น้ำตาไม่ไหลคืน

ส่อง รายได้หนังในไทย วันที่ 11 - 17 ธ.ค. 57 ใครรอดใครร่วง มาดูกัน
box office /  Exodus: Gods and KingsBig Hero 6 / 

เป็นประจำทุกสัปดาห์ ที่เราจะพาคุณผู้ชมไปดูกันว่า รายได้หนังในไทย ช่วงที่ผ่านมานี้เป็นอย่างไรกันบ้าง ซึ่งแน่นอนว่าวันที่ 11 - 17 ธ.ค. นี้ ตัวเต็งมาแรงแซงโค้งก็ไม่ทำให้ผิดหวัง และเบียดเรื่องอื่นตกอันดับไปตามๆกัน   การมาถึงของคอร์สติวอังกฤษ แห่ง ไอฟาย..แต๊งกิ้ว..เลิฟยู้ ส่งแรงสะเทือนอย่างแรง เพียงสัปดาห์เดียวก็พุ่งกระฉูดครองแชมป์ทันที ชนิดทิ้งเรื่องอื่นไม่เห็นฝุ่น อนาคตสดใสแน่นอน ซึ่งนั่นเบียด มหากาพย์ Exodus: Gods and Kings ร่วงลงมาอันดับ 2 ทันที  และ Big Hero 6 ก็บินตามมาติดๆ ในเม็ดเงินที่พอโล่งอกได้ ถัดมาด้วย The Hunger Games: Mockingjay - Part 1  ที่ยังคงยืนโรงเก็บอยู่เบาๆ แต่ยิ้มแก้มปริกับรายได้รวมไปเรียบร้อย ด้าน Kill the Messenger ที่มาใหม่ ก็ดูท่าเร่งเครื่องสู้ขาใหญ่อันดับต้นๆ ไม่ไหว ต่อด้วยสัปดาห์ท้ายๆ ของ Interstellar ยังมีแฟนๆไปเก็บตก ฝั่ง Serena, สิ่งเล็กเล็กที่น่าร็อก, Young Ones และ Saint Laurent ช่วงนี้ก็เก็บรายได้ไปเบาหวิว ยืนโรงอยู่ทางเลือกเล็กๆ ให้ผู้ชมไปเลือกชมแต่ต้องตรวจสอบโรงและรอบดีๆ หน่อยละกัน สัปดาห์หน้าพร้อมแล้วสำหรับมหากาพย์ ที่ผู้กำกับ ปีเตอร์ แจ็คสัน จะหวนคืนสู่มิดเดิ้ลเอิร์ธ มารอดูกันว่าศึก 5 ทัพ จะเบียดคอรส์ติวเข้มลงหรือเปล่า ข้อมูลจาก: Bioscope -------------------------

หนุ่มแจ้งจับ ดาราดัง อ้างถูกตบหน้ายึดกุญแจรถ
ตบหน้า /  ยึดกุญแจรถ / 

ผู้จัดการบริษัท ดันน์ฮัมบี้ เข้าร้อง พงส.สน.โชคชัย หลังถูก ดาราหนุ่ม "กันต์ กันตถาวร" ตบหน้าและยึดกุญแจรถ นายกานต์ ไตรอัมพวงศ์ อายุ 30 ปี ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ดันน์ฮัมบี้ เดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.ไอศวรรย์ ปฐมสันติพงศ์ พงส.สน.โชคชัย หลังถูกดาราหนุ่ม นายกันต์ กันตถาวร ตบหน้าและยึดเอากุญแจรถไป โดยนายกานต์ เปิดเผยว่า เมื่อช่วง 22.30 น. วันที่ 17 ธ.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่ตนเองกำลังขับรถเก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า อัลติส สีขาว เลขทะเบียน 3กถ8111 กรุงเทพ เข้าซอยโยธินพัฒนาเพื่อกลับเข้าบ้านพัก รถคันที่ขับอยู่ข้างหน้าขับช้า ตนจึงเบี่ยงออกเลนขวาเพื่อขับแซงขึ้นไป ขณะนั้นมีรถจักรยานขี่สวนขึ้นมา ตนจึงเบี่ยงเข้าเลนซ้ายเพื่อหลบเข้าช่องทางปกติ พอถึงยังหน้าหมู่บ้าน ได้มีรถจักรยานปั่นมาด้วยความเร็ว ก่อนปาดหน้ารถตนแล้วจอด จากนั้นผู้ขี่จักรยานได้เดินมาเปิดประตูรถตน แต่ด้วยความที่เป็นประตูล็อกอัตโนมัติจึงเปิดไม่ออก ตนจึงเลื่อนกระจกลงมาเพื่อพูดคุย แต่ชายคนดังกล่าวกลับด่าทออย่างรุนแรงและมีท่าทางฉุนเฉียว ตนเองจึงเปิดประตูรถเพื่อเจรจาพูดคุย แต่ชายคนดังกล่าวกลับกระชากประตูรถออกและเข้ามายึดเอากุญแจรถไป ทั้งนี้ เมื่อเขามายึดเอากุญแจรถไป ตนเองจึงเดินลงมาจากรถและพูดคุย ชายคนดังกล่าวพูดจาด้วยท่าทีและอารมณ์ฉุนเฉียว พร้อมทั้งเอามือซ้ายมาตบเข้าที่แก้มขวาหลายครั้ง "จะชนแล้วหนีเหรอ ชนแล้วไม่รับผิดชอบเหรอ" เมื่อตนเองได้ยินดังนั้นก็กล่าวว่า "ผมไม่รู้ว่าชน ถ้าชนผมขอโทษ พร้อมที่จะรับผิดชอบทุกอย่าง แต่ขอกุญแจรถคืน" แต่ชายดังกล่าวก็ยังพูดด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวพร้อมทั้งกล่าวว่า "อยากดังเหรอ อยากขึ้นหน้าหนึ่งเหรอ ถ้าอยากได้กุญแจรถคืน ให้ไปรับคืนได้ที่ร้านร้อยพบพันเจอ" ก่อนจะขี่จักรยานไป หลังจากเกิดเหตุตนก็ได้กลับเข้าบ้านและก็พยายามคิดว่าชายคนดังกล่าวเป็นใคร จนกระทั่งคิดได้ว่าชายคนดังกล่าวคือ กันต์ กันตถาวร นักแสดงชื่อดัง หลังจากนั้นตนจึงได้เดินทางมาแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งพาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปเอากุญแจรถคืน แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมตนเดินทางไปยังร้านร้อยพบพันเจอดังกล่าว กลับไม่พบเจอนายกัน แต่อย่างใด ทราบจากพนักงานภายในร้านว่านายกันต์ได้เดินทางออกไปกินที่ร้านอื่นแล้ว อย่างไรก็ตาม ตนจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดเพราะเกรงว่าอาจจะเกิดอันตรายกับตัวเอง

เตรียมใจเอาไว้!สิ่งที่ ทีมชาติไทย ต้องเจอแน่นัดบุกถ้ำเสือเหลือง
กรุงกัวลาลัมเปอร์ /  ช้างศึก / 

เหลือการแข่งขันอีกเพียงแค่ นัดเดียวเท่านั้น ก็จะรู้แล้วว่า ทีมชาติไทย สายเลือดใหม่ที่นำทัพโดย “โค้ชซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง จะสามารถมทวงความยิ่งใหญ่ในอาเซียนกลับมาให้คนไทยทั้งประเทศได้หรือไม่ ในศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพนัดชิงชนะเลิศนัดที่สองกับ มาเลเซีย ที่สนาม บูกิตจาลิล สังเวียนขนาดใหญ่ยักษ์ที่จุผู้ชมได้เหยียบแสนชีวิต โดยที่ทีมช้างศึกของเรามีความได้เปรียบที่เหนือกว่าคือการตุนสกอร์ 2-0 ไว้ก่อนในบ้าน ขอแค่เพียงไม่แพ้เกิน 3 ลูกอย่างไรซะแชมป์ก็อยู่ในมือของเรา แต่เชื่อว่ามันไม่ง่ายดายอย่างนั้นแน่นอน วันนี้ทีมงาน SportMThai จะมาวิเคราะห์สิ่งที่ ทีมชาติไทยต้องเจอแน่ๆในวันเสาร์นี้ และเตรียมตัวรับมือไว้ได้เลย กองเชียร์จอมโหด อย่างที่บอกไปในตอนแรกว่า เจ้าบ้านในนัดที่สองได้ทำเรื่องโยกสนามแข่งขันไปใช้สนามบูกิต จาลิล ที่จุผู้ชมได้ถึง 90,000 หมื่นคนมากกว่าสนามราชมังคลากีฬาสถานของเราในวันที่เต็มความจุเกือบๆหนึ่งเท่า สำหรับคนที่ได้ไปยลบรรยากาศในสนามในวันนั้น คงจำได้ดีกว่าคนเยอะขนาดนั้นสร้างเปล่งเสียงเชียร์สะท้านโสตปราสาทได้มากขนาดไหน ก็เอาสองคูณเข้าไป นี่คือสิ่งที่นักเตะไทยจะต้องเตรียมตัวไปรับมือให้ดี แล้วยิ่งผลงานในนัดแรกที่ทำให้เจ้าบ้านต้องเป็นรองค่อนข้างเยอะเสียงเชียร์จากแฟนบอลเท่านั้นที่จะปลุกเร้านักเตะของตัวเองได้เชื่อว่า งานนี้กองเชียร์เสือเหลืองยัดกันเข้าไปล้นความจุแน่นอน ความกดดันจากฝั่งตัวเอง ทีมชาติชุดนี้ปลุกกระแสฟุตบอลไทยฟีเวอร์ขึ้นมาอีกครั้ง โดยค่อยๆไล่บันได ความคลั้งไคล้ของแฟนฟุตบอลในประเทศ มากตั้งแต่ช่วงเอเชี่ยนส์เกมส์ จนมาถึงรายการนี้ก็ค่อยๆ ไล่มาตั้งแต่รอบแรก เชื่อเลยว่าหลายคนเมื่อเห็นรายชื่อของนักเตะชุดนี้ที่ยังขาดนักเตะดีๆอีกหลายคน แม้แต่ทีมงานสต๊าฟยังไม่กล้ามองถึงแชมป์ ทำให้เล่นสบายๆไม่ค่อยกดดันจนมาถึงตอนนี้ ใครก็คงไม่คิดไม่ฝันว่าจะผ่านเข้ามาชิงชนะเลิศได้สง่างามขนาดนี้  นอกจากนี้ส่วนตัวนักเตะเองเริ่มเป็นที่สนใจ ทุกคนกลายเป็นซุปเปอร์สตาร์มีแฟนๆมารุมล้อมตั้งแต่ตอนฝึกซ้อม มีคนมารับมาส่งตอนขึ้นรถบัสมาสนาม มีคนสนใจถึงขนาดว่าใช้อะไรเซ็ตผมตอนลงไปแข่ง การขุดคุ้ยเล่นข่าวบนโลกโซเชียลทั้งการอวยต่างๆนาๆ แม้แต่ดาราบางคนยังมาขอโหนกระแสฟุตบอลไทยกับเค้าด้วย (หรืออ.บางคนสวนกระแสด้วยการด่าแบบไม่ค่อยมีเหตุผลซักเท่าไร) เหล่านี้คือแรงกดดันที่มาจากภายใน และความคาดหวังว่าทีมไทยต้องประสบความสำเร็จเท่านั้น  เกมส์เตะติดดาบจากฝ่ายตรงข้าม เป็นเรื่องน่าดีใจที่อายุเฉลี่ยของนักเตะชุดนี้ของเราอยู่ที่ประมาณ 24 ปีเท่านั้น เพราะแกนหลักมาจากชุดเอเชี่ยนส์เกมส์ที่อายุไม่เกิน 23 ปี ส่วนคู่แข่งของเราอย่างมาเลเซีย เป็นประเภทเสือเฒ่าอายุเฉลี่ยเหยียบๆ 30 ปี ถือว่าห่างกันเยอะพอสมควร นั้นทำให้พวกเขาได้เปรียบเรื่องความเก๋าเกมส์และประสบการณ์ที่มากกว่า ด้วยการใช้เกมส์หนักเตะติดดาบข่มขวัญนักเตะอายุและประสบการณ์น้อยของเรา อย่างที่เราเห็นในนัดแรก ขนาดเล่นในบ้านของเราเอง นักเตะตัวคล่องๆของเรายังกลิ้งเป็นลูกขนุน ขนาดนี้แล้วถ้าไปเยือนต่อหน้าแฟนบอลเกือบแสนชีวิต นักเตะไทยของเรายังต้องเจอบททดสอบอีกไม่น้อย การโหมบุกแบบพายุ แน่นอนว่าการตุนสกอร์ที่ได้เปรียบไว้ก่อนถึง 2 ลูกนั้นเป็นการกดดันให้ มาเลเซีย ต้องเล่นเกมส์รุกตั้งแต่นาทีแรกเพื่อทวงคืนประตูกลับมาให้ได้ ซึ่งเงื่อนไขคือต้องยิงประตูในบ้านให้ได้ก่อนอย่างน้อยสองประตูใน 90 นาทีหากหวังพลิกสถานการณ์เผด็จศึกไทย  เพราะฉะนั้นทางเดียวที่เจ้าบ้านมีคือการลุยเปิดเกมส์รุกใส่ตั้งแต่เสียงนกหวีดดัง และหากจะดูจากนัดแรกที่พบกัน พวกเขาค่อนข้างมั่นใจในแนวรุกของตัวเองพอสมควรด้วยการเปิดหน้าแลกเกมส์บุกกับไทยในครึ่งแรก หรือการที่บุกไปยิงเวียดนามถึงถิ่น 4 ประตูในรอบรองฯนัดที่ 2  เชื่อเลยว่า แนวรุกมาเลเซีย ภายใต้การนำทีมของ ดอลลาร์ ซาเล่ห์ ที่มีดีกรีเป็นถึงอดีตกองหน้าดาวดังของเสือเหลือง ที่เคยนำพวกมาคว่ำไทยในซีเกมส์เมื่อปี 1989 จนนักเตะชุดนั้นต้องยกพลไปสาบานกันที่วัดพระแก้วมาแล้ว จะทำให้แนวรับของไทยเจองานที่ยากที่สุดและจะประมาทไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว

