น้องอีเตอร์

หล่อเบอร์ 10!! น้องพุท ลูกชายแม่ส้ม ณัชพร หนุ่มน้อยคนนี้ไงแฟน เป่าเปา!!
น้องพุท พุทธรักษา /  น้องพุท ลุกชาย ส้ม ณัชพร / 

  โอ๊ย!! หล่อมากๆ หล่อตั้งแต่เด็กเลยล่ะค่ะคู้ณณณ!! สำหรับ น้องพุท พุทธรักษา หรือน้อง Elliot ลูกชายวัย 6 เดือนของขุ่นแม่สุดแซ่บ ส้ม ณัชพร กับคุณสามีฝรั่งรูปหล๊อหล่อ ฟิลลิป สเตฟานเนสคู ที่มีลูกชายคนแรกถอดแบบความหล่อแซ่บมาจากคุณพ่อเป๊ะๆ และยังได้ความคมชัด นัยน์ตาหวาน ขนตางามงอนมาจาก แม่ส้ม เต็มๆ   เห็นหล่อๆ น่ารักและยังอารมณ์ดีแบบนี้ ขุ่นแม่ส้ม ก็เลยจับจองและมโนให้ น้องเป่าเปา ลูกสาวคนเก่งของ กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ กับ บี้ KPN มาเป็นลูกสะใภ้ไปเรียบร้อยแล้ว เอ่อ...ฉายแววหล่อตั้งแต่เด็กอย่างนี้ โตขึ้นมาสาวๆ คงได้แย่งกันตามกรี๊ดแน่ๆ เลยค่าคู้ณณณ!! ขอบคุณภาพจาก IG orangedrama น้องพุท ร่าเริงเบอร์สิบ หิวแล้วครับ แม่ส้มไปทำงานได้ พุทนอนแล้วครับ เพิ่ง 6 เดือนเอง แอ๊บใส่กล้องเป็นแล้วนะ ของเล่นใหม่ครับ รูปนี้จมูกแด่นเชียว ซ้อมทำหน้าให้สาวหลงครับ เหม่อมอง มีความงง แซบมาก ชิลๆ ครับ เก้าอี้เป่าเปา เก้าอี้เป่าเปาไง สนุกจีๆ Cant smile without you. คิดถึงทุกคนนนนะครับ รูปถ่ายครอบครัว พ่อแม่ลูก พ่อแม่คับ ยิ้มกันนะคับโลกจะได้สดใสเตรียมรับสิ่งใหม่ๆที่ดีกว่านะครับบบบ แม่ครับพุทเบื่อยิ้มแล้ว พุทขอพักหน้าแพ่พนะครับ

ทะเล้นสุดๆ! แม่โบว์ บอก น้องมะลิ ยิ้มหวานถ่ายรูป แต่กลับได้ท่าแบบนี้?
ปอ ทฤษฎี /  น้องมะลิ พาขวัญ / 

มีความทะเล้น ขี้เล่น ถอดแบบมาจาก คุณพ่อปอ ทฤษฎี เด๊ะๆ เลยค่า สำหรับซุปตาร์ฟันน้ำนม น้องมะลิ พาขวัญ เรียกว่าคนรอบข้างต้องเคยเจอ ลูกพี่ลิ ของเราแกล้งมาหมดแล้ว! อย่างล่าสุด แม่โบว์ บอกให้ น้องมะลิ ยิ้มหวานขณะถ่ายรูปกับผู้บริหาร แต่ทำไมกลับได้ท่าแบบนี้มาล่ะคะ น้องมะลิ อิอิ ทะเล้นจริงๆ เล้ย

น่ารักไม่เบา น้องเคนโซ่ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของคุณแม่ยังสาว สุ่ย พรนภา
สุ่ย พรนภา

หายหน้า หายตาไปน้าน...นาน สำหรับอดีตนักแสดงสาวมากความสามารถ สุ่ย พรนภา ที่หลังจากโบกมือลาวงการบันเทิงไปมีครอบครัว ทำหน้าที่ศรีภรรยาที่ดีดูแลคุณสามี บูรพากรณ์ มุสิกสินธร และลูกชายหัวแก้วหัวแหวน น้องเคนโซ่ วันก่อนบังเอิญไปเจอสาวสุ่ยพาคุณลูกมาช้อปปิ้งมุ้งมิ้งๆ กันสองคนแม่ลูก แถมคุณลูกชายเองก็อยู่ในวัยกำลังน่ารักน่าดู งานนี้เลยต้องขอกดเรคคอร์ดโมเม้นท์แม่ลูกมาฝากให้แฟนๆ ได้หายคิดถึง สุ่ย พรนภา สุ่ย พรนภา สุ่ย พรนภา - น้องเคนโซ๋ สุ่ย พรนภา - น้องเคนโซ่ น้องเคนโซ่ น้องเคนโซ่ น้องเคนโซ่ ขอบคุณภาพประกอบจาก IG: @suipornnapa

กุ๊ก มานิสา รองอันดับ1 Mrs. Universe เคลียร์ชัดยันมงกุฎนี้ไม่ได้ซื้อจากสำเพ็ง อยากรู้อะไรถามกองประกวด
Mrs. Universe Thailand 2017 /  ซื้อมงกุฏจากสำเพ็ง / 

