น้องเอมมี่

สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล นำท่านสู่ประสบการณ์พิเศษ เฟ้นหา ‘Gentoo Penguin Ambassador’ ต้อนรับการมา “เจนทูเพนกวิน”
สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล /  อุทยานสัตว์น้ำ / 

ใกล้เทศกาลส่งท้ายปีเก่า เข้าปีใหม่กันไปทุกที สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล อุทยานสัตว์น้ำมาตรฐานระดับโลก ใจกลางกรุงเทพมหานคร ก็ไม่พลาดที่จะร่วมนับถอยหลังกับปรากฎการณ์ความพิเศษล่าสุด ที่คนไทยจะได้ยลโฉม เจ้า “เจนทูเพนกวิน” เป็นครั้งแรก ที่แรก และที่เดียวในประเทศไทย ณ สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล แห่งนี้เท่านั้น... สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล นำท่านสู่ประสบการณ์พิเศษ เฟ้นหา ‘Gentoo Penguin Ambassador’ ต้อนรับการมา “เจนทูเพนกวิน” เจ้าเพนกวินสายพันธุ์ใหม่ล่าสุดนี้มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเล มาจาก บิลลุนด์ ประเทศเดนมาร์ก นำความสดใสร่าเริง อยากรู้อยากเห็น และท่าเดินอันเป็นเอกลักษณ์มาให้พบกันเร็วๆ นี้ โดย สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล ก็ไม่ปล่อยให้การรอคอยเสียเปล่า จัดกิจกรรมพิเศษสุด นำโดยคู่ขวัญรุ่นจิ๋วอย่าง น้องแม็ค ด.ช. ณัฐพัชร์ นิมจิรวัฒน์ และ น้องอันดา ด.ญ. กุลฑีรา ยอดช่าง ที่จะมาปรากฎตัวในฐานะ “Gentoo Penguin Ambassador” และเชิญชวนเข้าร่วมกิจกรรม “Gentoo Penguin Ambassador Search” ชักชวนแฟนๆ รุ่นจิ๋วร่วมนับถอยหลัง สู่ประสบการณ์พิเศษส่งท้ายปีไปพร้อมๆกัน น้องแม็ค และ น้องอันดา คุณนพดล ประพิมพ์พันธ์ ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจกรุงเทพ บริษัท เมอร์ลิน เอ็นเตอร์เทนเมนท์ กรุ๊ป กล่าวถึงกิจกรรมการเตรียมความพร้อมในครั้งนี้ว่า “ที่ สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล ให้ความสำคัญกับการมอบประสบการณ์ การเรียนรู้ ที่สร้างทั้งความสุขควบคู่กับสนับสนุนการเรียนรู้นอกห้องเรียนของเด็กๆ มาโดยตลอด ซึ่งนับเป็นโอกาสอันดี ที่จะได้ต้อนรับการมาของ ‘เจนทูเพนกวิน’ เป็นครั้งแรก เราจึงตั้งใจเตรียมความพร้อมเพื่อให้เป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุด สำหรับแฟนๆของ สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล ทุกคน โดยเราได้ส่งเจ้าหน้าที่ดูแลสัตว์น้ำไปศึกษาเรื่องการเลี้ยงและดูแลเพนกวิน สายพันธุ์นี้อย่างจริงจัง ณ ประเทศออสเตรเลียเป็นเวลาเกือบหนึ่งเดือน ยิ่งกว่านั้นยังมีกิจกรรมสุดพิเศษอีกหนึ่งอย่าง เพื่อเปิดโอกาสให้แฟนๆรุ่นจิ๋วได้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างเต็มรูปแบบ กับกิจกรรม “Gentoo Penguin Ambassador Search” ที่เชิญชวนให้แฟนๆวัยเยาว์เข้าร่วมประกวด ซึ่งผู้ที่ได้รับคัดเลือกจะเป็นคู่แรกที่ได้สัมผัสประสบการณ์การต้อนรับ เจนทูเพนกวินอย่างใกล้ชิดที่สุด ผมจึงอยากให้เด็กๆมาร่วมกิจกรรมกันเยอะๆ ความประทับใจแบบนี้มีครั้งเดียวในชีวิตครับ” ด้าน น้องแม็ค ด.ช. ณัฐพัชร์ นิมจิรวัฒน์ และ น้องอันดา ด.ญ. กุลฑีรา ยอดช่าง ช่วยกันเล่าถึงความรู้สึก ที่มีโอกาสได้เป็น ตัวแทนกิจกรรม “Gentoo Penguin Ambassador Search” ว่า “แม็คตื่นเต้นดีใจมากครับ เพิ่งมีโอกาส ได้ร่วมงานกับ สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล ครั้งแรก ก็โชคดีที่จะได้เป็นหนึ่งในเด็กกลุ่มแรกที่ได้ต้อนรับ ‘เจนทูเพนกวิน’ อย่างใกล้ชิด ก่อนใครเพื่อนเลย รู้สึกดีใจแทนเพื่อนๆคนอื่นด้วยครับ เพราะนอกจากทุกคนกำลังจะได้เจอกับเจ้าเพนกวินชนิดนี้ เป็นครั้ง แรก โดยที่ไม่ต้องเดินทางไปถึงต่างประเทศแล้ว เพื่อนๆยังจะได้เป็นหนึ่งในเด็กกลุ่มแรกร่วมกับแม็คและอันดา ในฐานะ ‘Gentoo Penguin Ambassador’ ที่จะได้ใกล้ชิดเจ้าเพนกวินก่อนใครเลยครับ” ส่วน น้องอันดา เล่าว่า “รู้สึกมีความสุขที่ได้กลับมา สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล อีกครั้งค่ะ ครั้งที่แล้วอันดามาก็ได้ ความรู้และประสบการณ์น่าประทับใจกลับบ้านไปมากมาย มาคราวนี้อันดาจะได้เป็นหนึ่งในเด็กกลุ่มแรกที่ได้ต้อนรับ เพื่อนเพนกวินตัวใหม่ อย่าง ‘เจนทูเพนกวิน’ แถมยังจะได้ร่วมเรียนรู้เกี่ยวกับถิ่นกำเนิด ลักษณะจำเพาะ ตลอดจนวิธีการดูแลเจ้าเพนกวินสายพันธุ์นี้ กับ สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล อย่างใกล้ชิดด้วย จึงอยากเชิญชวนเพื่อนๆ มาสมัครเป็น  Gentoo Penguin Ambassador กันเยอะๆนะคะ อันดากับแม็ครออยู่ค่ะ” สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล ขอเชิญเด็กชายและเด็กหญิง ที่มีอายุระหว่าง 6-10 ปี ร่วมสนุกกับ กิจกรรม Gentoo Penguin Ambassador Search กติกาง่ายๆ เพียงถ่ายคลิปวีดีโอความยาวไม่เกิน 5 นาที แนะนำตัวและเล่าถึง ความประทับใจส่วนตัวที่มีต่อเพนกวิน ส่งคลิปเข้ามาที่ https://www.facebook.com/SiamOceanWorld  ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2557 ทาง สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล จะทำการคัดเลือกเด็กชายและเด็กหญิง 1 คู่ เป็น Gentoo Penguin Ambassador ซึ่งจะได้รับ โอกาสต้อนรับการมาของเจนทูเพนกวิน เรียนรู้การดูแลเพนกวิน บัตรเข้าสยาม โอเชี่ยน เวิร์ลฟรี ตลอด 1 ปี และทุนการศึกษา มูลค่าทุนละ 10,000 บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-658-0060 หรือ www.siamoceanworld.co.th)

TUMI SALE UP TO 60% OFF
bag /  ISETAN / 

โปรโมชั่น TUMI SALE UP TO 60% OFF ข่าวดีข่าวเด่นสำหรับใครก็ตามที่กำลังมองหากระเป๋าเดินทางใบใหม่ค่า! TUMI (ทูมี่) แบรนด์กระเป๋าคุณภาพสัญชาติอเมริกันจัดโปรโมชั่น TUMI SALE UP TO 60% OFF ยกกองทัพกระเป๋าเดินทางเกรดพรีเมี่ยมมาให้เลือกซื้อกันในราคาประหยัด เคยได้ยินชื่อแบรนด์ทูมี่กันมั้ยคะ? ทูมี่คือแบรนด์กระเป๋าและอุปกรณ์เครื่องใช้ในการเดินทางชั้นนำของโลก ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นออกแบบให้สอดคล้องกับการใช้งานของนักธุรกิจผู้ต้องการความคล่องตัวและจำเป็นต้องเดินทางบ่อยๆ ทั้งดูดี ใช้งานสะดวก ทนทาน และดูเป็นมืออาชีพ ทูมี่เปิดโอกาสให้ทุกคนจับจองกระเป๋าเดินทางคุณภาพดีได้ในราคาพิเศษลดสูงสุดถึง 60% ตั้งแต่วันนี้ – 11 พฤศจิกายน 2557   บริเวณ Gochiso space ชั้น 6 ISETAN ที่เดียวเท่านั้นนะคะ!

