บอย พระราม2

The Mall Group ช้อปสนุกส่งท้ายปีลดสูงสุด 80%
The Mall Group /  งานเซล / 

โปรโมชั่น : The Mall Group ลดคืนสุข…ช้อปสนุกส่งท้ายปี กลับมาอีกครั้งแล้วค้าา! งานลดกระหน่ำครั้งยิ่งใหญ่กับมหกรรมลดทะลุสุดชีด “ลดคืนสุข…ช้อปสนุกส่งท้ายปี” พบกับสินค้าในเครือ The Mall Group: เดอะ มอลล์, ดิ เอมโพรเรียม และพารากอน ลดสูงสุด 80% The Mall Group  ยกขบวนกองทัพสินค้าทั้งห้างฯ กว่า 1,000,000 รายการ ลดทุกชิ้นสูงสุด 80% !!! สินค้า SUPER SHOCK PRICE  ที่ลดราคาที่คุณเห้นจนแทบช็อค! จากนั้นยังมีสิทธิ์ได้รับส่วนลดเพิ่มทันที สูงสุด 5,000 บ. ลดต่ำกว่าทุนทุกวัน คืนสุขทุกวันเมื่อช้อปครบทุกๆ 1,000 บ. ก็มีสิทธิ์ลุ้นรับ SAMSUNG GALAXY NOTE 4 และแพ็คเกจห้องพัก CROWN LANTA RESORT & SPA KRABI พร้อมทั้งเหล่าดาราที่มาออกร้านกันอย่างคับคั่ง เริ่มวันที่ 24 - 28 ธันวามคมนี้ 2557 ณ IMPACT เมืองทองธานี HALL 5 - 8  ไปช้อปได้ตั้งแต่งานเริ่มไปจนถึง 4 ทุ่ม ลดทุกวันช็อคทุกวัน 5 วันเต็มๆ!!  สอบถามรายละเอียดที่เฟซบุค The Mall Group: The Mall / Emporium / Paragon Official Page หรือเว็บไซต์ http://www.themallgroup.com เหล่าขาช้อปทั้งหลาย ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง!!  ที่มา : The Mall Group

 ฮึ่ม!! บ.เดินเรือข้ามชาติขึ้นราคาพรวดเดียวเกือบ100%  งัดกฎหมายเล่นงาน
ขึ้นราคา /  เดินเรือข้ามชาติ

บ.เดินเรือข้ามชาติขึ้นราคาพรวดเดียวเกือบ100%  ให้มีผล 1 ม.ค.58 กรมการค้าภายในฮึ่มใช้กฎหมายเล่นงาน  เตรียมเรียกมาเจรจาให้ยืดเวลาออกไปก่อน ชี้หากไม่ช่วยผู้ส่งออกไทยโดยเฉพาะรายเล็กตายแน่ นาย สันติชัย สารถวัลย์แพศย์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวภายหลังการหารือร่วมกับสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) และสมาคมผู้นำเข้าและ ผู้ส่งออกระดับมาตรฐานเออีโอ กรณีบริษัทเดินเรือ ต่างประเทศส่งหนังสือมายังผู้ส่งออกไทย เพื่อขอปรับขึ้น ค่าเทอร์มินอลแฮนด์ลิ้ง ชาร์จ หรือค่าภาระการขนถ่ายสินค้าหน้าท่าในอัตราที่สูงแบบก้าวกระโดด ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2558 เป็นต้นไป ทั้ง 2 สมาคมต้องการให้ใช้กฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 และกฎหมายแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2542 มายังคับใช้ ทั้งนี้ ในวันที่ 22 ธ.ค.นี้กรมจะเชิญบริษัทสายเดินเรือมาให้ข้อมูลและเจรจาหาทางแก้ปัญหาให้ทุก ฝ่ายยอมรับ "หากเจรจาแล้วไม่สามารถตกลงกันได้ก็ต้องบังคับ ใช้กฎหมายซึ่งสามารถทำได้อยู่แล้ว หากมีหลักฐานชี้ชัดว่าบริษัทเดินเรือมีพฤติกรรมเอาเปรียบ และทำการค้าที่ไม่เป็นธรรมก็ต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายทั้งสอง ฉบับนี้" MThai News ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก ข่าวสดออนไลน์

ประยุทธ์ บินเยือนจีนอย่างเป็นทางการ 22-23 ธ.ค.
ข่าววันนี้ /  จีน / 

นายกฯ ไปจีน เยือนอย่างเป็นทางการ 22-23 ธ.ค. หวังหารือ และร่วมลงนามข้อตกลง 4ฉบับ ก่อนจะเยี่ยมชม และนั่งรถไฟความเร็วสูง เพื่อนำมาพัฒนาประเทศ ความเคลื่อนไหว และภารกิจของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ วันนี้ (22 ธ.ค. 57) พล.อ.ประยุทธ์ มีกำหนดการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 22-23 ธันวาคม 2557 เพื่อหารือทวิภาคีกับนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง ของจีน และเป็นสักขีพยานพิธีลงนามความตกลงและบันทึกความเข้าใจ 4 ฉบับ จากนั้นในวันที่ 23 ธันวาคม จะเยี่ยมชมศูนย์ควบคุมรถไฟแห่งประเทศจีน และทดลองนั่งรถไฟความเร็วสูงจากสถานีรถไฟทางใต้แห่งกรุงปักกิ่งถึงสถานีรถไฟนครเทียนจิน และเข้าพบประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีน เข้าเยี่ยมคารวะ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนด้วย โดยเมื่อเวลา 09.00น. ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีและคณะ ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 (กองบิน 6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังท่าอากาศยานนานาชาติกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีนแล้ว ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ "ประยุทธ์ จันทร์โอชา" ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>> MThai news

'หมีขาว' เก็บทองเพิ่ม 8 เดือนติด ส่งซิก 'รูเบิล' ทรุดยาว
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

'รัสเซีย' เดินหน้าเก็บทอง 8 เดือนติด ส่งสัญญาณ 'รูเบิล' ทรุดยาว ขณะที่ทุนสำรองระหว่างประเทศ ลดฮวบต่ำสุดในรอบ 5 ปี เว็บไซท์ 'บลูมเบิร์ก' ดอทคอม รายงานข่าวว่า รัสเซียเพิ่มการถือครองทองคำในทุนสำรองระหว่างประเทศ 8 เดือนติดต่อกัน เพื่อกระจายความเสี่ยง ส่งสัญญาณค่าเงินรูเบิลทรุดยาว โดยเมื่อวันที่ 1 ธค.57 รัสเซียถือครองทองคำในทุนสำรองระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 38.2 ล้านตันจาก 37.6 ล้านตันในเดือนพย.57 ซึ่งรัสเซียเป็นประเทศผู้ถือครองทองคำรายใหญ่อันดับ 5 ของโลก ในขณะเดียวกันมูลค่าทุนสำรองระหว่างประเทศของรัสเซียลดลง 9.7 พันล้านดอลลาร์มาอยู่ที่ 418.9 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปีนับแต่ปี 2009 ติดตามข่าว วิกฤตการเงินรัสเซีย คลิ๊กเลย>>>>>>> MThai News

