บลูเบอร์รี่ อาร์ สยาม

10 สุดยอด พระเอกอินเดีย หล่อจริง ล่ำจัง ใจละลาย
พระเอกอินเดีย /  หนุ่มอินเดีย / 

ตามที่หลายคน คงจะได้รู้จักกันอยู่แล้ว และติดตามกันอยู่บ้าง แต่เรามาดู สุดยอด พระเอกอินเดีย (รุ่นใหม่) ของวงการ หนังอินเดีย หรือ Bollywood กัน แล้วจะรู้ว่า ไม่หล่อ ไม่ล่ำ ไม่แซ่บ อยู่ยากจริงๆ ว่ากันด้วยเรื่องของหนังอินเดีย กันซักนิด ซึ่งส่วนใหญ่ จะมีบทเดินเรื่องเป็นพระเอกเสียส่วนใหญ่ และแฟนคลับส่วนใหญ่ก็จะติดตามพระเอกเหล่านี้ ทำให้วงการหนังอินเดีย มีตัวเลือกมากมาย แต่คนที่จะ perfect เท่านั้นที่จะอยู่รอดซึ่งหมายถึง หล่อ ล่ำ ร้องเพลงดี และเต้นได้ดีด้วย แต่เดิมนั้น พระเอกอินเดีย ที่ครองอันดับมานาน ได้แก่ "สามพระเอกตระกูล Khan" (ไม่ใช่พี่น้องกัน แต่ดันนามสกุลซ้ำกัน) ได้แก่ * Sharukh Khan ราชาแห่ง Bollywood ซึ่งมีคนกล่าวว่า เขาคือ ตำนาน ที่ทั้งร้องไพเราะ ทั้งเต้นเร้าใจ และมีท่วงท่าสง่างาม อ่อ ที่ที่กล่าวขานกันมากคือ เขาไม่แคร์สื่อนะ ถ้าจะมาถามอะไรล้วงลึกเกิน พ่อวีนเอาง่ายๆ * Aamir Khan พระเอกหน้าแปลก ที่ฝากฝีไม้ลายมือ มาทุกบท ไม่ว่าจะ โหด ตลก โรคจิต ล่าสุดเรื่อง PK ได้คำชมมากโข * Salman Khan พระเอกนักบู๊ ตัวล่ำร่างใหญ่ ได้รับบทหนังแอคชั่นแนวถนัด และการเต้นเอวพริ้ว (ขัดกับร่างใหญ่อย่างมาก) แต่นั่นเป็นรุ่นใหญ่ เรามาดู 10 อันดับ พระเอกอินเดีย หล่อล่ำ แซ่บ ที่คาดว่าจะท้าชิงรุ่นใหญ่กัน ดังนี้ 10. Gautam Rode พระเอกอินเดีย ในละครทีวี และพิธีกรรายการทีวี อายุ 37 ปี หน้าหวาน แต่พฤติกรรมไฮเปอร์ที่สุด ชอบลุย ชอบเที่ยว และชอบโชว์หุ่นล่ำงามๆให้ชมเล่นอยู่ร่ำไป พระเอกอินเดีย Gautam Rode ยิ้มหวานๆ พระเอกอินเดีย Gautam Rode หล่อล่ำ 9. Siddharth Shukla โด่งดังจากการเป็นพระเอกละครทีวี อยู่ในวงการมา 7 ปีแล้ว ไม่ค่อยโชว์หุ่นล่ำเท่าไหร่ นานๆที แต่สาวๆชาว bollywood ก็คิดถึงตลอด พระเอกอินเดีย Siddharth Shukla หน้าคมสัน ผู้ใหญ่ใจดี พระเอกอินเดีย Siddharth Shukla หุ่นทรมานใจสาวๆอีกแล้ว 8. Ruslaan Mumtaz พระเอกอินเดียหน้าหล่อใส หุ่นดี ที่งานดันไม่ค่อยชุกเท่าไหร่ (ไม่รู้เล่นตัว เลือกบท หรือเล่นตัวอย่างไร) อายุ 27 ปีแล้ว แต่มีหนังออกมาเพียงแค่ปีละเรื่อง ทำให้แฟนๆบ่นคิดถึง   พระเอกอินเดีย Ruslaan Mumtaz หน้าหล่อ หุ่นแซ่บ จบมั้ย! 7. Mohit Raina นายแบบที่อยู่ในวงการมา 10 ปี และได้รับบทเด่นขึ้นเรื่อยๆ หน้าตาคมสัน และหุ่นนายแบบ ที่ดันได้ดีกับบทละครทีวีตำนานเทพ ซึ่งเขาได้รับเกียรติแสดงในบทพระศิวะ พระเอกอินเดีย Mohit Raina นายแบบ เท่ ล่ำ 6. Imran Abbas Naqvi หนุ่มตาหวาน อายุ 32 ปี ที่เป็นชาว ปากีสถาน (ไม่ใช่อินเดีย) แต่มีคนนำภาพเขาไปส่งต่อผิดๆในฐานะ "เจ้าชายรูปงามแห่งปากีสถาน" บ้างล่ะ หรือ "เจ้าชายรูปงามแห่งอาหรับอิมิเรตส์" บ้างล่ะ ทั้งๆที่เขาก็คนธรรมดา ที่เป็นนายแบบ นักแสดงที่ หล่อขั้นเทพ และมีผลงานใน bollywood อยู่บ้าง พระเอกอินเดีย Imran Abbas Naqvi ตาหวานเยิ้มเลย พระเอกอินเดีย Imran Abbas Naqvi ล่ำไปไหนเนี๊ยะ 5. Varun Dhawan อายุ 27 ปี หน้าใหม่ในวงการ เพราะเข้ามาแค่ 3 ปี (พร้อมๆกับ Sidharth Malhotra ในเรื่อง Student of the Year) หน้าหล่อเข้ม หุ่นล่ำทรมานใจสาว แต่เขาถูกวิจารณ์ว่าแพ้พระเอกอินเดียคนอื่นๆอยู่นิดหน่อย คือ เขาตัวเตี้ยกว่าคนอื่นๆ และเต้นไม่พริ้วเท่าไหร่ (เด้งซะขนาดนี้ เต้นไม่เก่งยังไงคะเนี่ย งงแพล็บ!) แนะนำให้ชมเรื่อง Main Tera Hero พระเอกอินเดีย Varun Dhawan หล่อใส นัยน์ตากรุ้มกริ่ม พระเอกอินเดีย Varun Dhawan ใครหาว่าผมเต้นไม่เก่ง? พระเอกอินเดีย Varun Dhawan ล่ำโฮก 4. Hrithik Roshan อายุ 41 ปีแล้ว หน้าคมสัน นัยน์ตาน้ำตาลอมเขียว ทำให้เขาได้ชื่อทั้งเรื่อง รูปร่างล่ำเปรี๊ยะ และดวงตาสวยตราตรึง แม้ว่าจะตัวล่ำใหญ่แต่มีท่าเต้น เอวไร้กระดูกที่ชวนทึ่ง นั่นทำให้เขาได้เป็นกรรมการรายการทีวี Just Dance ด้วย แนะนำให้ชมหนังอินเดียเรื่อง Krrish (แนวซุปเปอร์ฮีโร่ๆ มันส์ๆฮาๆ) และ Dhoom 2 พระเอกอินเดีย  Hrithik Roshan 3. Arjun Kapoor อายุ 30 ปี เป็นพระเอกอินเดียที่ไต่เต้าในวงการมาหลายปี และอยู่ในตระกูล Kapoor นักโปรดิวเซอร์หนัง เข้าวงการมา 3 ปี และได้รางวัลพระเอกหน้าใหม่หลายรางวัลเลย แนะนำให้ชมเรื่อง 2 States พระเอกอินเดีย Arjun Kapoor แนว เข้ม เถื่อน ดิบ 2. Karan Singh Grover อายุ 32 ปี แต่งงานแล้วแต่เสน่ห์ไม่เสื่อมสลาย หน้าตาแนว bad boy และบ้าคลั่งการเพาะกายอย่างหนัก ทำให้ได้หุ่นที่มีกล้ามชัด ไร้ไขมัน อยู่ในวงการมา 10 ปีแล้ว เริ่มต้นจากการเป็นนายแบบ เขาคือพระเอกเรื่อง Alone (หนัง GTH แฝด เวอร์ชั่นอินเดีย) พระเอกอินเดีย Karan Singh Grover มีดีที่ กล้ามและซิกแพ็ค 1. Sidharth Malhotra อายุ 30 ปี ใบหน้าใสซื่อ รูปร่างสูงโปร่ง และลีลาการเต้นเป็นที่น่าประทับใจสาวๆ ทำให้ เขาได้รับรางวัลมากมายในปีแรกที่เข้าวงการจากเรื่อง Student of the Year และยังได้ขึ้นหน้าปก Men's Health (India) ถึงสองครั้ง แนะนำให้ดูหนังอินเดียเรื่องคือ EK Villian พระเอกอินเดีย Sidharth Malhotra หน้าใสๆ พระเอกอินเดีย Sidharth Malhotra เท่ เข้ม พระเอกอินเดีย Sidharth Malhotra มันเขี้ยว พระเอกอินเดีย Sidharth Malhotra หน้าปก Men's Health อินเดีย พระเอกอินเดีย Sidharth Malhotra ซิกแพ็ค เพียวๆ (#ร้องไห้หนักมาก #กรีดร้องหนักกว่า) เห็นคุณพระเอกภารตะ หุ่นเซียะ หน้าหล่อเข้มแบบนี้ แล้วหิวโรตีขึ้นมาทันทีทันใด ยืนยันอีกครั้งค่ะ จะไปบินไปอินเดียด่วนๆ (ถ้ายังไม่พร้อม ให้ไปหาหนังของคุณพระเอกอินเดียเหล่านี้มาดูพลางๆก่อน) เรียบเรียงโดย MThai นำไปใช้กรุณาให้เครดิตด้วย อ้างอิงแหล่งภาพ http://www.imranabbasofficial.com http://www.iamgautamrode.com/ http://www.bollywoodhungama.com http://www.indiatimes.com http://www.imranabbasofficial.com http://www.santabanta.com http://www.india-forums.com

