บัตรเลือกตั้ง

“ไฟว์สตาร์” ส่ง “ด้วยเกล้า” ลงจอเงินเพื่อรำลึกงานของพ่อ
'ด้วยเกล้า' /  บัณฑิต ฤทธิ์ถกล / 

. “ไฟว์สตาร์” ส่ง “ด้วยเกล้า” ลงจอเงินเพื่อรำลึกงานของพ่อ เชื่อว่าหลายคนคงตั้งตารอการกลับมาของภาพยนตร์ที่เปี่ยมล้นไปด้วยแรงศัทธา ด้วยเกล้า ภาพยนตร์ตามรอยพระราชดำริเกี่ยวกับการปลูกข้าวและชาวนาไทย โดยฝีมือการกำกับของ บัณฑิต ฤทธิ์ถกล เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น จึงนำภาพยนตร์ ด้วยเกล้า มาฉายในโรงภาพยนตร์อีกครั้งซึ่ง คุณเกียรติกมล เอี่ยมพึ่งพร รองกรรมการผู้จัดการ ได้เล่าถึงกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นไว้ว่า “สืบเนื่องมาจากภาพยนตร์ด้วยเกล้า เป็นหนังที่ทำการถ่ายทอดพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ในแนวทางการเล่าเรื่องแบบภาพยนตร์ โดยสร้างมานานกว่า 30 ปีแล้ว ที่ผ่านมาได้มีการถูกนำมาเผยแพร่ เพื่อเทิดทูลพระองค์ท่านเรื่องของพระราชกรณียกิจ ในวันที่ 5 ธันวาคมเป็นประจำ พอมีเหตุการณ์ที่ทุกคนไม่อยากให้เกิด แต่ก็ได้เกิดขึ้น ภาพยนตร์เรื่องนี้ จึงถูกเรียกร้องจากผู้ชมและประชาชนที่คิดถึงพระองค์ท่าน อยากจะรับชมภาพยนตร์ด้วยเกล้าในโรงภาพยนตร์อีกครั้ง ซึ่งทางเราก็อยากเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเผยแพร่พระราชกรณียกิจที่พระองค์ท่านทรงทำเพื่อประชาชนคนไทย เลยเกิดเป็นรอบพิเศษนี้ขึ้น โดยจะจัดรอบนี้ขึ้นที่ โรงภาพยนตร์เอส เอฟ เวิลด์ซีนีมาเซ็นทรัลเวิลด์ ราคาบัตร 189 บาทรายได้ทั้งหมดจากการจำหน่ายบัตรชมภาพยนตร์ จะนำถวายสมทบทุนมูลนิธิฯ สำหรับส่งเสริมและดำเนินงานตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลครับ” ภาพยนตร์เรื่อง ด้วยเกล้า รอบพิเศษจะจัดขึ้นในวันที่ 26 พฤศจิกายนนี้ เวลา 11.00 น. ที่โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เวิลด์ซีนีมา เซ็นทรัลเวิลด์ ราคาบัตร 189 บาทและสามารถจองบัตรได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 25 พฤศจิกายน ทาง www.welovefivestar.com หรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ Facebook/fivestarmovies

ประกาศผล : ดูหนังใหม่ รอบพิเศษ 20 ใหม่ ยูเทิร์นวัย หัวใจรีเทิร์น
20 ใหม่ ยูเทิร์นวัย หัวใจรีเทิร์น /  ก้อง สหรัถ สังคปรีชา / 

เอ็มไทยมูฟวี่พรีวิว 20 ใหม่ ยูเทิร์นวัย หัวใจรีเทิร์น 20 ใหม่ ยูเทิร์นวัย หัวใจรีเทิร์น ว่าด้วยเรื่องราวของ ปาน คุณย่าวัย 74 ปี ทั้งหัวดื้อและขี้โวยวาย ครอบครัวของเธอวางแผนส่งตัวคุณย่าไปอยู่บ้านพักคนชรา ย่าปานจึงออกจากบ้านไปด้วยความเศร้าและผิดหวัง เธอเดินเรื่อยเปื่อยจนไปเจอร้านถ่ายภาพแห่งหนึ่งชื่อ “ฉายารำลึก” ย่าปาน ตัดสินใจเข้าไปในร้านเพื่อถ่ายรูปตั้งใจว่าจะเป็นภาพสุดท้ายของตน แต่เมื่อออกมาจากร้าน เธอต้องตะลึงที่เห็นตัวเองหน้าตากลับย้อนไปเหมือนตอนอายุ 20 ปีอีกครั้ง จากนั้นชีวิตของเธอก็เปลี่ยนไป เธออยากใช้ชีวิตให้สดใสและอิสระแต่อีกใจก็อยากกลับไปสานสัมพันธ์กับครอบครัว ด้วยเหตุนี้ ย่าปานจึงเปลี่ยนชื่อเป็น ป่าน รับบทโดย ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ และเข้าร่วมวงดนตรีกับ บูม รับบทโดย เจเจ กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม หลานชายของเธอ โดยมี นัท รับบทโดย ก้อง สหรัถ สังคปรีชา โปรดิวเซอร์หนุ่มเจ้าของรายการโทรทัศน์ ที่เห็นความสามารถอันแตกต่างจากนักร้องคนอื่น ๆ ของป่าน จึงพยายามผลักดันวงดนตรีนี้ให้โด่งดัง ของรางวัล บัตรชมภาพยนตร์รอบพิเศษจำนวน 15 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง ในวันพุธที่ 23 พฤศจิกายน 2559 ที่ โรงภาพยนตร์ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน รอบเวลา 20.00 น. (ลงทะเบียนรับบัตรเวลา 19.00-20.00 น.) ประกาศรายชื่อผู้โชคดี รายชื่อผู้โชคดีที่ได้รับบัตรชมภาพยนตร์รอบพิเศษเรื่อง 20 ใหม่ ยูเทิร์นวัย หัวใจรีเทิร์น ทั้งหมด 15 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง มีรายชื่อดังต่อไปนี้ อนุสิทธิ์ แคว้นคอนฉิม (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) ธนาวุฒิ วิชัยพล (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) จริยา แซ่หลือ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) ทิพาพร กาญจนัษฐิติ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) วรพล สันติหิรัญภาค (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) พัทธวรรณ จินดารัตน์มณี (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) จุฬาลักษณ์ แซ่ตัน (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) สุพจชัย ตั้งมณีพิทักษ์ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) ธัฐชญกรฑ์ คงชุม (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) ฮาเซ็ม แซะบีดิง (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) ธนภรณ์ จีรวุฒิ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) ณิชาดา ทิพวัลย์ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) พนมกร พฤกษะวัน (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) เกียรติศักดิ์ บุตรเหมือน (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) กริสุดา ขาวเธียร (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) ผู้โชคดีต้องเช็คอีเมลและตอบกลับเพื่อยืนยันสิทธิ์ ภายในวันจันทร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2559 ก่อนเวลา 18.00 น. มิเช่นนั้นจะถือว่า “สละสิทธิ์” กรณีที่มีผู้สละสิทธิ์จะนำบัตรไปสุ่มแจกให้กับผู้ที่เข้ามาสำรองรายชื่อในหน้าเพจ facebook.com/moviemthai การรับของรางวัล แสดงบัตรประชาชนตัวจริง (ที่ยังไม่หมดอายุ) ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ที่โต๊ะลงทะเบียนเพื่อรับบัตร เจ้าหน้าที่จากบริษัทจะเป็นผู้แจกบัตรให้ โดยผู้โชคดีต้องมารับบัตรชมภาพยนตร์ด้วยตัวเอง ไม่สามารถฝากมารับได้ เริ่มแจกบัตรตั้งแต่เวลา 19.00-20.00 น. หากมาช้ากว่าเวลาดังกล่าวจะถือว่าสละสิทธิ์ทันที ผู้ที่ได้รับรางวัลในกิจกรรมรอบนี้ หากมีรายชื่อได้รับรางวัลซ้ำกับสื่ออื่น ๆ เกิน 1 รายชื่อ ทางเจ้าหน้าที่ขอสงวนสิทธิ์ให้เหลือชื่อเพียง 1 ชื่อเท่านั้น โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า กรุณาให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ กรณีที่ต้องฝากโทรศัพท์มือถือ กล้องถ่ายรูป หรืออุปกรณ์อื่น ๆ รางวัลนี้ไม่สามารถโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้ รวมทั้งซื้อ-ขาย สงวนสิทธิ์ 1 ท่าน / 1 รางวัล ขอสงวนสิทธิ์ตัดสิทธิ์ผู้โชคดีที่ไม่ทำตามกติกาข้างต้นทุกกรณี การตัดสินของเจ้าหน้าที่ถือเป็นที่สิ้นสุด

5 สิ่งที่เห็นหลังชมตัวอย่างแรกของ T2: Trainspotting
T2: Trainspotting /  Trainspotting

