บลูสกาย แชลแนล

พร้อมใช้! “เดอะ พาวเวอร์
ซุปเปอร์ พาวเวอร์ สมุทรปราการ /  พลังเอ็ม / 

"เดอะ พาวเวอร์” เปิดตัว 3 เเข้งใหม่ลุยเลกสอง นำโดย เดนนิส มูริลโล่ อดีตดาวยิงกว่างโซ้งฯ, กีรติกรณ์ นิลมาศ ดาวรุ่งจากกิเลนผยองเเละ เอกสิทธิ์ ฉาวบุตร เเบ๊กจากเชียงใหม่ เอฟซี "เดอะ พาวเวอร์” สโมสรฟุตบอลซุปเปอร์ พาวเวอร์ สมุทรปราการ ทีมจากศึกโตโยต้าไทยลีก 2016 ทำการเปิดตัว 3 นักเตะใหม่ นำโดย เดนนิส มูริลโล่ กองหน้าชาวบราซิล วัย 24 ปี ที่ยืมตัวมาจากเชียงราย ยูไนเต็ด พร้อมด้วย กีรติกรณ์ นิลมาศ อดีตดาวรุ่งของเอสซีจีเมืองทอง จากทีม ม.นอร์ทกรุงเทพ และเอกสิทธิ์ ฉาวบุตร แบ๊กขวาที่ดึงตัวกลับมาจากเชียงใหม่ เอฟซี เข้ามาร่วมทีมสู้ศึกไทยลีก และบอลถ้วยทั้ง 2 รายการ โดยทางด้านของ เดนนิส มูริลโล่ กองหน้าที่ถูกยืมตัวมาจากเชียงราย ยูไนเต็ด จะถูกเสริมเข้ามาแทนที่โควต้าต่างชาติของ อารอน ดา ซิลวา ซึ่งผลงานที่ผ่านมา เดนนิส ลงสนามให้เชียงรายฯ ไปแล้ว 15 นัด ยิงได้ 5 ประตู ส่วน “เจ้ากี้" กีรติกรณ์ นิลมาศ ปราการหลังดาวรุ่ง อดีตเคยเป็นกัปตันทีมนักเรียนไทย และนักเตะยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์ในชุดแชมป์บอลนักเรียน 18 ปี ชิงแชมป์เอเซียที่ประเทศเกาหลีใต้ และเคยเป็นดาวรุ่งของสโมสรเอสซีจี เมืองทอง ก่อนจะย้ายไปเล่นในกับ พิษณุโลก ทีเอสวาย เเละล่าสุดต้นฤดูกาล 2016 ย้ายไปเล่นให้กับ ม.นอร์ทกรุงเทพ ในศึก ด.2 โดยความเคลื่อนไหวการเสริมทัพนักเตะของทีมจากย่านบางพลี สมุทรปราการ ยังได้รับรายงานว่า "โค้ชเบ๊" ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก เฮดโค้ชของทีมจะยังมีการเสริมผู้เล่นในอีกหลายตำแหน่ง เพื่อเติมเต็มในจุดที่เป็นปัญหาของทีมจากเลกแรก โดยจะทำการเปิดตัวเร็วๆนี้ ก่อนปิดตลาดซื้อขายนักเตะ

โปรแกรมบอลวันนี้ วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน 2559
กระชับมิตรสโมสร /  ผลบอล / 

โปรแกรมบอลวันนี้ วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน 2559 ผลบอล กระชับมิตรสโมสร เวลา 20:00 น. ซอร์ย่า ลูแฮงส์ - อิลลิชิเว็ตส์ เวลา 21:00 น. ซิม่า โอโลมุช - สปร์ตัค เตอร์นาว่า เวลา 22:00 น. คราช์โนดาร์ - อเนอจิย่า เวลา 22:30 น. ชาร์ปบอร์ก 08 - โมลด์ เวลา 22:59 น. แอดมิร่า - เทเลค กรอซนี่ย์ เวลา 23:30 น. เอฟเค รอสตอฟ - อูจเปสต์ เวลา 23:30 น. แมตเตอร์สเบิร์ก - เอ็มเอสเค ซิลิน่า เวลา 00:00 น. ซองน์ดาล - เอสเค บรานน์ เวลา 01:00 น. มาริบอร์ - โอลิมปิจา ลจุบจาน่า ผลบอล สิงคโปร์ เอส ลีก เวลา 19:00 น. แทมปิเนส โรเวอร์ส - อัลบิเร็กซ์ นิงาตะ เอฟซี เวลา 19:00 น. บาเลสเตียร์ คัลซา - บรูไน ดีพีเอ็มเอ็ม >> เช็คผลบอลสด ที่นี่ <<

ถึงกับน็อค! ไอซ์แลนด์ ยิงทดเจ็บเอาชนะ ออสเตรีย 2-1 กลุ่มเอฟ ยูโร 2016
ออสเตรีย /  ไอซ์แลนด์

ผลฟุตบอล รายการชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016 หรือ ยูโร 2016 ประจำวันพุธ ที่ 22 มิถุนายน 2559 ระหว่าง ไอซ์แลนด์ พบ ออสเตรีย (รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเอฟ) ปรากฏว่า ออสเตรีย พ่ายให้กับ ไอซ์แลนด์ 2-1 ตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย ส่วนไอซ์แลนด์เข้ารอบต่อไปในฐานะรองแชมป์กลุ่มเอฟ ไปพบกับ อังกฤษ ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเอฟ วันพุธ ที่ 22 มิถุนายน 2559 ไอซ์แลนด์ 2-1 ออสเตรีย ผู้ทำประตู: 1-0 บอดวาร์สสัน 18', 1-1 ชอปฟ์ 60', 2-1 ทรอส์ทาสัน 90+4 เวลา: 23.00 น. สนาม: สต๊าด เดอ ฟรองซ์ ถ่ายทอดสด: ช่อง 3 แฟมิลี่ (13) เริ่มเกมมาได้เพียงแค่ 2 นาที ไอซแลนด์เกือบได้ประตูอย่างที่สุด เมื่อ โยฮันน์ กุดมุนด์สสัน ส่องไกล บอลลอยไปชนสามเหลี่ยมแบบเต็มๆ กระดอนออกมาอย่างน่าหวาดเสียว น.15 ไอซ์แลนด์ที่ครองเกมอย่างต่อเนื่องมีโอกาสลุ้นประตูอีกครั้งจาก อารอน กุนนาร์สสัน น.18 หลังจากขึงอยู่นาน ไอซ์แลนด์ก็ได้ประตูขึ้นนำจนได้จากลูกยิงในกรอบเขตโทษของ ยอน ดาดี บอดวาร์สสัน น.29 ออสเตรีย มีลุ้นประตูตีเสมอถึง 2 จังหวะจาก อาร์เนาโตวิช แต่ยังยิงจากระยะที่ไกลเกินไป และในนาทีต่อมา อาร์เนาโตวิช คนเดิมโหม่งบอล แต่โหม่งไม่ถนัดสักเท่าไหร่ น.36 ออสเตรียได้ลูกที่จุดโทษ เมื่อสกูลาสันไปเหนี่ยวอลาบาในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินเป่าให้จุดโทษทันที แต่ มาร์ติน ฮินเตเรกเกอร์ ยิงบอลไปติดโคนเสา พลาดลูกที่จุดโทษอย่างน่าเสียดาย จังหวะต่อเนื่องในนาทีต่อมา ไอซ์แลนด์เกือบได้ลูกที่ 2 เมื่อ เบียร์เกียร์ บยาร์นาสัน ซัดบอลตุงตาข่ายออสเตรียแล้ว แต่ถูกจับล้ำหน้าเสียก่อน จบครึ่งแรก! ไอซ์แลนด์นำออสตรีย 1-0 จาก ยอน บอดวาร์สสัน น.49 กิลฟี ซิกกูร์ดสสัน ยิงด้วยซ้าย แต่บอลหลุดเสาออกไปอย่างได้ลุ้น น.60 ออสเตรียได้ประตูตีเสมอ 1-1 จนได้จาก อเลสซานโดร ชอปฟ์ น.65 ไอซ์แลนด์ เกือบได้ประตูขึ้นนำจากการต่อบอลในกรอบเขตโทษของออสเตรีย ก่อนจบที่การยิงของ กิลฟี ซิกกูร์ดสสัน แต่ยังติดเซฟของโรเบิร์ต อัลเมอร์ น.70 เป็นคราวลุ้นประตูของออสเตรียบ้าง จากการเข้าทำของมาร์ค แยนโก้ แต่บอลหลุดเสาแบบหวาดเสียว น.72 ชอปฟ์ เกือบทำประตูที่ 2 ของตัวเองและออสเตรีย หลังหลุดเข้าไปยิงประตู แต่ติดเซฟของฮอลล์ดอร์สสันแบบหวุดหวิด ช่วง 15 นาทีสุดท้าย ออสเตรียโหมบุกอย่างหนักหวังผลชนะในเกมนี้เพื่อเข้ารอบต่อไป ส่วนไอซ์แลนด์ลงไปรับกันทั้งทีมรอสวนกลับ แต่ในนาทีที่ 90+4 ไอซ์แลนด์ ขึ้นนำ 2-1 จากจังหวะสวนกลับของ เอลเมอร์ บยาร์นาสัน ที่หลุดขึ้นมาทางกราบขวา ก่อนป้ายให้ อาร์นอร์ ทรอส์ทาสัน เข้าชาร์จเป็นประตูดับฝันกองเชียร์ออสเตรียทันที จบเกม! ไอซ์แลนด์ เอาชนะ ออสเตรีย 2-1 ไอซ์แลนด์ เข้ารอบน็อคเอาท์ต่อไปพบกับ อังกฤษ  ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม ไอซ์แลนด์: ฮานเนส ฮอลล์ดอร์สสัน; เบียร์เกียร์ ซาวาร์สสัน, อารี สกูลาสัน, แรกนาร์ ซิกูร์ดสัน, คารี อาร์นาสัน; โยฮันน์ กุดมุนด์สสัน (สเวอร์เรียร์ อิงกาสัน 86'), อารอน กุนนาร์สสัน, กิลฟี ซิกกูร์ดสสัน, เบียร์เกียร์ บยาร์นาสัน; ยอน ดาดี บอดวาร์สสัน (เอลเมอร์ บยาร์นาสัน 71'), โคลบีนน์ ซิกธอร์สสัน (อาร์นอร์ ทรอส์ทาสัน 80') ออสเตรีย: โรเบิร์ต อัลเมอร์; อเล็กซานดาร์ ดราโกวิช, เซบาสเตียน โพด์ล (อเลสซานโดร ชอปฟ์ 46'), มาร์ติน ฮินเตเรกเกอร์, คริสเตียน ฟุคส์; สเตฟาน อิลซานเกอร์ (มาร์ค แยนโก้ 46'), จูเลียน บอยม์การ์ตลิงเกอร์, ฟลอเรียน ไคลน์, มาร์โก อาร์เนาโตวิช, ดาวิด อลาบา; มาร์เซล ซาบิตเซอร์ (ยาค็อบ แยนต์เชอร์ 78') เช็คผลบอล Euro 2016 รายงานทุกสนาม และการทำประตู >> ผลบอลยูโร

ทีมงาน ไนกี้ เปิดใจ ทำไมชุดแข่ง อังกฤษ ต้องใช้ ถุงเท้าสีแดง
ถุงเท้าแดง /  ยูโร 2016 / 

สก็อตต์ มันสัน รองประธานกรรมการแผนกเสื้อผ้าฟุตบอลทั่วโลกของ ไนกี้ เผยเหตุผลที่ชุดแข่ง อังกฤษ ชุดทำศึก ยูโร 2016 ต้องใช้ ถุงเท้าสีแดง ซึ่งดูแปลกตาในความเห็นของแฟนบอลส่วนใหญ่ "หลายครั้งที่ อังกฤษ ใช้ชุดแข่งสีขาวล้วน ดังนั้นเราจึงมาคิดกันว่า 'ทำไมไม่ลองทำให้มันโดดเด่นขึ้นมาบ้างล่ะ?' เราเลยมองย้อนไปยังทีมในยุค 80 ซึ่งพวกเขาสวมถุงเท้าสีแดง อย่างในเกมอันโด่งดังที่ อังกฤษ เจอกับ บราซิล ในปี 1984" มันสัน กล่าว "ถุงเท้าสีแดงมันทำให้ทีมดูเด่นขึ้นมา แถมยังดูแข็งแกร่งและเร็วขึ้นอีกด้วย สีแดงน่ะคือสีแห่งความเร็วไงล่ะ!" สำหรับโปรแกรม ยูโร 2016 นัดถัดไปของทัพสิงโตคำราม จะเป็นการเจอกับ ไอซ์แลนด์ ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ซึ่งจะเตะกันในคืนวันจันทร์ที่ 27 มิ.ย. เวลา 02.00 น.

