บลูเบอร์รี่ อาร์ สยาม

Top 5 ประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลก
(คลิปข่าว /  คลิปหลุด / 

1. รัสเซีย (Russia) : เป็นประเทศที่มีอาณาบริเวณตั้งแต่ทางตะวันออกของทวีปยุโรป และทางเหนือของทวีปเอเชีย เป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีพื้นที่เป็นสองเท่าของอันดับ 2 คือ ประเทศแคนาดา (คิดเป็น 3% ของพื้นที่โลกทั้งหมด รวมพื้นน้ำ) เมืองหลวง : กรุงมอสโก ที่ตั้ง : ยูเรเซีย (คาบเกี่ยวระหว่างทวีปยุโรป และ เอเซีย) 2. แคนาดา (Canada) : เป็นประเทศในทวีปอเมริกาเหนือ มีพื้นที่ใหญ่สุดเป็นอันดับสองของโลก เมืองหลวง : กรุงออตตาวา ที่ตั้ง : ทวีปอเมริกาเหนือ 3. สหรัฐอเมริกา (United States of America) : เป็นสหพันธรัฐประชาธิปไตย ประกอบด้วยรัฐ 50 รัฐ มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก และมีประชากรมากเป็นอันดับ 3 ของโลกอีกด้วย เมืองหลวง : กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ที่ตั้ง : ทวีปอเมริกาเหนือ 4. สาธารณรัฐประชาชนจีน (People's Republic of China) : เป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออก และมีประชากรมากที่สุดในโลก เมืองหลวง : กรุงปักกิ่ง (Beijing) ที่ตั้ง : ภูมิภาคเอเชียตะวันออก เฉพาะพื้นที่จีนแผ่นดินใหญ่เท่านั้น ไม่รวมไต้หวัน ฮ่องกง และมาเก๊า 5. บราซิล (Brazil) : เป็นประเทศที่ใหญ่ทีสุด และมีประชากรมากที่สุดในทวีปอเมริกาใต้ เมืองหลวง : กรุงบราซิเลีย ที่ตั้ง : ทวีปอเมริกาใต้ รวมพื้นที่กลุ่มเกาะเฟร์นันดูดีโนรอนยา เกาะปะการังโรกัส เกาะตรินดาดี หมู่เกาะมาร์ติม วัซ และหินเซาเปดรูอีเซาเปาลู

มาทำความรู้จักกับปลากระเบนโพแบล็คกันครับ
ปลากระเบน /  ปลาสวยงาม.ปลาเสือตอ

รายการตอนนี้ ช่วงแรกเป็นเรื่องราวภาคต่อ ของปลาเสือตอ ช่วงเปิดม่านวงการปลาพี่วิทย์ คลอง7 เปิดบ้านให้พวกเราเยี่ยมชมบ่อปลากระเบนโพแ­บล็ค ครับ ช่วงสาระน่ารู้ คุณบอย จะมาคุยเรื่องกรองคลอรีน และกรองยูวี อย่าพลาดนะครับผม

The Conjuring 2 เลื่อนฉายไปปี 2016 แต่ผกก. เจมส์ วาน กลับมากำกับ
Annabelle /  Ghost / 

กลายเป็นผู้กำกับคนล่าสุดที่ดูเหมือนจะกลืนน้ำลายตัวเองคล้าย ไมเคิล เบย์ เสียแล้ว แต่คนนี้มาในทางด้านดี สำหรับ เจมส์ วาน เจ้าพ่อหนังสยองขวัญแห่งยุคนี้ ที่หลังจากเคยให้สัมภาษณ์ไปว่าเขาจะเลิกกำกับหนังสยองขวัญ และ Insidious 2 และ The Conjuring จะเป็นเรื่องสุดท้ายของเขา เพื่อให้ตัวเขาเองได้ไปทดลองทำหนังแนวอื่นๆดูบ้าง แต่ล่าสุดดูเหมือนจะไม่ทันไร ก็ดูเหมือนคำพูดนั้นจะเป็นโมฆะไป เมื่อล่าสุด นิวไลน์ ได้ประกาศว่า The Conjuring 2 จะได้ผู้กำกับ เจมส์ วาน กลับมารับหน้าที่กำกับอีกครั้ง หลังจากเคยถูกวางตัวแค่เป็นโปรดิวเซอร์นั่นเอง โดยกรณีนี้ทำให้ตัวหนังที่วางคิวฉายไว้ ฮัลโลวีน 2015 ต้องเลื่อนไปฉาย 2016 เนื่องด้วยในระหว่างปีหน้า เจมส์ วาน จะยังคงยุ่งกับหนังแอ็คชั่น ภาคต่อ อย่าง Fast & Furious 7 ทาง นิวไลน์ จึงให้เวลาเขามากพอที่จะเตรียมตัวกลับมาในหนังสยองขวัญภาคต่อเรื่องนี้นั่นเอง ซึ่งข่าวนี้น่าจะทำให้แฟนๆได้วางใจในระดับนึงละ ว่าเจ้าพ่อสยองขวัญนายนี้ จะไม่เลิกกำกับหนังแนวนี้ไปอย่างง่ายๆแน่นอน

