น้องเดียว

รับพนักงานเลือกสถาบัน เรื่องจริงบั่นทอนใจ มหาวิทยาลัยชื่อ(ไม่)ดัง
SCB /  ดราม่า / 

เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในสังคมกับการ "แบ่งเกรดสถาบัน" ในการรับสมัครคนเข้าทำงาน ไม่ว่าจะบริษัทไหน ๆ หรือ ฝ่ายบุคลากรที่ใด ก็ย่อมต้องการผู้ที่มีความรู้ความสามารถ เข้ามาช่วยเป็นส่วนหนึ่ง ให้องค์กรเดินหน้าไปอย่างมีประสิทธิภาพ การระบุคุณสมบัติ เป็นการคัดกรองเบื้องต้น จะเลือกจากสถาบัน หรือเลือกที่ตัวบุคคล ก็แล้วแต่ว่าจะคุยกันลับ ๆ หลังการพิจารณาสัมภาษณ์ หากแต่เปิดประกาศขึ้นมาว่าจำกัดจะรับผู้ที่จบจากสถาบันใด ๆ ก็กลายเป็นประเด็นดราม่า โดนกระแสโจมตีขึ้นมาทันที อย่างกรณีธนาคารชื่อดัง จำกัดสิทธิ์ผู้สมัคร เฉพาะสถาบันที่กำหนด เรื่องนี้ ไม่ใช่ความ "ผิดพลาด" แต่เกิดจากความ "ผิดคาด" ที่พอมีคนจุดประเด็นขึ้นมา ก็กลายเป็นเรื่องใหญ่โตทันที เพราะการคัดเลือกบุคคลจากสถาบัน ต้องยอมรับว่า ยังคงมีอยู่จริง แต่การติดประกาศชัดเจน โจ่งแจ้งแบบนี้ ทำให้บางส่วน มองเป็นนโยบาย "กีดกัน" เพราะฉะนั้น หากจะเลือกจากสถาบันจริง ควรจะพูดกันลับ ๆ คุยกันแค่ภายในว่า จะรับ หรือไม่รับ สถาบันใด แต่หากมองในทางกลับกัน ด้านบริษัทที่เป็นฝ่ายผู้จ้างงานเอง ก็สามารถเลือกได้ว่าจะรับผู้ที่จบจากสถาบันใด การออกมาประกาศเช่นนี้ ก็เป็นผลดี จะได้รู้กันไปเลยว่า จะได้รับเลือกหรือไม่ จะได้ไม่เสียเวลาไปสมัคร เหนื่อยฟรีกับการเตรียมตัว การเดินทางไปสัมภาษณ์ เพราะที่ผ่านมา การจ้างงานก็ย่อมระบุ เพศ อายุ เกรด ประสบการณ์เพื่อกรองคนอยู่แล้ว ถือเป็นความตกลงของทั้งสองฝ่าย นอกจากนี้ บางบริษัทที่คลุกคลีกับนักศึกษาฝึกงาน มักจะรู้ดีว่า นักศึกษาสถาบันใด มีลักษณะการทำงานแบบใด การรับสมัครจึงเป็นที่ทราบกันกลาย ๆ ว่าการคัดเลือกรุ่นน้อง จากรุ่นพี่สถาบันเดียวกัน มาทำงานที่เดียวกันเกิดขึ้นจริง ใครจะรู้ว่า ก่อนสัมภาษณ์เมื่อฝ่ายบุคคล หัวหน้างานมีตัวเลือกไว้ในใจแล้ว ผู้ที่จบจากสถาบันอื่น แม้จะเตรียมตัวดีแค่ไหนก็ไม่มีโอกาสได้รับเลือก แต่เรื่องแบบนี้ จะเหมารวมไปทั้งหมดก็ไม่ถูก แต่ละสถาบันให้ความรู้ สอนให้เป็นคนดีไม่ต่างกัน ทุกที่ทุกสถาบันจึงมีทั้งเด็กเก่ง เด็กไม่เก่ง เหมือน ๆ กัน ถึงตอนนี้คนที่จบมหาวิทยาลัยไม่ดังนัก ก็คงได้รู้แล้วว่าการเลือกบุคคล รับพนักงานเข้าทำงานจากชื่อสถาบัน ยังคงมีอยู่จริง ผู้ที่จบจากสถาบันดังจะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ บางแห่งเลือกเพียง 3-4 สถาบันดังเท่านั้น เป็นกระบวนการปกติในการคัดกรองบุคคลเข้าทำงาน แบบนี้ การเลือกสถาบัน เป็นการแบ่งแยก (discriminate) หรือไม่ มีทั้งผู้ที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย แต่เนื่องจากสังคมไทยเป็นสังคมละเอียดอ่อน จึงกลายเป็นประเด็นขึ้นมา นานมาแล้วเรามักจะได้ยินคำว่า "เรียนที่ไหน จบสถาบันใด ก็เหมือน ๆ กัน ขอเพียงแค่ตั้งใจเรียน" ขณะที่ความเป็นจริง สังคมแห่งการแข่งขัน การสอบเข้าสถาบันที่มีชื่อเสียงนั้น บางคนถือเป็นเรื่องภาคภูมิใจของครอบครัวและตัวเด็ก ก่อนจะเป็นใบเบิกทางในการเข้าทำงาน กับการชูจุดขายจบจาก "มหาวิทยาลัยชื่อดัง" อย่างไรก็ตาม บางครั้งโอกาสทางการศึกษา ทางเดินชีวิตแต่ละคนไม่เหมือนกัน การจะวัดความสามารถจากสถาบัน จึงไม่ใช่คำตอบสุดท้ายเสมอไป ซึ่งการรับผู้จบเฉพาะสถาบันเข้าทำงาน เป็นสิทธิ์ของบริษัท แต่การโพสต์ลักษณะนี้ เป็นบทเรียนได้เป็นอย่างดี นอกจากจะบั่นทอนความมุ่งมั่น ปิดโอกาสเกิดความไม่เท่าเทียมแล้ว ยังส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์องค์กรอีกด้วย สุดท้ายแล้ว การรับสมัครงาน เป็นเพียงช่วงสั้น ๆ ของชีวิต หากผ่านด่านนี้ไปได้ ชื่อสถาบันไม่ได้มาเกี่ยวข้องอีกต่อไป การทำงานทุกแห่ง ขึ้นอยู่กับความสามารถ ประสบการณ์ และความตั้งใจ ผลงานเท่านั้นจะเป็นสิ่งบ่งบอกว่า ใครทำงานได้ดีกันแน่ เพชรพิริยะ MThai News