ยกระดับ! เชียงรายร่วมมือจาร์เค็นรีแบรนด์ดิ้ง, เทงบ 300 ล.ปรับปรุงรังเหย้า
จาร์เค็นรีแบรนด์ดิ้ง /  เชียงราย ยูไนเต็ด / 

กว่างโซ้งยกระดับทุกรูปเเบบประกาศร่วมมือจาร์เค็นรีแบรนด์ดิ้งแบรนด์ชื่อดังปรับภาพลักษณ์สโมสรใหม่ พร้อมเตรียมทุ่ม 300 ล้านปรับโฉมรังเหย้าใหม่ เชียงราย ยูไนเต็ด ทีมชั้นนำของศึกโตโยต้า ไทยลีก จัดงานแถลงข่าวณ โรงแรม อินเตอร์คอนติเนนตัล เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2559 เรื่องดำเนินการเสริมสร้างยุทธศาสตร์ของแบรนด์และการตลาดให้เข้มแข็งอย่างมืออาชีพ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เชียงรายยูไนเต็ด ชัยชนะในสนามและนอกสนาม” “Winning from Both Sides” พร้อมก้าวขึ้นสู่ความเป็นทีมชั้นนำของประเทศไทย มิตติ ติยะไพรัช ประธานสโมสรเชียงราย ยูไนเต็ด กล่าวว่า "บริษัทในกลุ่มจาร์เค็นที่ให้บริการด้านการสร้างแบรนด์จะเข้ามาดูแลในส่วนของการสื่อสารทั้งภายในและภายนอกระบบการบริหารและการจัดการสปอนเซอร์ชิป การตลาด ของที่ระลึก และร้านค้า การออกแบบกลยุทธ์การประชาสัมพันธ์แบบ 360 องศา เนื่องจากเป็นผู้มีประสบการณ์เกี่ยวกับการสร้างแบรนด์ระดับเอเชีย โดยมีนายธนพล วิระเทพสุภรณ์ รองประธานสโมสรเชียงราย ยูไนเต็ด เป็นผู้ดูแลด้านการบริหารจัดการ และการตลาดทั้งหมดของสโมสร” ด้าน ดร.กุลเดช สินธวณรงค์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท จาร์เค็น จำกัด  กล่าวว่า “เราได้วางแผนพัฒนาแบรนด์ของเชียงรายไว้ 1-3 ปี แบ่งออกเป็น 3 เฟส ด้วยกัน เฟสแรก จะมุ่งเน้นการปรับจากภายนอกสนาม อาทิ โลโก้สินค้า จากเดิมใช้ตัวย่อ “CRUTD” ซึ่งได้มีการทำรีเสิร์ซถึงการรีแบรนด์ของชื่อย่อใหม่เป็น "CR” เพื่อทำให้สะดุดตาจดจำง่าย ทันสมัย “เฟสสอง จะเป็นการต่อยอดโลโก้ “CR” ในการออกแบบและผลิตสินค้าใหม่ๆ อาทิ เสื้อยืด กางเกง หมวก ของที่ระลึกต่างๆ และชุดกีฬา sport wear คอลเลคชั่นพิเศษ สำหรับผู้หญิง รวมถึงการเปิดช็อปใหม่ที่สยามสแควร์ และ เพลงเชียร์ใหม่ โดยนักร้องนักแต่งเพลงมืออาชีพ “เฟสสาม เป็นเรื่องของในสนามกับการรีโนเวทสนามเชียงราย ยูไนเต็ด ให้เป็น sport destination ให้มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่สมบูรณ์แบบภายใต้คอนเซ็ปต์ "บ้านของกว่าง" ที่มีลักษณะเป็นโพรงไม้ สามารถรองรับผู้ชมได้ 22,000 ที่นั่ง" “นอกจากนั้นยังมีการสร้างโรมแรม คาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดใช้งานในปี 2561 โดยใช้งบประมาณ 300 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 ส่วนคือการดำเนินการ 70% และ การตลาดประชาสัมพันธ์ 30%” ดร.กุลเดช สินธวณรงค์ กล่าว สำหรับ กว่างโซ้งมหาภัย ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในเลกเเรกหลังสามารถรั้งอันดับ 5 ของศึกโตโยต้า ไทยลีก พร้อมเสริมทัพด้วยการคว้าดาวดังเข้ามาร่วมทีมมากมายทั้ง บดินทร์ ผาลา , ลาซารัส คาอิมบี้ จาก บางกอกกล๊าส เอฟซี , ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ จาก เมืองทอง ยูไนเต็ด มงคล ทศไกร จาก อาร์มี่ ยูไนเต็ด , วันเฉลิม ยิ่งยง จาก ชัยนาท ฮอร์นบิล , ประทุม ชูทอง จาก สุพรรณบุรี เอฟซี และ มาร์ค บริดจ์ กองหน้าชาวออสเตรเลีย จาก เวสเทิร์น ซิดนีย์ วันเดอร์เรอร์ส

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

บอย ยันไม่ทิ้งทีมงาน หลังใหม่ ดาวิกา ถอนตัว ยังไปต่อไม่ได้
ใหม่ ดาวิกา /  บอย ถกลเกียรติ / 

ออกมาให้สัมภาษณ์อีกรอบ สำหรับ บอย ถกลเกียรติ ที่ถึงแม้ สาวใหม่ ดาวิกา จะทำให้ทีมงานกองละคร ชายไม่จริงหญิงแท้ วืดไปชั่วขณะ แต่บอยก็ยืนยันว่า ไม่ปล่อยลอยแพทีมงานแน่นอน หลังจากเป็นข่าวครึกโครม จากการถอนตัวแบบกระทันให้ของ ใหม่ ดาวิกา ในกองละคร ชายไม่จริงหญิงแท้ ของ บอย ถกลเกียรติ ที่กำลังจะเดินหน้าถ่ายทำอยู่ในเดือน สิงหาคม นี้แล้ว ทำเอาทีมงานกองนี้ถึงกับไปไม่เป็นเลยทีเดียว เหตุเพราะสาวใหม่คิวชนกับละครอีกเรื่องที่รับไว้ก่อนหน้านี้ ล่าสุด (22 มิ.ย.) บอย ถกลเกียรติ ก็ได้ออกมาบอกอีกครั้งว่า ถึงแม้จะทำทีมงานสะดุด แต่ตนก็ต้องรับผิดชอบหาอย่างอื่นมาทดแทนให้กับทีมงานที่เขารออยู่แน่นอน ส่วนจะรอเวลาหรือไม่นั้น ตนคิดว่าไม่น่าจะรอได้ เพราะละคร 1 เรื่องต้องใช้เวลา 5-6 เดือน แต่หลังจากนั้นก็คงต้องคุยกันใหม่ ส่วนตอนนี้ตนยังไม่ได้คุยอะไรต่อเลย และยังไม่ได้มีโอกาสพูดคุยกับใหม่ด้วยหลังจากที่เป็นข่าว ต้องบอกเลยว่า ก่อนหน้านี้ไม่ได้คิดจะทำละครเรื่องนี้เลย แต่เป็นเพราะใหม่บอกว่าอยากเล่นเรื่องนี้ เราเลยหยิบเรื่องนี้กลับมาทำ พอมาวันนี้คิวเขาไม่ได้ ถามว่าจะทำยังไง เราก็ไม่คิดที่จะรอถึง 6-7 เดือน เพราะระหว่างนี้ทีมงานจะทำอะไร หรือหลังจากนั้นมันจะลงตัวกันหรือไม่ ตนก็ยังตอบไม่ได้ จะให้เปลี่ยนตัวนักแสดงก็ยังไม่รู้ว่าจะเป็นใคร เพราะไม่ได้วางไว้ตั้งแต่แรก แต่สิ่งที่ต้องทำตอนนี้คือหางานอื่นให้ทีมงานก่อน เขาจะไม่ตกงาน ส่วนเรื่อง ที่นิว ชัยพลกำลังจะหมดสัญญาในปีนี้ นิวก็ได้แจ้งแล้วว่าไม่ต่อสัญญากับเรา และจะเป็นนักแสดงอิสระ ซึ่งทางเราก็ไม่ได้ปิดกั้นอะไร เราจบด้วยดี และมีโอกาสร่วมงานกันอีกแน่นอน ขอบคุณรูปภาพจาก IG boytakonkiet, บอย ถกลเกียรติ บอย ถกลเกียรติ ใหม่ ดาวิกา ใหม่ ดาวิกา