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

แซ่บสุดติ่ง!! ฉายาดารา ปี 2557
หมาก ปริญ /  คิมเบอร์ลี่ / 

มาแล้วจ้าาาาา ฉายาดารา ประจำปี 2557 โดย สมาคมนักข่าวบันเทิง โดยปีนี้ทั้งสื่อหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ และสื่อออนไลน์ต่างๆ ต่างให้ความสนใจกันมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ได้มีการเสนอชื่อฉายาดาราทั้งหมด 71 คน รวมทั้งสิ้น 327 ฉายา และสุดท้ายคัดจนได้ 10 ฉายาสุดแซ่บ!! มีทั้งคู่ มีทั้งเดี่ยว ส่วนจะเป็นซุปตาร์คนไหนกับบ้าง มาดูกันได้เลย!! 1.หมาก ปริญ ฉายา "ป๋าหมากกระชากหงอก" จากการแถลงข่าวยอมรับว่าต่อว่าคุณแม่ของ มิ้นต์ ชาลิดา ผ่านการสนทนาแอพพลิเคชั่นไลน์ จนกลายเป็นมหากาพย์วิวาทะสร้างรอยร้าวให้ แก๊งค์สี่หัวใจแห่งขุนเขา เป็นอันต้องแยกย้าย และจากเหตุการณ์ดังกล่าวพระเอกหนุ่มยังถูกวิจารณ์ว่าเป็นคนก้าวร้าวขัดกับหน้าใสๆ หมาก ปริญ 2. คิมเบอร์ลี่ แอน เทียมศิริ ฉายา "แบ๊วเอชดีเบอร์รี่สี่มิติ" ใช้ความแอ๊บแบ๊วใสๆ ให้สัมภาษณ์ปฏิเสธในช่วงแรกเรื่องรักซ้อนขัดแย้งกับพฤติกรรมที่หลายคนเห็นแววตาแห่งความสุขระหว่างร่วมงานกับพระเอกคู่ขวัญ หมาก ปริญ พร้อมกับสะบั้นรักแฟนหนุ่มผู้จัดละคร เจ็ท ณัฐพงศ์ ขณะที่ทั้งสองหนุ่มทำงานร่วมกันในกองถ่ายละครต้นรักริมรั้ว และในที่สุด หมาก คิม ก็โชว์ความหวานออกสื่อแบบไม่ยืนยันด้วยคำพูดแต่แสดงออกผ่านพฤติกรรมสุดหวานที่คมชัดสัมผัสได้เหมือนดูหนังสี่มิติ คิมเบอร์ลี่ 3.วาววา ณิชารีย์ ฉายา "ดาวเทียมไม่เจียมตัว" หลายพฤติกรรมสุดเอือมระอา จนผู้จัดละครและผู้ใหญ่ในวงการถึงกับเอ่ยปากผ่านสื่อเรื่องวินัยและมารยาทในการทำงาน จนถูกเปรียบเทียบว่าขนาดเพิ่งเข้าวงการยังสร้างวีรกรรมไว้ขนาดนี้ทั้งที่ยังไม่ได้เป็นดาวจรัสแสงก็แสดงความเป็นตัวตนออกมาจนทำให้เพื่อนร่วมงานและทีมงานเมินหน้าหนี วาววา ณิชารีย์ 4.เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ ฉายา "มือฉกตกสวรรค์" หลังจากเป็นข่าวใหญ่เมื่อปีที่แล้วด้วยการจดทะเบียนฟ้าแล่บกับ เอ๋ ชนม์สวัสดิ์ ขึ้นแท่นเป็นมาดามปากน้ำ พร้อมมีบอดี้การ์ดล้อมหน้าล้อมหลัง จนทุกคนมองว่าเป็นคุณนายนักการเมือง สามารถใช้ชีวิตเหมือนขึ้นสวรรค์ แต่ผ่านไปไม่ถึงปีเจนี่ต้องใช้ชีวิตหลบๆซ่อนๆ ถึงขั้นหนีความจริงไปพักใจไกลถึงเมืองนอก หลังจดทะเบียนหย่าเป็นแม่ม่ายพ่ายรัก และกลับมาใช้ชีวิตแบบเดิมๆ อีกครั้ง เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ 5.เสก โลโซ หรือ เสกสรรค์ สุขพิมาย ฉายา "ร็อกไวเลอร์" จากกรณีวิวาทกับภรรยา กานต์ วิภากร ผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์คจนกลายเป็นขี้ปากสังคม พร้อมยืดอกรับว่าเป็นคนอารมณ์ร้อนและเคยลงไม้ลงมือกับภรรยาอยู่บ่อยครั้ง รวมถึงฟ้องหมอที่เคยรักษากับภรรยา และตอบโต้คู่กรณีทุกเม็ด ชนิดกัดไม่ปล่อย เปรียบเสมือน สุนัขพันธุ์ร็อตไวเลอร์ ที่ได้รับการขนานนามว่า เป็นสายพันธุ์โหดที่กัดไม่ปล่อยเช่นกัน เสก โลโซ 6.โฬม พัชฏะ นามปาน ฉายา "หล่อลิ้นรัว" ปล่อยเนื้อปล่อยตัวออกงานขณะที่ร่างกายไม่พร้อม ทำให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อพระเอกมาดเนี๊ยบปล่อยอาการรั่วหลุดจนคุมกิริยาไม่อยู่ พูดไม่เป็นคำ สร้างความขำและเหวอให้กับผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ สุดท้ายเจ้าตัวยอมรับว่าเป็นเพราะฤทธิ์ยาแก้อักเสบและพักผ่อนไม่เพียงพอ โฬม พัชฏะ 7.บุ๋ม ปนัดดา ฉายา "ซือเจ๊สั่งลุย" ไม่ว่าจะเกิดปัญหาสังคมเรื่องไหน บุ๋มก็จะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลืออย่างเสมอต้นเสมอปลาย ล่าสุดได้ใจสังคมกับกรณีรณรงค์ล่ารายชื่อแก้กฏหมาย "ข่มขืนต้องประหาร" ทำให้สังคมตื่นตัวกับเรื่องที่เกิดขึ้น พร้อมเอ่ยปากชมว่า ปนัดดาเป็นนางงามแถวหน้าที่กล้าชนทุกสถานการณ์ บุ๋ม ปนัดดา 8.โย ยศวดี กับ บี น้ำทิพย์ ฉายา "เพื่อนซี้บัญชีเดือด" ความสัมพันธ์สุดซี้ของทั้งคู่ต้องพังทลายลง จากปัญหาธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพที่ทำร่วมกัน โดยมุ่งเป้าไปที่ผลประโยชน์เรื่องเงินๆทองๆ ไม่ลงตัว จนในที่สุดทั้งคู่ให้สัมภาษณ์ตอบโต้กันไปมาผ่านสื่อ ถึงขั้น "บี" ประกาศกร้าวว่า ไม่ขอสุงสิง เป็นแค่เพื่อนร่วมโลกเท่านั้น โย ยศวดี - บี น้ำทิพย์ 9.ไมค์ พิรัชต์ ฉายา "คุณพ่อจนมุมซุ่มกิน" ปล่อยให้ภาพปริศนาฝ่ายหญิงอยู่บนเตียงคลอดและอุ้มทารกน้อย เป็นกระแสข่าวลือทำงานอยู่หลายวัน จน "ไมค์" ทนกระแสรุมเร้าไม่ไหว ประกอบกับหลักฐานมัดตัวแน่นถึงยอมตั้งโต๊ะแถลงข่าวยอมรับว่าทำนางแบบสาว ซาร่า คาซิงกินี ท้อง ขณะที่ครอบครัวของ "ไมค์" ยังแคลงใจจนได้มีการตรวจดีเอ็นเอพิสูจน์ชัดว่า ทารกน้อยเป็นลูก "ไมค์" จริง ไมค์ พิรัชต์ 10.บอม ธนิน กับ ริชชี่ อรเณศ ฉายา "คู่จิ้นหินแกรนิต" เพราะผลงานการแสดงของทั้งคู่ที่เล่นได่เป็นธรรมชาติสุดๆ ชนิดที่หินและต้นไม้ต้องหลีกทางให้เลยทีเดียว ก่อนหน้านี้ "บอม" โดนวิจารณ์เรื่องการแสดงในละคร "คิวบิก" ส่วน "ริชชี่" ก็โดนตำหนิกับผลงานภาพยนตร์เรื่องแรก "คู่กรรม" ครั้นพอสองคนนี้มาโคจรมาเจอกันในละคร "สวยร้ายสายลับ" ทำเอาคนดูกุมขมับว่าจะเป็นอย่างไร แล้วก็ไม่ต่างจากที่คิดไว้ เพราะทั้งคู่ผนึกกำลังความแข็งยกกำลังสอง เหมือนหินแกรนิตที่มีเนื้อแน่นเสมอแข็งแรงทนทาน เช่นเดียวกับการแสดงของทั้งคู่ที่แข็งทนทานจริงๆ บอม ธนิน - ริชชี่ อรเณศ