เบน ชลาทิศ เคลียร์ ดราม่า กดปุ่ม หนุ่ม เงาเสียง หลังร้องเพลงแค่ 3 วินาที
TGT5 /  บัณฑิต ซาวบุญตัน / 

เป็นเรื่องจนได้ หลังจากที่การแข่งขัน ไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ ซีซั่น 5 ในรอบออดิชั่น สัปดาห์ที่ 4 เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ก็กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาทันที สำหรับโชว์ของ บัณฑิต ซาวบุญตัน หรือ หนุ่ม เงาเสียง นักดนตรี วัย 28 ปี ที่นำเพลง ยื้อ ของ เบน ชลาทิศ หนึ่งในกรรมการประจำรายการ มาร้องไปได้แค่ 3 วินาที ก็โดนเจ้าของเพลงกดปุ่มแดงซะงั้น ทำเอาชาวเน็ตต่างวิพากษ์วิจารณ์ ถึงการตัดสินของ เบน ชลาทิศ ว่า เอาอะไรเป็นตัวชี้วัด หรือเห็นแค่ภาพลักษณ์เท่านั้นเองหรือ เลยกดปุ่ม เบน ชลาทิศ กับ ดราม่าปุ่มแดง บัณฑิต ซาวบุญตัน หนุ่ม เงาเสียง โดย เบน ชลาทิศ เผยผ่าน เฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงดราม่าดังกล่าว ยัน ไม่ได้ตัดสินคนจากภายนอก และขอให้แฟนๆ รายการติดตามชมรายการต่อไป เพราะยังมีโชว์ดีๆรอทุกท่านอยู่อีกมาก "สำหรับรายการ thailand's got talent สัปดาห์ที่ผ่านมานะครับ พอทราบฟีดแบคมาจากเพื่อนหลายๆที่ส่งข้อความมาเป็นห่วง และหลายคนแสดงความไม่พอใจ ขอบคุณมากๆครับ ส่วนตัวไม่ได้อยากให้เกิดเป็นประเด็นอะไร ผมมั่นใจว่าผมได้ใช้ศักยภาพและประสบการณ์ทั้งหมดที่ผมมีแล้วในการทำหน้าที่กรรมการเพื่อเลือกโชว์ที่ดีที่สุดมาให้คนดูทุกคน ในกรณีน้องหนุ่มมาร้องเพลงยื้อในรายการวันนั้น คำพูดของผมวันนั้นได้อธิบายความรู้สึกที่มีกับโชว์ของน้องเค้าวันนั้นไปหมดแล้ว ไม่นับว่าตัวผมกับน้องได้เคยเจอกันและรู้จักกันมาก่อนหน้าวันที่เราอัดเทปนั้นอยู่แล้ว มีหลายคนอาจเข้าใจคลาดเคลื่อนเรื่องการที่ผมตัดสินคนจากภายนอก ผมมั่นใจว่าผมเป็นคนนึงที่ต่อสู้กับเรื่องนี้มาตั้งแต่เริ่มเข้ามาทำอาชีพนี้ ด้วยบุคลิกหน้าตาผมก็ไม่ใช่พิมพ์นิยมอยู่แล้ว ไหนจะเรื่องรสนิยมส่วนตัว เพราะฉะนั้นอยากให้ทุกท่านตัดเรื่องนี้ออกไป แล้วมาดูกันที่ตัวงานของน้องวันนั้นล้วนๆนะครับ แต่หลายคนก็อาจจะพูดถึงว่าวันนั้นก็ก็ได้พูดถึงเรื่องรูปลักษณ์ของน้องไว้ด้วย ใช่ครับ นั่นเป็นความรู้สึกผิดหวังถ้านั่นจะเป็นรูปแบบโชว์ที่น้องเขาเตรียมไว้ แต่ก็อย่างที่พูดไว้แล้วนี้ว่าผมกับน้องเราเจอกันมาก่อนแล้วจากงานก่อนหน้านี้ ที่น้องใส่เสื้อผ้าเหมาะสมกับกาลเทศะดี เราจึงรู้สึกไม่ประหลาดใจกับชุดและสิ่งที่น้องเตรียมมาและคิดว่าน้องคงอยากทำเซอร์ไพรส์กับกรรมการท่านอื่นๆ ผมถึงมุ่งไปตั้งใจดูที่โชว์ความสามารถของน้องล้วนๆ ซึ่งทุกอย่างก็อย่างที่ปรากฏในคลิป (แต่ในคลิปไม่ใช่ทั้งหมดที่น้องแสดงรวมถึงที่ผมขึ้นไปร่วมแสดงด้วยกันน้องบนเวที) เท่านั้นนะครับ และหลังจากตอนท้ายโชว์ ผมก็ได้แสดงความคิดเห็นทั้งหมดอย่างจริงใจและตรงไปตรงมาไปหมดแล้วและไม่ขาดตกบกพร่องอะไร สุดท้ายแล้วผมก็ยังขอยืนยันในคำตัดสินของผมในวันนั้นทุกประการนะครับและแสดงความเสียใจหากการตัดสินใจของผมหรือคำพูดของผมอาจทำให้หลายๆคนไม่ชอบใจ หรือผิดหวังในตัวผม อย่างไรก็อยากให้ติดตามรายการต่อนะครับ เพราะยังมีโชว์ดีๆรอทุกท่านอยู่อีกมากครับ ขอบคุณครับ" ----------------------------------------------------------------- หลายคนอาจเข้าใจว่า การกดปุ่มสีแดงนั้น หมายถึง "ไม่ผ่าน" บอกเลยว่า ไม่ใช่จ้า สำหรับ กติกาในรอบ ออดิชั่น ไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ ซีซั่น 5 ในขณะที่ผู้แข่งขันกำลังทำการแสดง กรรมการจะสามารถกดปุ่ม ซึ่งการกดปุ่ม ไม่ได้หมายความว่า การแสดงนั้นจะต้องตกรอบ แต่ถ้าโชว์นั้น กรรมการ ทั้ง 4 กดปุ่ม นั่นหมายความว่า การแสดงนั้นจะหยุดทันที เพราะคำตัดสินว่า "ผ่าน" หรือ "ไม่ผ่าน" ต่างหาก คือจะบอกได้ว่า ทาเลนต์นั้น ได้ไปต่อหรือไม่ ซึ่งในซีซั่นนี้ มีกติกา ปุ่มสีทอง เพิ่มเข้ามา ซึ่ง สิทธิ์ที่กรรมการจะเลือกใช้ มีเพียงแค่ คนละ 1 ครั้ง กับโชว์ที่ดีที่สุด และสมควรได้ผ่านเข้ารอบ เซมิไฟนอล ทันที ----------------------------------------------------------------- มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ใจหล่อมาก! เกริก ไม่รังเกียจตัดผมผู้ป่วย HIV
เกริก ชิลเลอร์ /  เกริก ตัดผม / 

ถือเป็นเรื่องราวดีๆ ของนักแสดงมากความสามารถ เกริก ชิลเลอร์ ที่ชื่นชอบการตัดผม ทั้งตัดให้ตัวเองและคนอื่น (แบบไม่เคยเก็บเงินสักบาท) เร่งพัฒนาฝีมือตลอด 1 ปีเต็มจนเร็วๆ นี้กำลังจะเปิดร้านตัดผมเป็นของตัวเอง ล่าสุดมีแฟนคลับเข้ามาคอมเม้นท์ใน Facebook ส่วนตัวของ หนุ่มเกริก ว่า "พี่ หนูป่วยเป็น HIV พี่กล้าตัดผมหนูมั้ย" ซึ่งเจ้าตัวตอบกลับไปว่า "ตัดผมแล้วมันเกี่ยวอะไรกับเป็น HIV ถ้าตัดไม่ได้ งั้นคนเป็น HIV ก็ไม่มีใครได้ตัดผมล่ะสิ แล้วที่พี่ตัดมาเป็นร้อยๆ หัวเนี่ย พี่ก็ไม่รู้หรอกใครเป็นอะไรบ้าง พี่ก็ตัดให้ จะติดกันได้ก็ต่อเมื่อเลือดน้องกับเลือดพี่เข้ามาผสมกัน หรือมีเพศสัมพันธ์กันเท่านั้นครับ กลัวไรครับ" และ "น้องไม่ต้องห่วง คนเป็นช่างผมพี่เชื่อว่าทุกคนมีหัวใจที่อยากจะตัดผมให้ออกมาให้ดีที่สุดเท่าที่เค้าจะทำได้ และจะตัดให้กับทุกคนและช่างทุกคนมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับ HIV เป็นอย่างดี" ทำเอาชาวเน็ตเข้ามาคอมเม้นท์ชื่นชม หนุ่มเกริก มากมายกับความเป็นมืออาชีพที่ไม่เลือกปฏิบัติ... ขอยกย่อง "หัวใจพี่หล่อมากค่ะ" ขอบคุณภาพจาก FB : Kirk Schiller ใจหล่อมาก! เกริก ไม่รังเกียจตัดผมผู้ป่วย HIV ใจหล่อมาก! เกริก ไม่รังเกียจตัดผมผู้ป่วย HIV เกริก ชิลเลอร์ เกริก ชิลเลอร์ เกริก ชิลเลอร์ เกริก ชิลเลอร์

