น้องเมย์ รัชนก

น้ำลายเหนียว! กิเลนฮึดรัวต่อเวลาโคนพัทยา,ลิ่ว16ทีมเอฟเอ คัพ
ช้างเอฟเอ คัพ /  พัทยา ยูไนเต็ด / 

ยากกว่าที่คิดกิเลนผยอง ออกเเรงเหนื่อยหลังเสมอในเวลาก่อนฮึดรัวประตูเป็นชุดช่วงต่อเวลาให้สุดท้ายถล่ม พัทยา ยูไนเต็ด ไปขาดลอยฉลุยผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายศึกช้างเอฟเอ คัพ ผลฟุตบอลช้างเอฟเอ คัพ รอบ 32 ทีม วันพุธที่ 13 กรกฎาคม 2559 พัทยา ยูไนเต็ด 1-4 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด (เสมอในเวลา 90 นาที 1-1) ผู้ทำประตู : เคลตัน ซิลวา น.54, ซุนนี่ ซาอัด 90+4, ธีรศิลป์ แดงดา น.102, 114, มิเชล เอ็นดรี้ น.12 สนาม : เทศบาลหนองปรือ เวลา 19.00 น. การเเข่งขันฟุตบอลช้างเอฟเอ คัพ รอบ 32 ทีมสุดท้าย วันพุธที่ 13 กรกฎาคม 2559 เป็นการพบกันระหว่างทีมจากศึกโตโยต้า ไทยลีก ระหว่างเจ้าบ้าน “โลมาน้ำเงิน” พัทยา ยูไนเต็ด เปิดรังรับการมาเยือนของทีม “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด จ่าฝูงของลีกสูงสุด โดยผลการเเข่งขันในรอบที่ผ่านมา พัทยา ชนะไทยฮอนด้ามา 2-1 ขณะที่ทัพกิเลนผยอง บุกไปชนะ อยุธยา วอริเออร์ 4-1 ออกสตาร์ทเกมในครึ่งแรกแม้ว่า เอสซีจี เมืองทองฯ จะเป็นฝ่ายโหมบุกเข้าใส่ แต่โอกาสจบสกอร์ยังถือว่าทำได้ไม่เด็ดขาดเท่าที่ควร จบครึ่งแรกทั้งสองทีมยังเสมอแบบโนว์สกอร์ 0-0 เกมในครึ่งหลัง น.54 เอสซีจี เมืองทองฯได้ประตูขึ้นนำสำเร็จจากลูกเปิดของ ธีราทร บุญมาทัน ที่ริมเส้น บอลมาเข้าหัว เคลตัน ซิลวา ที่โหม่งได้ก่อนที่นายด่านพัทยา ปฎิวัติ คำไหม จะออกมาตัดทิ้ง ทำให้ เอสซีจี เมืองทอง บุกนำ 1-0 เกมทำท่าว่าจะลงเอยด้วยชัยชนะของเอสซีจี เมืองทองอยู่แล้ว แต่ช่วงทดเวลาเจ็บ น.90+4 พัทยาสร้างความฮือฮาด้วยการตีเสมอจนได้ จากลูกตวัดยิงของ ซุนนี่ ซาอัด ในกรอบดเขตโทษ บอลแฉลบบล็อคของ กวินทร์ แต่ยังปลิ้นเข้าประตูไป ทำให้ พัทยา ยูไนเต็ด ตีเสมอ เอสซีจี เมืองทอง 1-1 และจบด้วยสกอร์นี้ ต้องต่อเวลาพิเศษ 30 นาที ช่วงต่อเวลาพิเศษ น.102 แนวรับพัทยาไม่เข้าบล็อค ทำให้ ธีรศิลป์ แดงดา ได้จังหวะหมุนตัวยิงเน้นๆ บอลเสียบตาข่ายเข้าไป "กิเลน" ขึ้นนำ 2-1, ก่อนที่จะมาทำเพิ่มอีก 2 เม็ดจาก มิเชล เอ็นดรี้ น.112 และ ธีรศิลป์ แดงดา ปั่นฟรีคิกเบิ้ลเม็ดสอง น.114 ช่วยให้ เอสซีจี เมืองทอง ชนะต่อเวลาพิเศษ พัทยา ยูไนเต็ด 4-1 รายชื่อ 11 ตัวเเรกของทั้งสองทีม พัทยา ยูไนเต็ด - ปฎิวัติ คำไหม (ผู้รักษาประตู), ศาสนพงษ์ วัฒยุชูติกุล , แจ โฮ ยู (แทน น.61 ศุภนันท์ บุรีรัตน์ ) , ซุนนี่ ซาอัด , กิติศักดิ์ โฮชิน , ฟราน กอนซาเลส , พีรพงศ์ ปัญญาณุมาภรณ์ (แทน น.72 อนุวัติ อินยิน ) , ธนพัต ณ ท่าเรือ , ภรัญญู อุปละ , วรนาท ทองเครือ(แทน น.88 ธนศักดิ์ ศรีใส ) , ชญาวัต ศรีนาวงษ์ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด - กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ (ผู้รักษาประตู), พีระพัฒน์ โน้ตชัยยา , ธีราทร บุญมาทัน(แทน น.90+2 พีรดลย์ ฉ่ำรัศมี ) , นาโออากิ อาโอยาม่า , สารัช อยู่เย็น , มิเชล เอ็นดรี้ , อดิศักดิ์ ไกรษร(แทน น.78 ธีรศิลป์ แดงดา ) , ธนบูรณ์ เกษารัตน์ , ทริสตอง โด , เคลตัน ซิลวา(แทน น.86 ชัยวัฒน์ บุราณ ) , สุพรรณ ทองสงค์ สรุปทีมที่ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ไทยลีก : สุพรรณบุรี เอฟซี, บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, เชียงราย ยูไนเต็ด, ชลบุรี เอฟซี, ชัยนาท ฮอร์นบิล, ศรีสะเกษ เอฟซี, สุโขทัย เอฟซี, ราชบุรี มิตรผล เอฟซี, เมืองทอง ยูไนเต็ด, นครราชสีมา เอฟซี , อาร์มี่ ยูไนเต็ด ดิวิชั่น 1 : ระยอง เอฟซี , การท่าเรือ เอฟซี, ประจวบ เอฟซี, ขอนแก่น ยูไนเต็ด ดิวิชั่น 2 : นนทบุรี เอฟซี

เพราะเราคู่กัน! จับสลากเอฟเอคัพซี๊ดกิเลนฟัดปราสาทสายฟ้ารอบ16ทีม
ช้างเอฟเอคัพ /  บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด / 

ผลการประกบคู่ศึกช้างเอฟเอคัพ 2016 รอบ 16 ทีมสะท้านทั้งประเทศ เมื่อคู่ปรับสำคัญอย่างเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด จะเปิดบัานพบปราสาทสายฟ้า ส่วนราชบุรีชนโคราช, สุพรรณบุรีรอรับเชียงราย เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 21 กรกฎาคมที่โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ รัชดา มีพิธีการจับสลากประกบคู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ในศึกช้าง เอฟเอคัพ 2016 โดยมี พล.ต.อ สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยมาเป็นประธาน สำหรับในรอบ 16  ทีมครั้งนี้มี 11 ทีมจากโตโยต้า ไทยลีก ผ่านเข้ามาร่วมกับ 4 ทีมจากดิวิชั่น 1 อย่าง ระยอง เอฟซี , การท่าเรือ เอฟซี, ประจวบ เอฟซี และ ขอนแก่น ยูไนเต็ด รวมถึงหนึ่งเดียวจากดิวิชั่น 2 นนทบุรี เอฟซี ซึ่งการแข่งขันจะยังเป็นในรูปแบบน็อคเอาท์ ทีมเจ้าบ้านจะยึดจากผลการจับสลากทุกคู่เเละจะเเข่งขันในวันที่ 3 สิงหาคมนี้ สำหรับผลจับสลากประกบคู่ มีดังนี้ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี (ไทยลีก) - นครราชสีมา เอฟซี (ไทยลีก) 
ขอนแก่น ยูไนเต็ด (ดิวิชั่น 1) - ประจวบ เอฟซี (ดิวิชั่น 1) 
การท่าเรือ เอฟซี (ดิวิชั่น 1) - ศรีสะเกษ เอฟซี (ไทยลีก) 
ชัยนาท ฮอร์นบิล (ไทยลีก)  - นนทบุรี เอฟซี (ดิวิชั่น 2) ระยอง เอฟซี (ดิวิชั่น 1) - ชลบุรี เอฟซี (ไทยลีก) เมืองทอง ยูไนเต็ด (ไทยลีก) - บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด (ไทยลีก) อาร์มี่ ยูไนเต็ด (ไทยลีก) - สุโขทัย เอฟซี (ไทยลีก) สุพรรณบุรี เอฟซี (ไทยลีก) เชียงราย ยูไนเต็ด (ไทยลีก)

รีวิวบุรีรัมย์ กับร้านอาหารน่านั่ง 12 ร้าน ตามไปกินกันให้พุงแตก
บุรีรัมย์ /  ร้านกาแฟ / 

