บังยี

สำคัญ! ช้างศึกลุ้นเข้ารอบก่อนเตะ หากจอร์เเดนชนะบังคลาเทศ
จอร์เเดน /  ช้างศึก / 

ปัจจัยเดิม! ไทยลุ้นเข้ารอบ 12 ทีมสุดท้ายก่อนเเข่ง อิรัก หากผลการเเข่งขัน กลุ่มบี ที่เตะก่อนจบลงด้วยชัยชนะของ จอร์เเดน เหนือ บังคลาเทศ สำหรับโอกาสในการเข้ารอบ 12 สุดท้ายศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โดยทัพ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ถือว่ามีโอกาสสูงเเต่สิ่งที่ยังไม่การันตีว่าทัพ “ช้างศึกไทย” ได้ผ่านเข้ารอบ 12 ทีมสุดท้ายเเบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ก็คือ ไทยยังต้องมีคะเเนนให้ดีกว่าอันดับ 2 อีก 4 กลุ่มคือ ( A, B, E และ H) ซึ่งหากทำได้จะทำให้ทีมชาติไทยผ่านเข้ารอบเเบบร้อยเปอร์เซ็นต์ทันที โดยมีเงื่อนไข ดังนี้ - เเค่ไทยเสมอกับอิรัก ก็จะเข้ารอบร้อยเปอร์เซ็นต์ทันที โดยไม่ต้องลุ้นผลสายอื่น 
- หากแพ้ วันที่ 29 มี.ค.59 มาลุ้นกันต่อให้ อิรัก ไม่ชนะ เวียดนาม จะทำให้ทีมชาติไทยเป็นแชมป์กลุ่มเช่นกัน ลุ้นผลสายอื่น เพื่อเป็นอันดับสองที่ดีที่สุดจาก 8 สาย - วันที่ 24 มี.ค.59 สาย เอ ยูเออี ไม่ชนะ ปาเลสไตน์ - วันที่ 24 มี.ค.59 สาย เอ ซาอุฯ ไม่ชนะ มาเลเซีย - วันที่ 29 มี.ค.59 สาย เอ ยูเออี ไม่ชนะ ซาอุฯ - วันที่ 24 มี.ค.59 สาย บี จอร์แดน ชนะ บังคลาเทศ 
- วันที่ 24 มี.ค.59 สาย อี ญี่ปุ่น ไม่ชนะ อัฟกานิสถาน - วันที่ 24 มี.ค.59 สาย อี ซีเรีย ไม่ชนะ กัมพูชา 
- วันที่ 29 มี.ค.59 สาย อี ญี่ปุ่น ไม่แพ้ ซีเรีย 
- วันที่ 24 มี.ค.59 สาย เอช อุซเบกิสถาน แพ้ ฟิลิปปินส์ 
- วันที่ 29 มี.ค.59 สาย เอช อุซเบกิสถาน แพ้ บาห์เรน 
- วันที่ 29 มี.ค.59 สาย เอช ฟิลิปปินส์ ไม่แพ้ เกาหลีเหนือ - วันที่ 29 มี.ค.59 สาย เอช ฟิลิปปินส์ แพ้ เกาหลีเหนือ ต้องไม่เกิน 2 ประตู เช่นเดียวกัย อิรัก ชนะ ไทย ต้องไม่เกิน 3 ประตู *เเต่เงื่อนไขที่ง่ายสุดคือผลใน “กลุ่ม บี” คู่ระหว่างทีมชาติจอร์เเดน เปิดบ้านพบ ทีมบังคลาเทศ ซึ่งคู่นี้จะลงทำการเเข่งขัน 24 มี.ค.เช่นกัน เวลา 19.30 น. ก่อนคู่ระหว่าง อิรัก กับ ไทย หากว่าผลการเเข่งขันเป็น (จอร์เเดน ชนะ บังคลาเทศ) จะทำให้ ทีมชาติไทย ตี๋ตั๋วเข้าสู่รอบ 12 ทีมสุดท้ายทันที

เผยภาพ Concept สกู๊ตเตอร์สายพันธุ์ใหม่จาก Honda
Big Scooter /  Honda / 

Honda เผยภาพรถ Big Scooter ขาลุยสายพันธุ์ใหม่ Honda City Adventure ซึ่งเป็นรถ Big Scooter แนว Adventure ที่เปิดเผยภาพ Concept ให้เห็นครั้งแรกที่งาน EICMA เมื่อปี 2015 ที่ผ่านมา    จากการรายงานของแหล่งข่าวจากต่างประเทศรายงานว่า ทาง Honda ได้เปิดเผยให้เห็นภาพ สิทธิบัตรของ Honda City Adventure แล้ว และใช้ชื่อรุ่นว่า Honda X-ADV ที่จะมาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 745 ซีซี. 2 สูบ มีกำลัง 52 แรงม้า มีชิวด์บังลมหน้าขนาดใหญ่ และล้อ X-ADV จะใช้ล้อแบบซี่ลวดทั้งหน้า - หลังที่มีขนาดใหญ่พร้อมจะลุยไปในพื้นผิวถนนทุกรูปแบบ     มีรายงานเพิ่มเติมมาอีกว่า Honda X-ADV ตัวต้นแบบนั้นได้มีการทดสอบออกวิ่งจริงแล้ว จากวิดีโอที่วิดีโอที่เผยแพร่โดยเว็บไซต์อิตาเลี่ยน Omnimoto โดยทาง Honda นั้นพยายามจะบิดบังตัวรถด้วยการ wrap รถเป็นลายพรางทั้งคัน แต่ก็ไม่อาจหลุดลอดจากสายตาของนักข่าวของทางเว็บไซต์ไปได้ และก็คงจะมีข่าวออกมาให้เราได้ติดตามเรื่อยๆอย่างแน่นอน ส่วนการจัดจำหน่ายนั้นคาดว่าน่าจะออกในปี 2017 ใครที่อยากได้รถมอเตอร์ไซต์ขับขี่สบายแต่มีความ Adventure ในรูปแบบรถ off-road นั้นเก็บเงินรอได้เลยครับ ขอบคุณ Motorcycle , omnimoto

ความมั่นใจมาเต็ม!น้องเมย์ประกาศกร้าวขอยึดเบอร์หนึ่งของโลก
น้องเมย์ /  รัชนก อินทนนท์ / 

“น้องเมย์” รัชนก อินทนนท์ ที่เพิ่งคว้าแชมป์แบดมินตันซูเปอร์ ซีรีส์ สองรายการติดต่อกันในสองสัปดาห์ประกาศกร้าวขอยึดตำแหน่งมือวางอันดับที่ 1 ของโลกหลังจากที่เพิ่งเอาชนะ หวัง ยีฮาน ที่แพ้มาตลอด 12 นัดก่อนหน้านี้ในรอบรองชนะเลิศ และเอาชนะ ไท้ ซื่อหยิง ไปได้แบบสบายๆในนัดชิงชนะเลิศ ทำให้คว้าแชมป์ มาเลเซีย โอเพ่น เป็นแชมป์ระดับ ซูเปอร์ ซีรีส์ ติดต่อกันหลังจากที่เพิ่งเอาชนะ หลี่ เสี่ยว เร่ย มาในศึกอินเดียโอเพ่น เมื่อสัปดาห์ก่อน ได้เปิดใจกับ เว็บไซด์ของสหพันธ์แบดมินตันนานาชาติ (BWF) ว่า "เวลานี้รู้สึกว่า พร้อมจะขึ้นไปยึดมือ 1 ของโลกแล้ว"

เที่ยว Kawaguchiko ชมฟูจิ, เจดีย์แดง, กระเช้า kachi kachi Rope way และอื่นๆ ใน 2 วัน
ทะเลสาปคาวากูชิโกะ /  ฟุจิ / 