10ปีสำเร็จ! 'โคลนทอง'ควายไทยโคลนนิ่งตัวแรกของโลก
ควายไทยโคลนนิ่ง /  จุฬาลงกรณ์ / 

โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดาร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดตัว "โคลนทอง" ควายไทยโคลนนิ่ง จากเซลล์ใบหูพญาควายปลักไทยตัวแรกของไทยและโลก หลังใช้เวลาทำการวิจัยนาน 10 ปี จนประสบผลสำเร็จ วันนี้ (3 มี.ค. 58 ) ดร.มงคล เตชะกำพุ รองอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมทีมนักวิจัยจากศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีการปศุสัตว์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกันเปิดตัว "โคลนทอง" ลูกควายโคลนนิ่ง จากเซลล์ใบหูพญาควายปลักไทยตัวแรกของไทยและโลก โดยดร.มงคล กล่าวว่า ปัจจุบันควายไทยกำลังเสี่ยงกับการสูญพันธุ์ เนื่องจากมีการขยายพันธุ์น้อย และไม่นิยมใช้ในการเกษตรอีกต่อไปแล้ว ทางจุฬาฯ จึงได้เริ่มทำการวิจัยตั้งแต่ปี 2542 จนมาสำเร็จในปี 2554 ที่ผ่านมา ออกมาเป็น “โคลนทอง” ซึ่งต่อมาทางจุฬาฯ ได้ขอพระราชทานพระราชนุญาตน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวาย “โคลนทอง” แด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อเป็นเกียรติประวัติ ซึ่งได้มีพระราชกระเเสให้นำมาเลี้ยงที่โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา เมื่อปี 2556 ที่ผ่านมา โดยได้ติดตามดูแลโคลนทองมาโดยตลอด จนแน่ใจว่า “โคลนทอง” สมบูรณ์แข็งแรงดี จึงได้มีการเปิดตัวในวันนี้  ซึ่งก็ถือเป็นความสำเร็จอย่างมากหลังจากที่พยายามมากว่า 10 ปี ดร.มงคล ระบุด้วยว่า ขณะนี้ "โคลนทอง" มีอายุ 3 ปี 4 เดือน น้ำหนัก 400 กิโลกรัม เป็นควายที่มีลักษณะดี ตามตำราโบราณ มีปากคาบแก้ว หน้าผากสีขาว และเท้าขุนนาง โดย "โคลนทอง" สามารถสืบพันธุ์ได้ตามปกติเหมือนควายทั่วไป โดยอาจใช้วิธีรีดน้ำเชื้อเก็บไว้เพื่อนำไปต่อยอดขยายพันธุ์ต่อไป อีกทั้งยังสามารถทำการรีโคลนนิ่ง (โคลนนิ่งจากควายที่เกิดมาจากการโคลนนิ่ง) จากเจ้า "โคลนทอง" ได้อีกด้วย สำหรับการโคลนนิ่งควายจากเซลล์ใบหูครั้งนี้ ถือเป็นความสำเร็จครั้งแรกของโลก ซึ่งนับเป็นคุณูปการครั้งใหญ่ของวงการวิจัยไทย เพราะสามารถเพิ่มขยายพันธุ์ควายไทยให้ได้มากขึ้น โดยจะต่อยอดงานวิจัยนี้ในภาคเศรษฐกิจ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอย่าง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักข่าวสปริงนิวส์ MThai News

ย้อนตำนานแก๊งวัยรุ่น หินกลิ้ง ในเรื่อง กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้
กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ /  ดาราวัยรุ่น / 

