บังยี

ฟินส์ เสนอ กม.ตั้งเขตปกครองตนเอง แก้ปัญหา
ความขัดแย้งในฟิลิปปินส์ /  ฟิลิปปินส์ / 

ฟิลิปปินส์ร่างกฏหมายเสนอจัดตั้งเขตปกครองตนเองของชาวมุสลิมในฟิลิปปินส์ ยุติความขัดแย้งในประเทศ เมื่อวันที่ 10 ก.ย. ที่ผ่านมาประธานาธิบดี เบนิโญ อากีโน แห่งฟิลิปปินส์ ได้นำร่างกฎหมาย ซึ่งเสนอให้มีการจัดตั้งเขตปกครองตนเองของชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมหรือชาวโมโรในแดนตากาล็อก(MILF) เข้าสู่รัฐสภาในวันนี้ (10 ก.ย.) ถือเป็นการยุติหนึ่งในกรณีความขัดแย้งที่ยาวนานและรุนแรงที่สุดของเอเชีย เขตปกครองดังกล่าวมีชื่อว่า "บังโซโมโร่" ครอบคลุม 5 จังหวัดในฟิลิปปินส์ สามารถใช้อำนาจสิทธิขาดในหลายด้านเช่น เกษตรกรรม การค้า การท่องเที่ยว และการศึกษา ทั้งนี้เขตปกครองดังกล่าว ยังได้รับเงินจัดสรรจากรัฐ ราว 389 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราวกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท สำหรับกองทุนพิเศษเพื่อการพัฒนาตนเองในขั้นแรก โดยข้อตกลงสันติภาพนี้ ทางรัฐสภาฟิลิปปินส์จะอนุมัติร่างกฎหมายฉบับนี้ก่อนสิ้นปีนี้ ให้ ผู้นำประเทศ มีเวลาตั้งรัฐบาลเขตปกครองตนเอง ก่อนที่เขาจะสิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งผู้นำ 6 ปี รวมถึงผู้นับถือศาสนาอิสลามที่อาศัยในเขตปกครองตนเองจะอยู่ภายใต้กฏหมาย กฎหมายชะรีอะฮ์ซึ่งถูกตั้งขึ้นมาทดแทนกฎหมายเดิมที่ใช้ก่อตั้งเขตปกครองตนเองมุสลิมมินดาเนา แต่ประสบความล้มเหลว และจะมีการเลือกตั้งผู้นำเขตขึ้นในปี 2559 ความขัดแย้งภายในประเทศที่ถือได้ว่าเป็นปัญหาที่ยิ่งใหญ่ และยาวนานปัญหาหนึ่งของเอเชีย และกินเวลามายาวนานกว่า 40 ปี อันเนื่องมากจากประชากรส่วนใหญ่ในประเทศนับถือศาสนาคริสต์ นิกาย โรมันคาทอลิค แต่ว่าทางการฟิลิปฟินส์และชนเผ่าโมโรจะตกลงยุติข้อพิพาทกันได้ ก็มีผู้เสียชีวิตจากสาเหตุความขัดแย้งดังกล่าวไปแล้วกว่าแสนรายแล้ว แต่อย่างไรก็ตามทางการฟิลิปปินส์ยังต้องประสบกับปัญหาอื่น อาธิเช่น กลุ่มแบ่งแยกดินแดนทางตอนใต้ไม่ต่ำกว่า 3 กลุ่ม ที่ยืนยันว่าจะต่อสู้เพื่อแบ่งแยกดินแดนเป็นอิสระจากฟิลิปปินส์ Mthai News ขอบคุณรายการ Night Time Report ทางช่อง mono29

คนมันใช่!บังยี ยกตำแหน่งกุนซือช้างศึกลุยซูซูกิคัพมอบ ซิโก้
ช้างศึก /  ซิโก้ / 

คนที่ใช่ ทำอะไรก็มันชอบ! ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ที่เตรียมลุยศึกเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 17 "อินชอนเกมส์" เตรียมนั่งแท่นกุนซือช้างศึก ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ อีกหน้าที่ ในการลุยศึกซูซูกิ คัพ 2014 ระหว่างวันที่ 22 พ.ย.-20 ธ.ค.57 จากการแต่งตั้งของ บังยี วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย บังยี วรวีร์ มะกูดี ยืนยันว่า ต่อหน้าสื่อมวลชนว่าจะยังให้ ซิโก้ คุมทีมชาติไทยต่อไปโดยพร้อมรอคำตอบหลังเสร็จสิ้นเอเชียนเกมส์ช่วงต้นเดือนตุลาคม พร้อมกับหยอดคำหวานว่าผมมอบหัวใจให้เขาตลอด ผมเข้าใจว่าเวลานี้เอเชียนเกมส์เป็นเรื่องเร่งด่วน และเกียรติศักดิ์ ต้องการมีสมาธิในรายการนี้ซึ่งเราต้องให้เวลาเขา เรายังพอมีเวลาหลังจบเอเชียนเกมส์ค่อยมาว่ากัน

ยังไม่จบ! บังยี เตรียมฟ้อง บิ๊กกร๊อง เรียกค่าเสียหายหลังชนะคดีในศาลโลก
นรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ /  นายกส.ลูกหนังไทย / 

ยังคงไม่จบลงง่ายๆ สำหรับเรื่องราวการฟ้องร้องกันระหว่าง บังยี วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ กับ บิ๊กกร๊อง วิรัช ชาญพานิชย์ อดีตผู้ท่าชิงเก้าอี้นายกส.ลูกหนังไทย ล่าสุด นรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นประธานฝ่ายกฏหมายของสมาคมฟุตบอลฯ ได้แถลงข่าวเตรียมฟ้องเรียกค่าเสียหายกับฝั่งของ บิ๊กกร๊อง วิรัช ชาญพานิชย์ หลังเป็นผู้ชนะคดีที่ศาลกีฬาโลก โดยหลังจากเมื่อวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา ศาลกีฬาโลกมีคำวินิจฉัยให้การเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยครั้งล่าสุดเป็นการเลือกตั้งที่สุจริต ยุติธรรม ปราศจากการโกงตามข้อกล่าวหา ผมในฐานะที่ได้รับมอบอำนาจจากคุณวรวีร์, คุณองอาจ และคุณสุปราณี ที่ถูกการใช้ข้อมูลพาดพิงจนก่อให้เกิดความเสียหาย ดูถูก ดูหมิ่นและเกลียดชังมาเป็นระยะเวลานาน ซึ่งผมจะได้ตั้งคณะกรรมการรวบรวมข้อเท็จจริงและดำเนินคดีเรียกค่าเสียหายจากฝั่ง คุณวิรัช รวมทั้งค่าชดเชยจากการที่ต้องใช้ต่อสู้คดีที่ศาลโลก ซึ่งตัวเลขที่ชัดเจนนั้นเราจะมีการประเมินอีกครั้ง

จ่าย20 บาทคงไม่มากไป เพื่อคุณตาคนขยัน
ข่าววันนี้ /  คุณตาคนขยัน / 

โลกออนไลน์ ชื่นชมคุณตาคนขยันอายุ 83 ปี  เดินขายน้ำใสเลี้ยงชีพ วันนี้(6ก.ย.) สมาชิกเฟซบุ๊คชื่อ Tookta Sabyjit ได้โพสต์ภาพและข้อความระบุว่า คุณตาที่อยู่ในภาพอายุ 83 ปี เดินเข็นรถขายน้ำแข็งใสมาจาก ลาดปลาเค้า ถึงสะพานใหม่ และเข็นเข้าตามซอกซอย คุณตาไม่มีลูกหลานไม่มีบ้านช่องไม่มีของตัวเอง เนื่องจากโดนโกงจากพี่น้องหมดปัจจุบันเช่าอยู่เดือนล่ะ 2200 อยู่กันสองคนตายาย ยายป่วยเป็นโรคกระดูกร้าว คุณตาต้องเข็นขายแบบนี้ทุกวันเพื่อค่าเช่าบ้าน และค่าหมอรักษาคุณยาย น้ำแข็งใส ราคา 20 บาท แกเดินขาย ร่มก็ไม่มี ฝนมาก็ต้องหลบ ที่ไม่มีร่มเพราะกลัวร่มบังรถใหญ่แล้วจะโดนด่า หากใครอยากช่วยเหลือคุณตาท่านอยู่ในซอยลาดปลาเค้า ซอย 15 หลังภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ผู้คนต่างชื่นชมคุณตาที่ไม่ย้อมแพ้ต่อโชคชะตาและต่อสู้กับอุปสรรคต่างๆ แม้ท่าจะอายุมากก็ยังทำมาหากินไม่เดือดร้อนใคร ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่จะให้ผู้อ่านมีกำลังใจในการสู้ต่อไม่ย้อท้อต่อโชคชะตาอย่างเช่นคุณตา MThai News ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก เฟซบุ๊ค Tookta Sabyjit

