น้ำตาไม่ไหลคืน

Chaos Online จัดเต็มแพทซ์ Act 3 เล่นง่าย-เล่นสนุกกว่าเดิม
Chaos Online /  เกมส์ออนไลน์ / 

เกมส์ออนไลน์ Chaos Online (chaos.in.th) ทำการอัพเดตแพทซ์ใหม่ Act 3 : A New Divide ให้ผู้เล่นสัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ มันส์ยกเครื่อง จนลืมประสบการณ์เก่าๆ ไปได้เลย งานนี้คอ MOBA ทั้งเล่นขำๆ หรือจะฮาร์ดคอร์ก็มาสนุกกันได้ อัพเดตแล้ววันนี้ ถอดแผนที่เก่าอย่าง Ancient Forest TH ออกไปและเพิ่มแผนที่ใหม่ Ancient Forest-Rookie เข้ามาแทน ซึ่งใช้กฎการเล่นแบบเดียวกับ Ancient Forest KR แต่ตัดระบบ Repel, Dispel, Rejuvenation Potion, Vampiric Potion และ Cheese ออก รวมทั้งปรับให้ไม่เป็นอมตะระหว่างใช้วาร์ป เพื่อความมันส์ในการเข้าปะทะได้อย่างเต็มที่ จะมือใหม่หรือมือเก๋า ก็ใส่กันได้ไม่ยั้ง Giant Creep ที่จะมาก่อกวนการเล่น โดยจะเกิดใหม่ทุกๆ 8.30 นาที - เมื่อฆ่า Titan ทุกคนในทีมจะได้รับทองและ EXP เท่ากันทุกคนและ Titan จะเกิดใหม่ในตำแหน่งที่ตาย - ทุกครั้งที่เกิดใหม่ Titan จะยิ่งเก่งกว่าเดิม โดยมีพลังชีวิตและพลังป้องกันเพิ่มขึ้น - Titan จะโจมตีสิ่งที่ใกล้ที่สุดเรียงลำดับจาก Watch Tower – Sentinal – Barrack – Guard Tower – Base Camp - เอฟเฟคจากสกิล จะมีผลกับ Titan เพียง 30% เท่านั้น - ปรับปรุงระบบ Leaver count - เปลี่ยนจำนวนคะแนนที่จะถูกลดเมื่อผู้เล่น Leave game * Leaver Count 0 ครั้ง : ลด 25 คะแนน * Leaver Count 1 ครั้ง : ลด 50 คะแนน * Leaver Count 2 ครั้งขึ้นไป : ลด 100 คะแนน - เมื่อผู้เล่นมี Leaver Count เกิน 5 ครั้ง จะไม่สามารถเข้าเล่น Quick Match และ Ranking Match ได้ - ปรับปรุงของขวัญวันเกิด * แก้ไขปัญหาเมื่อถึงวันเกิดแล้วสัญลักษณ์ประจำวันเกิดไม่แสดง * เปลี่ยนไอเทมของขวัญวันเกิดจาก Shiny Silver Box Season 2 ไปเป็น Rare Craft Item Scroll - ปรับปรุง Ranking Match - ในขณะที่เลือกฮีโร่ การ Pick/Ban จะเปลี่ยนไปตาม Rank - ปรับคะแนน Rank * CO-OP VS AI เมื่อชนะ จะได้รับคะแนน จาก 75 เปลี่ยนเป็น 90 * CO-OP VS AI เมื่อชนะติดต่อกัน จะได้รับคะแนน จาก 150 เปลี่ยนเป็น 180 * CO-OP VS AI เมื่อแพ้ จะได้รับคะแนน จาก 50 เปลี่ยนเป็น 10 - เพิ่มความสามารถของ Sentinel * เพิ่มความสามารถ “ลดความเสียหายจากการโจมตีระยะไกล 15%” - ปรับปรุง Tutorial : แก้ไขข้อผิดพลาดเรื่องเมื่อกดล็อคหน้าจอแล้วไม่ยอมล็อค - ปรับปรุง UX Unit * ในกรณีที่ยูนิตที่เป็นเป้าหมาย (เช่น Titan) อยู่ในสถานะซ่อนตัวและยากต่อการจับเป้าหมาย, หากฮีโร่ใช้สกิลในบริเวณนั้นจะทำให้เห็นเป้าหมายและล็อคการโจมตีได้ * กรณีนี้ใช้ได้เฉพาะยูนิตที่ซ่อนตัวอยู่เท่านั้น ไม่มีผลต่อฮีโร่ด้วยกันเอง - เพิ่มรางวัลเมื่อเลเวลอัพ : เมื่อเลเวลอัพถึง 30, 35, 40, 45, 46,47,48,49,50 จะมีรางวัลให้ในแต่ละขั้น - เพิ่มออพชั่นในการปรับสีของแถบ HP ของฮีโร่ตนเอง * สามารถปรับสีของแถบ HP ของตนเองได้โดยตั้งค่าใน System Option – Game Setting, โดยจะมีให้เลือกทั้งหมด 3 สี - เพิ่มข้อความบอกสถานะว่าไม่สามารถผ่านได้เหนือ Portal Gate - ปรับปรุงระบบการ์ด : เพิ่มระบบที่สามารถเลือกการ์ดได้ใน Tutorial - เพิ่มระบบทดลองการเรียนรู้สกิล * สามารถเรียนรู้สกิลของฮีโร่ที่ยังไม่ได้ซื้อไว้ในครอบครองได้ (รวมถึงฮีโร่ที่มีแล้วเช่นกัน) * โดยจะมีตัวให้ทดลองใช้สกิลคือ “Hero Scarecrow” 1 ตัว และ “Scarecrow” 4 ตัว * ฮีโร่ที่ลองเล่นจะเริ่มต้นที่เลเวล 12 และจะไม่สามารถซื้อไอเทมหรือใช้ไอเทมเพิ่มพลังได้ * หากกดปุ่ม “เริ่มต้น” ที่อยู่ทางด้านซ้ายของหน้าจอ จะเป็นการรีเซ็ทคูลดาวน์ของสกิล และเพิ่ม HP/MP จนเต็ม * ในหน้าต่างของฮีโร่ จะเพิ่มปุ่ม “เรียนรู้สกิล” ไว้ข้างๆปุ่ม “ซื้อฮีโร่” - ปรับปรุง Tutorial : ใน Tutorial ระดับต้น เมื่อฆ่า Leonic ได้แล้ว จะไม่มีครีปออกมาอีก และเมื่อฆ่า Leonic ตาย ฮีโร่จะเลเวลอัพเป็น 25 - ปรับปรุง Deathmatch : เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับ Guardian โดยเพิ่มพลังป้องกันและพลังป้องกันเวทย์ - เปลี่ยนชื่อ Versus AI, Quick Match * Versus AI เปลี่ยนเป็น CO-OP VS AI * Quick match เปลี่ยนเป็น Basic Match - ปรับปรุง Interface การซื้อไอเทม * การซื้อไอเทมภายในเกม เปลี่ยนจากการคลิกเมาส์ 1 ครั้ง เป็นดับเบิ้ลคลิก * สามารถตั้งคีย์ลัดเพื่อซื้อไอเทมได้ - เพิ่มระบบการแจ้งเตือน : เพื่อเตือนผู้เล่นเมื่อไม่ได้สนใจหน้าจอนานๆ (สามารถ เปิด/ปิด ได้ในการตั้งค่า) เนื่องจากมีการปรับสมดุลเกมและอัพเดทระบบใหม่ จึงจำเป็นต้องรีเซ็ตข้อมูลบางส่วน ข้อมูลที่ถูกรีเซ็ต – Level, GP, Craft item, Ancient Soul Stone ข้อมูลที่คงอยู่ – Hero, Skin, Icon ทั้งนี้ ทางทีมงานจะแจกไอเทมชดเชยการรีเซ็ตครั้งนี้ โดยมีรายละเอียดดังนี้ พบกับรายละเอียดอัพเดตเพิ่มเติม และกิจกรรมคืนความหนุกให้ผู้เล่นทุกคน ทั้งมือใหม่มือเก๋า รวมถึง Starter Set สำหรับผู้เล่นใหม่ที่เปลี่ยนแปลงยกชุดจาก Starter Set ชุดเดิม รวมไปถึงกิจกรรมอื่นๆ ตลอดเดือนพฤศจิกายน 2557 อีกมากมาย

หุ้นไทยเปิดบวก 4.68 จุด ลุ้นผ่านแนวต้าน 1,575 จุด
ข่าว /  ข่าวหุ้น / 

ตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ (31 ต.ค.) เปิดทำการเมื่อเวลา 09.58 น. ดัชนีฯหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.68 จุด แตะที่ระดับ 1,570.03 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2,791.37 ล้านบาท บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต วิเคราะห์ว่า ดัชนีฯหุ้นไทยวันนี้จะปรับสูงขึ้นทดสอบแนวต้านย่อยที่ 1,575 จุด และระยะสัปดาห์ 1,600 จุด ด้วยปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของตลาดหุ้นดาวโจนส์เมื่อคืนนี้บวก 1.30% หลังตัวเลข GDP ไตรมาส 3 ขยายตัวบวก 3.5% มากกว่าที่ตลาคาดการณ์ไว้ที่ 3.0% ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศติดตามตัวเลขเศรษฐกิจวันนี้ แนะนำกลุ่มค้าปลีก CPALL เป็น Domestic Plays ที่ยัง Laggard แนะนำซื้อ Domestic Plays อย่าง KBANK, BBL, CK, STEC, SPALI, LPN, QH, SIRI, SAMART, BEAUTY, SAPPE, BGH รวมไปถึงกลุ่มค้าปลีกอย่าง CPALL โดยราคาหุ้น Laggard ตลาด 8% ตั้งแต่หลังรัฐประหาร คาดกำไรผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และจะเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ครึ่งปีหลังเป็นต้นไป ขณะที่ทางเทคนิคมีสัญญาณฟื้นตัว เป้าหมาย 45.75-47 บาท บทวิเคราะห์ หุ้นเด็ดรายตัว>>>>>>> MThai News

บิลลี่ ไม่ท้อ! ถูกฟ้องเป็นบุคคลล้มละลาย!!
บิลลี่ โอแกน /  บิลลี่ ล้มละลาย / 

หลังมีข่าวสุดช็อก! นักร้องร็อกเกอร์ชื่อดัง บิลลี่ โอแกน ถูกศาลประกาศเป็นบุคคลล้มละลาย โดยราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่เมื่อวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุดเจ้าตัวเปิดใจถึงมรสุมชีวิตครั้งนี้ ยอมรับธุรกิจของตัวเองขาดทุนและกลายเป็นหนี้เยอะจนไม่สามารถผ่อนชำระหนี้ได้ ทำให้ถูกฟ้องกลายเป็นบุคคลล้มละลาย 3 ปี เผยสภาพจิตใจดีและตอนนี้มีญาติให้เป็นที่พึ่ง ขอบคุณทุกกำลังใจ!! "ช่วงนี้ก็คงต้องตั้งหลักคิดในเรื่องงาน เป็นกำลังใจให้คนที่ล้ม เร็วๆ นี้ผมคงจะทำงานให้เป็นเรื่องของช่วยเหลือสังคมโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนไร้ที่พึ่ง อย่างเช่นคนอนาถาต่างๆ ถึงตัวเราเองจะล้ม แต่เราไม่อยากให้คนอื่นๆ ที่ล้มเหมือนเราหมดกำลังใจ ในสังคมยังมีคนอีกมากที่มีความเดือดร้อนขาดคนเหลียวแล ผมเลยคิดจะจัดคอนเสิร์ตคนล้มช่วยคนไร้ รายได้จะเอาไปช่วยสถานพักพิงคนไร้ที่พึ่งของกระทรวงพัฒนาสังคมมนุษย์ ตอนนี้ทีมงานกำลังประสานงานกันอยู่" "เรื่องที่ถูกฟ้องล้มละลายเป็นเรื่องธุรกิจที่ขาดทุนเยอะครับ แล้วเราไม่สามารถที่จะหาเงินชำระหนี้ได้ ก็เลยเป็นไปตามที่ออกมาเป็นข่าวครับ หนี้เยอะจนจ่ายไม่ไหวครับ กับเรื่องที่เกิดขึ้นช่วงเวลาเครียดมันผ่านไปแล้วครับ ตอนนี้มองในเรื่องงานที่ช่วยคนอื่นได้ช่วยคนไร้ที่พึ่ง อยากให้สังคมมองตัวอย่างของคนที่แพ้มันไม่ได้แพ้ตลอด พรุ่งนี้เราเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ หลังจากนี้ระยะเวลาการเป็นบุคคลล้มละลายก็ 3 ปีครับตามกฏหมายถึงจะกลับมาได้ ช่วงนี้จะทำงานเกี่ยวกับสาธารณะกุศลมากขึ้น เรื่องของเรามันไม่ใหญ่มากหรอก มันอาจจะใหญ่สำหรับเรา แต่ในสังคมยังมีคนที่ไม่มีที่พึ่งเลย ส่วนเรายังมีญาติพี่น้องที่เราพึ่งได้ ญาติพี่น้องยังให้ความสนับสนุน สำหรับผมสบายมาก หลังจากนี้ 3 ปีก็คงทำงานเท่าที่ทำได้ตามที่กฏหมายกำหนด" "อย่างที่หลายท่านเห็นในเฟสบุ้ก ผมแต่งเพลงมาเพลงนึงชื่อว่าล้มละลาย เป็นเพลงที่ให้กำลังใจ เมื่อคืนนี้เขียนอีกเพลงนึงชื่อว่านักสู้ย่อมไม่ยอมแพ้ อยากให้เป็นตัวอย่าง ตัวอย่างที่ไม่ดีคืออย่าทำธุรกิจโง่ๆ แบบผม แต่ตัวอย่างที่ดีคือถึงเราจะล้มแล้วเรายังช่วยคนอื่นได้เสมอ เป็นบทเรียนที่มีค่า ชีวิตไม่เป็นไรครับ ผู้ใหญ่ในวงการก็มีที่บอกให้เข้าไปพบว่าเค้าจะช่วยเหลืออะไรเราได้บ้าง กำลังใจจากแฟนๆ เยอะมากครับก็ขอบคุณทุกท่านครับ ไม่ต้องห่วงครับ ขอบคุณกำลังใจต่างๆ ที่มอบให้ ขอบคุรทุกท่านที่ให้ความสนใจและติดตามข่าวคราว ไม่ต้องห่วงนะครับผมยังแข็งแรง ยังช่วยเหลือตัวเองได้อีกเยอะ" บิลลี่ กล่าว บิลลี่ โอแกน บิลลี่ โอแกน บิลลี่ โอแกน บิลลี่ โอแกน

