บังยี

สุดยอดเคสกันกระแทก iPhone 6/6plus ระดับ USA Military UAG
เคส iPhone 6 /  เคส iPhone 6 plus / 

ข้อมูลเพิ่มเติม+สั่งซื้อ http://goo.gl/iMignc สุดยอดเคสกันกระแทกในตำนานกับ UAG case ที่โด่งดังไปทั่วโลก เคส iPhone 6 / 6 Plus ทำจากวัสดุชนิดพิเศษและการปกป้องแบบกันกระ­แทกโดยออกแบบให้ด้านนอกเป็นแบบ Armor shell และลดแรงกระแทกด้วยชิ้นยางด้านในแบบ Soft core UAG Urban Armor Gear มาพร้อมกับแผ่นฟิล์มกันรอยขีดข่วนอย่างดีโ­ดยเนื้อฟิล์มมีความใสแบบ HDตัวเคสถูกออกแบบให้ครอบคลุมในส่วนปุ่ม เพิ่มเสียง/ลดเสียงและปุ่มเปิด/ปิด และยังใช้งานได้ง่ายช่องกล้องและช่องลำโพง­ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งาน โดยช่องเลนส์นอกจากปกป้องตัวเลนส์แล้วยังไ­ม่สะท้อนแสงแฟรชเมื่อถ่ายรูป ส่วนช่องลำโพงของ เคส UAG ก็ถูกออกแบบมาอย่างดีไม่บังช่องเสียงปกป้อ­งรอยขีดข่วนได้รอบตัว ไม่ว่าจะวางคว่ำหรือหงาย เพราะมีขอบยางสูงขึ้นมาทั้งด้านหน้าและด้า­นหลังปกป้องรอยขีดข่วนได้รอบตัว ไม่ว่าจะวางคว่ำหรือหงาย เพราะมีขอบยางสูงขึ้นมาทั้งด้านหน้าและด้า­นหลัง UAG เป็น เคส iPhone 6 / 6 Plus ผ่านการทดสอบมาตรฐานทางการทหาร หรือ MILITARY GRADE DROPTEST ว่าตัวเคสมีความแข็งแรงและทนทานในระดับมาต­รฐาน (MIL STD 810G 516.6)ผ่านการทดสอบดรอปเทส ในระดับความสูง 1.20 ม. แล้วว่าทั้งตัวเครื่องและเคสปลอดภัย

สุดยอด 5 นักเตะที่แข็งแกร่งที่สุด
5 นักเตะที่แข็งแกร่งที่สุด /  คริสตอฟ / 

เกมฟุตบอลปัจจุบันก้าวหน้าไปรวดเร็วกว่าเมื่อก่อนเอามากๆ ทั้งเรื่องเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยและกลายเป็นสิ่งจำเป็นในวงการกีฬาไปแล้ว แต่คนเราไม่ใช่เครื่องจักร เพราะงั้นในเรื่องกายภาพเรามันก็ต้องต่างกันด้วย เราลองมาดู นักเตะ ที่ได้ถูกคัดมาแล้วว่า เขาแข็งแกร่งที่สุดกัน เราได้จัดเป็น 5 อันดับ 5. คริสตอฟ เครเมอร์ กองกลางรูปหล่อสัญชาติเยอรมัน ที่ดูรูปร่างแล้วเหมือนเขาจะไม่แข็งแกร่งแต่ไม่ใช่เลย เราตัดสินจากรูปร่างที่เห็นไม่ได้เลย ทั้งการบังบอล การเข้าปะทะของเขามันเข้าขั้นแข็งแกร่งเอาซะเหลือเกิน และ เครเมอร์ ยังสามารถวิ่งได้แบบไม่มีหยุดตลอดทั้งเกม แต่น่าเสียดายที่ ศึกฟุตบอลโลก ที่เขาได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ จนต้องพักไป 4. เอดินสัน คาวานี่ ศูนย์หน้าตัวยักษ์ แต่มีความครองตัวสูงคนนี้ไม่ต้องพูดถึงเลย คาวานี่ ถือเป็นกองหน้าเชิงรุก และรับ ทั้งเรื่องการตั้งรับของทีมก็สามารถพิ่งพาความแข็งแกร่งของเขาได้เสมอโดยเฉพาะลูกปะทะ และยังเรื่องการบุกเข้าไปทำประตูอีก ทำให้เขาเข้ามาอยู่อันดับที่ 4 ของเรา 3. รามิเรส มิดฟิลด์จากเชลซีผู้นี้ คือตัวเชื่อมเกมที่มีความสามารถทั้งเกมรุกและรับ เขาสามารถครอบครองบอลเองได้ แถมยังวิ่งเข้าทำลายจังหวะของผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามไม่ให้ครองบอลได้ง่ายๆ เป็นอย่างดีทีเดียว รามิเรส จะมีชื่ออยู่เป็นอันดับต้นๆ ของผู้จัดการทีม ดังนั้นเขาจึงทำคะแนนมาเป็นอันดับที่ 3 2. คริสเตียโน โรนัลโด้ ถ้าไม่มีชื่อของ โรนัลโด้ อยู่ในลิสเห็นทีคงจะไม่ได้ เพราะด้วยความแข็งแกร่ง ความรวดเร็วและพละกำลังในการครอบครองบอลของเขามันช่างมหาศาลเสียจริง จากเด็กวัยรุ่นรูปร่างผอมบาง แต่มาจนตอนนี้เข้าได้พัฒนาด้านกายภาพได้อย่างยอดเยี่ยม ในการเล่นของเขาทั้งฤดูกาล และลงเล่นทั้ง 90 นาที ใช้ทั้งพละกำลังไปเท่าไหร่ แต่เขาก็ไม่เคยมีหมด นอกเสียจากเจออาการบาดเจ็บเข้าเท่านั้นที่หยุดยั้งเขาได้ 1. แกเร็ธ เบล เบล ได้เข้ามาอยู่ในอันดับที่ 1 ของเรา ด้วยความแข็งแกร่งที่เทียบเทียมกับ โรนัลโด้ ได้อย่างสบาย การที่เขาทำผลงานอันสุดยอดไว้กลับ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ เป็นอะไรที่แบกรับทั้งทีมได้อย่างชัดเจน พอเขาย้ายมายัง เรอัล มาดริด ช่วงแรกอาจจะดูโดดเดียวไปสักหน่อย แต่ตอนนี้เขาเริ่มเข้าที่เข้าทางจนถูกมองว่าจะเป็นอนาคตของทีมต่อจาก คริสเตียโน โรนัลโด้ ไปแล้ว

15 วันนรก! ทดลองการอดนอนของรัสเซีย ผลลัพธ์ที่สุดสะพรึง
ความรู้รอบโลก /  ต่างประเทศ / 

