น้ำตาไม่ไหลคืน

วอนช่วย! เด็กน้อยป่วยเป็นสะเก็ดเงิน มีแผลเต็มใบหน้า
บริจาคช่วยเด็ก /  ป่วยสะเก็ดเงิน / 

วอนช่วย! เด็กน้อยป่วยเป็นสะเก็ดเงิน มีแผลเต็มใบหน้า แถมมีน้ำเหลืองไหนตลอดเวลา ส่งกลิ่นเหม็น วันนี้ (9 ก.พ. 59) โลกออนไลน์มีการแชร์ข้อความพร้อมภาพของ เด็กชายรายหนึ่ง ที่ป่วยเป็นโรคสะเก็ดเงิน มีแผลเต็มใบหน้า แถมมีน้ำเหลืองไหลตลอดเวลา ทำให้มีกลิ่นเหม็น ซึ่งสร้างความเจ็บปวดให้กับน้องเป็นอย่างมาก โดยโพสต์ดังกล่าวต้องการบอกเล่าเรื่องราวการใช้ชีวิตของน้อง และวอนผู้ใจบุญมีจิตเมตตา ร่วมบริจาคหรือช่วยเหลือส่งต่อไปรักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยเจ้าของโพสต์ระบุว่า... โรงเรียนคลองใหญ่ใต้ จ.กำแพงเพชร มีนักเรียนคนหนึ่งชื่อ ด.ช.อภิสิทธ์ สุขศรี มีอาการคล้ายโรคสะเก็ดเงิน และมีภาวะความผิดปกติทางสมองร่วมด้วย ในวันที่ทีมรู้ค่าพลังงานไปพบน้องนั้น นอกจากน้องอภิสิทธิ์จะมีแผลไปทั่วใบหน้าและร่างกาย ยังมีเลือดและน้ำเหลืองไหลตลอดเวลา สร้างความเจ็บปวดให้กับน้องมาก และทำให้ตัวมีกลิ่นเหม็น น้องจึงมักแยกตัวออกห่างจากเพื่อน ๆ น่าสงสารมาก ... ทั้งนี้ จึงอยากวอนผู้ใจบุญมีจิตเมตตา ร่วมบริจาค หรือช่วยเหลือเรื่องการส่งต่อไปรักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากพ่อและแม่ของน้องมีฐานะค่อนข้างยากจน มีอาชีพรับจ้าง จึงรักษาน้องไปตามอาการ ไม่สามารถรักษาได้อย่างต่อเนื่อง หากท่านใดมีความประสงค์จะช่วยเหลือน้องอภิสิทธ์ สุขศรี สามารถติดต่อมาได้ที่ ทีมงานรู้ค่าพลังงาน 081-616-1668 เพื่อที่จะประสานเรื่องการช่วยเหลือต่อไปค่ะ ขอบคุณข้อมูล/ภาพ เฟซบุ๊ก รู้ค่าพลังงาน MThai News

รักใดเท่าแม่!แม้ป่วยหนักไม่หาหมอ ขอสู้-ดูแลลูกพิการ
ตาบอด /  พิการซ้ำซ้อน / 

ตึ้ง ตึ้ง ตึ้ง! ประหนึ่งคล้ายเสียงบางอย่างกำลังปะทะผนังบ้านไม้เก่า เมื่อก้าวเข้าข้างใน ปรากฎร่าง "หญิงสาว" ซูบผอมราวหนังติดกระดูก อยู่ในสภาพเปลือยกายนั่งตัวสั่น หันศรีษะไปมากระแทกเข้าฝาบ้าน ยิ่งกว่านั้น สองมือซ้ายขวาล้วงเข้าเบ้าควักลูกตาห้อยโตงเตง ผู้เป็นแม่ไม่รีรอ เกรงลูกอันตราย โผกอดแนบกายคว้าผ้าห่มคลุมตัว ก่อนช่วยลูกนำ "ดวงตา" กลับเข้าที่เดิม สองมือประคองปลอบ สองแก้มแปะเปื้อนคราบน้ำตาไหลลงบนหน้าผากลูก คุณแม่ระเบียบ สุตะวิบูลย์ (อี๊ด) อายุ 64 ปี เล่าย้อนความทุกข์ยากของครอบครัวด้วยน้ำเสียงสะอื้นว่า น.ส.วันเพ็ญ สุตะวิบูลย์ (นุช) อายุ 35 ปี  ลูกสาว มีความผิดปกติพิการซ้ำซ้อนโดยกำเนิด ทั้งตาบอด หูหนวก เป็นใบ้ และโรคหัวใจ เนื่องจากคลอดก่อนกำหนดประกอบกับขณะตั้งครรภ์ ตนเองป่วยเป็นโรคหัดเยอรมัน ส่งผลให้คุณนุชต้องเกิดมาในสภาพเช่นนี้ "หมอบอกให้ทำใจ ถามจะเอาไว้ไหม ด้วยความเป็นแม่ รักเขาสงสารเขา จึงขอเอาไว้ หวังออกมาอาจปกติเหมือนลูกอีก 3 คนก่อน แต่ไม่เป็นดั่งหวัง ก็ต้องเลี้ยงเขาต่อไปให้ได้ เอาสมบัติทั้งหมดมารักษาเขา ขายทุกสิ่งจนหมดตัว จนเขาได้ 2 ขวบ หมอบอกว่าพอเถอะ พอแล้ว หมดหนทางรักษาแล้ว"   ย้อนไปหลาย 10 ปีก่อน คุณป้าอี๊ด มีลูกทั้งหมด 4 คน เป็นลูกสามีเก่า 2 คน และลูกสามีใหม่ 2 คน ซึ่งทั้ง 3 คนคลอดออกมาและเติบโตใช้ชีวิตได้อย่างปกติ ยกเว้น ลูกคนสุดท้อง คือ คุณนุช เมื่อต้องหมดเงินสิ้นเนื้อประดาตัวไปกับค่ารักษาอาการป่วยของลูก เคราะซ้ำสามีใหม่ก็มาทอดทิ้ง หอบลูกอีกคนหนีตีจากไป ขณะที่สามีเก่าและลูกอีก 2 คนก็ไม่เคยแวะเวียนมาดูดำดูดีใดๆ ปล่อยหญิงชราและลูกพิการต้องเผชิญชะตากรรมต่อสู้-อยู่ลำพังมาถึงวันนี้ "เชื่อไหม ลำพังเงินรับจ้างหาเช้ากินค่ำยังไม่พอเลย บางวันไม่มีเงินสักบาท ต้องไปขอข้าววัดข้าวชาวบ้านมากินกับลูก หอบลูกไปอาศัยอยู่กับใคร เขาก็รังเกียจ จำต้องออกมาหาที่อยู่เอง และหายืมเงินกู้พวกหมวกกันน๊อค พอไม่มีจ่ายก็ถูกซ้อม ยิ่งซ้อมยิ่งเจ็บยิ่งเจ็บยิ่งไม่มีกำลังทำงานแทบไม่ได้ ถูกซ้อมจนต้องขึ้นโรงขึ้นศาล แต่โชคยังเข้าข้างบ้าง เขาตัดสินให้ผ่อนจ่ายแต่เงินต้นได้ ก็หามาโป๊ะเรื่อยๆกว่าจะหมด หมดแล้วก็เป็นหนี้เพื่อปากท้องอยู่ดี" เมื่อหมดหนทางรักษาลูก-ชีวิตถูกทอดทิ้ง สองมือหอบลูกร่อนเร่กลับมายังบ้านเก่าย่านซอยเรวดี หวังตั้งรากฐานชีวิตใหม่ โชคยังดีที่ฟ้าเมตตาประทานเพื่อนบ้านมีน้ำใจ คุณบุญช่วย อ่ำสอน (หลี) อายุ 68 ปี ผู้ให้เช่าบ้านราคาถูกเพียง 1 พันบาท พร้อมช่วยดูแลลูกเมื่อออกหางานนอกบ้าน แต่ก็ไม่มีใครอยากได้ "หญิงชรา-ป่วยโรคกระดูกทับเส้น" เข้าทำงาน พี่สาวป้าหลีจึงเอื้อเฟื้อเปิดพื้นที่หน้าบ้านติดถนนให้ตั้งโต๊ะค้าขายผลไม้ แต่รายได้ก็ไม่พอจ่าย ยังต้องกู้หนี้ยืมสินอยู่ดี ชีวิตยิ่งวิกฤตหนักเมื่อปี 2554 เกิดน้ำท่วมใหญ่ บ้านที่เขาให้เช่ากลับถูกน้ำท่วมเสียหาย ต้องหอบลูกหนีไปอาศัยอยู่ที่อื่น ด้วยความเวทนา 2 แม่ลูก ป้าหลีพร้อมเพื่อนบ้านรายอื่นๆได้แจ้งเรื่องความช่วยเหลือไปยังเทศบาลนครนนทบุรี ทางเทศบาลฯจึงเข้ามอบสิ่งของยังชีพพร้อมซ่อมแซมบ้านเช่าที่ถูกน้ำท่วมหนักให้ตามโครงการบ้านท้องถิ่นไทยเทิดไท้องค์ราชัน และส่งเจ้าหน้าที่ติดตามความเป็นอยู่ "ตอนน้ำท่วมใหญ่ ชีวิตลำบากมาก ต้องระหกระเหินไปหาที่อยู่ ไปอยู่ไหนใครก็ไล่ แต่ดีที่ป้าหลีและเพื่อนบ้านแจ้งเทศบาลฯมาช่วย โดยเฉพาะซ่อมบ้านและติดเหล็กดัดให้ เพื่อป้องกันคนเข้ามาทำไม่ดีต่อลูก เพราะลูกแก้ผ้าเดินอยู่ในบ้านตลอด ช่วงนั้นเป็นห่วงมาก เพราะเคยเกิดเหตุบ่อย ก็ได้เพื่อนบ้านที่ช่วยกันสอดส่อง" เปิดใจ...คุณแม่ระเบียบ เมื่อบ้านเช่าซ่อมแซมเสร็จประกอบกับมีเพื่อนบ้านใจดี ป้าอี๊ดก็กลับมาปักหลักอยู่บ้านหลังเดิม พร้อมกับของใช้เก่าๆ สิ่งที่ขาดไม่ได้ คือ พัดลมที่ไว้ดับร้อนให้กับลูก พัดลมเพดานและพัดลมตั้งพื้น ได้รับบริจาคจากเพื่อนบ้าน และได้ทางการไฟฟ้ามาช่วยติดตั้งให้ พร้อมกำชับข้อห่วงใย ห้ามเปิดพัดลมตัวเดียวตลอดทั้งวัน หมั่นสลับใช้ตัวอื่น กังวลว่าบ้านหลังนี้อาจเสี่ยงไฟไหม้ เรื่องกลิ่นเหม็นคละคลุ้งทั่วบ้านจากการขับถ่ายของลูก เป็นอีกข้อกังวลของป้าอี๊ด ที่ไม่ค่อยมีเวลาทำความสะอาดบ้าน เพราะต้องออกไปตลาดคลองถมแต่หัวรุ่งเพื่อหาซื้อผลไม้มาขาย กว่าจะได้กลับเข้ามาบ้านแต่ละวันก็มืดค่ำ ทำได้เพียงแค่แวะมาดูลูกที่บ้านได้ไม่กี่นาที และการมาแต่ละครั้งต้องนั่งวินมอเตอร์ไซค์ไป-กลับ เสียเงินราว 20 บาทต่อครั้ง แม้ระยะทางจากที่ขายของถึงตัวบ้านห่างเพียงไม่ถึงกิโลเมตร ก็ไม่สามารถเดินเหินมาได้ เนื่องจากเจ็บปวดจากโรคอาการกระดูกทับเส้น "ทุเรศตัวเองนะ แต่ละวันแค่จะแว๊บไปดูลูก ทางไม่ถึงโล ยังแทบเดินไปไม่ได้ ต้องมาเสียค่าวินฯนั่งไปกลับอีก เจ็บแค่ไหนก็ต้องแบกร่างไปหาลูกให้ได้ ห่วงไปหมด กลัวใครมาทำอะไร กลัวเขาหกล้มเจ็บหรือทำร้ายตัวเองอีก กลัวไฟไหม้ กลัวสารพัด เหตุผลที่ไม่ไปหาหมอมากว่า 10 ปี ก็เพราะเราเป็นห่วงเขามากมากกว่าเราห่วงตัวเอง" เมื่อพูดถึงอาการป่วยของลูก คุณนุชป่วยพิการซ้ำซ้อนตั้งแต่ ตาบอด หูหนวก เป็นใบ้ โรคหัวใจ ลมชัก  ร่างกายร้อนตลอดเวลาถึงขั้นใส่เสื้อผ้าไม่ได้มากกว่า 30 ปี และทีมข่าวถึงกับตกใจ ขณะเมื่อสัมภาษณ์ป้าอี๊ด คุณนุชได้พยายามควักลูกตาออกมา จนป้าอี๊ดต้องช่วยนำใส่เข้ากลับที่เดิม ซึ่งเป็นอีกอาการป่วยที่น่าเป็นห่วง เพราะคุณนุชมักควักลูกตาออกอยู่บ่อยครั้ง "ไม่ต้องตกใจหรอก เป็นเรื่องปกติ เขามักจะควักลูกตาออกมาเล่นประจำ เพราะเขาอยากมองเห็น ความมืดมันน่าเบื่อน่ากลัวสำหรับเขา ไม่อันตรายแล้ว แรกๆที่เขาควักออกมาป้าและใครๆก็ตกใจ เขาก็ไม่มีอาการเจ็บและไม่มีเลือดหรืออะไรไหลออกมาแล้ว เพราะตาเขามันทั้งบอดและไร้ความรู้สึกใดๆมานานแล้ว" อ่างปูนหน้าประตูบ้าน มีน้ำใส่ไว้อยู่ครึ่งอ่าง แต่เหตุใดน้ำกลับไม่สะอาดและมีกลิ่นเหม็น? ป้าอี๊ดบอกว่า อ่างนี้คืออีกหนึ่งสิ่งแสนเวทนาสำหรับลูก เพราะนอกจากเขามักขับถ่ายบนที่นอนของตนเองเป็นประจำแล้ว แต่ในบางครั้งเพื่อรอแม่กลับมาจากทำงาน เขาจะนั่งแก้ผ้ารอและลงไปขับถ่ายอยู่ในอ่างนั้น หากป้าอี๊ดยังล่าช้าไม่กลับมา เพื่อประทังความหิวโหย น้ำผสมสิ่งขับถ่ายนั้น คือ อาหารของเขาในทันที "สุดเวทนาเลย วันไหนป้ากลับมาช้า เขารอไม่ไหว เขาก็จะกิน (ฉี่-อึ) ของเขาเองในอ่างน้ำ ป้าเคยกลับมาเห็นต่อหน้า ถึงกับร้องไห้วิ่งเข้ากอดลูกเลย และขอโทษลูกเสมอที่ป้ากลับมาช้า และโทษตัวเองที่ต้องทำให้ลูกตกอยู่ในสภาพนี้" สิ้นเสียงร้องไห้ มือซ้ายปาดน้ำตา มือขวาลูบคลำลำตัวลูก พร้อมพูดว่า ป้าอี๊ดจะไม่มีวันทิ้งลูก ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม จะอยู่ดูแลกันไปจนวันตายจาก ไม่สนคำครหาที่ว่า "รังแกลูก" ไม่ปล่อยให้ใครมารับลูกไปดูแล ไม่ว่าจะเป็นแต่สถานสงเคราะห์หรือสถานที่ใดๆ เพียงหวังความเข้าใจในหัวอกของคนเป็น "แม่" แม้จะลำบากยากเข็ญเพียงไร ก็ไม่มีวันทอดทิ้งลูก และ หวังให้สังคม "เห็นใจ" หากใครมีเมตตา-ให้ความช่วยเหลือ "ขอบคุณ MThai ที่มา และ ขอบคุณผู้ใจบุญทั้งหลาย หากได้ดูและอยากช่วยเหลือพวกเรา และอยากให้สังคมเข้าใจป้า เพราะรักลูก จึงไม่อยากให้ใครเอาไป ไม่วางใจว่าใครจะดูแลและรู้ใจเขาได้เท่าเรา และที่สำคัญ เพราะความเป็นแม่ ไม่ว่าเหตุผลใดก็ตาม ป้าก็ทิ้งเขาไม่ได้ ไม่มีวัน เราจะตายจากไปด้วยกัน"  คำวิงวอนขอความช่วยเหลือ...คุณแม่ระเบียบ MThai News ขอเป็นกำลังใจกับครอบครัวคุณแม่ระเบียบ และหากผู้ใดใจบุญต้องการให้ความช่วยเหลือ สามารถบริจาคเงินผ่านบัญชี นาง ระเบียบ สุตตวิบูลย์ เลขที่ 057-1-39218-6 ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา สาขา ติวานนท์ (แคราย) หรือ มอบสิ่งของบริจาคได้บ้านเลขที่ 77/35 ม.4 ซ.เรวดี ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี หรือ โทรติดต่อ 086-972-3758 (ป้าระเบียบ) / 086-339-0876 ป้าหลี (เพื่อนบ้านช่วยเหลือป้าระเบียบ) ชัยพัฒน์ แกล้วทนงค์ รายงาน / ภาพ  แจ้งเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ ช่วยเหลือสังคม ได้ที่ news.mthai.com@gmail.com ติดตามสกู๊ปข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