หุ้นไทยเปิดบวก 3.57 จุด ลุ้นผล ECB ต่อ
ข่าว /  ข่าวตลาดหุ้น / 

ตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ (30 ต.ค.) เปิดทำการเมื่อเวลา 09.59 น. ดัชนีฯหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.57 จุด แตะที่ระดับ 1,566.24 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1,207.73 ล้านบาท บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซียไซรัส วิเคราะห์ว่า หลังจากเมื่อคืนนี้ผลประชุมเฟดออกมาตามคาด โดยเฟดประกาศยุติโครงการซื้อสินทรัพย์ หรือ QE ขณะที่ยังระบุว่าจะตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำต่อไปอีกนาน ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลงไม่มากนัก ส่วนตลาดหุ้นยุโรปยังปิดเป็นบวกโดยส่วนใหญ่ เพราะได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทเอกชน อย่างไรก็ตามส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นเอเชียไม่มากนัก เพราะส่วนใหญ่จะเป็นประเด็นที่นักลงทุนคาดการณ์ไว้แล้ว จึงทำให้เช้านี้ตลาดหุ้นเอเชียแกว่งตัวบวก-ลบในกรอบไม่กว้างมากนัก ซึ่งเมื่อวานนี้เราก็เริ่มเห็นแรงขายในตลาดหุ้นไทยที่มีออกมากดดันดัชนีมากขึ้นด้วย ทำให้ คาดว่าดัชนีฯหุ้นไทยมีสิทธิที่จะมีจังหวะแกว่งตัวผันผวนมากขึ้น และมีแนวโน้มที่จะเริ่มกลับไปปรับตัวย้อนลงให้เห็นอีกครั้งในเร็วๆ นี้ เพื่อรอติดตามการเปิดเผยตัวเลข GDP ของสหรัฐในค่ำวันนี้ (30 ต.ค.) รวมทั้งรอลุ้นผลประชุม ECB ในวันที่ 6 พ.ย. ด้วย แนะนำให้เน้นขายทำกำไรไว้ก่อนเช่นเดิม เพื่อรอหาจังหวะเลือกหุ้นซื้อใหม่เมื่อดัชนีฯกลับไปปรับตัวลง แนวรับที่ 1,560-1,550 จุด แนวต้านที่ 1,566-1,574 จุด บทวิเคราะห์ หุ้นเด็ดรายตัว>>>>>>> MThai News

กรมที่ดิน คืนความสุข ให้คนจนเช่าป่าช้าทำกิน
กรมที่ดินให้เช่าป่าช้า /  ข่าวล่าสุด / 

อธิบดีกรมที่ดิน เผย มีนโยบายเปิดให้คนจนเช่าที่ "ป่าช้าสาธารณะ - ทุ่งเลี้ยงสัตว์" ทำกิน ครอบครัวละ15 ไร่ เมื่อวันที่ 28 ต.ค. นายศิริพงษ์ ห่านตระกูล อธิบดีกรมที่ดิน เปิดเผยว่ากรมทีดินมีนโยบายในการเร่งจัดสรรที่ดินให้คนจน ตามที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายให้ส่วนราชการเร่งดำเนินโครงการที่มีประโยชน์ต่อประชาชนโดยเร็วในห้วงเวลา 3 เดือน แก้ปัญหาการไร้ที่ดินทำกินของเกษตรกร ทั้งนี้ทางกรมที่ดินจะร่วมกับทางจังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ จัดที่ดินให้ประชาชนที่ยากจนไม่มีที่ทำกิน ที่อยู่อาศัยเข้าครอบครองหรือบุกรุกที่ดินสาธารณประโยชน์ โดยนำที่ดินที่อยู่ในความดูแลของกระทรวงมหาดไทย เช่น ทุ่งเลี้ยงสัตว์สาธารณะ ป่าช้าสาธารณะ หมดสภาพการใช้ประโยชน์ร่วมกันแล้ว และจะมีการจัดทำประชาคมและให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ออกหนังสืออนุญาต ให้ประชาชนสามารถอยู่ในที่ดินของรัฐได้อย่างถูกต้องตามกฏหมาย และสามารถทำประโยชน์เนื้อที่ที่ทำกินอยู่จริงครอบครัวละไม่เกิน 15 ไร่ โดยให้เช่าราคาถูกมีกำหนดระยะเวลาคราวละ 5 ปี ในลักษณะไม่โอนกรรมสิทธิ์ ปัจจุบันสามารถจัดที่ดินได้ 105,914 แปลง 89,235 ครัวเรือน เนื้อที่ประมาณ 402,070 ไร่ ในพื้นที่ 59 จังหวัดสำหรับในปีงบประมาณ พ.ศ.2558 มีเป้าหมายจัดที่ดินทำกินให้ราษฎร 5,000 แปลง ในพื้นที่ 22 จังหวัด จะเริ่มแจกในพื้นที่ จ.ชุมพรและ จ.สุรินทร์ 874 ครัวเรือน 1,042 แปลง จำนวน 6,000 ไร่ ภายในเดือนธันวาคม 2557 ให้เป็นของขวัญปีใหม่ และคืนความสุขให้ประชาชน และจะเร่งรัดดำเนินการในพื้นที่อื่นๆ ต่อไป ขอบคุณข้อมูลจาก มติชนออนไลน์ MThai News

เรื่องดีๆ กำลังเข้ามา! บาโลเตลลี่ พ้นข้อหาคุกคามสาว
บาโลเตลลี่ /  มาริโอ บาโลเตลลี่ / 

หลังจากที่เมื่อคืน มาริโอ บาโลเตลลี่ ถูกเปลี่ยนลงมายิงประตูตีเสมอช่วยให้ทีมกลับมาอยู่ในเกมได้ใน ศึกแคปิตอล วัน คัพ ที่พบกับ สวอนซี และ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ก็สามารถเอาชนะไปได้ 2-1 ล่าสุดนั้นเขาก็ได้รับข่าวดีอีกเรื่องหนึ่ง คือ ตัวเขานั้นพ้นผิดจากข้อหา คุกคามหญิงสาวที่มาถ่ายรูปรถคันงานของเขานั้นเอง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อบ่ายวันพฤหัสที่ 23 ตุลาคม เมื่อมีหญิงสาวไม่ประสงค์ออกนาม มาถ่ายรูปรถเฟอร์รารี คันงามของ มาริโอ บาโลเตลลี แบบไม่ได้รับอนุญาติ ทำให้ตัวนักเตะเกิดอาการหัวเสียเข้าไปห้ามปราม และเกิดเป็นเรื่องเป็นราวขึ้น โดย บาโลเตลลี่ ถูกหญิงสาวคนดังกล่าวแจ้งความข้อหาคุกคาม ซึ่งล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกมายืนยันเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว แล้วว่าเขาไม่มีความผิดทางอาญาและไม่มีการจดบันทึกอาชญากรรมใดๆ ทั้งสิ้น โดยหญิงสาวที่เป็นคู่กรณีกับ บาโลเตลลี่ ก็ไม่ได้ติดใจเอาความใดๆ กับเรื่องที่เกิดขึ้นด้วย พร้อมตัดสินใจจะไม่แจ้งความการดำเนินการใดๆ ทั้งสิ้น ทำให้ เกรียนโอ้ พ้นข้อหาดังกล่าวไป ข่าวที่เกี่ยวข้อง เป็นข่าวไม่เว้นวัน! บาโลเตลลี่ ถูกตำรวจสอบคุกคามผู้หญิง

รู้แล้ว! เหตุรถไฟขยี้ 'คัมรี่' GPS เป็นต้นเหตุ
GPS /  รถไฟขยี้คัมรี่ / 

เหตุรถไฟขยี้เก๋งคัมรี่สองสามี-ภรรยา ญาติ เชื่ออุบัติเหตุ ไม่ใช่ฆ่าตัวตาย คาดก่อนเกิดเหตุสลด จอดดู GPS เช็คเส้นทางแล้วลืมดูทางรถไฟ  จากเหตุรถไฟสายหัวหิน-กทม.ขยี้รถเก๋งคัมรี่ของนายวิทยา รัตนะ หน.ฝ่ายบริหาร รพ.นราธิวาสราชนครินทร์ และนางรชตวรรณ รัตนะ ภรรยา จนทำให้ไฟลุกไหม้เสียชีวติคาซากรถ 2 ศพ บริเวณจุดตัดทางรถไฟบ้านนาแค หมู่ 5 ต.ต้นมะม่วง อ.เมือง จ.เพชรบุรี เหตุเกิดเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยจนท.ตำรวจสงสัยว่าเจตนาฆ่าตัวตาย รถไฟชนเก๋งคัมรี่ เสียชีวิตสองศพ โดยจากการตรวจสอบภาพวงจรปิดของ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเพชรบุรี พบว่ารถเก๋งคัมรี่ขับมาจอดนานประมาณ 20 นาที แล้วเหยียบคันเร่งพุ่งให้รถไฟชน ก่อนไฟลุกท่วม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตั้งปมอาจเป็นการฆ่าตัวตาย หรืออุบัติเหตุ ความคืบหน้า วานนี้ (29 ต.ค.) นายวริช รัตนะ บุตรชายนายวิทยา และนางรจนวรรณ กล่าวถึงสาเหตุการเสียชีวิตของบิดา มารดาที่อาจเป็นการฆ่าตัวตายว่า ประเด็นนี้ไม่มีทางเป็นไปได้ ญาติพี่น้องและคนรู้จักทุกคนไม่มีใครเชื่อ เพราะบิดามารดาของตนตั้งใจไปร่วมงานแต่งงานที่ จ.ขอนแก่น โดยจะแวะรับลูกสาวอีกคน และเยี่ยมยายที่กรุงเทพฯ ก่อนเดินทางไป จ.ขอนแก่น ซึ่งปกติบิดามารดาเดินทางไปกรุงเทพฯ เป็นประจำ แต่วันเกิดเหตุต้องการแวะซื้อของฝากที่ตัวเมืองเพชรบุรี จึงขับออกนอกเส้นทางที่เคยขับปกติ ช่วงเที่ยงก่อนเกิดเหตุยังโทรศัพท์สอบถามเส้นทางจากคนอื่นๆ รวมถึงถามเพื่อนๆ ว่าต้องการของฝากอะไรหรือไม่ จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะฆ่าตัวตาย นายวริชกล่าวอีกว่า ในการเดินทางบิดามารดาจะมีไอแพดและGPSใช้หาเส้นทาง และจากภาพเหตุการณ์จะเห็นว่า เมื่อมาถึงทางรถไฟรถของบิดามารดาได้จอดเข้าข้างทาง และเปิดไฟกะพริบ ซึ่งเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากกำลังตั้งระบบGPSอยู่ และบริเวณที่เกิดเหตุยังไม่มีไม้กั้น และไม่มีสัญลักษณ์แจ้งเตือน เมื่อเห็นรถคันหน้าขับข้ามทางรถไฟไป ก็เป็นสัญชาตญาณของคนขับตามหลังที่ออกรถตามไปด้วย โดยที่บิดามารดาอาจไม่ทันได้สังเกตว่ามีรถไฟวิ่งมา ด้านร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองเพชรบุรี เจ้าของคดี ระบุว่า จากการสอบสวนคนในครอบครัวของผู้ตาย เบื้องต้นสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นอุบัติเหตุ ไม่ใช่การจงใจฆ่าตัวตาย เนื่องจากทางญาติพี่น้องยืนยันตรงกันว่าทั้ง 2 ไม่เคยมีปัญหาเรื่องการเงินหรือเรื่องใดๆ ความรักก็ปกติ ก่อนเกิดเหตุผู้ตายทั้ง 2 กำลังเดินทางไปร่วมงานแต่งงาน โดยออกเดินทางมาจากบ้านที่นราธิวาส มาพักค้างคืนที่ชุมพร 1 คืน ก่อนเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ระหว่างทางได้ติดต่อพูดคุยกับทางญาติตลอด คาดว่าทั้ง 2 คนน่าจะหลงทางและกำลังเปิดเครื่อง GPS นำทางพร้อมโทรศัพท์ติดต่อพูดคุยกับญาติตลอดเวลา ส่วนภาพวงจรปิดที่เห็นทั้ง 2 จอดรถนานผิดปกตินั้น ทางญาติยืนยันว่าทั้ง 2 กำลังเปิดเครื่อง GPS เพื่อหาเส้นทางเดินทางไปยังหาดเจ้าสำราญ เพื่อซื้อของฝากและวิ่งตามถนนเลียบชายทะเล กระทั่งมาเกิดเหตุน่าโศกเศร้าขึ้นดังกล่าว นอกจากนี้ พยานที่เห็นเหตุการณ์ดังกล่าวได้เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นนายวิทยา กำลังก้มๆ เงยๆ อยู่กับแท็บเล็ตในรถ ขณะที่จอดอยู่ข้างทาง ก่อนที่รถจะเคลื่อนตัวออกไปเพื่อข้ามทางรถไฟ จนกระทั่งรถไฟพุ่งชนท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ MThai News ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ญาติยัน2ผัวเมียรถไฟชนดับ ไม่ใช่ฆ่าตัวตาย รถไฟชนคัมรี่ ไฟลุกวอดทั้งคัน ดับสยอง 2 ศพ

สาวน้อยผู้กล้าหาญ! หลบหนีรอดตายจาก เกาหลีเหนือ เพื่ออิสรภาพ
สาวเกาหลี /  หลบหนี เกาหลีเหนือ / 

