บังยี

From Bangkok to Mandalay ...กับจดหมายรักจากเมียนมา
From Bangkok To Mandalay /  ชาติชาย เกษนัส

นอกเหนือจากความน่าสนใจในฐานะภาพยนตร์ร่วมทุนสร้างระหว่างไทยกับเมียนมาเรื่องแรกนับตั้งแต่เปิดประเทศได้ไม่นาน และยังถ่ายทำเกือบทั้งหมดที่ประเทศเมียนมา ที่ในหลายสถานที่ยังคงสภาพแวดล้อมคงเดิมไม่ต่างจากเมื่อหลายสิบปีก่อน การเก็บเกี่ยวเรื่องราวในประเทศเพื่อนบ้านที่แสนใกล้ชิดอย่างยาวนานของไทย แต่เรากลับรู้จักประเทศเมียนมาน้อยอย่างน่าใจหายน่าใจหาย ถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่งของ แน็ต-ชาติชาย เกษนัส (กำกับร่วม ‘ตายโหง’ ตอน ซานติฆ่า) ในฐานะผู้กำกับเดี่ยวเต็มตัวเรื่องแรกกับ From Bangkok to Mandalay 'ถึงคน…ไม่คิดถึง' "มัณฑะเลย์มันเป็นชื่อที่เราติดหูมาก จนตัดสินใจใช้ชื่อชั่วคราวในการทำหนังว่า From Bangkok to Mandalay และวางไว้ว่าจะใช้เมืองนี้เป็นโลเคชั่นสุดท้ายในหนัง แต่หลังจากรีเสิร์ชข้อมูลกีมีการเปลี่ยนแปลงไป แต่หนังยังใช้ชื่อ From Bangkok to Mandalay เหมือนเดิม คือเอาเข้าจริงมัณฑะเลย์นี่มันมีอายุสั้นมาก ที่นี่เป็นราชธานีสุดท้ายของราชวงค์พม่า ก่อนที่อังกฤษจะเข้ามายึดครองและย้ายไปที่ย่างกุ้งแทน มันจึงเป็นสถานที่ที่มีความทรงจำค่อนข้างเยอะ แม้กระทั่งเรื่องที่เกี่ยวกับคนไทยเอง คือคนไทยสมัยอดีตในยามที่ถูกกวาดต้อนไปสู่พม่า ก็มักจะไปอยู่แถวๆ เมืองมัณฑะเลย์นี่ละ" จากมัณฑะเลย์ในความทรงจำ กลายเป็นจุดที่ทำให้ชาติชายสงสัยว่าเพราะอะไร ภาพของประเทศเมียนมาในความทรงจำของคนไทยจึงไม่หลุดพ้นจากการชาติที่เคยรุกรานเมื่อนานมาแล้ว "จริงๆ แล้วมุมมองที่เรามีต่อเมียนมาจากประวัติศาสตร์มันพึ่งจะถูกสร้างขึ้นใหม่ขึ้นมาเมื่อไม่นานมานี้เอง แม้จะมีนักประวัติศาสตร์หลายคนพยายามจะไปทำความเข้าใจที่ถูกต้อง แต่ดูเหมือนว่าชุดความคิดนี้มันได้ผูกติดคนไทยไปแล้ว ซึ่งสำหรับเรามันเป็นความเกลียดชังที่งไร้สาระมากในทุกวันนี้ คือมันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาในเมื่อหลายรุ่นมาแล้ว มันเป็นเรื่องที่เราเข้าใจผิดไปเองและก็ถูกผลิตซ้ำอยู่บ่อยๆ ตอนที่ผมไปผมท่าน พิษณุ สุวรรณะชฎ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงย่างกุ้ง ท่านบอกว่าคนไทย 97 เปอร์เซ็นต์มีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับประเทศเมียนมา ส่วนอีก 3 เปอร์เซ็นต์คือคนที่เข้าใจผิดแบบมหันต์ (ท่าน พิษณุ สุวรรณะชฎ เคยกล่าวปาฐกถาถึงความเข้าใจผิดของไทยที่มีต่อเมียนมา ในการสัมมนาวิชาการประจำปี 2557 'ไทย-พม่าศึกษาในกรอบประชาคมอาเซียน') คือท่านเองก่อนจะมาประจำที่นี่ก็ไปอยู่หลายประเทศมาก แต่ท่านบอกเลยว่าที่เมียนมาไม่ง่าย คือประเทศต่างๆ ในอาเซียนแล้วไทยเองดูจะใกล้ชิดกับเมียนมามากที่สุด คือคุยกันง่ายเข้าใจกันง่าย แต่ลึกๆ แล้วเขามีความแตกต่าง" การได้ไปรู้จักกับ โรงเรียนดนตรีคีตมิตร ซึ่งรวบรวมนักดนตรีชาวเมียนมาทุกแนวมาเรียนด้วยกัน โดยการนำพาไปของ อ.อานันท์ นาคคง นักมนุษยวิทยาอันดับต้นๆ ของไทยและนักดนตรีศึกษาผู้รอบรู้ ในการตามหา "จิตวิญญาณของชาวเมียนมา" เพื่อเป็นแก่นของเรื่องที่พาผู้ชมไปรู้จักชาวเมียนมาอย่างแท้จริง ก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวในหนัง From Bangkok to Mandalay หลังจากที่ชาติชายได้เดโมเพลงของ ตาเงะ เด็กหนุ่มมากพรสววรค์ในโรงเรียนดนตรีคีตมิตรมาให้ บรูโน บรูกาโน มิตรสหายนักแต่งเพลงฟัง ก่อนจะเป็นจุดเริ่มต้นของพล็อตเรื่องที่ว่าด้วยความสัมพันธ์ของคนสองประเทศ โดย From Bangkok to Mandalay ‘ถึงคน..ไม่คิดถึง’ เป็นหนังแนวโรดมูฟวี-ดราม่า ที่เล่าเรื่องของ ปิ่น (พิไลพร สุปินชุมภู จาก ‘รักหมดแก้ว’) สาวที่พึ่งจากลาจากคนรัก ได้รับจดหมายซึ่งเขียนโดยภาษาเมียนมาร์จากคุณย่าที่พึ่งเสียชีวิต และมีเงื่อนไขว่าต้องเดินทางไปเปิดอ่านแต่ละฉบับในสถานที่ที่ถูกระบุในจดหมายเท่านั้น โดยมี จอ จอ (ไซ ไซ คำแลง - ป็อบสตาร์ชาวเมียนมาร์) เป็นพาเธอเดินทางในเมียนมาร์ ซึ่งเนื้อความในจดหมายเป็นเรื่องราวความสัมพันธ์ของหญิงสาวชาวเมียนมานาม ธูซา (วุด มน ชเว ยี - นักแสดงสาวชื่อดังอันดับต้นๆ ชาวเมียนมาร์) กับชายหนุ่มคนรักนามว่า นันดะ (เน โท - ดาราหนุ่มระดับท็อปที่เล่นหนังในเมียนมามาแล้วหลายร้อยเรื่อง) เมื่อหลายสิบปีที่แล้ว - ด้วยความบริสุทธิ์และสวยงามของฉากหลังในเมียนมาที่ไม่ได้ถูกปรุงแต่งจากหลายสิ่งภายนอกมาหลายสิบปี อาจกลายเป็นความประทับใจอย่างหนึ่งที่ผู้ชมได้สัมผัสนอกเหนือจากเรื่องราวรักเมโลดราม่าในเรื่อง หากภายใต้ความสวยงามนี้ก็ยังมีประวัติศาสตร์บางอย่างที่ผูกติดอยู่กับชาวเมียนมามาอย่างยาวนานซึ่งชาติชายก็อยากจะถ่ายทอดลงไปในหนังเรื่องนี้เช่นกัน "หนึ่งในเมืองซึ่งใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำในเรื่องนี้อย่าง ปิน อู ลวิน เป็นเมืองตากอากาศที่ถูกสร้างโดยนายพลชาวอังกฤษเอาไว้ตั้งแต่สมัยก่อน ทำให้ตึกต่างๆ มันมีสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียล นอกจากนี้ที่นี่ก็เป็นเมืองที่มีทั้งชาวพุทธ ชาวคริสต์และชาวอิสลามอาศัยอยู่ในเมืองเดียวกัน คือคนตรงนั้นเขาก็ยังพยายามเก็บรักษาสิ่งเหล่านี้ไว้ แม้มันจะเป็นความเจ็บปวดในเชิงประวัติศาสตร์ก็ตาม ตัวอย่างเช่นเราไปขอถ่ายทำในโบสถ์คริสต์ที่เมืองนั้น ซึ่งตอนแรกขออย่างไรก็ไม่อนุญาต จนเราต้องโทรไปขอนัดคุยกับบาทหลวง เอาบทไปนั่งเปิดอธิบายเป็นหน้าๆ เลย จนท่านบาทหลวงก็รับปากว่าจะไปขอท่านบิชอปอีกที เราก็เลยสงสัยว่าทำไมถึงไม่อยากอนุญาตให้เราถ่ายทำนัก ซึ่งท่านก็ตอบว่าเพราะมักจะมีสื่อท้องถิ่นขอเข้ามาถ่ายทำที่นี่แล้วสื่อสารออกไปในเชิงเปรียบเทียบว่าศาสนาพุทธดีกว่าศาสนาคริสต์" "คือเราก็มองเรื่องของการอยู่ร่วมกันในฐานะมนุษย์ด้วย เราเองก็มีเพื่อนหลายคนที่นับถือศาสนาแตกต่างกัน มันจึงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เราอยากบอกในหนังเรื่องนี้ว่า พวกเราสามารถอยู่ร่วมกันได้ ไม่ว่าจะชาติใดศาสนาใด หรือมีความเชื่อที่แตกต่างกัน ซึ่งก็เป็นสิ่งที่เราอยากจะบอกคนไทยด้วยเหมือนกัน" ชาติชายทิ้งท้าย ** From Bangkok to Mandalay 'ถึงคน…ไม่คิดถึง' เข้าฉายในไทย 10 พ.ย. นี้ ตัวอย่างเวอร์ชั่นไทย https://www.youtube.com/watch?v=L7pfT4-iT2M ตัวอย่างเวอร์ชั่นเมียนมา https://www.youtube.com/watch?v=tunstGXYT0Y ... ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

