น้ำตาไม่ไหลคืน

เรื่องดีๆที่ต้องแชร์ ราโย่ ใจบุญอาสาหาที่อยู่ให้ยายแก่ไร้บ้าน
ราโย่ /  ราโย่ บาเยกาโน่ / 

เกิดเรื่องราวดีๆขึ้นในวงการฟุตบอลให้น่าจดจำอีกแล้ว เมื่อสโมสร ราโย่ บาเยกาโน่ ทีมดังจากศึกลาลีก้า สเปน อาสาช่วยเหลือ คาร์เมน มาร์ติเนซ อายูโซ่ หญิงชราวัย 85 ปี ด้วยการหาที่อยู่ให้พร้อมกับจ่ายค่าเช่าตลอดชีวิต หลังถูกยึดบ้านเรื่องหนี้สิน คาร์เมน อายูโซ่ คุณยายวัย 85 ปี ใช้อพาร์ทเมนต์ที่อาศัยมานานกว่าครึ่งศตวรรษ ค้ำประกันกับธนาคาร เพื่อกู้เงินมาช่วยลูกชายที่กำลังประสบปัญหาจำนวน 40,000 ยูโร (1.6 ล้านบาท) แต่ด้วยสถานะการเงินที่ย่ำแย่ทำให้คุณยาย คาร์เมน หาเงินมาใช้คืนไม่ทัน จนเป็นเหตุให้บ้านถูกยึดในที่สุด ซึ่งล่าสุด คุณยายมีคนใจบุญเข้ามาช่วยเหลือด้านการเงินแล้ว แต่ไม่ใช่ธนาคาร, มูลนิธิ หรือองค์กรการกุศล แต่กลับเป็นสโมสรฟุตบอลที่อยู่ใกล้บ้านเธออย่าง "ราโย่ บาเยกาโน่" ที่ออกระดมทุนช่วยเหลือเต็มที่ งานนี้มาหมดทั้งผู้จัดการทีม, สตาฟฟ์โค้ช, นักเตะ และพนักงานสโมสรทุกคนเลยทีเดียว ปาโก้ เฆเมซ กุนซือ ราโย่ ให้สัมภาษณ์ว่า "เรากำลังช่วยเหลือผู้หญิงคนนี้ ซึ่งไม่ใช่แค่ผมเท่านั้น แต่ยังมีเหล่าบรรดาทีมฝ่ายเทคนิคและนักเตะที่เต็มใจอาสาช่วยเธอด้วย เราจะทำทุกอย่างเพื่อหาที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ให้กับเธอ และมันจะเป็นที่ที่เธอจะได้ใช้ชีวิตอย่างมีเกียรติและไม่รู้สึกถูกทอดทิ้งอีกต่อไป ซึ่งกรณีนี้เราช่วยเธอได้ เพราะเธออาศัยอยู่แถวละแวกเดียวกับเรา ในฐานะสโมสรเราจะช่วยเหลือเธออย่างเต็มที่" ขณะที่  คาร์เมน มาร์ติเนซ อายูโโซ่ ก็ได้กล่าวว่า "ฉันแทบไม่มีน้ำตาที่จะร้องไห้ออกมาอยู่แล้ว ฉันทำงานอย่างหนักมาทั้งชีวิต ต้องตื่น 6 โมงเช้าทุกวันเพื่อมาทำงานเยี่ยงทาส และจากนั้นจู่ๆ พวกเขาก็มาพรากทุกสิ่งทุกอย่างของฉันไป ซึ่งสิ่งที่ฉันต้องการนั้นมันคือการอยู่อย่างสงบสุขเพียงเท่านั้น"

ผัวทิ้ง - กล้วย คลองหอยโข่ง
กล้วย คลองหอยโข่ง /  ผัวทิ้ง / 

ผัวทิ้ง เพลง สำหรับผู้หญิงช้ำรัก ภาษาบ้านๆ ฟังง่ายๆ จากสาวปักษ์ใต้เสียงสวย กล้วย คลองหอยโข่ง "ผัวทิ้งค่ะ หนูโดนผัวทิ้ง เจ็บจริงไรจริงพี่น่าจะรู้ น้ำตามันตกในท่วมหัวใจอยู่ พี่มาจีบหนู รักจริงหรือเปล่า" กล้วย คลองหอยโข่ง สาวน้อย จาก อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา เธอมาพร้อมกับความน่ารักน่าชัง และ "หรอยแรง” ตามสไตล์สาวปักษ์ใต้ ผ่านการประกวดร้องเพลงเวทีใหญ่ๆ มาหลายเวที กับเพลง ผัวทิ้ง จากอัลบั้ม "สหภาพลูกทุ่ง" ความหลากหลายของแนวเพลงลูกทุ่ง มีกลิ่นอาย ของความเป็นลูกทุ่งๆ แท้ๆ ที่มีเสน่ห์และมนต์ขลังจากการถ่ายทอดน้ำเสียง ของลูกทุ่งพันธุ์ใหม่ จากการสร้างสรรค์งานของ วสุ ห้าวหาญ จาก สหภาพดนตรี เพลง ผัวทิ้ง นักร้อง กล้วย คลองหอยโข่ง คำร้อง / ทำนอง วสุ ห้าวหาญ เรียบเรียงดนตรี กฤติน อมฤก และ วสุ ห้าวหาญ ดูแลการผลิต วสุ ห้าวหาญ สังกัด สหภาพดนตรี

Z PAY TV ชวนแฟนคลับ K-POP ชมงาน 2014 MAMA ที่ฮ่องกงฟรี!!
2014 MAMA /  Bigbang / 

Z PAY TV ชวนแฟนคลับ บินไปชมงานประกาศผลรางวัล 2014 MAMA ที่ฮ่องกง ฟรี!! สัมผัสศิลปิน K-POP สุดใกล้ชิด... ใครจะไปยกมือขึ้น !!   สาวก K-POP ห้ามพลาด!! กับกิจกรรมสุดพิเศษที่ Z PAY TV ร่วมกับ FOX International และ Channel M เปิดประสบการณ์ให้คุณได้บินลัดฟ้าสัมผัสกับบรรยากาศงานประกาศผลรางวัลทางดนตรีสุดยิ่งใหญ่แห่งปีของเอเชีย อย่าง Mnet Asian Music Awards 2014 (MAMA) งานประกาศรางวัลที่มียอดผู้ชมกว่าหลายล้านคนในมากกว่า 70 ประเทศทั่วโลก กันแบบฟรีๆ ที่ฮ่องกง ในวันพุธที่ 3 ธันวาคมนี้!! โดยในงานคุณจะได้กระทบไหล่กับศิลปิน K-POP มากมาย อาทิ G-Dragon (จี-ดราก้อน) ที่กวาดไปถึง 4 รางวัลเมื่อปีที่แล้ว, สัมผัสซิกซ์แพ็กของหนุ่ม แทยัง จาก Bigbang รวมทั้งฟินไปกับหนุ่มๆ บอยแบนด์จากวง EXO พร้อมชมโชว์สุดมันส์จากศิลปินโด่งดังที่จะพาเหรดมาร่วมในงานนี้อีกเพียบ! ร่วมสนุกเพียงพิมพ์รหัส MA ตามด้วยข้อความเชียร์ศิลปินที่คุณชื่นชอบ ส่ง SMS มาที่หมายเลข 4174001 (6 บาท/ข้อความ) ตั้งแต่วันที่ 24-28 พฤศจิกายนนี้ ข้อความที่โดนใจที่สุด บินเชียร์ศิลปินที่คุณชื่นชอบแบบติดขอบเวทีที่ฮ่องกงพร้อมห้องพัก 3 วัน 2 คืน ฟรี!! หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/zpaytvfanpage [[ อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง ]] รวมฉากจูบสะท้านวงการ K-POP! Kiss Scene ประจำปีบนเวที MAMA 1st Look เผยภาพแบ็คสเตจสุดพิเศษของเหล่าศิลปิน จากงาน MAMA 2013 Stevie Wonder, Ylvis, BIGBANG, Rain นำทัพโชว์พิเศษ 2013 MAMA ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

