วมแสดงด้วย ในหนังที่เป็นเรื่องราวของศาสตราจารย์ติดพนัน ที่เรื่องซวยๆดันเกิดเมื่อเขาได้ดันไปแหยมกับแก๊งค์มาเฟีย ที่ต้องทำให้เขาเอาชีวิตรอดที่จากพวกมันให้ หนังมีกำหนดฉาย 19 ธันวาคมนี้ ในอเมริกา ส่วนบ้านเราคงฉายกันประมาณปีหน้าครับ

20 เรื่องจริงคนเหนือมนุษย์
10 อันดับ /  จัดอันดับ 2014 / 

ถ้าลองให้เพื่อนๆ จินตนาการเกี่ยวกับ “คนเหนือมนุษย์” ทีนเอ็มไทยเชื่อว่าหลายคนคงนึกถึงเหล่าซุเปอร์ฮีโร่ในหนังหรือการ์ตูนกันแน่นอน เพราะความจริงในโลกของเราจะมีคนเหนือมนุษย์อยู่จริงได้ยังไงกันเล่า! แต่อย่าเพิ่งด่วนสรุปไปคะ 20 เรื่องจริงคนเหนือมนุษย์ ที่ทีนเอ็มไทยนำมาให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันนี้ พวกเขาอาจจะไม่ได้มีพลังวิเศษอ่านใจใครได้ บินได้ ปล่อยแสงได้ แต่ทั้ง 20 เรื่องจริงคนเหนือมนุษย์นี้มีความสามารถที่คนธรรมดาอย่างเราทำไม่ได้และไม่คิดว่าจะมีคนแบบนี้ด้วยซ้ำไปหน่ะสิ ถ้าไม่เชื่อเราไปติดตามกันเลยคะ 20 เรื่องจริงคนเหนือมนุษย์ 1. Ma Xiangang (สามารถต้านทานกระแสไฟฟ้าได้) ความบังเอิญเพราะวันหนึ่งนาย Xiangang ได้พยายามซ่อมทีวีที่เสียและบังเอิญมือของเขาดันไปโดนสายไฟที่ยังมีไฟฟ้าเลี้ยงอยู่ แต่แทนที่เขาจะถูกช็อตจนไหม้เกรียม เค้ากลับไม่มีความรู้สึกเจ็บสักนิด และด้วยความสงสัยเค้าเลยไปทดสอบความสามารถของตนเองอีกครั้งด้วยการจับสายไฟที่มีกระแสไฟฟ้ารั่ว และเค้าก็ต้องประหลาดใจ เพราะนอกจากจะไม่ถูกไฟฟ้าช็อตแล้วเค้ายังไม่รู้สึกเจ็บโดยผิวหนังของเขาสามารถต้านทานกระแสไฟฟ้าได้มากกว่าคนทั่วไป 7-8 เท่า 2. Dean Karnazes (ชายที่ไม่มีวันเหนื่อย) พลังพิเศษของเขา คือ สามารถวิ่งมาราธอนได้ถึง 50 รายการใน 50 รัฐ เป็นเวลา 50 วันนอกจากนั้นเขายังวิ่งในระยะทาง 350 ไมล์ (563กิโลเมตร) ในเวลา 3 วันติดต่อกันโดยไม่หยุดพัก ได้มีการทดสอบร่างกายของนาย Dean ว่าทำไมร่างกายเขาจึงสามารถทนทานการออกกำลังกายได้มากกว่าคนทั่วไป และผลการทดสอบพบว่า ถ้าเป็นคนปกติหลังจากการวิ่งมาราธอนกล้ามเนื้อจะได้รับความเสียหายประมาณ 2,400 CPK แต่นาย Dean กลับมีค่าความเสียหายเพียง 447 CPK เท่านั้น สำหรับผลสรุปการทดสอบออกมาได้ว่า ถ้าเขายังคงอยู่ในสภาพนี้ต่อไปเรื่อยๆ เขาจะสามารถวิ่งด้วยความเร็ว 7-10 นาที ต่อไมล์ไปได้เรื่อยๆ ตลอดกาล 3. Stephen Wiltshire (มีความสามารถที่ไม่มีวันลืมสิ่งที่เห็น) Stephen Wiltshire สามารถวาดภาพทิวทัศน์ของประเทศและเมืองต่างๆ จากความทรงจำเท่านั้น เขาสามารถจดจำทุกๆ รายละเอียดได้ แม้ะจะดูแค่เพียงแว้บเดียว และจนถึงทุกวันนี้เค้าก็ยังจดจำภาพที่เขาเคยเห็นได้ทุกภาพ Stephen เป็นคนที่มีอาการของโรคออทิสติก แต่เขาก็มีสิ่งที่ทดแทนกันได้นั่นคือ ความสามารถในการจดจำและเขายังเคยขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปดูทิวทัศน์จากด้านบนของเมือง New York ขนาดใหญ่ที่มีความสมบูรณ์และรายละเอียดได้ ถูกต้อง 100 เปอร์เซ็นต์ อ่านเพิ่มเติม http://teen.mthai.com/variety/57036.html 4. Kim Peek (ความสามารถจดจำทุกสิ่งทุกอย่างได้) เขาสามารถจำเนื้อหาในหนังสือทั้งหมดที่เคยอ่านได้ จำนวน 12,000 เล่มได้ โดยเขาสามารถอ่านได้ทีละ 2 หน้าพร้อมๆกัน ตาซ้ายอ่านหน้าซ้ายตาขวาอ่านหน้าขวา เขายังสามารถจดจำทุกสิ่งที่เคยได้พบเจอมาตลอดชีวิตด้วยลายละเอียดที่ถูกต้องถึง 98 เปอร์เซ็นต์ แม้แต่สภาพอากาศที่ย้อนกลับไป 10 ปีที่แล้ว ซึ่งสาเหตุที่ทำให้นาย Kim มีความสามารถนี้เกิดจากความผิดปกติตั้งแต่กำเนิดชนิดหนึ่ง ซึ่งส่งผลทำให้พื้นที่ความจำของเขามีขนาดใหญ่กว่าคนปกติ โดยนาย Kim Peek เสียชีวิตในปี 2009 อ่านเพิ่มเติม http://teen.mthai.com/variety/57036.html 5. Wim Hof (มีความสามารถในการต้านทานความเย็น) ชายผู้นี้มีความสามารถพิเศษในการต้านทานความหนาวเย็น เพราะความเย็นไม่สามารถทำอะไรร่างกายเขาได้เลย ซึ่งเคยมีการทดลองโดยให้เขาดำน้ำเย็นจัด ที่สามารถฆ่าคนปกติได้ในเวลาไม่กี่นาที แต่ปรากฏว่าอุณหภูมิในร่างกายเขาแทบจะไม่ลดลงเลย ซึ่งเขาสามารถทำได้แม้กระทั่งปีนเทือกเขาเอเวอร์เรสโดยใส่กางเกงขาสั้นเพียงตัวเดียว โดยนาย Wim Hof บอกว่าความสามารถของเค้าได้มาจากการทำสมาธิ 6. Isao Machii (สุดยอดปฏิกิริยารีเฟล็กซ์) ซามูไรผู้ที่มีปฏิกิริยารีเฟร็กซ์(ปฏิกิริยาตอบสนองอัตโนมัติโดยไม่ต้องใช้สมองสั่ง)ที่ยอดเยี่ยมโดยสามารถตัดสิ่งของต่างๆด้วยดาบซามูไรให้ขาดครึ่งได้แม้จะเป็นของเล็กๆ หรือกระทั่งตัดลูกกระสุนปืนอัดลมให้ขาดครึ่งเพราะเป็นความสามารถแบบนี้เราจะพบเจอได้แค่ในหนังเท่านั้น โดยความสามารถของเขาถูกอธิบายไว้ว่า เป็นความสามารถรับรู้ความเคลื่อนไหวของสิ่งที่พุ่งเข้ามาหาเขา และใช้สัมผัศแบบอื่นนอกเหนือจากการมองเห็น โดยเป็นระบบประมวลผลการรับรู้ที่อยู่ในระดับสูงขึ้นไปกว่าในคนทั่วไป 7. Saul Aaron Kripke (ฉลาดจน Harvard เชิญให้ไปเป็นอาจารย์สอนขณะที่เรียนอยู่ไฮสคูล) Kripke