20 เรื่องที่ควรจะรู้ไว้เกี่ยวกับวันวาเลนไทน์
valentine's day /  ความรักวัยรุ่น / 

วันวาเลนไทน์ ที่กำลังจามาถึง คู่รักหลายคู่ก็คงคิดหาเรื่องเซอร์ไพรส์แฟนกันอยู่แน่ๆ แต่ความจริงแล้วเพื่อนๆ รู้ไหมว่า ความหมายที่แท้จริงของวันงาเลนไทน์คืออะไร? ทีนเอ็มไทยนำ 20 เรื่องที่ควรจะรู้ไว้เกี่ยวกับวันวาเลนไทน์ มาฝากเพื่อนๆ กันคะ แล้วลองดูซิว่ามันจริงรึเปล่า ? ^^ 20 เรื่องที่ควรจะรู้ไว้เกี่ยวกับวันวาเลนไทน์ 1. วันวาเลนไทน์เกิดขึ้นระลึกถึงนักบุญเซนต์วาเลนไทน์ (Saint Valentine) ผู้รับโทษประหารในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 270 เพราะในยุคนั้นมีกฏหมายห้ามไม่ให้มีแต่งงานของพวกคริสเตียน แต่เซนต์วาเลนไทน์ยังแอบจัดงานแต่งงานให้กับคู่รักคริสเตียนจนถูกจับขังและรับโทษ โดยในขณะที่ถูกคุมขังนั้น เขาก็พบรักกับสาวตาบอดซึ่งเป็นลูกสาวของผู้คุม ด้วยความรักและคำอธิษฐานของเขา พระเจ้าได้ทรงโปรดให้ตาของสาวคนรักหายเป็นปกติ แต่เมื่อความนี้ล่วงรู้ถึงหูกษัตริย์ เซนต์วาเลนไทน์จึงถูกประหารชีวิตด้วยการตัดศรีษะ ต่อมาเมื่อคนทั่วไปทราบเรื่องราวจึงเกิดความประทับใจและยึดถือเอาวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็น วันแห่งความรัก นั่นเอง 2. คนที่ฟ้าส่งมาให้รักเรามากที่สุดคือ พ่อแม่ เป็นรักไม่มีวันหมดอายุ ไม่มีเงื่อนไข เพราะต่อให้เราอ้วน น่าเกลียด พิการ ทำตัวงี่เง่ายังไง พ่อแม่ก็ยังรักและพร้อมจะเสียสละเพื่อเราเสมอ ดังนั้นในวันวาเลนไทน์ จึงอยากใหคุณๆ ทำดีต่อคุณพ่อคุณแม่ให้มากๆ นะคะ 3. คนที่ไม่มีแฟนไม่ใช่คนอาภัพน่าสงสารในวันวาเลนไทน์ เพราะคนโสดก็มีความรักได้ และคนที่น่าสงสารที่สุดก็คือคนที่ไม่มีความรักในหัวใจต่างหากล่ะ อีกอย่าง...คนที่มีแฟน แต่แฟนห่วยแตก ชีวิตเหมือนถูกขังให้ทรมานไปวันๆ น่าสงสารกว่าคนโสดเป็นไหนๆ 4. จากการสำรวจพบว่าในวัยเรียน เด็กคอซอง คนที่ให้ของขวัญบอกรักกันมากที่สุดในวันวาเลนไทน์ ไม่ใช่ คู่รัก แต่เป็น เพื่อน ดังนั้นอย่าเครียดไปเลยที่แม้ว่าจะยังไม่มีแฟนมาควงแขนอวดใครในวันวาเลนไทน์ เพราะถึงยังไง เราก็ยังมีเพื่อนมากมายที่มอบความรักต่อกันได้อยู่นะ 5. กุหลาบราคาแพงไม่ได้แสดงว่าเค้ารักเรามากจริงๆ ดังนั้นอย่าไปเชื่อคำพูดของใครว่า รักเรามาก เพียงเพราะเค้าให้ดอกกุหลาบราคาแพงหูฉี่ เรื่องแบบนี้อยู่ที่ใจล้วนๆ 6. ครูที่ปรึกษาหลายท่านร้องไห้ด้วยความทราบซึ้ง เมื่อลูกศิษย์ประจำห้องมอบดอกกุหลาบวันวาเลนไทน์ให้ท่านคนละดอก ลองวางแผนเซอร์ไพร้ส์ครูดูไหมล่ะ ให้เพื่อนๆ เอาดอกไม้ไปไหว้ครูพร้อมๆ กัน ได้เห็นครูน้ำตาร่วงเพราะซึ้งใจชัวร์ดิ 7. เมื่อเธอมองรอบตัว จะพบสิ่งมีชีวป็นผู้ให้ความรักแก่พวกเขา มีเมตตาแก่พวกเขาดู แล้วเธอจะเต็มอิ่มไปด้วยรักในหัวใจ 8. คนที่ได้ดอกกุหลาบมากที่สุด ไม่ได้หมายความว่าคนๆ นั้นจะมีความรักที่น่าอิจฉาที่สุด ตรงกันข้าม คนที่ไม่ได้ของขวัญวาเลนไทน์ซักชิ้น อาจจะมีรักที่น่าอิจฉาที่สุดเลยก็เป็นได้ 9. ของขวัญวาเลนไทน์ที่มีค่าที่สุด อาจลงทุนน้อยที่สุด เช่น การ์ดที่ตั้งใจทำกับมือ ดาวกระดาษที่พับมาเป็นเดือนๆ หรือของราคาถูกแต่ตั้งใจหาซื้อมาด้วยใจ เพราะฉะนั้น อย่าตีค่าความรักของใครด้วยราคาของขวัญที่เค้าให้ เราดูที่การกระทำดีกว่านะ ก็มีค่ายิ่งใหญ่สุดๆ แล้ว 10. เดือนกุมภาพันธ์ซึ่งเป็นเดือนแห่งความรัก กลับเป็นเดือนที่มีวันน้อยที่สุดของปี บอกให้เรารู้ว่า ความรักจะสั้นหรือยาวไม่ได้อยู่ที่วันเวลาที่คบกันมา แต่อยู่ที่การทำทุกนาทีให้มีค่าร่วมกันนะจ๊ะ 11. วันวาเลนไทน์ไม่ใช่วันเสียตัวแห่งชาติ เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะกลายเป็นแฟชั่นแปลกๆ ไปแล้วว่าวาเลนไทน์โรงแรมม่านรูดจะต้องเต็ม! ไม่เวิร์คเลย เพราะที่สุดแล้ว คนที่จะต้องมานั่งเสียใจในภายหลังก็คือเราคนเดียวเท่านั้น การมีอะไรกันไม่ได้บ่งบอกว่ารักกันเสมอไป ควรมีเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น 12. วันวาเลนไทน์ แม้จะตื่นเต้นยังไง ก็ยังต้องเรียนหนังสือ ไม่ใช่เอาแต่เหม่อมองรอคอยใครมาให้ดอกไม้ หรือร่าเริงโดดเรียนไปเที่ยวซะงั้น บางคนพอถึง วันวาเลนไทน์ สติแตก เอาแต่วางแผนว่าจะเซอร์ไพร้ส์แฟนยังไง ทำอะไรบ้าง สรุป วันนี้สอบตกเพราะไร้สติโดยสิ้นเชิงล่ะ 13. คนโสดก็มีวาเลนไทน์ที่อบอุ่นได้แค่เพียงรักตัวเอง ขอให้จำไว้เลยว่า แค่เพียงเราใช้วันวาเลนไทน์เป็นวันที่เราดูแลสุขภาพร่างกาย มอบความรัดให้ตัวเอง เราก็จะเป็นผู้หญิงที่น่าอิจฉาที่สุดได้อยู่แล้ว 14. อย่าเสียเงินไปซื้อดอกไม้หรือตุ๊กตามาเดินถือ เพียงเพราะกลัวขายหน้าที่ยังไม่มีใครให้ของขวัญวาเลนไทน์ มันเป็นอะไรที่ไร้สาระมากๆ เพราะการเดินมือเปล่าในวันวาเลนไทน์ไม่ใช่เรื่องน่าอายซักกะหน่อย ถ้ารวยนักละก็ เอาเงินไปบริจาคให้เด็กยากจนดีกว่านะ 15. ถ้าอยากให้ของขวัญวาเลนไทน์ที่อยู่นานๆ ต้นไม้ในกระถางก็น่ารักดี ดีกว่าดอกไม้ราคาแพงหูฉี่ แต่สามวันเน่า ลองไปหาซื้อไม้ใบ ไม้ดอกสวยๆ เอามามอบให้กัน ราคาถูกกว่า แถมอยู่ได้นานกว่าด้วย อีกอย่างมันก็มีความหมายเป็นนัยๆ ว่า รักของเราจะมั่นคงยาวนาน เหมือนต้นไม้ที่เติบโตและไม่เหี่ยวเฉาง่ายๆ ถ้าได้รับการดูแลอย่างดีนะจ๊ะ 16. ผู้ชาย 55 เปอร์เซ็นต์มองว่าการให้ดอกไม้วาเลนไทน์เป็นเรื่องไร้สาระ บางคนถือว่าการให้ดอกไม้ผู้หญิงเป็นพวกเชยระเบิด ้าจะต้องทำเซอร์ไพร้ส์ให้เราวันวาเลนไทน์ เพราะความรักของเค้าอาจจะไม่ได้โฟกัสที่ตรงจุดนั้น 17. สิ่งที่จะทำให้ผู้ชายซึ้งใจและรักเรามากคือความเข้าใจ ไม่ใช่ของขวัญวาเลนไทน์ราคาแพง เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นเลยที่เราจะต้องอดข้าว อดน้ำเพื่อซื้อขอราคาแพงเกินตัวให้เค้า ถ้าเค้ารักเราจริง เค้าคงไม่สบายใจที่เห็นเราต้องทรมานตัวเองแบบนั้นหรอกนะ ความเข้าใจในตัวของเค้าและอยู่กับเค้าโดยสร้างความสุขให้กันได้ทุกวัน สำคัญสุดแล้ว 18. โลกของเราก็อยากได้ของขวัญวาเลนไทน์จากเธอ ลองหันมารักโลก ทำสิ่งดีๆ ให้โลกกันดูไหม เช่น ปลูกต้นไม้ สัญญากับตัวเองว่าจะลดการใช้ถุงพลาสติก ประหยัดไฟ ประหนัดน้ำ ฯลฯ แบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะ 19. ความสำคัญของการมีแฟนไม่ได้อยู่ที่มีคนเดินด้วยในวันวาเลนไทน์เท่านั้น ฉะนั้นอย่าคิดโง่ๆ แค่ว่า อยากมีแฟนเพราะจะได้มีคนมาเดินข้างๆ ในวันวาเลนไทน์ จนต้องรีบควานหาเอาใครก็ได้มาเคียงคู่ เพียงเพราะว้อนท์อยากมีแฟนใจจะขาด แบบนั้นเธอเสี่ยงจะเจอรักคุดหรือรักสุดอะเฟดได้ 20. เราสามารถมีวันวาเลนไทน์ได้ทุกวัน แค่เพียงทำทุกวันให้เป็นวันแห่งความรัก ดูแลกันและกันทุกวัน ใส่ใจกันทุกวัน แล้วเธอก็จะพบว่า ไม่ว่าวันไหน โลกก็เป็นวีชมพูได้ แค่เพียงยังมีกันและกันอยู่เสมอ ขอบคุณข้อมูล http://www.cityvariety.com/cityworld-8978.html

จวก! หมอ รพ.ดัง ตรวจพลาด บอกเป็นฝีแต่ดันเจอถ่านในจมูก
ตรวจอาการผิด /  ถ่านนาฬิกาในจมูก / 

จวก! หมอ รพ.ดัง ตรวจอาการผิด บอกเป็นแค่ฝี แต่พอไปอีก รพ. พบถ่านนาฬิกาในจมูก หลังเด็กเลือกไหลออกจมูก วันนี้ (9 ก.พ. 59) โลกออนไลน์กำลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังมีผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กชื่อ Feel Good‎ ได้โพสต์ข้อความตำหนิหมอจากโรงพยาบาลดัง หลังลูกน้อยเลือดไหลออกจมูกจึงพาไปหาหมอ ซึ่งหมอวินิจฉัยว่าเป็นฝี แต่หลังจากนั้นอาการไม่ดีขึ้นจึงพาไปหาอีกโรงพยาบาล พบก้อนถ่านนาฬิกาอยู่ในจมูกของเด็กน้อย และถ่านพวกนี้มันเป็นกรด ทำให้กัดเนื้อโพรงจมูก โดยเจ้าของโพสต์ระบุว่า... นี่ไงที่ทำให้ลูกฉันเลือดไหลออกจากจมูก..ออกมาเรียบร้อย (โรงพยาบาลเด็ก) ตรวจละเอียดมาก ตรวจจนเจอสิ่งแปลกปลอม มันคือก้อนถ่านนาฬิกา..มันเป็นสิ่งอัตรายเพราะมันเป็นกรด...กัดจนเนื้อที่อยู่ในโพรงจมูกไม่เหลือและกัดไปถึงกระดูก แต่ก่อนหน้านี้พาลูกไปโรงบาล...... ตามสิทธิ์รักษาบัตรทอง...พอไปถึงก็บอกอาการกับหมอที่ตรวจว่าลูกเราเป็นอะไร.. อาการของเด็กคือมีเลือดไหลออกมาจากจมูกตลอดเวลาและเด็กเจ็บจมูกมาก..พอบอกอาการหมอที่โรงพยาบาล.....หมอกลับบอกมาว่าในจมูกไม่เห็นจะมีอะไร. หรืออาจจะเป็นฝีในจมูก...และให้ยามากิน 2 ขวดกับน้ำเกลือขวดเล็กมา... (แต่มานี่หมอที่โรงบาลเด็กกลับบอกว่าถ้ามาช้ากว่านี้เด็กจะจมูกเน่า) แต่หมอ........บอกไม่เป็นไรคุณแม่ไม่ต้องเป็นกังวลลูกอาจจะเป็นฝีในจมูก.... #บอกเลยว่าหมอ........ไม่มจรรยาบรรณในการเป็นหมอเลยจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ที่มา : เฟซบุ๊ก Feel Good‎ MThai News

สลด! พ่อฆ่าลูก 4 ศพ ยิงตัวเองปลิดชีพหนีความผิดแล้ว
ฆาตกรรม /  ฆ่ายกครัว / 

คืบหน้าเหตุสลดพ่อใช้อาวุธปืนยิงลูกตัวเอง 4 คนเสียชีวิต ใน จ.ตรัง ล่าสุดขณะ ตร.เข้าจับกุม คนร้ายตัดสินใจจ่อขมับตัวเองเสียชีวิตแล้ว คืบหน้าจากกรณีนายพรพิชิต หยงสตาร์ อายุ 40 ปี ก่อเหตุใช้ปืนยิงลูกของตัวเองเสียชีวิตรวม 4 ศพและหลบซ่อนตัวอยู่ภายห้องบริเวณชั้นล่าง บ้านเลขที่ 270 หมู่ 2 ต.ท่าข้าม อ.ปะเหลียน จ.ตรัง เมื่อวานนี้ 8 ก.พ. ล่าสุดวันเดียวกันนี้ (8 ก.พ.) ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าเกลี่ยกล่อมผู้ต้องหาให้ยอมเข้ามอบตัว โดยให้ญาติๆและผู้นำชุมชนช่วยเกลี้ยกล่อมอีกทางแต่เบื้องต้นยังไม่สำเร็จ จึงมีการสั่งการให้ชุดคอมมาโดเข้าจับกุม โดยระหว่างเข้าจับกุมก่อนถึงตัวผู้ต้องหาประมาณ 5 เมตร ผู้ต้องหาได้ใช้อาวุธปืนยิงตัวเองที่บริเวณศรีษะได้รับบาดเจ็บสาหัส จากนั้นตำรวจได้เข้าไปนำตัวส่งโรงพยาบาลปะเหลียนและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ เปิดภาพการ์ดข้อความสุดท้าย "รักพ่อนะ" ที่ลูกสาวคนโตเขียน ก่อนถูกพ่อยิงเสียชีวิตพร้อมน้อง ๆ 4 ศพ  จากกรณีเกิดเหตุสลดพ่อคลุ้มคลั่งคว้าปืนยิงลูกตัวเอง 4 คน เสียชีวิตคาบ้านพักใน จ.ตรัง หลังตามง้อภรรยาไม่สำเร็จ ก่อนยิงตัวตายตาม ที่ได้เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้นั้น ล่าสุด (8 ก.พ. 59) มีรายงานว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบภายในบ้านพัก พบเด็กทั้ง 4 คน นอนเสียชีวิตเรียงกันบนเตียง มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่หัวทุกคน นอกจากนี้ยังพบว่าในบ้านมีการ์ดที่เขียนโดย ด.ญ.พัชราภรณ์ ลูกสาวคนโตของ นายพรพิชิต เป็นประโยคว่า "Love Dad ลูกคนนี้ไม่มีอะไรจะให้ มีแต่ว่า...รักพ่อนะ" ทำให้เจ้าหน้าที่ที่พบเห็นการ์ดใบนี้สะเทือนใจเป็นอย่างยิ่ง ขอบคุณข้อมูล/ภาพ ข่าวสด MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เกิดเหตุสลด! พ่อคลุ้มคลั่งคว้าปืนยิงลูกตัวเอง 4 คนเสียชีวิตคาบ้านพักใน จ.ตรัง เหตุตามง้อเมียไม่สำเร็จ ตำรวจเร่งไล่ล่าหวั่นยิงตัวตามหนีความผิด วันนี้ 8 ก.พ. ตำรวจ สภ.ปะเหลียน จ.ตรัง ได้รับแจ้งเหตุยิงกันตาย ภายในที่บ้าน 270 หมู่ 2 ต.ท่าข้าม อ.ปะเหลียน จ.ตรัง โดยผู้ก่อเหตุคือ นายพรพิชิต หยงสตาร์ เป็นเจ้าของบ้านเกิดเหตุ หลังคลุ้มคลั่งใช้อาวุธปืนยิงลูกของตัวเอง เสียชีวิตภายในบ้านรวม 4 คน ประกอบด้วย ลูกหญิง อายุ 14 ปี ลูกชาย อายุ 12 ปี ลูกหญิง อายุ 7 ปี และลูกชาย อายุ 3 ปี หลังก่อเหตุได้ซ่อนตัวอยู่ภายในบ้านพัก จากการสอบสวน นายสมชาย ท้ายหวน กำนัน ต.ท่าข้าม ให้การเบื้องต้นว่า นายพรพิชิต ผู้ก่อเหตุได้มีเหตุทะเลาะกับภรรยาอยู่บ่อยครั้ง ทำให้ทั้งสองต้องแยกทางกันอยู่ โดยผู้ก่อเหตุได้ไปทำงานที่ต่างจังหวัดประมาณ 2-3 ปี ก่อนจะกลับมาเพื่อขอคืนดีกับภรรยา แต่ฝ่ายภรรยาไม่ยอมคืนดีด้วย ทำให้ทั้งสองเกิดทะเลาะกันอย่างรุนแรง ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา จนกระทั่งเมื่อช่วงเช้าของวันนี้ 8 ก.พ. นายพรพิชิต เกิดอาการคลุ้มคลั่งใช้อาวุธปืนยิงลูกเสียชีวิตและจะยิงภรรยา แต่ภรรยาวิ่งหนีไปได้ขณะเกิดเหตุ ล่าสุดตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบกว่า 30 นาย เข้าตรึงกำลังทั่วบริเวณบ้านเกิดเหตุ พร้อมทำการเกลี้ยกล่อมให้มอบตัวเนื่องจากเกรงว่าจะยิงตัวตายหนีความผิด ขอบคุณ TNN24 ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

