น้ำตาไม่ไหลคืน

ฮอตมว้ากกก!! งานแรกของ เจ๊เปาบางพลี ค่าตัวแพงกว่า กุ๊บกิ๊บ-บี้ ซะอีก!!
เจ๊เปาบางพลี /  น้องเป่าเปา / 

  โอ๊ย!! น่ารักมากๆ เลยละค่า สำหรับ เจ๊เปาบางพลี หรือ น้องเป่าเปา ลูกสาววัย 7 เดือนกว่าๆ ของ กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ และ บี้ KPN หรือ บี้ ธรรศภาคย์ ที่ล่าสุดวันนี้ (7ก.พ.60) เป็นการออกงานอีเว้นท์พบปะประชาชนและแฟนคลับเป็นครั้งแรกของ น้องเป่าเปา ในงาน “โรแมนซ์ ออฟ เลิฟ 2017” (Romance of Love 2017) ณ ศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 ซึ่งก็ได้ผลเกินคาด น้องเป่าเปา ฮอตมว้ากกก!! แฟนคลับตามมาให้กำลังใจอย่างล้นหลาม แถมสาวน้อยก็ยังรู้งานไม่งอแง ขออวดความน่ารักให้แฟนๆ ได้อมยิ้มตามกันเลยทีเดียว ด้าน คุณแม่กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ เผยค่าตัว น้องเป่าเปา ไม่ถึง 7 หลักแต่ยอมรับว่าแพงกว่าค่าตัวของพ่อและแม่ ฟุ้ง พ่อบี้ รู้สึกปลื้มปริ่มติ่มซำมากที่ลูกสาวเรียก "ปะป๊า" ได้แล้ว เตรียมเอาไว้ใช้ประโยชน์ให้ลูกเรียกพ่อกลับบ้าน ยันตนไม่รู้สึกน้อยใจเพราะยังไง น้องเป่าเปา ก็ติดแม่ แค่มีอะไรให้พ่อได้ชื่นใจบ้างก็เท่านั้น!! เป็นยังไงบ้างน้องเป่าเปาออกงานครั้งแรก? กุ๊บกิ๊บ “เป็นอย่างนี้ค่ะ หน้านิ่งอย่างนี้ตลอดทั้งงานเลย ก็สนุกดี ตอนแรกคิดว่าจะงอแงไหมเพราะนี่เป็นงานช่วงเย็นๆ แล้ว เผื่อบางทีนางจะง่วงนอน แต่โชคดีที่นางไม่งอแง มียิ้มบ้างประปรายเพื่อโปรยเสน่ห์ แต่ไม่มีการพูดจาใดๆ ออกมา” 7-8 เดือนแล้วทำไมถึงเพิ่งรับงานอีเว้นท์ให้ลูก? กุ๊บกิ๊บ “ยังไงที่รัก ทำไมเราถึงเพิ่งรับ” บี้ “เพราะก่อนหน้านี้ยังเด็กไปเนอะเราก็ยังไม่อยากให้รับ แล้ววันนี้เป็นงานทำบุญด้วยไงครับ ก็อยากจะให้ตัวเล็กได้บุญด้วย” มีงานติดต่อมาเยอะไหม? บี้ “เยอะมาก แล้วเป็นงานบุญด้วยก็เลยปรึกษากิ๊บ” กุ๊บกิ๊บ “เอาจริงๆ มีงานติดต่อเป่าเปามาตั้งแต่ยังไม่ครบเดือนเลย มีอีเว้นท์ติดต่อมาแล้ว แต่เรารู้สึกถ้าเขายังไม่โตมากพอ มันก็เสี่ยงเพราะคนเยอะ กลัวเขางอแงด้วย” บี้ “วันนี้เจอคนเยอะแหละ เขาเลยผิดปกตินิดนึง ปกติเขาจะเล่นกับเราได้เยอะกว่านี้ แต่วันนี้เขาจะสังเกตอะไรที่เขาไม่เคยเห็น สมมติเวลาเขาไปเมืองนอก ปกติเขาจะไม่ค่อยเห็นหมา พออยู่เมืองนอกเขาเห็นหมาแล้วเขาชอบมากเลย วันนี้เขาเห็นกล้องใหญ่ๆ ที่เขาไม่เคยเห็น เขาก็ดู เขาก็มอง”กุ๊บกิ๊บ “เขาจะเป็นเด็กที่ชอบคนเยอะๆ เขาก็จะไม่ตื่นคน ไม่งอแง คนกรี๊ดเรียกนาง นางก็ไม่เป็นไร นางก็แฮปปี้” หลังจากนี้จะเริ่มพาออกงานอีเว้นท์บ่อยขึ้นไหม? กุ๊บกิ๊บ “ไม่ค่ะ เราจะเลือกเฉพาะงานที่คิดว่าเหมาะกับเป่าเปา งานที่จำเป็นจริงๆ เราถึงจะออก เพราะเรารู้สึกว่าลูกไม่ได้เป็นนักแสดงเหมือนเรา เราก็เลยคิดว่าพาออกบ้างตามความสมควร ให้คนได้เห็นได้ชื่นชมความน่ารักของเขาบ้าง แต่คงไม่ใช่เดินสายออกอีเว้นท์ เราสงสารเขา มันไม่ใช่เรื่องของเขา” ค่าน้องแยกต่างหากไหม? กุ๊บกิ๊บ “ต่างหากค่ะ ค่าตัวเจ๊เปาเยอะกว่าพ่อแม่อีกค่ะ เดี๋ยวเอาเข้าบัญชีนางไว้เป็นค่าเทอม” น้องเป่าเปาออกงานแรกค่าตัว 7 หลักจริงไหม?กุ๊บกิ๊บ “โอ๊ย...ไม่ถึง ใครจะจ่าย 7 หลัก แพ็คเกจครอบครัวก็พอสมควรตามเรทของกิ๊บของบี้แล้วก็เป่าเปา จริงๆ ที่เราต้องเยอะต้องเรียกประมาณนึงพอสมควร เพราะว่าเดี๋ยวเราต้องเอาไปเลี้ยงข้าวป้าๆ เลี้ยงญาติที่มากันเกือบ 30 คนด้วยค่ะ น่าจะหมดแล้ว แต่ไม่ถึง 7 หลัก อันนี้ไม่ได้ตอบแบบดารานะ แต่ไม่ถึงจริงๆ สรรพากรไม่ต้องมาตรวจค่ะ ไม่ถึงค่ะ” ออกงานครั้งแรกแบบนี้ ครั้งที่สองจะมีอีกไหม? บี้ “ก็คงต้องดูว่างานเป็นลักษณะแบบไหน” พัฒนาการของน้องเป็นยังไงบ้าง? กุ๊บกิ๊บ “พัฒนาการตอนนี้ก็ถือว่าไว เพราะเขาเป็นเด็กที่ช่างสังเกต เขาไม่ถึงกับคลานเก่งมาก แต่เขาอยากยืนและเดินเลย เป่าเปาเป็นเด็กที่พูดได้แล้ว ชอบพูดตาม และเลียนแบบเสียง พูดได้เยอะและเข้าใจสิ่งที่เราสอนเยอะมาก ซึ่งเราก็ดีใจ กิ๊บคิดว่ามันคงเป็นผลดีมาจากตอนที่เราท้องและเราอารมณ์ดี ดูแลตัวเอง” บี้ดีใจไหมที่เป่าเปาเรียกปะป๊า? กุ๊บกิ๊บ “แหม...หน้าบาน คุยกับทุกคน” บี้ “ดีใจมาก เวลาตอนเช้าเขาตื่นขึ้นมา เขาก็จะเรียกปะป๊าๆ ก่อนเลย หลังจากที่เราง่วงๆ งัวเงียไม่อยากตื่น ก็อยากตื่นขึ้นมาเล่นกับเขา” กุ๊บกิ๊บ “พอกลางคืนตอนจะนอนนะ ถ้าพ่อนางยังไม่ขึ้นมา นางจะชูคอแล้วก็เรียกปะป๊าๆ ถ้าพ่อนางมาครบ แม่นางมาครบ เช็คอินชื่อครบ นางถึงจะหลับได้ นางเรียกกิ๊บว่ากิ๊บ” บี้ “ที่เขารู้ว่าบี้คือปะป๊า คือทุกครั้งที่เขาเรียกปะป๊า บี้จะตอบเขาตลอดว่าไงคะ จนเขารู้ว่าเวลาเขาเรียกปะป๊า แล้วผมจะตอบรับ เริ่มรู้แล้วว่านี่คือปะป๊า” กิ๊บไม่น้อยใจเหรอ ไม่เรียกแม่สักที? กุ๊บกิ๊บ “ไม่น้อยใจหรอกค่ะ นางติดแม่อยู่แล้ว ก็มีบางอย่างให้พ่อนางชื่นใจ เอาไว้เรียกพ่อนางกลับบ้าน เราจะต้องมีเคล็ดลับ มีเทคนิคใช้ลูกให้เป็นประโยชน์ เวลาลูกเรียกก็จะแบบ อุ๊ยพ่อ ลูกเรียกอีกแล้ว มาอุ้มลูกเร็ว อย่าไปเลยสงสารลูก ลูกรักมาก อะไรแบบนี้ก็ใช้ได้ผล” ถือว่าคู่เราผ่านดราม่ามาเยอะเป็นยังไงบ้าง? บี้ “ลืมไปแล้วช่วงที่มีดราม่า ตอนนี้ทุกอย่างมันโอเคมาก มันมีความสุขมาก” กุ๊บกิ๊บ “คือจริงๆ กิ๊บว่าอย่าใช้คำว่าดราม่าดีกว่า ใช้คำว่าคนเขาเป็นห่วงดีกว่า เพราะกิ๊บว่าคนเขาก็รักเป่าเปาเหมือนลูกเหมือนหลานเนอะ บางทีบางคนเลี้ยงมาไม่เหมือนกัน