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

ไฮไลท์ปลายฝน ภูทับเบิก ดินแดนแห่งสายหมอก
ที่เที่ยวหน้าหนาว /  ภูทับเบิก / 

ช่วงนี้ ประเทศไทยของเราอยู่ในช่วงปลายฝนต้นหนาวกันแล้ว ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวที่ควรค่าแก่การไปสัมผัสมากมาย และบางแห่งคุณต้องไม่เชื่อแน่ ๆ ว่าเรากำลังอยู่บนโลกมนุษย์ เพราะมันงดงามจนเหมือนหลุดออกมาจากสรวงสวรรค์ (พูดเหมือนกับเคยไปเนอะ) ทาง Travel.mthai.com จึงขอนำเสนอ ไฮไลท์ปลายฝน ที่คุณควรไปเยือนมากที่สุด นั่นก็คือ " ภูทับเบิก " ดินแดนแห่งสายหมอก ไฮไลท์ปลายฝน ภูทับเบิก ดินแดนแห่งสายหมอก ภูทับเบิก ตั้งอยู่ที่ตำบลวังบาล อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,768 เมตร ซึ่งเป็นจุดสูงสุดเพชรบูรณ์ ภูมิประเทศมีความงดงามอย่างมาก เต็มไปด้วยทะเลภูเขา ป่าไม้และธรรมชาติมีความอุดมสมบูรณ์ อากาศบริสุทธ์ เย็นสบายตลอดปี ในตอนเช้ามีหมอกและกลุ่มเมฆ มองเห็นเป็นทะเลหมอกตัดกับยอดภูสีเขียว และยังเป็นเป็นแหล่งปลูกกะหล่ำปลีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อีกด้วย การเดินทางไปภูทับเบิก 1. รถยนต์ส่วนตัว - เส้นทาง จากกรุงเทพฯ ใช้ถนนพหลโยธิน ( ทางหลวงหมายเลข 1 ) มุ่งหน้าสู่จังหวัด สระบุรี ประมาณ 75 กิโลเมตร จะถึงตัวเมืองสระบุรี จากนั้นขับตรงไปมุ่งหน้าสู่จังหวัดลพบุรี ประมาณ 16 กิโลเมตรสู่ภูทับเบิก จากเพชรบูรณ์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 21 ประมาณ 40 กิโลเมตร ถึงสี่แยกหล่มสัก ตรงไปตามทาง หลวงหมายเลข 203 อีก 13 กิโลเมตร พบป้ายบอกทางไปอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ตามทางหลวง 2011 และทางหลวงหมายเลข 2331 อีก 40 กิโลเมตร ถึงด่านเก็บค่าธรรมเนียมของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าจาก ตรงนี้มีทางแยกขวาเข้าหมู่บ้านทับเบิกไปอีก 6 กิโลเมตร เส้นทางจากหล่มเก่ามาภูทับเบิกจะสูงชันและคดเคี้ยวมาก รถบัสไม่สามารถขึ้นได้ ผู้ที่ใช้รถยนต์หรือรถตู้ ควรขับรถด้วยความระมัดระวัง 2. รถประจำทาง การเดินทางมายังภูทับเบิก หากไม่มีรถยนต์มาเอง ต้องนั่งรถโดยสารมาลงที่หล่มสัก หลังจากนั้นก็เหมาสองแถวเพื่อขึ้นสู่ภูทับเบิก อัตราค่าจ้างก็แล้วแต่ตกลง โดยเฉลียอยู่ในเรตราคา 1200 – 1500 บาท ไร่กะหล่ำปลีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่พักบนภูทับเบิก มีทั้งแบบบ้านพักและลานกางเต้นท์ นักท่องเที่ยวสามารถเลือกได้ตามสะดวก อย่ามัวอิ่มเอมกับภาพนะครับ ต้องไปสัมผัสด้วยตัวเองด้วย แล้วจะรู้ว่าไปแล้วไม่อยากกลับจริงๆ หากไปช่วงหน้าหนาวยิ่งอินครับ จะไปกับครอบครัวก็แสนจะอบอุ่น ไปกับแฟนก็สุดยอดแห่งความโรแมนติก หรือจะไปชิลกับผองเพื่อนก็ยิ่งเพลิดเพลิน (อย่าลืมพกเสื้อกันหนาวไปหลาย ๆ ตัวนะครับ เพราะตัวเดียวอาจจะเอาไม่อยู่ อิอิ) ที่มา : phutabberk.sadoodta.com ,paiduaykan.com  เรียบเรียงโดย Travel MThai ขอบคุณรูปภาพจาก : pantip.com , เจ้าของรูปภาพ Facebook คุณ chanomworld ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง : ทะเลหมอกแสนสวย.. ภูทับเบิก สัมผัสอากาศแสนดี , ภูทับเบิก… เปลี่ยนแปลง แต่ไม่เปลี่ยนไป , รวมที่เที่ยวหน้าหนาว นักท่องเที่ยวห้ามพลาด!

