บังยี

ถอดใจ! ปาเกียวลูกหนังไทย โพสบทความลาบอลไทย
ความแตกต่างที่เหมือนกัน..เหลือเกิน /  ปาเกียวลูกหนังไทย / 

ปาเกียวลูกหนังไทย สัมฤทธิ์ บัณฑิตกฤษดา ประธานบริหารสโมสรเพื่อนตำรวจ ที่เพิ่งตบะแตกจวกการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินออกสื่อ ในเกมที่เพื่อนตำรวจ แพ้ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 1-2 โดยเจ้าตัวโพสด้วยข้อความที่มีใจความถึงการเตรียมลาฟุตบอลไทย ผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว โดยบางส่วนของข้อความยังระบุว่า ขอลาวงการฟุตบอลไทย เพราะเกินที่จะรับไหวกับวิกฤติศรัทธาในครั้งนี้ บทความส่วนตัว เรื่อง 'ความแตกต่างที่เหมือนกัน..เหลือเกิน' ผมไม่ชอบเล่นการเมือง และ ไม่ชอบคุยกับนักการเมือง เพราะเบื่อที่จะต้องปั้นหน้า และพูดคุยแต่เรื่องผลประโยชน์ส่วนตนมากกว่าส่วนรวม เพราะไม่ว่าจะกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง มันก้อจะต้องจบด้วยคำว่า ร้อยละเท่าไหร่? หรือ กี่เปอร์เซ็นต์? เสมอ และจำนวนเงินเหล่านั้น ไม่ได้ทำให้ประเทศชาติเจริญรุ่งเรืองแต่อย่างใด กลับกัน มันกลับถูกนำไปต่อยอดเพียงเพื่อการสร้างฐานอำนาจและฐานเสียงของพวกนักการเมืองสืบต่อกันมาเป็นระยะเวลาหลายๆๆๆๆๆๆ ปี จนมาถึงวันหนึ่ง ผมมีโอกาสหลีกหนีคำว่า 'การเมือง' และได้เข้ามาสู่ 'วงการกีฬา' แทน โดยมี 'กีฬาฟุตบอล' เป็นตัวนำ ภายใต้ชื่อของ 'สโมสรฟุตบอลเพื่อนตำรวจ' ทีมฟุตบอลเก่าแก่ทีมหนึ่งในลีกฟุตบอลของประเทศไทย แค่ความหวังและความฝัน ว่าอยากจะมีส่วนร่วมในการช่วยยกระดับและ/ หรือพัฒนาวงการฟุตบอลไทยให้มันดีที่สุดเท่าที่จะช่วยทำให้ได้ ตราบที่ยังมีลมหายใจ เผื่อ 'ฟุตบอลโลก', 'ฟุตบอลโอลิมปิก' หรือ ฟุตบอลรายการใหญ่ๆ ที่ทาง FIFA รับรองผล จะทำให้ 'ทีมฟุตบอลชาย ทีมชาติไทย' มีโอกาสที่จะขยับอันดับไปให้อยู่ที่ตำแหน่งดีๆ ได้ ไม่ใช่ประกาศออกมากี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ก็ 140 กว่า ตลอดศก ด้วยความหวังและความฝันลมๆ แล้งๆ ส่วนตัวของผมเอง เกือบ 7 เดือนที่ผมมีโอกาสได้เรียนรู้ รับรู้ และ พูดคุย กับบุคลากรในวงการฟุตบอลไทยหลายๆ คน ทั้ง ประธานสโมสร, เจ้าของทีม, ผู้จัดการทีม, หัวหน้าผู้ฝึกสอน, ทีมงาน, นักฟุตบอล, นักข่าว และแม้กระทั่งทีมงานผู้ตัดสิน! ผมบอกได้เลย ณ วันนี้นะครับ ว่า 'หนีเสือปะจรเข้' คืออะไร? ใครหนอเป็นผู้ติดค้นประโยคสั้นๆ นี้ขึ้นมา ผมซาบซึ้งเต็มหัวใจจริงๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก นัดเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 6 กรกฎาคม 2557 เวลา 20.10 น. หรือเมื่อคืนที่ผ่านมา ผลการแข่งขันจะเป็นอย่างไร ผมคงไม่ขอย้อนกลับไปพูดถึงให้เสียเวลาและเสียใจกันอีกต่อไป เพียงแค่ อยากขอบคุณผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกๆ ท่านที่ช่วยกันสร้างสรรผลการแข่งขันนัดนี้ขึ้นมา ให้ 3 คะแนนอันสุดแสนจะล้ำค่านี้ตกไปอยู่ในกระเป๋าของทีมฟุตบอล ที่สื่อฯ บางสื่อฯ และใครบางคน พยายามสร้างภาพเหลือเกิน ว่าพวกเค้าคือ 'ทีมฟุตบอลอันดับ 1 ของแดนสยามกีฬา เอ๊ย สยามประเทศ" ผมเคยอดทนรอ รอ และ รอ ว่าสักวันหนึ่ง ประเทศไทย จะมีผู้กล้าและผู้เสียสละจริงๆ สักคน ที่จะเข้ามาช่วยขจัดระบอบการช่อราษฎร์บังหลวงออกไปจากประเทศไทยเสียที วันที่เหตุการณืข้าวยากหมากแพงจะหมดไป คนจนจะมีสิทธิ์มีเสียงในสังคมไทยจริงๆ กับเค้าบ้าง คนรุ่นใหม่จะเลิกยึดติดกับคำว่า 'ดารา' และ 'วัตถุนิยม' กระทรวงศึกษาธิการควรจะสร้างสรรหลักสูตรการศึกษาตั้งแต่ขั้นพื้นฐานไปจนถึงขั้นสูงสุดให้เทียบเท่าหรือนำหน้าเพื่อนบ้านในกลุ่ม AEC เสียที จวบจนเดือนพฤษภาคม 2557 ที่ผ่านมา ผมคิดว่าประเทศไทยโชคดีมากที่มี คนดีและคนที่ใช่ มาช่วยกวาดล้างให้บ้านเมืองและประเทศชาติมีโอกาสกลับมาดีที่สุดในทุกๆ ด้าน อย่างที่พวกเราทุกคนเคยแต่ 'ฝัน' กันไว้จริงเสียที มาถึงนาทีนี้ ผมคิดว่า 'ประเทศไทย' พบทางรอดและมีโอกาสพัฒนาเพื่อการทัดเทียมและเจริญล้ำไปกว่าประเทศที่พัฒนาแล้ว เพียงแต่ 'วงการฟุตบอลไทย' ยังคงตกต่ำ เป็น 'บัวใต้น้ำ' ที่ยากจะเห็นโอกาสในการกลับไปมองเห็นแสงเดือนแสงตะวัน อย่าไปคิดถึงเลย กับคำว่า 'ฟุตบอลโลก' ไม่ว่าจะอีก 4 หรือ 40 ปี ต่อไป ประเทศไทย หรือ ทีมชาติไทย ก็จะเป็นได้แค่ ทีมที่ได้มีส่วนร่วม ในรอบคัดเลือก แล้วก็จะต้องตกรอบคัดเลือกไปแบบไม่ได้ลุ้น บาปกรรมก็จะตกไปอยู่แต่กับบุคคลเพียงไม่กี่คน นายกสมาคมคนหนึ่งแล้วนะครับที่หลบเลี่ยงเสียงวิจารณ์นี้ไปไม่เคยได้ ส่วนตัวผมเองคงไม่สามารถ 'สอนหนังสือสังฆราช' ได้ เพียงแต่ เวลาที่ผมจะทำงานโดยเฉพาะงานที่เป็น 'โครงการใหญ่' มีมูลค่าหลายๆ ล้าน ผมจะต้องมีทีมงานที่มีมันสมอง มีความทุ่มเท มีความรักและเอาใจใส่ในหน้าที่ที่พวกเค้าได้รับมอบหมาย มีการประชุมเพื่อพบปะพูดคุย รับฟัง และ ถกเถียงกันในที่ประชุมเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ คือ ความสำเร็จที่เป็นรูปธรรม ออกมา ซึ่งเป็นเรื่องน่าแปลกสำหรับตัวผมเองมาก ว่า งานใหญ่ๆ ของสมาคมฯ มักจะมีแต่คน 3 ต่อ กล่าวคือ 1. ต่อว่า ทั้งพวกเดียวกันเองและฝ่ายตรงข้าม เวลาที่ไม่ถูกใจ พวกท่านๆ จะออกมาทิ่มแทงกันทั้งลับหลังและเบื้องหลัง 2. ต่อเนื่อง เพราะคนไทยใจร้อน ใครพลาด ออกไป ให้คนใหม่มาทำแทน จึงขาดซึ่งความต่อเนื่องตรงจุดนี้ไป 3. ต่อยอด มีแค่คนกลุ่มหรือสองกลุ่มเท่านั้นที่มักจะได้ผลประโยชน์จากการต่อยอดเพียงเพื่อความร่ำรวยส่วนตัวและพวกพ้อง ผมกล่าวมาจนถึงบรรทัดนี้ จุดประสงค์หลักแค่เพียงเพื่อจะบอกว่า สำหรับตัวผมเองแล้วนั้น..พอกันทีกับ 'วงการฟุตบอลไทย' ผมจะไม่อดทนรอ และ จะไม่ยอมนั่งเฉยๆ เพื่อความฝันลมๆ แล้งๆ อีกต่อไปแล้วนะครับ เพราะวันนี้ มันเกินคำว่า 'วิกฤติศรัทธา' ของมหาชนรวมถึงตัวผมเองไปเยอะมากจนเกินจะรับได้อีกต่อไป ผมเบื่อกับอาการมะเร็งวงการฟุตบอลไทย ความอดทนของผมมันน้อยจนเกินไป ได้แต่หวังว่า วันหนึ่งในอนาคตอันใกล้ คงจะมีใครสักคน กล้า ที่จะลุกขึ้น สู้ เพื่อ วงการฟุตบอลไทย อย่างจริงจังและจริงใจ จริงๆ เสียที สำหรับวันนี้ ผมหมดศรัทธาอย่างแท้จริงแล้วนะครับ ผมขอลา พบกันใหม่เมื่อประเทศชาติต้องการ ขอบคุณครับ

เพชรสุริยา ป้องกันแชมป์มวยเด็กยักษ์สำเร็จ
wbc /  ญี่ปุ่น / 

เมื่อวันที่ 20 ก.ค.57 ณ เมืองนาโงย่า ประเทศญี่ปุ่น เพชรสุริยา สิงห์วังชา นักชกสายเลือดมุสลิมตระกูลลูกดกยูฮันเงาะ สามารถป้องกันตำแหน่งแชมป์เยาวชนยักษ์ สภามวยโลก WBC ครั้งแรก รุ่นซูเปอร์เวลเตอร์เวต 154 ปอนด์ ได้สำเร็จในต่างแดน ทำให้ เพชรสุริยา เป็นนักมวยเยาวชนไทยคนแรกที่ทำได้ ด้วยการเอาชนะคะแนน เรียวสึเกะ มารูกิ เมื่อชกครบ 10 ยก ชนะ 2 เสียง เสมอ 1 เสียง (96-94, 96-94, 95-95) ทั้งที่ต้องเปรียบด้านความสูงเกือบ 10 ซม. โดยคณะนักชกไทยมี เสี่ยพันล้าน นริส สิงห์วังชา โปรโมเตอร์ และผจก.เป็นหัวหน้าคณะ พร้อมด้วย "บังฤทธิ์ ตระกูลลูกดก" นพฤทธิ์ ยูฮันเงาะ บิดาเป็นเทรนเนอร์ ทั้งนี้ เพชรสุริยา นับได้ว่าเป็นนักมวยไทยคนที่ 2 ที่เดินทางไปชกป้องกันตำแหน่งแชมป์เยาวชนในต่างแดน ต่อจาก ผึ้งหลวง ส.สิงห์อยู่ ที่เคยไปชกป้องกันคนแรก รุ่น 118 ปอนด์ ที่ประเทศเบลเยียม ก่อนจะเสียเข็มขัดหลังจากแพ้คะแนน สเตฟาน จามอย นักมวยเจ้าถิ่น