มีมุมมองไม่เหมือนกัน เขาก็อาจจะมีติบ้างอย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งเราเป็นพ่อเป็นแม่เราก็ต้องพิจารณาอยู่แล้วว่าอะไรดีที่สุดสำหรับลูกเรา แต่ถ้าคนเขาจะเป็นห่วงลูกเรา อยากจะช่วยอะไรแบบนี้ ซึ่งเราก็ต้องโอเค เพราะคนเขารักเป่าเปา เราก็ต้องยอมนะ” อย่างล่าสุดดราม่าพาเป่าเปาดูบ่อเต่า กระทบกระเทือนจิตใจเราแค่ไหน? กุ๊บกิ๊บ "ไม่เป็นไรเลย เพราะพ่อเขาก็ยืนอยู่ข้างๆ และที่ญี่ปุ่นต้องรู้อยู่แล้วว่าความปลอดภัยเขาเต็มที่ ถ้าไม่ได้ดีเขาก็ไม่ให้ยืน เด็กคนอื่นๆ ก็ยืนดูกัน มุมกล้องอาจจะดูหวาดเสียว แต่จริงๆ แต่กิ๊บเชื่อว่าไม่มีใครรักและดูแลเป่าเปาได้ดีเท่าแม่อยู่แล้ว ขนาดขึ้นเครื่องบินบางสายการบินยังไม่มีที่คาดเข็มขัดนิรภัยสำหรับเด็กเลย เพราะเขาบอกอ้อมกอดแม่ดีที่สุด ปลอดภัยที่สุด เพราะฉะนั้นมันไม่มีใครจะดูแลเขาได้ดีเท่าแม่อยู่แล้ว อีกอย่างพ่อแม่บี้ก็อยู่ บางคนบอกว่าเดี๋ยวคนมาเยอะจะมาดัน คือที่ญี่ปุ่นเขาไม่ได้ให้คนเข้าไปทีละเยอะๆ เวลาดูอะไรแบบนี้เขาจะค่อยๆ ปล่อยทีละครอบครัว ปล่อยทีละนิดๆ ซึ่งไม่มีใครอยู่ข้างหลังเรา และเราก็ล็อคเขาไว้อย่างดี" คนยกให้เป็นครอบครัว ดราม่าฆ่าไม่ตาย? กุ๊บกิ๊บ "คือเราไม่ได้สนใจด้วย เรารู้สึกว่าดราม่าก็คือคนที่เขาเป็นห่วงเรา คือถ้ากิ๊บใส่ใจดราม่าก็คงไม่ได้พาลูกออกไปเที่ยวข้างนอก หรือจะมีพัฒนาการที่เร็วแบบนี้" เรามั่นใจว่าก็เป็นพ่อแม่ที่ดีอีกคนนึง? กุ๊บกิ๊บ "กิ๊บไม่รู้ว่าพ่อแม่ที่เลี้ยงลูกดีต้องตัดสินว่าเป็นแบบไหน เราไม่ได้ตัดสินว่าถ้าคนอื่นเลี้ยงลูกไม่เหมือนเรานั่นคือไม่ดี ทุกคนมีสไตล์คนละแบบ มีไม่เหมือนกัน เราไม่รู้ว่าเราเลี้ยงเขาดีไหม แต่เราเลี้ยงเขาแบบที่เท่าที่เราจะทำได้ดีที่สุดของเราแล้ว และกิ๊บก็เชื่อว่าบนโลกใบนี้ไม่มีใครจะดูแลเป่าเปาไปได้ดีมากกว่ากิ๊บกับบี้แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์" ลูกเริ่มโตแล้ว เราจะออกมารับงานมากขึ้นไหม? กุ๊บกิ๊บ "กิ๊บว่าจะรอให้เป่าเปาเข้าโรงเรียนก่อนประมาณ 3 ขวบ แล้วค่อยรับงานเยอะขึ้น ตอนนี้เรารู้สึกว่าอยากสอนเขาด้วยตัวเอง อยากเห็นพัฒนาการเขา ซึ่งตอนนี้ก็รับแต่ก็ดู อันไหนที่กินเวลาเรามากๆ เราก็ไม่เอา เพราะเราเลือกว่าอะไรที่สำคัญกับเรามากที่สุด เวลากับลูกมันย้อนกลับคืนมาไม่ได้" เสียดายถ้ากระแสเราจะดร็อปลง? กุ๊บกิ๊บ "ไม่นะ เราก็อยู่มาตั้งนานแล้ว กิ๊บไม่ได้รู้สึกว่ากระแสเราจะหายไป กิ๊บว่าแบบกิ๊บน่าจะหายากประมาณนึง ไม่ได้คิดว่าแบบกิ๊บมันจะมีมาบ่อยๆ นะ เลยไม่ได้รู้สึกว่าต้องเป็นกระแส เพราะเรายังต้องทำงานอยู่ทุกวัน ยังมีรายการตื่นมาคุยอยู่ ส่วนละครจริงๆ จะยังไม่รับ แต่ว่ามีคุยๆ กับผู้ใหญ่ที่ติดต่อมาไว้คนหนึ่ง เราคุยกันไว้ค่อนข้างนานแล้ว จะมีประมาณกลางปีเรื่องหนึ่ง ซึ่งเราคิดว่าน่าจะนะ แต่ถ้าไม่รับก็คืออยู่กับลูกดีกว่า คือก่อนหน้านี้มีผู้ใหญ่ติดต่อมาเยอะมาก แต่ต้องขอโทษจริงๆ ที่ไม่ได้รับ" ด้านบี้เห็นว่าจะมีบินไปทำงานที่ต่างประเทศอีก? บี้ "ใช่ จะบินไปช่วงมีนาคมครับที่จีน ตอนนี้สัญญาที่บริษัทน่าจะเซ็นกันแล้ว น่าจะใช้เวลาทำงานประมาณ 3-4 เดือนครับ อาจจะได้กลับมาบ้างแต่น้อย" จะแบ่งเวลาให้ครอบครัวยังไง? บี้ "อาจจะเอาเขาไปด้วยครับ เริ่มแรกอาจจะไปคนเดียวก่อน พอถ่ายไปเรื่อยๆ ก็เดี๋ยวลองดูอ่า เพราะเราไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง แต่ผมก็ยังอยากที่จะทำในสิ่งที่ผมรักอยู่" ตัดสินใจรับงานนานไหม เพราะต้องใช้เวลาห่างลูกนาน? บี้ "จริงๆ ไม่นานนะ เราสองคนคุยกันอยู่นานแล้วว่าต่อไปบี้อาจจะมีงานอยู่ต่างประเทศที่แพลนไว้ แล้วเขาก็เข้าใจและเชื่อว่าจะแบ่งเวลาทั้งงานและครอบครัวได้ดี" ก่อนหน้านี้มีหมอดูเคยทำนายไว้ว่าเราจะรวยพันล้าน เพราะมีน้องเป่าเปาเข้ามาในชีวิต? บี้ "ใช่เนอะ หมอลักษณ์ช่วงนี้แม่นมากเลย ผมก็อยากให้แม่นเรื่องผมด้วยนะ ก็ขอให้เป็นแบบนั้น ตั้งแต่วันแรกที่รู้ว่ามีเขาก็รู้แล้วว่า เรามีความสุขซึ่งเป็นอีกความสุขหนึ่งที่เราไม่เคยได้สัมผัสและทุกวันนี้เราก็มีครับ" กุ๊บกิ๊บ บี้ น้องเป่าเปา กุ๊บกิ๊บ บี้ น้องเป่าเปา น้องเป่าเปา กุ๊บกิ๊บ บี้ น้องเป่าเปา น้องเป่าเปา น้องเป่าเปา น้องเป่าเปา กุ๊บกิ๊บ บี้ น้องเป่าเปา กุ๊บกิ๊บ บี้ น้องเป่าเปา น้องเป่าเปา

ปปส. ยัน เบนซ์ เรซซิ่ง ยังไม่ใช่ผู้ต้องหา!! อุบเรียก แพท สอบฯ
แพท ณปภา /  เบนซ์ เรซซิ่ง

      กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ปปส.) นำโดย พล.ต.ท. สมหมาย กองวิสัย ผบช.ปส, พล.ต.อ. เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. และนายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการ ป.ป.