15 วันนรก! ทดลองการอดนอนของรัสเซีย ผลลัพธ์ที่สุดสะพรึง ในช่วงปลายปี 1940 นักวิจัยชาวรัสเซียได้ทำการทดลอง นักโทษ 5 คน โดยใช้สารกระตุ้นที่เป็นแก๊สทำให้นักโทษทั้ง 5 คนนั้นตื่นตลอดเวลาซึ่งเป็นระยะเวลาทั้งหมด 15 วัน พวกเขาถูกนำตัวมาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปิดสนิท เพื่อที่จะสามารถควบคุมปริมาณออกซิเจนที่เข้าสู่ร่างกายของเขาอย่างใกล้ชิด เพราะฉะนั้นแก๊สจะไม่ทำให้พวกเขาตาย เพราะแก๊สจะเป็นพิษเมื่อความเข้มข้นของมันสูงขึ้น อยากรู้ไหมว่าผลลัพธ์ที่ออกมานั้นจะเป็นอย่างไรไปติดตามกันเลยค่ะ! 15 วันนรก! ทดลองการอดนอนของรัสเซีย ผลลัพธ์ที่สุดสะพรึง  การทดลองนี้เกิดขึ้นก่อนที่จะมีกล้องวงจรปิด ดังนั้นพวกเขาจึงมีเพียงแค่ไมโครโฟน และหน้าต่างขนาดเท่าช่องลมที่ทำด้วยกระจกหนา 5 นิ้ว ที่ถูกนำไปติดไว้หน้าห้องเพื่อสังเกตการณ์ ภายในห้องจะมีหนังสือ และเตียงพับได้เพื่อเอาไว้เอนหลัง แต่ไม่มีที่นอน หมอน นอกจากนี้ยังมีห้องอาบน้ำ ส้วม และอาหารแห้งมากพอสำหรับนักโทษ 5 คน สามารถกินได้เป็นเดือนๆ ซึ่งผู้เข้าร่วมการทดลองทั้งหมด เป็นนักโทษทางการเมืองที่ถือว่าเป็นศัตรูของรัฐในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ในช่วงวันแรกๆ! ทุกสิ่งทุกอย่างดูปกติดี ผู้ร่วมทดสอบแทบจะไม่ปริปากบ่นเลย หลังจากที่มีการสัญญาปลอมๆ ว่าพวกเขา "จะถูกปล่อยให้เป็นอิสระ" ทันที! หลังจากที่พวกเขาเข้าร่วมการทดสอบนี้ และมีข้อตกลงว่าพวกเขาห้ามนอนเป็นระยะเวลา 30 วัน คำสนทนาและกิจกรรมต่างๆ ของพวกเขาถูกสังเกตการณ์อยู่ตลอด ผ่านไป 4 วัน! พวกเขาเริ่มจะพูดถึงเหตุการณ์ที่เจ็บปวดที่มากขึ้นเรื่อยๆ ในอดีตของพวกเขา และน้ำเสียงในวงสนทนาของพวกเขาก็เริ่มหม่นหมองลงเรื่อยๆ ผ่านวันที่ 5! พวกเขาก็เริ่มพร่ำบ่นถึงสถานการณ์และเหตุการณ์ที่พาพวกเขามาอยู่ ณ ที่ตรงนี้ และเริ่มแสดงอาการหวาดระแวงออกมาให้เห็น พวกเขาเลิกพูดคุยกัน ไม่มีคำสนทนาใดๆ ทั้งสิ้น และเริ่มมากระซิบกระซาบกับไมโครโฟนและช่องที่ติดกระจกส่องทาง มันแปลกมากที่ดูเหมือนว่าพวกเขาทั้งหมด คิดว่า พวกเขาสามารถเอาชนะความเชื่อใจของผู้ทำการทดลองได้ โดยการทำให้เพื่อนหนึ่งในนักโทษที่ถูกขังอยู่ด้วยกันนั้นไม่สบาย ซึ่งตอนแรกนักวิจัยคาดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นผลมาจากการให้แก๊ส ผ่านไป 9 วัน! นักโทษคนนึงก็เริ่มตะโกนโวยวาย วิ่งไปวิ่งมาทั่วห้องแล้วกรีดร้องด้วยเสียงที่สูงมากๆ เป็นเวลานานกว่า 3 ชั่วโมงหลังจากนั้นเขาก็พยายามที่จะตะเบงเสียงต่อ แต่สิ่งที่เขาทำได้ก็คือ การทำเสียงแหลมออกมาเป็นครั้งคราวเท่านั้น ซึ่งนักวิจัยที่คอยสังเกตการณ์นั้นสันนิษฐานว่าเส้นเสียงของนักโทษคนนั้นน่าจะฉีกขาด แต่! สิ่งที่ทำให้น่าประหลาดใจที่สุดก็คือ พฤติกรรมของนักโทษคนอื่นๆ ตอบสนองการกระทำของเขา หรือพูดอีกแง่หนึ่งก็คือ ไม่ตอบสนองอะไรต่อการกระทำของเขาเลยมากกว่า พวกเขาที่เหลือก็ยังคงกระซิบกระซาบใส่ไมโครโฟน จนกระทั่งมีนักโทษอีกสองเริ่มแผดเสียงออกมา ส่วนนักโทษอีกสองคนที่ไม่ได้กรีดร้องก็เริ่มหยิบหนังสือออกมาฉีก แล้วก็เอาแผ่นกระดาษหน้าแล้วหน้าเล่ามาละเลงบนใบหน้าของพวกเขาเอง หลังจากนั้นก็ส่งมันมาทางช่องกระจกอย่างใจเย็น แล้วจู่ๆ การกรีดร้องก็หยุดลงอย่างกระทันหัน แล้วก็กลับไปกระซิบกระซาบกับไมโครโฟนต่อ! หลังจากผ่านเหตุการณ์นั้นไปอีก 3 วัน! นักวิจัยที่ตรวจสอบไมโครโฟน(ทุกๆ ชั่วโมง) เพื่อให้แน่ใจว่าพวกนักโทษยังมีชีวิตอยู่ ก็ได้ตรวจสอบเสียงอีกครั้งเมื่อเขารู้สึกถึงความผิดปกติภายในห้อง ไม่ได้ยินเสียงนักโทษแม้แต่คนเดียว ซึ่งมันจะเป็นไปไม่ได้เลยเพราะ .. เมื่อเขาเช็คระดับการเผาผลาญออกซิเจนภายในห้องก็ยังแสดงให้เห็นว่าพวกนักโทษทั้ง 5 คนนั้นยังมีชีวิตอยู่แน่นอน ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว มันเป็นระดับของออกซิเจนที่ทั้ง 5 คนนั้นจะต้องใช้หลังจากที่ออกกำลังกายมาอย่างหนักซะด้วยซ้ำไป ในเช้าวันที่ 14! เพียงเพื่อจะได้รับการตอบสนองจากนักโทษเหล่านั้น นักวิจัยได้โทรศัพท์เข้าไปภายในห้องขัง โดยพวกเขาแค่หวังว่าจะเป็นการกระตุ้นให้นักโทษตอบสนองอะไรก็ได้ เพราะพวกเขากลัวว่านักโทษอาจจะตายหรือว่านอนแน่นิ่งไปแล้ว พวกเขาประกาศว่า "พวกเราจะเปิดห้องเพื่อเข้าไปเช็คไมโครโฟน เพราะฉะนั้นอยู่ให้ห่างจากประตู นอนราบกับพื้น ไม่อย่างนั้นจะถูกยิง คนที่เชื่อฟังจะได้รับการปล่อยตัว" แต่พวกเขากลับได้ยินเสียงตอบกลับมาอย่างเยือกเย็นว่า "พวกเราไม่ต้องการเป็นอิสระอีกต่อไป" หลังจากนั้นก็เกิดการโต้แย้งระหว่างนักวิจัยและกองกำลังทหารที่สนับสนุนการทดลองนี้ เมื่อไม่สามารถกระตุ้นการตอบสนองโดยการใช้โทรศัพท์ได้อีก พวกเขาจึงตัดสินใจจะเปิดห้องขังนั้นตอนเที่ยงคืนของวันที่ 15 วันที่ 15 ! ภายในห้องขังแก๊สพิษถูกดูดออกไปจนหมด และมีก๊าซออกซิเจนเข้ามาแทนที่ หลังจากนั้นก็มีเสียงดังขึ้นมากระทันหันจากไมโครโฟน มี 3 เสียงเริ่มพูดขอร้อง อ้อนวอนราวกับว่ากำลังร้องขอชีวิต เพื่อที่จะให้นักวิจัยปล่อยแก๊สเข้ามาอีกครั้ง หลังจากนั้นประตูห้องก็เปิดออก ทหารจึงถูกส่งเข้าไปช่วยชีวิตนักโทษเหล่านั้น แต่พวกเขากลับตะโกนกรีดร้องด้วยเสียงที่ดังกว่าเดิม และทหารก็ร้องด้วยความตกใจเช่นเดียวกัน เพราะสิ่งที่เข้าเห็นภายในห้องนั้นคือ นักโทษ 4 ใน 5 คนยังมีชีวิตอยู่ พร้อมกับก้อนเนื้อต้นขาและหน้าอกของนักโทษคนนึงที่เสียชีวิตไปแล้ว อัดแน่นอยู่ในท่อระบายน้ำที่อยู่ตรงกลางห้อง ทำให้การระบายน้ำอุดตัน และทำให้น้ำท่วมขังในห้องสูงถึง 4 นิ้ว รวมถึงเมื่อได้สำรวจนักโทษที่เหลืออีก 4 คนก็พบว่า มีบางส่วนของกล้ามเนื้อและผิวหนังเสียหาย เหมือนถูกกระชากออกไปจากร่างกายด้วย ซึ่งความเสียหายของผิวหนังและกระดูกที่โผล่ออกมาจากปลายนิ้วแสดงให้เห็นว่า บาดแผลเหล่านี้เกิดจากการใช้มือ ไม่ใช่เกิดจากการใช้ฟันอย่างที่นักวิจัยคิดไว้ตั้งแต่แรก การตรวจสอบอย่างใกล้ชิดที่บาดแผลก็ชี้ให้เห็นว่า พวกเขาส่วนใหญ่ทำร้ายตัวเอง อวัยวะในช่องท้องที่อยู่ต่ำกว่าชายโครงของนักโทษทั้ง 4 คนได้ถูกควักออกไป ในขณะที่หัวใจ ปอด และกระบังลมยังคงอยู่ นอกจากนี้ผิวหนังและกล้ามเนื้อส่วนใหญ่ที่ติดกับซี่โครงถูกฉีกออกจนหมด จนเห็นปอดผ่านกระบังลม เส้นเลือดและอวัยวะต่างๆ ยังคงอยู่ที่เดิม พวกเขาแค่ควักไส้ของตัวเองออกมาวางกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น แต่พวกเขาก็ยังคงมีชีวิตอยู่! ส่วนระบบทางเดินอาหารที่นักโทษทั้ง 4 คนควักออกมานั้น ดูเหมือนว่ายังคงทำงานย่อยเป็นปกติ และสิ่งที่เห็นได้ชัดก็คือ สิ่งที่กำลังย่อยอยู่ก็คือเนื้อของพวกเขาเอง ที่เกิดจากการถูกควักออกมากินในช่วงหลายวันที่ผ่านมา เมื่อทหาร (หน่วยปฏิบัติการพิเศษรัสเซียที่อยู่ประจำที่ทดลอง) ได้เห็นนักโทษในสภาพนั้นก็ไม่มีใครอยากที่จะเข้าและปฏิเสธที่จะเข้าไปเพื่อนำตัวนักโทษออกมา นักโทษทั้ง 4 คนที่เหลือก็ทำได้เพียงแค่แผดเสียงออกมาในขณะที่ถูกทิ้งไว้ในห้อง หลังจากนั้นนักโทษทั้ง 4 ก็อ้อนวอนให้ช่วยปล่อยแก๊สกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง เพื่อจะทำให้พวกเขาไม่หลับ!!! เหตุการณ์ชุลมุน! ในขณะที่ขนย้ายนักโทษทั้ง 4 คนออกจากห้องนั้น ทำให้ทหารรัสเซียได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายคน ไม่ว่าจะถูกกัดที่ต้นคอ, ลูกอัณฑะถูกดึงฉีกขาด อาการปางตาย, นักโทษ 1 ใน 4 นั้นเกิดคลุ้มคลั่งกัดขาตัวเองจนเส้นเลือดฉีกขาด และอีกหนึ่งคนก็ม้ามแตก ทำให้เลือดไหลนองในทันที ทีมแพทย์-นักวิจัย พยายามจะทำให้เขาสงบสติอารมณ์ แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะทำอะไรไม่ได้เลย นักโทษคนนี้ได้รับการฉีดมอร์ฟีนในปริมาณที่สูงกว่าคนปกติถึง 10 เท่า แต่เขาก็ยังคงต่อสู้จนทำให้แขนและซี่โครงของหมอคนนึงหัก และเมื่อหัวใจที่เหมือนจะเต้นอยู่ถึง 2 นาทีเต็มหลังจากที่เลือดออก ได้มาถึงจุดที่ระบบโลหิตเขามีอากาศไหลเวียนอยู่มากกว่าเลือด ถึงแม้ว่าหัวใจของเขาจะหยุดเต้นไปแล้ว แต่เขาก็ยังคงกรีดร้อง ตะเบงเสียงต่อและเดินซวนเซไปกว่า 3 นาที ในขณะเดียวกันก็พยายามทำร้ายคนที่อยู่ใกล้ตัวเขา พร้อมกับพูดคำว่า "เอาอีก" ย้ำไปมาและเงียบไปในที่สุด ต่อมาในระหว่างที่เตรียมนักโทษอีกคนนึง เพื่อที่จะผ่าตัดเอาอวัยวะกลับเข้าไปในร่างกายเหมือนเดิม แต่กลับพบว่าเขานั้นมีภูมิคุ้มกันชั้นดีต่อยาระงับประสาทที่ทีมแพทย์นั้นฉีดเข้าไปในร่างกายเขา เขาต่อสู้และดิ้นรนอย่างสุดๆ และเมื่อแก๊สยาสลบถูกนำมาใช้กับเขาแทนเพื่อให้หมดสติ เขาก็พยายามจะฉีกสายหนังที่มีความกว้างถึง 4 นิ้วที่รัดข้อมือเขาอยู่ออกไป ทั้งๆ ที่มีทหารน้ำหนักตัวกว่า 200 ปอนด์ ช่วยกันจับข้อมือข้างนั้นของเขาอยู่ แต่การใช้ยาสลบนั้นก็สามารถทำให้เขาสลบไปได้ และในขณะที่ตาของเขากำลังปิดลง หัวใจของเขาก็หยุดเต้นทันที การชันสูตรนักโทษคนนี้ก็พบว่า ระดับออกซิเจนในเลือดของเขานั้นมีปริมาณมากกว่าคนปกติทั่วไปถึง 3 เท่า, มีกระดูกหักกว่า 9 จุดในขณะที่เขาต่อสู่อยู่บนเตียง และพบว่านักโทษคนนี้เส้นเสียงถูกทำลาย ฉีกขาดเกิดจากการกรีดร้องอย่างรุนแรง  เขาเลยไม่สามารถอ้อนวอนหรือคัดค้านการผ่าตัดนี้ได้ เขาตอบสนองเพียงแค่สั่นหัวอย่างแรง เพื่อบ่งบอกว่าเขาไม่อยากรับแก๊สยาสลบ และหลังจากนั้นเขาก็ไม่ตอบสนองอีกเลยกว่า 6 ชั่วโมง ในขณะที่แพทย์ทำการผ่าตัดนำอวัยวะของนักโทษคนนี้กลับเข้าร่างกายและเย็บปิดด้วยเนื้อหนังที่ยังพอมีเหลืออยู่ และหนึ่งในสัญแพทย์ได้พูดย้ำไปมาว่า "มันน่าจะมีความเป็นไปได้ตามหลักการแพทย์ที่คนไข้น่าจะยังมีชีวิตอยู่" อีกทั้งพยาบาลที่ช่วยในการผ่าตัดครั้งนี้ยังบอกอีกว่า เธอเห็นปากของนักโทษโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มอยู่หลายครั้งเวลาเขามองมาที่เธอ และเมื่อการผ่าตัดเสร็จสิ้น นักโทษคนนี้ก็มองมาที่สัญแพทย์แล้วเริ่มหายใจฝืดฝาดเสียงดัง และพยายามจะพูดในขณะที่ดิ้นไปมา หมดที่ผ่าตัดจึงคิดว่ามันน่าจะเป็นอะไรที่สำคัญมากๆ พวกเขาเลยนำปากกาและกระดาษมาให้นักโทษคนนี้ และสิ่งที่ทำให้ทุกคนตกใจก็คือ นักโทษเขียนเพียงแค่คำว่า "ผ่าตัดต่อไป" ส่วนนักโทษอีก 2 คนก็ได้รับการผ่าตัดโดยไม่ใช้ยาสลบ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะถูกฉีดให้เป็นอัมพาตในขณะที่ทำการผ่าตัด แต่การผ่าตัดนั้นก็เป็นไปอย่างยากลำบากเพราะนักโทษนั้นหัวเราะอยู่ตลอดเวลา และเมื่อร่างกายเป็นอัมพาต นักโทษก็ได้แต่เหลียวมองแพทย์และทีมผ่าตัดหลายๆ คนไปมาเท่านั้น แต่ฤทธิ์ยาที่ถูกฉีดให้พวกนักโทษนั้นกลับสลายไปอย่างรวดเร็ว ทำให้นักโทษพยายามดิ้นรน ขัดขืน และเมื่อพวกเขาสามารถพูดได้ พวกเขาก็ร้องขอแก๊สที่เหมือนอยู่ในห้องขังนั้นอีกครั้ง นักวิจัยพยายามที่จะถามเหตุผลที่พวกเขาทำร้ายตัวเอง ทำไมต้องดึงไส้ตัวเองออกมา? ทำไมต้องการแก๊สพวกนี้อีก? และมีเพียงคำตอบเดียวจากนักโทษว่า "ผมต้องตื่นๆๆๆๆๆๆๆๆๆ" เมื่อสิ้นสุดการผ่าตัด นักโทษทั้ง 3 คนก็ถูกนำตัวไปขังไว้ยังห้องเดิม เพื่อรอการตัดสินใจของทีมนักวิจัยว่าจะทำอย่างไรกับนักโทษที่เหลือ นอกจากนี้นักวิจัยยังต้องถูกโกรธเคืองจากทหารที่เป็นผู้สนับสนุนทางการเงินในการทดลอง ที่ล้มเหลวในการทดลอง และในที่สุดนักวิจัยก็ตัดสินใจต้องฆ่านักโทษที่เหลือเหล่านี้ แต่หนึ่งในผู้มีอำนาจทางการทหารกลับมองเห็นศักยภาพที่ซ่อนเร้นในตัวนักโทษ และต้องการดูต่อไปว่า จะเกิดอะไรขึ้นถ้านักโทษที่เหลืออยู่นั้นได้รับแก๊สอีกครั้ง นักวิจัยต่างพากันคัดค้าน แต่ก็ไม่เป็นผล ในระหว่างที่ทำการปิดผนึกห้องอีกครั้ง นักโทษที่เหลือได้ถูกต่อสายกับเครื่องตรวจคลื่นสมอง ถูกมัดนั่งอยู่บนที่นอนอย่างหนาแน่น เป็นที่น่าประหลาดใจ เมื่อนักโทษทั้ง 3 คน ไม่ต่อสู้เลย เมื่อได้ยินว่าจะได้รับแก๊สอีกครั้ง หนึ่งคนฮัมเพลงเสียงดังและต่อเนื่องเพื่อที่จะทำให้ตัวเองไม่หลับ หนึ่งคนที่พูดไม่ได้ก็พยายามดึงตัวเองออกจากสายหนังที่รัดไว้ด้วยแรงทั้งหมดที่มี ส่วนอีกหนึ่งคนพยายามโยกหัวไปมาอย่างรุนแรง และกระพริบตาถี่ๆ และเมื่อนักวิจัยได้ดูคลื่นสมองของนักโทษที่โยกหัวไปมานั้นก็พบว่า คลื่นสมองนั้นเกือบจะดูปกติอยู่ตลอดเวลา แต่มีเพียงบางครั้งที่เปลี่ยนแปลงเป็นเส้นตรง ดูเหมือนว่า เขาทรมานเกิดจากการที่สมองตายซ้ำๆ ก่อนที่จะกลับมาเป็นปกติ และในขณะที่นักวิจัยกำลังสนใจกระดาษที่บันทึกคลื่นสมองที่ออกมาจากเครื่อง EEG นั้น นางพยาบาลคนนึงเห็นว่าตาของนักโทษที่กระพริบตาคนนั้นปิดลงเวลาเดียวกับที่หัวของเขากลับไปที่หมอน ก่อนที่เส้นกราฟกลายเป็นเส้นตรงยาวต่อเนื่อง จากนั้นหัวใจของเขาก็หยุดเต้น เมื่อผู้บังคับบัญชา เห็นว่าท่าทีไม่ดีแล้ว จึงสั่งให้ปิดตายห้องนั้น และให้นักวิจัยทั้งหมดเข้าไปในห้องที่นักโทษอยู่ด้วย นักวิจัยคนหนึ่งชักปืนของเขาออกมายิงผู้บังคับบัญชาเสียชีวิต หลังจากนั้นก็หันปืนไปที่นักโทษแล้วเป่าสมองนักโทษไปหนึ่งคน ในระหว่างนั้นผู้ร่วมวิจัย ทหารและคนอื่นๆ ก็วิ่งหนีออกจากห้องไป นักวิจัยคนที่ถือปืนเล็งปืนไปยังนักโทษที่เหลือ แล้วพูดโวยวาย ว่า "แกเป็นอะไร ฉันต้องรู้ให้ได้!!" และในขณะนั้นนักโทษยิ้มอย่างช้าๆ และพูดออกมาว่า "ลืมไปแล้วยังงั้นหรือ พวกเราก็คือแกนั่นแหละ พวกเราก็คือความบ้าคลั่งที่แฝงอยู่ในตัวพวกแกทุกคน อ้อนวอนให้ปล่อยตัวพวกเราตลอดเวลา อยู่ภายในจิตใต้ส่วนลึกที่สุดที่เป็นสัตว์เดรัจฉานของพวกแกไงหล่ะ พวกเราคือสิ่งที่แกทำให้เงียบและเป็นอัมพาตไปเมื่อแกไปสวรรค์ในเวลากลางคืน ซึ่งเป็นที่ที่พวกเราไม่สามารถเหยียบย่ำเข้าไปได้" นักวิจัยคนนั้นเล็งปืนไปที่หัวใจของนักโทษแล้วยิง กราฟเครื่องตรวจคลื่นสมองของนักโทษคนนั้นกลายเป็นเส้นตรง พร้อมกับที่นักโทษคนนั้นก็ใช้กำลังที่เหลืออยู่พูดประโยคสุดท้ายออกมาว่า "เกือบที่จะได้เป็นอิสระ อยู่แล้วเชียว" สุดท้ายนี้ก็ทำให้เราได้รู้ว่า เรื่อง 15 วันนรก! ทดลองการอดนอนของรัสเซีย ผลลัพธ์ที่สุดสะพรึง นี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นโดย  creepypasta ใครที่เป็นคนที่ชอบเรื่องโหดๆ สยองๆ หรือแนวหลอน ก็คงจะได้อ่านเรื่องอื่นๆ จาก creepypasta มาบ้างแล้ว แล้วเพื่อนๆ คิดว่าเรื่องนี้สยองไหมหล่ะ !? อย่าโกรธกันน้า >,< ขอบคุณข้อมูล https://www.youtube.com/watch?v=cE6Uxhgk08s