ละครคลื่นชีวิต , เรื่องย่อคลื่นชีวิต
คลื่นชีวิต /  ละครคลื่นชีวิต / 

ละครคลื่นชีวิต ละครช่อง3 คลื่นชีวิต บทประพันธ์โดย : กรุง ญ ฉัตรกำกับการแสดงโดย : อำไพพร จิตต์ไม่งงผลิตโดย : บริษัท ละครไท จำกัดควบคุมการผลิตโดย : หทัยรัตน์ อมตวณิชย์ออกอากาศ เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครคลื่นชีวิต ช่อง3 เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต ความสุขในวัยเด็ก คือสิ่งชโลมใจยามเรามีความทุกข์ เพราะเราจะได้รู้สึกว่า เราเคยผ่านความผาสุกในชีวิตมาแล้ว จีราวัจน์ (อุรัสยา เสปอร์บันต์) ดาราสาวที่เข้าวงการและมีชื่อเสียงด้วยฝีมือการแสดงและข่าวฉาวกับหนุ่มทั้งนอกและในวงการ รวมทั้งนิสัยพูดตรง ถ้าไม่ผิด ก็พร้อมกล้าท้าชนโดยไม่สนใจหน้าไหน จนโดนใครต่อใครตราหน้าว่าจีราวัจน์เป็นผู้หญิงแรง กร้านโลก และง่าย! แต่ใครจะกล่าวว่าเธอยังไง ไม่ทำให้จีราวัจน์เจ็บเท่ากับถูก คุณหญิงจริยา แม่แท้ ๆ ที่ไม่เคยดูแลเธอปล่อยเธอเติบโตตามมีตามเกิด เชื่อว่าเธอเป็นผู้หญิงใจแตก! แต่นั่นยังไม่ทำให้เธอหมดศรัทธากับคำว่า แม่ ของจริยา เท่ากับคืนที่จีราวัจน์โดน สิทธา (ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์) เจ้าของบริษัททอสังหาริมทรัพย์ สามีคนใหม่ของจริยา ผู้กระหายอำนาจ เงินทองและโลกีย์ สั่งลูกน้องวางยานอนหลับเพื่อหมายข่มขืนจีราวัจน์ แต่จีราวัจน์ก็หนีมาได้ และเมื่อจีราวัจน์บอกเรื่องนี้กับจริยาแทนที่จริยาจะเข้าข้างและปกป้องเธอ แต่จริยากลับเข้าข้างสิทธา จริยานั้นรู้สันดานของสิทธาดี แต่เธอยังทำอะไรสิทธาไมได้ เพราะสิทธาคือคนที่ให้เงิน และอำนาจกับเธอ สิทธาคือคนที่ทำให้ผู้หญิงไร้การศึกษา มีชีวิตอยู่ในสลัม ที่มีแค่ความสวยติดตัว จึงเร่ขายความสวยให้ความสำราญผู้ชาย เธอจึงได้โลดแล่นขึ้นมาเป็นคุณหญิงใจบุญเบอร์หนึ่งของสังคม ที่ใคร ๆ ต่อใครนับหน้าถือตา จริยารู้ดีว่าจีราวัจน์มองเธอเป็นผู้หญิงเห็นแก่ตัว ทะเยอทะยาน หน้าเงิน แต่ที่จริยาดิ้นรนถีบตัวเองขึ้นมาถึงตรงนี้ ก็เพื่อให้ชีวิตเธอ และจีราวัจน์สบาย แม้วันนี้จีราวัจน์เกลียดเธอ ...แต่จริยาเชื่อว่าวันหนึ่ง... จีราวัจน์ต้องเข้าใจ ละครคลื่นชีวิต ญาญ่า หมากปริญ สำหรับจีราวัจน์ ...สิ่งที่เธอต้องการ ไม่ใช่ชีวิตดีงามบนหน้าหนังสือพิมพ์อย่างที่จริยาต้องการ แต่สิ่งที่เธอต้องการคือความรัก ปมเดียวในหัวใจของจีราวัจน์ที่เธอโหยหาย แต่เธอไม่เคยได้ โดยเฉพาะวันที่เกิดเหตุการณ์นั้น ถึงแม้จีราวัจน์จะหนีจากเงื้อมมือสิทธามาได้ แต่เพราะฤทธิ์ยานอนหลับ ทำให้ระหว่างที่จีราวัจน์ขับรถหนีอย่างสุดชีวิต ต้องกลายเป็นฆาตกรโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อรถของจีราวัจน์ชนร่าง ติวดี (พริมา พันธ์เจริย) เต็ม ๆ จนติวดีไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ในเวลาต่อมา!! แต่เพราะฤทธิ์ยานนอนหลับทำให้จีราวัจน์หลับและเบลอจนไม่รู้เรื่องติวดี ภายใต้การดูแลของ ดารากา (ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์) เพื่อนสินทตั้งแต่มัธยม ซึ่งเป็นคนเดียวที่จีราวัจน์ติดต่อพูดคุยด้วยตลอด พอจีราวัจน์กลับจากเมืองนอก จีราวัจน์จึงขอให้ดารากามาอยู่ด้วยกัน ดารากาเต็มใจอยู่กับ จีราวัจน์ เพราะความรัก และความสนิทที่ทั้งสองมีด้วยกันมาเกือบ 20 ปี ทำให้ดาราการู้ดีว่า จีราวัจน์หว้าเหว่ แสนเหงา ต้องการใครสักคนเป็นเพื่อน และกว่าจีราวัจน์จะรู้ว่าติวดีเสียชีวิต ก็หลังจากที่ฤทธิ์ยานอนหลับสร่าง เมื่อจีราวัจน์รู้สึกตัว คนกล้าทำกล้ารับอย่างเธอ พร้อมไปรับความผิดกับตำรวจ แต่มันสายเกินไป เพราะ สุกี้ (เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ) นักปั้นดารามือทอง ผู้เป็นทั้งคนชักนำเธอเข้าวงการและเป็นผู้จัดการดูแลเธอ ได้จัดการส่งสเตฟาน คนขับรถคนสนิทประจำตัว รับสารภาพผิดกับตำรวจว่าเป็นคนขับรถชนติวดีแทนเธอ โดยสุกี้ยอมเสี่ยงโกหกกับสังคมเพื่อแลกกับอนาคตทางการแสดงของจีราวัจน์ที่กำลังรุ่งเรือง ละครคลื่นชีวิต สุกี้คิดว่าการให้สเตฟานรับผิดแทนจีราวัจน์ จะทำให้เรื่องทุกอย่างจบง่าย ๆ แต่สุกี้คิดผิด เมื่อระหว่างที่ติวดีโดนจีราวัจน์ขับรถชน ติวดีกำลังคุยโทรศัพท์มือถือกับ สาธิต (ปริญ สุภารัตน์) แฟนหนุ่มผู้เป็นทนายตงฉิน เชื่อว่าใครทำผิดต้องได้รับโทษ นั่นแหละความยุติธรรม! โดยสาธิตเป็นคนเดียวที่ได้ยินเสียงของจีราวัจน์พูดขอโทษติวดี นั่นทำให้เขาปักใจว่าคนที่ขับรถชนคนรัก ไม่ใช่สเตฟานแต่เป็นจีราวัจน์! สาธิตทำทุกวิถีทางพิสูจน์ให้คนทั้งสังคมเห็นว่าฆ่าตกรตัวจริงเป็นใคร โดยมี พ.ต.ต.พิเชษ เพื่อนตำรวจที่รู้จักในระหว่างร่วมงาน เป็นคนช่วยเหลือดูแลคดี โดยสาธิตมั่นใจว่าเขาสามารถลากตัวจีราวัจน์รับโทษอย่างที่เขาเคยส่งคนผิดเข้าคุกมาตลอดอาชีพทนาย แต่ครั้งนี้! สาธิตกลับเจอว่าความจริง พ่ายแพ้อำนาจเงิน! เมื่อหลักฐานทุกอย่างที่จะมัดตัวจีราวัจน์ได้ มันหายไปหมด! สาธิตไม่ยอมแพ้ที่จะหาทางลงโทษจีราวัจน์ แต่ทุกอย่างต้องหยุดลงเมื่อ นวดี (ขวัญฤดี กลมกล่อม) แม่ของติวดี แม่ครูของเหล่าเด็กกำพร้า เป็นคนขอร้องให้สาธิตหยุดอาฆาตแค้น นวดีไม่อยากให้สาธิตต้องจมอยู่กับความทุกข์ ที่เกิดจากความโกรธแค้นอีก รวมทั้ง พัฒนะ (สันติสุข พรหมศิริ) เจ้าของบริษัทผลิตละคร ที่จีราวัจน์กำลังแสดงละครอยู่ พัฒนะเป็นเพื่อนของพ่อของสาธิต และเปรียบเหมือนเป็นพ่อบุญธรรมของสาธิต เพราะหลังจากที่พ่อแม่ของสาธิตประสบอุบัติเสีย ชีวิตทั้งคู่ พัฒนะคือคนที่ส่งเสียและดูแลสาธิตจนเรียนจบเนติบัณฑิต! ฉะนั้นเมื่อพัฒนะขอให้สาธิตทำอะไร สาธิตพร้อมจะทำ รวมทั้งคำขอร้องที่แสนเฉือนหัวใจ ที่พัฒนะขอร้องให้สาธิตหยุดสืบหาหลักฐานเอาเรื่องจีราวัจน์ เพราะละครที่จีราวัจน์แสดงกำลังทำเงิน ถ้าจีราวัจน์ติดคุกจะมีผลทำให้บริษัทของพัฒนะเสียหาย จนกระทบกับหนี้สินของบริษัทด้วย ละครคลื่นชีวิต ในเมื่อผู้ใหญ่สองคนที่เขารักขอร้องให้เขาหยุด ละครคลื่นชีวิต แม้สาธิตไม่ต้องการหยุดฉีกหน้ากากของจีราวัจน์ แต่เขาต้องหยุด แต่ใครจะรู้ แม้สาธิตจะหยุดดำเนินคดีทางกฎหมายกับจีราวัจน์ แต่เขาไม่หยุดตามจองล้างจองผลาญจีราวัจน์ โดยสาธิตประกาศ ในเมื่อกฎหมายทำโทษจีราวัจน์ไม่ได้ เขาจะใช้กฎแห่งกรรมทำโทษจีราวัจน์เอง ด้านจีราวัจน์นั่นอยากเหลือเกินที่จะบอกสาธิตว่าเธอพร้อมรับผิด แต่เธอทำไม่ได้เพราะเธอต้องแบกความเป็นความตายของคนที่รวมโกหกช่วยเธออยู่ เธอเลือกไถ่โทษด้วยการดูแลนวดี แทนติวดีห่าง ๆ โดยมี ชยันต์ (หลุยส์ สก๊อต) ผู้กำกับฯ หนุ่มติสต์ชื่อดัง ซึ่งเคยเป็นรุ่นพี่สมัยมัธยมของจีราวัจน์ ผู้รักและหวังดีกับจีราวัจน์เสมอมา เพราะชยันต์รู้ว่าผู้หญิงที่แข็งกระด้างภายนอก แต่ภายในช่างแสนอ่อนแอ เขาจึงคอยช่วยเหลือส่งข่าวเรื่องนวดี เพราะชยันต์เป็นเพื่อนกับสาธิต ทำให้ชยันต์รับรู้เรื่องราวของนวดีจากสาธิตโดยตรง แต่ความช่วยเหลือของชยันต์ กลับยิ่งสร้างปัญหาให้จีราวัจน์ เมื่อ ปียากุล (จรินทร์พร จุนเกียรติ) ลูกสาวคนเดียวของพัฒนะ ผู้ควบคุมดูแลงานถ่ายละครภายในบริษัทของพัฒนะ และเป็นภรรยาซุปเปอร์โคตรขี้หึงของชยันต์ ได้ยินข่าวว่าเธอสนิทกับชยันต์มาก ทำให้ปียากุลใช้อำนาจหน้าที่การงานในมือเธอกลั่นแกล้งจีราวัจน์ แต่เพราะจีราวัจน์กำลังเป็นดาราทำเงินของพัฒนะ ทำให้พัฒนะออกตัวปกป้องจีราวัจน์ ทำให้ปียากุลไม่พอใจมาก ทำให้ปียากุลพาลระบายอารมณ์กับสาธิต ซึ่งเธอนับถือเหมือนพี่ชาย ทำให้สาธิตรับรู้ว่า นอกจากจีราวัจน์จะเป็นคนตลบแตลงสังคมว่าตัวเองไม่ใช่ฆาตกรแล้ว จีราวัจน์ยังเป็นผู้หญิงรักสนุกคั่วผู้ชายไม่ซ้ำหน้า แย่งผัวชาวบ้านไปกกได้อย่างหน้าไม่อาย!! ละครคลื่นชีวิต ยิ่งวันทีสาธิตพบจีราวัจน์สนิทสนมกับ เจตต์ (มาสุ จรรยางค์กุลดี) วิศวกรปิโตเลียมผู้มีชีวิตยู่กลางทะเล แต่เมื่อกลับมาเยี่ยมบ้าน เขากลับขับรถชนจีราวัจน์ จนทำให้เขาหลงรักนางเอกสาว ซึ่งมันอาจไม่ใช่เรื่องที่สาธิตจะเอามาเป็นข้อเกลียดชังจีราวัจน์ ถ้าสาธิตไม่บังเอิญรู้เรื่องว่าดารากาเพื่อนรักของจีราวัจน์นั้นแอบชอบเจตต์อยู่จาก เจนจิรา (วันศิริ อ่องอำไพ) น้องสาวของเจตต์เจ้าของโรงเรียนที่ดารากาเป็นครูสอน ซึ่งสาธิตได้รู้จักกับเจจิราโดยบังเอิญ และเพราะเจนจิราเป็นคนคุยสนุก มองโลกในแง่ดี เหมือนติวดี ทำให้สาธิตสนุกที่ได้อยู่ร่วมกับเจนจิราโดยสาธิตไม่รู้ว่าความใกล้ชิดที่เขามอบให้เจนจิรานั้น ทำให้เจนจิราแอบชอบสาธิต ชีวิตของจีราวัจน์เจอปัญหาจากสาธิต ปียากุล สิทธา ยังไม่พอ ในเส้นทางสายงานบันเทิง เธอยังต้องเจอ พิม (โชติกา วงศ์วิลาศ) นางเอกจอมสร้างภาพว่าเป็นนางเอกแสนชื่อ แต่แท้จริงปากตลาด ทะเยอทะยาน ใฝ่สูง เคยเป็นอดีตดาราที่สุกี้ปั้นมากับมือ แต่พอดังแล้วก็แยกตัวออกจากสุกี้ ทำให้สุกี้ไม่พอใจพิมมาก หาว่าพิมเนรคุณ แต่พิมไม่แคร์ พิมคิดว่าสุกี้ได้เงินจากค่าตัวเธอเยอะแล้ว ไม่ถือว่ามีบุญคุณต่อกัน โดยตอนพิมออก พิมเอา ลูกน้ำ (ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์) อดีตเลขาลงสุกี้มาด้วย โดยพิมคิดว่าลูกน้ำทำงานกับสุกี้มานาน จะมี Connection กับเอเจนชี่จะผลักดันให้ความฝันก้าวสู่ การทำงานร่วมกับต่างชาติของเธอสมหวัง แต่เปล่าเลย ลูกน้ำไม่มีรู้จักใครเลย เป็นแค่คนปากกล้า อวดฉลาด แต่สมองกลวง ทำให้พิมเลี้ยงลูกน้ำไว้เป็นกันชนเวลาปะทะกับสุกี้ และเป็นคนหิ้วสัมภาระ รองมือรองเท้าตัวเองเท่านั้น! เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต และการโด่งดังของจีราวัจน์ ทำให้ชื่อเสียงที่กำลังลดฮวบของพิม ยิ่งลดลงไปอีก จากนางเอกเบอร์หนึ่งแทบจะเล่นเป็นนางรอง คนทะเยอทะยานอย่างพิมไม่ยอมรับสภาพอย่างนั้นง่าย ๆ เธอจึงยอมทำทุกอย่าง เพื่อกำจัดจีราวัจน์ไปจากเส้นทางของเธอ เพื่อให้เธอกลับมาเป็นอันดับหนึ่งอีกครั้ง รวมทั้งหาลู่ทางเพื่อโกอินเตอร์ แม้แต่ยอมเอาตัวเข้าไปเป็นเมียน้อยของสิทธา เพื่อใช้อำนาจและเงินของสิทธา ปูทางโกอินเตอร์ให้ได้ หลายครั้งที่จีราวัจน์เหนื่อยกับการสู้รบกับความเกลียดชังที่ประเดประดังเข้ามาเหมือนคลื่นกระทบหาดทราย ละครคลื่นชีวิต แต่เธอก็ยังพอมีหลักให้ยึดอีกคน นั่นคือ ครูอารี ครูสอนร้องเพลงตั้งแต่ สมัยจีราวัจน์เรียนมัธยม ครูอารีคือคนที่เอื้ออารีข้าวและขนม เวลาที่จริยาออกไปขายตัว ปล่อยให้จีราวัจน์อยู่กับ ยายจัน ยายข้างบ้านที่มีอาชีพขายขนมจีน สมองไม่ค่อยดี ป้ำ ๆ เป๋อ ๆ ที่เคยเลี้ยงดูจีราวัจน์ พอยายจันออกไปตลาด จีราวัจน์ก็มาวิ่งเล่นบ้านครู ที่นี่เหมือนอีกโลกของจีราวัจน์ เป็นโลกที่สงบ ไม่ใช่โลกมายาที่เธอต้องยิ้มแม้ว่าในหัวใจร้องไห้ และการมาบ้านครูอารีครั้งนี้ ทำให้เธอรู้ว่าบ้านสวนถัดไปเป็นบ้านของนวดี จีราวัจน์หวังจะแอบไปดูความเป็นอยู่ของนวดีเพื่อจะช่วยเหลือ นั่นทำให้เธอเจอสาธิต จีราวัจน์ไม่อยากสู้รบกับสาธิตเพราะเธอรู้ตัวดีว่าผิด แต่สาธิตเหมือนเสือที่จ้องตะครุบเหยื่อ เมื่อเหยื่อเดินเข้ามาหา มีหรือที่เขาจะปล่อย สาธิตจงใจพูดจาแดกดันว่าเธอเป็นคนขี้ขลาด ทำผิดแล้วไม่กล้ารับผิด สาธิตเดินต้อนจีราวัจน์จนไปถึงริมคลอง นั่นเป็นครั้งแรกที่สาธิตเห็นความกลัวในแววตาของจีราวัจน์ ทำให้สาธิตรู้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่แทนที่สาธิตจะปราณีปล่อยเธอไป สาธิตกลับเดินกดดันจนจีราวัจน์ตกน้ำ แม้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่เธอไม่แม้แต่ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากใคร แม้แต่สาธิตที่ยืนมองเธอตะเกียกตะกายในน้ำอยู่ โดยสาธิตยื่นข้อเสนอให้เธออ้อนวอนร้องขอชีวิต แล้วเขาจะยอมช่วย แต่จีราวัจน์ไม่ยอมเอ่ยปาก จนกระทั่ง สีดา ลูกศิษย์สาวจอมก๋ากั่นของครูอารีมาช่วยไว้ทัน นั่นทำให้สาธิตได้เห็นอีกมุมนึงว่าจีราวัจน์เป็นคนรักศักดิ์ศรี ไม่ยอมอ่อนให้ใครง่าย ๆ เหมือนกัน สีดาพาจีราวัจน์กลับมาบ้านครูอารี พร้อมถามว่าใครเป็นคนทำจีราวัจน์ตกน้ำ จีราวัจน์ไม่อยากเอ่ยถึง เธอคิดแต่ว่ามันเป็นการชดใช้กรรมกับสิ่งที่เธอทำกับติวดี อย่างน้อยการที่สาธิตเห็นเธอเกือบตาย อาจทำให้สาธิตลดความโกรธ และเลิกยุ่งกับเธออีกก็ได้ แต่จีราวัจน์คิดผิด ละครคลื่นชีวิต เมื่อละครการกุศลของสมาคมคุณหญิงจริยามีอันต้องสะดุดลง เพราะนางเอกที่วางไว้เสียชีวิตลง ซึ่งก็คือติวดี ทำให้ต้องหานางเอกใหม่ซึ่งทุกคนลงความเห็นที่จีราวัจน์ แต่ก็เหมือนจะเป็นความจงใจของพระพรหม เมื่อผู้รับบทเป็นพระเอกคือสาธิต สาธิตไม่รักษามารยาทในการดูถูกและเหยียดหยามจีราวัจน์ต่าง ๆ นานา ด้านจีราวัจน์นั้น พยายามอดทนไม่อยากตอบโต้ แต่ชยันต์ไม่อาจทนเห็นสาธิตพูดจาดูถูกจีราวัจน์ได้ จึงเป็นคนออกโรงปกป้องแทนเธอ ทำให้สาธิตยิ่งตราหน้าว่าจีราวัจน์กำลังแย่งผัวคนอื่น แต่ดึกรีแรงแค้นของสาธิตต้องสะดุด เมื่อเขาได้เป็นคนอยู่ในเหตุการณ์ ที่จีราวัจน์ใส่ใจ ในความเป็นความตายของยายจัน หากเขาก็ยิ่งย้ำใจให้แข็งขึ้นอีก เพราะถึงอย่างไรจีราวัจน์ ก็คือมือที่สามที่ทำให้ครอบครัวของชยันต์ต้องมีปัญหา ในงานศพยายจัน จีราวัจน์ถูกลอบยิง แต่เจตต์รับเคราะห์แทน แม้จะจับมือใครดมไม่ได้ แต่ในที่สุดชยันต์ก็ได้รู้ว่าเป็นฝีมือของปียากุล ชยันต์และปียากุลทะเลาะกันหนักขึ้นเรื่อย ๆ ชยันต์เห็นใจลูกจึงพยายามอดทนเสมอ แต่ครั้งนี้ปียากุลทำเกินไป ทำให้ชยันต์คิดว่าต้องทำอะไรตัดนิสัยเอาแต่ใจของปียากุลบ้าง จึงตัดสินใจขอแยกบ้านอยู่กับปียากุล ปียากุลนั้นรักชื่อเสียงมาก เมื่อชยันต์ขอแยกกันอยู่ และมีข่าวออกหน้าบันเทิง ทำให้ปียากุลเครียด จนต้องไปฟูมฟายระบายกับสาธิต กล่าวหาว่าชยันต์ย้ายออกไป เพื่อไปอยู่กับจีราวัจน์ นักแสดงละครคลื่นชีวิต จีราวัจน์คือต้นเหตุทำให้ชีวิตครอบครัวของปียากุลพังพินาศ สาธิตมาจัดการจีราวัจน์แทนปียากุล แล้วเห็นจีราวัจน์ก็คอยดูแลเจตต์ เพราะต้องเจ็บตัวเพื่อตัวเอง ความสนิทสนมของจีราวัจน์กับเจตต์ทำให้ดารากาไม่พอใจ คิดว่าเพื่อนทรยศทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเธอแอบหลงรักเจตต์ จนกระทั่งทะเลาะกันใหญ่โต ถึงขั้นดารากาย้ายออกจากบ้านเพื่อน สาธิตตามมาสมน้ำหน้าจีราวัจน์ที่มั่วผู้ชายไม่เลือก แม้แต่แฟนเพื่อนก็ไม่เว้น จนสุดท้ายจีราวัจน์ก็ไม่เหลือใคร ชยันต์เข้ามาปลอบใจจีราวัจน์ว่าเธอยังมีเขา ชยันต์คอยเข้ามาประคับปคะคองจีราวัจน์ แต่ชีวิตที่เคยเป็นเด็กบ้านแตกสาแหรกขาด ทำให้จีราวัจน์ไม่อยากเป็นคนทำลายครอบครัวของชยันต์ แต่ชยันต์ปลอบจีราวัจน์ว่า ที่ครอบครัวของเขาจะพัง ไม่ใช่เพราะจีราวัจน์ แต่เป็นเพราะปียากุลกับเขาหมดความเข้าใจต่อกัน ในเมื่อชยันต์ไปกับปียากุลไม่รอด เขาก็อยากหยุดและเริ่มต้นใหม่กับจีราวัจน์ เรื่องย่อคลื่นชีวิต จีราวัจน์เคยผ่านชีวิตบอบซ้ำมา ทำให้จีราวัจน์รู้ว่าความหวังดีที่ชยันต์มีให้กับเธอ มันไม่ใช่ความรักอย่างที่ชยันต์พร่ำบอก มันเป็นแค่ความรู้สึกเห็นใจ เพราะแท้จริงในหัวใจของชยันต์รักปียากุลและเจ็บซ้ำกับสิ่งที่ปียากุลไม่ไว้ใจเขา ดังนั้นคนมีปัญหาอย่างชยันต์ มาเจอกับผู้หญิงที่เจอปัญหามาทั้งชีวิตอย่างเธอ มันจึงเกิดการคลิกกัน จีราวัจน์ขอให้ชยันต์ เป็นเพื่อนที่ดีอย่างเดิม อย่าให้มากกว่านั้นเลย แล้วกลับไปซ่อมแซมครอบครัวของชยันต์ ให้กลับมาสวยงามเหมือนเดิมดีกว่า แต่เคราะห์ของจีราวัจน์ที่จะทำให้สาธิตยิ่งเกลียดเธอ ยังไม่จบเพียงแค่นั้น เมื่อจีราวัจน์รู้ว่าบ้านที่อาศัยอยู่นี้กำลังจะถูกธนาคารยึด จีราวัจน์สั่งสุกี้ให้จัดการเรื่องบ้าน จนเรื่องเข้าหูจริยา จริยาสั่งห้ามจีราวัจน์ไปยุ่งกับนวดีอีก เพราะตอนนี้รูปคดีออกมาว่าไม่มีหลักฐานมัดว่าจีราวัจน์ขับรถชน แต่ถ้าจีราวัจน์ดูแลนวดีมาก ๆ เพราะมันอาจทำให้สาธิตหาช่องโหว่เล่นงานจับจีราวัจน์เข้าคุกได้ จีราวัจน์เสียใจที่แม่เห็นแก่ประโยชน์ตัวเองจนลืมคำว่ามนุษยธรรม ถ้าลูกของแม่โดนรถชน แม่จะอยู่เฉยไหม จริยาได้แต่ยืนนิ่งไม่ได้ตอบ การทะเลาะกันเสียงดังของจีราวัจน์กับจริยา ทำให้ ศิริลักษณ์ หัวหน้าแม่บ้านประจำบ้านของสิทธา ผู้มีนิสัยประจบสอพลอสิทธา และลึก ๆ หวังสบายเป็นเมียของสิทธา แต่สิทธาไม่เอา ทำให้ศิริลักษณ์อิจฉาและจงเกลียดจงชังจริยาและจีราวัจน์ เมื่อการทะเลาะของจริยากับจีราวัจน์รู้ถึงหูศิริลักษณ์ ศิริลักษณ์จึงไปบอกสิทธาว่าจีราวัจน์ต้องการเงิน ทำให้สิทธาเสนอเงินเธอโดยมีข้อแลกเปลี่ยน ซึ่งจีราวัจน์รู้ดีว่าคืออะไร จีราวัจน์ตกลงเพราะเห็นถึงวิธีที่จะแก้เผ็ดอีกฝ่าย ในวันนัดจีราวัจน์แอบมอมยาสิทธา พร้อมเอาปืนจ่อหน้าสิทธาและข่มขู่ให้สิทธาเลิกยุ่งกับตัวเองอีกไม่อย่างนั้นเธอฆ่าสิทธาให้ตายตามกันแน่ แล้วจีราวัจน์ก็หนีออกมาจากโรงแรม โดยหวังว่าเรื่องราวยุ่ง ๆ จะจบลงสักที แต่เปล่าเลย เมื่อจีราวัจน์พบสาธิตที่ดักรออยู่ จากการแอบส่งข่าวของพิม ที่รู้ว่าสาธิตจ้องทำลายจีราวัจน์อยู่ พิมจึงเข้ามาตีสนิทกับสาธิต หวังจะยืมมือสาธิตทำลายจีราวัจน์ให้สิ้นซาก ละครคลื่นชีวิต แล้วภาพที่สาธิตเห็นจีราวัจน์เข้าโรงแรมกับสิทธาที่มีศักดิ์เป็นพ่อเลี้ยงของจีราวัจน์ ยิ่งทำให้สาธิตขยะแขยงจีราวัจน์ โดยคิดว่าจีราวัจน์มั่ว เห็นแก่เงิน จนไร้ศีลธรรมใช้ผัวร่วมกับแม่ แต่แล้วความเชื่อที่สาธิตมีต่อจีราวัจน์ต้องเจอจุดเปลี่ยน เมื่อสาธิตจำต้องมาพัวพันกับความเลวของสิทธาจนได้ เพราะ เวทิต นักข่าวที่แอบส่งหลักฐานเอาผิดสิทธามาให้เขาก่อนตาย ทำให้สาธิตเริ่มตามสืบพฤติกรรมของสิทธา แล้วนั่นทำให้สาธิตได้เห็นว่าสิทธาชั่วร้ายขนาดไหน แล้วคนที่ตกเป็นเหยื่อของสิทธาไม่ใช่แค่เวทิต แต่เป็นจีราวัจน์ด้วย รวมทั้งจีราวัจน์ได้เข้ามาดูแลนวดี และดูแลเด็ก ๆ กำพร้าที่นวดีสอนหนังสือ และชยันต์ยังมาปรับความเข้าใจกับสาธิตว่าจีราวัจน์ไม่ยอมรับความรักของชยันต์ แต่จีราวัจน์กลับเป็นคนเตือนสติให้ชยันต์กลับไปง้อปียากุล ทำให้สาธิตได้เห็นว่าจีราวัจน์ ได้มีแค่ด้านร้าย แต่เธอยังมีมุมความดี และมีหัวใจที่บอบซ้ำ ไม่ต่างจากเด็กกำพร้าที่นวดีและเขาดูแลเลย ทำให้ความแค้นในใจของสาธิตเริ่มเปลี่ยนเป็นความสงสาร เข้าไปยุ่งกับชีวิตจีราวัจน์โดยไม่รู้ตัว นักแสดงละครคลื่นชีวิต ด้านจีราวัจน์ก็ได้รับรู้มุมอบอุ่นที่เกิดจากความเอาใจใส่ ดูแลด้วยความละเอียดอ่อนของสาธิต ซึ่งเป็นความรู้สึกที่เธอไม่เคยได้จากใคร เป็นความรู้สึกที่เธอโหยหา จนทำให้จีราวัจน์แอบเผลอใจให้สาธิตโดยไม่รู้ตัว สองคนต่างมีความห่วงใยที่ไม่กล้าแสดงออกต่อกัน ละครคลื่นชีวิต จนกระทั่งสิทธามายุ่งเกี่ยวกับจีราวัจน์อีกครั้ง สาธิตออกตัวช่วยจีราวัจน์ให้รอดพ้นเงื้อมมือสิทธา และยังใช้หลักฐานที่ตัวเองได้จากเวทิตข่มขู่สิทธา เพื่อให้สิทธาเลิกยุ่งกับจีราวัจน์ จีราวัจน์อึ้งเมื่อเห็นว่าสาธิตช่วยเหลือตัวเอง โดยสับสนว่าสาธิตช่วยตัวเองทำไม สาธิตรู้สึกอะไรกันแน่ แต่สิทธามองอาการสาธิตออก สิทธารู้ว่าสาธิตกำลังตกบ่วงเสน่หาของจีราวัจน์ และดูเหมือนจีราวัจน์ก็มีใจให้สาธิตเช่นกัน ทำให้สิทธาคิดชั่ว ในเมื่อตัวเองไมได้จีราวัจน์มาครอบครอง ก็อย่าหวังว่าใครจะได้มีความสุขทั้งจีรัวัจน์และสาธิต ดังนั้นสิทธาจึงไปหาสาธิตที่สำนักงาน แล้วมอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่เขาเคยส่งคนไปเก็บ ซึ่งเป็นหลักฐานว่าจีราวัจน์คือคนขับรถชนติวดี เมื่อสาธิตเห็นหลักฐาน ความเจ็บปวดในอดีตจึงย้อนคืนกลับมา สาธิตได้แต่นั่งมองกองหลักฐานอย่างสับสนว่าเขาจะฟ้องเอาจีราวัจน์เข้าคุกหรือไม่ เรื่องสิทธาเอาหลักฐานไปให้สาธิตรู้ถึงหูจริยา จริยารีบไปหาสาธิตเพื่อเจรจาพร้อมเสนอเงินให้ ความเจ็บปวดในใจของสาธิต ทำให้สาธิตบอกจริยาไปว่า เขาจะยอมทำลายหลักฐาน ก็ต่อเมื่อจีราวัจน์เอาตัวมาแลก ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ความชั่วของสิทธายังไม่หยุดเท่านี้ มันเหมือนเสือที่คลั่ง จริงอยู่ที่จีราวัจน์เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา แต่คนอย่างสิทธาไม่เคยยอมให้ใครลูบคมได้ ถ้าประกาศว่าได้ มันต้องได้ สิทธาสั่งพิมให้หลอกล่อจีราวัจน์มาที่เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของเขา สิทธาวาดหวังจะข่มขืนจีราวัจน์บนเครื่องบิน เพราะไม่มีทางที่จีราวัจน์จะหนีรอดกรงเล็บเสือไปได้ จริยารู้เรื่องแผนการชั่วของสิทธา แม้จะรักเกียรติยศชื่อเสียง แต่หัวใจความเป็นแม่ไม่อาจปล่อยให้ชีวิตลูกตกนรกได้ เมื่อพิมหลอกจีราวัจน์ไปถึงเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของสิทธาได้ จีราวัจน์ดิ้นรนหนีจนไปเจอปืนของสิทธา สิทธาแย่งปืนกับจีราวัจน์ ทันใดนั้น กระสุนจากปากกระบอกปืนในมือของคุณหญิงจริยา ก็ยุติเรื่องเลวร้ายทั้งหมดลงในวินาทีนั้น เป็นครั้งแรกที่จีราวัจน์เข้าไปกอดแม่ จริยาเข้าไปกอดลูกพร้อมพร่ำบอกขอโทษ เป็นเพราะความโลภของตัวเอง ทำให้ชีวิตของจีราวัจน์ต้องเป็นอย่างนี้ เธอขอติดคุกเพื่อชดใช้กับความผิดที่เธอทำ แต่สิ่งหนึ่งที่จริยาอยากให้จีราวัจน์รู้ไว้ ว่าต่อให้เงินสำคัญสำหรับแม่ยังไง แต่เลือดเนื้อและหัวใจของลูกสำคัญกว่า นั่นทำให้หัวใจที่เย็นชาไร้ความรู้สึกของจีราวัจน์ได้รับรู้ความในใจของแม่ ละครคลื่นชีวิต คลื่นชีวิตของจีราวัจน์เหมือนจะกำลังสงบ แต่ยังมีพายุอีกหนึ่งลูก ที่กำลังรอพัดพาชีวิตของจีราวัจน์ให้ล้มลง เมื่อจริยาเอาเรื่องข้อเสนอของสาธิตไปบอกกับจีราวัจน์ เมื่อจีราวัจน์รู้เรื่องข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตแล้ว เธอจะทำเช่นไร จะยอมทำตามข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตหรือไม่ ชยันต์และปียากุลจะกลับมาคืนดีกันไหม เจตต์กับดารากาจะสมหวังกันหรือเปล่า และหัวใจรักของแม่ที่จริยากดเก็บไว้ ไม่เคยแสดงออกให้ลูกเห็น จริยาจะเลือกปกป้องเกียรติยศชื่อเสียงของตัวเองหรือปกป้องลูก สุดท้ายเส้นทางความรักระหว่างสาธิตกับจีราวัจน์ที่มีความแค้นขวางกั้นจะมีวันเกิดขึ้นได้หรือไม่ ต้องติดตามชมกันต่อได้ใน ละครคลื่นชีวิต ที่เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต รายชื่อนักแสดงนำใน ละครคลื่นชีวิต ปริญ สุภารัตน์ รับบท สาธิต อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท จีราวัจน์ หลุยส์ สก๊อต รับบท ชยันต์ จรินทร์พร จุนเกียรติ รับบท ปียากุล ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ รับบท ดารากา มาสุ จรรยางค์กุลดี รับบท เจตต์ วันสิริ อ่องอำไพ รับบท เจนจิรา ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ รับบท สิทธา โชติกา วงศ์วิลาศ รับบท พิม เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ รับบท สุกี้ ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์ รับบท ลูกน้ำ พริมา พันธ์เจริญ รับบท ติวดี สันติสุข พรหมศิริ รับบท พัฒนะ ขวัญฤดี กลมกล่อม รับบท นวดี

