บังยี

จุดชมวิวแห่งใหม่ ภูชี้ดาว จ.เชียงราย
ทะเลหมอก /  ภูชี้ดาว / 

หากจะเอ่ยชื่อ "ภูชี้ดาว" จ.เชียงราย หลายท่านอาจจะยังไม่คุ้นหู เนื่องจากพึ่งจะเปิดตัวเป็นแหล่งท่องเที่ยว จุดชมวิวทะเลหมอกแห่งใหม่ได้ไม่นาน  ตั้งอยู่บนพื้นที่ในความดูแลของตำบลปอ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย จุดเด่นของ ภูชี้ดาวนี้ อยู่ที่ยอดสูงสุด สามารถมองเห็นวิวได้ 360 องศา ไม่มีต้นไม้ สิ่งก่อสร้างใดๆมาบดบัง  มีแนวรั้วไม้ไผ่กันเขตแดนป้องกันอันตรายมาสร้างเป็นจุดเด่นบนยอดชมวิวแห่งนี้  เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยังใหม่ ทุกอย่างยังคงอุดมสมบูรณ์ด้วยธรรมชาติ ป่าเขา ต้นไม้ ทิวทัศน์ทะเลหมอก ชมวิวแบบ 360 องศาที่ ภูชี้ดาว จ.เชียงราย การเดินขึ้นสู่ยอด ภูชี้ดาว จะต้องใช้รถ 4x4 เท่านั้น  ขับรถขึ้นไปตามถนนในหมู่บ้าน ระยะทางราว 3 กิโลเมตร จะเจอสามแยกด้านหน้าเป็นศูนย์ปฏิบัติการทหารพราน บ้านร่มโพธิ์เงิน ร้อย ทพ.3104 ฉก.ทพ.31   ให้เลี้ยวซ้ายไปตามป้ายบอกทางแล้ววิ่งขึ้นสู่ถนนดิน  จากตรงนี้เส้นทางบางช่วงแคบและชัน ควรขับรถด้วยความระมัดระวัง เมื่อถึงจุดจอดรถด้านบน ต้องเดินเท้าต่อไปบนยอดภูชี้ดาวอีก ราวๆ 200 เมตร ภูชี้ดาวแหล่งท่องเที่ยวที่น้อยคนจะเคยขึ้นไปสัมผัสชมทะเลหมอก  แต่ปัจจุบันนี้กำลังจะพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เป็นจุดชมวิวทะเลหมอก ที่มียอดเขาเป็นปลายแหลมชี้ขึ้นสู่ท้องฟ้า เห็นวิวทะเลหมอกด้านหน้าแบบพาโนราม่า  ที่สวยงามไม่แพ้จุดชมวิวอื่นๆ ทางเดินไปอาจจะลำบากนิดนึง แต่รับรองว่าถ้าไปถึงแล้วความเหนื่อยจะหายเป็นปลิดทิ้ง ไม่เชื่อดูจากรูปได้เลย ทางเข้า ถ้าหากมาทางภูชี้ฟ้า ขับรถมาทางเวียงแก่น จะผ่านบ้านร่มโพธิ์ทอง  และถัดมาจะเป็นหมู่บ้านร่มโพธิ์เงิน ซึ่งอยู่ในพื้นที่ของภูชี้ดาว สังเกตุป้ายทางเข้าจะเป็นหลักกิโลบอกไว้ตามรูป  ต้องขับรถขึ้นไปอีก 3 กม..  แนะนำให้ใช้รถ 4x4 เท่านั้น หากไม่มีสามารถติดต่อร้านค้า ตรงปากทางเข้า จ้างชาวบ้านขึ้นไปส่งได้ ขับรถตามถนนคอนกรีตขึ้นไปเรื่อยๆ ประมาณ 500 เมตร ถนนสองข้างทาง ร่มรื่นด้วยธรรมชาติ ป่าเขาต้นไม้  แต่มีบางช่วงค่อนข้างแคบและชัน ต้องเตรียมรถให้พร้อม ถ้าไม่มั่นใจ ให้จ้างชาวบ้านขึ้นไปส่งจะดวกกว่า ข้อมูลติดต่อ :องค์การบริหารส่วนตำบลปอ  อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย โทร. 053-602742 , 053602743 093 140 7132 กำนันทวีศักดิ์ ยอดมณีบรรพต 082 184 0504 ผู้ใหญ่บ้าน 080 034 3984 ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน การเดินทาง : ทางที่ 1 : จากอำเภอเวียงแก่น ใช้เส้นทาง ผาตั้ง - ภูชี้ฟ้า ก่อนถึงภูชี้ฟ้า 12 กม. จะมีป้ายบอกทางอยู่ซ้ายมือ เป็นหมู่ 11 บ้านร่มโพธิ์เงิน ต.ปอ อ.เวียงแก่น ทางที่ 2 : จากภูชี้ฟ้า ใช้เส้นทางภูชีฟ้า - ผาตั้ง ระยะห่างจากภุชี้ไปภูชี้ดาว ประมาณ 12 กม. จะเข้าสู่หมู่บ้านร่มโพธิ์เงิน ขับรถจนหมู่หมู่ 11 จะมีป้ายภูชี้ดาว อยู่ด้านขวามือ ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก เชียงรายโฟกัส

รวบแล้ว! มือยิงเพื่อนบ้านดับ 3 ศพ ย่านบางชัน ปมแย่งที่จอดรถ
ฆาตกรรม /  ทะเลาะวิวาท / 

ตำรวจแถลงจับกุม หนุ่มเลือดร้อนยิงเพื่อนบ้านดับ 3 ศพ ย่านบางชัน เหตุแย่งที่จอดรถ พร้อมคุมตัวทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุ วันนี้ 20 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แถลงผลการจับกุม นายทศพร พิทักษ์วัฒนานนท์ อายุ 34 ปี ผู้ต้องหา ใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิง นางศิริลักษณ์ หรือ เจ๊หมวย แซ่ฮ้อ ลูกจ้างชาวกัมพูชา และนายมูเลาะ หรือ บังดำ บินอุมัต เสียชีวิต หน้าร้านตัดผม ริดบาร์เบอร์ ย่านบางชัน เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 18 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยหลังเกิดเหตุได้หลบหนีไป โดยนายทศพร ให้การว่าก่อนหน้านี้เคยมีปัญหากับ นางศิริลักษณ์ เรื่องที่จอดรถในหมู่บ้าน มานาน 2 ปี และมีเรื่องทะเลาะขัดแย้งกันมาตลอด ในวันเกิดเหตุก็มีปัญหากัน โดยผู้ตายได้ตะโกนด่าทอและใช้ขวดเครื่องดื่มชูกำลังปามาที่ภรรยาตน ทำให้เกิดอารมณ์โมโห จึงใช้อาวุธปืนเข้าไปยิง แต่ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ใครเสียชีวิต จากนั้นได้หลบหนีและโยนอาวุธปืนทิ้งไว้ระหว่างทาง เพราะกลัวความผิด เมื่อได้ดูข่าวและเห็นว่า มีคนเสียชีวิตถึง 3 ศพ ก็รู้สึกเสียใจ จึงติดต่อขอเข้ามอบตัวกับตำรวจที่ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เมื่อคืนที่ผ่านมา ทั้งนี้ นายทศพร ได้กล่าวขอโทษญาติผู้เสียชีวิต พร้อมระบุว่า หากย้อนเวลากลับไปได้ จะไม่ทำแบบนี้อีก อย่างไรก็ตาม รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้คุมตัว นายทศพร ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุแล้ว ที่มา INN ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

Yamaha Exciter 150CC MotoGP Edition จิตวิญญาณจากสนามแข่ง
MotoGP /  Yamaha / 

Yamaha Exciter 150CC MotoGP Edition ใหม่ กับขุมพลังแรง 150 ซีซี ยามาฮ่าเอ็กซ์ไซเตอร์ 150 ที่มาในลายกราฟฟิคที่ถอดแบบมาจาก YZR-M1 ของทีม Movistar Yamaha MotoGP อย่างกับถอดจิตวิญญาณเดียวกันมาเลย พร้อมเกียร์ 5 สปีด คลัตช์มือ โครงสร้างเฟรมใหม่น้ำหนักเบาออกแบบตามหลักแอโรไดนามิค ให้การขับขี่แบบสปอร์ตได้อย่างสมดุลบิดมันส์ติดมือเร้าใจ เครื่องยนต์ 150 ซีซี 4 จังหวะ  SOHC  สูบเดี่ยว 4 วาล์ว หัวฉีดอัจฉริยะ กระบอกสูบไดอะซิล ระบายความร้อนได้ดีกว่ากระบอกสูบเหล็กทั่วไป พร้อมกระเดื่องวาล์วแบบ Roller Rocker Arm ช่วยลดแรงเสียดทานของเครื่องยนต์ ให้สมรรถนะเต็มกำลัง ระบายความร้อนด้วยน้ำเต็มระบบหม้อน้ำดีไซน์ใหม่น้ำหนักเบา  ออกแบบแผงระบายความร้อนให้สัมพันธ์กับบังลมด้านหน้า ช่วยระบายความร้อนได้ดียิ่งขึ้น ลดการสึกหรอของเครื่องยนต์และลดเสียงรบกวน บิดอัดเต็มกำลัง ประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น Mono Shock โช้คเดี่ยว ออกแบบตามหลัก คันโนะเฮียวกะ พร้อมส่วนป้องกันโช้คที่แผงกันล้อหลัง ผสานการทำงานกับสวิงอาร์มออกแบบใหม่ทนแรงบิดได้มากกว่า  ลดแรงกระแทกขับขี่นุ่มนั่งสบาย ไฟหน้าแบบฉบับซูเปอร์สปอร์ต พร้อมไฟหรี่ LED พร้อมไฟ Position LED สว่างจัดแม้ในระยะไกล พร้อมไฟเลี้ยวแยกส่วนออกแบบใหม่แบบรถสปอร์ต ไฟท้าย LED 15 ดวง ดีไซน์สปอร์ตรับกับช่วงท้ายแบบ Short Tail สไตล์เดียวกับรถสปอร์ตซูเปอร์ไบค์ YAMAHA YZF-R3 Digital Meter อัจฉริยะ พร้อม  Welcome Message บน LCD เรือนไมล์ดีไซน์สปอร์ตกับแผงหน้าปัดแบบดิจิตอล   พร้อมข้อความต้อนรับบนจอ LCD ทุกครั้งที่เปิดสวิตช์เมนบอร์ด ฟังก์ชั่นครบด้วยเลขบอกตำแหน่งเกียร์ มาตรวัดระยะทาง ค่าเฉลี่ยความเร็ว ค่าเฉลี่ยการสิ้นเปลืองน้ำมัน และอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันแบบเรียลไทม์ ล้อแม็กอะลูมินัม 3.5" พร้อมดิสก์เบรกหน้าสปอร์ตเร้าใจ ล้อแม็กอะลูมินัมอัลลอยแบบพิเศษ น้ำหนักเบา พร้อมดิสก์เบรกหน้าเส้นผ่าศูนย์กลาง 245 มม. ใหญ่ที่สุดในรถ Moped ให้ประสิทธิภาพในการเบรกดียิ่งขึ้น ยางหลังขนาดใหญ่กว่ายางหน้าแบบ Tubeless ทรงตัวดีเยี่ยม ยางหลังขนาด 120/70 ขอบ 17 แบบรถสปอร์ตซูเปอร์ไบค์ ช่วยให้ทรงตัวได้ดี ยึดเกาะถนนได้ดีทั้งทางตรงและทางโค้ง ราคาแนะนำของ Yamaha Exciter 150CC MotoGP Edition อยู่ที่ 62,000 บาท

เริ่มต้นยุคใหม่!สโมสรสมาชิกเลือก สมยศ เป็นนายกส.บอลคนใหม่
ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวิน /  บังยี / 

พลตำรวจเอก สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ได้รับคะแนนเสียงถล่มทลายจากสโมสรสมาชิกถึง 62 เสียงจากได้รับการเลือกตั้งให้เป็นนายกสมาคมฟุตบอลคนที่ 17 ต่อจาก "บังยี" วรวีร์ มะกูดี การเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ที่อินเดอร์สเตเดี้ยมหัวหมาก โดยมีการเปิดให้ลงทะเบียนในเวลา 9 นาฬิกา และมีการประชุมในเวลา 10 นาฬิกาเริ่มต้นด้วยการเชิญสมาชิกที่มีสิทธิ์ออกเสียงทั้ง 72 เสียงร่วมโหวตรองรับการเลือกตั้ง ซึ่งสโมสรสมาชิก 68 เสียงยกมือรองรับการเลือกตั้งถือว่าเกินครึ่งทำให้สามารถเข้าสู่ชั้นตอนการ เลือกตั้งต่อไปได้ ซึ่งมี 4 สโมสรที่ไม่ได้เดินทางมาประกอบด้วย 3 ทีมจากไทยพรีเมียร์ลีก บีอีซี เทโรศาสน, เมืองทอง ยูไนเต็ด และ โอสถสภา M-150 รวมถึง วิทยาลัยเทคโนโลยีพิชญเกษม จากถ้วย ค. การนับคะแนนจากสโมสรสามชิกที่เดินทางมาใช้สิทธิ์ทั้งหมด 68 เสียงปรากฏว่า บิ๊กอ๊อด พลตำรวจเอก สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ได้รับคะแนน 62 คะแนน ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวิน ได้รับคะแนนเสียง 4 คะแนน และนาย ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ได้ 1 คะแนนเสียง และบัตรเสีย 1ใบ ส่วนผู้สมัครคนอื่นๆอย่างพ.ต.ท.ชัยทรัพย์ ธรัช ฤทธิ์เต็ม ,นาย พินิจ สะสินิน และ นาย ธวัชชัย สัจจกุล ไม่ได้รับคะแนนเสียง ส่วนตำแหน่ง อุปนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยทั้ง 5 คน ประกอบด้วย หมายเลข 06 ทรงธรรม เพียรพัฒนาวิทย์ - 62 คะแนน หมายเลข 07 ศุภสิน ลีลาฤทธิ์ - 63 คะแนน หมายเลข 08 ธนศักดิ์ สุระประเสริฐ - 63 คะแนน หมายเลข 09 วิทยา เลาหกุล- 65 คะแนน หมายเลข 10 อดุลยเดช อินทะพงษ์ - 64 คะแนน