แรงทะลุนรก! McLaren P1 GTR รถไฮเปอร์คาร์ที่แรงที่สุดในโลก
McLaren /  รถซุปเปอร์คาร์ / 

ค่ายรถไฮเปอร์คาร์อย่าง McLaren (แม็คลาเรน) เผยโฉมรถแข่งสุดแรงอย่าง P1 GTR ให้ทุกคนได้ขนลุกกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และพร้อมที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่งาน เจนีวา มอเตอร์โชว์ ในช่วงต้นเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ McLaren P1 GTR ได้มาพร้อมการใช้วัสดุที่ลดน้ำหนักในหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นกระจกบังลมโพลีคาร์บอนเนต หลังคาที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ และท่อไอเสียคู่ที่ทำจากไทเทเนียมอัลลอย จึงทำให้มีน้ำหนักเบากว่า P1 รุ่น Standard ประมาณ 50 กก. อีกทั้งยังเน้นเรื่องสมรรถนะในการขับขี่ให้มากขึ้น ด้วยสปอยเลอร์หลังขนาดใหญ่ ที่อยู่สูงกว่าตัวรถถึง 400 มม. ทำให้สร้างแรงกดได้ถึง 10% และ McLaren ได้ระบุว่า ถ้าขับขี่ด้วยความเร็ว 241 กม./ชม. จะมีแรงกดมากถึง 660 กก. เลยทีเดียว McLaren P1 GTR มาพร้อมเครื่องยนต์ V8 ขนาดความจุกระบอกสูบ 3.8 ลิตร บวกกับทวินเทอร์โบที่ได้ถูกอัพเกรดให้มีกำลังสูงสุดที่ 800 แรงม้า เสริมด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้พละกำลังอีก 200 แรงม้า นั่นจึงทำให้ P1 GTR คันนี้มีกำลังสูงสุดถึง 1,000 แรงม้า รวมถึงทาง McLaren ยังได้ทำการปรับแต่งชิ้นส่วนเครื่องยนต์หลายตำแหน่ง โดย McLaren P1 GTR จะมีตัวรถที่กว้างขึ้นกว่าเดิม 80 มม. และเตี้ยลงกว่าเดิม 50 มม. อีกทั้งยังใช้ล้ออัลลอยชนาด 19 นิ้ว แบบดุมล็อกตรงกลางสไตล์รถแข่ง ซึ่งมาพร้อมยางสลิกของ Pirelli (พิเรลลี่) เครดิต : boxzaracing.com

18 ปัญหากวนใจของผู้หญิง ยุคนี้ ถ้าไม่ใช่ ผู้หญิง ไม่รู้หรอก!
ความสวยความงาม /  ปัญหา / 

เกิดเป็นหญิงแท้จริงแสนลำบาก ยังไง๊ยังไงวลีนี้ก้ยังเป็นจริงอยู่เช้ายันค่ำค่ะ เพราะนอกจากจะต้องทำตัวให้ดูดีตลอดเวลาเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีแล้ว การวางตัวต่างๆก็ยังต้องทำอีก มี 18 ปัญหากวนใจของผู้หญิง ที่เราผู้หญิงเท่านั้นที่จะรู้ว่า มันเป็นปัญหานะแก!! (พวกผู้ชายไม่เคยรู้หรอก ) 1.ไปสาย เรื่องไปสายเป็นเรื่องปกติของเพศหญิงเลยก็ว่าได้ ก็จริงๆมันไม่ได้ตั้งใจจะให้สายนี่แก แต่มันสายไปเอง ไหนจะต้องเสียเวลาเช็คหน้าก่อน ไหนจะต้องเช็คปลายอายไลเนอร์ว่าเป๊ะหรือยัง ! ทั้งๆที่ไม่มีใครมานั่งสังเกตเราหรอก เราแค่แพนิคไปเองอะ เข้าใจเราหน่อยเถอะ 2.ต้องดูแลความสะอาดเมื่อมีประจำเดือน เบื่อเหลือเกิน เปลี่ยนมันทุกเช้ากลางวันเย็น แถมเหนอะหนะน่ารำคาญ ไหนจะมีกลิ่นคาวน่าเบื่ออีก จะนั่งจะเดินจะเหินก็ต้องระวังอีก จะแดงฉานเลอะเทอะหรือเปล่า 3.ผมฟู ไดร์มาอย่างดี เจอลมพัดเข้าให้ ไหนจะต้องซ้อนพี่วินแบบไม่ได้ตั้งตัว กลับมาหัวฟูไปสิ 4.ต้องทากันแดดทุกวัน กันแดดนี่ซื้อมาเหมือนเททิ้ง ใช้ทุกวัน หมดเร็วอีกต่างหาก ขี้เกี๊ยจขี้เกียจจะทา 5.สีเล็บลอก ทามาอย่างดี หยิบนู่นหยิบนี่หน่อย ลอกอีกและ พอปล่อยให้ลอกนานๆก็เหมือนหนูแทะ จะล้างทีก็ขี้เกียจ กวนใจสุดๆเลย 6.ขี้เกียจไดร์ผม การที่เห็นผมสวยๆทุกวันน่ะ ไม่ใช่ว่าชีวิตรื่นเริงนะแก เหนื่อยมาก จะต้องมาไดร์ให้เป็นทรง มีวอลุ่มไม่ได้เหมือนผู้ชายนะที่สระๆ ตากพัดลมแล้วนอนได้เลยน่ะ ยิ่งวันที่ตื่นสายและรู้ว่าต้องสระผมนะ โอ๊ยยย อย่าให้พูด ไดร์ไม่ได้หายใจเลยจ้ะ อยากจะมีสักสิบมือ หรือไม่ก็มีช่างทำผมที่บ้านสักคนจริ๊ง 7.นาฬิกาปลุก และ snooze ต่อไม่รู้จบ ตั้งไปเถอะนาฬืกาน่ะ ใจมันก็อยากจะตื่นเร็วๆนะ แต่ไม่เคยทำได้เลย ก็เลยทำได้แค่ snooze ไปเรื่อยๆ แล้วไงล่ะ สายสิคะ! 8.มาสคาร่าและอายไลเนอร์ทำให้เป็นแพนด้า อุตส่าห์พยายามเขียนอย่างดี ใช้แบรนด์ดีๆเริ่ดๆก็แล้ว หนังตาเจ้ากรรมก็ดันมันเยิ้ม แถมมาสคาร่าและอายไลเนอร์ก็มาทำให้ตาโปนเป็นหมีแพนด้าซะได้ พังพัง เบื่อเหลือเกิน 9.รองพื้นติดผม เช้ามันรีบอะ ไม่มีเวลามารวบผม รองพื้นเจ้ากรรมก็ชอบจะไปติดผมเฉย เป็นปัญหาวุ่นตลอด 10.เบลนด์รองพื้น คอนซีลไม่ทัน รีบทุกที ก็ไม่เคยทำให้ดีได้สักที เพราะฉะนั้นถ้าสายก็อย่าว่ากันนะ เป็นผู้หญิงมันลำบากนะเฟ้ย! 11.หนีบผมมาทั่วหัว ดันลืมข้างหลังทุกที เวลาส่องกระจกเห็นแต่ว่าข้างหน้าสวยแล้ว ลื้มไปสนิทว่าข้างหลังยังไม่ได้หนีบ 12.มัดผมไม่ได้ แน่นอนว่าสาวที่ยังผมยาวไม่มากนักมักพบปัญหานี้ เวลาต้องออกงานเนี้ย เหนื้อยเหนื่อย อยากจะรวบผมสวยๆเหมือนคนอื่นเขา ก็ดันมีปอยรุ่งริ่งออกมาให้กวนใจตล้อด หรือบางวันที่อยากจะมีลุคสบายๆ มัดผมจุกน่ารักเหมือนสาวผมยาวเขา ก็ทำไม่ได้อีก 13.ตัดผม แน่นอนว่า เข้าร้านทำผม คุณจะไม่มีทางได้ทรงที่คุณต้องการแบบ 100 % หรอก กลับบ้านเครียดนักกันประจำ 14.ใส่หมวกทีไร หัวลีบประจำ ก็มันร้อนก็ต้องหาอะไรมาบังไม่ให้หน้าดำ แต่เจ้ากรรม ลืมไปว่ามันทำให้ผมลีบ โอ้ย เหนื่อยนะแก 15.ล้างแชมพูกับครีมนวดไม่หมด มารู้ตัวอีกทีก็ตอนเป่าผม อื้อหือ มาเป็นก้อนเลยจ้า 16.เขียนคิ้วเข้มไป เวลาเขียนคิ้วนี่บางทีก็มันมืออะ ก็ไม่รู้ว่าตอนนี้สวยหรือยัง มาดูอีกที แม่จ้าว นี่ฉันทำอะไรลงไป เสียเวลามานั่งลบอีก ทางที่ดี เบามือไว้นะจ๊ะสาวๆ อ่อนไปยังดีกว่าเข้มไปน้า 17.แฟนชอบมายุ่งตอนแต่งหน้าเสร็จ จู่ๆก็มาหอม มากอด มาจูบ แล้วไงเนี่ย หน้าฉันก็พังสิแก นังตัวปัญหา! 18.เสื้อผ้าดันใส่ยาก ทำหน้าพัง เคยมั้ย แต่งหน้าอย่างนิ้งแล้ว พอจะใส่เสื้อผ้าที่เตรียมไว้ ดันคอเล็ก หรือไม่ก็ใส่ยาก ต้องโดนตาหูจมูกปาก จนพังยับเยิน โถ่ แต่งหน้ามาตั้งนานเพื่ออะไรกันวะเนี่ย ที่มา Womanshealth เรียบเรียงโดย Women Mthai Team

อลังการฉากเปิด พระเจ้านันทบุเรง สั่งประหารทหารนับหมื่น ใน ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา
ฉากเปิด /  ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช / 