มาตามนัด! บังยีจัด #icebucketchallenge ตามคำท้า
บังยี /  #icebucketchallenge / 

มาตามนัด! บังยีจัด #icebucketchallenge ตามคำท้า

รัน สาวน้อยพลังจิต ซับไทย
สาวน้อยพลังจิต

รัน สาวน้อยพลังจิต เป็นรื่องราวของสาวน้อย อิโซซากิ รัน ผู้มีพลังเหนือธรรมชาติในการอ่านความคิดคนอื่น รวมถึงการบัง คับสิ่งของให้เคลื่อนที่ได้ (Telepathy) เธอได้ถูกผู้หญิงคนหนึ่ง รบกวนด้วยการสื่อสารทางจิต และคนๆนั้นก็คือ"นาฮะ มิโดริ " นักเรียนแลกเปลี่ยนที่อาศัยอยู่กับญาติ เพราะพ่อแม่ของเธอ ย้ายไปอยู่ที่ยุโรป เรื่องเกิดขึ้นในว้นแรกที่มิโดริเข้าเรียนห้อง เรียนกับรันเธอได้สื่อสารทางจิตกับรันและหมายจะทำร้าย "อายาเสะ รุย" นักเรียนชายเพื่อนร่วมชั้นที่รันชอบอยู่ รันไม่ พอใจอย่างมากจึงตอบโต้มิโดริกลับด้วยพลังเทเลพาธี ทันใด นั้นเอง!รุยก็เข้ามาหยุดพลังของรันด้วยมือเปล่า!? รันไม่พอใจ มิโดริอย่างมากที่ทำร้ายรุยจึงตบหน้ามิโดริไปหนึ่งฉาด!! มิโดริเจ็บใจและไม่ยอมเรื่องนี้โดยง่ายแน่ๆพลังเทเลพาธีคือ อะไรกันแน่? แล้วทำไมมิโดริจึงจ้องเล่นงานรัน? รุยก็มีพลัง เทเลพาธีด้วยหรือ?? เป็นอนิเมที่มีภาพสดใสแต่แฝงด้วยพลัง เหนือธรรมชาติที่น่าติดตามอีกเรื่องหนึ่ง Credit : http://www.sisterme.net/

จา พนม โพสต์! อาลัย พ่อเสียชีวิต
จา พนม ยีรัมย์ /  พ่อจา พนม เสียชีวิต / 

จา พนม เศร้า! ทราบข่าวการจากไปของพ่อ ทองดี ยีรัมย์ ขอบคุณกำลังใจ ลั่นจะเข้มแข็งและดำเนินชีวิตตามแนวทางที่พ่อจะต้องภูมิใจ... โดยหลังจากทาง ไมค์ ผู้จัดการส่วนตัวของพระเอกนักบู๊ชื่อดัง จา พนม ยีรัมย์ โพสต์ข้อความผ่านทางเฟสบุ๊คแฟนเพจ Tony Jaa Official โดยมีข้อความเป็นภาษาอังกฤษ ดังนี้ "In memory of Mr. Thongdee Yeerum father of TonyJaa. RIP.Our thoughts are with Tony Jaa and family.Mike" ซึ่งเป็นการแจ้งให้ทราบว่าทาง จา พนม ได้ทราบข่าวการจากไปของคุณพ่อและให้ร่วมไว้อาลัยไปแล้วนั้น ล่าสุดทางนักแสดงนักบู๊ จา พนม เองก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความไว้อาลัยต่อการสูญเสียพ่อบังเกิดเกล้า ผ่านทางเฟสบุ๊คแฟนเพจ Tony Jaa Official ของเขาด้วยเช่นกัน โดยมีเนื้อหา ดังนี้ "ตามที่ท่านทั้งหลายได้ทราบข่าวเรื่องการจากไปอย่างกระทันหันของคุณพ่อผม มันเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ ซึ่งผมเองก็ยังไม่อยากจะเชื่อว่าท่านได้จากไปจริงๆ ผมขอขอบคุณสำหรับทุกคำไว้อาลัยเเละกำลังใจที่มอบให้ผมในช่วงเวลาที่เศร้าโศรกนี้ พ่อเป็นผู้ให้ชีวิตผม เลี้ยงดูผมมาตั้งเเต่ครั้งเยาว์วัย ให้การสนับสนุนเเละผมอยากให้พ่อรู้ว่าพ่อจะอยู่ในใจผมไปตลอดจนกว่าชีวิตผมจะหาไม่ครับ ทุกคนในโลกนี้ล้วนต้องเผชิญกับความสูญเสียเเละโศกเศร้าด้วยกันทั้งนั้นเเละผมก็เช่นกัน ผมจะต้องเข้มเเข็งเเละจะดำเนินชีวิตต่อไปในเเนวทางที่ผมเชื่อว่าพ่อจะต้องภูมิใจ จาพนม" โดยขณะนี้ญาติๆ ของได้เคลื่อนศพของคุณพ่อ ทองดี ยีรัมย์ ไปตั้งบำเพ็ญกุศลไว้ที่บ้านเกิด หรือบ้านโคกสูง ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ เรียบร้อยแล้ว ไมค์ ผจก.จา พนม โพสต์ จา พนม โพสต์ ไว้อาลัยพ่อเสียชีวิต จา พนม โพสต์ ไว้อาลัยพ่อเสียชีวิต จา พนม ไว้อาลัยพ่อเสียชีวิต จา พนม ไว้อาลัยพ่อเสียชีวิต จา พนม ไว้อาลัยพ่อเสียชีวิต

ร้องเพลงรอ!บังยี เลื่อนจัดบอล คิงส์คัพ ไปปีหน้า
คิงส์คัพ /  ถ้วยอันศักดิ์สิทธิ์ของประเทศไทย / 

บังยี วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ ชี้ไม่มีช่องว่างพอในปีนี้ให้จัดฟุตบอลคิงส์คัพ ครั้งที่ 43 จะโยกไปจัดเดือน ม.ค.58 เป็นที่แน่นอนแล้วว่าการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์คัพ ครั้งที่ 43 ซึ่งเป็นถ้วยอันศักดิ์สิทธิ์ของประเทศไทย ถูกจัดขึ้นทุกปีโดย สมาคมฟุตบอล ทว่าปีนี้เดิมทีจะมีการจัดในช่วงเดือนพ.ย.57 ล่าสุด “บังยี” วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องน่าเสียดายว่า โปรแกรมฟุตบอลลีกแน่นขนัด ทำให้ไม่สามารถจัดการแข่งขันในปีนี้ได้ ปีนี้ทีมจากชาติต่างๆ ไม่สามารถมาแข่ง คิงส์คัพ ด้วยได้ เพราะไม่ใช่ช่วง ฟีฟ่าเดย์ อย่างไรก็ตามเราจะยกไปจัดในเดือน มกราคม 2558 ซึ่งจะมีการแถลงข่าวอีกครั้งว่าจะมีทีมใดบ้าง ทั้งนี้ต้องขอความร่วมมือสโมสรต่างๆ ปล่อยตัวนักเตะมารับใช้ ทีมชาติไทย เนื่องจากช่วงดังกล่าวจะเป็นการฝึกซ้อมช่วงปรีซีซั่นก่อนฤดูกาลใหม่จะเปิด "นายใหญ่ลูกหนังไทย" กล่าวทิ้งท้าย