10 อันดับ อินสตาแกรม สาวฮอตที่สุด แห่งปี 2014
Instagram /  ดารา / 

10 อันดับ อินสตาแกรม ดาราสาวสวย ที่มีคนติดตามมากที่สุด          มาอัพเดทความแรงของนางเอกสาวว่าปี 2014 ใครจะฮอตที่สุด ดาราคนไหนต่างก็ต้องมี facebook และ Instagram กันทั้งนั้น เพื่อให้บรรดาแฟนคลับได้ติดตามความเคลื่อนไหวกันตลอดเวลา และยังมี ภาพเบื้องหลังของเหล่าดาราที่ทั้งฮาและน่ารักแบบที่เราๆไม่เคยได้เห็นกันมาก่อน แถมยังอัพเดทเทรนด์แฟชั่นเสื้อผ้าหน้าผมจากพวกเธอได้อีกด้วย ซึ่งก็เรียกกระแสตอบรับได้เป็นอย่างดีมีคนไป followers หลักล้านกันเลยทีเดียว สาวๆ women mthai ลองทายดูซิว่าใครจะคว้าอันดับ 1 ไปครอง จะใช่ดาราที่สาวๆชื่นชอบกันหรือเปล่าน๊า... อันดับ10  ปอย ตรีชฏา เธอสวยจนหญิงแท้ยังต้องอาย ตอนนี้มีคนติดตาม 1,017,000 อันดับ 9 คุณนาย วรนุช ภิรมย์ภักดี สะใภ้เบียร์สิงห์ มีคนติดตามถึง 1,140,000 อันดับ 8 ตุ๊กกี้ ชิงร้อย สาวตัวเล็กอารมณ์ดี ที่เรียกเสียงฮาได้ตลอดเวลา จนมีคนติดตามถึง 1,149,000 แซงระดับนางเอกมาแล้วนะจ๊ะ อันดับ 7 ออม สุชา นางเอกสาวหน้าใส มาแรงจนแซงมาอยู่อันดับที่ 7 มีคนติดตามถึง  1,245,000 อันดับ 6 ใหม่ ดาวิกา มีคนติดตามถึง 1,448,000 อันดับ 5 นางเอกสาวอารมณ์ดี มาร์กี้ ราศรี  มีคนติดตามถึง 1,540,000 อันดับ 4 วุ้นเส้น วิริฒิพา ถึงจะแต่งงานไปแล้ว แต่ความฮอตของเธอก็ไม่เคยลดลงซักนิดเลย มีคนติดตามเธอถึง  1,675,000 เลยทีเดัยว   อันดับ 3 อยากอัพเดทเทรนด์ก่อนใครต้องเธอคนนี้เลย เจ้าแม่แฟชั่นนิสต้า ชมพู่ อารยา  มีคน folllowers ถึง 1,890,000  อันดับ 2 นางเอกสาว พลอย เฌอมาลย์  เบียดสูสีกับสาวชมพู่ อารยา มานิดเดียว มีคนติดตามถึง 1,990,000  อีกนิดเดียวใกล้ถึง 2 ล้านแล้วนะเนี่ย อันดับ 1 อั้ม พัชราภา คว้าอันดับ 1 ไปครอง มีคนติดตามมากมายถึง 2,400,000 เธอคนนี้ฮอตตลอดกาลเลยจริงจริ๊งงง... ที่มาจาก zocialrank.com/instagram/