กลับมาอย่างสมการรอคอยกว่า 20 ปีของแฟนๆ หนังสุดเหวอ เรื่องของแก๊งเด็กติดยาแห่งสก็อตแลนด์อย่าง Trainspotting ซึ่งสร้างจากวรรณกรรมชื่อเดียวกันของ เออร์วิน เวลช์ ออกฉายไปเมื่อปี 1996 ในฐานะหนังอินดี้ทุนต่ำที่เจ๋งทั้งแง่เทคนิคการถ่ายทำและการเล่าเรื่องภายใต้การกำกับของผู้กำกับชาวอังกฤษอย่าง แดนนี บอยล์ สำหรับ Trainspotting ซึ่งกำลังจ่อคิวฉายในเดือนมกราคมปี 2017 นี้ ยังคงเล่าเรื่องของอดีตแก๊งเด็กหนุ่มขี้ยาในอีกหลายปีต่อมาที่ต่างเติบโตไปคนละทิศคนละทาง พร้อมแท็กทีมนักแสดงชุดเดิม ทั้ง ยวน แม็คเกรเกอร์, อีเวน เบรมเนอร์, จอนนี ลี มิลเลอร์ และ โรเบิร์ต คาร์ไลล์ ในบทเดิมที่ทำให้ผู้ชมทั้งรักทั้งชังมาแล้วค่อนโลกเมื่อสองทศวรรษก่อน และถัดไปจากนี้ คือ 5 สิ่งที่ เว็บไซต์ The Guardian พบได้จากตัวอย่างภาพยนตร์ความยาวเพียง 1.55 นาทีที่เพิ่งถูกปล่อยออกมา และชวนให้คาดการณ์ต่อไปว่า T2: Trainspotting ที่กำลังเข้าฉายในไทย 2 กุมภาพันธ์ปีหน้านั้น จะเป็นเรื่องราวแบบใดและจะเวียร์ดได้สุดขีดแค่ไหน https://www.youtube.com/watch?v=EsozpEE543w 1. ปัญหานักแสดงหน้าเด็ก แดนนี บอยล์ ผู้กำกับเคยกล่าวไว้เมื่อปี 2008 ว่า T2: Trainspotting นั้นจะเริ่มถ่ายทำขึ้นได้ก็ต่อเมื่อนักแสดงนำหลักๆ อย่างแม็กเกรเกอร์และมิลเลอร์ ดูมีอายุมากขึ้นอีกสักหน่อย แต่ปัญหาคือ สองนักแสดงดังกล่าวกลับดูไม่ต่างไปจากเมื่อตอนปี 1996 เท่าไหร่นัก ก็อันเนื่องมาจากหน้าที่การงานที่ทำให้พวกเขาต้องดูแลตัวเองดีกว่าคนจากสาขาอาชีพอื่นในวัยเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการทาครีมบำรุงผิวอย่างสม่ำเสมอ หรือดูแลสุขภาพเป็นประจำ "สุดท้ายเราก็ได้แต่รอให้กาลเวลาทำงานของมันไปนั่นแหละ การถ่ายทำถึงจะเริ่มได้" บอยล์กล่าวติดตลก แต่อย่างไรก็ดี ในบรรดาแก๊งนักแสดงชุดเดิมนั้น โรเบิร์ต คาร์ไลล์ ดูจะเป็นคนที่หน้าตาสมกับอายุมากที่สุดจนดูสูงวัยกว่าเพื่อนนักแสดงร่วมฉากไปโขทีเดียว 2. นอสตัลเจียแสนหวานของแดนนี บอยล์ จากตัวอย่างหนังที่เพิ่งปล่อยออกมา เห็นได้อย่างชัดเจนว่าทำขึ้นเพื่อเอาใจคนดูให้หวนระลึกถึงเวอร์ชั่นปี 1996 ไม่ว่าจะเป็นการพร่ำบ่นถึงชีวิตและทางเลือกที่ไม่ได้มีให้เลือกมากนักของเรนตัน (รับบทโดยแม็กเกรเกอร์) ซึ่งในเวอร์ชั่นก่อนนั้นกลายเป็นประโยคเปิดที่เท่และเฉียดที่สุดประโยคหนึ่งของโลกภาพยนตร์ เพียงแต่ในเวอร์ชั่นของปี 2017 นี้นั้น คำพร่ำเพ้อของเรนตันระบุถึงการเข้ามาของโลกโซเชียลมีเดียและหนังโป๊ซึ่งต่อเติมเข้ามาจากเวอร์ชั่นเก่า ซึ่งพูดถึงคุณภาพชีวิตเป็นหลักแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งจากที่ดูแล้ว มั่นใจได้ว่า T2: Trainspotting จะยังคงความเพี้ยน ความเหวอขั้นสุดและความเพ้อคลั่งของเนื้อเรื่อง ของตัวละคร และของบรรยากาศแบบเดียวกับที่ปี 1996 มีแน่นอน 3. บทบาทที่อาจจะมากขึ้นของยาเสพติด ในเวอร์ชั่น 1996 นั้น ความบ้าระห่ำของตัวละครและเนื้อเรื่องเกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศสภาพแวดล้อมภายใต้รัฐบาลหญิงเหล็กอย่าง มาร์กาเรต แทตเชอร์ ซึ่งเต็มไปด้วยคนว่างงาน, การเปลี่ยนผ่านและกระแสคลื่นลูกใหม่ทางวัฒนธรรม ทั้งหมดนี้ แน่นอนว่ารวมถึงการเข้ามามีบทบาทอย่างมากของสารเสพติดซึ่งเป็นตัวชูโรงภายในเรื่องอย่างเฮโรอีนด้วย ในฐานะที่เป็นเครื่องมือผลาญวันเวลาอันน่าเบื่อหน่ายของวัยรุ่นให้หมดไปวันต่อวัน ซึ่งเป็นที่น่าสนใจว่า ในเวอร์ชั่นใหม่นี้-วัดจากสภาพแวดล้อมทางสังคมในเรื่องและบรรยากาศการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคมิลเลเนียมเต็มตัวแล้ว-ตัวละครในวัยกลางคนเหล่านี้ ไม่น่าจะปฏิสัมพันธ์กับเฮโรอินหรือสารเสพติดอื่นใดเพียงเพื่อจะใช้มันเป็นบัตรผ่านความเบื่้อหน่ายอีกต่อไปแล้ว คำถามคือว่า-แล้วยาพวกนี้จะมีบทบาทอะไรกับเขาในวัย 40 กลางๆ เช่นนี้ได้บ้าง 4. ปี 2002 และการเติบใหญ่ของอุตสาหกรรมหนังโป๊ เออร์วิน เวลช์ ผู้เขียนวรรณกรรม ออกหนังสืออย่าง Porno ตามหลังเรื่อง Trainspotting ในปี 2002-เล่าผ่านมุมมองของเรนตันที่หวนกลับเอดินเบิร์กในรอบสิบปี สำหรับเรื่องนี้ บอยล์บอกว่าเขาปรับแต่งบท T2: Trainspotting จากหนังสือไว้เพียงหลวมๆ เท่านั้น และตั้งใจทำให้คนเห็นบรรยากาศภายในปี 2002 ได้เป็นอย่างดี นั่นคือการเข้ามามีบทบาทต่อชีวิตผู้คนเป็นอย่างมากของอุตสาหกรรมหนังโป๊ เพราะในช่วงปีนั้น อุตสาหกรรมนี้ยังไม่ถูกอินเตอร์เน็ตและฟรีเว็บไซต์ทำลายลง จากตัวอย่างหนัง เราจึงได้เห็นหญิงสาวส่งยิ้มให้เรนตัน-ซึ่งอาจเดาได้ว่า หล่อนอาจจะเป็นเด็กนักเรียนซึ่งรับจ้างเป็นนักแสดงหนังโป๊มือฉมังได้ด้วยเหมือนกันตามบรรยากาศและสภาพแวดล้อมของผู้คนในยุคนั้น 5.เบ็กบี้ผู้ (ยังคง) กราดเกรี้ยว ในเวอร์ชั่น 20 ปีก่อน คนดูประทับใจกับ เบ็กบี -ตัวละครสุดเดือดและดิบห่าม รับบทโดย โรเบิร์ต คาร์ไลล์- ซึ่งบทลงเอยของเขาในปี 1996 นั้นไม่สวยนักเพราะถูกเพื่อนในกลุ่มหักหลังทั้งยังต้องเจ็บตัวนับไม่ถ้วน นำมาสู่ความบาดหมางอย่างรุนแรงต่อตัวละครอื่นๆ ในเรื่อง โดยเฉพาะเรนตันที่ทำกับเขาไว้เจ็บแสบสุดขีด แน่ชัดว่าบอยล์ยังคงเก็บรักษาเส้นเรื่องตามเดิมไว้อย่างเหนียวแน่น ซึ่งนั่นก็รวมทั้งการพร้อมจะล้างแค้นมนุษย์ทุกหน้าของเบ็กบีหลังกลับออกมาจากคุก ซึ่งก็เห็นได้ชัดว่า เรนตันคือหนึ่งในรายชื่อต้นๆ ของบัญชีแก้แค้นของเบ็กบีด้วยเช่นกัน ... ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

คอนเสิร์ต “โมเดิร์นด็อก 22” ประกาศเลื่อนวันจัดงาน เป็น 18 มี.ค. 60
คอนเสิร์ต โมเดิร์นด็อก /  โมเดิร์นด็อก 22

    แจ้งแล้ว!!! บีอีซี-เทโร ประกาศวันจัดแสดงคอนเสิร์ต “โมเดิร์นด็อก 22” เป็นวันเสาร์ที่ 18 มีนาคม 2560 ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ซึ่งผู้ที่มีบัตรอยู่แล้ว สามารถใช้บัตรเก่าเข้าชมการแสดงได้เลย และสำหรับท่านที่ยังไม่มีบัตร สามารถจับจองได้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา     ทั้งนี้  คอนเสิร์ต “โมเดิร์นด็อก 22” เป็นคอนเสิร์ตใหญ่ที่สุดเท่าที่ โมเดิร์นด็อก เคยมี และเป็นครั้งแรกที่จัดขึ้นที่ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี เพื่อฉลอง 22 ปี ที่พวกเขาได้ก้าวเดินอยู่บนถนนสายดนตรี ดังนั้น ทุกความพิเศษจะถูกจัดเต็มไว้ในคอนเสิร์ตครั้งนี้ ทั้งโปรดักชั่น ที่แฟนเพลงทุกคนจะได้ย้อนเวลาสู่ยุค 90 และสัมผัสบรรยากาศสุดคลาสสิคในช่วงเวลานั้นไปด้วยกัน แสง สี จะถูกเนรมิตอย่างอลังการโดย ไลท์ติ้ง ดีไซเนอร์ (Lighting Designer) มากประสบการณ์จากเกาะอังกฤษ เทลสัน เจมส์ (Tellson James) ซึ่งเคยทำคอนเสิร์ตให้ศิลปินระดับโลกมาแล้วมากมาย อาทิ วิทนีย์ ฮูสตัน (Whitney Houston), จอร์จ ไมเคิล (George Michael), ฟิล คอลลินส์ (Phill Conllins), เชน วอร์ด (Shayne Ward), วาเนสซ่า เมย์ (Vanessa Mae) และอีกหลายๆ คน นอกจากนี้ ทุกคนจะได้ตื่นตาตื่นใจ ไปกับกราฟฟิค สุดอาร์ท สีสันสุดแนว ที่จะถูกฉายและถ่ายทอดให้ทุกคนได้สัมผัสอยู่บนจอขนาดยักษ์ และสิ่งสำคัญที่สุดคือ เพลงดัง เพลงฮิต จากทั้ง 6 อัลบั้ม ของ “โมเดิร์นด็อก” จะถูกจัดนำมาเรียงร้อยร้องเล่นให้แฟนเพลง ได้ฟัง ได้ร้อง ได้กระโดดไปด้วยกัน อย่างเต็มอิ่มกว่า 30 เพลง ตลอดการแสดงกว่า 3 ชั่วโมงเลยทีเดียว