สิ้นสุดยุทธหัตถี หาใช่สิ้นสุดวีรกรรมในความเป็นกษัตริย์ชาตินักรบ เพื่อปกป้องผืนแผ่นดินอโยธยา ให้อยู่เย็นเป็นสุขของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช แต่พระองค์ยังคงต้องทรงกรำศึก และกอบกู้บ้านเมืองให้ลูกหลานสืบต่อไปจนถึงวาระสุดท้ายของพระองค์ กับภาพยนตร์ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา คือเรื่องราวที่ดำเนินต่อหลังมหาศึกคชยุทธ์ระหว่างสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และพระมหาอุปราชา ที่ ท่านมุ้ย หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ตั้งใจถ่ายทอดให้ได้เห็นกัน ผู้ชมจะได้พบกับฉากใหญ่สำคัญเปิดเรื่องนั่นคือ การสั่งเผาทหารนับหมื่นชีวิตของพระเจ้านันนทบุเรงให้โดนไฟคลอกตายเพื่อเป็นการสำเร็จโทษหลังจากสูญเสียพระมหาอุปราชาซึ่งเป็นพระราชโอรสที่พระองค์ทรงรักที่สุดไปในการแพ้ศึกยุทธหัตถี โดยงานนี้ระดมทีมงาน นักแสดงหลัก และนักแสดงสมทบนับพันชีวิต เฉพาะนักแสดงสมทบ ที่ต้องสำเร็จโทษอยู่ประจำตะแลงแกงเผาไฟก็มีไม่ต่ำกว่า 500 คนแล้ว ทีมงานฝ่ายฉากฝ่ายศิลป์ที่ต้องเตรียมจุดไฟประจำจุด ฝ่ายเมคอัพหน้าผมตลอดจนเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายต่างๆที่นักแสดงทุกคนต้องแต่งตัวย้อนยุคกลับไป 400 กว่าปี เหล่าบรรดาผู้ช่วยผู้กำกับที่ต้องตรวจเช็คการวางตัวตำแหน่งนักแสดงประจำจุด ยังไม่รวมกับทิศทางของการเคลื่อนกล้อง และตำแหน่งจุดต่างๆที่จะต้องถูกนำไปแมทซ์ภาพกับคอมพิวเตอร์กราฟฟิกเพื่อสร้างความสมบูรณ์ ให้อลังการด้านภาพของฉากเพลิงพิโรธของพระเจ้านันทบุเรงเผาไหม้ชีวิตไปทั่วทั้งหงสาคุกรุ่นไปด้วยความสูญเสียอันน่ารันทดออกมาอย่างสมจริง "สำหรับฉากเปิดตัวภาคนี้นะครับ คือพอหลังจากชนช้างเสร็จใช่ว่าฝั่งไทยชนะศึกครั้งนี้แล้ว พระนเรศวรจะดีใจนะ จริงๆมันตามมาด้วยความโกรธที่มโหฬารพอสมควร ต้องไปดูกันว่าพระองค์จะทำอย่างไรกับทหารที่ตามศึกกันไม่ทันปล่อยให้พระองค์ และน้องไปอยู่ในวงล้อมของหงสาวดี ซึ่งอาจจะสูญสิ้นทั้งพระนเรศวรและพระเอกาทศรถเลยนะครับ แล้วอยุธยาจะเป็นอย่างไรต่อไป ซึ่งเด็ดมาก แต่ไอ้การลุกเป็นไฟมันไม่ใช่ทางฝั่งอยุธยาอย่างเดียวนะ ฝั่งหงสาวดีเองแผ่นดินก็เช่นกัน เป็นเพราะพระเจ้านันทบุเรงสั่งเผาบรรดาทหาร ที่ตามศึกลูกชายตัวเองไปเผาทั้งเป็นครับ เป็นหมื่นคนครับ จับขึ้นตะแลงแกงแล้วเผา ซึ่งฉากนี้มันต้องใช้เทคนิคในการถ่ายทำพอสมควรเลยครับ คือมันยากตรงที่ว่าไฟนี่จุดจริง แล้วคนก็ร้อนจริง เพียงแต่ว่าการเตรียมการตะแลงแกงจำนวนเยอะขนาดนั้น มันค่อนข้างจะวุ่นวาย แล้วก็บรรยากาศของความชุลมุนวุ่นวายมันจะต้องเกิดขึ้นบนจอภาพยนตร์อย่างสมจริงด้วย รวมถึงความวุ่นวายที่เกิดขึ้นจริง ในการถ่ายทำในวันนั้นด้วย อันนี้ที่เราจะได้เห็นในภาค6ที่ว่าหงสาลุกเป็นไฟเป็นอย่างไร" ซึ่งเบื้องหลังการถ่ายทำฉากนี้ถึงแม้ว่า ผู้พันเบิร์ด พันโทวันชนะ สวัสดี จะไม่ได้เข้าฉากเพื่อการถ่ายทำในภาพยนตร์ แต่ก็อยู่ร่วมในเหตุการณ์ระหว่างการถ่ายทำเองก็ยังอดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้ เฉพาะฉากนี้ฉากเดียว ท่านมุ้ย บรรจงถ่ายทำอยู่เป็นสัปดาห์ เพื่อถ่ายทอดให้เห็นว่าอาณาจักรหงสาวดีที่เคยรุ่งเรืองแห่งพุกามประเทศ นับจากนี้กำลังจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้สัมผัสถึงความยากลำบากกว่าจะเกิดเป็นภาพความอลังการออกมาเสร็จสมบูรณ์ที่จะปรากฏอยู่ในภาพยนตร์ภาคอวสานหงสานี้ "สำหรับในการถ่ายทำฉากนี้ เรามีการถ่ายทำอยู่หลายวัน เพราะบางครั้งเวลาที่เราถ่ายทำไปแล้วมันไม่ได้ครับ คือไฟจุดแล้วมันไม่ลุกมาก หรือบางทีจุดแล้วมันลุกมากเกินมัน ทำให้ตัวแสดงที่ถูกมัดอยู่ร้อนจริง แล้วก็ใช้คนประมาณ 500 คน คือนอกเหนือจากคนที่ถูกเผาแล้ว มันต้องมีทหารพม่าที่ทำหน้าที่เผา คือมันจะมีความวุ่นวายเกิดขึ้นในท้องพระโรง การขอชีวิตอะไรอย่างนี้ แล้วก็ความวุ่นวายของคน 500 คนในการมาถ่ายทำ บางทีเล่นแล้วก็มีการเหลือบมองคนเหลือบมองดูกล้อง ไม่เข้ามาร์ก ไปบังตัวเมน คือชุลมุนวุ่นวายไปหมดครับ แล้วพอบางครั้งเวลาจุดไฟ ตอนซ้อมมันยังไม่มีไฟ พอเอาจริงพอไฟมันขึ้นมาปั๊บ คนที่ต้องไปจุดอีกทีเข้าไปก็ไม่กล้าเข้า พอไม่กล้าเข้า ทางด้านภาพก็ไม่ได้ อย่างนี้นะครับ" "จริงๆมันมีความยากอีกอย่างหนึ่งคือเราต้องมีคอมพิวเตอร์กราฟฟิกเข้ามาช่วย เพราะฉะนั้น ท่านมุ้ย จะมองไปเลยว่าฉากตรงนี้รูตรงนี้ จะต้องเอากรีนสกรีนมาขึง เพราะว่าภายหลังจากตรงนี้ไปจะเห็นเป็นกำแพงนะ จะเห็นยอดเจดีย์ตรงนี้นะครับ ภาพทั้งหมดมันเป็นภาพที่เขียนมาแล้วครับว่าจะมีเจดีย์ขึ้นตรงไหน ทหารจะคุมจากตรงไหนบ้าง  เวลาถ่ายลมแรง ก็จะพัดผ้ากรีนเกิดเป็นเงา ต้องไปขึงผ้ากรีนขึ้นใหม่ บางทีพอถ่ายเสร็จปั๊บเงาก็ไปติดที่อยู่ตามผ้ากรีนอีก ก็ต้องจัดแสงใหม่ คือถึงแม้ว่าเราจะมีเทคโนโลยีมาแล้ว มันก็มาพร้อมกับความยากลำบากพอสมควร การถ่ายทำสำหรับฉากนี้ฉากเดียวก็ถ่ายทำเป็นอาทิตย์ละครับ" หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล เตรียมพบกับฉากอลังการงานสร้าง เมื่อเพลิงพิโรธของพระเจ้านันทบุเรงส่งผลต่อการนำไปสู่การอวสานหงสา ไปกับ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา ในวันที่  9 เม.ย. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา ได้ที่นี่เลย --------------------------------------

สวยงาม! ภาพสุริยุปราคา นอร์เวย์ ฝีมือคนไทย
นอร์เวย์ /  ภาพสุริยุปราคาฝีมือคนไทย / 

สดร. เผยภาพสุดสวย สุริยุปราคา เหนือน่านฟ้านอร์เวย์ ฝีมือคนไทย สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ หรือ สดร. ได้มีการเผยแพร่ภาพบันทึกเหตุการณ์สุริยุปราคาหนือท้องฟ้าเมืองลองเยียร์เบียน หมู่เกาะสฟาลบาร์ ประเทศนอร์เวย์ เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 58 ตั้งแต่ต้นจนจบโดยฝีมือคนไทย โดยภาพเป็นฝีมือของ นายธนกฤต สันติคุณาภรต์ เจ้าหน้าที่สารสนเทศดาราศาสตร์ หนึ่งในทีมนักวิชาการของสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ที่ได้เดินทางไปศึกษาและสังเกตการณ์ปรากฏการณ์ดังกล่าว ซึ่งภาพที่ได้เผยให้เห็นปรากฎการณ์สุริยุปราคา ตั้งแต่เริ่มเกิดสุริยุปราคาบางส่วน ดวงจันทร์ค่อย ๆ เคลื่อนที่เข้ามาบังดวงอาทิตย์ จนกระทั่งดวงจันทร์เคลื่อนที่เข้ามาบังดวงอาทิตย์พอดีเกิดเป็นปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวง จากนั้นดวงจันทร์ค่อย ๆ เคลื่อนที่ออกห่างจากดวงอาทิตย์เกิดเป็นสุริยุปราคาบางส่วนอีกครั้ง และสิ้นสุดปรากฏการณ์ในที่สุด สำหรับการถ่ายภาพดังกล่าว มีเทคนิคดังนี้ Camera : Nikon D800 Lens : Nikon 50 mm Focal Length : 50 mm Shutter Speed : (1/800 sec for each Partial Eclipse) and (0.6 sec for foreground and Total Eclipse) Aperture : f/11 ISO/Film : 400 Category : Astrophotography Taken : March 20th 2015 MThai News

ถึงกับช็อค! สาวเจอแท็กซี่หื่น ช่วยตัวเองโชว์ กลางวันแสกๆ
ช่วยตัวเอง /  แท็กซี่ / 

โลกออนไลน์แชร์เรื่องราวสุดช็อค สาวเจอโชเฟอร์แท็กซี่หื่น ช่วยตัวเองโชว์ กลางวันแสกๆ แถมตำรวจบอกแจ้งความไม่ได้  วันนี้ (20 มี.ค.) บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพและข้อความของสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อ Aii ..... ที่มีการโพสต์เรื่องราวเตือนภัยไปที่ แฟนเพจเรารักด่านตรวจว่า ได้ใช้บริการแท็กซี่คันหนึ่งและพบว่าโชเฟอร์กำลังช่วยตัวเองขณะที่เธอนั่งอยู่บนรถ เธอตัดสินใจโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่เจ้าหน้าที่กลับบอกว่า เรื่องที่เกิดขึ้นไม่สามารถแจ้งความได้เนื่องจาก โชเฟอร์ไม่ได้ล่วงเกินผู้โดยสาร ข้อความระบุดังนี้ "...วันนี้เจอเรื่องช็อคโลก นั่งแท็กซี่ มช... จากบ้านมาที่ประตูน้ำ อยู่ๆแท็กซี่ก็เอาที่บังแดดฝั่งที่เขาขับลงมา แล้วก็หันมาทางเรา ตอนแรกก็ไม่ได้สนใจอะไร สักพักแท็กซี่ปลดเข็มขัด แต่ทำแบบแอบๆ ขับรถไปสักพักเขาก็เริ่มช่วยตัวเอง จะลงก็ลงไม่ได้ สุดท้ายโทรหาตำรวจ พอรถติดนี่รีบลงรถเลย ป.ล. พี่ตำรวจบอกว่า แจ้งความไม่ได้นะคะ เพราะว่าเขาช่วยตัวเอง ไม่ได้ล่วงเกินเรา ตกใจเว่อร์ชั่น 100  ขอบอกเลยว่าแท็กซี่อันตรายสุดๆ กลางวันแท้ๆ..." ภายหลังเรื่องดังกล่าวถูกเผยแพร่ชาวสังคมออนไลน์ต่างพากันสงสัยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแม้หญิงสาวจะไม่ถูกล่วงเกิน แต่จะไม่สามารถเอาผิดโชเฟอร์ได้เลยหรือ MThai News

แท็กซี่ ตจว.ขึ้น! 2 กม.แรกจาก 50 เป็น100 บาท
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

แท็กซี่ ตจว.ขึ้น! 2 กม.แรกจาก 50 เป็น 100 บาทและกิโลเมตรต่อ ๆ ไป ไม่เกินกิโลเมตรละ 12 บาท เป็น 20 บาท รายงานข่าวจาก กระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุม คณะรัฐมนตรี หรือ ครม.ได้เห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดให้   รถยนต์รับจ้างประเภทรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน 7 คน หรือ แท็กซี่มิเตอร์ ที่จดทะเบียนในจังหวัดอื่น นอกจากกรุงเทพฯ ขึ้นค่าโดยสารให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนไป โดย ในช่วงระยะทาง 2 กิโลเมตรแรก เก็บค่าโดยสารเพิ่มขึ้นจาก 50 บาท เป็น 100 บาท และกิโลเมตรต่อ ๆ ไป ปรับเพิ่มจากไม่เกินกิโลเมตรละ 12 บาท เป็น 20 บาท ส่วนกรณีที่ไม่สามารถเคลื่อนที่หรือเดินรถต่อไปได้ ก็ให้ปรับเพิ่มจากอัตรานาทีละไม่เกิน 3 บาท เป็น 5 บาท ขณะเดียวกัน กำหนดรายละเอียดอื่นๆ เพิ่มเติมโดย ให้รถแท็กซี่ต้องไม่ติดตั้ง ระบบป้องกันการเปิดประตูภายในรถ และกระจกกันลมทุกด้านต้องเป็นกระจกที่โปร่งใสมองเห็นได้ภายในรถ และภายนอกรถได้ชัดเจน และห้ามไม่ให้นำวัสดุอื่นใดมาติดหรือบังส่วนหนึ่งส่วนใดของกระจก ยกเว้นเป็นการติดเครื่องหมาย หรือเอกสารตามที่กฎหมายกำหนด หรือการติดวัสดุสำหรับบังหรือกรองแสงแดดที่กระจกกันลมด้านหน้าตามที่กรมการ ขนส่งทางบกประกาศกำหนด MThai News

สุภาพบุรุษตระกูลหยาง (Saving General Yang (2013))
หนังจีน

เนื้อเรื่อง : ในยุคราชวงศ์ซ่ง กองทัพต้าซ่งโจมตีโยวโจว ทว่ากลับต้องพ่ายแพ้แก่แม่ทัพเยลี่ซิวเกอ ทำให้ซ่งไท่จงฮ่องเต้ทรงล่าถอยกลับเมืองหลวง นับแต่นั้นเป็นต้นมา ทหารเหลียวก็รุกรานชายแดนต้าซ่งเรื่อยมายังความเดือดร้อนสู่พสกนิกรต้าซ่ง เป็นอันมาก แผ่นดินต้าซ่งไม่มีความสงบสุข ซ่งไท่จงฮ่องเต้ทรงกลัดกลุ้มยิ่งนักจึงมีพระบัญชาให้หยาง เย่ เป็นแม่ทัพหน้าไปอารักขาด่านเหมินกวาน แต่ปรากฏว่า หยาง เย่ กลับพลาดท่าถูกข้าศึกโอบล้อมไว้ที่หุบเขาหมาป่า ทางบ้านตระกูลหยาง ซึ่งมีลูกชายทั้งหมด 7 คน ล้วนแต่เป็นคนหนุ่มที่ห้าวหาญ เก่งกล้าทั้งทางด้านบุ๋นและบู๊ คุณลักษณะหลากหลาย มีซื่อสัตย์จงรักภักดี รักใคร่ประชา รับผิดชอบครอบครัว เช่นเดียวกับผู้เป็นบิดา จึงต้องออกไปช่วยเหลือหยาง เย่ แม้จะมีคำทำนายว่า "ไป 7 กลับมาได้เพียง 6" ก็ตาม ///นักแสดง : เจิ้ง เส้าชิว...หยาง เย่ , ซู เฟิน...เฉอ ไซ่ฮัว , เจิ้ง อี้เจี้ยน...หยาง เหยียนผิง (หยางที่ 1) , ยู ป๋อ...หยาง เหยียนติ้ง (หยางที่ 2) , โจว อี้หมิน...หยาง เหยียนอัน (หยางที่ 3) , หลี เฉิน...หยาง เหยียนฮุย (หยางที่ 4) , หลิน ฟง...หยาง เหยียนเต๋อ (หยางที่ 5) , อู๋ จุน...หยาง เหยียนเจา (หยางที่ 6) , ฟู่ ซินป๋อ...หยาง เหยียนซื่อ (หยางที่ 7) , ไบรอัน เหลียง...พัน เหม่ย์ , เส้า ปิง...เย ลู่หยวน , อัน อี่เซวียน...องค์หญิงไฉ , หลี่ เชี่ยน...หยาง ผายฟง

4 ทรงผมเจ้าสาว สไตล์สาวกรีก สวยสง่าราวเจ้าหญิง
ทรงผม /  ทรงผมเจ้าสาว / 

        4 ทรงผมเจ้าสาว สไตล์ Chignon (ชิคนอน) แบบสาวชาวกรีกที่จะช่วยเปลี่ยนลุคเจ้าสาวให้สวยสง่าดั่งใจและเคลื่อนไหวสะดวกทุกท่วงท่าตลอดพิธีการ โดยไม่ต้องกลัวว่าผมจะเสียทรง Creative Chignon ย้ายมวยผมธรรมดาจากด้านหลังมาไว้ด้านข้างเพื่อให้เจ้าสาวดูหวานขึ้นทรงนี้มีความโดดเด่นตรงการจับปอยผมมาม้วนเป็นเกลียวที่ด้านข้างให้เหมือนดอกไม้เพื่อสร้างลวดลายสวยงาม ส่วนผมด้านหน้าแสกข้างไปทางเดียวกับมวยผม แล้วเพิ่มความหวานอีกนิดด้วยการติดดอกไม้เล็ก ๆ ที่มวยผม Sleek Chignon เจ้าสาวที่ต้องการความเนี้ยบและหรูหรา เพียงแสกข้างแล้วปาดผมทั้งสองด้านมาเก็บไว้ที่ด้านหลังให้เรียบ ยีผมช่วงกลางศีรษะนิดหน่อยเพื่อเพิ่มวอลุ่ม จากนั้นพรางกิ๊บดำบริเวณด้านหลังด้วยการประดับดอกไม้ซึ่งเหมาะกับชุดเจ้าสาวแบบไทยสำหรับชุดสากลเพียงเปลี่ยนเป็นเครื่องประดับเพชรขนาดใหญ่ก็ดูสวยสง่าสมศักดิ์ศรี Side Part Chignon ย้อนยุคในลุควินเทจด้วยทรงแสกข้างจับเป็นลอนเบา ๆ จากนั้นม้วนเก็บปลายผมทั้งหมดมาไว้บริเวณท้ายทอย ลุคนี้ทำให้เจ้าสาวดูสวยไม่ซ้ำใคร แถมยังเข้ากันได้ดีกับชุดไทยสมัยรัชกาลที่ 5 ส่วนชุดสากลน่าจะเป็นสไตล์แกตส์บี้หรือทรงชีทปักเลื่อม Side Part Chignon เพิ่มดีไซน์ให้มวยผมที่ท้ายทอยดูพิเศษขึ้นด้วยการทำให้มีขนาดใหญ่และพองกว่ามวยปกติ จากนั้นยีผมช่วงกลางศีรษะให้ทุยแล้วใช้ปอยผมด้านข้างมาพาดทับที่ช่วงรอยต่อของมวยผม ปิดท้ายด้วยการประดับสร้อยเพชรหรือมงกุฎเล็ก ๆ เท่านี้เจ้าสาวก็สวยราวกับเจ้าหญิงแล้ว ติดตามได้จาก นิตยสาร We

ใจถึงอีกละ! บังยี พร้อมตบโบนัส 10ล.หากแข้งสาวเข้ารอบบอลโลก
ช้างศึกขนตางอน /  นวลพรรณ ล่ำซำ / 

ความเคลื่อนไหวของ ช้างศึกขนตางอน ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ล่าสุด มาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ ผู้จัดการทีมสาวแสนสวย ได้นพกองทัพนักเตะ และทีมงาน ไปร่วมโชว์ตัวในงาน แสดงถ้วยรางวัล ฟีฟ่า วูเมนส์ เวิลด์ คัพ ซึ่งได้มาจัดโชว์ที่ศูนย์การค้าสยาม พารากอน โดยงานนี้ บังยี วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้เดินทางไปร่วมงานนี้ด้วย ซึ่งนายใหญ่ลูกหนังไทยได้เปิดเผยว่า เป็นโอกาสดีของนักเตะสาวไทย และแฟนบอลชาวไทย ที่จะได้ชมถ้วยแชมป์โลกของฟุตบอลหญิง ซึ่งมีความสวยงาม โดยถ้วยรางวัลจะโชว์ที่สยาม พารากอน จนถึงวันที่ 12 มี.ค. “นอกจากนั้นจะมอบเงินจำนวน 10 ล้านบาท ให้กับทีมสาวไทย หากสามารถผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จด้วย” บังยี กล่าวปิดท้าย

เผือกร้อนออนไลน์ หลังสาวแม็กซิมอัดคลิปด่าทัวร์จีน 'ไชนีส โอนลี่'
คลิปสาวตะโกนด่าทัวร์จีน /  จ๋า แม็กซิม / 

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกออนไลน์ หลังสาวแม็กซิมชาวไทยอัดคลิปตะโกนด่าทัวร์จีน หลังป่วนสนามบินในเกาหลีใต้จนวุ่นวายหนัก เมื่อวันที่ 12 มี.ค. ได้มีการแชร์คลิปวีดีโอ ผ่านเฟสบุ๊คชื่อว่า 'Duangjai Phichitamphon'  หรือ 'Jhaky Maxim' หรือ 'จ๋า แม็กซิม' สาวสวยระดับเน็ตไอดอล ที่มีผู้ติดตามกว่าแสนคน แสดงให้เห็นเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นในท่าอากาศยานของประเทศเกาหลีใต้ ขณะที่เธอกำลังยืนต่อคิวเพื่อทำเรื่องขอคืนภาษี (tax refund) แต่กลับเจอเหตุการณ์ชวนโมโหเมื่อกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เพิ่งเดินเข้ามาไม่ต่อคิว พร้อมกับดันแถว จนเกิดความชุลมุนวุ่นวายอย่างมาก เธอกล่าวในคลิประบายความในใจว่า ในตอนแรกก็ยืนต่อแถวกันอยู่ดีๆ แต่พอทัวร์จีนมาถึง 'มันไม่มีคำว่ามารยาท มันไม่มีคำว่าแถว มันไม่มีคำว่าระเบียบอะไรเลย' พร้อมกันนี้ เธอยังระบุด้วยว่า ก่อนหน้านั้นมีนักท่องเที่ยวหลายชนชาติที่กำลังต่อแถวเพื่อทำเรื่องคืนภาษีอยู่ ความวุ่นวายเริ่มบังเกิดเมื่อกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนมาถึง พร้อมทั้งจับภาพเหตุการณ์สุดชุลมุนที่อยู่ด้านหลัง ส่วนเจ้าของคลิปที่ยืนอยู่ ระบายว่า ทั้งถูกเหยียบเท้า จิบหัว เพื่อแซงแถว พร้อมทั้งสบถข้อความต่างๆนาๆ เพื่อแสดงความไม่พอใจอย่างถึงที่สุด นอกจากนี้เธอยังตะโกนเป็นภาษาอังกฤษว่า 'Chinese only' (คนจีนเท่านั้นที่ทำได้) ไปยังฝูงชนของชาวจีนที่สร้างความวุ่นวายอยู่ในขณะนั้นด้วย โดยหลังจากการเผยแพร่คลิปวีดีโอดังกล่าว ได้มีผู้ใช้จำนวนมาก เข้ามาแสดงความคิดเห็นในเชิงเสียดสี แสดงความไม่พอใจ และวิพากษ์วิจารณ์พฤติกรรมดังกล่าวของชาวจีน ที่ดูจะไม่น่ารัก รวมทั้งแชร์คลิปดังกล่าวต่อๆกันออกไปอย่างกว้างขวางในเชิงสนับสนุน แต่วันนี้ (16 มี.ค.) เรียกว่างานนี้กลายเป็นดราม่าระหว่างประเทศไปแล้ว เนื่องจากมีผู้ใช้ยูทูปชื่อ Pear Lula นำคลิปของสาวแม็กซินรายนี้ ไปโพสต์พร้อมขึ้น Subtitle เป็นภาษาอังกฤษ และภาษาจีน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของชนวนในการสร้างความไม่พอใจให้กับชาวจีนส่วนหนึ่งต่อการวิพากษ์วิจารณ์เชื้อชาติตน ซึ่งบางรายมีมุมมองว่าการกระทำดังกล่าว เป็นการการเหยียมหยามทางเชื้อชาติหรือไม่ อย่างไร ? โดยมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นภาษาจีนเป็นจำนวนมาก ทำให้วันนี้สื่อหลายสำนักในแดนมังกร นำเอาเรื่องราวดังกล่าวมานำเสนอกันอย่างครึกโครม และแต่ดูเหมือนเรื่องราวจะไม่จบลงง่ายๆ เมื่อเกิดประเด็นดราม่าชามโต ชามใหม่ เมื่อสาวจ๋า แม็กซิม สาวไทยที่ปรากฏอยู่ในคลิปดังกล่าว โพสต์รูปภาพของหญิงสาวที่โพสต์ข้อความถึงตนในเชิงไม่พอใจ ด้วยการด่าทอความว่า 'คือคุณเมิงใช้คำผิดว่ะ !! คนไทยเชื้อสายจีนก็มี ชาวต่างชาติเชื้อสาย Chiness มันมีทุกประเทศ ไม่ได้นิสัยสันดานเสียทั้งหมด อย่าเหมารวม คือมึงต้องใช้คำว่า China only ไม่ใช่ Chinese only อีเผือก ' ส่วนทางด้านสาวจ๋าก็เดือดจัดโพสต์ภาพตอกกลับดังนี้ คำว่า china = ประเทศจีน คำว่า chinese = ภาษาจีน หรือ คนจีน คำว่า china มันคือคำที่ใช้กับประเทศ ซึ่งณ.จุดนั้นจ๋าใช้คำว่า chinese เพราะสถาณการณ์นั้นจ๋าพูดถึงบุคคลกลุ่มนั้น ในคลิปก็บอกอยู่ว่าญาติติโกโหติกาจ๋าก็มีเชื้อสายจีนแต่ทำไมไม่เห็นนิสัยสันดานเหมือนแบบนี้เลย แค่อยากรู้ว่าเค้าใช้ชีวิตกันยังไง ถูกเลี้ยงดูสั่งสอนกันยังไง ถึงได้ไม่มีระเบียบหรือความเกรงใจคนรอบข้างแบบนี้ ละคุณคนนี้มาด่าจ๋าว่าอีเผือก!!! เพราะจ๋าใช้คำว่าchineseไม่ใช่china ทุกคนลองคิดดูนะคะ ถ้าจ๋าใช้คำว่า china มันดูสมควรอย่างที่คุณคนนี้บอกจิงๆหรอ อย่าลืมดิในประเทศจีนก็ไม่ได้มีแค่คนจีนอยู่นะคะ...ละก็อีกอย่าง...ก่อนมาอวดฉลาดละมาด่าคนอื่นเค้าแบบนี้ มึงช่วยพิมภาษาไทยให้ถูกก่อนดีกว่านะ ... คำว่า..นิสัย เค้าเขียนแบบนี้ไม่ใช่ นิศัย.. ละอีกอย่างคำว่า...สัญดาน ใครสอนมึงเขียนแบบนี้คะ ไปฝึกภาษาไทยให้ถูกก่อนละค่อยมาด่าคนอื่นแบบโชว์สมองขนาดนี้ คำง่ายๆแค่นี้ยังเขียนผิด ถามหน่อยอายเด็กประถมมั้ย ??? คุณไม่ผิดหรอกที่มาแสดงความคิดเห็นแบบนี้...มันเป็นสิทธิ์ของคุณ... แต่แค่อยากจะบอกว่า...ก่อนแสดงความคิดเห็นแล้วกล้ามาด่าคนอื่นแบบโชว์โง่แบบนี้ ทั้งๆที่เราไม่ได้รู้จักอะไรกันเลย กล้าด่าแบบมั่นหน้าว่ามึงฉลาด วันหลังอย่าทำอีกนะ มันดูเหมือนมึงเป็นตัวตลกอ่า ‪#‎กูขำ‬ ‪#‎ฮ่าาาาาาาาาาๆๆๆๆ‬ งานนี้ในตอนแรกเป็นประเด็นระหว่างประเทศ แต่ไม่รู้ทำท่าไหนถึงได้กลายมาเป็นเรื่องราวที่จุดชนวนให้เกิดความไม่พอใจระหว่างคนไทยด้วยกันเอง แต่อย่างไรก็ตามเชื่อว่าเราทุกคนควรยอมรับกติกา และมารยาทสากล รวมทั้งให้เกียรติ ไม่ควรเหมารวมว่าชาตินี้แย่ ชาตินั้นไม่ดี ทุกชาติย่อมมีทั้งคนดีและไม่ดีปะปนกันไป อยู่ที่ว่าเราจะอยู่อย่างไร ให้สังคมอย่างสงบเป็นไปอย่างสุขมากกว่า MThai News ที่มา FB : Duangjai Phichitamphon  shanghaiist