เพิ่งกลับมาจากญี่ปุ่น หลังจากที่ใช้เวลาไปเที่ยวช่วงสงกรานต์ 2559 ที่ผ่านมา ในระยะเวลา 9 วัน ซึ่งเป็นทริปญี่ปุ่นครั้งที่ 2 แล้ว คราวก่อนไปไม่เห็นฟูจิเลย คราวนี้เลยแก้ตัว และก็ไม่พลาดที่จะมารีวิว แผนการเดินทาง ตั้งแต่เริ่มเดินทาง จากสนามบินนาริตะ ไปจนถึง Kawaguchiko เลยครับ เอาแบบว่า เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ไม่ต้องกลัวหลง พร้อมแนะนำ โรงแรม ที่พัก และสถานที่ท่องเที่ยว ที่ไปทะเลสาปคาวาแล้ว ไม่ควรพลาดครับ ติดตามได้เลย ซึ่งคราวนี้ จะพาไปชมทั้ง ทะเลสาป Kawaguchiko, เจดีย์แดง 5 ชั้น (Chureito Pagoda), กระเช้าคาชิคาชิ (Kachi Kachi Ropeway), สถานีรถไฟ Kawaguchiko และอื่นๆ ตามสมควรครับ เริ่มต้นเดินทางจากสนามบิน นาริตะ - ชินจูกุ (Narita Airport --> Shunjuku) (วันแรก เราจะเดินทางจากนาริตะไปลงชินจูกุ แล้วต่อรถบัสจากชินจูกุ ไปลงคาวากูชิโกะ) วันที่ 1 (8/4/2559) ในทริปนี้ เราเดินทางเข้าเมืองโดย Airport Limousine Bus ซึ่งจะบอกว่า สะดวก สบายดีเป็นอย่างมาก สำหรับคนที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นหลายๆ คน มีคนแก่และเด็ก ที่สำคัญ ถ้ามีกระเป๋าใบใหญ่หรือหลายใบ  เพราะการขึ้นรถไฟ ไม่ว่าจะเป็น NEX (Narita Express) หรือ จะสายอื่นๆ อย่าง Keisei Skyliner, Limited Express เราก็ต้องลากกระเป๋าขึ้นรถไฟเอง ส่วน Airport Limousine Bus เราแค่ไปรอขึ้นรถ กระเป๋าเดินทาง จะมีคนยกขึ้นยกลงให้เอง สบายๆ ครับ ไม่ต้องลากกระเป๋าเองให้เมื่่อยครับ (ราคา 3,100 เยน/คน ถ้าซื้อแบบ Package คู่กับ Subway เพื่อใช้กับรถไฟใต้ดิน ราคาอยู่ที่ 3,400 เยน คุ้มมากๆ ครับ) สำหรับการซื้อตั๋ว ก็ไม่ยาก หลังจากผ่าน ตม. เดินออกมาก็จะเจอ เคาเตอร์ Airport Limousine Bus แล้วครับ Limousine & Subway Pass ราคา 3400 เยน ซื้อที่เคาเตอร์ทางออกจากสนามบิน นาริตะ บัตร Subway เก็บไว้ใช้ได้ในโตเกียวทุกเส้นทางครับในเวลา 24 ชม. เริ่มคิดเมื่อใช้ครั้งแรก ที่ช่องเสียบตั๋วทางเข้า Subway เลย สะดวกดีมากๆ เวลาซื้อตั๋ว Limousine จะได้มาพร้อมกัน เก็บไว้ใช้ได้เลย คุ้มมากครับ ทั้ง Oeido Line, Ginza Line, Shibuya Line ได้หมดเลย ขึ้นลงกี่ครั้งก็ได้ ภายในรถบัส เที่ยว 9.xx น.  (ผมนั่ง AirAsia Flight 23.45 น. ถึงญี่ปุ่น ราวๆ 8.xx น. ครับ) คนไม่มาก นั่งหลับเข้าชินจูกุแบบสบายๆ ใช้เวลา ราว 70 นาที ถึงสถานีชินจูกุ West Exit รับกระเป๋า แล้ว เราจะลากกระเป๋า ไปต่อรถที่สถานีรถบัสไป Kawaguchiko แห่งใหม่ ซึ่งปัจจุบันนี้ ได้ย้ายไปที่ฝั่งตรงข้าม South Exit ของสถานทีชินจูกุแล้วครับ   ทางขวามือ คือตึก Highway Bus Terminal แห่งใหม่ สถานีรถบัส (Highway Bus Terminal) แห่งใหม่ จะอยู่ตรงข้ามประตู South Exit หรือทาง Lumine 2 ที่เห็นในภาพนี้ทางขวามือ โดยจะอยู่ชั้น 4 (สังเกต NEWoMAN) ขึ้นลิฟท์ หรือ บันไดเลื่อนแล้วเดินไปทางที่เป็นตึกสูงๆ นั่นแหละ จะเป็น Ticket Office ของ Highway Bus ถือว่าเป็นท่ารถบัสของทุกๆ คันเลยนะครับ เคาเตอร์จำหน่ายบัตร ใน Ticket Office ของ Highway Bus Terminal แห่งใหม่ หลัง จากเข้าไปในสถานีแล้ว ก็ไปซื้อตั๋วที่นี่เลยครับ หรือถ้าใครจองออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์มาก่อน ก็เอาใบที่เราปริ้นท์จากเว็บ ไปยื่นจ่ายเงินที่นี่ได้เช่นกัน (ปกติจะเป็นเคาท์เตอร์ 4-8 นะครับ แต่อาจจะเปลี่ยนแปลงได้) สำหรับใครที่ต้องการจองออนไลน์ก่อน เข้าไปจองได้ที่นี่ >> Highway bus to Kawaguchiko ภาพภายในสถานีรถบัสแห่งใหม่ (Highway Bus Terminal) ภาพภายในบัสที่ไป คาวากุชิโกะ ครับ จาก นั้นก็ออกเดินทางจากสถานีชินจูกุ (Shinjuku Station) เพื่อไป คาวากูชิโกะ (Kawaguchiko) เป้าหมายของเรา บนรถบัส สามารถซื้ออาหารมาทานได้นะครับ แต่ห้ามคุยโทรศัพท์, ห้ามเสียงดังรบกวนคนอื่น ภาพภายในบริเวณสวนสนุก ฟูจิคิว (Fuji Q Highland) หลังจากรถบัสวิ่งมาได้ราวๆ 1 ชั่วโมง จุดแรกที่จอดใน Kawaguchiko ก็คือ Fuji Q Highland หรือสวนสนุก ฟูจิคิว ไฮแลนด์นั่นเอง แต่ทริปนี้ผมไม่ได้เล่นนะครับ มันเสียววว ฮ่าๆ ภาพสถานี Kawaguchiko Station ในวันที่มองเห็นภูเขาไฟฟูจิเต็มๆ ตา (ภาพนี้ผมถ่ายวันที่ 2 นะครับ วันแรกที่ไป ฟ้าครึ้มมองไม่เห็นฟูจิเลย) และสถานีปลายทางคือ Kawaguchiko Station ครับ พอลงจากรถบัส สิ่งแรกที่ทำก็คือ ติดต่อ Tourist Information เพื่อให้เขาติดต่อไปที่โรงแรม ให้รถของโรงแรมมารับครับ ง่ายๆ เพียงแค่จดเบอร์ให้เขา บอกว่าโรงแรมอะไร เราชื่ออะไร แล้วเขาก็จะบอกว่าให้ออกไปรอรถได้เลย ทางขวาของสถานี (เป็นจุดที่รถโรงแรมทุกที่จะมาจอดรับบริเวณนี้ ขึ้นให้ถูกคันก็ไปถึงโรงแรมแน่นอนครับ) หน้า โรงแรม Hotel New Century ในวันที่ฟ้าครึ้มๆ พักที่นี่ถ้าเป็นได้ ควรจองตึก B นะครับ จะใหม่กว่า และที่สำคัญ ระเบียงจะไม่มีผนังกั้น นอนมองฟูจิได้เต็มๆ ตากว่าตึก A ถึงแล้วโรงแรมที่เราจะพัก เป็นเวลา 2 คืน ที่นี่ Hotel New Century เป็นโรงแรมที่บรรยากาศใช้ได้ และที่สำคัญ มีต้นซากุระอยู่หน้าโรงแรม เพียงต้นเดียวที่กำลังบานในตอนนี้ (หลายๆ ต้นในละแวกนี้ ยังตูมๆ) ดังนั้น ต้นซากุระต้นนี้ถือว่าเป็นจุด Land mark ให้คนมาถ่ายรูปคู่กับภูเขาไฟฟูจิกันมากมาย (ไว้จะรีวิวโรงแรมอีกรอบนะครับ) เรามาถึงโรงแรมราวๆ บ่าย 3 โมงกว่าๆ และจอง Deluxe Dinner เอาไว้ 6.00 น. หลังจากเช็คอินแล้ว ก็มีเวลาเดินเล่นรอบๆ ทะเลสาปอีก ราวๆ 2 ชั่วโมงกว่า จุดนี้ มองจากหน้าต่าง ระเบียง ชั้น 2 ของโรงแรมโฮเทลนีวเซ็นจูรี่ จริงๆ แล้ว ต้องเห็นภูเขาไฟฟูจิแล้วนะครับ แต่วันนี้อากาศไม่ดี มีเมฆมาบัง มองไม่เห็น (ฝากไว้ก่อน พรุ่งนี้เช้าเจอกันแน่คุณฟูจิ) เดิน ชมทะเลสาป แบบฟ้าครึ้มๆ ตลอด แต่แปลกดี ฝนไม่ตกเลย อากาศเย็นสบาย เราก็เลยออกเดินไปเรื่อยๆ ย้อนไปทางที่รถมาส่งเรา มองๆ ดูก็ไม่ไกลมาก ก็เลยลองเดินดูวิว บรรยากาศแบบครึ้มๆ ไปเรื่อยๆ เดิน ลัดเลาะทะเลสาปไปเรื่อยๆ ห๊ะ นี่มันกระเช้านี่หว่า ก็แสดงว่า ตรงนี้ ถึงป้ายที่ 10 - 11 แล้วนี่หว่า ตรงนี้แหละ ที่เป็นจุดชมวิว นั่งกระเช้า Kachi Kachi Ropeway สรุปแล้ว จากโรงแรมซึ่งอยู่ป้าย 14 เดินมาที่กระเช้าก็ไม่ได้ไกลมากเดินเล่นสบายๆ แต่ใครไม่อยากเดิน ก็นั่ง Retro Bus กันได้เลยครับ แต่วันนี้เรายังไม่ขึ้น เพราะขึ้นไปก็ไม่เห็นฟูจิอยู่ดี ไว้พรุ่งนี้เราจะมาขึ้นกระเช้ากันครับ. เลยจุดป้ายรถบัสป้ายที่ 10 มานิดหนึ่ง จะมีร้าน Lawson หาซื้อของกินกักตุนกันได้เลย แล้วตรงนี้จะมีป้ายบอกชื่อทะเลสาป Lake Kawaguchiko ถือว่าเป็นจุด Land mark ของนักท่องเที่ยวเลย สามารถชมวิว ล่องเรือ หรือจะเช่าเรือถีบ เรือยนต์ ก็มีนะครับ นอก จากนี้ในบริเวณนี้ยังมีร้านขายของฝาก ไอศครีม, cake ให้เลือกซื้อกันได้ด้วยนะ แต่ร้านอาหารอาจจะหายากไปหน่อยครับ นอกจากซื้อของกินใน Lawson ที่นักท่องเที่ยวนิยมซื้อกัน หลังจากนั้น เราก็เดินกลับโรงแรม เพื่ออาบน้ำ และพักผ่อน ก่อนที่จะไปทานข้าวมื้อเย็นมื้อแรกของ โรงแรม Hotel New Century ครับ (สรุป แล้ว ตอนแรกกะว่าจะซื้อ R Coupon ซึ่งเป็นบัตรขึ้นรถ Kawaguchiko Sight Seeing ก็ไม่ได้ซื้อแล้ว เพราะคิดว่าไม่ได้เที่ยวป้ายอื่นๆ เลย ส่วนที่จะไปก็เดินเอาไม่ไกลมากครับ) Dinner เปิดเวลา 18.00 - 19.30 น. เท่านั้น และ แล้วก็ได้เวลาดินเนอร์ ในสไตล์ญี่ปุ่น ที่เราจองเอาไว้ อาหารของที่นี่ถือว่าใช้ได้ สำหรับคนที่ชอบอาหารญี่ปุ่น มีทั้งซูชิ ซาซิมิทุกมื้อ แต่จะคละสลับกัน เพื่อไม่ให้แขกเบื่อ และในแต่ละมื้อ แขกสามารถเลือก Main Dish ได้ครับ แต่ละคนจะเลือกเหมือนกัน หรือแยกกันก็ได้ หลักๆ ก็จะเป็น Lobster, ขาปู นอกนั้นก็จะเป็น สุกี้, ชาบู, สเต็กเนื้อ แล้วแต่เราจะเลือกครับ แต่ละอย่างก็อย่างละนิดละหน่อย กระจุ๋มกระจิ๋ม แต่มีหลายอย่าง อิ่มแปร้กันเลยทีเดียว หลังจาก Dinner เสร็จแล้ว ก็กลับห้องพัก ซึ่งที่นี่เราจองเป็นแบบ Japanese Style หรือแบบเรียวกังครับ คือไม่มีเตียง ปูที่นอนบนพื้นนอน ใส่ชุดยูกาตะ หมอน ผ้าห่ม แค่นั้น แต่ก็อบอุ่นใช้ได้เลย สำหรับโรงแรมนี้จะมีออนเซ็นด้วยนะ เพียงแต่เป็นแบบรวม แยกชาย-หญิง และจะมีเวลาให้ใช้ไม่ตรงกัน ก็เลือกไปใช้บริการกันได้ ส่วนผม ยังไม่ด้านพอครับ เลยยังไม่กล้าลงออนเซ็น (ฮ่าๆ) และแล้วก็ได้เวลาพักผ่อน เพื่อเที่ยวเต็มๆ ในวันรุ่งขึ้น ฝากไว้ก่อนฟูจิ พรุ่งนี้ เจอกัน.... ติดตาม ต่อได้ในสัปดาห์หน้าครับ เที่ยวญีปุ่นด้วยตัวเอง วันที่ 2 (ชมซากุระที่เจดีย์แดง, ขึ้นกระเช้าคาชิคาชิ, เดินตลาด Hand made ในงาน Cherry Blossom Festival) ก่อนจากกัน สำหรับบทความแรก ฝากไว้ก่อน 1 รูป ฟูจิมาทักทายตั้งแต่ ตี 4 ริมหน้าต่าง เบ้อเริ่มจนตะลึง มิน่า ใครๆ ก็อยากมาเห็น ฟูจิซัง ฉันรักเธอ วันที่ 2 (9/4/2559) หลัง จากเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง และเดินชมวิวรอบทะเลสาป ทานข้าวเย็นแล้ว กลางคืนอากาศเย็น เราไม่ได้ไปเดินไหนต่อเลยเข้านอนแต่หัวค่ำ (ราวๆ 3 ทุ่ม) ปกติเวลานี้ หลายๆ คนอาจจะรอไปออนเซ็นกัน เพราะยิ่งดึกๆ คนน้อย ความกล้าในการลงบ่อออนเซ็นก็มีจะมากขึ้น พอตื่นตอนตอนเช้า เรียกว่าก่อนไก่โห่เลยก็ว่าได้ เพราะตอนนั้นเป็นเวลา ตี 4 หลังจากลุกจากที่นอนมองไปนอกหน้าต่าง สิ่งที่เราเฝ้ารอก็ปรากฏโฉม สุดประทับใจ ใหญ่เบ้อเริ่ม สวยมากๆ ไม่ใช่ใคร เขาคือ "ฟูจิ" สิ่งที่นักท่องเที่ยวที่มา Kawaguchiko ต้องการพบเจอมากที่สุดกว่าใครเพื่อน ความประทับใจนี้ เรียกว่า หาอะไรมาเทียบไม่ได้เลยครับ ฟูจิเต็มๆ ตา ที่มองออกมาจากห้องนอน งดงามยิ่งนัก  เมื่อสว่างแล้ว จุดนี้ก็เป็นที่ๆ นักท่องเที่ยวหลายๆ คนต่างมาถ่ายภาพคู่กับต้นซากุระ ที่มีฟูจิเป็นฉากหลังอันงดงาม หลัง จากนั้น ก็ได้เวลา Breakfast อีกแล้ว ซึ่ง Package ที่ผมจาก เป็นแบบ Dinner Deluxe และมีอาหารเช้าเหมือนกัน แต่เป็น Set คล้ายกับช่วง Dinner มื้อ เช้าของที่นี่ (เปิดเวลา 7.00 น.) จะเห็นว่าคล้ายๆ กันกับมื้อเย็น แต่อาหารเปลี่ยนไป ของจะดูน้อยกว่า แต่ก็เติมข้าวต้ม, ซุป ได้ตลอด เมื่ออิ่มแล้ว ราวๆ 8.30 จะมีรถจากโรงแรม (มีส่งทุกๆ 30 นาที) ไปส่งที่สถานี Kawaguchiko Station เพื่อเดินทางไปเที่ยวจุดอื่นๆ กันต่อไป ซึ่งทริปของวันนี้ เรามี Plan เที่ยว 3 ที่หลักๆ ครับ คือ เจดีย์แดง 5 ชั้น (Chureito Pagoda) ต้องนั่งรถไฟจาก Kawaguchiko Station ไปลงที่สถานี Shimoyoshida Station (ราคา 300 เยน/คน) (ควรมาช่วงเช้า เวลาถ่ายรูปจะไม่ย้อนแสง) ป้ายที่ 17-18 เพื่อดูเทศกาล Cherry Blossom Festival (จัดเฉพาะช่วงวันที่ 9-17 เมษายน เท่านั้น อาจจะเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลาของซากุระบาน) ที่นี่จะมี Music Forest, Art Museum เป็นจุดไฮไลท์นะครับ ถ้ามานอกเทศกาลซากุระ กระเช้าคาชิคาชิ (Kachi Kachi Rope way) จุดที่หลายๆ คนชอบมาถ่ายคู่กับกระต่ายและตัวทานูกิ ที่มีฉากหลังเป็น ฟูจิ (ค่าขึ้นกระเช้า 800 เยน) / หรือใครชอบล่องเรือจุดนี้ก็สามารถซื้อตั๋วแบบคู่ผสม ขึ้นกระเช้า+ล่องเรือได้ในราคาประหยัดกว่า แต่เราไม่ล่องเรือครับ เลยนั่งกระเช้าอย่างเดียว เมื่อถึงสถานี Kawaguchiko Station แล้ว ที่นี่มีอีกจุดที่ต้องถ่ายรูปก็คือรถไฟเก่าๆ ที่จอดหน้าสถานี โดยมีฉากหลังเป็นภูเขาไฟฟูจิครับ ว่าแล้วก็จัดสักหน่อย สถานีคาวากูชิโกะ สเตชั่น (Kawaguchiko Station) เป็นอีกหนึ่งที่ๆ คนนิยมถ่ายรูปที่มีฉากหลังเป็นฟูจิ หลัง จากเดินชมวิว ถ่ายรูปอีกนิดหน่อย เราก็ไปซื้อตั๋วรถไฟเพื่อเดินทางจากสถานีคาวากูจิโกะ (Kawaguchiko Station) เพื่อไปลงสถานีชิโมโยชิดะ (Shimoyoshida Station) ซื้อ มาเรียบร้อย ค่าตั๋วคนละ 300 เยน เก็บตั๋วไว้ด้วยนะครับ ไปเช้าๆ ดีตรงที่ไม่ค่อยมีคนนี่แหละครับ ในตั๋วนี้เราขึ้นเวลาราวๆ 8.40 น. ของวันที่ 9/4/2016 รถไฟจะวิ่งราวๆ 15 นาทีจาก สถานีคาวากูชิโกะ เพื่อไปลงสถานทีชิโมโยชิดะ โดยจะผ่าน Fuji Q และจอดสถานทีต่างๆ เช่น สถานี Fuji Station แล้ววิ่งย้อนกลับไปทาง Shimoyoshida อีกทีนะครับ ตรงสถานที Fuji Station ถ้าโชคดีจะเจอรถไฟที่เป็นรูปฟูจิตัวการ์ตูนน่ารักๆ ให้ถ่ายรูปด้วยนะ ไม่ ได้ขึ้น ได้ถ่ายรูปก็ยังดีนะครับ (สายนี้จะเป็นสาย Fuji ไปลง Otsuki นะครับ ซึ่งถ้าเช็คเวลาดีๆ บางทีอาจจะได้ขึ้นขบวนที่เป็นลายโทมัส ก็ได้นะ) นั่งแป็บเดียว ก็ถึงสถานี Shimoyoshida Station แล้ว พอออกจากสถานี ทางที่จะเดินไปเจดีย์แดง จะอยู่ทางขวามือนะครับ เดินไปตามธงที่ปักไว้ตลอดทางไปเรื่อยๆ ก็จะเริ่มเห็นทางที่เดินไปสู่เจดีย์แดง 5 ชั้นแล้ว เดินไปตามธงสีชมพูแดงนี่ไปเรื่อยๆ ก็จะเห็นทางขึ้นเจดีย์แดง 5 ชั้นแล้วครับ ระยะทางไม่ไกลมาก น่าจะราวๆ 700 เมตร จากสถานีรถไฟ ถึงแล้วจุดแรก ที่เป็นทางขึ้นไปเจดีย์แดง ซากุระที่นี่เริ่มบานแล้ว บางต้น (ณ 9/4/2559) เดินขึ้นไปอีกหน่อย ก็จะเจอเสาโทริอิ ที่แสดงให้รูว่า ที่นี่คือศาลเจ้า หรือเป็นเขตศาลเจ้านั่นเอง เลย เสาโทริอิ ไปนิดหนึ่งจะเป็นลาน ขายของทั้งไอศกรีม, เกี๊ยวซ่า, น้ำดื่ม อื่นๆ หลายอย่าง ส่วนทางซ้ายจะมีศาลเจ้าให้ไปไหว้ เคาะระฆัง ได้ตามศรัทธาครับ   จาก นั้นก็ได้เวลาฝึกความอดทนกันละครับ เดินขึ้นบันไดเพื่อไปสู่ชมเจดีย์แดง 5 ชั้น ด้านบน เขาบอกว่า ราวๆ 400 ขั้นนะ (เห็นว่ามีป้ายบอก 300 กว่าๆ แต่ลืมถ่ายรูปมา) ถึง แล้วเจดีย์แดง 5 ชั้น (Chureito Pagoda) แต่จุดนี้ ยังไม่ใช่จุดที่คนนิยมถ่ายรูปนะครับ ต้องเดินขึ้นไปอีกนิดหนึ่ง ซึ่งอยู่ด้านหลังเจดีย์นี้ครับ และแล้ว ก็ถึงจุดที่ใครๆ ก็ต้องมาถ่ายรูป เจดีย์แดงที่มีฉากหลังเป็นภูเขาไฟฟูจิ ภาพนี้มีเมฆบังนิดหน่อย แต่ก็ถือว่าดีมากครับที่มีฟูจิให้เห็น หลายๆ คนจะเคยเห็นภาพนี้บ่อยๆ จากโฆษณาต่างๆ แค่นี้ก็เป็นบุญตาแล้ว ก่อน กลับเราแวะไปไหว้ศาลเจ้า Arakura Sengen ที่ลานที่เราผ่านช่วงแรก โดยทางซ้ายมือจะมีบ่อน้ำให้เราล้างมือบ้วนปากก่อนเข้าศาลเจ้า สามารถทำบุญใส่ตู้บริจาคแล้วเคาะระฆังได้ หรือจะไปไหว้เฉยๆ ก็ได้ครับ ลงมาจากเจีย์แดงแล้ว เราก็เดินกลับมาที่สถานีรถไฟ Shimoyoshida เพื่อนั่งรถไฟกลับไปที่ สถานี Kawaguchiko แต่ ระหว่างทางเราเดินชมบ้านเมืองเขา ไปซื้อของในร้านขายผัก ผลไม้ ที่อยู่ในหมู่บ้าน แล้วค่อยเดินไปสถานี ซึ่งเดินๆ ดูแบบนี้ ก็ดีเหมือนกัน เห็นวิถีชีวิตคนญี่ปุ่นที่อยู่นอกเมือง ก็ดูดี คล้ายๆ บ้านเราเหมือนกันครับ ดีไปอีกแบบนะ เรา กลับมาถึงสถานี Kawaguchiko Station ราวๆ เที่ยง เริ่มหิวแล้ว ก็เลยเดินหาของกินแถวๆ นั้น หาร้านนั่งกินยากเหมือนกัน ส่วนใหญ่จะเป็นตึกต้องขึ้นไปกินชั้นบน ไม่ก็หาซื้อของกินในสถานี (มีร้านอาหารเหมือนกัน) แต่เราจะลองเดินหาร้านนอกสถานีกิน ก็ไปเจอร้าน Tempura Restaurant ลองแวะไปชิมดูก็ใช้ได้ เข้าไปเจอคนไทยหลายโต๊ะเลย (ทริปสงกรานต์ ไปทางไหนก็มักจะเจอคนไทย) ร้าน Tempura Restaurant อยู่ทางซ้ายของสถานี Kawaguchiko พอออกจากสถานี ให้เดินทางไปทางซ้าย ตามถนนไปเรื่อยๆ ผ่าน Lawson อีกนิดหน่อย ก็ถึงแล้วครับ เป้าหมายต่อไป เราจะเดินทางไปช้อปปิ้ง ที่ Cherry Blossom Festival เพราะเห็นเขาบอกว่า เทศกาลนี้จะมีเฉพาะช่วงซากุระบาน ริมทะเลสาปคาวากูชิโกะ ที่นี่จะมีของแฮนด์เมด, แฮนด์คราฟท์, สินค้าชาวบ้านมาวางขาย ขนมนมเนย, ของกินก็มีเหมือนกัน งานจะจัดขึ้นที่ป้าย 17 - 18 (แนะนำว่าลงสถานี 18 เลยจะใกล้กว่า แต่ลงสถานี 17 เดินนิดหน่อยก็ถึงนะ แถมด้วยวิวสวยๆ ริมทะเลสาปคาวาฯ ถ่ายรูปกับซากุระริมทะเลสาปสวยๆ ได้อีกเยอะแยะ) เริ่มต้นที่สถานี Kawaguchiko Station ด้วยรถบัส รถบัสที่นี่จะมีสองสายนะครับ คือ Red Line กับ Green Line และรถจะมี 2 แบบคือ Retro Bus กับ Evergreen Shuttle จริงๆ ก็ขึ้นได้ทั้งสอง แต่คนไทยนิยมขึ้น Retro Bus เพราะมันเก๋ไก๋สวยดีนะ ที่ต้องเลือกให้ดีก็คือ Red Line หรือ Green Line เพราะจะวิ่งไม่เหมือนกัน โดย Red Line จะวิ่ง Kawaguchiko Lake ส่วน Green Line จะวิ่ง Saiko Lake นะครับ ต้องดูดีๆ ปกติถ้าขึ้นที่สถานี ที่พื้นจะเขียนบอกว่าเป็น Red Line หรือ Green Line นะ (ถ้าขึ้นลงบ่อยๆ แนะนำให้ซื้อ Pass ดีกว่ามีพ่วงล่องเรือ+ขึ้นกระเช้าด้วย คุ้มกว่าครับ) รถบัสที่ Kawaguchiko Station ภาพบน Retro Bus ภาพล่าง Evergreen Shuttle และยังมีคันรูปแบบอื่นอีกนะ เพียงแต่ต้องดูว่า เป็น Red Line หรือ Green Line ให้ถูกก็พอ ส่วนใหญ่เราเที่ยวรอบ Kawaguchiko ก็จะนั่ง Red Line ครับ นั่งไปลงที่ป้าย 17 ซึ่งที่นี่จะมีที่เที่ยวหลักๆ คือ Music Forest ค่าเข้าแพงเราเลยไม่ได้เข้า และเราไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ ที่เราสนตอนนี้คือ ช้อปปิ้ง ริมทะเลสาป ริมทะเลสาป จะมีต้นซากุระ ที่มีดอกย้อยลงมาให้ถ่ายรูปเป็นระยะๆ ครับ เสียดายเรารีบๆ เดินไปช้อปปิ้ง เลยไม่ค่อยได้เก็บภาพริมทะเลกันสักเท่าไหร่ ได้มาแบบมุมไม่ค่อยดี ภาพดูมืดๆ ไปหน่อย และแล้วก็มาถึงจุดที่จัดงาน Cherry Blossom Festival พอดีเรามาวันแรกของงาน และของยังมาวางไม่หมด เลยยังไม่ค่อยมีร้านน่าสนใจเท่าไหร่ครับ ของส่วนใหญ่เป็นของพื้นเมืองชาวแถวๆ นั้น ทำมือ แต่ก็ดูดี มีสไตล์ และเป็นสินค้าไอเดีย แบบชาวญี่ปุ่นพื้นเมืองแท้ๆ บางร้านมีเขียนภาษาไทยด้วย และบางร้าน เจ้าของเป็นฝรั่ง แต่พูดภาษาญี่ปุ่นปร๋อเลย เดินสักครึ่งชั่วโมงก็หมดแล้วครับ ไม่รู้จะดูอะไรต่อ ข้าวก็กินมาแล้ว จริงๆ แถวนี้มีร้านที่คนมาออกบูธขายอยู่นะ เสียดายที่เรากินเท็มปูระ มาซะอิ่มเลย เลยไม่ได้อุดหนุนร้านอาหารแถวนี้ เดินไปอีกนิดนึงก็เจอ Art Museum และ ละครลิงทางขวา ไม่ใช่แนวเรา ก็เลยตัดสินใจนั่ง Retro Bus เพื่อไปลงป้ายที่ 10 เพื่อไปขึ้นกระเช้า Kachi Kachi Rope way กันต่อดีกว่า นั่ง Retro Bus สุดประทับใจ โดยเฉพาะคนขับผู้หญิง พูดได้หลายภาษาทั้ง จีน, ญี่ปุ่น, อังกฤษ และที่สำคัญพูดเสียงดังมาก และพูดมากทีเดียว แหะๆ และแล้วก็ถึงทางขึ้นกระเช้า Kachi Kachi Rope way เดินขึ้นไปซื้อตั๋วชั้นบน ช่วงเวลา 4 โมงเย็น คนเยอะแล้ว เสียเวลาต่อแถวซื้อนิดหน่อย ถ้าใครมี Pass น่าจะขึ้นได้เลยนะครับ  ทางขึ้นไปซื้อตั๋ว ช่วงเย็นๆ คนเยอะเหมือนกันครับ แต่อย่าลืมว่า กระเช้าจะปิดบริการเวลา 17.30 น. นะครับ ถ้าจะขึ้นกระเช้าควรมาก่อนเวลาสักหน่อย ยิ่งเย็นคนก็เยอะด้วย ถึงยอดเขาข้างบนแล้ว ต้องไปถ่ายรูปคู่กับกระต่ายและตัวทานูกิ ในตำนานครับ กว่าจะว่างให้ถ่ายรูปก็รอนานเลยช่วงคนเยอะๆ อีกจุดหนึ่งที่คนนิยมถ่ายรูป ใครอ่านตำนานกระต่ายกับตัวทานูกิมา จะรู้ว่าทำไมกระต่ายต้องทำร้ายตัวทานูกิ ไว้ว่างๆ จะหามาให้อ่านนะครับ เป็นตำนานของญี่ปุ่นเกี่ยวกับเขา Kach Kachi เลยนะ เลยไปนิดหนึ่ง มีทางเดินสำหรับคนต้องการปีนเขานะ แต่เขาเตือนไว้แล้วว่า ระวังกันเอาเอง และควรกลับมาก่อนกระเช้าจะปิดบริการนะครับ ไม่งั้นได้เดินลงเขาเองแน่ อีกจุดหนึ่งที่เป็นไฮไลท์ คนถ่ายรูปเยอะๆ ก็คือรูปกระต่ายคู่กับฟูจิ แต่มุมนี้ เสียดายมีจานดาวเทียมมาบังนะ แต่ถ้าเดินถ่ายหามุมดีๆ ก็น่าจะได้สวยๆ กว่านี้ แต่วันนี้คนเยอะครับ เลยขี้เกียจรอ ได้มาแบบนี้ก็โอเคล่ะ อีกมุมหนึ่งของร้านขายของที่ระลึก ร้านดังโหงะ อร่อยๆ (หรือเปล่า) ก็มีระฆังและรูปหัวใจให้ถ่ายมุมทะลุไปทางฟูจิได้ แต่คนเยอะ เลยถ่ายอีกมุมหนึ่งแทน ใครมีเวลาก็ไปถ่ายจุดนี้กันได้ครับ เย็นแล้ว ตอนนี้เวลาประมาณ 17.xx น. เราก็ลงมาแล้ว เก็บภาพบรรยากาศมุมสูงของ Lake Kawaguchiko กันแบบย้อนแสงมาฝาก ลงไปด้านล่าง เราก็แวะซื้อของกินที่ร้าน Lawson แล้วก็เดินกลับโรงแรม Hotel New Century อีกเช่นเคย เก็บภาพสวยๆ ริมทะเลสาป และต้นซากุระ ไปเรื่อยๆ กลับโรงแรมให้ทันเวลา Dinner แล้วก็พักผ่อน เตรียมตัวเดินทางกลับชินจูกุ เพื่อเที่ยวในแผนต่อไปคือ Gala Yuzawa, Nikko, Kamakura และ Yokohama โดยใช้ JR Tokyo Wide Pass ให้คุ้มค่ากัน รอติดตามชมรีวิวกันต่อนะครับ ขอบคุณครับ ปล. มีอะไรสงสัย คอมเม้นท์ถามได้นะครับ ยินดีตอบคำถามสำหรับคนที่ต้องการไปเที่ยวฟูจิ ตามทริปนี้ครับ

