บังยี

โค้ชหนึ่ง ออกโรงชี้ ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ใจกำลังห้าวก่อนบู๊บอลโลก
นวลพรรณ ล่ำซำ /  ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย / 

ความเคลื่อนไหวทัพ ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ชุดลุยศึกฟุตบอลโลกหญิง รอบสุดท้าย ระหว่างวันที่ 5 มิ.ย.- 6 ก.ค. ที่ประเทศแคนาดา ล่าสุด โค้ชหนึ่ง หนึ่งฤทัย สระทองเวียน หัวหน้าผู้ฝึกสอนหญิงทีมชาติไทย เผยว่า หลังจากแข้งสาวไทย คว้าแชมป์ฟุตบอลหญิงอาเซียน ทำให้นักเตะมีกำลังใจ และตั้งใจฝึกซ้อมมากขึ้ง ขณะนี้เรียกนักเตะทั้งหมดเก็บตัวฝึกซ้อมต่อเนื่องทันที เบื้องต้นจะยึดนักเตะทั้ง 23 คน ชุดแชมป์อาเซียนไว้ก่อน โดยนักเตะชุดแชมป์อาเซียนเบื้องต้นไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ อีกทั้งทั้งหมดสามารถทำผลงานได้ดีหลายคน อีกทั้งช่วงเวลาที่เหลือกว่า 1 เดือนจะมีนักเตะเข้าแคมป์เพิ่มเติม โดยจะมี “เอ๋” สุกัญญา ช.เจริญยิ่ง ผู้รักษาประตูมือสองทีมชาติไทย และ “จอย” ธนัสถา ชาวงษ์ ศูนย์หน้าตัวเก๋า สโมสรโอดีเอฟเอฟ ออสเตอร์ซุนด์ ของสวีเดน สโมสรต้นสังกัดของทั้งคู่อนุญาต ให้มาร่วมทดสอบฝีเท้ากับทีมชาติไทย “ช่วงสุดท้ายของการเข้าแคมป์เก็บตัวจะเป็นบทพิสูจน์ฝีเท้าครั้งสุดท้ายก่อนส่งรายชื่อนักเตะ 23 คน ชุดลุยฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ที่ประเทศแคนาดา ระหว่างวันที่ 5 มิ.ย. – 6 ก.ค. ให้กับทาง สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า ในวันที่ 25 พ.ค. ซึ่งถือเป็นวันสุดท้ายที่จะต้องส่งรายชื่อ ซึ่งในส่วนของ “เอ๋” และ “จอย” ต้องพิสูจน์ฝีเท้าตัวเองกับเพื่อนร่วมทีมด้วยเช่นกัน ซึ่งเราต้องดูภาพรวมของทีมเน้นเรื่องความสัมพันธ์ในทีม และระบบการเล่น หากทั้งคู่เข้ากับระบบการเล่นไม่ได้ เข้ากับเพื่อนร่วมทีมไม่ได้ ก็ไม่แน่ว่าจะติด 23 ตัวไปลุยฟุตบอลโลกหญิง ดังนั้นทุกคนยังมีโอกาสติดชุดบอลโลก เพียงแต่ทุกคนต้องแสดงทักษะทุกด้านออกมาให้ประจักษ์ ร่วมถึงความแข็งแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจ เพราะชุดลุยบอลโลกต้องเป็นชุดที่แข็งแกร่งที่สุด เพราะทีมที่เราต้องไปเจอในรอบสุดท้ายล้วนแข็งแกร่งระดับโลก ทั้งเยอรมัน นอร์เวย์ และ ไอวอรี่โคสต์ ดังนั้นต้องพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ” โค้ชหนึ่ง เผยอีกว่า สำหรับแผนการเตะอุ่นเครื่องนั้นเบื้องต้น ยังไม่แน่ว่า นักเตะชุดบอลโลกจะเดินทางไปเก็บตัวฝึกซ้อมที่ประเทศญี่ปุ่น หรือไม่ก่อนเดินทางกลับมาไทยช่วงสุดท้าย ต้องรอเช็ครายละเอียดกับทางสมาคมฟุตบอลอีกครั้ง ส่วนแผนการเดินทางไปแคนาดาน่าจะเดินทางช่วงวันที่ 29 พ.ค. เพื่อเตรียมความพร้อมเรื่องสภาพอากาศ และ ปรับตัวให้เข้ากับช่วงเวลา สำหรับโปรแกรมการเตะอุ่นเครื่อง “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ผู้จัดการทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย จะหารือพูดคุยกับ “บังยี” วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯอีกครั้งหนึ่ง เพื่อความชัดเจน ซึ่งเชื่อว่าน่าจะมีเกมอุ่นเครื่องการไทยเตะเปิดสนาม 1-2 แมตช์กับทีมท้องถิ่น เพื่อเรียกความมั่นใจ

ไต้ก๋งไทย ทิ้ง 350 'โรฮิงญา' เคว้งกลางทะเล
ช่วยเหลือ /  ทะเล / 

กลุ่มอพยพชาว 'โรฮิงญา' โทรศัพท์ขอความช่วยเหลือ หลังถูกไต้ก๋งชาวไทย ปล่อยทิ้งกลางทะเล ไร้อาหารและน้ำดื่มมา 3 วันแล้ว วันนี้ (13 พ.ค.) สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า มีกลุ่มผู้อพยพชาว 'โรฮิงญา' กว่า 350 คน อพยพทางเรือใช้ชีวิตกลางทะเลร่วม 2 เดือน แต่ถูกไต้ก๋งและลูกเรือชาวไทย หนีลงเรืออีกลำ พร้อมนำชิ้นส่วนเครื่องยนต์เรือที่กลุ่มอพยพโดยสารอยู่ไปด้วย ทำให้เรือลอยเคว้งอยู่กลางทะเล แล่นไปไหนไม่ได้ ไม่รู้พิกัดและทิศทางของเรือ อีกทั้งปราศจากอาหารและน้ำดื่มมา 3 วันแล้ว หลังทราบข่าวการหลบหนี กลุ่มผู้อพยพ จึงได้โทรหานักเคลื่อนไหวคนหนึ่งเพื่อร้องขอความช่วยเหลือ ด้านโครงการอาระกัน องค์กรที่ให้ความช่วยเหลือผู้อพยพชาวโรฮิงญา ได้ทำการตรวจสอบและพยายามเข้าช่วยเหลือ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบตำแหน่งเรือที่แน่ชัด แต่คนบนเรือเชื่อว่าพวกเขาอาจอยู่ใกล้กับเกาะลังกาวีของมาเลเซีย เพราะสามารถมองเห็นเกาะและได้ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือไปยังเรือหลายลำบริเวณนั้นแต่ไม่มีเรือลำใดเข้าไปช่วย โจ โลวรี โฆษกองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน กล่าวว่า ผู้อพยพเหล่านั้นเดินทางจากบังกลาเทศหรือเมียนมาร์ ผ่านอ่าวเบงกอลมายังไทย หรืออาจจะเดินทางไกลกว่านั้น ซึ่งต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ แต่กลุ่มผู้ลักลอบนั้นได้ถ่วงเวลาให้ล่าช้าลง เพื่อเรียกค่าไถ่จากครอบครัวผู้อพยพ MThai News ข้อมูลจาก BBC

มาดามแป้ง-แข้งสาวไทย อ้อน บังยี ขอโบนัสเข้าน็อกเอ้าท์บอลโลก20ล้าน
นวลพรรณ ล่ำซำ /  ฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก 2015 / 

มาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ และแข้งสาวทีมชาติไทย อ้อน บังยี วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคฟุตบอล ขอเพิ่มโบนัสหากเข้ารอบน็อกเอ้าท์ในศึกฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก 2015 ความเคลื่อนไหวของ แข้งสาวไทย ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ที่เตรียมตัวไปลุยศึกฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก 2015 ที่ประเทศแคนาดา ซึ่งก่อนหน้านี้ ช้างศึกขนตางอน เพิ่งจะสร้างผลงานคว้าแชมป์อาเซียนมาได้ ล่าสุดได้มีการแถลงข่าวความพร้อมก่อนลุยศึกฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก 2015 "FIFA Women's World Cup 2015" ที่ประเทศแคนาดา และการมอบเงินโบนัสจากการคว้าแชมป์อาเซียนสมัยที่ 2 ณ อาคาร 2 ชั้น 5 ตึกเมืองไทยประกันภัย โดยมี บังยี วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานร่วมกับ มาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ ผู้จัดการทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย และโค้ชหนึ่ง หนึ่งฤทัย สระทองเวียน หัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ภายในงาน บังยี วรวีย์ มะกูดี พร้อมกับผู้สนับสนุนได้มอบเงินอัดฉีดให้ แข้งสาวไทย เป็นจำนวนยอดรวม 4 ล้านบาท หลังสามารถทำผลงานคว้าแชมป์ฟุตบอลหญิงอาเซียน ที่เมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม โดย บังยี เปิดเผยว่า มาถึงโอกาสนี้เราก็ต้องสู้ถึงแม้จะเจอ เยอรมัน ที่เป็นแชมป์โลก,  นอร์เวย์ แชมป์โอลิมปิค และไอวอรี่โคสต์ ถึงจะเป็นน้องใหม่แต่ก็เป็นทีมที่แข็งแกร่ง ถึงเรจะเสียเปรียบรูปร่างแต่ให้ดูทีมชาติญี่ปุ่นเป็นตัวอย่างที่มีความเร็วและทีมเวิร์คเข้าสู้ ผมเชื่อมั่นว่าเราเก็บตัวมานานพอสมควร และเชื่อในฝีมือโค้ชหนึ่ง ซึ่งเป็นโค้ชสมองเพชร คนหนึ่งในเมืองไทย จะพาทีมฟุตบอลหญิงของเราทำผลงานให้ดีที่สุด พร้อมกันนี้ผมเตรียมจะเพิ่มเงินโบนัสให้หาดสามารถเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้ ก่อหน้านี้เคยประกาศไว้ 10 ล้านบาท แต่ตอนนี้ผมจะเพิ่มเป็น 15 ล้านบาท เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการสู้ศึก ด้าน มาดามแป้ง กล่าวว่า อย่างที่ทราบกันดีว่าเราอยู่ในสายที่หินที่สุด ซึ่งร่วมกลุ่มกับ เยอรมัน, นอร์เวย์ และ ไอวอรี่โคสต์ แต่ดิฉันก็เชื่อว่าที่เราได้เตรียมความพร้อมมาเป็นเวลานานจะช่วยให้เราสู้กับทีมระดับโลกได้ไม่มากก็น้อย ซึ่งน้องนักกีฬาทุกคนมีหัวใจที่พร้อมจะสู้อย่างเต็มที่ทุกคน และโอกาสเข้ารอบของเราใช่ว่าจะไม่มี ยังมีอันดับ 2 ที่ดีที่สุดของสองกลุ่ม ที่สามารถเข้ารอบน็อกเอ้าท์ได้ ส่วน โค้ชหนึ่ง หนึ่งฤทัย สระทองเวียน หัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย หลังจากที่พวกเราได้ไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ใหลายๆทัวร์นาเมนต์ เราก็ได้นำจุดบกพร่องไปแก้ไข ก็อยากให้ทุกคนติดตามการแข่งขันฟุตบอลหญิงในเวทีชิงแชมป์โลกครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของทีมชาติไทย เชื่อว่าน้องๆ จะสร้างความประทับใจได้แน่นอนค่ะ พร้อมกันนี้ขณะที่ บังยี ประกาศเพิ่มเงินเป็น 15 ล้านบาท เรียกเสียงปรบมือได้ลั่นห้องแถลงข่าว ก่อนที่แข้งสาว จะพร้อมใจกันแซวว่าขอเงินเพิ่มเป็น 20 ล้านบาท ทำให้ มาดามแป้ง ปรบมือ และแซวท่านนายกส.บอล ซึ่งก็เรียกเสียงปรบมือ และเรียกรอยยิ้มได้ทั้งห้องประชุม