  เป็นประเด็นเผ็ดร้อนในชั่วข้ามคืนจริงๆ สำหรับเวที Mrs. Universe Thailand 2017เวทีสำหรับสาวสวย มากความสามารถที่ผ่านการแต่งงานแล้ว เพราะจู่ๆ ก็มีไลน์หลุดจากบรรดานางงามในกองประกวดออกมาเป็นชุด ถึงเรื่องของความไม่ชอบมาพากลของ รองอันดับ1 ที่ไม่ได้รับมงกุฎบนเวที แต่พอวันเดินสายพบสื่อมวลชน กลับมีมง ลงซะงั้น แถม เป็นมงที่ใหญ่กว่าคนที่ได้ที่1ซะอีก ซึ่งงานนี้สาว กุ๊ก มานิสา พงษ์พรต Single Mom วัย 37 ปี อดีตผู้ประกาศข่าวบันเทิง แมงโก้ ทีวี เครือเนชั่น ปัจจุบันเป็นพิธีกร, นักแสดงอิสระ, นางแบบถ่ายโฆษณา, ธุรกิจนำเข้าสินค้าแม่และเด็ก จนรองอันดับ1 อย่างกุ๊กต้องวิ่งโร่ออกมาเคลียร์ข่าวกันจ้าละหวั่น เธอให้สัมภาษณ์ว่า   “เอาจริงๆ ไม่มีใครรู้เรื่องเกี่ยวกับมงกุฎอันนี้เลย มันเลยทำให้มีประเด็น เพราะหลังจากที่ลงจากเวทีการประกวด ซึ่งก็มีการมอบมงกุฏให้กับพี่อ้อมที่ได้ตำแหน่ง Mrs. Universe Thailand 2017 บนเวที แล้ว คนที่ได้ตำแหน่งทุกคน ผู้จัด รวมถึงทีมงาน ก็มาประชุมคุยกันหลังเวที ว่ารุ่งขึ้นต้องไปเดืนสายขอบคุณสื่อนะ แล้วทีมงานก็มีกล่องใส่มงกุฎวางอยู่บนโต๊ะ แล้วก็บอกว่านี่คือมงกุฏของรองอันดับที่1 ซึ่งทุกคนที่เห็นก็ งงมาก ว่าทำไม ไม่ให้พร้อมกับคนที่ได้ที่1 บนเวทีแต่ไม่มีใครพูดอะไรแล้วคุณหญิงวรปภา จักรพันธุ์ ก็เป็นคนเข้ามาสวมมงกุฏให้ตอนนั้น เลย มีการลงเพจ เฟสบุ๊ค แต่ไม่มีการแถลงข่าวออกสื่อ อะไรเลย พอวันต่อมาไปขอบคุณสื่อปรากฏว่าเรามีมงลง ก็เลยมีประเด็นว่าเราไปซื้อมงกุฏมาจากสำเพ็ง เพราะก่อนหน้านั้นกุ๊กพูดเล่นๆ กับเพื่อนๆ นางงามหลังเวทีว่าใครไม่ได้มงไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวเราไปซื้อมงที่สำเพ็งมาใส่ก็ได้ ก็พูดขำๆ ไม่ได้คิดอะไร เพราะก่อนหน้านี้กุ๊กก็ไปซื้อมงกุฎอันเล็กๆ จากสำเพ็งให้ลูกสาวน้องเอมี่ วัย 5 ขวบใส่เพื่อที่จะมาเชียร์เราในวันประกวด ซึ่งพอมีข่าวนี้ออกมากุ๊กก็งงว่าแล้วทำไมทางกองประกวดไม่คิดจะเคลียร์ข่าวอะไรให้เลย ทั้งๆ ที่ความจริงเป็นความผิดของทางกองประกวดที่ทำอะไรไม่ชัดเจนตั้งแต่แรก แล้วนี่เดือนตุลาคมกุ๊กก็ต้องเดินทางไปประกวดที่ประเทศสิงค์โปร์ ต้องเรียนภาษาจีนเพิ่มอีก ก็อยากให้ร่วมกันเชียร์กุ๊กด้วยนะคะ ก่อนหน้านี้ไม่เคยคิดว่าต้องเดินสายนางงามมาก่อนมันเป็นอะไรที่ใหม่สำหรับกุ๊กมาก”    

ใบเฟิร์น ขอเป็นเรื่องราวดีๆ ท็อป ควงทำบุญวันเกิด เปิดตัวกับครอบครัว!!
ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก /  ท็อป จรณ / 

