น้องเอมมี่

นุช เอมี่ เฟิร์น ชวนสมัคร FHM GIRLS NEXT DOOR 2015
FHM /  sexy / 

วนกลับมาอีก 1 ปีแล้วกับ FHM GIRLS NEXT DOOR 2015 ค้นหาสาวข้างบ้านสุดเซ็กซี่โดยทั้ง 10 คน ที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายจะร่วมปาร์ตี้สุดมันส์, โรดโชว์และเวิร์กช็อปกับทางกองประกวด เตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ปาร์ตี้รอบตัดสินที่จะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ การันตีความซี้ดซาบซ่านสะท้านทุกโสตประสาทสัมผัส งานนี้จัดเปิดตัวด้วยแชมป์เก่าทั้ง 3 ยังเซ็กซี่เหมือนเดิมเลย น้องเฟิร์น สาวคนล่าสุดที่ผ่านมา ต่อด้วยน้องนุช สาวผมสั้น และคนที่ 3 น้องเอมี่ เซ็กซี่ทั้งนั้น สาวข้างบ้านสุดเซ็กซี่ที่รู้ตัวว่ามีดีกรีร้อนแรง มีความฝันอยากเป็นนางแบบมืออาชีพ พร้อมอยากก้าวสู่วงการบันเทิง เพียงแค่มีคุณสมบัติอายุระหว่าง 18-28 ปี มีบุคลิกดี รูปร่างหน้าตาดี มั่นใจและกล้าแสดงออก  อย่ารอช้า!!!  รีบคว้าโอกาสสำคัญครั้งนี้ สมัครได้ที่ www.fhm.in.th คลิกไปที่แคมเปญ FHM Girls Next Door 2015 แล้วกรอกข้อมูลส่วนตัว พร้อมอัพโหลดรูปภาพ ไฟล์ขนาด 300x450 pixels อย่างน้อย 6 รูป เปิดรับสมัครแล้ววันนี้ - 18 กุมภาพันธ์ 2558 นี้เท่านั้น

YG. ส่งสัญญาณ BIGBANG - iKON จะมีผลงานเร็วๆ นี้!
B.I /  Big Bang / 

ท่านประธาน YG Entertainment บอกใบ้ BIGBANG (บิ๊กแบง) และ iKON (ไอค่อน) อาจจะมีผลงานเร็วๆ นี้! ดูเหมือนว่าการรอคอยของแฟนๆ ใกล้จะสิ้นสุดแล้ว! เมื่อแหล่งข่าวของเกาหลีได้รับข้อมูลมาว่า การเดบิวต์ของ iKON และการกลับมาพร้อมผลงานใหม่ของ BIGBANG อาจจะเกิดขึ้นฤดูใบไม้ผลินี้ เมื่อวันที่ 27 มกราคม ยาง ฮยอนซอก ประธานค่ายเพลง YG Entertainment ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า "อย่างที่ได้ให้สัญญากับแฟนๆ เอาไว้ BIGBANG และ iKON จะเป็นโปรเจ็คแรกๆ ของปี ตอนนี้ทั้งสองวงกำลังอยู่ในขั้นตอนของการดูความเรียบร้อยของตัวอัลบั้ม เราจะประกาศข่าวดีให้ทุกคนทราบกันเร็วๆ นี้" ก่อนหน้านี้ G-DRAGON หัวหน้าวงของ BIGBANG ได้บอกใบ้เกี่ยวกับอัลบั้มใหม่ของพวกเขาอยู่หลายครั้ง และยังได้ให้สัญญาในฐานะหัวหน้าวงที่รับผิดชอบเรื่องนี้ว่าจะกลับมาพร้อมอัลบั้มที่มีคุณภาพ ล่าสุด G-DRAGON ยังได้สร้างความตกใจให้กับแฟนๆ โดยพูดถึงแผนการทัวร์คอนเสิร์ตของพวกเขาอีกด้วย "ผมกำลังทำอัลบั้มของวงอยู่ และพวกเราก็จะมี World Tour เริ่มตั้งแต่เมษายนนี้" ส่วนวงน้องใหม่ที่หลายคนกำลังจับตามองอย่าง iKON ที่มีสมาชิกทั้งหมด 7 คน ได้แก่ B.I., Bobby, Jinhwan, Donghyuk, Yunhyeong, Junhoe และ Chanwoo ตอนนี้กำลังเร่งเครื่องดูความเรียบร้อยของตัวอัลบั้มกันอยู่ โดยพวกเขาทำงานกันอย่างหนักที่สตูดิโอ ดูท่าว่าปี 2015 นี้จะมีเรื่องให้น่าตื่นเต้นมากมายแน่นอน! ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ไข่มุก ถ่ายแบบ RUSH พร้อมจัดหนัก จัดเต็มไปกับสัดส่วน 36-24-34
rush /  sexy / 

ไข่มุก เธอเป็นเหมือนของขวัญอันล้ำค่าจากมหาสมุทร  ที่เราขอมอบให้กับแฟนๆ RUSH ต้อนรับในปี 2015 นี้โดยเฉพาะ พร้อมจัดหนัก จัดเต็มไปกับสัดส่วน 36-24-34 เห็นแบบนี้แล้ว ต้องมาทำความรู้จักกับสาวน้อยคนนี้กันสักหน่อยแล้วล่ะ ชอบโลเคชั่นถ่ายแบบ กลางแจ้งหรือว่าในสตูดิโอมากกว่ากัน? ชอบในสตูดิโอหรือในร่มมากกว่าค่ะ เพราะส่วนหนึ่งเลยคือมันไม่ร้อน จะได้ไม่ต้องมาเติมหน้า ซับหน้าบ่อยๆ การทำงานมีความง่ายกว่าอยู่กลางแจ้ง ก่อนมาถ่ายแบบกับเราได้เตรียมตัวมาก่อนไหม? ไม่ได้เตรียมอะไรมากนะคะ เพราะเรื่องหุ่นของเราน่าจะโอเคแล้วในระดับนึง ถ้ามันเกินมาก็แขม่วเอา (หัวเราะ) เคยมีหนุ่มๆ เข้ามาจีบพร้อมกันเยอะๆ บ้างไหม ? ก็มีนะคะ แต่ว่า ถ้าหนูไม่ได้ชอบเค้าหนูก็จะไม่คุยเลย เพราะเราเป็นคนตรงๆ บางคนอาจจะมีคุยเพื่อถนอมน้ำใจ แต่ของหนูไม่ได้เป็นแบบนั้น สเปคผู้ชายในสไตล์ของเรา? มุกไม่ชอบคนหล่อ เพราะคนหล่อที่กินไม่ได้มันมีเยอะ หนูเป็นคนชอบคนที่ดูเงียบๆ มันดูน่าค้นหากว่า แต่ต้องดูแลหนูได้นะ ส่วนรูปร่างต้องเป็นคนที่สูงกว่าหนู ถ้าเตี้ยกว่าหนูอีกนี่ก็ไม่ไหวเหมือนกัน ความรักในแบบของน้องมุกเป็นยังไง? ความรักในสไตล์ของหนูก็ ไม่ต้องเยอะ ไม่ต้องแสดงออกมาก แค่ให้รู้ว่าเรารักกันก็พอ จูบแรกของน้องมุกเมื่อไหร่ พอจะบอกได้ไหม? น่าจะช่วงปีหนึ่งค่ะ ก็ตื่นเต้นดีนะ แต่จำไม่ได้แล้วว่าตื่นเต้นขนาดไหน ติดตามความเซ็กซี่ของเธอต่อได้ที่ RUSH Magazine January 2015

ณัฐวุฒิ-สุรพงษ์ เผยผล คสช. เรียกปรับทัศนคติ
คสช. /  ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ / 

ณัฐวุฒิ-สุรพงษ์ เผยผล คสช. เรียกปรับทัศนคติ ยันคุยกันรู้เรื่อง เข้าใจหมดแล้ว เล็งงดจ้อการเมือง รางานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (30 ม.ค. 58) นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ คสช. มีคำสั่งให้เข้ารายงานตัว เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่สโมสรทหารบกเทเวศร์ ว่า การพูดคุยเป็นไปด้วยดี ไม่มีการใช้ความรุนแรง และพูดคุยด้วนความเข้าใจกัน โดยตนรับปากจะให้ความร่วมมือในการไม่แสดงความคิดเห็นทางการเมือง โดยยืนยันว่าการแสดงความคิดเห็นของตนเองอยู่บนหลักสิทธิและเสรีภาพเป็นการแสดงความปรารถนาดีต่อบ้านเมือง โดยจะไม่ให้เกิดการปลุกปั่นสร้างความวุ่นวายในบ้านเมือง และพร้อมจะรับผิดชอบต่อสิ่งที่แสดงความเห็นออกไป พร้อมกันนี้นายณัฐวุฒิ ยังได้โพสต์เฟซบุ๊คชี้แจงถึงเรื่องดังกล่าว โดยระบุว่า "เพื่อนมิตรมากมายห่วงใยถามไถ่ เล่าสู่กันฟังครับ เจ้าหน้าที่นัดผมไปคุยที่สโมสร ทบ. การสนทนาเป็นไปด้วยอัธยาศัยไมตรี ไม่มีข่มขู่บีบบังคับ สาระโดยสรุปคืออธิบายเหตุผลการยึดอำนาจ ความมุ่งหมายของคสช. และขอให้งดแสดงความเห็นทางการเมืองพร้อมแจ้งมาตรการต่อไป หากเห็นว่าไม่ให้ความร่วมมือ ผมบอกไปว่ายินดีให้ความร่วมมือ ไม่มีเคลื่อนไหวเผชิญหน้า แต่เรื่องการแสดงความเห็นผมคิดว่าเป็นสิทธิ์และพร้อมรับผิดชอบต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้น ขอให้เข้าใจว่าทุกอย่างที่พูดเพราะผมคิดและเชื่อเช่นนั้น ด้วยความหวังดีต่อบ้านเมืองไม่มีเป้าหมายอื่น สุดท้ายก็จบตรงที่ "ก็แล้วแต่น้อง" ถือว่าเราได้พูดคุยกันแล้ว ผมก็ตอบว่าหากวันข้างหน้ามีเหตุต้องเรียกผมมาหรือดำเนินการอย่างไรกับผมอีกขอให้เข้าใจว่า ไม่ใช่ผมเล่นแง่หรือไม่ไว้หน้าคณะที่พูดคุยกัน แต่ "ผมเป็นผมแบบนี้จริง ๆ " พร้อมกันนี้ในวันเดียวกัน นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ก็ได้เผยถึงการถูกทหารเข้าคุมตัวไปปรับทัศนคติ ว่า "คุยกันรู้เรื่องหมด เข้าใจกัน จบหมดแล้ว" MThai news