รวมเด็ด...ดารา-คนดังสาวมั่นตัวแม่!!! แซบสะท้านวงการ
สะท้านวงการ /  ดาราสาวมั่น / 

ถ้าจะพูดถึงสาวสุดมั่น ลุกส์แรง วงการบันเทิงบ้านเรามีให้เห็นมากมายไม่ใช่น้อยๆ เลยเจ้าค่ะ เรียกว่าแต่ละคนมีบุคลิกชัดเจน เตะตาโดนใจประชาชีฝุดๆ บ้างปากร้ายพูดตรง บ้างบุคลิกมั่นไม่มีแคร์สื่อ แซบจนหลายคนยกให้เป็นไอดอลในดวงใจหรือเป็นแรงบันดาลใจการเปลี่ยนแปลงชีวิตก็ยังมี อ๊ะๆๆ งานนี้รอช้าไม่ได้ ตามไปดูกันหน่อยดีกว่าว่าซุปตาร์คนไหน เป็น สาวมั่นตัวแม่ ที่ แซบสะท้านวงการ จนโดนใจแฟนคลับกันบ้าง บุ๋ม ปนัดดา สาวสวยสุดมั่นดีกรีนางสาวไทยอย่าง บุ๋ม ปนัดดา จัดว่าเป็นสาวเก่ง สาวมั่นตัวแม่อีกหนึ่งคนของวงการบันเทิง เห็นสวยหวานยิ้มหยาดเยิ้มตามแบบฉบับนางงามเยี่ยงนี้ แต่ถ้าใครแหยมมาพูดจาไม่ดีเข้าหูนางล่ะก็ เป็นอันได้เรื่องนะฮ๊าาา…สาวเจ้าสวนกลับแบบชัดเจน ตรงไปตรงมา ไม่มีแอ๊บกันเลยทีเดียว เมย์ พิชญ์นาฏ สวยแซบเว่อร์เป็นสาวมั่นอีกคน สำหรับนางร้ายตาเฉี่ยว เมย์ พิชญ์นาฎ ก่อนหน้านี้ดีกรีความมั่นหน้าและความแรงมีมากแค่ไหนไม่รู้ แต่หลังจากอกหักรักคุด เจอผู้ชายห่วยๆ ผ่านเข้ามาในชีวิตเข้าหน่อย ความมั่นความแรงดูเหมือนจะมากขึ้นเป็นทวีคูณ ใครกล่าวหาเจ้าหล่อนไม่ว่าจะด้วยเรื่องอะไรแบบสุ่มสี่สุ่มห้าล่ะก็ เตรียมตัวโดนฉะกลับได้เลย แหมมม…แอ๊บนางเอกไม่เป็นแบบนี้ เรียกว่าสวยพิฆาตได้ป่ะ หุหุ โอปอล์ ปาณิสรา ถ้าพูดถึงสาวผิวคล้ำดำสวยที่ชื่อ โอปอล์ ปาณิสรา เชื่อว่าหลายๆ คนคงยกให้เธอผู้นี้เป็นไอดอลไม่มากก็น้อยล่ะค้าาา เพราะความสวยแบบไม่แคร์โลก ความมั่นใจในตัวเองแบบไม่แคร์สื่อ เธอผู้นี้มีเหลือล้น การพูดจา ความคิดความอ่าน สไตล์การแต่งตัวบ่งบอกถึงความมั่นอกมั่นใจเกินร้อย เรียกว่าเป็นแรงบันดาลให้ผู้หญิง (ไม่สวย) ได้ลุกขึ้นมาสลัดความกลัว แล้วสะบัดบ๊อบแบบเก๋ๆ ให้โลกได้ตะลึงไปเลยล่ะ กาละแมร์ พัชรศรี เป็นพิธีกรสาวสุดมั่นของวงการอีกหนึ่งคน สำหรับ กาละแมร์ พัชรศรี ความโดดเด่นในเรื่องของความสามารถและฝีปากของเธอคนนี้ว่าไม่ธรรมดาแล้วนะ มาเจอสำนวนการเขียนพ็อคเก็ตบุคชนิดตำหนิติเตียนบรรดาคุณผู้ชายห่วยๆ ทั้งหลายแล้ว ทำเอาหงายเงิบไปเลย เพราะดุเด็ดเผ็ดมันส์ โดนใจชะนีฝุดๆ งานนี้ถ้าไม่ใช่สาวมั่นอย่าง กาละแมร์ ทำไม่ได้นะคะ…ขอบอก!!! ทาทา ยัง นี่ก็สุดแสนจะเป็นผู้หญิงมั่นมาตั้งแต่วัยละอ่อน สำหรับ ทาทา ยัง เวลานี้แต่งงานแต่งการไปแล้ว ความมั่นใจ ความแซบตามแบบฉบับทาทาก็ยังคงมีอยู่ เรียกว่าเป็นศิลปินคนเก่งที่ฉะฉาน ตรงไปตรงมา อดีตมีเอกลักษณ์ที่ติดตายังไง ปัจจุบันก็ยังคงมีให้เห็นอยู่อย่างนั้น เอ้า!!! อ้าแขนรับตำแหน่งสาวมั่นตัวแม่แซบสะท้านวงการไปได้เลยจ้า(อดีต)สาวน้อยมหัศจรรย์ เจนนิเฟอร์ คิ้ม หลายคนอ้วน หลายคนไม่สวย มักท้อแท้ไม่กล้าแสดงออก แต่นั่นไม่ใช่ตัวตนของ เจนนิเฟอร์ คิ้ม เลยสักกะนิ๊ด...เพราะเธอคนนี้เป็นสาวมากความสามารถที่มีความมั่นใจและไม่แคร์ปากหอยปากปูที่ไหนเลยจริงๆ เรียกว่าเป็นไอดอลให้กับใครหลายคนที่ขาดความมั่นใจได้เป็นอย่างดี เพราะความเก่งความสามารถที่มีอยู่ในตัว ไม่ควรถูกบดบังด้วยรูปลักษณ์ภายนอก แหมๆๆ จุดนี้ขอปรบมือให้สาวมั่นเสียงอย่างเจ๊คิ้มแบบรัวๆ ไปเลยจ้า เมญ่า นนธวรรณ สร้างความฮือฮาให้กับเวทีนางงามได้มากโข สำหรับ เมญ่า นนธวรรณ ผู้ฉีกกฎตำแหน่งนางงามแบบเดิมๆ ที่มักต้องมีผิวขาวใสสวยฟรุ้งฟริ้งเท่านั้นถึงจะสวมมงกุฎได้ เพราะเธอคนนี้เอาความเก่ง ความมั่นใจ ความสามารถ กระแทกใจกรรมการจนคว้ามงกุฎมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2014 ไปครองได้แบบเก๋ๆ ซึ่งทุกคนลงความเห็นตรงกันว่า She นี่แหละเหมาะสมสุด ก็เล่นสวยเก่งไม่เหมือนใคร แถมความมั่นใจเป็นเริ่ดอีกต่างหาก คริๆ

พาณิชย์ จี้จัดระเบียบผู้ค้าตลาดออนไลน์เข้าระบบ
E-Commerce /  กระทรวงพาณิชย์ / 

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จับมือ สมาคมอี-คอมเมิร์ซไทย สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย และตลาดกลางอี-คอมเมิร์ซเร่งจัดระเบียบผู้ค้าอี-คอมเมิร์ซเข้าสู่ระบบ โดยจะจัดตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทการซื้อ-ขายออนไลน์ ( อี-คอมเมิร์ซ ) ซึ่งหวังว่าจะสามารถยุติปัญหาที่อาจเกิดขึ้นตามแนวโน้มการขยายตัวของธุรกิจ นางสาวผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ สมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย มาคมผู้ดูแลเว็บไทย และผู้ให้บริการตลาดกลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Marketplace) เพื่อเร่งจัดระเบียบผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เข้าสู่ระบบและแจ้งเตือนให้ดำเนินการจดทะเบียนพาณิชย์ฯ ให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยจะแจ้งเตือนผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่เปิดร้านค้าออนไลน์และยังไม่ได้จดทะเบียนพาณิชย์ฯ ให้ดำเนินการให้ถูกต้องภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้ประกอบธุรกิจ ซึ่งหากพบว่าผู้ประกอบการยังคงเมินเฉยไม่ดำเนินการให้ถูกต้องกรมฯ พร้อมบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ตาม พ.ร.บ.ทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 อีกทั้งเตรียมขอความร่วมมือจากตลาดกลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ สมาคมฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ต่ออายุการให้บริการแก่ผู้ประกอบการและเว็บไซต์รายนั้นๆ ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวเป็นนโยบายสำคัญในการส่งเสริมและผลักดันให้ผู้ประกอบการใช้ช่องทางอี-คอมเมิร์ซในการขยายตลาดและขยายธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจ SMEs ของไทยที่จะมีช่องทางในการขยายตลาดทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศเพิ่มมากขึ้นซึ่งจะส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยรวมในระยะยาว สำหรับผู้ประกอบการ อี-คอมเมิร์ซที่ได้จดทะเบียน จะได้รับประโยชน์โดยตรง คือ 1) มีตัวตนตามกฎหมายทำให้ได้รับความน่าเชื่อถือและสร้างโอกาสทางการตลาด 2) ใช้เป็นเอกสารหลักฐานแสดงตัวตนเพื่อทำธุรกรรมทางธุรกิจ เช่น สถาบันการเงิน ฯลฯ 3) ได้รับสิทธิสมัครขอใช้เครื่องหมาย DBD Registered และ DBD Verified ของกรมฯ ซึ่งเป็นเครื่องหมายรับรองความน่าเชื่อถือในการประกอบธุรกิจอี-คอมเมิร์ซที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลและ 4) ได้รับการส่งเสริมและได้รับสิทธิเข้าร่วมกิจกรรมที่กรมฯ หรือหน่วยงานพันธมิตรของกรมฯ จัดขึ้น MThai News “ขายของออนไลน์” ธุรกิจของคนรุ่นใหม่