แซมมี่ โต้ เป็นนางเอกงานน้อย ไม่น้อยใจ ช่องไม่ค่อยป้อนงาน
แซมมี่ ปัณฑิตา /  ข่าวบันเทิงวันนี

ถึงแม้จะไม่ใช่นางเอกลูกรักของช่อง 7 แต่นางเอกอย่าง แซมมี่ ปัณฑิตา เคาวเวลล์ หรือที่ตอนนี้เปลี่ยนชื่อมาเป็น ดลลชา ก็ไม่รู้สึกน้อยใจที่เป็นนางเอกอีกคนที่มีงานน้อย กลับรู้สึกภูมิใจที่งานละครของตัวเองมีเรตติ้งที่สูงไม่แพ้กับบรรดานางเอกลูกรักของช่องที่เตรียมตัวสะบัดก้นทิ้งช่องหันไปเป็นนักแสดงอิสระหากหมดสัญญากับทางช่องปุ๊บ ยิ่งช่วงหลังๆ ได้ถูกจับให้เป็นคู่จิ้นกับพระเอกลูกรักอย่างหนุ่มพอร์ช ศรัณย์ ด้วยแล้ว ทำให้สาวแซมมี่รู้สึกดีขึ้นไปอีก เพราะตั้งแต่เข้าวงการมาไม่เคยถูกจับให้เป็นคู่จิ้นกับพระเอกคนไหนเลยสักคน ส่วนที่มีคนเม้าท์ว่าเป็นนางเอกที่มีละครน้อยนั้น สาวแซมมี่รีบโต้ทันทีว่า จริงๆ แล้วไม่น้อยอย่างที่ใครหลายคนเม้าท์ เพราะตั้งแต่จบละครเพลงรักผาปืนแตก ก็มีผู้จัดติดต่อละครให้แล้ว 2-3 เรื่อง แต่ยังไม่คอนเฟิร์มเลยไม่อยากจะบอก เอาไว้ให้ชัวร์ก่อน เดี๋ยวมาอัพเดทอีกที กลัวว่าบอกไปแล้วมีการเปลี่ยนตัวนักแสดงเลยเอาไว้ให้ชัวร์ทีเดียว แซมมี่ ปัณฑิตา แซมมี่ ปัณฑิตา แซมมี่ ปัณฑิตา

เมื่อคุณได้แบงค์ปลอม จะทำอย่างไร ย้อนดูผลงานหนังสั้นคู่กัน ของ พีค เต๋อ
คุณหมู ตัวเล็ก แบงค์ปลอม /  พีค / 

ภาพจาก IG peakpattarasaya พีค ภัทรศยา และ เต๋อ ฉันทวิทย์ แม้ทั้งสองคนจะมีผลงานหนังกันมาเยอะ แต่ก็ไม่บ่อยนักที่จะมีผลงานคู่กันแบบเต็มๆ และนี่ก็เป็นหนึ่งในผลงานที่ทั้งเต๋อและพีค ได้เล่นด้วยกัน และรับบทนำ เป็นผลงานภาพยนตร์สั้น "หลักสูตรโตไปไม่โกง" ตอน "คุณหมู ตัวเล็ก แบงค์ปลอม" กำกับโดย เมษ ธราธร ผู้กำกับหนัง ATM เออรัก เออเร่อ กับเรื่องที่หลายๆคนอาจเคยเจอมาว่า เมื่อคุณได้รับแบงค์ปลอมมาอยู่ในมือ คุณจะทำอย่างไรต่อไป นำไปใช้ต่อ หรือ ทิ้งมันไป หรือทำอะไรดี ออกแนวสนุกเฮฮา แต่ดูแล้วได้ข้อคิดดีๆ พีค เต๋อ ภาพยนตร์สั้น "หลักสูตรโตไปไม่โกง" เป็นผลงานของ กรุงเทพมหานคร ซึ่งร่วมกับบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด มหาชน ได้ร่วมมือกันผลิตหนังภาพยนตร์สั้น ตาม โครงการ กรุงเทพเมืองสีขาว "หลักสูตรโตไปไม่โกง" 15 เรื่อง 15 รส โดยฝีมือผู้กำกับ 15 คน และ ดารานักแสดงชื่อดัง จาก จีทีเอช อาทิ เต๋อ ฉันทวิช, พีค ภัทรศยา , พีช พชร, เต้ย จรินทร์พร และฝีมือการแสดงของพิธีกรจาก Play Channel ไม่ว่าจะเป็น มาร์ช จุฑาวุฒิ , ท๊อป ณภัทร และบทบาทสุดพิเศษ ของมาดามมด โดยที่ภาพยนตร์สั้น ทั้ง 15 เรื่อง ที่ครอบคลุมคุณธรรม 5 ประการ คือ ความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ จิตสาธารณะ อยู่อย่างพอเพียง และความเป็นธรรมในสังคม ดูกันได้เต็มๆ คลิปนี้เลยครับ

โฟกัส จิระกุล เผยทุกสิ่ง กับบทสาวขี้หึง ไม่ว่าเป็นหรือตาย!! ใน The Eyes Diary
The Eyes Diary /  คนเห็นผี / 