บองสรันโอน ภาษาบอกรักสุดหลอนของหนังไทย ในฉบับผู้กำกับ เปิ้ล ศิวาภรณ์
Bong Srolanh Oun /  ซาราย สักขณา / 

ศิวาภรณ์ พงษ์สุวรรณ  ผู้กำกับหญิงมากความสามารถคนหนึ่งของวงการภาพยนตร์ไทย ซึ่งเคยฝากผลงานสุดประทับใจไว้ในภาพยนตร์เรื่อง ข้าวเหนียวหมูปิ้ง หรือในฐานะโปรดิวเซอร์ในภาพยนตร์เรื่อง อสุจ๊าก, เอ็กซ์แมน แฟนพันธุ์เอ็กซ์ และ Fake โกหก...ทั้งเพ ล่าสุด ศิวาภรณ์ จับภาษาบอกรัก สไตล์ประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา มาสร้างเป็นภาพยนตร์รักโรแมนติกสุดหลอน ในชื่อ บองสรันโอน ซึ่งแปลเป็นภาษาไทยว่า "พี่รักน้อง" โดยใน บองสรันโอน เรื่องนี้ ได้นักแสดงอย่าง เร แม๊คโดแนลด์ มาประกบคู่กับซุปตาร์จากกัมพูชา ซาราย สักขณา แถมมีนักแสดงระดับดาวค้างฟ้าอย่าง คุณ ดี เสวต อดีตนักแสดงชื่อดังก้องโลกจากภาพยนตร์ งูเก็งกอง มาร่วมชูรสเพิ่มระดับความรักชวนขนลุกให้กับภาพยนตร์เรื่องนี้อีกด้วย โดยผู้กำกับได้เล่าถึงที่มาของภาพยนตร์ชื่อสุดสะดุดหูเรื่องนี้ให้ฟังว่า "บองสรันโอน อาจเป็นภาษาบอกรัก ที่เราอาจไม่ค่อยคุ้นเคยกันเท่าไหร่ถ้าเทียบกับภาษาบอกรักในประเทศอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ไอเลิฟยู, หว่ออ้ายหนี่ หรือ ซารังเฮโย ก็ตาม แต่ด้วยความที่ภาพยนตร์เรื่องนี้เล่าถึงสาวกัมพูชา เล่าถึงเรื่องราวความรักของเธอ เราจึงนำคำว่า บองสรันโอน มาเป็นตัวแทนบอกเล่าเรื่องราวของภาพยนตร์เรื่องนี้" ผู้กำกับ ศิวาภรณ์ พงษ์สุวรรณ "นอกจากนี้ บองสรันโอน เป็นภาพยนตร์ที่เราได้รับแรงบันดาลใจจากคนใกล้ตัวคนหนึ่ง ซึ่งเคยไปช่วยเขาย้ายห้อง  ตอนนั้นเขากำลังมีปัญหาอะไรหลายๆ อย่างในชีวิต และในระหว่างที่กำลังย้ายของออกจากห้อง  ตามประสาคนเขียนบทก็คิดจินตนาการไปว่า  ถ้าห้องนี้มีรูม เมทอยู่ด้วย  ซึ่งเราอาจจะมองไม่เห็นเขา  ถ้าเราจากไป เขาคงเหงาและเสียใจน่าดู จากนั้นพล็อตเรื่องก็ค่อยๆ ผุดออกมา จนกลายเป็นเรื่องของคนสองคน ที่บังเอิญมาอยู่ในคอนโดห้องหนึ่ง ในต่างห้วงเวลากับคนที่ตัวเองรัก จนกลายมาเป็น บองสรันโอน ในที่สุด ซึ่งเราตั้งใจให้ออกมาเป็นหนังผี บวกผสมหนังรัก และส่วนหนึ่งมาจากที่เราเป็นคนที่ชอบท่องเที่ยวและชอบไปกัมพูชามากๆซึ่ง ประเทศที่น่าสนใจในหลายแง่ ทั้งเชิงศิลปะและประวัติศาสตร์ที่สำคัญ  เรามีโอกาสได้ไปบ่อยๆ เพราะต้องไปถ่ายโฆษณาที่นั่น พอมีโปรเจ็กต์หนังเรื่องนี้ขึ้นมา ใจเราก็นึกถึงประเทศกัมพูชานี้ก่อนเลย" เร แม๊คโดแนลด์ ซึ่งแน่นอนว่า พระเอกของเรื่องก็คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก เร แม๊คโดแนลด์ เพราะเรชอบท่องเที่ยว แล้วก็ชอบกัมพูชาเหมือนกัน  แต่การมารับบทบาทของเรในคราวนี้  รับรองว่าเซอร์ไพรส์มาก  เพราะเขาจะทิ้งคาแร็กเตอร์ เร แม๊คโดแนลด์ แบบที่เราคุ้นเคยกันไปโดยสิ้นเชิง อีกทั้งเรายังได้นักแสดงกัมพูชาระดับมืออาชีพ ไม่ว่าจะเป็น ซาราย สักขณา นางเอกระดับซุปตาร์ของกัมพูชา ซึ่งเคยผ่านงานแสดงภาพยนตร์มาแล้วมากมาย  และได้รับเกียรติจากนางเอกระดับตำนานของกัมพูชาอย่างคุณ ดี เสวต มาร่วมสร้างส่วนผสมของภาพยนตร์เรื่องนี้ให้กลมกล่อมชวนค้นหามากยิ่งขึ้น  อยากให้ผู้ชมมาลองสัมผัสกับความรักในรูปแบบของหนัง บองสรันโอน  นี้กันนะคะ" ซาราย สักขณา นอกจากนักแสดงระดับซุปตาร์ทั้งสองประเทศแล้ว บองสรันโอน ยังมีนักแสดงมากความสามารถคนอื่นอีก อาทิ มีน สรัลธร คล้ายอุดม, โจ๊ก อัครินทร์ อัครนิธิเมธรัฐ และ ทศพล ศิริวิวัฒน์ ที่จะมาร่วมสร้างเรื่องราวซับซ่อนซ่อนเงื่อนครั้งนี้ด้วย เตรียมพบกับความสะพรึงของห้องเช่าหลอน ไปกับ บองสรันโอน ในวันที่ 19 ก.พ. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ บองสรันโอน ได้ที่นี่เลย ---------------------------------

ทำความรู้จัก 6 หนุ่มนักกีฬารักบี้ ม.ธรรมศาสตร์ แซ่บลืม!
ประวัติ /  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ / 

วันนี้ทีนเอ็มไทยขอจัดเต็มให้สาวๆ ได้น้ำลายไหลกันต่อ หลังจากที่ได้เห็นโปสเตอร์ งานรักบี้ประเพณี จุฬา-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 29 ซึ่งหลายคนก็คงจะได้เห็นนักกีฬาแซ๊บแซ่บของทางฝั่ง CU และ TU กันมาพอหอมปากหอมคอ .. ทีนเอ็มไทยนำภาพ 6 หนุ่มนักกีฬารักบี้ ม.ธรรมศาสตร์ มาเรียกน้ำย่อยสาวๆ กันต่อในแบบฉบับวันสบายๆ กันดูบ้าง ^^ เอาหล่ะชอบใครก็อย่าลืมตามไปเชียร์กันหล่ะ ทำความรู้จัก 6 หนุ่มนักกีฬารักบี้ ม.ธรรมศาสตร์ แซ่บลืม! ทำความรู้จัก 6 หนุ่มนักกีฬารักบี้ ม.ธรรมศาสตร์ แซ่บลืม! นักกีฬารักบี้ ม.ธรรมศาสตร์ : นิค สถาพร วณิชวรพงศ์ ฉายา โอบีทู  หยุ่มคนนี้ไม่เพียงแต่จะเก่งด้านกีฬา อย่างอื่นเขาก็เก่งเหมือนกันนะ! อ่ะ .. ที่หมายถึงคนก็คือ  นิค สถาพร หนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงคนนี้เป็น 1 ใน 4 ผู้บริหารร้านอาหารเกาหลี “Dak Galbi” ได้พิสูจน์ให้เราเห็นด้วยการนำเทรนด์อาหารเกาหลีจากต้นฉบับดั้งเดิม เข้ามาในประเทศไทยหน่ะสิ (อ่านเพิ่มเติม สถาพร วณิชวรพงศ์ ผู้นำเทรนด์ร้านอาหารเกาหลี “DAK GALBI” ) นักกีฬารักบี้ ม.ธรรมศาสตร์ : นิว วณิชวรพงศ์ ฉายา อมโบ้   นิว อมโบ้ คนนี้ก็เป็นน้องชายของ  นิค สถาพร วณิชวรพงศ์ (โอบีทู) ค่ะ ลูกชายบ้านนี้หล่อกันทั้งบ้านเลย ^^ นอกจากนี้ นิว ยังได้ร่วมเล่นละครภพรัก ของทางช่อง 3 อีกด้วย  นักกีฬารักบี้ ม.ธรรมศาสตร์ : ตั้ว ณัฐพล วิริยะชัย (เศรษฐศาสตร์) หนุ่มรักบี้คนนี้ก็หล่อไม่เบา เห็นโปสเตอร์หล่อเข้มขนาดนี้ แต่ตัวจริงนี่หล่อใสกิ๊งเลยนะครับ! แถมกำลังมีผลงานกับทางช่อง 3 อีกด้วย งานนี้เป็นนักกีฬาก็ฮอต ถ้าเป็นนักแสดงก็คงมีแฟนคลับตามไปกรี๊ดกันอีกแน่นอน ตั๊วเล่นกีฬารักบี้มาตั้งแต่ ป.4 ส่วนถ้าสาวๆ อยากได้หัวใจหนุ่มนคนนี้ไหปครองก็คงต้องหาเวลาให้เขาเยอะๆ แล้วหล่ะ เพราะหนุ่มคนนี้เป็นคนขี้เหงา และถ้ามีแฟนจะติดแฟนมากๆๆๆๆ ไม่ยอมให้ไปไกลหูไกลตาซะด้วย นักกีฬารักบี้ ม.ธรรมศาสตร์ : ไมค์ หรือ จึ้ก หนุ่มรักบี้หน้าตี๋ใส หล่อบาดใจ อีกคนแห่งธรรมศาสตร์  นักกีฬารักบี้ ม.ธรรมศาสตร์ : คำจ๋าย หนุ่มหล่อกล้ามโต แห่งทีมรักบี้ธรรมศาสตร์ นักกีฬารักบี้ ม.ธรรมศาสตร์ : เบล หนุ่มหล่อกล้ามโต อารมณ์ดี แห่งทีมรักบี้ธรรมศาสตร์ ติดตามข่าวสารในวงการกีฬาเพิ่มเติมได้ที่ sport.mthai.com เรียบเรียงเขียน teen.mthai.com ขอบคุณรูปภาพจากอินสตาแกรม http://instagram.com/nickdakgalbi ,http://instagram.com/newombo , http://instagram.com/tuanattaphol ,http://instagram.com/mikeedech ,http://instagram.com/np_kumjai ,http://instagram.com/bell_sappasit