โรฮิงญา กลุ่มคนไร้สัญชาติ ใครควรเลี้ยงดู...
Mthai ข่าวภาคซ่าส์ /  คนไร้สัญชาติ / 

กลายเป็นประเด็นที่ผู้คนต่างพากันพูดถึงตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาผู้อพยพชาวโรฮิงญา กลุ่มคนที่ไร้ซึ่งสัญชาติ หลากหลายฝ่ายทั้งคนในประเทศและต่างประเทศต่างเป็นห่วงเรื่องความเป็นอยู่ และชะตากรรมของบุคคลเหล่านี้ MThai ข่าวภาคซ่าส์วันนี้ จะมาพูดถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับชาวโรฮิงญากัน มารู้จักกันก่อน โรฮิงญาคือใคร เขามาจากไหนกัน? โรฮิงญา หรือ โรฮีนจา บ้างก็ว่ามาจากเมียนมา บ้างว่ามาจากบังคลาเทศ เขากลายเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ไร้แผ่นดิน ขณะนี้พวกเขากำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากมีผู้อพยพลักลอบเดินทางลี้ภัยไปยังประเทศที่สาม เพราะไม่เป็นที่ต้องการ จากปัญหาความแตกต่างทางเชื้อชาติและศาสนา ชาวโรฮิงญา คือ ชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิม ที่อาศัยอยู่ในประเทศเมียนมา รัฐบาลมีการตีตราให้ชาวโรฮิงญากว่า 1,330,000 ราย เป็นบุคคลไร้สัญชาติที่เข้ามาตั้งถิ่นฐาน อย่างผิดกฏหมาย  และต้องตกอยู่ในภาวะ ถูกกดขี่ ละเมิดสิทธิมนุษยชน ย้อนไปเมื่อช่วงปี 2369 ถึง 2491 ในยุคโบราณ ยุคเรืองรองของ จักรวรรดิโมกุล ผู้ปกครองมีอาณัติเหนืออนุทวีปอินเดียในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 16 ถึง 19 เดิมทีมีพื้นเพมาจากประเทศอินเดีย ซึ่งในช่วงการล่าอาณานิคม จากชาติตะวันตก กระนั้นอังกฤษได้นำพาชาวโรฮิงญาเข้ามาในบังคลาเทศ  โดยการอ้างว่าพวกเขามีต้นกำเนิดดั้งเดิมมาจากบังคลาเทศ และบางส่วนอ้างว่า มีถิ่นกำเนิดจากรัฐยะไข่ ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมียนมา ด้วยเหตุใดทำไม พวกเขาถึงไม่มีผู้ใดต้องการ ? ด้วยความไม่แน่นอนของเชื้อชาติและถิ่นฐานที่ชัดเจน นับตั้งแต่พม่าเปลี่ยนแปลงการปกครองเข้าสู่ระบอบเผด็จการทหาร จึงพยายามผลักดันชาวโรฮิงญาออกไปจากประเทศ เนื่องด้วยความขัดแย้งทางศาสนา ต่อชาวพุทธ อย่างที่ทราบกันได้ว่าเมียนมา เป็นประเทศที่ประชากรส่วนใหญ่ เป็นพุทธศาสนิกชน ที่เคร่งครัดในศาสนา ถือได้ว่า เป็นพุทธสังคมที่มีความเข้มแข็ง และมีศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ ชาวพุทธส่วนใหญ่มองว่า ชาวโรฮิงญา เป็นผู้รุกราน ตามแนวติด Islamophobia หรือแนวคิดเกลียดกลัวอิสลาม บางกระแสระบุว่า ทางการเมียนมา ต้องการสกัดไม่ให้ชาวโรฮิงญา เข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองภายใน กลายเป็นที่ถกเถียงกันเกิดขึ้นเมื่อกลุ่มผู้อพยพจำนวนมาก หลั่งไหลออกจากเมียนมา และ บังคลาเทศ เพื่อมุ่งหน้าสู่มาเลเซีย และ อินโดนีเซีย โดยมีประเทศไทยเป็นทางผ่าน โชคชะตาของคนเหล่านี้ กลายเป็นสิ่งที่นาๆ ประเทศให้ความเป็นห่วง แม้ประเทศเราไม่ใช่เป้าหมายที่ผู้อพยพต้องการไป แต่ดูเหมือนว่า ทางรัฐบาลจะถูกกดดันอยู่มิใช่น้อย เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาในครั้งนี้  ผู้คนต่างสงสัยว่า ใครคือผู้ที่ต้องดูแลกลุ่มคนเหล่านี้กันแน่... ท่าทีของประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ให้ความช่วยเหลือชาวโรฮิงญา ไทย : กองทัพเรือจะให้ความช่วยเหลือแก่ผู้อพยพ และเพียงแค่ให้ความช่วยเหลือบนชายฝั่ง แต่ไม่ประสงค์จะให้เข้ามาตั้งถิ่นฐานอย่างถาวร มาเลเซีย : เป็นประเทศที่ชาวโรฮิงญามุ่งหมายจะเดินทางไปตั้งรกรากมากที่สุด เพราะเป็นดินแดนของชาวมุสลิมอย่างแท้จริง บังคลาเทศ : ให้ความช่วยเหลือในบางสถานการณ์ โดยการให้อาศัยอยู่ในค่ายตามแนวชายแดนทางตะวันออกเฉียงใต้ บางขณะได้พยายามผลักดันออกไปจากประเทศ เพื่อเดินทางไปยังพม่า อินโดนีเซีย : ก่อนหน้านี้อินโดนีเซีย มิได้มีความยินดีจะรับผู้ลี้ภัยเหล่านี้ไปตั้งรกรากในประเทศตน อย่างไรเสียการปล่อยให้พวกเขาเป็นไปตามชะตากรรม โดยไม่มีใครยื่นมือไปให้ความช่วยเหลือ อาจไม่ใช่ทางออกที่สมควรทำ ขณะนี้ยังไม่มีทางออกหรือแนวทางการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ได้อย่างชัดเจน ซึ่งในวันที่ 29 พ.ค นี้ไทยเป็นเจ้าภาพในการประชุม หาแนวทางการแก้ไขปัญหา หลายฝ่ายเชื่อว่า จะมีทางแก้ปัญหานี้อย่างยั่งยืน MThai News

ฟิลิปปินส์ พร้อมช่วยเหลือ 'โรฮีนจา' กว่า 3พันคน
ผู้อพยพ /  ฟิลิปปินส์ / 

ฟิลิปปินส์ พร้อมให้ความช่วยเหลือผู้อพยพชาว 'โรฮีนจา' กว่า 3,000 คน พร้อมปฏิเสธข่าวการผลักดันเรือผู้อพยพออกจากน่านน้ำฟิลิปปินส์ เว็บไซต์ Rappler รายงานว่า เฮอร์มินิโอ โคโลมา จูเนียร์ เลขาธิการแผนกปฎิบัติการสื่อสารทำเนียบประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เปิดเผยว่า รัฐบาลจะทำการช่วยเหลือผู้อพยพชาว 'โรฮีนจา' ทั้งจากบังคลาเทศและเมียนมา ราว 3,000 คน หลังถูกปฏิเสธความช่วยเหลือจากประเทศอื่นในอาเซียน พร้อมปฏิเสธข่าวการผลักดันเรือผู้อพยพ หากเข้ามาในน่านน้ำฟิลิปปินส์ ขณะเดียวกัน ยังได้อ้างถึง ปฏิญญาว่าด้วยเรื่องผู้ลี้ภัยของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ซึ่งรัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ลงนามไว้และมีผลผูกพันรัฐบาลฟิลิปปินส์ ว่า ต้องให้ความช่วยเหลือแก่บุคคลที่ถูกบังคับให้ย้ายถิ่นฐานโดยไม่สมัครใจ อันเนื่องมาจากปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ทั้งนี้ ฟิลิปปินส์จะให้ความช่วยเหลือในขั้นต้น คือการช่วยชีวิตและมาตรการให้ความช่วยเหลือระยะยาว ซึ่งฟิลิปปินส์เคยรับผู้อพยพจากสงครามเวียดนามในทศวรรษที่ 1970's โดยให้ผู้อพพยพเหล่านี้พักพิงชั่วคราวที่เกาะปาลาวัน ก่อนที่จะย้ายไปประเทศโลกที่สาม อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีความเห็นหรือแถลงการณ์ใดๆ จากทางกระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์ต่อกรณีผู้อพยพชาวโรฮีนจา MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก...prachatai