ส. เผยหนุ่ม เบนซ์ เรซซิ่ง ยังไม่ใช่ผู้ต้องหา พบเป็นผู้ถือทรัพย์แทนนายบอย ณัฐ ซึ่งได้ถูกจับก่อนหน้าไปแล้ว โดยได้ซัดทอดว่าสามีของดาราสาวชื่อดังคือหนึ่งในผู้ต้องสงสัยในเครือข่าย ไซซะนะ แก้วพิมพา    ทั้งนี้ทางปปส. บอกให้ เบนซ์ เรซซิ่ง เข้ามาชี้แจงในเรื่องของทรัพย์สิน หลังเจ้าหน้าที่ตรวจค้นบ้านเจอปืน 2 กระบอก เครื่องกระสุน 9 มม. จำนวน 15 นัด และยึดรถ BMW รุ่น  s1000rr สีดำ เพราะไม่มีทะเบียน รับมีคนในแวดวงบันเทิงและไฮโซเอี่ยว ไม่ฟันธงเรียกดาราสาว แพท ณปภา มาสอบปากคำ... รายละเอียดมีดังนี้        "จากการตรวจค้นแมนชั่นของ เบนซ์ เรซซิ่ง เบื้องต้นชุดปฏิบัติการไม่พบตัวนายเบนซ์ ทำการตรวจค้นห้องพักชั้น 6 พบอาวุธ 2 กระบอก 1 กระบอกมีชื่อครอบครองนายอัครกิตติ์ ซึ่งเป็นปืนที่รับโอนมรดกมาจากพ่อ ส่วนอีกกระบอกรอตรวจสอบ นอกจากนี้พบเครื่องกระสุน 9 มม. จำนวน 15 นัดภายในห้องนอน ส่วนอีกจุดนึงที่ทำการตรวจค้นคือภายในร้านแต่งรถมอเตอร์ไซค์ ผลการตรวจค้นเบื้องต้นพบเอกสารประจำรถแล้วก็แผ่นป้ายทะเบียน 4กส 6071 ซึ่งนายบอยที่ถูกจับกุมไปแล้วได้อ้างว่าเป็นของตน แต่ฝากไว้กับนายเบนซ์ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดรถมอเตอร์ไซค์ BMW รุ่น  s1000rr สีดำ เนื่องจากไม่มีเอกสารประจำรถมาแสดงให้เจ้าหน้าที่ดู จึงทำการตรวจยึดไว้ก่อน"    "ตอนนี้เบนซ์ ไม่ได้เป็นผู้ต้องหา แต่จากการสืบสวนพบว่าเป็นผู้ถือทรัพย์สินแทน เพราะฉะนั้นการยึดทรัพย์สินถือว่าเป็นผู้เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาคือนายบอย เบนซ์ไม่ได้เป็นผู้ต้องหา แต่ทรัพย์สินต่างๆ เหล่านี้ที่ยึดวันนี้มันไปอยู่ที่นายเบนซ์เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจากการตรวจสอบเชื่อว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับยาเสพติดที่นายบอยให้นายเบนซ์ถือครองอยู่ ตอนนี้เท่าที่ทราบเรายังสืบไม่ได้ว่าเขาร่วมกระะทำความผิดในเรื่องยาเสพติดหรือไม่ แต่ที่ทราบเมื่อปี 2555 นายบอยถูกยึดอายัดทรัยพ์สินในฐานะเป็นผู้เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาคนนึง ศาลก็ตัดสินให้ทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นกองทุน ปปส. แล้ว แต่ ณ วันนี้นายบอยถูกยึดทรัยพ์สินในฐานะเป็นผู้ต้องหา จากการเชื่อมโยงทรัพย์สินที่โอนไปมาระหว่างนายบอยกับนายเบนซ์ จึงทำให้เราเข้าไปยึดทรัพย์สินของนายเบนซ์ แต่ยังไม่มีข้อมูลของนายเบนซ์เข้าไปยุ่งกับยาเสพติด เพราะถ้าเกี่ยวข้องก็ต้องขอหมายจับนายเบนซ์ด้วย"มีการโอนทรัพย์สินกันไปมาบ่อยมั้ย?    "ตรงนี้เป็นเรื่องของการโอนบัญชี การโอนเกี่ยวกับเรื่องรถอะไรต่างๆ ในช่วง 2-3 ปีที่ตรวจพบ แต่เรียนว่าเราก็ให้ความเป็นธรรมกับนายเบนซ์นะ คือให้โอกาสเข้ามาชี้แจง ชี้แจงได้ก็จะคืนให้ครับ แต่จากการสืบสวนพบว่ามันมีการเชื่องโยงกับนายบอยถึงยึดครับ"เบนซ์ติดต่อหรือยังว่าจะเข้ามาชี้แจง?    "ที่ตรวจสอบเขาขับรถออกไปตั้งแต่เมื่อคืนตอน 3 ทุ่ม เดี๋ยวก็คงต้องติดต่อ เพราะว่าเขาไม่ใช่ผู้ต้องหา เขาต้องเข้ามาติดต่อเพื่อจะเอาหลักฐานมายื่นว่าทรัพย์สินที่ ป.ป.ง .กับ ป.ป.ส. ยึดเนี่ยเขามีหลักฐานหรือเปล่า"ถ้าเขาไม่ติดต่อเข้ามาชี้แจง?    "เขาคงไม่ทิ้งทรัพย์สินหรอก คือตอนนี้มันคือการยึดที่ตรวจค้นพบ ส่วนรถลัมโบร์กินีของนายเบนซ์เข้าข่ายจะสวมทะเบียนนั้น ถ้าขนส่งบอกเป็นอีกคันนึง ก็อาจจะต้องสงสัยว่ามีการสวมทะเบียน มันก็จะมีเรื่องของการนำรถหรูเข้ามาอีกคดีนึงครับ"ถ้า 1-2 วันนี้ยังไร้วี่แววของนายเบนซ์ จะทำยังไงต่อไป?    "อย่างที่บอกเบนซ์ไม่ได้เป็นผู้ต้องหา เราก็คงจะตามลัมโบร์กินีเอามาตรวจ เราไม่ได้จับเขา เขาต้องมาชี้แจง ถ้าไม่มาชี้แจงเราก็ต้องยึดครับ ถามว่าอยากฝากอะไรถึงเบนซ์ ก็ให้เบนซ์ก็เอาแลมโบกีนี่เข้ามาตรวจสอบแล้วกัน(หัวเราะ)" เห็นว่ามีไฮโซและคนในวงการบันเทิงเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย?    "คือเรื่องของยาเสพติดกับสังคมไฮโซ สังคมดารา ตอนนี้มันใกล้เคียงกันมาก เพราะสังคมหรูอวตารมันเกิดขึ้นมา โดยไม่รู้ว่าร่ำรวยกันยังไง อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าใครจะเป็นคนไม่ดี ใจเย็นๆ นิดนึง แล้วเรื่องของเบนซ์ถึงแม้จะไม่มา เดี๋ยวผมตามเอง ผมมีเวลาว่างสำหรับคนพวกนี้อยู่แล้ว สบายใจได้ แล้วที่รู้สาธารณรัฐประชาชนลาวยึดรถหรูมาเป็นพันคันแล้วเป็นสิบๆ ล้านบาท ฉะนั้นเราเชื่อว่าเราได้ยึดบ้างแน่นอน"ส่วนปืนที่พบที่บ้านนายเบนซ์ ถูกกฎหมายหรือเปล่า?    "ณ ตอนนี้น่าจะถูกกฎหมาย เพราะว่ามีทะเบียน แต่ที่ผมว่าเพราะว่าปืนชนิดนี้คนธรรมดาไม่เล่นกัน เพราะมันเหมาะสำหรับหน่วยจู่โจม อันนี้คือข้อห่วงใย เพราะปืนชนิดนี้จะใช้งานในหน่วยราชการมากกว่า"ถ้าเกิด 1-2 วันนี้เบนซ์ ยังไม่เข้ามาชี้แจงจะมีการเรียก แพท เข้ามาก่อนมั้ย?    "ยังไม่ตอบได้มั้ย เพราะว่าเหตุยังไม่เกิด ใจร้อนจัง ผมน่าร้อนกว่านะ(ยิ้ม)" ความสัมพันธ์ระหว่าง บอย-เบนซ์ เป็นยังไง?    "เบนซ์เป็นคนฟอก บอยเป็นคนจำหน่ายยาแล้วเอาของของไซซะนะมาฝากเบนซ์"ถ้าตรวจสอบว่าเบนซ์มีส่วนเกี่ยวข้อง จะโดนข้อหาอะไรบ้าง?    "สมคบครับ ความผิดก็ติดคุกด้วย แล้วก็จนด้วย" ปปส. แถลงหลังบุกค้นบ้าน เบนซ์ เรซซิ่ง   ปปส. แถลงหลังบุกค้นบ้าน เบนซ์ เรซซิ่ง   ปปส. แถลงหลังบุกค้นบ้าน เบนซ์ เรซซิ่ง   แพท - เบนซ์   แพท - เบนซ์  

น้อยใจเมีย!!! ป๋อ ณัฐวุฒิ งอน เอ๋ พรทิพย์ โพสต์ตื่นเต้นพระเอกซีรีส์ดังไม่เกรงใจผัว
พัคโบกอม /  เอ๋ พรทิพย์ / 