เริ่มศึกพีชคณิตเมื่อตอยอยู่เกรด 4 และพอจบชั้นประถมก็เรียนรู้เรขาคณิต และ แคลคิวลัสจนทะลุปรุโปร่ง จึงหันไปสนใจปรัชญา โดยเขียนบทความหลายชิ้นทั้งในเรื่องของอรรถศาสตร์ (semamtics) และตรรกวิทยาแบบ Modal Logic ในขณะที่อายุเพียง 16 ปี และหนึ่งในผลงานด้านตรรกวิทยานั้นทำให้ได้รับจดหมายเชิญจากภาควิชาคณิตศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เชิญชวนให้เขาไปเป็นอาจารย์ ซึ่งเค้ากลับตอบปฏิเสธไปโดยให้เหตุผลว่า “แม่ผมบอกว่าให้ผมเรียนจบไฮสคูลและมหาวิทยาลัยเสียก่อนดีกว่า” Kripke ยังได้รับรางวัล Shock Prize ซึ่งเป็นรางวัลทางด้านปรัชญาที่เทียบได้กับรางวัลโนเบล และในปัจจุบันเขาได้รับการยกย่องว่าเป็นปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกที่ยังมีชีวิตอยู่ 8. Akrit Jaswal (สามารถเป็นศัลยแพทย์ด้วยวัยเพียง 7 ขวบ) “เด็กผู้ชายที่ฉลาดที่สุดในโลก” เพราะมี IQ ถึง 146 และได้รับการยอมรับว่าเป็นคนที่ฉลาดที่สุดเด็กๆที่อายุเท่าๆกัน และในปี 2000 เค้าได้ทำการรักษาคนไข้คนแรกที่บ้านของตัวเองด้วยวัยเพียง 7 ขวบ ซึ่งคนไข้เป็นเด็กอายุ 8 ขวบที่มีฐานะยากจน มือของเธอถูกๆไฟลวกทำให้นิ้วมือกำแน่นติดกัน ซึ่งในตอนนั้นเขายังไม่เคยได้เรียนวิชาทางแพทย์อย่างเป็นทางการ และยังไม่มีประสบการณ์ในการผ่าตัดใดๆ แต่เขาก็สามารถทำให้นิ้วมือของเด็กหญิงคลายออกมาได้และใช้มือได้เป็นปกติอีกครั้ง โดยขณะนี้ Akrit กำลังเรียนเรียนปริญญาตรีสาขาวิทยาศาสตร์อยู่ที่วิทยาลัย Chandigarth และยังเป้นนักศึกษาที่อายุน้อยที่สุดที่มหาวิทยาลัยอินเดียเคยรับเข้าเรียน 9. Gregory Smith (ถูกเสนอชื่อให้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เมื่อมีอายุเพียง 12 ขวบ) Gregory สามารถอ่านหนังสือออกตั้งแต่อายุ 2 ขวบ และเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเมื่ออายุ 10 ขวบเท่านั้น และเด็กหนุ่มคนนี้ตัดสินใจออกเดินทางไปทั่วโลกเพื่อรณรงค์เรื่องสันติภาพและสิทธิเด็ก และได้ก่อตั้ง International Youth Advocates ซึ่งเป็นองค์กรที่ให้การสนับสนุนหลักการแห่งสันติภาพและความเข้าอกเข้าใจระหว่างเยาวชนทั่วโลก เขาเคยได้พบกับผู้นำคนสำคัญอย่าง Bill Cliton และ Mikhail Gorbachev และยังเคยปฐกถาต่อหน้าที่ประชุม UN อีกด้วย จากการทำงานด้านมนุษยธรรมนี้ ทำให้เขาได้ถูกเสนอชื่อให้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพถึง 4 ครั้ง 10. Kim Ung – Yong (จบปริญญาเอกตอนอายุ 15 และมีไอคิวสูงที่สุดในโลก) ถือได้ว่าเป็นมนุษย์ที่ฉลาดที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่ โดย Guinness Book of World Records บันทึกว่าเค้ามี IQ สูงที่สุดในโลกคือสูงกว่า 210 สามารถอ่านภาษาญี่ปุ่น เกาหลี เยอรมัน และอังกฤษ ได้ตั้งแต่ 4 ขวบ และตอนครบ 5 ขวบก็สามารถแก้โจทย์ แคลคิวลัส ที่ซับซ้อนได้ และยังได้เป็นนักเรียนรับเชิญในชั้นเรียนวิชาฟิสิฟส์ที่มหาวิทยาลัย Hanyang ตั้งแต่อายุ 3-6 ขวบพออายุ 7 ขวบ NASA ก็เชิญเค้าไปที่อเมริกาและเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัย Colorado ในปี 1974 จนได้ Ph.D ด้านฟิสิกส์ตั้งแต่ก่อนที่เขาจะมีอายุครบ 15 ปี โดยระหว่างที่เรียนเขาก็เริ่มทำงานวิจัยที่ NASA ไปด้วย และทำต่อมาตลอดจนกระทั่งกลับเกาหลีจึงได้ตัดสินใจเปลี่ยนสาขาจากฟิสิฟส์ไปเป็นวิศวกรรมโยธาและศึกษาจนได้รับปริญญาเอก ขอบคุณขอ้มูล http://pantip.com/topic/3241414

หุ้นไทยเปิดบวก 7.89 จุด
ข่าว /  ข่าวตลาดหุ้น / 

ตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ (22 ต.ค.) เปิดทำการเมื่อเวลา 09.56 น. ดัชนีฯปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.89 จุด แตะที่ระดับ 1534.53 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย  1189.14 ล้านบาท บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส วิเคราะห์ว่า มื่อวานนี้ตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวด้านลบต่อเนื่อง แต่ก็ยังคงมีจังหวะแกว่งตัวด้านบวกสลับอยู่ในระหว่างวัน ส่วนตลาดหุ้นไทยเช้านี้ได้รับแรงหนุนจากภาวะตลาดหุ้นต่างประเทศที่สดใส หลังตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรปปิดบวกกันในระดับ 1-2% จากผลประกอบการของบริษัทแอปเปิล อิงค์ และยอดขายบ้านมือสองเดือน ก.ย.ของสหรัฐที่เพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 ปี รวมทั้งข่าว ECB ได้เข้าซื้อตราสารหนี้ที่มีการค้ำประกันด้วยสินเชื่อที่มีคุณภาพ หรือ covered bond ของอิตาลีด้วย ซึ่งส่งผลให้ตลาดหุ้นเอเชียที่เปิดทำการเช้านี้ยังขยับอยู่ในด้านบวก แต่ทั้งนี้โอกาสที่ดัชนีจะรีบาวด์กลับขึ้นไป ยังมีความเป็นไปได้น้อย เพราะถ้าไม่มีปัจจัยบวกใหม่ๆ เข้ามาหนุนเพิ่มเติม ดัชนีก็ยังมีแนวโน้มที่จะกลับไปปรับตัวลงเช่นเดิม โดยแนวรับอยู่ที่ 1525-1510 จุด แนวต้าน 1530-1540 จุด MThai News