          สาวน้อยผู้กล้าหาญ ยองมี ปาร์ค  ได้ถ่ายทอดเรื่องราวประสบกาณ์การหลบหนีออกมาจาก เกาหลีเหนือ ที่ทำให้ผู้ฟังถึงกับน้ำตาไหล สาวน้อยวัยเพียง 21 ปี ที่ชีวิตต้องแบกรับความทุกข์มากมาย จนต้องยอมเสี่ยงชีวิตหนีออกจากประเทศเพื่อให้ได้อิสรภาพ         เกาหลีเหนือ  เป็นประเทศเดียวในโลก ที่ไม่อนุญาตให้ติดต่อสื่อสารกันข้ามประเทศ ไม่มีอินเตอร์เน็ต และการลักลอบชมภาพยนตร์หรือโทรทัศน์ของต่างประเทศ ถือเป็นความผิดร้ายแรง เธอเล่าว่าตอนเธออายุ 9 ขวบ เธอเห็นแม่ของเพื่อนถูกประหารต่อหน้าสาธารณะชน เพียงเพราะดูหนังฮอลลีวูดเรื่องหนึ่ง พวกเขาไม่มีอิสระในการร้องเพลง อ่านหนังสือ ใส่เสื้อผ้า หรือแม้กระทั่งทรงผม          พี่สาวของเธอวางแผนที่จะหลบหนี จึงทำให้ตัวเธอและแม่ไม่มีทางเลือก เลยต้องหนีไปด้วยเช่นกัน ระหว่างที่พวกเขาพยายามหลบหนีข้ามประเทศ ตอนนั้นเธออายุเพียง 13 ปีเท่านั้น ต้องทนเห็นแม่ถูกข่มขืนต่อหน้าต่อตา แม่ยอมถูกข่มขืนแทนเธอ และเธอจะไม่มีลืมใบหน้าของเขาเป็นอันขาด       เธอต้องเดินข้ามผ่านทะเลทรายโกบี ซึ่งเป็นทะเลทรายที่ยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งของโลก ต้องเผชิญกับความร้อนระอุในตอนกลางวัน และในตอนกลางคืนก็หนาวจัด ซึ่งเหมือนเป็นการเดินทางเพื่อฆ่าตัวตาย ระหว่างที่เดินข้ามผ่านทะเลทรายเธอคิดว่าคงไม่มีใครบนโลกนี้สนใจเธอแล้ว มันเหมือนกับว่าโลกนี้มีเพียงแค่เธอกับดวงดาวบนท้องฟ้าเท่านั้น          หลังจากเธอเล่าเรื่องราวจนจบทุกคนที่มาร่วมงาน One young world 2014 ต่างลุกขึ้นปรบมือให้เธอกว่า 3 นาที และอีกหลายคนต้องปาดน้ำตากับเรื่องราวอันโหดร้ายที่เกิดขึ้น อิสรภาพ เป็นสิ่งที่ทุกคนโหยหา บางคนอยากมีอิสระทางการเงิน อิสระทางด้านความคิด แต่บางคนแม้แต่อิสรภาพในการชีวิตประจำวันก็ยังไม่มี จงเห็นคุณค่าในอิสรภาพที่ทุกคนมี แล้วจงใช้มันเพื่อทำให้ผู้อื่นมีความสุข  เรียบเรียงโดย Women mthai team ที่มาจาก www.oneyoungworld.com

โบรกฯคาดหุ้นไทยบวกต่อ แม้'เฟด'หยุดQE
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

โบรกฯคาดหุ้นไทยวันนี้บวกต่อ ถึงแม้ 'เฟด' จะประกาศหยุด QE ชี้ตลาดรับข่าวไปแล้ว ลุ้นดัชนีฯทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 1,580 จุด เก็บ Domestic plays ต่อเนื่อง บริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า วิเคราะห์ว่า ทิศทางตลาดวันนี้ผันผวน แต่คาดมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้น แม้มติเฟดจะยุติโครงการ QE แต่คาดเป็นสิ่งที่ตลาดรับรู้มาแล้วในช่วงที่ผ่านมา และคาดว่าตลาดให้น้ำหนักต่อประเด็นอัตราดอกเบี้ย ที่คาดเป็นปัจจัยหนุน ซึ่งล่าสุดเฟดยังคงอัตราดอกเบี้ย 0 - 0.25% ต่อไปอีกเป็นเวลานานขึ้น จากที่มีความกังวลว่าเฟดจะมีการพิจารณาขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดหมายไว้ หลังเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ในช่วงที่ผ่านมาส่งสัญญาณดีขึ้นตามลำดับ ทางด้านประเด็นในประเทศ ยังไม่มีปัจจัยชี้นำใหม่ๆ แต่คาดได้รับปัจจัยบวกจาก Fund Flow หลังต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิ เกือบ 1,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตามคาด ภาพรวมยังมีความผันผวน แรงซื้อ-ขายสุทธิ สลับกัน ขณะที่อยู่ระหว่างประกาศงบไตรมาส 3 ที่คาดยังมีแรงเก็งกำไรต่อเนื่อง ถึงกลางเดือนพย. แนะติดตามความชัดเจนเกี่ยวกับวงเงินลงทุนกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระยะเวลา 8 ปี (58–65) ซึ่งกระทรวงคมนาคมจะสรุปในเดือนพย. เพื่อช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ และเพิ่มศักยภาพของประเทศ ให้รองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ซึ่งคาดกลุ่มรับเหมาก่อสร้างน่าจะได้รับผลดีในระยะยาว ด้านบริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต ประเมินว่าแนวโน้มดัชนีฯระยะสั้น แม้มีความเสี่ยงจากแรงขายทำกำไร แต่ประเมิน Downside Risk จำกัดที่ 1,557 จุด และคงเป้าหมายการปรับสูงขึ้นระยะสัปดาห์ที่ 1,600 จุด ขณะที่การประชุม FOMC เมื่อคืนนี้ FED ยุติมาตรการ QE ตามคาด ขณะที่ดอกเบี้ยจะยังอยู่ในระดับต่ำต่อไป โดยข้อมูล Fed Funds Futures ล่าสุดแสงให้เห็นถึงโอกาสที่ Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ยภายใน ก.ย.2015 ลดลงเหลือ 42% จากสิ้นเดือนก่อนที่ 76% มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบสอง หนุน Domestic Plays แนะนำซื้อ Domestic Plays ต่อเนื่อง โดยเป็นกลุ่มที่ได้รับผลดีจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐฯ โดยตรง อย่าง KBANK, BBL, CK, STEC, SPALI, LPN, QH, SIRI, SAMART, BEAUTY, SAPPE และ BGH โดยรัฐบาลมีแผนที่จะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมเร็วๆ นี้ สำหรับวันนี้ คาดว่าดัชนี SET จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,560-1,568 จุด มีโอกาสขึ้นไปทดสอบแนวต้านย่อยที่ระดับ 1,580 จุด หุ้นเด็ดรายตัว คลิ๊ก>>>>>>> MThai News

เอาอีกแล้ว! นอยเออร์ ดันเกมสูงเลี้ยงบอลครึ่งสนาม
นอยเออร์ /  บาเยิร์น มิวนิค / 

กลายเป็น ซิกเนเจอร์ ไปซะแล้วกับการเลี้ยงบอลดันเกมสูงของ มานูเอล นอยเออร์ ยอดนายทวารของ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ที่ล่าสุดไปโชว์ Skill เทพในศึก เดเอฟเบ โพคาล รอบ 16 ทีมสุดท้าย กับ "สิงห์เหนือ" ฮัมบวร์ก เมื่อคืนที่ีผ่านมา :)

วิวาห์ล่ม! เต๋อ น้ำตาซึม เลิก!! พีค
พีค ภัทรศยา /  เต๋อ ฉันทวิชช์ / 

ช็อก! กันถ้วนหน้า พระเอกหนุ่ม เต๋อ ฉันทวิชช์ เผยงานวิวาห์ล่ม!! โดยออกมายอมรับกับสื่อด้วยน้ำตาคลอเบ้าว่าได้เลิกรากับทางสาว พีค ภัทรศยา ลงแล้ว หลังทั้งคู่ใช้เวลาดูใจกันมาได้ 7 ปีซึ่งถือเป็นเลขอาถรรพ์ สำหรับสถานะตอนนี้เหลือแค่พี่น้องแม้ในเรื่องของความรู้สึกจะยังรักกันมากก็ตาม เผยสาเหตุเกิดจากหลายๆ เรื่องสะสมมานานจนกลายเป็นเรื่องใหญ่ และไปกันไม่ได้ ดังนั้นจึงคุยกันด้วยดีและเลือกทางออกได้ว่าควรจะตัดไฟตั้งแต่ต้นลม เบรกงานแต่งที่แพลนกันไว้คร่าวๆ ว่าจะเป็นในปีหน้าเอาไว้ก่อน ดีกว่าถ้าแต่งกันไปแล้วต้องเลิกกันในอนาคตนั่นเอง... ซึ่งถ้าหากมีความคืบหน้าอย่างไรทางทีมข่าว gossipstar.mthai.com จะติดตามรายละเอียดมารายงานให้ทราบกันต่อไป พีค-ภัทรศยา เลิก เต๋อ ฉันทวิชช์ พีค - เต๋อ พีค - เต๋อ พีค - เต๋อ พีค - เต๋อ พีค - เต๋อ

เฟสบุ๊ค ลบภาพ ให้นมลูก เพราะมีคนกดรีพอร์ตว่านี่เป็นภาพโป๊ที่ดูน่ารังเกียจ
คลอดก่อนกำหนด /  เลี้ยงลูก / 

เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม คือวันที่ เอ็มม่า บรอน ให้กำเนิดลูกสาว แต่เป็นการคลอดก่อนกำหนดถึง 12 สัปดาห์ ทำให้ลูกสาวของเธอมีน้ำหนักเพียง 2 ปอนด์ หรือประมาณ 1 กิโลกรัม และคุณหมอได้บอกกับเธอว่า ลูกสาวเธออาจมีชีวิตอยู่ได้ไม่ถึง 3 วัน ให้ทำใจไว้ แต่ปาฎิหารเกิดขึ้นกับเธอ เมื่อลูกน้อยกลับมีชีวิตอยู่ได้ โดยหลังจากผ่านมา 12 วัน เธอเลี้ยงลูก ด้วยนมแม่ โดยการ ให้นมลูก เหมือนดังที่แม่คนอื่นๆทำ และถ่ายทอดเรื่องราวพร้อมภาพถ่ายลงในเฟสบุ๊ค ถึงวินาทีที่เธอได้มีโอกาส ให้นมลูก ด้วยตัวเอง ว่าเป็นช่วงเวลาที่วิเศษที่สุด โดยมีเหล่าเพื่อนๆและคุณแม่ติดตามและให้กำลังใจเธอเป็นจำนวนมาก จนกระทั่ง มีใครบางคน กดรีพอร์ตรูปการ ให้นมลูก ของเธอ ว่านี่เป็นภาพโป๊ จึงถูกเฟสบุ๊คลบรูปออกจากระบบทั้งหมด งานเข้าสิ่! เมื่อเหล่าคุณแม่พากันเรียกร้องเฟสบุ๊คทันทีว่า ให้นมลูก มันโป๊ตรงไหน? โดยหลังจากที่เธอตั้งคำถามถึงการถูกลบภาพของเธอบนสเตตัส และชักชวนเหล่าคุณแม่มาช่วยสนับสนุนความเห็นเธอว่า รูปภาพการให้นมลูกโป๊หรอ เพียงไม่นานก็มีคุณแม่ทั่วโลกให้การสนับสนุนเธอเป็นจำนวนมาก โดยมียอดไลค์ถึง 166,000 และยอดแชร์กว่า 22,000 แชร์ ร้อนไปถึงเฟสบุ๊คที่ต้องนำรูปที่ลบออกไปกลับมาคืน และ ถึงกับต้องปรับปรุงนโยบายใหม่ โดยระบุว่า หากเป็นภาพหน้าอกที่เป็นลักษณะของการให้นมลูก หรือ การถ่ายทอดของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่แสดงภาพให้เห็น ทางเฟสบุ๊คจะสนับสนุนอย่างเต็มที่และยินยอมให้เผยแพร่ได้  เรื่องโดย Women Mthai Team ที่มาเนื้อหาจาก www.buzzfeed.com