ดินแดนถิ่นอีสาน มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าไปอยู่หลายที่ และร้านอาหารอีกเช่นกัน ปัจจุบันมีมากมายหลากยิ่งกว่าเอกมัย ทองหล่อบ้านเราเสียอีก ทั้งร้านที่เป็นร้านดั่งเดิม ที่ไปแล้วต้องแวะไปกินให้ได้ และร้านกาแฟชิคๆ ที่ทำให้นักท่องเที่ยวคลายเหนือยได้ การท่องเที่ยวไม่ได้มีแค่ไปสถานที่แต่เพียงอย่างเดียว อย่าลืมเก็บความทรงจำและลิ้มรสชาติอาหารให้กลับมาเราให้เพื่อนฟังด้วย กับ 12 ร้านที่น่าสนใจ ไม่ไปถือว่าพลาดแน่นอนสำหรับ ' จังหวัดบุรีรัมย์ ' 1)  จิ้งนำ ขาหมู ‘ จิ้งนำ ขาหมู ‘ ขาหมู รสเด็ดเข้มข้นที่เปิดมายาวนานกว่า 50 ปี ขาหมูเจ้าอร่อยในตำนานของบุรีรัมย์ที่การันตีความอร่อยโดยนักท่องเที่ยวที่ผ่านไปทาง อ.นางรอง เปิด-ปิด ทุกวัน : 06:00 – 20:00 น. ที่ตั้ง : ซอย โชคชัยสรรพกิจ ตำบล นางรอง อำเภอ นางรอง จังหวัด บุรีรัมย์ 31110 ————————————————————- 2) Klim Kitchen ‘ Klim Kitchen ‘ ร้านนี้อยู่ไม่ไกลจากตัว โรงพยาบาล บุรีรัมย์ ราคาค่อนข้างสูงแต่พอได้ลิ้มรสชาติจริง ถือว่าไม่แพงอย่างที่คิด กับรสชาติที่อร่อยและเหมาะสมกับราคา เปิด-ปิด ทุกวัน 10:30–14:00, 17:00–22:00 น. ที่ตั้ง : ถนน หน้าสถานี เมือง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ บุรีรัมย์ 31000 Facebook : Klim Kitchen ————————————————————- 3) White Cottage Cafe   ‘ White Cottage Cafe ‘ ร้านขนมวานที่โดดเด่นในเรืองของบิงซู ร้านตกแต่งเป็นโทนสีขาวสะอาดตา และทำให้ถ่ายรูปอาหารสวยไปด้วย ถ่ายรูปกันเพลินเลยค่ะงานนนี้ เปิด-ปิด : วันจันทร์ 10.00 - 20.00 น. , วันพุธ - อาทิตย์ 10.00 - 20.00 น. ที่ตั้ง : ตรงข้าม รพ นางรอง  ต.นางรอง จ.บุรีรัมย์, อำเภอนางรอง 31110 Facebook : White Cottage Cafe ————————————————————- 4) MaoMilk ‘ MaoMilk ‘ ร้านนี้เหมาะสำหรับคนทุกเพศทุกวัยที่ต้องการนั่งชิวกินนมเป็นร้านนมที่น่านั่งร้านหนึ่งในอำเภอเมืองบุรีรัมย์ บรรยากาศของร้านมี 2 แบบ 2 อารมณ์ คือ ด้านนอกร้านที่เป็นบรรกาศริมถนนจิระรับลมธรรมชาติ ส่วนในร้านก็เป็นความเย็นจากเครื่องปรับอากาศ แต่จำนวนที่นั่งในร้านค่อนข้างน้อยจึงทำให้ข้างในที่นั่งไม่ค่อยว่าง เปิด-ปิด : ทุกวัน 11:00 - 22:00 ที่ตั้ง : หน้ามหาวิทยาลัยราชฏัชบุรีรัมย์  Box2 ตำบล ในเมือง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ บุรีรัมย์ Facebook : MaoMilk ————————————————————- 5) A day awesome ‘ A day awesome ‘ เอกลักษณ์ของร้านนี้คงอยู่ต้นจามจุรีต้นใหญ่ช่วยให้ร่มเงา เป็นร้านเล็กๆ ตกแต่งง่ายๆ  เค้กที่ดูหน้าตาธรรมดาๆ แต่รสชาติดี เนื้อนุ่ม ไม่หวานมาก เปิด-ปิด : ทุกวัน  07.00 - 22.00 น. ที่ตั้ง : ร้านอยู่ในซอยเเสนสุข ตรงข้ามสำนักงานทนายความ ก่อนถึง สหกรณ์ออมทรัพย์ครู Facebook : A day awesome ————————————————————- 6) cafe de bu ‘ cafe de bu ‘ คาเฟ่ตกแต่งแนวยุโรป จุดเด่นคือมีฟาร์มแกะและกังหันตัวใหญ่ เป็นเอกลักษ์ของคาเฟ่ เดอ บู เซ็ตอาหารมีหลายมื้อตั้งแต่เช้า กลางวัน เย็น อาหารเช้าอย่างคันทรี่เบรคฟาสต์ เซ็ตอาหารเที่ยงจะเป็นอาหารจานเดียว หรือจะเป็นดินเนอร์มื้อเย็น ราคาไม่แพง เปิด-ปิด : จันทร์ - ศุกร์ 7.00 - 23.00 น. , เสาร์ - อาทิตย์ 10.00 - 23.00 น. ที่ตั้ง : 399 หมู่ 18 ถนนบุรีรัมย์-ประโคนชัย, อำเภอเมือง, Buri Ram Facebook : cafe de bu  ————————————————————- 7) Ease café ‘ Ease café ‘ ร้านแนววัยรุ่น มองดูภายนอกคิดว่าเป็นร้านขนมน่ารัก ชิลล์ๆ แต่เมื่อลองเข้าไป เป็นเมนูจัดหนักจัดเต็ม เมนูที่ขึ้นเลยคือเมนูหม้อไฟ และเมนูไทยๆ อีกหลากหลายเมนูเลย เปิด-ปิด : จันทร์ - เสาร์ 10.00 - 20.00 น. ที่ตั้ง : ซอยแสนสุข (ซอยข้างสหกรณ์ออมทรัพย์ครู) ร้านอยู่ตรงข้าวโรงแรม La viva Facebook : Ease café ————————————————————- 8) บ้านหมี สเต็กxนมสด - บุรีรัมย์ ‘ บ้านหมี สเต็กxนมสด - บุรีรัมย์ ‘ เป้นร้านที่ขายอาหารได้หลากหลายเมนูจริงๆ เป็นร้านที่มีบรรยากาศโล่งๆ สไตล์แบบนี้วัยรุ่นชอบ เมนูที่ขายจะมี เบอร์เกอร์ กุ้งถัง ปังเย็น ปังปิ้ง สเต็ก แต่เป็นเมนูหลักๆ เลยจะเป็นเมนูสเต็ก และเน้นขายอาหารที่ตามกระแส อย่างกุ้งถังนั่นเองค่ะ เปิด-ปิด : ทุกวันเวลา 17.30-24.00 น. ที่ตั้ง : ร้านข้างทาง อยู่ก่อนข้ามทางรถไฟไปคลองถมหนองแปบ Facebook : บ้านหมี สเต็ก ————————————————————- 9) Bobby Bang Cafe ‘ Bobby Bang Cafe ‘ เป็นร้านขนมหวานที่มีบรรยากาศโล่งโปร่งสบาย โดนใจเด็กๆ แล้ววัยรุ่นแถวนั้นเป็นอย่างมาก โดยมีรูปปั้นน้องหมาตัวใหญ่อยู่หน้าร้าน ไว้ให้ถ่ายรูปเล่นกัน ส่วนเมนูก้มีให้เลือกเยอะ ทั้งอาหารคาว อาหารทานเล่น ไอศครีม ขนมหวาน ขนมเค้ก แพรเค้กร้อนๆ กลิ่นหอมๆ เปิด-ปิด : ทุกวันเวลา 09.30-19.00 น. ที่ตั้ง : อยู่ในโครงการใบเฟิร์น กรีน วิวล์ Facebook : Bobby Bang Cafe ————————————————————- 10) Imagine CAFE ‘ Imagine CAFE ‘ ใครที่ชอบร้านที่ตกแต่งแบบปูนเปลือย เล่นแสงไฟ ตกแต่งน้อยๆ แต่สวย ต้องร้านนี้เลยค่ะ สวยทั้งในแบบกลางวันและกลางคือ รับรองว่าถ่ายรูปสวย อาหารอร่อย ไม่พลาดที่จะถ่ายรูปอวดเพื่อนๆ เลยค่ะ เปิด-ปิด : ทุกวันเวลา 12.00-23.00 น. ที่ตั้ง : ตรงข้ามมหาวิทยาลัยราชภัฏ ถ.เสด็จนิวัติ (อนุสาวรีย์รัชกาลที่ ๑) ตำบล ในเมือง อำเภอ เมืองบุรีรัมย์ จังหวัด บุรีรัมย์ 31000 Facebook : Imagine CAFE ————————————————————- 11) Wake Up Cafe' ‘ Wake Up Cafe' ‘ น้ำแข็งไสเป่าปิงสไตล์ไต้หวันและน้ำแข็งไสบิงซูสไตล์เกาหลี เป็นเมนูยอดฮิตของ Wake Up Cafe เลยก็ว่าได้ เปิด-ปิด : อังคาร - อาทิตย์ 8.00-19.00 น. ที่ตั้ง : 34/11 ถนน อินจันทร์ณรงค์ อำเภอเมือง จังหวัด บุรีรัมย์ 31000 บุรีรัมย์ (เส้นหน้าสหกร์ออมทรัพย์ครู เยื้องร้านเนคกี้) Facebook : Wake Up Cafe' ————————————————————- 12) on the way cafe ‘ on the way cafe ‘ เป็นร้านที่บรรยากาศดี๊ดีทั้งกลางวันและกลางคืน ตกแต่งและประดับไฟได้อย่างสวยงาม ใครไม่ได้เป็นมือโปรกล้องก็ถ่ายสวยค่ะ และในเรื่องเมนูอาหาร ก้มีให้เลือกเยอะอีกเช่นกัน ทั้งคาวและหวาน จะกินจริงจังหรือกินเล่นก็ได้ มีให้บริการแบบครบครัน เปิด-ปิด : ทุกวัน 15.00-23.45 น. ที่ตั้ง : ประชาสามัคคี อำเภอ นางรอง บุรีรัมย์ 31110 Facebook : on the way cafe ————————————————————- 12 ร้านที่เราแนะนำมาทั้งหมใด ไม่ได้เป็นการจัดอันดับว่าร้านไหนอร่อยที่สุด การจัดอันดับคงต้องไปชิมกันด้วยตัวเองว่าจะให้คะแนนที่ร้านไหน และร้านอาหารอร่อยๆ ที่บุรีรัมย์ไม่ได้มีเพียงเท่านี้ ยังมีอีกมากมายหลายร้านที่ยังเลือกมาแนะนำไม่ครบ เพื่อนๆ คนไหนมี่ร้านอะไรแนะนำกันเข้ามาได้เลยค่ะ

A Lifetime Run & Fun ขับไป พักชิลที่ไทรโยค วิ่งท้าโลกที่ช่องเขาขาด
TreeTopAdventure /  กาญจนบุรี / 