ค่อยๆ เปิดเผยความหวานมากขึ้นทุกวัน สำหรับคู่ของนางเอกสาว ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก และพระเอกหนุ่ม ท็อป จรณ ที่ล่าสุดฝ่ายชายเพิ่งควง สาวใบเฟิร์น ไปทำบุญวันเกิดพร้อมหน้าครอบครัวเสมือนเป็นการเปิดตัวกับคุณพ่อคุณแม่ งานนี้ สาวใบเฟิร์น ขอเป็นเรื่องราวดีๆ ที่ได้ร่วมงานบุญกัน ชมครอบครัวฝ่ายชายน่ารัก ไม่รีบใช้คำว่าแฟน ขอเวลาพัฒนาความสัมพันธ์แบบค่อยเป็นค่อยไป "ที่ท็อปบอกว่าเราคือความสบายใจของเค้า เหรอคะ ก็ดี (ยิ้ม) คำว่าแฟนยังๆ ยังไม่อยากรีบ เริ่มคุยกันแบบจริงจังไม่นานค่ะ เพิ่งเริ่มคุยได้ไม่กี่เดือนเอง ถูกใจตรงไหนเหรอ อย่างที่เค้าบอกพอคุยกันแล้วมันก็ไม่ได้กังวลอะไร ก็คุยกันแล้วสบายใจอย่างที่เค้าบอกค่ะ คำจำกัดความของความสัมพันธ์ยังไม่ได้คุยกันขนาดนั้นเลย ก็ไปไหนมาไหนด้วยกันบ้าง ไปเจอครอบครัวเค้าแล้ว ที่บ้านเค้าก็น่ารักดีค่ะ เค้าชวนหนูไปทำบุญวันเกิดเค้าพอดีที่ลพบุรี ก็เลยไปเจอที่บ้านเค้าด้วย เราว่างพอดี บรรยากาศก็ดีค่ะ ที่บ้านเค้าน่ารัก ชวนหนูทำบุญเพราะที่บ้านเค้าทำบุญค่อนข้างคล่องก็จะสอนเรา ของขวัญวันเกิดให้เค้าไม่มีอะไรพิเศษเลยค่ะ" "ไม่เชิงเปิดตัวแนะนำให้รู้จักกับคุณพ่อคุณแม่หรอก อาจเป็นเพราะหนูกับเค้าเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับครอบครัว จริงๆ เค้าก็จะรู้มาตลอดว่าช่วงนี้เป็นยังไง เราก็เล่าปกติ เค้าแนะนำกับคุณพ่อคุณแม่ว่าชื่อใบเฟิร์น (ยิ้ม) ไม่ได้บอกว่าเป็นอะไร บอกแค่นี้เลย คุณพ่อคุณแม่ก็เรียกว่าน้อง ก็มีเกร็งบ้าง แต่ว่าเราไปทำบุญ ไปด้วยเจตนาดีทุกอย่างก็โอเคค่ะ เค้าเคยเจอคุณแม่เราแล้ว เค้าก็ไปทำบุญเหมือนกัน สายบุญทั้งคู่เลย คบกันแล้วมีแต่เรื่องราวดีๆ ส่งเสริมกัน ก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นค่ะ (ยิ้ม) แฮปปี้ขนาดไหนก็ปกติค่ะ ช่วงนี้ก็ทำงาน ก็ไม่ได้หวือหวาเป็นพิเศษ ไม่อยากให้อะไรมันเร็วเกินไป ถ้าว่างตรงกันก็เจอกันบ้าง แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เจอกันเลยค่ะ ละครหลงไฟกำลังจะออนแอร์เดือนหน้านี้แล้ว" "รูปคู่ในไอจียังก่อน เดี๋ยวก่อน อย่างที่บอกตอนนี้มันก็เพิ่งเริ่มเนอะ ออกตัวแรงไปเดี๋ยวก็จะหงายอะไรอย่างนี้ก็ต้องค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป เค้าดูแลเราดีมั้ยเหรอ เวลาทำงานเราก็ดูแลตัวเองได้ เค้าก็ปกติ คุยกันสบายใจแค่นั้นเอง ถ่ายรูปคู่เก็บไว้แต่ไม่ลงหรือเปล่า อันนี้ไม่บอก (หัวเราะ) คืออยากให้แน่ใจทั้งคู่ อยากให้ค่อยเป็นค่อยไป ไม่อยากให้แบบเยอะไปน้อยไป เราเองก็ไม่ได้ปิด ถ้าจะให้เปิดเลยก็ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปดีกว่า เราไม่ได้โฟกัสไปถึงจุดนั้นด้วยแหละตั้งแต่แรก เท่านี้มันสบายใจก็เท่านี้ ถ้าอีกหน่อยมันจะเป็นยังไงเดี๋ยวค่อยว่ากัน" "ข่าวที่ว่าช่วงนี้ดูห่างเหินกับใหม่เพราะเค้าไปสนิทกับน้ำตาลอันนี้ไม่เกี่ยวเลย กับน้ำตาลก็รู้จักกันตั้งนานแล้ว ก็ยังสนิทเหมือนเดิมค่ะ ใหม่ก็ไปทำงานปกติ คุยกันไม่บ่อยค่ะ เพราะเค้าก็ทำงาน เราก็ทำงาน กดไลค์ไอจี ใหม่ก็กดไลค์ เค้าฟอลโล่คนเยอะถ้ามันอยู่ในเวลาที่ไล่เลี่ยกัน เอาเป็นว่าเราก็กดไลค์กันเป็นปกตินะ ที่มีคนมองว่ามีเพื่อนซี้คนใหม่มาแทนเรา เฟิร์นคิดว่ามันไม่มีใครแทนใครได้ ก็เป็นเพื่อนกัน ไม่อยากให้ไปจ้องเรื่องนี้ มันเซนซิทีฟค่ะ ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เจอเลยค่ะ เราก็ถ่ายซีรี่ส์ เค้าก็บินไปต่างประเทศ ถ้าไม่ได้เจอกันส่วนใหญ่เราจะชอบแหย่ในอินสตาแกรม ทักไลน์ปกติ เราเป็นคนแบบถ้าเกิดสบายใจว่างตอนไหนคุยกันก็คุย ก่อนหน้านี้ก็มีช่วงที่ไม่ได้เจอกันเลยเหมือนกันค่ะ กับเพื่อนใหม่ๆ ที่เข้ามาไม่หวงค่ะ ไม่ใช่คนหวงเพื่อนค่ะ โอกาสนัดเจอก็ถ้าว่างก็เจอกันค่ะ" ใบเฟิร์น กล่าว ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก งานทำบุญวันเกิด ท็อป ท็อป จรณ