กะหล่ำดอก วิตามินสูง สรรพคุณทางยาเพียบ!
กะหล่ำดอก /  ดอกกะหล่ำ / 

กะหล่ำดอก หรือ ดอกกะหล่ำ เป็นผักอีกชนิดที่หลายๆคนชอบรับประทาน เพราะสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายและรสชาติกรอบอร่อย แต่หลายๆคนคงไม่รู้ประโยชน์และสรรคุณทางยาของ กะหล่ำดอก กันใช่ไหมคะ? วันนี้เราเอาความรู้ดีๆมาฝาก เผื่อใครที่ไม่ชอบทานจะได้ลองหันมาทานเพื่อสุขภาพกัน คุณค่าทางอาหารของ กะหล่ำดอก มีวิตามินซีสูงมาก ดอกกะหล่ำ 100 กรัม มีวิตามินซีสูงถึง 96 มิลลิกรัม สูงกว่าที่ร่างกายเราต้องการใน 1 วัน คือ 60 มิลลิกรัม เสียอีก นอกจากจะช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟันแล้ว ยังช่วยเพิ่มปริมาณสเปิร์มและทำให้สเปิร์มแข็งแรงด้วย ในดอกกะหล่ำมีสารซัลโฟราเฟนที่เพิ่มปริมาณแอนไซม์ที่เป็นหลักในการต่อสู้กับเซลล์มะเร็ง ช่วยป้องกันมะเร็งที่เต้านมและลำไส้ใหญ่ได้ดี ประกอบด้วยสารเอนไซม์ต้านมะเร็งชื่อ ซัลโฟราเฟน (sulforaphane) สารฟีโนลิกส์ (phenolics) สารไอโซไทโอไซยาเนท (isothiocyanates) สารผลึกอินโดล (indoles) อินโดล ทรี คาร์บินัล (indole-3-carbinal) ไดไทอัลไทโอน (dithiolthiones) กลูโค ไซโนเลท (glucosinolates) กรดโฟลิก และคูมารีน ( folic acid & coumarines) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกะหล่ำดิบจะมีวิตามินซีสูง มีธาตุโพแทสเซียม กำมะถัน และเส้นใยมาก ประโยชน์ของ กะหล่ำดอก ใช้กินเป็นผัก มีสารที่สามารถดึงสารก่อมะเร็ง (carcinogen) ออกจากเซล กลไกที่เกิดขึ้น คือ สารซัลโฟราเฟน ทำให้มีการผลิตเอมไซม์-phase II มากขึ้น ซึ่งสามารถไปลดการผลิตเอ็มไซม์-phase I ที่เป็นอันตราย เพราะเอ็มไซม์ชนิดแรกนี้สามารถไป ทำอันตรายต่อสารพันธุกรรมภายในเซล พืชในวงศ์นี้รวมไปถึง บร็อคโคลี คะน้า และกะหล่ำต่างๆ สารประกอบที่พบแล้วในพืชวงศ์นี้สามารถต้านอนุมูลอิสสระได้ดี มีสารโพแตสเซี่ยมสูง ซึ่งช่วยควบคุมการทำงานของหัวใจ และความดันโลหิต มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยต้านการเกิดมะเร็ง สารซัลโฟราเฟน ช่วยเพิ่มปริมาณเอ็มไซม์ที่เป็นหลักในการต่อสู้กับเซลมะเร็งได้ดีมาก ควรกินเป็นประจำ จะสามารถช่วยป้องกันมะเร็งเต้านมและลำไส้ใหญ่ได้ดี กรดโฟลิค ช่วยป้องกันมะเร็ง ลำไส้และมะเร็งเต้านม สารอินโดลส์ คาดว่าช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและต้านมะเร็งบางชนิดได้ดี สารอินโดล-3 คารฝืบินอล ช่วยป้องกันมะเร็งเต้านม คั้นเอาแต่น้ำอมช่วยรักษาแผลในปาก กลั้วคอแก้คออักเสบ น้ำผักสดช่วยรักษาแผลเรื้อรัง โรคเรื้อนกวาง หอบหืด ไม่ควรปรุงให้สุกเกินไป เพราะ ความร้อนจะไปทำลายคุณสมบัติทางยาได้ สรรพคุณของ กะหล่ำดอก ใน กะหล่ำดอก จะมีสารที่สามารถดึงสารก่อมะเร็งที่เรียกว่า คาร์ซิโนเจน (carcinogens) ออกจากเซลล์ กลไกที่เกิดขึ้นคือ สารซัลโฟราเฟน (sulforaphane) ทำให้มีการผลิตเอนไซม์เฟสทูมากขึ้น (phase II) ซึ่งสามารถไปลดการผลิตเอนไซม์เฟสวัน (phase I) ที่เป็นอันตรายได้ เพราะเอนไซม์เฟสทู สามารถไปทำอันตรายสารพันธุกรรมในเซลล์ (cellular DNA) และจากรายงานผลการวิจัยที่เป็นข่าวฮือฮาเมื่อต้นปีที่แล้วพบว่า พืชในวงศ์ ครูซิเฟอร์อี้ (Cruciferae) ซึ่งรวมถึง บร็อคโคลี คะน้า ผักกาดขาว และกะหล่ำต่างๆ มีสารประกอบที่สามารถต้านอนุมูลอิสระได้ดี ดังนั้นจึงช่วยต้านมะเร็งได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีรายงานว่า ผักดังกล่าวช่วยป้องกันมะเร็งเต้านมและมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ดี และจากการที่มีโพแทสเซียมสูงนี้เอง จึงช่วยควบคุมการทำงานของหัวใจและความดันโลหิตได้อีกด้วย มีรายงานวิธีการใช้ กะหล่ำดอก โดยให้นำ กะหล่ำดอก ไปคั้นน้ำ แล้วนำน้ำ กะหล่ำดอก ที่คั้นได้ไปใช้ อมกลั้วปาก พบว่าสามารถรักษาแผลในปาก แก้เจ็บคอ นอกจากนี้ยังพบว่าในน้ำ กะหล่ำดอก สดช่วยรักษา แผลเรื้อรัง โรคเรื้อนกวาง ปวดศรีษะชนิดเรื้อรัง หอบหืด หลอดลมอักเสบ โดยแนะนำให้ดื่มประมาณ 1- 2 ออนซ์ทุกวัน และหากรับประทาน กะหล่ำดอก สดมีคำแนะนำว่า ในการรับประทาน กะหล่ำดอก อย่าปรุงสุกเกินไปนะคะ เพราะการปรุงสุกเกินไปจะทำลายคุณสมบัติทางยาของ กะหล่ำดอก ขอบคุณที่มาจาก : the-than.com

ลูกตบวอลเลย์ เสียวสุดในปฐพี
วอลเลย์บอลชาย /  คู่เกย์

ชอตเด็ดของ 2 นักกีฬาวอลเลย์บอลชาย ที่งานนี้มีผิดท่าชนกันเล่นเอาพาทะลึ่งกันเลยทีเดียว 55 แล้วแต่จะคิดนะ แต่ภาพมันพาไปน่ะ credit https://www.facebook.com/video.php?v=781169858585384&set=vb.427253673977006&type=2&theater

Blast Breaker Online ส่งแพทซ์ใหม่ 1.47 เพิ่มไอเทมเกมส์มากมาย
Blast Breaker Online /  เกมส์ออนไลน์ / 