ทริปนี้ เกิดขึ้นจาก กิจกรรมดีดี ของ KTC Real Team ครั้งที่ 40 ตอน A Lifetime Run & Fun ขับไปพักชิลที่ไทรโยค วิ่งท้าโลกที่ช่องเขาขาด   กิจกรรมนี้ที่เราสนใจมากเพราะเป็นการวิ่ง Trail ที่จัดขึ้นครั้งแรกของ การวิ่งในเส้นทางประวัติศาสตร์ ช่องเขาขาด ซึ่งเป็นการวิ่ง Trail ครั้งแรกของผมและแฟนด้วย ผมไม่รีรอที่จะสมัครไป และผมก็ได้เป็นผู้โชคดี งานนี้เราได้รับการสนับสนุน รถยนต์ Toyota Fortuner  จาก Hertz  ให้ใช้ขับเที่ยว โดยเรารับผิดชอบค่าน้ำมันเองและ ที่พัก 1 ห้อง 2 คืน พร้อมกับอาหารเช้าและอาหารเย็น ที่ โฮมพุเตย ริเวอร์แคว รีสอร์ท   นอกจากนี้ เรายังได้เล่นกิจกรรม ผจญภัยกลางแจ้งและกลางอากาศ กับ Tree Top Adventure    ปกติแล้วในช่วงวันหยุดผมกับแฟนจะมองหากิจกรรมกีฬา ทำร่วมกัน มากกว่าจะเดินห้างดูหนัง ผมมองว่ากิจกรรมพวกนี้ได้ทั้งสุขภาพที่แข็งแรงและได้ความภูมิใจเมื่อเราทำมันได้  พวกเราเริ่มหันมาออกกำลังกายอย่างจริงจังประมาณครึ่งปีได้  ยิ่งช่วงนี้ งานวิ่ง งานกีฬา จัดขึ้นทุกอาทิตย์  ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ที่ผ่านมาผมก็อาศัยช่วงวันหยุดยาวบ้าง ไปงานวิ่ง งานไตรกีฬา ตามต่างจังหวัดกับกลุ่มเพื่อนและแฟน เรียกว่าได้ทั้งพักผ่อนและได้สุขภาพ กาญจนบุรี ถือเป็นจังหวัดที่มีที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์เยอะมาก คือไปเที่ยวที่เดียวได้ครบทุกฟิลครับ การเดินทางก็ไม่ยาก แค่ประมาณ 3ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ งานนี้เราเริ่มเดินทางวันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน ช่วงเช้าผมเดินทางไปรับรถยนต์ ที่Hertz สาขา สาธร  ศูนย์บริการหาไม่ยาก อยู่ริมถนนติดกับตึกTisco  ใกล้BTS ศาลาแดง รถยนต์ Toyota Fortuner  ที่ได้สภาพใหม่มากครับ  ติดฟิล์มมาอย่างดี มีการตรวจเช็คก่อนรับรถละเอียด พนักงานให้การบริการดี ผมไม่ผิดหวังเลยที่ได้รับรถเช่าจากที่นี่ เพราะเคยใช้บริการเมื่อตอนไปเที่ยวภูเก็ต แถมใช้ร่วมกับ บัตรKTC ได้รับส่วนลดด้วย ผมเริ่มออกเดินทางช่วงประมาณเที่ยง ใช้เส้นทางหลวงสาย 323 กรุงเทพฯ-กาญจนบุรี-อำเภอไทรโยค-ทองผาภูมิ หลังจากนั้น เราวิ่งต่อไป บนเส้นทางสาย 323 ที่มุ่งตรงไปยังทองผาภูมิ ตาม GPS  ไป โฮมพุเตย ริเวอร์แคว รีสอร์ท   ที่นี่ตั้งอยู่ประมาณหลักกิโลที่ 61              ปากทางมีป้ายบอกชัดเจนครับ บริเวณทางเข้าจะมีเจ้าหน้าที่สอบถามการจองที่พักก่อน เพื่อนให้แน่ใจว่าลูกค้าเข้าพักมีชื่อจองมาแล้ว  จากทางเข้าเราต้องขับเข้าไปตัวรีสอร์ท อีกประมาณ 2 กิโลเมตร สองข้างทางเป็นป่า ทางคดเคี้ยวเล็กน้อย ไม่มีไฟส่องทาง  ทางค่อนข้างแคบแต่รถสามารถสวนกันได้  กรณีแขกที่มาพักไม่ได้เอารถมา ก็จะมีรถของทางรีสอร์ทบริการวิ่งขึ้นมารับครับ            มาถึงแล้วสวนต้อนรับของรีสอร์ท พนักงานได้จัดเตรียมน้ำดื่มสมุนไพรไว้ให้และช่วยเอาของสัมภาระลง และแจ้งให้เราไปจอดบริเวณจุดจอดรถ ซึ่งห่างไม่ไกลจากบริเวณ Lobby  เนื่องจากรีสอร์ทนี้กว้างมาก  ทางรีสอร์ทมีรถกอล์ฟ คอยบริการรับส่งด้วย  ตอนแรกห้องพักที่เราได้เป็นห้อง Deluxe แต่เนื่องจากคืนวันเสาร์มี groups เข้าพักเต็ม ทางรีสอร์ทจึงอัพเกรด ให้เข้าพักห้องริเวอร์ไซด์ พรีเมียร์ ดีลักซ์  เป็นห้องพักวิวแม่น้ำแคว พื้นที่กว้างขวางมีพื้นที่นั่งเล่นพร้อมโซฟาทั้งด้านนอกและใน ห้องเพดานสูง มีพัดลม แอร์ ทำให้ห้องดูโล่งโปร่งสบาย ที่นอนไม่นิ่มไม่แข็ง นอนสบาย เครื่องนอนสะอาด ไม่มีกลิ่นอับ  มีกาต้มน้ำร้อน ชากาแฟ พร้อมกับน้ำดื่ม 2 ขวดในตู้เย็น ภายในห้องน้ำแยกเป็น 2 ฝั่ง ฝั่งอาบน้ำฝักบัว และฝั่งโถส้วม ห้องสะอาด มีอุปกรณ์พร้อมใช้ ไดร์ฟเป่าผม สบู่แชมพู ที่แคะหู  มีตู้เสื้อผ้า ตู้เซฟ และร่ม 2 คัน บริเวณห้องที่เราพักครับข้างหลังเป็นวิวแม่น้ำ หลังจากที่เก็บข้าวของแล้ว เราเริ่มเดิมสำรวจสถานที่ภายในรีสอร์ท โดยเริ่มจาก พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์ทางรถไฟสายไทย – พม่า  ที่นี่มีรถไฟเก่า และประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการสร้างทางรถไฟสายมรณะเอาไว้ ต้นกำเนิดของ พิพิธภัณฑ์ เอ็ดเวิลด์ แวรี ดันลอป  เนื่องมาจาก ในปี 1983เซอร์เอ็ดเวิลด์ แวรี ดันลอป ซึ่งเป็นแพทย์อดีตเชลยสงครามชาวออสเตรเลีย เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดีในด้านความทรงจำของออสเตรเลียที่เกี่ยวกับทางรถไฟสายไทย-พม่า  ได้เดินทางกลับมายังประเทศไทยพร้อมด้วยกลุ่มแพทย์ เพื่อเยี่ยมชมทางรถไฟแห่งนี้ คุณคณิตและภรรยา(เจ้าของรีสอร์ท) ได้พบกับท่านเซอร์และคณะที่มาขอซื้อเบียร์ที่แพลอยน้ำ คุณคณิตได้เชิญพวกเขาขึ้นมาบนบ้านลอยน้ำ และให้การต้อนรับเป็นอย่างดีที่โฮมพุเตย จากมิตรภาพในวันนั้นของทั้งคู่ คุณคณิตตัดสินใจมอบที่ดิน 15 เอเคอร์เพื่อสร้างพิพิธภัณฑ์เอ็ดเวิลด์ แวรี ดันลอป ซึ่งเป็นปัจจุบันเป็นอนุสรณ์สถานแห่งมิตรภาพ และเพื่อการรำลึกถึงความโหดร้ายในสมัยนั้น ภายในยังเก็บรวบรวมสิ่งของส่วนตัวที่หายากและมีความเกี่ยวข้องกับทางรถไฟแห่งนี้   ทุกปี ในวันที่ 25 เมษายน ซึ่งเป็นวันที่ชาวออสเตรเลียจะทำการระลึกถึงวีรชนที่สละชีวิตในสงครามหรือเหตุการณ์ต่างๆ คุณคณิตได้จัดงานเลี้ยงอาหารค่ำสำหรับผู้เข้าร่วมงานที่นี่ โฮมพุเตยและพิพิธภัณฑ์เอ็ดเวิลด์ แวรี ดันลอปเป็นสถานที่ที่เจ้าหน้าที่กลาโหมของออสเตรเลียจะต้องมาทุกครั้งเมื่อมาเยือนประเทศไทย และมีโอกาศได้พบกับคุณคณิตเป็นการส่วนตัว นอกจากนี้คุณคณิตยังสนับสนุนด้านการเรียนรู้ให้กับเด็กในพื้นที่ด้วยการให้ความรู้ด้านประวัติศาสตร์เกี่ยวกับสถานที่ (ข้อมูล จาก https://www.homephutoeyriverkwai.com) ถัดจากพิพิธภัณฑ์ เรามาผ่อนคลายกันที่สระว่ายน้ำ และสระน้ำแร่ร้อนของรีสอร์ท ตั้งอยู่ใกล้กับ Zone Tree Top Adventure ริมสระว่ายน้ำ เป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ มีเรือแคนู เรือถีบ เสื้อชูชีพ ไว้ให้บริการ สระน้ำแร่ร้อน เป็นบริเวณด้านริมทะเลสาบ จะเปิดให้บริการ 17.00 – 22.00 ที่นี่ไม่จำเป็นต้องใส่ชุดว่ายน้ำลงก็ได้ครับ แต่ควรล้างตัวก่อนลงสระ ข้างๆกันเป็นสระว่ายน้ำ มีที่ให้ล้างตัวก่อนลงสระ และผ้าขนหนูให้ เราสามารถสั่งเครื่องดื่มกับพนักงานบริเวณนี้ได้ วันนั้นเป็นช่วงเย็นประมาณ 5 โมง ที่สระมีเราแค่ 2 คน พวกเราได้พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ เสียงนกร้อง เป็นความรู้สึกที่เกินคำบรรยายจริงๆ  พอเริ่มจะค่ำ เราต้องกลับห้องกันแล้ว เพราะช่วงหน้าฝน ยุ่งเยอะมาก เราไม่ได้เตรียมยากันยุ่งมาด้วย ต้องออกไปซื้อข้างนอก ห้องอาหารที่นี่ ตั้งอยู่บริเวณ ด้านหลังของ Lobby มีzoneด้านบนและด้านล่างริมแม่น้ำแคว  มื้อเย็นของที่นี่ เปิดเวลา 18.00 – 21.00 น ทางรีสอร์ท ได้จัดอาหารกับข้าวเซ็ทให้เรา 5 อย่าง พร้อมด้วยของหวาน  เราเลือกที่จะนั่งด้านล่างริมแม่น้ำแคว ให้บรรยากาศ exclusive private สุดๆ อาหารรสชาติใช้ได้เลยทีเดียว ปลาสด อาหารรสไม่จัดมาก พนักงานบริการดีมาก คอยเติมข้าว น้ำให้เราจนอิ่ม  ห้องอาหารที่นี่ มีอาหารหลายเมนูให้เลือก มีทั้งอาหารจานเดียว กับข้าว สเต็ก และ ขนม ของหวาน ผลไม้ ราคาร้านอาหารทั่วไป ไม่แพง หลังจากอิ่มแล้ว เราต้องออกไปหาซื้อยากันยุง จริงๆแล้วพนักงานที่รีสอร์ท มีให้ใช้สามารถขอเขาได้ แต่เนื่องจากเราต้องมีไว้เตรียมไปใช้ตอนเราวิ่ง จึงตัดสินใจขับรถออกไปหาซื้อกันดีกว่า ทางขับเข้าออกตอนกลางคืนไม่มีไฟ ต้องใช้ความระมัดระวังในการขับตอนกลางคืนพอสมควร ร้านมินิมาร์ทริมทาง ไม่ไกลจากรีสอร์ท ประมาณ 3 กิโลเมตร แต่ถ้าจะไป 7-11 ใกล้สุดต้องขับเข้าเมืองไปอีก 15 กิโลเมตร สำหรับคืนแรกของที่นี่ ประทับใจมาก กินอิ่ม นอนหลับสบาย --------------------------------------------- เช้าวันเสาร์ ผมตื่นมาแต่เช้า มาสูดอากาศบริสุทธิ์ เมื่อคืนฝนตกค่อนข้างหนักอยู่ ตอนเช้ามายังมีปอยๆบ้างเล็กน้อย  อาหารเช้า ที่นี่ เริ่มเวลา 7.00 – 10.00 น. อาหารมีให้เลือกหลายอย่าง พนักงานคอยบริการอย่างเต็มที่ ทุกจุด หลังจากอิ่มกันแล้ว เราจะไปต่อกันที่ กิจกรรมผจญภัย ที่  Zone Tree Top Adventure การเตรียมตัวเล่นกิจกรรม ไม่มีอะไรมาก แค่เราต้องใส่รองเท้าหุ้มส้นเล่น ก่อนเริ่มกิจกรรม จะมีเจ้าหน้าที่มาอธิบายและสวมใส่อุปกรณ์ มีหมวก ถุงมือ ตะขอเกี่ยวตัว เรียกว่าเซฟตี้สุดๆ  อย่าลืมทายากันยุงด้วย Tree Top Adventure park ในไทย มี 4 ที่ ที่เปิดบริการแล้ว และสถานที่ที่ 5 กำลังจะเปิดให้บริการ ณ สวนแม่ฟ้าหลวง ดอยตุง จ.