Kingsman: The Secret Service : สายลับเดอะเน็กซ์เจน
Kick-Ass /  Kingsman: The Secret Service / 

หากคุณผู้ชมกำลังมองหา "หนังสายลับ" ที่เป็นเรื่องของความเป็นความตาย ซีเรียสดุดัน พระเอกมาดหล่อเคร่งขรึม เต็มไปคำคมมัดใจสาว ตัวร้ายแผนการซับซ้อน สาวเซ็กซี่อวบอึ๋ม อะไรทำนองนั้นอยู่ล่ะก็ ขอเชิญโบกมือลาหนังเรื่องนี้ได้เลย เปล่าๆ เราไม่ได้ไล่คุณครับ เราพูดเรื่องจริง เพราะ Kingsman: The Secret Service ไม่ได้จะกดดันด้วยภารกิจสายลับตึงเครียดชวนลุ้น แต่มันจะทำให้ฮาก๊ากด้วยอารมณ์ขัน ชนิดแทบตกเก้าอี้!! Kingsman: The Secret Service ถ่ายทอดเรื่องราวของ เอ็กซีี่ ไอ้หนุ่มพ่อตาย แม่มีสามีใหม่ไม่เอาอ่าว แต่ด้วยความที่เจนจัดมากฝีมือ ทั้งสมองและร่างกาย จึงถูกทาบทามโดยสายลับรุ่นเดอะ แฮร์รี่ ฮาร์ท  ให้มาเข้าคอร์สติวเข้ม เป็นสายลับคิงส์แมน เพื่อทำภารกิจในหน่วยงานลับ ในขณะเดียวกัน วาเลนไทน์ วายร้ายตัวเอ้ ผู้รักโลกใบนี้สุดๆ เลยคิดแผนกำจัดมนุษยชาติทิ้งซะโลกจะได้สวยๆ (เวรเอ๊ย!) งานนี้ มีเพียงองค์กรลับคิงส์แมนเท่านั้น ที่จะหยุดไอ้หมอนี่ได้! ด้วยความที่ Kingsman: The Secret Service สร้างมาจากหนังสือการ์ตูน ผนวกกับการกุมบังเหียน ของผู้กำกับเกรียนได้โล่อย่าง แมทธิว วอห์น เจ้าของเดียวกับ Kick-Ass ทำให้หนังสายลับเรื่องนี้ อุดมไปด้วยลูกบ้าเต็มสูบ ที่ถูกขับเคลื่อนด้วยแก๊งตัวละคร ที่แบนราบมิติเดียว ฝั่งไหนพระเอกฝั่งไหนผู้ร้าย นี่เห็นปุ๊บรู้เลย แต่ถึงกระนั้นตัวละครเหล่านี้ กลับเปี่ยมเสน่ห์ และส่งพลังออกมาได้อย่างท่วมท้น ในคาแร็คเตอร์ที่แตกต่างกัน ไล่มาตั้งแต่ แฮร์รี่ ฮาร์ท หล่อเนี้ยบนิ่ง เวลาบู๊ก็เหมือนแรมโบ้มาประทับทรง หรือ เอ็กซี่ หนุ่มหน้าใหม่ ยีบวนกวนบาทา แต่ก็จริงใจตรงไปตรงมา ไปจนถึง วาเลนไทน์ ตัวร้ายบ้านรวย ที่มีความคิดอำมหิตคับโลก แต่กลับกลัวเรื่องไม่เป็นเรื่องซะงั้น รวมถึงตัวละครอื่นๆ แวดล้อม ที่มีสไตล์เฉพาะตัวไม่ซ้ำกัน . เหมือนใจหนึ่ง ก็เคารพและยอมทำตามเดิม แต่อีกใจหนึ่งก็อยากฮิปสเตอร์ และตะโกนดังลั่นว่า หนังเรื่องนี้ไม่ทำอย่างนั้นหรอกเว้ย! . ซึ่งตัวละครที่เหมือนเหล่าแก๊งการ์ตูนนี้ คือจุดสำคัญที่พาจี้จุดขำ พามุขตลกแบบฉลาดๆ เล่นกับความคาดไม่ถึงของคนดูได้อย่างออกรส อีกทั้งฉากแอ็คชั่นที่ได้รับการออกแบบมาอย่างดี ทั้งการลำดับภาพ มุมกล้อง ดนตรีประกอบ และความเอะอะมะเทิ่งแบบไม่เกรงใจใคร (สปอยล์เล็กๆ จับตาดูฉากในโบสถ์ให้ดีๆ) ทำให้ทุกครั้งที่หนังจุดชนวนฉากเหล่านี้ขึ้นมา มันช่างเร้าอารมณ์อย่างได้ผล และแน่นอนว่าสามารถสนุกได้ตั้งแต่เด็กๆ เพราะถึงจะมีคนตายเป็นใบไม้ร่วงขนาดไหน แต่มันหาได้รุนแรงเลือดสาดแต่อย่างใด ความดึงดูดและสนุกต่อเนื่องของ Kingsman: The Secret Service พวกนี้ ทำให้เราไม่ต้องไปสนใจความสมจริงอะไรมากมาย (แน่นอนว่า ไม่ค่อยมี) แต่มุ่งเน้นไปที่ความมันส์ และเอาใจช่วยตัวละครโดยเฉพาะเจ้าหน้าใหม่ อิ๊กซี่ ให้ผ่านพ้นวิกฤตต่างๆ ไปได้ด้วยดี และแอบได้ลุ้นเล็กๆ ว่าจะงัดกลเม็ดเด็ดพราย ตามสไตล์หนังสายลับอุปกรณ์สุดล้ำ ยิบยับเยอะแยะเต็มไปหมด อีกทั้ง Kingsman: The Secret Service ยังจิกกัดขนบหนังสายลับที่ใครๆก็ต้องมี ดังที่กล่าวไปตั้งแต่ต้น ด้วยการล้อเลียนแขวะใส่แบบตรงไปตรงมา เหมือนใจหนึ่งก็เคารพและยอมทำตามเดิม แต่อีกใจหนึ่งก็อยากฮิปสเตอร์ และตะโกนดังลั่นว่า หนังเรื่องนี้ไม่ทำอย่างนั้นหรอกเว้ย! ได้อย่างสนุกมือ หากคุณผู้ชมกำลังมองหา "หนังสายลับ" ซีเรียสดุดัน สำรวจประเด็นเข้มข้นอยู่ล่ะก็ โบกมือลาไปได้เลย เพราะหนังเรื่องนี้ คือโปรแกรมฝึกสายลับเดอะเน็กซ์เจน กับภารกิจกู้โลกที่เต็มไปด้วยความเกรียน ฮา บ้า และบันเทิงแบบหงายเงิบ... เรื่องนี้ให้ 8.5 / 10 ครับ Lecter. ------------------------------

ฟังกันยัง? Hip Hop for the World เพลงจากแร๊พเปอร์ทั่วโลก 14 คน!!
#HIPHOPISHIPHOP /  Hip Hop for the World / 

14 แร๊พเปอร์จากนานาชาติ ในนามโปรเจ็ค #HIPHOPISHIPHOP ร่วมกันทำลายกำแพงแห่งเชื้อชาติ วัฒนธรรม ภาษา และเพศ สร้างสรรค์ซิงเกิ้ลการกุศล Hip Hop for the World Hip Hop for the World เป็นบทเพลงจากเสียงร้องของแร๊พเปอร์เปี่ยมพรสวรรค์ 14 คน นำทีมสร้างสรรค์ผลงานโดย San E แร๊พเปอร์ชื่อดังแห่งวงการเพลงเกาหลีใต้ เจ้าของเพลงฮิตติดอันดับ K-Pop Hot 100 อย่างเพลง Break-Up Dinner, A Midsummer Night's Sweetness และ Body Language San E เปิดเผยกับสื่อ Billboard ว่า "โปรเจ็ค #HIPHOPISHIPHOP เป็นความใฝ่ฝันของผมมาตั้งแต่ชั้นมัธยมปลายแล้วครับ... ตอนผมเรียนที่อเมริกา เวลาผมให้เพื่อนฟังเพลงฮิพฮอพของเกาหลี พวกเขาก็มักจะมีฟีดแบ็คกลับมาว่า 'เขาแร๊พภาษาเกาหลีกันได้ด้วยเหรอ' ผมจึงมีความใฝ่ฝันมาโตยตลอดที่อยากจะทำให้ทุกคนรู้ว่าดนตรีฮิพฮอพนั้นไร้พรมแดน มันมีการแร๊พในทุกภาษาที่คุณอาจไม่เคยได้ยินมันเลยก็ได้ แล้ววันนี้ผมก็ทำให้โปรเจ็คนี้เกิดขึ้นจริงครับ" นอกจาก San E แล้ว ยังมีแร๊พเปอร์ทั่วโลกมาร่วมงานในเพลง Hip Hop for the World ไม่ว่าจะเป็น KRS-One เอ็มซีและโปรดิวเซอร์ชาวอเมริกา, Redrama แร๊พเปอร์จาก ฟินแลนด์, Frenkie จาก บอสเนีย, SadmAnn จากบังกลาเทศ, Deeb จากอียิปต์, Adx จากอินเดีย, Yacko จากอินโดนีเซีย, Strike the Head จากอิตาลี, Julian Nagano จากญี่ปุ่น, Valete จากโปรตุเกส, Pendekar จากสิงคโปร์, Mr. Skin จากไต้หวัน และ Mr Phormula จาก เวลส์ รายได้ทั้งหมดของโปรเจ็ค #HIPHOPISHIPHOP จะนำไปบริจาคเพื่อสนับสนุนการศึกษาของเด็กๆ ผ่านองค์กร UNICEF ข้อมูลจาก Billboard ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ถนนสายนี้ ขับดีๆก็ระเบิดตายได้!! กับคลิปใหม่ จาก Mad Max: Fury Road
clip /  Mad Max / 