2/4ไปเที่ยวเดอะกะตะรีสอร์ทที่ภูเก็ตมา(ดีโพลมา2557)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
2/4ไปเที่ยวเดอะกะตะรีสอร์ทที่ภูเก็ตมา(ดีโพลมา2557)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)

2/4ไปเที่ยวเดอะกะตะรีสอร์ทที่ภูเก็ตมา(ดีโพลมา2557)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน) เดอะกะตะรีสอร์ทThe Kata Resortตั้งอยู่ที่ 197/1 -197/2 Patak Rd Kata Beach Phuket, Thailand83100 Phone: +66 (0)76 330 730 Fax: +66 (0) 76 330 733 www.TheKataResort.com บรรยากาศ สุดยอดมาก ราคาก็ไม่แพง อย่างที่คิด ถ่ายทอดโดย..... ทีมงาน น.ส.พ.ดีโพลมานิวส์ (ดีโพลมา2557)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน) ร่วมด้วย ทีมงาน “สื่อสยามข่าวออนไลน์”และ“ข่าวมวลชนออนไลน์” ดังมีรายนามดังนี้.... บ.ก.เกรียงไกร พรเทพ(บรรณาธิการหลายสื่อ ) นามปากกา “เดอะกะตะ” (บ.ก.หลายสื่อ) จตุพล (บ.ก.บริหารหลายสื่อ) ผช.กรรณชัย(นามปากกา “ผู้กองแอ๊ด”) ผู้ช่วยบ.ก.ดูแลข่าวตำรวจ อภินันทร์(นามปากกา “อัจฉริยะ”)ปฐมภพ(นามว่า "คนสายกลาง") จตุพล (นามปากกา “อัพเดท”) สุจิตรา (นามปากกา “หญิงเหล็ก”) ชมรมสื่อมวลชนและเพื่อนทนายความ (ฝ่ายกฎหมาย) (รับปรึกษาปัญหากฎหมายฟรีโทร.095 – 9970577) ยินดีช่วยเหลือในด้านกฎหมายแก่คนจนฟรี!

ลุ้น! ป.ป.ช.ฟ้องคดีอาญา 'ยิ่งลักษณ์' จบปมจำนำข้าว
จำนำข้าว /  ทุจริตจำนำข้าว / 

กรรมการป.ป.ช.เผย 7 พ.ย.นี้ รู้ผลชัดเจนคดีฟ้อง "ยิ่งลักษณ์" ละเลยโกงจำนำข้าว ส่วนคดี "บุญทรง" ใกล้จบ ขาดพยาน 2-3 ราย ระบุพบคนเอี่ยวคดีอีก 111 ราย นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช.กล่าวถึงความคืบหน้ากรณี นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ทุจริตโครงการรับจำนำข้าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานและหลักฐาน ซึ่งขาดพยานอีก 2 - 3 ราย ก็จะครบถ้วน โดยจะมีการเชิญผู้สอบบัญชีของบริษัท สยาม อินดิก้า และผู้ถูกกล่าวหาบางรายข้อชี้แจงเพิ่มเติม นอกจากนี้ ป.ป.ช.จะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมอีก 111 คน จากเดิมที่ถูกร้องตามความผิดอาญา มาตรา 157 โดยจะแจ้งข้อหาเพิ่มเติม เพราะพบว่ามีความผิดตามมาตรา 148 ด้วย ส่วนกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ในโครงการรับจำนำข้าว คดีอาญาอยู่ระหว่างการตั้งคณะทำงานร่วม ป.ป.ช.และอัยการสูงสุดนั้น ประชุมไปแล้ว 2 ครั้ง ซึ่งจะประชุมคณะทำงานร่วมกันอีกครั้ง ในวันที่ 7 พ.ย.นี้ และจะต้องมีการตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อความรวดเร็ว เพราะจากที่ผ่านมาทางสำนักงาน ป.ป.ช.มีการผ่อนปรนมามากพอสมควร ตามเดิมกฎหมายกำหนดให้เสร็จภายใน 14 วัน นั้บแต่ตั้งคณะกรรมการร่วม แต่ถึงขณะนี้กลับปรากฏว่าใช้เวลาเข้าสู่เดือนที่ 3 แล้ว อย่างไรก็ตาม ภายในวันที่ 7 พ.ย.นี้ จะได้ทราบรายละเอียดที่ชัดเจนแน่นอน ส่วนคำร้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กรณีดำเนินการจ่ายเงินชดเชยให้กับชาวสวนยางโดยมิชอบนั้น ทางคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติให้ข้อกล่าวหาตกไปเช่นกัน โดยเห็นว่าคำร้องไม่เข้าเหตุกระทำผิดกฎหมาย ป.ป.ช. MThai News

อีจงซอก พร้อมตรวจหัวใจ ชาววิทเจเอสไทย 1 พฤศจิกายนนี้
2014 Lee Jong Suk Asia Tour Fan Meeting in Thailand /  2014 อีจงซอก แฟน มีตติ้ง อิน ไทยแลนด์ / 