สุดแปลก! แจกลอตเตอรี่เป็นของชำร่วยงานศพ
งานศพ /  ลอตเตอรี่ / 

สุดแปลก แจกลอตเตอรี่เป็นของชำร่วยงานศพ เพราะผู้ตายชอบเสี่ยงโชคมาก จึงเอามาแจกให้กับผู้ร่วมงาน หวังถูกรางวัลสมหวังเพราะมาร่วมงาน วานนี้ (13 พ.ค.) บริเวณวัดกุฎีทอง ต.พิตเพียน อ.มหาราช จ.พระนคร ศรีอยุธยา มีการจัดงานประชุมเพลิงศพของนางอุทัย ทองชาติ อายุ 57 ปี ที่เสียชีวิตด้วยโรคภัยไข้เจ็บ โดยมีการแสดงรำหน้าศพ เพื่อเป็นการไว้อาลัย ท่ามกลางแขกที่มาร่วมงานกว่า 300 คน ซึ่งเจ้าภาพจัดเตรียมของชำร่วยเพื่อแจกจ่ายให้กับแขกไว้บริเวณทางลงเมรุ โดยจัดโต๊ะพร้อมด้วยของชำร่วยซึ่งเป็นซองสีขาว 300 ซอง ภายในเป็นสลากกินแบ่งรัฐบาล 1 คู่ ทั้งนี้ภายหลังจากการเชิญแขกผู้มีเกียรติขึ้นทอดผ้าบังสกุลเสร็จ ประชาชนที่มาร่วมงานเดินขึ้นวางดอกไม้จันทน์ เมื่อลงจากเมรุ ทางเจ้าภาพก็จะแจกของชำร่วยเป็นซองสีขาวใส่สลากกินแบ่ง โดยหลายคนเมื่อรับซองไปแล้วพากันเปิดออกดู เมื่อพบว่าเป็นสลากกินแบ่งก็สร้างความแปลกใจให้กับบรรดาประชาชนที่มาร่วมงานกันอย่างมาก โดย นางอิศราพร ทองไทย อายุ 44 ปี ลูกบุตรธรรมของนางอุทัย เผยว่า แม่ของตนเป็นคนเสี่ยงโชค ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นประจำทุกงวด ประกอบตนมีอาชีพขายสลากกินแบ่งรัฐบาล จึงนำสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ได้โควตามา 300 คู่ รวมมูลค่าประมาณ 30,000 บาท นำใส่ซองมาเป็นของชำร่วยให้ผู้มาช่วยงาน เพื่อทำให้แม่ที่ชอบเสี่ยงโชค อยากให้ชาวบ้านที่มีโชคได้ถูกหวยกัน ในวันเผาศพแม่ซึ่งใกล้วันที่หวยจะออกพอดี ขอบคุณข้อมูล/ภาพ ข่าวสด MThai News

แก๊งค้าโรฮีนจามอบตัวเพิ่ม4-ปิดล้อมปาดังเบซาร์รวบอีก5
ค้นปาดังเบซาร์ /  ค้ามนุษย์ / 

ผู้ต้องหาค้าโรฮีนจาเข้ามอบตัวเพิ่มอีก 4 ราย ขณะตำรวจสงขลา บุกปิดล้อมต.ปาดังเบซาร์ รวบผู้ต้องหาตามหมายจับได้อีก 5 วันที่ 21 พ.ค. พล.ต.ท.มนตรี โปรตะนันทน์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 แถลงความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนคดีค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจาว่า ในวันนี้มีผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับเดินทางเข้ามอบตัว ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 9 ส่วนหน้า สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาเพิ่มอีก 4 ราย ประกอบด้วย นายสมพล อาดำ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล,นายสมบูรณ์ สันโด กำนันตำบลเกาะสาหร่าย อำเภอเมืองสตูล,นายสมเกียรติ แก้วประดับ และนายโปรเซี๊ยะ อังโชติพันธ์ ขณะเดียวกันชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา ได้เข้าปิดล้อมตรวจค้นในพื้นที่ตำบลปาดังเบซาร์ อำเภอสะเดา สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับคดีค้ามนุษย์ได้อีก 5 ราย คือ นายอับดุลลาวีด มันตะสุม,นายหมัดยุโส๊ป บิลเหล็ม,นายเจ๊ะเต๊ะ ยะฝาด,นายหมิด หมอชื่น และนายอูเซ็น ชาวบังกลาเทศ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำผู้ต้องหาทั้งหมด 9 ราย ไปสอบสวนเพิ่มเติม เพื่อขยายผลถึงผู้ที่ร่วมขบวนการ รวมทั้งติดตามจับกุมผู้ที่ถูกออกหมายจับ และยังไม่ได้เข้ามอบตัวเพิ่มอีก ขณะนี้มีผู้ต้องหาอยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่ทั้งหมด 43 คน จากยอดการออกหมายจับจำนวน 77 หมาย ขอบคุณภาพ/ข้อมูลจาก ครอบครัวข่าว3 MThai News