รวบผัววิตถาร บังคับเมียท้องมีเซ็กส์กับลูกจ้าง
ข่าว /  ข่าวต่างประเทศ / 

ตำรวจมาเลเซียบุกเข้ารวบตัวสามีวิตถาร บังคับให้ภรรยาตัวเองที่ท้องแก่มีเซ็กส์กับลูกจ้างต่างด้าวให้ดู สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ตำรวจในเขตทามัน ดายา เคพง ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ได้บุกเข้าจับกุมสามีหนุ่มใหญ่วัย 34 ปีที่บ้านของเขาเอง พร้อมด้วยลูกจ้างต่างด้าว ชาวบังคลาเทศ และตั้งข้อหาร่วมกันข่มขืนกระทำชำเรา โดยเรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากหญิงสาวท้องแก่รายหนึ่ง ซึ่งถูกสามีของเธอบังคับให้มีเพศสัมพันธ์กับลูกจ้างต่างด้าวชาวบังคลาเทศ ในขณะที่เธอใกล้จะคลอด เหยื่อเคราะห์ร้ายรายนี้ เปิดเผยว่า ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอถูกบังคับให้มีเพศสัมพันธ์กับลูกจ้างของสามี แต่เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้มาแล้ว 2-3 ครั้ง โดยเมื่อเธอตั้งครรภ์ได้ 7 เดือน เธอถูกสามีบังคับให้มีเพศสัมพันธ์กับลูกจ้างให้เขาดู จากนั้นเขาจึงมีเพศสัมพันธ์กับเธออีกครั้ง ในวันเกิดเหตุเธอได้รับโทรศัพท์จากสามีว่า เขากำลังกลับบ้านพร้อมกับบอกว่าจะบังคับให้เธอมีเพศสัมพันธ์กับลูกจ้างต่างด้าว ทำให้หญิงสาวหลบหนีออกมาขอความช่วยเหลือจากตำรวจของเขตกอมบัค ในเมืองดังกล่าว ทั้งนี้ ประเทศมาเลเซียถือว่าเป็นประเทศหนึ่งที่มีการลงโทษในคดีข่มขืนที่หนักมาก งานนี้สงสัยสามีวิตถารมีหวังไม่ตายก็คงไม่ได้เห็เดือนเห็นตะวันอีกนาน... MThai News

Lucy : เธอสวยและร้าย กว่าที่คุณคาดคิด
Leon /  Luc Beeson / 

เข้าฉายกันแล้ว สำหรับหนังที่เรียกได้ว่าเป็นม้ามืดแห่งปี ทั้งในแง่ของคำวิจารณ์ และ รายได้ สำหรับ Lucy ผลงานบู๊เรื่องล่าสุดของ สการ์เล็ตต์ โจแฮนสัน ที่ฉายเดี่ยวมาเป็นหญิงแกร่ง ซึ่งนอกจากมันจะนำเงินในระดับเกินร้อยล้านเหรียญ ยังได้คำวิจารณ์ที่ออกมาในแง่ที่ทั้งชื่นชมว่าหนังสร้างสรรค์ แต่ในขณะเดียวกันก็หลายคนที่ตั้งรับไม่ถูกอีกด้วย สการ์เล็ต โจแฮนสัน รับบทเป็น ลูซี่ หญิงสาวที่เข้าไปพัวพันกับวงจรมืดโดยบังเอ­ิญ และถูกยัดสารเคมีใส่ในร่างกาย เหตุการณ์พลิกผัน เมื่อสารเคมีนั้นมีปฏิกริยาต่อร่างกาย ทำให้เธอมีพลังพิเศษ และเปลี่ยนให้เธอเป็นนักฆ่าผู้ไร้ความปราน­ีเกินกว่าจะหาเหตุผลมาอธิบาย เมื่อเธอกลับมาแก้แค้นเหล่ามาเฟียที่เคยลักพาตัวเธอไปนั่นเอง หนังเป็นผลงานการกำกับของ ลุค เบซอง ผกก.ชาวฝรั่งเศส ที่วันวานเคยเป็นเจ้าพ่อหนังบู๊แนวสายลับ และ ความล้ำในสไตล์ไซไฟมาก่อน แต่น่าเสียดายที่ช่วงหลังชื่อเสียงของเขาจากการเลือกโปรดิวซ์หนัง และ การพยายามกำกับในแนวที่ไม่ใช่นั่นเริ่มมีให้เห็นกันเป็นพอสมควร จึงทำให้ไม่แปลกที่ก่อนจะดู Lucy ผมนั่นค่อนข้างตั้งความหวังกับมันน้อยมาก... แต่หลังจากที่ดูจบต้องขอบอกเลยว่า นี่เป็นอีกหนึ่งหนังซัมเมอร์ที่จัดได้ว่า เซอร์ไพรส์ ค่อนข้างมากทีเดียว เพราะไม่คิดว่าเอาเข้าจริงๆแล้วหนังมันจะมาแบบนี้ได้เลย กับการผสมผสานเรื่องของความเป็นแอ็คชั่น และวิธีการถกเถียงหลักการวิทยาศาตร์อย่างสนุกได้แบบมันส์มือ ซึ่งสิ่งที่โดนใจที่สุดของ Lucy จะแบ่งออกได้เป็น 2 ครึ่ง นั่นคือในครึ่งแรก ที่ชอบมากคือสไตล์การตัดต่อของ ลุค เบซอง ที่ลองตัดต่อในสไตล์ของวิดีโอสะกดจิต ที่จะทำหน้าที่คอยฉายภาพความสงบสุขให้คนดู ตัดสลับไปกับภาพที่แสดงให้เห็นถึงความโหดร้าย เพื่อเล่นถึงการรับรู้ของ สมอง ที่เรามีต่อสถานการณ์ต่างๆนั่นเอง โดยถึงแม้ว่าจะชอบในสไตล์นี้มากแค่ไหน ก็ดูเหมือน ลุค เบซอง จะรู้ว่าเขาไม่มีทางที่จะตัดต่อหนังออกมาเป็นแบบนี้ทั้งเรื่องได้แน่ๆ (เพราะไม่งั้นสตูดิโอ และ คนดูที่ไม่เก็ทคงด่าตาย) ว่าแล้วครึ่งแรกหนังมันจึงหลีกหนีด้วยการหยิบเอาหลักการ์วิทยาศาสตร์แบบโมเม มาพูดถึง ซึ่งแน่นอนครับว่าหลักการของ หนัง แท้จริงแล้วมันค่อนข้างมั่วมาตั้งแต่การที่บอกว่า สมองคนเราสามารถใช้ได้เพียง 10% แล้ว แต่กระนั่นไอการหยิบเรื่องเหล่านี้มาผูกเข้ากับทั้งเรื่องของ กาลเวลา และ ชีวิต ในแบบที่เข้าใจง่าย และ ดูสนุก ก็นับได้ว่า สอบผ่าน และปล่อยหมัดหนักให้คนดูได้เหวอกันอย่างไม่ต้องสงสัยเลยทีเดียว โดยแน่นอนครับว่าไม่ได้มีใครหวังว่า Lucy มันจะออกมาในแนวหนังโม้ๆ หรือมาแสดงออกถึงความรู้วิทยาศาสตร์ให้หนักหัวเช่นนี้หรอก เพราะเชื่อว่าใครหลายคนกะจะเข้ามาดูเอามันส์อยู่แล้ว ซึ่งในส่วนนั้น ลุค เบซอง ก็จัดเต็มในสไตล์ลายเส้นของตนเองได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง แต่นอกจากความมันส์แล้ว ถ้าหากคุณสามารถรรับการอิมแพคในช่วง 15 นาทีสุดท้ายได้ ผมเชื่อว่า Lucy น่าจะเป็นหนังที่เข้าไปอยู่ในใจคุณได้อย่างไม่ยาก ถึงแม้ภายในเวลา 90 นาที และทฤษฏีต่างๆของหนัง มันจะอธิบายไม่หมดก็ตามครับ สการ์เล็ตต์ โจแฮนสัน กับการรับบทนำของเธอในหนังพะบู๊เรื่องนี้ ต่างจากการรับบท เอเลี่ยน สาวในต้นปีจาก Under the Skin อย่างสิ้นเชิง เพราะเรื่องนี้เธอต้องเล่นเป็นมนุษย์ธรรมดาที่ไร้หนทางสู้ ถึงแม้ในช่วงเวลาที่เธอจะมีพลังพิเศษ แต่จิตใจของเธอยังคงกระอักกระอ่วน ซึ่งในจุดนี้ สการ์เล็ตต์ สามารถรักษาความเป็นคาแรกเตอร์ สวยพิฆาต ของเธอได้อย่างดีเยี่ยม และคงเป็นหนังที่ตอกย้ำทางด้านฝีมือการแสดงได้ไม่มากก็น้อย รวมถึงช็อตที่แสดงให้เห็นถึงแววตา และ ท่าทางอันสวยและร้ายของเธอเป็นต้น เช่นเดียวกับทีมนักแสดงรายอื่นอย่าง มอร์แกน ฟรีแมน ที่เข้ามาช่วยเสริมความเป็นเข้มข้นให้ตัวหนัง และรวมถึง ชอยมินซิก พระเอกหนุ่มจาก Oldboy ต้นฉบับ ที่ไม่ได้เห็นหน้าค่าตากันมานาน แต่ยังแสดงได้โหดดิบเช่นเคย เรื่องนี้ผมให้ 8/10 ครับ