อีจงซอก หล่อใสขวัญใจสาว ประกาศความพร้อม ตรวจหัวใจ 'ชาว วิท เจเอส ไทย' เพนตาแกรมฯ เดินหน้าเตรียมงาน พร้อมย้ำ 1 พฤศจิกายนนี้ สาวๆ ทั้งหลายไม่ควรพลาด!! กระแสความแรงของ อีจงซอก ในวันนี้เปรียบเหมือนพายุลูกใหญ่ที่จู่ๆ ก็พัดมาถล่มทั่วเอเชีย ถ้านับถอยหลังอีกไม่กี่วันพายุลูกนี้ก็กำลังจะมาทำให้แฟนๆ ชาวไทยได้ฟินกันแล้ว! กับงานแฟนมีตติ้งที่รอคอยมาแสนนาน 2014 อีจงซอก เอเชีย ทัวร์ แฟน มีตติ้ง อิน ไทยแลนด์ (2014 Lee Jong Suk Asia Tour Fan Meeting in Thailand) ซึ่งเป็นครั้งแรกที่สาวๆ จะได้สัมผัสกับ อีจงซอก (Lee Jong Suk) เจ้าของบทบาท พัคซูฮา และ หมอพัคฮุน ที่ส่งให้เขากลายเป็น 1 ในพระเอกที่มาแรงสุดของเกาหลีขณะนี้อย่างใกล้ชิด และดูเหมือนตอนนี้ห้วงความคิดถึงของทุกฝ่ายจะทำงานอย่างหนัก ด้านคนไกลที่อยู่เกาหลี อย่าง อีจงซอก ก็เผยความรู้สึกว่ารอวันจะได้พบแฟนชาวไทยอย่างใจจดจ่อเช่นกัน แต่ก่อนที่จะถึงคิวประเทศไทย เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา อีจงซอก ก็ได้ลัดฟ้าไปจัดแฟนมีตติ้งให้สาวหมวยได้ฟินปลื้มปริ่มกันถึงปักกิ่ง ประเทศจีน ซึ่งกระแสตอบรับร้อนแรงสุดๆ ตั้งแต่ก้าวเท้าแตะสนามบินเลยทีเดียว ในงานแถลงข่าวก็ยังคราคร่ำไปด้วยสื่อมวลชนกว่า 50 สำนัก โปรยเสน่ห์แพรวพราวจนนักข่าวต่างเผลอให้ใจเพราะบรรยากาศราวกับเป็นแฟนมีตติ้งย่อมๆ และเมื่อถึงเวลาของแฟนมีตติ้งจริงๆ ความสนุกและเสียงกรี๊ดก็ทวีคูณขึ้นหลายร้อยพันเท่า โดยเฉพาะเมื่อ อีจงซอก แปลงโฉมเป็น หมอพัคฮุน จากซีรีส์ Doctor Stranger พร้อมตรวจอาการหัวใจของแฟนๆ นอกจากนี้ในงานนี้ยังมีหยิบภาพถ่ายส่วนตั๊วส่วนตัวที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนขึ้นมาเม้าท์มอย ก่อนจะปิดท้ายด้วยบทเพลงพิเศษที่ อีจงซอก ตั้งใจขับร้องให้แฟนๆพร้อมจดหมายเผยความในใจ มาถึงขั้นนี้ ชาว วิท เจเอส ('WithJS' ชื่อแฟนคลับอย่างเป็นทางการของ อีจงซอก) สาขาสยามประเทศอย่างเราจะน้อยหน้าได้อย่างไร!?... เตรียมตัวกันให้พร้อม เร่เข้ามาให้กำลังใจ เพื่อไปสัมผัสความหล่อใสปากแดงของหนุ่มคนนี้ได้ ในงาน 2014 อีจงซอก แฟน มีตติ้ง อิน ไทยแลนด์ (2014 Lee Jong Suk Asia Tour Fan Meeting in Thailand) วันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2014 เวลา 18:00 น. เป็นต้นไป ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ และ บางกอก คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ (Centara Grand & Bangkok Convention Centre at CentralWorld) โดยในงานนอกจากจะได้พบกับเรื่องราวความสนุกสนานที่ทาง อีจงซอก เตรียมนำมาสร้างความประทับใจแล้ว ด้านผู้จัดงานหน้าใหม่ไฟแรง เพนตาแกรม อินเตอร์เนชั่นเนล (Pentagram International Co.,Ltd.) ก็มีความตั้งใจอยากให้การพบกันครั้งแรกแสนพิเศษและน่าจดจำที่สุด เลยใจป้ำให้แฟนคลับที่ซื้อบัตรราคา 5,000 / 4,500 / 4,000 และ 3,000 บาท ได้รับสิทธิ์ไฮไฟว์ สัมผัสมือขาวๆ นุ่มๆ ของ อีจงซอก ทุกที่นั่งแบบไม่ต้องลุ้น! ใครที่ยังไม่มีบัตรอย่าช้ายังสามารถไปหาซื้อบัตรกันได้ บัตรราคา 5,000 / 4,500 / 4,000 / 3,000 / 2,000 และ 1,500 บาท ยังพอมีให้จับจองกันทางไทยทิกเก็ตเมเจอร์ทุกช่องทางการจำหน่าย โทร. 02-262-3456 หรือเว็บไซต์www.thaiticketmajor.com และสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/pentagraminter ความพิเศษแบบนี้มีให้เฉพาะชาว วิท เจเอส ไทยจริงๆ ครั้งแรกและครั้งเดียวที่ไม่อยากให้พลาดกัน! ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

รถเมล์ร่วม ย้ำ สิ้นปี 57 ต้องมีคำตอบขึ้นค่าตั๋ว 2 บ.
กระทรวงคมนาคม /  ขอขึ้นค่าโดยสาร / 

รถเมล์ร่วม ขสมก. ย้ำ ภายในสิ้นปี 57 กระทรวงคมนาคมต้องมีคำตอบเรื่องค่าโดยสาร หลังขอขึ้น 2 บาท นายวิทยา เปรมจิตร์ นายกสมาคมพัฒนารถร่วมบริการเอกชน (รถร่วมบริการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ) เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงความคืบหน้าการขอปรับขึ้นราคาค่าโดยสาร 2 บาท โดยรถเมล์ร้อนขอเพิ่มค่าโดยสารจาก 8บาท เป็น 10 บาท ส่วนรถเมล์ปรับอากาศปรับขึ้นอีกระยะทางละ 2 บาท ว่า ล่าสุด ทางสมาคมได้ประสานงานไปยังผู้แทนของกระทรวงคมนาคม เพื่อติดตามความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าว โดยทางกระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างการพิจารณา และขอเวลาศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับต้นทุนที่แท้จริงก่อน จากนั้นจะพิจารณาตามความเหมาะสม ทั้งนี้ ทางสมาคมยืนยันว่า ภายในสิ้นปีนี้ทางกระทรวงจะต้องมีความชัดเจนในเรื่องค่าโดยสาร ว่าจะมีการปรับขึ้นราคาได้หรือไม่ หลังจากก่อนหน้านี้ได้พิจารณาให้กับรถแท็กซี่ไปก่อนหน้านี้แล้ว MThai News