9 ร่างไร้วิญญาณคนดังระดับโลกกับเรื่องราวสุดแปลก!
10 อันดับ /  ต่างประเทศ / 

เวลาคนเราเสียชีวิตไปแล้ว ก็จะเหลือแต่เพียงร่างที่ไร้วิญญาณเท่านั้น ซึ่งแต่ละศาสนา วัฒนธรรมก็จะแตกต่างกันไป เช่น ศาสนาพุทธก็จะนำร่างไปเผา, ฝั่งยุโรปก็จะนำร่างไปฝัง เป็นต้น แต่ที่ทีนเอ็มไทยนำมาให้เพื่อนๆ อ่านกันในวันนี้เกี่ยวกับ 9 ร่างไร้วิญญาณคนดังระดับโลกกับเรื่องราวสุดแปลก! ซึ่งบางคนร่างก็ไม่ได้ถูกนำไปทำพิธี บางคนชิ้นส่วนก็ถูกแยกออกไปอยู่ที่อื่น ถ้าเพื่อนๆ ได้อ่านจะต้องอึ้งแน่ๆ >,< 9 ร่างไร้วิญญาณคนดังระดับโลกกับเรื่องราวสุดแปลก! 1. ศพของ Eva Perón ถูกเก็บอยู่ใต้โต๊ะกินข้าวของสามีเธอ Eva (Evita) Perón เป็นผู้หญิงที่มีชื่อเสียงจากสถานะ First Lady ของประเทศอาเจนติน่า เธอได้ทำให้สภาพความเป็นอยู่ของผู้คนที่ยากไร้ดีขึ้น และเธอต่อสู้เพื่อสิทธิสตรี เธอเคยโดนขอร้องจากสามีของเธอ Juan Perón ให้เป็นรองประธานาธิบดีแต่ว่าเธอก็ปฏิเสธไปเนื่องจากปัญหาทางด้านสุขภาพ และหลังจาก Perón หมดสมัยลงในปี 1952 Eva ก็เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งด้วยอายุ 33 ปี หลังจากเสียชีวิต ศพของเธอก็ถูกตกแต่งเพื่อป้องกันการเน่าทันที และจะถูกฝังในอีก20ปีให้หลัง หลังการสร้างสุสาน (ที่ว่ากันว่าใหญ่กว่าเทพีเสรีภาพซะอีก) แต่ระบอบการปกครองของ Juan Perón ก็ถูกล้มล้างซะก่อน จนตัวเขาต้องหนีไปสเปน ศพของเธอที่ดูราวกับเป็นตุ๊กตาขี้ผึ้ง ได้อยู่กับเหล่าทหารซึ่งกลัวว่าถ้าหากฝังเธออย่างเป็นทางการ ผู้คนจะยกย่องให้เธอเป็นผู้เสียสละและเธอจะกลายเป็นต้นตอของการลุกฮือของคนที่รักเธอ ศพของเธอก็เลยถูกเก็บไว้ในลังไม้และถูกส่งต่อกันไปตามที่ต่างๆในบัวโนสไอเรส เมื่อเห็นว่าศพของ Eva นั้นอันตรายเกินไปที่จะอยู่ในอาเจนติน่าต่อไป เธอถูกส่งไปที่ Bonn ประเทศเยอรมัน และต่อมาก็ถูกส่งไปที่อิตาลี่อย่างลับๆ เพื่อฝังเธอในนาม Maria Maggi ในปี 1971 ผู้นำทางการทหารคนใหม่ของอาเจนติน่า Alejandro Lanusse ได้ทำข้อตกลงกับอดีตประธานาธิบดี Juan Perón ว่า Perón จะให้การสนับสนุนระบอบการปกครองใหม่นี้ ถ้าหากว่าทางการทหารคืนศพ Eva ให้เขา Perón และภรรยาใหม่ชื่อ Isabel จึงได้นำศพของ Eva มาไว้ที่แมนชั่นของพวกเขา โดยที่มักจะวางโลงศพของเธอไว้บนโต๊ะอาหาร Isabel มักจะหวีผมให้กับ Eva เป็นประจำตามคำขอร้องของสามีเธอ และยังต้องนอนข้างๆโลงศพ Eva ทุกๆวันเพื่อที่จะซึมซับความฉลาดทางการเมืองของ Eva มาอีกด้วย Juan Perón ได้กลับมามีอำนาจอีกครั้งในปี 1973 แต่ว่า Eva ไม่ได้ถูกนำตัวกลับมาด้วยจนอีก 1 ปีหลังจากนั้น และหลังจาก Juan เสียชีวิต ตำแหน่งประธานาธิบดีก็ถูกสืบทอดโดย Isabel ส่วน Eva Perón ได้หลับอย่างสงบในสุสานที่บัวโนสไอเรส ศพของเธอถูกเก็บไว้ในอุโมงค์ที่ว่ากันว่าสามารถทนได้แม้แต่แรงระเบิดนิวเคลียร์ 2. ศพของ Lord Horatio Nelson ถูกเก็บรักษาไว้ในบรั่นดี การตายของพลเรือโท Horatio Nelson หนึ่งในวีรบุรุษของกองทัพอังกฤษได้สร้างบทเรียนที่สำคัญเกี่ยวกับการรักษาเนื้อเยื่อของศพ Nelson ถูกยิงจนเสียชีวิตเมื่อ 21 ต.ค. 1805 ในขณะที่เขากำลังนำกองเรืออังกฤษสู่ชัยชนะจากสงคราม Napoleonic ที่ Trafalgar ลูกเรือของเขาต้องการให้ผู้บังคับบัญชาของเขาได้มีงานศพอย่างสมเกียรติ แพทย์ศัลยกรรมบนเรือ William Beatty จึงได้คิดที่จะทำการรักษาศพของเขาไว้จนกลับมาถึงฝั่งแทนที่จะทำงานศพกลางทะเล Nelson เตรียมใจที่จะตายอยู่ตลอดอยู่แล้ว เขาเก็บโลงศพเพื่อตัวเองไว้หลังโต๊ะของเขาบนเรือ HMS Victory โลกศพของเขาสร้างจากซากเรือฝรั่งเศสที่เขาได้รับชัยชนะมาจากการต่อสู้ที่ Nile เพื่อที่จะรักษาสภาพศพของ Nelson ไว้ ลูกเรือองเขาได้เอาศพเขาลงไปดองในเหล้าบรั่นดีฝรั่งเศส และเมื่อล่องเรือถึง Gibraltar ก็ได้ในโลงศพของเขาลงไปแช่ในถังบรั่นดีอีกทีหนึ่ง เมื่อร่างของเขามาถึง London มีข่าวลือว่าถังด้านนอกถูกเปิดออกมาแต่ไม่พบบรั่นดีเหลืออยู่เลย ร่างที่ถูกดองไว้ก็ถูกย้ายออกไป และเมื่อลองดูให้ดีๆแล้วจะพบว่าเหล่ากะลาสีเรือได้เจาะรูใต้ลังนั้นเพื่อดื่มบรั่นดีจนหมด จึงเป็นที่มาของการเรียกเหล้าบรั่นดีว่า “เลือดของ Nelson” (บางตำนานเล่าว่าในลังนั้นนอกจากจะมีศพของ Nelson แล้วยังมีการเอาศพมาสับเปลี่ยนอีกหลายครั้ง) ซึ่งจริงๆแล้วบันทึกอย่างเป็นทางการที่ถูกต้องได้กล่าวไว้แค่ว่าศพของเขาได้ถูกแช่ไว้ใน “เหล้าชั้นดี” และไม่มีรายละเอียดใดๆทั้งสิ้นเลย สุดท้ายแล้ว Lord Nelson ก็ได้รับงานศพอย่างสมเกียรติ ศพของเขาถูกเก็บไว้ในสุสานที่ใต้โดมของโบสถ์ St. Paul’s Cathedral 3. นิ้วที่หายไปของ Galileo กลับมาอยู่ในโหลอีกครั้งเมื่อ 300 ปี ให้หลัง ในปี 2009 นิ้วมือของ Galileo 2 นิ้วที่หายไปนับศตวรรษ มันถูกซื้อที่งานประมูลจากคนที่สงสัยว่ามันคืออะไร และนำมันมาให้พิพิธภัณฑ์แห่งประวัติศาสตร์และวิทยาศาสตร์ใน Florence ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ Paolo Galluzzi กล่าวไว้ นิ้ว 3 นิ้วถูกตัดไปจากมือของ Galileo หลังจากที่ศพของเขาถูกเคลื่อนย้ายจากอนุสรชั่วคราวไปยังหลุมศพที่แท้จริงในปี 1737 รวมไปถึงฟันซี่สุดท้ายที่หลงเหลืออยู่บนกรามก็โดนขโมยไปด้วย นิ้ว 2 นิ้วและฟันซี่นั้นได้กลับมาถูกเก็บอยู่ในโหลแก้วซึ่งก็หายไปอีกครั้งในช่วงปี 1905 ไม่มีร่องรอยใดๆของมันทั้งสิ้นมาตลอด 100 ปี จนมีคนไปซื้อมันได้ที่การประมูลและนำมาที่พิพิธภัณฑ์ในปี 2009 โหลแก้วนั้นตรงตามคำอธิบายของโหลแก้วใบเก่าทุกระเบียดนิ้ว เพียงแต่ว่าในขณะที่มันถูกนำมาประมูลนั้น ใบกระดาษที่บ่งบอกว่าของที่อยู่ในโหลนี่คืออะไรมันได้หายไปซะก่อน ทำให้เหล่าผู้ประมูลและคนประมูลไม่รู้ถึงคุณค่าของโหลนี้ว่ามหาศาลมากแค่ไหน ทางพิพิธภัณฑ์ได้มีนิ้วมือของนิ้วที่ 3 ของ Galileo มาตั้งแต่ปี 1927 แล้ว ทำให้นี่เป็นครั้งแรกที่อวัยวะที่หายไปทั้งหมดกลับมาอยู่รวมกันครบ คนที่ตัดนิ้วของ Galileo ออกไปนั้น เป็นคนที่คิดว่า Galileo นั้นเป็นเหมือนผู้มาโปรดโลก และนิ้วที่โดนตัดไปนั้นก็เป็นนิ้วที่เขาใช้ในการจับปากกา 4. ปริศนากะโหลก Mozart ในปี 1902 ที่ Mozarteum ใน Salzburg , Austria ได้กลายมาเป็นผู้ถือครองกะโหลกศีรษะของ Mozart กะโหลกนั้นมีแต่ส่วนบน แต่ว่าส่วนกรามล่างนั้นหายไป กะโหลกนี้ตรงกับบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่ว่า ในปี 1801 สัปเหร่อชาวเวียนนา Joseph Rothmayer ได้ขุดมันขึ้นมาจากหลุมที่ Mozart ถูกฝังไว้ในปี 1791 ด้วยอายุ 35 ถึงแม้ว่าจะมีเรื่องเล่ากันว่า Mozart ถูกฝังในสุสานคนจนแบบยาจก แต่จริงๆแล้ว Mozart ถูกฝังในหลุมกับคนอีกเพียง 4 – 5 คน ซึ่งนับว่าเป็นหลุมศพของชนชั้นกลางในสมัยนั้นแล้ว ตามตำนานเล่าว่าสัปเหร่อนั้นได้แปะเส้นลวดไว้กับกระโหลกของ Mozart เพื่อที่ตอนเขากลับมาขโมย จะได้หยิบถูกคน (ซึ่งต้องรอเป็น 10 ปี ทำให้บางคนคิดว่านี่ไม่ใช่เรื่องจริง) จากนั้น กะโหลกของ Mozart ก็ถูกเปลี่ยนมือไปมากมาย ตั้งแต่อยู่ในมือของผู้ดูแลโบสถ์, กลายไปเป็นคอลเลคชั่นกระโหลกของ Dr.Hyrtl (ซึ่งภายหลังจากนั้นกะโหลกเหล่านั้นจะกลายไปเป็นส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์กะโหลก Mutter ยกเว้นกะโหลก Mozart) หลังจากนั้นก็ได้มาอยู่ในการดูแลของ Mozarteum ในปี 1902 ในปี 2006 หลังจากได้กะโหลกมาแล้ว 104 ปี ทาง Mozarteum ก็ได้วางแผนที่จะพิสูจน์ให้รู้แน่ชัดกันไปว่ากะโหลกนี้เป็นของ Mozart จริงไหม โดยการตรวจ DNA ของกระโหลกกับ DNA จากกระดูกต้นขาจากศพของญาติๆทางฝั่งแม่ของ Mozart น่าเสียดายที่ผลการทดสอบ DNA ทำให้ต้องผิดหวัง นอกจากผลการทดสอบจะบ่งบอกว่ากะโหลกนั้นไม่มีความเกี่ยวข้องทาง DNA กับญาติๆของ Mozart แล้ว ผลการทดสอย DNA จากกระดูกต้นขาของญาติๆทั้งหลายก็ดันไม่ตรงกันเลยอีกด้วย กลายเป็นที่คลุมเครือเป็นอย่างยิ่งว่ามันอะไรยังไงกันแน่ อย่างไรก็ตาม กะโหลกใบนี้ได้มีรอยถูกทุบอย่างแรง ซึ่งจากการที่ Mozart บ่นว่าเขาปวดหัวอย่างหนักในช่วงปีสุดท้ายของชีวิตเขาแล้ว คาดว่าน่าจะเป็นสาเหตุการตายขณะอายุยังน้อยของเขา แต่มันก็เป็นสิ่งที่สรุปไม่ได้และเป็นเพียงแค่ข้อสันนิษฐานอยู่ดี จึงทำให้ปริศนาของกะโหลกของ Mozart นี้ ก็ยังคลุมเครืออยู่จนถึงปัจจุบัน 5. ร่างของ Voltaire ถูกปลอมแปลงเพื่อที่เขาจะได้รับงานศพอย่างสมเกียรติ Voltaire “ปัญญาที่เปล่งประกาย” แห่งสาธารณรัฐ มีข้อพิพาทมากมายในชีวิตของเขาจนเขากลัวว่าพอเขาตายศพของเขาจะถูกนำไปทิ้งถังขยะข้างทาง ซึ่งเป็นสิ่งที่พบเห็นได้บ่อยมากสำหรับผู้ที่ริเริ่มจะวิพากษ์วิจารณ์คริสตจักรในสมัยศตวรรษที่ 18 เมื่อนักเขียนชาวฝรั่งเศสคนนี้ล้มป่วย เขาได้คิดแผนตบตาคนขึ้น โดยที่เมื่อเขาเสียชีวิตลง ให้คนแต่งศพของเขาด้วยชุดหรูๆราวกับยังมีชีวิตอยู่ และให้คนขับรถขับพาเขาไปส่งที่คฤหาสน์ของครอบครัวเขาที่ชายแดนสวิส ห่างไกลจากอันตรายทั้งหลาย แต่ว่าแผนเขาได้ถูกปรับเปลี่ยนนิดหน่อยด้วยหลานของเขาเอง โดยที่หลานเขาให้คนชันสูตศพผ่าเอาหัวใจและสมองเขาออกมา และนำศพของเขานั่งรถไปส่งที่สุสานฝรั่งเศสแทน จนอีกหลายปีหลังจากนั้นที่ศพของเขาจะได้กลับมาที่ Paris เพื่อได้รับหลุมศพที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นใน Pantheon หลายๆคนเชื่อว่าศพของเขายังอยู่ในนั้น แต่ก็มีหลายคนเหมือนกันที่เชื่อว่าผู้ภักดีต่อคริสตจักรได้บุกรุกเข้าไปในสุสานแล้วเอากระดูกของเขาไปทิ้งขยะให้หมาแทะเล่น และเพื่อที่จะหยุดเรื่องราวบ้าๆบอๆเหล่านี้ ทางเจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจที่จะเปิดหลุมศพดูในปี 1897 และพบว่าศพของเขายังอยู่ดีไร้รอยขีดข่วน 6. ร่างของแฝดสยามที่ถูกนำมาหล่อปูนและตั้งแสดงในพิพิธภัณฑ์ แฝดสยามที่โด่งดัง อิน-จัน บังเกอร์ ตัวติดกันด้วยกระดูกอ่อนภายใต้หน้าอกของพวกเขา ซึ่งการแพทย์ปัจจุบันคงจะสามารถผ่าแยกพวกเขาออกมาได้อย่างง่ายๆ แต่ว่าการแพทย์ในศตวรรษที 19 นั้น มันเป็นไปไม่ได้เลย หลังจากท่องเที่ยวโชว์ตัวไปทั่วโลกแล้ว อินและจันก็ได้มาใช้ชีวิตปกติเป็นพลเมือง America อยู่ที่ North Carolina พวกเขาซื้อทาสและแต่งงานกับสตรี 2 พี่น้อง ในปี 1840 จันได้ให้กำเนิดลูกๆถึง 10 คน และอินได้ให้กำเนิดลูกๆ 11 คน ในเดือน มกราคม 1874 จันเสียชีวิตลงขณะที่เขาหลับด้วยโรคปอดบวม 3 ชม.หลังจากนั้น อินก็เสียชีวิตตามไป ตอนแรกหมอวินิจฉัยว่าอินเสียชีวิตเพราะความเสียหายทางจิตใจ แต่หลังจากการวิเคราะห์มากกว่านั้นจึงรู้ว่า อินและจัน ได้ใช้เส้นเลือดใหญ่และเส้นเลือดฝอยร่วมกัน ทำให้อินเสียชีวิตด้วยอาการเสียเลือด ตอนอินกำลังจะตายเขาได้ขอร้องให้คนช่วยดึงน้องชายฝาแฝดของเขามาใกล้ๆเขาให้มากกว่าเดิมหน่อย หลังจากที่ทั้ง 2 คนถูกคอนเฟิร์มว่าเสียชีวิตแล้ว ร่างของพวกเขาถูกส่งไปที่วิทยาลัยแพทย์ Philadelphia เพื่อผาตัด, ศึกษา, ถ่ายรูป และสุดท้ายการชันสูตรศพได้เผยให้รู้ว่าทั้งสองคนใช้ตับร่วมกัน หลังจากการชันสูตรแล้วร่างของพวกเขาก็ถูกนำไปหล่อปูนให้หันหน้าเข้าหากัน พี่น้องคู่นี้ปัจจุบันถูกแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ Mutter Museum ใน Philadelphia ในฐานะแบบอย่างทางการแพทย์ พวกเขาเป็นเพียงแค่โครงร่างของความทรงจำในอดีตของฝาแฝดซึ่งเป็นตำนาน อิน และ จัน แฝดสยามคนแรกของโลก 7. หัวใจของ Anne Boleyn ถูกเก็บไว้กับสามีของเธอ ที่เป็นคนสั่งฆ่าเธอ Henry ที่ 8 ได้ปลดประเทศอังกฤษออกจากลัทธิคาทอลิก เพื่อที่จะได้หย่ากับภรรยาคนแรกและมาแต่งงานกับ Anne Boleyn ที่ชาญฉลาด แต่ Henry ที่ต้องการบุตรชายอย่างมาก ได้คิดว่าการแต่งงานของเขาถูกสาปเพราะว่า Anne ให้ได้แต่ลูกผู้หญิง และพระราชาในขณะนั้นยังกล่าวหาเธอว่าเป็นเพราะเธอนั้นคบชู้กับพวกคนธรรมดาสามัญ และแม้กระทั่งกับน้องชายของเธอเอง Anne Boleyn ถูกจับและถูกตัดหัวบนหอคอยลอนดอนในปี 1536 ตำนานเล่าว่ากษัตริย์ Henry ได้สั่งให้คนควักหัวใจเธอออกมา และ Henry ก็เก็บหัวใจเธอเอาไว้ในกล่องรูปหัวใจในโบสถ์ที่ Suffolk หัวใจนั้นถูกค้นพบในปี 1836 และได้ถูกฝังใหม่อยู่ภายใต้เครื่องดนตรีออร์แกนของโบสถ์ 8. สมองของ Einstein ถูกเก็บไว้ในโหลที่ออฟฟิศของหมอของเขา เมื่อวันที่ 17 เม.ย. 1955 นักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคของเขาได้เขาไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล Princeton เพื่อตรวจความเจ็บปวดในหน้าอกของเขา ในเช้าวันถัดมา เขาก็เสียชีวิตด้วยโรค หลอดเลือดแดงใหญ่ในช่องท้องโป่งพอง ในขณะที่ข่าวกำลังแพร่กระจายถึงการตายของ Einstein ด้วยอายุ 76 ปี สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น สมองของเขา สมองที่กักเก็บความรู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกของเขา ถูกขโมยไป และนั้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเรื่องราว พยาธิแพทย์ Dr. Thomaz Stolz Harvey เป็นหมอที่ได้รับมอบหมายในการชันสูตรศพของ Einstein เขาเริ่มการผ่าตัดศพของ Einstein และหลังจากที่เขารู้สาเหตุการตายแล้ว เขาก็ได้ทำการนำสมองของ Einsteinออกมา วัดความกว้าง ช่างน้ำหนัก เขาบอกว่า “อ้อ ก็เห็นผมได้รับอนุญาตให้ชันสูตรเขา ก็เลยนึกว่าจะผ่าสมองเขาออกมาศึกษาได้ด้วย” ประเด็นคือ จนถึงปัจจุบันนี้ ไม่มีเอกสารแม้แต่ฉบับเดียวที่มีบันทึกว่า Thomaz ได้รับมอบหมายให้ทำการชันสูตรศพ Einstein หลังจากการตรวจวัดคำนวณทุกๆอย่างแล้ว Dr. Harvey ก็ได้นำสมองของ Einstein ไปแช่ไว้ในสารฟอร์มาลดีไฮด์ เขาควักลูกตา Einstein ออกมาและนำมันไปให้กับหมอ Henry Adams หมอตาของ Einstein (มีข่าวลือว่า ลูกตาคู่นั้นถูกเก็บไว้ในตู้เซฟของธนาคารที่ไหนสักที่ใน New York) สุดท้ายแล้วศพของ Einstein ก็ถูกส่งกลับไปเพื่อเผา การนำสมองและดวงตาของ Einstein ออกมานั้นขัดกับคำขอสุดท้ายของ Einstein ที่บอกว่าเขาต้องการที่จะถูกเผาทั้งหมดทั้งร่างและนำเอาอัฐิของเขาไปลอยอังคารอย่างลับๆ เพื่อเป็นการไม่ส่งเสริมการเคารพบูชาเขา ไม่เพียงแค่นั้น Dr.Harvey ยังไม่มีสิทธิตามกฎหมายในการเก็บสมองของเขาไว้ด้วย ภายหลัง Harvey ได้รับอนุญาตจากลูกชายของ Einstein ก็คือ Hans Albert ว่าให้สามารถเก็บสมองพ่อเขาไว้ได้ หลังจากที่ Harvey สัญญาว่าสมองของ Einstein จะถูกนำมาศึกษาเพื่อผลประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ และจะตีพิมพ์สิ่งที่ค้นพบลงในหนังสือบันทึกวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย New York Times ฉบับที่มีหน้าปกเป็น Einstein ตีพิมพ์เมื่อ 20 เม.ย. ได้ลงหนังสือว่า Dr.Harvey ได้ทำการชันสูตรศพ Einstein จากการอนุญาตของ Albert แต่ไม่ได้บอกไว้ว่าจริงๆแล้วเขาอนุญาตหลังจากที่ผ่าไปแล้วต่างหาก Dr.Harvey ได้เก็บสมองของ Einstein ใส่โหลไว้ในออฟฟิศของเขา จนเขาโดนไล่ออกจากโรงพยาบาล Princeton เขาก็ได้นำมันไปกับเขาด้วย เขาได้ไปทำงานต่อที่มหาวิทยาลัย Pennsylvania และได้รับความช่วยเหลือจากมืออาชีพในการผ่าแบ่งสมองออกเป็น 1000 สไลด์ 240 บล็อก เขาใส่มันไว้ในสี่เหลี่ยมเซลลูลอยด์และแจกจ่ายมันออกไปตามที่ต่างๆ และส่วนที่เหลือเขาก็เก็บเอาไว้เองในโหลฟอร์มาลีน Thomas Harvey เสียชีวิตลงในปี 2007 ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตเขาได้ส่งสมอง Einstein กลับไปที่โรงพยาบาล Princeton ณ ที่ที่มันเริ่มต้นการเดินทางของมัน เหล่ามวลชนก็ได้หันมาสนใจสมองของ Einsteinอีกครั้ง และเหล่านักวิจัยทั้งหลายที่เคยได้รับชิ้นส่วนสมองของ Einstein มา ต่างก็ส่งชิ้นส่วนนั้นกลับมาที่โรงพยาบาล Princeton เช่นกัน จนปัจจุบันนี้ พิพิธภัณฑ์ Mutter Museum ใน Philadelphia เป็นสถานที่เดียวในโลกที่เราจะสามารถมองเห็นสมองของ Einsteinได้ ไม่ว่าจะเป็นชิ้นใหญ่ชิ้นเล็ก และรวมไปถึงโน้ตที่เขียนด้วยลายมือของ Thomas Harvey อีกด้วย 9. องคชาติของ Rasputin ได้ถูกนำมาแสดงที่พิพิธภัณฑ์ erotic หลังจากสูญหายไปหลายสิบปี Grigori Rasputin (ที่ปรึกษาของครอบครัว Romanov และเป็นที่รักของพระเจ้า Tsar) ดูเหมือนว่าจะเป็นเพลย์บอยที่มีขนาด…ไม่ธรรมดาเท่าไร มีเรื่องเล่าอยู่ 2 เรื่องเกี่ยวกับการถูกตัดองคชาติของเขาหลังจากการตายในปี 1916 เรื่องแรกเล่าว่า หลังจากที่มือสังหารได้ฆ่าเขา มือสังหารคนนั้นก็ตัดองคชาติของเขาทิ้งทั้งพวง และพนักงานทำความสะอาดที่ต้องมาเก็บกวาดศพของเขาก็ได้เก็บองคชาติของเขาไป แต่บางคนก็เล่าว่าเพื่อนสาวของเขาได้เก็บองคชาติของเขาไปเป็นที่ระลึกหลังจากการชันสูตรศพ กระจู๋ของ Rasputin ดูจะมีประวัติที่มีสีสันไม่น้อย หลังจากที่มันถูกแยกออกมาจากร่างกายของเจ้าตัวแล้ว มันถูกพบครั้งแรกที่ปารีส ปี 1920 เมื่อมีผู้หญิงกลุ่มหนึ่งได้ทำการบูชามันเพื่อความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งในตอนนั้นลูกสาวของ Rasputin ก็ได้ขอร้องว่าให้เอาของๆพ่อเธอคืนมาเถอะ เร็วๆนี้ พิพิธภัณฑ์รัซเซียแห่งความ erotic (เปิดอยู่ที่ St.Petersburg ตั้งแต่ปี 2004) เป็นที่ฮือฮากันว่าได้องคชาติของ Rasputin มาไว้ในครอบครอง ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ Igor Knayazkin กล่าวว่าเขาได้ซื้อมันมาจากร้านขายของเก่าในฝรั่งเศสด้วยราคา $8000 แต่ว่ามันยังไม่ถูกพิสูจน์ว่าเป้นของ Rasputin จริงหรือไม่ องคชาตินี้ยาวถึง 11 นิ้ว แต่ลูกสาวของ Rasputin ที่ชื่อ Marie กล่าวว่าของพ่อเธอนั้นจริงๆต้อง 13นิ้ว จึงทำให้ผู้เชี่ยวชาญหลายคนคิดว่ามันอาจจะเป็นกระจู๋ม้าหรืออะไรทำนองนี้มากกว่า ขอบคุณที่มา www.talulok.com

