น้ำตาไม่ไหลคืน

ชีวิตตกอับ! สุริยา (อดีตพระเอกดัง) เร่ขายรองเท้ามือสอง คนดังนั่งเคลียร์ ช่อง2
ดารา /  บันเทิง / 

ชีวิตจริงยิ่งกว่านิยาย สำหรับอดีตพระเอกชื่อดัง “สุริยา ชินพันธุ์” ที่เจอมรสุมชีวิตลูกใหญ่ถูกฟ้องล้มละลาย ไม่มีงาน ไม่มีเงิน ถึงขั้นออกมาขายเสื้อผ้ารองเท้ามือ 2 ประทังชีวิต ยอมรับครั้งหนึ่งเคยคิดสั้นฆ่าตัวตาย โดยเจ้าตัวเปิดหมดใจในรายการ “คนดังนั่งเคลียร์” ทาง “ช่อง 2”บันเทิง..ถึงรส ถึงคุณ ซึ่งเจ้าเผยถึงเรื่องนี้ว่า ทำไมถึงได้มาขายของมือ 2 เครดิต www.thaich2.com เอ้อ พูดภึง วงการนี้ จากสูงสุดคืนสู่สามัญ มีจริงๆ ไงก็ให้กำลังใจนะคะ ยังดิ้นรนทำมาหากิน ขอให้กลับมาฟื้นตัวได้เร็ววันนะค่ะ

ยอดกตัญญู เด็กป.5วาดรูป-ทำดอกไม้ขาย  หาเงินช่วยพ่อพิการ
กตัญญู /  ชลบุรี / 

น้องมิวเด็กชายยอดกตัญญู วาดรูป-ทำดอกไม้ประดิษฐ์ขายในตลาดนัด หาเงินช่วยพ่อพิการ วันนี้(31ม.ค.)ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบหลังจากทราบว่ามี เด็กชายป.5วดรูปและทำดอกไม้ประดิษฐ์ขายเพื่อหาเงินแบ่งเบาพ่อซึ่งพิการจากอุบัติเหตุ จากการสอบถาทำให้ทราบว่าเด็กคนดังกล่าวคือ น้องมิวหรือ ด.ช.เอกมงคล เสมอภาค อายุ 10 ปี นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนสำราญวิทยา เขตเทศบาลตำบลบางพระ อำเภอศรีราชาจังหวัดชลบุรี น้องสวมชุดนักเรียนนั่งอยู่บนพื้นถนนพร้อมป้ายฟิวเจอร์บอร์ดสีส้ม ระบุว่า "ผมหัดวาดรูปและหาเงินเลี้ยงน้องและเป็นทุนการศึกษา" น้องมิวเผยว่า หลังเลิกเรียนในทุกวันศุกร์จะเดินทางมาตลาดเปิดท้ายพัทยาเพื่อมาบริการวาดภาพและจำหน่ายดอกไม้ประดิษฐ์เพื่อหารายได้ เนื่องจากพ่ออุบัติเหตุจากการทำงานในบ่อพลอยจนถูกก้อนหินทับแผ่นหลังจนเป็นอัมพาต ทำให้ไม่มีเสาหลักในการหาเงินเพื่อจุนเจือครอบครัว น้องมิวจึงหารายได้เสริมเพื่อนำมาจุนเจือคนในครอบครัว ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินผ่านบริเวณนั้นต่างให้ความสนใจและเมื่อทราบถึงเรื่องราวความกตัญญูของน้อง มีคนมาร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือกันตลอดทั้งคืน MThai News ขอบคุณภาพและข้อมูลจากข่าวสดออนไลน์

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก เชลซี VS แมนฯ ซิตี้
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก เชลซี – แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ คืนวันเสาร์ที่ 31 มกราคม 2558 เวลา 00.30น. ถ่ายทอดสด ช่อง3, cth stadium4 ความพร้อม ทั้งสองทีม เกมสำคัญของสองทีมหัวตาราง พรีเมียร์ลีก ที่มีผลสำคัญต่อการลุ้นแชมป์ในฤดูกาลนี้ หากทีมสิงห์บลูชนะจะยืดระยะห่างรองจ่าฝูงเรือใบสีฟ้าออกไปเป็นแปดคะแนนแต่หากทีมเยือนสามารถบุกมาชนะได้ ระยะห่างจะเหลือเพียงสองแต้มเท่านั้น สถิติในลีกชี้ว่า แมนฯ ซิตี้ บุกไปชนะ เชลซี ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ได้แค่ 2 เกม และแพ้ไปถึง 11 เสมอ 4 ก่อนลงสนามทีมเรือใบเพิ่งถูกเขี่ยร่วงถ้วยเอฟเอ คัพมาหมาดๆ หลังพ่าย มิดเดิลสโบร์ห คาบ้าน 2-0 แต่สถิตินอกบ้านของพวกเขายังไม่แพ้ทีมใดเจ็ดนัดรวดตั้งแต่ตุลาคมปีก่อน แม้สามเกมหลังสุดพวกเขาจะฟอร์มไม่ดีนักและยังไม่ชนะทีมใดเลยก็ตาม ส่วน เชลซี เพิ่งเปิดบ้านชนะ ลิเวอร์พูล มาได้ 1-0 ในเกมตัดเชือก แคปปิตอล วัน คัพ แต่ก่อนหน้านั้นพวกเขาเพิ่งถูก แบรดฟอร์ด เขี่ยร่วงตกรอบเอฟเอ คัพมาแบบสุดช็อค 4-2 ส่วนสถิติเล่นเกมเหย้าในลีกของพวกเขายังยอดเยี่ยมเสียไปแค่สามประตูจาก 10 เกม และเก็บคลีนชีตได้ถึงแปดนัด ก่อนลงสนาม โฆเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ เชลซี นัดนี้จะไม่มี ดิเอโก้ คอสต้า กองหน้าคนสำคัญที่ถูกแบนสามเกมหลังไปเล่นรุนแรงเกิดกว่าเหตุในเกม แคปปิตอล วัน คัพ กับ ลิเวอร์พูล รวมไปถึงผู้เล่นที่ได้รับบาดเจ็บในเกมดังกล่าวอย่าง เชส ฟาเบรกาส กับ ฟิลิเป้ ลุยซ์ ไม่น่าจะมีชื่อในเกมนี้ ส่วน บรานิสลาฟ อิวาโนวิช ที่เจ็บเช่นกันต้องรอเช็คความฟิตก่อนลงสนาม มานูเอล เปเยกรินี กุนซือ แมนฯ ซิตี้ จะไม่มีหัวใจสำคัญของทีมอย่าง ยาย่า ตูเร่ ที่ติดภารกิจรับใช้ชาติกับ ไอวอรี่ โคสต์ ในศึก แอฟริกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์ รวมไปถึง วิลฟรีด โบนี่ กองหน้าตัวใหม่ ส่วน แฟรงค์ แลมพาร์ด อดีตเด็กเก่าเจ้าถิ่นมีโอกาสได้ลงสนามเจอทีมเก่าในนัดนี้หากได้รับโอกาสจากกุนซือ ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม เชลซี – กูร์ตัวส์, อิวาโนวิช, เคฮิลล์, เทอร์รี่, อัซปิลิกูเอต้า, รามิเรส, มาติช, วิลเลี่ยน, ออสการ์, อาซาร์, ดร็อกบา แมนฯ ซิตี้ – ฮาร์ท, ซาบาเลต้า, ก็อมปานี, ม็องกาล่า, คลิชี่, เฟอร์นันโด, เฟอร์นันดินโญ่, นาบาส, ซิลบา, มิลเนอร์, อเกวโร่

อึ้ง!เจ้าอาวาสวัดท่าไม้ ประกาศพักตำแหน่ง เหตุโรครุมเร้า แต่..?
ความขัดแย้ง /  พระอุเทน / 

เจ้าอาวาสวัดท่าไม้ ร่อนจดหมายประกาศขอลาพักตำแหน่งอาวาสและฐานานุกรม เหตุโรครุมเร้าและไปจำวัดที่อินเดีย แต่  เจ้าคณะจ.สมุทรสาคร ไม่อนุญาติ ชี้ ไม่สมเหตุผล จากกรณีกระแสโลกโซเชียลเผยแพร่จดหมายอ้างเป็นของพระครูปลัดอุเทน สิริสาโร เจ้าอาวาสวัดท่าไม้ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร วัดชื่อดังที่ นักธุรกิจ ดาราและคนมีชื่อเสียงทุกวงการเป็นลูกศิษย์ ขอลาหยุดพักปฏิบัติหน้าที่จากตำแหน่งเจ้าอาวาสและฐานานุกรม โดยมีจดหมายระบุ มีปัญหาเรื่องสุขภาพและโรคต่างๆรุมเร้า และมีปัญหาความขัดแย้งของญาติโยม โดยมีพระครูปลัดอุเทนเป็นต้นเหตุ เมื่อวันที่ 29 ม.ค.58 พระครูสิริสารนิวิฐ พระเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาคร เผยว่า ก่อนหน้านี้พระครูปลัดอุเทน สิริสาโร ส่งหนังสือ ระบุข้อความ ขอลาหยุดพักปฏิบัติหน้าที่จากตำแหน่งเจ้าอาวาสและฐานานุกรม" ต่อเจ้าคณะตำบลบางยาง อ.กระทุ่มแบน และ ยังได้มาพบกับพระเทพสาครมุนี เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมกับนำพัดยศมาคืนท่านเจ้าคณะจังหวัดด้วย และยังทำหนังสือระบุว่ามีปัญหาเรื่องสุขภาพและได้รับการผ่าตัด ทั้งกระดูกคอเสื่อมผุ ไตเสื่อม ตัดถุงน้ำดี ม้ามและตับมีชิ้นเนื้องอก ลำไส้อักเสบ กระเพาะอักเสบ เข่าเสื่อม และปัญหาญาติโยมขัดแย้งเป็นสองฝ่าย ซึ่งไม่สามารถให้ปรองดองได้ ซึ่งตนเองเป็นต้นเหตุ มีข้อบกพร่องหลายอย่าง ผิดพลาดหลายประการ ประกอบกับเหตุผลมีผู้ศรัทธาถวายที่ให้สร้างวัด และตั้งใจจะไปจำพรรษาที่เมืองกุสินารา ประเทศอินเดีย สถานที่ปรินิพพาน จึงขอมอบอำนาจหน้าที่คำสั่งการบริหารทั้งหมดภายในวัดท่าไม้ให้ พระครูสังฆภารวิสิฐ และจะทำเรื่องขอลาออกตามลำดับต่อไป ขณะที่พระเทพสาครมุนี เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาคร พิจารณาเหตุผลแล้ว เห็นว่ายังไม่ให้ลาออกจากตำแหน่งในขณะนี้ เนื่องจากว่าปัญหาในเรื่องของสุขภาพถ้าต้องเข้ารับการรักษาอยู่บ่อยครั้ง ก็ให้มีการตั้งผู้ช่วยขึ้นมาดูแลการบริหารจัดการภายในวัดแทน และให้งดรับภารกิจต่างๆ โดยให้เข้ารับการรักษาตัวจนหายเป็นปกติแล้ว จึงกลับมาดูแลวัดต่อไป ดังนั้น พระปลัดอุเทน สิริสาโร ยังคงดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดท่าไม้เช่นเดิม เพราะทางพระเทพสาครมุนี เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาครยังไม่มีคำสั่งอนุมัติแต่อย่างใดทั้งสิ้น ขอบคุณภาพประกอบ เฟซบุ๊ก พระครูปลัดอุเทน สิริสาโร MTHai News

เจ้าหนี้สุดทน ติดสติ๊กเกอร์ ประจานลูกหนี้ ข้างรถ เอาให้อายไปข้าง!
ติดหนี้ /  ประจานลูกหนี้ / 

