น้องเอมมี่

เอ๊ะยังไง !! เห็นชมพู่ท้อง เอมมี่ มรกต โอดอยากท้องบ้าง!!
เอมมี่ มรกต /  ชมพู่ อารยา / 

   ต๊าย !! แต่งงานมาก็พักใหญ่ๆ แล้ว ก่อนหน้านี้สาวเซ็กซี่อย่าง เอมมี่ มรกต ไม่เคยคิดถึงเรื่องเบบี้ตัวน้อยกับเขาเลย เพราะถูกถามกี่ที She ก็บอกยังไม่พร้อมติดโน่นติดนี่สารพัด ทั้งติดงาน ติดเพื่อน ที่สำคัญยังติดเที่ยวอยู่ แหม.. แต่พอเพื่อนสาวสุดซี้อย่าง ชมพู่ อารยา กำลังจะมีเบบี้เท่านั้นแหละจ้า เอมมี่ มอ ถึงกับอดรนทนไม่ไหว โอดว่าตอนนี้อยากมีลูกภายในปีนี้กับเขาบ้างแล้ว อ้าว!! อย่างนี้ก็ได้เหรอ งานนี้สาวเอมมี่ มอ คงต้องสะกิดคุณสามี เจมส์ จิรายุทธ เป็นการด่วนแล้วล่ะคร้าเพื่อที่จะได้มีเบบี้ให้ทันเพื่อนรักอย่างชมพู่ อารยา ในปีนี้ และหวังว่างานนี้สาว ไอซ์ อภิษฏา คงไม่ออกมาประกาศแต่งฟ้าแลบเพื่อที่จะมีลูกให้ทันกับเขาหรอกเนอะ เอมมี่ มรกต เอมมี่ มรกต เอมมี่ มรกต เอมมี่ มรกต - สามีไฮโซเจมส์ จิรายุทธ เอมมี่ มรกต - ชมพู่ อารยา CR :IG@ aimeemorakot

ละครอกธรณี (ละครเย็น) , เรื่องย่ออกธรณี (ละครเย็น)
ละคร อกธรณี /  เรื่องย่อละคร อกธรณี / 

