บังยี

10 นิสัยที่คนเป็นแฟนกันรังเกียจ
ความรักวัยรุ่น /  พฤติกรรมวัยรุ่น

นี่คือ 10 นิสัยที่คนเป็นแฟนกันรังเกียจ ! ลองดูสิว่า คุณหน่ะ มีนิสัยหรือพฤติกรรมแบบ 10 ข้อนี้รึเปล่า ถ้ามีก็ควรจะปรับปรุงตัวแบบเร่งด่วนก่อนที่ทุกอย่างมันจะสายเกินไป! (ฟังดูน่ากลัวม๊ะ >,<) 10 นิสัยที่คนเป็นแฟนกันรังเกียจ ! 10. เอาแต่ใจตัวเอง : ไม่มีใครหรอกที่จะเอาแต่ใจคนอื่นอยู่ฝ่ายเดียว แต่การเอาใจตัวเองก็ควรจะมีลิมิต ไม่งั้นชีวิตรักจะสั่นคลอนเอาได้ง่ายๆ 9. ทำตัวเป็นเจ้าของมากเกินไป : เข้าใจว่าคุณอยากอยู่กับเธอตลอดเวลาที่คุณตื่น ไปไหนก็ไปด้วย ทำอะไรก็ทำด้วย แต่ความจริงที่คุณอาจหลงลืมไป นั่นคือ คนทุกคนต้องการเวลาส่วนตัวด้วยกันทั้งนั้น 8. หึงแบบไร้ขีดจำกัด : ความหึงห้ามกันไม่ได้ และหนุ่มบางคนก็ไม่อยากให้แฟนตัวเองไปไหนกับเพื่อนเลย จะต้องโทรเช็คโทรหาอยู่ตลอดเวลา เวลามีเพื่อนชายมาพูดด้วยก็จะหึง จะหวง จะพาล อย่างนี้เขาเรียกว่าหึงจนน่ารำคาญ ระวังเธอจะไม่อยู่ให้คุณหึงนะ!! 7. เชื่อเพื่อนมากเกินไป : ความหวังดีของเพื่อน อาจเป็นเพียงการปลอบใจ แต่คนที่รู้ปัญหา 'วงใน' จริงๆ ก็คือตัวคุณเองไม่ใช่หรือ? เพียงแต่เส้นผมอาจบังภูเขาอยู่ก็เท่านั้นเอง 6. นัดไม่เป็นนัด : เธออาจรอคุณมาทั้งชีวิต(รอแม้กระทั่งวันที่คุณขอเธอแต่งงาน) แต่หนุ่มๆ ดันลืมคิดไปว่า เวลาก็เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเธอเช่นกัน จงจำไว้ให้ดีว่า "เธอ คือ สิ่งมีชีวิตที่ต้องการการเติบโตไปพร้อมกับคุณ เติบโตไปพร้อมกับเวลา และไม่ใช่ของตายของใคร" 5. พูดจาข่มต่อหน้าคนอื่น : ข้อนี้ส่วนใหญ่ผู้ชายจะกระทำมากกว่าฝ่ายหญิง เพราะผู้ชายมักเติบโตมากับความเชื่อที่ว่า "ผู้ชายเก่งกว่า" แต่ถ้าคุณผู้หญิงโบกมือลา แล้วคุณผู้ชายจะกลายเป็นคนเก่งที่อยู่คนเดียว เอาไหมเล่า? 4. บอกเลิกทุกครั้งที่ทะเลาะกัน : ที่พูดไป ก็เพราะว่าอยากทำให้อีกฝ่ายเสียใจ(แบบไม่มีเหตุผล)ใช่ไหม? หรือจะแสดงให้เห็นว่าคุณก็ไม่แคร์เธอ แต่ที่ทำไปก็อยากให้เธอให้ความสำคัญกับคุณก็เท่านั้นเอง!! วิธีนี้จะใช้ได้ผล ก็ในช่วงแรกๆ เท่านั้น แต่พอทำหลายๆ ครั้งเข้า ใคร๊! มันจะไปทนได้ เพราะอารมณ์กับความสัมพันธ์ช่างดูไม่มั่นคงเอาเสียเลย 3. โกรธแล้วไม่พูดด้วย : คุณคิดอย่าง เธอคิดอีกอย่าง เข้าใจกันไปคนละทิศละทาง เรื่องนี้ล่ะอันตรายที่สุด จากผลสำรวจระบุว่า "การเก็บงำ การไม่แชร์ความรู้สึก การไม่สื่อสารกัน" เป็นเหตุทำให้คู่รักเลิกกันได้มากที่สุด ข้อนี้ถ้ารักศักดิ์ศรีของตัวเองมากนัก หรือเอาแต่ใจตัวเองเป็นหลัก ก็จงอย่าอยู่ร่วมกับคนอื่นเลยจะดีที่สุด 2. โกหก : การโกหกบางครั้งก็มีข้อดีอยู่ เพราะความจริงที่พูดออกไปบางครั้งก็เป็นการทำร้าย แต่การโกหกจนไม่รู้ไหนจริงไหนเท็จ แม้แต่คนพูดเองก็ยังจำไม่ได้ ก็จงหยุดเสียเถอะ ไม่เป็นผลดีกับใครทั้งนั้น เดี๋ยวจะหาว่า FHM ไม่เตือน... 1. ไปเจ๊าะแจ๊ะกับคนอื่น : คุณอาจนึกสนุก ลองใจกับเธอที่คุณรักให้ได้หึงดูบ้าง อยากจะ "เช็ก" ว่าคุณเองก็มีค่าในสายตาเธอ แต่คุณควรจะรู้ไว้บ้าง จากเหตุผลเดียวกัน นั่นก็คือ คุณไม่แคร์ความรู้สึกของเธอเลยสักนิด และถ้าเธอคิดจะไปเจ๊าะแจ๊ะกับหนุ่มอื่นดูบ้าง ก็อย่าเผลอไปโกรธเธอเข้าให้ล่ะ ขอบคุณข้อมูล postjung.com

รวบแล้ว!เบนซ์ ท่าทรายกบดานพม่าจ่อนำตัวกลับไทย
ตำรวจศรีประจันต์ /  เบนซ์ ท่าทราย / 

'พล.ต.ท.เรวัช'เผย ตำรวจควบคุมตัว 'เบนซ์ ท่าทราย'ได้แล้ว ด้าน 'พล.ต.ต.สมบัติ' ยัน ตร. สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้วจริง อยู่ในระหว่างดำเนินการนำตัวเข้ามาในประเทศไทย พล.ต.ท. เรวัช กลิ่นเกษร ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการควบคุมตัว "เบนซ์ ท่าทราย" ผู้ต้องหาที่ได้โพสต์เฟซบุ๊กขู่ฆ่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้ได้เป็นที่เรียบร้อย แล้ว โดยยืนยันว่า ทหารกะเหรี่ยง ได้จับกุมตัวได้เมื่อเวลา ประมาณ 10.00 น. ที่ผ่านมา ในพื้นที่วัดตองยี ฝั่งพม่า ซึ่งเป็นเขตติดต่อกับ พื้นที่ 6 พันไร่ ต.หนองรู อ.สังขละบุรี ของไทย ล่าสุด เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการประสานเพื่อนำตัวผู้ต้องหากลับมายังประเทศไทย พล.ต.ต.สมบัติ ยัน จับ เบนซ์ ท่าทราย ได้แล้ว กำลังนำกลับไทย พล ตำรวจตรีสมบัติ มิลินทจินดา ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยความคืบหน้าถึงกรณีการจับกุม นายอดิศักดิ์ ศรีสะอาด หรือ เบนซ์ ท่าทราย อายุ 26 ปี เครือข่ายยาเสพติดพันโทยี่เซ ที่ประกาศผ่านเฟสบุ๊กขู่ฆ่าตำรวจ สภ.ศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี ยกโรงพัก ว่า ยืนยันขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถจับกุม เบนซ์ ท่าทราย ได้แล้วจริง ที่บริเวณชายแดนพม่า แถวหมู่บ้านกะเหรี่ยงแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ระหว่างนำตัวเข้ามาทางฝั่งสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อดำเนินคดี ทั้งนี้ ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเจ้าหน้าที่ได้ทำการจับกุมเพื่อนร่วมแก๊งค์คนอื่นๆ ได้อีกหรือไม่ ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และเบื้องต้นขณะนี้ยังไม่ได้มีการประสานว่าจะนำตัวเข้ามาในพื้นที่กอง บัญชาการตำรวจนครบาล อย่างไรก็ตาม มีรายงานแจ้งว่า เมื่อเวลา 10.00 น.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุม เบนซ์ ท่าทราย ได้แล้วในพื้นที่วัดตองยี ฝั่งพม่า ซึ่งเป็นเขตติดต่อกับ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี และจะทำการประสานควบคุมตัวมาดำเนินคดีตามกฏหมายในประเทศไทยต่อไป ข่าวที่เกี่ยวข้อง ภาค7สั่งล่าเบนซ์ท่าทรายพ่อค้ายาขู่ฆ่าตร. ทำเป็นซ่า! โจ๋ค้ายาโพสต์ประกาศถล่ม ‘ตำรวจศรีประจันต์’ เบนซ์ ท่าทราย โผล่แฉ!! เงินให้รองฯถ่ายแบงค์ทุกครั้ง – ท้ามอบตัว

เกร็ดน่ารู้ ก่อนไป เที่ยวพม่า
เที่ยวพม่า /  เรื่องน่ารู้

ประเทศพม่า  หรือ เมียนมาร์ (Myanmar) มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ (Republic of the Union of Myanma) เป็นรัฐเอกราชในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีพรมแดนติดกับอินเดีย บังกลาเทศ จีน ลาวและไทย สำหรับนักท่องเที่ยวหรือบุคคลทั่วไปที่ต้องการเดินทางไปเยือน พม่าควรมีการ เตรียมตัวก่อนการเดินทาง ดังต่อไปนี้ เกร็ดน่ารู้ ก่อนไป เที่ยวพม่า การเตรียมพร้อมด้านร่างกาย แนะนำว่าควรตรวจสุขภาพ และฉีดวัคซีนที่จำเป็นให้ครบถ้วน รวมถึงเตรียมยาประจำตัวมาให้เพียงพอ เพราะการสาธารณสุขของเมียนมาร์ยังไม่ทันสมัย การเตรียมพร้อมด้านการเงิน ระบบการเงินระหว่างประเทศของเมียนมาร์ต้องผ่านระบบธนาคารของรัฐเท่านั้น และตู้เบิกเงินอัตโนมัติมีไม่แพร่หลาย อีกทั้งยังไม่รองรับการถอดเงินจากบัญชีในต่างประเทศ รวมถึงไม่มีการโอนเงินระหว่างประเทศ ดังนั้นจึงควรแลกเงินดอลลาร์สหรัฐมาให้เพียงพอ เที่ยวพม่า เนื่องจากโรงแรม และร้านค้าในเมียนมาร์ส่วนใหญ่จะไม่รับบัตรเครดิตหรือ Traveler’s Cheque สภาพของธนบัตรที่นำมาจะต้องอยู่ในสภาพใหม่ ไม่ยับ ไม่มีรอยขีดข่วน หรือเลอะสี และควรเป็นธนบัตรรุ่นใหม่ ทั้งนี้ ธนบัตร 100 ดอลลาร์สหรัฐที่หมายเลขขึ้นต้นด้วย CB โรงแรมและร้านค้าในเมียนมาร์อาจปฏิเสธที่จะไม่รับ การตรวจลงตราและหนังสือเดินทาง : ผู้ที่จะเดินทางเข้าเมียนมาร์ต้องมีหนังสือเดินทางที่ยังไม่หมดอายุ และตรวจลงตราประเภทนักท่องเที่ยวหรือประเภทนักธุรกิจก็ได้ ทั้งนี้ สามารถขอรับการตรวจลงตราได้จากสถานทูตเมียนมาร์ประจำประเทศไทย โดยทั่วไปมีอยู่ 3 ประเภท คือ 1. Tourist Visa หรือการตรวจลงตราประเภทนักท่องเที่ยว มีอายุ 28 วัน 2. Business Visa หรือการตรวจลงตราประเภทธุรกิจอยู่ในเมียนมาร์ได้นาน 10 สัปดาห์ ผู้ที่ทำธุรกิจอยู่ในเมียนมาร์สามารถขอรับการตรวจลงตราแบบเข้า-ออกประเทศได้ หลายครั้ง 3. Entry Visa (สำหรับเจ้าหน้าที่องค์การระหว่างประเทศ และแขกของหน่วยงาน/รัฐบาลเมียนมาร์) จะอยู่ในเมียนมาร์ได้ 4 สัปดาห์ ทั้งนี้ รัฐบาลเมียนมาร์ได้เปิดบริการ Visa on Arrival สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทาง 26 ชาติ รวมทั้งประเทศไทย โดยให้บริการเฉพาะการตรวจลงตราประเภท (1) Transit Visa (2) Business Visa (3) Entry Visa ทั้งนี้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.mip.gov.mm อนึ่ง ผู้ที่ประสงค์จะเดินทางเข้าเมียนมาร์เพื่อการท่องเที่ยว ยังจำเป็นต้องขอรับการตรวจลงตราที่สถานเอกอัครราชทูตเมียนมาร์ตามปรกติ สำหรับผู้ที่ประสงค์จะอยู่ในเมียนมาร์เกิน 4 สัปดาห์ จะต้องขอรับการตรวจลงตราสำหรับพำนักอยู่ในเมียนมาร์เป็นเวลานาน เรียกว่า Stay Permit อาจมีอายุใช้งานถึงหนึ่งปี และขอต่ออายุออกไปได้อีก การตรวจลงตราแบบเข้า-ออกประเทศได้หลายครั้งในช่วงหนึ่งปีนี้ก็มีเช่นกัน ท่านจะต้องยื่นเรื่องขอ Stay Permit จากกระทรวงตรวจคนเข้าเมืองของเมียนมาร์ก่อน ทั้งนี้ ผู้ที่อยู่ในเมียนมาร์เกินกว่า 4 สัปดาห์จะต้องยื่น Departure Form (D Form) ต่อทางการเมียนมาร์ ก่อนที่จะเดินทางออกนอกประเทศ * หมายเหตุ เด็กที่มีอายุ 7 ปีขึ้นไป จะต้องขอรับการตรวจลงตรา ระบบไฟฟ้า และการสื่อสาร : ระบบโทรศัพท์ในเมียนมาร์ยังไม่เสถียรมากนัก การใช้งานระบบโรมมิ่งของโทรศัพท์มือถือจากประเทศไทยยังไม่สามารถใช้ได้กับ ทุกเครือข่ายและจำกัดอยู่ในบางพื้นที่เท่านั้น ท่านที่ประสงค์จะใช้โทรศัพท์มือถือใน เมียนมาร์ควรซื้อซิมการ์ดท้องถิ่น (ราคาประมาณ 20 ดอลลาร์สหรัฐ) ระบบไฟฟ้าในเมียนมาณ์ยังไม่เสถียรมากนัก ไฟฟ้าดับบ่อยครั้งระหว่างวัน อย่างไรก็ตาม โรงแรมชั้นนำทั่วไปในกรุงย่างกุ้งและเมืองใหญ่ต่าง ๆ มักจะมีเครื่องปั่นไฟสำรองไว้ใช้ในกรณีกระแสไฟฟ้ามีไม่เพียงพอ การเข้าพำนักในเคหสถานของชาวเมียนมาร์ ระเบียบราชการกำหนดว่า ชาวต่างชาติจะต้องไปลงทะเบียนกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง หรือสถานีตำรวจในท้องที่ที่ตนเดินทางเข้าไปพัก โดยปกติถ้าเข้าพักตามโรงแรม โรงแรมจะเป็นธุระจัดการเรื่องนี้ให้เอง แต่ถ้าไปขอค้างคืนตามวัดหรือบ้านคน จะต้องไปลงทะเบียนกับตำรวจด้วยตัวเอง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาทั้งกับตัวท่าน และผู้ให้ที่พักพิงกับท่านในภายหลัง หากท่านจะอยู่อาศัยในประเทศเมียนมาร์เป็นระยะเวลานาน โปรดแจ้งชื่อ และที่อยู่ต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ เพื่อประโยชน์ในการติดต่อหรือให้ความช่วยเหลือในกรณีจำเป็น โดยสามารถลงทะเบียนกับแผนกกงสุลของสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ด้วยตนเองหรือแจ้งผ่านอีเมล์ thaiembassyygn@gmail.com การเดินทางสัญจรภายในประเทศเมียนมาร์ การเดินทางระหว่างเมืองในเมียนมาร์ หากเป็นเมืองที่ไม่ไกลจากกรุงย่างกุ้ง สามารถเดินทางโดยทางรถได้ แต่สภาพรถ ทั้งรถประจำทาง และรถแท็กซี่ หรือรถตู้รับจ้าง โดยส่วนใหญ่อยู่ในสภาพเก่า และคนขับรถส่วนมากไม่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ การใช้บริการแท็กซี่ มีอย่างแพร่หลายในกรุงย่างกุ้งและเมืองใหญ่ต่าง ๆ แต่ผู้โดยสารควรต่อรองราคาก่อน เนื่องจากรถแท็กซี่ทั่วไปจะไม่มีมิเตอร์ อีกทั้งสภาพถนนระหว่างเมืองต่างๆ ก็มีสภาพไม่ดีเป็นหลุม เป็นบ่อ โดยเฉพาะหน้าฝน เมียนมาร์มีรถไฟเชื่อมระหว่างจังหวัด ที่สำคัญทั่วประเทศ ราคาถูก แต่ไม่สะดวกและใช้เวลาเดินทางนานมาก การเดินทางโดยสายการบินท้องถิ่นจึงได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว สำหรับการบินภายในประเทศจะสะดวกที่สุด แต่ตารางการบินอาจไม่แน่นอน การเปลี่ยนแปลงเวลาทำการบินอย่างกะทันหันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นโดยปกติ ผู้โดยสารควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพื่อหลีกเลี่ยงการขึ้นผิดเที่ยวบิน เนื่องจากทุกเที่ยวบินภายในประเทศใช้ประตู (gate) เดียวกัน ในช่วงฤดูฝน หรือฤดูมรสุม อาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกเที่ยวบินบ่อยครั้งเนื่องจากระบบสนามบินใน ต่างจังหวัดไม่มีระบบนำร่องโดยเฉพาะในภาคใต้ของเมียนมาร์ แต่สภาพของเครื่องบินและการบริการภายในเครื่องบินอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ข้อควรระวังในการพำนักอยู่ในเมียนมาร์ 1) ไม่ควรพูดคุยเรื่องทางการเมืองของเมียนมาร์กับบุคคลทั่วไปที่ไม่รู้จักมักคุ้น 2) ไม่ควรใส่กระโปรงสั้น หรือกางเกงขาสั้นในสถานที่สาธารณะ และในสถานที่สำคัญทางศาสนา 3) ไม่ควรถ่ายรูปในบริเวณสนามบิน สถานีรถไฟ และสถานที่ราชการก่อนได้รับอนุญาต เมื่อจะถ่ายรูปชาวเมียนมาร์ก็ควรขออนุญาตเช่นกัน 4) ควรมีความสำรวมในวัดและศาสนสถาน ไม่ส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น 5) ระมัดระวังการพูดเชิงลบเกี่ยวกับประเทศหรือชาวเมียนมาร์ในที่สาธารณะ เพราะมีชาวเมียนมาร์จำนวนมากที่เข้าใจภาษาไทยได้ดี 6) เมียนมาร์ได้เปลี่ยนชื่อประเทศแล้ว จึงไม่ควรใช้ชื่อเดิม (Burma) กับชาวเมียนมาร์ 7) ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพควรจัดเตรียมยาประจำตัวมาด้วย 8) ควรระมัดระวังเลือกรับประทานอาหารและน้ำดื่มจากร้านที่สะอาดถูกสุขอนามัย โดยเฉพาะน้ำดื่ม ควรดื่มน้ำที่บรรจุในขวดปิดผนึกเรียบร้อย 9) ทางการเมียนมาร์อาจห้ามชาวต่างชาติเดินทางไปยังบางเมืองหรือบางพื้นที่ หากประสงค์ที่จะเดินทางไปเมืองที่ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวของเมียนมาร์ ควรตรวจสอบข้อมูลก่อน ติดต่อ สถานเอกอัครราชทูตเมียนมาร์ประจำประเทศไทย ที่อยู่ 132 ซอย 71 ถนนสาทรเหนือ กรุงเทพฯ 10500 โทรศัพท์ 0 2233 0278, 0 2233 2237 โทรสาร 0 2236 6898 e-mail : myanmarembassybkk@gmail.com (หากเดินทางโดยรถไฟฟ้า-BTS ลงที่สถานีสุรศักด์) เวลาทำการวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 9.00-15.00 น. ที่มา : สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง

รวมส้วมของหลากหลายประเทศทั่วโลก ในวันสุขาโลก
วันสุขาโลก /  วันส้วมโลก / 

หลายประเทศทั่วโลก ยังคงประสบกับปัญหาด้านสุขอนามัยในการใช้ห้องน้ำ โดยเฉพาะผู้หญิงที่ได้รับผลกระทบทั้งทางด้านสุขภาพ และ ความเป็นส่วนตัว เนื่องด้วยองค์การสหประชาชาติได้รับรู้ถึงปัญหา ที่บ่งชี้ว่าประชากรทั่วโลกกว่า 2.5 พันล้านคน ยังมีสุขลักษณะในการใช้ห้องสุขาที่ไม่เหมาะสม จึงกำหนดให้ทุกวันที่ 19 พ.ย.เป็นวันสุขาโลก โดยสำนักข่าวบีบีซีได้เผยแพร่ภาพถ่าย ของ สำนัก Panos Picture ได้เก็บภาพห้องสุขาจากหลากหลายประเทศทั่วโลก เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาผลกระทบที่มีต่อชีวิตของหญิงสาวในประเทศด้อยพัฒนาจนไปถึงประเทศที่เจริญก้าวหน้า เพื่อจัดนิทรรศการ ออสเตรเลีย เรนีเป็นศิลปิน เธอย้ายออกจากบ้านเก่าที่ตั้งอยู่ในเขตชานเมืองซิดนีย์ เพื่อแสวงหาชีวิตที่เงียบสงบท่ามกลางธรรมชาติ ห้องน้ำของเธอตั้งอยู่ด้านนอก ซึ่งใกล้ชิดกับธรรมชาติ บังคลาเทศ สเกอบานู วัย 65 ปีอาศัยอยู่ในสลัมในเมืองธากา ตั้งแต่วัยเด็ก เธอใช้ห้องน้ำแบบแขวนแพลตฟอร์มที่อยู่เหนือน้ำ เธอเผยว่าเธอมักจะทนทุกข์ทรมานจากความเจ็บป่วย ที่เธอเชื่อว่าเกิดจากการใช้ห้องสุขาในรูปแบบนี้ เธอและลูกสาวอีกสามคนต้องเผชิญกับการรอคิวนานในการใช้ห้องน้ำก่อนที่จะไปทำงานในทุกๆเช้า บลาซิล อิซาเบล วัย 33 ปี เธอเป็นศิลปินที่อาศัยอยู่เพียวลำพัง เธอคิดว่าห้องน้ำคือสถานที่ที่อำนวยความสะดวกสะบายให้เธอ แต่ด้วยเธอเป็นผู้ศึกษาเกี่ยวกับกฏหมายสิ่งแวดล้อม เธอให้ความเห็นว่า แท้จริงแล้วสิ่งปฏิกูลจากการใช้ห้องน้ำทำให้ส่งผลต่อธรรมชาติเช่น ทะเลสาบ และมหาสมุทร เอกวาดอร์ ฟลาบริโอลาร์ วัย 69 ปี อาศัยอยู่ในแคมโบยา เธอใช้ห้องน้ำร่วมกับผู้อยู่อาศัยคนอื่นๆอีก 20 คนในคอนโดมิเนียมของเธอ สาธารณรัฐเอธิโอเปีย มาซาเรท อาชีพผู้จัดการร้านอาหารในแอดดิสอาบาบา ห้องน้ำของเธอสร้างอยู่ติดกับบ้าน เพราะกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของคนในครอบครัว กานา ไอมาร์ วัย 47 ปี เธอเป็นผู้ดูแลห้องสุขาแห่งหนึ่ง ที่บ้านของเธอไม่มีห้องน้ำในตัว ในระหว่างวันเธอสามารถใช้ห้องน้ำที่ทำงานได้ แต่ตอนกลางคืน เธอจำเป็นต้องใช้ถุงพลาสติก เพราะการออกไปปลดทุกข์นอกบ้านอาจไม่ปลอดภัยกับเธอ ไฮติ มาร์ติน วัย 27 ปี ห้องสุขาของเธอคือพื้นดินที่ขุดเป็นหลุม ระแวกบ้านของเธอถือได้ว่าเป็นย่านที่เสี่ยงต่ออันตรายมาก แต่เธอต้องอาศัยเวลาตอนกลางคืนในการปลดทุกข์เพราะกลางวันอาจเสี่ยงต่อปัยหาความไม่เป็นส่วนตัว แต่หากเธอจำเป็นต้องใช้ห้องน้ำตอนกลางวัน เธอจะใช้ห้องน้ำรวมในชุมชนแทน อินเดีย ซานกิตาร์ วัย 35 ปี เธอยังคงใช้ทุ่งนาเป็นที่ปลดทุกข์ เพราะประชาชนในประเทศอินเดียยังคงต้องใช้วิธีดังกล่าวอยู่ ญี่ปุ่น ไอโกะ วัย 61 ปี อาศัยอยู่ในโตเกียว "ตั้งแต่ห้างสรรพสินค้านี้อยู่ใกล้กับบ้านของฉันฉันมักจะมาที่นี่เพื่อช้อปปิ้ง ตอนที่เธอยังเป็นเด็กห้องน้ำสาธารณะส่วนใหญ่จะมีกลิ่นเหม็นและไม่สะอาด แต่ทุกครั้งที่ฉันใช้ห้องน้ำที่ห้างนี้ทุกฉันรู้สึกผ่อนคลายจนอยากจะใช้เวลานานๆในการเข้าห้องสุขา ห้องสุขาของห้างนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกผ่อนคลาย เช่นเสียงเพลงรอบทิศทาง ระบบอุ่นที่นั่ง รวมถึงการดูทีวีและนวดเท้า ประเทศเคนย่า ยูนิเป็นผู้ร่วมก่อตั้งของสถาบันการศึกษาในเคนย่า ก่อนหน้านี้โรงเรียนมีห้องสุขาเพียง 2 ห้องทั้งที่มีนักเรียนกว่า 250 คน เด็กๆอยู่ในสภาพที่น่าสงสาร เธอและสามีจึงทุ่มเทเงินทุนเพื่องสร้างห้องน้ำเพิ่มให้เด้กๆ โมซัมบิก ฟลอร่า วัย 19 ปี เป็นนักเรียนมัธยม เธอเผยว่าเธอเกลียดการเข้าห้องน้ำ เพราะบางครั้งขณะที่เธอใช้ห้องน้ำอยู่ ผู้คนจะสามารถมองลอดเข้ามาได้ มันเป็นสถาที่ที่ไม่มีความเป็นส่วนตัวเอาเสียเลย โรมาเนีย ปานา วัย 49 ปี เธออาศัยอยู่ในชนบทที่ไม่มีน้ำประปาหรือท่อน้ำทิ้งที่จัดขึ้นโดยเทศบาล เธอมีห้องน้ำภายในบ้านของเธอ แต่เธอต้องเดินมาใช้ห้องน้ำนอกตัวบ้านอยู่ดี แม่จะเป็นช่วงเวลาฤดูหนาวที่หนาวจัดก็ตาม แอฟริกาใต้ นอมโบนี ในบ้านของเธอมีอุปกรณ์รองรับการขับถ่ายที่สมาชิกในบ้านกว่า 12 คนใช้ร่วมกันก่อนหน้านี้เธอไม่มีห้องสุขา จึงต้องขับถ่ายตามพุ่มไม้ใกล้ถนนสายหลัก มันเป็นเรื่องที่น่ากลัวที่ต้องปลดทุกข์ในพุ่มไม้ ความฝันของฉันคือมีชักโครกให้ใช้ปลดทุกข์ ประเทศสหรัฐอเมริกา แมรี่ ประกอบอาชีพนักเขียน เธออาศัยอยู่ในนิวยอร์กซิตี้ เธอรู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่มีห้องน้ำส่วนตัวไว้ใช้ในบ้าน แซมเบีย ซูซาน วัย 46 ปี เป็นผู้ก่อตั้งโรงเรียนในชุมชน เพื่อรองรับเด็กที่มีความพิการทางร่างกายและจิตใจ "มันทำให้ผมภูมิใจและมีความสุขที่จะสอนเด็กพิการเพื่อที่ว่าในอนาคตพวกเขาสามารถมีชีวิตที่ดีขึ้น " เธอเล่าว่าเด็กๆน่าสงสารมากเพราะพวกเขาต้องประสบกับความยากลำบากขณะเข้าห้องน้ำ ข่าวที่เกี่ยวข้อง จีน พัฒนาห้องน้ำอัจฉริยะ ค้นหาแหล่งปลดทุกข์ได้แค่ปลายนิ้ว ทายนิสัย จาก การแต่ง ห้องน้ำ สุดยอดห้องน้ำ ตอกย้ำความอลังการแห่งท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ MThai News

ข้อดีของคน มีแฟนอ้วน ตุ้ยนุ้ย
คู่รัก /  สาวโสด / 

เทรนด์ลดความอ้วนก็ชอบมากันจัง สาวๆจะรู้ไหมนะ ว่า มีแฟนอ้วน น่ารักน่ะ มีข้อดีอยู่เหมือนกันนะ ใครที่มีแฟนผอมมาตลอดอาจจะต้องคิดใหม่นะเธ๊อ เพราะเทรนด์ มีแฟนอ้วน นี่มีหลายข้อเจ๋งๆทั้งนั้น สาวๆที่ มีแฟนอ้วน ช่วยตัดสินทีค่ะว่าจริงมั้ยนะ  1. หุ่นเหมือนหมีน่ารักจะตายเธอ หนุ่มร่างอวบระยะสุดท้าย ออกจะดูน่ารักเหมือนหมี มีแฟนอวบๆนั่งด้วย ก็เหมือนมีพี่หมีเป็นของตัวเอง เอาไว้พิงก็นุ่มนิ่มสบาย มีพุง มีเนื้อนิ่มๆไว้ให้เล่น แถมผู้ชายที่แก้มยุ้ยๆยังดูใจดี อบอุ่นอีกด้วย . 2. หน้าหนาว กอดอุ่นสุดๆ ใกล้หน้าหนาวแล้ว ใครที่มีแฟนอวบหมดห่วงเลย นอกจากจะกอดอุ่นแล้ว ยังเอาแฟนไว้บังลมได้อีกด้วย สรุปนี่จะเป็นได้ทุกอย่างเลยใช่ไหมเนี่ย 3.เดินด้วยแล้ว เราจะผอมเพรียวทันที ถ้ามีแฟนผอมหุ่นเฟิร์ม ก็ต้องมานั่งพะวงว่าหุ่นเราจะเป๊ะมั้ย เดินด้วยแล้วชั้นจะดูตัวบานมั้ยนะ แต่แต่ถ้าแฟนเราอ้วนกว่า ถึงแม้เราจะไม่ได้ผอมเพรียวมากนัก เดินด้วยกันเราก็ผอมอยู่ดีค่ะ ยิ่งถ้ายุคนี้ต้องเซลฟี่กันบ่อยๆ ไม่ต้องแย่งกันยืนไกลๆกล้องเลยค่ะ ยืนไหนเราก็ผอม ฟันธง ! . 4. กินของอร่อย ได้สบายใจ และมีความสุข คนอวบ ก็ย่อมจะเชี่ยวชาญในเรื่องอาหารการกิน แถมยังให้ความสำคัญกับการกินด้วย เขาจะชวนเรากินอาหารอร่อยๆ ที่ร้านต่างๆ โดยไม่มัวไม่แคร์เรื่องน้ำหนัก ส่วนเราเหรอก็กินอย่างสบายใจ ถึงจะอ้วนขึ้นก็มีแฟนอ้วนกว่า สบายใจกว่าพวกหุ่นฟิตเห็นๆ 5. หมดปัญหาโดนสาวอื่นแย่ง  หนุ่มซิกซ์แพค ย่อมเป็นที่เป้าสายตาของสาวๆ ( และเหล่าหนุ่มๆอีกด้วย ) สาวหุ่นเป๊ะก็เช่นกัน ส่วนแฟนหุ่นหมีของเราจะไม่ค่อยตกเป็นเป้าสายตาเท่าไหร่ ปลอดภัยกว่าเยอะค่ะ เก็บไว้กอดคนเดียวได้สบายๆ 6. ไม่ขี้เก๊ก ให้เสียอารมณ์ หนุ่มอวบส่วนใหญ่จะรู้สึกว่าตัวเองไม่หล่อ ก็เลยไม่เก๊ก ไม่ค่อยรักษาฟอร์มเท่าไหร่ แถมยังไม่ค่อยเรื่องเยอะ (เพราะไม่ได้คิดว่าหล่อเลือกได้) เวลาอยู่ด้วยก็ไม่ต้องเกร็ง แถมบางทียังมีมุมตลกๆน่ารัก ไว้เล่นกับเราแบบไม่ห่วงหล่อด้วยซ้ำ 7. คนอ้วนจะอารมณ์ดีกว่าคนผอม  ข้อนี้ไม่ได้มโนนะคะ เพราะมีผลวิจัยยืนยันว่า คนอ้วนจะมีพันธุกรรมชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า ‘fat gene’ FTO หรือเรียกว่า “ยีนแห่งความสุข” ช่วยลดความเครียด ยีนนี้ทำให้คนอ้วนมีอารมณ์ ความรู้สึก ที่มีความสุขกว่าคนที่มีรูปร่างผอม คนอ้วนจึงมักอารมณ์ดี สนุกสนาน ทำให้อยู่ด้วยแล้วสบายใจนั่นเอง ขอบคุณที่มาจาก Girlfriendclub

Hwang Jin Yi ฮวางจินยี่ จอมนางหัวใจทรนง ตอนที่ 3.mp4
ซีรี่ย์เกาหลี /  Hwang Jin Yi / 