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

7 ท่าออกกำลังกายสลายพุง
ซิทอัพ /  ซิทอัพลดหน้าท้อง / 

7 ท่าออกกำลังกายสลายพุง ท่าที่คัดมาเหล่านี้เป็นท่าในกลุ่ม บอร์ดี้เวท ที่ไม่ต้องอาศัยอุปกรณ์ในการเล่น อาจเสริมด้วยเบาะ หรือเสื่อยางเพื่อป้องการบริเวณหลังได้ โดยท่าเหล่านี้สามารถปฏิบัติได้ทุกที่ทุกเวลา ก่อนอื่นต้องเข้าใจเสียก่อนว่าการออกกำลังกายเเบบนี้ไม่สามารถลดไขมันที่พุงได้โดยตรง ไม่สามารถสลายไขมันเฉพาะส่วนได้ แต่เป็นการสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อ ถ้าอยากจะได้พุงที่แบนราบ หน้าท้องที่สวยงาม จะต้องทำควบคู่กับการไดเอต โดยการหลีกเลี่ยงอาหาร หวาน มัน เค็ม และ ทานอาหารที่มีพลังงานตามที่ร่างกายต้องการ นอกจากนี้จะต้องปรับจำนวนเซตเพิ่มน้ำหนัก หรือ ปรับความยากของท่าขึ้น เมื่อร่างกายค่อยๆแข็งเเรงขึ้น ที่สำคัญจะต้องทำอย่างทำสม่ำเสมอ ต่อเนื่องและมีวินัย โดยสำหรับมือใหม่ อาจเริ่มต้นทำที่จำนวนไม่มากก่อน 8-10 ครั้ง จำนวน 2 เชต แล้วค่อยๆเพิ่มจำนวนครั้งและจำนวนเซตขึ้น และแนะนำให้เสริมการออกกำลังกายอย่างอื่นๆเพิ่มเติมด้วย Plank to Pushup // ทำ 10-12 ครั้ง 2-3 เชต ท่านี้เป็นการผสมกันระหว่างการ Plank และ การดันพื้น โดนเริ่มที่ Plank แบบตั้งศอกราบกับพื้น ตั้งตัวตรง ก้นไม่โด่ง หลังไม่แอ่นไม่งอ จะรู้สึกเกร็งที่แกนกลางลำตัว จากนั้นดึงข้อศอกตั้งฉากกับพื้นที่ละข้าง และดันตัวขึ้น ยืดแขนให้หัวไหลตั้งฉากกับพื้นจนขึ้นมาสู่ท่าเตรียมดันพื้น โดยงอแขนเล็กน้อยอย่าให้ตึงหรือกระตุกข้อศอก จากนั้นทำลักษณะเดิมกับท่าตอนลงโดย ยุบข้อศอกลงว างราบกับพื้นทีละข้างจนเข้าสู่ท่าเริ่มต้น ขณะทำอย่ากลั้นหายใจ หายใจเข้า-ออกปรกติ จังหวะออกแรงดันให้หายใจออก Oblique Twists // 10-12 ครั้ง 2-3 เชต ท่านี้เป็นท่าในกลุ่ม Plank เช่นกัน แต่จะเน้นการออกแรงที่ด้านข้างลำตัว เอว สะโพก โดยเริ่มต้นที่ท่า Side plank เอามือแตะใบหู ตั้งตัวตรง ไม่งอไม่แอ่นหลัง (สำหรับมือใหม่ให้วางเข่าลงบนพื้นได้ หรือจะยกตัวค้างไว้แล้วจับเวลาก็ได้) จากนั้นค่อยๆบิดตัวให้ปลายศอกชี้ลงพื้น จากนั้นบิดตัวกลับพร้อมเหยีดแขนขึ้น พับศอกวางมือแตะที่ใบหู สู่ท่าเริ่มต้น นับเป็นหนึ่งครั้ง ขณะทำอย่ากลั้นหายใจ หายใจเข้า-ออกปรกติ Sit-ups // 12-15 ครั้ง 2-3 เชต ท่าเบสิกพื้นฐานที่ใครๆก็รู้จัก ความหนัก ความเกร็งของท่านี้สามารถเพิ่มได้ตามระยะของการวางเท้าและจังหว่ะการยกตัว โดยเริ่มต้นที่ท่านอนหงายตั้ง เข่าขึ้น (สำหรับมือใหม่อาจให้คนอื่นช่วยจับปลายเท้าหรือขัดกับสิ่งของหนักๆจะทำให้ง่ายขึ้น) วางมือแตะที่ใบหูไม่ช้อนไม่ดึงต้นคอและท้ายทอย เพราะจะทำให้ปวดคอได้ ยกตัวขึ้น โดยให้หลังส่วนล่างยังสัมผัสพื้นอยู่ พยายามจัดหลังให้เป็นแนวตรง เมื่อถึงจุดที่รู้สึกเกร็งท้องให้หยุด แล้วค่อยนอนลงคลายท่าลง ช้าๆ พยายามทำช้าๆ อย่าขี้โกงโดยการเล่นเร็วหรือทิ้งตัวเร็ว และขณะทำอย่ากลั้นหายใจ หายใจเข้า-ออกปรกติ โดยหายใจเข้าตอนที่นอนลง และเป่าลมออกขณะที่ยกตัวขึ้น Reverse Crunch // 12-15 ครั้ง 2-3 เชต ท่านี้จะได้ส่วนของหน้าท้องส่วนกลางและส่วนล่าง โดยเริ่มต้นที่ท่านอนหงาย หลังแนบกับพื้น วางมือแนบลำตัว หรือรองฝ่ามือไว้ใต้สะโพก (สำหรับมือใหม่จะใช้มือจับสิ่งของหนักๆ ไว้เหนือศรีษะเพื่อเป็นหลักก็ได้) งอเข่าขึ้นเล็กน้อย โดยให้ส้นเท้าแตะพื้น จากนั้นค่อยดึงขาขึ้น ให้รู้สึกว่ายกหน้าขาขึ้นทั้งสองขา จนรู้สึกเกร็งที่ท้อง จากนั้นค่อยลดขาลงสู่ท่าเริ่มต้น ท่านี้จะต้องทำช้าๆ เพราะจะรู้สึกเกร็งหน้าท้องด้านล่ามากขึ้นในจังหว่ะที่ขาใกล้ๆถึงพื้น ยิ่งยกช้ามากเท่าไหร่ท้องก็จะได้เกร็งมากขึ้น ขณะทำอย่ากลั้นหายใจ หายใจเข้า-ออกปรกติ Bicycle Crunch // 12-15 ครั้ง 2-3 เชต เป็นท่าในกลุ่ม Crunch ที่ให้ผลกับท้องและข้างลำตัว โดยเริ่มต้นที่ท่านอนหงาย มือแตะใบหูไม่ช้อนคอหรือท้ายทอย พับขาข้างขวาพร้อมเหยีดขาข้างซ้ายออก ในขณะเดียวกันกับที่ยกลำตัวส่วนบนขึ้น จากนั้นบิดตัวให้ศอกด้านตรงข้ามกับขาที่งออยู่ดึงเข้าหากัน ทำสลับซ้าย-ขวา นับเป็นหนึ่ง ขณะทำอย่ากลั้นหายใจ หายใจเข้า-ออกปรกติ V Sit Up // 12-15 ครั้ง 2-3 เชต ท่านี้เป็นการผสมระหว่าง V sit กับ การ Sit up โดยเริ่มต้นที่การนอนหงาย มือแตะใบหูไม่ช้อนลำคอและท้ายทอย จากนั้นยกลำตัวส่วนบนขึ้นพร้อมกับดึงเข่าทั้งสองข้างเข้าหาหน้าอก แล้วค่อยๆเหยียดขาออกเป็นแนวตรงรูปตัววี เกร็งไว้ครู่นึง แล้วคลายท่ากลับสู่ท่านอนหงายจะนับเป็นหนึ่งครั้งทำช้าๆเนิบๆจะได้ผลดีกว่า ขณะทำอย่ากลั้นหายใจ หายใจเข้า-ออกปรกติ สำหรับมือใหม่ให้วางมือลงที่พื้นด้านหลังลำตัวเล็กน้อย แล้วทำตามขั้นตอนเหมือนด้านบน Mountain Climbers // 12-15 ครั้ง 2-3 เชต สำหรับท่านนี้เป็นท่าในกลุ่มการบริหารแกนกลางลำตัว ถ้าหากต้องการให้ท่ามีความหนักขึ้นให้ใช้การจับเวลาเป็นเซต เซตละประมาณ 30 วินาที โดยทำเร็วและต่อเนื่อง เพิ่มความเร็วในการสลับขาไปมา ถ้าต้องการเน้นที่กล้ามเนื้อจะต้องเกร็งตัวให้อยู่ในแนวตรงดึงเข่าให้ใกล้หน้าอกมากที่สุด ไม่งอหลังก้นไม่โด่ง ศอกไม่ตึง งอแขนเล็กน้อย เริ่มต้นที่ท่าเตรียมดันพื้น จากนั้นดึงเข้าเข้าหาหน้าอก สลับซ้าย-ขวา นับเป็นหนึ่งครั้ง สำหรับมือใหม่อาจช่วยลดความยากโดยวางมือบนเสต็ป หรือ แทนที่สูงกว่าพื้นก็ได้ เครดิต : www.lovefitt.com

โฟกัส จิระกุล เผยทุกสิ่ง กับบทสาวขี้หึง ไม่ว่าเป็นหรือตาย!! ใน The Eyes Diary
The Eyes Diary /  คนเห็นผี / 