การกลับมารวมตัวกันของวงร็อคในตำนาน Guns N' Roses ที่เมืองไทย!
Guns N' Roses /  Guns N’ Roses creates Paradise City in Bangkok / 

การกลับมารวมตัวกันของวงร็อคในตำนาน Guns N' Roses Guns N’ Roses creates Paradise City in Bangkok ปิดท้ายทัวร์คอนเสิร์ตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ประเทศไทย!! แม้จะไม่ได้เป็นแฟนพันธุ์แท้ของวง Guns N' Roses แต่เชื่อว่าหลายคนรู้จักเพลง Sweet Child O’Mine เพลงที่ถูกเล่นและเปิดในทุกที่ๆ และทุกคลื่นวิทยุ ในช่วง 90's รวมทั้งอัลบั้ม Appetite for Destruction นั้นก็ยังเป็นอัลบั้มที่อยู่ในอันดับต้นๆ ของทุกชาร์ตเพลง ทั่วทุกมุมโลก! Guns N' Roses - Sweet Child O' Mine youtube channel : GunsNRosesVEVO ล่าสุดสมาชิกดั้งเดิมทั้งสามของ Guns N' Roses พร้อมด้วยนักดนตรีสมาชิกใหม่ ทั้ง Axl Rose นักร้องนำ, มือกีตาร์ Slash และ Duff McKagan มือเบส จับมือกับ มือคีย์บอร์ด Dizzy Reed, Richard Fortus กีต้าร์, Frank Ferrer มือกลอง รวมถึงซินธิไซเซอร์ของ Melissa Reese ที่จะมาสร้างมิติใหม่ให้กับ Guns N' Roses... ทั้งหมดรวมตัวกันเพื่อจัดทัวร์คอนเสิร์ตที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม การกลับมาทัวร์ของวง Guns N' Roses ครั้งนี้จึงเหมือนเป็นการมอบ 'ปาฏิหาริย์' ให้แก่แฟนเพลง ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ Guns N' Roses จะประกาศความเป็นอันดับหนึ่งแห่งวงการด้วยการสร้างปรากฏการณ์บัตรคอนเสิร์ตถูก sold out ทั่วโลก เป็นการต้อนรับการกลับมา!! และในที่สุดก็สิ้นสุดการรอคอยของแฟนเพลง Guns N' Roses ทุกคนในเมืองไทย! เมื่อบริษัท IMC live ประกาศจัดทัวร์คอนเสิร์ตของ Guns N' Roses ที่ทางวงเลือกให้ประเทศไทยเป็นประเทศปิดท้ายตารางทัวร์ GUNS N’ ROSES NOT IN THIS LIFETIME TOUR LIVE IN BANGKOK ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้! ซึ่งทั้งแฟนๆ ของ Guns N' Roses และผู้รักดนตรีสมัยใหม่ ต้องห้ามพลาดโอกาสเดียวในชีวิตที่จะได้พบกับประสบการณ์ทางดนตรีที่จะอยู่ในความทรงจำตลอดไป สมชื่อทัวร์คอนเสิร์ต 'NOT IN THIS LIFETIME TOUR'!! GUNS N’ ROSES NOT IN THIS LIFETIME TOUR LIVE IN BANGKOK มีกำหนดแสดงในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 20.00 น. ณ สนามฟุตบอลเมืองทอง SCG stadium บัตรยืนราคา 6,500 บาท(PEN A) / 5,000 บาท(PEN B) บัตรนั่งราคา 6,000 บาท(อัฒจันทร์) / 5,000 บาท / 4,000 บาท และ 3,500 บาท จำหน่ายบัตรทางไทยทิคเก็ตเมเจอร์ www.thaiticketmajor.com เบอร์โทรศัพท์ +66 2 262 3456 สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกแฟนคลับของ Guns N’ Roses ได้จองบัตรก่อนใครในวันที่ 16 พฤศจิกายนนี้ ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ก่อนเปิดจองบัตรอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 พฤศจิกายน ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป... ติดตามข่าวสารคอนเสิร์ต รายละเอียดงาน และ VIP package ได้ที่ https://www.facebook.com/imclivegroup, https://www.facebook.com/vijicorp, www.imclive-group.com และ www.vijicorp.com มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ชีวิตที่ถูกบันทึกไว้ในโลกภาพยนตร์ของ ฟิเดล คาสโตร
ฟิเดล คาสโตร