Hwang Jin-Yi เคยมีชีวิตจริงๆ ในประวิติศาสตร์ของเกาหลี รัชสมัยโชซอน(เหมือนแดจังกึม...)เธอเป็นลูกสาวของขุนนางใหญ่กับสาวใช้ ต่อมาพอเธอโตขึ้นก็ได้พบรักกับ Eun Ho ระหว่างที่เรียนวิชา ศิลปะ การแสดง ซึ่ง Eun Ho นั้นอยู่ในชนชั้นขุนนาง แล้วก็เป็นรักแรกของเธอ แต่ด้วยความแตกต่างของชนชั้น จึงทำให้พวกเค้าถูกพรากจากกัน เพราะในสมัยก่อนของเกาหลี ถึงจะเป็นลูกขุนนางเหมือนกันแต่ถ้าเป็นลูกที่เกิดจากสาวใช้ ก็จะไม่ได้รับการยอมรับจากสังคมชั้นสูงเช้นกัน ตามประวัติ ศาสตร์ เธอเป็นทั้ง นักร้อง นักดนตรี(ดีดพิณ) นางรำ และกวีที่มีชื่อเสียงในสมัยโชซอน พูดง่ายๆคือ Female Entertainer (คิดว่าคงจะคล้ายๆกับสุนทรภู่ของบ้านเรา...) ดังนั้นละครเรื่องนี้จึงน่าจะมีลักษณะคล้ายๆกับละครอัตชีวประวัติ ที่สะท้อนถึงสภาพสังคม และการแบ่งชนชั้นทางสังคมของเกาหลีในสมัยก่อน ใน ยุคที่ชนชั้นสำคัญกว่าชีวิต... สตรีนางหนึ่งกลับเลือกใช้ ชีวิต ในชนชั้นที่ต่ำต้อยที่สุดของสังคม ศตวรรษ ที่ 16 การบรรลุถึงการเป็นชนชั้นสูง คือความสำคัญและรากฐานของการให้ความเคารพนับถือกัน สัมพันธ์กับระดับชั้นทางสังคม ดังนั้น ผู้คนจึงไม่ลังเลที่จะโป้ปด หรือโรมรันกันเพื่อให้ได้มาซึ่งความมั่งคั่ง แต่เมื่อคุณหนู จิน-ยี (ซอง แฮ-เคียว) ล่วงรู้ความลับชาติกำเนิดของตน เธอกลับยินดีที่จะปลดเปลื้องคราบของความเป็นชนชั้นสูง และเลือกวิถีของสามัญชน หลังจากยอมรับ นอม-ยี เพื่อนตั้งแต่วัยเด็ก ผู้เป็นทาสและรักแรกของตน เธอก็ได้เหยียบย่างเข้าสู่ชีวิตในหอนางโลม ในบทบาทของ คีแซง จิน-ยี ได้กลายเป็น คีแซง ผู้มีนามว่า เมียง-โฮล ทุกคืนเธอต้องจุดโคมแดง และกลายเป็นของเล่น ให้กับชายผู้มีเงินพอที่จะจ่าย ใครก็สามารถมีเธออยู่เคียงกายแ ค่มีผ้าไหมเพียง 3 พับ ชายทั้งหลายต่างดูซีดจาง ด้วยความสามารถอันสูงส่งและลึกซึ้งของเธอ คิแซง เมียง-โฮล จึงเป็นที่ชื่นชมของทุกๆ คน ตั้งแต่ชนชั้นสูงไปจนถึงชาวบ้านร้านถิ่น ในยุคที่ทีการแบ่งชนชั้นอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นบัณฑิต ชาวนา ช่างฝีมือ หรือพ่อค้า ยุคที่ชนชั้นเป็นเรื่องสำคัญที่สุด หากแต่ทุกชนชั้นล้วนเสมอภาค เมื่ออยู่ต่อหน้าชุดคลุมคิแซงของเธอ แต่แล้วเธอกลับเลือกวิถีที่อันตราย ยิ่งกว่าการที่เธอละทิ้งฐานะทางสังคม... "“ทำไมข้า จึงรักใครไม่ได้?" "เพราะว่าเจ้าคือ คีแซง" "เรา ต่างก็เป็นมนุษย์เฉกเช่นเดียวกัน เหตุใดบางคนจึงสูงส่ง และบางคนช่างต่ำต้อย" "เพราะวิถีของโลกเป็นเช่นนั้นเอง" "ข้า มิอาจละทิ้งความรักของข้า เพียงเพราะโลกเป็นเช่นนี้ ข้าจะเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้เพื่อความรักของข้า ลองดูเถิด ข้าจะแสดงให้ประจักษ์ว่า ความเป็นมนุษย์นั้นมีค่าเกินกว่าโลกใบนี้…" … เธอไม่ยอมพ่ายแพ้ เธอมิได้หวาดหวั่น นี่คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง!

ฮวางจินยี่ จอมนางหัวใจทรนง ตอนที่ 1
ซีรี่ย์เกาหลี /  Hwang Jin Yi / 

Hwang Jin-Yi เคยมีชีวิตจริงๆ ในประวิติศาสตร์ของเกาหลี รัชสมัยโชซอน(เหมือนแดจังกึม...)เธอเป็นลูกสาวของขุนนางใหญ่กับสาวใช้ ต่อมาพอเธอโตขึ้นก็ได้พบรักกับ Eun Ho ระหว่างที่เรียนวิชา ศิลปะ การแสดง ซึ่ง Eun Ho นั้นอยู่ในชนชั้นขุนนาง แล้วก็เป็นรักแรกของเธอ แต่ด้วยความแตกต่างของชนชั้น จึงทำให้พวกเค้าถูกพรากจากกัน เพราะในสมัยก่อนของเกาหลี ถึงจะเป็นลูกขุนนางเหมือนกันแต่ถ้าเป็นลูกที่เกิดจากสาวใช้ ก็จะไม่ได้รับการยอมรับจากสังคมชั้นสูงเช้นกัน ตามประวัติ ศาสตร์ เธอเป็นทั้ง นักร้อง นักดนตรี(ดีดพิณ) นางรำ และกวีที่มีชื่อเสียงในสมัยโชซอน พูดง่ายๆคือ Female Entertainer (คิดว่าคงจะคล้ายๆกับสุนทรภู่ของบ้านเรา...) ดังนั้นละครเรื่องนี้จึงน่าจะมีลักษณะคล้ายๆกับละครอัตชีวประวัติ ที่สะท้อนถึงสภาพสังคม และการแบ่งชนชั้นทางสังคมของเกาหลีในสมัยก่อน ใน ยุคที่ชนชั้นสำคัญกว่าชีวิต... สตรีนางหนึ่งกลับเลือกใช้ ชีวิต ในชนชั้นที่ต่ำต้อยที่สุดของสังคม ศตวรรษ ที่ 16 การบรรลุถึงการเป็นชนชั้นสูง คือความสำคัญและรากฐานของการให้ความเคารพนับถือกัน สัมพันธ์กับระดับชั้นทางสังคม ดังนั้น ผู้คนจึงไม่ลังเลที่จะโป้ปด หรือโรมรันกันเพื่อให้ได้มาซึ่งความมั่งคั่ง แต่เมื่อคุณหนู จิน-ยี (ซอง แฮ-เคียว) ล่วงรู้ความลับชาติกำเนิดของตน เธอกลับยินดีที่จะปลดเปลื้องคราบของความเป็นชนชั้นสูง และเลือกวิถีของสามัญชน หลังจากยอมรับ นอม-ยี เพื่อนตั้งแต่วัยเด็ก ผู้เป็นทาสและรักแรกของตน เธอก็ได้เหยียบย่างเข้าสู่ชีวิตในหอนางโลม ในบทบาทของ คีแซง จิน-ยี ได้กลายเป็น คีแซง ผู้มีนามว่า เมียง-โฮล ทุกคืนเธอต้องจุดโคมแดง และกลายเป็นของเล่น ให้กับชายผู้มีเงินพอที่จะจ่าย ใครก็สามารถมีเธออยู่เคียงกายแ ค่มีผ้าไหมเพียง 3 พับ ชายทั้งหลายต่างดูซีดจาง ด้วยความสามารถอันสูงส่งและลึกซึ้งของเธอ คิแซง เมียง-โฮล จึงเป็นที่ชื่นชมของทุกๆ คน ตั้งแต่ชนชั้นสูงไปจนถึงชาวบ้านร้านถิ่น ในยุคที่ทีการแบ่งชนชั้นอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นบัณฑิต ชาวนา ช่างฝีมือ หรือพ่อค้า ยุคที่ชนชั้นเป็นเรื่องสำคัญที่สุด หากแต่ทุกชนชั้นล้วนเสมอภาค เมื่ออยู่ต่อหน้าชุดคลุมคิแซงของเธอ แต่แล้วเธอกลับเลือกวิถีที่อันตราย ยิ่งกว่าการที่เธอละทิ้งฐานะทางสังคม... "“ทำไมข้า จึงรักใครไม่ได้?" "เพราะว่าเจ้าคือ คีแซง" "เรา ต่างก็เป็นมนุษย์เฉกเช่นเดียวกัน เหตุใดบางคนจึงสูงส่ง และบางคนช่างต่ำต้อย" "เพราะวิถีของโลกเป็นเช่นนั้นเอง" "ข้า มิอาจละทิ้งความรักของข้า เพียงเพราะโลกเป็นเช่นนี้ ข้าจะเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้เพื่อความรักของข้า ลองดูเถิด ข้าจะแสดงให้ประจักษ์ว่า ความเป็นมนุษย์นั้นมีค่าเกินกว่าโลกใบนี้…" … เธอไม่ยอมพ่ายแพ้ เธอมิได้หวาดหวั่น นี่คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง!

ละครเนตรนาคราช , เรื่องย่อเนตรนาคราช
เรื่องย่อละคร เนตรนาคราช /  ละครเนตรนาคราช / 

