น้องเดียว

ลุ้นรัก โอ๊ต-เฟอร์นิก้า จะไปต่อหรือจอดสนิท ในซีรีส์ เกรียนเฮาส์ อาทิตย์นี้
GreanHouse The Series /  ซีรีย์ / 

เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ แล้ว สำหรับซีรีส์ เกรียนเฮาส์ ที่ในที่สุดก็ได้เวลา แก๊งเกรียน ต้องกลับมาเรียนหนังสือ ในความกังวลที่ทุกคนต้องกลับมาเรียนกับรุ่นน้อง ยังมีอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ เพราะชมรมหนังสั้นของพวกเขา ต้องแข่งกับชมรมดนตรี เพื่อแย่งชิงห้องชมรม นอกจากศึกระหว่างชมรมแล้ว ยังเป็นศึกหัวใจ เมื่อชมรมดนตรี มี "เฟอร์นิก้า" และ "ริวจิ" เป็นสมาชิก แถมริวจิยังดูแอบปลื้มเฟอร์นิก้าซะด้วย แต่แค่นั้นยังไม่พอ เพราะ เกรียนเฮาส์ ตอนนี้ ยังเสริมความสนุกโดยอาจารย์เสน่ห์ ที่รับบทโดยเจ้าพ่อแห่งความฮา ตั๊ก บริบูรณ์ จันทร์เรือง กลับมาสร้างสีสันให้ชาวเกรียนอีกครั้ง โอ๊ต หรือ ริวจิ ใครจะได้หัวใจเฟอร์นิก้าไปครอง และ ชมรมหนังสั้น หรือ ชมรมดนตรี จะได้เป็นเจ้าของห้องชมรม ติดตามได้ในซีรีส์ เกรียนเฮาส์ Ep.9 ใน วันอาทิตย์ที่  30  พ.ย. นี้ เวลา 20.50 น. ทางโมเดิร์น ไนน์ ทีวี และ MCOT HD ----------------------------

พบความยิ่งใหญ่ของ พระมหาชนก ฉบับแอนิเมชั่นอลังการ ชมฟรี!
mahajanaka /  การ์ตูน / 

เมื่อครั้งวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ ในปี พ.ศ. 2542 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้จัดพิมพ์บทพระราชนิพนธ์เรื่อง พระมหาชนก ในรูปแบบของการ์ตูน โดยมี ชัย ราชวัตร ศิลปินผู้ชำนาญการเป็นผู้วาดภาพการ์ตูนประกอบ และครั้งนี้บทพระราชนิพนธ์ พระมหาชนก จะกลับมาในรูปแบบภาพยนตร์แอนิเมชั่น โดยมีบริษัทผู้ผลิตแอนิเมชั่นเข้าร่วมกว่า 15 ราย และได้ศิลปิน นักวาด นักพัฒนาภาพเคลื่อนไหว ผู้ชำนาญการด้านแสงและเงา ผู้ชำนาญการด้านแอนิเมชั่น กว่า 250 คน มาช่วยกันสร้างสรรค์ภาพยนตร์เรื่องนี้ โดยแบ่งมีเรื่องราวแบ่งออกเป็น 3 องก์ ได้แก่ องก์ ๑ กำเนิด พระเจ้ามหาชนกฯ ผู้ครองกรุงมิถิลาแห่งแคว้นวิเทหะที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาล ทรงมีพระโอรส 2 พระองค์ พระองค์แรกทรงมีพระนามว่า พระอริฏฐชนกผู้ทรงมีความเข็มแข็งเฉียบขาด ส่วนองค์ที่สองทรงพระนามว่าพระโปลชนก ผู้ทรงมีพระทัยเมตตาโอบอ้อมอารีครั้นพระเจ้ามหาชนกฯ ทรงสวรรคต พระอริฏฐชนก ทรงขึ้นครองราชย์ โดยมีพระโปลชนกเป็นอุปราช ทั้ง 2 พระองค์มีความคิดเห็นในการปกครองที่แตกต่างกัน พระอริฏฐชนกทรงเห็นว่าอาณาจักรมิถิลาจะต้องยิ่งใหญ่ภายใต้กองทัพที่เข้มแข็ง ส่วนพระโปลชนกทรงเห็นว่าต้องไม่ลืมจิตใจที่เปี่ยมสุขของประชาชนด้วย ในเวลาต่อมามีอำมาตย์ผู้ใกล้ชิดที่ทุตจริตได้ออกอุบายใส่ความว่าพระโปลชนกกำลังซ่องสุมผู้คนเพื่อก่อการกบฎ พระองค์จึงถูกจับไปขังไว้ แต่พระองค์ทรงตั้งจิตอธิฐานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์จนสามารถหลบหนีออกมาพร้อมผู้จงรักภักดีและได้ไปพำนักอยู่ ณ เมืองชายแดน จนกระทั่งวันหนึ่ง พระโปลชนกได้นำทัพกลับมามิถิลาเพื่อหวังจะขอปรับความเข้าใจกับพระอริฏฐชนก จึงส่งสาส์นเพื่อแสดงเจตนาขอปรับความเข้าใจกัน แต่ถูกขัดขวางจากอำมาตย์ผู้นั้นด้วยการปลอมแปลงข้อความในสาส์นให้เป็นสาส์นท้ารบ ขณะเดียวกันพระอริฏฐชนทรงเป็นห่วงพระเทวี มเหสีของพระองค์ที่กำลังทรงครรภ์อยู่ จึงได้ให้หลบหนีออกไปจากวังเสีย ในสนามรบพระอริฏฐชนกทรงสิ้นพระชนม์จากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากฝีมือของอำมาตย์ผู้นั้น หลังจากนั้นพระโปลชนกจึงทรงขึ้นครองราชย์สืบต่อแทน พระเทวีทรงหนีออกจากเมืองมิถิลาอย่างยากลำบาก แต่ด้วยบุญญาธิการของพระโอรสในครรภ์จึงทำให้ทรงได้รับความช่วยเหลือจากท้าวสักกเทวราชที่ช่วยให้พระองค์สามารถหลบหนีไปถึงเมืองจัมปากะได้ ณ ที่นี้พระเทวีได้ทรงรับความช่วยเหลือจากอุทิจจพราหมณ์ โดยอุปการะรับพระเทวีเป็นน้องสาว ต่อมาพระโอรสในครรภ์ทรงประสูติกาล โดยมีพระนามตามพระอัยยิกาว่า พระมหาชนกกุมาร องก์ ๒ ความเพียร เมื่อพระโอรสทรงเจริญวัยได้ถูกเพื่อนๆ ล้อว่าเป็นลูกหญิงหม้ายพระมารดา จึงเล่าความจริงให้ทราบว่าพระองค์เป็นใคร พระองค์จึงตั้งพระทัยว่าเมื่อเติบใหญ่แล้ว จะไปเอาราชสมบัติและนครมิถิลาคืนมาให้ได้ ครั้นเมื่อพระมหาชนกกุมารทรงเจริญวัยเติบใหญ่เปี่ยมไปด้วยพระปรีชาสามารถ พระองค์ทรงตรัสกับพระมารดาว่าจะไปล่องเรือทำการค้าขายที่ดินแดนสุวรรณภูมิ เพื่อสะสมทุนรอนและกำลังพลเพื่อหวังที่จะชิงราชสมบัติคืนมาให้ได้ ระหว่างทางในมหาสมุทรพระมหาชนกได้มองเห็นว่าจะเกิดพายุขึ้น แต่ไม่มีใครเชื่อจนกระทั่งพายุกระหนำเรืออย่างรุนแรง บรรดาลูกเรือทั้งหลายหวาดกลัวครำครวญหนีตายกันอย่างโกลาหล ตรงกันข้ามกับพระมหาชนกที่ทรงตระหนักว่าเรือใกล้จะแตกเต็มที จึงเตรียมพระองค์โดยทรงเสวยให้อิ่ม และนำผ้าชุบน้ำมันมาพันกายให้แน่นหนา เมื่อเรือล่มเหล่าบรรดาลูกเรือที่ขาดสติและเดิมไม่เชื่อในสิ่งที่พระมหาชนกได้เตือนเกี่ยวกับพายุ ได้ตกน้ำกลายเป็นอาหารของฝูงปลาและสัตว์ทะเลทั้งหลาย ส่วนพระมหาชนกก็ทรงแหวกว่ายด้วยความเพียรอยู่ในมหาสมุทรนี้เป็นเวลาถึง 7 วัน 7 คืน นางมณีเมขลาเทพธิดาผู้รักษาท้องมหาสมุทรเห็นพระมหาชนกว่ายน้ำอยู่จึงลงมาช่วยพระมหาชนก และได้มีโอกาสสนทนาแลกเปลี่ยนความเห็น จนทำให้นางมณีเมขลาเข้าใจถึงหลักปรัชญาของการบำเพ็ญวิริยบารมีของพระมหาชนก จากนั้นนางมณีเมขลาจึงช่วยอุ้มพระมหาชนกจนมาถึงฝั่งเมืองมิถิลา   องก์ ๓ ปัญญา ที่เมืองมิถิลานี้พระโปลชนกกำลังทรงพระประชวรอย่างหนัก พระองค์ต้องการให้พระธิดาคือพระนางสิวลีเทวีได้ทรงมีคู่ครอง โดยได้ทรงตรัสทิ้งไว้ก่อนสิ้นพระชนม์ว่า ผู้ใดไขปริศนาของพระองค์ได้ จะทรงยกพระราชสมบัติทั้งหมดให้พร้อมด้วยพระราชธิดา เมื่อพระโปลชนกสิ้นพระชนม์ลงเหล่าอำมาตย์ได้จัดพิธีเสี่ยงราชรถเพื่อหาผู้มีบุญญาบารมีมาไขปริศนานั้น ราชรถได้มาหยุดที่พระมหาชนกผู้ซึ่งทรงบรรทมอยู่ในสวนพระองค์ทรงไขปริศนาได้หมดทุกข้อ ทุกคนในเมืองมิถิลาต่างพากันสรรเสริญ ในพระปรีชาสามารถของพระองค์ จึงได้อัญเชิญพระองค์ให้ทรงอภิเษกกับพระนางสิวลีเทวี เมื่อขึ้นครองราชย์ได้ทรงปกครองด้วยหลักทศพิธราชธรรม และนำพาความผาสุกมาสู่ปวงประชาชน วันหนึ่งพระมหาชนกเสด็จประพาสอุทยานและทรงทอดพระเนตรเห็นต้นมะม่วงต้นหนึ่งมีผลงามและอีกต้นหนึ่งไม่มีผลเลย พระองค์ทรงเสวยมะม่วง และตรัสว่ามะม่วงรสชาติดีดุจรสทิพย์ หลังจากพระองค์เสด็จกลับบรรดาประชาชนทั้งหลายก็เข้ามาโค่นต้นมะม่วงต้นนั้นเพื่อหวังจะเอาผลของมันมาบริโภค จนเป็นเหตุทำให้ต้นมะม่วงต้นนั้นถูกถอนรากโค่นลงมา เมื่อพระมหาชนกทรงทราบความ ทรงเศร้าพระทัยอย่างยิ่ง พร้อมกันนั้นทรงได้เปรียบเปรยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แก่ต้นมะม่วงกับพระราชสมบัติดังนี้ ต้นมะม่วงที่มีผลอาจจะถูกทำลายหรือถ้าไม่ถูกทำลายก็ต้องคอยเป็นกังวลจักต้องดูแลระแวดระวังรักษาไว้ ในทางกลับกันพระองค์ทรงคิดว่าถ้าจะเข้าถึงความสุขได้นั้นจักต้องทำตัวให้เป็นเสมือนเช่นต้นมะม่วงที่ไม่มีผล ที่ไม่ต้องกังวลว่าผู้คนในสังคมที่ไม่รู้จักคิดการณ์ไกล ในการทำนุบำรุงต้นไม้เพื่อเก็บผลไว้กิ ในวันหน้า จะมาโค่นต้นมะม่วงนี้ได้ หลังจากนั้นจึงมอบหมายให้ผู้เชี่ยวชาญนำหลักการของพระองค์ไปทดลองเพื่อฟื้นฟูต้นมะม่วงที่ถูกโค่นลง และหาวิธีการที่ทำให้ต้นมะม่วงที่ไร้ผลกลับมาเกิดผล พร้อมกันนั้นพระองค์ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งสถาบันการศึกษาขึ้นชื่อว่าปูทะเลย์วิชชาลัย เพื่ออบรมวิชาการด้านต่างๆ แก่บรรดาเหล่าอำมาตย์ข้าราชการและประชาชนในเมืองมิถิลา เพื่อที่ทุกคนจะได้มีวิชาความรู้ทั่วไปและมีสามัญสำนึกไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวแฉกเช่นเหล่าคนที่ชอบกินผลมะม่วงแต่กลับทำลายต้นมะม่วงทิ้งไป และเพื่อสังคมจะได้เจริญรุ่งเรืองและอยู่กันอย่างผาสุกสืบต่อไปกาลนานเทอญ ตัวอย่างภาพยนตร์ พระมหาชนก เตรียมพบกับความยิ่งใหญ่ของ พระมหาชนก ในรูปแบบภาพยนตร์แอนิเมชั่นสุดตระการตา หนึ่งในการเฉลิมพระเกียรติ 5 ธันวามหาราช ณ โรงภาพยนตร์ในเครือ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ใกล้บ้านท่านโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย!! ในวันที่ 29 พ.ย. และ 6 ธ.ค. นี้ รอบเวลา 10.00 น. และ 15.00 น. และฉายทาง โทรทัศน์ ระหว่างวันที่ 6 - 8 ธ.ค. นี้ ในช่วงเวลาตามความเหมาะสมของแต่ละสถานี เพื่อให้ประชาชน และเยาวชน ได้รับชม และเรียนรู้สาระจากบทพระราชนิพนธ์เรื่องนี้ ที่ทรงมุ่งเน้นทั้งในเรื่องความเพียร การใช้สติปัญญา และการศึกษาเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการดำเนินชีวิตต่อไป ------------------------

ช็อก!! อ่ำ อัมรินทร์ หย่า จอย แล้ว
อ่ำ อัมรินทร์ /  จอย อัจฉรียา / 

ช็อกไปตามๆ กัน! เมื่ออดีตนักร้องชื่อดัง อ่ำ อัมรินทร์ นิติพน เปิดใจได้หย่าร้างกับภรรยา จอย อัจฉรียา ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ และแยกบ้านกันอยู่เป็นที่เรียบร้อย หลังจากจูงมือกันแต่งงานมานาน 12 ปี จนมีลูกสาวที่น่ารักด้วยกันหนึ่งคนคือ น้องแอลลี่ อายุ 10 ปี โดยทาง หนุ่มอ่ำ เผยถึงสาเหตุส่วนใหญ่มาจากมีปัญหาในครอบครัวที่สะสมมาเป็นระยะนาน จึงตัดสินใจจบชีวิตคู่ด้วยความเข้าใจ พร้อมทั้งยืนยันว่าไม่มีเรื่องมือที่ 3 แต่อย่างใด ส่วนที่ปิดบังมาตลอดเป็นเวลา 9 เดือน เนื่องจาก น้องแอลลี่ เคยขอไว้และตนก็เป็นห่วงความรู้สึกของลูกสาว แต่ตอนนี้น้องเข้มแข็งพอแล้ว ซึ่งปัจจุบันลูกสาวได้อาศัยกับแม่ อย่างไรก็ตามตนกับอดีตภรรยาก็ยังติดต่อกันปกติ เพราะจบกันด้วยดี! ขอบคุณภาพจากIG : amarinnitibhon , allynitibhon และข้อมูลจาก เดลินิวส์ อ่ำ อัมรินทร์ ประกาศแยกทาง จอย อดีตภรรยาแล้ว อ่ำ อัมรินทร์ ประกาศแยกทาง จอย อดีตภรรยาแล้ว อ่ำ อัมรินทร์ ประกาศแยกทาง จอย อดีตภรรยาแล้ว อ่ำ อัมรินทร์ ประกาศแยกทาง จอย อดีตภรรยาแล้ว อ่ำ อัมรินทร์ ประกาศแยกทาง จอย อดีตภรรยาแล้ว ติดตามผลงานเพลง อ่ำ อัมรินทร์ นิติพน