ละครอนิลทิตา , เรื่องย่ออนิลทิตา
บี น้ำทิพย์ /  เฌอเบลล์ ลัลณ์ลลิน / 

เรื่องย่อละคร “อนิลทิตา” บทประพันธ์ : ตรี อภิรุม บทโทรทัศน์ : ฐา-นวดี สถิตยุทธการ และ ทีมเอ็กแซ็กท์ กำกับการแสดง : ฉัตรชัย สุรสิทธิ์ และ จาริวัฒน์ อุปการไชยพัฒน์ ๓๐๐ ปีก่อน ณ เมืองบันทายศิลา เมืองชายแดนระหว่างอยุธยากับเขมร อนิลทิตา (น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์) สาวน้อยหน้าตาสะสวย ลูกสาวเศรษฐีนีออกไปเล่นน้ำที่น้ำตก เจ้าชัยวิริยะ กษัตริย์หนุ่มแห่งเมืองบันทายศิลา ผู้มีจิตใจโหดเหี้ยมไล่ล่าหมูป่ามาที่น้ำตกพอดี เจ้าชัยวิริยะเห็นอนิลทิตาก็หลงรัก หมายมั่นว่าจะรับนางเป็นบาทบริจาริกาให้ได้อนิลทิตามาเล่นน้ำตกอีกวันแต่เป็นตะคริวจมน้ำ สินธุ (นิธิศ วารายานนท์) พ่อค้าผ้าชาวอยุธยาที่มาตักน้ำได้ช่วยชีวิตเธอไว้ ทั้งคู่ตกหลุมรักกันในทันที วันหนึ่งอนิลทิตาไปหาสินธุที่ตลาดขายผ้า สินธุดีใจให้ผ้าเป็นของฝากรัก อนิลทิตามีพี่เลี้ยง ชื่อ บันดาสา (รัชนีกร พันธุ์มณี) เป็นคนมีวิชาไสยศาสตร์มนต์ดำ บันดาสารักและซื่อสัตย์ต่ออนิลทิตามาก ฝ่ายเจ้าชัยวิริยะส่งคนมาขออนิลทิตากับนายหญิงแม่ของอนิลทิตาแต่อนิลทิตาปฏิเสธ เจ้าชัยวิริยะโมโหจึงให้ทหารไปสืบเรื่องอนิลทิตาอนิลทิตาไปหาสินธุที่กองคาราวาน สินธุปลอบใจอนิลทิตา ด้วยความรัก อนิลทิตายอมเป็นของสินธุ ทั้งคู่วางแผนจะหนีไปด้วยกัน ทหารของเจ้าชัยวิริยะเห็นอนิลทิตามาหาสินธุจึงรีบไปบอกเจ้านาย เจ้าชัยวิริยะจึงมาฆ่าสินธุระหว่างที่อนิลทิตาไปเก็บข้าวของอนิลทิตาหัวใจแตกสลายเมื่อกลับมาเห็นสินธุถูกฆ่าและใกล้จะขาดใจตาย ก่อนตายสินธุสัญญาว่าเกิดชาติหน้าขอให้ได้เจอและรักอนิลทิตาอีก สุดท้ายอนิลทิตาโดนบังคับให้เข้าพิธีแต่งงานเจ้าชัยวิริยะในคืนส่งตัวอนิลทิตาเอามีดที่ซ่อนมาฆ่าเจ้าชัยวิริยะตาย บันดาสาที่ตามมาด้วยช่วยพาอนิลทิตาหนีไปหลบอยู่ที่ถ้ำแห่งหนึ่ง อนิลทิตาได้รู้ว่าบันดาสามีวิชา โดยเฉพาะมนต์คงความสาวไว้ จึงขอร้องให้บันดาสาสอนให้เพื่อจะเป็นสาวรอสินธุกลับชาติมาเกิด แต่บันดาสาไม่ยอมเพราะเป็นมนต์ชั่วร้าย แต่อนิลทิตาขู่จะฆ่าตัวตายบันดาสาจึงยอมบันดาสาสอนมนต์ดำและให้ทำพิธีอาบน้ำสมุนไพรที่ต้องใช้เลือดของชายหนุ่มมาผสมอาบทุกคืนวันเพ็ญ บันดาสาพาอนิลทิตาหนีมาอยู่เชียงรายเพื่อรอสินธุที่นั่น สองร้อยกว่าปีผ่านไป บริเวณถ้ำที่อนิลทิตาอยู่กำลังถูกบุกรุกทำเป็นไร่ชา โดย เจ้าพงษ์สุริยัน ณ เชียงแมน (ศรุต วิจิตรานนท์) เศรษฐีผู้มีเชื้อเจ้าทางเหนือ อนิลทิตาจึงแก้ไขโดยไปหลอกให้เจ้าพงษ์สุริยันหลงรักตน แล้วแต่งงานกัน อนิลทิตาเปลี่ยนชื่อเป็น โฉมสุรางค์ (น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์) และได้พาบันดาสาเข้าไปอยู่ในคุ้มเชียงแมนด้วยอนิลทิตาในคราบโฉมสุรางค์รักษาตัวไม่ยอมมีความสัมพันธ์ใดๆ กับเจ้าพงษ์สุริยัน บันดาสาที่รักเจ้าพงษ์สุริยัน จึงเป่ามนต์ให้เจ้าพงษ์สุริยันเห็นว่าเป็นโฉมสุรางค์แล้วลอบเข้าไปมีความสัมพันธ์ด้วย เจ้าพงษ์สุริยันอยากมีลูก บันดาสาจึงยอมท้อง แม้จะรู้ว่าเมื่อคลอดแล้วจะกลายเป็นคนแก่ก็ยอมโฉมสุรางค์ปิดบังโดยบอกว่าจะต้องไปคลอดที่บ้านเกิด พอคลอดลูกบันดาสาก็กลายเป็นคนแก่ เจ้าพงษ์สุริยันดีใจมากที่มีลูกสาว ตั้งชื่อว่า ดาเรศ เมื่อดาเรศอายุ ๖ ขวบ เจ้าพงษ์สุริยันไปเห็นความลับของอนิลทิตาเข้า อนิลทิตาจึงทำร้ายเจ้าพงษ์สุริยันจนบาดเจ็บ ลบความจำ แล้วเลี้ยงไว้ในฐานะคนใช้สติไม่ดี ชื่อ ไอ้พัน ทั้งยังบอกกับทุกคนว่าเจ้าพงษ์สุริยันประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต แล้วส่งดาเรศไปอยู่อังกฤษกับ เจ้าศรีลัคณา ผู้เป็นย่าวันเวลาผ่านไปอีก สินธุกลับชาติมาเกิดเป็น จักรา (นิธิศ วารายานนท์) เรียนจบเกษตรเป็นเจ้าของฟาร์มกล้วยไม้ มีน้องชายชื่อ สุรเดช (ภูมินทร์ นภาวุฒิ) เรียนอยู่มหาวิทยาลัยปี ๓ในช่วงปิดเทอมสุรเดชขออนุญาตไปเที่ยวเชียงรายกับเพื่อน สุรเดชเดินป่าใกล้อาณาเขตคุ้มเชียงแมน โฉมสุรางค์ในร่างอนิลทิตาล่อล่วงสุรเดชไปที่ถ้ำที่ใช้ทำพิธีอาบน้ำเลือดสมุนไพร ไอ้โล้น (เชษฐวุฒิ วัชรคุณ) สมุนครึ่งคนครึ่งปีศาจของอนิลทิตาจัดการฟาดหัวสุรเดช แล้วเอาไปขังไว้ในถ้ำ จักราได้ข่าวว่าสุรเดชหลงป่าจึงรีบบินมาตามหาน้อง ที่สนามบินจักราได้เจอ ดาเรศ (ลัลณ์ลลิน เตจะสา เวศซ์) ที่เรียนจบกลับมาบ้าน ทั้งคู่ประทับใจในกันและกัน จักรามีเพื่อนชื่อ รชา (แมทธิว ดีน) เจ้าของเมาเทนรีสอร์ท คอยช่วยเหลือและพาไปพักด้วยรชามีน้องสาวชื่อ ระจิต (ภัณฑิลา ฟูกลิ่น) โดยระจิตชอบจักราตั้งแต่แรกเห็นจักรามีเบาะแสเดียวคือรู้ว่าสุรเดชจะไปคุ้มเชียงแมน จึงให้รชาพาไปแถวนั้นจักราเจอสุรเดชที่หนีไอ้โล้นออกมาพอดี สุรเดชบาดเจ็บ จักราพาสุรเดชมาโรงพยาบาลอนิลทิตารู้ว่าเหยื่อหนีไปจึงถอดจิตตามไปฆ่าสุรเดช โดยหลอกให้สุรเดชขึ้นไปดาดฟ้าแล้วล่อให้กระโดดลงมา จักราตามมาช่วยไม่ทัน ก่อนตายสุรเดช เรียกชื่ออนิลทิตา ออกมาอนิลทิตาได้เห็น สินธุ ในคราบ จักรา ก็ดีใจมาก อนิลทิตามาปรึกษาบันดาสาว่าจะทำให้จักรากลับมารักเธอให้ได้ รชาขี่มอเตอร์ไซค์เฉี่ยว กระถิน (พิชญา เชาวลิต) หัวหน้าคนใช้ในคุ้มเชียงแมนทำให้ทั้งคู่ได้รู้จักกัน แม้จะทะเลาะกันแต่ก็แอบชอบกันอยู่ลึกๆจักราปรึกษากับรชาและระจิตว่าจะไปทำงานในคุ้มเชียงแมนสืบหาคนชื่ออนิลทิตา ระจิตค้นเจอรูปภาพ เห็นโฉมสุรางค์เจ้าของคุ้มเชียงแมนยังสาวไม่เปลี่ยนแปลงจนน่าแปลก จะเอาไปบอกจักรา โฉมสุรางค์ถอดจิตมาหาจักราเห็นเข้าพอดี จึงผลักระจิตตกบันได โฉมสุรางค์ตามไปโรงพยาบาลทำให้ระจิตสติเสีย จักรากับรชารู้จากสัปเหร่อโกร่ง ว่าเพื่อนแกที่ชื่อ บุญโฮม (ศตวรรษ ดุลยวิจิตร) ซึ่งเคยเป็นคนใช้เก่าที่นั่นรู้เรื่องคุ้มเชียงแมนดี จักรากับรชาจึงไปหาบุญโฮมบุญโฮมเล่าว่าเคยเห็นผู้ชายถูกจับไปขังไว้ในถ้ำที่มีโครงกระดูกมากมายจึงหนีออกมา อนิลทิตารู้ว่าบุญโฮมเปิดเผยความจริงจึงส่งงูปีศาจ ชื่อ ตองเหลืองมาฆ่าบุญโฮม นายิกี (จารุณี สุขสวัสดิ์) พี่สาวบุญโฮมเป็นคนมีวิชาอาคมรีบมาช่วยแต่ไม่ทันการณ์ นายีกีสาบานว่าจะต้องจัดการคนที่ทำให้น้องชายต้องตายให้ได้ รชาจึงชวนนายิกีมาอยู่ที่บ้านจักราไม่ค่อยเชื่อเรื่องไสยศาสตร์จึงมาสืบด้วยตนเอง โดยสมัครเป็นผู้จัดการไร่ชา โฉมสุรางค์ดีใจมากให้มาพักที่คุ้มเชียงแมน จักราได้เจอดาเรศอีกครั้ง ทั้งคู่มีความรู้สึกดีต่อกัน ดาเรศเห็นโฉมสุรางค์หายไปตอนกลางคืนดาเรศตามไปเจอกับไอ้พัน คนบ้าที่โฉมสุรางค์เลี้ยงไว้ซึ่งก็คือเจ้าพงษ์สุริยัน พ่อของเธอนั่นเอง ดาเรศยังเจอกระท่อมที่บันดาสาอยู่ บันดาสารู้ว่าลูกกลับมาก็อยากเจอ แต่โฉมสุรางค์ห้ามไว้เพราะกลัวความจริงเปิดเผย ดาเรศมีกระถินเป็นเพื่อนคู่คิดปรึกษากันว่าจะสืบเรื่องไอ้พันและบันดาสา โฉมสุรางค์ห้ามดาเรศไม่ให้สนิทกับจักรา ดาเรศหลบหน้าจักรา สุดท้ายจักราจึงขอให้กระถินพาดาเรศมาหา โฉมสุรางค์มาเห็นพอดีจึงจับดาเรศขังและโบยกระถิน เจ้าพงษ์นคร (ชลวิทย์ มีทองคำ) ญาติผู้พี่ของดาเรศมาเยี่ยมดาเรศ ได้รู้ว่าดาเรศถูกขังอยู่ จึงขอร้องให้โฉมสุรางค์ปล่อยดาเรศ แต่โฉมสุรางค์ไม่ยอมปล่อย จักรารู้เรื่องจึงขู่ว่าจะลาออก โฉมสุรางค์จึงยอมปล่อยพงษ์นครแอบรู้ความลับว่าดาเรศไม่ใช่ลูกโฉมสุรางค์ และเห็นไอ้พันหน้าคุ้นๆ จึงไปตามหาไอ้พันทำให้หลงไปแถวถ้ำ ไอ้โล้นเอาไม้ฟาดหัวแล้วจับไปขังในถ้ำดาเรศกับจักราช่วยกันตามหาพงษ์นคร ก็ไม่เจอ ดาเรศได้เจอกับบันดาสาและไอ้พัน แม้จะไม่รู้ความจริงว่าคือพ่อกับแม่ แต่ดาเรศก็รู้สึกดีกับคนทั้งสองมาก โฉมสุรางค์ทำเสน่ห์ทำให้จักราหลงใหลนายิกีตามมาที่ถ้ำจึงช่วยพงษ์นครออกไปได้ และพาไปอยู่กับรชา รชาให้กระถินคอยช่วยสืบข่าว ได้รู้ว่าจักราหลงใหลโฉมสุรางค์ ดาเรศคิดว่าจักรารักโฉมสุรางค์รู้สึกเสียใจมาก นายิกีรู้ว่าจักราถูกทำเสน่ห์จึงเข้าไปพาตัวจักราออกมา นายิกีสู้กับโฉมสุรางค์บาดเจ็บสาหัสทั้งคู่ โฉมสุรางค์จับตัวดาเรศไว้ ไอ้พันจึงตามไปช่วย โฉมสุรางค์ให้บันดาสาช่วยรักษาอาการจนหาย ส่วนนายิกีบาดเจ็บจนตาย ก่อนตายได้ให้คัมภีร์แก่รชาไว้ ให้ช่วยจักราถอนเสน่ห์ รชาถอนเสน่ห์จักราได้สำเร็จ จักรา รชา พงษ์นคร จึงตามไปช่วยดาเรศและพงษ์สุริยันโฉมสุรางค์ดูดพลังบันดาสาจนตาย ทำให้ตัวเองกลายเป็นปีศาจ โฉมสุรางค์จะฆ่าดาเรศ พงษ์สุริยันมาขวางเอาไว้จนตัวเองตาย จักรา รชา พงษ์นคร เข้ามาพอดีรีบพาดาเรศหนีไปที่วัด โฉมสุรางค์จะฆ่าทุกคน แต่ หลวงพ่อศตวรรษ ญาติผู้พี่ของอนิลทิตา ซึ่งบวชบำเพ็ญเพียรจนมีตบะแก่กล้าและรู้เรื่องทั้งหมดมาช่วย บอกให้อนิลทิตาหยุดทำบาป อนิลทิตาไม่ยอม ทวงถามสัญญาจากสินธุ หรือจักราที่เคยบอกว่าในชาตินี้เขาเป็นจักราไม่ใช่สินธุ และไม่ได้รักอนิลทิตาที่สวยงามแต่รูปกาย แต่รักดาเรศที่จิตใจงดงาม ขอให้อนิลทิตาตัดใจ เขายอมเอาชีวิตเข้าแลก และขอร้องให้อนิลทิตาปล่อยทุกคนไปอนิลทิตาโมโหและเสียใจมาก จะฆ่าจักราแต่ทำไม่ลง เลยจะฆ่าดาเรศแทน หลวงพ่อศตวรรษจึงใช้พลังแห่งธรรมกำจัดมนต์ดำในตัวอนิลทิตา อนิลทิตากลายเป็นคนแก่ใกล้ตาย จักราเข้าไปประคองอนิลทิตา บอกว่าขอให้อโหสิกรรมซึ่งกันและกัน อนิลทิตายอมอโหสิกรรมให้แล้วหมดลมหายใจ ร่างสลายไปกับสายลมรชาแต่งงานกับกระถิน แล้วพากระถินไปอยู่ที่เมาเทนรีสอร์ท ส่วนจักราแต่งงานกับดาเรศช่วยดูแลคุ้มเชียงแมนและไร่ชาต่อไป

Roaring Currents
Battle of Myeongryang /  Oldboy / 

มหากาพย์ภาพยนตร์เกาหลีใต้ทุ่มทุนสร้างกว่า 300 ล้านบาท เปิดฉากสงครามบนท้องทะเลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี 2014 สร้างจากเหตุการณ์จริงในประวัติศาสตร์ของเกาหลีใต้ที่ถูกจารึกไว้ เมื่อวันที่ 26 ตุลาคมปี ค.ศ. 1597 พลเรือเอก ยีซุนชิน (รับบทโดย ชอยมินซิก จาก Oldboy) นำกองทัพเรือของเขาที่มีเพียงแค่ 13 ลำ สามารถเอาชนะ พลเรือเอกโทโดะ และกองทัพเรือญี่ปุ่นที่มีแสนยานุภาพกว่า 300 ลำ ด้วยการที่อ่านทิศทางลม จนกลายเป็นกลยุทธที่ใช้เพื่อศึกษาถึงปัจจุบัน -----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

4 แมงมุมมีพิษในไทย อันตรายถึงชีวิต
เกร็ดความรู้ /  เรื่องน่ารู้

จากข่าวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เกี่ยวกับแมงมุมพิษสีน้ำตาลกัดคน จนทำให้เกิดรอยแผลบวมขนาดใหญ่จนน่ากลัว เพราะไม่ได้เข้ารับการรักษาในทันที ทำให้หลายคนเกิดความหวาดกลัวและอยากรู้ว่าแมงมุมของไทยแต่ละชนิดแบ่งออกเป็นอย่างไร ดังนั้นวันนี้เราจึงขอนำเสนอ 4 แมงมุมมีพิษในไทย อันตรายถึงชีวิต มาฝากเพื่อนๆ กัน... 4 แมงมุมมีพิษในไทย อันตรายถึงชีวิต ได้แก่ 1. แมงมุมเขี้ยวยาว เมื่อถูกกัดทำให้ปวดบวม ผลข้างเคียงจากการถูกกัด คือโลหิตเป็นพิษจากการติดเชื้อแบคทีเรียทางแบดแผลที่สกปรกและติดเชื้อฉวยโอกาศ เช่น บาดทะยัก 2.แมงมุมชนิดแม่หม้าย (แม่ม้ายดำ, แม่ม้ายน้ำตาล ฯลฯ) มีผลต่อระบบประสาท ส่งผลให้กล้ามเนื้อเกร็งจนเป็นอัมพาต ซึ่งสาเหตุการเสียชีวิต จะเกิดจากกล้ามเนื้อกระบังลมและกล้ามเนื้อหัวใจหยุดทำงาน 3.แมงมุมกระโดด 4.บึ้งต่างๆ ทำให้มีอาการปวดและบวม เนื่องจากช่วงนี้ เป็นช่วงหน้าฝน ทำให้สัตว์จำพวกแมลงมีพิษต่างๆ มักจะหลบซ่อนเข้ามาตามบ้านเรือน เพื่อนๆ จึงควรทำความสะอาดและตรวจสอบที่นอนก่อนนอนเสมอด้วยนะคะ เพื่อความปลอดภัย ติดตาม เรื่องราวของ แมงมุม เพิ่มเติม คลิ๊ก! แมงมุมกระโดด ( Jumping spider) กระโดดไกลเท่าความเร็วเสือชีตาห์ แมงมุมแม่หม้ายน้ำตาล พิษร้ายกว่างูเห่า3เท่า แมงมุมที่สวยที่สุดในโลก แมงมุมนกยูง

B.A.P ปิดท้ายเวิลด์ทัวร์ B.A.P LIVE ON EARTH BANGKOK 2014
B.A.P /  B.A.P LIVE ON EARTH 2014~ Bangkok ATTACK!! / 

B.A.P ไว้ลายฮิพฮอพแถวหน้าของเกาหลี ทั้งร้อง ทั้งเต้น โชว์สดสุดมันทิ้งทวนปิดท้ายเวิลด์ทัวร์ใน B.A.P LIVE ON EARTH BANGKOK 2014 แฟนคลับช่วยร้องช่วยเต้นกันกระจายสนุกเต็มอิ่มกว่าสองชั่วโมง แฟนคลับไทยสุดฟินปลื้มปริ่ม B.A.P LIVE ON EARTH BANGKOK 2014 คอนเสิร์ตปิดท้ายเวิล์ดทัวร์ของ B.A.P (บีเอพี) ที่ปิดฉากลงอย่างน่าประทับใจ สมศักดิ์ศรีฮิพฮอพแถวหน้าของเกาหลีที่ขึ้นชื่อเรื่องโชว์ร้องโชว์เต้นได้อย่างสนุกสุดมัน แฟนคลับไทยเพลิดเพลินเต็มอิ่มยาวนานกว่าสองชั่วโมง เรียกได้ว่าคอนเสิร์ตเปิดตัวของผู้จัด เดอะ ไลม์(ประเทศไทย) จำกัด ผ่านพ้นไปแล้วอย่างสวยงาม ทั้งโปรดักชั่นชุดใหญ่และการแสดงสุดมัน ในคอนเสิร์ต B.A.P LIVE ON EARTH BANGKOK 2014 (บีเอพี ไลฟ์ ออน เอิร์ธ แบงคอก 2014) ของหกหนุ่มฮิพฮอพ บังยงกุก, ฮิมชาน, แดฮยอน, ยองเจ, จงออบ และ Zelo แห่งวง B.A.P ที่โชว์สดสุดพลังแบบไม่ยั้ง มัดใจคนดูอยู่หมัดตลอดการแสดงกว่าสองชั่วโมงเต็ม โดยธีมหลักของคอนเสิร์ตในครั้งนี้ก็แสนเก๋ สอดคล้องกับที่ทั้งหกหนุ่ม B.A.P เดบิวท์มาในฐานะมนุษย์ต่างดาว ซึ่งมนุษย์ต่างดาวทั้ง 6 มีภารกิจบุกมายังโลกเพื่อมอบความรัก ความสนุกสนาน ผ่านเสียงเพลงให้ชาวโลกทั้งหลายได้เพลิดเพลินไปกับพวกเขา โดย B.A.P สามารถถ่ายทอดออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบผ่านการแสดงสดสุดเร้าใจ แถมทั้งหกหนุ่มยังปล่อยเสน่ห์หลากหลายเฉพาะตัวที่เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนคลับไทยได้เป็นอย่างดี งานนี้เปิดตัวด้วย 3 เพลงฮิตที่ทุกคนรู้จักดีอย่าง One Shot, Bad Man, Power ที่แค่ช่วงเปิดตัวแฟนคลับยังกรี๊ดกระจายให้สมกับที่อัดอั้นรอคอยมานานกว่าสองปีเต็มเพื่อรอชมคอนเสิร์ตในครั้งนี้ ก่อนโชว์เพลงฮิตติดหู โซโล่สเตจ ลีลาการเต้นที่ทั้งแข็งแรงและมีโมเม้นท์เซ็กซี่เรียกเสียงกรี๊ด พร้อมเสิร์ฟความเป็นกันเองและความใกล้ชิดแก่แฟนๆ อย่างเต็มอิ่ม 21 เพลง ยาวนานกว่าสองชั่วโมง งานนี้แฟนคลับไทยยังเตรียมโปรเจคยิ่งใหญ่ที่ได้ตั้งใจทำให้ B.A.P เพื่อแสดงให้เห็นถึงความรักที่แฟนคลับมีให้หกหนุ่ม โดยเฉพาะในวันแสดง(28 มิ.ย.) ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิดของสมาชิกในวงอย่าง แดฮยอน ก็ยิ่งทำให้แฟนคลับเตรียมป้าย 'HAPPT BIRTHDAY' มาชูพร้อมร้องเพลงอวยพรวันเกิดหนุ่ม แดฮยอน ให้เจ้าตัวยิ้มแก้มปริ แถมจบคอนเสิร์ตยังมีโบนัสแถมปิดท้ายด้วยกิจกรรม HiTouch ที่มีผู้โชคดีเพียง 100 คนเท่านั้นจากการซื้ออัลบั้ม First Sensibility ที่มีโอกาสได้เข้าไปร่วมงาน ได้แตะมือทั้งหกหนุ่มอย่างใกล้ชิด เรียกได้ว่าสุขคูณสองตัวลอยกลับบ้านกันเลย ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมคอนเสิร์ต B.A.P LIVE ON EARTH ถึงได้ฮิตติดลมบนขนาดตระเวนเดินสายทัวร์กันยาวนานข้ามปี เดินทางไปโชว์มาแล้วกว่า 4 ทวีป ทั้ง อเมริกา, ยุโรป, โอเชียเนีย และเอเชีย จนเดินทางมาปิดท้ายโชว์ที่ประเทศไทยอย่างสมบูรณ์แบบ งานนี้แฟนคลับขอบคุณผู้จัดอย่าง บริษัท เดอะ ไลม์ (ประเทศไทย) จำกัด กันยกใหญ่ที่ทำให้ได้ชมคอนเสิร์ตดีๆ ที่ทำให้ทุกคนที่มาร่วมชมในวันนี้ได้พกพาความสุขกลับบ้านกันอย่างถ้วนหน้า ไม่อยากพลาดโอกาสชมคอนเสิร์ตดีๆ สามารถติดตามอัพเดทกิจกรรมดีๆ ได้ที่ https://www.facebook.com/TheLimeThailand ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

เที่ยวเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก ดินแดนแห่งเทพนิยาย
เที่ยวรัสเซีย /  เที่ยวเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก

เมืองเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก เป็นเมืองที่ไม่ควรพลาดในการมาเยือนรัสเซีย ด้วยอารยธรรมที่เก่าแก่ และสถาปัตยกรรมที่เอป็นเอกลักษณ์ เซนต์ปีเตอร์เบิร์ก ถือเป็นเมืองที่น่าลองไปเหยียบสักครั้งในชีวิต นอกจากจะได้สัมผัสบรรยากาศที่ดีต่างจากเมืองอื่นๆ ในรัสเซียแล้ว ยังมีความลึกลับจากสถาปัยที่โดดเด่นยิ่งกว่า และมีความสำคัญไม่แพ้กรุงมอสโค ทั้งการค้าการขายกับทางยุโรป หรือจะเรื่องที่เขาว่ากันว่า ผู้หญิงที่นี่สวยที่สุดในโลกตะวันตก เที่ยวเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก ดินแดนแห่งเทพนิยาย ขอย้อนเวลาหาอดีตสักหน่อย สมัยเริ่มก่อตั้งดินแดนแห่งนี้ พระเจ้าปีเตอร์มหาราช หรือ ปีเตอร์ เดอะ เกรตแห่งรัสเซียมีโอกาศได้มาเยือนดินแดนที่ติดกับคาบสมุทรบอลติกใกล้กลับ ประเทศฟินแลนด์ พระองค์เกิดหลงไหลได้ปลื้มกับพื้นที่นี้มากถึงกับมีคำสั่งให้ สร้างเมืองขึ้นบริเวณนี้ทันที คล้อยหลังต่อมาไม่ถึง 10 ปี ด้วยความวิจิตรงดงามราวเทพนิยาย เซนต์ปีเตอร์บิร์กก็ถูกสถาปนาเป็นนครหลวงแทนกรุงมอสโก เซนต์ปีเตอร์บิร์กเติบโตด้วยเม็ดเงินจากท้องพระคลังหมายมั้นปั้นมือจะวัด ความทันสมัยให้ได้เท่าอัมสเตอร์ดัมของฮอลแลนด์และลอนดอนของอังกฤษ ด้วยสไตล์ที่เรียกว่า “ยูโรเปียน” ความงามของเมืองเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก ถูกรังสรรค์จากศิลปินทั่วทุกมุมแผ่นดินยุโรป ทำให้เมืองแห่งนี้ดูยุโรปจ๋ามากกว่ามอสโกและเมืองต่างๆ ในรัสเซีย แต่ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ก็มาเยือนเมืองแห่งนี้อีกครั้ง หลังจากสิ้นสุดยุคการปกครองของกษัตริย์ทำให้มีการย้ายเมืองหลวงกลับไปเป็น ที่มอสโก และหลังจากการตายของเลนิน เซนต์ปีเตอร์เบิร์กถูกเปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็นเลนินกราดเพื่อเป็นเกียรติต่อ เลนิน เซนต์ปีเตอร์เบิร์กต้องรับการมาเยือนภัยครั้งใหญ่ที่ฮิตเลอร์สั่งพลทหารนาซี หมายยึดรัสเซียที่กำลังอ่อนแรงทำให้ หน้าต่างของยุโรปบานนี้เสียหายอย่างหนักมีประชากรล้มตายแตะหลักล้าน กลับมาพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวในเซนต์ปีเตอร์เบิร์กบ้าง อย่างที่บอกเป็นเซนต์ปีเตอร์เบิร์กเป็นนครที่ใครหลายคนเคยมาแล้วต้องตกหลุม รัก หากพูดถึงเมืองแห่งนี้คงอดพูดไม่ได้กับอภิมหาสถาปัตยกรรมระดับโลก “มหาวิหารเซนต์ไอแซค” มหาวิหารแห่งนี้เปรียบเสมือนป้ายบอกทางว่านี้ละ เซนต์ปีเตอร์เบิร์ก วิหารเซนต์ไอแซคถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1710 โดยใช้หินแกรนิตชิ้นเดียวขนานกว่า 118 ตัน จำนวน 48 ชิ้นเพื่อนำมันมาเป็นฐานรองรับโดมที่ใหญ่ติดระดับโลกอีกชิ้นหนัก 67 ตัน บนพื้นที่กว่า 4000 ตารางเมตร วิหารแห่งนี้ใหญ่พอที่จะรับคนร่วม 10000 ภายในถูกตกแต่งไปด้วยอัญมณีประดับ เช่น มาคาไคล ลาปิสลาสุลีและหินอ่อนคุณภาพดีหลากสีตามด้วยเครื่องตกแต่งที่ทำด้วยสำริด เครือบทองคำเปลว และภาพปูนเปียก รวมถึงรูปปูนปั้นแกะสลักถูกใช้แต่งโบสถ์ ทั้งภายนอกและภายในเพื่อความอลังการด้วยช่างฝีมือดีทั่วรัสเซียกว่า 200 คน วิหารแห่งนี้ถูกทำและขยายต่อทั้งหมด 3 ครั้ง กินระยะเวลาถึง 40 ปี กินเงินหลวงไปจำนวนมหาศาลแต่ผลลัพธ์ของมันวิจิตรเกินกว่าใครจะทำได้อีกครั้ง และใกล้พื้นที่ใกล้เคียงกันกับมหาวิหารไอแซคก็จะมีรูปปั้นที่เรียกว่า “The Bronze Horseman” รูปปั้นแห่งนี้เปรียบเสมือนรูปจำลองของพระเจ้าปีเตอร์มหาราชที่ได้สร้าง เมืองแห่งนี้ขึ้นมา เป็นความตั้งใจของพระนางแคทเธอรีนที่ต้องการสัญลักษณ์เพื่อระลึกถึงบุรุษใน ดวงใจของพระนาง พระนางแคทเธอรีนสั่งศิลปินชื่อดังจากเมืองน้ำหอม นามว่า เอเตียง โมริส ฟัลโคเน็ต ให้ปั้นร่างพระเต้าปีเตอร์ชี้พระหัตถ์ไปยังแม่น้ำเนวา พร้อมทอดพระเนตรไปทิศทางเดียวกันแสดงถึงปณิธานของพระองค์ที่ทรงหวังว่าเมือง แห่งนี้จะกลายเป็นศูนย์กลางและมหาอำนาจใหม่ของยุโรป ส่วนงูที่อยู่ใต้เกือกม้าหมายถึงภัยร้ายที่ไม่สามารถกลั้นกลายเข้ามาในถิ่น นี้ได้ รูปปั้นแห่งนี้ใช้เวลาตั้งแต่ปี ค.ศ.1766-1778  วิหารไอแซคเปิดให้บริการวันพฤหัสถึงอังคารตั้งแต่เวลา 10.00 – 18.00 เข้าชมได้ 2 ชั่วโมง ข้ามมาที่ ปีเตอร์ฮอฟหรือปีเตอร์ดวาเวซ พระราชวังฤดูร้อนที่ตั้งอยู่แทบชานเมืองของที่นี้ ปีเตอร์ฮอฟเป็นพระราชวังที่ถูกนิรมิตโดยศิลปินเอกในสมัยนั้น ที่ชื่อว่าฟรานเชสโก ราสเทรลลี่ และเลอ บรอง ทั้งสองทำคนละส่วนในพระราชวังนี้โดยตัวภายในพระราชวังนั้นเป็นหน้าที่หลัก ของราสเทรลลี่ที่ออกแบบความงามในสไตล์ผสมเรอเนสซองส์ บารอคและคลาสสิก ราสเทรลลี่เลือกที่จะใช้โคมไฟระย้า งานไม้แกะสลักและภาพวาดสีน้ำมันเป็นหลัก มีการแทรกงานภายในอีกหลายจุดในแบบจีนไม่ว่าจะเป็นห้องที่ใช้ไหมทอเป็นลายนก และอิทธิพลจากเติร์กในห้องนอนด้านหน้าจะหันออกสู่อ่าวฟินแลนด์ ส่วนของเลอ บรองถูกพระเจ้าปีเตอร์เชิญมาสร้างลานน้ำพุโดยเฉพาะ ลานน้ำพุแห่งนี้ถือเป็นจุดหลักของประสาทแห่งนี้ก็ว่าได้สถานที่แห่งนี้จะ เปิดทุกวันยกเว้นวันจันทร์ - อังคารสุดท้ายของเดือน ตั้งแต่เวลา 10.30 - 18.00 แต่หากใครจะไปชมน้ำพุต้องเลือกเวลาไปสักหน่อยเพราะจะเปิดลานแค่เดือนพฤษภาคม - กันยายนเท่านั้น โบสถ์สโมนี่ย์คอนแวนส์ โบสถ์สีฟ้าอ่อนสวยฝันของสาวๆ ที่ชอบความสดใสปนน่ารัก สโมนี่ย์เป็นโบสถ์สไตล์บารอคตั้งตระหง่านริมแม่น้ำเนวา ออกแบบโดยฟรานเชสโก ราสเทรลลี่เจ้าเก่าที่เป็นผู้ออกแบบ สถาปัยตกรรมของเมืองนี้เกินกว่าครึ่งเป็นงานของราสเทรลลี่เริ่มแรกถูกสร้าง ขึ้นเพื่อใช้เป็นสถานที่ในการศึกษาด้านศาสนาของแม่ชีแหงออโธดอกซ์ ต่อมาสถานที่แห่งนี้กลายเป็นสำนักชีสำหรับเด็กสาวที่มีเชื้อขุนนางและ กษัตริย์ เมื่อเวลาล่วงเลยมาสำนักชีแห่งนี้กลายเป็นหอแสดงคอนเสิร์ต กลายเป็นสถานที่ราชกาล สุดท้ายกลายเป็นสมบัติของคณะสังคมศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแห่ง มหาวิทยาลัยเซนต์ปีเตอร์เบิร์กในที่สุด ตามต่อกันที่ซาร์สกาเยเซโล พระราชวังที่ถูกรอบกรอบด้วยสวยขนาดใหญ่ ถูกออกแบบโดยศิลปินเจ้าเดิมฟรานเชสโก ราสเทรลลี่ อาคารสูงกว่า 3 ชั้นลากความยาวไกลถึง 300 เมตร ภายในเน้นความสง่างามแบบอ่อนช้อยและหรูหรา เน้นความสดใสจากสีฟ้าตัดสีขาว มีงามปั้นประดับเสาและหัวเสาด้วยสีทอง แต่พระนางแคทเธอรีนมหาราชที่เข้ามาพักผิงกลับไม่เห็นด้วยกับงานภายในของราส เทรลลี่จึงมีการเปลี่ยนแปลง พระนางแคทเธอรีนจัดงานนี้ให้สถาปิกคนสนิทที่ชื่อว่าชาร์ล คาเมรอลเข้ามาแก้ เปิดทุกวันตั้งแต่ 10.00 - 17.00 ปิดวันจันทร์และอังคารสุดท้ายของเดือนเหมือนเคย เมื่อพูดถึงพระนางแคทเธอรีนมหาราชกับช่างคนโปรดที่ทำงานกันมาอย่างต่อเนื่อง ครั้นพอพระนางมีราชบุตรนามว่า พอลที่ 1 พระองค์จึงตัดสินใจให้สร้างพระราชวังปาฟลอฟ ในลักษณะคล้ายกับซาร์สกาเยเซโล ปาฟลอฟถูกตั้งอยู่กลางสวนกว้าง โดยมีชาร์ลคุมงานงานสร้างแต่พระเจ้าพอลที่ 1 กลับไม่ประทับใจเท่าไหร่จึงมีคำสั่งให้วินเซนโซ เบรนนาช่างอิตาลีอีกคนมาทำงานร่วมกับคาเมรอนให้ออกแบบปาฟลอฟ พระนางแคทเธอรีนและบุตรชายต้องการเห็นปาฟลอฟออกมาเป็นฝรั่งเศสมากกว่าให้ เป็นอิตาลี ทำเอาชาร์ล คาเมรอนงอนไปพักหนึ่งก่อนกลับมากลับมาสร้างจนเสร็จ พระราชวังแห่งนี้มีความงดงามและยิ่งใหญ่กว่าซาร์สกาเยเซโลมาก ว่ากันว่าเป็นผลงานระดับมาสเตอร์พีชของศิลปินทั้งสองก็ว่าได้ ปาฟลอฟ เปิดตั้งแต่ 10.00 - 17.00 ทุกวัน พูดถึงความกลัวของพระเจ้าพอลที่ 1 กันหน่อย ครั้นเมื่อพระองค์ทรงได้ขึ้นครองราชบังลังก์ย์พระองค์มีความเกลียดพระมารดา ของตนที่แอบเล่นชู้และยังกลัวการลอบทำร้ายจากคนรอบข้าง กลัวที่จะถูกปลงประชนม์จึงของย้ายออกจากพระราชวังฤดูหนาวและสั่งให้วินเซนโซ เบรนนาและวาซิลี บาเซนอฟสร้างพระราชวังมิคาอิลลอฟสกี้ขึ้นมา ในปี ค.ศ. 1797 วังแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาอย่างรวดเร็วเป็นอาคารทรง 8 เหลี่ยมแบบยุคกลางล้อมรอบด้วยสวนขนาดใหญ่ยักษ์ ตีกรอบด้วยแม่น้ำล้อมตัวอาคารอีกชั้น ทั้งยังมีรับสั่งให้สร้างปราการภายในตัวอาคาร เครื่องตกแต่งภายในด้วยของล้ำค่ามากมายและหนึ่งในนั้นมีบางอย่างที่พระองค์ เอามาจากทาวาริชเชสกี้พาเลซ คฤหาสน์ชายชู้ของพระมารดาของตน แต่สุดท้ายพระเจ้าพอลที่ 1 ก็ถูกลอบปลงพระชนม์ในห้องบรรทมหลังจากพระองค์มาประทับได้เพียง 47 วัน ปัจจุบันวังแห่งนี้กลายเป็นสถานศึกษาเกี่ยวกับวิศกรรม เป็นพิพิธภัณฑ์แกลอรี่ศิลปพและรวมรวบภาพวาดของกษัตริย์รัสเซียตั้งแต่ศตวรรต ที่ 17 - 20 ประสาทแห่งนี้เปิดให้เข้าชมได้ 2 ชั่วโมงตั้งแต่เวลา 10.00 - 17.00 หยุดวันอังคารครับ ต่อโอราเนียนบาร์ม ที่แปลต้นไม้สีส้ม ตามภาษาท่องถิ่น เป็นวังเก่าของเจ้าชายอเล็กซานเดอร์ เมนชิคอฟที่เป็นสหายคนสนิทของพระเจ้าปีเตอร์ วังแห่งนี้ถูกสร้างไกลออกจากเมืองเซนต์ปีเตอร์เบร์กได้ราว 40 กิโล ก่อนกลายเป็นแกรนด์ พาเลซในช่วงสมัยของพระนางแคทเธอรีนที่ 2 ได้สร้างวังทรงจีนที่มีความอ่อนช้อยสไตล์บารอคและตกแต่งภายในด้วยความ อลังการในรูปแบบรอคโคโค เพื่อเป็นสถานที่พักผ่อนในวันหยุด พระราชวังแห่งนี้เคยผจญสงครามในยุคสมัยของฮิตเลอร์ที่ต้องการยึดโซเวียต แต่พระเจ้าทรงคุ้มครองความงามแห่งนี้ไว้ไม่ได้ถูกทำลายลงเหมือนวังนอกเมือ งอื่นๆ ที่นี้ยังคงตฺมไปด้วยศิลปะแบบรัสเซียดั้งเดิมไว้ทั้งดุ้นพร้อมรับแขกที่มา เยือนวังแห่งนี้ เปิดบริการตั้งแต่ 9.00 - 20.00 ฝั่งสวย ในตัวอาคารเปิดตั้งแต่ 10.00 - 18.00 หยุดวันจันทร์วันเดียวนอกนั้นของให้เดินเที่ยวได้ตามสบาย ปิดท้ายด้วยเฮอร์มิเทจและอเล็กซานเดอร์คอลัมน์ ที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งที่ที่เจ้าของงานสร้างชื่อว่า ฟรานเชสโก ราสเทรลลี่ พระราชวังฤดูหนาวแห่งนี้ถูกตกแต่งในสไตล์บารอค ใช้ลวดลายที่อ่อนช้อยสวยงามตัดทองแต้มแต่งด้วยโดมระย้าดูเลิศหรู ประดับด้วยปูนปั้นฝีมือบรมครูและงานแกะสลักระดับเทพ ถือเป็นสุดยอดสถาปัยอีกชิ้นที่ราสเทรลลี่รังสรรค์ได้อย่างวิจิตร ปัจจุบันที่แห่งนี้กลายเป็นแหล่งสมบัติที่ล้ำค่ามากที่สุดในโลกมากกว่า 2.7 ล้านชิ้น ร่วมถึงผลงานของศิลปินที่โด่งดังสุดๆ ไม่ว่าจะเป็น Leonardo Da Vinci, Picasso, Raphael, Rubens, Rembrandt, Botticelli, Michelangelo, Velazquez, Goya และงานที่คนไทยรู้จักกับดีก้านข้าวโพดทองคำประดับด้วยเพชรปักในถ้วยน้ำเจียร จากก้อนหินคริสตัน หรือมงกุฎขนาดเล็กของซาร์ทาด้วยทองคำ เงิน เพชร ทับทิม ไพลิน ทั้งหมดถูกรวมไว้ที่แห่งนี้หมดแล้ว พระราชวังฤดูหนาวเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.30 - 18.00 ปิดวันจันทร์ ยังเหลืออีกหลายที่ที่เรายังไม่ได้แนะนำในเมืองแห่งนี้ หากคุณได้มีโอกาศไปรัสเซียจริงๆ คุณอย่าพลาดที่จะไปเหยียบเมืองแห่งนี้ เซนต์ปีเตอร์เบิร์กมันคือหน้าต่างของยุโรปจริง บทความน่าอ่านจาก http://www.emaginfo.com ร่วมกับ travel.mthai.com

เทรนด์ใหม่ในเกาหลี วัยรุ่นฮิตนำขนมถุง มาทำกระเป๋า
กระเป๋าถุงขนม /  ขนมถุงกระเป๋า / 

วัยรุ่นสาวในเกาหลีใต้ ฮิตนำขนมถุง มาทำกระเป๋า แนะวัยรุ่นไทยต่อยอด ทำเป็นร้านค้าเคลื่อนที่หารายได้พิเศษ สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า ที่เกาหลีใต้ได้เกิดเทรนด์ใหม่สุดฮิตขึ้นในหมู่วัยรุ่นของประเทศ โดยเฉพาะสาวๆ นักเรียน เมื่อพวกเขาได้ปิ๊งไอเดียสุดเก๋ นำขนมคบเคี้ยวหลากชนิด มาประดิษฐ์ประติดประต่อทำเป็นกระเป๋าเพื่อใช้สอย โดยเทรนใหม่ดังกล่าว มีชื่อเรียกว่า "ควาบัง" กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่วัยรุ่นสาว เพราะไม่ว่าจะเดินไปทางไหน ก็จะเห็นพวกเขาสะพายขนมติดตัวอยู่ตลอดเวลา อย่างไรก็ตามยังไม่มีรายงานระบุชัดว่าอะไรคือแรงบันดาลใจที่ให้พวกเขานำขนมถุงมาทำเป็นกระเป๋าเช่นนี้ แต่ที่แน่ๆ ถ้ามีกระเป๋าชนิดนี้อยู่ จะไม่ทำให้อดตายแน่นอน เห็นอย่างนี้แล้ววัยรุ่นไทยจะนำมาต่อยอด ประยุกต์เป็นร้านค้าเคลื่อนที่หารายได้เสริมน่าจะเหมาะสม MThai News ................................................................................... หนังสือรุ่นประเทศเกาหลีสุดแปลก Kyeongbuk High School เวลา เรียนจบในแต่ละโรงเรียน-มหาวิทยาลัยก็จะมีการรวบรวมภาพนักเรียนของชั้นปี ต่างๆไว้ในหนังสือรุ่น ที่ประเทศเกาหลีใต้ก็เช่นกัน Kyeongbuk High School ให้นักเรียนถ่ายภาพตัวเองลงหนังสือรุ่นโดยให้แต่ละคนแต่งต ...