เนตรนาคราช บทประพันธ์โดย : นอร์แมน วีรธรรมบทโทรทัศน์โดย : นอร์แมน วีรธรรมผลิตโดย : นิว ลุค โพรดักชั่น เรื่องย่อเนตรนาคราช 500 ปี ในอดีต ตำนานบันทึกไว้ว่าเนตรนาคราชคือดวงตาของพญานาคที่สิงสถิตอยู่ภายใต้แม่น้ำโขงในขณะที่จำศีลอยู่ ได้ถูกผู้มีวิชาขโมยไปเพราะเชื่อว่าดวงตาพญานาคคือสิ่งทรงพลานุภาพที่จะเผาผลาญทุกสิ่งอย่างให้พินาศ ใครที่ได้ครอบครองก็จะมีอำนาจอยู่ในมือ ยิ่งใหญ่ อยู่เป็นอมตะ เหนือผู้ใด แต่ละปีพญานาคจะได้ตื่นจากจำศีลขึ้นมาหนึ่งวันคือวัน 15 ค่ำเดือน 11 และพ่นไฟทวงดวงตาของตนคืนเป็นปรากฏการต่อ ๆ มาจนกระทั่งทุกวันนี้ ตำนานกล่าวไว้อีกว่าถ้าพญานาคตื่นจากการจำศีล 500 ปีเมื่อไร ก็จะขึ้นมาตามหาดวงตาของตน จะเกิดภัยพิบัติ น้ำในแม่น้ำโขงจะปั่นป่วนลุกเป็นไฟชีวิตผู้คนจะสูญเสียเป็นเครื่องสังเวยนับล้านจนกว่าจะมีใครนำดวงตาทั้งสองมาคืน วันเวลาผ่านไป การจำศีลจะครบกำหนด 500 ปีในวันที่ 15 ค่ำเดือน 11 ของปีนีแต่ผู้คนหาเชื่อตำนานไม่ กิเลสทำให้คนหลงผิดคิดว่าเนตรนาคราชเป็นของมีค่า เป็นของวิเศษ ที่จะทำให้เป็นใหญ่ ชีวิตเป็นอมตะเพียบพร้อมด้วยอำนาจและทรัพย์สินเงินทอง จึงทำให้เนตรนาคราชมีมูลค่ามหาศาล มีการติดตามแย่งชิงค้นหาและเข่นฆ่ากันเพื่อให้ได้เนตรนาคราชมาครอบครองเป็นสมบัติของตน โดยหารู้ไม่ว่าสิ่งที่ตนจะได้รับคือความพินาศและความตายสืบต่อไปถึงลูกหลานชั่วกัลย์ 500 ปี ผ่านไป กรุงเทพฯ ปัจจุบัน (จุดเริ่มต้นของเรื่อง) ดร.มานพ อาจารย์ทางด้านโบราณคดี ถูกฆ่าตายอย่างเลือดเย็น ในห้องทำงานส่วนตัวที่ทางการจัดไว้ให้เป็นพิเศษสำหรับการค้นคว้าสืบหาของสำคัญทางประวัติศาสตร์อันเป็นมรดกของชาติ ดร.กาญจนา นักโบราณคดี ซึ่งเป็นบุตรสาวคนเล็ก เชื่อว่าต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับเนตรนาคราช ที่ดร.มานพมุ่งสืบสาวเรื่องราวค้นคว้ามากว่าห้าปีแล้ว ดร.มานพได้คุยกับตนเองอยู่เสมอและสั่งให้เก็บไว้เป็นความลับสุดยอด การตายครั้งนี้ของดร.มานพ ทำให้ผู้กองรัตนากร บุตรสาวคนโตของดร.มานพ แห่งหน่วยปราบปรามพิเศษซึ่งส่วนมากมักจะทำงานในต่างประเทศจนห่างเหินครอบครัวไปนาน ขอกลับมาประจำในประเทศเพื่อสืบสาวการตายของบิดาด้วยตัวเองหลายปีก่อนที่ ด.ร.มานพจะถูกฆ่าตาย อัศวิน หรือชื่อเล่นว่า โบนส์ (เพราะตอนเกิดมาผอมมีแต่กระดูก พอเป็นเด็กก็ผอมอีก) อดีตเจ้าหน้าที่หน่วยพิเศษ มีฝีมือ เชี่ยวชาญการต่อสู้และอาวุธ โตมากับครอบครัวของดร.มานพ รู้จักลูกสาวสองคนพี่น้องเป็นอย่างดีเนื่องจากบิดาของอัศวินเป็นเพื่อนรักกับ ดร.มานพ นั่นเอง บิดาของอัศวินเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยปราบปรามพิเศษจึงผลักดันให้อัศวินลูกชายเจริญรอยตามและนี่คือสาเหตุหนึ่งที่รัตนากรเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยพิเศษแทนที่จะเป็นนักโบราณคดีเหมือนดร.มานพ เพราะได้ยินได้ฟังเรื่องราวจากบิดาของอัศวินตั้งแต่เด็กจนได้แรงบันดาลใจ อัศวินกับรัตนากรมักเล่นเป็นสายลับต่อสู้กัน ในขณะที่ดร.กาญจนา สนใจเรื่องโบราณคดีตามรอยบิดา อัศวินและรัตนากร ศึกษาร่วมกัน ฝึกร่วมกัน แต่พอเรียนจบทั้งสองถูกส่งไปประจำคนละหน่วยงาน รัตนากรมักจะถูกส่งไปทำงานต่างประเทศบ่อย ๆ จนห่างเหินกัน สองปีผ่านไปมีเรื่องในระบบราชการทำให้อัศวินเซ็งจนต้องลาออก บังเอิญดร.มานพ ขณะนั้นเป็นหนึ่งในคณะกรรมการที่ติดตามเอามรดกล้ำค่าในประวัติศาสตร์ของไทยที่ถูกขโมยหรือขายให้ชาวต่างประเทศ กลับคืนชาติบ้านเมือง ได้เรียกตัวอัศวินไปช่วยให้ตามหาของโบราณชิ้นหนึ่ง โดยมีดร.กาญจนา ช่วยชี้แนะสอนให้รู้จักของโบราณชิ้นนี้เพื่อแยกแยะว่าอันไหนจริงอันไหนปลอมอยู่เกือบหกเดือน อัศวินเป็นคนฉลาดเรียนเร็วจึงผ่านการทดสอบได้เป็นที่น่าพอใจ อัศวินสืบสาวบุกไปชิงของโบราณชิ้นนี้จากมาเฟียต่างประเทศคนหนึ่ง ซึ่งต้องผ่านมือปืนที่วางกำลังรักษาไว้เป็นอย่างดี กลับมาจนได้ อัศวินรู้สึกดีที่ได้ใช้ความสามารถที่เรียนมา ช่วยทำประโยชน์ให้ชาติโดยไม่ต้องอยู่ใต้ระบบของราชการและการเมืองที่โบราณ คร่ำครึ และล่าช้าติดเส้นติดสาย จึงอาสาอยู่ช่วยดร. มานพต่อไปเวลาผ่านไปสองปีภายใต้การติวเข้มของดร.กาญจนา ซึ่งสนิทกันมาตั้งแต่เด็กเหมือนพี่เหมือนน้อง อัศวินจึงมีความชำนาญพอตัวในเรื่องของโบราณมรดกของชาติ และนำของโบราณกลับมาคืนได้หลายชิ้น เพื่อน ๆ ตั้งฉายาให้เป็น ดร.โบนส์ ล้อเลียน จาก ดร.โจนส์ ในหนังเรื่องอินเดียนน่าโจนส์นั่นเอง การตายครั้งนี้ของบิดา ทำให้ รัตนากร ที่ห่างครอบครัวไปทำงานที่ต่างประเทศตลอดเวลา มุ่งมั่นที่จะสืบสวนหาฆาตกรให้ได้ จึงขอกลับมาทำงานประจำที่ประเทศไทยอย่างไม่มีกำหนดรัตนากรไม่สนิทกับดร.กาญจนา เพราะมีอดีตที่กินใจกันอยู่ เนื่องด้วยเพื่อนของอัศวินชื่อ ภาคภูมิ เป็นตำรวจมาสนใจ ดร.กาญจนา จนเกิดความสนิทสนมกันระยะหนึ่ง แต่พอได้พบรัตนากร ซึ่งขณะนั้นกลับมารายงานตัวเพื่อรับภารกิจ ภาคภูมิถึงกับเปลี่ยนใจไปชอบรัตนากร รัตนากรไม่ได้สนใจภาคภูมิ และกลับไปทำงานที่ต่างประเทศของตนตามปรกติ และไม่ได้กลับมาเยี่ยมบ้านบ่อยเหมือนเดิม เพื่อหลีกทางให้กาญจนา นี่คือสาเหตุที่รัตนากรห่างเหินครอบครัวไป ภาคภูมิยอมรับความจริงหันมาสนิทสนมกับ ดร.กาญจนาต่อไป ภายหลังภาคภูมิออกปฏิบัติการถูกคนร้ายยิงอาการสาหัส ดร.กาญจนาไปเฝ้าอยู่ใกล้ ๆ แต่ภาคภูมิกลับเพ้อถึงรัตนากรก่อนสิ้นใจ ทำให้กาญจนาผิดหวัง และโกรธรัตนากรที่ไม่บอกตน ปล่อยให้ตนหลงสนิทกับภาคภูมิ รัตนากรจะอธิบายยังไงกาญจนาก็ไม่ยอมให้อภัยมาจนกระทั่งทุกวันนี้ การตายของดร.มานพ ทำให้ทั้งสามคนที่โตด้วยกันมากลับมาพบกันอีกครั้งหนึ่ง รัตนากรเคยได้ยิน ดร.มานพ กล่าวถึงเนตนาคราชเมื่อห้าปีก่อนตอนที่กลับมาเยี่ยมดร.มานพ ที่ป่วยไม่สบาย แต่ไม่เคยเชื่อเรื่องตามตำนานเพราะคิดว่าพญานาคเป็นเพียงตำนานไม่มีอยู่จริง ด้วยทิฐิกาญจนาไม่สนใจที่จะบอกรายละเอียดเรื่องเนตนาคราชกับรัตนากร และไม่สนว่ารัตนากรจะสืบสวนไปทางไหน กาญจนาเรียกอัศวินมาพบ และเล่าเรื่องแผนที่ที่ซ่อนเนตรนาคราช ที่บิดาเคยให้ตนเองดู และเล่าว่ามีเศรษฐีอเมริกันชื่อ เฮนรี เจมส์ มาขอพบและขอซื้อแผนที่จากดร.มานพ บิดาของตน กาญจนาคิดว่าคนที่อยู่เบื้องหลังการตายของดร.มานพ คือ เฮนรี่ เจมส์ ผู้นี้นี่เอง เฮนรี เจมส์ มาเปิดสาขาบริษัทการเงินใหญ่โตแห่งหนึ่งอยู่ในประเทศไทย อัศวิน จึงลอบเข้าไปในสำนักงานหรูของเฮนรี เจมส์ เพื่อตรวจหาแผนที่ แต่แล้วก็พบว่า มีคนร้ายกลุ่มหนึ่ง บุกเข้าไปขโมยแผนที่จาก เฮนรี เจมส์ และหลบหนีไปได้ อัศวินเล็ดรอดออกมาอย่างปลอดภัย แต่ก็พลาดโอกาสเรื่องแผนที่ลายแทงที่จะนำไปสู่เนตนาคราช ณ เวลานี้ กาญจนาและอัศวินรู้แล้วว่าแผนที่มีจริง อัศวินเริ่มสาวเรื่องติดตามหาแผนที่ อัศวินตัดสินใจลอบไปหารัตนากรและเล่าเรื่องราวให้ฟัง รัตนากรไม่เชื่อ ทั้งสองถกเถียงกัน ในที่สุดรัตนากรถึงแม้ปากแข็งว่าไม่เชื่อ แต่ในใจก็คิดว่าจะลองสาวเรื่องดู โดยอัศวินบอกให้รัตนากรรู้ว่า กาญจนาไม่ต้องการให้รัตนากรวุ่นวายเกี่ยวข้องกับเนตรนาคราช ทั้งสองคนจึงปกปิดการพบกันไม่ให้กาญจนารู้ โดยคิดว่าเรื่องราวกระจ่างเมื่อไหร่ค่อยบอกทีหลัง รัตนากรกลับไปที่บ้านเพื่อค้นหาดูว่า ดร.มานพ มีอะไรบ้างที่จะเป็นเบาะแส กาญจนาไม่พอใจไม่พูดด้วย รัตนากรตัดสินใจต้างที่บ้าน เพราะมีเอกสารมากมายที่จะต้องตรวจค้น ทั้งสองต่างไม่พูดกัน ต่างคนต่างทำงาน คืนนั้นมีคนร้ายกลุ่มหนึ่ง ลอบเข้ามาที่บ้านของดร.กาญจนา เพื่อค้นหาแผนที่ลายแทง กาญจนาตื่นมาพอดี ร้องเสียงดัง รัตนากรรู้ตัว เลยเข้ามาช่วยจัดการคนร้าย ต่อสู้ยิงกัน คนร้ายตายสอง หนีไปได้หนึ่ง อัศวินมาตรวจดูที่เกิดเหตุ ก็ได้พบจากศพของคนร้ายว่าคนร้ายพวกนี้เป็นคนละกลุ่มกับที่บุกบ้านเฮนรี เจมส์ ณ เวลานี้เอง ทั้งหมดก็ได้พบกับแฟนคนใหม่ของ กาญจนา เป็นไฮโซหนุ่มนักธุรกิจจบนอกชื่อ วรชัย ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง วรชัยได้ข่าวจากทีวี เลยรีบมาหากาญจนาด้วยความเป็นห่วง กาญจนาแนะนำให้อัศวินรู้จักเพียงคนเดียว โดยไม่สนรัตนากรที่ยืนอยู่ด้วย รัตนากรสังเกตุดูวรชัยรู้สึกไม่ถูกชะตา ที่ส่งสายตาจ้องรัตนากรอย่างสนใจ ทั้ง ๆ ที่กาญจนายืนอยู่ด้วย เวลาผ่านไป รัตนากรกับอัศวินร่วมกันสืบหาเบาะแสแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ทั้งสองเริ่มคุยกันรู้เรื่อง ส่วนกาญจนาเองยังไม่สนใจรัตนากร แม้ว่ารัตนากรช่วยตน ยังคงวางเฉย เย็นชากับรัตนากรเช่นเดิม อัศวินกับรัตนากรช่วยกันสาวเรื่อง ทำให้มีเวลาได้คุยกันถึงเรื่องราวต่าง ๆ ในอดีต สมัยเด็ก ๆ จนกระทั่งเรื่องราวที่กาญจนาไม่พอใจรัตนากร อัศวินจึงเข้าใจรัตนากรมากขึ้นว่าทำไมถึงไม่ค่อยกลับมาเยี่ยมบ้าน ความจริง อัศวินสนใจรัตนากรมาตั้งแต่ตอนเป็นเด็ก พอโตขึ้นรัตนากรไปเรียนต่อ และประจำอยู่ที่สหรัฐอเมริกา ด้วยสาเหตุเรื่องเกี่ยวกับกาญจนา ทำให้ขาดการติดต่อไม่ค่อยได้พบกัน อีกทั้งอัศวินก็เดินทางบ่อย ๆ เพราะต้องไปสืบหามรดกของชาติที่ถูกขายไปหรือขโมยไปแล้วนำกลับมา ทั้งสองจึงห่างเหินกันไปพอได้พบกันอีก ความสัมพันธ์เก่าก็เริ่มเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัวอัศวินพบว่ามีอยู่สามกลุ่มที่เกี่ยวกับเรื่องแผนที่คือกลุ่มนายเฮนรี่ เจมส์ หนึ่งกลุ่ม และกลุ่มที่สองคือกลุ่มที่ตนพบบุกบ้านนายเฮนรี่ เจมส์ ส่วนกลุ่มที่สามคือกลุ่มที่บุกบ้านของดร.มานพ ที่กาญจนาและรัตนากรยังอาศัยอยู่ร่วมกันตามแบบฉบับครอบครัวไทย แม้ว่าต่างคนต่างมีคอนโดส่วนตัวก็ตาม อัศวินร่วมติดตามสาวเรื่องกับรัตนากร เรื่องแผนที่บุกเข้าหาบุคคลสามกลุ่มจนตัวเองถูกลอบทำร้าย ถูกคนร้ายตามเก็บ บางครั้งก็ตามลำพัง บางครั้งก็ตอนที่อยู่ร่วมกันแต่ก็รอดมาได้ทุกครั้ง เพราะทั้งสองคนต่างก็มีฝีมือ การต่อสู้ร่วมกันทำให้ความสนิทสนมกันตอนเด็กหวนกลับคืนมาอีกครั้ง ทั้งสองเริ่มห่วงใยกันในอีกรูปแบบหนึ่งต่างคนต่างเก็บไว้ในใจ การเผชิญหน้ากับคนร้าย ทำให้อัศวินได้ข้อมูลกลุ่มคนร้ายที่บุกทำร้ายกาญจนาคือ กลุ่มคนจีนเป็นแก๊งมาเฟียใหญ่มาจากฮ่องกงชื่อ เจิ้งซา ได้รับคำสั่งบรรพบุรุษที่ต้องการเนตรนาคราชเช่นเดียวกัน เจิ้งซา เป็นตระกูลขุนนางกังฉินมีสมุนและเครือข่ายมากมายพร้อมที่จะมาแย่งชิงเอาเนตรนาคราชเอาไว้เป็นสมบัติของตระกูลและเพื่อความเป็นอมตะของตน เจิ้งซามีลูกสาวสวยจิตใจนักเลงเพราะตนบ่มสอนมากับมือชื่อ หลิน หลินต้องการพิสูจน์ฝีมือเพื่อให้เห็นว่าตนสามารถรับสืบทอดกิจการของพ่อได้ จึงอาสาเจิ้งซารับภารกิจครั้งนี้พร้อมนักฆ่าสาวสองพี่น้องชื่อหยกและปิงมาเป็นผู้คุ้มกันอย่างใกล้ชิด เหตุการณ์ที่ถูกทำร้ายที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ กับอัศวินและรัตนากรทำให้ต่างคนต่างเป็นห่วงกัน ช่วยเหลือกัน และสนิทสนมกันโดยไม่รู้ตัว ถึงกระนั้นก็ยังถกเถียงความคิดเห็นขัดแย้งเรื่องงานกันอยู่ตลอดเวลา กาญจนา หลบมาอยู่ที่คอนโดของตนตามที่อัศวินแนะนำ เพื่อความปลอดภัย คืนหนึ่งรัตนากรได้รับโทรศัพท์ลึกลับ ว่าคนร้ายกำลังวางแผนที่จะไปชิงแผนที่จากดร.กาญจนา รัตนากรโทรไปหากาญจนาเพื่อเตือนแต่กาญจนาเห็นว่าเป็นเบอร์ของรัตนากรเลยไม่ยอมรับสาย กาญจนาอยู่ที่คอนโดเห็นรูปภาพของตนและรัตนากรที่ถ่ายไว้กับดร.มานพ สามคนในตอนโตหลังจากมารดาเสียไปแล้วมาดู ขณะนั้นมีกลุ่มคนร้ายบุกเข้ามาเค้นหาความจริงเรื่องแผนที่อีก รัตนากรมาถึงพอดีจึงเขาขัดขวางเกิดการต่อสู้กัน คนร้ายมีจำนวนมาก รัตนากรกับกาญจนาจึงเริ่มเสียเปรียบ แต่แล้วก็มีสาวสวยลึกลับโผล่มาช่วยไว้ จนคนร้ายที่เหลือหลบหนีไป รัตนากรกับกาญจนาได้เผชิญหน้ากับสาวสวยแต่ยังไม่ทันได้คุยสอบสวน สาวสวยก็พรวดหายไป รัตนากรตรวจดูร่างของคนร้าย พบว่าอาวุธที่สาวสวยใช้ คือ ลูกธนู ที่ยิงจากหน้าไม้ขนาดกลาง สาวสวยเป็นใคร มาจากใหน รัตนากรพบแต่ความมืดมน อัศวินรีบมาตรวจดูและพบว่าเป็นพวกของมาเฟียจีน เจิ้งซา นั่นเอง ในขณะเดียวกันวรชัยมาโผล่มาพร้อมบอดี้การ์ดสองสามคนที่จ้างมา เพื่อคุ้มกันกาญจนา เพราะคิดว่าอัศวินกับรัตนากรนำอันตรายมาสู่กาญจนา รัตนากรกับอัศวินรำคาญจึงขอตัวกลับ วรชัยอยู่เป็นเพื่อนครู่หนึ่ง กาญจนาก็ไล่กลับบอกว่าต้องพักผ่อน วรชัยกลับไปแต่ยืนยันที่จะทิ้งบอดี้การ์ดของตนไว้คอยดูแลกาญจนา กาญจนาเก็บข้าวของเกลื่อนกลาดรวมทั้งรูปที่แตกกระจาย และได้พบว่ามีกระดาษโผล่มาจากด้านหลังของรูป ซึ่งเป็นแผนที่จริงที่บ่งจุดหมายสำคัญอยู่ในเขตป่าลึกแถวตะเข็บชายแดนพม่า เลียบแม่น้ำโขงไปจนถึงเครื่องหมายวงกลม ซึ่งไม่ได้บ่งว่าเป็นที่ใด มีจดหมายของดร.มานพถึงดร.กาญจนา ว่าแผนที่นี้คือเส้นทางที่จะนำไปสู่เนตนาคราชที่สูญหายไปเมื่อห้าร้อยปีก่อนกาญจนาเรียกอัศวินมาปรึกษา ต่างลงความเห็นว่าจะต้องเดินทางไปตามแผนที่ตามจุดประสงค์ของดร.มานพ เพื่อค้นหาความจริง กาญจนาจึงแจ้งไปยังคณะกรรมการกลุ่มนำมรดกคืนชาติว่าตนมีเบาะแสเรื่องเนตนาคราช ทางคณะกรรมการซึ่งล้วนแต่เป็นเพื่อนสนิทของดร.มานพและเชื่อใจในผลงานของดร.