ฉีกกฎฟีฟ่า! “บังยี” ควง “อ.หรั่ง” บินลงใต้หาเสียงเลือกนายกบอล (มีคลิป)
ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวิน /  บังยี / 

หลังฐานฟ้อง! “บังยี” วรวีร์ มะกูดี ส่อแหกกฎฟีฟ่าเรื่องห้ามยุ่งเกี่ยวบอลไทย หลังมีคลิปโผล่ร่วมวง ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวิน ลงหาเสียงภาคใต้ สืบเนื่องจากรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 ม.ค. ที่ผ่านมา "บังยี" วรวีร์ มะกูดี อดีตนายกสมาคมฟุตบอลฯ ซึ่งถูกฟีฟ่าสั่งแบน ห้ามยุ่งเกี่ยวกับฟุตบอลทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้ร่วมทีมไปกับ ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวิน ผู้สมัครนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย เพื่อพบสโมสรในภาคใต้ จากหลักฐานทางคลิปวิดีโอพบว่า “บังยี” และ ดร.ชาญวิทย์ พร้อมด้วยคณะอย่าง วิมล กาญจนะ ประธานลีกภูมิภาค, นรินทร์พงษ์ จินาภักดิ์ ฝ่ายกฎหมายสมาคมฟุตบอล, พ.ต.ท.ชัยทรัพย์ ธวัช ฤทธิ์เต็ม หนึ่งในผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกสมาคมฟุตบอลฯ ได้เข้าร่วมในการเสนอเเนวทางการบริหารสมาคมในครั้งนี้ด้วย โดยมี 5 ทีม ที่ตอบรับคำเชิญมาพบ คือ พังงา, สุราษฎร์ธานี, ปัตตานี, ยะลา และ นราธิวาส ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้ถูกวิจารณ์ว่ากรณีที่ “บังยี” เข้ามาร่วมหาเสียงให้กับ ดร.ชาญวิทย์ น่าจะขัดคำสั่งฟีฟ่าที่อยู่ในระหว่างถูกแบนห้ามยุ่งเกี่ยวกับฟุตบอลไทย จนไม่สามารถลงสมัครเลือกตั้งด้วยตนเองได้ นอกจากนั้นยังมีรายงานว่าทั้งหมดนั้นได้เดินทางด้วย สายการบินเดียวกันทั้งขาไปเเละกลับ เครดิต : ยูทูป-ballthai

'ผบ.ตร.' ยืนยัน 'เจ้าคุณเสนาะ' มรณภาพด้วยตัวเอง
ผลชันสูตรศพ เจ้าคุณเสนาะ /  ผูกคอตาย / 

ผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์เชื่อได้ว่า 'เจ้าคุณเสนาะ' อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร มรณภาพด้วยตัวเอง ขณะที่ลูกศิษย์เข้าร่วมงานฌาปนกิจศพวานนี้ เมื่อวันที่ 3 ก.พ. ที่ผ่านมา พระสงฆ์กว่า 500 รูป ร่วมกันพิจารณาผ้าไตรบังสุกุลบริเวณหน้าโรงศพ พระพรหมสุธี หรือ 'เจ้าคุณเสนาะ' อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร และกรรมการมหาเถรสมาคม หรือ มส. ที่มรณภาพด้วยตัวเองภายในกุฏิ เมื่อวันที่ 25 มกราคม พิธีศพเริ่มขึ้นโดยพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 10 รูป สวดมาติกา พระสงฆ์ 400 รูป พิจารณาผ้าบังสกุล ต่อด้วย นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ดุสิตเวชกรรมทอดผ้าบังสุกุล 5 ไตร และเวลา 17 นาฬิกา สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ วัดปากน้ำ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานประกอบพิธีฌาปนกิจศพ ขณะที่ พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ( ผบ.ตร. ) กล่าวถึงผลการตรวจชันสูตรทางนิติวิทยาศาสตร์ เกี่ยวกับการมรณภาพของ พระพรหมสุธีว่า ผลตรวจสอบลายมือที่เขียนจดหมาย และลายนิ้วเท้า บนเก้าอี้ ที่อยู่ภายในกุฎิ เป็นของพระพรหมสุฑี ซึ่งเชื่อได้ว่า เป็นการมรณภาพด้วยตัวเอง แต่หากมีหลักฐานอย่างอื่นที่อาจจะทำให้มีส่วนในการเสียชีวิต ตำรวจก็พร้อมที่จะดำเนินการสืบสวนสอบสวนตามขั้นตอน ____________________________________________________________________________________________ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เผยพบจดหมายสั่งเสียของ 'เจ้าคุณเสนาะ' 2 ฉบับ ด้านน้องชายยืนยันเป็นลายมือท่านจริง วันนี้ (28 ม.ค. 59) เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เดินทางมายังกุฏิฉัตรลีลา ซึ่งเป็นกุฏิของเจ้าอาวาสเพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม กรณีการเสียชีวิตของ พระพรหมสุธี หรือ เจ้าคุณเสนาะ รวมถึงตรวจกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุและบริเวณใกล้เคียง โดยพบเอกสารสำคัญเพิ่มเติม คาดว่าน่าจะเป็นจดหมายสั่งเสียก่อนเสียชีวิต แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ทั้งนี้จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุไม่พบสิ่งผิดปกติ ส่วนเรื่องที่มีการแจ้งเหตุล่าช้า ทำให้เวลาการเสียชีวิตคลาดเคลื่อนนั้น ทางแพทย์ให้ข้อมูลว่าไม่มีผลแต่อย่างใด ด้าน พระวิจิตรธรรมาภรณ์ (เทอด ญาณวชิโร) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ กล่าวว่า นายเอกวัฒน์ ฝังมุข น้องชายของพระพรหมสุธี ได้มอบเอกสารที่เขียนด้วยลายมือของพระพรหมสุธีให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไปแล้ว ซึ่งเอกสารนี้ยืนยันว่าเป็นลายมือของท่านจริง เพราะท่านเซ็นลายเซ็นกำกับไว้ด้วย จากเอกสารดังกล่าวน่าจะคลายข้อสังสัยลงได้ ภายหลังจากนี้ทางวัดก็คงจะจัดพิธีศพของท่านให้สมเกียรติของสำนัก ส่วนอัฐิของท่านได้ปรึกษากับทางญาติ เบื้องต้นจะเก็บไว้ที่วัดสระเกศฯ ร่วมกับอัฐิบูรพาจารย์ของวัด อีกส่วนหนึ่งทางญาติจะนำไปไว้ที่บ้านเกิดของท่าน สำหรับจดหมายลาตายของเจ้าคุณเสนาะ มีจำนวน 2 ฉบับ ฉบับที่ 1 มีใจความว่า “ท่านพระมหากฤษณะ ช่วยดำเนินการศพของผมด้วย จัดแบบเรียบง่าย มีอะไรก็ปรึกษา นายเอกวัฒน์ ฝังมุข น้องชายของผม ถ้าเป็นไปได้ ก็ควรจัดเผาศพ โยมมารดาของผมไปในวันเดียวกัน ก็จะเป็นการดี ข้อสำคัญ 1. ต้องแจ้งตำรวจเพื่อพิสูจน์ศพ เพื่อออกใบมรณะบัตร 2. แจ้งทางเขาด้วยหรือเปล่า หรือแจ้งหมอให้มาพิสูจน์ 3. แจ้งเจ้าอาวาส เพื่อทราบว่าจะให้ดำเนินการอย่างไร 4. ถ้าวัดสระเกศขัดข้อง ก็ขอให้มหากฤษณะ เรียนเจ้าอาวาส วัดพลับพลาชัย เพื่อดำเนินการ ลงชื่อพระพรหมสุธี” ส่วนฉบับที่ 2 ระบุว่า เงินที่อยู่ในกระเป๋านี้ ถ้าจัดการงานศพผมแล้ว มีเงินเหลืออยู่ ขอให้มหากฤษณะมอบให้ทาง นายเอกวัฒน์ ส่วนสิ่งของอื่น ๆ มอบให้มหากฤษณะ ส่วนเงินตราต่างประเทศถ้ามีถวายพระกฤษณะ ขอบคุณข้อมูล/ภาพ มติชนออนไลน์ MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งสอบสวนเชิงลึกกรณี 'เจ้าคุณเสนาะ' มรณภาพภายในกุฏิ หลังพบเงื่อนงำที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม เมื่อวันที่ 27 ม.ค. ที่ผ่านมา ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีพระพรหมสุธี หรือ 'เจ้าคุณเสนาะ' อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร มรณภาพภายในกุฏิ ขณะนี้ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รรท.ผบช.น.) ไปดำเนินการสืบสวนสอบสวนในเชิงลึกเกี่ยวกับสาเหตุการมรณภาพ ในประเด็นที่ยังมีข้อสงสัยจากตนเพิ่มเติม ทั้งนี้แม้ผลการชันสูตรจากแพทย์นิติเวชจะระบุว่าเจ้าคุณเสนาะเสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจ จากการถูกกดรัดบริเวณลำคอตามปกติ แต่การทำงานของตำรวจก็ต้องดำเนินการตรวจสอบในมุมของตำรวจอย่างละเอียดทุกมิติเพื่อความรอบครอบอีกครั้ง เพื่อพิสูจน์ทราบว่าสาเหตุที่แท้จริงคืออะไร อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง หลังจากพบเงื่อนงำที่ต้องไปตรวจสอบเพิ่มเติม แต่ยังเปิดเผยไม่ได้ ทั้งนี้ ต้องขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลได้ทำงานก่อน คาดว่าวันที่ 29 ม.ค.นี้จะมีความคืบหน้ามากขึ้น ขอบคุณข้อมูล TNN24 ____________________________________________________________________________________________ นิติเวชวิทยา เผยผลการชันสูตรศพ 'เจ้าคุณเสนาะ' ขาดอากาศหายใจ ไม่พบร่องรอยการต่อสู้ วันนี้ (26 ม.ค. 59) พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เผยผลการชันสูตรศพ พระพรหมสุธี หรือ เจ้าคุณเสนาะ อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ที่ผูกคอตายภายในกุฎิว่า สาเหตุการเสียชีวิตมาจากการขาดอากาศหายใจ เนื่องจากถูกกดรัดที่บริเวณลำคอ และจากการตรวจสอบตามร่างกายไม่พบร่องรอยการต่อสู้ พบเพียงบาดแผลเล็กน้อยบริเวณเข่า สันนิษฐานว่าอาจมาจากการเคลื่อนย้ายร่าง ซึ่งขณะนี้ได้เก็บตัวอย่าง เลือด ปัสสาวะ เศษอาหารไว้ เพื่อทำการตรวจพิสูจน์ในห้องปฏิบัติการ พร้อมทั้งเก็บสารพันธุกรรม หรือ DNA ต่าง ๆ เพื่อเป็นหลักฐานทางคดี และป้องกันข้อครหาในภายหลัง ทั้งนี้ ด้านญาติ เจ้าคุณเสนาะ ไม่ได้ติดใจกับการมรณภาพแต่อย่างใด โดยเบื้องต้นได้ประสานขอรับศพไปบำเพ็ญกุศลในวันพรุ่งนี้ (27 มกราคม) แต่ยังไม่ทราบว่าเป็นเวลา ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- พบร่าง เจ้าคุณเสนาะ ผูกคอตายภายในกุฎิ วัดสระเกศ เจ้าหน้าที่เร่งเก็บหลักฐาน สอบหาสาเหตุ วันนี้ (25 ม.ค. 59) มีรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สำราญราช ได้รับแจ้งเกิดเหตุมีพระผูกคอตาย ภายในกุฎิ วัดสระเกศ จึงเดินทางเข้าไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ทั้งนี้จากการตรวจสอบกุฎิ พระพรหมสุธี หรือ เจ้าคุณเสนาะ พบร่างเจ้าคุณเสนาะผูกคอตาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อให้เข้าเก็บหลักฐานต่าง ๆ บริเวณโดยรอบทันที เนื่องจาก พระพรหมสุธี หรือ เจ้าคุณเสนาะ เป็นพระชั้นผู้ใหญ่ สำหรับ พระพรหมสุธี มีนามเดิมว่า เสนาะ ฝังมุข เกิดเมื่อวันพฤหัสบดี ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 3 ปีวอก ตรงกับวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2500 ที่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เนื่องจากทางบ้านยากจน หลังเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนวัดสามเรือนแล้ว โยมพ่อจึงได้นำไปฝากกับอาจารย์ชุบ เจ้าอาวาสวัดสามเรือน เพื่อจะได้บวชเรียน จากนั้นได้บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดบ้านสร้าง อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2512 จากนั้นสามเณรเสนาะได้คอยปรนนิบัติรับใช้อาจารย์ชุบและศึกษาพระธรรมวินัยควบคู่กันไปด้วย จนได้เข้าพิธีอุปสมบทเมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2521 ณ พระอุโบสถ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร โดยมี สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระพรหมคุณาภรณ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า "ปญฺญาวชิโร" มีความหมายว่า ผู้มีปัญญาอันเฉียบแหลม หลังจากอุปสมบทก็ได้รับมอบหมายให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ดูแลงานปกครอง ดูแลด้านการเงิน ในขณะเดียวกันยังเป็นครูสอนพระปริยัติธรรม สำนักเรียนวัดสระเกศ เป็นกรรมการตรวจนักธรรมสนามหลวง และกรรมการตรวจบาลีสนามหลวง เมื่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) มรณภาพเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2556 พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร จึงแต่งตั้งพระพรหมสุธีเป็นผู้รักษาการเจ้าอาวาสวัดสระเกศ และได้รับพระบัญชาแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดสระเกศในวันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2556 ต่อมาในวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2558 สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่ สมเด็จพระสังฆราช มีพระบัญชาให้พระพรหมสุธีออกจากตำแหน่งกรรมการมหาเถรสมาคม เพราะสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบพบว่า พระพรหมสุธี มีพฤติกรรมส่อทุจริตต่องบประมาณแผ่นดิน จำนวน 67 ล้านบาท ที่รัฐบาลอนุมัติเป็นค่าใช้จ่ายในพิธีพระราชทานเพลิงศพสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) จึงปลด พระพรหมสุธี เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของมหาเถรสมาคมและคณะสงฆ์โดยรวม รวมถึงไม่ให้เป็นที่เคลือบแคลงสงสัยของสังคมต่อไป และในวันเดียวกันพระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ได้ลงนามสั่ง พระพรหมสุธี พักการปฏิบัติหน้าที่ตำแหน่งเจ้าอาวาสสระเกศ และให้พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) รักษาการแทน ต่อมาในวันที่ 16 มกราคม สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ) เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก ได้สั่งให้พระพรหมสุธีพักการปฏิบัติหน้าที่เจ้าคณะภาค 12 โดยให้ พระเทพรัตนมุนี (สุรชัย สุรชโย) รองเจ้าคณะภาค12 เป็นรักษาการเจ้าคณะภาค 12 แทน ขอบคุณข้อมูล/ภาพ wikipedia MThai News