  สนามบินแทบแตก!!! หลังจากที่พระเอกหนุ่มซีรีส์ชื่อดังของเกาหลีอย่าง พัคโบกอม (Park Bo gum) นักแสดงนำจากเรื่อง Moonlight Drawn By Clouds ได้เดินทางมาที่ประเทศไทยเพื่อมีตติ้งกับแฟนคลับ ในวันเสาร์ ที่ 11 กุมภาพันธ์นี้ และเมื่อคืนวาน (8 ก.พ. 60) เจ้าตัวก็ได้เดินทางมาถึงประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว.....ซึ่งคนในวงการบันเทิงอย่างคนแม่ลูกสอง เอ๋ พรทิพย์ ก็ตื่นเต้นกับเขาไม่แพ้กัน เมื่อคุณเธอรู้ว่าพ่อหนุ่มพัคโบกอมเดินทางมาถึงประเทศไทยก็รีบโพสต์ไอจีต้อนรับอปป้าทันทีว่า "welcome โอปป้านะจ๊ะ คือคือ แบบว่าก็ไม่ได้อะไร เฉยๆ ไม่ได้ตื่นเต้น แต่แบบๆ โอ๊ยยยอกอีแป้นจะแตก แม่จิเป็นลม กิ๊สสสสสสสโบกอมที่ร้ากก 55555 #งดฝากร้านนะแจ๊ะ #งดฝากร้านนะคะ"     หลังจากนั้นสามีตัวจริงอย่างหนุ่ม ป๋อ ณัฐวุฒิ ที่ได้เห็นข้อความก็ไม่รอช้าตามมาคอมเม้นต์ทำนองน้อยอกน้อยใจภรรยาสาวว่า "ตรูไปทำงานมาทั้งวัน เหนื่อย ร้อน กลับบ้านมา มีบ้างมั้ย เวลค่ง เวลคัม....แหมๆๆ โอปป้งโอปป้า....มาโอบลุง ดีกว่ามั้ยเฮ้ย" เอ้า!! ขอให้หายงอนกันเร็วๆ นะค้าาา คริคริ ขอบคุณรูปภาพจากไอจี: @Aey_pornthip , Poh_natthawut   ต่อมาด้านคุณสามีอย่างป๋อก็มาโพสต์แซวพระเอกหนุ่มพัคโบกอมในไอจีของตนว่า "5555 ถามเอ๋ว่า ดาราคนนี้ชื่อแปลกเนอะ โบก อม 5555 #น่ารักดีๆ #อย่าด่าป๋อนะ......อร๊ายยยยยย #แซวเล่นๆนะ......ป๋อ อม กลัวแย๊ว"

หล่อมาก! น้องยอร์ช วันเฉลิม โตเป็นหนุ่มแล้ว งานดีต่อใจมว๊าก
ยอร์ช ยงศิลป์ /  น้องยอร์ช วันเฉลิม / 

  แจ้งเกิดสุดๆ เมื่อ 4 ปีที่แล้วสำหรับหนุ่มน้อยผู้น่าสงสาร น้องยอร์ช ยงศิลป์ ที่ได้รับบท วันเฉลิม รุ่นที่สาม ในละครดังอย่าง ทองเนื้อเก้า ทางช่อง 3 ซึ่งน้องยอร์ช สามารถทำให้คนดูน้ำตาไหลพรากกันทั้งประเทศ กับฉากที่บวชเป็นเณร แล้วเอาจีวรมาห่มแม่ลำยอง เรียกว่าเป็นหนึ่งในฉากของละครไทยที่สะเทือนใจคนดูสุดๆ ในช่วงเวลานั้น แต่ล่าสุดเวลาผ่านไป น้องยอร์ช ก็เริ่มโตเป็นหนุ่ม แถมรูปร่าง หน้าตา บอกเลยว่า งานดีมว๊ากกกกก! ชนิดที่ว่าอีกไม่กี่ปีก็สามารถเป็นพระเอกละครได้แล้ว ก็ไม่รู้เวลานี้ช่องไหน จะดึงตัวไปเซ็นสัญญาเข้าสังกัดแล้วหรือยัง??? เอาเป็นว่า น้องยอร์ช จะหน้าตาดี หล่อขนาดไหน เรามีภาพบางส่วนจากไอจีของน้องยอรช์มาให้ชมกัน งานนี้พระเอกรุ่นพี่ๆ น้าๆ เตรียมตัวตกงานกันได้เลยนะครับโผมมมมมมมม ภาพจากอินสตาแกรม @yorch_yongsin ภาพจากละคร ทองเนื้อเก้า

ละครคู่ซ่า รสแซ่บ , เรื่องย่อคู่ซ่า รสแซ่บ
ละครคู่รักรสแซบ /  ละคร คู่รักรสแซบ ช่อง7 / 

คู่ซ่า รสแซ่บ บทประพันธ์...ชยุต รัตนกรีบทโทรทัศน์...พิง ลำพระเพลิงผู้จัดโดย...ธีระศักดิ์ พรหมเงินกำกับการแสดง...เอกภพ ตันหยงมาศกุลออกอากาศทาง...สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7ผลิตโดย...บริษัท มุมใหม่ จำกัด เรื่องวุ่นๆ เริ่มต้นขึ้น เมื่อลูกสาวเจ้าของโรงงานปลาร้า จับพัดจับผลูมาแต่งงานกับไฮโซหนุ่มเนื้อหอม ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าชู้ หญิงสาวจากแดนอีสาน ผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร กับชายหนุ่มที่แสนจะหยิ่งทะนง แถมพกพาความดันทุรังสูงมาตั้งแต่เกิด ต้องมาใช้ชีวิตร่วมกัน ภายใต้ข้อตกลงของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายสงครามการต่อสู้เพื่อประกาศชัยชนะระหว่างหนึ่งหนุ่มกับหลายสาว จึงเริ่มขึ้นพร้อมๆ กับความรู้สึกผูกพันของคู่รักต่างถิ่น ที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ แต่ชัดเจนไปด้วยความรู้สึกของคนสองคน สุดท้ายแล้ว เรื่องราววุ่นๆ จะลงเอยอย่างไร มีเพียง แม่ปลาร้ากับพ่อปลาไหลเท่านั้น ที่รู้คำตอบ เรื่องย่อ ละครคู่ซ่า รสแซ่บ หลังจากเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ในรอบสิบปี โรงงานทำปลาร้าแปรรูป แม่ศรีไทยแลนด์ ต้องกลายเป็นโรงงานร้าง เนื่องจากตัวโรงงาน เครื่องจักรในการผลิต ตลอดจนวัตถุดิบฯลฯ อันเป็นส่วนประกอบสำคัญของโรงงานเสียหายจนไม่อาจนำกลับมาใช้งานได้ หายนะที่เกิดขึ้นครั้งนี้ทำให้ เรือนแก้ว(มณีนุช เสมรสุต) ผู้เป็นเจ้าของถึงกับล้มป่วยเข้าโรงพยาบาล เดือดร้อนถึง รสริน (พีชญา วัฒนามนตรี) ลูกสาวคนเดียว ที่ต้องรับภาระในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับโรงงาน รวมทั้งฟื้นฟูสภาพจิตใจมารดา ทั้งที่ความจริงแล้ว รสรินเองก็น้ำตาตกในไม่ต่างจากเรือนแก้วเท่าไรนัก โชคดีที่สองแม่ลูกยังมี สายบัว(ศิรินุช เพ็ชรอุไร) พี่สาวคนเดียวของเรือนแก้วคอยเตือนสติให้กำลังใจ กระทั่งเรือนแก้วมีอาการดีขึ้น หลังออกจากโรงพยาบาล เรือนแก้ว สายบัว และรสริน เริ่มต้นปรึกษาหาทางออกให้กับธุรกิจของครอบครัว ที่เวลานี้ แทบมองไม่เห็นหนทางในการฟื้นฟูกิจการให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้เนื่องจากขาดเงินทุนหมุนเวียน รสรินบอกให้แม่ไปยืมเงินจากญาติทางพ่อซึ่งมีฐานะเข้าขั้นเศรษฐี แต่เรือนแก้วรู้อยู่แก่ใจดีว่าญาติของ อรรณพ ไม่เคยยอมรับเธอในฐานะสะใภ้ และหลังจากอรรณพจบชีวิตลงด้วยโรคร้าย สองแม่ลูกจึงกลายเป็นคนอื่น แม้แต่นามสกุล เรือนแก้วกับลูกสาวยังต้องเปลี่ยนมาใช้นามสกุล เนินสูงชัน ตามเดิม เรือนแก้วนึกได้ว่า อรรณพมีเพื่อนรักอยู่คนหนึ่งชื่อ ศักดิ์สกุล(ทูน หิรัญทรัพย์) ประสบความสำเร็จร่ำรวยจากการทำธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ เขาได้ให้นามบัตรไว้กับเรือนแก้วพร้อมกับย้ำว่า หากเธอมีเรื่องเดือดร้อนให้ติดต่อเขาได้ทุกเวลา เรือนแก้วจึงตัดสินใจโทรศัพท์เล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับโรงงานให้ศักดิ์สกุลฟัง พร้อมทั้งเอ่ยปากขอกู้เงินจำนวนหนึ่งเพื่อนำมาปรับปรุงโรงงานและซื้อเครื่องจักร ศักดิ์สกุลรีบเดินทางมาพบเรือนแก้วกับรสริน