ยำใหญ่ The Voice 3 มหากาพย์แห่งความดราม่า รอบ Knock Out
The Voice 3

<<อ่านข่าว พืช The Voice 3 กรณี เลือกเพลงที่ร้องแต่ไม่ได้ร้อง ในรอบ Knock Out>> ดราม่าเอยจงเงยขึ้นมา เงยขึ้นมา เงยขึ้นมา หลังจากที่ได้นำเสนอกรณี พืช The Voice 3 โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ว่า เลือกเพลงที่ร้องแต่ไม่ได้ร้อง จนโค้ช แสตมป์ ต้องออกมาชี้แจง จนกลายเป็นประเด็นใหญ่โตบนโลกโซเชียล อยู่ในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นมิวสิคไดเรคเตอร์ของรายการ The Voice ซีซั่น 3 ผู้แข่งขัน หรือแม้แต่บุคคลที่เรารู้จักกันดีในวงการเพลง ต่างก็ตั้งสเตตัสพูดถึงประเด็นดังกล่าว ทำเอาชาวเน็ตที่ตามเผือก เฮ้ย ตามประเด็นนี้อยู่ ถึงกับต้องติดตามกันต่อไปยาวๆเลยทีเดียว ทรูมิวสิค ชี้แจง ผ่านแฟนเพจ ขอบคุณทุกคำติชม และขอให้ติดตามอีก 3 สัปดาห์สุดท้าย ในนามของผู้อำนวยการผลิตรายการ ‪#‎thevoiceTH‬ ประเทศไทย ต้องขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามรายการ รวมทั้งให้การติชมรายการมาโดยตลอด ในโอกาสนี้ ทีมงานขออนุญาตเรียนชี้แจงกับ ท่านผู้ชมกับเหตุการณ์และกระแสต่างๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งรายการ The Voice เป็นรายการโทรทัศน์ที่ถูกดีไซน์มาให้สร้าง “ความสุข” ให้กับผู้ชม โดยไม่ปรารถนาที่จะขายอารมณ์ชิงชัง เหยียดหยาม ในทางลบเลยครับ และขอถือโอกาสนี้สร้างความเข้าใจ โดยรูปแบบรายการ หรือ Format ของรายการนั้น ตั้งแต่รอบ Blind Audition โค้ชต้องเป็นผู้ตัดสินใจคัดเลือกคนเข้ารอบโดยฟังแต่เฉพาะ “เสียง” เท่านั้น และหลังจากนั้นจะทำการฝึกทักษะการร้อง พัฒนาความสามารถของลูกทีมเพื่อทำการแข่งขันในรอบ Battle และ Knock Out ต่อไป ซึ่งด้วยรูปแบบของรายการที่โค้ชจะต้อง “เลือก” หรือ “ไม่เลือก” ใครนั้น นับเป็นความลำบากใจ ซึ่งอาจจะตรงใจหรือไม่ตรงใจใครบ้าง แต่ที่สุดแล้วทั้งโค้ชและทีมงานทุกคน รวมทั้งตัวผู้เข้าแข่งขันเองต่างก็ต้องการทำทุกอย่างออกมาให้ดีที่สุด เพื่อสร้างความประทับใจแก่ผู้ชมทุกท่าน และสุดท้ายแล้วไม่ว่าพวกเขาจะเป็นผู้ชนะเลิศหรือไม่ก็ตาม ทางรายการปรารถนาให้ผู้เข้าแข่งขันทุกคนเป็นที่ชื่นชมและจดจำ ซึ่งจากกระแสต่างๆ เกิดขึ้นทั้งกับตัวโค้ชและผู้เข้าแข่งขันเองนั้น ผมในฐานะผู้ดูแลรายการทั้งหมด ขอยืนยันในความบริสุทธิ์ใจ ที่เราเคารพในกติกาของรายการมาโดยตลอด ซึ่งอาจจะไม่ตรงใจกับทุกคน ผมก็ขอน้อมรับ และนำมาเป็นบทเรียนไว้เพื่อนำไปปรับปรุงในกระบวนการทำงานให้ดีขึ้นในซีซั่นถัดๆ ไป และขณะนี้เรากำลังเข้าสู่รอบการแสดงสด ซึ่งอีกเพียง 3 สัปดาห์เท่านั้น เราก็จะรู้แล้วว่าใครจะได้เป็น The Voice ประจำซีซั่น 3 ผมและทีมงาน อยากให้ทุกท่านมาร่วมชมร่วมเชียร์ผู้เข้าแข่งขันที่ทุกคนชื่นชอบ เพื่อเป็นกำลังใจให้พวกเขาต่อไปกันเถอะครับ อาจกิจ สุนทรวัฒน์ ผู้อำนวยการผลิตรายการ เดอะวอยซ์ ประเทศไทย --------------------------------------------------------------------------------- มาที่ผู้แข่งขันกันบ้าง ไอนัท ปกรณ์ โพธิ์แสงดา หนึ่งในผู้แข่งขัน ทีม เจนนิเฟอร์ คิ้ม ได้เผยผ่านบล็อคส่วนตัว ว่า รู้สึกดีใจ ที่ได้ใช้นามสกุล The Voice แถมเจ้าตัวยังได้บอกเล่าถึงการแข่งขัน ตั้งแต่รอบ Blind Audition จนกระทั่ง ถึงรอบ Knockout พร้อมแนะถึงผู้ที่จะมาสมัครปีหน้า "เริ่มที่รอบ Blind Audition ที่ถูกคัดเลือกจากผู้สมัครกว่าสองหมื่นคน ก่อนขึ้นเวทีตื่นเต้นมาก ซ้อมความพร้อมทุกอย่างก่อนขึ้น พอก้าวแรกที่ขึ้นเวที ไอ้ที่ซ้อมมา หายหมดเลยครับ หายโดยตั้งใจ และใช้ความเป็นตัวเองออกมาล้วนๆ ตอนนั้นเราไม่ได้คาดหวังว่าจะมีใครกด สุดท้ายพี่คิ้มก็กด ก็ทำให้เราดีใจเป็นทวีคูณที่จะได้ไปต่อ จากนั้น ก็มาถึงรอบ Battle นับตั้งแต่รอบคุยเพลงครั้งแรกหลังจากจบรอบ Blind พี่คิ้มก็แนะนำการร้องการออกเสียงให้ผมในตอนที่เลือกเพลง การจัดลำดับเสียงต่างๆ แม้จะเป็นเวลาสั้นคนทั่วไปอาจมองว่าเป็นการคุยกันธรรมดา แต่สำหรับผมเป็นคนค่อนข้างชอบเรียนรู้อยู่บ้าง การพูดคุยกันครั้งนั้นผมจดจำมาตลอด และเอามาใช้จนได้ซ้อมเพลงรอบแบทเทิล ก่อนแข่งแบทเทิล พี่คิ้มเป็นโค้ชคนเดียวที่ใส่ใจเรื่องการแต่งตัวมาก ระหว่างที่คุยเรื่องแต่งตัวไปก็คุยเรื่องการร้องไปในตัวด้วย ว่าต้องทำยังไงในการร้องแฝงเข้าไป อันนี้ผมจดจำได้แม่นเลย" แล้วโค้ชจะมีเวลามาเจอเราเหรอ ไอนัท เผยต่อ "ช่วงที่พี่คิ้มให้ความรู้ด้านการเป็นนักร้องเป็นช่วงที่มาจากการคุยกันเล่นๆบนโต๊ะอาหาร หรือคุยกันเล่นๆในห้องซ้อม พี่คิ้มจะให้ความรู้ที่ห้องเรียนไม่มีสอนกับเราเพื่อให้มาใช้จริงๆแบบที่นักเรียนดนตรีไม่เคยได้มาก่อน การคุยกันเล่นๆแบบนั้นมันคือคลังความรู้มหาศาลเลยครับ ทุกคำของพี่คิ้มมันซึมเข้าไปในหัว เวลาที่เราจะได้เจอพี่คิ้มนั้นแม้จะมีน้อย แต่เราจะทำยังไงให้การได้เจอกันครั้งนั้นทำให้เราซึมซับและจดจำคำสอนจากพี่คิ้ม ซึ่งถ้าเราให้ความสำคัญที่จะเรียนรู้ซะอย่างไม่ต้องกลัวหรือเขินอายเลย มีแต่ได้ความรู้ครับ คุ้มมากจริงๆครับที่ได้มา The voice และได้อยู่ทีมพี่คิ้มครับ แม้ว่ากระแสสังคมจะว่ายังไงก็ตาม นี่คือสิ่งที่ผมได้จริงๆไม่ต้องมโนเลยครับ การได้ความรู้จากคนที่มีประสบการณ์มากนั้นดีซะยิ่งกว่าการอ่านหนังสือในห้องสมุดใหญ่ๆทั้งหมดมารวมกัน พี่คิ้มใช้สิ่งที่พี่คิ้มเจอมาสอนกับพวกเรา และพี่คิ้มไม่สอนใครร้องเลยนะครับ นอกจากลูกทีมของตัวเองเท่านั้น แค่นี้ก็เรียกว่าวิเศษแล้วครับสำหรับคนที่ได้อยู่ทีมโค้ชคิ้มครับ" แล้วก็มาถึงรอบ Knock Out เจ้าตัวเผยถึงความรู้สึกที่ได้มาอยู่ทีม เจนนิเฟอร์ คิ้ม "เราซ้อมกันจนดึกดื่นเลย พอซ้อมเสร็จ พวกเราก็ยกกันไปกินร้านข้าวต้มเฮียหวาน ร้านนี้อร่อยมากจนพี่คิ้มพามาทานเลยครับ อร่อยทุกอย่างจริงๆ เมนูที่ดีที่สุดของร้านกุ้งตัวโตๆ กินกันจนอิ่มเลย หลังจากกินเสร็จ คนในทีมวันนั้น มีน้องหนุ่ม น้องโจ ก็ได้คุยกับพี่คิ้มแบบเต็มๆ ความรู้บนโต๊ะคืนนั้นผมจดจำมากๆเลยอ่ะ มันเป็นสิ่งที่โครตจริงของอาชีพนักร้องแบบเรา การใช้ชีวิตในรูปแบบนี้เป็นยังไง ได้ฟังประสบการณ์ในการร้องต่างๆของพี่คิ้ม ยอมรับว่าทึ่งครับ เพราะผมมั่นใจว่าพี่คิ้มคงไม่คุย สั่งสอน พูดให้ความรู้กันแบบที่ไม่มีใครสามารถจะหาได้อีก ในความเป็นมืออาชีพ พี่คิ้มให้ความรู้กับเราให้มากที่สุด ในระยะเวลาที่น้อย พี่คิ้มพยายามให้ความรู้กับเราในเวลาที่จำกัด เราก็ต้องปรับตัวและรับความรู้ต่างๆของพี่คิ้มให้เร็วที่สุด หลังจากคุยกันที่ร้านข้าวต้มวันนั้น ผมกลับมาด้วยหัวใจ พองโตเลยครับ ที่ได้มีโอกาสทานข้าวกับพี่คิ้ม ได้คุย ได้ความรู้ในแบบที่เราเอามาใช้ได้จริงๆ เป็นคืนพิเศษของผมเลยครับ เพราะไม่ง่ายเลยที่เราจะมีโอกาสแบบนี้ ใช่ครับบางคนอาจจะมองว่า แค่ไปกินข้าวกับศิลปินคนนึงเฉยๆ ทำไมต้องอวยขนาดนี้……. ก็ผมได้ความรู้จริงๆครับ ผมถึงเอามาพูดและแบ่งปันกันว่าผมเจออะไรมาบ้าง ประสบการณ์ที่แสนพิเศษเมื่อได้มา The voice" ท้ายสุด ไอนัท เผยสิ่งที่ต้องทำใจเมื่อมาแข่ง ‪#‎TheVoiceTH‬ ใครจะแข่งปีหน้าควรรู้ไว้ครับ 1.คุณต้องลางานทั้งวันเพื่อมาแข่ง 2.คุณต้องมาก่อนเวลาอย่างน้อย 3 ชั่วโมง 3.ต้องรอเวลาอย่างเดียว ผมรอจนเสียงหมดเลย 555 4.เดินทางบ่อยมากครับ 5.การคอยคิวถ่ายที่ยาวนานมากๆ ยิ่งรอบ Blind คนเยอะมาก ยิ่งต้องทำใจเลยว่าเวลาขึ้นเวทีเสียงคุณจะคุณภาพแย่ลง 30% มีเรื่องเล่าจาก ไอนัท อีกเพียบนะครับ ตามไปอ่านต่อได้ ที่นี่ ไอนัท The Voice 3 จากรอบ Blind Audition เพลง เกิดมาแค่รักกัน ไอนัท The Voice 3 จากรอบ Knock Out เพลง พูดทำไม --------------------------------------------------------------------------------- มาดูมุมมองของศิลปิน คนเบื้องหลัง กันบ้าง เริ่มที่ พี่ฟั่น โกมล บุญเพียรผล โปรดิวเซอร์ชื่อดัง ได้ออกมาพูดถึงประเด็นดราม่าดังกล่าว ปกติ ผมไม่ชอบดราม่าอะไร แต่เรื่องนี้ในฐานะอยู่วงในด้วย ถ้าหลักฐาน ว่าใครขอขึ้นคีย์ ใครบอกว่าร้องได้สบาย ถูกเผยแพร่ออกไปนี่ ผมว่า จะไม่เหลือที่ยืนในสังคมนะครับ บรรดาแฟนคลับชาวดราม่า จะเงิบกันนะครับ ทางที่ดี ออกมารับ แบบแมนๆ ลูกผู้ชายดีกว่า ในฐานะโปรดิวเซอร์ ผมก็ชอบเสียงนะ เชียร์ด้วย แต่ไม่อยากทำงานด้วยแล้วล่ะ ผมรู้จัก มิวสิคไดเรคเตอร์ทั้งสามคน กับ แสตมป์ ทั้งสี่คนเป็นคนที่ผมสนุกที่เห็นพวกเขาทำงานทุกครั้ง ท่ามกลางความจำกัดของเวลา คิด ทำ และ เวลานอนพักผ่อน แต่หัวใจที่อยากให้งานออกมาดีที่สุดของพวกเขา มีมากกว่าความจำกัดนั้นมันทำให้ดนตรีของรายการดีขึ้นทุกๆครั้ง เชื่อเถอะว่า สามคนนี้ ศิลปินหลายๆคนอยากทำงานร่วมกับพวกเขา แต่โปรดิวเซอร์หลายคนคงไม่อยากทำงานให้บางคนแน่ๆ นี่ก็เริ่มมีน้องๆบางคน ออก มาบอกพฤติกรรมไม่น่ารัก หลังจากที่เคยร่วมงานกันแระ ถัดมาที่ พี่บอย โกสิยพงษ์ กับสเตตัส "จดหมายให้กำลังใจแด่ผู้ตัดสินทุกท่าน" ผมได้มีโอกาสเฝ้าชมการตัดสิน การ comment ของหลายๆท่านในหลายๆรายการประกวดต่างๆ หลายๆครั้งก็มีทั้งเห็นด้วยกับความคิดเหล่านั้น แต่ก็มีหลายครั้งเช่นกันที่ผมในฐานะผู้ชมก็มีความเห็นที่แตกต่าง แต่ที่ผมเขียนจดหมายนี้ขึ้นมาเพราะได้มีโอกาสติดตามคำาวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆของผู้ชมทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับท่านผู้มีตำแหน่งในการตัดสินเหล่านั้น ซึ่งผมว่ามันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่ใครก็มีความคิดเห็นแตกต่างกันได้ แต่ก็เห็นว่าหลายครั้งนอกจากเห็นต่างกันแล้วยังมีคำพูดที่พยายามทำลายผู้ที่เห็นต่างกับตนให้จมธรณีกันเลยทีเดียว คล้ายกับ ผู้ตัดสินทำไมถึงเลือกใข่เจียว แทนที่จะเลือกข้าวมันไก่ อะไรอย่างนั้น พูดเหมือนว่าการที่ผู้ตัดสินเลือกไข่เจียวนั้นช่างอยุติธรรม เลวและชั่วร้ายมากเกินที่จะให้อภัยกับความเห็นที่แตกต่างกันอย่างนี้ได้ แล้วพอมีหนึ่งเริ่ม ก็มี สองสามสี่ใส่อารมณ์ตามขึ้นมาอีกเป็นแถว ซึ่งค่อยๆขยายความร้อนของอารมณ์แค้นที่ถูกขัดใจกับผลตัดสินให้รุนแรงขึ้นอย่างไม่มีเหตุผลมากขึ้นเรื่อยๆ เพลงก็เหมือนอาหารที่เราทานกันอยู่ทุกวันนี้แหละครับแต่รับประทานกันทางหูและทางใจ แน่นอนสิบคนชอบอีกยี่สิบคนอาจจะไม่ชอบก็ไม่มีใครผิด สิบคนชอบก๋วยเตี๋ยวเนื้อก็ไม่ควรไปบอกว่าอีกยี่สิบคนที่ชอบข้าวผ้ดหมูไร้รสนิยมหรือโง่หรือไม่ยุติธรรมที่ไปเลือกกินข้าวผัดหมู เพราะมันเป็นแค่ความชอบส่วนตัว และบังเอิญเขาเหล่านั้นดันได้มีโอกาสตัดสินจากรสนิยมส่วนตัวของเขาออกสื่อเท่านั้นจึงอยากเขียนจดหมายนี้ขึ้นมาเพื่อจะให้กำลังใจแด่ท่านผู้ตัดสินทั้งหลายที่อาจจะกำลังท้อใจในการทำหน้าที่ที่เผอิญท่านได้รับมอบหมายจากรายการต่างๆ ให้ยืนหยัดเพื่อรสนิยมของตัวเองต่อไป เพราะหน้าที่ของท่านที่ได้รับมานั้นคือการจริงใจต่อการแสดงความคิดรสนิยมของท่านอย่างซื่อตรงและซื่อสัตย์ต่ออาชีพของท่าน ไม่ใช่การมาแสดงความเห็นเพื่อให้ตรงใจใครครับ สู้ๆนะคร้าบ บอย โกสิยพงษ์ ปล.ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าความคิดใครถูกหรือผิดนะครับแต่หมายความว่าทุกคนมีโอกาสออกความเห็นแต่ไม่ควรคิดว่าความคิดตัวเองเท่านั้นที่ถูกต้อง เพราะมันเป็นเรื่องของรสนิยม ไม่ใช่เรื่องคณิตศาสตร์ งานนี้ คงต้องติดตามกันต่อไปว่า อีก 3 สัปดาห์สุดท้าย ของรายการ The Voice ซีซั่น 3 จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป โดยรอบที่กำลังจะแข่งต่อจากนี้ ผู้ชมทางบ้าน จะมีส่วนในการตัดสิน เลือก 1 คนของแต่ละทีม ผ่านเข้ารอบ Final แล้วมาดูกันว่า 4 คนสุดท้าย จะเป็นใคร แหม่ มันช่างน่าติดตามยิ่งนัก รวบรวมโดย ทีมงานมิวสิคเอ็มไทย ที่มาจาก : Facebook Komol Boonpienpol/Boyd Kosiyabong,ไอนัท เว็บไซต์ www.ihearband.com มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