หากเอ่ยชื่อของ ฟิเดล คาสโตร (1926 - 2016) ตลอดช่วงชีวิตในฐานะผู้นำของสาธารณรัฐคิวบา ซึ่งคาสโตรได้นำแนวคิดสังคมนิยมมาใช้ปฏิรูปประเทศ ได้สร้างขอถกเถียงให้เกิดขึ้นมากมาย ทั้งในมุมยกย่องคาสโตรผู้มั่นคงในการต่อต้านระบอบทุนนิยมและจักรวรรดินิยมอย่างเข็มแข็งตลอดชีวิตในการปกครองคิวบา (ก่อนจะส่งไม้ต่อให้น้องชาย ราอูล คาสโตร ขึ้นมาปกครองประเทศเมื่อ พ.ศ. 2551) หากในอีกมุมหนึ่งภายใต้การปกครองประเทศด้วยระบบสังคมนิยมของคาสโตรเอง ก็ถูกโจมตีถึงการละเมิดสิทธิมนุษย์ชนและถูกตราหน้า (จากฝ่ายตรงข้าม) ว่าเป็นผู้นำเผด็จการแสนโหดเหี้ยม - ชีวิตของคาสโตรถูกถ่ายทอดไว้พอสมควรในรูปแบบของภาพยนตร์ เพื่อร่วมระลึกถึงการเสียชีวิตของ ฟิเดล คาสโตร ในวัย 90 ปี เราจึงขอพาย้อนไปชมหลากมุมมองชีวิตในโลกของภาพยนตร์ของ ฟิเดล คาสโตร อดีตผู้นำผู้อื้อฉาวและเต็มไปด้วยสีสันผู้นี้ หนังสารคดี ชีวิตของ ฟิเดล คาสโตร ถูกเล่าในรูปแบบหนังสารคดีมากมาย โดยรูปแบบส่วนใหญ่คือการสัมภาษณ์บุคคลสำคัญที่อยู่ในห่วงเวลานั้น ผสมผสานกับฟุตเตจฟิล์มส่วนตัวของคาสโตรที่บันทึกไว้ในวาระต่างๆ ตัวอย่างเช่น Fidel (2001) ของผู้กำกับ เอสเตลา บราโว ,The Fidel Castro Tapes (2014) สารคดี 56 นาทีของ ผกก. ทอม เจนกินส์ ที่เน้นโชว์ฟุตเตจหายากซึ่งได้มาจากหอภาพยนตร์คิวบา, Name ID : Fidel Castro (2004) สารคดีซีรีส์ยาว 7 ตอนของ ผกก. อเล็กซ์ ราโมเน็ต ที่ทำขึ้นในวาระครบรอบ 50 ปี ของเหตุการณ์โจมตีที่มอนคาดา อันเป็นจุดเริ่มต้นการปฏิวัติในคิวบาของคาสโตร แต่ถ้าจะพูดถึงสารคดีที้ได้คาสโตรเข้ามามีส่วนร่วมโดยตรง คงต้องยกให้สารคดีไตรภาคของ โอลิเวอร์ สโตน ทั้ง Comandante (2003), ที่ตัวสโตนได้เดินทางไปคิวบาเพื่อทำสารคดีเกี่ยวกับตัวคาสโตรเอง ซึ่งตัวหนังได้บันทึกช่วงเวลาที่สโตนติดตามคาสโตรไปยังที่ต่างๆ ไปจนถึงฟุตเตจใกล้ชิดชนิดจับเข่าคุยของทั้งสองในการสนทนา โดยที่หนังเปิดตัวในเทศกาลหนังซันแดนซ์ แต่ก็ถูกออกจากโปรแกรมฉายทางช่อง HBO ไปในนาทีสุดท้าย โดยสโตนยังคงสานต่อการเล่าถึงต้วคาสโตร ทั้ง Looking for Fidel (2004) ที่สโตนเล่าถึงเหตุการณืเมืองในคิวบาที่ล้อไปกับเหตุชายชาวคิวบา 3 คนจี้เครื่องบินเพื่อขอเดินไปอเมริกา และ Castro in Winter (2012) ที่สโตนเดินทางกลับไปคิวบาอีกครั้งในปี 2009 ณ ช่วงเวลาที่คาสโตรลงจากตำแหน่งทางการเมือง โดยนอกจากนี้ยังสารคดีอีกหลายเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตัวคาสโตรแบบอ้อมๆ เช่น I Am Cuba (1964, มิคคาอิล คาลาโตซอฟ) หนังสารคดีรัซเซีย-คิวบาที่ถูกลืม ก่อนถูกค้นพบและเผยแพร่โดยคนทำหนังอเมริกาในอีก 30 ปีต่อมา โดยมันคือสารคดีบันทึกสภาพของสังคมคิวบาในช่วงก่อนถูกปฏิวัตโดยคาสโตร ซึ่งตัวหนังถูกยกย่องในแง่การถ่ายทำและการตัดต่ออย่างสูง, Waiting for Fidel (1974, ไมเคิล รับโบ) ที่บันทึกภารกิจ(อันล้มเหลว)ในการตะลุยคิวบาเพื่อไปสัมภาษณ์ตัวคาสโตรของนักข่าวจากแคนาดา, Buena Vista Social Club (1999, วิม เวนเดอร์) ไร คูเดอร์ นักดนตรีแจ๊สชื่อดังที่ลาวงการไปแล้ว หากแต่การเดินทางไปเที่ยงกรุงฮาวานาของเขา กลับทำให้พบกลุ่มนักดนตรีแจ๊สสูงวัยมากพรสวรรค์ของคิวบา, I am Cuba, the Siberian Mammoth (2005, วินเซ็นต์ เฟอร์ราซ) ,Maradona by Kusturica (2008, อีเมียร์ คุสตูริกา) สารคดีอัตชีวประวัติของยอดนักฟุตบอลผู้อื้อฉาว โดยมีเนื้อหาส่วนหนึ่งพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างตัวมาราโดน่ากับคาสโตรด้วย และ Will the Real Terrorist Please Stand Up (2010, ซาอูล ลันเดา) บันทึกความสัมพันธ์ระหว่างอเมริกาและคิวบา ผ่านประวัติของกลุ่มสายลับ "the Cuba five" ในไมอามี เป็นต้น ซีเควนต์เปิดเรื่องสุดงดงามของ I Am Cuba (1964, มิคคาอิล คาลาโตซอฟ) https://www.youtube.com/watch?v=eOLVm_9UcRw ภาพยนตร์ น่าแปลกที่กลับไม่ค่อยมีหนังที่เล่าชีวิตของฟิเดล คาสโตร โดยตรงนัก เช่น Fidel (2002, เดวิด แอ็ตต์วูด) หนังอัตชีวประวัติของคาสโตรที่ยาวถึง 200 นาที (โดยยังได้ กาแอล กาเซีย เบอร์นัล มารับ เช กูวารา ที่คนดูสามารถอ้างอิงไปถึงหนังที่เขาแสดงนำอย่าง The Motorcycle Diaries) แต่ที่เหลือนั้นเรื่องราวของคาสโตรมักปรากฏในหนังอื่นเป็นบทสมทบ หรือไปก็เป็นเพียงฉากหลังถูกอ้างถึงในเรื่องเท่านั้น เช่นในหนังอัตชีวประวัติของ เช กูวารา หลายๆ เรื่อง อย่าง Che ฉบับ 1969 ของ ริชาร์ด เฟรเชอร์ และฉบับ 2008 ของ สตีเวน โซเดอร์เบิร์ก รวมไปถึง The Motorcycle Diaries ผลงานปี 2004 ของ วอลเตอร์ ซัลเลส เป็นต้น และนี่คือหนังบางส่วนซึ่งนำเรื่องราวของคาสโตร ไปจนถึงประเทศคิวบาในช่วงเวลาที่เขาปกครองมาเล่าในรูปแบบภาพยนตร์ Cuba libre (2005, เรย์ การ์เซีย) หนังตลกร้ายว่าด้วยกลุ่มผู้ประท้วงที่บุกสถานฑูตคิวบาในกรุงมาดริด, ประเทศสเปน อันเป็นช่วงเวลาเดียวกันที่คิวบามีการเลือกตั้งครั้งแรก The Lost City (2005, แอนดี การ์เซีย) ผลงานกำกับของนักแสดงฮอลลีวูดเชื้อสายคิวบาผู้นี้ จับช่วงเวลาในการเปลี่ยนผ่านจากรัฐบาลภายใต้การปกครองของฟุลเคนเซียว บาติสตา สู่การเปลี่ยนแปลงปฏิวัติประเทศของคาสโตร ผ่านเรื่องราวของเจ้าของผับสุดหรูในกรุงฮาวาน่า I Love Miami (2006, อเลฆันโดร กอนซาเลส ปาดิลลา) หนังเม็กซิโกที่ว่าด้วยเหตุการณ์เดินทางมาเยือนไมอามีของคาสโตร (เหตุการณ์สมมติ) โดยหนังเล่าถึงหลากผู้คนชาวคิวบาในพื้นที่ซึ่งมีปฏิกิริยาต่อการมาเยื่อนของคาสโตรแตกต่างกัน Memorias del desarrollo (2010, มิเกล โคยูลา) ภาวะไร้สุขในโลกศิวิไลว์ของเหล่าศิลปินชาวคิวบาที่หลบหนีออกจากประเทศซึ่งยังคงทีในรูปแบบระบอบสังคมนิยม กลายเป็นหนังสุดเซอร์ที่ฉายภาพอันไม่ปะติดต่อที่แสดงให้เห็นความสับสนของพวกเขา (ชมตัวอย่าง) Company Man (2000, ปีเตอร์ แอสกิน และ ดักลาส์ แม็คกราธ) หนังฮอลลีวูดตลกร้าย ว่าด้วยครูหนุ่มสุดเนิร์ดผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนแกรมม่า ที่ตกกระไดพลอยโจนกลายมาเป็นสายลับ CIA ไปที่คิวบา คาสโตร..ในฐานะนักแสดง! แต่สิ่งที่สนใจคือ ในช่วงชีวิตหนึ่งของคาสโตร ตัวเขายังเคยเข้ามาในวงการฮอลลีวูดในฐานะนักแสดงประกอบของหนังถึงสองเรื่องในปี 1946 ได้แก่ Holiday in Mexico ผลงานกำกับของ จอร์จ ซินนีย์ โดยคาสโตรรับบทเป็นนักเต้นรุมบ้า (นักเต้นรุมบ้า คนที่สองจากซ้ายมือ ในตัวอย่างภาพยนตร์ นาทีที่ 2.10) และ Easy to Wed ของผู้กำกับ เอ็ดเวิร์ด บัซเซลล์ ในบทหนึ่งในชายหนุ่มที่นั่งอยู่ริมสระน้ำ ... ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

ประกาศผล : ดูหนังใหม่ รอบพิเศษ Ordinary World ร็อกให้พังค์ พังให้สุด
Billie joe Armstrong /  Judy Greer) / 

เอ็มไทยมูฟวี่พรีวิว Ordinary World ร็อกให้พังค์ พังให้สุด Ordinary World ร็อกให้พังค์ พังให้สุด ว่าด้วยเรื่องราวของ เพอร์รี รับบทโดย บิลลี โจ อาร์มสตรอง (Billie joe Armstrong) อดีตศิลปินพังค์ร็อก ที่ต้องกลายมาเป็นแฟมิลีแมนสุดแสนจะธรรมดา แต่ชีวิตที่ไม่มีสีสันคือไม่ใช่หนทางของเพอร์รี เขาตัดสินใจจัดปาร์ตี้วันเกิดของตัวเองขึ้นมา ทำให้เขาจะได้กลับไปใช้เวลามันส์ ๆ ในวันพังค์ของตัวเอง ของรางวัล บัตรชมภาพยนตร์รอบพิเศษจำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง ในวันอังคารที่ 8 พฤศจิกายน 2559 ที่ โรงภาพยนตร์ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน รอบเวลา 20.00 น. (ลงทะเบียนรับบัตรเวลา 19.00-20.00 น.) ประกาศรายชื่อผู้โชคดี รายชื่อผู้โชคดีที่ได้รับบัตรชมภาพยนตร์รอบพิเศษเรื่อง Ordinary World ทั้งหมด 10 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง มีรายชื่อดังต่อไปนี้ กวี ศรีตระกูล (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) สุดจิตต์ สวนเศรษ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) สุรกิจ แสงทอง (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) จักรภัทร แสงทิ้ง (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) พจนี พิพัฒนกุล (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) รัตนพงศ์ มรกต (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) เหตุธิรา ตีวรชีวิน (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) สุเนตร โปษยะวัฒนากุล (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) มัทธิว ฉิมงาม (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) สมชาย แจ่มใส (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) ผู้โชคดีต้องเช็คอีเมลและตอบกลับเพื่อยืนยันสิทธิ์ ภายในวันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน 2559 ก่อนเวลา 18.00 น. มิเช่นนั้นจะถือว่า “สละสิทธิ์” กรณีที่มีผู้สละสิทธิ์จะนำบัตรไปสุ่มแจกให้กับผู้ที่เข้ามาสำรองรายชื่อในหน้าเพจ facebook.com/moviemthai การรับของรางวัล แสดงบัตรประชาชนตัวจริง (ที่ยังไม่หมดอายุ) ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ที่โต๊ะลงทะเบียนเพื่อรับบัตร เจ้าหน้าที่จากบริษัทจะเป็นผู้แจกบัตรให้ โดยผู้โชคดีต้องมารับบัตรชมภาพยนตร์ด้วยตัวเอง ไม่สามารถฝากมารับได้ เริ่มแจกบัตรตั้งแต่เวลา 19.00-20.00 น. หากมาช้ากว่าเวลาดังกล่าวจะถือว่าสละสิทธิ์ทันที ผู้ที่ได้รับรางวัลในกิจกรรมรอบนี้ หากมีรายชื่อได้รับรางวัลซ้ำกับสื่ออื่น ๆ เกิน 1 รายชื่อ ทางเจ้าหน้าที่ขอสงวนสิทธิ์ให้เหลือชื่อเพียง 1 ชื่อเท่านั้น โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า กรุณาให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ กรณีที่ต้องฝากโทรศัพท์มือถือ กล้องถ่ายรูป หรืออุปกรณ์อื่น ๆ รางวัลนี้ไม่สามารถโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้ รวมทั้งซื้อ-ขาย สงวนสิทธิ์ 1 ท่าน / 1 รางวัล ขอสงวนสิทธิ์ตัดสิทธิ์ผู้โชคดีที่ไม่ทำตามกติกาข้างต้นทุกกรณี การตัดสินของเจ้าหน้าที่ถือเป็นที่สิ้นสุด

เหล่านักร้องมะกันประกาศจะอพยพ ถ้า โดนัลด์ ทรัมป์ ได้เป็นประธานาธิบดี!
Barbra Streisand /  Cher / 