คอหวยแห่ขอเลขเด็ด เสาไม้ต้นตะเคียน ผุดขณะขุดขยายถนน
ขอหวย /  เจ้าแม่ตะเคียน / 

ชาวบ้านแห่ขอหวย เสาไม้ต้นตะเคียนหวังเลขเด็ด หลังแบคโฮขุดพบขณะทำการขยายถนน วันนี้ (30 ม.ค.) เมื่อเวลา 20.30น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณถนนเลียบคลองสองข้างโรงกลึงไม่มีชื่อ หมู่ที่7 ต.คลองสอง อ.คลองหลวง ประชาชนที่ทราบข่าวว่ามีรถแบคโฮซึ่งเข้ามาทำการขยายถนนขุดเสาไม้ตะเคียนต้นใหญ่ขึ้นมาได้จากภายในลำคลองแล้วนำขึ้นมาไว้ที่ว่างข้างโรงงานกลึง จึงต่างพากันมาหาเลขเด็ด เนื่องจากใกล้วันหวยออก เหตุเกิดบริเวณข้างโรงกลึง พบชาวบ้านจำนวนมาก นำผ้าสามสี จุดธูปเทียน ดอกไม้ หมากพลู บุหรี่ บูชา พร้อมกับนำน้ำอัดลมมากราบไหว้ เสาไม้ตะเคียนซึ่งคาดว่าเป็นเสาไม้ตะเคียนของสะพานข้ามคลองเก่าที่มีอายุกว่า100ปี บางส่วนนำแป้งมาทาที่ลำต้นไม้ตะเคียนที่มีความยาวประมาณ4เมตร ขนาดลำต้นสมบูรณ์ผิวมัน บางรายได้เลขเด็ดสองตัว 85 ส่วนคนอื่น ๆ มีเลขเด็ดที่แตกต่างกันออกไป บางคนที่พบเลขเด็ดก็ต่างภาวนาถ้าถูกรางวัลจะนำเงินมาช่วยสมทบทุนสร้างศาลาเพลิงบังแดดให้กับต้นตะเคียน พร้อมกันนี้ นางแจ๋ว เพชรตะกั่ว วัย 59 ปี เปิดเผยว่า ตนเองทราบข่าวจากเพื่อนบ้านว่ามีรถแบคโฮขุดเสาไม้ต้นตะเคียนขึ้นมาได้ขณะทำการขยายถนน จึงชวนกันมาขอเลขเด็ดหวังเสี่ยงโชคในงวดวันที่ 1 กุมภาพันธ์ นี้ซึ่งตนเองคาดว่าเสาไม้ตะเคียนที่ขุดพบเป็นเสาไม้สะพานข้ามคลองเก่าที่มีอายุกว่า100ปี ที่มีการรื้อเพื่อสร้างสะพานคอนกรีตแต่นำขึ้นไปไม่หมดและฝังอยู่ใต้ดินภายในคลองส่งน้ำ ก่อนจะเกิดตะกอนดินทับถมอยู่ กระทั่งรถแบคโฮมาขุดพบดังกล่าว ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News รายงานโดย ประสิทธิ์ จิตสว่าง

ข้าวสารปลอม! ระบาดหนักใน จ.นครนายก ตร.เร่งหาต้นตอ
ข้าวปลอม /  ข้าวพลาสติก / 

เจ้าของบังกาโลแห่งหนึ่งใน จ.นครนายก โร่แจ้งตำรวจ หลังไปซื้อข้าวสาร แล้วพบว่าเป็นข้าวสารปลอม เบื้องต้นตำรวจเร่งสอบสวนหาต้นตอ เมื่อวันที่ 27 ม.ค. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าของบังกาโลแห่งหนึ่งใน จ.นครนายก พร้อมลูกจ้าง นำกระสอบบรรจุข้าวสาร เข้าแจ้งความกับตำรวจ ที่สภ.เมืองนครนายก โดยอ้างว่าได้ไปซื้อข้าวสารที่ ตลาดวังกระโจม อ.เมืองนครนายก ในราคาถุงละ 450 บาท แต่เมื่อหุงแล้ว กลับไม่เหนียว ผิดกับข้าวทั่วไป เมื่อเอาเมล็ดข้าวมาดู พบว่า มีลักษณะคล้ายกับเม็ดพลาสติกสีใส ปะปนอยู่กับข้าวจริง จากการสอบถาม น.ส.เชอรี่ ปัน ชาวกัมพูชา ซึ่งเป็นลูกจ้างบังกะโล เปิดเผยว่า ตนได้ติดตามและดูข่าวสารในเฟสบุ๊ค เคยเจอข้าวลักษณะดังกล่าวที่ประเทศกัมพูชา เมื่อนำมาจุดไฟแล้วจะติด เลยทดลองพิสูจน์ต่อหน้าตำรวจและผู้สื่อข่าว ปรากฎว่าข้าวติดไฟได้จริง จึงสันนิษฐานว่าข้าวที่ซื้อมามีข้าวปลอมปะปนมาด้วย อย่างไรก็ตามขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เก็บข้าวสารดังกล่าว เพื่อที่จะสืบหาต้นตอต่อไป ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

แผ่นดินไหวขนาด 6.7 ในอินเดียและบังกลาเทศ ตาย 11 คน
บังกลาเทศ /  อินเดีย / 

เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.7 ริกเตอร์ ในประเทศอินเดียและบังกลาเทศ ตาย 11 คน นายโอกรัม อิโบบิ ซิงก์ มุขมนตรีประจำรัฐมณีปูระ ของอินเดีย เดินทางเยี่ยมผู้ประสบภัยจากเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.7 ที่โรงพยาบาลท้องถิ่นในรัฐมณีปูระ เมื่อวานนี้ โดยแผ่นดินไหวดังกล่าวมีศูนย์กลางอยู่ห่างจากเมือง อิมพาล ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือราว 35 กิโลเมตร ได้ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 100 คน ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่ถูกซากอาคารตกใส่ ขณะที่ประชาชนในกรุงธากา ของบังกลาเทศ ซึ่งรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวในอินเดีย ได้พากันอพยพออกจากบ้านมาอยู่บนถนน ทางการระบุว่ามีผู้เสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวายขณะหนีออกจากอาคารจำนวน 5 คน MThai News

เปลี่ยนไม่เปลี่ยน! สมยศ เปิดใจครั้งแรกกับอนาคตของซิโก้หลังได้รับเลือก
ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวิน /  บังยี / 

พลตำรวจเอก สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ที่เพิ่งได้รับการเลือกตั้งให้เป็นนายกสมาคมฟุตบอลคนที่ 17 ประกาศหลังจากได้รับตำแหน่งว่า จะทำการเปลี่ยนแปลงบอร์ดบริหารไทยพรีเมียร์ลีกชุดเก่าออกทั้งหมด แต่ยืนยันว่าจะไม่เปลี่ยนแปลงตำแหน่งเฮคโค้ชทีมชาติไทยของ เกียรติศักดิ์ เสนาเมืองแน่นอนหลังจากเสร็จสิ้นการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอล “บิ๊กอ๊อด”​พลตำรวจเอก สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง  ที่ได้รับคะแนนจากสโมสรสมาชิกอย่างถล่มทลายถึง 62 เสียงจากทั้งหมด 68 เสียงของสมาชิกได้ร่วมแถลงข่าวกับผู้สื่อข่าวพร้อมกับทีมงานบริหาร ซึ่ง นายกส.ลูกหนังคนใหม่เปิดเผยว่าจะทำการเปลี่ยนแปลงบอร์ดบริหารบริษัทไทยพรีเมียร์ลีกออกทั้งหมด และจะนำบอร์ดบริหารชุดใหม่ที่มาจากตัวแทนของทุกสโมสรเข้าไปบริหารงานแทน นอกจากนี้ยังตอบข้อสงสัยที่แฟนบอลต้องการจะรู้คือ หากว่าได้ตำแหน่งแล้วจะมีการเปลี่ยนแปลงหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติหรือไม่ ซึ่งบิ๊กอ๊อดย้ำชัดเจนว่าจะให้ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ทำงานต่อไปอย่างแน่นอน

เผยหมดเปลือก 5 คนสุดท้ายนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากเวทีออสการ์ !
actress /  oscar

หลังจบเวทีลูกโลกทองคำไปได้ไม่นาน นาทีนี้คงถึงเวลาของอีกหนึ่งรางวัลใหญ่ของคอหนังอย่าง ออสการ์ ที่เพิ่งประกาศรายชื่อผู้เข้าชิงจากสาขาต่างๆ ออกมาหมาดๆ ซึ่งในรางวัลเด่นอย่าง นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมนั้น มีทั้งหน้าใหม่และหลายคนที่เคยเข้าชิงจนคว้าออสการ์ไปนอนกอดที่บ้านมาแล้ว วันนี้เราลองมาดูประวัติของทั้ง 5 สาวน้อยและสาวใหญ่จากเวทีนี้กันดีกว่าว่าพวกเธอเป็นใครมาจากไหนกันบ้าง คุ้นหน้าคุ้นตากันอยู่แล้วจากบทบาท แคสนิส เอเวอดีน จากเรื่อง The Hunger Games เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ วัยเพียง 25 ปี และประสบการณ์ในวงการที่ไม่นานนัก แต่เธอกลับได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมถึง 3 ครั้ง และนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม 1 ครั้ง โดยเธอถูกเสนอชื่อครั้งแรกในปี 2010 ทำให้เธอกลายเป็นนักแสดงหญิงลำดับที่อายุน้อยที่สุดอันดับ 2 ที่ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์อีกด้วย และในปีนี้เธอได้กลับมาอยู่ในรายชื่อ 5 คนสุดท้าย เราคงต้องจับตามองกันต่อไปว่าเธอจะสามารถกลับมาทวงบังลลังก์ออสการ์นี้ได้อีกหรือไม่ เคต บานเชตต์ นักแสดงสาวคนนี้ได้รับการเสนอเข้าชิงออสการ์มากถึง 6 ครั้ง แบ่งเป็นนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม 3 ครั้ง ในปี 1998 (Elizabeth), 2007 ( Elizabeth : The Golden age ) ก่อนจะมาคว้ารางวัลได้ในปี 2013 ที่ผ่านมาจากบทบาท  Jeanette  Francis จากเรื่อง Blue Jasmine และนักแสดงสมทบหญิง 3 ครั้ง ในปี 2004 (The Aviator), 2006 (Notes on a Scandle) , 2007 (I’m not there) ซึ่งเธอคว้ารางวัลนี้ไปได้เพียงครั้งแรกจากเรื่อง The Aviator เท่านั้น ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 7 บนเวทีออสการ์ของเธอ ! ชาร์ลอตต์ แรมป์ปิ้ง คนนี้เป็นหน้าใหม่สำหรับเวทีออสการ์ แต่เก๋าเกมส์ในจอเงิน สร้างผลงานมานับไม่ถ้วนโดย และแม้หนังฝรั่งเศสเธอเองก็เคยเล่นมาแล้ว ปีนี้เธอสร้างผลงานชิ้นใหญ่จากเรื่อง 45 Yers บทบาท หญิงสาวที่เตรียมตัวฉลองครบรอบการแต่งงานปีที่ 45 แต่กลับได้รับจดหมายที่ระบุการตายของแฟนเก่าของสามีเธอเมื่อ 45 ปีก่อนซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้สามีเปลี่ยนไป ใครที่อยากรู้จักกับเธอให้มากขึ้นสามารถตีตั๋วไปชมภาพยนตร์ 45 Yers ที่กำลังจะเข้าฉายที่ไทยในวันที่ 21 มกราคมนี้แล้วค่ะ อีกหนึ่งนักแสดงหญิงที่ได้รับการเสนอเข้าชิงรางวัลออสการ์ครั้งแรก Brie Larson ติดโผ 5 คนจากบทบาท ในภาพยนตร์เรื่อง ROOM เธอเดินทางเข้าสู่วงการบันเทิงในปี 2001 จากซิทคอม Rising Dad และเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นจากภาพยนตร์เรื่อง 13 going to 30 นอกจากนี้เธอยังภาพผลงานไว้ในฐานะผู้กำกับหนังสั้น Weighting (2011) และ The Arm (2012) เซียร์ซา โรแนน นักแสดงเชื้อสายไอริช อเมริกัน วัย 22 ปี ผู้มีอายุเด็กที่สุดจากผู้ถูกเสนอชื่อเข้าชิงนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมในปีนี้ เธอมีผลงานไม่มากนักแต่หนึ่งผลงานของเธอ Atonement ทำให้เธอได้รับทำให้เธอได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลมากมายและหนึ่งในรางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม จากเวทีออสการ์นั่นเอง ซึ่งในครั้งนั้นเซียร์ซาในวัย 13 ได้พลาดรางวัลไปอย่างน่าเสียดาย เช็คโปร์ไฟล์แต่ละคนแล้วใช่ย่อยเลยใช่ไหมละคะ ใครเป็นแฟนคลับนักแสดงคนไหนสามารถเอาใจช่วยเธอได้ที่งานประกาศรางวัลออสการ์ครั้งที่ 88 ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้นะคะ !

