นิคมอุตสาหกรรม 304

ตร.ทางหลวง แนะ6เส้นทางเลี่ยงรถติดกทม.-ไปอิสาน
ข่าววันนี้ /  ปีใหม่ / 

12.21 น. กองบังคับการตำรวจทางหลวง แนะนำเส้นทางเลี่ยงรถติด 6 เส้นทาง สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องเดินทางในช่วงวันปีใหม่ 2558 ในเส้นทาง กรุงเทพฯ ไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เส้นทางที่ 1 : ใช้ถนนวิภาวดีรังสิต (ทางหลวงหมายเลย 31) หรือ ให้ทางยกระดับโทลล์เวย์ เข้าสู่ถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลย 1) ผ่าน จ.สระบุรี มุ่งหน้า จ.นครราชสีมา ระยะทางประมาณ 265 กม. เพื่อเดินทางสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เส้นทางที่ 2 : ใช้ทางพิเศษศรีรัช เชื่อมทางพิเศษอุดรรัถยา จนสุดสายปากเกร็ด-บางปะอิน ที่ อำเภอบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา (วงแหวนตะวันตก ทางหลวงหมายเลข 9) จนถึงต่างระดับบางปะอิน เข้าสู่ถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) ผ่าน จ.สระบุรี มุ่งหน้า จ.นครราชสีมา ระยะทางประมาณ 273 กม. เพื่อเดินทางสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เส้นทางที่ 3 : ใช้ถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวนตะวันตก ทางหลวงหมายเลข 9) มุ่งหน้าเข้าสู่ต่างระดับบางปะอิน เข้าถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) ผ่านจ.สระบุรี มุ่งหน้า จ.นครราชสีมา ระยะทางประมาณ 280 กม. เพื่อเดินทางสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เส้นทางที่ 4 : ใช้ถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวนตะวันออก ทางหลวงหมายเลข 9) มุ่งหน้าเข้าสู่ต่างระดับบางปะอิน เข้าถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) ผ่าน จ.สระบุรี มุ่งหน้า จ.นครราชสีมา ระยะทางประมาณ 286 กม. เพื่อเดินทางสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เส้นทางที่ 5 : ใช้ต่างระดับรังสิต ไปตามถนนรังสิต - องครักษ์ (ทางหลวงหมายเลข 305) ตรงไปจังหวัดนครนายก เลี้ยวขวาเข้าถนนสุวรรณศร (ทางหลวงหมายเลข 33) มุ่งสู่ อ.กบินทร์บุรี ถึงสี่แยกกบินทร์บุรี เลี้ยวซ้ายเข้าถนนกบินทร์บุรี-ปักธงชัย (ทางหลวงหมายเลข 304) มุ่งหน้า จ.นครราชสีมา ระยะทางประมาณ 328 กม. เพื่อเดินทางสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เส้นทางที่ 6 : ใช้ถนนรามอินทรา-สุวินทวงค์ (ทางหลวงหมายเลข 304) ผ่านฉะเชิงเทรา, พนมสารคาม, กบินทร์บุรี, ปักธงชัย มุ่งหน้า จ.นครราชสีมา ระยะทางประมาณ 324 กม. เพื่อเดินทางสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ........................................................... ปชช.ทยอยกลับต่างจังหวัด ถ.มิตรภาพรถหนึบ ประชาชนเริ่มทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนา ช่วงเทศกาลวันหยุดยาว ส่งผลให้การจราจรทุกเส้นมีปริมาณรถมาก ขณะถนนมิตรภาพปริมาณรถหนาแน่นเคลื่อนตัวช้า ผู้สื่อข่าวรายงานสภาพการจราจร หลังประชาชนเริ่มทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนา ในช่วงเทศกาลวันหยุดยาว (วันขึ้นปีใหม่) ว่า สภาพการจราจรบริเวณ ถนนมิตรภาพ มีปริมาณรถหนาแน่น ชะลอตัวเป็นระยะ บริเวณ อ. มวกเหล็ก จ.สระบุรี สามารถใช้ความเร็วได้ประมาณ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะที่ ถนนทางหลวงหมายเลข 304 ช่วง ต.ทุ่งโพธิ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี มุ่งหน้า อ.ปักธงชัย ปริมาณรถมากแต่เคลื่อนตัวช้า ส่วนสายเอเชีย ทางหลวงหมายเลข 32 ทางหลวงหมายเลข 340 สุพรรณบุรี-ชัยนาท ถนนพหลโยธิน และ ถนนเพชรเกษม นั้น มีปริมาณรถมากแต่ยังคล่องตัวดี ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ “เส้นทางเลี่ยงปีใหม่” ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>> MThai News

ไฟไหม้โรงงานยางระยองยังคุกรุ่น-ฉีดน้ำเลี้ยงป้องลุกลาม
ระยอง /  ไฟไหม้ / 

เพลิงไหม้ โรงงานยางรถยนต์ ระยอง ไฟยังคุกรุ่น เจ้าหน้าที่ยังฉีดน้ำหล่อเลี้ยงป้องกันลุกลาม ขณะที่ กรมควบคุมมลพิษ เตรียมเข้าตรวจสอบสภาพอากาศ ขณะที่ นอภ.ศรีราชา ยัน ไม่มีผู้เสียชีวิต นายพรชัย ถมกระจ่าง นายอำเภอศรีราชา ได้เดินทางเข้าอำนวยการดับเพลิง เหตุเพลิงไหม้ โรงงานผลิตยางรถยนต์ของบริษัท หลิงหลง ที่ตั้งอยู่ภายในนิคมอุตสาหกรรมเหมราชอีสเทิร์นซีบอร์ด จ.ระยอง พร้อมฟังบรรยายสรุปสถานการณ์จากตัวแทนโรงงาน โดยสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร โดยมีคนงานภายในโรงงานเห็นประกายไฟปะทุขึ้นที่สายไฟเมนหลักของโรงงานก่อนที่เปลวไฟจะหล่นใส่แท่นตั้งยางรถยนต์จนเกิดเพลิงลุกไหม้ลามถึงกองยางรถยนต์ในโรงงาน ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี และจากการนับยอดจำนวนคนงานล่าสุด พบว่ายังอยู่กันครบไม่พบผู้เสียชีวิตตามที่เคยคาดหมายกันตั้งแต่แรก มีเพียงผู้บาดเจ็บจากการสำลักควันเท่านั้น และขณะนี้สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ในวงจำกัด หลังจากเผาผลาญอาคารภายในโรงงานเสียหาย 6 หลัง เบื้องต้นคาดว่าจะใช้เวลานานตลอดคืนถึงวันพรุ่งนี้เพลิงถึงจะสงบ ล่าสุด ไฟยังคุกรุ่น เจ้าหน้าที่ยังฉีดน้ำหล่อเลี้ยงป้องกันลุกลาม ขณะที่ กรมควบคุมมลพิษ เตรียมเข้าตรวจสอบสภาพอากาศ นอภ.ศรีราชายันไฟไหม้รง.ยางไม่มีผู้เสียชีวิต จากกรณีเกิดเพลิงลุกไหม้ โรงงานผลิตยางรถยนต์หลิงหลง ใน นิคมอุตสาหกรรมเหมราชใหม่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ที่มีเขตต่อเนื่องกับ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง เมื่อคืนที่ผ่านมาจนเป็นเหตุให้โกดังเก็บยางกว่า 6 โกดัง มียางกว่า 7 แสนเส้น ในพื้นที่กว่า 30 ไร่ ถูกไฟลุกไหม้เสียหาย ล่าสุดได้รับการเปิดเผยจาก นายพรชัย ถมกระจ่าง นายอำเภอศรีราชา ว่า การดับเพลิงเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากยางเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ในเบื้องต้นสามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดได้ หากจะดับให้สนิทนั้นต้องใช้เวลา 1-2 วัน และจากการตรวจสอบไม่พบผู้เสียชีวิต แต่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากสำลักควันไฟบ้าง 2-3 ราย ซึ่งในวันนี้จะมีเจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อมมาตรวจสอบสภาพอากาศ ว่ากระทบกับประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงหรือไม่ต่อไป