10 สถานที่ ฉลองคริสต์มาส ยอดนิยมทั่วโลก
10 สถานที่ /  ต้นคริสต์มาส / 

เว็บไซต์ cnn.com ได้จัดอันดับสถานที่ได้รับความนิยมสำหรับการฉลองคริสต์มาสมากที่สุด 10 เมืองจากทั่วโลก โดยส่วนใหญ่จะอยู่ในทวีปยุโรป และเมืองที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก โดยอันดับหนึ่ง คือ เมืองนูเรมเบิร์ก ประเทศเยอรมนี 10 สถานที่ ฉลองคริสต์มาส ยอดนิยมทั่วโลก 10. เมืองซาน ฮวน ประเทศเปอร์โตริโก อันดับที่ 10 คือเมืองซาน ฮวน ประเทศเปอร์โตริโก ในเวบไซต์ให้เหตุผลว่า หากรู้สึกว่าการฉลองคริสต์มาสในแต่ละปีสั้นเกินไป ให้ไปเที่ยวที่เมืองนี้ เพราะเทศกาลคริสต์มาสที่นี่เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน จนถึงกลางเดือนมกราคม ซึ่งชาวพื้นที่นี่ฉลองคริสต์มาสกันนานถึง 3 เดือน 9. กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ อันดับที่ 9 คือ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เป็นเมืองที่สามารถพบซานตาคลอสได้ตามสถานที่ต่างๆ แต่ที่การฉลองคริสต์มาสในลอนดอนจะสั้นกว่าที่อื่นๆ โดยจะสิ้นสุดในวันที่ 24 ธันวาคม หรือวันคริสต์มาสอีฟ 8. นิวยอร์กซิตี สหรัฐอเมริกา อันดับที่ 8 คือ นิวยอร์กซิตี สหรัฐอเมริกา ทุกปีจะมีการประดับประดาต้นคริสต์มาสอยู่หน้าตึกหรือสถานที่สำคัญต่างๆ โดยเฉพาะต้นคริสต์มาสหน้าศูนย์รอกกีเฟลเลอร์ ซึ่งประดับไฟยาวกว่า 8 กิโลเมตร 7. กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น แม้ว่าเมื่อต้นปีที่ผ่านมาจะเกิดสึนามิและกัมมันตภาพรังสีรั่วไหล แต่ญี่ปุ่นก็ยังคงเป็นอีกประเทศหนึ่งที่น่าไปเที่ยวในช่วงคริสต์มาส ซึ่งทั่วกรุงโตเกียวจะมีการประดับประดาไฟอย่างสวยงาม และยังมีการประดับต้นคริสต์มาสแบบญี่ปุ่นอีกด้วย 6. มูอองซาร์ตูซ์ ประเทศฝรั่งเศส อันดับที่ 6 มูอองซาร์ตูซ์ ประเทศฝรั่งเศส ที่นั่นจะจัดงานตุ๊กตาจำลองขนาดเล็กสำหรับซื้อเพื่อเป็นของขวัญในเทศกาล คริสต์มาส โดยตุ๊กตาจำลองในมูอองซาร์ตูซ์มีตั้งแต่รูปจำลองที่เกี่ยวของกำเนิดวัน คริสต์มาส ต้นคริสต์มาส และของประดับบ้าน 5. นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย อันดับ 5 นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เพราะวันคริสต์มาสตรงกับฤดูร้อนของออสเตรเลียพอดิบพอดี ผู้คนจึงนิยมออกมาฉลองคริสต์มาสกันที่ชายหาด ขณะเดียวกันก็มีการประดับประดาอาคารและต้นคริสต์มาสเหมือนในประเทศอื่นๆ 4. เมืองเวโรนา ประเทศอิตาลี เมืองเวโรนา ประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นอันดับที่ 4 และเป็นบ้านเกิดของโรมีโอกับจูเลียต ในทุกปีจะจัดงานฉลองคริสต์มาสกันริมคลอง และมีการจัดคอนเสิร์ต จุดดอกไม้ไฟในบริเวณปราสาทอาร์โกด้วย 3. เมืองเรคาวิก ประเทศไอซ์แลนด์ เมืองเรคาวิก ประเทศไอซ์แลนด์ ในปีนี้ได้จำลองเมืองทั้งเมืองให้เป็นเมืองเทพนิยาย และมีหมู่บ้านคริสต์มาส ซึ่งจะเปิดเฉพาะช่วงวันเสาร์อาทิตย์ตลอดเดือนธันวาคม นอกจากนี้ยังมีการก่อกองไฟและจุดดอกไม้ไฟในช่วงปีใหม่ไปจนถึงวันที่ 6 มกราคม 2. กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย จัดเทศกาลคริสต์มาสตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายน จนถึงวันคริสต์มาส โดยจุดเด่นอยู่ที่ตลาดสินค้าคริสต์มาส ซึ่งมีมาเป็นเวลาหลายร้อยปีแล้ว โดยมีอาหารจำหน่ายมากมาย เช่น ขนมปังขิง วาฟเฟิล ไส้กรอกย่าง และไวน์ 1. เมืองนูเรมเบิร์ก ประเทศเยอรมนี เมืองนูเรมเบิร์ก ประเทศเยอรมนี ซึ่งมีตลาดสินค้าคริสต์มาสที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนนูเรมเบิร์กได้ ถึง 2 ล้านคนต่อปี โดยมีชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ และร้านขายของทำมือเกือบ 200 ร้าน งานนี้มีไปจนถึงวันคริสต์มาสอีฟ ข้อมูลและภาพ : travel.cnn.com / voicetv / panoramio.com / flickr.com เรียบเรียงโดย Travel MThai

เบน สะท้าน เต๋า จ๊วบจริง! บดปากโชว์เลิฟซีน ความลับของมิ้นต์กับมิว
Club Friday The Series 5 /  Club Friday The Series 5 ความรักกับความลับ / 

กระแสแรงวันแรงคืนจริงๆ สำหรับ คลับ ฟรายเดย์ เดอะ ซีรี่ส์ 5 ความรักกับความลับ ตอน ความลับของมิ้นต์กับมิว ที่ได้พระนางคู่ขวัญคู่ใหม่ เบน ชลาทิศ ตันติวุฒิ (รับบท มิว และ มิ้นต์) และเต๋า สมชาย เข็มกลัด (รับบท พี่ฮัท) มาร่วมถ่ายทอดความฮากับแง่มุมความรัก กระเทยร่างใหญ่ที่แอบหลงรักพี่ชายข้างบ้านสุดหัวใจ จนทำให้คิดแผนเสี่ยงปลอมเสียงเป็นสาวชื่อมิ้นต์โทรไปจีบพี่ฮัท จนถึงกับหลงไหล นำพาไปสู่เรื่องราวลับๆ จั๊กจี้หัวใจมากมาย แต่สุดท้ายความลับนี้จะถูกปกปิดไปได้อีกนานเท่าไหร่ และเมื่อความจริงถูกเปิดเผย ทั้งคู่จะทำอย่างไรกับความสัมพันธ์ครั้งนี้ ติดตามชมความเข็มข้นของตอนจบได้ ในวันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายนนี้ แม้เรื่องราวได้ดำเนินมาถึงตอนสุดท้าย แต่ก็ยังไม่วายจะมีฉาก ชวนหวาดเสียว แบบที่เรียกว่าปากประกบปาก ถึงพริกถึงขิงกว่าซีนไหนๆ แน่นอน ฉากนี้เป็นฉากที่ พี่ฮัท (เต๋า) ไปทำงานที่มูลนิธิปอเต๊กตึ๊ง และด้วยความที่น้องมิว (เบน) อยากใกล้ชิดกับ พี่ฮัท(เต๋า) เลยลงทุนขอตามไปมูลนิธิด้วย แต่งานนี้น้องมิวปุ๊ปปั๊บรับโชคไปเต็มๆ เมื่อพี่ฮัท (เต๋า) จะต้องสาธิตวิธีการช่วยชีวิต โดยเรียกน้องมิว (เบน) ออกมาเป็นผู้ช่วย เอาล่ะสิโอกาสมา มีหรือจะไม่คว้าเอาไว้ งานนี้ไม่ใช่แค่ผู้ช่วยธรรมดา แต่เป็นผู้ช่วยสาธิตวิธีผายปอด หวานปากน้องมิวล่ะจ้า.... แต่เอ๊ะ!...พี่ฮัทคิดอะไรกับน้องมิวรึป่าว ถึงได้เลือกน้องมิวมาช่วยสาธิตวิธีนี้..... ฉากนี้เมื่อทุกอย่างพร้อมซักซ้อมเสร็จแล้ว เต๋า และ เบน ก็เข้าฉากจริงทันที เริ่มจากพี่เต๋าอธิบายวิธีการผายปอด และเรียกให้เบนออกมาช่วยและนอนหงาย จากนั้นพี่เต๋าก็ก้มลงบีบจมูกเบน สูดลมหายใจและประกบปากปล่อยลมเข้าท้องเบนเต็มๆ ฉากนี้ถือว่าเป็นฉากสุดฟินของน้องมิว (เบน) เลยทีเดียว เพราะได้จูบปากกับพี่ฮัท(เต๋า) สุดที่รัก ส่วนเจ้าของบทบาทอย่าง เบน เล่าว่า “ฉากนี้เขินมากครับ ต้องบอกให้แฟนไปรอที่อื่นก่อนเพราะกลัวจะเคอะๆ เขินๆ ไม่เต็มที่กับพี่เต๋า แต่บอกเลยนะครับ ว่าไม่ต้องอิจฉานะครับ ผมไม่ได้มีความสุขใดใดทั้งสิ้งในการถูกช่วยชีวิตเลยครับ มันคือซีนที่ผมเวียนหัวที่สุด เพราะพี่เต๋าจะต้องเป่าลมเข้าท้อง ซึ่งท้องเราก็จะเต็มไปด้วยลมพี่เต๋า รู้สึกแน่นมาก และพอลุกขึ้นมานี้คือโลกหมุนเลยครับ” ส่วน เต๋า ก็เสริมด้วยว่า “เรื่องนี้ ผมว่ามันเป็นบทบาทใหม่ของชีวิตการแสดง และเป็นความรู้สึกที่ตื่นเต้นทั้งของตัวผมเองและผู้ชมด้วย ซึ่งบอกเลยว่าเรื่องนี้ถ้าไม่เป็น เบน ชลาทิศ ผมก็จะไม่เล่นนะครับ และฉากนี้ผมต้องเป็นเจ้าหน้าอาสาสมัครจะต้องสาธิตวิธีช่วยชีวิต ซึ่งผมเล่นจริงทั้งหมด เรียกว่าเป็นเลิฟซีนกับผู้ชายคนแรกของผมเลยนะ ผมก็ต้องสูดลมหายใจประกบปากเบนและเป่าลมเข้าไป เบนก็บวมขึ้นมาทั้นที พอจบฉากนี้เบนบอกผมว่า “ผมไม่ได้รู้สึกเซ็กซี่อะไรเลยพี่ เพราะว่าพี่เป่าลมเข้าท้องผมอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง ท้องนี่แน่นไปหมด ใครที่ไม่อยากพลาดฉากนี้ติดตามชมความสนุกนี้ได้ใน คลับ ฟรายเดย์ เดอะ ซีรี่ส์ 5 ความรักกับความลับ ตอน ความลับของมิ้นต์กับมิว (ตอนจบ) วันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายนนี้ เวลา 21.00น. ทางช่อง GMM Channel หมายเลข 25 หรือ 35 ครับ” บทสรุปความรักลับๆ ของน้องมิวกับพี่ฮัทจะเป็นอย่างไร ท้ายที่สุดเค้าทั้งสองจะลงเอยกันหรือไม่ ห้ามพลาด ---------------------------------------------------------------------------- ถ้าไม่อยากพลาด Club Friday The Series 5 ตอน ความลับของมิ้นต์กับมิว มาดูย้อนหลัง กันได้ที่นี่ อัพเดททุกสัปดาห์ ก่อนชมตอนจบเลยนะ ---------------------------------------------------------------------------- เรียนรู้ไว้ไม่เสียหายนะตั๊ว ภาษาลู ภาษาสุดฮา ของวงการเก้งกวาง