หลังจากที่แอบปลื้มนาน ในที่สุดนักแสดงสาว โฟกัส จิระกุล ก็ได้ร่วมงานกับ มะเดี่ยว ชูเกียรติ ผู้กำกับในดวงใจ ในภาพยนตร์ The Eyes Diary คนเห็นผี งานนี้ โฟกัสขอท้าทายตัวเอง สวมบทบาทหญิงสาวขี้หึงและชอบให้แฟนแสดงออกว่ารักตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นหรือตาย และในวันนี้ โฟกัส จะมาเผยทุกข้อสงสัยและทุกสิ่งที่คุณอยากรู้ เกี่ยวกับผลงานเรื่องล่าสุดนี้กัน โฟกัส จิระกุล ก่อนอื่นเลย ขอให้โฟกัสอัพเดตตัวตน และผลงานที่ผ่านมาหน่อยครับ? "สวัสดีค่ะ โฟกัส จิระกุล นะคะ เริ่มต้นทำงานตั้งแต่อายุ 6 ขวบเริ่มจากพวกโฆษณา และมีโอกาสได้มาเล่นหนังเรื่องแรกเรื่องแฟนฉันตอนอายุ 9 ขวบ จากนั้นก็เล่นหนัง เล่นละคร แสดงเอ็มวี ทำหลายอย่างค่ะในระหว่างหลายปีที่ผ่านมา เป็นพิธีกรก็เป็นมาแล้ว ล่าสุดตอนนี้กำลังมีผลงานหนังเรื่อง The Eyes Diary ค่ะ" หลายๆคน คุ้นเคยกับโฟกัสในภาพยนตร์ โดยส่วนตัวแล้วผูกพันกับงานภาพยนตร์มากน้อยแค่ไหนครับ? "จริงๆก็โตมากับหนังค่ะ จุดเริ่มต้นของเราคือภาพยนตร์ ก็เหมือนสนใจภาพยนตร์เรื่อยๆมาโดยตลอด ก็คิดไว้ว่าอยากจะเรียนภาพยนตร์ ต่อมาได้มีโอกาสมาเล่นละคร แต่ก็รู้สึกได้เลยว่าเราชอบเล่นหนังมากกว่า คนที่เล่นหนังก็จะชอบเล่นหนัง แต่สำหรับคนเล่นละครมาก็จะบอกว่าเล่นละครง่ายกว่า จนกระทั่งพอเข้ามหาวิทยาลัยก็เลยเลือกเรียนภาพยนตร์ ตอนนี้ก็เรียนอยู่ชั้นปี4 วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒค่ะ จริงๆก็อยากลองเขียนบทค่ะ ก็ได้เรียนเขียนบทกับอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย รู้สึกว่าเราก็พอเขียนได้ พอเริ่มเรียนก็รู้สึกว่าอยากลองเขียนดู แต่ยอมรับว่าการจะเขียนบทสักเรื่องหนึ่งมันเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะต้องใช้เวลานานมาก ขนาดเรื่องที่เขียนส่งอาจารย์ ก็ยังรู้สึกว่ามันยาก จริงๆหนูเป็นคนชอบดูหนังค่ะ การเป็นคนชอบดูหนังมันก็จะทำให้เราเก็บเกี่ยวประสบการณ์เอาอันนั้นผสมกับอันนี้แล้วมันอาจจะออกมาเวิร์คมากกว่า แต่เราก็ไม่ได้เป็นคนจินตนาการสูงขนาดนั้น" ในผลงานล่าสุด The Eyes Diary คนเห็นผี เป็นไงมาไงถึงได้มาเป็นตัวละครสำคัญในเรื่องนี้ครับ? "พอดีมีพี่ที่รู้จักกันทำงานอยู่กับพี่มะเดี่ยวเป็นแคสติ้งค่ะ พอเขาเห็นบทแล้วนึกถึงเราว่าเราเล่นได้ เลยลองเสนอกับพี่มะเดี่ยวดู ซึ่งพี่มะเดี่ยวก็โอเคให้มาแคสติ้ง กัสอ่านบทแล้วก็โอเค เพราะแค่ขึ้นชื่อว่าพี่มะเดี่ยวกลับมาทำหนังสยองขวัญก็ตื่นเต้นแล้ว กัสติดตามพี่เขามาตั้งแต่ 13 เกมสยอง คือพี่เขาทำไว้สยองจริงๆ ค่ะ ชื่นชมผลงานพี่เขาด้วย เลยตัดสินใจรับเล่นเรื่องนี้" ตอนที่เห็นบท-อ่านบทครั้งแรกรู้สึกอย่างไรบ้างครับ? "ตอนเห็นบทหนังเรื่องนี้ครั้งแรกก็นึกถึงพี่มะเดี่ยวก่อนเลยค่ะ ว่าเขาจะทำออกมาได้สยองขนาดไหน เพราะจากเรื่อง 13 เกมสยองพี่เขาทำไว้ได้โอเคมากๆ และพอมาเรื่องนี้อ่านบทดูก็คิดว่าน่าจะมีจุดเด็ดๆอยู่หลายจุด เพราะในหนังเรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่หนังแนวสยองขวัญเพียงอย่างเดียว แต่มันมีในเรื่องของความรักในวัยรุ่นด้วย เป็นความรักหนุ่มสาว แต่มันจะเกี่ยวกับความสยองขวัญยังไงต้องไปดูค่ะ" แบบนี้ต้องให้โฟกัสเล่าให้ฟังแล้วว่า ความน่าสนใจของคาแรคเตอร์ที่ได้รับเป็นอย่างไรบ้าง? "คาแรคเตอร์ของปลาก็จะเป็นผู้หญิงวัยรุ่นคนหนึ่งที่จริงจังในเรื่องความรักมาก มีนิสัยเหมือนผู้หญิงทั่วไป คือขี้งอน ขี้หึง เรียกร้องความสนใจ อยากให้แฟนสนใจ อยากให้เขาแสดงความรักกับเรามากกว่านี้ ในขณะที่น็อต (แสดงโดย ปั้นจั่น)ที่เป็นแฟนเราเขาก็แบบไม่ค่อยแสดงออก แบบแค่นี้ก็พอรึเปล่า นอกจากนี้ตัวปลาเองก็จะเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับสิ่งของทุกอย่างที่แฟนให้มาไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตาที่เคยได้มาในวันครบรอบ หรือตัวเขาก็จะรักตุ๊กตาตัวนี้มาก พูดได้ว่าตัวละครปลาจะเน้นหนักไปในเรื่องของความรัก ทั้งเรื่องก็จะอยู่กับความรัก ส่วนในเรื่องของผีนี่ถ้านับจริงๆเรียกได้ว่าปลาเป็นคนที่เจอผีบ่อยที่สุด เยอะที่สุด โดยที่ตัวปลาเองไมได้อยากจะเห็นผีเลย แต่ก็ต้องมาเห็น" คาแรคเตอร์ของปลากับโฟกัส เหมือนหรือแตกต่างกันบ้างไหมครับ? "ปลาเป็นผู้หญิงร่าเริง โลกสวย ยิ้มง่าย เหมือนผู้หญิงทั่วไป แต่ในเรื่องความรักเขาจะเป็นคนที่ใส่ใจมากๆ รักแฟน หวงแฟน ขี้หึง ขี้งอน โกรธง่าย ซึ่งมันคนละแบบกับกัสนะ เรียกได้ว่าไม่ใกล้กันเลย คือตัวจริงกัสจะเป็นคนที่เฮฮากว่าเยอะ ส่วนในเรื่องของความรักก็ไม่ได้เป็นคนขี้งอนขนาดนั้น ไม่ได้แบบว่าเธอต้องจดวันสำคัญวันนี้ให้ได้นะ และกัสก็ไมได้ขี้หึงขนาดนั้นด้วย แต่ส่วนในเรื่องรักใครรักจริง รักแฟนมากๆ กัสว่าเป็นแบบนี้ทุกคนแหละเวลาที่เรารักใครนะ" ภาพยนตร์ The Eyes Diary มีเรื่องราวเป็นยังไงบ้างครับ? "ก็เป็นเรื่องราวของผู้ชายคนหนึ่งที่เขารักและผูกพันกับแฟนของเขามาก แต่คืนหนึ่งก็มีเหตุให้ทะเลาะกันแล้วก็ขับรถไปชน ทำให้แฟนตัวเองตาย ชีวิตก็เปลี่ยนไป ฝังตัวเองอยู่กับความเศร้า คิดแต่ว่าอยากจะเจอแฟนสักครั้ง เลยพยายามหาวิธีที่จะทำให้ตัวเองเห็นผีแล้วหวังว่าหนึ่งในผีเหล่านั้นก็อาจจะเป็นแฟนตัวเอง ก็เริ่มจากไปเป็นอาสาเก็บศพแล้วก็แอบเก็บของคนตายโหงกลับมาบ้าน แต่จะเห็นผีมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ  เพื่อนๆมหาวิทยาลัยที่เรียนมาด้วยกันหรือแม้แต่เพื่อนที่มูลนิธิพยายามเตือนก็ไม่ฟัง เริ่มถลำตัวเองลงไปลึกอีกเรื่อยๆ  และกลายเป็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนอกจากมันไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิดแล้ว แต่มันกลับส่งผลต่อทุกชีวิตที่อยู่รอบตัวเขาแทน" ลองเล่าถึงมิติความหลอนของ The Eyes Diary หน่อยครับ "อันแรกก็คือในส่วนของผีในภาพยนตร์เรื่อง The Eyes Diary คือมีผีเยอะมากๆ แล้วผีทุกตัวก็จะมีเรื่องราว จะไม่ใช่แค่โผล่ออกมาหลอกแฮ่แล้วจบ ซึ่งผีแต่ละตัวจะถูกออกแบบมาให้มีสภาพที่แตกต่างกัน ซึ่งอันนี้ต้องยกนิ้วให้พี่ทีมเอฟเฟกต์ค่ะ เก่งมากจริงๆ คือแต่งออกมาได้เหมือนมาก น่ากลัวมากๆ แล้วก็สถานที่และบรรยากาศในการถ่ายทำด้วยความที่เป็นหนังผี ความโหดร้ายจะอยู่ตรงสถานที่ และที่ฟังมาสถานที่ถ่ายทำทุกที่คือเป็นสถานที่ที่ร้างจริงๆ โรงพยาบาลร้างที่สร้างไม่เสร็จแล้วทุกอย่างมันก็คือยังไม่สมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นบันได รูลิฟท์ แล้วยังมีพวกท่อที่สามารถเดินตกลงไปได้เลย แล้วตอนที่ถ่ายเป็นกลางคืนด้วย ต้องมีคนคอยส่องไฟฉายให้ตลอดเวลา เพราะถ้าพลาดนิดหนึ่งนี่คือตกลงมาข้างล่างเลยนะ เพราะเราถ่ายกันอยู่ที่ชั้น 3-4 ตกลงมาก็มีขาหักได้ค่ะ ส่วนบ้านร้างก็คือร้างจริงๆ แอบน่ากลัว คือสถานที่โหด จริงๆ ไม่ได้กลัวนะคะ อาจเป็นเพราะว่าเราชอบอะไรแนวนี้อยู่แล้วด้วย แต่ถ้าให้ไปถ่ายคนเดียวคงไม่กล้า เพราะมันร้างจริงๆ แต่บ้านสวยนะ ถ้าไม่ร้างจะดีมาก" ทราบมาว่าในการถ่ายทำหนังผีเรื่องนี้ มีอุปสรรคพอสมควร จริงหรือเปล่าครับ? "อุปสรรคในเรื่องนี้ที่จริงมีเยอะมากค่ะ อย่างแรกเลยเราถ่ายช่วงที่มีฝนตก(พายุฤดูร้อน) แล้วยุงเยอะมาก เหมือนเป็นแหล่งชุกชุมของยุง คนที่แต่งเอฟเฟกต์ก็ร้อนเห็นแล้วสงสารเลย ที่เห็นว่าออกมาน่ากลัวขนาดนี้จริงๆ แล้วเขาทนร้อน ทนยุง ทนเหงื่อ แบบทุ่มทุนกันสุดๆ ฝุ่นเยอะด้วยค่ะทั้งกัสทั้งพี่มะเดี่ยวก็แพ้ฝุ่นคันตามตัว และด้วยอากาศแบบฝนๆ ร้อนๆ สถานที่ก็มีฝุ่นเยอะพี่มะเดี่ยวถึงขั้นป่วยเข้าโรงพยาบาล แต่ด้วย สปีริทของผู้กำกับเขาก็กำกับผ่านเฟสไทม์ค่ะ แต่นักแสดงเรื่องนี้ก็ทุ่มเทกันสุดๆนะ อย่างกัสนี่แพ้ฝุ่นและเป็นตากุ้งยิงด้วย พักผ่อนน้อย ส่วนแจ๊คก็คอเคล็ดเพราะต้องแสดงฉากแอคชั่น น่าสงสารนะ กัสเข้าใจเวลาคอเคล็ดมันก็จะหันลำบาก พอแจ๊คต้องมาเข้าฉากมันก็ลำบากเวลาหันมาคุยกันก็ต้องหันทั้งตัว และยังมีพี่ปั้นจั่นอีก คนนี้เหนื่อยหน่อยเพราะระหว่างที่เขาถ่ายหนัง ก็มีถ่ายละครด้วย เขาจะต้องบินไปบินกลับ เหนื่อยสุดๆ แล้วเขาก็ปวดไหล่ด้วย นี่แหละค่ะอายุก็ไม่ใช่น้อยๆ กระดูกไม่แข็งแรง (หัวเราะ)ที่จริงในเรื่องนี้เราเล่นจริงกันหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นโดนผีกระชากขาบ้าง ก็เล่นเองหมดเลย ก็เป็นคนชอบอะไรแบบนี้อยู่แล้วด้วย สนุกดีค่ะ ก็เป็นประสบการณ์แบบใหม่ดี เคยเล่นหนังผีมาก่อนนะ แต่มันคนละแนวกันเลย" มีการใช้เทคนิคใหม่ๆ และมุมกล้องทางด้านภาพ มาช่วยเพิ่มระดับดีกรีความหลอนอีกด้วย เล่าให้ฟังหน่อยครับ? "หนังเรื่องนี้มีเทคนิคการถ่ายทำเยอะมาก ไม่ใช่แค่วางกล้องแล้วจบนะคะ เพราะเรามีถ่ายบน Drone เหมือนเอากล้องไปติดไว้กับเครื่องบินบังคับ ก็ถ่ายกันทั้งมุมเบิร์ดอายวิว (มุมกล้องทางอากาศ) ไหนยังมี สเตดิแคมที่แทนสายตาคนดู (ผกก.