เกมส์ออนไลน์ Blast Breaker Online (bbo.in.th) ทำการอัพเดตแพทซ์ใหม่เวอร์ชั่น 1.47 เพิ่มไอเทมใหม่ๆพร้อมปรับปรุงระบบเกมส์ อัพเดตแล้ววันนี้ ไอเทม - ปรับสมดุลอาวุธ (เพิ่มค่า Critical พื้นฐานให้กับทุกชิ้น) - ปรับสมดลการดรอปของ ไอเท็มจำนวนมาก - แก้ใขจำนวนครั้งในการผนึกสำหรับอุปกรณ์สวมใส่ต่างๆ ผู้เล่นสามารถทำการ Craft และนำมันไปขายได้อย่างง่ายดายกว่าเดิม - เพิ่มประสิทธิภาพของยารักษาแบบต่างๆ (อร่อยขึ้นกว่าเมื่อก่อนด้วยนะ) - ปรับสมดุลความแตกต่างระหว่างอุปกรณ์สวมใส่แต่ละระดับ (ดาว) ผ่านการอัพเกรดอุปกรณ์ จะเห็นความแตกต่างได้มากขึ้นเมื่อระดับการอัพเกรดสูงขึ้น - เพิ่มเติมไอเทมสำหรับการอัพเกรดอาวุธและชุดเกราะ และปรับสมดุลอัตราการดรอปของพวกมัน - ปรับให้ไอเทมจำนวนมาก สามารถเอาเข้าคลังเก็บของ และนำไปขายในตลาดกลางได้ - ปรับปรุง ตลาดกลาง ให้สามารถถอนไอเท็มออกมาจากการลงทะเบียนได้แล้ว (NPC ให้อภัยผู้ลงทะเบียนผิดแล้ว) - ปรับปรุงสูตรในการ Craft อาวุธระดับสี่ดาว ผู้เล่นสามารถหาวัตถุดิบชนิดใหม่ได้จาก บลาสเตอร์ หายากทั้งหลาย (Electhura, Gaotor, Ixnize, Rafflesia) - เพิ่มเติมส่วนของ Option ต่างๆของ Item มีการชี้แจงว่า สีเขียว (ไม่มีผลกับ PvP มีผลกับ Blaster) และสีแดง (มีผลทั้ง Blaster และ PvP) Blasters - ปรับสมดุลพลังโจมตีและพลังป้องกันของ บลาสเตอร์ บางตัวเพื่อตอบสนองต่ออัตราการดรอปของไอเท็มตีบวกใหม่ - ปรับสมดุลของบอสทุกตัว ต่อไปนี้บอสจะอึดถึกและน่าเกรงขามมากกว่าเดิม - แก้ใขบั๊กเกี่ยวกับ Miniboss ทำให้พวกมันตายเร็วเกินไป - เพิ่มเติม แผนที่ใหม่เข้าไปทางด้านซ้ายและขวาของเมือง Seanary รวมทั้งหมด 3 แผนที่ (ตัวเมือง Huekren และ Naturest ยังไม่เปิดให้เข้าได้) - เพิ่มเติม บลาสเตอร์ ชนิดใหม่ๆเข้าไปในแผนที่ดังกล่าว โดยบลาสเตอร์เหล่านี้จะมีความเก่งกาจมากกว่าปกติ และให้ของตอบแทนที่ดีพอสมควร (บลาสเตอร์จากผู้เล่นอย่าง Horrinet ก็มาแจมด้วย) Skills - แก้ใขบั๊กที่เกิดกับสกิล Windpierce ของ Elona ทำให้โจมตีได้แรงผิดปกติ - แก้ใขคำอธิบายสกิลต่างๆที่ยังไม่ตรงกับความสามารถจริง - แก้ใจคำอธิบายว่าได้รับสกิลมาจากไหนให้ตรงตามจริง - ปรับเปลี่ยนเงื่อนใขของสกิล Magic Shield ของ Stella จาก GP มากกว่า 50% เป็นลด Max GP แทน Others - ปรับสมดุลความยากของ เควสท์จำนวนมาก - แก้ใขบั๊กเกี่ยวกับ เควสท์ ที่ไม่สามารถรับได้ทั้งหลาย - ปรับคำอธิบายจำนวนครั้งที่ทำได้ของ เควสท์จำนวนมาก - เพิ่มอัตราการฟื้นฟูและการดรอปของ สมุนไพรต่างๆในภารกิจ (ลงภารกิจได้อย่างสบายใจมากกว่าเดิม) - เพิ่ม Option ในการปรับแต่งขนาด UI ของผู้เล่น

5 เมืองฉลองปีใหม่ 2015 ที่ดีที่สุดในเอเชีย
5 สถานที่ /  คริสต์มาส / 

อีกไม่กี่วันก็จะเข้าสู่ช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่แล้ว หลายๆ คนคงวางแผนไว้ในใจเรียบร้อยแล้วว่า จะเดินทางไปเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขนี้กันที่ใด แต่ก็มีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่ยังคิดไม่ออกว่าจะไปเที่ยวที่ไหน หรือจะวางแผนการเดินทางอย่างไรดี ดังนั้นเราจึงขอเสนออีก 5 ทางเลือกของการเดินทางในทวีปเอเชีย โดยมัชรูมทราเวล ซึ่งมีธีมการจัดงานและวัฒนธรรมที่โดดเด่นแตกต่างกัน อีกทั้งยังได้ชื่อว่าเป็น 5 สถานที่สำหรับการจัดงานปาร์ตี้ส่งท้ายปีเก่าที่ดีที่สุดในภูมิภาคเอเชียอีกด้วย 5 เมืองฉลองปีใหม่ 2015 ที่ดีที่สุดในเอเชีย 1. สิงคโปร์ ประเทศสิงคโปร์ นับว่ามีความเป็นสากลมากที่สุดในทั้งหมด 5 ตัวเลือกนี้ และมีการจัดงานที่มีความหลากหลายโดยเฉพาะอย่างยิ่งในคืนวันที่ 31 ธันวาคม ที่นี่มีทั้งการแสดงดอกไม้ไฟสุดอลังการเหนือขอบฟ้ามารีน่าเบย์แซนด์ ที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวหลากหลายเชื้อชาติมาร่วมนับถอยหลังส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กันจนแน่นพื้นที่ ปาร์ตี้แบบสุดเหวี่ยงที่ชายหาดไซโลโซบนเกาะเซ็นโตซ่า ที่มีทั้งปาร์ตี้แบบแดนซ์กระจายต่อเนื่องแบบไม่หยุดพักตลอดช่วงกลางวัน รวมถึงสระโฟมขนาดใหญ่ไว้ให้นักท่องเที่ยวได้มันกันอย่างเต็มที่ และสิ่งพิเศษอีกอย่างของการมาเฉลิมฉลองเทศกาลในสิงคโปร์ก็คือ การนั่งกระเช้าลอยฟ้า Singapore Flyer เพื่อดูพลุไฟเหนืออ่าวมารีน่าและนับถอยหลังเข้าสู่วันใหม่นั่นเอง 2. ไทเป ประเทศไต้หวัน สำหรับการเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ที่ใกล้เข้ามาทุกทีๆ ไทเปถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก โดยในวันส่งท้ายปีเก่า นักท่องเที่ยวทั้งชาวต่างชาติและชาวจีนจะนิยมเดินทางไปยังตึกไทเป 101 ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของเมืองไทเป และยังมีสถานะเป็นอดีตตึกที่สูงที่สุดอีกด้วย โดยที่นี่จะมีการแสดงพลุและดอกไม้ไฟที่สวยงามและอลังการ ซึ่งออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านพลุและดอกไม้ไฟจากประเทศฝรั่งเศส นอกจากนั้นยังมีการแสดงคอนเสิร์ตเคาท์ดาวน์ที่ Civic Plaza จากนักร้องนักแสดงชื่อดัง ทั้งจากฝั่งไต้หวันและจีนอีกด้วย 3. ฮ่องกง หนึ่งในการแสดงพลุและดอกไม้ไฟที่งดงามที่สุดในเอเชีย แน่นอนว่าต้องเป็น ฮ่องกง นั่นเอง ซึ่งที่นี่ในช่วงเทศกาลปีใหม่ของทุกปีจะมีการแสดงพลุและดอกไม้ไฟเหนืออ่าววิคตอเรียที่ยิ่งใหญ่อลังการ และเรียกความสนใจได้ทั้งจากฝั่งเกาลูนและฮ่องกง รวมไปถึงการแสดงแสงสีเสียงเหนือท้องฟ้าของเกาะฮ่องกงที่น่าตื่นตาตื่นใจไม่น้อย ทำให้ในแต่ละปี ฮ่องกงกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมักนิยมมาเฉลิมฉลองเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กันอย่างคับคั่ง 4. ปักกิ่ง ประเทศจีน แม้ว่าที่ประเทศจีน การเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่สากลจะไม่ได้รับความนิยมเทียบเท่ากับช่วงเทศกาลตรุษจีน แต่ในปัจจุบันตามเมืองใหญ่ๆ อย่างปักกิ่ง หรือ เซี่ยงไฮ้ ก็มีการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่และได้รับความสนใจจากหนุ่มสาวชาวจีนรุ่นใหม่ไม่น้อย โดยที่ปักกิ่งนั้นจุดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือการนับถอยหลังสู่ปีใหม่ที่จัดขึ้นที่ พระราชวังฤดูร้อน ที่เต็มไปด้วยแสงสีเสียงที่อลังการและงดงาม ส่วนอีกที่ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันก็คือการจัดปาร์ตี้ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ณ 798 อาร์ตโซน สถานที่จัดแสดงงานศิลปะที่โดดเด่นของจีนนั่นเอง 5. โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น สำหรับเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่โตเกียวนั้นมีความน่าสนใจมาก ตามประตูรั้วบ้านและห้างร้านของชาวญี่ปุ่นจะถูกประดับประดาด้วยใบสน ใบเฟิร์น ฟางข้าว และสิ่งมงคลต่างๆ จากนั้นในช่วงยามค่ำคืน พวกเขาก็จะหลั่งไหลไปที่ศาลเจ้าหรือวัดใกล้บ้านเพื่อไหว้พระขอพร โดยที่วัดและศาลเจ้าต่างๆ เหล่านั้นก็จะมีการจัดงานเทศกาล Okera Matsuri ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่เวลา 19.30 น. ของวันส่งท้ายปีเก่ายาวไปจนกระทั่งถึงเช้าของวันใหม่ นอกจากนั้นตามแหล่งบันเทิงที่มีชื่อเสียงในโตเกียวก็ยังมีการจัดงานปาร์ตี้ที่เต็มไปด้วยความบันเทิง อาทิ ย่านชิบูย่า ย่านชินจูกุ เป็นต้น บทความจาก  มัชรูมทราเวล

ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ยอดคนลูกหนังอาเซียน (ตอนแรก)
ช้างศึก /  ซิโก้ / 

ชั่วโมงนี้เชื่อเลยว่าคงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือ ช้างศึก ทีมชาติไทย อดีตดาวยิงผู้ลือชื่อของทีมลูกหนังแดนสยาม ที่เวลานี้กลายเป็นบุคคลแห่งประวัติศาสตร์วงการลูกหนังอาเซียนไปเป็นที่เรียบร้อย ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ที่เพิ่งพาทีมชาติไทย คว้าแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2014 ได้อย่างสะใจแฟนบอล กลายเป็นบุคคลแรกของอาเซียนที่สามารถคว้าแชมป์ได้ทั้งในฐานะนักเตะ และกุนซือ วันนี้ทีมงานสปอร์ตเอ็มไทย จะพาท่านไปรู้จักกุนซือหนุ่ม แฟมิลี่แมน ให้มากขึ้น ด้วยการรวบรวมความสำเร็จของ อดีตดาวยิงจอมตีลังกา ให้ได้ทราบโดยทั่วกันทั้งในฐานะนักเตะ และกุนซือ ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หรือ ร้อยตำรวจโท เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เกิดวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ.2516 เป็นเจ้าของสถิติยิงยิงประตูให้ทีมชาติไทย เยอะที่สุดจากการรับรองของฟีฟ่า ถึง 70 ประตู ในการลงสนามอย่างเป็นทางการ 131 นัด แต่หากจะนับทุกรายการ ซิโก้ ยิงทั้งหมด 100 ประตู หากนับเกมการเล่นทีมชาติ พบทีมชาติ สถิติจะอยู่ที่ 85 ประตู (รวมทุกชุดได้แก่ชุดใหญ่, ซีเกมส์, โอลิมปิก, เอเซียนเกมส์) โดย ซิโก้ เริ่มเข้าสู่วงการพ่อค้าลูกหนัง อย่างจริงจังเมื่อครั้งย้ายเข้าสู่กรุงเทพ กับการเล่นให้ โรงเรียนพาณิชยการกรุงเทพ ซึ่งเวลานั้นเจ้าตัวถูกจับตามอง และได้เป็นตัวแทนทีมชาติ ชุดเยาวชน แข่งขันที่มาเลเซีย และติดทีมชาติชุดใหญ่ครั้งแรกในการแข่งขันฟุตบอลคิงส์คัพ ครั้งที่ 24 อดีตดาวยิงจอมตีลังกา สมัยที่ขึ้นมาติดทีมชาติไทย ชุดใหญ่ สามารถคว้ารางวัลให้คนไทย ได้ชื่นฉ่ำหัวใจมากมาย คว้าแชมป์กีฬาซีเกมส์ 3 สมัย คือครั้งที่ 17, 18 และ19, คว้าอันดับที่ 4 กีฬาเอเชียนเกมส์ 2 สมัย คือครั้งที่ 13 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ และเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 14 ที่ประเทศเกาหลีใต้ เป็นเจ้าภาพ ผลงานในการเป็นนักเตะทีมชาติไทย ปี 2536 แชมป์ซีเกมส์ครั้งที่ 17 ประเทศสิงคโปร์ (สมัยที่ 1), ปี 2537 แชมป์คิงส์คัพ ครั้งที่ 25 ประเทศไทย แชมป์อินดิเพนเด้นท์ ณ ประเทศอินโดนีเซีย, ปี 2537 แชมป์ฟุตบอลอินดิเพนเด้นท์คัพ ครั้งที่ 7, ปี 2538 แชมป์ซีเกมส์ครั้งที่ 18 ประเทศไทย (สมัยที่ 2), ปี 2539 แชมป์ไทเกอร์คัพครั้งที่ 1 ประเทศสิงคโปร์, ปี 2540 แชมป์ซีเกมส์ครั้งที่ 19 ประเทศอินโดนีเซีย (สมัยที่ 3), ปี 2541 อันดับที่ 4 การแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 ประเทศไทย, ปี 2542 แชมป์ซีเกมส์ครั้งที่ 20 ประเทศบรูไน (สมัยที่ 4) และรางวัลดาวซัลโว ปี 2543 แชมป์คิงส์คัพ ครั้งที่ 31 ประเทศไทย, ปี 2543 แชมป์ไทเกอร์คัพครั้งที่ 3 ประเทศไทย และรางวัล MVP นักเตะทรงคุณค่า, ปี 2544 เข้ารอบ 10 ทีมสุดท้ายการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนเอเชีย, ปี 2545 อันดับที่ 4 การแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 14 ประเทศเกาหลีใต้ (ปูซาน), ปี 2545 แชมป์ไทเกอร์คัพครั้งที่ 4 ประเทศสิงคโปร์-อินโดนีเซีย ซิโก้ ยิงประตูในนามทีมชาติครั้งแรก ได้ในวันที่ 9 กันยายน 2536 ทีมชาติไทย ชุดบี ชนะโปร์แลนด์ 1-0 และยิงประตูสุดท้ายเมื่อ 26 ธันวาคม 2549 ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ชนะสิงคโปร์ 2-0 ในรายการคิงส์คัพ โดย ซิโก้ สามารถทำแฮตทริกในนามทีมชาติไทย ได้ 4 ครั้ง ซึ่งครั้งแรก 30 กรกฎาคม 2542 ไทย ชนะฟิลิปปินส์ 9-0 กีฬาซีเกมส์, ครั้งที่สอง 23 มกราคม 2544 ไทย ชนะ คูเวต 5-4 เกมอุ่นเครื่อง, ครั้งที่สาม 28 พฤษภาคม 2544 ไทย ชนะ ปากีสถาน 6-0 คัดเลือกฟุตบอลโลก และครังที่สี่ 18 ธันวาคม 2545 ไทย ชนะ ลาว 5-0 ฟุตบอลอาเซียนฟุตบอลแชมเปียนชิพ นัดสุดท้ายที่ ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เล่นให้ทีมชาติชุดใหญ่คือ ทีมชาติไทย พบ ทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ณ สนามสนามศุภชลาศัย ในวันที่ 3 ตุลาคม 2550 ผลจบลงที่เสมอกัน 1-1 ประวัติศาสตร์ และสถิติของ ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ยังไม่จบลงเพียงเท่านี้ ติดตามรับเสพได้ในตอนที่ 2 ที่นี่เร็วๆนี้