ลูกว่าไงแม่ก็ว่างั้น!! แม่หน่อย ไฟเขียวไม่หวง แพนเค้ก แต่ง สารวัตรหมี!!
แม่หน่อย นวลนง /  ข่าว แพนเค้ก เขมนิจ / 

  ยังคงมีเรื่องราวดีๆ อยู่ตลอดๆ สำหรับนางเอกสาว แพนเค้ก เขมนิจ ที่ล่าสุดเพิ่งจะจัดทริปงานบุญไกลถึงประเทศเนเธอร์แลนด์ แถมยังมีหวานใจในเครื่องแบบ พี่หมี พ.ต.ต.ศักดิ์สุนทร ตามไปเทคแคร์ดูแลไม่ห่าง งานนี้เลยมีกระแสข่าวเม้าท์มอยออกมาอีกระลอกว่า ฝ่ายชายได้ทำเซอร์ไพรส์ขอ แพนเค้ก แต่งงานแล้ว ล่าสุด แพนเค้ก เขมนิจ ควง แม่หน่อย นวลนง มาร่วมงาน "The Emquartiear Taiwan One More Time by TECO" @ควอเทียร์ แกลอรี่ ชั้น M ดิ เอ็มควอเทียร์ โดย แม่หน่อย ฟุ้ง แพนเค้ก-สารวัตรหมี มีโมเม้นท์แอบหวานกินข้าวกล่องริมคลองกันสองคน ยันไม่เคยห้ามเรื่องแต่งงานเพราะโตๆ กันแล้ว ลูกว่าอย่างไรแม่ก็ว่าตาม แต่ตอนนี้ยังติดเรื่องการเรียน พร้อมกับเปิดใจถึงละคร นางฟ้าไร้ปีก ที่ยุติการถ่ายทำและทำให้ต้องยุติบทบาทของผู้จัดฯไปด้วย ยันทางช่องต้นสังกัดยังเชื่อใจตนอยู่ แพนเค้ก "(จะไปพบแฟนๆ ที่ไต้หวัน) ใช่ค่ะ ถ้าว่างเราก็จะไปเจอเขาทุกๆ ปี ได้เจอกันเหมือนเป็นการแลกเปลี่ยนไทยกับไต้หวันค่ะ ยังไม่ได้ฟิกซ์วัน แต่ก็ดูช่วงเวลาอยู่ อาจจะสิ้นปีที่อากาศเริ่มเย็น กำลังดูโปรแกรมกันอยู่ค่ะ แฟนคลับหลักๆ ก็เป็นชาวไต้หวัน เหมือนรวมตัวกันมา เขาคงได้มีโอกาสติดตามผลงานเราในประเทศไทย ก็จะเป็นกำลังในการสนับสนุนกันเสมอ"   "เพิ่งไปเที่ยวมา เป็นทริปบุญค่ะ จริงๆ คือไปทำบุญทอดผ้าป่า ที่วัดพุทธวิหาร ที่กรุงอัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์ ซึ่งไปเป็นครั้งที่ 3 แล้ว ตั้งแต่ครั้งแรกที่ไปกับพี่พี สะเดิด ที่เราหาเงินแล้วก็ทำบุญต่อเนื่องกันทุกๆ ปี ไปเจอพี่น้องคนไทยที่โน้น แล้วก็ได้ไปสวิตที่เบิร์น ไปร่วมกันทำดอกไม้จันทน์" แม่หน่อย "แล้วก็ได้เป็นวิทยากร" แพนเค้ก "เนื่องจากทำที่เมืองไทยหลายงาน ที่โน้นเลยไปช่วยกัน ไปแนะนำ คนที่โน้นงานเยอะมาก จริงๆ เขาอยากจะทำมากกว่านี้อีก แต่เพราะว่าอาจจะด้วยสถานที่ที่จำกัด ทริปนี้ไปพร้อมกันเลยค่ะ ไปเนเธอร์แลนด์แล้วไปที่สวิตต่อค่ะ ไปอาทิตย์นึงค่ะ ไปกันหลายคน ทีมงานเราพรั่งพร้อมมาก ก็ต้องไปช่วยกันหลายคน ไปช่วยกัน ไปร่วมบุญด้วย มิกิ น้องสาวแพนก็ยังไม่เคยไป เขาขอไปด้วย แล้วเขาก็ได้ไปเที่ยวประเทศอื่นๆ ต่อ พี่หมีเคยไปม่แล้วครั้งนึง ปีนี้ถ้าจัดสรรเวลาได้ก็อยากให้ไปด้วยกัน อันนี้เป็นทริปที่ต้องล็อกตัวล่วงหน้า