เจ้าหนี้สุดทน ติดสติ๊กเกอร์ ประจานลูกหนี้ ข้างรถ เอาให้อายไปข้าง! วันนี้(30 ม.ค.) ชาวสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพจากสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อ JI Nakklee ซึ่งได้เผยภาพรถคันหนึ่งติดข้อความด้วยสติ๊กเกอร์เป็นรายชื่อของลูกหนี้ทั้งหมด 15 ราย พร้อมยอดเงินค้างชำระ รวมถึงมีข้อความระบุว่า  "ยืมกูจัง ไม่ให้ก็โกรธ ให้ก็ไม่คืน ทวงก็ด่า แถมท้าให้ฟ้อง มึนจังมึง" ซึ่งจำนวนเงินที่ยืมไปทั้งหมดรวมกันร่วมล้านบาท โดยรถคันดังกล่าวจอดอยู่ที่ว่าการอำเภอเมืองลพบุรี  งานนี้เรียกได้ว่าเอาให้อายกันไปข้างหนึ่งเลย ซึ่งก็ถือเป็นอุทาหรณ์ของลูกหนี้หลายๆคนที่ยืมเงินไปแล้วก็ต้องใช้คืนตามกฎหมาย หากไม่มีจริงๆควรจะไปเจรจาประนอมหนี้หรือพูดคุยกับเจ้าหนี้ให้รู้เรื่องก่อนที่เรื่องราวจะใหญ่โตและต้องอับอายแบบนี้ MThai News ขอบคุณภาพจากสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อ JI Nakklee

25 เรื่องจริงของหัวใจ ที่ทำให้คุณต้องทึ่ง
เกร็ดความรู้ /  เรื่องจริง / 

ใกล้เข้าเดือนกุมภาพันธ์ เดือนแห่งความรักแล้ว เพื่อนๆ ลองมาเช็คการทำงานของ "หัวใจ" กันสักหน่อยไหมคะ กับ 25 เรื่องจริงของหัวใจ ที่ทำให้คุณต้องทึ่ง ว่าหัวใจคุณนั้นเป็นมากกว่าอวัยวะในร่างกายธรรมดาๆ เสียอื่น แต่จะมีเรื่องราวน่ารู้อะไรบ้างนั้น ไปติดตามพร้อมๆ กันเลยค่ะ 25 เรื่องจริงของหัวใจ ที่ทำให้คุณต้องทึ่ง 1. ในทุกๆ วัน หัวใจคนเราสร้างพลังงานขึ้น เทียบเท่ากับที่สามารถทำให้ “รถบรรทุก” ขับไปได้ 20 ไมล์ หรือราว 32 กิโลเมตร 2. ซึ่งนั่นหมายความว่า…หัวใจปล่อยพลังงานออกมารวมกันทำให้รถบรรทุกสามารถขับไปถึงดวงจันทร์ไป-กลับได้! 3. หัวใจเราปั้มเลือดไปให้เซลล์ทั่วร่างกายกว่า 75 ล้านล้านเซลล์ 4. มีเพียง Cornea หรือกระจกตาเท่านั้นที่ไม่ต้องการเลือดมาหล่อเลี้ยง 5. หัวใจเราทำงานหนักกว่ากล้ามเนื้อทุกมัดในร่างกายในช่วงชีวิตของเรา 6. ในช่วงชีวิตคนเรา หัวใจปั้มเลือดเป็นจำนวนราว 1.5 ล้านบาเรลล์ ซึ่งเพียงพอที่จะเติมรถไฟได้ 200 ขบวน 7. เซลล์ของหัวใจเซลล์แรกเริ่มเต้นเมื่ออายุได้เพียง 4 สัปดาห์เท่านั้น 8. วาฬสีน้ำเงินมีหัวใจที่ใหญ่ที่สุดคือน้ำหนักอยู่ที่ 1,500 ปอนด์ หรือราว 680 กิโลกรัม 9. รู้หรือไม่ว่า ยิ่งคุณเรียนมาก มีการศึกษามาก ความเสี่ยงของโรคหัวใจของคุณจะลดลง 10. แต่ถึงกระนั้น โรคหัวใจยังคงเป็นภัยที่อันตรายที่สุดของร่างกายมนุษย์ 11. แม้แต่ในมัมมี่ที่อายุ 3,000 ปี ยังพบว่ายังมี “หัวใจ” อยู่ 12. ความสุข การไม่เครียด การออกกำลังกาย และอาหารที่ดีต่อสุขภาพ จะทำให้คุณมีหัวใจที่แข็งแรง 13. อัตราการเกิดอาการหัวใจวาย เกิดมากที่สุดในวันคริสต์มาส รองลงมาคือ 26 ธันวาคม และตามมาด้วยวันปีใหม่ 14. และคุณมีโอกาสหัวใจวายตอนเช้าวันจันทร์ มากกว่าเวลาอื่นๆ 15. ลิ้นของหัวใจมีขนาดประมาณเหรียญครึ่งดอลลาร์ 16. รู้หรือไม่ว่า หัวใจ คนเราคืออุปกรณ์ปล่อยไฟฟ้าอย่างไรของโลก 17. เพราะมันมีกระแสไฟฟ้าของตนเอง และมันสามารถเต้นได้แม้กระทั่งอยู่นอกร่างกายมนุษย์ ตราบเท่าที่ยังมีออกซิเจนหล่อเลี้ยงอยู่ 18. ในปี 1929 Werner Forssmann แพทย์ชาวเยอรมันต้องการศึกษาหัวใจของเขาเอง เขาจึงสอดท่อเข้าไปในเส้นเลือดดำจากแขนของเขาเอง และนั่นคือครั้งแรกของ การสอดท่อเพื่อตรวจหัวใจในปัจจุบัน 19. ในปี 1967 วันที่ 3 ธันวาคม Dr. Christiaan Barnard จากประเทศแอฟริกาใต้ ทำการปลูกถ่ายหัวใจให้แก่ Louis Washansky ซึ่งถึงแม้ว่าคนไข้จะอยู่รอดต่อได้แค่ 18 วัน แต่นั่นถือเป็นการปลูกถ่ายหัวใจครั้งแรกของมนุษย์ที่สำเร็จ 20. เอาลูกเทนนิสมาบีบแน่นๆ นั่นคือเวลาที่หัวใจปั้มพ์เลือด นั่นคือการทำงานหนักของหัวใจของเรา 21. หัวใจของผู้หญิงจะเต้นเร็วกว่าหัวใจของผู้ชาย 22. อย่างที่เราบอกก่อนหน้านี้ ความสุขทำให้หัวใจแข็งแรง ซึ่งที่รวมในนั้นคือ “การหัวเราะ” เพราะการหัวเราะช่วยทำให้การไหลเวียนเลือดดีขึ้นกว่าเดิม 20% และทำให้ผนังหลอดเลือดผ่อนคลายมากขึ้น 23. ไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าทำไมเมื่อพูดถึงความรัก จึงมีการแทนด้วย “หัวใจ” ทั้งๆ ที่ อารยธรรมโบราณ เมื่อพูดถึง หัวใจ จะนึกถึงอารมณ์ มากกว่า ซึ่งนักประวัติศาสตร์บางคนบอกว่ามันเริ่มมาจากชาวกรีก ที่นำหัวใจกับความรักมาคู่กัน 24. อาการอกหัก คือ เรื่องจริง เพราะหลังจากที่เราเจอเรื่องหนักๆ อย่างเช่นการผิดหวังในความรัก ฮอร์โมนที่ทำให้เรามีความเครียด จะเข้าไปสู่กระแสเลือดและทำให้หัวใจเกิดอาการ “ช็อก” คล้ายๆ กับอาการหัวใจวาย 25. มีผลวิจัยล่าสุดจากนักวิจัยชาวสวีเดนพบว่า ทุกครั้งที่มีการร้องเพลงหมู่ หัวใจคนเราจะเลียนแบบจังหวะของบทเพลงนั้นๆ ข้อมูลและภาพ: kiitdoo, list25

ของขวัญเกิดครบ 44 ปี ลดน้ำหนัก จากตัวจากคนไซส์ 3 XL มาไซส์ L
ฟิตเนส /  ลดน้ำหนัก / 