หาดูยาก! 17 ภาพโปสเตอร์เตือนภัยทางรถไฟ ที่เคยใช้ในอดีต
การรถไฟ /  ท่องเที่ยวทางรถไฟ / 

ในสมัยก่อนนั้นผู้คนเดินทางโดยรถไฟกันเยอะมาก การรักษาความปลอดภัยก็ยังไม่แน่หนาพอ และผู้คนขาดความระมัดระวัง จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง เมื่อเป็นเช่นนั้นทางการรถไฟจึงนำภาพโปสเตอร์เตือนให้ระวังเหตุอันตรายที่จะเกิดขึ้นได้ในเขตพื้นที่ของการรถไฟฯ มาใช้ติดประชาสัมพันธ์ตามสถานีต่างๆ เพื่อแจ้งเตือนผู้โดยสารและประชาชนทั่วไป ในช่วงปี พ.ศ.2508 - 2511 พิมพ์โดยบริษัทประชุมช่าง จำกัด โดยมีนายประสงค์ เหตระกูล เป็นผู้พิมพ์ หลายคนอาจจะเห็นว่าภาพโปสเตอร์นั้นมีสีฉุดฉาด ดูน่ากลัว ก็เพราะต้องการเตือนใจประชาชนนั่นเองค่ะ หาดูยาก! 17 ภาพโปสเตอร์เตือนภัยทางรถไฟ ที่เคยใช้ในอดีต "ข้ามทางเมื่อมีรถบัง ระวังรถสวน" "อย่าโดยสารบนหลังคา" "อย่ายืนที่บันไดรถไฟ จะปะทะสะพาน" "อย่ายืนชิดขอบชานชาลา อาจจะถูกรถชน" "ก่อนเดินข้ามสะพานรถไฟ ดูรถให้ดี" "อย่าขึ้น-ลง ขณะรถไฟกำลังเคลื่อนที่" "อย่านอนบนทางรถไฟ" "อย่าเดินผ่านช่องต่อรถ จะถูกรถบีบ" "เมื่อข้ามรางรถไฟ ดูให้แน่ใจว่าไม่มีรถไฟมา" "เดินในย่านสถานี ระวังประแจหนีบ" "นั่งรถ อย่าชะโงกหน้าต่าง" "อย่าขว้างปาขบวนรถไฟ" "อย่าทำลายอุปกรณ์สื่อสาร" "อย่านำสัตว์ไปเลี้ยงบนทางรถไฟ" "อย่าเดินชิดทางรถไฟ" "อย่าขีดเขียนข้างรถ" "อย่าข้ามรถไฟ ก่อนหยุดดูซ้าย-ขวา" ขอบคุณรูปภาพ facebook โรงเรียนวิศวกรรมรถไฟ