พ่อจาพนม เสียชีวิตแล้ว ผจก.โพสต์ข้อความเสียใจ
จา พนม /  จา พนม ยีรัมย์ / 

พ่อจาพนม เสียชีวิตแล้ว ผจก.โพสต์ข้อความเสียใจ  วันนี้(22 ส.ค.) เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมาที่แฟนเพจของโทนี่ จา หรือ จา พนม ยีรัมย์ นักแสดงชื่อดังของเมืองไทยได้ มีการโพสต์ข้อความจากผู้จัดการส่วนตัวของจา พนมเผยว่า นายทองดี ยีรัมย์ พ่อของจาพนม เสียชีวิตแล้ว โดยระบุว่า "...I am Tony Jaa's manager. Tony just received the very sad news that his father passed away unexpectedly this morning. I hope you will join me in expressing our heart felt sympathy to Tony and his family in this sad and difficult time จาได้รับข่าวร้ายว่าคุณพ่อของเค้าเสียชีวิตกะทันหันเช้าวันนี้ และหวังว่าทุกคนจะให้กำลังใจ จา และครอบครัวผ่านช่วงเวลาแย่ๆ นี้ไปได้ ..." โดยก่อนหน้านี้ จาพนม มีปัญหากับครอบครัวทางพ่อ และไม่เคยติดต่อมาหาพ่อกับแม่ จนกลายเป็นข่าวคึกโครม ทำให้ นายทองดีออกตามหาและขอให้ลูกกลับบ้าน จนกระทั่งพ่อล้มป่วยประกอบกับทางครอบครัวเชื่อว่าอาการป่วยดังกล่าวเกิดจากการกระทำผิดปะกำช้าง และเกิดจากที่ จา พนม นั้นไม่มากราบไหว้บรรพบุรุษ จึงทำให้มีอันเป็นไปต่างๆ นาๆ ข่าวที่เกี่ยวข้อง จา พนม และ ดอล์ฟ ลันเกรน บู๊เดือดล่าสืบสวน ในตย.แรกจาก Skin Trade ปล่อยตัวอย่างออกมาแล้ว กับผลงานหนังโกอินเตอร์อีกเรื่องของ จา พนม ที่ประกบกับ ดอล์ฟ ลันเกรน ในหนังแนวสืบสวน แอ็คชั่น ที่ยังโชว์ฝีม้ายลายมือในการกำกับคิวบู๊ และปล่อยให้พี่จาได้โชว์ของ จีจ้าจับมือแฝดและจาพนม ระดมอัด มาริส ไฟท์เตอร์ระดับพระกาฬ!! ระดมฉากแอ็คชั่นมันส์ต่อเนื่องในรูปแบบนันสต็อป ไม่ให้หยุดหายใจ ให้สมกับเป็นหนังแอ็คชั่นฟอร์มยักษ์ที่ทุกคนรอคอยกับ “ต้มยำกุ้ง 2-3D” ต้มยำกุ้ง 2 : เผ็ดจ้านจนกินไม่ไหว ต้องยอมรับเลยว่าส่วนตัวค่อนข้างตื่นเต้นตอนที่เห็นทาง สหมงคล ได้ประกาศสร้าง ต้มยำกุ้ง 2 เพราะส่วนตัวเป็นแฟนพันธุ์แท้ของหนังคุณ ปรัญชา และชื่นชอบในภาคแรกมากพอสมควร ถึงแม้ว่าตัวบทหนังจะจบลงแค่เพียงในเรื่องเดียวแล้วก็ตาม MThai News

จา พนม พร้อมบอดี้การ์ดนับสิบ กราบศพพ่อที่สุรินทร์แล้ว
ข่าวจาพนม /  จา พนม / 

นักแสดงนักบู๊ ชื่อดัง 'จา พนม' โผล่กราบศพพ่อที่ จ.สุรินทร์แล้ว ท่ามกลางบอดี้การ์ดนับสิบ อยู่ร่วมงานเพียง 10 นาทีเท่านั้นก่อนรีบเดินทางกลับ ที่ บ้านเอราวัณ บ้านเลขที่ 88 หมู่ 8 บ้านโคกสูง ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ นายพนม ยีรัมย์ นักแสดงชื่อดังภาพยนตร์ องค์บาก และต้มย่ำกุ้ง และภาพยนตร์ต่างประเทศ ได้เดินทางมาบ้าน เพื่อกราบไหว้ศพคุณพ่อทองดี ยีรัมย์ อายุ 69 ปี ด้วยรถตู้แวนโตโยต้าสีขาว ทะเบียน ฌผ 3445 กรุงเทพมหานคร โดยมีตำรวจนอกแบบ และบอร์ดี้การ์ดกว่า 10 นาย ดูแลอย่างใกล้ชิด ก่อนเดินเข้าไปในบ้าน กราบแม่ มีพี่ชาย น้องสาวรอ อยู่พร้อมสวมกอด และบอก จาพนม ว่า ทำไม หายหน้า หายตาไปไหน ไม่กลับมาบ้านเหมือนเดิม จาพนม ก็ไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่มีสีหน้าเศร้าหมอง จุดธูปให้ไหว้ศพพ่อ และนั่งอธิษฐานจิตกว่าสองนาที จากนั้นถอดเอาผ้าสบงผืนเล็กจากเอวมาประกอบมือพนม ไหว้ศพพ่ออฐิษฐานจิตระลึกถึงพ่อ ก่อนร่วมนั่งฟังพระสวดอภิธรรม ได้ประมาณห้านาที ก็วิ่งออกจากงานศพไปขึ้นรถยนต์ที่จอดรออยู่นอกบ้าน มีบอร์ดี้การ์ดวิ่งตาม ซึ่งในรถมีเมียและลูกอยู่ในรถ จากนั้นรถก็ออกไปทันที  

FIFAอีกแล้ว! บังยี ชี้แบน คาร์เมโล่ กฎบ่งชัดเป็นเรื่องในองค์กรพร้อมชี้แจงศาล
คาร์เมโล่ /  คาร์เมโล่ กอนซาเลซ / 

บังยี วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมขึ้นชี้แจ้งต่อศาลปกครอง กรณีแบน คาร์เมโล่ กอนซาเลซ ทั้งฤดูกาล หลังจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ฟ้องร้องเรีย 20 ล้านบาท ต่อ 5 จำเลย อีกทั้งยังให้คุมครอง คาร์เมโล่ กอนซาเลซ ด้วย โดย บังยี เปิดเผยว่า สมาคมฟุตบอล แบน คาร์เมโล่ กอนซาเลซ เป็นคำตัดสินที่ถูกต้องสมเหตุสมผล ผมไม่เข้าใจว่านักเตะกระทำผิดในสนาม สังคมจะไม่ให้มีการลงโทษกันหรืออย่างไร ตามระเบียบสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) หรือสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) มีข้อบังคับในการลงโทษไว้อย่างชัดเจน "ถ้าหากศาลสั่งคุ้มครองชั่วคราว คาร์เมโล่ ให้กลับมาลงสนามได้ สมาคมก็พร้อมปฏิบัติตาม เพราะไม่อยากไปก้าวล่วง แต่ต้องขอย้ำว่าได้ทำตามกฎระเบียบข้อบังคับที่มีอยู่ และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คาร์เมโล่ แสดงพฤติกรรมที่จะเข้าทำร้ายผู้ตัดสิน และก้าวร้าวต่อหน้าสาธารณชน" ทั้งนี้ บังยี ยังเปิดเผยว่า ฟีฟ่า และเอเอฟซี ระบุชัดเจนว่าการลงโทษนักเตะที่กระทำผิดต้องเป็นเรื่องภายในองค์กร สมาคมฟุตบอลของประเทศนั้นๆ และระบุอีกว่าไม่สามารถนำเรื่องการลงโทษไปฟ้องร้องต่อศาลได้ ซึ่งก็เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้ว จากนี้ก็ต้องมาพิจารณากันต่อไปว่า บุรีรัมย์ ละเมิดข้อบังคับ หรือธรรมนูญที่กำหนดไว้หรือไม่