The Platinum Jeans Lover 2014 (ยีนส์)
jeans /  Promotion / 

 ddงานเซลกระหน่ำครั้งสำคัญสำหรับคอ ยีนส์ จัดเต็มด้วยสินค้าแฟชั่น ยีนส์และเครื่องหนังจากร้านค้ามากกว่า 50 ร้าน ยกมาขายในบรรยากาศสไตล์คาวบอย ให้คุณได้สัมผัสกลิ่นอายแบบคันทรี่ๆ ในใจกลางกรุงเทพฯ ddในงานมีการ จำลองบรรยากาศฟาร์มแกะ ให้คุณได้สัมผัส ป้อนนม และให้อาหารแกะน้อยน่ารัก พร้อมร่วมบริจาคเสื้อผ้า แบ่งปันความอบอุ่นเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาวผ่านมูลนิธิจิตอาสา และ ช้อปปิ้งให้เพลินกับสินค้าแฟชั่น ยีนส์ และเครื่องหนังราคาพิเศษ ddตั้งแต่วันนี้ - 29 ตุลาคม 57 ที่เดอะ แพลทินัม สตรีท บริเวณหน้าศูนย์การค้า เดอะ แพลทินัม แฟชั่น มอลล์ (ประตูน้ำ)

A.CIAN บอยแบนด์จาก Mono Music Korea เปิดตัวมินิอัลบั้ม OUCH
A.CIAN /  HYEOK JIN / 

A.CIAN (เอ.เชี่ยน) ไอดอลกรุ๊ปเบอร์แรกจากสังกัด Mono Music Korea คัมแบ็คด้วยภาพลักษณ์แข็งแกร่งและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์มากขึ้น เปิดตัวมินิอัลบั้มชุดใหม่ OUCH หลังจากทยอยปล่อยทีเซอร์แนะนำสมาชิกทั้งห้า ซึ่งโดดเด่นด้วยภาพลักษณ์ชายหนุ่มสุดแข็งแกร่งจนเป็นที่จับตามองของเหล่าแฟนเพลง ในที่สุดห้าหนุ่มบอยแบนด์วง A.CIAN ก็ได้จัดกิจกรรมโชว์เคสเปิดตัวสมาชิกอย่างเป็นทางการ พร้อมโชว์การแสดงของผลงานเพลงจากมินิอัลบั้มใหม่ OUCH ของพวกเขาเป็นครั้งแรก ไม่เพียงเท่านั้น เพราะ A.CIAN ยังได้ปล่อยเพลงใหม่ SO HAPPY TOGETHER ซึ่งเปรียบเสมือนบทเพลงแทนคำขอบคุณเหล่าแฟนเพลง ที่ยังคงเฝ้ารอการคัมแบ็คของพวกเขาอย่างมั่นคง สมาชิกของวง A.CIAN ประกอบไปด้วย 5 คน ได้แก่ Jin.O, Sanghyeon และ Jungsang บวกกับสองสมาชิกใหม่ Hyeokjin และ Lo-J พวกเขาถือเป็นศิลปินไอดอล K-POP กลุ่มแรกจากฝีมือการปลุกปั้นของสังกัด Mono Music Korea โดยการบริหารของ Mono Group บริษัทเอนเตอร์เทนเมนต์ยักษ์ใหญ่ของประเทศไทย ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

