น้ำตาไม่ไหลคืน

ตูน ว่าไง?? ก้อย เปรยแรง! อยากมีโมเม้นท์แบบ เป๊ก-นิว
ก้อย ตูน ข่าวดี /  ก้อน ตูน แต่งงาน / 

งานเข้ามั้ย? ดาราสาว ก้อย รัชวิน โพสต์แสดงความยินดีหลังหนุ่ม เป๊ก เปรมณัช ทำเซอร์ไพร้ส์นักร้องสาว นิว นภัสสร(นิว-จิ๋ว) คุกเข่าขอแต่งงานกันบนเวทีคอนเสิร์ตเมื่อวันก่อน(26 มิ.ย.) แถมแอบแย่บช่วงท้ายๆ ไว้ว่า อยากมีโมเม้นท์นี้บ้าง อะไรบ้าง!! ดังนี้ “โอยยยยย ยินดีกับน้องชาย @peckprem เพื่อนคนแรกในวงการบันเทิงของข้าพเจ้า #เห็นกันมาตั้งแต่นางใส่ชุดนักเรียนสวนกุหลาบมาถ่ายรายการ และ @brandnew_nj ด้วยน้าาาา ดีใจหนักมากกก ดูคลิปขอแต่งงานแล้วน้ำตาจิไหลลล #ไม่ใช่อะไร #อยากมีโมเม้นต์แบบนี้บ้าง5555 #อ่ะเล้อเล่ง #เห็นคู่นี้รักกันมาตั้งแต่ก้อยไปเล่นmv #อย่าเอาความเหงามาลงที่ฉัน #ต่อจากนี้ไปไม่มีคำว่าเหงาแต่จะมีคำว่าเราตลอดไป #ฮิ๊ววววว #รักกันตลอดไปน้าาา Cr. ขอบคุณเจ้าของภาพนี้ด้วยนะก้ะ ปล. ไม่คิดว่า @peckprem จะโรแมนติกขนาดนี้! ดีใจกับนิวที่สุดเลยฮะ :)” เอาไงล่ะจ๊ะพ่อหนุ่ม ตูน บอดี้สแลม คอนเสิร์ตครั้งหน้าจัดเลยมั้ย?? อิอิ ขอขอบคุณ ภาพจากอินสตาแกรม @rachwinwong ก้อย รัชวิน โพสต์ ก้อย - ตูน ก้อย - ตูน ก้อย - ตูน ก้อย - ตูน ก้อย - ตูน

ทีมงาน ไนกี้ เปิดใจ ทำไมชุดแข่ง อังกฤษ ต้องใช้ ถุงเท้าสีแดง
ถุงเท้าแดง /  ยูโร 2016 / 

สก็อตต์ มันสัน รองประธานกรรมการแผนกเสื้อผ้าฟุตบอลทั่วโลกของ ไนกี้ เผยเหตุผลที่ชุดแข่ง อังกฤษ ชุดทำศึก ยูโร 2016 ต้องใช้ ถุงเท้าสีแดง ซึ่งดูแปลกตาในความเห็นของแฟนบอลส่วนใหญ่ "หลายครั้งที่ อังกฤษ ใช้ชุดแข่งสีขาวล้วน ดังนั้นเราจึงมาคิดกันว่า 'ทำไมไม่ลองทำให้มันโดดเด่นขึ้นมาบ้างล่ะ?' เราเลยมองย้อนไปยังทีมในยุค 80 ซึ่งพวกเขาสวมถุงเท้าสีแดง อย่างในเกมอันโด่งดังที่ อังกฤษ เจอกับ บราซิล ในปี 1984" มันสัน กล่าว "ถุงเท้าสีแดงมันทำให้ทีมดูเด่นขึ้นมา แถมยังดูแข็งแกร่งและเร็วขึ้นอีกด้วย สีแดงน่ะคือสีแห่งความเร็วไงล่ะ!" สำหรับโปรแกรม ยูโร 2016 นัดถัดไปของทัพสิงโตคำราม จะเป็นการเจอกับ ไอซ์แลนด์ ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ซึ่งจะเตะกันในคืนวันจันทร์ที่ 27 มิ.ย. เวลา 02.00 น.

ละครคุณนายสายลับ , เรื่องย่อคุณนายสายลับ
ละครคุณนายสายลับ /  เรื่องย่อ ละครคุณนายสายลับ / 