ของขวัญเกิดครบ 44 ปีที่มีค่ามากที่สุดการ ลดน้ำหนัก จากตัวจากคนไซส์ 3XL มาเป็นคนไซส์ L ทุกๆ คนย่อมอยากมีหุ่นที่ดูดี ไม่ถูกล้อ จะทำอะไรก็มีแต่ความมั่นใจ เป็นตัวอย่างให้กับคนรอบข้างได้อยู่แล้วครับ Men.MThai เชื่ออย่างนั้น ซึ่งการที่จะมีหุ่นที่ดูดีได้นั้นมันก็ขึ้นอยู่กับตัวเราเองทั้งนั้น ถ้าเรามีเป้าหมายในชีวิตที่แน่วแน่ และตั้งใจทำเต็มร้อย ผมก็เชื่อว่าทุกๆ คนก็สามารถเอาชนะขีดจำกัดของตัวเองได้ครับ อย่างเช่นคุณ จ่าโหดปืนห่าม สมาชิกเว็บไซต์ Pantip ที่มาแชร์ประสบการณ์ ลดน้ำหนัก ด้วยตัวเอง จากไซส์ 3XL มาเป็น L ได้ ซึ่งทางเราก็คิดว่าความสำเร็จของคุณ จ่าโหดปืนห่าม ในครั้งนี้จะสร้างแรงบัลดาลใจให้กับเพื่อนๆ ที่มีความคิดที่จะ ลดน้ำหนัก ฟิตหุ่นได้เป็นอย่างดี พรุ่งนี้เป็นวันเกิดครบรอบ 44 ปีของผม 26 มกราคม 2558 ก็เลยตัดสินใจแบ่งปันประสพการณ์การเปลี่ยนแปลงตัวเอง จากชายอ้วนวัยกลางคน คนหนึ่งให้ทุกๆ ท่านได้อ่านกันว่า 17 เดือน 22 โล ณ จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงตัวเอง ผมหนัก (ประมาณเพราะไม่กล้าชั่ง) 105 กิโลกรัม และปัจจุบัน ขึ้น ๆลง ๆอยู่ที่ 87 - 85 กิโลกรัม ซึ่งเป้าหมายผมคือ 78 กิโลกรัม (น่าจะต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่) ผมเองรับรูปร่างและน้ำหนักตัวไม่ได้มาต้งแต่ ม. 2 ผมอดอาหาร ทานน้อยๆ บางวันกินแค่ขนมปังหนึ่งก้อนและน้ำอัดลมขวดนึง เพื่อให้มีกำลังในการเล่น (เล่นฟุตบอล) เท่านั้นเอง แต่ก็ไม่เคยดูเป็นคนผอมเสียที ดูเป็นคนบวมๆ มีน้ำมีนวลตลอดเวลา ปกติแล้วเป็นคนชอบออกกำลังกายมาตลอด ชอบเล่นฟุตบอล (เล่นไม่เก่งแต่ก็ชอบ) เคยชกมวย (ที่การกีฬาแห่งประเทศไทย เรียนสนุก ๆ) น้ำหนักตัวผมน้อยที่สุดผมว่าน่าจะเป็นช่วงทำงานปิดเทอม ผมเป็นพนักงานขายรองเท้า เป็นผู้ชายคนเดียว วิ่งเข้าวิ่งออกสโตร์ยกรองเท้าลังรองเท้าสูงถึงเพดานห้องเก็บของ กินวันละมื้อเดียวเป็นแซนด์วิช 1 คู่กับนมพร่องไขมัน 1 แก้ว แล้วก็เดินและวิ่งกลับบ้าน ระยะทางประมาณ 2 - 3 กม.แล้วก็ซิตอัพ กระโดดเชือก ทำอะไรต่อมิอะไรมาเยอะแยะ เพื่อทีจะไม่อ้วน สุดท้ายเมื่อเรียนจบออกมาทำงาน เพียงแค่ ไม่ถึงปี น้ำหนักก็พุ่งพรวดไป 85 ก.ก. จากปกติน้ำหนักอยู่ที่ 6x กก พอดีมีแฟนช่วงนั้นแฟนขอให้ลดความอ้วนเป็นของขวัญวันเกิดซัก 5 กก.ได้มั้ย เลยตัดสินใจไปสถาบันลดความอ้วน บอดี้ๆ เป็นลูกค้าดีเด่น 3 เดือนลดไป 20 กก.ด้วยการควบคุมอาหารอย่างเดียว เรียกลูกค้าให้เค้าได้อีกหลายคน เป็นพรีเซนเตอร์เลยช่วงนั้น แต่ผ่านไปไม่นานน้ำหนักก็มาวนเวียนอยู่แถว ๆ 80 กก.อีก วนไปเวียนมาแต่เราก็รู้วิธีการควบคุมอาหารเพื่อให้น้ำหนักลดลง ผมเคยทานแบบนับแคล กินแค่มื้อละจานน้ำหนักก็ลงแล้ว เพราะเรารู้ว่าเราต้องการพลังงานพื้นฐานเท่าไร และ อาหารจานเดียวแต่ละอย่างมันเฉลี่ยแล้วกี่แคล ก็กินไม่ให้เกิน น้ำหนักก็ลงมา ต่ำสุดๆ ก็ 78 กก. แต่พออายุย่างเข้า เลขสามกลาง ๆทีนี้ น้ำหนักมันขึ้นไม่ยอมลงแล้ว จะกินน้อยกินมากแค่ไหนก็ไม่ยอมลง จนมันเดินทางจาก 85 กก.(ซึ่งเป็นน้ำหนักปกติของผมช่วงหนึ่ง)เข้าสู่ เลข 9 และหลังจากเลข 9 แล้วทีนี้เราก็หาตัวช่วยกลับกลายเป็นไปกันใหญ่ครับ จนทำให้ผมกลายเป็นคนเกิน 100 ในที่สุด และเราก็หมดหวังและคิดว่าชาตินี้ "กูคงอ้วนจนตายแล้วหละ" ปล่อยผ่านเรือยมาไม่น้อยกว่า 5 - 6 ปี จนวันหนึ่งได้กลับไปเจอเพื่อนเก่า ๆ สมัยเรียนมัธยมต้นด้วยกัน มีอยู่คนหนึ่ง เฮ้ยยิ้มหล่อว่ะ ดูดีมาก แล้วที่สำคัญสาว ๆก็กรี้ดกร้าดมันด้วยเพราะรูปร่างดี ล่ำสันสไตล์คนเพาะกายเลย ทั้งที่จำได้ว่าเมื่อก่อนนี้มันตัวเล็ก ๆเหมือนเด็กแกรน ๆ ตัวเท่าลูกหมาเอง แล้วดูกูสิ ดูอีกหลาย ๆคนสิ ยิ้มอ้วนหุ่นเจ๊งกันหมดละ โชคดีที่กูหัวไม่ล้านนะเนี่ยไม่งั้นล่ะก็ แย่เลย ก็เริ่มได้แรงบันดาลใจจากตรงนั้น ว่ามันทำยังไง? อีกอย่างหนึ่งช่วงนั้นจับลูก ๆหัดเรียนว่ายน้ำที่สโมสรหมู่บ้านซึ่งมีฟิตเนสด้วย แต่เราก็เอาแต่นั่งอ้วนดูลูกเรียน ปากก็บ่นด่าลูกไปตามประสา แต่ไม่ได้ออกกำลังเลย เหมือนว่าเราเอาเปรียบลูกอยู่ และก็เริ่มคิดว่าถ้าเราอยากใจะให้ลูก ๆตั้งใจทำ มีความพยายามในการทำ จะมีอะไรดีกว่าการที่จะทำเป็นตัวอย่างให้ลูกเห็น ก็เลยเริ่มหาข้อมูล ก็ถามเพื่อนคนนั้นนั่นแหละว่าจะเริ่มต้นยังไงดี? เพื่อนก็แนะนำให้ลองเข้าเวปไปศึกษาหาข้อมูล ก็เลยเข้าไปทีเวป http://tuvayanon.net/index1.html นับได้ว่าเป็นอาจารย์ท่านแรกของผม และทุกวันนี้ผมยังเข้าไปเสมอ ๆ ผมเมล์ไปถามเรืองทีสงสัยก็ได้รับการตอบกลับมา ดีใจมาก และก็เริ่มออกกำลังกายมาตั้งแต่ช่วงนั้นโดยเท่าที่จำได้ น้ำหนักเริ่มต้นคือ 105 กิโลกรัม ผมตัดสินใจว่าจะเดินบนเส้นทางของนักเพาะกายนี่แหละ เพราะตรงที่สุดแล้วสำหรับคนอ้วนอย่างเราโดยตอนนั้นเพื่อผมวางโปรแกรมในการฝึกมาให้เพื่อเล่นทั้งตัว ขา 2 ท่า อก 2 ท่า หลัง 2 ท่า ไหล่ หลังแขน หน้าแขน และจบด้วยการคาร์ดิโอ 15 นาที ซึ่งผมไม่ทราบเลยว่าการคาร์ดิโอคืออะไร คาร์ดิโอโซนที่เห็นในเครืองออกกำลังกายที่ฟิตเนสคืออะไร? ก็มาหาข้อมูลเอา ทั้งในพันทิพ และ ที่อื่น ๆ และเพื่อให้การเปลียนแปลงไปด้วยดี ผมก็หาข้อมูลเรืองการกินอาหาร ก็ไปเจอเรืองการกินคลีน การลีนไขมัน ทีนี้ปวดหัวกันใหญ่ละมันเป็นเรื่องที่ต้องมีการคำนวณเข้ามาเกี่ยวข้อง ไอ้เราก็ไม่ชอบซะด้วย สรุปในช่วงแรกของการเริ่มต้น จะเกิดความสับสนว่าจะเอาไงดี กินน้อยเพื่อให้น้ำหนักลง? แล้วกล้ามเนื้อหละจะสร้างยังไง? แล้วควรกินอะไรเท่าไหร่? ในช่วงที่ 1. เม.ย. - ต.ค. 2556 ผมทานโยเกิรต์ต หลีกเลี่ยงแป้ง(คาร์โบ)เน้นโปรตีน จนมาอ่านเจอข้อมูลเรืองการกินคลีน ก็ปรับมา ทานข้าวกล้อง โฮลวีท อกไก่อบ(ด้วยหม้อลมร้อน) งดน้ำตาล ของหวานของทอด เน้นผัก สลัด หลังออกกำลังกายทานอาหาร(เสต้กปลาแซลมอนเป็นประจำเลย) ปรากฏว่าสัดส่วนดูเล็กลง แต่ที่น่าตกใจคือน้ำหนักขึ้น !!! โอ้ไม่นะ จาก 105 กก.หนักขึ้นมาเป็น 107 กก. ทำไงดีฟระ อะไรนี่???? พอดีช่วงนั้นพบเฟสของ อ.มาร์ค ไทยทอป ก็เลยแมสเสจไม่ถามอาจารย์ตอบกลับมาว่าให้คุณ เพิ่มการคา์ดิโอตอนเช้าก่อนกินอาหารเช้าด้วย ผมก็จัดไปวันละ 40 นาทีด้วยการปั่นจักรยานในฟิตเนส ตั้งโปรแกรมเป็นแบบขึ้นเขาโดยใช้รอบขาไม่ต่ำกว่า 80 คิดว่าเป็นการซ้อมด้วยเพราะช่วงนั้นเริ่มขี่จักรยานแล้ว เหนื่อยแทบขาดใจ HR. เคยขึ้นถึง 150 กว่า ๆด้วยซ้ำไป ขี่จักรยานก็ปวดแขน ปวดหลังไปหมด แต่ใจสู้คิดเสมอว่า "อะไรที่คนทำได้ คนต้องทำได้" มีคนทำได้เยอะแยะไปหมด สุดท้ายน้ำหนักก็เริ่มลงมา และผมเริ่มแบ่งการกินมาเป็นกินทุก ๆ 2 ชั่วโมง แต่หลังจากทำไปได้ 2 เดือน ก็มีเหตุอีก ปรากฏว่าผมหิวตลอดเวลา หิวทั้งคืน จนสุดท้ายคืนหนึ่งตอนเช้าต้องเข้าโรงพยาบาลอ้วกออกมามีแต่น้ำย่อย นอนให้หมอส่องกล้องดู หมอบอกเป็นกรดไหลย้อน แต่มันย้อนมาแค่ในกระเพาะนะ คือเหมือนน้ำย่อยมันออกมาตลอดเวลา ก็เลยเลิกการกินแบบนั้นไป สรุปว่าในช่วงแรกผมออกกำลังในแต่ละวันคือ เช้า คาร์ดิโอ 40 นาที เย็น เวทเทรนนิ่ง (เน้นยกหนักๆเลย) 90 - 120 นาที น้ำหนักลงมาจาก 107 กก. (คือช่วงพีคสุด) อยู่ที่ 95 กก. และผมก็หยุดไปตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ช่วงที่ 2 เดือน เม.ย. 2557 - เดือนมกราคม 2558 หลังจากหยุดไปแรก ๆผมก็ควบคุมอาหารหลัง ๆก็ช่างมันกินอย่างไร้วินัยที่สุด สุดท้ายน้ำหนักตัวผมตอนเริ่มต้นออกกำลังกายใหม่นี้อยู่ที่ 100 กก. ซึ่งผมก็พอใจว่าขึ้นมา แค่ 5 กิโลกรัม ถ้าดูจากสภาพการยัดเข้าไปแล้วควรจะกลับไปที่ 105 เป็นอย่างน้อย(แสดงว่าเรืองการโยโย่ ที่เคยเจอมาก็ดีขึ้นละ) แต่สภาพนี่อ้วนเหมือนเดิมละ ทีนี้ก็ไปได้แรงบันดาลใจจากน้องอีกคนหนึ่ง ซึ่งตอนนั้นเค้าวิ่ง ๆๆๆ และก็ ปั่น ๆๆๆ จนสุดท้าย ลงไตร เฉยเลย เราก็ "เฮ้ย ถ้าคนธรรมดาคนนึงทำได้เราก็ทำได้วะ ปีหน้าจะลงไตรมั่ง" (แต่จนถึงตอนนี้วิ่งยังไม่ได้ซักเท่าไหร เรื่องว่ายน้ำน้ำว่ายยังแพ้ลูกเลยผมว่ายน้ำไม่เก่ง) ก็เริ่มกลับมาออกำลังกายอีกครั้ง แต่คราวนี้ที่แย่คือ วินัยการกินเจ๊งบ๊ง ผมไม่กินคลงกินคลีนละ ไม่นับแคลไม่สนใจเรืองการกินอีกต่อไป เช้า คาร์ดิโอ 50 นาที ปั่นจักรยานเพิ่มโปรแกรมความหนักมากขึ้น รอบขาเร็วขึ้น เฉลี่ยอยู่ที 100 แข่งกับตัวเอง แข่งกับเวลา วันนี้ต้องทำเวลาและเผาแคลฯได้มากกว่าเมือวานในเวลาที่เท่ากัน (นั่นเป็นเหตุผลที่หลาย ๆคนไม่เข้าใจว่าผมทนนั่งปั่นจักรยานอยู่ได้ไงตั้ง 50 นาทีเบื่อตายชัก) เฉลี่ยตอนเช้าผมเผาแคลฯไปประมาณ 935 แคลทุกๆเช้า(อันนี้ถูกผิดก็ต้องว่าตามเครืองปั่นจักรยานของผมหละ) เย็นก็ เวทหนัก ๆ ในแนวของคนเพาะกาย ทั้งร่างเหมือนเดิม เพิ่มสควอชเข้าไปด้วย ใช้เวลาประมาณ 90 นาที ปรับโปรแกรมตามเวลาและปิดท้ายด้วยการคาร์ดิโอ 15 นาที จนถึงตอนนี้ น้ำหนักผมลดลงจากจุดเริ่มต้น 100 กก.อยู่ที่ (ต่ำสุด) 84 กก. แต่เฉลี่ยก็จะขึ้น ๆลง ๆอยู่แถว 87 กก. ผมไม่สนใจเรืองน้ำหนักเท่าไหร่(จริง ๆก็สนใจเพราะจะได้รุ้ว่าจบภารกิจเมื่อไหร่ เพื่อจะเข้าสเตจ 2 ) รอบเอวผมจากวันที่เริ่มต้นออกกำลังกาย 45 - 46 นิ้ว ปัจจุบันอยุ่ที่ 34 นิ้ว (เล็กกว่าตอนหนัก 78 กก.อีก) รอบอกลงมาจาก 45 นิ้ว อยู่ที่ 40 นิ้ว รอบแขนลงมาจาก 18 นิ้ว อยู่ที่ 14.5 นิ้ว เรื่องของระบบการหายใจดีขึ้นมาก ผมสามารถวิ่งเล่นฟุตบอลตลอดทั้งเกมส์ได้(สนามใหญ่ 90 นาทีสบาย ๆ) และผมเล่นฟุตบอลอาทิตย์ละ 4 วันโดยวันเสาร์เป็นวันแข่ง ผมปั่นจักรยานได้สบาย ๆในระย 50 กม.(โดยไม่เหนื่อย)แต่ยังไม่เคยออกทริปไกล ๆเพราะเกรงใจภรรยา เป็นหวัดน้อยลงแทบจะไม่เป็นเลย จากคนมีปัญหาภูมิแพ้ นอนกรน ก็ดีขึ้นมาก จากที่ตื่นนอนแล้วรู้เลยว่าเรามีปัญหาหยุดหายใจตอนนอน เพราะจะง่วงทั้งวัน ก็ไม่เป็นแล้ว เสื้อผ้าจากไซส์ 3 xl เหลือ XL หรือ L เป้าหมายคือ M ทีดีใจที่สุดก็คือ ถ้าคุณไม่เคยได้ยินคำพูดที่ว่าลุกไม่อยากอ้วนเหมือนพ่อ ลูกกลัวว่าโตขึ้นแล้วต้องอ้วน คุณจะไม่รุ้เลยว่ามันน่าเสียใจแค่ไหนที่เราเป้นตัวน่ารังเกียจของลูก ๆ ทุกวันนี้ลูก ๆก็ดูมีความสุขที่มีพ่อไซส์ปกติ ๆเหมือนพ่อคนอื่น ผมโชคดีที่ไม่เป็นโรคหัวใจ เบาหวาน ความดันไปเสียก่อน บทสรุป 1.เมื่อคุณเริ่มต้นขอให้มั่นคง จะมีคนเยาะเย้ยถากถางคุณเยอะมาก มีคนคอยซ้ำเติมความล้มเหลวของคุณตลอดเส้นทาง 2.อย่าใจร้อน เราทุกคนเคยผอมมาก่อนอ้วนทั้งนั้นแหละ แล้วทำไมจะกลับไปผอมอีกไม่ได้แต่มันต้องใช้เวลา 3.มั่นคงบนเส้นทางที่ตัดสินใจ เริ่มเดินแล้วอย่าวอกแวกไปเรื่อย ๆ แข่งกับตัวเองเท่านั้นอย่าแข่งกับคนอื่นไม่มีประโยชน์เลย 4.หลักการของผมยึดตามหลักปฏิบัติในพระพุทธศาสนา "ควบคุมเหตุ ไม่สนใจผล" แล้วมันจะมาเอง 5.พยายามหาข้อมูลให้ถูกต้อง มีสติคิดก่อนว่าข้อมูลนั้น ๆถุกต้องไม๊? 6.เลือกเส้นทางที่ยั่งยืน นับแคล ไม่เอาคาร์โบ ยาลดความอ้วน อาหารเสริม ผมผ่านมาหมดแล้วแต่เป็นไง? สุดท้ายผมก็หนักเกิน 100 กิโลอยู่ดี ไม่มีประโยชน์เลยเสียเงิน เสียเวลา เสียสุขภาพทั้งกายและจิต สิ่งที่ผมปฏิบัติตัวอยู่ทุกวันนี้ 1.พยายามทานอาหารเป็นมื้อย่อย ๆ ให้ได้ 4 มื้อขึ้นไป (อย่าเยอะ อย่าปล่อยให้ตัวเองหิว) 2.มื้อแรกของวันหลังการคาร์ดิโอ จะกี่โมงก็ช่าง หลังจากนั้นพยายามทุก ๆ 2 ชั่วโมง และมื้อสุดท้าย(หนัก) อย่าเกิน 5 โมงเย็นอนุโลมให้ได้ถึง 6 โมง หลังออกกำลัง น้ำมะเขือเทศดอยคำ 1 แก้วโต ๆหรือกล้วยหอม 3.ออกกำลัง 5 - 6 วันต่อสัปดาห์ คาร์ดิโอเช้าจำเป็นมากสำหรับคนน้ำหนักตัวเยอะ ๆอย่างผม เวทเทรนนิ่งจำเป็นในการสร้างเตาเผาพลังงาน ฟุตบอลเพื่อความสนุกสนาน (และเป็นการคาร์ดิโอแบบหนึ่ง) จักรยานเพื่อความบันเทิง 4.รุ้ประมาณในการบริโภค ผมหลีกเลี่ยงของทอด หวาน มัน เค็ม จัด น้ำอัดลม น้ำตาล(งดเติมในก๋วยเตี๋ยวมาไม่ต่ำกว่า 20 ปีแล้ว) ตอนนี้ผมทานทุกอย่างแต่ไม่เยอะ ตั้งสติก่อนสตาร์ท สุดท้ายนี้ผมต้องขอขอบคุณ เวป http://tuvayanon.net/index1.html ที่เป็นแรงบันดาลใจ เป็นการให้ข้อมูลที่ดีๆ ขอขอบคุณกลุ่มแนวร่วมลดน้ำหนัก เฟสบุ้คของอาจารย์มาร์ค ไทยทอปฟิตเนส และที่สำคัญที่สุดคือ ภรรยาและลูกที่เป็นทุกอย่างให้กับเรา ผมคงทำไม่สำเร็จถ้าภรรยาไม่อดทนดูแลลูกเล็ก ๆจอมป่วนของผมทั้ง 3 คนให้ในเวลาที่ผมไปออกกำลังกาย ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน ผมทนทุเรศรูปร่างตัวเองมานานมาก แต่ทุกวันนี้ ภรรยาผมบอกว่าผมกลายเป็นพวกหลงตัวเองไปแล้วซึ่งก็จริง (ยอมรับเลย) ไม่ใช่อะไรมันภูมิใจกับความตั้งใจของตัวเอง ขอขอบคุณทุกท่านที่อดทนอ่านมาจนถึงตรงนี้นะครับ Men.MThai เรียบเรียงเนื้อหาจากต้นฉบับ จ่าโหดปืนห่าม สมาชิกเว็บไซต์ Pantip http://pantip.com/topic/33154270