ทายนิสัยจากช่วงซัมเมอร์หน้าร้อน
ความรักวัยรุ่น /  ซัมเมอร์ / 

ซัมเมอร์นี้วัยรุ่นเตรียมตัวไปเที่ยวไหนกันบ้างคะ ^^ .. หน้าร้อนแบบนี้หลายคนคงหาเสื้อผ้าพลิ้วๆ สบายๆใส่กัน แล้วอย่าลืมแช๊ะภาพความประทับใจในช่วงซัมเมอร์สุดหรรษานี้มาฝากกันด้วยนะ ^^ เอาหล่ะทีนเอ็มไทยมี ทายนิสัยจากช่วงซัมเมอร์หน้าร้อน มาฝากกัน จะตรงรึเปล่าลองมาดูเลย .. ทายนิสัยจากช่วงซัมเมอร์หน้าร้อน 1. คุณเลือกที่จะใช้เวลาช่วงซัมเมอร์นี้ด้วยการไปเที่ยวไหน? A . ทะเล B . ภูเขา 2. โทนสีของเสื้อผ้าที่จะใส่ไปเที่ยว? A . สีเอิร์ธโทน B . สีสดใส 3.ของสำคัญที่คุณจะต้องพกติดกระเป๋าไปด้วย? A . โคโลญน์ B . หนังสือ 4.คุณเห็นเมฆรูปทรงแปลกๆ ก้อนหนึ่ง คิดว่านั่นคล้ายกับ...? A . ทุ่งดอกไม้ B . ที่นอน 5.คุณเจอต้นไม้ที่ออกดอกสวยมากคุณจะทำอย่างไรกับมัน? A . ปล่อยไว้กับต้น B . เด็กมาปักแจกัน มาดูเฉลยกันเลยค่ะ? ข้อ 1 แทนความหมายถึงรูปแบบความรักที่ปรารถนา? เลือกทะเล คุณมีความใฝ่ฝันว่าอยากจะมีความรักที่ร้อนแรงพอๆกับแสงแดด อันแสนเจิดจ้าของพระอาทิตย์วงกลมโตที่เปล่งประกายสดใสโดย ไร้ซึ่งก้อนเมฆมาบดบัง ให้หัวใจเปล่งปลั่งจนพองโตด้วยความ รักที่เอ่อล้น สวีทวี๊ดวี๊วเสียจนใครๆก็ต้องพากันอิจฉา เลือกภูเขา คุณต้องการความรักที่ไม่หวือหวา ไม่ต้องโลดโผนโจน ทะยานให้มันมากนัก แต่ไม่อยากให้ราบเรียบจนน่าเบื่อ หน่าย ขอให้มีอะไรไว้คอยค้นหาเพื่อเติมความซาบซ่า ให้ชีวิตรักในบางเวลา ข้อ 2 บอกถึงลักษณะของคนที่เหมาะจะมาเป็นแฟนคุณ? เลือกสีเอิร์ธโทน คุณต้องการคนที่ซื่อสัตย์และมั่นคงในความรัก หน้าตา ไม่ใช่สิ่งสำคัญอันดับหนึ่ง แต่ก็ขอให้อย่าถึงกับไม่กล้าควง ไปไหนก็แล้วกัน ที่สำคัญคือ ต้องมีความเป็นผู้ใหญ่ สามารถ ปกป้องคุ้มครองให้คุณรู้สึกอุ่นใจได้ อยากให้เขาคนนี้มีความ จริงจังและจริงใจ จะได้คบกันไปให้นานแสนนาน ร่วมกันประ คองความรักด้วยความเข้าใจและรู้จักการให้อภัยกัน เลือกสีสดใส คุณต้องการคนรักที่มีหน้าตาบุคลิกที่ดี เรียกว่าพาไปไหน ต่อไหนได้โดยไม่ต้องอายใคร และอยากให้คนอื่นรู้สึกว่าอิจ ฉาด้วยที่คุณสามารถหาแฟนได้เด็ดขาดบาดใจขนาดนี้ ยิ่งแฟน ของคุณเพอร์เฟ็กต์เท่าไหร่ นั่นก็จะยิ่งทำให้คุณรู้สึกภาคภูมิใจ ยิ่งขึ้นไปเท่านั้น แถมถ้าเป็นคนเจาชู้นิดๆกะล่อนหน่อยๆคุณก็จะ ยิ่งชอบ เพราะดูมีเสน่ห์ดึงดูดใจไปอีกแบบ ข้อ 3 บอกถึงความเจ้าชู้ของคุณ? เลือกโคโลญน์ คุณเป็นคนเจ้าชู้ไม่ใช่น้อยเลยนะเนี่ย แต่นั่นก็อาจเพราะความ เป็นคนมีเสน่ห์ในตัวเองด้วย เวลามีใครเข้ามาแสดงอาการหลง ใหลในตัวคุณ คุณก็มักจะพึงพอใจ แม้ว่าคนๆในอาจจะไม่ใช่สเป็ค ในแบบของคุณ คุณเป็นคนค่อนข้างอ่อนไหว ถ้าเจอใครที่รู้สึกว่า ถูกใจก็มักจะห้ามใจไว้ไม่ค่อยอยู่ คำว่า กิ๊ก ก็เลยเป็นคำที่คุณค่อน ข้างคุ้นเคย แม้ว่าในใจลึกๆจะไม่อยากต้องเผชิญกับเหตุการณ์น่า ปวดหัวกับการคบใครทีละหลายๆคนก็ตาม เลือกหนังสือ คุณเป็นคนจริงจังและมั่นคงต่อคนรัก ไม่วอกแวกหวั่นไหวไป กับใครง่ายๆเพราะค่อนข้างถูกใจคนยาก การที่คุณจะงใครขึ้น มาสักคนเขาคนนั้น มันจะไม่ใช่คนแปลกหน้าที่เพิ่งมาพบและรู้จัก กันเป็นครั้งแรก แต่มักจะเป็นคนปลูกมิตรภาพดีๆให้งอกเงยร่วมกัน มาก่อน คุณก็เลยไม่ค่อยหวั่นไหวไปกับใครง่ายๆ แม้บางคราวอาจ พบคนที่รู้สึกว่าทำให้หัวใจเต้นแรงได้ก็ตาม แต่ความรู้สึกหนักแน่น ต่อความรัก ก็ทำให้คุณไม่กล้าปล่อยใจง่ายๆอยู่ดี ข้อ 4 บอกถึงระดับความโรแมนติก? เลือกทุ่งดอกไม้ คุณช่างเป็นคนโรแมนติกเสียเหลือเกิน ให้ความสำคัญกับวันเกิด วันครบรอบการเป็นแฟนกัน วันวาเลนไทน์ วันคริสต์มาส วันปีใหม่ มักต้องมีของขวัญหรือการ์ดเก๋ๆ ที่บางครั้งก็อด ตาหลับขับตานอนทำขึ้นมาเพื่อคนพิเศษ คุณชอบให้แฟน มีอะไรมาเซอร์ไพรส์ให้รู้สึกตื่นเต้น นั่นจะทำให้คุณมีความสุข และยิ่งรู้สึกรักแฟนของคุณมากขึ้นมาอีกมากมายหลายเท่าตัวเลยทีเดียว เลือกที่นอ คุณไม่ได้ถึงกับเป็นคนด้านชาหรือไม่ใส่ใจความรู้สึก ของคนรัก เพียงแต่ติดนิสัยสบายๆก็เลยไม่ค่อยจะมีอารมณ์ โรแมนติกเหมือนใครสักเท่าไร แต่ถึงอย่างนั้นก็คงไม่ลืม วันสำคัญของคนรู้ใจ แม้ว่าการเลือกของขวัญสักชิ้นอาจ ไม่ได้ใช้ความพิถีพิถัน หรือ ใช้เวลากับมันนานนัก คุณเป็นคนที่จะไม่มานั่งประดิษฐ์การ์ดหรือทำของ ขวัญประเภทมีชิ้นเดียวในโลกให้ใคร ข้อ 5 บอกถึงความขี้หึงของคุณ? เลือกปล่อยไว้กับต้นไม้ คุณเป็นคนมั่นใจในตัวเองและคนรัก มากเสียจนเชื่อ ว่าเขาคงจะไม่มีทางปันใจไปให้ใครแน่ๆ อีกอย่างคือคุณ รู้สึกว่าการต้องมาคอยตามหึงหวง คอยโทรเช็คตลอดว่า อยู่ไหน ทำอะไร กับใคร นอกจากจะทำให้เขารู้สึกเบื่อ หน่ายรำคาญในความวิตกจริตของคุณแล้ว ยังจะทำให้สุขภาพ จิตของตัวเองพลอยเสื่อมไปด้วย เพราะฉะนั้นคุณก็เลย ไม่ค่อยแสดงอาการหึงหวงออกมาให้เขารู้ เลือกเด็ดมาปักแจกัน คุณก็เป็นคนธรรมดาคนหนึ่งที่มีอาการขึ้หึง ยิ่งถ้าแฟน ของคุณเป็นคนเพื่อนเยอะ มนุษย์สัมพันธ์ดี มีเสน่ห์มาก เท่าไร คุณก็ยิ่งเกิดอาการหวาดระแวงมากขึ้นเท่านั้น แฟนเราน่ะเราก็พอจะไว้วางใจอยู่หรอก แต่คนอื่นๆ ที่ห้อมล้อมเขาอยู่น่ะสิ จะไว้ใจได้อย่างไร ดังนั้นเวลา ที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันคุณจึงมักจะคอยโทรไปหาเขาเสมอ นอกจากจะได้คุยกันกับหวานใจแล้ว ยังได้แสดงด้วย ว่าคนๆ นี้น่ะมีแฟนแล้ว ข้อมูลโดย?http://horoscope.thaiza.com/

สรุปผลบอลเมื่อคืน วันพฤหัสบดีที่ 24 มีนาคม 2559
กระชับมิตรทีมชาติ /  บอลโลก รอบคัดเลือก โซนอเมริกาใต้ / 

สรุปผลบอลเมื่อคืน วันพฤหัสบดีที่ 24 มีนาคม 2559 ผลบอล บอลโลก รอบคัดเลือก โซนอเมริกาใต้ เวลา 03:00 น. โบลิเวีย 2-3 โคลัมเบีย เวลา 04:00 น. เอกวาดอร์ 2-2 ปารากวัย เวลา 06:30 น. ชิลี - อาร์เจนติน่า เวลา 09:15 น. เปรู - เวเนซุเอล่า ผลบอล บอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย เวลา 16:00 น. ออสเตรเลีย 7-0 ทาจิกิสถาน เวลา 17:30 น. ญี่ปุ่น 5-0 อัฟกานิสถาน เวลา 18:00 น. เกาหลีใต้ 1-0 เลบานอน เวลา 18:30 น. จีน 4-0 มัลดีฟส์ เวลา 19:00 น. เวียดนาม 4-1 ไต้หวัน เวลา 19:30 น. จอร์แดน 8-0 บังกลาเทศ เวลา 20:00 น. อุสเบกิสทาน 1-0 ฟิลิปปินส์ เวลา 21:00 น. อิรัก 2-2 ทีมชาติไทย เวลา 21:30 น. อิหร่าน 4-0 อินเดีย เวลา 22:00 น. อาหรับเอมิเรตส์ 2-0 ปาเลสไตน์ เวลา 22:00 น. โอมาน 1-0 กวม เวลา 22:30 น. บาห์เรน 3-0 เยเมน เวลา 22:59 น. กาตาร์ 2-0 ฮ่องกง เวลา 22:59 น. ซีเรีย 6-0 กัมพูชา เวลา 00:30 น. ซาอุดีอาระเบีย 2-0 มาเลเซีย ผลบอล กระชับมิตรทีมชาติ เวลา 18:45 น. สิงคโปร์ 2-1 พม่า เวลา 21:00 น. มอลต้า 0-0 มอลโดว่า เวลา 00:00 น. กรีซ 2-1 มอนเตเนโกร เวลา 00:00 น. เอสโตเนีย 0-0 นอร์เวย์ เวลา 01:45 น. ตุรกี 2-1 สวีเดน เวลา 02:00 น. ยูเครน 1-0 ไซปรัส เวลา 02:00 น. เดนมาร์ก 2-1 ไอซ์แลนด์ เวลา 02:45 น. อิตาลี 1-1 สเปน เวลา 02:45 น. สาธารณรัฐเช็ก 0-1 สกอตแลนด์ เวลา 02:45 น. เวลส์ 1-1 ไอร์แลนด์เหนือ ผลบอล เยาวชนชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป อายุไม่เกิน 21 ปี (UEFA U21) เวลา 20:00 น. มาซิโดเนีย 0-0 ไอซ์แลนด์ เวลา 23:15 น. โปรตุเกส 4-0 ลิกเตนสไตน์ เวลา 23:30 น. รัสเซีย 2-2 อาเซอร์ไบจาน เวลา 00:00 น. แอลเบเนีย 0-0 กรีซ เวลา 00:00 น. สเปน 0-3 โครเอเชีย เวลา 01:00 น. ไอร์แลนด์ 1-4 อิตาลี เวลา 01:00 น. ฮังการี 0-0 อิสราเอล เวลา 02:00 น. เยอรมนี 4-1 หมู่เกาะแฟโร เวลา 03:00 น. ฝรั่งเศส 2-0 สกอตแลนด์ ผลบอล แอฟริกัน เนชั่นส์คัพ เวลา 18:30 น. มาดากัสการ์ 1-1 แอฟริกากลาง เวลา 19:00 น. คอโมโรส 1-0 บอตสวาน่า เวลา 20:00 น. จิบูตี 0-1 ไลบีเรีย เวลา 22:30 น. กาน่า 3-1 โมซัมบิก >> เช็คผลบอลสด ที่นี่ <<

อาลัย
ประจวบ ฤกษ์ยามดี

วงการหนังไทยได้สูญเสียนักแสดงอาวุโสคนสำคัญ ประจวบ ฤกษ์ยามดี นักแสดงสมทบที่โลดแล่นเคียงข้างนักแสดงรุ่นคลาสสิคของไทย ด้วยเอกลักษณ์โดดเด่นกับใบหน้าเปื้อนยิ้ม ก็ทำให้ผู้ชมจดจำได้ไม่ลืม เมื่อวันพุธที่ 11 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ประจวบ ฤกษ์ยามดี ในวัย 82 ปี ได้ประสบอุบัติเหตุตกต้นไม้ในบ้านพักย่านรองเมือง เขตปทุมวัน จนเสียชีวิต โดยประจวบถือว่าเป็นนักแสดงภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่ง ด้วยมีศักดิ์เป็นน้องภรรยาของ ครูมารุต (ทวี ณ บางช้าง - ผู้กำกับชื่อเจ้าของผลงาน สันติ-วีณา ฉบับ พ.ศ. 2497 ที่เคยหายสาบสูญไป และพึ่งถูกค้นพบเมื่อไม่นานมานี้) จึงได้มีโอกาสเข้ามาทำงานใน "หนุมานภาพยนตร์" ของ รัตน์ เปสตันยี และมีผลงานการแสดงเรื่องแรกคือ 'ชั่วฟ้าดินสลาย' ฉบับ พ.ศ.2498 อีกหนึ่งผลงานคลาสสิคซึ่งกำกับโดยครูมารุตนั่นเอง ด้วยประจวบมีใบหน้าเปื้อนยิ้มสนุกสนาน ทำให้เขามักได้รับบทสนุกสนานเคียงข้างดาราดังๆ ในยุคนั้นทั้ง มิตร ชัยบัญชา หรือ สมบัติ เมทะนี หรือแม้ตัวเขาจะรับบทตัวร้าย ก็มักจะเป็นตัวละครที่น่าขบขัน ไปจนถึงอาจพลิกกลับมากลายเป็นฝ่ายพระเอกในตอนท้าย จนทำให้ได้ฉายา "ดาวร้ายผู้น่ารัก" โดยเกียรติยศสูงสุดของประจวบ คือการคว้ารางวัลตุ๊กตาถึง 2 ครั้ง ในสาขาผู้แสดงประกอบฝ่ายชายยอดเยี่ยม จากเรื่อง 'รักริษยา' ในปี พ.ศ. 2501 (ผลงานกำกับของ มารุต ที่คว้าไปถึง 6 สาขาในปีนั้น) และในสาขาเดียวกันจาก 'มือโจร' ผลงานกำกับของ วิจิตร คุณาวุฒิ ใน พ.ศ. 2504 ซึ่งได้รับรางวัลหนังยอดเยี่ยมในปีนั้นอีกด้วย คลิปการแสดงสั้นของ ประจวบ ฤกษ์ยามดี ใน 'โรงแรมนรก' (2500) ผลงานกำกับหนังยาวเรื่องแรกของ รัตน์ เปสตันยี https://www.youtube.com/watch?v=sqCH5x2HAUk