รออีกเพียงไม่นาน ก็จะได้มาเหยีบคันเร่งกับคนคลั่งกันแล้ว กับภาพยนตร์ Mad Max: Fury Road แมด แม็กซ์ ถนนโลกันตร์ ผลงานของผู้กำกับ จอร์จ มิลเลอร์ ที่เห็นตัวอย่างหนังระห่ำดิบเถื่อนขนาดไหน ฉบับเต็มจะยิ่งเร่งเครื่องให้แรงสาแก่ใจคอแอ็คชั่นมากขึ้นเต็มๆ ถ้ายังไม่เชื่อเรา ขอเชิญคุณผู้ชมอุ่นเครื่องกันอีกระลอก ด้วยคลิปใหม่เอี่ยมสั้นๆ แต่มันส์หยด ที่จะมายืนยันว่าถนนสายร้อนระอุนี้ ระวังขับรถอยู่ดีๆ ก็โดนระเบิดตายนะเอ้อ!!! เตรียมตัวให้พร้อม เตรียมรถให้ดีแรง แล้วไปมันส์ระห่ำเดิอดพล่าน ไปกับ Mad Max: Fury Road แมด แม็กซ์ ถนนโลกันตร์ ในวันที่ 14 พ.ค.นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ Mad Max: Fury Road ได้ที่นี่เลย ---------------------------------

ไหวนะ! บังยี นำทัพVIPไทยลีก ฟาดแข้ง ช้างศึกสาว บอลมหากุศล28มี.ค.นี้
กวิน ธรรมสัจจานันท์ /  ซิโก้ / 

บังยี วรวีร์ มะกูดี เตรียมลงฟาดแข้งกับ ทีมฟุตบอลหญิง ในศึกฟุตบอลมหากุศล เทิดพระเกียรติ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวลีนารีรัตน์ วันที่ 28 มี.ค.นี้ ที่สนามกองทัพบก ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 มี.ค.58 ณ โรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว ฟอร์จูน ได้มีการแถลงข่าวการแข่งขันฟุตบอลนัดพิเศษ มหากุศล เทิดพระเกียรติ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวลีนารีรัตน์ ระหว่าง ทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย พบกับ ทีมรวมใจ และทีมวีไอพี TPL COMBINE ซึ่งจะเตะในวันที่ 28 มี.ค.นี้ ณ สนามกีฬากองทัพบก เวลา 18.00 น. โดยมี มาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ ผู้จัดการทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย, โค้ชหนึ่ง หนึ่งฤทัย สระทองเวียน และซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ร่วมกันแถลงข่าว โดยการแข่งขันครั้งนี้ ทีมฟุตบอลหญิง จะลงเล่นครึ่งแรกพบกับ ทีมรวมใจ ซึ่งนำโดย นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมต.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, ข้าราชการส่วนพระองค์ พร้อมเหล่าอดีตนักกีฬาทีมชาติ อาทิ สมจิตร จงจอหอ และสืบศักดิ์ ผันสืบ รวมถึงนักฟุตบอลทีมชาติไทยอย่าง กวิน ธรรมสัจจานันท์, อดิศักดิ์ ไกรษร และเกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ส่วนครึ่งหลัง ทีมฟุตบอลหญิง จะพบ ทีมวีไอพี TPL COMBINE นำโดย บังยี วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอล และอดีตนักเตะทีมชาติไทยที่อายุเกิน 45 ปี ซึ่งทีมรวมใจ และทีมวีไอพี TPL COMBINE จะมี ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เป็นกุนซือ ภายในงานจะมีการจัดจำหน่ายเสื้อรุ่นพิเศษ ที่ออกแบบโดย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวลีนารีรัตน์ โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย จะนำไปสมทบทุนเพื่อมอบให้แก่ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ นอกจากนี้ก่อนแข่งจะมีคอนเสิร์ตของ หนุ่ย อำพล ลำพูน ในเวลา 16.00 น.อีกด้วย ซึ่งงานนี้เปิดให้ชมฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย

รวมสถานที่จัดงาน วันมาฆบูชา 2558 อิ่มบุญทั่วไทย
กิจกรรมทางศาสนา /  ทำบุญ มาฆบูชา / 

วันมาฆบูชา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนาของพุทธศาสนิกชน อีกวันหนึ่ง ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 4 มีนาคม 2558 ขอเชิญชวนชาวพุทธทุกท่าน ไปร่วมทำบุญ ไหว้พระ ฟังธรรม ตามสถานที่ต่างๆ ซึ่ง travel.mthai.com ได้รวบรวมมาไว้แล้ว ให้ขอให้อิ่มบุญถ้วนหน้า ใน วันมาฆบูชา 2558 นะครับ รวมสถานที่จัดงาน วันมาฆบูชา 2558 อิ่มบุญทั่วไทย 1. ท้องสนามหลวง กรุงเทพฯ ในเวลา 07.00 - 09.00 น. จะมีพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์จำนวน 89 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลฯ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และตั้งแต่เวลา 09.00 - 17.00 น. จะมีการเทศน์มหาชาติทำนองหลวง 13 กัณฑ์ 1000 พระคาถา โดยพระราชปฏิภาณมุนี วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร (กัณฑ์ที่ 1), พระมหาสม สุทธิปภาโส และพระมหาสิน ฐิตเมโธ วัดหลักสี่ (กัณฑ์ที่ 2), พระมหายุทธนา คัมภีรจิตโต วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร (กัณฑ์ที่ 3 – กัณฑ์ที่ 6), พระครูปลัดสุเทพ สุรเมธี วัดไชโยวรวิหาร (กัณฑ์ที่ 7 – กัณฑ์ที่ 10), พระมหานรา ณัฏฐภาณี วัดศรีประวัติ (กัณฑ์ที่ 11 – กัณฑ์ที่ 13) ทั้งนี้ ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชน ร่วมงานในการบำเพ็ญกุศลในวันมาฆบูชา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถในวันและเวลาดังกล่าว 2. ประเพณีมาฆบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุนานาชาติ เมืองนคร 2558 จ.นครศรีธรรมราช มีการทำบุญตักบาตร บริเวณลานโพธิ์วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เวลา 15.00 น. พิธีอัญเชิญผ้าพระบฏพระราชทานและแห่ผ้าพระบฏ จากศาลาประดู่หกไปยังวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร และในภาคค่ำ เวลา 18.00 น. มีพิธีเวียนเทียน ณ บริเวณลานโพธิ์วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จึงขอเชิญพุทธศาสนิกชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมประกอบกิจกรรมต่างๆ ในวันมาฆบูชา ประจำปี 2558 3. เมืองโบราณ จ.สมุทรปราการ ขอเชิญพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวทุกท่านเข้าร่วมกิจกรรมวันมาฆบูชา ในวันพุธที่ 4 มีนาคม 2558 นี้ ณ พระธาตุบังพวน ภายในเมืองโบราณ เข้าร่วมงานฟรี ตั้งแต่ เวลา15.00 - 20.00 น. โดยมีรายละเอียดกิจกรรม ดังนี้ เวลา 15.00 - 15.30 น. บริการอาหาร ณ โรงทาน เวลา 15.30 - 18.00 น. ฟังพระธรรมเทศนา จากพระธรรมปาโมกข์ เจ้าอาวาสวัดราชผาติการาม ฟังสวดมนต์บทอุปปาตะสันติและพระปริตร โดยพระสงฆ์ 9 รูป เวลา 18.30 - 20.00 น. ร่วมเวียนเทียน ณ พระธาตุบังพวน ซึ่งประดิษฐานพระพุทธเจ้า 28 พระองค์ ภายในงานมีบริการรถราง รับ - ส่ง ฟรี จากบริเวณประตูทางเข้าไปยังพระธาตุบังพวนเพื่อร่วมกิจกรรมสำคัญทางพระพุทธศาสนา โดยตลอดเส้นทางท่านจะได้ชื่นชม กับสถาปัตยกรรมความงดงามของสถานที่ต่างๆ อาทิ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระที่นั่งสรรเพชญปราสาท เป็นต้น 4. พุทธมณฑล จ.นครปฐม ภายในงานมีการจัดการปฏิบัติธรรม พิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ พิธีเวียนเทียน การจัดกิจกรรมด้านส่งเสริมพระพุทธศาสนา การแสดงพระธรรมเทศนา และพิธีเจริญพระพุทธมนต์ สำหรับกำหนดการภายในงาน มีดังนี้ เวลา 07.00 น. มีพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ ณ บริเวณลานรอบองค์พระประธานพุทธมณฑล เวลา 16.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้นายอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ ในการบำเพ็ญพระราชกุศลประกอบพิธีเวียนเทียน เนื่องในเทศกาลวันมาฆบูชา 5. วัดพุทไธศวรรย์ จ.พระนครศรีอยุธยา เชิญร่วมทำบุญ เทศน์คาถาพันมหาชาติ 13 กัณฑ์ 1,000 พระคาถา พิธีเริ่มตั้งแต่เวลา 10.30 น. เป็นต้นไป ... โดยมีความเชื่อกันว่า ถ้าใครได้ฟังเทศน์มหาชาติครบ 13 กัณฑ์ ภายในวันเดียว จะได้รับอานิสงส์ดังนี้ 1.เมื่อตายจากโลกนี้ไปแล้วจะได้พบพระศรีอาริย์พุทธเจ้าในอนาคต 2.เมื่อดับขันธ์จะไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์ เสวยทิพยสมบัติอันมโหฬาร 3.จักไม่ตกนรก เมื่อตายไปแล้ว 4.เมื่อถึงพุทธกาลพระศรีอาริย์พุทธเจ้า เทพบุตร เทพธิดา จะได้จุติลงไปเกิดเป็นมนุษย์ 5.ครั้นได้ฟังพระธรรมเทศนา ก็จักได้บรรลุมรรคผล นิพพานเป็นพระอริยบุคคลในพระพุทธศาสนา ขอบคุณข้อมูลจาก : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย , amazingthaitour.com / เรียบเรียงโดย : Travel MThai

อีเจี๊ยบ เลียบด่วน ไก่เหลืองกาลกิณี ซุปตาร์โลกออนไลน์
สมรัก พรรคเพื่อเก้ง /  อีเจี๊ยบ เลียบด่วน / 