คุณนายสายลับ บทประพันธ์ : ชลาลัยบทโทรทัศน์ : สายลมเดียวดายผลิตโดย : บริษัท ปภัสรา โปรดักชั่น จำกัดออกอากาศ : ทุกวันวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.35 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 18.20 น. ทาช่อง 7 เรื่องย่อ ละคร คุณนายสายลับ ณ โรงแรมดังในลำพูน วิชัย เจ้าของโรงแรมกำลังต้อนรับคณะทัวร์กลุ่มใหญ่จากกรุงเทพฯ โดยมี ลิซ่า ภรรยาสาวแต่งหน้าจัดแต่งกายสีฉูดฉาดอยู่เคียงข้าง ทุกสายตาต่างจับจ้อง โดยเฉพาะ สินธพ รุจิกรณ์ (พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์) ทายาทเจ้าของรีสอร์ต ธุรกิจแปรรูปองุ่นและไร่องุ่น วรพงษ์ ที่เพิ่งกลับจากเมืองนอกหลังจบปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจเขากับวินธัย ลูกชายวิชัยเป็นเพื่อนรักกัน สินธพจึงมาเที่ยวตามคำเชิญของเพื่อนและคิดจะทำงานที่นี่ เพราะอยากได้ประสบการณ์ก่อนกลับบ้าน ลิซ่าหาจังหวะแยกตัวไปที่ห้องทำงานวิชัย เพื่อเซฟข้อมูลลูกค้ายาเสพติดของเขาเป็นหลักฐาน สินธพซึ่งไม่เคยไว้ใจสาวสวยที่แต่งงานกับชายแก่คราวพ่ออยู่แล้วเลยตามมา และหาทางก่อกวน ลิซ่า หรือ ร้อยตำรวจโทหญิงเรขาคณิต รวิปรียา (รัญดาภา มันตะลัมพะ) จึงต้องถ่วงเวลาจนเซฟข้อมูลเสร็จ แต่ดูเหมือนสินธพจะไม่ยอมจบ ลิซ่าจึงส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือจาก สารวัตรเพิก (ธีรภัทร์ แย้มศรี) ที่ปะปนอยู่ในงาน เพิกจึงส่ง จ่าชู (ต๋อง ชวนชื่น) ลูกน้องคนสนิทไปช่วย แต่ก็เกือบเสียแผน เพราะความซุ่มซ่ามของจ่า ด้านเพิกเข้าจับกุมวิชัย จนเกิดการปะทะภายในงาน แต่ทั้งวินธัยและวิชัยก็ถูกจับ สินธพเป็นห่วงลิซ่าแต่ก็แปลกใจที่เธอหายไปอย่างไร้ร่องรอย ละครคุณนายสายลับ ที่กรุงเทพฯ เรขาคณิตกลับมาบ้านพร้อมเพิกซึ่งอยู่บ้านติดกัน อดีตรัฐมนตรีคำนวณ (วันชัย เผ่าวิบูล) กับ คุณหญิงรพีภัสร์ (ปภัสรา เตชะไพบูลย์) พ่อแม่ของเธอเริ่มจะชินกับการหายตัวไปนาน ๆ ของลูกสาวจึงไม่ซักถามเรื่องงานที่เรขาคณิตเป็นสายลับของหน่วยเฉพาะกิจแห่งกองปราบ จะมีก็แต่ ยายสม ญาติห่างๆ ของคุณหญิงรพีภัสร์ที่เลี้ยงเธอมาตั้งแต่เด็กคอยถามสารทุกข์สุขดิบ และแซวว่าเมื่อไหร่คุณหนูของตนจะแต่งงานกับเพิก เพราะหมั้นกันมาหลายปีแล้ว แต่เรขาคณิตไม่ตอบอะไร ส่วนเพิกก็เรียกเรขาคณิตไปคุยเรื่องงานที่เกือบมีปัญหาเพราะสินธพ เรขาคณิตขอให้ไม่พบเขาอีก เพิกถึงกับยิ้มแห้งและบอกว่า มีงานด่วนที่เกี่ยวข้องกับคนนามสกุล “รุจิกรณ์” เรขาคณิตถึงกับอึ้งไป หนึ่งเดือนต่อมา วรพงษ์โทรหาสินธพเพื่อให้มาแต่งงานกับหญิงที่ท่านหาให้ แต่สินธพปฏิเสธเพราะเกลียดการคลุมถุงชน วรพงษ์โกรธมากถึงกับจะตัดสินธพออกจากกองมรดก ดีที่ได้ มาติกา (พิมพาภรณ์ เสริมพาณิชยกิจ) หลานสาวบุญธรรมที่ท่านขอมาเลี้ยงช่วยพูด วรพงษ์จึงบอกว่า สะใภ้ของท่านจะเป็นใครก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่ มิรันตี หรือ มีมี่ (แพร เอมเมอรี่) นางแบบสาวที่เขาควงอยู่ เพราะเธอคือลูกสาว เสี่ยมีโชค (ภูธฤทธ์ พรหมบันดาล) คู่แข่งซึ่งอยู่ไร่ติดกับ ไร่ของวรพงษ์นั่นเอง สินธพนั้นคิดกับมิรันตีแค่เพื่อน แต่พอได้ยินพ่อพูดอย่างนั้น จึงประชดว่าเขาจะแต่งงานกับมิรันตีทันทีที่กลับไป วรพงษ์โกรธจัดจน แม่ทิพย์ (นริสา พรหมสุภา) แม่บ้านต้องเอายาดมมาให้ วรพงษ์ตัดพ้อลูกชายกับแม่ทิพย์ และเลยไปถึง นพนารี (ฐิตินันท์ สุวรรณถาวร) ลูกสาวที่เอาแต่หลง อเนก (พงษธัช รัตนเศรณี) คนรักจนไม่ยอมกลับมาช่วยงาน ก่อนจะประกาศว่า ในเมื่อลูกชายไม่ยอมแต่งงานกับผู้หญิงดีๆ อย่างเรขา ท่านก็จะแต่งเองข่าวใหญ่ของวรพงษ์และสินธพถูกกระจายไปทั่วไร่ลามไปถึงไร่ข้างๆ ทำให้มิรันตีถึงกับเนื้อเต้นที่จะได้แต่งงาน ขณะที่ มาติกาเสียใจเพราะแอบรักสินธพอยู่ แต่เรื่องวรพงษ์จะแต่งงานดูเป็นเรื่องใหญ่กว่าเธอจึงรีบโทรบอกสินธพ สินธพตัดสินใจกลับไร่ทันที ความรีบร้อน ทำให้สินธพลืมเติมน้ำมันจนรถดับกลางทาง มิหนำซ้ำ ยังเจอพวกมิจฉาชีพกลุ่มใหญ่อีกด้วย แต่โชคก็ไม่ใจร้ายเกินไป เมื่อเรขาขับรถผ่านมาและโชว์ฝีมือจัดการคนร้ายจนหมด สินธพทั้งทึ่งในความสามารถ อึ้งในความสวย และแปลกใจที่เธอรู้จักเขาเป็นอย่างดี เรขาพาสินธพไปถึง รีสอร์ตโดยไม่แนะนำตัวเองและเดินจากไปทันที ทำให้สินธพคิดว่าเธอเป็นนักท่องเที่ยว ละคร คุณนายสายลับ สินธพมองรอบไร่ที่เปลี่ยนไป และต้องหงุดหงิด เมื่อเห็นป้ายไร่เปลี่ยนเป็น “ไร่เรขา” เขาจึงไปหาพ่อทันที แต่ก็ได้คำตอบที่ทำให้ตกใจกว่าว่าพ่อจดทะเบียนสมรสกับผู้หญิงคนนั้นแล้ว เขาขอพบคุณเรขา แต่วรพงษ์ทำเฉย บอกเพียงเย็นพรุ่งนี้จะมีงานเลี้ยงภายใน สินธพจึงไปหามาติกา จนรู้ว่า เรขาเพิ่งมาสมัครเป็นเลขาของวรพงษ์เมื่อเดือนก่อน แล้วท่านก็รับทันทีโดยไม่ต้องฝึกงาน แถมยังให้เธอมาร่วมโต๊ะด้วยทุกวัน โดยห้ามใครเข้าไปกวน แต่แม่ทิพย์แอบมาเล่าว่า วรพงษ์หัวเราะอารมณ์ดี และสุขภาพดีขึ้นทุกวันตั้งแต่เรขามาอยู่ด้วย และเรขาเองก็เป็นคนอัธยาศัยดีไม่ถือเนื้อถือตัว สินธพไม่พอใจ เพราะคิดว่าที่พ่อทำเป็นจะบังคับให้เขาแต่งงานเป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้นเรื่องพ่อยังไม่ทันจะแก้ไข สินธพก็ได้รับโทรศัพท์จากนพนารีที่โทรมาร้องห่มร้องไห้บอกว่า ธุรกิจที่อเนกทำร่วมกับเพื่อนขาดทุนย่อยยับ สินธพเลยแนะนำให้นพนารีพาอเนกกลับมาทำงานที่ไร่ ตอนแรกนพนารีจะไม่ยอมจนเมื่อรู้เรื่องภรรยาใหม่ของพ่อ เธอก็ชวนอเนกกลับมาทันที อเนกนั้นอ้างตัวเป็นนักธุรกิจ และเป็นสุภาพบุรุษต่อหน้านพนารี ทำให้เธอหลงเขามากถึงขั้นจะแต่งงานกัน แต่วรพงษ์ก็ขวางไว้สุดตัว นพนารีไม่รู้ว่า อเนกเป็นนักพนันตัวยง และตนกำลังนำตัวอันตรายไปอยู่ที่บ้าน สินธพแอบคิดถึงผู้หญิงที่ช่วยเหลือเขา แต่ก็ไม่ได้พบอีก จนงานเลี้ยงที่พ่อจัดขึ้น เขาจึงได้รู้ว่า หญิงสาวที่ช่วยเขาไว้ก็คือ เรขา ภรรยาใหม่ของพ่อนั่นเอง นพนารีโวยวายไม่ยอมรับและบอกจะแต่งงานกับอเนกบ้าง ส่วนมิรันตี แขกไม่ได้รับเชิญก็เข้ามาในงานพร้อมเสี่ยมีโชค ผู้เป็นพ่อ เธอประกาศว่าพร้อมจะแต่งงานตามที่สินธพลั่นวาจาไว้ วรพงษ์โกรธจนความดันขึ้น แต่เขาแข็งใจประกาศว่า ถ้าทั้งสองแต่งงาน เขาจะยกทุกอย่างให้เรขา จากนั้น วรพงษ์ก็เรียกเรขากับมาติกาพยุงเขากลับห้อง งานเลี้ยงจบลงท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียด สินธพสังเกตเห็นว่าเรขามองทุกคนอย่างสำรวจจึงสงสัย ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ เรขาผูกมิตรกับคนงานในไร่จนเป็นที่รักของทุกคน ทั้งแม่ทิพย์ ผอง (วรพรต ชะเอม) หัวหน้างาน และ น้อย (ณธษา เวชประสิทธ์) สาวใช้คนใหม่ แต่นั่นยิ่งขัดใจสินธพ วรพงษ์เรียกทุกคนมาประชุมแบ่งงาน โดยให้สินธพเป็นผู้จัดการใหญ่ดูแลในภาพรวม เรขาดูแลการเงินมีมาติกาคอยช่วย ส่วนอเนกกับนพนารีให้เริ่มต้นที่พนักงานต้อนรับ อเนกไม่พอใจ แต่ทำอะไรไม่ได้ แม้แต่นพนารีก็จำต้องยอม เพราะวรพงษ์ยึดบัตรเครดิตทั้งหมดไว้ ด้านมิรันตียังมาป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้สินธพ แต่เขาไม่สนใจเธอ เพราะมัวแต่จับผิดเรขา มีเพียงอเนกที่ส่งสายตาหวานไม่หยุด และมิรันตีก็เล่นด้วย ทั้งคู่จึงแอบนัดกันโดยไม่ให้นพนารีรู้สินธพแอบตามเรขาไปทุกที่แต่ก็ถูกจับได้ทุกครั้ง เรขาแกล้งพาเขาเดินทั่วไร่หวังให้เหนื่อยเล่นและให้เขาเรียนรู้งานไปในตัว สินธพแปลกใจที่เรขาทำได้ทุกอย่าง ไม่เว้นแม้แต่งานกรรมกร กลางคืนเมื่อมีเวลา เธอก็จะไปร้องรำทำเพลงกับพวกคนงาน โดยมีน้อยกับผองเป็นลูกคู่ หากเรขาเห็นสินธพก็จะแกล้งดึงเขาเข้าไปในวงจนคล้ายเป็นตัวตลกของคนงาน แต่สินธพกลับรู้สึกผ่อนคลายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน หรือหากวันไหน เรขาเข้าไปขี่ม้าและสินธพตามไป เธอก็จะทิ้งระยะห่างจนเขาตามไม่เคยทัน เขาสังเกตว่าเธอชอบแวะเวียนไปเขตไร่ของตนกับเสี่ยมีโชค จึงสงสัยว่าเธอเป็นใครกันแน่ ละคร คุณนายสายลับ วันหนึ่ง มีคนงานป่วยเพราะเพิ่งคลอดลูก เรขาก็ไปช่วยเหลือแถมยังมีความรู้ด้านแพทย์แผนไทย ทำให้สินธพเผลอมองเธออย่างชื่นชม แต่พอเธอจับได้ สินธพก็ทำเป็นโวยวาย ค่อนแคะดูถูกเรขาว่าเธอหวังสมบัติ เพราะหากไม่จริง เธอคงไม่แต่งงานกับคนแก่คราวพ่อเด็ดขาด ทั้งคู่เลยกลายเป็นคู่กัด และทะเลาะกันอยู่ตลอดเวลา แต่ดูเหมือนสินธพจะพ่ายแพ้ทุกครั้ง มิรันตีก็แอบนินทาเรขากับมาติกาหวังหาพวก แต่พอเรขามาได้ยินและตอกกลับมิรันตีอย่างเจ็บแสบ เหมือนรู้เบื้องลึกเบื้องหลังของเธอดี มาติกาก็แอบเชียร์เพราะไม่อยากให้สินธพกับมิรันตีแต่งงานกัน เรขาเริ่มรู้จุดอ่อนของมาติกาเลตีสนิทด้วยการสนับสนุนให้เธอสมหวังในรักกับสินธพสินธพที่มักชวนเรขาทะเลาะ เริ่มรู้ตัวว่าแอบชอบแม่เลี้ยง เขาจึงต้องพยายามบังคับใจไม่ให้คิดเกินเลยกว่าฐานะลูกเลี้ยงที่เป็นอยู่ ด้านเรขาก็ชอบพูดจายั่วและชอบเรียกสินธพว่า “นายม้าพยศ” โดยไม่สนใจว่าสินธพจะโกรธมากแค่ไหน วันหนึ่ง มิรันตีมาตื๊อชวนสินธพไปขี่ม้า เขาปฏิเสธไม่ได้ แต่พอไปถึงคอกม้าจึงได้เห็นเรขากำลังขี่ม้าเล่นอยู่กับชายแปลกหน้า มิรันตีคิดแกล้งเรขาด้วยการทำให้ม้าในคอกตื่นและหลุดออกไป สินธพเป็นห่วงเรขามากแต่ก็พบว่าเธอควบคุมสถานการณ์ได้ดี เรขาแนะนำให้สินธพรู้จักเพิก เจ้าของร้านกาแฟที่อยู่เชิงดอยไม่ไกลจากไร่คนใหม่ สินธพแปลกใจเพราะจำได้ว่า เป็นร้านประจำของตน เรขาไม่ให้ความกระจ่างอะไร แถมยังคุยสนิทสนมกับเพิก จนสินธพหึงแทนพ่อและทำให้มิรันตีหงุดหงิดทุกวัน เรขาจะออกไปนั่งร้านกาแฟของเพิก แต่วรพงษ์ก็ไม่เคยว่า จนสินธพอดค่อนขอดไม่ได้ วรพงษ์รำคาญลูกชายจึงหนีไปยังบ้านพักที่สร้างไม่เสร็จท้ายรีสอร์ต สินธพยังคงหงุดหงิด แต่ไม่กล้าไปร้านกาแฟคนเดียว เลยชวนมาติกาไปเป็นเพื่อน มาติกาแอบดีใจคิดว่า สินธพอาจใจตรงกัน แต่เธอก็ต้องผิดหวัง เมื่อเขาเอาแต่ตอแยเรขาหาว่ามีชู้ ปล่อยให้มาติกานั่งอยู่คนเดียว เพิกสงสารเลยมาชวนคุย แต่มาติกาไม่ไว้ใจเพิกเพราะดูท่าทางเจ้าชู้ ด้านอเนกขยันทำงานขึ้นจนแม้แต่นพนารีก็แปลกใจ แต่เขาก็เฉไฉบอกว่าจะเก็บเงินขอเธอแต่งงาน ทำให้นพนารียิ่งหลงอเนก ผองคอยรายงานวรพงษ์ทุกระยะเกี่ยวกับอเนก วรพงษ์ซึ่งชอบให้โอกาสคนจึงเลื่อนตำแหน่งอเนกให้มาดูแลงานด้านจัดซื้อโดยมีนพนารีเป็นผู้ช่วย ทำให้อเนกพอใจมาก และทุกครั้งที่มีโอกาส เขามักจะคอยแทะโลมมาติกาเสมอ จนเธอกลัว ดีที่ได้เรขาคอยเป็นก้างขวางคอ ยกเรื่องเงินเดือนมาอ้าง จนนพนารีทั้งหึงมาติกาและเกลียดเรขาเพิ่มมากขึ้นทุกคืน เรขาจะเข้าไปนวดหลังให้วรพงษ์จนท่านหลับ ก่อนที่จะหายตัวไป หรือบางครั้ง เธอก็ไปขลุกอยู่กับคนงานเพื่อหาข้อมูลในอดีตของวรพงษ์ โดยไม่ให้ผิดสังเกต ทุกคนจึงรักเธอมากกว่ามิรันตีที่มาทีไรก็เอาแต่วางอำนาจ ทุกคนเรียกเรขาว่าคุณนาย ทำให้สินธพหมั่นไส้ วรพงษ์เฝ้าดูเรขาอยู่ห่าง ๆ ทุกครั้งที่มองหน้าเธอ เขาก็คิดถึงอดีตคนรักที่หน้าตาเหมือนเรขาไม่ผิดเพี้ยนพอรู้ประวัติว่าเรขาเป็นกำพร้า แต่ขยันขันแข็ง และดูฉลาดเฉลียว เขาจึงอยากอุปการะเธอและชดเชยความรู้สึกผิดที่มีต่อคนรักเก่า ท่านคิดจะให้สินธพแต่งงานกับเรขา แต่สินธพกลับไม่สนใจแถมยังประชดจะไปคบกับมิรันตี ท่านจึงแต่งงานประชดลูกชายบ้าง ด้านมาติกาเห็นมิรันตีเกาะติดสินธพไม่ห่างก็ไประบายกับเรขา เรขาจึงยุให้เธอบอกรักสินธพ มาติกาตัดสินใจรวบรวมความกล้าเปิดเผยความในใจ แต่ได้รับการปฏิเสธ ทำให้มาติกาวิ่งหนีไปพร้อมน้ำตา เพิกที่บังเอิญแวะมาจึงตามไปปลอบโยน ทำให้ทั้งสองสนิทกันขึ้น ละคร คุณนายสายลับ เพิกได้รับข้อความจากหัวหน้าหน่วยให้สืบหาข้อมูลที่ไร่มิรันตี โดยเฉพาะในโรงเก็บไวน์ เพราะมีสิ่งไม่ชอบมาพากล เพิกรีบติดต่อเรขาและหาทางส่งจ่าชูเข้าไปเป็นคนงาน กลางดึกคืนนั้น เรขาลอบเข้าไปที่ไร่มิรันตี แต่เกือบถูก กำจร (สุรศักดิ์ โชติทินวัฒน์) ผู้จัดการไร่จับได้ เพราะสินธพที่ตามมาข้างหลัง แต่ได้จ่าชูมาช่วย เธอรีบพาสินธพกลับทันที ส่วนกำจรรีบไปรายงานเสี่ยมีโชค เสี่ยมีโชคให้มิรันตีรีบเผด็จศึกสินธพ เพื่อเข้าเป็นใหญ่ในบ้านสินธพและหาคนที่เป็นสายตำรวจ กำจรเก็บความขมขื่นไว้ เพราะเขาแอบรักมิรันตีอยู่ ด้านสินธพไม่ยอมให้เรื่องจบตามคาดคั้นความจริงจากเรขา แต่เพราะเป็นกลางคืน ทำให้เขาเกือบถูกงูกัด ดีที่เรขาใช้ความชำนาญจัดการงูตัวนั้นซะก่อน จนสินธพอึ้งที่ต้องเป็นหนี้บุญคุณเธออีก เพิกมาหามาติกาบ่อยครั้ง แต่สินธพเข้าใจผิดว่าเขามาหาเรขาจึงหึงมาก แต่พยายามบอกตัวเองว่าไม่ใช่ สินธพเริ่มสงสัยพฤติกรรมเรขาว่าวางยาบิดาตัวเองเพื่อหวังอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่สามารถจับผิดเรขาได้ สินธพจึงขอยาสมุนไพรที่เรขาให้วรพงษ์กินไปตรวจแต่ก็พบว่าเป็นเพียงยาบำรุง เขารู้สึกผิดเลยหาโอกาสขอโทษเธอด้วยการทำอาหารให้ทาน จนเรขามีความสุข แต่ต้องบอกตัวเองว่าเธอมีงานต้องทำและเขาอาจรู้เห็นกับว่าที่พ่อตาอย่างเสี่ยมีโชคทำเรื่องผิดกฎหมาย เพิกไม่ให้เรขาอคติ และอย่าเพิ่งมองข้ามวรพงษ์ไปด้วยอดีตที่เขาเคยค้ายา เพิกพอมองออกว่าเรขาชอบสินธพจึงทั้งเตือนตัวเองและเรขาว่าพวกเขาเป็นคู่หมั้นกัน เรขานิ่งไปทันที ด้านนายวรพงษ์เห็นความสามารถของเรขาจึงมอบอำนาจให้เธอเรื่องการเงินมากขึ้น ไม่ว่าใครจะเบิกอะไร จะต้องผ่านการอนุมัติของเรขา โดยเฉพาะนพนารี แต่อเนกเห็นว่าไม่ใช่ปัญหา และเพราะงานใหญ่ที่กำลังจะถูกจัดขึ้น ทำให้เรขาต้องขลุกอยู่กับสินธพ จนมิรันตีหึงหวง เพิกเองก็กลัวงานจะเสีย เลยหาเรื่องเข้ามาที่ไร่ ทำให้ได้พบมาติกาเป็นประจำ เขาชอบในความเรียบร้อยขี้อายของเธอจึงมักจะแกล้งเย้าแหย่ จนมาติกาเริ่มเป็นกันเองมากขึ้นและเพราะต้องการตัดใจจากสินธพ เธอจึงขอไปทำงานที่ร้านกาแฟของเพิกด้วย เพิกตกลง ก่อนจะรีบไปบอกเจ้าของร้านตัวจริง ซึ่งเป็นเพื่อนของเขาเองให้รับมาติกาเข้าทำงาน จนโดนเพื่อนแซวว่าระวังจะลืมคู่หมั้น เพิกถึงกับอึ้งไปเพราะลืมไปจริงๆ เรขาเห็นเป็นโอกาสดีที่จะเข้าไปที่ไร่มิรันตี จึงแนะนำให้สินธพร่วมมือกับมิรันตีจัดงานเก็บเกี่ยวองุ่นประจำปีให้ใหญ่ขึ้น สินธพสงสัย แต่เรขาก็หาข้ออ้างจนได้ ในที่สุด สองไร่จึงได้ร่วมมือกัน โดยมีเรขาเป็นคนกลาง เรขาคุยงานกับเสี่ยมีโชคโดยตรง แม้เขาจะดูเป็นผู้ใหญ่ใจดี แต่เรขาก็ไม่ประมาท ขณะเดียวกัน เธอสังเกตเห็นวรพงษ์ไปที่บ้านพักท้ายรีสอร์ตบ่อยขึ้น จึงแอบตามไปและได้รู้ความจริงว่า วรพงษ์เป็นสายของตำรวจ เรขายังไม่สามารถเปิดเผยตัวเองได้ ขณะที่ วรพงษ์ไว้ใจเรขาแล้ว จึงยอมเล่าความจริง ที่ตนเคยค้ายาเสพติด จนทำให้ต้องเลิกรากับคนรักไป ดีที่ทางการไม่มีหลักฐานเอาผิดเขาได้ แต่ความรู้สึกผิดในใจ ทำให้วรพงษ์ตัดสินใจช่วยงานราชการเพื่อลบล้างความรู้สึกนั้น เรขาจึงเข้าใจ วรพงษ์และนับถือเขามากขึ้น แต่เธอต้องตกใจ เมื่อวรพงษ์เอาภาพคนรักเก่ามาให้ดู เพราะนั่นคือภาพ แม่ของเรขานั่นเอง วรพงษ์ไม่รู้ว่าเรขาเกี่ยวข้องกับคนรักเก่าหรือไม่ แต่เขาก็อยากจะทำอะไรเพื่อชดเชยให้เธอ ทำให้เรขายิ่งซาบซึ้งแทนผู้เป็นแม่ ละคร คุณนายสายลับ แม้เรขาจะคิดถึงพ่อกับแม่ แต่เธอก็อยู่ช่วยงานเก็บเกี่ยวองุ่นจนเสร็จสิ้น งานถูกจัดขึ้นที่รอยต่อไร่ของวรพงษ์และเสี่ยมีโชค เพิกกับจ่าชูลอบเข้าไปในโรงเก็บไวน์เสี่ยมีโชค แต่ไม่พบอะไรผิดปกติ เพิกถึงกับงง ขณะที่ อเนกอาศัยจังหวะที่ทุกคนวุ่นวายสั่งเบิกจ่ายปุ๋ยปลอม และลอบเข้าไปที่โรงเก็บไวน์ของวรพงษ์บ่อยครั้ง โดยอ้างกับผองว่าเข้าไปเรียนรู้งาน ผองสงสัยแต่ยังไม่มีโอกาสบอกเจ้านายในงานเก็บเกี่ยวองุ่น มิรันตีพยายามทำตัวโดดเด่นและควงสินธพเพื่อประกาศความเป็นเจ้าของ เรขาแอบเขม่นเลยชวนมาติกาทำเรื่องสนุกระหว่างงาน เธอหาเรื่องแยกมิรันตีจากสินธพ และแกล้งให้มิรันตีขายหน้า แต่กำจรก็ช่วยกู้สถานการณ์ให้นายสาว เมื่อผ่านงานใหญ่ไป เรขาก็ขออนุญาตวรพงษ์เข้ากรุงเทพฯ อ้างว่านัดเพื่อนไว้ สินธพระแวงแทนพ่อแต่ก็ไม่กล้าแสดงออก เขาอยากตามเรขาไป แต่ผองมาบอกเรื่ององุ่นในไร่ไม่เติบโตเต็มที่ สินธพสงสัยเกี่ยวกับปุ๋ยล็อตใหม่ที่อเนกสั่งจึงให้ผองแยกแปลงองุ่นแปลงนี้ทดลองกับปุ๋ยใหม่ ส่วนแปลงอื่นใช้ปุ๋ยตัวเดิม ช่วงนี้ มิรันตีหายไป ทำให้สินธพโล่งอก โดยไม่รู้ว่าคนที่ร้อนใจกลายเป็นนพนารีแทน เพราะอเนกก็หายตัวไปบ่อย ๆ นพนารีหงุดหงิดถึงกับลงที่มาติกาบ่อยครั้ง จนเพิกต้องออกโรงปกป้อง ด้านเรขากลับถึงบ้านก็กอดแม่ไว้ด้วยความคิดถึง และเป็นครั้งแรกที่เธอยอมพูดเรื่องงานแล้วก็ต้องอึ้งที่แม่กับพ่อรู้การเคลื่อนไหวของเธอตลอด และอยากให้เธอเลิกอาชีพนี้ แต่ก็รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ เรขาพูดถึงเรื่องคนรักเก่าของแม่ แม่ยอมรับว่าเคยมีคนรัก แต่ก็เป็นเพียงอดีต เพราะท่านกับคนรักเลือกทางเดินต่างกัน แล้วตอนนี้ แม่ก็รักพ่อของเรขามาก เรขาอบอุ่นใจและหวังว่าเธอจะได้เจอคนที่ใช่บ้าง แม่เลยงงว่าเรขามีคู่หมั้นแล้ว ทำไมถึงพูดแบบนี้ แต่เรขาไม่ตอบอะไร และในใจเธอก็นึกถึงเพียงสินธพเมื่อเรขากลับถึงไร่ เธอก็เริ่มตรวจสอบบัญชีอย่างจริงจัง เพื่อตอบแทนบุญคุณวรพงษ์ และพบว่าอเนกเบิกจ่ายเงินมากผิดปกติ ทำให้เธอมีปากเสียงกับอเนกบ่อยขึ้น ส่วนเพิกก็มาพบเรขาบ่อย เพราะหาของกลางที่ไร่เสี่ยมีโชคไม่พบ เรขาสงสัยว่าในไร่วรพงษ์มีบางอย่างผิดปกติ เธอจึงบอกเรื่องที่ วรพงษ์เป็นสายให้ตำรวจอาจจะมีข้อมูลบางอย่าง เพิกไปคุยกับวรพงษ์แบบจริงจัง ทำให้สินธพเข้าใจผิดว่าเพิกข่มขู่พ่อของเขาแล้วคิดจะไปเสวยสุขกับเรขา เขาจึงเข้ามาขัดจังหวะ เพิกเลยไม่ได้ข้อมูลอะไรนอกจากแนะนำตัวกันเฉย ๆ เรขากุมขมับกับความดื้อรั้นของสินธพ จึงต่อว่าเขาอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก ทำให้สินธพน้อยใจขณะที่ ภายในไร่เริ่มมีเรื่องคนงานเล่นการพนันและติดยา สินธพที่ยังน้อยใจเลยหาว่าเป็นเพราะเรขา เรขาเลยเอาหลักฐานการซื้อปุ๋ยปลอม และภาพถ่ายที่อเนกเข้าบ่อนบ่อยครั้งมาให้สินธพ สินธพอึ้งไปที่เรขาก็มีข้อมูล ทั้งคู่ไม่รู้เลยว่ามีใครบางคนแอบฟังอยู่ ละคร คุณนายสายลับ วันหนึ่ง เรขาว่ายน้ำเล่นที่สระในบ้านคลายเครียด และเพราะความประมาท ทำให้เธอโดนไฟช็อตจมน้ำ โชคดีที่สินธพผ่านมาและช่วยไว้ได้ทัน เพิกรู้เรื่องก็มาคุยกับเรขาให้ถอนตัว ด้วยเธอกำลังอ่อนแอเพราะความรัก แต่เรขาไม่ยอม เธอยืนยันที่จะทำงานต่อนพนารีทะเลาะกับเรขาบ่อยขึ้น เพราะถูกอเนกเป่าหู โดยเฉพาะเรื่องที่เรขาทำให้เธอกับเขาไม่ได้แต่งงานกัน ถึงขั้นนพนารีประกาศจะทำทุกทางเพื่อกำจัดเรขา ทำให้สินธพเป็นห่วงมาก ขณะเดียวกันก็ไม่ไว้ใจเพิก ที่ช่วงหลังชอบมาตีสนิทกับพ่อของเขาแบบแปลกๆ เขาจึงให้มาติกาช่วย จับตามอง โดยไม่รู้ว่าน้องสาวเริ่มมีใจให้เพิกแล้ว นพนารีหงุดหงิดทั้งเรื่องที่อเนกหายตัวไป เงินที่เธอควรจะเอาไปช้อปปิ้งก็ไม่มี เธอเลยเข้าไปขอเบิกเงินกับเรขา แต่เรขาปฏิเสธ ทำให้นพนารีโมโหถึงกับขว้างแฟ้มใส่เรขาที่ไม่ทันระวังตัว จนเรขาบาดเจ็บ สินธพรีบเข้ามาดูด้วยความเป็นห่วง จนเรขาหวั่นไหว แต่พอสินธพนึกได้ เขาก็ต่อว่าเธอที่ชอบหาเรื่องเจ็บตัว จนเรขาหมดอารมณ์ซึ้ง วรพงษ์เห็นสินธพกับเรขาสนิทกันก็พอใจ แต่บางครั้งก็อยากแกล้งลูกชาย เลยเรียกมาตักเตือนไม่ให้วุ่นวายกับเมียพ่อ สินธพจึงรู้สึกตัว ขณะที่เรขาได้ยินโดยบังเอิญว่าคนที่ทำไฟช้อตในสระน้ำคือ อเนก แต่เธอก็ไม่ได้บอกใครและจับตามองอเนกมากขึ้น สินธพรวบรวมหลักฐานเรื่องปุ๋ยปลอม แต่ยังไม่บอกวรพงษ์ เพราะเห็นแก่น้องสาว จึงไปคุยกับนพนารีและอเนก อเนกว่าถูกใส่ความ ผองได้ยินก็ทนไม่ไหว เลยไปบอกวรพงษ์ ทำให้วรพงษ์โกรธมาก เรียกลูกสาวและคนรักมาต่อว่า แต่นพนารียังเข้าข้างอเนก ถึงกับบอกจะพาอเนกหนี หากพ่อจับอเนกเข้าคุก วรพงษ์เครียดจัดจนเป็นลม เรขารีบพาท่านส่งโรงพยาบาลพร้อมสินธพ สินธพเศร้าใจคิดว่าเรขาคงรักพ่อเขามาก เมื่อวรพงษ์ฟื้นขึ้นก็สั่งยุติการสอบเรื่องปุ๋ยปลอม แต่เรียกใส่ปะปนไปกับไวน์จากไร่วรพงษ์ที่ติดคำว่า วีไอพี เพิกจึงเร่งให้เรขาหาข้อมูลและออกจากพื้นที่ทันทีเรขายังกังวลและเป็นห่วงวรพงษ์กับคนในไร่ แต่เพิกย้ำว่าหน้าที่ต้องมาก่อนเรื่องหัวใจ เรขาจึงรับคำ สินธพยังไม่วางมือเรื่องอเนก จึงสืบหาข้อมูลจากคนงาน แต่ก็เกิดเรื่องอีก เมื่อเรขาไปนั่งที่ร้านกาแฟของเพิก และถูกคนร้ายลอบยิง แต่สินธพที่ตามมาเอาตัวเข้าบังกระสุนจนได้รับบาดเจ็บ เรขาเป็นห่วงสินธพมากและเริ่มยอมรับใจตัวเองว่ารักเขา เพิกกลัวเรขาเป็นอันตรายถึงชีวิตจึงตัดสินใจแจ้งหน่วยงาน และนำคำสั่งที่ให้เรขาถอนตัวมาบอก แต่เรขาไม่ยอม เธอต้องการทำภารกิจให้เสร็จสิ้นเหมือนทุกครั้ง เรขาเข้าไปดูสินธพ เพราะเป็นห่วงเรื่องอาการบาดเจ็บ บรรยากาศที่เป็นใจ ทำให้ทั้งคู่เผลอจูบกัน อเนกผ่านมาเห็นเลยถ่ายภาพไว้แล้วนำไปขู่สินธพให้เลิกวุ่นวายกับเรื่องตน สินธพอึ้งไปเพราะกลัวพ่ออาการกำเริบอีก ด้านนพนารีรู้ว่าอเนกขู่สินธพก็ไม่สบายใจ เพราะถึงอย่างไรก็รักพี่ชาย วรพงษ์ยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล จึงไม่ได้ส่งข่าวให้ ผู้กำกับวัชระ ตำรวจในพื้นที่ ที่ตามคดีนี้อยู่ ผู้กำกับวัชระได้รับคำสั่งให้ประสานงานกับผู้การทรงยศ (เป็นหนึ่ง ไชยชิต) หัวหน้าของเรขาเข้าตรวจ โรงเก็บไวน์ของไร่วรพงษ์ แต่ก่อนจะเข้าตรวจ ก็เกิดเหตุไฟไหม้โรงเก็บไวน์ ขณะที่เรขาไม่อยู่ มิรันตีเป่าหูสินธพว่าเป็นฝีมือเรขา ทำให้สินธพเครียดมาก เขาไม่เชื่อมิรันตี แต่ก็ไม่มีหลักฐานไรยืนยันว่าเรขาไปไหน ยังไม่ทันที่สินธพจะแจ้งวรพงษ์ เรขาซึ่งลอบเข้าไปเก็บข้อมูลที่ไร่เสี่ยมีโชคอีกครั้ง และได้หลักฐานภาพถ่ายออกมา เธอก็ถูกไล่ล่าและถูกยิงจนบาดเจ็บสาหัส สินธพเครียดกว่าเดิมไม่กล้าบอกวรพงษ์ แต่อเนกก็คาบข่าวไปบอกพร้อมภาพที่สินธพจูบเรขา วรพงษ์ไม่ได้ตกใจเรื่องนี้ แต่ช็อกเรื่องไฟไหม้ และอาการเรขาที่เป็นตายเท่ากัน เหตุการณ์นี้ ทำให้อาการวรพงษ์ทรุดหนัก เขาเรียกสินธพเข้าไปคุยเป็นครั้งสุดท้ายและบอกความจริงเกี่ยวกับเรื่องเรขา พร้อมทั้งฝากให้สินธพดูแลเรขาตลอดไป วรพงษ์จากไปอย่างสงบ สินธพ นพนารีและมาติกาเสียใจมาก มีแต่อเนกที่ไปมีความสุขกับมิรันตี เพราะความจริง อเนกรับจ้างเสี่ยมีโชคเข้าตีสนิทกับนพนารีและสร้างสถานการณ์ทั้งหมด เพื่อทำให้รีสอร์ต วรพงษ์ต้องปิดตัวลง และตอนนี้เสี่ยมีโชคก็กำลังจะสมหวัง ละคร คุณนายสายลับ และแล้วเรขาก็ฟื้นขึ้นมาแต่เธอกลับจำอะไรไม่ได้ นอกจากบอกว่า สินธพเป็นสามีเธอและเธอรักเขามาก ด้วยตอนที่เธอหลับอยู่ เธอฝันเห็นแต่หน้าเขา อาการของเรขาดีขึ้น จนออกจากโรงพยาบาลได้ สินธพสั่งไม่ให้ทุกคนพูดเรื่องวรพงษ์ แต่นพนารียังแค้นใจจึงเล่าทุกอย่างให้ฟัง และ เยาะเย้ยว่าเธอจะไม่มีที่สูบเงินแล้ว เรขาอึ้งไป และยิ่งสับสนหนักขึ้นกับคำบอกเล่าของเพิกที่ว่า เธอ คือ ร้อยตำรวจโทหญิงเรขาคณิต รวิปรียา สายลับแห่งหน่วยเฉพาะกิจ รหัสคือ คุณนายสายลับ 009 เรขาไม่เชื่อจนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ที่มีคนร้ายมาประชิดตัวด้านหลัง เธอใช้ความสามารถด้านการต่อสู้อย่างคล่องแคล่ว เรขาสับสนมากจึงปบอกสินธพ สินธพไม่ต้องการเสียเธอไป จึงไปขอร้องเพิกไม่ให้พูดถึงอดีตอีก เพิกไม่พูดเรื่องเรขาแต่นำรูปถ่ายระหว่างอเนกกับมิรันตีมาให้สินธพ บังเอิญนพนารีมาเห็นเข้าอีกคน เลยตามไปหาความจริงกับอเนกที่ไร่มิรันตี อเนกไม่ยี่หระอะไร จนกระทั่ง เพิกกับตำรวจชุดหนึ่งมาที่บ้านเสี่ยมีโชคเพื่อจับเขาและทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด และมีเจตนาฆ่าเรขา อเนกแสดงความเห็นแก่ตัววิ่งหนีไป ขณะที่ กำจรปกป้องเสี่ยมีโชคกับมิรันตีจนตัวเองเจ็บหนัก เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวมิรันตีกับเสี่ยมีโชคไปดำเนินคดี อเนกหนีไปเจอเรขาอยู่คนเดียวจึงจับเป็นตัวประกัน แต่ด้วยสัญชาตญาณ เธอจึงป้องกันตัวเองและจับอเนกไว้ได้ อเนกแค้นใจเลยควักมีดพกมาแทงเรขาจนล้มหัวกระแทกพื้น เพิกรีบเข้ามาจับอเนก ส่วนสินธพรีบพาเรขาส่งโรงพยาบาล ละคร เมื่อเหตุการณ์ทุกอย่างจบลง นพนารีเข้มแข็งขึ้นและช่วยงานสินธพอย่างเต็มที่ ด้าน เรขาฟื้นขึ้นมาก็จำทุกอย่างได้ และพ่อแม่ก็มารับตัวเธอกลับไป ส่วนมาติกาเสียใจมากที่รู้ว่าเพิกเป็นคู่หมั้นของเรขา เพิกกลับกรุงเทพฯ พร้อมยกเลิกการหมั้นกับเรขา ซึ่งเรขาก็เข้าใจดีและไม่ขัดขวาง เพิกจึงกลับไปสารภาพรักกับมาติกาและขอเธอแต่งงาน มาติกาเขินอายแต่ก็ตกลงโดยดี สินธพดีใจกับน้องสาว แต่เขาก็อยู่อย่างซังกะตาย เพราะไม่กล้าไปตามง้อเรขา จนวันหนึ่ง เพิกมาบอกสินธพให้ไปห้ามเรขาที่จะกลับไปทำงานสายลับ โดยคราวนี้ เรขาจะแต่งงานกับชาวต่างชาติ นักค้ายารายใหญ่ สินธพอึ้งไป จนเพิกย้ำว่า เรขาก็รักสินธพมาก เธอไม่เคยมีความสุขเลยที่ต้องจากสินธพไป สินธพจึงตัดสินใจบุกไปชิงตัวเรขาที่งาน ก่อนจะพบว่าทุกอย่างเป็นแผนที่เรขาคิดขึ้นเพื่อพิสูจน์ใจเขา สินธพยืนยันว่ารักเรขามาก เขาขอเธอแต่งงานและขอให้เธออยู่เป็นคุณนายเรขาแห่งไร่เรขาตลอดไป หญิงสาวรับคำอย่างเต็มใจและยอมเลิกเป็นคุณนายสายลับตลอดกาล นักแสดง ละครคุณนายสายลับ รัญดาภา มันตะลัมพะ รับบท เรขาคณิต รวิปรียา (เรขา)พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท สินธพ รุจิกรณ์ธีรภัทร์ แย้มศรี รับบท สารวัตรเพิกพิมพาภรณ์ เสริมพาณิชยกิจ รับบท มาติกาแพร เอมเมอรี่ รับบท มิรันตี หรือ มีมี่ตฤณ เศรษฐโชค รับบทวรพงษ์ รุจิกรณ์ฐิตินันท์ สุวรรณถาวร รับบท นพนารี รุจิกรณ์พงษธัช รัตนเศรณี รับบท อเนก ภูธฤทธ์ พรหมบันดาล รับบท เสี่ยมีโชค