ไปดูอะไรดี ใน
2559 /  เทศกาลหนังสั้น

ใน Thai Short Film & Video Festival หรือ เทศกาลภาพยนตร์สั้น ครั้งที่ 20 โดยความร่วมมือของ มูลนิธิหนังไทย และ หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ซึ่งในปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 - 28 สิงหาคม มีภาพยนตร์ที่น่าสนใจทั้งภาพยนตร์ขนาดสั้นจากไทยและต่างประเทศ ไปจนถึงหนังขนาดยาวที่ได้รับเลือกมาฉายโชว์ในเทศกาลนี้ เราจึงขอหยิบหนังที่น่าสนใจในแต่ละวันมาแนะนำให้ชมกัน แนะนำหนัง เทศกาลหนังสั้น ครั้งที่ 20 วันที่ 21 - 24 สิงหาคม โปรแกรมฉายในเทศกาลหนังสั้น 20 โดยแบ่งเป็น 20-21 ส.ค. ที่ หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) และ 23-28 ส.ค. ที่หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ยังคงมีหนังสั้นอาเซียนให้ชมอีก 2 โปรแกรม ได้แก่ S-Express Indonesia 2016 กับ 4 ผลงานหนังสั้นจากอินโดนีเชียซึ่งมีทั้งหนังสารคดีและหนังเล่าเรื่อง และ S-Express Malaysia 2016 รวมหนังสั้นจากมาเลเซียซึ่งคัดเลือกโดย เฉิน ชุ่ยเหมย (Tan Chui Mui) ผู้กำกับหญิงและโปรดิวเซอร์ชาวมาเลเซีย S-Express Indonesia 2016 วันพฤหัสบดีที่ 25 ฉาย เวลา 17.00 น. ณ ห้องออดิทอเรียม ชั้น 5 / (ซ้ำ - เสาร์ที่ 27 สิงหาคม , 14.00 น. ณ ห้องฉาย 501) S-Express Malaysia 2016 วันพฤหัสบดีที่ 25  ฉาย เวลา 13.00 น. ณ ห้องออดิทอเรียม ชั้น 5 / (ซ้ำ - เสาร์ที่ 27 สิงหาคม , 16.30 น. ณ ห้องฉาย 501) สาย ‘รางวัลดุ๊ก’ ส่วนหนังสั้นในสายประกวดเริ่มต้นด้วยสาย ‘รางวัลดุ๊ก’ หรือสายสารคดี ซึ่งยังมีฉายอีก 2 โปรแกรม วันพฤหัสบดีที่ 25 เริ่มในช่วง 15.00 น. ณ ห้องออดิทอเรียมชั้น 5 กับ ในชุดที่สอง ฉายทั้งสิ้น 4 เรื่องได้แก่ 'การตายของหิ่งห้อย' โดย จิรัฐติกาล พระสนชุ่ม และ พสิษฐ์ ตันเดชานุรัตน์ (ยาว 20.40 นาที), Anonymous in Bangkok โดย สินีนาฎ คะมะคต (24.17 นาที), 'ม้าทรง' โดย อภิชน รัตนาภายน และ วัชรี รัตนะกรี (22.29 นาที) และ 'แปะอิ่น' โดย พริมริน พัวรัตน์ (19.19 นาที) และในชุดที่ 3 วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม เริ่มเวลา 15.00 น. ณ ห้องออดิทอเรียมชั้น 5 เช่นกัน กับอีกสามเรื่องชวนชม ทั้ง Ghost โดย วรพจน์ อินเหลา (21.29 นาที), The Rebirth โดย ธีรยุทธ วีระคำ (24.17 นาที) และ 'คนหมายเลขศูนย์' Mr.Zero โดย นัชชา ตันติวิทยาพิทักษ์ (41.10 นาที) สาย ‘รางวัลช้างเผือก’ กลายเป็นสายที่รวมคนทำหนังเลือดใหม่น่าจับตาไปแล้วในปีหลังๆ สำหรับ ‘รางวัลช้างเผือก’ หรือ หนังสั้นประเภทนักศึกษา ซึ่งในปีนี้หลายเรื่องได้ถูกฉายในงานที่ทางมหาวิทยาลัยต่างๆ ๆด้จัดขึ้นเพื่อโชว์ผลงานของนักศึกษาในสาขาภาพยนตร์ของตนกัน ซึ่งในรอบสุดท้ายของสายนี้ก็มีหนังสั้นที่น่าสนใจและน่าจับตาผ่านเข้ารอบมาอย่างอบอุ่น ทั้งจาก 'วัฏจักรวาล' และ 'เมื่อปูนฝัน' หนังสั้นที่โดดเด่นในด้านสไตล์จาก มศว, 'Remark ไม่ได้เป็นอะไรกัน' และ Anatomy of Her สองหนังสั้นที่เล่าเรื่องได้อย่างน่าสนใจจาก ICT ศิลปากร, Lost in the Universe หนังสั้นที่ได้แรงบันดาลใจจากหลากผลงานของ เป็นเอก รัตนเรื่อง โดย พชร พิทักษ์จำนงค์ จาก มหาวิทยาลัยมหิดล หรือแม้แต่ผลงานจบการศึกษาของ วิโอเลต วอเทียร์ อย่าง Glitter and Smoke ที่หลายๆ คนอยากชม เช็คโปรแกรมฉายสาย ‘รางวัลช้างเผือก’ แต่ละเรื่องได้ที่นี่ Digital Forum 2016 มาที่หนังซึ่งยาวเกิน 30 นาที แม้จะไม่เข้าเกณฑ์การประกวดแต่ก็ถูกคัดเลือกมาฉายโชว์ในสายนี้ โดยปีนี้มีทั้งหนังจากนักศึกษาที่น่าสนใจ ไปจนถึงหนังจากคนทำหนังที่เราคุ้นหน้ามาร่วมฉายด้วย ทั้ง Klose โดย อสมาภรณ์ สมัครพันธ์ ที่ถูกพูดถึงอย่างมากจากงาน 'กางจอ' (งานฉายผลงานของ คณะนิเทศจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขาภาพยนตร์และภาพนิ่ง) ครั้งล่าสุด มาจนถึงรอบปฐมทัศน์ของโปรเจ็กต์รวมหนังสั้น Bangkok Stories ของ 6 ผกก. หนังอิสระชื่อดัง ที่ต่างก็มาถ่ายทอดเรื่องของ "กรุงเทพฯ" ในมุมมองของตนเอง ได้แก่ โสรยา นาคะสุวรรณ (ตอน 'พาหุรัด'), อโนชา สุวิชากรพงศ์ ('Oh, Jean!'), สายป่าน-อภิญญา สกุลเจริญสุข ('เยาวราช'), วิชชานนท์ สมอุ่มจารย์ ('Morchit, Almost Love Story'), บิลลี่ วรกร ฤทัยวานิชกุล ('When smoke collides') และ อาทิตย์ อัสสรัตน์ ('Hero') ซึ่งจะฉายใน วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม (19.00 น) ณ ห้องออดิทอเรียมชั้น 5 พร้อมพูดคุยกับผู้กำกับอีกด้วย (โดยหนังจะเข้าฉายจริงในปลายปีนี้) ติดตามข่าวสารของโปรเจ็กต์ Bangkok Stories Film ได้ที่นี่ สาย ‘รัตน์ เปสตันยี’ ปิดท้ายด้วยสายประกวดหนังสั้นประเภทบุคคลทั่วไป หรือรางวัล 'รัตน์ เปสตันยี' แม้ในปีนี้จะมีผลงานที่ส่งเข้ามาน้อยลงกว่าปีก่อน แต่ก็ยังคงมีผลงานของผู้กำกับที่เราคุ้นเคยเข้ามาในรอบสุดท้ายนี้ด้วย ทั้งหนังที่ BIOSCOPE มีส่วนร่วมเองอย่าง 'โปรดระวังเขตอันตรายข้างหน้า' โดย ชาคร ไชยปรีชา และ อภิญญา สกุลเจริญสุข, 'ไกลลิบนานเหลือ' ของ ศิวโรจณ์ คงสกุล ('ที่รัก', Distance) ผู้มีผลงานหนังสั้นเป็นประจำทุกปี , 'รักษาดินแดน' (Fat Boy Never Slim) ของ สรยศ ประภาพันธ์ อีกคนทำหนังรุ่นใหม่ที่มีผลงานหนังสั้นสม่ำเสมอ, 'ศูนย์กลางของจักรวาล' (Center of the Universe) ของ ณัฎฐ์ธร กังวาลไกล ผู้กำกับหนังสารคดีที่ปีนี้มาส่งสายเล่าเรื่องบ้าง หรือแม้แต่อีกผลงานในปีนี้ของ ใหม่-อโนชา สุวิชากรพงศ์ อย่าง Nightfall หนังสั้นซึ่งกำกับร่วมกับ ตุลพบ แสนเจริญ เป็นต้น ในสาย  'รัตน์ เปสตันยี' จะฉายใน วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม ณ ห้องออดิทอเรียมชั้น 5 ทั้งหมด สามารถเช็คโปรแกรมแต่ละเรื่องได้ที่นี่ และปิดท้ายในวันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม กับพิธีปิดและประกาศผลรางวัลในเทศกาลหนังสั้นครั้งที่ 20 นี้ โดยจะเริ่มตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป .... ติดตามข่าวสารและข้อมูลเทศกาลหนังสั้นครั้งที่ 20 ได้ที่นี่ ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

เปิดใจ น้ำหวาน พิไลพร! สาวไทยที่ได้ประกบดาราตัวท็อปของพม่าใน From Bangkok To Mandalay
From Bangkok To Mandalay /  Nay Toe / 

