น้องเอมมี่

แม้มีเวลาแค่ 3 นาที!คาราเกอร์ยกแรชฟอร์ดแมนออฟเดอะแมตช์
ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ /  ทีมชาติอังกฤษ / 

เจมี่ คาราเกอร์ อดีตปราการหลังของทีมชาติอังกฤษ และ ลิเวอร์พูล ออกมายกย่อง มาร์คัส แรชฟอร์ด ให้เป็น แมนออฟเดอะแมตช์ ในนัดที่พ่าย ไอซ์แลนด์ ตกรอบ 16 ทีมศึกยูโร 2016โดย ดาวรุ่งจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้ลงสนามในช่วงท้ายเกมแทนที่ของ เวนย์ รูนี่ย์ ในนาที 87 และสามารถสร้างความแตกต่างให้กับทีมได้เป็นอย่างมากด้วยการกระชากลากเลื้อยผ่านคู่แข่งได้ถึง 3 ครั้ง ซึ่งมากกว่า แฮรี่ เคน, เวนย์ รูนี่ย์ และ ราฮีม สเตอร์ลิง ที่มีเวลาอยู่ในสนามมากกว่า จนทำให้ เจมี่ คาราเกอร์ ที่แม้จะเป็นเดอะค็อปเต็มขั้นแต่ก็ยังยกย่องให้ แรชฟอร์ด เป็นแมตออฟเดอะแมตช์

ปรับโฉม! พัทยาจับมือ NNK ใชชื่อใหม่ “พัทยา เอ็นเอ็นเค ยูไนเต็ด”
พัทยา เอ็นเอ็นเค ยูไนเต็ด /  โลมาน้ำเงิน / 

พัทยา ยูไนเต็ด จับมือสปอนเซอร์ใหม่ NNK (Nongnaka) ร่วมทุนสนับสนุนทีมสองฤดูกาล พร้อมเปลี่ยนชื่อทีมเป็น "พัทยา เอ็นเอ็นเค ยูไนเต็ด" สโมสรพัทยา ยูไนเต็ด ล่าสุดได้มีการเเถลงข่าวร่วมมือกับผู้สนันสนุนใหม่อย่าง NNK (Nongnaka) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางน้องใหม่ไฟแรง โดยพร้อมเป็น Title Sponsor สองฤดูกาล ด้วยงบประมาณ 8 หลัก โดยการแถลงข่าวครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการ ก่อนเกมที่จะเปิดบ้านรับมือทีมชลบุรี เอฟซี ในศึกโตโยต้า ไทยลีก เมื่อวันเสาร์ที่ 25 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายณัฐพงษ์ หลายพูนสวัสดิ์ ประธานกรรมการบริษัทน้องนะคะ เนเชอรัล จำกัด เปิดเผยว่า “ตนได้เล็งเห็นว่า สโมสรพัทยา ยูไนเต็ด เป็นสโมสรฟุตบอลที่มีศักยภาพพอที่จะแข่งขันในลีกสูงสุดของเมืองไทยได้ เมื่อเทียบกับทีมอื่นๆ ทั้งผู้เล่น ผู้ฝึกสอน และการบริหารจัดการ อีกทั้งยังมีสนามฟุตบอลที่ได้มาตรฐาน รวมถึงกลุ่มกองเชียร์ที่มีความเหนียวแน่น โดยที่ผ่านมาสโมสรแห่งนี้ยังเคยก้าวขึ้นไปจบฤดูกาล ด้วยอันดับที่ 4 ของไทยพรีเมียร์ลีกมาแล้วด้วย” “ซึ่งสอดคล้องกับแนวนโยบายของ NNK ที่ต้องการพัฒนาศักยภาพเยาวชน และนักฟุตบอลไทยตลอดจนการเผยแพร่ชื่อเสียงของทีมฟุตบอลไทย ให้ก้าวไปสู่ระดับภูมิภาคเอเชียและระดับโลก เนื่องจากที่ผ่านมา ทาง NNK ก็ได้ให้การสนับสนุนฟุตบอลให้กับเยาวชน ในลักษณะของการทำอะคาเดมี่ มาไม่ต่ำกว่า 2 ปี ที่จังหวัดราชบุรี ซึ่งเมื่อได้เจรจากับทาง พัทยา ยูไนเต็ด ทำให้เห็นถึงเป้าหมายที่ตรงกันนั่นคือ การที่ต้องการจะกลับมาเป็นสโมสรฟุตบอลชั้นนำในระดับประเทศอีกครั้ง" “ด้วยเหตุนี้ เราจึงตัดสินใจเข้าร่วมทุนกับสโมสรฟุตบอลพัทยา ยูไนเต็ด ในการเป็น Title Sponsor เป็นระยะเวลาสองฤดูกาล ด้วยงบประมาณแปดหลัก โดยมุ่งหวังจะช่วยยกระดับมาตรฐานของสโมสร รวมทั้งช่วยเผยแพร่แบรนด์ NNKvให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายทั้งในประเทศ และต่างประเทศมากยิ่งขึ้น โดยในอนาคตเรามุ่งหวังจะออกแบบผลิตภัณฑ์ดูแลผิว และสุขภาพของผู้ชายให้มากขึ้น เพื่อตอบสอนองความต้องการของตลาดต่อไป” ด้าน นายสมบัติ ภิญญศิริ ประธานสโมสรฯ เปิดเผยว่า "สำหรับความร่วมทุนในครั้งนี้ นับว่าเป็นเรื่องที่ดีเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากตนก็อยากเห็นทีมพัทยา ยูไนเต็ด อยู่คู่กับเวทีไทยลีกไปนานๆ หลังจากที่เคยยืนหยัดมาแล้วกว่า 7 ปี ซึ่งจะเป็นผลดีทั้งกับสโมสรฯ เอง หรือแม้กระทั่งภาพลักษณ์ของเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอย่างเมืองพัทยาของเรา นอกจากนี้ทีมพัทยา ยูไนเต็ด ยังจะมีการเปลี่ยนชื่อสโมสรมาเป็น "พัทยา เอ็นเอ็นเค ยูไนเต็ด" อีกด้วย"

ละครเล่ห์ลับสลับร่าง , เรื่องย่อเล่ห์ลับสลับร่าง
เล่ห์ลับสลับร่าง /  ละครเล่ห์ลับสลับร่าง / 

เล่ห์ลับสลับร่าง ละครช่อง3 ละครเล่ห์ลับสลับร่าง บทประพันธ์โดย : นรอินทร์บทโทรทัศน์โดย : Sanctuaryกำกับการแสดงโดย : กฤษณ์ ศุกระมงคลผลิตโดย : บริษัท โนพรอบเล็ม จำกัดควบคุมการผลิตโดย : ธิติมา สังขพิทักษ์ออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เล่ห์ลับสลับร่าง สาว “ญาญ่า” โคจรมาเจอคู่ขวัญ ณเดชน์ คูกิมิยะ อีกครา นอกจากท้าทายที่ต้องเล่นบทสลับเพศ เรื่องย่อเล่ห์ลับสลับร่าง เมื่อสองหนุ่มสาวมีปมรักตัวเองยิ่งยวด (Narcissus) หลงในเพศของตน จนรักคนอื่นไม่เป็นฝ่ายขายหลงคิดว่า เพศชายเหนือกว่าเพศหญิง ทั้งร่างกาย และจิตใจ ส่วนหญิงก็ลำพองในความงามจนคิดว่าสอยชายทั้งแผ่นดินได้ สวรรค์เลยลงโทษให้ทั้งคู่แลกเพศกัน เพื่อให้เรียนรู้ทั้งสรีระ และสภาพจิตใจของแต่ละฝ่าย เพื่อบทสรุปที่ว่า เขาต้องเรียนรู้ที่จะรัก ซื่อสัตย์ และเสียสละ ซึ่งกันและกัน นั่นคือความรักที่แท้จริง ผู้กองรามิล ทุ่งพระเพลิง เป็นผู้กองมือปราบ ซึ่งดังจากหน่วยคอมมานโดเฉพาะกิจได้ฉายาว่า ผู้กองมือเหล็ก เพราะช่วยผู้ประสบอุบัติเหตุด้วยมืออันแข็งแกร่งของตนมาหลายครั้งเป็นที่เลื่องลือรามิลหยิ่งผยองในความเป็นชายของตนเอง ถือว่าเพศชายเหนือกว่าเพศหญิง และผู้หญิงเป็นแค่วัตถุทางเพศเท่านั้น เขาจึงมีสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะนอกใจ นกยูง แฟนสาวแสนดีของตนเองอยู่เนือง ๆ เป็นที่ขัดใจของ หมวดอาคม ลูกน้องของรามิลยิ่งนัก และอาคมเองก็แอบหลงรักนกยูงอยู่เงียบ ๆ เภตรา ภาวดี เป็นนางเอกละคร ที่กำลังก้าวสู่ชื่อเสียงอันดับโลก เมื่อได้รับเลือกให้เป็น ไข่มุกแห่งเอเชีย รางวัลจากฮ่องกง เภตราเช่นเดียวกับรามิล ที่หยิ่งทะนงในความงามของตนเองเธอเหยียดเพศชาย และคนรอบด้านไว้แทบเท้า สวรรค์บันดาลให้ทั้งคู่ประสบอุบัติเหตุเฉียดตาย ตกจากตึกสูงหมดสติไป และแลกวิญญาณกัน หมอนักษัตรหมอดูลวงโลกต้องรับภาระดูแคนทั้งคู่ เพราะเป็นคนเดียวที่สื่อสารกับทั้งสองได้ แต่เมื่อไม่สามารถหาวิธีกลับร่างของตน ทั้งสองต้องจำยอมเลียนแบบไฟล์สไตล์ของกันและกัน เพื่อกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมของทั้งคู่ไม่ให้ใครสงสัย รามิลในร่างเภตราต้องกลับไปรับบทนางเอกในละคร ส่วนเภตรา ในร่างรามิลต้องกลับไปเป็นผู้กองนักบู๊ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง การสลับเพศ และรับบทบาทของอีกฝ่าย เป็นความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง สร้างความปวดเศียร เวียนเกล้าให้คนรอบข้าง เภตรากลายเป็นดาราสาวออกทอม เล่นละครไม่เป็น แอบจีบ อจลา สาวดาวยั่ว แถมยังท้าตีท้าต่อยกับ อาทิตย์ ฤทธิรงค์ พระเอกหนุ่มใจสาวเป็นที่กลุ้มใจของ เจ๊อั้ม อรชร ผู้จัดการแต๋วของเภตรา และคุณดนู ผู้จัดละคร ส่วนผู้กองมือเหล็ก กลายเป็น มือไม้อ่อนช้อย กรีดกราย จนอาคม และลูกน้องสงสัยว่ารุ่นพี่จะเป็นกะเทยแอ๊บแมน โดยเฉพาะตอนที่ต้องไปปลดระเบิดในโรงแรมหรู ผู้กองเป็นลมหลายเฮือก และทำอะไรไม่เป็นจนทุกคนสงสัย คนที่น่าสงสารที่สุดคือนกยูง ที่ต้องสับสนกับการออกสาวของผู้กอง และแสดงอาการห่างเหินกับเธออย่างเห็นได้ชัด นกยูงยิ่งเครียดก็ยิ่งหันมาหาอาคมให้ช่วยปลอบประโลมให้ทุกครั้ง จนเริ่มก่อตัวเป็นความรัก ญาญ่า ณเดชน์ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล (ในร่างเภตรา) ได้เบาะแสว่า ฤทธิ์ชาติ ออร์กาในเซอร์ชื่อดัง ที่กำลังแย่งตัวเภตราไปจากเจ๊อั้ม เป็นคนวางแผนทำร้ายรามิล และมีเบื้องหลังเกี่ยวข้องกับแกงค์อาชญากรรมข้ามชาติ ฤทธิ์ชาติ หวังจะเคลมเภตราเป็นของตน และใช้ประโยชน์จากเภตราที่กำลังโกอินเตอร์สร้างอิทธิผลให้เขาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการขนยาเสพติด เภตราปฏิเสธเซ็นสัญญากับฤทธิ์ชาติ แต่ก็โดนขู่กลับเมื่อ ทอมณี สาวทอม ผู้ช่วยฤทธิ์ชาติ สืบรู้ประวัติมารดาของเภตรา ว่าที่แพ้คือ ป้าสีดา แม่ครัวประจำกองถ่ายของเภตรานั่นเอง ฤทธิ์ชาติขู่จะแฉว่าประวัติแท้จริงของเภตรา ที่แท้โลโซรากหญ้า มีแม่ที่เคยทำงานเป็นมาม่าซังมาก่อน งานนี้ รามิล (ร่างเภตรา) ขู่แฉกลับเรื่องที่ฤทธิ์ชาติปล้นเพชรเทียร่าจาก คุณนายพวงคราม แม่ของตนไปซ่อนไว้หวังเงินประกัน ข้อมูลเบื้องลึกได้มาจาก สีตลา นักข่าวสาวช่องน้อยสี ที่กำลังตามสืบเรื่องฤทธิ์ชาติอยู่อาคมสารภาพรักนกยูง และไม่พอใจรามิลจนถึงขั้นตัดพี่ตัดน้อง เพราะเข้าใจว่ารามิลแกล้งทำแต๋วเพื่อหลีกเลี่ยงการแต่งงานกับนกยูง อาคมขอนกยูงแต่งงานแทน แต่แล้วเมื่อรามิล (ในร่างเภตรา) และเภตรา (ในร่างรามิล) มาร่วมงานแต่ง ทั้งคู่ทำงานล่มไม่เป็นท่า เมื่อเภตราที่เมามายทำท่าเหมือนลวนลามนกยูงเจ้าสาว แถมยังไปท้าพิสูจน์รอยแผล และตะกรุดของอาคมในร่มผ้า เดาได้ถูกต้องจนอาคมเชื่อว่าในร่างเภตราคือรามิลจริง ๆ แต่งานนี้ อาคมกลับตกที่นั่งลำบากเสียเอง เพราะภาพเจ้าบ่าวถอดกางเกงเหลือแต่ชั้นใน กำลังกอดดาราสาวแนบแน่น ฉาวโฉ่ไปทั้งโซเชียล รามิล และอาคม ไหวตัวเมื่อรู้ว่าฤทธิ์ชาติจะขนยาเพสติดครั้งใหญ่ ส่งให้เจ้าพ่อแกงค์ฉิมพลี ฤทธิ์ชาติ เสนอให้ดนูถ่ายทำละครที่โรงแรมริมทะเลของตนฟรี คุณนายพวงครามเสนอให้ทีมงานไปทำการกุศลที่วัดป่า ถัดจากโรงแรมไปในป่าลึก รามิล อาคม และทีมพยายามค้นว่ายาเสพติดซ่อนอยู่ที่ไหน แต่หาไม่เจอ ในที่สุดรถโค้ชของบรรดาเซเลปถูกโจรปล้น และยาซ่อนอยู่ในกระเป๋าหนังตะกวดราคาเกือบล้านของเภตรา ที่ฤทธิ์ชาติมอบให้ นั่นเอง ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล เภตราหนีจากกลุ่มโจรหลบเข้าป่า ร่างรามิล (คือเภตรา) ยอมสละชีวิตกระโดดกันกระสุนให้ร่างเภตรา (รามิล) ทั้งสองร่วงลงจากนั้นตก และตะกายขึ้นฝั่งได้ ทั้งคู่หมดสติไป เพื่อที่จะตื่นขึ้น และพบว่าวิญญาณกลับเข้าร่างเดิมของตนแล้ว ทั้งคู่สารภาพรักซึ่งกันและกัน และรู้แล้วว่าการเสียสละแม้แต่ชีวิตของตน ทำให้สวรรค์บันดาลให้ทั้งสองได้กลับคืนร่างของตัวเอง คืนนั้นที่ริมลำธารทั้งสองเป็นของกันและกันอย่างสุขสม รามิลกลับมาเป็นผู้กองมือเหล็กเช่นเดิม รามิลวางแผนเล่นงานเปิดโปงฤทธิ์ชาติ ด้วยงานแถลงข่าวที่คฤหาสน์ของฤทธิ์ชาติเอง งานที่เภตราจะได้เซ็นสัญญาเล่นหนังกับฮ่องกง ที่ฤทธิ์ชาติติดต่อให้แต่งานนี้เภตราต้องยอมแลกกับการที่เธอจะไม่ได้โกอินเตอร์ เภตรายินดีชื่อเสียงเงินทองไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับเธออีกแล้ว ทอมณีที่กลับใจแล้วร่วมมือกับเจ๊อั้ม นำเพชรเทียร่าที่ซ่อนไว้ มาแสดงต่อหน้าฤทธิ์ชาติ และพวงครามในงาน พวงครามความเสียใจจนเป็นลมที่ลูกชายเป็นอาชญากรตัวฉากจ ฤทธิ์ชาติถูกจับกุม แต่สารภาพส่วนตัวกับรามิลว่า เพชรที่นำมาเปิดโปงนั้นเป็นเพชรปลอม และเขาไม่ได้เป็นคนสั่งเก็บรามิลมีตัวการใหญ่อยู่เบื้องหลังอีกทีแต่เขาไม่รู้ว่าใคร รามิลรู้สึกผิดสังเกตรีบตามเภตราที่กำลังดูแลพวงครามที่ห้องนอนสองต่อสอง พวงครามเปิดเผยตัวว่าคือตัวการใหญ่ที่ซ้อนแผนลูกชายอยู่อีกที นางต้องการฆ่าทั้งรามิล และเภตรา เพราะรามิลนั้นทำลายแก๊งค์ผลิตยาของเธอหลายครั้ง ส่วนเภตราคือหญิงที่เธอไม่ต้องการให้มาเป็นสะใภ้ตามความต้องการของฤทธิ์ชาติ รามิลช่วยเภตราจากพวงครามไว้ได้ คุณนายถูกจับในที่สุด งานนี้สำเร็จลงด้วยดี แต่ต้องแลกกับการสลับวิญญาณของทั้งคู่อีกครั้ง ตอนที่ทั้งสองประสบอุบัติเหตุตกบันไดคฤหาสน์ลงมาพร้อมกัน สลับร่างครั้งที่สองสร้างความทุกข์ให้รามิล เภตรา เป็นทวีคูณ เมื่อรามิล (ในร่างเภตรา) ช็อค เพราะพบว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์ ทั้งคู่ทำใจได้ในที่สุดจากกำลังใจของเพื่อน ๆ พี่ ๆ โดยเฉพาะนกยูง และอาคม นกยูงเชื่อแล้วว่ารามิล และเภตราสลับร่างกันจริง ยอมคืนดีกับอาคม และแต่งงานกัน เพื่อรักษาภาพพจน์ เภตรา อั้ม ทอมณี ดนู ที่ปรองดองร่วมหุ้นบริษัทกัน แนะนำให้รามิล และเภตราแต่งงานกันโดยเร็ว และรีแถลงข่าวออกสื่อ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล (ร่าง เภตรา) อุ้มท้องอยู่ 9 เดือน รับรู้ความทรมานของการตั้งครรภ์ และภาวะร่างกายผู้หญิงที่กำลังเป็นแม่ ในที่สุดวันคลอดก็มาถึง รามิลเจ็บปวดแสนสาหัสและสิ้นสติไปในห้องคลอดเภตรา (ร่างรามิล) จับมือรามิลไว้ และเตือนถึงสัญญาของผู้กองมือเหล็ก ที่ไม่เคยปล่อยให้ใครต้องตายไปต่อหน้า เภตราช็อคเมื่อรามิลหัวใจหยุดเต้นชั่วคราว ทำให้เธอเป็นลมไป ทั้งสองโคม่าแต่มือยังกุมกันไว้แน่น หมอนักษัตรลุ้นให้ทั้งคู่รอด วิญญาณออกมาจากร่างอีกครั้ง และคราวนี้ทั้งสองกลับเข้าร่างเดิมของตนรามิลได้เรียนรู้การเป็นแม่ การให้กำเนิด ละครเล่ห์ลับสลับร่าง เขาหยุดดูถูกผู้หญิง และเห็นผู้หญิงเป็นวัตถุทางเพศ เช่นที่เคย ขณะเดียวกันบทบาทเพศชายที่เภตราได้รับ ทำให้ตนเข้าใจถึงความเสียสละการปกป้อง และอุทิศตนให้กับผู้อื่น ทั้งคู่ล้างปม หลงเพศ ของตนจนหมดสิ้นกลายเป็นคนใหม่ และกลายเป็นขวัญใจผู้ชมอีกครั้ง คราวนี้ในฐานะ คู่จิ้น สามีภรรยา ที่น่ารักที่สุดในโลก ติดตามชม ละครเล่ห์ลับสลับร่าง ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เล่ห์ลับสลับร่าง เล่ห์ลับสลับร่าง ญาญ่า รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์ คูกิมิยะ รับบท ผู้กองรามิล อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท เภตรา ปรึชญา พงษ์ธนานิกร รับบท นกยูง ธนภพ ลีรัตนขจร รับบท อาคม ซอ จียอน รับบท จียอน เจสัน ยัง รับบท ฤทธิ์ชาติ รัชนี ศีระเลิศ รับบท พวงคราม ธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล รับบท เจ๊อั้ม สมมาตร ไพรหิรัญ รับบท ธรรมนูญ ก้ามปู ปัทมสูต รับบท จิตรา เกริก ชิลเลอร์ รับบท หมอนักษัตร วิชัย จงประสิทธิ์พร รับบท ผู้กำกับก้อง กีรติ ศีวะเกื้อ รับบท ดนู นิธิชัย ยศอมสุนทร รับบท อาทิตย์ นิภาภรณ์ ฐิติธนการ รับบท ทอมณี เล่ห์ลับสลับร่าง เล่ห์ลับสลับร่าง ช่อง3 อาคม นกยูง เล่ห์ลับสลับร่าง นักแสดง เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์ เล่ห์ลับสลับร่าง ญาญ่า เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