4 นางแบบหน้าใหม่ สวย แซ่บ เขย่ารันเวย์!
จิงจิง /  จุ๊บแจง / 

    นางแบบ รุ่นพี่อาจมีหนาว เพราะมีนางแบบหน้าใหม่ตบเท้าเข้าทำเนียบซูเปอร์โมเดลเป็นทิวแถว โดยเฉพาะ จุ๊บแจง - ณิชนัจทน์ สุดลาภา (Serena Thai), แจน - ใบบุญ อรุณปรีชาชัย, จิงจิง - วริศรา ยู และออกแบบ - ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง 4 สาวสุดฮ็อตของวงการแฟชั่นตอนนี้ ที่ทั้งแคตวอล์คระดับอินเตอร์และนิตยสารแฟชั่นชั้นนำต่างขาดพวกเธอไม่ได้ ออกแบบ - ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง "ออกแบบ เข้ามาเป็นนางแบบได้เพราะมีรุ่นพี่ที่เป็นนางแบบแนะนำ บอกว่าหน้าแบบนี้โมเดลลิ่งน่าจะชอบ เลยลองดู ช่วงเข้าวงการใหม่ ๆ ได้เดินโชว์ของนิสิตจุฬาเป็นโชว์แรก ซึ่งเราได้ชุดกระโปรงกระสอบแคบ ๆ กับรองเท้าส้นสูงที่เดินยาก พอเดินกับเพลงเร็ว เราเดินเร็วไม่ได้ กระโปรงมันทำให้เดินได้ทีละนิดเหมือนผีญี่ปุ่นเลย  (หัวเราะ) ซึ่งมีสองคนข้างเวทีขำดังมาก จนเราเสียสมาธิ" จุ๊บแจง - ณิชนัจทน์ สุดลาภา "จุ๊บแจงเพิ่งเข้าวงการมาได้ปีกว่า ๆ ช้ากว่าน้อง ๆ เพราะว่าเราเริ่มต้นเอง ไปที่นิวยอร์กเลย ตอนแรกไม่มีโมเดลลิ่ง เราต้องหาช่างภาพเอง สร้างคอนเน็คชั่นเอง ทำพอร์ตโฟลิโอเอง ยากลำบากมาก แล้วจุ๊บแจงเป็นผู้หญิงข้ามเพศด้วย ณ ตอนนั้นบ้านเรายังมองว่าอาจจะทำงานไม่ได้ แต่ต่างประเทศค่อนข้างเปิด คือจุ๊บแจงฝันอยากเป็นนางแบบตั้งแต่เด็ก ๆ เพราะเห็นนางแบบเดินบนรันเวย์แล้วดูสวยสง่ามาก ประทับใจ เลยลองสานฝันให้เป็นจริงดู" แจน - ใบบุญ อรุณปรีชาชัย "แจนเริ่มเข้าวงการนางแบบด้วยการไปประกวดไทยซูเปอร์โมเดล 2011 แต่เข้าถึงแค่รอบภาคกลาง 50 คนนะคะ ไม่ได้เข้ารอบลึก แล้วก็มีโมเดลลิ่งมาติดต่อให้เข้าสังกัด ตอนแจนเดินแบบครั้งแรกก็ตื่นเต้นเหมือนกัน ถึงจะเป็นงานเล็ก ๆ เดินให้นักศึกษามหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แต่ตอนนั้นเราไม่รู้อะไรเลย ก็ตั้งใจทำเต็มที่ มันตื่นเต้นมากกว่า" จิงจิง - วริศรา ยู "จิงมาจากไทยซูเปอร์โมเดลปี 2012 ตอนนั้นรู้ตัวก็ขาสั่นไปหมด คิดในใจว่าคงไม่ได้แล้วละ แต่สุดท้ายก็เข้ารอบและได้มาถึง 3 รางวัล ยังแปลกใจว่า ทำได้ไง หลังได้เป็นไทยซูเปอร์โมเดล งานชิ้นแรกคือถ่ายปกหนังสือกับพี่สิ (พิชญ์สินี ตันวิบูลย์) พี่แพนเค้ก (เขมนิจ จามิกรณ์) ตอนนั้นพี่สิกับพี่แพนเค้กเขาก็โพสกันสวย ส่วนเรายืนเก้ ๆ กัง ๆ โพสอะไรไม่เป็นเลย เกร็ง และตื่นเต้นมาก" ติดตามเนื้อหาได้จาก นิตยสารสุดสัปดาห์ www.sudsapda.com

ดีลทางด่วน! ลือหงส์เล็งรวบ แดนนี่ อิงส์ หอกเบิร์นลี่ย์ฟรีก่อนเส้นตาย
ตลาดซื้อขายนักเตะ /  ฟุตบอล / 

สื่อในอังกฤษที่เชื่อถือได้อย่าง บีบีซี รายงานว่า “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล มีแผนที่จะซิวตัว แดนนี่ อิงส์ หัวหอกจากทีมน้องใหม่อย่าง เบิร์นลี่ย์ มาร่วมทัพแบบฟรีๆ ก่อนที่ตลาดซือขายนักเตะจะปิดในวันจันทร์นี้  ดาวยิงวัย 22 ปีเหลือสัญญาอีกเพียงแค่ 6 เดือนเท่านั้น และมีทีมอย่าง ท็อตแน่มฮอทสเปอร์ และ เรอัล โซเซียดัด ของเดวิด มอยส์ให้ความสนใจอยู่เช่นกัน โดยรายงานว่า เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ต้องการที่จะเซ็นสัญญากับหอกทีมชาติอังกฤษชุดเล็กรายนี้ก่อนที่เส้นตายตลาดนักเตะรอบที่ 2 จะปิดลงในวันจันทร์แล้วปล่อยให้ เบิร์นลี่ย์ ยืมตัวไปใช้งานจนจบฤดูกาลนี้ แล้วค่อยดึงตัวกลับมาร่วมทัพอย่างเป็นทางการในซัมเมอร์หน้าแทน สำหรับ อิงส์ ย้ายมาจาก บอร์นมัธ ด้วยค่าตัว 1 ล้านปอนด์โดยยิงให้เบิร์ลี่ย์ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ไปแล้ว 7 ประตูและเป็นกำลังสำคัญช่วยให้เบิร์ลี่ย์เลื่อนชั้นขึ้นมาจากแชมเปี้ยนส์ชิพ

เห่อลูกไม่รู้จบ...เม้าท์มอย หนุ่ม ทิ้งวงการเลี้ยงเบบี๋
หนุ่ม กรรชัย /  เมย์ เฟื่องอารมย์ / 

ยังคงปลื้มปริ่มไม่เลิกค้าาา...สำหรับคุณพ่อลูกอ่อนอย่าง หนุ่ม กรรชัย ที่จนป่านนี้แล้วก็ยังเห่อ น้องมายู ลูกสาวคนแรกไม่มีสร่าง งานนี้อดดีใจแทน สาวเมย์ ภรรยาคนสวยของหนุ่มเจ้าไม่ได้ ที่นอกจากจะได้ลูกน้อยสุดน่ารักน่าชังแล้ว ยังปราบเสืออย่างนายหนุ่มให้เป็นแมวเชื่องๆ ได้อีกด้วย ยิ่งเห็นโมเม้นต์เห่อลูกไม่รู้จบแบบนี้ ยิ่งน่ายินดีโห่ร้องให้ก้องโลก ล่าสุดไม่รู้เพราะปลื้มใจกับลูกสาวคนแรกอย่างสุดจะบรรยายหรือเปล่า ถึงทำให้นักแสดงมากฝีมือที่พ่วงตำแหน่งคุณพ่อมือใหม่แทบจะลาวงการมาทำหน้าที่เลี้ยงเบบี๋ให้รู้แล้วรู้รอด ทั้งที่ช่วงหลังๆ ก็ไม่ค่อยได้รับงานละครแล้วก็เถอะ แหมๆๆ มีโซ่ทองไว้คล้องใจแล้วอะไรๆ มันดีเริ่ดแบบนี้ น่าจะมีกันซะตั้งนานแล้วนะเนี่ย "จริงๆ ก็ไม่ได้รับละครมานานแล้วครับ คือไม่ใช่เพราะว่าช่วงนี้วุ่นๆ อยู่กับครอบครัว อยู่กับลูกอย่างเดียวหรอก แต่คิดว่าตัวเองไม่ไหวกับการแสดงแล้ว อยู่วงการมานานไง ให้น้องๆ รุ่นใหม่ได้เล่นดีกว่า แต่ก็ไม่แน่นะ ถ้าเจอบทดีๆ ถูกใจก็อาจจะเล่น ส่วนเรื่องลูกเรื่องครอบครัวนั้นแน่นอนอยู่แล้ว อยากมีเวลาให้เขาเยอะๆ" หนุ่ม กรรชัย หนุ่ม กรรชัย หนุ่ม กรรชัย