มานพ มาแล้วจึงได้ระดมทุนให้เป็นการเดินทางออกไปนำเนตรนาคราชคืนกลับมาให้ได้ ภายในวัน 15 ค่ำ เดือน 11 ของปีนี้ ซึ่งเหลือเวลาอีกสิบเดือนเท่านั้น กาญจนาได้ให้อัศวินเป็นผู้รวบรวมคณะเดินทางซึ่งมีนายแพทย์นพดล เพื่อนสนิทของทุกคนที่รู้จักกาญจนาและรัตนากรเป็นอย่างดี อัศวินให้รัตนากรมาร่วมทางด้วย โดยอ้างกับกาญจนาว่าต้องการคนที่มีฝีมือมาช่วยเพราะการเดินทางย่อมมีอันตรายจากกลุ่มคนหลายกลุ่มที่ต้องการแผนที่ กาญจนาไม่พอใจ แต่ก็ต้องจนด้วยเหตุผล วรชัยซึ่งเป็นแฟนของกาญจนาขอติดตามมาด้วย อ้างว่าเป็นห่วงกาญจนา และตนเองก็มีฝีมือในด้านยิงปืนล่าสัตว์ ดูแลตัวเองได้ รัตนากรคัดค้านว่าไม่สมควร การที่รัตนากรคัดค้านนี่เองทำให้กาญจนาต้องการเอาชนะ จึงตัดสินใจให้วรชัยร่วมทางอัศวินแจ้งให้เพื่อนสนิทของตนชื่อ ชาติ อดีตนายทหารพราน ซึ่งเชี่ยวชาญทางด้านแกะรอยเดินป่าและมีฝีมือในการต่อสู้ร่วมเดินทางไปด้วย โดยจะไปพบกันที่กาญจนบุรี พร้อมด้วย อิทธิ เพื่อนของชาติ ซึ่งเป็นเพื่อนทหารพรานด้วยกัน เชี่ยวชาญในด้านแกะรอยและระเบิด ทั้งสองคนจะเตรียมทีมมาช่วยระวัง และคุมคนขนสัมภาระอุปกรณ์ต่าง ๆ เฮนรี เจมส์ รู้ข่าวเรื่องนี้ จึงเรียกมือขวาของตนมาติดตามขบวนของอัศวินซึ่งเป็นชาวเอเชียอเมริกัน อดีตเนวีซีลผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบชื่อ โจชิง ได้ยินว่า โจซิง ผู้นี้คือหนึ่งในทีมเนวีซีลที่บุกเข้าไปสังหาร บินลาดิน โจซิง มีมือรองอดีตกองโจรทหารเวียตกง เชี่ยวชาญการแกะรอย หลบซุ่ม ซ่อนตัว แบบกองโจร ชื่อ เวจาง นำทีมติดตามบุกเพื่อหาทางชิงแผนที่มาให้ได้ ขบวนของอัศวินครบออกเดินทางมาพบกับชาติและอิทธิที่กาญจนบุรี พร้อมลูกทีมและอุปกรณ์นานาชนิด ในขณะที่พักที่โรงแรมก็ถูกจับตามองจากคนแปลกหน้าอีกสองกลุ่มด้วยกัน กลุ่มหนึ่งคือกลุ่มคนจีนที่อัศวินจำได้ แต่อีกกลุ่มหนึ่งเป็นกลุ่มที่ไม่เคยเห็นมาก่อน อัศวินคาดเดาว่าอาจจะเป็นกลุ่มที่บุกบ้านของ เฮนรี เจมส์ และที่หน้าแปลกใจก็คือรัตนากรเห็นสาวสวยแปลกหน้าที่มาช่วยตนที่คอนโดของกาญจนาอีกด้วย รัตนากรเก็บความสงสัยไว้ในใจไม่ได้บอกอัศวิน เพราะยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัด อัศวินเห็นสถานการณ์ล่อแหลมจึงให้ขบวนเดินทางออกจากตัวเมืองทันที และให้ชาติหาเส้นทางที่เหมาะสมและปลอดภัยยากต่อการโจมตี จนถึงสถานที่ที่เหมาะแก่การตั้งค่ายพักในยามค่ำคืน เหตุการณ์เป็นปรกติในสองสามวันแรกของการเดินทาง กาญจนาและรัตนากรยังคงห่างเหินกัน ส่วนใหญ่เป็นที่กาญจนามากกว่า วรชัยเป็นตัวป่วนไม่หยุด ถือว่ากาญจนาเป็นเจ้าของขบวน ชอบยิงเป้ายิงปืนโดยพละการเพื่อความสนุก กินเหล้าที่เอาติดมาออกนอกเส้นทางตามสัตว์ อัศวินในที่สุดต้องเด็ดขาดกับวรชัย ทำให้วรชัยไม่พอใจ พอนำเรื่องไปบ่นกับกาญจนา กาญจนาก็ไม่ฟังและยืนยันว่าอัศวินเป็นผู้นำและมีสิทธิ์ออกคำสั่งคนเดียวเท่านั้น ทำให้วรชัยจ๋อยไป แต่ก็คงความไม่พอใจเอาไว้ ชาติและอิทธิคุมเข้ม จับตาดูเหตุการณ์อย่างเชี่ยวชาญ รัตนากรถึงแม้จะเชี่ยวชาญการสอบสวนและต่อสู้ แต่ไม่มีความชำนาญป่า จึงได้แต่ทำตามไม่ก่อเรื่อง บางครั้งก็ร่วมกลุ่มสังสรรค์กับชาติและอิทธิและทีมงาน อัศวินเห็นก็นึกชมอยู่ในใจ ที่รัตนากรติดดินเข้ากับทีมได้ดี แต่แล้วขบวนของอัศวินก็ถูกโจมตีในยามค่ำคืน เกิดการต่อสู้กัน แต่สุดท้ายฝ่ายบุกก็พ่ายแพ้ถอยไป อัศวินรู้ว่าเป็นกลุ่มของ เฮนรี เจมส์ จากอาวุธปืนของคนร้ายที่ใช้ ทั้งหมดจึงวางแผนเดินทางอย่างรอบคอบ มีการระวังป้องกันอย่างเต็มที่ อีกครั้งที่รัตนากรเห็นสาวสวยลึกลับปรากฏอยู่ห่าง ๆ แล้วก็หลบหายไป โจซิงไม่พอใจที่ทีมทำงานพลาดและสูญเสียคน จึงสั่งทั้งคนทั้งอาวุธมาเพิ่ม เพื่อที่จะหาทางบุกแย่งชิงแผนที่ให้ได้ การเดินทางเริ่มลำบากขึ้นอย่างคาดไม่ถึง ทั้งภัยธรรมชาติ ไข้ป่า ภาพหลอน หลงทาง ทั้งหมดนี้ทำให้ทุกคนคิดว่าเป็นอาถรรพ์ของเนตนาคราช ที่เล่าสู่กันมาว่า ใครก็ตามที่เข้าใกล้และต้องการครอบครองเนตนาคราชมักจะมีอันเป็นไป ในระหว่างการพักแรม วรชัยแอบออกไปว่ายน้ำ แม้จะถูกเตือนให้ระวัง สุดท้ายถูกกลุ่มคนร้ายจับไป และทิ้งจดหมายให้อัศวินเอาแผนที่ไปแลกกับชีวิตของวรชัย เป็นกลุ่มของเฮนรีนั่นเองอัศวินกับชาติและอิทธิ จึงวางแผนบุกเข้าชิงตัววรชัย โดยแกล้งทำทีว่าจะเอาแผนที่ไปแลก แล้วซ้อนแผนแย่งตัววรชัยมาได้ แต่ในขณะเดียวกันก็ถูกคนกลุ่มหนึ่งบุกเข้ามาที่ค่าย พยายามจะจับตัวกาญจนา แต่รัตนากรโชว์ฝีมือและพากาญจนาหลบหนีออกมาจากค่ายได้ทันท่วงที แต่คนทั้งสองต้องหนีเตลิดเข้าไปในป่าลึก อัศวินกลับมาพบร่องรอยการจู่โจม และพบว่ากาญจนากับรัตนากรหายไป อัศวินโมโหซัดวรชัย เข้าหนึ่งหมัดที่เป็นต้นเหตุ แล้วรีบจัดขบวนติดตาม แต่ก็ให้อิทธิอยู่คอยระวังวรชัย และค่ายเพื่อป้องกันการบุกรุกซ้ำสอง รัตนากรพากาญจนาหลบหนีคนร้ายเข้าป่าลึก พวกคนร้ายตามล่า กาญจนาเริ่มเห็นว่าพี่สาวห่วงตน เริ่มลดทิฐิลงบ้างในขณะที่จนมุมสาวสวยลึกลับก็โผล่มาช่วยก่อกวนคนร้ายจนเสียขบวน โดยมีอาวุธเป็นหน้าไม้แบบทันสมัย จนกระทั่งขบวนของอัศวินกับชาติตามมาทันจัดการกับคนร้าย จนพวกที่เหลือต้องเตลิดหนีกลับไป ส่วนสาวลึกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอยเช่นเดิม อัศวินพาสองสาวกลับมาถึงค่ายด้วยความปลอดภัย วรชัยเข้ามาขอโทษกับกาญจนา กาญจนาแม้ว่าจะไม่พอใจวรชัยแต่ก็เห็นว่าวรชัยถูกซ้อมเจ็บตัวพอแล้วจึงไม่เอาเรื่อง แต่รัตนากรไม่พอใจวรชัย และย้ำว่าถ้าวรชัยก่อเรื่องอีก จะเล่นงานวรชัยด้วยตัวเอง ทำให้วรชัยไม่พอใจกาญจนามาพบรัตนากรและเอาแผนที่มาให้รัตนากรเป็นผู้ถือไว้แทนตน เพื่อความปลอดภัยของแผนที่ นับว่าเป็นก้าวแรกที่กาญจนาเข้าหารัตนากร รัตนากรจึงรับปากว่าจะเก็บแผนที่ไว้เป็นอย่างดี เป็นครั้งแรกที่ทั้งสองยิ้มให้กัน แม้ว่าจะเล็กน้อยอัศวินเห็นเหตุการณ์ คิดว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีระหว่างพี่น้องสองคน รัตนากรคุยกับ อัศวินถึงกลุ่มคนที่มาล่าตัวกาญจนาและสาวสวยที่มาช่วย อัศวินกับชาติพบว่าเป็นกลุ่มมาเฟียคนจีนที่มาจากฮ่องกง คุมเกมโดย หลิน ส่วนสาวสวยที่มาช่วยนั้นยังคาดการไม่ถูก แต่สันนิษฐานว่าต้องมีอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งอย่างน้อยก็ยังโชคดี ที่ไม่ได้ทำตัวเป็นศัตรู โจซิง เห็นว่าพวกตนได้รับความล้มเหลวและสูญเสีย รีบรายงานให้เฮนรีรู้ เฮนรีจึงวางแผนใหม่ให้กลุ่มหนึ่งแยกไปติดตามคอยแยกชิงแผนที่แบบกองโจรถ้ามีโอกาสอีกกลุ่มหนึ่งติดตามไปเรื่อย ๆ รอจังหวะให้กลุ่มของอัศวินพบเนตนาคราชก่อน แล้วหาทางปล้นแย่งมา ส่วนหลินได้ประมือกับอัศวิน และเกิดความพึงใจในอัศวินเงียบ ๆ จึงวางแผนที่จะสกัดกลุ่มของเฮนรีแทนที่จะบุกโจมตีกลุ่มของอัศวิน รอโอกาสให้กลุ่มของเฮนรีได้แผนที่มาก่อน ค่อยชิงจากเฮนรีอีกครั้ง เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าอย่างเอาเป็นเอาตายกับอัศวิน ในระหว่างการเดินทางมีการปะทะกันระหว่างสามกลุ่มอยู่บ่อย ๆ อัศวินก็มีโอกาสช่วยหลินให้พ้นจากฝีมือของ โจซิง ด้วยความบังเอิญทำให้หลินยิ่งประทับใจในตัวอัศวินมากขึ้น แต่หลินก็สังเกตุเห็นว่าอัศวินกับรัตนากรมีความห่วงใยซึ่งกันและกัน จึงคิดจะหาทางกำจัดรัตนากรทุกครั้งเมื่อมีโอกาส ในที่สุดขบวนก็มาถึงจุดหมายตามแผนที่ที่บ่งไว้ แต่สิ่งที่พบกับเป็นแผนที่อีกฉบับหนึ่ง ซึ่งเส้นทางการเดินทางที่ซับซ้อนลึกเข้าไปอีก อัศวินให้รัตนากรเป็นคนเก็บแผนที่ใหม่เช่นเดิม กาญจนาเริ่มคุยกับรัตนากรมากขึ้น วรชัยไม่ค่อยพอใจเท่าใดนักเพราะไม่มีใครเกรงใจหรือสนใจตนเหมือนอย่างตอนแรก ๆ ที่ทุกคนเกรงใจเพราะเป็นแฟนของกาญจนา ทุกคนพบว่าสัญญาญวิทยุหรือการติดต่อต่าง ๆ กลับขาดหายไปอย่างไม่มีเหตุผล ทำให้ยากยิ่งต่อการระมัดระวังศัตรูที่พร้อมจะบุกเข้าจู่โจมตลอดเวลา มีเสียงพึมพำคุยกันในกลุ่มว่าเป็นเพราะอาถรรพ์ของเนตนาคราช ทำให้ทุกคนหลงเข้ามาอยู่ในดินแดนที่ลึกลับแห่งนี้ขบวนของทั้งสามกลุ่มต่างพบกับเส้นทางวิบาก การเจ็บไข้ได้ป่วย ต้องหยุดรักษา เสียเวลาในการเดินทาง กองโจรของโจซิง นำโดย เวจาง ฉวยโอกาสเข้าบุก อัศวิน มีตอนหนึ่งพวกมันบุกเข้าถึงตัวกาญจนา หมายฆ่าโดยยิงปืนเข้าใส่ แต่ชาติเอาตัวเข้ามาบังไว้ได้ทันท่วงที กระสุนถูกชาติที่หัวไหล่ ในขณะคับขันสาวสวยคนเดิมก็พาคนมาช่วยสกัดและไล่กลุ่มของพวกของเวจางไปจนหมด ความจริงชาติในระหว่างเดินทางได้สนใจกาญจนา แต่ไม่กล้าแสดงออกได้แต่เก็บไว้ในใจ เนื่องด้วยกาญจนามี วรชัย ยามหน้าสิ่วหน้าขวานเผลอแสดงตัวปกป้องออกมาเป็นที่สังเกตของวรชัย และ รัตนากรซึ่งอยู่ในเหตุการณ์พอดี แม้ว่าชาติจะกลบเกลื่อนทำทีว่าเป็นหน้าที่ของตนที่ต้องป้องกันทุกคนก็ตาม สาวสวยได้แนะนำตนเองว่าชื่อ โรส เป็นทายาทของกลุ่มผู้พิทักษ์เนตรนาคราช ที่คอยติดตามหาเนตรนาคราชมาหลายชั่วอายุคนแล้ว โรสจบการศึกษามาจากอเมริกาทางด้านบริหารธุรกิจ พอกลับมาเมืองไทยก็ช่วยกิจการของทางบ้านในการท่องเที่ยว ซึ่งมีโรงแรมหลายแห่งอยู่ตรงสามเหลี่ยมทองคำ มีพี่ชายคนหนึ่งชื่อ อิฐ เป็นอดีตตำรวจตระเวณชายแดนเช่นเดียวกับชาติและอิทธิพอได้ข่าวว่ามีขบวนเดินทางมาหาเนตรนาคราช จึงรวบรวมผู้คนออกติดตาม อิฐและโรสรู้จักชื่อเสียงของอัศวินว่าเป็นคนดี จึงเข้าช่วยเหลือ พ่อของโรสเป็นนักเลงเก่า โรสจึงได้วิชาหมัดมวยการต่อสู้ติดตัวมาตั้งแต่เด็กอีกทั้งมีอิฐช่วยฝึกฝนเชิงการต่อสู้ให้เพื่อเตรียมตัวรับภารกิจของกลุ่มพิทักษ์เนตนาคราช ชอบเข้าป่าล่าสัตว์ทุกครั้งที่มีเวลา จึงพอชำนาญป่าอยู่มั่ง หน้าไม้เป็นกีฬาชอบมาตั้งแต่อยู่อเมริกา จึงยิงแม่นและชำนาญ ในที่สุดทั้งสองฝ่ายก็ทำความเข้าใจกันและจะช่วยเหลือกันต่อต้านกลุ่มมาเฟียจีน และพวกของเฮนรี โดยโรสจะร่วมเดินทางไปด้วย แต่อิฐจะคอยติดตามดูห่าง ๆ คอยระวังรอบนอกให้ ขบวนของอัศวินเดินทางต่อไป โรสน่ารัก ติดดิน เข้ากันได้กับทุกคน อิทธิพึงใจในตัวโรสทันทีที่ได้เห็น ทำให้ขบวนการเดินทางมีความรักที่ก่อตัวขึ้นมา จากหลายคนด้วยกันคือ อัศวินกับรัตนากร ชาติแอบพึงใจกาญจนาแม้ว่ากาญจนาจะยังไม่รู้สึกตัวก็ตาม และอิทธิแอบพึงใจในตัวโรส แต่แล้วการเดินทางก็ผ่านเข้าสู่แดนมรณะ ตามที่แผนที่บ่งไว้ ทุกคนพบสิ่งประหลาดที่ไม่คาดฝัน เหนือธรรมชาติเหนือความจริง วิญญาณป่า ฯลฯ ทำให้การเดินทางพบกับความลำบาก เสี่ยงชีวิต เลือดตาแทบกระเด็น ต่างยิ่งเริ่มเชื่อว่าเป็นอาถรรพ์ของเนตรนาคราช ซึ่งจะนำความวิบัติมาสู่ทุกคน แต่แล้วขบวนก็ได้พบกับกลุ่มลูกหลานของผู้มีอาคมที่ไปขโมยเอาดวงตาพญานาค (เนตรนาคราช) มาในอดีตเพื่อนำกลับไปคืนเช่นกัน เพราะเนตรนาคราชนอกจากทำให้ผู้มีอาคมถึงกับเสียดวงตาคนละหนึ่งข้างโดยไม่มีสาเหตุแล้ว ก็ยังทำครอบครัวของตระกูลมีอันเป็นไปต้องได้รับทุกข์ทรมานเพราะลูกหลานที่เกิดมาล้วนสายตาพิการหนึ่งข้างทั้งสิ้น กลุ่มนี้นำโดยลูกชายรุ่นหลังสุดคือ เคน ซึ่งเป็นมาเฟียคุมพื้นที่ป่าแถบสามเหลี่ยมทองคำทางใต้ เคนได้รับรายงานเรื่องคณะต่าง ๆ ที่เดินทางเข้ามาค้นหาเนตรนาคราชจึงรวบรวมผู้คนพร้อมชิงเนตรนาคราชให้ได้ แต่กลับคิดจะขายเอาเงินมากกว่าที่นำไปคืนตามความต้องการของบรรพบุรุษของตน เคนแยกตัวออกเดินทางตามลำพัง ไม่ขึ้นอยู่กับฝ่ายใด อัศวินจำได้ว่าเคนคือกลุ่มที่บุกบ้านของเฮนรีในตอนแรก จึงไม่ค่อยจะไว้ใจนัก จับตามองอย่างใกล้ชิด ทั้งหมดได้เดินทางเผชิญความลำบาก ต่อสู้ แย่งชิง กันตลอดระยะเส้นทาง ต่างฝ่ายต่างสูญเสียโดยเฉพาะฝ่ายของ เฮนนี่และฝ่ายของมาเฟียจีน เจิ้งซาจนในที่สุดก็ถึงจุดหมาย (อยู่บนยอดเขาสูงลึกลับที่มีแอ่งน้ำลึกเพราะเนตรนาคราชต้องเก็บไว้ในน้ำ) พบเนตนาคราชแต่วรชัยกลับหักหลัง จับกาญจนาไว้ใช้ปืนขู่ฆ่ากาญจนาจนทุกคนต่องยอมปล่อยให้พวกของเฮนรีเข้ามาเอาเนตรนาคราชไปได้ ความจริงตอนที่วรชัยถูกโจซิงจับไป ด้วยความไม่พอใจกลุ่มของอัศวิน เลยตกลงร่วมมือกับโจซิง โดยหวังได้ส่วนแบ่ง พวกโจซิงระเบิดถ้ำขังทุกคนไว้และฆ่าวรชัยตาย พร้อมนำเนตนาคราชกลับไปให้เฮนรี แต่สุดท้ายอิฐก็นำคนมาช่วยปล่อยทุกคนออกมาได้ ทุกคนเร่งติดตามที่จะเอาเนตรนาคราชกลับคืน เพราะวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 ใกล้เข้ามาแล้วเหลือเวลาไม่ถึง 10 วัน ขบวนของโจซิงมาหยุดรอ กองกำลังเสริมที่เฮนรีจะส่งมารับเนตนาคราชที่สามเหลี่ยมทองคำ เคนนำคนของตนเข้าบุกหมายแย่งชิงเช่นเดียวกับคนของมาเฟียจีน เจิ้งฟา เกิดการปะทะกันหลายฝ่าย แต่แพ้ฝ่ายของเฮนรีซึ่งเตรียมกำลังคนมามากมาย เคนหนีมาได้แต่ถูกอิฐสังหารเพราะรู้ว่าเคนไม่คิดจะนำเนตรนาคราชกลับไปคืน ท่ามกลางความชุลมุน เฮนรีได้เนตรนาคราชอยู่ในมือ ในที่สุดเฮนรีนำเนตรนาคราชขึ้นรถออกจากสามเหลี่ยมทองคำมาขึ้นเฮลิคอปเตอร์ที่ตนเตรียมไว้ในป่าที่ลับแห่งหนึ่ง แต่อัศวินกับ พวกตามมาทันจึงเกิดการต่อสู้กันอย่างดุเดือด ชาติ อิทธิ โรส บุกเข้าสกัดมือปืนของ เฮนรี เปิดทางให้อัศวินและรัตนากรเข้าถึงตัวเฮนรี โจซิง และเวจาง อัศวินกับรัตนากรบุกเข้าไปถึงตัวต่อสู้กับโจซิงและเวจางจนแย่งเนตรนาคราชจากเฮนรีจนได้ แต่ในขณะที่ออกมาก็พบกับหลินและนักฆ่าสาวหยกกับปิง เกิดการต่อสู้กัน หยกกับปิงเสียชีวิตแต่รัตนากรไว้ชีวิตหลิน ในที่สุดอัศวินกับรัตนากรก็ได้เนตรนาคราช ทั้งสองรีบเอาขึ้นเฮลิคอปเตอร์ของเฮนรี มุ่งไปยังแม่น้ำโขง แต่พวกของเฮนรียิงปืนสาดถูกเฮลิคอปเตอร์เสียหายอย่างหนัก แต่อัศวินก็บังคับไปถึงเหนือแม่น้ำโขงจนสำเร็จ เห็นแม่น้ำโขงปั่นป่วนเริ่มลุกเป็นไฟจากเบื้องบน ทั้งสองเห็นเงามหึมาลำตัวยาวปรากฏอยู่ใต้น้ำ ขณะที่เฮลิคอปเตอร์จะระเบิด อัศวินกับรัตนากรต่างถือเนตนาคราชในมือคนละดวง พุ่งออกจากเฮลิคอปเตอร์ลงน้ำได้ทันท่วงที อัศวินและรัตนากรปล่อยให้เนตรนาคราชจมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของแม่น้ำโขง อัศวินกับรัตนากรถูกแม่น้ำโขงที่ปั่นป่วนร้อนเป็นไฟพัดพาอยู่ท่ามกลางเงามหึมาจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ชาติและอิทธิเอาเรือเร็วบึ่งออกไปช่วยไว้ได้ทันท่วงที โดยมีกาญจนากับโรสและอิฐเฝ้าระวังคอยดูอยู่ที่ชายฝั่ง หลายนาทีผ่านไปแม่น้ำโขงก็ค่อยสงบลง ชาติและอิทธินำเรือกลับเข้ามาพร้อมด้วยอัศวินและรัตนากรได้อย่างปลอดภัย ทั้งสองต่างเดินเข้าสู้อ้อมแขนของกันและกันท่ามกลางเสียงเฮของทุกคนยามค่ำคืนอิฐและโรสจัดงานกองไฟเลี้ยงฉลองทุกคน ชาติเปิดเผยความในใจต่อกาญจนาเช่นเดียวกับอิทธิและโรส แน่นอนอัศวินและรัตนากรต่างอยู่ในอ้อมแขนของกันและกันท่ามกลางเสียงเฮของผู้คนมากมายจากกลุ่มพิทักษ์ และกลุ่ม บรรพบุรุษ ต่างร่วมกันฉลองที่เนตรนาคราชกลับคืนสู่เจ้าของเดิม ทั้งหมด ยืนมองแสงจากลูกไฟที่พุ่งขึ้นมาจากแม่น้ำโขง เสียงเฮจากผู้คนมากมายแห่กันมาชมเทศกาลนี้ ทุก ๆ วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 อัศวินและทุกคนคิดว่า ลูกไฟที่พุ่งขึ้นมาครั้งนี้สว่างสดใสมากกว่าทุกครั้ง เป็นแสงที่เย็นตาอย่างประหลาด คงเป็นเพราะเนตรนาคราชกลับคืนสู่เจ้าของแล้วนั่นเอง พลุสวยงามถูกจุดขึ้นเป็นประกาย เต็มท้องฟ้า ติดตามชม ละครเนตรนาคราช ได้ทางช่อง 7 สี รายชื่อนักแสดงนำ ใน ละคร เนตรนาคราช ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์ รับบท อัศวิน จีระนันท์ มะโนแจ่ม รับบท รัตนากร ชนะพล สัตยา รับบท ชาติ กวิตา จินดาวัฒน์ รับบท ดร.กาญจนา ธัญญ์ ธนากร รับบท อิทธิ รฐกร สถิรบุตร รับบท โรส นพพล พิทักษ์โล่พานิช รับบท หมอนพดล กรเศก โคร์นิน รับบท วีรกิจ สุรวุฑ ไหมกัน รับบท วรชัย วินัย ไกรบุตร รับบท เคน โอลิเวอร์ บีเวอร์ รับบท เฮนรี เจมส์ จรัล น้อยลำ รับบท เวจาง ธันย์ณภัทร ศิริมาตย์ รับบท อังโซะ ลสิสา สนธิรอด รับบท หลิน