3 หนทาง ฉุดหงส์ขึ้นจากนรก!!
ขาน /  ซัวเรซ / 

หลังจากเห็นฟอร์มนัดที่ 12 ใน พรีเมียร์ลีก ของ "รองแชมป์" ปีที่แล้วอย่าง ลิเวอร์พูล บอกได้คำเดียว......ห่วยแตกเกินคาด!! ทำให้หลายคนอาจมองไม่เห็น แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ในยุคการทำทีมของเทรนเนอร์ตาหวาน เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ซึ่งจริงๆแล้วถ้ามองดีๆทางออกของปัญหาฟอร์มกากมันก็มีอยู่ไม่กี่อย่าง ขอแค่กล้าปรับอาจได้สัมผัสกับบรรยากาศที่เย็นกว่าครึ่งล่างของตารางแบบทุกวันนี้ก็ได้ และนี่คือ 3 ทางออกที่อาจช่วยหงส์ตีปีกบินสูงในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล พรีเมียร์ลีก 2014/15 1.กวาดล้างบ่อน้ำมัน!! บอกได้เลยว่าถ้าหงส์ยังติดนะสัยติ๋ม ไม่กล้าผุดไอเดียโละเซ็นเตอร์ฮาร์ฟตัวหลักทุกคนออกจากทีมโดยเฉพาะ สเคอร์เทล,ลอฟเรน ในเร็ววันนี้ ก็เอาความหวังว่าทีมจะเก็บคลีนชีทแบบต่อเนื่องออกไปจากสมองได้เลย บางทีแนวรับร่างบางอย่าง ปลาคราฟ ที่แทบไม่เคยเอาชนะลูกกลางอากาศศูนย์หน้าร่างถึกเลยซักครั้ง สมควรโบกมือลา แอนฟิลด์ ไปก่อน แอ็กเกอร์ ด้วยซ้ำ! ส่วนขาเฉื่อยอย่าง ลอฟเรน ก็พลาดแบบไม่น่าให้อภัยจนนับไม่ถ้วน ความเชื่องช้าและเฟอะฟะ คืออาหารอันโอชะของดาวยิงตัวจี๊ดที่คอยฉีกแนวรับทางบอลห่วยแบบนี้ตลอดเวลาอยู่แล้ว 2.เอา เต้ยโศก ไว้คนเดียว!! ศูนย์หน้าที่มีตอนนี้ของ ลิเวอร์พูล บอกได้คำเดียวว่ามันไม่ใช่เลยซักนิด!! สิ่งที่ "หงส์แดง" กำลังทำอยู่มันคือ ติกิตากะจีนแดงชัดๆ ของที่ถูกต้องจริงๆมันต้องเป็นดาวยิงที่มีทักษะการเลี้ยงบอลและดึงกองหลังให้เข้ามาประกบอย่างน้อย 2 คน ซึ่ง เหยิน(ซัวเรซ)กับหริด(สเตอร์ริดจ์) ทำแบบนั้นได้ เพราะมันจะทำให้ปีกอย่าง สเตอร์ลิ่ง,ลัลลาน่า,คูตินโญ่ ทะลวงไส้กองหลังง่ายขึ้น กลับกัน บาโลเตลลี่,บอรินี่,แลมเบิร์ต 3 คนนี้แนวรับแค่ตัวเดียวก็เอาอยู่แล้ว!! เพราะไม่มีใครกระชากหายเป็นซักคน แล้วที่ตอนนี้ บีร็อด กำลังสนหอกตัวใหม่อย่าง วินเฟร็ด โบนี่ ของ สวอนซี ในฐานะคนที่ไม่รู้จักกับหมอลักษณ์ แต่ขอฟันธงว่าดับแน่นอน!! เพราะฉะนั้นประตูจะไหลมาเทมาถ้าแมวมองจับจุดถูกสอยดาวยิงที่ใช่มาร่วมทัพปีใหม่นี้ได้ถูกตัว 3.ลุงเจิด โดนทำร้าย!! การที่ ตาหวาน จับ เจอร์ราร์ด ไปเล่นกลางรับ บอกคำเดียวเป็นแท็กติกที่บังคับให้ เจิด ดับอนาถในช่วงบั้นปลายอาชีพชัดๆ เพราะธรรมชาติ เจอร์ราร์ด ไม่ใช่คนที่แย่งบอลเก่งเหมือน ลูคัส กับชาน แถมยังให้ลุงแกวิ่งตามก้นเด็กหนุ่มตลอดทั้งเกม.....นอกจากจะไม่ได้ประโยคจากการสร้างสรรค์เกมรุกที่เฮียเจิดมีติดตัวตั้งแต่เกิด ยังจะไปเพิ่มภาระให้กับ 2 เซ็นเตอร์ที่ค่อนข้างห่วยแตกอยู่แล้ว โดนเจาะหนักมากกว่าเดิมซะอีก ถ้าลองเปลี่ยน เจอร์ราร์ด ดันสูงเป็นหน้าต่ำ ประโยชน์ที่หงส์จะได้มีมากกว่ากลางรับหลายเท่าตัวแน่นอน

7 สิ่งที่ควรรู้ ก่อนไป ARCADIA THE BANGKOK LANDING
ARCADIA SPIDER STAGE /  Gravity Thailand ARCADIA THE BANGKOK LANDING / 

ใกล้เข้ามาแล้ว สำหรับงาน Gravity Thailand 2014 presents ARCADIA THE BANGKOK LANDING นาฎยจักรกลแห่งอนาคต ที่จะเกิดขึ้นในวันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน ที่จะถึงนี้ ว่ากันว่า งานนี้ เป็นโชว์แรกที่จัดขึ้นนอกประเทศอังกฤษ และประเทศไทย คือที่แรกในเอเชีย ที่เวที ARCADIA SPIDER เดินทางมาลงจอดและแสดง ARCADIA LANDING SHOW ที่สำคัญ การันตีด้วยรางวัล TPI Awards 2014 Best Live Production of The Year อีกต่างหาก เกริ่นเท่านี้ อาจจะยังไม่เห็นภาพที่ชัดเจน เราเลยมี 7 ข้อมูลเด็ด ที่คุณรู้แล้ว ต้องไม่พลาด ที่จะไปดูด้วยตาตัวเองก่อนตายสักครั้ง Gravity Thailand 2014 Presents Arcadia The Bangkok Landing 1. ARCADIA คือคณะ นาฎยจักรกลแห่งอนาคต (Futuristic Mechanical Carbaret) ผู้สร้างและรับผิดชอบเวทีดนตรีเต้นรำขนาดใหญ่ที่สุดใน Glastonbury Festival งานเทศกาลดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกจากประเทศอังกฤษ ประเทศไทยคือประเทศแรกของโลกที่เวที ARCADIA SPIDER STAGE เดินทางมาเยือน และลงจอดเพื่อทำการแสดง THE BANGKOK LANDING แมงมุมยักษ์ Arcadia เดินทางมาถึงไทยแล้ว (ภาพจาก เฟซบุ๊ก แฟนเพจ Gravity Thailand) 2. เวที ARCADIA SPIDER STAGE คือเวทีหุ่นยนต์แมงมุมยักษ์ สูงเท่าตึก 5 ชั้น ตัวเดียวกันกับที่อังกฤษ ไม่ใช่ แมงมุมเสิ่นเจิ้น แน่นอน มีความสูง 15 เมตร กว้าง 20 เมตร น้ำหนัก 45,000 กิโลกรัม หรือ 45 ตัน (ไม่รวมน้ำหนักอุปกรณ์ แสงสี สเปเชี่ยลเอฟเฟกต์) 3. เจ้าของรางวัล TPI Awards 2014 – Best Live Production of The Year โดย Total Production International (www.tpiawards.com) Lords of Lightning ที่งาน Arcadia 4. Lords of Lightning คือ การแสดงยอดมนุษย์เทพสายฟ้าพลังไฟ 4 ล้านโวลต์ อีกหนึ่งไฮไลท์เด็ดของงานนี้ ซึ่งใช้พลังไฟฟ้า 4 ล้านโวลต์ในการสร้างและควบคุมสายฟ้าในการแสดง ที่ไหลผ่านร่างกายของแต่เทพทั้งสองไปมาอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ จนกลายเป็นสายฟ้าแห่งความบันเทิงที่ผู้ชมสามารถสัมผัสได้ด้วยตาเปล่า รวมไปถึงการต่อสู้ ด้วยอาวุธที่ซัดออกมาเป็นสายฟ้าฟาดใส่กันอย่างเมามันส์เร้าใจ ที่จริงแล้วพลังไฟฟ้า 2 ล้านโวลต์ก็เพียงพอแล้วในการสร้างสายฟ้าที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่ที่พวกเขาเพิ่มพลังไฟฟ้าขึ้นอีก 2 เท่าก็เพื่อให้ได้สายฟ้าที่ขนาดใหญ่ขึ้นเพราะพวกเขาชอบ!!! 5. ด้านบนมีเครื่องพ่นไฟความแรงสูง สามารถพ่นไฟได้ทั้งแบบเป็นลูกบอลไฟ และเปลวไฟขนาดใหญ่สูงจากพื้น 30 เมตร สายเคเบิ้ลที่ใช้ในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ มีความยาวรวมทั้งหมด 7.2 กโลเมตร 6. ระบบเสียงที่ใช้ในการแสดง คือระบบ K1 L-Acoustic ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นระบบเสียงที่ดีที่สุด และทรงพลังที่สุดที่มีในประเทศไทย (http://www.l-acoustics.com/) โดยมีการออกแบบให้มีความสมบูรณ์แบบรอบทิศทางแบบเซอร์ราวน์ 360 องศา 7. การแสดงที่เวที ARCADIA SPIDER STAGE เคยมีผู้ชมสูงสุดคือมากกว่า 70,000 คน ในงานเทศกาล Glastonbury Festival 2014 เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2557 โดยมี Headline DJ คือ Disclosure และ Seth Troxler รู้แบบนี้แล้ว ซื้อบัตรด่วน บัตรเหลืออีกไม่มากแล้ว ครั้งหนึ่งในชีวิต กับสุดยอดโชว์ระดับโลก ที่ควรดูก่อนตาย Gravity Thailand 2014 presents ARCADIA THE BANGKOK LANDING เสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน ณ Gravity Landing Base ลานกว้างด้านหน้าสวนสยาม วันเดียว รอบเดียว พลาดแล้ว คือ พลาดเลย ------------------------------------------------------------------------- เพราะอะไร คุณถึงต้องไปงาน Gravity Thailand 2014 Presents Arcadia The Bangkok Landing ให้ได้สักครั้ง ในชีวิต ติดตามการสัมภาษณ์ของ ขันเงิน-คีซี่ Bang Bang Bang และ ดีเจ.ซี๊ด ในรายการ Entertainment Now ทางช่อง MONO 29 Full Line Up มาแล้วนะ คลิกไปดูได้เลย Arcadia The Bangkok Landing สุดยอดอลังการปาร์ตี้เต้นรำ 29 พ.ย. นี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ บริษัท มีโมชั่น จํากัด เอาใจขาแดนซ์ จัดใหญ่ "กราวิตี้ไทยแลนด์ 2014 พรีเซ้นท์อาร์เคเดียเดอะแบงค็อกแลนดิ้ง" สัมภาษณ์ 3 ผู้จัดงาน ARCADIA THE BANGKOK LANDING 20 นาทีกับการเจาะลึกถึงงาน Gravity Thailand 2014 presents ARCADIA THE BANGKOK LANDING