เลิกลือ! เกริกฤทธิ์ - อาร์มี่ ยันไม่ได้เป็นแฟนกัน
Armmy Maxim /  kongkroekritfc / 

หลังจากตกเป็นข่าวเพียงชั่วข้ามคืน เมื่อ อาร์มี่ แม็กซิม นางแบบหุ่นกระชากใจหนุ่ม ได้โพสเฟซบุ๊คส่วนตัวชื่อ Armmy Maxim ด้วยการโชว์ภาพกำลังคุยวิดีโอคอลล์ กับ เจ้าก้อง เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ดาวดัง ช้างศึก ทีมชาติไทย ล่าสุดทั้ง เจ้าก้อง เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ และอาร์มมี่ แม็กซิม ได้ออกมาปฏิเสธผ่านโซเชีลแล้วว่า ทั้งคู่ไม่ได้เป็นแฟนกัน เป็นเพียงเพื่อนกันเฉยๆ โดย เจ้าก้อง ได้ปฏิเสธข้อสงสัยด้วยการตอบคำถามแฟนบอลผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว kongkroekritfc ส่วนนางแบบสาวทรงโต ได้ปฏิเสธผ่านเฟซบุ๊คว่า ไม่ได้เป็นแฟนกับเจ้าก้อง เป็นเพียงแค่เพื่อนกัน

สุดยอดความน่าทึ่งกับ 10 ความเชื่อเรื่องนาฬิกา
10 ความเชื่อเรื่องนาฬิกา /  ความเชื่อ / 

ใครจะรู้บ้างว่านอกจาก นาฬิกา จะมีหน้าที่บอกเวลาแล้ว นาฬิกา ยังจัดได้ว่าเป็นวัตถุมงคล และเป็นสัญลักษณ์แห่งโชคลาภมากมายด้วยเช่นกัน และนี่คือ 10 ความเชื่อเกี่ยวกับ นาฬิกา ที่คุณควรได้รู้ จะมีอะไรบ้างนั้น เราลองไปดูกัน นาฬิกา สำหรับ นาฬิกา ถือว่าเป็นเครื่องประดับ และเป็นของใช้ที่สำคัญสิ่งหนึ่งในการใช้ชีวิต เพราะมันทำหน้าที่เป็นเครื่องบ่งบอกเวลาให้เราได้รู้ว่าเราควรทำอะไร เวลาไหน นอกจากนี้มันยังทำหน้าที่เป็นเครื่องประดับบ่งบอกสไตล์และสเตตัสของผู้สวมใส่ และนี่คือ 10 ความเชื่อเกี่ยวกับ นาฬิกา 1 ตำแหน่งที่แขวนนาฬิกา ตำแหน่งในการแขวน นาฬิกา บางคนอาจไม่ให้ความสำคัญเท่าไหร่ อยากจะแขวนไว้ตรงไหนก็ตามแต่ความพึงพอใจ โดยหารู้ไม่ว่ามันอาจส่งผลต่อชีวิตของคุณได้อย่างไม่คาดฝัน โบราณเชื่อว่าการแขวน นาฬิกา ต้องไม่แขวนไว้ตรงกันข้ามกับประตูบ้านพอดี เพราะมันจะเป็นสิ่งแรกที่เราได้เห็นเวลาเข้าบ้าน เชื่อกันว่าเป็นการเร่งวันเร่งคืนให้คนที่เดินเข้าบ้านนี้ (โดยเฉพาะตัวเจ้าของบ้าน) หมดอายุขัยเร็วๆ 2 ไม่ควรปล่อยให้นาฬิกาตาย ความเชื่อนี้เชื่อกันมากในหมู่ชาวจีน โดยเชื่อว่าการเดินของ นาฬิกา เป็นสัญลักษณ์แห่งอายุขัย เป็นความก้าวหน้า ความราบรื่น และการหมุนเวียนของพลังงานที่ดี เมื่อนาฬิกาตาย โชคลาภ พลังแห่งความก้าวหน้าที่มากับ นาฬิกา ก็จะพลอยตายไปด้วย นาฬิกาประเภทที่เดินยาวนานที่สุดก็คือ นาฬิกาสี่ร้อยวันตั้งโต๊ะที่มีครอบแก้ว โดยไขลานเพียงครั้งเดียว แต่ยังมีนาฬิกาที่เดินนานที่สุดที่นักสะสมนาฬิกามักบอกว่าเดินกันชั่วชีวิต คือ นาฬิกา Almos เป็นนาฬิกาที่เดินด้วยความกดอากาศหรืออุณหภูมิ โดยใช้หลักการในทุก ๆ 4 นาที อุณหภูมิของอากาศจะเปลี่ยนขึ้นลงตลอดเวลา 3 นาฬิการูปแปดเหลี่ยม (โป๊ยก่วย) ในประเทศจีนบ้านที่ตั้งอยู่ในฮวงจุ้ยไม่ดี เช่น บนทางสามแพร่ง หรือมีถนนตัดเข้ามาถึงหน้าบ้าน จะแขวน นาฬิกา รูปแปดเหลี่ยมที่เรียกว่านาฬิกาโป๊ยก่วยไว้ เพื่อใช้แก้อาถรรพ์ นาฬิกา ชนิดนี้เหมือนยันต์แปดทิศ และมีพลังหยินหยางแฝงอยู่ในตัวสมบูรณ์ สามารถขับไล่ภูตผีปีศาจทุกเวอร์ชั่นไม่ให้เข้ามาเป็นแขกกิตติมศักดิ์ในบ้าน ชาวจีนเชื่อว่าในบ้านควรมีนาฬิกาทรงกลมอย่างน้อยหนึ่งอัน เพราะทรงกลมของมันคล้ายกับเหรียญเงิน เจ้าของบ้านจะได้มีเงินทอง ทั้งลาภจริงลาภลอยไหลเข้าบ้านไม่ขาดสาย ความเชื่อเรื่องนาฬิกา 4 นาฬิกาซิกโซ่ นาฬิกาตั้งพื้นที่นิยมนำมามอบเป็นของขวัญที่ระลึกวันเปิดร้านหรือเริ่มต้นกิจการอะไรใหม่ๆ ซึ่งกระจกด้านหน้าที่มีข้อความเขียนคำอวยพรเป็นภาษาจีนที่ล้วนแต่เป็นคำมงคลเกี่ยวกับโชคลาภ ความเจริญรุ่งเรือง ร้อยละเก้าสิบของ นาฬิกา ประเภทนี้จะมีคำอวยพรทั้งนั้น นักสะสมบางคนชอบเก็บสะสมคำอวยพรไว้ซึ่งเป็นความหมายที่ดี 5 เสียงตีของนาฬิกา เป็นสัญลักษณ์แห่งเกียรติยศ ชื่อเสียง ความเกรียงไกร และช่วยกล่อมจิตใจเจ้าของบ้านให้ร่มเย็นเป็นสุข  นาฬิกา ที่เอาแต่บอกเวลาแต่ไม่ตีจึงถือว่าไม่ใช่นาฬิกาที่ดี ถ้าเอาเข้ามาแขวนคนในบ้านนั้นจะมีแต่ความเร่งร้อน ต้องทำงานหนักงกๆ จนไม่มีเวลาพักผ่อนและจิตใจก็หาความสุขไม่ได้ 6 หน้าปัดนาฬิกาสะท้อนตัวตนของคนใส่ คนที่เชื่อเรื่อง นาฬิกา จึงนิยมใส่นาฬิกาหน้าปัดใหญ่ๆ เพื่อเพิ่มสิริมงคลให้ตัวเองดูภูมิฐาน ชีวิตอุดมสมบูรณ์ ทำมาค้าขึ้น และจะเน้นหน้าปัดที่เป็นกระเบื้อง เพราะกระเบื้องมีความเงางามเป็นมันสดใสไม่มัวหมองง่ายๆ แม้จะเก่าแค่ไหนก็ตาม โชคชะตาของคนใส่จะได้สดใสไม่มีวันเสื่อมไปด้วย 7 สีมงคลประจำวันเกิด สีประจำวันเกิดน่าจะเป็นสีที่ส่งผลต่อความสุขความเจริญ ประจำราศีเกิดของคนนั้น หน้าปัดของ นาฬิกา ที่มีสีต่างๆ ก็ควรจะเลือกตามสีวันเกิดหรือราศีเกิดของตัวเอง เพื่อช่วยเสริมพลังชีวิตให้เจริญก้าวหน้า 10 ความเชื่อเรื่องนาฬิกา 8 หัวโขนของนาฬิกา คนจีนสั่งสอนกันมาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตาทวดว่า นาฬิกา ที่มีรูปม้าและนกอินทรีอยู่ด้านบนสุด ถือว่าเป็นนาฬิกาซูเปอร์เฮง เฮงจริง เฮงจัง ควรมีไว้เป็นเครื่องรางประจำบ้าน เพราะม้าเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดีและความสมหวัง เจ้าของบ้านจะทำอะไรก็สำเร็จได้ผลดีไปหมดทุกอย่าง แต่มีข้อแม้ว่าต้องเป็นม้าสีทอง สีเงิน และสีน้ำตาลเท่านั้น ส่วนม้าสีดำเป็นม้าแห่งความตายลูกหลานคนไหนทะเล้นอุ้มเข้าบ้านมีหวังถูกด่าจนหูชา สำหรับนกอินทรีนั้นเป็นสัญลักษณ์ของความสง่างาม วาสนาอันสูงส่ง การเริ่มต้นที่ดีและความรุ่งเรือง ยิ่งถ้านกตัวนั้นทำท่าเหินร่อนเหมือนจะบินก็ยิ่งเป็นอภิชาตนก เหมาะจะตั้งไว้ในห้องรับแขกให้เป็นสิริมงคลกับครอบครัว เพราะนกตัวนี้จะเรียกเงินทองโชคลาภและความเจริญรุ่งเรืองมาให้วงศ์ตระกูล นาฬิกาที่มีรูปสิงโตอยู่ด้านบนเป็นของมงคลยอดฮิตอีกอย่างหนึ่งของชาวจีน เชื่อว่ามีแล้วลูกชายบ้านนั้นจะเจริญก้าวหน้า มีความเข้มแข็งและได้เป็นผู้นำหรือเป็นเจ้าคนนายคน เหมือนสิงโตเจ้าป่ายังไงยังงั้น 9 หน้าปัดนาฬิกาที่ดี ควรทำจากกระจกที่เจียระไนเหลี่ยมมุมให้สะท้อนแสงได้คล้ายเพชร กระจกแบบนี้จะสะท้อนพลังงานดีๆ ไปทั่วบ้าน ช่วยให้คนที่อาศัยมีแต่ความสุข ปลอดโปร่งใจ ฐานะการเงินก็มั่นคงไม่ต้องวิ่งหนีเจ้าหนี้กันขาขวิด 10 พระจันทร์ยิ้ม เชื่อว่าพระอาทิตย์-พระจันทร์ เป็นตัวแทนแห่งพลังหยิน-หยาง หมุนเวียนสลับสับเปลี่ยนกัน ถือว่าเป็นมงคลนัก เต็มไปด้วยพลังแห่งความกระตือรือร้น ไม่เฉื่อยชา พระจันทร์เป็นสัญลักษณ์แห่งความร่มเย็นจิตใจที่อ่อนโยน และจะนำเรื่องความรักความเมตตามาสู่ท่านด้วย มิน่าล่ะ นาฬิกา พระจันทร์ยิ้มถึงแพงและหายาก ก็เพราะเป็นแบบนี้นี่เอง และนี่ก็คือ10 ลักษณะนาฬิกาที่เป็นมงคล โดยที่กล่าวมานี้ เป็นความเชื่อส่วนหนึ่งที่ยึดถือกันมาแต่ครั้งโบราณ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากวุ่นวายอะไรนัก การที่เราจะเชื่อหรือยึดถือปฏิบัติตามเพื่อความสบายใจของการใช้ชีวิตและการอยู่อาศัยก็ไม่เรื่องเสียหายอะไร ขอบคุณข้อมูลจาก blog.dealfish.co.th ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต

5 เพลงแปลง เพลงฮา แห่งปี 2014
DRZO /  อย่ามาโย / 

ฟังเพลง เวอร์ชั่นปกติมาก็หลายเพลงแล้ว วันนี้ เปลี่ยนบรรยากาศ มาฟังเพลงแปลงกันบ้างดีกว่า มิวสิคเอ็มไทย เลยขอรวม 5 เพลงแปลงแห่งปี 2014 ที่ชาวเน็ตต่างชื่นชอบ กดไลค์ กดแชร์กันสนั่นเน็ต บางเพลงนี่ก็แปลงซะไม่เหลือเค้าโครงเดิมเลย แต่ฮาดีนะ ลองไปฟัง อย่ามาโย (Let It Go) เพลงแปลงจี๊ดๆ จาก DRZO ที่ว่าด้วยประเด็นสุดฮอต เกี่ยวกับ วงโยธวาทิต โรงเรียนชื่อดัง ที่ขอเงินเสี่ยชาเขียว จำนวน 3 ล้าน เพื่อไปแข่งขันวงโยธวาทิตที่ต่างประเทศ เป็นดราม่าต้องสืบอยู่พักใหญ่เลยทีเดียว ลำปาง (วิญญาณ) ไข่ดาวสุกสุข อีกเพลงแปลงสุดฮา โดย ไข่ดาวสุกสุข ที่นำเพลง วิญญาณ จาก แสตมป์ อภิวัชร์ มาแปลงเนื้อร้องใหม่ น่าสงสารจริงๆ จะไปลำปาง แต่ดันลงใต้ ลองไปฟัง (เนื้อหาบางช่วงอาจมีคำไม่สุภาพ โปรดใช้วิจารณญาณ) กุ๊กไก่ (คุกเข่า) เพลงแปลงจากเพจ สัตว์โลกอมตีน จากที่แรกๆ มาเป็นภาพ คราวนี้ เป็นเพลงให้ฟังกันขำขำ เพราะตัวไร เธอจึงเก็บหมีไป หมัดทำให้เธอคันหลัง ฉันทำไอ้เข้เจ็บหลัง มากมายเป็นปลาไหล นั้นบีเวอร์ มากมายเท่าไหร่ แรดเองมีนอใช่มั้ย ว่าเธอน่ะมีควายหงาย ทับฉันขนาดไหน ตะพาบเท่าไหร่ ฉันกำลังขอร้องอ้อนวาฬเธออย่าไป ทิ้งตัวลงกุ๊กไก่ กอดหมาเธอเอาไว้ ปลา นม สองมือขึ้น ก๊าบ ก๊าบ เธอโปรดอย่าไป มันคงมีหมีกระโดด ถ้าโคมันตกใจ ตะพาบตัวเธอยังรัก ยังห่วงใย และหากมันบีบหัวเรา ยังพอมีปลาไหล จิ้งจกมาตามสายไฟ อยากบอกว่ายุงร้ายจังเลย เป็นครั้งแรกที่รอมาเนิ่นนาน เพลงแปลงสุดฮา โดยคุณ Omala Bunrod สมาชิกเว็บไซต์ Youtube ที่นำเพลง For the first time in forever จากภาพยนตร์แอนิเมชั่น Frozen มาเปลี่ยนเนื้อร้องใหม่ ฮาได้ใจชาวเน็ต เนื้อเพลง อันนา: พี่ขี้งกนี่หว่า ไม่ต้องถอยทำหมางเมินและห่างเหินเย็นชา ก็เป็นครั้งแรกที่รอมาเนิ่นนาน ที่ฉันจะมายืมเงิน เป็นครั้งแรกที่รอมาเนิ่นนาน แบงค์ห้าร้อยให้สัก 6 ใบ หรือเป็นแบงค์พันสัก 4 ใบก็ได้ อยากจะยืมพี่ไปแค่นี้ นี่เป็นครั้งแรกที่รอมาเนิ่นนาน ฉันขอยืมตังค์พี่ เอลซ่า: อานนา โปรดกลับบ้านไป จะกลับดีดี หรือจะรอให้พี่เอาไม้หน้าสามมาตี อันนา: ไม่ แต่.... เอลซ่า: พี่รู้ ที่น้องคิด จะยืมพี่ไป ถึงแม้ปลาร้าเคยมีก็หมดไหไป กลับบ้านไปเหอะ พี่จะให้เหรียญสิบเธอไป อันนา: คงไม่พอล่ะมั้ง? เอลซ่า: อะไรไม่พอล่ะมั้ง? อันนา: ฉันคิดว่าพี่มีมากกว่านี้ เอลซ่า: พี่มีไม้หน้าสาม อันนา: ชั้นก็แค่อยากถามว่ามี....ถั่ว...มั้ย? เอลซ่าและอานนา : พี่จ่ายไหว ชั้นรู้พี่จ่ายได้ นี่เป็นครั้งแรกที่รอมายืมตังค์ (โอยยย....ไม่ฟังกันเลย กูบอกไม่มี....) พี่ไม่ต้องเกรงใจใครใคร (จะกู้เค้ามาก็ไม่กล้าสักที... ) เราจะไปปล้นเงินธนาคาร(จะให้มันยืมยังไง?) ปล่อยให้ชั้นได้ยืมต่อไป (โอโอ้ววว นะพอสักที บอกว่าไม่มี) ไม่ต้องกลัว (ปวดหัวชิบหาย!) ติดเงินเค้าแค่แสนสอง(รีบหนีหนี้ไป!) เราจะนั่งรถเมล์ไปด้วยกัน! เราจะช่วยกันปล้นธนาคาร! เอากระเป๋าใส่เงินมาให้ชั้นที! (ไม่อยาก....ไป!!!) โอปป้าจงเจริญ (Hail to our Host) เป็นอีกหนึ่งคลิปที่ถูกปล่อยออกมา และถูกแชร์กันในโลกออนไลน์อย่างล้นหลาม กับมิวสิควิดีโอเพลง โอปป้าจงเจริญ ที่จัดทำโดย Mafiarecord (มาเฟียเรคคอร์ด) ที่แปลงมาจากเพลง เจ้าภาพจงเจริญ ของวง สามโทน ซึ่งเป็นช่วงที่มีการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 17 เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ เนื้อหาเพลงออกไปทางแซวเจ้าภาพในเรื่องของการแข่งขันกีฬา อีกทั้งล้อเลียนการตัดสินของกรรมการในหลายชนิดกีฬา ขอให้เจ้าภาพ จงเจริญ คิดทอง ให้ได้ทอง คิดเงิน ให้ได้เงิน ขอให้โอปป้า จงเจริญ ใครเจอเกาหลี เจอเกาหลี ไม่ว่ารอบไหน ไม่ต้องซ้อม ต้องฝึก ซักอย่าง ฝึกให้ตาย ก็ไม่พอ บอกให้เลยถ้าเจอเจ้าบ้าน ว่างานนี้ ซี่โครง แน่นอน โกง โกงเข้าไป โกงเข้าไป นะ โกงเข้าไป โกงให้ครบ ทุกทีม นะเกา มวยก็โกง บอลก็โกง แบดมึงยังใช้ลมช่วยเป่า ให้ฉายา พี่เกา ซี่โครง บอลไทยสุดงง โคตรทีมเกาหลี มือเล่นบอล กรรมการไม่เป่า มันตัดฟาวล์ กรรมการไม่เห็น แฟร์เพลย์จะมี ไว้เพื่ออัลไล ต่อยเข้าไป กรรมการไม่กด แล้วก็ยก ให้ทีมเกาหลี บอลโลก มาเอเชี่ยนเกมส์ ใครมาบ้านเกา เจอซี่โครงทุกที โกง โกงเข้าไป โกงเข้าไป นะ โกงเข้าไป โกงให้ครบ ทุกทีม นะเกา มวยก็โกง บอลก็โกง แบดมึงยังใช้ลมช่วยเป่า นี่ล่ะเขา พี่เกา โคตรโกง ให้เจ้าภาพ จงเจริญ ขี้โกง ให้ได้ทอง ขี้โกง ให้ได้เงิน ขอให้โอปป้า จงเจริญ ให้เจ้าภาพ จงเจริญ ขี้โกง ให้ได้ทอง ขี้โกง ให้ได้เงิน ขอให้โอปป้าจงเจริญ ให้โอปป้าจงเจริญ ขี้โกง ให้ได้ทอง ขี้โกง ให้ได้เงิน ขอให้โอปป้า จงเป็นเริม มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

ว่าน ธนกฤต จัด ปาร์ตี้ ดาวอังคาร กลางเกาะกูด
Cool Farenheit 93 /  Cool OUTING 9 Hi Like Island / 

คูลฟาเรนไฮต์ จัดทริปดี๊ดี คืนความสนุกให้ 5 ก๊วนออฟฟิศ ที่ เกาะกูด ใน Cool OUTING 9 Hi Like Island ว่าน ธนกฤต ปิดเกาะ จัด ปาร์ตี้ ดาวอังคาร สุดพิเศษ 5 ออฟฟิศผู้โชคดีที่ได้มาติดเกาะ Cool OUTING 9 Hi Like Island 3 คูลเจ จากคลื่น คูลฟาเรนไฮต์ กับผู้ฟัง ร่วมกิจกรรมดำน้ำ Cool OUTING 9 Hi Like Island บรรยากาศใกล้ชิดธรรมชาติ ณ Cham's House รีสอร์ทสุดหรู ที่ได้แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมของชนเผ่าเวียดนาม คูลเจแนน คูลเจกัญ และ คูลเจขวัญ จากคลื่น คูลฟาเรนไฮต์ 93 ปาร์ตี้ดาวอังคาร โดย ว่าน ธนกฤต Cool OUTING 9 Hi Like Island เก็บตกจากทริปสุดสนุก Cool OUTING 9 Hi Like Island โดยคลื่น คูลฟาเรนไฮต์ 93 ที่จัดให้ กับ 5 ก๊วนออฟฟิศผู้โชคดี บุกยึด เกาะกูด พื้นที่สวรรค์กลางอ่าวไทย ท่ามกลาง รีสอร์ทหรูที่ได้แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมของชนเผ่าเวียดนาม ณ Cham's House สนุกหลุดโลกกับ Mars Party กับศิลปินตัวแทนเผ่าพันธุ์ดาวอังคาร ว่าน ธนกฤต เมื่อวันที่ 12 - 14 ธันวาคม 57 ที่ผ่านมา นี่คือบรรยากาศปาร์ตี้ ดาวอังคาร กลางเกาะกูด สุด Exclusive ที่ มิวสิคเอ็มไทย ได้เก็บไฮไลท์มาฝาก ใครที่พลาด และอยากจะร่วมทริป Cool Outing ในครั้งต่อไปขอบอกเลยว่า ปีหน้า มีทีเด็ด แต่จะเป็นอะไร รอฟังได้ที่คลื่น คูล ฟาเรนไฮต์ 93 ที่สามารถฟัง ออนไลน์ได้ทาง coolfarenheit.net และทาง แอปพลิเคชั่น Coolism นะจ๊ะ เกาะกูด มีอะไรน่าสนใจ Travel MThai มีคำตอบ เที่ยวเกาะกูด ฟ้าใส ทะเลสวย สวยเว่อร์ วันหยุดยาวที่ผ่านมา พอจะมีเวลาพักหายใจ หายคอบ้าง หลังจากเที่ยวปีใหม่อากาศหนาวๆ เพิ่งจะผ่านไปอากาศร้อนก็มาเยือนอีกแล้ว ส

สธ.ไต้หวัน สั่งเรียกคืนสินค้าบะหมี่สำเร็จรูปปนเปื้อน
สารปนเปื้อนในอาหาร /  เรียกคืนบะหมี่ / 

สาธารณสุขไต้หวัน มีคำสั่งให้บริษัทบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เรียกคืนสินค้า เหตุจากอาจมีการปนเปื้อนของต้องห้าม ที่ซองบรรจุเครื่องปรุง วันนี้ (18 ธค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว วานนี้หน่วยงานด้านสาธารณสุขของไต้หวัน มีคำสั่งให้บริษัทเหวย หลี่ ฟู้ด อินดัสเทรียล เรียกคืนสินค้าประเภทบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 2 รสชาติจากตลาด เนื่องจากอาจมีการปนเปื้อนของสารไดเมทิลเยลโล ซึ่งเป็นหนึ่งในสารต้องห้าม ในผลิตภัณฑ์อาหาร ที่ซองบรรจุเครื่องปรุง ทั้งนี้บริษัทดังกล่าว แถลงว่า ผลการตรวจสอบภายในไม่พบว่ามีการปนเปื้อนดังกล่าว แต่จะปฏิบัติตามคำสั่งด้วยการเรียกคืนสินค้าตามมาตรการเฝ้าระวัง และขออภัยผู้บริโภค ที่ทำให้เกิดความไม่สบายใจในการบริโภคสินค้าของตน อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเรื่องอื้อฉาวในวงการอุตสาหกรรมอาหาร ที่ทำให้เกิดกระแสความไม่พอใจอย่างมากในสังคม หรือแม้กระทั่งการนำไปสู่เหตุการณ์ที่รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขต้องลงจากตำแหน่งจากเรื่องในทำนองเดียวกัน ทั้งยังทำให้พรรครัฐบาลพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งล่าสุดปลายเดือน พ.ย. ที่ผ่านมาด้วย MThai News

แฟชั่นเดินพรม สยามบันเทิง เหล่าคนดัง เซ็กซี่ไม่เท่าไหร่แต่ความงามชนะเลิศ
ดาราเดินพรม /  พรมแดง / 

นอกจากสายเซ็กซี่ ที่พากันฮือฮาข้ามคืนกันไปแล้ว วันนี้เราชวนสาวๆ มาชม แฟชั่นเดินพรม สวยๆ อีกหนึ่งสีสันจากงานประกาศผล 50 สาวเซ็กซี่ Star's Light Award 2014 หนังสือพิมพ์สยามบันเทิง เมื่อค่ำวานนี้ ( 18 ธันวาคม 2557 ) ที่หลายคนยังไม่ทันได้เห็นเพราะมัวไป สะดุดอยู่ที่ ชุดช็อคโลกของ กระต่าย แม็กซิม ไปซะก่อน แต่ไฮไลท์ดีๆ ก็ยังไม่ได้จบแค่นั้น ยังมี สาวๆคนดัง ที่มาแบบสวยสะพรั่ง มาเดินเฉิดฉาย รวมมาให้สาวๆได้ชมกัน มาชม แฟชั่นเดินพรม ของเหล่าคนดังกันเลยจ้า ขวัญ อุษามณี - เนย โชติกา บังเอิญใส่ชุดเหมือนกัน โดยไม่ได้นัดหมาย เรื่องและภาพโดย Women Mthai Team กระต่าย แม็กซิม สยามบันเทิง แหวกเซ็กซี่สุดจิ๊ด

10 แหล่งท่องเที่ยว คริสต์มาส ฮ่องกง ที่คุณไม่ควรพลาด
คริสต์มาส /  งานรื่นเริงฤดูหนาว / 