เชียงราย ช่วง เดือน ก.ค. 59 ส่วนกิจกรรม ของที่นี่ มี 40 ฐาน เจ้าหน้าที่จะอธิบายการใช้อุปกรณ์อย่างละเอียด เข้าใจง่ายและให้เราลองใช้จริงกับสถานที่จำลองก่อนเข้าเกมส์จริง พร้อมแล้ว ไปเล่นกันเลย ผมกับแฟนเล่นกัน 2 คน มีเจ้าหน้าที่ 3 คนคอยประกบช่วยเหลือ และนำทางเรา เรียกได้ว่า เซฟตีมากๆ ไม่ต้องห่วง ก่อนเล่นผมไม่คิดว่ามันจะตื่นเต้นมากกับการปีนป่ายต้นไม้ แต่ผิดคลาด กิจกรรมแต่ละฐานมีทั้งความตื่นเต้น หวาดเสียว และสนุกมากๆ  เราไม่สามารถบรรยายด้วยคำพูดได้ เพราะมันสนุกมากๆๆ ลองชมคลิปนี้ดูครับ กิจกรรมอื่นๆในรีสอร์ท เราพายเรือแคนูเล่น รอบๆทะเลสาบ ช่วงบ่ายวันนี้ ผมต้องไปลงทะเบียนวิ่ง ที่พิพิทธภัณฑ์ช่องเขาขาด ศูนย์ฝึกอบรมอเนกประสงค์ กกส.สทพ.นทพ. อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ซึ่งห่างจากรีสอร์ท โฮมพุเตย แค่ 3 Km. โดยกิจกรรมวิ่งนี้  สนามวิ่งเชิงประวัติศาสตร์เพื่อย้อนรอยสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 "ช่องเขาขาด" หรือ "ช่องไฟนรก" เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางรถไฟสายไทย-พม่า (เส้นทางรถไฟสายมรณะ) ระยะแข่งขัน (4K) (11 K) และ (21K) Chip Timing จับเวลาสำหรับ ระยะ Mini Marathon (10K) Half Marathon (21K) การแบ่งรุ่นอายุ การแบ่งรุ่นอายุการแข่งขันประเภทชายและหญิง ระยะ 21 กม.และ 11 กม.แบ่งดังนี้ 1.รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี 2.รุ่นอายุ 19-29 ปี 3.รุ่นอายุ 30-39 ปี 4.รุ่นอายุ 40-49 ปี 5.รุ่นอายุ 50-59 ปี 6.รุ่นอายุ 60 ปีขึ้นไป • เดินวิ่ง 3.5 กิโลเมตร (ไม่แบ่งรุ่นอายุ) รางวัล เหรียญสำหรับผู้เข้าเส้นชัยทุกระยะ ถ้วย Overall สำหรับ ญ / ช ,ระยะ 21K ถ้วยอันดับ 1 - 5 ของทุกรุ่นอายุชาย/หญิง ของระยะ 21K และ 11K  และของที่ระลึกจาก Sponsor  ประเภท Funrun ไม่มีถ้วยรางวัล ผมกับแฟนลง ระยะ 11K เป็นทาง Trail ครั้งแรกของผมกับแฟนเลย ข้างๆ จุดลงทะเบียนจะเป็น พิพิธภัณฑ์สถานแห่งความทรงจำ ช่องเขาขาด เราไม่พลาดที่จะเข้าไปชมที่นี่ ชมฟรีครับ ประวัติของที่นี่ “ช่องเขาขาด” เป็นส่วนหนึ่งของ “เส้นทางรถไฟสายมรณะ” ซึ่งใช้เป็นเส้นทางขนส่งเสบียงจากประเทศไทยไปยังประเทศพม่าในช่วงสงครามโลก ที่แห่งนี้เต็มไปด้วยเรื่องราวอันโหดร้ายของความทุกข์ทรมานของเชลยศึกและกรรมกรที่ต้องมาใช้แรงงานในการก่อสร้างทางรถไฟ และหลายรายถึงกับต้องจบชีวิตลงที่นี่เพราะไม่อาจทนต่อการทารุณอย่างหนักเยี่ยงทาสที่เกินกว่าใครจะคาดคิดได้ เรื่องราวในอดีตถูกรวบรวมและบอกเล่าผ่านนิทรรศการภายใน“พิพิธภัณฑ์แห่งความทรงจำ ช่องเขาขาด” ที่ออกแบบและสร้างไว้อย่างเป็นสัดส่วนโดยความร่วมมือของรัฐบาลไทยกับรัฐบาลออสเตรเลีย พิพิธภัณฑ์ฯได้รวบรวมภาพถ่าย ข้อมูล และสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ที่เกิดในระหว่างการสร้างทางรถไฟสายมรณะ นอกจากตัวอักษรและภาพประกอบที่อธิบายถึงเหตุการณ์ต่างๆ ในแต่ละช่วงแล้ว จุดเด่นหนึ่งของพิพิธภัณฑ์ฯก็คือ ห้องมินิเธียร์เตอร์ ที่ฉายภาพยนตร์เงียบขาว-ดำ ซึ่งถ่ายทำจากเหตุการณ์จริงในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 และแน่นอนว่าในภาพยนตร์เรื่องนี้เราจะได้เห็นสภาพความเป็นอยู่ ความทุรกันดารและความโหดร้ายของการตกเป็นเชลยศึกสงคราม กว่า 12,000 ชีวิตของเชลยชาวออสเตรเลีย อังกฤษ เยอรมัน อเมริกัน และกว่า 60,000 ชีวิตของแรงงานชาวเอเชียที่ถูกบังคับให้ทำงานแบบหามรุ่งหามค่ำ เพื่อตัดช่องหินผ่านภูเขา และสร้างทางรถไฟเป็นระยะทางรวมกว่า 415 กิโลเมตรทั้งๆ ที่แทบจะไม่มีเครื่องมือทุ่นแรงใดๆ เลย เชลยศึกและแรงงานส่วนใหญ่ต้องทำงานอย่างน้อยวันละ 18 ชั่วโมง และมีอาหารเพียง 2 มื้อ คือ ข้าวกับผักดองประทังชีวิตเท่านั้น ทั้งความอดอยาก การโดนทารุณทุบตี และโรคระบาดต่างๆ ที่รุมเร้า จึงทำให้ใครต่อใครขนานนามหุบเขาแห่งนี้ว่า “ช่องไฟนรก” Note: ที่นี้มีเครื่องมือบรรยายและหูฟังบริการฟรี โดยเสียค่ามัดจำ 200 บาทต่อเครื่อง โดยมีให้เลือก 4 ภาษา ได้แก่ ไทย อังกฤษ ญี่ปุ่น และ เยอรมัน - ปกติถ้าเดินชมเพียงอย่างเดียวจะใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง แต่ถ้าอ่าน และฟังตามเครื่องบรรยายด้วยจะใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง - เส้นทางเดินในช่องเขาขาด มีหินแหลมคม บางช่วงเป็นทางแคบและค่อนข้างชัน การเดินควรใช้ความระมัดระวัง นักท่องเที่ยวควรสวมใส่รองเท้าให้เหมาะสม - ถ้าเป็นไปได้ขอความร่วมมือจากนักท่องเที่ยวให้ช่วยบริจาคเงินบำรุงรักษาสถานที่ และอย่านำเครื่องดื่ม อาหาร สัตว์เลี้ยง หรือสูบบุหรี่ภายในพิพิธภัณฑ์ฯ (เครดิต โดย http://www.thetrippacker.com) หลังจากออกจากห้องพิพิธภัณฑ์ ทำให้ผมนึกถึงหนังเรื่อง THE RAILWAY MAN สร้างจากงานเขียนมุมมองของ อีริค โลแมกซ์ นายทหารยศร้อยตรีประจำเหล่าสื่อสารแห่งกองทัพสหราชอาณาจักร  ซึ่งถูกทหารญี่ปุ่นจับตัวในสิงคโปร์ และถูกส่งมาเป็นเชลยและบังคับให้เป็นแรงงานสร้างทางรถไฟสายมรณะ ผมจำได้ลางๆ ตอนนั้นไม่อินมาก แต่การได้มาที่นี่ ผมว่าจะกลับไปดูหนังเรื่องนี้อีกครั้ง คงจะอินมากขึ้นหลายเท่า ------------------------- วันงานวิ่ง เราต้องตื่นกันตีสี่ เตรียมตัว เราซื้อของกินที่มินิมาร์ทไว้แล้ว พิธีเปิดเริ่มเวลา ตีห้า ครึ่ง และเริ่มปล่อยตัวนักกีฬาวิ่ง 21K ตอนประมาณ 6โมง พวกเราวิ่งระยะ 11K เป็นกลุ่มที่ 2   จุดให้น้ำทุกๆ 2 กิโล โดยประมาณ พวกเราไม่เคยวิ่ง Trail กันมาก่อน เราก็ไม่ได้เตรียมตัวอะไรมาก แค่ทายากันยุง เพราะสองข้างทางเป็นป่า ยุงคงเยอะ งานนี้คนวิ่งประมาณเกือบ 1000 คน ถือเป็นงานใหญ่อยู่ สถานที่จอดรถกว้างและเพียงพอ อาจเพราะที่นี่เป็นศูนย์ฝึกอบรมอเนกประสงค์  มีเจ้าหน้าที่ คอยบอกอำนวยความสะดวกได้ดี ห้องน้ำบริเวณสถานที่จัดงาน น้อยไปหน่อย ไม่ค่อยพอกับจำนวนคน  ช่วงเริ่มวิ่งอากาศดีมาก ครึ้มเล็กน้อย ทางช่วงแรก เป็นทางลงเนิน ต้องวิ่งแบบเอนตัวไปด้านหลัง ไม่ให้หน้าทิ่ม ลงวิ่งมาผมแทบจะเป็นตะคิว เลยครับ ช่วงต่อมาเป็นทางเรียบถนนสลับกับ ถนนลูกรัง สองข้างทางเป็นป่าบ้าง เป็นบ้านคน สวนบ้าง และยังต้องเดินข้ามสะพานข้ามแม่น้ำแควด้วย ซึ่งจุดนี้เขาให้เราเดินข้ามไป  นักวิ่งจะหยุดถ่ายรูปกับสะพาน และวิวรอบข้าง ตลอดเวลาที่วิ่ง จะมีช่างกล้องคอยถ่ายรูปให้ เป็นระยะ เราไม่พลาดที่จะ โพสต์ท่าสวยๆ เก็บไว้เป็นที่ระลึก หลังจากจุด Finish ไป เราต้องเดินต่อไป ประมาณ 3 กิโล ผ่านอนุสรณ์บริเวณช่องเขาขาด นักวิ่งทุกคนจะได้รับดอกไม้ คนละ 1 ดอก เพื่อนำไปวาง เป็นที่รำลึกถึงสถานที่ผู้เสียชีวิตในสงครามโลก ครั้งที่ 2   ระหว่างทางเดินเป็นหิน ทางขึ้นลงบันได นักวิ่งต่างเดินตามๆกัน บ้างหยุดถ่ายรูปเป็นที่ระลึก บริเวณช่องเขาขาด ทางเดินจะมาสุดที่หลังพิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาด เรามาถึงบริเวณจุดเริ่มต้น ฝนก็ตกลงมาพอดี เราได้รับเหรียญเป็นที่ระลึกงานนี้ ซุ้มหลังงาน มีทั้งอาหาร ก๋วยเตี๋ยว กระเพาะปลา ของหวาน  เครื่องดื่ม เกลือแร่  ไว้คอยบริการให้นักวิ่งพร้อม ภาพรวมของงานวิ่งที่นี่ สำหรับผมแล้วคิดว่าโอเค ทั้งสถานที่จัดงาน ความปลอดภัย สิ่งที่ได้จากงานวิ่งนี้ ไม่เพียงแต่ได้รับความสนุกเท่านั้น เส้นทางวิ่งเป็นเส้นทางที่น่าประทับใจมากครับ หมอกในยามเช้า วิวแม่น้ำแคว ภูเขาสองข้างทาง ทัศนียภาพป่าไผ่ และต้นไม้ใหญ่ การได้ทางเดินผ่านร่องรอยของทางรถไฟ ไม้หมอน จุดชมวิวที่ช่องเขาขาด สัมผัสธรรมชาติแสนสงบจุดชมวิวบนเขา ผมหวังว่าในอนาคตจะได้กลับมางานวิ่งเทรลแนวนี้อีกครั้ง