ประยุทธ์ อารมณ์ดีหยอกสื่อ-ดารา หน้าทำเนียบ
ข่าวทำเนียบ /  ข่าววันนี้ / 

นายกฯ หยอกสื่อ-ดาราหน้าทำเนียบ  "อย่ามโน" หลังเข้าพบก่อนประชุมครม. ที่ทำเนียบรัฐบาล บรรยากาศก่อนเริ่มการประชุมคณะรัฐมนตรี ครม. วันนี้ (25 พ.ย. 57) ศ.กิตติคุณ.นพ.ประพันธ์ ภานุภาค ผู้อำนวยการศูนย์วินิจัยโรคเอดส์สภากาชาดไทย นำศิลปินดาราเข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อติดโบว์แดง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์การณรงค์ เนื่องในวันเอดส์โลก โดย ศ.กิตติคุณ.นพ.ประพันธ์ กล่าวกับพล.อ.ประยุทธ์ ว่า ติดตามข่าวสารและทราบว่านายกฯได้เดินทางไปหลายประเทศและทุกประเทศต่างเข้าใจการทำงานของรัฐบาล จึงอยากให้นายกฯ พูดให้มากๆ เพราะจะได้สร้างความเข้าใจมากขึ้น ขณะที่พล.อ.ประยทธ์ กล่าวว่า ต้องพูดกับสื่อมวลชน จากนั้นนายกฯ หันไปพูดกับเหล่าศิลปินว่า "ต้องใช้ความอดทนหน่อยนะ ทุกอย่างกำลังจะดีขึ้น ผมยังอดทนเลย" จากนั้นใบเตย อาร์สยาม ศิลปินค่ายอาร์เอส บอกกับนายกฯ ว่าเป็นคนร้องเพลง "อย่ามโน" ซึ่งระหว่างนั้นมีเจ้าหน้าที่สภากาชาดไทยเอาหนังสือ "เส้นทางพยัคฆ์ประยุทธ์ จันทร์โอชา จากทหารเสือสู่หลังเสือ" ที่เขียนโดยนางสาววาสนา นาน่วม นักข่าวสายทหาร มาให้พล.อ.ประยุทธ์ เซ็นต์ชื่อ ซึ่ง นายกฯได้พูดหยอกว่า "ก็อย่ามโนตามหนังสือเล่มนี้ก็แล้วกัน" จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินขึ้นตึกบัญชาการ1 เพื่อเข้าประชุม ครม.ต่อไป สำหรับวาระที่ ครม.จะพิจารณา ประกอบด้วย ฅ -สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จะรายงานข้อเสนอการปฎิรูปประเทศไทยในด้านเศรษฐกิจ -กระทรวงวัฒนธรรมจะเสนอแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูง ในตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่างอยู่ 3 ตำแหน่ง -กระทรวงสาธารณสุข เตรียมเสนอแก้กฎหมายควบคุมการบริโภคยาสูบ 2 ฉบับ คือ พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2535 ,และพระราชบัญญัติคุ้มครองสุขภาพผู้ไม่สูบบุหรี่ พ.ศ.2535 โดยมีเนื้อหาครอบคลุม ถึงความทันสมัยของสินค้า เช่น บุหรี่ไฟฟ้า บารากู่ รวมถึงจำกัดอายุผู้ซื้อบุหรี่ จากเดิม 18 ปี เป็น 20 ปี เพื่อป้องกันการเข้าถึงของเยาวชน -กระทรวงยุติธรรมเตรียมเสนอที่ประชุมของบประมาณ 15,000 ล้านบาท ในการก่อสร้างเรือนจำเพิ่มทั่วประเทศทดแทนเรือนจำที่จะต้องมีการย้ายออกจากพื้นที่ใจกลางเมือง เพื่อลดปัญหาความแออัดของผู้ต้องขัง และเตรียมเสนอขออัตรากำลังเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์จำนวน 1,000 อัตราทั่วประเทศ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ในเรือนจำต่างๆ จำนวน 143 แห่งทั่วประเทศ -กระทรวงคมนาคมเตรียมเสนอที่ประชุมพิจารณาแผนดำเนินโครงการรถไฟทางคู่ ปีงบประมาณ 2558 โดยจะขอให้ ครม. อนุมัติร่าง พ.ร.ฎ.เวนคืน 6 เส้นทางรถไฟทางคู่ วงเงินรวมกว่า 110,000 ล้านบาท  และจะเสนอแนวทางปฏิบัติในการจัดหาพัสดุด้วยวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ และวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ -กระทรวงอุตสาหกรรมจะเสนอร่างกฎกระทรวงยกเว้นค่าธรรมเนียมให้แก่ผู้ประกอบการกิจการโรงงาน ในเขต 3จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมด้วยที่ประชุมจะพิจารณาร่างพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการควบคุมดูแลธุรกิจบริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ของสถานบันการเงินเฉพาะกิจ พศ... และบริษัท อสมท. จะขออนุมัติงบลงทุนในโครงการให้บริการโครงข่ายระบบทีวีดิจิทัลภาคพื้นดิน ข้อมูลข่าวจาก จส.100 ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ "ประยุทธ์ จันทร์โอชา" ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>> MThai news

อกหักแล้วไง 7 หนุ่ม VAMP งัดไม้เด็ดจีบสาว กลางงงานปาร์ตี้สละโสด
VAMP /  ญี่ปุ่น / 

ล่อยเพลงใหม่ มาให้แฟนๆ ได้ติดตามกันอย่างต่อเนื่อง สำหรับหนุ่มๆ วง VAMP ที่มาพร้อม ซิงเกิ้ลที่ 5 อกหักแล้วไง เพลงจังหวะสนุกๆ ที่จะทำให้ใครก็ตาม ที่กำลัง อกหัก อย่าได้แคร์ แค่เริ่มต้นใหม่ หาให้ดีกว่าเก่า ซึ่งทั้ง 7 หนุ่มก็เพิ่งถ่ายทำมิวสิควีดีโอไปหมาดๆ และสามารถหาชม MV เพลง อกหักแล้วไง ได้แล้ววันนี้ มาที่การถ่ายทำกันบ้าง โดยงานนี้ได้ยกกองถ่ายทำไปย่านพหลโยธิน สตูดิโอ 4 ซึ่งผู้กำกับสั่งเซ็ทฉากขึ้นมาเป็นงานปาร์ตี้ที่สนุกสุดเหวี่ยง เป็นเรื่องราวของผู้ชายที่เพิ่งถูกผู้หญิงบอกเลิก ทำให้เพื่อนๆ ต่างคอยให้กำลังใจและเป็นห่วง งานนี้ผิดคาดเมื่อคนอกหักกลับไม่เสียใจกับความรัก พร้อมทั้งกลับไปใช้ชีวิตโสด ยกก๊วนปาร์ตี้กันอย่างสนุกสนาน ซึ่งในซีนปาร์ตี้สละโสดสุดมันส์ ทีมงานทำเซอร์ไพร์สขนกองทัพสาวๆ มาเข้าซีนมากมาย ทำให้ทั้ง 7 หนุ่มดูตื่นเต้น คึกคักเป็นพิเศษ การถ่ายทำไหลลื่นตลอดในงานปาร์ตี้ อีกทั้งหนุ่มๆ โชว์ลีลาการจีบสาวๆ ออกมาได้เนียนจนเป็นตัวของตัวเอง “บรรยากาศในการถ่ายทำเอ็มวีสนุกมากเลยครับ งานนี้เต็มไปด้วยปาร์ตี้สนุกๆ ฟรุ้งฟริ้ง ที่สำคัญยังมีสาวๆ มาเข้าฉากเยอะมาก เรียกว่าสวยๆ กันทุกคนครับ เป็นซีนที่ไม่ค่อยมีใครได้พักกันสักเท่าไหร่ เพราะพวกเราตั้งใจทำงานมาก อยากให้ผลงานออกมาดีครับ ยังไงก็อยากจะฝากให้ติดตามชมกันด้วยครับ” หนุ่ม ตูน หนึ่งในสมาชิก VAMP เล่า เบื้องหลังการถ่ายทำ MV เพลง อกหักแล้วไง ไปดูกันเลย อกหักแล้วไง (Like A Sunshine) - Vamp ดู MV เพลง อกหักแล้วไง เพลง Electronic Dance สนุกๆ จาก 7 หนุ่ม VAMP กับเนื้อหา "อย่าได้แคร์...แค่โดนทิ้ง" เมื่อเธอไม่อยู่...ก็ได้เจ้าชู้เหมือนเดิม มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