ศชต.สั่งยุติคำสั่งเด้ง4นายตำรวจ เว้นผกก.เมืองยะลา
ระเบิด /  ระเบิดป่วนเมือง / 

ผบช.ศชต.สั่งยุติคำสั่งย้ายตำรวจเมืองยะลา ยกเว้น พ.ต.อ.จำลอง ผกก.เมืองยะลา  ความคืบหน้ากรณีพลตำรวจโทอนุรุต กฤษณะการะเกตุ ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศชต. มีคำสั่งย้ายนายตำรวจเมืองยะลารวม 4 นายไปปฏิบัติหน้าที่ยังศชต.นั้นให้ ล่าสุด พลตำรวจโทอนุรุต ได้มีคำสั่งพันให้นายตำรวจทั้งหมดกลับไปปฏิบัติหน้าที่ตามเดิม ยกเว้นพันตำรวจเอกจำลอง สุวลักษณ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองยะลา ที่ถูกสั่งย้ายให้ยืนตามคำสั่งเดิม ..................................................... ผบช.ศชต.สั่งเด้ง 4 เสือเมืองยะลาเข้าศชต. เซ่นเหตุระเบิดป่วนเมืองต่อเนื่อง 3 วัน กว่า 30 จุด หลังผบ.ตร.สั่งเด้งผู้การฯวานนี้ หลังจากวานนี้(17 พ.ค.) พลตำรวจเอกสมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ลงนามในคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้พลตำรวจตรีทนงศักดิ์ วังสุภา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยให้ขาดจากตำแหน่งเดิมนั้น หลังเกิดเหตุระเบิดต่อเนื่องในพื้นที่จ.ยะลารวมกว่า 30-40 จุด ระหว่างวันที่ 14-16 พ.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุดวันที่ 18 พ.ค. พลตำรวจโทอนุรุต กฤษณะการะเกตุ ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศชต. ได้ลงนามในคำสั่งให้ พันตำรวจเอกจำลอง สุวลักษณ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองยะลา พร้อมพวกรวม 4 นาย ไปปฏิบัติราชการที่ ศชต. ประกอบด้วย พันตำรวจเอกสุทธิเวท บุญยรัตกลิน ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดยะลา พันตำรวจโทโสภณ สายสุรีย์ รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจภูธรเมืองยะลา และพันตำรวจโทจุฬาชัย แสงกุล รองผู้กำกับการสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองยะลา โดยให้มีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป พร้อมออกคำสั่งแต่งตั้งข้าราชการตำรวจเข้าไปรักษาราชการแทน จำนวน 4 นาย ประกอบด้วย 1.พันตำรวจเอกประยงค์ โคตรสาขา ผู้กำกับการซักถาม 1 กองบังคับการสืบสวน ศชต. รักษาราชการแทน ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองยะลา 2.พันตำรวจเอกสุรพงษ์ ชาติสุทธิ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรตันหยง จังหวัดนราธิวาส รักษาราชการแทน ผู้กำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดยะลา 3.พันตำรวจโทพรหมพัฒน สนิทศรี รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจภูธรกรงปินัง จังหวัดยะลา รักษาราชการแทน รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจภูธรเมืองยะลา และ4.พันตำรวจโทศุภชัช ยีหวังกอง รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจภูธรบูเก๊ตา จังหวัดนราธิวาส รักษาราชการแทน รองผู้กำกับการสืบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองยะลา มีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จนกว่าผู้ดำรงตำแหน่งกลับไปปฏิบัติหน้าที่ หรือจะมีการแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักข่าวอิศรา MThai News

โอ้ละพ่อ! บังยี ออกโรงโต้ข่าวไม่ได้โดนจับและไม่เกี่ยวข้อง
skysports /  ฟีฟ่า / 

จากข่าวช็อคที่สื่อดัง skysports ออกมาตีข่าวดังว่าเหล่าบอร์ดบริหารฟีฟ่า 6 คน ถูกล้อมจับคาโรงแรมหรู ในคดีทุจริตทางการเงิน หลังเอฟบีไอสืบสวนคดีมานานถึงสามปี ซึ่งหนึ่งในหกนั้นมี บังยี วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย รวมอยู่ด้วย ล่าสุด บังยี วรวีร์ มะกูดี ได้ออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าวแล้ว โดย ไทยรัฐ สื่อยักษ์ใหญ่ของไทย ทวิตข้อความยืนยันว่า บังยี วรวีย์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ว่าไม่ได้ถูกตำรวจสากลเข้าจับกุมในประเทศสวิตเซอร์แลนด์อย่างใด พร้อมกับ ปฏิเสธข่าวดังกล่าวกับทางไทยรัฐทันควันตนเองไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แต่อย่างใด

พบชาวบังกลาเทศ 60 คน บนเขาแก้ว หลังนายหน้านำมาทิ้ง
ชายแดน /  ชาวบังคลาเทศ / 

เจ้าหน้าที่ตะเวณชายแดน พบชาวบังคลาเทศกลุ่มใหญ่ กว่า 60 คน บนเทือกเขาแก้ว หลังถูกนายหน้านำมาปล่อยทิ้งไว้ วันนี้ (8 พ.ค. 58) เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 437 พบชาวบังคลาเทศกลุ่มใหญ่ จำนวน 54 คน เป็นผู้ชายทั้งหมด ขณะลงจากเขาแก้วและเดินวนเวียนอยู่ในป่าสวนยางพื้นที่หมู่ 7 ต.ท่าชะมวง อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ซึ่งเป็นเขตรอยต่อ 3 ตำบล คือ ต.ฉลุง ต.กำแพงเพชร และ ต.ท่าชะมวง และอีก 5 คน บริเวณน้ำตกโตนปลิว ซึ่งอยู่ไม่ห่างกันในสภาพอิดโรย หิวโหย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำไปพักและดูแลชั่วคราวที่โรงเรียนบ้านคลองต่อ ก่อนประสานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบ เบื้องต้นทราบว่า ทั้งหมดแคมป์แตกหลังจากรวมกลุ่มเดินทางมากับเรือพม่า เพื่อมาขึ้นฝั่งที่ จ.สตูล แต่ถูกนายหน้านำมาปล่อยลอยแพและให้เดินบนเทือกเขาแก้วข้ามไปยังประเทศมาเลเซีย อย่างไรก็ตาม 2 วัน เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือชาวบังคลาเทศและโรฮิงญาที่พลัดหลงอยู่บนเทือกเขาแก้ว จำนวน 95 คน คาดว่าน่าจะมีชาวบังคลาเทศและโรฮิงญาอีกบางส่วนที่ยังหลงเหลือยู่บนเทือกเขาแก้ว ขอบคุณข้อมูล/ภาพ ข่าวสด MThai News

มีปัญหาแล้วไง! ฟีฟ่า ยืนไม่มีการโหวตเลือกเจ้าภาพบอลโลก 2018,2022 ใหม่
ฟีฟ่า /  ฟุตบอลโลก / 

ฟีฟ่า ยืนยันว่าจะไม่มีการโหวตเลือกเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2018,2022 ใหม่ แน่นอนแม้ว่าจะมีปัญหาคอรัปชั่น จากรายงานว่าบอร์ดบริหารของฟีฟ่า 6 คนได้ถูกควบคุมตัวโดย เอฟบีไอที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน ซูริค ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง ประธานฟีฟ่าคนใหม่ในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ ในข้อหาทุจริตคอรัปชั่นการโหวตเลือกเจ้าภาพฟุตบอลโลกทั้งสองสมัย แต่สหพันธ์ลูกหนังโลก ยังยืนยันคำเดิมว่าจะไม่มีการโหวตเลือกเจ้าภาพใหม่มาแทนที่ รัสเซียในปี 2018 และ กาตาร์ ในปี 2022แต่อย่างใด โดยวอลเตอร์ เดอ จอร์จิโอ้ ซึ่งเป็นผู้อำนวยการด้านประชาสัมพันธ์ของฟีฟ่า เผยว่า ไม่สามารถที่จะเปิดเผยรายชื่อของคนที่ถูกจับได้ (แต่ยืนยันจากอีกแหล่งข่าวว่าไม่มี “บังยี” วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลไทย) แต่ยังขอยืนยันตามคำเดิมของ เซปป์ แบล็ตเตอร์ ประธานฟีฟ่าว่า ฟุตบอลโลกยังจะถูกจัดขึ้นที่ รัสเซีย และ กาตาร์ เหมือนเดิม

คนมีผลงาน! บังยี ถูกเสนอชื่อเป็นบอร์ดฟีฟ่ากิตติมศักดิ์
กรรมการบริหารกิตติมศักดิ์ฟีฟ่า /  วรวีร์ มะกูดี / 