สุดเศร้า! หนิง รับแท้งลูกคนที่ 2 แล้ว
หนิง ปณิตา /  ดารามีลูก / 

หลังหลายคนลุ้นข่าวดีว่าเมื่อไหร่ น้องนิริน จะมีเพื่อนเล่นกับเค้าบ้างสักที แต่แล้วคุณแม่คนสวย หนิง ปณิตา ก็ออกมายอมรับแล้วว่าพึ่งแท้งลูกคนที่สองไปเมื่อเดือนที่ผ่านมา เผยเสียใจเพราะน้องอยู่กับตนแค่ 2 วัน ลั่นไม่ซีเรียสเหตุร่างกายไม่แข็งแรงอยู่แล้ว พร้อมจับมือสามี จิน จรินทร์ เดินหน้าปั้มลูกต่อ หากไม่ได้จริงๆอาจจะพักโครงการไปเลย งานนี้น้อง น้องนิริน ต้องรีบดูแลสุขภาพคุณแม่แล้วล่ะ ไม่งั้นไม่มีเพื่อนเล่นน๊า!! "คือน้องก็ได้อยู่กับเราแค่ไม่กี่วันเอง เพราะตอนที่หนิงตรวจด้วยเครื่องมือมันมีขีดขึ้นมาจาง ๆ เพียงแต่ว่าหลังจากนั้นไม่นานประจำเดือนของหนิงก็มาเป็นปกติ น่าจะผ่านมาสัก 1 เดือนแล้วค่ะ เรื่องเสียใจมันก็ต้องมีบ้างนิดหนึ่ง" "เพราะน้องอยู่กับเราได้แค่ 1-2 วันเอง ตอนที่ขึ้นมาขีดจาง ๆ ดีใจสิคะ เราก็อยากมีอีกสักคนให้มาเป็นเพื่อนกับนิริน แต่ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรค่ะ เพราะเราก็รู้อยู่แล้วว่าร่างกายเราไม่แข็งแรง แต่หลังจากนี้อาจจะรออีกสักครั้งถ้าหากไม่ได้จริง ๆ ก็พอละค่ะ" ขอขอบคุณภาพจาก IG @ningpanita หนิง ปณิตา หนิง ปณิตา หนิง - น้องณิริน หนิง - จิน