ภาพแบกกล้องติดกับตัว เดินหรือวิ่งเข้าไปถ่ายใกล้ชิดกับตัวละคร) เวลาถ่ายออกมามันจะทำให้คนดูมีอารมณ์ร่วมไปกับหนังมากขึ้น และด้วยความที่เป็นหนังผี ถ้าภาพมันเหมือนกับการที่เราได้มีส่วนเข้าไปอยู่ในหนังด้วย เห็นเหตุการณ์ไปพร้อมๆ กับตัวละครนั้นด้วย มันก็จะเพิ่มดีกรีความหลอน ความสยองยิ่งขึ้นค่ะ" พูดถึงการทำงานร่วมกับผู้กำกับภาพยนตร์ที่ชื่อ มะเดี่ยว หน่อยครับ? "พี่มะเดี่ยวเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับรายละเอียดของหนังมากๆ ทุกอย่างเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเฟรมภาพ แสงต้องได้แบบนี้นะ นักแสดงต้องเล่นได้ขนาดนี้ พี่เขาจะเป็นคนที่เป๊ะมากๆ เป๊ะจริงๆ แต่ละฉากนี้สังเกตได้เลยว่าทุกคนจะโดนเหมือนกันหมดคือพี่มะเดี่ยวจะบอกว่าดีๆ ขออีกทีเผื่อไว้ เขาจะบอกว่าแบบนี้ดีแล้ว แต่อยากให้ดีมากกว่านี้ ขออีกทีหนึ่ง เผื่อเก็บไว้ คือในเรื่องนี้เราต้องเล่นกันจริง ไม่ว่าจะโดนผีกระชากขา แต่งเอฟเฟกต์ที่ขา เจอผีก็ต้องกรี๊ด พี่มะเดี่ยวเขาจะมีสูตรว่าเวลาเจอผีต้องแบบนี้นะ ก่อนจะกรี๊ดต้องตกใจแบบนี้ พี่มะเดี่ยวก็จะเข้ามาสอนทุกๆ ฉากที่สำคัญ อย่างฉากเจอผีพี่เขาจะมาเล่นให้ดู มาคอยบอก คอยสอน กัสก็จะเก็บมาแล้วทำตาม เพราะบางครั้งเราคิดไม่ออกว่าจะต้องขนาดไหน ดีค่ะ เป็นประสบการณ์ที่ดีถือว่าได้ทำงานร่วมกับผู้กำกับมือทอง พี่มะเดี่ยวนอกจากจะเป็นผู้กำกับแล้ว ยังเหมือนเป็นแอคติ้งโค้ชให้ด้วยค่ะ ก็จะคอยมาบอกว่ามันเล่นแบบนี้นะ อยากให้มันเป็นแบบนี้ เขาก็จะมาคอยบอก คอยสอน   แล้วในแง่ความทุ่มเท อย่างตอนที่พี่มะเดี่ยวป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ มากองไม่ได้ แต่ก็หยุดกองไม่ได้ เพราะคิวจะรวน ก็ต้องกำกับผ่านเฟสไทม์กัน คือทุกคนในกองไม่เคยเจอเรื่องอย่างนี้เลย ขนาดกำกับทางไกล พี่มะเดี่ยวก็ยังละเอียด สรุปพี่เขาก็นอนเช้าพร้อมพวกเราที่กองนั่นแหละ แค่ว่า อยู่คนละที่  ไม่รวมว่า พี่เขาก็จะเล่นเป็นเล่น ทำงานเป็นทำงาน จริงจังมาก ตอนเล่น พี่เขาจะฮามาก แต่พอทำงานจะดุ เป็นคนละคน กัสกับพี่ปั้นจั่นก็จะติดเล่นนิดนึง ก็โดนดุบ้าง" (หัวเราะ) พูดถึงเพื่อนนักแสดงที่ร่วมงานบ้าง ทำงานกับปั้นจั่นเป็นอย่างไรบ้างครับ ต้องถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกการเป็นคู่ที่รักกัน? "ในตัวบทเองมีอะไรให้เล่นเยอะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นของพี่ปั้นจั่นหรือของโฟกัสเองก็จะมีหลายมุมค่ะในเรื่องนี้ แบ๊ว ดราม่า รักโรแมนติก มีครบหมดเลยค่ะในเรื่องนี้ ได้เล่นหมดเลย ได้เจอผีด้วย ก็ดีค่ะถือเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ดี อย่างในเรื่องพี่ปั้นจั่นจะรับบทเป็นน็อต ซึ่งเป็นแฟนกับปลา เราอยู่บ้านเช่าหลังเดียวกัน การเป็นแฟนกันก็จะมีมุมหวานแหวว กุ๊กกิ๊ก งุ๊งงิ๊งกัน และก็ต้องมีทะเลาะกันด้วย ก็จะได้เห็นหลายมุมหน่อย ทำงานกับพี่ปั้นจั่นเหมือนเราคุยกันค่ะ อย่างฉากหวานจะหวานยังไง หวานขนาดไหน คนดูจะเชื่อรึเปล่าว่าเราเป็นแฟนกัน เราก็จะปรึกษากันตลอด ในมุมทะเลาะพี่เขาก็จะเสนอไอเดียให้ตบจริง กัสก็เกรงใจเขา แต่เขาก็ยังยืนยัน ตอนแรกๆก็ไม่กล้าตบเพราะไม่เคยตบใคร เลยตบเบาๆ พี่ปั้นก็บอกแรงๆ เลย ไม่เจ็บหรอก ตัวเล็กๆแบบนี้จะแรงเยอะขนาดไหนเชียว กัสก็เลยตบจริงๆ คือฉากนั้นเงียบทั้งกอง เพราะกัสตบแรงมาก ขึ้นรอยแดงเลยแหละ พี่ปั้นบอกเจ็บยิ่งกว่าเข้าฉากเตะต่อยเวลาไปถ่ายละครแอ็คชั่นอีกง กัสก็ว่าฟาดไม่หนักนะ (หัวเราะ) ถ้าถามว่าหนักใจอะไรมั้ย ก็คงหนักใจตอนที่รู้อายุพี่ปั้นจั่นมากกว่าค่ะ(หัวเราะ) เพราะว่าพี่เขาอายุ27แล้ว ส่วนคนอื่นๆก็จะอยู่ในช่วงมหาวิทยาลัยกันอยู่เลย ตอนที่ยังไม่เจอกันก็คิดนะว่าพี่เขาจะเล่นกับเรารึเปล่า เขาจะเป็นคนยังไง เพราะไม่เคยเจอกันเลย แต่พอมาเจอจริงๆ พี่เขาน่าเฮฮา ขี้เล่นดีค่ะ ก็สบายใจ แต่ไอ้ความขี้เล่นทำให้เวลาอยู่ในกองส่วนใหญ่เราจะเล่นกัน ทำให้เวลาเข้าฉากที่ต้องทำอารมณ์มากๆ กัสจะมีปัญหาหลุดขำ ยิ่งเวลาที่เขามองหน้าเราเมื่อไหร่ ก็จะเริ่มขำ ส่วนพี่ปั้นจั่นเขาจะไม่ค่อยมีปัญหา เขาจะทำเข้มๆตามบทไป แต่ชีวิตจริงเขาไม่ได้เข้มเหมือนพระเอกในเรื่องนะคะ พี่ปั้นจั่นเป็นคนที่ตั้งใจทำงานมาก อย่างซีนอารมณ์เขาก็จะเต็มที่ไม่ว่าจะกี่เทคและเต็มที่กับทุกๆเทคด้วย" เม้าส์ถึงเพื่อนๆ ในกองถ่ายหน่อยครับ มีอะไรสนุกๆบ้าง? "เริ่มจากแจ๊ค (Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ ,เกรียนฟิคชั่น) ก่อนเลยค่ะ แจ๊คก็จะเป็นคนตั้งใจทำงาน เขาจะเป็นคนที่เตรียมตัวมาดีมากๆ อ่านบทท่องบทมาเป๊ะมากๆ แต่แจ๊คก็ชอบมาพูดบทข้างๆนะ อยู่ดีๆ เดินมานั่งแล้วพูดบทขึ้น กัสก็ห๊ะ..อะไรนะ..? แจ๊คก็จะอ่อ..เปล่า ท่องบทอยู่จะให้กัสต่อบทด้วย (หัวเราะ) ตอนแรกเลยแจ๊คเขาจะไม่ค่อยกล้าเข้ามาเล่นกับกัสนะ ไม่รู้ว่ากลัวหรืออะไร เหมือนยังเกร็งๆ ไม่กล้าทัก แต่พอมาหลังๆเริ่มสนิทกัน แต่ก็ยังไม่ค่อยกล้าแกล้งกัสอยู่ดี เพราะกัสเป็นมือแกล้งในกอง (หัวเราะ) ส่วนเมโกะ (ตั้งวง,Mary is Happy,Mary is Happy) ก็จริงๆ ไม่ค่อยได้เข้าฉากด้วยกันนะ ไม่มีบทสนทนากันเลยในเรื่อง แต่ด้วยความที่เราเป็นวัยใกล้ๆ กัน ร่วมงานกันครั้งแรกก็ดีนะ มีเล่นกันบ้าง เอาเป็นว่าเราจะไม่กัดผู้หญิงด้วยกันค่ะ (หัวเราะ) คนสุดท้ายพี่ปั้นจั่น คนนี้เขาจะพยายามแอ๊บเด็กตลอดเวลา ก็ชอบมาเล่นมาแกล้งน้องๆ ก็ทำให้บรรยากาศในกองสนุกสนานดีค่ะ ขอเม้าส์อีกหน่อยว่าพี่ปั้นจั่นเป็นคนที่กลัวผีมากๆ บางครั้งไม่มีคิวถ่ายแต่ถ้าต้องอยู่ห้องคนเดียวก็จะแบบเดี๋ยวไปให้กำลังใจเพื่อนดีกว่า แต่เอาลึกๆ แล้วคือกลัวมากกว่าอยากมาให้กำลังใจ ไม่กล้าอยู่คนเดียว" ถ่ายหนังผี เล่นหนังผี แบบนี้ มีการเจออะไรแปลกๆ หลอนๆ ในกองบ้างรึเปล่าครับ? "มันก็มีแหละคะ ด้วยความเป็นหนังผีนะ ส่วนใหญ่เราถ่ายทำกลางคืน และสถานที่ถ่ายทำมันก็คือสถานที่จริง อย่างแจ๊คก็เจอรอยนิ้วมือตรงท้อง รอยข่วนตรงคางซึ่งเราก็พิสูจน์ไม่ได้ น่ากลัวดีค่ะ เมโกะด้วยนะ เห็นน้องเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูดอะไรเลยนี้เท่าไหร่ แต่พอถามปุ๊บก็จะค่อยๆ หลุดออกมาทีละนิดๆ ว่าเห็นเหมือนกัน ส่วนพี่ปั้นจั่นขานี้เขาไม่ค่อยเจออะไรค่ะ เพราะแขวนพระตลอดเวลา ด้วยความเป็นคนที่กลัวผีสุดฤทธิ์ แค่พูดว่าพี่ปั้นระวังนะ บ่นใหญ่เลย" แล้วโฟกัสล่ะ ได้เจออะไรแปลกๆ หลอนๆ บ้างรึเปล่าครับ? "ก็รู้สึกเหมือนมีอะไร ทั้งที่โรงแรมด้วย และที่กองด้วย แค่รู้สึกแต่เป็นคนไม่มีเซนส์ ในกองมันจะมีฉากที่ทีมงานทั้งหมดต้องออกไปอยู่ข้างนอกบ้าน และกัสต้องวิ่งออกจากบ้านไปข้างนอก ซึ่งในบ้านก็ไม่มีทีมงานอยู่เลย มืดมาก ไฟก็ถูกขนออกไปหมดแล้ว กัสอยู่ในบ้านคนเดียว ตอนที่เดินมาหน้าประตูก็รู้สึกเหมือนมีคนมองมาจากด้านหลังตลอดเวลา ตอนแรกก็คิดว่าคิดไปเอง ไม่กล้าเล่าให้ใครฟัง แต่พอเมโกะมาเล่าว่าเห็นคนแก่หัวล้านอยู่ในบ้าน แล้วพี่ทีมงานก็มาบอกอีกว่าเห็นเหมือนเมโกะเลย ก็เลยรู้สึกว่าน่าจะมีแหละ เพราะตัวเองก็รู้สึกเหมือนมีใครมองมาจากด้านหลังเหมือนกัน แต่ไม่คิดว่าจะเจอไง รู้สึกโฟกัสจะมีเจอที่ห้องที่โรงแรมด้วยนะ เห็นเป็นเงาดำๆ ตอนแรกนึกว่าแม่ แต่ก็ไม่ใช่ แต่เขาก็ไม่ได้มากวนอะไร" มีอะไรให้อึ้ง ทึ่งกับการทำงานในภาพยนตร์เรื่อง The Eyes Diary ไหมครับ? "นอกจากตัวหนังแล้ว โฟกัสรู้สึกอึ้งทึ่งพี่ทีมงานและนักแสดงทุกคนมากกว่า เพราะหนังที่เราถ่ายทำกันอยู่มันเป็นหนังผี เวลาถ่ายก็ต้องถ่ายถึงเช้าแทบทุกวันเลย ด้วยพี่ๆทีมงานเองที่อดหลับอดนอนกันเพื่อหนังเรื่องนี้ การทำงานเรื่องนี้ถือว่าโหด เพราะมันเป็นการทำงานที่อดหลับอดนอนติดต่อกันหลายวันสัก4วันได้แล้วที่นอนเช้ากัน นับถือทีมงานและนักแสดงทุกคนจริงๆว่าสุดยอด โดยไม่มีใครบ่นค่ะว่าต้องนอนเช้า ทุกคนก็จะเต็มที่กับงานหมด ถ้าถามว่าโฟกัสรักตัวละครตัวนี้มั๊ย ก็รักค่ะ เพราะในเรื่องปลาเองก็มีจุดมุ่งหมายของเขาเหมือนกันคล้ายกับน็อตที่เขาก็มีจุดมุ่งหมายของเขา การดำเนินเรื่องทุกคนมันมีจุดมุ่งหมายว่าทำไม เพราะอะไร ดูมีมิติดีค่ะ น่าสนใจ" สำหรับโฟกัสแล้ว มีซีนไหนที่ยากโหดหินมากๆในการทำงานภาพยนตร์เรื่องนี้ไหมครับ? "ซีนที่ยากที่สุดและรู้สึกว่าไม่ชอบที่สุด และซีนที่โหดที่สุด ก็คงเป็นซีนที่มีอุบัติเหตุบนถนน ก็จะต้องปิดถนนกันค่ะไกลมากเลย แล้วก็มีอุบัติเหตุกัน มันก็จะต้องมีเอฟเฟกต์ใช่มั๊ยค่ะ มันก็จะมีเลือด แล้วเลือดมันเหนียวมาก แล้วหนูเป็นคนที่ไม่ชอบอะไรเหนอะหนะ แล้วนี่ต้องเหนอะไปนอนกลางถนน ตอนนอนอยู่ก็คิด ว่าอยากผ่านซีนนี้ไปเร็วๆซึ่งจริงๆ ซีนนี้เป็นซีนที่ใช้เวลาถ่ายไม่ได้นานสักเท่าไร ใช้เวลาสักชั่วโมง แต่ว่ายากจริงเพราะว่ามันใช้ Drone ถ่าย(กล้องติดอุปกรณ์คล้ายๆวิทยุบังคับลอยบนท้องฟ้า) แล้วก็เป็นซีนอารมณ์นิดๆ ด้วย ยาก เหนียวด้วย แต่ก็ได้กลับไปอาบน้ำนะคะ แล้วก็กลับมาถ่ายใหม่ ตอนตี4ยังนอนอยู่กลางถนนแล้วก็กลับไปอาบน้ำ แล้วกลับมาถ่ายใหม่ตอนตี 5" ติดตามบทบาทของสาวโฟกัส ที่จะมาชวนคุณไปเห็นสิ่งที่ทุกคนกลัว! ไปกับ The Eyes Diary คนเห็นผี ได้แล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกดูตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ The Eyes Diary ได้ที่นี่ --------------------------------