ของขวัญเกิดครบ 44 ปี ลดน้ำหนัก จากตัวจากคนไซส์ 3 XL มาไซส์ L
ฟิตเนส /  ลดน้ำหนัก / 

ของขวัญเกิดครบ 44 ปีที่มีค่ามากที่สุดการ ลดน้ำหนัก จากตัวจากคนไซส์ 3XL มาเป็นคนไซส์ L ทุกๆ คนย่อมอยากมีหุ่นที่ดูดี ไม่ถูกล้อ จะทำอะไรก็มีแต่ความมั่นใจ เป็นตัวอย่างให้กับคนรอบข้างได้อยู่แล้วครับ Men.MThai เชื่ออย่างนั้น ซึ่งการที่จะมีหุ่นที่ดูดีได้นั้นมันก็ขึ้นอยู่กับตัวเราเองทั้งนั้น ถ้าเรามีเป้าหมายในชีวิตที่แน่วแน่ และตั้งใจทำเต็มร้อย ผมก็เชื่อว่าทุกๆ คนก็สามารถเอาชนะขีดจำกัดของตัวเองได้ครับ อย่างเช่นคุณ จ่าโหดปืนห่าม สมาชิกเว็บไซต์ Pantip ที่มาแชร์ประสบการณ์ ลดน้ำหนัก ด้วยตัวเอง จากไซส์ 3XL มาเป็น L ได้ ซึ่งทางเราก็คิดว่าความสำเร็จของคุณ จ่าโหดปืนห่าม ในครั้งนี้จะสร้างแรงบัลดาลใจให้กับเพื่อนๆ ที่มีความคิดที่จะ ลดน้ำหนัก ฟิตหุ่นได้เป็นอย่างดี พรุ่งนี้เป็นวันเกิดครบรอบ 44 ปีของผม 26 มกราคม 2558 ก็เลยตัดสินใจแบ่งปันประสพการณ์การเปลี่ยนแปลงตัวเอง จากชายอ้วนวัยกลางคน คนหนึ่งให้ทุกๆ ท่านได้อ่านกันว่า 17 เดือน 22 โล ณ จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงตัวเอง ผมหนัก (ประมาณเพราะไม่กล้าชั่ง) 105 กิโลกรัม และปัจจุบัน ขึ้น ๆลง ๆอยู่ที่ 87 - 85 กิโลกรัม ซึ่งเป้าหมายผมคือ 78 กิโลกรัม (น่าจะต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่) ผมเองรับรูปร่างและน้ำหนักตัวไม่ได้มาต้งแต่ ม. 2 ผมอดอาหาร ทานน้อยๆ บางวันกินแค่ขนมปังหนึ่งก้อนและน้ำอัดลมขวดนึง เพื่อให้มีกำลังในการเล่น (เล่นฟุตบอล) เท่านั้นเอง แต่ก็ไม่เคยดูเป็นคนผอมเสียที ดูเป็นคนบวมๆ มีน้ำมีนวลตลอดเวลา ปกติแล้วเป็นคนชอบออกกำลังกายมาตลอด ชอบเล่นฟุตบอล (เล่นไม่เก่งแต่ก็ชอบ) เคยชกมวย (ที่การกีฬาแห่งประเทศไทย เรียนสนุก ๆ) น้ำหนักตัวผมน้อยที่สุดผมว่าน่าจะเป็นช่วงทำงานปิดเทอม ผมเป็นพนักงานขายรองเท้า เป็นผู้ชายคนเดียว วิ่งเข้าวิ่งออกสโตร์ยกรองเท้าลังรองเท้าสูงถึงเพดานห้องเก็บของ กินวันละมื้อเดียวเป็นแซนด์วิช 1 คู่กับนมพร่องไขมัน 1 แก้ว แล้วก็เดินและวิ่งกลับบ้าน ระยะทางประมาณ 2 - 3 กม.แล้วก็ซิตอัพ กระโดดเชือก ทำอะไรต่อมิอะไรมาเยอะแยะ เพื่อทีจะไม่อ้วน สุดท้ายเมื่อเรียนจบออกมาทำงาน เพียงแค่ ไม่ถึงปี น้ำหนักก็พุ่งพรวดไป 85 ก.ก. จากปกติน้ำหนักอยู่ที่ 6x กก พอดีมีแฟนช่วงนั้นแฟนขอให้ลดความอ้วนเป็นของขวัญวันเกิดซัก 5 กก.ได้มั้ย เลยตัดสินใจไปสถาบันลดความอ้วน บอดี้ๆ เป็นลูกค้าดีเด่น 3 เดือนลดไป 20 กก.ด้วยการควบคุมอาหารอย่างเดียว เรียกลูกค้าให้เค้าได้อีกหลายคน เป็นพรีเซนเตอร์เลยช่วงนั้น แต่ผ่านไปไม่นานน้ำหนักก็มาวนเวียนอยู่แถว ๆ 80 กก.อีก วนไปเวียนมาแต่เราก็รู้วิธีการควบคุมอาหารเพื่อให้น้ำหนักลดลง ผมเคยทานแบบนับแคล กินแค่มื้อละจานน้ำหนักก็ลงแล้ว เพราะเรารู้ว่าเราต้องการพลังงานพื้นฐานเท่าไร และ อาหารจานเดียวแต่ละอย่างมันเฉลี่ยแล้วกี่แคล ก็กินไม่ให้เกิน น้ำหนักก็ลงมา ต่ำสุดๆ ก็ 78 กก. แต่พออายุย่างเข้า เลขสามกลาง ๆทีนี้ น้ำหนักมันขึ้นไม่ยอมลงแล้ว จะกินน้อยกินมากแค่ไหนก็ไม่ยอมลง จนมันเดินทางจาก 85 กก.(ซึ่งเป็นน้ำหนักปกติของผมช่วงหนึ่ง)เข้าสู่ เลข 9 และหลังจากเลข 9 แล้วทีนี้เราก็หาตัวช่วยกลับกลายเป็นไปกันใหญ่ครับ จนทำให้ผมกลายเป็นคนเกิน 100 ในที่สุด และเราก็หมดหวังและคิดว่าชาตินี้ "กูคงอ้วนจนตายแล้วหละ" ปล่อยผ่านเรือยมาไม่น้อยกว่า 5 - 6 ปี จนวันหนึ่งได้กลับไปเจอเพื่อนเก่า ๆ สมัยเรียนมัธยมต้นด้วยกัน มีอยู่คนหนึ่ง เฮ้ยยิ้มหล่อว่ะ ดูดีมาก แล้วที่สำคัญสาว ๆก็กรี้ดกร้าดมันด้วยเพราะรูปร่างดี ล่ำสันสไตล์คนเพาะกายเลย ทั้งที่จำได้ว่าเมื่อก่อนนี้มันตัวเล็ก ๆเหมือนเด็กแกรน ๆ ตัวเท่าลูกหมาเอง แล้วดูกูสิ ดูอีกหลาย ๆคนสิ ยิ้มอ้วนหุ่นเจ๊งกันหมดละ โชคดีที่กูหัวไม่ล้านนะเนี่ยไม่งั้นล่ะก็ แย่เลย ก็เริ่มได้แรงบันดาลใจจากตรงนั้น ว่ามันทำยังไง? อีกอย่างหนึ่งช่วงนั้นจับลูก ๆหัดเรียนว่ายน้ำที่สโมสรหมู่บ้านซึ่งมีฟิตเนสด้วย แต่เราก็เอาแต่นั่งอ้วนดูลูกเรียน ปากก็บ่นด่าลูกไปตามประสา แต่ไม่ได้ออกกำลังเลย เหมือนว่าเราเอาเปรียบลูกอยู่ และก็เริ่มคิดว่าถ้าเราอยากใจะให้ลูก ๆตั้งใจทำ มีความพยายามในการทำ จะมีอะไรดีกว่าการที่จะทำเป็นตัวอย่างให้ลูกเห็น ก็เลยเริ่มหาข้อมูล ก็ถามเพื่อนคนนั้นนั่นแหละว่าจะเริ่มต้นยังไงดี? เพื่อนก็แนะนำให้ลองเข้าเวปไปศึกษาหาข้อมูล ก็เลยเข้าไปทีเวป http://tuvayanon.net/index1.html นับได้ว่าเป็นอาจารย์ท่านแรกของผม และทุกวันนี้ผมยังเข้าไปเสมอ ๆ ผมเมล์ไปถามเรืองทีสงสัยก็ได้รับการตอบกลับมา ดีใจมาก และก็เริ่มออกกำลังกายมาตั้งแต่ช่วงนั้นโดยเท่าที่จำได้ น้ำหนักเริ่มต้นคือ 105 กิโลกรัม ผมตัดสินใจว่าจะเดินบนเส้นทางของนักเพาะกายนี่แหละ เพราะตรงที่สุดแล้วสำหรับคนอ้วนอย่างเราโดยตอนนั้นเพื่อผมวางโปรแกรมในการฝึกมาให้เพื่อเล่นทั้งตัว ขา 2 ท่า อก 2 ท่า หลัง 2 ท่า ไหล่ หลังแขน หน้าแขน และจบด้วยการคาร์ดิโอ 15 นาที ซึ่งผมไม่ทราบเลยว่าการคาร์ดิโอคืออะไร คาร์ดิโอโซนที่เห็นในเครืองออกกำลังกายที่ฟิตเนสคืออะไร? ก็มาหาข้อมูลเอา ทั้งในพันทิพ และ ที่อื่น ๆ และเพื่อให้การเปลียนแปลงไปด้วยดี ผมก็หาข้อมูลเรืองการกินอาหาร ก็ไปเจอเรืองการกินคลีน การลีนไขมัน ทีนี้ปวดหัวกันใหญ่ละมันเป็นเรื่องที่ต้องมีการคำนวณเข้ามาเกี่ยวข้อง ไอ้เราก็ไม่ชอบซะด้วย สรุปในช่วงแรกของการเริ่มต้น จะเกิดความสับสนว่าจะเอาไงดี กินน้อยเพื่อให้น้ำหนักลง? แล้วกล้ามเนื้อหละจะสร้างยังไง? แล้วควรกินอะไรเท่าไหร่? ในช่วงที่ 1. เม.ย. - ต.ค. 2556 ผมทานโยเกิรต์ต หลีกเลี่ยงแป้ง(คาร์โบ)เน้นโปรตีน จนมาอ่านเจอข้อมูลเรืองการกินคลีน ก็ปรับมา ทานข้าวกล้อง โฮลวีท อกไก่อบ(ด้วยหม้อลมร้อน) งดน้ำตาล ของหวานของทอด เน้นผัก สลัด หลังออกกำลังกายทานอาหาร(เสต้กปลาแซลมอนเป็นประจำเลย) ปรากฏว่าสัดส่วนดูเล็กลง แต่ที่น่าตกใจคือน้ำหนักขึ้น !!! โอ้ไม่นะ จาก 105 กก.หนักขึ้นมาเป็น 107 กก. ทำไงดีฟระ อะไรนี่???? พอดีช่วงนั้นพบเฟสของ อ.