นิโคลรีน พิชาภา สาวไทยวัย 16 ปี กวาด3รางวัล มิสเอเชียยูเอสเอ 2014
ชุดประจำชาติ /  นางงาม / 

เราอาจจะไม่คุ้นชินกับ เวทีการประกวดนางงามที่ชื่อ มิสเอเชียยูเอสเอ 2014 กันเท่าไหร่ เพราะการประกวดนี้ จัดขึ้นที่ รีดอนโด้ บีช เพอร์ฟอร์มิ่งอาร์ต เซ็นเตอร์ เมืองรีดอนโด้ บีช เป็นประจำทุกปี ซึ่งจัดภายใต้การประกวด "มิสเอเชียยูเอสเอ2014" โดย นิโคล หรือ นิโคลรีน พิชาภา ลิมศนุการณ์ สาวไทยวัย 16 ปีจาก ลอส แอนเจลิส สามารถคว้าตำแหน่ง มิสเอเชียยูเอสเอ 2014 มาครองได้สำเร็จ และไม่หยุดแค่นั้น เธอยังกวาดรางวัลพ่วงมาได้อีก 2 รางวัลเพิ่ม นั่นคือ รางวัล นางงามบุคลิกภาพยอดเยี่ยม และ ชุดประจำชาติยอดเยี่ยม อีกด้วย โดย รางวัล ชุดประจำชาติ ที่ น้องนิโคล นิโคลรีน พิชาภา คว้ารางวัลมาได้นั้น คือชุด ยทุธหัตถนารี ซึ่งถูกออกแบบโดย คุณใหญ่ อักษราภัค เกตุทอง แห่งร้านเดอะภูเขา ก็ได้รับรางวัล นักออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยมไปอีกด้วย และนอกเหนือจาก นิโคลรีน พิชาภา ที่คว้ารางวัล มิสเอเชียยูเอสเอ 2014 มาได้แล้ว ยังมีสาวไทย คุณชาช่า ทิพธารา ที่เข้าร่วมการประกวด มิสซิสเอเชียยูเอสเอ และคว้ารางวัลพิเศษ Mrs Asia USA California มาด้วยเช่นกัน ที่มาข่าวจาก www.t-pageant.com ที่มาภาพจาก Mr. Surasee Jittamanonkul / www.nunosee.com และ Facebook / MissUniverseThailandFanPage

ทรงไหนเริ่ด? บิกินี่แว็กซ์ ตัดผมให้น้องสาว 12 แบบ 12 สไตล์
bikini wax /  Brazilian wax / 

 บิกินี่แว็กซ์ ตัดแต่งทรงผมให้น้องสาว กล้าป่ะ?       บิกินี่แว็กซ์ เป็นการตกแต่งทรงผมในที่ลับ หลักๆจะมีทั้งหมด 4 แบบ ได้แก่ บิกินี่แว็กซ์ เป็นการตัดแต่งเล็กน้อย เพื่อไม่ให้มีส่วนเกินออกมานอกบริเวณขอบบิกินี่, เเฟรนช์แว็กซ์ (French Wax) จะลึกเข้าไปกว่าขอบบอกินี่ จนเหลือไว้เแต่บริเวณตรงกลาง, ฟูลบราซิลเลี่ยนแว๊กซ์ เป็นการกำจัดขนด้านล่างทุกจุดทุกเส้นลึกไปจนถึงด้านหลัง, บราซิลเลี่ยนแว๊กซ์ (Brazilian  wax) แว๊กซ์ชนิดที่ว่าไม่เหลืออะไรเลย โล่งสุดๆ        ทรงอื่นๆก็มีอย่างเช่น ทรงเพลย์บอย, รูปหัวใจ, รูปลูกศรชี้ขึ้น-ลง ซึ่งมีอีกหลากหลายทรงให้คุณเลือกได้ตามใจชอบ สาวๆ women mthai อาจจะยังเขินอายกันอยู่ มาเรียกชื่อทรงให้ถูกก่อนจะไปตัดผมให้น้องสาวกันนะจ๊ะ ว่าแต่คืนนี้ทรงไหนดีนะ? 1. Landing strip โกนเกือบทั้งหมด ยกเว้นตรงกลางตัดแต่งให้เป็นแนวตั้ง จะปล่อยไว้ให้สั้นหรือยาวก็แล้วแต่คุณชอบเลย เหมาะสำหรับการใส่บิกินี่เส้นเล็กและแคบ 2. Sweet Heart ถ้าอยากเพิ่มความโรแมนติค รูปหัวใจเป็นสิ่งที่สื่อความหมายได้ดีที่สุด เหมาะสำหรับวันวาเลนไทน์ หรือ วันครบรอบวันแต่งงาน รับรองหนุ่มๆไม่มีวันลืมแน่นอน 3. Brazilian Wax  แว๊กซ์ชนิดถอนรากถอนโคนไม่เหลืออะไรเลย ขนสักนิดก็ไม่มี โล่งหวิวเบาสบายกันไปเลยล่ะ ประมาณว่ากลับไปเป็นเด็ก 14 อีกครั้ง ทรงนี้เหมาะสำหรับสาวๆที่ชอบใส่บิกินี่ และ กางเกงในแบบเอวต่ำมากๆ 4.Martini  เป็นทรงสามเหลี่ยมกลับหัวลง ด้านบนจะเลี้ยงไว้มากหน่อย แต่ด้านข้างจะแว๊กซ์ออกให้เกลี้ยง เหมาะสำหรับการใส่บิกินี่ที่เว้ามากๆ และ ชุดชั้นในแบบเอวต่ำ เว้าโคนขาสูง 5.Postage stamp 6. Victory   7.Mohawk 8.Diamond ลักษณะคล้ายสามเหลี่ยมแต่ตัดตรงมุมทั้ง 2 ด้านออก ก็กลายเป็นเพชรน้ำงามไปซะแหละ  9.Star คืนนี้ดวงดาวจะลงทัณฑ์เธอเอง 10.Moon  11.This way เหมือนเป็นการบอกใบ้เชิญชวนด้วยลูกศรชี้ลง แค่เห็นก็รู้แล้วว่ามันกำลังกระซิบบอกว่า "come on baby" 12.Get up ลูกศรชี้ขึ้นไปข้างบน อ๊ะ! ต้องการจะบอกใบ้อะไรน๊า....         ผู้ชายส่วนใหญ่มักชอบให้น้องสาวของคุณสะอาด บางคนก็ลงทุนยอมจ่ายเงินจูงมือพาแฟนสาวไปทำที่ร้านเองเลย แถมจ่ายเงินให้อีกด้วย การแว็กซ์ครั้งแรกของคุณผู้หญิงคงไม่ต้องบอกว่าจะเจ็บปวดขนาดไหน แต่หลังจากนั้นคุณจะชอบมันเอง เพราะสาวๆจะรู้สึกเบาสบายอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน  เหตุผลที่สาวๆ ต้องทำ บิกินี่แว็กซ์ 1.เพราะแฟนอยากให้ทำ ผู้ชายไม่ได้ชอบความเป็นธรรมชาติของป่าดงดิบหรอกนะจ๊ะ บางครั้งก็ต้องดูแลตัดแต่งต้นไม้บ้างเพื่อความสวยงาม 2.เพราะคุณรักความสะอาด จุดซ่อนเร้นมักเป็นจุดอับ โดยเฉพาะช่วงประจำเดือน ผู้หญิงบางคนที่รักสะอาดมากๆ จึงนิยมการ แว็กซ์ เพราะดูแลง่าย ไร้กลิ่นไม่พึงประสงค์ แล้วอย่าลืมไปลองกันดูนะค๊า..... บิกินี่แว๊กซ์ มาแว๊กซ์ขนให้น้องสาวกันเถอะ! เรียบเรียงโดย women mthai team ภาพประกอบจาก www.buzzfeed.com

ล่าตัวเสี่ยฆ่าโจ๋แย่งโคโยตี้  คดีดังอุตรดิตถ์
ข่าว /  ข่าวอาชญากรรม / 

ล่าตัวเสี่ยฆ่าโจ๋แย่งโคโยตี้  สาเหตุคาดเกิดจากความหึงหวง  วันนี้(27พ.ย.) จากกรณีที่โลกออนไลน์ได้มีการแชร์เรื่องราวของ นายวัชระ กันใจสอนหรือน้องมด อายุ 17 ปี ถูกฆ่าแล้วทิ้งศพบริเวณริมถนนสายร่วมจิต-เขื่อนสิริกิติ์ ต.ผาเลือด อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ ตั้งแต่วันที่ 19 พ.ย.ที่ผ่านมา หลังจากทำการสอบสวนทำให้ทราบว่าผู้ตายคบหาอยู่กับหญิงสาวคนหนึ่งทำงานเป็นโคโยตี้ในร้านอาหาร แต่หญิงคนดังกล่าวก็มีเสี่ยอีกคนมาติดพัน  จึงสงสัยว่าเสี่ยคนดังกล่าวอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ครั้งนี้ ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รวบรวมหลักฐานและขอศาลอนุมัติหมายจับนายธนา ประไพรวงษ์ หรือต่อ เสี่ยที่ถูกระบุว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของนายวัชระ ในข้อหาฆ่าคนตาย โดยเจตนา เนื่องจากวัตถุพยาน ประจักษ์พยาน พยานบุคคล หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และภาพจากกล้องวงจรปิดมัดแน่น ทางเจ้าหน้าที่สิบสวนระบุว่า ขณะนี้คนร้ายได้หนีออกนอกพื้นที่แล้ว โดยหนีไปอยู่กับญาติในภาคกลาง แต่ญาติของนายธนา ได้ติดต่อเข้ามาเพื่อขอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่แล้ว โดยอ้างว่าช่วงนี้ได้เตรียมหาหลักทรัพย์ไว้สำหรับประกันตัวต่อสู้คดี จึงขอเวลา 7 วัน แต่เจ้าหน้าที่ปฏิเสธและแจ้งให้รีบเข้ามอบตัว ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะจับตัวได้ เพราะถ้าถูกจับกุมก่อนจะหมดสิทธิ์ที่ได้ประกันตัวต่อสู้ทางคดี ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ระบุว่าต้องการให้นายธนาเข้ามอบตัว เพราะขั้นตอนนี้เป็นเพียงแค่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้กระทำความผิด สามารถต่อสู้กันในชั้นศาลได้ หากคิดว่าบริสุทธิ์ก็นำ หลักฐานมาหักล้างในชั้นศาล คดีนี้ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวสดออนไลน์