ว่อน! ภาพนักร้องสาววง Cup C ขึ้นปกหนังเอวี
นักร้องเกิร์ลกรุ๊ป /  นักร้องวงคัพซี / 

เรียกว่าเซ็กซี่ร้อนแรงจนฉุดไม่อยู่เลยทีเดียว สำหรับนักร้องเกิร์ลกรุ๊ปน้องใหม่อย่าง คัพซี (CUP C) จากค่าย โมโนฟูโก ในเครือ โมโนมิวสิค เพราะล่าสุดงานก็เข้าอย่างจัง หลังภาพโปรโมทสุดเซ็กซี่ของพวกเธอโผล่ขึ้นปกหนังเอวีของแดนปลาดิบซะงั้น! โดยภาพดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ว่อนทั่วไปคลองถม ซึ่งก่อนหน้านี้พวกเธอได้เรียกเสียงฮือฮาจนหนุ่มๆ ตาลุกวาวกันมาแล้ว จากภาพโปรโมทที่แซ่บเว่อร์ เพราะเลียนแบบปกแนว หนังผู้ใหญ่ !!! ทั้งนี้สมาชิกในวง คัพซี (CUP C) ประกอบไปด้วย 5 สาวสมาชิกอย่าง เนม นภศร วงศ์จิตต์ , ลูกแพร์ วรัญญา ปั้นประณต , ซองค์ พรวลี เมนะเนตร , นิกกี้ พลอยลดา วณิชพงศ์ปรีชา และ มิ้ม สุขฤทัย โตส้ม โดย 5 สาวสุดแซ่บ Cup C ได้ปล่อยซิงเกิ้ลแรก ถอดไม่ถอด ออกมาเรียกน้ำย่อยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว วง CUP C งานเข้า! ภาพโปรโมทวงขึ้นปกหนังเอวี วง CUP C จากค่าย โมโนฟูโก วง CUP C จากค่าย โมโนฟูโก วง CUP C จากค่าย โมโนฟูโก วง CUP C จากค่าย โมโนฟูโก วง CUP C จากค่าย โมโนฟูโก วง CUP C จากค่าย โมโนฟูโก

ประวัติมายด์ พัฒนิดา พุ่มชูแสง Miss Teen Thailand 2014
Miss Teen Thailand 2014 /  มายด์ พัฒนิดา พุ่มชูแสง

จบไปแล้วกับการประกวด Miss Teen Thailand 2014 ค้นหาสาวน้อยหน้าใส เมื่อคืนที่ผ่านมา (30 ตุลาคม 2557) โดยเวทีนีก็รู้จักกันดีว่าเป็นเวททีการประกวดอันดับหนึ่งของสาววัยทีนเมืองไทย ซึ่งก็ได้ผู้ชนะแล้ว นั่นก็คือ น้องมายด์ พัฒนิดา พุ่มชูแสง หมายเลข 41 จากจังหวัดนครปฐม คว้าตำแหน่ง มิสทีน ไทยแลนด์ 2014 ไปครอง ^^ .. ประวัติมายด์ พัฒนิดา พุ่มชูแสง Miss Teen Thailand 2014 ประวัติมายด์ พัฒนิดา พุ่มชูแสง Miss Teen Thailand 2014 “มิสทีน ไทยแลนด์ 2014”  ( Miss Teen Thailand 2014 ) จัดโดย บริษัท อินสไพร์ เอนเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ร่วมกับ สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 และ บริษัท ยูลิฮัน กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด โดยในครั้งนี้จัดภายใต้คอนเซ็ปต์ GLAMOROUS REFLECTIION สะท้อนความงดงามอย่างเจิดจรัส ผลการประกาศนั้น มายด์ พัฒนิดา พุ่มชูแสง สาวน้อยวัย 18 ปี จาก จ.นครปฐม คว้าที่ 1 มาครอง โดยตอนนี้เธอกำลังศึกษาอยู่ที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล รัตนโกสินทร์ ศาลายา จ.นครปฐม ในการประกวดครั้งนี้ ผู้ชนะได้รับเงินรางวัลรวมกว่า 1,000,000บาท ได้แก่เงินรางวัล 300,000 บาท พร้อมได้รับจากการเป็นนางแบบนิตยสารชั้นนำจากต่างประเทศระยะเวลา 4 ปี เป็นเงิน 700,000 บาท มงกุฎเพชร,สายสะพาย,เข็มกลัดทองคำ พร้อมเงินรางวัลจากผู้สนับสนุนอีกมากมายและได้ก้าวสู่วงการบันเทิงเป็นนักแสดงต่อไป ส่วนรองอันดับ1 มิสทีน ไทยแลนด์ 2014 ได้แก่ หมายเลข 33 นางสาวชนนันท์ เลิศปัญญาพรชัย หรือน้ำหวาน อายุ 16 ปี โรงเรียนศึกษานารี เจ้าของรางวัลขวัญใจช่างภาพสื่อมวลชนคะ

5 อันดับ สถานที่ชม ใบไม้เปลี่ยนสี ในโตเกียว ญี่ปุ่น
ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี /  เที่ยวญี่ปุ่น / 

