นิคมอุตสาหกรรม 304

'ดีเอชแอล' มั่นใจ ยึดฐานลงทุนไทย 400 ลบ.ใน 5 ปี
คลังสินค้า /  ดีเอชแอล / 

โลจิสติกส์รายใหญ่ 'ดีเอชแอล' กางปีกยึด 'ไทย' ฐานลงทุนหลัก ทุ่ม 400 ลบ.เพิ่มคลังสินค้าทั่วประเทศ แบ่งเค้กก้อนใหญ่ 3 แสนล้าน รุกตลาดสินค้าเพื่อสุขภาพ นายเควิน เบอร์เรล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร 'ดีเอชแอล ซัพพลายเชน' ประเทศไทย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนเพิ่มคลังสินค้า ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทยภายใน 2-3 ปี เริ่มตั้งแต่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนขยายไปยังภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ คิดเป็นงบลงทุนราว 200 ล้านบาท และเมื่อรวมงบลงทุน 5 ปี จะอยู่ที่ราว 400 ล้านบาท หลังจากได้เปิดตัวโครงการคลังสินค้า 'บางนา โลจิสติกส์ แคมปัส' หรือ BLC พื้นที่ 1.2 แสนตารางเมตร ภายในนิคมอุตสาหกรรมบางพลี ถ.บางนา-ตราด กม.23 จ.สมุทรปราการ เพื่อเพิ่มพื้นที่คลังสินค้าในประเทศไทยอีก 18% ด้วยงบประมาณลงทุนราว 80 ล้านบาท ทั้งนี้ในปี 57 บริษัทฯเติบโตถึง 2 หลักจากมูลค่าตลาดรวมของธุรกิจขนส่งสินค้า หรือ Logistics ที่มีมูลค่าราว 3 แสนล้านบาท และคาดว่าในปี 58 ตลาดรวมจะเติบโตเพิ่มขึ้น 6% และภายใน 5 ปี ผลดำเนินงานของบริษัทฯเติบโตขึ้น 2 เท่าจากปัจจุบัน สัดส่วนรายได้หลักจากกลุ่มธุรกิจค้าปลีก 45% ธุรกิจสินค้าอุปโภค-บริโภค 25% ธุรกิจยานยนต์ 15% และธุรกิจเทคโนโลยี 15% โดยมีแผนที่จะเพิ่มการให้บริการสินค้าเพื่อสุขภาพเพิ่มขึ้น พร้อมปรับสัดส่วนรายได้ใหม่ให้อยู่ในระดับที่ 25% เท่ากัน ติดตามข่าวสาร 'การค้าการลงทุน' คลิ๊กเลย>>>>>>> MThai News

ไฟไหม้โรงงานยางระยองยังคุกรุ่น-ฉีดน้ำเลี้ยงป้องลุกลาม
ระยอง /  ไฟไหม้ / 

เพลิงไหม้ โรงงานยางรถยนต์ ระยอง ไฟยังคุกรุ่น เจ้าหน้าที่ยังฉีดน้ำหล่อเลี้ยงป้องกันลุกลาม ขณะที่ กรมควบคุมมลพิษ เตรียมเข้าตรวจสอบสภาพอากาศ ขณะที่ นอภ.ศรีราชา ยัน ไม่มีผู้เสียชีวิต นายพรชัย ถมกระจ่าง นายอำเภอศรีราชา ได้เดินทางเข้าอำนวยการดับเพลิง เหตุเพลิงไหม้ โรงงานผลิตยางรถยนต์ของบริษัท หลิงหลง ที่ตั้งอยู่ภายในนิคมอุตสาหกรรมเหมราชอีสเทิร์นซีบอร์ด จ.