บังยี วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ออกอาการปลื้มใจ ถูกเสนอชื่อให้เป็นกรรมการบริหารกิตติมศักดิ์ ของฟีฟ่า โดย บังยี วรวีร์ มะกูดี เปิดเผยเรื่องดังกล่าวว่า ผมถือว่าเป็นเกียรติมาก ที่คณะบริหารของฟีฟ่า เสนอชื่อให้ผมเป็นกรรมการบริหารกิตติมศักดิ์ เพราะตำแหน่งนี้ถือเป็นเกียรติยศสูงสุด ซึ่งคนที่จะได้ตำแหน่งนี้จะต้องทำงานกับฟีฟ่ามาอย่างยาวนาน “ผมเคยดำรงตำแหน่งเป็นประธานฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลกถึง 3 ครั้ง และเป็นประธานฟุตซอลของฟีฟ่า อีกทั้งยังเป็นรองประธานฝ่ายแพทย์ของฟีฟ่าด้วย ซึ่งปัจจุบันมีไม่กี่คนที่จะได้รับเสนอชื่อให้เป็นกรรมการบริหารกิตติมศักดิ์ เท่าที่ผมจำได้ก็จะมี ดร.โช ฮาเวอร์ลานซ์ เป็นประธานกิตติมศักดิ์ แล้วก็จะมีอดีตนายกสมาคมฟุตบอลของรัสเซีย และเยอรมัน แล้วก็มีตัวผมนี่แหละ” บังยี กล่าวปิดท้าย

ยุนโฮ ดงบังชินกิ จ่อปล่อยอัลบั้มเดี่ยวในญี่ปุ่น ก.ค. นี้
Dong Bang Shin Ki /  TVXQ / 

ยุนโฮ (Yunho) หนึ่งในสมาชิกของศิลปินกลุ่ม ดงบังชินกิ (TVXQ!) เตรียมปล่อยอัลบั้มโซโล่ครั้งแรกในชีวิตที่ประเทศญี่ปุ่น เปิดตัวกรกฎาคมนี้! ก่อนจะถึงกำหนดการเข้ารับราชการซึ่งน่าจะมาถึงภายในปีนี้ ยุนโฮ แดนซ์แมชชีนแห่งวง ดงบังชินกิ ก็ขอรุกวงการเพลงญี่ปุ่นด้วยผลงานเพลงเดี่ยว เปิดตัวมินิอัลบั้มชุดแรกในชีวิตซึ่งจะใช้ชื่ออัลบั้มว่า U KNOW Y เตรียมวางจำหน่ายในเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ มินิอัลบั้ม U KNOW Y บรรจุเพลงไว้ทั้งหมด 7 แทร็ค นำโดยไตเติ้ลแทร็คซึ่งมีชื่อว่า Burning Down โดย 4 เพลงในอัลบั้มเป็นเพลงที่ ดงบังชินกิ เคยแสดงผ่านงานไลฟ์ทัวร์และแฟนมีตติ้งในแดนปลาดิบมาแล้ว แต่อีก 3 เพลงจะเป็นเพลงใหม่ซึ่งยังไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน สำหรับมินิอัลบั้ม U KNOW Y ของ ยุนโฮ ดงบังชินกิ ในเวอร์ชั่นพิเศษ จะมีทั้ง CD เพลง และ DVD บรรจุคลิปมิวสิควิดีโอเพลงไตเติ้ลแทร็ค Burning Down พร้อมทั้งบุ๊คเล็ตหนา 52 หน้าอีกด้วย รายชื่อเพลงในอัลบั้ม U KNOW Y 01. Burning Down 02. Tattoos & High Heels 03. BANG! 04. 繋がれた舟 (A Boat Tied To A Pier) 05. T-Style 06. Honey Funny Bunny 07. Santa Revolution ข้อมูลจาก toho-jp ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

มาเลเซียชี้ พม่าควรรับผิดชอบ ผู้อพยพโรฮีนจา
ผู้อพยพ /  ผู้อพยพชาวโรฮีนจา / 

รองนายกฯ มาเลเซีย ระบุ เมียนมา ควรรับผิดชอบปัญหาผู้อพยพที่กำลังเพิ่มมากขึ้น ด้าน ฟิลิปปินส์ พร้อมให้ผู้อพยพชาวโรฮีนจาที่ติดค้างบนเรือลี้ภัยในประเทศ สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า นายมูห์ ยิดดิน ยาสซิน รองนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย กล่าวระหว่างการแถลงข่าวว่า เมียนมา ควรที่จะรับผิดชอบวิกฤติ ผู้อพยพชาวโรฮีนจาที่กำลังเพิ่มขึ้น แทนประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคในย่านอาเซียน โดย รองนายกฯ มาเลเซีย กล่าวว่า เมียนมาควรแก้ปัญหาผู้อพยพชาวโรฮีนจา เป็นการภายใน มากกว่าที่จะให้ประเทศอื่น ๆ ภูมิภาค เช่น มาเลเซีย เป็นผู้รับผิดชอบวิกฤติครั้งนี้ และทางการมาเลเซีย ได้หารือกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งอินโดนีเซีย และไทย เพื่อประสานกับรัฐบาลเมียนมา ให้พยายามแก้ปัญหาดังกล่าว ด้าน ฟิลิปปินส์ ออกมาปฏิเสธรายงานของสื่อที่ระบุว่า ฟิลิปปินส์กำลังวางแผนผลักดันเรือ ซึ่งบรรทุกผู้อพยพกว่า 8,000 คนซึ่งหลบหนีมาจากจากเมียนมา และบังกลาเทศ และยืนยันว่า ฟิลิปปินส์ จะให้ความช่วยเหลือคนเหล่านี้ โดยโฆษกของประธานาธิบดี เบนิโญ อากีโน กล่าวว่า ฟิลิปปินส์ เคยเพิ่มการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่เหล่า มนุษย์เรือ และจะยังคงให้ความช่วยเหลือชีวิตต่อไป ภายใต้กลไกที่ยืนหยัดและคงอยู่มาอย่างยาวนาน ตามพันธสัญญาที่เราให้ไว้ในสนธิสัญญาผู้ลี้ภัยของยูเอ็น

ทร.เผยพร้อมช่วยชาวโรฮีนจายึดหลักมนุษยธรรม
จุมพล ลุมพิกานนท์ /  โรฮีนจา / 

เจ้ากรมกิจการทหารเรือ เผย ทหารพร้อมปฏิบัติงานช่วยเหลือชาวโรฮีนจาในทะเล ยึดหลักมนุษยธรรม ปัดผลักดัน พลเรือโทจุมพล ลุมพิกานนท์ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายและการอพยพของชาวโรฮีนจาว่า ขณะนี้ ทางกองทัพเรือ ได้มีการจัดตั้งฐานลอยน้ำเพื่อให้การช่วยเหลือ โดยใช้เรือหลวงอ่างทอง เป็นฐานลอยน้ำอยู่ที่ทัพเรือภาค 3 และมีการประกอบกำลังเรือรบอีก 7 ลำ ประกอบด้วย เรือหลวงสายบุรี เรือหลวงทยานชล เรือหลวงมันกลาง เรือต.993 เรือ ต.220 เรือประมงดัดแปลง และเรือ กร.304 รวมถึงยังมีเฮลิคอปเตอร์ อีก 1 ลำ และเครื่องบินดอร์เนีย 1 ลำ ซึ่งได้เริ่มปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา และในวันที่ 29 พ.ค.นี้ จะมีทีมแพทย์จากส่วนกลางลงไปร่วมในฐานลอยน้ำด้วย ทั้งนี้ เนื่องจากช่วงนี้เป็นเดือนสุดท้ายก่อนจะเข้าสู่ช่วงมรสุม จากข้อมูลที่ได้รับจะมีการอพยพของชาวบังกลาเทศ หรือชาวโรฮีนจา ซึ่งยังไม่สามารถพิสูจน์ได้จนกว่าจะพบเจอซึ่งหากพบมีการเข้ามาก็จะดำเนินการตามขั้นตอน ยึดหลักมนุษยธรรมเป็นหลัก ส่วนการผลักดันออกไปนอกน่านน้ำนั้นเป็นการดำเนินการตามเจตนารมณ์ของผู้อพยพที่จะเดินทางต่อไป เพราะจุดหมายปลายทางไม่ได้อยู่ที่ประเทศไทย ส่วนหากจะเข้ามาในประเทศไทย ก็จะต้องดำเนินการตามกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ทหารมีความพร้อมในการปฏิบัติงานอย่างเต็มที่

เมสซี่เจ หลีกซ้าย! ชัปปุยส์หลบขวา! เมื่อเจอลีลาลูกหนังของ บังยี
นายกสมาคมฟุตบอลไทย /  บังยี / 

แฟนบอลไทยคงคุ้นตากับภาพของ บังยี วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลไทยในชุดสูทผูกไทค์ แต่คงมีไม่กี่คนนักที่จะได้เห็นลีลาพริ้วไหวเมื่ออยู่ในสนาม สำหรับใครที่อยากดูว่าลีลาของ นายกส.ลูกหนังไทยยามอยู่ในสนามเป็นอย่างไร ก็มีมือดีปล่อยคลิปออกมาให้ชม เป็นคลิปที่ตัดเอามาเฉพาะตอนที่ อดีตบอร์ด ฟีฟ่าได้บอลในการแข่งขังนัดพิเศษ เกมมหากุศล เทิดพระเกียรติ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวลีนารีรัตน์ ระหว่าง ทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย พบกับ ทีมรวมใจ และทีมวีไอพี พีทีแอล ขอบอกว่าในอดีต บังยี เคยเป็นนักฟุตบอลสังกัดสโมสรฟุตบอลธนาคารกรุงเทพมาก่อน ลีลาเลยไม่ธรรมดาอย่างที่เห็น แถมใส่เสื้อเบอร์ 10 ของจอมทัพซะด้วย บอกเลยว่าแฟนบอลต้องดู

โคตรคุ้ม! ช้างศึก ไล่แซง ช้างศึกลูกกรอก สุดมันส์บอลการกุศลโค้ชแต๊ก
ซีเกมส์ /  ทีมชาติไทย / 