พร้อมนำเช็คเงินสดสามสิบล้านบาทมามอบให้สองแม่ลูก โดยไม่มีสัญญาเงินกู้ เรือนแก้วกับรสรินจึงลังเลที่จะรับความช่วยเหลือ ละครคู่ซ่า รสแซ่บ เมื่อสองแม่ลูกถามความเห็นของสายบัว ซึ่งเป็นคนมองโลกในแง่ร้ายอยู่แล้ว ก็ได้รับคำตอบว่า ขืนรับความช่วยเหลือครั้งนี้ ดีไม่ดี โรงงานแม่ศรีไทยแลนด์ อาจตกเป็นของศักดิ์สกุลในอนาคตก็เป็นได้ เรือนแก้วจำต้องปฏิเสธความช่วยเหลือจากศักดิ์สกุล ศักดิ์สกุลดูเหมือนจะรู้เท่าทันความคิดของสามสาวตระกูลเนินสูงชัน เขาจึงขอคุยกับเรือนแก้วเป็นการส่วนตัว ศักดิ์สกุลจึงเล่าถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างเขากับอรรณพที่ผ่านมาให้เรือนแก้วฟัง ก่อนจะตบท้ายด้วยการเล่าถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ศักดิ์สกุลไม่ต้องการให้ กรพงศ์(ศุกลวัฒน์ คณารศ) ลูกชายคนโตแต่งงานกับ อรอาภา(ธัญกันต์ ธนกิตต์ธนานนท์) ลูกสาวคนเดียวของ รัฐมนตรีวีระ(กฤตย์ อัทธเสรี) นอกจากนั้นเขายังต้องการดัดนิสัย เจ้าชู้ เอาแต่ใจของลูกชาย ที่วันๆ ไม่ยอมทำงานทำการ เวลานี้เขามองไม่เห็นใครที่มีความสามารถมากพอที่จะช่วยลูกชายให้รอดพ้นจากเงื้อมือของอรอาภาได้ นอกจาก รสริน เพียงคนเดียวเท่านั้นและเขาเชื่อว่าผู้หญิงอย่างรสรินนี่ละที่จะปราบพยศลูกชายได้ ถ้าเรือนแก้วคิดจะตอบแทนความช่วยเหลือของเขา ก็ต้องยอมให้รสรินแต่งงานจดทะเบียนกับกรพงศ์ซึ่งจะทำกันแต่เพียงในนามเท่านั้น หลังจากเรือนแก้วนำเงินมาใช้คืนรสรินก็จะเป็นอิสระทันที เรือนแก้วจึงเรียกรสรินมาพูดคุยถึงข้อเสนอของศักดิ์สกุล รสรินตอบ ปฎิเสธทันทีโดยไม่ต้องคิดให้เสียเวลา เรือนแก้วจนใจไม่รู้จะหาเหตุผลใดมาจูงใจลูกสาวให้ร่วมมือกับภารกิจครั้งนี้ สายบัวซึ่งนั่งฟังเรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบจึงเป็นคนชี้หนทางสว่างให้หลานสาว ด้วยการอ้างถึงความเดือดร้อนของคนงานหลายสิบชีวิตที่ต้องตกงาน ละครคู่ซ่า รสแซ่บ หลังจากรับฟังเหตุผลยาวเหยียดจากป้าสายบัวในที่สุดรสรินจึงตอบตกลงรับข้อเสนอของศักดิ์สกุล ศักดิ์สกุลที่พอรู้ข่าวก็วางแผน ปรึกษากับ พิมพ์เพทาย(ณัฐชา นวลแจ่ม) ลูกสาวคนเล็กของเขา ที่ไม่ต้องการให้พี่ชายตกเป็นเหยื่อนางแบบสาวที่สวยแต่รูปอย่างอรอาภา และหลังจากสองพ่อลูกคิดแผนการเพื่อรับมือกรพงศ์กับ ดวงกมล(เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์)ได้แล้ว ศักดิ์สกุลจึงเริ่มดำเนินการตามแผนทันที กรพงศ์ถึงกับร้องลั่นเมื่อศักดิ์สกุลบอกเรื่องที่เขาต้องแต่งกับลูกสาวเจ้าของโรงงานทำปลาร้า ไม่ว่าหัวเด็ดตีนขาดยังไง เขาก็ไม่อยมทำตามคำสั่งของพ่อเป็นอันขาด ศักดิ์สกุลจึงยื่นคำขาดว่า จะยกเลิกบัตรเครดิตทุกใบที่กรพงศ์ครอบครอง รวมทั้งเงินได้รายเดือนที่ไม่รับ เมื่อได้ฟังคำพูดของบิดาชายหนุ่มถึงกับคอตก สุดท้ายจึงยอมรับข้อเสนอนั้นแต่โดยดี หลังจากนั้นกรพงศ์และอรอาภาได้มาแอบดูหน้าว่าที่เจ้าสาวก่อนที่บ้านเกิดรสริน ก็เกิดตกใจเพราะเข้าใจผิดว่าจิ้งหรีด(ปรัชญานันท์ สุวรรณมณี)ลูกสาวคนงาน คือ รสริน ยิ่งสร้างความไม่พอใจให้กรพงศ์คิดจะล้มงานวิวาห์ให้ได้ ศักดิ์สกุลได้พากรพงศ์มาที่ขอนแก่นอีกครั้ง กรพงศ์จึงแอบหนีออกมาเที่ยวในเมือง ได้มาเจอกับรสรินซึ่งก็เกิดชอบในหน้าตา และนิสัยของหญิงสาว แต่รสรินไม่ยอมบอกความจริงว่าตัวเองเป็นใคร ทำให้กรพงศ์ยิ่งอยากค้นหาและสุดท้ายก็ตกหลุมรักเธอและอยากพาหนีไปอยู่ด้วยกัน ในระหว่างที่ทั้งคู่ไปเที่ยวที่ต่าง ๆ กรพงศ์มักจะพูดจาให้ร้ายว่าที่เจ้าสาวว่าเป็นคนไม่สวย หวังแต่จะเกาะครอบครัวตนกิน ทำให้รสรินคิดแผนดัดหลังจนกว่าจะถึงวันแต่งงาน ละครคู่ซ่า รสแซ่บ งานแต่งงานระหว่างกรพงศ์กับรสรินจึงเกิดขึ้นท่ามกลางความแปลกใจของแขกเหรื่อที่มาร่วมงาน และบรรดาหญิงสาวที่เคยควงคู่กับกรพงศ์มาก่อน มีเพียงอรอาภาคนเดียวเท่านั้นที่รู้ถึงความจำเป็นในการตัดสินใจแต่งงานกะทันหันของชายหนุ่มที่เธอหมายปองในครั้งนี้ เพราะก่อนหน้านั้นดวงกมลยังคงยืนยันว่าต้องการให้เธอเข้ามาเป็นสะใภ้ของศาสตราบุรินทร์เหมือนเดิม อรอาภาจึงขนบรรดาเหล่าเพื่อนนางแบบมาเฉิดฉายในงานแต่งของกรพงศ์กับรสริน และจัดการลักหาตัวจิ้งหรีดที่นึกว่าเป็นรสรินไปทำให้เสียโฉมเพิ่มความอับอายหวังล้มงานวิวาห์ แต่สุดท้ายเมื่อทุกคนมาเห็นรสรินตัวจริง กรพงศ์เกิดอาการตะลึงและโมโหที่ตัวเองโดนหลอก อรอาภารู้สึกเสียหน้าที่เห็นหน้ารสรินที่ทั้งสวย หุ่นดี บุคลิกกลักษณะไม่มีเค้าบ้านนอกอย่างที่เธอวาดไว้ อรอาภาต่อว่ากรพงศ์ที่หลอกเธอเรื่องรสริน เพราะอรอาภารู้ดีว่า ถึงกรพงศ์ไม่เต็มใจแต่งงาน แต่พ่อปลาไหลจอมเจ้าชู้อย่างเขามีหรือจะไม่เนื้อเต้นที่ได้แต่งงานกับสาวสวยหุ่นดี ถึงจะเป็นทายาทโรงงานปลาร้า กรพงศ์ยังคงยืนยันหนักแน่นว่าเขากับรสรินแต่งงานกันเพียงในนามเท่านั้น แถมยังหยอดคำหวานว่าทันทีที่เขาหย่าขาดกับรสริน เขาจะรีบแต่งงานกับอาอาภากันที ชายหนุ่มทั้งแค้นและอยากเอาคืนรสริน ซึ่งเหตุการณ์ทุกอย่างล้วนตกอยู่ในสายตาของรสรินที่เริ่มเก็บข้อมูลเกี่ยวกับตัวเขา เพื่อจะได้วางแผนรับมือกับการทำหน้าที่ภรรยาพ่อปลาไหล และลูกสะใภ้ตระกูลศาสตราบุรินทร์ในครั้งนี้ ละครคู่ซ่า รสแซ่บ ข่าวการแต่งงานของรสรินสร้างความเสียใจให้กับ พลวัฒน์ (ธนากร ศรีบรรจง) เพื่อนชายคนสนิทที่แอบหลงรักรสรินมานาน แต่เธอก็ยืนยันว่าเธอรู้สึกกับเขาแค่เพื่อนเท่านั้น