อีกราย! บีจีคว้าตัว อภิวิชฐ์ ภู่เล็ก วิงแบ็คสุพรรณบุรีเสริมแกร่ง
บางกอกกล๊าส เอฟซี /  สุพรรณบุรี เอฟซี / 

เดอะ แรบบิท ประกาศคว้าวิงแบ็คซ้ายจากสุพรรณบุรี เอฟซี มาเสริมความแข็งแกร่งสู้ศึกโตโยต้าไทยลีกและฟุตบอลถ้วยในเลก 2 สโมสรบางกอกกล๊าส เอฟซี เสริมความแข็งแกร่งในการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีกและฟุตบอลถ้วยในเลกที่ 2 ด้วยการคว้า อภิวิชฐ์ ภู่เล็ก วิงแบ็คซ้ายวัย 29 ปี จากสุพรรณบุรี เอฟซี มาร่วมทัพแล้ว โดยนักเตะคนใหม่ของ บีจี ได้ลงฝึกซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมใหม่ทันที เมื่อช่วงเย็นวันที่ 24 มิ.ย. ที่ผ่านมา อภิวิชฐ์ ได้กล่าวถึงการย้ายมาร่วมทีม บีจี ว่า "ผมรู้สึกดีใจที่ได้ย้ายมา บีจี ครับ ผมจะพยายามช่วยทีมให้ได้เยอะที่สุด ให้ บีจี มีผลงานดีขึ้นไปอีก และลุ้นแชมป์ให้มากที่สุดครับ ฝากถึงแฟนบอล บีจี ช่วยให้กำลังใจผมด้วยครับ สนับสนุนผม เพราะพึ่งมาใหม่ อาจต้องใช้เวลาปรับตัวนิดหน่อยครับ” สำหรับ อภิวิชฐ์ ภู่เล็ก หรือชื่อเดิม เจษฎา ภู่เล็ก เคยเล่นให้กับหลายสโมสร อาทิ สโมสรธนาคารกรุงไทย, การท่าเรือ เอฟซี, สมุทรสงคราม, บีอีซี เทโรศาสน และสุพรรณบุรี เอฟซี สามารถเล่นได้ทุกตำแหน่งทางฝั่งซ้าย ไม่ว่าจะเป็นแบ็คซ้ายหรือปีกซ้าย สำหรับศึกฟุตบอลโตโยต้าไทยลีก 2016 ระหว่าง ซุปเปอร์ พาวเวอร์ สมุทรปราการ พบ บางกอกกล๊าส เอฟซี จะแข่งขันวันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน 2559 ที่สนาม กกท.บางพลี สมุทรปราการ เวลา 18.00 น. และถ่ายทอดสดทางช่องทรูสปอร์ต 7

ตามคาด! บีจี ประกาศยกเลิกสัญญา คาอิมบี้ ออกจากรังเรียบร้อย
บางกอกกล๊าส เอฟซี /  ลาซารัส คาอิมบี้ / 

เดอะ แรบบิท ประกาศยกเลิกสัญญาปีกตัวจี๊ดเป็นที่เรียบร้อยเเล้ว พร้อมอวยพรให้โชคดีกับเส้นทางลูกหนังต่อไป 

“เดอะ แรบบิท” บางกอกกล๊าส เอฟซี ล่าสุดทีมได้ตัดเเถลงยกเลิกสัญญากับ ลาซารัส คาอิมบี้ ปีกความเร็วสูงทีมชาตินามิเมีย ออกจากทีมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังนักเตะต่างชาติภายในทีมเต็มโควต้าตามจำนวนที่กำหนดไว้แล้ว โดยทางสโมสรขออวยพรให้ คาอิมบี้ โชคดีกับเส้นทางลูกหนังต่อไป สำหรับ ลาซารัส คาอิมบี้ ย้ายมาร่วมทีม บีจี ในช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมา ลงสนามให้ทีม บีจี ทุกรายการทั้งสิ้น 13 นัด ทำได้ 2 ประตู ซึ่งการยกเลิกสัญญาครั้งนี้มีทีมที่ให้ความสนใจคว้าตัวไปร่วมทีม อาทิ สุโขทัย เอฟซี เเละโอสถสภา เอ็ม-150 

ตัวเลขแบบไหน ที่บ่งบอกว่าเป็นคน...ฉลาดแบบมีเล่ห์เหลี่ยม
ฉลาด /  ฉลาดแบบมีเล่ห์เหลี่ยม / 