ผลฟุตบอลการกุศล นัดพิเศษเพื่อ โค้ชแต๊ก อรรถพล ปุษปาคม วันพุธที่ 13 พฤษภาคม 2558 ทีมชาติไทย (ชุดฟุตบอลโลก) 4-3 ทีมชาติไทย (ชุดซีเกมส์) ประตู : 0-1 พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา น.6, 0-2 รุ่งรัฐ ภูมิจันทึก น.23, 1-2 สรรวัชญ์ เดชมิตร น.56, 2-2 อดิศักดิ์ ไกรษร น.68, 3-2 เจนรบ สำเภาดี (เข้าประตูตัวเอง) น.72, 3-3 ภิญโญ อินพินิจ น.80, 4-3 อดิศักดิ์ ไกรษร น.85 สนาม : ราชมังคลากีฬาสถาน เวลา : 19.00 น. ศึกฟุตบอลการกุศล นัดพิเศษเพื่อ โค้ชแต๊ก อรรถพล ปุษปาคม อดีตดาวเตะทีมชาติไทย ผู้ล่วงลับ ณ ราชมังคลากีฬาสถาน ช้างศึก ทีมชาติไทย ชุดสู้ศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย ลงสนามพบ ช้างศึกลูกกรอก ทีมชาติไทย ชุดป้องกันแชมป์ซีเกมส์ 2015 โดยก่อนเกม บังยี วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเยว่า การแข่งขันนัดนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติกับ โค้ชแต๊ก อรรถพล ปุษปาคม ที่เสียชีวิตไปแล้ว แมตช์นี้จัดขึ้นเพื่อหาเงินมอบให้กับครอบครัวปุษปาคม อีกด้วย ด้าน ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือใหญ่ช้างศึก ทีมชาติไทย เปิดเผยว่า เกมนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของทีมชาติไทย ทั้ง 2 ชุด ผมในฐานะรุ่นน้องในนามทีมชาติไทย ยกให้พี่แต๊ก เป็นแบบอย่างของน้องๆ รุ่นหลัง ซึ่งพวกเราหวังว่าจะทำผลงานได้ดีในซีเกมส์ ซึ่งพี่แต๊ก ก็เคยคว้าแชมป์มาเหมือนกัน เริ่มเกมครึ่งแรกได้อึดใจเดียว ช้างศึก ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ก็มาได้ลุ้นทักทายน้องๆ ก่อนเมื่อ เมสซี่เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์ กระชากบอลขึ้นหน้าก่อนจะซัดติดบล็อก เกริกฤทธิ์ ทวรีกาญจน์ ตามไปเก็บบอลแต่เปิดไม่ดีบอลออกหลัง นาทีที่ 6 กลายเป็นเรื่องช็อกเมื่อ ช้างศึกลูกกรอก ได้เล่นโต้กลับ พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา กระชากบอลหลบแหวกผู้เล่นชุดใหญ่ 5 คน ก่อนจะหลุดเข้าไปล่อเป้า ชนินทร์ แซ่เอี๊ยะ ไม่เหลือซาก ทีมชาติไทย ชุดซีเกมส์ ออกนำ 1-0 จากนั้นนาทีที่ 8 ทีมชุดเล็กเหมือนบอลได้ใจ ต่อบอลกันอย่างสวยงามก่อนจะเป็น นูรูล ศรียานเก็ม ได้ลากหลุดเข้ายิงเต็มข้อบอลพุ่งเฉี่ยวเสาออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย พลาดโอกาสได้ประตูหนีห่าง ทว่า 2 นาทีจากนั้น ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ได้เปิดเกมบุกบ้าง เจ้าก้อง เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ได้เปิดบอลจากริมเส้นฝั่งซ้ายเข้ามาในเขตโทษ มงคล ทศไกร ได้ล้มตัวโขกไปติดกองหลัง ก่อนที่ สมพร ยศ จะมาคว้าบอลไว้ได้ นาทีที่ 23 สกอร์ในสนามก็มีการเปลี่ยนแปลงเมื่อ เจ้านิว ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ จ่ายบอลให้ เจ้าอินซ์ เชาววัฒน์ วีระชาติ ก่อน เจ้าอินซ์ จะแทงให้ รุ่งรัฐ ภูมิจันทึก ได้หลุดเดี่ยวเข้าไปยิงชนเสาสองบอลเด้งเข้าประตูไปอย่างงามหยด ทีมชาติไทย ชุดซีเกมส์ หนีห่าง 2-0 นาทีที่ 36 ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ เกือบที่จะได้ประตูตีไข่แตกเมื่อ เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ เปิดบอลจากริมเส้นฝั่วขวาเข้าไปหน้าปากประตู อดิศักดิ์ ไกรษร ทะยานขึ้นโขกเช็ดๆ บอลลอยไปชนเสาอย่างจัง นาทีที่ 39 ช้างศึกทีมน้อง เกือบที่จะหนีห่างไปอีกเมื่อ นูรูล ศรยานเก็ม ได้กระชากบอลไปจนถึงเขตโทษก่อนจะตบเข้าไปกลางเขตโทษ ชนานันท์ ป้อมบุปผา ได้ไขว้หลอกกองหลังหนึ่งจังหวะก่อนจะยิงเฉี่ยวเสาออกหลังไป จากนั้นก็ยังไม่มีโอกาสพังประตูเพิ่ม ทำให้จบครึ่งเวลาแรก ทีมชาติไทย ชุดซีเกมส์ ออกนำ ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ อยู่ 2-0 นาทีที่ 50 ช้างศึก มาได้ลุ้นประตูตีไข่แตกเมื่อ เจ้าก้อง เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ได้ซัดเต็มแข้งบอลพุ่งไปตรงตัว วัชระ บัวทอง รับไว้ได้สบายๆ และแล้วนาทีที่ 56 ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ก็มาได้ประตูตีไข่แตกเมื่อ ศราวุฒิ มาสุข ได้กระชากบอลทางริมเส้นฝั่งขวาก่อนจะเปิดโค้งเข้าไปที่เสาแรก สรรวัชญ์ เดชมิตร พุ่งแหย่เท้าเข้าไปชาร์จตัดหน้า วัชระ บัวทอง บอลหายเข้าประตูไป นาทีที่ 68 ช้างศึก ชุดใหญ่ ที่โหมบุกอย่างหนักหวังจะเอาประตูตีเสมอให้ได้ ซึ่งก็มาทำสำเร็จเมื่อ เอกชัย สำเร เปิดบอลจากฝั่งขวาเข้าไปหน้าประตู อดิศักดิ์ ไกรษร โหนขึ้นโขกบอลลอยข้ามมือ วัชระ บัวทอง เข้าสามเหลี่ยมไปอย่างงาม นาทีที่ 72 ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ก็มาได้ประตูแซงขึ้นนำ 3-2 เมื่อ เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ เปิดบอลยัดเข้าไปที่เสาแรก เจนรบ สำเภาดี ที่ลงไปช่วยเกมรับเหยียดขาสกัดบอลผิดเหลี่ยมเข้าประตูตัวเองไป ทว่านาทีที่ 80 ช้างศึกลูกกรอก ก็มาได้ประตูไล่ตามตีเสมอ 3-3 เมื่อ ปกรณ์ เปรมภักดิ์ จ่ายบอลให้ ภิญโญ อินพินิจ ได้ซัดเหน่งๆ ในกรอบเขตโทษบอลพุ่งผ่าน ฉัตรชัย บุตรพรม หายเข้าประตูไป นาทีที่ 85 ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ก็มาได้ประตูออกนำอีกครั้งเมื่อ สรรวัชญ์ เดชมิตร จ่ายบอลให้ เมสซี่เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ได้ล้อกบอลหนึ่งจังหวะก่อนจะจิ้มให้ อดิศักดิ์ ไกรษร ได้วิ่งเข้าไปซัดนิ่มๆ เข้าประตูไป ช้างศึก นำ ช้างศึกลูกกรอก 4-3 เวลาที่เหลือแม้ทั้ง 2 ทีมจะเปิดเกมแลกกันอย่างสนุกแต่สุดท้ายก็ไม่มีประตูเพิ่ม ทำให้จบเกม ช้างศึก ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ แซงเอาชนะ ช้างศึกลูกกรอก ทีมชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ไปได้ 4-3 สร้างความสุขให้แฟนบอลอย่างเต็มอิ่ม สำหรับเงินรายได้เพื่อมอบให้ครอบครัวของ โค้ชแต๊ก อรรถพล ปุษปาคม เงินค่าผ่านประตู 553,900 บาท, ไทยรัฐ ทีวี 500,000 บาท, ทีมพีทียู ปทุมธานี 10,000 บาท, มูลนิธิซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง 30,000 บาท และบริษัท ไทยพรีเมียร์ จำกัด 50,000 บาท รวม 1,143,900 บาท รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนามของทั้ง 2 ทีม ทีมชาติไทย (ชุดฟุตบอลโลก) : ชนินทร์ แซ่เอี๊ยะ (ฉัตรชัย บุตรพรม น.46) (ผู้รักษาประตู), เอกชัย สำเร, สุทธินันท์ พุกหอม (ประทุม ชูทอง น.46) (C), กรวิทย์ นามวิเศษ (ประวีณวัช บุญยงค์ น.46), พุทธินันท์ วรรณศรี, มงคล ทศไกร (ศราวุฒิ มาสุข น.46), สารัช อยู่เย็น (อดุล หละโสะ น.46), ชนาธิป สรงกระสินธ์, ปกเกล้า อนันต์ (สรรวัชญ์ เดชมิตร น.46), เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์, อดิศักดิ์ ไกรษร ทีมชาติไทย (ชุดซีเกมส์) : สมพร ยศ (วัชระ บัวทอง น.46) (ผู้รักษาประตู), นฤบดินทร์ วีรวัฒน์โนดม (ทริสตอง สมชาย โด น.61), อดิศร พรหมรักษ์ (C), อาทิตย์ ดาวสว่าง, พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา (สุริยา สิงห์มุ้ย น.61), นูรูล ศรียานเก็ม (ปกรณ์ เปรมภักดิ์ น.61), ธนบูรณ์ เกษารัตน์, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, เชาว์วัฒน์ วีระชาติ (ศิวกร จักขุประสาท น.61), รุ่งรัฐ ภูมิจันทึก (ภิญโญ อินพินิจ น.46), ชนานันท์ ป้อมบุปผา (เจนรบ สำเภาดี น.55)