หลังจากที่แอบปลื้มนาน ในที่สุดนักแสดงสาว โฟกัส จิระกุล ก็ได้ร่วมงานกับ มะเดี่ยว ชูเกียรติ ผู้กำกับในดวงใจ ในภาพยนตร์ The Eyes Diary คนเห็นผี งานนี้ โฟกัสขอท้าทายตัวเอง สวมบทบาทหญิงสาวขี้หึงและชอบให้แฟนแสดงออกว่ารักตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นหรือตาย และในวันนี้ โฟกัส จะมาเผยทุกข้อสงสัยและทุกสิ่งที่คุณอยากรู้ เกี่ยวกับผลงานเรื่องล่าสุดนี้กัน โฟกัส จิระกุล ก่อนอื่นเลย ขอให้โฟกัสอัพเดตตัวตน และผลงานที่ผ่านมาหน่อยครับ? "สวัสดีค่ะ โฟกัส จิระกุล นะคะ เริ่มต้นทำงานตั้งแต่อายุ 6 ขวบเริ่มจากพวกโฆษณา และมีโอกาสได้มาเล่นหนังเรื่องแรกเรื่องแฟนฉันตอนอายุ 9 ขวบ จากนั้นก็เล่นหนัง เล่นละคร แสดงเอ็มวี ทำหลายอย่างค่ะในระหว่างหลายปีที่ผ่านมา เป็นพิธีกรก็เป็นมาแล้ว ล่าสุดตอนนี้กำลังมีผลงานหนังเรื่อง The Eyes Diary ค่ะ" หลายๆคน คุ้นเคยกับโฟกัสในภาพยนตร์ โดยส่วนตัวแล้วผูกพันกับงานภาพยนตร์มากน้อยแค่ไหนครับ? "จริงๆก็โตมากับหนังค่ะ จุดเริ่มต้นของเราคือภาพยนตร์ ก็เหมือนสนใจภาพยนตร์เรื่อยๆมาโดยตลอด ก็คิดไว้ว่าอยากจะเรียนภาพยนตร์ ต่อมาได้มีโอกาสมาเล่นละคร แต่ก็รู้สึกได้เลยว่าเราชอบเล่นหนังมากกว่า คนที่เล่นหนังก็จะชอบเล่นหนัง แต่สำหรับคนเล่นละครมาก็จะบอกว่าเล่นละครง่ายกว่า จนกระทั่งพอเข้ามหาวิทยาลัยก็เลยเลือกเรียนภาพยนตร์ ตอนนี้ก็เรียนอยู่ชั้นปี4 วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒค่ะ จริงๆก็อยากลองเขียนบทค่ะ ก็ได้เรียนเขียนบทกับอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย รู้สึกว่าเราก็พอเขียนได้ พอเริ่มเรียนก็รู้สึกว่าอยากลองเขียนดู แต่ยอมรับว่าการจะเขียนบทสักเรื่องหนึ่งมันเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะต้องใช้เวลานานมาก ขนาดเรื่องที่เขียนส่งอาจารย์ ก็ยังรู้สึกว่ามันยาก จริงๆหนูเป็นคนชอบดูหนังค่ะ การเป็นคนชอบดูหนังมันก็จะทำให้เราเก็บเกี่ยวประสบการณ์เอาอันนั้นผสมกับอันนี้แล้วมันอาจจะออกมาเวิร์คมากกว่า แต่เราก็ไม่ได้เป็นคนจินตนาการสูงขนาดนั้น" ในผลงานล่าสุด The Eyes Diary คนเห็นผี เป็นไงมาไงถึงได้มาเป็นตัวละครสำคัญในเรื่องนี้ครับ? "พอดีมีพี่ที่รู้จักกันทำงานอยู่กับพี่มะเดี่ยวเป็นแคสติ้งค่ะ พอเขาเห็นบทแล้วนึกถึงเราว่าเราเล่นได้ เลยลองเสนอกับพี่มะเดี่ยวดู ซึ่งพี่มะเดี่ยวก็โอเคให้มาแคสติ้ง กัสอ่านบทแล้วก็โอเค เพราะแค่ขึ้นชื่อว่าพี่มะเดี่ยวกลับมาทำหนังสยองขวัญก็ตื่นเต้นแล้ว กัสติดตามพี่เขามาตั้งแต่ 13 เกมสยอง คือพี่เขาทำไว้สยองจริงๆ ค่ะ ชื่นชมผลงานพี่เขาด้วย เลยตัดสินใจรับเล่นเรื่องนี้" ตอนที่เห็นบท-อ่านบทครั้งแรกรู้สึกอย่างไรบ้างครับ? "ตอนเห็นบทหนังเรื่องนี้ครั้งแรกก็นึกถึงพี่มะเดี่ยวก่อนเลยค่ะ ว่าเขาจะทำออกมาได้สยองขนาดไหน เพราะจากเรื่อง 13 เกมสยองพี่เขาทำไว้ได้โอเคมากๆ และพอมาเรื่องนี้อ่านบทดูก็คิดว่าน่าจะมีจุดเด็ดๆอยู่หลายจุด เพราะในหนังเรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่หนังแนวสยองขวัญเพียงอย่างเดียว แต่มันมีในเรื่องของความรักในวัยรุ่นด้วย เป็นความรักหนุ่มสาว แต่มันจะเกี่ยวกับความสยองขวัญยังไงต้องไปดูค่ะ" แบบนี้ต้องให้โฟกัสเล่าให้ฟังแล้วว่า ความน่าสนใจของคาแรคเตอร์ที่ได้รับเป็นอย่างไรบ้าง? "คาแรคเตอร์ของปลาก็จะเป็นผู้หญิงวัยรุ่นคนหนึ่งที่จริงจังในเรื่องความรักมาก มีนิสัยเหมือนผู้หญิงทั่วไป คือขี้งอน ขี้หึง เรียกร้องความสนใจ อยากให้แฟนสนใจ อยากให้เขาแสดงความรักกับเรามากกว่านี้ ในขณะที่น็อต (แสดงโดย ปั้นจั่น)ที่เป็นแฟนเราเขาก็แบบไม่ค่อยแสดงออก แบบแค่นี้ก็พอรึเปล่า นอกจากนี้ตัวปลาเองก็จะเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับสิ่งของทุกอย่างที่แฟนให้มาไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตาที่เคยได้มาในวันครบรอบ หรือตัวเขาก็จะรักตุ๊กตาตัวนี้มาก พูดได้ว่าตัวละครปลาจะเน้นหนักไปในเรื่องของความรัก ทั้งเรื่องก็จะอยู่กับความรัก ส่วนในเรื่องของผีนี่ถ้านับจริงๆเรียกได้ว่าปลาเป็นคนที่เจอผีบ่อยที่สุด เยอะที่สุด โดยที่ตัวปลาเองไมได้อยากจะเห็นผีเลย แต่ก็ต้องมาเห็น" คาแรคเตอร์ของปลากับโฟกัส เหมือนหรือแตกต่างกันบ้างไหมครับ? "ปลาเป็นผู้หญิงร่าเริง โลกสวย ยิ้มง่าย เหมือนผู้หญิงทั่วไป แต่ในเรื่องความรักเขาจะเป็นคนที่ใส่ใจมากๆ รักแฟน หวงแฟน ขี้หึง ขี้งอน โกรธง่าย ซึ่งมันคนละแบบกับกัสนะ เรียกได้ว่าไม่ใกล้กันเลย คือตัวจริงกัสจะเป็นคนที่เฮฮากว่าเยอะ ส่วนในเรื่องของความรักก็ไม่ได้เป็นคนขี้งอนขนาดนั้น ไม่ได้แบบว่าเธอต้องจดวันสำคัญวันนี้ให้ได้นะ และกัสก็ไมได้ขี้หึงขนาดนั้นด้วย แต่ส่วนในเรื่องรักใครรักจริง รักแฟนมากๆ กัสว่าเป็นแบบนี้ทุกคนแหละเวลาที่เรารักใครนะ" ภาพยนตร์ The Eyes Diary มีเรื่องราวเป็นยังไงบ้างครับ? "ก็เป็นเรื่องราวของผู้ชายคนหนึ่งที่เขารักและผูกพันกับแฟนของเขามาก แต่คืนหนึ่งก็มีเหตุให้ทะเลาะกันแล้วก็ขับรถไปชน ทำให้แฟนตัวเองตาย ชีวิตก็เปลี่ยนไป ฝังตัวเองอยู่กับความเศร้า คิดแต่ว่าอยากจะเจอแฟนสักครั้ง เลยพยายามหาวิธีที่จะทำให้ตัวเองเห็นผีแล้วหวังว่าหนึ่งในผีเหล่านั้นก็อาจจะเป็นแฟนตัวเอง ก็เริ่มจากไปเป็นอาสาเก็บศพแล้วก็แอบเก็บของคนตายโหงกลับมาบ้าน แต่จะเห็นผีมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ  เพื่อนๆมหาวิทยาลัยที่เรียนมาด้วยกันหรือแม้แต่เพื่อนที่มูลนิธิพยายามเตือนก็ไม่ฟัง เริ่มถลำตัวเองลงไปลึกอีกเรื่อยๆ  และกลายเป็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนอกจากมันไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิดแล้ว แต่มันกลับส่งผลต่อทุกชีวิตที่อยู่รอบตัวเขาแทน" ลองเล่าถึงมิติความหลอนของ The Eyes Diary หน่อยครับ "อันแรกก็คือในส่วนของผีในภาพยนตร์เรื่อง The Eyes Diary คือมีผีเยอะมากๆ แล้วผีทุกตัวก็จะมีเรื่องราว จะไม่ใช่แค่โผล่ออกมาหลอกแฮ่แล้วจบ ซึ่งผีแต่ละตัวจะถูกออกแบบมาให้มีสภาพที่แตกต่างกัน ซึ่งอันนี้ต้องยกนิ้วให้พี่ทีมเอฟเฟกต์ค่ะ เก่งมากจริงๆ คือแต่งออกมาได้เหมือนมาก น่ากลัวมากๆ แล้วก็สถานที่และบรรยากาศในการถ่ายทำด้วยความที่เป็นหนังผี ความโหดร้ายจะอยู่ตรงสถานที่ และที่ฟังมาสถานที่ถ่ายทำทุกที่คือเป็นสถานที่ที่ร้างจริงๆ โรงพยาบาลร้างที่สร้างไม่เสร็จแล้วทุกอย่างมันก็คือยังไม่สมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นบันได รูลิฟท์ แล้วยังมีพวกท่อที่สามารถเดินตกลงไปได้เลย แล้วตอนที่ถ่ายเป็นกลางคืนด้วย ต้องมีคนคอยส่องไฟฉายให้ตลอดเวลา เพราะถ้าพลาดนิดหนึ่งนี่คือตกลงมาข้างล่างเลยนะ เพราะเราถ่ายกันอยู่ที่ชั้น 3-4 ตกลงมาก็มีขาหักได้ค่ะ ส่วนบ้านร้างก็คือร้างจริงๆ แอบน่ากลัว คือสถานที่โหด จริงๆ ไม่ได้กลัวนะคะ อาจเป็นเพราะว่าเราชอบอะไรแนวนี้อยู่แล้วด้วย แต่ถ้าให้ไปถ่ายคนเดียวคงไม่กล้า เพราะมันร้างจริงๆ แต่บ้านสวยนะ ถ้าไม่ร้างจะดีมาก" ทราบมาว่าในการถ่ายทำหนังผีเรื่องนี้ มีอุปสรรคพอสมควร จริงหรือเปล่าครับ? "อุปสรรคในเรื่องนี้ที่จริงมีเยอะมากค่ะ อย่างแรกเลยเราถ่ายช่วงที่มีฝนตก(พายุฤดูร้อน) แล้วยุงเยอะมาก เหมือนเป็นแหล่งชุกชุมของยุง คนที่แต่งเอฟเฟกต์ก็ร้อนเห็นแล้วสงสารเลย ที่เห็นว่าออกมาน่ากลัวขนาดนี้จริงๆ แล้วเขาทนร้อน ทนยุง ทนเหงื่อ แบบทุ่มทุนกันสุดๆ ฝุ่นเยอะด้วยค่ะทั้งกัสทั้งพี่มะเดี่ยวก็แพ้ฝุ่นคันตามตัว และด้วยอากาศแบบฝนๆ ร้อนๆ สถานที่ก็มีฝุ่นเยอะพี่มะเดี่ยวถึงขั้นป่วยเข้าโรงพยาบาล แต่ด้วย สปีริทของผู้กำกับเขาก็กำกับผ่านเฟสไทม์ค่ะ แต่นักแสดงเรื่องนี้ก็ทุ่มเทกันสุดๆนะ อย่างกัสนี่แพ้ฝุ่นและเป็นตากุ้งยิงด้วย พักผ่อนน้อย ส่วนแจ๊คก็คอเคล็ดเพราะต้องแสดงฉากแอคชั่น น่าสงสารนะ กัสเข้าใจเวลาคอเคล็ดมันก็จะหันลำบาก พอแจ๊คต้องมาเข้าฉากมันก็ลำบากเวลาหันมาคุยกันก็ต้องหันทั้งตัว และยังมีพี่ปั้นจั่นอีก คนนี้เหนื่อยหน่อยเพราะระหว่างที่เขาถ่ายหนัง ก็มีถ่ายละครด้วย เขาจะต้องบินไปบินกลับ เหนื่อยสุดๆ แล้วเขาก็ปวดไหล่ด้วย นี่แหละค่ะอายุก็ไม่ใช่น้อยๆ กระดูกไม่แข็งแรง (หัวเราะ)ที่จริงในเรื่องนี้เราเล่นจริงกันหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นโดนผีกระชากขาบ้าง ก็เล่นเองหมดเลย ก็เป็นคนชอบอะไรแบบนี้อยู่แล้วด้วย สนุกดีค่ะ ก็เป็นประสบการณ์แบบใหม่ดี เคยเล่นหนังผีมาก่อนนะ แต่มันคนละแนวกันเลย" มีการใช้เทคนิคใหม่ๆ และมุมกล้องทางด้านภาพ มาช่วยเพิ่มระดับดีกรีความหลอนอีกด้วย เล่าให้ฟังหน่อยครับ? "หนังเรื่องนี้มีเทคนิคการถ่ายทำเยอะมาก ไม่ใช่แค่วางกล้องแล้วจบนะคะ เพราะเรามีถ่ายบน Drone เหมือนเอากล้องไปติดไว้กับเครื่องบินบังคับ ก็ถ่ายกันทั้งมุมเบิร์ดอายวิว (มุมกล้องทางอากาศ) ไหนยังมี สเตดิแคมที่แทนสายตาคนดู (ผกก.ภาพแบกกล้องติดกับตัว เดินหรือวิ่งเข้าไปถ่ายใกล้ชิดกับตัวละคร) เวลาถ่ายออกมามันจะทำให้คนดูมีอารมณ์ร่วมไปกับหนังมากขึ้น และด้วยความที่เป็นหนังผี ถ้าภาพมันเหมือนกับการที่เราได้มีส่วนเข้าไปอยู่ในหนังด้วย เห็นเหตุการณ์ไปพร้อมๆ กับตัวละครนั้นด้วย มันก็จะเพิ่มดีกรีความหลอน ความสยองยิ่งขึ้นค่ะ" พูดถึงการทำงานร่วมกับผู้กำกับภาพยนตร์ที่ชื่อ มะเดี่ยว หน่อยครับ? "พี่มะเดี่ยวเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับรายละเอียดของหนังมากๆ ทุกอย่างเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเฟรมภาพ แสงต้องได้แบบนี้นะ นักแสดงต้องเล่นได้ขนาดนี้ พี่เขาจะเป็นคนที่เป๊ะมากๆ เป๊ะจริงๆ แต่ละฉากนี้สังเกตได้เลยว่าทุกคนจะโดนเหมือนกันหมดคือพี่มะเดี่ยวจะบอกว่าดีๆ ขออีกทีเผื่อไว้ เขาจะบอกว่าแบบนี้ดีแล้ว แต่อยากให้ดีมากกว่านี้ ขออีกทีหนึ่ง เผื่อเก็บไว้ คือในเรื่องนี้เราต้องเล่นกันจริง ไม่ว่าจะโดนผีกระชากขา แต่งเอฟเฟกต์ที่ขา เจอผีก็ต้องกรี๊ด พี่มะเดี่ยวเขาจะมีสูตรว่าเวลาเจอผีต้องแบบนี้นะ ก่อนจะกรี๊ดต้องตกใจแบบนี้ พี่มะเดี่ยวก็จะเข้ามาสอนทุกๆ ฉากที่สำคัญ อย่างฉากเจอผีพี่เขาจะมาเล่นให้ดู มาคอยบอก คอยสอน กัสก็จะเก็บมาแล้วทำตาม เพราะบางครั้งเราคิดไม่ออกว่าจะต้องขนาดไหน ดีค่ะ เป็นประสบการณ์ที่ดีถือว่าได้ทำงานร่วมกับผู้กำกับมือทอง พี่มะเดี่ยวนอกจากจะเป็นผู้กำกับแล้ว ยังเหมือนเป็นแอคติ้งโค้ชให้ด้วยค่ะ ก็จะคอยมาบอกว่ามันเล่นแบบนี้นะ อยากให้มันเป็นแบบนี้ เขาก็จะมาคอยบอก คอยสอน   แล้วในแง่ความทุ่มเท อย่างตอนที่พี่มะเดี่ยวป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ มากองไม่ได้ แต่ก็หยุดกองไม่ได้ เพราะคิวจะรวน ก็ต้องกำกับผ่านเฟสไทม์กัน คือทุกคนในกองไม่เคยเจอเรื่องอย่างนี้เลย ขนาดกำกับทางไกล พี่มะเดี่ยวก็ยังละเอียด สรุปพี่เขาก็นอนเช้าพร้อมพวกเราที่กองนั่นแหละ แค่ว่า อยู่คนละที่  ไม่รวมว่า พี่เขาก็จะเล่นเป็นเล่น ทำงานเป็นทำงาน จริงจังมาก ตอนเล่น พี่เขาจะฮามาก แต่พอทำงานจะดุ เป็นคนละคน กัสกับพี่ปั้นจั่นก็จะติดเล่นนิดนึง ก็โดนดุบ้าง" (หัวเราะ) พูดถึงเพื่อนนักแสดงที่ร่วมงานบ้าง ทำงานกับปั้นจั่นเป็นอย่างไรบ้างครับ ต้องถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกการเป็นคู่ที่รักกัน? "ในตัวบทเองมีอะไรให้เล่นเยอะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นของพี่ปั้นจั่นหรือของโฟกัสเองก็จะมีหลายมุมค่ะในเรื่องนี้ แบ๊ว ดราม่า รักโรแมนติก มีครบหมดเลยค่ะในเรื่องนี้ ได้เล่นหมดเลย ได้เจอผีด้วย ก็ดีค่ะถือเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ดี อย่างในเรื่องพี่ปั้นจั่นจะรับบทเป็นน็อต ซึ่งเป็นแฟนกับปลา เราอยู่บ้านเช่าหลังเดียวกัน การเป็นแฟนกันก็จะมีมุมหวานแหวว กุ๊กกิ๊ก งุ๊งงิ๊งกัน และก็ต้องมีทะเลาะกันด้วย ก็จะได้เห็นหลายมุมหน่อย ทำงานกับพี่ปั้นจั่นเหมือนเราคุยกันค่ะ อย่างฉากหวานจะหวานยังไง หวานขนาดไหน คนดูจะเชื่อรึเปล่าว่าเราเป็นแฟนกัน เราก็จะปรึกษากันตลอด ในมุมทะเลาะพี่เขาก็จะเสนอไอเดียให้ตบจริง กัสก็เกรงใจเขา แต่เขาก็ยังยืนยัน ตอนแรกๆก็ไม่กล้าตบเพราะไม่เคยตบใคร เลยตบเบาๆ พี่ปั้นก็บอกแรงๆ เลย ไม่เจ็บหรอก ตัวเล็กๆแบบนี้จะแรงเยอะขนาดไหนเชียว กัสก็เลยตบจริงๆ คือฉากนั้นเงียบทั้งกอง เพราะกัสตบแรงมาก ขึ้นรอยแดงเลยแหละ พี่ปั้นบอกเจ็บยิ่งกว่าเข้าฉากเตะต่อยเวลาไปถ่ายละครแอ็คชั่นอีกง กัสก็ว่าฟาดไม่หนักนะ (หัวเราะ) ถ้าถามว่าหนักใจอะไรมั้ย ก็คงหนักใจตอนที่รู้อายุพี่ปั้นจั่นมากกว่าค่ะ(หัวเราะ) เพราะว่าพี่เขาอายุ27แล้ว ส่วนคนอื่นๆก็จะอยู่ในช่วงมหาวิทยาลัยกันอยู่เลย ตอนที่ยังไม่เจอกันก็คิดนะว่าพี่เขาจะเล่นกับเรารึเปล่า เขาจะเป็นคนยังไง เพราะไม่เคยเจอกันเลย แต่พอมาเจอจริงๆ พี่เขาน่าเฮฮา ขี้เล่นดีค่ะ ก็สบายใจ แต่ไอ้ความขี้เล่นทำให้เวลาอยู่ในกองส่วนใหญ่เราจะเล่นกัน ทำให้เวลาเข้าฉากที่ต้องทำอารมณ์มากๆ กัสจะมีปัญหาหลุดขำ ยิ่งเวลาที่เขามองหน้าเราเมื่อไหร่ ก็จะเริ่มขำ ส่วนพี่ปั้นจั่นเขาจะไม่ค่อยมีปัญหา เขาจะทำเข้มๆตามบทไป แต่ชีวิตจริงเขาไม่ได้เข้มเหมือนพระเอกในเรื่องนะคะ พี่ปั้นจั่นเป็นคนที่ตั้งใจทำงานมาก อย่างซีนอารมณ์เขาก็จะเต็มที่ไม่ว่าจะกี่เทคและเต็มที่กับทุกๆเทคด้วย" เม้าส์ถึงเพื่อนๆ ในกองถ่ายหน่อยครับ มีอะไรสนุกๆบ้าง? "เริ่มจากแจ๊ค (Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ ,เกรียนฟิคชั่น) ก่อนเลยค่ะ แจ๊คก็จะเป็นคนตั้งใจทำงาน เขาจะเป็นคนที่เตรียมตัวมาดีมากๆ อ่านบทท่องบทมาเป๊ะมากๆ แต่แจ๊คก็ชอบมาพูดบทข้างๆนะ อยู่ดีๆ เดินมานั่งแล้วพูดบทขึ้น กัสก็ห๊ะ..อะไรนะ..? แจ๊คก็จะอ่อ..เปล่า ท่องบทอยู่จะให้กัสต่อบทด้วย (หัวเราะ) ตอนแรกเลยแจ๊คเขาจะไม่ค่อยกล้าเข้ามาเล่นกับกัสนะ ไม่รู้ว่ากลัวหรืออะไร เหมือนยังเกร็งๆ ไม่กล้าทัก แต่พอมาหลังๆเริ่มสนิทกัน แต่ก็ยังไม่ค่อยกล้าแกล้งกัสอยู่ดี เพราะกัสเป็นมือแกล้งในกอง (หัวเราะ) ส่วนเมโกะ (ตั้งวง,Mary is Happy,Mary is Happy) ก็จริงๆ ไม่ค่อยได้เข้าฉากด้วยกันนะ ไม่มีบทสนทนากันเลยในเรื่อง แต่ด้วยความที่เราเป็นวัยใกล้ๆ กัน ร่วมงานกันครั้งแรกก็ดีนะ มีเล่นกันบ้าง เอาเป็นว่าเราจะไม่กัดผู้หญิงด้วยกันค่ะ (หัวเราะ) คนสุดท้ายพี่ปั้นจั่น คนนี้เขาจะพยายามแอ๊บเด็กตลอดเวลา ก็ชอบมาเล่นมาแกล้งน้องๆ ก็ทำให้บรรยากาศในกองสนุกสนานดีค่ะ ขอเม้าส์อีกหน่อยว่าพี่ปั้นจั่นเป็นคนที่กลัวผีมากๆ บางครั้งไม่มีคิวถ่ายแต่ถ้าต้องอยู่ห้องคนเดียวก็จะแบบเดี๋ยวไปให้กำลังใจเพื่อนดีกว่า แต่เอาลึกๆ แล้วคือกลัวมากกว่าอยากมาให้กำลังใจ ไม่กล้าอยู่คนเดียว" ถ่ายหนังผี เล่นหนังผี แบบนี้ มีการเจออะไรแปลกๆ หลอนๆ ในกองบ้างรึเปล่าครับ? "มันก็มีแหละคะ ด้วยความเป็นหนังผีนะ ส่วนใหญ่เราถ่ายทำกลางคืน และสถานที่ถ่ายทำมันก็คือสถานที่จริง อย่างแจ๊คก็เจอรอยนิ้วมือตรงท้อง รอยข่วนตรงคางซึ่งเราก็พิสูจน์ไม่ได้ น่ากลัวดีค่ะ เมโกะด้วยนะ เห็นน้องเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูดอะไรเลยนี้เท่าไหร่ แต่พอถามปุ๊บก็จะค่อยๆ หลุดออกมาทีละนิดๆ ว่าเห็นเหมือนกัน ส่วนพี่ปั้นจั่นขานี้เขาไม่ค่อยเจออะไรค่ะ เพราะแขวนพระตลอดเวลา ด้วยความเป็นคนที่กลัวผีสุดฤทธิ์ แค่พูดว่าพี่ปั้นระวังนะ บ่นใหญ่เลย" แล้วโฟกัสล่ะ ได้เจออะไรแปลกๆ หลอนๆ บ้างรึเปล่าครับ? "ก็รู้สึกเหมือนมีอะไร ทั้งที่โรงแรมด้วย และที่กองด้วย แค่รู้สึกแต่เป็นคนไม่มีเซนส์ ในกองมันจะมีฉากที่ทีมงานทั้งหมดต้องออกไปอยู่ข้างนอกบ้าน และกัสต้องวิ่งออกจากบ้านไปข้างนอก ซึ่งในบ้านก็ไม่มีทีมงานอยู่เลย มืดมาก ไฟก็ถูกขนออกไปหมดแล้ว กัสอยู่ในบ้านคนเดียว ตอนที่เดินมาหน้าประตูก็รู้สึกเหมือนมีคนมองมาจากด้านหลังตลอดเวลา ตอนแรกก็คิดว่าคิดไปเอง ไม่กล้าเล่าให้ใครฟัง แต่พอเมโกะมาเล่าว่าเห็นคนแก่หัวล้านอยู่ในบ้าน แล้วพี่ทีมงานก็มาบอกอีกว่าเห็นเหมือนเมโกะเลย ก็เลยรู้สึกว่าน่าจะมีแหละ เพราะตัวเองก็รู้สึกเหมือนมีใครมองมาจากด้านหลังเหมือนกัน แต่ไม่คิดว่าจะเจอไง รู้สึกโฟกัสจะมีเจอที่ห้องที่โรงแรมด้วยนะ เห็นเป็นเงาดำๆ ตอนแรกนึกว่าแม่ แต่ก็ไม่ใช่ แต่เขาก็ไม่ได้มากวนอะไร" มีอะไรให้อึ้ง ทึ่งกับการทำงานในภาพยนตร์เรื่อง The Eyes Diary ไหมครับ? "นอกจากตัวหนังแล้ว โฟกัสรู้สึกอึ้งทึ่งพี่ทีมงานและนักแสดงทุกคนมากกว่า เพราะหนังที่เราถ่ายทำกันอยู่มันเป็นหนังผี เวลาถ่ายก็ต้องถ่ายถึงเช้าแทบทุกวันเลย ด้วยพี่ๆทีมงานเองที่อดหลับอดนอนกันเพื่อหนังเรื่องนี้ การทำงานเรื่องนี้ถือว่าโหด เพราะมันเป็นการทำงานที่อดหลับอดนอนติดต่อกันหลายวันสัก4วันได้แล้วที่นอนเช้ากัน นับถือทีมงานและนักแสดงทุกคนจริงๆว่าสุดยอด โดยไม่มีใครบ่นค่ะว่าต้องนอนเช้า ทุกคนก็จะเต็มที่กับงานหมด ถ้าถามว่าโฟกัสรักตัวละครตัวนี้มั๊ย ก็รักค่ะ เพราะในเรื่องปลาเองก็มีจุดมุ่งหมายของเขาเหมือนกันคล้ายกับน็อตที่เขาก็มีจุดมุ่งหมายของเขา การดำเนินเรื่องทุกคนมันมีจุดมุ่งหมายว่าทำไม เพราะอะไร ดูมีมิติดีค่ะ น่าสนใจ" สำหรับโฟกัสแล้ว มีซีนไหนที่ยากโหดหินมากๆในการทำงานภาพยนตร์เรื่องนี้ไหมครับ? "ซีนที่ยากที่สุดและรู้สึกว่าไม่ชอบที่สุด และซีนที่โหดที่สุด ก็คงเป็นซีนที่มีอุบัติเหตุบนถนน ก็จะต้องปิดถนนกันค่ะไกลมากเลย แล้วก็มีอุบัติเหตุกัน มันก็จะต้องมีเอฟเฟกต์ใช่มั๊ยค่ะ มันก็จะมีเลือด แล้วเลือดมันเหนียวมาก แล้วหนูเป็นคนที่ไม่ชอบอะไรเหนอะหนะ แล้วนี่ต้องเหนอะไปนอนกลางถนน ตอนนอนอยู่ก็คิด ว่าอยากผ่านซีนนี้ไปเร็วๆซึ่งจริงๆ ซีนนี้เป็นซีนที่ใช้เวลาถ่ายไม่ได้นานสักเท่าไร ใช้เวลาสักชั่วโมง แต่ว่ายากจริงเพราะว่ามันใช้ Drone ถ่าย(กล้องติดอุปกรณ์คล้ายๆวิทยุบังคับลอยบนท้องฟ้า) แล้วก็เป็นซีนอารมณ์นิดๆ ด้วย ยาก เหนียวด้วย แต่ก็ได้กลับไปอาบน้ำนะคะ แล้วก็กลับมาถ่ายใหม่ ตอนตี4ยังนอนอยู่กลางถนนแล้วก็กลับไปอาบน้ำ แล้วกลับมาถ่ายใหม่ตอนตี 5" ติดตามบทบาทของสาวโฟกัส ที่จะมาชวนคุณไปเห็นสิ่งที่ทุกคนกลัว! ไปกับ The Eyes Diary คนเห็นผี ได้แล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกดูตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ The Eyes Diary ได้ที่นี่ --------------------------------