วิธีกำจัดเชื้อราในตู้เสื้อผ้า ไม่ให้มาทำลายชุดเก่งของคุณ
ตู้เสื้อผ้า /  เชื้อรา

ในหน้าฝน บ้านยิ่งจะอับชื้นได้ง่าย สาวๆ ที่มีเสื้อผ้าเยอะๆ ต้องระมัดระวังให้ดี ว่าเสื้อผ้าสวยๆ ที่เราก็บไว้นั้นจะมีเชื้อราซุกซ่อนอยู่ได้ง่ายๆ เรามาดูกันว่า วิธีกำจัดเชื้อราในตู้เสื้อผ้า จะทำยังไงได้บ้างค่ะ วิธีกำจัดเชื้อราในตู้เสื้อผ้า ก่อนอื่นเราต้องกำจัดที่ต้นเหตุก่อนเลย คือ ความอับชื้นในห้อง พยายามอย่าให้ห้องอับตลอดเวลา เปิดโอกาสให้ห้องได้รับแดดบ้าง ให้อากาศถ่ายเทบ้าง ... ปัญหาความอับชื้นในห้อง บางทีก็มาจากปัญหาเส้นผมบังภูเขา คือ เราถูพื้นเปียก ใช้ม็อบถูพื้นที่เปียกมากไป วิธีแก้ง่ายๆ คือ อย่าถูพื้นเปียกมากเกินไป หรือ หลังถูน้ำครั้งแรกแล้วหาม็อบแห้งมาเช็ดพื้นให้แห้งอีกครั้งก็ช่วยเรื่องอับชื้นในห้องได้เยอะนะคะ เมื่อกำจัดต้นเหตุความอับชื้นแล้ว คราวนี้เราก็มาจัดการกับเชื้อราที่เราไม่ได้เชิญได้เลย ก่อนอื่นเราต้องทำความสะอาดตู้เสื้อผ้าก่อนนะคะ แล้วเอาน้ำเปล่าผสมน้ำยาล้างจานเข้มข้น แล้วเอาแปรง แปรงบริเวณที่มีเชื้อราออกให้หมด เช็ดความสะอาดอีกครั้ง วิธีนี้คนใช้ได้ผลมาเยอะแล้ว อีกวิธีเด็ดขาดกว่า ทำความสะอาดตู้เสื้อผ้าเหมือนเดิมค่ะ แล้วใช้น้ำส้มสายชูยี่ห้อไหนก็ได้ค่ะ ผสมน้ำเปล่าใส่ Foggy ฉีดเลยค่ะ เชื้อรามันจะตายในน้ำส้มสายชูนะคะ สักพักเชื้อราก็ตายหายไปเองค่ะ บางคนกลัวฉีดน้ำส้มแล้วเฟอร์นิเจอร์หมดสวย เลยลงแว็กให้เงางาม ข้อนี้ต้องห้ามทำอย่างเด็ดขาด เพราะแว็กนะอาหารโปรดของเชื้อราเธอนะคะ เดี๋ยวเธอนึกว่าคุณชวนมาปาร์ตี้ ที่เมืองนอก บางทีเค้าใช้เครื่องผลิตโอโซนค่ะ เห็นว่าได้ผลมาก แต่ราคาก็สูงพอสมควร หันมาใช้ของดีใกล้ตัวของเราก็น่าจะดีกว่าเนอะ แหล่งที่มา : howtobypapahome.blogspot.com, homedecorthai.com/ ภาพจาก apartmenttherapy.com

MOTO GUZZI V 7II Stornello 2016
A'Lure bigbike /  Alure car / 

MOTO GUZZI V 7II Stornello 2016 MOTO GUZZI เป็นผู้ผลิตจากประเทศอิตาลี่ที่เน้นการออกแบบเครื่องยนต์ให้ใกล้เคียงกับเครื่องยนต์ของเครื่องบินใบพัดยุคก่อนมากที่สุดและด้วยเหตุนี้เองลักษณะการขึ้นลงของลูกสูบจึงเป็นแบบ V twin ขวางหน้า ซึ่งน่าจะเป็นค่ายเดียวที่ผลิตเครื่องยนต์แบบนี้ ส่วนรถในอดีตอย่าง ฮอนด้า GL 400 / 500 อันนั้นเป็นเพียงอารมณ์คล้ายๆ เท่านั้น โดยหลังจากนั้นก็ไม่มีการผลิตออกมาอีกเลย ซึ่งในครั้งนี้ทีมงานจะดึงเอา Stornello ตัวแสบในตระกูล V 7II มาอวดเพื่อน ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลย ชม vdo สุดเท่กันก่อนเลย รถรุ่นนี้โดดเด่นด้วยการใช้สีของเฟรมเป็นสีแดงสดใส ลักษณะของเฟรมเป็นแบบอุ้มเครื่องยนต์ แถมยังเป็นเฟรมแบบชิ้นเดียวตั้งแต่หัวจรดท้าย ส่วนข้อเสียก็คือหากเกิดอุบัติเหตุจนเฟรมอยู่ในสภาพที่บิดงอ ก็จำเป็นต้องยกเครื่องยนต์ลงมาแล้วทำการดัดเฟรมให้เข้ารูปเดิม ข้อดีของเฟรมแบบนี้ก็มีอยู่คือ มันส่งผลให้ควบคุมรถได้ง่ายทั้งในช่วงทางตรงๆ หรือทางโค้ง ทั้งนี้ก็มาจากความเป็นชิ้นเดียวกันของเฟรม อีกทั้งแนวระนาบก็ยังขนานกับพื้นโลกอีกด้วย พอมาจับรวมกับท่านั่งหลังเกือบตรงและการวางเท้าเยื้องมาด้านหลังเล็กน้อย ทำให้รถน่าขี่และควบคุมได้ง่ายอย่างน่าเหลือเชื่อ มิติของตัวก็จะมีขนาดความยาว / สูง / ความสูงของเบาะนั่ง เท่ากับ 2,240 / 1,180 / 798 มม. ขนาดความจุถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง 21 ลิตร (สำรอง 4 ลิตร) มีน้ำหนักรวมตัวรถ 186 กิโลกรัม ค่าความสูงจากพื้นถึงตัวรถ 179 มม. ขนาดยางด้านหน้า มาด้วยสัดส่วน 100 / 90 – 18 นิ้ว ส่วนยางหลัง ขนาด 130 / 80 – 17 นิ้ว รูปแบบของวงล้อนั้นเป็นวงล้อแบบซี่ลวด ตัวล้อเป็นสีดำและใช้ลวดสีโลหะในการขึ้นรูป การออกแบบเป็นรถสปอร์ตอารมณ์ย้อนยุค ไฟหน้าจอกลม มีฝาครอบกะโหลกไฟและบังตูดไมล์ แต่ใช้แฮนด์แบบ T Bar เพื่อลดภาระความเครียดจากการขับขี่ แถมยังให้ความสบายกว่าเยอะเลย ถังเชื้อเพลิงทรงสปอร์ตมาตรฐาน “หัวป่อง เอวแฟบ” เบาะที่นั่งใบเดียวเสมอกันทั้งคนขี่และผู้โดยสาร ไฟท้ายทรงวงรีทับทิมแดง ส่วนไฟเลี้ยวหน้าเลนส์ใสหลอดในไส้ส้ม ฝาครอบตูดไฟเลี้ยวมาแบบสีโครเมี่ยมเป็นมันวาว ตัวเครื่องยนต์เป็นการสันดาปด้วยน้ำมันเบนซิน 4 จังหวะ 2 ลูกสูบ ระบายความร้อนด้วยอากาศ มีขนาดความจุสุทธิ 744 ซีซี. กระบอกสูบ x ระยะชัก เท่ากับ 80 x 74 มม. ใช้วาล์วในการส่งถ่ายไอดีและคายไอเสียจำนวน 2 ชุด ต่อ 1 ห้องเผาไหม้ จ่าน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีด กำลังอัดเครื่องยนต์ 9.6 : 1 ใช้เกียร์แบบธรรมดา 6 สปีด คลัทช์แบบเปียกสั่งงานด้วยสายสลิง ขับเคลื่อนด้วยชุดเพลาขับ มีแรงม้าสูงสุด 48 ตัว ที่รอบการทำงานของเครื่องยนต์ 6,200 รอบ / นาที แรงบิดสูงสุด 58 นิวตัน-เมตร ที่รอบเครื่องยนต์ 5,000 รอบ / นาที ใช้แบตเตอรี่ขนาด 12 โวลท์ 14 แอมป์ สตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยระบบไฟฟ้า ระบบกันสะเทือนด้านหน้าเป็นเทเลสโคปิค ผิวแกนเคลือบด้วยฮาร์ดโครเมี่ยม ขนาด 40 มม. MARZOCCHI ครอบทับผิวแกนด้วยยางหุ้ม ไม่สามารถปรับตั้งได้ มีระยะของการยุบตัว 130 มม. ด้านหลังเป็นโช้คอัพคู่ ปรับตั้งค่าความกระด้างของสปริงได้ มีระยะการทำงาน 111 มม. ชุดกันสะเทือนให้อารมณ์ที่นิ่มนวล แต่ก็ไม่พลาดเรื่องการทรงตัวที่ดีบนทางโค้ง ส่วนระบบห้ามล้อ ด้านเป็นจานเบรคเดี่ยวแบบกึ่งให้ตัวได้ ขนาด 320 มม. คาลิเปอร์ 4 ลูกสูบ BREMBO สั่งงานด้วยแรงดันไฮดรอลิค จานเบรคหลังตายตัว มาด้วยขนาด 260 มม. คาลิเปอร์ 2 ลูกสูบ สำหรับการออกแบบรถ จะวางแผ่นชาร์จอยู่ด้านหน้าเครื่องยนต์ ซึ่งช่วยในการระบายความร้อนได้ดี แต่จุดอ่อนก็คือ อ่างน้ำมันเครื่อง มันดูจะล่อแหลมไปนิด หากขับขี่นอกเหนือจากการซิ่งบนถนน มันน่าจะมีการ์ดป้องกันมากกว่านี้ และนี่ก็คือ MOTO GUZZI V 7II Stornello เรียบเรียงโดย A'Lure Magazine motoguzzi.com ติดตามเพิ่มเติมได้ใน A’Lure Magazine Vol.69

15 เรื่องราวเผด็จการลับๆ จากทั่วโลกที่คุณยังไม่รู้
ต่างประเทศ /  เรื่องน่ารู้ / 

มาติดตามเรื่องราวแปลกๆ ชวนฮา จากทั่วโลก กับ 15 เรื่องราวเผด็จการลับๆ จากทั่วโลกที่คุณยังไม่รู้ ที่เราจะนำมาเปิดเผยกันในวันนี้ จะมีใครบ้างและเขาทำเรื่องน่าอายอะไร ไปติดตามกันเลยค่ะ 15 เรื่องราวเผด็จการลับๆ จากทั่วโลกที่คุณยังไม่รู้ 1. รู้หรือไม่ว่า ซัดดัม ฮุสเซนใช้ "เพลง I Will Always Love You" ของ วิทนีย์ฮูสตัน เป็นเพลงหาเสียงของเขา 2. ชื่ออย่างเป็นทางการของ อีดี้ อามิน ดาด้า เผด็จการของประเทศยูกันดาคือ "ฯพณฯ ประธานาธิบดีตลอดชีพ จอมพล อัล หัจญี ด็อกเตอร์ อีดี้ อามิน ดาด้า, วีซี., ดีเอสโอ., เอ็มซี., ซีบีอี., ผู้พิชิตจักรวรรดิอังกฤษในทวีปแอฟริกาทั้งหมดและผู้พิชิตยูกันดาโดยเฉพาะ" 3. ลองคิดดูเล่นๆ ว่า ทำไม Adolf Hitler, Ayatollah Khomeni และ Joseph Stalin จึงได้รับรางวัลบุคคลแห่งปีและทรงคุณค่าของประเทศ ตลอดระยะเวลาที่พวกเขารับตำแหน่ง 4. คิมจองนัม เป็นบุตรชายคนโตของ คิมจองอิล และทายาทผู้นำเกาหลีเหนือ ซึ่งเขากลับถูกจับได้ว่า เขาใช้หนังสือเดินทางปลอมเพื่อเขาไปดิสนีย์แลนด์ ประเทศญี่ปุ่น 5. ในขณะที่ Ayatollah Khomeini เป็นที่รู้จักในนามผู้นำเผด็จการอิหร่าน แต่ในสมัยเด็ก เขาเคยเป็นแชมป์กระโดดกบมาก่อน 6. Charles Taylor ก่อนที่จะเปิดสงครามกลางเมืองและกลายเป็นผู้นำเผด็จการ เคยแหกคุกที่ Massachusettes ประเทศสหรัฐอเมริกามาก่อน 7. ในปี 1988 Sarah York เด็กหญิงอายุ 10 ปี จาก Michigan กลายเป็นเพื่อนทางจดหมายของ Manuel Noriega ผู้นำเผด็จการปานา จนสาวน้อยได้รับเชิญทั้งครอบครัวไปคฤหาสน์เขาก่อนที่จะบุกสหรัฐ 8. นักโทษในสหภาพโซเวียตจะได้รับรอยสัก Stalin หรือ Lenin สองผู้นำโซเวียตเอาไว้ เพราะเหล่าผู้คุมไม่มีสิทธิ์ยิงหรือทำร้าย 9. ลูกชายของ Stalin พยายามที่จะฆ่าตัวตาย แต่กลับรอดชีวิตมาได้ จึงทำให้ Stalin พูดกับลูกชายว่า "ยิงปืนยังยิงไม่ตรงเลย" 10. ในขณะที่สงครามโลกครั้งที่สองยังไม่จบ จอมพล Fransisco Franco ผู้ปกครองสเปนจนถึงปี 1975 เคยยืนอยู่ข้างเยอรมนีและอิตาลีในลักษณะผู้ไม่เข้าร่วมประกาศสงครามมากว่าการเป็นประเทศไม่ฝักไฝ่ฝ่ายใด แต่อย่างไรก็ดี Francoได้ปรับเปลี่ยนนโยบาย นำเอาสเปนออกจากการเกี่ยวข้องกับกลุ่มประเทศมหาอำนาจทางการทหารได้อย่างชาญฉลาด การต่อต้านคอมมิวนิสต์ของ Franco นั้น ทำให้สเปนสามารถเชื่อมสัมพันธไมตรีได้เป็นอย่างดีกับฝ่ายอำนาจตะวันตก 11. ในปี 1989 Nicolae Ceauşescu ผู้นำเผด็จการของโรมาเนีย อ้างว่า ห้ามเล่น Scrabble เพราะมันซับซ้อนและฉลาดเกินไป 12. ภายใต้ผู้นำเผด็จการ Enver Hoxha ประเทศแอลเบเนีย ได้สร้างบังเกอร์ขึ้นเกือบ 1 ล้านบังเกอร์ จนวันนี้ได้ใช้เป็นที่พักอาศัยสำหรับคนไร้บ้าน 13. ในปี 2003 กองกำลังสหรัฐค้นพบ $ 650 ล้านในผนังพระราชวังของซัดดัม 14. Stalin ส่งนักฆ่าฝีมือดีหลายคนไปลอบสังหาร Josip Broz Tito ผู้นำเผด็จการของยูโกสลาเวีย แต่ไม่เคยสำเร็จ จน Tito รำคาญ และส่งจดหมายตอบกลับมาว่า ‘หยุดส่งคนมาฆ่าชั้นเสียที ไม่งั้นชั้นจะส่งคนไปฆ่าแกบ้าง และบอกเลยว่าไม่จำเป็นต้องส่งคนที่สองตามไปหรอก!!!’ 15. เชื่อหรือไม่ว่า คุณหมอต้องพยายามอย่างหนักเพื่อยื้อให้ลูกของ Kim Jong Un เกิดในปี 2012 เพราะจะครบ 100 ปี วันเกิดของ Kim Il Sung ผู้ก่อตั้งประเทศเกาหลีเหนือ ข้อมูลและภาพจาก ebaumsworld