ระยอง พร้อมฟังบรรยายสรุปสถานการณ์จากตัวแทนโรงงาน โดยสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร โดยมีคนงานภายในโรงงานเห็นประกายไฟปะทุขึ้นที่สายไฟเมนหลักของโรงงานก่อนที่เปลวไฟจะหล่นใส่แท่นตั้งยางรถยนต์จนเกิดเพลิงลุกไหม้ลามถึงกองยางรถยนต์ในโรงงาน ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี และจากการนับยอดจำนวนคนงานล่าสุด พบว่ายังอยู่กันครบไม่พบผู้เสียชีวิตตามที่เคยคาดหมายกันตั้งแต่แรก มีเพียงผู้บาดเจ็บจากการสำลักควันเท่านั้น และขณะนี้สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ในวงจำกัด หลังจากเผาผลาญอาคารภายในโรงงานเสียหาย 6 หลัง เบื้องต้นคาดว่าจะใช้เวลานานตลอดคืนถึงวันพรุ่งนี้เพลิงถึงจะสงบ ล่าสุด ไฟยังคุกรุ่น เจ้าหน้าที่ยังฉีดน้ำหล่อเลี้ยงป้องกันลุกลาม ขณะที่ กรมควบคุมมลพิษ เตรียมเข้าตรวจสอบสภาพอากาศ นอภ.ศรีราชายันไฟไหม้รง.ยางไม่มีผู้เสียชีวิต จากกรณีเกิดเพลิงลุกไหม้ โรงงานผลิตยางรถยนต์หลิงหลง ใน นิคมอุตสาหกรรมเหมราชใหม่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ที่มีเขตต่อเนื่องกับ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง เมื่อคืนที่ผ่านมาจนเป็นเหตุให้โกดังเก็บยางกว่า 6 โกดัง มียางกว่า 7 แสนเส้น ในพื้นที่กว่า 30 ไร่ ถูกไฟลุกไหม้เสียหาย ล่าสุดได้รับการเปิดเผยจาก นายพรชัย ถมกระจ่าง นายอำเภอศรีราชา ว่า การดับเพลิงเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากยางเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ในเบื้องต้นสามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดได้ หากจะดับให้สนิทนั้นต้องใช้เวลา 1-2 วัน และจากการตรวจสอบไม่พบผู้เสียชีวิต แต่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากสำลักควันไฟบ้าง 2-3 ราย ซึ่งในวันนี้จะมีเจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อมมาตรวจสอบสภาพอากาศ ว่ากระทบกับประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงหรือไม่ต่อไป

เมื่อ 'หม่อมอุ๋ย' วัดฝีปาก 'จอมขวัญ' ความมันส์ จึงบังเกิด!
จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์ /  ปรีดิยาธร เทวกุล / 