พบความยิ่งใหญ่ของ พระมหาชนก ฉบับแอนิเมชั่นอลังการ ชมฟรี!
mahajanaka /  การ์ตูน / 

เมื่อครั้งวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ ในปี พ.ศ. 2542 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้จัดพิมพ์บทพระราชนิพนธ์เรื่อง พระมหาชนก ในรูปแบบของการ์ตูน โดยมี ชัย ราชวัตร ศิลปินผู้ชำนาญการเป็นผู้วาดภาพการ์ตูนประกอบ และครั้งนี้บทพระราชนิพนธ์ พระมหาชนก จะกลับมาในรูปแบบภาพยนตร์แอนิเมชั่น โดยมีบริษัทผู้ผลิตแอนิเมชั่นเข้าร่วมกว่า 15 ราย และได้ศิลปิน นักวาด นักพัฒนาภาพเคลื่อนไหว ผู้ชำนาญการด้านแสงและเงา ผู้ชำนาญการด้านแอนิเมชั่น กว่า 250 คน มาช่วยกันสร้างสรรค์ภาพยนตร์เรื่องนี้ โดยแบ่งมีเรื่องราวแบ่งออกเป็น 3 องก์ ได้แก่ องก์ ๑ กำเนิด พระเจ้ามหาชนกฯ ผู้ครองกรุงมิถิลาแห่งแคว้นวิเทหะที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาล ทรงมีพระโอรส 2 พระองค์ พระองค์แรกทรงมีพระนามว่า พระอริฏฐชนกผู้ทรงมีความเข็มแข็งเฉียบขาด ส่วนองค์ที่สองทรงพระนามว่าพระโปลชนก ผู้ทรงมีพระทัยเมตตาโอบอ้อมอารีครั้นพระเจ้ามหาชนกฯ ทรงสวรรคต พระอริฏฐชนก ทรงขึ้นครองราชย์ โดยมีพระโปลชนกเป็นอุปราช ทั้ง 2 พระองค์มีความคิดเห็นในการปกครองที่แตกต่างกัน พระอริฏฐชนกทรงเห็นว่าอาณาจักรมิถิลาจะต้องยิ่งใหญ่ภายใต้กองทัพที่เข้มแข็ง ส่วนพระโปลชนกทรงเห็นว่าต้องไม่ลืมจิตใจที่เปี่ยมสุขของประชาชนด้วย ในเวลาต่อมามีอำมาตย์ผู้ใกล้ชิดที่ทุตจริตได้ออกอุบายใส่ความว่าพระโปลชนกกำลังซ่องสุมผู้คนเพื่อก่อการกบฎ พระองค์จึงถูกจับไปขังไว้ แต่พระองค์ทรงตั้งจิตอธิฐานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์จนสามารถหลบหนีออกมาพร้อมผู้จงรักภักดีและได้ไปพำนักอยู่ ณ เมืองชายแดน จนกระทั่งวันหนึ่ง พระโปลชนกได้นำทัพกลับมามิถิลาเพื่อหวังจะขอปรับความเข้าใจกับพระอริฏฐชนก จึงส่งสาส์นเพื่อแสดงเจตนาขอปรับความเข้าใจกัน แต่ถูกขัดขวางจากอำมาตย์ผู้นั้นด้วยการปลอมแปลงข้อความในสาส์นให้เป็นสาส์นท้ารบ ขณะเดียวกันพระอริฏฐชนทรงเป็นห่วงพระเทวี มเหสีของพระองค์ที่กำลังทรงครรภ์อยู่ จึงได้ให้หลบหนีออกไปจากวังเสีย ในสนามรบพระอริฏฐชนกทรงสิ้นพระชนม์จากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากฝีมือของอำมาตย์ผู้นั้น หลังจากนั้นพระโปลชนกจึงทรงขึ้นครองราชย์สืบต่อแทน พระเทวีทรงหนีออกจากเมืองมิถิลาอย่างยากลำบาก แต่ด้วยบุญญาธิการของพระโอรสในครรภ์จึงทำให้ทรงได้รับความช่วยเหลือจากท้าวสักกเทวราชที่ช่วยให้พระองค์สามารถหลบหนีไปถึงเมืองจัมปากะได้ ณ ที่นี้พระเทวีได้ทรงรับความช่วยเหลือจากอุทิจจพราหมณ์ โดยอุปการะรับพระเทวีเป็นน้องสาว ต่อมาพระโอรสในครรภ์ทรงประสูติกาล โดยมีพระนามตามพระอัยยิกาว่า พระมหาชนกกุมาร องก์ ๒ ความเพียร เมื่อพระโอรสทรงเจริญวัยได้ถูกเพื่อนๆ ล้อว่าเป็นลูกหญิงหม้ายพระมารดา จึงเล่าความจริงให้ทราบว่าพระองค์เป็นใคร พระองค์จึงตั้งพระทัยว่าเมื่อเติบใหญ่แล้ว จะไปเอาราชสมบัติและนครมิถิลาคืนมาให้ได้ ครั้นเมื่อพระมหาชนกกุมารทรงเจริญวัยเติบใหญ่เปี่ยมไปด้วยพระปรีชาสามารถ พระองค์ทรงตรัสกับพระมารดาว่าจะไปล่องเรือทำการค้าขายที่ดินแดนสุวรรณภูมิ เพื่อสะสมทุนรอนและกำลังพลเพื่อหวังที่จะชิงราชสมบัติคืนมาให้ได้ ระหว่างทางในมหาสมุทรพระมหาชนกได้มองเห็นว่าจะเกิดพายุขึ้น แต่ไม่มีใครเชื่อจนกระทั่งพายุกระหนำเรืออย่างรุนแรง บรรดาลูกเรือทั้งหลายหวาดกลัวครำครวญหนีตายกันอย่างโกลาหล ตรงกันข้ามกับพระมหาชนกที่ทรงตระหนักว่าเรือใกล้จะแตกเต็มที จึงเตรียมพระองค์โดยทรงเสวยให้อิ่ม และนำผ้าชุบน้ำมันมาพันกายให้แน่นหนา เมื่อเรือล่มเหล่าบรรดาลูกเรือที่ขาดสติและเดิมไม่เชื่อในสิ่งที่พระมหาชนกได้เตือนเกี่ยวกับพายุ ได้ตกน้ำกลายเป็นอาหารของฝูงปลาและสัตว์ทะเลทั้งหลาย ส่วนพระมหาชนกก็ทรงแหวกว่ายด้วยความเพียรอยู่ในมหาสมุทรนี้เป็นเวลาถึง 7 วัน 7 คืน นางมณีเมขลาเทพธิดาผู้รักษาท้องมหาสมุทรเห็นพระมหาชนกว่ายน้ำอยู่จึงลงมาช่วยพระมหาชนก และได้มีโอกาสสนทนาแลกเปลี่ยนความเห็น จนทำให้นางมณีเมขลาเข้าใจถึงหลักปรัชญาของการบำเพ็ญวิริยบารมีของพระมหาชนก จากนั้นนางมณีเมขลาจึงช่วยอุ้มพระมหาชนกจนมาถึงฝั่งเมืองมิถิลา   องก์ ๓ ปัญญา ที่เมืองมิถิลานี้พระโปลชนกกำลังทรงพระประชวรอย่างหนัก พระองค์ต้องการให้พระธิดาคือพระนางสิวลีเทวีได้ทรงมีคู่ครอง โดยได้ทรงตรัสทิ้งไว้ก่อนสิ้นพระชนม์ว่า ผู้ใดไขปริศนาของพระองค์ได้ จะทรงยกพระราชสมบัติทั้งหมดให้พร้อมด้วยพระราชธิดา เมื่อพระโปลชนกสิ้นพระชนม์ลงเหล่าอำมาตย์ได้จัดพิธีเสี่ยงราชรถเพื่อหาผู้มีบุญญาบารมีมาไขปริศนานั้น ราชรถได้มาหยุดที่พระมหาชนกผู้ซึ่งทรงบรรทมอยู่ในสวนพระองค์ทรงไขปริศนาได้หมดทุกข้อ ทุกคนในเมืองมิถิลาต่างพากันสรรเสริญ ในพระปรีชาสามารถของพระองค์ จึงได้อัญเชิญพระองค์ให้ทรงอภิเษกกับพระนางสิวลีเทวี เมื่อขึ้นครองราชย์ได้ทรงปกครองด้วยหลักทศพิธราชธรรม และนำพาความผาสุกมาสู่ปวงประชาชน วันหนึ่งพระมหาชนกเสด็จประพาสอุทยานและทรงทอดพระเนตรเห็นต้นมะม่วงต้นหนึ่งมีผลงามและอีกต้นหนึ่งไม่มีผลเลย พระองค์ทรงเสวยมะม่วง และตรัสว่ามะม่วงรสชาติดีดุจรสทิพย์ หลังจากพระองค์เสด็จกลับบรรดาประชาชนทั้งหลายก็เข้ามาโค่นต้นมะม่วงต้นนั้นเพื่อหวังจะเอาผลของมันมาบริโภค จนเป็นเหตุทำให้ต้นมะม่วงต้นนั้นถูกถอนรากโค่นลงมา เมื่อพระมหาชนกทรงทราบความ ทรงเศร้าพระทัยอย่างยิ่ง พร้อมกันนั้นทรงได้เปรียบเปรยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แก่ต้นมะม่วงกับพระราชสมบัติดังนี้ ต้นมะม่วงที่มีผลอาจจะถูกทำลายหรือถ้าไม่ถูกทำลายก็ต้องคอยเป็นกังวลจักต้องดูแลระแวดระวังรักษาไว้ ในทางกลับกันพระองค์ทรงคิดว่าถ้าจะเข้าถึงความสุขได้นั้นจักต้องทำตัวให้เป็นเสมือนเช่นต้นมะม่วงที่ไม่มีผล ที่ไม่ต้องกังวลว่าผู้คนในสังคมที่ไม่รู้จักคิดการณ์ไกล ในการทำนุบำรุงต้นไม้เพื่อเก็บผลไว้กิ ในวันหน้า จะมาโค่นต้นมะม่วงนี้ได้ หลังจากนั้นจึงมอบหมายให้ผู้เชี่ยวชาญนำหลักการของพระองค์ไปทดลองเพื่อฟื้นฟูต้นมะม่วงที่ถูกโค่นลง และหาวิธีการที่ทำให้ต้นมะม่วงที่ไร้ผลกลับมาเกิดผล พร้อมกันนั้นพระองค์ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งสถาบันการศึกษาขึ้นชื่อว่าปูทะเลย์วิชชาลัย เพื่ออบรมวิชาการด้านต่างๆ แก่บรรดาเหล่าอำมาตย์ข้าราชการและประชาชนในเมืองมิถิลา เพื่อที่ทุกคนจะได้มีวิชาความรู้ทั่วไปและมีสามัญสำนึกไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวแฉกเช่นเหล่าคนที่ชอบกินผลมะม่วงแต่กลับทำลายต้นมะม่วงทิ้งไป และเพื่อสังคมจะได้เจริญรุ่งเรืองและอยู่กันอย่างผาสุกสืบต่อไปกาลนานเทอญ ตัวอย่างภาพยนตร์ พระมหาชนก เตรียมพบกับความยิ่งใหญ่ของ พระมหาชนก ในรูปแบบภาพยนตร์แอนิเมชั่นสุดตระการตา หนึ่งในการเฉลิมพระเกียรติ 5 ธันวามหาราช ณ โรงภาพยนตร์ในเครือ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ใกล้บ้านท่านโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย!! ในวันที่ 29 พ.ย. และ 6 ธ.ค. นี้ รอบเวลา 10.00 น. และ 15.00 น. และฉายทาง โทรทัศน์ ระหว่างวันที่ 6 - 8 ธ.ค. นี้ ในช่วงเวลาตามความเหมาะสมของแต่ละสถานี เพื่อให้ประชาชน และเยาวชน ได้รับชม และเรียนรู้สาระจากบทพระราชนิพนธ์เรื่องนี้ ที่ทรงมุ่งเน้นทั้งในเรื่องความเพียร การใช้สติปัญญา และการศึกษาเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการดำเนินชีวิตต่อไป ------------------------