ปลื้ม! ตุ๊กกี้ ใจบุญตาม บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ช่วยหญิงป่วยโปลิโอ
ดาราใจบุญ /  ตุ๊กกี้ / 

     เรื่องราวนี้อ้างอิงมาจาก บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ดาราจิตอาสา ซึ่งตามช่วยกรณีการกุศลให้แก่ ผู้ประสบปัญหา เคราะห์กรรม ยากไร้ ไม่ยุติธรรมในสังคม ล่าสุด คุณบิณฑ์ ได้โพสภาพและข้อความลงบนเฟสบุคเล่าเรื่องราวชีวิตของป้าเพ็ญศรีเพื่อขอความช่วยเหลือจากสังคม    เรื่องราวของป้าเพ็ญศรี ผิวสุข วัย 50 ปี อาศัยอยุ่ที่ อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ คุณป้าป่วยเป็นโปลิโอมาตั้งแต่กำเนิด  สมัยก่อนป้าเพ็ญศรี ก็ยังพอที่จะคลานและกลิ้งไปมาได้ แต่เมื่อ 5 ปีที่แล้ว แม่ของป้าเพ็ญศรีถูกยิงเสียชีวิต จึงทำให้ไม่มีใครดูแลคุณป้าเลย ต้องนอนขยับไปไหนไม่ได้อยู่แบบนี้        จนกระทั่งน้องสาวของป้าเพ็ญศรีมารับไปอยู่ด้วย แต่คุณป้าก็ขยับไปไหนมาไหนไม่ได้ต้องนอนอยู่บนโต๊ะสี่เหลี่ยมทุกวัน  ส่วนน้องสาวก็มีอาชีพรับจ้างนวดแผนโบราณ รายได้แต่ละวันไม่แน่นอน บางวันก็ได้เพียง 150 บาท จนถึง 300 บาท ซึ่งที่บ้านก็ไม่มีใครทำงานนอกจากน้องสาวของคุณป้าเท่านั้น ทุกวันนี้ป้าเพ็ญศรีได้รับค่าเบี้ยเลี้ยงคนพิการเพียงเดือนละ 500 บาท     เพราะความบังเอิญเรื่องดีดีจึงเกิด วันนั้น บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ จะไปเยี่ยมป้าเพ็ญศรี บังเอิญไปเจอตุ๊กกี้บนเครื่องบิน และเมื่อทักทายกันแล้ว ตุ๊กกี้ ก็อยากติดตาม อยากมาดู อยากมาช่วย ซึ่ง ตุ๊กกี้ ก็ขอเดินทางไปเยี่ยมป้าเพ็ญศรีด้วยกัน และ ได้มอบเงินให้คุณป้า 10,000 บาท และ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ มอบให้อีก 20,000 บาท นี่เป็นอีกหนึ่งไอดอล ดาราใจบุญ ที่เป็นแบบอย่างของทุกคน แบบนี้ต้อง like เลย.... ขอบคุณข้อมูลจากเพจ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์

สมุทรปราการ วันเดียวก็เที่ยวได้
ตลาดคลองสวน /  ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง / 

สมุทรปราการ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าเมืองปากน้ำ หรือเมืองพระประแดง นั้น นับเป็นจังหวัดปริมณฑลที่อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ เพียง29 กิโลเมตร เป็นเมืองที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยา มีความสำคัญเพราะเป็นเมืองปลายสุดของแม่น้ำเจ้าพระยา จึงเหมาะกับทั้งเป็นเมืองท่า และเมืองเกษตรกรรม สมุทรปราการ วันเดียวก็เที่ยวได้ จนมีคำขวัญประจำจังหวัดว่า “ป้อมยุทธนาวีพระเจดีย์กลางน้ำฟาร์มจระเข้ใหญ่งามวิไลเมืองโบราณสงกรานต์พระประแดงปลาสลิดแห้งรสดีประเพณีรับบัวครบถ้วนทั่วอุตสาหกรรม” เมื่อได้ชื่อว่าสมุทรปราการ อันหมายถึงเมืองท่าเมืองหน้าด่าน การแวะเที่ยวชมป้อมพระจุลจอมเกล้า ปราการเก่าทรงคุณค่าจึงนับเป็นสิ่งต้องทำอันดับแรกๆ หากได้มาเยือนสมุทรปราการ โดยป้อมแห่งนี้เป็นที่จอดเรือรบหลวงแม่กลอง เรือรบที่เก่าแก่เป็นอันดับ2 ของโลก พร้อมด้วยพื้นที่โดยรอบ ที่จัดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงประวัติศาสตร์ทหารเรือ  รวมทั้งร้านอาหารรสชาติดีที่มีให้บริการอยู่ในบริเวณเดียวกัน อีกหนึ่งความภูมิใจของชาวสมุทรปราการที่หาจังหวัดอื่นมาเทียบเคียงได้ยาก คือ ประเพณีพื้นเมืองต่างๆ ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น งานพระสมุทรเจดีย์ หรือการนมัสการมหาเจดีย์คู่บ้านคู่เมือง โดยการล่องเรือแห่ผ้าห่มแดงไปตามแม่น้ำเจ้าพระยา จนถึงอำเภอพระประแดง และทำการแห่ขึ้นห่มพระเจดีย์ ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์ของสมุทรปราการ จนปรากฏเป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัด งานประเพณีนี้จะจัดขึ้นทุกปี ในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี (ประมาณปลายเดือนตุลาคม- พฤศจิกายน) อีกหนึ่งประเพณีสำคัญของจังหวัดสมุทรปราการคือ ประเพณีโยนบัว ของวัดบางพลี ซึ่งนับเป็นแห่งเดียวในโลกที่จะได้เห็นการโยนบัวลงในเรือขวบนแห่พระพุทธรูปจำลองหลวงพ่อโต ทั้งทางบกและทางน้ำ โดยงานจะมีขึ้นในวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11 (ประมาณเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน) และเมื่อได้ชื่อว่าเป็นเมืองปากแม่น้ำ สมุทรปราการเองจึงมีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศให้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชม ไม่ว่าจะเป็น สถานตากอากาศบางปู ที่สามารถไปทำกิจกรรมได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น กินปู ดูนก เต้นรำ หรือท่องป่าชายเลน ก็สามารถทำได้ อีกหนึ่งสถานที่แนะนำคือ บางกระเจ้า หรือ เกาะสีเขียว ที่มีพื้นที่มากถึง 11,000 ไร่ โอบล้อมด้วยแม่น้ำเจ้าพระยา จนได้รับการยกย่องให้เป็นปอดของกรุงเทพ และ Best Urban Oasis of Asia จากนิตยสารไทม์ โดยนักท่องเที่ยวสามารถข้ามเกาะไปปั่นจักรยาน ดูนก ดูป่าชายเลน และสัมผัสกับอาการบริสุทธิ์ได้ ส่วนเรื่องการช้อปปิ้งนั้น สมุทรปราการก็นับว่าไม่น้อยหน้าที่ใดในประเทศ เพราะนอกจากจะเป็นที่ตั้งของห้างสรรพสินค้าใหญ่อย่างอิเกียและเมกาบางนาแล้ว ที่สมุทรปราการยังมีตลาดน้ำอย่างตลาดน้ำบางน้ำผึ้งไว้คอยต้อนรับนักท่องเที่ยว โดยตลาดน้ำแห่งนี้ถึงแม้จะเป็นตลาดน้ำน้องใหม่ แต่กลับเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของวิถีชีวิตชาวบ้านริมคลอง ที่ส่วนใหญ่เป็นคนเชื้อสายมอญซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือ สัมผัสกับความงดงามของวิถีชีวิตและสวนผลไม้ของชาวบ้านได้ ส่วนสินค้าขึ้นชื่อของตลาดที่ควรซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้าน เช่น มะม่วงน้ำดอกไม้ปลาสลิดและขนมจาก เป็นต้น ตลาดคลองสวนก็นับเป็นอีกหนึ่งตลาดสำคัญของจังหวัดสมุทรปราการที่มีอายุมากถึง 100 ปี โดดเด่นด้วยบรรยากาศย้อนอดีตที่ยังคงมนต์เสน่ห์แห่งการซื้อขายแลกเปลี่ยน รวมไปถึงอาหารรสชาติดี และของซื้อของขายมากมาย นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวที่แนะนำไปแล้วนั้น จังหวัดสมุทรปราการยังมีสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอีกมากมายให้เลือกไปแวะเยี่ยมเยือน ไม่ว่าจะเป็น เมืองโบราณ มรดกแห่งภูมิปัญญาไทยที่จัดแสดงอาคารทางสถาปัตยกรรมไทยรูปแบบต่างๆ พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ พิพิธภัณฑ์ที่เก็บรักษาศิลปวัตถุมรดกทางวัฒนธรรมด้านต่างๆ เพื่อสืบสานอนุรักษ์งานศิลป์ไทย ฟาร์มจระเข้ ก็นับเป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวคู่จังหวัดที่นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติต่างให้ความนิยมมาแวะดูการแสดงมากมาย ถึงแม้ว่าสมุทรปราการจะเป็นเพียงจังหวัดเล็กๆ ที่หลายคนอาจมองข้ามแต่หากได้ลองมาทำความรู้จักกับวัฒนธรรมธรรมชาติอาหารการกินแหล่งท่องเที่ยวแล้ว เราจะพบว่าสมุทรปราการนั้นเพียบพร้อมไปด้วยเสน่ห์เป็นจังหวัดที่มีเวลาแค่วันเดียวก็เที่ยวได้ แถมยังไม่ต้องเดินทางไกลและเที่ยวได้ตลอดทั้งปี เอาเป็นว่าหากสุดสัปดาห์นี้ยังไม่มีโปรแกรมไปไหนอย่าลืมมาลองทำความรู้จักกับสมุทรปราการดู สมุทรปราการ เที่ยวได้ทั้งปี ภายในบริเวณ วัดมงคลโคธาวาส สมุทรปราการ วันเดียวก็เที่ยวได้

ทุกคนต้องหลงรัก น้องยูเค ประเดิมหนังเรื่องแรก ประกบ แดน วรเวช ใน The One Ticket ตัวพ่อเรียกพ่อ
The One Ticket /  ด.ญ.ณัฐธยาน์ องค์ศรีตระกูล / 