อกธรณี ผู้ประพันธ์โดย : ธม ธาตรี (เชิด ทรงศรี)บทโทรทัศน์โดย : วรพันธ์ รวีกำกับการแสดงโดย : ประทุม มิตรภักดีออกอากาศทุกวัน เวลา 18.50 น. ทางช่อง 7 สี เรื่องย่อละคร อกธรณี รถสามล้อถีบที่ชายหนุ่มชาวกรุง ลอย(เขตต์ ฐานทัพ) นั่ง กำลังผ่านโบสถ์พราหมณ์และหอพระอิศวรมาถึงตลาดท่าม้าและเบรกหยุดลงทันทีทันใดนั้น กำไล(ทับทิมอัญรินทร์) ที่กำลังรำนำหัวขบวนได้เจอกับลอย ด้วยความดีใจเธอทิ้งขบวนมาหาเขา และบอกว่าลอยมาได้เวลาดอกนุ่นบานพอดี คำพูดนั้นดึงให้ภาพในอดีตหวนกลับมาสู่ลอย คืนดอกนุ่นบานมีความหมายกับเขายิ่งนัก ย้อนกลับไปในวัยเด็ก ลอย บุญลือ เด็กชายผู้ไม่มีพ่อแม่อาศัยอยู่กับ ย่าจันทร์(เมตตา รุ่งรัตน์) ลอยเป็นคนขี้เกียจเรียน แต่ย่าก็ไม่ได้ให้เลิกเรียน ในชีวิตรั้วโรงเรียนลอยเป็นไม้เบื่อไม้เมากับหัวโจกลูกนายอำเภอ ถวิล วิทยพันธุ์ (อู-ภาณุ สุวรรณโณ) และลูกไล่ 2 คนชื่อ สมพงษ์(วรพรต ชะเอม) กับ เอียด (ฉัตรมงคล บำเพ็ญ) ตลอดเวลา วันหนึ่ง โฉม (ปิยะดา เพ็ญจินดา) แม่ของลอยจะมารับไปอยู่ด้วย ย่าจึงตัดสินใจเล่าเรื่องของพ่อแม่ให้ลอยฟัง ว่าลอยเป็นลูกนายอำเภอพ่อเดียวกับถวิลทำให้ลอยรู้สึกตกใจมาก ละคร อกธรณี ด้านชีวิตการเรียนลอยโชคดีที่มี สารภี (ไอซ์-อธิชนัน ศรีเสวก) พี่สาวของกำไลคอยช่วยติวหนังสือให้ ความสนิทสนมของทั้งคู่กลายเป็นความรักเมื่อทั้งคู่โตเป็นหนุ่มสาว ชีวิตของลอยกำลังดำเนินไปด้วยดี จนวันหนึ่งลอยได้รับข่าวร้ายที่สุดในชีวิตว่าย่าจันทร์ตาย ลอยจึงต้องใช้ความรู้ในการทำขนมจากย่าจันทร์ทำขนมขาย โดยมีสารภีและกำไลเป็นผู้ช่วย ลอยส่งเสียตัวเองจนเรียนจบมัธยม 6 เขาบอกสารภีว่าจะไปเรียนต่อที่โรงเรียนช่างก่อสร้างอุเทนถวาย กรุงเทพฯ เพื่อให้มีความรู้สูง ๆ จะได้กลับมาสร้างเนื้อสร้างตัวเป็นหน้าเป็นตาแก่สารภี ตลอดเวลาที่อยู่กรุงเทพฯ ลอยและสารภีเขียนจดหมายรักถึงกันเสมอ ณ วันนี้ ลอยกลับมาบ้านเกิด ลอยให้ผู้ใหญ่ไปสู่ขอสารภีจาก ผู้ใหญ่คล้อย (วันชัย เผ่าวิบูล) พ่อของสารภีและกำไล แม้ผู้ใหญ่คล้อยจะไม่เต็มใจแต่ก็ไม่ขัดขวางความรักของลูกสาว ก่อนถึงวันแต่งงาน ครูสมพงษ์ ผู้ที่แอบรักสารภีก็ยังไม่เลิกหาทางช่วงชิงสารภีจากลอยทุกวิถีทาง วันหนึ่งคล้อยมีธุระไม่อยู่บ้านแต่ด้วยความเป็นห่วงภรรยา นางผ่อง(วรารัตน์ เทพโสธร) แม่ของสารภีกับกำไล เพราะเป็นโรคหัวใจเจ็บออด ๆ แอด ๆ อยู่ นายคล้อยจึงย้ำให้สารภีดูแลแม่เพียงคนเดียวเท่านั้น สารภีกีดกันไม่ให้กำไลดูแลแม่ กำไลร้องไห้หนักมากจนเผลอหลับไป กำไลตื่นเพราะเสียงฟ้าร้องเธอจึงเดินไปห้องสารภี เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นในความมืด เมื่อลอยเข้าใจผิดคิดว่ากำไลเป็นสารภีจึงกอดจูบ ซึ่งด้วยความรักที่ฝังลึกในใจทำให้กำไลยินยอมมอบความสาวให้แก่ชายที่เธอรักโดยมิหวังผลตอบแทนใด ๆ และจะไม่มีวันที่ใครจะรู้ นอกจากเธอคนเดียว ละคร อกธรณี แต่เมื่อรุ่งสางทันทีที่สารภีเปิดประตูกลับเข้าห้องนอนตนเองภาพที่เห็น คือ ลอยนอนกอดกำไลอยู่บนเตียงของเธอ ! เธอถอดแหวนหมั้นปาใส่หน้าลอย ประกาศตัดขาดลอย ทำให้นางผ่องโรคหัวใจกำเริบเสียชีวิต คล้อยและสารภีโกรธกำไลและลอยมาก ถึงกับประกาศไล่กำไลออกจากบ้านและห้ามมาร่วมงานศพผู้เป็นแม่ กำไลร้องไห้ซบลงกับผืนดินกราบศพแม่ น้าแม้น (ครูมืด ประสาท ทองอร่าม) มาชวนกำไลให้ไปอยู่ที่บ้านด้วยกัน ลอยรู้สึกผิดขอโอกาสชดใช้สิ่งที่เขาทำด้วยการขอกำไลแต่งงาน กำไลไม่ตกลงและหนีไปโดยทิ้งจดหมายบอกว่าเธอไม่มีวันแต่งงานกับลอยเด็ดขากำไลไปอยู่บ้าน เมี้ยน น้องสาวของแม้นอีกหมู่บ้านหนึ่ง วันหนึ่งสารภีรู้สึกตัวว่าท้องจึงต้องยอมแต่งงานกับลอยทั้งที่ความรักกลายเป็นความเกลียดไปแล้ว เป็นช่วงเดียวกับลอยได้งานที่กรุงเทพฯ คล้อยจึงขายที่นาตามลอยและสารภีไปอยู่ที่กรุงเทพฯ ที่กรุงเทพฯ ชีวิตคู่ของลอยกับสารภีไม่สู้ดีนัก เพราะความฟุ้งเฟ้อของสารภี เงินเดือนลอยไม่พอให้เธอใช้ สารภีจึงต้องไปทำงานเป็นพนักงานขายของในห้างสรรพสินค้า ทำให้ได้เจอกับ ถวิล วิทยพันธุ์ หุ้นส่วนใหญ่ของห้างฯ สารภีฟุ้งเฟ้อเผลอใจไปกับถวิล เมื่อสารภีคลอดลูกสาวเธอไม่สนใจลูกเลย ลอยรู้สึกผิดหวังมากเขาขอให้สารภีเลี้ยงดูลูกบ้างเพื่อต่อไปลูกจะได้รัก สารภีหัวเราะเยาะ สารภีบอกจะให้เงินซื้อนมแลกกับใบหย่า และบอกว่าลอยเป็นมะเร็งในกระเพาะอาหารจะอยู่ได้อีกไม่เกินสองปี ลอยโกรธทำร้ายสารภี แต่เมื่อได้ยินเสียงลูกร้องลอยจึงได้สติ ลอยตัดสินใจหย่าเพื่อลูก สารภีแถมเงินให้หนึ่งหมื่นบาทสำหรับใบหย่า ละคร อกธรณี ขณะที่กำไลอธิษฐานขอพรให้ลอยที่พระประธาน เมื่ออธิษฐานเสร็จกำไลได้ยินเสียงเด็กร้องอยู่ด้านหลังพระประธาน แล้วลอยก็ปรากฏตัว ลอยเล่าเรื่องสารภีให้กำไลฟัง ลอยบอกกำไลว่าเขาเป็นมะเร็งจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานกำไลตกใจแทบสิ้นสติ เธอบอกว่าชีวิตลอยมีค่าสำหรับเธอ เธอขอให้ลอยแต่งงานกับเธอ แม้ลอยจะมีชีวิตอยู่ได้แม้อีกเพียงวันเดียวก็มีค่ายิ่งสำหรับเธอ ลอยกอดกำไลร้องไห้ซาบซึ้งในความดีอันเสมอต้นเสมอปลายของเธอ ลูกของลอย หลวงพ่อที่วัดป่าขอมตั้งชื่อให้ว่า ฬุริยา ชื่อเล่น ไผ่ (ชิงชิง-คริษฐา สังสะโอภาส) กำไลเป็นคนทำงานหาเงินเข้าบ้าน วันหนึ่งในขณะกำไลและลูกหลับ ลอยตัดสินใจออกจากบ้านเพราะทนให้กำไลต้องหาเลี้ยงตนเองต่อไปไม่ได้ เขาเขียนจดหมายขอให้กำไลเลี้ยงลูกให้ด้วย การจากไปของคนที่เธอรักทำให้กำไลทุกข์อย่างที่สุด ทุกวันกำไลจะเฝ้าอธิษฐานกับพระประธานที่โบสถ์ และที่รองรับทุกข์อีกแห่งของกำไล คือ ผืนแผ่นดิน กำไลได้แต่ซบหน้าร้องไห้กับแผ่นดิน เหมือนซบหน้ากับอกแม่ แต่นี่คือ อกแม่ธรณี….อกธรณี…ที่คอยซับน้ำตาให้กำไล กำไลเลี้ยงไผ่ด้วยความหวังว่าสักวันลอยจะกลับมา เมื่อไผ่โตเป็นสาว ไผ่มีความแก่นแก้วห้าวเฮี้ยว มีคู่หูเป็นชายรุ่นโตกว่าชื่อ ลออ (เติมมงคล หวังในธรรม) พลตรีมหศักดิ์สุนทร (ตฤณ เศรษฐโชค) และ คุณหญิง (รัตนา ข้องตระกูล) ต่อว่า วิมาน (บิว-วรพล จินตโกศล) ลูกชายที่ไปเรียนเมืองนอกตั้งแต่เด็กและจบเกษตรกลับมา แต่ยังทำตัวเป็นหนุ่มเจ้าสำราญไม่ยอมทำงาน คุณหญิงต้องการให้วิมานแต่งงานกับ โลมตา (ฟิลม์-ฉัตรดาว สิทธิผล) สาวนักเรียนนอกลูกสาว ถวิล วิทยพันธุ์ ละคร อกธรณี วิมานไม่เต็มใจและหนีงานแต่งงานโดยเขียนจดหมายบอกสาเหตุที่หนีพิธีแต่งงานว่า เพราะเขาได้ยินโลมตาพูดกับเพื่อนว่าเธอแต่งงานกับวิมานเพื่อเงิน เพราะตอนนี้บ้านเธอกำลังล้มละลาย วิมานบอกพ่อว่าเขาขอใช้ชีวิตอย่างคนจนอย่างไม่เป็นลูกพลตรี เพื่อจะพบผู้หญิงที่รักตัวเขาไม่ใช่รักเงิน วิมานไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ จ.นครศรีธรรมราช เพราะ นพ.สินสิริ (นคินธร ภาษยวรรณ์) เพื่อนสนิทเป็นแพทย์ประจำอยู่ที่นั่น ที่นี่วิมานได้พบกับ ฬุริยา หรือ ไผ่ เพียงครั้งแรกที่เจอกันวิมานก็คิดถึงเธออย่างฝังใจ เมื่อกำไลได้เจอกับวิมานกำไลรู้สึกทันทีว่าผู้ชายคนนี้กำลังคิดอะไรกับลูกสาวของตนแน่ กำไลได้พูดคุยถามประวัติวิมานว่าเป็นใคร พักที่ไหน วิมานตอบข้อซักถามของกำไลว่าเขาชื่อ ธง มีฐานะยากจนจึงมาขออาศัยอยู่กับพระที่วัดป่าขอม แต่แล้วความจริงของวิมานถูกเปิดเผยขึ้น เมื่อวิมานถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัสต้องเข้ามารักษาตัวที่กรุงเทพฯ ไผ่เป็นห่วงวิมาน จึงหาทางไปเยี่ยมไผ่ที่กรุงเทพฯ ทันทีที่ไปถึงห้องพักของวิมานไผ่พบกับโลมตา โลมตาไม่ยอมให้ไผ่เยี่ยมวิมาน ไผ่จึงบอกว่าเธอเป็นคนรักของเขา โลมตาเหยียดเย้ยไผ่ว่าวิมานไม่มีวันมีคนรักเป็นสาวบ้านนอกเป็นอันขาด ไผ่และกำไลช็อกเมื่อรู้ว่า ธง เด็กวัดคนนั้นแท้จริงเป็นหนุ่มนักเรียนนอกลูกมหาเศรษฐี โลมตาบอกว่าวิมานกับเธอกำลังจะแต่งงานกัน ไผ่ร้องไห้ชวนกำไลกลับ โลมตาเล่าเรื่องไผ่ให้ถวิลและสารภีฟัง สารภีคิดว่าสาวบ้านนอกนั้นเป็นลูกสาวของกำไลน้องสาวของเธอ โดยที่เธอไม่ได้คิดว่าแท้จริงแล้วไผ่คือลูกสาวของเธอที่เกิดกับลอย สารภีจึงช่วยโลมตาลูกเลี้ยงอย่างเต็มที่ โดยให้เอียดคนที่ทำร้ายวิมานไปทำร้ายไผ่และกำไลขั้นรุนแรง กำไลได้งานทำที่บ้านฝรั่ง เอียดลอบวางยาไผ่และกำไลจนหมดสติแล้วราดน้ำมันจุดไฟเผาบ้าน แต่ฝนตกลงมาอย่างหนักดับไฟก่อนที่จะไหม้สองแม่ลูก ละคร อกธรณี ทนายของ โฉม (ปิยะดา เพ็ญจินดา) แจ้งสารภีว่าโฉมได้ทำพินัยกรรมยกเงินจำนวนมากให้ลอย สารภีดีใจมากบอกว่าลอยตายแล้ว ทนายบอกว่าสารภีไม่มีสิทธิ์รับเพราะแต่งงานใหม่ ผู้ได้รับมรดกคือ ลูกของลอยเท่านั้น สารภีบอกว่าลอยไม่มีลูก แต่ทนายบอกว่าสืบมาแล้วว่าลอยมีลูกสาวกับสารภีชื่อไผ่ และให้สารภีตามไผ่มายืนยัน สารภีอ้อนวอนขอไผ่คืนจากกำไล แต่กำไลปฏิเสธและด่าอย่างเจ็บแสบ สารภีหว่านล้อมให้เห็นแก่อนาคตของไผ่ กำไลขอสารภีพบพ่อ อยากกราบเท้าขออภัยพ่อ แต่สารภีโกหกว่าพ่อไม่เคยอยากพบกำไล พ่อไม่ยกโทษให้กำไล ทั้ง ๆ ที่นายคล้อยพูดตลอดเวลาที่มาอยู่กรุงเทพฯ ว่าอยากพบกำไล และไม่ถือโทษกำไลแล้ว กำไลตัดสินใจจากไผ่ไปทิ้งจดหมายเขียนด้วยถ้อยคำที่ไร้เยื่อใย และให้นามบัตรของสารภีสั่งให้ไผ่ไปอยู่กับสารภี กำไลเดินทางโดยทางเรือ พายุฝนฟ้าคะนองหนักมาก จนเรือที่กำไลโดยสารถูกพายุพัดจมทะเลเป็นข่าวหน้าหนึ่ง ไผ่ร้องไห้ปิ้มว่าจะขาดใจ สารภีปลอบใจไผ่ ทนายของโฉมบอกไผ่ว่า ไผ่คือลูกของลอยกับสารภีจะเป็นผู้ได้รับเงินมรดกห้าล้านบาท ไผ่ไม่ต้องการเงินทองใด ๆ มากไปกว่าแม่กำไล จึงไม่ยอมรับสารภีว่าเป็นแม่ ทำให้สารภีไม่ได้มรดก สารภีโกรธมากจึงใช้งานหนักสารพัดเพื่อให้ไผ่ทนไม่ได้ และยอมรับว่าเธอเป็นแม่จะได้ไม่ต้องทำงานหนัก แต่ไผ่ขอก้มหน้าทำงานโดยไม่ปริปากบ่นเลย เหตุการณ์รุนแรงขึ้นเมื่อโลมตา สารภี และถวิลไล่ยิงไผ่ สารภีห้ามแต่โลมตาไม่ฟัง สารภีจึงยิงโลมตาโดยไม่ได้ตั้งใจจะฆ่า แต่โลมตาตาย ถวิลจึงยิงสารภี วิมานและถวิลต่อสู้กันถวิลสู้วิมานไม่ได้ ทันใดนั้นลอยปรากฏตัวขึ้น สารภีสำนึกผิดขอให้ลอยบอกว่าไผ่คือลูกของเธอ ลอยบอกว่าไม่ใช่ ไผ่เป็นลูกของกำไล สารภีตายไปทั้งที่ยังพร่ำหาลูก ส่วนถวิลถูกตำรวจจับ ลอยบอกกำไลว่าหลังจากหนีกำไลไป เขาเจอกับพ่อค้าจีนพาไปรักษาตัวที่ไต้หวันและรับเป็นลูกบุญธรรม เมื่อพ่อค้าจีนตายได้ยกมรดกให้ เขาจึงกลับมาหากำไล กำไลแนะนำให้ไผ่รู้จักลอย พ่อลูกโผเข้าหากัน ลอยโอบไผ่ไว้ข้างหนึ่ง โอบกำไลอีกข้างหนึ่ง ครอบครัวมีความครบบริบูรณ์ พ่อ-แม่-ลูก ติดตามชมความเข้มข้นของละคร อกธรณี ได้ทุกวัน เวลา 18.50 น. ทางช่อง 7 สี ละคร อกธรณี เริ่มตอนแรกวันเสาร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 รายชื่อนักแสดง ละคร อกธรณี เขตต์ ฐานทัพ รับบท ลอยอัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์ รับบท กำไล ศรีเสวก รับบท สารภี วรพล จินตโกศล รับบท วิมาน คริษฐา สังสะโอภาส รับบท ไผ่ภาณุ สุวรรณโณ รับบท ถวิลฉัตรดาว สิทธิผล รับบท โลมตา สมิท ธนโชติ รับบท นายอำเภอบุญสมเมตตา รุ่งรัตน์ รับบท ย่าจันทร์วันชัย เผ่าวิบูล รับบท ผู้ใหญ่คล้อยวรารัตน์ เทพโสธร รับบท นางผ่องตฤณ เศรษฐโชค รับบท พลตรีมหศักดิ์สุนทร สุรัตนา ข้องตระกูล รับบท คุณหญิงนคินธร ภาษยวรรณ์ รับบท นายแพทย์ สินธรศรุฒ สุวรรณภักดี รับบท เย็น ละคร อกธรณี ละคร อกธรณี ละคร อกธรณี ละคร อกธรณี ละคร อกธรณี ละคร อกธรณี ละคร อกธรณี ขอบคุณภาพจาก :IG #อกธรณี