58 85 “ฉลาดแบบมีเล่ห์เหลี่ยม” ความหมายคู่เลข 58 และ 85 เป็นตัวเลขที่ผู้เขียนหาคำนิยามที่เหมาะสมได้ยากมาก จึงจะได้ความหมายนี้ “ฉลาดแบบมีเล่ห์เหลี่ยม” นั้น ค่อนข้างคิด วิเคราะห์หลายรอบอยู่เหมือนกัน เชื่อว่าผู้ที่รู้จัก ศึกษาความหมายของพลังตัวเลขหลายๆท่าน ก็ยังคนรู้สึกสับสน ด้วยความที่ไม่แน่ใจว่าตัวเองควรจะแปลคู่เลขนี้ไปในทิศทางไหนดี จะชี้ชัดว่าเลขนี้คือเลขแห่งคุณธรรมได้หรือไม่ เพราะมีเลข 5 ประกอบอยู่ในคู่เลขนี้ หรือจะมองว่าเป็นตัวเลขแห่งพลังอำนาจ เล่ห์เหลี่ยม เพราะมีตัวเลข 8 ประกอบอยู่ด้วยเช่นกัน ตัวเลข 5 นั้น คือ ตัวแทนของดาวพฤหัส เทพแห่งสติปัญญา คุณธรรม ความดีงาม ส่วนตัวเลข 8 คือ ราหู ความลุ่มหลงอำนาจ ความเด็ดขาด การใช้เล่ห์เหลี่ยม เมื่อพลังในแต่ละขั้ว ทั้งด้านสว่างและด้านครึ้มๆ มารวมกัน คู่เลขนี้ จึงกลายเป็น พลังเลข สายเทา จะเป็นพลังดีก็ไม่ใช่ จะเป็นพลังด้านร้าย ก็ไม่เชิง เมื่อรวมความหมายของพลังเลขทั้งสองตัวเลขแล้ว จะตีความได้ว่า “ผู้ที่ต้องการบรรลุผลสำเร็จตามความต้องการของตัวเอง ด้วยการใช้เทคนิคพิเศษ เล่ห์เหลี่ยม ด้วยการใช้วิธีการต่างๆ ไม่ว่า จะโปร่งใส หรือ วิธีเดินทางลัด เพื่อให้สิ่งที่มุ่งหวังสำเร็จผลให้ได้” บุคลิกของผู้ใช้เลขคู่นี้ บุคลิกของคนเลข 58 85 นั้น จะถูกมองว่า มีความน่าเชื่อถือมาก ด้วยพลังเลข 8 มีอำนาจ บารมี มีบริวาร และเลข 5 บุคลิกน่าเชื่อถือ เมื่อรวมกันแล้ว ผู้่ใช้ตัวเลขคู่นี้ดูเป็นผู้ใหญ่ที่มีอำนาจอยู่ในมือ ประกอบด้วยลักษณะการพูดที่ดูนิ่งๆ มีมาดด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ดูน่าเชื่อถือมากขึ้นไปอีก เหมาะสำหรับการเป็นล้อบบี้ยีสต์ นักเจรจาต่อรอง ลักษณะต่อมาคือ “เห็นแก่ผลประโยชน์เหนืออื่นใด” เพราะเขาจะมองว่าเรื่องของผลประโยชน์เป็นเรื่องสำคัญ หากผลประโยชน์นั้นมีค่ามากกว่า “ประโยชน์ที่น่าจะได้จากเพื่อน” แล้วล่ะก็ เขาสามารถที่จะตัดเพื่อนกับคุณได้อย่างไม่ลังเล และดีไม่ดีคุณอาจจะกลายเป็นแพะรับบาปแทนเขาเนื่องจากให้ความไว้วางใจในตัว เขามากไปจนไม่ทันได้ระมัดระวังตัวอีกด้วย แต่ถ้าผลประโยชน์ที่เขากำลังจะได้รับ มีคุณเป็นส่วนเอื้อประโยชน์ให้เขาได้ เขาจะดูแล ปกป้องคุณ ภักดีกับคุณในช่วงเวลานั้น เพื่อให้ตัวเขาได้บรรลุผลสำเร็จเพราะมีคุณเป็นองค์ประกอบสำคัญ ต้องยอมรับในเรื่องความฉลาด ไหวพริบ การวางแผนแบบแยบยลได้อย่างลงตัว รู้จักการดึงทรัพยากร ทั้งคน ทั้งไอเดีย ทั้งคอนเนคชั่นต่างๆ เข้ามาร่วมในงานนั้นได้อย่างเหมาะสม จึงไม่แปลกเลย ที่เขาจะเป็นคนทำงานได้รวดเร็ว กว่าคนธรรมดาทั่วไปหลายเท่า การวางแผน ปูพื้นงานมาก่อนจะเริ่มต้น ทำให้ เขาเป็นมนุษย์เดินทางลัด แทนที่จะเริ่มต้นจาก 1 2 3… แต่เริ่มต้นก้าวแรก ก็ ก้าวที่ 5 ไปแล้ว สำหรับงานที่จำเป็นต้องอดทนรอคอย เขาก็ สามารถที่จะรอวันเวลาให้ผ่านไปเรื่อยๆได้ จะรอแค่เวลาที่แผนการของเขาสำเร็จก็เท่านั้น และแน่นอนว่าเมื่อไรที่เขาได้ฉกฉวยโอกาสนั้นๆไปแล้ว จะไม่มีใครสามารถสืบสาวราวเรื่องจากเขาได้อีก เพราะเขาได้วางแผนไว้อย่างแนบเนียนแล้วซะด้วยสิ ในด้านความรัก... มักจะเป็นคนเอาแต่ใจ ไม่ยอมรับความผิดของตัวเอง และชอบข่มแฟนอยู่เป็นประจำ แม้ว่าเขาจะไม่ได้เป็นคนที่อารมณ์ ร้อน หรือหงุดหงิดง่าย แต่ก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกที่สบายใจเวลาอยู่ด้วยกัน มันจะดูอึดอัดอยู่ตลอดเวลา แต่ใจลึกๆ ไม่ได้คิดคดกับคนใกล้ตัวที่เขารักเลย คนที่ใช้ตัวเลข 58 นั้นมีคุณธรรมบ้างไหม เพราะประกอบด้วยเลข 5 เลขแห่งเทพเจ้าของสติปัญญา ความดีงาม มีคุณธรรม ถ้านอกเหนือจากเรื่องเป้าหมายของงาน ที่เขาต้องวางแผนแยบยลซับซ้อนเพื่อบรรลุเป้าประสงค์แล้ว คนรักหรือคนใกล้ชิดตัวเขา จะได้รับความดีงาม ความเป็นคนมีคุณธรรมของเขา หากให้มองถึงข้อดีของตัวเลข 58 ต้องบอกว่า เขาคือคนเก่งคนหนึ่ง เป็นคนที่หาตัวจับยาก มีความสามารถวางแผนเจรจาได้อย่างแนบเนียน และฉับไวในการแก้ปัญหาที่หลากหลาย แต่มักจะชอบใช้ปัญญาเหล่านั้นไปในทางที่ไม่โปร่งใส แต่เป็นสีเทาๆ จึงไม่แปลกว่า คนกลุ่มนี้ จะมีเพียงไม่กี่คนที่สามารถเป็นได้ และแต่ละองค์กรมักต้องการคนที่มีความสามารถแบบคนกลุ่มเลข 58 85 เอาไว้ การคบหากับคนเลข 58 85 เนื่องจากตัวเขาเองเป็นคนมีความซับซ้อนในการวางแผนต่างๆนาๆ เมื่อเขาจะต้องคบใครที่ไม่ใช่เฉพาะเรื่องงาน เรื่องผลประโยชน์ จะมีความระแวงบุคคลอืนๆ เช่นกัน ดังนั้น เขาจึงไม่ไว้ใจใครนอกจากคนใกล้ชิด สนิดสนมกันจริงๆ คนที่จะเข้าไปคบกับเขา จะเกิดความระแวงเขาเช่นกัน เพราะจากรูปแบบงานที่ค่อนข้างใช้ความฉลาดแบบมีเทคนิค ผู้คนที่เข้ามาสัมพันธ์ด้วย จึงไม่รู้ว่า เขาจะมาไม้ไหน จึงเลือกอยู่ห่างๆเอาไว้ก่อนดีกว่า…. แล้วตัวเลข 58 85 ควรใช้ไหม ใครใช้ได้ คู่เลขนี้ เหมาะกับ การทำงานที่ต้องอาศัย ความฉลาด ความรวดเร็ว ฉับไว พลิกแพลงสถานการณ์ แก้ปัญหาต่างๆได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ด้วยการไม่คำนึงถึงวิธีการ ว่าสมควรใช้วิธีนั้นๆหรือไม่ ดังนั้น เลขคู่นี้ ให้นักเจรจาต่อรอง ล้อบบี้ยีสต์ นักกฎหมาย ทนายความจะเหมาะกว่า แต่ถ้ามีเลขคู่นี้อยู่ในเบอร์แล้วสัก 1 คู่ จำเป็นต้องกังวลไหม จะไม่กังวลถ้าคู่เลขที่เหลืออีก 5 คู่ในเบอร์ จาก 6 คู่ ในเบอร์โทรศัพท์ เป็นเลขพลังด้านอื่น ด้านความมีสติหยั่งรู้ ด้านความรู้แนววิชาการ…หรือเลขพลังดีด้านอื่นๆ จะช่วยให้เบอร์โทรศัพท์นั้น เกิดความสมดุลย์ได้ ข้อมูลโดย : อ. ปอ นางฟ้าเลขลิขิต

บอย ตรัย เล่ามุมมองของชีวิตคู่ ผ่านเพลงใหม่ 'เรื่องน่าเบื่อที่สวยงาม'
ตรัย ภูมิรัตน /  ตรัย ภูมิรัตน์ / 

บอย ตรัย ส่งต่อเพลงรักที่จะทำให้คุณได้ซึ้ง ไปกับ... 'เรื่องน่าเบื่อที่สวยงาม' กลับมาทวงตำแหน่งเจ้าพ่อเพลงรักอีกครั้ง สำหรับ บอย ตรัย ภูมิรัตน ซึ่งหลังจากส่งเพลงแห่งความสุข อย่าง ฮานาบิ มาให้ฟังไปเมื่อปลายปีที่แล้วเป็นการจุดพลุฉลองซิงเกิ้ลแรกของ ขุนเขาแห่งหมี อัลบั้มเดี่ยวในรอบ 10 ปี... และตอนนี้ บอย ตรัย กลับมาพร้อมซิงเกิ้ลที่ 2 เรื่องน่าเบื่อที่สวยงาม แค่ชื่อเพลง เรื่องน่าเบื่อที่สวยงาม ก็ชวนน้ำตาร่วงแล้ว กับการเล่าถึงมุมมองความรักและความผูกพันของการใช้ชีวิตคู่ ที่แต่ละคนต่างก็มีแนวทางในการดำเนินชีวิตที่ต่างกัน มีทั้งสุขและทุกข์ปะปนกันไป บางเรื่องเป็นเรื่องเล็กๆ ที่เรามองข้าม แต่อาจจะเป็นเรื่องใหญ่ของใครอีกคนก็ได้ เพลง เรื่องน่าเบื่อที่สวยงาม มีจุดเริ่มต้นมาจากเรื่องราวเล็กๆ ของ บอย ตรัย ซึ่งเจ้าตัวเล่าว่า..."จุดเริ่มต้นของเพลงนี้ คือผมอยากจะแต่งเพลงที่แทนความรู้สึกเพื่อให้เป็นของขวัญวันครบรอบให้กับภรรยาซึ่งรู้จักกันมา12 ปี โดยเล่ามุมมองของการใช้ชีวิตคู่ ซึ่งคำว่านานของแต่ละคู่แตกต่างกัน แต่สำหรับความสัมพันธ์นั้น ไม่ว่าจะกี่ปี ถึงแม้ทุกอย่างจะเหมือนเรื่องซ้ำๆ เดิมๆ ดีกัน โกรธกัน งอนกัน ร้องไห้และหัวเราะไปด้วยกัน จนดูเป็นเรื่องปกติธรรมดาระหว่างเรา ก็ไม่ได้หมายความว่าในเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นทุกวันเหล่านี้จะไม่มีความรักที่สวยงามซ่อนอยู่" บอย ตรัย ภูมิรัตน - เรื่องน่าเบื่อที่สวยงาม | (OFFICIAL MV) youtube channel : Spicydisc "สำหรับดนตรีของเพลง เรื่องน่าเบื่อที่สวยงาม เป็นแนวโฟล์ค–ป็อบ ให้บรรยากาศอบอุ่น สบายๆ มีกลิ่นอายคันทรี่นิดๆ ใช้เสียงกีต้าร์อะคูสติกเป็นตัวดำเนินเรื่อง มีท่อนที่มีเครื่องเป่าออกมาบรรเลง ที่เปรียบเสมือนเป็นกองเชียร์ให้เรามีกำลังใจในการประคับประคอง ดูแลความรักที่แม้มันจะไม่สมบูรณ์แบบ แต่ความรักความผูกพัน จะทำให้เราผ่านเรื่องราวเหล่านี้ไปด้วยกัน ซึ่งก่อนที่เราจะปล่อยเพลงออกมาให้ฟังเราได้ทำเป็นภาพยนตร์สั้นเกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ของคู่รัก โดยเราขอเวลาเพียง 5 นาทีชมคลิปนี้ให้จบแล้วคุณจะรู้ว่าบางทีเรื่องน่าเบื่ออาจจะกลายเป็นช่วงเวลาที่มีค่าก็ได้ ก็เหมือนกับเพลง เรื่องน่าเบื่อที่สวยงาม แม้บางเรื่องเราอาจจะมองว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญจนทำให้ละเลย ก่อนที่จะสายเกินไปลองหันมามองคนใกล้ตัวใส่ใจดูแลกันให้ดีที่สุด ดีกว่ามีนั่งเสียใจในวันที่ไม่มีเขาแล้ว" ใครที่อยากรู้ว่าทำไมเรื่องที่น่าเบื่อจึงกลายเป็นเรื่องสวยงามได้ ต้องลองฟังเพลง เรื่องน่าเบื่อที่สวยงาม ได้ทางคลื่นวิทยุทั่วประเทศ หรือสามารถดาวน์โหลดได้ทาง itunes หรือกดมาได้ที่ *491544 42 และผู้ที่สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของ บอย ตรัย ภูมิรัตน ได้ที่ www.spicydisc.com, www.facebook.com/spicydisc.fanpage และทาง LINE OFFICIAL ของ SPICY DISC มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ไร้เทียมทาน! อุ้มนำร่องกิเลนผยองเปิดรังขย้ำสวาดเเคท
นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี /  เมืองทอง ยูไนเต็ด / 