วันนี้ทีนเอ็มไทยขอพาเพื่อนๆ ย้อนตำนานแก๊งวัยรุ่น หินกลิ้ง ในเรื่อง กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ กับ 6 หนุ่มแก๊งหินกลิ้ง และแก๊งสาวบัวชมพูกัน และรู้หรือไม่ว่า แก๊งวัยรุ่นในตำนานนี้ ถูกนำมาสร้างแล้วถึง 3 รุ่น แต่ใครจะทันยุคไหนสมัยไหนกันบ้าง และจำพวกเขาคิดถึงพวกเขาขนาดไหน ไปติดตามพร้อมๆ กันค่ะ   ย้อนตำนานแก๊งวัยรุ่น หินกลิ้ง ในเรื่อง กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ เริ่มต้นกันด้วยรุ่นแรก กลิ้งไว้ก่อน พ่อสอนไว้ ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ไทยครั้งแรก เมื่อกลางปี พ.ศ. 2534 เป็นภาพยนตร์วัยรุ่นที่โด่งดังมากมาก สร้างสถิติภาพยนตร์ไทยที่ทำรายได้สูงที่สุดในประวัติศาตร์ในเวลานั้น โดยเรื่องราวของ กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ เป็นเรื่องของ 4 หนุ่มนักเรียนชั้น ม.6 กลุ่มหินกลิ้ง ที่เป็นก๊วนแสบประจำโรงเรียน นักเรียนรุ่นน้องชั้น ม.5 อยากสืบทอดเจตนารมณ์ ซึ่งในอีกหลายปีต่อมา คิง สมจริง ผู้กำกับหนังเรื่องนี้ซึ่งในขณะนั้นเป็นผู้บริหาร โพลีพลัส ได้หยิบหนังเรื่องนี้มาปัดฝุ่นทำใหม่ในรูปแบบละครโดยในตอนแรกๆ ของเรื่อง มอส ปฏิภาณ นักแสดงจากเวอร์ชันหนังได้ให้เกียรติมาร่วมรับเชิญในฐานะรุ่นพี่หินกลิ้งและยังมี ชาตรี ชมพู นักแสดงอีกคนจากในหนังก็กลับมารับบทเดิมอีกครั้งคือ อาจารย์ฝ่ายปกครอง โดยหลายอย่างจากเวอร์ชันหนังยังคงอยู่แต่ได้มีการดัดแปลงให้ทันสมัยขึ้น โดย กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ ครั้งนี้ เป็นเรื่องราวของเด็กนักเรียนชั้น ม.6 กลุ่มหนึ่ง ชื่อ แก็งหินกลิ้ง มีสมากชิก ดังนี้ ปฏิภาณ ปฐวีกานต์(มอส)  รับบท  ก้าน @mospatiparn  ประธานกลุ่มหินกลิ้ง ผู้มีพรสวรรค์ทางด้านศิลปะ แต่ชอบใช้ในทางที่ไม่ค่อยได้เรื่อง ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง(แท่ง) รับบท หมี @tangsaksitdotcom เป็นนักรัก แต่อกหักตลอดเรื่อง ธีรวัฒน์ อรัญยะนาค (โป๋) รับบท บิ๊ก  ประธานชมรมบาสเก็ตบอลหน้าตาดี แต่ตดเหม็นมาก ศักดิ์ศิลป์ สุวรรณเกตุ รับบท ก๋อย ผู้มีความสามารถทางด้านภาษาไทย คือพูดติดอ่างทุกคำพวกเขาทั้งสี่เป็นกลุ่มนักเรียนแสบซ่า สร้างปัญหาให้กับโรงเรียนทุกปี แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีรุ่นน้อง ม.5 ชื่อ ปราโมทย์ แสงศร(โมทย์) รับบท แฉก ที่ขอสืบทอดเจนารมย์ของกลุ่มหินกลิ้งต่อไป กลุ่มหินกลิ้งถูกสบประมาทจากกลุ่มเพื่อนผู้หญิงว่า เป็นกลุ่มบ๊วย ไม่มีอนาคต อยู่เสมอ แต่กลุ่มหินกลิ้งก็ไม่หยุดซ่า สร้างวีรกรรมมิได้หยุดหย่อน พวกเขาได้ไปมีเรื่องทะเลาะวิวิทกับนักเรียนต่างโรงเรียนเพราะไปแย่งจีบหญิงคนเดียวกัน ทำให้พวกเขาถูกทำทัณฑ์บน และพวกเขาได้ไปมีเรื่องกับเด็กนักเรียนต่างห้องที่เกเรไม่แพ้กัน วิทิต แลด(เอ) รับบท กรด มีฝีมือในการชู้ตบาสที่ไม่มีใครเหมือน การมีเรื่องในครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นสัมพันธภาพระหว่างเพื่อน กรด ได้เข้ามาอยู่ในกลุ่มหินกลิ้งในเวลาต่อมา นอกจากนี้ก็ยังมี กลุ่มสาวๆ 2 คนในเรื่อง ณัฐสิมา คุปตะวาทิน(หมอก) รับบท นิ่ม ซึ่งเธอเสียชีวิตในวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540 จากอาการโรคเอสแอลอี ลักษณะคล้ายกับพุ่มพวง ดวงจันทร์ สะแกวัลย์ ยงใจยุทธ (ปิงปอง) รับบท หญิงแอ๋ว วันหนึ่ง แฉกถูกคู่อริที่เคยมีเรื่องกันครั้งก่อนตีหัวสลบเกือบเอาชีวิตไม่รอด และกรด ต้องลาออกจากโรงเรียนไปทำงานเพราะไม่มีเงินเรียน ก้านเริ่มตระหนักถึงเรื่องความไม่แน่นอน และอนาคตของตัวเอง พวกเขากลับตัวกลับใจ เริ่มต้นเป็นคนดีของพ่อแม่ ครู อาจารย์ และเพื่อน ก่อนจบการศึกษาทุกคนได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมครบรอบ 25 ปีของโรงเรียน ก่อนถึงวันงาน ก้านตั้งปณิธานกับตัวเองและเพื่อนๆ ว่า "พรุ่งนี้จะเป็นวันของเรา" วันงานพวกเขาตั้งใจทำอย่างดีที่สุด และแล้วทุกกิจกรรมที่พวกเขาทำล้วนประสบความสำเร็จสร้างความภาคภูมิใจให้กับตัวของพวกเขาเอง ว่า ครั้งหนึ่ง พวกเขาเคยทำประโยชน์ให้กับโรงเรียนที่พวกเขารักเช่นกัน หลังจากนี้พวกเขาจะต้องแยกย้ายไปตามทางของตัวเอง พวกเขามีฝันความฝันและต้องทำให้เป็นจริงให้ได้ เพราะพวกเขาเชื่อว่า "พรุ่งนี้จะเป็นวันของเรา" กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ รุ่นที่ 2 ในรูปแบบละคร ทางช่อง 7 ออกอากาศวันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม  2545   ตอนนี้นักแสดงรุ่นนี้ ก็อายุ 30 อัพกันแล้ว ใครทันกันบ้าง นำโดย แก็งค์หินกลิ้ง สุวินิต ปัญจมะวัต ( หนุ่ม ) รับบท กล้า หรือต้นกล้า พงศกร มหาเปารยะ ( แต๊ง ) รับบท ปกป้อง หรือ ป้อง  @thankpm ธีรวีร์ อัศวศิริชัยกุล ( เบ็น ) รับบท พี หรือพีศิลป์ อัครินทร์ ศิวพรพิทักษ์ ( ฟาน) รับบทกร๋อย หรือยินดี @fanarista (^^หล่อมว๊ากกก) ดนัย ตันธนะศิริวงศ์ ( เจสซี่ ) รับบท กรดหรือมงกรด จิตตริน กุลกัลยาดี  ( ดีเจเจมส์ ) รับบท โมน   @djjem_efm 3 สาว บัวชมพู เบญจณัฎฐ์ อักษรนันทน์ (จิ๊บ) รับบท เดือนสิบ @jibbenjanat ญาดานุช โรจจนวัฒน์ ( เตย ) รับบท เกี๊ยวซ่า @th_toeyhom กาญจน์คนึง  เนตรสีทอง (มีน) หรือ มีน AF 7 รับบท จงรัก  @nongmeenn หลังจากนั้น ความแตกต่างจากภาคแรกก็คือ การเพิ่มสมาชิก กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ รุ่นกลิ้งจูเนียร์ หรือ หินกลิ้งจูเนียร์ (ละคร) เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ.2547  โดยมี 3 หนุ่ม กลิ้งจูเนียร์/หินกลิ้งจูเนียร์ ดังนี้ โชคชัย  บุญวรเมธี (บอย) รับบท บอยไท หรือ บอย @boy_chokchai บุญฤทธิ์  ดุจพิบูลย์ผล (แม็ก) รับบท เก่งกาจ หรือ เก่ง ภานุรุจ ภานุรุจ เก่งชน(บูม) รับบท แน่วแน่ หรือ แน่ว ตามมาด้วย 3 สาว บัวชมพูจูเนียร์ ชญานี  ธิติมูล(ใหม่) รับบท อิงฟ้า  ชโลทร  กาหลง(กระต่าย) รับบทไวไว  @rabbiitch พิมพ์เพทาย  เวนธ์เวิร์ธ (ไอวี) รับบท ไอวี่  ต่อมา ก็ถึงรุ่น กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ รุ่นที่ 3 (ละคร) ปี 2549 นำโดยแก็งหินกลิ้งกลุ่มใหม่ กับ จูเนียร์เดิม ผสมกัน ภานุรุจ  เก่งชน(บูม) รับบท แน่วแน่ หรือ แน่ว ธอร์น  (แก๊งหินกลิ้งจูเนียร์เดิม) จินดาโชติ (ฌอห์ณ) รับบท กึกก้อง หรือ ก้อง @seanjindachot อลัน ยงยืนนาน(แอมเมอร์) หรือ ศิลปินดูโอ ลาฟเฟอร์ แอมเมอร์ รับบท ยูยะ  มิตรชัย ใจสงฆ์(มิกซ์) รับท กัมพ์  ภาณุพงศ์ เศรษฐเสถียร(โอ๊ค) รับบท เดี่ยว หรือ เดี่ยวไฮเทค @oakz_panupong พชร กระต่ายทอง(ใหม่) รับบท ชายน้อย    และที่ขาดไม่ได้  3 สาว บัวชมพู ซึ่งต่อจาก บัวชมพูจูเนียร์ เดิม พิมพ์เพทาย  เวนธ์เวิร์ธ (ไอวี) รับบท ไอวี่ ชโลทร กาหลง (กระต่าย) รับบท ไวไว ชญานี  ธิติมูล(ใหม่) รับบท อิงฟ้า หลังจากนั้น "แก๊งหินกลิ้ง" ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง โดย ชายน้อย, กัมพ์, แน่วแน่ ไม่พร้อมที่จะแสดงต่อไป จึงทำให้ต้องทำการหานักแสดงใหม่ด้วยโครงการ “ชวนน้องมาลองกลิ้ง” จนได้ทั้งสามคนใหม่ ดังนี้ ลูกหมู วิริยะ จิตภักดี  รับบท "ชายพจน์" ที่มีคาแรกเตอร์เป็นเด็กเรียน แอบซนนิดๆ     คิก ภูมิมสิทธิ์ ตั้งพินิจการ พัตเตอร์ ภัทรนันท์ จามิกรณ์ น้องชายแพนเค้ก-เขมนิจ รับบทเป็น "เคนโด้" @putteros เห็นแบบนี้แล้ว ทำให้นึกถึงบรรยากาศเก่าๆ ตอนสมัยเรียน อย่างห้องเรียน กระดานดำ การเข้าแถวเคารพธงชาติหน้าเสาธง ชั่วโมงโฮมรูม หรือจะเป้นการลอกการบ้าน แอบเล่น MSN โดดเรียนจนต้องเข้าฝ่ายปกครองบ่อยๆ คิดถึงจัง^^ แต่แบบไหนที่ไม่ดี ก็อย่าเอาไปเป็นแบบอย่างนะคะ เรียบเรียง teen.mthai.com ข้อมูลและภาพ วิกิพีเดีย, sharerice, 70-90memory.blogspot.com

แนะนำ 10 สถานที่ท่องเที่ยว ประจำเดือนมีนาคม
สถานที่ท่องเที่ยวเดือนมีนาคม /  เที่ยวทั่วไทย / 