วิวาทะ จอมขวัญ VSหม่อมอุ๋ย รู้เลย งานนี้ใครเป็นใคร ! จากคำถามมากมาย ว่า เศรษฐกิจไทยต่อจากนี้ หลังมีสัญญาณความไม่สะดวก ในกรณีการเกิดเหตุระเบิด ที่บริเวณรถไฟฟ้า สยามพารากอน ไปหมาดๆ วันนี้ MThai.com ได้นำบทสัมภาษณ์ ระหว่าง พิธีกร ฝีปากกล้า กับ ยอดขุนคลังขั้นเทพ แบบคำต่อคำ สนุก มันสสส์ เกินคำบรรยาย จอมขวัญ - ล่าสุดเหตุการณ์ระเบิดที่สยามพารากอน คุณชาย มองว่า จะมีผลกระทบอะไรต่อเศรษฐกิจไหมคะ? หม่อมอุ๋ย - ผมมองว่า ก็คงมีหนเดียว เเละไม่มีอีก ถ้าเป็นเรื่องของความรู้สึกก้คงไม่มาก เพราะผมถามคนที่เดินผ่านเเถวนั้น หลายคนยังบอกว่าไม่เป็นไร เเต่ถ้ามีเหตุการณ์เกิดขึ้นบ่อยๆ ก็คงไม่ดี ถ้ามันเกิดครั้งเดียวเเละเราสามารถคุ้มอยู่ ก็จะจบเร็ว จอมขวัญ - หากตั้งคำถามของคนมองโลกในเเง่ลบ คนขี้กลัว ครั้งนี้ดูเหมือนว่าตำรวจทำงานเร็วนะคะ และทำให้สถานการณ์พลิกกลับมาได้เร็ว เป็นไปได้ไหมค่ะที่อาจเกิด เหตุ และมีเหตุการณ์ต่อเนื่องขึ้นอีก หม่อมอุ๋ย - ผมมองว่าคงไม่ นั่นก็อยู่ที่ คสช.แล้วล่ะ ถ้าเป็น เรื่องความมั่นคง ผมมองว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องการเมืองเเน่ ๆ ไม่ใช่เรื่องอื่น เเต่? เป็นเรื่องการเมืองโดยกลุ่มไหน นั้น ยังเดาไม่ออก จอมขวัญ - แล้วการที่ท่านพูดคุยกับนักลงทุนต่างประเทศ หรือนักลงทุนไทย เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น... ( ยังพูดไม่จบ) หม่อมอุ๋ย - พูดสวนขึ้นมา .... ผมรู้เท่าคุณนั่นเเหล่ะ เรื่องที่เกิดขึ้น ผมรู้เท่าคุณ ผมไม่รู้มากกว่าคุณหรอก ถามไปก็ได้เเค่นั้น !! (ยิ้ม) จอมขวัญ - ท่านคิดว่าเขาเข้าใจการเมืองไทย เเค่ไหนคะ? หม่อมอุ๋ย - เราก็มีหน้าที่อธิบายเท่านั้นเอง ที่อื่นเขาเเรงกว่านี้อีก คุณไปแอฟริกา ยิ่งกว่านี้อีก ( หัวเราะ) ฉะนั้นเรามีหน้าที่อธิบายเขา เพราะมันยังไม่เเรง ถึงขนาดว่าเขาจะไม่มาลงทุนที่นี่ นักลงทุนญี่ปุ่นมา ก็คุยกัน เขาบอกเห็นเเล้ว เขาเข้าใจ และเขาก็ยังอยู่ที่เมืองไทย เขามา 2 วัน จอมขวัญ - ถ้าเกิด ถี่ ขึ้นค่อยประเมินกันใหม่หรอค่ะท่าน (ทำตาหน้าสงสัย) หม่อมอุ๋ย - ก็ค่อยประเมินใหม่ คุณคิดอยู่ในแง่ลบ ตลอดอย่างเนี่ยนะ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่คุณ ถนัด! ประเทศมันเดินไม่ได้ เข้าใจนะ! จอมขวัญ - ไม่ได้คิดเเง่ลบนะคะ ท่าน ออกจะเเนวขี้กลัวด้วยซ้ำไป.. หม่อมอุ๋ย - พอขึ้นมา หนึ่ง