วันลอยกระทง อาบน้ำคืนเดือนเพ็ญ
น้ำมนต์จันทร์เพ็ญ /  พิธีกรรมการทำน้ำมนต์จันทร์เพ็ญ / 

อาบน้ำคืนเดือนเพ็ญใน วันลอยกระทง เป็นอย่างไร หลายคนคงสงสัยและไม่เคยได้ยิน วันนี้ Horoscope.Mthai.com มีมาบอกครับ รวมทั้งพิธีกรรมในการทำน้ำมนต์จันทร์เพ็ญอีกด้วย ลองไปดูกัน วันลอยกระทง อาบน้ำคืนเดือนเพ็ญ คนไทยแต่โบราณเชื่อเรื่องพลังลี้ลับ ที่เกิดจากดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ในสามารถใช้วันเพ็ญเดือน 12 ได้ หรือก็ใช้วันเพ็ญเดือนอื่น ๆ เป็นวันทำน้ำมนต์ก็ได้ แต่วันพ็ญเดือน 12 จะมีสิริมงคลมาก ยิ่งอาบน้ำเดือนเพ็ญ ทำน้ำมนต์วันเพ็ญเดือน 12 จากตำนานเราผูกพันกับโลกมานานแสนนาน ด้วยความที่เป็นดวงจันทร์ดาวที่อยู่ใกล้โลกที่สุด พลังและแรงดึงดูดจึงมีอิทธิพลต่อโลกอย่างมาก ความเชื่อเรื่องพลังจากดวงจันทร์เต็มดวง มีอยู่ทุกภูมิภาคของโลกของคนไทย และชาวพุทธยิ่งมีความสำคัญเป็นอย่างมาก ประเพณี วันลอยกระทง เนื่องด้วยวันสำคัญในทางศาสนาพุทธ ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ หรือที่เรียกว่าคืนเดือนเพ็ญ หรือคืนพระจันทร์เต็มดวงนั้นเอง พิธีกรรมเพื่อความเป็นสิริมงคล“ นั้น ทาง ครูโหราศาสตร์ในอดีตกล่าวว่า สิ่งที่เป็นมงคล  วันมงคล หากได้ทำ ’น้ำมนต์“ ในคืนจันทร์เพ็ญ จะ ’ศักดิ์สิทธิ์“ ยิ่งนัก เกิดสิริมงคล ทำการใดก็สำเร็จสมความปรารถนา มีโชคชัยมงคล ประสบชัยชนะ เป็นเสน่ห์เมตตามหานิยม เป็นที่รักของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย รอดพ้นจากภยันตรายต่าง ๆ เพราะโลก ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ โคจรมากุมกันและเล็งกัน “วันจันทร์เพ็ญนั้น ใน 1 ปี มีถึง 12 ครั้ง เพราะใน 1 ปี มี 12 เดือน โดยใน 1 เดือนจะมีวันจันทร์เพ็ญเพียงวันเดียว ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้ว มีมติเป็นเอกฉันท์ว่าช่วง วันเพ็ญเดือน 12 หรือวันลอยกระทงนั้น เป็นช่วงวันที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในการทำน้ำมนต์ แต่หากไม่สะดวกหรือไม่สามารถใช้วันเพ็ญเดือน 12 ได้ ก็ใช้วันเพ็ญเดือนอื่น ๆ เป็นวันทำน้ำมนต์ได้” น้ำมนต์จันทร์เพ็ญ พิธีกรรมในการทำน้ำมนต์จันทร์เพ็ญ 1. เตรียมสถานที่อันโล่งกว้างอยู่กลางแจ้ง 2. บาตรน้ำมนต์หรือขันน้ำมนต์ขนาดใหญ่ 3. น้ำบริสุทธิ์เพื่อใช้ทำน้ำมนต์ 4. น้ำบริสุทธิ์มาใส่ลงในบาตรน้ำมนต์หรือขันน้ำมนต์ 5. วันเวลาที่วางบาตรหรือขันน้ำมนต์ คือ เวลาก่อนเที่ยงคืนของคืนจันทร์เพ็ญ 6. ก่อนเวลา 24.00 น. ก่อนเที่ยงคืนเล็กน้อย ให้จุดเทียนน้ำมนต์สีขาวที่ปากบาตรหรือขันน้ำมนต์ ธูป 15 ดอก 7. ท่องคาถากำกับ 9 จบ โดยคาถา  วันจันทร์ คาถาว่า " อิ ระ ชา คะ ตะ ระ สา " (สวดวันละ 15 จบ). หรือจะสวดพระปริตรบท “อภยปริตร” ด้วยอีกก็ได้ 8. รอจนกระทั่งเงาของดวงจันทร์ลอยมาปรากฏในบาตรให้ตั้งจิตอธิษฐานขอพรตามความปรารถนา 9. สิ่งที่อยากได้ในวันนี้ ควรเตรียมจิตใจให้บริสุทธิ์ ไม่ทำการสิ่งใดที่ไม่เป็นการเบียดเบียน ผู้อื่น ให้ได้รับความเดือดร้อนและปล่อยวางจิตใจให้สงบ ตัดเล็บ ตัดผม ลงในกระทง  เพื่ออธิฐานจิตว่าให้สิ่งไม่ดี จะลอยไป กับสิ่งที่ลุกได้ ใส่ลงมาในกระทงนี้ ด้วยเทอญ….. อย่างไรก็ตามความเชื่อเรื่องทำน้ำมนต์ในคืนจันทร์เพ็ญเสริมมงคลชีวิตซึ้งมีความเชื่อที่เกี่ยวกับวันเกิดจุดจันทร์เพ็ญ วันจันทร์เพ็ญ หรือ ทำน้ำมนต์ได้ศักดิ์สิทธิ์มากเช่นกัน  สำหรับ น้ำมนต์จันทร์เพ็ญ นั้น ใช้ดื่มกินก็ได้ อาบก็ได้ รดศีรษะก็ได้ ประพรมก็ดี แต่ควรทำทันทีหลังพิธีการเสร็จสิ้น แล้วทำน้ำมนต์ใหม่ในวันเพ็ญเดือนต่อไป ถ้าเป็นน้ำมนต์จันทร์เพ็ญเดือน 12 นั้นศักดิ์สิทธิ์มาก เพราะ 1 ปีมีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ทำไว้ดื่มกินก็ได้ อาบก็ได้ ประพรมศีรษะร่างกายก็ได้ ช่วยเรื่องบรรเทายามเจ็บไข้ ป้องกันอันตรายจากการเดินทาง เป็น สิริสวัสดิมงคลแก่ชีวิต น้ำมนต์“ ในคืนจันทร์เพ็ญ จะ ’ศักดิ์สิทธิ์“ ยิ่งนัก เกิดสิริมงคล ทำการใดก็สำเร็จสมความปรารถนา มีโชคชัยมงคล ประสบชัยชนะ เป็นเสน่ห์เมตตามหานิยม เป็นที่รักของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย รอดพ้นจากภยันตรายต่าง ๆ ขอบคุณภาพจาก www.dmc.tv