[รีวิว] Nokia Lumia 630 น้องเล็กตระกูล Windows Phone 8.1
nokia /  Nokia Lumia 630 / 

Windows Phone 8.1 ที่พัฒนาต่อจาก Windows Phone 8 ถือเป็นหมัดเด็ดของ Microsoft ในปีนี้ เพราะมีการปรับปรุงฟีเจอร์ต่างๆอย่าครบครันเพื่อมอบความสะดวกให้กับผู้ใช้งาน รวมไปถึงมีรูปแบบของตัว OS ที่หรูหรามากขึ้น สำหรับคนที่ยังใหม่กับสมาร์ทโฟนตระกูล Windows Phone อยู่ Nokia Lumia 630 ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก แม้ว่ามันจะเป็น Windows Phone ตัวเล็กสุดของตระกูล Lumia ที่เปิดตัวในปีนี้ แต่คุณสมบัติการใช้งานทั่วไปจัดว่าคุ้มค่าราคากลางๆที่ไม่ถึงครึ่งหมื่น โดยเฉพาะความสามารถในการเปิดแก้ไขเอกสาร Office และการเปิดแผนที่แบบ Offline นั้นเรียกได้ว่าเกินราคาค่าตัวจริงๆ รูปลักษณ์ภายนอก Nokia Lumia 630 ที่ผมได้มาเป็นรุ่นฝาหลังสีเหลือง มันจึงตัดกับหน้าจอสีดำอย่างเด่นชัด หน้าจอเป็นกอริลล่ากลาสที่ทนทานการขีดข่วนได้ดีในระดับหนึ่งถึงแม้จะไม่ติดฟิล์มกันรอยก็ไม่น่าเป็นห่วง ฝาหลังเป็นพลาสติกที่ค่อนข้างหนาดูแข็งแรงทนทานและเวลาใช้งานไปนานๆก็ไม่ค่อยร้อนเสียเท่าไหร่ ไม่แน่ใจว่าเพราะแบตเตอรี่ไม่ร้อนเอง หรือเพราะฝาหลังมันกันความร้อนไว้ให้ ประทับใจสุดคือช่องลำโพงเล็กๆกลมๆทางด้านหลังที่เล็กนิดเดียวแต่ดังพอปลุกคนขี้เซาอย่างผมให้ตื่นได้ในนาฬิกาปลุกกริ่งแรกไหว Windows Phone 8.1 สิ่งที่เป็นจุดขายใหญ่ของ Lumia 630 จริงๆคงหนีไม่พ้นระบบปฏิบัติการ Windows Phone 8.1 นี่แหละ ฟีเจอร์ของวินโดวส์รุ่นใหม่นี้มีสิ่งที่เจ๋งๆหลายอย่างที่ทำให้การใช้งานสมาร์ทโฟนง่ายและสะดวกมากขึ้น ซึ่งฟีเจอร์ใหม่ที่เด่นๆเลยมีดังต่อไปนี้ หน้าจอหลัก Live Tile แบบโปร่งใส (Transparent) การได้เห็นวอลเปเปอร์ของตัวเองผ่านไอคอนแอพแบบโปร่งใส่ถือเป็นประสบการณ์ครั้งแรกของผมเลย เพราะเวลาใช้สมาร์ทโฟนระบบอื่นๆภาพพื้นหลังเป็นสิ่งที่ผมไม่ค่อยได้สนใจมากนัก เนื่องจากต่อให้ภาพสวยเพียงใดก็โดนแอพทั้งหลายแหล่บังจนเห็นแค่เศษเสี้ยว ใครที่บูชาสามี-ภรรยาเหนือสิ่งอื่นใดแนะนำใช้Lumia 630 เลยครับ เพราะจะได้เห็นภาพของหวานใจไม่ไกลแม้แต่วินาทีเดียว(ฮา) วิธีการพิมพ์ที่ง่ายกว่าเคย การลากนิ้วเพื่อพิมพ์อาจจะไม่เป็นที่คุ้นเคยสำหรับหลายๆคน แต่ลองดูก่อนแล้วจะรู้ว่ามันแจ่มจริงๆ หลักการของแป้นพิมพ์แบบนี้ก็ง่ายๆคือลากนิ้วไปยังตัวอักษรที่ต้องการเหมือนการพิมพ์ปกติ แล้วสมาร์ทโฟนจะเดาให้เองว่าเราต้องการพิมพ์คำว่าอะไร น่าเสียดายที่แป้นแบบนี้ใช้ได้แค่ภาษาอังกฤษเท่านั้น ซึ่งผลการใช้งานเรียกได้ว่า ไวกว่าการพิมพ์แบบปกติพอสมควรเลย Notification Center ที่รอคอย ในยุคนี้ใช่ว่าคนเราจะเล่นแค่โซเชียลเน็ทเวิร์คเดียวเสียเมื่อไหร่ Notification Center คือแถบที่รวบรวมการแจ้งเตือนจากทุกแอพทุกอย่างในเครื่องของเราเอาไว้ เพียงแค่ลากแถบของมันลงมา เราก็จะไม่พลาดทุกการแจ้งเตือนอีกต่อไป รวมทั้งสามารถเข้าถึงสถานะไวไฟ บลูทูธ การตั้งค่าต่างๆได้ในแถบนี้ด้วยเช่นกัน Microsoft Office ที่ช่วยให้ชีวิตคนทำงานง่ายขึ้น ความน่าเบื่ออย่างหนึ่งของการทำงานเอกสารบนมือถือก็คือ เซฟจากคอมมาเป็นอย่างดี พอเอามาเปิดดูในมือถือตัวอักษรเหลื่อมบ้าง ข้อความหลุดกรอบตารางบ้าง บางทีก็แก้ไขไฟล์ไม่ได้บ้าง แต่ความลำบากตรงนี้จะหมดไปเพราะ Windows Phone 8.1 มีOffice มาให้ในตัว ด้วยความที่ Office ใน Lumia 630 พัฒนาโดย Microsoft จึงทำให้การทำงานเอกสารกลายเป็นเรื่องที่ง่ายกว่าเดิมมาก กระทั่ง Excel ที่มีปัญหาด้านการใส่สูตรบ่อยๆก็ไม่มีปัญหาแบบที่เคยเจอ และที่สำคัญมันยังแก้ไข Power Point ได้ด้วย ทำให้การแก้เนื้อหาที่จะพรีเซนท์กับหัวหน้างานแบบเร่งด่วนสามารถทำได้ทันที! Here Maps ออนไลน์ก็ได้ ออฟไลน์ก็ดี การใช้งานแผนที่บนสมาร์ทโฟนกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้วในยุคนี้ แต่ในบางครั้งสัญญาณอินเตอร์เน็ทมันก็ไม่เป็นใจให้ใช้งานแผนที่แบบออนไลน์ ใน Lumia 630 เราสามารถดาวน์โหลดแผนที่มาไว้ในเครื่องก่อน จากนั้นก็ใช้การนำทางแบบออฟไลน์ได้เลยเป็นฟีเจอร์ที่เหมาะกับบ้านเมืองที่ 3g เอาแน่เอานอนไม่ได้อย่างรุนแรง ส่วนวิธีการโหลดแผนที่ลงมาใช้งานทำตามขั้นตอนข้างล่างนี้ได้เลยครับ Indoor Maps เราไม่ได้หลงทางเฉพาะบนท้องถนน แต่ในอาคารศูนย์การค้าที่ใหญ่โตจนเดินวันเดียวแทบไม่ทั่ว เราก็สามารถหลงได้เช่นกัน Indoor Maps คือฟีเจอร์ที่จะแสดงตำแหน่งร้านค้าทั้งหมดในศูนย์การค้าชั้นนำ ทำให้เราไม่ต้องเดินงมหาร้านที่เราหาไม่เจอเอง เราสามารถใช้ Indoor Maps วางแผนการช๊อปิ้งก่อนออกจากบ้านได้เลย ส่วนการหาว่าศูนย์การค้าไหนมีIndoor Maps หรือไม่นั้นก็ทำได้โดนเปิด Here Maps ขึ้นมา ค้นหาศูนย์การค้าที่ต้องการ ถ้าหากศูนย์การค้านั้นใช้ Indoor Maps ได้ เราก็จะเห็นภาพแบบในรูปด้านล่างนี้ครับ กล้อง สมาร์ทโฟนยุคนี้ขาดกล้องไม่ได้ Lumia 630 มีกล้องหลังความละเอียด 5 ล้านพิกเซลมาให้ แต่น่าเสียดายที่ไม่มีไฟแฟลชมาด้วย ใครที่ชอบเที่ยวกลางคืนคงใช้กล้องของรุ่นนี้ไม่หนำใจเท่าที่ควร อีกทั้งยังไม่มีกล้องหน้ามาให้ใช้งานด้วยทำให้ถ่ายเซลฟี่ หรือ เล่น Video call ไม่ได้อีกเช่นกัน ตัวอย่างภาพถ่ายจาก Lumia 630 แบบสด ไม่แต่งสี สรุปการใช้งาน ประทับใจที่สุดคือหน้าจอ Live Tile แบบโปร่งแสงที่ทำให้เห็นวอลเปเปอร์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนเลยชั่วชีวิต(ฮา)  Notification Center  ใน Windows 8.1 เองก็เป็นสิ่งที่ผู้ใช้รอมานานมาก ทำให้ตรวจสอบการแจ้งเตือนได้ง่ายขึ้น ในส่วนของ Here Maps นำทางได้อย่างแม่นยำในโหมดออนไลน์ และ ดูเส้นทางได้ครอบคลุมทุกพื้นที่ประเทศในโหมดออฟไลน์ จะไปเที่ยวไม่ต้องพกแผนที่แล้ว พก Lumia 630 ตัวเดียวไปก็จบ กล้องหลังไม่มีแฟลชและไม่มีกล้องหน้าถือเป็นสิ่งที่น่าเสียดายอยู่บ้าง แต่ในราคา 4,990 บาทมาได้ขนาดนี้ก็นับว่าสมราคาแล้ว ทั้งนี้หากใครสนใจ Lumia 630 ก็สามารถหาซื้อได้ตามตัวยแทนจำหน่ายมือถือที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไปครับ +++ ข้อมูลคุณสมบัติของ NOKIA LUMIA 630 ขนาดและน้ำหนัก - ความยาว: 129.5 มม. - ความกว้าง: 66.7 มม. - ความหนา : 9.2 มม. - น้ำหนัก: 134 กรัม หน้าจอและรูปแบบการแสดงผล - ขนาดหน้าจอ: 4.5 นิ้ว - ความละเอียดจอแสดงผล: FWVGA (854 x 480) - อัตราส่วนความยาวต่อความกว้าง: 16:9 - ความละเอียดของหน้าจอ: 221 ppi - เทคโนโลยีการแสดงผล: ClearBlack, IPS LCD - เทคโนโลยีหน้าจอสัมผัส: ระบบสัมผัสหน้าจอหลายจุดแบบ Capacitive การเชื่อมต่อ - ชนิดของซิมการ์ด: ไมโครซิม - สองซิม: รองรับในบางรุ่น - การเชื่อมต่อสำหรับชาร์จ: Micro-USB, USB - หัวต่อ AV: ช่องต่อสัญญาณเสียงขนาด 3.5 มม. - การเชื่อมต่อข้อมูล: Micro-USB-B - USB: USB 2.0 - Bluetooth: Bluetooth 4.0 เครือข่ายข้อมูล - โครงข่าย WCDMA: 900 MHz, 2,100 MHz - โครงข่าย GSM: 850 MHz, 900 MHz, 1,800 MHz, 1,900 MHz การจัดการพลังงาน - แบตเตอรี่: BL-5H - ความจุแบตเตอรี่: 1830 mAh - แบตเตอรี่สามารถถอดเปลี่ยนได้: รองรับ - ระยะเวลาเปิดเครื่องรอรับสาย (สูงสุด): 25 วัน - ระยะเวลาสนทนา(สูงสุด)2G: 16.4 ชม. - ระยะเวลาสนทนา(สูงสุด)3G: 13.1 ชม. - เวลาในการท่องโครงข่ายมือถือสูงสุด: 8.8 ชม. - เวลาในการท่องโครงข่าย Wi-Fi สูงสุด: 9.4 ชม. หน่วยประมวลผล - ชื่อหน่วยประมวลผล: Snapdragon 400 - ชนิดหน่วยประมวลผล: Quad-core 1.2GHz หน่วยความจำ - แหล่งเก็บข้อมูลผู้ใช้: ในอุปกรณ์, การ์ดหน่วยความจำ, พื้นที่เก็บข้อมูลแบบคลาวด์ OneDrive, การจัดเก็บแอพและข้อมูลบนการ์ดความจำ - RAM: 512 MB - หน่วยความจำขนาดใหญ่: 8 GB - การ์ดหน่วยความจำที่เพิ่มความจำได้: MicroSD - ขนาดการ์ดหน่วยความจำสูงสุด: 128 GB - ฟรีพื้นที่จัดเก็บบนคลาวด์: 7 GB รูปแบบการแสดงผลและโปรแกรม - ระบบปฏิบัติการ: Windows Phone OS - รุ่นของซอฟท์แวร์: Windows Phone 8.1 พร้อม Nokia Lumia Cyan - ปรับปรุงซอฟท์แวร์: เฟิร์มแวร์ผ่านมือถือ (FOTA) กล้อง - ขนาดเซ็นเซอร์มาตรฐาน: 5 ล้านพิกเซล - ประเภทโฟกัสของกล้อง: ออโต้โฟกัส - ซูมดิจิตอล: 4 x - รูปแบบภาพ: JPEG/Exif

ดงบังชินกิ ปิดฉากทัวร์คอนเสิร์ตญี่ปุ่น - ทำสถิติใหม่ให้วงการเพลง!
changmin /  Dong Bang Shin Ki / 

ดงบังชินกิ (TVXQ) ปิดฉากทัวร์คอนเสิร์ตในประเทศญี่ปุ่น TVXQ Live Tour 2014 ~Tree~ อย่างงดงาม ด้วยการสร้างสถิติใหม่ เป็นศิลปินต่างชาติที่มีแฟนเพลงเข้าชมคอนเสิร์ตตลอดสามปีมากที่สุด ปิดฉากตารางทัวร์คอนเสิร์ต TVXQ Live Tour 2014 ~Tree~ ที่โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่นไปสดๆ ร้อนๆ สำหรับสองหนุ่ม ยุนโฮ และ ชางมิน แห่ง ดงบังชินกิ ซึ่งในทัวร์คอนเสิร์ตครั้งนี้ พวกเขาก็ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการเพลงในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย ดงบังชินกิ เริ่มต้น TVXQ Live Tour 2014 ~Tree~ ที่เมืองโยโกฮาม่า เมื่อวันที่ 22 เมษายน ก่อนที่ทั้งสองหนุ่มจะโชว์คอนเสิร์ตรวม 29 รอบ ใน 10 เมือง อาทิ โตเกียว, โอซาก้า, นาโกย่า, ซัปโปโร, ฟูกุโอกะ ด้วยยอดจำนวนผู้คนรวมกว่า 600,000 คน และหากรวมกับยอดผู้ชม 550,000 คนจากทัวร์คอนเสิร์ตครั้งแรก TVXQ Live 2012 ~Tone~ เมื่อปี 2012 และผู้ชมจำนวนกว่า 850,000 คนจากคอนเสิร์ต TVXQ Live Tour 2013 ~Time~ เมื่อปี 2013 ทำให้ ดงบังชินกิ กลายเป็นศิลปินที่มีคอนเสิร์ตเดี่ยวด้วยยอดผู้ชมสูงถึง 2 ล้านคน ในเวลาสามปี พวกเขาจึงกลายเป็นศิลปินต่างชาติที่สามารถทำยอดผู้เข้าชมคอนเสิร์ตได้สูงที่สุดในระยะเวลาอันสั้น ไม่เพียงเท่านั้น เพราะ ดงบังชินกิ ยังถือเป็นศิลปินต่างชาติเบอร์แรกที่จัดคอนเสิร์ตเดี่ยว ณ โตเกียวโดม และ เคียวเซร่า โดม ต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลาสามปี อนึ่ง หลังจากเสร็จสิ้นทัวร์คอนเสิร์ตในประเทศญี่ปุ่นแล้ว ดงบังชินกิ เตรียมร่วมมหกรรมคอนเสิร์ต a-nation ซึ่งจะจัดขึ้น ณ Ajinomoto Stadium ในกรุงโตเกียว ในวันที่ 30 สิงหาคมที่จะถึงนี้. ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

10 อันดับ การ์ตูนอนิเมะที่ต้องการนำกลับมาทำใหม่!!
10 อันดับ /  การ์ตูน / 

สวัสดีครับเหล่าสมาชิก cartoon.mthai สำหรับในรอบนี้มีการเสนอ เกี่ยวกับการ์ตูน ที่ต้องการกลับมาทำใหม่หรือรีบูต อาจจะทำภาคใหม่ตอนใหม่ ที่ทางญี่ปุ่นได้ทำขึ้นมา โดยการ์ตูนหลักๆ ที่เสนอมาแอดมินคิดว่า แต่ละเรื่อง เป็นเรื่องที่รู้จักกันดีอยู่แล้วส่วนใหญ่ มีการ์ตูนเก่าแก่หลายเรื่องอยู่ บางเรื่องอาจจะมีคนที่ยังไม่เคยดูก็เป็นไปได้ 10 อันดับ การ์ตูนอนิเมะที่ได้รับการเรียบเรียงใหม่ อย่างการ์ตูนบางเรื่องที่เพิ่งออกฉายไป เช่น เซเลอร์มูนคริสตัล ออกมาสดๆร้อนกันเลยทีเดียว และเมื่อปี 2011 อย่าง Hunter X Hunter นอกจากนี้ยังมีการปรับการ์ตูนอนิเมะในหลายๆ เรื่องที่ได้รับการปรับปรุงใหดีขึ้น ในฤดูกาลใหม่อย่าง Sword Art online II นั้นเอง ซึ่งการ์ตูนแต่ละชุดที่แฟนๆ ถามถึงนั้นอาจจะได้รับการเปลี่ยนแปลงในฤดูกาลใหม่ ชุดใหม่ หรือการรีบูตเพื่อความต่อเนื่องของอนิเมะ จะมีเรื่องอะไรบ้างไปลองดูกันเลยครับกับ 10 อันดับ การ์ตูนอนิเมะที่ต้องการนำกลับมาทำใหม่!! 10 อันดับ การ์ตูนอนิเมะที่ต้องการนำกลับมาทำใหม่!! A Certain Magical Index – จะมีซีซั่นใหม่ โทอารุ มาจุทสึ โนะ อินเด็กซ์ มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับโลกอนาคต ในสมัยที่ความสามารถต่างๆของผู้มีพลังพิเศษ (ผู้มีพลังจิต, Psychics, Espers) กลายเป็นสาขาหนึ่งของวิทยาศาสตร์ โคจรมาพบกับ อำนาจเหนือธรรมชาติอีกชนิดหนึ่ง คือ เวทมนตร์ (Magic) เรื่องราวดำเนินไป ณ เมืองแห่งการศึกษา ซึ่งมีเทคโนโลยีสูงมาก อยู่ทางตะวันตกของกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น The Story of Saiunkoku - จะมีซีซั่นใหม่ Hayate the Combat Butler! – จะมีซีซั่นใหม่  อายาซากิ ฮายาเตะ ได้ชื่อว่าเป็นเด็กส่งของที่รวดเร็วที่สุด แต่ถูกไล่ออกจากงานส่งของในวันคริสต์มาสอีฟเนื่องจากอายุไม่ถึงเกณฑ์ เมื่อเขากลับไปบ้านก็พบว่าพ่อแม่ของเขาเสียเงินไปกับการพนันจนเหลืออยู่ เพียง 12 เยน และติดหนี้กับแก๊งยากูซ่าถึง 156,804,000 เยน และพ่อแม่ของเขาตั้งใจจะขายฮายาเตะเพื่อชดใช้หนี้เป็นของขวัญวันคริสต์มาส Rave Master – รีบูทเนื้อเรื่องใหม่ ฮารุ ตัวละครเอกของเรื่อง ได้รับสืบทอดเรฟมาจากชิบะ ชะตากรรมของฮารุคือการต่อกรกับองค์กรเดม่อนคาร์ดที่มีเกล แรว์โกลบหรือคิงเป็นหัวหน้า การผจญภัยของฮารุนั้นได้พบอะไรหลายอย่าง เขาได้พบกับเอรี่ สาวน้อยผู้เสียความทรงจำ, มุจิก้า จอมโจรแห่งแก๊งซิลเวอร์ ริธธึ่ม (Silver Rhythm)ที่มีจุดมุ่งหมายคือตามหาซิลเวอร์เรย์ เรือในตำนาน, เล็ท นักสู้ที่หยิ่งทะนงในฝีมือและความเป็นชาวมังกร ฮารุและพวกได้ปะทะกับพวกเดม่อนคาร์ด คือ ชูดะ ซิกฮาร์ท และคิง ในขณะที่พบกับคิงฮารุก็ได้พบกับเกล กลอรี่พ่อของเขา ซึ่งทั้ง 2 ได้ร่วมรบกันและเกล กลอรี่ก็ได้จบชีวิตกับการต่อสู้กับคิงนั้นเอง ชัยชนะของฮารุทำให้เดม่อนคาร์ดล่มสลาย แต่ว่าตอนหนีออกจากหอคอยจินเกลก็พลัดตกลงไปฮารุก็โดดลงตามไปช่วยจนทางเข้า ออกโดนปิดหมดเหลืออยู่แค่ 2 คน หอคอยกำลังถล่มเกลได้เล่าเรื่องเกี่ยวกับตนและชูดะ แล้วก็สละชีวิตตัวเองเพื่อปกป้องการถล่มของหอคอยจนเกลเสียชีวิต Full Metal Panic! – จะมีซีซั่นใหม่ ฟุล เมทัล พานิก! เป็นนิยายวิทยาศาสตร์แนวแอคชัน แต่งโดย โชจิ กาโต ลงตีพิมพ์ในนิตยสารดรากอนแม็กกาซีนรายเดือน ของบริษัทฟุจิมิโชะโบ มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับ โซสุเกะ ซาการะ ทหารหนุ่มแห่งกองกำลังพิทักษ์ความสงบสุขของโลกชื่อ มิทริล ที่ถูกส่งไปเป็นองครักษ์ของ จิโดริ คานาเมะ สาวน้อยอารมณ์ร้ายผู้กำความลับสู่เทคโนโลยีอาวุธสงครามอันร้ายกาจ เนื้อเรื่องของ ฟุล เมทัล พานิก! มีจุดเด่นคือการผสมผสานมุขตลก ชีวิตนักเรียนญี่ปุ่น และฉากต่อสู้ที่ตื่นเต้น ได้อย่างลงตัว K-On!! – จะมีซีซั่นใหม่ เรื่องราวว่าด้วยเด็กสาวสี่คนซึ่งเป็นนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 4 ของโรงเรียนซากุระงาโอกะ ได้แก่ ฮิราซาวะ ยุย, อากิยามะ มิโอะ, ไทนากะ ริทสึ, และโคโตบุกิ สึมุกิ ตามลำดับ ทั้งสี่เป็นสมาชิกชมรมดนตรีของโรงเรียน ชื่อว่า ชมรม "เค-อง" (K-On) ย่อมาจาก "คาลุยองคาฮุ" หมายถึง ดนตรีเบา (light music) ซึ่งเป็นดนตรีป๊อปแขนงหนึ่งของญี่ปุ่น The Melancholy of Haruhi Suzumiya – จะมีซีซั่นใหม่ สึซึมิยะ ฮารุฮิ เป็นนักเรียนหญิงชั้นมัธยมปีที่ 4 ผู้ที่มีความสามารถในการเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆรอบตัวจากจิตใต้สำนึกได้โดยที่ เธอไม่รู้ตัว เธอได้ก่อตั้งชมรมที่เรียกว่า "หน่วยเอสโอเอส" (SOS dan) ย่อมาจาก "Sekai wo Ooini moriagerutame no Suzumiya Haruhi no dan" แปลว่า "หน่วยของสึซึมิยะ ฮารุฮิ เพื่อทำให้โลกนี้สนุกสนานครื้นเครงยิ่งขึ้น" โดยมีจุดประสงค์เพื่อค้นหาปรากฏการณ์ประหลาดเหนือธรรมชาติ, มนุษย์ต่างดาว, ผู้เดินทางข้ามกาลเวลา, มนุษย์ต่างมิติ และผู้มีพลังพิเศษ ฮารุฮิได้บังคับเคียวน์ เพื่อนร่วมชั้น Yu Yu Hakusho - รีบูทเนื้อเรื่องใหม่ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กหนุ่มจอมเกเร อุราเมชิ ยูสึเกะ จากการเข้าไปช่วยเด็กน้อยให้พ้นจากอุบัติเหตุกลับทำให้เขาต้องเสียชีวิต (อย่างไร้ค่า) แทน ด้วยความดี (โง่ซะไม่มีมากกว่า เพราะเป็นการตายสูญเปล่า) นี้ทำให้โลกวิญญาณให้โอกาสเขาฟื้นคืนชีพได้ (เป็นกรณีพิเศษร้อยปีมีครั้ง เพราะยูสึเกะทำไปโดยไร้ความคิด) และมีชีวิตอยู่ในฐานะของ "นักสืบโลกวิญญาณ" คอยจัดการกับเรื่องราวที่เกี่ยวกับวิญญาณและปิศาจต่างๆที่เกิดขึ้นในโลก มนุษย์ Rurouni Kenshin –  รีบูทเนื้อเรื่องใหม่ ฮิมุระ เคนชิน อดีตมือสังหารของคณะปฏิวัติเจ้าของฉายา "มือพิฆาตบัตโตไซ" ได้วางดาบ กลายเป็นซามูไรพเนจรธรรมดาๆ จวบจนได้มาพบกับครูฝึกดาบสาวของสำนักคามิยะคัตชินริว คามิยะ คาโอรุ ผู้ซึ่งทำให้เขารู้สึกสบายใจและหยุดการเดินทางที่ไร้จุดหมายลงได้ หลังจากการพำนักอยู่กับคาโอรุ เคนชินต้องเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องเหตุการณ์มากมายและได้พบกับ ซางาระ ซาโนสุเกะ, เมียวยิน ยาฮิโกะ, ทากานิ เมกุมิ รวมถึงชิโนโมริ อาโอชิ และกลุ่มโอนิวาบังชู Slam Dunk – รีบูทเนื้อเรื่องใหม่ ซากุรางิ ฮานามิจิ นักเรียนนักเลงที่ถูกผู้หญิงที่ตัวเองจีบ หักอกมาแล้ว 50 คน และเมื่อได้เข้าเรียนที่โรงเรียนมัธยม โชโฮคุ ก็ได้พบเจอสาวงามนาม อาคางิ ฮารุโกะ และได้ตกหลุมรักทันทีที่เห็น เพื่อต้องการชนะใจเธอ ซากุรางิ จึงต้องสมัครเข้าชมรมบาสเกตบอลจาก การชักชวนของเธอเพราะฮารุโกะชื่นชอบบาสเกตบอลเป็นพิเศษ โดยในทีมบาสเกตบอลนี้ มีพี่ชายของฮารุโกะเป็นกัปตันทีมชื่อว่า อาคางิ ทาเคโนริ และยังมีโค้ชระดับตำนานในวงการ์บาสเกตบอลญี่ปุ่นชื่อ อาจารย์ อันไซ เป็นผู้ฝึกสอนอยู่ในทีม และเมื่อซากุรางิฝึกพื้นฐานทางบาสเกตบอลอยู่ทุกวันๆ ก็เริ่มเบื่อ อาคางิ จึงได้ฝึกการรีบาวด์ (Rebound) ลูกและการชูตแบบเลย์อัพ (Layup)