แกรมมี่ มั่นใจ ครึ่งปีหลัง เพลง-โชว์บิซคึกคัก
GMM Grammy /  กริช ทอมมัส / 

หลังจากที่ กลุ่มธุรกิจเพลง จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ได้มีการปรับโครงสร้าง และแนวทางใหม่ ด้วยการแบ่งค่ายและแนวเพลง ให้ชัดเจนมากขึ้น ก็ทำให้ ครึ่งปีแรก ผ่านฉลุย ไปเป็นที่เรียบร้อย คุณ กริช ทอมมัส โดยในครึ่งปีหลัง “กริช ทอมมัส” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานจีเอ็มเอ็ม มิวสิค บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เปรย เตรียมสร้างศิลปินหน้าใหม่ออกสู่วงการเพลงเพื่อเป็นการต่อยอดรายได้อย่างครบวงจร เสริมทัพด้วยหลากหลายคอนเสิร์ต-เทศกาลดนตรี ที่พร้อมสร้างความสนุก อาทิ คอนเสิร์ต 20 ปี แกรมมี่โกลด์ หรือจะเป็น บิกเมาน์เทน มิวสิค เฟสติวัล ปลายปีนี้ สามสาว พลอยชมพู แพรว คณิตกุล และพิจิกา ภาพจากงาน จิ้มไหล่ เฟสติวัล “ปีนี้นับเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของกลุ่มธุรกิจเพลง เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ตลาดเออีซี โดยได้ปรับโครงสร้างด้วยการจัดแบ่งค่ายเพลงตามแนวเพลงให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ประกอบด้วย แนวเพลงป๊อป (เมนสตรีม) แนวเพลงร็อค (จีนี่ เรคคอร์ดส์) แนวเพลงอีซี่ ฟังสบาย (เวิร์คแก๊งค์) แนวเพลงลูกทุ่ง (แกรมมี่โกลด์) แนวเพลงอินดี้ (สนามหลวง) และแนวเพลงสำหรับวัยรุ่น (ทีน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์) รวมทั้งเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจจาก มิวสิค บิสิเนส สู่ ไอดอล บิสิเนส เพื่อสร้างรายได้ให้ครอบคลุม 360 องศา นอกจากนี้แกรมมี่ยังได้พัฒนาศิลปินคลื่นลูกใหม่เข้าสู่วงการเพลงอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้ได้แจ้งเกิดศิลปินน้องใหม่ที่กำลังมาแรง อาทิ อะตอม-ชนกันต์ รัตนอุดม เจ้าของเพลง Please (พลีส) ที่ติดชาร์ตอันดับ 1 สถานีวิทยุทั่วประเทศ ขณะที่ พลอยชมพู-ญานนีน ภารวี ไวเกล สาวน้อยลูกครึ่งไทย-เยอรมัน วัย 15 ปี ที่โด่งดังจากเน็ตไอดอล ได้กลายมาเป็นนักร้องน้องใหม่ของแกรมมี่ ด้วยซิงเกิ้ลแรก ชักดิ้นชักงอ และปัจจุบันพลอยชมพูยังได้ก้าวขึ้นมาเป็นนักร้องคนแรกของเมืองไทย ที่มียอดผู้ติดตามในยูทูปไทยแลนด์ กว่า 1 ล้านสมาชิก นอกจากนี้พลอยชมพูยังเตรียมปล่อยผลงานเพลงในเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ เพื่อขยายตลาดไปยังต่างประเทศอีกด้วย” สำหรับในพาร์ทของธุรกิจโชว์บิซ ครึ่งปีหลัง คึกคักแน่นอน ทั้งคอนเสิร์ต บิ๊กเฟสติวัล และเวทีแจ้งเกิดศิลปินหน้าใหม่ “สำหรับในส่วนธุรกิจโชว์บิซนั้น นับว่าคึกคักตั้งแต่ต้นปี ด้วยคอนเสิร์ตใหญ่หลายรายการที่แกรมมี่จัดเต็มตามกระแสเรียกร้องของแฟน ในขณะที่ครึ่งปีหลังจะเข้มข้นขึ้นกว่าเดิม อาทิ คอนเสิร์ตของวงบอดี้สแลม,25hours,บิ๊กแอส,โปเตโต้ หรือการแบทเทิลกันของศิลปินต่างค่าย ภายใต้ชื่อคอนเสิร์ต แบนด์ ออน เดอะ รัน , จิ้มไหล่ เฟสติวัล 2 คอนเสิร์ตที่รวบรวมชาวเน็ตไอดอลมาปล่อยของและพบกับแฟนเพลงของเขาแบบตัวเป็นๆ,คอนเสิร์ต 20 ปี แกรมมี่โกลด์ และปิดท้ายด้วยเทศกาลดนตรีระดับประเทศ บิกเมาน์เท่น มิวสิค เฟสติวัล 7 ที่คาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานนี้กว่า 5 หมื่นคน” มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

โหด! สาวฉุนรถโดนชนท้าย ปล่อยหมัดไม่ยั้งใส่คู่กรณี
ชกต่อย /  ทะเลาะวิวาท / 

โลกออนไลน์แชร์ว่อนคลิปหญิงจักรยานยนต์ไม่พอใจสาวขับเก๋งขี่รถจี้ท้าย เข้าชกต่อยหญิงขับเก๋งกลางถนน ท่ามกลางสายตาผู้สัญจรไปมา กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ที่ถูกพูดถึงกันอย่างมาก เมื่อมีการแชร์คลิปของสาวอารมณ์ร้อนชกต่อยหญิงขับเก๋งกลางถนน พระราม 9 แยกผังเมือง ด้วยเหตุขับรถจี้ท้าย ทำให้เกิดความไม่พอใจ ทำร้ายร่างกาย ท่ามกลางสายตาของผู้สัญจรผ่านไปมา ทั้งนี้ ผู้ใช้งานเฟซบุ๊ครายหนึ่ง ได้โพสต์คลิปเหตุการณ์ พร้อมข้อความว่า เย็นวันที่ 30 มิ.ย. เวลา 17.15 น. มีเหตุไม่พอใจขับรถจี้ท้าย จึงลงมาเคลียร์ที่ถนนพระราม 9 แยกผังเมือง มีต่อยกัดด้วย ทำเกินไปไหมน้อง ทำร้ายร่างกายนะ โดย คลิปดังกล่าวเผยให้เห็น ขณะที่หญิงสวมหมวกกันน็อคคนหนึ่ง มีปากเสียงกับหญิงอีกคนภายในรถเก๋งสีแดง ซึ่งเปิดกระจกรถอยู่ จากนั้นเธอได้ถอดหมวกกันน็อคแล้วเข้าทำร้ายหญิงขับเก๋ง ด้วยการชกต่อย กระชาก พร้อมบอกให้ออกจากรถ จนกระทั่ง รถเก๋งคันดังกล่าวพุ่งไปข้างหน้าชนซ้ำเข้ากับรถจักรยานยนต์ที่ล้มอยู่ ซึ่งมีชายคาดว่าเป็นแฟนหนุ่มยืนดูสถานการณ์ โดยไม่ห้ามปรามการกระทำแต่อย่างใด จากนั้นคนขับวินมอเตอร์ไซค์เข้าห้ามแต่ก็โดนด่ากลับ จึงเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึง หญิงรายดังกล่าวจึงหยุดทำร้าย ด้านหญิงขับเก๋งได้ออกจากรถเข้าให้การ หลังจากคลิปได้ถูกเผยแพร่ออกไปในโลกออนไลน์ บรรดาชาวโซเชียลต่างวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงการกระทำของหญิงสาวรายนี้ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวยังตัดสินไม่ได้ว่าใครผิด แต่หญิงเจ้าของรถจักรยานยนต์ผิดเต็ม ๆ เนื่องจากทำร้ายร่างกายผู้อื่น ขอบคุณภาพ Somsak Phichaisacorn MThai News