7 เหตุผลที่คุณควรไป
ที่เที่ยวไต้หวัน /  ที่เที่ยวไทเป

"ไทเป" ถือเป็นอีกหนึ่งจุดมุ่งหมายของนักเดินทาง ยิ่งตอนนี้ทางรัฐบาลประกาศยกเลิกวีซ่าสำหรับคนไทยด้วยแล้ว ยิ่งทำให้เราท่องเที่ยวได้ง่ายและสะดวกสบายมากขึ้น เราไปดู 7 เหตุผลที่คุณควรไปไทเป กันค่ะ แล้วจะรู้ว่าเมืองนี้มีเสน่ห์ให้เราค้นหามากแค่ไหน ^^ 7 เหตุผลที่คุณควรไป "ไทเป"   1. เมืองแห่งศิลปะ ไทเปเป็นเมืองที่ร่ำรวยทางศิลปะ ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรม ประติมากรรม และจิตรกรรม โดยที่ศิลปะเหล่านี้จะถูกออกแบบให้ผสมผสานไปกับชีวิตประจำวันของผู้คนได้อย่างลงตัว เราจะเห็นศูนย์จัดแสดงงานศิลปะต่างๆกระจายตัวอยู่ทั่วเมือง รถไฟฟ้าไต้ดินที่แต่ละสถานีมีสีสันลวดลายแตกต่างกัน รวมไปถึงบรรจุภัณฑ์ต่างๆก็เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ที่เจ้าของผลงงานตั้งใจบรรจงสรรสร้างขึ้นเต็มที่ 2.คนไต้หวันน่ารัก นิสัยดี จริงอยู่ที่เมืองไทเปเต็มไปด้วยผู้คนที่ก้าวขาฉึบฉับข้ามถนนเพื่อแข่งกับสัญญาณจราจรที่กำลังนับถอยหลังไม่ต่างกับเมืองหลวงอื่นๆ แต่หากลองเข้าไปถามทาง เราจะพบว่าคนไทเปกระตือรือร้นและเต็มใจที่จะช่วยเหลือ คนไทเปส่วนมากสามารถพูดภาษาอังกฤษได้ และถนนต่างๆก็มีชื่อภาษาอังกฤษคู่กับภาษาจีนเสมอ เราจะพบความสงบและน่ารักที่ซ่อนไว้อยู่ในแต่ละซอกมุมของเมืองไม่ต่างกับอัธยาศัยที่ดีงามของผู้คนในเมืองนี้แน่นอน 3.อาหารอร่อย หลากหลายเมนู อาหารในไทเปเป็นการผสมผสานที่ลงตัวของอาหารจีนหลากหลายชนิด เราจะพบว่านอกจากชานมไข่มุกและเสี่ยวหลงเปาแล้ว ยังมีอาหารอีกมากมายที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นของทานเล่นบนแผงลอยที่เรียงรายอยู่ตามตลาดกลางคืนหรือร้านอาหารสุดหรูบนยอดตึก ไทเปก็จะไม่ทำให้คุณผิดหวังในเรื่องรสชาติแน่นอน 4.เดินทางสะดวก ไทเปมีการคมนาคมที่สะดวกสบายและหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นรถไฟไต้ดินที่กระจายตัวไปทั่วเมือง รถไฟความเร็วสูงที่ตรงต่อเวลา หรือหากอยากจะนั่งรถบัสเพื่อชมเมืองก็มีบริการเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีบริการจักรยานให้เช่า ( You Bike) เพียงแค่ลงทะเบียนด้วยเบอร์โทรศัพท์มือถือก็สามารถใช้บริการได้ ถนนใหญ่ในไทเปมีเลนจักรยานที่มีความปลอดภัยสูง และมีทางจักรยานเลียบแม่น้ำเป็นทางยาวหลายสิบกิโลเมตรอยู่รอบนอกของเกาะ ซึ่งสามารถขี่จักรยานออกไปได้เท่านั้น โดยมีจุดยืม-คืนจักรยานอยู่ทั่วเมืองไทเป 5.สัมผัสธรรมชาติ ไทเปเป็นเมืองหลวงที่ใส่ใจธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นอกจากสวนสาธารณะต้าอันที่ตั้งตะหง่านอยู่ในบริเวณกลางเมืองแล้ว ไทเปยังมีสวนสาธารณะและภูเขาเล็กๆกระจายตัวอยู่ทั่วไป เหมาะสำหรับการออกกำลังกาย ปีนเขาเพื่อไปสูดอากาศบริสุทธิ์และชมวิวจากมุมสูง นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกต่างๆก็ยังสามารถหาซื้อได้สะดวกและมีให้เลือกหลากหลาย 6.แหล่งชอปปิ้ง นอกจากจะเป็นศูนย์กลางการค้าขายสินค้าไอทีขนาดใหญ่ ไทเปยังมีห้างสรรพสินค้าและร้านค้านับไม่ถ้วนที่พร้อมใจกันจัดกิจกรรมลดราคา มีสินค้าราคาพิเศษตลอดปี โดยสินค้าที่เป็นที่นิยมมากคือ รองเท้ากีฬา เสื้อผ้าสตรี เครื่องสำอาง และเครื่องเขียนต่างๆ 7.ปาร์ตี้มันส์ๆ ชีวิตกลางคืนในไทเปเต็มไปด้วยสีสันที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นทิวทัศน์ยามราตรีจากตึกสูง หรือตลาดกลางคืนขนาดใหญ่ที่มีขายตั้งแต่อาหาร ของทานเล่น ของฝาก เสื้อผ้า รองเท้า เรียกได้ว่าช้อปปิ้งกันได้ทั้งคืน หากอยากไปสนุกสุดเหวี่ยงต่อไทเปก็มีผับหลากหลายสไตล์ให้เลือก โดยในวันพุธ ผับส่วนใหญ่จะจัดกิจกรรม Lady’s Night ไม่คิดค่าเข้าสำหรับสุภาพสตรี สำหรับหลายๆ คนที่เคยไปสัมผัสไทเปแล้ว น้อยคนนักที่จะไม่อยากกลับไปอีก ไปสัมผัสเมืองไทเปด้วยตัวคุณเอง ได้แล้ววันนี้ นกสกู๊ต บินตรง เครื่องใหญ่ ไปไทเป 4 เที่ยวบิน ต่อ สัปดาห์ ตรวจสอบราคาตั๋วเครื่องบิน บินตรงไปไทเป ได้ที่นี่ เลย ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก www.nokscoot.com

ละครขมิ้นกับปูน , เรื่องย่อขมิ้นกับปูน
ละคร ขมิ้นกับปูน /  เรื่องย่อละครขมิ้นกับปูน / 