ซาบี้ชี้อิตาลีชุดนี้คือลูกผสมของบาร์ซ่า+แอตฯมาดริด
ซาบี้ เฮอร์นันเดช /  ยูโร2016 / 

ซาบี้ เฮอร์นันเดซ อดีตจอมทัพทีมชาติสเปนออกมาวิเคราะห์ว่าทีมชาติอิตาลีชุดนี้มีส่วนผสมของทั้ง บาร์เซโลน่า และ แอตเลติโก้ มาดริด ก่อนที่สเปนจะลงสนามดวลกับอิตาลีในศึก ยูโร 2016 รอบ 16 ทีมสุดท้าย คืนวันจันทร์นี้ อดีตคู่ชิงฯยูโรครั้งก่อนโคจรมาเจอกันเองอีกครั้งซึ่งถือเป็นเกมบิ๊กแมตช์ในรอบนี้ โดยซาบี้ออกมาพูดถึงอิตาลีชุดนี้ว่า "อิตาลีภายใต้การคุมทีมของคอนเต้เป็นลูกผสมของบาร์ซ่ากับแอตฯ" "ผมคิดว่าอิตาลียุคใหม่เริ่มต้นในยุคของปรันเดลลี่ คอนเต้แค่เอาปรัชญาแบบยูเวนตุสมาใช้" "ทีมนี้สามารถเล่นได้ดีทั้งในยามที่ครองบอลและไม่ได้ครองบอล พวกเขาตั้งรับลึกและสามารถปรับแผนที่ใช้ให้เหมาะกับคู่แข่งที่เจอได้"

นี่สิ...ช่วงเวลาแห่งความฟิน!! รวมโมเม้นต์พ่อแม่มือใหม่ เห็นหน้าลูกครั้งแรก
คุณแม่มือใหม่ /  คุณแม่ / 

ชื่นมื่นตื้นตันกันสุดๆ ไปเลย สำหรับ คุณพ่อคุณแม่คนบันเทิงมือใหม่ ที่ได้ยลหน้าลูกน้อยอย่างสมใจกันไปหลายคู่ เรียกว่าระยะนี้เป็นเทศกาลคลอดลูกของเหล่าคนบันเทิงก็คงจะได้อยู่ เพราะว่าที่คุณแม่ที่ใกล้คลอดทยอยเบ่งลูกน้อยให้ลืมตาดูโลกกันหลายคนเหลือเกิน ซึ่งแม้หลายๆ คู่จะมีระยะเวลาการคบหาดูใจปลูกต้นรักไม่เท่ากัน แต่กลับตั้งครรภ์พร้อมๆ กัน และมีกำหนดคลอดใกล้เคียงกันซะงั้น แต่อะไรก็ไม่เท่าโมเม้นต์แห่งความประทับใจที่ได้เห็นหน้าลูกครั้งแรกหลังจากที่อุ้มท้องเขามาถึง 9 เดือน คนยังไม่เคยเป็นแม่คงไม่รู้ล่ะซี๊...ว่ามันฟินแค่ไหน โดยเมื่อเดือนก่อน (5 พ.ค. 2559) สาวเซ็กซี่หน้าสวยอย่าง กระแต ศุภักษร ก็คลอดลูกสาวคนแรก น้องเจ้าขา ให้สามีนักแข่งรถอย่าง หลุยส์ อาทิตย์ ได้ปลื้มปริ่มกันไป ถัดมาอีกแค่เดือนกว่าๆ (22 มิ.ย.2559) นางเอกสาวผิวเข้ม เบนซ์ พรชิตา ก็คลอด น้องปริม ออกมาให้คุณพ่อจอมเห่ออย่าง มิค บรมวุฒิ ได้ดี๊ดี๊ากันไปอีกคน และเพียงแค่หนึ่งวันถัดมา (23 มิ.ย.) คุณแม่ร่างเล็กแต่เผ็ดมากอย่าง กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ ก็คลอดลูกสาวคนแรก น้องเป่าเปา ด้วยวิธีคลอดในน้ำให้ทั้งสามีอย่าง บี้ ธรรศภาคย์ และตัวเองได้ปลื้มปริ่มจนน้ำตาไหล เรียกว่าสตรองสุดๆ เพราะนอกจากจะคลอดเองด้วยวิธีธรรมชาติแล้ว ยังคลอดในน้ำอีกต่างหาก แหมๆๆ ก็เรียกว่าคู่รักแต่ละคู่ คุณแม่แต่ละคน ปริ่มกับการได้เห็นหน้าลูกสาวคนแรกกันสุดๆ ไปเลย ยามรักกันหวานเจี๊ยบว่าฟินแล้วนะ พอรู้ว่ามีลูกด้วยกันยิ่งฟินกว่า แต่เมื่อได้เห็นหน้าลูกครั้งแรกนี่แหละเป็นอะไรที่ฟินสุดๆ เอ้า!! ยังไงก็แสดงความยินดีกับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ทุกคู่นะฮ๊าาาา กระแต - หลุยส์ - น้องเจ้าขา น้องเจ้าขา กระแต - น้องเจ้าขา กระแต - หลุยส์ - น้องเจ้าขา กระแต - น้องเจ้าขา กระแต - น้องเจ้าขา หลุยส์ - น้องเจ้าขา กระแต - น้องเจ้าขา กระแต - น้องเจ้าขา หลุยส์ - น้องเจ้าขา เบนซ์ - มิค - น้องปริม เบนซ์ - มิค - น้องปริม เบนซ์ - มิค - น้องปริม เบนซ์ - น้องปริม มิค - น้องปริม มิค - น้องปริม เบนซ์ - มิค - น้องปริม เบนซ์ - น้องปริม เบนซ์ - มิค - น้องปริม กุ๊บกิ๊บ - บี้ - น้องเป่าเปา กุ๊บกิ๊บ - บี้ - น้องเป่าเปา กุ๊บกิ๊บ - บี้ - น้องเป่าเปา กุ๊บกิ๊บ - น้องเป่าเปา บี้ - น้องเป่าเปา บี้ - น้องเป่าเปา บี้ - กุ๊บกิ๊บ บี้ - กุ๊บกิ๊บ บี้ - กุ๊บกิ๊บ - น้องเป่าเปาขอบคุณรูปภาพจาก IG @gggubgib36 @bie_kpn @mickbaromvudh @pornchita @iamkratae

รายเเรก! กูปรีคว้า “ฉัตรชัย” คืนถิ่น-ยกเลิกสัญญา 4 เเข้ง
ฉัตรชัย โมกเกษม /  ศรีสะเกษ เอฟซี / 

กูปรีอันตราย ยืนยันคว้าตัวปราการหลังจอมแกร่งจากอาร์มี่ ยูไนเต็ด เข้ามาร่วมทีมเรียบร้อย พร้อมยืนยันยกเลิกเลิกสัญญา 4 เเข้งช่วงเลกสอง  สโมสรศรีสะเกษ เอฟซี ทีมดังในศึกโตโยต้า ไทยลีก จากเเดนอีสานใต้ ล่าสุดยืนยันคว้าตัว “จ่าฉัตร” ฉัตรชัย โมกเกษม เเนวรับจอมเเกร่งของทีมอาร์มี่ ยูไนเต็ด เข้ามาร่วมทีมในช่วงเลกสองเป็นที่เรียบร้อย ด้วยสัญญายืมตัว 6 เดือน ปราการหลังตัวใหม่กูปรีอันตราย กล่าวว่า “ขอขอบคุณบอร์ดทีมศรีสะเกษเอฟซี ท่านธเนศ เครือรัตน์ ที่ได้แสดงความสนใจในตัวผมมาตลอด ดีใจที่ได้กลับมาเล่นให้ศรีสะเกษเอฟซีอีกครั้ง ศรีสะเกษเป็นทีมที่อบอุ่น ผมจะพยายามทำผลงานให้ศรีสะเกษเอฟซีให้ดีที่สุดครับ”  ฉัตรชัย โมกเกษม กล่าว สำหรับ ฉัตรชัย โมกเกษม ถือเป็นสมาชิกรายเเรกของทัพกูปรีอันตราย โดยก่อนหน้านี้เคยเป็นหนึ่งในสมาชิกมาเเล้วในยุค “โค้ชตู่” พนิพล เกิดแย้ม ก่อนจะร่วมทัพอาร์มี่ ยูไนเต็ด พร้อมกันนี้ศรีสะเกษ เอฟซี ยังยืนยันว่าได้ยกเลิกสัญญาผู้เล่นในทีมเเล้ว 4 ราย นำโดย อิวาน บอสโควิช, จีรวัฒน์ มัครมย์ ร่วมถึงสองรายล่าสุดอย่าง สรศักดิ์ แก้วอินตา และอนุชา สุกใส ออกจากทีมช่วงเลกที่สองเรียบร้อย

เบนซ์ ปลื้มคลอด น้องปริม ขุ่นพ่อ มิค หวงลูกสาวหนักมว๊าก
เบนซ์ มิค /  น้องปริม ลูกสาว เบนซ์ มิค / 

คุณแม่ป้ายแดง เบนซ์ พรชิตา ออกมาเปิดใจบอกปลื้มสุดๆ หลังคลอด น้องปริม ลูกสาวคนแรก สำหรับชื่อจริงยังไม่ได้ตั้ง เปรยเล็งมีคนที่ 2 อยากได้ลูกชาย ทางครอบครัวของทั้งสองฝ่ายเห่อหลานมาก ส่วนพ่อมือใหม่ มิค บรมวุฒิ รับหวงลูกสาวหนักมว๊าก บอกจากนี้ต้องทำงานมากขึ้น ส่วนสาวเบนซ์ขอพักงานไปก่อน เพราะอยากเลี้ยงลูกเอง จุดนี้ยังไม่คิดให้ลูกสาวเข้าวงการบันเทิง แต่โตมาถ้าลูกชอบก็ค่อยว่ากันอีกที งานนี้ขุ่นพ่อมิคยิ้มหน้าบานฟุ้งลูกสาวเหมือนไปทางตนมากกว่า โดยทั้งคู่ได้เปิดใจมาดังนี้ มิค “ดีใจครับ ตื่นเต้นตลอดเลยเนอะ มิคอ่ะจะเป็นเวอร์ชั่นตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ แต่เบนซ์เค้าจะกังวลกลัวไปหมดทุกอย่าง กลัวจะเลี้ยงดีมั้ย กลัวจะมีน้ำนมมั้ย” เบนซ์ “คนละอารมณ์เนอะ ผู้ชายเค้าอาจจะไม่ได้อยู่กับลูก ไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรอยู่ในท้อง ก็อยากจะเห็นหน้าว่าออกมาแล้วจะเป็นยังไง แต่ว่าเราจะอีกอารมณ์นึง กังวลว่าออกมาแล้วจะครบมั้ย หายใจได้มั้ย เป็นอะไรรึเปล่า แล้วตอนที่ใกล้จะคลอดก็นอยด์จัด ส่วนมิคเค้าจะตื่นเต้น แต่เราจะกังวลมากกว่า” มิค “วินาทีแรก มันบอกไม่ถูกจริงๆ ครับ พอเข้าห้องคลอดเสร็จ คุณหมอผู้หญิงที่อยู่หน้าห้องเค้าก็บอกให้เรานั่งนิ่งๆ เค้ากลัวเราเป็นลม พอถึงเวลาคีบออกมาแค่หัว ก็ร้องลั่นห้องเลย แต่ตัวยังอยู่ในตัว สิ่งแรกคือน้ำตาคลอกันอยู่สองคน ก็รีบหันไปดูว่าครบมั้ย พอครบทุกอย่างก็ดีใจ” เบนซ์ “กังวลแค่ว่าเค้าจะร้องมั้ย พอออกมาร้องเสียงดัง ก็โอเคแล้ว” มิค “เติมเต็มครอบครัว แน่นอนเนอะ ลูกมาอีกคนยังไงก็ต้องเติมเต็ม แต่ว่ามันก็เร็วเกินไปที่เราจะบอกว่าเราเป็นพ่อแม่ที่ดีมั้ย แต่เราก็พยายามจะเป็นที่ดีที่สุดในรูปแบบของเรา เพราะเราก็ไม่อยากให้ใครมาด่าลูกเราในอนาคตได้ เราจะพยายามเลี้ยงเค้าให้ได้ดีที่สุด โดยไม่อยากจะสปอย” เบนซ์ “มันก็เหมือนกับว่า ท้องมา 9 เดือน ความผูกพันมันก็ยิ่งจะเพิ่มไป พอได้เลี้ยงเค้าก็จะมีความเหนื่อยของแม่ของพ่อ เบนซ์ว่าความผูกพันมันทำให้เรายิ่งรักครอบครัวมากขึ้น” มิค “ใช่ เดี๋ยวมันจะต้องเหนื่อยด้วยกัน สุขไปด้วยกันอีกเยอะ” เบนซ์ “หน้าเหมือนใครไม่รู้ แต่ไม่เหมือนเบนซ์เลยอ่ะ(หัวเราะ) เหมือนพี่มิค แล้วบางคนบอกว่าเหมือนพ่อเบนซ์ แต่ส่วนใหญ่จะบอกว่าหน้าเหมือนบ้านพี่มิค” มิค “ใช่ ลูกสาวหน้าเหมือนพ่อล่ะดีแล้ว” มิค “เตรียมไว้หนวด ไว้ครับ ตอนแรกเตรียมไว้รอแล้ว กะจะถือปืนฉีดน้ำรอเลย แต่สุดท้ายก็ต้องโกน เพิ่งโกนก่อนคลอด เพราะกลัวว่าถ้าหอมแล้วลูกจะไม่จั๊กจี๋เหรอ งั้นโกนก่อน ไว้โตแล้วค่อยไว้หนวดใหม่ หวงตั้งแต่อยู่ในท้องเลย” เบนซ์ “ชื่อ ปริม เพราะว่าเบนซ์ชอบชื่อนี้ สมัยนางแบบจะมีพี่นางแบบชื่อพี่ปริมค่ะ เบนซ์ชอบชื่อเค้า และก็อยู่ในใจตลอด ถ้ามีลูกอยากตั้งชื่อนี้ อันนี้ยังเป็นชื่อเล่นอยู่นะคะ ส่วนชื่อจริงต้องรอพี่มิคกับที่บ้านเค้าไปดูก่อนนะคะ” มิค “ก็ไม่แน่นะครับ เดี๋ยวอาจจะต้องตกลงกันอีกทีนึง เพราะว่าจริงๆ แล้ว ปริม มาจาก ไพรมารี่ ก็คือที่หนึ่งไง ไพรม์ แปลว่า อันดับหนึ่ง ไม่แน่อาจจะชื่อจริงไปเลย ถ้าที่บ้านไปหาพระแล้วชื่อล้าสมัย ก็อาจจะใช้ชื่อนี้ เพราะไม่อยากให้ลูกโดนล้อ” เบนซ์ “และไม่อยากให้เขียนยากด้วย ไม่อยากให้เห็นแล้วต้องถามว่าอ่านว่าอะไร ให้เห็นละอ่านได้เลย” มิค “เพราะมิคโดนมาตั้งแต่เด็กๆ ว่าชื่อจริงและนามสกุลยังอ่านผิดอยู่เลย” เบนซ์ “มิคช่วยเลี้ยงลูก ให้เค้าเรียนใช้มั้ย แล้วก็ให้เค้าอาบเอง พี่พยาบาลชมว่าคุณพ่อเก่งมาก เบนซ์ยังไม่ได้จับลูกเลยนะ ไม่ได้จับลูกอาบน้ำเลยนะ พี่มิคจับอาบก่อน” มิค “ตอนแรกกลัวครับ แล้วแม่มิคโทรมาเมื่อคืน บอกเดี๋ยวพรุ่งนี้อาบเองใช่มั้ยลูก จับให้แน่น มั่นใจ อย่าไปกลัว เราก็เลยจับให้แน่น ก็ไม่รู้ว่าร้องเพราะอะไร เค้าร้องอยู่แล้ว ไม่รู้ว่าร้องเพราะเราจับแน่น หรือร้องเพราะแก้ผ้า แต่ก็เอาแน่นๆ ไว้ก่อน” มิค “คุณปู่คุณย่าเห่อหลาน โห ทุกคนเลย แย่งกันเลยดีกว่า ศึกชิงหลานระหว่างสองบ้าน” เบนซ์ “ตอนนี้ก็จะเป็นแบบเดี๋ยวใครจะมา ใครจะมาช่วยเลี้ยง แม่ๆ ก็สลับวันกัน เริ่มจะมีศึกแย่งกัน แต่น่าจะโอเค เพราะอย่างน้อยทุกคนรัก เราก็แฮปปี้เนอะ จะได้ไม่เหนื่อยมาก” มิค “เพราะเราไม่มีพี่เลี้ยง เราจะเลี้ยงกันเองครับ” มิค “พี่ชายมาทุกวัน อย่างเมื่อคืนถ่ายละครเสร็จสามทุ่มก็มานั่งเฝ้ารอว่าเบบี๋มารึยัง เค้าก็รออุ้ม เราก็ให้อุ้ม จะได้มีลูกอิจฉาตามมาเร็วๆ น้องปริมจะได้มีเพื่อน” มิค “เค้ากำลังพยายามกันอยู่ตอนนี้ ก็หวังว่าจะติด” เบนซ์ “แพลนจากนี้ อยู่เลี้ยงน้องก่อน งานพิธีกรถ้าสามารถกลับไปเร็วได้ก็จะกลับไปเนอะ แต่ละครอาจจะหยุดพักยาวเลย รอให้มีอีกคนนึงก่อนทีเดียวเลย อาจจะพัก 3-4 ปี เดี๋ยวรอดูอีกที แต่พิธีกรยังอยากทำอยู่ ถ้าใช้เวลาเดือนนึงสองวัน เราก็โอเค รอดูว่าจะผอมตอนไหน” มิค “ส่วนมิคทำงานทุกวันเลย ต้องทำเพิ่ม ไม่ได้พัก” เบนซ์ “มีอีกคน ใช่ค่ะ” มิค “อยากมีต่อเลย แต่อาจจะต้องรออีกเกือบปี รอให้แผลหายก่อน คราวนี้อยากได้ผู้ชาย อยากมีอย่างละหนึ่งคน แต่อยากมีหลายคน เพราะบ้านเบนซ์พี่น้อง 4 คน และบ้านมิคพี่น้อง 4 คน ไม่เคยเหงาไง” เบนซ์ “โชคดีที่ตอนท้องเบนซ์ไม่แพ้ ความกลัวตรงการท้องมันหายไปแล้ว แต่มาอึดอัดตอนคลอดเฉยๆ เลยไม่ได้กลัวการท้อง แต่ตอนนี้จะเป็นแนวกังวลเรื่องให้นม พอให้นมละเจ็บ เบนซ์โชคดีที่สามารถให้น้ำนมได้เลย แต่ว่าก็ยังเจ็บนะ” เบนซ์ “เพื่อนจะแนะนำเยอะค่ะ” มิค “ผ่าคลอดตามฤกษ์ ใช่ครับ ช่วง 06.00 น. - 06.29 น. ครับ” เบนซ์ “หนัก 3,314 ค่ะ ผิวดีค่ะ แฮปปี้ ผมเยอะมาก" มิค “เข้าวงการ ก็ได้ ถ้าเบบี๋อย่างนี้ได้ แต่ตอนที่เค้าจะต้องเรียนคือเรียนก่อน แต่ถ้าโตไปแล้วเลยอยากเข้าก็โอเค แต่ถ้าตอนเด็กมีโฆษณาก็น่าจะโอเค” มิค “เรื่องโรงเรียน คุยกันก่อนแล้ว เพราะบางโรงเรียนต้องหาไว้ตั้งแต่เกิด บางทีสามปีกว่าจะคุยรู้เรื่อง ยังคิดอยู่ว่าจะไปเรียนไหน เดี๋ยวขอดูสภาพเงินในกระเป๋าก่อนนะคะ เพราะครอบครัวเราจะเป็นตัวเอง ไม่วิ่งตามกระแส” เบนซ์ - มิค เปิดใจหลังคลอด น้องปริม เบนซ์ - มิค เปิดใจหลังคลอด น้องปริม เบนซ์ - มิค เปิดใจหลังคลอด น้องปริม น้องปริม ลูกสาว เบนซ์ - มิค น้องปริม ลูกสาว เบนซ์ - มิค เบนซ์ - มิค - น้องปริม เบนซ์ - น้องปริม มิค - น้องปริม

โป๊ไปนิด!ไนกี้ เรียกคืนชุดแข่งหลังหวิวเกินไป
ยูเจนี บูชาร์ด /  ลอร่า ร็อบสัน / 

ไนกี้ ผู้ผลิตอุปกรณ์กีฬาชื่อดังประกาศเรียกชุดแข่งขันเทนนิสของสุภาพสตีรที่เตรียมเอาไว้ใช้แข่งในศึก วิมเบิลดัน 2016 แกรนด์สแลม คอร์ดหญ้าที่จะแข่งขันในวันที่ 27 มิถุนายนนี้หลังจากมีเสียงวิจารณ์จากผู้เล่นว่าชุดโป๊เกินไปซึ่งแม้ว่าธรรมเนียมของการแข่งขัน วิมเบิลดัน จะบังคับให้นักกีฬาที่ลงเล่นใส่ชุดสีขาวเท่านั้น แต่ไนกี้ ที่ออกแบบชุดสีขาวมาตามกฏ จะทำการเรียกคืน เอาชุดที่ปล่อยออกมาแล้วไปทำการแก้ไข หลังจากที่มีเสียงวิจารณ์จากผู้เล่นว่าชุดกระโปรงกระพรือขึ้นมากเกินไป เวลาที่ตี ทำให้รบกวนสมาธิ และยังอาจจะไปเดี่ยวกับเร็ตเกตได้ ซึ่งที่ผ่านมา เคธี โบลเชอร์ นักเทนนิสหญิงวัย 19 ปีได้สวมลงแข่งขันในรอบคัดเลือกและพบว่ามีปัญหาจริงๆ ซึ่งไนกี้ได้เรียกคืนกลับมาแก้ไขสำหรับพรีเซนเตอร์ของไนกี้ คนอื่นๆที่อาจจะสวมชุดนี้ลงแข่งได้แก่ ยูเจนี บูชาร์ด สาวสวยจาก แคนาดา และ ลอร่า ร็อบสัน จากอังกฤษ และ เซเรน่า วิลเลียมส์ มือหนึ่งของโลกจากสหรัฐเมริกา

Hello Filmmaker ทำ 'เอ็มวี' สวัสดีวงการหนัง
Hello Filmmaker /  มิวสิควิดีโอ / 

โดย ชลนที พิมพ์นาม (ตีพิมพ์ครั้งแรก ในนิตยสาร BIOSCOPE ฉบับ 146 / มีนาคม 2014) กลุ่มเพื่อนและพี่น้องจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาวิชาภาพยนตร์และดิจิตอลมีเดีย ที่มารวมตัวกันในชื่อ ‘ฮัลโหล ฟิล์มเมกเกอร์’ Hello Filmmaker พร้อมกับสร้างชื่อกับงานมิวสิควีดีโอ หลากหลายแนวเพลงและศิลปิน เช่นเพลง ‘ขอ’ ของวง LOMOSONIC ที่กลายเป็นกระแสฮือฮาในโซเชียลเน็ตเวิร์คเพียงข้ามคืน หรือล่าสุดกับหนังสั้น The Only One ที่กลายเป็นไวรัลดังที่มีผู้คลิกชมกว่า 2 ล้านวิวในสองวัน เราจึงขอพาเพื่อนๆ ไปรู้จักพวกเขาทั้ง 7 คนให้มากยิ่งขึ้น ‘ฮัลโหล ฟิล์มเมกเกอร์’ ประกอบไปด้วยสมาชิก 7 คน ได้แก่ ฐิติพงศ์ เกิดทองทวี (ผู้กำกับหลักของกลุ่ม), ภัทรภร วีระศักดิ์วงศ์ (โปรดิวเซอร์และผู้กำกับ), โชติรัตน์ วารีรัตนโรจน์ (โปรดิวเซอร์, ผู้กำกับ, กำกับศิลป์ และแคสติง) วรกร ฤทัยวาณิชกุล (โปรดิวเซอร์, กำกับภาพและคัลเลอร์ลิสต์), ทิพย์วิมล พิพัฒนโยธะพงศ์ (โปรดิวเซอร์), สุทธิชัย เหลืองอมรเลิศ (กำกับภาพ) และ จิรพงษ์ พุฒจ้อย (กำกับศิลป์) โดย ฐิติพงศ์เล่าความเป็นมาของกลุ่มให้ ฟังว่า “พวกเราก็รู้จักกันตั้งแต่สมัยผมอยู่ปี 3 ที่ แบบทำงานด้วยกัน ลองทำหนังสั้นส่งประกวด ดู ก็ทีมประมาณนี้เลย แต่ตอนนั้นยังไม่ได้ตั้งชื่อ ก็ช่วยกันไปช่วยกันมา ทำหนังทีสิสจบของแต่ละ คน คือใครเก่งด้านไหนก็มาช่วยเหลือกัน ซึ่ง กลุ่มเราก็จะหน้าเดิมๆ มาตลอด” ทุกคนเริ่มรวมตัวกันอย่างจริงจัง เมื่อฐิติพงศ์ตัดสินลาออกจากงานประจำโดยคำยุจากเพื่อนๆ นั่นเอง “หลังจากจบทุกคนก็แยก ย้ายกันไป ก็ไปทำงานบ้าง บางคนก็กำลังจะเรียนต่อ ซึ่งตอนนั้นพี่พงศ์ ฐิติพงศ์ก็คุยกับเราว่า มีโปรเจ็คต์เป็นวีดีโอไวรัลอยู่ชิ้นหนึ่ง เขามีทุนให้แสนหนึ่ง ซึ่งสำหรับเราตอนนั้นแสนหนึ่ง มันเยอะมาก ตอนนั้นด้วยความคึกคะนองก็ยุๆ กันว่าลาออกจากงานประจำมาทำกันสิ ซึ่ง สุดท้ายก็ทำกันจริงๆ (หัวเราะ) เลยต้องมารวมตัวกัน แถมสุดท้ายงานแรกที่บอกว่าจะได้แสนหนึ่ง เอาจริงๆ เขาก็จ่ายแค่ 3 หมื่นเอง (หัวเราะ)” ภัทรภรเล่า แต่โชคดีที่ฐิติพงศ์ ได้รับการติดต่อจาก รุ่นพี่ที่ทำงานเก่าว่ามีงานชิ้นหนึ่งอยากให้ตน ลองทำ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของงานในสายมิวสิควีดีโอ “คือพี่เขาปฎิเสธเอ็มวีไปงานหนึ่ง เขาก็เลยโทรมาหาผมว่าสนใจไหม ถ้าสนใจก็ลองไปขายดู มันคือเพลง ‘เรือชูชีพ’ ของวงสมเกียรติ เราก็เอาว่ะ ก็เดินเข้าไปขายที่สมอลรูม ปรากฏว่าได้ทำ และก็มีฟีดแบ็กกลับมาดีเลยได้ทำมาเรื่อยๆ” ชื่อทีมว่า ‘ฮัลโหล ฟิล์มเมกเกอร์’ ที่แม้ถูกตั้งขึ้นมาอย่างเร็วๆ และเหมือนจะมาด้วยความบังเอิญ แต่ก็แฝงไว้ด้วยนัยยะที่ทุกคนในทีมเข้าใจตรงกัน จึงทำให้มุมมองและวิธีคิดในการทำมิวสิควีดีโอหรืองานทุกๆ ชิ้นของทีมนี้ เปรียบเสมือนแบบฝึกหัดในการทำหนัง อันเป็นเป้าหมายสูงสุดของทีมนั่นเอง ฐิติพงศ์กล่าวว่า “จริงๆ พวกเราหนีไม่พ้นอยู่แล้วว่าอยากทำหนังในวันใดวันหนึ่ง แล้วการทำเอ็มวีมันก็สนับสนุนการเล่าเรื่องประมาณหนึ่งอยู่ ผมก็พยายามกำหนดโจทย์ว่า เอ็มวีนี้ ลองเล่าเรื่องแบบนี้ดู อย่างทำงานสไตล์เดี้ยงๆ เซอร์ๆ แบบใน ‘โอมจงเงย’ ทำสารคดีปลอมกองถ่ายตัวเองใน ‘วู้ ฮู’ คือผมชอบงานเอ็มวีที่มีเส้นเรื่อง มีการเล่าเรื่องที่ชัดเจนมากกว่า” คิดจากกรอบทดลองให้รู้สึก ฐิติพงศ์เล่าวิธีคิดในการทำงานให้ฟังว่า “ยุคแรกๆ เหมือนเราทำด้วยความทะเยินทะยาน อยากลองของ เอาไอเดียต่างๆ มาคลุม เพื่อพิสูจน์ว่าเราทำงานแบบนั้นได้ แต่พอยุคหลังๆ ทำมาสามปี ก็รู้สึกว่างานบางประเภทมันไม่มียุคสมัย มันเหมือนหนังสูตรเรื่องหนึ่ง แต่มันจะอยู่ได้ยาวนานกว่า” “คือพงศ์เขาจะมานั่งแกะงานที่ชอบมารื้อดูว่าเพราะอะไรเอ็มวีแบบนี้ถึงทำให้เรารู้สึกสนุกหรือเศร้าได้ เหมือนการทดลองทางวิทยาศาสตร์ แล้วค่อยเอาวิธีการมาใช้” ภัทรพรกล่าว ซึ่งสุทธิชัยก็เสริมว่ากับมิวสิควีดิโอสุดฮิตอย่าง ‘ขอ’ ที่แม้จะมีโครงสร้างการเล่าเรื่องที่ครอบไว้ประมาณหนึ่ง แต่ก็ยังมีความสนุกใน การทดลองทำอะไรใหม่ๆ อยู่เสมอ “คือเพลง ‘ขอ’ เนี่ย ด้วยโครงเรื่องมันน่าจะเศร้าแน่ๆ แต่ เวลาทำก็จะไม่ได้ตั้งใจให้คนดูรู้สึกฟูมฟาย แต่เราอยากให้คนดูรู้สึกว่ามันสมจริงมากที่สุด ให้เขารู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่เกิดในยุคสมัยของพวกเขาจริงๆ” จากเอ็มวียุคแรกๆ ที่นำไอเดียหรือคอนเซ็ปต์ต่างๆ มาครอบชิ้นงานเอาไว้ สู่งานเน้นเส้นเรื่องและอารมณ์ความรู้สึกตามเพลงมากยิ่งขึ้น คือวิธีคิดที่เปลี่ยนแปลงและพัฒนาไปตามวุฒิภาวะที่เติบโตขึ้นของทีมงานนั่นเอง ร่วมผลงานที่น่าสนใจของ Hello Filmmaker  ‘เรือชูชีพ’ - สมเกียรติ (2011) https://www.youtube.com/watch?v=55JewP6SFq0 จากงานชิ้นแรกของทีม นำเสนอภาพอันมืดครึ่มประหนึ่งพายุใหญ่กำลังจะมา บรรยากาศอันหม่นเข้มช่วยขับให้วงร็อคหน้าใหม่อย่าง สมเกียรติ ดูดีมีสง่าราศีขึ้นมาทันตา จนทำให้ทีมได้มีโอกาสทำงานกับวงร็อคหน้าใหม่อีกหลายวงในเวลาต่อมา ‘นาฬิกา’ Clock – Friday (2012) https://www.youtube.com/watch?v=K58ipQHtrCg การถ่ายแบบลองเทคในมิวสิควีดีโออาจไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ทีมก็เลือกนำเสนอเพลงนี้ให้ท้าทายขึ้นไปอีก โดยเปรียบเปรยเนื้อเพลงเป็นภาพจำที่สถิตย์อยู่ตามมุมต่างๆ ในบ้าน ด้วยการใช้นักแสดง 10 คนเคลื่อนที่ไปตามจุดต่างๆ หลังกล้องได้อย่างต่อเนื่อง ‘โอมจงเงย’ – สแตมป์ Feat. โจอี้ บอย, ตู่ ภพธร (2012) https://www.youtube.com/watch?v=iZJm2xNvjTU งานที่เกรียนตั้งแต่นักร้องยันเพลง การเดินเรียงแถวแบบสโลว์โมชั่นอย่างในหนังฮ่องกงผสมหนังฮอลลีวูดกู้โลก หรือมุกการตายด้วยอุปกรณ์สื่อสารชนิดต่างๆ กลายเป็นการยั่วล้อกับเนื้อเพลงได้แสบใช่เล่น ‘จนวันสุดท้าย’ (Till I Die) - SQWEEZ ANIMAL Feat แป๋ง Yellow Fang (2012) และ แดนเนรมิต - BIG ASS (2012) https://www.youtube.com/watch?v=qWslbu3DhN0 https://www.youtube.com/watch?v=5sOSV-_aj8Y ‘จนวันสุดท้าย’ คือจุดเปลี่ยนของทีมในการเริ่มมาทำมิวสิควีดิโอที่เน้นการเล่าเรื่องมากขึ้น โดยทดลองเอาความเมโลดรามา ที่หยิบยืมสไตล์หนังโฆษณาประกันชีวิตชื่อดังมาทำใหม่ในเชิงบูชาครู กลายเป็นมิวสิควีดิโอตัวแรกๆ ของทีมที่ตั้งใจจะทำให้เป็นเหมือนกับหนังสั้นสักเรื่องหนึ่ง จนมาถึงมิวสิควีดีโอเปิดตัววง (อีกรอบ) ของ BIG ASS ที่สุดท้ายก็แตกหน่อกลายเป็นหนังสั้นความยาวแปดนาที ‘เที่ยงคืนสิบห้านาที’ - 25 hours (2012), ‘แค่เท่านั้น’ - Better Weather (2012) และ ‘ขอ’ (WARM EYES) – LOMOSONIC (2014) https://www.youtube.com/watch?v=uozAhIkHWhI https://www.youtube.com/watch?v=J1k0iQXy19c https://www.youtube.com/watch?v=tUuqWFExZgY สามเพลงนี้มีการพูดถึงประเด็นเรื่องความรักที่ผ่านพ้นไปแล้ว แต่ไม่อาจตัดขาดจากกันได้อย่างสิ้นเชิงเพราะเทคโนโลยี โดยเฉพาะการสื่อสารด้วยตัวอักษร ตั้งแต่ยุคส่งเอสเอ็มเอส ไปจนถึงโซเชียลเน็ตเวิร์ครุ่นแรกๆ ในบ้านเราอย่าง ไฮไฟว์ จนมาถึงยุคเฟซบุ๊ค ซึ่งทั้งหมดล้วนสะท้อนภาพความสัมพันธ์ของคนในยุคปัจจุบันที่ทั้งลื่นไหลและแสนเปราะบาง รวมไปถึงการกลัดติดสัญลักษณ์ทางการเมืองใน ‘แค่เท่านั้น’ นอกจากสามารถเล่าถึงยุคสมัยในเนื้อหาได้แล้ว ยังสะท้อนให้เห็นความสนใจทางการเมืองของคนรุ่นนี้ ในรูปแบบที่แตกต่างจากยุคก่อนๆ ได้อีกด้วย ปัจจุบัน และอนาคต ‘ฮัลโหล ฟิล์มเมกเกอร์’ ยังคงสนุกในการถ่ายทอดเรื่องราวผ่านมิวสิควิดีโออย่างต่อเนื่อง โดยมีงานที่น่าจดจำและพูดถึงมากมาย ทั้งการร้อยเรียงช่วงเวลาของการลาจากคนที่รักหลากหลายรูปแบบใน ‘ไม่เคย’ - 25 hours, Message In A Bottle ของวง Part Time Musicians ที่ใช้ภาพมากมายเล่าวิถีของความรักจากจุดเริ่มสู่จุดจบ, 'เพื่อนรัก' (Dear Friend) - The Parkinson เรื่องเพื่อนแอบรักเพื่อนที่เชื่อเชิญให้ผู้ชมได้เห็นความลื่นไหลของเพศสภาพในปัจจุบัน, หนังสั้น Dear Stranger การสะท้อนความสัมพันธ์ที่ไม่อาจรู้ว่าอะไรจริงหรือลวงในโลกออนไลน์มาจนถึงงานล่าสุด หนังสั้น The Only One ที่พวกเขาหยิบยืมสูตรสำเร็จของหนังรอมคอมมาเล่าในเวลาอันจำกัดได้อย่างน่าสนใจ ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นความพยายามในการเล่าเรื่อง ที่สะท้อนให้เห็นถึงความฝันในการทำหนังยาวเรื่องแรกของกลุ่มซึ่งยังคงมีอยู่เสมอจนถึงทุกวันนี้ https://www.youtube.com/watch?v=v0UvOsCi8mc https://www.youtube.com/watch?v=ZTwd7kekzTs https://www.youtube.com/watch?v=EPZfaGPP3cA&feature=youtu.be https://youtu.be/RK6zRUaoB7E https://www.youtube.com/watch?v=i97I3KIsAZI ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