สาวชลบุรีร้องถูกพี่ชายข่มขืนท้อง7เดือน
ข่มขืน /  ชลบุรี / 

สาวชลบุรี วัย 32 ถูกพี่ชายแท้ ๆ ข่มขืนจนท้อง 7 เดือน แม่โร่เข้าแจ้งความหวั่นถูกทำร้าย ที่สถานีตำรวจภูธรพานทอง จ.ชลบุรี นางสมหวัง เดินทางมาพร้อม น.ส.โอ๋ (นามสมมติ) อายุ 32 ปี ตั้งครรภ์ 7 เดือนครึ่ง เข้ามาแจ้งความต่อ พ.ต.ท.กฤษณะ วจะสุวรรณ สารวัตรเวร สภ.พานทอง ให้ติดตามจับกุมลูกชายคนโตซึ่งเป็นพี่ชายแท้ ๆ และอีกคนคือสะใภ้ ที่ร่วมกันข่มขืน น.ส.โอ๋ น้องสาว คือ นายบุญส่ง  อายุ 46 ปี และ นางตะวัน เมื่อ ประมาณกว่า 7 เดือนที่ผ่านมา โดย นางบุญส่ง ผู้เป็นมารดา กล่าวว่า ตนมีอาชีพขายผักผลไม้แผงอยู่หน้าวัดหนองตำลึง มีบุตรชายสาวรวม 5 คน มี นายบุญส่ง คนก่อเหตุเป็นคนโต ทำงานเป็น รปภ. ของโรงงานแห่งหนึ่งในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร อ.พานทอง จ.ชลบุรี และ น.ส.โอ๋ เป็นคนที่ 5 ได้ถูกพี่ชายแท้ ๆ ข่มขืน โดยมีสะใภ้เป็นผู้สมคบคิด ตำรวจจึงให้ น.ส.โอ๋ ไปตรวจร่างกายเพื่อดำเนินคดี โดยจะเรียก นายบุญส่ง และ นางตะวัน มาสอบสวน หากพบผิดจริง จะดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันข่มขืนผู้อื่นต่อไป ข่าวที่เกี่ยวข้อง 13 วิธี ป้องกันตัว ของคุณผู้หญิง ภัยหญิง วิธีเอาตัวรอดจากผู้ร้าย ป้องกันลูก จากการ ถูก ล่วงเกินทางเพศ

จีนต้องการที่ดิน 2พันไร่ หวังลงทุนในไทยรับอาเซียน
กนอ. /  การค้า / 

คณะสำรวจการลงทุนจากจีน เตรียมลงทุนอุตสาหกรรมของใช้ในครัวเรือนในไทย เบื่องต้นต้องการที่ดิน 2,000 ไร่ เพื่อก่อตั้งอุตสาหกรรมในการขยายฐานธุรกิจรับอาเซียน เมื่อวันที่ 24 ก.ย.57 ที่ผ่านมาคณะสำรวจการลงทุนจากเมืองกวางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งนำโดยนายหลิน หมิง ซิง เข้าพบและหารือเกี่ยวกับการลงทุนในประเทศไทย โดยเตรียมจะเข้ามาพัฒนานิคมอุตสาหกรรมของใช้ในครัวเรือน เบื้องต้นแจ้งว่าต้องการพื้นที่ประมาณ 2,000 ไร่ ในการจัดตั้งนิคมฯ นายวีระพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่าทาง กนอ.ได้แนะนำให้ทางจีนเข้ามาขอเช่าพื้นที่ในนิคมฯ ที่มีอยู่แล้ว เนื่องจากสะดวกในการขออนุญาตประกอบกิจการต่างๆ แต่หากจัดตั้งนิคมฯ เองเบื้องต้นก็ติดข้อปัญหาในเรื่องการถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินเนื่องจากเป็นชาวต่างชาติ โดยทาง กนอ.แนะนำและให้ข้อมูลของนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี ซึ่งทำเลสามารถเชื่อมต่อเส้นทางการค้าไปยังสปป.ลาว ทะลุขึ้นไปยังมณฑลยูนนานประเทศจีนได้ ทำให้สะดวกในการขนถ่ายสินค้า โดยทางจีนต้องการที่จะลงทุนในอุตสาหกรรมของใช้ในครัวเรือน ที่ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์จากแก้ว พลาสติกและเซรามิก เป็นต้น สำหรับเหตุผลที่ต้องการมาลงทุนที่ไทยเนื่องจากเห็นว่าประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางด้านการค้า การลงทุน การผลิตและส่งออกในกลุ่มประเทศอาเซียนรวมทั้งมีความพร้อมในระบบสาธารณูปโภค ระบบขนส่งและโลจิสติกส์ อีกทั้งมีวัตถุดิบรวมถึงแรงงานที่พร้อม และมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนอย่างยั่งยืน โดยหลังจากที่ กนอ. ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนนิคมฯ ในไทยไป ทางคณะสำรวจการลงทุนจากเมืองกวางโจว ได้กลับไปพิจารณาทำเล และรูปแบบในการจัดตั้งนิคมฯอีกครั้ง ก่อนจะเข้ามาเสนอที่ กนอ. อีกครั้งหนึ่ง MThai News

โสมขาวยุบหน่วย รปภ. ทางทะเล เซ่นเซวอลล่ม
เกาหลีใต้ /  เซวอล / 

ทางการเกาหลีใต้ สั่งยุบหน่วยรักษาความปลอดภัยทางทะเล ขึ้นตรงดับเพลิง เซ่นเหตุเซวอล ล่ม เมื่อ 7 เดือนก่อน สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงาน เกาหลีใต้เดินหน้าปรับปรุงการรักษาความปลอดภัยทางทะเล ครั้งใหญ่ เพื่อยกระดับมาตรฐานการเตือนภัยและการช่วยเหลือทางทะเล หลังเกิดโศกนาฏกรรรมเรือข้ามฟากอับปาง เป็นเหตุให้มีผู้โดยสารซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักเรียน เสียชีวิตถึง 304 ราย เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ถูก ปาร์ค กึน เฮ ผู้นำประเทศตำหนิ จากการปฏิบัติงานที่ล้มเหลวไร้ความรับผิดของหน่วยงานทั้งนี้ รัฐบาลเกาหลีใต้ประกาศวันนี้ว่า หน่วยงานดังกล่าวจะถูกยุบลงและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในสังกัดทั้งด้านค้นหาและด้านการช่วยเหลือที่มีทั้งสิ้นราว 10,000 คน จะถูกรวมเข้ากับทีมดับเพลิงภายใต้ความรับผิดชอบของหน่วยช่วยเหลือฉุกเฉินแทน ขณะที่การดำเนินการเอาผิดทางกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องในอุบัติเหตุเรือล่ม ศาลได้ตัดสินจำคุกกัปตันเรือ เป็นเวลา 36 ปี ขณะที่ลูกเรือรายอื่นถูกลงโทษจำคุกตั้งแต่ 20-30 ปี ตามลำดับความผิด

สาวชลบุรีร้องถูกพี่ชายข่มขืนท้อง7เดือน
ข่มขืน /  ข่าวล่าสุด / 

สาวชลบุรี วัย 32 ถูกพี่ชายแท้ ๆ ข่มขืนจนท้อง 7 เดือน แม่โร่เข้าแจ้งความหวั่นถูกทำร้าย ที่สถานีตำรวจภูธรพานทอง จ.ชลบุรี นางสมหวัง เดินทางมาพร้อม น.ส.โอ๋ (นามสมมติ) อายุ 32 ปี ตั้งครรภ์ 7 เดือนครึ่ง เข้ามาแจ้งความต่อ พ.ต.ท.กฤษณะ วจะสุวรรณ สารวัตรเวร สภ.พานทอง ให้ติดตามจับกุมลูกชายคนโตซึ่งเป็นพี่ชายแท้ ๆ และอีกคนคือสะใภ้ ที่ร่วมกันข่มขืน น.ส.โอ๋ น้องสาว คือ นายบุญส่ง  อายุ 46 ปี และ นางตะวัน เมื่อประมาณกว่า 7 เดือนที่ผ่านมา โดย นางบุญส่ง ผู้เป็นมารดา กล่าวว่า ตนมีอาชีพขายผักผลไม้แผงอยู่หน้าวัดหนองตำลึง มีบุตรชายสาวรวม 5 คน มี นายบุญส่ง คนก่อเหตุเป็นคนโต ทำงานเป็น รปภ. ของโรงงานแห่งหนึ่งในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร อ.พานทอง จ.ชลบุรี และ น.ส.โอ๋ เป็นคนที่ 5 ได้ถูกพี่ชายแท้ ๆ ข่มขืน โดยมีสะใภ้เป็นผู้สมคบคิด ตำรวจจึงให้ น.ส.โอ๋ ไปตรวจร่างกายเพื่อดำเนินคดี โดยจะเรียก นายบุญส่ง และ นางตะวัน มาสอบสวน หากพบผิดจริง จะดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันข่มขืนผู้อื่นต่อไป