ขมิ้นกับปูนบทประพันธ์โดย : จุลลดา ภักดีภูมินทร์บทโทรทัศน์โดย : ลายน้ำ ผลิตโดย : บริษัท พอดีคำ เอ็นเตอเทนเม้นท์ จำกัดออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.20 ทางช่อง 7 สีเรื่องย่อ ละครขมิ้นกับปูน เมื่อปี พ.ศ. 2486 ความเปลี่ยนแปลงด้านการเมืองและสังคมเกิดขึ้นในเมืองไทย แต่ยังคงมีสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลาเลย คือความเกลียดชังระหว่างตระกูล พระยาอภิบาลบำรุง (ดิลก ทองวัฒนา) และ ตระกูลพระวิจิตรศิลปการ (สันติสุข พรหมศิริ) สาเหตุเนื่องมาจากคุณแม่ของพระยาอภิบาลบำรุง ได้หนีตามคุณพ่อของพระวิจิตรไป ซึ่งนำความเสื่อมเสียมายังตระกูลของพระยาอภิบาลอย่างยิ่ง พระยาอภิบาล มีบุตรชาย 1 คน คือ พระนิติรักษ์ธรรมสถิตย์ (เพ็ญเพ็ชร เพ็ญกุล) และธิดา 3 คน คือ คุณปริก (พิมพ์พรรณ ชลายนคุปต์) คุณจำปา (ศิรประภา สุขดำรงค์) และคุณปีบ (สุทธิดา เกษมสันต์ ณ อยุธยา) ละครขมิ้นกับปูน ซึ่งครองความเป็นสาวจนกระทั่งปัจจุบัน ในรุ่นหลานของตระกูล ซึ่งเป็นลูกของพระนิติรักษ์ ได้แก่สามสาวปัทมา (อัษฎาพร สิริวัฒน์ธนกุล), ปวีณา (ศรศิลป์ มณีวรรณ์) และปารมี (มุกดา นรินทร์รักษ์) เมื่อทางราชการเปลี่ยนแปลงไม่ให้มีการใช้ยศถาบรรดาศักดิ์อีก พระนิติรักษ์ ทนไม่ได้จึงลาออกจากราชการ ฝ่ายพระยาอภิบาลก็เกษียณแล้ว ทำให้ตระกูลอภิบาลบำรุงเริ่มเสื่อมถอย เงินทองร่อยหรอ ผิดกับตระกูลของพระวิจิตร ที่เจริญมั่งคั่งขึ้นทุกวัน ปวีณา เป็นเด็กสาวช่างฟ้อง อิจฉาปัทมาพี่สาว จึงฟ้องพระยาอภิบาลว่าปัทมาแอบคบกับทานตะวันและธนา หลานและลูกของพระวิจิตร ปัทมาจึงถูกเฆี่ยนตีอย่างหนัก จนเริ่มเก็บกด แข็งกระด้างและเจ้าทิฐิโดยไม่รู้ตัว ละครขมิ้นกับปูน ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 พระนิติรักษ์ทำการค้า และถูกโกง ยิ่งทำให้พระยาอภิบาลกลุ้มใจหนัก ในระหว่างนั้นเอง ปัทมาขออนุญาตไปเรียนต่อที่ศรีราชา กับเพื่อนรัก ทานตะวัน (อธิชนัน ศรีเสวก) ที่นั่นเอง ปัทมาพบรักกับคุณธนา (กันตพงศ์ บำรุงรักษ์) น้าของทานตะวัน เมื่อพระยาอภิบาลทราบเรื่อง ปัทมาถูกตบตีอย่างรุนแรง หลังจากนั้นปัทมาถูกจับไปบวชชี ทานตะวันและธนาช่วยปัทมาหนีออกจากวัดได้ ปัทมาได้แต่งงานกับธนาในที่สุด พระยาอภิบาลโกรธแค้นมาก ตัดปัทมาออกจากตระกูล เวลาผ่านไป ปวีณา และปารมีเริ่มเป็นสาว ปวีณา แอบอิจฉาปารมีที่สวยกว่าตน แต่ปวีณาเป็นที่โปรดปรานของคุณปู่และคุณพ่อ จึงได้รับอนุญาตให้เรียนต่อมหาวิทยาลัย ละครขมิ้นกับปูน ส่วนปารมีให้เรียนถึงมัธยมแปดเท่านั้น ปวีณา ได้พบกับแทนพงศ์ หลานของพระวิจิตรที่เพิ่งจบการศึกษาจากเมืองนอก และมาเป็นอาจารย์พิเศษของปวีณา ปวีณาได้ที่อยู่ของปัทมา เธอจึงไปเยี่ยมพี่สาว และนำความไปบอกเจ้าคุณปู่กับคุณพ่อ พระนิติรักษ์จึงมาพาตัวปัทมากลับไป ปัทมาเสียใจที่ถูกพรากจากสามี เธอตรอมใจจนผูกคอฆ่าตัวตาย แต่คุณปีบมาช่วยไว้ทัน วันหนึ่งปัทมาเห็นรูปถ่ายของ ธนากับทานตะวัน เพื่อนรัก ปัทมาเข้าใจว่าเพื่อนรักแย่งสามีตน เธอจึงกินยาฆ่าตัวตายอีกครั้ง แต่ทุกคนช่วยไว้ได้ทัน สภาพจิตใจของปัทมาแย่ลงทุกที ละครขมิ้นกับปูน ทันพันธุ์ (อาทิตย์ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์) หลานอีกคนหนึ่งของตระกูลพระวิจิตร แอบชอบปารมีอยู่ ทันพันธุ์มาร่วมงานทำบุญเลี้ยงพระ เพื่อเปิดร้านอาหารของคุณทั้ง 3 นาง และมีโอกาสพูดคุยกับพระยาอภิบาล พระยาอภิบาลไม่ทราบว่าทันพันธุ์เป็นหลานศัตรู ทั้งคู่พูดคุยกันถูกคอ เมื่อพระยาอภิบาลรู้ความจริงว่าทันพันธุ์เป็นใคร ก็มิได้จงเกลียดจงชังมากนัก ธนาส่งจดหมายหย่าให้ปัทมา เป็นเหตุให้ปัทมาช็อก กลายเป็นคนบ้า เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป สุดท้ายความรักในรุ่นของลูกหลานจะเอาชนะความอาฆาตพยาบาทระหว่างสองตระกูลได้หรือไม่ ติดตามชมกันต่อได้ในละคร ขมิ้นกับปูน ที่ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.20 ทางช่อง 7 สี ละคร ขมิ้นกับปูน เริ่มตอนแรกวันอาทิตย์ที่ 17 กรกฎาคม 2559 รายชื่อนักแสดงละคร ขมิ้นกับปูน ดิลก ทองวัฒนา รับบท พระยาอภิบาลบำรุงสันติสุข พรหมศิริ รับบท พระวิจิตรศิลปการอัษฎาพร สิริวัฒน์ธนกุล รับบท ปัทมากันตพงศ์ บำรุงรักษ์ รับบท ธนาอาทิตย์ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ รับบท ทันพันธุ์มุกดา นรินทร์รักษ์ รับบท ปารมีวัชรบูล ลี้สุวรรณ รับบท ทำนองศรศิลป์ มณีวรรณ์ รับบท ปวีณารัชชานนท์ สุประกอบ รับบท แทนพงศ์สุทธิดา เกษมสันต์ ณ อยุธยา รับบท ปีบอธิชนัน ศรีเสวก รับบท ทานตะวันเพ็ญเพ็ชร เพ็ญกุล รับบท พระนิติรักษ์ธรรมสถิตย์อัมรินทร์ สิมะโรจน์ รับบท ทำนุมัณฑนา หิมะทองคำ รับบท พิศมรพิมพ์พรรณ ชลายนคุปต์ รับบท ปริกศิรประภา สุขดำรงค์ รับบท จำปาภูษณะ บัวงาม รับบท อัฐฐิตินันท์ สุวรรณถาวร รับบท ธารี ขอบคุณภาพจากIG#ขมิ้นกับปูน

เปิดปุ๊บติดปั๊บ!! ฮารุ ท้องลูกคนที่ 3 แล้วหลังคลอดแค่ 6 เดือน!!
กาย ฮารุ /  น้องไนร่า ลูกสาว กาย ฮารุ / 