บางคนถึงเงิบ! บังยี เปิดไฟเขียวจับติ้วผู้ตัดสินลงเป่าไทยลีก
ดร.องอาจ ก่อสินค้า /  ทีพีแอล / 

ความเคลื่อนไหวเรื่องของการจัดผู้ตัดสินลงทำหน้าที่ในศึกฟุตบอลโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก 2014 ซึ่งก่อนหน้านี้มีปัญหาเรื่องของผู้ตัดสินเป็นอย่างมาก ทำให้หลายสโมสร ยื่นหนังสือ ต่อ ดร.องอาจ ก่อสินค้า ประธานบริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด หรือ ทีพีแอล ให้มีการจับสลากผู้ตัดสิน และทีมงานก่อนแมตช์การแข่งขัน ล่าสุด วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ออกมาอนุมัติแนวคิดดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยคาดว่าจะให้มีการจับฉลากทุกวันพุธของแต่ละสัปดาห์ เพื่อให้ทุกทีมมีความสบายใจ และลบข้อครหาต่างๆ โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค.นี้ เป็นต้นไป

เรื่องน่ารู้ กูเกิล ดูเดิล Google Doodle
Google /  กิจกรรมวัยรุ่น / 

กูเกิล ดูเดิล ชื่อนี้คุ้นหูไหมค่ะ และเคยสงสัยไหมว่ามันคืออะไร จริงๆ แล้ว "ดูเดิล" ก็คือ ภาพวาดที่ปรากฏบนหน้าหลักกูเกิลที่เราเห็นอยู่บ่อยๆ ซึ่งภาพที่ขึ้นนั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงภาพใหม่อยู่เรื่อยๆ ตามวันสำคัญ หรือบุคคลที่ประดิษฐ์คิดค้น หรือบุคคลสำคัญต่างๆ นั่นเอง สร้างสีสันความสวยงาม บวกกับเทคนิคที่กูเกิลสร้างขึ้นสนุกๆ ให้คนที่เข้ากูเกิลมา คลิกเล่นได้อีกด้วย วันนี้ทีนเอ็มไทย จึงอยากพาเพื่อนๆ ไปเจาะลึก เรื่องน่ารู้ กูเกิล ดูเดิล Google Doodle   กันว่ามีที่มาที่ไปอย่างไรบ้าง รับรองว่าน่าสนใจแน่นอน... เรื่องน่ารู้ กูเกิล ดูเดิล Google Doodle  เริ่มจาก กำเนิดกูเกิลดูเดิล Google Doodle  กูเกิลดูเดิล หรือก็คือ ภาพที่วาดลงบนโลโก้ของกูเกิลหน้าหลักหรือที่เรียกว่าภาพ "ดูเดิล" นั่นเอง โดยเดนนิส ฮวาง เว็บมาสเตอร์ของกูเกิล อายุ 30 ปี ผู้ที่ได้ริเริ่มภาพดูเดิลเฉลิมฉลองและเน้นความสำคัญของเหตุการณ์และวันหยุดสำคัญๆ ของโลก หลังจากที่เขาเคยมาฝึกงานที่กูเกิลเมื่อปี ค.ศ. 2000 ตั้งแต่นั้นมา ผลงานของทีมดูเดิลก็ได้ปรากฏต่อผู้คนนับล้านและมีแฟนๆ เหนียวแน่นที่คอยตั้งตารอชมผลงานสร้างสรรค์ใหม่ๆ บนหน้าเว็บไซต์ของกูเกิล หลังจากเดนนิสได้เข้ามาฝึกงานที่กูเกิลสมัยที่เรียนมหาวิทยาลัย มีหน้าที่ช่วยดูแลเว็บไซต์ และได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้ช่วยเว็บมาสเตอร์ โดยมีผู้ก่อตั้งกูเกิลตอนนั้นคือแลรี่ เพจ และเซอร์เกย์ บริน มีไอเดียเกี่ยวกับโลโก้สำหรับวันหยุดอยู่แล้ว พอเดนนิสได้เข้ามาร่วมงาน พวกเขาได้ทราบว่าเดนนิสเรียนศิลปะมา เลยแนะนำให้ลองทำดู เดนนิสจึงทำงานเว็บมาสเตอร์ให้กูเกิลเป็นงานหลัก แล้ววาดภาพดูเดิลเป็นโปรเจ็กต์ชั่วคราว" ทีมดูเดิลพยายามตามเหตุการณ์และวันสำคัญต่างๆ ให้ทันสมัยอยู่ตลอดเลยหรือเปล่า เดนนิสเล่าว่า พวกเขามักจะตอบสนองเหตุการณ์เด่นๆ ทันที โดยสร้างโลโก้ขึ้นมาภายในไม่ถึง 24 ชั่วโมง สำหรับประเทศต่างๆ ทั่วโลกนั้น หากมีวันพิเศษและเราคิดว่าเข้ากันได้ักับแบรนด์ของกูเกิล เราก็อยากร่วมเฉลิมฉลองด้วย" ขั้นตอนการดีไซน์ดูเดิลของเดนนิส "อันดับแรกเราจะระดมสมองกันก่อน ค้นหารูปภาพต่างๆ บนกูเกิล แล้วก็อ่านข้อมูลต่างๆ หลังจากนั้นจึงดีไซน์รูปบนโลโก้ของกูเกิล และมันน่าสนใจมาก" การออกแบบดูเดิลสำหรับวันสำคัญๆ ที่เกิดซ้ำกันทุกปีนั้นยากหรือไม่ "มันเป็นเรื่องที่ท้าทาย แต่ก็เป็นสิ่งที่เราตั้งตารอที่จะทำ เราพยายามจะหาไอเดียใหม่ๆ กันทุกปี แต่ว่าวิธีวาดไก่งวงหรือฟักทองมันก็มีแค่ไม่กี่วิธีหรอก" สำหรับสัญลักษณ์ของความเป็นไทยที่ถูกนำมาสร้างสรรค์เป็นดูเดิลมากที่สุดคือ วัดและทุ่งนา สัตว์ของไทยที่ถูกจับมาวิ่งเล่นบนดูเดิลมากที่สุดคือช้าง(น้อย) เทศกาลสงกรานต์และลอยกระทง เป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบดูเดิลที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมไทยมากที่สุด เคล็ดลับการวาดดูเดิลจากเดนนิส 1. การวาดดูเดิล จะต้องดีไซน์ให้เข้ากันได้กับตัวอักษรของโลโก้กูเกิล แต่อย่าจำกัดความคิดสร้างสรรค์ 2. ลองใช้อุปกรณ์ต่างๆ ในการสร้างสรรค์ดูเดิลแล้วดูว่าอะไรเหมาะกับเราที่สุด (สามารถใช้คอมพิวเตอร์สร้างดูเดิลก็ได้) 3. อย่าออกแบบให้ซับซ้อนเกินไป ส่วนใหญ่แล้วรูปที่เีรียบง่ายที่สุดจะโดนใจที่สุด 4. จำไว้เสมอว่ารูปของน้องๆ อาจไปปรากฏบนหน้าเว็บไซต์ของกูเกิลประเทศไทย ลองนึกดูว่ารูปของน้องๆ จะดูเป็นอย่างไรเมื่อไปอยู่ที่นั่น 5. พยายามใช้สีให้เหมาะสม และคิดว่ามันจะรับกับพื้นหลังสีขาวหรือไม่ 6. อย่าใช้ภาพเพื่อการโฆษณาหรือภาพที่มีลิขสิทธิ์ 7. คิดนอกกรอบ พยายามวาดดูเดิลที่แตกต่างจากเพื่อนๆ และไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน 8. ใช้พื้นที่ด้านหน้าหรือด้านหลังตัวอักษร Google ได้ แต่พยายามรักษาความสมดุลของภาพไว้ 9. วาดให้สนุก! การประกวด Doodle 4 Google นี้เน้นที่ความคิดสร้างสรรค์และสนุกสนานกับการออกแบบ กูเกิลดูเดิล เปิดโอกาสให้เด็กไทยประกวดวาดภาพดูเดิล Google ได้เริ่มจัดการประกวด Doodle 4 Google ครั้งแรกในเมืองไทยเมื่อเดือนมราคม 2553 โดยการจัดประกวดนี้ได้เปิดโอกาสให้เยาวชนชาวไทยทั่วประเทศร่วมแสดงจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ภายใต้หัวข้อ "เมืองไทยของฉัน" โดยได้ผู้ชนะเลิศระดับประเทศ กับผลงานที่ชื่อว่า สุพรรณหงส์ เรื่องน่ารู้ กูเกิล ดูเดิล Google Doodle  ภายใต้แนวคิด "เมืองไทยของฉัน เป็นการนำเอาภาพเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ อันเป็นเรือพระที่นั่งสำหรับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ในพระราชพิธีต่างๆ ทางน้ำ ถือเป็นคุณค่าที่อยู่คู่ไทยมาอย่างยาวนาน สายน้ำที่มีเงาสะท้อนจากเรือ และตัว Google นั้น เป็นการแสดงถึงสายวัฒนธรรมที่มีมาอย่างยาวนาน ที่สะท้อนให้เห็นคุณค่าของเรือทั้งด้านศิลปวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ เกี่ยวพันโยงใยไปกับอักษร Google ที่ใช้สีทองสีเดียว อันเป็นสีของความเจริญรุ่งเรือง และร่วมกันส่งต่อคุณค่าทั้งหมดแก่สายตาชาวโลก" เป็นผลงานของ ด.ช. เทิดธันวา คะนะมะ โรงเรียนมัธยมสาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม และดูเดิลที่เป็นผลงานตนเอง ไปปรากฏบนหน้าเว็บกูเกิลประเทศไทย เป็นเวลา 24 ชม. เพื่อให้ผู้ใช้กูเกิลในไทยหลายล้านคนได้ร่วมชื่นชม ล่าสุดในปี 2014 นี้ เพิ่งได้ผู้ชนะการประกวด กูเกิล ดูเดิล 2014 ด้วยผลงาน Back to Mother Nature ซึ่งเป็นของ ออเดรย์ จาง เด็กหญิงวัย 11 ปี เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2557 สำนักข่าวต่างประเทศ ได้เปิดเผยผลการประกวดออกแบบ กูเกิล ดูเดิล ประจำปี 2014 โดยผลงานที่ชื่อว่า “Back to Mother Nature” หรือ “กลับคืนสู่ธรรมชาติ” ของ ออเดรย์ จาง เด็กหญิงวัย 11 ปี จากนิวยอร์ก เป็นผู้ชนะในการประกวดครั้งนี้ และทางกูเกิล ก็จะนำเอาภาพวาดของเด็กหญิง ออเดรย์ จาง ไปทำเป็นแบบแอนิเมชั่นให้เคลื่อนไหวได้ โดย ออเดรย์ จาง เปิดเผยว่า การออกแบบกูเกิล ดูเดิล ในหัวข้อ “ถ้าฉันสามารถทำอะไรสักอย่างเพื่อช่วยให้โลกดีขึ้นได้ ฉันจะทำอะไร ....” นั้น ตนเลือกที่ออกแบบเป็นภาพวาดของเครื่องทำน้ำให้สะอาด ซึ่งภาพดังกล่าวได้แรงบันดาลใจมาจากการที่รู้ว่า ยังมีเด็ก ๆ อีกมากมายในโลกที่ไม่สามารถเข้าถึงน้ำที่สะอาดได้ และงานนี้ นอกจากเงินรางวัลที่ ออเดรย์ จาง ได้รับเป็นทุนการศึกษาจำนวน 3 หมื่นดอลลาร์ หรือประมาณ 1 ล้านบาทแล้ว ทางกูเกิลยังจะบริจาคเงินจำนวน 4 หมื่นดอลลาร์ หรือประมาณ 1 ล้าน 3 แสนบาท ให้กับองค์กรการกุศลที่ดูแลเรื่องการทำน้ำให้สะอาดสำหรับโรงเรียนในบังกลาเทศ ซึ่งเงินก้อนนี้จะถูกนำไปบริจาคในชื่อของ ออเดรย์ จาง อีกด้วย เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ข้อมูลและภาพ กระปุก/google /springnews

พลิกวิกฤตเป็นโอกาส แก้ไขที่ติดทางสามแพร่ง
ทางสามแพร่ง /  บ้านติดทางสามแพร่ง / 

คนทั่วไปมักคิดว่าทาง สามแพร่ง ซึ่งอยู่ติดกับบ้านหรือที่อยู่อาศัยต่างๆถือเป็นความอัปมงคล หากอยู่แล้วก็จะทำให้ไม่เจริญเนื่องจากเป็นที่แรง แต่เราจะเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสได้อย่างไร Horoscope.Mthai.com มีคำแนะนำมาฝาก แก้ไขที่ติดทางสามแพร่ง ในปัจจุบันการที่มีอาคารพาณิชย์อยู่บริเวณทาง สามแพร่ง นี้ ถือเป็นแหล่งคมนาคม มีการสัญจรไปมาไม่ขาดสาย ซึ่งหากคุณค้าขายบริเวณนี้ก็เหมาะที่จะขายได้ขายดีเป็นพิเศษ เนื่องด้วยใครๆก็ต้องเห็นร้านคุณทั้งนั้น ถ้าคุณรู้สึกไม่สบายใจก็แนะนำให้หาวิธีแก้เคล็ดด้วยวิธีง่ายๆดังนี้ ปลูกต้นไม้เตี้ยๆ ไว้หน้าบ้านอย่าให้บังทางเข้าออก ตั้งตู้ปลาไว้หน้าบ้าน ตั้งอ่างบัวไว้หน้าบ้าน บางคนใช้กระจกเงาสะท้อนติดไว้หน้าบ้าน แต่วิธีนี้จะต้องระวังเพราะอาจจะสะท้อนแสงจนเข้าตาผู้ขับรถไปมาและทำให้เกิดอันตรายได้ ขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือฮวงจุ้ยแนวใหม่ ขอบคุณภาพจาก baannatura