เกมส์ชิงบัลลังก์จะกลับมา ในตัวอย่างแรก Game of Thrones Season 5
Game of Thrones /  Game of Thrones Season 5 / 

ซีรี่ย์ที่ทุกคนรอคอยจะกลับมาแล้วในเดือน เมษายนนี้ สำหรับ Game of Thrones Season 5 มหาศึกชิงบัลลังก์ ของ HBO ที่เรารู้ดีกันแล้วว่าตัวซีรี่ย์นี่ได้ไปฉายในโรง IMAX 2 ตอนสุดท้ายของซีซั่น 4 ด้วย และแน่นอนว่าเพื่อแฟนๆ ก่อนหน้าที่พวกเขาจะฉายนั่น ก็มีตัวอย่างซีซั่น 5 ให้ชมกันในจอยักษ์ IMAX อีกด้วย และตัวอย่างก็ออนไลน์ออกมาแล้วครับ ซึ่งในตัวอย่างแรกนี่นอกจากจะเห็นฉากการปะทะคารมณ์ และเนื้อเรื่องของ ทีเรี่ยน เลนนิสเตอร์ มากขึ้น ยังโชว์ให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่มากขึ้นของกองทัพของ แดเนเรียส และรวมถึงมังกรที่โตเต็มวัยแล้วด้วย โดยตัวซีรี่ย์มีกำหนดคืนจอ 12 เมษายนนี้ แฟนๆรอชมกันเลยครับ

นิยายแนะนำ เวโรนิกา มาร์ส กับคดีฆาตกรรมสาวผิวแทน
นิยาย /  นิยายต่างประเทศ / 

วันนี้ทีนเอ็มไทยมีนิยายแนะนำ เวโรนิกา มาร์ส กับคดีฆาตกรรมสาวผิวแทน นิยายแนวสืบสวนสอบสวนเล่มใหม่ที่ติดอันดับหนังสือขายดีในอเมริกา และตอนนี้ได้ออกมาเป็นเวอร์ชั่นภาษาไทยเรียบร้อยแล้ว ให้เพื่อนๆ ได้ติดตามกันค่ะ ขอบอกว่าใครชอบแนวนี้ ห้ามพลาด... นิยายแนะนำ เวโรนิกา มาร์ส กับคดีฆาตกรรมสาวผิวแทน เวโรนิกา มาร์ส กับคดีฆาตกรรมสาวผิวแทน (Veronica Mars –The Thousand Dollar Tan line) เขียนโดย Rob Thomas/ Jennifer Graham และถูกแปลโดย คุณเจนจิรา เสรีโยธิน ของสำนักพิมพ์ HER Publishing ยอดนักสืบวัยรุ่น เวโรนิกา มาร์ส (Veronica Mar) คือชื่อจากตัวละครในซีรีส์ไขคดีฆาตกรรมสุดฮอตในปี 2004 ของสหรัฐ ที่มีมาต่อเนื่องถึง 3 ซีซั่น และเธอกลับมาอีกครั้ง กับเวอร์ชั่นภาพยนตร์ และต่อยอดความสำเร็จสู่ความมันส์ในเวอร์ชั่นของนิยายอีกด้วย โดยเรื่องราวในหนังสือจะพูดถึง 10 ปีหลังจากจบไฮสคูล อดีตนักสืบวัยทีน Veronica Marsที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่ในวัย 28 ปี เธอได้กลับสู่โลกของนักสืบอีกครั้งในบ้านเกิด ณ สำนักงานนักสืบเอกชน Mars Investigations ที่ก่อตั้งด้วยพ่อของเธอเอง กับการสืบคดีหลายคดีที่เกิดขึ้นในเนปจูน แคลิฟอร์เนีย เมืองแห่งหาดทราย ปาร์ตี้ อาชญากรรม คอรัปชั่นและยาเสพติด …เข้าสู่ช่วงใบไม้ผลิ หนุ่มสาวมหาวิทยาลัยต่างหวนคืนสู่เนปจูนเพื่อความบันเทิง ทำให้ทั้งเมืองเต็มไปด้วยผู้คนแต่เมื่อเด็กสาวสวยหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในงานปาร์ตี้เดียวกันถึงสองคน เวโรนิก้า มาร์ส จึงถูกว่าจ้างให้เข้ามาคลี่คลายคดีนี้ ซึ่งไม่ใช่คดีคนหายทั่วไป เมื่อหญิงสาวหายตัวไปจากบ้านของชายที่ถูกสงสัยพัวพันคดี อาชญากรรมหลายคดี ยิ่งเธอสืบลึกลงไปเท่าไหร่ ปริศนาคนหายกลับปรากฎร่องรอยที่เหนือความคาดหมาย และโยงใยไปถึงอดีตของตัวเธอเองอย่างคาดไม่ถึง เธอแทบไม่เชื่อว่ามันยังพัวพันถึงอดีตที่ผ่านมาของตัวเธอเอง และแม่ที่ทอดทิ้งเธอไป ที่สำคัญ เธอต้องเอาชีวิตของตนเป็นเดิมพันอีกครั้ง เกริ่นมาขนาดนี้แล้ว เพื่อนๆ คนไหนที่อยากรู้คำตอบของเรื่องราวปมทั้งหมดละก็ สามารถหาซื้ออ่านติดตามได้ทุกร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศนะคะ หรือสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ FB : Her Publishing

รวบมือปืนบุกสถานีโทรทัศน์ในเนเธอร์แลนด์
บุกยึด /  รวบมือปืน / 

รวบมือปืนบุกยึดสถานีโทรทัศน์ในเนเธอร์แลนด์ อ้างตัวว่าเป็นแฮ็กเกอร์ ต้องยุติการออกอากาศเป็นเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง   รวบมือปืนบุกสถานีโทรทัศน์ในเนเธอร์แลนด์ ชายชาวเนเธอร์แลนด์ วัย 19 ปี ที่อ้างตัวว่าเป็นแฮ็กเกอร์ ใช้อาวุธปืน บุกยึดสถานีโทรทัศน์ขนาดใหญ่ เมื่อคืนวานนี้ ล่าสุด ตำรวจสามารถรวบตัวผู้ก่อเหตุรายนี้ได้แล้ว ภาพจากกล้องภายในสถานีโทรทัศน์แห่งชาติดัทช์ ในเมืองฮิลเวอร์ซัมของเนธอร์แลนด์ บันทึกเหตุการณ์ที่ชายหนุ่มวัย 19 ปี ได้ใช้อาวุธปืน บุกเข้ายึดสถานีโทรทัศน์แห่งนี้ โดยอ้างตัวว่าเป็นแฮ็กเกอร์ และเรียกร้องให้ทางสถานีถ่ายทำเขาออกอากาศ ไม่งั้นเขาจะจุดชนวนระเบิดที่ติดตั้งไว้ตามสถานที่ต่างๆ ทั่วเนเธอร์แลนด์ ทำให้ทางสถานีต้องยุติการออกอากาศเป็นเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง หลังจากนั้นไม่นาน เจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างน้อย 5 นาย ได้บุกจู่โจมเข้าไปในสถานีโทรทัศน์ และสามารถรวบตัวผู้ก่อเหตุรายนี้ได้อย่างง่ายดาย แม้ทางตำรวจไม่ยอมเปิดเผยชื่อของผู้ก่อเหตุ แต่ได้มีการตั้งข้อหาพยายามข่มขู่, มีอาวุธปืนในครอบครอง และพยายามจับตัวประกัน โดยจะมีการสืบสวนประวัติของผู้ต้องหา รวมถึงแรงจูงใจในการก่อเหตุครั้งนี้ต่อไป MThai news