ท่าเต้นสุดฮิต Dab กลายเป็นกระแสของโลกในตอนนี้ไปแล้ว
dab /  dabbin / 

เมื่อคืนที่ผ่านมา(7/2/2016) ถ้าใครได้ดูฟุตบอล เชลซี-แมนยู คงได้เห็นคู่ฟุตบอลสุดมันส์ ซึ่งเชลซีเจ้าบ้านครองเกม เปิดเกมบุกใส่อย่างต่อเนื่อง... ไม่ใส่สิ!! สิ่งที่จะมาพูดถึงในวันนี้คือ ท่าดีใจของ Lingard ที่วิ่งทำท่า dab ประมาณเอามือข้างหนึ่งงอข้อศอกไปข้างหน้า อีกมือยืดมือออกไป ซึ่งท่าดีใจนี้มาจากท่าเต้นของชาวฮิปฮอป เรียกว่า dab หรือ dabbin โดยเจ้าของต้นฉบับนั้นยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าใครเป็นเจ้าของ แต่คาดการณ์ว่าน่าจะเป็น Migos, Skippa Da Flippa, Peewee Longway, และ Rich The Kid ที่นำท่านี่มาใช้ (แหม่เล่นเดาซะ 4 วงกันเลย คล้ายๆ เพลงหนุ่ม..อะไรสักอย่าง พอดังแล้วแสดงตัวเป็นเจ้าของใหญ่เลย) ซึ่งยังไม่เท่านั้น ด้วยเป็นท่าเต้นในวงการ Hiphop สายย่อแบบนี้ วง iKON จากเกาหลี Bobby หนึ่งในสมาชิกวงก็ทำท่านี้ใน MV เพลง WHAT'S WRONG? อีกด้วย (ดูแหละ แป๊บเดียวเลย มองแทบไม่ทัน) โดยไม่ใช่เฉพาะเมื่อคืนเท่านั้นที่ ลินการ์ด นำท่านี้มาใช้ เพราะเจ้าตัวบอกเองว่า เห็นท่านี้มาจาก พอล ป็อกบา นักเตะจากยูเว่ฯ ที่ก็ดีใจทำท่านี้ ตอนที่เขายิงประตูได้ก็คิดไรไม่ออก คิดได้ถึงท่านี้ก็ทำเลียนแบบ ป็อกบา ออกมาเลย ซึ่งท่าดีใจนี้ยังเป็นกระแสดังไปถึงศึก NFL ด้วยนะ เมื่อการแข่งขัน Super Bowl ครั้งที่ 50 ช่วงเช้าที่ผ่านมา Denver Broncos กับ Carolina Panthers (Broncos ชนะไปแล้ว 24-10) Quarterback ของทีม Panthers Cam Newton ก็ทำท่าดีใจนี้มาตลอด แต่ในศึกนัดสุดท้าย กลับไม่ได้มีโอกาสได้ทำท่านี้ เลยกลายเป็นฝั่งของ Broncos ที่ผู้เล่นออกมาทำท่าดีใจนี้กันแทน ซึ่งตอนนี้ถ้าใครอยากจะแอ็คท่าถ่ายรูป ลองเอาท่านี้ไปใช้กันได้ กำลังมายังไม่ตกเทรน แต่จริงๆ ผมเห็นท่านี้มานานแล้วนะในการ์ตูน (แค่คิดเฉยๆ ที่มาไม่ใช่จากการ์ตูนนี้นะจ๊ะ แถมให้ดูขำๆ)

ให้เพลงเล่าเรื่อง! เค้าว่า นี่คือเพลงของ ปลื้ม-ทับทิม
VRZO /  จะบอกว่า..."อยากกลับไป...เปลี่ยน" / 

หลังจาก 'เตียงหัก' จนทำให้ความรักของอดีตสามีภรรยาขวัญใจวัยทีน ปลื้ม สุรบถ และ ทับทิม มัลลิกา ลดสถานะเหลือเพียงแค่เพื่อน เรื่องราวของทั้งคู่ก็กลายเป็นมหากาพย์ มีข้อมูลออกมาให้ชาวโซเชี่ยลเสพย์ดราม่ากันต่อเนื่อง ชนิดที่ว่าถ้าเปรียบเป็นการแข่งขันกีฬาก็ผลัดกันรุก-ผลัดกันรับ แซ่บสุดๆ! จากข้อมูลที่อัพเดทมาหมาดๆ ก็เพิ่งมีชายหนุ่มนิรนามซึ่งอ้างว่าตนเองเป็นคนใกล้ตัวของ ปลื้ม งัดหลักฐานมาแฉว่า ก่อนที่ทั้งคู่จะเตียงหักอย่างเป็นทางการ สาว ทับทิม ก็มีรักซ้อนแถมมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมด้วย (อ่านรายละเอียดข่าว) ก่อนจะเขียนข้อความทิ้งท้ายให้ชวนคิดอีกว่า " รู้สึกเรื่องนี้พี่ปลื้มจะทำไว้นานละ ไม่รู้เป็นความในใจอะไรบางอย่างของพี่ปลื้มรึเปล่าเหมือนกัน แต่ดูตรงกับชีวิตพี่ดี https://www.youtube.com/watch?v=JnV5nx9DwJo " คลิปวิดีโอ 'จะบอกว่า..."อยากกลับไป...เปลี่ยน"' ซึ่งให้เสียงบรรยายตัวละครหลักโดย ปลื้ม และ ทับทิม นั้น กำลังเล่าเรื่องอะไรบางอย่างหรือเปล่านะ? ลองคลิกดู รับรองเก็ตแน่นอน!! จะบอกว่า..."อยากกลับไป...เปลี่ยน" Youtube channel : XICK Channel ไปฟังเพลง น้ำตาไม่มีความหมาย กันเต็มๆ .. เพราะดีนะ! น้ำตาไม่มีความหมาย - MUXICK [Official Lyrics MV] youtube channel : XICK Channel ภาพจาก www.instagram.com/tubtimofficial ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

คืบหน้า 'แผ่นดินไหวไต้หวัน' ทางการรวบ ผู้ก่อสร้างอาคารถล่ม
ดินไหว /  แผ่นดินไหว / 

เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ก่อสร้างอาคารสูงในเมืองไถหนาน ไต้หวัน ที่พังถล่มจากแผ่นดินไหว... สำนักข่าว 'ซีเอ็นเอ็น' รายงานความคืบหน้าเหตุการณ์แผ่นดินไหวรุนแรง ขนาด 6.4 แมกนิจูด ทางภาคใต้ของไต้หวัน เมื่อช่วงเช้าตรู่ประมาณ 04.00 น. ของวันเสาร์ที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมา ล สร้างความเสียหายแก่อาคารบ้านเรือน และมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 39 ศพ วานนี้มีรายงานว่า อัยการจับกุมผู้ก่อสร้างอาคารสูงในเมืองไถหนาน ที่พังถล่ม มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมากในจุดดังกล่าว เพื่อดำเนินคดีเอาผิดฐานฆ่าคนตายโดยประมาท เหว่ย-กวน โกลเดน ดรากอน อาคารอพาร์ตเมนต์ที่พักสูง 17 ชั้น ในเมืองไถหนาน เป็นอาคารสูงแห่งเดียวของเมืองที่พังทลายราบ และเป็นจุดที่พบผู้เสียชีวิตเกือบทั้งหมด ราว 40 ศพ -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- คืบหน้าเหตุแผ่นดินไหวทางใต้ของไต้หวัน ล่าสุดสังเวย 32 ศพแล้ว ยังสูญหายใต้ซากอีกนับร้อย วันนี้ (8 ก.พ.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้า เหตุแผ่นดินไหวในไต้หวัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ กำลังเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตที่ติดอยู่ใต้ซากอาคาร หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.4 เมื่อช่วงเช้ามืดวันเสาร์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ล่าสุดพบศพผู้เสียชีวิตแล้ว 32 ราย บาดเจ็บมากกว่า 500 ราย -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- คืบหน้าเหตุ "แผ่นดินไหวไต้หวัน" เสียชีวิตเพิ่ม 14 ศพ บาดเจ็ฐกว่า 500 ราย จนท.เร่งค้นหาผู้สูญหายอีก 150 ราย ความคืบหน้าเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.4 ในเมืองไถหนาน ทางใต้ของไต้หวัน เมื่อช่วงเช้ามืดวันเสาร์ ตามเวลาท้องถิ่น ล่าสุดจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 14 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 500 ราย ในจำนวนนี้กว่า 400 ราย ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว ตลอดคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กู้ภัยและทหารกว่า 800 นาย ยังคงเร่งค้นหาผู้สูญหายอีก 156 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถติดต่อได้ และเชื่อว่ายังติดอยู่ในซากอาคารหลายหลังที่พังถล่ม โดยเฉพาะอาคารที่พักอาศัยความสูง 17 ชั้น ซึ่งพังถล่มลงมาทั้งหลัง และยังไม่สามารถติดต่อผู้ที่พักอาศัยในอาคารได้อีกประมาณ 30 ราย โดยก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถช่วยเหลือชาวบ้านออกจากซากปรักหักพังได้แล้วกว่า 250 ราย ส่วนเรื่องการดูแล รัฐบาลได้จัดหาที่พักให้แก่ผู้ไร้ที่อยู่อาศัยเพราะแผ่นดินไหว โดยกองทัพได้จัดเตรียมที่นอน 1,200 ชุด ในสถานที่ทั้งหมด 4 แห่งแล้ว ที่มา tnamcot ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News คืบหน้าเหตุ "แผ่นดินไหวไต้หวัน" เสียชีวิตเพิ่ม 5 ศพ บาดเจ็บ 318 คน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หวั่นตัวเลขตาย-เจ็บ มากกว่าปกติ เพราะเป็นช่วงรวมญาติวันตรุษจีน สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานความคืบหน้า เหตุแผ่นดินไหว 6.4 ริกเตอร์ ทางตอนใต้ของไต้หวัน ซึ่งแรงสั่นสะเทือนทำให้อาคารที่พักอาศัยหลายแห่งพังถล่มว่า ล่าสุด มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 5 ราย และมีผู้บาดเจ็บ 318 คน ซึ่งในจำนวนนี้พักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ประมาณ 60 คน และมีการยืนยันว่า มีผู้ติดอยู่ใต้ซากอาคารที่พักอาศัย 17 ชั้นอีกประมาณ 30 คน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เฉิน เหว่ย เจิ้น กล่าวว่า รู้สึกเป็นกังวล และหวั่นว่าจะมีผู้เสียชีวิต หรือบาดเจ็บ ที่อยู่ใต้ซากอาคารอีกจำนวนมาก เนื่องจากสมาชิกของแต่ละครอบครัวได้กลับมารวมตัวกันและพักผ่อนอยู่ เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เพื่อเตรียมเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน อย่างไรก็ตาม ทางการไต้หวัน ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ และทีมกู้ภัย เร่งค้นหาผู้บาดเจ็บ ที่ติดอยู่ใต้ซากอาคารอย่างเต็มที่ ที่มา INN MThai News คืบหน้าเหตุ "แผ่นดินไหวไต้หวัน" ยอดตายคงที่ 3 ศพ ยอดเจ็บพุ่งต่อเนื่อง จนท.เร่งค้นหาผู้ติดซากตึกถล่มอีก 7 แห่ง รถไฟความเร็วสูงหลายสายงดให้บริการ ความคืบหน้า เหตุแผ่นดินไหวไต้หวัน ขนาด 6.4 ยอดผู้เสียชีวิตยังคงที่ 3 ศพ ด้านเจ้าหน้าที่กู้ภัย ยังคงเร่งค้นหาผู้ติดอยู่ซากอาคารถล่มอย่างน้อย 7 แห่ง และสามารถช่วยเหลือผู้รอดชีวิตออกมาแล้วมากกว่า 220 คน ในจำนวนนี้ต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาล 115 คน ทางการไต้หวัน ระดมเจ้าหน้าที่กู้ภัยมากกว่า 1,500 นายเข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ด้านนายเสข วรรณเมธี โฆษกกกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า เบื้องต้นไม่มีคนไทยได้รับอันตราย ทั้งนี้ขอให้คนไทยที่อยู่ในไต้หวันติดต่อส่งข้อมูลข่าวสารถึงกัน เพจคนไทยในไต้หวัน รายงานระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่ามีคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เพื่อนๆ ในไถหนาน เกาสงและเจียยี่ ช่วยรายงานด้วยว่า สภาพการณ์ในเขตพื้นที่ที่อาศัยอยู่เป็นอย่างไรบ้าง ประธานาธิบดีหม่า อิง จิ่ว แห่งไต้หวัน กล่าวก่อนเดินทางไปตรวจเยี่ยมพื้นที่ประสบภัยว่ายังไม่ทราบความเสียหายที่แน่ชัด แต่ทางการไต้หวันจะทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัย แผ่นดินไหวเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ชาวไต้หวันกำลังเตรียมตัวเข้าสู่เทศกาลตรุษจีน และเดิมในวันพรุ่งนี้ชาวไต้หวันก็จะเฉลิมฉลองวันตรุษจีนแล้ว แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้หลายครอบครัวต้องไร้ที่อยู่อาศัย นอกจากนั้น ยังมีรายงานว่าบริการรถไฟความเร็วสูงบางสายที่ให้บริการในเมืองไถหนานต้องระงับการให้บริการชั่วคราว เพื่อรอประเมินความเสียหายของรางรถไฟก่อน ขณะที่หน่วยงานท้องถิ่นได้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่แล้ว ที่มา js100. MThai News แผ่นดินไหวไต้หวัน ตึกถล่ม ตายแล้ว 3 เจ็บเพียบ! แผ่นดินไหวไต้หวัน 6.4 ริกเตอร์ ตึกถล่ม เบื้องต้น ดับแล้ว 3 เจ็บจำนวนมาก เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือ ปชช.ที่ยังติดอยู่แต่ละอาคาร สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า เกิดเหตุแผ่นดินไหวอย่างรุนแรง วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 6.4 ริกเตอร์ ทางตอนใต้ของไต้หวัน เมื่อเวลา 02.57 น. ตามเวลาในประเทศไทย ขณะที่ สำนักสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐ รายงานว่า ศูนย์กลางของแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงอยู่ที่เมืองไถ่หนาน ทางตอนใต้ ในระดับความลึก 10 กม. ซึ่งแรงสั่นสะเทือนทำให้อาคารที่พักอาศัยสูง 17 ชั้น ทรุดตัวพังถล่ม โดยหนึ่งในนั้นเป็นอาคารที่พักอาศัยสูง 17 ชั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่พยายามเร่งช่วยเหลือประชาชน และเร่งเข้าไปให้ค้นหาผู้รอดชีวิตใต้ซากปรักหักพัง ล่าสุดสามารถช่วยชีวิตได้แล้วกว่า 120 คน และนำส่งโรงพยาบาล 26 คน แต่ก็มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย โดย 2 รายเสียชีวิตที่โรงพยาบาล อีก 1 รายเป็นทารกเพศหญิงพบบริเวณซากตึก นอกจากนี้ยังมีรายงานไฟฟ้าดับหลังเกิดเหตุ กระทบกับบ้านเรือนและอาคารธุรกิจกว่า 1 แสน 2 หมื่นหลัง ด้าน ประธานาธิบดี หม่า อิงจิ่ว ได้เดินทางไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุแล้ว สำนักข่าวต่างประเทศ ยังรายงานว่า มีตึกอย่างน้อย 4 หลัง พังถล่มลงมา จากแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว เจ้าหน้าที่กู้ภัย เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่คาดว่าจะติดค้างตามอาคารต่าง ๆ อย่างเร่งด่วน และยังเกิดอาฟเตอร์ช็อคตามมาเป็นระยะด้วย ด้านศูนย์เตือนภัยสึนามิในมหาสมุทรแปซิฟิก เปิดเผยว่า เหตุแผ่นดินไหวในไต้หวันในวันนี้ไม่ได้ก่อให้เกิดคลื่นสึนามิ ไต้หวันตั้งอยู่ใกล้กับรอยต่อของแผ่นเปลือกโลก 2 แผ่น จึงทำให้เกิดเหตุการณ์ทางธรณีวิทยาเช่นแผ่นดินไหวขึ้นบ่อยครั้ง เมื่อ พ.ศ. 2542 ไต้หวันก็เคยประสบเหตุแผ่นดินไหวขนาดแรงสั่นสะเทือน 7.6 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 2,300 คน และเมื่อเดือนมิถุนายน 2556 ก็เกิดแผ่นดินไหวขนาดแรงสั่นสะเทือน 6.3 ขึ้นในตอนกลางของไต้หวัน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 ศพ ที่มา AP,BBC  MThai News