ฐิสา เปิดใจรับผู้ครั้งใหม่ แต่ไง๊ไม่มีใครกล้ามาจีบ!!
ฐิสา วริฏฐิสา /  ศิตา / 

   หลังจากที่รีเทิร์นครั้งที่2 กับหนุ่ม กัน The Star ไปกันไม่รอด จนตอนนี้หนุ่มกันเองก็เปิดตัวว่ากำลังคบหาดูใจกับนักแสดงสาวน้องใหม่อย่าง ศิตา เป็นที่เรียบร้อย ท่ามกลางความมึนงงของนางเอกสาวโบ๊ะ อย่าง ฐิสา วริฏฐิสา ที่จู่ๆ ก็โดนเทซะงั้น จนตอนนี้หลายคนพากันสงสัยว่าตอนนี้สาวฐิสานั้นทำใจและพร้อมจะมีรักครั้งใหม่ได้หรือยัง ซึ่งสาวฐิสารับว่า    “จริงๆ ก็เปิดใจนานแล้วนะ เพราะเรารู้สึกว่าเราโตแล้ว อะไรที่ผ่านเข้ามาแล้วก็ผ่านไป และก็อาจจะมีสิ่งดีๆ เข้ามาใหม่ก็ได้ ตอนนี้เราเองก็ยังไม่มีใครมาจีบเลย อาจจะเป็นเพราะเราไม่เจอใครด้วย แต่ถ้ามีคนเข้ามาเราก็พร้อมศึกษา แต่ขอให้เป็นคนดีแล้วกัน ที่สำคัญมันขึ้นอยู่กับการพูดคุย มันต้องใช้เวลา ตอนนี้เราโตขึ้นก็เริ่มที่จะคิดเยอะขึ้นด้วย มีเป้าหมายในชีวิตที่เปลี่ยนไป แต่ก็ไม่ได้เข็ดกับคนในวงการซะเลยทีเดียว และมันขึ้นอยู่กับว่าเราเจอคนที่ดีหรือไม่ดีเท่านั้นเอง เพราะว่าเราทำงานตรงนี้มันไม่สามารถกำหนดได้ว่าจะว่างตอนไหนเรื่องเวลามันสำคัญ ก็ไม่รู้ เพราะอย่างนี้หรือเปล่าเลยทำให้ไม่มีผู้ชายคนไหนกล้าเข้ามาขายขนมจีบสักราย” ฐิสา วริฏฐิสา   ฐิสา วริฏฐิสา   ฐิสา วริฏฐิสา   ฐิสา วริฏฐิสา   กัน นภัทร - ฐิสา วริฏฐิสา   ฐิสา วริฏฐิสา   CR :IG@ thivaritthisa

ห๊ะ !! ตกลงกบ-บรู๊ค ไปฮ่องกงเพื่อขอลูกคนที่3 จริงอ่ะ!!
กบ บรู๊ค /  กบ สุวนันท์ / 

      ยอมใจความหวาน กบ-บรู๊ค รัก 8 ปี ไม่เก่าเลย   แหม!!ต้องบอกเลยว่าช่วงนี้วงการบันเทิงค่อนข้างจะคึกคักเป็นพิเศษ เพราะบรรดาซุปตาร์ตัวแม่ หลายต่อหลายคนพากันอุ้มท้อง เตรียมตัวเป็นคุณแม่กันหลายต่อหลายคน บางคนท้องแล้วท้องอีก ส่วนบางคนก็ดีใจที่กำลังจะได้เป็นคุณแม่ในครั้งแรก ล่าสุด คุณแม่ลูก 2 อย่าง กบ สุวนันท์ ก็ควงคุณสามีสุดที่รัก อย่าง บรู๊ค ดนุพร พร้อมทั้งลูกสาวและลูกชายที่น่ารักอย่าง น้องณดา และ น้องณดล ไปเที่ยวไหว้พระขอพรกันที่ฮ่องกง งานนี้ไม่ต้องเดากันให้ปวดหัวเลยจ้า ว่าคู่นี้ต้องไปขอลูกคนที่3 กันอย่างแน่นอน   โถ..ก็ก่อนหน้านี้คุณนายกบ เคยถูกหมอดูชื่อดังทักไว้ว่า “ถ้าครอบครัวมีลูก 3 คน จะดีและเฮงสุดๆ” ทำให้ตอนที่คลอดน้องณดล คุณแม่กบเลยยังไม่ได้ทำหมันเลยทันที ยิ่งตอนนี้ น้องณดากับ น้องณดลเองก็เริ่มโตแล้วด้วย ไม่แน่การไปไหว้พระของพรจากเจ้าแม่กวนอิมที่อ่าวรีพับเบย์ ครั้งนี้กลับมาแล้วครอบครัวปุณกันต์ อาจจะมีเรื่องราวดีๆ ตามมาตามที่ไปขอไว้ แต่ที่แน่ๆ งานนี้น้องณดากับน้องณดลสนุกและฟินกันสุดๆที่ได้ไปเที่ยวดีสนีย์แลนด์ฮ่องกง กับครอบครัวที่แสนจะอบอุ่นอย่างนี้ กบ สุวนันท์ - บรู๊ค ดนุพร น้องณดา-น้องณดล น้องณดา น้องณดา -น้องณดล น้องณดา -น้องณดล กบ สุวนันท์ - บรู๊ค ดนุพร -น้องณดา-น้องณดล กบ สุวนันท์ - บรู๊ค ดนุพร CR : IG@kob_nada_nadol

แม่โบว์ แวนดา น้ำตาคลอ! เจอเกรียนด่าใช้ชื่อ ปอ กับ น้องมะลิ หากิน
โบว์ แวนดา /  น้องมะลิ / 

บั่นทอนจิตใจ... แม่โบว์ แวนดา น้ำตาคลอเปิดใจกรณีเจอเกรียนคีย์บอร์ดคอมเม้นท์พาดพิงว่าเอาชื่อ ปอ ทฤษฎี และ น้องมะลิ มาหากิน! จนทำให้เธอสุดกลั้นโพสต์ข้อความดราม่าลงไอจีเมื่อหลายวันก่อน บอกทำใจมาตลอดอยู่แล้วมีคนรักก็ต้องมีคนเกลียด เปรยหากเกลียดเธอ ก็ให้ด่าเธอคนเดียว อย่ามาลงที่ปอและน้องมะลิ ส่วนจากนี้ก็จะขอเดินหน้าทำงานให้ดีที่สุดต่อไป...ขอขอบคุณ ภาพเพิ่มเติมจากไอจี @vanda29 โบว์ แวนดา โพสต์ดราม่า โบว์ แวนดา โบว์ แวนดา โบว์ แวนดา โบว์ - ปอ