  เปิดปุ๊บติดปั๊บจริงๆ สำหรับคุณพ่อ-คุณแม่ลูกสองหมาดๆ อย่าง กาย รัชชานนท์ และ ฮารุ ยามากูชิ หลังจากแพลนมีทายาทคนที่ 3 ต่อทันที และแล้วก็กลายเป็นเรื่องน่ายินดีแก่ครอบครัว กาย-ฮารุ อีกครั้ง ล่าสุด ฮารุ ท้องลูกคนที่ 3 เป็นที่เรียบร้อยแล้วจ้า เผยรอพบหมออีกทีว่าท้องกี่เดือน ซึ่งตนตั้งใจจะมีคนที่ 3 แล้วปิดอู่ทันที สำหรับคนนี้เพศอะไรก็ได้ เพราะมีทั้งลูกชายและลูกสาวแล้ว   ซึ่งตนมองว่ามีเร็วเกินไปเพราะคนที่ 2 น้องไนร่า เพิ่งจะอายุได้เพียง 6 เดือนเท่านั้น รับกังวลว่าแผลผ่าคลอดอาจจะยังไม่สมานดีพอรอปรึกษาหมอ เชื่อเลี้ยงไหวเพราะคนช่วยเลี้ยงเยอะมาก คอนเฟิร์มมีแค่ 3 คนพอจะทำหมันเลย รอตัดสินใจว่าระหว่าง กาย หรือ ฮารุ ใครจะเป็นคนทำหมัน ส่วนด้าน คุณแม่ฮารุ ขอเบรกงานต่างๆ เพื่อเลี้ยงลูกอย่างเดียว กาย ยินดีทำงานคนเดียว!!   “มีข่าวดีคนที่ 3 แล้วแน่ๆ ค่ะ แต่กี่เดือนยังไม่ทราบรอคอนเฟิร์มก่อน ทราบเมื่อไม่นานมานี้ เอาตามตรงประจำเดือนยังไม่มา และให้นมลูกอยู่ด้วย ก็เลยไม่รู้ว่าจะนับตรงไหน แต่ข่าวดีมีแน่ๆ ค่ะ คนที่ 3 ก็ยังตื่นเต้นอยู่ คือตั้งใจไว้แต่แรกแล้วว่าถ้ามีคนที่ 3 ก็จะปิดอู่ สุดท้ายแล้วจริงๆ รู้สึกว่ามี 3 คนสำหรับยุคนี้มันเยอะมากแล้ว น่าจะพอแล้วจริงๆ”   “สำหรับคนที่ 3 ความกังวลน่าจะน้อยลงเรื่อยๆ จากมีประสบการณ์มาก็เลยชิลล์ๆ แล้ว ความจริงหมอนัดพรุ่งนี้ เดี๋ยวใกล้ๆ ก็คงจะคอนเฟิร์มว่ากี่เดือนแล้ว”   “เรื่องเพศไม่ได้เลือกแล้ว เพราะมีครบแล้วค่ะ ถ้าเป็นหญิงก็ถือเป็นโชคดีของน้องสาวที่มีบัดดี้ ถ้าเป็นชายก็ถือเป็นโชคดีของพี่ชายไป อาการแพ้ท้องไม่มีเลย ก็เลยไม่รู้ว่าตัวเองท้อง”   “พี่กายก็ตื่นเต้นและดีใจอยู่แล้ว เพราะเค้าตั้งใจกับฮารุอยู่แล้วว่าจะมี 3 คน แต่ก็ไม่คิดว่าจะมีเร็วขนาดนี้ ถือว่าเป็นโชคดีมาเร็วจะได้เหนื่อยทีเดียว ตัวพี่กายกับฮารุก็รู้สึกว่ามาเร็วอยู่นะ เพราะคนเล็กแค่ 6 เดือนเอง ทิ้งระยะห่างน้อยมาก ไม่รู้ว่าจะมีผลต่อการท้องและร่างกายของฮารุมั้ย เดี๋ยวต้องปรึกษาหมอว่าต้องบำรุงอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า แต่ตัวเราก็ไม่กังวลนะ เพราะหลายคนก็ท้องติดกันเยอะแยะ แต่อาจจะเป็นเพราะฮารุผ่าคลอดด้วย ก็เลยกังวลว่าแผลอาจจะยังไม่สมานดีเท่าไหร่ แต่เรื่องการท้องยังปกติอยู่”   “ตอนนี้คนโตไปเรียนแล้วแบ่งเบานิดยึง เหลือคนเล็กที่อยู่บ้านแต่เค้าเลี้ยงง่ายเป็นผู้หญิง เราคิดแค่ว่าฮึดสู้เหนื่อยช่วงนี้ไปก่อน พอลูกโตพร้อมกันเราก็สบายแล้ว ตอนนี้มีคนช่วยเลี้ยงเยอะมาก ทั้งปู่ ย่า ตา ยาย เพื่อน พี่เลี้ยง ไม่ต้องกังวลว่าจะเลี้ยงไม่ไหว”   “มั่นใจว่าจะมีแค่ 3 ค่ะ แล้วจะเอามดลูกออกมาเผาทิ้งเลย (หัวเราะ) ไม่ไหวแล้วจริงๆ น่าจะทำหมันเลยค่ะ แต่เดี๋ยวตัดสินใจอีกทีว่าจะเป็นพี่กายทำหรือฮารุทำ แต่ทำแน่ๆ ค่ะคนใดคนนึง พี่กายเค้าก็บอกว่าเค้าทำให้ได้นะ แต่คือฮารุจะผ่าคลอดอยู่แล้ว ถ้าทำหมันไปเลยมันก็ง่ายเพราะแผลผ่าเดียวกัน แต่บางคนบอกให้ผู้ชายทำสิ เพราะเราท้องแล้ว เดี๋ยวค่อยว่ากันอีกที ดูพฤติกรรมว่าดีหรือเปล่า ถ้าพฤติกรรมดีเดี๋ยวทำเอง แต่ถ้าพฤติกรรมไม่ดีให้เธอทำ (หัวเราะ) คนรอบข้างอยากให้ผู้ชายเป็นคนทำมากกว่า เหมือนเราท้องแล้วเสียสละอีกอย่างนึง”   “พี่กายก็เป็นห่วงเพราะฮารุเป็นคนทำอะไรเร็ว ท้อง 3 แล้วก็ยังทำอะไรเร็ว เวลาไปไหนมาไหนให้ดูแลตัวเองดีๆ งานของฮารุพักไปเลยเลี้ยงแต่ลูกอย่างเดียว พี่กายก็ทำงานคนเดียว เค้าต้องขยันกว่าเดิม อยากมี 3 ก็ต้องทำหนักกว่าเดิมค่ะ” ฮารุกล่าว ฮารุ ท้องลูกที่คน 3 แล้ว   ฮารุ ท้องลูกที่คน 3 แล้ว   ฮารุ ท้องลูกที่คน 3 แล้ว   ฮารุ ท้องลูกที่คน 3 แล้ว   ฮารุ ท้องลูกที่คน 3 แล้ว  

รวมพลคนศัลฯ ส่องซุปตาร์เบ้าหน้ามาไกล...มากกกก!!
ดาราศัลยกรรม /  เบ้าหน้าเปลี่ยน / 

กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วล่ะม้างงง สำหรับ คนบันเทิง กับ การศัลยกรรม จุดนี้จะบอกว่าเป็นแต่เฉพาะคนบันเทิงก็คงไม่ถูกต้องสักเท่าไร เพราะประชาชนคนทั่วไปก็นิยมชมชอบการศัลยกรรมอยู่ไม่น้อย ก็แหม...คนเราเกิดมาไม่ได้เพอร์เฟ็คท์ตั้งแต่หัวจรดเท้ากันทุกคนนี่นา มีวิวัฒนาการทางการแพทย์ที่จะพอช่วยให้ดูดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ก็น่าสนใจไม่น้อย ใครมีจุดด้อยก็เลือกศัลฯกันตามสะดวก งานนี้แม้ใครก็ได้ที่จะสนใจในเรื่องศัลกรรม แต่คนในแวดวงบันเทิงก็จัดว่ามีความจำเป็นต้องพึ่งพาวิวัฒนาการเหล่านี้มากกว่าคนในแวดวงอื่นๆ นั่นก็เพราะต้องใช้เบ้าหน้าทำมาหากิน อยู่ในวงการมายาจะให้รูปร่างหน้าตาเหมือนลูกเป็ดขี้เหร่ได้ยังไงล่ะเนอะ ซึ่งปัจจุบันไม่ว่าชายหรือหญิงก็ขึ้นเขียงให้หมอผ่าๆ ฉีดๆ เฉาะๆ เคาะๆ กันได้ทั้งนั้น บางคนไม่ปิดไม่บัง ศัลฯก็บอกว่าศัลฯ แต่หลายคนก็ปากหนักทำมาเยอะแยะแต่บอกว่าเปล่าซะงั้น ต้องให้งัดภาพเก่ามาแฉถึงจะยอม แหมๆๆ สมัยนี้เขาไม่แคร์กันแล้วจ้าว่าจะสวยหล่อแบบใสๆ หรือสวยหล่อแบบศัลฯ ดูดีทุกมุมไว้ก่อนได้เปรียบนะเออ ว่าแล้วก็ไปส่องคนบันเทิงที่เบ้าหน้ามาไกลกันหน่อยดีกว่า ซุปตาร์สมัยนี้เรื่องศัลยกรรมคงมีเยอะแยะ แต่ที่ทำแล้วทำอีกทำจนหน้าเปลี่ยนไปแทบจะเป็นคนละคนนั้นมีไม่มาก ใครมาไกลแบบสุดๆ ไปเบิ่งกันเลย!! กระแต อาร์สยาม กระแต อาร์สยาม กระแต อาร์สยาม กระแต อาร์สยาม กระแต อาร์สยาม กระแต อาร์สยาม กระแต อาร์สยาม ก้อย รัชวิน ก้อย รัชวิน ก้อย รัชวิน ก้อย รัชวิน ก้อย รัชวิน ก้อย รัชวิน ก้อย รัชวิน ก้อย รัชวิน ซานิ AF ซานิ AF ซานิ AF ซานิ AF ซานิ AF ซานิ AF ซานิ AF ซานิ AF ซานิ AF หญิง รฐา หญิง รฐา หญิง รฐา หญิง รฐา หญิง รฐา หญิง รฐา หญิง รฐา หญิง รฐา ดิว อริสรา ดิว อริสรา ดิว อริสรา ดิว อริสรา ดิว อริสรา ดิว อริสรา ดิว อริสรา ดิว อริสรา ดิว อริสรา นิว - จิ๋ว The Star นิว - จิ๋ว The Star จิ๋ว The Star นิว - จิ๋ว The Star นิว - จิ๋ว The Star นิว - จิ๋ว The Star นิว - จิ๋ว The Star นิว - จิ๋ว The Star นิว - จิ๋ว The Star ปุ๊กลุก ฝนทิพย์ ปุ๊กลุก ฝนทิพย์ ปุ๊กลุก ฝนทิพย์ ปุ๊กลุก ฝนทิพย์ ปุ๊กลุก ฝนทิพย์ ปุ๊กลุก ฝนทิพย์ ปุ๊กลุก ฝนทิพย์ ปุ๊กลุก ฝนทิพย์ ปุ๊กลุก ฝนทิพย์ พุฒ พุฒิชัย พุฒ พุฒิชัย พุฒ พุฒิชัย พุฒ พุฒิชัย พุฒ พุฒิชัย พุฒ พุฒิชัย พุฒ พุฒิชัย พุฒ พุฒิชัย พุฒ พุฒิชัย พุฒ พุฒิชัย มด ณปภัช มด ณปภัช มด ณปภัช มด ณปภัช มด ณปภัช มด ณปภัช มด ณปภัช มด ณปภัช มด ณปภัช มด ณปภัช สิงโต The Star สิงโต The Star สิงโต The Star สิงโต The Star สิงโต The Star สิงโต The Star สิงโต The Star สิงโต The Star สิงโต The Star สิงโต The Star เอิร์น The Star เอิร์น The Star เอิร์น The Star เอิร์น The Star เอิร์น The Star เอิร์น The Star ขอบคุณรูปภาพจาก IG : @rachwinwong @modnapapat @yingrhathaofficial @push_dj @pooklook_fonthip @kratea_rsiam_official, mut.ch7.com

จัดโต๊ะทำงานตามฮวงจุ้ย สำหรับคุณผู้หญิง !! ให้เป็นที่รักของเจ้านาย
ความเชื่อ /  จัดโต๊ะทำงาน / 