ละครคุณนายสายลับ , เรื่องย่อคุณนายสายลับ
ละครคุณนายสายลับ /  เรื่องย่อ ละครคุณนายสายลับ / 

คุณนายสายลับ บทประพันธ์ : ชลาลัยบทโทรทัศน์ : สายลมเดียวดายผลิตโดย : บริษัท ปภัสรา โปรดักชั่น จำกัดออกอากาศ : ทุกวันวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.35 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 18.20 น. ทาช่อง 7 เรื่องย่อ ละคร คุณนายสายลับ ณ โรงแรมดังในลำพูน วิชัย เจ้าของโรงแรมกำลังต้อนรับคณะทัวร์กลุ่มใหญ่จากกรุงเทพฯ โดยมี ลิซ่า ภรรยาสาวแต่งหน้าจัดแต่งกายสีฉูดฉาดอยู่เคียงข้าง ทุกสายตาต่างจับจ้อง โดยเฉพาะ สินธพ รุจิกรณ์ (พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์) ทายาทเจ้าของรีสอร์ต ธุรกิจแปรรูปองุ่นและไร่องุ่น วรพงษ์ ที่เพิ่งกลับจากเมืองนอกหลังจบปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจเขากับวินธัย ลูกชายวิชัยเป็นเพื่อนรักกัน สินธพจึงมาเที่ยวตามคำเชิญของเพื่อนและคิดจะทำงานที่นี่ เพราะอยากได้ประสบการณ์ก่อนกลับบ้าน ลิซ่าหาจังหวะแยกตัวไปที่ห้องทำงานวิชัย เพื่อเซฟข้อมูลลูกค้ายาเสพติดของเขาเป็นหลักฐาน สินธพซึ่งไม่เคยไว้ใจสาวสวยที่แต่งงานกับชายแก่คราวพ่ออยู่แล้วเลยตามมา และหาทางก่อกวน ลิซ่า หรือ ร้อยตำรวจโทหญิงเรขาคณิต รวิปรียา (รัญดาภา มันตะลัมพะ) จึงต้องถ่วงเวลาจนเซฟข้อมูลเสร็จ แต่ดูเหมือนสินธพจะไม่ยอมจบ ลิซ่าจึงส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือจาก สารวัตรเพิก (ธีรภัทร์ แย้มศรี) ที่ปะปนอยู่ในงาน เพิกจึงส่ง จ่าชู (ต๋อง ชวนชื่น) ลูกน้องคนสนิทไปช่วย แต่ก็เกือบเสียแผน เพราะความซุ่มซ่ามของจ่า ด้านเพิกเข้าจับกุมวิชัย จนเกิดการปะทะภายในงาน แต่ทั้งวินธัยและวิชัยก็ถูกจับ สินธพเป็นห่วงลิซ่าแต่ก็แปลกใจที่เธอหายไปอย่างไร้ร่องรอย ละครคุณนายสายลับ ที่กรุงเทพฯ เรขาคณิตกลับมาบ้านพร้อมเพิกซึ่งอยู่บ้านติดกัน อดีตรัฐมนตรีคำนวณ (วันชัย เผ่าวิบูล) กับ คุณหญิงรพีภัสร์ (ปภัสรา เตชะไพบูลย์) พ่อแม่ของเธอเริ่มจะชินกับการหายตัวไปนาน ๆ ของลูกสาวจึงไม่ซักถามเรื่องงานที่เรขาคณิตเป็นสายลับของหน่วยเฉพาะกิจแห่งกองปราบ จะมีก็แต่ ยายสม ญาติห่างๆ ของคุณหญิงรพีภัสร์ที่เลี้ยงเธอมาตั้งแต่เด็กคอยถามสารทุกข์สุขดิบ และแซวว่าเมื่อไหร่คุณหนูของตนจะแต่งงานกับเพิก เพราะหมั้นกันมาหลายปีแล้ว แต่เรขาคณิตไม่ตอบอะไร ส่วนเพิกก็เรียกเรขาคณิตไปคุยเรื่องงานที่เกือบมีปัญหาเพราะสินธพ เรขาคณิตขอให้ไม่พบเขาอีก เพิกถึงกับยิ้มแห้งและบอกว่า มีงานด่วนที่เกี่ยวข้องกับคนนามสกุล “รุจิกรณ์” เรขาคณิตถึงกับอึ้งไป หนึ่งเดือนต่อมา วรพงษ์โทรหาสินธพเพื่อให้มาแต่งงานกับหญิงที่ท่านหาให้ แต่สินธพปฏิเสธเพราะเกลียดการคลุมถุงชน วรพงษ์โกรธมากถึงกับจะตัดสินธพออกจากกองมรดก ดีที่ได้ มาติกา (พิมพาภรณ์ เสริมพาณิชยกิจ) หลานสาวบุญธรรมที่ท่านขอมาเลี้ยงช่วยพูด วรพงษ์จึงบอกว่า สะใภ้ของท่านจะเป็นใครก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่ มิรันตี หรือ มีมี่ (แพร เอมเมอรี่) นางแบบสาวที่เขาควงอยู่ เพราะเธอคือลูกสาว เสี่ยมีโชค (ภูธฤทธ์ พรหมบันดาล) คู่แข่งซึ่งอยู่ไร่ติดกับ ไร่ของวรพงษ์นั่นเอง สินธพนั้นคิดกับมิรันตีแค่เพื่อน แต่พอได้ยินพ่อพูดอย่างนั้น จึงประชดว่าเขาจะแต่งงานกับมิรันตีทันทีที่กลับไป วรพงษ์โกรธจัดจน แม่ทิพย์ (นริสา พรหมสุภา) แม่บ้านต้องเอายาดมมาให้ วรพงษ์ตัดพ้อลูกชายกับแม่ทิพย์ และเลยไปถึง นพนารี (ฐิตินันท์ สุวรรณถาวร) ลูกสาวที่เอาแต่หลง อเนก (พงษธัช รัตนเศรณี) คนรักจนไม่ยอมกลับมาช่วยงาน ก่อนจะประกาศว่า ในเมื่อลูกชายไม่ยอมแต่งงานกับผู้หญิงดีๆ อย่างเรขา ท่านก็จะแต่งเองข่าวใหญ่ของวรพงษ์และสินธพถูกกระจายไปทั่วไร่ลามไปถึงไร่ข้างๆ ทำให้มิรันตีถึงกับเนื้อเต้นที่จะได้แต่งงาน ขณะที่ มาติกาเสียใจเพราะแอบรักสินธพอยู่ แต่เรื่องวรพงษ์จะแต่งงานดูเป็นเรื่องใหญ่กว่าเธอจึงรีบโทรบอกสินธพ สินธพตัดสินใจกลับไร่ทันที ความรีบร้อน ทำให้สินธพลืมเติมน้ำมันจนรถดับกลางทาง มิหนำซ้ำ ยังเจอพวกมิจฉาชีพกลุ่มใหญ่อีกด้วย แต่โชคก็ไม่ใจร้ายเกินไป เมื่อเรขาขับรถผ่านมาและโชว์ฝีมือจัดการคนร้ายจนหมด สินธพทั้งทึ่งในความสามารถ อึ้งในความสวย และแปลกใจที่เธอรู้จักเขาเป็นอย่างดี เรขาพาสินธพไปถึง รีสอร์ตโดยไม่แนะนำตัวเองและเดินจากไปทันที ทำให้สินธพคิดว่าเธอเป็นนักท่องเที่ยว ละคร คุณนายสายลับ สินธพมองรอบไร่ที่เปลี่ยนไป และต้องหงุดหงิด เมื่อเห็นป้ายไร่เปลี่ยนเป็น “ไร่เรขา” เขาจึงไปหาพ่อทันที แต่ก็ได้คำตอบที่ทำให้ตกใจกว่าว่าพ่อจดทะเบียนสมรสกับผู้หญิงคนนั้นแล้ว เขาขอพบคุณเรขา แต่วรพงษ์ทำเฉย บอกเพียงเย็นพรุ่งนี้จะมีงานเลี้ยงภายใน สินธพจึงไปหามาติกา จนรู้ว่า เรขาเพิ่งมาสมัครเป็นเลขาของวรพงษ์เมื่อเดือนก่อน แล้วท่านก็รับทันทีโดยไม่ต้องฝึกงาน แถมยังให้เธอมาร่วมโต๊ะด้วยทุกวัน โดยห้ามใครเข้าไปกวน แต่แม่ทิพย์แอบมาเล่าว่า วรพงษ์หัวเราะอารมณ์ดี และสุขภาพดีขึ้นทุกวันตั้งแต่เรขามาอยู่ด้วย และเรขาเองก็เป็นคนอัธยาศัยดีไม่ถือเนื้อถือตัว สินธพไม่พอใจ เพราะคิดว่าที่พ่อทำเป็นจะบังคับให้เขาแต่งงานเป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้นเรื่องพ่อยังไม่ทันจะแก้ไข สินธพก็ได้รับโทรศัพท์จากนพนารีที่โทรมาร้องห่มร้องไห้บอกว่า ธุรกิจที่อเนกทำร่วมกับเพื่อนขาดทุนย่อยยับ สินธพเลยแนะนำให้นพนารีพาอเนกกลับมาทำงานที่ไร่ ตอนแรกนพนารีจะไม่ยอมจนเมื่อรู้เรื่องภรรยาใหม่ของพ่อ เธอก็ชวนอเนกกลับมาทันที อเนกนั้นอ้างตัวเป็นนักธุรกิจ และเป็นสุภาพบุรุษต่อหน้านพนารี ทำให้เธอหลงเขามากถึงขั้นจะแต่งงานกัน แต่วรพงษ์ก็ขวางไว้สุดตัว นพนารีไม่รู้ว่า อเนกเป็นนักพนันตัวยง และตนกำลังนำตัวอันตรายไปอยู่ที่บ้าน สินธพแอบคิดถึงผู้หญิงที่ช่วยเหลือเขา แต่ก็ไม่ได้พบอีก จนงานเลี้ยงที่พ่อจัดขึ้น เขาจึงได้รู้ว่า หญิงสาวที่ช่วยเขาไว้ก็คือ เรขา ภรรยาใหม่ของพ่อนั่นเอง นพนารีโวยวายไม่ยอมรับและบอกจะแต่งงานกับอเนกบ้าง ส่วนมิรันตี แขกไม่ได้รับเชิญก็เข้ามาในงานพร้อมเสี่ยมีโชค ผู้เป็นพ่อ เธอประกาศว่าพร้อมจะแต่งงานตามที่สินธพลั่นวาจาไว้ วรพงษ์โกรธจนความดันขึ้น แต่เขาแข็งใจประกาศว่า ถ้าทั้งสองแต่งงาน เขาจะยกทุกอย่างให้เรขา จากนั้น วรพงษ์ก็เรียกเรขากับมาติกาพยุงเขากลับห้อง งานเลี้ยงจบลงท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียด สินธพสังเกตเห็นว่าเรขามองทุกคนอย่างสำรวจจึงสงสัย ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ เรขาผูกมิตรกับคนงานในไร่จนเป็นที่รักของทุกคน ทั้งแม่ทิพย์ ผอง (วรพรต ชะเอม) หัวหน้างาน และ น้อย (ณธษา เวชประสิทธ์) สาวใช้คนใหม่ แต่นั่นยิ่งขัดใจสินธพ วรพงษ์เรียกทุกคนมาประชุมแบ่งงาน โดยให้สินธพเป็นผู้จัดการใหญ่ดูแลในภาพรวม เรขาดูแลการเงินมีมาติกาคอยช่วย ส่วนอเนกกับนพนารีให้เริ่มต้นที่พนักงานต้อนรับ อเนกไม่พอใจ แต่ทำอะไรไม่ได้ แม้แต่นพนารีก็จำต้องยอม เพราะวรพงษ์ยึดบัตรเครดิตทั้งหมดไว้ ด้านมิรันตียังมาป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้สินธพ แต่เขาไม่สนใจเธอ เพราะมัวแต่จับผิดเรขา มีเพียงอเนกที่ส่งสายตาหวานไม่หยุด และมิรันตีก็เล่นด้วย ทั้งคู่จึงแอบนัดกันโดยไม่ให้นพนารีรู้สินธพแอบตามเรขาไปทุกที่แต่ก็ถูกจับได้ทุกครั้ง เรขาแกล้งพาเขาเดินทั่วไร่หวังให้เหนื่อยเล่นและให้เขาเรียนรู้งานไปในตัว สินธพแปลกใจที่เรขาทำได้ทุกอย่าง ไม่เว้นแม้แต่งานกรรมกร กลางคืนเมื่อมีเวลา เธอก็จะไปร้องรำทำเพลงกับพวกคนงาน โดยมีน้อยกับผองเป็นลูกคู่ หากเรขาเห็นสินธพก็จะแกล้งดึงเขาเข้าไปในวงจนคล้ายเป็นตัวตลกของคนงาน แต่สินธพกลับรู้สึกผ่อนคลายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน หรือหากวันไหน เรขาเข้าไปขี่ม้าและสินธพตามไป เธอก็จะทิ้งระยะห่างจนเขาตามไม่เคยทัน เขาสังเกตว่าเธอชอบแวะเวียนไปเขตไร่ของตนกับเสี่ยมีโชค จึงสงสัยว่าเธอเป็นใครกันแน่ ละคร คุณนายสายลับ วันหนึ่ง มีคนงานป่วยเพราะเพิ่งคลอดลูก เรขาก็ไปช่วยเหลือแถมยังมีความรู้ด้านแพทย์แผนไทย ทำให้สินธพเผลอมองเธออย่างชื่นชม แต่พอเธอจับได้ สินธพก็ทำเป็นโวยวาย ค่อนแคะดูถูกเรขาว่าเธอหวังสมบัติ เพราะหากไม่จริง เธอคงไม่แต่งงานกับคนแก่คราวพ่อเด็ดขาด ทั้งคู่เลยกลายเป็นคู่กัด และทะเลาะกันอยู่ตลอดเวลา แต่ดูเหมือนสินธพจะพ่ายแพ้ทุกครั้ง มิรันตีก็แอบนินทาเรขากับมาติกาหวังหาพวก แต่พอเรขามาได้ยินและตอกกลับมิรันตีอย่างเจ็บแสบ เหมือนรู้เบื้องลึกเบื้องหลังของเธอดี มาติกาก็แอบเชียร์เพราะไม่อยากให้สินธพกับมิรันตีแต่งงานกัน เรขาเริ่มรู้จุดอ่อนของมาติกาเลตีสนิทด้วยการสนับสนุนให้เธอสมหวังในรักกับสินธพสินธพที่มักชวนเรขาทะเลาะ เริ่มรู้ตัวว่าแอบชอบแม่เลี้ยง เขาจึงต้องพยายามบังคับใจไม่ให้คิดเกินเลยกว่าฐานะลูกเลี้ยงที่เป็นอยู่ ด้านเรขาก็ชอบพูดจายั่วและชอบเรียกสินธพว่า “นายม้าพยศ” โดยไม่สนใจว่าสินธพจะโกรธมากแค่ไหน วันหนึ่ง มิรันตีมาตื๊อชวนสินธพไปขี่ม้า เขาปฏิเสธไม่ได้ แต่พอไปถึงคอกม้าจึงได้เห็นเรขากำลังขี่ม้าเล่นอยู่กับชายแปลกหน้า มิรันตีคิดแกล้งเรขาด้วยการทำให้ม้าในคอกตื่นและหลุดออกไป สินธพเป็นห่วงเรขามากแต่ก็พบว่าเธอควบคุมสถานการณ์ได้ดี เรขาแนะนำให้สินธพรู้จักเพิก เจ้าของร้านกาแฟที่อยู่เชิงดอยไม่ไกลจากไร่คนใหม่ สินธพแปลกใจเพราะจำได้ว่า เป็นร้านประจำของตน เรขาไม่ให้ความกระจ่างอะไร แถมยังคุยสนิทสนมกับเพิก จนสินธพหึงแทนพ่อและทำให้มิรันตีหงุดหงิดทุกวัน เรขาจะออกไปนั่งร้านกาแฟของเพิก แต่วรพงษ์ก็ไม่เคยว่า จนสินธพอดค่อนขอดไม่ได้ วรพงษ์รำคาญลูกชายจึงหนีไปยังบ้านพักที่สร้างไม่เสร็จท้ายรีสอร์ต สินธพยังคงหงุดหงิด แต่ไม่กล้าไปร้านกาแฟคนเดียว เลยชวนมาติกาไปเป็นเพื่อน มาติกาแอบดีใจคิดว่า สินธพอาจใจตรงกัน แต่เธอก็ต้องผิดหวัง เมื่อเขาเอาแต่ตอแยเรขาหาว่ามีชู้ ปล่อยให้มาติกานั่งอยู่คนเดียว เพิกสงสารเลยมาชวนคุย แต่มาติกาไม่ไว้ใจเพิกเพราะดูท่าทางเจ้าชู้ ด้านอเนกขยันทำงานขึ้นจนแม้แต่นพนารีก็แปลกใจ แต่เขาก็เฉไฉบอกว่าจะเก็บเงินขอเธอแต่งงาน ทำให้นพนารียิ่งหลงอเนก ผองคอยรายงานวรพงษ์ทุกระยะเกี่ยวกับอเนก วรพงษ์ซึ่งชอบให้โอกาสคนจึงเลื่อนตำแหน่งอเนกให้มาดูแลงานด้านจัดซื้อโดยมีนพนารีเป็นผู้ช่วย ทำให้อเนกพอใจมาก และทุกครั้งที่มีโอกาส เขามักจะคอยแทะโลมมาติกาเสมอ จนเธอกลัว ดีที่ได้เรขาคอยเป็นก้างขวางคอ ยกเรื่องเงินเดือนมาอ้าง จนนพนารีทั้งหึงมาติกาและเกลียดเรขาเพิ่มมากขึ้นทุกคืน เรขาจะเข้าไปนวดหลังให้วรพงษ์จนท่านหลับ ก่อนที่จะหายตัวไป หรือบางครั้ง เธอก็ไปขลุกอยู่กับคนงานเพื่อหาข้อมูลในอดีตของวรพงษ์ โดยไม่ให้ผิดสังเกต ทุกคนจึงรักเธอมากกว่ามิรันตีที่มาทีไรก็เอาแต่วางอำนาจ ทุกคนเรียกเรขาว่าคุณนาย ทำให้สินธพหมั่นไส้ วรพงษ์เฝ้าดูเรขาอยู่ห่าง ๆ ทุกครั้งที่มองหน้าเธอ เขาก็คิดถึงอดีตคนรักที่หน้าตาเหมือนเรขาไม่ผิดเพี้ยนพอรู้ประวัติว่าเรขาเป็นกำพร้า แต่ขยันขันแข็ง และดูฉลาดเฉลียว เขาจึงอยากอุปการะเธอและชดเชยความรู้สึกผิดที่มีต่อคนรักเก่า ท่านคิดจะให้สินธพแต่งงานกับเรขา แต่สินธพกลับไม่สนใจแถมยังประชดจะไปคบกับมิรันตี ท่านจึงแต่งงานประชดลูกชายบ้าง ด้านมาติกาเห็นมิรันตีเกาะติดสินธพไม่ห่างก็ไประบายกับเรขา เรขาจึงยุให้เธอบอกรักสินธพ มาติกาตัดสินใจรวบรวมความกล้าเปิดเผยความในใจ แต่ได้รับการปฏิเสธ ทำให้มาติกาวิ่งหนีไปพร้อมน้ำตา เพิกที่บังเอิญแวะมาจึงตามไปปลอบโยน ทำให้ทั้งสองสนิทกันขึ้น ละคร คุณนายสายลับ เพิกได้รับข้อความจากหัวหน้าหน่วยให้สืบหาข้อมูลที่ไร่มิรันตี โดยเฉพาะในโรงเก็บไวน์ เพราะมีสิ่งไม่ชอบมาพากล เพิกรีบติดต่อเรขาและหาทางส่งจ่าชูเข้าไปเป็นคนงาน กลางดึกคืนนั้น เรขาลอบเข้าไปที่ไร่มิรันตี แต่เกือบถูก กำจร (สุรศักดิ์ โชติทินวัฒน์) ผู้จัดการไร่จับได้ เพราะสินธพที่ตามมาข้างหลัง แต่ได้จ่าชูมาช่วย เธอรีบพาสินธพกลับทันที ส่วนกำจรรีบไปรายงานเสี่ยมีโชค เสี่ยมีโชคให้มิรันตีรีบเผด็จศึกสินธพ เพื่อเข้าเป็นใหญ่ในบ้านสินธพและหาคนที่เป็นสายตำรวจ กำจรเก็บความขมขื่นไว้ เพราะเขาแอบรักมิรันตีอยู่ ด้านสินธพไม่ยอมให้เรื่องจบตามคาดคั้นความจริงจากเรขา แต่เพราะเป็นกลางคืน ทำให้เขาเกือบถูกงูกัด ดีที่เรขาใช้ความชำนาญจัดการงูตัวนั้นซะก่อน จนสินธพอึ้งที่ต้องเป็นหนี้บุญคุณเธออีก เพิกมาหามาติกาบ่อยครั้ง แต่สินธพเข้าใจผิดว่าเขามาหาเรขาจึงหึงมาก แต่พยายามบอกตัวเองว่าไม่ใช่ สินธพเริ่มสงสัยพฤติกรรมเรขาว่าวางยาบิดาตัวเองเพื่อหวังอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่สามารถจับผิดเรขาได้ สินธพจึงขอยาสมุนไพรที่เรขาให้วรพงษ์กินไปตรวจแต่ก็พบว่าเป็นเพียงยาบำรุง เขารู้สึกผิดเลยหาโอกาสขอโทษเธอด้วยการทำอาหารให้ทาน จนเรขามีความสุข แต่ต้องบอกตัวเองว่าเธอมีงานต้องทำและเขาอาจรู้เห็นกับว่าที่พ่อตาอย่างเสี่ยมีโชคทำเรื่องผิดกฎหมาย เพิกไม่ให้เรขาอคติ และอย่าเพิ่งมองข้ามวรพงษ์ไปด้วยอดีตที่เขาเคยค้ายา เพิกพอมองออกว่าเรขาชอบสินธพจึงทั้งเตือนตัวเองและเรขาว่าพวกเขาเป็นคู่หมั้นกัน เรขานิ่งไปทันที ด้านนายวรพงษ์เห็นความสามารถของเรขาจึงมอบอำนาจให้เธอเรื่องการเงินมากขึ้น ไม่ว่าใครจะเบิกอะไร จะต้องผ่านการอนุมัติของเรขา โดยเฉพาะนพนารี แต่อเนกเห็นว่าไม่ใช่ปัญหา และเพราะงานใหญ่ที่กำลังจะถูกจัดขึ้น ทำให้เรขาต้องขลุกอยู่กับสินธพ จนมิรันตีหึงหวง เพิกเองก็กลัวงานจะเสีย เลยหาเรื่องเข้ามาที่ไร่ ทำให้ได้พบมาติกาเป็นประจำ เขาชอบในความเรียบร้อยขี้อายของเธอจึงมักจะแกล้งเย้าแหย่ จนมาติกาเริ่มเป็นกันเองมากขึ้นและเพราะต้องการตัดใจจากสินธพ เธอจึงขอไปทำงานที่ร้านกาแฟของเพิกด้วย เพิกตกลง ก่อนจะรีบไปบอกเจ้าของร้านตัวจริง ซึ่งเป็นเพื่อนของเขาเองให้รับมาติกาเข้าทำงาน จนโดนเพื่อนแซวว่าระวังจะลืมคู่หมั้น เพิกถึงกับอึ้งไปเพราะลืมไปจริงๆ เรขาเห็นเป็นโอกาสดีที่จะเข้าไปที่ไร่มิรันตี จึงแนะนำให้สินธพร่วมมือกับมิรันตีจัดงานเก็บเกี่ยวองุ่นประจำปีให้ใหญ่ขึ้น สินธพสงสัย แต่เรขาก็หาข้ออ้างจนได้ ในที่สุด สองไร่จึงได้ร่วมมือกัน โดยมีเรขาเป็นคนกลาง เรขาคุยงานกับเสี่ยมีโชคโดยตรง แม้เขาจะดูเป็นผู้ใหญ่ใจดี แต่เรขาก็ไม่ประมาท ขณะเดียวกัน เธอสังเกตเห็นวรพงษ์ไปที่บ้านพักท้ายรีสอร์ตบ่อยขึ้น จึงแอบตามไปและได้รู้ความจริงว่า วรพงษ์เป็นสายของตำรวจ เรขายังไม่สามารถเปิดเผยตัวเองได้ ขณะที่ วรพงษ์ไว้ใจเรขาแล้ว จึงยอมเล่าความจริง ที่ตนเคยค้ายาเสพติด จนทำให้ต้องเลิกรากับคนรักไป ดีที่ทางการไม่มีหลักฐานเอาผิดเขาได้ แต่ความรู้สึกผิดในใจ ทำให้วรพงษ์ตัดสินใจช่วยงานราชการเพื่อลบล้างความรู้สึกนั้น เรขาจึงเข้าใจ วรพงษ์และนับถือเขามากขึ้น แต่เธอต้องตกใจ เมื่อวรพงษ์เอาภาพคนรักเก่ามาให้ดู เพราะนั่นคือภาพ แม่ของเรขานั่นเอง วรพงษ์ไม่รู้ว่าเรขาเกี่ยวข้องกับคนรักเก่าหรือไม่ แต่เขาก็อยากจะทำอะไรเพื่อชดเชยให้เธอ ทำให้เรขายิ่งซาบซึ้งแทนผู้เป็นแม่ ละคร คุณนายสายลับ แม้เรขาจะคิดถึงพ่อกับแม่ แต่เธอก็อยู่ช่วยงานเก็บเกี่ยวองุ่นจนเสร็จสิ้น งานถูกจัดขึ้นที่รอยต่อไร่ของวรพงษ์และเสี่ยมีโชค เพิกกับจ่าชูลอบเข้าไปในโรงเก็บไวน์เสี่ยมีโชค แต่ไม่พบอะไรผิดปกติ เพิกถึงกับงง ขณะที่ อเนกอาศัยจังหวะที่ทุกคนวุ่นวายสั่งเบิกจ่ายปุ๋ยปลอม และลอบเข้าไปที่โรงเก็บไวน์ของวรพงษ์บ่อยครั้ง โดยอ้างกับผองว่าเข้าไปเรียนรู้งาน ผองสงสัยแต่ยังไม่มีโอกาสบอกเจ้านายในงานเก็บเกี่ยวองุ่น มิรันตีพยายามทำตัวโดดเด่นและควงสินธพเพื่อประกาศความเป็นเจ้าของ เรขาแอบเขม่นเลยชวนมาติกาทำเรื่องสนุกระหว่างงาน เธอหาเรื่องแยกมิรันตีจากสินธพ และแกล้งให้มิรันตีขายหน้า แต่กำจรก็ช่วยกู้สถานการณ์ให้นายสาว เมื่อผ่านงานใหญ่ไป เรขาก็ขออนุญาตวรพงษ์เข้ากรุงเทพฯ อ้างว่านัดเพื่อนไว้ สินธพระแวงแทนพ่อแต่ก็ไม่กล้าแสดงออก เขาอยากตามเรขาไป แต่ผองมาบอกเรื่ององุ่นในไร่ไม่เติบโตเต็มที่ สินธพสงสัยเกี่ยวกับปุ๋ยล็อตใหม่ที่อเนกสั่งจึงให้ผองแยกแปลงองุ่นแปลงนี้ทดลองกับปุ๋ยใหม่ ส่วนแปลงอื่นใช้ปุ๋ยตัวเดิม ช่วงนี้ มิรันตีหายไป ทำให้สินธพโล่งอก โดยไม่รู้ว่าคนที่ร้อนใจกลายเป็นนพนารีแทน เพราะอเนกก็หายตัวไปบ่อย ๆ นพนารีหงุดหงิดถึงกับลงที่มาติกาบ่อยครั้ง จนเพิกต้องออกโรงปกป้อง ด้านเรขากลับถึงบ้านก็กอดแม่ไว้ด้วยความคิดถึง และเป็นครั้งแรกที่เธอยอมพูดเรื่องงานแล้วก็ต้องอึ้งที่แม่กับพ่อรู้การเคลื่อนไหวของเธอตลอด และอยากให้เธอเลิกอาชีพนี้ แต่ก็รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ เรขาพูดถึงเรื่องคนรักเก่าของแม่ แม่ยอมรับว่าเคยมีคนรัก แต่ก็เป็นเพียงอดีต เพราะท่านกับคนรักเลือกทางเดินต่างกัน แล้วตอนนี้ แม่ก็รักพ่อของเรขามาก เรขาอบอุ่นใจและหวังว่าเธอจะได้เจอคนที่ใช่บ้าง แม่เลยงงว่าเรขามีคู่หมั้นแล้ว ทำไมถึงพูดแบบนี้ แต่เรขาไม่ตอบอะไร และในใจเธอก็นึกถึงเพียงสินธพเมื่อเรขากลับถึงไร่ เธอก็เริ่มตรวจสอบบัญชีอย่างจริงจัง เพื่อตอบแทนบุญคุณวรพงษ์ และพบว่าอเนกเบิกจ่ายเงินมากผิดปกติ ทำให้เธอมีปากเสียงกับอเนกบ่อยขึ้น ส่วนเพิกก็มาพบเรขาบ่อย เพราะหาของกลางที่ไร่เสี่ยมีโชคไม่พบ เรขาสงสัยว่าในไร่วรพงษ์มีบางอย่างผิดปกติ เธอจึงบอกเรื่องที่ วรพงษ์เป็นสายให้ตำรวจอาจจะมีข้อมูลบางอย่าง เพิกไปคุยกับวรพงษ์แบบจริงจัง ทำให้สินธพเข้าใจผิดว่าเพิกข่มขู่พ่อของเขาแล้วคิดจะไปเสวยสุขกับเรขา เขาจึงเข้ามาขัดจังหวะ เพิกเลยไม่ได้ข้อมูลอะไรนอกจากแนะนำตัวกันเฉย ๆ เรขากุมขมับกับความดื้อรั้นของสินธพ จึงต่อว่าเขาอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก ทำให้สินธพน้อยใจขณะที่ ภายในไร่เริ่มมีเรื่องคนงานเล่นการพนันและติดยา สินธพที่ยังน้อยใจเลยหาว่าเป็นเพราะเรขา เรขาเลยเอาหลักฐานการซื้อปุ๋ยปลอม และภาพถ่ายที่อเนกเข้าบ่อนบ่อยครั้งมาให้สินธพ สินธพอึ้งไปที่เรขาก็มีข้อมูล ทั้งคู่ไม่รู้เลยว่ามีใครบางคนแอบฟังอยู่ ละคร คุณนายสายลับ วันหนึ่ง เรขาว่ายน้ำเล่นที่สระในบ้านคลายเครียด และเพราะความประมาท ทำให้เธอโดนไฟช็อตจมน้ำ โชคดีที่สินธพผ่านมาและช่วยไว้ได้ทัน เพิกรู้เรื่องก็มาคุยกับเรขาให้ถอนตัว ด้วยเธอกำลังอ่อนแอเพราะความรัก แต่เรขาไม่ยอม เธอยืนยันที่จะทำงานต่อนพนารีทะเลาะกับเรขาบ่อยขึ้น เพราะถูกอเนกเป่าหู โดยเฉพาะเรื่องที่เรขาทำให้เธอกับเขาไม่ได้แต่งงานกัน ถึงขั้นนพนารีประกาศจะทำทุกทางเพื่อกำจัดเรขา ทำให้สินธพเป็นห่วงมาก ขณะเดียวกันก็ไม่ไว้ใจเพิก ที่ช่วงหลังชอบมาตีสนิทกับพ่อของเขาแบบแปลกๆ เขาจึงให้มาติกาช่วย จับตามอง โดยไม่รู้ว่าน้องสาวเริ่มมีใจให้เพิกแล้ว นพนารีหงุดหงิดทั้งเรื่องที่อเนกหายตัวไป เงินที่เธอควรจะเอาไปช้อปปิ้งก็ไม่มี เธอเลยเข้าไปขอเบิกเงินกับเรขา แต่เรขาปฏิเสธ ทำให้นพนารีโมโหถึงกับขว้างแฟ้มใส่เรขาที่ไม่ทันระวังตัว จนเรขาบาดเจ็บ สินธพรีบเข้ามาดูด้วยความเป็นห่วง จนเรขาหวั่นไหว แต่พอสินธพนึกได้ เขาก็ต่อว่าเธอที่ชอบหาเรื่องเจ็บตัว จนเรขาหมดอารมณ์ซึ้ง วรพงษ์เห็นสินธพกับเรขาสนิทกันก็พอใจ แต่บางครั้งก็อยากแกล้งลูกชาย เลยเรียกมาตักเตือนไม่ให้วุ่นวายกับเมียพ่อ สินธพจึงรู้สึกตัว ขณะที่เรขาได้ยินโดยบังเอิญว่าคนที่ทำไฟช้อตในสระน้ำคือ อเนก แต่เธอก็ไม่ได้บอกใครและจับตามองอเนกมากขึ้น สินธพรวบรวมหลักฐานเรื่องปุ๋ยปลอม แต่ยังไม่บอกวรพงษ์ เพราะเห็นแก่น้องสาว จึงไปคุยกับนพนารีและอเนก อเนกว่าถูกใส่ความ ผองได้ยินก็ทนไม่ไหว เลยไปบอกวรพงษ์ ทำให้วรพงษ์โกรธมาก เรียกลูกสาวและคนรักมาต่อว่า แต่นพนารียังเข้าข้างอเนก ถึงกับบอกจะพาอเนกหนี หากพ่อจับอเนกเข้าคุก วรพงษ์เครียดจัดจนเป็นลม เรขารีบพาท่านส่งโรงพยาบาลพร้อมสินธพ สินธพเศร้าใจคิดว่าเรขาคงรักพ่อเขามาก เมื่อวรพงษ์ฟื้นขึ้นก็สั่งยุติการสอบเรื่องปุ๋ยปลอม แต่เรียกใส่ปะปนไปกับไวน์จากไร่วรพงษ์ที่ติดคำว่า วีไอพี เพิกจึงเร่งให้เรขาหาข้อมูลและออกจากพื้นที่ทันทีเรขายังกังวลและเป็นห่วงวรพงษ์กับคนในไร่ แต่เพิกย้ำว่าหน้าที่ต้องมาก่อนเรื่องหัวใจ เรขาจึงรับคำ สินธพยังไม่วางมือเรื่องอเนก จึงสืบหาข้อมูลจากคนงาน แต่ก็เกิดเรื่องอีก เมื่อเรขาไปนั่งที่ร้านกาแฟของเพิก และถูกคนร้ายลอบยิง แต่สินธพที่ตามมาเอาตัวเข้าบังกระสุนจนได้รับบาดเจ็บ เรขาเป็นห่วงสินธพมากและเริ่มยอมรับใจตัวเองว่ารักเขา เพิกกลัวเรขาเป็นอันตรายถึงชีวิตจึงตัดสินใจแจ้งหน่วยงาน และนำคำสั่งที่ให้เรขาถอนตัวมาบอก แต่เรขาไม่ยอม เธอต้องการทำภารกิจให้เสร็จสิ้นเหมือนทุกครั้ง เรขาเข้าไปดูสินธพ เพราะเป็นห่วงเรื่องอาการบาดเจ็บ บรรยากาศที่เป็นใจ ทำให้ทั้งคู่เผลอจูบกัน อเนกผ่านมาเห็นเลยถ่ายภาพไว้แล้วนำไปขู่สินธพให้เลิกวุ่นวายกับเรื่องตน สินธพอึ้งไปเพราะกลัวพ่ออาการกำเริบอีก ด้านนพนารีรู้ว่าอเนกขู่สินธพก็ไม่สบายใจ เพราะถึงอย่างไรก็รักพี่ชาย วรพงษ์ยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล จึงไม่ได้ส่งข่าวให้ ผู้กำกับวัชระ ตำรวจในพื้นที่ ที่ตามคดีนี้อยู่ ผู้กำกับวัชระได้รับคำสั่งให้ประสานงานกับผู้การทรงยศ (เป็นหนึ่ง ไชยชิต) หัวหน้าของเรขาเข้าตรวจ โรงเก็บไวน์ของไร่วรพงษ์ แต่ก่อนจะเข้าตรวจ ก็เกิดเหตุไฟไหม้โรงเก็บไวน์ ขณะที่เรขาไม่อยู่ มิรันตีเป่าหูสินธพว่าเป็นฝีมือเรขา ทำให้สินธพเครียดมาก เขาไม่เชื่อมิรันตี แต่ก็ไม่มีหลักฐานไรยืนยันว่าเรขาไปไหน ยังไม่ทันที่สินธพจะแจ้งวรพงษ์ เรขาซึ่งลอบเข้าไปเก็บข้อมูลที่ไร่เสี่ยมีโชคอีกครั้ง และได้หลักฐานภาพถ่ายออกมา เธอก็ถูกไล่ล่าและถูกยิงจนบาดเจ็บสาหัส สินธพเครียดกว่าเดิมไม่กล้าบอกวรพงษ์ แต่อเนกก็คาบข่าวไปบอกพร้อมภาพที่สินธพจูบเรขา วรพงษ์ไม่ได้ตกใจเรื่องนี้ แต่ช็อกเรื่องไฟไหม้ และอาการเรขาที่เป็นตายเท่ากัน เหตุการณ์นี้ ทำให้อาการวรพงษ์ทรุดหนัก เขาเรียกสินธพเข้าไปคุยเป็นครั้งสุดท้ายและบอกความจริงเกี่ยวกับเรื่องเรขา พร้อมทั้งฝากให้สินธพดูแลเรขาตลอดไป วรพงษ์จากไปอย่างสงบ สินธพ นพนารีและมาติกาเสียใจมาก มีแต่อเนกที่ไปมีความสุขกับมิรันตี เพราะความจริง อเนกรับจ้างเสี่ยมีโชคเข้าตีสนิทกับนพนารีและสร้างสถานการณ์ทั้งหมด เพื่อทำให้รีสอร์ต วรพงษ์ต้องปิดตัวลง และตอนนี้เสี่ยมีโชคก็กำลังจะสมหวัง ละคร คุณนายสายลับ และแล้วเรขาก็ฟื้นขึ้นมาแต่เธอกลับจำอะไรไม่ได้ นอกจากบอกว่า สินธพเป็นสามีเธอและเธอรักเขามาก ด้วยตอนที่เธอหลับอยู่ เธอฝันเห็นแต่หน้าเขา อาการของเรขาดีขึ้น จนออกจากโรงพยาบาลได้ สินธพสั่งไม่ให้ทุกคนพูดเรื่องวรพงษ์ แต่นพนารียังแค้นใจจึงเล่าทุกอย่างให้ฟัง และ เยาะเย้ยว่าเธอจะไม่มีที่สูบเงินแล้ว เรขาอึ้งไป และยิ่งสับสนหนักขึ้นกับคำบอกเล่าของเพิกที่ว่า เธอ คือ ร้อยตำรวจโทหญิงเรขาคณิต รวิปรียา สายลับแห่งหน่วยเฉพาะกิจ รหัสคือ คุณนายสายลับ 009 เรขาไม่เชื่อจนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ที่มีคนร้ายมาประชิดตัวด้านหลัง เธอใช้ความสามารถด้านการต่อสู้อย่างคล่องแคล่ว เรขาสับสนมากจึงปบอกสินธพ สินธพไม่ต้องการเสียเธอไป จึงไปขอร้องเพิกไม่ให้พูดถึงอดีตอีก เพิกไม่พูดเรื่องเรขาแต่นำรูปถ่ายระหว่างอเนกกับมิรันตีมาให้สินธพ บังเอิญนพนารีมาเห็นเข้าอีกคน เลยตามไปหาความจริงกับอเนกที่ไร่มิรันตี อเนกไม่ยี่หระอะไร จนกระทั่ง เพิกกับตำรวจชุดหนึ่งมาที่บ้านเสี่ยมีโชคเพื่อจับเขาและทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด และมีเจตนาฆ่าเรขา อเนกแสดงความเห็นแก่ตัววิ่งหนีไป ขณะที่ กำจรปกป้องเสี่ยมีโชคกับมิรันตีจนตัวเองเจ็บหนัก เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวมิรันตีกับเสี่ยมีโชคไปดำเนินคดี อเนกหนีไปเจอเรขาอยู่คนเดียวจึงจับเป็นตัวประกัน แต่ด้วยสัญชาตญาณ เธอจึงป้องกันตัวเองและจับอเนกไว้ได้ อเนกแค้นใจเลยควักมีดพกมาแทงเรขาจนล้มหัวกระแทกพื้น เพิกรีบเข้ามาจับอเนก ส่วนสินธพรีบพาเรขาส่งโรงพยาบาล ละคร เมื่อเหตุการณ์ทุกอย่างจบลง นพนารีเข้มแข็งขึ้นและช่วยงานสินธพอย่างเต็มที่ ด้าน เรขาฟื้นขึ้นมาก็จำทุกอย่างได้ และพ่อแม่ก็มารับตัวเธอกลับไป ส่วนมาติกาเสียใจมากที่รู้ว่าเพิกเป็นคู่หมั้นของเรขา เพิกกลับกรุงเทพฯ พร้อมยกเลิกการหมั้นกับเรขา ซึ่งเรขาก็เข้าใจดีและไม่ขัดขวาง เพิกจึงกลับไปสารภาพรักกับมาติกาและขอเธอแต่งงาน มาติกาเขินอายแต่ก็ตกลงโดยดี สินธพดีใจกับน้องสาว แต่เขาก็อยู่อย่างซังกะตาย เพราะไม่กล้าไปตามง้อเรขา จนวันหนึ่ง เพิกมาบอกสินธพให้ไปห้ามเรขาที่จะกลับไปทำงานสายลับ โดยคราวนี้ เรขาจะแต่งงานกับชาวต่างชาติ นักค้ายารายใหญ่ สินธพอึ้งไป จนเพิกย้ำว่า เรขาก็รักสินธพมาก เธอไม่เคยมีความสุขเลยที่ต้องจากสินธพไป สินธพจึงตัดสินใจบุกไปชิงตัวเรขาที่งาน ก่อนจะพบว่าทุกอย่างเป็นแผนที่เรขาคิดขึ้นเพื่อพิสูจน์ใจเขา สินธพยืนยันว่ารักเรขามาก เขาขอเธอแต่งงานและขอให้เธออยู่เป็นคุณนายเรขาแห่งไร่เรขาตลอดไป หญิงสาวรับคำอย่างเต็มใจและยอมเลิกเป็นคุณนายสายลับตลอดกาล นักแสดง ละครคุณนายสายลับ รัญดาภา มันตะลัมพะ รับบท เรขาคณิต รวิปรียา (เรขา)พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท สินธพ รุจิกรณ์ธีรภัทร์ แย้มศรี รับบท สารวัตรเพิกพิมพาภรณ์ เสริมพาณิชยกิจ รับบท มาติกาแพร เอมเมอรี่ รับบท มิรันตี หรือ มีมี่ตฤณ เศรษฐโชค รับบทวรพงษ์ รุจิกรณ์ฐิตินันท์ สุวรรณถาวร รับบท นพนารี รุจิกรณ์พงษธัช รัตนเศรณี รับบท อเนก ภูธฤทธ์ พรหมบันดาล รับบท เสี่ยมีโชค