ช่วงนี้ เชื่อว่าคนไทยหลายๆ คน สนใจที่จะไปชม ใบไม้เปลี่ยนสี จากทั่วโลกแน่ๆ แต่ที่ใกล้ที่สุด ก็คือญี่ปุ่นนั่นเอง พอพูดถึงประเทศญี่ปุ่น หลายๆ คนอาจจะนึกถึง ดอกซากุระ ซึ่งก็ต้องรอดูช่วงเดือน เมษายนโน่น แต่ถ้าเป็นช่วงเดือนตุลาคม - พฤศจิกายน ก็ต้องอยากไปชมใบไม้เปลี่ยนสี ซึ่งก็สวยงามไม่แพ้ไปชมดอกซากุระเลย เอาล่ะ ถ้าใครจะไปญี่ปุ่น โดยเฉพาะในเมืองโตเกียว มาดูกันว่า จะไปชมใบไม้เปลี่ยนได้ที่ไหนกันบ้าง 5 อันดับ สถานที่แนะนำสำหรับชม ใบไม้เปลี่ยนสี ในโตเกียว ญี่ปุ่น อันดับ 1 สวนริคุงิเอน (Rikugien) สวนริคุงิเอน เป็นสวนขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ JR Komagome (JR Yamanote Line) หรือรถไฟใต้ดินนัมโบคุ เดินจากสถานีโคมาโกเมะเพียง 5-10นาทีก็จะถึงทางเข้าสวนแล้วครับ โดยค่าเข้าจะอยู่ที่ 300 เยน สวนริคุงิเอน นั้นจะเป็นที่นิยมมากในช่วงฤดูใบไม้ร่วงครับ เนื่องจากในสวนนั้นจะมีต้นเมเปิ้ลอยู่มาก และในช่วงที่มีใบไม้เปลี่ยนสี สวนนี้ก็จะเต็มไปด้วยใบไม้สีแดงดูแล้วสดชื่นและอิ่มเอมกันไปเลยครับ ถ้าใครได้มากับคนรู้ใจก็คงจะมีความสุขไม่ใช่น้อยเลย ที่นี่จะเปิดบริการตั้งแต่เวลา 9.00น. และจะปิดในเวลา 17.00น. ยกเว้นในช่วงดอกซากุระบานหรือช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ที่นี่ก็จะปิดในเวลา 21.00น. ครับ ที่ปิดช้ากว่าปกติเนื่องจากในสวนจะมีการจัดแสดงไฟให้ชมกันด้วยครับ น่าสนใจและน่าตื่นเต้นมากเลยทีเดียว อันดับ 2 สวนโคอิชิคาวะ โคระคุเอง (Koishikawa Korakuen) สวนโคอิชิคาวะ โคระคุเองเป็นอีกหนึ่งสวนสาธารณะที่โดดเด่นในเรื่องของการชมใบไม้เปลี่ยนสี เช่นเดียวกัน นอกจากจะมีต้นเมเปิ้ลที่ให้สีแดงและสีส้มคอยต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงฤดู ใบ้ไม้ร่วงนี้แล้ว ยังมีต้นแปะก๊วยที่ให้สีเหลืองอะหร่ามอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของสวนอีก ด้วย สวนโคอิชิคาวะ โคระคุเองตั้งอยู่ติดกับโตเกียวโดม เป็นฮอลล์ขนาดใหญ่ซึ่งมักจะมีการจัดแสดงคอนเสิร์ทอยู่เสมอ ผู้คนบริเวณโดยรอบสวนก็คงจะดูเยอะแยะมากมายโดยเฉพาะช่วงที่มีคอนเสิร์ทนั่น เอง ที่สำคัญเวลาเราอยู่ในสวนเราก็จะสามารถเห็นโตเกียวโดมเป็นฉากหลังได้อีกด้วย ครับ เวลาถ่ายรูปออกมาคงดูดีไม่น้อยเลยทีเดียว การเดินทางมายังสวนโคอิชิคาวะ โคระคุเองนั้น ควรลงที่สถานี Iidabashi ออกทางประตู C3 แล้วเดินต่อมาอีกประมาน 5-7นาทีก็จะถึงทางเข้าสวนแล้วครับ โดยสวนโคอิชิคาวะ โคระคุเองจะมีค่าเข้าที่ 300 เยน เปิดให้ชมตั้งแต่เวลา 9.00น. ถึง 17.00น. เข้าประตูได้ไม่เกิน16.30น. ครับ อันดับ 3 มหาวิทยาลัยโตเกียว (University of Tokyo / Todai) ที่ โทได หรือ มหาวิทยาลัยโตเกียว นั้น เป็นสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่น่าสนใจมากอีกแห่งหนึ่ง เมื่อคุณเข้าไปในนั้น คุณจะรู้สึกเหมือนว่ากำลังอยู่ในละครซี่รี่ย์เลย โดยเฉพาะใครที่มากับคนรู้ใจจะยิ่งรู้สึกถึงความอบอุ่นและโรแมนติกแบบสุดๆ เพราะที่นี่จะมีต้นแปะก๊วยที่ให้ใบสีเหลืองอร่ามตลอดทางตัดกับตัวอาคารที่มี สีแดงอิฐ สร้างความโดดเด่นให้แก่ใบแปะก๊วยสีเหลืองสด ทั้งนี้ยิ่งถ้ามีใบไม้ร่วงเต็มพื้นด้วยจะยิ่งรู้สึกประทับใจแบบไม่รู้ลืม การเดินทางมายังมหาวิทยาลัยโตเกียวนั้น ให้นั่งรถไฟ Tokyo Metro Namboku Line ลงที่สถานี Todaimae ก็จะเจอกับกำแพงสีแดงเลือดหมูริมถนน เดินมาเรื่อยๆจะเจอประตูแดงทางเข้ามหาวิทยาลัยที่ชื่อว่าอะกะมง นั้นแหละครับเป้าหมายของเรา มหาวิทยาลัยโตเกียวหรือโทไดนั่นเอง อันดับ 4 โชวะ คิเนน (Showa Memorial Park) โชวะ คิเนน เป็นอีกไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ที่นี่จุดเด่นคือต้นแปะก๊วยเช่นเดียวกับที่มหาวิทยาลัยโตเกียว โดยเฉพาะบริเวณน้ำพุนั้นจะสวยมาก เพราะจะมีต้นแปะก๊วยยาวตามทางเดินที่ให้สีเหลืองสดใส ดูแล้วสดชื่นมากๆครับ ที่สวนโชวะนี้ไม่ได้นิยมมากันแค่ในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีเท่านั้น ที่นี่เรียกได้ว่ามาได้แทบจะทุกฤดูเลยทีเดียว โชวะ คิเนน นั้นจะตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกและไกลจากตัวเมืองสักเล็กน้อย แต่ก็เดินทางมาไม่ยากเย็นนัก ใช้เวลาประมาน 30นาทีจากสถานีรถไฟชิจูกุ เดินทางโดยรถไฟ JR Chou Line มุ่งสู่สถานี Tachikawa โดยที่นี่มีค่าเข้าชม 400 เยน ครับ อันดับ 5 โทโดโระคิ วัลเล่/วัดโทโดโระคิ (Todoroki Valley, Todoroki Fudoson) เราจะขอขั้นสีเหลือด้วยสีแดงส้มกันสักเล็กน้อย คราวนี้เราจะพาไปเที่ยวในสถานที่ที่ไม่ค่อยจะมีใครพูดถึงกันสักเท่าไร แต่ความสวยงามนั้นไม่แพ้สถานที่เที่ยวที่อื่นๆเลยครับ ก่อนอื่นเลย ผมจะขอนำเสนอความพิเศษของที่นี่ก่อน โทโดโรคิ วัลเล่ นั้นตังอยู่ในโตเกียวก็จริง แต่เมื่อคุณได้ไปยืน ณ จุดนั้น คุณจะรู้สึกได้เลยว่าตัวคุณนั้นไม่ได้อยู่ในเมืองแต่อย่างใด คุณจะรู้สึกได้ว่าความเป็นเมืองกับธรรมชาติถูกแยกออกจากกันโดยสิ้นเชิง อารมณ์เหมือนคุณเดินอยู่ในป่าที่ชุ่มชื้นด้วยเสียงของน้ำในคูคล้องเล็กๆที่ ชื่อว่ายาซาวะตลอดทางเดิน และยังมีต้นไม้ที่ให้ความร่มรื่นตลอดเส้นทางอีกด้วย แต่ไฮไลท์นั้นอยู่ที่วัดโทโดโระคิฟุโดะครับ เพราะตรงนั้นจะมีใบไม้แดงที่สวยมาก และด้วยความที่โทโดโระคินั้นไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก คนจึงไม่ค่อยเยอะสักเท่าไร ที่นี่น่าจะตอบโจทย์สำหรับคนชอบความสงบได้มากทีเดียวครับ แต่ก็ใช่ว่าที่นี่จะมีข้อดี ข้อเสียก็มีครับ คือพื้นที่ของโทโดโระคินั้นค่อนข้างน้อย ถ้าเกิดคนเยอะขึ้นมาคงจะอึดอัดพอสมควรครับ การเดินทางก็ไม่ยากครับ นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Todoroki สาย Oimachi เดินออกมาจากสถานีเล็กน้อยจะเจอสะพานแล้วเดินลงทางลงเล็กๆครับ ระวังเลยนะครับ เพราะทางลงนั้นไม่ได้มีจุดเด่นจุดสังเกตสักเท่าไร สำหรับหลายๆ ท่านที่ไปญี่ปุ่นเพื่อชมใบไม้เปลี่ยนสี ต้องการหาสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสี แบบไม่ต้องกลัวผิดหวัง ให้ไปตามสถานที่เหล่านี้ได้เลยครับ นอกจากที่แนะนำ 5 สถานที่นี้แล้ว ยังสามารถชมที่อื่นๆ ได้อีกนะครับ เช่น ที่ ฮาโกเน่, ทะเลสาบอชิ เป็นต้น เครดิต : http://www.j-reco.com เรียบเรียงโดย : travel mthai

ชาวเน็ตสงสัย เด็กหรือวิญญาณเปลือยท่อนบนถือถุงข้ามทางรถไฟ
ข่าวล่าสุด /  ชัตเตอร์ / 