และเธอรู้ดีว่า นวลพรรณ (วรางคนาง วุฑฒยากร) เพื่อนรักของเธอรู้สึกอย่างไรกับพลวัฒน์ เมื่อรสรินแต่งงานกับกรพงศ์แล้ว เธอคิดว่าอีกไม่นานพลวัฒน์คงตัดใจจากเธอได้ แต่ทั้งนี้ ต้องขึ้นอยู่กับความสามารถของนวลพรรณด้วยเช่นกันหลังจากรสรินก้าวเข้ามาเป็นสะใภ้ของศาสตราบุรินทร์ หญิงสาวต้องย้ายจากต่างจังหวัดมาอยู่ในบ้านศักดิ์สกุลที่กรุงเทพฯ พร้อมกับเริ่มต้นศึกษาธุรกิจบ้านจัดสรรที่ศักดิ์สกุลเพิ่งเริ่มดำเนินโครงการได้เพียงไม่นาน พร้อมๆ กับการทำหน้าที่ภรรยาของกรพงศ์ ด้วยการประกาศตัวกับสาวๆ ทุกคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับสามีตามกฏหมาย นอกจากนั้นเธอต้องดึงชายหนุ่มเข้ามาทำงานที่บริษัท กรพงศ์ต่อต้านทุกอย่างที่รสรินสั่งให้เขาทำ ก่อนแต่งงานเคยทำตัวอย่างไร เขาก็ทำอย่างนั้น รสรินเริ่มถอดใจในการทำหน้าที่ภรรยาของกรพงศ์ เธอคิดจะกลับบ้านไปช่วยเรือนแก้วบริหารโรงงาน ละครคู่ซ่า รสแซ่บ เมื่อใช้หนี้หมดแล้วเธอค่อยหย่าขาดจากชายหนุ่ม เวลานี้นอกจากจิ้งหรีดที่เรือนแก้วส่งให้มาอยู่เป็นเพื่อนเธอแล้ว เธอก็แทบไม่มีใครที่สามารถพูดคุยปรับทุกข์ด้วยได้ ขณะที่รสรินเกิดความท้อแท้ โรงงานแม่ศรีไทยแลนด์ก็เริ่มกลับเข้าสู้ภาวะปกติ ยอดสั่งซื้อสินค้าจากบริษัทคู่ค้ามีจำนวนเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ส่งผลให้บริษัทมีกำไรเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว ตรงกันข้ามกับโครงการบ้านจัดสรรของศักดิ์สกุบที่เริ่มประสบปัญหา เนื่องจากถูกมือดีปล่อยข่าวเรื่องการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน กระทั่งทางเขตได้ส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ แม้ผลการตรวจสอบจะเป็นไปด้วยดี แต่ข่าวที่ออกไป กลับส่งผลกระทบต่อยอดสั่งจอง รสรินรับรู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับโครงการบ้านจัดสรร เธอจึงโทรไปปรึกษากับนวลพรรณหญิงสาวแนะนำให้รสรินไปขอความช่วยเหลือจากพลวัฒน์ ที่เวลานี้ทำงานอยู่สำนักพิมพ์บ้านแสนสุขซึ่งจัดพิมพ์นิตยสารเกี่ยวกับการตกแต่งบ้าน รสรินตอบตกลงทันทีเพื่อพลิกวิกฤตที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ให้เป็นประโยชน์กับบริษัท ละครคู่ซ่า รสแซ่บ รสรินจึงเริ่มต้นภารกิจกอบกู้ชื่อเสียงของบริษัท เมื่อเหตุการณ์ภายในบริษัทเริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดี รสรินได้รับการยอมรับจากศักดิ์สกุลมากขึ้น ถึงขนาดต้องการให้หญิงสาวกับลูกชายมีความสัมพันธ์กันอย่างจริงจัง แต่อรอาภายังคงเกาะติดกรพงศ์ รสรินเริ่มลุกขึ้นมาตอบโต้ กรพงศ์เริ่มเห็นใจ รสริน เพราะนอกจากหญิงสาวจะต้องเป็นฝ่ายรับมือดวงกมลกับอรอาภาแล้ว เธอยังต้องช่วยทำงานในบริษัท ไหนจะต้องคอยดูแลปรนนิบัติเขาในฐานะภรรยา ทั้งเรื่องอาหารการกิน เสื้อผ้า จะยกเว้นเพียงเรื่องเดียวคือเรื่องบนเตียง กรพงศ์ไม่รู้เลยว่า ทุกเรื่องที่รสรินทำให้เขานั้น นอกเหนือจากต้องการตอบแทนบุญคุณของศักดิ์สกุลแล้ว ยังมีอีกเหตุผลหนึ่งที่รสรินเก็บไว้ในใจก็คือ เธอต้องการเอาชนะกรพงศ์ให้หันมาสนใจเธอ จากที่เคยตั้งแง่รังเกียจรสริน กรพงศ์เริ่มมีความรู้สึกดีๆ ให้หญิงสาว เขาพยายามหัดกินอาหารที่มีส่วนผสมของปลาร้าที่หญิงสาวทำขึ้นโต๊ะ นากจากนั้นกรพงศ์ยังหันมาศึกษาธุรกิจของครอบครัว เขาเริ่มเข้าไปทำงานในบริษัท พฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของชายหนุ่มสร้างความแปลกใจให้กับทุกคนในครอบครัวอานนท์น้องชายสุดหล่อของรสรินเรียนจบกับมาจากเมืองนอก รสรินเข้าใจว่าน้องชายไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้น เพราะเธอสั่งไม่ให้ใครบอกน้องกลัวน้องจะเรียนไม่จบ แต่สายบัวกลับส่งข่าวบอกเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับรสรินทั้งหมดให้อานนท์ทราบ ทำให้อานนท์ไม่พอใจครอบครัวของกรพงศ์ และอานนท์ก็เอาความผิดทั้งหมดที่เกิดขึ้นไปโยนให้กับพิมพ์เพทายน้องสาวของกรพงศ์นั่นเอง ละครคู่ซ่า รสแซ่บ รสรินเริ่มเห็นตัวตนอีกด้านของกรพงศ์ ที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรับผิดชอบ ความมีน้ำใจ ฯลฯ ซึ่งแต่ละเรื่องล้วนเป็นสิ่งที่สร้างความรู้สึกดีให้กับเธอ แต่หญิงสาวพยายามหักห้ามใจตัวเองไม่ให้คิดเกินเลยกับชายหนุ่ม เพราะรู้ดีว่าหลังจากเรือนแก้วนำเงินมาคืนศักดิ์สกุลครบตามจำนวนที่ยืมไปเสร็จเรียบร้อย เธอก็ต้องหย่าขาดจากกรพงศ์อยู่ดี อานนท์แสดงความไม่พอใจบ้านศาสตราบุรินทร์ทั้งบ้านไม่เว้นแม้แต่ศักดิ์สกุลกับพิมพ์เพทาย จนถูกพิมพ์เพทายตอกหน้ากลับไป อานนท์ขอร้องให้รสรินเลิกกับกรพงศ์แล้วกลับบ้าน แต่รสรินปฏิเสธอ้างว่าต้องทำตามสัญญา ทางด้านแม่ศรีไทยแลนด์ กิจการโรงงานปลาร้าดีขึ้นตามลำดับ พอรู้ข่าวเรื่องศาสตราบุรินทร์ก็กระวนกระวาย อานนท์เห็นพิมพ์เพทายถูกโจมตีในเฟส ก็เริ่มสงสาร อดไม่ได้ที่จะเข้าไปสู้กับพวกเกรียนคีย์บอร์ด จนถูกเอาไปลือว่าเป็นผัวพิมพ์เพทาย แต่แล้วอรอาภาต้องพบกับความผิดหวัง เมื่อศักดิ์สกุลกับกรพงศ์ปฏิเสธการช่วยเหลือครั้งนี้อย่างไม่ใยดี แถมสองพ่อลูกยังบอกอีกว่า เหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้นครั้งนี้ เป็นเพราะแผนการชั่วร้ายของอรอาภา ละครคู่ซ่า รสแซ่บ เมื่อเหตุการณ์กลับตาลปัตร อรอาภาจึงเชิดหน้ากลับไปอย่างไม่เหลือเยื่อใย เพราะคิดว่าอีกไม่ช้ากรพงศ์กับครอบครัวจะต้องกลายเป็นคนสิ้นเนื้อประดาตัว ในขณะที่เธอได้เงินมาฟรีๆ ถึงสามสิบล้านบาท อานนท์คิดเข้าทางอรอาภาเพื่อหาวิธีเอา 30 ล้านมาคืน อรอาภาหลงคารมอานนท์จนยอมเลิกกับหนุ่มไฮโซคนใหม่ที่เพิ่งคบแล้วเผยไต๋เรื่องความลับต่างๆออกมาจนหมด อานนท์เอาหลักฐานอันนี้ไปบลัฟ รมต.