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

ละครตะวันยอแสง  , เรื่องย่อตะวันยอแสง
ละครตะวันยอแสง /  ละครตะวันยอแสง ช่อง3 / 

ตะวันยอแสง บทประพันธ์โดย : เสนีย์ บุษปะเกศบทโทรทัศน์ : คฑาหัสต์ บุษปะเกศกำกับการแสดงโดย : โชติรัตน์ รักษ์เริ่มวงษ์ผลิตโดย : บริษัท มหานิยมชมชอบ จำกัดควบคุมการผลิตโดย : สินจัย เปล่งพาณิชออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อ ละครตะวันยอแสง ตะวัน อาศัยอยู่ในเรือกระแชงกับนางสาย ผู้เป็นแม่ และ คร้าว พ่อเลี้ยงขี้เมา ยังชีพด้วยการรับจ้างบรรทุกรำข้าว หรือสินค้าที่ต้องล่องตามต่างจังหวัด โดยมีเพื่อนบ้านสนิทสนมกันอย่าง เด็กชายเอี้ยง อาศัยอยู่ในเรือกระแชงอีกลำกับแม่ สาย กลับมาเล่าให้ ตะวัน ฟังว่าต้องบรรทุกรำไปส่งที่เรือนแพ คลองบางหลวง ท่าทางทุกข์และกังวลใจของสายทำให้ตะวันผิดสังเกต สายอ้างว่าไม่อยากไปที่คลองบางหลวง เพราะ อินตา พ่อของตะวันเคยก่อเรื่องไว้ ความจริงที่อินตาต้องติดคุกโทษฐานฆ่าคนตาย เพราะถูกผันลูกกำนันโกง อินตาขอให้สายปิดบังตะวัน ไม่ให้รู้เรื่องเขาติดคุก ทำให้สายต้องพรากจากอินตา และตัดสินใจผิดมาอยู่กับคร้าว สามีขี้เหล้าและนักพนันตัวยง เรือของตะวัน กับ เอี้ยง จอดรอส่งรำอยู่ตรงท่าน้ำใกล้ ๆ กับเรือนแพ และคฤหาสน์หลังหนึ่ง ซึ่งเป็นที่ห้ามจอดเรือ ทำให้ตะวันมีเรื่องกับ นเรนทร์ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของท่านต้น เจ้าของคฤหาสน์เดชาบดินทร์ จนถึงขั้นลงไม้ลงมือกัน พริ้มเพรา ผู้มีศักดิ์เป็นป้าของนเรนทร์ นเรนทร์ไม่พอใจ จะเอาเรื่องตะวัน แต่ศักดิ์รพีหรือคุณเล็ก เข้ามาห้าม เพราะรู้ว่านเรนทร์ทำร้ายตะวันก่อน ศักดิ์ระพี นึกชื่นชมในคำพูดฉะฉานของตะวัน และแปลกใจที่ตะวัน ดูไม่เหมือนชาวเรือทั่วไป สายเข้ามาขอโทษศักดิ์ระพีกับพริ้มเพรา แล้วรีบพาตะวันลงเรือกลับ คุณใหญ่ ภรรยาหลวงของท่านต้น ผู้เป็นพี่สาวของศักดิ์รพี ตามมาถึงท่าน้ำ ต้องตกใจ เมื่อได้เจอตะวัน และเผลอทักตะวันว่าดวงพร คุณใหญ่เล่าให้ท่านต้นฟัง ว่าได้เจอกับตะวัน เด็กหญิงผู้มีใบหน้าละม้ายคล้ายดวงพร ท่านต้นค้านว่าดวงพรตายไป 12 ปีแล้ว ไม่มีทางที่ตะวันจะเหมือนดวงพรได้เลย ท่านต้น และ คุณใหญ่ นึกย้อนไปสิบสองปีก่อน วันที่คุณใหญ่รับอุปการะ พริ้มเพรากับดวงพร ลูกสาวของสอิ้งเพื่อนคุณใหญ่ ความน่ารัก และจิตใจดีของดวงพร ทำให้ท่านต้นและคุณใหญ่ รักและเอ็นดู ผิดกับพริ้มเพรา พี่สาวผู้มีนิสัยเห็นแก่ตัว เอาแต่ได้ ขี้อิจฉาริษยาน้องสาว มักสร้างความรำคาญและเบื่อหน่ายให้กับท่านต้นและคุณใหญ่เสมอ ละครตะวันยอแสง ดวงพร สร้างความถูกใจให้กับท่านต้นมากขึ้น จนท่านต้นถึงกับออกปาก ขอดวงพรเป็นภรรยาน้อยคนที่สามกับคุณใหญ่ คุณใหญ่เต็มใจยกดวงพรให้ท่านต้น เพียงขอให้ท่านต้น ยกย่องดวงพรและดูแลมากกว่าภรรยาน้อยคนอื่น เมื่อดวงพรกลายเป็นภรรยาของท่านต้น คุณใหญ่จึงยกเรือนแพริมน้ำให้ดวงพร ในฐานะคุณน้อยของคฤหาสน์เดชาบดินทร์ พริ้มเพราอิจฉาดวงพร จึงหาทางทอดสะพานให้ท่านต้นบ้าง แต่ท่านต้นไม่สนใจ เพราะไม่เคยนึกชอบพริ้มเพราเลยสักครั้ง เมื่อดวงพรเริ่มตั้งท้อง พริ้มเพราคอยเฝ้าภาวนาให้ดวงพรได้ลูกชาย เพราะหวังจะได้เป็นป้าแท้ ๆ ของทายาทเพียงคนเดียวในคฤหาสน์เดชาบดินทร์ เนื่องจากท่านต้นมีแต่ลูกสาว ไม่เคยมีลูกชายไว้สืบสกุลเลยสักคน คืนที่ดวงพรเจ็บท้องคลอด ท่านต้นออกไปธุระต่างจังหวัด คุณใหญ่ไปค้างบ้านสวน มีเพียงพริ้มเพราคอยจัดแจงเรียกคนไปตามละม่อม หมอตำแย มาทำคลอดให้ดวงพร ขณะเดียวกันนั้น อินตาก็พาเรือกระแชงมาจอดท่าเรือนแพ เพื่อขอร้องพริ้มเพราให้ละม่อมช่วยทำคลอดให้สายเมียของเขาเช่นกัน ดวงพรคลอดลูกยาก ละม่อมจึงต้องไปทำคลอดให้สายก่อน สายคลอดลูกชายระหว่างที่ละม่อมกำลังจะอาบน้ำให้เด็กชาย พริ้มเพราผลุนผลันเข้ามาตามละม่อม ให้ไปทำคลอดดวงพรอีกคน ดวงพรได้ลูกผู้หญิง สร้างความผิดหวังให้กับพริ้มเพรามาก เพราะเท่ากับว่ามรดกทุกอย่างของท่านต้นกำลังหลุดลอยไป เมื่อพริ้มเพราเห็นว่าดวงพรเพลีย และเลือดออกมากหลังจากคลอด มีสิทธิ์ที่จะไม่รอด จึงรีบเอาเด็กหญิงมาให้ดวงพรดูผ่าน ๆ แล้วหลอกใช้ซ้อน ซึ่งหลงรักเธอมานาน เป็นเครื่องมือช่วยเอาเงินปิดปากละม่อม ให้บอกทุกคนว่าดวงพรคลอดลูกชาย ขอสลับตัวลูกสาวของดวงพรกับลูกชายของสาย ทั้งอินตาและสายยินยอม เพราะอยากให้ลูกตนเองได้อยู่อย่างสุขสบาย ตามที่พริ้มเพราเกลี้ยกล่อม เมื่อคุณใหญ่ทราบข่าวการคลอดลูกของดวงพร จึงรีบกลับมาด้วยความเป็นห่วง ดวงพรทรุดหนักเพราะตกเลือดมาก ขอดูหน้าลูกเป็นครั้งสุดท้าย พริ้มเพราพาเด็กชายมาให้ดู แต่ดวงพรกลับตกใจ เมื่อพริ้มเพราพาเด็กชายออกไป ดวงพรคอยย้ำกับคุณใหญ่ว่าลูกของเธอ มีปานแดงรูปหัวใจเหนือหน้าอกด้านซ้าย จากนั้นจึงสิ้นลม คุณใหญ่ และ ท่านต้น เศร้าเสียใจกับการจากไปของดวงพร จนลืมเรื่องที่ดวงพรสั่งเสีย เด็กชายถูกมอบให้อยู่ในความดูแลของพริ้มเพรา และเมื่อทุกคนในเดชาบดินทร์ เข้าใจว่าเด็กชายนเรนทร์ คือทายาทที่แท้จริงของท่านต้น คุณใหญ่จึงตัดสินใจ ทำพินัยกรรม มอบทรัพย์สมบัติทั้งหมดให้กับลูกชายของดวงพร ละครตะวันยอแสง ซ้อนไปตามหาสายที่เรือ แต่สายหลบหน้า ทำให้ตะวันสงสัย สายอ้างว่าซ้อนอาจมาเอาเรื่องที่ตะวันทำร้ายนเรนทร์ นเรนทร์มาขอเงินพริ้มเพรา ออกไปเที่ยวงานวัดประยูรกับ กลุ่มเพื่อนจอมเกเร ตะวันต้องอยู่เฝ้าเรือกับเอี้ยงที่ท่าน้ำวัดกัลยา เจอนเรนทร์พาท่านต้นขับเรือยนต์เล่นบริเวณนั้น นเรนทร์ประมาทจนเรือพลิกคว่ำ ท่านต้นตกน้ำใกล้จมเพราะไม่มีแรง ตะวันกับเอี้ยงจึงตัดสินใจกระโดดลงไปช่วยขึ้นมาบนเรือ ส่วนนเรนทร์ไม่เป็นอะไร เกาะแพเรือลอยน้ำไปอย่างปลอดภัยฟังน้ำเสียงช่างเจรจา กล้าพูดของตะวัน ทำให้ท่านต้น นึกถูกใจเด็กหญิงตะวันอย่างแปลกประหลาด พาลให้นึกถึงดวงพรอีกครั้ง ท่านต้นขอให้ตะวันไปหาที่คฤหาสน์อีกวัน แต่ตะวันไม่กล้าไป เพราะสายกำชับไม่ให้เข้าไปคลองบางหลวงอีกท่านต้นจึงบอกว่าจะกลับมาหาตะวันด้วยตัวเอง ท่านต้นกลับมา สั่งรื้อป้ายห้ามจอดเรือทุกอันออก เพราะซาบซึ้งน้ำใจจากชาวเรือของเด็กหญิงตะวัน ทำให้เขาตาสว่าง เลิกแบ่งชั้นกับคนอื่นอีกต่อไป คร้าวบังคับเอาเงินและทำร้ายตะวัน สายเข้ามาช่วย จึงแทงคร้าวตาย จากนั้นจึงเอาจดหมายกับเงินก้อนหนึ่ง ให้ตะวันหนีไปหาพริ้มกับซ้อนที่เรือนแพ ในคลองบางหลวง เอี้ยงขอติดตามตะวันไปด้วย เพราะไม่อยากอยู่กับพ่อเลี้ยงใจร้าย ส่วนสายรอมอบตัวกับตำรวจอยู่ที่เรือท่านต้นป่วยหนัก ตรอมใจที่ตามหาตะวันไม่เจอ ระหว่างเดินทางมาคลองหลวง ตะวัน กับ เอี้ยง