โหด! เดินกระแทกไหล่ถูกรุมทำร้ายดับหน้าบ้าน
ถูกรุมทำร้าย /  เดินกระแทกไหล่ / 

เกิดเหตุชายวัย 56 ปี เดินกระแทกไหล่คู่กรณี ถูกรุมทำร้ายดับอนาถหน้าบ้าน ซ.รัชดาฯ 13 - ตำรวจเตรียมสอบปากคำ วิน จยย. เวลา 00.15 น. ตำรวจ สน.สุทธิสาร รับแจ้งมีผู้ถูกทำร้ายร่างกายเสียชีวิต ภายใน ซ.รัชดา 13 ใกล้เคียงวัดกุนนทีฯ จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบศพ นายจตุพล คำมี อายุ 56 ปี สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีเทา กางเกงขายาวสีเขียวขี้ม้า รองเท้าแตะสีเหลือง นอนหงายเสียชีวิตอยู่หน้าบ้านเลขที่ 304 ซ.รัชดาภิเษก 13 เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร พบบาดแผลถูกตีด้วยของแข็งไม่ทราบชนิดที่บริเวณท้ายทอย และรอยฟกช้ำที่บริเวณกลางหลัง จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้มีเรื่องกับคู่กรณี เนื่องจากไปเดินกระแทกไหล่แถววินรถ จยย.รับจ้างหน้าบ้าน ก่อนที่จะถูกชาย 4-5 คน ขับ จยย. 2 คัน มารุมทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต เบื้องต้น ตำรวจสันนิษฐาน ผู้ตาย ไปมีเรื่องกับคู่กรณีก่อนถูกนำพวกมารุมทำร้าย พร้อมเตรียมรวบรวมพยานหลักฐาน และเรียก วิน จยย.รับจ้าง มาสอบปากคำ เพื่อหาเบาะแส ส่วนผู้ตายได้ส่งไปชันสูตรพลิกศพที่ สถาบันนิติเวช ร.พ.ตำรวจ

ไฟไหม้นิคมอุตฯ ปางปะอิน เพลิงโหมแรง เร่งอพยพคน
ข่าววันนี้ /  นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน / 

ไฟไหม้นิคมอุตฯ ปางปะอิน ไฟโหมแรง เร่งอพยพคน หวั่นได้รับอันตรายจากสารพิษ-ควันไฟ ล่าสุดพนักงานดับเพลิงเข้าพื้นที่แล้วแต่ยังคุมเพลิงไม่ได้ รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น. วันนี้ (12 ม.ค. 58) ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ในนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ส่งผลควันไฟสีดำพวยพุ่งเต็มบริเวณ จนท.ต้องเร่งอพยพคนงานออกจากบริเวณเป็นการด่วนเนื่องจากหวั่นอันตรายจากสารพิษ และควันไฟ  เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้เข้าไปในพื้นที่แล้ว แต่ยังไม่สามารถสกัดเพลิงไว้ได้ ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ "ไฟไหม้" ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>> MThai news

รมว.อุตสาหกรรม เข้ากระทรวงวันแรก
กระทรวงอุตสาหกรรม /  จักรมณฑ์ / 

"จักรมณฑ์" เข้ากระทรวงอุตสาหกรรมวันแรก สั่งหน่วยงานเร่งออกใบ ร.ง.4 เศรษฐกิจ 5 จังหวัดใต้ รับ AEC บรรยากาศที่กระทรวงอุตสาหกรรม เช้านี้ ล่าสุด นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้เดินทางมาที่กระทรวงตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม พร้อมได้พูดคุยทักทายกับข้าราชการและผู้บริหารในกระทรวง ก่อนที่จะนำข้าราชการและผู้บริหารเข้าสักการะพระนารายณ์ และศาลพระภูมิสิ่งศักดิ์สิทธิ์บริเวณภายในกระทรวง ก่อนที่จะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงนโยบายเร่งด่วนที่จะดำเนินการ โดย นายจักรมณฑ์ กล่าวถึง สิ่งเร่งด่วนที่จะดำเนินการคือการแก้ปัญหาเศรษฐกิจใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนภาคใต้ และพื้นที่ชายแดนอื่น ๆ เพื่อเชื่อมโยงประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC การเร่งรัดโครงการนิคมอุตสาหกรรมฮาลาล และนิคมอุตสาหกรรมยางที่ฉลุง จังหวัดสงขลา รวมถึงการเร่งรัดการออกใบอนุญาตต่าง ๆ โดยเฉพาะใบประกอบกิจการโรงงาน ร.ง.4 ซึ่งที่ผ่านมา คณะรักษาควาาสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ได้แก้ไขในบางส่วนแล้ว แต่ทั้งนี้ สนช. อยู่ระหว่างการพิจารณาออกกฎหมายใหม่ ซึ่งเป็นกฎหมายกลางที่ควบคุมการอนุญาตต่าง ๆ ของหน่วยราชการ ดังนั้น กระทรวงต่าง ๆ ต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการออกใบอนุญาตให้สอดคล้องกับกฎหมายใหม่ที่จะออกมา Mthai News

'มาสด้า' ทุ่ม 1.2 หมื่นล้าน ประเดิมเฟส 2 อีโคคาร์
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

'มาสด้า' ทุ่มงบ 1.2 หมื่นล้าน ประเดิมอีโคคาร์เฟส 2 เดินเครื่องผลิต 6 พย.นี้ กำลังการผลิต 1.5 แสนคัน ทั้งเครื่องดีเซล 1.5 ลิตร และเบนซิน 1.3 ลิตร ฟันธงเป็น 'มาสด้า 2' โมเดลใหม่ นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า บริษัท มาสด้า เซลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ตั้งเป้าผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล ระยะที่ 2 หรือ อีโคคาร์เฟส 2 เป็นเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 1,500 ซีซีรายแรก และเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1,300 ซีซี กำลังการผลิตปีละประมาณ 1.5 แสนคันในปี 2559 นับเป็นโครงการแรกที่ได้รับส่งเสริมให้ผลิตอีโคคาร์ 2 โดยมีกำหนดเริ่มกระบวนการผลิตในวันที่ 6 พ.ย.นี้ ทั้งนี้ บริษัท ออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ร่วมลงทุนรถยนต์ยี่ห้อ 'มาสด้า' ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ ในการผลิตอีโคคาร์ 2 วงเงินลงทุนทั้งสิ้น 1.2 หมื่นล้านบาท กำลังการผลิตรถยนต์ปีละประมาณ 1.58 แสนคัน กำลังการผลิตชิ้นส่วนปีละประมาณ 2 แสนชิ้น ตั้งโครงการที่นิคมอุตสาหกรรมเหมราช จังหวัดระยอง โดยจะมีการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศปีละกว่า 1 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมขอให้มาสด้าช่วยพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และผู้ผลิตแม่พิมพ์ของไทยด้วยซึ่งทางมาสด้าตอบรับจะนำวิศวกรยานยนต์ของไทยไปฝึกอบรบที่ประเทศญี่ปุ่นในโอกาสต่อไป ทั้งนี้ มาสด้ายังยืนยันจะใช้ชิ้นส่วนยานยนต์ที่ผลิตขึ้นในไทยให้มากขึ้น เนื่องจากมีความมั่นใจในการใช้ไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ที่ได้รับการยอมรับจากสากล เห็นได้จากในปี 2556 ที่ผ่านมา มาสด้ามียอดขายรถยนต์โดยรวมในไทยสูงเป็นอันดับ 4 ของโลก ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ผู้บริหารมาสด้า ยืนยันว่ารถยนต์มาสด้า 2 เป็นสเปกที่ตรงตามเงื่อนไขอีโคคาร์เฟส 2 ที่ทางบีโอไอกำหนด และเช่นเดียวกันมาสด้าก็มีแผนที่จะเปิดตัวรถยนต์มาสด้า 2 รุ่นใหม่ เครื่องยนต์สกายแอคทีฟออกสู่ตลาดประเทศไทยในช่วงปลายปีนี้ด้วย MThai News

อย.ขึ้นทะเบียน 'ยายุติการตั้งครรภ์' ผลักดันสู่บัญชียาหลักแห่งชาติ
การตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร /  ตั้งครรภ์ / 