ละครบ่วงบรรจถรณ์‬  , เรื่องย่อบ่วงบรรจถรณ์‬
ละครบ่วงบรรจถรณ์ /  เรื่องย่อละครบ่วงบรรจถรณ์ / 

ละครบ่วงบรรจถรณ์‬ ผลิตโดย : บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัดกำกับการแสดง : ภวัต พนังคศิริควบคุมการดำเนินงาน : อรุโณชา ภาณุพันธุ์ เรื่องยอ ละครบ่วงบรรจถรณ์ บ่วงบรรจถรณ์ เป็นเรื่องวราวของ แพรนวล บุตรสาวคหบดีชาวเชียงรายที่ตัดสินใจหลีกหนีจากสามีเจ้าชู้ ไปอยู่เชียงรายเพื่อรับมรดกบ้านโบราณของบิดา แพรนวลพบเตียงไม้โบราณสมัยเชียงตุงในห้องเก็บของมีความชอบใจจึงนำมาใช้นอน โดยไม่ฟังเสียงทัดทานของแม่บ้าน การนอนคืนแรก แพรนวลนุ่งชุดไทเขินที่ชอบและนอนหลับไปบนเตียง เมื่อตื่นเธอพบว่าตัวเองนอนอยู่ที่สวนลั่นทมของหอคำในเมืองเชียงตุง ด้วยเวลาที่ย้อนกลับมาห้าสิบสี่ปี และ ได้พบกับหลาวเปิง บุตรบุญธรรมของเจ้ากองไท อดีตผู้ครองนครเชียงตุงและตองริ้วน้องสาวต่างบิดาของหลาวเปิง ละครบ่วงบรรจถรณ์นำแสดงโดย มาริโอ้ เมาเร่อ รับบท หลาวเปิงใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ รับบท แพรนวล ละครบ่วงบรรจถรณ์ ละครบ่วงบรรจถรณ์ ละครบ่วงบรรจถรณ์ ละครบ่วงบรรจถรณ์

คลอดแล้วจ้า!! กุ๊บกิ๊บ คลอด น้องเป่าเปา ลูกสาวสุดอินดี้แล้วด้วยวิธีธรรมชาติ!!
กุ๊บกิ๊บ คลอด น้องเป่าเปา /  กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ / 

  น่ายินดีสุดๆ สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ บี้ KPN และ กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ หลังจากที่นอนพักอยู่ที่โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท เพื่อเตรียมตัวคลอดเองตามธรรมธาติมาเป็นเวลา 1คืนเต็มๆ ล่าสุดวันนี้ 23มิ.ย.59 กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ ได้คลอด น้องเป่าเปา ลูกสาวคนแรกของครอบครัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ท่ามกลางกำลังใจดีๆ ของสามีสุดที่รัก บี้ KPN ที่คอยดูแลและให้กำลังใจไม่ห่าง สร้างความปราบปลื้มและดีใจสุดๆ แก่ผู้เป็นพ่อแม่อย่าง กุ๊บกิ๊บ และ บี้ อย่างมากมาย ซึ่งตามกำหนดคลอดเดิมของ กุ๊บกิ๊บ คือวันที่ 22มิ.ย.59 แหม...กว่าจะคลอดได้ช่างสมกับเป็นเด็กอินดี้จริงๆ ทำให้ แม่กุ๊บกิ๊บ ลุ้นแล้วลุ้นอีกนะจ๊ะ!!   ทีมข่าว gossipstar.mthai.com ขอแสดงความยินดีกับครอบครัว กุ๊บกิ๊บ-บี้ และขอให้ น้องเป่าเปา และสุดยอดคุณแม่ กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ สุขภาพแข็งแรงปลอดภัยนะคะขอบคุณภาพจาก IG kpnaward, pantun_bu22, gggubgib36, bie_kpn, matoom.techin, woodytalk

Official! ปราสาทสายฟ้า เปิดตัว10นักเตะใหม่สู้เลก 2ตั้งเป้าเดินเครื่องคืนฟอร์มเก่ง
กรกช วิริยอุดมศิริ /  จิตปัญญา ทิสุด / 

 "บิ๊กเน" เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เปิดตัว 10 นักเตะใหม่ปราสาทสายฟ้า เพื่อสู้ศึกโตโยต้า ไทยลีก 2016 เลกที่ 2 นำโดย กรกช วิริยอุดมศิริ, จิตปัญญา ทิสุด, อเล็กซานเดอร์ กษิดิศ ซีกฮาร์ท และบรูโน โมไรรา ตั้งเป้าทีมกลับมาคืนฟอร์มเก่ง เพื่อเรียกศรัทธาแฟนบอล เมื่อวันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน ณ สนาม ไอ-โมบาย สเตเดียม จังหวัดบุรีรัมย์ ได้มีการแถลงข่าวเปิดตัวนักเตะใหม่ สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เพื่อใช้ในการสู้ศึกฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก 2016 เลกที่ 2 โดยมี นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, ทัดเทพ พิทักษ์พูลสิน ผู้จัดการทีม และ อัฟชิน ก็อตบิ หัวหน้าผู้ฝึกสอน ร่วมกันแถลงข่าว สำหรับนักเตะใหม่ทั้ง 10 คนของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด นำโดย “มิ้งค์” กรกช วิริยอุดมศิริ แบ็คซ้ายจอมฟรีคิก จากชลบุรี เอฟซี สวมเสื้อหมายเลข 11, “หน่องคลาสสิค” จิตปัญญา ทิสุด ห้องเครื่องจอมลีลา จากชัยนาท ฮอร์นบิล สวมเสื้อหมายเลข 21, อเล็กซานเดอร์ กษิดิศ ซีกฮาร์ท กองกลางตัวจี๊ด ลูกครึ่งไทย-เยอรมัน อดีตเด็กปั้นบาเยิร์น มิวนิค จาก อุนเตอร์ฮัคกิ้ง ทีมในลีกเยอรมัน “เกม” รัตนากร ใหม่คามิ ดาวโรจน์ดวงใหม่ที่ถูกดันขึ้นมาจากการเป็น บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อคาเดมี สวมเสื้อหมายเลข 26, “ซากี้” ซากีรีน ตีกาสม แบ็กขวาความเร็วสูง จากเชียงราย ยูไนเต็ด สวมเสื้อหมายเลข 30, “ฮาฟิส” อับดุลฮาฟิส บือราเฮง แบ็กซ้ายอนาคตไกล จากนรา ยูไนเต็ด สวมเสื้อหมายเลข 31, “นุ๊ก” ชินพงษ์ รักษี นายด่านมือกาว จากอินเตอร์ พัทยา สวมเสื้อหมายเลข 33, “แม็กซ์” อดิศักดิ์ เส็นสมเอียด ปราการหลังดีกรีทีมชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี สวมหมายหมายเลข 37, รูเบนิลสัน ดอส ซานโตส ดา โรชา (คานู) กองกลางจอมพลิ้ว จากเทเร็ก กรอซนี่ ทีมดังศึกพรีเมียร์ลีก รัสเซีย และบรูโน  โมไรรา ดาวยิงเลือดโปรตุเกส จากปากอส เฟอร์ไรร่า ทีมดังลีกสูงสุดโปรตุเกส สวมเสื้อหมายเลข 9 โดย “บิ๊กเน” นายเนวิน ชิดชอบ นายใหญ่ปราสาทสายฟ้า เปิดเผยว่า เลกที่ 2 ถือเป็นเลกที่สำคัญของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่จะทำคะแนนไล่ล่าทีมหัวตาราง แต่เราก็หวังว่าการเสริมทีมครั้งใหญ่ครั้งนี้ จะทำให้เราเรียกฟอร์มเก่งกลับมาให้ได้ เพื่อเป็นการเรียกศรัทธาแฟนบอล และเรียกความมั่นใจให้กลับมาสู่ทีม “ในเลกที่ 2 นอกจากเราจะได้ตัว ดิโอโก หลุยส์ ซานโต้ ดาวซัลโวฤดูกาล 2015 และนักเตะยอดเยี่ยมไทยลีก หายเจ็บยกลับมาช่วยทีมในเลกที่ 2 แล้ว เราก็เสริมทีมเพิ่มอีก 10 คน ซื้อใหม่ 9 คน และดันเด็กดาวรุ่งจากรั้ว บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อคาเดมี ขึ้นมาเพิ่มอีก 1 คน ซึ่งเราชื่อว่า อัฟชิน ก็อตบิ ผู้ฝึกสอนของเราจะปรับจูนนักเตะเก่า และใหม่เข้ากันให้ได้โดยเร็ว เพื่อเดินหน้าเก็บคะแนนไปเรื่อยๆ” นายเนวิน ชิดชอบ กล่าวทิ้งท้าย สำหรับโปรแกรมโตโยต้า ไทยลีก 2016 เลกที่ 2 เกมแรก “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะเปิดสนาม ไอ-โมบาย สเตเดียม รับการมาเยือน “แข้งเทพ” แบงค็อก ยูไนเต็ด ในวันที่ 26 มิถุนายน 2559 คิกออฟเวลา 19.00 น.