โปรแกรมมวยไทยวันนี้ วันอังคารที่ 28 มิถุนายน 2559
ลุมพีนี /  วันอังคารที่ 28 มิถุนายน 2559 / 

โปรแกรมมวยไทยวันนี้ วันอังคารที่ 28 มิถุนายน 2559 ศึกเกียรติเพชร เวทีมวย ลุมพีนี เวลา 18:30 น. 1. เดชไชย อ.สบายแท้  Vs  พลังภพ พ.เมืองเพชร 2. วันชัยน้อย สิงห์ปลาปากน้อย  Vs  แสนชัยน้อย สิงห์บ้านสร้าง 3. คนชล พุ่มพันธุ์ม่วง  Vs  บุญนำ เกียรติเจริญชัย 4. คมเพชร ศิษย์สารวัตรเสือ  Vs  กัมปนาท ภ.หลักบุญ 5. สามดี เพชรยินดีอะคาเดมี่  Vs  รักเต็มร้อย ส.จ.วิชิตแปดริ้ว 6. รณชัย สันติอุบล  Vs  วัชรพล พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิมส์ 7. จักรดาว เทพเกษม  Vs  เก่งกล้า ป.เป็กโก้ 8. ยอดพนมรุ้ง จิตรเมืองนนท์  Vs  แรมโบ้ เพชร ป.ต.อ. 9. ก้องระยอง อ.สบายแท้  Vs  สามร้อยกล้า ส.เจตน์ณุรักษ์ 10. ศักดิ์เล็ก เกียรติเพชรเดชะ  Vs  ยอดมนุษย์ ศักดิ์อินเตอร์ ** หมายเหตุ อาจมีการเปลี่ยนแปลงคู่ชก

ละคร บุษบาหน้าตลาด , เรื่องย่อ บุษบาหน้าตลาด
ละคร บุษบาหน้าตลาด /  ละคร บุษบาหน้าตลาด / 