งดงามทุกซอกมุม! วาร์ดี้ ซัดใบไม้ร่วงพาจิ้งจอกฝังเขี้ยวหงส์ส่งกลับบ้านมือเปล่า
คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม /  จิ้งจอกสยาม / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 เลสเตอร์ ซิตี้ 2-0 ลิเวอร์พูล ผู้ทำประตู : 1-0 เจมี่ วาร์ดี้ น.60, 2-0 เจมี่ วาร์ดี้ น.71 เวลา : 2.45 น. สนาม : คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กลับมาลงฟาดแข้งกันอีกครั้งหลังเพิ่งปิดตลาดซื้อขายนักเตะไปสดๆร้อนๆ โดยเป็นคู่บิ๊กแมตช์ระหว่างจ่าฝูง เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดสนาม คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ก่อนที่ "จิ้งจอกสยาม" จะเป็นฝ่ายกำชัย พร้อมกับถอนแค้นหลังพ่ายมาใน แอนฟิลด์ ได้สำเร็จที่สกอร์ 2-0 ช่วงครึ่งแรก ต้นเกมถือว่า "จิ้งจอกสยาม" ทำเกมได้ดีกว่า หวิดจะได้ประตูขึ้นนำหลายต่อหลายครั้ง โดยเฉพาะจังหวะโขกระยะเผาขนของ ชินจิ โอกาซากิ แต่สุดท้ายก็ไม่ผ่านมือของ ซิมง มินโญเลต์ ที่สามารถป้องกันลูกยากๆได้ทั้งหมด ทำให้ 45 นาทีแรกทั้งสองทีมยังคงเจ๊ากันอยู่ที่สกอร์ 0-0 ก่อนที่ครึ่งหลังจะเป็นช่วงเวลาทองของ เจมี่ วาร์ดี้ โชว์ความคมกริบต่อหน้าต่อตา รอย ฮอดจ์สัน ที่เข้ามาชมเกมในสนาม คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม โดยติดสินใจกดเต็มข้อ วิถีบอลพุ่งย้อยๆเป็นใบไม่ร่วง ฮุกลงมาเสียบตาข่ายชนิดที่ ซิมง มินโญเลต์ หมดสิทธิป้องกันไปโดยปริยายในนาที 60 หลังจากนั้นไม่นาน แฟนบอลเจ้าก็ได้เฮอีกระลอกจาก เจมี่ วาร์ดี้ คนเดิมวิ่งเข้ามายิงสวนตัว มินโญเลต์ ที่พยายามออกมาบังทางยิงแต่ก็ไม่สามารถต้านทานความคมของลูกนี้ไว้ได้ ทำให้สุดท้าย เจอร์เกน คล็อปป์ จำเป็นต้องขนบรรดาตัวรุกลงมาพลิกเกมแบบเต็มหน้าตัก แต่ก็ไม่สามารถแม้แต่จะตีไข่แตกได้สำเร็จ ทำให้จบ 90 นาที เลสเตอร์ ซิตี้ เป็นฝ่ายเก็บชัยเหนือ ลิเวอร์พูล ไปได้แบบสุดมันส์ 2-0 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม เลสเตอร์ ซิตี้ : แคสเปอร์ ชไมเคิล, แดนนี่ ซิมป์สัน, เวส มอร์แกน, โรเบิร์ต ฮูธ, คริสเตียน ฟุคส์, ริย้าด มาห์เรซ, ดาเนียล ดริงค์วอเตอร์, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, มาร์ค อัลไบรจ์ตัน, ชินจิ โอกาซากิ, เจมี่ วาร์ดี้ ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเลต์, นาธาเนี่ยล ไคลน์, เดยัน ลอฟเรน, มามาดู ซาโก้, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ลูคัส เลว่า, เอ็มเร่ ชาน, เจมส์ มิลเนอร์, อดัม ลัลลาน่า, โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่

จา พนม, เจ็ตลี และ ทีปิกา ปาทุโกณ สมทบ xXx: The Return of Xander Cage
Eagle Eye /  I am Number Four / 

ดูเหมือนว่าวิน ดีเซล เลือกใช้นักแสดงในตลาดอินเตอร์มาช่วยสร้างสีสันให้ xXx: The Return of Xander Cage หนังที่เป็นการกลับมารับบทสายนักกีฬาผาดโผนของเขาครับ ซึ่งตามรายงานบอกว่า พนม ยีรัมย์ ที่เพิ่งร่วมงานกันจาก Furious 7, พระเอกนักบู๊จากจีน เจ็ตลี หรือหลี่เหลียงเจี๋ย และนักแสดงสาวบอลลีวู้ด ทีปิกา ปาทุโกณ จะมาร่วมรับบทด้วยในหนังด้วย คาดว่าอาจอยู่ระหว่างเจรจาอยู่ครับ เพราะทวิตเตอร์ของจา พนม หรือเฟซบุกของวิน ดีเซล ยังดูเงียบต่อข่าวนี้ น่าจะลองให้ตกลงเซ็นสัญญาแน่นอนแล้วจึงจะประกาศฮย่างเป็นทางการ และถ้าทั้งสามตกลงสมทบหนังก็จะเป็นการมาเสริมทีมนักแสดงที่ประกาศออกมาก่อน แล้วก่อนหน้านี้สองคน ก็คือแซมมวล แอล. แจ็คสัน ที่กลับมารับบทออกัสตัส กิบบอนส์ เจ้าหน้าที่สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐ ที่ชักชวนแซนเดอร์ เคจ ตัวละครของดีเซลให้มารับงานสายลับให้องค์กร รายงานบอกอีกว่า คอนเนอร์ แม็คเกรเกอร์ แชมป์ UFC ก็จะมีบทในหนังด้วย ไมเคิล เฟอริส กับ จอห์น แบรนคาโต จาก Terminator Salvation เป็นคนเขียนบทร่างล่าสุดของหนัง ซึ่งจะกำกับโดยดี.เจ. คารูโซ จาก I Am Number Four และ Disturbia และยังมีนีล เอช. มอริทซ์ จากหนังชุด Fast and Furious มารับหน้าที่อำนวยการสร้างให้ ขอขอบคุณข้อมูลจาก Jediyuth.wordpress.com ครับ

สหรัฐฯ เผยโจมตีทางอากาศ เด็ดหัวแกนนำไอเอส เอี่ยวก่อการร้ายปารีส
กลุ่มไอเอส /  ก่อการร้าย / 

กองทัพสหรัฐฯ แถลง โจมตีทางอากาศในพรมแดน ซีเรีย อิรัก สังหาร แกนนำเกี่ยวข้องโจมตีปารีส พร้อมระดับผู้บังคับบัญชา 10 ราย สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า พันเอก สตีฟ วอร์เรน โฆษกกองทัพสหรัฐอเมริกา แถลงการโจมตีทางอากาศเป้าโจมตี กลุ่มไอเอส ในพรมแดนซีเรีย อิรัก และได้สังหารไอเอสระดับผู้บัญชาการได้ 10 ราย ในที่นี้รวมถึง นายชาราฟ อัลมูอาดาน ผู้ติดต่อโดยตรงกับ นายอับเดลฮามิด อาบาอุด หัวหน้าทีมโจมตีปารีส เมื่อวันที่ 13 พ.ย. โดยการโจมตีที่สังหาร นายมูอาดาน มีขึ้นในวันที่ 24 ธ.ค. บริเวณฐานกองกำลังไอเอสในซีเรีย ส่วนผู้เกี่ยวข้องกับเหตุโจมตีกรุงปารีสอีกรายที่เสียชีวิต คือ นายอับดุล เคเดอร์ ฮาคิม เสียชีวิตในสองวันหลังจากนั้น ในเมืองโมซุล ทางเหนือของอิรัก โดย โฆษกกองทัพสหรัฐฯ กล่าวด้วยว่า ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ตัวการคนสำคัญของไอเอสที่ถูกการถล่มทางอากาศสังหารได้มีวิศวกรคอมพิวเตอร์ชาวบังกลาเทศ ที่จบการศึกษาในอังกฤษเสียชีวิตด้วย เมื่อ 10 ธ.ค. ซึ่งเป็นตัวการเจาะระบบคอมฯ และสอดแนมเทคโนโลยีประเทศตะวันตก ที่มา INN

จับตาการเลือกตั้ง นายกสมาคมฟุตบอลไทย
ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวิน /  บังยี / 

ยืดเยื้อมาเป็นสุดยอดมหากาพย์ สำหรับการเลือกตั้ง นายกสมาคมฟุตบอลไทย หลังจากที่มีปัญหามานาน ตั้งแต่การแบน "บังยี"วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมคนเก่า พร้อมกับแต่งตั้งทีมงานชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่แทนจากฟีฟ่าพร้อมเข้ามาตั้งกรรมการเพื่อจัดการเลือกตั้ง พร้อมกับเรื่องฟ้องร้องกันวุ่นวาย จนสุดท้ายได้กำหนดวันเลือกตั้งในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ นี้ ที่อินดอร์สเตเดี้ยมหัวหมาก ซึ่งถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด นายกสมาคมฟุตบอลคนต่อไปคงไม่พ้นจากรายชื่อผู้ลงสมัครทั้ง 6 คนนี้ ที่ได้แก่ วนัสธนา(ธวัชชัย) สัจจกุล, พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง, นายพินิจ สะสินิน, ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวิน,นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ และ พ.ต.ท.ชัยทรัพย์ ธรัช ฤทธิ์เต็ม และนี่คือสิ่งที่ต้องจับตาการเลือกตั้งนายกวงการลูกหนังไทยคนใหม่ ที่อาจจะเปลี่ยนแปลงวงการฟุตบอลไทยไปตลอดกาล จะได้เลือกหรือไม่ ถึงแม้ว่าจะกำหนดวันเลือกตั้งและสถานที่เอาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ก็ไม่แน่ว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นหลังจากที่ล่าสุด พ.ต.ท.ชัยทรัพย์ ธรัช ฤทธิ์เต็ม เพิ่งไปยื่นฟ้องต่อศาลปกครองให้ไต่สวนในเรื่องที่รับสมัครผู้ลงสมัครแบบผิดกฏ ซึ่งศาลอาจจะมีคำสั่งคุ้มครองการเลื่อนตั้งและ การเลือกตั้งอาจจะถูกระงับไปได้ แต่ถ้าหากว่า ศาลปกครองไม่รับฟ้องยังคงต้องลุ้นกันในช่วงเช้า วันที่ 11 กุมภาพันธ์จะมีการ รับรองระเบียบการเลือกตั้ง ซึ่งจะเป็นระเบียบที่ใช้เฉพาะหนนี้ ใช้วิธียกมือ ต้องมีผู้รับรองเกินกึ่งหนึ่ง หรือ 37 เสียงขึ้นไป ถึงจะเข้าสู่ขั้นตอนการเลือกตั้งได้ ผู้ครองสิทธิ์ตัวจริง จากการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลครั้งที่แล้ว เมื่อครั้งที่ นายวรวีร์ มะกูดี ได้ตำแหน่งนายกสมาคมฟุตบอลในสมัยที่ 3 ด้วยการเอาชนะ "บิ๊กกร๊อง" วิรัช ชาญพานิชย์ 42 ต่อ 28 ซึ่งในครั้งนั้นในวันเลือกตั้งมี 6 สโมสรท้ัง ระยอง ยูไนเต็ด, พังงา, นนทบุรี, ตรัง, สุรินทร์ และ ลูกอีสาน การบินไทย ที่เข้ามฟ้องร้องว่ามีผู้มาสวมสิทธิ์เลือกตั้งแทน อาทิ ทีม พังงา เอฟซี ที่มีก่อแก้ว พิกุลทอง ซึ่งเป็นผู้บริหารชุดเก่า เข้ามาเลือกตั้งแทนที่ของจำรัส นุ้ยสง่า ซึ่งเป็นคณะกรรมการ บ.สโมสรฟุตบอลพังงา ซึ่งครั้งนี้ก็ต้องจับตากันอีกครั้ง ว่าจะเกิดเหตุการณ์ลักษณะเช่นนี้อีกหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ ก็มีปัญหาเรื่องการแย่งสิทธิ์การเลือกตั้ง โดยเฉพาะทีมในดิวิชั่น 2 ที่มีการเลือกตัวแทน 30 เสียงใหม่ กองทัพนักข่าว แน่นอนว่า การเลือกตั้งครั้งนี้อยู่ในความสนใจของบุคคลทั่วไปโดยเฉพาะแฟนฟุตบอลชาวไทย จึงไม่น่าแปลกใจหากว่า ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ที่อินเดอร์สเตเดี้ยมหัวหมาก จะมีกองทัพนักข่าวไทยจากทุกสำนัก ทั้งสถานีโทรทัศน์, วิทยุ, สิ่งพิมพ์ รวมถึง สื่อออนไลน์ จะแห่ไปร่วมเกาะติดกันแบบมืดฟ้ามัวดิน เหล่าชายชุดดำ ย้อนไปเมื่อการประชุมสมาชิกก่อนการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ที่หนองจอก มีกลุ่มชายชุดดำไม่ทราบสังกัด มีหัวหน้าแต่งตัวคล้ายๆกับ กรรมการชื่อดังมายืนรักษาความปลอดภัยทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบหนังสือหนังสือมอบอำนาจในการเข้าร่วมประชุม โดยตรวจเข้มไม่อนุญาตให้สโมสรสมาชิก ที่ไม่มีหนังสือแจ้ง และหนังสือมอบอำนาจจากสมาคมฟุตบอลฯเข้ามาด้านใน ทำให้สโมสรสมาชิกที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุมยืนถกเถียงกันอยู่นานเป็นคลิปสนั่นกระแสโซเชียลในตอนนั้น กองกำลังฟิวเจอร์บอร์ด ไม่แน่ว่าเราอาจจะได้พบเจอกับ กลุ่มประท้วงที่ไม่ทราบสังกัดไม่รู้ว่า มาจากไหน เขาเชียร์ทีมอะไร บางคนคุ้นหน้าคุ้นตาเหมือนคนขายตั๋วผีหน้าสนามตอนบอลทีมชาติเตะ มายืนประท้วงมีทั้งลูกเด็กเล็กแดงคนหนุ่มคนแก่ แต่ที่น่าสังเกตุคือไม่มีใครใส่เสื้อบอลมาเลย และที่ขาดไม่ได้คือป้ายฟิวเจอร์บอร์ดหลากสี พร้อมข้อความให้กำลังใจดีๆ และทีเด็ดคือมีอยู่ฟ้อนท์เดียว!!