เปิดใจ น้ำหวาน พิไลพร! สาวไทยที่ได้ประกบดาราตัวท็อปของพม่าใน From Bangkok To Mandalay  การเดินทางไปถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง From Bangkok To Mandalay ถึงคน..ไม่คิดถึง ของผู้กำกับ ชาติชาย เกษนัส ที่พม่าในครั้งนี้ นักแสดงสาว น้ำหวาน พิไลพร สุปินชมภู ได้รับประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ไม่เคยเจอมาก่อนมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การได้ร่วมงานกับนักแสดงตัวท็อปของพม่าอย่าง ไซ ไซ คำแลง (Sai Sai Kham Leng) ป๊อปสตาร์อันดับหนึ่งของพม่า, วุดมนชเว ยี (Wutt Hmone Shwe Yi) และ เน โต (Nay Toe) สองนักแสดงชายหญิงอันดับหนึ่งของพม่า และหนุ่มหล่อ อั๊ต อัษฎา พานิชกุล การกลับจากพม่าครั้งนี้น่าจะทำให้ความสามารถของสาวน้ำหวานเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน น้ำหวานได้ให้สัมภาษณ์บอกเล่าถึงความรู้สึกที่ได้ร่วมงานในภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า “ในภาพยนตร์เรื่องนี้ตัวหวานรับบทเป็นปิ่นค่ะ เป็นผู้หญิงที่ยึดมั่นและซื่อสัตย์ในความรักมาก ๆ โลกของปิ่นเป็นโลกที่สมบูรณ์แบบมาก ๆ ค่ะ แต่แล้ววันหนึ่งปิ่นต้องเจอกับการสูญเสีย ทำให้โลกของปิ่นต้องเปลี่ยนไปจากเดิมก้าวไปยังโลกใบใหม่ที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน เพื่อตามหาของสำคัญบางอย่าง..." "...คาแรกเตอร์ตัวละครของปิ่นกับตัวหวานเองก็มีบางส่วนที่ใกล้เคียงกัน ตรงที่เป็นคนนิ่ง ๆ เหมือนกัน  แต่ส่วนที่แตกต่างกันคือ ตัวละครปิ่นจะเป็นคนที่ทุ่มเท ยึดมั่น และซื่อสัตย์ในความรักมาก ๆ ค่ะ แต่สำหรับตัวหวานเองอาจจะไม่ใช่คนที่ทุ่มเทเพื่อความรักขนาดปิ่น เพราะหวานคิดว่าชีวิตเราอาจจะต้องมีอะไรหลาย ๆ อย่างที่บาลานซ์กัน ไม่ใช่เฉพาะเรื่องความรักเพียงอย่างเดียว..." "...ตอนแรกพี่ทีมงานติดต่อมาว่ามีหนังเรื่องหนึ่งที่อยากให้หวานลองมาเทสต์ดู พอหวานลองฟังพล็อตเรื่องก็รู้สึกว่ามันน่าสนใจมาก มีบทที่สนุก ตัวละครมีความน่าสนใจ และที่สำคัญเป็นหนังภายใต้การร่วมมือกันระหว่างไทยกับพม่าด้วย ซึ่งหวานรู้สึกว่ามันเป็นโปรเจกต์พิเศษและน่าสนใจมาก ๆ ค่ะ เลยคิดว่ามันเป็นโอกาสที่ดีที่จะรับเล่นหนังเรื่องนี้..." "...ในส่วนของการเดินทางไปถ่ายทำที่พม่า ตัวหวานเองก็แอบตื่นเต้นมาก ๆ เลยค่ะ เพราะมีโอกาสได้เดินทางไปพม่าครั้งแรก เรียกได้ว่าเป็นการเดินทางออกนอกประเทศครั้งแรกของตัวเองเลยค่ะ เพราะปกติไม่ค่อยได้ออกไปไหน ที่บ้านแอบหวงนิดนึงค่ะ (ยิ้ม) คนพม่าน่ารักมาก ๆ อัธยาศัยดี เป็นกันเอง เวลาเดินผ่านก็จะยิ้มทักทายตลอด..." "...การได้ร่วมงานกับ ไซ ไซ คำ แลง ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก ๆ ค่ะ เขาเป็นคนน่ารักและเฟรนด์ลีมาก ทำงานด้วยกันแล้วรู้สึกเคมีตรงกัน เวลามีอะไรเขาก็จะคอยแนะนำเหมือนเขาเป็นเจ้าบ้าน เขาจะเล่าเรื่องราวความเป็นมาของสถานที่ต่าง ๆ ที่เราไปถ่ายทำ จะพาไปกินของอร่อย ๆ ตลอดเวลาที่อยู่ที่โน่นเลยค่ะ ตอนแรกหวานทราบมาว่าเขาเป็นคนดังมาก ๆ ของที่โน่น แต่พอเจอเข้าจริง ๆ หวานยังแอบตกใจ คือเขาดังมาก ๆ เวลาเดินไปไหนมาไหนมีแต่คนรุมทึ้งรุมกรี๊ดเยอะมาก ถึงขั้นที่บางทีต้องมีทีมงานไปคอยยืนกันแฟนคลับเวลาที่เรากำลังถ่ายทำกัน เพราะไม่อย่างนั้นไม่สามารถถ่ายทำได้เลยเพราะคนจะแห่กันเข้ามาหาไซไซเยอะมากค่ะ (ยิ้ม)..." "...ส่วนการร่วมงานกับ พี่แน็ต ชาติชาย ผู้กำกับ พี่เขาเป็นคนรับฟังความคิดเห็นและเปิดกว้างให้ทุกคนร่วมแชร์ไอเดียได้ค่ะ สมมติบางฉากที่หวานมีอะไรเพิ่มเติม หวานก็สามารถปรึกษา ซึ่งพี่เขาจะรับฟังตลอดค่ะ ทำให้หวานรู้สึกแฮปปี้ที่ได้ร่วมงานด้วยค่ะ..."  "...อยากให้ทุกคนมาดูหนังเรื่องนี้ สำหรับคนไทยที่ยังไม่เคยเดินทางไปพม่าก็จะได้เห็นเมืองต่าง ๆ ของพม่าที่สวยงาม และแตกต่างจากที่เราเคยคิดไว้แน่ ๆ ซึ่งมันมีวัฒนธรรม ความสวยงามหลาย ๆ อย่างที่ถ้าเห็นในหนังเรื่องนี้อาจจะทำให้อยากไปเที่ยวสักครั้งหนึ่ง เมืองเขาสวยมาก เรียกว่าเป็นสถานที่อันซีนที่น่าประทับใจมาก ๆ ค่ะ และที่สำคัญคนที่นั่นน่ารักยิ้มแย้มทักทาย อยากให้ทุกคนมาดูกันเยอะ ๆ นะคะ หวานคิดว่ามันเป็นหนังคลาสสิกอีกเรื่องที่ไม่ควรพลาดค่ะ 10 พฤศจกายนนี้ ในโรงภาพยนตร์นะคะ”

รู้จัก 3 นักแสดงตัวท็อปจากเมียนมา ใน ถึงคน..ไม่คิดถึง From Bangkok to Mandalay
From Bangkok To Mandalay /  Nay Toe / 

รู้จัก 3 นักแสดงตัวท็อปจากเมียนมา ใน ถึงคน..ไม่คิดถึง From Bangkok to Mandalay เปิดตัวภาพยนตร์อย่างอบอุ่นทีเดียว สำหรับภาพยนตร์ที่ร่วมทุนสร้างระหว่างไทยและเมียนมาในภาพยนตร์แห่งความคิดถึงในห้วงคำนึงอย่าง ถึงคน..ไม่คิดถึง From Bangkok to Mandalay ที่ได้นักแสดงระดับท๊อปของเมียนมาอย่าง เน โท (Nay Toe), วุด มน ชเว ยี (Wutt Hmone Shwe Yi) และ ไซ ไซ คำ แลง (Sai Sai Kham Leng) มาดูกันว่าทั้งสามคนเป็นใคร และรับบาทใดในภาพยนตร์เรื่องนี้ เน โท (Nay Toe) นักแสดงชายอันดับหนึ่งของเมียนมา มีชื่อจริงคือ เนลินออง เป็นชาวยะไข่ จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยย่างกุ้ง สาขาคณิตศาสตร์ เริ่มเข้าวงการโดยเริ่มสังกัดกับโมเดลลิ่งแห่งหนึ่งในปี 1999 เรียนด้านการร้องเพลง เพราะมีความใฝ่ฝันจะเป็นนักร้องนักแต่งเพลง มีอัลบั้มแรกในปี 2000 แต่ไม่ประสบความสำเร็จ กระทั่งเริ่มเป็นที่รู้จักจากการที่เขาแสดงในมิวสิกวีดิโอ เขาสนใจศิลปะหลายด้าน ทั้งด้านวาดภาพและการปั้น ปัจจุบันเป็นดาราอันดับหนึ่งของเมียนมา แสดงทั้งภาพยนตร์เรื่องยาวและมิวสิกวีดิโอเป็นจำนวนมาก รวมทั้งผลงานการแสดงของเขายังได้รับรางวัลออสการ์ของเมียนมาในปี 2009 และปี 2015 ในภาพยนตร์รับบทเป็น นันดะ บุรุษไปรษณีย์ชาวพม่าที่รักอิสระ ต้องการใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย เขาอยากมีอิสระที่เหมือนจดหมายที่ไปได้ทุกหนทุกแห่ง เขาพบกับ ธูซา โดยบังเอิญในวันเข้าทำงานที่ไปรษณีย์ย่างกุ้งเป็นวันแรก เขาตกหลุมรักเธอทันที นันดะจึงเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่เขาหวังว่าจะมั่นคงและยืนยาว แต่เหตุผลของคนแต่ละคนยากจะเข้าใจ ทำให้นันดะคิดไม่ถึงว่าจะต้องใช้ชีวิตทั้งชีวิตเพื่อ "คิดถึง" คนบางคน วุด มน ชเว ยี (Wutt Hmone Shwe Yi) นักแสดงหญิงอันดับหนึ่งของเมียนมา เธอเกิดที่โมก็อกและจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยดากอน สาขาภาษาอังกฤษ เริ่มเข้าวงการจากการถ่ายแบบให้กับนิตยสารวัยรุ่น และเป็นนางแบบโฆษณาให้กับเครื่องสำอาง Kanebo เธอเริ่มงานแสดงจากโฆษณาต่าง ๆ ในปี 2005 และเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ เริ่มแสดงภาพยนตร์ครั้งแรกในปี 2008 ปัจจุบันเธอแสดงมาแล้วไม่น้อยกว่า 200 เรื่อง โฆษณา 300 ชิ้น ภาพยนตร์ประเภทวีดิโอและ 30 เรื่องสำหรับภาพยนตร์เรื่องยาว ในปี 2013 หนังสือพิมพ์ Myanmar Times ระบุว่าเธอเป็นหนึ่งใน 50 ผู้หญิงเมียนมาที่โดดเด่น และปัจจุบันมียอดไลค์ในเฟซบุ๊กกว่า 1.25 ล้านคน ในภาพยนตร์เรื่องนี้เธอรับบทเป็น ธูซา สาวชาวเมียนมาที่อดีตเป็นเด็กกำพร้า ถูกเลี้ยงในโบสถ์เมืองเมเมียว เธอเติบโตขึ้นมาโดยเชื่อว่าแห่งหนใดในโลกก็คือบ้านของเธอ ทำให้เธอมีความคิดแบบสมัยใหม่ เป็นตัวของตัวเองสูง กล้าคิด กล้าแสดงออก หลายสิ่งที่เธอทำจึงอาจเป็นสิ่งที่ชาวเมียนมาทั่วไปอยากทำแต่ไม่กล้าทำ เหตุนี้เองทำให้ธูซาตัดสินบางอย่างที่ทำให้เธอต้องใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อ “ไม่คิดถึง” คนบางคน ไซ ไซ คำ แลง (Sai Sai Kham Leng) ป๊อปสตาร์อันดับหนึ่งของเมียนมาร์ ไซ ไซ เป็นชาวตองจีโดยกำเนิด เริ่มเข้ามาในวงการโดยการเล่นวีดิโอที่เขาและเพื่อน ๆ ร่วมกันลงทุนทำขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2543 และในปีเดียวกันได้ออกอัลบั้มแรกของเขาในชื่อ Chocolate-Colored Ice Creams และ Graduation: Friends Forever ในปีถัดมา ทำให้เขากลายเป็นคนโด่งดังในเมียนมาทันที จนกลายเป็นป๊อปสตาร์อย่างที่เห็นในทุกวันนี้ และมียอดไลค์เฟซบุ๊กเกือบ 4 ล้านคน ในภาพยนตร์เรื่องนี้รับบทเป็น โมนาย ครูสอนดนตรีหนุ่มรุ่นใหม่ ภายนอกดูร่าเริง แต่เก็บซ่อนความรู้สึก เขาเป็นคนที่ปรับตัวและไม่สนใจเรื่องความเคร่งครัดในแบบเมียนมาทั่วไป ไม่ทุกข์ร้อนกับเรื่องใด ๆ ในชีวิต กระทั่งเขาได้พบกับ ปิ่น โดยบังเอิญ เขารู้สึกว่าโลกกำลังบอกเขาว่านี่คือสิ่งที่เขารอคอยมาทั้งชีวิต (บรรยากาศเปิดตัวภาพยนตร์) เรียกว่าได้รู้จักดาราระดับท๊อปของวงการบันเทิงเมียนมาไปเรียบร้อยแล้ว เตรียมพิสูจน์ผลงานการแสดงของทั้งสามท่านในภาพยนตร์ที่จะส่งความคิดถึงไปหาทุก ๆ คนใน ถึงคน..ไม่คิดถึง From Bangkok to Mandalay วันที่ 10 พฤศจิกายนนี้ในโรงภาพยนตร์