หลายคนคงเคยเห็นหน้าหมวยๆ กับรอยยิ้มสดใสของ น้องยูเค ด.ญ.ณัฐธยาน์ องค์ศรีตระกูล ผ่านงานแสดงมิวสิควิดีโอ, ละคร และโฆษณากันมาบ้างแล้ว แต่ล่าสุด หนูน้อยฝีมือดีรายนี้กำลังจะมีงานแสดงภาพยนตร์เรื่องแรก The One Ticket ตัวพ่อเรียกพ่อ ประกบนักแสดงตัวพ่อ แดน วรเวช ที่รับรองได้เลยว่าทุกคนจะต้องหลงรักเธอเพราะความน่ารักแสนซนสมวัยอย่างแน่นอน โดย น้องยูเค พูดถึงหนังเรื่องแรกของตัวเองด้วยความตื่นเต้นว่า "ในเรื่องนี้หนูรับบทเป็น ป.ปลา ค่ะ เป็นเด็กอายุ 7 ขวบ อยู่กับพ่อโป้ง (แดน วรเวช) ตามลำพังสองคน แล้วป.ปลา ก็ต้องทำงานบ้านจนถึงเรื่องเรียนด้วยตัวเอง พ่อไม่ค่อยสนใจ ป.ปลามีวงเกิร์ลกรุ๊ปขวัญใจที่จะมาเปิดคอนเสิร์ตที่เมืองไทย ป.ปลาก็เลยเก็บเงินจนครบและฝากพ่อจองบัตร แต่พ่อเอาเงินไปทำอย่างอื่นไม่ได้จองบัตร ทีนี้บัตรหมด พ่อไม่รู้จะทำยังไง เลยต้องไปชวนแก๊งเพื่อนช่วยกันทำภารกิจตามล่าหาบัตรมาให้หนู นี่เลยเป็นที่มาของความสนุกในเรื่องนี้ค่ะ" น้องยูเค เล่าอีกว่า "หนูดีใจที่ได้เล่นหนังเรื่องแรก ตื่นเต้นแล้วก็สนุกค่ะ พี่ๆ ใจดีทุกคน ถ่ายดึกๆ หนูก็มีง่วงบ้าง ดีใจที่ได้ไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วย อากาศร้อนมาก หนูกลับมาตัวดำเลย เล่นเรื่องนี้ก็สนุก ไม่เครียดเลยค่ะ พี่ปอย (ผู้กำกับ) ใจดี ไม่ดุ แล้วก็น่ารัก ก็จะคอยสอนหนูว่าต้องแสดงยังไง เล่นยังไงค่ะ พี่แดนก็ใจดี ไม่ดุเหมือนกัน พี่แดนเป็นคนตลก ชอบเล่านิทานให้หนูฟังด้วย ตอนแรกๆ ก็ไม่สนิทกันเท่าไหร่ แต่พอตอนหลังๆ เล่นไปนานๆ ก็สนิทกัน ไม่อยากให้ถ่ายหนังจบเลยค่ะ อย่าลืมมาดูหนังของหนูกันเยอะๆ นะคะ สนุกมากๆ ค่ะ" ด้านผู้กำกับ ปอย ณภัทร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา ก็ชื่นชมนักแสดงรุ่นจิ๋วมากความสามารถคนนี้ว่า "คือผมดูเด็กหลายๆ คนที่มาแคสกันก็มีความสามารถ แต่น้องยูเคผมเจอครั้งแรก ผมประทับใจเขาเลย น้องเป็นคนพูดจาฉะฉาน กล้าแสดงออก ไม่กลัวคน แล้วก็ก่อนหน้านี้ ผมได้ดู MV หนังสั้นที่น้องเล่นก็รู้สึกว่าเด็กคนนี้แววตา เล่นแล้วออกมาสดใส ดูเป็นธรรมชาติที่สุด ผมก็เลยลองมาแคสดู แล้วเราก็ได้ไอเดียจากเขาเอามาใส่เพิ่มในบทด้วย วันแรกจนถึงปิดกล้องนี่น้องเขามีพัฒนาการเล่นดีขึ้นมากๆ แล้วก็ความคิดของเขานี่โตเป็นผู้ใหญ่แต่ยังพูดจาเป็นเด็กอยู่ เมื่อไหร่ที่กองสนุก น้องก็จะเต็มที่ ซึ่งมันก็กระตุ้นให้ทีมงานสนุกด้วย" เตรียมชมความน่ารักสดใสของหนูน้อยยูเคกันได้ใน The One Ticket ตัวพ่อเรียกพ่อ พร้อมฮาปนซึ้งไปกับความรักของพ่อลูก และมิตรภาพของผองเพื่อนสุดรั่วกันได้ทั้งครอบครัว ในวันที่ 31 ธ.ค.นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ The One Ticket ตัวพ่อเรียกพ่อ ได้ที่นี่เลย ------------------------------

ฮะมาแว้ววว!ผลสอบดาวเตะ ช้างศึก เกมถลกหนังเสือเหลือง
กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ /  กีรติ เขียวสมบัติ / 

เข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2014 ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ช้างศึก ทีมชาติไทย หลังจากเกมที่ 2 เมื่อวันที่ 26 พ.ย.57 ไล่แซงถลกหนังเสือเหลือง มาเลเซีย แบบลืมตาย 3-2 แถมถูกนำถึง 2 ครั้ง 2 ครา แต่ก็กลับมาชนะได้ วันนี้เช่นเคย ซูเปอร์แบงค์ เจ้าเก่าเจ้าเดิม จะมาให้คะแนนนักเตะ ช้างศึก ทีมชาติไทย กันว่ามีใครนักเตะรายใดบ้างที่สอบผ่าน และมีนักเตะรายใดบ้างที่ต้องสอบซ้อม ในเกมนัดสุดท้ายที่จะพบกับ หนุ่มหม่อง เมียนมาร์ ในวันที่ 29 พ.ย.57 เมื่อเป็นเช่นนี้อย่ารอช้าไปรับเสพกันได้เลยครับ 11 ผู้เล่นตัวจริง กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ (ผู้รักษาประตู) 6.5 คะแนน เกมนี้ดูฟอร์มของ เจ้าตอง จะดร็อปลงไปนิดหน่อยจากเกมแรก เกมนี้เสียไป 2 ประตู ซึ่งก็เป็น 2 ประตูที่ป้องกันยากพอสมควร แต่ฟอร์มโดยรวมยังถือว่าสอบผ่าน ถึงแม้จะมีบางจังหวะที่ออกมาตัดลูกกลางอากาศไม่ดีเท่าที่ควร นี้ถ้าโดนลูกยิงไกลครึ่งสนามของ อัมรี่ เข้าไปตุงตาข่ายบอกเลยว่าเกมนี้สอบตกแน่นอน แต่ก็ยังโชคดีเจ้าตัว ช่วยทีมไว้ได้หลายจังหวะเลยยังให้ผ่าน นฤบดินทร์ วีรวัฒน์โนดม 6.5 คะแนน เจ้าต้น นฤบดินทร์ วีรวัฒน์โนดม ได้ลงมาเป็นเกมแรก ผลงานโดยรวมถือว่าค่อนข้างดี จังหวะเติมเกมก็ยังคงมันส์เช่นเดิม เปิดบอลให้ทีมได้เสียวหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ยังคงต้องปรับเรื่องของเกมรับหน่อย ถ้าปรับได้รับรองเลยว่าเจ๋งกว่านี้แน่นอน ชยพัทธ์ กิจพงษ์ศรีธาดา (แบ็กซ้าย) 6.5 คะแนน พี่บอย ชยพัทธ์ กิจพงษ์ศรีธาดา ของน้องๆ ช้างศึก เกมนี้จังหวะการเติมเกมที่โดดเด่นของเขาทำได้ไม่ค่อยดีเท่าที่ควร บางจังหวะที่เล่นยังดูตันๆ อยู่ นับครั้งได้เลยว่าเติมไปจนสุดเส้นหลังได้กี่ครั้ง แต่ก็ยังดีที่ช่วยทีมเล่นเกมรับได้พอสมควรเกมนี้เลยยังสอบผ่าน ธนบูรณ์ เกษารัตน์ (เซ็นเตอร์) 7.5 คะแนน สมราคาฉายา บุสเกตส์เมืองไทย จริงๆสำหรับ เจ้าตั้ม ธนบูรณ์ เกษารัตน์ เกมนี้ถูกสั่งให้ลงมาเล่นเป็นปราการหลังจำเป็น ก็ทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยมถึงแม้บางจังหวะที่ต้องใช้แรงปะทะจะยังไม่แกร่งเท่าไหร่ แต่ก็ช่วยทีมสกัดเกมบุกมาเลเซียได้ดี ดีจนได้รับคำชมแบบไม่ขาดปากเลยทีเดียว อย่างนี้ก็สอบผ่านไม่ต้องสงสัย อดิศร พรหมรักษ์ (เซ็นเตอร์) 7 คะแนน เจ้าเก่ง อดิศร พรหมรักษ์ เกมนี้เป็นอีกคนที่ฟอร์มดร็อปลงไปจากเกมแรก แต่หลายจังหวะเขาก็ช่วยทีมได้เป็นอย่างดี แต่ก็มีข้อผิดพลาดให้ต้องแก้ไขกันต่อไปเล็กน้อย ซึ่งเกมนี้ก็ถือว่ายังให้สอบผ่านได้ถึงจะโดนไป 2 ตุงก็ตาม สารัช อยู่เย็น (มิดฟิลด์) 5.5 คะแนน เกมนี้ดู เจ้าตังค์ สารัช อยู่เย็น จะเงียบๆไป ไม่สามารถที่จะตัดเกม และเดินเกมได้เหมือนเกมแรก บางจังหวะยังช้ากว่าผู้เล่นมาเลเซีย จะเห็นได้ชัดคือการเสียประตูที่ 2 ที่ไม่สามารถตามติดได้ แถมเกมนี้เวลามีโอกาสยิงก็ยังทำได้ไม่ดีพออีก ทำให้เจ้าตัวเกือบที่จะสอบตกในเกมนี้ ชาริล ชัปปุยส์ (มิดฟิลด์) 9.5 คะแนน ชาริล ชัปปุยส์ ห้องเครื่องหน้าหล่อของ ช้างศึก ชื่อนี้คงไม่ต้องบรรยายอะไรมาก เกมนี้ยังสู้อย่างเต็มที่วิ่งไม่มีหมดเช่นเคย แถมยังมีส่วนกับ 2 ประตูในเกมนี้อีกคือยิง 1 จ้าย 1 ดังนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาผ่านสอบได้อย่างสบายๆ ชนาธิป สรงกระสินธุ์ (มิดฟิลด์) 9.5 คะแนน เกมที่ผ่านมา เมสซี่เจ ชนาธิป สรงกระสินธุ์ ถือเป็นอีกกุญแจสำคัญที่ทำให้ทีม ช้างศึก เก็บ 3 คะแนนได้ ตลอดทั้งเกมเล่นงาน นักเตะมาเลเซีย จนเสียผู้เสียคน แถมเจ้าตัวยังเป็นคนไหลใส่ผ่านให้ ชัปปุยส์ ยิงประตูตีเสมอ 2-2 อีก จนถูกสื่อในอาเซียนพูดถึงมากที่สุดในเวลานี้ ดังนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าผ่านสอบได้เช่นไร เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ (ปีกซ้าย) 6.5 คะแนน เจ้าก้อง เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ เกมนี้ผลงานดูดร็อปลงไปเล็กน้อย แต่ฟอร์มดดยรวมก็ถือว่าสร้างประโยชน์ให้ทีมได้ค่อนข้างเยอะ แถมเกมนี้ยังช่วยทีมลงมาเล่นเกมรับในบางจังหวะอีก ขยันอย่างนี้ก็สอบผ่านไปอีกคน ศราวุฒิ มาสุข (ปีกขวา) 4.5 คะแนน เกมนี้บอกเลยว่า เจ้าหนุ่ย ศราวุฒิ มาสุข เล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐานของตัวเองมาก แถมยังไม่ดึงจุดเด่นคือความเร็ว และการไปกับบอลได้ดีออกมาใช้ จนทำให้ถูกเปลี่ยนตัวออกไปในนาทีที่ 54 เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ต้องไปรอสอบซ้อมกันใหม่นะน้อง กีรติ เขียวสมบัติ (กองหน้า) 4 คะแนน เจ้าป๊อป กีรติ เขียวสมบัติ เกมนี้ไม่ได้ช่วยทีมทำอะไรเลย จนถูกเปลี่ยนตัวออกไปในนาทีที่ 40 เพราะไม่สามารถเก็บบอลได้ และยังช้ากว่านักเตะมาเลเซีย จึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไม่ถึงยังสอบไม่ผ่านในเกมนี้ 3 ผู้เล่นตัวสำรอง อดิศักดิ์ ไกรษร (กองหน้า) 10 คะแนน เจ้ากอล์ฟ อดิศักดิ์ ไกรษร ถูกเปลี่ยนลงสนามมาเร็วตั้งแต่ครึ่งแรกในนาทีที่ 40 และการลงมาของเขานั้นต้องยกให้เป็นสุดยอดซูเปอร์ซัปไปเลยทีเดียว  ใช้เวลาเพียง 2 นาทีในสนามก็ช่วยยิงให้ทีมตีเสมอ 1-1 จากนั้นก็เป็นคนพาบอลไล่บอลจนทำให้ทีมได้ประตูตีเสมอ 2-2 และที่สำคัญเป็นคนซัลโวประตูชัยให้ทีมในนาทีสุดท้ายอีก บอกเลยว่าเอาไปเลยเต็ม 10 ชัยณรงค์ ทาทอง (กองหน้า) 3.5 คะแนน เจ้าบี้ ชัยณรงค์ ทาทอง เกมนี้แทบจะไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันถูกส่งลงสนามมาในนาทีที่ 54 แต่ก็ต้องออกไปในนาทีที่ 77 เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ถือว่าสอบไม่ผ่าน เล่นเพียงแค่ 23 นาทีเท่านั้น ประกิต ดีพร้อม (ปีกซ้าย) 6.5 คะแนน ประกิต ดีพร้อม ถือเป็นอีกหนึ่งนักเตะสำคัญของเกมนี้ เพราะลงสนามมาในนาทีที่ 77 ก็สามารถลากเลื้อยสร้างปัญหาให้กองหลังมาเลเซียได้ และที่สำคัญเจ้าตัวโชว์ชั้นเชิง และความเร็ว ช่วยจ่ายบอลให้ เจ้ากอล์ฟ ซัลโวประตูชัยอีก เมื่อเป็นเช่นนี้มีประโยชน์อย่างนี้ก็สอบผ่านไปเลย ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง (กุนซือ) 10 คะแนน คงไม่ต้องพูดอะไรมากถึงกุนซือใหญ่รายนี้ วางแผนการเล่นได้ดี กระตุ้นนักเตะได้ดี แถมยังสามารถดึงอารมณ์นักเตะให้รวมใจเป็นหนึ่งเดียวได้ ต้องยกให้เขาเป็นอีก 1 แมนออฟเดอะแมตช์ไปเลย ทั้งหมดทั้งมวลคือการให้คะแนนขุนพล ช้างศึก ทีมชาติไทย ซึ่งเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน เกมหน้าที่จะพบกับ ทีมชาติเมียนมาร์ ในวันที่ 29 พ.ย.57 ถึงแม้จะผ่านเข้ารอบไปแล้ว แต่ก็ยังคงมีการวัดผลคะแนนเช่นเดิม ติดตามรับชมกันได้ที่นี่เช่นเคย ขอบคุณภาพสวยๆจาก : เฟซบุ๊ก บริษัท สปอร์ต ฮีโร่ จำกัด