อันตรายถึงขั้นเสียชีวิต หากร่างกาย ขาดวิตามินบี !
ขาดวิตามิน /  ขาดวิตามินบี / 

จากข้อมูลทางวิชาการ พบว่าวิตามินบี (Vitamin B) มีความจำเป็นต่อร่างกายมาก เพราะเป็นสารอาหารที่ทำหน้าที่เป็นโคเอนไซม์ของปฏิกิริยาทางชีวเคมีต่างๆ มากมาย หรือเข้าใจง่ายๆ คือ ทำให้ระบบการทำงานของร่างกายเป็นปกติในทุกๆ วันนั่นเอง จึงไม่แปลกที่การขาดวิตามินบี จะทำให้เกิดโรคต่างๆ ตามมา โดยเฉพาะกับผิวหนัง เส้นผม สายตา ตับ และระบบประสาท สำหรับวิตามินบีนั้น ประกอบด้วยกัน 10 ชนิด และวิตามินบีแต่ละชนิดจะทำงานร่วมกัน เป็นส่วนประกอบสำคัญช่วยในการเผาผลาญอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน ให้เป็นพลังงานแก่ร่างกาย เพื่อใช้ในกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ วิตามินบียังมีส่วนสำคัญในการเจริญเติบโตและกระบวนการสร้างเม็ดเลือดเพื่อนำพาออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ได้อย่างทั่วถึงด้วย ดังนั้น หากขาดวิตามินบีตัวใดตัวหนึ่ง จะทำให้เกิดความผิดปกติแก่ร่างกายได้” หากขาดวิตามินบี จะเกิดอะไรขึ้น? วิตามิน บี 1 (ไธอะมีน) มีส่วนช่วยสร้างสารสื่อประสาท และเป็นวิตามินต้านความเครียดที่ช่วยดึงสารอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตไปเผาผลาญให้เป็นพลังงานของร่างกายในการจัดการสิ่งต่างๆ ในแต่ละวัน และยังช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ทำงานเป็นปกติ การขาดวิตามินบี 1 อาจทำให้เกิดโรคเหน็บชา แขนขาอ่อนแรง เบื่ออาหาร เหนื่อยง่าย และเกิดความรู้สึกสับสนได้ วิตามิน บี 2 (ไรโบฟลาวิน) มีคุณสมบัติคล้ายคลึงกับสารต้านอนุมูลอิสระ โดยป้องกันเซลล์ต่างๆ ในร่างกายไม่ให้ถูกทำร้าย และช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิตให้เป็นปกติมีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเซลล์ต่างๆ การขาดวิตามินบี 2 จะทำให้เกิดแผลที่มุมปากหรือโรคปากกระจอก วิตามิน บี 3 (ไนอะซิน) เป็นวิตามินที่เกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาทางชีวเคมีมากกว่า 50 ปฏิกิริยา สามารถช่วยในการรักษาอาการเครียดและซึมเศร้า ช่วยส่งเสริมการไหลเวียนโลหิต และบรรเทาอาการปวดไมเกรน การขาดวิตามินบี 3 จะทำให้เกิดโรค Pellagra ทำให้มีอาการผิวหนังอักเสบคล้ายถูกแดดเผา ปากลิ้นอักเสบ เบื่ออาหาร หงุดหงิด กังวล และเป็นโรคซึมเศร้าได้ วิตามิน บี 5 (แพนโทธีนิก แอซิด) มีความจำเป็นต่อปฏิกิริยาชีวเคมีต่างๆ ในเซลล์ ช่วยกระตุ้นให้ต่อมหมวกไตผลิตฮอร์โมนลดเครียดออกมาทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น การขาดวิตามินบี 5 จะทำให้เกิดอาการปวดท้อง อาเจียน ไม่มีแรง นอนไม่หลับ เหนื่อยง่าย เป็นลม ปวดตามแขนและขา การสร้างแอนติบอดีลดลงและติดโรคง่าย มีอาการหงุดหงิด โกรธง่าย หรือซึมเศร้า วิตามิน บี 6 (ไพริดอกซิน) มีความจำเป็นต่อการทำงานของสมอง ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง ควบคุมสมดุลของเกลือแร่ในร่างกาย ทำให้การย่อยอาหาร การดูดซึมของไขมันและโปรตีน การสร้างระบบภูมิต้านทานในร่างกายเป็นปกติ ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนให้เป็นปกติจากการกระตุ้นสมองให้หลั่งสารผ่อนคลายที่สำคัญ เช่น สารเซโรโทนิน เมลาโทนิน และนอร์เอพิเนฟริน ซึ่งมีส่วนช่วยลดความแปรปรวนทางอารมณ์ การขาดวิตามินบี 6 จะทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย วิงเวียนศีรษะ ซึมและความคิดสับสน คลื่นไส้ อาเจียน ผิวหนังบริเวณรอบๆ ตา จมูก ปากและหลังหูจะมีลักษณะเป็นมัน วิตามินบี 7 (ไบโอติน) ช่วยในการสร้างพลังงาน การเจริญเติบโต และการสร้างกรดไขมันในร่างกาย มีส่วนช่วยกักเก็บสารอาหารประเภทโปรตีนไปหล่อเลี้ยงเซลล์ต่างๆ เช่น เส้นผม ผิวพรรณ และเล็บให้มีสุขภาพดี การขาดวิตามินบี 7 จะทำให้เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ลิ้นอักเสบ ผิวหนังซีด แห้ง และหลุดออกเป็นหย่อมๆ มีอาการซึมเศร้า วิตามินบี 8 (อินโนซิทอล) ช่วยในปฏิกิริยาชีวเคมีของไขมัน ทำให้ร่างกายใช้ไขมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลในเลือด ช่วยเสริมอาหารให้แก่สมอง การขาดวิตามินบี 8 จะทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับระบบประสาท ผิวหนังอักเสบ บวมแดง คัน และผิวหนังหลุดลอกเป็นขุย วิตามินบี 9 (โฟลิก แอซิด) ทำงานร่วมกับวิตามินบี12 ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง บรรเทาอาการหมดแรง หงุดหงิดง่าย ปวดศรีษะ อาการหลงลืม ช่วยป้องกันอาการหน้ามืดจากภาวะโลหิตจาง ลดอาการซึมเศร้าจากการตั้งครรภ์ รวมถึงช่วยเสริมสร้างระบบประสาทและสมองของลูกน้อยในครรภ์ให้มีพัฒนาการที่สมบูรณ์อีกด้วย การขาดวิตามินบี 9 จะทำให้เกิดโรคโลหิตจางได้ วิตามินบี 11 (โคลีน) ช่วยในการสร้างสารอะเซทิลโคลีน ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่สำคัญในสมอง การขาดวิตามินบี 11 อาจทำให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ ผนังหลอดเลือดแดงแข็งตัว ไขมันสะสมที่ตับ วิตามิน บี 12 (โคบาลามิน) ช่วยการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง ช่วยในการสร้างเยื่อหุ้มเซลล์ประสาท เป็นวิตามินที่จำเป็นต่อการสร้างเม็ดเลือด และช่วยการดูดซึมของทางเดินอาหาร การขาดวิตามินบี 12 จะทำให้โลหิตจาง อ่อนเพลีย เกิดความบกพร่องของระบบประสาท ชาตามปลายมือปลายเท้า และความจำเสื่อมได้ ตามปกติ วิตามินบี เป็นวิตามินที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ จึงต้องได้รับจากการรับประทานอาหารเข้าไปเท่านั้น ซึ่งแหล่งอาหารที่มีปริมาณวิตามินบีสูง ได้แก่ ข้าวซ้อมมือ ข้าวโอ๊ต ถั่ว รำข้าว ยีสต์ เครื่องในสัตว์ ตับ เนื้อหมู ปลา นมเปรี้ยว และผักใบเขียว เป็นต้น การเลือกรับประทานอาหารตามใจปากโดยไม่คำนึงถึงประโยชน์ และการนิยมรับประทานข้าวขาวขัดสีเป็นหลัก ประกอบกับการหุงต้ม ทำให้วิตามินบีในอาหารสูญเสียไปถึงร้อยละ 10 – 50 จึงทำให้เรามีโอกาสขาดวิตามินบีมากขึ้น การรับประทานวิตามินบีเสริมจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ซึ่งการรับประทานวิตามินบีเสริมอาหารนั้นไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เพราะวิตามินบีเป็นวิตามินชนิดละลายในน้ำ ร่างกายจะไม่เก็บสะสม ร่างกายจะใช้และขับออกไปในแต่ละวัน แต่ควรคำนึงถึงมาตรฐานการผลิตและปลอดภัยโดยแนะนำว่าในคนปกติ ควรได้รับวิตามินบีแต่ละชนิดในปริมาณ 25-50 มิลลิกรัมต่อวัน และควรได้รับวิตามินบีครบถ้วนทั้ง 10 ชนิดในแต่ละวัน เพื่อช่วยทำหน้าที่เป็นโคเอนไซม์ สำคัญ ที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ทันทีเมื่อต้องการ จะเห็นว่าถ้าร่างกายขาดวิตามินบีส่งผลเสียระบบต่างๆ ของร่างกายมากมาย ไม่ใช่แค่การบำรุงสมอง ดังนั้น ควรเริ่มดูแลตัวเอง ด้วยการใส่ใจในโภชนาการ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และอย่าลืมจัดสรรเวลาให้กับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอควบคู่กับการดูแลสุขภาพกายและใจของเราให้สมบูรณ์แข็งแรง เพื่อสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน ที่มาเนื้อหาจาก เภสัชกรหญิงวิชชุลดา ผรณเกียรติ์ ผู้เชี่ยวชาญจากเมก้า วีแคร์