เหมือนเพิ่งจะพ้นปีใหม่ได้ไม่นาน หลายๆ คน ก็คงไปเที่ยวหน้าหนาว สูดโอโซนซึมซับธรรมชาติ ตามสถานที่ท่องเที่ยวทั่วประเทศอย่างเต็มอิ่ม มารู้ตัวอีกที ก็เข้าเดือนที่ 3 ของปีเรียบร้อย พ่วงด้วยฤดูร้อน ที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนแทนที่ฤดูหนาว travel.mthai.com จึงขอแนะนำ 10 สถานที่ท่องเที่ยว ประจำเดือนมีนาคม อุ่นเครื่องรับฤดูร้อน รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ มาให้คุณพิจารณากัน แนะนำ 10 สถานที่ท่องเที่ยว ประจำเดือนมีนาคม 1. อุโมงค์ชมพูพันทิพย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม ไฮไลท์ชมเส้นทางดอกไม้ประจำเดือนมีนาคม ในแคมเปญ Dream Destinations 2 "กาลครั้งนั้น ความฝันผลิบาน" ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ดอกไม้สีชมพูสวยหวานมีให้ชมกันที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน จ.นครปฐม นั่นก็คือ “ดอกชมพูพันทิพย์” ที่มีปลูกไว้หลายร้อยต้น มีให้ชมบริเวณริมถนนวัฒนา เสถียรสวัสดิ์ หรือที่นักศึกษาเรียกกันว่า “ถนนหลังมอ” ระยะทางกว่า 2 กม. และอีกแห่งหนึ่งคือบริเวณรอบๆ สระน้ำพระพิรุณ ซึ่งปลูกต้นชมพูพันทิพย์กลางสนามหญ้าบนลานกว้าง เวลาดอกไม้สีชมพูร่วงหล่นลงบนสนามหญ้าสวยงามน่าประทับใจยิ่งนัก ปกติดอกชมพูพันทิพย์ที่นี่จะบานในช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ. แต่ในปีนี้จะบานล่าช้ามาจนถึงช่วงเดือน มี.ค. สอบถามได้ที่ : ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน โทร. 0-2942-8010-9 , 0-3428-1053-6 2. ตลาดน้ำกองถ่ายฯ ค่ายสุรสีห์ จ.กาญจนบุรี เปิดตัวแหล่งท่องเที่ยวใหม่ “ตลาดน้ำกองถ่าย ฯ ค่ายสุรสีห์” โดยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-10 มีนาคม 2558 ณ กองถ่ายภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (พร้อมมิตรฟิล์ม สตูดิโอ เดิม) ภายในพื้นที่ค่ายสุรสีห์ ตำบลลาดหญ้า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย สนองนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาล เนื่องใน “ปีท่องเที่ยววิถีไทย” สำหรับรูปแบบการจัดกิจกรรมประกอบด้วย การจัดการแสดงทางวัฒนธรรมพื้นบ้าน การจำหน่ายผ้าไหมศูนย์ศิลปาชีพฯ จำหน่ายสินค้า OTOP ชึ้นชื่อ การสาธิต และจำหน่ายผลิตภัณฑ์-อาหาร 4 ภาค จากกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง ที่จะเน้นบรรจุภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ โดยให้นักแสดง ผู้สาธิต และผู้ที่มาร่วมจำหน่ายสินค้าภายในงาน แต่งกายด้วยชุดไทยแบบย้อนยุค นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงแสงเสียงชุดพิเศษที่ยิ่งใหญ่ตระการตาให้ชมฟรีตลอดทั้ง 7 คืน 3. ปั่นจักรยานชมสวน ที่บ้านบางพลับ จ.สมุทรสงคราม ชุมชนบ้านบางพลับ ตำบลบางพรม อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นชุมชนที่ได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 3 ชุมชนท่องเที่ยวของประเทศ จัดโครงการ “บ้านบางพลับ ยินดีต้อนรับ” ให้บริการจักรยานแก่นักท่องเที่ยวเพื่อปั่นเที่ยวชมและศึกษาวิถีชีวิตในชุมชน เช่น การทำน้ำตาลมะพร้าว การทำผลไม้กลับชาติ การเผาถ่านผลไม้ ชิมส้มโอสดๆ จากสวน เป็นต้น ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจ สามารถขอรับเอกสารเส้นทางปั่นจักรยาน โครงการ “บ้านบางพลับ ยินดีต้อนรับ” ได้ที่ ททท. สำนักงานสมุทรสงคราม โทร. 0 3475 2847-8 หรือที่ชุมชนบ้านบางพลับ โทร. 0 3476 1985 4. เทศกาลโคมไฟ เฟสติวัล 2015 จ.สมุทรปราการ “เทศกาลโคมไฟ เฟสติวัล 2015” ครั้งที่ 4 ได้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 กุมภาพันธ์ – 15 มีนาคม 2558 ณ บริเวณลานกิจกรรมมูลนิธิธรรมกตัญญู อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ท่านจะได้รับชมการแสดงโคมไฟที่ยิ่งใหญ่ตระการตา อาทิ โคมไฟการ์ตูนแฟนตาซี โคมไฟเทพเจ้า และโคมไฟที่หลากหลายกว่า 5,000 ดวง ที่นำเข้ามาจากประเทศไต้หวัน ชมการจุดพลุอันงดงามตระการตา ไหว้พระขอพรปีมะแม กราบไหว้บูชาเทพเจ้า 5 พระองค์จากฝีมือการแกะสลักหินอันประณีต ชมสิงโตคู่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยแกะสลักจากหินหยกเขียว โชว์การแสดงสิงโต ชมการแสดงเต้นตุ๊กตาหุ่น การแข่งขันวาดรูปลงบนโคมไฟ 5. เกาะขาม อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ชมทะเลสวย ท้องฟ้าสดใส ใกล้กรุงเทพฯ ที่เกาะขาม อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พักผ่อนในวันสบายๆ เล่นน้ำ ถ่ายรูป ซึมซับทรัพยากรธรรมชาติ อุทยานใต้ทะเลเกาะขาม อุดมไปด้วยปะการังน้ำตื้น โดยจะเปิดให้เที่ยวได้เฉพาะวันเสาร์ และวันอาทิตย์ โดยจะมีเรือให้บริการข้ามเกาะที่ท่าเทียบเรือเขาหมาจอ ต.แสมสาร อ.สัตหีบ คิดค่าบริการสำหรับผู้ใหญ่ รายละ 200 บาท และเด็ก 150 บาท มีอุปกรณ์ดำน้ำไว้ให้บริการ เกาะขาม อยู่ในความดูแลของกองทัพเรือ ไม่มีที่พักบนเกาะ ต้องไปแบบเช้าเย็นกลับ หรือจะเลือกพักบนฝั่งก็มีที่พักให้เลือกมากมาย สอบถามเพิ่มเติม โทร. 038-439-444 , 038-437-927 (ตามเวลาราชการ) 6. เขาช่องกระจก อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ เขาช่องกระจก เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เที่ยวสบายๆ ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ บริเวณยอดเขาประดิษฐานพระพุทธบาทจำลอง และพระบรมสารีริกธาตุ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเสด็จฯ ขึ้นไปบนยอดเขาเพื่อทรงประกอบพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุและปลุกต้นศรีมหาโพธิ์ เพื่อเป็นที่สักการะของชาวเมืองประจวบฯ นอกจากนี้ ที่นี่ยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งด้วย พร้อมเจ้าจ๋อแสนซนที่จะทำให้คุณต้องยิ้ม 7. นมัสการรอยพระพุทธบาท เขาคิชฌกูฏ งานนมัสการรอยพระพุทธบาท ณ เขาคิชกูฏ จังหวัดจันทบุรี จะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี (ช่วงปลายเดือนมกราคม – มีนาคม) โดยจะสิ้นสุดการเปิดให้ขึ้นไปแสวงบุญ ในวันที่ 19 มีนาคม 2558 ใครจะไป คงต้องรีบกันหน่อย เหลืออีกเพียงไม่กีวันเท่านั้น โดยสถานที่แห่งนี้ มีผู้คนเป็นจำนวนมากที่พยายามจะขึ้นไปให้ถึงสุดปลายยอดเขา เพื่อกราบนมัสการรอยพระพุทธบาท ซึ่งถือเป็นงานประเพณีที่สำคัญประจำปี และได้ปฏิบัติสืบทอดกันมานาน โดยมีความเชื่อว่าจะได้บุญสูงสุด และเป็นการฝึกจิตใจให้มีความอดทนไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก 8. ถ้ำเสาหินลำคลองงู อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ลุยโลกใต้พิภพ ที่ถ้ำเสาหินลำคลองงู หนึ่งในหลายถ้ำของอุทยานแห่งชาติลำคลองงู ที่มีลำห้วยลำคลองงูไหลผ่านบริเวณกลางถ้ำ เป็นห้องโถงขนาดใหญ่มาก และภายในห้องโถงนั้นมีเสาหินตั้งตระหง่านอยู่กลางถ้ำ และได้ชื่อว่าเป็นเสาหินธรรมชาติที่สูงที่สุดในโลก วัดจากพื้นถึงยอดได้ 62.5 เมตร เทียบเท่าคน 35 คน ยืนต่อกัน โดยสถานที่แห่งนี้ จะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปสัมผัสถึงความมหัศจรรย์เพียงปีละ 2 เดือนเท่านั้น (มีนาคม-เมษายน) 9. เกาะตาชัย จ.พังงา  ร้อนๆ แบบนี้ ไม่มีที่ไหนเหมาะเท่าเกาะตาชัยอีกแล้ว เกาะสวรรค์ แห่งทะเลอันดามัน ที่กำลังเป็นที่นิยมของเหล่าคนรักท้องทะเล เกาะตาชัย ตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของ “อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน” และอยู่ไม่ไกลจากหมู่เกาะสุรินทร์นัก ใครที่ชอบอยู่ใต้น้ำต้องไม่ผิดหวังกับแนวปะการังที่ทอดตัวยาวตลอดหาด เป็นจุดดำน้ำที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของเมืองไทย เปิดให้ท่องเที่ยวในช่วงเวลาที่งดงามที่สุด คือ ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ – เมษายน ของทุกปี หลังจากนั้นจะมีการปิดเกาะ เพื่อรักษาสมดุลของธรรมชาติ 10. พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง จ.ขอนแก่น พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง อำเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น เป็นอุทยานไดโนเสาร์แห่งแรกในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีการค้นพบซากไดโนเสาร์ที่ได้รับการตั้งชื่อตระกูลใหม่ถึง 4 ตัว คือ สยามโมไทรันนัส อิสานเอนซิส (Siamotyrannus isanensis) ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน (Phuwiangosaurus suteethorni) และกินรีมิมัส ขอนแก่นเอนซิส (Kinnareemimus Khonkaenensis) ภายในพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง จัดแสดงไดโนเสาร์ขนาดเท่าจริงแสดงไว้ ส่วนบริเวณอุทยานแห่งชาติภูเวียง ก็จะได้ดูหลุมขุดค้นจริงให้ชมอย่างใกล้ชิด เหมาะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับครอบครัว ในวันหยุดสุดสัปดาห์ ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก : www.tiewpakklang.com , www.eventthai.com เรียบเรียงโดย : Travel MThai