อยู่กันยาวๆ! สุพรรณบุรี เอฟซี ผนึกกำลังแบรนด์กีฬามาแรงวาริกซ์อีก 2 ปี
ฟุตบอล /  ฟุตบอลไทย / 

สุพรรณบุรี เอฟซี ยอดทีมแห่งศึก โตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก จรดปากกาต่อสัญญากับผลิตภัณฑ์วาริกซ์ ในการดูแลชุดแข่งขันไปอีก 2 ปีด้วยงบประมาณมหาศาล โดยคุณ วิศัลย์ วนะศักดิ์ศรีสกุล กรรมการผู้จัดการ บ.วาริกซ์สปอร์ต จำกัด พร้อมพัฒนาคุณภาพและเพิ่มเทคโนโลยีให้โดนใจคนรุ่นใหม่อย่างเต็มที่ หลังจากพลิกโฉมปรับลุคทีมครั้งใหญ่ สุพรรณบุรี เอฟซี ยอดทีมในโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก ก็ยังเดินหน้าทำงานหนักอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ณโรสกาเด้นซ์ อ.สามพราน จ.นครปฐม ได้มีการขยายสัญญากับผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าแนวหน้าของไทยอย่าง วาริกซ์ ต่อไปอีก 2 ปี หลังจากในฤดูกาลนี้ได้ประเดิมใช้ชุดแข่งจากบริษัทดังกล่าวเป็นครั้งแรก             สำหรับงานแถลงข่าวต่อสัญญาครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก บิ๊กท็อป วราวุธ ศิลปอาชา ประธานสโมสร สุพรรณบุรี เอฟซี พร้อมด้วยคุณ วิศัลย์ วนะศักดิ์ศรีสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท วาริกซ์สปอร์ต จำกัด ร่วมงานในครั้งนี้ด้วย  ซึ่ง ”บิ๊กท็อป” วราวุธ ศิลปอาชา ประธานสโมสร สุพรรณบุรี เอฟซี เปิดเผยว่า "เป็นอีกหนึ่งความภูมิใจที่ทางสโมสรได้ร่วมงานกับทางวาริกซ์ ที่เข้ามาดูแลเรื่องของเสื้อผ้า ซึ่งทั้งคุณภาพและการเติบโตเป็นไปในทิศทางที่โอเคมากๆ ผมเชื่อว่าทั้งสโมสร สุพรรณบุรี เอฟซี และ วาริกซ์ พร้อมจะก้าวไปด้วยกันอย่างเต็มที่" ทางด้าน คุณ วิศัลย์ วนะศักดิ์ศรีสกุล หัวเรือใหญ่ของ วาริกซ์สปอร์ต จำกัด เปิดเผยว่า "ในนามของ วาริกซ์ มีความมุ่งมั่นอย่างเต็มเปี่ยมที่จะนำนวัตกรรมใหม่ๆ ในเรื่องของเสื้อผ้ากีฬามาพัฒนาเพื่อให้คนไทยได้ใช้ของที่มีคุณภาพ ผมเองต้องขอขอบคุณสโมสร สุพรรณบุรี เอฟซี ที่ให้โอกาส วาริกซ์ ดูแลชุดแข่งขันของสโมสรในฤดูกาลนี้ และอีก 2 ปี คือฤดูกาล 2016 และ 2017 ส่วนเรื่องงบประมาณบอกได้เลยว่าสมน้ำสมเนื้อ" "เราพร้อมจะมุ่งมั่นทุ่มเทและตอบสนองความต้องการอย่างเต็มที่เพื่อจะก้าวไปสู่ชัยชนะด้วยกันตามคอนเซปของ วาริกซ์ ที่ว่า Way To Win โดยเน้นความรวดเร็ว แต่เต็มเปี่ยมด้วยคุณภาพ"             สำหรับผลิตภัณฑ์วาริกซ์ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์กีฬาน้องใหม่ที่สนับสนุนหลายๆ ทีมในลีกไทยและสโมสรในระดับอาเซี่ยนอีกถึง 6 สโมสรรวมถึงทีมชาติประเภทขี่ม้า พร้อมกันนั้นยังมีทีมชาติเซปักตะกร้อ ของมาเลเซีย ที่วาริกซ์ เข้าไปดูแลด้วย