ผลฟุตบอล : ไกลเท่าเดิม! สิงห์บูลเปิดรังเจ๊าเรือใบรักษาระยะห่าง5แต้มเหมือนเดิม
จอห์น เทอร์รี่ /  ดาบิด ซิลบา / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก วันเสาร์ที่ 30 มกราคม 2558 เชลซี 1-1 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผู้ทำประตู: 1-0 โรอิก เรมี่ น.41,1-1 ดาบิด ซิลบา น.45 เวลา: 00.30น. สนาม: สแตมฟอร์ดบริดจ์ ถ่ายทอดสด: ช่อง3,CTH ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ คู่บิ๊กแมตท์ประจำสัปดาห์ที่สนามสแตมฟอร์ดบริดจ์ จ่าฝูงเชลซี ที่จะไม่มี ดิเอโก้ คอสต้า ดาวยิงตัวเก่งที่โดนแบน 3 นัดจากการไปย่ำใส่ เอ็มเร่ ชาน นักเตะลิเวอร์พูล ในฟุตบอลถ้วยแคปิตอลวันคัพ แถม เชส ฟาเบรกาส กองกลางจอมจ่ายก็บาดเจ็บลงสนามไม่ได้เช่นกัน ส่วนแมนเชสเตอร์ ซิตี้ทีมเยือนที่เปนรองจ่าฝูงตามหลัง 5 แต้มไม่มี ยาย่า ตูเร่ และกองหน้าตัวใหม่อย่าง วินเฟร็ด โบนี่ ที่ไปแข่งฟุตบอลแอฟริกันเนชั่นคัพ เริ่มเกมส์เพียงแค่ นาทีที่ 7 ทีมเยือนได้ทักทายก่อนอย่างน่ากลัวเมื่อแฟร์นันดินโญ่ หลุดเข้าเขตโทษทางด้านขวาแล้วยิงทันทีบอลพุ่งผ่านหน้าประตูออกไป โอกาสอีกครั้งของทีมเยือนต้องรอถึงนาที 24 เซร์คิโอ อเกวโร่ กระชากบอลหนีเคิร์ต ซูม่า แล้วยิงไปติด ธิโบต์ คูร์ตัวส์ ผ่านครึ่งชั่วโมง รองจ่าฝูงแบบ แมนซิตี้ดีกว่านิดๆ และนาที 33 เรือใบน่าจะกางใบแล่นฉิวได้เมื่อ กุน หลุดเข้าไปยิงหลุดเสาออกไป นาที 42 เจ้าบ้านที่เป็นรองอยู่เกือบจะตลอดพลิกออกนำได้เมื่อเอเด็น อาซาร์ กระชากไปมุมแคบแล้วเปิดบอลให้ โรอิก เรมี่ กองหน้าตัวสำรองที่ไดลงแทน คอสต้า แปดเหน่งๆเข้าไปให้เชลซีนำ 1-0 แต่แมน ซิตี้ เป็นฝ่านตามหลังแค่ไม่นาน และมาตามทวงคืนได้ในเวลาที่เหมาะสมสุดๆ ในนาที 45 จากความผิดพลาดของ ธิโบต์ คูร์ตัวส์ ที่ออกไปตัดบอลพลาดแล้วบอลทะลักไปถึง กุน อเกวโร่ ได้จับบอลแล้วยิงสวนทันที บอลพุ่งไปทาง ดาวิด ซิลบา ที่ยืนอยู่แถวนั้นแหย่เท้า ส่งบอลเปลี่ยนทางเข้าประตูไปให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตามตีเสมอ 1-1 ช่วงครึ่งหลัง เชลซี กลับมาเน่นเพื่อความชัวร์มากขึ้นเพราะต้องการแค่ผลเสมอเพื่อรักษาระยะห่างเอาไว้ ทำให้เล่นแบบรัดกุมมากขึ้น จบเกมส์ เชลซี จ่าฝูงเปิดบ้านเสมอกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ไป 1-1 รักษาระยะห่างเอาไว้เท่าเดิมที่ 5 แต้ม รายชื่อ เชลซี:ธิโบต์ คูร์ตัวส์(GK),บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, เคิร์ต ซูม่า, จอห์น เทอร์รี่, เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า,รามิเรส, เนมันย่า มาติช ,วิลเลี่ยน, ออสการ์, เอเด็น อาซาร์,โลอิก เรมี่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้: โจ ฮาร์ท(GKI),บาการี่ ซานญ่า, แว็งซ็องต์ ก็อมปานี, มาร์ติน เดมิเคลิส, กาแอล กลิชี่,แฟร์นันดินโญ่, แฟร์นันโด, เฆซุส นาบาส, ดาบิด ซิลบา, เจมส์ มิลเนอร์,เซร์คิโอ อเกวโร่

'ไอเอส' เบนเข็มขู่ตัดคอ 'นักบินจอร์แดน' หากไม่ได้มือระเบิดอิรัก
ฆ่าตัดคอ /  จอร์แดน / 

'ไอเอส' เบนเข็มขู่ฆ่าตัดคอ 'นักบินจอร์แดน' หากไม่ได้มือระเบิดอิรัก ด้านญี่ปุ่นเชื่อ จอร์แดนจะยอมช่วยตัวประกันทั้งสอง ได้ทันก่อนเส้นตาย พระอาทิตย์ตกที่ 'โมซูล' สำนักข่าว 'เอเอฟพี' รายงานข่าวว่า กลุ่มรัฐอิสลาม หรือ ไอเอส กลับคำหันมาขู่ตัดคอ 'นักบินชาวจอร์แดน' ที่ถูกจับกุมไว้ทันที หากจอร์แดนไม่ยอมปล่อยตัว 'ซาจิดา อัล-ริชาวี' มือระเบิดหญิงชาวอิรักก่อนพระอาทิตย์ตกดินวันพฤหัสบดีนี้ (29 ม.ค.) เพื่อแลกเปลี่ยนกับ เคนจิ โกโตะ ตัวประกันอีกคนที่เป็นนักข่าวชาวญี่ปุ่น ด้านรัฐบาลญี่ปุ่นระบุว่า ยังวางใจรัฐบาลจอร์แดนจะยอมช่วยเหลือ ถึงแม้ก่อนหน้านี้ จอร์แดนประกาศขอแลกตัวนักโทษกับ อยโทมูอาห์ อัล-คัสซัสเบห์ นักบินของตนเท่านั้นก็ตาม โดยหลังจากจอร์แดนยื่นข้อเสนอในวันพุธ (28 มค.) ว่าจะปล่อยตัวมือระเบิดหญิงชาวอิรักเพื่อแลกกับนักบินจอร์แดน ปรากฏว่าในคืนวันเดียวกันได้มีคลิปเสียงเผยแพร่ผ่านบัญชีทวิตเตอร์ซึ่งเชื่อมโยงกับไอเอส ที่รัฐบาลญี่ปุ่นเชื่อว่าเป็นเคนจิ โกโตะ นักข่าว ในคลิปเสียงระบุว่า จอร์แดนต้องนำตัวมือระเบิดหญิง ไปส่งที่ด่านชายแดนตุรกีก่อนพระอาทิตย์ตกดินวันพฤหัสบดี โดยดูจากพระอาทิตย์ตกในเมืองโมซูล เมืองใหญ่ที่สุดที่ไอเอสยึดครองในอิรัก ทั้งนี้เพื่อแลกกับชีวิตโกโตะ ไม่เช่นนั้นไอเอสจะสังหารคัสซัสเบห์ อย่างไรก็ดี ไม่มีการระบุชัดเจนว่า ชะตากรรมของโกโตะจะเป็นอย่างไร หากนักโทษหญิงอิรักไม่ได้รับการปล่อยตัว ซึ่งรัฐบาลญี่ปุ่นติดต่ออย่างใกล้ชิดกับรัฐบาลจอร์แดน ซึ่งรวมถึงตุรกี จอร์แดน และอิสราเอล ด้านนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ประกาศต่อสมาชิกรัฐสภาว่า การกระทำของกลุ่มก่อการร้ายที่ชั่วร้ายนี้ไม่สามารถอภัยให้ได้โดยเด็ดขาด ขณะเดียวกัน จุงโกะ อิชิโดะ มารดาของโกโตะ เรียกร้องอีกครั้งให้รัฐบาลช่วยเหลือบุตรชายของตน ทั้งนี้ เมื่อวันพุธ โมฮัมเหม็ด อัล-โมมานี โฆษกรัฐบาลจอร์แดน แถลงว่า พร้อมแลกตัวอัล-ริชาวีกับนักบินของตน โดยไม่พาดพิงถึงโกโตะแต่อย่างใด แม้ก่อนหน้านั้นมีรายงานว่า จอร์แดนจะช่วยเหลือทั้งตัวประกันจอร์แดน และญี่ปุ่น อย่าไรก็ตามการปล่อยตัวนักโทษหญิงผู้นี้จะถือเป็นการละเมิดแนวทางการต่อต้านการก่อการร้ายอย่างแข็งกร้าวของจอร์แดน ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธมิตรที่ร่วมโจมตีไอเอสในอิรัก และซีเรียภายใต้การนำของอเมริกา ในทางกลับกัน หากจอร์แดนยอมปล่อยตัวอัล-ริชาวีจริง จะถือเป็นความสำเร็จสำคัญของไอเอสที่ไม่เคยเรียกร้องการปล่อยตัวนักโทษมาก่อน ขณะที่อเมริกา พันธมิตรสำคัญของจอร์แดน ได้คัดค้านให้มีการเจรจากับกลุ่มก่อการร้ายโดยเด็ดขาด ส่วนกษัตริย์อับดุลเลาะห์ที่ 2 ของจอร์แดนกำลังเผชิญกระแสกดดันอย่างหนักให้นำตัวนักบินกลับบ้านอย่างปลอดภัย พ่อของคัสซัสเบห์เผยว่า ได้เข้าเฝ้ากษัตริย์จอร์แดนเมื่อวันพุธ และทรงยืนยันว่า สถานการณ์นี้จะได้รับการคลี่คลาย ติดตามความเคลื่อนไหว 'ไอเอส' คลิ๊กเลย>>>>>>> MThai News