เทศกาลแห่งความสุขได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ใช้เวลาบินเพียงแค่สามชั่วโมงเศษๆ เท่านั้นคุณก็จะได้สัมผัสลมหนาวและรายล้อมไปด้วยบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองในเมืองซึ่งไม่เคยหลับไหลแห่งนี้... ฮ่องกง ฮ่องกงนั้นได้รับการจัดอันดับจากซีเอ็นเอ็นให้เป็นหนึ่งในสิบเมืองที่ต้องไปเยือนในช่วงเทศกาลคริสต์มาส สถานที่ต่างๆ ทั่วฮ่องกง ตั้งแต่ เกาะลันเตา เกาลูน และเกาะฮ่องกง ล้วนต้อนรับเทศกาลด้วยการการตกแต่ง ประดับประดาอาคารและตัวเมืองด้วยแสงไฟระยิบระยับ พร้อมรับลมหนาวที่มาเยือน โดยแต่ละสถานที่ต่างพร้อมใจกันจัดกิจกรรมหลากหลายเพื่อให้คุณได้ครื้นเครงและร่วมเฉลิมฉลองไปกับเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้ 10 แหล่งท่องเที่ยว คริสต์มาส ฮ่องกง ที่คุณไม่ควรพลาด เราขอแนะนำ 10 สถานที่ท่องเที่ยวที่คุณไม่ควรพลาดสำหรับการเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขและดื่มด่ำไปกับบรรยากาศ คริสต์มาส ฮ่องกง สำหรับช่วงปลายปีที่เวียนมาถึงนี้ 1. The Statue Square Christmas Tree ต้นคริสต์มาสยักษ์ สูง 30 เมตร บริเวณ สแตชู สแควร์  ตั้งโดดเด่นเป็นสง่าท่ามกลางตึกระฟ้าระยิบระยับ นี่ป็นหนึ่งในสถานที่ที่คู่รักห้ามพลาด เพื่อไปคล้อง “กุญแจแห่งรัก” อธิษฐานให้ความรักและความทรงจำอันแสนหวานคงอยู่กับคุณชั่วนิรันดร์ 2. D’Deck promenade "โรแมนติกท่ามกลางหมู่ดาว" เป็นอีกหนึ่งธีม สำหรับการตกแต่งแสงไฟในบรรยากาศคริสต์มาสปีนี้ที่คุณไม่ควรพลาด  D’Deck บริเวณริมทะเลที่ดิสคอฟเวอรี เบย์ จะเต็มไปด้วยประกายระยิบระยับของแสงไฟสีม่วงและสีเงินวาววับทั้ง 16 ชุด สร้างบรรยากาศอันแสนโรแมนติกราวกับคุณและคนที่คุณรักกำลังเดินอยู่ท่ามกลางหมู่ดาวพร่างพรายในเทพนิยาย นอกจากนี้ ดินเนอร์ริมทะเลในบรรยากาศเทพนิยายคริสต์มาสที่ D’Deck ก็จะเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่คุณและคู่รักไม่มีวันลืม 3. Hong Kong Disneyland คุณจะพาเด็กตัวน้อยมาเที่ยวดิสนีย์แลนด์ด้วยหรือไม่ ไม่สำคัญ เพราะดินแดนมหัศจรรย์แห่งนี้จะพาคุณกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ในปีนี้ ตัวละครจากภาพยนตร์เรื่อง Frozen ทั้งราชินีเอลซ่า เจ้าหญิงแอนนา และเจ้ามนุษย์หิมะโอลาฟ รอต้อนรับคุณพร้อมลมหนาวที่มาเยือน ยิ่งไปกว่านั้น ทั้งสวนสนุกจะถูกแต่งแต้มไปด้วยสีสันจากไฟประดับระยิบระยับมากมาย ส่องแสงให้ขบวนพาเหรดดิสนีย์ เพนท์ เดอะ ไนท์ของเหล่าตัวละครดิสนีย์โดดเด่นตระการตาในยามค่ำคืน! 4. Ocean Park Hong Kong โอเชี่ยน ปาร์ค ภูมิใจเสนอการตกแต่งประดับไฟในร่มที่ใหญ่ที่สุดในฮ่องกง ด้วยหลอดไฟที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในอาคารจะถูกตกแต่งให้กลายเป็นทะเลแห่งแสงไฟสีรุ้ง รถเคเบิ้ลคาร์ขนาดเล็กจะล่องลอยอยู่บนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว มากมาย โอเชี่ยน ปาร์ค จะสว่างสไว ระยิบระยับเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขนี้ไปกับคุณ นอกจากนี้ หากคุณเป็นแฟนพันธุ์แท้ของเจ้าแมวอ้วนสีฟ้า โดราเอมอน โอเชี่ยน ปาร์คคือที่ที่คุณต้องมาเยือน 5. Hong Kong Observation Wheel ชิงช้าสวรรค์ยักษ์สูง 60 เมตร จุดท่องเที่ยวใหม่ล่าสุดของเกาะฮ่องกง Hong Kong Observation Wheel ซึ่งตั้งอยู่บริเวณ เซ็นทรัล ฮาร์เบอร์ฟร้อนท์ เพิ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวได้ใช้บริการเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ชิงช้าสวรรค์นี้มีทั้งหมด 42 กระเช้า และใช้เวลาประมาณ 20 นาที สำหรับการหมุน 1 รอบ เพื่อซึมซับบรรยากาศความสวยงามของเกาะฮ่องกง 6. 1881 Heritage ด้วยสถาปัตยกรรมเก่าแก่สไตล์วิคตอเรียน และการเนรมิตให้บริเวณ Grand Piazza กลายเป็นป่าต้นคริสต์มาสที่เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง 1881 เฮอริเทจ จะนำคุณไปสัมผัสกับเมืองมหัศจรรย์ ซึ่งเต็มไปด้วยต้นคริสต์มาสทอแสงระยิบระยับ ประดับประดาด้วยเทียนจากนางฟ้าในเทพนิยาย และเอลฟ์ตัวน้อยแสนซน สถาปัตยกรรมสมัยยุคอาณานิคมอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของ 1881 เฮอริเทจ พร้อมด้วยการตกแต่งเพื่อต้อนรับเทศกาลคริสต์มาสในแบบคลาสสิคนี้จะทำให้คุณรู้สึกราวกับโลดแล่นอยู่ในโลกแห่งเทพนิยายเลยทีเดียว! 7. Harbour City ห้างฮาร์เบอร์ ซิตี้ ริมอ่าววิคตอเรียจัดงานฉลองเทศกาลคริสต์มาสอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีไฮไลท์คือ “ขบวนรถไฟสายดวงดาว” ความยาว 30 เมตรที่ปล่อยดวงดาวคริสต์มาสนับล้านดวงจากปล่องไฟ นอกจากนี้ หากคุณชื่นชอบตัวการ์ตูน Shaun the Sheep ต้องห้ามพลาด เพราะ รูปปั้นจำลองของ Shaun ในสีต่างๆกว่า 30 ตัวต่างยืนรอต้อนรับผู้มาเยือน เพื่อบันทึกภาพความประทับใจและเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขตลอดเดือนธันวาคม 8. Hong Kong Pulse 3D Light Show ด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์ขั้นสูง โชว์แสงสีเสียง 3 มิติสุดอลังการ จะถูกจัดขึ้น ณ ศูนย์วัฒนธรรมฮ่องกงและหอนาฬิกา บริเวณ จิมซาจุ่ย คุณและคนที่คุณรักจะสนุกไปกับโชว์และช่วงเวลาที่แสนวิเศษ ผ่านแสงสีเสียงสุดตระการตาภายใต้ธีมการเฉลิมฉลอง ในสไตล์ฮ่องกง 9. Lan Kwai Fong หลังจากการทำงานอย่างหนักตลอดทั้งปี ในช่วงเดือนสุดท้ายของปีเช่นนี้ อะไรจะดีไปกว่าการให้รางวัลตนเองด้วยการลิ้มลองเมนูเด็ดๆ ที่ครีเอทมาเพื่อเทศกาลคริสต์มาสโดยเฉพาะ ลานไควฟองเป็นย่านที่โด่งดังไปทั่วในเรื่องปาร์ตี้คริสต์มาสที่เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง โดยตลอดเดือนธันวาคม บรรดาร้านอาหาร ภัตตาคารหรูและไนท์คลับพร้อมเสิร์ฟสุดยอดเมนูและเครื่องดื่มให้คุณได้ลิ้มลองและเฉลิมฉลองไปพร้อมๆ กัน 10. New Year New World – Hong Kong New Year Countdown Celebration นับถอยหลังสู่ปี พ.ศ. 2558 พร้อมกับชาวฮ่องกงและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ในเมืองที่มีความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่สุดเมืองหนึ่งของโลก จุดเค้าท์ดาวน์ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าร่วมกิจกรรมได้แก่ จิมซาจุ่ยบริเวณริมน้ำ ระหว่าง Avenue Of Stars และ ศูนย์วัฒนธรรมฮ่องกง บริเวณ เซ็นทรัล ฮาร์เบอร์ฟร้อนท์ บริเวณ Central Piers No. 9 และ 10 บริเวณโกลเด้น โบฮิเนีย แสควร์ ในย่าน หว่านไจ๋ และบนเรือสำราญที่ซึ่งคุณจะได้รับชมการแสดงพลุ แสงสีเสียงได้อย่างชัดเจน สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานที่ต่างๆได้ที่  www.discoverhongkong.com

7 ไอเดีย แต่งหน้า คืนความสุข งาน คริสต์มาส ปาร์ตี้ ปีนี้ต้องแซ่บ
คริสต์มาส /  ปาร์ตี้ / 

เทศกาลแห่งความสุข ใกล้เข้ามาทุกวัน ถึงจะ แต่งหน้า สวยอยู่ทุกวันเป็นปกติ แต่งานนี้ อยากขอคืนความสุข ให้มากยิ่งขึ้นเป็นพิเศษ สำหรับ งาน คริสต์มาส ปาร์ตี้ที่กำลังจะมาถึงนี้แล้ว จะให้ตวัดแปรง แต่งหน้า ตามที่เคยแต่ง ก็ไม่เฉี่ยว ไม่เปรี้ยว ไม่เฟี้ยว และ ไม่เฟี๊ยซ ไม่สมกับที่เป็นผู้หญิง MThai สิ อยากเปรี้ยว ให้มาทางนี้ เราขอนำเสนอ 7 ไอเดีย การแต่งหน้าที่คุณสามารถแต่งตามเองได้ หรือเอาเป็นแบบให้ช่างเขาสะบัดแปรงให้ก็ได้นะจ๊ะ 1. ลุคนี้ เน้นที่ดวงตา แต่งแบบสโมคกี้อายส์ เพียงแต่เลือกอายแชโดว์สีอ่อน อย่างสีเหลืองทองที่มีส่วนผสมชิมเมอร์ ให้ดูฟรุ้งฟริ้ง เมื่อลงหน้า ในขั้นพื้นฐานเสร็จเรียบร้อย ให้ลงอายไพร์มเมอร์ ที่เปลือกตา เพื่อให้เม็ดสีอายแชโดว์ติดทนนาน ทั้งยังช่วยขับเม็ดสีให้โดดเด่นขึ้นด้วย ( เราจึงบอกให้คุณลงอายไพร์มเมอร์ไงล่ะ ) จากนั้นให้ค่อยๆ ใช้แปรงพู่กันแตะสีอายแชโชว์สีเหลืองทองนี้ลงโดยเริ่มจากชิดขนตาบนขึ้น ไปก่อน แล้วค่อยๆ แตะขึ้นให้ฟุ้งไปทีละนิดๆ ดูเหมือนจะง่าย แต่ต้องใจเย็นนะจ๊ะ งานนี้ต้องละเมียด บอกเลย จากเมื่อเปลือกตาบนสวย อย่างใจหมายแล้ว ให้ใช้ปลายแปรงอายแชโดว์แตะอายแชโดว์สีเหลืองทองนี้เบาๆ แค่ปลายๆ ขนแปรงก็พอนะจ๊ะ แล้วแตะเปลือกตาล่าง เบาๆ ใช้แตะกด แตะกดเบาๆ ไม่ต้องลากเพราะจะทำให้สีฟุ้ง แถมยังทำให้ใต้ตาช้ำด้วยนะเออ ถ้าสีกระจาย ไม่งามตามภาพ ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ต้องตกใจ แต้มใต้รอบตาให้ครบรอบตา แล้วค่อยใช้ คัตต้อนบัดจุ่มเมคอัพรีมูฟเวอร์เก็บงานอีกครั้งค่ะ จากนั้นให้ปัดมาสคาร่า แล้ว ปัดแก้มสีกุหลาบอ่อนๆ เบาๆ แต้มลิปด้วยสีนู้ด ก็ได้ลุคเริ่ดๆ แบบนี้แล้ว 2. ลุคนี้แต่งแบบแม่สาวแวมไพร์ ชิ้นสำคัญที่ต้องมีคือ ลิปสติกสีเฉดแดงเบอร์รี่ งานนี้ปากจะเด่นเพราะฉะนั้น ตาต้องเบาค่ะ ใช้แค่คอนซีลเลอร์เก็บซ่อนรอยคล้ำใต้ตาก็พอ จากนั้นวาดขอบปากด้วยลิปไลเนอร์สีเข้มกว่าสีลิปสติก 1 เฉด จากนั้นให้มช้ลิปไลเนอร์แท่งเดียวกัน นั่นแหละค่ะ เติมสีให้ทั่วปาก แล้วค่อยๆ ใช้แปรงทาปากเบลนด์สีให้ทั่วปากอีกครั้ง แล้วทาลิปสติกสีแดงเบอร์รี่ตาม เท่านี้ ลุคสาวแซ่บแวมไพร์จะไปไหนเสียล่ะ 3. กลิตเตอร์มีไว้ใช้นะจ๊ะ ช่วงเทศกาลอย่างนี้ เอามาแต่งเถอะ มีแต่อิน กับ อิน เท่านั้น ไม่มีเอ้าท์ เริ่มแรกให้ทาอายแชโดว์แบบครีมสีนู้ด แล้วค่อยลงด้วยกลิตเตอร์ให้เต็มเบ้าตา ตามรูป แต่เดี๋ยวก่อน สมัยนี้มีอายแชโดว์กลิตเตอร์ผลิตออกมาในตัวให้สาวๆ ได้เลือกช้อป เลือก ใช้อยู่แล้ว สามารถใช้งานได้ง่าย และปลอดภัยต่อดวงตามากกว่า อันนี้ขอแนะนำเป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลนะจ๊ะ แต่จะใช้กลิตเตอร์ก็ได้ ไม่ว่ากัน จากนั้นกรีดอายไลเนอร์สีดำเพื่อเพิ่มความคม และปัดมาสคาร่าตาม ส่วน ปากให้ใช้ลิปสเตน หรือ ลิปสติกสีชมพู เท่านี้ ก็เป๊ะ ! 4. การแต่งหน้าด้วย อายแชโดว์สีสว่าง อย่างสีขาวหรือ สีเงิน จะช่วยเสริมกลิ่นอายของ เกล็ดหิมะ ในฤดูหนาว เพื่อฉลองคริสต์มาสได้เป็นอย่างดี ค่อยๆ แต้มอายแชโดว์จากกึ่งกลางเปลือกตาจนถึงหัวตา ค่อยใช้ปลายแปรงเล็กๆ และแต้มอายแชโดว์เบาๆ ทีละนิดนะคะ จากนั้นใช้ ดินสออายไลเนอร์สีเงิน แต้มที่หัวตาด้านใน ส่วนปากให้เลือกสีธรรมชาติที่ใกล้เคียงสีปากจริงที่สุด จะช่วยให้ลุคสวยสมบูรณ์แบบค่ะ 5. ถ้าคุณเลือกไม่ได้ระหว่างว่าจะเน้นที่ตา หรือ ปากดี ? ก็ให้แต่งทั้ง 2 ส่วนให้สมดุลด้วยเฉดสีมาเจนต้า หรือ แดงอมม่วง หรือแดงเลือดหมู สำหรับปาก และ แต่งเปลือกตาด้วยเฉดสีม่วง จะเข้ากันได้ดีค่ะ แต่ระวังอย่าแต่งให้หนักมือ จะดูกลายเป็นงานแฟนตาซีที่ล้ำเกินไป ค่อยๆ แต้มสีบนเปลือกตาเบาๆ อ่อนๆ แล้วเช็คเป็นระยะว่าพอใจแล้วรึยัง 6. ไอเดีย การแต้มกลิตเตอร์เฉพาะกึ่งกลางดวงตาก็เริ่ดดดดดด อย่าบอกใครนะ ให้ทาลิปบาล์มสีใสที่กึ่งกลางเปลือกตา เพื่อให้กลิตเตอร์ติดทน จากนั้นใช้นิ้วแต้มผงกลิตเตอร์แล้วกดเบาๆ ที่จุดกึ่งกลางเปลือกตาที่ทาลิปบาล์มไว้นั่นแหละค่ะ ส่วนปากทาสีชมพูเนื้อแมทท์ไว้ เริ่ด 7. ลุคแคท อายส์ เฉี่ยวทุกงานนะ ให้เลือกใช้ลิควิดอายไลเนอร์เส้นเล็กๆ วาดให้ชิดกับขอบตาบนและวาดเส้นให้เฉี่ยวยาวออกมาเล็กน้อยจากหางตา จากนั้นวาดอายไลเนอร์สีเดียวกันให้ชิดขอบตาล่างให้บรรจบที่จุดเดียวกัน เก็บอายไลเนอร์ที่เลอะออกมาด้วย คัตต้อนบัดชุบเมคอัพรีมูฟเวอร์ เพื่อให้เนี้ยบ จากนั้นแต้มริมฝีปากด้วยลิปสเตน สีปะการัง (ชมพูอมส้ม) หรือ สีกุหลาบ เท่านี้ก็เป๊ะล่ะ ออกงานได้ ภาพจาก IMAXTree เรียบเรียงโดย Women MThai Team