20 เรื่องจริงคนเหนือมนุษย์
10 อันดับ /  จัดอันดับ 2014 / 

ถ้าลองให้เพื่อนๆ จินตนาการเกี่ยวกับ “คนเหนือมนุษย์” ทีนเอ็มไทยเชื่อว่าหลายคนคงนึกถึงเหล่าซุเปอร์ฮีโร่ในหนังหรือการ์ตูนกันแน่นอน เพราะความจริงในโลกของเราจะมีคนเหนือมนุษย์อยู่จริงได้ยังไงกันเล่า! แต่อย่าเพิ่งด่วนสรุปไปคะ 20 เรื่องจริงคนเหนือมนุษย์ ที่ทีนเอ็มไทยนำมาให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันนี้ พวกเขาอาจจะไม่ได้มีพลังวิเศษอ่านใจใครได้ บินได้ ปล่อยแสงได้ แต่ทั้ง 20 เรื่องจริงคนเหนือมนุษย์นี้มีความสามารถที่คนธรรมดาอย่างเราทำไม่ได้และไม่คิดว่าจะมีคนแบบนี้ด้วยซ้ำไปหน่ะสิ ถ้าไม่เชื่อเราไปติดตามกันเลยคะ 20 เรื่องจริงคนเหนือมนุษย์ 1. Ma Xiangang (สามารถต้านทานกระแสไฟฟ้าได้) ความบังเอิญเพราะวันหนึ่งนาย Xiangang ได้พยายามซ่อมทีวีที่เสียและบังเอิญมือของเขาดันไปโดนสายไฟที่ยังมีไฟฟ้าเลี้ยงอยู่ แต่แทนที่เขาจะถูกช็อตจนไหม้เกรียม เค้ากลับไม่มีความรู้สึกเจ็บสักนิด และด้วยความสงสัยเค้าเลยไปทดสอบความสามารถของตนเองอีกครั้งด้วยการจับสายไฟที่มีกระแสไฟฟ้ารั่ว และเค้าก็ต้องประหลาดใจ เพราะนอกจากจะไม่ถูกไฟฟ้าช็อตแล้วเค้ายังไม่รู้สึกเจ็บโดยผิวหนังของเขาสามารถต้านทานกระแสไฟฟ้าได้มากกว่าคนทั่วไป 7-8 เท่า 2. Dean Karnazes (ชายที่ไม่มีวันเหนื่อย) พลังพิเศษของเขา คือ สามารถวิ่งมาราธอนได้ถึง 50 รายการใน 50 รัฐ เป็นเวลา 50 วันนอกจากนั้นเขายังวิ่งในระยะทาง 350 ไมล์ (563กิโลเมตร) ในเวลา 3 วันติดต่อกันโดยไม่หยุดพัก ได้มีการทดสอบร่างกายของนาย Dean ว่าทำไมร่างกายเขาจึงสามารถทนทานการออกกำลังกายได้มากกว่าคนทั่วไป และผลการทดสอบพบว่า ถ้าเป็นคนปกติหลังจากการวิ่งมาราธอนกล้ามเนื้อจะได้รับความเสียหายประมาณ 2,400 CPK แต่นาย Dean กลับมีค่าความเสียหายเพียง 447 CPK เท่านั้น สำหรับผลสรุปการทดสอบออกมาได้ว่า ถ้าเขายังคงอยู่ในสภาพนี้ต่อไปเรื่อยๆ เขาจะสามารถวิ่งด้วยความเร็ว 7-10 นาที ต่อไมล์ไปได้เรื่อยๆ ตลอดกาล 3. Stephen Wiltshire (มีความสามารถที่ไม่มีวันลืมสิ่งที่เห็น) Stephen Wiltshire สามารถวาดภาพทิวทัศน์ของประเทศและเมืองต่างๆ จากความทรงจำเท่านั้น เขาสามารถจดจำทุกๆ รายละเอียดได้ แม้ะจะดูแค่เพียงแว้บเดียว และจนถึงทุกวันนี้เค้าก็ยังจดจำภาพที่เขาเคยเห็นได้ทุกภาพ Stephen เป็นคนที่มีอาการของโรคออทิสติก แต่เขาก็มีสิ่งที่ทดแทนกันได้นั่นคือ ความสามารถในการจดจำและเขายังเคยขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปดูทิวทัศน์จากด้านบนของเมือง New York ขนาดใหญ่ที่มีความสมบูรณ์และรายละเอียดได้ ถูกต้อง 100 เปอร์เซ็นต์ อ่านเพิ่มเติม http://teen.mthai.com/variety/57036.html 4. Kim Peek (ความสามารถจดจำทุกสิ่งทุกอย่างได้) เขาสามารถจำเนื้อหาในหนังสือทั้งหมดที่เคยอ่านได้ จำนวน 12,000 เล่มได้ โดยเขาสามารถอ่านได้ทีละ 2 หน้าพร้อมๆกัน ตาซ้ายอ่านหน้าซ้ายตาขวาอ่านหน้าขวา เขายังสามารถจดจำทุกสิ่งที่เคยได้พบเจอมาตลอดชีวิตด้วยลายละเอียดที่ถูกต้องถึง 98 เปอร์เซ็นต์ แม้แต่สภาพอากาศที่ย้อนกลับไป 10 ปีที่แล้ว ซึ่งสาเหตุที่ทำให้นาย Kim มีความสามารถนี้เกิดจากความผิดปกติตั้งแต่กำเนิดชนิดหนึ่ง ซึ่งส่งผลทำให้พื้นที่ความจำของเขามีขนาดใหญ่กว่าคนปกติ โดยนาย Kim Peek เสียชีวิตในปี 2009 อ่านเพิ่มเติม http://teen.mthai.com/variety/57036.html 5. Wim Hof (มีความสามารถในการต้านทานความเย็น) ชายผู้นี้มีความสามารถพิเศษในการต้านทานความหนาวเย็น เพราะความเย็นไม่สามารถทำอะไรร่างกายเขาได้เลย ซึ่งเคยมีการทดลองโดยให้เขาดำน้ำเย็นจัด ที่สามารถฆ่าคนปกติได้ในเวลาไม่กี่นาที แต่ปรากฏว่าอุณหภูมิในร่างกายเขาแทบจะไม่ลดลงเลย ซึ่งเขาสามารถทำได้แม้กระทั่งปีนเทือกเขาเอเวอร์เรสโดยใส่กางเกงขาสั้นเพียงตัวเดียว โดยนาย Wim Hof บอกว่าความสามารถของเค้าได้มาจากการทำสมาธิ 6. Isao Machii (สุดยอดปฏิกิริยารีเฟล็กซ์) ซามูไรผู้ที่มีปฏิกิริยารีเฟร็กซ์(ปฏิกิริยาตอบสนองอัตโนมัติโดยไม่ต้องใช้สมองสั่ง)ที่ยอดเยี่ยมโดยสามารถตัดสิ่งของต่างๆด้วยดาบซามูไรให้ขาดครึ่งได้แม้จะเป็นของเล็กๆ หรือกระทั่งตัดลูกกระสุนปืนอัดลมให้ขาดครึ่งเพราะเป็นความสามารถแบบนี้เราจะพบเจอได้แค่ในหนังเท่านั้น โดยความสามารถของเขาถูกอธิบายไว้ว่า เป็นความสามารถรับรู้ความเคลื่อนไหวของสิ่งที่พุ่งเข้ามาหาเขา และใช้สัมผัศแบบอื่นนอกเหนือจากการมองเห็น โดยเป็นระบบประมวลผลการรับรู้ที่อยู่ในระดับสูงขึ้นไปกว่าในคนทั่วไป 7. Saul Aaron Kripke (ฉลาดจน Harvard เชิญให้ไปเป็นอาจารย์สอนขณะที่เรียนอยู่ไฮสคูล) Kripke เริ่มศึกพีชคณิตเมื่อตอยอยู่เกรด 4 และพอจบชั้นประถมก็เรียนรู้เรขาคณิต และ แคลคิวลัสจนทะลุปรุโปร่ง จึงหันไปสนใจปรัชญา โดยเขียนบทความหลายชิ้นทั้งในเรื่องของอรรถศาสตร์ (semamtics) และตรรกวิทยาแบบ Modal Logic ในขณะที่อายุเพียง 16 ปี และหนึ่งในผลงานด้านตรรกวิทยานั้นทำให้ได้รับจดหมายเชิญจากภาควิชาคณิตศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เชิญชวนให้เขาไปเป็นอาจารย์ ซึ่งเค้ากลับตอบปฏิเสธไปโดยให้เหตุผลว่า “แม่ผมบอกว่าให้ผมเรียนจบไฮสคูลและมหาวิทยาลัยเสียก่อนดีกว่า” Kripke ยังได้รับรางวัล Shock Prize ซึ่งเป็นรางวัลทางด้านปรัชญาที่เทียบได้กับรางวัลโนเบล และในปัจจุบันเขาได้รับการยกย่องว่าเป็นปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกที่ยังมีชีวิตอยู่ 8. Akrit Jaswal (สามารถเป็นศัลยแพทย์ด้วยวัยเพียง 7 ขวบ) “เด็กผู้ชายที่ฉลาดที่สุดในโลก” เพราะมี IQ ถึง 146 และได้รับการยอมรับว่าเป็นคนที่ฉลาดที่สุดเด็กๆที่อายุเท่าๆกัน และในปี 2000 เค้าได้ทำการรักษาคนไข้คนแรกที่บ้านของตัวเองด้วยวัยเพียง 7 ขวบ ซึ่งคนไข้เป็นเด็กอายุ 8 ขวบที่มีฐานะยากจน มือของเธอถูกๆไฟลวกทำให้นิ้วมือกำแน่นติดกัน ซึ่งในตอนนั้นเขายังไม่เคยได้เรียนวิชาทางแพทย์อย่างเป็นทางการ และยังไม่มีประสบการณ์ในการผ่าตัดใดๆ แต่เขาก็สามารถทำให้นิ้วมือของเด็กหญิงคลายออกมาได้และใช้มือได้เป็นปกติอีกครั้ง โดยขณะนี้ Akrit กำลังเรียนเรียนปริญญาตรีสาขาวิทยาศาสตร์อยู่ที่วิทยาลัย Chandigarth และยังเป้นนักศึกษาที่อายุน้อยที่สุดที่มหาวิทยาลัยอินเดียเคยรับเข้าเรียน 9. Gregory Smith (ถูกเสนอชื่อให้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เมื่อมีอายุเพียง 12 ขวบ) Gregory สามารถอ่านหนังสือออกตั้งแต่อายุ 2 ขวบ และเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเมื่ออายุ 10 ขวบเท่านั้น และเด็กหนุ่มคนนี้ตัดสินใจออกเดินทางไปทั่วโลกเพื่อรณรงค์เรื่องสันติภาพและสิทธิเด็ก และได้ก่อตั้ง International Youth Advocates ซึ่งเป็นองค์กรที่ให้การสนับสนุนหลักการแห่งสันติภาพและความเข้าอกเข้าใจระหว่างเยาวชนทั่วโลก เขาเคยได้พบกับผู้นำคนสำคัญอย่าง Bill Cliton และ Mikhail Gorbachev และยังเคยปฐกถาต่อหน้าที่ประชุม UN อีกด้วย จากการทำงานด้านมนุษยธรรมนี้ ทำให้เขาได้ถูกเสนอชื่อให้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพถึง 4 ครั้ง 10. Kim Ung – Yong (จบปริญญาเอกตอนอายุ 15 และมีไอคิวสูงที่สุดในโลก) ถือได้ว่าเป็นมนุษย์ที่ฉลาดที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่ โดย Guinness Book of World Records บันทึกว่าเค้ามี IQ สูงที่สุดในโลกคือสูงกว่า 210 สามารถอ่านภาษาญี่ปุ่น เกาหลี เยอรมัน และอังกฤษ ได้ตั้งแต่ 4 ขวบ และตอนครบ 5 ขวบก็สามารถแก้โจทย์ แคลคิวลัส ที่ซับซ้อนได้ และยังได้เป็นนักเรียนรับเชิญในชั้นเรียนวิชาฟิสิฟส์ที่มหาวิทยาลัย Hanyang ตั้งแต่อายุ 3-6 ขวบพออายุ 7 ขวบ NASA ก็เชิญเค้าไปที่อเมริกาและเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัย Colorado ในปี 1974 จนได้ Ph.D ด้านฟิสิกส์ตั้งแต่ก่อนที่เขาจะมีอายุครบ 15 ปี โดยระหว่างที่เรียนเขาก็เริ่มทำงานวิจัยที่ NASA ไปด้วย และทำต่อมาตลอดจนกระทั่งกลับเกาหลีจึงได้ตัดสินใจเปลี่ยนสาขาจากฟิสิฟส์ไปเป็นวิศวกรรมโยธาและศึกษาจนได้รับปริญญาเอก ขอบคุณขอ้มูล http://pantip.com/topic/3241414