10 ตลาดนัดกลางคืน ยอดนิยมของคนกรุงเทพฯ
กิน เที่ยว ช้อป /  ตลาดนัด / 

ว่าด้วยเรื่องของการช้อปปิ้ง คนไทยนั้นไม่แพ้ชาติใดในโลก ดูได้จากจำนวนตลาดนัดยุคใหม่ สถานที่จับจ่ายซื้อของสุดอินเทรนด์ ที่ผุดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ ตลาดนัดกลางคืน แหล่งช้อปปิ้งของเหล่าวัยว้าวุ่น ที่ได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อยๆ สินค้าที่มาจำหน่ายก็มีหลากหลาย ในแต่ละที่ก็จะมีจุดเด่นแตกต่างกันไป travel.mthai.com ขอนำเสนอ 10 ตลาดนัดกลางคืน ยอดนิยมของคนกรุงเทพฯ มาให้ท่านได้ชม เผื่อบางแห่ง ท่านอ่าจยังไม่เคยไป ถ้าอ่านบทความนี้จบแแล้ว อย่าลืมไปช้อปกันให้กระจายเลยนะครับ ^^ 10 ตลาดนัดกลางคืน ยอดนิยมของคนกรุงเทพฯ 1. ถนนข้าวสาร พระนคร  ภาพจาก klongdigital.com ถนนคนเดินสุดฮิต ที่ยังคงความมีสเน่ห์ไม่เสื่อมคลาย เต็มไปด้วยร้านขายของนานาชนิด ส่วนมากเป็นสินค้าประเภทศิลปวัฒนธรรม มากด้วยรถเข็นขายอาหาร เป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างชาติ เกสเฮาส์ ผับ บาร์ ตลอดเส้นทาง ทำให้ถนนสายนี้เป็นถนนที่ไม่เคยหลับไหล ยังคงความคึกคักอยู่ชั่วย่ำค่ำคืน 2. ตลาดกลางคืน สะพานพุทธ ภาพจาก travel.edtguide.com ตลาดนัดกลางคืน ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เต็มไปด้วยร้านรวง พร้อมสินค้ามากมายหลายชนิด เคยเป็นที่นิยมมากในหมู่วัยรุ่น แต่เนื่องด้วยมีตลาดนัดกลางคืนแหล่งใหม่ๆ ผุดขึ้นมามากมาย จึงทำให้ความคึกคักของตลาดสะพานพุทธลดลงไปบ้าง แต่ที่แห่งนี้ยังคงความคลาสสิก และเป็นที่ชื่นชอบของนักช้อปไม่เปลี่ยนแปลง ใครสนใจก็ไปได้ทุกวัน อังคาร – วันอาทิตย์ ตั้งแต่ 2 ทุ่มถึง ตี 2 นะจ๊ะ 3. ตลาดนัดรถไฟ ศรีนครินทร์ ภาพจาก pattarawannan.blogspot.com ตลาดนัดกลางคืนสุดป๊อปปูลาร์ ด้วยพื้นที่ใหญ่ยักษ์อลังการ เต็มไปด้วยสินค้าเก๋ๆ แนวๆ มากมาย ไฮไลท์ที่เป็นซิกเนเจอร์ของตลาดนัดรถไฟ คงหนีไม่พ้นของวินเทจ ตลาดรถเก่า จักรยานคลาสสิก และของแต่งบ้านโบราณสุดเย้ายวน พร้อมทั้งร้านขายอาหารนานาชนิด ทั้งหมดนี้เพียงแค่คืนเดียว เวลาเดินของคุณคงไม่พออย่างแน่นอน ใครสนใจก็มี 2 โซนให้เลือกเดิน คือ โซนพลาซ่า เปิดวันอังคาร-อาทิตย์ และโซนตลาดนัด เปิดวันพุธ และศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 17.00-24.00 น. 4. ตลาดนัดกลางคืน สยามสแควร์ เรียกได้ว่าเป็นตลาดริมถนนที่มีคนพลุกพล่านมากที่สุดก็เป็นได้ เพราะอยู่ในย่านที่คนเยอะได้ อย่างสยามสแควร์ เป็นที่นิยมมากในหมู่วัยรุ่น เลยทำให้ที่นี่คึกคักกว่าที่อื่น เพราะของทั้งเยอะ ทั้งหลากหลาย และเป็นทางลึกยาว ผู้คนจึงดูหนาแน่น ใครผ่านแถวนั้นก็อย่าลืมลงไปเดินช้อปทุกวันอังคาร – อาทิตย์ ตั้งแต่ช่วงโพล้เพล้เป็นต้นไป 5. ตลาดนัดเลียบด่วน รามอินทรา-อาจณรงค์ ภาพจาก facebook ตลาดนัดเลียบด่วน รามอินทรา ตลาดนัดแห่งนี้ มีเสน่ห์อยู่ตรงการจัดตลาดเป็นโซน ทำให้เดินหาของได้ง่าย เป็นระเบียบ ไม่ต้องเสียแรงเดินให้ทั่ว ซึ่งที่นี่มีขายตั้งแต่ของมือสอง เสื้อผ้า ของกระจุ๊กกระจิ๊กทั้งหลาย และยังมีโซนอาหาร-เครื่องดื่มที่มีให้เลือกเพียบ!! รับรองว่านอกจากจะหมดเงินไปกับการซื้อของแล้ว ยังต้องหมดกับอาหารอร่อยๆ อีกด้วย ที่นี่เปิดทุกวันอังคาร พุธ ศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ตั้งแต่ 5 โมงเย็น ถึงตี 2 เลยทีเดียว 6. ตลาดนัดจตุจักร คืนวันศุกร์ ภาพจาก maikeedfai.blogspot.com ตลาดนัดจตุจักร คืนวันศุกร์ เปิดเอาใจคนขี้ร้อน ไม่อยากเดินในวันเสาร์ อาทิตย์ ที่คนเยอะกว่า ที่สำคัญคือได้ซื้อของที่มาใหม่ก่อนใคร ยิ่งมาดึกเท่าไหร่ร้านค้ายิ่งเปิดเยอะมากเท่านั้น เดินชิลๆ ในบรรยากาศสบายๆ แถมได้ของถูกใจที่มีให้เลือกเหลือหลาย รับรองว่าถูกใจนักช้อปแน่นอน 7. The Walk เกษตร-นวมินทร์ ภาพจาก joinalifethailand.com The Walk หรือที่เรียกกันว่า “ตลาดนัดรถโบราณ” ต้องบอกว่าที่นี่ไม่ได้มีแต่ขายรถ โชว์รถเก่าๆ เท่านั้น แต่ยังมีสินค้ามือหนึ่งและมือสองแบบเท่ๆ เอาใจคนชอบของวินเทจ ที่ไม่สามารถเห็นกันได้ตามตลาดทั่วไป และที่สำคัญที่นี่ยังเป็นสถานที่ถ่ายรูปชั้นดี เพราะเต็มไปด้วยรถเก่าสุดคลาสสิก ที่หาดูได้ยาก The Walk เปิดทุกวันอังคารกับวันพฤหัสบดี ตั้งแต่ 5 โมงเย็นถึงเที่ยงคืน 8. เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ ฟร้อนท์ เจริญกรุง สถานที่เที่ยว ช้อป ชิม ชิลล์ อีกหนึ่งแห่ง ที่คราคร่ำไปด้วยผู้คนจำนวนมาก เป็นโครงการไลฟ์สไตล์มอลล์ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งแรก ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย และถือเป็นแลนด์มาร์คใหม่ล่าสุดของกรุงเทพมหานครอีกด้วย นอกจากคุณจะช้อปปิ้งสินค้าจากที่นี่แล้ว ยังเพลิดเพลินไปกับการถ่ายรูป เพราะที่นี่มีมุมสวยๆ มากมาย บรรยากาศดี ขนาบข้างด้วยสถาปัตยกรรมสุดคลาสสิก และที่สำคัญ เปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 17.00 - 24.00 น. 9. ตลาดนัดรถไฟ รัชดา ตลาดนัดกลางคืน ที่เพิ่งเปิดใหม่สดๆ ร้อนๆ ยังคงหอบหิ้วความมีเสน่ห์ ความน่าหลงใหล และความคลาสสิกมาอยู่เสมอ สินค้ายังคงเป็นแบบฉบับตลาดนัดรถไฟเช่นเดิม ขนาดอาจจะเล็กกว่าสาขาศรีนครินทร์ แต่ด้วยความที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ทำให้ที่นี่ได้รับผลตอบรับที่ดีอย่างล้นหลาม ทำเลที่ตั้งก็เอื้อต่อการเดินทาง ใกล้สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินศูนย์วัฒนธรรม แถมยังอยู่หลังห้างเอสพลานาด อีกต่างหาก แบบนี้ได้ใจวัยมันส์ไปเต็มๆ ตลาดนัดรถไฟรัชดา เปิดทุกวันพฤหัสบดี – วันอาทิตย์ ตั้งแต่ เวลา 17.00 น. – 01.00 น 10. ตลาดสยามยิปซี โครงการ JJ Green  ภาพจาก carebest2555.blogspot.com ตลาดนัดสยามยิปซี หรือจตุจักรกรีน ถูกจัดตั้งขึ้นโดยผู้จัดตลาดรัชดาไนท์เดิม ที่หลายๆ คนคงจำกันได้ดี ตลาดแห่งนี้เป็นแหล่งรวมสินค้าสุดวินเทจ อาทิ เสื้อผ้า แอสเซสซอรี่ รถคลาสสิก อะไหล่รถเก่า ฯลฯ ที่คนรักของเก่าต้องลองมาช้อปกัน พร้อมกับบรรยาศกาศดีๆ มีร้านนั่งชิล จิบเครื่องดื่ม ฟังดนตรีสด แค่นี้ก็ฟินแล้วแล้ว ตลาดนัดสยามยิปซี ตั้งอยู่ตรงข้ามสวนจตุจักรโซนขายปลา ติดกับพิพิธภัณฑ์เด็ก เปิดทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ ตั้งแต่ 17.00 - 24.00 น. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก : toptenthailand.com , chillpainai.com เรียบเรียงโดย  :  Muztong Travel MThai 

เจ้ามุ้ย ถึงเมืองไทยแล้ว หวังพา กิเลนผยอง คืนความยิ่งใหญ่
"เจ้ามุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา /  ทีมชาติไทย / 

ความเคลื่อนไหวของ เจ้ามุ้ย ธีรศิลป์ แดงดา ดาวยิงเบอร์ 1 ของทีมชาติไทย สังกัดเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่ได้ยกเลิกสัญญายืมตัวกับ อัลเมเรีย ทีมในลาลีกา สเปน ล่าสุดเมื่อช่วงเวลาประมาณ 05.45 น. ของวันที่ 30 เจ้ามุ้ย ธีรศิลป์ แดงดา ได้เดินทางมาถึงสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ ประเทศไทย ด้วยเที่ยวบิน TG 949 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดย เจ้ามุ้ย เปิดเผยว่า ตลอด 6 เดือนที่ได้มาค้าแข้งในสเปน ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดี ที่หาไม่ได้จากที่ไหน และตนก็เชื่อว่ามันยากที่จะมีโอกาสแบบนี้อีก ถือได้ว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีกับสิ่งที่ได้พบเจอที่นี่ และอยากจะเก็บมันไว้ในความทรงจำของตนเอง ซึ่งการกลับเมืองไทยตนจะพยายามทำให้ต้นสังกัดได้มีลุ้นในทุกถ้วยที่ลงแข่ง ตนรู้สึกว่าตลอดสองปีที่ผ่านมา เมืองทองห่างหายจากความสำเร็จไป ซึ่งตนก็หวังว่าจะนำทีมไปสู่ความสำเร็จให้ได้ ทั้งนี้มีการรายงานว่าขณะที่ เจ้ามุ้ย อยู่สนามบินที่สเปน มีแฟนบอลจำนวนมากทั้งคนไทย และคนสเปน ได้เดินทางมาส่งพ่อค้าแข้งขวัญใจชาวไทย สำหรับ เจ้ามุ้ย ธีรศิลป์ แดงดา ที่เพิ่งกลับถึงไทย จะเปิดโต๊ะแถลงข่าวให้สื่อมวลชนสัมภาษณ์ในวันนี้ (30 ม.ค.58) เวลา 16.00 น. ณ สนามเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ก่อนที่จะเข้าเเคมป์ฝึกซ้อมช่วงปรีซีซั่นกับเพื่อนร่วมทีมเอสซีจี เมืองทอง ที่กิเลนวัลเลย์ ในวันที่ 1ก.พ.นี้