หวั่นอันตราย! จับ
ฆ่าหั่นศพ /  เจ้าพระยา / 

ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพ เผย "อาตูร์" ฆ่าหั่นศพ นอนคุกวันแรก ไม่เครียด นอนหลับ กินได้ จับแยกขังเดี่ยวหวั่นอันตราย วันนี้ (11 ก.พ.) นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เปิดเผยว่า ตามที่ศาลได้อนุมัติให้ฝากขังผัดแรก นายอาตูร์ เซการ์รา ปรินเซป หรือ นายอาร์เทอร์ อายุ 37 ปี ชาวสเปน ในข้อหาลักพาตัว กักขังหน่วงเหนี่ยว ทำร้ายร่างกาย ทรมาน ฆ่าคนตาย ปิดบังซ่อนเร้นอำพราง ทำลายศพ และรีดเอาทรัพย์สิน จากการฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด  อายุ 40 ปี นักธุรกิจชาวสเปน และนำตัวมาควบคุมที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ นั้น โดยตลอดทั้งคืน นายอาตูร์ ถูกจับแยกขังเดี่ยวในแดนแรกรับของเรือนจำ เนื่องจากหวั่นเกรงเรื่องอาจเกิดอันตรายได้ โดย นายอาตูร์ รับประทานอาหารได้ นอนหลับ และไม่เครียดอะไร อีกทั้ง ไม่ได้ร้องขออะไรเป็นพิเศษ ซึ่งทางเรือนจำได้ปฏิบัติกับผู้ต้องหา ตามระเบียบของเรือนจำเหมือนคนอื่น สำหรับความคืบหน้าทางคดีในวันนี้ (11 ก.พ.) คาดว่า ทางสำนักงานพิสูจน์หลักฐาน จะทำการสรุปผลการตรวจพยานหลักฐานที่เก็บมาได้จำนวนหลายชิ้น และทำการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนต่อไป ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- พลตำรวจเอกชวน นาริน ผู้บัญชาการตำรวจจังหวัดพระสีหนุ ของกัมพูชา เปิดเผยเมื่อวานนี้ ว่า สามารถจับกุมตัวชายชาวสเปน ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยคนสำคัญในคดีฆาตกรรมเพื่อนร่วมชาติ ที่มีการพบชิ้นส่วนร่างกายถูกหั่นเป็นชิ้นๆ ทิ้งลงแม่น้ำเจ้าพระยาในกรุงเทพฯ เมื่อสัปดาห์ก่อน   โดยผู้ต้องสงสัยรายนี้ คือ นายอาตูร์ หรืออาเธอร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป อายุ 36 ปี ถูกจับกุมได้เมื่อเย็นวันอาทิตย์ ที่เมืองสีหนุวิลล์ ซึ่งเป็นเมืองชายฝั่งของกัมพูชา หลังจากที่เขาเดินทางมาถึงกัมพูชาไม่กี่วันก่อนหน้านี้  ผู้บัญชาการตำรวจจังหวัดพระสีหนุ กล่าวด้วยว่า การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นตามการร้องขอจากประเทศไทย และทางการกัมพูชาจะส่งตัวผู้ต้องสงสัยรายนี้ให้แก่ทางการไทย ก่อนหน้านี้ ตำรวจจังหวัดสุรินทร์ พบรถจักรยานยนต์ ที่คาดว่าเป็นของผู้ต้องสงสัย ถูกจอดทิ้งไว้ใกล้กับตลาดชายแดน ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า เป็นไปได้ที่ผู้ต้องหาจะหลบหนีข้ามไปยังฝั่งประเทศกัมพูชาแล้ว ขณะที่ผลชันสูตรของตำรวจไทย พบว่า ผู้เสียชีวิต คือ นายเดวิด  เบอร์นาร์ด  นักธุรกิจชาวสเปน ซึ่งคาดว่าถูกลักพาตัว, ทรมาน และถูกบังคับให้โอนเงินจำนวนมาก ก่อนถูกฆาตกรรม  ส่วนประเด็นการสืบสวนมุ่งเป้าไปที่การลักพาตัว เพื่อประสงค์ต่อทรัพย์ แต่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจมืด โดยเหตุที่คนร้ายได้เงินแล้ว แต่ยังฆ่าหั่นศพผู้ตายอย่างโหดเหี้ยม เชื่อว่าน่าจะเกิดจากคนร้ายต้องการเงินเพิ่ม หรือได้เงินไม่ครบ เพราะถูกธนาคารในไทยและสิงคโปร์ตรวจพบความผิดปกติ จึงระงับการทำธุรกรรมไปกว่า 3 แสนเหรียญสหรัฐฯ หรือกว่า 10 ล้านบาท ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เจ้าหน้าตร.อำเภอคลองใหญ่ จ.ตราด พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อม พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์มาลงที่สนามกีฬา อ.คลองใหญ่ จ.ตราด เพื่อรับตัว นายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป ผู้ต้องหาในคดีฆ่าหั่นศพชาวสเปน หลังรับทราบว่า ถูกตำรวจกัมพูชาจับกุมตัวได้ที่จังหวัดสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา ด้าน น.อ.ดิเรก อินทวงศ์ หัวหน้าหน่วยประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา จ.ตราด เปิดเผยว่า หลังจาก พ.ต.อ.อนุชา สุทธยดิลก ผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจ สถานทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ ได้ประสานงานตำรวจแห่งชาติของกัมพูชา เพื่อประสานการจับกุมตัว นายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป อายุ 37 ปี คนร้ายที่ก่อเหตุฆ่าหั่นศพชาวสเปน แล้วหลบหนีออกนอกประเทศไทย ทางช่องโอเสม็ด จ.สุรินทร์ และเดินทางมาหลบอยู่ที่ จ.สีหนุวิลล์ จึงได้ทำการตรวจสอบและติดตามจับกุมตัวได้ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง พร้อมควบคุมตัวไว้ที่สถานีตำรวจในกรุงสีหนุวิลล์ พร้อมกับได้ประสานงานเพื่อให้ตำรวจไทย เข้ามารับตัวที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน จ.ตราด ที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ ในเวลา 12.00 น.ที่ผ่านมา ส่วนบรรยากาศที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและกัมพูชา เดินทางเข้าออกกันตามปกติ และมีตำรวจตรวจคนเข้าเมืองตราด และฝ่ายทหารอยู่ในพื้นที่จำนวนหนึ่ง ก่อนนำตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์มาที่กรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ10 พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ได้เข้าตรวจสอบห้องพักของ นายอาเธอร์ หรือ อาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป ชาวสเปน ผู้ต้องหาในคดีฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด ชาวสเปน ย่านพระราม 9 และนำชิ้นส่วนไปทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยา หลังตำรวจเชื่อว่า จุดนี้จะเป็นจุดฆ่าและหั่นศพนายเดวิด พล.ต.อ.ปัญญา เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบ พบว่า นายอาตูร์ เช่าห้องพักที่คอนโดแห่งนี้ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2558 และอาศัยอยู่ที่นี่เป็นประจำ โดยมี น.ส.ปริศนา แสนอุบล เข้ามาพักด้วยเป็นบางครั้ง และจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่า เมื่อวันที่ 20 มกราคม ที่ผ่านมา บันทึกภาพขณะนายเดวิด เข้ามาภายในคอนโดแห่งนี้ และไม่พบว่า นายเดวิด ออกไปจากคอนโด พบเพียง นายอาตูร์ เข้าออก และมีการขนตู้แช่ออกจากคอนโด ไปไว้ที่บ้านเช่าหลังหนึ่งย่านรามคำแหง เมื่อวันที่ 31 มกราคม ที่ผ่านมา แต่ต้องรอผลตรวจจากกองพิสูจน์หลักฐาน ในการตรวจหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมในครั้งนี้ เพื่อยืนยันความชัดเจนอีกครั้ง ............................................................................................................................................................... พล.ต.อ.เดชณรงค์ ยืนยัน ได้ตัว อาตูร์ ผู้ต้องสงสัยคดีฆ่าหั่นศพจากกัมพูชาแน่นอน ด้าน ผบก.ภ.จว.สระแก้ว ปัดไม่รู้ส่งตัวให้ไทยวันนี้ พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา ที่ปรึกษา (สบ 10) ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด อายุ 39 ปี นักธุรกิจชาวสเปน ทิ้งในแม่น้ำเจ้าพระยา ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาได้ควบคุมตัว นายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป อายุ 37 ปี ชาวสเปน ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยได้ขณะที่กำลังจะหลบหนีไปทางทะเล ทั้งนี้ยืนยันว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไทย ได้ตัวนายอาตูร์แน่นอนแต่ต้องดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายในการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งไทยกับกัมพูชามีสนธิสัญญากันอยู่แล้วในส่วนนี้ โดยหากทางพนักงานสอบสวน สามารถรวบรวมพยานหลักฐานและขอศาลออกหมายจับได้จะทำให้การดำเนินการคดี และประสานขอตัวนายอาตูร์กับกัมพูชามีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ต้องรอทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาอีกครั้งว่าจะแจ้งข้อหา นายอาตูร์ ในเรื่องใด อาทิ การหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย พร้อมกันนี้ พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว เปิดเผยถึงกระแสข่าวที่ว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชา จะส่งตัวนายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป ผู้ต้องสงสัยคดีฆ่าหั่นศพในวันนี้ที่จังหวัดสระแก้วว่า ยังไม่ทราบข้อมูล และยังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม วันนี้ พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา (สบ 10) จะประชุมที่ศูนย์สืบสวนนครบาล ถึงความคืบหน้าคดีหั่นศพเพื่อเร่งรัดคดี ............................................................................................................................................................... ตำรวจกัมพูชา จับกุม "อาตูร์" ผู้ต้องสงสัยในคดีฆ่าหั่นศพ "นายเดวิด เบอร์นาร์ด" ชาวสเปนได้ที่ สีหนุวิลล์ เมืองชายทะเลสุดหรู ขณะพยามหลบหนี เว็บไซต์สำนักข่าว ฟอกซ์ นิวส์ รายงานว่า เมื่อเวลา 23.00 น. ของวันที่ 7 ก.พ. ตำรวจกัมพูชา สามารถจับกุมตัว นายอาตูร์ หรือ อาเธอร์ เซกราร่า ปรินเซป ผู้ต้องสงสัยในคดีฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด  นักธุรกิจชาวสเปน ที่ สีหนุวิลล์ เมืองชายทะเลที่มีชื่อเสียงที่สุดของกัมพูชา จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกัมพูชา ที่บอกกับทางสำนักข่าว EFE ผ่านทางโทรศัพท์ว่า สามารถจับกุมนายอาตูร์ได้ที่เมืองทางตอนใต้ของสีหนุวิลล์ เมื่อเวลาประมาณ 07.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งสำนักข่าว ขะแมร์ 440 นิวส์ ได้ตีพิมพ์ภาพของผู้ต้องสงสัยรายนี้ ลงสื่อขณะที่ถูกควบคุมตัว นายอาตูร์ ไว้ที่สถานีตำรวจสีหนุวิลล์ ก่อนถูกจับกุมนายอาตูร์ ได้กินอาหารเย็นที่จังหวัดสุรินทร์ ภาคตะวันออก เฉียงเหนือของไทย และเมื่อเขาถูกกลุ่มของคนไทยบริเวณนั้นเห็นใบหน้า นายอาตูร์ จึงหนีไปกัมพูชา ซึ่งทางจ้าหน้าที่ได้พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สีแดง ของ นายอาตูร์ เมื่อเช้าวันเสาร์ บริเวณป่ารกชายแดนไทย-กัมพูชา ในรายงานข่าวของสื่อกัมพูชา ระบุว่า นายอาตูร์ ถูกจับกุมขณะที่แต่งกายสวมเสื้อแจ็คเก็ตแขนยาวสีเขียวคาดดำ กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ และพยายามหลบหนีออกทางทะเล โดยทางการกัมพูชา กำลังนำตัว นายอาตูร์ เดินทางมายังชายแดนจังหวัดสระแก้ว คาดว่าจะนำตัวแถลงข่าวการจับกุมในเช้าวันนี้ ............................................................................................................................................................... สาวชาวสุรินทร์คนสนิทผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพชาวสเปน ยันไม่เกี่ยวกับเหตุฆาตกรรม จนท.คุมเข้มชายแดนไทย-กัมพูชา วันนี้ 6 ก.พ. ตำรวจ จ.สุรินทร์ ได้เชิญตัว น.ส.ปริศนา อายุ 22 ปี เพื่อนสาวของนายอาตูร์ ชาวสเปน ผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพชาวสเปน มาสอบปากคำในเบื้องต้นที่ ห้องสืบสวนภูธร จ.สุรินทร์ โดยเบื้องต้น น.ส.ปริศนา รับสารภาพว่า นายอาตูร์ มาอยู่อาศัยกับตนเองตั้งแต่วันที่ 31 ม.ค.59 ที่ผ่านมา โดยนั่งรถจักรยานยนต์ ออนด้า รุ่นพีซีเอ็ก สีแดง ล้อทอง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนมาด้วยกัน โดยพักอยู่ที่บ้านจะแกโกน ต.สำโรง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ซึ่งนายอาตูร์ได้หลบหนีไปตั้งแต่เมื่อวานช่วงเวลา 6 โมงเย็นแล้ว หลังพากันไปเที่ยวที่ร้าน คาราโอเกะ อ.เมือง จ.สุรินทร์ ระหว่างนั้นพนักงานพากันเปิดดูข่าว พบ ข่าวและภาพของนายอาตูร์ พอดี จึงพากันสงสัย นายอาตูร์ จึงรีบขับรถจักรยานยนต์หนีออกไป หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ เชิญตัว น.ส.ปริศนา มาสอบสวนให้ปากคำดังกล่าว ซึ่งในเบื้องต้น น.ส.รับสารภาพว่า ได้ไปทำงานที่ กทม.และคบกับนายอาตูร์ มากว่า 6 เดือนแล้ว โดยพักคอนโดคนละแห่งกัน และไม่ทราบเรื่องว่านายอาตูร์ เกี่ยวข้องกับคดีนี้ ซึ่งตนเองไม่รู้ไม่เห็นด้วยกับเรื่องที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด ขณะที่ จนท.ตำรวจเร่งไล่ล่าผู้ต้องหารายนี้ คาดว่าจะยังคงหลบหนีอยู่ในพื้นที่ จ.สุรินทร์ หรืออาจจะหลบหนีออกนอกประเทศตามแนวชายแดนไทยกัมพูชาแล้วก็เป็นได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตรวจสามารถตรวจยึดรถ จยย.คันดังกล่าวถูกจอดทิ้งไว้ที่บริเวณตลาดสมบัติ ซึ่งเป็นตลาดการค้า ติดชายแดนไทย-กัมพูชา ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการปรานงานตรวจสกัดจับในทุกช่องทางแล้ว ขอบคุณ INN _________________________________________________________________________________________ เจ้าหน้าที่ตำรวจเผยข้อมูลล่าสุดพบชายชาวสเปน ต้องสงสัยเอี่ยวขบวนการฆ่าหั่นศพชาวสเปน วันนี้ 5 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการเปิดเผยภาพผู้ต้องสงสัย 1 ในขบวนการฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด นักธุรกิจชาวสเปน ชื่อนายอาตูร์ เป็นชาวสเปน โดยตำรวจ ยืนยันยังหลบซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทย และ เชื่อว่ากลุ่มคนร้าย น่าจะเป็นชาวสเปน ส่วนคนไทย ที่เกี่ยวข้องอาจจะทำหน้าที่ ในการขับรถให้ทีมคนร้ายฆ่าหั่นศพ ที่เอาศพไปทิ้งในพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยทางด้าน พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ 10 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีฆ่าหั่นศพ ยืนยันว่า จะสามารถจับมือฆ่าหั่นศพได้ ทั้งคนไทย และคนต่างชาติที่ร่วมขบวนการ เร็วๆนี้ เพราะจากข้อมูลหลักฐานการนั้นค่อนข้างชัดเจน และดำเนินการได้ โดยเฉพาะข้อมูล จากเพื่อนของนายเดวิด ที่ระบุว่า การติดต่อทางข้อความไลน์ กับนายเดวิด ครั้งสุดท้าย 1 สัปดาห์ก่อนพบศพลอยแม่น้ำเจ้าพระยานั้น ข้อความสนทนามีพิรุธ เพราะการใช้คำพูดไม่คุ้นเคย และเป็นคำสนทนาที่นายเดวิดไม่เคยใช้มาก่อน นอกจากนี้เบาะแสสำคัญ มีพยานยืนยันว่า เมื่อวันที่ 20 ม.ค. เห็นนายเดวิด ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า คลิก สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ออกไปจากคอนโด กับชายชาวต่างชาติ และหลังจากนั้นก็ไม่ได้กลับเข้ามาอีกเลย ซึ่งข้อมูลนี้ชุดสืบกำลังเร่งติดตามแกะรอยจากกล้องวงจรปิดเพื่อเร่งจับตัวมาร่วมขบวนการ ขอบคุณ Voice Tv _________________________________________________________________________________________________ พล.ต.อ.ปัญญา เผย คดีฆ่าหั่นศพ คืบ 80% เร่งรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับ มั่นใจจับตัวคนร้ายได้ ชี้ ยังไม่พบประวัติก่อเหตุในไทย พลตำรวจเอก ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ 10 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีฆ่าหั่นศพ นายดาบิด แบร์นาด อายุ 39 ปี ทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยาหลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และปทุมธานี ว่า หลังจากเจ้าหน้าที่สามารถพิสูจน์ทราบและยืนยันตัวบุคคลได้แล้ว ทำให้สามารถขมวดปมและรู้ว่ากลุ่มผู้ต้องหาว่าเป็นกลุ่มใด เบื้องต้นยังให้น้ำหนักไปที่ฝีมือกลุ่มชาวต่างชาติที่ต้องการทรัพย์สินจากผู้ตาย ก่อนจะฆ่าปิดปากและอำพรางศพด้วยการหั่นเป็นชิ้น ซึ่งจากพยานหลักฐานทั้งทางนิติวิทยาศาสตร์ และพยานบุคคล ทำให้คดีมีความคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 80 โดยขณะนี้ในส่วนของแนวทางการสอบสวน ได้เร่งรัดให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายจับ ส่วนในแนวทางการสืบสวนได้กำชับให้ตำรวจกองปราบปราม ตำรวจนครบาล ตำรวจภูธรภาค 1 และตำรวจท่องเที่ยว ติดตามตัวละครต่าง ๆ ที่อาจเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกับกลุ่มคนร้าย เพื่อหาจุดที่คนร้ายจับตัวผู้เสียชีวิตไป ตลอดจน สถานที่กักขัง จุดฆาตกรรมชำแหละและจุดทิ้งศพลงแม่น้ำเจ้าพระยา อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.ปัญญา กล่าวว่า จากการตรวจสอบฐานข้อมูลอาชญากรรมข้ามชาติ ยังไม่พบประวัติคนร้ายกลุ่มดังกล่าวก่อเหตุในไทย แต่ได้ประสานให้ทางสถานเอกอัครราชทูตสเปนประจำประเทศไทย และกรมการกงสุส กระทรวงการต่างแประเทศ ดำเนินการตรวจสอบให้อีกครั้ง ซึ่งยังอยู่ระหว่างการรอผล ----------------------------------------------------------------------------- ข้อมูลล่าสุดคาดว่าชิ้นส่วนมนุษย์ทั้งหมด อาจเป็นนักท่องเที่ยวชาวสเปนที่ญาติได้แจ้งความไว้ว่าหายไป ที่ สน.ลุมพินี วันนี้ 4 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดชุดสืบสวนได้ข้อมูลว่าชิ้นส่วนมนุษย์ที่ถูกพบน่าจะเป็นนักท่องเที่ยวชาวสเปนที่ญาติได้แจ้งหายไว้ที่สน.ลุมพินี ทั้งนี้สำหรับนักท่องเที่ยวรายนี้ครบกำหนดเดินทางกลับจากการท่องเที่ยวในประเทศ ตั้งแต่ปลายเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาแต่จนถึงขณะนี้ยังไม่เดินทางกลับแต่อย่างใด เมื่อตรวจสอบข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ก็ยังไม่พบข้อมูลการเดินทางออกจากประเทศไทย ทางด้าน พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) เปิดเผยว่า ถึงขณะนี้ยังไม่สามารถระบุตัวคนตายได้แน่ชัดอยู่ระหว่างการประสานกับญาติชาวสเปนรายนี้ เพื่อเปรียบเทียบลายนิ้วมือและดีเอ็นเอเพื่อยืนยันตัวบุคคล ทั้งนี้ ยังมีรายงานข่าวแจ้งว่าขณะนี้ทีมสืบสวนตำรวจนครบาลได้ลงพื้นที่ ภายในซอยสุขุมวิทซอย 8 ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายที่มีพยานพบเห็นนักท่องเที่ยวรายนี้ เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 19 ม.ค.59ที่ผ่านมา ขอบคุณข้อมูล TNN24 ................................................... พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ.10 เรียกประชุมชุดสืบสวนติดตามความคืบหน้า คดีฆ่าหั่นศพลอยเจ้าพระยา นัดแรกบ่ายนี้ วันนี้ 4 ก.พ. พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ.10 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนกรณีพบชิ้นส่วนมนุษย์ถูกทิ้งในแม่น้ำเจ้าพระยา เรียกชุดสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1 ปทุมธานี และนนทบุรี ตลอดจนหน่วยสนับสนุน อาทิ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เข้าร่วมประชุมในเวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุมศรียานนท์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อติดตามความคืบหน้าในทางคดี และวางแนวทางการทำงานให้กับชุดสืบสวนสอบสวนเพื่อหาตัวคนร้าย ซึ่งเป็นการประชุมเพื่อคลี่คลายคดีครั้งแรก หลังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีหนังสือแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าชุด ซึ่งภายหลังการประชุมแล้วเสร็จ จะมีการแถลงความคืบหน้าในทางคดีต่อไป อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยผลการตรวจพิสูจน์ชิ้นส่วนมนุษย์ที่พบทั้ง 6 ชิ้นว่า จากการตรวจดีเอ็นเอ และรอยต่อเปรียบเทียบกัน พบว่าเป็นชิ้นส่วนจากบุคคลเดียวกัน ซึ่งมีลักษณะเป็นชาย ยังไม่ทราบเชื้อชาติที่แน่ชัด อายุประมาณ 40 ปี สูงประมาณ 165 เซนติเมตร ผมดำ มีหนวดเครา มีขนตามตัวค่อนข้างมาก มีรอยผ่าตัดไส้ติ่ง ฟันสะอาด ค่อนข้างเป็นผู้มีสุขภาพดี แต่จากการตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอกับบิดาของบุคคลสูญหายที่ จ.ระยอง ไม่ตรงกัน ขอบคุณ INN ....................................................... พบอีกชิ้นส่วนขามนุษย์ ขาซ้ายท่อนบนช่วงกลาง ในถุงดำ ลอยติดแม่น้ำเจ้าพระยาท่าน้ำรง.ปทุมธานีฯ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ คาดเป็นคนเดียวกันกับที่พบมาหลายวันนี้ เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งชาวบ้านพบชิ้นส่วนมนุษย์ลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา โดยจุดที่พบอยู่บริเวณท่าน้ำ ภายในโรงงานปทุมธานีแห่งหนึ่ง จ.ปทุมธานี ลักษณะชิ้นส่วนที่พบคือขาซ้ายท่อนบนช่วงกลาง และท่อนล่างช่วงกลาง มีขนาดประมาณ 46 เซ็นติเมตร เบื้องต้นชาวบ้านผู้พบเห็นได้ให้ข้อมูลว่ามาจอดเจออยู่ใกล้ฝั่งโรงงานดังกล่าว จากนั้นเห็นถุงดำที่มีส่วนชิ้นเนื้อโผล่ออกมาลอยอยู่ในน้ำจึงแจ้งทาง สภ.ปากเกร็ด ล่าสุดเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้เข้ามายังจุดเกิดเหตุและอยู่ระหว่างตรวจสอบและเก็บหลักฐาน คาดเป็นชิ้นส่วนของคนเดียวกันที่พบก่อนหน้านี้ น.1เผยDNAหั่นศพเป็นชายไทยจี้ดูCCTV พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกรณีการพบชิ้นส่วนศพในแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ของตำรวจนครบาล 7 ปทุมธานี และนนทบุรี โดยเจ้าหน้าที่ได้นำชิ้นส่วนที่พบทั้งหมดให้แพทย์นิติวิทยาตรวจสอบ ซึ่งผลชันสูตร พบว่าชิ้นส่วนทั้งหมดเป็นบุคคลคนเดียวกัน และคาดว่าเป็นชายไทย อายุประมาณ 40 - 50 ปี โดยจากการตรวจสอบประวัติ ไม่พบว่าเคยต้องโทษ หรือคดีความใด ๆ นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 ประสานงานกับแพทย์นิติเวชด้วยตนเอง เพื่อหารายละเอียดเพิ่มเติม และเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด ส่วนจุดทิ้งคาดว่าคนร้ายน่าจะนำศพไปทิ้ง วิเคราะห์ตามกระแสน้ำ และทิศทางการไหลของน้ำ สันนิษฐานเบื้องต้นว่าเป็นช่วงบริเวณสะพานพระนั่งเกล้าฯ ซึ่งได้สั่งการให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าวแล้ว รวมถึงให้กองบังคับการตำรวจนครบาล ที่มีพื้นที่ติดบริเวณริมแม่น้ำ ตรวจสอบกล้องวงจรปิด จุดที่น่าสงสัย เพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติม พร้อมกันนี้เชื่อว่า การทำคดีนี้ไม่ยากแน่นอน สำหรับกรณีที่ นางสาวกาญจนา อ่อนสา ชาวจังหวัดระยอง ที่สงสัยว่าชิ้นส่วนที่พบเป็นสามีของตนที่หายไป ซึ่ง พล.ต.ท.ศานิตย์ ระบุว่า จะทราบผลภายในวันนี้ว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ ผบช.ภ.1รอผลนิติเวชก่อนคลี่ปมคดีฆ่าหั่นศพ พลตำรวจโท ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยถึงความคืบหน้า กรณีพบชิ้นส่วนศพลอยในแม่น้ำเจ้าพระยาว่า จะต้องรอผลตรวจทางนิติเวชก่อนว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ พร้อมทั้งต้องรอผลตรวจดีเอ็นเอของ นายศรี ขันติเนตร บิดา นายเกียรติศักดิ์ ขันติเนตร ที่แจ้งว่า ลูกชายหายตัวไป เมื่อวันที่ 22 มกราคม ในพื้นที่ สภ.เมืองระยอง ซึ่งขณะนี้ผลตรวจยังไม่ออก และหากรู้ชื่อผู้ตาย ขั้นตอนต่อไป เจ้าหน้าที่จะได้ตั้งประเด็นในการสืบสวนสอบสวนต่อไป ทั้งนี้ ภายในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 ยังไม่มีการแจ้งบุคคลสูญหาย แม้แต่พื้นที่เดียว และจากประวัติคดีอาชญากรรมในพื้นที่ ยังไม่เคยพบเห็นคดีที่มีความรุนแรงในลักษณะดังกล่าว ส่วนตัวคาดว่า คนร้ายน่าจะมีความพยายามในการอำพรางศพ แต่น่าจะไม่มีความรู้ดีพอ จึงไม่มีการนำชิ้นส่วนใส่ในถุง ด้าน พลตำรวจตรี นายแพทย์พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ระบุว่า ขณะนี้ผลตรวจ สามารถยืนยันได้ว่า ชิ้นส่วนที่พบเป็นบุคคลเดียวกัน เนื่องจาก สามารถนำชิ้นส่วนมาต่อประกอบกันได้ ขณะที่ ผลตรวจดีเอ็นเอ ที่จะยืนยันว่า เป็นบุคคลใด หรือ เสียชีวิตด้วยสาเหตุใด ขณะนี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ทราบได้ ต้องใช้เวลาพอสมควร และเจ้าหน้าที่นิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ต้องทำงานร่วมกับ พนักงานสอบสวน ในการประสานข้อมูลหลักฐานอื่น ๆ ร่วมด้วย ขอบคุณรูปภาพและเนื้อหาจาก INN ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ผบช.น. เผย ชิ้นส่วนศพลอยแม่น้ำเป็นคนเดียวกัน คาดเป็นชายไทยอายุ 40 - 50 ปี พร้อมสั่งโรงพักริมน้ำตรวจสอบ CCTV จุดที่น่าสงสัย วันนี้ 3 ก.พ. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกรณีการพบชิ้นส่วนศพในแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ของตำรวจนครบาล 7 ปทุมธานี และนนทบุรี โดยเจ้าหน้าที่ได้นำชิ้นส่วนที่พบทั้งหมดให้แพทย์นิติวิทยาตรวจสอบ ซึ่งผลชันสูตร พบว่าชิ้นส่วนทั้งหมดเป็นบุคคลคนเดียวกัน และคาดว่าเป็นชายไทย อายุประมาณ 40 - 50 ปี โดยจากการตรวจสอบประวัติ ไม่พบว่าเคยต้องโทษ หรือคดีความใด ๆ นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 ประสานงานกับแพทย์นิติเวชด้วยตนเอง เพื่อหารายละเอียดเพิ่มเติม และเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด ส่วนจุดทิ้งคาดว่าคนร้ายน่าจะนำศพไปทิ้ง วิเคราะห์ตามกระแสน้ำ และทิศทางการไหลของน้ำ เบื้องต้นคาดว่าจุดทิ้งเป็นช่วงบริเวณสะพานพระนั่งเกล้าฯ ซึ่งได้สั่งการให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าวแล้ว รวมถึงให้กองบังคับการตำรวจนครบาล ที่มีพื้นที่ติดบริเวณริมแม่น้ำ ตรวจสอบกล้องวงจรปิด จุดที่น่าสงสัย เพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติม พร้อมกันนี้เชื่อว่า การทำคดีนี้ไม่ยากแน่นอน สำหรับกรณีที่ น.ส.กาญจนา อ่อนสา ชาวจังหวัดระยอง ที่สงสัยว่าชิ้นส่วนที่พบเป็นสามีของตนที่หายไป ซึ่ง พล.ต.ท.ศานิตย์ ระบุว่า จะทราบผลภายในวันนี้ว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ ขอบคุณ INN ....................................................... ความคืบหน้าคดีพบชิ้นส่วนมนุษย์ สถาบันนิติเวชวิทยา ตรวจสอบ ชิ้นส่วนมนุษย์ 4 ชิ้น ที่ลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้สะพานพระราม 5 ชี้เป็นคนเดียวกันกับที่พบในพื้นที่ ฝั่งธน และอำเภอเมืองจ.นนทบุรี ขณะนี้อยู่ในระหว่างการรอชิ้นส่วนที่เหลือ ส่งไปตรวจดีเอ็นเอเพื่อพิสูจน์ว่าเป็นร่างกายของผู้ใดต่อไป พร้อมกันนี้ พล.ต.อ. พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ครอบครัวของชายที่หายตัวไปจาก จ.ระยอง ลงพื้นที่ท่าน้ำพระราม 5 เพื่อตรวจสอบชิ้นส่วนขาขวาของมนุษย์ มีการนำดีเอ็นเอไปตรวจ ผู้เชี้ยวชาญระบุว่า ชิ้นส่วนดังกล่าว เป็นขาของชาวเอเชีย ขณะนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนเป็นพิเศษ เพื่อหาความจริงต่อไป ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ พบชิ้นส่วนมุนษย์เพิ่ม บริเวณกรมเจ้าท่า ใกล้สะพานพระราม 5 เป็นแข้ง ขาขวา ขณะที่ ขาซ้าย ลอยติดท่าน้ำวัดเกริน ต.บางกระดี จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่ลงพื้นนำชันสูตรเชื่อมโยงชิ้นส่วนที่พบก่อนหน้าที่ วันนี้ 2 ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า วินมอเตอร์ไซค์พบชิ้นส่วนมุนษย์ส่วนแข้ง ขาด้านขวา ลอยอยู่บริเวณกรมเจ้าท่า ใกล้สะพานพระราม 5 เขตบางสีเมือง สภาพชิ้นส่วนยังปกติไม่เน่าเปื่อย สีขาวซีด และได้ผูกมัดไว้เพื่อป้องกันการลอยไปตามกระแสน้ำ เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ และกำลังนำชิ้นส่วนของมนุษย์ไปชันสูตรว่า มีความเชื่อมโยงกับชิ้นส่วนของร่างมนุษย์ที่พบก่อนหน้านี้หรือไม่ ขณะเดียวกันที่ปทุมธานี ได้รับแจ้งว่า พบชิ้นส่วนมนุษย์ เป็นขาด้านซ้าย ลอยอยู่บริเวณ ท่าน้ำวัดเกริน ต.บางกระดี จ.ปทุมธานี สภาพชิ้นส่วนยังปกติ สีขาวซีด เบื้องต้น เจ้าหน้าตำรวจ ลงพื้นที่และได้นำชิ้นส่วนของมนุษย์ ขึ้นมาจากน้ำแล้ว โดยกำลังรอเจ้าหน้าที่นิติเวช มาตรวจสอบเพิ่มเติมว่า ชิ้นส่วนขาซ้ายที่พบนั้น มีความเชื่อมโยงกับชิ้นส่วนของร่างมนุษย์ที่พบก่อนหน้านี้หรือไม่ อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถระบุได้ว่าชิ้นส่วนที่พบนั้นเป็นของคนไทยหรือชาวต่างชาติ ขอบคุณ INN ....................................................... "พล.ต.ท.ศานิตย์" ส่ง 4 ชิ้นส่วนมนุษย์ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา ให้แพทย์ชันสูตรเป็นเคสเร่งด่วน คาดว่าเป็นชายชาวเอเชีย  วันนี้ 1 ก.พ. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงความคืบหน้ากรณีพบชิ้นส่วนมนุษย์ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา โดยขณะนี้ได้นำชิ้นส่วนทั้งหมด 4 ชิ้น คือ ส่วนศีรษะ แขนขวา ขาขวา และลำตัว ส่งให้แพทย์ชันสูตรอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเป็นเคสพิเศษเพื่อพิสูจน์ DNA และตรวจสอบว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถระบุเวลาที่จะทราบผลชัดเจนได้ แต่เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นชายชาวเอเชีย อย่างไรก็ตามต้องรอผลจากแพทย์ชันสูตรศพก่อน จึงจะดำเนินการสอบสวนขยายผลต่อไป ศานิตย์คาดผลชันสูตรชิ้นส่วนศพจะชัดเจนพรุ่งนี้ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เรียกประชุมชุดสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีพบชิ้นส่วนมนุษย์ที่ลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมเปิดเผยว่า ระหว่างนี้อยู่ระหว่างนำชิ้นส่วนที่พบทั้งหมด ส่งให้สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม หรือ ดีเอ็นเอ ว่าเป็นของบุคคลเดียวกันหรือไม่ และผู้ตายเป็นชนชาติใด ซึ่งจากที่ได้รับรายงาน คาดว่าผู้ตายน่าจะเป็นแขกขาว แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจริงหรือไม่ ขณะเดียวกัน ตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1 กำลังอยู่ระหว่างการประสานงานเพื่อเร่งหาสถานที่เกิดเหตุในการฆาตกรรมว่าอยู่จุดใด แต่จากการสันนิษฐานเบื้องต้น เชื่อว่าน่าจะมีการฆ่าหั่นศพจากบริเวณอื่น ก่อนนำร่างของผู้ตายมาทิ้งเหนือสะพานพระนั่งเกล้า ส่วนผลการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร คาดว่าน่าจะมีผลสรุปได้ภายในวันนี้ หรือพรุ่งนี้ ดังนั้นจึงอยากฝากประชาสัมพันธ์ถึงประชาชนทุกคน หากเชื่อว่าผู้ตายเป็นญาติพี่น้อง หรือบุคคลใดที่คาดว่าจะรู้จักผู้ตาย ให้ติดต่อเพื่อขอดูศพ หรือตรวจพิสูจน์ทราบดีเอ็นเอ ขอบคุณ INN ....................................................... พบอีก! ชิ้นส่วนศีรษะมนุษย์ ถูกเทปพันรอบยัดถุงดำ ลอยใต้ถุนบ้านประชาชนย่านบางศรีเมือง เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบ คาดเป็นคนเดียว เมื่อวันที่ 31 ม.ค. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิได้รับแจ้งจากประชาชนย่านบางศรีเมือง จ.นนทบุรี ว่าพบชิ้นส่วนมนุษย์ส่งกลิ่นเหม็นอยู่ใต้ถุนบ้าน จึงรุดไปตรวจสอบพบ เป็นชิ้นส่วนศีรษะเพศชาย ถูกคุมด้วยถุงดำ มีเทปสีใสพันรอบศีรษะ มีหนวดเครา ผมสั้น และศีรษะล้าน ซึ่งคาดว่าน่าจะเสียชีวิตมานานกว่า 4 วัน เจ้าหน้าที่จึงเคลื่อนย้ายศีรษะมายังวัดตำหนักใต้ พื้นที่ สภ.นนทบุรี และขณะนี้อยู่ระหว่างรอเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม คาดว่าชิ้นส่วนที่พบทั้งหมดน่าจะเป็นบุคคลคนเดียวกัน และยังเหลือชิ้นส่วนแขนซ้ายและขาซ้ายที่ยังไม่พบ ขอบคุณ INN ....................................................... พบอีก ชิ้นส่วนลำตัวมนุษย์ ลอยเจ้าพระยา ที่ท่าน้ำนนทบุรี จนท.เร่งตรวจสอบนำมารวมกับที่พบก่อนหน้านี้ วันนี้ (31ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบชิ้นส่วนมนุษย์เพิ่มเติมอีก โดยเบื้องต้นจุดที่พบคือ ท่าน้ำวัดโพธิ์ทองบน อ.เมือง จ.นนทบุรี โดยเป็นชิ้นส่วนช่วงลำตัวของเพศชาย ซึ่งขณะนี้ จนท.ตร. และกู้ภัยได้นำเอาชิ้นส่วนมาบนฝั่ง และสันนิษฐานว่า อาจจะเป็นชิ้นส่วนของคนเดียวกันกับที่พบก่อนหน้านี้ 2 ชิ้นคือ ช่วงแขน และพบช่วงขา ก่อนหน้านี้ ซึ่งทาง จนท.ตร.สภ.เมืองนนทบุรี และ จนท.กู้ภัย จะได้นำชิ้นส่วนดังกล่าวไปตรวจพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวชต่อไปว่าใช่คนเดียวกันกับที่เจอก่อนหน้านี้หรือไม่ ....................................................... พบชิ้นส่วนแขนมนุษย์ มีรอยถูกของมีคมตัด ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา ตำรวจเร่งตรวจสอบ หวั่นฆาตกรรมหั่นศพ ได้รับแจ้งจากอาสามัครกู้ภัย มูลนิธิร่วมกตัญญู พบชิ้นส่วนมนุษย์ในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณข้างอู่ต่อเรือวัดคหบดี ซ.จรัญสนิทวงศ์ 44 โดยชิ้นส่วนที่พบแขนขวา ตั้งแต่ไหล่ลงมา สภาพซีดขาว และยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็น เพศชายหรือหญิง นอกจากนี้ ยังพบว่ามีร่อยรอย คล้ายถูกของมีคมตัดค่อนข้างชัดเจนโดยสันนิษฐานเบื้องต้นว่าเป็นการฆาตกรรมหั่นศพ ซึ่งขณะนี้ร้อยเวร สน.บวรมงคล เข้าตรวจสอบแล้ว และอยู่ระหว่างรอแพทย์ชันสูตรหาสาเหตุที่ชัดเจน MThai News