10 อันดับเรื่องเขย่าขวัญ-สะเทือนใจ 'รอบโลก' ปี 2558
2558 /  รวมข่าวต่างประเทศปี2558 / 

ในปี 2558 ที่ผ่านมา นับว่ามีเหตุการณ์สะเทือนขวัญชาวโลก อาทิ ความรุนแรงจากการก่อการร้าย อุบัติเหตุครั้งใหญ่ และภัยพิบัติทางธรรมชาติ โดย News MThai ได้รวบรวมเรื่องราวสะเทือนอารมณ์รอบโลกใน1ปีที่ผ่านมา มาฝากดังนี้ 1.สังหารหมู่สุดเหี้ยม กองบรรณาธิการนิตยสาร ชาร์ลี เอบโด เมื่อเสรีภาพล้ำเส้นความเชื่อทางศาสนา ? เปิดศักราชมาพร้อมเรื่องสะเทือนขวัญ เกี่ยวกับภัยการก่อการร้ายครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ เมื่อวันที่ 7 มกราคม มือปืน 2 รายบุกกราดยิงสำนักงาน 'ชาร์ลี แอบโด' ซึ่งเป็นสำนักงานนิตยสารเสียดสีสังคมสัญชาติฝรั่งเศส ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงปารีส มีผู้เสียชีวิต 17 ราย ซึ่งวันเกิดเหตุผู้ก่อเหตุตะโกนคำว่า 'อัลเลาะห์ อัคบาร์' หรือการ สรรเสริญอัลเลาะห์ โดยในวันนั้น เป็นวันเดียวกับที่กองบรรณาธิการเห็นชอบให้ตีพิมพ์การ์ตูนเสียดสีกฎหมายศาสนา ทราบต่อมาว่ามือปืนทั้งสองคือพี่น้องกัน มีชื่อว่านายเชรีฟ และซาอิด คูอาชี วัย 32 และ 34 ปีตามลำดับ ทั้ง 2 คน มีภูมิลำเนาอยู่ในกรุงปารีส ทั้งนี้มูลเหตุน่าจะมาจากการที่นิตยสารเล่มดังกล่าว มีการวาดภาพล้อเลียนศาสนา ทำให้กลุ่มผู้ก่อเหตุ เกิดความเคียดแค้น ซึ่งผู้ก่อการคือกลุ่มอัลกออิดะฮ์ และผู้ต้องสงสัยคือกลุ่มรัฐอิสลามในอิรักและซีเรีย หรือกลุ่มไอเอส 2. เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา 'กลุ่มไอเอส' ย่างสด ตัวประกันนักบินหนุ่มชาวจอร์แดน  นับเป็นข่าวชวนสยองพองขน กรณีที่กลุ่มรัฐอิสลามในอิรักและซีเรีย หรือ กลุ่มไอเอส แพร่คลิปสังหารตัวประกันชาวจอร์แดน เรืออากาศโท มาอัซ อัล-คาสซาเบห์ ด้วยการเผาทั้งเป็น คลิปดังกล่าวทำให้ประชาชนทั่วโลก หวาดผวา ถึงภัยจากกลุ่มก่อการร้าย ที่สังหารตัวประกันอย่างโหดเหี้ยม เรื่องราวดังกล่าวถูกพูดถึงไปอย่างกว้างขวาง และกลายมาเป็นพาดหัวใหญ่ของสื่อทั่วโลก กระนั้น นักวิเคราะห์มองว่า คลิปสังหารโหดนี้ มีการเตรียมการมากเป็นอย่างดี ขณะที่ ‘จอร์แดน’ เป็นหนึ่งในชาติพันธมิตรฝั่งอาหรับที่ให้ความร่วมมือทางทหารกับสหรัฐฯ ส่วนในแง่ของการเลือกวีธีการเผาตัวประกัน ที่แตกต่างจากครั้งที่ผ่านมา เนื่องจากกลุ่มไอเอส มักจะใช้การฆ่าเฉือนคอโชว์เรื่อยมา คือ ครั้งนี้ตัวประกันเป็นชาวจอร์แดน ซึ่งเป็นชาวมุสลิม ไม่ใช่ชาวตะวันตกอย่างเช่นที่ผ่านมา และหากผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามคนใด ถูกไฟเผาไหม้ร่างกาย จะถือว่าเป็นการเสียเกียรติสูงสุดในชีวิต 3.ผู้ช่วยนักบิน ต้องสงสัย จงใจนำเครื่องบิน 'เยอรมัน วิงส์' ดิ่งเทือกเขาแอลป์  อีกหนึ่งเหตุการณ์ เหตุวินาศกรรมทางอากาศยาน เมื่อช่วงเดือน มี.ค. เกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญชาวโลกอีก 1 เหตุการณ์ เมื่อเครื่องบินโดยสารแอร์บัส เอ320-200 จากสายการบินเยอรมันวิงส์ เที่ยวบิน 4ยู9525 เส้นทางการบินจากเมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน ไปประเทศเยอรมัน โหม่งโลกบริเวณกลางเทือกเขาแอลป์ ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส มีผู้เสียชีวิตรวมทั้งสิ้น 150 ราย โดยเงื่อนงำของเรื่องดังกล่าว เกิดขึ้นจากการตั้งสมมุติฐาน ในการตรวจสอบอุปกรณ์บันทึกเสียงในห้องนักบิน โดยนายอันเดรียส ลูบิตซ์ ผู้ช่วยนักบิน จงใจปรับลดระดับการบิน จากความสูง 38,000 ฟุต ลงเหลือ 5,000 ด้วยการฉวยโอกาสตอนกัปตันลุกไปเข้าห้องน้ำ จงใจบังคับเครื่องบินให้ชนภูเขา และล็อกประตูไม่ให้กัปตันกลับเข้าห้อง ซึ่งมูลเหตุจูงใจ เจ้าหน้าที่พุ่งเป้าไปที่ ปัญหาสุขภาพจิต และอาการซึมเศร้าอย่างรุนแรงของนักบินรายนี้ ทั้งยังมีหลักฐานชี้ว่า นายนายลูบิตซ์เคยเข้ารับการบำบัดอาการอยากฆ่าตัวตาย ก่อนได้รับใบอนุญาตเป็นนักบิน 4.วิกฤตผู้อพยพจากตะวันออกกลาง ไหลหลั่งเข้ามายังยุโรป ผู้อพยพจำนวนมากจากทั้งเอเชีย แอฟริกา โดยเฉพาะตะวันออกกลาง เดินทางเข้าไปในประเทศยุโรปเป็นจำนวนมหาศาลในปีนี้ ส่วนใหญ่ลี้ภัยจากกลุ่มก่อการร้าย สงครามกลางเมือง และโรคระบาด โดยพวกเขาคิดว่า ยุโรปจะเป็นจุดหมายที่ดีกว่าของชีวิต แต่ในระหว่างนั้น กลับไม่ราบรื่น เพราะต้องเผชิญความเสี่ยงทั้งสภาพอากาศ คลื่นลม การขาดแคลนน้ำและอาหาร รวมถึงสภาพเรือที่ไม่เหมาะสม ทำให้มีผู้อพยพจมน้ำตายในขณะเดินทางมาทางเรือ ต้องเผชิญชะตากรรมที่น่าสงสาร ทั้งอดอาหาร ขาดที่นอน แต่กระนั้นสถานการณ์ผู้อพยพถือว่าเลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2  เพราะกลายมาเป็นวิกฤติด้านมนุษยธรรม และยังไม่สามารถหาข้อสรุปเกี่ยวกับแนวทางการรับมือได้ จนกระทั่ง กลายมาเป็นปัญหา ผู้ก่อการร้าย แฝงตัวมาในคราบผู้อพยพ และอาจจะเข้ามาก่อความไม่สงบในยุโรปได้ 5.เนปาลวิปโยค แผ่นดินไหวหนัก 7.8 แมกนิจูด คร่าชีวิตประชาชนราว 9 พันศพ  เมื่อวันที่ 25 เม.ย. เกิดเหตุการณ์ที่ประเทศ เนปาล ความรุนแรงขนาด 7.8 แมกนิจูด เป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่สร้างความเสียหาย แผ่นดินไหวครั้งนี้ ถือเป็นภัยพิบัติครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ 80 ปี นับตั้งแต่แผ่นดินไหวใหญ่ในรัฐพิหาร ประเทศเนปาล เมื่อปี 2477 เหตุดังกล่าว เกิดขึ้นบริเวณภาคกลางของประเทศ รวมประชาชนที่ต้องเสียชีวิตจากเหตุดังกล่าวรวมเฉียด 9 พันศพ และบาดเจ็บอีกราว 2 หมื่นราย นอกจากความเสียหายจากแผ่นดินไหวนี้ยังทำให้เกิดหิมะถล่มบนยอดเขาเอเวอเรสต์ นอกเหนือจากความเสียหายต่อชีวิตแล้ว อาคารเก่าแก่หลายศตวรรษ ที่ยูเนสโกยกย่องให้เป็นมรดกโลก ในหุบเขากาฐมาณฑุ และจัตุรัสกาฐมาณฑุดูร์บาร์ถูกทำลาย แต่ในความเลวร้าย จากภัยพิบัติทางธรรมชาติ ทำให้โลกได้เห็นเรื่องดี ๆ อยู่บ้าง เนื่องจากน้ำใจจากหลายประเทศทั่วโลก หลั่งไหลมาให้ความช่วยเหลืออย่างคับคั่ง 6.เพลิงมฤตยู ผลาญท่าเรือเทียนจิน ช่วงเดือนสิงหาคม เกิดเหตุระเบิดบริเวณครั้งยิ่งใหญ่ ที่ท่าเรือของเมืองเทียนจิน ทางตอนเหนือของประเทศจีน มีรายงานผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก โดยคลังเก็บสินค้าดังกล่าว มีสารเคมีอันตรายกักเก็บอยู่ภายใน สารเคมีเหล่านี้ ทำให้เพลิงได้ลุกลามไปยังอาคารต่าง ๆ จนกระทั่งทรุดตัวลงมา แรงสั่นสะเทือน ส่งผลให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในระแวกใกล้เคียง สามารถรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือน จนชาวบ้านบางราย เข้าใจผิดคิดว่าเกิดเหตุแผ่นดิน 7. ชี้ชะตา ‘โรฮิงญา’ แก้ปัญหาดรามา เรือมนุษย์ นับได้ว่า ประเด็นดราม่าข้ามชาติ ของกลุ่มชาติพันธุ์โรฮิงญา ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นที่มีความสำคัญลำดับต้นๆ ชาว ‘โรฮิงญา’ หลีกหนีความขัดแย้งทางเชื้อชาติและศาสนา จากประเทศเมียนมา และ กว่านับร้อย นับพันชีวิต ที่ลอยลำกลางทะเล อยู่ในสภาพน่าเวทนาวิกฤติกลุ่มชาติพันธุ์ชาว ‘โรฮิงญา’ นับพันชีวิต ที่ถูกผลักดันออกจากประเทศเมียนมา และเดินทางข้ามทะเลทางเรือ ทำให้ประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้ในช่วงพฤษภาคมที่่ผ่านมา ประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต้องร่วมกันเจรจา หารือ ในการจัดการกับผู้อพยพ หลังจากที่รัฐบาลพม่าตีตราว่า ชาวโรฮิงญามิใช่ประชากรชาติพันธุ์พม่าในประเทศตนอย่างแท้จริง แต่เป็นแรงงานข้ามชาติที่มาจากบังคลาเทศ รัฐบาลเมียนมา จึงทำการระงับการให้สัญชาติแก่ชาวโรฮิงญานับตั้งแต่ปี 2513 ดังนั้นชาวโรฮิงญาจึงถูกปฏิเสธการให้บริการขั้นพื้นฐาน และหนีตายจากเมียนมามายังประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค จนกลายเป็นปัญหาค้ามนุษย์ในเวลาต่อมา 8.เครนถล่มในพิธีฮัจญ์ ในช่วงที่ชาวมุสลิมทั่วโลก หลั่งไหลไปร่วมพิธีศักดิ์สิทธิ์ ในนครมักกะห์ประเทศซาอุดิอาระเบีย เกิดเหตุไม่คาดฝัน พายุพัดเครนยักษ์ถล่มลงมากลางมัสยิดฮารอม นครมักกะห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย ซึ่งภายในเต็มไปด้วยผู้แสวงบุญจากทั่วทุกมุมโลก เมื่อวันที่ 11 ก.ย. ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 111 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 238 ราย เหตุครั้งนี้ ทำให้รัฐบาลซาอุฯ ถูกนานาประเทศ แสดงความไม่พอใจต่อการขาดความรัดกุมในการรักษาความปลอดภัยให้กับผู้แสวงบุญ ที่หลั่งไหลมาร่วมพิธีฮัจญ์ราว 2 ล้านราย โดยสมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน บิน อับดัลอะซิซ อาล สะอูด หรือ ‘กษัตริย์ซัลมาน’ ประมุขแห่งราชวงศ์ซาอุฯ ได้มีพระราชกระแสรับสั่งให้จ่ายเงินชดเชยไปยังญาติของเหยื่อเคราะห์ร้าย โดยผู้เสียชีวิต ได้รับชดเชยราว 1 ล้านไรยัล หรือราว 9.62 ล้านบาท ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจนถึงขั้นพิการอย่างถาวร จะได้รับค่าชดเชยเป็นเงินราว 500,000 ไรยัล หรือราว 4.8 ล้านบาท 9. เหตุวินาศกรรม กลางกรุงปารีส ศุกร์ 13 มหันตภัยก่อการร้ายกลางเมือง เมื่อช่วงเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา เกิดเหตุกลุ่มไอเอสโจมตีกรุงปารีสอีกครั้ง ในวันศุกร์ที่ 13 พ.ย. ในรูปแบบดาวกระจาย ราว 6 จุด ได้แก่ ใกล้สนามสต๊าด เดอ ฟรองซ์ ในย่านแซงต์ เดอ นีส์ ชานกรุงปารีส ซึ่งกำลังมีการแข่งขันฟุตบอลนัดกระชับมิตร ซึ่งในขณะนั้นประธานาธิบดีฟรังซัวส์ ออลลองด์กำลังชมการแข่งขันอยู่ด้วย รวมถึงศูนย์ศิลปะบัตตากล็อง และศูนย์ศิลปะบัตตากล็อง ในเขต 11 ผู้ก่อเหตุอย่างน้อย 6 คน ใช้ปืนออโตเมติกกราดยิงผู้มาชมการแสดงดนตรีของศิลปินอเมริกัน รวมถึงก่อเหตุกราดยิงที่ภัตตาคารเปติท แคมโบดจ์ โดยเหตุวินาศกรรมครั้งนี้มีผู้เสียชีวิต 130 ศพและบาดเจ็บ 350 คน เหตุครั้งนั้น ทำให้เกิดความวิตกภัยก่อการร้าย ลุกลามไปถึงสหรัฐฯ และทำให้ รัฐบาลฝรั่งเศสส่งทหาร 1,500 นาย เข้าประจำทั่วกรุงปารีส เพื่อรักษาความปลอดภัย ส่วนประธานาธิบดีสั่งปิดชายแดน และยกเลิกกำหนดการณ์สำคัญ ๆ แม้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวผู้ก่อเหตุจะไม่แน่ชัด แต่เจ้าหน้าที่ของฝรั่งเศสสงสัยว่า น่าจะเป็นการกระทำของกลุ่มคนที่เดินทางรวมกลุ่มรัฐอิสลามในอิรักและซีเรีย หรือ กลุ่มไอเอส เดินทางกลับเข้ามาในฝรั่งเศส ในฐานะผู้อพยพ 10.แฟนนางงาม เสพดราม่าชามโต เมื่อ เกิดการประกาศชื่อประเทศผิดพลาด บนเวที Miss Universe ทำให้ต้องสลับมงกุฎกันกลางเวที ถือได้ว่า เป็นดราม่าระอุส่งท้ายปี สำหรับกรณีนางงามบนเวทีระดับโลกอย่าง Miss Universe 2015 ที่ต้องสลับมงกุฎกลางเวที เนื่องจากทางกองประกวดพยายามทำให้โลกเข้าใจว่า Steve Harvey ดาวตลกชื่อดังชาวอเมริกัน ที่รับหน้าที่เป็นพิธีกร ประกาศผลรางวัล ผิดพลาด จากที่ต้องประกาศชื่อสาวงามจากฟิลิปปินส์ กลับพลาดพูดชื่อประเทศโคลัมเบีย ทั้งยังทิ้งช่วงห่างเพื่อแก้ไขความผิดพลาดไปราวนาที กว่าจะมีการออกมายอมรับ ทำให้ต้องมีการสลับมงกุฎ จากหัวของมิสโคลัมเบีย มาไว้ที่หัวของมิสฟิลิปปินส์ซะ ชาวออนไลน์ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะนักสืบโซเชียลของไทย ต่างตั้งข้อสังเกต ถึงความไม่ชอบมาพากลหลายประการ เช่น ประเด็นเรื่องการเมือง การสร้างกระแสให้เกิดการพูดถึง การแก้แค้นโคลัมเบียโดยสหรัฐฯ ทั้งยังเบนประเด็นมาที่การวิจารณ์สาวงามจากฟิลิปปินส์ผู้ครองมงกุฏว่า ไม่สมกับตำแหน่ง และยังมีข่าวฉาว เกี่ยวกับเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ กับผู้นำสูงสุดของฟิลิปปินส์อีกด้วย ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News เรียบเรียงโดย ศิลัญชญา ปานมงคล