บุษบาหน้าตลาด บทประพันธ์ : อรุณรตีบทโทรทัศน์ : ฐา-นวดีสถิตยุทธการกำกับการแสดง : บัณฑิต ทองดีออกอากาศ : ทุกวันจันทร์ ถึงวันศุกร์ ทางช่อง 3 เรื่องย่อ เรื่องราวของสาวน้อยลูกมหาเศรษฐีณีที่โดนแย่งสมบัติไปตั้งแต่ลืมตาดูโลก แต่ชะตาเจ้ากรรมที่ส่งเด็กน้อยอย่างดอกไม้ให้ไปเติบโตในร้านดอกไม้แถวปากคลองตลาดอย่างอบอุ่น แล้วก็ขีดเส้นทางให้เธอได้เดินกลับมาเพื่อช่วยแม่แท้ๆที่เสียสติไปทวงสมบัติของเธอคืน ดอกไม้ข้างถนนต้องปรับตัวให้เป็นดอกไม้ชั้นสูงให้ได้เพื่อทวงสิทธิ์ที่เป็นของเธอและแม่แท้ๆคืนมา ตลาดดอกไม้... ฝนเทลงมาหนาเม็ดจนแทบมองไม่เห็น ในเงามืดมีร่างของใครบางคนกำลังวางทารกตัวน้อยกำลังร้องไห้เสียงดังสนั่นหน้าร้านดอกไม้ในตลาด เสียงร้องของเด็กน้อยทำให้ประตูร้านถูกเปิดออก ละมุนอุ้มเด็กขึ้นมา จ่าผุยที่กำลังเข้าเวรขี่จักรยานตรวจชุมชนทำหน้าสงสัยว่า เด็กที่ไหนมาร้องอยู่ เขาเป็นพยานเพียงคนเดียวในคืนนั้นที่เห็นเหตุการณ์ ! 18 ปี ผ่านไป ร้านดอกไม้บุษบาเป็นที่รู้จักของคนในตลาดทั้งเรื่องฝีมือการจัดดอกไม้ที่ไม่เป็นรองร้านดอกไม้ใหญ่ๆมีชื่อโด่งดังในแถบนั้นเพราะแม่ละมุนเจ้าของร้านมักจะหาวิธีจัดดอกไม้ใหม่ๆมาอยู่เสมอ และดอกไม้ลูกสาวคนสวยที่อายุอานามพึ่งย่างเข้าสู่วัย 18 กับลูกสมุนปากกรรไกรอย่างไอ้ดุ้งเองก็เป็นที่รู้จักกันทั่ว แต่ถึงแม้สองคนนี้จะแสบยังไง ดอกไม้ก็ยังเป็นที่รักของชาวตลาดด้วยความมีน้ำใจคอยช่วยเหลือแม่ค้าด้วยกันแถบนั้นอยู่เสมอเช้าตรู่วันหนึ่ง ขณะที่ดอกไม้กำลังไปส่งดอกไม้ให้ละมุนเหมือนปกติ เสน่ห์หรือตาเหน่คนขับรถตู้ของคฑาลูกชายคนเดียวของคุณหญิงช้องนางเจ้าของตลาด เกือบจะขับรถชนกรรณิกาแก้ว พอดีดอกไม้เห็นเข้าเสียก่อนจึงเข้าช่วยไว้ได้ทัน แต่ดอกไม้ไม่รู้ว่าบ้านของแก้วอยู่ที่ไหน จึงพาแก้ว กลับไปที่บ้านของตน คฑาซึ่งนั่งอยู่ในรถเสน่ห์ เลยลงจากรถมาดูเหตุการณ์ พวกแม่ค้าเห็นคฑาก็จำได้ทันทีว่าเป็นลูกชายคนเดียวของคุณหญิงช้องนางเจ้าของตลาด คฑากลับมาบ้านพบช้องนางผู้เป็นแม่ ทั้งสองสวมกอดกันด้วยความดีใจ เขาเล่าเหตุการณ์เรื่องที่เสน่ห์ขับรถเกือบชนดอกไม้ให้แม่ฟัง แต่สืบสงวน พี่สาวกับไม่ใยดี เกรงดอกไม้จะมาหาประโยชน์จากคฑา ละคร บุษบาหน้าตลาด พนัสให้กรจีบตามหาแก้ว เพราะหากเธอหายสาบสูญ กว่าพนัสและกรจีบจะมีสิทธิจัดการกับมรดกของแก้ว ต้องรอถึง 5 ปี แต่หากหลอกให้แก้วเซ็นต์มอบมรดกให้ยังดีกว่า สุดท้าย กรจีบจึงรีบออกตามหาแก้ว พนัสเป็นสามีใหม่ของกรจีบ แต่พอลับตาคน เขาก็ชอบลวนลามกรกนกอยู่บ่อยครั้ง รุ่งขึ้นประมุขพากรจีบ กรกนก ถนอมศรีมาแจ้งความเรื่องแก้วหาย พอดีกับที่ดอกไม้กับจ่าผุย พาแก้วมาที่โรงพัก ทำให้แก้วได้พบกับทุกคน คฑาไปเริ่มงานที่บริษัทของช้องนาง โดยมีสืบสงวนเป็นพี่เลี้ยงให้ สืบสงวนเหมือนไม่เต็มใจให้คฑาเข้าไปรู้ความลับที่บริษัทนัก อ้างกับช้องนางให้เปิดบริษัทใหม่ให้ แต่คฑาไม่เห็นด้วย สืบสงวนพาคฑาไปเดินดูกิจการที่ตลาด จนคฑาสังเกตเห็นได้ว่า พ่อค้าแม่ค้า ไม่ชอบสืบสงวนนัก ถมเงิน เพื่อนของคฑา ซึ่งเป็นทนายความ เปิดบริษัทสำนักงานทนายความถมทองและบุตร อยู่ที่เดียวกับบริษัทของอังกาบ ทำให้เขาได้พบกับดรุณพิมพ์ ลูกของอังกาบ ทั้งคู่บังเอิญติดอยู่ในลิฟท์ที่กำลังค้างอยู่ด้วยกัน ทำให้ถมเงินรู้สึกประทับใจในตัวดรุณพิมพ์ตั้งแต่แรกเห็น ซึ่งดรุณพิมพ์เองก็เป็นเพื่อนรักกับดอกไม้ แถมเล่าเรื่องที่สืบสงวนพาน้องชายคือคฑา มาดูกิจการที่ตลาดให้ดอกไม้ฟังด้วย ดรุณพิมพ์ไม่ชอบใจที่อังกาบผู้เป็นแม่จะให้เธอ หรือดรุณา พี่สาว คนใดคนหนึ่ง แต่งงานกับคฑาอีกด้วย สำหรับดรุณพิมพ์แล้ว เขาสนิทกับคฑามาตั้งแต่เด็ก คิดเพียงว่าคฑาเป็นพี่ชายคนหนึ่งเท่านั้น ด้านกรกนกก็ไม่อยากอยู่บ้านกับกรจีบและพนัส จึงมาของานทำกับพอลล่า พอลล่าจึงส่งกรกนก ไปคัดตัวเป็นนางแบบเสื้อผ้าให้กับเครือกิจไพบูลย์ของอังกาบ ทำให้กรกนกได้พบกับดรุณา ทั้งคู่ไม่ถูกชะตากันตั้งแต่แรก ช้องนางจัดงานเลี้ยงต้อนรับการกลับมาของคฑาขึ้นที่บ้าน สืบสงวนแอบอิจฉา อังกาบพาดรุณามางานด้วย ส่วนดรุณพิมพ์ไปช่วยดอกไม้จัดดอกไม้ในงาน กรจีบก็พากรกนกมาแนะนำให้คฑารู้จักด้วย สืบสงวนได้พบกับพนัส รู้สึกพอใจในตัวพนัสตั้งแต่แรกเห็น ช้องนางกับแก้ว ก็พูดคุยกันตามประสาเพื่อนรัก ประมุขมาหาแก้วที่บ้าน จึงรู้ว่าไปงานเลี้ยง นึกถึงอดีตที่แก้วร้องไห้กับช้องนาง เรื่องที่ท้องกับเอก ประมุขยินดีแต่งงานกับแก้ว เพื่อรับเป็นพ่อของเด็กในท้อง แต่แก้วปฎิเสธ ทำให้เขาเสียใจมากดรุณพิมพ์ พาดอกไม้ กับดุ้ง มากินข้าวในงานเลี้ยง ดอกไม้จึงได้พบกับคฑา ส่วนดรุณพิมพ์ก็ได้พบกับถมเงิน ถมเงินจึงรู้ว่าดรุณพิมพ์ เป็นลูกคุณอังกาบ ส่วนคฑาก็รู้ว่า ดอกไม้เป็นเพื่อนกับดรุณพิมพ์ แก้วดีใจมากที่ได้พบกับดอกไม้ แก้วพูดอวดว่าดอกไม้จบมัณฑนศิลป์มา ช้องนางเองก็ชื่นชมดอกไม้ คฑาได้ที รีบชวนให้ดอกไม้มาทำงานตกแต่งคนโด กับโฮมออฟฟิศของบริษัทด้วย ดอกไม้อยากช่วยงานแม่ที่ร้าน คฑาจึงเสนอให้มาทำงานกับเขาอาทิตย์ละ 3 วัน ละมุน จึงเห็นดีด้วย พนัสถูกเจ้าหนี้ซ้อมปางตายแล้วยึดรถไป สืบสงวนไปพบเข้าพอดี จึงนำส่งโรงพยาบาล กรจีบรีบมาเยี่ยมทันที จนพนัสพ้นขีดอันตราย รุ่งขึ้น สืบสงวนเอากระเช้าไปเยี่ยม พนัสรีบจับมือสืบสงวน ทั้งสองมีใจตรงกัน โดยที่กรจีบยังไม่ทันระแวงสงสัย คฑาพาดอกไม้มาส่งที่บ้าน ทั้งคู่ตัวเปียกปอน เพราะก๊อกน้ำรั่ว แล้วน้ำก็กระเด็นใส่ ละมุนจึงให้ดอกไม้พาคฑาไปเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วคฑาก็เผลอหลับไปที่บ้านของดอกไม้นั่นเอง จ่าผุยมาเจอคฑาอยู่ที่บ้าน นึกหึงละมุนคิดว่าคฑามาเฝ้าละมุน จนดอกไม้ต้องไล่คฑากลับไป คฑาสงสัยเรื่องก๊อกน้ำรั่ว จึงถามดอกไม้ รุ่งขึ้นดอกไม้จึงให้คฑาเอาแบบ และเสปคของผลิตภัณฑ์ที่สั่งมา ดอกไม้จึงบอกกับคฑาว่ามันผิดเสปค ถ้าผู้รับเหมาไม่ชุ่ย ก็เป็นการร่วมมือกันระหว่างผู้รับเหมากับสืบสงวน คฑาเริ่มเครียด ผู้รับเหมา รีบโทรบอกสืบสงวน สืบสงวนจึงจะหาทางกำจัดดอกไม้ กรจีบเป็นคนสั่งให้คนร้าย ไปทำร้ายดอกไม้ แต่เมื่อลูกน้องโทรมารายงาน แล้วบอกว่า มีชายหน้าบากคนหนึ่งมาช่วยดอกไม้ไว้ กรจีบแทบล้มทั้งยืน รู้ว่าต้องเป็นเสงี่ยม คนสวนเก่าแก่ในบ้าน แน่นอน ยิ่งเสงี่ยมปกป้องดอกไม้มากเท่าไหร่ กรจีบก็แน่ใจว่าดอกไม้เป็นลูกของแก้ว กรจีบเครียดจัด ไปเล่าเรื่องให้ชมัยฟัง เสงี่ยมตั้งปฎิญาณต่อหน้าพระประธาน ว่าจะแก้ไขเรื่องราวที่ตนเคยทำเลวร้ายไว้กับดอกไม้ และจะปกป้องดอกไม้ให้ถึงที่สุด ละคร บุษบาหน้าตลาด ดรุณาหาทางเข้าใกล้คฑา ด้วยการไปเสนองานเรื่องคอมเพล็กซ์ให้ช้องนางฟัง และชวนเข้าร่วมหุ้นด้วยกัน เพราะนอกจากจะได้เงินแล้ว ยังได้ใกล้ชิดคฑาอีกด้วย สืบสงวนส่งคนร้ายไปเผาบ้านดอกไม้ แต่เสงี่ยมช่วยไว้ได้ทัน ด้านดรุณพิพม์ก็ไปทำงานที่บริษัทของถมเงินอีกด้วย คฑาให้ถมเงินเป็นทนายความส่วนตัวให้ ดูและเรื่องสัญญาคอมเพล็กซ์ เพราะไม่ไว้ใจคนของสืบสงวนอีกต่อไปกรจีบส่งคนร้ายไปยิงดอกไม้จนได้รับบาดเจ็บ คฑาพาส่งโรงพยาบาล และชวนถมเงินไปแจ้งความ จ่าผุยรู้เรื่อง รีบให้ตำรวจเข้ามาดูแล้ว แก้วรู้ข่าวว่าดอกไม้ถูกยิง ก็รีบมาเยี่ยมทันที แก้วทำพินัยกรรม ยกมรดกให้กับดอกไม้ พร้อมทั้งรับเป็นลูกบุญธรรมอีกด้วย ดอกไม้ไม่รับ แต่แก้วให้ช้องนางไปช่วยพูดให้ดอกไม้มาอยู่เป็นเพื่อนแก้วที่บ้าน ละมุนมีข้อแม้ ว่าจะยอมให้ดอกไม้ไปอยู่ด้วย จนกว่าแก้วจะหาลูกที่แท้จริงพบ สุดท้าย ดอกไม้กับดุ้ง จึงไปอยู่ที่บ้านแก้ว โดยมีคฑา และดรุณพิมพ์ คอยไปดูแลอยู่ไม่ห่าง กรกนกไปถ่ายแบบ ให้แฟชั่นคอมเพล็กซ์ โดยมีอังกาบ ดรุณา มาดูการถ่ายแบบด้วย คฑาก็พาดอกไม้มาด้วยเช่นกัน เพราะดอกไม้เคยรับปากไว้กับช้องนางไว้ว่า จะช่วยงานให้ถึงที่สุด กรกนกทำทีแกล้งเป็นลม เพื่อได้ใกล้ชิดกับคฑา ซ้ำยังหาทางแกล้งดอกไม้ด้วย แต่คฑาไม่สนใจกรกนก อีกทั้งยังตามดอกไม้ไม่ห่าง ทั้งกรกนก อังกาบ ดรุณา ไม่พอใจที่ดอกไม้ได้ใจของคฑาไปครอง ข่าวเรื่องที่แก้วรับดอกไม้เป็นลูกบุญธรรม ถูกลงหนังสือพิมพ์จนทั่ว สุดท้ายแก้วตัดสินใจพาดอกไม้ ไปเปิดตัวที่งานการกุศลงานหนึ่ง วาริศ ซึ่งเป็นเจ้าของแกลลอรี่ ก็นำภาพวาดมาประมูลด้วย เขาได้เห็นดอกไม้และรู้สึกประทับใจตั้งแต่แรกพบเลยทีเดียว กรจีบยังไม่ละความพยายามที่จะเขี่ยให้ดอกไม้พ้นจากแก้วไปให้ได้ เธอให้บริษัทที่จัดงานไปจ้างละมุนมาจัดดอกไม้ ละมุนมางานโดยที่ไม่รู้ว่า ดอกไม้อยู่ที่นั่นด้วย ดอกไม้ดีใจที่ได้พบกับละมุน แต่กลับถูกสาวสังคมต่อว่าเรื่องที่มีชาติกำเนิดเป็นลูกสาวร้านขายดอกไม้ ดอกไม้ไม่สนใจคำครหา กลับตรงเข้าไปหาละมุน และพูดปกป้องศักดิ์ศรีของแม่ตนเอง วาริศยิ่งทึ่งในความดีในตัวดอกไม้ แก้วเสียใจที่ทำให้ดอกไม้ต้องพบกับเรื่องไม่ดี และสัญญาจะไม่พาเธอออกงานสังคมอีก ดอกไม้มาส่งแม่ที่บ้าน ละมุนพูดเตือนสติด้วยความเป็นห่วง ว่าสังคมชั้นสูง จะทำให้ลูกสาวเธอเจ็บปวด โดยเฉพาะคฑา ซึ่งเป็นทายาทเศรษฐี กลัวดอกไม้จะต้องพบกับความเจ็บปวด เพราะด้วยความที่ต่างชนชั้น ทำให้ดอกไม้ได้คิด และเริ่มตีตัวออกห่าง ไม่เข้าใกล้คฑาอีก เพราะกลัวใจตนเองจะหวั่นไหว ทำให้คฑาเสียใจมาก อีกทั้งสืบสงวน ยังคงพูดใส่ไฟให้ช้องนางฟัง ว่าดอกไม้ลืมกำพืดตนเอง ตีตัวออกห่างคฑา แล้วไปคบหากับวาริศ ทำให้ช้องนางเข้าใจในตัวดอกไม้ผิดไปคฑาพาดอกไม้มาทำบุญที่วัด และได้พบกับเสงี่ยม ดอกไม้จำได้ว่าเสงี่ยมเคยช่วยชีวิตเธอไว้ ตอนที่บ้านถูกไฟไหม้ เสงี่ยมบอกว่า ในอดีตตนเอง เป็นคนสวนบ้านของแก้ว อยากจะพบ และพูดคุยเรื่องสำคัญกับแก้วสักครั้ง เมื่อกรจีบรู้เรื่อง จึงให้คนไปดักทำร้ายเสงี่ยม แต่สืบสงวนและพนัสรู้เข้าเสียก่อน เลยมาชิงตัวเสงี่ยมไป แล้วทำทีว่าเป็นคนดี โดยที่เสงี่ยมไม่รู้เท่าทัน พนัสกับสืบสงวน หวังจะให้เสงี่ยมบอกความลับเรื่องลูกของแก้วออกมาให้ได้ ดอกไม้ตกลงรับปากไปเป็นนางแบบให้กับวาริศ ยิ่งสร้างความหึงหวงให้กับคฑา วาริศยอมรับกับคฑาว่าชอบดอกไม้ด้วยใจจริง ยิ่งทำให้คฑาเครียดหนัก อังกาบไปตามให้ดรุณพิมพ์กลับมาอยู่ที่บ้าน พร้อมทั้งไปอาละวาดกับถมเงิน ถมเงินปฎิเสธว่าดรุณพิมพ์ไม่ได้อยู่กับตน สุดท้าย อังกาบจึงรู้ว่าลูกสาวไปอยู่กับละมุนนั่นเอง ละคร บุษบาหน้าตลาด แก้วขอร่วมหุ้น ลงทุนเรื่องคอมเพล็กซ์กับช้องนาง โดยคฑานั้นเป็นผู้ดูแลกิจการแทนช้องนาง ส่วนแก้วให้ดอกไม้เป็นผู้ดูแลเรื่องงานตกแต่งภายในทั้งหมด อังกาบไม่พอใจที่ดอกไม้เข้ามามีสิทธิ์เสมอตน กรจีบกับสืบสงวนเองก็นิ่งเฉยไม่ได้ สืบสงวนหลอกให้ดอกไม้ ใช้ผู้รับเหมาที่เธอรู้กันมารับทำช่วงต่อจากดอกไม้ หวังจะกลั่นแกล้งดอกไม้จนถึงที่สุด ในงานเปิดตัวคอมเพล็กซ์ กรกนก ได้เป็นนางแบบหลัก เดินแบบพร้อมเครื่องเพชรราคาแพง สืบสงวนได้ทีใส่ร้ายดอกไม้จึงวางแผนอย่างแยบยล ให้พนัสปลอมตัวเป็นพนักงาน แล้วสลับเครื่องเพชรตัวจริงเอาไปเสียเอง ส่วนดอกไม้กลับรับเคราะห์ ตกเป็นผู้ต้องสงสัย พนัสขโมยเพชรตัวจริงไป สารวัตรดนัยนพ เข้ามาสืบเรื่องราวด้วยตนเอง ดรุณาได้ที จะหาเรื่องดอกไม้ จึงขอให้ดนัยนพ จับคนร้ายให้ได้ ซึ่งดนัยนพเองนั้นรับปาก แต่ก็เชื่อมั่นว่าดอกไม้ไม่ใช่คนร้าย คฑาเป็นห่วงดอกไม้มากที่ถูกใส่ร้าย แต่เขาก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะตอนนี้ดอกไม้ตีตัวออกห่างเขาเหลือเกิน ช้องนางเองก็เสียใจที่ดอกไม้ทอดทิ้งคฑา จึงบอกให้สืบสงวน ยกเลิกการสั่งดอกไม้จากร้านละมุน ทำให้ดอกไม้และละมุนเสียใจมาก ดรุณาตัดต่อคลิปเสียงว่าดอกไม้รักทั้งคฑาและวาริศในเวลาเดียวกัน ทำให้คฑาเสียใจมาก แต่ดรุณพิมพ์พบความจริงเข้าเสียก่อน จึงบอกกับดอกไม้ ว่าจะบอกความจริงกับคฑาให้ได้ ดรุณพิมพ์ต่อว่าดรุณา ที่ใช้วิธีสกปรก เพื่อที่จะได้หัวใจของคฑามา ซ้ำเธอยังรู้อีกว่าแม่ให้คนไปสืบประวัติของถมเงิน ยิ่งทำให้ดรุณพิมพ์เสียใจที่ทั้งแม่และพี่สาวไม่เข้าใจในตัวเธอ คฑารู้ความจริงในที่สุด มาหาดอกไม้เพื่อปรับความเข้าใจกันดอกไม้ถูกใส่ร้ายเรื่องที่ไม่โปร่งใสด้านการบริหารงาน สุดท้ายเรื่องราวใหญ่โต สืบสงวนรีบฆ่าปิดปากคนที่เกี่ยวข้อง จนดอกไม้กลายเป็นผู้ต้องสงสัยไปอีก ละมุนห่วงลูกสาวมาก กรจีบหาทางขับไล่ดอกไม้ ให้ออกจากบ้านแก้วได้ในที่สุด ดอกไม้จึงกลับมาอยู่กับแม่ กรจีบยังไม่หยุดแค่นั้น ส่งคนร้ายไปทำร้ายแก้วปางตาย คฑารีบพาแก้วไปเยี่ยมในวันรุ่งขึ้น แต่พนัสกับกรจีบไม่ให้เยี่ยม ดอกไม้เสียใจ ซบหน้าร้องไห้กับคฑา แก้วต้องผ่าตัดด่วน และต้องการเลือด แต่กรจีบไม่ยอมบริจาคให้ ดอกไม้อาสาบริจาคเลือดให้ โชคดีที่เป็นกรุ๊ปเดียวกัน หมอประมุขจึงขอให้ดอกไม้พาละมุน มาบริจาคเลือดอีกคน เผื่อไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉินกับแก้ว แต่กลายเป็นว่าดอกไม้กับละมุน มีกรุ๊ปเลือดคนละกรุ๊ปกัน หมอประมุขเริ่มสงสัยอะไรบางอย่าง อังกาบรู้ความจริงเรื่องที่ถมเงินมีฐานะ และเป็นเศรษฐีคนหนึ่งเลยทีเดียว จึงไม่ขัดขวางความรักระหว่างดรุณพิมพ์และถมเงิน อีกต่อไป ซ้ำยังจะบังคับให้ดรุณพิมพ์หมั้นกับถมเงินอีกด้วย แต่ดรุณพิมพ์ไม่ยอม เพราะเป็นการบังคับถมเงินเกินไป แก้วกลายเป็นอัมพาต สมใจกรจีบ ซ้ำกรจีบยังไล่ถนอมศรี พยาบาลประจำตัวออกไปอีกด้วย ถึงแม้คฑา จะหาทางไปเยี่ยมแก้ว แต่กรจีบก็กีดกันทุกทาง กรกนกเห็นความร้ายกาจของแม่มากขึ้นทุกวัน เริ่มสงสารและเห็นใจแก้ว กรกนกเริ่มกลับใจ พยายามหาทางให้ดอกไม้กับวาริศ มานำตัวแก้วไป แต่ถูกแม่จับได้เสียก่อน เสงี่ยมเห็นข่าวการป่วยของแก้ว เป็นห่วง เพราะทุกอย่างเกิดจากความผิดของตนเอง ยิ่งได้ฟังเรื่องที่สืบสงวนกับพนัสคุยกัน เรื่องที่จะกำจัดแก้วกับดอกไม้เสงี่ยมจึงตัดสินใจหนีไปจากห้องที่พนัสขังตัวเองได้ในที่สุด แล้วรีบไปหาดอกไม้ที่บ้านละมุน พบคฑาอยู่ด้วยกัน เสงี่ยมเล่าความจริงเมื่อยี่สิบปีที่แล้วให้ทุกคนฟัง ละคร บุษบาหน้าตลาด เสงี่ยมบอกถึงเหตุการณ์วันที่แก้วคลอดลูกออกมาเป็นผู้หญิง แล้วกรจีบให้ชมัย นำเด็กไปกำจัดทิ้งเพราะเป็นลูกไม่มีพ่อ กลัวครอบครัวจะอับอาย ชมัยจึงนำเด็กมาให้ตน เสงี่ยมไม่อยากฆ่าเด็ก จึงนำมาวางไว้ที่หน้าบ้านละมุน ละมุนกับจ่าผุยมาเจอเข้า ละมุนจึงเก็บเด็กมาเลี้ยง ซึ่งเด็กคนนั้นก็คือดอกไม้นั่นเอง ละมุนน้ำตาไหลพราก เมื่อความจริงเปิดเผยกลัวดอกไม้จะไม่รักตนแล้ว แต่ดอกไม้กลับก้มลงกราบแทบเท้าที่ละมุนเลี้ยงดูเธอจนเติบใหญ่ เสงี่ยมกราบขอโทษละมุนและดอกไม้ที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น คฑาก็พลอยร้องไห้ไปกับดอกไม้ด้วย ไม่เว้นแม้แต่ดุ้งที่นั่งฟังอยู่ก็ร้องไห้ไปด้วยทั้งดรุณพิมพ์ ถมเงิน วาริศ ดนัยนพ ต่างได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมด คฑาแนะนำให้ดอกไม้ไปตรวจดีเอ็นเอ ที่สำคัญ ต้องช่วยแก้ว แม่แท้ ๆ ของดอกไม้ มาจากกรจีบให้ได้เสียก่อน คฑาวราริศ ดอกไม้ ได้รับความช่วยเหลือจากการกนก พาแก้วออกมาได้ในที่สุด แก้วดีใจมากที่รู้ความจริงเรื่องที่ดอกไม้เป็นลูกที่แท้จริงของเธอ แก้วพูดขอบใจที่ละมุนเลี้ยงดูแก้วมาเป็นอย่างดี ช้องนางเองก็พลอยดีใจไปกับดอกไม้ด้วยที่ได้พบแม่ที่แท้จริงเสียที ผลตรวจดีเอ็นเอออกมา ปรากฏว่าดอกไม้กับแก้ว เป็นแม่ลูกกันจริง ๆ กรจีบรับไม่ได้ที่ดอกไม้จะมาแย่งทุกอย่างไป เธอกลายเป็นคนที่ไม่ได้อะไรเลย พนัสเห็นว่ากรจีบหมดตัว จึงตีตัวออกห่าง หนีไปอยู่กับสืบสงวน กรจีบคุ้มคลั่ง สะกดรอยตามมา จึงรู้ว่าทั้งคู่ ลักลอบคบหากัน ความแค้น จึงทำให้กรจีบนำปืนไปยิงสืบสงวน แต่พนัสกลับรับเคราะห์แทน แล้วรีบให้สืบสงวนหนีไป เมื่อไปถึงโรงพยาบาล พนัสก็เสียชีวิต กรจีบ จึงถูกตำรวจจับ ไปชดใช้กรรมในคุก กรกนกเสียใจมาก ทั้งแก้วและดอกไม้ ต่างปลอบโยน ว่ายังมีคนที่รักและหวังดีต่อกรกนกอยู่ แก้ว ดอกไม้ คฑา ช้องนาง ดรุณพิมพ์ ถมเงิน ทุกคนต่างเป็นธุระจัดงานศพให้พนัส สืบสงวนแอบมายืนร้องไห้อยู่ในงานสวดศพ กรกนกเห็นสืบสงวน จึงตามไปคุยเรื่องที่พนัสกับสืบสงวนแอบคบหากัน จนเกิดเรื่องราวร้าย ๆ ขึ้น ช้องนางเดินเข้าไปได้ยินพอดี จึงรู้ว่า สืบสงวนเป็นชู้กับพนัส ช้องนางเสียใจมาก ซ้ำร้าย เธอยังพบเพชรที่หายไปอยู่ในกระเป๋าของสืบสงวน ช้องนางจึงมั่นใจว่าลูกสาวตนเองมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องราวเลวร้ายทั้งหลายด้วย เมื่อช้องนางรู้ความลับทุกอย่าง สืบสงวนจึงต้องจำใจปิดปากช้องนาง เธอแกล้งผลักให้แม่ตกบันไดมา แต่โชคดีคฑากับดอกไม้มาช่วยไว้ทัน นำส่งโรงพยาบาล สืบสงวน จึงถูกตำรวจจับในที่สุด ละคร บุษบาหน้าตลาด อังกาบกับดรุณพิมพ์ ปรับความเข้าใจกันได้ ถมเงินพาดรุณพิมพ์กลับไปส่งที่บ้าน และมีงานหมั้นหมายระหว่างดรุณพิมพ์กับถมเงินในเวลาต่อมา ดรุณาอดน้อยใจไม่ได้ ที่น้องสาวมีคนรักไปแล้ว แต่ก็ไม่นาน สารวัตรดนัยนพก็มาสานสัมพันธ์ ปลูกต้นรัก และคบหากับดรุณาอีกด้วย คฑายังคงน้อยใจที่วาริศ ยังเฝ้าตามติดดอกไม้ไม่ห่าง ช้องนางก็นึกสงสารคฑา จึงอยากให้ลูกชายแต่งงาน ความน้อยใจ คฑาจึงพูดไปว่าจะแต่งงานกับกรกนก ดอกไม้เองก็เสียใจ ละมุนไม่อาจทนเห็นดอกไม้ไม่มีความสุข จึงไปสารภาพกับช้องนาง ว่าตนเป็นคนขอร้องให้ดอกไม้ ตีตัวออกห่างคฑา เพราะกลัวว่าดอกไม้จะต้องเสียใจ ไม่นึกว่า จะทำให้คฑาและดอกไม้ต้องเจ็บปวด ช้องนางจึงเข้าใจทุกอย่าง วาริศเองก็ยอมรับกับดอกไม้ว่า รักเธอจริง ๆ แต่เขาก็ยอมรับว่าดอกไม้นั้นมีคฑาอยู่เต็มหัวใจ เช่นเดียวกับกรกนก ที่รู้ชัดว่าคฑาเองก็รักดอกไม้เช่นเดียวกัน สุดท้ายทุกคน ทั้งช้องนาง วาริศ กรกนก คฑา แก้ว ละมุน จึงทำที จัดงานแต่งงานระหว่างคฑาและกรกนกขึ้น แล้วเชิญดอกไม้เข้ามาในงาน กรกนก เอ่ยปากขอโทษทุกอย่างที่ผ่านมา และจะยินดีมาก หากคนที่เธอรักมีความสุข นั่นก็คือดอกไม้ คฑาขอดอกไม้แต่งงานท่ามกลางสักขีพยานมากมาย ดอกไม้กับคฑาจึงได้แต่งงานกันอย่างมีความสุข หมดเรื่องราวร้าย ๆ เสียที รายชื่อนักแสดงสรวิชญ์ สุบุญ รับบท คฑาชีรณัฐ ยูสานนท์ รับบท ดอกไม้ปวิช เวียงนนท์ รับบท ถมเงินนันท์ปภัทร ปิ่นโรจน์กีรติ รับบท ดรุณพิมพ์ณิชาวรินทร์ เบิกอรุณรุ่ง รับบท กรกนกเปรมณัช สุวรรณานนท์ รับบท วาริศอัมราภัสร์ วรรธนะกุล รับบท สืบสงวนธนิดา กาญจนวัฒน์ รับบท ดรุณาจินตหรา สุขพัฒน์ รับบท กรรณิกาแก้วเกรียงไกร อุณหะนันทน์ รับบท หมอประมุขอภิรดี ภวภูตานนท์ รับบท กรจีบวรรณษา ทองวิเศษ รับบท ละมุน