ละครคีตโลกา , เรื่องย่อคีตโลกา
นิว วงศกร /  กรีน อัษฏาพร / 

บทประพันธ์ : รอมแพงบทโทรทัศน์ : แกมบรรจงออกอากาศ : ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.30 น. ทางช่อง 7 สี อัญมา คุณหนูแสนสวย ไฮโซ ที่สมบูรณ์พร้อมไปทุกสิ่งในชีวิต ต้องมาพบความผิดหวังแสนสาหัสที่สุดจนทำให้เธอคิดสั้นไปชั่ววูบ แต่เมื่อเธอคิดได้จะล้มเลิกความตั้งใจกลับเกิดอุบัติเหตุที่นำพาเธอไปยังอีกโลกหนึ่งที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ที่โลกใบนั้น เธอต้องกลายเป็น ไอ้อัญ เด็กติดยาในสลัมที่พัวพันกับขบวนการค้ายาเสพติด แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปกับชีวิตที่บิดเบี้ยวบนโลกคู่ขนานใบนี้!ร้อยตำรวจเอก ภควัต ตำรวจหนุ่มไฟแรงที่ได้รับมอบหมายให้ปราบปรามยาเสพติด เขาอาศัยอยู่กับลุงที่เป็นรัฐมนตรี และคุณหญิงวรจันทร์ ป้าแท้ๆ ของเขาซึ่งรับดูแลหลังเกิดเหตุการณ์โหดร้ายกับครอบครัวของภควัตตั้งแต่เขายังเล็ก จากแก๊งค้ายาที่มาล้างแค้นครอบครัวของเขาด้วยการตามฆ่ายกครัว ภควัตรอดมาได้เพราะมีชายหนุ่มพลเมืองดีเข้าช่วย แต่เขาคนนั้นกลับต้องมาถูกฆ่าตายเสียเอง คุณหนูอัญมา ลูกสาวคนเดียวของ คุณอรรณพ และ คุณภรณี เศรษฐีผู้ดีเก่าแถวสุขุมวิท กำลังแต่งองค์ทรงเครื่องให้ดูสวยเด่นที่สุดในงานหมั้นของ สุคนธรส เพื่อนสาวคนสนิทที่เหมือนจะชิงดีชิงเด่นกันเสมอ แต่อัญมากลับไปค้นพบความจริงว่าเธอไม่ใช่ลูกที่แท้จริงของบ้านนี้ แต่เป็นเด็กที่ถูกนำมาทิ้งไว้หน้าคฤหาสน์แห่งนี้เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน เธอทั้งรู้สึกอดสูและโศกเศร้าจึงรีบไปหา จิรายุ แฟนหนุ่มที่บริษัท แต่กลับต้องรู้ความจริงว่าจิรายุ มีความสัมพันธ์กับ อนุรุท เลขาหนุ่ม และเขาหลอกลวงเธอมาตลอด อัญมาเสียใจในความโง่และหยิ่งผยองของตัวเอง ด้วยอารมณ์ชั่ววูบทำให้เธอเหนี่ยวตัวขึ้นไปบนราวสะพาน แต่เสี้ยวนาทีต่อมาเธอกลับคิดได้ แต่เหมือนโชคชะตาไม่เป็นใจ เกิดมีเหตุให้อัญมากลับเสียหลักลอยละลิ่วดำดิ่งลงสู่ผืนน้ำ แต่เมื่อฟื้นคืนสติ อัญมากลับต้องตกใจเมื่อร่างกายที่เคยสวยงามของเธอกลับกลายเป็นผอมเกร็งดูขี้โรค มือเรียวสวยกลายเป็นกระดำกระด่าง บางนิ้วคล้ายถูกไฟเผาเป็นรอยด้าน แต่ใบหน้านั้นมันคือเธอชัดๆ อัญมากรีดร้องเมื่อรับรู้ว่าเธอเปลี่ยนไปและชีวิตนี้ไม่สามารถรับตัวเองได้ อีกทั้งคนมากมายทั้ง จ่าเดช นางอุบล และจริยา ที่เหมือนรู้จักเธอในร่างนี้ดีกลับเรียกเธอว่า ไอ้อัญ เธอปฏิเสธหัวชนฝาว่าบ้านเธอคือคฤหาสน์ในซอยสุขุมวิท ไม่ใช่ในสลัมแห่งนี้ แต่ทุกคนกลับยืนยันว่าเธออยู่ที่นี่ตั้งแต่เกิด นางอุบล หญิงที่แสดงตัวว่าเป็นแม่ของเธอเอื้อมมือมาจับ แต่เธอกลับสะบัดออกอย่างไม่ใยดี จนอุบลชะงักเพราะไม่ว่าจะไปก่อเรื่องที่ไหนแต่ไอ้อัญก็ไม่เคยก้าวร้าวกับแม่ นอกจากนั้นเธอยังต้องเจอกับ สัญชัย พ่อเลี้ยงที่วันๆ เอาแต่เมาเหล้า จ้องมองเธอตาเป็นมันหวังทำมิดีมิร้าย แต่ที่เลวร้ายที่สุดคืออาการอยากบางอย่างที่เธอไม่รู้ว่าคืออะไร จริยา เห็นอาการนั้นรีบพาเธอเข้าไปในห้องน้ำเปิดฝักบัวรดตัวและกดบ่าไม่ให้ดิ้น อัญมา รับรู้ว่าเธอกลายเป็น ไอ้อัญ เด็กสลัมที่มีชีวิตรันทดทั้งยังติดยาขั้นรุนแรง ยิ่งทำให้ยากที่เธอจะรับสิ่งเลวร้ายมากมายหลายเรื่องที่ประดังเข้ามาพร้อมๆ กันไหว อัญมามั่นใจว่าโลกนี้มีหลายอย่างเหมือนโลกที่เธอเคยอยู่ เธอมาได้ก็ต้องกลับได้ด้วยวิธีเดียวกันจึงกระโดดน้ำอีกครั้งแต่ไม่สำเร็จ เธอจึงพิสูจน์ให้ ภควัต นายตำรวจปราบปรามยาเสพติด ที่เป็นคนช่วยชีวิต ไอ้อัญ จากการจมน้ำ คนที่ดูเหมือนจะเป็นที่พึ่งพาให้เธอได้มากที่สุดในโลกใบนี้เชื่อว่าเธอไม่ใช่ ไอ้อัญ ด้วยการพูดภาษาอังกฤษไฟแล่บ ทั้งที่ไอ้อัญเรียนไม่จบ ม.3 ด้วยซ้ำ ภควัต จึงเริ่มเชื่อ เมื่อทำใจได้อัญมาจึงเริ่มเปลี่ยนตัวเอง พยายามเลิกยาเสพติดให้ได้ วางแผนชีวิตเรียนหนังสือเพื่อให้ได้คุณวุฒิเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น โดยได้รับความช่วยเหลือจากภควัตที่มักคอยอยู่เคียงข้างเธอเสมอและเธอยังพบความจริงว่า อุบล คือแม่แท้ๆ ที่เอาเธอไปทิ้งไว้หน้าบ้านเศรษฐีเพราะอยากให้มีชีวิตที่ดีและสุขสบาย แต่ในโลกคู่ขนานใบนี้อุบลเปลี่ยนใจและเอาเธอกลับมาเลี้ยงดูจนเติบโตเป็นไอ้อัญ ทำให้เธอซึ้งใจในความรักของแม่ และแปรเปลี่ยนความคิดชิงชังว่าถูกทอดทิ้งไปอย่างสิ้นเชิง และโลกใบนี้เธอกลับมีแม่ที่เธอต้องเป็นห่วงและเลี้ยงดู ภควัต เสนอให้ อัญมา หรือ ไอ้อัญ เป็นสายให้ตำรวจเพื่อทลายแก๊งค้ายารายใหญ่ของ นายวินิจ หรือ พี่บัง กับ อธิคม ลูกชายที่เพิ่งออกจากคุก ไอ้อัญ ต้องแสดงความสามารถและไหวพริบต่างๆ เพื่อให้อธิคมเชื่อใจและรับเธอเป็นมือขวาเพื่อที่เธอจะเข้าถึงข้อมูลของพวกมันมากขึ้น อธิคมยอมรับในฝีมือไอ้อัญแถมยังเกิดความรู้สึกแปลกอย่างบอกไม่ถูกกับเธอ ทั้งที่รูปร่างของเธอทั้งผอมแห้งและไม่มีความสวยงามเลย ส่วนภควัตปลอมตัวเข้ามาเป็นพ่อค้าพระเครื่องแฟนของไอ้อัญ ทำให้อธิคมเกิดอาการหึงหวง ในเวลาเดียวกัน นายวินิจจัดงานเลี้ยงใหญ่ขึ้นเพื่อนัดหมายส่งยา ทำให้ไอ้อัญรู้ว่า เสี่ยใหญ่ ผู้ทรงอิทธิพล ฉากหน้าเป็นพ่อพระแต่เบื้องหลังเป็นหัวหน้าขบวนการทั้งหมด และรู้ดีว่าแค่เธอและภควัตไม่มีทางจัดการได้สำเร็จแน่นอน การขนยาล็อตใหญ่เกือบล้มเหลว อธิคมเริ่มสงสัยว่าเกลือเป็นหนอน แต่ไอ้อัญก็แก้ปัญหาจนรอดพ้นการเป็นผู้ต้องสงสัยไปได้ แต่นายวินิจไม่คิดอย่างนั้นจึงจับตาดูความเคลื่อนไหวของไอ้อัญทุกฝีก้าว ภควัต พาไอ้อัญมาหลบที่บ้านของตน ท่ามกลางความไม่ชอบใจของ ขวัญอนงค์ ลูกสาวของคุณหญิงวรจันทร์ผู้เป็นป้า ที่เห็นอาการอยากยาของไอ้อัญเข้า แต่ที่นี่ทำให้อัญมาค้นพบความจริงว่าพ่อของเธอคือพลเมืองดีที่เข้าช่วยภควัตให้รอดชีวิตจากการฆ่ายกครัวแต่กลับต้องมาตายซะเอง ขณะเดียวกันนั้น นายวินิจ และอธิคมแน่ใจว่า ไอ้อัญเป็นสายให้ตำรวจ ยิ่งรักมากยิ่งแค้นมากจึงแก้แค้นด้วยการสั่งเก็บอุบลพร้อมเผาชุมชนให้เกลี้ยง เธอเสียใจมากที่เป็นสาเหตุให้แม่แท้ๆ ต้องตาย พร้อมกับหนีสายตารังเกียจของคุณหญิงป้าจึงตัดสินใจหนีออกมาและทำแผนกลับเข้าไปหาอธิคมอีกครั้งเพื่อหวังแก้แค้นให้แม่ แต่ในระหว่างนั้นอธิคม และนายวินิจถูกตำรวจตามล่าจนวิ่งหนีมาจนมุมที่บ่อน้ำครำ นายวินิจสั่งให้ไอ้อัญกระโดดลงไปเพื่อหนี แต่จังหวะนั้นเธอกลับหันกระบอกปืนแล้วยิงเข้าใส่นายวินิจแบบไม่ยั้ง ก่อนจะหันปืนไปที่อธิคมแต่เขาหลบได้ เธอจึงวิ่งหนีกระโดดลงไปในแม่น้ำที่เคยคิดฆ่าตัวตาย แต่เมื่อฟื้นขึ้นมาอีกครั้งเธอกลับกลายเป็น อัญมา ที่มีคุณอรรณพ คุณภรณี พ่อแม่มหาเศรษฐีคนเดิมของเธอเฝ้ารอคอยเธอฟื้นกลับมาตั้งแต่วันที่เธอตกน้ำ เธอจะทำเช่นใดกับโชคชะตาที่เล่นตลกเช่นนี้ ในเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างทำให้เธอไม่ใช่คุณหนูอัญมาคนเดิมที่มีนิสัยเย่อหยิ่ง ดูถูกคนอีกต่อไป และความรักของเธอกับภควัตที่ก่อตัวขึ้นในขณะที่เธอเป็นไอ้อัญจะดำเนินต่อไปได้หรือไม่ เช่นไร และจะไปพบจุดจบแบบไหน เธอจะทำอย่างไรกับทุกสิ่งที่เป็นไป และบทสรุปของเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นเช่นไร ติดตามในละคร “คีตโลกา” ทางช่อง 7 สี รายชื่อนักแสดง วงศกร ปรมัตถากร (นิว) รับบท ร้อยตำรวจเอกภควัตอัษฎาพร สิริวัฒน์ธนกุล (กรีน) รับบท อัญมา / ไอ้อัญลิขิต บุตรพรม (บิ๊กเอ็ม) รับบท อธิคมอรลีฬห์ โสตถิวันวงศ์ (กีฟ) รับบท สุคนธรสจินตัย อันติมานนท์ รับบท พันตำรวจโทกฤษณ์ภูธฤทธิ์ พรหมบันดาล รับบท นายวินิจ / พี่บังปิยะดา เพ็ญจินดา รับบท อุบลวิวัฒน์ ผสมทรัพย์ รับบท อรรณพรัชนี ศิระเลิศ รับบท ภรณี ดวงดาว จารุจินดา รับบท คุณหญิงวรจันทร์วสันต์ โพธิพิมพานนท์ รับบท รัฐมนตรีอภิกานต์