สรุปผลบอลเมื่อคืน วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559
วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559 /  สรุปผลบอลเมื่อคืน / 

สรุปผลบอลเมื่อคืน วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559 ผลบอล เอฟเอ คัพ อังกฤษ (นัดแข่งใหม่) เวลา 2:45 น. เวสต์แฮม 1-1 ลิเวอร์พูล (ต่อเวลา เวสต์แฮม ชนะ 2-1) ชมไฮไลท์คลิก!! ผลบอล เดเอฟเบ โพคาล เยอรมัน เวลา 1:00 น. เลเวอร์คูเซ่น 1-3 แวร์เดอร์ เบรเมน เวลา 2:30 น. สตุ๊ตการ์ต 1-3 ดอร์ทมุนด์ ผลบอล แชมป์เปี้ยนชิพ อังกฤษ เวลา 2:45 น. เอ็มเค ดอนส์ 1-1 มิดเดิลสโบรห์ ผลบอล เฟร้นช์ คัพ ฝรั่งเศส เวลา 3:00 น. โซโชซ์ 2-1 โมนาโก ผลบอล เอเอฟซี แชมเปี้ยนลีก เวลา 12:00 น. โปฮัง สตีลเลอร์(เกาหลี) 3-0 ฮานอย ทีแอนด์ที(เวียดนาม) เวลา 16:00 น. แอดิเลด ยูไนเต็ด(ออสเตรเลีย) 1-2 ซานตง ลู่เนิ่ง(จีน) เวลา 17:30 น. เอฟซี โตเกียว(ญีปุ่น) 9-0 ชลบุรี เอฟซี(ไทย) เวลา 18:30 น. เซี่ยงไฮ้ อีส เอเชีย(จีน) 3-0 เมืองทอง ยูไนเต็ด(ไทย) เวลา 19:00 น. บุนยอดกอร์(อุซเบฯ) 2-0 อัล ชาบับ(ยูเออี) เวลา 21:30 น. นาฟ เตหะราน(อิหร่าน) 0-2 อัล จาอิส(กาตาร์) เวลา 23:15 น. อัล จาซิล่า(ยูเออี) 2-2 อัล ซาดด์(กาตาร์) (ดวลขุดโทษ อัล จาซิล่า เอาชนะไป 5-4) เวลา 00:20 น. อัล อิติฮัด(ซาอุฯ) 2-1 อัล วีห์ดัต(จอร์แดน)   >> เช็คผลบอลสด ที่นี่ <<

ทราบชื่อแล้ว! ศพสาวนิรนามคล้ายถูกข่มขืน เสียชีวิตข้างกำแพง
ข่าวข่มขืน /  ศพปริศนา / 

มอบตัวแล้วคนร้ายฆ่าหญิงสาวปริศนาเสียชีวิตข้างกำแพง พบเป็นฝีมือกิ๊กหนุ่มลงมือเพราะโมโห หลังพูดขัดใจเยินยอแต่สามี ความคืบหน้ากรณีโลกออนไลน์ แชร์ตามหาญาติ ของหญิงปริศนาที่นอนเสียชีวิตในลักษณะถูกข่มขืนข้างสะพานในพื้นที่ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐมนั้น ล่าสุดทราบแล้วว่าผู้เสียชีวิตคือ น.ส.อุ๋มอิ๋ม อายุ 21 ปี ชาวตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ส่วนผู้ก่อเหตุคือนายชนะชัย หรือ เค เหล็กกล้า อายุ 22 ปี กิ๊กหนุ่มของผู้เสียชีวิต ซึ่งจากการสอบสวนนายชัยชนะให้การสารภาพหลังเดินทางเข้ามอบตัวกับตำรวจว่า เป็นผู้ลงมือฆ่าหญิงคนดังกล่าวจริง โดยผู้ตายเป็นแฟนของเพื่อนและแอบกิ๊กกับตนมาก่อนแล้ว ซึ่งก่อนเกิดเหตุได้นัดผู้ตายมามีสัมพันธุ์สวาทกันที่บริเวณดังกล่าว แต่ผู้ตายกลับพูดขัดหูชื่นชมเพื่อนซึ่งเป็นสามีต่อหน้า จึงบันดาลโทสะทั้งเตะและต่อย จนผู้ตายแน่นิ่งไปก่อนจะทราบต่อมาว่าเสียชีวิต จึงได้ลากร่างไปทิ้งไว้บริเวณดังกล่าวและหลบหนีไป ทั้งนี้ระหว่างหลบหนียอมรับว่าเครียด และเกรงว่าสามีของผู้ตายจะตามแก้แค้นจึงเดินทางเข้ามอบตัวดังกล่าว เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวไว้เพื่อสอบสวนเพิ่มเติม ก่อนจะแจ้งข้อหาและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ขอบคุณภาพจาก ข่าวสด    แชร์ภาพตามหาญาติ ศพสาวนิรนาม ลักษณะคล้ายโดนข่มขืน บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพและข้อความจากสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อ โม พระรามสอง เผยว่า พบศพผู้เสียชีวิตเป็นผู้หญิงอายุประมาณ 14-15 ปีหรือมากกว่านั้น ลักษณะผมซอยสไลด์สั้นประมาณบ่า ตัวเล็กน้ำหนักน่าจะ 40 กว่าๆ โดย พบหญิงสาวตรงพื้นที่ร้างข้างสะพานข้ามแม่น้ำวัดลานตากฟ้า-วัดสำโรง ศพนอนอยู่ข้างกำแพง ไม่มีข้อมูลใดๆ ทั้งสิ้นเกี่ยวกับผู้ตายเลย จึงอยากจะช่วยหาข้อมูลเพิ่มเติมใครเห็นรูปนี้แล้วพอที่จะรู้จักหรือเคยพบเห็น แจ้งข้อมูลด้วย "น้องมีสภาพเหมือนจะโดนข่มขืน ถูกทำร้ายร่างกายมีรอยช้ำดำที่ตาข้างซ้าย และมีเลือดไหลออกทางปากและข้างแก้มขวาเหมือนจะโดนตี แล้วเอามาทิ้งไว้ในที่ร้าง ศพยังใหม่อยู่อาจจะเสียชีวิตเมื่อคืน" อย่างไรก็ตามหลังจากภาพดังกล่าวถูกแชร์ได้มีชาวสังคมออนไลน์จำนวนมากช่วยกันแชร์ต่อเพื่อหาข้อมูลและหาญาติของผู้เสียชีวิต พร้อมทั้งอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาคลี่คลายคดีโดยเร็ว ที่มา จากสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อ โม พระรามสอง ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ผลบอล สุดขั้วอารมณ์!คอสต้ายิงกู้ชีพพาสิงห์ไล่เจ๊าแบ่งแต้มผีนาทีท้าย
ฆวน มาต้า /  ดิเอโก้ คอสต้า / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2559 เชลซี 1-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู:0-1 เจสซี่ ลินการ์ด น.60,1-1 ดิเอโก้ คอสต้า น.90 เวลา: 23.00 น. สนาม: สแตมฟอร์ดบริดจ์ ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 4 // FT - VIDEO (Premier League): Chelsea Football Club 1-1 Manchester UnitedAll Goals & Full Highlights [HD] Posted by Football Goals & Highlights on 7 กุมภาพันธ์ 2016 ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกคู่ซุเปอร์บิ๊กแมตท์ประจำสัปดาห์ ที่สนามสแตมฟอร์ดบริดจ์ เชลซี เจ้าถิ่น เปิดบ้านพบกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เริ่มต้นเกมส์ เป็นทีมเยือนที่เดินเครื่องเปิดเกมส์บุกลุยใส่และได้โอกาสกดดันจากลูกเตะมุมหลายต่อหลายครั้ง แต่ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นประตูออกนำได้ นาที 17 อองโตนี่ มาร์กเซียล ลากเลื้อยจากทางฝั่งซ้ายแล้วปั่นบอลโค้งๆ เกือบเสียบสามเหลี่ยมอยู่แล้วแต่ ธิโบต์ คูร์ตัวส์ บินไปปัดทิ้งออกไปได้ จนช่วงกลางเกมส์ เชลซี เริ่มตั้งเกมส์ของตัวเองติด และเริ่มทำเกมส์บุกใส่ได้บ้าง และมาได้ลุ้นจากจังหวะโต้กลับนาที 31  เชส ฟาเบรกาส แทงบอลให้ ดิเอโก้ คอสต้า ควบไปตวัดยิง เดเคอา ได้แต่ยืนมองแล้ว แต่ บอลผ่านหน้าปากประตูออกไป จบครึ่งแรกทำอะไรกันไม่ได้เสมอกัน 0-0 เริ่มครึ่งหลัง ทั้งสองทีมยังเปิดเกมส์แลกกันอยู่ นาที 55เคิร์ต ซูม่า ลงผิดจังหวะทำให้ได้รับบาดเจ็บหนักจนต้องหยุดเกมส์เพื่อให้ทีมแพทย์ลงมาเคลื่อนย้ายออกไปสนาม จนถึงนาที 60 กองเชียร์ทีมเยือนได้เฮลั่นเมื่อ มาต้า แทงบอลออกทางซ้ายให้ คาเมร่อน บอสวิค-แจ็คสัน เปิดยัดเข้ากลาง รูนี่ย์ พยายามเข้าไปยิงแต่กลายเป็นสะกิดบอลย้อนหลัง ไปเข้าทาง เจสซี่ ลินการ์ด ที่เหมือนจะเสียจังหวะแต่ยังหมุนตัวพลิกมายิงส่งบอลเสียบสามเหลี่ยมเป็นประตูให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกนำ 0-1 นาที 67 เชลซี ที่ตามหลังกลับมากดดันหนักและเกือบได้คืนเมื่อ บรานิสลาฟ อิวานโนวิช ได้วอลเลย์ในกรอบเขตโทษ แต่ ดาบิด เดเคอา ตอบสนองได้ไวเหลือเชื่อเมื่อผวาไปปัดบอลทิ้งออกไปได้ ช่วงท้ายเกมส์ เชลซี กดดันอย่างหนัก และมาได้รางวัลจากความพยายามจนได้ในนาที 90 เมื่อ คาเมร่อน บอสวิค-แจ็คสัน ไปยืนห้อยอยู่ทำให้ ดิเอโก้ คอสต้า ไม่ล้ำหน้าก่อนที่ บอสวิค-แจ็คสัน จะตามไปเสียบแต่เหมือนทำให้บอลเข้าทาง คอสต้า ได้หลุดไปยิงโล่งๆชนิดเหลืแค่เสากับตาข่ายให้ เชลซี ตามตีเสมอ 1-1 และจบเกมส์ด้วยการแบ่งแต้มกันไปด้วยสกอร์นี้ รายชื่อ เชลซี:ธิโบต์ คูร์ตัวส์(GK),บรานิสลาฟ อิวานโนวิช,เคิร์ต ซูม่า, จอห์น เทอร์รี่, เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, จอห์น โอบี มิเกล, เนมันย่า มาติช, วิลเลี่ยน, เชส ฟาเบรกาส,ออสการ์, ดิเอโก้ คอสต้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด:ดาบิด เดเคอา(GK),มัตเตโอ ดาร์เมียน,คริส สมอลลิ่ง, ดาลี่ย์ บลินด์, คาเมร่อน บอสวิค-แจ็คสัน, มารูยาน เฟลไลนี่, ไมเคิล คาร์ริค, เจสซี่ ลินการ์ด, ฆวน มาต้า, อองโตนี่ มาร์กเซียล

เกินกว่าคำว่า 'แม่'! มาดอนน่า เสิร์ฟเวิลด์ทัวร์ สุดเวิลด์คลาส!!
Madonna /  Madonna Rebel Heart Tour Bangkok / 