เมื่อลุงเนลสัน ‎เจอผีไทยครั้งแรก‬ ไม่อ่านถือว่าพลาดมาก!
เนลสัน ฮาวร์

หลังจากที่ทุกคนได้รู้จักกับ ลุงเนลสัน ครั้งแรกจากคลิปโปรโมทหนังสือ Bangkok First Time ของสำนักพิมพ์ salmonbooks ไปหลังจากนั้นก็มีคลิปเรื่องสนุกฮาๆ ของลุงเนลสันกับประเทศไทยอีกหลายเรื่องเลยทีเดียว เช่นเดียวกับเรื่องที่ทีนเอ็มไทยนำมาให้เพื่อนๆ อ่านกันในวันนี้คะ "First Time with Thai Ghost" เมื่อลุงเนลสัน ‪เจอผีไทยครั้งแรก‬ ไม่อ่านถือว่าพลาดมาก! บอกเลย >,< เมื่อลุงเนลสัน ‪เจอผีไทยครั้งแรก‬ ไม่อ่านถือว่าพลาดมาก! เบ๊น : ทำไมคุณถึงสนใจเรื่องผีสางของเมืองไทย? เนลสัน : ผมชอบเรื่องเหนือธรรมชาติอยู่แล้ว พอได้เดินทางมาเมืองไทย ประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องความเซอร์เรียล ผมเลยอยากรู้ว่าผีที่ปกติก็เซอร์เรียลอยู่แล้ว จะเซอร์ได้ถึงขนาดไหน เบ๊น : ลุงทำความรู้จักกับ "ผีไทย" จากไหนเป็นแห่งแรก? หนังผี? เนลสัน : การ์ตูนผีห้าบาทก่อนเลย ราคาถูกดี แถมอ่านแล้วติดหนึบ ผมชอบมากเพราะเป็นการ์ตูนที่มีความแอ็กชั่นสูง มีคนตายทุกตอน แล้วเหตุผลหรือโมติเวชั่นนี่ไม่ต้องเยอะ บางทีแค่ไปฉี่รดต้นไม้ ตัดมาอีกช่องนึง โดนบีบคอตายแล้ว เหนือความคาดหมายสุดๆ เซอร์เรียลยิ่งกว่าการ์ตูนของ Joan Cornella อีกอย่างที่ผมชอบคือ มันสอดแทรกเรื่องผีไทยแบบ Traditional กลับกันถ้าไปดูหนังผีไทย ส่วนใหญ่จะเป็นยุคผีในยุค Contemporary (สมัยใหม่) หมดแล้ว เบ๊น : คิดยังไงกับผีไทยแท้ดั้งเดิม? เนลสัน : ผีไทยมีความครีเอตสูงไม่ต่างจากคนไทย ผีที่บ้านไอนี่ชิดซ้ายไปเลย อย่างหมาป่าหรือแดรกคูลาน่าเบื่อมาก แค่โผล่มาก็เดาได้ทุกอย่างแล้ว แต่ผีไทยนี่โคตรเซอร์ไพรส์ ผีตัวแรกที่ผมรู้จักคือกระหัง โห! เห็นครั้งแรกก็อิมแพคทันที วิชวลดีมาก แต่งชุดไทยเดิมเรียบง่าย เปลือยท่อนบนโชว์ซิกซ์แพ็ค บินได้ด้วยอุปกรณ์ทำครัว แถมยังมีการ Challenge ตัวเองด้วยการหนีบอะไรก็ไม่รู้ที่หว่างขา ซึ่งไอยังงงอยู่เลยว่า จะเอาไปถ่วงไว้ทำไม ไม่มียังจะบินง่ายกว่า หรือเพราะแกต้องการฝึกฝนกล้ามเนื้อส่วนควอดริเซ็ปส์ (Quadriceps) อันนี้ผมกำลังหาข้อมูลเพิ่มเติม เบ๊น : โอ้ ดูคุณจะศึกษาอย่างเอาจริงมากๆ เนลสัน : เวลาผมเจออะไรที่น่าทึ่งก็มักจะลงลึกแบบนี้ ซึ่งกระหังก็พีคจริงๆ นอกจากเรื่องรูปลักษณ์ ผมยังสนใจเรื่องความสามารถในการบินด้วยอุปกรณ์ทำครัวของกระหัง เพราะถ้าว่ากันตามหลักแล้ว รูปทรงของกระด้งไม่มีคุณสมบัติเป็นแอโรฟอยล์ (Aerofoil) อย่างปีกเครื่องบินหรือปีกนก ดังนั้นกระด้งจะไม่ทำให้เกิดแรงปฏิกิริยาตามกฎข้อที่สามของนิวตัน และยังทำให้แรงยกที่เกิดขึ้นต่ำ มีแรงเสียดทานสูงเกินกว่า... เบ๊น : เอ่อ ผมว่าลุงจริงจังเกินไปแล้ว... เนลสัน : ยังไม่หมด สมมติว่าปีกกระหังมีรูปทรงเป็นแอโรฟอยล์ ผมลองนำหลักการของแบร์นูลลี (Bernoulli’s Principle) มาประยุกต์เป็นสมการแรงยกไว้ดังนี้ (ยกไวท์บอร์ดขึ้นมา) เบ๊น : ลุงครับ พอแล้ว เนลสัน : ก็ได้ เบ๊น : เรามาพูดเรื่องผีไทยตัวโปรดของคุณดีกว่า เนลสัน : ผมชอบกระสือที่สุดเลย เบ๊น : ทำไมครับ? เนลสัน : กระหังต้องการปีกเพื่อบินตามหลักของฟิสิกส์ เปรตมีปากเล็กจึงส่งเสียงร้องค่อนข้างสูง ก็ถือว่าถูกต้องแล้วตามหลักกายภาพ แต่กระสือฉีกกฎเกณฑ์ทุกอย่างของมนุษย์ กระสือ หลุดพ้นจากทุกตำรา ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ก็ไม่สามารถให้คำจำกัดความมันได้ กระสือถอดหัวและอวัยวะภายในออกมาจากตัวได้อย่างปลอดภัย ชนิดที่ว่า ศัลยแพทย์ของ MIT ควรมาศึกษาเป็น Case Study แถมไส้กระสือยังมีปฏิกิริยาเรืองแสงได้ยาวนานโดยไม่ต้องอาศัยแหล่งพลังงาน ซึ่งเทคโนโลยีแบบนี้นาซ่ายังได้แต่ฝันแต่ที่ยอดเยี่ยมที่สุดคือกระสือบินได้โดยไม่ต้องอาศัยแรงแอโรไดนามิก หัวกับไส้ลอยได้โดยไม่ต้องพึ่งพาอะไรเลย! ผมเรียกมันว่า Minimal Aviation หรือการขับเคลื่อนทางอากาศยานแบบน้อยชิ้นอาจเรียกได้ว่ากระสือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จในประวัติศาสตร์การบินของมนุษย์ ถัดจากเครื่องบินของสองพี่น้องตระกูลไรต์ ยานวอสตอค 1 ของ ยูริ กาการิน (Yuri Gagarin) และกระหังได้เลย เบ๊น : ไม่นึกมาก่อนว่าผีบ้านไอจะยิ่งใหญ่ขนาดนี้ เนลสัน : ความสุดยอดของกระสือยังไม่จบ เพราะนอกจากกฎเกณฑ์ทางวิทยาศาสตร์แล้ว กระสือยังอยู่เหนือหลักการทางจิตวิทยาด้วย เบ๊น : อย่างไรครับ? เนลสัน : คิดดูว่าถ้าผมมีความสามารถอย่างกระสือ เช่น บินได้ด้วยน้ำหนักเบา ไม่ต้องพึ่งพาพลังงานจากการเผาไหม้ใดๆ หรือสายตาที่มองเห็นได้ในเวลากลางคืน ผมคงดีใจคุมสติไม่อยู่และเหาะเหิน ท่องเที่ยวไปทั่วผมคงบินไปดูทุ่งลาเวนเดอร์ที่ฮอกไกโด บินไปดูพระอาทิตย์เที่ยงคืนที่เรคยาวิก หรือบินไปดูแสงเหนือออโรราที่แฟร์แบงก์สในอลาสก้า แต่กระสือไม่สนอะไรพวกนี้เลย กระสือสุขุมและมักน้อยมาก พอ Take Off จากร่าง เธอก็บินไปกินขี้เลย หักมุมสุดๆ! คือถ้าจะกินขี้เนี่ย เดินลงไปกินก็ได้มั้ง ไม่เห็นต้องถอดหัว หรืออาศัยพลังวิเศษอะไรเลย .. ยูเคยได้ยินที่สไปเดอร์แมนพูดว่า “Great power comes with great responsibility” ไหม? กระสือบอก “Fuck you Spiderman, I’m just gonna eat shit.” เบ๊น : ฟังคุณพูดเรื่องผีสางอย่างอินจัดมาตั้งนาน อยากถามว่าแล้วตัวคุณอยากเจอผีที่เมืองไทยสักครั้งไหม เนลสัน : ผมเคยเจอแล้ว เบ๊น : หา? จริงเหรอ เนลสัน : จริง เบ๊น : ช่วยเล่าให้ฟังหน่อย เนลสัน : ปีก่อนผมไปเที่ยวเมืองไทยและเข้าพักที่โรงแรมเล็กๆ ในต่างจังหวัด อยู่ๆ กลางดึกผมก็รู้สึกตัวตื่น เหลียวมองไปที่ปลายเตียง ‘เธอ’ ก็ยืนอยู่ตรงนั้นแล้ว เห็นครั้งแรกผมผิดหวังมาก เบ๊น : ทำไมล่ะ? เนลสัน : เธอไม่มีอะไรเหมือนผีไทยที่ผมอุตส่าห์ศึกษามาเลย เธอมาในแบบสมัยนิยม ผมยาว เสื้อขาว ตัวซีด ผมเข้าใจแหละ ว่าคนไทยชอบตามแฟชั่นเกาหลี-ญี่ปุ่น แต่ไม่นึกว่า ผีไทยก็เอากับเขาด้วย เบ๊น : เฮ้ย ใจคอไม่คิดจะตกใจเลยเหรอ เนลสัน : ไม่เลย เอาจริงๆ ผมดีใจด้วยซ้ำจะบอกอะไรให้นะ ถ้าคุณยังหนุ่มยังแน่นคุณก็อาจจะกลัวผี แต่สำหรับคนแก่อายุแปดสิบอย่างผม การเจอผีก็เหมือนได้ดูเทรลเลอร์ของอนาคตตัวเองส่วนผี เธอเห็นท่าทางเริงใจของผมก็คงงงๆ แต่ก็พยายามคีปลุค สักพักเธอก็เริ่มพูดเสียงยานคาง น่ากลัว ประมาณว่า “ฉัน...สิง...อยู่...ที่...นี่...มา...นาน...แล้ว” เบ๊น : แล้วคุณทำยังไง? เนลสัน : ผมบอก “โอ๊ย เดี๋ยวนี้ภาษาไทยผมไม่ค่อยแข็ง พูดภาษาอังกฤษได้ไหม” เธอมีท่าทีกระอักกระอ่วนเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ พูดว่า “I was here for so long and…” แล้วอยู่ๆ เธอก็หยุดไปสักพักและก็พูดใหม่ “I have been here for so long” ผมเลยบอกผีว่า “ยูใจเย็นๆ นะ ยูเป็นผี ไม่ต้องกังวลเรื่อง Present Perfect มากหรอก ยูจะพูดอะไรก็ได้ ผมพร้อมฟังอยู่แล้ว ยูเป็นผีนะเว้ย” จากนั้นเธอก็ยิ้มๆ และดูผ่อนคลายขึ้น เธอค่อยๆ เล่าเรื่องราวให้ผมฟังว่ามาจบชีวิตที่นี่ได้อย่างไร ผมกล่าว “Sorry to hear that” เพื่อแสดงความเสียใจกับเธอ และถามว่า มีอะไรที่ผมช่วยเหลือได้ไหม เธอขอร้องให้พรุ่งนี้ผมช่วยทำบุญกรวดน้ำให้เธอหน่อย ผมบอก โอเค สบายมาก สิ้นประโยคเธอก็ยิ้ม กล่าว “Thank you very much” และหายไป ..... เบ๊น : ความรู้สึกต่อเหตุการณ์ครั้งนั้น เนลสัน : โห! ประทับใจมาก คือถ้าไอเจอผีฝรั่งคงต้องไปเรียก Exorcist มาปราบให้วุ่นวาย แต่กับผีไทย เราสามารถรับมือกับเขาบางตนได้ด้วยตัวเอง จะทำบุญ กรวดน้ำ หรือสวดมนต์ก็ว่าไป ถือเป็นการเผชิญกับผีแบบ DIY มาก เอ้อ.. พูดถึงขอส่วนบุญ ผมอยากจะให้คำแนะนำผีไทยอย่างหนึ่งว่า ถ้าคุณเป็นผีและอยากได้ส่วนบุญจากคนแปลกหน้า คุณควรหาวิธี Approach เป้าหมายคุณเสียใหม่ คือพวกผีที่มีความแค้นส่วนตัวจะหลอกหลอนคู่กรณีของคุณก็ทำไปเถอะ แต่กับคนแปลกหน้าแบบกรณีผมเนี่ย ปรากฏตัวมาดีๆ ก็ได้ แทนที่จะหลอก ผมขอแนะนำให้ทำ Q&A แทน คือคิดให้ดีสิ คุณเป็นผี คุณเป็นพวกเหนือโลก คุณรู้อะไรที่มนุษย์ไม่รู้เยอะแยะเลย แล้วพวกเราเองก็มีคำถามอยู่ในใจเต็มไปหมด เช่น หวยงวดหน้าออกอะไร สวรรค์-นรกมีจริงไหม มนุษย์ต่างดาวอยู่ที่ไหน ใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังการลอบสังหารเจเอฟเค สถานการณ์การแทรกแซงยูเครนตะวันตกของสหรัฐฯ จะจบลงอย่างไร ฯลฯ แต่คุณต้องไม่ทำให้เขาตกใจ คุณปรากฏตัวดีๆ ง่ายๆ ก็ได้ จากนั้นคุณก็บอกอัตราแลกเปลี่ยนเลย สวดมนต์ให้หนึ่งคำถาม กรวดน้ำให้สองคำถาม ส่วนตักบาตรหรือสังฆทานนั้นต้องดูตามน้ำหนัก แค่นี้รับรองคุณได้บุญเพียบ เห็นไหม? ได้ผลกว่าการหลอกหลอนอีก คุณต้องคิดบ้าง คุณเป็นผีสมัยใหม่แล้ว ต้องทำตัวมีเหตุผล มี Logic ไม่ใช่เซอร์เรียลแบบกระสือกินขี้ เบ๊น : งั้นถ้าผมย้อนถามคุณว่า ในตอนเจอผีครั้งที่แล้ว ถ้ามีโอกาสคุณอยากจะถามอะไรกับผีสาวตนนั้น เนลสัน : ทำไมกระหังแม่งบินได้โดยไม่ต้องใช้ปีกแอโรฟอยล์… ถ้าอยากฮาแบบจุใจต้องไปซื้อมาอ่านกันนะคะ ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ เฟสบุ๊ค  Salmon Books หรือ เว็บไซต์ salmonbooks.net  , เฟสบุ๊คนักเขียน Benz Thanachart Cr: minimore.com, https://www.facebook.com/DwellMatters/photos/a.168275156711274.1073741832.166499886888801/328887323983389/?type=1&theater