คืนความสุขให้แฟนบอล!ส่งหมื่นรายชื่อร้องคสช.ปลด บังยี พ้นตำแหน่งส.ลูกหนังไทย
ชลบุรี เอฟซี /  บังยี / 

“บังยี” วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยงานเข้าอีกแล้วเมื่อ กลุ่มปลดแอกบอลไทย ได้รำรายชื่อ 1 หมื่นรายชื่อไปร้องเรียนให้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) จัดการถอดถอน บังยี ออกจากตำแหน่ง นายกส.ลูกหนังไทยที่ ทำเนียบรัฐบาล โดยกลุ่มดังกล่าวเป็นการรวมตัวของตัวแทนแฟนฟุตบอลทีม ชลบุรี เอฟซี, สิงห์ท่าเรือ ,บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ,ปตท.ระยอง และ แบงค็อก ยูไนเต็ด ทีได้นำรายชื่อ 1 หมื่นรายชื่อมายื่นเรื่องร้องเรียนให้ คสช. โดยให้เหตุผลว่า สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยภายใต้การบริหารงานของ บังยี ตั้งแต่ปี 2544 เกิดความผิดพลาด แฟนบอลต้องเห็นผลงานของทีมชาติไทยที่ตกต่ำลงทุกวัน การทำหน้าที่ที่ผิดพรากของผู้ตัดสินหลายครั้ง ซึ่งปราศจากผลลงโทษใดๆที่เหมาะสม และการลงโทษและปรับเงินของบริษัทไทยพรีเมียร์ลีกที่ไม่มีมาตรฐานและความเป็นธรรม รวมไปถึงสิทธิ์ในการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของสมาคม จึงได้มายื่นเรื่องให้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ รับเรื่องไว้ พิจารณาและดำเนินการต่อไป

ปีศาจแดง ออกกฎ! ห้ามนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกขนาดใหญ่เข้าสนาม
บาเลนเซีย /  ปีศาจแดง / 

เพื่อความหวังดีล้วนๆ นะครับ งานนี้ ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ออกกฎเกมที่เล่นใน โอลด์ แทร๊ฟฟอร์ด ว่าห้ามผู้ชมนำเอาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกขนาดใหญ่ เข้ามาในสนามด้วย ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ออกกฎเด็ดขาดไม่ให้ผู้ชมในสนามพกพาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกขนาด 150x100 mm. เข้ามาด้วยเด็ดขาด เนื่องจาก อุปกรณ์เหล่านี้จะมาบดบังสายตาของผู้ชมท่านอื่นๆ ขณะที่ผู้ใช้นำมาถ่ายรูป หรือ ถ่ายวีดีโอ โดยกฎนี้จะเริ่มใช้ในนัดที่ หลุยส์ ฟาน กัล จะพาทีมลงอุ่นเครื่องกับสโมสร บาเลนเซีย ในวันอังคาร ที่ 12 สิงหาคมนี้ "เราต้องแจ้งให้ทราบถึงกฎนโยบายของสโมสร แฟนบอลที่เข้ามาชมเกมในบ้าน ไม่สามารถนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกขนาดที่ใหญ่เกิน 150x100 mm. เข้ามาในสนาม เพราะจะเป็นการรบกวนผู้ชมในสนามท่านอื่นๆ ยกตัวอย่างเช่น ไอแพด หรือแทบเล็ตอื่นๆ และแล็บท๊อปด้วย และรวมถึงกระเป๋าขนาดใหญ่ กล้องขนาดใหญ่และของเหลวต่างๆ (ยกเว้นขวดน้ำดื่มขนาดเล็ก) " สโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้กล่าวไว้