มาร์ค ไทยทอป ก็เลยแมสเสจไม่ถามอาจารย์ตอบกลับมาว่าให้คุณ เพิ่มการคา์ดิโอตอนเช้าก่อนกินอาหารเช้าด้วย ผมก็จัดไปวันละ 40 นาทีด้วยการปั่นจักรยานในฟิตเนส ตั้งโปรแกรมเป็นแบบขึ้นเขาโดยใช้รอบขาไม่ต่ำกว่า 80 คิดว่าเป็นการซ้อมด้วยเพราะช่วงนั้นเริ่มขี่จักรยานแล้ว เหนื่อยแทบขาดใจ HR. เคยขึ้นถึง 150 กว่า ๆด้วยซ้ำไป ขี่จักรยานก็ปวดแขน ปวดหลังไปหมด แต่ใจสู้คิดเสมอว่า "อะไรที่คนทำได้ คนต้องทำได้" มีคนทำได้เยอะแยะไปหมด สุดท้ายน้ำหนักก็เริ่มลงมา และผมเริ่มแบ่งการกินมาเป็นกินทุก ๆ 2 ชั่วโมง แต่หลังจากทำไปได้ 2 เดือน ก็มีเหตุอีก ปรากฏว่าผมหิวตลอดเวลา หิวทั้งคืน จนสุดท้ายคืนหนึ่งตอนเช้าต้องเข้าโรงพยาบาลอ้วกออกมามีแต่น้ำย่อย นอนให้หมอส่องกล้องดู หมอบอกเป็นกรดไหลย้อน แต่มันย้อนมาแค่ในกระเพาะนะ คือเหมือนน้ำย่อยมันออกมาตลอดเวลา ก็เลยเลิกการกินแบบนั้นไป สรุปว่าในช่วงแรกผมออกกำลังในแต่ละวันคือ เช้า คาร์ดิโอ 40 นาที เย็น เวทเทรนนิ่ง (เน้นยกหนักๆเลย) 90 - 120 นาที น้ำหนักลงมาจาก 107 กก. (คือช่วงพีคสุด) อยู่ที่ 95 กก. และผมก็หยุดไปตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ช่วงที่ 2 เดือน เม.ย. 2557 - เดือนมกราคม 2558 หลังจากหยุดไปแรก ๆผมก็ควบคุมอาหารหลัง ๆก็ช่างมันกินอย่างไร้วินัยที่สุด สุดท้ายน้ำหนักตัวผมตอนเริ่มต้นออกกำลังกายใหม่นี้อยู่ที่ 100 กก. ซึ่งผมก็พอใจว่าขึ้นมา แค่ 5 กิโลกรัม ถ้าดูจากสภาพการยัดเข้าไปแล้วควรจะกลับไปที่ 105 เป็นอย่างน้อย(แสดงว่าเรืองการโยโย่ ที่เคยเจอมาก็ดีขึ้นละ) แต่สภาพนี่อ้วนเหมือนเดิมละ ทีนี้ก็ไปได้แรงบันดาลใจจากน้องอีกคนหนึ่ง ซึ่งตอนนั้นเค้าวิ่ง ๆๆๆ และก็ ปั่น ๆๆๆ จนสุดท้าย ลงไตร เฉยเลย เราก็ "เฮ้ย ถ้าคนธรรมดาคนนึงทำได้เราก็ทำได้วะ ปีหน้าจะลงไตรมั่ง" (แต่จนถึงตอนนี้วิ่งยังไม่ได้ซักเท่าไหร เรื่องว่ายน้ำน้ำว่ายยังแพ้ลูกเลยผมว่ายน้ำไม่เก่ง) ก็เริ่มกลับมาออกำลังกายอีกครั้ง แต่คราวนี้ที่แย่คือ วินัยการกินเจ๊งบ๊ง ผมไม่กินคลงกินคลีนละ ไม่นับแคลไม่สนใจเรืองการกินอีกต่อไป เช้า คาร์ดิโอ 50 นาที ปั่นจักรยานเพิ่มโปรแกรมความหนักมากขึ้น รอบขาเร็วขึ้น เฉลี่ยอยู่ที 100 แข่งกับตัวเอง แข่งกับเวลา วันนี้ต้องทำเวลาและเผาแคลฯได้มากกว่าเมือวานในเวลาที่เท่ากัน (นั่นเป็นเหตุผลที่หลาย ๆคนไม่เข้าใจว่าผมทนนั่งปั่นจักรยานอยู่ได้ไงตั้ง 50 นาทีเบื่อตายชัก) เฉลี่ยตอนเช้าผมเผาแคลฯไปประมาณ 935 แคลทุกๆเช้า(อันนี้ถูกผิดก็ต้องว่าตามเครืองปั่นจักรยานของผมหละ) เย็นก็ เวทหนัก ๆ ในแนวของคนเพาะกาย ทั้งร่างเหมือนเดิม เพิ่มสควอชเข้าไปด้วย ใช้เวลาประมาณ 90 นาที ปรับโปรแกรมตามเวลาและปิดท้ายด้วยการคาร์ดิโอ 15 นาที จนถึงตอนนี้ น้ำหนักผมลดลงจากจุดเริ่มต้น 100 กก.อยู่ที่ (ต่ำสุด) 84 กก. แต่เฉลี่ยก็จะขึ้น ๆลง ๆอยู่แถว 87 กก. ผมไม่สนใจเรืองน้ำหนักเท่าไหร่(จริง ๆก็สนใจเพราะจะได้รุ้ว่าจบภารกิจเมื่อไหร่ เพื่อจะเข้าสเตจ 2 ) รอบเอวผมจากวันที่เริ่มต้นออกกำลังกาย 45 - 46 นิ้ว ปัจจุบันอยุ่ที่ 34 นิ้ว (เล็กกว่าตอนหนัก 78 กก.อีก) รอบอกลงมาจาก 45 นิ้ว อยู่ที่ 40 นิ้ว รอบแขนลงมาจาก 18 นิ้ว อยู่ที่ 14.5 นิ้ว เรื่องของระบบการหายใจดีขึ้นมาก ผมสามารถวิ่งเล่นฟุตบอลตลอดทั้งเกมส์ได้(สนามใหญ่ 90 นาทีสบาย ๆ) และผมเล่นฟุตบอลอาทิตย์ละ 4 วันโดยวันเสาร์เป็นวันแข่ง ผมปั่นจักรยานได้สบาย ๆในระย 50 กม.(โดยไม่เหนื่อย)แต่ยังไม่เคยออกทริปไกล ๆเพราะเกรงใจภรรยา เป็นหวัดน้อยลงแทบจะไม่เป็นเลย จากคนมีปัญหาภูมิแพ้ นอนกรน ก็ดีขึ้นมาก จากที่ตื่นนอนแล้วรู้เลยว่าเรามีปัญหาหยุดหายใจตอนนอน เพราะจะง่วงทั้งวัน ก็ไม่เป็นแล้ว เสื้อผ้าจากไซส์ 3 xl เหลือ XL หรือ L เป้าหมายคือ M ทีดีใจที่สุดก็คือ ถ้าคุณไม่เคยได้ยินคำพูดที่ว่าลุกไม่อยากอ้วนเหมือนพ่อ ลูกกลัวว่าโตขึ้นแล้วต้องอ้วน คุณจะไม่รุ้เลยว่ามันน่าเสียใจแค่ไหนที่เราเป้นตัวน่ารังเกียจของลูก ๆ ทุกวันนี้ลูก ๆก็ดูมีความสุขที่มีพ่อไซส์ปกติ ๆเหมือนพ่อคนอื่น ผมโชคดีที่ไม่เป็นโรคหัวใจ เบาหวาน ความดันไปเสียก่อน บทสรุป 1.เมื่อคุณเริ่มต้นขอให้มั่นคง จะมีคนเยาะเย้ยถากถางคุณเยอะมาก มีคนคอยซ้ำเติมความล้มเหลวของคุณตลอดเส้นทาง 2.อย่าใจร้อน เราทุกคนเคยผอมมาก่อนอ้วนทั้งนั้นแหละ แล้วทำไมจะกลับไปผอมอีกไม่ได้แต่มันต้องใช้เวลา 3.มั่นคงบนเส้นทางที่ตัดสินใจ เริ่มเดินแล้วอย่าวอกแวกไปเรื่อย ๆ แข่งกับตัวเองเท่านั้นอย่าแข่งกับคนอื่นไม่มีประโยชน์เลย 4.หลักการของผมยึดตามหลักปฏิบัติในพระพุทธศาสนา "ควบคุมเหตุ ไม่สนใจผล" แล้วมันจะมาเอง 5.พยายามหาข้อมูลให้ถูกต้อง มีสติคิดก่อนว่าข้อมูลนั้น ๆถุกต้องไม๊? 6.เลือกเส้นทางที่ยั่งยืน นับแคล ไม่เอาคาร์โบ ยาลดความอ้วน อาหารเสริม ผมผ่านมาหมดแล้วแต่เป็นไง? สุดท้ายผมก็หนักเกิน 100 กิโลอยู่ดี ไม่มีประโยชน์เลยเสียเงิน เสียเวลา เสียสุขภาพทั้งกายและจิต สิ่งที่ผมปฏิบัติตัวอยู่ทุกวันนี้ 1.พยายามทานอาหารเป็นมื้อย่อย ๆ ให้ได้ 4 มื้อขึ้นไป (อย่าเยอะ อย่าปล่อยให้ตัวเองหิว) 2.มื้อแรกของวันหลังการคาร์ดิโอ จะกี่โมงก็ช่าง หลังจากนั้นพยายามทุก ๆ 2 ชั่วโมง และมื้อสุดท้าย(หนัก) อย่าเกิน 5 โมงเย็นอนุโลมให้ได้ถึง 6 โมง หลังออกกำลัง น้ำมะเขือเทศดอยคำ 1 แก้วโต ๆหรือกล้วยหอม 3.ออกกำลัง 5 - 6 วันต่อสัปดาห์ คาร์ดิโอเช้าจำเป็นมากสำหรับคนน้ำหนักตัวเยอะ ๆอย่างผม เวทเทรนนิ่งจำเป็นในการสร้างเตาเผาพลังงาน ฟุตบอลเพื่อความสนุกสนาน (และเป็นการคาร์ดิโอแบบหนึ่ง) จักรยานเพื่อความบันเทิง 4.รุ้ประมาณในการบริโภค ผมหลีกเลี่ยงของทอด หวาน มัน เค็ม จัด น้ำอัดลม น้ำตาล(งดเติมในก๋วยเตี๋ยวมาไม่ต่ำกว่า 20 ปีแล้ว) ตอนนี้ผมทานทุกอย่างแต่ไม่เยอะ ตั้งสติก่อนสตาร์ท สุดท้ายนี้ผมต้องขอขอบคุณ เวป http://tuvayanon.net/index1.html ที่เป็นแรงบันดาลใจ เป็นการให้ข้อมูลที่ดีๆ ขอขอบคุณกลุ่มแนวร่วมลดน้ำหนัก เฟสบุ้คของอาจารย์มาร์ค ไทยทอปฟิตเนส และที่สำคัญที่สุดคือ ภรรยาและลูกที่เป็นทุกอย่างให้กับเรา ผมคงทำไม่สำเร็จถ้าภรรยาไม่อดทนดูแลลูกเล็ก ๆจอมป่วนของผมทั้ง 3 คนให้ในเวลาที่ผมไปออกกำลังกาย ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน ผมทนทุเรศรูปร่างตัวเองมานานมาก แต่ทุกวันนี้ ภรรยาผมบอกว่าผมกลายเป็นพวกหลงตัวเองไปแล้วซึ่งก็จริง (ยอมรับเลย) ไม่ใช่อะไรมันภูมิใจกับความตั้งใจของตัวเอง ขอขอบคุณทุกท่านที่อดทนอ่านมาจนถึงตรงนี้นะครับ Men.MThai เรียบเรียงเนื้อหาจากต้นฉบับ จ่าโหดปืนห่าม สมาชิกเว็บไซต์ Pantip http://pantip.com/topic/33154270