คุณไป ห้า แล้ว ฉะนั้นไม่ถูก ขึ้นมา หนึ่ง ก็อยู่ หนึ่ง ค่อยๆดูด้วยกัน จอมขวัญ - อย่ากลัวไปก่อน หม่อมอุ๋ย - ระวังได้เเต่อย่างระเเวง.... จอมขวัญ (หัวเราะออกมาเสียงดัง) - จะพยายามนะคะ ท่าน(ถามต่อ) - ค่ะท่าน ดิฉัน คือ รู้น้อยนะคะ จะถามจากการฟังคนที่รู้มากว่า ก็แล้วกัน ไม่ว่าจะเป็นการเเถลงของ ทาง อ.สมชัย จิตสุชน หรือ ทาง World Bank ที่แถลงร่วมกัน คือดิฉัน หาข้อดี มาให้ใจชื้น ไม่ได้เลยค่ะ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจไทยเเละเศรษฐกิจโลก หม่อมอุ๋ย - เวลาคนวิจารณ์ รัฐบาลเนี่ย ก็วิจารณ์ในแง่ที่มันไม่ดีไง ใครเค้ายิบข้อดีมาวิจารณ์กัน เค้าหยิบข้อไม่ดีมาวิจารณ์เท่านั้นเอง คุณอยากรู้อะไรก็ถาม ผมจะตอบให้ . จอมขวัญ - ท่านคิดว่าตอนนี้พื้นฐานกระเป๋าตังค์ ประเทศเรานี่ แน่นไหมคะ เอางี้ดีกว่า ง่ายๆเลย หม่อมอุ๋ย – กระเป๋าตังค์ แน่นมา สถานะทางการเงินดีมาก เงินสำรองดีมาก ที่บอกว่าแน่นเพราะไรรู้ไหมครับ ถ้าไม่แน่นเนี่ย ก็ดูจาก เงินจากยุโรปไหลเข้ามา หุ้นยังขึ้นมา 1,600 เลย ที่หุ้นขึ้นมา จาก 1,500 เป็น 1,600 เนี่ย ในสายตานักลงทุนต่างชาติ ประเทศไทยมีฐานะทางการเงินดี เงินสำรองระหว่างประเทศดี เอาเงินเข้ามาซื้อหุ้นแล้วถ้ามีปัญหาได้คืน นี่เรียกว่าฐานะการเงินของประเทศนะ ไม่ใช่ของคน เนี่ยคือสาเหตุ ของเงินที่ยุโรปอัดฉีด จึงไหลเข้ามาไทย ไม่ใช่ไหลเข้าเอเชียอย่างเดียว ไม่งั้นหุ้นคงไม่ขึ้นมาถึง 1,600 จุด จอมขวัญ- แต่ดิฉัน ฟังจากท่าน อ.สมชัย จิตสุชน ประชาชนคนไทยน่าจะมีปัญหาเรื่องกระเป๋าสตางค์ ไหมค่ะเพราะ เห็นบอกว่าหนี้เราสูงเหลือเกิน… หม่อมอุ๋ย – หนี้ภาคครัวเรือน สูงมากช่วงต้นปีทีแล้ว แต่หลังจาก ไตรมาสที่ 4 เริ่มดีขึ้นไม่พุ่งสูงขึ้น เพราะพุ่งสูงในช่วงที่ผ่านมาแล้ว แต่ของทุกอย่าง ที่เคยเสียมาแล้ว จะแก้ปัญหาภายในวันเดียวไม่ได้ ทุกคนต้องปรับตัว จอมขวัญ - แต่จากการฟังจากหลายๆแหล่ง มองว่า เศรษฐกิจไทย ไม่น่าจะดีเท่าไหร่ มองแบบคนขี้กลัวอีกแล้ว และเศรษฐกิจโลกไม่ค่อย...... (หม่อมอุ๋ย พูดสวนขึ้นมา) หม่อมอุ๋ย – ก็เค้าดูแต่ตัวเลขที่ไม่ดี และคุณ..