เปิดแหล่งที่มา 2 พันล้าน ขบวนการโกงจาก
ข่าวล่าสุด /  ตำรวจฆ่าตัวตาย / 

ยังคงติดตามกันต่อกับคดีสุดอัปยศ อื้อฉาววงการสีการกี กับการทุจริต รับส่วย รวยอื้อกว่า 2 พันล้าน จากการจับกุม พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ที่จากผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กลายร่างแปลงอำนาจมาเป็นผู้มีอิทธิพลขบวนการทุจริต โดยมีเครือข่ายทั้งนายตำรวจและพลเรือนร่วมขบวนการ กระทั่งถูกตั้งข้อหา แอบอ้างเบื้องสูง เรียกรับสินบนการแต่งตั้งโยกย้าย รับส่วยจากบ่อนและน้ำมันเถื่อน ใช้อำนาจโดยมิชอบ ปฎิบัติหรือละเว้นปฎบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทุจริตคอรัปชั่น ร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนัน รวมถึงฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน คดีนี้ยังเชื่อมโยงไปยังพลเรือนที่เกี่ยวข้อง คือ นางสวงค์ มุ่งเที่ยง ตำรวจข้อหาร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า รวมถึงตามไปจับกุม นายชอบ และนางปิยพรรณ ชินนะประภา น้องสาวและน้องเขย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ช่วยกันฟอกเงิน ถึงตอนนี้ก็ยังตอบไม่ได้ว่าขบวนการเหล่านี้ มีจำนวนกี่คน คาดว่า คงไม่ได้มีเพียงเท่านี้ แต่การสาวไปถึงบุคคลอื่นต้องรอ พยานหลักฐานรองรับ ที่ผ่านมา เครือข่ายเหล่านี้ได้แอบอ้างสถาบันฯ เพื่อแสวงหา ผลประโยชน์ในทุกๆด้าน ประชาชนเกิดคำถามขึ้นว่า ทรัพย์สินจำนวนมหาศาล 2 พันล้าน เหล่านี้ ได้มาโดยวิธีใด จากที่ปัญหาที่ฝังรากลึกกับการรับส่วย ที่ปราบอย่างไรก็แก้ไม่หมด นี่เองมาจากการรับส่วยบ่อนการพนันทั่วประเทศ บางพื้นที่เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ จับให้เป็นผลงานบังตา แต่สุดท้ายก็ผุดขึ้นมาพร้อมกับการรับเงิน รวมถึงการวิ่งเต้นตำแหน่งข้าราชการตำรวจสอบสวนกลาง ที่หลายคนจะคาดหวังว่ามีความโปร่งใสในระบบนี้ จนมาเฉลยแล้วให้เห็นความจริง มันมีใต้โต๊ะกันมาแต่ช้านาน และที่สำคัญการเรียกรับเงินจากผู้ค้าน้ำมันเถื่อนในภาคใต้ ทำรายได้เป็นกอบเป็นกำต่อเดือนถึง 15 ล้านบาท ลองคิดดูว่าขนาดธุรกิจจะใหญ่โตขนาดไหน ขนาดนายดาบที่ทำหน้าที่ขับรถยังมีทรัพย์สินกว่า 50 ล้านบาท และการแอบอ้างเบื้องสูงโดยไม่มีใครกล้าแตะต้อง สามารถรีดเงินได้ไม่ยาก เงินจากเครือข่ายทั้งหมดจะต้องปกปิดไว้ โดยการใส่ตู้เซฟฝังดิน ในห้องที่มีการปิดอย่างหนาแน่น จากการตรวจค้นบ้านพักบุคคลเครือข่าย ทั้งหมด 15 สถานที่ ก็พบว่ามีทั้ง เครื่องประดับ รถยนต์หรู ภาพวาดราคาแพง แสตมป์ทองคำ รูปปั้นประติมากรรมสมัยก่อน พระพุทธรูปเงินสดและธนบัตรดอลลาร์ ไม่สามารถประเมินมูลค่าได้ เนื่องจากส่วนหนึ่งเป็นวัตถุโบราณรวมทั้งเครื่องประดับและพระพุทธรูปที่ต้องรอผลการตรวจสอบด้านคุณค่าและที่มาของทรัพย์สิน เชื่อว่ายังมีทรัพย์สินอีกจำนวนมากที่อาจซุกซ่อนอยู่อีกหลายจุด และยังคงมีอีกหลายกองบังคับการที่อยู่ในสายบังคับบัญชาของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางอีกกว่า 30 นาย ซึ่งมีรายชื่อชัดเจนอยู่ที่ ผบ.ตร.แล้ว หากพบพยานหลักฐานที่ชัดเจน ก็รอการเปิดโปงให้เห็นอีกเรื่อยๆ นับเป็นผลงานของทางการไทยที่ทั่วโลกให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่น่าเชื่อ"ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์" จะมีทรัพย์สินมากขนาดนี้ แถมยังมีบุคคลสำคัญเข้าไปเกี่ยวข้องจำนวนมาก คดีนี้ใช้เวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์ ก็สามารถรวบตัว พร้อมเครือข่ายได้ ต้องติดตามกันอีกยาวว่า คดีนี้จะลงเอยเช่นไร ไม่แน่ อาจจะมี นายตำรวจ อีกลอตใหญ่ โยงใยกับขบวนการเครือข่ายการกระทำความผิดฯ MThai News