ไปทำวีซ่าไว้ก่อน ได้ไม่ได้ไปไม่รู้ เขาก็ต้องลาอย่างถูกต้องตามช่วงเวลาไป นี่กลับมาก็กลับไปทำงานแล้ว" ทริปนี้มีโมเม้นท์หวานๆ พี่หมีมาขออะไรพี่แพนไหม? แม่หน่อย "คงจะมีแต่พี่แพนขอพี่หมี ขอซื้อของ ไม่มี ก็เหมือนไปเติมพลังกัน" แพนเค้ก "พี่หมีเป็นหนุ่มคนเดียวในทริปนี้ เพราะฉะนั้นต้องดูแลสาวๆ ประมาณ 5-6 คน เหนื่อยมาก ความหวานขนาดไหน จริงๆ ก็เหมือนเดิมค่ะ เราดีใจที่ได้ไปด้วยกันมากกว่า หายจากการเดินทางด้วยกันค่อนข้างนานมาก เลยรู้สึกว่าได้ไปอีกทีก็มีความสุข" หลายคนเห็นรูปหวานก็รอคอยข่าวดี? แพนเค้ก "ชิลๆ เราก็ดูข่าวดีของคนอื่นไปก่อนเนอะ ติดตามกันไป โมเม้นท์พิเศษก็มีไปเดินเล่นกัน ไปทานข้าว ได้ชิลๆ กัน เนื่องจากประเทศเขาเป็นประเทศที่มันน่ารักของเมือง" แม่หน่อย "แล้วแพนก็กินข้าวกล่องกันริมคลองสองคน" แพนเค้ก "เปลี่ยนบรรยากาศไม่ต้องนั่งกินที่ร้าน ซื้อบะหมี่มากิน อากาศเย็นๆ ก็ได้อีกบรรยากาศนึง" เรื่องงานแต่งหลายคนบอกว่าพี่หมีขอแล้ว แต่คุณแม่ยังไม่ให้? แม่หน่อย "โห ไม่เลย ทุกอย่างโตกันหมดแล้ว แม่คงไม่ต้องอะไรกับเขาแล้ว จริงๆ แล้วยังติดเรื่องเรียนกันอยู่ ก็ยังไม่มีการพูดคุยอะไรกัน จริงๆ แล้วแพนอยู่ในวัยที่จะตัดสินใจอะไรเองได้แล้ว เมื่อถึงเวลาๆ แม่ก็ให้เขาตัดสินใจกันเอง ลูกว่าไง แม่ก็ว่างั้นแหละ พี่หมีก็ดูแลสม่ำเสมอ ดูแลน้องๆ เป็นอย่างดี ช่วงนี้พี่หมีก็กำลังคร่ำเคร่งกับมิกิอยู่ ก็เลยไม่ได้มายุ่งกับพี่แพนมาก เพราะมิกิเริ่มโตเป็นสาว หวงน้องมาก ดูแลมิกิให้แทน" แพนเค้ก "เหมือนเขาเห็นมิกิตั้งแต่ใส่กระโปรงโรงเรียน พอน้องเริ่มโตขึ้นก็เป็นสาวขึ้น เขาทนไม่ได้ เห็นน้องเที่ยวเดินทางตลอด ก็เป็นห่วง ตัวเองไม่เคยมีน้อง เขาก็รู้สึกหวง เห็นมาตั้งหลายปี ไม่อยากให้ไปไหน เขาก็จะห่วงไปหมด แต่เขาก็รุ็ว่าเขาพูดอะไรกับมิกิมากไม่ได้ (หัวเราะ) แรกๆ เขาก็ปรับ เพราะไม่มีพี่ผู้ชายถามนอกจากพี่เตอร์ พี่หมีเขาจะคอยดูทุกอย่างหมด แต่เขาก็โอเคแล้ว รู้ว่าห้ามไม่ได้แน่นอน" ดูแลดีขนาดนี้ให้ฐานะว่าที่ลูกเขยไหม? แม่หน่อย "ก็พิเศษที่สุด ก็เป็นคนพิเศษของเราแหละ" ถามถึงละครบ้างในฐานะผู้จัดเราไม่ได้รับต่อแล้ว? แม่หน่อย "จริงๆ อันนี้เป็นเรื่องของสถานี ที่เขาคงจะมีการพูดคุยกันเรียบร้อยแล้วล่ะ เราก็คงยังไม่ได้รับอะไรที่ต่อเนื่องมาที่จะบอกได้ เดี๋ยวถ้ามีอะไรคืบหน้าก็จะแจ้งกันต่อละกัน เราก็ยังไม่ได้รับแจ้งอะไรที่ชัดเจน รอคอนเฟิร์มอีกทีนึง ทุกอย่างการทำงานมันก็จะต้องมีการปรับ การเปลี่ยนแก้ทุกอย่างตามสถานการณ์ เราก็พร้อมที่จะเดินหน้าสิ่งต่างๆ ที่สถานีมอบหมาย ก็พร้อมเสมอ ยุติการทำงานด้วยดี ไม่ได้มีอะไรที่เลวร้ายหรือว่าอะไร ไม่มี มีการพูดคุยกันอย่างชัดเจน จริงๆ สถานีตอนนี้ก็มีโปรเจคใหญ่อันนึงที่รออยู่ ส่วนในเรื่องตรงนั้นมันยังคงเป็นเรื่องที่ใช้เวลาได้ ยังไม่รีบเร่ง ถ้าจะมีต่อหรือจะมีการเปลี่ยนแปลงปรับเปลี่ยนอะไรต่างๆ มันยังคงได้ เพราะว่าสิ่งที่จะต้องรีบทำ แล้วก็แพนเองก็จะต้องเรียนรำอย่างคร่ำเคร่งมากๆ ในบทจะต้องเป็นคนที่รำสวยที่สุด ก็จะต้องให้เวลากับเรื่องการทำเวิร์คช็อปมาก เราจะต้องมุ่งกับตรงนั้นอยู่ ณ ตอนนี้คุณแม่ก็ยังไม่ได้เคลื่อนไหวอะไร ยังคงมายุ่งอยู่กับงานเรื่องนี้ของแพนอยู่   ตอนนี้ก็ยังคงนิ่งอยู่ ไม่ได้เฟลนะ ถือว่าเราเป็นแรงขับเคลื่อนหนึ่งแรงของสถานี ที่จะคอยช่วยดูว่าอันไหนมันเหมาะหรือไม่เหมาะ ถ้าอันไหนไม่ดี อย่าได้ฝืนที่จะเดินหน้า หยุดปรับปรุงหรืออะไรก็ตามแต่ แม่คงอยู่ในสถานะอย่างนั้นมากกว่า คือช่วยสถานีในฐานะที่สถานีมีความเมตตากับลูกเรามาก เพราะฉะนั้นแม่เองก็เห็นการทำงานตรงนี้มาเยอะ เพราะฉะนั้นสิ่งใดก็ตามที่จะออกมาเป็นผลไม่ดีเท่าที่ควรกับสถานี เราก็มีการพูดคุยกันแล้ว แม่อยู่ในบทบาทอย่างนั้นมากกว่า (การที่มีข่าวบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อสถานีของคุณแม่กับแพนไหม) ไม่เลยนะ เพราะปกติเราเดินบนเส้นทางของการเป็นนักแสดงตรงนี้ ทั้งหน้าจอ หลังจอ ก็เห็นทุกอย่าง มีปัญหาหมด ในการทำงานในกองถ่ายมีปัญหามากมายที่เราเป็นคนนึงที่นั่งอยู่ตรงนั้นมาตลอดเป็นเวลา 10 กว่าปี เห็นทุกอย่างหมด บางอย่างแก้ไขได้ บางอย่างต้องปล่อยผ่านมากมาย แต่สิ่งที่ท้อไม่ได้คือผลงานในเรื่องการแสดงมันเป็นหัวใจสำคัญของคน เพราะฉะนั้นเราท้อไม่ได้ เราต้องทำดีๆ และแม่เชื่อแน่ว่า ทรูโฟร์ยูเขามีความตั้งใจอย่างแน่นอนที่จะอยากทำงานอะไรดีๆ ออกมาให้ผู้ชมได้ชมอยู่แล้ว แต่ปัญหาที่เกิดไม่ได้ทำให้เราสั่นคลอนหรืออะไรเลย ทุกฝ่ายต้องไปปรับ ไปแก้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการลงทุน ไม่ใช่ว่าเราเสียเปล่า ไม่เลย พวกเราต้องทำทุกอย่างให้คุ้มกับการลงทุนที่สุด ตรงนี้อาจจะไม่ดี แต่เราก็ต้องไปทำตรงอื่นให้ชดเชยมาได้ ไม่มี เราต้องสู้ต่อ” ขอบคุณภาพเพิ่มเติมจาก IG khemanito แพนเค้ก แม่หน่อย แพนเค้ก แม่หน่อย แพนเค้ก เขมนิจ แพนเค้ก เขมนิจ แพนเค้ก เขมนิจ แพนเค้ก พี่หมี