แฟนเพจเฟซบุ๊ค ถือเป็นอีกช่องทางหนึ่ง ที่ชาวโซเชียลใช้ในการติดตามข่าวสาร สมาชิกเฟซบุ๊คสามารถกดถูกใจที่หน้าเพจ จากนั้นก็จะสามารถรับรู้ข่าวสารที่เพจนำมาเผยแพร่ได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว แฟนเพจในประเทศไทยมีหลากหลาย ทั้งแฟนเพจข่าวสาร เพจเพื่อธุรกิจ การค้า เพจมุกตลก เพจวาไรตี้บันเทิง แต่ละเพจจะได้รับความนิยมแตกต่างกัน เพราะแต่ละเพจล้วนมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง อีเจี๊ยบเลียบด่วน ถือเป็นอีกหนึ่งเพจที่ได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้ ดูได้จากยอด ผู้คนที่ติดตาม ที่ตอนนี้มีมากกว่า 874,423 คนแล้ว ทั้งๆที่เปิดเพจได้เพียงไม่ถึงปี ทาง Mthai ข่าวภาคซ่าส์ จะพาทุกท่านไปพูดคุยว่าด้วยเหตุใดเพจอีเจี๊ยบถึงเป็นที่ถูกอกถูกใจชาวโซเชียลนักหนา สมรัก พรรคเพื่อเก้ง คืออดีตเพจที่ได้รับความนิยม ในช่วงปี 2012-2014 มียอดผู้คนติดตามประมาณ 5แสนคน แต่อยู่ดีๆแฟนเพจก็โดนอุ้มหายไป ท่ามกลางข้อสงสัยของใครหลายคนว่า ที่เพจหายไปอาจเกิดจาก ทางแอดมินไปโพสต์ข้อความแหย่นายวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ว่า บังยีเสนอหน้าเพื่อจะเอาหน้าในการผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลกหญิงของทีมชาติไทยขณะนั้น ทำให้บังยีของขึ้นถึงกับจะฟ้องร้องเพจสมรัก พรรคเพื่อเก้ง จากนั้นไม่นานทางแฟนเพจสมรัก พรรคเพื่อเก้ง ได้ออกหนังสือขอโทษนายกสมาคมฟุตบอลฯ ระบุว่า เป็นการเล่นสนุกเกินขอบเขต ไม่คิดหน้าคิดหลัง และขออภัยในการกระทำ ซึ่งทางสมรัก หวังว่าทาง นายวรวีร์จะเมตตาและให้อภัย พร้อมทั้งยืนยันว่าจะไม่ให้เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นอีก จากนั้นเพจดังกล่าวก็หายไปจนชาวเน็ตสงสัยว่า อาจเกิดจากสาเหตุที่กล่าวมาข้างต้น แต่สุดท้ายก็เฉลยออกมาว่าเป็นเพราะความผิดพลาดของระบบเฟซบุ๊ค ที่ทำให้สมรัก พรรคเพื่อเก้ง ต้องใช้เฟซบุ๊คส่วนตัวในการโพสต์ข้อความและเปิดเพจใหม่อีกหลายครั้ง แต่ความรันทดก็ยังไม่หมดเพราะเพจก็โดนปลิวและกระแสตอบรับไม่ดีเท่าที่ควร จนเมื่อสิ้นเดือนกรกฎาคม 2557 สมรัก พรรคเพื่อเก้ง ฟื้นคืนชีพมาอีกครั้งในชื่อเพจใหม่ว่า ‘อีเจี๊ยบ เลียบด่วน‘ การกลับมาครั้งใหม่ได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากเพจมีการนำเสนอเรื่องราวที่หลากหลาย สำนวนที่ใช้ในการสื่อสารกับลูกเพจทำให้ผู้อ่านสนุกสนานมีอารมณ์ร่วมไปด้วย ถูกอกถูกใจชาวสังคมออนไลน์กันยกใหญ่ เพราะกลายเป็นแฟนเพจเล่าเรื่องบันเทิง ใช้มุกตลกขบขัน ภาษาแบบสาวประเภท2 ยอดไลค์เติบโตอย่างรวดเร็วในระยะเวลาประมาณ 5-6 เดือน * ได้ดีไม่ต้องโปรโมท ไม่ต้องซื้อโฆษณา แต่อาศัยการแชร์ต่อไปเรื่อยๆของสมาชิกในแฟนเพจ *คาแรคเตอร์เด่นชัด สร้างแบรนด์และคาแรคเตอร์ของตัวเองเด่นชัด ด้วยรูปโลโก้ไก่สีเหลืองตาโตข้างเล็กข้าง เหมือนไก่พิการ แต่ดูคล้ายงานศิลปะAbstractแบบปิกัสโซ่ ปากแดงๆ ดูแล้วน่ารัก น่าหมั่นไส้ มีการโพสต์ข้อความตลก สนุกสนาน หยาบคายแต่เป็นเชิงเสียดสีสนุกสนาน [นอกจากนี้อีเจี๊ยบ เลียบด่วนยังมีความอาถรรพ์ ในด้านความเป็นกาลกิณี ยกตัวอย่างถ้ามันเชียร์ทีมไหน การแข่งขันอะไร ทุกคนล้วนแต่แพ้พ่าย ย่อยยับ] *คอนเทนท์เป็นของตัวเอง มีการสร้างเนื้อหา (Content) ในแบบฉบับของตัวเอง ถ้าย้อนกลับไปในช่วงสมัยเป็นแฟนเพจสมรัก พรรคเพื่อเก้ง จะเป็นเนื้อหาเชิงจดหมายหรือเรียงความยาวๆ เสียดสีการเมือง สังคมแต่ตอนนี้ปรับสู่รูปแบบการเขียนคือการโพสต์ประจำวัน มีหัวข้อใหญ่ๆ ต้อนรับสมาชิกในแฟนเพจตอนเช้า เป็นการสรุปเหตุการณ์ว่าผ่านอะไรมาบ้าง จากนั้นก็ตามกระแสข่าวทั่วไป โดยเน้นหนักไปที่ข่าวบันเทิงซะส่วนใหญ่ ซึ่งบางข้อความที่มาจากเพจอีเจี๊ยบ เลียบด่วนนอกจากจะถูกนำไปแชร์ต่อแล้ว นักข่าวบันเทิงหลายคนยังใช้เป็นHint ในการไปตามประเด็นข่าวต่อด้วย *การสร้างปฏิสัมพันธ์กับแฟนเพจ อีเจี๊ยบ เลียบด่วน ต่างจากอีกหลายแฟนเพจที่แม้จะมียอดไลค์มากแต่ไม่สนใจสมาชิกในเพจ ซึ่งกลับกันเพจอีเจี๊ยบ จะคอยตอบโพสต์และข้อความของลูกเพจอยู่เสมอ มากบ้าง น้อยบ้าง แต่ก็ยังตอบ ไม่เหมือนแฟนเพจอื่นๆที่มาปล่อยหัวข้อกระทู้ไว้แล้วให้คนมาเถียงกันเอง นอกจากนี้เพจอีเจี๊ยบ เลียบด่วนยังมีการเซ็นเซอร์คอมเมนท์ที่สุ่มเสี่ยงต่อการหมิ่นเบื้องสูงด้วย ชาวสังคมออนไลน์จะรู้จักอีเจี๊ยบและจำได้เพียงว่า มันคือลูกไก่สีเหลือง แต่ไม่มีใครเคยรู้เลยว่าหน้าของเจี๊ยบเป็นยังไง เรียกได้ว่า เจี๊ยบรู้จักหน้าของทุกคน แต่พวกเขาไม่รู้จักอีเจี๊ยบเลย เจี๊ยบเคยให้สัมภาษณ์กับ posttodayว่า “ที่ผมไม่เปิดเผยตัว เพราะไม่คิดว่าตัวเองจะน่าสนใจอะไร แต่ก็มีบ้างที่คนอยากจะมาตามหาตัวผม ซึ่งผมก็เชื่อว่าการที่มีคนอยากรู้จักตัวผมจริงๆ น่าจะเป็นเพราะพวกเค้ารักผม ส่วนสาเหตุที่ไม่เปิดตัวเพราะมันมีผลต่อภาพลักษณ์ของงานประจำในวงการสายบันเทิง แม้แต่ชื่อเล่นจริงๆ ของเขาก็ยังไม่สามารถให้ได้ หากบอกไปแล้ว คนจะรู้ตัวตนเขาได้ไม่ยากเลย ด้วยชื่อเล่นของเขานั้นค่อนข้างมีเอกลักษณ์มากๆ เพราะตั้งแต่เกิดมา เจี๊ยบ บอกเห็นมีคนชื่อเล่นซ้ำแบบเดียวแบบเขาแค่ 3 คนเท่านั้น คือ ตัวเขาเอง รุ่นพี่ที่อยู่ในวงการและ “กระเป๋ารถเมล์” วีระกรรมที่ทำให้ชาวโซเชียลหลงรักอีเจี๊ยบ อีเจี๊ยบ เลียบด่วน ขึ้นแท่นกาลกิณีระดับชาติ เชียร์ทีมไหนก็แพ้  หลายต่อหลายครั้งถ้าลูกเพจต้องการเห็นทีมไหนแพ้ก็จะมาอ้อนวอนเจี๊ยบให้เชียร์ทีมนั้นๆเสมอ แล้วหลายต่อหลายได้ผล จนใครต่อใครขนานนามอีเจี๊ยบ เลียบด่วน ไปว่า มันคือ กาลกิณีระดับชาติ !? MThai News

บิลลี่ เมิน! ดราม่าโซเชียล เหยียดเพศที่3
บิลลี่ โอแกน /  เหยียดเพศ / 

เจอดราม่าโซเชียลชุดใหญ่ เมื่อนักร้องดัง บิลลี่ โอแกน โพสต์ข้อความวิจารณ์ซีรี่ย์ที่มีเนื้อหาชายรักชายว่า "ผมเห็นละครตุ๊ดเกย์ มีดูดปากกันด้วยอะ เฮ้ยยยยยยย ไปเปิดช่องสีม่วงโดยตรงเลยดีมั้ย ไม่ได้แอนตี้ตุ๊ดเกย์ แต่คิดว่ามันมากเกินไปที่แสดงภาพอุจาดแบบนี้ เปิดช่องสีม่วงไปเลยเถอะกูขอร้อง ผู้ผลิตละคร น่าจะคำนึงถึงความเหมาะสมบ้าง เด็กเล็กเปิดดูมันเอาอย่างบ้างจะว่าไง ผู้ผลิตต้องมีวิจารณญาณก่อนจะนำเสนอนะครับ ไม่ใช่โยนให้ผู้ชมโดยหวังแต่เรตติ้ง จะเสื่อมไปถึงไหน แย่มาก" ล่าสุดรายการ คนดังนั่งเคลียร์ ช่อง 2 บันเทิง..ถึงรส ถึงคุณ เชิญเจ้าตัวมาเปิดใจถึงเรื่องดังกล่าว พร้อมประเด็นดราม่าเรื่องเหยียดเพศที่ 3 ว่า... "ที่โพสไปแบบนั้นปกติดีครับ แต่ที่ไม่ปกติคือเปิดทีวีดูพอดีวันนั้น ไม่รู้อะไรทำให้เปิดดูก็เลยตกใจ เห้ย! เดี๋ยวนี้ทีวีเราก้าวหน้าไปถึงขนาดว่าแค่จูบกันมันก็...นั่นแล้วนะ แต่เดี๋ยวนี้เราพัฒนาไปจูบจริง แถมยังเป็นผู้ชายจูบกับผู้ชายอีก มันจะจริงขนาดไหนกันขนาดนี้" "สมัยก่อนมันมีวิวัฒนาการของมัน ถ้ายุคโบราณ พอพระเอกจะจูบนางเอกกล้องเค้าก็จะเคลื่อนหลบไป แล้วให้ตัวแสดงเอนตัวลงไปทำเหมือนกับว่าล้มตัวลงนอนแล้ว ก็เป็นอันว่าเข้าใจ แล้วภาพมันก็ตัดไปที่หลังคา มีฝนตก มีเสียงน้ำหล่นบนหลังคา ชัดเจนยิ่งกว่าอะไร ในยุคต่อมาเริ่มจะมีการ พอจะจูบก็เอาตัวบัง แล้วก็ทำเป็นนัวเนีย จริงๆ ไม่ได้โดนกันหรอก ผู้หญิงก็จะทำเป็นเอามือจิกหลัง ก็เป็นอันเข้าใจ แต่เดี๋ยวนี้มันเกิดอะไรขึ้นครับในสังคมเมืองไทย มันจะต้องถึงขนาดว่าจูบเนี่ยต้องเอาปากมาดูดกันให้เห็น" "คำว่าอุจาดที่ผมใช้มันรุนแรงตรงไหนครับ มันเป็นภาพที่มันอุจาดตา คือเป็นภาพที่มันไม่เหมาะสมที่จะแพร่ออกมาให้เห็นในที่สาธารณะ สมมติจะจูบใคร จะมายืนจูบพันลิ้นให้คนเค้าเห็นหรือป่าว คนจะจูบกันบ้านไหนๆ คงไม่มายืนออกมาให้ชาวบ้านเอาไปพูดกัน ยืนจูบกันประเจิดประเจ้อ แต่นี่มันออกมาในทีวี ให้มันเห็นไปทั่วบ้านทั่วเมือง แล้วมาอ้างว่ามันเป็นศิลปะของการแสดง อันนี้ผมว่าไม่ใช่แน่ๆ" "เค้าก็รู้กันอยู่ละครเรื่องนี้มันเกี่ยวกับการเบี่ยงเบนทางเพศ มีอคติอะไรกับเพศนี้ อคตินี่ไม่มีเลยนะ ไม่เคยมีเลย ตั้งแต่เด็กมาเนี่ยเพื่อนฝูงในแวดวงทั้งหมดมีทั้งที่เป็นตุ๊ด เป็นเกย์ เป็นแต๋ว เป็นกะเทย มีเยอะไปหมด มีนานาอาชีพ ตั้งแต่ช่างแต่งหน้า ช่างทำผม ดีไซน์เนอร์ ขายอาหาร บางคนเป็นเซลล์ บางคนเป็นแอบก็มี ไม่แสดงออกมีเยอะแยะไปหมดที่เป็นเพื่อนกับผม แต่เพื่อนฝูงที่คบเนี่ย ไม่มีใครเค้ามาจูบประเจิดประเจ้อเหมือนกัน" "ผมคิดว่ายุคนี้มันเละไง มันเละไปหมดเหมือนกับว่าทุกคนคิดว่าเอาอะไรมากองกันก็ได้ โยนอะไรเข้ามาก็ได้ สมมตินี่โต๊ะอาหารที่นั่งกันอยู่ ใครจะโยนอะไรเข้ามาก็ได้ ไอ้นี่กินยาก เผ็ด แต่ให้มันมารวมกันให้ทุกคนกินเหมือนกันหมด ผมว่ามันไม่ถูกต้อง จะกินอาหารพิเศษ ก็ต้องแยกโต๊ะ จัดโต๊ะพิเศษหน่อย ผมว่ามันเลอะเทอะมาก หากจะมาเถียงกับผมว่าเสรีภาพและประชาธิปไตย ย่อมต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบเสมอนี่เป็นสิ่งที่สำคัญ และเสรีภาพต้องมีขอบเขตของมันที่เหมาะสมที่ควร ถ้าไม่เช่นนั้นแล้วมันไม่ใช่เสรีภาพครับ มันเป็นความไร้อารยะ" "ผมมีความคิดเห็นว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่มันเป็นภัยสำหรับเยาวชนมากจนเกินไป ถ้าสมมติทำละครฉายให้คนที่บรรลุนิติภาวะแล้ว อายุ 18 ขึ้นไป อยากจะดูโป้เปลือยขนาดไหนมันเป็นวิจารณญาณของแต่ละคน แต่สมมติว่าลูกคุณ หลานคุณ อายุ 5-6 ขวบ เป็นเด็กผู้หญิงหรือผู้ชายก็ตามนั่งดูอยู่ แล้วเห็นฉากที่ผู้ชายโผเข้าหากัน เอาปากต่อปากมาจูบกัน ในขณะที่เด็กคนนั้นได้รับการสั่งสอนมาว่า ครอบครัวเรามีคุณพ่อคุณแม่เกิดลูกขึ้นมาแบบนี้ แล้วถ้าเด็กมันหันมาถามว่า พ่อครับทำไมผู้ชายกับผู้ชายเค้าถึงจูบกันละครับ คุณพ่อจะตอบลูกว่าอย่างไรครับ" บิลลี่ กล่าว ติดตามบทสัมภาษณ์เต็มๆ ได้ในรายการ คนดังนั่งเคลียร์ ช่อง 2 ทุกวันจันทร์-ศุกร์เวลา 10.30/14.00/19.00น. เสาร์-อาทิตย์10.30/14.30/19.30 และติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ www.facebook.com/thaich2 บิลลี่ โอแกน บิลลี่ โอแกน บิลลี่ โอแกน โพสต์ของ บิลลี่ โอแกน