รมว.สธ.เผยความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร ล่าสุด อย.ได้ขึ้นทะเบียน ยายุติการตั้งครรภ์ ที่องค์การอนามัยโลกรับรอง 2 ชนิด เป็นยาใหม่ที่ต้องควบคุมการใช้ 2 ปี พร้อมเตรียมผลักดันเข้าสู่บัญชียาหลักแห่งชาติ เพื่อใช้ทั่วประเทศ ควบคู่กับการจัดทำยุทธศาสตร์ระยะยาว บูรณาการงานข้ามกระทรวงหลายมาตรการ การใช้ถุงยางอนามัยทั้งชายและหญิง การคุมกำเนิดระยะยาว เผยล่าสุดปี 2556 วัยรุ่นอายุต่ำกว่า 15ปีคลอดวันละ9 คน อายุต่ำกว่า20 ปีคลอดวันละ 334 คนและตั้งครรภ์ซ้ำ ร้อยละ 12 วันนี้ (22 มกราคม 2558) ที่กระทรวงสาธารณสุข ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมคณะกรรมการพัฒนาอนามัยการเจริญพันธุ์แห่งชาติ ครั้งที่ 1/2558 ว่า ในการประชุมครั้งนี้ ได้ติดตามความก้าวหน้าเรื่องแนวทางการกระจายถุงยางอนามัย การป้องกันการตั้งครรภ์วัยรุ่น การส่งเสริมการเกิดที่มีคุณภาพ และติดตามความก้าวหน้าการขึ้นทะเบียน ยายุติการตั้งครรภ์ และยุทธศาสตร์ป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น จากข้อมูลของสำนักอนามัย การเจริญพันธุ์ กรมอนามัย พบอัตราคลอดของหญิงอายุ 10-14 ปี เพิ่มขึ้นจาก 1.1 ต่อประชากร 1,000 คน ในปี 2548 เป็น 1.7 ในปี 2556 และอัตราการคลอดของหญิงอายุ 15-19 ปี เพิ่มขึ้นจาก 31.1 ต่อประชากร 1,000 คน ในปี 2543 เป็น 51.2 ในปี 2556 นอกจากนี้ในปี 2556 พบจำนวนการคลอดในวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 15 ปี วันละ 9 คน และ อายุต่ำกว่า 20 ปีวันละ 334 คน ซึ่งเพิ่มจากปี 2543 ที่คลอดวันละ 240 คน การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นส่งผลต่อปัญหาสาธารณสุขหลายด้าน เช่น โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และเอดส์ การทำแท้ง เด็กแรกคลอด มีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ และพบปัญหาตั้งครรภ์ซ้ำสูงถึงร้อยละ 12 ทั้งนี้เพื่อการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นกระทรวงสาธารณสุข ได้ร่วมมือกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน และองค์กรเอกชน จัดทำยุทธศาสตร์ป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นแบบบูรณาการ พ.ศ.2558 -2567 เพื่อลดปัญหาการตั้งครรภ์ให้เหลือครึ่งหนึ่ง ประกอบด้วย 6 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ 1.การเสริมสร้างทักษะชีวิตและเพศศึกษา รอบด้านแก่วัยรุ่น 2.การเสริมสร้างบทบาททางเพศ ครอบครัวและชุมชนร่วมป้องกันและแก้ไขปัญหา 3.จัดให้มีระบบบริการสุขภาวะทางเพศและอนามัยการเจริญพันธุ์ที่มีคุณภาพและเป็นมิตร 4.จัดให้มีระบบช่วยเหลือดูแลและบำบัดฟื้นฟู ให้สวัสดิการทางสังคมแก่วัยรุ่นที่ตั้งครรภ์และคลอดบุตร 5.มีการสื่อสารและส่งเสริมการสร้างภูมิคุ้มกันทางวัฒนธรรม ค่านิยม ทัศนคติที่เหมาะสม และ 6.จัดกลไกเชื่อมประสาน ขับเคลื่อนนโยบาย กำกับ ติดตาม เฝ้าระวัง ประเมินผล ระดับประเทศและพื้นที่ ซึ่งหากเสร็จสมบูรณ์จะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริม การพัฒนาเด็กและเยาวชน (กดยช.)เพื่อพิจารณาและเสนอเข้าคณะรัฐมนตรีต่อไป พร้อมกันนี้กระทรวงสาธารณสุขได้ร่วมกับ สปสช. จัดทำโครงการป้องกันการตั้งครรภ์ซ้ำในแม่วัยรุ่น โดยจัดทำยุทธศาสตร์ถุงยางอนามัยแห่งชาติ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงและใช้อย่างครอบคลุมทุกกลุ่ม เนื่องจากในปี 2556 พบการตั้งครรภ์ซ้ำในหญิงอายุ 10 -19 ปี จำนวน 15,295 คน คิดเป็นร้อยละ 12.1 จากจำนวนการคลอด ทั้งหมดของหญิงอายุดังกล่าว โดยได้มีการสนับสนุนค่าบริการคุมกำเนิดกึ่งถาวรกรณีใส่ห่วงอนามัย 800 บาท ต่อรายและฝังยาคุมกำเนิด 2,500 บาทต่อราย นอกจากนี้ยังได้มีการเตรียมแจกถุงยางอนามัย 53.7 ล้านชิ้น และถุงยางอนามัยสำหรับสตรีจำนวน 1 แสนล้านชิ้น เพื่อการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และการตั้งครรภ์ โดยจะแจกให้ในกลุ่มวัยรุ่นทั่วประเทศทั้งหมด 37 ล้านชิ้น สำหรับความก้าวหน้าการขึ้นทะเบียน ยายุติการตั้งครรภ์ ซึ่งองค์การอนามัยโลกได้อนุมัติให้ใช้ ยายุติการตั้งครรภ์ ที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ 2 ชนิด ได้แก่ ยามิฟิพริสโตน และยาไมโซโพรสตอล และมีใช้ในต่างประเทศแล้ว ใช้ได้ผลมากกว่าร้อยละ 95 ซึ่งในประเทศไทยได้ทำการศึกษา พบว่า สามารถให้ประสิทธิภาพ ยุติการตั้งครรภ์ได้มากกว่าร้อยละ 95 และได้ผลักดันการขึ้นทะเบียนยาโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ขึ้นทะเบียนเป็นยาใหม่ เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2557 ที่ผ่านมา โดยมอบให้ สปสช.และกรมอนามัย เป็นผู้บริหารและควบคุมกำกับการใช้ยา เพื่อติดตามความปลอดภัยของยาใหม่ 2 ปี พร้อมเตรียมบรรจุเข้าในบัญชียาหลักแห่งชาติและใช้ในระบบหลักประกันสุขภาพต่อไป นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ในการใช้ยาเพื่อยุติการตั้งครรภ์ ที่ผ่านมามีการใช้อย่างผิดๆ และการสั่งซื้อยาทางอินเตอร์เน็ตก่อให้เกิดอันตราย ในการขึ้นทะเบียน ยายุติการตั้งครรภ์ 2 ชนิดนี้ จะเป็นทางเลือกในการใช้ ยายุติการตั้งครรภ์ ที่ปลอดภัย แต่จะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์และเป็นไปตามข้อบังคับของแพทยสภา ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับการยุติการตั้งครรภ์ทางการแพทย์ ตามมาตรา 304 แห่งประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ.2548 ได้แก่ หญิงที่ถูกข่มขืนกระทำชำเรา หญิงที่ตั้งครรภ์อายุต่ำกว่า 15 ปีและอายุครรภ์ต่ำกว่า 9 สัปดาห์ หญิงตั้งครรภ์เพราะถูกทำอนาจาร สนองความใคร่ โดยใช้อุบายล่อลวง บังคับ ข่มขู่ หญิงตั้งครรภ์ที่มีความเครียดเนื่องจากพบว่าทารกในครรภ์พิการรุนแรงหรือเสี่ยงที่จะเป็นโรคพันธุกรรมรุนแรง โดยสูตินรีแพทย์หรือแพทย์ด้านเวชพันธุศาสตร์ได้ตรวจรับรอง หญิงตั้งครรภ์ที่มีปัญหาสุขภาพ หากปล่อยให้มีการตั้งครรภ์หรือคลอดอาจเป็นอันตรายต่อหญิงผู้นั้นได้ หรือหญิงตั้งครรภ์ที่มีปัญหาสุขภาพจิตและมีแพทย์ที่ไม่ได้เป็นผู้ยุติการตั้งครรภ์อย่างน้อย 1 คน รับรองตามขั้นตอนและเงื่อนไข ทั้งนี้จะมีการให้ความรู้ ความเข้าใจเพื่อให้วัยรุ่นที่มีปัญหาสามารถมาใช้บริการด้วย ยาดังกล่าวยังไม่มีขายในร้านขายยา หากมีขายจัดว่า เป็นยาเถื่อน ขณะนี้กรมอนามัยได้เตรียมความพร้อมแพทย์ในโรงพยาบาล 110 แห่ง ไว้แล้ว อย่างไรก็ตามการใช้ ยายุติการตั้งครรภ์ เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เรื่องที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันคือ การป้องกัน โดยการคุมกำเนิดระยะยาวด้วยการใส่ห่วงอนามัยหรือการฝังยาคุมกำเนิดในกลุ่มสตรีวัยรุ่นที่ยังไม่เคยตั้งครรภ์ หากวัยรุ่นมีปัญหาสามารถปรึกษาได้ที่คลินิกวัยรุ่นใกล้บ้านในโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศ

'หม่อมอุ๋ย' ยังเชื่อ 'จีดีพี-ส่งออก' ปีนี้โตได้ 4%
การส่งออก /  ค่าเงินบาท / 

'หม่อมอุ๋ย' ยังเชื่อ 'จีดีพี-ส่งออก' โตได้ 4% ตามเป้า ระบุพอใจ 'แบงก์ชาติ' รับมือค่าเงินบาทได้ แม้เงินไหลเข้าเยอะ รวมถึงพร้อมดึงญี่ปุ่นร่วมมือสร้างทางรถไฟกัมพูชา-ไทย-พม่า ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ยังเชื่อว่าประมานการณ์เศรษฐกิจไทย หรือ จีดีพี ในปีนี้จะขยายตัวได้ถึง 4% รวมถึงตัวเลขการส่งออกของไทยจะโตได้ 4% ตามเป้าหมายที่วางไว้เช่นเดียวกัน หลังจากค่าเงินบาทยังทรงตัว แม้จะมีเม็ดเงินจากต่างประเทศไหลเข้ามาประเทศไทยจำนวนมาก ซึ่งแสดงให้เห็นว่าธนาคารแห่งประเทศไทยสามารถที่จะรับมือกับเม็ดเงินที่ไหลเข้ามาได้ ซึ่งทำให้ค่าเงินบาทไม่แข็งค่า ดังนั้นจึงส่งผลดีต่อการส่งออกของไทย ขณะเดียวกัน ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เปิดเผยเพิ่มเติมว่า รัฐบาลได้มีการหารือกับทางรัฐบาลญี่ปุ่นให้เข้าร่วมพัฒนาเส้นทางรถไฟจากภาคตะวันออกเชื่อมต่อไปยังภาคตะวันตก เส้นทางจากกัมพูชา ผ่านไทย ไปจนถึงพม่า ซึ่งทางรัฐบาลญี่ปุ่นมีความสนใจที่จะเข้าร่วมดำเนินโครงการดังกล่าว ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือเรื่องรายละเอียดการร่วมกันพัฒนาเส้นทางรถไฟนั้นจะเป็นอย่างไร นอกจากนี้ ในวันศุกร์ที่ผ่านมาทางรัฐบาลไทยได้ประชุมร่วมกับรัฐบาลพม่า และได้เชิญให้รัฐบาลญี่ปุ่นเข้าร่วมพัฒนานิคมอุตสาหกรรมทวาย ทั้งท่าเรือ และอุตสาหกรรมหนักอีกด้วย ติดตาความเคลื่อนไหว 'จีดีพีไทย' คลิ๊กเลย>>>>>>> MThai News

นายกฯ คุยปีหน้าเศรษฐกิจโต 3.5-4.5% ชูยุทธศาสตร์ BOI
BOI /  ข่าวเศรษฐกิจ / 

นายกฯ ประยุทธ์  มั่นใจเศรษฐกิจปีหน้าโต 3.5-4.5%  ชี้ยุทธศาสตร์ใหม่ของบีโอไอจะเป็นตัวจักรสำคัญที่จะช่วยให้นโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลประสบความสำเร็จ  คาดยอดขอส่งเสริมการลงทุนปีนี้ได้ตามเป้า 7 แสนล้านบาท พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่องยุทธศาสตร์การส่งเสริมการลงทุนในระยะ 7 ปี (พ.ศ.2558-2564) ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ว่า ปัจจุบันรัฐบาลกำลังแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจโดยรวมอย่างเร่งด่วน รวมทั้งดำเนินการเพื่อเสริมสร้างศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศให้มีความเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องเท่าเทียมกัน และยั่งยืน ซึ่งขณะนี้ก็มีความคืบหน้าของการดำเนินงานในหลายด้าน และยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุนใหม่ของบีโอไอ ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนให้การดำเนินงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลประสบความสำเร็จ ขณะนี้สถานการณ์เศรษฐกิจไทยปลายปีเริ่มดีขึ้น แต่ยังไม่พอใจมากนัก และในปีนี้ยังคาดว่ายอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนถึงเป้าหมาย 7 แสนล้านบาท และนักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มดีขึ้น จึงคาดว่าในปี 2558 จะมีนักท่องเที่ยงต่างชาติเข้าประเทศจำนวน 27 ล้านคน สูงจากปีนี้ที่มีจำนวน 25 ล้านคน เมื่อรวมกับการเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รถไฟรางคู่ รถไฟฟ้าชานเมือง และการดูแสสินค้าภาคเกษตร และการท่องเที่ยวเมื่อดีขึ้น คาดว่าจะทำให้จีดีพีในปี 2558 ขยายตัวได้ประมาณ 3.5-4.5% นางหิรัญญา สุจินนัย รักษาราชการแทน เลขาธิการบีโอไอกล่าวว่า ในยุทธศาสตร์การส่งเสริมการลงทุนฯนอกจากจะปรับการให้สิทธิประโยชน์จากเดิมที่พิจารณาตามเขตพื้นที่ ไปเป็นการให้การส่งเสริมในอุตสาหกรรมเป้าหมายแล้ว บีโอไอ ยังให้ความสำคัญต่อการกระจายความเจริญไปยังภูมิภาค โดยกำหนดให้จังหวัดที่มีรายได้ต่อหัวต่ำที่สุดของประเทศ 20 จังหวัด ได้แก่ กาฬสินธุ์, ชัยภูมิ, นครพนม, น่าน, บึงกาฬ, บุรีรัมย์, แพร่, มหาสารคาม, มุกดาหาร, แม่ฮ่องสอน, ยโสธร, ร้อยเอ็ด, ศรีสะเกษ, สกลนคร, สระแก้ว, สุโขทัย, สุรินทร์, หนองบัวลำภู, อุบลราชธานี และอำนาจเจริญ ผู้ประกอบการที่ลงทุนในจังหวัดเหล่านี้ จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่ม 3 ปี หากเป็นกิจการที่อยู่ในกลุ่ม A1 และ A2 ซึ่งได้รับการยกเว้นภาษี 8 ปีอยู่แล้ว จะได้รับลดหย่อนภาษีเงินได้ 50% เพิ่มอีก 5 ปี รวมทั้งยังได้รับสิทธิหักค่าขนส่ง ค่าไฟฟ้า และค่าประปาได้ 2 เท่า เป็นเวลา 10 ปี และหักค่าติดตั้งหรือก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวก 25% ของเงินลงทุน ส่วนผู้ที่เข้าไปตั้งสถานประกอบการในนิคมอุตสาหกรรม หรือเขตอุตสาหกรรมที่ได้รับการส่งเสริม จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่ม 1 ปี นอกจากนี้ ยังเพิ่มนโยบายส่งเสริมการลงทุนเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และการส่งเสริมการลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ โดยในส่วนของนโยบายส่งเสริมการลงทุนเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมชายแดนใต้ จะมุ่งส่งเสริมใน 4 จังหวัดชายแดนใต้ และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา ซึ่งในกรณีทั่วไป กำหนดให้ทุกประเภทกิจการที่ให้การส่งเสริมได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีอากรสูงสุด นางหิรัญญากล่าวถึงเป้าหมายยอดการขอรับการส่งเสริมการลงทุนในปี 2558 คาดว่าจะอยู่ในระดับ 8 แสนล้านบาท ส่วน ปี 2557 คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 8 แสนล้านบาท แต่ถ้าเดือนธันวาคมนี้มีโครงการขนาดใหญ่ เช่น การลงทุนโครงการโรงไฟฟ้า หรือโครงการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ก็อาจจะทำให้ขยับถึง 9 แสนล้านบาท นายสแตนเลย์ คัง ประธานหอการค้าต่างประเทศในประเทศไทย กล่าวว่า จากกการพิจารณานโยบายใหม่ของบีโอไอ มองว่าดีกว่าเดิม แต่ถ้าเปรียบเทียบกับประเทศคู่แข่งอย่างมาเลเซีย และสิงคโปร์ ที่มีเป้าหมายดึงดูดอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และนวัตกรรมเหมือนกับไทย ก็มีแนวนโยบายไม่ต่างกัน เพียงแต่นโยบายใหม่ของไทยทำให้สิทธิประโยชน์ก้าวขึ้นมาใกล้เคียงกับคู่แข่ง แต่อย่างไรก็ตามไทยยังคงมีความได้เปรียบของพื้นที่ที่อยู่ใจกลางของอาเซียน และสภาพความเป็นอยู่ที่สะดวกสะบาย เป็นมิตรกับคนต่างชาติ การที่จะให้โดดเด่นเหนือคู่แข่ง จะต้องวางกลยุทธ์ให้น่าสนใจ นอกจากนี้ภาครัฐควรจะขยายเวลาใบอนุญาตทำงานสำหรับคนต่างชาติจากปัจจุบันที่ต้องต่ออายุทุกๆ 2 ปี ขยายเป็น 3-5 ปี เหมือนกับสิงคโปร์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้บริหารชาวต่างชาติเข้ามาดำเนินงานในไทย ซึ่งไทยไม่เสียประโยชน์แต่กลับจะได้รับภาษีเพิ่ม ขอบคุณข้อมูล-ภาพจาก แนวหน้าออนไลน์ MThai News