วีระให้คืนเงิน 30 ล้าน พร้อมกับให้แก้ข่าวให้ศาสตราบุรินทร์ รมต.วีระจำใจทำตามทั้งที่ยังแค้น แต่ทำอะไรไม่ได้ พิมพ์เพทายขอบคุณและเผลอกอดเขา ทั้งคู่เริ่มรู้ใจตัวเองว่าเริ่มชอบกันแล้ว แต่ยังคงวางท่ากันอยู่ ขณะที่เหตุการณ์ภายในครอบครัวกำลังคลี่คลายไปในทางที่ดี กรพงศ์กลับกำลังรับรู้ถึงความสูญเสียที่กำลังจะเกิดขึ้น เพราะเขารู้ดีว่า ขณะนี้ครอบครัวเขาต่างหากที่มีหนี้สินติดค้างกับครอบครัวรสรินดังนั้น คงถึงเวลาที่เขาต้องหย่าขาดกับหญิงสาว ตามที่ศักดิ์สกุลได้บอกไว้ เพื่อไม่เป็นการเอาเปรียบหญิงสาว เขาจึงเป็นฝ่ายเอ่ยปากขอหย่ากับรสรินทันที รสรินเข้าใจว่ากรพงศ์ต้องการหย่าเพื่อกลับไปหาอรอาภา หญิงสาวจึงรีบทำตามความต้องการของชายหนุ่มทันที เมื่อต่างฝ่ายต่างเป็นอิสระแล้ว รสรินได้เข้าไปลาศักดิ์สกุล ดวงกมล พิมพ์เพทาย ก่อนออกเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัดทันที ละครคู่ซ่า รสแซ่บ ในวันที่รสรินเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัด พลวัฒน์ได้ขับรถมารับเธอที่บ้าน เมื่อกรพงศ์เห็นลักษณะท่าทางสนิทสนมที่สองหนุ่มสาวแสดงออกต่อกัน ทำให้เขาเริ่มตระหนักถึงความรู้สึกผูกพันที่มีต่อรสริน หลังจากวันที่หญิงสาวจากไปกรพงศ์เอาแต่เก็บตัวไม่พูดไม่จากับใครอาการซึมเศร้าของชายหนุ่มหาได้รอดพ้นจากสายตาคนในบ้าน เช่นเดียวกับรสริน หลังจากเป็นอิสระและกลับมาใช้ชีวิตที่บ้านเกิดตามเดิม หญิงสาวได้แต่ทุ่มเทให้กับการทำงานในโรงงานวันๆ แทบไม่พูดไม่จากับใคร เรือนแก้วกับสายบัวต่างเฝ้ามองพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นคนละคนของรสรินด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ เรือนแก้วจึงโทรศัพท์ไปเล่าเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงของลูกสาวให้ศักดิ์สกุลฟัง ถึงได้รู้ว่ากรพงศ์ก็มีอาการเดียวกับรสริน ทั้งสองฝ่ายจึงสรุปว่าสองหนุ่มสาวนั้นรักกัน และจำเป็นต้องขอความร่วมมือจากทุกคนที่เกี่ยวข้อง และแล้ว...แผนการพิสูจน์รักของกรพงศ์กับรสรินจึงเริ่มต้นขึ้น ในวันที่กรพงศ์ได้รับบัตรเชิญงานแต่งงานระหว่างพลวัฒน์กับรสริน ชายหนุ่มถึงกับพูดไม่ออก ศักดิ์สกุลกับดวงกมลเห็นอาการของลูกชายจึงรีบใส่ไฟว่า รสรินจำเป็นต้องแต่งงานกับพลวัฒน์เพื่อจะได้ลืมกรพงศ์ พร้อมทั้งกู้ชื่อเสียงของวงศ์ตระกูล เพราะไม่อยากเป็นแม่หม้ายตั้งแต่ยังสาว ละครคู่ซ่า รสแซ่บ กรพงศ์เริ่มคิดได้ว่า รสรินต้องมีใจให้เขาอย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นคงไม่รีบแต่งงานเพื่อจะได้ลืมเขาตามที่ศักดิ์สกุลกับดวงกมลบอก คิดได้อย่างนั้นแล้ว กรพงศ์จึงรีบขับรถมุ่งหน้าไปหารสรินเพื่อขัดขวางงานแต่งงานที่จะมีขึ้น เมื่อเดินทางไปถึงที่หมาย กรพงศ์รีบบุกขึ้นไปหารสรินถึงห้องนอนของหญิงสาว รสรินซึ่งกำลังแต่งตัวเพื่อเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้นวลพรรณ ถึงกับตกใจและแปลกใจ เมื่อกรพงศ์ตรงเข้ากอดเธอพร้อมทั้งสารภาพความรู้สึกที่มีต่อเธอ ก่อนจะขอร้องให้เธอยกเลิกงานแต่งงานกับพลวัฒน์และกลับไปเป็นภรรยาเขาตามเดิม ด้านอานนท์ก็อ้อมแอ้มขอจีบพิมพ์เพทาย พิมพ์เพทายขอดูความประพฤติก่อนว่าจะไม่เป็นอย่างพี่ชายเธอ อานนท์เลยบอกว่าจะพิสูจน์ให้ดู รสรินดีใจที่ได้ฟังคำสารภาพรักจากกรพงศ์ หญิงสาวตัดสินใจบอกความรู้สึกที่มีต่อชายหนุ่มพร้อมทั้งย้ำว่างานแต่งงานในวันนี้ เป็นงานแต่งของพลวัฒน์กับนวลพรรณ ส่วนเธอเป็นแค่เพื่อนเจ้าสาวให้นวลพรรณแค่นั้น กรพงศ์ได้ฟังจึงหยิบการ์ดที่มีชื่อของรสรินกับพลวัฒน์ให้รสรินดู เมื่อเห็นการ์ดงานแต่งงานนั้นแล้ว รสรินรู้ได้ทันทีว่าเป็นแผนการของเรือนแก้วกับศักดิ์สกุลอย่างแน่นอน หลังจากกรพงศ์ได้ปรับความเข้าใจกับรสรินเสร็จเรียบร้อย สองหนุ่มสาวจึงพากันออกมานอกห้องและได้พบว่าผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพร้อมทั้งคู่บ่าวสาวตัวจริงของงานได้ออกมายืนรอต้อนรับ ต่างพากันส่งเสียงโห่ร้องแสดงความยินดี ที่แม่ปลาร้ากับพ่อปลาไหลได้กลับมาคืนดีกันอีกครั้ง ด้วยความรักความเข้าใจที่มีให้กันตลอดไป... รายชื่อนักแสดง ละครคู่รักรสแซบ พีชญา วัฒนามนตรี รับบท รสริน เนินสูงชัน ศุกลวัฒน์ คณารศ รับบท กรพงศ์ อาทิตย์ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ รับบท อานนท์ ณัฐชา นวลแจ่มรับบท พิมพ์เพทาธนากร ศรีบรรจง รับบท พลวัฒน์ วรางคนาง วุฑฒยากร รับบท นวลพรรณ ธันยกันต์ ธนกิตต์ธนานนท์ รับบท อรอาภามณีนุช เสมรสุต รับบท เรือนแก้วทูน หิรัญทรัพย์ รับบท ศักดิ์สกุล ศาสตราบุรินทร์เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ รับบท ดวงกมล ศาสตราบุรินทร์ ละครคู่ซ่า รสแซ่บ ละครคู่ซ่า รสแซ่บ ละครคู่ซ่า รสแซ่บ ละครคู่ซ่า รสแซ่บ ละครคู่ซ่า รสแซ่บ ละครคู่ซ่า รสแซ่บ ละครคู่ซ่า รสแซ่บ

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

ซวยซ้ำซวยซ้อน!! คดีเก่ายังไม่จบ เชียร์ ฑิฆัมพร โดนโกงอีกแล้ว สูญเงินกว่า 6 หลัก!!