เหล่านักร้องชื่อดังผู้เป็นพลเมืองอเมริกัน จะต้องเก็บกระเป๋าออกนอกประเทศ(รึเปล่า?) หลังจากผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐอเมริกาอย่างไม่เป็นทางการออกมาว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ได้เป็นประธานาธิบดีคนใหม่!! เพราะความยี้ไม่เข้าใครออกใคร ซุปตาร์หลายคนที่หนุน ฮิลลารี่ คลินตัน คู่แข่ง ทรัมป์ อย่างเต็มตัว เลยเคยออกปากว่า 'จะอพยพออกนอกประเทศ หาก ทรัมป์ คว้าชัยชนะ!'... เมื่อผลออกมาอย่างนี้ ใครบ้างล่ะที่ต้องเตรียมแพ็คกระเป๋า!? เมื่อหลายเดือนก่อนในไอจีของนักร้องสาวจอมซ่า Miley Cyrus เคยโพสผลสำรวจความนิยมที่ โดนัลด์ ทรัมป์ มีคะแนนนำ แถมเธอยังเขียนแคปชั่นไว้ด้วยว่า "อยากจะอ้วก อยากจะออกนอกประเทศ" gonna vom / move out da country. #aintapartyindausaanymo A photo posted by Miley Cyrus (@mileycyrus) on Mar 1, 2016 at 6:32pm PST Cher นักร้องดาวค้างฟ้า เคยทวีตเมนชั่นเกี่ยวกับ โดนัลด์ ทรัมป์ ไว้ว่า "ถ้าเขาได้รับเลือก ฉันจะย้ายไปอยู่ดาวพฤหัสฯ จริงๆ ด้วย"... ลำบากละสิทีนี้! @gabeAlfassy IF HE WERE TO BE ELECTED,IM MOVING TO JUPITER 😖 — Cher (@cher) 16 มิถุนายน 2558 ก่อนจะเลือกตั้งประมาณ 1 เดือน นักร้องหนุ่ม Ne-Yo เคยให้สัมภาษณ์กับ TMZ ว่า "ถ้า โดนัลด์ ทรัมป์ ได้เป็นประธานาธิบดีนะ ผมกับ Drake ได้เป็นเพื่อนบ้าน(ที่แคนาดา)กันแน่ๆ" ฟาก นักร้อง-นักแสดง ดีกรีรางวัลแกรมมี่ฯ Barbra Streisand ซึ่งออกตัวว่าหนุน ฮิลลารี่ สุดหัวใจ ก็เคยให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ 60 Minutes ว่า ถ้าทรัมป์ ได้รับชัยชนะ เธอจะย้ายไปอยู่ประเทศของ Michael Usher พิธีกรรายการที่ออสเตรเลีย หรือไม่ก็ไปอยู่ที่แคนาดา นอกจากเหล่านักร้องชื่อก้อง ยังมีคนดังในวงการบันเทิงอีกหลายคนที่ประกาศกร้าวว่าจะย้ายออกนอกอเมริกา ไม่ว่าจะเป็น Samuel L. Jackson, Amy Schumer, Chelsea Handler, Lena Dunham, Jon Stewart, Whoopi Goldberg, Raven-Symone, Keegan-Michael Key และ Bryan Cranston ... คิดว่าเขาและเธอจะ 'อพยพ' กันจริงหรือเปล่า? ข้อมูลจาก hollywoodlife มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ละครคู่ซ่า รสแซ่บ , เรื่องย่อคู่ซ่า รสแซ่บ
ละครคู่รักรสแซบ /  ละคร คู่รักรสแซบ ช่อง7 / 