ละครคลื่นชีวิต , เรื่องย่อคลื่นชีวิต
คลื่นชีวิต /  ละครคลื่นชีวิต / 

ละครคลื่นชีวิต ละครช่อง3 คลื่นชีวิต บทประพันธ์โดย : กรุง ญ ฉัตรกำกับการแสดงโดย : อำไพพร จิตต์ไม่งงผลิตโดย : บริษัท ละครไท จำกัดควบคุมการผลิตโดย : หทัยรัตน์ อมตวณิชย์ออกอากาศ เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครคลื่นชีวิต ช่อง3 เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต ความสุขในวัยเด็ก คือสิ่งชโลมใจยามเรามีความทุกข์ เพราะเราจะได้รู้สึกว่า เราเคยผ่านความผาสุกในชีวิตมาแล้ว จีราวัจน์ (อุรัสยา เสปอร์บันต์) ดาราสาวที่เข้าวงการและมีชื่อเสียงด้วยฝีมือการแสดงและข่าวฉาวกับหนุ่มทั้งนอกและในวงการ รวมทั้งนิสัยพูดตรง ถ้าไม่ผิด ก็พร้อมกล้าท้าชนโดยไม่สนใจหน้าไหน จนโดนใครต่อใครตราหน้าว่าจีราวัจน์เป็นผู้หญิงแรง กร้านโลก และง่าย! แต่ใครจะกล่าวว่าเธอยังไง ไม่ทำให้จีราวัจน์เจ็บเท่ากับถูก คุณหญิงจริยา แม่แท้ ๆ ที่ไม่เคยดูแลเธอปล่อยเธอเติบโตตามมีตามเกิด เชื่อว่าเธอเป็นผู้หญิงใจแตก! แต่นั่นยังไม่ทำให้เธอหมดศรัทธากับคำว่า แม่ ของจริยา เท่ากับคืนที่จีราวัจน์โดน สิทธา (ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์) เจ้าของบริษัททอสังหาริมทรัพย์ สามีคนใหม่ของจริยา ผู้กระหายอำนาจ เงินทองและโลกีย์ สั่งลูกน้องวางยานอนหลับเพื่อหมายข่มขืนจีราวัจน์ แต่จีราวัจน์ก็หนีมาได้ และเมื่อจีราวัจน์บอกเรื่องนี้กับจริยาแทนที่จริยาจะเข้าข้างและปกป้องเธอ แต่จริยากลับเข้าข้างสิทธา จริยานั้นรู้สันดานของสิทธาดี แต่เธอยังทำอะไรสิทธาไมได้ เพราะสิทธาคือคนที่ให้เงิน และอำนาจกับเธอ สิทธาคือคนที่ทำให้ผู้หญิงไร้การศึกษา มีชีวิตอยู่ในสลัม ที่มีแค่ความสวยติดตัว จึงเร่ขายความสวยให้ความสำราญผู้ชาย เธอจึงได้โลดแล่นขึ้นมาเป็นคุณหญิงใจบุญเบอร์หนึ่งของสังคม ที่ใคร ๆ ต่อใครนับหน้าถือตา จริยารู้ดีว่าจีราวัจน์มองเธอเป็นผู้หญิงเห็นแก่ตัว ทะเยอทะยาน หน้าเงิน แต่ที่จริยาดิ้นรนถีบตัวเองขึ้นมาถึงตรงนี้ ก็เพื่อให้ชีวิตเธอ และจีราวัจน์สบาย แม้วันนี้จีราวัจน์เกลียดเธอ ...แต่จริยาเชื่อว่าวันหนึ่ง... จีราวัจน์ต้องเข้าใจ ละครคลื่นชีวิต ญาญ่า หมากปริญ สำหรับจีราวัจน์ ...สิ่งที่เธอต้องการ ไม่ใช่ชีวิตดีงามบนหน้าหนังสือพิมพ์อย่างที่จริยาต้องการ แต่สิ่งที่เธอต้องการคือความรัก ปมเดียวในหัวใจของจีราวัจน์ที่เธอโหยหาย แต่เธอไม่เคยได้ โดยเฉพาะวันที่เกิดเหตุการณ์นั้น ถึงแม้จีราวัจน์จะหนีจากเงื้อมมือสิทธามาได้ แต่เพราะฤทธิ์ยานอนหลับ ทำให้ระหว่างที่จีราวัจน์ขับรถหนีอย่างสุดชีวิต ต้องกลายเป็นฆาตกรโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อรถของจีราวัจน์ชนร่าง ติวดี (พริมา พันธ์เจริย) เต็ม ๆ จนติวดีไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ในเวลาต่อมา!! แต่เพราะฤทธิ์ยานนอนหลับทำให้จีราวัจน์หลับและเบลอจนไม่รู้เรื่องติวดี ภายใต้การดูแลของ ดารากา (ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์) เพื่อนสินทตั้งแต่มัธยม ซึ่งเป็นคนเดียวที่จีราวัจน์ติดต่อพูดคุยด้วยตลอด พอจีราวัจน์กลับจากเมืองนอก จีราวัจน์จึงขอให้ดารากามาอยู่ด้วยกัน ดารากาเต็มใจอยู่กับ จีราวัจน์ เพราะความรัก และความสนิทที่ทั้งสองมีด้วยกันมาเกือบ 20 ปี ทำให้ดาราการู้ดีว่า จีราวัจน์หว้าเหว่ แสนเหงา ต้องการใครสักคนเป็นเพื่อน และกว่าจีราวัจน์จะรู้ว่าติวดีเสียชีวิต ก็หลังจากที่ฤทธิ์ยานอนหลับสร่าง เมื่อจีราวัจน์รู้สึกตัว คนกล้าทำกล้ารับอย่างเธอ พร้อมไปรับความผิดกับตำรวจ แต่มันสายเกินไป เพราะ สุกี้ (เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ) นักปั้นดารามือทอง ผู้เป็นทั้งคนชักนำเธอเข้าวงการและเป็นผู้จัดการดูแลเธอ ได้จัดการส่งสเตฟาน คนขับรถคนสนิทประจำตัว รับสารภาพผิดกับตำรวจว่าเป็นคนขับรถชนติวดีแทนเธอ โดยสุกี้ยอมเสี่ยงโกหกกับสังคมเพื่อแลกกับอนาคตทางการแสดงของจีราวัจน์ที่กำลังรุ่งเรือง ละครคลื่นชีวิต สุกี้คิดว่าการให้สเตฟานรับผิดแทนจีราวัจน์ จะทำให้เรื่องทุกอย่างจบง่าย ๆ แต่สุกี้คิดผิด เมื่อระหว่างที่ติวดีโดนจีราวัจน์ขับรถชน ติวดีกำลังคุยโทรศัพท์มือถือกับ สาธิต (ปริญ สุภารัตน์) แฟนหนุ่มผู้เป็นทนายตงฉิน เชื่อว่าใครทำผิดต้องได้รับโทษ นั่นแหละความยุติธรรม! โดยสาธิตเป็นคนเดียวที่ได้ยินเสียงของจีราวัจน์พูดขอโทษติวดี นั่นทำให้เขาปักใจว่าคนที่ขับรถชนคนรัก ไม่ใช่สเตฟานแต่เป็นจีราวัจน์! สาธิตทำทุกวิถีทางพิสูจน์ให้คนทั้งสังคมเห็นว่าฆ่าตกรตัวจริงเป็นใคร โดยมี พ.ต.ต.พิเชษ เพื่อนตำรวจที่รู้จักในระหว่างร่วมงาน เป็นคนช่วยเหลือดูแลคดี โดยสาธิตมั่นใจว่าเขาสามารถลากตัวจีราวัจน์รับโทษอย่างที่เขาเคยส่งคนผิดเข้าคุกมาตลอดอาชีพทนาย แต่ครั้งนี้! สาธิตกลับเจอว่าความจริง พ่ายแพ้อำนาจเงิน! เมื่อหลักฐานทุกอย่างที่จะมัดตัวจีราวัจน์ได้ มันหายไปหมด! สาธิตไม่ยอมแพ้ที่จะหาทางลงโทษจีราวัจน์ แต่ทุกอย่างต้องหยุดลงเมื่อ นวดี (ขวัญฤดี กลมกล่อม) แม่ของติวดี แม่ครูของเหล่าเด็กกำพร้า เป็นคนขอร้องให้สาธิตหยุดอาฆาตแค้น นวดีไม่อยากให้สาธิตต้องจมอยู่กับความทุกข์ ที่เกิดจากความโกรธแค้นอีก รวมทั้ง พัฒนะ (สันติสุข พรหมศิริ) เจ้าของบริษัทผลิตละคร ที่จีราวัจน์กำลังแสดงละครอยู่ พัฒนะเป็นเพื่อนของพ่อของสาธิต และเปรียบเหมือนเป็นพ่อบุญธรรมของสาธิต เพราะหลังจากที่พ่อแม่ของสาธิตประสบอุบัติเสีย ชีวิตทั้งคู่ พัฒนะคือคนที่ส่งเสียและดูแลสาธิตจนเรียนจบเนติบัณฑิต! ฉะนั้นเมื่อพัฒนะขอให้สาธิตทำอะไร สาธิตพร้อมจะทำ รวมทั้งคำขอร้องที่แสนเฉือนหัวใจ ที่พัฒนะขอร้องให้สาธิตหยุดสืบหาหลักฐานเอาเรื่องจีราวัจน์ เพราะละครที่จีราวัจน์แสดงกำลังทำเงิน ถ้าจีราวัจน์ติดคุกจะมีผลทำให้บริษัทของพัฒนะเสียหาย จนกระทบกับหนี้สินของบริษัทด้วย ละครคลื่นชีวิต ในเมื่อผู้ใหญ่สองคนที่เขารักขอร้องให้เขาหยุด ละครคลื่นชีวิต แม้สาธิตไม่ต้องการหยุดฉีกหน้ากากของจีราวัจน์ แต่เขาต้องหยุด แต่ใครจะรู้ แม้สาธิตจะหยุดดำเนินคดีทางกฎหมายกับจีราวัจน์ แต่เขาไม่หยุดตามจองล้างจองผลาญจีราวัจน์ โดยสาธิตประกาศ ในเมื่อกฎหมายทำโทษจีราวัจน์ไม่ได้ เขาจะใช้กฎแห่งกรรมทำโทษจีราวัจน์เอง ด้านจีราวัจน์นั่นอยากเหลือเกินที่จะบอกสาธิตว่าเธอพร้อมรับผิด แต่เธอทำไม่ได้เพราะเธอต้องแบกความเป็นความตายของคนที่รวมโกหกช่วยเธออยู่ เธอเลือกไถ่โทษด้วยการดูแลนวดี แทนติวดีห่าง ๆ โดยมี ชยันต์ (หลุยส์ สก๊อต) ผู้กำกับฯ หนุ่มติสต์ชื่อดัง ซึ่งเคยเป็นรุ่นพี่สมัยมัธยมของจีราวัจน์ ผู้รักและหวังดีกับจีราวัจน์เสมอมา เพราะชยันต์รู้ว่าผู้หญิงที่แข็งกระด้างภายนอก แต่ภายในช่างแสนอ่อนแอ เขาจึงคอยช่วยเหลือส่งข่าวเรื่องนวดี เพราะชยันต์เป็นเพื่อนกับสาธิต ทำให้ชยันต์รับรู้เรื่องราวของนวดีจากสาธิตโดยตรง แต่ความช่วยเหลือของชยันต์ กลับยิ่งสร้างปัญหาให้จีราวัจน์ เมื่อ ปียากุล (จรินทร์พร จุนเกียรติ) ลูกสาวคนเดียวของพัฒนะ ผู้ควบคุมดูแลงานถ่ายละครภายในบริษัทของพัฒนะ และเป็นภรรยาซุปเปอร์โคตรขี้หึงของชยันต์ ได้ยินข่าวว่าเธอสนิทกับชยันต์มาก ทำให้ปียากุลใช้อำนาจหน้าที่การงานในมือเธอกลั่นแกล้งจีราวัจน์ แต่เพราะจีราวัจน์กำลังเป็นดาราทำเงินของพัฒนะ ทำให้พัฒนะออกตัวปกป้องจีราวัจน์ ทำให้ปียากุลไม่พอใจมาก ทำให้ปียากุลพาลระบายอารมณ์กับสาธิต ซึ่งเธอนับถือเหมือนพี่ชาย ทำให้สาธิตรับรู้ว่า นอกจากจีราวัจน์จะเป็นคนตลบแตลงสังคมว่าตัวเองไม่ใช่ฆาตกรแล้ว จีราวัจน์ยังเป็นผู้หญิงรักสนุกคั่วผู้ชายไม่ซ้ำหน้า แย่งผัวชาวบ้านไปกกได้อย่างหน้าไม่อาย!! ละครคลื่นชีวิต ยิ่งวันทีสาธิตพบจีราวัจน์สนิทสนมกับ เจตต์ (มาสุ จรรยางค์กุลดี) วิศวกรปิโตเลียมผู้มีชีวิตยู่กลางทะเล แต่เมื่อกลับมาเยี่ยมบ้าน เขากลับขับรถชนจีราวัจน์ จนทำให้เขาหลงรักนางเอกสาว ซึ่งมันอาจไม่ใช่เรื่องที่สาธิตจะเอามาเป็นข้อเกลียดชังจีราวัจน์ ถ้าสาธิตไม่บังเอิญรู้เรื่องว่าดารากาเพื่อนรักของจีราวัจน์นั้นแอบชอบเจตต์อยู่จาก เจนจิรา (วันศิริ อ่องอำไพ) น้องสาวของเจตต์เจ้าของโรงเรียนที่ดารากาเป็นครูสอน ซึ่งสาธิตได้รู้จักกับเจจิราโดยบังเอิญ และเพราะเจนจิราเป็นคนคุยสนุก มองโลกในแง่ดี เหมือนติวดี ทำให้สาธิตสนุกที่ได้อยู่ร่วมกับเจนจิราโดยสาธิตไม่รู้ว่าความใกล้ชิดที่เขามอบให้เจนจิรานั้น ทำให้เจนจิราแอบชอบสาธิต ชีวิตของจีราวัจน์เจอปัญหาจากสาธิต ปียากุล สิทธา ยังไม่พอ ในเส้นทางสายงานบันเทิง เธอยังต้องเจอ พิม (โชติกา วงศ์วิลาศ) นางเอกจอมสร้างภาพว่าเป็นนางเอกแสนชื่อ แต่แท้จริงปากตลาด ทะเยอทะยาน ใฝ่สูง เคยเป็นอดีตดาราที่สุกี้ปั้นมากับมือ แต่พอดังแล้วก็แยกตัวออกจากสุกี้ ทำให้สุกี้ไม่พอใจพิมมาก หาว่าพิมเนรคุณ แต่พิมไม่แคร์ พิมคิดว่าสุกี้ได้เงินจากค่าตัวเธอเยอะแล้ว ไม่ถือว่ามีบุญคุณต่อกัน โดยตอนพิมออก พิมเอา ลูกน้ำ (ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์) อดีตเลขาลงสุกี้มาด้วย โดยพิมคิดว่าลูกน้ำทำงานกับสุกี้มานาน จะมี Connection กับเอเจนชี่จะผลักดันให้ความฝันก้าวสู่ การทำงานร่วมกับต่างชาติของเธอสมหวัง แต่เปล่าเลย ลูกน้ำไม่มีรู้จักใครเลย เป็นแค่คนปากกล้า อวดฉลาด แต่สมองกลวง ทำให้พิมเลี้ยงลูกน้ำไว้เป็นกันชนเวลาปะทะกับสุกี้ และเป็นคนหิ้วสัมภาระ รองมือรองเท้าตัวเองเท่านั้น! เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต และการโด่งดังของจีราวัจน์ ทำให้ชื่อเสียงที่กำลังลดฮวบของพิม ยิ่งลดลงไปอีก จากนางเอกเบอร์หนึ่งแทบจะเล่นเป็นนางรอง คนทะเยอทะยานอย่างพิมไม่ยอมรับสภาพอย่างนั้นง่าย ๆ เธอจึงยอมทำทุกอย่าง เพื่อกำจัดจีราวัจน์ไปจากเส้นทางของเธอ เพื่อให้เธอกลับมาเป็นอันดับหนึ่งอีกครั้ง รวมทั้งหาลู่ทางเพื่อโกอินเตอร์ แม้แต่ยอมเอาตัวเข้าไปเป็นเมียน้อยของสิทธา เพื่อใช้อำนาจและเงินของสิทธา ปูทางโกอินเตอร์ให้ได้ หลายครั้งที่จีราวัจน์เหนื่อยกับการสู้รบกับความเกลียดชังที่ประเดประดังเข้ามาเหมือนคลื่นกระทบหาดทราย ละครคลื่นชีวิต แต่เธอก็ยังพอมีหลักให้ยึดอีกคน นั่นคือ ครูอารี ครูสอนร้องเพลงตั้งแต่ สมัยจีราวัจน์เรียนมัธยม ครูอารีคือคนที่เอื้ออารีข้าวและขนม เวลาที่จริยาออกไปขายตัว ปล่อยให้จีราวัจน์อยู่กับ ยายจัน ยายข้างบ้านที่มีอาชีพขายขนมจีน สมองไม่ค่อยดี ป้ำ ๆ เป๋อ ๆ ที่เคยเลี้ยงดูจีราวัจน์ พอยายจันออกไปตลาด จีราวัจน์ก็มาวิ่งเล่นบ้านครู ที่นี่เหมือนอีกโลกของจีราวัจน์ เป็นโลกที่สงบ ไม่ใช่โลกมายาที่เธอต้องยิ้มแม้ว่าในหัวใจร้องไห้ และการมาบ้านครูอารีครั้งนี้ ทำให้เธอรู้ว่าบ้านสวนถัดไปเป็นบ้านของนวดี จีราวัจน์หวังจะแอบไปดูความเป็นอยู่ของนวดีเพื่อจะช่วยเหลือ นั่นทำให้เธอเจอสาธิต จีราวัจน์ไม่อยากสู้รบกับสาธิตเพราะเธอรู้ตัวดีว่าผิด แต่สาธิตเหมือนเสือที่จ้องตะครุบเหยื่อ เมื่อเหยื่อเดินเข้ามาหา มีหรือที่เขาจะปล่อย สาธิตจงใจพูดจาแดกดันว่าเธอเป็นคนขี้ขลาด ทำผิดแล้วไม่กล้ารับผิด สาธิตเดินต้อนจีราวัจน์จนไปถึงริมคลอง นั่นเป็นครั้งแรกที่สาธิตเห็นความกลัวในแววตาของจีราวัจน์ ทำให้สาธิตรู้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่แทนที่สาธิตจะปราณีปล่อยเธอไป สาธิตกลับเดินกดดันจนจีราวัจน์ตกน้ำ แม้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่เธอไม่แม้แต่ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากใคร แม้แต่สาธิตที่ยืนมองเธอตะเกียกตะกายในน้ำอยู่ โดยสาธิตยื่นข้อเสนอให้เธออ้อนวอนร้องขอชีวิต แล้วเขาจะยอมช่วย แต่จีราวัจน์ไม่ยอมเอ่ยปาก จนกระทั่ง สีดา ลูกศิษย์สาวจอมก๋ากั่นของครูอารีมาช่วยไว้ทัน นั่นทำให้สาธิตได้เห็นอีกมุมนึงว่าจีราวัจน์เป็นคนรักศักดิ์ศรี ไม่ยอมอ่อนให้ใครง่าย ๆ เหมือนกัน สีดาพาจีราวัจน์กลับมาบ้านครูอารี พร้อมถามว่าใครเป็นคนทำจีราวัจน์ตกน้ำ จีราวัจน์ไม่อยากเอ่ยถึง เธอคิดแต่ว่ามันเป็นการชดใช้กรรมกับสิ่งที่เธอทำกับติวดี อย่างน้อยการที่สาธิตเห็นเธอเกือบตาย อาจทำให้สาธิตลดความโกรธ และเลิกยุ่งกับเธออีกก็ได้ แต่จีราวัจน์คิดผิด ละครคลื่นชีวิต เมื่อละครการกุศลของสมาคมคุณหญิงจริยามีอันต้องสะดุดลง เพราะนางเอกที่วางไว้เสียชีวิตลง ซึ่งก็คือติวดี ทำให้ต้องหานางเอกใหม่ซึ่งทุกคนลงความเห็นที่จีราวัจน์ แต่ก็เหมือนจะเป็นความจงใจของพระพรหม เมื่อผู้รับบทเป็นพระเอกคือสาธิต สาธิตไม่รักษามารยาทในการดูถูกและเหยียดหยามจีราวัจน์ต่าง ๆ นานา ด้านจีราวัจน์นั้น พยายามอดทนไม่อยากตอบโต้ แต่ชยันต์ไม่อาจทนเห็นสาธิตพูดจาดูถูกจีราวัจน์ได้ จึงเป็นคนออกโรงปกป้องแทนเธอ ทำให้สาธิตยิ่งตราหน้าว่าจีราวัจน์กำลังแย่งผัวคนอื่น แต่ดึกรีแรงแค้นของสาธิตต้องสะดุด เมื่อเขาได้เป็นคนอยู่ในเหตุการณ์ ที่จีราวัจน์ใส่ใจ ในความเป็นความตายของยายจัน หากเขาก็ยิ่งย้ำใจให้แข็งขึ้นอีก เพราะถึงอย่างไรจีราวัจน์ ก็คือมือที่สามที่ทำให้ครอบครัวของชยันต์ต้องมีปัญหา ในงานศพยายจัน จีราวัจน์ถูกลอบยิง แต่เจตต์รับเคราะห์แทน แม้จะจับมือใครดมไม่ได้ แต่ในที่สุดชยันต์ก็ได้รู้ว่าเป็นฝีมือของปียากุล ชยันต์และปียากุลทะเลาะกันหนักขึ้นเรื่อย ๆ ชยันต์เห็นใจลูกจึงพยายามอดทนเสมอ แต่ครั้งนี้ปียากุลทำเกินไป ทำให้ชยันต์คิดว่าต้องทำอะไรตัดนิสัยเอาแต่ใจของปียากุลบ้าง จึงตัดสินใจขอแยกบ้านอยู่กับปียากุล ปียากุลนั้นรักชื่อเสียงมาก เมื่อชยันต์ขอแยกกันอยู่ และมีข่าวออกหน้าบันเทิง ทำให้ปียากุลเครียด จนต้องไปฟูมฟายระบายกับสาธิต กล่าวหาว่าชยันต์ย้ายออกไป เพื่อไปอยู่กับจีราวัจน์ นักแสดงละครคลื่นชีวิต จีราวัจน์คือต้นเหตุทำให้ชีวิตครอบครัวของปียากุลพังพินาศ สาธิตมาจัดการจีราวัจน์แทนปียากุล แล้วเห็นจีราวัจน์ก็คอยดูแลเจตต์ เพราะต้องเจ็บตัวเพื่อตัวเอง ความสนิทสนมของจีราวัจน์กับเจตต์ทำให้ดารากาไม่พอใจ คิดว่าเพื่อนทรยศทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเธอแอบหลงรักเจตต์ จนกระทั่งทะเลาะกันใหญ่โต ถึงขั้นดารากาย้ายออกจากบ้านเพื่อน สาธิตตามมาสมน้ำหน้าจีราวัจน์ที่มั่วผู้ชายไม่เลือก แม้แต่แฟนเพื่อนก็ไม่เว้น จนสุดท้ายจีราวัจน์ก็ไม่เหลือใคร ชยันต์เข้ามาปลอบใจจีราวัจน์ว่าเธอยังมีเขา ชยันต์คอยเข้ามาประคับปคะคองจีราวัจน์ แต่ชีวิตที่เคยเป็นเด็กบ้านแตกสาแหรกขาด ทำให้จีราวัจน์ไม่อยากเป็นคนทำลายครอบครัวของชยันต์ แต่ชยันต์ปลอบจีราวัจน์ว่า ที่ครอบครัวของเขาจะพัง ไม่ใช่เพราะจีราวัจน์ แต่เป็นเพราะปียากุลกับเขาหมดความเข้าใจต่อกัน ในเมื่อชยันต์ไปกับปียากุลไม่รอด เขาก็อยากหยุดและเริ่มต้นใหม่กับจีราวัจน์ เรื่องย่อคลื่นชีวิต จีราวัจน์เคยผ่านชีวิตบอบซ้ำมา ทำให้จีราวัจน์รู้ว่าความหวังดีที่ชยันต์มีให้กับเธอ มันไม่ใช่ความรักอย่างที่ชยันต์พร่ำบอก มันเป็นแค่ความรู้สึกเห็นใจ เพราะแท้จริงในหัวใจของชยันต์รักปียากุลและเจ็บซ้ำกับสิ่งที่ปียากุลไม่ไว้ใจเขา ดังนั้นคนมีปัญหาอย่างชยันต์ มาเจอกับผู้หญิงที่เจอปัญหามาทั้งชีวิตอย่างเธอ มันจึงเกิดการคลิกกัน จีราวัจน์ขอให้ชยันต์ เป็นเพื่อนที่ดีอย่างเดิม อย่าให้มากกว่านั้นเลย แล้วกลับไปซ่อมแซมครอบครัวของชยันต์ ให้กลับมาสวยงามเหมือนเดิมดีกว่า แต่เคราะห์ของจีราวัจน์ที่จะทำให้สาธิตยิ่งเกลียดเธอ ยังไม่จบเพียงแค่นั้น เมื่อจีราวัจน์รู้ว่าบ้านที่อาศัยอยู่นี้กำลังจะถูกธนาคารยึด จีราวัจน์สั่งสุกี้ให้จัดการเรื่องบ้าน จนเรื่องเข้าหูจริยา จริยาสั่งห้ามจีราวัจน์ไปยุ่งกับนวดีอีก เพราะตอนนี้รูปคดีออกมาว่าไม่มีหลักฐานมัดว่าจีราวัจน์ขับรถชน แต่ถ้าจีราวัจน์ดูแลนวดีมาก ๆ เพราะมันอาจทำให้สาธิตหาช่องโหว่เล่นงานจับจีราวัจน์เข้าคุกได้ จีราวัจน์เสียใจที่แม่เห็นแก่ประโยชน์ตัวเองจนลืมคำว่ามนุษยธรรม ถ้าลูกของแม่โดนรถชน แม่จะอยู่เฉยไหม จริยาได้แต่ยืนนิ่งไม่ได้ตอบ การทะเลาะกันเสียงดังของจีราวัจน์กับจริยา ทำให้ ศิริลักษณ์ หัวหน้าแม่บ้านประจำบ้านของสิทธา ผู้มีนิสัยประจบสอพลอสิทธา และลึก ๆ หวังสบายเป็นเมียของสิทธา แต่สิทธาไม่เอา ทำให้ศิริลักษณ์อิจฉาและจงเกลียดจงชังจริยาและจีราวัจน์ เมื่อการทะเลาะของจริยากับจีราวัจน์รู้ถึงหูศิริลักษณ์ ศิริลักษณ์จึงไปบอกสิทธาว่าจีราวัจน์ต้องการเงิน ทำให้สิทธาเสนอเงินเธอโดยมีข้อแลกเปลี่ยน ซึ่งจีราวัจน์รู้ดีว่าคืออะไร จีราวัจน์ตกลงเพราะเห็นถึงวิธีที่จะแก้เผ็ดอีกฝ่าย ในวันนัดจีราวัจน์แอบมอมยาสิทธา พร้อมเอาปืนจ่อหน้าสิทธาและข่มขู่ให้สิทธาเลิกยุ่งกับตัวเองอีกไม่อย่างนั้นเธอฆ่าสิทธาให้ตายตามกันแน่ แล้วจีราวัจน์ก็หนีออกมาจากโรงแรม โดยหวังว่าเรื่องราวยุ่ง ๆ จะจบลงสักที แต่เปล่าเลย เมื่อจีราวัจน์พบสาธิตที่ดักรออยู่ จากการแอบส่งข่าวของพิม ที่รู้ว่าสาธิตจ้องทำลายจีราวัจน์อยู่ พิมจึงเข้ามาตีสนิทกับสาธิต หวังจะยืมมือสาธิตทำลายจีราวัจน์ให้สิ้นซาก ละครคลื่นชีวิต แล้วภาพที่สาธิตเห็นจีราวัจน์เข้าโรงแรมกับสิทธาที่มีศักดิ์เป็นพ่อเลี้ยงของจีราวัจน์ ยิ่งทำให้สาธิตขยะแขยงจีราวัจน์ โดยคิดว่าจีราวัจน์มั่ว เห็นแก่เงิน จนไร้ศีลธรรมใช้ผัวร่วมกับแม่ แต่แล้วความเชื่อที่สาธิตมีต่อจีราวัจน์ต้องเจอจุดเปลี่ยน เมื่อสาธิตจำต้องมาพัวพันกับความเลวของสิทธาจนได้ เพราะ เวทิต นักข่าวที่แอบส่งหลักฐานเอาผิดสิทธามาให้เขาก่อนตาย ทำให้สาธิตเริ่มตามสืบพฤติกรรมของสิทธา แล้วนั่นทำให้สาธิตได้เห็นว่าสิทธาชั่วร้ายขนาดไหน แล้วคนที่ตกเป็นเหยื่อของสิทธาไม่ใช่แค่เวทิต แต่เป็นจีราวัจน์ด้วย รวมทั้งจีราวัจน์ได้เข้ามาดูแลนวดี และดูแลเด็ก ๆ กำพร้าที่นวดีสอนหนังสือ และชยันต์ยังมาปรับความเข้าใจกับสาธิตว่าจีราวัจน์ไม่ยอมรับความรักของชยันต์ แต่จีราวัจน์กลับเป็นคนเตือนสติให้ชยันต์กลับไปง้อปียากุล ทำให้สาธิตได้เห็นว่าจีราวัจน์ ได้มีแค่ด้านร้าย แต่เธอยังมีมุมความดี และมีหัวใจที่บอบซ้ำ ไม่ต่างจากเด็กกำพร้าที่นวดีและเขาดูแลเลย ทำให้ความแค้นในใจของสาธิตเริ่มเปลี่ยนเป็นความสงสาร เข้าไปยุ่งกับชีวิตจีราวัจน์โดยไม่รู้ตัว นักแสดงละครคลื่นชีวิต ด้านจีราวัจน์ก็ได้รับรู้มุมอบอุ่นที่เกิดจากความเอาใจใส่ ดูแลด้วยความละเอียดอ่อนของสาธิต ซึ่งเป็นความรู้สึกที่เธอไม่เคยได้จากใคร เป็นความรู้สึกที่เธอโหยหา จนทำให้จีราวัจน์แอบเผลอใจให้สาธิตโดยไม่รู้ตัว สองคนต่างมีความห่วงใยที่ไม่กล้าแสดงออกต่อกัน ละครคลื่นชีวิต จนกระทั่งสิทธามายุ่งเกี่ยวกับจีราวัจน์อีกครั้ง สาธิตออกตัวช่วยจีราวัจน์ให้รอดพ้นเงื้อมมือสิทธา และยังใช้หลักฐานที่ตัวเองได้จากเวทิตข่มขู่สิทธา เพื่อให้สิทธาเลิกยุ่งกับจีราวัจน์ จีราวัจน์อึ้งเมื่อเห็นว่าสาธิตช่วยเหลือตัวเอง โดยสับสนว่าสาธิตช่วยตัวเองทำไม สาธิตรู้สึกอะไรกันแน่ แต่สิทธามองอาการสาธิตออก สิทธารู้ว่าสาธิตกำลังตกบ่วงเสน่หาของจีราวัจน์ และดูเหมือนจีราวัจน์ก็มีใจให้สาธิตเช่นกัน ทำให้สิทธาคิดชั่ว ในเมื่อตัวเองไมได้จีราวัจน์มาครอบครอง ก็อย่าหวังว่าใครจะได้มีความสุขทั้งจีรัวัจน์และสาธิต ดังนั้นสิทธาจึงไปหาสาธิตที่สำนักงาน แล้วมอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่เขาเคยส่งคนไปเก็บ ซึ่งเป็นหลักฐานว่าจีราวัจน์คือคนขับรถชนติวดี เมื่อสาธิตเห็นหลักฐาน ความเจ็บปวดในอดีตจึงย้อนคืนกลับมา สาธิตได้แต่นั่งมองกองหลักฐานอย่างสับสนว่าเขาจะฟ้องเอาจีราวัจน์เข้าคุกหรือไม่ เรื่องสิทธาเอาหลักฐานไปให้สาธิตรู้ถึงหูจริยา จริยารีบไปหาสาธิตเพื่อเจรจาพร้อมเสนอเงินให้ ความเจ็บปวดในใจของสาธิต ทำให้สาธิตบอกจริยาไปว่า เขาจะยอมทำลายหลักฐาน ก็ต่อเมื่อจีราวัจน์เอาตัวมาแลก ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ความชั่วของสิทธายังไม่หยุดเท่านี้ มันเหมือนเสือที่คลั่ง จริงอยู่ที่จีราวัจน์เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา แต่คนอย่างสิทธาไม่เคยยอมให้ใครลูบคมได้ ถ้าประกาศว่าได้ มันต้องได้ สิทธาสั่งพิมให้หลอกล่อจีราวัจน์มาที่เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของเขา สิทธาวาดหวังจะข่มขืนจีราวัจน์บนเครื่องบิน เพราะไม่มีทางที่จีราวัจน์จะหนีรอดกรงเล็บเสือไปได้ จริยารู้เรื่องแผนการชั่วของสิทธา แม้จะรักเกียรติยศชื่อเสียง แต่หัวใจความเป็นแม่ไม่อาจปล่อยให้ชีวิตลูกตกนรกได้ เมื่อพิมหลอกจีราวัจน์ไปถึงเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของสิทธาได้ จีราวัจน์ดิ้นรนหนีจนไปเจอปืนของสิทธา สิทธาแย่งปืนกับจีราวัจน์ ทันใดนั้น กระสุนจากปากกระบอกปืนในมือของคุณหญิงจริยา ก็ยุติเรื่องเลวร้ายทั้งหมดลงในวินาทีนั้น เป็นครั้งแรกที่จีราวัจน์เข้าไปกอดแม่ จริยาเข้าไปกอดลูกพร้อมพร่ำบอกขอโทษ เป็นเพราะความโลภของตัวเอง ทำให้ชีวิตของจีราวัจน์ต้องเป็นอย่างนี้ เธอขอติดคุกเพื่อชดใช้กับความผิดที่เธอทำ แต่สิ่งหนึ่งที่จริยาอยากให้จีราวัจน์รู้ไว้ ว่าต่อให้เงินสำคัญสำหรับแม่ยังไง แต่เลือดเนื้อและหัวใจของลูกสำคัญกว่า นั่นทำให้หัวใจที่เย็นชาไร้ความรู้สึกของจีราวัจน์ได้รับรู้ความในใจของแม่ ละครคลื่นชีวิต คลื่นชีวิตของจีราวัจน์เหมือนจะกำลังสงบ แต่ยังมีพายุอีกหนึ่งลูก ที่กำลังรอพัดพาชีวิตของจีราวัจน์ให้ล้มลง เมื่อจริยาเอาเรื่องข้อเสนอของสาธิตไปบอกกับจีราวัจน์ เมื่อจีราวัจน์รู้เรื่องข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตแล้ว เธอจะทำเช่นไร จะยอมทำตามข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตหรือไม่ ชยันต์และปียากุลจะกลับมาคืนดีกันไหม เจตต์กับดารากาจะสมหวังกันหรือเปล่า และหัวใจรักของแม่ที่จริยากดเก็บไว้ ไม่เคยแสดงออกให้ลูกเห็น จริยาจะเลือกปกป้องเกียรติยศชื่อเสียงของตัวเองหรือปกป้องลูก สุดท้ายเส้นทางความรักระหว่างสาธิตกับจีราวัจน์ที่มีความแค้นขวางกั้นจะมีวันเกิดขึ้นได้หรือไม่ ต้องติดตามชมกันต่อได้ใน ละครคลื่นชีวิต ที่เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต รายชื่อนักแสดงนำใน ละครคลื่นชีวิต ปริญ สุภารัตน์ รับบท สาธิต อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท จีราวัจน์ หลุยส์ สก๊อต รับบท ชยันต์ จรินทร์พร จุนเกียรติ รับบท ปียากุล ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ รับบท ดารากา มาสุ จรรยางค์กุลดี รับบท เจตต์ วันสิริ อ่องอำไพ รับบท เจนจิรา ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ รับบท สิทธา โชติกา วงศ์วิลาศ รับบท พิม เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ รับบท สุกี้ ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์ รับบท ลูกน้ำ พริมา พันธ์เจริญ รับบท ติวดี สันติสุข พรหมศิริ รับบท พัฒนะ ขวัญฤดี กลมกล่อม รับบท นวดี