ร้อนนี้หันมาดื่ม น้ำเปล่า ขณะออกกำลังกายกันดีกว่า
ดื่มน้ำ /  น้ำ / 

ช่วงที่อากาศร้อน เรามักจะรู้สึกเหนื่อยหรือเพลียเร็วขึ้น โดยเฉพาะหนุ่มสาวออฟฟิศที่รักสุขภาพ และขยันออกกำลังกาย การจิบน้ำเล็กน้อยขณะพักจะช่วยให้มีแรงเล่นต่อไปได้อีก ซึ่งน้ำที่ดีที่สุดขณะออกกำลังกายคือ “น้ำเปล่า” ที่ร่างกายดูดซึมไปใช้ได้เร็วที่สุด โดยน้ำจะช่วยลดอุณหภูมิของร่างกาย ปรับระดับความดันโลหิต ช่วยลำเลียงอาหาร และออกซิเจนเข้าสู่เซลล์ ทำให้เซลล์กล้ามเนื้อทำงานได้อย่างสมบูรณ์ ขณะเล่นกีฬาได้เป็นอย่างดี ประมาณ70%ในร่างกายประกอบด้วยน้ำ ดังนั้น ถ้าคุณขาดน้ำเพียง 3 วันก็อาจถึงตายได้ เพราะน้ำเป็นสิ่งสำคัญรองจากอากาศ โดยร่างกายต้องการน้ำวันละประมาณ 2.5 ลิตร ในขณะที่เราสูญเสียน้ำวันละ 2.5 ลิตร จาก 1500 cc เป็น ปัสสาวะ 500  cc เป็น เหงื่อ 300 cc เป็น ละอองน้ำในการหายใจออก 200 cc เป็น อุจจาระ หากร่างกายขาดน้ำรื้อรัง(ดื่มน้ำน้อย) ทุกระบบการทำงานของร่างกายจะไม่มีประสิทธิภาพ สารพิษในร่างกายเพิ่มมากขึ้น กล้ามเนื้อไม่มีแรง ผิวหนังจะแห้ง ระบบย่อยอาหารพึ่งน้ำในทุกระดับ การเผาผลาญอาหารต้องมีน้ำเป็นตัวกลาง น้ำพาสารต่างๆไปให้เซลล์ สุขถาพที่ดี และการหยุดยั้งความชราขึ้นอยู่กับน้ำ ซึ่งคุณควรให้น้ำดื่มที่ดีที่สุดกับร่างกายท่านอย่างเพียงพอ พญ. สิรนิสถ์ ประพันธ์ศิลป์ แพทย์สาขาอายุรกรรมทั่วไป แผนกประกันสังคม รพ.กล้วยน้ำไท 1 แนะนำว่า น้ำดื่มบริสุทธิ์จะเคลื่อนตัวสู่กระเพาะอาหาร และดูดซึมในลำไส้ได้เร็วที่สุดเมื่อเทียบกับเครื่องดื่มทั่วไปที่มักจะมีปริมาณน้ำตาลสูงกว่า 2.5 เปอร์เซ็นต์ เครื่องดื่มเหล่านี้จะดูดซึมได้ช้า ทำให้รู้สึกจุก เสียด ท้องอืด และทำให้ปริมาณน้ำตาลในเลือดสูง ยิ่งถ้าเป็นน้ำอัดลม   ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะทำให้กระเพาะอาหารขยายตัวเบียดกล้ามเนื้อกระบังลม ทำให้ปอดขยายได้ไม่เต็มที่ ส่งผลให้หายใจไม่อิ่ม และหมดแรงเร็วขึ้น นอกจากนี้กระเพาะอาหารที่ขยายใหญ่ขึ้นทำให้รู้สึกจุกแน่นขณะออกกำลังกาย ดื่มอย่างไรให้ถูกวิธี ? การดื่มน้ำในขณะออกกำลังกายและรู้สึกเหนื่อยจัด ไม่ควรดื่มน้ำมากกว่าครั้งละ  2 แก้ว เพราะอาจทำให้เกิดภาวะน้ำเกิน (Water intoxication) ทำให้รู้สึกเวียนศีรษะ และปวดร้าวในสมอง ทั้งนี้ในคุณควรดื่มน้ำเปล่าไม่เกิน 1 แก้ว  ก่อนออกกำลังกายประมาณ 10 นาที และอาจจิบน้ำเล็กน้อยทุกๆ 10 – 15 นาที   ถ้ารู้สึกกระหายน้ำขณะออกกำลังกาย แต่ก็ไม่ควรเกิน 1 แก้ว (ภายใน 1 ชั่วโมง) และที่สำคัญคือการดื่มน้ำให้ได้ 2 แก้ว หลังจากที่ออกกำลังกายเรียบร้อยแล้ว 30 นาที สูญเสียเหงื่อ = สูญเสียเกลือแร่? การเสียเหงื่อจะเป็นการเสียน้ำมากกว่าเสียเกลือ เนื่องจากความเข้มข้นของเกลือในเลือดอยู่ที่ประมาณ 0.9 เปอร์เซ็นต์   ในขณะที่มีเหงื่ออยู่ที่ประมาณ 0.12 – 0.4 เปอร์เซ็นต์ และไม่พบว่ามีการสูญเสียโพแทสเซียม (Potassium) จึงไม่จำเป็นต้องดื่มน้ำเกลือแร่ น้ำดื่มผสมเกลือแร่ทั่วไป ที่ขายในท้องตลาดมักมีปริมาณกลูโคสสูงกว่า 2.5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจะดูดซึมได้ช้า ทำให้ร่างกายได้รับน้ำช้ากว่าการดื่มน้ำเปล่า ถ้าจิบขณะออกกำลังกายจะทำให้รู้สึกจุกได้ง่าย อากาศร้อนอย่างนี้ หันมาดูแลสุขภาพให้ดีด้วยการดื่มน้ำเปล่าที่ช่วยให้สดชื่นขึ้นขณะออกกำลังกาย และยังไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำหนัก ช่วยให้หุ่นสวยเพรียว ฟิต & เฟิร์มกันเถอะค่ะ ขอบคุณที่มาจาก : e-magazine.info

โฉมงามปรากฏตัว! พร้อมเสียงปริศนา? ในตัวอย่างล่าสุด Beauty and the Beast
Beauty and The Beast /  Disney / 

โฉมงามปรากฏตัว! พร้อมเสียงปริศนา? ในตัวอย่างล่าสุด Beauty and the Beast เปิดตัวอย่างเป็นทางการออกมาให้ชมแล้ว สำหรับภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจากการ์ตูนสุดคลาสสิคอีกเรื่องหนึ่งจากวอลท์ ดิสนีย์ อย่าง Beauty and the Beast จากตัวอย่างเผยให้เห็นบรรยากาศในปราสาทที่ถูกตกแต่งอย่างงดงาม แต่ยังไม่ปรากฏร่างของเจ้าของปราสาทให้ได้เห็น มีเพียงเสียงพูดของผู้ที่อาศัยอยู่ในปราสาทอย่าง Lumiere รับบทโดย ยวน แม็กเกรเกอร์ (Ewan McGregor) และ Cogsworth รับบทโดย เอียน แม็คเคลเลน (Ian McKellen) พูดคุยกัน  และในช่วงท้ายกับการเผยโฉมใบหน้าของสาวงามอย่าง Belle รับบทโดย เอ็มม่า วัตสัน (Emma Watson) โดยมีดอกกุหลาบบังอยู่ ร่วมเป็นแขกผู้มีเกียรติในปราสาทแห่งนี้พร้อมกันวันที่ 17 มีนาคม 2017 ดูบทความต้นฉบับ : Here's your first glimpse of Emma Watson in 'Beauty and the Beast'

พีคต่อเนื่อง!น้องเมย์สยบซื่อหยิงผงาดแชมป์ขนไก่มาเลเซีย
น้องเมย์ /  รัชนก อินทนนท์ / 

รัชนก  อินทนนท์ ยังพีคต่อเนื่องเมื่อผงาดคว้าแชมป์แบดมินตันระดับซุปเปอร์ ซีรีส์ มาเลเซียน โอเพ่น หลังจากเอาชนะ ไท่ ซื่อ หยิง จากไต้หวันไปไม่ยากเย็น 2-0 เซต 21-14,21-15 เป็นแชมป์ที่สองในรอบสองสัปดาห์ การแข่งขันแบดมินตันซูเปอร์ ซีรีส์ รายการ “มาเลเซียน โอเพ่น 2016” ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ชิงเงินรางวัลรวม 550,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 19.25 ล้านบาท) เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน 2559 เป็นการลงสนามในรอบชิงชนะเลิศเภทหญิงเดี่ยว “เมย์” รัชนก อินทนนท์ ที่เพิ่งเอาชนะ หวัง ยีฮาน มาในรอบรองชนะเลิศ พบกับ ไท่ ซื่อ หยิง จากไตหวัน ที่มีสถิติสูสีกัน จากการพบกัน 11 ครั้ง รัชนก เอาชนะได้ 6 ครั้ง ส่วน ไท่ ซื่อ หยิง เอาชนะได้ 5 ครั้ง เซตแรก นักตบจากไต้หวันเริ่มต้นได้ดีกว่า และนำไปก่อน แต่ รัชนก มาไล่แซงได้ในช่วงกลางเซตก่อนจะนำแบบม้วนเดียวจบเอาชนะไปก่อน 21-14 เซตที่สองน้องเมย์ยิ่งเล่นยิ่งมั่นใจ และมาเอาชนะไปได้ 21-15 ส่งผลให้อันดับโลกอย่างไม่เป็นทางการของ "น้องเมย์" ขึ้นไปรั้งอันดับ 2 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ละครเหยี่ยวรัตติกาล , เรื่องย่อเหยี่ยวรัตติกาล
เหยี่ยวรัตติกาล /  ละครเหยี่ยวรัตติกาล / 