ออย โหมงานปั๊มเงิน แอบลูกสวีทเมีย
ออย ธนา /  ข่าวบันเทิงวันนี้

ตั้งแต่มีลูกดูเหมือน ออย ธนา จะโหมงานหนักรับงานดะจนแทบไม่มีเวลาพัก ทั้งงานละคร งานโชว์ตัว งานอีเว้นต์ เรียกว่างานไหนติดต่อเข้ามา He รับหมด หนึ่งอาทิตย์มี 7 วัน เจ้าตัวก็ทำงานทุกวันจนแทบไม่มีเวลาพัก หน้าลูกยังแทบจะไม่ได้เจอ เพราะกว่าจะกลับถึงบ้าน น้องรีนา ลูกสาวสุดเลิฟก็นอนหลับซะละ ต๊าย! อะไรจะเร่งปั๊มเงินขนาดน้าน! ถึงปากจะบอกว่างานยุ่งอย่างนั้น งานรัดตัวอย่างนี้แต่ปาปารัซซี่ตาดีของเราก็เก็บภาพหวานๆ ที่ออยหนีบภรรยาคนสวยไปสวีทวี้ดวิ้วกันสองต่อสองมาได้ งานนี้ต้องเรียกว่าแอบลูกมากระชับรัก เพราะไม่เห็นกระเตงลูกสาวสุดเลิฟมาด้วย จากที่ตาเห็นบอกเลยว่าความหวานน้ำตาลยังเรียกพี่ นี่ถ้า He ไม่เอ่ยปากว่ายังไม่พร้อมมีลูกคนที่สอง เดี๊ยนต้องสันนิษฐานว่าอาจจะมีลูกหัวปีท้ายปีก็เป็นได้ ก็แหม...หวานกันซะอย่างกะจีบกันใหม่ๆ แบบนี้ ถ้าจะเปิดอู่อีกรอบลูกคงดก ออย ธน ออย ธน ออย ธน

ซิโก้ ส่อไม่เรียก เจ้ามุ้ย ติดทัพช้างศึก กลัวเสียระบบทีม
"เจ้ามุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา /  คิงส์คัพ / 

คาดว่าแฟนลูกหนังไทย อาจจะพลาดการได้เห็น เจ้ามุ้ย ธีรศิลป์ แดงดา ใส่เสื้อทีมชาติไทย ลงบู๊ศึกฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์คัพ ครั้งที่ 43 โดย ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือใหญ่ ช้างศึก ทีมชาติไทย ออกมาเปิดเผยเรื่องดังกล่าวว่า ผมเชื่อว่าทุกคนอยากเห็น มุ้ย ลงเล่นทีมชาติอีกครั้ง แต่คงต้องถาม ธีรศิลป์ ว่าพร้อมลงเตะทันทีเลยไหม...? ถามต้นสังกัดว่าพร้อมปล่อยตัวมาเล่นหรือไม่...? ต้องดูเรื่องระบบทีมเวิร์กว่าจะตัดรุ่นน้องคนไหนออก...? และนโยบายสมาคมฟุตบอล ที่ให้ยึดนักเตะจากชุดแชมป์อาเซียน ยอดกุนซือไทยแห่งยุค เผยรายละเอียดว่า หากจะดึงมุ้ย เข้ามาเสริมทีมชาติคงต้องเปิดโอกาสให้คนอื่นด้วยหรือไม่...? ทั้งธีราทร บุญมาทัน, ประทุม ชูทอง, ดัสกร ทองเหลา, ธีรเทพ วิโนทัย, สินทวีชัย หทัยรัตนกุล, สุรีย์ สุขะ และคนอื่น โดยรวมแล้วไม่อยากทำให้โครงสร้างทีมเสีย จึงขอปรึกษากันก่อนว่าจะดึง มุ้ย มาร่วมทัพหรือไม่