กว่าแฟนคลับขององค์แม่ มาดอนน่า จะได้สุขสมหวังกับคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกในประเทศไทยของราชินีเพลงป๊อบ ก็ปาไปเวิลด์ทัวร์ครั้งที่ 10 แล้ว แต่ Madonna Rebel Heart Tour Bangkok Presented by Singha Drinking Water ซึ่งจัดขึ้นที่ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ในวันที่ 9 และ 10 กุมภาพันธ์ ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ด้วยโปรดักชั่นสุดอลังการระดับเวิลด์คลาส พร้อมพรั่งไปด้วยแสง สี เสียง ทีมนักดนตรีและแดนเซอร์ และแน่นอนกับการแสดงอย่างเป็นมืออาชีพ 'เกินกว่าคำว่าแม่' ของ มาดอนน่า ทำเอาแฟนๆ ที่รอคอยกันมาเป็นระยะเวลานานถึงกับปลื้มปริ่มน้ำตาคลอกันเลยทีเดียว บรรยากาศหน้าฮอลล์ก่อนเริ่มคอนเสิร์ตสุดจะคึกคัก ด้วยเหล่าสาวก มาดอนน่า ที่จัดเต็มแต่งตัวถอดแบบองค์แม่ เดินอวดโฉมแบบเริ่ดๆ เชิดๆ อย่างไม่มีใครยอมใคร(และมาพร้อมแฟชั่นทุกยุคทุกสมัย!) รวมทั้งเซเลบริตี้ทั่วฟ้าเมืองไทยก็มากันเพียบ ไม่ว่าจะเป็น ใหม่ ดาวิกา, ตูน บอดี้สแลม และ ก้อย รัชวิน, ตู่ภพธร, ดัง พันกร, คริสติน่า อากีล่าร์, เมญ่า นนธวรรณ, เต้ กันตะ และสาวๆ จาก The Face Thailand seoson2 ฯลฯ คับคั่งครึกครื้นเป็นที่สุด! แม้องค์แม่จะปล่อยลูกๆ รอนานถึงสี่ทุ่ม (จากกำหนดการแสดงที่ระบุไว้สองทุ่มในหลังบัตรคอนเสิร์ต) แต่พอ มาดอนน่า พร้อมทัพแดนเซอร์ เริ่มต้นเปิดโชว์เท่านั้นแหละ ทุกความขุ่นมัวคือจางหาย! เพราะแม่เสิร์ฟความมันสุดพลังกันตั้งแต่เพลงแรก จนลืมไปเลยว่านางคือนักร้องที่วัยล่วงเลยเกือบเกษียณแล้ว ไม่ใช่แค่ร้องหรือเต้น เพราะองค์แม่โชว์เล่นดนตรี ทั้งลีดกีต้าร์ไฟฟ้าสุดเท่ หรือจะให้เล่นอูคูเลเล่ฟรุ้งฟริ้งแม่ก็ทำได้ หนักไปกว่านั้นคือ มาดอนน่า ยังวิ่งขึ้นลงบันได ห้อยโหนโจนทะยาน และโชว์โพล์แดนซ์ได้อย่างแข็งแรง... จนอดถามตัวเองไม่ได้ว่าถ้าตัวเองอายุปูนนั้นจะทำได้อย่างที่แม่ทำไหม!? สำหรับเพลงที่นำแสดงใน Madonna Rebel Heart Tour Bangkok แน่นอนว่าต้องชูโรงด้วยเพลงจากอัลบั้มล่าสุด ทั้ง Rebel Heart, Living for Love และ Bitch I’m Madonna แต่เพลงฮิตคุ้นหู ไม่ว่าจะเป็น เพลง Like A Virgin, Material Girl หรือ Music ก็ได้ฟังในคอนเสิร์ตครั้งนี้เช่นกัน ยิ่งบวกกับโชว์จากแดนเซอร์ที่ยกกันมาทีมใหญ่ เสริมให้ทุกอย่างดูเป๊ะ ปัง ตระการตา ขอเลยว่าบัตรนั่งไม่ได้นั่ง เพราะอดใจไม่ไหวต้องลุกขึ้นมาแดนซ์ไปพร้อมๆ กับนาง ก็ในเมื่อแม่จัดเต็มขนาดนั้นยังไม่เหนื่อย(หรือเหนื่อยคะแม่?) ลูกๆ จะยอมได้เยี่ยงไรเล่า ความปลื้มปริ่มของสาวกชาวไทยของ มาดอนน่า ทะลักล้นขั้นสุดไปอีก เพราะองค์แม่พูด "สวัสดีค่ะ" ทักทายอยู่หลายรอบ รวมทั้งยังพูดจาหยอกเอินตัวลูกอีกหลายคน ทั้งชุดสวย ชฎาสวย รอยสักสวย ช่วงหนึ่งในคอนเสิร์ต มาดอนน่า ก็หยอดว่า ทำไมนางถึงเพิ่งถึงมา Bangkok เอาซะป่านนี้ ในเมื่อชื่อเมืองก็ออกจะดึงดูด(นางเล่นมุข Bang Cock ด้วยค่ะ ...โอววว!) และพอถึงช่วงเพลง Unapologetic B**** องค์แม่ก็ออกสเต็ปแดนซ์ไปพร้อมๆ กับ 'โต' แฟนคลับผู้โชคดีที่ได้รับเลือกให้ร่วมเวทีด้วยกันอย่างสนุกสนาน ขนาดน้องโตแดนซ์มันจนวิกหลุด ขุ่นแม่ก็มาช่วยเก็บให้แบบเป็นกันเองมาก... มาดอนน่า คือ Legend! คือ Superster! คือ Queen! คือ Mom! คือทุกอย่างที่ทำให้ทุกคนพร้อมที่จะรักนาง อ่อ แน่นอนว่าความแซ่บของ มาดอนน่า ก็ยังทะลุดีกรีเดือดเช่นเคย ทั้งท่าเต้นที่มีนัยยะ หรือมุขตลกสัปดนทะลึงตึงตัง องค์แม่ก็หยิบมาเล่นตลอดคอนเสิร์ต (#มาดอนน่าเป็นคนตลก)... เพราะฉะนั้น อย่างที่นางบอกในคอนเสิร์ตนั่นแหละว่า 'ถ้าใครพูดฟักไม่ได้ ก็ไม่ต้องมาดูคอนเสิร์ตนี้นะจ๊ะ' ต้องกราบขอบองค์แม่ที่ทำให้ค่ำคืนธรรมดากลายเป็นวันที่ไม่ธรรมดา เพราะหรรษาม้ากมาก และขอบคุณโปรดักชั่นคุณภาพจาก ไลฟ์ เนชั่น บีอีซี-เทโร ที่ไม่เคยทำให้ผิดหวัง (เกี่ยวก้อยสัญญาถึงทัวร์คอนเสิร์ตครั้งหน้าของ มาดอนน่า เลยได้ไหมอะคะ!) ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ตะลุย 8 ร้าน 8 สไตล์ หลากหลายสัญชาติสำหรับวันวาเลนไทน์นี้ ที่ Eight Thonglor
Eight Thonglor /  KTC / 

ทีมงาน MThai มีโอกาสได้รับเชิญจากทางบัตรเครดิต KTC เนื่องจากเราแอบได้ยินมาว่าทาง KTC จัดแคมเปญใหญ่ร่วมกับ Eight Thonglor ฉลองครบรอบ 8 ปี ภายใต้ชื่อว่า “Happy8 Dining กับบัตร KTC” ต้อนรับวันแห่งความรักในเทศกาลวันวาเลนไทน์ 2016 เหมาะสำหรับทีมกินเที่ยวอย่างพวกเรา เรียกได้ว่างานนี้มีตัวเลือกให้ถึง “8 ร้าน 8 สไตล์ยิ่งใหญ่สมกับเป็น Eight Thonglor” “Welcome drink เป็นชามะนาวในขวดแสนเก๋จาก One Two Tea” 1.Sushi CYU & Carnival Yakiniku เริ่มต้นกันที่ร้านแรก “ซูชิจู แอนด์ บาร์บีคิว คาร์นิวัล ยากินิคุ” เป็นร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่นสุดแสนพรีเมียม ที่มีตั้งแต่ซูชิและปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่น โดยวันนี้ได้รับเกียรติจากเชฟของทางร้านมาอธิบายถึงเมนูอาหารของร้าน ซึ่งโดยปกติแล้วจะหาเวลาเจอตัวได้ยากทีเดียวค่ะ ระหว่างรอไฮไลท์เด็ดของทางร้านซึ่งก็คือยากินิคุ ที่ใช้เนื้อวัวไทยเฟรนส์ A4,A5 ทางร้านก็นำซูชิมาเสิร์ฟบอกว่าเป็นของทางเล่นระหว่างรอ แต่พอทีมงานได้ชิมแล้วบอกเลยว่าปลาสดมากกกก เกินกว่าจะเป็นของทางเล่นอีกนะจ๊ะ ใครมาก็อย่าลืมสั่งเซ็ทนี้ดูนะ เนื้อวากิวระดับตำนาน บอกเลยว่าที่ร้านติดหนึ่งในห้าอันดับเนื้อวากิวที่ดีที่สุดสำหรับคนรักเนื้อจะต้องมาลิ้มลองทาน ด้วยประสบการณ์กว่า 24 ปีจากประเทศญี่ปุ่น การันตีเรื่องคุณภาพดีงามแน่นอน (แค่เห็นลายก็สวยงามน้ำลายไหลกันแล้วใช่ไหมละ) “วิธีการทานโกเบแบบออริจินอลและสันคอ” จากภาพแยกกันออกไหมจ๊ะ ว่าแบบไหนโกเบปกติหรือแบบไหนเป็นสันคอ มาเริ่มกันจากเนื้อตัวลายสวยงามจะเป็นโกเบออริจินอล สามารถปิ้งลงไปบนเตาได้เลย พอสุกก็กลับอีกด้าน เวลารับประทานจะทานกับเกลือญี่ปุ่น และส้มโชยุรสชาติจะหอม หวาน ละลายในปากจริงๆ ส่วนอีกแบบนึงจะเป็นสันคอค่ะ เนื้อจะนุ่นแต่ไม่ละลายเท่าลายสวยเวลาทานก็จิ้มกับน้ำจิ้ม ก็อร่อยมันไปอีกแบบนึงค่ะ สำหรับคนไม่ทานเนื้อทางร้านก็มีเซ็ทหมูไว้ให้ทานนะคะ เปิด – ปิด : วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 11.30 – 14.00 น. และ 18.00 – 22.00 น. (เสาร์ – อาทิตย์ เวลา 11.30 – 22.00 น.) ประเภทอาหาร : อาหารญี่ปุ่น,อะลาคาร์ท,ซูชิ,ปิ้งย่าง เบอร์ติดต่อ : 02-713-8321, 085-145-1722 2.MASALA ART “บรรยากาศภายในร้านตกแต่งแบบเรียบหรูมีกลิ่นอายความเป็นอินเดีย” มาต่อสำหรับร้านที่สองกับแคมเปญนี้กันค่ะ ร้านนี้จะเป็น “อาหารอินเดีย” ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า “มาซาลา อาร์ท” มีความหมายมาจากเครื่องแกงมาซาลาผสมกับคำว่าอาร์ทค่ะ เป็นกลิ่นอายของอาหารอินเดียที่มีการปรุงด้วยศิลปะและใจ ทำให้ผู้ท่านสัมผัสได้ถึงความตั้งใจของผู้ทำอาหารจานนั้นๆ โดยงานนี้ได้รับเกียรติจากมิสเตอร์ซีเจ เจ้าของร้านมาบรรยายที่มาของอาหารอินเดียให้พวกเราทราบกันค่ะ โดยร้านนี้จะเป็นอาหารอินเดียสไตล์ทางเหนือ “Appetizer และข้าวอินเดีย” เริ่มด้วยของทานเล่นอย่างขนมปังโยเกิตลูกชิ้นผัก สอดไส้โยเกิตเดฮีเคคาบับ รสชาติจะเหมือนขนมปังที่รสและกลิ่นของผัก แล้วมีทอปปิ้งเป็นโยเกิตอินเดียค่ะ เข้ากันได้อย่างดีเรียกอร่อยมาก เนื้อโยเกิตของเค้าจะรสชาติคล้ายครีมชีสนุ่มเข้ากับขนมปังรสผักเรียกน้ำย่อยได้เป็นอย่างดี ตามมาด้วยอาหารหนักอย่างแกงกุ้งอินเดีย ที่มีเครื่องแกงเข้มข้นเผ็ดร้อน สามารถเลือกทานได้ระหว่างแป้งนาน (กระเทียมหรือธรรมดา) หรือทานคู่กับข้าวอินเดียที่คลุกเคล้าเครื่องเทศสีเหลืองนวลหอมอร่อยเข้ากันได้อย่างดีกับแกงค่ะ ส่วนไก่สีแดงที่เราเห็นนั้นเป็นคล้ายไก่ย่างอบเครื่องเทศเรียกว่า “ชิคเก้นทิการ์” เมนูยอดฮิตสำหรับใครที่ทานอาหารอินเดียต้องไม่พลาด แอบกระซิบอีกนิดว่าทางร้านจะไม่มีเนื้อหมูหรือเนื้อวัวนะคะ จะทำอาหารเฉพาะเนื้อไก่, กุ้งและเนื้อแพะ สำหรับคนที่ทานมังสวิรัติสามารถไปทานที่ร้านนี้ได้ค่ะ เปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00-13.00 น. และ 18.00-22.00 น. ประเภทอาหาร : อาหารอินเดียทางตอนเหนือ,อะลาคาร์ท เบอร์ติดต่อ : 02-713-8357 3.Crepes&Co “เครปแอนส์โค” หากใครอยู่ย่านสุขุมวิทจะต้องเคยได้ยินชื่อนี้แน่นอน กับตำนานเครปฝรั่งเศสรสอร่อยจากอดีตจนถึงปัจจุบัน แต่ใครจะบ้างว่าเครป แอนส์ โค มีสาขา Eight Thonglor และที่สำคัญไม่ได้อร่อยแต่เครปนะจ๊ะ เพราะที่ร้านมีอาหารคาวให้ทานกันแบบอยู่ท้องกันไปเลยหละ “เครป แอนส์ โค” ที่นี่มากกว่าเมนูของหวาน “Tajine Zitoun” ประเดิมกันด้วยเมนูสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน แลดูภาคพื้นผิวมหาสมุทรสุขภาพดี๊ดีได้ใจทีมงานกันไปเลยทีเดียวกับอาหารจานนี้ “Tajine Zitoun” เมื่อเปิดผะอบออกมาจะเจอกับไก่ตุ๋นมะกอกดำและมะนาวเครื่องเทศสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน โมรอคโคกันสุดสุด ทานคู่กับข้าวคูสคุสและฮารีซาซอส อาจจะดูแปลกตาแต่สำหรับคนที่ชอบเครื่องเทศจานนี้ก็เข้มข้นเข้ากันดีค่ะ “Moroccan Briouattes & Supreme” ตามมาด้วยของทานเล่นอย่าง Moroccan Briouattes ที่เป็นเนื้อผัดกับข้าวและผงอบเชย แล้วนำมาทอด จานนี้ถูกใจเป็นพิเศษเหมือนคล้ายเปาะเปี๊ยะทอดอร่อยดีค่ะ และเมนู Supreme เป็นเครปคาวซิกเนเจอร์ของทางร้านที่จะต้องมาลองทานกันให้ได้ “Crepe Framboise” มาถึงเมนูปิดท้าย เมนูฟินเป็นพิเศษเป็นเครปหวานที่อร่อยมากกกกกกก ทีมงานการันตีว่าหากได้ลองทานแล้วนั้น จะต้องหลงรักและกลับมาทานซ้ำอย่างแน่นอน ตัวแป้งเครปกรอบอร่อยค่ะ ราดด้วยซอสราสเบอร์รี่ หอมหวานอมเปรี้ยว แต่งจานด้วยน้ำตาลไอซ์ซิ่ง ความเปรี้ยวของซอสตัดกันได้อย่างไอศครีมวนิลารสละมุนที่สอดไส้อยู่ภายใต้แป้งเครป ใครละจะอดใจไหวกับเมนูนี้ ต้องไปลองกันให้ได้นะคะสำหรับร้าน “Crepes & Co” เปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งเวลา 9.00 – 23.00 น. ประเภทอาหาร :สไตล์เมดิเตอร์เรเนียน, ฝรั่งเศส, กรีก, โมรอกโค, อะลาคาร์ท เบอร์ติดต่อ : 02-726-9398-9 4.FLANN O’BRIEN’S IRIS PUB “บรรยากาศ Indoor&Outdoor ชิลสบายสุดสุด” “ฟลาน โอ ไบรอันส์” เป็นร้านอาหารสไตล์โฮมเมดไอริสกึ่งผับ ภายในร้านจะเน้นการตกแต่งโดนเน้นสีเขียวและมีกลิ่นอายของโทนสีของไม้ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นสไตล์ไอริช โดยสโลแกนของที่ร้านแห่งนี้คือ No strangers at Flann O'Brien's, Only friends you haven’t met yet นั่นก็คือ ไม่มี “คนแปลกหน้า” ที่ฟลาน โอเบรียนส์.. มีแค่ “เพื่อน” ที่เรายังไม่รู้จัก เท่านั้นค่ะ ทางร้านจะเน้นความเป็นกันเอง มีความบันเทิงและสนุกสนานแต่จะคงไว้ซึ่งบริการและอาหารที่ได้มาตรฐาน “คลังเบียร์สุดยอดความอร่อยของชาวไอริสต้องที่นี่เลย” นอกจากอาหารโฮมเมดสไตล์ไอริสแล้ว ที่พลาดไม่ได้เลยเห็นจะเป็นเบียร์หลากหลายประเภทค่ะ มีตั้งแต่อ่อนไปจนถึงหนัก นอกจากหลายชนิดแล้วยังหลายสีอีก มีชนิดที่ผู้หญิงตั้งครรภ์ทานได้ด้วยนะคะ วันนี้ทีมงานของลองชิมจิบๆเบียร์ดำแทนละกัน หอมเข้มฟินกันสุดๆ “Chef’s house Salad& Homemade Irish Lamb Stew” เริ่มกันด้วยสองเมนูเรียกน้ำย่อยอย่างสลัด Chef’s house Salad และเมนู Homeade Iris Lamb Stew หรือเมนูสตูเนื้อแกะตุ๋นพร้อมเครื่องเทศสดสไตล์ไอริส พอลองชิมแล้วต้องบอกว่าเนื้อแกะไม่มีกลิ่นสาปเลยค่ะ หากทานร้อนๆรสชาติจะดีและเข้มข้นมากทีเดียว “Beef and Guinness pie & Banger and Mash” ปิดท้ายด้วยสองเมนูเด็ด คือ สตูว์เนื้อตุ๋นกับเบียร์ดำกินเนสส์ พร้อมผักต่างๆ และเครื่องเทศสดสไตล์ไอริช ใช้เนื้อนำเข้าเกรดเอตุ๋นให้เปื่อยกับเบียร์ดำกินเนสส์ ดิปคู่กับมันฝรั่งทอดชิ้นโต หากได้เบียร์เย็นๆสักแก้วรับรองคืนนี้สนุกแน่นอน สุดท้ายกับเมนู Banger and Mash หรือ ไส้กรอกหมูรสาติต้นตำหรับ ด้วยเนื้อไส้กรอกแน่น ชิ้นใหญ่หนา หอมกลิ่นเครื่องเทศ เสิร์ฟทานพร้อมกับมันฝรั่งบด และราดด้วยซอสเกรวี่ เข้มข้นจนต้องทานให้หมด เปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9.00 – 01.00 น. ประเภทอาหาร : อเมริกันบาร์, โฮมเมดไอริส,อะลาคาร์ท เบอร์ติดต่อ : 02-392-2898 5.HOLA Barcelona Tapas&Wine Restaurant “โอลา สแปนิช” ร้านอาหารสเปนในกรุงเทพฯ ว่าหาทานได้ยากแล้วยังหาที่เด็ดยากกว่า แต่สำหรับร้านนี้ทีมงานเราการันตีอยากให้ไปลอง เพราะมันอร่อยมากจริงๆ “ Pealla Seafood” Pealla Seafood หรือข้าวผัดสเปน เป็นเมนูแนะนำของที่ร้านโอลา สแปนิช ที่ยอมรับว่าตอนแรกเฉยๆ แต่พอได้ลองชิมเท่านั้นมันอร่อยมาก มากจริงๆ ตัวข้าวญี่ปุ่นร่วนเข้ากับซอสหอมมันกุ้งและเครื่องซีฟู้ดครบรส หอมเคล้าน้ำมันมะกอก อร่อยขนาดต้องทานให้หมด หากทานไม่หมดเจ้าของร้านมีงอนกันน่าดู อยากให้มาลองเมนูนี้กัน “Red wine Sangria ที่ร้าน Ohla Spanish Food” เห็นแก้วแบบนี้อย่าเผลอคิดว่าเป็นน้ำแดงนะจ๊ะ เพราะ Red Wine Sangria คือน้ำผลไม้ผสมกับไวน์แดง จิบดับร้อนยิ่งอากาศเมืองไทยแล้วละก็ระหว่างรออาหารมาเสิร์ฟ เป็นเครื่องดื่มเรียกน้ำย่อยให้มื้ออาหารนั้นสมบูรณ์แบบเลยก็ว่าได้ ทีมงานเราก็กินเพลินไปหลายแก้วอยู่ ><” “กุ้งกระเทียมและสลัดปลาแซลมอน” ระหว่างรอเมนูต่างๆ สลัดปลาแซลมอนก็เด็ดไม่แพ้กัน จะมีส่วนผสมของผลไม้และอะโวคาโด้ ส่วนน้ำสลัดที่ร้านก็คิดค้นสูตรขึ้นมาใหม่เอง แถมผักก็กรอบสดเข้ากับปลาแซลมอนสุดๆ จานนี้แอบแย่งกันทานใหญ่เลยละ ตามมาด้วยกุ้งกระเทียมที่เจ้าของไม่ห่วงสูตรเลยสักนิด แต่กลับไปบ้านก็ไม่มีลูกค้าท่านไหนทำได้เท่ากับที่ร้านนี้อีกแล้ว ต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า มันอร่อยมากจนกระทั่งน้ำมันถึงกับต้องซด ทีมงานละอยากได้ข้าวสวยเสียจริงๆ แถมที่ร้านยังเป็นน้ำมันมะกอกบอกเลยทานแล้วยังได้สุขภาพดีอีก สมกับเป็นร้านอาหารแนะนำสุดๆ “ข้าวผัดสเปนหมึกดำและมีทบอล” ปิดท้ายกันด้วยเมนูข้าวผัดสเปนในสไตล์แบบมีซอสหมึกดำ ก็อร่อยเข้มข้นไปอีกแบบค่ะ จะเค็มๆมันๆเข้ากับปลาหมึกและข้าวได้อย่างดี รวมถึงมีทบอลก็เป็นอาหารทานเล่นกินเพลินๆเปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 – 23.00 น. ประเภทอาหาร : อาหารสเปน เบอร์ติดต่อ : 02-713-8387 6.TADAIMA “ทาไดมะ” ร้านอาหารญี่ปุ่นยอดนิยมของดาราหนุ่มสุดหล่อ “กันต์ กันตถาวร” ที่มีหลากหลายสาขาเริ่มต้นด้วยคอนเซปต์สุดชิคอาหารทุกจานราคาเดียว 88 บาท จากนั้นค่อยมาปรับมีความหลากหลายของอะลาคาร์มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะปลาดิบ เราไม่คิดว่าร้านทาไดมะจะสดได้มากขนาดนี้ และวันนี้เชฟก็ได้มาโชว์การแล่ปลาตัวใหญ่ให้เราชมกันด้วยค่ะ . “เชฟที่ร้านทาไดมะ โชว์แล่ปลาแซลมอน” ใครจะเชื่อว่าพี่ปลาแซนมอนตัวนี้หนักถึง 4-6 กิโลกรัมกันเลยเชียว พี่เชฟรีบหันอย่างคล่องแคล่ว แข็งแรงชนิดที่ว่าคนทั่วไปหากไม่ชำนาญอาจได้โดนมีดบาดมือกันก็เป็นได้ และแล้วก็ออกมาเป็นชิ้นเนื้อปลาแซลมอนสวยงาม (ทีมงานแอบกลัวหัวปลาแซลมอน) ซาซิมิสดมากกกกกกกกกกกกก ไม่คิดว่าร้านไม่ได้เน้นปลาพรีเมียมระดับห้าดาวเทียบเท่าร้านระดับชื่อดังทั่วไป จะมีซาซิมิสดและอร่อยขนาดนี้ รับรองว่าต้องไปซ้ำแน่นอนไม่พลาดค่ะ ทั้งราคาและคุณภาพขนาดนี้ กุ้งสด, แซลมอนชิ้นใหญ่ ปลาโอโตโร่สดฟินละลาย เปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.30 – 23.00 น. ประเภทอาหาร : ญี่ปุ่น, อะลาคาร์ท เบอร์ติดต่อ : 02-714-9883 7.HOUSE* 10 HOUSE* 10 ร้านเก๋ไก๋สไตล์ปราสาทเก่า ดูภายนอกนอกจากจะดูเก่าผสานกลิ่นอายแบบชิคๆ เหมือนโรงงานเก่าแล้ว ภายในยังตกแต่งได้แบบสวยงามลงตัว ใครจะเชื่อว่าร้านแห่งนี้เป็นร้านอาหารไทยแสนอร่อย และกลางคืนจะเป็นสถานที่แฮงคเอาท์ชั้นดีด้วยดนตรีสด และรสของเครื่องดื่มต่างๆ “ต้มยำไข่เจียวรสจัดจ้าน VS ข้าวผัดหมูฝอย” ใครว่าอาหารไทยจำเจต้องมาเจอคู่นี้ ต้มยำไข่เจียวรสแซ้บบบ บอกเลยว่าแซ้บลืมมมม ทานคู่กับข้าวผัดหมูฝอย หอมพริกบีบมะนาวสด หูยยย ฟินนน เรียกว่าเป็นคู่สร้างคู่สม คู่แซบที่เข้ากันที่สุด เหมาะกับคู่รักแซบแซบบบ ห้ามพลาดกับร้านนี้และเมนูนี้ค่ะ “ยำเส้นแก้ว VS หมูกรอบบู้ลิ้ม” ยังแซบกันไม่พอต้องต่อด้วยของทานเล่น เมนูนี้คุณสาวๆไม่ต้องกลัวอ้วน กับเมนูเส้นแก้วยำสารพัดพริกและเครื่องผักสด กุ้ง หมูมากันแน่นอร่อยอย่าบอกใคร ตามมาด้วยหมูกรอบบู้ลิ้ม ชื่อก็น่ารักจอมยุทธ์ซะขนาดนี้รสชาติก็ต้องอร่อยอย่างแน่นอน มีมะนาวและเกลือมาให้ แซบลืมมมมกันไหมล่ะคะทุกทาน ปิดท้ายด้วยเมนูสำหรับวาเลนไทน์นี้เท่านั้น (เราลองแล้วเด็ด) อยากให้ไปลองกันอีกแล้วชื่อให้ถามเจ้าของร้านเองนะจ๊ะ เพิ่งคิดได้ตอนนั้นเลย แต่อร่อย “เมนูเครื่องดื่มหอมหวาน ใส่สตอเบอร์รี่สดอย่าทานเยอะละมันจะเมา” เปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 – 01.00 น. ประเภทอาหาร : อาหารไทยฟิวชั่น, ผับแอนเรสเตอรองท์ เบอร์ติดต่อ : 081-837-1133 8.BAR STORIA De Caffe “บาร์ สตอเรีย เดล คัฟเฟ่” ตั้งอยู่บริเวณชั้น G ของโครงการ Eight Thonglor เป็นคาเฟ่เล็กๆที่ผสมผสานกลิ่นอายน่ารักของความเป็นตะวันตก นอกจากมีไฮไลท์เป็นกาแฟดริปแล้ว ยังมี All Day Breakfast บริการทุกวันอีกด้วยคะ เรียกน้ำย่อยได้ดีด้วยซุปเห็ดทรัฟเฟิล หอมละมุนลิ้นสัมผัสถึงรสเห็ดไม่ใช่แก่กลิ่นเหมือนบางทีคะ อันนี้ขอชมเลย “ซุปเห็ดทรัฟเฟิล หอมละมุนลิ้นสุดๆ” “หอยแมลงภู่ฝรั่งเศสอบซอสครีมและซอสมะเขือเทศ” จากนี้เป็นจานเด็ดที่หากมาทานที่ร้านนี้ บอกเลยว่าต้องรักพี่เสียดายน้อง เพราะรสชาติเค้าอร่อยทั้งคู่แถมมีรสสัมผัสที่แตกต่างกัน ตัวครีมจะละมุนหอมถึงขนาดต้องซดพร้อมเนิ้อหอยมันเข้ากันได้ดี ส่วนอีกจานนึเป็นซอสมะเขือเทศที่ละมุนเข้มข้นมากกว่าซอสคะ เพราะส่วนผสมที่หลากหลาย เราอยากให้ไปลองทานลิ้มรสความเป็นอาหารอิตาเลียนกัน จริงๆแล้วมีอีกหลายเมนูที่ทางร้านได้ลองนำมาให้เราได้ลิ้มรสและทานกัน อร่อยเกือบทุกเมนูจริงๆจนไม่สามารถสรรหาคำบรรยายได้เทียบเท่ากับอยากให้เพื่อนๆสมาชิกเอ็มไทยได้ไปลองเลือกสรรเมนูทานกันคะ อย่างที่กล่าวไปในตอนต้นว่าที่คาเฟ่แห่งนี้นอกจากจะเป็นแหล่งกาแฟดริปนำเข้าชั้นดี ยังเป็นร้านที่ขาย All Day Breakfast น่าลองทุกเมนูไว้ไปลองทานกันดู เปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.30 – 22.30 น. ประเภทอาหาร :ออลเดย์เบรคฟาสท์, กาแฟ, อิตาเลียน, อะลาคาร์ท เบอร์ติดต่อ : 02-714-9301 สำหรับวันนี้ทางทีมงาน MThai ต้องขอขอบคุณบัตรเครดิต KTC ที่ให้เราได้ไปลองทานอาหารอร่อยๆและนำมาแบ่งปันประสบการณ์กับเพื่อนสมาชิกกันคะ และสำหรับใครที่ใช้บัตรเครดิต KTC อย่าพลาดกับแคมเปญ “Happy Eight Dining with KTC” เพราะว่ามอบส่วนให้ถึง 50% ร้านไหนส่วนลดเป็นอย่างไรบ้าง อย่าลืมติดตามได้ที่แฟนเพจของทาง KTC นะคะ