เรือนพระยาศรีธรรมาธิราช คว้ารางวัลจากยูเนสโก
มรดกโลก /  ยูเนสโก / 

นายทิม เคอร์ติส ประธานคณะกรรมการตัดสิน และหัวหน้าแผนกวัฒนธรรมองค์การยูเนสโก กรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ประจำประเทศไทยได้ประกาศผลการประกวด โครงการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ประจำปี 2557 เพื่อยกย่องบุคคล และองค์กรภาคเอกชน หรือโครงการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ และเอกชน ในการบูรณปฏิสังขรณ์อาคารและสิ่งก่อสร้างที่เป็นมรดกอันทรงคุณค่าในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก โดยในปีนี้ มีประเทศต่างๆ ทั่วภูมิภาคเอเซียและแปซิฟิคส่งโครงการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมเข้าร่วมประกวดรวม 46 โครงการจาก 10ประเทศ และคณะกรรมการได้คัดเลือกให้ได้รับรางวัล จำนวน 14 โครงการ ดังนี้ รางวัลยอดเยี่ยมอันดับ 1 ไม่มีประเทศใดได้รับรางวัล เรือนพระยาศรีธรรมาธิราช คว้ารางวัลจากยูเนสโก นายทิม กล่าวต่อไปว่า รางวัลดีเด่นหรือ Awardof Distinction ได้แก่ โครงการบูรณะปฏิสังขรณ์ป้อมปราการซาร์ยาซ์ด เมืองยาซ์ด ประเทศสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน รางวัลดี หรือ Award of Merit ได้แก่1.เรือนพระยาศรีธรรมาธิราช กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย 2.ฟาร์มเอกเซเตอร์ เมืองเกลนวู้ด รัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย  3.วัดศรีสักการ์กาดนิวาสินีเทวี หมู่บ้านคินไห แคว้นมหาราษฎระ ประเทศอินเดีย 4.โรงเก็บเรือแฟรงค์ตัน เมืองควีนส์ทาวน์ ประเทศนิวซีแลนด์ และ 5.วัดวักไห่เชงเปี่ยว ประเทศสิงคโปร์ ประธานกรรมตัดสินฯ กล่าวอีกว่า ส่วนรางวัลชมเชยหรือ Honourable Mention ได้แก่1.สุสานชาร์ซาดา ฮุสเซน หมู่บ้านคาเรซ จังหวัดเฮลมานด์ ประเทศอัฟกานิสถาน 2.เรือนพำนักผู้ดูแลประภาคา รแหลมอินสคริปชั่น อ่าวชาร์คเบย์ รัฐออสเตรเลียตะวันตกประเทศออสเตรเลีย 3.ค่ายทหารติดอาวุธป้องกันชายฝั่ง เกาะรอตต์เนสต์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เกาะรอตต์เนสต์ รัฐออสเตรเลียตะวันตก ประเทศออสเตรเลีย 4.นานจิงยีเฮ แมนชั่น มณฑลเจียงซูประเทศจีน 5.อาคารเอสพลาเนดเฮ้าส์ นครมุมไบ ประเทศอินเดีย 6.อาคารเดอ ดรีคเลอร์ เมืองบันดุงชวาตะวันตก ประเทศอินโดนีเซียและ 7.ชุมชนกาลีเซอร์ยัน ซิงห์ เมืองลาฮอร์ ประเทศปากีสถาน และรางวัลพิเศษจากคณะกรรมการสำหรับสิ่งปลูกสร้างใหม่ หรือ Jury Commendation for Innovation ได้แก่ อาคารพาณิชย์ลัคกี้ ประเทศสิงคโปร์ “เรือนพระยาศรีธรรมาธิราช เป็นอาคารสมัยต้นศตวรรษที่ 20 เป็นตัวอย่างสำคัญระหว่างผู้มีส่วนร่วมหลายหน่วยงานในการปกป้องคุ้มครองอาคารที่มีคุณค่าทางมรดกวัฒนธรรม และเผยให้เห็นมัณฑนศิลป์อันล้วนเป็นงานช่างฝีมือ อาทิ ห้องจิตรกรรมฝาผนังอันวิจิตร และสิ่งตกแต่งต่างๆมีการบูรณะที่ทำให้ภูมิทัศน์และสภาพอาคารทั้งภายนอกและภายในกลับคืนมาดังเดิม หลังจากที่โครงการอนุรักษ์เสร็จสิ้นอาคารนี้จึงได้ใช้งานต่อในฐานะศูนย์การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและการศึกษาระหว่างชุมชนไทยและจีน” ประธานคณะกรรมการตัดสินฯ กล่าว ขอบคุณข่าวสารจาก dailynews.co.th

ยุทธจักรลูกหนังไทย คนกันเอง...ฟัดกันให้ตายกันไปข้าง!
กิเลนผยอง /  คนกันเอง...ฟัดกันให้ตายกันไปข้าง! / 