จ๋า ขอเวลาทำใจพักเรื่องรักเดินหน้าลุยงาน เพื่อนๆ แห่ให้กำลังใจ
จ๋า วรัลชญาน์ /  กึ้ง เฉลิมชัย / 

ปิดตายประตูเพื่อก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสะใภ้เนสท์เล่ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วค้า สำหรับสาวเก่งอย่าง จ๋า วรัลชญาน์ ซึ่งงานนี้กว่าที่สาวจ๋าจะตัดสินใจเดินออกมาก็ทำใจยากพอสมควร โถ...ก็ก่อนหน้านี้นางก็สู้อุตส่าห์ปรับเปลี่ยนทั้งชื่อจริง จาก ณัฐฐาวีรนุช เป็น วรัลชญาน์ ก็แล้ว ร่วมกันปรับทัศนคติต่างๆ เพื่อที่จะได้เข้ากับหนุ่ม กึ้ง เฉลิมชัย ให้ได้อยู่หลายรอบ พยายามเข้ากับที่บ้านของฝ่ายชายก็แล้ว แต่สุดท้ายก็แป้กไม่เป็นท่า รักล้มครืนลง ทำเอาเจ้าตัวเสียศูนย์ไปพักหนึ่งเลยทีเดียว งานนี้นางเลยต้องกลับมาเดินหน้าลุยงานในวงการบันเทิงต่อ ซึ่งงานนี้ก็ได้บรรดามิตรสหายเก่าๆ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนสาวคนสวยอย่างสาววุ้นเส้น และสาวพิตต้า ที่ก่อนหน้านี้บรรดากลุ่มเพื่อนวีเจทั้งหลายดูจะมึนตึงกันไปพักใหญ่ๆ กลับมาช่วยกันปลอบโยนเพื่อนซี้คนสนิท ทำเอาสาวจ๋าซึ้งน้ำตาแตกกันยกใหญ่ แหม...อย่างนี้สิถึงจะเรียกว่าเพื่อนแท้จริงมั้ยค้า... จ๋า วรัลชญาน์ จ๋า วรัลชญาน์ จ๋า วรัลชญาน์ จ๋า วรัลชญาน์

น้ำตาจะไหล T_T คำพูดซึ้งๆ จาก ป๋อ ณัฐวุฒิ ถึง โค้ชซิโก้
ช้างศึก /  ซูซูกิคัพ / 

ผมนี่ซึ้งน้ำตาจะไหลตามพระเอกชื่อดัง ป๋อ ณัฐวุฒิ สะกิดใจ เลยทีเดียวเมื่อดาราหนุ่มออกมาพูดพร้อมถ้อยคำซึ้งๆ ถึงโค้ชซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หลังทีมชาติไทยไล่สอนเชิงเอาชนะ มาเลเซีย ไปได้ 2-0 ในศึกซูซูกิคัพ นัดชิงชนะเลิศนัดเเรกเมื่อวานที่ผ่านมา :) เครดิต : อินสตาแกรม ป๋อ ณัฐวุฒิ สะกิดใจ

เที่ยวเกาะพะงัน...แบบไม่มีฟูลมูน หาดสวยๆ ชิลล์สุด!
พะงัน /  สุราษฎร์ธานี / 

เกาะพะงัน สุราษฎร์ธานี ชื่อที่คนไทยรู้จักกันดีในแง่ของเกาะแห่งปาร์ตี้ เพราะเป็นสถานที่จัดฟูลมูนปาร์ตี้ชื่อดังของโลก นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติหลายหมื่นคนต่อเดือน ต่างลงเรือนานนับชั่วโมงเพื่อมาสัมผัสความหฤหรรษ์บนเกาะแห่งนี้ แต่น้อยคนจะรู้ว่านอกจาก ฟูลมูนปาร์ตี้ แล้ว บนเกาะพะงันยังมีความงดงามของธรรมชาติที่เงียบสงบอีกมากมาย ซึ่งหน้าแปลกที่สถานที่ท่องเที่ยวสุดป๊อปปูล่าร์แห่งนี้ มีแต่ชาวต่างชาติมาขึ้นฝั่งแต่ไม่ค่อยมีคนไทยมาเที่ยวเกาะพะงันกันเลย Traval Mthai จึงขอพาทุกท่านไปเยี่ยมชมความงดงามของเกาะพะงัน เผื่อเป็นตัวเลือกในการเดินทางไปท่องเที่ยวเกาะงามแห่งอ่าวไทยแห่งนี้ที่มีประวัติว่ารัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสมากที่สุดในบรรดาหมู่เกาะในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันการเดินทางมาเกาะพะงันไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป มีหลายราคา หลายรูปแบบหลายระดับ ตัวเลือกแรก ถ้าอยากมาเที่ยวไวและมีเงินมากหน่อย เราขอแนะนำให้นั่งเครื่องบินบางกอกแอร์เวย์ มาลงที่สมุย ต่อเรือเพียง 30 นาที ก็มาถึงเกาะพะงันแล้ว หรือจะนั่งรถไฟมาลงที่สถานีรถไฟพุนพิน ต่อรถไปดอนสัก นั่งเรือไปพะงันอีกเกือบ 2 -3 ชั่วโมง อีกทางเลือกสำหรับคนที่มีเวลาเยอะๆแล้วขี้เกียจนั่งรถแล้วต้องมาต่ออีกหลายต่อ จากกรุงเทพฯ มีรถทัวร์ กรุงเทพฯ-เกาะพะงันด้วย เวลาเดินทางรวม28ชั่วโมงกว่าๆเท่านั้นเองจิ๊บๆ โดยรถทัวร์จะลงเรือแล้วพาเราข้ามฝั่งมาเองเลย สำหรับสถานที่่ท่องเที่ยวบนเกาะพะงัน นอกจาก หาดริ้น สถานที่จัดปาร์ตี้ฟูลมูนอันเลื่องชื่อแล้ว เกาะพะงันแบ่งพื้นที่ออกเป็น 5 โซน 5รูปแบบ ด้วยสภาพภูมิประเทศที่แยกออกเป็น 5 แฉก ทำให้สามารถเที่ยวได้ทุกฤดูกาลเลย และมีหาดที่เงียบสงบมากในวันที่ไร้งานฟูลมูนปาร์ตี้ ซึ่ง 5 โซนที่น่ามาสัมผัสบนเกาะพะงันได้แก่ - Zoneที่ 1 Lifestyle ผสมผสานชีวิตที่ ทันสมัย-สะดวก-ปลอดภัย - Zoneที่ 2 Nightlife สนุกสนาน-บันเทิง สะดวกปลอดภัย ไปกับ ฟูลมูนปาร์ตี้ - Zoneที่ 3 Heritage & Nature ตามรอยประวัติศาสตร์ อนุรักษ์ธรรมชาติ-สัตว์ป่า-ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ มีหาดธารเสด็จ ซึ่งในหลวงหลายรัชกาลได้เสด็จมาเยือน - Zoneที่4 Intro The Sea วิถีชีวิตชาวประมง-ดำน้ำ-อาหารทะเล - Zoneที่ 5 Health & Wellness Tourism แหล่งพักผ่อนเพื่อสุขภาพศูนย์การเรียนรู้ ศาสตร์ และศิลป์แห่งชีวิต มีสอนนวดไทย สอนมวยไทย และโรงเรียนโยคะมากมายกระจายอยู่บนเกาะ หาดแม่หาด - เป็นชายหาดที่ทอดยาวเป็นโค้งพระจันทร์เสี้ยวแต่ความพิเศษของชายหาดนี้ก็คือมีทางเดินเชื่อมต่อกลางทะเลคล้ายกับทะเลแหวกเดินไปสู่เกาะม้า นอกจากนี้จุดเชื่อมระหว่างหาดแม่หาดกับเกาะม้า ยังสามารถดำน้ำชมปะการังได้อีกด้วย เรียกได้ว่าไม่ต้องล่องเรือไปกลางทะเลก็สามารถเห็นปะการังสวยๆได้ หาดธารเสด็จฯ - เป็นชายหาดสั้นๆ แต่มีความสวยงาม และมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เพราะมีศาลาทรงงาน สถานที่ประทับของรัชกาลที่5 แท่งศิลาสลักพระนามาภิไธย รวมไปถึงเป็นแหล่งน้ำจืดของเกาะพะงัน ด้วยเพราะใกล้หาดธารเสด็จฯ มีน้ำตกไหลลงสู่ทะเล ซึ่งในสมัยก่อน รัชกาลที่ 5 จะทรงจอดเรือเพื่อขนน้ำจืดบนเกาะพะงันเพื่อนำไปใช้ในการเดินทางสู่มลายู     อ่าวโฉลกหลำ - เป็นศูนย์กลางแห่งวิถีชีวิตของคนพื้นถิ่นบนเกาะพะงัน รวมถึงเป็นแหล่งอาหารทะเล เราไปตรง หาดของรีสอร์ทมาลิบลูส์ของอ่าวโฉลกหลำจะเป็นสถานที่เล่นวินต์เซิร์ฟ-ไคต์เซิร์ฟด้วย ใครอยากลองเล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีมรับรองว่าหาดนี้มีให้กิจกรรมให้ทำเยอะมาก วัดพุทธเจดิยาราม (วัดเขาน้อย) - วัดที่มีเจดีย์สีขาวสูงตระหง่าน อายุกว่าร้อยปี ซึ่งเป็นวัดของพระเกจิอาจารย์ชื่อดังของเกาะพะงันคือ 'พ่อท่านหลบ ธัมมวโร' อดีตเจ้าคณะอำเภอเกาะพะงัน นอกจากนี้ยังมีวัดอัมพวัน ซึ่งเป็นวัดของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเกาะพะงันยึดเหนี่ยวจิตใจ คือ หลวงพ่อเพชร วชิโร เรือหลวงพงัน - เรือหลวงพงัน เป็นเรือประเภทยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ สังกัดกองเรือยกพลขึ้นบกและยุทธบริการ กองเรือยุทธการ เดิมชื่อ ยูเอสเอส สตาร์ค เคาน์ตี แอลเอสที 1134ซึ่งกองทัพเรือได้จัดหาตามโครงการช่วยเหลือทางทหารจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกา โดยขึ้นระวางประจำการ เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2509 และปลดระวางประจำการเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน2551มีอายุการใช้งานในกองทัพเรือประมาณ 4๐ ปี เมื่อปลดประจำการแล้วนำมาตั้งไว้ที่เกาะพะงัน เนื่องจากเป็นชื่อเดียวกัน ซึ่งหากโอกาสเหมาะๆจะมีการเปิดประตูให้ชม ภายในท้องเรือซึ่งมีการจัดนิทรรศการภาพถ่ายและภาพศิลปะของเกาะพะงันจากวันวานถึงปัจจุบัน ฉายวิดิทัศน์ภาพเก่าๆ   การทำเคย-กะปิเผา - ของดีเกาะพะงันที่มาถึงต้องมาลองชิมเพราะเคยของเกาะพะงันถือว่ามีคุณภาพและสะอาดมาก จึงทำให้กะปิ-อาหารที่ทำจากเคยมีความอร่อยมาก โดยชาวบ้านที่นี่ นิยมนำกระปิมาปาดกับกะลามะพร้าวจากนั้นนำไปเผาจะทำให้กลิ่นกะปิหอมขึ้นรวมไปถึงมีรสชาติมันๆของมะพร้าวติดอยู่ด้วย เป็นรสแบบชาวใต้โดยแท้   โยคะ - กิจกรรมโยคะเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติชอบมาก ถึงขนาดมีโรงเรียนสอนโยคะมากกว่า 30 แห่งกระจายอยู่บนเกาะพะงัน เรียกได้ว่านอกจากเป็นเกาะที่มีปาร์ตี้สนุกสนานแล้วยังมีแง่มุมของจิตวิญญาณ และความสงบทางจิตใจด้วย นอกจากกิจกรรมและสถานที่น่าท่องเที่ยว ที่น่าสนใจที่ Travel MThai แนะนำมาแล้ว อยากจะเชิญคนไทยมาเที่ยวเมืองไทยเพราะเกาะพะงันยังมีอีกหลากหลายแง่มุมให้เราได้ค้นหาชีวิต หากคุณได้ลองไปสักครั้งแล้วจะติดใจ ซึ่งข้อมูลการท่องเที่ยวเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้เลย