เชียร์ ฑิฆัมพร /  ข่าว เชียร์ ฑิฆัมพร / 

  ถึงกับเพลียไปตามๆ กัน สำหรับนักแสดงสาว เชียร์ ฑิฆัมพร ที่ก่อนหน้านี้ธุรกิจชาเม่ถูกตัวแทนขายโกงเงินไปกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งคดียังคงยืดเยื้อไม่จบลงง่ายๆ เพราะค่อนข้างซับซ้อนและมีหลายส่วนที่ต้องพิจารณา ทำใจอาจไม่ได้เงินคืน เท่านั้นยังไม่พอคดีใหม่เพิ่มมาอีก โดยช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดนโกงอีกระลอกสูญเงินไปอีกเป็นหลักแสน บอกถือเป็นบทเรียนไม่ท้อใครทำอะไรย่อมได้ผลตามนั้น   “ก็ตอนนี้อัพเดตนะคะก็จริงๆ มีนัดหมายในการไปขึ้นศาลแล้วก็มีความดีใจนิดนึงคะที่คดีมีความคืบหน้าแล้ว แต่ต้องบอกว่าคดีที่เกิดขึ้นมันมีหลายส่วนด้วยกัน ซึ่งจริงๆ แล้วในส่วนที่คือ คดีใหญ่ๆ มันมีหนึ่งคดีใช่มั้ยคะแต่มันยิบย่อยที่มีผู้ส่วนเกี่ยวข้องที่ต้องมีการนัดขึ้นศาลในการไกล่เกลี่ยในการเจรจาซึ่งก็ได้มีการนัดขึ้นศาลมาแล้ว แต่ว่าในกรณีที่เป็นคดีที่ใหญ่ที่สุดที่ตอนนั้นเราเข้าไปแจ้งความก็มูลค่าที่เยอะที่สุดตอนนี้ต้องยอมรับว่ากำลังติดตามก็ต้องฝากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยค่ะเพราะว่าคือระยะเวลาจริงๆ มันค่อนข้างจะนานเป็นปีแล้วแต่ว่าคดีอื่นๆ คดีเช็คคดีเล็กๆ ที่มูลค่าความเสียหายมันเล็กลงมาหน่อยอันนี้ที่เราจะไปขึ้นก่อน   คือถ้าใครที่เคยเห็นเรื่องคดีความนะคะคือมันมีกรณีว่าอดีตเซลล์ที่ทำงานกับทางชาเม่น่ะค่ะ คือเหมือนได้มีการช่อโกงในส่วนของเงินที่เก็บได้แล้วแต่ว่าไม่นำส่งเข้าบริษัท ซึ่งสืบไปสืบมามันมีผู้ที่เกี่ยวข้อง 3-4 รายด้วยกันที่เป็นกรณีเกี่ยวกับเรื่องการเซ็นเช็คเด้งหรือเป็นกรณีที่คล้ายๆ กันมูลค่าน้อยกว่าเป็นอดีตเซลล์อีกคนหนึ่ง ซึ่งถ้าจำแนก ณ ตอนนี้สำนวนคดีความจริงๆ มีทั้งหมด 4 ซึ่งตอนนี้ในส่วนที่นัดขึ้นศาลมีแล้ว 3 แต่ว่าที่ใหญ่ที่สุดที่มูลค่าเป็นสิบล้านอันนั้นนี่คือยังรออยู่เพราะว่ารายละเอียดค่อนข้างเยอะนะคะ”   “เราก็พยายามสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจค่ะ แต่ว่าทีนี้ก็คือทั้งหมดทั้งมวลอยู่ในกระบวนการที่ต้องบอกว่าเป็นการเก็บหลักฐานให้มัดตัวได้แน่นที่สุดความเป็นไปได้ก็อยากให้ดำเนินการให้ถึงที่สุดค่ ะเพราะว่าคือจริงๆ ถามว่ามันมาถึงเป็นปีขนาดนี้มูลค่าความเสียหายที่มันเสียไปยังไงก็พูดตรงๆ เราก็ทำใจไว้ส่วนหนึ่งแล้วแหละว่าเรื่องเงินนี่อาจจะไม่ได้คืนในขณะนั้นแต่ว่าเรารู้สึกว่าคนที่ทำผิดยังไงเขาก็ต้องได้รับโทษได้รับกรรมที่เขาก่อ”   “มูลค่าทั้งหมดเลยจริงๆ มันเป็นสิบล้านเลยเพราะอย่างที่บอกตอนนี้ที่แยกไปได้เป็น 4 คดีความคือมันเยอะมากแล้วก็เราเองก็ยังหนักใจอยู่คือเครียดจนหายเครียดแล้วบอกไม่ถูกเหมือนแบบกับมันเครียดสะจนแบบโอเคมันค่อนข้างปลงแล้วแต่ก็ยังไงก็ตามคือเราไม่อยากให้ทุกอย่างมันลอยหายไป” “คนเดียวกันใช่ไหมที่มี 4 คดี ก็ไม่เชิงค่ะ แต่ว่ามันมีความสัมพันธ์กันพัวพันกันอย่างเช่นว่าคดีที่ใหญ่ที่สุด ก็คือขออนุญาตเรียกเป็นเซลล์ อ แล้วกัน เซลล์ อ คนนี้เนี่ย เหมือนคือแบบว่าเขาเก็บเงินแล้วไม่ส่งบริษัทเสร็จแล้วในช่วงที่มันมีการจะเจรจากันก่อนที่จะแจ้งความเนี้ยค่ะเหมือนมีการเซ็นเช็คคืนกันแล้วปรากฏว่าเช็คมันเด้งหมดเลยซึ่งมันก็มีผู้เกี่ยวข้องต่างๆ นานาซึ่งตอนนี้ผู้ที่เกี่ยวข้องเหล่านั้นกำลังจะขึ้นศาล”   “คือทางเราไม่รับติดต่ออะไรแล้วล่ะค่ะ เพราะว่าเราพยายามติดต่อมาตั้งนานแล้วแต่ว่าตอนนี้เราให้เป็นทางของเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งตอนนี้เรื่องที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็คือจะเป็น สน.สายไหมค่ะ จริงๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังติดต่อตัวเขาได้อยู่คือไม่ได้หนีหายไปไหน”   “เรื่องทั้งหมดจริงๆ ส่งไปศาลแล้วแต่ว่าทางอัยการศาลในกรณีเซลล์ อ ที่ใหญ่ที่สุดนะคะก็คือยังเหมือนต้องให้เก็บหลักฐานเพิ่มเติมอยู่”   “ตัวเชียร์ต้องไปขึ้นศาลค่ะ ซึ่งจริงๆ คดีเล็กๆ 3 คดีก็จะมีช่วงกุมภานี้ค่ะก็จะมีช่วงมีนาอีกที่จะไปขึ้นศาลก็ต้องไปหมดเลย จริงๆส่งสำนวนไปแล้วแต่ก็ยังตีกลับว่าเหมือนต้องการสอบพยานเพิ่มเติมอยู่ มันก็จะมีช่อโกง มีเช็คเด้งซึ่งอันนี้ขออนุญาตเพราะไม่แน่ใจคำที่ถูกต้องใช้คำว่าอะไร จริงๆ ช่อโกง 2 เช็คเด้ง 2 นะคะแต่ว่าช่อโกงที่มูลค่าหลักล้านต้นๆ ตอนนี้ศาลนัดไต่สวนนัดขึ้นแล้ว มันยืดเยื้อมาเป็นปีแล้วจริงๆ คืออยากให้มันจบเพราะว่าเราก็ยังมีหลายๆ อย่างยังต้องทำอยู่ก็เรื่องเก่าๆ ก็ให้มันผ่านไปให้หมด”   “ก็จริงๆ แล้วมันทำใจมาเป็นปีแล้วก็อย่างที่บอกคือยังไงก็ตามคือเราก็อยากจะให้ทุกอย่างมันจบใครทำอะไรก็ขอให้อย่างนั้นไป”   “เรื่องใหม่ก็คือเรื่องเก่ายังไม่ทันหายเรื่องใหม่ก็มาแทรกอีกแล้วมันมีเป็นมิจฉาชีพค่ะ อันนี้จริงๆ อยากจะฝากไว้ให้เป็นอุทาหรณ์ด้วยค่ะเพราะว่าชื่อบริษัทเขาใช้ชื่อว่าบริษัทมณูนกิจ นี่ค่ะคือหลอกในการสั่งซื้อของเสร็จแล้วปุ๊บก็คือเชิดของหนีหายไปซึ่งจริงๆ มิจฉาชีพเจ้านี้นะคะ คืออยากให้เป็นอุทาหรณ์เพราะว่าไม่ใช่แค่เชียร์ที่โดน เชียร์โดนเป็นเจ้าที่ 7-8 ขณะที่คดีความเกี่ยวกับบริษัทมณูนกิจนี้ไม่มีการจับตัวได้เลยซึ่งสินค้าโดนทุกประเภทค่ะ หลอดไฟอะไรนี้เขาไปทุกอย่างเลยอันนี้อยากจะฝากไว้ให้ระวังชื่อบริษัทมณูนกิจ คือสั่งซื้อของเราแต่พอเราไปส่งแล้วก็อารมณ์จ่ายเช็คมาแล้วเช็คก็เด้งอีกแล้วถ้าถามว่าพอเราไปที่ๆ เขาบอกว่าเป็นบริษัทเป็นหน้าร้านเขานี่ก็คือหนีหายไปแล้ว มูลค่าอันนี้ก็เป็นหลักแสนค่ะ”   “จริงๆ แล้วเราใช้บริษัทขนส่งที่มาตรการรองรับทุกอย่างเลยนะแต่ว่ามันก็เหมือนมิจฉาชีพก็คือมิจฉาชีพน่ะ คือเขาก็มีวิธีหลอกล่อคือพูดจริงๆ ในส่วนของชาเม่เองเราไม่ได้ไปส่งสินค้าเองแต่เราใช้ผ่านบริษัทที่มีระบบขั้นตอนก็ยังโดนนะคะก็เลนฝากไว้เลยว่าเราไม่ใช่เจ้าแรก เขามีความเป็นมืออาชีพสูงมาก”“แจ้งความแล้วค่ะ แต่ตำรวจก็ยังพูดเองเลยว่าตามจับไม่ได้ถ้าใครมีบอกแสก็เป็นหูเป็นตาได้หรือจะส่งไปที่ สน.สายไหมก็ได้ได้ข่าวว่าหลังจากเชียร์เจ้าหน้าที่ตำรวจก็มีแจ้งไปอีกว่าก็มีรายที่โดนต่อจากเราเลยอีก ตามตัวไม่ได้คือตำรวจยังพูดเลยว่าตามตัวยากมากตำรวจเองยังหนักใจสำหรับกรณีนี้”   “จริงๆ ตั้งแต่หลังจากเกิดคดีความนะคะคือชาเม่เองไม่มีข้อผิดพลาดอะไรเลยคือทุกอย่างรัดกุมหมดแต่ว่ามันมีกรณีนี้ซึ่งเป็นกรณีที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นแต่เหมือนหลายๆ อย่างมันมีผิดได้พลาดได้ซึ่งอย่างที่บอกบริษัทที่เราจ้างดูแลระบบขนส่งนี่เขาก็รับผิดชอบเราเต็มที่ก็เหมือนเป็นการรับผิดชอบร่วมกันค่ะ” “ไม่ท้อหรอก คืออะไรที่มันไม่ดีหรืออะไรที่มันผิดพลาดมันก็ทำให้เราแข็งแกร่งขึ้นจริงๆ แล้วกรณีคดีถ้ามันไม่เกิดขึ้นเราก็อาจจะไม่ได้รู้ว่าอันไหนผิดอันไหนพลาดเราก็ปรับปรุงตัวถูกจุดก็เป็นบทเรียนไป” ขอบคุณภาพประกอบเพิ่มเติมจาก IG cheerny  เชียร์ ฑิฆัมพร   เชียร์ ฑิฆัมพร   เชียร์ ฑิฆัมพร