จัดโต๊ะทำงานตามฮวงจุ้ย แบบฉบับเฉพาะคุณผู้หญิง!! จะต้องจัดแบบไหนถึงจะให้เป็นที่รักของเจ้านาย อันนี้สำคัญนะจ๊ะ เพราะทำงานเหนื่อยทั้งที ก็อยากจะให้ความเหนื่อยที่ทุ่มเทลงไปมีคนเห็นผลงานของเราบ้าง วันนี้แม่หมอ แห่ง Horoscope.mthai.com เลยขอมาเขียนถึงสักนิด แล้วอย่าลืมไปจัดตามที่แนะนำนะคะ :)   เกิดวันอาทิตย์ เอาต้นไผ่กวมอิมมาวางบนโต๊ะทำงาน ช่วยป้องกันสิ่งไม่ดีไม่ให้เข้ามาได้ เกิดวันจันทร์ โต๊ะทำงานคนเกิดวันจันทร์ให้เอาปากกาหรือดินสอหงายขึ้น เอสแบบแหลมๆ วางมุมโต๊ะทำงาน เหมือนความเฉียบคมเวลาคิดอะไรไม่ออก เกิดวันอังคาร โต๊ะทำงานควรมีพลังหมุนเวียน หาลูกบอลกลิ้งในน้ำเล็กๆ มาวาง หรือตุ๊กตาหัวโยก แต่ถ้าเป็นสัตว์ นกฮูกจะเหมาะสุด เพราะเป็นเรื่องความฉลาด เกิดวันพุธ ให้วางต้นเศรษฐีเงินนอกหรือเศรษฐีเงินในบนโต๊ะทำงาน เพราะสาววันพุธเก็บเงินไม่ค่อยอยู่จะได้เก็บเงินได้มากขึ้น เกิดวันพฤหัสบดี หาตุ๊กตาตัวที่ฮึกเหิมหน่อย อย่างม้า มาวางไว้เธอจะได้แอ็คทีฟสนุกกับการทำงาน เกิดวันศุกร์ ง่ายๆ เลย แค่รักษาโต๊ะทำงานไม่ให้มีฝุ่นเกาะ ไม่ดูรกรุงรัง เอาให้เป็นระเบียบ หาของแล้วเจอ แค่นี้ก็เป็นฮวงจุ้ยสำหรับสาววันนี้แล้วจ้า เกิดวันเสาร์ ทำงานเหนื่อยตลอดแบบเธอ แนะนำให้หารูปดอกบัวมาวางไว้หรือติดกำแพง เพราะนั่นคือความสงบที่เธอต้องการนั่นเอง ที่มาจาก : I-see magazine

M Pictures จัดหนัก ! สั่งตรงหนังเทศกาลหนังเมืองคานส์เอาใจคอหนังชาวไทย
Café Society /  Hell or High Water / 

M Pictures จัดหนัก ! สั่งตรงหนังเทศกาลหนังเมืองคานส์เอาใจคอหนังชาวไทย เทศกาลภาพยนตร์คานส์ (Cannes Film Festival) ถือเป็นเทศกาลภาพยนตร์ที่มีอิทธิพลต่อวงการภาพยนตร์โลก มีความเก่าแก่ รวมทั้งมีชื่อเสียงมากที่สุดในโลกเทศกาลหนึ่ง และในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ก็มีดาราชั้นนำของเมืองไทยไปร่วมเดินพรมแดงในงานเทศกาลนี้ ทำให้เป็นกลายเป็นเทศกาลภาพยนตร์ที่คนไทยให้ความสนใจกันมากขึ้น และเพื่อให้พี่น้องชาวไทยได้สัมผัสความเป็นคานส์ M Pictures หนึ่งในบริษัทจัดจำหน่ายภาพยนตร์ชั้นนำของไทย ได้จัดทัพนำเอาภาพยนตร์ที่เคยฉายและผ่านการประกวดในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ครั้งที่ 69 (ปี 2016) มาให้แฟนภาพยนตร์ชาวไทยได้รับชมกันถึง 4 เรื่อง 4 สไตล์ ในช่วงเดือนกรกฎาถึงสิงหาคมนี้ เริ่มต้นเรื่องแรกใน วันที่ 14 กรกฎาคม 2559 กับ Café Society : ณ ที่นั่นเรารักกัน ภาพยนตร์ที่ได้รับเลือกให้ฉายเปิดเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ผลงานภาพยนตร์โรแมนติก-คอมเมดี้ โดย วู้ดดี้ อัลเลน (Woody Allen) เล่าเรื่องราวในยุค 1930 อันเป็นยุคทองของฮอลลีวู้ด บ๊อบบี้ (เจสซี ไอเซนเบิร์ก : Jesse Eisenberg) ชายหนุ่มผู้อยากจะเป็นผู้จัดการดาราฮอลลีวู้ด แต่ดันไปตกหลุมรักกับ วอนนี่  (คริสเตน สจ๊วต : Kristen Stewart) เลขาสาวของ ฟีล (สตีฟ คาเรล : Steve Carell) คุณอาผู้เป็นเจ้านายของเขา ร่วมด้วยดาราดังอีกคับคั่ง อาทิ เบลค ไลฟ์ลี (Blake Lively), พาร์คเกอร์ โพซีย์ (Parker Posey), คอรีย์ สโตลล์ (Corey Stoll), เคน สต็อตต์ (Ken Stott), จีนนี่ เบอร์ลิน (Jeannie Berlin) ตามมาติด ๆ กับ The Handmaiden : ล้วง เล่ห์ ลวง รัก ผลงานที่ถูกกล่าวขวัญกันอย่างอื้ออึงในสายประกวดรางวัลปาล์มทองคำ (Palme d'Or) จนถึงเรื่องราวชีวิตจริงอันอื้อฉาวของนางเอกสาว คิม มินฮี  (Kim Min Hee) ผลงานการกำกับ ปาร์ค ชานวุค (Park Chan-wook) ผู้กำกับภาพยนตร์ที่มีผลงานฮือฮาอย่าง Oldboy : เปิดบัญชีแค้น มาแล้ว โดยหยิบเอานิยายเรื่อง Fingersmith ของซาราห์ วอเตอร์ส (Sarah Waters) หรือที่แปลเป็นไทยในชื่อ เล่ห์รักนักล้วง มาเล่าเรื่องใหม่โดยเปลี่ยนฉากหลังจากอังกฤษยุควิคตอเรียน มาเป็นเกาหลียุคที่ตกอยู่ภายใต้การยึดครองของญี่ปุ่นในปี 1930 หญิงสาวนามว่า ซุกฮี (คิม เตรี : Kim Tae-ri) เข้ามาทำงานเป็นสาวใช้ให้คุณหญิง ฮิเดโกะ (คิม มินฮี : Kim Min Hee) ผู้เก็บเนื้อเก็บตัว โดยมีลุงโคซุกิ (โช จินวุง : Jo Jin-Woong) คอยบงการชีวิตคุณหญิงตลอดเวลา ภายใต้ความไร้เดียงสาของซุกฮี แท้จริงแล้วเธอคือโจรล้วงกระเป๋าที่เจ้านาย ฟูจิวะระ (ฮา จองอู : Ha Jung-woo) ส่งมาเป็นนางนกต่อ เพื่อให้เขาได้แต่งงานกับฮิเดโกะแล้วเอาสมบัติ ทว่าความรู้สึกผูกพันระหว่างซุกฮีกับคุณหญิงนั้นลึกซึ้งจนนำไปสู่การหลอกลวง และหักหลังครั้งใหญ่ เปิดรอบพิเศษ 4 สิงหาคม เข้าฉายจริง 11 สิงหาคม 2559 และเรื่องต่อมาเข้าประกวดในสาย Un Certain Regard กับเรื่อง Hell or High Water : ปล้นเดือด ล่าดุ จากทีมเขียนบทภาพยนตร์ Sicario : ทีมพิฆาต ทะลุแดนเดือด ผลงานการกำกับภาพยนตร์โดย เดวิด แมคเคนซี่ (David Mackenzie) เรื่องราวของพ่อม่ายลูกหนึ่งและน้องชายที่เคยติดคุก (คริส ไพน์ : Chris Pine และเบน ฟอสเตอร์ : Ben Foster) ที่ร่วมกันวางแผนปล้นครั้งใหญ่ เพื่อที่พวกเขาจะได้รักษาฟาร์มของครอบครัวในรัฐเท็กซัสเอาไว้ ทำให้นายอำเภอมาร์คัส (เจฟฟ์ บริดเจส : Jeff Bridges) ประกาศตามล่าสองพี่น้องคู่นี้อย่างไม่ลดละ เข้าฉาย 18 สิงหาคม 2559 และเรื่องสุดท้าย วันที่ 25 สิงหาคม 2559 กับ ผลงานเข้าประกวดชิงรางวัล ปาล์มทองคำ (Palme d'Or) ที่ทำให้ผู้ชมและนักวิจารณ์ตกตะลึง The Neon Demon : สวย อันตราย ผลงานการกำกับภาพยนตร์โดย นิโคลัส วินดิง เรฟฟิน (Nicolas Winding Refn) ภาพยนตนตร์ที่เปิดโปงเบื้องหลังวงการแฟชั่น ที่ทำให้ผู้ชมและนักวิจารณ์ตกตะลึงมาแล้ว เมื่อเจสซี่ (แอล แฟนนิ่ง : Elle Fanning) เด็กสาวผู้ฝันจะเป็นนางแบบได้เดินทางมาถึงลอสแองเจลิสเพื่อตามความฝัน  เมื่อเธอได้เป็นนางแบบก็รู้ว่าภายใต้ฉากหน้าของวงการแฟชั่น ความสาวและความสดใสของเธอกำลังถูกกลืนกินโดยเพื่อนร่วมงานที่คลั่งไคล้ในความงามและหวังอยากได้ทุกอย่างที่เธอมี คอยติดตามชมความสนุกสนานทั้ง 4 เรื่อง 4 รส ที่สั่งตรงมาจากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์มาถึงเมืองไทยได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปในโรงภาพยนตร์

Origami โคมไฟนก น้อยสุดน่ารัก
furniture

วันนี้ Decor.MThai จะพาเพื่อนๆ ไปพบกับ Origami โคมไฟนก น้อยสุดน่ารัก กันคะ โคมไฟ Origami เป็นโคมไฟที่มีรูปลักษณ์พิเศษ ตัวโคมเป็นรูปนก ส่องจะเปร่งประกายออกมาภายในตัวนก ที่พิเศษกว่านั้นคือเจ้านกสามารถเคลื่อนไหวได้อีกด้วยนะคะ โคมไฟมีทั้งแบบตั้งพื้น และติดผนัง เรียกว่าเป็นโคมไฟที่ดูแปลกตามากเลยนะคะ เห็น Origami โคมไฟกันไปแล้ว ช่างเป็นงานดีไซน์ที่ทั้งสวย และแปลกใหม่มากๆ เลยนะคะ เป็นการเปิดมุมมองใหม่ๆ ของวงการโคมไฟเลยก็ว่าได้ค่ะ ขอบคุณ : http://www.boredpanda.com