อดีต ส.ส.เพื่อไทย บุกพบ
ประยุทธ์ /  ผลกระทบ / 

อดีต สส.พรรคเพื่อไทย  บุก ทำเนียบขอพบนายกรัฐมนตรี พิจารณาทบทวนปรับเปลี่ยนเส้นทางสถานีปลายทางรถไฟฟ้าสายสีชมพู หลังผลกระทบประชาชนจำนวนมาก วันที่ 15 มกราคม เวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานมูลนิธิคนรักเมืองมีน อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนายจิรายุ ห่วงทรัพย์, นายไพโรจน์ อิสรเสรีพงษ์,นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์,นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กทม. ในพื้นที่ดังกล่าว ขอเข้าพบ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้มีการพิจารณาทบทวนปรับเปลี่ยนเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีชมพูเฉพาะสถานีที่ 29 (ตลาดมีนบุรี) เพื่อให้เลี้ยวซ้ายจากถนนรามอินทรา ไปยังถนนสุวินทวงศ์ เนื่องจากพื้นทีดังกล่าว มีพี่น้องประชาชนอยู่อาศัยหนาแน่นมากกว่าในตลาดมีนบุรีที่รถไฟฟ้าจะเข้าไปจอด การเลี้ยวซ้ายเข้าถนนสุวินทวงศ์ จะเป็นการลงทุนระยะยาวเพื่ออนาคต ปัจจุบันถนนสุวินทวงศ์ (ทางหลวงหมายเลข 304) อยู่ในระหว่างปรับปรุงให้เป็นถนน8ช่องทางเดินรถ ผ่านเขตหนองจอกไปยังจังหวัดฉะเชิงเทรา ถนนดังกล่าวมีถนนร่วม และซอยแยกต่างๆเป็นที่อยู่อาศัยของประชาชนหนาแน่นมา เช่น ถนนหทัยราษฎร์ ออกสู่ถนนสายพหลโยธิน และถนนสุขาภิบาล 5 ถนนสามวา และถนนนิมิตใหม่ออกสู่ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ถนนราษฎร์อุทิศไปสู่เขตหนองจอก ซึ่งในปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวจะมีประชาชนอาศัยหนาแน่นมากขึ้นทุกวัน พร้อมแสดงรายงานสวนดุสิตโพลล์ ได้ทำการสำรวจ จากประชาชน ในพื้นที่ดังกล่าว พบว่าร้อยละ 82.35 ต้องการให้เส้นทางรถไฟฟ้าสายสีชมพู เลี้ยวซ้ายจากถนนรามอินทรา ไปยังถนนสุวินทวงศ์ เพื่อรับคนกว่า 2 แสนคนที่ อยู่บริเวณดังกล่าว อีกทั้งคณะกรรมาธิการฯ ในสภาชุดที่แล้วที่พิจารณาระบบโครงการรถไฟฟ้า ก็ได้ลงพื้นที่ศึกษาแล้วต่างมีความเห็นไปในทางเดียวกันว่าสมควร จะจัดสร้างสถานีที่29 ไปยังถนนสุวินทวงศ์ และใช้เป็นสถานีซ่อมบำรุงด้วย ซึ่งนอกจากจะลดปัญหาการจราจรที่ประชาชนนำรถเข้าในเมือง และจะทำให้เศรษฐกิจย่านกรุงเทพฝั่งตะวันออกดีขึ้น และในอนาคตอันใกล้จะทำให้รถไฟฟ้าสายนี้สามารถเชื่อมต่อไปยังเขตหนองจอกและจังหวัดฉะเชิงเทราได้ง่ายขึ้น ขอบคุณข้อมูลและภาพ มติชน 

จราจร ถนนมิตรภาพช่วงบ่ายรถมาก-ตร.3,000ดูแล
กลับบ้านปีใหม่ /  ถนนมิตรภาพ / 

จราจรถนนมิตรภาพปริมาณรถมาก แต่โดยรวมยังคล่องตัว ตร.ระดม 3,000 นาย อำนวยความสะดวก สภาพการจราจรบนถนนมิตรภาพ ผ่านจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นเส้นทางหลักจากกรุงเทพฯ มุ่งสู่จังหวัดภาคอีสาน นั้น มีปริมาณรถมาก ขณะที่บริเวณทางขึ้นเขา เขตอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี และ ตำบลกลางดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา รถยนต์ชะลอตัวบ้างเล็กน้อย แต่สภาพการจราจรโดยรวมยังถือว่าคล่องตัวดี และรถยนต์สามารถทำความเร็วได้ตามปกติ คาดว่าสภาพการจราจรบนถนนมิตรภาพ จะกลับมาคึกคักอีกครั้ง ในช่วงบ่ายของวันพรุ่งนี้ (30 ธ.ค. 57) โดยตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ได้ระดมกำลังตำรวจกว่า 3,000 นาย ตั้งจุดอำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้กับประชาชนตลอดทั้งเส้นทางถนนมิตรภาพ และถนนสายหลักทุกสาย พร้อมกันนี้ ยังได้ตั้งจุดตรวจจับความเร็ว 2 จุด บนเส้นทางถนนมิตรภาพ และถนนสาย 304 กบินทร์บุรี-นครราชสีมา เพื่อจับกุมผู้ขับขี่ที่ขับรถเร็ว และป้องกันการเกิดอุบัติเหตุด้วย

หนุ่มหึงโหด! ฉุนญาติ พาแฟนสาวออกเที่ยวคว้าลูกซองตามยิงสาหัส
ปราจีนบุรี /  ปืนลูกซอง / 

หนุ่มหึงโหด ฉุนญาติมารับแฟนออกนอกบ้านร่วมงานวันเกิด ห้ามไม่ฟัง คว้าปืนลูกซองตามยิงถึงร้าน กระสุนเจาะไหล่ 6 แผล อาการสาหัส เมื่อเวลา 00.30 น. วันนี้(24 มี.ค.) ตำรวจ สภ.ระเบาะไผ่ จ.ปราจีนบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุใช้อาวุธปืนยิงกันได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่ร้านอาหารลมทะเลเบียร์สด ทางเข้าโรงเรียนช่างกลปทุมวัน หมู่ 12 ต.ศรีมหาโพธิ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุไม่พบผู้บาดเจ็บ เนื่องจากญาติได้นำตัวส่งรพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ทราบชื่อ น.ส.แพรว (นามสมมุติ) อายุ 21 ปี เจ้าหน้าที่เดินทางไปที่โรงพยาบาล พบรถยนต์กระบะ โตโยต้า สีเทา หมายเลขทะเบียน บธ 6904 ฉะเชิงเทรา จอดอยู่ ที่ประตูด้านคนขับ มีรูกระสุนทะลุจำนวน 4 รู กับรอยเลือดของผู้ได้รับบาดเจ็บ สอบสวนในเบื้องต้น ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นางสาวแพรว ได้แวะมารับน.ส.น้ำ (นามสมมุติ) ลูกพี่ลูกน้อง ซึ่งเป็นภรรยาของนายสมศักดิ์ เกิดสมบัติ พนักงานร้านสะดวกซื้อ นิคมอุตสาหกรรม 304 เพื่อไปร่วมฉลองงานวันเกิด แต่ด้วยความหึงหวงว่าภรรยาจะไปมีกิ๊กกับชายอื่นจึงไม่ยอมให้ไป แต่น.ส.น้ำ ยังดื้อดึงที่จะไป โดยไม่ฟังคำทักท้วงของนายสมศักดิ์ ทำให้นายสมศักดิ์โกรธ และขับรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า ฟีโน่ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนตามมา จนถึงร้านอาหารโดยไม่พูดจา จากนั้นนายสมศักดิ์ชักปืนลูกซองสั้นออกมายิงใส่น.ส.แพรว ที่ยังนั่งอยู่ตรงที่นั่งคนขับทันที 1 นัด จนกระสุนถูกเข้าที่ไหล่ขวาจำนวน 6 แผล ด้วยความแรงทำให้กระดูกไหล่หักอาการสาหัส ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที จากนั้นหลังก่อเหตุ นายสมศักดิ์ ได้ขับรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวหลบหนีไป ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามไปยังห้องพัก แต่ไม่พบ จึงเตรียมขออนุมัติหมายศาลเพื่อจับกุมตัวมาดำเนินคดีในข้อหา พยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาต่อไป ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวสดออนไลน์ MThai News