บอร์ดคปภ.ขึ้นเบี้ยประกัน จยย.100 บาท
คปภ. /  ประเวช องอาจสิทธิกุล / 

บอร์ด คปภ. ขึ้นเบี้ยประกัน จยย.100 บาท เพื่อสะท้อนความเสี่ยงภัยที่แท้จริง  นายประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ. เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการฯ มีมติเห็นชอบ 'การปรับเพิ่มเบี้ยประกันภัยรถจักรยานยนต์ 100 บาท' เพื่อสะท้อนความเสี่ยงภัยที่แท้จริง และปรับวงเงินความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยเพิ่มขึ้น ซึ่งค่ารักษาพยาบาล ที่ปรับใหม่ จะเพิ่มขึ้นเป็น 100,000 บาท จากเดิม 50,000 บาท ส่วนค่าสินไหมทดแทนกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพ ปรับใหม่เป็น 500,000 บาท จากเดิม 200,000 บาท ส่วนค่าสินไหมทดแทน กรณีสูญเสียอวัยวะ จะจ่ายตามสัดส่วนของการสูญเสียอวัยวะ โดยใช้หลักการจ่ายค่าสินไหมทดแทน ของกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล และค่าชดเชยรายวัน 200 บาท ไม่เกิน 20 วัน 200 บาท ไม่เกิน 20 วัน นอกจากนี้ ยังเห็นชอบในหลักการแก้ไขพระราชบัญญัติ หรือ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 และการรวมกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับกับภาคสมัครใจไว้ในฉบับเดียวกัน และให้ดำเนินการแยกวงเงินความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล ออกจากวงเงินความคุ้มครอง ข้ออื่นโดยให้กองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจ่ายค่าเสียหายอื่นได้ นอกจากค่าเสียหายเบื้องต้นตามที่กฎหมายกำหนดไว้ สำหรับผู้ที่ประสบภัยจากรถ ซึ่งเกิดเหตุจากรถที่ไม่ทำประกันภัย รถที่ถูกขโมย ชิงทรัพย์และได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนแล้วและรถคันนั้นไม่มีผู้แสดงตนเป็นเจ้าของรถ หรือถูกรถชนแล้วหนี เมื่อรวมกับค่าเสียหายเบื้องต้นแล้ว จะได้รับค่ารักษาพยาบาล 100,000 บาท, ค่าสินไหมทดแทนกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวร 200,000 บาท ขณะที่ ค่าชดเชยกรณีสูญเสียอวัยวะ อยู่ระหว่างการพิจารณา ในส่วนการเพิ่มวงเงินความคุ้มครองทรัพย์สินบุคคลภายนอก และการปรับให้กองทุนทดแทนผู้ประสบภัยมีสภาพเป็นนิติบุคคล MThai News

ตามคาดเลย! เอฟเอถอนโทษแบน เวส บราวน์
จอห์น โอเช /  จอห์น โอเชีย / 

ในที่สุดฟ้าก็มีตาจนได้ เมื่อ เอฟเอ ประกาศยกเลิกโทษแบนของ เวส บราวน์ กองหลังสุดเฮงของ แมวดำ ซันเดอร์แลนด์ จากการถูกไล่ออกแบบผิดตัว เกม พรีเมียร์ลีก ในค่ำคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านถล่ม ซันเดอร์แลนด์ ไปได้ 2-0 จาก เวย์น รูนนี่ย์ ทั้ง 2 ประตู แต่ไฮไลท์ของเกมอยู่ที่ลูกจุดโทษ ที่กลายเป็นใบแดงของผู้เล่นทีมเยือน แต่กรรมการมือใหม่อย่าง โรเจอร์ อีสต์ พกความมั่นใจมาเต็มที่ ชักใบแดงให้กับ เวส บราวน์ จนเจ้าตัวยิ้มเจื่อนๆ งงๆ และต้องออกจากเกมไปโดยปริยาย ซึ่งจริงๆ แล้วจังหวะนั้น ผู้ทำฟาวล์ที่แท้จริงเป็น กัปตันทีม จอห์น โอเชีย อดีตเด็กเก่าปีศาจแดง นั้นเอง แต่หลังเกม อีสต์ ได้เผยว่าจังหวะนั้น ไม่ใช่เพียง โอเชีย ที่ทำฟาวล์เท่านั้น แต่ บราวน์ ก็ทำฟาวล์ ราดาเมล ฟัลเกา ด้วยเช่นกัน ซึ่งล่าสุด เอฟเอ ก็ได้ตัดสินใจถอดถอนโทษแบนของ เวส บราวน์ ออกเป็นที่เรียบร้อย โดย เอฟเอ ได้แถลงการณ์ออกมาว่า "คณะกรรมการอิสระซึ่งมีอำนาจควบคุมได้สนับสนุนข้อเรียกร้องที่ว่าเกิดการไล่ออกผิดคน (จากการยืนอุทธรณ์ของซันเดอร์แลนด์) ดังนั้นโทษแบน 1 นัดของเขาจึงถูกถอนโดยทันที"

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

สั่งจำคุก1ปี6เดือน 'สุดาทิพย์-โกวิทย์'รุกที่สวนผึ้ง
บุกรุกป่า /  พ.ต.อ.โกวิทย์ / 

ศาลอาญา พิพากษาจำคุก "สุดาทิพย์-พ.ต.อ.โกวิทย์"อดีตผู้กำกับ ตม. สมุทรสาคร ปรับคนละ 375,000 บาท คดีบุกรุกที่ดินสร้าง "สวนผึ้งรีสอร์ท" วันนี้ (3 มี.ค.) ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลมีคำพิพากษาจำคุก พ.ต.อ.โกวิทย์ ม่วงนวล อดีตผู้กำกับการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดสมุทรสาคร และนางสุดาทิพย์ ม่วงนวล ภรรยา คนละ 3 ปี พร้อมปรับ 750,000 บาท แต่คำรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือจำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา พร้อมปรับคนละ 375,000บาท ในความผิดฐานร่วมกันก่อสร้างแผ้วถางหรือเผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่าฯ หรือเข้ายึดถือครอบครองป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ และร่วมกันปลูกสร้างอาคารฝายล่วงล้ำในแม่น้ำ ลำคลอง บึง อ่างเก็บน้ำหรือทะเลสาบ ที่ประชาชนใช้ร่วมกันโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 จากกรณีระหว่างวันที่ 2 เมษายน 2556 ถึง 20 พฤศจิกายน 2557 จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันบุกรุกครอบครองที่ดินบริเวณ "สวนผึ้งรีสอร์ท" หมู่ 2 ต.สวนผึ้ง อ. สวนผึ้ง จ.ราชบุรี จำนวน 10 ไร่ 2 งาน 49 ตารางวา ทำให้รัฐเสียหายกว่า 495,878 บาท และยังร่วมสร้างฝายปูนเป็นถนนกว้าง 10 เมตร ยาว 50 เมตร เนื้อที่ 500 ตารางวา ล่วงล้ำลำคลอง โดยสวนผึ้งรีสอร์ท เป็นหนึ่งในธุรกิจของ พ ต.อ.โกวิท ม่วงนวล และนางสุดาทิพย์ ม่วงนวล (นามสกุลเดิม อัครพงศ์ปรีชา) ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธ์ อดีตผู้บัญชาการสอบสวนกลาง และต่อมาได้มีการขึ้นป้ายประกาศขายกิจการ รวมทั้งรื้อสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ส่วนเกินประมาณ 10 ไร่ ที่ถูกร้องเรียนว่ามีการบุกรุก ภายหลังศาลมีคำพิพากษาให้จำคุก พ.ต.อ.โกวิท และนางสุดาทิพย์ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ได้ควบคุมตัว พ.ต.อ.โกวิท ไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ฯ ส่วนนางสุดาทิพย์ ไปคุมขังที่ทัณฑสถานหญิงกลาง เพื่อรับโทษตามคำพิพากษาต่อไป ข้อมูลจาก มติชนออนไลน์ MThai News

โคตรคลาสสิค! ไนกี้ ส่งเทียมโป้ เลเจนท์ ไฟว์ พรีเมี่ยม สตั๊ดที่ออกแบบเพื่อต็อตติ
ฟุตบอล /  รองเท้าสตั๊ด / 

ไนกี้ เทียมโป้ เลเจนท์ ไฟว์ พรีเมี่ยม สุดยอดรองเท้าฟุตบอลระดับตำนาน ที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบ จาก “ฟรานเชสโก้ ต๊อดติ” และ “ความแข็งแกร่งของนักรบโรมัน” ไนกี้ ผู้นำนวัตกรรมผลิตภัณฑ์กีฬาระดับโลก เปิดตัวรองเท้าฟุตบอลรุ่นพิเศษ     “ไนกี้ เทียมโป้ เลเจนท์ ไฟว์ พรีเมี่ยม” ที่ได้รับการออกแบบให้มีลิ้นรองเท้าขนาดใหญ่ เพื่อสดุดีถึงความยอดเยี่ยมของฟรานเชสโก้ ต๊อดติและความแข็งแกร่งของนักรบโรมัน หลังจากที่รองเท้าฟุตบอลตระกูลเทียมโป้ รุ่นเทียมโป้ ดี ได้ออกวางจำหน่ายเป็นครั้งแรกเมื่อปี 1985 และได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นรองเท้าที่มีความโดดเด่นของลิ้นรองเท้าที่เป็นวงโค้งขนาดใหญ่และมีผิวเรียบ และมีนักฟุตบอลทีมชาติบราซิลสวมใส่ถึง 8 คนในช่วงการแข่งขันมหกรรมฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก (รอบชิงชนะเลิศ) เมื่อปี1994 ล่าสุด ไนกี้ ผู้นำนวัตกรรมผลิตภัณฑ์กีฬาระดับโลกและผลิตภัณฑ์กีฬาฟุตบอล จึงได้ทำการเปิดตัวรองเท้าฟุตบอลรุ่น           “เทียมโป้ เลเจนท์ ไฟว์ พรีเมี่ยม” (Nike Tiempo Legend V Premium) ที่ได้ดึงเอกลักษณ์ในส่วนลิ้นรองเท้าจากรองเท้ารุ่นเทียมโป้ ดี มาปัดฝุ่นใหม่อีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ไนกี้ได้เลิกใช้ลิ้นรองเท้าลักษณะดังกล่าวตั้งแต่ปี 2011 หรือนับตั้งแต่รองเท้ารุ่นเทียมโป้ โฟว์ ออกวางจำหน่ายเป็นครั้งแรก เทียมโป้ เลเจนท์ ไฟว์ ได้รับการพัฒนาให้ตรงกับความต้องการของนักกีฬาอย่างแท้จริง        ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ ฟรานเชสโก้ ต๊อดติ ดาวเตะทีมโรม่า ที่ต้องการให้ไนกี้คงไว้เอกลักษณ์ของลิ้นรองเท้าขนาดใหญ่ ที่เขาชื่นชอบอยู่ตลอดเวลา “ผมเล่นฟุตบอลโดยใส่รองเท้าที่มีลิ้นรองเท้าเสมอ สำหรับผม ทุกรายละเอียดบนรองเท้าเป็นเรื่องสำคัญ ผมใส่รองเท้ารุ่นเทียมโป้เพราะมันใส่สบาย มันมีหน้ารองเท้าที่ทำจากหนังและเปลี่ยนเข้ารูปเข้ากับเท้าของผมได้ดี อีกทั้งยังให้ความรู้สึกขณะจับบอลที่ดีเยี่ยม และช่วยให้ผมเล่นได้อย่างเต็มที่เมื่ออยู่ในสนาม” ฟรานเชสโก้ ต๊อดติกล่าว ตลอดระยะเวลาการเล่นฟุตบอลอาชีพของต๊อดติ เขาเล่นให้กับทีมอาเอส โรม่ามาโดยตลอด ปัจจุบัน ต๊อดติคือผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลของสโมสร และยังเป็นนักฟุตบอลที่ลงเล่นให้กับสโมสรมากที่สุดอีกด้วย ต๊อดติได้รับการยกย่องว่าเป็นนักฟุตบอลที่มีร่างกายแข็งแกร่งราวกับนักรบ ซึ่งทำให้เป็นแรงบันดาลใจที่สำคัญให้แก่ทีมออกแบบผลิตภัณฑ์ของไนกี้ในการดีไซน์ตราสัญลักษณ์พิเศษบนพื้นรองเท้า ซึ่งผสมผสานเสื้อหมายเลข 10 ของต๊อดติไว้ด้วย โดยลิ้นรองเท้าและตราสัญลักษณ์ของไนกี้ที่ใช้ในรองเท้ารุ่นนี้ยังได้รับการตกแต่งด้วยสีโทนเมทัลลิกให้ดูเหมือนเกราะของนักรบโบราณอีกด้วย “รองเท้าฟุตบอลเทียมโป้รุ่นพิเศษนี้มีสีสันสวยมาก เพราะมันผสานความคลาสสิกกับแนวคิดการออกแบบยุคใหม่ไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เช่นการใช้หน้ารองเท้าสีดำกับลวดลายสีโครเมี่ยมบริเวณตราสัญลักษณ์ของไนกี้และลิ้นรองเท้า ขณะเดียวกันลิ้นรองเท้าก็ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้รองเท้ารุ่นนี้ดูพิเศษและมันยังเป็นหัวใจสำคัญในการเล่นฟุตบอลของผมด้วย” ดาวยิงโรม่า กล่าวเพิ่มเติม รองเท้าฟุตบอลเทียมโป้ เลเจนท์ ไฟว์ พรีเมี่ยม ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นด้วยงานฝีมือชั้นยอดและตัดเย็บจากวัสดุหนังชั้นดี (Alegria) โดยมีเทคโนโลยีไฮเปอร์ชีลด์และเพิ่มคุณสมบัติปกป้องการยืด เพื่อให้รองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้เป็นเสมือนรองเท้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพและมีความงดงามเหนือกาลเวลา  รองเท้าฟุตบอลเทียมโป้ เลเจนท์ ไฟว์ พรีเมี่ยม ผลิตเพียง 3,000 คู่ทั่วโลก และจะออกวางจำหน่าย ที่ร้านอาริ ฟุตบอล คอนเซปต์สโตร์ สาขาสยามสแควร์ และร้านไนกี้ สาขาสยามเอสคิววัน หรือติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ facebook.com\nikefootballTH

3ประเทศร่วมทดลองระบบติดตามเครื่องบินแบบใหม่
ทวีปเอเชีย /  มาเลเซีย / 

ออสเตรเลีย, อินโดนีเซีย และมาเลเซีย สามประเทศของทวีปเอเชียทดลองใช้วิธีติดตามเครื่องบินแบบใหม่หลังจากที่เครื่องบินมาเลเซียแอร์ไลน์เที่ยวบินที่ MH370 หายไปได้เกือบปีแล้ว สื่อต่างประเทศรายงานว่า ออสเตรเลีย, อินโดนีเซีย และมาเลเซียจะทดลองใช้วิธีติดตามเครื่องบินแบบใหม่ หลังจากที่เครื่องบินมาเลเซียแอร์ไลน์เที่ยวบินที่ MH370 หายไปได้เกือบปีแล้ว ขณะบินจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ไปยังกรุงปักกิ่ง มีผู้โดยสาร 239 คน บนเครื่องบินลำดังกล่าว การทดลองระบบใหม่นี้จะทำให้สามารถติดตามเครื่องบินได้ทุกๆ 15 นาที จากเดิมมีการติดตามเครื่องบินทุกๆ 30-40 นาที ระบบใหม่นี้พัฒนามาจากเทคโนโลยีเดิมที่ติดตั้งอยู่แล้วบนเครื่องบินที่บินระยะไกล และคาดว่าในอนาคตจะพัฒนาให้เพิ่มอัตราการติดตามเป็นทุกๆ 5 นาทีหรือน้อยกว่านั้น เพื่อที่จะสามารถติดตามได้ว่าเครื่องบินบินออกนอกเส้นทางที่กำหนดไว้หรือไม่ นายวอร์เรน ทรัสส์ รัฐมนตรีคมนาคมออสเตรเลีย ระบุว่า ระบบใหม่นี้ถือว่ามีใช้ขึ้นเป็น "ครั้งแรกของโลก" แต่เขาย้ำว่าเทคโนโลยีนี้คงไม่สามารถไขปริศนาการหายไปของเที่ยวบินที่ MH370 ได้ แต่อย่างน้อยเทคโนโลยีนี้ก็สามารถติดตามเครื่องบินได้ภายในเวลา 15 นาที ด้าน นายแองกัส ฮูสตัน ประธานบริการการบินแห่งออสเตรเลีย ผู้นำคณะค้นหาเครื่องบินเที่ยวบินที่ MH370 ชี้ว่าเป็นก้าวที่สำคัญที่จะช่วยติดตามเครื่องบินที่บินระหว่างประเทศ ขณะเดียวกันก็จะมีการพัฒนาเทคโนโลยีเพิ่มเติม เพื่อรับมือปัญหาด้านอื่นๆ อีกด้วย ทั้งนี้ การทดลองติดตั้งจะเริ่มที่เครื่องบินที่บินออกจากเมืองบริสเบนของออสเตรเลีย จากนั้นจึงจะขยายไปยังประเทศอินโดนีเซียและมาเลเซีย

The Magnificent Seven รีเมคระห่ำแน่ ได้ตัว อีธาน ฮอว์ค และ เดนเซล วอซิงตัน แสดงนำ
7 สิงห์แดนเหนือ /  Guardians of the Galaxy / 