ชาวเน็ต ล่ารายชื่อค้าน สร้างป้ายเพื่อถ่ายรูปบนอุทยาน
ป้ายอุทยาน /  สร้างป้ายเพื่อถ่ายรูปบนอุทยาน

เพจดังผุดแคมเปญ ล่ารายชื่อค้าน สร้างป้ายเพื่อถ่ายรูปบนอุทยานฯ เหตุทำลายทัศนียภาพ บนเว็บไซต์ Change.org ได้มีการล่ารายชื่อเรียกร้องให้ หยุดการทำลายทัศนียภาพด้วยการทำป้ายชื่อขนาดใหญ่ตามสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ โดยเสนอต่อกรมสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เจ้าหน้าที่รัฐและอุทยานแห่งชาติ จัดการกับปัญหาดังกล่าว ซึ่งเจ้าของแคมเปญเผยว่า การติดป้ายชื่อบอกสถานที่ต่างๆ เป็นสิ่งที่ดีมีประโยชน์และสามารถเป็นจุดดึงดูดความสนใจรวมทั้งยังใช้เป็นองค์ประกอบในการถ่ายรูปเพื่อให้เราจดจำสถานที่นั้นๆ ได้ดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ทุกๆ คนไม่ได้ต้องการที่จะถ่ายรูปคู่กับป้ายเสมอไป มีคนอีกมากมายยังอยากจะเห็นสถานที่สำคัญทางธรรมชาติของประเทศไทย งดงามอย่างที่มันเคยเป็นและควรจะเป็น โดยที่ไม่มีสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมาบดบัง เราจึงวิงวอนขอให้มีการจัดการกับป้ายนั้นอย่างเหมาะสม โดยการปลด ลดขนาด หรือเปลี่ยนตำแหน่งที่ตั้งของป้ายเหล่านั้นไปยังจุดที่เหมาะสมยิ่งขึ้น ที่มา https://www.change.org ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