ชื่นมื่น!!! จ๊อบ บรรจบ ควงแฟนสาวแต่งงาน สาวกเรกเก้ยินดีเพียบ!!
จ๊อบ บรรจบ

   แต่งแล้วอีกรายสำหรับศิลปินนักร้องเรกเก้ เจ้าของเพลงฮิต ดูเธอทำ ,กอดฉันไว้ จ๊อบ บรรจบ ในวัย 57 ปี ที่เข้าสู่พิธีแต่งงานอย่างชื่นมื่น กับสาวสวยที่ชื่อว่า น้องนาจ  ซึ่งภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่โดย แฟนเพจ Sunset Beach Music Fest และมีแฟนเพลงเรกเก้เข้าไปแสดงความยินดีมากมาย ทางทีมงาน music.mthai ต้องขอแสดงความยินดีมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ ขอบคุณรูปภาพจาก เฟซบุ๊ค Sunset Beach Music Fest, จ๊อบ บรรจบ พลอินทร์

จุดพลุปังๆ!! เอ้ก-กัปตัน ได้ฤกษ์แต่งแล้ว 16ก.ค.นี้!!
เอ้ก บุษกร /  กัปตัน เอ้ก / 

  ปลูกต้นรักมายาวนาน 5 ปีด้วยกัน สำหรับคู่พระเอกหนุ่ม กัปตัน ภูธเนศ กับแฟนสาวรุ่นน้อง เอ้ก บุษกร ซึ่งอายุห่างกันถึง 12 ปี แต่ความห่างของอายุไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด เพราะล่าสุด กัปตัน-เอ้ก เตรียมลั่นระฆังวิวาห์แล้วค่า ซึ่งเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา(26มิ.ย.59) ด้าน สาวเอ้ก บุษกร ได้มีการจัดปาร์ตี้สละโสดโดยมีก๊วนเพื่อนคนสนิทมาร่วมงาน ภายในงานมีลูกโป่งสุดอลังการติดข้อความไว้ว่า EGG BRIDE TO BE ซึ่งหมายถึง เอ้กกำลังจะเป็นเจ้าสาว แน่นอนแล้วจ้า!!   ซึ่งงานวิวาห์ระหว่าง กัปตัน ภูธเนศ นักแสดงหนุ่มวัย 40 กะรัต กับว่าที่เจ้าสาว เอ้ก บุษกร วัย 28 ปี กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 16ก.ค.59 ที่จะถึงนี้ แบบเงียบๆ เรียบง่ายภายในครอบครัว และมีเฉพาะเพื่อนสนิทที่มาร่วมงานเท่านั้น ทีมข่าว gossipstar.mthai.com ขอแสดงความยินดีกับว่าที่เจ้าบ่าว-เจ้าสาวล่วงหน้าด้วยจ้า!! ขอบคุณภาพจาก IG eggbusakorn, captainpu, kiknw, januaryyjan กัปตัน-เอ้ก ปาร์ตี้สละโสด เอ้ก บุษกร ปาร์ตี้สละโสด เอ้ก บุษกร ปาร์ตี้สละโสด เอ้ก บุษกร กัปตัน-เอ้ก กัปตัน-เอ้ก กัปตัน ภูธเนศ กัปตัน-เอ้ก กัปตัน-เอ้ก กัปตัน-เอ้ก

ซี้ซั้วฟันธง! ปลากัดทายผล ยูโร 2016 ฝรั่งเศส ปะทะ ไอร์แลนด์ (26 มิ.ย.)
ซี้ซั้วฟันธง /  ซี้ซั้วเอามาเล่า / 

ยูโร 2016 ครั้งนี้ ทีมงาน ซี้ซั้วเอามาเล่า ขอทายผลบอลแบบบ้านๆ ด้วยการใช้ ปลากัด… และแล้วก็มาถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายวันที่ 2 โดยในวันนี้ทีมงานจัดคู่ระหว่าง ฝรั่งเศส พบ ไอร์แลนด์ มาให้น้องปลากัดทำนาย เดี๋ยวดูกันว่าจะแม่นไม่แม่น ติดตาม!! ข่าวสาร ผลบอล โปรแกรม >> ยูโร 2016 << ได้ที่ MThai Sport

หนีกรุงไปชาร์จแบต บ้านลีซูโฮมสเตย์ ดอยหลวงเชียงดาว
ดอยหลวงเชียงดาว /  ที่เที่ยวหน้าฝน / 

ฝนตก นํ้าท่วม รถติด ลองหาเวลาพักผ่อนกันบ้างมั้ย เป็นห่วง ผมคิดว่าหลายๆ คนคงคุ้นเคย เห็นภาพ โฮมสเตย์ที่ดอยหลวงเชียงดาว มากันบ้างแล้ว บรรยากาศที่นั่นสุดยอดมาก ผมได้ข่าวจากกลุ่มในเฟสบุคว่ามีโฮมสเตย์เปิดใหม่ วิวแจ่มมาก ผมเห็นรูปแล้วไม่รอช้า ออกเดินทางไปสัมผัส แล้วนำมารีวิวให้ได้ชมกันครับ หนีกรุงไปชาร์จแบต บ้านลีซูโฮมสเตย์ ดอยหลวงเชียงดาว เริ่มต้นกันก่อนที่การเดินทางครับ อันดับแรกเลย พาตัวเองไปที่เชียงใหม่ครับ จะรถทัวร์ รถไฟ เครื่องบิน รถส่วนตัว ก็แล้วแต่กำลังทรัพย์และความสะดวกเลยครับ ส่วนใครที่อยู่เชียงใหม่อยู่แล้ว ก็นะ (อิจฉา) ผมเลือกไปรถทัวร์ครับ ป.2 379 บาท (งก) 555 ออกจากหมอชิต 19.50 ครับ ถึงเชียงใหม่ ประมาณ 7 โมงเช้ากว่าๆ จากนั้นก็พาตัวเองไปสถานีขนส่งช้างเผือกครับ จะโบกรถแดง ก็ประมาณ 40 บาท หรือจะไปรถคิว 20 บาท ครับ ขนส่งช้างเผือกอยู่ไม่ไกลครับ ถ้ารถแดงไม่พาอ้อม ฮาาาาา ถึงแล้ว จากนั้นเดินเข้าไปเลยครับ มองหารถสีส้มที่เขียนว่า เชียงใหม่-ท่าตอน เขียนง่ายมาก รถออกทุกครึ่งขั่วโมงครับ เจอรถแล้ว ยังขึ้นไม่ได้ ไปซื้อตั๋วก่อนนะครับ ใกล้ๆกันเลย บอกไปเชียงดาวโลด 40 บาท ได้ตั๋วแล้วขึ้นรถโลดดดด อย่าลืมบอกเด็กรถด้วยนะครับ ว่าจอดโลตัสเชียงดาวให้ด้วยโว้ยยยยยยย (อย่าโว้ยตามผมนะ เดี๋ยวโดนถีบลงรถ) จากนั้นก็ตามสะดวกครับ จะนอน ฟังเพลง ชมวิว ก็ตามใจ รถวิ่งประมาณ 1.30 ชม. ก็ถึงแล้วครับ ลงตรงโลตัส ได้เลย แนะนำให้หาข้าวกินก่อนครับ หรือจะหาซื้อขนมไปกินก็ได้ แต่รีบๆ หน่อยนะครับ เดี๋ยวจะไม่มีรถขึ้น ไม่งั้นได้เหมารถล่ะ ค่าใช้จ่ายบาน ถ้าพร้อมแล้วก็ให้เดินตรงมาอีกนิดนึงครับ จะเจอสี่แยก ให้มองหาร้านแสงจันทร์ครับ แล้วเลี้ยวขวาไปอีกนิด จะเจอคิวรถที่ไปเมืองคองครับ ลองถามชาวบ้านเค้าจะแนะนำและช่วยหารถชาวบ้านที่ขึ้นไปครับ พูดง่ายๆ ติดรถชาวบ้านไปนั่นล่ะ บอกว่า จะไปบ้านระเบียงดาวก็ได้ครับ แถวนั้นเค้ารู้กัน ช่วยค่ารถให้สัก 50 บาทครับ ทางขึ้นค่อนข้างชัน แต่ถนนดีครับ ตัดภาพมาอยู่บนรถเลยละกัน ทริปนี้ผมไปคนเดียวครับ ได้เพื่อนใหม่มาด้วย นั่งกินลมชมวิวอยู่หลังกระบะกันเพลินเลย จุดนี้ผมเห็นตอนขากลับ ทะเลหมอกตรงนี้สวยมากครับ แต่แวะไม่ได้ ติดรถเค้ามา T_T เกรงใจ ประมาณ ครึ่งชั่วโมงนิดๆ ก็ถึงแล้วครับ ทางลงบ้านระเบียงดาว เดินไปจะเจอบ้านระเบียงดาวเลยครับ แต่ที่ผมจองไว้ต้องเดินลงเนินไปอีกนิด ไม่ไกลครับผม เดินลงเนินมานิดนึงสังเกตทางซ้ายตามรูปเลยครับ จะเป็นทางลงไปบ้านลีซู หรือเดินเลยไปถามที่บ้านสายหมอกก็ได้ครับ เค้าซี้กัน หรือก่อนขึ้นก็โทรหาน้องต้าก็ได้ครับ เค้าดูแลอยู่ที่นั่น บริการและดูแลดีมากครับ จากนั้นก็ไปที่บ้านพักกันเลย ที่นี่เพิ่งเปิดได้ 3 อาทิตย์ครับ เลยยังใหม่มาก ^^ มีที่นอนนุ่มๆ กับผ้าห่มหนาๆ อย่าคิดว่ามันหนาเกินนะครับ ถ้าฝนตกนี่ หนาวเลยทีเดียว มีห้องนํ้าในตัวครับ เตรียมผ้าเช็ดตัว สบู่ ยาสระผม ยาสีฟัน แปรงสีฟันมาเองนะครับ วันที่ผมไปนี่ เหมือนเป็นเจ้าของโฮมสเตย์เลยครับ พักอยู่คนเดียว 555 เงียบ สงบมาก พระอาทิตย์จะตกด้านหลังโฮมสเตย์ครับ ทำให้ระเบียงข้างหน้านี่ร่มรื่นครับ มีเสื่อ มาปูนอนได้เลยครับ ลมเย็น มีโต๊ะไว้ทานข้าว หรือวางของได้ครับ ลมเย็นเกินจนผมเผลอหลับครับ T_T ตื่นมาอีกทีช่วงเย็นๆ เลยลองออกไปเดินชมวิวครับ ที่นี่เค้าเป็นเครือญาติกัน ลองเดินเข้าไปชมวิวได้ทุกที่ครับ ลองขึ้นไปที่บ้านสายหมอกครับ ช่วงนี้กำลังปรับปรุง น้องต้าแอบกระซิบ จะเปิดให้บริการเดือนหน้าครับผม แสงเปลี่ยนตลอดเวลาครับ เกิดจากแสงที่ลอดผ่านเมฆ ทำให้เพลินเลยครับกับการถ่ายรูป เพลินจนน้องต้าต้องมาบอกว่า ทานข้าวได้แล้ว เตรียมข้าวไว้ที่บ้านพักแล้วครับ ช่วงนั้นฝนตั้งเค้ามาพอดี แจ่มเลย ทานข้าวเคล้าสายฝน มื้อเย็นครับ อิ่มแปล้ กินคนเดียว สักพักนึงฝนหยุดครับ พอมีแสงเย็นโผล่ออกมาอีกนิด นิดเดียวจริงๆครับ แล้วฝนก็เทลงมาต่อ ผมอยู่ถ่ายรูปต่อถึงประมาณ 1 ทุ่มครับ ฟ้าก็เริ่มมืดลงเรื่อยๆ ตอนผมไปยังไม่มีไฟฟ้าครับ แต่ตอนนี้ทางน้องต้ากำลังติดตั้งระบบไฟให้ครับ เพิ่มความสะดวกสะบาย แต่คงไม่ปล่อยไฟทั้งวันครับ คงปล่อยแค่ช่วงกลางคืน เพราะอยากให้พักผ่อนกันจริงๆครับ ลาคืนแรกด้วยภาพนี้ละกันครับ 2 ทุ่ม นอนได้ ชาร์จแบตจริงๆ หรือจะมานั่งที่ระเบียงก็ได้ครับ มีตะเกียงไฟฟ้าให้ เอาเสื่อมาปูนอน ดูหิ่งห้อยก็เพลินดีครับ แต่ของผมฝนตก นอนนนนนนน หลังจากผ่านคืนแรก ด้วยการหลับสนิท มาสะดุ้งตื่นตอนเที่ยงคืน ที่ฝนหนักขึ้น แล้วก็หลับต่อ มาตื่นอีกทีตอน 05.30 ตามเสียงนาฬิกาที่ปลุก แต่ด้วยอากาศเย็นๆ เสียงฝนเบา เลยนอนต่อไปถึง 6 โมง ถึงได้มีสติลุกจากเตียง พอเลื่อนประตูห้องออกเท่านั้นแหละ อื้อหืออออ ฝนตก 5555 หมอกเพียบเลยย เป็นไงล่ะ ฟินมั้ยย หลังจากจิบกาแฟ ที่น้องต้าได้เอามาวางไว้ให้ ก็ออกไปดื่มดํ่ากับสายฝน สายหมอกกัน เปียกช่างมัน บรรยากาศเป็นใจ 555 หมอกมหาศาลเลยล่ะ ข้อดีของฝนตกเค้าล่ะ หลังจากถ่ายรูปจนหนำใจ กลับไปที่ห้องพัก ข้าวต้มร้อนๆ ก็รออยู่แล้วว หิวพอดีเลย บอกตรงๆ เป็นมื้อเช้าที่สุดจริงๆ แล้วก็ออกไปถ่ายรูปต่อ ภาพนี้เวลา 09.30 ฝนหยุดแล้ว แต่หมอกก็มาเรื่อยๆ หลังจากเสพบรรยากาศจนอิ่มแล้ว ก็ให้น้องที่โฮมสเตย์พามาส่งที่ปากทาง รอโบกรถกลับเชียงดาวครับ ก็ตรงที่เราลงรถขามานั่นแหละ หลังจากไปคุยตีซี้กับชาวบ้าน ได้นิดนึง เค้าก็ช่วยไปคุยกับชาวบ้านที่จะลงไปเชียงดาวให้ครับ รอดละ ได้รถกลับ ชาวบ้านที่นั่นใจดีครับ ขอแค่เรากล้าที่จะไปคุย สอบถาม ^^ แล้วก็ได้น้องใจดีพาไปส่งถึงจุดพักรถเลยครับ ขอบคุณมากคร้าบบบบ รอดละๆ ถึงตรงนี้ก็สบายแล้ววว รอรถกลับเชียงดาวได้เลยครับ ไปรอตรงรถบัสขาล่องนะครับ ถามก่อนขึ้นนิดนึง ว่าไปเชียงใหม่ใช่มั้ย ถ้าใช่ก็ขึ้นโลดดดด 40 บาท ยาวไปครับ ถึงตอนนี้ ยังจำบรรยากาศตอนนั้นได้เลยครับ ยังไงถ้าจะไป ลองโทรไปคุยกับน้องต้าได้เลยครับ 091-724-7536 สอบถามการเดินทาง ได้ทุกอย่างครับ อ้อ ลืมบอกไป ค่าที่พัก 500 บาท/ 1คน + อาหาร 2 มื้อ (มื้อเย็น-มื้อเช้า) ครับ ขอบคุณที่ติดตามกันครับ ผิดพลาดอย่างไรขออภัยด้วยครับ ถูกใจแชร์ได้น้าาา สวัสดีครับ ขอบคุณข้อมูล-รูปภาพ https://www.facebook.com/thaibackpack ติดตามการเดินทางเพิ่มเติมได้ที่ : facebook ไป เที่ยว ทำ ไม