ฉบับเก่าถือได้ว่าเป็นหนังคาวบอยคลาสสิคขึ้นหิ้งของนักแสดงหนุ่มอย่าง สตีฟ แม็คควีนไปแล้ว ส่วนในฉบับใหม่ที่จะออกมาก็แน่นอนว่าดูเหมือนจะทำให้มันกลายเป็นหนังบู๊ธรรมดาตามยุค ตามสมัย แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าหนังจะไม่ได้มีอะไรใหม่ๆมานำเสนอคนดูซะทีเดียว สำหรับ The Magnificent Seven ฉบับรีเมค ของผกก. แอนโทน ฟูกัวร์ จาก Training Day ที่ตอนนี้ประกาศตัวนักแสดงนำทั้ง 3 คนออกมาแล้ว จาก 7 คน นั่นประกอบไปด้วย อีธาน ฮอว์ค ที่เพิ่งจากเข้าชิงออสการ์ไปจาก Boyhood ที่จะกลับมาร่วมวงกับ เดนเซล วอซิงตัน อีกครั้ง หลังจากเคยเจอกันมาแล้วใน Training Day ประกบด้วยนักแสดงหนุ่มจอมทะเล้นอย่าง คริส แพร็ตต์ จาก Guardians of the Galaxy นั่นเองครับ โดยนอกเหนือจากนั้นยังมีนักแสดงสาวอย่าง ฮาร์เล่ย์ เบ็นเน็ต ที่ ฟูกัวร์ คงติดใจจากการที่เธอเป็นตัวประกอบให้ในหนังเรื่องล่าสุดอย่าง The Equalizer เลยดึงตัวมาเป็นนักแสดงหญิงในเรื่องนี้ด้วย โดยต้นฉบับของหนังเป็นหนังปี 1960 ที่นอกจาก แม็คควัน ก็ยังมี ชาร์ลส บรอนสัน และ เจมส์ โคเบิร์น แสดงด้วย กับการที่ตัวหนังได้แรงบันดาลใจมาจาก Seven Samurai เรื่องราวของ คาวบอย 7 คน ที่ลุกขึ้นปกป้องหมู่บ้านจากการรุกรานของโจรร้าย ซึ่งแน่นอนว่าในฉบับใหม่ก็ยังจะเป็นเรื่องราวแบบนี้ แต่มีข่าวว่าจะเปลี่ยนจากหมู่บ้านเม็กซิกันตามแบบต้นฉบับ ให้กลายเป็น หมู่บ้านเล็กๆที่ไม่อ้างอิงถึงเชื้อชาติแทนครับ ซึ่งเห็นพล็อตแบบนี้แล้วแน่นอนว่าพอมันมาในหนังยุคใหม่ ก็ต้องสาดความมันส์กันไม่ยั้ง และดูจากฝีมือของผกก. ฟูกัวร์ แล้ว ก็น่าจะจัดเต็มในด้านฉากแอ็คชั่นได้ดีทีเดียวครับ ตอนนี้ใครจะเป็นนักแสดงที่เหลืออีก 7 คน ต้องคอยติดตามกัน

Cover เพลงเมรี โดย Deli Project
เพลงลูกทุ่ง /  cover / 

เมรี : กระแต - กระต่าย อาร์ สยาม Cover By Deli Project from Thailand

มือดีฉกพระมหาพิชัยมงกุฎจำลอง จากพิพิธภัณฑ์ในฝรั่งเศส
ขโมย /  ฝรั่งเศส / 

น่าเสียดาย พระมหาพิชัยมงกุฎจำลอง ที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ศิลปวัตถุจีน ที่ประเทศฝรั่งเศส ถูกหัวขโมยย่องฉกเข้ากลีบเมฆ วันนี้ (3 มี.น.) สำนักข่าว เอพี รายงานข่าว กรณีที่เจ้าหน้าที่กระทรวงวัฒนธรรมฝรั่งเศส ออกมาเปิดเผย เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมาว่า เกิดเหตุโจรกรรมศิลปะวัตถุกว่า 15 ชิ้นที่จัดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์ศิลปวัตถุจีน ภายในปราสาทฟองแตนโบล เมืองฟองแตนโบล ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งหนึ่งนั้นคือพระมหาพิชัยมงกุฎจำลอง หรือ มงกุฏจำลองของกษัตริย์ของประเทศสยาม หรือประเทศไทยในอดีต 'พระมหาพิชัยมงกุฎจำลอง' เป็นเครื่องมงคลราชบรรณาการ ที่สยามส่งไปให้จักรพรรดินโปเลียนที่ 3 ในการเจริญสัมพันธไมตรีระหว่างสยามและฝรั่งเศสปี ค.ศ.1861 (พ.ศ.2404) ในแถลงการณ์ระบุว่า งานศิลปะวัตถุที่ถูกขโมยส่วนใหญ่ ถูกเก็บสะสมโดยจักรพรรดินียูเจนี ซึ่งทรงเป็นพระมเหสีของจักรพรรดินโปเลียนที่ 3 ที่ไม่สามารถประเมินค่าได้ อย่างไรก็ตาม 'กระทรวงวัฒนธรรมของฝรั่งเศส' ระบุว่า หัวขโมยที่ก่อเหตุในครั้งนี้ สามารถบุกเข้าไปยัง 1 ในส่วนหวงห้ามสำคัญของปราสาทฟองแตนโบล และใช้เวลาในจารกรรมศิลปะวัตถุเพียง 7 นาที ซึ่งในขณะนี้ เจ้าหน้าที่ยังอยู่ในระหว่างการสืบสวนสอบสวน เพื่อหาตัวผู้ก่อเหตุมาลงโทษ MThai News ที่มา ABC

จาเรด เลโต แปลงโฉมครั้งใหญ่ เตรียมรับบท โจ๊กเกอร์ ใน Suicide Squad
DC /  joker / 

แฟนๆ ได้เฮกันอีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ มีข่าวคราวว่า จาเรด เลโต นักแสดงเจ้าของออสการ์จาก Dallas Buyers Club อาจจะมารับบทเป็น โจ๊กเกอร์ ในภาพยนตร์รวมดาวร้ายของ ดีซี เรื่อง Suicide Squad กำกับโดย เดวิด เอเยอร์ แต่ล่าสุดนี้ผู้กำกับได้ประกาศผ่านทวิตเตอร์ ที่เผยภาพของ จาเรด เลโต ได้ลงทุนเปลี่ยนลุคแปลงโฉมครั้งใหญ่ กับการตัดผมสั้น และโกนหนวดเคราเสียเกลี้ยง เพื่อเป็นการยืนยันว่า ผมนี่แหละครับ โจ๊กเกอร์คนใหม่! โดยภาพยนตร์ Suicide Squad สร้างโดย วอร์เนอร์ บราเธอร์ส และดีซี คอมมิค ซึ่งได้ จาเรด เลโต มารับบทเป็น โจ๊กเกอร์ หนึ่งในตัวร้ายสุดจิต คู่ปรับสำคัญของอัศวินรัตติกาลแบทแมน ถ่ายทอดเรื่องราวของบรรดาตัวร้ายแห่งดีซี ที่ทางรัฐบาลได้ให้โอกาสอีกครั้ง กับการร่วมมือกันไปทำภารกิจเสี่ยงตายให้สำเร็จ แต่งานนี้เหล่าตัวร้ายจะยอมร่วมมือกัน และรอดกลับมาได้จริงๆหรือ?! จาเรด เลโต นอกจาก จาเรด เลโตในบท โจ๊กเกอร์ แล้ว Suicide Squad ยังได้นักแสดงชั้นนำมาเสริมทัพอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็น วิล สมิธ รับบท เดดช็อต, มาร์ก๊อต ร็อบบี้ รับบท ฮาร์เล่ย์ ควีน แฟนสาวจิตป่วยของโจ๊กเกอร์, ทอม ฮาร์ดี้ ในบท ริค แฟล็ค, ไจ คอร์ทนี่ รับบท บูมเมอแรง และ คาร่า เดเลวินซ์ รับบท เอ็นแชนเทส Suicide Squad มีกำหนดฉายในปี 2016 แฟนๆ หนังซูเปอร์ฮีโร่ ห้ามพลาด แล้วจะรู้ว่าตัวร้ายก็มีดี ไม่แพ้พระเอกนะเอ้อ! ----------------------------------

กต.เร่งตามพระมงกุฎจำลองร.4 ชี้ ถูกโจรกรรมใน7นาที
พระมหาพิชัยมงกุฎจำลอง /  พิพิธภัณฑ์ / 

เอกอัคราชทูตฯปารีส เร่งตามพระมหาพิชัยมงกุฎจำลอง ร.4 ของไทย เผยคนร้ายใช้เวลา7นาทีโจรกรรมโบราณวัตถุ15ชิ้น ชี้เป็นเหตุร้ายแรงสุดของพิพิธภัณฑ์ฝรั่งเศส วันที่ 3 ก.พ.58 ตามที่ปรากฎรายงานข่าวเหตุโจรกรรมโบราณวัตถุจากพิพิธภัณฑ์จีน (Chinese Museum) ในพระราชวัง พระราชวังฟงเตนโบล Chateau de Fountainbleau ที่ฝรั่งเศส เมื่อช่วงเช้ามืดของวันอาทิตย์ที่ 1มีนาคม 2558 โดยมีโบราณวัตถุถูกโจรกรรมทั้งสิ้น 15 ชิ้น รวมถึงพระมหาพิชัยมงกุฎจำลองของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่คณะราชทูตสยามได้ถวายแด่จักรพรรดินโปเลียนแห่งฝรั่งเศส ในศตวรรษที่ 19 นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) เปิดเผยว่า ได้สอบถามนายอภิชาติ ชินวรรโณ เอกอัคราชทูต ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส แล้ว เป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก ทางการฝรั่งเศสอยู่ระหว่างติดตามเรื่องนี้ ด้านนายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส จะประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของฝรั่งเศสอย่างใกล้ชิด เพื่อติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ต่อไป หลังจากที่กระทรวงการต่างประเทศได้รับรายงานจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีสว่า พิพิธภัณฑ์ฯ ได้แจ้งยืนยันข้อมูลการโจรกรรมดังกล่าวแล้ว โดยในชั้นนี้ โบราณวัตถุที่เป็นของไทยและถูกโจรกรรมมีเพียงชิ้นเดียว และการโจรกรรมครั้งนี้ เกิดขึ้นในพื้นที่ส่วนหนึ่งที่มีความปลอดภัยมากที่สุดของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ซึ่งคนร้ายใช้เวลาเพียงแค่ 7 นาทีเท่านั้น นับเป็นเหตุการณ์ครั้งร้ายแรงที่สุดที่เกิดขึ้นกับพิพิธภัณฑ์แห่งชาติของฝรั่งเศสในรอบหลายปี ขอบคุณข้อมูล/ภาพ จส.100 MThai News