เคล็ดลับน่ารู้ ฮวงจุ้ยบ้าน 128 ข้อ
ฮวงจุ้ย /  ฮวงจุ้ยบ้าน / 

เก็บมาฝากชาว decore.mthai.com กับ เคล็ดลับน่ารู้ ฮวงจุ้ยบ้าน 128 ข้อ เอาไว้อ่านไว้เพลินๆ นะคะ เคล็ดลับน่ารู้ ฮวงจุ้ยบ้าน 1. บ้านพักที่ใหญ่โตเกินไป แต่ในบ้านมีคนพักน้อย ไม่เป็นมงคลจะทำกินไม่ขึ้น ในครอบครัวจะดีมาก ทำให้อบอุ่น ทำกินร่ำรวย 2. บ้านที่มีหลังบ้าน ข้างบ้าน มีตึกสูงกว่าดี แต่อย่าชิดเกินไป 3. บ้านสองบ้านที่เล็งกัน บ้านฝั่งที่ต่ำกว่านับว่าไม่เป็นมงคล, บ้านที่สร้างขวางทางยาว แต่กินที่แคบไม่ลึกไม่เป็นมงคล 4. บ้านใดที่ปลูกต้นไผ่ แล้วคนภายนอกมองไม่เห็นคนในบ้าน จะทำให้คนอยู่อาศัยจะพบความเจริญ 5. บ้านของลูก ๆ ไม่ควรสร้างในลานบ้านของพ่อแม่ ครอบครัวจะยากจนลง แต่ลูกคนโตไม่เป็นไร ให้หันประตู 6. บ้าน ตามรหัสราศีปีเกิด หรือตามทิศของโป้ยข่วย คือ ทิศตะวันออก 7. บ้านที่มีตึกสูงอยู่ใกล้ แสดงถึงมีผู้มาให้ความช่วยเหลือคุ้มครองและอย่านำต้นไม้ที่เป็นรากมาประดับโดยแขวน รากชี ฟ้าจะไม่เป็นมงคล 8. บ้านที่มีลานโล่งห้ามล้อมรั้วกลางลานโล่งจะทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ เช่น โรคตา หัวใจ 9. บ้านที่อยู่รวมกัน ห้ามเอาหลังคาชนกันจะไม่เป็นมงคล บ้านชั้นเดียว ถ้าคับแคบให้ปลูกเพิ่มเติม ต้องแก้เคล็ด 10. บ้านควรปลูกเป็นรูปสี่เหลี่ยม ไม่ควรปลูกส่วนเกิด ส่วนขาด จะเป็นอัปมงคล เสียหาย 11. บ้านอย่าแขวงเครื่องประดับมากเกินไป โดยเฉพาะนอแรด เขากระทิง หัวสัตว์ที่ดุร้ายไม่ควรแขวนเลย เพราะ วิญญาณมักจะตามมาทวงและรบกวนเจ้าของบ้าน 12. บ้านเล็กอย่าสร้างประตูใหญ่จะเกิดปากเสียงทำกินไม่ขึ้น 13. บ้านไม่ควรเจาะหลังคา นะไม่เป็นมงคล ถ้ากลัวว่าทึบก็ให้ใช้กระเบื้องใสแทน 14. บ้านหลังเดียว ควรมีประตูหลังบ้านถึงจะเป็นมงคล 15. บ้านผู้ดีมีเงินมักสร้างศาลาพักผ่อนยื่นออกมา ตามหลักฮวงจุ้ยห้ามสร้างบ้านยื่น ขาด เว้า แหว่ง จะมีอันเป็นไป ต้อง ปลุกต้นไม้รับตัวบ้านและศาลาที่สร้างต้องรวมกันให้เป็นรูปสี่เหลี่ยม 16. บ้านที่มีกำแพงเก่าควรทาสีให้ใหม่เสมอ เวลากลางคืนควรติดไฟให้สว่างจะพบแต่ความเจริญ 17. บ้านที่มีที่ดินด้านหลังบ้านแคบหน้าบ้านกว้างไม่เป็นมงคลให้แก้เคล็ดโดยการติดกระจก บริเวณที่แคบทั้งสองด้าน เพื่อเวลามองแล้วจะรู้สึกกว้าง ลึก 18. บ้านที่มีหน้าบ้านแคบแต่หลังบ้านกว้างเป็นถุงเงินถุงทองดี บ้านที่ปลูกแล้วดูเป็นรูป W, L ไม่เป็นมงคล 19. บ้านที่มีกำแพงสูงมากเกินไป เช่นสูงเกิน 2 เมตร ไม่เป็นมงคล (เหมือนคุก) 20. บ้านที่สร้างแล้วมีความลึกมากกว่าความกว้างงอยู่แล้วจะเจริญรุ่งเรือง, บ้านที่สร้างตามความลึกเป็นมงคล 21. บ้านที่มีการปลูกหน้าบ้านยาวแต่แคบไม่เป็นมงคล , บ้านหรือที่ดินบ้านเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัสเป็นมงคลยิ่ง 22. บ้านสร้างบ้านอยู่บนเนินเขา ไม่ดี, บ้านสูงต่ำ เล่นระดับ ไม่ดี, บ้านมีห้องใต้ดินอยู่กลางบ้าน ไม่ดี 23. บ้านที่แหว่งบางส่วน คนในบ้านจะมีอันเป็นไป เช่น ถ้าแหว่งทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ หมายถึงแม่หรือหญิงเจ้าของ บ้าน ถ้าทิศตะวันตกเฉียงเหนือคือ พ่อ หรือชายเจ้าของบ้าน 24. บ้านที่แหว่งทิศตะวันออก และตะวันตกผลกระทบ คือลูกชายคนโต และลูกสาวคนเล็ก ไม่เป็นมงคล ต้องแก้เคล็ด 25. บ้านหรือพื้นที่เว้าแหว่ง ทิศเหนือและใต้จะเสียหายแก่ลูกสาวงคนกลาง (ทิศใต้) ลูกชายคนกลาง (ทิศเหนือ) จะมีเรื่องคดีความ, บ้านด้านหนึ่งมีปล่องควันปล่องควันแทนก้านธูปไหว้คนตายไม่ดี 26. บ้านที่ตะวันออกเฉียงเหนือแหว่งจะเกิดเสียหายแก่ลูกชายคนเล็กและระบบย่อยอาหาร 27. บ้านหรือที่ดินที่เว้า แหส่ง ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ มีผลกระทบกับพ่อ หรือชายเจ้าของบ้าน และผู้คนในครอบครัว บ้านที่เป็นรูปทรงหน้ากว้างหลังแคบจะเก็บเงินไม่อยู่ จะยากจน 28. บ้านที่แหว่งจะทำให้ครอบครัวไม่มีความเจริญรุ่งเรือง และถ้าแหว่งทางทิศตะวันออกจะมีผลกระทบเกี่ยวกับลูกชายคนโต บ้านที่มีหลังคาด้านซ้ายยาว ด้านขวาสั้น ภายในครอบครัวจะพบภัยพิบัติ 29. บ้านเวลาปลูกอย่าตั้งเสาข้างหนึ่งสูงข้าง ข้างหนึ่งเตี้ย จะแสดงถึงการทำกิน ธุรกิจง่อนแง่น 30. บ้านที่เก่าถ้าจะเข้าไปอยู่ใหม่ควรทาสีให้ใหม่ กลอนประตูควรจะเปลี่ยนใหม่ จะนำโชคลาภมาให้ 31. บ้านถ้าอยู่ใกล้สุสานไม่ดี , บ้านที่มีสะพานพุ่งแทงเข้ามาให้แก้เคล็ดโดยปลูกต้นไม้ไผ่บังสายตา 32. บ้านที่มีบ่อน้ำที่มีมุมแหลมพุ่งตรงสู่หน้าบ้านไม่เป็นมงคล ควรแก้เคล็ดโดยปลูกต้นไม้บังบ่อตรงมุมแหลม จะพบความสุข , บ้านที่มีหลังคาเป็นรูปโค้งไม่ดี 33. บ้านที่มีบ่อน้ำอยู่หลังให้ระวังเกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ เช่น โรคท้อง 34. บ้านที่เพดานเฉียง ไม่ดี, บ้านมีคาน ไม่ดี, บ้านที่มีคานไม่เสมอกัน ไม่ดี, บ้านสร้างคล้ายรูปตัวยู ไม่ดี 35. บ้านที่มีถนนโค้งออก อยู่แล้วไม่เจริญ , บ้านที่มีถนนล้อมรอบทั้ง 4 ด้านไม่เป็นมงคล , บ้านที่มีทางโค้งออกอยู่ไปจะทำให้ยากจน, บ้านที่อยู่ใกล้สี่แยกให้ตั้งประตูใหญ่ให้ถูกรหัสราศีของเจ้าของบ้าน และอีกส่วนด้านให้ปลูกต้นไม้แทนภูเขาเพื่อแก้เคล็ด 36. บ้านที่อยู่ใกล้สี่แยกระวังขโมยขึ้นบ้านบ่อย และถ้าถนนตัดกับทิศตะวันตกเฉียงใต้ คนในบ้านมักจะมั่วกาม 37. บ้านมีสองบันได ไม่ดี , บ้านรูปทรงตัว H ถือว่าบ้านเว้าแหว่ง จะเสียทรัพย์ เสียชื่อเสียง 38. บ้านเว้าแหว่ง รูปทรงกากบาท หมายถึงป่วย ความตาม ไม่ดี 39. บ้านที่มีรูปทรงแปลก ๆ ผิดปกติ เฉียงเอียงเว้าแหว่งล้วนไม่ดี, บ้านมีคนพักอาศัยมากจะทำให้คนในบ้านอบอุ่น 40. บ้านที่มีลานหน้าบ้านกว้าง เป็นฮวงจุ้ยที่ดี, บ้านถูกทางแทง ไม่ดี ต้องแก้ไข 41. บ้านเป็นรูปสามเหลี่ยม เรียกว่าถังขยะ ธุรกิจเจ๊ง เป็นมะเร็ง อัมพาต 42. บ้านแตกร้าว ในบ้านจะเกิดปากเสียง ไม่ดี, บ้านตรงข้ามโบสถ์ จะมีแต่ความเสื่อมเสีย มีเรื่องชู้สาว 43. บ้านรูปแปดเหลี่ยมดี บ้านที่มีเหลี่ยมตึก หน้าจั่วแทงด้านหน้า หลัง ซ้าย ขวา ไม่ดี 44. บ้านที่อยู่ใกล้เสาไฟแรงสูง อันตรายเวลาฝนตก, บ้านอยู่ตรงข้ามโรงไฟฟ้าไม่ดี ต้องแก้ไข 45. บ้านติดโรงพยาบาลไม่ดี การค้าสะดุด การเงินเป็นหนี้ สุขภาพไม่ดี 46. บ้านร้างที่อยู่ใกล้บ้านใหม่ จะทำให้บ้านใหม่ไม่ดีไปด้วย, หน้าบ้านมีกองขยะ หรือสิ่งรก ๆ ไม่ดี 47. บ้านที่อยู่ระหว่างช่องว่างของตึกสูง เรียกว่าลมพิฆาต ไม่ดี วิบัติรุนแรง 48. บ้านมีต้นไม้เอียงเบนห่างออก ไม่ดี ขาดผู้สนับสนุน, บ้านถูกทางน้ำ หรือบันไดแทง ไม่ดี 49. หน้าบ้านที่มีบ้านมุมบ้านแหลม หันมาแทงบ้านของตัวเอง, หน้าบ้านมีบ่อรูปสามเหลี่ยม ไม่ดี 50. หน้าบ้านมีบ่อน้ำสองบ่อ เรียกว่าบ่อน้ำตา ไม่ดี, หน้าบ้านห้ามมีศาลเจ้า โบสถ์ วัด 51. หน้าบ้านทางด้านซ้ายมือมีสระน้ำอยู่มุมมังกรเขียว ผู้อยู่อาศัยจะเจริญรุ่งเรือง 52. หน้าบ้านถ้ามีต้นไม่ใหญ่ตายยืนควรจะโค่นตัดทิ้งเลย มิฉะนั้นจะพบความยากจน 53. หน้าบ้านมีรูปเหมือนรูปปืนที่ยิงใส่หน้าบ้านตลอด อยู่ใกล้ไปจะยากจน , หน้าบ้านมีท่อระบายน้ำหรือแทงค์น้ำอยู่ไม่ดี 54. หน้าบ้านมีเสาเครื่องหมายจราจรอยู่ไม่ดี,หน้าบ้านมีทางเข้าออกของรถ ของบ้านอยู่ตรงข้ามกัน ตรงกัน แทงกันเองไม่ดี 55. หน้าบ้านมีต้นไม้ใหญ่เหมือนมีมีดมาฟันบ้าน ไม่ดี, ประตูใหญ่อย่าสร้างประตูเล็กไว้ 2 ข้าง แต่ให้สร้างข้างเดียวคือ หันหน้าอกสร้างตรงซ้ายมือ (มุมมังกรเขียว) , ประตูตรงกันไม่เป็นมงคล,ประตู เสา และฝาบ้าน ต้องเลือกไม้ที่ไม่มีตามาก ๆ 56. ประตูหน้าบ้านห้ามตรงกับประตูห้องน้ำไม่ดี จะเกิดโรคฝีหรือโรคมะเร็งได้, ประตูบ้านที่มีซุ้มสูงกว่าหลังค่าไม่เป็นมงคล ให้แก้ไข จะได้พบแต่ความสุข, ประตูที่ทำซุ้มแบบซุ้มประตูของศาลเจ้าหรือมูลนิธิ บ้านคนธรรมดาห้ามสร้างจะไม่เป็นสิริมงคล, ประตูบ้านไม่ควรจะมีต้นไม้ใหญ่อยู่ตรงกลางประตู 57. ประตูหน้าบ้านมีสะพานพุ่งเข้าหน้าบ้านไม่ดี, ประตูห้องนอนตรงกับเตียงนอนไม่ดี, ประตูใหญ่ตรงประตูห้องน้ำไม่ดีจะทำให้เงินเข้าบ้านไม่ดี สุขภาพไม่ดี, ประตูห้องนอนตรงกับประตูห้องน้ำไม่ดี จะเกิดโรคภัย ธุรกิจสะดุด 58. ประตูใหญ่ตรงกับประตูห้องนอน จะเกิบเงินไม่อยู่ มีปากเสียง ไม่ดี, ประตูรั้วบ้านฝั่งตรงข้ามใหญ่กว่าบ้านเราไม่ดี 59. ประตูตรงกันหลายบาน ตรงกับเตา ทำให้ร้อนเงิน มีปากเสียง ไม่ดี, ประตูตรงห้องนอนห้ามตรงกับบันได ไม่ดี 60. ประตูห้องส้วมตรงกับเตียงนอนไม่ดี, ประตูห้องนอนตรงกับประตูครัว ทำให้เกิดปากเสียงเงินเก็บไม่อยู่ 61. ประตูด้านซ้ายควรใหญ่กว่าด้านขวา, ประตูรั้วสูงกว่ากำแพงไม่ดี 62. บันไดตรงกับประตูห้องนอน ไม่ดี, บันไดตรงประตู ไม่ดี, บันไดตรงห้องน้ำ ไม่ดี, บันไดอยู่กลางบ้านตรงประตูเข้าออก ไม่ดี 63. ห้องนอนติดกับเตา หรือห้องครัวไม่ดี, ห้องนอนของคนชราควรอยู่ชั้นล่าง เพราะอายุมากกระดูกไขข้อเริ่มเสื่อม 64. ห้องนอนควรที่จะเก็บแต่เสื้อผ้าใหม่และข้องใหม่ จะเป็นมงคล, ห้องนอนควรอยู่ให้ถูกกับรหัสราศีของตัวเอง 65. ห้องนอน ผ้าห่ม หมอน ควรที่จะแห้ง สะอาดอยู่เสมอ, ห้องนอนอยู่ใต้ห้องน้ำจะเจ็บป่วย 66. ในห้องนอนเจ้าบ้านควรอยู่ทิศในรหัสราศีของตัวเองถึงจะเป็นมงคล 67. ห้องนอนประตูห้องนอนไม่ควรตรงกับประตูหน้าบ้าน, ห้องนอน เตียงนอนไม่ควรจะตรงกับประตูห้องหนอและไม่ควรเป็นห้องเก็บของ จะทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ 68. กระจกอย่าวางไว้ที่หัวนอน เพราะจะทำให้เสียสุขภาพ 69. เตียงนอนอยู่บนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไม่ดี ไม่เป็นมงคล 70. ใต้เตียงนอนไม่เหมาะที่จะเก็บถ้วยชามที่ร้าว จะทำให้มีผลกระทบต่อสุขภาพ 71. เตียงนอนตรงกับประตู ไม่ดี, เตียงนอนห้ามตั้งอยู่บนเตาไฟ จะทำให้คนนอนสุขภาพไม่ดี 72. เตียงนอนห้ามอยู่ใต้บันได เพราะจะมีคนขึ้นลงอยู่ประจำ, การตั้งเตียงเป็นมุมทะแยง ไม่ดี จะทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ 73. ด้านหัวนอนของเตียงและปลายเท้าห้ามตั้งกระจก, ห้ามนอนเอาเท้าหันไปสู่ประตู 74. หิ้งลอย ตู้ลอย ไม่ควรอยู่บนหัวนอน จะทำให้เครียด เกิดโรคทางสมอง 75. สิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่ควรตั้งตรงบันได หรือใต้บันได ไม่เป็นมงคล, การตั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ห้ามเอาหลังอิงห้องน้ำ ไม่เป็นมงคล 76. ตั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่ควรตั้งในห้องนอนถ้าเป็นคนโสดไม่เป็นไร ถ้ามีคู่แล้วห้าม 77. สิ่งศักดิ์สิทธ์ตั้งอยู่บนห้องน้ำ เป็นสิ่งไม่สมควร ควรแก้ไข 78. สิ่งศักดิ์สิทธิ์ห้ามตั้งอยู่ใต้คาน รวมทั้งคนด้วยเช่นกันก็ห้ามอยู่ใต้คาน 79. ห้องพระไม่ควรรวมกับห้องนอน ถ้าที่คับแคบจำเป็นต้องรวมให้กั้นฉากเป็นสัดส่วน ห้องนอนอย่าอยู่หน้าห้องรับแขก 80. บ่อน้ำไม่ควรเป็นที่ทิ้งขยะ ไม่ดี, บ่อน้ำอยู่หลังบ้าน หรือหลังเตียงนอน ไม่ดี 81. คานอยู่หน้าประตูไม่ดีจะส่งพลังกดทับทำให้เงินหรือพลังไม่คล่อง คานต่ำ เพดานต่ำ จะทำให้ชี่ (เงิน) เข้าบ้านไม่สะดวก 82. คานห้ามอยู่บนหัวนอน จะเป็นมะเร็งในสมอง เส้นโลหิตในสมองแตก, คานทับเตาไฟ ทำให้เงินขาดมือ 83. ห้องน้ำอยู่บนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไม่เป็นมงคล, ห้องน้ำอยู่บนประตูใหญ่ไม่ดี ทำให้เงินไม่ไหลเข้า, ห้องน้ำอยู่เหนือเตาไฟ ไม่ดี 84. ด้านหลังของเตียงเป็นห้องน้ำไม่ดี 85. ห้องน้ำกลางบ้านไม่ดี, เครื่องซักผ้าตรงกับเตาไม่ดี, ห้องครัวถ้ามีขื่อพาดอยู่ ไม่ดีจะเจ็บป่วย ยากจน 86. ห้องครัวห้ามอยู่ติดกับห้องนอน ถ้าจำเป็นจะตั้องกั้นผนังห้องครัวและห้องนอนอย่าให่มีอากาศเข้าถึงกันได้ 87. เตาตรงกับประตู เท้ากับชักนำเพื่อนเข้ามากิน แล้วก็จากไป แต่ตัวเราจะจนลง ไม่ดี 88. เตาแก๊สห้ามตั้งติดกับก๊อกน้ำหรืออ่างล้างชาม ไม่ดี 89. การตั้งเตาควรหันที่ปิดเปิดให้ถูกโฉลกและเป็นมงคลกับเจ้าบ้าน 90. หัวเตาแก๊สควรมี 3, 5, 7 เตาดีที่สุด, ไม่ควรสร้างเตาไฟเล็งไปที่ประตู 91. ไม่ควรวางเตาไว้บนท่อระบายน้ำหรือท่อ น้ำประปา, ด้านหลังเตาแก๊สห้ามมีบ่อน้ำ 92. ด้านหลังเตาอย่าให้ห่างผนังมากเกินไป 93. ครัวเตาไฟไม่ควรจัดไว้หน้าบ้าน จะไม่มีทรัพย์สินเก็บจะมีคนในบ้านตายทุก 3 ปี 94. ตัวเตาในบ้านอย่าให้คนนอกบ้านเห็นจะไม่เหลือเงินเก็บ, การตั้งเตาอย่าใกล้สระน้ำ หรือน้ำประปา 95. หน้าเตาไฟหันไปสู่ทิศตะวันออก หรือทิศตะวันออกเฉียงใต้ดี เป็นมงคล แต่ถ้าจะให้ดีต้องถูกรหัสราศีทิศของเจ้าของบ้านด้วย 96. ไม่ควรสร้างเตาในทิศตะวันตกเฉียงใต้ของบ้าน แต่ควรหันหัวเตาให้ถูกโฉลกรหัสราศีของเจ้าของบ้าน 97. ห้องนั่งเล่นโซฟารูปสามเหลี่ยมไม่ดี, ข้างบ้านมีเครื่องระบายความร้อนพุ่งมาหาบ้านอีกฝ่ายหนึ่งไม่ดี 98. ต้นไม้ชิดบ้านเกินไปไม่ดี แต่ถ้าห่างประมาณสิบเมตรดี จะมีผู้สนับสนุน, หลังบ้านมีบ่อน้ำตรงกับเตา ไม่ดี 99. ห้องนั่งเล่นเป็นหลุมเป็นแอ่งกระทะ ไม่ดี, ท่อน้ำอยู่ใต้เตาไม่ดี เพราะน้ำกับไฟเป็นศัตรูกัน 100. การตั้งโต๊ะทำงาน ควรตั้งในมุมทรัพย์ จะร่ำรวยมาก, ถ้าด้านซ้ายมือของบ้านมีสะพานให้แก้เคล็ด 101. ถ้าสุสานอยู่ทางทิศตะวีนออกของบ้านให้แก้เคล็ด, หลังบ้านอย่าให้มีรอยแตกร้าว จะเป็นอัปมงคล 104. หลังคา เพดานบ้าน อย่าให้รั่ว ถ้ารั่วให้รีบซ่อมเสีย ถ้าไม่แก้ไขเงินทองจะเก็บไม่อยู่ยากจน 105. ขื่อบ้านถ้าร้าว หักควรรีบแก้ไข เพราะไม่เช่นนั้นในบ้าน จะเกิดขาดผู้ช่วยสนับสนุนเงิน ทองร่อยหรอลง เจ็บไข้ได้ป่วย 106. ในบ้านมีหญิงมีครรภ์ ไม่ควรต่อเติมบ้าน หรือย้ายเตียง ถ้าฝืนทำแล้วหญิงในบ้านอาจแท้งบุตรได้ หรือบุตรคลอดออกมาไม่สมประกอบ 107. พื้นที่นอกบ้านควรจะต่ำกว่าพื้นในบ้าน จึงเป็นมงคล, ห้ามทำราวตากผ้าผ่านเตาไฟ จะเป็นอัปมงคล 108. โรงรถควรจะมีความกว้างเสมอกับบ้านอย่าให้ยื่นเกินออกมา 109. ผู้ที่เกิดราศีทิศตะวันออก ธาตุไม้ ไม่ควรหันหน้าบ้านไปสู่ราศีตะวันตก ธาตุทอง เพราะเป็นศัตรูธาตุ 110. ผู้ที่เกิดราศีทิศเหนือ ธาตุน้ำ ห้ามหันเข้าสู่ทิศใต้ ธาตุไฟ เพราะเป็นสัตรูธาตุ 111. ผู้ที่เกิดราสีทิศตะวันตก ห้ามมีหน้าบ้านหันสู่ทิศตะวันออก เพราะเป็นคู่ศัตรูกัน 112. ผู้ที่เกิดราศีทิศใต้ ธาตุไฟ ห้ามมีหน้าบ้านหันสู่ทิศเหนือ เพราะเป็นทิศคู่ศัตรูกัน 113. จำนวนห้องที่กั้นในบ้าน ควรกั้นเป็นเลขที่เป็นมงคล คือ 1, 2, 5, 6, 7 ห้องดีเป็นมงคล 114. ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ไม่ควรสร้างห้องนั่งเล่นจะไม่เป็นมงคล, ห้องนั่งเล่น หรือรับแขกตั้งอยู่กลางบ้านถือว่าเป็นมงคล 115. การสร้างบันไดตรงดิ่งลงมาที่หน้าประตูอยู่กลางบ้านถือว่าเป็นมงคล 116. ตรงกลางบ้านห้ามทำเป็นห้องน้ำ หรือห้องส้วม ทำเป็นห้องนอนดีที่สุด 117. หน้าต่างมีได้ทุกทิศดีที่สุด แต่หน้าต่างและประตู ควรหลีกเลี่ยงไม่ให้ตรงกัน 118. วงกบ เสาบ้าน ไม่ควรคดงอ จะทำให้เกิดเรื่องอัปมงคล, หน้าต่างหรือประตูควรจะสร้างกันสาดถึง จุเจริญรุ่งเรือง 119. กำแพงบ้านอย่าสูงเกินไป (เกิน 2 เมตร) หรือต่ำเกินไป (1.40 เมตร) 120. ตำแหน่งกำแพงทางทิศตะวันออกเฉียงเหนืออย่าให้ชำรุดจะมีเรื่องขึ้นโรงขึ้นศาล 121. สร้างบ้านไม่ควรสร้างกำแพงหรือภูเขาก่อนจะทำให้ยากจน หรือถูกคุมขัง 122. กำแพงบ้านไม่ควรเจาะเป็นหน้าต่าง จะไม่เป็นมงคล, กำแพงบ้านสร้างเป็นรูปโค้งดีกว่าสร้างกำแพงเป็นรูปสี่เหลี่ยม 123. ไม่ควรสร้างกำแพงบ้านให้ชิดบ้านเกินไป, ตัวที่ดิน หรือตัวบ้าน ข้างหน้าแคบข้างหลังกว้างไม่เป็นมงคล 124. ที่ดินที่เคยมีต้นไม้ใหญ่อยู่หนาแน่น ควรจุขุดรากถอนโคนให้หมดเสียก่อนค่อยปลูกบ้าน 125.ทิศตะวันออกเฉียงเหนือและทิศตะวันตกเฉียงใต้ของสะพานจะดีแต่แรก จะแย่ในภายหลัง 126. ร้านค้าหรือบ้านไม่ควรนำสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้คนภายนอกเห็น เพราะจะมีคนแกล้งเอาของสกปรกมาทำลายสิ่งศักดิ์สิทธ์ 127. ร้านค้าใดถ้าหากมีสะพานพุ่งตำเข้ามาหา จะเป็นทิศใดก็ตาม ควรประกอบอาชีพประเภท ขายอาวุธ ของมีคม ขายเนื้อ ซึ่งต้องใช้ของมีคมประจำ ถึงจะเจริญรุ่งเรือง 128. ร้านค้าใดก็ตามควรจะตั้งหน้าบ้านให้ถูกรหัสราศีกับเจ้าของบ้านและตั้งเตาให้ถูกรหัสราศีของเจ้าของบ้านด้วย หมายเหตุ การแก้ไขฮวงจุ้ยควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพราะหากตกแต่งถูกทิศร้ายประจำปี เดือน วัน หรือ เวลาที่ไม่ดี จะนำเภทภัยเรื่องร้ายเข้ามาภายใน 1 วัน ถึง 3 เดือน โดย naychang : http://www.oknation.net/blog/print.php?id=256136