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

ยุ้ย รจนา ร่ำไห้! หนีจากบ้าน FC อยู่วัด!!
ยุ้ย รจนา /  หนีออกจากบ้าน / 

อดีตนางแบบชื่อดัง ยุ้ย รจนา เปิดใจด้วยน้ำตา!! อีกครั้งกรณีหนีออกมาจากบ้าน FC และผู้จัดการส่วนตัวคนล่าสุด มาดามเกด หรือ พิมพ์ลดา ยอดไชยเกียรติ เพราะอยู่แล้วรู้สึกอึดอัด ไม่สบายใจ พร้อมเปรยอีกฝ่ายมีการทวงสร้อยซึ่งตนยืนยันว่าจะคืนให้แน่นอน ส่วนตอนนี้เธอได้ย้ายออกไปอาศัยอยู่วัด!! ที่ จ.สุพรรณบุรี กับคุณแม่ของเธอ หวังหันหน้าพึ่งธรรมะ แต่ก็ยังอยากจะรับงานในวงการบันเทิงอยู่เช่นเคย.... "ชีวิตตอนนี้ก็พยายามดูแลสุขภาพตัวเอง แล้วก็คุณแม่ด้วยค่ะ หนีออกมาจากบ้านแฟนคลับ ออกมาจริงค่ะ คือถ้าเราออกมาแล้วเราสบายใจ ชีวิตเราดีขึ้น เราเปลี่ยนไป แล้วก็คนที่เรารักมากที่สุด เห็นเรามีความสุข ยุ้ยก็ภูมิใจแล้วก็ดีใจค่ะที่เราได้ออกมา เราไม่ได้ไปโดนเก็บตัว หรือโดนขัง หรืออะไรอย่างนี้ค่ะ ก็ออกไปได้ ไม่ใช่ว่าไม่ได้ออกไปไหน แต่ว่าส่วนตัวยุ้ย ยุ้ยไม่คิดอะไรถ้าคิกว่าตัวเองไม่มีที่อยู่ อยู่ได้ได้ แต่อยู่ไปวันๆ โดนที่ไม่มีอะไรดีขึ้นมา" "เขาก็ให้เราอยู่ เขาก็ไม่ได้มาดูแลอะไรเรามาก เพราะว่าเราก็โตแล้ว แต่เรื่องส่วนตัว เรื่องส่วนเราก็ต้องคิดเองทำเอง บางทีเราคิดคนเดียวทำคนเดียว มันก็ไม่เหมือนคนที่เป็นกระจกให้เรา ซึ่งกระจกนั้นก็คือคุณแม่ คุณแม่ยุ้ยเขาไม่สบาย แล้วก็ไม่สบายใจเมื่อมาเห็นยุ้ยตกอยู่ในสภาพนี้ เขาก็บอกว่าโอเค แม่จะไปนะ แล้วจะอยู่ได้หรือป่าว ยุ้ยก็บอกว่าถ้าแม่ไม่อยู่ ยุ้ยก็ไม่อยู่เหมือนกัน มันไม่ได้อยู่กับสถานที่เท่าไหร่ มันอยู่ที่เรา ถ้าเราไม่มีความสุข ร้องไห้ น้ำตาตกใน ร้องไห้ทุกวัน เศร้าไม่มีความสุข มันก็ไม่รู้จะอยู่ไปทำไม มันเหมือนชีวิตที่ไม่เป็นชีวิต" "ยุ้ยคิดว่าเราไปหาที่ที่มันอิสระมากกว่า ทุกสิ่งทุกอย่างยุ้ยเชื่อคุณแม่ค่ะ เพราะว่าคุณแม่เขาบวชมา 5 ปี เขาเห็นโลกมากกว่าเรา เราอยู่ในทางโลกมานาน แต่เรายังไม่ได้ อยู่ในทางธรรมเลย ตอนนี้ยุ้ยกับแม่อยู่ที่วัด เดี๋ยวเสร็จจากตรงนี้ก็จะกลับวัด อยู่วัดที่สุพรรณค่ะ เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ช่วยเขาทำโน้นทำนี่ รดน้ำต้นไม้ เช็ดถ้วย เช็ดชาม คนอื่นทำได้ เราก็ต้องทำได้ มันก็เพลินไป ทำให้ชีวิตเรามีคุณค่ามากขึ้น" "ออกมาจากบ้านแฟนคลับ 2 อาทิตย์กว่าแล้ว ยุ้ยก็ไปอยู่ที่วัดเลยกับคุณแม่ ปัญหา ยุ้ยจะบอกว่ายังไงดี ทุกคนก็รักชีวิต เขาต้องมีครอบครัว เขารักชีวิต แต่ยุ้ยก็ต้องหาจุดยืนของตัวเอง หาคุณค่าสำหรับชีวิตของตัวเองเหมือนกัน อยู่ที่นั่นมันก็ไม่ค่อยได้รับงาน ไม่มีงานอะไรค่ะ" "เขาไม่ได้เอ่ยปากให้เราออกไปอยู่ข้างนอก โอเครับมาอยู่ด้วยแล้วออกมาจากโรงพยาบาลก็ให้อยู่ อยู่ได้ก็อยู่ไป อยู่ไม่ได้ก็อยู่ไป เขาไม่ได้ว่า ไม่ได้บังคับ จะอยู่หรือจะไป แต่ยุ้ยก็ยังงงๆ อยู่ ตอนที่ยุ้ยออกมาที่ชาร์ตแบตยุ้ย ยุ้ยจำว่ามันอยู่ข้างล่างอยู่ในตู้ แล้วพอยุ้ยกับแม่ไม่อยู่วันหนึ่งมันมาอยู่ในกระเป๋ายุ้ย กับแว่นตายุ้ยก็ไม่รู้ว่าใครเอามาใส่ ยุ้ยไม่รู้ว่าอันนี้เป็นการเจตนา" "เราไม่มีทางเลือก เขาจะอยู่หรือจะไล่เรา มันทำให้เรารู้สึกว่าเขาไม่อยากให้อยู่ ใช่ค่ะ แต่เขาจะบอกว่าไม่ให้อยู่ก็ไม่ได้ เพราะเขาไม่อยากเสียหน้า เพราะสื่อมวลชนก็รู้เยอะ จุดที่ทำให้เราอยากออกมา มันมีหลายจุดค่ะ ยุ้ยอยู่นี่ก็ 2 ครั้งเกือบปีหนึ่งแล้ว เกือบครึ่งปีที่ยุ้ยไปอยู่โรงพยาบาล แล้วก็มาอยู่กับเขาอีก 5 เดือน ก็เกือบปี มันก็ไม่มีอะไรดีขึ้น คือตอนนี้ถึงเราจะลำบาก แต่เราก็ยังมีชีวิตมีอิสระ ตอนนี้ไม่ได้ติดต่อกัน ก็ไม่รู้จะติดต่อยังไง เขาโทรมาบางทีก็ยิงมา เราก็ไม่โทรกลับ บางทีเราก็โทรไปเขาก็ไม่รับเรา" "งานตอนที่อยู่กับเขา ก็มีออกรายการบ้าง 3-4 รายการ แต่มันก็ไม่ได้พอกินอะไร เดือนหนึ่งก็มีซักครั้ง 2 ครั้ง บางทีไม่พอกินขอยืมเงินเขา 500 บางทีก็ให้ยืม ยืมมากกว่า 500 เขาก็บอกไม่สะดวก ล่าสุดก็ว่าจะไปทำงาน ที่ไม่ได้ไปวันที่ 26 ยุ้ยก็ยืมเงินเขา เดี๋ยวได้งานก็จะคืนให้ เขาก็บอกจะให้ แต่ก็ไม่ให้ ทำให้เราเสียงานด้วย เขาก็ไม่เข้าใจเรา เราโทรไปติดต่อเขาก็ไม่โทร เราคิดว่างานแคนเซิ่ลไปแล้ว เพราะเขาก็ไม่ติดต่อเราเลย เราก็โอเคไม่ไปก็ไม่ไป" "ถ้าเราไปแล้วไม่มีเบอร์โทรคนที่ติดต่อที่เราต้องไปทำงานให้เขา แล้วเราต้องไปหาใคร แม่ก็บอกลองสุ่มๆ ไป แต่เราติดต่อใครไม่ได้ ไปทำไม จนวินาทีสุดท้ายเขาโทรมา แต่ตอนนั้นมันช้าไปแล้ว เราก็อยากไปออกรายการ เรามาหาหมอจังหวะมันได้พอดี สาเหตุที่ไม่ไปงานนั้นไม่ใช่ว่าเราเบี้ยว เราก็อยากได้เงิน เงินน้อยเงินมากก็เป็นเงิน เพราะว่าเราลำบากจริงๆ เราต้องมีงานทำ เราจะอยู่ไปวันๆ ทำงานให้เขาเช็ดปัดกวาด เฝ้าร้านให้เขา แต่ว่าเงินเดือนเราก็ไม่ได้ แต่ทำไปเพื่อแลกกับการที่เขาให้เราอยู่" "ไหนๆ พี่ๆ สื่อก็มาวันนี้แล้ว ยุ้ยก็อยากขอโอกาส คือโอกาสยุ้ยได้มาตลอดแต่ไม่เคยสร้างให้มันมีประโยชน์เลย ยุ้ยขอบคุณและครั้งนี้อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายก็แล้วแต่พี่ๆ จะเมตตาเพราะว่าครั้งนี้ยุ้ยสงสารคุณแม่(ร้องไห้) ไม่อยากเห็นคุณแม่เป็นแบบนี้ อยากให้คุณแม่แข็งแรง เขาอยากช่วยเรา เมื่อก่อนยุ้ยเคยดี แต่เดี๋ยวนี้ยุ้ยทำแบบนั้นไม่ได้แล้ว" "น้อยใจโชคชะตา ก็น้อยใจค่ะ เคยน้อยใจ แต่เดี๋ยวนี้ดีขึ้น ตอนที่เราไม่มีความสุข ไม่ตายมันแย่มากๆ เลย แต่ตอนนี้มันจะยังไง แต่เราก็มีความสุข สิ่งที่แล้วมายุ้ยขอให้มันผ่านไปด้วยดี ถ้ามีทุนก็อยากจะเปิดร้านส้มตำ อยากมีเงิน อยากเปิดร้านส้มตำเล็กๆ" ยุ้ย รจนา กล่าว ยุ้ย รจนา ยุ้ย รจนา ยุ้ย รจนา ยุ้ย รจนา ยุ้ย รจนา - มาดามเกด

ชื่นมื่น! โรงแรมไทยคว้ารางวัล ทราเวลเลอร์ส ช้อยส์ อวอร์ดส
ทริปแอดไวเซอร์ /  ที่พัก / 