ยุทธจักรลูกหนังไทย By...ปากบอน คนกันเอง...ฟัดกันให้ตายกันไปข้าง! สวัสดีแฟนบอลไทย สวัสดีแฟนเอ็มไทย วันนี้ไม่มีอะไรมาก แค่อยากจะบอกว่า...วงการฟุตบอลบ้านเราดำมืดไปกันใหญ่แล้ว ที่ผ่านมาเราจะได้ยินคำพูดที่ว่า "คนวงการฟุตบอลไทย ทุกคนคือครอบครัวเดียวกัน เป็นพี่เป็นเพื่อนเป็นน้องกัน" คำพูดนี้หากเอามาคิด และดูภาพรวมวงการฟุตบอลไทยดีๆ บอกเลยว่า ตอแห....ล เพราะอะไรนะหรือ...? เพราะวงการฟุตบอลไทยกำลังชิงดีชิงเด่น และเกิดปัญหาทั้งในสนาม และนอกสนามแบบไม่เว้นวัน และทุกปัญหานั้นไร้ซึ่งสปิริตกีฬา ดีแต่จะเอาชนะกันแบบไม่รู้ผิดชอบชั่วดี หรือเรียกอีกความว่า ปากกับใจไม่ตรงกัน จะเห็นได้จากเวลานี้เกิดศึกใหญ่ เรียกว่ามหาศึกเลยกก็ว่าได้ ระหว่างฝ่ายแดง ส.ลูกหนัง+ ทีมใหญ่ อดีตแชมป์ผู้เกรียงไกร กับ ทีมใหญ่จากถิ่นภูธร พูดกันตรงๆเลยแล้วกัน สมาคมฟุตบอลไทย กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่เกิดมาจากฝ่ายหลังได้รับความไม่เป็นธรรมหลายครั้ง ซึ่งอดทนแล้วอดทนอีกจนทนไม่ไหว จึงเกิดการฟ้องร้องไปยังศาลปกครองขึ้น เนื่องจากตัวเองไม่ได้รับความเป็นธรรมเรื่องการแบนนักเตะ (ประเด็นหลัก) จากนั้นก็ตามมาเรื่องชูป้าย และเชียร์ ที่ดูเหมือน นักเลงถิ่นภูธร จะทำอะไรก็ผิดไปหมด ซึ่งตรงข้ามกับทีมผู้ดีจากย่านกรุงเทพ-นนทบุรี ที่ไม่ว่าจะทำผิดอย่างไรก็แทบจะไม่มีบทลงโทษอะไรเลย เพียงแค่ตักเตือนกันเท่านั้น จนหลายคน หลายทีมที่มองอยู่ข้างนอกเกิดความเห็นใจทีมจากแดนเซาะกราว เพราะอะไรนะหรือก็เพราะทีมเขาก็โดนเหมือนกัน แต่ไม่กล้าที่จะมีปากเสียง พอมีทีมกล้าที่จะชนก็แอบมอง และให้กำลงใจอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ ซึ่งมหาศึกนี้ก็ไม่รูว่าจะไปจบลงตรงไหน....? ยิ่งไปกว่านั้นมหาศึกนี้นับวันยิ่งใหญ่ และรุนแรงข้ึ้นเรื่อยๆ นับจากจบศึกใหญ่ระหว่าง ทีมดังอดีตแชมป์ผู้เกรียงไกร(มั้ง) กับ ทีมเก่งแดนบ้านนา เจ้าของลูกเล่นน่าขบขันในสังเวียนฟุตบอล ซึ่งผู้เขียนมองว่าเป็นทีมที่สร้างสีสันดีมากในสนามฟุตบอล ไม่ใช่เอาแต่ตะโกนด่าคู่แข่งเหมือนทีมบางทีม แถมสุดท้ายไม่โดนปรับ ไม่โดนเตือนห่าเหวอะไรเลย (เจริญล่ะพ่อ) บอกเลยว่า...แม่ง 2 มาตรฐาน ปกป้องกันจนออกนอกหน้า โดยเฉพาะพวกลิ้วล้อ ที่นับวันจะเป็นใหญ่ ยิ่งใหญ่ ยิ่งกร่าง โดยไม่คิดจะรู้จักผิดชอบชั่วดี โดยไม่คิดที่จะคิดย้อนว่ายังไงก็เป็นเพื่อนรวมวงการ หรือคิดว่าเป็นเพื่อนร่วมชาติก็ยังดี แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมันเป็นการกระทำที่คอยจะเหยียบย่ำคู่แข่งที่แข็งแกร่งด้วยวิธีสกปรก เพื่อที่จะให้ทีมในคาถา หรือทีมของพวกพ้องตัวเองยิ่งใหญ่เกรียงไกรมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จนลืมไปว่าที่ผ่านมาเคยสบถคำพูดที่ว่า "คนวงการฟุตบอลไทย ทุกคนคือครอบครัวเดียวกัน เป็นพี่เป็นเพื่อนเป็นน้องกัน" นี้หรือคือการกระทำของ คนกันเอง คนที่บอกว่าคือครอบครัว คนที่บอกว่าเป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้อง บอกเลยว่าไม่มีใคร เขาอยากเป็นเพื่อนกับพวกท่านหรอก เพราะเขากลัวถูกมองว่า "ซี่โครง" หรือที่เรียกง่ายๆว่า "ขี้โกง" โดยสิ่งที่ผู้มีอำนาจในเวลานี้กระทำมันเหมือนกับการเป็นการตัดตอน และฆ่าคู่แข่งที่สู้ด้วยพลังศรัทธา ของคนลูกหนัง ของแฟนบอลชาวทยผู้ใสซื่อตาดำๆ เพื่อให้ตนเองได้ผลประโยชน์มากที่สุด ดีไม่ดีทีม "แชมป์เซาะกราว" บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่กำลังสู้กับพลังอำนาจบางอย่าง เพื่อปกป้องตัวเองจากสิ่งที่ไม่เป็นธรรม อาจจะโดนเล่นงานแบบคาดไม่ถึงอีกครา (แบนทีมหรือตัดสิทธิ์) หลังจากท่านผู้นำสูงสุดโลกลูกหนังไทย ออกมาเผยว่า "สิ่งที่ทีมบุรีรัมย์ กระทำอยู่ผิดต่อกฎของฟีฟ่า และเอเอฟซี ที่เอาเรื่องภายในฟ้องร้องต่อศาล" เมื่อมีคำพูดเช่นนี้ออกมา คนปากบอนอย่างผม ก็อดคิดไม่ได้ว่า ท่านผู้นำจะเล่นแรงถึงขนาดที่จะแบนทีมเลยหรือเปล่านะ ซึ่งถ้าเป็นแบบที่ผมคิดจริงๆ บอกเลยวว่า "เฮียขึ้นบ้าน" เป็นการกระทำที่สกปรกเกินจะรับได้จริงๆ เอาเป็นว่าเรื่องยังไม่เกิดก็ไม่อยากที่จะมองในแง่ลบเกินไป คอยติดตามดูกันอย่างใกล้ชิดก็แล้วกัน ว่าบทลงโทษต่างๆ นาๆ ที่ ปราสาทสายฟ้า ได้รับนั้นจะมีผลต่อการลุ้นแชมป์ของพวกเขาหรือไม่ แต่ที่ไม่ต้องรอ แฟนบอลได้ออกมารวมพลัง จนมีการเดินขบวรชูป้ายต่างๆ ไม่ได้ขับไล่นายกสมาคมนะครับคราวนี้ แต่ต้องการเห็นความรับผิดชอบของบริษัทยักษ์ใหญ่ของประเทศ ออกมาแสดงความเห็น หรือถอดถอนการสนับสนุนทีมยักษ์ใหญ่ของประเทศ เพื่อเป็นการแสดงออกถึงสปิริต และเป็นการรักษาภาพรักความเป็นองค์กรที่ทำเพื่อสั่งคม และเป็นการป้องกันองค์กรจากข้อครหาที่ว่าอยู่เบื้องหลังการทำเรื่องที่ผิด จึงมีการเดินขบวนให้ท่านได้ฉุกคิด เอาเป็นว่าท่านผู้นำองค์กรใหญ่ระดับประเทศจะคิดอย่างไรก็มิอาจทราบได้ ตัวผู้เขียนบอกเลยว่า ถ้าเป็นผมถอนการสนับสนุนทีมที่มีข้อครหาไปนานแล้ว เอาเงินมหาศาลไปช่วยทีมเล็กๆได้อีกหลายทีม เพื่อเป็นการพัฒนาสังคมให้ยั่งยืนต่อไป ทั้งหมดทั้งมวลของวงการฟุตบอลไทยเวลานี้ไม่ว่าจะจบลงอย่างไร แต่เชื่อว่าจะมีการเอากันให้ตายไปข้างหนึ่ง แต่สุดท้ายก็ก็อย่าลืมว่าทุกคนคือคนวงการเดียวกัน ก็ควรที่จะใช้หลักการและเหตุผลที่เหมือนกัน ไม่ใช่มาแบ่งแยก เพราะสุดท้ายเรื่องทั้งหมดก็จะย้อนกลับสู่ตัวท่าน ตามกฎแห่งกรรม (ไม่เชื่อก็คอยดู) ขอบคุณภาพการเดินขบวนจาก : เฟสบุ๊ค PLA 2 Facebook

ยอดครู ! สอนลูกศิษย์คนเดียว น้อยที่สุดในประเทศ
ครูคนเดียว /  ครูจีน / 

สองครูชาวจีนยอดนักสู้สอนในโรงเรียนซึ่งมีเพียงครู 1 คนและนักเรียนแค่ 1 คน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเรื่องราวของ จ้าว เกอจิง ครูชาวจีนยอดนักสู้ ที่ยังคงสอนตามปกติแม้โรงเรียนแห่งนี้มีนักเรียนเพียงคนเดียวเท่านั้น โรงเรียนดังกล่าวตั้งอยู่ในใน ซวนเอิ๊น มณฑลเหอเบ่ย ในหุบเขาแห่งหนึ่ง ซึ่งจำนวนนักเรียนลดลงมาเรื่อยๆ นับตั้งแต่ปี 2009 ที่เหลือนักเรียนเพียงแค่ 4คน และปัจจุบันครอบครัวส่วนใหญ่ในเมืองได้ย้ายไปทำงานในเมืองอื่น จึงเหลือเพียงคนเดียง คือ หวัง เวิ่นฉิง ที่ยังคงเรียนในโรงเรียนแห่งนี้ เช่นเดียวกับเซียะ เชียงกุยครูในหมู่บ้าน ดงตาน ในเมืองหูเป่ย์ประเทศจีน ซึ่งเป็นครูเพียงหนึ่งเดียวในโรงเรียนแห่งนี้เช่นกัน โดยลูกศิษย์ของเขามีเพียง หลิว ซิงยี นักเรียนวัย 6 ปี ทั้งนี้เหตุผลที่นักเรียนมีเพียงคนเดียวคือเหตุผลเดียวกัน อย่างไรก็ตามเรื่องราวดังกล่าวได้สร้างความประหลาดใจและพากันยกย่องการปฏิบัติหน้าที่ของทั้งคู่ว่าเป็นผู้ที่มีจิตวิญญาณแห่งการเป็นครูอย่างแท้จริง Mthai News