ถูกล้วงกระเป๋าจนไม่มีเงินติดตัว จดหมายของสายก็หายไป ทั้งสองต้องระหกระเหินเร่ร่อนมาถึงท่าน้ำเรือนแพ แต่เห็นผู้คนวุ่นวายกับงานศพของท่านต้น จึงไม่กล้าเข้าไป นเรนทร์ขับเรือยนต์เล่นกับเชิด เพื่อนสนิท เห็นตะวัน จึงตั้งใจขับเรือชน แต่เอี้ยงเอาหนังสติ๊กยิงใส่เบ้าตานเรนทร์ ทำให้เรือนเรนทร์ชนเข้ากับเรือโยง ตะวันกับเอี้ยงกลัวความผิด จึงรีบหนีไป คุณใหญ่ต่อว่านเรนทร์เรื่องขับเรือไปชน แต่พอรู้เรื่องจากเชิดว่าคนที่มีเรื่องด้วยคือตะวัน ก็ตกใจมาก รีบให้ซ้อนไปตามหาตัวมา โชคชะตาทำให้ตะวันกับเอี้ยง มาขออาศัยอยู่ในตึกของศักดิ์ระพี ตะวันแอบได้ยินคุณใหญ่และศักดิ์ระพีคุยกัน ว่าต้องการตัวเด็กตะวัน ทำให้ตะวันกลัวความผิด คิดว่าคุณใหญ่จะเอาเรื่องที่ทำร้ายนเรนทร์ จึงพาเอี้ยงหนีไปตะวัน คลาดกันกับศักดิ์ระพีและคุณใหญ่ ครั้งแล้วครั้งเล่า จนหนีมาอยู่วัด เจอศาลาตั้งศพของท่านต้น เหมือนมีบางอย่างดลใจ ให้ตะวันเข้าไปเคารพศพท่านต้น และรู้สึกหดหู่ เมื่อท่านต้นจากไปแล้ว พริ้มเพราถามเรื่องพินัยกรรมจากคุณใหญ่ ทำให้รู้ว่า พินัยกรรมถูกเขียนขึ้นใหม่อีกหนึ่งฉบับ และจะถูกเปิดเผยเมื่อนเรนทร์ อายุ 21 ปี ละม่อมเดือดร้อนหนัก มาขอเงินพริ้มเพราเพิ่ม พริ้มเพรารับปากว่าจะหาให้ เพราะกลัวละม่อมเปิดโปงความจริง ตะวันตัดสินใจตัดผมสั้น ปลอมตัวเป็นเด็กผู้ชาย เพื่อไม่ให้คนจำได้ ส่วนเอี้ยงก็ปลอมตัวเช่นกัน ละครตะวันยอแสง โชคชะตาเล่นตลกอีกครั้ง เมื่อศักดิ์รพีเกือบขับรถชนตะวัน ตะวันตกใจจนเป็นลม ศักดิ์ระพีจำเด็กทั้งสองไม่ได้ แต่รู้ว่าตะวันเป็นเด็กผู้หญิง ไม่ใช่ผู้ชาย เขาพาตะวันกับเอี้ยง ไปอยู่บ้านร่มรื่น หลังจากฟื้น ตะวันหลอกศักดิ์รพีว่าชื่อ ยอแสง เป็นพี่น้องกับเอี้ยง หนีออกจากบ้านเพราะถูกพ่อเลี้ยงทารุณ ศักดิ์ระพีสงสาร จึงรับอุปการะทั้งสอง และหวังส่งเสียให้เรียนสูง ๆ ต่อไป พร้อมมิตร ลูกสาวภรรยาน้อยอีกคนของท่านต้น ซึ่งแอบหลงรักศักดิ์ระพีมานานมาหาชายหนุ่มที่บ้าน จนมีเรื่องกับตะวันและเอี้ยง จนศักดิ์ระพีต้องเข้ามาห้าม ศักดิ์ระพีพาตะวัน หรือ ยอแสง กับเอี้ยง ซึ่งเปลี่ยนชื่อเป็น นพดล ไปเข้าโรงเรียนประจำเดียวกับนเรนทร์ เอี้ยงและยอแสงจึงรู้จักกับ ธาดา นักเรียนรุ่นพี่ที่เป็นทั้งนักกีฬา และนักเรียนดีเด่นของโรงเรียน หลายครั้งที่มีเรื่องกับนเรนทร์ ธาดาจะคอยเข้ามาช่วยและรับผิดแทนทุกครั้ง ทำให้ยอแสงกับเอี้ยง ซาบซึ้งน้ำใจจนสนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว และยังมีบารมี เพื่อนบ้านของศักดิ์ระพี ที่พาใจบุญมาหาเล็กถึงที่บ้าน หวังจะให้ใจบุญผูกสัมพันธ์กับเล็ก แต่ใจบุญกลับไปเล่นสนุกกับตะวันและเอี้ยง จนทำให้บารมีหัวเสีย ที่ใจบุญไปเกลือกกลั้ว กับคนไม่มีหัวนอนปลายเท้า ซ้อน สืบเรื่องราวจนรู้ว่าสายติดคุก และเป็นบ้า สายถูกส่งตัวไปอยู่โรงพยาบาลโรคจิต เหลือไว้แต่เรือกระแชง ผูกทิ้งไว้ท้ายสถานีตำรวจพร้อมมิตรมาขอยืมรถศักดิ์ระพีไปเที่ยวกับเพื่อน แกล้งใช้ให้ยอแสงขัดรองเท้าให้ ยอแสงกับเอี้ยง จึงเอาคืนด้วยการใช้แปรงลวดขัดรองเท้าพัง พร้อมมิตรโกรธมาก ตบหน้าตะวัน ละม่อมมาหาพริ้มเพราอีกครั้ง เพื่อขอเงิน พริ้มเพราขู่ละม่อมว่าหากบอกความจริงกับใคร ละม่อมจะต้องติดคุกตะวัน หรือ ยอแสง เอารูปที่ไปขอแม่ค้ามาถ่ายด้วย ให้ศักดิ์ระพีดู ทำให้ศักดิ์ระพีเชื่อว่ายอแสง กับ เอี้ยงเป็นพี่น้องกัน และเป็นลูกของคนในรูป จนไม่ติดใจเรื่องยอแสง เหมือนกับเด็กตะวัน ศักดิ์ระพีกับยอแสงมีเรื่องผิดใจกัน ยอแสงเสียใจที่ทำให้ศักดิ์ระพีโกรธ จึงชวนเอี้ยงหนีออกจากบ้าน เร่ร่อนไปถึงอยุธยาอย่างไร้จุดหมาย ศักดิ์รพีตามหายอแสงจนเจอ แล้วพาตัวกลับ ทั้งคู่ปรับความเข้าใจกัน ทำให้ยอแสงรู้ว่าศักดิ์ระพีเป็นห่วงตัวเองมากแค่ไหน จึงออกปากเรียกศักดิ์รพีอย่างสนิทสนมว่า อาเล็ก เหมือนเช่นหลานคนอื่น ๆ เรียกกัน ศักดิ์ระพีออกไปเที่ยวกับพร้อมมิตร ใช้ให้ยอแสงกับเอี้ยงอยู่เฝ้าบ้าน อินตากับไอ้โหด แหกคุกหนีมาหลบอยู่บ้านศักดิ์ระพี หวังจับตัวยอแสงเป็นตัวประกัน ยอแสงเห็นอินตาไม่ถนัดนัก เพราะถูกจับในความมืด อินตารู้ว่ายอแสงคือตะวัน จึงคัดค้านไม่ให้ไอ้โหดเอาตัวตะวันไป ไอ้โหดไม่ยอม อินตาจำต้องฆ่าไอ้โหดเพื่อปกป้องยอแสง หรือ ตะวันลูกสาวของเขาศักดิ์ระพีขอบคุณอินตาที่ช่วยยอแสง อินตาหลอกว่าชื่ออิน แต่ไม่ยอมบอกความจริงอะไร เพราะอยากให้ยอแสงได้อยู่อย่างสบาย ศักดิ์ระพีสัญญาว่า หากอินตาพ้นโทษกลับมาอีกครั้ง เขายินดีช่วยเหลืออินตาทุกอย่างยอแสงเคยดูแลคุณใหญ่ เมื่อครั้งมาหาศักดิ์ระพี พอยอแสงไม่สบาย คุณใหญ่จึงมาอยู่ดูแลยอแสงบ้าง ทำให้ยอแสงซาบซึ้งในความกรุณาและความอบอุ่นที่คุณใหญ่มีให้ ละครตะวันยอแสง ศักดิ์ระพีจะไปเรียนต่อเมืองนอก จึงฝากฝังยอแสง กับ เอี้ยง ไว้กับคุณใหญ่ คุณใหญ่เต็มใจรับฝาก เพราะอยากได้ยอแสงมาอยู่ด้วย คุณใหญ่เกลี้ยกล่อมจนยอแสงยอมมาอยู่ด้วยในที่สุด วันเดินทางของศักดิ์ระพีมาถึง พร้อมมิตรร้องไห้ และสารภาพความในใจกับศักดิ์ระพีวันนั้น ว่าเธอรักเขามานานแล้ว แต่ศักดิ์ระพี ไม่ได้ตอบรับความรู้สึกพร้อมมิตร เพราะในใจเขามียอแสงอยู่แล้ว ศักดิ์รพีกับยอแสง จึงจากกันด้วยความเศร้า เมื่อเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์เรือนแพ ยอแสงกับนพดล ถูกนเรนทร์ พร้อมมิตร จิตรใส กลั่นแกล้งสารพัด โดยมีพริ้มเพราเป็นคนให้ท้าย แต่ทั้งคู่ก็พยายามอดทน เพราะเห็นแก่ความดีของคุณใหญ่ จิตรใสและนเรนทร์ ยังคงเรียนซ้ำชั้นอยู่ระดับมัธยม เอี้ยงหรือนพดล สอบเข้านายร้อยตำรวจได้ ส่วนตะวันเรียนอักษรศาสตร์ หวังสอบเข้าคุรุศาสตร์ จบมาเป็นอาจารย์สอนหนังสือ ศักดิ์ระพีส่งชุดนอนสีชมพูกับจดหมาย เป็นของขวัญให้ยอแสง จนพร้อมมิตรแอบเอามีดกรีดชุดนอนของยอแสงทิ้ง และขโมยจดหมายของศักดิ์ระพีไปทำลาย ทำให้ยอแสงน้อยใจคิดว่าศักดิ์รพีไม่เคยคิดถึงตนเอง ยอแสง กับเพื่อนรักชื่อ ใจบุญ ไปเดินซื้อของด้วยกัน เจอกับนพดล และธาดาโดยบังเอิญ ทั้งสี่นั่งพูดคุยกัน จนรู้ว่าธาดาใกล้จะเรียนจบแพทย์แล้ว เขาพูดความรู้สึกในใจเป็นนัยกับยอแสง แต่ยอแสงไม่ได้สนใจ อินตาตามเฝ้าดูพริ้มและซ้อน จึงรู้ว่าพริ้มจับตัวสายไป แล้วอินตาก็ไปช่วยสายออกมาจนได้ นเรนทร์พูดจาดูถูกคนเรือจน ๆ อย่างอินตา โดยที่ไม่รู้ว่าอินตาคือพ่อของตน จนอินตาต้องรีบหนีไป เพราะกลัวพริ้มจำหน้าเขาได้ นเรนทร์ พร้อมมิต จิตรใส รวมหัวกันแกลังตะวัน พอตะวันไปเอาคืน ทุกคนก็โกรธตะวัน ตะวันเอาไม้เรียว มาให้คุณใหญ่เฆี่ยน เพราะรู้ตัวว่าผิด พริ้มได้ที เป็นคนเฆี่ยนเสียเองจนไม้หัก ใหญ่สงสารตะวันแต่พูดไม่ออก