ฮวงจุ้ย มุมมืดในบ้าน อาจเห็นผี
ดูดวง /  มุมมืด / 

กว่า 90% ของผู้คนที่อาศัยอยู่ในบ้านมักจะพบเจอกับเคราะห์ภัยจาก มุมมืด ต่างๆ ภายในบ้าน หรือที่เรียกว่า เคราะห์ห้องมืด ที่อาจทำให้เกิดอาการป่วยไข้ คนทุจริต คนเกียจคร้าน บางคนอาจเห็นผีเห็นวิญญาณด้วยก็มี อาการหรือปัญหาเหล่านี้เกิดได้หลากหลาย ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับว่าเคราะห์ห้องมืดจะไปเกิดขึ้นที่มุมไหนของบ้าน ฮวงจุ้ย มุมมืดในบ้าน ทั้งนี้คุณควรทราบถึงหลักของหยิน-หยาง โดยหยินจะมีสภาพที่นิ่ง มืด ดำ เศร้าหดหู่ ส่วนหยางจะมีสภาพตรงข้ามคือเคลื่อนไหว สว่าง มีชีวิตชีวา เป็นหลักการของการจัดฮวงจุ้ย ซึ่งการจัดฮวงจุ้ยบ้านต้องจัดให้มีสนามพลังทางฮวงจุ้ยที่ดี นั่นคือทำให้เกิดสภาพของความเป็นหยางที่ดีในทิศที่เป็นมงคล ปัญหา เคราะห์ห้องมืด ในเรื่องต่างๆ มีดังต่อไปนี้ รายได้ไม่เข้า ปัญหานี้เกิดจากบริเวณประตูทางเข้ามีสภาพอุดตันและมืด ควรไล่ความมืดโดยเปิดไฟให้สว่างและเปิดประตูหน้าบ้านให้อากาศถ่ายเท คนขี้เกียจ พนักงานไม่กระตือรือร้น สภาพที่มืดทำให้คนอยากพักผ่อนเป็นธรรมชาติของมนุษย์ ฉะนั้น ถ้าเป็นบริษัทห้างร้านก็ควรให้สว่างมากๆ ส่วนถ้าเป็นที่บ้านที่ลูกหลานหรือคนในบ้านขี้เกียจก็ต้องเพิ่มแสงสว่างให้ มาก ถ้ามีแสงแดดส่องถึงยิ่งดี แต่ก็ควรให้สว่างมากๆ เฉพาะที่ชั้นล่างก็พอ ส่วนชั้นบนที่เป็นห้องนอนให้สว่างแค่พอรู้สึกอบอุ่น โรแมนติก เพื่อให้พักผ่อนได้เต็มที่ จิตใจคนขุ่นมัว มีความลับ ทำเรื่องทุจริต ความมืดมิดต่างๆ ของใจคนก็มีที่มาจากกระแสพลังภายในอาคารด้วย ถ้ามุมไหนในอาคารที่เกิดซอกหลืบที่มืดมิดอับทึบต้องรีบแก้ไขให้สว่าง เช่น เปิดไฟหรือติดตั้งไฟในมุมนั้น บางทีเงามืดอาจเกิดจากการวางเฟอร์นิเจอร์บังแสงก็จัดวางเสียใหม่ ไม่ให้บังแสงไฟหรือให้แสงแดดส่องถึง การเห็นผี เห็นวิญญาณ สภาพห้องมืดที่เป็นหยินมากเกินไปทั้งมืดและเย็นอาจทำให้เกิดสภาพเหล่านี้ และมักเกิดที่ตำแหน่งทิศตะวันตกเฉียงใต้หรือตะวันออกเฉียงเหนืออยู่บ่อยๆ เนื่องจากทิศดังกล่าวมีพลังพื้นฐานที่เป็นธาตุดิน ทางแก้ที่ง่ายที่สุดก็คือการเพิ่มแสงสว่าง แสงอาทิตย์ หรือทำให้เกิดสภาพที่อากาศถ่ายเทมีลมพัดผ่าน มีความเป็นหยางมากๆ ต้นไม้ที่รกครึ้มบดบังแสงก็ทำให้โปร่งโล่ง ก็จะช่วยให้เกิดแสงสว่างเข้าไปมุมนั้นได้ง่ายขึ้น ขอบคุณข้อมูลจาก www.home.co.th

เดินงานแล้ว! บังยี เผยข่าวดีสหรัฐตอบรับแข้งสาวเก็บตัว
ช้างศึกขนตางอน /  บังยี / 

ความเคลื่อนไหวของทีม ช้างศึกขนตางอน ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ชุดสู้ศึกฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก 2015 ที่ประเทศแคนาดา ระหว่าง 6 มิ.ย.-5 ก.ค.2557 ล่าสุด บังยี วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ออกมาเปิดเผยข่าวดีให้กับทีมสาวไทยว่า ได้หารือกับ มร.สุนิน กูลาติ นายกสมาคมฟุตบอลสหรัฐอเมริกา ถึงความเป็นไปได้ในการส่งทีมไปเก็บตัวที่ประเทศสหรัฐ ซึ่งปรากฎว่า มร.สุนิน ตอบตกลงเรียบร้อยแล้ว โดยทีม ช้างศึกขนตางอน จะบินไปเก็บตัวที่เมืองลุงแซม ก่อนการแข่งขัน 1 เดือน เพื่อสร้างความเคยชินกับสภาพอากาศ เพราะสหรัฐ มีอากาศที่ใกล้เคียงกับ แคนาดา อีกทั้งเรื่องของที่เป็นหญ้าเทียมในการแข่งขัน ทางสหรัฐอเมริกา ก็จะเตรียมสนามซ้อมไว้ให้