ก็พูดแต่ของที่ไม่ดี ผมจะพูดของจริงให้ฟังนะ และคุณดูว่าดีไม่ดี ปีที่แล้วไม่ดีครึ่งปีแรกติดลบ ไตรมาส 3 ขยับตัวขึ้นมา +0.6 ไตรมาสที่ 4 ขยับตัวขึ้นมา +2.5 ถือว่าเริ่มขยับตัว ให้เห็นว่าดี มันก็ชัดเจนนะ มีตัวเลขไปแล้ว แต่ไม่ค่อยพูดกัน!!!!! ประการแรก ราคาน้ำมันที่ลงมากๆ พฤษภาคม – ธันวาคม ทำให้จับจ่ายใช้สอยมากขึ้น จริง! ทำให้ตัวเลขการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มของไตรมาสที่ 4 ปีที่แล้ว สูงเป็นประวัติศาสตร์เป็นสัญญาณว่า คนเริ่มใช้เงินแล้ว ประกอบกับน้ำมันที่ลดลง ทำให้คนมีเงินเหลือใช้ หากถามว่าดีไหม ต้องไปถาม อ.สมชัย จิตสุชน ว่าดีมั้ย เวลาเก็บ BRT มากขึ้น ประการที่สอง ตั้งแต่มีรัฐบาลนี้เข้ามา เราเร่งการทำงานอยู่หนึ่งอย่าง คือ เร่งการลงทุน เร่งการเปิดโรงงาน ซึ่งในอดีตมีปัญหาเกี่ยวกับการขอ ใบ รง.4 ที่ค้างท่ออยู่เยอะ ปรากฏว่าตั้งแต่เราเข้ามา เราขยันทำงาน เปลี่ยนกฏนิดหนอย ทำให้ตั้งแต่ ปลายเดือนพฤษภาคม – ถึงปลายเดือนธันวาคม ที่ผ่านมา 7 เดือนที่ผ่านมา เราอนุมัติไปแล้ว 3,800 โรงงาน เป็นตัวเลขที่สูงมาก ซึ่งเราอนุมัติการเปิด 180 วัน ซึ่ง 7 เดือนที่ผ่านมา ได้มีการเปิดโรงงานไปราว 1,600 โรงงานเล้ว ซึ่งมีการจ้างคนเข้าไปทำงาน 7-8 หมื่นคน ซึ่งนี่คือเรื่องจริง และผมไม่ได้เอามา โม้ให้ฟัง ... และหากเปิดครบทุกโรงงาน การจ้างงาน จะอยู่ที่ราว 1.3 เเสน - 1.4 เเสน การลงทุน 2 แสนกว่าล้าน ซึ่งหากไปดูตัวเลข ในไตรมาสที่ 4 ตอนนี้ยังไม่ออกมา TDRI ของ อ.สมชัย เรายังไม่รู้ว่าการลงทุนภาคเอกชนมันเพิ่มขึ้น ซึ่งเดี๋ยวตอนเค้าแถลงเขาคงเห็นเองว่าการลงทุนภาคเอกชนมันขยับแล้ว มากขึ้นแน่นอนในไตรมาสแรก รวมถึงการบริโภคภาคเอกชน ราคาน้ำมันยังลง การใช้จ่ายยังดี ผมให้ข้อมูลนี่ก็แล้วกัน ซึ่งเป็นข้อมูลที่ อ.สมชัย ไม่เคยพูดและเป็นข้อมูลที่ออกมานานแล้ว และไม่มีใครออกไปใช้วิเคราะห์เลย มันต้องวิเคราะห์ให้ครบทุกตัว จอมขวัญ – ท่านค่ะ คนไทย จะหนี้มาก หนี้น้อย ดูจากอะไรคะ แล้วปีนี้ เขาจะหนี้มากไหมคะ หม่อมอุ๋ย – ก็ดูจากตัวเลข หนี้ภาคครัวเรือนไงครับ ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย จะออกมาเรื่อย 8 หมื่นกว่าบาท ประมาณนี้ ผมจำถ้าผมจำไม่ผิด? ก่อนหน้าก็น้อยกว่านี้ 5-6 หมื่น ก็ขึ้นมาเรื่อยๆ ตามเศรษฐกิจ เพราะคนไทยก็ถนัดใช้ บัตรเครดิต การผ่อนส่ง มันมีหลายสาเหตุ ซึ่งเราก็รณรงค์ตั้งแต่ในช่วงครึ่งปี ที่แล้วให้ระมัดระวัง