คู่ซ่า รสแซ่บ บทประพันธ์...ชยุต รัตนกรีบทโทรทัศน์...พิง ลำพระเพลิงผู้จัดโดย...ธีระศักดิ์ พรหมเงินกำกับการแสดง...เอกภพ ตันหยงมาศกุลออกอากาศทาง...สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7ผลิตโดย...บริษัท มุมใหม่ จำกัด เรื่องวุ่นๆ เริ่มต้นขึ้น เมื่อลูกสาวเจ้าของโรงงานปลาร้า จับพัดจับผลูมาแต่งงานกับไฮโซหนุ่มเนื้อหอม ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าชู้ หญิงสาวจากแดนอีสาน ผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร กับชายหนุ่มที่แสนจะหยิ่งทะนง แถมพกพาความดันทุรังสูงมาตั้งแต่เกิด ต้องมาใช้ชีวิตร่วมกัน ภายใต้ข้อตกลงของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายสงครามการต่อสู้เพื่อประกาศชัยชนะระหว่างหนึ่งหนุ่มกับหลายสาว จึงเริ่มขึ้นพร้อมๆ กับความรู้สึกผูกพันของคู่รักต่างถิ่น ที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ แต่ชัดเจนไปด้วยความรู้สึกของคนสองคน สุดท้ายแล้ว เรื่องราววุ่นๆ จะลงเอยอย่างไร มีเพียง แม่ปลาร้ากับพ่อปลาไหลเท่านั้น ที่รู้คำตอบ เรื่องย่อ ละครคู่ซ่า รสแซ่บ หลังจากเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ในรอบสิบปี โรงงานทำปลาร้าแปรรูป แม่ศรีไทยแลนด์ ต้องกลายเป็นโรงงานร้าง เนื่องจากตัวโรงงาน เครื่องจักรในการผลิต ตลอดจนวัตถุดิบฯลฯ อันเป็นส่วนประกอบสำคัญของโรงงานเสียหายจนไม่อาจนำกลับมาใช้งานได้ หายนะที่เกิดขึ้นครั้งนี้ทำให้ เรือนแก้ว(มณีนุช เสมรสุต) ผู้เป็นเจ้าของถึงกับล้มป่วยเข้าโรงพยาบาล เดือดร้อนถึง รสริน (พีชญา วัฒนามนตรี) ลูกสาวคนเดียว ที่ต้องรับภาระในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับโรงงาน รวมทั้งฟื้นฟูสภาพจิตใจมารดา ทั้งที่ความจริงแล้ว รสรินเองก็น้ำตาตกในไม่ต่างจากเรือนแก้วเท่าไรนัก โชคดีที่สองแม่ลูกยังมี สายบัว(ศิรินุช เพ็ชรอุไร) พี่สาวคนเดียวของเรือนแก้วคอยเตือนสติให้กำลังใจ กระทั่งเรือนแก้วมีอาการดีขึ้น หลังออกจากโรงพยาบาล เรือนแก้ว สายบัว และรสริน เริ่มต้นปรึกษาหาทางออกให้กับธุรกิจของครอบครัว ที่เวลานี้ แทบมองไม่เห็นหนทางในการฟื้นฟูกิจการให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้เนื่องจากขาดเงินทุนหมุนเวียน รสรินบอกให้แม่ไปยืมเงินจากญาติทางพ่อซึ่งมีฐานะเข้าขั้นเศรษฐี แต่เรือนแก้วรู้อยู่แก่ใจดีว่าญาติของ อรรณพ ไม่เคยยอมรับเธอในฐานะสะใภ้ และหลังจากอรรณพจบชีวิตลงด้วยโรคร้าย สองแม่ลูกจึงกลายเป็นคนอื่น แม้แต่นามสกุล เรือนแก้วกับลูกสาวยังต้องเปลี่ยนมาใช้นามสกุล เนินสูงชัน ตามเดิม เรือนแก้วนึกได้ว่า อรรณพมีเพื่อนรักอยู่คนหนึ่งชื่อ ศักดิ์สกุล(ทูน หิรัญทรัพย์) ประสบความสำเร็จร่ำรวยจากการทำธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ เขาได้ให้นามบัตรไว้กับเรือนแก้วพร้อมกับย้ำว่า หากเธอมีเรื่องเดือดร้อนให้ติดต่อเขาได้ทุกเวลา เรือนแก้วจึงตัดสินใจโทรศัพท์เล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับโรงงานให้ศักดิ์สกุลฟัง พร้อมทั้งเอ่ยปากขอกู้เงินจำนวนหนึ่งเพื่อนำมาปรับปรุงโรงงานและซื้อเครื่องจักร ศักดิ์สกุลรีบเดินทางมาพบเรือนแก้วกับรสริน พร้อมนำเช็คเงินสดสามสิบล้านบาทมามอบให้สองแม่ลูก โดยไม่มีสัญญาเงินกู้ เรือนแก้วกับรสรินจึงลังเลที่จะรับความช่วยเหลือ ละครคู่ซ่า รสแซ่บ เมื่อสองแม่ลูกถามความเห็นของสายบัว ซึ่งเป็นคนมองโลกในแง่ร้ายอยู่แล้ว ก็ได้รับคำตอบว่า ขืนรับความช่วยเหลือครั้งนี้ ดีไม่ดี โรงงานแม่ศรีไทยแลนด์ อาจตกเป็นของศักดิ์สกุลในอนาคตก็เป็นได้ เรือนแก้วจำต้องปฏิเสธความช่วยเหลือจากศักดิ์สกุล ศักดิ์สกุลดูเหมือนจะรู้เท่าทันความคิดของสามสาวตระกูลเนินสูงชัน เขาจึงขอคุยกับเรือนแก้วเป็นการส่วนตัว ศักดิ์สกุลจึงเล่าถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างเขากับอรรณพที่ผ่านมาให้เรือนแก้วฟัง ก่อนจะตบท้ายด้วยการเล่าถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ศักดิ์สกุลไม่ต้องการให้ กรพงศ์(ศุกลวัฒน์ คณารศ) ลูกชายคนโตแต่งงานกับ อรอาภา(ธัญกันต์ ธนกิตต์ธนานนท์) ลูกสาวคนเดียวของ รัฐมนตรีวีระ(กฤตย์ อัทธเสรี) นอกจากนั้นเขายังต้องการดัดนิสัย เจ้าชู้ เอาแต่ใจของลูกชาย ที่วันๆ ไม่ยอมทำงานทำการ เวลานี้เขามองไม่เห็นใครที่มีความสามารถมากพอที่จะช่วยลูกชายให้รอดพ้นจากเงื้อมือของอรอาภาได้ นอกจาก รสริน เพียงคนเดียวเท่านั้นและเขาเชื่อว่าผู้หญิงอย่างรสรินนี่ละที่จะปราบพยศลูกชายได้ ถ้าเรือนแก้วคิดจะตอบแทนความช่วยเหลือของเขา ก็ต้องยอมให้รสรินแต่งงานจดทะเบียนกับกรพงศ์ซึ่งจะทำกันแต่เพียงในนามเท่านั้น หลังจากเรือนแก้วนำเงินมาใช้คืนรสรินก็จะเป็นอิสระทันที เรือนแก้วจึงเรียกรสรินมาพูดคุยถึงข้อเสนอของศักดิ์สกุล รสรินตอบ ปฎิเสธทันทีโดยไม่ต้องคิดให้เสียเวลา เรือนแก้วจนใจไม่รู้จะหาเหตุผลใดมาจูงใจลูกสาวให้ร่วมมือกับภารกิจครั้งนี้ สายบัวซึ่งนั่งฟังเรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบจึงเป็นคนชี้หนทางสว่างให้หลานสาว ด้วยการอ้างถึงความเดือดร้อนของคนงานหลายสิบชีวิตที่ต้องตกงาน ละครคู่ซ่า รสแซ่บ หลังจากรับฟังเหตุผลยาวเหยียดจากป้าสายบัวในที่สุดรสรินจึงตอบตกลงรับข้อเสนอของศักดิ์สกุล ศักดิ์สกุลที่พอรู้ข่าวก็วางแผน ปรึกษากับ พิมพ์เพทาย(ณัฐชา นวลแจ่ม) ลูกสาวคนเล็กของเขา ที่ไม่ต้องการให้พี่ชายตกเป็นเหยื่อนางแบบสาวที่สวยแต่รูปอย่างอรอาภา และหลังจากสองพ่อลูกคิดแผนการเพื่อรับมือกรพงศ์กับ ดวงกมล(เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์)ได้แล้ว ศักดิ์สกุลจึงเริ่มดำเนินการตามแผนทันที กรพงศ์ถึงกับร้องลั่นเมื่อศักดิ์สกุลบอกเรื่องที่เขาต้องแต่งกับลูกสาวเจ้าของโรงงานทำปลาร้า ไม่ว่าหัวเด็ดตีนขาดยังไง เขาก็ไม่อยมทำตามคำสั่งของพ่อเป็นอันขาด ศักดิ์สกุลจึงยื่นคำขาดว่า จะยกเลิกบัตรเครดิตทุกใบที่กรพงศ์ครอบครอง รวมทั้งเงินได้รายเดือนที่ไม่รับ เมื่อได้ฟังคำพูดของบิดาชายหนุ่มถึงกับคอตก สุดท้ายจึงยอมรับข้อเสนอนั้นแต่โดยดี หลังจากนั้นกรพงศ์และอรอาภาได้มาแอบดูหน้าว่าที่เจ้าสาวก่อนที่บ้านเกิดรสริน ก็เกิดตกใจเพราะเข้าใจผิดว่าจิ้งหรีด(ปรัชญานันท์ สุวรรณมณี)ลูกสาวคนงาน คือ รสริน ยิ่งสร้างความไม่พอใจให้กรพงศ์คิดจะล้มงานวิวาห์ให้ได้ ศักดิ์สกุลได้พากรพงศ์มาที่ขอนแก่นอีกครั้ง กรพงศ์จึงแอบหนีออกมาเที่ยวในเมือง ได้มาเจอกับรสรินซึ่งก็เกิดชอบในหน้าตา และนิสัยของหญิงสาว แต่รสรินไม่ยอมบอกความจริงว่าตัวเองเป็นใคร ทำให้กรพงศ์ยิ่งอยากค้นหาและสุดท้ายก็ตกหลุมรักเธอและอยากพาหนีไปอยู่ด้วยกัน ในระหว่างที่ทั้งคู่ไปเที่ยวที่ต่าง ๆ กรพงศ์มักจะพูดจาให้ร้ายว่าที่เจ้าสาวว่าเป็นคนไม่สวย หวังแต่จะเกาะครอบครัวตนกิน ทำให้รสรินคิดแผนดัดหลังจนกว่าจะถึงวันแต่งงาน ละครคู่ซ่า รสแซ่บ งานแต่งงานระหว่างกรพงศ์กับรสรินจึงเกิดขึ้นท่ามกลางความแปลกใจของแขกเหรื่อที่มาร่วมงาน และบรรดาหญิงสาวที่เคยควงคู่กับกรพงศ์มาก่อน มีเพียงอรอาภาคนเดียวเท่านั้นที่รู้ถึงความจำเป็นในการตัดสินใจแต่งงานกะทันหันของชายหนุ่มที่เธอหมายปองในครั้งนี้ เพราะก่อนหน้านั้นดวงกมลยังคงยืนยันว่าต้องการให้เธอเข้ามาเป็นสะใภ้ของศาสตราบุรินทร์เหมือนเดิม อรอาภาจึงขนบรรดาเหล่าเพื่อนนางแบบมาเฉิดฉายในงานแต่งของกรพงศ์กับรสริน และจัดการลักหาตัวจิ้งหรีดที่นึกว่าเป็นรสรินไปทำให้เสียโฉมเพิ่มความอับอายหวังล้มงานวิวาห์ แต่สุดท้ายเมื่อทุกคนมาเห็นรสรินตัวจริง กรพงศ์เกิดอาการตะลึงและโมโหที่ตัวเองโดนหลอก อรอาภารู้สึกเสียหน้าที่เห็นหน้ารสรินที่ทั้งสวย หุ่นดี บุคลิกกลักษณะไม่มีเค้าบ้านนอกอย่างที่เธอวาดไว้ อรอาภาต่อว่ากรพงศ์ที่หลอกเธอเรื่องรสริน เพราะอรอาภารู้ดีว่า ถึงกรพงศ์ไม่เต็มใจแต่งงาน แต่พ่อปลาไหลจอมเจ้าชู้อย่างเขามีหรือจะไม่เนื้อเต้นที่ได้แต่งงานกับสาวสวยหุ่นดี ถึงจะเป็นทายาทโรงงานปลาร้า กรพงศ์ยังคงยืนยันหนักแน่นว่าเขากับรสรินแต่งงานกันเพียงในนามเท่านั้น แถมยังหยอดคำหวานว่าทันทีที่เขาหย่าขาดกับรสริน เขาจะรีบแต่งงานกับอาอาภากันที ชายหนุ่มทั้งแค้นและอยากเอาคืนรสริน ซึ่งเหตุการณ์ทุกอย่างล้วนตกอยู่ในสายตาของรสรินที่เริ่มเก็บข้อมูลเกี่ยวกับตัวเขา เพื่อจะได้วางแผนรับมือกับการทำหน้าที่ภรรยาพ่อปลาไหล และลูกสะใภ้ตระกูลศาสตราบุรินทร์ในครั้งนี้ ละครคู่ซ่า รสแซ่บ ข่าวการแต่งงานของรสรินสร้างความเสียใจให้กับ พลวัฒน์ (ธนากร ศรีบรรจง) เพื่อนชายคนสนิทที่แอบหลงรักรสรินมานาน แต่เธอก็ยืนยันว่าเธอรู้สึกกับเขาแค่เพื่อนเท่านั้น และเธอรู้ดีว่า นวลพรรณ (วรางคนาง วุฑฒยากร) เพื่อนรักของเธอรู้สึกอย่างไรกับพลวัฒน์ เมื่อรสรินแต่งงานกับกรพงศ์แล้ว เธอคิดว่าอีกไม่นานพลวัฒน์คงตัดใจจากเธอได้ แต่ทั้งนี้ ต้องขึ้นอยู่กับความสามารถของนวลพรรณด้วยเช่นกันหลังจากรสรินก้าวเข้ามาเป็นสะใภ้ของศาสตราบุรินทร์ หญิงสาวต้องย้ายจากต่างจังหวัดมาอยู่ในบ้านศักดิ์สกุลที่กรุงเทพฯ พร้อมกับเริ่มต้นศึกษาธุรกิจบ้านจัดสรรที่ศักดิ์สกุลเพิ่งเริ่มดำเนินโครงการได้เพียงไม่นาน พร้อมๆ กับการทำหน้าที่ภรรยาของกรพงศ์ ด้วยการประกาศตัวกับสาวๆ ทุกคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับสามีตามกฏหมาย นอกจากนั้นเธอต้องดึงชายหนุ่มเข้ามาทำงานที่บริษัท กรพงศ์ต่อต้านทุกอย่างที่รสรินสั่งให้เขาทำ ก่อนแต่งงานเคยทำตัวอย่างไร เขาก็ทำอย่างนั้น รสรินเริ่มถอดใจในการทำหน้าที่ภรรยาของกรพงศ์ เธอคิดจะกลับบ้านไปช่วยเรือนแก้วบริหารโรงงาน ละครคู่ซ่า รสแซ่บ เมื่อใช้หนี้หมดแล้วเธอค่อยหย่าขาดจากชายหนุ่ม เวลานี้นอกจากจิ้งหรีดที่เรือนแก้วส่งให้มาอยู่เป็นเพื่อนเธอแล้ว เธอก็แทบไม่มีใครที่สามารถพูดคุยปรับทุกข์ด้วยได้ ขณะที่รสรินเกิดความท้อแท้ โรงงานแม่ศรีไทยแลนด์ก็เริ่มกลับเข้าสู้ภาวะปกติ ยอดสั่งซื้อสินค้าจากบริษัทคู่ค้ามีจำนวนเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ส่งผลให้บริษัทมีกำไรเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว ตรงกันข้ามกับโครงการบ้านจัดสรรของศักดิ์สกุบที่เริ่มประสบปัญหา เนื่องจากถูกมือดีปล่อยข่าวเรื่องการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน กระทั่งทางเขตได้ส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ แม้ผลการตรวจสอบจะเป็นไปด้วยดี แต่ข่าวที่ออกไป กลับส่งผลกระทบต่อยอดสั่งจอง รสรินรับรู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับโครงการบ้านจัดสรร เธอจึงโทรไปปรึกษากับนวลพรรณหญิงสาวแนะนำให้รสรินไปขอความช่วยเหลือจากพลวัฒน์ ที่เวลานี้ทำงานอยู่สำนักพิมพ์บ้านแสนสุขซึ่งจัดพิมพ์นิตยสารเกี่ยวกับการตกแต่งบ้าน รสรินตอบตกลงทันทีเพื่อพลิกวิกฤตที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ให้เป็นประโยชน์กับบริษัท ละครคู่ซ่า รสแซ่บ รสรินจึงเริ่มต้นภารกิจกอบกู้ชื่อเสียงของบริษัท เมื่อเหตุการณ์ภายในบริษัทเริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดี รสรินได้รับการยอมรับจากศักดิ์สกุลมากขึ้น ถึงขนาดต้องการให้หญิงสาวกับลูกชายมีความสัมพันธ์กันอย่างจริงจัง แต่อรอาภายังคงเกาะติดกรพงศ์ รสรินเริ่มลุกขึ้นมาตอบโต้ กรพงศ์เริ่มเห็นใจ รสริน เพราะนอกจากหญิงสาวจะต้องเป็นฝ่ายรับมือดวงกมลกับอรอาภาแล้ว เธอยังต้องช่วยทำงานในบริษัท ไหนจะต้องคอยดูแลปรนนิบัติเขาในฐานะภรรยา ทั้งเรื่องอาหารการกิน เสื้อผ้า จะยกเว้นเพียงเรื่องเดียวคือเรื่องบนเตียง กรพงศ์ไม่รู้เลยว่า ทุกเรื่องที่รสรินทำให้เขานั้น นอกเหนือจากต้องการตอบแทนบุญคุณของศักดิ์สกุลแล้ว ยังมีอีกเหตุผลหนึ่งที่รสรินเก็บไว้ในใจก็คือ เธอต้องการเอาชนะกรพงศ์ให้หันมาสนใจเธอ จากที่เคยตั้งแง่รังเกียจรสริน กรพงศ์เริ่มมีความรู้สึกดีๆ ให้หญิงสาว เขาพยายามหัดกินอาหารที่มีส่วนผสมของปลาร้าที่หญิงสาวทำขึ้นโต๊ะ นากจากนั้นกรพงศ์ยังหันมาศึกษาธุรกิจของครอบครัว เขาเริ่มเข้าไปทำงานในบริษัท พฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของชายหนุ่มสร้างความแปลกใจให้กับทุกคนในครอบครัวอานนท์น้องชายสุดหล่อของรสรินเรียนจบกับมาจากเมืองนอก รสรินเข้าใจว่าน้องชายไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้น เพราะเธอสั่งไม่ให้ใครบอกน้องกลัวน้องจะเรียนไม่จบ แต่สายบัวกลับส่งข่าวบอกเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับรสรินทั้งหมดให้อานนท์ทราบ ทำให้อานนท์ไม่พอใจครอบครัวของกรพงศ์ และอานนท์ก็เอาความผิดทั้งหมดที่เกิดขึ้นไปโยนให้กับพิมพ์เพทายน้องสาวของกรพงศ์นั่นเอง ละครคู่ซ่า รสแซ่บ รสรินเริ่มเห็นตัวตนอีกด้านของกรพงศ์ ที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรับผิดชอบ ความมีน้ำใจ ฯลฯ ซึ่งแต่ละเรื่องล้วนเป็นสิ่งที่สร้างความรู้สึกดีให้กับเธอ แต่หญิงสาวพยายามหักห้ามใจตัวเองไม่ให้คิดเกินเลยกับชายหนุ่ม เพราะรู้ดีว่าหลังจากเรือนแก้วนำเงินมาคืนศักดิ์สกุลครบตามจำนวนที่ยืมไปเสร็จเรียบร้อย เธอก็ต้องหย่าขาดจากกรพงศ์อยู่ดี อานนท์แสดงความไม่พอใจบ้านศาสตราบุรินทร์ทั้งบ้านไม่เว้นแม้แต่ศักดิ์สกุลกับพิมพ์เพทาย จนถูกพิมพ์เพทายตอกหน้ากลับไป อานนท์ขอร้องให้รสรินเลิกกับกรพงศ์แล้วกลับบ้าน แต่รสรินปฏิเสธอ้างว่าต้องทำตามสัญญา ทางด้านแม่ศรีไทยแลนด์ กิจการโรงงานปลาร้าดีขึ้นตามลำดับ พอรู้ข่าวเรื่องศาสตราบุรินทร์ก็กระวนกระวาย อานนท์เห็นพิมพ์เพทายถูกโจมตีในเฟส ก็เริ่มสงสาร อดไม่ได้ที่จะเข้าไปสู้กับพวกเกรียนคีย์บอร์ด จนถูกเอาไปลือว่าเป็นผัวพิมพ์เพทาย แต่แล้วอรอาภาต้องพบกับความผิดหวัง เมื่อศักดิ์สกุลกับกรพงศ์ปฏิเสธการช่วยเหลือครั้งนี้อย่างไม่ใยดี แถมสองพ่อลูกยังบอกอีกว่า เหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้นครั้งนี้ เป็นเพราะแผนการชั่วร้ายของอรอาภา ละครคู่ซ่า รสแซ่บ เมื่อเหตุการณ์กลับตาลปัตร อรอาภาจึงเชิดหน้ากลับไปอย่างไม่เหลือเยื่อใย เพราะคิดว่าอีกไม่ช้ากรพงศ์กับครอบครัวจะต้องกลายเป็นคนสิ้นเนื้อประดาตัว ในขณะที่เธอได้เงินมาฟรีๆ ถึงสามสิบล้านบาท อานนท์คิดเข้าทางอรอาภาเพื่อหาวิธีเอา 30 ล้านมาคืน อรอาภาหลงคารมอานนท์จนยอมเลิกกับหนุ่มไฮโซคนใหม่ที่เพิ่งคบแล้วเผยไต๋เรื่องความลับต่างๆออกมาจนหมด อานนท์เอาหลักฐานอันนี้ไปบลัฟ รมต.วีระให้คืนเงิน 30 ล้าน พร้อมกับให้แก้ข่าวให้ศาสตราบุรินทร์ รมต.วีระจำใจทำตามทั้งที่ยังแค้น แต่ทำอะไรไม่ได้ พิมพ์เพทายขอบคุณและเผลอกอดเขา ทั้งคู่เริ่มรู้ใจตัวเองว่าเริ่มชอบกันแล้ว แต่ยังคงวางท่ากันอยู่ ขณะที่เหตุการณ์ภายในครอบครัวกำลังคลี่คลายไปในทางที่ดี กรพงศ์กลับกำลังรับรู้ถึงความสูญเสียที่กำลังจะเกิดขึ้น เพราะเขารู้ดีว่า ขณะนี้ครอบครัวเขาต่างหากที่มีหนี้สินติดค้างกับครอบครัวรสรินดังนั้น คงถึงเวลาที่เขาต้องหย่าขาดกับหญิงสาว ตามที่ศักดิ์สกุลได้บอกไว้ เพื่อไม่เป็นการเอาเปรียบหญิงสาว เขาจึงเป็นฝ่ายเอ่ยปากขอหย่ากับรสรินทันที รสรินเข้าใจว่ากรพงศ์ต้องการหย่าเพื่อกลับไปหาอรอาภา หญิงสาวจึงรีบทำตามความต้องการของชายหนุ่มทันที เมื่อต่างฝ่ายต่างเป็นอิสระแล้ว รสรินได้เข้าไปลาศักดิ์สกุล ดวงกมล พิมพ์เพทาย ก่อนออกเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัดทันที ละครคู่ซ่า รสแซ่บ ในวันที่รสรินเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัด พลวัฒน์ได้ขับรถมารับเธอที่บ้าน เมื่อกรพงศ์เห็นลักษณะท่าทางสนิทสนมที่สองหนุ่มสาวแสดงออกต่อกัน ทำให้เขาเริ่มตระหนักถึงความรู้สึกผูกพันที่มีต่อรสริน หลังจากวันที่หญิงสาวจากไปกรพงศ์เอาแต่เก็บตัวไม่พูดไม่จากับใครอาการซึมเศร้าของชายหนุ่มหาได้รอดพ้นจากสายตาคนในบ้าน เช่นเดียวกับรสริน หลังจากเป็นอิสระและกลับมาใช้ชีวิตที่บ้านเกิดตามเดิม หญิงสาวได้แต่ทุ่มเทให้กับการทำงานในโรงงานวันๆ แทบไม่พูดไม่จากับใคร เรือนแก้วกับสายบัวต่างเฝ้ามองพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นคนละคนของรสรินด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ เรือนแก้วจึงโทรศัพท์ไปเล่าเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงของลูกสาวให้ศักดิ์สกุลฟัง ถึงได้รู้ว่ากรพงศ์ก็มีอาการเดียวกับรสริน ทั้งสองฝ่ายจึงสรุปว่าสองหนุ่มสาวนั้นรักกัน และจำเป็นต้องขอความร่วมมือจากทุกคนที่เกี่ยวข้อง และแล้ว...แผนการพิสูจน์รักของกรพงศ์กับรสรินจึงเริ่มต้นขึ้น ในวันที่กรพงศ์ได้รับบัตรเชิญงานแต่งงานระหว่างพลวัฒน์กับรสริน ชายหนุ่มถึงกับพูดไม่ออก ศักดิ์สกุลกับดวงกมลเห็นอาการของลูกชายจึงรีบใส่ไฟว่า รสรินจำเป็นต้องแต่งงานกับพลวัฒน์เพื่อจะได้ลืมกรพงศ์ พร้อมทั้งกู้ชื่อเสียงของวงศ์ตระกูล เพราะไม่อยากเป็นแม่หม้ายตั้งแต่ยังสาว ละครคู่ซ่า รสแซ่บ กรพงศ์เริ่มคิดได้ว่า รสรินต้องมีใจให้เขาอย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นคงไม่รีบแต่งงานเพื่อจะได้ลืมเขาตามที่ศักดิ์สกุลกับดวงกมลบอก คิดได้อย่างนั้นแล้ว กรพงศ์จึงรีบขับรถมุ่งหน้าไปหารสรินเพื่อขัดขวางงานแต่งงานที่จะมีขึ้น เมื่อเดินทางไปถึงที่หมาย กรพงศ์รีบบุกขึ้นไปหารสรินถึงห้องนอนของหญิงสาว รสรินซึ่งกำลังแต่งตัวเพื่อเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้นวลพรรณ ถึงกับตกใจและแปลกใจ เมื่อกรพงศ์ตรงเข้ากอดเธอพร้อมทั้งสารภาพความรู้สึกที่มีต่อเธอ ก่อนจะขอร้องให้เธอยกเลิกงานแต่งงานกับพลวัฒน์และกลับไปเป็นภรรยาเขาตามเดิม ด้านอานนท์ก็อ้อมแอ้มขอจีบพิมพ์เพทาย พิมพ์เพทายขอดูความประพฤติก่อนว่าจะไม่เป็นอย่างพี่ชายเธอ อานนท์เลยบอกว่าจะพิสูจน์ให้ดู รสรินดีใจที่ได้ฟังคำสารภาพรักจากกรพงศ์ หญิงสาวตัดสินใจบอกความรู้สึกที่มีต่อชายหนุ่มพร้อมทั้งย้ำว่างานแต่งงานในวันนี้ เป็นงานแต่งของพลวัฒน์กับนวลพรรณ ส่วนเธอเป็นแค่เพื่อนเจ้าสาวให้นวลพรรณแค่นั้น กรพงศ์ได้ฟังจึงหยิบการ์ดที่มีชื่อของรสรินกับพลวัฒน์ให้รสรินดู เมื่อเห็นการ์ดงานแต่งงานนั้นแล้ว รสรินรู้ได้ทันทีว่าเป็นแผนการของเรือนแก้วกับศักดิ์สกุลอย่างแน่นอน หลังจากกรพงศ์ได้ปรับความเข้าใจกับรสรินเสร็จเรียบร้อย สองหนุ่มสาวจึงพากันออกมานอกห้องและได้พบว่าผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพร้อมทั้งคู่บ่าวสาวตัวจริงของงานได้ออกมายืนรอต้อนรับ ต่างพากันส่งเสียงโห่ร้องแสดงความยินดี ที่แม่ปลาร้ากับพ่อปลาไหลได้กลับมาคืนดีกันอีกครั้ง ด้วยความรักความเข้าใจที่มีให้กันตลอดไป... รายชื่อนักแสดง ละครคู่รักรสแซบ พีชญา วัฒนามนตรี รับบท รสริน เนินสูงชัน ศุกลวัฒน์ คณารศ รับบท กรพงศ์ อาทิตย์ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ รับบท อานนท์ ณัฐชา นวลแจ่มรับบท พิมพ์เพทาธนากร ศรีบรรจง รับบท พลวัฒน์ วรางคนาง วุฑฒยากร รับบท นวลพรรณ ธันยกันต์ ธนกิตต์ธนานนท์ รับบท อรอาภามณีนุช เสมรสุต รับบท เรือนแก้วทูน หิรัญทรัพย์ รับบท ศักดิ์สกุล ศาสตราบุรินทร์เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ รับบท ดวงกมล ศาสตราบุรินทร์ ละครคู่ซ่า รสแซ่บ ละครคู่ซ่า รสแซ่บ ละครคู่ซ่า รสแซ่บ ละครคู่ซ่า รสแซ่บ ละครคู่ซ่า รสแซ่บ ละครคู่ซ่า รสแซ่บ ละครคู่ซ่า รสแซ่บ