เหยี่ยวรัตติกาล ละครเหยี่ยวรัตติกาล ละครช่อง7 บทประพันธ์โดย : นอร์แมน วีรธรรมกำกับการแสดงโดย : อนุวัฒน์ ถนอมรอดผลิตโดย : บริษัท กันตนา มูฟวี่ทาวน์ จำกัดออกอากาศ เร็ว ๆ นี้ ทางช่อง 7 สี เรื่องย่อเหยี่ยวรัตติกาล เรื่องราวของผู้หญิงสาวสวยคนหนึ่ง ที่ได้รับพรจากสวรรค์ เหยี่ยวศักดิ์สิทธิ์พันปี ที่ร่ำลือกันว่ามีพลังพิเศษ จนสามารถเปลี่ยนให้เธอกลายเป็นฮีโร่สาวเหนือมนุษย์ใดใด ย้อนไปเมื่อเด็กหญิงราตรี หรือน้องไนท์ อายุ 5 ขวบ ลูกสาวตำรวจมือสะอาด รอง อ.ธ.ศักดิ์สิทธิ์ (โอ๋-ฐาปกรณ์) กับรัตนา (ตุ๋ย-นวลปรางค์) ภริยานายตำรวจ ราตรีเกิดตอนเที่ยงคืน ของวันที่ 12 เดือน 12 พอดี จึงได้ชื่อนี้และชื่อเล่นว่าไนท์ วันหนึ่งศักดิ์สิทธิ์กับรัตนาพาราตรีไปเที่ยวหัวหิน ระหว่างทางกลับบ้านเด็กหญิงได้เห็นแสงสีทองสะท้อนเข้าตา ราตรีจึงร้องทัก เมื่อพ่อแม่เพ่งดูปรากฏว่าเป็นแดดที่สะท้อนจากหลังคาวัดแห่งหนึ่งรัตนาบอกให้ศักดิ์สิทธิ์แวะไหว้พระก่อนกลับ ระหว่างที่เข้าไปกราบพระในโบสถ์ ในระหว่างที่รัตนากับศักดิ์สิทธิ์กำลังสนทนาธรรมกับพระเจ้าอาวาส เด็กหญิงราตรีก็หายตัวไป รัตนาตกใจพารีบออกไปตามหา พบว่าราตรีกำลังคุยเล่นกับลุงคนหนึ่ง ซึ่งหลวงพ่อบอกว่าชื่อลุงมายง เป็นคนทิเบตที่มาอาศัยอยู่ที่วัดนี้ไม่มีพิษมีภัยอะไร แต่รัตนาก็ยังไม่วายเป็นห่วงลูกสาว ตอนกลับมาถึงบ้านรัตนายิ่งแปลกใจเมื่อเห็นที่คอของราตรีมีสร้อยเหรียญรูปเหยี่ยวห้อยอยู่ ศักดิ์สิทธิ์ดูจึงรู้ว่าน่าจะเป็นของลุงมายงที่วัด เพราะชาวทิเบตนับถือเหยี่ยวกันมาก รัตนาบอกให้เอาไปคืน แต่ศักดิ์สิทธิ์กลับว่าลุงมายงน่าจะแอบให้เพราะรู้ว่าถ้าให้กับพ่อแม่คงไม่ยอมรับเพราะเป็นเหรียญที่มีค่าและดูท่าราตรีจะชอบสร้อยอันนี้ด้วย หากกลับเอาไปคืนวันนี้ลุงคงจะเสียใจ ค่อยหาโอกาสเอาไปคืนในวันหลังจะดีกว่า ยามค่ำคืนในห้องนอนราตรี เหรียญรูปเหยี่ยวที่คอของเด็กน้อยก็เรืองแสงขึ้นมา แล้วเหรียญนั้นก็ค่อย ๆ หายไปในร่างของราตรี ในขณะที่ราตรีหลับใหลอย่างไม่รู้สึกตัว รุ่งเช้าศักดิ์สิทธิ์พบว่าสร้อยนั้นไม่ได้อยู่ที่คอราตรีแล้วแต่ก็ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร เพราะคิดว่าราตรีคงซุกซนทำตกหายไป จนกระทั่งทุกคนลืมเรื่องราวของเหรียญรูปเหยี่ยวไป 15 ปีผ่านไป.. ราตรี (จั๊กจั่น-อคัมย์สิริ) จบการศึกษาสาขานิติศาสตร์ จบแล้วได้ทุนไปเรียนต่อกฎหมายระหว่างประเทศที่อเมริกาจนจบโทจึงเดินทางกลับมาเมืองไทย ศักดิ์สิทธิ์ตอนนี้ได้เป็นรองอธิบดีกรมตำรวจ ราตรีกลับมาทำงานเป็นทนายอิสระช่วยว่าความช่วยเหลือคนจน ราตรีมีเพื่อนเก่าชื่อ นุชนาถ (เตย-กัญญกร) เป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์ฉบับเล็ก ๆฉบับหนึ่ง ชื่อ อธิปไตย นสพ.ถูกฟ้องร้องจาก นายสมศักดิ์ ตระกูลวงศาเจริญยิ่ง นักธุรกิจมาเฟียคนหนึ่ง ซึ่งนุชนาถลงข่าวว่ามีส่วนพัวพันกับธุรกิจผิดกฎหมายและหลบเลี่ยงภาษีรวมทั้งกว้านซื้อที่นาจ้างคนทำนาให้กับบริษัทต่างชาติที่หนุนหลังอยู่ นุชนาถได้ติดต่อมาให้ราตรีช่วยว่าความให้..ด้วยความฉลาดของราตรีทำให้นุชนาถ หลุดจากคดี ทำให้สมศักดิ์นักธุรกิจมาเฟียโกรธแค้นมาก นุชนาถพาราตรีไปกินข้าวฉลองความสำเร็จ ระหว่างที่นุชนาถขับรถมาส่งราตรีก็ถูกรถตู้ปาดหน้า มีมือปืน 4-5 คนออกมาจากรถยิงสาดด้วยปืนกล นุชนาถถูกกระสุนทรุด ยามคับขันราตรีเอาร่างบังร่างของนุชนาถไว้ กระสุนถูกร่างของราตรีทั้งตัว ทันใดนั้นก็มีแสงจ้าสาดออกมาจากร่างของราตรี พวกมือปืนต่างตกใจ แสงสว่างจ้าจนมองอะไรไม่เห็น ทันใดนั้นก็มีเสียงเหมือนเหยี่ยวร้อง.. และมีเงาดำปรากฏ พวกมือปืนสาดกระสุนปืนเข้าใส่เสียงดังสนั่นหวั่นไหว..แต่แล้วเงาดำก็วูบเข้ามา กลายเป็นเสียงพวกมันร้องโหยหวนแทน ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดสนิท ละครเหยี่ยวรัตติกาล ผู้กองเซนต์ (วิน-ธาวิน) มาตรวจสอบในที่เกิดเหตุ ต้องแปลกใจเมื่อเจ้าหน้าที่รายงานว่า พบศพของคนร้าย 5 คน แต่ละคนมีแผลเหวอะหวะที่คอหอยเหมือนถูกกรงเล็บของสัตว์ปีก กำลังส่งไปให้ผู้เชี่ยวชาญพิสูจน์ว่าเป็นกรงเล็บของสัตว์ชนิดใด ที่โรงพยาบาล นุชนาถอยู่ในห้องพักฟื้น มีอาการบาดเจ็บจากกระสุนสองสามแห่ง แต่ปลอดภัยแล้ว ราตรีนั่งเฝ้าอยู่ข้าง ๆ ครู่หนึ่งนุชนาถก็รู้สึกตัว นุชนาถบอกว่าเห็นทีตนจะต้องปิดหนังสือพิมพ์เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง และครอบครัว ราตรีบอกว่าขอให้เปิดต่อไป โดยที่ตัวเองจะรับผิดชอบทั้งหมดเอง เพราะตนเองก็ต้องการต่อสู้กับพวกที่มีอิทธิพลพวกนี้เช่นกัน ในที่สุดนุชนาถก็ตกลง ผู้กองเซนต์มาดักรอราตรีที่โรงพยาบาล เพื่อสอบปากคำว่าราตรีรอดมาได้อย่างไร และเห็นอะไรบ้าง ราตรีบอกว่าตนเองก็จำไม่ได้ คงเป็นเพราะโชค และสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองมากกว่า สุดท้ายเซนต์อาสาไปส่งราตรี ระหว่างทางเซนต์ถามถึงนุชนาถว่าเป็นอย่างไรบ้าง ราตรีเล่าว่านุชนาถกลัวมากจนจะปิดหนังสือพิมพ์แต่ตัวเองขอสานต่องานทั้งหมด เซนต์เตือนราตรีให้ระวังตัว อย่างไรก็ตาม เซนต์ให้นามบัตรราตรีไว้ และบอกว่าตนเองก็ไม่ชอบระบบคอรัปชั่น และพยายามที่จะกำจัดพวกมาเฟียเช่นกัน ถ้ามีอะไรที่จะช่วยได้ก็ขอให้ราตรีโทรหาตน ราตรีกล่าวขอบคุณและหวังว่าเซนต์เป็นตำรวจที่ดีอย่างที่คุยไว้ ราตรีถึงคอนโด ก็สำรวจร่างกายตนเองเพราะแปลกใจเหมือนกันที่รอดมาได้ พอดีได้รับโทรศัพท์จากพ่อ รองศักดิ์สิทธิ์ถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นด้วยความเป็นห่วงละครเหยี่ยวรัตติกาล และบอกให้ราตรีไปหาโดยเร็วที่สุด ราตรีรับปากว่าจะไปหาแต่เช้า รุ่งเช้าราตรีไปหาพ่อแม่ที่บ้าน หลังจากนั้นพ่อก็พาราตรีขึ้นไปห้องพระ และถามถึงเรื่องเหยี่ยวที่เป็นข่าว ราตรีบอกว่าจำเหตุการณ์อะไรไม่ได้เลย ในที่สุดพ่อก็เล่าเรื่องเหรียญเหยี่ยวที่ราตรีได้รับเมื่อตอนเด็ก ๆ รองศักดิ์สิทธิ์สันนิษฐานว่าเหยี่ยวศักดิ์สิทธิ์มาช่วยราตรี ราตรีไม่ค่อยอยากจะเชื่อนัก พ่อจึงพาราตรีไปหาหลวงพ่อเจ้าอาวาสที่วัดหัวหิน ซึ่งเป็นอาจารย์ที่นับถือ เมื่อหลวงพ่อได้พบกับราตรีก็ทักทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น โดยที่ศักดิ์สิทธิ์ยังไม่ทันได้เล่าเรื่องเหรียญเหยี่ยว หลวงพ่อยังบอกอีกว่าราตรีได้รับพลังของเหยี่ยวศักดิ์สิทธิ์ เมื่อใดที่ราตรีระลึกถึงพลังของเหยี่ยวก็จะทำให้ร่างกายของราตรีมีพลัง สามารถทนทานต่ออาวุธทุกชนิด มีชั้นเชิงในการล่าหรือต่อสู้กับศัตรูเยี่ยงเหยี่ยว ประสาทสัมผัสเยี่ยงเหยี่ยว มีสัญชาติในการได้ยินได้เห็นเยี่ยงเหยี่ยว และที่สำคัญถ้าราตรีเชื่อมั่น ก็สามารถบินได้เหมือนเหยี่ยว เหมือนกับว่าราตรีเป็นเหยี่ยวศักดิ์สิทธิ์ตามตำนานของชาวทิเบตที่มีมาช้านาน ราตรีฟังแล้วคาดไม่ถึง ส่วนรองศักดิ์สิทธิ์กลับพยักหน้าเชื่อ และให้ราตรีตั้งสมาธินำพลังของเหยี่ยวมาใช้เพื่อป้องกันตัวเอง และปราบพวกอธรรมอย่างที่ราตรีตั้งใจไว้ ราตรีรับปากว่าจะลองทำทุกอย่างเพื่อให้เกิดขึ้นจริงอย่างที่ท่านอาจารย์กล่าว ผู้กองเซนต์ ละครเหยี่ยวรัตติกาล ช่อง7 ราตรีจัดแถลงข่าวที่นุชนาถถอนตัวจากหนังสือพิมพ์และตนจะรับหน้าที่แทน ทั้งนี้เพื่อให้คนร้ายเลิกยุ่งกับนุชนาถ และที่สำคัญเพื่อให้นุชนาถและครอบครัวปลอดภัย ข่าวที่นุชนาถถอนตัวจากหนังสือพิมพ์ ทำให้สมศักดิ์ สะใจที่จัดการกับนุชนาถได้ และคิดว่าบรรณาธิการคนใหม่คงจะได้รับบทเรียนแล้ว และคงไม่กล้ายุ่งกับตนอีก นายสมศักดิ์ถูกเรียกตัวไปประชุมกับนักธุรกิจอีก 10 คน โดยมี นายพิเชษฐ์ (บี๋-สวิช) นักธุรกิจที่มีหน้ามีตาในสังคมเป็นหัวหน้าใหญ่ พิเชษฐ์บรรยายแผนให้ทุกคนขยายเครือข่ายไปทุกจังหวัดแทรกแซงเข้าหน่วยราชการ และส่งคนเข้าพรรคการเมือง เป้าหมายคือควบคุมการดำเนินการทางธุรกิจทุกอย่างของประเทศ สุดท้ายพิเชษฐ์ตำหนิว่าสมศักดิ์ทำงานโดยพละการ ทำให้กลายเป็นเป้าหมาย ข่าวใหญ่เป็นที่จับตามองของสังคม และกฎหมายซึ่งจะทำให้เป็นภัยต่อองค์กร และเตือนให้ทุกคนอย่าเอาเยี่ยงอย่างสมศักดิ์ สมศักดิ์ยืนยันว่าตนสามารถควบคุมทุกอย่างให้อยู่ในกำมือได้แน่นอน หลังจากราตรีเข้าคุมหนังสือพิมพ์ สองวันต่อมาราตรีก็ลงข่าวการถูกยิงของนุชนาถ ซึ่งมีรายชื่อสมศักดิ์เกี่ยวข้องอยู่ด้วย ทำให้สมศักดิ์โกรธมากที่ตกเป็นเป้าสังคม และทางการจึงคิดกำจัดราตรี เซนต์สนใจราตรีตั้งแต่แรกเพราะความสวยของราตรี จึงหาเรื่องมาที่สำนักพิมพ์บ่อย ๆ อ้างเรื่องการสอบสวนเพิ่มเติม และมาเตือนว่านายสมศักดิ์อาจหาทางเล่นงานราตรีแบบที่เล่นงานนุชนาถมาแล้ว ราตรีรับฟังและขอบคุณที่เซนต์มีน้ำใจ เช้าวันหนึ่งราตรีตื่นแต่เช้าแล้วขับรถมุ่งหน้าไปบ้านพักในต่างจังหวัดซึ่งเป็นบ้านของรองศักดิ์สิทธิ์ ที่สร้างไว้เพื่อพักผ่อน และอยู่ลึกเข้าไปจากถนนห่างไกลผู้คน ราตรีไปถึงแล้วเริ่มนั่งสมาธิเรียกพลังเหยี่ยวอย่างที่พ่อลองบอก เมื่อสมาธิเข้าที่ทันใดก็รู้สึกได้ยินเสียงรอบตัวสารพัดเสียง สายตาเหมือนมองเห็นทุกอย่างที่ตนคิดอยากจะเห็น ราตรีลองนึกถึงสมศักดิ์ดู ก็เห็นภาพสมศักดิ์กำลังสั่งมือปืนให้กำจัดตนละครเหยี่ยวรัตติกาล ราตรีเกิดโมโห ร่างของราตรีค่อย ๆ ลอยขึ้นมาจากพื้นโดยไม่รู้ตัว...พอลืมตาขึ้นก็เห็นตัวเองลอยอยู่กลางอากาศ ราตรีจึงลองนึกว่าตนเองบินได้ ปรากฏว่าร่างของราตรีลอยพุ่งออกหน้าต่างไปอยู่เหนือหลังคาบ้าน ราตรีทดลองร่อนไปมาดูก็ทำได้ดังใจ วันหนึ่งสมศักดิ์ได้รับจดหมายฉบับหนึ่งว่าตนเองมีความผิดฐานสั่งการให้สังหารชีวิตของคู่แข่ง และผู้ที่เป็นอริกับตนหลายครั้งหลายหน ต้องได้รับกรรมที่ก่อไว้ด้วยชีวิต ลงชื่อ เหยี่ยวรัตติกาล สมศักดิ์โกรธ และจัดงานแถลงข่าวทันที โดยเอาจดหมายให้นักข่าวดู แก้ไขความผิดตน พร้อมท้าทายว่าตนพร้อมที่จะลุยกับเหยี่ยวรัตติกาลได้ทุกเวลา คืนหนึ่งสมศักดิ์ออกจากงานเลี้ยงและแวะไปที่ตึกทำงานของตน แต่พอจอดรถหน้าตึกก็เห็นเงาร่อนอยู่เหนือตึก พวกมือปืนต่างรีบพาสมศักดิ์เข้าไปในตึก แต่พอขึ้นไปถึงที่ทำงานต้องตกใจเมื่อพบกับร่างหญิงสาวในชุดหนัง ใบหน้ามีหน้ากากอำพรางเห็นแต่นัยน์ตาที่คมกริบดุจพญาเหยี่ยว พวกมือปืนต่างสาดกระสุนเข้าใส่ แต่ร่างในชุดหนังพุ่งออกหน้าต่างหายไป พวกมือปืนรีบพานายหนี แต่แล้วร่างในชุดหนังก็พุ่งกลับเข้ามาทางกระจกสาดกระสุนเข้าใส่พวกมือปืน ต่อสู้ด้วยชั้นเชิงที่คล่องแคล่วว่องไว จนเหลือแต่สมศักดิ์คนเดียว หญิงในชุดลึกลับกล่าวคำอำลาแล้วจบชีวิตชั่วของสมศักดิ์มาเฟียลงในที่สุด ก้องเกียรติ ละครเหยี่ยวรัตติกาล ช่อง7 รุ่งขึ้นภาพของหญิงชุดดำใส่หน้ากากลอยลงจากยอดตึกลงสู่พื้นปรากฏอยู่หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์อธิปไตย จับภาพได้โดยเหยี่ยวข่าวสาวคนดังคนล่าสุดของเมืองไทย คือราตรีภายในมีข่าวของสมศักดิ์เสียชีวิตในสำนักงานและพบนามบัตรของเหยี่ยวรัตติกาลอยู่บนศพของสมศักดิ์ มีข้อความว่า จุดจบของผู้ที่คิดร้ายต่อแผ่นดิน กองทัพนักข่าวต่างปรากฏตัวที่สำนักงานหนังสือพิมพ์อธิปไตย เพื่อรอสัมภาษณ์ราตรี ราตรีให้สัมภาษณ์ว่าตนได้ติดตามพฤติกรรมของนายสมศักดิ์อยู่ และก็ได้เห็นเหยี่ยวรัตติกาลปรากฏตัวจึงมีโอกาสได้เก็บภาพไว้ โดยไม่รู้รายละเอียดอะไรอีกเลย เซนต์มาหาราตรีชวนไปนั่งทานกาแฟ และขอสอบถามเรื่องเหยี่ยวรัตติกาล ราตรีปฏิเสธและกล่าวเป็นเชิงชมว่าดีใจที่มีเหยี่ยวรัตติกาลออกมากวาดล้างผู้มีอิทธิพล เซนต์ยิ้มบอกว่าตนก็เห็นด้วย จนใจที่ตัวเองเป็นกฎหมาย จึงได้รับคำสั่งให้สืบสวนและตามจับตัวเหยี่ยวรัตติกาลมาให้ได้ หลังจากนั้นเป็นต้นมาก็มีข่าวของเหยี่ยวรัตติกาลช่วยเหลือคนที่ถูกทำร้าย ปล้น รังแก อยู่อย่างไม่ขาดสาย บางครั้งก็มีภาพลง ละครเหยี่ยวรัตติกาล แน่นอนย่อมเป็นหนังสือพิมพ์อธิปไตยของราตรี โดยฝีมือของราตรีเท่านั้น จึงเป็นที่มาของข่าวซุบซิบว่าราตรีมีส่วนรู้เห็นกับคดีที่เกิดขึ้นโดยฝีมือของเหยี่ยวรัตติกาล..ซึ่งราตรีก็ปฏิเสธและอ้างว่าตนเป็นนักข่าวที่ทำงานหนักคอยเฝ้าคอยติดตามเรื่องนี้ ช่วยไม่ได้ที่นักข่าวคนอื่น ๆไม่มีความสามารถพอที่จะได้ภาพเหยี่ยวรัตติกาล เพราะเหตุที่หนังสือพิมพ์อธิปไตยลงข่าวและรูปของเหยี่ยวรัตติกาลอยู่ตลอดเวลา ทำให้คนทั่วไปรวมทั้งชาวบ้านในต่างจังหวัดทุกหนทุกแห่งเมื่อได้รับความเดือดร้อนหรือถูกรังแกจากผู้มีอิทธิพล ก็จะส่งจดหมายเข้ามาลงที่หนังสือพิมพ์อธิปไตย เพื่อหวังว่าจะส่งสารไปถึงเหยี่ยวรัตติกาลให้มาช่วยเหลือ หลังจากที่บทความขอความช่วยเหลือได้ลงหนังสือพิมพ์อธิปไตย ต่อมาก็มีข่าวว่าเหยี่ยวรัตติกาลปรากฏตัวปราบพวกเหล่าร้ายพวกนั้นจนราบคาบ สร้างความกลัวให้พวกคนร้าย และยิ่งทำให้คนส่งสารผ่านมาทางหนังสือพิมพ์อธิปไตยมากขึ้น พิเชษฐ์กดดันให้ทางการปิดหนังสือพิมพ์อธิปไตยเพราะทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายผู้คนแตกตื่น แต่ราตรีก็แก้ต่างจนหลุดคดีความจนได้ การตายของสมศักดิ์ ทำให้พิเชษฐ์สั่งหน่วยงานของตนให้ระวังตัว ทำงานกันอย่างรอบคอบมากยิ่งขึ้น แต่สุดท้ายแล้วหน่วยงานของสรสินก็ถูกบุก หัวหน้าหน่วยถูกเก็บ เครือข่ายที่อยู่ต่างจังหวัดถูกทำลายด้วยฝีมือของเหยี่ยวรัตติกาล ทำให้พิเชษฐ์โกรธแค้นอย่างยิ่ง สั่งเพิ่มกำลังและป้องกันอย่างเต็มที่ ภายใต้หน้ากากองนักธุรกิจตัวอย่าง เป็นบุคคลดีเด่นที่สังคมยอมรับ สังคมไม่มีใครรู้ว่าพิเชษฐ์ซ่อนความชั่วร้ายไว้มากมาย จั๊กจั่น ละครเหยี่ยวรัตติกาล เซนต์ และราตรีต่างก็สืบสวน และหาทางเปิดโปงนายสรสินให้สังคมได้รู้หน้ากากที่แท้จริง โดยมีผู้ช่วยเซนต์ชื่อ ก้องเกียรติ (หลุยส์ เฮสดาร์สัน) และผู้ช่วยของราตรีชื่อ อีท (แจม-ปาณิชดา) คอยช่วยเหลือการกระชากหน้ากากของพิเชษฐ์และกระบวนการ แต่สังคมส่วนใหญ่ถูกปิดหูปิดตาด้วยเงินที่นายพิเชษฐ์หว่านลงไปอย่างไม่อั้น โดยใช้เงินจากการรีดไถผูกขาดค้ากำไรเอาเปรียบคนอื่นแทบทั้งสิ้น ละครเหยี่ยวรัตติกาล แม้ว่าเหยี่ยวรัตติกาลจะปราบปรามทำลายหน่วยงานต่าง ๆ ของนายพิเชษฐ์ลงไปมากมายแต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งเครือข่ายของนายพิเชษฐ์ได้ จริงอยู่ที่เหยี่ยวรัตติกาลสามารถจบชีวิตของนายพิเชษฐ์ได้ แต่ก็เชื่อว่าต้องมีตัวแทนมาสานต่อขบวนการชั่วของมัน มีทางเดียวคือต้องเปิดโปงให้สังคมได้รู้ความจริงเท่านั้น เมื่อสังคมรู้ความจริงนายพิเชษฐ์หมดสภาพ ขบวนการของนายพิเชษฐ์ต้องพังพินาศลงอย่างแน่นอน เซนต์ และราตรีได้ใช้เวลาร่วมกันหาความจริงจนสนิทสนมมีใจต่อกัน และต้องเผชิญกับอันตรายร่วมกันหลายครั้งจากพวกมือปืนของพิเชษฐ์ทำให้ยิ่งมีความรู้สึกลึกซึ้งต่อกันมากขึ้น..ปัญหาก็คือเหยี่ยวรัตติกาล แม้ว่าเหยี่ยวรัตติกาล จะได้เผชิญหน้ากับเซนต์ และช่วยเหลือเซนต์ให้รอดพ้นจากมือปืนของพิเชษฐ์หลายครั้ง จนเซนต์เองก็ชื่นชมเหยี่ยวรัตติกาลไม่น้อย แต่ก็ไม่สามารถจะหยุดยั้งผู้บังคับบัญชา หรือหน่วยงานอื่นที่จ้องจะจับเหยี่ยวรัตติกาลให้เลิกตามล่าได้ พิเชษฐ์เองเมื่อได้รับความเดือดร้อนจากเหยี่ยวรัตติกาลรวมทั้งข่าวลือที่ว่าเหยี่ยวรัตติกาลมีพลังที่ลึกลับ ถึงกับส่งคนไปตามหาคนที่มีความรู้เรื่องเหยี่ยวมาจากทิเบตเพื่อมาปราบเหยี่ยวรัตติกาล ซึ่งได้พบอาจารย์ผู้มีวิชาหลายอย่าง ทั้งสะกดจิต บังคับจิตคนให้เห็นในสิ่งต่าง ๆ นานา จนกลายเป็นคนบ้าคลั่งขาดสติได้ สรสินจึงให้อาจารย์ผู้นี้ใช้วิชากำจัดศัตรูของตนด้วยไปในตัว ละครเหยี่ยวรัตติกาล เหยี่ยวรัตติกาลออกตามเรื่องและได้มีการเผชิญหน้ากันหลายครั้งกับอาจารย์ผู้นี้และมีการต่อสู้ผลัดกันรุกผลัดกันรับ ฝีมือสูสีกินกันไม่ลง อย่างไรก็ตามเวลาผ่านไป ด้วยการสืบสวนของเซนต์ และราตรีก็พบหลักฐานการโยกย้ายเงินที่เกี่ยวข้องกับพิเชษฐ์ซึ่งโยงใยถึงเครือข่ายต่าง ๆ ของพิเชษฐ์รวมถึงหลักฐานการรับเงินจากต่างประเทศ จนกระทั่งพิเชษฐ์ถูกเปิดโปง สรสินให้อาจารย์ใช้วิชากำจัดผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อปกปิดความลับของตนแต่ครั้งนี้เหยี่ยวรัตติกาลตามประกบติด จนในที่สุดก็ซ้อนแผนสามารถกำจัดอาจารย์ผู้นี้ได้ ในที่สุดพิเชษฐ์ก็ได้รับโทษ ถูกศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต เซนต์ กับราตรีเปิดโปงเส้นทางการเงินที่มาจากต่างประเทศ และผู้ที่อยู่เบื้องหลังจนเส้นทางการเงินพิเชษฐ์ถูกปิดเครือข่ายล่มสลายทั่วประเทศ เมื่อสังคม บ้านเมืองกลับมาสงบ เหยี่ยวรัตติกาลคงไม่ได้ออกมาปรากฏตัวอีกนาน หลังงานสำเร็จสามารถจัดการกับคนชั่วคอรัปชั่นได้ เซนต์กับราตรีต่างฉลองความสำเร็จร่วมกันรวมทั้งทีมงานคนอื่น ๆ ที่ร่วมต่อสู้ฝ่าฟันกันมาด้วยกัน ทั้งทีมตำรวจของ เซนต์ ผู้ช่วยมือขวาของเซนต์คือก้องเกียรติ และทีมงานของ ราตรี และอีทผู้ช่วยคนสวยของราตรี ที่ตอนนี้ปิ๊งกันกับก้องเกียรติเรียบร้อยแล้ว เช่นเดียวกับความรักของเซนต์กับราตรีที่หวานชื่นและดำเนินต่อไป แต่มีอีกอย่างหนึ่งที่ยังคงคาใจของเซนต์ และทุกคนก็คือ เหยี่ยวรัตติกาล ติดตามชม ละครเหยี่ยวรัตติกาล ได้เร็ว ๆ นี้ทางช่อง 7 สี รายชื่อนักแสดวนำใน ละคร เหยี่ยวรัตติกาล อคัมย์สิริ สุวรรณศุข รับบท ราตรี ธาวิน เยาวพลกุล รับบท เซนต์ หลุยส์ เฮสดาร์ซัน รับบท ก้องเกียรติ ปาณิชดา แสงสุวรรณ รับบท อีท สวิช เพชรวิเศษศิริ รับบท พิเชษฐ์ อนิสา นูกราฮา รับบท เรวดี กัญญกร พินิจ รับบท นุชนาถ ฐาปกรณ์ ดิษยนันทน์ รับบท รอง อ.ธ.ศักดิ์สิทธิ์ นวลปรางค์ ตรีชิต รับบท รัตนา พัฒนะ พันธุ์เทวะ รับบท พีท ทองขาว ภัทรโชคชัย รับบท อาจารย์บาตง ตรีวรัตถ์ ชุติวัฒน์ขจรชัย รับบท ทัช กฤษณ์ ไตรรัตน์ รับบท ซาเอะ ช่อง7 ละครเหยี่ยวรัตติกาล ละครเหยี่ยวรัตติกาล ละครเหยี่ยวรัตติกาล จั๊กจั่น ละครเหยี่ยวรัตติกาล จั๊กจั่น