The Imitation Game : อักษรไขว้แห่งชีวิต
The Imitation Games /  ดูแล้วมาคุยกัน / 

คุณผู้ชมเคยเล่นเกม "อักษรไขว้" ไหมครับ? หากคุณไม่เริ่มต้นที่ตัวอักษรตัวใดตัวหนึ่งก่อน เกมจะไม่มีวันเริ่ม และจะไม่มีวันจบ ตัวอักษรตัวแรกนั้นจะนำไปสู่คำแรก คำแรกจะนำไปสู่คำถัดไป ผ่านความหมายแฝงที่บอกใบ้ประกอบไว้ และสำหรับอักษรไขว้ของกระดานที่มีชื่อว่า The Imitation Games นี้ คำคำแรกที่ถูกเขียนลงไปคือ "แปลกแยก" หาใช่คำว่า "อัจฉริยะ" อย่างที่หลายๆคนกำลังเข้าใจ The Imitation Games สร้างจากบันทึกเรื่องจริงของ อลัน ทัวริ่ง นักคณิตศาสตร์อัจฉริยะชาวอังกฤษ ผู้เข้าร่วมภารกิจลับ และประดิษฐ์คิดค้นเครื่องจักรถอดรหัส อินิกม่า รหัสลับโคตรหินของนาซีเยอรมัน ได้เป็นผลสำเร็จ และนำชัยชนะมาสู่ฝ่ายสัมพันธมิตร แต่เมื่อสงครามจบลง เขากลับถูกตั้งข้อหา เพราะเป็นชายรักร่วมเพศ ซึ่งผิดกฎหมายอังกฤษสมัยนั้นเต็มๆ เมื่อคุณค้นพบคำแรกบนปริศนาอักษรไขว้แล้ว คำต่อมาอาจจะมาได้เต็มคำ หรือมาอย่างละนิดละหน่อยสลับกันไปก็ได้ The Imitation Games ใช้การเล่าเรื่องในลักษณะนั้น ด้วยการเดินเรื่องสลับ 3 ช่วงเวลาคือ วัยเรียนที่ อลัน ทัวริ่ง ผู้แปลกแยก สนิทชิดเชื่อกับเพื่อนหนุ่นคนหนึ่ง ยุคสงครามที่ อลัน เข้าร่วมภารกิจถอดรหัสนาซี และพบกับ โจน คลากส์ และหลังสงครามที่เขาถูกตั้งข้อหาทำอนาจารกับเพศเดียวกัน แบบสลับไปมา ซึ่งส่วนหนึ่งจะค่อยๆ คลี่คลายปริศนาส่วนถัดมาไปเรื่อยๆ ด้วยการนำคนดูเข้าไปนั่งในสมองของ อลัน ทัวริ่ง แล้วย้อนเวลานึกถึงความทรงจำในหัวของเขา ไปพร้อมกับคำบอกเล่า และเน้นย้ำในตอนต้นเรื่องว่า "คุณฟังอยู่รึเปล่า ผมจะพูดรอบเดียวนะ..." ได้อย่างลงตัว แม้ว่าเรื่องราวในหนังจะอยู่ในยุคของสงครามโลกครั้งที่ 2 อันโหดร้าย แต่หนังเลือกที่จะให้ความสนใจกลุ่มอัจฉริยะ ที่มีขนาดเล็กจ้อยเมื่อเทียบกับกองทัพที่ออกไปรบราฆ่าฟัน ห่างไกลจากระยะที่ระเบิดตกใส่กบาล แต่กลับเป็นฟันเฟืองสำคัญ ที่จะสามารถหมุนสงครามไปในทิศทางที่ฝ่ายของตนต้องการได้ และชี้ให้เห็นว่า สงครามไม่เคยมีข้อดี มันมีแต่ความสูญเสียได้อย่างชัดแจ้งเห็นจริง และจำเป็นต้องมีการเสียสละคนที่รักไปมากมาย ทั้งที่ไม่เต็มใจก็ตาม . ถึงชื่อของ อลัน ทัวริ่ง จะถูกบัญญัติลงในหนังสือเรียนประวัติศาสตร์ ก็คงไม่มีเล่มไหนกล่าวถึงเขาในมุมบอบบางเช่นนี้เป็นแน่ . แต่ถึงกระนั้น The Imitation Games มิได้มีเจตนาถ่ายทอด อลัน ทัวริ่ง ในภาพของอัจฉริยะวีรบุรุษสงครามที่โลกลืม แล้วชนรุ่นหลังควรนึกถึงเขาบ้าง แต่มุ่งเน้นสำรวจจิตใจที่เปราะบาง บุคลิกแปลกแยก มีอีโก้มั่นใจในความสามารถของตนเอง เข้าใจความหมายของภาษาแบบตรงไปตรงมา และแทบไม่รู้ว่าอะไรคืออารมณ์ขัน รวมถึงการมีมนุษยสัมพันธ์ที่ไม่เอาอ่าวเอาเสียเลย มากกว่าจะไปเน้นย้ำว่า ชายคนนี้เก่งเพียงใด อัจฉริยะเพียงไหน เครื่องจักรทำงานอย่างไร ซึ่งนั่นคือสิ่งที่น่าชื่นชมของหนังเรื่องนี่้ ที่ไม่ได้ยัดเยียดทัศนคติถูกผิดชัดเจนให้คนดู และสามารถมองชายคนนี้ว่า เป็นเพียงคนที่ทำทุกอย่างตามเจตนารมย์ และจิตใจเบื้องลึกของตนอย่างมุ่งมั่น ทำนองว่า ใจสั่งมา! แต่ในขณะเดียวกัน ก็เจ็บปวดทรมานในความโหยหาคนรัก ที่คอยย้ำเตือนอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน หากการเล่นอักษรไขว้ จำเป็นต้องมีคำใบ้ช่วย ตัวละคร โจน คลากส์ คือคำใบ้ชั้นดีของ อลัน ทัวริ่ง เพราะเธอคือตัวช่วยที่ทำให้ อลัน พัฒนาเป้าหมายของตัวเองไปข้างหน้า และละลายพฤติกรรมอีโก้จัด จนไม่สนโลกของเขา ให้เข้ากับลูกทีมคนอื่นๆ ได้ ภาพของอัจฉริยะในหนังเรื่องนี้ จึงถูกขับเคลื่อนด้วยความสัมพันธ์ การเกื้อหนุนและตัดสินใจร่วมกันของกลุ่มชน และมุมเล็กๆ ของคนแปลกแยก ที่ใครๆก็คงมองข้าม ชนิดที่ถึงชื่อของ อลัน ทัวริ่ง จะถูกบัญญัติลงในหนังสือเรียนประวัติศาสตร์ ก็คงไม่มีเล่มไหนกล่าวถึงเขาในมุมบอบบางเช่นนี้เป็นแน่ หากการแก้ปริศนาอักษรไขว้ในหนังให้ได้ภายใน 6 นาที จะนำไปสู่งานตื่นเต้นเร้าใจ The Imitation Games ก็เป็นอักษรไขว้แห่งชีวิตอัจฉริยะคนหนึ่ง ที่เราอยากให้คุณผู้ชมค่อยๆ ร่วมไข ค่อยเติมเต็ม ภายในเวลาเกือบ 2 ชั่วโมงตลอดเรื่อง แม้มันจะไม่ได้นำคุณไปสู่งานเร้าใจ แต่คงปฏิเสธไม่ลงใช่ไหมว่า อักษรไขว้ที่ถูกเติมเต็มทุกช่องว่างแล้วนั้น มันรู้สึกอิ่มเอมเอามากๆ เลยล่ะ... เรื่องนี้ให้ 9.5 / 10 ครับ Lecter. -----------------------------

ท่าเซ็กส์อันตราย คิดให้ดีก่อนลองทำ ถ้าไม่กลัวกระปู๋หัก
sex /  ท่าเซ็กส์ / 

ระวังให้ดี! ลองเล่น ท่าเซ็กส์อันตราย กระปู๋หัก ไม่รู้ตัว ถ้ายังจำกันได้ เมื่อช่วงปีที่แล้ว Men.MThai เราเคยนำเสนอเรื่องดาราหนังโป๊ชายมืออาชีพคนหนึ่ง ที่กำลังเข้าฉากรักแล้วเกิดอุบัติเหตุกลางกองถ่าย จนต้องหามเข้าโรงพยาบาลเพราะกระปู๋ของเขาหักนั่นเอง บอกเลยว่าถึงจะเป็นมืออาชีพ แต่มันก็มีการพลาดกันได้ ซึ่งวันนี้ทางเราจะมาขอเตือนเพื่อนๆ ด้วย ท่าเซ็กส์อันตราย ที่เราควรคิดให้ดีก่อนลองทำมันครับ ภาพจาก menshealth ถ้าจะพูดถึงเซ็กส์ที่ทำให้เราเจ็บตัวแล้ว มันก็มีอยู่จริงนะครับ พูดเป็นเล่นไป ซึ่งการเจ็บตัวนั้นมีระดับไปถึงกระปู๋หักกันไปเลย ซึ่งตอนนี้ได้มีนักวิจัยได้วิจัยผลออกมาเพื่อหาข้อสรุปว่า การมีเซ็กส์ ท่าไหนเป็นท่าที่อันตราย ต่อผู้ชายอย่างเรา โดยอ้างอิงจากผลจากโรงพยาบาลถึง 3 แห่ง ที่เก็บผลเกี่ยวกับปัญหาของท่าเซ็กส์ที่พาเข้าโรงพยาบาลในรอบ 13 ปี มาวิจัยกัน ซึ่งผลสรุปออกมาเป็นไปในทางเดียวกันครับว่าท่า cowgirl ท่าขวัญใจของชายหลายๆคนเพราะว่าเราไม่ต้องออกแรงใดๆ โดยเราทำหน้าที่นอนเฉยๆ แล้วให้เธอเป็นผู้ความคุมเอง ท่านี้จะเป็นท่าที่โอกาสสูงสุดในการที่ทำให้ไอ้จ้อนผู้ชายหักได้มากที่สุดกว่าท่าอื่น ส่วนท่าที่รองลงมา ได้แก่ท่าน้องหมา doggy style โดยท่านี้ได้รับความดีความชอบไปถึง 21 เปอร์เซ็นต์สำหรับท่าที่ทำให้น้องชายของเหล่าสุภาพบุรษหักได้ครับ ภาพจาก menshealth ยังไงก็ตาม อาการไอ้จ้อนหัก ถือว่าเป็นเรื่องที่หาได้ยาก แต่มันก็สามารถเป็นได้ ซึ่งผู้ชายหลายๆ คนก็ยังไม่รู้จักกับอาการดังกล่าวนี้ซะด้วยซ้ำ ซึ่งผลวิจัย 13 ปีของโรงพยาบาลที่ได้ทำการสำรวจมาได้ระบุเอาไว้ว่า มีผู้ชายทั้งหมด 42 คน เคยประสบกับปัญหาดังกล่าวจริง หลังจากได้รับการตรวจผลและ X-Ray แล้ว อีกทั้งผลวิจัยดังกล่าวยังได้เพิ่มเติมว่า 42 คนของผู้ป่วยดังกล่าว 28 คนเกิดจากเซ็กส์ทั่วไป (ชายหญิง) 4 คนเกิดจากเซ็กส์จากเพศเดียวกัน (ชายชาย) 6 คนเกิดจากอวัยวะเพศชายของตนมีปัญหา และอีก 4 คนยังหาข้อสรุปไม่ได้ โดยทีมงานนักวิจัยยังได้สรุปออกมาอีกว่า เมื่อผู้หญิงได้อยู่ด้านบน (cowgirl ท่าเซ็กส์อันตราย ที่ก่อให้เกิดอาการกระปู๋หักมากที่สุด) เธอจะเป็นคนควบคุมทุกอย่างทั้งการเคลื่อนไหวด้วยร่างกายของเธอทั้งหมด พูดง่ายๆ คือน้ำหนักทั้งหมดจะถูกทุ่มไปที่กระปู๋ที่กำลังแข็งตัวอยู่นั่นเอง ซึ่งเมื่อมีการลงผิดที่ก็เป็นเรื่องที่จะทำให้กระปู๋หักเป็นธรรมดา Men.MThai เรียบเรียงเนื้อหาจากต้นฉบับ http://www.newser.com/story/201779/study-reveals-most-dangerous-sex-position.html