เหตุการณ์บอลลูนระเบิดกลางอากาศที่ เมียนมาร์
(น้องมายู /  เท่งโหน่งวิทยาคม / 

บอลลูนร้อนลูกใหญ่ลูกหนึ่งหล่นลงใส่ฝูงชนในตอนเช้าตรู่ ในงานเทศกาลลอยโคมไฟประจำปีที่เมืองตองยี เมืองเอกของรัฐฉาน ประเทศพม่า

Big Match(ของจริง!) ดงบังชินกิ - เจวายเจ จะโคจรมาพบกันเป็นครั้งแรก!
changmin /  Dong Bang Shin Ki / 

ดงบังชินกิ (TVXQ!) และ เจวายเจ (JYJ) อาจโคจรมาพบกันเป็นครั้งแรกในงานอีเว้นท์เปิดตัวภาพยนตร์เรื่อง Big Match - สื่อและแฟนคลับเตรียมจับตามอง! อาจจะเกิด 'Big Match' ในวงการเพลง K-POP สมกับชื่อเรื่องก็เป็นได้! เพราะวันที่ 24 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ อาจเป็นครั้งแรกที่แฟนคลับจะได้เห็นสมาชิกดั้งเดิม 5 คนของบอยแบนด์วง ดงบังชินกิ มาปรากฏตัวพร้อมหน้าในงานเดียวกันเป็นครั้งแรก หลังเกิดการเปลี่ยนแปลงสมาชิกจนทำให้แยกวง กลายเป็นศิลปินดูโอวง ดงบังชินกิ และสามหนุ่มสมาชิกแห่ง เจวายเจ มาตั้งแต่ปี 2009 สื่อ Sports Hankook รายงานข่าวว่า ยุนโฮ และ ชางมิน แห่ง ดงบังชินกิ รวมทั้ง แจจุง, ยูชอน และ จุนซู สมาชิกของวง เจวายเจ ได้รับเชิญให้มาร่วมงานพรีเมียร์ของภาพยนตร์เรื่อง Big Match ซึ่งจะจัดขึ้น ณ Wangsini, Eastern Seoul ประเทศเกาหลีใต้ ในวันที่ 24 พฤศจิกายนนี้ โดยสองหนุ่ม ดงบังชินกิ จะไปให้กำลังใจศิลปินร่วมสังกัด SM Entertainment อย่าง โบอา ฟาก เจวายเจ ก็มีเป้าหมายที่จะไปสนับสนุนนักแสดงนำ ลี จองแจ ซึ่งอยู่สังกัดใน C-JeS Entertainment เช่นเดียวกับพวกเขา โปสเตอร์โปรโมทภาพยนตร์เรื่อง Big Match ตามรายงานข่าวเปิดเผยว่า แม้ทั้งสองกลุ่มศิลปินได้รับเชิญให้ไปร่วมงานอีเว้นท์เดียวกัน แต่ก็ยังไม่เป็นที่ยืนยันอย่างชัดเจนว่า ดงบังชินกิ และ เจวายเจ จะเดินทางไปร่วมงานดังกล่าวหรือไม่ รวมทั้งหากย้อนหลังไปก่อนหน้านี้ก็จะพบว่าหากมีวงใดวงหนึ่งไปร่วมงานใด อีกวงก็จะไม่ปรากฏตัวในงานเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ทั้งสื่อมวลชนและแฟนคลับต่างจับตามองอีเว้นท์ครั้งนี้อย่างมาก ว่าจะสามารถสร้างปรากฏการณ์ครั้งแรกที่ ดงบังชินกิ และ เจวายเจ จะปรากฏตัวพร้อมหน้าสมกับการเป็น 'Big Match' ได้หรือไม่ ย้อนความทรงจำเมื่อครั้ง ดงบังชินกิ มีสมาชิก 5 คนกันหน่อย ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

ปู่สมบูรณ์
Documentary Film /  Somboon / 

โดยสารคดี ปู่สมบูรณ์ เรื่องนี้ บอกเล่าถึงเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันของ ปู่สมบูรณ์ ฤกษ์กำยี และย่าละเมียด ภรรยาที่ป่วยเป็นโรคไต อย่างตรงไปตรงมา ซึ่งสะท้อนให้เห็นพลังความรักที่ยิ่งใหญ่ของสามีต่อภรรยาที่เป็นมากกว่า คู่รัก ที่ไม่ว่าจะวันเวลา ความแร้นแค้นยากจน หรือความแก่เฒ่าโรยรา ก็หาใช่อุปสรรค และความรักที่ไม่มีวันหมดอายุครั้งนี้ จะได้รับการถ่ายทอดจนคุณไม่อาจจินตนาการได้ ***เข้าฉายเฉพาะโรงภาพยนตร์ในเครือ SF Cinema City เท่านั้นครับ*** --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Hwang Jin Yi ฮวางจินยี่ จอมนางหัวใจทรนง ตอนที่ 16
ซีรี่ย์เกาหลี /  Hwang Jin Yi / 

Hwang Jin-Yi เคยมีชีวิตจริงๆ ในประวิติศาสตร์ของเกาหลี รัชสมัยโชซอน(เหมือนแดจังกึม...)เธอเป็นลูกสาวของขุนนางใหญ่กับสาวใช้ ต่อมาพอเธอโตขึ้นก็ได้พบรักกับ Eun Ho ระหว่างที่เรียนวิชา ศิลปะ การแสดง ซึ่ง Eun Ho นั้นอยู่ในชนชั้นขุนนาง แล้วก็เป็นรักแรกของเธอ แต่ด้วยความแตกต่างของชนชั้น จึงทำให้พวกเค้าถูกพรากจากกัน เพราะในสมัยก่อนของเกาหลี ถึงจะเป็นลูกขุนนางเหมือนกันแต่ถ้าเป็นลูกที่เกิดจากสาวใช้ ก็จะไม่ได้รับการยอมรับจากสังคมชั้นสูงเช้นกัน ตามประวัติ ศาสตร์ เธอเป็นทั้ง นักร้อง นักดนตรี(ดีดพิณ) นางรำ และกวีที่มีชื่อเสียงในสมัยโชซอน พูดง่ายๆคือ Female Entertainer (คิดว่าคงจะคล้ายๆกับสุนทรภู่ของบ้านเรา...) ดังนั้นละครเรื่องนี้จึงน่าจะมีลักษณะคล้ายๆกับละครอัตชีวประวัติ ที่สะท้อนถึงสภาพสังคม และการแบ่งชนชั้นทางสังคมของเกาหลีในสมัยก่อน ใน ยุคที่ชนชั้นสำคัญกว่าชีวิต... สตรีนางหนึ่งกลับเลือกใช้ ชีวิต ในชนชั้นที่ต่ำต้อยที่สุดของสังคม ศตวรรษ ที่ 16 การบรรลุถึงการเป็นชนชั้นสูง คือความสำคัญและรากฐานของการให้ความเคารพนับถือกัน สัมพันธ์กับระดับชั้นทางสังคม ดังนั้น ผู้คนจึงไม่ลังเลที่จะโป้ปด หรือโรมรันกันเพื่อให้ได้มาซึ่งความมั่งคั่ง แต่เมื่อคุณหนู จิน-ยี (ซอง แฮ-เคียว) ล่วงรู้ความลับชาติกำเนิดของตน เธอกลับยินดีที่จะปลดเปลื้องคราบของความเป็นชนชั้นสูง และเลือกวิถีของสามัญชน หลังจากยอมรับ นอม-ยี เพื่อนตั้งแต่วัยเด็ก ผู้เป็นทาสและรักแรกของตน เธอก็ได้เหยียบย่างเข้าสู่ชีวิตในหอนางโลม ในบทบาทของ คีแซง จิน-ยี ได้กลายเป็น คีแซง ผู้มีนามว่า เมียง-โฮล ทุกคืนเธอต้องจุดโคมแดง และกลายเป็นของเล่น ให้กับชายผู้มีเงินพอที่จะจ่าย ใครก็สามารถมีเธออยู่เคียงกายแ ค่มีผ้าไหมเพียง 3 พับ ชายทั้งหลายต่างดูซีดจาง ด้วยความสามารถอันสูงส่งและลึกซึ้งของเธอ คิแซง เมียง-โฮล จึงเป็นที่ชื่นชมของทุกๆ คน ตั้งแต่ชนชั้นสูงไปจนถึงชาวบ้านร้านถิ่น ในยุคที่ทีการแบ่งชนชั้นอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นบัณฑิต ชาวนา ช่างฝีมือ หรือพ่อค้า ยุคที่ชนชั้นเป็นเรื่องสำคัญที่สุด หากแต่ทุกชนชั้นล้วนเสมอภาค เมื่ออยู่ต่อหน้าชุดคลุมคิแซงของเธอ แต่แล้วเธอกลับเลือกวิถีที่อันตราย ยิ่งกว่าการที่เธอละทิ้งฐานะทางสังคม... "“ทำไมข้า จึงรักใครไม่ได้?" "เพราะว่าเจ้าคือ คีแซง" "เรา ต่างก็เป็นมนุษย์เฉกเช่นเดียวกัน เหตุใดบางคนจึงสูงส่ง และบางคนช่างต่ำต้อย" "เพราะวิถีของโลกเป็นเช่นนั้นเอง" "ข้า มิอาจละทิ้งความรักของข้า เพียงเพราะโลกเป็นเช่นนี้ ข้าจะเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้เพื่อความรักของข้า ลองดูเถิด ข้าจะแสดงให้ประจักษ์ว่า ความเป็นมนุษย์นั้นมีค่าเกินกว่าโลกใบนี้…" … เธอไม่ยอมพ่ายแพ้ เธอมิได้หวาดหวั่น นี่คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง!