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก : มหกรรมแจกแต้ม!! พาเลซ เปิดรังยำหงส์ท้ายเกม 3-1 เกาะกลุ่มกลางตารางต่อไป
คริสตัล พาเลซ /  คูตินโญ่ / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน 2557 คริสตัล พาเลซ 3-1 ลิเวอร์พูล รายชื่อคนทำประตู : 0-1 ริคกี้ แลมเบิร์ต น.2, 1-1 ดไวท์ เกย์ล น.17, 2-1 โจ เล็ดลี่ย์ น.78, 3-1 ไมล์ เยดินัค น.81 เวลา : 20.30 น. สนาม : เซลเฮิร์สท์ ปาร์ค ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกพรีเมียร์ลีกนัดที่ 12 ของทั้งสองทีมวันนี้ ลิเวอร์พูล ของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส สถานการณ์ไม่ค่อยสู้ดีหลังจากอันดับรูดลงไปอยู่ที่ 11 ของตารางคะแนน วันนี้ไม่มีชื่อของ มาริโอ บาโลเตลลี่ ที่สลัดคราบเดี้ยงกลับมาลงเล่นในแมตช์นี้ไม่ทัน ต้องมาดูว่าเจ้าบ้านอย่าง คริสตัล พาเลซ ที่รั้งรองบ๊วยในปัจจุบัน จะรับมือกับรองแชมป์เก่าจากฤดูกาลที่แล้วได้เยี่ยมแค่ไหน ///// GOAL! นาทีที่ 2 เริ่มมาแค่ไม่นาน ลิเวอร์พูล ได้โจมตีจากการเปิดของ อดัม ลัลลาน่า มาให้ ริคกี้ แลมเบิร์ต เอาบอลลงพร้อมกับซัดด้วยขวาบอลพุ่งเลียดเสียบตาข่ายเข้าไปอย่างสวยงาม หงส์แดง บุกนำ คริสตัล พาเลว ไปแล้ว 1-0 15 นาทีแรกของเกม ถือว่าผู้มาเยือนอย่าง "หงส์แดง" เอาบอลมาครอง และโจมตีใส่แนวรับได้มากกว่า แต่จังหวะจบสกอร์ก็ยังน้อยด้วยกันทั้งคู่ GOAL! นาที 17 ยานนิค โบลาซี่ ซัดเต็มข้อหน้ากรอบเขตโทษ บอลผ่านมือ มินโญเลต์ พุ่งไปชนเสาอย่างจัง! ก่อนจะเด้งมาเข้าทาง ดไวท์ เกย์ล ซ้ำง่ายๆเข้าไปให้เจ้าบ้านตามตีเสมอได้เร็วเป็น 1-1 นาที 28 ลิเวอร์พูล พลาดขึ้นนำอย่างเฉียดฉิวจากจังหวะฟรีคิกบริเวณเกือบกลางสนาม เจอร์ราร์ด โยนยาวเข้ามาถึง ริคกี้ แลมเบิร์ต ได้ขึ้นโขกแต่บอลผิดเหลี่ยมหลุดออกหลังไป นาที 30 หงส์แดง เกือบโดนทีเด็ดของ ยานนิค โบลาซี่ เล่นงานอีกแล้ว หลังจากโดนกระชากหน้าเขตโทษพร้อมระเบิดแข้งขวาซัดบอลเข้าไปตรงกรอบแต่ยังดีที่ มินโญเลต์ ช่วยเซฟออกหลังไปได้ นาที 34 ริคกี้ แลมเบิร์ต ได้โขกจังๆในกรอบเขตโทษจากการโยนของ โจ อัลเลน แต่โหม่งลูกนี้ก็ผิดเหลี่ยม ออกหลังไปแบบน่าผิดหวัง นาที 36 พาเลซ ต้องใช้โควต้าเปลี่ยนตัวเร็วหลังจาก เดเมี่ยน เดลานี่ย์ มีอาการบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหวทำให้ต้องส่ง เบรเด้ ฮันเกลันด์ ลงมาทำหน้าที่แทน ครบ 45 นาที ทดเจ็บ 2 นาที ยังไม่มีประตูเพิ่มทำให้จบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 1-1 //// เริ่มครึ่งหลังมาในนาที 49 หงส์แดง ได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ สตีเว่น เจอร์ราร์ด รับหน้าที่กดด้วยเท้าขวาแต่บอลก็ลอย โด่งออกไปแบบไม่ได้ลุ้น นาที 52 มาร์ติน สเคอร์เทล โดนใบเหลืองหลังจากไปฟาวล์ตัดเกมใส่ มารูยาน ชามัคห์ บริเวณกลางสนาม นาที 57 เจอร์ราร์ด ได้วิ่งมาตะบันด้วยขวาข้างถนัดหน้ากรอบเขตโทษ แต่ทิศทางยังผิดเหลี่ยมออกไปเเยอะ นาที 61 ฮาเวียร์ มานกีโญ่ โดนใบเหลืองหลังจากไปดึง มารูยาน ชามัคห์ คว่ำลงไปก่อนจะเข้าเขตโทษแค่ก้าวเดียว นาที 70 เจอร์ราร์ด พลาดเสียบอลกลางสนาม ก่อนจะโดนตัดไปจนถึง พันเชี่ยน เปิดยัดเข้ามาให้ โบลาซี่ เข้าชาร์จแต่ มินโญเลต์ ออกมาพุ่งคว้าไว้ได้แบบติดมือ นาที 72 ร็อดเจอร์ส ตัดสินใจถอด อดัม ลัลลาน่า ออกไปพักและเติมศูนย์หน้าอย่าง ฟาบิโอ บอรินี่ ลงมาทำหน้าที่แทน นาที 74 ลิเวอร์พูล เปลี่ยนตัวเป็นคนที่ 2 ด้วยการถอด โจ อัลเลน ออกไปพักและส่ง เอ็มเร่ ชาน ลงมาเล่นแทน GOAL! นาที 78 เดยัน ลอฟเรน เสียท่าพลาดให้ ยานนิค โบลาซี่ กระชากบอลมาแล้วจ่ายยัดเข้ากลางให้ โจ เล็ดลี่ย์ โล่งๆรอดขา มินโญเลต์ เข้าไปแบบง่ายดาย ปราสาทเรือนแก้วแซงนำ ลิเวอร์พูลไปแล้ว 2-1 GOAL! นาที 81 มาร์ติน สเคอร์เทล พลาดทำฟาวล์ ผู้เล่น พาเลซ หน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะโดน ไมล์ เยดินัค สังหารฟรีคิกสุดสวยปริดชีพ ลิเวอร์พูล ด้วยสกอร์นำห่าง 3-1 และเวลาที่เหลือ "หงส์แดง" ไม่สามารถแก้คืนมาได้แม้แต่ลูกเดียวทำให้เจ้าคว้าเก็บ 3 แต้มเหนือ "รองแชมป์เก่า" ไปได้ 3-1 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม คริสตัล พาเลซ : จูเลี่ยน สเปโรนี่, มาร์ติน เคลลี่, เดเมี่ยน เดลานี่ย์, สกอตต์ แดนน์, โจเอล วอร์ด, โจ เล็ดลี่ย์, ไมล์ เยดินัค, ยานนิค โบลาซี่, เจสัน พันเชี่ยน, มารูยาน ชามัคห์, ดไวท์ เกย์ล ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเล่ต์, ฮาเวียร์ มานกีโญ่, มาร์ติน สเคอร์เทล, เดยัน ลอฟเรน, เกล็น จอห์นสัน, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, โจ อัลเลน, คูตินโญ่, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, อดัม ลัลลาน่า, ริคกี้ แลมเบิร์ต

พระสุเทพ ร่วมกิจกรรมหนุนพระธาตุสู่มรดกโลก
ข่าวล่าสุด /  นครศรีธรรมราช / 

พระสุเทพ และพระจากวัดสวนโมกข์ เกือบ 200 รูป ร่วมรับบิณฑบาตหนุนพระธาตุสู่มรดกโลก ชาวนครศรีธรรมราช ได้รณรงค์กิจกรรมอาทิตย์สบายนั่งฟุตบาท ตักบาตรหน้าพระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช หนุนพระธาตุสู่มรดกโลกเป็นสัปดาห์ที่ 9 ท่ามกลางประชาชนเข้าร่วมมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในวันนี้พระเถรานุเถระ จากวัดธารน้ำไหล หรือสวนโมกขพลาราม และ พระสุเทพ ปภากโร รวมทั้งพระภิกษุจากวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร รวมกว่า 200 รูป ได้เดินรับบิณฑบาตจากประชาชนจำนวนมาก ทั้งนี้ นอกจากเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมรณรงค์พระบรมธาตุเจดีย์สู่มรดกโลกแล้ว ยังถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้ทรงหายจากพระอาการประชวร ขณะเดียวกันได้มีการประกาศเชิญชวนเข้าร่วมอุปสมบทถวายเป็นพระราชกุศล ที่วัดธารน้ำไหล หรือสวนโมกขพลาราม จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล โดยในครั้งนี้จะมีอดีตแกนนำ กปปส. คนสำคัญหลายคน เช่น นายวิทยา แก้วภราดัย นายอิสระ สมชัย เข้าร่วมอุปสมบทด้วย ซึ่งมียอดรวมผู้ที่แจ้งความประสงค์แล้วเกือบ 150 ราย โดยจะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 28-30 พฤศจิกายน หลังจากอุปสมบทแล้วในวันรุ่งขึ้นจะเดินทางไปถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่โรงพยาบาลศิริราช