ฮือฮา อั๋น ชุลีพร อดีตเมีย ล้อต๊อก จุดธูปขอคบแฟนรุ่นลูก! ห่าง 26 ปี
อั๋น ชุลีพร เมีย ล้อต๊อก /  อั๋น ชุลีพร เปิดตัวแฟนรุ่นลูก / 

     กำลังตกเป็นกระแสฮือฮา! อยู่ขณะนี้หลัง อั๋น ชุลีพร อดีตภรรยาของตลกผู้ล่วงลับ “ล้อต๊อก” ออกมาเปิดตัวแฟนเด็กนามว่าหนุ่ม บาส อายุห่างกันถึง 26 ปี!! โดยสาวอั๋นยอมรับเป็นฝ่ายเดินหน้าจีบก่อน และได้มีการจุดธูปขอ “ป๋าต๊อก” เรียบร้อยแล้ว บอกดูใจแฟนรุ่นลูกมา 3 ปี ฟุ้งเป็นพรหมลิขิต ฝ่ายชายสาบานต่อหน้าพระจะไม่ทรยศ ส่วนครอบครัวทั้งสองฝ่าย รวมทั้งลูกๆ รับรู้แล้ว เปรยขอดูใจกันไปเรื่อยๆ ไม่คิดมีพิธีแต่งงาน... รายละเอียดมีดังนี้    อั๋น “ก็คือจริงๆ แล้วอั๋นไม่ทราบว่าด้วยความที่วันนี้มาออกคู่กับบาสเนี่ย มันเป็นพรหมลิขิตขอให้คิดตรงนั้นนะ ซึ่งอั๋นไม่คิดว่าวันนี้มันจะเป็นอย่างนี้ แล้วอีกอย่างนึงป๋าท่านเสียมาแล้ว 14 ปี ถ้าเราคิดว่าเขาดี ไม่งั้นอั๋นจะไม่กล้ามาออกอย่างนี้แน่นอน น้องเขาเป็นคนทำมาหากิน เงินทองเขาไม่เคย คนจะมองภาพ อั๋นเข้าใจภาพ ไม่เป็นไรมองได้เลย อั๋นอนุญาตให้มอง แต่อั๋นอยู่สองคนอั๋นรู้ว่าอะไรเป็นอะไร อั๋นดีขึ้นไหม ตั้งแต่คบเขามา 3 ปีอั๋นดีขึ้นไหม อะไรอย่างนี้ อั๋นมั่นใจว่าถ้าอั๋นจะเดินผิด สมมุตินะคะ ถ้าอั๋นจะเดินทางผิดอั๋นก็จะขอรับกรรมนั้นไว้คนเดียว แต่อั๋นจะบอกว่าไม่ต้องห่วง ประชาชนที่รักป๋า หนูขอโทษ หนูต้องกราบขอโทษด้วยนะคะถ้าเกิดที่หนูมีแฟน อาจจะทำให้ไม่สบายใจหรือเปล่า แต่ไม่ต้องห่วงหนูนะคะ หนูยังเป็นเจ๊อั๋นคนเดิม ยังรักและเคารพป๋าต๊อกไม่มีวันลืม จะไม่ลืมชั่วชีวิตผู้ชายคนนี้แล้วก็ขอฝากน้องเขา เขาดีจริงๆ ค่ะ”    อั๋น “ชีวิตหนูแย่มาตลอดตั้งแต่ป๋าเสีย แต่มาฟื้น เสร็จแล้วตัวเองก็ทำตัวไม่ดี โดยการไปแบบไปนู่นไปนี้ จนเปิดร้านอาหารใหญ่โตที่ระยองจนเจ๊งเงินหมดตัว แล้วพอมาเล่นตลกอยู่กับอ่างก็ไม่ดีขึ้น จนมาเจอน้องเขา เขาก็ให้ใช้เงินน้อยลงแล้วก้ช่วยกันทำมาหากิน ทำนู่นทำนี่ คืออั๋นจะเป็นคนสบายมาตั้งแต่ไหนแล้ว พออยู่กับเขาปุ๊บเขาจะสอนให้ลำบาก ลำบากในที่นี้ก็คือให้เราเก็บเงิน แล้วเขาได้มาก็ช่วยอะไรอย่างนี้ เขาให้นะคะ ให้ทีเป็นก้อนๆ เลยบางทีเราก็ตกใจเอาเงินมาจากไหนอะไรอย่างนี้ เขาก็บอกเขาเก็บๆ รวมๆ ไว้เอาไปเหอะบาสเอาไว้ก็ไม่ได้ใช้ ลูกก็ไม่ต้องห่วงแม่เอาตัวรอดได้สบาย ไม่ต้องห่วง”    อั๋น “ตอนแรกๆ เขารับไม่ได้ค่ะ โกรธ ไม่พูดไม่จากับแม่เลย หนูก็เลยบอกว่าให้เขาพิสูจน์ตัวเขาเอง คุณพิสูจน์ตัวเอง เดี๋ยวนี้ลูกไม่นั่นกับหนูนะคะ ไปกับเขาหมดแล้ว ลูกสามคนนี่มีอะไรก็บาส โทรหาแต่บาส ไม่อั๋นแล้วค่ะ เป็นบาสเพราะว่าเขามีเหตุผลมากกว่า อั๋นจะเอาแต่ใจอย่างนี้”    บาส “ช่วงแรกๆ เรากลัวอย่างที่บอกครับ เรากลัวว่าคนอื่นจะมองว่า หนึ่งเลยคือเขาเป็นคนมีชื่อเสียง สองก็คือเขาเป็นคนที่มีเงิน แล้วเขามาคบกับเราซึ่งอายุระยะห่างอายุมันห่างกันมาก ก็กลัวคนจะมองว่าเขาน่ะมาเลี้ยงเรา”    อั๋น “สู้ฟันอยู่นาน กว่าเขาจะมาชอบ มารักน่ะ สู้ฟันอยู่นาน จนวันนึงเราช็อกน่ะ ช็อกแบบเหมือนสาวไง เหมือนสาวน่ะเข้าใจป่ะ เราร้องเพลงอยู่แบบคุณไปกินข้าวฟู้ดแลนด์กัน วันนั้นใกล้ถึงวันเกิดแระ คุณไปทานข้าวที่ฟู้ดแลนด์กัน ทุกทีก็ไปกินกันตลอดแต่ก็ไม่เคยมีคำพูดหวานๆ ไปกินข้าวกันพอไปนั่งแล้วแบบ คุณเมื่อคืนนอนคิดทั้งคืนเลย เป็นแฟนกันนะ เขาก็จับมือเราเหมือนสาวๆ น่ะ ขานี่สั่นกินอะไรไม่ลง สั่นไปทั้งตัว จะช็อกตาย คืนนี้อะไรเกิดขึ้น แต่ทำฟอร์มแบบ ห๊ะ อะไรนะ ไม่แต่ใจส่วนลึกตรงนั้นแบบ ก็จำไว้เลยวันนั้นวันที่ 4 เขาบอกเป็นแฟน ก็จำไว้ค่ะ”    บาส “เพราะผมมองว่าเขามีทุกอย่าง แต่เขาอดทนกับเรา เพราะเมื่อก่อนเขาจะเป็นคนที่ชอบบังคับเรา แต่เราแบบไม่ทำน่ะ คือก่อนที่จะเป็นแฟนกันน่ะครับ คือรู้นิสัยกันก่อนที่จะเป็นแฟนกันอีกว่า ต่างคนต่างเป็นยังไง ผมเป็นคนที่แบบถ้าไม่ถูกใจ ถ้าไม่ฟัง หรือถ้าใส่อารมณ์กับผม ผมก็จะใส่อารมณ์กลับ ถ้ามาบีบบังคับผม ผมก็จะเป็นคนที่ไม่ยอมน่ะ แล้วเขาเป็นคนที่แบบ เป็นใครอะไรอย่างนี้ ทำไมถึงบอกรักฉันไม่ได้ประมาณนี้ ผมก็บอกว่าความรักมันต้องเกิดจากความรักจริงๆ อย่างนี้มันไม่ได้ชนะด้วยการเอาใจใส่ เพราะว่าตอนนั้นเขาบุญทุ่มอย่างที่เขาบอก บุญทุ่มแบบพาไปกินข้าว พาไปเที่ยว แต่ว่าเรารู้สึกว่าเขาทนอารมณ์เราได้ พอทนอารมณ์เราได้เสร็จปึ๊บ เออแสดงว่าผู้หญิงคนนี้ทนกับนิสัยที่ต่ำที่สุดของเราได้”    บาส “สำหรับการปรับตัวเข้าหาครอบครัวของเขาในช่วงแรกๆ จริงๆ มันต้องเกิดจากเขาก่อน เขาต้องคุยกับลูกเขาก่อน แต่ว่าเขาคุยกับลูกเขาดีว่าเออเด็กคนนี้เป็นอย่างนี้นะ ผมเนี่ยเป็นนิสัยอย่างนี้ เด็กมันเป็นอย่างนี้นะ มันไม่ได้มาขอเงินแม่ ไม่ได้มาหลอกแม่นะ อ่าเขาก็จะบอกกับลูกเขาแล้วทีนี้ แล้วทีนี้ลูกเขานี่แหละก็บอกแม่พามากินข้าวดิ คือลูกเขาจะเป็นคนบอกเอง จริงๆ ลูกเขาดีทุกคนครับ เขาเป็นคนเปิดโอกาส แล้วไปเนี่ยเขาก็ต้อนรับ อย่างลูกชายเขาอีกคนเนี่ย เขาเล่าให้ฟังนะว่ามีคนมาจีบเขาหลายคนที่เป็นเด็ก แล้วลูกเขาแอนตี้หมดทุกคน แต่พอมาถึงผมเนี่ย ลูกเขาทุกคนไม่ว่าผมสักคำ ไม่เคยมาก้าวร้าว ไม่เคยมาว่าทอหรืออะไร ว่าทำไมต้องมาคบกับแม่เรา ทำไมถึงไม่ไปหาแฟนคนอื่น ทำไมต้องมาคบกับแม่เรา ไม่ เขาใช้วิธีคุยดี นั่งกินข้าวแล้วก็ปาร์ตี้กัน เพราะว่าผมวัยรุ่นไง แล้วเขาก็วัยรุ่น อายุไล่เลี่ยกัน”    บาส “ส่วนแม่ของผมเนี่ย แม่ผมเป็นคนที่ถ้าลูกรักใครก็รักด้วย”    อั๋น “เขาก็ใจหาย เพราะว่าเขาน่ะไม่เคยบอกแม่แอบอยู่ด้วยกัน แล้วก็ไม่เคยบอกแม่เลยว่ามีแฟน แม่เขาก็ช็อก ตอนเจอวันแรกที่รับปริญญา แทบจะเดินพิงข้างฝาแบบตกใจ นี่อะไรมันเกิดขึ้น คุ้นหน้ามากเลยผู้หญิงคนนี้ เขาก็บอกว่าเขาขาสั่นเหมือนกัน นี่มันเหมือนเขาเคยเห็น แต่เขายังไม่รู้ว่าเป็นเมียป๋าต๊อกเนอะ อั๋นก็แบบนั่งแท็กซี่ไป ถามแท็กซี่ๆ หนูเนี่ยอายุ 53 แล้ว แต่แฟนหนูอายุเท่าเนี้ยะ แล้วก็แม่แฟนหนูอายุเท่าเนี้ยะ หนูจะวางตัวยังไงเนี่ย เขาก็ขำ แท็กซี่ขำใหญ่เลย ขำตัวงอเลย ก็บอกจะขำอะไรหนูถามคำปรึกษาเนี่ย ก็ลงไปสู้เลย หนูก็คิดเออสู้ก็สู้ คือถ้าไม่ได้ก็กลับบ้านเนอะ เลิกก็เลิก หนูก็คิดอย่างนี้”    อั๋น “ที่อั๋นมั่นใจในตัวเขาคือ ทุกวันนี้อั๋นซื้อรถ ซื้อบ้าน ซื้อคอนโด เงินสดหมด เขาไม่เคยมาร่ำร้องว่าทำไมไม่เป็นชื่อบาส อั๋นก็จะบอกตรงนี้เลย นักเลงเลย คืออั๋นไม่มั่นใจถ้าเกิดเป็นชื่อเขา ถ้าวันใดวันนึงเลิกไปแล้วลูกอั๋นจะมีอะไรล่ะ แต่เขาไม่เคยมาร่ำร้องว่าทำไมบาสถึงไม่มีชื่อ เขาไม่เคยพูดเลยแม้แต่ครั้ง อันเนี้ยะ ที่อั๋นตัดสินใจเปิดตัวกับเขา เพราะถ้าเป็นผู้ชายอื่นไม่มีทาง เขาหน้าตาดี เวลาเดินกับเขาเนี่ย แหมโคตรโอ้โหเลย จับมือเดินอย่างเนี้ยะ เราก็เดินนึกว่าแม่กับลูกเนอะ เดินไปถึงก็ อุ๊ยคุณอั๋นลูกชายหล่อจังเลย บอกไม่ใช่ลูก แฟน คือโมโหแบบทักบ่อยไง มันชักบ่อยไปแล้ว แต่จริงๆ แล้วก็ปมด้อยเนอะ แต่ก่อนนี้ก็แบบปล่อยตัว 90 กว่าโล ปล่อยตัว ไม่แต่งอย่างงี้ ไม่เอาอ่ะ ไม่แต่งอย่างงี้ พอเขาเป็นอย่างงี้เราสงสาร เขาก็จะจูงแบบคุณลงมาสิ คือเขาจะไปไหนเขาจะจับมือ เราก็สะบัดออก ครั้งนึงในชีวิตเรา เราเคยควงปู่เรา อันนี้มันเป็นอะไรที่สะท้อนมาก เป็นพรหมลิขิตขอให้เข้าใจตรงนี้ว่ามันเป็นพรหมลิขิตจริงๆ ซึ่งหนูไม่เคยคิดเลยว่าวันนี้หนูจะมามีแฟนเด็กอย่างนี้ 53 กับ 27”    บาส “แล้วบาสบอกจะไปสาบาน ผมเคยไปสาบานด้วยนะ สาบานกับหลวงพ่อวัดไร่ขิงครับ”    อั๋น “อันนี้ประเด็นหลักเลยว่า ที่อั๋นยอมร่วมหัวจมท้าย จริงๆ เลย คือเขาไปวัดไร่ขิง แล้วเขายกมือพูดด้วยตัวเขาเองโดยที่อั๋นไม่รู้ เขาชวนไปทำบุญ ซึ่งอั๋นไม่รู้แล้วเขาก็ยกมือ พูดดังๆ แล้วยกมือไหว้ คุณนั่งตรงนี้ก่อน ซึ่งเราไม่รู้ว่าให้นั่งทำไม เขาอย่างงี้ จะไม่ขอทรยศกับผู้หญิงที่ชื่อชุลีพร จะขอรักจนตาย ผู้หญิงอื่นจะไม่อยู่ในสายตาเลย เขาพูดของเขาเอง เขาเอาชีวิตครอบครัวทั้งชีวิตน่ะเป็นประกัน กับพระนะ”    บาส “อยากจะให้เขามั่นใจ เพราะตัวเราเนี่ยเรารู้ตัวเองว่าเรามั่นใจตัวเราเอง ถ้าสมมุติเขาไม่มั่นใจ แล้วเขาเป็นคนคิดมาก เราต้องทำยังไงก็ได้ให้เขาเนี่ยรู้สึกว่าสบายใจ”    อั๋น “ไม่ได้หรอกค่ะแก่ป่านนี้แล้วรดไม่ได้ รดน้ำสังข์หรอไม่ได้หรอกค่ะคงจะสั่นตายแล้วค่ะ หนาวแล้วค่ะ ขอดูใจไปอย่างนี้ค่ะ เอาแค่นี้พอแล้ว มีความสุขแล้ว ขอบคุณเขาด้วยที่ดูแลเราให้รู้สึกเราดีขึ้น แต่ก่อนเราไม่เป็นอย่างงี้เลย เดี๋ยวนี้เรากลายเป็นอย่างงี้ได้เพราะเขาแหละ ขอบคุณมาก สองวันที่แล้วยังถามเขาเลยว่าถ้าอั๋นแก่ตัวไปอีก 10 ปีเนี่ย คุณจะทิ้งอั๋นไหม นั่งคุยอยู่บนโต๊ะกินข้าว เขาก็มองตาบอกจะทิ้งทำไม แล้วคุณจะรู้ว่าบาสจะดูแลคุณดีกว่าที่คุณเป็นอยู่ตอนนี้”ขอขอบคุณ ภาพและข้อมูลจาก ช่อง 8, รายการตัวจริงเสียงจริง ช่อง 8    อั๋น ชุลีพร อดีตเมีย ล้อต๊อก เปิดตัวแฟนรุ่นลูก   อั๋น ชุลีพร อดีตเมีย ล้อต๊อก เปิดตัวแฟนรุ่นลูก   อั๋น ชุลีพร อดีตเมีย ล้อต๊อก เปิดตัวแฟนรุ่นลูก   อั๋น ชุลีพร อดีตเมีย ล้อต๊อก เปิดตัวแฟนรุ่นลูก  