ตะวันบอกจะอดทนเพื่อรอเล็กกลับมา ใหญ่มาเยี่ยมตะวันที่เรือนแพ ด้วยความสงสาร พร้อมมิตรเขียนจดหมายหาเล็ก ใส่ความว่าตะวันมีหนุ่ม มารุมจีบ จนทำให้เล็กเริ่มเครียด ส่วนเอี้ยงก็เห็นใจบุญเขียนจดหมายหาเล็ก รู้ว่าใจบุญแอบรักเล็ก ซึ่งตนเองไม่อาจเทียบกับอาเล็กได้ นึกน้อยใจ บอกจะไม่ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวใจบุญอีก นเรนทร์ขโมยเงินใหญ่ และพยายามใส่ร้ายตะวันอีก เอี้ยงมาเจอ จึงชกต่อยกัน อินตาเข้าช่วยเอี้ยง สู้กับนเรนทร์ พอเติมเรียกชื่อนเรนทร์เลยทำให้อินตารู้ว่านเรนทร์คือลูกชายตนเอง ตะวันเอายามาทาให้อินตา อินตาถามเรื่องนเรนทร์กับตะวัน จึงรู้ว่าลูกของตนเองเป็นคนไม่ดี รู้สึกถึงเวรกรรมที่ตนเองทำไว้ นึกเศร้าใจเล็กเขียนจดหมายบอกใหญ่ ว่าจะกลับมาวันเสาร์นี้ พร้อมมิตรดีใจ จัดเลี้ยงใหญ่โต บอกว่าตรงกับวันเกิดตนเองพอดี เติมไปรับเล็ก เล็กสั่งให้เติมไปที่บ้านเดชาบดินทร์ เพราะในใจคิดถึงยอแสงมาก ละครตะวันยอแสง เอี้ยงใส่ชุดนักเรียนนายร้อยมารับใจบุญไปงานเลี้ยงต้อนรับเล็กอย่างเต็มยศ แต่บารมีก็ยังพูดจาดูถูกเอี้ยงเช่นเคย เล็กมาถึงงาน พร้อมมิตร จิตรใส รีบออกมารับหน้า คุณใหญ่ดีใจมากที่เล็กกลับมา แต่ตะวันไม่กล้าสู้หน้าเล็ก เพราะคิดว่าเล็กไม่เขียนจดหมายหาเธอเลย จนธาดา ต้องบังคับให้ตะวันออกไปเล็กซื้อของมาฝากทุกคน แต่ไม่มีของตะวัน ตะวันเสียใจ วิ่งร้องไห้ ไปที่เรือนแพ อินตา เอาเศษจดหมายที่เล็กเขียนถึงแต่ถูกพร้อมฉีกเสียก่อน ตะวันจึงรู้ว่าเข้าใจเล็กผิด ตะวันรีบให้อินตาพายเรือไปส่งที่บ้านเล็ก เล็กดีใจที่ได้พบตะวันที่โตเป็นสาว และสวยมาก ตอนแรกเล็กยังโกรธที่ตะวันไม่ยอมไปพบตน แต่พอตะวันสารภาพว่าเข้าใจผิดเรื่องจดหมาย พร้อมทั้งนำจดหมายที่ถูกฉีกขาดมาให้เล็กดู ทำให้ทั้งสองปรับความเข้าใจกันได้ ทั้งคู่พูดคุย อ่านจดหมายให้กันและกันฟังอย่างมีความสุขพริ้มวางยาคุณใหญ่ แล้วใส่ร้ายว่าเป็นฝีมือตะวัน พอดีเล็กมาส่งตะวันที่บ้าน จึงพาคุณใหญ่ไปโรงพยาบาล ส่วนตะวันกับเอี้ยงถูกพวกนเรนทร์ พร้อมมิตร จิตรใสทำร้าย ตะวันต้องออกจากบ้านไปในทันที ตะวันสั่งให้เอี้ยงอยู่ดูแลคุณใหญ่ แล้วตะวันก็จากไป เอี้ยงเสียใจมาก นเรนทร์เห็นพริ้มกำลังจะวางยา จึงตัดสินใจ เอายาพิษไปใส่ในหม้อยาสมุนไพร ที่ตะวันต้มอยู่ โดยตะวันไม่ทันสังเกต นเรนทร์บอกเขาแค้นที่คุณใหญ่ คิดจะยกสมบัติให้ยอแสง จึงต้องลงมือเอง ตะวันถูกพร้อมมิตรไล่ออกจากบ้าน พอเล็กรู้ก็รีบไปตามหา แต่ธาดาพบยอแสงก่อน จึงพาไปอยู่ที่บ้าน นเรนทร์ทำตัวเป็นเจ้าของบ้าน ขึ้นไปอยู่ห้องคุณใหญ่ และตบตี พร้อมมิตรกับจิตรใส จนซ้อนต้องเข้ามาช่วย คุณใหญ่ยังไม่ฟื้น เล็กอยากให้เธอตื่นขึ้นมายืนยันความบริสุทธิ์กับตะวันโดยเร็ว ตะวันไปเยี่ยมคุณใหญ่ที่รพ. เจอพริ้ม พริ้มไม่ยอมให้เยี่ยม ซ้ำยังทำร้ายตะวันอีก ธาดามาช่วยไว้ทัน เล็กมาเห็นพอดี รู้ว่าธาดาช่วยตะวันไว้ นึกหวงและน้อยใจตะวัน ตะวันร้องไห้เสียใจ ได้ยินอินตาเป่าขลุ่ยเพลงสาลิกาชมเดือน นึกถึงพ่อและแม่ ตะวันจึงร้องไห้ออกมา นเรนทร์เมายา เพื่อนจะเอาเงินกับทองไป อินตามาเห็นช่วยเอาไว้ แล้วพานนเรนทร์ที่ยังไม่ได้สติ ไปหาสาย สายดีใจมาก ร้องเพลงกล่อมให้นเรนทร์ฟัง แต่พอนเรนทร์ฟื้นก็โวยวาย ด่าทออินตาและสาย อินตาเสียใจมาก นเรนทร์กลับมาบ้าน ได้ยิน ละม่อมมาขอเงินพริ้ม แล้วพูดเรื่องที่สลับเด็กกัน นเรนทร์คาดคั้นเอาความจริงกับพริ้ม จนพริ้มต้องบอกกว่า นเรนทร์เป็นลูกชาวเรือ ส่วนลูกสาวตัวจริงหายสาบสูญไป คนที่รู้ความลับคือละม่อม กับซ้อนเท่านั้น นเรนทร์รับไม่ได้ คลั่งแทบเสียสติ นเรนทร์กลัวความลับเปิดเผยจึงฆ่าละม่อมตาย นเรนทร์กับพริ้ม ขายข้าวของในบ้าน หวังเอาเงินมาใช้จ่าย เพราะยังเปิดพินัยกรรมไม่ได้ คุณใหญ่ฟื้นขึ้นมา และกลับบ้านพอดี พริ้มกับนเรนทร์ตกใจ พร้อมมิตรกับจิตรใสดีใจมากที่มีคุณใหญ่กลับมาปกป้องพวกเธอจากนเรนทร์ คุณใหญ่สั่งให้ขนข้าวของนเรนทร์ออกจากห้องเธอ แล้วให้เล็กพาไปหาตะวัน แล้วพาตะวันกับเอี้ยงกลับไปเดชาบดินทร์บอกต่อหน้าทุกคน ว่ารับตะวันเป็นลูกบุญธรรม พร้อมทั้งยกทรัพย์สมบัติในส่วนของตนให้กับตะวัน นเรนทร์เข้าไปปลุกปล้ำตะวัน แต่เล็กมาช่วยไว้ทัน ซ้ำร้ายนเรนทร์ยังผลักคุณใหญ่ตกน้ำ ดีที่อินตามาช่วยทัน คุณใหญ่เลยรอดมาได้ ละครตะวันยอแสง คุณใหญ่ไม่ยอมให้ตะวันลงไปอยู่ที่เรือนแพ เกรงจะมีอันตราย นเรนทร์เอามีดแทง เพื่อฆ่าปิดปากซ้อนอีกคน แล้วซ้อนก็ตกน้ำหายไป อินตามาเจอเข้าพอดี บอกจะรับผิดแทนนเรนทร์ สารภาพว่านเรนทร์คือลูกชายตน นเรนทร์คลั่ง ไม่อยากเชื่อ แล้วอินตาก็แย่งมีดไป แล้ววิ่งลงเรือ พาแม่สายหนีไป เล็กเริ่มสงสัย ความไม่ปรกติภายในเดชาบดินทร์สามปีผ่านไป เอี้ยงกำลังจะได้ติดยศนายร้อย ส่วนตะวันก็กำลังจะรับปริญญา คุณใหญ่ บอกจะจัดงานให้เด็กทั้งสองคน ในวันรับปริญญาของตะวัน บรรยากาศ เต็มไปด้วยความสุข บารมีพยายามยัดเยียดใจบุญให้กับเล็ก เล็กจึงไม่มีโอกาสได้ถ่ายรูปกับตะวัน เอี้ยงก็น้อยใจที่ใจบุญอยู่กับเล็ก อินตารู้ข่าว พาสายมายินดีกับตะวันด้วย แต่ไม่กล้าเข้าใกล้ กลัวตะวันจะอาย ตะวันเข้าไปกราบพระคิดถึงพ่อกับแม่ อินตากับสายร้องไห้ด้วยความดีใจ ที่งานเลี้ยง นเรนทร์หมั่นไส้ ที่เอี้ยงกับตะวัน ได้ดิบได้ดี จึงหาทางแกล้ง เล็กให้แหวนเป็นของขวัญตะวัน ตะวันเข้าใจผิดคิดว่าจะให้แหวนไปหมั้นกับธาดา จึงโยนแหวนทิ้ง คุณใหญ่เดินมาเก็บได้พอดี จำได้ว่าเป็นแหวนประจำตระกูล จึงรู้ว่าเล็กมีใจให้กับตะวัน ตะวันเองก็อึ้งไป รู้สึกผิดที่เข้าใจผิดเล็ก บารมีต่อว่าเอี้ยงที่มายุ่งเกี่ยวกับใจบุญ คุณใหญ่เห็นสงสารเอี้ยง เข้าไปช่วยให้เอี้ยงคุกเข่าสัญญาว่าจะรักใจบุญตลอดไป แต่บารมีก็ยังไม่พอใจ เอาตัวลูกสาวกลับไปทันทีตะวันไปหาเล็กที่บ้านร่มรื่น ทั้งสองคืนดีกัน เล็กสวมแหวนหมั้นให้ บอกว่าจะรอจนกว่าตะวันอายุครบยี่สิบเอ็ดปี แล้วจะมาคุยกันอีกที พร้อมมิตรทนไม่ได้ที่ต้องเสียเล็กไป วางแผนวางยานอนหลับให้เล็กกิน แล้วพาเข้าโรงแรม แล้วบอกกับคุณใหญ่ ตะวัน และทุกคน ว่ามีความสัมพันธ์กับเล็กแล้ว แต่บังเอิญจิตรใสเห็นเข้าเสียก่อน จึงเป็นพยานให้เล็กว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น คุณใหญ่ไล่พร้อมมิตร และจิตรใสออกจากบ้าน ส่งทั้งสองไปอยู่บ้านท้ายสวนแทน และให้ช่วยเหลือตัวเองทุกอย่าง เพื่อเป็นการดัดนิสัย ธาดา ไปดูพร้อมมิตรและจิตรใสที่บ้านท้ายสวน บอกว่ารับคำสั่งมาจากเล็ก ธาดาให้ทั้งสอง ถูบ้าน ขุดดิน ปลูกผัก เขาอดสงสารหญิงสาวทั้งสองคนไม่ได้ แต่ก็ไม่กล้าพูดอะไร ธาดาเรียนจบหมอ จึงมาหาคุณใหญ่กับเล็ก