คนร้าย ใช้อาวุธปืนสงคราม ยิงถล่มบ้านพัทลุง
พัทลุง /  ยิงถล่มบ้านพัทลุง

พัทลุง คนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มบ้านประชาชนกลางดึก ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ตำรวจคาด สาเหตุมาจากความขัดแย้งส่วนตัว ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพัทลุงว่า เมื่อเวลา 00.10 น. ที่ผ่านมา พ.ต.ท.นิมมาน นิโคโน สารวัตรเวร สภ.เมืองพัทลุง รับแจ้งคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มบ้านเรือนประชาชน และมีผู้รับบาดเจ็บ1 ราย เหตุเกิดท้องที่ ต.นาโหนด อ.เมือง หลังรับแจ้งจึงเดินทางรุดสอบที่เกิดเหตุ ที่บ้านเลขที่ 191 ม.1 ต.นาโหนด อ.เมือง จ.พัทลุง ซึ่งเป็นบ้านของนายยงยุทธ ปานบุญ อายุ 41 ปี ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามชนิดเอ็ม16 ยิงถล่มเข้าไปในบ้าน กระจก ประตูหน้าบ้านมีรอยพรุน และภายในบ้านตู้เย็น ทีวี มีร่องรอยถูกกระสุนเสียหาย นอกจากนั้น น้องชายเจ้าของบ้านนายศรชัย ทับครุฑ อายุ 36 ปี ถูกกระสุนปืนเข้าบริเวณแขนขวาได้รับบาดเจ็บ ญาติได้นำส่งโรงพยาบาลพัทลุง เบื้องต้นอาการปลอดภัย และตรงบริเวณถนนหน้าบ้าน เจ้าหน้าที่ยังพบปลอกกระสุนสงครามชนิดเอ็ม16 ตกอยู่14 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ขณะที่ทุกคนภายในบ้านนอนหลับ ได้มีคนร้ายขับรถจักรยานยนต์ เข้ามาชะลอความเร็วแล้วใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่ในตัวบ้าน ทำให้นายศรชัย ตกใจตื่นวิ่งหลบหลังบ้าน จึงถูกกระสุนปืนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ส่วนสาเหตุ เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่คาดน่าจะมาจากความขัดแย้งเรื่องส่วนตัว เนื่องจากผู้ได้รับบาดเจ็บเพิ่งพ้นโทษออกมาจากเรือนจำได้ 2 เดือน และก่อนเกิดเหตุ ได้มานอนพักยังบ้านพี่สาวได้ 3 คืน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนเพื่อหาสาเหตุให้แน่ชัดก่อนออกติดตามคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เกรียนจนได้เรื่อง(ดี)! เพจนักเกรียน เบื้องหลังปรากฎการณ์น้องฟิว
ขายขนมช่วยแม่ /  ด.ช. ชาคร เติมบริรักษ์ / 

เกรียนจนได้เรื่อง(ดี)! เพจนักเกรียน เบื้องหลังปรากฎการณ์น้องฟิว จากกรณีที่ชาวสังคมออนไลน์และสื่อมวลชนได้หยิบยื่นน้ำใจให้กับ น้องชาคร เติมบริรักษ์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนเทพศิรินทร์ ซึ่งช่วยคุณแม่ขายขนมหารายได้แบ่งเบาภาระของครอบครัว ล่าสุดแฟนเพจ นักเกรียน เทพศิรินทร์ ได้เล่าถึงเบื้องหลังปรากฎการณ์การช่วยเหลือน้องฟิวส์ โดยเผยว่า ปรากฎการณ์นี้เริ่มต้นเมื่อลูกเพจหลายคนส่งภาพเด็กคนหนึ่งใส่ชุดนักเรียนเทพศิรินทร์ ปักดาว 1 ดวง มาให้ เมื่อตรวจสอบรายละเอียดแล้วจึงได้โพสต์ขึ้นบนแฟนเพจซึ่งภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมงมีคนเข้ามาให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก จนเริ่มมีสื่อหลายสำนักมาหาตัวน้องฟิวเพื่อไปทำข่าวและกลายเป็นกระแสโด่งดังทั้งโลกโซเชียล หลายสำนักข่าวได้ติดต่อมาหาทางแฟนเพจเพื่อขอทราบข้อมูล โดยทางเพจได้เก็บภาพมาฝากจากนั้นได้มีนักข่าวอีกหลายช่องเข้ามาให้ความช่วยเหลือ ซึ่งกระแสบนโลกออนไลน์เป็นไปอย่างต่อเนื่องมีการแชร์เรื่องราวต่อ มีหลายเว็บไซต์ เช่น MThai.com ทำสกู๊ปเจาะอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเรื่องราวโด่งดัง รายการเรื่องเล่าเช้านี้หยิบประเด็นไปนำเสนอ มีคนเริ่มเข้ามามอบทุนการศึกษา ขนมของน้องฟิวขายหมดภายในเวลา 15 นาที ถือเป็นเรื่องราวที่ดีมากๆ ทั้งนี้ทางแฟน เพจนักเกรียน ต้องขอขอบคุณ ทุกๆ คนในโลกโซเชียล ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนปัจจุบัน นักเรียนเก่า ครูบางท่าน หรือ คนอื่นๆ ภายนอกที่มีน้ำใจเห็นความตั้งใจของน้องฟิว แม้กระทั่งเพจต่างๆ ที่ช่วยกันกดไลค์ มากกว่า 63,000 ครั้ง กดแชร์ มากกว่า 17,000 ครั้ง และแชร์จนมีคนเห็นภาพ กว่า 3 ล้านคน ทั้งนี้ ยังต้องขอขอบคุณ สื่อมวลชน ที่ติดตามทำข่าว จากในเพจนักเกรียน โดยการสอบถามข้อมูลผ่านทาง inbox ซึ่งทางเพจขอขอบคุณสื่อที่ติดตามทำข่าวและนำข้อมูลจากเพจไปนำเสนอ MThai News