บอกลาปัญหาก้นด้าน!! ลูคัส งอแง ถ้ายังไม่ได้ลงจะย้ายทีม
บราซิเลี่ยน /  ลิเวอร์พัดเลี่ยน / 

ลูคัส เลว่า มิดฟิลด์ฟ้าประทานพรของ ลิเวอร์พูล เริ่มออกอาการงอแง หลังไม่ได้รับโอกาสให้ลงเล่นเท่าที่ควรในซีซั่นนี้กับทัพ "หงส์แดง" โดยเจ้าตัวมองว่าหากสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ทางเลือกเดียวของเขาที่เหลืออยู่ก็คือการ ย้ายทีม กองกลางชาว บราซิเลี่ยน ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้กับ Marca ว่า "ผมต้องการลงเล่น แต่ในขณะเดียวผมต้องอดทนรอโอกาสอยู่ข้างสนาม" "ผมต้องหาทางออกเรื่องนี้กับ ลิเวอร์พูล หรือสโมสรอื่นๆ ถึงแม้ปัจจุบันผมจะไม่ได้ติดต่อกับทีมไหน แต่ถ้าเมื่อไหร่โอกาสของผมกับ ลิเวอร์พูล มันหมดทางเยียวยาจริงๆ ถึงตอนนั้นผมก็ควรพิจารณาถึงการย้ายทีมได้แล้วแหละ" ลูคัส เลว่า ตบท้าย

คุณพระ!! เรเน่ เซลเวเกอร์ ฉีดโบท็อกซ์ จนหน้าเปลี่ยน กลายเป็นคนแก่
ฉีดโบท็อกซ์ /  ลดความอ้วน / 

เรเน่ เซลเวเกอร์ นักแสดงสาวในวัย 45 ปี หรือที่รู้จักกันดีในนาม บริดเจต โจนส์ ที่จู่ๆ ก็กลายเป็นที่พูดถึงกันสนั่นวงการ เมื่อเธอมาปรากฎตัวในงาน ELLE Women In Hollywood Awards ที่โรงแรมโฟร์ซีซั่น ลอสแองเจลิส เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ที่ผ่านมาแบบช็อคสายตา เพราะใบหน้าของ เรเน่ เซลเวเกอร์ เป็นไปจนแทบจำไม่ได้ ดูเผินๆกลับให้ความรู้สึกว่าเธอดูแก่ขึ้นมาก จนหลายคนตั้งข้อสังเกตว่า เธออาจฉีดโบท็อกซ์มากเกินไป จนทำให้กล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าผิดไปจากเดิมมาก หรืออาจเป็นผลจากการที่เธอลดน้ำหนักมากเกินไปก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งก็เป็นได้  เรื่องโดย Women Mthai Team ที่มาภาพจาก Telegraph