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

แอน มิตรชัย เตรียมคืนสู่เวทีลิเก จัดแสดงพิเศษ 5 ธันวาคมนี้
Live My Life My Way /  คีรีรัก มิตรชัย / 

แอน มิตรชัย ร่วมเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ 5 ธันวา เนื่องในวันดินโลก นักร้องสาว แอน มิตรชัย อัพเดทข่าวดีให้แฟนๆ คลายความคิดถึงว่า แม้ช่วงนี้เธอจะต้องซุ่มซ้อมกับวงที่ประเทศอินเดีย เพื่อเตรียมตัวเดินสายโชว์ไปหลายประเทศ จนทำให้เธอไม่ได้เดินทางกลับมายังเมืองไทยบ่อยนัก แต่เนื่องจากวันสำคัญ วันพ่อแห่งชาติ ที่จะมาถึงนี้ นักร้องสาว แอน มิตรชัย จึงจะกลับมากราบคุณพ่อ และยังมีโอกาสได้ร่วมกิจกรรมกับชาวคณะ เพื่อแสดงพิเศษ ณ กรมพัฒนาที่ดิน เนื่องในวันดินโลกอีกด้วย แอน มิตรชัย - คีรีรัก มิตรชัย แอน มิตรชัย ให้สัมภาษณ์ว่า "แอนไม่ได้โชว์แสดงลิเกมาระยะหนึ่งแล้ว เพราะช่วงเวลาที่ผ่านมาแอนแสดงภาพยนตร์ที่ประเทศอินเดีย และต่อด้วยการทำอัลบั้ม Live My Life My Way กับค่ายยูนิเวอร์แซลมิวสิก อินเตอร์ จึงทำให้ห่างหายเวทีลิเก แต่เพราะวันที่ 5 ธันวาคมนี้ถือเป็นโอกาสที่ดี เนื่องจากเป็นวันเฉลิมพระชนม์พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมทั้งยังเป็นวันดินโลก โอกาสพิเศษครั้งนี้ แอน และน้องชาย คีรีรัก มิตรชัย (น้องมิตร) พร้อมทั้งคณะ จึงขอร่วมเทิดพระเกียรติถวายพระพร ขอให้พระองค์ทรงมีพระวรกายที่สมบูรณ์แข็งแรง อยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของปวงชนชาวไทยตลอดไป ในครั้งนี้แอนจะขึ้นเวที ทั้งแสดงลิเกและโชว์ต่างๆ ร่วมชั่วโมงครึ่ง หวังเป็นอย่างยิ่งว่าประชาชนทุกคนที่มาร่วมงานดินโลกในครั้งนี้จะได้รับความสุข พร้อมทั้งร่วม เฉลิมพระเกียรติพระเจ้าอยู่หัวฯ พร้อมกันนะคะ" ชมการแสดงของ แอน มิตรชัย พร้อมน้องชาย คีรีรัก มิตรชัย และชาวคณะ ได้ในวันที่ 5 ธันวาคม 2557 นี้ ณ กรมพัฒนาที่ดิน ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ และสามารถติดตามทุกๆ ความเคลื่อนไหวของ แอน มิตรชัย ได้ที่ Instagram: annmitchai AMC Official , Facebook: Annmitchai และ You tube AMC world Channel แอน มิตรชัย แอน มิตรชัย [[ อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง ]] แอน มิตรชัย โกอินเตอร์! แถลงข่าวเปิดอัลบั้มที่อินเดีย สัมภาษณ์ แอน มิตรชัย จากลิเกสาวพราวเสน่ห์ สู่นักร้องระดับอินเตอร์ แอน มิตรชัย เริ่ด! เปิดตัวมิวสิควิดีโออินเตอร์ Live My Life My Way มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

ผัวทิ้ง เพลงลูกทุ่งสุดฮิต ประจำสัปดาห์
Intensive Watch /  Top 5 / 

มิวสิคเอ็มไทย Top 5 ประจำสัปดาห์นี้ เรามาติดตามความเคลื่อนไหว ในวงการ เพลงลูกทุ่ง กันบ้าง วันนี้ เราเลยขอนำชาร์ตจาก Intensive Watch บริษัทเทคโนโลยีที่ให้บริการข้อมูลการตลาดและ การวิจัย ได้จัดอันดับเพลงยอดนิยมจากการเปิดจริงของวิทยุและทีวียอดนิยมทุกช่อง เรามาดูกันว่า 5 เพลงลูกทุ่ง ที่ถูกเปิดมากที่สุด มีเพลงอะไรกันบ้าง (ชาร์ตประจำสัปดาห์ที่ 46/2014 -- 09.11.2014 - 15.11.2014) อันดับที่ 5 : ทนพิษความเศร้าไม่ไหว - หญิง ธิติกานต์ อาร์ สยาม อันดับที่ 4 : ขอโง่อีกสักครั้ง - แจ๊ค ธนพล อาร์ สยาม “ ควายบ้านอื่น กินฟางแล้วทำนา ควายบ้านนี้มองฟ้า กินน้ำตาแล้วทำใจ.....” ขอโง่อีกสักครั้ง เพลงลูกทุ่งหวานเศร้า เคล้าน้ำตาลูกผู้ชายที่ยอมเป็น “ควาย” ให้เธอหลอก เพลงใหม่จาก แจ๊ค ธนพล อาร์ สยาม อันดับที่ 3 : ผีเสื้อใจร้ายกับดอกไม้ใจอ่อน - เอิ้นขวัญ วรัญญา เนื้อหาของเพลง ผีเสื้อใจร้ายกับดอกไม้ใจอ่อน นี้ สาวเอิ้นขวัญ บอกว่า ผีเสื้อ คือตัวแทนของผู้ชาย ดอกไม้ คือตัวแทนของผู้หญิง เป็นเหมือนการเปรียบถึงความรักของคนสองคน เมื่อคบกันจนเบื่อผู้ชายก็เป็นฝ่ายไป ปล่อยให้ผู้หญิงต้องเจ็บช้ำอยู่ฝ่ายเดียว อันดับที่ 2 : เมื่อไหร่จะพอ - เดือนเพ็ญ อำนวยพร อาร์ สยาม เมื่อไหร่จะพอ แนวเพลงลูกทุ่ง จังหวะกลางๆ ฟังง่าย ความหมายโดนใจทุกคำ ไพเราะด้วยเสน่ห์เสียงร้องที่คม ลึก ชัดเจน มีเสน่ห์เป็นธรรมชาติแบบฉบับตัวแม่ สมกับฉายา "หมอลำสาวเสียงเด่น" เดือนเพ็ญ อำนวยพร อันดับที่ 1 : ผัวทิ้ง - กล้วย คลองหอยโข่ง "ผัวทิ้งค่ะ หนูโดนผัวทิ้ง เจ็บจริงไรจริงพี่น่าจะรู้ น้ำตามันตกในท่วมหัวใจอยู่ พี่มาจีบหนู รักจริงหรือเปล่า " ผัวทิ้ง เพลง สำหรับผู้หญิงช้ำรัก ภาษาบ้านๆ ฟังง่ายๆ จากสาวปักษ์ใต้เสียงสวย กล้วย คลองหอยโข่ง สาวน้อย จาก อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา เธอมาพร้อมกับความน่ารักน่าชัง และ "หรอยแรง” ตามสไตล์สาวปักษ์ใต้ จากอัลบั้ม สหภาพลูกทุ่ง ลองไปฟังกันดู และนี่ก็คือ 5 เพลงลูกทุ่ง ที่ถูกเปิดแอร์เพลย์ ทางคลื่นวิทยุมากที่สุด จากการจัดอันดับโดย Intensive Watch สัปดาห์หน้า มาติดตามกันต่อว่า เพลงไหน จะถูกจัดอันดับ 5 เพลงฮิตในรอบสัปดาห์ กับ มิวสิคเอ็มไทย Top 5

ย้อนรอยอารยธรรม อุทยานแห่งชาติผาแต้ม อุบลราชธานี
อารยธรรมโบราณ /  อุทยานแห่งชาติผาแต้ม / 