พ่อสุดทน!! ลูกขี้เมาสาปแช่งทุกวัน คว้าปืนยิงดับคาที่
ข่าวล่าสุด /  พ่อฆ่าลูก / 

พ่อสุดจะทน 88  ลูกขี้เมาแช่งให้ตาย คว้าลูกซองยิงดับ วานนี้(28ต.ค.)เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองราชบุรีได้รับแจ้งมีชายถูกยิงเสียชีวิต ในพื้นที่ ต.สามเรือน อ.เมือง จ.ราชบุรี เวลาประมาณ 23.00 น.ของคืนวันที่ 27 ต.ค. ที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่จึงรุดไปตรวจสอบ เมื่อถึงที่เกิดเหตุพบศพ นายประพัฒน์ ใจธรรม อายุ 53 ปี นอนเสียชีวิตอยู่บริเวณหน้าบ้านบริเวณหน้าอกมีร่องรอยถูกอาวุธปืนยิง2นัด จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าผู้ก่อเหตุคือบิดาของผู้เสียชีวิต ชื่อนายหวัง ใจธรรม อายุ 88 ปี  ขณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบนายหวังยืนรอมอบตัวพร้อมกับอาวุธปืนลูกซอง 1 กระบอก ทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากผู้ตายดื่มสุราจนเมาและมีการตะโกนด่าพ่อของตนเอง ทำให้ผู้เป็นพ่อทนไม่ไหวคว้าปืนลูกซองยิงขึ้นใส่ 1 นัดและยิงขึ้นฟ้าอีก 1 นัด เป็นเหตุให้นายประพัฒน์เสียชีวิต ขณะที่ทางญาติของผู้เสียชีวิตให้การว่า ผู้เสียชีวิตมักจะดื่มสุราเป็นประจำ และเมื่อไหร่ที่เมาก็จะด่าว่าพ่อของตัวเอง และมีการแช่งให้พ่อตายเป็นประจำ แม้จะมีคนเคยห้ามปรามผู้ตายก็ไม่ฟัง อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ควบคุมตัวนายหวังเพื่อนำไปดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป MThai  News

หนุ่มควักปืนยิงกรอกปากเพื่อนเจ็บ 2 แค้นล้อทำงานไม่เก่ง
ข่าวจังหวัดเชียงใหม่ /  ข่าวยิงเพื่อน / 

หนุ่มสุดทนใช้ปืนยิงเพื่อนร่วมงานบาดเจ็บสาหัส 2 คน หลังแค้นถูกล้อทำงานไม่เก่ง รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจอ.เมืองเชียงใหม่ ได้เข้าควบคุมตัวนายชาญศักดิ์ เจือจิ้น อายุ 35 ปี พนักงานของ บริษัทจักราช มาเก็ตกิ้น ที่โกดังแห่งหนึ่งของบริษัทเนื่องจากเขาได้เข้าไปแอบซ่อนตัว หลังก่อเหตุุอุกอาจใช้อาวุธปืนยิงเพื่อนร่วมงานได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย ทั้งนี้จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุดังกล่าวจริง เนื่องจากไม่พอใจที่ผู้บาดเจ็บทั้ง 2 มักจะดูถูกตนกล่าวหาว่าทำงานไม่เก่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ด้วยความแค้นจึงตัดสินใจไปซื้อปืนมาจากเพื่อน ก่อนจะมาระเบิดกระสุนใส่ดังกล่าว เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาพยายามฆ่ากับนายชาญศักดิ์ พร้อมคุมตัวไว้สอบสวนเพิ่มเติมก่อนจะส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป MThai news

เมโกะ ชนนิกานต์ เผยทุกสิ่งที่คุณอยากรู้ กับการเห็นผีสุดสะพรึงใน The Eyes Diary
The Eyes Diary /  คิว กิตติชนม์ กุลรัตน์ชล / 