จบดราม่าแย่งที่จอดฟิตเนส เจนี่ ยอมจ่าย 3 ล้านให้ บุ๋ม ปนัดดา ย้ายออก!!
เจนี่ บุ๋ม แย่งที่จอดฟิตเนส /  ข่าว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ / 

เป็นอันแยกย้าย... นางเอกสาว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เจ้าของฟิสเนส 911 by JT ควงทนายออกมาชี้แจงปมดราม่าแย่งที่จอดรถกันกับ สแมชยิม ฟิตเนสของ บุ๋ม ปนัดดา โดยสาวเจนี่ยอมจ่าย 3 ล้านตามที่สาวบุ๋มยื่นข้อเสนอมา พร้อมเผยรู้สึกลำบากใจที่จะทำธุรกิจร่วมกันแล้ว แต่ยังไม่ระบุว่าทางสาวบุ๋มจะต้องออกจากที่นี่เมื่อไหร่ แต่โดยส่วนตัวเธอบอกยังเคารพดารารุ่นพี่เหมือนเดิม ตอนนี้มีวิธีแก้ปัญหาเบื้องต้นคือเช่าพื้นที่จอดรถเพิ่มขึ้น บอกทั้งหมดมีปัญหาเรื่องที่จอดรถแค่ 1 ชม. ต่อวัน ไม่ได้มีปัญหาตลอด 24 ชม. พื้นที่ที่ซื้อมายังไม่รู้จะทำอะไรต่อ นอกจากนั้น สาวเจนี่ยังบอกอีกว่า ทางฝั่งของสาวบุ๋มทำธุรกิจทับซ้อน มีการเปิดขายอาหารคลีน ขายน้ำ เปิดคลาสโยคะเพิ่ม ซึ่งทับซ้อนกับของเธอ เปรยเรื่องการฟ้องร้องเป็นเรื่องในอนาคต ไม่เน้นดำเนินคดี จะคุยกันก่อน ทนายได้มีการคุยทางโทรศัพท์แล้ว ยังไงก็ตามสาวเจนี่บอกไม่อยากให้มาทะเลาะกันเอง อยากให้สิ่งที่เธอพูดในวันนี้เป็นข้อมูลให้อีกฝั่งนึง พูดข้อเท็จจริงอีกฝั่งนึง ขอให้คุณผู้ชมตัดสินเอง ตอนนี้เลยจุดที่จะนัดคุยกันแล้ว ต่อจากนี้เข็ดกับการทำธุรกิจร่วมกับคนอื่น แพลนไว้ว่าที่ตรงนั้นอาจจะทำยิมต่อ หรือเป็นศูนย์อาหารก็ได้ โดยทั้งหมดเป็นเรื่องในอนาคตอีกที... รายละเอียดต่างๆ มีดังนี้ เจนี่ “เข้าเรื่องปัญหาหลักกันเลยดีกว่าคือเรื่องที่จอดรถ ตัวเจนี่ และ 911 เราพยายามแก้ไขมาโดยตลอด เราหาทางออกด้วยการไปเช่าที่ข้างๆ แต่ต้องบอกว่าคลาสที่มีปัญหาคือคลาสซุมบ้า ใน 1 อาทิตย์มีคลาสซุมบ้า 4 คลาส คลาสละ 1 ชั่วโมง แล้วของพี่บุ๋มเองเปิดตั้งแต่ 7 โมงเช้าจนถึง 5 ทุ่ม คลาสที่มีปัญหาเรื่องที่จอดรถคือคลาสของซุมบ้า ในชั่วโมงอื่นๆ สามารถจอดรถได้ตามปกติ แล้วเจนี่ไม่ได้มีนโยบายกันที่ไว้ แต่ยังไงตัวเจนี่ก็ขอโทษลูกค้า สแมชยิม ทุกๆ คนด้วยที่ทำให้เกิดปัญหานี้ เจนี่เชื่อว่าเป็นปัญหาที่เกิดกับทุกๆ คนและทุกๆ ที่คือปัญหาที่จอดรถ ส่วนประเด็นที่ 2 คือเรื่องสัญญาเช่า” ทนาย “เรื่องสัญญาเช่าระหว่างคุณอาทิตย์กับคุณเจนี่เป็นสัญญาเช่าพื้นที่เพื่อต่อเติมสิ่งปลูกสร้างเพื่อทำสถานที่ออกกำลัง ในการประกอบธุรกิจทางเจนี่ได้ส่งมอบพื้นที่ให้ผู้เช่ากับคุณอาทิตย์หรือหุ้นส่วนของคุณบุ๋มได้ใช้พื้นที่แล้วโดยการต่อเติมตกแต่งสิ่งปลูกสร้างขึ้นมา ในระยะเวลาที่มีการตกแต่งต่อเติมอาคารทางคุณเจนี่เองก็ไม่ได้เก็บค่าเช่า สัญญาเช่ามีข้อตกลงกันว่าจะเริ่มเก็บเมื่อพร้อมที่จะเปิดธุรกิจ ในระยะเวลที่ผ่านมามีการวางบิลเรียกเก็บเงินมาตั้งแต่เดือนมีนา-มิถุนา แต่ก็ยังไม่มีการชำระทั้งค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าบริการจากฝั่งของสแมชยิม ในสัญญาเช่าหลักกำหนดไว้ชัดเจนว่าหากมีหากมีการผิดสัญญาไม่ชำระค่าเช่า 2 งวดฝ่ายของผู้ให้เช่าสามารถยกเลิกสัญญาได้ 2. ทั้งสองฝ่ายจะไม่ทำให้ฝั่งใดฝั่งหนึ่งเสียชื่อเสียง ถ้ามีฝ่ายใดทำให้เสียชื่อเสียง อีกฝ่ายสามารถขอยกเลิกสัญญาเช่าได้ และ ข้อ 3. คือบุ๋มได้มีการประกอบธุรกิจอื่นนอกเหนือฟิตเนส” เจนี่ “เจนี่ขอขยายความเองแล้วกันค่ะว่าเจนี่เป็นเจ้าบ้านซึ่งมีลูกบ้านหลายคน แต่ละบ้านจะทำธุรกิจไม่เหมือนกัน ส่วนธุรกิจหลักของสแมชยิมคือการยกเวทจะไม่มีการทำอย่างอื่น ล่าสุดตัวพี่บุ๋มมีการทำคลาสเต้นขึ้นมามันตรงกับคลาสซุมบ้าของเจนี่ เจนี่มีอยู่ใน 911 อยู่แล้ว แล้วก็ยังมีโยคะ ซึ่ง 911 ก็มี อีกเรื่องเลยคือเรื่องของอาหารคลีนและเครื่องดื่ม ในตัว 911 ก็มีขายอาหารคลีน แล้วตอนนี้พี่บุ๋มก็มีขายน้ำและอาหารคลีนด้วยเหมือนกัน” ทนาย “ระหว่างที่เจนี่เงียบหายไปเขาได้มีการพูดคุยกันบ้างแล้ว ขอตกลงหลักๆ คือจบแล้วว่าลำบากใจที่จะทำธุรกิจร่วมกัน ก็อาจจะมีการยกเลิกสัญญาเช่า อาจจะมีการชดเชยในส่วนที่คุณบุ๋มก่อสร้างไปตามที่บุ๋มได้เสนอมาก่อนหน้านี้ เจนี่ตัดสินใจจะยุติปัญหาไม่อยากให้ลำบากใจทั้งสองฝ่าย คุณเจนี่เลยตอบตกลงคุณบุ๋มไปว่าจะซื้ออาคารทั้งหมดในราคา 3 ล้านบาทตามที่เสนอมา” แล้วบุ๋มต้องย้ายออกเมื่อไหร่? ทนาย “อันนั้นเป็นข้อปลีกย่อยที่ยังไม่สรุปกัน” บุ๋มบอกรอเคลียร์สัญญาเลยยังไม่ได้จ่ายเงินค่าเช่า? ทนาย “ต้องบอกว่าสัญญาหลักยังมีอยู่ มันไม่ได้ตกเป็นโมฆะ สัญญาหลักจะตกเป็นโมฆะได้ก็ต่อเมื่อเซ็นชัดแจ้งด้วยกฎหมายของระหว่างผู้เช่ากับผู้เช่าถึงจะสมบูรณ์ ฉะนั้นสัญญาเช่าหลักที่เซ็นกันไว้สามารถนำไปใช้ประกอบบัญชีในการวางบิลสั่งจ่ายชำระค่าเช่าได้ครับ” อันนี้เป็นการตกลงกันแล้วหรือเป็นว่าเราตัดสินใจคนเดียว? ทนาย “มีการคุยกันเบื้องต้นแล้ว จบหมดแล้ว เหลือแค่รายละเอียดปลีกย่อยเท่านั้นว่าจะย้ายกันยังไงเมื่อไหร่เท่านั้นเอง” เหมือนเขายื่นขอเสนออยู่ต่อ 6 เดือน? ทนาย “ผมขอไม่พูดดีกว่าครับ อันนี้เป็นรายละเอียดไปแล้ว หลักๆ คือลำบากใจที่จะอยู่ด้วยกันแล้ว” ในเรื่องมิตรภาพที่มีต่อกัน? เจนี่ “เจนี่ยังเคารพพี่บุ๋มเป็นพี่คนนึง ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของธุรกิจระหว่าง 911 กับ สแมชยิม ตัวเจนี่ยังเคารพพี่บุ๋มเป็นพี่สาวคนนึง พร้อมขอโทษลูกค้าสแมชยิมจริงๆ ที่มีปัญหาเรื่องที่จอดรถ ต่อไปนี้เจนี่จะจัดการให้ดีขึ้น จะหาคนมาช่วยดูที่จอดรถเพิ่มขึ้นด้วย” ทนาย “ตัวคุณเจนี่เองพยายามแก้ไขปัญหาเบื้องต้นแล้ว พยายามจ้างคน เช่าพื้นที่จอดรถมากขึ้น เรื่องเช่าพื้นที่จอดรถทางคุณเจนี่เช่ามาก่อนหน้านี้แล้ว” เจนี่ “มันมีปัญหาแค่ 1 ชั่วโมงใน 4 วัน ไม่ใช่เป็นปัญหา 24 ชั่วโมง หรือช่วงระหว่างเปิดยิมตั้งแต่เช้าจรดเย็น ต้องบอกว่าคลาสที่ฮอตฮิตจริงๆ คือคลาสของครูหนุ่ม มี 4 วันใน 1 อาทิตย์ 1 วันก็จะมีปัญหาแค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้นเอง” หลังจากได้พื้นที่แล้วจะเอาไปทำอะไรต่อ? เจนี่ “ยังไม่ได้คิดค่ะ” มีการแจ้งความเรื่องภาพวงจรปิดที่มีคลิปออกมา? ทนาย “ต้องเรียนก่อนว่าน้องที่เขาไปโพสต์คลิปไม่เกี่ยวกับ 911 อันนั้นคือเรื่องส่วนตัวของเขา น้องแนตเขาเป็นคนที่ทำงานอยู่ที่นี่อยู่แล้ว เขาจะไปดูกล้องวงจรปิดตอนไหนเขาก็ไปดูได้ เท่าที่ทราบเขาไปถ่ายจากจอมอนิเตอร์อีกทีนึง” เจนี่ “ซึ่งกล้องวงจรปิดไม่มีเสียงนะคะ” จะเอาเรื่องเขาไหมเขาทำให้เราเสียชื่อเสียง? เจนี่ “เป็นเรื่องที่เราไปตกลงกันเองได้ วันนี้ขอพูดเรื่องหลักๆ ดีกว่า” ในส่วนของการทำธุรกิจทับซ้อนกันตรงนี้ได้คุยกันบ้าง? เจนี่ “พี่เขาได้พูดค่ะว่าจะเป็นคลาสแต่ไม่เหมือนกัน ซึ่งตัวเจนี่ไม่ขอเป็นคนตัดสินแล้วกัน ให้ทุกคนตัดสินว่าถ้าเห็นคลาสแบบนี้อยู่ด้วยกันจะคิดว่าเป็นคลาสเดียวกันไหม คลาสพี่บุ๋มเขียนโยคะ ของเจนี่ก็มีเขียนโยคะ จริงๆ การทำธุรกิจอยู่ในบ้านเดียวกันโดยพื้นฐานก็น่าจะรู้ว่าไม่ควรทำอะไรเป็นคู่แข่งกัน อยู่ในบ้านเดียวกันต้องช่วยเหลือกันและกัน ช่วยกันทำคลาสที่มันแตกต่างกัน แต่ที่ชัดเจนก็คืออาหารคลีนที่มีอยู่ เพิ่งเกิดขึ้นมาเมื่อเดือนที่แล้ว เจนี่ก็มีลูกบ้านของเจนี่ด้วยก็ไม่อยากให้เขารู้สึกว่ามาอยู่บ้านเจนี่แล้วเขาลำบากใจ เจนี่ก็เพิ่งเห็นในไอจีเหมือนกันว่ามีอาหารคลีนด้วย มีลูกค้าฝั่งเราไปซื้ออาหารคลีนฝั่งนั้น เลยรู้สึกว่าเราไม่อยากให้คนที่เขามาเช่าพื้นที่เราเขาไม่สบายใจว่ามีของเหมือนกันแต่มาขายในราคาที่ต่างกัน” สามารถเจรจาได้ไหมหรือจะไม่ทำร่วมกันเลย? เจนี่ “สิ่งที่วันนี้เกิดขึ้นคือสิ่งที่เจนี่ได้ตัดสินใจแล้ว ถ้าไม่ตัดสินใจคงไม่มาพูดวันนี้ เจนี่ไม่รู้หรอกว่าข้างหน้าจะเป็นยังไงแต่เจนี่อยากให้คนที่อยู่ในบ้าน 911 มีความสุข ทำธุรกิจแล้วยิ้มไปด้วยกัน” คิดว่าจะเจรจาลงตัวไหมกลัวจะถึงขั้นฟ้องร้องไหม? ทนาย “ในแนวดำเนินคดีของผมไม่แนะนำให้ฟ้องร้องคดี จะให้คุยกันมากกว่า คนฟ้องกันเขาไม่คุยกันเท่านั้นเอง จะเอาเวลาไปรบกวนศาลผมว่าคงไม่จำเป็น” ที่เจรจานี่คือเจนี่เจรจาด้วยตัวเอง? ทนาย “ผมเป็นคนคุยครับ” บุ๋มเขาบอกว่าเราพยายามติดต่อเจรจาเรื่องสัญญากับเรามาโดยตลอด? เจนี่ “เขาไม่ได้ติดต่อเจนี่ส่วนตัวค่ะแต่ติดต่อทีมงาน ตัวพี่บุ๋มไม่เคยมาเล่าด้วยตัวพี่บุ๋มเองให้เจนี่ฟัง แต่เจนี่เคยคุยกับคุณเอก เจนี่รับรู้เรื่องที่จอดเจนี่เลยไปแก้ปัญหาไปเช่าที่จอดข้างๆ แต่มันก็แค่ชั่วโมงเดียวไงค่ะ แล้วเช่าที่เพิ่มให้ที่จอดรถเจนี่ไม่ได้เช่าให้แค่ลูกค้าของเจนี่แต่เจนี่ทำเพื่อทุกๆ คน” มีข่าวลือว่าคนรถเราเลือกปฎิบัติแต่กับ 911 เท่านั้น? เจนี่ “ต้องบอกว่าเจนี่ไม่ได้อยู่ 911 ทุกวัน เจนี่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ทุกๆ เรื่อง เจนี่เข้ามา 911 เดือนละ 2 ครั้งฉะนั้นปัญหามันจะไม่ได้เข้ามาถึงตัวเจนี่ ทางเราแก้ปัญหาให้ดีที่สุดด้วยการจ้างคนเพิ่มขึ้นและเช่าพื้นที่เพิ่ม” บุ๋มย้ำตลอดว่ารอสัญญาจากเจนี่? “เรื่องสัญญาเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน มันเป็นธุรกิจแรกในชีวิตของเจนี่ จะให้เจนี่ทำสัญญาขึ้นมาใหม่เจนี่ต้องดูอย่างละเอียดรอบคอบ เจนี่เพิ่งเปิดยิมได้ 2 เดือนกว่า สัญญามันเลยเหมือนชีวิตของเจนี่ทั้งชีวิต แล้วตัวเจนี่ได้คุยกับพี่ทนายว่าสัญญาก็น่าจะมีผลอยู่ไม่ได้เป็นโมฆะ พอจะมาเริ่มทำสัญญาใหม่ เจนี่มาเห็นคลาสที่ตรงกัน หรือเห็นที่เราวางบิลไปแล้วแต่ยังไม่ได้จ่าย ฉะนั้นถ้าจะให้เจนี่เขียนสัญญาใหม่เจนี่ต้องคิดทบทวนให้ดี มันต้องมีเยอะขึ้น ไม่ใช่ว่าทวงวันนี้แล้วพรุ่งนี้จะให้เลย มันก็คือชีวิตเจนี่ด้วยเหมือนกัน อยากให้ทุกคนได้รู้ในข้อทุกคนไม่ได้รู้” แต่หลายคนก็มองว่าเหมือนเราสองคนเริ่มต้นด้วยกันมาตั้งแต่แรก? เจนี่ “เจนี่มาทีหลังค่ะ แต่ด้วยอะไรก็แล้วแต่กลับกลายเป็นว่าเจนี่มาเช่าพื้นที่ตรงนี้คนเดียว 100 เปอร์เซ็นต์ ส่วนพี่บุ๋มก็เป็นผู้เช่า ไม่ใช่ผู้ถือหุ้น” รู้สึกผิดหวังไหมที่ได้มาทำธุรกิจร่วมกัน? เจนี่ “ไม่ค่ะ เพราะเจนี่ก็คิดที่จะทำต่อไป มันคือสิ่งที่เจนี่รัก และมันคือความฝันของเจนี่ เนื่องจากเจนี่เป็นคนชอบออกกำลังกาย” กระแสข่าวที่ออกมากระทบกับภาพลักษณ์ของธุรกิจเราไหม? เจนี่ “ย่อมมีค่ะ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างก็ต้องแก้ไข เพราะธุรกิจทุกอย่างมันก็มีปัญหาเป็นรายวัน ดังนั้นเราก็ต้องแก้ปัญหาเป็นรายวันไป” ที่เราบอกว่าได้วางบิลไปแล้ว เดือนแรกเขาไม่จ่าย เดือนที่สองเราได้มีการทวงถามไหม? ทนาย “อันนี้เป็นในส่วนของออฟฟิศนะครับ ออฟฟิศจะเป็นคนติดตามทวงถาม” เจนี่สามารถยืนยันได้ไหมว่าเราไม่ได้ให้พนักงานกั้นที่จอดรถสำหรับลูกค้าเราโดยเฉพาะ? เจนี่ “ไม่มีค่ะ” เครียดไหมเกิดปัญหาแบบนี้? เจนี่ “ก็ต้องเครียดเป็นปกติค่ะ ยิ่งธุรกิจนี้เป็นธุรกิจแรกของเจนี่ด้วย” เราอยากให้เรื่องนี้จบยังไง? เจนี่ “ไม่อยากให้ทะเลาะกันเอง และเจนี่ก็จะไม่ตัดสินอะไรทั้งนั้น สิ่งที่เจนี่พูดวันนี้เป็นเพียงข้อมูลนึง นอกเหนือจากที่พี่บุ๋มได้พูดในส่วนของพี่บุ๋ม ดังนั้นเจนี่ก็ต้องพูดในส่วนที่เป็นข้อเท็จจริงของฝั่งเจนี่ด้วย เพื่อให้คนที่ติดตามข่าวได้ตัดสินดีกว่ามาบอกว่าอันไหนถูกอันไหนผิด” ตั้งใจจะนัดคุยกันเลยไหมเพื่อให้ปัญหามันจบ? เจนี่ “เจนี่คิดว่ามันเลยจุดนั้นมาแล้วค่ะ และอีกอย่างเจนี่ก็ได้ให้พี่ทนายเข้าไปคุยแล้วด้วยค่ะ” คิดว่าหลังจากนี้จะยังอยากทำธุรกิจร่วมกับใครอีกไหม? เจนี่ “ไม่ค่ะ ต่อจากนี้ขอทำธุรกิจคนเดียวดีกว่า” ถ้าหากพี่บุ๋มย้ายออกแล้วเราจะทำยิมต่อไปไหม? เจนี่ “ทำค่ะ แต่ส่วนรายละเอียดขอไม่ตอบดีกว่า เพราะเอาจริงๆ เจนี่ก็ยังไม่ได้คิดด้วยว่าจะทำอะไร” ทนาย “จากที่ได้คุยกับน้องเขาก็อาจจะปล่อยให้เช่าต่อ แต่ก็ยังไม่รู้ว่าใครจะมาเช่า หรือไม่แน่ก็อาจจะทำเป็นศูนย์อาหารก็ได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วมันก็เป็นเรื่องในอนาคต” ถามย้อนกลับไป เรื่องที่เราบอกว่ามีการทำธุรกิจทับซ้อน จริงๆ ฝั่งพี่บุ๋มออกมาพูดว่ามีการทวงถามไปแล้วว่าเราจะทำอะไรบ้าง จะได้ไม่มีการทำทับซ้อนกัน? เจนี่ “ไม่มีค่ะ คือตอนแรกพี่บุ๋มบอกว่าจะมีห้องเทควันโด เนื่องจากหุ้นส่วนเก่าของเจนี่ เขาเป็นครูเทควันโด และเจนี่มาทีหลัง ซึ่งตอนนั้นเจนี่มีแพลนเอาไว้ด้วยว่าจะทำคลาสเต้นซุมบ้า” เรามองไหมว่าปัญหาเกิดขึ้นเพราะคนกลางที่พี่บุ๋มติดต่อมา แต่เขาไม่เคยนำเรื่องมาถึงเรา มันถึงได้กลายเป็นปัญหา? เจนี่ “ก็อาจจะด้วยค่ะ” คิดว่าจากนี้จะมีการเปลี่ยนอะไรกับคนกลางที่ว่าไหมเพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต? เจนี่ “เรื่องอนาคตเจนี่ขอไม่ตอบนะคะ เพราะมันยังไม่ได้เกิดขึ้น เจนี่ขอตอบเรื่องในวันนี้ก่อนแล้วกัน” มีอะไรอยากฝากถึงพี่บุ๋มไหม? เจนี่ “ไม่มีค่ะ” เราเห็นหรือยังที่พี่เขามาโพสต์ไอค่อนชูสองนิ้วในไอจีเรา? เจนี่ “เห็นแล้วค่ะ จริงๆ มันก็เป็นรูปปกตินะคะ เพราะส่วนตัวเจนี่ก็ไม่ได้รู้สึกเศร้าหรืออะไร” ยังสามารถคุยกับพี่บุ๋มได้เหมือนเดิมไหม? เจนี่ “พี่บุ๋มยังเป็นพี่ของเจนี่อยู่ค่ะ ต้องแยกนะคะเรื่องส่วนตัวคือเรื่องส่วนตัว ปัญหาธุรกิจคือปัญหาธุรกิจ และวันนี้เจนี่ก็มาในฐานะตัวแทนของ 911 ค่ะ” เจนี่ - ทนาย เจนี่ แถลงปมแย่งที่จอดรถฟิตเนส เจนี่ แถลงปมแย่งที่จอดรถฟิตเนส เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ บุ๋ม - เอก