หนังเข้าใหม่ พฤหัสที่ 27 พ.ย. จัดหนัก 8 เรื่อง!
1448 รักเรา..ของใคร /  Horns / 

สัปดาห์นี้ รับรองคอหนังได้เฮ! เพราะในวันพฤหัสที่ 27 พ.ย. นี้ มี หนังเข้าใหม่ เอาใจคุณผู้ชมจัดหนักถึง 8 เรื่อง จะมีเรื่องไหนโดนใจบ้างมาดูกัน Saint Laurent แซงต์ โลรองต์ แซงต์ โลรองต์ (กัสปาร์ อุลลิแอล) อัจฉริยะผู้เป็นดั่งศาสดาของวงการแฟชั่น เขาเติบโตมาในครอบครัวที่ร่ำรวย ถูกห้อมล้อมด้วยความรักจากแม่และพี่สาวของเขามาตั้งแต่เด็ก พออายุได้ 17 ปี ก็ชนะรางวัลในการแข่งขันการดีไซน์ระดับโลก อายุ 20 ก็เริ่มต้นทำงานกับ DIOR  อายุ 22 เขาสร้างคอลเลคชั่นใหม่ให้ดิออร์กลับมาเป็นแบรนด์ระดับโลกอีกครั้ง จนกระทั่งกลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกตอนอายุ 25 เมื่อเขาสร้างแบรนด์ อีฟ แซงต์ โรลองต์ ของตัวเอง หนังจะ จับช่วงชีวิตที่รุ่งเรืองที่สุด ดราม่าที่สุด โดยเฉพาะเรื่องความรัก  หนังตั้งใจจะตีแผ่เข้าไปถึงแก่นของความอ่อนไหวในใจ ของดีไซเนอร์อัจฉริยะ ผู้นี้ จนถึงขนาดกล้าท้าว่า คนดูจะได้เห็น แซงต์ โลรองต์ ในมุมที่เราคาดไม่ถึง คลิกชมตัวอย่างภาพยนตร์ Saint Laurent ได้ที่นี่เลย --------------------------- Horns คนมีเขา เงามัจจุราช ชายหนุ่มที่ชื่อ อิ๊ก เพอริช (แดเนียล แรดคลิฟฟ์) ที่ขึ้นมาพบว่าตัวเองตกเป็นผู้ต้องสงสัยใน­คดีฆ่าแฟนสาวของตัวเอง (จูโน่ เทมเปิ้ล) และไม่เพียงแค่นั้นเขายังมีเขาซาตานงอกอยู­่บนหัวอีกด้วยแต่สิ่งที่เป็น เหมือนกับคำสาปก็ก่อให้เกิด­พรสวรรค์ใหม่ เมื่อ อิ๊ก พบว่าตัวเองมีพลังพิเศษในการโน้มน้าวให้ทุ­กคนทำสิ่งที่เขาต้องการ และทำให้คนๆนั้นสารภาพบาปที่เคยทำออกมาได้­ เขาจึงใช้พลังที่ได้มาใหม่นี้ในการตามล่าห­าตัวคนที่ฆ่าแฟนให้จงได้ คลิกชมตัวอย่างภาพยนตร์ Horn ได้ที่นี่เลย ----------------------------- Jessabelle บ้านวิญญาณแตก เจสซาเบล (ซาร่าห์ สนุ๊ก) คือสาวผู้เคราะห์ร้ายที่ต้องสูญเสียสามีไปในอุบัติเหตุทางรถยนตร์ อย่างกระทันหัน เธอต้องหอบร่างและจิตใจที่บอบช้ำกลับไปอยู่อาศัยและพักรักษาตัวที่แมนชั่น หลังเก่าร่วมกับพ่อ แต่แทนที่จะได้ดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่ายและสงบสุข เจสซาเบลกลับต้องเผชิญหน้ากับบางสิ่งบางอย่างลี้ลับ สิ่งนั้นคือของขวัญที่แม่ผู้ที่ตายจากไปทิ้งไว้ให้ ของขวัญแห่งความปรารถนาร้ายที่เตรียมพร้อมอาฆาตและรอคอยที่จะหลอกหลอนเธอ อย่างสะพรึง! คลิกชมตัวอย่างภาพยนตร์ Jessabelle ได้ที่นี่เลย -------------------------   The Return ผีทวงคืน - กรุงเทพ/ไทย คอนโดแห่งนี้มีข่าวลือว่าแม่บ้านชาวลาวกับยามหายตัวไปลึกลับ แต่หนุ่มวัยรุ่นติดหนี้พนัน (ศิรชัช เจียรถาวร) ก็จำต้องแฝงตัวเข้ามาทำงานเพื่อหวังขโมยของ ทว่าเสียงเล่าลือนั้นท่าจะเป็นจริง เมื่อเขาเจอวิญญานตามหลอกหลอน - เสียมเรียบ/กัมพูชา ตำรวจไทย (อรรคพันธ์ นะมาตร์) พลั้งมือฆ่าแรงงานพม่าอย่างไม่ตั้งใจ จึงหนีไปซ่อนตัวในโรงแรมเล็กๆ เขาเจอเรื่องหลอนๆ เหมือนมีใครตามอยู่ตลอด อาจจะมีอะไรผิดปกติในที่แห่งนี้ หรืออาจมาจากความรู้สึกผิดที่ตามมากดดันจนเขาเริ่มจะคุ้มคลั่ง - เวียงจันทน์ /ลาว พี่สาวของแรงงานชาวลาว (คำลี่ พิลาวง) มารับศพน้องที่เสียชีวิตในเมืองไทย เมื่อกลับถึงบ้านก็พบว่าแม่ช็อคหมดสติ และเริ่มมีอาการเหมือนโดนผีสิง ที่ท่าขี้เหล็ก/เมียนม่าร์ เมียที่อยู่บ้าน ติดต่อสามีที่มาทำงานในไทยไม่ได้ แล้วกลับพบว่ามีสิ่งลึกลับกำลังสื่อสารกับเธอ ต่างคน ต่างเมือง จุดเริ่มต้นจากคดีฆาตกรรมอำพราง ไปสู่จุดจบด้วยวิญญาณอาฆาตแค้น คลิกชมตัวอย่างาพยนตร์ The Return ผีทวงคืน ได้ที่นี่เลย --------------------------- 1448 รักเรา..ของใคร ณ ถนนคนเดิน ที่ปาย แหล่งฮิปของวัยรุ่นยุคใหม่ แพท (บัว อิสซาเบล่า เลเต้) กำลังถ่ายภาพผู้คนที่เดินไปมาบนถนน จู่ๆ ในเฟรมกล้องของเธอก็ปรากฏภาพของ พิม (สายป่าน อภิญญา สกุลเจริญสุข) ผู้หญิงที่เธอตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น แพทเริ่มทำความรู้จักพิมในชมรมของมหาวิทยาลัย และสนิทสนมใกล้ชิดกันมากขึ้นในทุกๆ วัน หากแต่แพทกลับต้องเก็บความรู้สึกนั้นไว้ เพราะพิมกำลังคบกับ น้ำ (บุ๊ค ภูดิท ขุนชนะสงคราม) รุ่นพี่หนุ่มหล่อในมหาวิทยาลัย ขณะที่ความรู้สึกลึกๆ ของพิม กำลังร้องบอกว่าน้ำไม่ใช่สำหรับเธอ พิมจึงตัดสินใจเลิกกับน้ำ ก่อนที่เธอจะค้นพบคำตอบของหัวใจว่า ไม่มีใครทำให้เธอมีความสุขได้เท่ากับแพทอีกแล้ว เธอจึงตัดสินใจเดินทางไปหาแพทที่ปายและเริ่มคบหากันในแบบคนรัก ไปพร้อมๆ กับช่วยกันดูแลร้านกาแฟที่แพทเป็นเจ้าของ โดยมี เฟียตเฟ่ (เฟียต พัทธดนย์ จันทร์เงิน) ลูกจ้างหนุ่มสุดขยันที่เข้าใจความรักของพวกเธอเป็นอย่างดีมาช่วยดูแลร้าน จนในที่สุด ทั้งสองตัดสินใจที่จะแต่งงานกัน ทว่าความรักอันงดงามในความรู้สึกของพวกเธอ กลับไม่สวยงามในโลกความจริง โดยเฉพาะพ่อของแพทที่ต่อต้านและรับไม่ได้กับความรักระหว่างผู้หญิงกับผู้หญิงเช่นนี้ คลิกชมตัวอย่างภาพยนตร์ 1448 รักเรา..ของใคร ได้ที่นี่เลย ---------------------------- สัญญาแห่งคิมหันต์ เรื่องราวความรักและความผูกพัน ระหว่าง"ตั้ม" กับ "คิมหันต์" ที่ก่อตัวขึ้นบนเกาะแห่งหนึ่ง ท่ามกลางความเหงาอันโดดเดี่ยวริมผืนน้ำทะเลที่ใครหลายคนพากันมาทิ้งความ ทุกข์เอาไว้เเล้วเดินจากไปในวันที่ความทุกข์จากรักนั้นเจือจางลง…”ตั้ม”เด็ก หนุ่มผู้ปิดตัวเองจากครอบครัวที่ดูเหมือนจะเพียบพร้อมไปทุกด้านแต่ในความ เป็นจริงบ้านสำหรับเขาคือกรงเเคบๆที่เต็มไปด้วยความอึดอัดที่ตั้มพร้อมจะ เดินจากไปทันทีเมื่อมีโอกาส จนกระทั่งมาพบกับเด็กหนุ่ม เจ้าของรอยยิ้มสดใสเเววตาเปี่ยมไปด้วยความหวังอย่าง คิมหันต์ โลกใบเเคบๆของตั้มค่อยๆเปิดกว้างออกทีละนิด จนเขามองเห็นความสุขเล็กๆที่เรียกว่ามิตรภาพ จากเด็กหนุ่มแปลกหน้า ที่เขาเปิดรับให้เป็นเพื่อนรักคนเเรกในชีวิตเเละนับจากวันนั้นโลกของตั้มกับ คิมหันต์จึงเต็มไปด้วยรอยยิ้มเเละความสุข จนกระทั่งการจากลามาถึง การตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิตของเขาทั้งสองคน จะลงเอยอย่างไร จริงหรือที่คำสัญญาผูกเราเอาไว้เเล้วทำให้เราพบกันอีกครั้ง คลิกชมตัวอย่างภาพยนตร์ สัญญาแห่งคิมหันต์ ได้ที่นี่เลย -------------------------------- The Master ภาพยนตร์สารคดี ที่จะทำให้คุณไปรู้ถึงที่มาที่ไปของ แว่นวีดีโอ และเรื่องราวของพี่แว่นที่ส่งผลต่อการทำหนัง และ การเขียนวิจารณ์ของเหล่าคนในวงการภาพยนตร์ไทยอย่างไรบ้าง โดยผู้กำกับ เต๋อ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ (ฉายเฉพาะที่โรงภาพยนตร์ House RCA เท่านั้น) คลิกชมตัวอย่างภาพยนตร์ The Master ได้ที่นี่เลย ------------------------------   Sur-Real เกมส์พลิก/โชคชะตาเล่นตลก/รักตาลปัตร Sur-Real ประกอบไปด้วยหนังสั้น 3 เรื่อง อันได้แก่ เหยื่อ หนังแอ็คชั่นสไตล์ฟิล์มนัวร์ ว่าด้วยตำรวจ ที่อยากรวยจากการค้ายา และจับกุมคนร้าย จึงคิดแผนชวนอดีตโจรมาเอี่ยวด้วย แต่เรื่องมันไม่ง่ายเช่นนั้น / ความรักทำให้ฝรั่งตาบอด ว่าด้วย หนุ่มไทยสุดมึน กับเพื่อนกะเทยสวยสด ที่ต้องปิดบังแฟนฝรั่ง ว่าตัวเองไม่ใช่ผู้หญิงแท้ๆ / ใต้ดิน ว่าด้วยมนุษย์เงินเดือน สุดซวย ที่ต้องเจอมรสุมรุมเร้า ทั้งแฟนมีชู้ เจอโรคจิต โดนตามยิง ฯลฯ ซึ่งตัวละครต้องแร็พเป็นมิวสิคัลทั้งเรื่อง??!! (ฉายเฉพาะที่เมเจอร์รัช โยธิน, เอสพลานาดรัชดา, เซ็นทรัล เวิลด์ และลิโด้ สำหรับผู้ชมชาวเชียงใหม่ เตรียมเจอกันได้ที่เมญ่า และเมเจอร์เซนทรัลเฟสติวัลเชียงใหม่) คลิกชมตัวอย่างภาพยนตร์ Sur-Real ได้ที่นี่เลย ------------------------------