นักร้องตัวพ่อตัวแม่ ยี้ 'ทรัมป์' ประธานาธิบดีคนใหม่สุดตัว!!
Alicia Keys /  Ariana Grande / 

หลังจากผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐอเมริกาออกมาว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้แทนพรรครีพับลิกัน คว้าชัยจนก้าวสู่การเป็นประธานาธิบดีคนที่ 45 ก็ทำเอามีฟีดแบ็กออกมาอย่างมากมายทีเดียว เหล่านักร้องคนดังซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในกระบอกเสียงสำคัญที่กระจายความรู้สึกออกสู่ชาวโลกอย่างรวดเร็ว ก็ต่างออกมาแสดงทัศนะ โดยส่วนใหญ่ก็ไปในทิศทางที่ผิดหวังต่อ 'ประธานาธิบดีคนใหม่' ซะด้วย!... บรรดาตัวพ่อตัวแม่แห่งวงการเพลงเขารู้สึกยังไงกันบ้าง? ไปดู! Lady Gaga แสดงความผิดหวังอย่างมาก เธอทั้งช่วย ฮิลลารี่ หาเสียง, ร่วมลุ้นในช่วงตั้งแต่นับคะแนน แต่เมื่อผลออกมาเป็นที่น่าผิดหวัง มอนสเตอร์ตัวแม่ก็แสดงออกทั้งทางโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ก และยังออกไปประท้วงด้วยการถือป้าย love Trumps hate (ความรักชนะความชัง) ที่สื่อความหมายว่าเธออยากอยู่ในประเทศที่ความรักและความมีน้ำใจเอาชนะความเกลียดชัง ❤️🇺🇸I want to live in a #CountryOfKindness where #LoveTrumpsHate pic.twitter.com/Eni145YgW1 — #CountryOfKindness (@ladygaga) November 9, 2016 Kary Perry ปลุกระดมให้ทุกคนอย่ามัวแต่นิ่งเฉย 'อย่าให้ความน่าเกลียดน่าชังเหล่านี้มาครอบงำพวกเรา' และ 'จงสู้เพื่อความถูกต้อง' Do not sit still. Do not weep. MOVE. We are not a nation that will let HATE lead us. — KATY PERRY (@katyperry) November 9, 2016 Fight for what is RIGHT. — KATY PERRY (@katyperry) November 9, 2016 ยี้สุดตัวจนไม่อยากจะพิมพ์ชื่อ Cher เลยเลือกที่จะใช้อีโมติค่อนรูป 'ส้วม' และ 'อุจจาระ' แทนตัว โดนัลด์ ทรัมป์ เธอทวีตว่า นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปน่าสงสารลูกหลานซึ่งต้องอยู่ในโลกที่ไม่เหมือนเดิม world will never be the same. I feel Sad for the young.🚽will never be more than the toilet, I’ve used as a symbol 4 Him. U Can’t Polish 💩 — Cher (@cher) November 9, 2016 Walked out hotel & in2,NEW YORKERS‼️THEY WERE LOUD & PROUD‼️💖THAT AMERICANS HAVE RIGHT 2YELL HOW THEY FEEL‼️Hugged many..THEY HAVE SPIRIT — Cher (@cher) November 10, 2016 คุณแม่ก็มา! Madonna ใช้ช่องทางโซเชี่ยลของเธอบอกชาวอเมริกันว่า อย่ายอมแพ้ และ อย่าเพิ่งหมดหวัง A New Fire Is Lit 🔥 We Never Give Up. 🔥We Never Give In' 🇺🇸 pic.twitter.com/CM4PAnR1nj — Madonna (@Madonna) November 9, 2016 Do Not Lose Hope! 🙏🏻 We will Rise Up! We will Shatter that Glass Ceiling. Do Not Give into Fear. ❤️ The Revolution...https://t.co/Sxhunvf1g2 pic.twitter.com/vLjHzUVreK — Madonna (@Madonna) November 9, 2016 หลังจากรู้ผลการเลือกตั้ง Ariana Grande ถึงกับร้องไห้ข้ามวันข้ามคืน แต่นักร้องสาวก็เผยว่า ในอนาคตคนรุ่นใหม่จะออกไปโหวตและทำให้ผลเลือกตั้งออกมาไม่น่าผิดหวังแบบนี้ although i’ve been crying all night and morning…… It restores my hope a little bit that this is what our generation's vote looked like. it says to me that better times are coming….. we just have to stick together right now. let's please be active and vocal every day toward making each other feel accepted and loved for our differences. not just on election day. please. it’s the only way we will be able to get through what could possibly be a very dark few years. If you are feeling how I am feeling right now, please know I am holding your hand from afar and I love you. ♡ A photo posted by Ariana Grande (@arianagrande) on Nov 9, 2016 at 12:45pm PST นักร้องเสียงดี John Legend เจ้าของเพลง All of Me ทวีตว่า "ผมรู้สึกเหมือนอเมริกาได้ส่งเช็คกวดวิชาให้กับมหาวิทยาลัยทรัมป์ยังงั้นแหละ" มีความประชด! I feel like America just sent in our tuition check for Trump University. — John Legend (@johnlegend) November 9, 2016 Alicia Keys ส่งคลิปวีดิโอเรียกร้องให้ทุกคนตื่นตัวกันได้แล้ว และตั้งคำถามว่า 'นี่พวกเราอยากอยู่ในโลกแบบไหนกันเหรอ สำหรับฉัน ฉันเลือกโลกแห่งความรัก' It is time to be awake. It is time to be here for all of us. What world do we want to live in? I choose one of love. pic.twitter.com/Kxvqyy7y2T — Alicia Keys (@aliciakeys) November 9, 2016 นักร้องนักแต่งเพลง Lily Allen ทวีตข้อความไว้เพียบ แต่ที่เจ็บจี๊ดก็คือ "เรียนรู้รัสเซียไว้เลย" และ "แคนาดาควรจะสร้างกำแพงกั้นเอาไว้นะ" ซึ่งสื่อว่าพลเมืองอเมริกาจำนวนมากกำลังอยากจะอพยพออกนอกประเทศไปอยู่แคนาดา *learns russian* — lily allen (@lilyallen) November 9, 2016 Canada need to think about building a wall rn. — lily allen (@lilyallen) November 9, 2016 มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com