บุ๋ม สบายใจเปิดอกเคลียร์ บี้-กุ๊บกิ๊บ รับเครียดจนนอนไม่หลับ
น้องเป่าเปา /  บุ๋ม ปนัดดา / 

   พิธีกรและนักแสดงรุ่นใหญ่ บุ๋ม ปนัดดา ออกมาเปิดใจหลัง บี้-กุ๊บกิ๊บ อุ้มลูกสาวตัวน้อย น้องเป่าเปา เดินทางไปขอโทษ โดยยอมรับว่าช่วงที่เกิดเรื่องมีอาการเครียดจนนอนไม่หลับเพราะโดนโจมตีทางคอมเม้นท์ไอจี แต่พอได้เปิดอกคุยกันยอมรับว่าสบายใจมากขึ้นและความสัมพันธ์ของทั้งสองครอบครัวยังดีต่อกันมากกว่าเดิม บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา

เชิญจ้ะ..มโนได้ไม่ว่า!! เจนี่ อุบตอบรักหรือเลิก กึ้ง ยันเรื่องส่วนตัวไม่ใช่เรื่องของคนทั้งประเทศ!!
เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ /  ข่าว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ / 

  ยังคงถูกจับตามองไม่น้อยสำหรับความสัมพันธ์ที่ยังคลุมเครือของนางเอกสาว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ กับไฮโซหนุ่มทายาทธุรกิจกาแฟชื่อดังอย่าง กึ้ง เฉลิมชัย ที่พักหลังไม่ค่อยมีความเคลื่อนไหวใดๆ ทำเอาหลายคนสงสัยว่าคู่นี้ยังรักกันดีอยู่หรือว่าเลิกกันไปแล้ว ล่าสุดวันนี้ (22มิ.ย.60) นางเอกสาว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ ได้มาร่วมงานบวงสรวงละครสุดแซ่บ แรงเงา 2 ที่บริษัท บรอดคาซท์ไทย เทเลวิชั่น พร้อมกับเปิดใจช่วงนี้ขอชาร์จพลังหลังจากทำงานหนัก ยันไม่เกี่ยวกับการพักใจ ปฏิเสธตอบความสัมพันธ์กับ หนุ่มกึ้ง ยันขอเก็บเอาไว้เป็นเรื่องส่วนตัวและไม่อยากให้เรื่องส่วนตัวกลายเป็นเรื่องส่วนรวมของคนทั้งประเทศ   "(ช่วงนี้หายหน้าหายตาไปเลย) ใช่ค่ะ เพิ่งปิดละครเรื่องเพลิงบุญด้วย อยากพักจริงๆ ให้คนอื่นเขาเป็นข่าวบ้าง เราก็ไปเมืองนอกค่ะ ก็ยังชาร์จไม่เต็ม เดี๋ยวไปอีก งานอีเว้นท์ยังอะค่ะ ก็อยากอยู่เงียบๆ คนเดียว(หัวเราะ) (ไม่ได้เป็นการพักใจ) ไม่เกี่ยวค่ะ ไม่ค่ะ คือเวลาเราโตแล้ว เล่นละคร เราต้องใช้เอ็นเนอร์จี ใช้จิตในการเล่นเยอะมากค่ะ เพราะฉะนั้นเวลาจบละครเรื่องหนึ่งเนี่ย เราก็จะพักจริงๆ เพราะเรารู้สึกว่าเวลาเราเล่นเราทุ่มให้มันทั้งใจจริงๆ คืองานเราไม่ได้คิดแค่ว่าถ่ายแล้วก็จบ ตัวละครตัวนั้นมันจะอยู่ในความรู้สึก เพราะว่าเวลาเล่นเราให้ใจ เพราะว่าเราร้องไห้เยอะ เราใช้เอ็นเนอร์จีข้างในเยอะมากค่ะ"   "(เรื่องแรงเงา2 ก็ต้องหนักอีก) ก็ต้องปรับ เพราะฉะนั้นตอนนี้เหมือนเราโตขึ้นด้วย พลังในการเล่นมันต้องใช้เยอะ เพราะฉะนั้นเวลาพัก ก็อยากพักจริงๆ คือเราก็จะรู้สึกว่า เราทำงานเราก็ไม่ใช่เด็กๆ แล้ว ที่ทำแค่แบบแป๊บเดียวแล้วก็ทำอันต่อไป เราอยากให้คนดู ดูแล้วรู้สึกว่าอินกับมัน จะไปเที่ยวไหนยังไม่รู้เหมือนกัน แต่ไปคนเดียวค่ะ อีเว้นท์มีติดต่อมาค่ะ แต่ไม่รับ เพราะว่าเราอยากพัก คืออยากพักจริงๆ พอเราโตขึ้นก็จะรู้สึกว่า ควอลิตี้ในการทำงานมันต้องสูงขึ้นด้วยค่ะ บางครั้งเงินก็ไม่ใช่ปัจจัย"   "(ความสัมพันธ์กับ "กึ้ง") เจนไม่ขอพูดได้ไหมคะ เจนไม่อยากให้เรื่องส่วนตัวเป็นเรื่องของส่วนรวม ขอไม่พูดเลยได้ไหม เพราะเจนี่รู้สึกว่ามันไม่ดีกับเจนี่เอง แล้วก็กลับกลายว่าเป็นเรื่องของทุกคนในประเทศนี้(หัวเราะ) และเจนี่ว่าทุกคนก็คงไม่อยากรู้ด้วยค่ะ เพราะฉะนั้นขอพูดเรื่องงานอย่างเดียวดีกว่า เอาอย่างงี้ดีกว่า(หัวเราะ) เราอยู่ในวงการมาเยอะแล้ว เจนอยาก keep เรื่องส่วนตัวไว้ให้เป็นเรื่องส่วนตัวจริงๆ ค่ะ เดาได้ ไม่ว่ากัน เพราะว่าเจนคงจะไปห้ามให้ใครเดาไม่ได้ แต่ว่าอะไรที่ออกจากปากเจน เจนอยากให้มันมีคุณค่าจริงๆ ค่ะ ไม่เป็นไร เจนอยู่ในวงการนี้มา 20 กว่าปี การมโนเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นโดยปกติอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเจนอยู่เงียบๆ ดีกว่า ไม่คิดเสพข่าวอะไร เจนอยากอยู่เงียบๆ"   "เพื่อนๆ ไม่ถามแล้ว มีลูกมีครอบครัวกันหมดแล้ว (กับ เจนสุดา) ก็คุยค่ะ เจอหลาน เจอเพื่อนตลอดๆ"   "(มุมมองการใช้ชีวิตดูเปลี่ยนไป) โตขึ้นด้วยค่ะ ก็เราทำงาน แล้วเราก็รู้สึกว่าเจนี่ต้องโฟกัสงาน เราอยากทุ่มให้กับงานจริงๆ อยากให้มันเป็นอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอัน เป็นควอลิตี้จริงๆ เจนพูดเรื่องของตัวเอง มันก็เหมือนกับคนเขาก็ไม่ได้อยากรู้อะ เพราะฉะนั้นเจนอยู่เงียบๆ ดีกว่า (คนรอบข้างให้กำลังใจยังไงกับข่าวที่ผ่านมา) ไม่มีใครใก้กำลังใจ(หัวเราะ) เจนี่ว่ามันเหมือนเป็นวัฏจักรของข่าวค่ะ มันมาเดี๋ยวมันก็ไป เดี๋ยวพอวันนี้เจนออกข่าว พรุ่งนี้มันก็หายไปแล้วอะ ส่วนแฟนคลับเขาไม่ยุ่งเรื่องส่วนตัวค่ะ กับเพื่อนๆ เจอกันบ่อยค่ะ เพียงแต่ไม่ได้อัพไอจี เจนรู้สึกว่าหวงชีวิตส่วนตัวของตัวเองนิดหนึ่ง โตขึ้น โลกส่วนตัวก็อาจจะสูงขึ้นนิดหนึ่งค่ะ คือเจนว่าพอโตขึ้น มันจะเข้าใจชีวิตมากขึ้นว่าเราต้องรักตัวเองค่ะ หลานคือความสุขของเจนี่ (จะได้เห็นเจนี่แต่งงานไหม) โอ้ย ขออยู่กับหลานนะคะ"   "ถ้าเพลิงบุญ เจนว่าต้องแรงไปถึงปีหน้า ส่วนงานแฟชั่นโชว์ เราโตแล้ว เราต้องให้น้องๆ บ้างแล้วค่ะ ถ่ายเซ็กซี่ไม่ออกละค่ะ ต้องให้เด็กๆ แล้ว จริงๆ ก็ไม่ได้ลดนะ แต่อาจจะเลือกอะไรที่มันมีคุณภาพมากขึ้น (ชุดว่ายน้ำไม่ถ่ายแล้วเหรอ?) ไม่อยากรับปากว่าจะไม่มี แต่ก็ยังไม่รู้ว่าอะไรยังไง คือตอนนี้มี 911 ด้วย เพราะฉะนั้นภาพเจนมันจะแบบ เจนก็อยากทำธุรกิจด้วยเพราะฉะนั้นเราต้องแบบดูแลตัวเองดีๆ ไม่มีเต้าให้แขวนค่ะ มันเล็กจนแขวนไม่ได้ค่ะ มีถ่ายหนังสือติดต่อมาบ้าง เรื่องอะไรพวกนี้คนก็อยากดูอยู่แล้ว แต่ด้วยอายุ และด้วยวัยวุฒิ คุณวุฒิ มันก็นิดหนึ่ง เขาก็อยากเห็นเด็กๆ ไหมล่ะ ก็สกรีนงานมากขึ้นกว่าเดิมค่ะ" เจนี่กล่าว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

หล่อล้ำรันเวย์!!! มาริโอ้ โกอินเตอร์ สวมวิญญาณนายแบบ ณ เมืองมิลาน
มาริโอ้ เมาเร่อ

  โชว์ให้สาวๆ ชาวโลกเห็นว่าซุปตาร์ไทยหล่อเท่ไม่แพ้ชาติจริงๆ ล่าสุดพระเอกตัวพ่ออย่าง มาริโอ้ เมาเร่อ ก็เดินทางไปปฏิบัติภารกิจด้วยสวมวิญญาณเป็นนายแบบ บนรันเวย์แฟชั่นระดับโลกของแบรนด์ ดอลเช่ แอนด์ กาบาน่า (Dolce & Gabbana) แถมงานนี้หนุ่มมาริโอ้ ยังได้กระทบไหล่กับ Domenico Dolce ดีไซเนอร์ และผู้ก่อตั้งแบรนด์ ในงาน Milan Fashion Week อีกด้วย ว๊าว! เห็นเบื้องหลังแบบนี้แล้ว อยากจะแฝงตัวคลุกวงในไปอยู่หลังเวทีด้วยจริงๆ ภาพจาก #loptimumthailand @lerkdeeproduction @sornsitv