ไม่ยอมเหมือนกัน!! นรินท์พงศ์ ยันฟ้องศาลกีฬาโลก หยอดนายใหญ่กลับมาสานต่อแน่
นรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ /  ฟ้อง / 

 นรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ ประธานฝ่ายกฎหมายสมาคมฟุตบอลฯ โต้คณะกรรมการกลางของ ฟีฟ่า ยืนยันไม่เห็นด้วยเลือก 30 เสียง ด.2 ใหม่ เตรียมยื่นฟ้องศาลกีฬาโลก พร้อมบอก “บังยี” วรวีร์ มะกูดี จะพ้นคำสั่งพักงาน 9 ม.ค. ซึ่งหลังจากนั้นทุกอย่างจะเป็นไปในทิศทางที่ดี นรินท์พงศ์ กล่าวว่าลีกภูมิภาคมีข้อบังคับที่ดำเนินการถูกต้องตามกระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งการที่คณะกรรมการกลางจะคัดเลือก 30 เสียงเองนั้น ถือว่าขัดต่อระเบียบข้อบังคับ และไม่สามารถทำได้ โดยควรจะเป็นหน้าที่ของนายวิมล กาญจนะ ประธานดิวิชั่น 2 และประธานศูนย์ภูมิภาคทั้ง 6 โซนที่รู้รายละเอียดของแต่ละสโมสร ดังนั้นการคัดเลือก 30 เสียงใหม่ก็ควรจะให้เรามีส่วนร่วมในการคัดเลือกก่อนส่งรายชื่อให้คณะกรรมการ กลางต่อไป "เราไม่ได้ต้องการขัดขวางการคัดเลือก 30 เสียง และเราก็ให้ความร่วมมือมาตลอด แต่ก็ควรจะต้องทำให้ถูกตามกระบวนการและข้อบังคับ ซึ่งเป็นสิทธิของเราตามข้อบังคับลีกภูมิภาค หากคณะกรรมการจะผ่านกระบวนการช่องบายพาสนี้ไปจะทำให้ไม่เกิดความชอบธรรม และเราก็คงจะพึ่งกระบวนการศาลให้คุ้มครองสิทธิ 30 เสียงเดิม ซึ่งไม่ใช่ศาลในประเทศ แต่จะเป็นศาลอนุญาโตตุลาการกีฬาโลก (ซีเอเอส)” นรินท์พงศ์ กล่าวต่อว่า นับจากวันพรุ่งนี้ (9 ม.ค.) “บังยี” วรวีร์ มะกูดี จะพ้นคำสั่งพักงาน 90 วัน ซึ่งนั่นหมายความว่าทุกอย่างจะคลี่คลายด้วยดี เพราะ “บังยี” จะออกมาพบสื่อมวลชนด้วยตัวเอง พร้อมลงสมัครนายกสมาคมฟุตบอลฯ ในวันที่ 11 ม.ค.นี้ “ผมต่อสู้มา 90 วัน และหลังจากนี้คุณวรวีร์จะออกมารับหน้าเสื่อแทนผมที่พบปะกับสื่อมวลชนมาโดย ตลอด ซึ่งถ้าท่านยังไม่ท้อถอยก็จะลงสมัครแน่นอน ส่วนกรณีที่ “เสธ.โต” พล.ร.อ.สุรวุฒิ มหารมย์ ประธานคณะกรรมการกลาง บอกว่าจะใช้ข้อบังคับสมาคมข้อที่ 35 ระบุว่าหากใครขัดขวางการทำงานหรือไปฟ้องศาลจะสามารถปลดออกจากตำแหน่งได้ทันทีนั้น ผมไม่ได้กังวลว่าจะถูกปลด เพราะผมได้ต่อสู้มาถูกต้องตามข้อบังคับ ซึ่งท่านก็สามารถปลดผมจากตรงนี้ได้ แต่ปลดผมจากตำแหน่งนายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทยไม่ได้" ข่าว : soccersuck.com