ละครหัวใจเถื่อน , เรื่องย่อหัวใจเถื่อน
อ๋อม อรรคพันธ์ /  ขวัญ อุษามณี / 

หัวใจเถื่อน บทประพันธ์โดย : บุษยมาสบทโทรทัศน์โดย : ศรัณยู วงษ์กระจ่างกำกับการแสดงโดย : ศรัณยู วงษ์กระจ่างออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น. ทางช่อง 7 สี อดีต รมต.กวี พิชิตพงษ์ และคุณหญิงอำภา พิชิตพงษ์ สองสามีภรรยาที่ีมีชาติตระกูลดี และฐานะทางสังคมสูงส่ง โดดเด่น โด่งดัง มีลูกชายสองคน หลานสาวหนึ่งคน ลูกชายคนโตคือ ภาคย์ พิชิตพงษ์ หายสาบสูญไปตั้งแต่อายุสิบสองปี จนถึงวันนี้เป็นเวลาเกือบสิบห้าปีผ่านไปแล้ว ลูกชายคนที่สองคือ ภากร พิชิตพงษ์ ส่วนหลานสาวนั้น เป็นเด็กกำพร้าที่ท่านกวีเก็บมาเลี่้ยงตั้งแต่อายุได้สามขวบ เธอมีชื่อว่า อ้อ หรือ อมาวสีวันหนึ่ง สองสามีภรรยาปรึกษาหารือกันเรื่องมีคนมาติดต่อขอซื้อ "บ้านแก้ว" สองสามรายด้วยกัน บ้านแก้วนั้นเป็นบ้านเก่าแก่ดั้งเดิมตั้งแต่รุ่นคุณยาย ซึ่งคุณยาย (แม่ของคุณหญิงอำภา) สั่งไว้ก่อนตายว่า ให้เก็บเป็นสมบัติของภาคย์ หากวันใดภาคย์กลับมาจะได้มีที่อยู่อาศัย วันนี้ท่านกวีจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนไม่น้อยเพื่อพยุงธุรกิจของตนที่กำลังย่ำแย่ และอีกจำนวนหนึ่งเพื่อชดใช้ให้กับ นายสด เป็นค่าเสียหายที่ นายภากร ไปยุ่งเกี่ยวล่วงเกินกับ สีไพร ลูกสาวคนเดียวของนายสด นายสดนั้นเป็นเพียงแค่ภารโรงและกรรมกรขายแรงงาน หากลูกชายท่านอดีต รมต.กวี จะมีเมียเป็นชนชั้นนี้ ท่านกวียอมไม่ได้ คุณหญิงอำภาไม่เห็นด้วยกับการขายบ้านหลังนี้ เพราะผิดวัตถุประสงค์ของคุณยาย แต่ท่านกวีอ้างว่านายภาคย์หายไปเกือบสิบห้าปีแล้ว เรายังจะเก็บบ้านเก่าแก่ผุพังอย่างนี้ไว้ทำไมคุณหญิงอำภาเถียงสู้ท่านกวีไม่ได้ เรื่องราวจึงลงเอยด้วยการสั่งให้ คุณชอบ ทนายประจำตระกูลเลือกผู้ซื้อที่ให้ราคาดีที่สุด หนึ่งในผู้ติดต่อขอซื้อคือ ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ ผู้นิยมเลี้ยงหนวดเคราไว้เกือบเต็มหน้า เขามืชื่อว่า ราช รัชภูมิ อมาวสี ศศิน หรือ อ้อ เธอเป็นหลานสาวบุญธรรมวัยสิบแปดปีของลุงกวี และคุณหญิงป้า พ่อแม่ พี่ ๆ ของอ้อเสียชีวิตพร้อมกันจากอุบัติเหตุรถคว่ำเมื่ออ้ออายุได้เพียงสามขวบ คุณยายของอ้อเป็นน้าของท่านกวี ท่านจึงนำตัวอ้อมาเลี้ยงดู ให้การอุปการะดั่งลูกสาวคนหนึ่ง อ้อสนิทสนมและรักพี่ภาคย์มากกว่าคุณภากร ด้วยเหตุที่คุณภากรเป็นคนเจ้ายศเจ้าอย่าง ชอบพูดจาดูถูกคน มักจะถือว่าตนเป็นลูกรักของพ่อและแม่ ส่วนภาคย์นั้น อยู่ในข่ายที่ทำอะไรก็ผิดไปหมดทุกอย่าง ดูเหมือนจะไม่มีใครรักเขาเลย แถมยังแสดงความรังเกียจใส่เขาด้วยซ้ำ ไม่เว้นแม้แต่คุณหญิงอำภา ผู้เป็นแม่ จะมีก็เพียง ป้าพริ้ง หรือ นมพริ้ง เท่านั้นที่รักและห่วงใยภาคย์มากกว่าใคร ๆ คงเป็นเพราะนมพริ้งนั้นเป็นผู้เลี้ยงดูภาคย์มาตั้งแต่เล็ก ๆ อีกหนึ่งคนที่ห่วงใยภาคย์เสมอก็คือ นายแม่ (คุณยาย) ไม่นานนักหลังจากที่ ภาคย์หนีออกจากบ้าน นายแม่ก็เสียชีวิต คนสุดท้ายที่ห่วงใยและรอคอยการกลับมาของภาคย์อยู่จนทุกวันนี้ก็คือ อ้อ อมาวสี อ้อปรับทุกข์กับนมพริ้งว่าหากท่านกวีขายบ้านแก้วจริง ดวงวิญญาณของนายแม่ คงจะผิดหวัง และพี่ภาคย์ก็คงจะเสียใจไม่น้อย การที่ อ้อ อมาวสี เฝ้าคิดถึงแต่พี่ภาคย์นั้นจึงทำให้ภากรเกิดอาการหมั่นใส้และหึงหวง เพราะอ้อในวันนี้สวยงามเปล่งปลั่ง น่าพิศมัยยิ่งนัก ภากรจึงปรารถนาจะได้อ้อเป็นของตัวเองให้จงได้กลุ่มเพื่อนสนิทของอมาวสีประกอบไปด้วย วัชรี รัตนพงศ์, นิลรัตน์ แกมกาญจน์, พึงใจ พิงคะ, ขวัญจิต งามบุญ เพื่อน ๆ เรียกอมาวสีสั้น ๆ ว่า อมา ที่ร้านอาหาร ราช รัชภูมิ เดินเข้ามาในร้านพร้อมด้วยเพื่อนสนิทสองคนคือ การันต์ และ อนุ อนุมีน้องชายชื่อ อานนท์ เป็นแฟนกับขวัญจิต ดังนั้นเมื่อคนทั้งสองกลุ่มเจอะเจอกันในร้านนี้โดยบังเอิญ การทักทายท้าวความกันจึงเกิดขึ้น เพื่อน ๆ ของราชมักเรียกเขาว่า ไอ้ยักษ์ ชื่อนายยักษ์จึงเป็นชื่อที่กลุ่มสาว ๆ แอบนินทาราช รัชภูมิวัชรีแอบชอบและหลงนายยักษ์คนนี้ไม่น้อย จนเพื่อน ๆ แซวกันสนุกปาก แต่ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่านายยักษ์คนนี้ลอบมองอมาวสีแทบจะไม่วางตา อนุบอกกับราชว่า อมาวสีคือหลานของเจ้าของบ้านที่ราชกำลังติดต่อขอซื้อ และอมาวสีกำลังเป็นที่หมายปองของนายภากร ลูกชายท่านกวีที่เจ้าชู้มาก ๆ ยิ่งเมียตายไปไม่นานนายภากรยิ่งเที่ยวเตร่ สำมะเลเทเมา ไล่จีบผู้หญิงไปทั่ว ราชรับฟังด้วยความสงบนิ่ง เมื่อ ราช รัชภูมิ กลับมาถึงบ้านพักของเขา ไอ้ทิน เด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดปี ผู้ดูแลบ้านหลังนี้รีบเข้าไปรายงานตัวทันที ไอ้ทินเป็นบุตรคนเดียวของ นายเทิน ทวนทอง ผู้ช่วยผู้จงรักภักดีของราช รัชภูมิ รายงานที่มีต่อราชก็คือ วันนี้ ชิดชไม ชลากร ครีเอทีฟสาวสวยบริษัทโฆษณา แวะมาหาถึงบ้าน สองปีก่อนหน้านี้ราชและชิดชไมได้พบกันที่เมืองนอก ทั้งสองถูกชะตากัน ชิดชไมทำให้ราชนึกถึงผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่มีความหมายสำหรับเขามาก เรือนห้องแถวหลังเล็ก ๆ ในย่านจอแจ คือที่พักพิงของสองพ่อลูก นายสด และ สีไพร สีไพรเป็นสาววัยรุ่นแรกแย้มที่ชะตาชีวิตนำพาเธอมาพบกับภากร ใบหน้าที่หล่อเหลา และลีลาเจ้าชู้ของภากรทำให้สีไพรยอมทุ่มเททั้งใจและกายให้เขา แม้ผู้เป็นพ่อจะทัดทานไว้แต่ก็ไม่อาจขวางกั้นความรักและความฝันของสีไพรได้ นายสดเกรงว่าลูกสาวจะช้ำใจและไม่เหลืออะไรในภายหลัง เขาจึงถ่ายคลิปฉากรักเร่าร้อนของภากรและลูกสาว เพื่อใช้ต่อรองในวันที่ภากรจะสลัดรักสีไพร และก็เป็นไปดังคาดท่านกวีบังคับขู่เข็ญให้ภากรตัดขาดจากสีไพร ด้วยเหตุที่ฐานันดรต่างกันโดยสิ้นเชิง นายสดจึงเรียกค่าตอบแทนเป็นเงินหลักล้านเพื่อแลกกับคลิปฉาวอันนั้น ทว่าสีไพรกลับแอบตกลงยินยอมกับภากรเสียเองโดยเธอยินดีจะเป็นเมียเก็บลับ ๆ ของเขาที่ไม่ต้องออกหน้าออกตาและไม่มีใครรู้ ภากร พิชิตพงษ์ จัดเป็นผู้ชายที่เห็นแก่ตัว กดขี่เพศตรงข้าม และคนที่ต่ำชั้นกว่าเสมอ ๆ เขาถือว่าสีไพรคือกำไรชีวิต ส่วนผู้หญิงที่เขาอยากแต่งงานด้วยจริง ๆ ในตอนนี้คือ อมาวสี นอกจากความสวยของอมาวสีแล้ว การต้องการเอาชนะภาคย์ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่ง ยิ่งอมาวสีให้ความสำคัญกับภาคย์มากเท่าไหร่ ภากรก็ปรารถนาจะรวบหัวรวบหางอมาวสี โดยเร็วขึ้นเท่านั้น เหมือนที่ครั้งหนึ่งภากรเคยเอาชนะภาคย์และทำให้ภาคย์ปวดร้าวใจมาแล้ว ด้วยการแย่งตัว ชาลินี มาจากภาคย์ เมื่อภาคย์หนีออกจากบ้านไปไม่นานเท่าไหร่ ภากรก็หลอกลวงทุกคนว่าชาลินีรักเขา และใช้อิทธิพลของท่านกวีผู้เป็นพ่อ บีบบังคับเอา ชาลินีมาแต่งงานด้วยจนได้ กระทั่งชาลินีต้องช้ำใจตาย ส่วนนายภากรกลับกลายเป็นพ่อหม้ายเนื้อหอมที่เพลิดเพลินกับการไล่ล่าพรหมจรรย์สาว ๆ วาริน รัตนพงศ์ เพื่อนอีกคนหนึ่งของราช รัชภูมิ ทั้งสองเป็นเพื่อนกันตั้งแต่อยู่เมืองนอก วารินเป็นบุตรชายของ วิรัตน์ รัตนพงศ์ นักธุรกิจการค้าด้านอุปโภคบริโภคชื่อดังของเมืองไทย และเป็นพี่ชายของ วัชรี รัตนพงศ์ เพื่อนรักของอมาวสี วารินเพิ่งกลับมาจากญี่ปุ่น การตัดสินใจกลับมาอยู่เมืองไทยของเขายังความปลาบปลื้มให้แก่ผู้เป็นพ่อ จนต้องจัดงานเลี้ยงต้อนรับใหญ่โต วัชรีและอมาวสีชวนกันไปซื้อเสื้อผ้าข้าวของสำหรับงานเลี้ยงครั้งนี้ ทั้งสองสาวได้เจอกับราชโดยบังเอิญ ซึ่งทำให้วัชรีดีใจมาก เมื่อซื้อของเสร็จเรียบร้อย ราชอาสาขับรถไปส่งสองสาว โดยราชเลือกไปส่งวัชรีก่อน เมื่อราชและอมาวสีอยู่กันตามลำพังในรถ ทั้งสองต่อปากต่อคำกันในเรื่องบ้านแก้ว ราชพูดถึงเรื่องราวในบ้านพิชิตพงษ์ได้อย่างละเอียดจนอมาวสีเริ่มสงสัย เมื่ออมาวสีเล่าเรื่องนี้ให้นมพริ้งฟัง เธอจึงอยากเห็นหน้าของคุณราชเหลือเกิน เพราะนมพริ้งเริ่มสงสัยว่า ราช รัชภูมิ อาจจะเป็นพี่ภาคย์นั่นเอง มิเช่นนั้นจะยอมทุ่มเงินเป็นหลักล้านเพื่อซื้อบ้านเก่าหลังนี้ทำไม แต่อมาวสียังไม่คิดเช่นนั้น เพราะสายตาของราช ที่เธอเห็นช่างเย็นชาต่างจากสายตาของพี่ภาคย์โดยสิ้นเชิง ราช รัชภูมิ อาสาไปรับอมาวสีที่บ้าน โดยไม่สนใจคำปฏิเสธของเธอ วันนี้เขาโกนหนวดเคราออกจากใบหน้าจนเกลี้ยง เผยให้เห็นความหล่อระดับพระเอกแถวหน้าของช่อง 7 สี แขกเหรื่อในงานต่างเหลียวมองเขากันทุกคน โดยเฉพาะวัชรีเธอตกหลุมรักนายราชมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยมีเพื่อนเป็นกองเชียร์อย่างออกหน้าออกตา เพื่อน ๆ ช่วยกันผลักดันให้ทั้งสองออกไปเต้นรำคู่กันจนได้ ส่วนวารินเจ้าภาพของงานนี้กลับให้ความสนใจไปที่อมาวสี เขาจ้องมองเธอไม่วางตา นายวารินหลงรักอมาวสีเข้าให้แล้ว แขกในงานต่างเปลี่ยนคู่เต้นรำไปเรื่อย ๆ โดยเฉพาะราชเขาแทบจะได้เต้นรำกับผู้หญิงทุกคนในงานนี้ ยกเว้นเพียง อมาวสีเท่านั้นที่ราชวางท่าเหมือนไม่แคร์ ไม่แยแสความงามของเธอสักนิด กระทั่งก่อนงานเลิก ราชจึงเดินไปขอเต้นรำกับอมาวสีด้วยมารยาท ทำให้อมาวสีไม่อาจปฏิเสธได้ ในระหว่างการเต้นรำ ราชก็ยังอุตส่าห์พูดจากระแนะกระแหน กวนประสาทอมาวสีอย่างสนุกปาก สร้างความหงุดหงิดให้กับอมาวสีจนเธอต้องหนีออกไปจากฟลอร์ ที่บริเวณหน้างานเลี้ยง นายภากร พิชิตพงษ์ ขับรถมาจอดรออมาวสีอยู่นานทีเดียว ก่อนหน้านี้ภากรตั้งใจจะมางานนี้ด้วยแต่อมาวสีไม่ยอม แม้แต่จะขอขับรถมาส่งอมาวสีก็ไม่เปิดโอกาสให้ เมื่อภากรเห็นว่านายราชเป็นคนขับรถมารับอ้อไปจากบ้าน เขาจึงต้องแสดงการเป็นเจ้าของด้วยการขับรถมารับอ้อกลับบ้านโดยไม่บอกไม่กล่าวก่อน อมาวสีจำต้องนั่งรถไปกับภากรเพียงลำพัง ระหว่างทางภากรเลี้ยวรถไปจอดยังที่เปลี่ยว เขาตั้งใจที่จะรวบรัด เอาอมาวสีเป็นของเขาให้ได้ภายในคืนนี้ ในรถของเขาคันนี้น่าเสียดาย ที่เหตุการณ์ยังดำเนินไปไม่สุดซอย ราช รัชภูมิ ก็ปรากฏกายขึ้นราวกับเป็นซูเปอร์ฮีโร่ เพียงแค่เขาเคาะกระจกรถก็ทำให้ภากรไม่อาจดำเนินภารกิจนั้นต่อไปได้ อมาวสีรีบลงจากรถของภากรทันทีราชให้โอกาสอมาวสีเลือกว่าจะนั่งรถคันไหนกลับบ้าน จะนั่งไปกับเขาหรือจะกลับกับภากร ไม่ต้องตัดสินใจนาน อมาวสีเดินไปขึ้นรถของราชทันที ภากรโกรธจัด เสียหน้าไปไม่น้อย ในระหว่างนั่งรถไปกับราช อมาวสีเลือกที่จะพูดคุยถึงพี่ภาคย์ของเธอ ไม่มีท่าทีพิเศษใด ๆ ปรากฏขึ้นบนสีหน้าและแววตาของราช อมาวสีผิดหวังพอสมควร ที่ร้านอาหารหรูหราแห่งหนึ่งใจกลางเมือง นพ แกมกาญจน์ พาลูกสาวคือ นิลรัตน์ และพี่สะใภ้คือ มรว.หญิงทิพย์สุดา มาทานอาหาร ช่างบังเอิญที่ราชและชิดชไมมาที่ร้านนี้เช่นเดียวกัน ท่านหญิงตะลึงเมื่อเห็นหน้าราชเพราะใบหน้าของราชช่างเหมือนกับ หม่อมเจ้าคฑาเทพ ทวยไท อาของท่านหญิงยิ่งนัก ท่านอาได้อพยพไปอยู่อเมริกาเกือบสามสิบปีแล้ว และเพิ่งเสียชีวิตได้ปีเศษ ๆ นี้เอง ท่านหญิงขอให้นิลรัตน์สืบข้อมูลคุณราชจากวัชรีวัชรีซักไซ้วารินพี่ชายจนได้ความว่าราช รัชภูมิ เป็นหลานชายของรักษ์ รัชภูมิ เศรษฐีที่ภูเก็ต (เรื่องเดิมเป็นเศรษฐีเหมืองแร่ แต่ควรเปลี่ยนเป็นธุรกิจท่องเที่ยว) ลุงรักษ์ ส่งราชไปเรียน เรื่องเครื่องยนตร์ที่เมืองฮัมบูร์กประเทศเยอรมัน ซึ่งได้รู้จักและสนิทสนมกับวารินที่นั่นเอง เมื่อวารินเล่าเรื่องท่านชายคฑาเทพให้ราชฟัง ราชแค่สนใจเฉย ๆ ไม่ถึงกับตื่นเต้นมากมายนัก ในที่สุดราชตกลงซื้อบ้านแก้วในราคามากกว่าสิบล้าน เป็นการซื้อทั้งตัวบ้าน และข้าวของทุกชิ้นในบ้านหลังนี้ โดยนายเทินเป็นผู้ทำสัญญาซื้อขายกับทนายเจ้าของบ้าน ในบ้านแก้วหลังนี้ มีภาพเขียนสีน้ำมันรูปคุณยาย แขวนอยู่กลางโถงบ้าน อมาวสีจำได้ว่าพี่ภาคย์ของเธอรักภาพเขียนนี้มาก เธอตัดสินใจแอบเข้าไปในบ้านแก้วแล้วปลดภาพนี้ออก แต่ไม่ทันการณ์ ราช รัชภูมิ เข้ามาเห็นเสียก่อน อมาวสีสารภาพว่าต้องการเก็บภาพนี้ไว้ให้พี่ภาคย์ เธออ้อนวอนขอจากราช ราชปฏิเสธแต่เปลี่ยนเป็นให้คำสัญญาว่าหากภาคย์กลับมาวันใดเขาจะคืนภาพนี้ให้ทันที อมาวสีดีใจ ทั้งสองสบตากันด้วยความปลาบปลื้ม เมื่อราชขับรถพาอมาวสีมาส่งที่บ้านพิชิตพงษ์ ภากรแอบเห็นเหตุการณ์โดยตลอดภากรไม่พอใจ จึงตรงเข้าไปบอกท่านกวี ผู้เป็นพ่อว่าเขารักและต้องการแต่งงานกับอมาวสี ทันทีที่เธอเรียนจบ และยังให้คำมั่นสัญญากับผู้เป็นพ่อด้วยว่าหากได้แต่งงานกับอมาวสีจะเลิกทำตัวเหลวแหลก เสเพล โดยเด็ดขาด ท่านกวีได้ฟังอย่างนั้นก็ดีใจ รับปากว่าจะจัดการให้ ภากรขอพ่ออย่าเพิ่งบอกให้อ้อรู้ตอนนี้ ท่านกวีตอบตกลง วันหนึ่งราชไปหาอมาวสีโดยตั้งใจ เขาบอกเธอว่ามีคนมาขอซื้อบ้านแก้วหลังนี้ ต่อจากเขา ซึ่งเป็นราคาที่เขาจะได้กำไรไม่น้อย ราชให้อมาวสีตัดสินใจว่าควรจะขายหรือไม่อมาวสีนิ่งไปไม่มีคำตอบ ราชจึงรับปากว่าเขาจะไม่ขายบ้านแก้วก็ได้ แต่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนบางอย่าง ซึ่งราชยังไม่บอกเธอในวันนี้ ภากรชวนอมาวสีไปเที่ยวทะเลหลังสอบเสร็จ อมาวสีปฏิเสธ อ้างว่าต้องการหางานทำ ภากรโกรธ พลั้งปากออกไปว่ายังไงอ้อก็ต้องแต่งงานกับเขา จึงไม่จำเป็นต้องหางานทำ อมาวสีตกใจมาก ๆ ที่ได้ยินเช่นนั้น ถึงกับล้มป่วยในเวลาต่อมาท่านหญิงทิพย์สุดาเล่าให้คุณนาถ ผู้เป็นสามีฟัง ถึงเรื่องราวครั้งเก่าของท่านอาท่านอาเคยคบหารักใคร่กับ คุณแดง แต่จู่ ๆ คุณแดงก็หันไปเลือกแต่งงานกับคู่หมั้นของเธอ ทั้ง ๆ ที่กำลังอุ้มท้องทารกที่เป็นทายาทของท่านอา ก่อนเสียชีวิตท่านอาสั่งเสียให้ตามหาสายเลือดของท่านคนนี้ให้ได้เพื่อให้มารับมรดกทั้งหมดของท่านอา ลางสังหรณ์บางอย่างทำให้ท่านหญิงทิพย์สุดาปักใจเชื่อว่า ราช รัชภูมิ น่าจะเป็นทายาทคนที่เธอกำลังตามหาจอน ทองอร่าม ปรากฏตัวขึ้นกลางบ้านของราช มันเป็นหลานชายของ จำปี เมียผู้เสียชียชีวิตไปแล้วของลุงรักษ์ นายจอนตั้งใจมาไถเงินราชอย่างก้าวร้าวและกำแหง ราชไม่ให้ เพราะรู้ดีว่านายจอนนั้นยุ่งเกี่ยวกับเรื่องราวผิดกฏหมายทั้งการพนันและยาเสพติดนายจอนโกรธจัด ด่าทอราชว่าเป็นแค่เด็กที่ลุงรักษ์เก็บมาเลี้ยง อย่ามาทำโอหัง อวดดี ราช โต้ตอบด้วยกำปั้นแทนคำพูด นายจอนกลับออกไปพร้อมกับรอยฟกช้ำ หลังสอบเสร็จ อมาวสีตกอยู่ในความโศกเศร้ามากยิ่งขึ้น เพราะเธอรู้ว่าจะต้องแต่งงานกับภากร โดยการสั่งการจากท่านกวีผู้มีบุญคุณกับเธอ อมาวสีไม่กล้าเอ่ยปากบอกเรื่องนี้กับใคร แต่กระนั้นข่าวนี้ก็รู้ถึงหูราชจนได้ ราชเกิดความรู้สึกหึงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว เขาตอบตัวเองในใจว่าความอาฆาตแค้นครั้งเก่าที่มีต่อตระกูลพิชิตพงษ์ต่างหากที่เป็นตัวกำหนดอารมณ์ ความสมหวัง ความผิดหวัง หรือแม้แต่การหึงหวงที่เกิดขึ้นในใจเขา มันมิใช่ความรัก แน่ ๆ ราช รัชภูมิ รู้ว่าวารินจะไปเที่ยวพัทยากับวัชรีและเพื่อน ๆ ซึ่งมีอมาวสีอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย ราชชวนอนุและการันต์ตามไปพัทยาด้วย การันต์ตามจีบพึงใจ อนุตามจีบนิลรัตน์ ส่วนวารินนั้น ใคร ๆ ก็เห็นว่าเขาจีบอมาวสีอยู่ เช่นเดียวกับที่เพื่อน ๆ รู้ว่าราชเป็นที่จับจองของวัชรี ราชหาจังหวะคุยกับอมาวสีในประเด็นเรื่องของความรักและการแต่งงาน ท่าทีของอมาวสีบ่งบอกชัดเจนว่าไม่ได้รักภากร งั้นคงจะเป็นวารินล่ะซีที่เธอรัก ราชยั่วยวนต่อไป อมาวสี เผยความในใจว่าพี่ภาคย์คือคนเดียวเท่านั้นที่เธอคิดถึงเสมอมา ไม่เคยเปลี่ยน ทั้งสองสบตากันตรง ๆ เต็ม ๆ ตา ไม่มีความรู้สึกพิเศษใด ๆ เกิดขึ้นในสีหน้าและแววตาของราช ราช อาสาช่วยแก้ปัญหานี้ให้โดยให้เธอนึกว่าเขาคือพี่ภาคย์คนนั้น คืนหนึ่ง ท่านกวีทะเลาะกับคุณหญิงอำภา เนื่องจากท่านหญิงทิพย์สุดามองกวีด้วยสายตาเยาะเย้ย คงเป็นเรื่องที่เขาต้องทนนั่งเลี้ยงลูกที่ไม่ใช่สายเลือดของเขา แต่เป็นทวยไทไม่ใช่พิชิตพงษ์ ทั้งคู่มีปากเสียงกันเลยเถิดไปถึงการขุดเรื่องเก่ามาตะคอกใส่หน้ากัน นั่นคือความจริงที่ไอ้ภาคย์คือลูกชายของท่านคฑาเทพ คนรักเก่าของคุณหญิงอำภา และนับวันเมื่อมันโตขึ้น หน้ามันก็เหมือนพ่อมันมากขึ้นเรื่อย ๆ นั่นจึงเป็นเหตุให้ท่านกวีจงเกลียดจงชังภาคย์ยิ่งนัก คุณหญิงอำภาร้องไห้คร่ำครวญ เพราะท่านกวีผิดสัญญาที่เคยบอกว่าจะไม่พูดเรื่องนี้อีกเลย อมาวสีได้ยินทั้งหมดของการทะเลาะเบาะแว้ง เธอจึงมั่นใจว่า ราชจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากพี่ภาคย์ของเธอ ภากรตัดสินใจบอกสีไพรเรื่องการแต่งงานของเธอกับอมาวสี สีไพรยินดีที่จะเป็นเมียเก็บเงียบ ๆ ของภากรตลอดไป เธอเลือกที่จะไม่บอกภากรว่าเธอกำลังตั้งท้องภากรยังคงตัดไม่ขาดจากการดื่มเหล้า แม้เขาจะมีความสุขกายสบายใจ เขาก็อดไม่ได้ที่จะต้องฉลองความสุขของตัวเอง และครั้งนี้เขาได้พบกับนายจอน ทองอร่าม นายจอนเห็นช่องทางที่จะกอบโกยผลประโยชน์จากภากร มันส่ง สายบัว เมียสาวสุดเซ็กซี่ของมันเข้าไปยั่วยวนภากร โดยแนะนำตัวว่าชื่อ จูดี้ เป็นน้องสาวของพี่จอน ภากรหลงเสน่ห์ของจูดี้ เขาอยากได้เธอทันทีที่เห็น จูดี้ดึงภากรให้เข้าสู่บ่อนการพนันของจอน จากนั้น เซียนพนันทุกคนในบ่อนนี้ก็รุมหัวกันโกงกินเงินของภากรจนหมดเกลี้ยง แต่ภากรไม่ยี่หระเขายินดีจะกลับมาที่นี่อีกบ่อย ๆ หากมีจูดี้คอยปรนนิบัติเขาอย่างนี้ จะเสียเงินอีกเท่าไหร่ก็ไม่มีปัญหา ท่านกวีและคุณหญิงอำภาเห็นท่าทีของภากรที่กลับไปดื่มเหล้าเมามาย ทำตัวเหลวใหลเหมือนเดิมอีก ทั้งคู่เข้าใจเอาว่าคงมีปัญหาทะเลาะกับอมาวสี ท่านกวีจึงขอให้อมาวสี พูดจาดี ๆ เอาอกเอาใจภากรมากขึ้นกว่าเดิม อมาวสีจำใจต้องทำตามนั้น ภากรจึงมีท่าทีที่ดีขึ้นโดยเอาตัวห่างออกจากบ่อนและอ้างกับจูดี้ว่า เขาถูกบังคับให้แต่งงาน วัชรีทำตัวเป็นแม่สื่อ นัดให้วารินได้พบกับอมาวสี ทุกครั้งที่มีการนัดหมาย ราชมักจะโผล่ไปด้วยเสมอ วัชรีจึงได้ใช้โอกาสนี้ในการใกล้ชิดกับราชด้วยเช่นกัน อมาวสีหาโอกาสพูดกับราชว่า เธอรู้ว่าราชคือภาคย์ แต่ราชปฏิเสธทุกครั้งไป ทำให้อมาวสีน้อยใจและเสียใจมาก นิลรัตน์เล่าให้ อมาวสีฟังว่าเห็นราชไปกินข้าวตามลำพังสองคนกับชิดชไม อมาวสีตัดสินใจประชดด้วยการ ตอบรับแต่งงานกับภากร เมื่อราชรู้ข่าวการแต่งงานในอีกสองเดือนข้างหน้า เขารีบนัดพบอมาวสี ราชทวงสัญญาจากอมาวสีที่จะแลกเปลี่ยนกับการไม่ขายบ้านแก้วให้กับคนอื่นต่อ ราชขอให้อมาวสีบอกทุกคนว่าเธอรักราช เพื่อจะได้ไม่ต้องแต่งงานกับภากร แต่ในเวลานี้ อมาวสีไม่สนใจเรื่องบ้านแก้วอีกแล้ว เธอมั่นใจว่าราชคือภาคย์และเมื่อเขาไม่ยอมรับว่าเป็นภาคย์ อมาวสีจึงไม่สนใจที่จะรับความช่วยเหลือของเขาแต่อย่างใด ราชกลับภูเก็ตด้วยความผิดหวัง เขาเริ่มลังเลว่าตัวเองรู้สึกอย่างไรกับอมาวสีกันแน่ แต่แล้วเขาก็ตอบตัวเองอีกครั้งว่านี่คือการแก้แค้น เขาต้องการเพียงแค่ทำให้ภากรเจ็บปวดที่ต้องเสียของรัก เหมือนที่เขาโดนกระทำในวัยเด็ก เมื่อได้พบกับลุงรักษ์ ราชจึงรู้ว่าหลวงเจนอรรถการ เพื่อนของลุงรักษ์ได้เห็นภาพถ่ายของราช ทำให้เขานึกถึงท่านชายคฑาเทพ เพราะว่าหน้าตาเหมือนกันมาก พร้อมทั้งเล่าเรื่องราวอมตะรักของท่านชายให้ฟังว่าคนรักของท่านจำต้องแต่งงานกับคู่หมั้นที่ผู้ใหญ่จัดไว้ให้ ทำให้ท่านเสียใจ ต้องหนีหน้าไปอาศัยอยู่ต่างประเทศ เป็นอีกครั้งที่ราชได้ยินเรื่องราวเหล่านี้ ท่านกวีเร่งพิธีแต่งงานของภากรและอมาวสีให้เร็วยิ่งขึ้น ราชกลับมาจากภูเก็ต พยายามติดต่ออมาวสี แต่เป็นไปโดยลำบาก เมื่อเขาโทรศัพท์ไปที่บ้านพิชิตพงษ์กลับกลายเป็นภากรที่เป็นผู้รับสาย ราชพูดจายั่วยุภากร และบอกว่าอมาวสีคือเมียที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฏหมายของเขา ภากรโกรธจัดเขาดักรออมาวสีและตรงเข้าปลุกปล้ำเธอ ดีแต่ว่าคุณหญิงอำภาเข้ามาขวางไว้ได้ทัน อมาวสีลองพูดกับคุณหญิงอำภาว่าราชนั้นมีหน้าตาคล้ายท่านชายคฑาเทพ คุณหญิงอำภาถึงกับตกตะลึง คุณหญิงอำภาได้พูดกับราชทางโทรศัพท์ เธอจำเสียงได้ทันทีว่านี่คือภาคย์ลูกชายที่หนีหายไป แต่ราชยังคงปฏิเสธโดยสิ้นเชิง แม้จะมีอาการอึ้งไปไม่แพ้กัน คุณหญิงอำภาตัดสินใจไปพบราชที่บ้านของเขา เธอมั่นใจว่าราชคือลูกชายของเธอ แต่ราชกลับทำเย็นชาใส่คุณหญิง หลังจากวันนั้นคุณหญิงอำภาก็ล้มป่วยลง แพทย์ประจำตัวบอกว่าโรคหัวใจของคุณหญิงกำเริบหนักขึ้น อมาวสีดั้นด้นไปพบราชอีกครั้ง เพื่อขอร้องให้ราชยอมรับว่าตนคือภาคย์ ราชปฏิเสธและมีท่าทีเฉยเมย เขาเฝ้าพูดกับหัวใจตัวเองว่าทั้งหมดนี้คือแผนการณ์ที่ตั้งใจ เพื่อให้คนที่เคยทำให้เขาเจ็บช้ำต้องรู้จักความเจ็บช้ำบ้าง อมาวสีผิดหวังในตัวราช เธอประกาศว่าทางเดียวที่จะทำให้คุณหญิงสบายใจขึ้นได้คือรีบแต่งงานกับภากร ราชดึงอมาวสีเข้ามาจูบทันที อมาวสีตบหน้าราชเป็นการตอบแทน ภากรพาอมาวสีไปลองชุดแต่งงาน ทั้งสองได้เจอกับราชที่เดินควงมากับชิดชไม อมาวสี แกล้งทำหวานซึ้งกับภากร ราชก็กระทำเช่นเดียวกันกับชิดชไม วารินนั้นแทบจะถอดใจเรื่องอมาวสี ส่วนสายบัวหงุดหงิดที่ภากรจะแต่งงานเพราะเธอเริ่มรักภากรจริง ๆ จัง ๆ สีไพรก็ยังคงยอมทนกับสถานะเมียเก็บของเธอ ในวันต่อมานายเทินโกหกว่าราชถูกรถชนอาการบาดเจ็บสาหัส อมาวสีรีบเดินทางไปเยี่ยมราช หลังจากวันนั้นอมาวสีก็หายตัวไปอย่างลึกลับ งานแต่งงานจึงถูกเลื่อนออกไปโดยไม่มีกำหนด อมาวสีถูกลักพาตัวมาไว้ที่บ้านกลางไร่อ้อย โดยมีป้าแปลก แม่บ้านเป็นใบ้ และบัวเขียว สาวใช้ เป็นคนคอยดูแล นายมั่น คนงานหน้าเหี้ยมทำหน้าที่เฝ้าและคุมหน้าห้อง ทุกคนที่นั่นเรียกอมาวสีว่าคุณนายเพราะราชบอกทุกคนว่าอมาวสีเป็นภรรยาของเขา อมาวสีพบราชครั้งแรกที่โต๊ะอาหารเวลาค่ำ เธอไม่ยอมเปลี่ยนชุดที่เขาเตรียมไว้ให้ ทั้งคู่ยังคงปั้นปึ่งและพูดจาประชดประชันกัน ภากรหงุดหงิดที่ตามหาอมาวสีไม่เจอ แต่จู่ ๆ ก็มีของขวัญส่งมาจากราช รัชภูมิ เหมือนเป็นการเยาะเย้ยกัน ภากรตัดสินใจไปหาสีไพรด้วยสภาพเมามาย ในคืนที่ควรจะเป็นพิธีแต่งงานของเขา วัชรีสงสัยว่าอมาวสีหายไปไหน แต่ก็ไม่อาจสืบทราบได้ ราชมีความสุขกับการหาซื้อข้าวของเครื่องใช้ให้อมาวสี ในใจอีกด้านหนึ่งของเขาพยายามเตือนตัวเองว่าทั้งหมดนี้เป็นแค่การเดินหมาก เพื่อแก้แค้นเอาคืนกับคนเหล่านี้เท่านั้น เขาบังคับตัวเองให้ไปหาชิดชไมเพื่อจะลืมอมาวสีให้ได้ แต่ก็ไม่สำเร็จผลดังเช่นนั้น เขาบอกชิดชไม ว่าต้องไปทำงานที่ตราด คงไม่ค่อยมีโอกาสได้เจอกันนัก ชิดชไมมีอาการผิดหวังให้เห็น เมื่อราชบอกว่าเธอเป็นเพื่อนรัก ไม่ใช่คนรัก ในบาร์แห่งหนึ่ง ราชแวะไปหาเพื่อนสนิทคืออนุกับการันต์ พวกเขาได้เห็นภากรคลุกคลีอยู่กับนายจอน ราชคาดเดาได้ว่านายจอนต้องหลอกเอาเงินภากรจนหมดเนื้อหมดตัวแน่ ๆ เป็นจริงอย่างที่ราชคิด ภากรเป็นหนี้ในบ่อนร่วมล้านบาท ด้วยการล่อลวงของสายบัว และบรรดานักพนันหน้าม้า ที่รวมตัวกันอยู่ในบ่อน สายบัวแอบสงสารแต่ยังหาวิธีช่วยไม่ได้ อมาวสีเดียวดายอยู่ในบ้านกลางไร่ เธออดไม่ได้ที่จะคิดถึงราช แต่เมื่อราชกลับมา เธอกลับทำปั้นปึ่งใส่ และเป็นเช่นนี้ทุกครั้งไป เยี่ยงพระเอก นางเอกพึงกระทำ ในละครทีวีของประเทศไทย ราชได้รับโน้ตจากลุงรักษ์ ใจความว่าให้กลับมาดูแลธุรกิจที่ภูเก็ตได้แล้ว และลุงรักษ์ได้มองหาเจ้าสาวให้ราชแล้วด้วยเธอคือ อรัญญา คนสวยคืนหนึ่ง ฝนตกหนักที่บ้านกลางไร่ เกิดเรื่องวุ่นวายด้วยเถ้าแก่เส็ง ยกพวกหมายบุกปล้นทำลายไร่ผืนนี้ที่ราชเป็นเจ้าของร่วมกับ พินัย เพื่อนเก่า อมาวสีต้องอยู่เพียงลำพังกับบัวเขียวท่ามกลางความมืดมิด เพราะต้องอำพรางแสงสว่างไว้ สายฝนที่โหมกระหน่ำ ฟ้าแล่บ ฟ้าร้องคำรามลั่นทำให้อมาวสีหวาดกลัว และหวนคิดถึงวัยเด็ก พี่ภาคย์จะเข้ามากอดปลอบประโลมเธอทุกครั้ง และแล้วราชก็กลับมาพร้อมกับการคลี่คลายปัญหาเรื่องหมู่โจรบุกรุกที่จนหมดสิ้น เขากอดปลอบประโลมอมาวสีเหมือนที่เคยทำเมื่อครั้งวัยเด็ก ราชยอมรับกับตัวเองว่าเขารักอมาวสี เมื่อฝนซา ฟ้าเริ่มสาง อมาวสีได้เหลือบไปเห็นโน้ตจากลุงรักษ์ที่จะให้ราชแต่งงานกับ อรัญญา อนิจจา อมาวสีน้อยใจเข้าให้อีกแล้ว ท่าทีของเธอจึงกลับไปเย็นชา ปั้นปึ่งกับราชอีกครั้งหนึ่ง ท่านกวียังคงมีปัญหาเรื่องหนี้สินจากการลงทุนในธุรกิจของเขา จู่ ๆ ท่านก็ได้ทราบว่าภากรแอบขายตึกที่ีถนนตกไปแล้ว เมื่อไม่มีเงินพอชำระหนี้สินท่านจึงตัดสินใจจำนองบ้านพิชิตพงษ์ วิกฤตของครอบครัวในครั้งนี้ท่านกวียังคงเห็นว่าต้นตอตัวการก็มาจาก อมาวสีนั่นแหละ ท่านหญิงทิพย์สุดารู้เรื่องนี้เข้าจึงเป็นผู้รับจำนองบ้านซะเอง การทำสัญญาครั้งนี้ท่านหญิงให้ใส่ชื่อน้องสามีแทนชื่อของเธอ เพื่อไม่ให้ท่านกวีรู้ เพราะอาจจะมีอารมณ์โกรธจนไม่ยอมเซ็นสัญญาให้ ภากรยังคงมีความคั่งแค้น และปักใจเชื่อว่าการที่อมาวสีหายไปต้องเป็นฝีมือของราชแน่ ๆ ภากรว่าจ้างนายจอนให้ฆ่าราช นายจอนตอบตกลงเพราะเกลียดไอ้ราชเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว มันเริ่มส่งลูกน้องติดตามหาตัวราช รัชภูมิ ราชบอกลุงรักษ์ว่าขอปฏิเสธที่จะแต่งงานกับอรัญญา ลุงรักษ์มอบทรัพย์สมบัติทั้งหมดของเขาให้เป็นของราช ในวันที่สิ้นลุง ราชจะต้องสืบทอดตระกูลรัชภูมิสืบไป ราชตัดสินใจจะพาอมาวสีกลับบ้าน และเพื่อไม่ให้เสื่อมเสียเกียรติ เขาตั้งใจจะพาอมาวสีไปแต่งงานที่ภูเก็ต อมาวสีเข้าใจว่าราชทำไปเพื่อแสดงความรับผิดชอบเท่านั้น ไม่ใช่เพราะความรัก เธอจึงปฏิเสธราช ราชเข้าใจว่าอมาวสีคงจะรักวาริน เอาเข้าไป เรื่องราวจึงไม่ลงเอยซักที นายจอนได้ข่าวว่าราชพาอมาวสีไปไว้ที่ไร่พนัสพงษ์ จึงวางแผนไปลักพาตัวอมาวสี ก่อนที่ราชจะพาเธอกลับกรุงเทพฯ นายจอนเปลี่ยนใจไม่ส่งตัวอมาวสีคืนให้ภากรเพราะเมื่อเห็นความสวยของอมาวสี มันก็นึกอยากได้ไว้เป็นเมียเสียเอง อมาวสีแกล้งบอกสายบัวว่า เธอรักราชและกำลังท้องกับราช สายบัวนึกสงสารจึงพยายามหาทางช่วยอมาวสีภากรเหมือนคนไร้อนาคต เขามาปรับทุกข์กับสีไพร และจึงได้รู้ว่าสีไพรกำลังตั้งท้องลูกของเขา พลันภากรได้สติคิด เขากลับเนื้อกลับตัวนับตั้งแต่นาทีนั้น เพื่อลูกของเขา และเมียที่แสนดีที่ชื่อสีไพร ยังความปลาบปลื้มใจให้กับสีไพรและนายสดผู้เป็นพ่อยิ่งนัก ภากรกลับไปสารภาพผิดกับพ่อและแม่ในทุก ๆ เรื่อง เขาบอกว่าอยากเจอภาคย์อยากขอโทษที่ได้ทำเรื่องไม่ดีกับภาคย์ไว้มากมาย ท่านกวีตัดสินใจเปลี่ยนจากจำนองเป็นขายขาด บ้านพิชิตพงษ์ คุณนพตกลงและยอมให้ท่านกวีและคุณหญิงอยู่ต่ออีกหนึ่งปีในระหว่างหาบ้านหลังใหม่ ท่านหญิงทิพย์สุดานัดพบราชท่านหญิง เล่าเรื่องท่านอาคฑาเทพให้ฟัง และย้ำกับราชว่า ท่านอารักลูกมาก และตั้งใจมอบทรัพย์สมบัติทั้งหมดของท่านให้ รวมทั้งบ้านพิชิตพงษ์ด้วยเช่นกัน ราชปฏิเสธเช่นเคย นายจอนรู้ข่าวว่าลุงรักษ์ยกมรดกให้ราชทั้งหมด จึงโกรธ มันรีบลงใต้ตรงไปหาลุงรักษ์ที่ภูเก็ต ทั้งสองทะเลาะกันหนักหน่วง นายจอนไม่พอใจที่ลุงเห็นหลานนอกคอกดีกว่าหลานแท้ ๆ อย่างมัน ส่วนลุงรักษ์ก็ตำหนินายจอนที่ทำตัวเลว ไม่สมกับเป็นคนในตระกูลรัชภูมิ นายจอนจึงบันดาลโทสะชักปืนยิงลุงรักษ์จนตายทางด้านสายบัวฉวยโอกาสที่นายจอนไม่อยู่ปล่อยตัวอมาวสีให้เป็นอิสระ เมื่อ อมาวสีกลับคืนสู่พิชิตพงษ์ด้วยความปลอดภัย ท่านกวีจึงรีบเตรียมจัดงานแต่งงานอย่างเร่งด่วน ทว่าภากรสารภาพความในใจของเขาว่า เขาไม่อาจแต่งงานกับใครได้เพราะคนที่เขารักคือ สีไพร และตอนนี้สีไพรก็กำลังจะให้กำเนิดทายาทของพิชิตพงษ์ในไม่กี่วันข้างหน้านี้ ท่านกวีอึ้ง ต้องใช้เวลาทำใจอีกสักพักใหญ่ ๆ ถึงจะยอมรับได้ ภากรกับอมาวสีปรับความเข้าใจกันเป็นพี่น้องที่รักกันในที่สุด ส่วนราชนั้นหันไปควงชิดชไมสลับกับการเอาอกเอาใจวัชรี ทั้งหมดนี้เพื่อเป็นการประชดอมาวสี อาการของคุณหญิงอำภายังคงไม่ดีขึ้น แพทย์ลงความเห็นว่าเธอขาดกำลังใจ อมาวสีจำต้องบากหน้าไปอ้อนวอนราชอีกครั้ง โดยขอให้มาเยี่ยมคุณหญิงและยอมรับว่าราชคือ ภาคย์ ราชยังคงใจแข็งยิ่งกว่าภูผา อมาวสีผิดหวังอย่างแรง เธอพูดจาดูถูกราชชนิดไม่ไว้หน้า ราชเองก็เสียใจไม่น้อยที่เหตุการณ์เป็นเช่นนี้ ทุกคนมีความเห็นใจให้กับคนอื่น ให้ใคร ๆ ได้หลาย ๆ คน แต่ทำไมไม่มีใครให้ความเห็นใจเขาบ้างเลย ในวันที่เขาถูกกระทำ ไม่มีใครโผล่หน้าออกมาปกป้องเขาแม้แต่นิดเดียว ที่เป็นอย่างนี้มันก็สาสมดีแล้วไม่ใช่เหรอ... ทันใดนั้นเอง นมพริ้งก็ปรากฏตัวขึ้น ทันทีที่เห็นนมพริ้งราชโผเข้าไปกอดและร้องไห้โฮใหญ่กับตักและไหล่ของนมพริ้ง เป็นครั้งแรกที่ราชยอมรับว่าเขาคือ ภาคย์ เขารับปากว่าจะไปเยี่ยมไปกราบแม่ โดยขอเลือกไปในวันที่ท่านกวีไม่อยู่ ไม่ทันต้องรอให้ถึงวันนั้น คุณหญิงอำภาเดินทางมาหาราชที่บ้านของเขาในไม่กี่วันหลังจากนั้น สองแม่ลูกทำความเข้าใจกันได้ในที่สุด คนงานทางใต้ส่งข่าวให้ราชรู้ว่านายจอนยิงลุงรักษ์จนถึงตาย ราชรีบเดินทางลงใต้ แต่อมาวสีกลับคิดว่าราชจะไปแต่งงานกับอรัญญา นายจอนหลบหนีเข้ามาซุกตัวในกรุงเทพฯ มันรู้ข่าวงานเลี้ยงบ้านวารินจะมีไอ้ราชไปร่วมงานด้วย นายจอนวางแผนบุกเข้าไปยิงไอ้ราชให้ได้ในงานนี้ ที่งานเลี้ยงวันเกิดวาริน ราชและอมาวสียังเข้าใจผิดกันไม่เลิก ราชคิดว่าอมาวสีคงจะลงเอยกับวาริน อมาวสีเชื่อว่าราชมีทางเลือกมากมาย ทั้งอรัญญา สาวงามที่ภูเก็ต หรือไม่ก็ชิดชไม ครีเอทีฟสาวเปรี้ยว เซ็กซี่ แถมยังมีวัชรีที่แจ่มใสร่าเริงอีกคนแต่แล้วในที่สุด เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ตรงมุมที่เหมาะเหม็ง ราชก็ปรับความเข้าใจกับอมาวสี ยังไม่ทันที่จะเข้าใจกันดี นายจอ ก็ยื่นปืนออกมายิงใส่ราช ทว่าอมาวสีเห็นซะก่อน เธอทะยานออกไปใช้ร่างบังกระสุน ก่อนที่จะถึงตัวราช วารินไล่ตามจับนายจอนจนได้ ส่วนราชรีบพาอมาวสีไปโรงพยาบาล ทุกคนเข้าใจกันด้วยดี ในท้ายที่สุดราชบอกรักและขออมาวสีแต่งงาน ทั้งสองอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข รายชื่อนักแสดงนำ ใน ละคร หัวใจเถื่อน อรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ราช รัชภูมิ/ภาคย์ พิชิตพงศ์ ใน ละคร หัวใจเถื่อน อุษามณี ไวทยานนท์ รับบท อมาวสี ศศิน ใน ละคร หัวใจเถื่อน พิชยดนย์ พึ่งพันธ์ รับบท ภากร พิชิตพงศ์ ใน ละคร หัวใจเถื่อน พิมพรรณ ชลายนคุปต์ รับบท คุณหญิงอำภา พิชิตพงศ์ ใน ละคร หัวใจเถื่อน สุรวุฑ ไหมกัน รับบท รตม.กวี พิชิตพงศ์ ใน ละคร หัวใจเถื่อน วาสนา สิทธิเวช รับบท ป้าพริ้ง ใน ละคร หัวใจเถื่อน ศรัญญ่า ชุณหศาสตร์ รับบท วัชรี รัตนพงษ์ ใน ละคร หัวใจเถื่อน ชวัลนันท์ จันทร์ทรัพย์ รับบท วาริน รัตนพงษ์ ใน ละคร หัวใจเถื่อน อรุชา โตสวสัสด์ รับบท จอน ทองอร่าม ใน ละคร หัวใจเถื่อน กัญญกร พินิจ รับบท สายบัว/จูดี้ ใน ละคร หัวใจเถื่อน นิชานันท์ ฝั้นแก้ว รับบท ชิดชไม ชลากร ใน ละคร หัวใจเถื่อน จุฑามาศ มันตะลัมพะ รับบท สีไพร ใน ละคร หัวใจเถื่อน ภานรินทร์ ชุ่มมะโน รับบท นิลรัตน์ แกมกาญจน์ ใน ละคร หัวใจเถื่อน กชกร ส่งแสงเติม รับบท พึงใจ พิงคะ ใน ละคร หัวใจเถื่อน พิพัฒน์พล โกมารทัต รับบท รักษ์ รัชภูมิ ใน ละคร หัวใจเถื่อน สิทธิพันธ์ กลมเกลี้ยง รับบท อนุ ใน ละคร หัวใจเถื่อน พศิน ศรีธรรม รับบท การันต์ ใน ละคร หัวใจเถื่อน ฐรินดา กรรณสูต รับบท ม.ร.ว.หญิงทิพย์สุดา แกมกาญจน์ ใน ละคร หัวใจเถื่อน วีระชัย หัตทโกวิท รับบท เทิน ทวนทอง ใน ละคร หัวใจเถื่อน นึกคิด บุญทอง รับบท สุด ใน ละคร หัวใจเถื่อน มรกต โกมลบุตร รับบท ทนายชอบ ใน ละคร หัวใจเถื่อนวันทิพย์ ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคราม รับบท ท่านยายของภาคย์ ใน ละคร หัวใจเถื่อน