เตรียมปิด เมโทรบัส รถเมล์เมืองกรุงฯ หยุดวิ่ง 24ธ.ค.นี้
ข่าวล่าสุด /  ปิด เมโทรบัส / 

ผู้ให้บริการเดินรถโดยสารสาธารณะ 'เมโทรบัส เตรียมปิด รถเมล์เมืองกรุงฯ หยุดวิ่ง 24ธ.ค.นี้ วันนี้(20 ธ.ค.)แหล่งข่าวจากแผนกสื่อสารองค์กร บริษัท พรีเมียร์ เมโทรบัส จำกัด ผู้ให้บริการเดินรถโดยสารสาธารณะ 'เมโทรบัส' เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว ว่า ตั้งแต่วันที่ 24 ธ.ค. 2557 นี้เป็นต้นไป ทางบริษัทจะหยุดให้บริการเดินรถในเส้นทางสุดท้ายของบริษัท คือ ปอ.พ.4-2 ร่มเกล้า-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สำหรับ เมโทรบัส ได้เริ่มให้บริการคนกรุงเทพฯ ตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา ให้บริการถึง 7 เส้นทาง แต่ก็ต้องเริ่มทยอยปิดไปทีละสาย สาเหตุที่ต้องหยุดให้บริการ เนื่องจากติดปัญหาเงื่อนไขการให้บริการ ยืนยันการให้บริการไม่ได้ขาดทุนแต่อย่างใด สำหรับผู้โดยสารที่มีบัตรโดยสารเมโทรพลัส สามารถติดต่อคืนเงินได้ที่ Call Center 1731. MThai News