แท้จริงแล้วในฤดูหนาวของประเทศไทย ไม่ได้มีแค่ภาคเหนือและอีสานตอนบนเท่านั้นที่มีอากาศหนาว แต่ภาคอีสานตอนล่างเยื้องๆ ตะวันออก อย่าง จ.อุบลราชธานี ก็หนาวไม่แพ้กัน วันนี้ Travel.mthai.com จะพาคุณไปเที่ยวหน้าหนาวที่นี่กัน อุทยานแห่งชาติผาแต้ม ย้อนรอยอารยธรรมโบราณ จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่แรกในสยาม ย้อนรอยอารยธรรม อุทยานแห่งชาติผาแต้ม อุบลราชธานี อุทยานแห่งชาติผาแต้ม มีเนื้อที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอโขงเจียม อำเภอศรีเมืองใหม่ และอำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี ประกอบด้วย สภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ สัตว์ป่านานาชนิด มีจุดเด่นที่สวยงามตามธรรมชาติมากมาย  อีกทั้งยังได้มีการค้นพบภาพเขียนสีโบราณ สมัยก่อนประวัติศาสตร์ อายุราว 3,000 - 4,000 ปี ของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ที่บริเวณผาขาม ผาแต้ม ผาเจ็ก ผาเมย และถือได้ว่าเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกในประเทศไทย ที่มีแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นเส้นกั้นพรมแดนระหว่างประเทศไทยและประเทศลาว และเป็นแนวเขตอุทยานแห่งชาติที่ยาวที่สุด ทำให้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ป่าเขาทางฝั่งประเทศลาวได้เป็นอย่างดี     ประวัติความเป็นมา ในอดีต ชาวบ้านท้องถิ่นที่ทำกินในบริเวณใกล้เคียงพื้นที่ป่าภูผา น้อยคนนักที่จะเดินทางเข้าไปในป่าดังกล่าว เนื่องจากมีความเชื่อว่า “ผาแต้มเป็นเขตต้องห้าม ภูผาเหล่านี้มีความศักดิ์สิทธิ์นักเป็นภูผาแห่งความตาย ใครล่วงล้ำเข้าไปมักมีอันเป็นไป   อาจเจ็บไข้หรือเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ” พื้นที่ป่าภูผาบริเวณผาแต้มได้ถูกเปิดเผยจนเป็นที่รู้จักกันทั่วไป เมื่อคณะอาจารย์และนักศึกษาจากภาควิชามนุษยวิทยา มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้มาทำการสำรวจและค้นพบภาพเขียนสีโบราณสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่ผาแต้ม ท้องที่บ้านกุ่ม  ตำบลห้วยไผ่ อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ประกอบกับสภาพป่าในบริเวณใกล้เคียงยังอุดมสมบูรณ์  จึงได้ทำหนังสือบันทึกจากภาควิชาฯ ลงวันที่   26 พฤษภาคม พ.ศ.2524 เสนอต่อ กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ ขอให้จัดตั้งป่าภูผาในบริเวณผาแต้มเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อดูจากแม่น้ำโขงจะเห็นเป็นหน้าผาสูงที่สวยงามตามธรรมชาติ แต่ในบริเวณที่เป็นหน้าผา จะปรากฏภาพเขียนสีโบราณโดยฝีมือมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ เรียงรายตามความยาวของหน้าผาติดต่อกันยาวประมาณ 180 เมตร มีไม่ต่ำกว่า 300 ภาพ ซึ่งเป็นจำนวนภาพเขียนสีโบราณที่มากที่สุดเท่าที่เคยค้นพบในประเทศไทยและในต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดอีกมากมาย เช่น เสาเฉลียง ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำ สายลมและแสงแดดมีลักษณะเป็นแท่งหินตั้งขึ้น มีส่วนบนเป็นแผ่นหินวางอยู่โดยไม่ติดกันมองดูคล้ายดอกเห็ด ถัดจากเสาเฉลียงขึ้นไปบนเนินเขา ก็จะเป็น ลานหินแตก เป็นลักษณะที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ สืบเนื่องมาจากกระบวนการกัดเซาะและกัดกร่อนด้วยอิทธิพลของน้ำและลม โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการสึกกร่อนโดยน้ำหรือธารน้ำไหลกัดเซาะเป็นเวลาชั่วนาตาปี เรียกได้ว่า ไปเที่ยวผาแต้มครั้งนึง ท่านจะได้ทั้งความสวยงามของธรรมชาติ และความรู้ทางประวัติศาสตร์ไปพร้อมกัน ควรค่าแก่การท่องเที่ยวมากครับ เพราะในประเทศไทย มีสถานที่ท่องเที่ยวลักษณะนี้เพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น หากสนใจ สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม โทร. 045 318 026 , 045 246 332 เรียบเรียงโดย : Travel MThai ขอบคุณรูปภาพจาก : oknation.net, bloggang.com, clonedbabies.com,jakkaphattour.com,  unseeninthai.com, kodhit.com

สายป่าน-บัว สุดอิน แต่งงานเลิฟซีน ประกบปากโชว์ ใน 1448 รักเรา..ของใคร
1448 รักเรา..ของใคร /  จูบ / 

ภาพยนตร์รักโรแมนติก ดราม่า ที่พาหัวใจคุณชัดเจนในความรักมากขึ้น กับเรื่อง 1448 รักเรา..ของใคร นำเสนอความรักของ หญิง กับ หญิง ผลงานกำกับโดย อรุณศักดิ์ อ่องลออ ที่แม้จะดูเป็นหนังรักโรแมนติกทั่วไป แต่ความต่างของหนังเรื่องนี้ ได้หยิบยกประเด็นในมาตรากฎหมาย 1448 ที่ว่าด้วย "การสมรสจะทำได้ต่อเมื่อ ชายและหญิงมีอายุสิบเจ็ดปีบริบูรณ์แล้ว แต่ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร ศาลอาจอนุญาตให้ทำการสมรส ก่อนนั้นได้" เข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะเป็นการเล่าเรื่องความรักในรูปแบบที่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้นและต้องใช้ชีวิตอยู่ในสังคมแห่งโลกความเป็นจริง ซึ่งปัจจุบันการแต่งงานกับเพศเดียวกัน ยังเป็นเรื่องที่ไม่ได้ถูกบัญญัติไว้ในกฎหมายบ้านเรานั่นเอง 1448 รักเรา..ของใคร นำแสดงโดย สายป่าน อภิญญา สกุลเจริญสุข และ บัว อิสซาเบล่า เลเต้ ที่มาประกบคู่กันครั้งแรก แถมเรายังจะได้เห็นสาวสวยทั้งคู่ ใส่ชุดเจ้าสาวเตรียมเข้าพิธีแต่งงานกันในเรื่องนี้อีกด้วย ด้านสาว บัว อิสซาเบล่า ถึงกับเอ่ยปากทั้งปลื้มทั้งชอบ และประทับใจฉากแต่งงานมาก ซึ่งเล่าถึงที่มาฉากรักยิ่งใหญ่ครั้งนี้ว่า "เมื่อความรักสุกงอม เราจึงแต่งงานกัน แพทรักกับพิมมาก ถ้าคนที่รักกันก็อยากจะทำอะไรให้ถูกต้องตามประเพณี ถึงแม้เราจะไม่ใช่ผู้ชายกับผู้หญิง แต่เราก็ให้เกียรติแฟนของเรา" บัว อิสซาเบล่า เผยอีกว่า"เป็นวันที่มีความสุขที่ได้แต่งงาน แต่ก็มีความทุกข์ที่พ่อแม่เราไม่มา คือต้องเล่นหลายอารมณ์ คือหน้าระหว่างเดินก็ต้องมีความสุขที่ฝันเราเป็นจริง ผู้หญิงที่เรารักเขาก็รักเรา แต่งงานกับเราด้วย แต่พอมองไปไม่มีญาติเรามาเลย ต้องเล่นด้วยสายตาทั้งหมด ต้องชื่นชมสายป่าน ส่งอารมณ์มาถึงเราได้อย่างดีเยี่ยม น้ำตาไหลออกมา พอเราเห็นเราก็ยิ่งร้องไห้ การแสดงมันไหลไปหมดเลย ตอนนั้นเหมือนเราหลุดเข้าไปอยู่ในโลกของแพทจริงๆ มันอินมาก" ด้าน สายป่าน อภิญญา ก็อินกับคาแรคเตอร์ของ "พิม" ไม่แพ้สาวบัวเช่นกัน ขอเปิดใจเล่าถึงเลิฟซีนจุ๊บปากที่มาจากความรู้สึกของการแสดงจริงๆในครั้งนี้ว่า "ฉากแต่งงานค่อนข้างเป็นฉากที่ยิ่งใหญ่มากประมาณหนึ่ง เพราะว่าใส่ชุดแต่งงานแล้วทั้งสองคนเป็นเจ้าสาวทั้งคู่ แล้วเพื่อนร่วมงานเยอะมาก เป็นฉากที่เราตื้นตันที่สุด เพราะว่าสิ่งที่เราต่อสู้มาทั้งหมดก็เพื่อสิ่งนี้ เพื่อให้ได้อยู่กับคนที่เรารักจริงๆ โดยไม่ได้เกี่ยงว่าเขาเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ซึ่งเป็นฉากที่ใหญ่มาสำหรับป่าน ด้วยชุดเจ้าสาวที่มันอีรุงตุงนัง สถานที่จัดเป็นสวนสาธารณะที่มีแต่หญ้า มีรองเท้าส้นสูง และชุดที่มีหางปลาลากยาว มันก็ยากแต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี หลายคนก็ให้กำลังใจ คนดูที่มาเข้าฉากส่วนใหญ่ก็เป็นคนรู้จัก เป็นคนในกองถ่าย ก็มาช่วยๆ กัน เขาก็ปลาบปลื้มกับฉากนี้ รวมถึงตัวป่านเองด้วย เป็นฉากที่ตั้งใจเต็มที่ แล้วก็ผ่านมาได้ด้วยดี เป็นฉากหนึ่งในความทรงจำด้วยค่ะ" "ฉากนี้ถ้าพูดถึงการจูบกัน น่าจะเป็นสิ่งสุดท้ายเลยที่ป่านนึกถึง เพราะว่ามันมาตามความรู้สึก ความรู้สึกจริงๆ คือความตื้นตันที่เราทำสำเร็จแล้ว เพราะมาถึงจุดนี้ที่ได้แต่งงานร่วมกัน เพราะฉะนั้นการจูบมันคือท้ายเทคเลยด้วย ความรู้สึกการแสดงในตอนนั้น เรารักกันมาก เราอยากจูบกับคนคนนี้ อยากอยู่กับคนคนนี้ไปตลอดชีวิต เราก็ไม่ได้รู้สึกเขินอาย เพราะว่าเป็นความรู้สึกที่อยากทำจริงๆ พี่ตั๊ก ผู้กำกับ ก็ไม่ได้ซีเรียสว่าต้องจูบกัน ถ้าจูบได้ก็ดี แต่ถ้าเกิดความรู้สึกไม่ได้อยากจูบอยากร้องไห้ คือเลือกทางใดทางหนึ่ง สรุปแล้วสุดท้ายความรู้สึกของป่านมาทั้งสองแบบ อยากจูบแล้วร้องไห้ไปด้วย หรืออยากร้องไห้แล้วจูบไปด้วย อย่างที่บอกว่าป่านไม่ได้ฟิกการแสดงว่าต้องทำอะไรบ้างในฉากนี้ หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ถ่ายแล้วป่านจับความรู้สึกขึ้นระหว่างเทคจริงๆ เราอยากทำอะไรก็ทำ ไม่อยากทำอะไรก็ไม่ทำ เพราะว่าพี่ตั๊กเขาเปิดอยู่แล้ว เราแชร์กัน แล้วมันเป็นความรู้สึกที่มาจากอินเนอร์จริงๆ เขาไม่ได้บังคับว่าต้องทำอะไร" สายป่าน อภิญญา ปิดท้าย ดื่มด่ำกับความรักของ เธอ กับ เธอ เรียนรู้ความรัก ที่ไม่ต้องการเหตุผล และจะพาหัวใจของคุณชัดเจนในรักแท้ ไปกับ 1448 รักเรา..ของใคร ในวันที่ 27 พ.ย. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ 1448 รักเรา..ของใคร ได้ที่นี่เลย ----------------------------