ประเทศไทยนับเป็นแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำในระดับโลก มีโรงแรมหลายแห่งในประเทศที่ได้รับรางวัลต่างๆทั้งในระดับโลกและระดับเอเชีย ปี 2558 นี้  ทริปแอดไวเซอร์ เว็บไซต์ท่องเที่ยวรายใหญ่ที่สุดของโลก มอบรางวัลรางวัล ทราเวลเลอร์ส ช้อยส์ อวอร์ดส ครั้งที่13 แก่โรงแรมกว่า 8,151แห่ง 8 ภูมิภาคทั่วโลก โดยพิจารณาจุดเด่นการให้บริการ คุณภาพและความคุ้มค่าจากรีวิวและความคิดเห็นกว่าล้านข้อความในเว็บไซต์ของทริปแอดไวเซอร์ทั่วโลกในตลอดทั้งปีที่ผ่านมา ชื่นมื่น! โรงแรมไทยคว้ารางวัล ทราเวลเลอร์ส ช้อยส์ อวอร์ด นายพิชยา  สายแสงจันทร์ ผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์ภายในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “รางวัลทริปแอดไวเซอร์ ช้อยส์ อะวอดส์ เป็นตัวชี้มาตรฐานการท่องเที่ยวในระดับโลก จากรีวิวของนักท่องเที่ยวนั้น ชี้ให้เห็นว่าการท่องเที่ยวและการบริการของไทยยังคงเป็นที่ยอมรับและชื่นชอบอย่างมากในระดับโลก” สำหรับโรงแรมในประเทศไทยที่ได้รับได้รับรางวัลทราเวลเลอร์ส ช้อยส์ อวอร์ดส  ประเภท Top Hotel อันดับแรก คือ ลยานะ รีสอร์ต แอนด์ สปา เกาะลันตา กระบี่ ตามด้วย  บ่อผุด รีสอร์ต แอนด์ สปา เกาะสมุย, เอเลเฟ่นท์ ฮิลส์ เทนท์ แคมป์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี , โรงแรมโฟร์ ซีซั่นส์ เกาะสมุย, แรบบิท รีสอร์ต, พัทยา, โรงแรมดาราเทวี เชียงใหม่, พอยท์ ยามู รีสอร์ต บาย โคโม ภูเก็ต, โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพ, พิมาลัย รีสอร์ต แอนด์ สปา เกาะลันตา กระบี่  และ โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพ ตามลำดับ อ้างอิงจากผลสำรวจล่าสุดของทริปแอดไวเซอร์ ระบุว่า 79 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รู้สึกว่ารางวัลทริปแอดไวเซอร์ ทราเวลเลอร์ ช้อยส์ สามารถใช้เป็นตัวช่วยเลือกโรงแรมได้เป็นอย่างดี ลยานะ รีสอร์ต แอนด์ สปา เกาะลันตา จ.กระบี่ ได้รางวัลที่ 1 ประเภทโรงแรมยอดนิยมในประเทศไทย อีกทั้งยังคว้าลำดับที่2 ประเภทโรแมนติก อันดับที่ 4 ประเภทหรูหรา และอันดับที่ 7 ประเภทโรงแรมมีการบริการที่ดีที่สุด โดยนายสเตฟาน  ไฮน์ซ ผู้จัดการทั่วไป ลยานะ รีสอร์ท  แอนด์ สปา กล่าวว่า “รางวัล ทริปแอดไวเซอร์ ทราเวลเลอร์ ช้อยส์ ถือเป็นรางวัลอันทรงเกียรติ และเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของเรา เพราะเป็นรางวัลที่ได้จากผลการลงคะแนนของลูกค้าผู้มีประสบการณ์ตรง ที่เคยมาพักรีสอร์ทของเรา ผมและพนักงานทุกคนรู้สึกยินดีและภูมิใจอย่างยิ่ง ที่รีสอร์ทของเราเป็นที่ประทับใจของลูกค้าและได้รับการโหวตในครั้งนี้” หนึ่งในสถานที่พักชั้นนำที่คว้ารางวัลมามากมายก็คือ เดอะ เพลส ซึ่งเป็นรีสอร์ตที่อยู่ในเกาะเต่า ที่แห่งนี้ได้ควบรางวัลหลายรางวัลในระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น โรงแรมประเภทหรูหราที่ดีที่สุดในโลก ประเภทโรแมนติกที่ดีที่สุดในโลก ประเภทขนาดเล็กที่ดีที่สุดในโลก และประเภทที่ให้บริการที่ดีที่สุดในโลก โดย นายกาย เวลพลิ เจ้าของ เดอะ เพลส ลักชัวรี่ บูติก วิลล่าส์ กล่าวว่า “เรารู้สึกดีใจมากกับการเป็นที่จำจดในระดับโลก ซึ่งนับเป็นเกียรติสูงสุดที่ได้รับการยกย่องจากลูกค้า พร้อมขอขอบคุณอย่างมากที่ชื่นชอบการบริการและคุณภาพและนำไปรีวิวบนทริปแอดไวเซอร์ให้เป็นการสร้างแรงบันดาลใจของนักท่องเที่ยวต่อไป” รางวัลทราเวลเลอร์ส ช้อยส์ อวอร์ดส ผ่านการพิจารณาจากจำนวนและคุณภาพของรีวิวความคิดเห็น และ    เรตติ้งที่พักตามแต่ละประเภทที่นักท่องเที่ยวได้ให้ไว้ในเว็บไซต์ทริปแอดไวเซอร์ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมที่ได้รับความนิยมสูงรวมถึงโรงแรมราคาประหยัดสุดคุ้ม ราคาที่พักเฉลี่ยของ 10 อันดับ Top Hotel ของรางวัลทราเวลเลอร์ส ช้อยส์ อวอร์ดส 1. ลยานะ รีสอร์ต แอนด์ สปา, เกาะลันตา, กระบี่ –ราคาที่พักเฉลี่ยต่อคืนปี2558 ในเว็บไซต์ทริปแอดไวเซอร์อยู่ที่ 11,300 บาท และค่าที่พักถูกสุดคือ เดือนมิถุนายน (5,900 บาท) 2. บ่อผุด รีสอร์ต แอนด์ สปา, เกาะสมุย – ราคาที่พักเฉลี่ยต่อคืนปี 2558 ในเว็บไซต์ทริปแอดไวเซอร์อยู่ที่ 7,700 บาท และเดือนที่ค่าที่พักถูกสุดคือ เดือนพฤศจิกายน (6,200 บาท) 3. เอเลเฟ่นท์ ฮิลส์ เทนท์ แคมป์, จังหวัดสุราษฎร์ธาน 4. โรงแรมโฟร์ ซีซั่นส์ เกาะสมุย – ราคาที่พักเฉลี่ยต่อคืนปี2558 ในเว็บไซต์ทริปแอดไวเซอร์อยู่ที่ 31,100 บาท และเดือนที่ค่าที่พักถูกสุดคือ เดือนพฤศจิกายน ประมาณ 24,800 บาท 5. แรบบิท รีสอร์ต, พัทยา- ราคาที่พักเฉลี่ยต่อคืนปี2558 ในเว็บไซต์ทริปแอดไวเซอร์อยู่ที่ 4,300 บาท และเดือนที่ค่าที่พักถูกสุดคือ เดือนพฤศจิกายน ประมาณ 3,800 บาท 6. โรงแรมดาราเทวี เชียงใหม่ – ราคาที่พักเฉลี่ยต่อคืนปี 2558 ในเว็บไซต์ทริปแอดไวเซอร์อยู่ที่ 28,800 บาท และเดือนที่ค่าที่พักถูกสุดคือ เดือนพฤศจิกายน ประมาณ 22,500 บา 7. พอยท์ ยามู รีสอร์ต บาย โคโม, ภูเก็ต- ราคาที่พักเฉลี่ยต่อคืนปี 2558 ในเว็บไซต์ทริปแอดไวเซอร์อยู่ที่ 10,100 บาท และค่าที่พักถูกสุดคือเดือนตุลาคม ประมาณ 6,700 บาท 8. โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพ –ราคาที่พักเฉลี่ยต่อคืนปี2558 ในเว็บไซต์ทริปแอดไวเซอร์อยู่ที่ 14,700 บาท และเดือนที่ค่าที่พักถูกสุดคือ เดือนพฤศจิกายน ประมาณ 12,400 บาท 9. พิมาลัย รีสอร์ต แอนด์ สปา เกาะลันตา กระบี่  ราคาที่พักเฉลี่ยต่อคืนปี2558ในเว็บไซต์ทริปแอดไวเซอร์อยู่ที่ 12,000 บาท และเดือนที่ค่าที่พักถูกสุดคือ เดือนตุลาคม ประมาณ 8,200 บาท 10. โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพ -ราคาที่พักเฉลี่ยต่อคือในเว็บไซต์ทริปแอดไวเซอร์อยู่ที่ 5,000 บาท และเดือนที่ค่าที่พักถูกสุดคือ เดือนธันวาคม ประมาณ 4,800 บาท

นาทีที่เจ็บของลีมินโฮ เบื้องหลังฉากต่อสู้ใหญ่ใน
Gangnam Blues /  ลีมินโฮ / 

แฟนๆอาจจะน้ำตาซึมด้วยความสงสาร “ลีมินโฮ” จับใจ กับฉากต่อสู้ในภาพยนตร์เรื่อง “Gangnam Blues โอปป้า ซ่ายึดเมือง” เพราะงานนี้ เจ้าตัวทุ่มสุดตัวเพื่อให้การถ่ายทำออกมาดีที่สุด โดยฉากแอ็คชั่นนี้เป็นอีกหนึ่งฉากใหญ่ของหนังอีก ซึ่งการถ่ายทำค่อนข้างนานและมีจำนวนคนที่มาก หากแฟนๆได้ดูฉากนี้จะรู้ว่า “ลีมินโฮ” นั้นทุ่มเทสุดตัว จนทำให้เขาได้รับบาดเจ็บที่เท้า จนทีมงานต้องรีบสั่งพักกอง และวิ่งเข้ามาดูพระเอกหนุ่มทันที งานนี้สงสัยแฟนๆต้องไปให้กำลังใจหนังเรื่องนี้เยอะๆซะแล้ว Gangnam Blues โอปป้า ซ่ายึดเมือง เข้าฉาย 29 มกราคม เป็นต้นไป มีทั้งเสียงไทย และ เกาหลี ----------------------------------- 5 เหตุผล ที่คุณไม่ควรพลาด จะไปมันส์พร้อมกับ ลีมินโฮ ใน Gangnam Blues

สกปรกทุกอณู!! แจกแจง Skill ด้านมืด ดิเอโก คอสต้า
คอสต้า /  ดิเอโก้ คอสต้า / 

มาแรงแซงทางโค้งแข้งทุกคนไปแล้วสำหรับ ดิเอโก้ คอสต้า กับพฤติกรรมด้านมืดลูกตุกติกสุดสกปรกของกองหน้ารายนี้ โดยเฉพาะเกมล่าสุดกองหน้าหมายเลข 19 ของ เชลซี ทำแสบย่ำ เอ็มเร่ ชาน และ มาร์ติน สเคอร์เทล สองแข้ง ลิเวอร์พูล ในเกมเดียวแบบน่าเกลียดและจะแจ้งสุดๆ แต่กองหน้ารายนี้กับได้รับบทลงโทษเพียงใบเหลืองเท่านั้น แต่อย่างไรก็ดีในคืนวันนี้ทาง FA น่าจะฟันธงแล้วว่า ดิเอโก้ คอสต้า จะโดนแบนกี่นัดหลังจากที่ดูได้ภาพช้าจากจังหวะสกปรกดังกล่าวว่ามีเจตนาทำร้ายคู่แข่งชัดเจน แจกแจง Skill ด้านมืด ดิเอโก คอสต้า  ศรีษะ : เฮดบัตต์ ใส่ เดวิด ลิมเบอร์สกี้ ( วิคตอเรีย เพอเซ่น) // ธันวาคม 2012 ปาก : ด่าทุกคน ดิเอโก้ คอสต้า ไม่พอใจ ศอก : เคยจามศอกใส่ใบหน้า เวส บราวน์ (ซันเดอร์แลนด์) // พฤศจิกายน 2014 กำปั้น : ต่อยหน้า เซอร์จิโอ รามอส (เรอัล มาดริด) // ธันวาคม 2012 มือ : ตบหน้า เซอร์จิโอ รามอส (เรอัล มาดริด) // ธันวาคม 2012 ปุ่มสตั๊ด : ย่ำเข้าไปที่คางของ รูเบน เปเรซ (เรอัล เบติส) // กุมภาพันธ์ 2013, ย่ำเข้าไปที่ขาของ เอ็มเร่ ชาน และ มาร์ติน สเคอร์เทล (ลิเวอร์พูล) // มกราคม 2015 เท้า : เตะ จอห์น โอเชีย (ซันเดอร์แลนด์) พฤศจิกายน 2014

จริงอะ! วี เตรียมถอดเขี้ยวเล็บพลีใจให้สาวนอกวงการ
วี วีรภาพ /  นก อุษณีย์ / 

ถ้าจะพูดถึงคาสโนว่าเบอร์ต้นๆ ของวงการบันเทิง ชื่อแรกที่ผุดขึ้นในหัวคงต้องยกให้กับพระเอกหนุ่มหล่อผิวเข้มอย่างหนุ่ม วี วีรภาพ เพราะเสน่ห์ของ He แพรวพราวระดับเทพจริงๆ สาวคนไหนที่ใจไม่แข็งพออาจจะตกเป็นเหยื่อ เอ้ย!!! หลงเส่นห์ก็เป็นได้ แหมๆๆ รูปหล่อ แถมคารมดีอย่างนี้ ชะนีหน้าไหนจะอดใจไหวล่ะคะ ไม่ว่าจะเป็นนางเอกหรือจะเป็นนางงาม ไม่ว่าเวทีไหนๆ ก็ยังต้องแพ้ทางมาแล้วหลายต่อหลายคน ไล่มาตั้งแต่สาวเซ็กซี่ผิวสีน้ำผึ้งอย่าง นก อุษณีย์ ที่เป็นเรื่องเป็นราวประกาศบอกเลิกทั้งน้ำตาไปเมื่อหลายปีก่อน หลังจากนั้นก็มาปิ๊งรักกับสาวสวยสุดมั่น ปุ๊กลุก ฝนทิพย์ แต่สุดท้ายก็ต้องยุติความสัมพันธ์ลงเหลือไว้เพียงแค่พี่น้องเท่านั้น นี่แค่สาวๆ ในวงการนะคะเนี่ย ยังมีสาวนอกวงการในสต๊อกอีกเพียบทั้ง พริตตี้เอย เด็กๆ ในรั้วมหา’ลัยเอย อุ๊ยตาย! ต้องยอมรับเลยว่าหนุ่มวีเรตติ้งไม่เคยตกเลยจริงๆ แต่จุดนี้ได้ยินแว่วๆ มาว่า หนุ่มวีกำลังซุ่มคบหาดูใจอยู่กับสาวนอกวงการ ทีแรกก็ไม่อยากจะเชื่อ แต่พอได้มาเห็นภาพจากปาปารัซซี่ชัดๆ แบบนี้ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ สงสัยงานนี้คาสโนว่าตัวพ่อจะยอมถอดเขี้ยวเล็บอย่างเป็นทางการแล้วละมั้ง ว่าแต่เมื่อไหร่จะพาออกมาเปิดตัวซะทีล่ะคะเนี่ย เอ๊ะๆๆ รึว่าจะพามาเปิดตัวพร้อมแจกการ์ดแต่งงานเลยอ๊ะเปล่าน้า... เอาเป็นว่าเห็นหนุ่มวีมีแฟนเป็นตัวเป็นตนอย่างนี้ ทางเราดีใจด้วยจริงๆ ยังไงก็รีบๆ พามาแนะนำบ้างนะจ๊ะ อิอิอิ วี วีรภาพ วี วีรภาพ วี วีรภาพ วี วีรภาพ