20 มารยาทที่ควรรู้ สำหรับการใช้ชีวิตที่เยอรมนี
มารยาท /  เที่ยวเยอรมนี

เยอรมนี (Germany : คนไทยชอบเรียก ประเทศเยอรมัน) เป็นประเทศอันดับต้นๆ ที่คนไปยุโรปมักจะไปเยือน ที่มักจะพ่วงด้วย สวิสเซอร์แลนด์ ออสเตรีย ตามที่กรุ๊ปทัวร์จัดไว้ให้ แต่เยอรมนีก็ยังไม่ได้มีชื่อเสียงแค่แหล่งท่องเที่ยวเท่านั้น สถาบันการศึกษาต่างๆ ก็ยังเป็นที่นิยมของคนไทยไม่แพ้ออสเตรเลีย อังกฤษ รวมถึงเป็นประเทศที่สาวไทยแต่งงานกับหนุ่มเยอรมันเยอะสุดๆ อีกเช่นกัน ดังนั้น เราจึงมีข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ชีวิตที่เยอรมนีมาฝาก ว่าด้วยเรื่องมารยาทต่างๆ ที่ควรรู้ ดังนี้ 20 มารยาทที่ควรรู้ สำหรับการใช้ชีวิตที่เยอรมนี 1. นัดก่อนเสมอ คนเยอรมันเคร่งครัดเรื่องเวลาและความเป็นส่วนตัว ก่อนที่จะไปหาใครไม่ว่าที่ทำงานหรือที่บ้าน ให้ส่งเมลไปนัดก่อนเสมอ เพื่อที่จะให้อีกฝ่ายหนึ่งมีเวลาตั้งตัว อย่าจู่ๆ โผล่พรวดเข้าไปเพราะจะทำให้เกิดความตกใจ โกลาหล อลหม่าน และจะไม่ได้รับการต้อนรับที่ดี 2. อย่าทำให้ใครหยุดชะงักกลางทาง เมื่อคนเยอรมันเริ่มออกจากอาคารแล้วกำลังมุ่งหน้าไปที่ใดสักแห่งอย่าได้พยายามทักเพื่อให้เขาหยุดเดินแล้วมาสนใจเรา เพราะก่อนออกจากอาคารเขาได้เช็คตารางการเดินรถเมล์หรือรถไฟไว้แล้ว และเขากะแล้วว่าเมื่อเริ่มออกจากอาคารเวลานี้จะต้องไปทันรถแน่ๆ หากเราทำให้เขาชะงัก เขาจะเสียเวลาไปไม่ทันรถ เขาจะโกรธเอาได้ ทางที่ดีควรเดินไปคุยกันไป หรือรอให้ไปถึงสถานีรถไฟฟ้าก่อนแล้วค่อยคุย หรืออาจจะคุยกันในรถไฟฟ้าก็จะดีกว่า เพราะเขาจะมีเวลาคุยด้วยเต็มที่หลังจากขึ้นรถแล้ว 3. อย่าเรียกชื่อหน้า คนไทยนิยมเรียกชื่อหน้า เช่น คมสัน แต่เราจะเรียกชื่อหน้าของชาวเยอรมันไม่ได้ถ้าไม่ใช่เพื่อนสนิทกัน เช่น ดร. กุนเธ่อร์ มันสเก้ เราจะต้องเรียกว่า ดร. มันสเก้ ไม่ใช่ ดร. กุนเธ่อร์ 4. ให้จับมือด้วยทุกครั้ง ชาวเยอรมันถือเรื่องการจับมือ อย่างน้อยในการทักทายควรยื่นมือขวาให้อีกฝ่ายหนึ่งจับ ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง ไม่ต้องคิดว่าจะเป็นการแต๊ะอั๋ง เพราะไม่มีใครคิดอย่างนั้นกัน ถ้าไม่ยอมจับมือจะเป็นการแสดงความรังเกียจอีกฝ่าย เวลาจับมือให้บีบแรงพอสมควร อย่าเกรงใจจนไม่ออกแรงบีบมือเลย เพราะคนเยอรมันจะถือว่าเหมือนกับเราไม่พอใจจะจับมือเขา แต่ก็อย่าบีบแรงเกินไปจนอีกฝ่ายหนึ่งเจ็บ 5. อย่าใส่หมวกเข้าไปในอาคาร ให้ถอดหมวกทุกครั้งที่เข้าไปในอาคาร และหากพบกับใครนอกอาคาร ก็ควรถอดหมวกออกก่อนในเวลาที่กล่าวทักทายกันแล้วใส่กลับไปใหม่ 6. ชายหญิงเท่าเทียมกัน อย่าพยายามมองว่าหญิงชาวเยอรมันจะทำอะไรสู้ผู้ชายไม่ได้ บางทีเมื่อเราอยู่บนรถเมล์แล้วเห็นผู้หญิงยืนอยู่แล้วเราลุกให้เขานั่ง ถือว่าเป็นการสบประมาท เพราะเขาจะมองว่าเราดูถูกความสามารถของเขา เนื่องจากเขาถือว่าชายหญิงแข็งแรงเท่ากัน หญิงเยอรมันสร้างชาติกลับคืนมาหลังจากความพินาศย่อยยับหลังสงครามโลกครั้งที่สอง และนายกรัฐมนตรีก็เป็นหญิง (นางอังเกล่า แมเกิ้ล) 7. อย่าลัดคิวเด็ดขาด คนเยอรมันถือเรื่องคิวมากๆ ใครบังอาจลัดคิวมีเรื่องถึงเรียกตำรวจมาตักเตือน หรือไม่ทุกคนก็จะมองอย่างรังเกียจ 8. การแยกขยะถือเป็นมารยาทสำคัญ ถังขยะที่เยอรมันจะมีหลายสีสำหรับขยะหลายประเภท เช่น กระดาษ พลาสติก แก้ว และเศษขยะ การทิ้งขยะในถังขยะไม่ถูกประเภทจะถูกมองว่าเป็นคนไร้การศึกษา เพราะชาวเยอรมันได้รับการสอนเรื่องการแยกขยะมาตั้งแต่เด็ก 9. คนเยอรมันรักความสะอาด อย่าพยายามทำให้ห้องรกรุงรัง ทั้งห้องทำงานและห้องที่บ้านพัก เพราะถ้าเพื่อนๆ เข้ามาเห็นสภาพความรกรุงรังแล้วจะรับไม่ได้ เพราะคนเยอรมันชอบความสะอาด ชาวเยอรมันจะชอบให้ทุกอย่างสะอาดแบบหมดจดทั้งในที่สาธารณะและที่ส่วนตัว ดังนั้นเราต้องหมั่นทำความสะอาดห้องต่าง ๆ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของเราอยู่เสมอ 10. อย่าข้ามถนนในที่ ๆ ไม่ได้จัดไว้ให้ข้าม คนจะข้ามถนนได้ก็ต่อเมื่อมีทางม้าลายและมีสัญญาณไฟให้ข้ามได้เท่านั้น ก่อนข้ามเราต้องกดขอสัญญาณก่อน จากนั้นรอสักพักจะมีไฟเขียวให้เราข้ามได้ หากยังเป็นไฟแดงแม้ว่าไม่มีรถก็อย่าข้าม เพราะหนึ่ง อาจจะมีรถมาอย่างเร็วมากและชนเราได้ เขาจะไม่ผิดด้วย เพราะสัญญาณบอกให้เขาไปได้ และสอง อาจมีตำรวจดักปรับเราอยู่อีกฝั่งหนึ่ง 11. ก่อนเข้าไปซื้อของ ถ้ามีกระเป๋า ให้ฝากไว้ที่ล็อคเกอร์ก่อน สังเกตว่าซูเปอร์มาร์เก็ตบางแห่งจะมีล็อคเกอร์จัดไว้ให้ลูกค้า เราต้องมีเหรียญ 1 ยูโรติดตัวไว้ เพื่อที่จะเอาไว้เช่าล็อคเกอร์ (จะได้คืนเมื่อกลับมาเอาของ) หากไม่ยอมฝากของไว้ก่อน ตอนออกมาจ่ายเงินจะถูกค้นกระเป๋า ทำให้เสียเวลามาก และเกิดความหงุดหงิดทั้งเราและทั้งฝ่ายผู้ขาย นอกเสียจากบางห้างที่มีระบบกันขโมยอยู่แล้วจะไม่ต้องฝากกระเป๋า เพราะถ้าใครหยิบอะไรติดออกมาโดยไม่จ่ายเงินรับรองมีเสียงดังเกิดขึ้นแน่นอน 12. เวลาทักคนเยอรมัน ควรเริ่มทักเป็นภาษาเยอรมัน อย่าคิดว่าคนเยอรมันจะรู้ภาษาอังกฤษ เขาอาจจะรู้บ้างแต่ไม่รู้มาก เมื่อเขาเห็นว่าเราเป็นคนต่างชาติเขาจะไม่เข้ามาทักเราก่อนค่อนข้างแน่นอน เพราะกลัวว่าจะพูดอังกฤษไม่ถูก ดังนั้น เราจึงควรแสดงความเป็นมิตรก่อนโดยการพูดภาษาเยอรมันสักคำ เช่น กู๊ด-เท่น-ท๊าค แปลว่า สวัสดีครับ / สวัสดีค่ะ อย่างน้อยเขาเห็นว่า เรามาแบบเป็นมิตร คนเยอรมันก็จะพยายามช่วยเรา โดยปกติคนเยอรมันจะใจดี แต่เขากลัวว่าจะสื่อสารกับเราไม่รู้เรื่องเพราะเป็นเขาเองที่ไม่รู้ภาษาอังกฤษ 13. เวลาพูดกับคนเยอรมันอย่าเยิ่นเย้อ ให้ตรงประเด็นไปเลย คนเยอรมันเป็นคนตรง ๆ ไม่ชอบเวลาใครพูดอะไรเยิ่นเย้อ ถ้าเราอยากจะขออะไรจากคนเยอรมันก็ขอตรง ๆ ถ้าเขาทำได้ก็จะบอกว่าได้ ถ้าไม่ได้ก็จะบอกว่าไม่ได้ ไม่มีคำตอบแบบห้าสิบห้าสิบชนิดที่ต้องมาตีความกันว่าตกลงเขาจะให้หรือไม่ให้ อะไรอย่างนี้คนเยอรมันไม่มี ภาษาอังกฤษแบบสุภาพและวกไปวนมากว่าจะเข้าเรื่องนั้นอาจจะดีหากใช้กับคนอังกฤษ แต่สำหรับคนเยอรมันแล้วจะคิดว่า "นี่เขาต้องการอะไรกันแน่ เห็นฉันเป็นตัวตลกหรือมีเวลาว่างมากนักหรืออย่างไร ถึงได้พูดเสียอ้อมค้อมอย่างนั้น" สรุปแล้วตรงไปตรงมากับคนเยอรมันจะดีที่สุด 14. ต้องมีเหตุผล ถึงคนเยอรมันจะเป็นคนตรง ๆ ขออะไรก็ขอได้ตรงๆ แต่ต้องมีเหตุผล ไม่ใช่ว่าจู่ ๆ มาขอโดยไม่มีเหตุผล เขาจะไม่ยอมให้แน่ คนเยอรมันต้องการเหตุผลที่เป็นความจริง (Fact) มากกว่าเหตุผลที่เป็นความรู้สึก เราจึงต้องบอกว่า เพราะอย่างนี้มันถึงต้องมาขอ ไม่ใช่บอกว่า ขอเถ๊อะ ขอเถ๊อะ ขอช่วยเราหน่อยเถ๊อะ แบบนี้คนเยอรมันจะว่าท่าจะบ้า ไม่มีเหตุผลเอาซะเลย แบบนี้คงช่วยไม่ได้ 15. ทำตามแผนที่วางไว้อย่างเคร่งครัด คนเยอรมันเวลาจะทำอะไรนั้นจะประชุมกันก่อน เมื่อได้ข้อสรุปแล้วก็จะลงมือปฏิบัติตามนั้นแบบเป๊ะ ๆ ไม่มีการนอกคอก หากใครเกิดนอกคอกคนอื่นจะงงทันทีว่าทำไมถึงทำอย่างนั้น ไหนพูดกันไว้แล้วทำไมถึงไม่ทำตามที่ตกลงกันไว้ จะเกิดความสับสนทันที ดังนั้นหากต้องการจะเปลี่ยนแปลงอะไรควรต้องกลับมาประชุมกันอีกครั้งก่อนเพื่อตกลงกันใหม่ ไม่ใช่อยู่ ๆ ก็ทำตามใจตัวเองทันที 16. อย่าพูดเล่นถ้าไม่สนิท คนเยอรมันถือว่าความจริงจังเป็นมารยาททางสังคม หากไม่ใช่เพื่อนสนิทกันอย่าพยายามพูดเรื่องตลก โจ๊ก หรือเรื่องล้อเล่นใด ๆ อย่างเด็ดขาด เขาจะมองว่าเราเป็นคนต่ำชั้นกว่าทันที ในการนำเสนออะไรให้คนเยอรมันฟังต้องเคร่งครัดเรื่องโครงสร้างการนำเสนอ ใช้คำพูด ท่าทาง และน้ำเสียงที่จริงจัง นำเสนอแต่ข้อมูลที่เป็นความจริง (Fact) อะไรที่คาดเดาเอาเองไม่ให้นำเสนอ และอะไรที่เป็นมุขตลกอย่าได้นำเสนอ แต่ถ้าเมื่อไรสนิทกันแล้วคนเยอรมันจะกลายเป็นคนที่สนุกสนานและเอาแต่คุยเรื่องตลก ก็แปลกดี 17. คนเยอรมันตัดสินใจด้วยข้อมูลรอบด้าน อย่าได้ให้ข้อมูลด้านเดียว จงให้ข้อมูลทุกเรื่องและทั้งด้านดีและด้านไม่ดี เช่น หากมีคนสมัครเข้าทำงานอยู่ 10 คน อย่ากระโจนบอกว่าคนที่ดีคือคนที่ 1 3 และ 5 แต่จงไล่มาทีละคนว่าคนแรกเป็นใคร ดีอย่างไร ไม่ดีอย่างไร ต่อมาคนที่สองเป็นอย่างไร ดีอย่างไร ไม่ดีอย่างไร ทำอย่างนี้จนครบทุกคน จากนั้นให้สร้างเกณฑ์ที่ใช้ในการตัดสินขึ้นมา แล้วตัดสินไปตามเกณฑ์ ทำอย่างนี้อาจจะใช้เวลามากสักหน่อย แต่คนเยอรมันอดทนที่จะฟังข้อมูลให้ครบทุกด้านได้อย่างน่าประหลาดใจ เขาจะไม่พยายามตัดสินใจถ้าไม่ได้ฟังครบทุกด้านก่อน 18. รักษาตำแหน่งของตัวเอง เมื่อคนเยอรมันได้รับมอบหมายให้ทำอะไรในตำแหน่งไหนแล้ว เขาจะรับผิดชอบในตำแหน่งนั้นอย่างถึงที่สุด ไม่ทิ้งตำแหน่งของตัวเอง นั่นคือการทำงานแบบเป็นกลไก (mechanism) สไตล์เยอรมันขนานแท้ เมื่อกลไกส่วนอื่นส่งงานมาให้เขา ทุกคนจะคาดหวังได้ว่าเขาจะต้องสานต่อได้ เหมือนสายพานการผลิต ไม่มีใครที่อยู่ ๆ ก็หายไปจากตำแหน่งของตัวเอง วิธีคิดเช่นนี้สังเกตได้ในการเล่นฟุตบอลของทีมชาติเยอรมัน อาจจะดูแข็ง ๆ และไร้จินตนาการ แต่ทุกคนรักษาตำแหน่งอย่างแข็งขันและเป็นระเบียบ แต่ข้อเสียของระบบนี้ก็คือหากมีใครหายไปสักตำแหน่งก็รวนกันทั้งระบบ ดูอย่างตอนที่แพ้สงครามโลกครั้งที่สองก็เพราะบางตำแหน่งโดนโจมตีพังไป ทำให้ต่อเกมส์กันไม่ติด ไม่มีการรวมศูนย์การตัดสินใจที่สามารถปรับเปลี่ยนระบบได้อย่างยืดหยุ่นพอ เมื่อต่างคนต่างคิดว่าจะเอาอย่างไรต่อไปก็ไม่ทันเสียแล้ว 19. งานมาก่อน ความสัมพันธ์ส่วนตัวมาทีหลัง เวลาทำงานกับคนเยอรมัน เริ่มต้นมาก็ให้แนะนำตัวแค่บอกชื่อตัวเองก็พอ อย่าเสียเวลาคุยเรื่องส่วนตัวนาน ให้เข้าเรื่องงานเลยว่าตกลงพวกเราต้องทำอะไรกันบ้าง แล้วก็ตกลงว่าเราควรจะทำอย่างไร จากนั้นก็ทำไปตามที่ตกลงกัน เพื่อนเยอรมันคนหนึ่งเคยไปสิงคโปร์บอกว่ากว่าจะเริ่มงานได้ ชาวสิงคโปร์พูดคุยทำความรู้จักกันนานมาก จนเขารำคาญ ผมก็ว่ามันไม่เหมือนกัน ที่เอเชีย ความสัมพันธ์มาก่อน งานมาทีหลัง ถ้าความสัมพันธ์ไม่ดีงานจะไม่เดิน เพื่อนเยอรมันก็บอกว่าที่เยอรมันงานมาก่อน ความสัมพันธ์มาทีหลัง ถ้างานสำเร็จเสร็จเรียบร้อยแล้ว คนเยอรมันจะแสดงความเป็นมิตร เช่น พูดชวนไปทานกาแฟ เป็นต้น นั่นแสดงว่าเขาเปิดใจมาให้เราเป็นมิตรกับเขาแล้ว 20. ไม่ต้องกังวลถ้าคนเยอรมันไม่พูดชมซึ่งหน้า แต่เขาจะช่วยเราในเวลาคับขัน คนเยอรมันเวลาชื่นชมผลงานของใครจะไม่พูดออกมาตรงๆ ว่าชอบ แต่จะแสดงออกว่าชอบคนๆ นี้โดยการหยิบยื่นช่วยเหลือให้ในยามคับขัน ดังนั้นไม่ต้องคาดหวังว่าจะได้คำพูดหวาน ๆ จากคนเยอรมัน แต่พวกเขากลับสามารถพึ่งพาได้อย่างดียิ่งเมื่อเกิดเรื่องร้ายแรงที่เราจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือ แต่ถ้าอยากรู้จากปากของเขาว่าเขาชอบงานของเราไหม ให้เอ่ยชมงานของเขาก่อน แล้วเขาจะเปิดใจพูดถึงงานเราบ้าง ที่มา http://tourismlogistics.com/ ภาพจาก : แนะนำเส้นทางท่องเที่ยว www.raileuropeconnexion.com เกร็ดเล็กๆ น้อยๆ สำหรับผู้ที่จะไปใช้ชีวิตที่เยอรมนี (ระยะยาว)

หุ้นไทยทะยานบวก 10.87 จุด ตาม Dow Jones
ข่าว /  ข่าวหุ้น / 

ตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ (19 ธค.) เปิดทำการเมื่อเวลา 09.57 น. ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้น 10.87 จุด แตะที่ระดับ 1,527.66 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2,204.46 ล้านบาท บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต คาดดัชนีหุ้นไทยวันนี้ฟื้นตัวบวกต่อเนื่องด้วย แนวต้านสำคัญบริเวณ 1,540-1,550 จุด ตามการปรับสูงขึ้นของตลาดหุ้น Dow Jones ที่ปรับสูงขึ้น 2.43% เมื่อคืนนี้ หลังเฟดมีแนวโน้มคงดอกเบี้ยในระดับต่ำต่อไป โดยคาดว่าหุ้นกลุ่มนำการฟื้นตัวของตลาดจะเปลี่ยนจากหุ้นกลุ่มพลังงาน เป็นหุ้นกลุ่มธนาคาร KBANK, KTB กลุ่มสื่อสาร ADVANC, INTUCH, SAMART และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ SPALI, LH, PS, LPN แทน แนะนำซื้อ AOT ปรับเป้าหมายพื้นฐานขึ้นเป็น 340 บาท จากเดิม 276 บาท แม้ดัชนีฯมีแนวโน้มฟื้นตัวสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 1,520 จุด แต่กลยุทธ์หลักที่ใช้ยังเป็นการปรับพอร์ตลดสัดส่วนหุ้นเหลือ 70% เหมือนเดิม เพื่อรองรับความผันผวนที่เพิ่มขึ้น อ่านบทวิเคราะห์หุ้น วันนี้ คลิ๊กเลย>>>>>>> MThai News

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

จวกยับ กระต่าย แม็กซิม โชว์เต้า!!
กระต่าย แม็กซิม /  กระต่าย แม็กซิม โชว์เต้า / 

หลังจากที่สาว กระต่าย แม็กซิม ใจกล้า!! ออกมาเปิดสองเต้าหวังขโมยซีนเซ็กซี่ ในงานประกาศรางวัล Star's Light Awards 2014 ไปเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา(18 ธ.ค.) ซึ่งก็ได้ผลเกินคาดเธอกลายเป็นกระแสไปในข้ามคืน ถูกสังคมวิจารณ์ยับ!! ถึงความไม่เหมาะ ไม่ควร แม้กระทั่งพี่-น้องในวงการด้วยกันเอง หลายท่านพร้อมใจกันขึ้นมาโพสต์ข้อความเตือนสติ!! รวมถึงผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นคนปั้น กระต่าย จนได้ตำแหน่งมิสแม็กซิมด้วยเช่นกัน จวกยับ กระต่าย แม็กซิม จวกยับ กระต่าย แม็กซิม กระต่าย แม็กซิม กระต่าย แม็กซิม กระต่าย แม็กซิม กระต่าย แม็กซิม กระต่าย แม็กซิม