ขออนุญาตมาสู่ขอตะวัน เล็กต้องปล่อยเลยตามเลย ให้เป็นไปตามการตัดสินใจของตะวัน แต่ตะวันปฎิเสธธาดาเล็กกลับมาเยี่ยมบ้านร่มรื่น ใจบุญ จึงขอติดรถไปหาตะวันที่บ้านเดชาบดินทร์ ระหว่างทางฝนตกหนัก แถมรถของเล็กเกิดมาเสียกะทันหัน เล็กกับใจบุญต้องไปหลบอยู่ในกระท่อมกลางทาง บารมีตามมาพบ บอกให้เล็กรับผิดชอบต่อใจบุญ เพราะเกรงจะเกิดเรื่องเสื่อมเสีย ถึงแม้เล็กกับใจบุญ จะบอกว่าไม่มีอะไรเกินเลยก็ตาม แต่บารมีไม่ยอมฟัง เพราะตั้งใจจับคู่เล็กกับใจบุญอยู่แล้ว เอี้ยงและตะวัน แอบเสียใจด้วยกันทั้งคู่ ตะวันให้กำลังใจเล็ก และเธอบอกว่าเชื่อใจในความเป็นสุภาพบุรุษของเล็ก ทำให้เล็กรู้สึกดีขึ้นมาก ละครตะวันยอแสง อินตาเห็นนเรนทร์ติดยางอมแงม เขาจึงพานเรนทร์กลับไปอยู่ที่เรือ พร้อมกับสาย แรก ๆ นเรนทร์ไม่ยินยอม ต่อว่าสายและอินตาอยู่บ่อย ๆ แต่พอได้รับรู้ถึงความรักที่ทั้งสองมีให้ เริ่มลังเล และยอมรับอินตากับสาย เป็นพ่อและแม่มากยิ่งขึ้น นเรนทร์ใช้ชีวิตอยู่กับอินตาและแม่สาย จนซึมซับสิ่งดี ๆ ได้ อินตาขอให้นเรนทร์สัญญาว่าจะไม่ทำร้ายใครอีก แล้วนเรนทร์จะได้เป็นทายาทเดชาบดินทร์ต่อไป ตะวันได้ยินเสียงแม่สายร้องเพลงกล่อมเด็ก จึงจำได้ว่าเป็นเสียงแม่ ตะวันไปหาสาย ทั้งสองกอดกันด้วยความคิดถึง สายบอกว่าอินตาคือพ่อที่จากไปตั้งแต่เธอยังเล็ก ตะวันซึ้งใจที่ลุงอินที่คอยช่วยเหลือเธอ คือพ่ออินตา ตะวันกราบเท้าอินตาด้วยความคิดถึง แล้วพ่อ แม่ ลูก ก็ได้อยู่พร้อมหน้ากันเสียที นเรนทร์กลับมาที่เดชาบดินทร์ เขาเงียบไป สั่งให้แม่ครับทำน้ำพริกมะขามเหมือนที่สายเคยทำให้กิน ใหญ่รู้สึกผิดสังเกตที่นเรนทร์เงียบขรึมไป นเรนทร์เห็นเรือจอดอยู่ เดินไปดู ดีใจที่เป็นเรือของสายและอินตา แต่พอไปใกล้ เห็นทั้งสองอยู่กับตะวัน จึงรู้ว่าตะวันเป็นลูกที่แท้จริงของท่านต้น นเรนทร์เสียใจ คิดว่าพ่อกับแม่หลอกตนเอง ไม่รักตนเอง เหมือนเป็นส่วนเกิน กลับมาแค้นใจตะวันอีก เขาร้องไห้ด้วยความคับแค้น และคิดกลับไปเอาสมบัติของบ้านเดชาบดินทร์อีกครั้ง พริ้มเพราคุ้มคลั่ง เพราะนเรนทร์จะฆ่าตัวเองปิดปาก จึงจะไปแจ้งความกับตำรวจ แต่นเรนทร์มาเจอเสียก่อน จึงจับตัวพริ้มไปขังไว้ในโลง แล้วเอาไปเก็บที่โกดัง พริ้มร้องด้วยความหวาดกลัว จนสลบไป พริ้มเพราเริ่มเห็นภาพหลอนของซ้อนจนทนไม่ไหว หนีกลับไปที่เดชาบดินทร์ ไปขุดหลุมศพของซ้อน จนพบศพละม่อมเข้าอีกด้วย คุณใหญ่กับเล็กได้ยินเสียงเดินไปดู พริ้มเพราคุ้มคลั่ง สารภาพว่านเรนทร์ฆ่าซ้อนกับละม่อมตาย ส่วนตนเองเป็นคนวางยาพิษท่านต้น แล้วเธอก็หมดสติไป ความโลภในสมบัติ ทำให้นเรนทร์ตัดสินใจไปจับตัวตะวันมา หวังจะฆ่าให้ตาย สาย อินตา คุณใหญ่ เล็กตามสะกดรอยนเรนทร์ไป เล็กเข้าช่วยตะวันจนบาดเจ็บ แล้วนเรนทร์ก็จะแทงเล็กซ้ำอีก ตะวันเข้าช่วยเล็ก จึงถูกแทงที่หน้าอก คุณใหญ่กับเล็กจึงรีบพาตัวตะวันไปโรงพยาบาล คุณใหญ่เห็นปานรูปหัวใจที่หน้าอกของตะวัน จึงเริ่มมั่นใจว่าตะวันเป็นลูกของดวงพร สายกับอินตา ก็พานเรนทร์ไปส่งโรงพยาบาล แล้วพยายามจะแอบเข้าไปเยี่ยมตะวัน คุณใหญ่พบเข้าพอดี จึงชวนทั้งสองเข้าไปเยี่ยมตะวันด้วยกัน อินตาจึงสารภาพความจริงทั้งหมดต่อหน้าตะวัน เรื่องที่สลับลูกกันตั้งแต่เกิด ตะวันเป็นลูกดวงพร ส่วนนเรนทร์เป็นลูกของตนเอง สายและอินตารู้สึกเสียใจที่ทำให้ตะวันต้องลำบาก แต่ตะวันกลับบอกถึงความสุข ในช่วงที่ได้อยู่บนเรือกับสายและอินตา ทั้งสองปลื้มใจมาก คุณใหญ่จึงชวนสายกับอินตาไปอยู่ที่เดชาบดินทร์ด้วยกัน ละครตะวันยอแสง เล็กรู้ความจริง ก็รู้สึกสับสน น้อยใจที่ตะวันไม่ยอมบอกความจริงกับตนว่าตะวันกับยอแสงคือคนเดียวกัน จึงขอเวลาทำใจเรื่องตะวันก่อน ส่วนบารมีก็บอกความจริงเรื่องที่ตนเองแกล้งป่วย เพื่อให้ใจบุญแต่งงานกับเล็ก พอดีใจบุญมาได้ยิน จึงเสียใจมาก เธอไปขอโทษเล็กที่เกิดเรื่องวุ่นวายเพราะตน และบอกให้เล็กเปิดใจ ซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกตนเองที่มีต่อตะวัน แผลของตะวันเริ่มหายดี แต่พริ้มเพรายังมีอาการคุ้มดีคุ้มร้าย ตะวันเข้าไปหาพริ้ม พริ้มคิดว่าเป็นดวงพร ยิ่งรู้สึกผิด ตะวันขอเรียกพริ้มว่าป้า เพราะพริ้มคือญาติคนเดียวที่ตะวันเหลืออยู่ แล้วขอให้พริ้มเล่าเรื่องราวของแม่ดวงพรให้เธอฟัง จึงทำให้พริ้มเริ่มมีความรู้สึกที่ดีขึ้น บรรยากาศการเตรียมงานสำหรับวันเปิดพินัยกรรม อินตา สายช่วยกันเช็ดถ้วย จาน ช้อนอย่างขะมักเขม้นในครัว พริ้มเพรานั่งเหม่อเศร้า อยู่มุมหนึ่งเงียบ ๆ น้ำตาไหลเพราะความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจ เอี้ยงกับใจบุญก็มาด้วย พร้อมมิตร จิตรใส ธาดา ก็มาช่วยเตรียมงานเช่นกัน ตะวันสวยจนเล็กตะลึง คุณใหญ่แนะนำกับหลวงดิเรก ว่าตะวันคือทายาทที่แท้จริง ตะวันได้ทรัพย์สินทุกอย่างที่ท่านต้น ระบุไว้ในพินัยกรรม ทุกคนดีใจไปกับตะวันด้วย ทันใดนั้นนเรนทร์ก็ปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับปืนที่เขาตั้งใจจะฆ่าตะวัน พร้อมทั้งทวงสมบัติคืน เอี้ยงเข้าช่วยตะวันจนถูกยิง เล็กก็ถูกยิงที่แขนเช่นกัน อินตาคุกเข่าขอร้องไม่อยากให้นเรนทร์ทำชั่วอีกต่อไป สายใช้อ้อมกอดของความเป็นแม่ เกลี้ยกล่อมให้นเรนทร์กลับตัว นเรนทร์รู้สึกผิดต่อทุกคน ต่อท่านต้น นเรนทร์ตัดสินใจฆ่าตัวตาย สายกับอินตา ร้องไห้แทบขาดใจ อินตาตัดสินใจบวชที่งานศพของนเรนทร์ในที่สุด พร้อมมิตร ทำมูลนิธิเดชาบดินทร์เพื่อช่วยเหลือผู้คน โดยให้ธาดา มาเป็นผู้ช่วย ส่วนบารมีก็แพ้ความดี สุดท้ายยอมยกใจบุญให้กับเอี้ยง ตะวันตามเล็กไปที่บ้านร่มรื่น ทั้งสองปรับความเข้าใจกัน และสารภาพรักซึ่งกันและกันในที่สุด ติดตามชมความเข้มข้นของละคร ตะวันยอแสง ได้ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละคร ตะวันยอแสง เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 15 มีนาคม 2560 รายชื่อนักแสดงนำในละคร ตะวันยอแสง ณัฐวุฒิ สกิดใจ รับบท ศักดิ์ระพี (คุณเล็ก)พิจักขณา วงศารัตนศิลป์ รับบท ตะวัน (ยอแสง)/ดวงพรอรรณพ ทองบริสุทธิ์ รับบท นเรนทร์วชิรวิชญ์ ไพศาลกุลวงศ์ รับบท เอี้ยง (นพดล)รินรดา แก้วบัวสาย รับบท ใจบุญฉัตรชัย เปล่งพานิช รับบท ท่านต้นอาภาศิริ นิติพน รับบท คุณใหญ่อรรถพร ธีมากร รับบท อินตาปัทมวรณ เค้ามูลคดี รับบท สายรฐา โพธิ์งาม รับบท พริ้มเพราอริสรา ทองบริสุทธิ์ รับบท พร้อมมิตรปารีณา บุศยศิริ รับบท จิตรใสคณิน สแตนลีย์ รับบท ธาดา ละครตะวันยอแสง ละครตะวันยอแสง ละครตะวันยอแสง ละครตะวันยอแสง ละครตะวันยอแสง ละครตะวันยอแสง ละครตะวันยอแสง ละครตะวันยอแสง