กิเลนผยอง ผลงานยังร้อนเเรงเมื่อเปิดบ้านถล่มเอาชนะ สวาดเเคท โดย ธีราทร ประเดิมเยี่ยมซัดประตูเเรกให้ต้นสังกัดใหม่พร้อมพาทีมชนะเป็นนัดที่ 13 ติดต่อกัน ศึกฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน 2559 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 4 - 1 นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ผู้ทำประตู : ธีราทร บุญมาทัน น.32, มาร์โก ทักบาจูมี น.44, มาริโอ อัลบาเต้ น.45, อดิศักดิ์ ไกรษร น.55, 82   สนาม : เอสซีจี สเตเดียม เวลา 20.00 น. การเเข่งขันฟุตบอลศึกโตโยต้า ไทยลีก 2016 วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน 2559 เป็นการเเข่งขันนัดเเรกของเลกที่สองระหว่างเจ้าบ้านจ่าฝูง “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เปิดบ้านรับการมาเยือนของทีม “สวาดเเคท” นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ทีมอันดับที่ 15 ของตาราง เริ่มเกมการเเข่งขันครึ่งเเรกโดยเกมนี้ “โค้ชเเบน” กุนซือใหญ่เจ้าถิ่นเลือกใช้ ธีราทร บุญมาทัน เล่นในตำเเหน่งตัวกลางเเทน ชนาธิป สงกระสินธ์ ที่ตกเป็นตัวสำรอง เข้าสู่นาทีนาที 7 เจ้าถิ่นกิเลนผยองได้โอกาสทักทายเมื่อ ธีราทร วางบอลยาวให้ พีระพัฒน์ หลุดไปสุดเส้นฝั่งซ้ายก่อนยิงยัดด้วยซ้าย เเต่ยังไปเข้ามือ กัมพล นายทวารทีมเยือนป้องกันไว้ได้ นาที 22 ยังเป็นกิเลนผยองที่หาจังหวะจบสกอร์ได้ดีกว่าเเละเกือบได้ประตูเมื่อ ธีรศิลป์ เปิดบอลจากริมเส้นฝั่งขวาให้ อดิศักดิ์ โขกเเต่บอลยังหลุดเสาออกไป ถัดมาอีก 2 นาทีเจ้าถิ่นได้ฟรีคิก สารัช เปิดบอลไปหน้าประตู มาริโอ อัลบาเต้ โหม่งเปลี่ยนทางเเต่ กัมพล ยังลอยตัวปัดบอลออกไปได้ นาที 28 เมืองทองยังบุกหนักต่อเนื่องเเนวรับทีมเยือนสกัดมาเข้าทาง ธีรศิลป์ แดงดา วอลเลย์ด้วยขวาทันทีเเต่ยังหลุดกรอบออกไป จากนั้นจังหวะต่อเนื่องเมืองทองได้เตะมุมฝั่งซ้าย ธีราทร เปิดโค้งมาเข้าทาง ธนบูรณ์ ยิงด้วยขวาบอลหลุดกรอบออกไปอีกครั้ง กระทั้งนาที 32 เเฟนบอลเจ้าถิ่นมาได้เฮสนั่นเมื่อมาได้ประตูออกนำ 1-0 จากจังหวะที่ อดิศักดิ์ ไหลมาทางซ้ายให้กับ ธีราทร ซัดด้วยซ้ายบอลเเฉลบขาเเนวรับสวาดเเคทเข้าประตูไปให้ทีมขึ้นนำเป็นการประเดิมประตูเเรก ในการลงสนามนัดเเรกของ ธีราทร บุญมาทัน เเต่นาที 44 กลายเป็นทีมเยือนที่มีโอกาสไม่มากมาได้ประตูตีเสมอจากจังหวะโต้กลับ เดชา สอาดโฉม เเทงบอลตามช่องให้กับ มาร์โก ทักบาจูมี กระชากเเหวกเเนวรับเข้าไปซัดบอลผ่านมือ กวินทร์ เข้าไปอย่างสวยงามให้โคราชตามตีเสมอเป็น 1-1 เเต่ถัดมาเพียง 1 นาทีกิเลนผยองมาได้ประตูออกเเซงอย่างรวดเร็วเป็น 2-1 จากลูกเตะมุมของ ธีราทร บุญมาทัน เปิดมาให้กับ มาริโอ อัลบาเต้ โขกบอลติดเซฟ กัมพล ก่อนบอลตกหน้าประตูเเละเป็น อัลบาเต้ ที่ตามซ้ำดาบสองตุงตาข่ายเเละจบครึ่งเเรกไปด้วยาสกอร์นี้ เริ่มการเเข่งขันต้นเกมเป็นทีมเยือนได้โอกาสก่อนจากจังหวะซัดหน้ากรอบเขตโทษของ มาร์โก ทักบาจูมี ให้ทาง กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ต้องออกเเรงปัดบอลออกไปอย่างเฉียดฉิว เเต่เข้าสู่นาที 55 กิเลนผยอง มาได้ประตูออกนำเป็น 3-1 เมื่อธีราทร จ่ายบอลให้ พีระพัฒน์ หลุดกระชากบอลไปสุดเส้นฝั่งซ้ายเเละปาดเรียดมาให้ อดิศักดิ์ เข้าชาร์จโล่งๆตุงตาข่าย นาที 75 กิเลนผยองกลับมาเป็นฝ่ายขึงเกมอย่างต่อเนื่องเเละมาได้ลุ้นจากจังหวะยิงไกลของ ดัสกร ทองเหลา ที่เปลี่ยนมาเเทน ธนบูรณ์ ที่มีอาการบาดเจ็บ เเต่บอลยังถูก กัมพล ปัดบอลออกหลังไปได้ทัน นาที 82 เมืองทอง ยังไม่หยุดเปิดเกมบุกมาได้ประตูที่ 4 จากจังหวะต่อเกมกันสวย พีระพัฒน์ ไหลให้กับ อดิศักดิ์ ไกรษร ล็อคเข้าขวาซัดในกรอบเขตโทษ กัมพล ปัดบอลไม่อยู่เข้าประตูไปให้ เมืองทอง ออกนำ 4-1 หลังจากนั้นจบเกมเป็น เมืองทอง ที่เอาชนะ โคราช เเละเป็นชัยชนะนัดที่ 13 ติดต่อกัน รายชื่อ 11 ตัวเเรกทั้งสองทีม เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด : กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ (ผู้รักษาประตู), พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา, ธีราทร บุญมาทัน, มาริโอ อัลบาเต้, สารัช อยู่เย็น, ธีรศิลป์ แดงดา (C), อดิศักดิ์ ไกรษร, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, ทริสตอง สมชาย โด, คเลตัน ซิลวา, สุพรรณ ทองสงค์ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี : กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล (ผู้รักษาประตู), ประธาน แม้นศิริ , กันตภณ สมพิทยานุรักษ์ , เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว , พลวัฒน์ วังฆะฮาด , ศราวุธ สินธุปัน , เดชา สอาดโฉม, ชนัตพล สิกขะมณฑล , บียอร์น ลินเดมันน์ , ชาคริต ระวันประโคน , มาร์โก ทักบาจูมี

หูดับ!คลิปผู้บรรยายไอซ์แลนด์ตะโกนเสียงหลงหลังซัดเข้ารอบนาทีท้าย
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ /  ยูโร 2016 / 

หากจะหาอะไรมาบรรยายความสะใจของชาวไอซ์แลนด์ทั้งชาติ คงไม่มีอะไรที่บอกได้ดีกว่า คลิปของผู้บรรยายฟุตบอลยูโรคนนี้อีกแล้วโดยในศึกยูโร 2012 ที่ไอซ์แลนด์ ทีมน้องใหม่ที่เข้ามาเล่นในทัวร์นาเม้นท์ใหญ่เป็นครั้งแรก และสร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้ารอบไปในนาทีสุดท้าย ด้วยการเอาชนะออสเตรีย จากประตูชัยจากจังหวะสวนกลับของ เอลเมอร์ บยาร์นาสัน ที่หลุดขึ้นมาทางกราบขวา ก่อนป้ายให้ อาร์นอร์ ทรอส์ทาสัน เข้าชาร์จเป็นประตู ให้ไอซ์แลนด์ พลิกเอาชนะ ออสเตรีย ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายเข้าไปพบกับ อังกฤษ

“ส่งตัวมาท้า ส่งใจไปเชียร์  นักกีฬาพาราไทย
จุฑารัตน์ ตรีมูลพิลา /  จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี / 

นายจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่ง ประเทศไทย เป็นประธานเปิดกิจกรรม "ส่งตัวมาท้าส่งใจ ไปเชียร์ นักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย พาราลิมปิกเกมส์ 2016" ดวลวิ่งผลัด 4x100 ม. ระหว่าง นักกีฬา-ผู้ฝึกสอนนักกีฬาทีมชาติไทยชื่อดัง ปะทะ นักกีฬาวีลแชร์เรซซิ่งทีมชาติไทย เพื่อเป็นกำลังใจให้กับนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย ชุดเตรียมลุยศึก "พาราลิมปิกเกมส์ 2016"  ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยบรรยากาศกิจกรรมแข่งขันวิ่งผลัด 4X100 ม. ระหว่าง ทีมนักกีฬาผู้สอนทีมชื่อดัง  ปะทะ นักกีฬาคนพิการประเภทวีลแชร์เรซซิ่งทีมชาติไทย เป็นไปอย่างคึกคัก มีเหล่านักกีฬาพาราและแฟนๆกีฬาร่วมถึงสื่อมวลชนร่วมทำข่าวกันอย่างคับคั่ง ซึ่งการแข่งขันทีมนักกีฬาและผู้ฝึกสอนชื่อดังของเมืองไทย ประกอบด้วย ศราวุฒิ มาสุข  นักฟุตบอลทีมชาติไทยเป็นไม้แรก, วุฒิชัย มาสุข นักมวยสากลสมัคนเล่นทีมชาติไทย ลงไม้สอง,  "โค้ชเป้" ภัทรพล เงินศรีสุข ผู้ฝึกสอนแบดมินตันบ้านทองหยอด ไม้สาม, จุฑารัตน์ ตรีมูลพิลา นักวอลเลย์สโมสรบางกอกกล๊าส วีซี  ไม้สี่ และ "โค้ชเช" เช ยอง ซอก เฮดโค้ชเทควันโดทีมชาติไทย ชาวเกาหลีใต้ อยู่ไม้สุดท้าย ส่วนฝั่งวีลแชร์เรซซิ่งทีมชาติไทยชุดลุยพาราลิมปิกเกมส์ 2016  นำโดย  สายชล คนเจน ไม้แรก, "เบิ้ม" เรวัตร์ ต๋านะ ไม้สอง, ประวัติ วะโฮรัมย์เป็นไม้สาม และ "กร" พงศกร แปยอ ไม้สุดท้าย ทำให้บรรยากาศการแข่งขันเป็นอย่างสนุกตื่นเต้น และเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งมิตรภาพของนักกีฬาทั้งสองทีม ขณะที่ผลการแข่งขันปรากฎว่า ทีมนักกีฬา-โค้ช สามารถวิ่งเข้าเส้นชัยได้เป็นทีมแรก ด้วยเวลา 56.65  วินาที เฉือนเอาชนะทีมนักกีฬาวีลแชร์เรซซิ่งทีมชาติไทยที่ซิ่งวีลแชร์ตามเข้ามาเวลา 58.03 วิ. ไปแบบเฉียดฉิวเพียงแค่ 1.38 วินาทีเท่านั้น หลังเสร็จสิ้นการแข่งขัน "บิ๊กนิดหน่อย" จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี  กล่าวว่า กิจกรรมในครั้งนี้เปรียบเสมือนการเคาท์ดาวน์นับถอยหลังการแข่งขันพาราลิมปิกเกมส์ของนักกีฬาพาราไทย  และเป็นกิจกรรมที่เชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวไทย มาส่งกำลังเชียร์นักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย ที่จะทำหน้าที่เป็นตัวแทนคนไทยทั้งประเทศไปสร้างผลงานในการแข่งขันพาราลิมปิกเกมส์ 2016 ในระหว่างวันที่ 7-18 กันยายน 2559 ที่ กรุงริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล เพราะนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทยกำลังต้องการกำลังใจอย่างมากไม่แพ้นักกีฬาคนปกติ เนื่องจากเวลานี้ เหลือเวลาอีกไม่กี่เดือนแล้วที่จะถึงวันแข่งขัน" "กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมแรก ที่มีนักกีฬาและเหล่าโค้ชมาร่วมส่งแรงใจเชียร์นักกีฬาพาราของเรา ขอขอบคุณนักกีฬาที่มาร่วมงานในวันนี้ หลังจากนี้ก็จะมีกิจกรรมดีดีแบบนี้อีก เพื่อสร้างกำลังใจให้กับนักกีฬาของเรา ด้านการแข่งขันพาราลิมปิกเกมส์ 2016  นักกีฬาไทยที่คว้าสิทธิ์แล้วไม่น้อยกว่า 50 คน เพราะครั้งนี้มีโอกาสเก็บตัวฝึกซ้อมมากกว่าครั้งก่อน นักกีฬาได้ตระเวรออกไปแข่งขันเก็บคะแนน และหาประสบการณ์เพิ่มมากขึ้น ระยะเวลาอีก 3 เดือนมั่นใจว่านักกีฬาทั้งหมดจะมีความพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์แน่นอน ส่วนโอกาสในการคว้าเหรียญรางวัลย่อมมีมากกว่าครั้งก่อนที่ทำได้ 4 เหรียญทอง ที่สำคัญเรามีแชมป์โลกวิลแชร์อย่าง เรวัตร์ นำทีม จึงมั่นใจว่า เราจะได้เห็นเหรียญทองในการแข่งขันวิลแชร์เรซซิ่งแน่นอน แต่ทั้งนี้เราไม่อยากกดดันนักกีฬามากเกินไปแต่อยากให้นักกีฬาทุกและตนเชื่อมั่นว่านักจะทำหน้าที่อย่างเต็มอยู่แล้ว" ประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย กล่าว ด้าน "เบิ้ม" เรวัตร์ ต๋านะ นักวีลแชร์เรซซิ่งทีมชาติไทย ดีกรีแชมป์โลก คนล่าสุด กล่าวว่า  "นี่เป็นครั้งแรกที่เหล่านักกีฬาปกติกับนักกีฬาพารามาร่วมแข่งขันกัน ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่ได้ร่วมกิจกรรม โดยถือว่าเป็นแรงใจและแรงผลักดันในการสร้างผลงานในศึกพาราลิมปิกในครั้งนี้ ผมในฐานะตัวแทนนักกีฬาพาราไทย ขอให้พี่น้องชาวไทยเป็นกำลังใจให้กับพวกเราในพาราลิมปิกเกมส์ ด้วย ส่วนความพร้อมเวลานี้พวกเราถือว่าความพร้อมเกือบร้อยเปอร์เซ็นแล้ว เพราะที่ผ่านมาเราฝึกซ้อมกันอย่างหนักมาตลอดทั้งปีเพื่อเป้าหมายในการคว้าเหรียญรางวัลในพาราลิมปิกเกมส์มาครองให้ได้ ส่วนความหวังของตัวเองนั้นตนตั้งเป้าไว้ว่าจะทำผลงานออกมาให้ดีที่สุด  และคว้าเหรียญรางวัลมาฝากคนไทยให้ได้ครับ" ขณะที่ "หนุ่ย" ศราวุฒิ มาสุข นักเตะบางกอกกล๊าสเอฟซี  กล่าวว่า ดีใจที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมดีแบบนี้ เพราะตนในฐานะนักกีฬาเหมือนกันทำให้รู้ว่านักกีฬาไม่ว่าจะคนปกติหรือคนพิการต้องมีความตั้งใจและความพยายามมาก ทำให้ตนจึงอยากที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการเป็นกำลังใจให้กับนักกีฬาพาราทีมชาติไทยในเดินทางออกไปแข่งขันรายการพาราลิมปิกเกมส์ และตนอยากเชิญชวนพี่น้องชาวไทย ร่วมเป็นกำลังใจให้กับนักกีฬาคนพิการทีมชาติกันเยอะนะครับเพราะพวกคือคนที่ไปทำหน้าที่แทนพวกเราทุกคนเช่นกัน

ผลฟุตบอล โปแลนด์ แม่นจุดโทษ! ชนะ สวิตเซอร์แลนด์ เข้ารอบ 8 ยูโร 2016
ผลบอล /  ผลฟุตบอล / 

ผลฟุตบอล ศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ ยูโร 2016 รอบ 16 ทีมสุดท้าย ปรากฏว่า โปแลนด์ เอาชนะ สวิตเซอร์แลนด์ ด้วยการดวลจุดโทษชนะ 5-4 (หลังเสมอกัน 1-1) โปแลนด์ทะลุผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายเป็นทีมแรก ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป รอบแบ่ง 16 ทีมสุดท้าย วันเสาร์ ที่ 25 มิถุนายน 2559 สวิตเซอร์แลนด์ vs โปแลนด์ ผู้ทำประตู: 0-1 บลาสซีคอฟสกี้ 39', 1-1 ชากิรี 82' เวลา: 20.00 น. สนาม: สต๊าด เจฟฟรัว กุยซาร์ด ถ่ายทอดสด: ช่อง 3 HD (33) เริ่มเกมตั้งแต่นาทีแรก สวิตเซอร์แลนด์เกือบเสียประตู เมื่อฌูรูส่งหลังให้ซอมเมอร์เบาเกินไป โดนมิลิคโฉบเข้ามายิง แต่บอลเหินข้ามคานแบบน่าเสียดาย หลังจากนั้นโปแลนด์เป็นฝ่ายขึงเกมตลอด 10 นาทีแรก น.10 เซอร์ดาน ชากิรี มีโอกาสยิงให้สวิตเซอร์แลนด์บ้าง แต่บอลเข้าข้างตาข่าย น.20 ไครซ์ตอฟ แมคชินสกี้ มีโอกาสยิงไกลให้กับโปแลนด์ แต่บอลลอยหลุดออกข้างไปแบบหมดลุ้น น.31 โปแลนด์ยังเป็นฝั่งที่ได้ลุ้นประตู จากจังหวะหลุดของ โกรซิชกี้ ที่ตัดสินใจยิงทันที บอลลอยหลุดออกนอกกรอบไปแบบหมดลุ้น อีก 2 นาทีต่อมา โปแลนด์ยังบวกสกอร์ไม่ได้ จากจังหวะที่ มิลิค มีโอกาสยิงจ่อๆ แต่บอลก็ยังหลุดออกหลังไป น.39 โปแลนด์ขึ้นนำจนได้! จากการโยนบอลจากริมเส้นฝั่งซ้าย ทะลุมาถึง ยาคุบ บลาสซีคอฟสกี้ ที่ยืนที่เสาสอง ซัดบอลลอดตัวยานน์ ซอมเมอร์เข้าไป โปแลนด์ 1-0 สวิตเซอร์แลนด์ จบครึ่งแรก! สวิตเซอร์แลนด์ตามหลังโปแลนด์ 0-1 ออกสตาร์ทครึ่งหลัง สวิตเซอร์แลนด์ดูคึกคักขึ้นมา ป้วนเปี้ยนอยู่บริเวณหน้าปากประตูโปแลนด์หลายครั้ง น.50 เลวานดอฟสกี้ มีโอกาสจิ้มหัวเกือก แต่ยังไม่สามารถสร้างภาระให้กับซอมเมอร์เท่าที่ควร นอกจากนี้ยังเป็นการยิงตรงกรอบครั้งแรกในศึกยูโรปีนี้ของเขาด้วย น.53 บลาสซีคอฟสกี้ เลี้ยงตัวเข้าในแล้วซัดด้วยซ้าย แต่ยังไปติดเซฟของซอมเมอร์ที่ปัดออกหลังไป หลังจากนั้น เกมเป็นของสวิตเซอร์แลนด์ที่หวังเอาประตูตีเสมอให้ได้ แต่ก็ยังไม่มีลุ้นประตูแบบจะแจ้งสักที น.73 สวิตเซอร์แลนด์ได้ฟรีคิกระยะหวังผล และเป็น ริคาร์โด โรดริเกซ ที่รับหน้าที่นี้ บอลจะเข้าสามเหลี่ยมบนอยู่แล้ว แต่ติดมือฟาเบียนสกี้ที่โชว์ซูเปอร์เซฟ น.78 สวิตเซอร์แลนด์มีลุ้นประตูตีเสมออย่างยิ่งยวด จากลูกยิงของ แฮริส เสเฟโรวิช ก่อนลอยไปกระทบคานไม่เป็นประตู น.82 หลังขึงเกมอยู่นาน สวิตเซอร์แลนด์ก็ตีเสมอ 1-1 จนได้! จากลูกจักรยานอากาศของ เซอร์ดาน ชากิรี เสียบเข้าโคนเสาอย่างสวยงาม หมด 90 นาที สวิตเซอร์แลนด์ 1-1 โปแลนด์ ต้องตัดสินในช่วงต่อเวลาพิเศษ น.112 เอริน เดร์ดิย็อค หลุดเข้าไปโหม่งจ่อๆ แต่ลูคัส ฟาเบียนสกี้ยังซูเปอร์เซฟเอาไว้ได้ จบ 120 นาที ทั้งสองทีมยังเสมอกัน 1-1 ทำให้ต้องยิงจุดโทษตัดสิน สวิตเซอร์แลนด์: ลิชสไตน์เนอร์ (เข้า), ชาก้า (ไม่เข้า), ชากิรี (เข้า), ชาเออร์ (เข้า), ร.โรดริเกซ (เข้า) โปแลนด์: เลวานดอฟสกี้ (เข้า), มิลิค (เข้า), กลิค (เข้า), บลาสซีคอฟสกี้ (เข้า), โครโชเวี้ยค (เข้า) จบเกม! โปแลนด์เอาชนะสวิตเซอร์แลนด์หลังจากเสมอกัน 120 นาที 1-1 (โปแลนด์ชนะจุดโทษ 5-4) รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม สวิตเซอร์แลนด์: ยานน์ ซอมเมอร์; ฟาเบียง ชาเออร์, สเตฟาน ลิชสไตน์เนอร์, โยฮัน ฌูรู, ริคาร์โด โรดริเกซ; เซอร์ดาน ชากิรี, เบลริม เซไมลี (บรีล เอ็มโบโล่ 58'), แกรนิต ชาก้า, แอดเมียร์ เมห์มิดี้ (เอริน เดร์ดิย็อค 70'), วาลอน เบห์รามี (เกลสัน เฟอร์นานเดส 77'); แฮริส เสเฟโรวิช โปแลนด์: ลูคัส ฟาเบียนสกี้; อาร์เธอร์ เยดเซจ์เคี้ยก, มิชาล พาซดาน, คามิล กลิค, ลูคัส พิสซ์เช็ก; ไครซ์ตอฟ แมคชินสกี้ (โทมัส ยอดโลเวี๊ยค 101'), เกอร์เซกอร์ซ โครโชเวี้ยค, ยาคุบ บลาสซีคอฟสกี้, คามิล โกรซิชกี้ (สลาโวเมียร์ เพสซ์โก้ 104'); อาร์คาร์ดิอุซ มิลิค, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เช็คผลบอล Euro 2016 รายงานทุกสนาม และการทำประตู >> ผลบอลยูโร <<