คิดได้! บังยี แนะจับผู้ตัดสินไทยลีกไปสาบานวัดพระแก้ว
"บังยี" วรวีร์ มะกุดี /  ข่าวบอลไทย / 

“บังยี” วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยว่า จากปัญหาเรื่องผู้ตัดสินฟุตบอลไทยที่เกิดขึ้นนั้น แนวทางหนึ่งที่เสนอให้ พล.อ.ชินเสณ ทองโกมล ประธานคณะกรรมการผู้ตัดสินไปแล้วคือ ให้นำผู้ตัดสินทั้งคณะกล่าวปฏิญาณตนที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือ วัดพระแก้ว ซึ่งเป็นที่ประดิษฐาน พระแก้วมรกต สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองไทย เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ตรงนี้ตนไม่ได้มองว่าเป็นวิธีการโบราณ แต่เป็นเรื่องของจิตใจมากกว่า ปัจจุบันข้าราชการต่างๆก็ยึดถือและมีพิธีการดื่มน้ำพิพัฒน์สัตยาอยู่แล้ว นายกลูกหนังไทย กล่าวต่อไปว่า ส่วนการจับสลากผู้ตัดสินเป็นวิธีแก้ปัญหาแค่ระยะสั้น และเป็นการให้โอกาสผู้ตัดสินไทยได้ลงทำหน้าที่ด้วย ซึ่งเมื่อมีโอกาสแล้ว หากยังเป็นการผิดพลาดโดยทุจริต ก็ต้องมีบทลงโทษตาม พระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ.2556 ถ้าผู้ตัดสินคนใดมีนอกมีในจะไม่เอาไว้อย่างแน่นอน จากนั้นหากแก้ไขไม่ได้จริงๆ แนวทางสุดท้ายคือจ้างผู้ตัดสินต่างชาติเข้ามาทำหน้าที่แทน ก็จะส่งผลให้ผู้ตัดสินไทยเสียโอกาสไปเอง ส่วนผู้ที่ทำหน้าที่ดี ในอนาคตจะทำให้เป็นผู้ตัดสินอาชีพและมีเงินเดือนให้ ที่มา เดลินิวส์

ผู้พันหลอ เผยเหตุ บังยี เลือกให้นั่งพ่อบ้านลูกหนัง เพราะความกตัญญู
บังยี /  พ.อ.วรวุฒิ ทองศรีงาม / 

ได้แล้วพ่อบ้านลูกหนังคนใหม่ หลังจาก พินิจ สะสินิน ลาออกจากตำแหน่ง ทำให้ช่วงเวลาที่ผ่านมาตำแหน่งเลขาธิการสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ว่างลงทำให้ “บังยี” วรวีร์ มะกูดี นายกส.บอล มองหาคนที่เหมาะสมเข้ามารับหน้าที่ และแล้วหวยก็ไปออกที่ ผู้พันหลอ พ.อ.วรวุฒิ ทองศรีงาม คนรู้ใจ บังยี โดยล่าสุด ผู้พันหลอ ที่ได้รับการแต่งตั้งจาก บังยี อย่างเป็นทางการ ได้ออกมาเปิดเผยถึงการได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่สำคัญนี้ว่า สาเหตุที่ตนเองได้รับตำแหน่งนี้มาจากความกตัญญู และรักความถูกต้อง ทำให้ทำงานร่วมกับบังยี และวงการฟุตบอลไทย ได้เป็นอย่างดี