ตัวแทน!ช้างศึกเรียกบังดุลเสริมทัพแทนเจ้าตังค์
ชลบุรี เอฟซี /  ทีมชาติไทย / 

ทีมชาติไทยตัดสินใจเรียกตัว "บังดุล" อดุล หละโสะ  กองกลางตัวรับที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ปล่อยให้ ชลบุรี เอฟซี ยืมตัวไปใช้งาน มาติดทีมชาติในนัดที่จะพบกับญี่ปุ่น ในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก แทน สารัช อยู่เย็น ที่ติดโทษแบน โดยกองกลางชาวพัทลุง ที่เริ่มทำผลงานได้ดีขึ้นเรื่อยๆในการย้ายกลับมาเล่นกับ ชลบุรี เอฟซี ด้วยสัญญายืมตัว ในเลกที่ 2 ทำผลงานได้ดีเข้าตา "ซิโก้"เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง จนถูกเรียกไปติดทีมชาติ ในเกมฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกนัดที่ 2 ที่จะพบกับทีมชาติญี่ปุ่น เนื่องจาก สารัช อยู่เย็น ในตำแหน่งเดียวกัน ติดโทษแบนมาจากเกมพ่าย ซาอุดิอาระเบีย สำหรับ ทีมชาติไทย จะลงสนามในฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือกโซนเอเชียรอบ 12 ทีมสุดท้าย ด้วยการพบกับทีมชาติญี่ปุ่นในวันที่ 6 กันยายนนี้

8 โรงเจ ชื่อดัง ในกรุงเทพฯ
กินเจ /  ซอยโรงเจ / 

          กินเจ ที่ไหน??? เทศกาลดีๆ แบบนี้ คนไทยอย่างเราๆ เลือกงดเว้นการฆ่าน้องหมู น้องไก่ ในอาหารแต่ละมื้อ ปฏิบัติกันอย่างเรียบง่าย กินเจกันอยู่ที่บ้าน ที่ทำงานนี่แหละ แต่ลึกๆ ลงไปของ "ชาวจีน"หรือ "คนไทยเชื้อสายจีน"นั้น เขาปฏิบัติกันที่ โรงเจ ถือเป็นการไปชำระล้างร่างกายและจิตใจในสถานที่แห่งศรัทธากันเลย เพราะชาวจีนเชื่อกันว่าหากผู้ที่คิดดี ทำดี อยู่ในสถานที่ที่ดีแล้ว จะเกิดความอิ่มอกอิ่มใจ เหมือนได้พลังแรงกล้าจากพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ และ "เทศกาลกินเจ" นี้ เขาถือศีลปฏิบัติกันอยู่เป็นนิตย์ ไม่เพียงเฉพาะช่วงเดือน 9 เท่านั้น โรงเจ ชื่อดัง ในกรุงเทพฯ           ฉะนั้นเรามารู้จัก โรงเจ ชื่อดังกันเพื่อเสริมอรรถรสในการ กินเจ กันบ้าง เผื่อวันหนึ่งใครเกิดอยากไปสัมผัส หรือบูชา "กิ่วฮ้วงฮุกโจ้ว" ตามแบบฉบับชาวจีน จะได้มีช่องทางว่าวัดไหนใกล้บ้าน ไม่ไกลเกินกำลังที่เราจะเข้าถึงความศักดิ์สิทธิ์ของพิธีกรรมกันอย่างถ่องแท้ แต่อย่าผิดกาละเทศะใส่สีแดงไปนะ ถึงคนจีนจะชอบแดงแค่ไหน แต่เทศกาลบริสุทธิ์กายบริสุทธิ์ใจแบบนี้ต้องสีขาวเท่านั้น.. ไปดูวัดแรกกันเลยดีกว่า "วัดมังกรกมลาวาส" หรือที่เราคุ้นปากคุ้นหูว่า "วัดเล่งเน่ยยี่" เป็น โรงเจที่อยู่เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย วัดนี้ดังมากกก ยิ่งช่วงเทศกาลต่างๆ คนแห่แหนกันไปจนล้นออกมานอกวัด จะไปต้องทำร่างกายและจิตใจให้พร้อมนะเอ้อ! แผนที่ วัดเล่งเน่ยยี่ ต่อด้วย "วัดโพธิ์แมนคุณาราม" โรงเจแห่งนี้ ตั้งอยู่ซอยสาธุประดิษฐ์ 19 เป็นวัดจีนที่มีการผสมผสานของศิลปะจีน-ไทย-ทิเบต ซึ่งถือว่าหาดูยาก แวะไปสักการะแล้วเชื่อว่าอดไม่ได้ที่จะต้องแชะภาพมาแน่ๆ เพราะสวยงามมาก แผนที่ วัดโพธิ์แมนคุณาราม กระเถิบมาแถวบ้านหม้อ ก็จะเจอ "วัดทิพยวารีวิหาร" วัดเก่าแก่หลายร้อยปี สร้างตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรีโน่น จุดเด่นคือมี "บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์" ลองแวะไป โรงเจนี้ เอาน้ำมาประพรมเสริมสิริมงคงบ้างก็ดี แผนที่ วัดทิพยวารีวิหาร "วัดบำเพ็ญจีนพรต" เป็น โรงเจที่ชาวเยาวราชรู้จักกันดีแน่ๆ เป็นวัดที่ไม่ใหญ่นัก แถมยังอยู่ในซอยเล็กๆ ล้อมรอบด้วยตึกแถวอีกต่างหาก โอ้...โดนบังขนาดนี้ แนะนำให้ศึกษาเส้นทางก่อนไป จะดีเป็นแน่แท้ แผนที่ วัดบำเพ็ญจีนพรต ใครผ่านตลาดน้อย อย่าให้เสียเที่ยว แวะสงบจิตสงบใจที่ "ศาลเจ้าโจวซือกง" มองหาป้ายซอยวานิช ๒ จัดไป! อาหารเจ ที่นั่นอร่อยมากกกกก แผนที่ ศาลเจ้าโจวซือกง โรงเจบุญสมาคม ตรอกไกร ถนนจักรวรรดิ์ เก่าแก่เกิน 100 ปี ไม่แพ้กัน สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำโรงเจ คือ "เก้าอ้วงเจ" อยากเกิดความอุ่นกายสบายใจ ก็แวะมาขอพรกันได้ตามศรัทธา แผนที่ โรงเจบุญสมาคม ต่อกันที่ถนนไมตรีจิต แถวๆ หัวลำโพง ก็มี  โรงเจชิกเซี้ยม่า เชื่อกันว่าหากใครถูกปองร้าย หรือเจออุบัติเหตุบ่อยครั้ง ควรไปไหว้ขอพร "เทพธิดา 7 นางฟ้า" ได้ยินมาว่าขลังนะ! แผนที่ โรงเจชิกเซี้ยม่า ปิดท้ายด้วย ซอยโรงเจ ถนนเทอดไท ตลาดพลู ย่านที่เก่าแก่และสำคัญแห่งหนึ่งในฝั่งธนฯ ใครอยากรู้ว่าพี่จีนเค้าไหว้กันจริงจังแค่ไหน ใช้อะไรประกอบพิธีกรรมบ้าง ต้องลองไปสักครั้ง จะสัมผัสได้ถึงมนต์ขลังของวัฒนธรรมชาวจีน..อย่างแท้จริง แผนที่ ซอยโรงเจ -------------------------------------------------- อย่างไรก็ตาม ยังมีโรงเจอีกหลายที่ ที่เรากล่าวไม่หมด แต่ เชื่อว่า สถานที่กินเจ เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างแรงศรัทธา แต่อย่างไรก็ตาม หากจิตใจเราคิดดี ย่อมเป็นตัวกำหนดการกระทำให้ดีแน่นอน กินเจ ที่ไหน?..กินที่ใจดีที่สุด

BTS ทำลายสถิติ 'เอ็มวีบอยแบนด์ K-POP ที่ยอดวิวแตะ 10 ล้านได้เร็วที่สุด!'
Bangtan Boys /  Blood Sweat & Tears / 