อสังหาฯโตต่อเนื่อง เศรษฐกิจเริ่มฟื้นดันกำลังซื้อ คาดปีหน้าฉลุย!!
ธุรกิจอสังหาฯ /  บ้าน / 

ธอส.ชี้ อสังหาฯโตต่อเนื่อง เศรษฐกิจเริ่มฟื้นดันกำลังซื้อ คาดปี 58 ตลาดอสังหาริมทรัพย์ฉลุย  ส่วนราคาวัสดุก่อสร้างในปี 2558 มีแนวโน้มปรับราคาขึ้น นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัย ว่าโดยทั่วไปยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แม้ดัชนีความเชื่อมั่นในปัจจุบันของผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัย ประจำไตรมาส 3 ปี 2557 ซึ่งวัดเมื่อเดือนกันยายน 2557 จะลดลงเล็กน้อย จากค่าดัชนีความเชื่อมั่นในไตรมาส 2 ปี 2557 ที่วัดเมื่อเดือนมิถุนายน 2557 โดยลดลงจากระดับ 56.0 เหลือที่ระดับ 54.5 แต่เมื่อดูค่าดัชนีความคาดหวังในอีก 6 เดือนข้างหน้า ประจำไตรมาส 3 ปี 2557 พบว่าค่าดัชนีเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2557 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากระดับ 67.3 เป็นระดับ 69.0 แสดงว่าผู้ประกอบการมีความคาดหวังที่ดีถึงอนาคตหรือในช่วงครึ่งแรกปี 2558 สำหรับแนวโน้มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี 2558 เชื่อว่าจะมีการเติบโตได้อย่างต่อเนื่องจากปี 2557 นี้ โดยมองว่าการเติบโตหลักๆจะมาจากปัจจัยในเรื่องที่ผู้ซื้อต้องการอยู่อาศัยจริงเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากเศรษฐกิจที่เริ่มกลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้ง จะส่งผลให้ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อได้มากขึ้น ประกอบกับสถานการณ์ทางการเมืองที่คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นด้วย “ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2558 มองว่าจะยังมีการขยายตัวในเมืองเป็นส่วนใหญ่ แต่อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของโครงการอสังหาริมทรัพย์ตามชานเมือง รวมไปถึงตามแนวชายแดนที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ก็ยังมีแนวโน้มที่จะขยายตัวต่อเนื่อง เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในช่วงปลายปี 2558” นายสัมมา กล่าว ส่วนราคาวัสดุก่อสร้างในปี 2558 มีแนวโน้มปรับราคาขึ้นอีกประมาณ 2% จากความต้องการใช้วัสดุก่อสร้างที่เพิ่มสูงขึ้น หลังจากโครงการอสังหาริมทรัพย์เริ่มกลับมาเปิดตัวกันมากขึ้น และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ ที่จะทยอยออกมาในปี 2558 อย่างไรก็ตาม ขอแนะนำให้ผู้ประกอบการนำเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้ทดแทนแรงงาน ที่ปัจจุบันค่าแรงมีแนวโน้มจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดต้นทุน MThai News ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก แนวหน้าออนไลน์

10 อันดับ สถานที่ท่องเที่ยวไทย ขวัญใจชาวจีน
10 สถานที่ /  10 อันดับ / 

ประเทศไทย ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของโลก ได้รับความนิยมจากผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ แห่แหนเข้ามาเที่ยวอย่างไม่ขาดสายเป็นประจำทุกปี เพราะประเทศไทยมีความหลากหลายทางธรรมชาติ ทั้งทะเล ภูเขา น้ำตก วิถีชีวิต วัฒนธรรม ที่มีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร และมีอยู่ประเทศหนึ่ง ที่เป็นขาประจำในการมาเที่ยวเมืองไทย สังเกตได้จากทัวร์ที่เราเห็นตามสถานที่ต่างๆ แน่นอนเราหมายถึงชาวจีน เราจะมาดูกันว่า 10 อันดับ สถานที่ท่องเที่ยวไทย ที่คนจีนชอบมาเที่ยวนั้น จะมีที่ไหนกันบ้าง travel.mthai.com จัดมาให้ชมครับ    10 อันดับ สถานที่ท่องเที่ยวไทย ขวัญใจชาวจีน เนื่องด้วยประเทศจีน มีอากาศค่อนข้างหนาวเย็น ชายฝั่งทะเลในจีนจึงไม่ค่อยมีความสวยงามมากนัก ชาวจีนจึงนิยมมาเที่ยวทะเลในประเทศไทย พักผ่อนให้ร่างกายได้รับไออุ่น สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติเมืองร้อน ลิ้มรสอาหารรสเลิศ โดยเฉพาะผลไม้ คนจีนจะชอบมาก อีกทั้งตลาดน้ำ วัดวาอารามต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด 1. กรุงเทพมหานคร 2. ภูเก็ต ภาพจาก คุณบอย1 pantip.com 3. เชียงใหม่  ภาพจาก holidaythai.com 4. เกาะสมุย สุราษฎร์ธานี ภาพจาก www.samuileisure.com 5. พระนครศรีอยุธยา ภาพจาก athichateen.blogspot.com 6. พัทยา ชลบุรี ภาพจาก kaewcupp.blogspot.com 7. เชียงราย ภาพจาก moohundesign.com 8. หมู่เกาะพีพี กระบี่ ภาพจาก rubycarrental.com 9. อัมพวา สมุทรสงคราม ภาพจาก flickr.com/tonnaja 10. กาญจนบุรี  ภาพจาก siamfishing.com ข้อมูลอ้างอิง : www.thaibizchina.com  เรียบเรียงโดย : Travel MThai