สงสัยกันบ้างไหม? ทำไมเราถึง ได้ยินเสียงตัวเอง แล้วเหมือนไม่ใช่เสียงเรา!
ฟังเสียง /  ได้ยิน / 

เคยสงสัยกันไหมคะ เวลาเราทุกคนพูด เรา ได้ยินเสียงตัวเอง กันอยู่แล้ว แต่เมื่อเราได้ยินเสียงของตัวเองที่ผ่านการบันทึกเสียงไว้ นั่นกลับไม่เหมือนเสียงที่เราคิด นี่คือสิ่งที่เราทุกคนล้วนมีประสบการณ์เช่นนี้กันมาแล้ว แต่ยังหาคำอธิบายไม่ได้ วันนี้เราจะมาหาคำตอบกันค่ะ เหตุผลของเรื่องนี้มันช่างง่ายแสนง่าย เหมือนเส้นผมบังภูเขา เลยทีเดียว เมื่อเราได้ยินเสียงของตัวเองที่ผ่านการบันทึกเสียงไว้แล้ว มันจะเป็นคลื่นเสียงที่ส่งออกมาจากลำโพงเดินทางเข้าสู่รูหูผ่านอากาศ นั่นจึงทำให้เราได้ยินเสียงตัวเองเหมือนกับที่คนอื่นได้ยินเสียงที่เราพูดตามปกตินั่นล่ะค่ะ แต่เมื่อเราได้ยินเสียงของตัวเองเมื่อเรากำลังพูดนั้น เราได้ยินจาก 2 ทาง คือ จากภายในตัวเรา และจากภายนอกตัวเรา เสียงแรกที่เราได้ยิน คือ เสียงที่ออกจากปากของเรา (ซึ่งเป็นเสียงโทนที่คนอื่นได้ยินนั่นแหละค่ะ) ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับที่เราได้ยินเสียงที่เกิดจากการสั่นของเส้นเสียงเราเองส่งต่อไปยังอวัยวะในศีรษะ กะโหลกศีรษะจะปรับการสั่นสะเทือนของเสียงให้ต่ำลงกว่าความถี่ที่คนอื่นได้ยิน และนี่เองคือสาเหตุที่ว่าทำไมเราจึงได้ยินเสียงของตัวเองต่ำกว่าความเป็นจริง หากคุณต้องการฟังเนื้อเสียงที่แท้จริงของตัวเองแล้วล่ะก็ บันทึกเสียงไว้ค่ะ หรืออีกทางหนึ่งคือ ปิดหูซ้ายแล้วลองเปล่งเสียงพูดออกมา ไม่ต้องกังวลไปค่ะ หากคุณพบว่าเสียงนั้นมันแปลกๆ หรือ ตลกจนถึงขั้นน่าจั๊กกะจี้ เพราะคนอื่นๆ ก็ได้ยินเสียงของคุณแบบนี้กันทั้งนั้นล่ะ ^ ^ ที่มาจาก Bright Side.me