เด็กหรือวิญญาณเปลือยท่อนบนถือถุงข้ามทางรถไฟ  วันนี้(30ต.ค.) กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์อยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อ Sarawut Khankam นำคลิปที่ถูกบันทึกโดยกล้องติดหมวกมาเผยแพร่ ภายในคลิปเผยให้เห็นรถจักรยายนต์คันหนึ่งกำลังขับขี่อยู่บนท้องถนน บริเวณทางข้ามรถไฟ ซอยหน้าวัดพานทา - ถนนอุบลฯ จังหวัดศรีสะเกษ แต่ระหว่างการขับขี่มีเด็กปริศนากำลังเดินอยู่ริมถนนโดยท่อนบนเปลือยกลาย จนหลายๆคนที่ได้ชมคลิปพากันสงสัยว่าเด็กที่ปรากฏอยู่ในคลิปเป็นวิญญานหรือเป็นคนกันแน่ ภายหลังคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่สมาชิกเฟซบุ๊คชื่อ ขอเป็นฉันได้ไหมที่ หัวใจของเธอต้องการ ได้ออกมายืนยันว่าเด็กปริศนาที่ปรากฏอยู่ในคลิป ที่หลายๆคนต่างพากันสงสัยว่าเป็นวิญญานแท้จริงแล้วเป็นคน และน้องมักจะเดินเช่นนี้อยู่เป็นประจำเพราะบ้านของน้องอยู่แถวนี้ ขอบคุณคลิปจาก สมาชิกเฟซบุ๊ค Sarawut Khankam MThai News ข่าวที่เกี่ยวข้อง ภาพติดวิญญาณ โผล่ที่ลำปาง สยอง! ถ่ายภาพติดวิญญาณ ชายไร้หัวที่อยุธยา ภาพติดวิญญาณยืนที่ระเบียง คาร์บอมเบตง ที่แท้แค่เด็กหญิง ช็อค!! หนุ่มอังกฤษถ่ายภาพติดวิญญาณที่ท่าเรือ

หนุ่มCEO โชว์รถหรู เผยได้ดีเพราะกู้กยศ. อัดคลิปตอกกลับน้องอ้วน
CEO /  ขับรถหรู / 

หนุ่มCEO โชว์รถหรู เผยได้ดีเพราะกู้กยศ. อัดคลิปตอกกลับน้องอ้วน กยศ. วันนี้(31 ต.ค.) ชาวสังคมออนไลน์ได้แชร์คลิปจากสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อ กิตติพงษ์ สุขเคหา ซึ่งออกมาตอบโต้กรณีที่น้องอ้วน กยศ.อัดคลิปดูถูกคนที่กู้เงินกยศ.เรียนว่าไม่มีอันจะกิน รายได้ต่ำ มีรายได้ไม่ถึง2แสน ซึ่งชายในคลิปได้โชว์ใบชำระหนี้กยศ.พร้อมกับบอกว่า โครงการกยศ.เป็นโครงการที่ทำให้ทุกคนได้มีโอกาส คนที่ฐานะไม่ดีได้มีเงินเรียนเพื่อสร้างโอกาสมาพัฒนาตัวเรา ไม่ใช่คนกู้กยศ.จะเป็นคนชนชั้นต่ำ พ่อแม่ตนก็ให้กู้กยศ.เรียน จบมหาวิทยาลัยนเรศวร สิ่งที่กยศ.ให้ตนวันนี้คือได้ขับรถหรูและสามารถสร้างเนื้อสร้างตัวจนมาเป็นCEO ของขนมชื่อดังแบรนด์หนึ่ง พร้อมทั้งฝากว่า "...พี่อยากบอกว่าการกู้ กยศ. ไม่ได้วัดคุณค่าความรวยหรือจน ความฉลาดหรือโง่ หรือจะเป็นความดีความเลว โครงการนี้เป็นโครงการที่ดี ที่ทำให้ทุกๆคนได้มีโอกาสที่จะเรียนหนังสือแล้วพัฒนาตัวเอง ครอบครัว และประเทศต่อไป..." MThai News

ปรากฎการณ์ เห็น! ก่อนใคร ฉาย The Eyes Diary กระแสเยี่ยม ดูไปจิกเบาะไป!!
The Eyes Diary /  The Voice Thailand / 

จัดเต็มทั้งบรรยากาศความหลอน และโรแมนติคชวนขนลุก ที่เกิดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปท์ Romantic Halloween Night Party ที่ทำให้บริเวณพื้นที่จัดงานเปิดตัวภาพยนตร์ The Eyes Diary คนเห็นผี ณ โรงภาพยนตร์ SF WORLD CINEMA อบอวลไปด้วยสีสันต้อนรับเทศกาลฮาโลวีนที่มาถึง กับสัญลักษณ์ ดวงตาเบิกกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจุด“Grand Opening-Red Carpet Post ที่เปิดโอกาสให้เหล่าแขกผู้มีเกียรติ นักแสดง เซเลบริตี้ มายืนโพสต์ถ่ายรูปกับ 2หนุ่มไอคอนประจำภาพยนตร์ โดยงานนี้ได้รับความสนใจจาก น้องส้ม, อิงกริต, อ้น, เบียร์ เหล่าดาวรุ่งเสียงดีจาก The Voice Thailand, รอน AF ภัทรภณ โตอุ่น, แอร์ ภุมวารี ยอดกมล ,แมกกี้ อาภา ภาวิไล และ แก๊งเกรียนซี่รี่ส์ พร้อมกันนี้ สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล และสตูดิโอคำม่วน ยังได้ร่วมกับ The Balm ส่งเหล่าเมคอัพอาร์ทติสท์มือดีมาช่วยกันแต่งแต้มเติมเต็มความเปรี้ยว เฉี่ยว chic ให้กับแขกที่มาร่วมงานครั้งนี้ด้วย เริ่มต้นด้วยโชว์จากบทเพลงพิเศษที่ พละ ธนพล มหัทธนาดุลย์ เลือกและเรียบเรียงขึ้นมาสำหรับงานเปิดตัวภายใต้คอนเซ็ปท์ เพลงรักโหยหวนชวนบาดลึกลงตรงขั้วหัวใจ ในบทเพลง คิดถึง ที่ใช้ประกอบภาพยนตร์ The Eyes Diary หลังจากนั้นก็ได้มีการเปิดตัว 4 นักแสดงนำจากภาพยนตร์ แจ๊ค กิตติศักดิ์ ปฐมบูรณา, เมโกะ ชนนิกานต์ เนตรจุ้ย, ปั้นจั่น ปรมะ อิ่มอโนทัย และ โฟกัส จีระกุล ควงคู่กันมาไอ้อย่างอลังการสุดๆ พร้อมกันนี้ผู้กำกับภาพยนตร์ มะเดี่ยว ชูเกียรติ ศักดิ์ วีระกุล ได้ร่วมสัมภาษณ์พูดคุยถึงการทำงานที่ผ่านมา และงานนี้ยังได้รับเกียรติจาก คุณเตือนใจ เตชะรัตนประเสิรฐ รองประธานกรรมการ และคุณจาตุศม เตชะรัตนประเสริฐ รองประธานกรรมการฝ่ายสื่อสารการตลาด บริษัท สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ควบคุมงานสร้างภาพยนตร์ คุณกนกพร บุญธรรมเจริญ ผู้ดำเนินงานสร้าง และคุณสุพัฒน์ งามวงศ์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บ.เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ขึ้นถ่ายรูปร่วมกับนักแสดงทั้งหมด และอีกหนึ่งปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้น หลังจากที่ภาพยนตร์ The Eyes Diary คนเห็นผี รอบ เห็น ก่อนใคร เหล่าแขกผู้มีเกียรติ สื่อมวลชน และผู้ชมภาพยนตร์ต่างลงความเห็น ถึงตัวภาพยนตร์เป็นเสียงเดียวกันว่า "นี่คือภาพยนตร์ที่เต็มไปด้วยความเซอร์ไพรส์ น่ากลัว ชนิดที่ว่าต้องปิดตาชมไปพร้อมกับอาการหยิกแขน จิกเบาะกันเลยทีเดียว ทุกองค์ประกอบของภาพยนตร์ทั้งตัวเรื่องราว ซาวน์ ภาพ จังหวะและจำนวนของผีที่โผล่มา มีให้ชมกันอย่างจุใจโดยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งนี่คือภาพยนตร์ที่ทำให้คนดูขนลุกได้ทั้งในแง่ความเป็นหนังรักและหนังผีไปพร้อมๆ กัน" เรียกได้ว่าเป็นขวัญกำลังใจที่ดีที่สุด ที่ทำให้เหล่านักแสดง ผู้กำกับและทีมงานหายเหนื่อยกันเลยทีเดียวสำหรับผลตอบรับที่เกิดขึ้น พิสูจน์ความหลอน ด้วยตาคุณเอง ไปกับ The Eyes Diary คนเห็นผี ในวันที่ 30 ต.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกดูตัวอย่างภาพยนตร์ The Eyes Diary ได้ที่นี่เลย -----------------------------------

อีกมุม ข่าวหมาน้ำทิพย์โดนทารุณ อาจเป็นข่าวลวง หลอกเงินบริจาค
ข่มขืนสุนัขม /  ข่มขืนหมา / 