ซินแสไฮเทค “ชี้ชัด” ทิศดี ทิศร้ายประจำปี 2558
ซินแสไฮเทค /  ทิศดี ทิศร้าย / 

อ.มาศ เคหาสน์ธรรม หรือ ซินแสไฮเทค เปิดเผยทิศดี ทิศร้ายประจำปี 2558 พร้อมวิธีป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องร้าย และวิธีแต่งบ้านช่วยเสริมดวงอีกด้วยค่ะ ว่าแล้วเราไปดูข้อมูลกันเลยค่ะ ซินแสไฮเทค “ชี้ชัด” ทิศดี ทิศร้ายประจำปี 2558 ทิศที่ดีที่สุดประจำปี 2558 คือ ทิศเหนือ และถือเป็นทิศโชคลาภ โดยสามารถเสริมพลังทางทิศนี้ได้โดยตั้งโคมไฟ “พิระมิดแดง” เปล่งแสงออกมากระตุ้นพลังของทิศนี้ จะได้รับโชคขนาดใหญ่ ธุรกิจขยายตัวในระดับยิ่งยวด ทิศร้ายแรงที่สุด คือ ตะวันตก เป็นดาวเบญจภูติ ซึ่งต้องระวังมากที่สุด เพราะลำพังดาวนี้เป็นดาวจุดระเบิดหรือ ก่อชนวนให้เกิดปัญหามากอยู่แล้ว ถ้าไปรวบกวนทิศนี้อย่างรุนแรงอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ พยายามอย่าไปเคาะ ตอก เจาะ บริเวณนั้นส่วนอีกทิศที่ร้ายแรงไม่น้อยกว่ากันคือทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ห้ามไปขุด ตอกเจาะด้วยเช่นกัน ทิศดี ทิศร้ายประจำปี 2558 1. ทิศตะวันตก ทิศตะวันตก : ถ้ามีการตกแต่งซ่อมแซมใดๆ ภายในอาคาร ก็จะนำมาซึ่งความวิบัติเลวร้าย ถูกอำนาจเล่นงานจากคนที่มียศศักดิ์จากราชการ  จะเลวร้ายวุ่นวายปั่นป่วนสารพัดปัญหาถาโถมเข้ามา และความวุ่นวายปั่นป่วนสุดแสนที่จะจินตนาการ การป้องกันและแก้ไข : ใช้พลังของธาตุทองหรือโลหะ เช่น แขวนกระดิ่งลมโลหะ เมื่อโดยลมแล้วจะมีเสียงใสๆ ของโลหะกระจายออกมา แต่ไม่ควรมีจำนวนท่อโลหะจำนวน 5 แต่ถ้าเป็น 6 หรือ 8 จะดีที่สุด 2. ทิศกึ่งกลางห้อง ทิศกึ่งกลางห้อง : คนที่ใช้ชีวิตอยู่ทางทิศนี้เป็นเวลานานๆ จะอารมณ์หงุดหงิดฉุนเฉียวง่าย จะมีปัญหาทะเลาะวิวาทปากเสียง คดีความ ควรหลีกเลี่ยงการนั่งหรือนอนทิศนี้เป็นเวลานานๆ การป้องกันและแก้ไข : ลดพลังร้ายโดยใช้โคมไฟสีแดง หรือ ชมพู เปิดทิ้งไว้ทิศนี้ แต่ถ้าไม่สะดวกให้ใช้วัตถุอื่นที่มีสีแดงสดมาตั้งแทน หรือ ติดสติ๊กเกอร์ หรือกระดาษสีแดงหรือชมพูเด่นๆ ในทิศนี้ก็ได้เช่นกัน 3. ทิศเหนือ ทิศเหนือ : ควรหันหัวนอนไปทางทิศนี้ จะมีโชคลาภและโอกาสทางธุรกิจดีที่สุดแห่งปีเป็นทิศแห่งความสำเร็จ เสริมพลังของทิศนี้ : โดยการใช้กฎแห่งธาตุ คือการนำพลังของธาตุไฟมาเสริมเช่น ใช้โคมพีระมิด หรือตกแต่งด้วยสีเหลืองส้มให้โดดเด่น 4. ทิศตะวันตกเฉียงใต้   ทิศตะวันตกเฉียงใต้ : ควรให้ห้องทำงานอยู่ทางทิศนี้ จะมีโชคลาภและโอกาสทางธุรกิจ ภาพพจน์ชื่อเสียงดี โดดเด่น ความสามารถทางวิชาการ ความสวยงาม ดีกับคนในวงการบันเทิง เสริมพลัง : ให้ตั้งต้นไม้ที่ดีสวยงามทรงสูงๆ ใบเรียวแหลม สีสันสดใส ถ้ามีสีแดง ชมพู ประกอบยิ่งดี โดยให้ดูโดดเด่น หรือ อาจตั้งโคมไฟสีเขียว ตั้งตามฤกษ์พิเศษ 5. ทิศตะวันออก ทิศตะวันออก : ถ้าอยากมีโชคลาภเกี่ยวกับการเดินทาง มีโชคเกี่ยวกับความเสี่ยง ควรหากิจกรรมทำในทิศนี้ของบ้าน เสริมพลัง : ของทิศนี้ ทำได้ด้วยการใช้วัตถุสีฟ้าหรือน้ำเงิน รวมทั้งการตั้งน้ำพุไว้ในทิศนี้ตลอดปี ถ้าเป็นภายนอกบ้านก็ให้แขวนกระดิ่งโลหะเสริมพลังในทิศนี้ จะช่วยเพิ่มรายรับทางการเงินและสามารถจะทำให้ความมั่งคั่งยั่งยืนได้ 6. ทิศใต้ ทิศใต้ : ไม่ควรเคลื่อนไหวใดๆ ทั้งสิ้นในทิศนี้เพราะจำทำให้เกิด การปล้นชิง การวิวาท  เจ็บป่วยจากของมีคม อุบัติเหตุ การป้องกันและแก้ไข : ใช้พลังของธาตุน้ำ โดยการตั้งน้ำนิ่ง 1 อ่างใหญ่ทางทิศนี้หรือตกแต่งทิศนี้ด้วยสีฟ้า น้ำเงิน เทา ดำ 7. ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ทิศตะวันออกเฉียงใต้ : ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมในทิศนี้เพราะ งานที่ทำดูจะเสื่อมถอยไปหมด เจ็บป่วย ออดๆ แอดๆ กันทั้งปี การป้องกันและแก้ไข : ใช้น้ำเต้าสีทองขนาดใหญ่ 8 – 10 นิ้ว แขวนในทิศนี้ 8. ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ  :  ทิศนี้เป็นทิศแห่งอำนาจ ได้ตำแหน่ง ยศศักดิ์ เสริมพลังดี : ให้ตั้งช้างโลหะ หรือ อาจจะใช้พัดลมทองเหลือง นาฬิกาลูกตุ้ม แมวกวักสีโลหะ แบบที่แขวนแกว่งได้ ในทิศนี้ เพื่อรับความช่วยเหลือจากผู้อุปถัมภ์และการยอมรับจากเจ้านายแต่ทิศนี้ได้แฝงพลังร้ายไว้ด้วย จึงควรเลี่ยงการเคาะ ตอก เจาะ โดยไม่ได้ปรึกษาซินแส 9. ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ :  ทิศนี้เป็นทิศแห่งการศึกษาและความรัก เสริมพลังดี : ให้แจกันใส่ต้นไม้ที่มีใบสีเขียว ในทิศนี้ เพื่อรับความสำเร็จทางด้านการศึกษา ความมีชื่อเสียงและการประชาสัมพันธ์ แต่ถ้าหากต้องการมีสเน่ห์ มีคนมารักชอบและสนใจ ก็ให้เปลี่ยนเป็นแจกันใส่ดอกไม้แทน นอกจากนี้  “สี” ที่เป็นมงคล และ ไม่เป็นมงคลของ ปี  2558คือสีมงคล คือ สีไม้ สีเขียว สีขาว  ส่วนสีที่ไม่เป็นมงคล คือ สีส้ม ครีม น้ำตาล credit : อ.มาศ  เคหาสน์ธรรม