BTS (บังทัน บอยส์) ทำลายสถิติ 'บอยแบนด์ K-POP ที่ทำสถิติยอดวิวมิวสิควิดีโอบนเวบไซต์ YouTube ผ่าน 10 ล้านวิวได้รวดเร็วที่สุด!' ด้วยผลงานเพลงใหม่ Blood Sweat & Tears สำหรับมิวสิควิดีโอเพลง Blood Sweat & Tears ของเจ็ดหนุ่มวง BTS ได้เปิดตัวผ่าน YouTube Channel ของต้นสังกัด Big Hit Entertainment เมื่อวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยยอดวิวของมิวสิควิดีโอเพลงนี้ถึง 1 ล้านวิวได้ภายใน 6 ชั่วโมง ก่อนจะทะยานสู่ 5 ล้านวิวใน 18 ชั่วโมง แล้วจึงมียอดเข้าชมมากกว่า 10 ล้านวิวได้ในเวลาประมาณ 5 โมงเย็น 41 นาทีของวันรุ่งขึ้น (11 ต.ค. / ตามเวลาของประเทศเกาหลีใต้) 방탄소년단 (BTS) ‘피 땀 눈물 (Blood Sweat & Tears)’ MV youtube channel : ibighit ด้วยสถิติดังกล่าวทำให้ BTS สร้างสถิติใหม่ของมิวสิควิดีโอของบอยแบนด์ K-POP ที่ถูกคลิกเข้าชมมากที่สุดภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมง เมื่อเปรียบเทียบกับเพลง Fire เพลงฮิตที่แล้วของวง BTS ที่ปล่อยเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมาซึ่งสามารถทำยอดวิวแตะ 10 ล้านวิวใน 75 ชั่วโมงนั้น จะเห็นได้ว่าเพลง Blood Sweat & Tears ได้รับความนิยมอย่างร้อนแรงมากกว่าถึงสองเท่าเลยทีเดียว ไม่เพียงจะได้รับความนิยมในประเทศเกาหลีใต้เท่านั้น แต่เพลง Blood Sweat & Tears ของ BTS ยังกลายเป็นเพลง K-POP ยอดฮิตที่ครองชาร์ตเพลงเกาหลีทั่วโลก รวมทั้งมิวสิควิดีโอก็ยังขึ้นอันดับหนึ่งบนชาร์ตมิวสิควิดีโอยอดฮิตของ iTunes เช่นกัน ข้อมูลจาก eNEWSWORLD มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

L.O.R.D /  คริส วู / 

"ฟ่าน ปิงปิง & คริส วู" แท็กทีมทำโม-แคป ระเบิดศึกใน "L.O.R.D สงครามเจ็ดจอมเวทย์" ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งที่ส่งให้ L.O.R.D สงครามเจ็ดจอมเวทย์ ขึ้นแท่นหนังแอคชั่นแฟนตาซีฟอร์มยักษ์น่าจับตามอง ไม่ใช่เพียงแค่การเป็นภาพยนตร์ที่ถ่ายทำด้วยเทคนิคโมชั่นแคปเจอร์เรื่องแรกของจีน แต่ยังรวมถึงการที่ผู้ชมจะมีโอกาสได้เห็นเหล่าซูเปอร์สตาร์แดนมังกรตบเท้าเข้าเชือดเฉือนห้ำหั่น ประชันบทบาทกันอย่างเข้มข้นผ่านการสวมบทบาทเป็นจอมเวทย์แห่งอาณาจักรอาสลาน เตรียมจุติมหาสงครามสุดอลังการในแบบที่ผู้ชมไม่สามารถพบเห็นได้บ่อยนักบนจอภาพยนตร์ นำโดยราชินีแห่งวงการภาพยนตร์จีนอย่าง ฟ่าน ปิงปิง และอดีตศิลปินบอยแบนด์ขวัญใจสาว ๆ ทั่วเอเชียอย่าง คริส วู ที่นำทีมเหล่าซูเปอร์สตาร์แถวหน้าของประเทศจีนร่วมผนึกกำลังถ่ายทอดมหาสงครามแห่งอาณาจักรในครั้งนี้ สำหรับ ฟ่าน ปิงปิง  ถือเป็นซูเปอร์สตาร์หญิงอันดับหนึ่งของวงการภาพยนตร์จีนยุคปัจจุบันอย่างไร้ข้อกังขา ครองแชมป์อับดับหนึ่งทำเนียบคนดังผู้ทรงอิทธิพลของจีนติดต่อกันสามปีซ้อนจากการจัดอันดับคนดังผู้ทรงอิทธิพลที่จัดขึ้นโดยนิตยสาร FORBES ประเทศจีน (นิตยสารฟอร์บ) นอกจากนี้ยังเคยฝากผลงานไว้มากมายในประเทศ อาทิ ตำนานบูเช็คเทียน, เดชนางพญาผมขาว และเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นจากบท เจ้าหญิงผิงอาน จากภาพยนตร์เรื่อง The Lion Roars (2002) ก่อนจะข้ามฟากไปแสดงในฮอลลีวูดในหนังรวมซูเปอร์ฮีโร่ฟอร์มยักษ์อย่าง X-Men Day Of Future Past (2015) การกลับมาคราวนี้เธอกลับมารับบท กุ่ยซันเหลียนเฉียน  เจ้าของสมญา จอมเวทย์เหยี่ยวอสูร สาวกของลอร์ดคนที่ 5 ผู้มาพร้อมเหยี่ยวอสูร อันชิ วิญญาณปีศาจคู่ใจ นอกจากนี้ยังสามารถสะกดจิตวิญญาณปีศาจของผู้อื่นให้มาเป็นของตัวเอง ทางด้าน คริส วู หรือ อู๋อี้ฝาน คืออดีตศิลปินบอยแบนด์เกาหลี วง EXO ที่โด่งดังและมีฐานแฟนคลับอยู่ทั่วเอเชีย ก่อนจะตัดสินใจถอนตัวจากการเป็นสมาชิกเพื่อทุ่มเทให้กับงานด้านการแสดง โดยได้ฝากผลงานไว้ในหนังรักโรแมนติคอย่าง Somewhere Only We Know และในปี 2017 เขามีกำหนดเล่นบทนำในหนังฮอลลีวูดฟอร์มยักษ์อย่าง Varerian and the City of a Thousand Planets สำหรับในภาพยนตร์ L.O.R.D สงครามเจ็ดจอมเวทย์ เขารับบทเป็น อิ้นเฉิน หรือ จอมเวทย์เพลิงหิมะ ลอร์ดคนที่ 7 ผู้ได้รับคำสั่งจากอาจารย์ให้ชี้แนะเด็กไม่เอาถ่านอย่าง ฉีหลิง (รับบทโดย เฉินเสวี่ยตง) ให้เรียนรู้ในวิถีแห่งลอร์ด และพร้อมจะเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องลูกศิษย์ นอกจากนี้ยังมีเหล่าซูเปอร์สตาร์ระดับแถวหน้าของเอเชียอีกมากมายที่ร่วมถ่ายทอดสงครามแห่งอาณาจักรครั้งยิ่งใหญ่สะเทือนสวรรค์สะท้านพิภพ อาทิ เฉินเสวี่ยตง รับบทเป็น จอมเวทย์ดาบวายุ, เฉินเหว่ยถิง รับบทเป็น จอมเวทย์เทพสังหาร, หยางมี่ รับบทเป็น จอมเวทย์สองวิญญาณ, เหยียนควน รับบทเป็น  จอมเวทย์จิตสยบมาร และ หลี่จื้อถิง รับบทเป็น จอมเวทย์ร่างสัมฤทธิ์ เตรียมพบการเฉือดเฉือน ห้ำหั่น ประชันบทบาทของเหล่าจอมเวทย์ทั้งเจ็ดและสาวก และเตรียมจุติสงครามแห่งอาณาจักรครั้งสะเทือนสวรรค์สะท้านพิภพ ใน L.O.R.D สงครามเจ็ดจอมเวทย์ 20 ตุลาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

สรุปผลบอลเมื่อคืน วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน 2559
กระชับมิตรทีมชาติ /  บอลโลก 2018 รอบคัดเลือกโซนเอเชีย / 

สรุปผลบอลเมื่อคืน วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน 2559 ผลบอล บอลโลก 2018 รอบคัดเลือกโซนเอเชีย เวลา 17:30 น. ออสเตรเลีย 2-0 อิรัก เวลา 17:35 น. ญี่ปุ่น 1-2 อาหรับเอมิเรตส์ เวลา 18:00 น. เกาหลีใต้ 3-2 จีน เวลา 22:00 น. อุซเบกิสถาน 1-0 ซีเรีย เวลา 23:30 น. อิหร่าน 2-0 กาตาร์ เวลา 00:30 น. ซาอุดิอาระเบีย 1-0 ทีมชาติไทย ผลบอล กระชับมิตรทีมชาติ เวลา 19:00 น. ฮ่องกง 4-2 กัมพูชา เวลา 23:00 น. มัลดีฟส์ 5-0 บังกลาเทศ เวลา 23:15 น. บาห์เรน 3-1 สิงคโปร์ เวลา 01:45 น. เบลเยี่ยม 0-2 สเปน เวลา 01:45 น. เนเธอร์แลนด์ 1-2 กรีซ เวลา 01:45 น. โปรตุเกส 5-0 ยิบรอลตาร์ เวลา 02:00 น. อิตาลี 1-3 ฝรั่งเศส ผลบอล บอลโลก โซนอเมริกาใต้ เวลา 03:00 น. โบลิเวีย 2-0 เปรู เวลา 03:30 น. โคลอมเบีย 2-0 เวเนซูเอล่า เวลา 04:00 น. เอกวาดอร์ 0-3 บราซิล เวลา 06:30 น. อาร์เจนติน่า 1-0 อุรุกวัย เวลา 07:00 น. ปารากวัย 2-1 ขิลี >> เช็คผลบอลสด ที่นี่ <<

สนทนาภาษาคนทำหนังกับ หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล
หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล

นับตั้งแต่ผลงานเรื่องแรก 'มันมากับความมืด' ในปี พ.ศ. 2514 กว่า 45 ปีในวงการหนังของ ท่านมุ้ย - หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ได้ถูกพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นหนึ่งในคนทำหนังที่นำศาสตร์และศิลป์ของภาพยนตร์มาสร้างมาตรฐานและความแปลกใหม่ให้กับวงการหนังไทยมาอย่างยาวนานผ่านผลงานภาพยนตร์หลากหลายแนวเกือบสามสิบเรื่อง และในวาระครบรอบวันเกิด 74 ปีของท่าน เราจึงขอนำส่วนหนึ่งจากบทสัมภาษณ์ "…’ความรัก’ ของท่านมุ้ย" โดย สุภาพ หริมฯ จากคอลัมน์ Discuss ในนิตยสาร BIOSCOPE (ฉบับที่ 15) เมื่อ กุมภาพันธ์ ปี พ.ศ. 2546 ณ ช่วงเวลาที่ท่านมุ้ยกำลังรีเมกผลงานหนังคลาสสิคของตนเมื่อ พ.ศ. 2517 อย่าง ‘ความรักครั้งสุดท้าย’  กับมุมมองของท่านที่มีต่อวงการหนัง ทั้งโอกาสของคนทำหนังรุ่นใหม่ ไปจนถึงคำถามชวนปวดหัวที่ว่า "หนังอาร์ต คืออะไร?"!!                 สิ่งที่ทุกคนในวงการรู้เสมอเวลาอยู่ใกล้ หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ก็คือ ท่านมักมีเรื่องความรู้ใหม่ๆ มาถ่ายทอดให้ได้ฟัง บางครั้งความรู้นั้นมาพร้อมการสาธิตอย่างเอาจริงเอาจัง และเครื่องไม้เครื่องมือซึ่งมักไม่พ้นต้องเกี่ยวกับหนังไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง                 เช่นเดียวกันโดยบังเอิญเมื่อช่วงหนึ่งของการสัมภาษณ์ครั้งนี้มาเกี่ยวข้องกับหนังเรื่อง ‘ช้าง’ ที่ แมเรี่ยน  ซี คูเปอร์ ยกกองมาถ่ายทำในบ้านเราโดยได้การอำนวยความสะดวกอย่างดีจาก สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมหลวงลพบุรีราเมศร์ (เสด็จปู่ของท่านมุ้ย) ท่านมุ้ยก็นำผมไปยลโฉมกล้องที่ใช้ในการถ่ายหนังเรื่องนั้นทันที พร้อมสาธิตกระบวนการการทำงานของกล้องโบราณตัวนั้นอย่างละเอียด ซึ่งท่านยืนยันว่า “นี่เหลืออยู่แค่ไม่กี่ตัวแล้วในโลกนี้ แต่ยังใช้ได้ดีเลยนะ”                 แม้จะไม่ได้ถูกนำมาใช้งานจริง แต่กล้องโบราณตัวนั้นดูไปก็คล้ายทำหน้าที่เหมือนหลักหมุดของเวลาซึ่งทำให้เรารู้ว่าหนังเดินทางมาไกลแค่ไหนแล้ว โดยเฉพาะเมื่อมันอยู่ไม่ไกลนักจากคอมพิวเตอร์แม็คอินทอชที่กำลังใช้ตัดต่อหนังเรื่อง ‘ความรักครั้งสุดท้าย’ (พ.ศ. 2546) อยู่                 ฉากอุบัติเหตุที่อาศัยเทคนิคการลำดับภาพที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่เบื้องหน้า ทำให้ผมอดนึกถึง ‘ความรักครั้งสุดท้าย’ ฉบับดั้งเดิม (พ.ศ. 2517) ที่เคยกระตุ้นเร้าผมอย่างรุนแรงก่อนจะลงเอยด้วยความรู้สึกสะเทือนใจไม่ได้... BIOSCOPE : ผมจำได้ว่าตอนดู ‘ความรักครั้งสุดท้าย’ ฉบับเดิม มีฉากอุบัติเหตุซึ่งใช้วิธีตัดสลับที่ดูแปลกมากสำหรับหนังไทยยุคนั้น มาในฉบับนี้ ท่านยังต้องการให้หนังมีความรู้สึกแปลกใหม่กับคนดูอีกหรือเปล่า ก็ต้องการแบบเดิมนะ แต่เวลามันผ่านมา 30 ปีแล้ว วิธีการคงไม่แปลกแล้วล่ะ ผมว่าความแปลกที่ว่านี้ไม่ได้แปลว่ามันต้องดูผิดปรกติหรือทันสมัย เพราะไอ้ความทันสมัยหรือความใหม่มันเป็นสิ่งที่เราพูดจำกัดความได้ลำบาก BIOSCOPE : สำหรับคนที่เคยดูงานของท่านมาตั้งยุคก่อนๆ อาจจะคาดหวังว่า ท่านมุ้ยต้องมีอะไรใหม่ๆ มาให้เห็นอยู่ตลอด ปัญหาคือว่าอะไรล่ะคือสิ่งใหม่ๆ ที่คุณพูดถึง เราต้องรู้ก่อนว่าอะไรที่เรียกว่าใหม่ได้ คุณจะไม่รู้หรอกว่าอะไรคือความใหม่ถ้าคุณไม่รู้ว่าอะไรคือเก่า เพราะจริงๆ แล้ว ไม่ว่าจะอะไรก็มีคนทำมาหมดแล้วทั้งนั้นละ อย่างวิธีการตัดแบบ jump cut นี่ (ฌ็อง-ลุค) โกดาร์ดก็ทำมาตั้งแต่ยุค 1960 โน่น หรือแม้แต่ผมเองก็เคยใช้ตั้งแต่ ‘เทพธิดาโรงแรม’ (พ.ศ. 2517) ไปตั้งเยอะแล้วซึ่งผมจำไม่ได้ด้วยซ้ำ ฉะนั้นก็แทบจะเรียกว่าไม่มีอะไรใหม่ๆ หรอก ก็มีแต่เอาของที่เคยทำกันไปแล้วมารีไซเคิลเท่านั้นเอง BIOSCOPE : หมายถึงเอามันมามองใหม่ ใช่ มุมมองใหม่ อย่าง ‘ความรักครั้งสุดท้าย’ ก็ต้องมองมุมใหม่เพราะสังคมมันเปลี่ยนไป เช่นในของเดิม เชื้อ กับ รส เขียนจดหมายถึงกันซึ่งนั่นก็ค่อนข้างโบราณแล้ว สมัยใหม่ก็ต้องโทรศัพท์หรือไม่ก็อีเมลโดยที่ยังรักษาอรรถรสของการเขียนจดหมายไว้อยู่ ก็ไม่ใช่ทุกอย่างหรอกที่ต้องทันสมัย แต่บางอย่างเช่นการนั่งรถสามล้อนี่ก็คงไม่ได้แล้ว ต้องเปลี่ยนเป็นรถไฟฟ้าแทน เป็นต้น สัมคมตอนนี้มันไม่ใช่ยุคที่ สุวรรณี สุคนธา แต่งเรื่องนี้ออกมาแล้ว BIOSCOPE : แล้วท่านคิดว่า วิธีการที่เอากลับมาใช้ต่างๆ นี่จะได้ผลในการสร้างความรู้สึกกับคนดูไหม อย่างน้อยมันก็ได้ผลกับผมแหละ ถ้าไม่ได้ผลคงไม่ทำ แต่ปัญหาคือมันจะได้ผลกับคนอื่นหรือเปล่านี่คงต่างๆ กันออกไป เพราะผมแก่กว่าคนอื่นเขาเยอะมาก เรา 60 กว่า แก่กว่าคนดูทั่วไป 3-4 เท่า ความคิดของคนดูก็คงต่างกัน BIOSCOPE : ถ้าพูดถึงคนที่เคยทำหนังไทยมาพร้อมๆ กับท่าน หลายคนวางมือไปแล้ว แต่ท่านยังทำหนังต่อ ก็มันเป็นอาชีพผมไปแล้วนี่ (หัวเราะ) เราทำหนังเป็นอาชีพก็ต้องทำหนังไปเรื่อยๆ ไม่ได้คิดจะหยุด คงทำหนังไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหมดแรงน่ะแหละ จริงๆ แล้วฝรั่งมันก็มีคนทำหนังรุ่นผมดังๆ กันตั้งหลายคน อย่าง ริดรีย์ สก็อตต์แก่กว่าผมอีก แต่อยู่ดีๆ ก็ทำหนังอย่าง Gladiator (2000) หรือ Black Hawk Down (2001) ออกมาได้ คือมันไม่ใช่หรอกที่วันหนึ่งจะออกจากวงการไปแค่เพราะทำหนังมานานแล้วนะ ทำไมไม่ออกจากวงการไปสักที มันก็ไม่ใช่ ใช่มั้ย (หัวเราะ) คนทำหนังรุ่นใหม่ๆ ที่เข้าวงการมาก็เหมือนกัน ไม่ใช่ว่าเขาทำแล้วมีชื่อเสียงก็ต้องออกจาวงการไป เขาก็ต้องทำของเขาไปเรื่อยๆ แล้ววันหนึ่งเขาก็ต้องกลายเป็นคนรุ่นเก่า อย่าง มานพ อุดมเดช เนี่ย ในสายตาผมเขาก็เป็นคนรุ่นใหม่ยุคหนึ่ง แต่เดี๋ยวนี้กลับกลายเป็นคนทำหนังรุ่นเก่าที่ไม่มีใครยอมรับ แต่ผมเห็นว่าเขาเป็นคนมีฝีมือก็เลยชวนมาทำ ‘คืนบาป...พรหมพิราม’ มันเป็นเรื่องของฝีมือ ไม่ใช่ว่า เฮ้ย...