Hwang Jin Yi ฮวางจินยี่ จอมนางหัวใจทรนง ตอนที่ 10
ซีรี่ย์เกาหลี /  Hwang Jin Yi / 

Hwang Jin-Yi เคยมีชีวิตจริงๆ ในประวิติศาสตร์ของเกาหลี รัชสมัยโชซอน(เหมือนแดจังกึม...)เธอเป็นลูกสาวของขุนนางใหญ่กับสาวใช้ ต่อมาพอเธอโตขึ้นก็ได้พบรักกับ Eun Ho ระหว่างที่เรียนวิชา ศิลปะ การแสดง ซึ่ง Eun Ho นั้นอยู่ในชนชั้นขุนนาง แล้วก็เป็นรักแรกของเธอ แต่ด้วยความแตกต่างของชนชั้น จึงทำให้พวกเค้าถูกพรากจากกัน เพราะในสมัยก่อนของเกาหลี ถึงจะเป็นลูกขุนนางเหมือนกันแต่ถ้าเป็นลูกที่เกิดจากสาวใช้ ก็จะไม่ได้รับการยอมรับจากสังคมชั้นสูงเช้นกัน ตามประวัติ ศาสตร์ เธอเป็นทั้ง นักร้อง นักดนตรี(ดีดพิณ) นางรำ และกวีที่มีชื่อเสียงในสมัยโชซอน พูดง่ายๆคือ Female Entertainer (คิดว่าคงจะคล้ายๆกับสุนทรภู่ของบ้านเรา...) ดังนั้นละครเรื่องนี้จึงน่าจะมีลักษณะคล้ายๆกับละครอัตชีวประวัติ ที่สะท้อนถึงสภาพสังคม และการแบ่งชนชั้นทางสังคมของเกาหลีในสมัยก่อน ใน ยุคที่ชนชั้นสำคัญกว่าชีวิต... สตรีนางหนึ่งกลับเลือกใช้ ชีวิต ในชนชั้นที่ต่ำต้อยที่สุดของสังคม ศตวรรษ ที่ 16 การบรรลุถึงการเป็นชนชั้นสูง คือความสำคัญและรากฐานของการให้ความเคารพนับถือกัน สัมพันธ์กับระดับชั้นทางสังคม ดังนั้น ผู้คนจึงไม่ลังเลที่จะโป้ปด หรือโรมรันกันเพื่อให้ได้มาซึ่งความมั่งคั่ง แต่เมื่อคุณหนู จิน-ยี (ซอง แฮ-เคียว) ล่วงรู้ความลับชาติกำเนิดของตน เธอกลับยินดีที่จะปลดเปลื้องคราบของความเป็นชนชั้นสูง และเลือกวิถีของสามัญชน หลังจากยอมรับ นอม-ยี เพื่อนตั้งแต่วัยเด็ก ผู้เป็นทาสและรักแรกของตน เธอก็ได้เหยียบย่างเข้าสู่ชีวิตในหอนางโลม ในบทบาทของ คีแซง จิน-ยี ได้กลายเป็น คีแซง ผู้มีนามว่า เมียง-โฮล ทุกคืนเธอต้องจุดโคมแดง และกลายเป็นของเล่น ให้กับชายผู้มีเงินพอที่จะจ่าย ใครก็สามารถมีเธออยู่เคียงกายแ ค่มีผ้าไหมเพียง 3 พับ ชายทั้งหลายต่างดูซีดจาง ด้วยความสามารถอันสูงส่งและลึกซึ้งของเธอ คิแซง เมียง-โฮล จึงเป็นที่ชื่นชมของทุกๆ คน ตั้งแต่ชนชั้นสูงไปจนถึงชาวบ้านร้านถิ่น ในยุคที่ทีการแบ่งชนชั้นอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นบัณฑิต ชาวนา ช่างฝีมือ หรือพ่อค้า ยุคที่ชนชั้นเป็นเรื่องสำคัญที่สุด หากแต่ทุกชนชั้นล้วนเสมอภาค เมื่ออยู่ต่อหน้าชุดคลุมคิแซงของเธอ แต่แล้วเธอกลับเลือกวิถีที่อันตราย ยิ่งกว่าการที่เธอละทิ้งฐานะทางสังคม... "“ทำไมข้า จึงรักใครไม่ได้?" "เพราะว่าเจ้าคือ คีแซง" "เรา ต่างก็เป็นมนุษย์เฉกเช่นเดียวกัน เหตุใดบางคนจึงสูงส่ง และบางคนช่างต่ำต้อย" "เพราะวิถีของโลกเป็นเช่นนั้นเอง" "ข้า มิอาจละทิ้งความรักของข้า เพียงเพราะโลกเป็นเช่นนี้ ข้าจะเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้เพื่อความรักของข้า ลองดูเถิด ข้าจะแสดงให้ประจักษ์ว่า ความเป็นมนุษย์นั้นมีค่าเกินกว่าโลกใบนี้…" … เธอไม่ยอมพ่ายแพ้ เธอมิได้หวาดหวั่น นี่คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง!

เก่งบวกเฮง! วัตสัน คว้าแชมป์กอล์ฟ เอชเอชบีซี
กอล์ฟ พีจีเอ /  ดับเบิลยูจีซี เอชเอสบีซี แชมเปียนส์ / 

บับบา วัตสัน โปรกอล์ฟชาวอเมริกัน วัย 36 ปี โชว์ฟอร์มเก่งจนคว้าแชมป์ ดับเบิลยูจีซี เอชเอสบีซี แชมเปียนส์ ที่ประเทศจีน ได้สำเร็จ หลังเอาชนะในการดวลเพลย์ออฟมาได้แบบสุดเฮง ศึกกอล์ฟ พีจีเอ ผสม ยูโรเปียน และ เอเชียน ทัวร์ รายการ ดับเบิลยูจีซี เอชเอสบีซี แชมเปียนส์ ชิงเงินรางวัลรวม 8.5 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 272 ล้านบาท ที่เฉอซาน อินเตอร์เนชันแนล กอล์ฟ คลับ เซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งต้องหาแชมป์กันที่การดวลเพลย์ออฟ เพราะ บับบา วัตสัน โปรจากสหรัฐอเมริกัน สุดเฮงระเบิดทรายจากบังเกอร์เป็นอีเกิลที่หลุม 18 ส่งผลให้เขาผ่านเข้ามาเล่นเพลย์ออฟกับ ทิม คลาร์ค โปรจากแอฟริกาใต้ ด้วยสกอร์รวมเท่ากันที่ 11 อันเดอร์พาร์ และก็เป็น บับบา ที่พัตต์เบอร์ดี คว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ พร้อมเงินรางวัล 1.4 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 42 ล้านบาท ส่วนทางด้าน แกรม แม็คดาวล์ ที่นำมาตลอด 3 วันก่อนหน้านี้ พลาดท่าเนื่องจากโชว์ฟอร์มไม่นิ่งหวดเกิน 1 โอเวอร์ ทำให้สกอร์รวมเหลือแค่ 10 อันเดอร์พาร์ ชวดเข้าไปแย่งแชมป์น่าเสียดาย ส่วน โปรช้าง ธงชัย ใจดี หนึ่งเดียวของไทย จบวันสุดท้ายสกอร์ 3 โอเวอร์พาร์ อันดับ 41 ร่วม

มากันรัวๆ! พ.ย.-ธ.ค. นี้ ศิลปินเกาหลี-ญี่ปุ่น มาไทยเพียบ!!
15& /  2014 Blind Date Meeting with Ahn Jae Hyeon in Bangkok / 

ช่วงปลายปีที่กำลังจะมาถึงนี้ สาวกทั้งสาย JAPAN และสาย KOREA โปรดเคลียร์คิวของทุกคนให้พร้อม!... โดยเฉพาะชาวลูกผสมที่รักพี่ J เสียดายน้อง K และอยากตามกรี๊ดทุกศิลปิน ขอบอกว่าตลอดทั้งเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม คุณแทบจะไม่ว่างเลยซักสัปดาห์เดียว! ไม่รู้ว่าเพราะช่วงปลายปี ภูมิอากาศทั้งเจแปนและโคเรียหนาวเหน็บหรืออย่างไร จึงส่งออกศิลปินน้อยใหญ่สู่ไทยแลนด์ดินแดนแห่งความร้อนแรงอย่างไม่ขาดสาย... ใครมากันบ้าง music.mthai.com ประมวลมาฝากแล้ว~ พฤศจิกายน   1 พ.ย. 2014 เปิดเดือนด้วยงานแฟนมีตติ้งครั้งแรกในประเทศไทยของนักแสดงหนุ่มหน้าหวานปากแดงจากแดนกิมจิ อีจงซอก กับ 2014 Lee Jong Suk Asia Tour Fan Meeting in Thailand ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ และ บางกอก คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ใครหลงเลิฟ 'หมอพัคฮุน' จากซีรีส์ Doctor Stranger ต้องห้ามพลาด! (อ่านรายละเอียดข่าวเพิ่มเติมที่นี่) 11 พ.ย. 2014 คยูฮยอน มักเน่จากบอยแบนด์ Super Junior เตรียมลัดฟ้าบินเดี่ยวมาไทยอีกครั้ง เพื่อเสิร์ฟกิจกรรมแฟนมีตติ้ง มาชิตะ คยูฮยอนแฟนสวีตติ้ง : แคร์ทุกความห่วงใย ใส่ใจทุกความรู้สึก เอลฟ์ตัวจริง พร้อมแล้วมาเจอกันที่ แจ้งวัฒนะ ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา แจ้งวัฒนะ (อ่านรายละเอียดข่าวเพิ่มเติมที่นี่)   15 พ.ย. 2014 โคจรกลับมาจัดอีกครั้ง กับงานเปิดตัวซีรี่ส์สุดฮิตจากญี่ปุ่นที่จะมาลงจอจ่อคิวออกอากาศในเมืองไทย J Series Festival ซึ่งหลังจากงานเมื่อปีที่แล้วเปิดประวัติศาสตร์อย่างยิ่งใหญ่ด้วยการพาศิลปินระดับท็อป นำทีมโดย จุนโนะ KAT-TUN และ มิโฮ คันโนะ มาร่วมงานสร้างเสียงกรี๊ดดังสนั่นไปแล้ว ปีนี้ใครจะมา? ต้องรอติดตาม! 21 พ.ย. 2014 นักร้องสาวสุดน่ารักจากแดนปลาดิบ Kyary Pamyu Pamyu เตรียมรูดม่านปิดฉาก KPP NANDA COLLECTION WORLD TOUR 2014 ทัวร์คอนเสิร์ตรอบโลกครั้งที่ 2 ของเธอที่ประเทศไทย ใครอยากสัมผัสความสดใสคาวาอี้ พบกันได้ในวันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายนนี้ ที่เซ็นเตอร์พอยท์ สตูดิโอ ไทยแลนด์ สุขุมวิท 105 (ซอยลาซาล) (อ่านรายละเอียดข่าวเพิ่มเติมที่นี่) 22-23 พ.ย. 2014 เตรียมตัวจัมพ์ปิ้งพร้อมกัน! กับคอนเสิร์ตแรกในเมืองไทยของเกิร์ลกรุ๊ป Crayon Pop เจ้าของเพลงฮิตและท่าเต้นสุดฮาอย่าง Bar Bar Bar ใน The 7% Project Presents หมวกน้องซ้อนต้องใส่ พบกับงานแถลงข่าวในวันที่ 22 พ.ย. และชมมินิคอนเสิร์ตของห้าสาวที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ในวันที่ 23 พ.ย. (อ่านรายละเอียดข่าวเพิ่มเติมที่นี่) 22 พ.ย. 2014 'ชินฮวาชางโจ' เตรียมฟินได้เลย เมื่อ ชอนจิน หนึ่งในสมาชิกวง ชินฮวา บอยแบนด์ชื่อดังระดับตำนานของวงการเพลงเกาหลี ยืนยันว่าเขาจะมาจัดงานแฟนมีตติ้งที่เมืองไทยแน่นอน! ในงาน JunJin Thailand Fan Meeting 2014 เคลียร์คิวไปเจอกันได้ที่ โรงละคร เดอะ สเตจ แอท เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ (อ่านรายละเอียดข่าวเพิ่มเติมที่นี่) 23 พ.ย. 2014 หกหนุ่ม TEEN TOP พร้อมแล้วที่จะมาเสิร์ฟช่วงเวลาแห่งความสุขให้แก่ Angel ชาวไทย ในคอนเสิร์ต 2014 TEEN TOP MY DEAR ANGELS IN BANGKOK ใครอยากสัมผัสความสนุกอย่างใกล้ชิด พร้อมบิ๊กเซอร์ไพร้ส์สุดพิเศษของพวกเขา พบกันที่ แจ้งวัฒนะฮอล์ เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ 23 พ.ย. 2014 INORAN มือกีต้าร์เทพแห่งวงเจร็อคระดับตำนาน LUNA SEA ประกาศเดินสายพบแฟนเพลงนอกประเทศญี่ปุ่นด้วยคอนเสิร์ตเอเชียทัวร์ประจำปี 2014 ของเขา โดยคอเจร็อคแดนสยามกาปฏิทินรอพบกับ INORAN ใน INORAN ASIA TOUR 2014 กันได้ 23 พฤศจิกายนนี้ ที่ PARKING TOYS (อ่านรายละเอียดข่าวเพิ่มเติมที่นี่) 28-30 พ.ย. 2014 สามหนุ่มวงดนตรีมากความสามารถ LUNAFLY เตรียมลัดบินลัดฟ้ามาร่วมงาน Thailand –Korea Friendship Festival 2014 และจัดแฟนมีตติ้งครั้งแรกในประเทศไทยของพวกเขา กับ LUNAFLY :SUPER HERO CHARITY IN BANGKOK 2014 (29 พ.ย.) ใครอยากใกล้ชิดกับ LUNAFLY พบกันได้ที่ NANTA THEATRE RCA PLAZA BUILDING (อ่านรายละเอียดข่าวเพิ่มเติมที่นี่) 29 พ.ย. 2014 ยูอาอิน นักแสดงหนุ่มหล่อ เจ้าของบทบาทในซีรี่ส์เกาหลีเรื่องฮิตมากมาย เตรียมลัดฟ้ามาจัดกิจกรรมแฟนมีตติ้ง 2014 YOO AH IN Fan Meeting Tour in Thailand แฟนคลับเคลียร์คิวให้ว่าง แล้วพบกันวันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายนนี้ ที่โรงละครอักษรา คิงพาวเวอร์ (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่) 29-30 พ.ย. 2014 อัจฉริยะกีต้าร์อะคูสติกรุ่นเล็กชาวเกาหลีใต้ ซุงฮา จุง จะกลับมาแสดงความสามารถทางดนตรีของเขาที่เมืองไทยอีกครั้ง ใน เทศกาลอูคูเลเล่ครั้งที่สี่ของประเทศไทย (Thailand Ukulele Festival 4) แฟนๆ ไปพบกันได้ที่ลานหน้า Zen ศูนย์การค้า Central World ธันวาคม 6 ธ.ค. 2014 อันแจฮยอน หนุ่มเจ้าเสน่ห์มิติที่ 4 จะลัดฟ้ามามอบแฟนปาร์ตี้ครั้งแรกในชีวิต โดยขอจัดประเดิมที่เมืองไทยเป็นที่แรกชนิดรับประกันความฟิน ใน 2014 Blind Date Meeting with Ahn JaeHyeon in Bangkok แฟนๆ ไปเจอกันได้ที่ หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) (อ่านรายละเอียดข่าวเพิ่มเติมที่นี่) 13 ธ.ค. 2014 เตรียมพบกับคอนเสิร์ต K-POP ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปีที่จะขนทัพศิลปิน อย่าง J.Y. Park, 2AM, 2PM, miss A, ซอนมี, แบค อายอน, 15& และ GOT7 มารวมตัวกันบนเวทีเดียว ในคอนเสิร์ต JYP NATION 2014 ยิ่งใหญ่สมการรอคอยแน่! 13 ธันวาคมนี้ ที่ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี (อ่านรายละเอียดข่าวเพิ่มเติมที่นี่) 20 ธ.ค. 2014 A.R.M.Y อาร์มี่ไทย เตรียมร่วมร้อง! ร่วมมัน! ไปกับคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรกของวงฮิพฮอพมาแรงแห่งยุค BTS (Bangtan Boys - บังทันบอย) ได้ในคอนเสิร์ต 2014 BTS LIVE TRILOGY in Bangkok ‘Episode II. The Red Bullet’ พบกันได้ที่ แจ้งวัฒนะ ฮอลล์ ชั้น 5 เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ (อ่านรายละเอียดข่าวเพิ่มเติมที่นี่) 27 ธ.ค. 2014 (โกลบอลคอนเสิร์ตของซุปเปอร์สตาร์หนุ่มแดนกิมจิ) 28 ธ.ค. 2014 Royal Pirates สามหนุ่มวงดนตรีที่น่าจับตามองแห่งวงการเพลงเกาหลี กำลังจะมาโชว์ความสามารถในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ในงาน Royal Pirates 'Love Toxic' Showcase in Bangkok 2014 พบกับพวกเขาแน่นอน! ที่ MUSE กรุงเทพฯ มากันรัวๆ ขนาดนี้+ แฟนคลับคงเปิดกระเป๋าตังค์-กาปฏิทิน-เคลียร์ภารกิจ ให้พร้อมไว้ล่วงหน้าซะแล้ว~ ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

ยัดห่วงไทย เจ๋งคว้า2ทองแดงเอเชี่ยนบีชเกมส์รับอัดฉีด3แสนบาท
จุฑาทิพย์ มธุรส /  จุฑามาศ จันทกาล / 