เปิดตัว แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ หนังรักโดนใจทั้งคนทั้งแมว ทุกเพศทุกวัย
จอนนี่ แมวศุภลักษณ์ /  หนังรัก / 

แล้วในที่สุด แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ ภาพยนตร์ที่ออกตัวเอี๊ยดด้วยการให้นิยามว่า "ไม่ใช่หนังแมว แต่มีแววว่าเป็นหนังรัก" ที่หาญกล้าจับ จอนนี่แมวศุภลักษณ์ เหมียวยักษ์หนัก 10 โล ซุปตาร์แมวสุดฮอตแห่งโลกโซเชี่ยลมาเปิดซิงขึ้นจอใหญ่เป็นครั้งแรก ก็ได้เปิดตัวภาพยนตร์รอบพรีเมียร์ให้บรรดาแขกผู้มีเกียรติพี่น้องสื่อมวลชน และเหล่าทาสแมวได้สัมผัสและซึมซับอารมณ์เลิฟๆ เติมเต็มสีสันและรอยยิ้มให้หัวใจทุกดวงเกิดอาการฟรุ้งฟริ้งกระดิ่งแมวไปเป็นที่เรียบร้อย แถมงานนี้เรียกได้ว่าฟินกันทั้งคอหนังแมวและคอหนังรัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุกครั้งที่ซุปตาร์แมวเข้าฉากกับซุปตาร์คน สมศักดิ์ศรีในฐานะภาพยนตร์อารมณ์ดีประจำปีของ 2 ยักษ์วงการบันเทิงอย่าง สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล และ เวิร์คพอยท์พิคเจอร์สจริงๆ ประมาณว่าถ้าต้องการความฮา เท่งโหน่ง จากแก๊งสามช่า ที่ขนขบวนนักแสดงรับเชิญมาสร้างเซอร์ไพรส์อย่างไม่หยุดหย่อนก็ไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวัง ในขณะที่ความป่วนกวนแต่น่ารักสุดๆ ของเหมียวจอนนี่และสารพัดเหมียวที่ตัวแล้วตัวเล่าที่มาร่วมขโมยซีนก็อาจทำให้แฟนๆ ยิ้มกันเหงือกบาน งานนี้ต้องยกนิ้วให้กับ 2 ผู้กำกับ เป้ นฤบดี เวชกรรม ตัวพ่อจากสาระแนห้าวเป้ง, สาระแนสิบล้อ, สาระแนเห็นผี ที่ใช้ความถนัดเฉพาะตัวทั้งแอบถ่ายขโมยถ่ายเก็บทุกอาการของเจ้าเหมียวได้อย่างน่ารักน่าหยิกพร้อมกับบริหารมุกระดมแก๊กฮาผ่านตัวละครแมวกับคนได้อย่างลงตัวจากฝีมือกำกับของ เท่ง เถิดเทิง แต่ที่จะทำให้หนุ่มสาวคู่รักยิ้มกริ่มออกจากโรงหลังจากลุ้นไปกับความรักสุดมโนจากการแสดงที่เต็มไปด้วยความน่ารัก สดใหม่และเต็มไปด้วยความเป็นธรรมชาติของสาวใบเฟิร์น พิมพ์ชนก และหนุ่มเป้อารักษ์ ที่สำคัญจับคู่เข้าขากันได้อย่างลงตัวและอย่าแปลกใจถ้าเกิดว่าจะดูไปพร้อมเกิดอาการจิกเบาะไปตลอดการชมภาพยนตร์ และนี่คือเสียงตอบรับที่เรียกได้ว่าทำเอาทีมงานและนักแสดงหายเหนื่อยกันเลยทีเดียวเพราะยืนยัน นั่งยันและนอนยันว่าแมวกำกับไม่ได้!!! โดยความสนุกสนานเบิกบานใจของงานเปิดตัวภาพยนตร์เริ่มต้นตั้งแต่ การเนรมิต Hipster Street ขึ้นบริเวณชั้น 8 โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า ภายใต้ไอเดียสุดเก๋ไก๋เมื่อได้เข้ามาสัมผัสกับคอนเซ็ปท์ แคท อ่ะ แว้บ! #การเปิดท้ายบอกรัก กันแบบชื่นมื่นตั้งแต่การรวบรวมบูธน่ารักๆ เอาใจทาสแมวคนรักแมวในงาน รวมไปถึงร่วมฮิปสเตอร์ไปกับการวาดรูปการ์ตูนตัวคุณกับแมว โดยนำรายได้จากการกิจกรรมวาดรูปที่ให้แขกผู้ร่วมงานบริจาคตามศรัทธาไปช่วยเหลือแมวผู้ยากไร้และค่าอาหารแมวจรจัด แถมยังได้เพลิดเพลินไปกับการฟังเพลงรักเพราะๆ จากเสียงร้องของวงดนตรีสุดฮิปสเตอร์ Ten to Twelve กันอย่างจุใจโดยเฉพาะอย่างยิ่งการฟังเพลง "คิดเหมือนกันรึเปล่า" เพลงประกอบภาพยนตร์ไปในบรรยากาศที่เรียกได้ว่าทั้งเพลินทั้งชิลกันเลยทีเดียว จนกระทั่ง เริ่มต้นงานอย่างเป็นทางการด้วย วิดีโอพรีเซนเทชั่นยืนยันว่า "ไม่ใช่หนังแมวจริงๆ นะ แต่เป็นหนังรักต่างหาก" ก่อนที่เหล่าบรรดานักแสดงหลักจากภาพยนตร์ซึ่งประกอบไปด้วย ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์, เป้ อารักษ์ อมรศุภศิริ, เท่ง เถิดเทิง, โหน่ง ชะชะช่า และ จอนนี่แมวศุภลักษณ์ ขึ้นมาสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะกันแบบฮากลิ้งด้วยการเปิดใจแบบยกป้ายประมาณว่าจริงหรือไม่ถูกหรือผิดกับความรู้สึกของการร่วมงานกันแบบหนังแมวผสมหนังรัก ก่อนที่ในท้ายที่สุดจะได้รับเกียรติจากบรรดาผู้บริหาร พันธมิตรทางการตลาด และผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของภาพยนตร์ไม่ว่าจะเป็น คุณพาณิชย์ สดสี โปรดิวเซอร์ Managing Director บ.เวิร์คพอยท์พิคเจอร์ส จำกัด Group CEO บ.เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด(มหาชน), คุณเตือนใจ เตชะรัตนประเสริฐ รองประธานกรรมการบ.สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จก., คุณศุภกฤต อัศวชัยพร รองกรรมการผู้จัดการสายงานการตลาด บ.เพอร์เฟค คอมพาเนียน กรุ๊ป จำกัดผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์เลี้ยงอาหารแมว Me-O, คุณวราพรรณ ชัยชนะศิริ ผู้อำนวยการกลุ่มประธานกิจการเครือข่ายทางวัฒนธรรม ผู้แทนอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม, คุณสุวรรณี ชินเชี่ยวชาญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด บ.เอสเอฟ คอร์ปอเรชั่น จก.(มหาชน) รวมไปถึงเหล่านักแสดงสมทบจากภาพยนตร์ที่ช่วยกันสร้างสรรค์และสนับสนุนผลักดันให้ แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ กลายเป็นอีกหนึ่งปรากฎการณ์หนังรักที่จะทำให้เกิดรอยยิ้มและความสุขในหัวใจของผู้ชมทุกเพศทุกวัยขึ้นมาถ่ายรูปร่วมกัน ไม่ใช่หนังแมว แต่มีแววว่าเป็นหนังรัก ร่วมลุ้นวุ่นรักไปกับ แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ ในวันที่ 4 มี.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ ได้ที่นี่เลย -------------------------------

บอย ปกรณ์ ขวัญใจสาวไทย พกความน่ารักขี้เล่น ให้สาวๆ ฟินกันทั่วหน้า
Cathydoll /  ฐิสา วริฏฐิสา / 

บอย ปกรณ์  ควงดาราสาวสวยมาเพียบ  เกรซ กาญจน์เกล้า, แพท ณปภา,ฐิสา วริฏฐิสา และ พาย พิมพ์พัชร        เปิดตัวพรีเซนเตอร์คนใหม่ขวัญใจสาวไทยทั้งประเทศอย่าง บอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ พกความน่ารักขี้เล่นมาแจกจ่ายให้สาวๆ ฟินกันทั่วหน้า พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์กันแดดรุ่นใหม่ล่าสุด เคที่ดอลล์ครีมกันแดดละอองน้ำ นวัตกรรมพิเศษเนื้อครีมแตกตัวเป็นละอองน้ำ ชุ่มชื่น เย็นฉ่ำ          บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความน่ารักสดใสของสีชมพูที่เป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่น ของคาร์มาร์ท พร้อมชมแฟชั่นโชว์ จากเหล่าสาวผิวสวย ที่จะมาใน ลุคสดใส น่ารัก สไตล์สาวเคที่ดอลล์  เกรซ กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า แพท ณปภา ตันตระกูล ฐิสา วริฏฐิสา ลิ้มธรรมมหิศร พาย พิมพ์พัชร วัชรเสวี