คนรุ่นใหม่เกิดมาแล้ว คนรุ่นเก่าก็ต้องออกจากวงการไป ไม่ใช่อย่างนั้น มีคนพูดให้ได้ยินบ่อยๆ นะ ว่าทำไมคนรุ่นเก่าไม่ออกไปจากวงการไป คนรุ่นใหม่จะได้เกิดบ้าง จริงๆ แล้วมันไม่ได้เกี่ยวกันเลย เพราะคนรุ่นเก่าอยู่คนรุ่นใหม่ก็เกิดขึ้นมาได้ ไม่มีใครว่ากันอยู่แล้ว หรือคนใหม่ๆ ถามว่าทำไมไม่มีใครให้โอกาสเขา ก็ต้องถามกลับว่า นี่คุณ อยู่ๆ เอาเงินผมไปทำหนัง 20 ล้านเนี่ย หนังจะได้เงินหรือเปล่า แล้วคุณตอบว่า “ไม่ทราบครับ มันต้องเสี่ยง” อ้าว...แล้วใครจะเชื่อลงล่ะ เงิน 20 ล้านมันเยอะนะ เท่าบ้านหลังหนึ่ง รถเบนซ์อีก 2 คันน่ะ หนังไม่ได้เงินมันก็ละลายหายไปกับสายน้ำ ฉะนั้นจะมาพูดง่ายๆ ไม่ได้ว่าให้โอกาสผมบ้างสิ เพราะกว่าจะขึ้นมาถึงตุดหนึ่งคุณต้องสู้ เหมือนกับพวกเราสู้กันมาสมัยก่อน กว่าผมจะขึ้นมาเป็นท่านมุ้ยได้ต้องใช้เวลา 20 ปีนะ ผมว่าปัญหาใหญ่คือ คนรุ่นใหม่ที่จะมาทำหนังเนี่ย รู้หรือเปล่าว่ามันยากแค่ไหนที่จะเข้ามาในวงการ ยากแค่ไหนที่คุณจะเอาเงิน 20 ล้านบาท เวลามีคำถามว่าทำไมไม่เปิดโอกาสให้กับคนใหม่ๆ บ้าง ผมอยากจะบอกว่า เมืองไทยเปิดโอกาสมากกว่าเมืองนอกมากๆ เลย มีคนทำหนังเยอะแยะที่ผมไม่อยากเอ่ยชื่อที่อยู่ๆ ก็ได้ทำหนังเลย แค่บอกนายทุนว่าผมทำหนังเป็นแล้ว ก็ได้ทำ แล้วพอหนังฉิบหาย 3-4 เรื่องจนนายทุนล้มละลาย หมดตัวเป็นพันๆ ล้าน แล้วใครจะรับผิดชอบ พวกนายทุนเลยต้องเคี่ยวพอที่จะรู้ว่าคนไหนทำหนังเป็นคนไหนทำไม่เป็น เพราะมันไม่ใช่เรื่องของการมาลองฝีมือ ไอ้นั่นต้องทำตั้งแต่สมัยยังเป็นนักศึกษาหรือทำหนังสั้นแล้ว BIOSCOPE : ความยากของการทำหนังในยุค 2510 กว่าๆ กับ 2540 กว่าๆ ต่างกันตรงไหน เหมือนกัน ไม่ได้ต่างกันเลย เพียงแต่สมัยนั้นมันถูกกว่า สมัยนี้แพงมากๆ เรื่องหนึ่งลงทุนไม่ต่ำกว่า 10-20 ล้าน ถึงบอกไงว่า ถ้าคนรุ่นใหม่ยากเข้ามาจริงๆ คุณต้องแสดงผลงานออกมา ถ้าคุณคิดว่าเขียนบทได้ดีก็ต้องทำออกมาให้เห็น อย่าง ยุทธเลิศ (สิปปภาค) เขียนบทได้ดีตั้งแต่ตอนทำ ‘O-Negative รักออกแบบไม่ได้’ (1998) แล้ว แต่เขาไม่เชื่อใจเพราะยังเป็นคนใหม่เลยยังไม่ให้ทำ จนมาทำ ‘มือปืน โลก/พระ/จัน’ (2001) ถึงได้เกิด การเขียนบทนีมันเป็นงานที่ไม่ต้องเสียเงินอะไรเลย ฟรี กระดาษปึกหนึ่งกับปากกาก็เขียนบทได้แล้ว หรือไม่ก็ไปขอเงินพ่แม่สัก 2-3 แสนมาลองทำหนังสั้นสัก 3 ฉาก ไปเช่าอุปกรณ์มา รวบรวมพรรคพวกมา แล้วก็ถ่ายทำออกมาเพื่อไปฉายให้นายทุนดูว่า เนี่ยละหนังผม แบบนี้ก้ได้ ยกตัวอย่าง ‘องค์บาก’ (2003) เนี่ย ถ้าไปบอกนายทุนว่าจะทำหนังมวยไทย นายทุนคงบอกทันทีว่า “ไม่เอา” ปรัชญา (ปิ่นแก้ว) เลยใช้วิธีถ่ายฉากบู๊ให้ดูหนึ่งซีน เอาไปฉายให้เห็นเลยว่า นี่ จา (พนม ยีรัมย์) มันเล่นได้แบบนี้ แต่คุณจะใช้วิธีแค่พูดว่าผมทำหนังเป็น มันไม่ได้ แค่ความมั่นใจหรือแค่บอกว่าผมดูหนังมาเยอะ มันไม่ได้มีความหมายอะไร BIOSCOPE : อะไรคือสิ่งสำคัญสำหรับการเป็นคนทำหนังครับ ...ต้องแหกคอก? จะแหกไปไหนล่ะ ...สิ่งสำคัญคือต้องดูหนังเยอะก่อน ดูหนังเยอะพอหรือยังถึงที่จะคิดเรื่องแหกคอก ก่อนอื่นคุณต้องรู้ก่อนว่า ‘คอก’ น่ะมันอยู่แค่ไหน ถึงจะแหกได้ ถ้าไม่รู้จะแหกมันทำไม BIOSCOPE : ท่านชอบคนทำหนังรุ่นใหม่ๆ คนไหนบ้าง ชอบทุกคนนะ เป็นเอก (รัตนเรือง) ก็ดี ยุทธเลิศก็โอเค เรียว (กิติกร เลียวศิริกุล) ก็ใช้ได้ จุดร่วมของคนพวกนี้คือ เขาพยายามทำสิ่งใหม่ๆ ใส่เข้าไปในหนัง เป็นคนรุ่นใหม่ที่เริ่มเคยไปงานฟิล์มเฟสติวัลและมีโอกาสได้สัมผัสกับหนังอาร์ตต่างประเทศเยอะ และไฟยังแรง ยังไม่หมดเนื้อหมดตัว ก็ยังมีความกล้าที่จะทำ BIOSCOPE : ถ้าหมดตัว ความกล้าจะน้อยลง ถ้าหนังเจ๊งบ่อยๆ นานๆ เข้า ไฟก็หมดลงทุกทีๆ หรือไม่ก็หายไปเลย เพราะหนังมันขึ้นอยู่กับกำไรและขาดทุนนะ ขาดทุนมากๆ ก็จะไม่มีใครให้ทำ เราจะเอาแต่ดูเด็กๆ กลุ่มเดียวมันก็เป็นไปไม่ได้ BIOSCOPE : กลุ่มคนดูหนังของท่านเปลี่ยนหน้ามาเรื่อยๆ ท่านมองว่าความต้องการของคนดูแต่ละยุคมันเปลี่ยนไปหรือเปล่า เหมือนเดิม ...100% เลยคือความบันเทิง หนังดีแค่ไหนก็ไม่มีความหมายถ้าไม่สามารถทำให้คนดูรู้สึกสนุกด้วย การดูสนุกด้วยและให้ข้อคิดด้วยเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพราะฉะนั้นเราเลยได้เห็นว่าในบรรดาหนังที่ดีที่สุดในโลก เกือบทั้งหมดคือหนังที่ดูแล้วสนุก ดูแล้วรื่นรมย์ใจ หนังที่ดูแล้วไม่สนุกก็ย่อมจะไม่สามารถสื่อสารกับคนดูได้เพราะคนดูไม่รู้สึกสนุกกับมัน แต่ความสนุกแปลว่ามันสื่อสารกับคนดูได้ในทางใดทางหนึ่ง BIOSCOPE : แล้วถ้าหนังที่ดูไม่รู้เรื่อง แต่เรียกว่าหนังอาร์ตล่ะ ไม่จริงหรอก อาร์ตคืออะไร BIOSCOPE : นั่นสิครับ ท่านว่าอาร์ตคืออะไร อาร์ตที่ดีต้องประกอบไปด้วย 4 อย่างคือ หนึ่ง-ต้องมี content คือเนื้อหา สอง-ต้องมี craft ต่อให้ content ดีแต่ทำออกมาห่วย ถ่ายไม่เป็น ถ่ายไม่ติด เบลอ หรือไม่รู้เรื่องอะไรเลยก็ใช้ไม่ได้ สาม-ต้องมีการถ่วงน้ำหนัก หนัก-เบา ไม่เลอะๆ เทอะๆ และอันสุดท้ายคือ ต้อมมีสไตล์เป็นของตัวเองแบบที่ดูปั๊บแล้วรู้เลยว่านี่มันคืองานของเขา อันนี้ปิกัสโซ่ อันนี้โมเนต์ อันนี้หนังบัณฑิต (ฤทธิ์ถกล) หนังเปี๊ยก โปสเตอร์ หนังท่านมุ้ย หนังหง่าว-ยุทธนา (มุกดาสนิท) ฯลฯ ซึ่งกว่าจะได้สไตล์มาคุณต้องผ่านการลอกเลียนแบบสไตล์คนอื่นเขามานักต่อนักแล้ว ยกตัวอย่าง แดนนี่ บอยล์ ก็มีสไตล์ขอวมันนะ แต่พอลองฉีกตัวเอมาทำ The Beach (2000) ก็เจ๊ง ขณะที่หนังก่อนหน้านั้นอย่าง Shallow Grave (1994) หรือ Trainspotting (1996) ก็มีสไตล์ของตัวเองชัด ...ผมเพิ่งนั่งกินข้าวกับ เดวิด พุตต์นั่ม เมื่อเช้านี้ เขาเล่าให้ฟังว่า วันที่เขารู้ตัวว่าต้องเลิกทำหนังก็คือวันที่ได้ดู Trainspotting เพราะเขารู้เลยว่าไม่มีทางมำหนังแบบนี้ได้ นี่คือสไตล์ที่ไม่มีวันทำได้ เขาก็เลยเลิกทำหนัง BIOSCOPE : ความรู้สึกแบบนั้นเคยเกิดขึ้นกับท่านหรือเปล่า ตอนนี้ยังนะ วันหนึ่งข้างหน้าไม่แน่ แต่วันนี้เรายังรู้สึกว่ายังมีเรื่องอยู่ในหัวที่อยากทำ ... ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