การแข่งขันบาสเกตบอล 3 คน ศึกเอเชี่ยนชีชเกมส์ ครั้งที่ 4 ณ จังหวัดภูเก็ต ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 พ.ย.57 เป็นการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ และชิงอันดับที่ 3 ทั้งประเภททีมชาย และทีมหญิง โดยครั้งนี้ ยัดห่วงไทย เข้าชิงอันดับที่ 3 ทั้งคู่ โดยทีมชาย ประกอบด้วย บัณฑิต หลักหาญ, สุขเดฟ โคเคอร์, วุฒิพงษ์ ดาโสม และอรรภพร เลิศมาลัยภรณ์ ชิงเหรียญทองแดงกับ บังคลาเทศ ปรากฏว่า นักยัดห่วงหนุ่มไทย พลิกแซงเอาชนะไปได้ 17-15 คะแนน คว้าเหรียญทองแดงประวัติศาสตร์แรกมาได้ ด้านทีมหญิง จุฑามาศ จันทกาล, จุฑาทิพย์ มธุรส และสุปราณี รัดรอดกิจ พบ มองโกเลีย ยัดห่วงไทย ก็ไม่ทำให้ผิดหวังเอาชนะไปได้ 13-7 คะแนน คว้าเหรียญทองแดงที่ 2 ให้กับ ยัดห่วงไทย หลังเกม เฮียต่าย นิพนธ์ เปิดเผยว่า การคว้าเหรียญทองแดงถือว่า เกินความคาดหมายแล้ว เนื่องจากแต่ละชาติเขาเล่นบาสชายหาดมาก่อนเรามาก ส่วนตัวจะมอบเงินอัดฉีดให้ตามสัญญาเหรียญทองแดง 3 แสนบาท เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจกับนักกีฬาชุดนี้ นอกเหนือจากเงินรัฐบาลที่จะได้รับอีกคนละ 5 หมื่นบาท

TS. ประกาศ B.A.P เตรียมพักวงชั่วคราว! ให้คำมั่น 'แล้วจะกลับมา'
B.A.P /  BANGYONGGUK / 

ต้นสังกัดออกแถลงการณ์ หกหนุ่มบอยแบนด์ฮิพฮอพ B.A.P (บี.เอ.พี) เตรียมพักวงชั่วคราว! ยกเลิกตารางคอนเสิร์ตในอเมริกาใต้ - ทิ้งคำมั่น! จะกลับมาอย่างสมบูรณ์แบบกว่าเดิม วันนี้( 28 ต.ค.) TS Entertainment ต้นสังกัดของหกหนุ่มฮิพฮอพ บังยงกุก, ฮิมชาน, แดฮยอน, ยองเจ, จงออบ และ Zelo แห่งวง B.A.P เปิดเผยแถลงการณ์ด้วยภาษาเกาหลี, ภาษาอังกฤษ, ภาษาญี่ปุ่น และภาษาสเปน ผ่านช่องทางออฟฟิเชี่ยลแฟนเพจ โดยแจ้งให้แฟนคลับ (BABYz) ได้ทราบถึงการยกเลิกตารางคอนเสิร์ตของ B.A.P ในอเมริกาใต้ รวมทั้งการพักงานชั่วคราวของทางวง ข้อความจากแถลงการณ์ "ถึง BABYz, สวัสดีครับ นี่คือ TS Entertainment ก่อนอื่น เราขอขอบคุณอย่างยิ่งสำหรับการสนับสนุนที่ทุกท่านมีต่อ B.A.P และขอแจ้งเกี่ยวกับตารางงานของ B.A.P B.A.P และ TS ต่างทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อเป้าหมายของพวกเรามาโดยตลอด เมื่อมองในระยะยาว เราเห็นว่า B.A.P ต้องการเวลาพักผ่อนเพื่อรีชาร์จพวกเขาในการกลับมาอย่างมุ่งมั่นและแข็งแกร่ง ดังนั้นเราจึงตัดสินใจยกเลิกตารางงานของ B.A.P อย่างเป็นทางการ หลังจากเสร็จสิ้นงาน Music Bank In Mexico เพื่อให้พวกเขาได้พักซักระยะหนึ่ง เพราะเราเห็นแก่ความสำคัญของสุขภาพของศิลปินเป็นสิ่งแรก ด้วยเหตุนี้ เราจึงต้องขออภัยที่จะแจ้งให้ทราบว่า เราขอตัดสินใจยกเลิกคอนเสิร์ต B.A.P Live On Earth 2014 South America Attack ซึ่งเดิมมีกำหนดจะจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน หลังจากได้เจรจากับ Hallyutrend. ซึ่งเป็นผู้จัดทัวร์คอนเสิร์ตครั้งนี้แล้ว เราทราบดีว่ามี BABYs มากมายที่เฝ้ารอการแสดงของ B.A.P แต่เราจำเป็นต้องตัดสินใจเช่นนี้ เพื่อให้ B.A.P สามารถโชว์ที่ดีกว่าเดิมด้วยการแสดงที่แข็งแกร่งมากขึ้นในอนาคตอันใกล้ เราหวังว่าทุกท่านจะเข้าใจ โปรดรับคำขออภัยจากพวกเราอีกครั้ง ที่ทำให้ทุกคนที่เป็นห่วง B.A.P เกิดความกังวลใจ และเราหวังว่าทุกท่านจะยังรักและสนับสนุนต่อไป จนกว่า B.A.P จะกลับมา เราสัญญาว่า B.A.P จะกลับมาด้วยเวทีและการแสดงที่ดีเยี่ยม สมบูรณ์แบบ และไร้ที่ติ (Best, Absolute, and Perfect) กว่าเดิมในเวลาอันใกล้นี้ ขอขอบคุณในความสนใจของทุกๆ ท่าน และพบกันใหม่ในเร็วๆ นี้" ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

Hwang Jin Yi ฮวางจินยี่ จอมนางหัวใจทรนง ตอนที่ 2
ซีรี่ย์เกาหลี /  Hwang Jin Yi / 

Hwang Jin-Yi เคยมีชีวิตจริงๆ ในประวิติศาสตร์ของเกาหลี รัชสมัยโชซอน(เหมือนแดจังกึม...)เธอเป็นลูกสาวของขุนนางใหญ่กับสาวใช้ ต่อมาพอเธอโตขึ้นก็ได้พบรักกับ Eun Ho ระหว่างที่เรียนวิชา ศิลปะ การแสดง ซึ่ง Eun Ho นั้นอยู่ในชนชั้นขุนนาง แล้วก็เป็นรักแรกของเธอ แต่ด้วยความแตกต่างของชนชั้น จึงทำให้พวกเค้าถูกพรากจากกัน เพราะในสมัยก่อนของเกาหลี ถึงจะเป็นลูกขุนนางเหมือนกันแต่ถ้าเป็นลูกที่เกิดจากสาวใช้ ก็จะไม่ได้รับการยอมรับจากสังคมชั้นสูงเช้นกัน ตามประวัติ ศาสตร์ เธอเป็นทั้ง นักร้อง นักดนตรี(ดีดพิณ) นางรำ และกวีที่มีชื่อเสียงในสมัยโชซอน พูดง่ายๆคือ Female Entertainer (คิดว่าคงจะคล้ายๆกับสุนทรภู่ของบ้านเรา...) ดังนั้นละครเรื่องนี้จึงน่าจะมีลักษณะคล้ายๆกับละครอัตชีวประวัติ ที่สะท้อนถึงสภาพสังคม และการแบ่งชนชั้นทางสังคมของเกาหลีในสมัยก่อน ใน ยุคที่ชนชั้นสำคัญกว่าชีวิต... สตรีนางหนึ่งกลับเลือกใช้ ชีวิต ในชนชั้นที่ต่ำต้อยที่สุดของสังคม ศตวรรษ ที่ 16 การบรรลุถึงการเป็นชนชั้นสูง คือความสำคัญและรากฐานของการให้ความเคารพนับถือกัน สัมพันธ์กับระดับชั้นทางสังคม ดังนั้น ผู้คนจึงไม่ลังเลที่จะโป้ปด หรือโรมรันกันเพื่อให้ได้มาซึ่งความมั่งคั่ง แต่เมื่อคุณหนู จิน-ยี (ซอง แฮ-เคียว) ล่วงรู้ความลับชาติกำเนิดของตน เธอกลับยินดีที่จะปลดเปลื้องคราบของความเป็นชนชั้นสูง และเลือกวิถีของสามัญชน หลังจากยอมรับ นอม-ยี เพื่อนตั้งแต่วัยเด็ก ผู้เป็นทาสและรักแรกของตน เธอก็ได้เหยียบย่างเข้าสู่ชีวิตในหอนางโลม ในบทบาทของ คีแซง จิน-ยี ได้กลายเป็น คีแซง ผู้มีนามว่า เมียง-โฮล ทุกคืนเธอต้องจุดโคมแดง และกลายเป็นของเล่น ให้กับชายผู้มีเงินพอที่จะจ่าย ใครก็สามารถมีเธออยู่เคียงกายแ ค่มีผ้าไหมเพียง 3 พับ ชายทั้งหลายต่างดูซีดจาง ด้วยความสามารถอันสูงส่งและลึกซึ้งของเธอ คิแซง เมียง-โฮล จึงเป็นที่ชื่นชมของทุกๆ คน ตั้งแต่ชนชั้นสูงไปจนถึงชาวบ้านร้านถิ่น ในยุคที่ทีการแบ่งชนชั้นอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นบัณฑิต ชาวนา ช่างฝีมือ หรือพ่อค้า ยุคที่ชนชั้นเป็นเรื่องสำคัญที่สุด หากแต่ทุกชนชั้นล้วนเสมอภาค เมื่ออยู่ต่อหน้าชุดคลุมคิแซงของเธอ แต่แล้วเธอกลับเลือกวิถีที่อันตราย ยิ่งกว่าการที่เธอละทิ้งฐานะทางสังคม... "“ทำไมข้า จึงรักใครไม่ได้?" "เพราะว่าเจ้าคือ คีแซง" "เรา ต่างก็เป็นมนุษย์เฉกเช่นเดียวกัน เหตุใดบางคนจึงสูงส่ง และบางคนช่างต่ำต้อย" "เพราะวิถีของโลกเป็นเช่นนั้นเอง" "ข้า มิอาจละทิ้งความรักของข้า เพียงเพราะโลกเป็นเช่นนี้ ข้าจะเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้เพื่อความรักของข้า ลองดูเถิด ข้าจะแสดงให้ประจักษ์ว่า ความเป็นมนุษย์นั้นมีค่าเกินกว่าโลกใบนี้…" … เธอไม่ยอมพ่ายแพ้ เธอมิได้หวาดหวั่น นี่คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง

ฮวางจินยี่ จอมนางหัวใจทรนง ตอนที่ 7
ซีรี่ย์เกาหลี /  Hwang Jin Yi / 

Hwang Jin-Yi เคยมีชีวิตจริงๆ ในประวิติศาสตร์ของเกาหลี รัชสมัยโชซอน(เหมือนแดจังกึม...)เธอเป็นลูกสาวของขุนนางใหญ่กับสาวใช้ ต่อมาพอเธอโตขึ้นก็ได้พบรักกับ Eun Ho ระหว่างที่เรียนวิชา ศิลปะ การแสดง ซึ่ง Eun Ho นั้นอยู่ในชนชั้นขุนนาง แล้วก็เป็นรักแรกของเธอ แต่ด้วยความแตกต่างของชนชั้น จึงทำให้พวกเค้าถูกพรากจากกัน เพราะในสมัยก่อนของเกาหลี ถึงจะเป็นลูกขุนนางเหมือนกันแต่ถ้าเป็นลูกที่เกิดจากสาวใช้ ก็จะไม่ได้รับการยอมรับจากสังคมชั้นสูงเช้นกัน ตามประวัติ ศาสตร์ เธอเป็นทั้ง นักร้อง นักดนตรี(ดีดพิณ) นางรำ และกวีที่มีชื่อเสียงในสมัยโชซอน พูดง่ายๆคือ Female Entertainer (คิดว่าคงจะคล้ายๆกับสุนทรภู่ของบ้านเรา...) ดังนั้นละครเรื่องนี้จึงน่าจะมีลักษณะคล้ายๆกับละครอัตชีวประวัติ ที่สะท้อนถึงสภาพสังคม และการแบ่งชนชั้นทางสังคมของเกาหลีในสมัยก่อน ใน ยุคที่ชนชั้นสำคัญกว่าชีวิต... สตรีนางหนึ่งกลับเลือกใช้ ชีวิต ในชนชั้นที่ต่ำต้อยที่สุดของสังคม ศตวรรษ ที่ 16 การบรรลุถึงการเป็นชนชั้นสูง คือความสำคัญและรากฐานของการให้ความเคารพนับถือกัน สัมพันธ์กับระดับชั้นทางสังคม ดังนั้น ผู้คนจึงไม่ลังเลที่จะโป้ปด หรือโรมรันกันเพื่อให้ได้มาซึ่งความมั่งคั่ง แต่เมื่อคุณหนู จิน-ยี (ซอง แฮ-เคียว) ล่วงรู้ความลับชาติกำเนิดของตน เธอกลับยินดีที่จะปลดเปลื้องคราบของความเป็นชนชั้นสูง และเลือกวิถีของสามัญชน หลังจากยอมรับ นอม-ยี เพื่อนตั้งแต่วัยเด็ก ผู้เป็นทาสและรักแรกของตน เธอก็ได้เหยียบย่างเข้าสู่ชีวิตในหอนางโลม ในบทบาทของ คีแซง จิน-ยี ได้กลายเป็น คีแซง ผู้มีนามว่า เมียง-โฮล ทุกคืนเธอต้องจุดโคมแดง และกลายเป็นของเล่น ให้กับชายผู้มีเงินพอที่จะจ่าย ใครก็สามารถมีเธออยู่เคียงกายแ ค่มีผ้าไหมเพียง 3 พับ ชายทั้งหลายต่างดูซีดจาง ด้วยความสามารถอันสูงส่งและลึกซึ้งของเธอ คิแซง เมียง-โฮล จึงเป็นที่ชื่นชมของทุกๆ คน ตั้งแต่ชนชั้นสูงไปจนถึงชาวบ้านร้านถิ่น ในยุคที่ทีการแบ่งชนชั้นอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นบัณฑิต ชาวนา ช่างฝีมือ หรือพ่อค้า ยุคที่ชนชั้นเป็นเรื่องสำคัญที่สุด หากแต่ทุกชนชั้นล้วนเสมอภาค เมื่ออยู่ต่อหน้าชุดคลุมคิแซงของเธอ แต่แล้วเธอกลับเลือกวิถีที่อันตราย ยิ่งกว่าการที่เธอละทิ้งฐานะทางสังคม... "“ทำไมข้า จึงรักใครไม่ได้?" "เพราะว่าเจ้าคือ คีแซง" "เรา ต่างก็เป็นมนุษย์เฉกเช่นเดียวกัน เหตุใดบางคนจึงสูงส่ง และบางคนช่างต่ำต้อย" "เพราะวิถีของโลกเป็นเช่นนั้นเอง" "ข้า มิอาจละทิ้งความรักของข้า เพียงเพราะโลกเป็นเช่นนี้ ข้าจะเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้เพื่อความรักของข้า ลองดูเถิด ข้าจะแสดงให้ประจักษ์ว่า ความเป็นมนุษย์นั้นมีค่าเกินกว่าโลกใบนี้…" … เธอไม่ยอมพ่ายแพ้ เธอมิได้หวาดหวั่น นี่คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง!

โจรบุกเดี่ยวชิงทองสงขลา 66บ.ค่ากว่า1.4ล้าน
1.4ล้านบาท /  ขโมยทอง / 

เกิดเหตุ คนร้ายบุกเดี่ยว จี้ร้านทองสงขลา กวาดไป 66 บาท มูลค่ากว่า 1.4 ล้านบาท พ.ต.ต.นฤทธิ สุวรรณสะอาด พนักงานสอบสวน สภ.สิงนนคร จ.สงขลา รับแจ้งว่า เกิดเหตุคนร้ายบุกชิงทรัพย์ร้านทาง “ห้างทองสินสมบูรณ์” ตั้งอยู่เลขที่ 280/19 ริมถนนสายสงขลา-ระโนด เขตเทศบาลเมืองสิงนคร ซึ่งตั้งอยู่ห่างจาก สภ.สิงหนคร ไม่เกิน 1 กิโลเมตร คนร้ายได้ทองรูปพรรณ ทั้งสร้อยคอและสร้อยข้อมือทองคำ ไปกว่า 1 กิโลกรัม น้ำหนักประมาณ 66 บาท มูลค่ากว่า 1,400,000 บาท หลบหนีไป ซึ่งจากภาพวงจรปิด พบว่าคนร้ายลงมือเพียงคนเดียว ลักษณะรูปร่างอ้วน สวมหมวกกันน็อคครึ่งใบ มีกระจกบังลมปิดบังใบหน้า สวมเสื้อแจ๊กเก้ตผ้าร่มสีม่วง กางเกงวอล์มสีดำแถบเหลือง บุกเข้าไปภายในร้านและใช้ค้อนทุบกระจกจนแตก และกวาดทองรูปพรรณไป 3 ถาด ก่อนวิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ ไม่ทราบสีและทะเบียนหลบหนี โดยมุ่งหน้าเข้าไปตามเส้นทางตัวเมืองสิงหนคร โดยคนร้ายใช้เวลาลงมือประมาณ 15 วินาที หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ พิสูจน์หลักฐาน ได้เข้าตรวจสอบและเก็บหลักฐานที่เกิดเหตุ พร้อมกับวิทยุประสานไปยังสถานีตำรวจในพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อสกัดจับคนร้าย แต่ยังไร้วี่แวว