สรุปผลบอลเมื่อคืน วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน 2559
ผลบอล ยูโร 2016 รอบ 16 ทีมสุดท้าย /  ผลบอลวันเสาร์ / 

สรุปผลบอลเมื่อคืน วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน 2559 ผลบอล ยูโร 2016 รอบ 16 ทีมสุดท้าย เวลา 20:00 น. สวิตเซอร์แลนด์ 1-1 โปแลนด์ (ดวลจุดโทษ โปแลนด์ ชนะไป 5-4) เวลา 22:59 น. เวลส์ 1-0 ไอร์แลนด์เหนือ เวลา 02:00 น. โครเอเชีย 0-0 โปรตุเกส (ต่อเวลาพิเศษ โปตุเกส ชนะไป 1-0) ผลบอล โคปา อเมริกา รอบรองชนะเลิศ เวลา 07:00 น. สหรัฐอเมริกา - โคลัมเบีย ผลบอล โตโยต้า ไทย พรีเมียร์ลีก เวลา 18:00 น. สุโขทัย เอฟซี 1-1 ศรีสะเกษ เอฟซี เวลา 18:00 น. สุพรรณบุรี เอฟซี 2-0 เชียงราย ยูไนเต็ด เวลา 18:00 น. โอสถสภา M150 1-2 บางกอกกล๊าส เอฟซี เวลา 19:00 น. บีบีซียู เอฟซี 3-1 ราชบุรี มิตรผล เอฟซี เวลา 19:00 น. พัทยา ยูไนเต็ด 0-2 ชลบุรี เอฟซี เวลา 20:00 น. เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 4-1 นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ผลบอล ยามาฮ่า ลีก วัน ไทย เวลา 18:00 น. การท่าเรือ เอฟซี 2-2 ระยอง เอฟซี เวลา 18:00 น. สมุทรสงคราม เอฟซี 2-1 ประจวบ เอฟซี เวลา 18:00 น. อ่างทอง เอฟซี 1-1 เชียงใหม่ เอฟซี เวลา 18:00 น. ปตท.ระยอง 0-1 ขอนแก่น ยูไนเต็ด >> เช็คผลบอลสด ที่นี่ <<

ไม่มีใครบอกเลิก อั้ม แค่ไม่ได้คุย แอมป์ นานแล้ว!!
อั้ม เลิก แอมป์ /  ข่าว อั้ม แอมป์ / 

     จากที่ถูกจับตามองและปล่อยให้คลุมเครืออยู่พักหนึ่ง เกี่ยวกับเรื่องสถานะของนางเอกซุปตาร์ อั้ม พัชราภา กับทางแฟนไฮโซ แอมป์ พิธาน ล่าสุดสาวอั้มมาร่วมงาน "Grand Opening Beauty Club" สาขา เมเจอร์ รังสิต ก็พร้อมมาอัปเดตให้ทราบกัน เผยขณะนี้เธอกับหนุ่มแอมป์ไม่ได้คุยกันมาสักระยะแล้ว!! แต่ก็ยังไม่มีใครเอ่ยปากพูดคำว่า "เลิก" ออกมา สาหรับสาเหตุบอกเป็นเรื่องส่วนตัว เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไม่ขอลงรายละเอียด โดยภายหลังจากตอบเรื่องความสัมพันธ์กับหนุ่มแอมป์แล้ว ทางสาวอั้มถึงกับน้ำตาคลอๆ เลยทีเดียว    สำหรับบ้านหรูหลังใหม่นั้น สาวอั้มยอมรับว่างบบานปลายหนักมว๊ากแล้ว ซึ่งก็พยายามใจเย็นๆ เพราะจริงๆ ตอนนี้ก็เกือบจะเสร็จแล้ว เหลือแค่ตกแต่งนิดหน่อย ส่วนกระแสตัวอย่างละครแห่งปี "เพลิงพระนาง" นั้น สาวอั้มเปรยแฮปปี้กับฟีดแบคที่เกิดขึ้น พร้อมขอบคุณแฟนๆ ที่ให้การต้อนรับอย่างดี แย้มจากนี้อาจจะหายหน้าไปอีกสักระยะเพราะต้องใช้เวลาถ่ายทำค่อนข้างนานเนื่องจากละครเรื่องดังกล่าวมีความยาวกว่าละครปกติถึง 24 ตอนด้วยกัน... โดยสาวอั้มได้เปิดใจมาดังนี้      "ไม่ได้ออกอีเว้นท์นาน ตอนนี้อั้มถ่ายละครตลอดค่ะ คือไม่ได้ถ่ายทุกวันก็จริง แต่ก็ถ่ายทุกจันทร์ อังคาร พุธ ถามว่าเหนื่อยไหม ไม่เหนื่อยแต่ก็หนักค่ะ ส่วนงานอื่นๆ ก็จะมีถ่ายแบบ บวกกับโชว์ตัวบ้างเล็กๆ น้อยๆ ฟีดแบคหลังจากที่ปล่อยทีเซอร์ออกมา คนก็ชอบเยอะมากค่ะ ตัวอั้มเองยังชอบเลย และเพลงประกอบมันก็ขลังด้วย ดังนั้นก็อย่าลืมติดตามนะคะ ก็โล่งใจค่ะ และก็ด้วย เพราะทั้งเรื่องมันสนุกทุกตัวละครเลย และก็ไม่รู้ด้วยว่าจะบอกยังไงว่าใครสนุกกว่า เพราะมันไม่มีใครเหมือนกันเลยจริงๆ"    "คนแซวว่าแม่กลับมาแล้ว แม่ยังอยู่ ไม่ไปไหน(หัวเราะ) อีกสักพักหนึ่งคงได้ชมกัน เพราะเนื้อเรื่องค่อนข้างยาว มีทั้งหมด 24 ตอนเต็มๆ ก็ไม่ตื่นเต้นขนาดนั้น แต่ก็ตั้งใจว่าจะพยายามทำให้มันดีขึ้นเรื่อยๆ อีกอย่างการที่อั้มต้องรับบทแม่ในเรื่องนี้ การแสดงน้ำเสียงของอั้มก็ต้องเปลี่ยนไปเพื่อให้มันดูแตกต่าง"    "ติดโพลนักแสดงเล่นบทร้ายแล้วคนดูชอบมากที่สุด ดีใจนะคะ แต่อั้มไม่เข้าใจเหมือนกันทำไมคนชอบให้อั้มเล่นบทร้าย(หัวเราะ) และการที่อั้มเล่นเรื่องเพลิงพระนางครั้งนี้ก็เพราะจริงๆ แล้วคุณแม่ของอั้มชอบดูมาก ดูมาตั้งแต่ตอนที่อั้มยังเด็ก ซึ่งมันก็ทำให้อั้มอยากสานฝันคุณแม่เหมือนกัน บวกกับอั้มอยากขึ้นไปนั่งเสลี่ยงด้วยค่ะ(ยิ้ม) ร้ายแบบนี้อั้มชอบ เพราะมันร้ายแบบมีเหตุมีผล เราถูกแย่งของๆ เราไป ชอบค่ะ แต่ก็เหนื่อยด้วย เพราะเราต้องคอยคุมโทนเสียงให้ดี และเอาจริงๆ บทตลกยากสุดนะ"    "บ้านที่กำลังสร้าง จริงๆ มันก็จะเสร็จแล้วนะ แต่ก็ไม่เสร็จสักที คือมันไม่มีอะไรที่ได้ดั่งใจเราเลยอ่ะ บานมากค่ะ เกินงบไปเยอะเหมือนกัน แต่ขอไม่บอกเป็นตัวเลข ไม่อลังการค่ะ แต่คืออั้มเป็นคนชอบเล่นเกมส์ไงคะ อั้มก็เลยชวนให้เพื่อนมาอยู่กันเยอะๆ มานั่งเบียดกัน จริงๆ ก็เป็นห้องเดิมๆ นั่นแหละ ให้เพื่อนได้นั่งได้อยู่กันจน ตีสอง ตีสาม ตีสี่ แล้วค่อยกลับ ผู้รับเหมาเขาก็ตั้งใจแล้วนะคะ แต่ทุกอย่างมันก็มีปัญหาได้หมดแหละ ดังนั้นตัวเราเองก็ต้องใจเย็นๆ ด้วย ทั้งๆ ที่ปกติไม่ใช่คนใจเย็นสักเท่าไหร่ เพราะเอาจริงๆ ก็เกือบจะเสร็จแล้วด้วยนะ มันเหลือแค่ตกแต่งนิดๆ หน่อยๆ"    "สถานะกับแอมป์ จริงๆ อั้มไม่อยากพูดเรื่องส่วนตัวนะคะ แต่ก็รู้ว่าทุกคนรอกันอยู่รอให้อั้มพูด ซึ่งอั้มก็คงบอกได้แค่ว่าเราไม่ได้คุยกันมานานแล้ว เหตุผล ไม่ได้ว่านะ คือมันเป็นเรื่องส่วนตัวจริงๆ เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ (เรื่องติดเกมส์?)เอ่อ...ไม่อยากพูดเลยอ่ะ"    "สถานะตอนนี้คือ ไม่ได้คุยกันแล้วค่ะ ไม่ได้บอกเลิกกันค่ะ แอมป์มาง้อมั้ย ไม่มีค่ะ ไม่ได้คุยกันแล้วค่ะ (เสียใจ?)ไม่ค่ะ คือมันก็เป็นเรื่องปกตินะคะที่คนทะเลาะกัน แต่เราไม่ได้คุยกันมานานแล้วก็แค่นั้นเอง" อั้ม กล่าวขอขอบคุณ ภาพจากอินสตาแกรม @aum_patchrapa อั้ม พัชราภา   อั้ม พัชราภา   อั้ม พัชราภา   อั้ม - แอมป์   อั้ม - แอมป์  

ยุ้ย ปาป้า ออกโรงยัน อั้ม ไม่ได้เศร้า ถ้าร้องก็บอกร้องรุ่นนี้ไม่มีแอ๊บ!!
อั้ม พัชราภา /  ข่าวอั้ม พัชราภา / 

  หลังจากถูกจับตามองเรื่องสถานะของนางเอกซุปตาร์ อั้ม พัชราภา กับแฟนไฮโซสุดหล่อ แอมป์ พิธาน ที่พักหลังดูเหินห่างจนผิดปกติ ล่าสุดเมื่อวานนี้ (23มิ.ย.59) อั้ม พัชราภา ได้เปิดเผยต่อหน้าสื่อมวลชนเป็นครั้งแรก รับ! ไม่ได้คุยกันมานานแล้ว โดยที่ฝ่ายชายก็ไม่ได้มาง้อ และไม่ได้บอกเลิกกัน แต่ไม่ได้คุยกันนานแล้วแค่นั้นเอง แถมงานนี้ยังมีการสังเกตเห็นว่าขณะที่ อั้ม พัชราภา ได้พูดเรื่องความสัมพันธ์กับ หนุ่มแอมป์ นั้น เธอถึงกับน้ำตาคลอกันเลยทีเดียว!!   ด้าน ยุ้ย ปาป้า หัวหน้าข่าวสายบันเทิงแห่งช่อง 7 สี แถมยังมีดีกรีเป็นเพื่อนสาวคนสนิทกับ อั้ม พัชราภา มาเป็นเวลานานร่วม 20 ปี แถมยังเป็นทั้งเพื่อนทั้งพี่ทั้งผู้ที่ใกล้ชิดสนิทสนมและกินนอนเป็นเพื่อนนางเอกซุปตาร์อยู่บ่อยๆ ได้ออกมายืนยันผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวว่า อั้ม พัชราภา ยังสตรอง ไม่ได้เศร้าและไม่ได้ร้องไห้แต่อย่างใด แต่ที่เห็นในข่าวแค่ใส่คอนแทคเลนส์และเป็นคนมีน้ำในตาเท่านั้น   “ไม่ต้องดราม่ากันเนอะ!! เพื่อนไม่ได้ร้องไห้นะคะ แค่ใส่คอนแทคเลนส์แล้วเป็นคนที่มีน้ำในตาอยู่แล้ว ชีวิตไม่ได้เศร้าขนาดนั้นนะ ...ขุ่นแม่ Strong ค่ะ #เชื่อปาป้า ไม่ดราม่าตามกระแสนะคะ # ร้องก็บอกร้องรุ่นนี้ไม่มีแอ๊บ”   แถมงานนี้บรรดาก๊วนเพื่อนสุดซี้ยังมารวมตัวปาร์ตี้เฉพาะกิจกันที่บ้านหรูของ อั้ม พัชราภา และโพสต์ให้กำลังใจไปตามๆ กัน มีเพื่อนดีอย่างนี้ ขุ่นแม่ อั้ม พัชราภา ก็เลยหายเหงาไม่เศร้าแถมยังสตรองอย่างที่เห็นนี่แหละค่า!! ขอบคุณภาพจาก IG aum_pacharapa, chai_anandadvip, aommmy, ja_chutimont, tun_chutidej, tom_siva, patzylovey, nknooknik, giggig9999, yui_papa   อั้ม พัชราภา   อั้ม พัชราภา