ผิดพลาดเพื่อเรียนรู้! “น้าเทิด” ขอโทษเเฟนฉลามหลังถูก โตเกียว ถล่มเละ
ชลบุรี เอฟซี /  ตกรอบ / 

โค้ชแอนด์เพลย์เยอร์ “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี ออกมาขอโทษแฟนบอล พร้อมยอมรับสู้เจ้าถิ่นไม่ได้ในศึก เอเอฟซี ชปล.2016 รอบเพลย์ออฟ เมื่อคืนวานที่ผ่านมา (9 ก.พ.) “ฉลามชล”ชลบุรี เอฟซี ทีมตัวแทนจากประเทศไทยบุกไปพ่ายทีม เอฟซี โตเกียว ทีมตัวแทนจากประเทศญี่ปุ่นถึง 0-9 ส่งผลให้ตกรอบเพลย์ออฟ ACL 2016 ทันที ซึ่งหลังเกม “น้าเทิด” เทิดศักดิ์ ใจมั่น นายใหญ่ “ฉลามชล” ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงการพ่ายแพ้ครั้งนี้ว่า “ก่อนอื่นผมต้องขอโทษแฟนบอลชลบุรี เอฟซี และแฟนบอลชาวไทยทุกคนกับผลการแข่งขันที่มันเกิดขึ้น ผมไม่อยากให้มันเกิดขึ้นเลย เช่นเดียวกับลูกทีมผม แต่เราก็ต้องยอมรับว่าทีมจากญี่ปุ่นเค้าดีจริงๆและเหนือกว่าเราทุกประการ” “การพ่ายแพ้ครั้งนี้คือการเรียนรู้ของผม และผมจะต้องปรับปรุงทีมอีกพอสมควร ผมจะรีบนำข้อเสียของเราไปแก้ไขเป็นการด่วน” น้าเทิด กล่าวทิ้งท้าย

สรุปผลบอลเมื่อคืน วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2559
กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี /  บุนเดสลีกา เยอรมัน / 

สรุปผลบอลเมื่อคืน วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2559 ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เวลา 20:30 น. บอร์นมัธ 0-2 อาร์เซน่อล เวลา 22.59 น. เชลซี 1-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผลบอล บุนเดสลีกา เยอรมัน เวลา 21:30 น. ฮัมบูร์ก 1-1 โคโลญจน์ เวลา 23:30 น. ฮอฟเฟ่นไฮม์ 0-2 ดาร์มสตัดท์ ผลบอล กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี เวลา 18:30 น. เวโรน่า 3-3 อินเตอร์ มิลาน เวลา 21:00 น. นาโปลี 1-0 คาร์ปิ เวลา 21:00 น. โฟรซิโนเน่ 0-2 ยูเวนตุส เวลา 21:00 น. เอซี มิลาน 1-1 อูดิเนเซ่ เวลา 21:00 น. ซัสซูโอโล่ 2-2 ปาแลร์โม่ เวลา 21:00 น. โตริโน่ 1-2 คิเอโว่ เวลา 00:00 น. อตาลันต้า 0-0 เอ็มโปลี เวลา 02:45 น. โรม่า 2-1 ซามพ์โดเรีย ผลบอล ลาลีกา สเปน เวลา 18:00 น. เลบานเต้ 0-2 บาร์เซโลน่า เวลา 22:00 น. เรอัล เบติส 1-0 บาเลนเซีย เวลา 00:15 น. เซลต้า บีโก้ 1-1 เซบีย่า เวลา 02:30 น. กรานาด้า 1-2 เรอัล มาดริด ผลบอล ลีกเอิง ฝรั่งเศส เวลา 20:00 น. ลีลล์ 1-1 แรนส์ เวลา 22:59 น. บอร์กโดซ์ 1-4 แซงค์ เอเตียน เวลา 03:00 น. โอลิมปิกมาร์กเซย 1-2 ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ผลบอล แอฟริกัน เนชั่น แชมป์เปี้ยนชิพ เวลา 20:00 น. กินี 1-2 ไอวอรี่โคสต์ เวลา 23:30 น. ดีอา คองโก 3-0 มาลี   >> เช็คผลบอลสด ที่นี่ <<

น้ำตาซึม!! แม่ปู พี่เลี้ยงน้องมะลิ โพสต์ความในใจถึง ปอ
ปอ ทฤษฎี /  โบว์ แวนดา / 

ถือเป็นอีกหนึ่งคนสำคัญของครอบครัวสหวงษ์ สำหรับ พี่ปู หรือ ป้าปู หรือ แม่ปู หรือ ปูจ๋า พี่เลี้ยงที่อยู่ช่วย แม่โบว์ แวนดา ดูแล น้องมะลิ โดยในวันที่พระเอกแสนดี ปอ ทฤษฎี จากไปอย่างไม่มีวันกลับ พี่ปู ได้โพสต์ความในใจต่อน้องชายอันเป็นที่รัก ซึ่งรู้จักกันมานานร่วม 10 ปี พร้อมให้สัญญาว่าจะอยู่ดูแล แม่โบว์-น้องมะลิ ตลอดไป... "10 กว่าปีที่รู้จักกันมา ทำให้รู้ว่าผู้ชายคนนี้ จริงจังกับชีวิตมาก วางแผนชีวิตดี เรียบง่าย ช่วยเหลือ แบ่งปันผู้อื่นเสมอ ดูไม่ใช่ผู้ชายโรแมนติก แต่เอาเข้าจริงๆ แอบหวานนะ หลายครั้งแอบเห็นชอบเซอร์ไพร้ส์พี่โบว์ แต่ไม่เนียนโดนจับได้ตลอด ชอบทำกับข้าว ล่าสุดมีไก่ทอดสูตรเด็ด พี่ยังไม่ได้ชิมเลย ไก่ก็ยังแช่อยู่ในตู้เย็น พี่ยังจำวันที่ช่วยแกเย็บบทละครอยู่เลย ไม่คิดว่าเรื่องท่านชายกำมะลอ จะเป็นเรื่องสุดท้ายที่นั่งเย็บบทให้ วันไหนไปถ่ายละครก็ต้องให้ส่งรูปมะลิให้ตลอด ปอคงเหนื่อยมามาก พักนะน้อง หลับให้สบาย ไม่ต้องห่วงนะ สัญญาว่าจะดูแลกันตลอดไป รักและคิดถึงนะน้องรัก" ทำเอาแฟนๆ ที่ได้อ่านข้อความนี้ถึงกับน้ำตาซึมไปตามๆ กัน... ด้วยรักและคิดถึง ปอ ทฤษฎี ขอบคุณภาพจาก IG @poo_chaba โบว์-ปู พี่เลี้ยงน้องมะลิ แม่ปู พี่เลี้ยงน้องมะลิ แม่ปู พี่เลี้ยงน้องมะลิ

สรุปผลบอลเมื่อคืน วันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2559
ซุปเปอร์ลีก ตุรกี /  ลาลีกา สเปน / 

สรุปผลบอลเมื่อคืน วันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2559 ผลบอล ลาลีกา สเปน เอสปันญ่อล 0-5 เรอัล โซเซียดาด ผลบอล ลีกา ซาเกรส โปรตุเกส สปอร์ติ้ง ลิสบอน 0-0 ริโอ อาร์ฟ บราก้า 2-0 เอสโตริล ผลบอล ซุปเปอร์ลีก ตุรกี คาซิมปาซ่า 0-1 เกนเคลอร์บิลิจี้   >> เช็คผลบอลสด ที่นี่ <<