ฌอห์ณ ยันร่วมงาน เอสเธอร์-เคน ได้ ย้ำชัด
ฌอห์ณ จินดาโชติ /  เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา / 

  กลายเป็นมหากาพย์ไปซะแล้ว สำหรับกระแสดราม่าความขัดแย้งระหว่างพระเอกหนุ่ม ฌอห์ณ จินดาโชติ กับนางเอกสาว เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา ที่ไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่ายๆ ล่าสุด หนุ่มฌอห์ณ ได้มีโอกาสเปิดใจถึงเรื่องราวทั้งหมดในงาน "สุดสัปดาห์คนหล่อขอทำดีปี10" ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ "คนหล่อพอเพียง" เจ้าตัวได้บอกว่าจะพูดเป็นครั้งสุดท้าย เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่าไม่อยากมีปัญหากับใคร คนวงการเดียวกับน่าจะเข้าไปไม่ช้าก็เร็วต้องเจอเหมือนกันประเด็นดราม่า ในมุมของฌอห์ณ เป็นยังไงบ้าง   "ผมก็ไม่มีอะไรจะพูดเพราะว่าทางผู้จัดการและทางผู้ใหญ่ของผมได้พูดไปหมดแล้ว ปัญหาทั้งหมด มันเป็นการคุยติดต่องานที่ไม่ตรงกัน ตั้งแต่แรก แล้วตอนท้ายก็ต้องถามผู้ว่าจ้างว่าอยากได้งานแบบไหนอยากได้งานคู่ งานเดี่ยวก็ต้องถามลูกค้าว่า เขาจะเลือกคนไหน ส่วนตัวผมไม่เคยมีปัญหา ในการทำงานอีเว้นท์ เรื่องที่มีปัญหาอาจจะมีการบอกต่อที่ไม่ตรงกันในเรื่องของเวลา และตัวเราเองก็ได้คุยกับทางลูกค้าแล้ว ว่าปัญหามันคืออะไร เข้าใจตรงกันไหม พอเรื่องมันเล่าปากต่อปาก มีทางอารมณ์ คำพูด เข้ามา ปัญหามันก็ เลยบานปลาย ส่วนหน้าที่ผมตอนนี้ก็คือชี้แจง ในส่วนของการทำงานที่มีปัญหา"เราไม่ได้ออกปากว่าไม่อยากร่วมงาน   "ไม่ได้พูดอะไรแบบนั้นอยู่แล้วเพราะว่า ก็อย่างที่บอกไป ทั้งคู่ก็ต้องคุยกันใหม่ คุยเรื่องของ นักแสดงต้องทราบอยู่แล้ว ว่ามีเงื่อนไข หรือ อะไร ที่ไม่เหมือนกัน"ส่วนตัวตอนนั้นเรารู้ไหมว่ามาจากเอสเธอร์   "เรารู้เองครับก็รับงานปกติอย่างที่ ผู้จัดการเป็นคนแจ้ง และหลังจากนั้น 3 วันเราก็รู้จักการโพสต์ ig ของคนอื่น และผมรู้สึกว่ามันไม่ได้มีปัญหาเรื่องบุคคล มันมีปัญหาเรื่องของการคุยงาน ที่ไม่เป็นผู้ใหญ่ บอกตรงๆก็ได้ ยังไงก็ได้ เพียงแค่แจ้งให้ทราบล่วงหน้าแค่นั้นเอง รู้สึกโกรธมั้ยที่เค้าออกมาแฉเราขนาดนั้น   "ไม่ครับที่บ้านผมไม่มีใครโกรธเลย"และอย่างที่เขาให้รายละเอียดว่าเราไม่สามารถร่วมงานกับเอสเธอร์ได้   "ก็อย่างที่บอกครับความจริงก็คือความจริง คือผมไม่ได้มาดูโพยตีพายโชคดีที่มีผู้ใหญ่หลายท่านที่ อยู่ในเหตุการณ์ เข้ามาช่วย ก็ขอบคุณ พี่เอกกี้ด้วย ถ้าไม่ได้ท่านก็คงแย่ ได้ไปเคลียร์กันบ้างไหมไม่ได้เคลียครับ ไม่มีใครติดต่อมาก็เลยไม่ได้ติดต่อกัน เพราะเรารู้ว่า ทุกคนได้บอกเหตุผลของตัวเอง ที่เข้าใจไปกันหมดแล้ว ต่อไปคือถ้าจะทำงานกันใหม่ก็ดีงานกัน แค่นั้น"ในเรื่องของวินัยที่บอกว่าเรามาสาย เขาบอกณอห์ณว่าอย่างไร   "ประมาณบ่าย 2 นะครับ และผมก็มาบ่าย 2 งานเริ่มบ่าย 3 14.15น. ผมยังขอเขาไปเข้าห้องน้ำอยู่เลย พี่เอกกี้มา 14:15 ผมก็ยังยืนคุยกับแกอยู่เลย เข้าจริงๆนะครับ ในฐานะนักแสดงผมว่า เรียงวินัยเป็นสิ่งที่สำคัญ มาก และยิ่งทำงานชั่วโมงนึงคุณมาเลทมันก็แย่ แล้วครับ และผมว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่น่าผิดพลาดและตัวผมก็รู้ ว่าเรามากี่โมงถ้าสมมุติ ผมมาสาย จริง ผมเดินเข้าไปคุยกับเจ้าของงานตั้งแต่แรกแล้ว ตอนนั้นพี่นักข่าวก็อยู่ ตัวผมรู้ว่าเป็นยังไงและทางผู้ใหญ่เองก็เห็นเขาก็เลยไม่โกรธ"งงไหมว่าทำไมมาถึงจุดนี้   "ไม่งง หรอกครับคนเราก็มีหลายแบบมี เหตุผล หลายประเภท"ถือว่ายังร่วมงานกันได้อยู่ไหม   "จ้างมาคุยให้ตรง และผมจะไป"และอย่างที่มีกระแสดราม่ามีการแบ่ง แยก คิดว่ายังไง   "คือผมไม่เห็นด้วยนะที่มีการแบ่งแยก คือเราเป็นพี่น้องในวงการเดียวกัน นะครับ ไม่ช้าก็เร็วเขาต้องเจอ ยังไงก็แล้วแต่ผมก็ยังอยากมองหน้าได้ปกติ และก็รู้สึกว่า มันไม่ได้ช่วยอะไรเลยครับการไปแจกผลไม้ มันไม่ใช่เทศกาลนี้ มันไม่ใช่เรื่องที่น่ารัก คือการแสดงความคิดเห็นได้ แต่อย่าไปทำร้ายกัน"ทางนู้น ก็ออก มาบอกว่า เรา ไม่สามารถร่วมงานกับทางนู้นได้ เราจะมีการไปเคลียร์บ้างไหม   "สักวันหนึ่งเขาก็คงเข้าใจเพราะผมก็บอกไปแล้วว่า ไม่มีปัญหา" มีการคุยนอกรอบเลยเหรอคะ   "ไม่มีครับ ไม่มีใครติดต่อมาเท่าที่พวกพี่บอกผมรู้จักการดูรูปก็รู้สึกว่า ทุกคนมีเหตุผลของตัวเอง ผิดก็ว่าไปตามผิดถูกก็ว่าไปตามถูก" ไม่อยากอธิบายบ้างหรอ เพราะฝ่ายนู้นก็เข้าใจไปอีกแบบหนึ่ง   "ยิ่งพูดเรื่องมันยิ่งไม่จบผมเป็นห่วงครอบครัวและแคร์คนรอบข้างและงานที่ ผม ต้องทำ ก็มีเยอะ จะมาทะเลาะกัน แค่ event งานเดียว มันก็ไม่ใช่ตัวเราผิดแล้วก็ออกมาชี้แจงว่าผิดเรื่องอะไรแต่เรื่องที่เราพูด มันคือ process ของการทำงาน ก็จบแล้ว"ตอนนี้มันเหมือนกับว่าเรากับ เอสเธอร์ แตกหักกันไปเลย เพราะว่าเลือกแบ่ง ฝ่ายกันไปแล้ว   "คือผมไม่ได้แบ่ง ทีม ละครสร้างมาก็ตาย event สร้างมาถูกต้องตาม process บอกให้ทราบล่วงหน้าว่าคุณต้องการอะไร ผมว่าในฐานะนักแสดงในอาชีพวงการนี้มันแคบ แค่พูดมาบางทีเราทำให้มากกว่าที่ขอด้วย ซ้ำ ครับ"ระหว่างเรากับเอสเธอร์ ในความรู้สึกเรายังเหมือนเดิมไหม   "ผมก็เรื่อยๆ นะอาจมีจุกๆบ้างแต่ก็รู้สึกว่าเขาแค่เข้าใจผิดแต่วันหนึ่งเขาจะเข้าใจถูก คนมองต่างมุม เขาก็มองอีกมุมหนึ่งเราก็มองในมุมเขา ก็เข้าใจแหละ ว่าเขาอาจจะไม่ได้ฟังทั้งหมด ก็เลยรู้สึกว่าไม่เป็นไรเดี๋ยววันนึงก็ทุกอย่างมันก็จะคลี่คลาย"กลัวเรื่องมันจะบานปลายไหม   "ไม่เลยครับจบแค่วันนี้ครับ และผมจะไม่พูดแล้ว ผมไปทำงานจนจะเป็นเดือนแล้ว เรื่องจะไม่จบถ้าอีกคนคิดจะพูด ถ้าเรื่องมันจะจบคือคนที่คิดจะเงียบ ทางผู้ใหญ่ก็เรียกผมไปคุยแล้ว เรื่องละครว่าจะมีแพลน อะไรอยากให้ร่วมงานกับใครบ้าง"จะมีละครร่วมกันหรือเปล่าคะ   "ผู้ใหญ่ เขามีแพลนกันไว้แล้ว น้องเค้าอาจยังไม่ทราบ แต่ผู้ใหญ่ก็บอกว่าณอน ยังอยากให้ร่วมงานกับน้องเค้าเพราะ มันมีเคมีที่ดีตรงกัน และเหมาะสม เดี๋ยวไฟนอล เมื่อไหร่ผู้ใหญ่เขาจะเป็นคนโทรไป บอกอีกที"อยากเล่นคู่กันได้ไหมเพราะว่ามีเหตุการณ์แบบนี้แล้ว   "ผมไม่มีปัญหาครับ พูดมาให้ตรงผมยังต้องทำงานหาเงินจะมาใช้ทัศนคติว่าไม่รับงานกับคนนู้นคนนี้ ไม่ได้ครับ บ้านผมลำบาก"เราถือว่ายังสนิทใจอยู่ไหม   "สนิทใจครับเพราะว่า เรื่องมันไม่ได้เป็นปัญหาของน้องมันเป็นปัญหาที่คนกลางแล้วอย่างเคนคิดว่ายังไงคะ   "ผมไม่พูดดีกว่าครับเพราะว่าพี่เขาคงมีเหตุผลของเขา แต่ตัวผมเองได้รับสารมาแค่นี้ครับ"แล้วอย่างที่เคนเขาโพสต์ คนอาจมองว่าเขาสนับสนุนกัน   "เขาตอบแล้วนี่ว่าไม่ได้โพสต์หมายถึงใครมันเป็นคำสอนดีๆ ผมก็ ok เป็นคำสอนดีๆ ผู้ชายเค้าคงไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นถ้ามีปัญหาอะไรโทรมาคุยกับผมตรงๆมากกว่า"แล้วเราร่วมงานกับเคนได้ไหม   "ได้ผมอยากร่วมงานกับช่อง 3 อยู่แล้ว ผมไม่เคยทะเลาะกับใคร และก็ไม่ชอบทะเลาะกับใครสุดท้ายวงการบันเทิง ปีหน้าเราอาจจะเจอกันก็ได้ทำงานด้วยกันอีกดีกว่า   ผมบอกตรงๆ เวลาแบ่งฝ่ายมันไม่มีผลดีกับใครสักคนเพราะมันจะสร้างบาดแผลให้แก่กันสุดท้ายอยากจะบอกว่าคุณชอบใครก็สนับสนุนเขา ไม่ชอบใครอย่าไปติดเขาเพราะว่าคนที่คุณชอบกับคนที่คุณไม่ชอบอาจจะเป็น เพื่อนสนิทกันก็ได้" เห็นว่ามีการจัดสร้างโบสถ์เกิดขึ้น คือทางครอบครัวจินดาโชติ กำลังจะสร้างอุโบสถ ที่อำเภอนางรอง วัดหัวตะพาน   "ตอนนี้ก็เรี่ยไรเงินมาได้ส่วนหนึ่งแล้วแต่ยังขาดอีกเยอะ คือทางผมก็เปิดบัญชีอยากให้ทุกคนมาช่วยร่วมอนุโมทนา บุญ ก็จะละลายไปถึงเดือน 5 เดือน 6 ในไอจีผมเข้าไปดูได้นะครับ ก็อยากให้เข้ามาร่วมบุญกันเยอะๆ แล้วจะมีโครงการมูลนิธิต่างๆอยากให้ช่วยสนับสนุนกันครับ" ฌอห์ณ กล่าว ซึ่งด้าน เคน ภูภูมิ ได้เคยให้สัมภาษณ์กับกรณีที่ต้องร่วมงานกับ หนุ่มฌอห์ณ ว่ายินดีร่วมงานกันได้ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ตามคลิปด้านล่างนี้!! ฌอห์ณ จินดาโชติ ฌอห์ณ จินดาโชติ ฌอห์ณ จินดาโชติ เอสเธอร์ เอสเธอร์