แรด แปลว่า เริ่ด ใบเตย อาร์สยาม กับเพลงใหม่ ติดหนึบ
ติดหนึบ /  สุธีวัน ทวีสิน / 

ก้าวสู่ตำแหน่งตัวแม่สั้นเสมอหูแบบเหนียวแน่นหนึบสำหรับ ใบเตย อาร์สยาม (สุธีวัน ทวีสิน) ที่วันนี้พร้อมปล่อยซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุด ติดหนึบ มาให้ทุกคนได้ครื้นเครงไปกับเพลงของเธอ หลังเปิดตัวแรงว่อนโซเชียลด้วยภาพสาวปริศนาที่มีรูปหัวของแรดติดอยู่ตรงใบหน้า ทำเอาชาวเน็ตต่างถกเถียงกันว่าเธอคือใครกันแน่ และล่าสุดสาว ใบเตย ก็ออกมาเฉลยในวันที่ถ่ายทำมิวสิควิดีโอเพลง ติดหนึบ ว่าสาวปริศนาที่อยู่ในรูปคือตัวเธอเอง “สำหรับเพลง ติดหนึบ จะใช้แรดเป็นสัญลักษณ์ แต่จริงๆแล้วแรดในความหมายของ ใบเตย เท่ากับเริ่ดค่ะ ซึ่งก็หมายถึงการทำอะไรแล้วต้องทำให้สุด เช่น เต้นให้สุด แต่งตัวเปรี้ยวสุดๆ จะคิดจะพูดอะไรก็ต้องเป็นตัวของเราให้มากที่สุด คือเราสุดกับทุกอย่างจริงๆ ค่ะ ส่วนเรื่องราวในมิวสิควิดีโอ ใบเตย จะสวมบทเป็นกูรูตัวแม่สั้นเสมอหู คอยสอนน้องสาวสุดแบ๊วให้เริ่ดตามแบบที่ใจเราต้องการ โดยคนที่มารับบทเป็นน้องสาวของ ใบเตย ก็คือ โยชิ ชญาดา เน็ตไอดอลที่กำลังโด่งดังในโลกโซเชียลขณะนี้ และอีกหนึ่งความน่าสนใจคือ ท่าเต้น ที่ดีไซน์ออกมาได้เก๋ไก๋สุดฤทธิ์มากค่ะ เป็นท่าติดหนึบยกขบวนแซ่บ ซึ่งได้ทีม Dancer เต้นคัพเวอร์ชื่อดังในโลกโซเชียลอย่างวง Next School มาร่วมเต้นด้วย ขอบอกว่าพวกเราขนทุกลีลาท่าเต้น จัดหนัก จัดเต็ม ใส่กันแบบไม่ยั้ง ไม่มีใครยอมกันเลยค่ะ รับรองว่างานนี้ต้องมีแต่คำว่าเริ่ดแน่นอน ยังไง ใบเตย ขอฝากซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุดนี้ด้วยนะคะกับเพลง ติดหนึบ แฟนๆ สามารถหาฟังผ่านทาง Line Music ได้แล้ววันนี้ ส่วนมิวสิควิดีโอเพลง เตรียมรอชมพร้อมกัน วันที่ 9 ก.ค.นี้ ทางช่อง สบายดี ทีวี แน่นอนค่ะ” สาวสั้นเสมอหู ใบเตย อาร์สยาม กล่าว มาดูเบื้องหลังการถ่ายทำเอ็มวี เพลง ติดหนึบ กันสักหน่อย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com