แอบส่อง! พ่อติ๊ก-น้องเต็นท์ เล่นกันน่ารักน่าเอ็นดู
ติ๊ก เจษฎาภรณ์ /  น้องเต็นท์ / 

นานๆ ที่จะได้เห็นโมเม้นท์อบอุ่นของคุณพ่อ ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ขณะที่กำลังเล่นอยู่กับลูกชายตัวน้อย น้องเต็นท์ ที่ล่าสุดภรรยาสาว พีช สิตมน ได้โพสต์คลิปผ่าน IG ส่วนตัว เรียกว่าเป็นคลิปแรกที่โพสต์ผ่าน IG ทำให้แฟนๆ ที่ติดตามคอมเม้นท์กันกระจายเพราะนานๆ ทีจะได้เห็นมุมนี้ดูแล้วอบอุ่นมากเลยนะคะพ่อติ๊ก

หนูเล็ก ขอโทษดราม่า! ลงรูปไม่ปรึกษา เบนซ์ เห็นท้องย้วยหลังคลอด!!
หนูเล็ก ก่อนบ่าย /  เบนซ์ พรชิตา / 

กลายเป็นดราม่าขึ้นมาซะอย่างนั้น!! สำหรับนักแสดงตลกสาว หนูเล็ก ก่อนบ่าย ที่ล่าสุดโพสต์ภาพและข้อความแสดงความยินดีกับคุณแม่มือใหม่อย่าง เบนซ์ พรชิตา ที่เพิ่งคลอด น้องปริม ลูกสาวคนแรก ณ โรงพยาบาล BNH ซึ่งดราม่าบังเกิดตรงที่ภาพเผยให้เห็นท้องย้วยของคุณแม่หลังคลอด ซึ่งแฟนคลับของ สาวเบนซ์ มองว่าดูไม่ดี ไม่ช่วยเซนเซอร์ให้ และเหมือนตั้งใจเลือกรูปที่ตัวเองดูดีคนเดียว งานนี้ หนูเล็ก รีบโพสต์ขอโทษดราม่าผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวก่อนจะลบภาพดังกล่าวออกไปว่า "ขอโทษด้วยนะก่าก๊า หนูลบออกแล้ว ที่ลงรูปโดยไม่ได้แปะตุ๊กตา แต่ไม่ได้เจตนาคิดว่าตัวเองสวยเลยลงนะคะ ใต้ภาพหนูก็ยังพูดว่า ให้คุณแม่พุงยุบยุบเร็วเร็ว หนูไปหาพี่เบนซ์ หนูรักเขาเขาเป็นคนดีและจริงใจกับหนู รักพี่มิครักพี่เบนซ์รักพ่อรักแม่ รักครอบครัวนี้เลยไปหา ไม่ได้ตอแหล ไม่สร้างภาพ แต่หนูผิดตรงไม่รอบคอบ ดีใจเลยลงลืมคิด หนูเป็นคนใต้จริงใจ ต้องขอโทษแฟนคลับพี่เบนซ์จริงๆ นะคะไม่มีเจตนาจริงๆ ค่ะ ให้อภัยหนูด้วย" ด้าน สาวเบนซ์ เองก็ไม่ได้ถือโทษโกรธอะไร แถมยังโพสต์ขอบคุณ หนูเล็ก ที่มาเยี่ยมซะด้วยซ้ำ เอาเป็นว่าจบดราม่าแล้วกันนะจ๊ะทุกคน!!! ขอบคุณภาพจาก IG @nulek_kaka, pornchita หนูเล็ก มาเยี่ยม เบนซ์-มิค-น้องปริม เบนซ์ พรชิตา มิค-เบนซ์-น้องปริม หนูเล็ก ก่อนบ่ายฯ หนูเล็ก ก่อนบ่ายฯ

เท่อย่างไทย! “เมสซีเจ” พร้อม 3 คนเก่งคว้ารางวัล “ต้นแบบอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย”
กษิดิ์เดช หงส์ลดารมภ์ /  ชนาธิป สรงกระสินธิ์ / 

“สนช.” เปิดตัว 4 เยาวชน นำโดย “เมสซี่เจ” จอมทัพทีมชาติไทย พร้อมด้วย กานต์ เคพีเอ็น-เทนนิส แชมป์โลกเทควันโดหญิง-ป๊อป เยาวชนคนเก่ง” ต้นแบบอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคมที่รัฐสภา พล.ต.อ.พิชิต ควรเดชะคุปต์ ประธานกรรมาธิการ การศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แถลงข่าวการจัดโครงการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยเพื่อปลูกจิตสำนึกความรักษ์และหวงแหนศิลปวัฒนธรรมไทยในกลุ่มเยาวชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา โดยเปิดตัว 4 เยาวชนต้นแบบอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ได้แก่ 1. ส.ต.ต.ชนาธิป สรงกระสินธ์ หรือ “เมสซี่ เจ” นักฟุตบอลทีมชาติไทย, 2. นายกษิดิ์เดช หงส์ลดารมภ์ หรือ “กานต์” นักร้องแชมป์เคพีเอ็นครั้งที่ 24, 3. น.ส.ดลฤดี ปานดวง หรือ “ป๊อป” เยาวชนคนเก่งปี 2558 รางวัลพระราชทานสมเด็จพระเทพฯ และ 4.น.ส.ภาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ หรือ น้องเทนนิส นักเทควันโดหญิงทีมชาติไทย และแชมป์โลกเทควันโดหญิง ปี 2558 เพื่อร่วมรณรงค์ปลุกกระแสสังคมเรื่องการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยและเผยแพร่กิจกรรมของโครงการดังกล่าว เมสซี่เจ กล่าวว่า "คุณพ่อจะสอนให้รู้จักไหว้ รู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน มีสัมมาคารวะต่อผู้ใหญ่ ซึ่งก็ปฏิบัติตามอย่างนั้นมาตลอด ไม่ว่าจะรุ่นพี่ โค้ช หรือกระทั่งเพื่อนๆ นักกีฬาด้วยกัน ทั้งนี้ สิ่งที่พบกลับมาคือ ผู้ใหญ่จะเอ็นดูเรา รักเรา และให้โอกาสเรา ฉะนั้นก็อยากเชิญชวนคนรุ่นใหม่มาร่วมรักษาศิลปวัฒนธรรมไทย โดยเฉพาะการไหว้ที่ทำได้ง่ายที่สุด เป็นวัฒนธรรมไทยที่เป็นเอกลักษณ์เวลาชาวต่างชาติเห็นก็รู้ได้ว่านี่คือวัฒนธรรมไทย" “การอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยเริ่มต้นได้ที่บ้าน ครอบครัวจะต้องเป็นผู้ปลูกฝังตั้งแต่ลูกหลานยังเป็นเด็ก และผู้ใหญ่จะต้องเป็นแบบอย่างที่ดี ในฐานะที่เป็นคนไทยเราก็ควรมีความตระหนักเห็นคุณค่าและสืบทอดให้วัฒนธรรมไทยอยู่ต่อไป” ชนาธิปกล่าว เครดิต : matichon

มีความเหงา! แม่โบว์ เล็งรับงานเพิ่ม เผย น้องมะลิ เข้าโรงเรียน ส.ค.นี้
แม่โบว์ น้องมะลิ /  ข่าว โบว์ แวนดา / 

      มีความเหงา! แม่โบว์ แวนดา เผยอีกเดือนเดียว น้องมะลิ ก็จะเข้าโรงเรียนแล้ว รับเป็นห่วง แค่นึกก็คิดถึงลูกซะแล้ว บอกจะแอบไม่ดูลูกที่โรงเรียน โดยระหว่างนั้นถ้ามีงานในวงการติดต่อเข้ามาก็ยินดีรับ จะได้ไม่เหงา ส่วนของ น้องมะลิ คงต้องเลือกรับเฉพาะหยุดเสาร์-อาทิตย์ งานละครต้องดูความสมัครใจของลูกสาวอีกที รายละเอียดมีดังนี้    “สิงหาคมมะลิจะเข้าโรงเรียนแล้ว อีกเดือนเดียวค่ะ ตอนนี้ก็พยายามฝึกให้เค้าช่วยเหลือตัวเองให้ได้มากที่สุด เรื่องการเข้าห้องน้ำ การกินเอง เพราะถ้าเค้าทำเองไม่ได้ เราก็จะห่วงเค้าหนักเข้าไปอีก ก็ได้บอกเค้าเวลาขับรถผ่านหน้าโรงเรียน ก็บอกว่าเดี๋ยวต้องมาอยู่ที่นี่นะ”    “ดูแล้วก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ไม่มีงอแงค่ะ เพราะเค้าเคยไปที่โรงเรียน 2-3 ครั้ง ไปวิ่งเล่นต้องตามจับ เค้าก็ชอบค่ะ พอเห็นพี่ๆ เพื่อนๆ เราก็ไม่ต้องห่วงเค้า เค้าเล่นไม่ห่วงแม่ เราก็ต้องห่วงตัวเอง(หัวเราะ) สำหรับโบว์แค่ตอนนี้นึกว่าเค้าจะต้องเข้าโรงเรียนก็คิดถึงแล้วค่ะ ก็คงจะแอบไปดูไม่ให้เค้าเห็น วันแรกที่ไปส่งก็จะพยายามดูแลจัดการตัวเอง ไม่อยากให้เค้ามาพะวงหน้าพะวงหลัง เป็นโรงเรียนนานาชาติใกล้บ้านค่ะ”    “ฝึกให้น้องเข้าห้องน้ำและทานอาหารเองก็เริ่มฝึกได้นะคะ แรกๆ ก็จะมีสับสนบ้าง เค้าบอกฉี่ๆ ชี้ไปที่กระโถน พัฒนาการเค้าก็ดีขึ้นเรื่อยๆ”    “สำหรับงานของโบว์จะรับมากขึ้นมั้ยเหรอ ถ้าผู้ใหญ่ให้โอกาสก็ยินดีค่ะ ก็ดีจะได้ไม่เหงาด้วยในระหว่างที่เค้าไปโรงเรียน ก็มีงานติดต่อเข้ามาบ้างนะคะ แต่ตอนนี้ยังคุยๆ กันอยู่ว่าตัวเราจะทำได้มั้ย แน่นอนว่าโบว์ไม่เคยทำงานในวงการอยู่แล้วนะคะ หลายอย่างอาจจะเข้ามารวดเร็ว แต่โบว์ก็จะพยายามให้มากที่สุด และงานทุกชิ้นที่จ้างมาเราก็เต็มที่อยู่แล้ว จะพยายามให้มากที่สุด”    “ส่วนงานละครก็มีเปรยๆ มาแล้ว ขอดูบทนิดนึง ไม่ใช่บทไม่ดีนะ แต่ขอดูตัวเราว่าเราทำได้มั้ย บทที่คิดว่าเข้าก็น่าจะเป็นคุณแม่คุณลูกคงไม่ได้แตกต่างอะไรมาก”    “สำหรับงานของน้อง ถ้าเปิดเทอมแล้วก็คงจะเป็นเสาร์-อาทิตย์ค่ะ หรือไม่ก็เป็นตอนเย็นเลย คงไม่ให้กระทบกับเวลาเรียนอยู่แล้วค่ะ ไม่เสียดายที่ไม่มีเวลารับงานเยอะเหมือนแต่ก่อนนะคะ เพราะถ้าถึงเวลาเรียนก็ให้เค้าโฟกัสที่เรียน ส่วนงานก็เหมือนเป็นกิจกรรมของเค้า เค้าก็ดูมีความสุขได้เรียนรู้ด้วย”    “ละครของมะลิก็กำลังคุยกันอยู่ว่ามันได้มั้ย เพราะถ้ามันหนักมากโบว์ก็ไม่เอานะ โบว์ไม่อยากบังคับให้น้องทำ อาจจะเป็นเอ็กซ์ตร้าวิ่งผ่านหน้ากล้องก็ได้(หัวเราะ) แบบวิ่งไปเลย ให้ทำอะไรที่เป็นตัวเค้า ไม่บังคับให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ถ้าให้เป็นตัวเด่นคงไม่ไหว” โบว์ กล่าว แม่โบว์ - น้องมะลิ   แม่โบว์ - น้องมะลิ   แม่โบว์ - น้องมะลิ   แม่โบว์ - น้องมะลิ   แม่โบว์ - น้องมะลิ   แม่โบว์ - น้องมะลิ   แม่โบว์ - น้องมะลิ   น้องมะลิ   แม่โบว์ - น้องมะลิ