นักโทษสาวไทย คลอดลูกในเรือนจำญี่ปุ่น ชะตากรรมของเด็กคือ...?
คลอดลูกในเรือนจำ /  ญี่ปุ่น / 

นักโทษสาวไทย คลอดลูกในเรือนจำญี่ปุ่น ชะตากรรมของเด็กคือ...? วันนี้(29 ม.ค.) สถานเอกอัครราชทูตไทย กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่นักโทษสาวไทยคลอดลูกที่เรือนจำญี่ปุ่น โดยระบุว่า สถานทูตฯ ได้มีโอกาสไปเยี่ยมนักโทษคดีลักลอบนำเข้ายาเสพติด ที่ เรือนจำในญี่ปุ่น แต่ที่พิเศษกว่านักโทษคนอื่นนั้น เนื่องจากนักโทษหญิงคนนี้ เธอไม่รู้ตัวว่าตั้งท้องจนมาถูกจับที่ญี่ปุ่น ในระหว่างที่รับโทษอยู่ในเรือนจำ เธอได้คลอดลูกที่นั่นในที่สุด หลังจากคลอด เด็กถูกส่งไปอยู่ที่ศูนย์รับเลี้ยงเด็กทันที ส่วนแม่นั้นถูกส่งตัวกลับเข้าเรือนจำ และทางการญี่ปุ่น มีคำสั่งให้ส่งเด็กคนนี้ออกนอกประเทศภายใน 60 วัน หลังจากเกิด สถานทูตฯ ได้ติดต่อญาตินักโทษคนนั้นเพื่อให้เป็นผู้อุปการะเด็ก แต่ญาติปฏิเสธ เนื่องจากฐานะการเงินที่ไม่พร้อม ชะตาชีวิตของน้องจึงต้องไปอยู่ที่สถานรับเลี้ยงเด็กอ่อนที่เมืองไทย วันนี้สถานทูตฯ พาเด็กมาพบและลาแม่ก่อนที่จะไม่ได้พบกันอีกเกือบ 10 ปี นาทีแรกที่แม่พบหน้าลูกผ่านกระจกในห้องขัง น้ำตาแห่งความคิดถึง และความห่วงหา พรั่งพรูออกมาจากตาของนักโทษหญิง เธอเริ่มสำนึกถึงสิ่งที่เธอกระทำผิดจนทำให้ไม่สามารถเลี้ยงดูลูกน้อยของตัวเองได้ สถานทูตฯได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทางการญี่ปุ่น และยังได้รับเงินบริจาคจากข้าราชการไทยในสำนักงานต่างๆในญี่ปุ่น เพื่อนำไปซื้อของใช้ที่จำเป็นสำหรับนักโทษ จึงขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ ทั้งนี้ สถานทูตฯ อยากเตือนคนไทยที่กำลังคิดอยากรวยทางลัดจนมองไม่เห็นสิ่งที่ถูกหรือผิด ซึ่งสิ่งนั้นไม่ได้ส่งผลเดือดร้อนแต่ตนเองเท่านั้น แต่ยังส่งผลถึงคนที่เรารักหรือรักเราที่สุดด้วย สถานทูตฯ ก็ได้แต่หวังว่าคงจะไม่มีเหตุการณ์เศร้าใจเช่นนี้อีก MThai News

ปากบอนต้องเจอดีในภาพเซตใหม่ แก๊งค์
ภาพนิ่ง /  มอ 6/5 ปากหมา ท้าผี 3 / 

แฟนๆมอหกทับห้าแถวนี้เค้าเยอะ พอเค้าปล่อยภาพ และข้อมูลใหม่มาให้ ก็รีบปล่อยต่อเลยจ้า กับ "มอ 6/5 ปากหมา ท้าผี 3" ที่ไปท้าผีถึงภูเก็ต วางคิวฉายไว้ 4 มีนาคม 58 ทีมนักแสดงเพียบเช่นเคย นิก (คุณาธิป  ปิ่นประดับ) ,บิว (กิตติพัฒน์  สมานตระกูลชัย) ,  เจมข์ (ภูวดล เวชวงศา) , ออย (ฤทธิชัย ตะสาริกา) , เทป (วรชัย ศิริคงสุวรรณ)  ,ไอซ์ (เมธากร สุภาภัณฑารี) , มาร์ค (วิทวัส ท้าวคำลือ) , ไบรอัน (ไบรอัน การ์ตั้น) , เน็ท (สิรภพ มานิธิคุณ)  , โต้ง (สุรวิชญ์ เรืองยศ), ซี (ภูวรินทร์ คีแนน), อี๊ด โปงลาง (สมพงษ์ คุนาประถม), กัส (วีรดิษฐ์   ศรีมาลัย), แบ๊ด (น้องบิว ขาวคง)  เรื่องย่อหนัง เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อกลุ่มเด็กเกรียนม.6/5 ได้เรียนจบม.6รวมถึงรุ่นน้องอย่าง เน็ท กับ ไบรอัน ที่ได้เลื่อนชั้น พวกเขาได้รวมตัวกันเพื่อออกเดินทางไปเที่ยวกันที่ภูเก็ต เมื่อไปถึงภูเก็ตพวกเขาก็กางเต็นท์นอนกินบรรยากาศกันที่ริมทะเล แต่อยู่ดีๆก็มีพายุฝนพัดมาอย่างรุนแรง ทำให้พวกเขาต้องหนีพายุไปหลบฝนกันที่โรงแรมร้างเพื่อรอฝนหยุด กลุ่มเด็กเกรียนทั้งหมดได้เผลอหลับไปในห้องห้องหนึ่งในโรงแรม นิกหัวหน้ากลุ่มได้ฝันว่าพวกเขาเจอสึนามิ นิกสะดุ้งตื่นมาโวยวายเสียงดังทำให้ทุกคนตื่นกันหมด แล้วจู่จู่ทีวีก็เปิดเองเป็นข่าวของสึนามิ พวกเขาดูได้สักพักทีวีก็ดับไฟในห้องก็ดับ ทั้งกลุ่มต่างถามนิกว่าได้ไปท้าทายอะไรอีกรึป่าว แต่ครั้งนี้ไม่ใช่นิกที่ปากหมาท้าแต่กลายเป็น เน็ท และ ไบรอัน คู่จิ้นตัวแสบที่อยากลองปากหมาท้าทายดูบ้าง เน็ทหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากะจะเปิดไฟ แต่กล้องมือถือดันถ่ายรูปเอง ซึ่งรูปที่เขาเห็นเป็นห่อศพที่วางอยู่เต็มห้อง ทั้งหมดฉายไฟดูก็เห็นห่อศพอยู่เต็มห้องเหมือนในรูป ทั้งหมดจึงวิ่งหนีออกมาก็ยังเจอห่อศพเต็มทางเดินโรงแรมไปหมด พวกเขาวิ่งหนีผีหาทางออกไปทั่วจนมาเจอเข้ากับกลุ่มวัยรุ่น3คนที่มาส่องผีที่ตึกร้างแล้วหาทางออกไม่เจอ 3คนนั่นก็คือพี่ดอ,ไอ้ฮิ่นและไอ้อี๊ตทั้ง3ได้เล่าถึงประวัติความน่ากลัวของตึกร้างแห่งนี้ให้กับเด็กๆฟัง แต่ยังไม่ทันเล่าจบผีก็ออกมาหลอกพวกเขาอีกทำให้พวกเขาต้องหนีหาทางออกกันวุ่นวาย... งานนี้แก๊งค์สุดเกรียน มอ 6/5 ไม่ได้เจอกับผีธรรมดาๆ เพราะภาคนี้ผี...!! ยกกันมาทั้งโขยงมาแบบไม่ได้ตั้งตัว -------------------------------

เทนนิสออสเตรเลียน โอเพ่นได้คู่ชิงหญิงเดียวแล้ว
มาเรีย ชาราโปวา /  ออสเตรเลียน โอเพ่น 2015 / 

การแข่งขันเทนนิสแกรนด์ สแลม แรกของปี 2015 รายการ ออสเตรเลียน โอเพ่น 2015 ที่เมลเบิร์น ปาร์ก ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม 2558 ประเภทหญิงเดี่ยว รอบรองชนะเลิศ หรือ รอบ 4 คนสุดท้าย ระหว่าง  เซเรนา วิลเลียมส์ มือวางอันดับ 1 ของรายการ และ มือ 1 ของโลกจากสหรัฐอเมริกา ดีกรีแชมป์ 5 สมัย ดวลกับ เมดิสัน คีย์ส นักหวดสาวดาวรุ่งเพื่อนร่วมชาติ ผล ปรากฏว่า เซเรน่า อาศัยความแข็งแกร่งและความเก๋า ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 24 นาที เป็นฝ่ายเอาชนะ นักหวดรุ่นน้อง ไปแบบสบายมือ 2-0 เซต 7-6(7-5) และ 6-2 ผ่านเข้าไปลุ้นแชมป์สมัยที่ 6 พบกับ นางฟ้า"มาเรีย ชาราโปวา จากรัสเซีย ในวันเสาร์ที่ 31 มกราคมนี้