อีกมุม ข่าวหมาน้องน้ำทิพย์ โดนทารุณ อาจเป็นข่าวลวง หลอกเงินบริจาค พบประเด็นน่าสงสัย วันนี้(31 ต.ค.) จากกรณีที่บนโลกออนไลน์มีการแชร์ข่าวสุนัขชื่อ น้องน้ำทิพย์ ถูกคนทารุณและกระทำชำเราจนป่วยติดเชื้อภายในและเสียชีวิตเมื่อวานที่ผ่านมา ล่าสุดมีสมาชิกเฟซบุ๊คท่านหนึ่งซึ่งทำงานในหน่วยNGOที่เกี่ยวข้องกับการพิทักษ์สัตว์ รวมไปถึงมีการแชร์ข้อความที่อ้างว่ามาจากบุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดีและชัญญ่า ทามาดะ ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊คแฉข้อมูลที่น่าสงสัยเกี่ยวกับประเด็นข่าวน้องน้ำทิพย์โดนคนข่มขืนว่า เจาะประเด็น คนหากินกับหมา 1. ตัวเองไม่มีรถ (ไม่สามารถพาน้องปั๊คมาหาหมอได้เอง) แต่ไปรับหมาป่วยมาได้ยังไงเยอะแยะมากมาย 2.คุยว่าบ้านหลังละ 2 ล้าน สามีเงินเดือนเป็นแสน แต่สี่ร้อยบาทค่ารักษาหมา จ่ายไม่ไหว ต้องระดมทุน 3.ขอให้คนไปช่วยเยอะแยะมากมาย แต่พอดารามีตังค์ขอช่วยด้วย ดันโวยวาย หาว่าเกาะหมาดัง ขอโทษทีเถอะ ดาราเค้าดังมานานแล้ว! แล้วเคสที่ช่วยๆอยู่ทั้งคนทั้งหมาเป็นร้อยๆเคสที่ไม่ได้ออกข่าว กับน้องหมาอีกตัวที่โดนคนทำร้าย มันจะไปเกาะดังตรงไหน? 4.บุ๋มโดนพาลว่าทำไมไปบอกว่า บุ๋มกับเก๋ รับเคสนี้แล้ว! บุ๋มพูดตอนไหน? ในไอจีขึ้นแต่เนื้อข่าวตาม นสพ. ถามจริงๆเถอะ หมาอยู่กับคุณ มีคนใจโหดนำมาทิ้ง คุณรู้ได้ยังไงว่าโดนข่มขืน??? เพราะคุณหมอบอกว่า ปั๊คตัวเล็กมากนิ้วเข้าไปยังลำบาก หมอบอกว่า น้องน่าจะแค่มดลูกอักเสบ! จากการติดเชื้อ! 5. หมอบอกให้แอดมิด เธอยืนยันว่า จะเอากลับบ้าน? ติดเชื้อขนาดนั้น? เอาไปนอนข้างๆ ถ่ายรูป ดูดี 6.แต่พอเดอะว๊อยส์ ขอดูแลค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด ขอแค่ให้พาไปหาหมอ เธอบอกว่า อย่าใช้ความเป็นดาราเข้ามายุ่ง?? 6. น้องหมาตายกลางทางวันนี้ เวลาประมาณ 12:30น เราถามว่า แล้วเงินที่คนบริจาคทำไง เธอบอกว่า บริจาคไปหมดแล้ว (ตอนไหนวะ?) 7. พอนักข่าวถามและขอดูศพน้องปั๊ค เธอเอากลับบ้านและรีบฝังทันที เธอบอกมันจบแล้ว! 8. ในเฟสเธอตอนเช้ามีการบอกว่า ให้หยุดการพูดข่าวว่า น้องโดนข่มขืน (ประหนึ่งไม่อยากฟัง) ใช่สิ ก็เพราะเธอรู้นี่ ว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง มันเป็นเรื่องที่เธอแต่ง ทำให้มันเป็นประเด็นน่าสงสาร พอเป็นข่าว ก็เริ่มโวยวาย! 9. องค์กรทำดี เราส่งเสริมคนทำดี แต่ถ้าใครมาทำมาหากินกับความขี้สงสารของประชาชน เราจำเป็นต้องเปิดโปง 10. อย่าตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ อย่ามาโบ้ยว่า ดารารังแก ชั้นอยู่ข้างความถูกต้องและประชาชนเสมอ! 11. คนนี้เอาหมามาจากคุณฟาริดา ซึ่งคุณฟ้าเอาน้องปั๊คมาจากนครนายก หมอตรวจแล้วเป็นแค่ท่อปัสสาวะติดเชื้อพอเธอเอามาวันเดียว ออกข่าวว่า หมาโดนข่มขืนและระดมทุนรักษา ทั้งนี้ประเด็นดังกล่าวกำลังถูกแชร์ออกไปและกลายเป็นข้อสงสัยที่ต้องการให้สาวผู้ที่นำหมาน้องน้ำทิพย์ไปดูแลก่อนตายออกมาชี้แจงกับสังคมออนไลน์ นอกจากนี้ยังมีการเรียกร้องให้มีการผลักดันพรบ.คุ้มครองสัตว์เพื่อลดการทารุณกรรมในสัตว์เลี้ยงด้วย Mthai News ข่าวที่เกี่ยวข้อง ภาพความซี้งของน้องหมา ที่จะทำให้คุณต้องน้ำตาซึม ร่วมไว้อาลัย น้องน้ำทิพย์ น้องหมาผู้โชคร้าย ที่ถูกคนชั่วเลี้ยงทำร้ายทารุณ!! รวมภาพ ล่ารายชื่อร่าง พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมสัตว์

โครตตื๊ด! เพลง จัดกับป๋า โดนใจจริงๆ
จัดกับป๋า

เพลง : จัดกับป๋า ศิลปิน : ป๋าสูทเหลือง เนื้อเพลง พูด: มีปัญหาใช่ไหม ไม่ต้องเครียด ไม่ต้องห่วง เอามาให้ป๋า เดี๋ยวป๋าจัดให้ *ถ้ามีปัญหามาให้ป๋าจัด ป๋าจะขจัด แค่มาจัดกะป๋า...จัดกะป๋า -A- นะ นะ นะ น้องอยากได้รถตั้งนาน แต่ก็ยังหาเงินไม่ได้ ต้องทำงาน จนเหนื่อยเพลียใจ ก็ยังไม่มีใครมาช่วยจัด ถ้าน้องไม่มีใครคบหา ไม่มีเงินสดให้มาบอกป๋า ถ้าแฟนไม่ช่วยดูแล ไม่มีใครแย ป๋าแคร์นะจ๋าาาา *ถ้ามีปัญหามาให้ป๋าจัด ป๋าจะขจัด แค่มาจัดกะป๋า ถ้ามีปัญหามาให้ป๋าจัด ป๋าจะขจัด แค่มาจัดกะป๋า -B- ถะ ถะ ถะ ถ้าน้องไม่มีที่พึ่ง มีปัญหานิดหนึ่ง ให้เรียกป๋า ป๋านั้นยอมทุ่มสุดตัว ป๋าไม่เคยกลัว จะเหนื่อยเลยหนา เพราะป๋าหัวใจ Sport ป๋าพร้อม Support และไปหา เหนือหรือใต้อีสานออกตก ป๋าไปได้หมดแหละคร้าบ แค่คนดีเรียกป๋า *ถ้ามีปัญหามาให้ป๋าจัด ป๋าจะขจัด แค่มาจัดกะป๋า ถ้ามีปัญหามาให้ป๋าจัด ป๋าจะขจัด แค่มาจัดกะป๋า -RAP- จัดกะป๋า Come On Baby ธุระ ที่มี ก็ยกมาให้ป๋า ป๊ะป๋าจะไฝว้ให้ เพราะไม่มีใครทำได้อย่างป๋า ประคับประคองด้วยใจ ไม่คิดลวงหลอกเหมือนใครๆ มีแต่จะจัด จะจัด จะจัด จะจัดให้ *ถ้ามีปัญหามาให้ป๋าจัด...จะจัด จะจัดให้ ให้...ถ้าน้องนั้นมีปัญหา ป๋าจะขจัด แค่มาจัดกะป๋า...จะจัด จะจัดให้ ให้...ช่วยน้องได้ทุกเวลา *ถ้ามีปัญหามาให้ป๋าจัด...จะจัด จะจัดให้ ให้...สามคำจำง่าย ป๋าจะขจัด แค่มาจัดกะป๋า...จัดกะป๋า จัดกะป๋า จัดกะป๋า... *ถ้ามีปัญหามาให้ป๋าจัด ...จัดกะป๋าป่ะ? จัดกะป๋าป่ะ? ป๋าจะขจัด แค่มาจัดกะป๋า ...จัดกะป๋าป่ะ? จัดกะป๋าป่ะ? *ถ้ามีปัญหามาให้ป๋าจัด ...จัดกะป๋าป่ะ? จัดกะป๋าป่ะ?... ป๋าจะขจัด แค่มาจัดกะป๋า ...จัดกะป๋า จัดกะป๋า จัดกะป๋า จัดกะป๋า ----------------------------------------­­---------------------------------------­--- ทุกปัญหาเรื่องรถมือสอง มาจัดกับป๋าได้ ไม่ว่าจะซื้อหรือขายรถ ก็ง่าย... สะดวกสบาย กรุงศรี มาร์เก็ต ตลาดรถมือสองออนไลน์ ที่บริการครบจบในเว็บเดียว คลิก http://www.krungsrimarket.com

พ่อแม่สาวลาวตกตึกดับร้องกสม.หลังคดีไม่คืบ
ฆาตกรรม /  ฆาตกรรมน้องแป้ง สาวลาว / 

ตัวแทนทูตลาว นำพ่อแม่ สาวลาวตกตึกเสียชีวิต เมื่อ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา ร้อง กสม. หลังคดีไม่คืบ นานกว่า 4 เดือน ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือ กสม. วันนี้ (31 ตุลาคม) โดยมี นางพอน ชุมพลพักดี มารดาผู้เสียชีวิต และ นายทานตะวัน ไชยวง บิดาผู้เสียชีวิต (พ่อเลี้ยง) เป็นตัวแทนฝ่ายญาติของ นางสาวต่าย ดาวเฮือง หรือ น้องแป้ง สาวชาวลาว ที่เสียชีวิตจากเหตุพลัดตกตึก เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ที่ผ่านมา พร้อมทั้งมี นายสุทัศน์ เงินหมื่น ในฐานะทนายความของฝ่ายญาติผู้เสียชีวิต และเจ้าหน้าที่จากสถานทูตลาว ประจำประเทศไทย ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการ กสม. โดยมี น.พ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการ กสม ในฐานะประธานอนุกรรมการด้านสิทธิพลเมือง และการเมือง เป็นผู้รับเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ เพื่อขอ กสม. ได้ติดตาม และประสานงานให้มีการตรวจสอบกระบวนการไต่สวนของเจ้าหน้าที่ ให้มีความตรงไปตรงมาตามที่ฝ่ายญาติติดใจและมีข้อสงสัย โดยให้เร่งรัดในการสืบสวนสอบสวนในคดี และทำให้คดีมีความโปร่งใส พร้อมกับให้คดีมีความคืบหน้า เนื่องจากคดีดังกล่าวดำเนินมานานกว่า 4 เดือน