รู้หรือไม่!! ถนนเมืองไทย แดนอันตราย ตายเป็นอันดับ 2 ของโลก
จักรยาน /  ตาย / 

เคยคิดหรือไม่ว่า เมื่อขับรถบนท้องถนนในประเทศไทย มีความปลอดภัยกันแค่ไหน และรู้หรือไม่ว่าถนนเมืองไทย ขึ้นชื่อว่าอันตรายยิ่งกว่าประเทศใดๆ บนโลกใบนี้ คุณต้องเสี่ยงตายกับอุบัติเหตุที่ "ไม่ไปชนเขา เขาก็มาชนเรา" อย่างที่เห็นเป็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ ยังไม่รวมอุบัติเหตุอื่นๆ ตามท้องถิ่นชนบท ที่ไม่เป็นข่าว แต่ถึงคราวตายกันเป็นจำนวนมาก ที่กลายเป็นข่าวดัง ข่าวเด่นขึ้นมา เมื่อ นายฮวน ฟรานซิสโก นักปั่นรอบโลกชาวชิลี วัย 48 ปี ต้องมาจบชีวิต กับเส้นทางสุดท้าย บนถนนสายมรณะ ในประเทศไทย ทั้งที่เดินทางมา 5 ทวีประยะทางกว่า 250,000 กม. ตั้งแต่ปี 2010 ทำให้ประเด็นนี้กลายเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง เพราะก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 13 ก.พ. 56 ก็เป็นที่ฮือฮากันทั่วโลกมาแล้ว เมื่อนักปั่นจักรยานสองสามีภรรยาชาวอังกฤษ มาเสียชีวิตในประเทศไทย เพราะคนขับรถมัวก้มเก็บหมวกขณะขับรถ เป็นเหตุให้พุ่งชนจักรยานดังกล่าว บนถนนสาย 304 กบินทร์บุรี - พนมสารคาม แน่นอน เรื่องนี้กระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศเต็มๆ รัฐบาลสหรัฐฯ ถึงกับเตือนนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาประเทศไทย เพราะการเดินทางบนถนนสุดอันตราย อาจไม่ได้กลับประเทศ เหล่านี้เป็นเพราะความมักง่ายของคนที่ใช้รถใช้ถนน ไม่มีวินัยในการขับขี่ และขาดจิตสำนึกที่ดีต่อเพื่อนร่วมทาง ลองมาดูกันว่า การขับขี่บนท้องถนนในประเทศไทยนั้น มีสถิติที่ไม่ธรรมดา ข้อมูลการวิจัยจาก สถาบันวิจัยความปลอดภัยในการขนส่งแห่งมหาวิทยาลัยมิชิแกน เผยผลสำรวจที่น่าตกใจเกี่ยวกับอุบัติเหตุในบ้านเรา มีอัตราการเสียชีวิต สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก เป็นรองเพียงนามิเบีย ที่มีสถิติห่างจากกันไม่มากมายนัก โดยจากการสำรวจนี้ระบุว่า ปัจจัย 3 ข้อ ที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุคือ พฤติกรรมเสี่ยงของผู้ขับขี่ การบังคับใช้กฎหมายไม่เข้มงวดพอ และความปลอดภัยของถนนที่ไม่ได้มาตรฐาน อัตราส่วน อุบัติเหตุ คนไทย 100,000 คน จะมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนนถึง 44 คน ในขณะที่ทั่วโลกมีค่าเฉลี่ยของผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เพียง 18 คน ต่อประชากร 100,000 คน โดยประเทศที่มีอุบัติเหตุทางถนนน้อยที่สุดได้แก่ประเทศ มัลดีฟท์ ในเว็บไซต์ กรมการขนส่ง เผยข้อมูล ประเทศไทยมีอัตราการตาย ที่เกิดจากอุบัติเหตุบนท้องถนนเฉลี่ยวันละ 25 คน หรือมีการตายเฉลี่ย ชั่วโมงละ 1 คน ในแต่ละปีนั้น มีมูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจ ที่เกิดจากอุบัติเหตุบนท้องถนนถึง 230,000 ล้านบาทต่อปี และถูกจัดเป็นประเทศที่มีอัตราการตายที่เกิดจากอุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นอันดับ 6 ของโลก จากสถิติทั้งหมด 200 ประเทศ ล่าสุด ข้อมูลของศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ถึงกับจัดเป็นประเทศไทย เป็นประเทศที่แย่ที่สุดในโลกในเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนน โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ที่ทำให้มีผู้บาดเจ็บมากกว่า 1.1 หมื่นคน ส่วนใหญ่ ผู้ตายทั้งหมดบนท้องถนนนั้น 70 % เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ และไม่สวมหมวกนิรภัย เห็นแบบนี้แล้ว การใช้รถใช้ถนนในประเทศไทย นั้นค่อนข้างเสี่ยง (มาก) ต่อชีวิต ใครจะรู้ว่า วันหนึ่งรถกระบะจะขับตัดหน้าแบบกะทันหัน รถสิบล้ออาจจะฝ่าไฟแดงมาโดยไม่รู้ตัว หรือ มอเตอร์ไซค์ขับย้อนศรมาชน กลายเป็นคนขับรถชนตายไปแบบไม่ทันตั้งตัว ตราบใดที่คนเรายังไร้วินัยการขับขี่ และยังไม่มีมาตรการที่เข้มงวด กรณีแบบนี้ก็มีให้เห็นแทบทุบวัน ทางที่ดีคือการป้องกันตัวเอง ลดความเสี่ยงด้วยการ หมั่นตรวจสอบสภาพรถ คาดเข็มขัดนิรภัย สวมหมวกกันน็อค ปฏิบัติตามกฎวินัยจราจรอย่างเคร่งครัด หากทุกๆคนช่วยกันปฏิบัติตาม อย่างน้อย อุบัติเหตุย่อมลงลงได้ หากไม่ประมาท เพชรพิริยะ MThai News

นิคมอุตฯ ห่วงปัจจัยหลัก ขาดสาธารณูปโภค ทำเอกชนเมินลงทุน
การลงทุน /  นิคมอุตสาหกรรมไทย

นายก‘ส.นิคมอุตฯ’ ยังห่วงปัจจัยหลัก ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน รองลงมาเป็นสิทธิประโยชน์การลงทุน ทำให้เอกชนเมินลงทุน ต้องเร่งแก้ไขด่วน !! นางอัญชลี ชวนิชย์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ด้านเศรษฐกิจ และ นายกสมาคมนิคมอุตสาหกรรมไทย และพันธมิตร เปิดเผยถึงแนวทางการปฏิรูปภาคอุตสาหกรรมไทย ว่า แม้นโยบายของรัฐบาลในการตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน 5 แห่ง จะเป็นแนวทางที่ถูกต้องสอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน แต่ถ้ามองในแง่ของผู้ประกอบการนิคมอุตสาหกรรมมองว่าจากปัจจัยในขณะนี้ยังไม่มีแรงดึงดูดเพียงพอให้ผู้ประกอบการรายใหญ่เข้าไปลงทุนตั้งนิคมฯในพื้นที่เหล่านี้ เนื่องจากยังขาดความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ที่เป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม รวมทั้งยังไม่มั่นใจว่าจะมีผู้ประกอบการเข้าไปตั้งโรงงานมากน้อยเพียงไร และผู้พัฒนานิคมฯรายใหญ่ของประเทศ ต่างก็ไม่มีความเชี่ยวชาญในพื้นที่ตามแนวชายแดน ทำให้มีปัญหาในการรวบรวมที่ดินก่อสร้างนิคมฯ “ปัจจัยสำคัญอันดับแรกก็คือระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน รองลงมาเป็นสิทธิประโยชน์การลงทุน และการเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมระหว่างกัน นอกจากนี้การมุ่งเน้นในเรื่องการผลักดันให้อุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้นเข้าไปอยู่ในพื้นที่เหล่านี้เพื่อใช้แรงงานต่างด้าว ก็ยังไม่เป็นแรงดึงดูดเพียงพอ เพราะว่าประเทศไทยกำลังออกจากประเทศที่พึ่งพาแรงงานราคาถูกไปสู่ประเทศที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงในการผลิต” นางอัญชลี กล่าว

เปิดทางลัดทางเลี่ยงรถติด-จุดเสี่ยงอันตราย ช่วงปีใหม่
ทางลัด /  ทางเลี่ยงรถติดปีใหม่ / 

ทางลัดทางเลี่ยง-จุดเสี่ยงอันตราย ช่วงปีใหม่ ทางเลี่ยงรถติด กรุงเทพ - ภาคเหนือ เส้นทางที่ 1 : ใช้ถนนวิภาวดีรังสิต (ทางหลวงหมายเลข 31) หรือ ใช้ทางยกระดับดอนเมืองโทลเวย์ เข้าถนนพหลโยธิน ถึงต่างระดับบางปะอิน เลี้ยวซ้าย เข้าสายเอเซีย (ทางหลวงหมายเลข 32) มุ่งสู่ จ . นครสวรรค์ เพื่อเดินทางสู่ ภาคเหนือ เส้นทางที่ 2 : จากถนนรัตนาธิเบศร์ (สาย 302) ถึงต่างระดับบางใหญ่ เลี้ยวขวาเข้าถนนกาญจนาภิเษก ถึงต่างระดับบางบัวทอง เลี้ยวซ้ายเข้าถนนบางบัวทอง - สุพรรณบุรี (ทางหลวงหมายเลข 340) ผ่าน จ.สุพรรณบุรี จ.ชัยนาท เข้าสายเอเซีย ที่ อ.มโนรมย์ มุ่งสู่ จ.นครสวรรค์เพื่อไป ภาคเหนือ เส้นทางที่ 3 : จากถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวนตะวันตก ) ถึงต่างระดับเชียงรากน้อย เลี้ยวซ้ายเข้าสายบางปะอิน - บางปะหัน (ทางหลวงหมายเลข 347) เข้าสายเอเชีย ที่ อ.บางปะหัน เพื่อไปภาคเหนือ เส้นทางเลี่ยงรถติด จ . นครสวรรค์ เส้นทางที่ 1 : จากต่างระดับอินทร์บุรี เลี้ยวขวา ใช้ทางหลวงหมายเลข 11 ผ่าน อ . ตากฟ้า ท่าตะโก สากเหล็ก ถึงสามแยกวังทอง เลี้ยวซ้าย มุ่งสู่ จ . พิษณุโลก   คลิกดูแผนที่ เส้นทางที่ 2 : เมื่อถึงแยกเลี่ยงเมืองนครสวรรค์ ( กม . 331+810 บนทางหลวงหมายเลข 1) เลี้ยวซ้าย ใช้ทางเลี่ยงเมืองนครสวรรค์ ( ทางหลวงหมายเลข 122 ) ถึงสามแยกหนองตะโก 2.1 เลี้ยวซ้ายไป จ . กำแพงเพชร 2.2 เลี้ยวขวาไป จ.พิษณุโลก ทางเลี่ยงรถติด กรุงเทพฯ - ภาคเหนือ เส้นทางลัด ภาคเหนือ ........................................................................................... ทางเลี่ยงรถติด กรุงเทพ - ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เส้นทางที่ 1 : จากถนนกาญจนาภิเษก(วงแหวนตะวันตก )มุ่งหน้าสู่ต่างระดับบางปะอิน เข้าถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) มุ่งสู่สระบุรี เพื่อไป ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เส้นทางที่ 2 : จากถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวนตะวันออก ) มุ่งหน้าสู่ต่างระดับบางปะอิน   เลี้ยวขวาเข้าถนนพหลโยธิน( ทางหลวงหมายเลข 1 ) มุ่งสู่สระบุรี เพื่อไป ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เส้นทางที่ 3 : จากต่างระดับรังสิต ไปตามถนนรังสิต - องครักษ์ (สาย 305) ตรงไปจังหวัดนครนายก เลี้ยวขวาเข้าถนนสุวรรณศร ( ทางหลวงหมายเลข 33 ) มุ่งสู่   อ .   กบินทร์บุรี ถึงสี่แยกกบินทร์บุรี เลี้ยวซ้ายเข้าถนนกบินทร์บุรี - ปักธงชัย (ทางหลวงหมายเลข 304) เพื่อไป จ .นครราชสีมา เส้นทางที่ 4 : ใช้ถนนรามอินทรา - สุวินทวงค์ (ทางหลวงหมายเลข 304) ผ่านฉะเชิงเทรา , พนมสารคาม , กบินทร์บุรี ,  ปักธงชัย เพื่อไป ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เส้นทางเลี่ยงรถติด จ . สระบุรี เส้นทางที่ 1 : จากแยกเลี่ยงเมืองสระบุรี เลี้ยวขวาเข้าถนนวงแหวนรอบเมืองสระบุรีด้านตะวันออก ( ทางหลวงหมายเลข 362 ) บรรจบถนนมิตรภาพ เลี้ยวขวาเพื่อมุ่งสู่ จ . นครราชสีมา เส้นทางที่ 2 : จากแยกเลี่ยงเมืองสระบุรี เลี้ยวขวาเข้าถนนวงแหวนรอบเมืองสระบุรีด้านตะวันตก ( ทางหลวงหมายเลข 362 ) บรรจบทางหลวงหมายเลข 21 มุ่งหน้าไปทาง จ . เพชรบูรณ์ ถึงแยกอำเภอท่าหลวง จ . ลพบุรี เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2256 ถึง อ . ด่านขุนทด เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 201 ไป จ . ชัยภูมิ เพื่อ ไป ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทางเลี่ยงรถติด กรุงเทพ - ภาคอีสาน ทางเลี่ยงรถติด กรุงเทพ - ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ........................................................................................... ทางเลี่ยงรถติด กรุงเทพ - ภาคตะวันออก จากถนนศรีนครินทร์ (ทางหลวงหมายเลข 3344) ใช้ทางหลวงพิเศษกรุงเทพ - ชลบุรี (มอเตอร์เวย์สาย 7) มุ่งสู่พัทยาไป ภาคตะวันออก ........................................................................................... ทางเลี่ยงรถติด กรุงเทพ - ภาคใต้ เส้นทางที่ 1 : ใช้ถนนธนบุรี - ปากท่อ (ทางหลวงหมายเลข 35 : พระราม 2) เข้าถนน เพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) เดินทางสู่ ภาคใต้ เส้นทางที่ 2 : ใช้ถนนเพชรเกษม ( ทางหลวงหมายเลข 4) ผ่าน อ.สามพราน จ.นครปฐม , โพธาราม , ราชบุรี อ.ปากท่อ เพื่อเข้าสู่    ภาคใต้ เส้นทางที่ 3 : จากขนส่งสายใต้ใหม่ ใช้ถนนบางกอกน้อย - นครชัยศรี (ทางหลวงหมายเลข 338) เข้านครปฐม , ราชบุรี , เพชรบุรี สู่ภาคใต้ เส้นทางเลี่ยงรถติด กรุงเทพ - ภาคใต้ เส้นทางแนะนำ กรุงเทพ - ภาคใต้ ........................................................................................... หมายเลขโทรศัพท์ - สอบถามรายละเอียดเส้นทาง โทร. 1586 ( ศูนย์ประชาสัมพันธ์กรมทางหลวง ) - ตำรวจทางหลวง โทร.1193 - ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว 1155 - จส.100 โทร 1137 - ร่วมด้วยช่วยกัน 1677 - สวพ.91  โทร 1644 - ศูนย์ควบคุมการจราจร 1197 - สอบถามหมายเลขโทรศัพท์ทั่วประเทศ  1133 - สอบถามสภาพจราจร 1543 MThai News