ถือว่าเป็นอีกหนึ่งคลื่นลูกใหม่ที่น่าจับตา สำหรับนักแสดงสาวหน้าเก๋ เมโกะ ชนนิกานต์ เนตรจุ้ย กัลผลงานล่าสุดสุดสะพรึง The Eyes Diary คนเห็นผี หลังจากสาว เมโกะ เคยฝากผลงานไว้ในหนังอินดี้เมื่อปีกลายกับ Marry is happy, Marry is happy และ ตั้งวง ไปแล้ว การกลับมาปล่อยของใน The Eyes Diary ก็โรแมนติคสยองขวัญ ชวนขนลุกจนผู้กำกับ มะเดี่ยว ยังต้องยกนิ้วให้ และในวันนี้ เราจะมารู้จัก เมโกะ หรือ มดตะ ในหนังเรื่องล่าสุดนี้กัน เมโกะ ชนนิกานต์ เนตรจุ้ย ก่อนอื่นแนะนำตัวกันก่อนเลย? "สวัสดีค่ะ เมโกะ ชนนิกานต์ เนตรจุ้ย ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ชั้นปีที่ 3 คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพค่ะ ถ้าถามถึงความฝันจริงๆ เมอยากเป็นแอร์โฮสเตสคะ ฟังๆดูแล้วมันดูขัดๆกันนะ จริงๆก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้มีโอกาสเข้ามาทำงานในวงการบันเทิงด้วย ตอนเด็กๆก็ชอบแสดงออกนะคะ เป็นงานเวทีที่โรงเรียนประมาณนี้มากกว่า ผลงานที่ผ่านมาก็มีโฆษณาเล็กๆ น้อยๆ ก็สก็อตเพรียวเร่ค่ะ แล้วก็มี MV บ้าง ส่วนผลงานภาพยนตร์ที่ผ่านมาก็มีเรื่องตั้งวง และ marry is happy ที่คนจะจดจำได้เยอะสุด" เมโกะคิดอย่างไรกับการแสดงครับ? "เมว่าเมชอบการแสดงนะ หลงใหลในมนต์เสน่ห์ของการแสดงค่ะ หลังๆ มานี่ก็จะมีผลงานเยอะขึ้น อาจจะเป็นเพราะคนเห็นผลงานเราเยอะขึ้นและชื่นชอบในตัวละครที่เราได้รับบทให้เล่นมากกว่า ล่าสุดตอนนี้ก็กำลังจะมีหนังเรื่อง The Eyes Diary ซึ่งเมแสดงเป็น มดตะ ค่ะ" เป็นมาอย่างไรถึงได้เข้ามารับบทเป็น 1 ตัวละครสำคัญในหนังเรื่องใหม่ของผู้กำกับ มะเดี่ยว? "เมไม่รู้ว่าพี่มะเดี่ยวเห็นอะไรในตัวเมรึเปล่า หรืออะไรเขาถึงไว้วางใจให้เมมารับบทเล่นหนังเรื่องนี้ เพราะว่ามันไม่ใช่หนังผีทั่วไปธรรมดาๆ ค่ะ มันเป็นหนังผีที่มีความโรแมนติคเข้าไปด้วย ซึ่งมันหายากมากเลยนะในประเทศไทยเราตอนนี้ โดยปกติแล้วหนังผีทั่วไปก็จะเป็นผีออกมาหลอกแบร้ แต่เรื่องนี้มีการผสมผสานเรื่องโรแมนติคเข้าไปทำให้หนังเรื่องนี้น่าสนใจขึ้นมาค่ะ คือพี่มะเดี่ยวให้พี่โปรดิวเซอร์ติดต่อมาค่ะ" พอได้มาร่วมงานกับพี่มะเดี่ยวรู้สึกอย่างไรบ้างครับ? "เมชอบผลงานเรื่อง Home ของพี่มะเดี่ยวมาก แต่ก็ไม่คิดว่าตัวเองจะมีโอกาสได้ความไว้วางใจในการรับเลือกมาเล่นหนังของพี่เขา เพราะว่าเมอยู่ในสายอินดี้มาตลอด คนก็จะมองว่าเมเล่นหนังแบบปกติทั่วไปไม่ได้ พอได้มาร่วมงานกับพี่มะเดี่ยวแล้วเรารู้เลยว่าพี่มะเดี่ยวเป็นคนตั้งใจทำงานค่ะ เขาเป็นคนดุนะ แต่เราเข้าใจเขาว่าที่เขาดุเพราะอยากให้ทั้งตัวเราและทั้งตัวหนังเป็นอะไรที่ออกมาแล้วเฟอร์เฟ็คที่สุด ซึ่งเมชอบการทำงานของเขา มีวันหนึ่งที่พี่มะเดี่ยวไม่สบาย ก็ยังต้องมีการถ่ายทำ ถึงแม้จะมีการถ่ายแบบเฟสไทม์มา แล้วก็สั่งคิว เราเห็นสปีริทความตั้งใจในการทำหนังของพี่มะเดี่ยว มันเลยทำให้หนังแสดงมีสปิริทที่อยากจะทำงานกับเขาค่ะ คือพี่มะเดี่ยวเป็นหนัก แต่ยังมีสปิริทในการเป็นผู้กำกับ เมว่าพี่มะเดี่ยวเป็นคนที่มีวิชชั่นที่แปลกแต่ดี มันจะไม่ค่อยเหมือนผู้กำกับทั่วไปในประเทศเราค่ะ คือเขาจะมีมุมกล้องแปลกๆ ของเล่นแปลกๆ และอะไรที่มันน่าตื่นเต้นในการเสนอดำเนินเรื่อง ในบทในคำพูดเล็กๆ น้อยๆ มันเป็นอะไรที่มีความใหม่ มีความสด และน่าสนใจ พี่มะเดี่ยวเป็นคนทำหนังที่เมรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวกับคนค่ะ หนังมันคือการถ่ายทอดความรู้สึกของผู้กำกับ ทุกๆ เรื่อง ทุกๆ ผู้กำกับเลย มันคือการถ่ายทอดในสิ่งที่เขาได้ไปเจอะเจอมา สิ่งจากคนรอบข้างเขา ประสบการณ์ต่างๆ คือเมรู้สึกว่าหนังพี่มะเดี่ยวล้วนสร้างมาจากพื้นฐานความเป็นจริงค่ะ" ตอนที่ได้มีโอกาสอ่านบทครั้งแรกรู้สึกอย่างไรบ้างครับ? "ตั้งแต่เห็นบทครั้งแรกตื่นเต้นค่ะ ไม่เคยเล่นหนังผี ไม่เคยเจอผี ไม่เคยรู้ว่าผีเป็นยังไง ต้องกลัวผียังไง คือเมว่าการเล่นหนังผีเป็นอะไรที่ท้าทายมากเลยนะ เราไม่เคยสัมผัสว่าผีเขาเป็นยังไงแต่เราต้องแสดงความรู้สึก สิ่งที่เรามโนขึ้นมาว่ามันเป็นรูปร่างยังไง เมดูหนังผีเยอะมาก จริงๆ เป็นคนชอบดูหนังผีอยู่แล้วค่ะ แล้วก็พยายามสังเกตตัวละครที่เขาเล่นหนังผีว่าเขากลัวยังไง เวลาเจอเขาแสดงออกยังไง คือหนังเรื่องนี้เป็นการรวบรวมความรู้สึกของตัวละครต่างๆ เข้ามา ทำให้มันเกิดเรื่องราวขึ้น คือตัวละครแต่ละตัวจะมีอารมณ์ มีออฟเจ็คต์ที่แตกต่างกันออกไป แล้วมันทำให้เกิดเป็นเรื่องราวซึ่งมีทั้งแอคชั่น ฮอร์โรร์ และก็โรแมนติก ผสมผสานกันจนเป็นเรื่องเป็นราว เป็นหนังเรื่อง The Eyes Diary ซึ่งน่าสนใจมากค่ะ" ตัวละคร มดตะ ที่ได้รับ มีบทบาทและคาแร็คเตอร์แบบไหนครับ? "มดตะ เป็นเด็กสาววัยรุ่นทั่วๆ ไปที่มีชอบไปเที่ยวกับเพื่อน สังสรรค์กับเพื่อน  เพียงแต่ที่ผ่านมามด ตะอาจจะเจอเรื่องราวต่างๆในชีวิตมาเยอะพอสมควร ทำให้เขามีปมลึกๆ ในจิตใจ แต่เป็นคนเลือกที่จะปิดความรู้สึกนั้นไว้ อาจจะเป็นการหลอกตัวเอง หรือเป็นการพยายามสร้างความสุขให้ตัวเองในการใช้ชีวิต โดยไม่เอาปมของตัวเองไปทำให้คนอื่นเขาเดือดร้อน และปมที่ว่านี้ มันดันไปคอนเน็กกับน็อต ซึ่งเราสองคนมีปมคล้ายๆ กัน เป็นเรื่องความรัก เป็นเรื่องคนใกล้ตัวเนี้ยแหละค่ะ" การรับบทใน The Eyes Diary เรื่องนี้ มีความท้ายทายอะไรบ้างไหมครับ? "มันยากเลยแหละ มันไม่ใช่แค่คำว่าท้าทายหรอก จริงๆ มันท้าทาย มันน่าสนใจค่ะ แต่ว่ามันก็ยากนะ เพราะเราไม่เคยเจอผี ไม่เคยรู้ว่ามันเป็นรูปร่างแบบนี้นะ เราต้องกลัวเขาอย่างนี้นะ ต้องแสดงออกกับเขาแบบนี้นะ คือเมรู้สึกนะว่าถ้าในชีวิตประจำวันเจอผี อยากคุยกับเขาด้วยซ้ำว่าทำไมถึงเป็นผี" (หัวเราะ) อะไรคือเสน่ห์ของ The Eyes Diary? "เสน่ห์ของหนังเรื่องนี้คือโลกคนเป็นกับโลกคนตายมันเชื่อมต่อกัน เชื่อมโยงกัน ซึ่งเมเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้มันยังมีอยู่ในชีวิตจริง แม้แต่กระทั่งไม่ใช่ในหนังนะค่ะ ในชีวิตจริงคนเรามันยังมีความเชื่อที่จะไปวัด ไปทำบุญโลงศพ เพื่อที่จะคอนเน็กกับเขารึเปล่า เมไม่รู้ว่าคนที่ทำแบบนี้เพื่ออะไร มีพิธีบูชาโน้นนี้ มันทำให้รู้สึกว่า หนังเรื่องนี้แหละมันคือการถ่ายทอดเรื่องราวอารมณ์ของคนเหล่านั้น ว่าเราเองรึเปล่าที่เป็นคนเปิดรับเขาเข้ามา เราเป็นคนเลือกที่จะให้สิ่งพวกนี้เข้ามาวนเวียนอยู่รอบกายเรา และเสน่ห์ของหนังเรื่องนี้คือเราได้เห็นอีกโลกของวิญญาณ ได้เห็นอีกโลกหนึ่งของคนตายที่เขาตายไปแล้วเขารู้สึกยังไง เขาอยากจะคอนเน็กกับเราเพื่ออะไร มีจุดประสงค์อะไร เรารับรู้ได้ถึงความรู้สึกของคนที่ตายไปแล้ว แล้วก็ความต้องการของคนตาย หนังเรื่องนี้มีความใหม่ค่ะ คืออย่างที่บอกไม่เคยมีใครเห็นผีตัวเป็นๆ มันต้องใช้ความพยายามซึ่งยากมากในการครีเอทมันขึ้นมา ว่ามันต้องมีรูปร่างแบบนี้ ลักษณะแบบนี้ ท่าทางแบบนี้ เสียงแบบนี้ เมรู้สึกว่าพี่มะเดี่ยวดีไซน์มันออกมาได้เพอร์เฟ็คค่ะ แล้วทุกตัวละครล้วนมีเสน่ห์ในตัวเองคือทุกตัวละครจะมีความต้องการแตกต่างกัน เมรู้สึกว่าทุกคนมีปมในใจ มีเรื่องที่เกิดขึ้นในใจแตกต่างกัน แต่ว่าเรื่องทุกเรื่องที่เกิดขึ้นมันจะสามารถเชื่อมโยงกันได้ทุกตัวเลย อันนี้คือเสน่ห์ของตัวละครในเรื่องนี้ แล้วทุกคนคอนเน็กกันจริงๆ ค่ะ มีเรื่องราวที่ผสมผสานกันจนเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวโยงกันได้" ลองเล่าถึงความหลอนสยองของ The Eyes Diary ให้คุณผู้ชมฟังหน่อย? "คือเรื่องนี้เป็นหนังผีที่เหนื่อยค่ะ เมรู้สึกว่าคนดูก็จะเหนื่อยตามเมไปด้วย เมรู้สึกว่าในหนังเรื่องนี้ตัวละครของเราเจอผีกันไม่หยุดไม่หย่อน ผีมีหลายตัวมาก ซึ่งผีแต่ละตัวไม่เหมือนกันเลยค่ะ บางทีผีวิ่งตาม เราพยายามหนีจนเหนื่อย จนล้า คือไม่เอาแล้วค่ะ มันก็ยังตามมา แล้วด้วยมุมกล้องนะคะ ทำให้ไอเดียนี้เป็นอะไรที่ใหม่ และคนดูน่าจะกลัวตามๆ นักแสดงไปด้วย มันมีซีนหนึ่งที่ผีต้องเดินตามเม คือเราก็คิดว่าแค่เดินตามธรรมดา พอถ่ายจริงคือมันน่ากลัวมาก มากๆ ด้วยสถานที่ ด้วยมุมกล้อง พอเมไปดูในมอนิเตอร์แล้วขนลุกมาก คือมันเดินตามจริงๆ แล้วชิดมากแบบหายใจรดต้นคอ แล้วเราก็ไม่รู้จุดประสงค์ของเขาว่าเขาจะมาทำร้ายเรารึเปล่า หรือเขาต้องการอะไรจากเรา คือเมใช้คำว่าหนีไม่พ้น หนีไม่รอด หนีไม่ได้ จนมุมเลยดีกว่าค่ะ ผีตามไม่เลิกลาเลยจริงๆ เขาเป็นผีเขาคงไม่เหนื่อยหรอกนะ คือมันหนีจนไม่มีทางหนีแล้วค่ะ แต่เดี๋ยวต้องไปดูในหนังว่าเราจะสามารถหนีมันพ้นรึเปล่า" ได้ข่าวว่ามีการเพิ่มดีกรีความหลอน จากะสถานที่ที่ใช้ในการถ่ายทำด้วย จริงหรือเปล่าครับ? "สถานที่ทุกสถานที่ที่ไปถ่ายเป็นสถานที่ร้างจริงๆ ไม่ได้เซ็ตอัพขึ้นมา หนังเรื่องอื่นอาจจะเซ็ตอัพขึ้นมา แต่เรื่องนี้ใช้สถานที่จริงๆ แล้วก็พร็อพบางชิ้นที่อยู่ในหนัง เมคิดว่ามันเป็นของจริงที่อยู่กับสถานที่นี้ด้วยซ้ำ เมนั่งมอเตอร์ไซต์พี่ปั้นจั่นแล้วเมยังคุยกับพี่ปั้นดูซิ เห็นเปล่า เหมือนเชือกผูกคอตาย พี่ปั้นก็บ้าเหรอ ไม่มีหรอก แต่มันเป็นสิ่งที่เขาเซ็ตขึ้นมาค่ะ แล้วมันเหมือนจนทำให้เมหลอนมาก อยากจะหยาบคายออกมาว่า หลอนโคตรโคตร แล้วเวลาเดินไปไหน อย่างพื้นที่โรงพยาบาลร้างที่เวชปัญญามันมีหลุม มีอะไรเหมือว่าเป็นสถานที่ที่มีอันตรายอยู่รอบตัวเลยค่ะ  แล้วทีมงานทุกคนก็เหมือนแบบ เดี๋ยวเจอโน้น เดี๋ยวเจอนี้ แล้วเมก็ชอบทีมเมคอัพเอฟเฟกต์มาก (แต่งโดย คิว กิตติชนม์ กุลรัตน์ชล - Special Effect make up) จากคิวเอฟเฟกต์เวิร์คช็อพQ FX workshop ผู้เชี่ยวชาญพิเศษในการสร้างสรรค์งานเมคอัพเอฟเฟกต์ในโลกภาพยนตร์มือ 1 ของไทยที่มีความสามารถโดดเด่นในระดับโลกอยู่เบื้องหลังความยับเยินปางตายของไรอัน กอสลิงใน Only God Forgives ,แปลงโฉมหน้าของ โจวเหวินฟะให้กลายเป็นขงจื้อตอนแก่ใน Confucius ,ดอนนี่ เยน ใน ICEMAN3D, Hang over , WUXIAเดชไอ้ด้วนเวอร์ชั่นดอนนี่ เยน-ปีเตอร์ ชาน  ฯลฯ) คือเขาแต่งตัวผีออกมาได้เหมือนมาก ตัวแผล หรือว่าตัวผีต่างๆ เขามีความครีเอทีฟมากๆ ว่ามันจะต้องออกมาอย่างนี้นะ เลือดมันควรจะไหลไปทางนี้นะ คือจริงๆ ทุกคนมีพื้นฐานของความตั้งใจทำงานมาก มันเลยทำให้หนังเรื่องนี้ออกมาหลอน ทำให้คนดูสัมผัสได้ถึงพลังงานอะไรบางอย่างแน่นอน" ถ่ายหนังผีอย่างนี้ มีประสบการณ์เกี่ยวกับการเห็นผีบ้างรึเปล่า? "เมไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองมีเซ้นส์ มันเป็นความรู้สึกว่าเราคิดไปเองรึเปล่า เพราะเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่วิทยาศาสตร์เขาพิสูจน์ไม่ได้ว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องที่เรามโนจิตไปเอง แต่ว่าแจ๊คค่ะ แจ๊คจะเจอหนักมาก คือตื่นมาแล้วมีรอยมือที่ท้อง เป็นรอยมือซึ่งครบ 5 นิ้วเลย ถ้ามันเกิดด้วยตัวแจ๊คเองนะ คนเรามันตื่นมาสักพักแล้วรอยพวกนั้นมันต้องหายไปแล้วค่ะ แต่นี่รอยมันยังอยู่ แล้วแจ็คก็เจอกดคาง ไม่รู้ว่าชาติที่แล้วไปทำอะไรใครมารึเปล่าไม่รู้" ที่ว่าหนังเรื่องนี้เป็นประสบการณ์การทำงานที่มีครบทุกรสชาติที่ไม่มีวันลืม จริงหรือเปล่า? "ได้ทำอะไรเยอะมากค่ะ ไม่เคยถ่ายอะไรที่แบบ 6 โมงเย็น ถึง 6 โมงเช้าของอีกวันค่ะ เราเคยแต่ทำงานที่ ม. หรือทำงานหนักๆ แต่ว่านี่เราต้องอยู่เช็ตตั้งแต่ 6 โมงเย็น จนถึง 6 โมงเช้า แล้วฝนก็ตก อากาศก็มืด ยุงก็กัด คืออะไรๆ มันก็เอื้ออำนวยเรา ด้วยความที่เรามาอยู่เชียงใหม่ แต่ว่าเมรู้สึกว่ามันสนุกและอยากจะทำมัน ไม่ได้รู้สึกว่าโดนบังคับหรืออะไรเลย อย่างต้องวิ่งกันจนปวดขาเลยทีเดียว คือตัวละครที่เป็นคนนี้ เราก็ต้องหนีผีคะ เราคงไม่ไปนั่งคุยกับผีหรอก ในฉากมีเมกับพี่ปั้น แล้วพี่ปั้นเขาตัวใหญ่แรงเยอะมาก เวลาถ่ายเขาต้องลากหนูค่ะ แล้วมันเจ็บมาก เขาเป็นคนวิ่งเร็วคะ หนูวิ่งตามเขาไม่ทัน จนแบบต้องใส่เกียร์หมาวิ่ง แต่ยังวิ่งตามไม่ทันเลยอ่ะ ที่สำคัญเมรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้มีเสน่ห์ในตัวของมันเองค่ะ แม้วันที่เมไม่มีคิว เมยังอยากที่จะมากองเพื่อที่จะมาให้กำลังใจนักแสดงคนอื่น ฮาๆๆ แต่จริงๆ แล้วเมว่าเป็นเพราะความหลอนไม่อยากอยู่โรงแรมคนเดียวมากกว่า" (หัวเราะ) พอรู้ว่าจะต้องมาเล่นหนังผี คนรอบข้างมีใครให้คำแนะนำอะไรบ้างไหมครับ? "เมเป็นคนซนค่ะ ทุกคนจะรู้อยู่แล้วว่าเมเป็นคนซนมาก จะชอบพูดโน้นพูดนี้ แหย่โน้นแหย่นี้ แต่ถ้าถามว่ากลัวมั๊ย เมเป็นคนไม่กลัวผีนะ แต่ว่าไม่เคยลบหลู่ คือก่อนนอน คุณพ่อก็จะให้สวดมนต์ แต่เมเชื่อเองว่าเมไม่ได้ไปล้ำเส้นของเขา เขาก็จะไม่มาล้ำเส้นของเม" ทราบมาว่ามีการคิดค้นมุมภาพใหม่ๆแปลกๆ เพื่อสร้างบรรยากาศความเป็นหนังผีโรแมนติคสยองขวัญเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นพิเศษด้วย เล่าให้ฟังหน่อย? "คือทางพี่มะเดี่ยว และผู้กำกับภาพมีการนำเอาเจ้าDRONE มาใช้ในการถ่ายทำในภาพยนตร์เรื่องนี้ คือเมชอบอุปกรณ์เครื่องนี้มาก เป็นเครื่องที่มีใบพัด 4 ใบหมุนติ้วๆ คล้ายๆเครื่องบังคับวิทยุโดยมีกล้องถ่ายทำภาพยนตร์ติดอยู่ ชอบมากค่ะ อยากขโมยกลับ อยากเห็นภาพที่จะฉายในโรงภาพยนตร์ด้วย สำหรับในภาพยนตร์เราจะได้เห็นในฉากที่น็อตกับมดตะเข้าไปในโรงพยาบาลร้าง ซึ่ง Drone จะถ่ายตอนที่เราขับมอเตอร์ไซด์เข้าไปภาพจะเห็นเป็นมุมกว้าง เมพูดกับพี่ปั้นตั้งแต่ตอนแรกแล้วว่าเมชอบมาก อยากได้กลับไปเล่นที่บ้านมาก มันเป็นเครื่องที่มีมาสักพักแล้วล่ะคะ แล้วต่างชาติเขาก็ใช้กัน เมยังไม่ค่อยเห็นหนังไทยเรื่องไหนใช้เลยนะ วันแรกที่เมลงมาจากโรงแรมแล้วมาเจอเครื่องนี้ เมโทร.ไปบอกเพื่อนว่าอยากได้มาก เมคุยกับพี่ที่เป็นคนบังคับว่าเดี๋ยวหนูขอเล่นนะคะ เมรู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่ยุโรปมากเลยค่ะ รู้สึกเป็นอะไรที่มันใหม่แล้วก็สวยงามมาก เมนั่งคุยกับพี่ปั้นว่าถ้ามุมกล้องมันเป็นแบบนี้มันต้องออกมาสวยแน่เลย คือมันอำนวยความสะดวกเราด้วยแหละ กล้องแฮนดี้แคมมันจะไม่สามารถถ่ายได้มุมสวยขนาดนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นในฉากนี้เราจะได้เห็นว่ามดตะเป็นคนที่ขาดความอบอุ่นเล็กๆ นะคะ เขาพยายามโหยหาความอบอุ่นที่เขาไม่เคยได้รับ จากเหตุการณ์ จากปมในใจของเขา จนเขาเลือกน็อตเป็นตัวแทนในการแชร์ความรู้สึกหรือว่าในการเอาอารมณ์ความรู้สึกของน็อตเข้ามาร่วมกับตัวมดตะ แล้วก็ในฉากนี้มันคือการเริ่มต้นของการผจญภัยของทั้งคู่ในหนังผีเรื่องนี้ แล้วภาพที่ออกมา ทั้งๆ ที่ไม่ได้ดูในมอนิเตอร์ แต่ได้เห็นตอนมันขึ้น หรือว่ามันถ่าย มันต้องออกมาสวยมากๆ แน่เลย แล้วทุกคนจะได้เห็นความดาร์ก ความน่ากลัวของสถานที่แห่งนี้ค่ะ" สุดท้ายครับ อยากฝากบอกอะไรกับแฟนๆของเมโกะเกี่ยวกับ The Eyes Diary หนังเรื่องล่าสุดของเราบ้างไหม "ฝากผลงานหนังเรื่องที่ 3 ในชีวิตของเมด้วยนะคะ กับ The Eyes Diary ค่ะ ก็หนังผี หนังโรแมนติก แอคชั่น เป็นอะไรที่ครบรสมากๆ ก็อยากให้ทุกคนติดตามกันในมุมมองการแสดงใหม่ๆ ของเมด้วยค่ะ" ติดตามผลงานของ เมโกะ ที่จะมาทำให้ทุกคนต้องสะพรึงจนนั่งไม่ติดเก้าอี้ ไปกับ The Eyes Diary คนเห็นผี ได้แล้ววันนนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกดูตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ The Eyes Diary ได้ที่นี่เลย ------------------------------