ของขึ้น!!! นิชคุณ หวงน้องหนักมาก เชอรีน เล่นเลิฟซีนคู่ แกงส้ม
นิชคุณ หรเวชกุล /  เชอรีน หรเวชกุล / 

     มีน้องสาวหน้าตาน่ารัก จะไม่ให้พี่ชายอย่าง นิชคุณ หรเวชกุล ออกอาการหวงหนักมากได้ยังไง เพราะบทบาทของน้องสาวอย่าง เชอรีน ณัฐจารี หรเวชกุล ที่ได้เข้าบทเลิฟซีนกับหนุ่ม แกงส้ม ธนทัต แบบถึงพริกถึงขิง ทำเอาพี่ชายทนไม่ไหว ต้องโพสต์ผ่านทวิตเตอร์ แบบหวงหนักมาก แต่ต้องเก็บอาการไว้รอเจอตัวน้องสาวทีเดียวเลย งานนี้สาวเชอรีนเลยต้องรีบถามแกงส้มว่า "บ้านมีบังเกอร์มั้ย?" เรียกว่าแซวกันขำๆ น่ารักน่าหยิกกันจริงๆ พี่น้องคู่นี้ ขอบคุณข้อมูลจาก @CherreenHvk @Khunnie0624

ขอออกโรงบ้าง! นีซ ตอกกลับ คาร์ร่า แบบขำๆ หลังน้าเอ๋อจ้องเล่นงานเกรียนโอ้ไม่หยุด
นีซ /  มาริโอ บาโลเตลลี่ / 

นีซ ต้นสังกัดใหม่ของ มาริโอ บาโลเตลลี่ ออกโรงปกป้องลูกทีมของตัวเองด้วยการหยอกกลับ เจมี่ คาร์ราเกอร์ อดีตปราการหลังทีมหงส์แดง บนทวิตเตอร์ทางการของสโมสร หลัง "ซูเปอร์มาริโอ้" โดนคาร์ร่าเล่นงานบนทวิตเตอร์อยู่บ่อยๆ ก่อนหน้านี้ ทั้งคาร์ราเกอร์และบาโลเตลลี่ต่างเปิดศึกใส่กันบนทวิตเตอร์ส่วนตัว โดยอดีตกองหลังลิเวอร์พูลเป็นฝ่ายเริ่มก่อนด้วยการวิจารณ์ศูนย์หน้าจอมเกรียนในแง่ลบมาโดยตลอด ล่าสุด คาร์ร่าตอบทวิตแฟนบอลคนหนึ่งว่า "ผมหวังว่าเขาจะไปได้ดีและคว้าบังลงดอร์ที่นีซ" หลังถูกแฟนบอลคนนั้นถามว่า "คิดอย่างไรกับบาโลเตลลี่?" เมื่อเห็นดังนั้น นีซก็เลยออกโรงทวีตตอกกลับคาร์ราเกอร์ว่า "เฮ้! @Carra23 ดูเหมือนนายจะเป็นแฟนตัวยงของซูเปอร์มาริโอ้นะ นายสามารถสั่งซื้อเสื้อของเขาได้ที่สโตร์ของสโมสร สู้ๆ @FinallyMario" นับเป็นการเรียกกระแสให้กับสโมสรได้เป็นอย่างดี

ชมหินยักษ์ทรงเหมือนปลาวาฬ ที่
unseen thailand /  ที่เที่ยวอันซีน / 

ก้อนหินอะไร มีลักษณะเหมือนปลาวาฬ ตัวใหญ่โต ยื่นออกมาจากภูเขา อยู่ที่ ภูสิงห์ จ.บึงกาฬ ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งอันซีน ที่สรรค์สร้างโดยธรรมชาติล้วนๆ ชมหินยักษ์ทรงเหมือนปลาวาฬ ที่ "หินสามวาฬ" ภูสิงห์ จ. บึงกาฬ หินสามวาฬ (Tree Rock Whale) ว่ากันว่ามีอายุกว่า 75 ล้านปี ลักษณะเป็นก้อนหินขนาดมหึมาวางเรียงกัน 3 ก้อน มองไกลหรือมองจากภาพถ่ายทางอากาศ มีรูปร่างคล้ายปลาวาฬ พ่อ แม่ ลูก กำลังว่ายน้ำกันอย่างสนุกสนาน จึงเรียกกันว่า”หินสามวาฬ” เป็นจุดชมวิวที่สวยงามโดดเด่น อยู่ด้านตะวันออกภูสิงห์ เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า สามารถยืนชมทัศนียภาพของป่าภูวัว ห้วยบังบาตร แก่งสะดอก หาดทรายแม่น้ำโขงและภูเขาเมืองปากกระดิ่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งเราสามารถเดินขึ้นไปยืนบนหินวาฬได้ แต่ต้องใช้ความระมัดระวังด้วย • ยืนที่หินก้อนกลาง จะสามารถถ่ายภาพ หินวาฬก้อนใหญ่ได้สวยงาม • ลักษณะหมือนวาฬตัวใหญ่มาก มีพื้นผิวที่มองจากรูปแล้วยิ่งคล้าย (ควรระมัดระวังในการยืน เพราะอาจลื่นพลาดตกลงมาได้) • เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า • ขับรถขึ้นไปได้แต่จอดรถบริเวณจุดชมวิวถ้ำฤาษี ซึ่งมีห้องน้ำและจุดกางเต็นท์บริการ การเดินทาง ขับรถมาจากตัวจังหวัดบึงกาฬประมาณ 24 กิโลเมตร ไปตามถนนเลียบแม่น้ำโขง (ถนนหลวงสาย 212) ทางจังหวัดนครพนม จะเจอทางเข้าภูสิงห์อยู่ทางขวามือ เลี้ยวรถขึ้นไป แล้วขับขึ้นไปประมาณ 6 กิโลเมตรก็จะเจอ จอดรถที่ลานกางเต็นท์ ถ้ำฤาษี จากนั้นเดินเท้าไปชมหินสามวาฬ (Tree Rock Whale) ประมาณ​200เมตร Drone Crash คุณ Trong Maneewattana แผนที่ หินสามวาฬ ภูสิงห์ จ. บึงกาฬ ข้อมูลจาก บึงกาฬดอทเน็ต, รูปภาพจาก Faraway Gallery

อ.คฑา เชิญชวนมา สวดคาถา โมรปริตร  เพื่อความแคล้วคลาด ปลอดภัย
คาถา /  สวดคาถา โมรปริตร / 

โมรปริตร  เพื่อความแคล้วคลาด ปลอดภัย อุเทตะยัญจักขุมา  เอกะราชา หะริสสะวัณโณ  ปะฐะวิปปะภาโส ตัง  ตัง  นะมัสสามิ  หะริสสะวัณณัง  ปะฐะวิปปะภาสัง ตะยัชชะ  คุตตา  วิหะเรมุ  ทิวะสัง เย  พราหมะณา  เวทะคุ  สัพพะธัมเม เต  เม  นะโม  เต  จะ  มัง  ปาละยันตุ นะมัตถุ  พุทธานัง  นะมัตถุ  โพธิยา นะโม  วิมุตตานัง  นะโม  วิมุตติยา อิมัง  โส  ปะริตตัง  กัตวา  โมโร  จะระติ  เอสะนาฯ อะเปตะยัญจักขุมา  เอกะราชา หะริสสะวัณโณ  ปะฐะวิปปะภาโส ตัง  ตัง  นะมัสสามิ  หะริสสะวัณณัง  ปะฐะวิปปะภาสัง ตะยัชชะ  คุตตา  วิหะเรมุ  รัตติง เย  พราหมะณา  เวทะคุ  สัพพะธัมเม เต  เม  นะโม  เต  จะ  มัง  ปาละยันตุ นะมัตถุ  พุทธานัง  นะมัตถุ  โพธิยา นะโม  วิมุตตานัง  นะโม  วิมุตติยา อิมัง  โส  ปะริตตัง  กัตวา  โมโร  วาสะมะกัปปะยีติฯ รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.MThai.com

ท็อป BIGBANG ร่วมสอบบรรจุเป็นตำรวจ - อาจเข้ากรมปีหน้า
Big Bang /  Bigbang / 

ท็อป แร๊ฟเปอร์หนุ่มของวง BIGBANG (บิ๊กแบง) ถูกจับตามองถึงกำหนดการเข้ากรมของเขาทันที หลังมีการเปิดเผยว่าเขาได้เข้าสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สื่อมวลชนเกาหลีได้เปิดเผยว่า ท็อป BIGBANG ได้ร่วมเข้าสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ณ กรมตำรวจแห่งชาติ ประเทศเกาหลีใต้ ในช่วงเช้าวานนี้(25 ต.ค.) โดยข่าวดังกล่าวได้รับการยืนยัน เมื่อพบว่ามีชื่อ ชเว ซึงฮยอน ซึ่งเป็นชื่อจริงของแร๊พเปอร์หนุ่มอยู่ในรายชื่อผู้เข้าสอบบนเวบไซต์ของกรมตำรวจแห่งชาติ หาก ท็อป ผ่านการคัดเลือกที่ทางกรมตำรวจจะประกาศผลในวันที่ 11 พฤศจิกายน เขาจะเข้ากรมในตำแหน่งข้าราชการตำรวจ เช่นเดียวกับที่ศิลปินไอดอล อย่าง ชีวอน, ทงเฮ Super Junior และ ชางมิน ดงบังชินกิ กำลังประจำการอยู่ในขณะนี้ อนึ่ง วง BIGBANG กำลังอยู่ในช่วงการเตรียมตัวเพื่อทำอัลบั้มใหม่ และมีกำหนดจะคัมแบ็คในเดือนพฤศจิกายนปีนี้. Embed from Getty Images Embed from Getty Images ข้อมูลจาก xportsnews และ eNEWSWORLD มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

โปรแกรมบอลวันนี้ วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน 2559
กระชับมิตรทีมชาติ /  บอลโลก 2018 รอบคัดเลือกโซนเอเชีย / 

โปรแกรมบอลวันนี้ วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน 2559 ผลบอล บอลโลก โซนอเมริกาใต้ เวลา 03:00 น. โบลิเวีย - เปรู เวลา 03:30 น. โคลอมเบีย - เวเนซูเอล่า เวลา 04:00 น. เอกวาดอร์ - บราซิล เวลา 06:30 น. อาร์เจนติน่า - อุรุกวัย เวลา 07:00 น. ปารากวัย - ขิลี ผลบอล บอลโลก 2018 รอบคัดเลือกโซนเอเชีย เวลา 17:30 น. ออสเตรเลีย - อิรัก เวลา 17:35 น. ญี่ปุ่น - อาหรับเอมิเรตส์ เวลา 18:00 น. เกาหลีใต้ - จีน เวลา 22:00 น. อุซเบกิสถาน - ซีเรีย เวลา 23:30 น. อิหร่าน - กาตาร์ เวลา 00:30 น. ซาอุดิอาระเบีย - ทีมชาติไทย ผลบอล กระชับมิตรทีมชาติ เวลา 19:00 น. ฮ่องกง - กัมพูชา เวลา 23:00 น. มัลดีฟส์ - บังกลาเทศ เวลา 23:15 น. บาห์เรน - สิงคโปร์ เวลา 01:45 น. เบลเยี่ยม - สเปน เวลา 01:45 น. เนเธอร์แลนด์ - กรีซ เวลา 01:45 น. โปรตุเกส - ยิบรอลตาร์ เวลา 02:00 น. อิตาลี - ฝรั่งเศส >> เช็คผลบอลสด ที่นี่ <<