ซึ่งมันเป็นของเดิมทั้งนั้น ที่คุณไม่เคยวิเคราะห์ไง พอนักคิดเอาไปพูดหน่อย คุณเลยพูดใหญ่เลย จอมขวัญ – งั้นตัวเลขที่จะออกมาใน 3 เดือนสุดท้าย ก็จะเห็นตัวเลขที่ต่างไปเลยใช่ไหมคะ หม่อมอุ๋ย – ก็ดีกว่าไตรมาสที่ 3 แน่นอน การเติบโตสูงขึ้น ไตรมาสที่ 3 อยู่ที่ 0.6 % ไตรมาสที่ 4 คง 2 % ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสูง จากผลสำรวจของทุกสำนัก เก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT ได้มาขึ้น ถ้าไม่ใช้เงินมาขึ้น แปลว่าอะไร จอมขวัญ – แล้วเวลาที่มีข่าวออกจากทางราชการ ว่ามีสินค้าปรับขึ้นราคา อันนี้ต้องตกใจมั้ยค่ะ (ทำหน้าสงสัย) หม่อมอุ๋ย – ถ้าอย่างนั้น ก็ต้องดู อีกกี่ รายการราคาปรับลง อย่างเมื่อกี้ ที่คุณขึ้นจอ ผมก็รู้แล้วคุณ เอียงไปข้างนึง จอมขวัญ – นี่ดิฉันคิดแง่ลบ หรอค่ะ (พูดไปด้วยหัวเราะไปด้วย) หม่อมอุ๋ย – เพราะคุณคิดไป แง่ลบอย่างเดียวไง ถ้านักข่าวเศรษฐกิจ คิดแง่ลบอย่างเดียว ประเทศมันลบหมด เพราะฉะนั้น ถ้ามีขึ้น ก็ต้องลงเท่าไหร่ ผมว่าตัวเลขจริง ดัชนีราคาสูงที่สุดในเดือน พฤษภาคม (ผมไม่ได้เอาตัวเลขมา เพราะคุณไม่ได้บอกจะถามอะไร) จาก พฤษภาคม ถึงมิถุนายน ถึงธันวาคม ดัชนีราคาลดลงมาตลอด และไม่ได้ลงเพราะน้ำมัน น้ำมันเพิ่งมาลง ตอน พฤษจิกายน - ธันวาคม ซึ่งผมอยากให้นักคิด เอาตัวเลขจากกระทรวงพาณิชย์ มาดูทุกหมวดหมู่ก็จะรู้ว่า มันมีขึ้นมีลงตลอด แต่ที่ไม่ลงเพียงอย่างเดียวคือราคาอาหารจานเดียว แล้วจะไปทำยังไงได้ พ่อค้าแม่ขาย เขาก็ไม่ใช่ คนรวยเค้าก็ต้องมีชีวิตอยู่ก็หวังกำไร ก็ต้องเห็นใจกัน เพราะอาหารจานเดียวขึ้นแล้วไม่เคยลง จอมขวัญ – ท่านมองว่างานของกระทรวงไหนในปีนี้ หน้าห่วงที่สุดคะ หม่อมอุ๋ย – หน้าห่วงที่สุดแปลว่าไร จอมขวัญ – อาจจะเจอปัญหาในบ้าน จากนอกบ้าน อาจคลุกคลัก ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ที่สุดมีไหมค่ะ หม่อมอุ๋ย – ไม่มีน่าห่วง เพราะรัฐมนตรีเขาสู้ เราก็ทำไป ถ้าผมพูดว่าน่าห่วงคุณก็เอาไปตีความว่ารัฐมนตรีไม่เก่ง เวลาคุณถามนี่ต้องระวังไง เพราะคุณเป็นคนมอง ลบตลอด ทุกกระทรวงมีสิ่งที่เขาจะต้องสู้ กระทรวงพลังงานเค้าทำงานได่ดี แต่เค้าก็ต้องต่อสู้ กับคนที่มาค้าน โดยไม่มีเหตุผล หรือมีเหตุผล ซึ่งการทำงานของเขาไม่ได้ยากมาก เพราะเป็นช่วงน้ำมันลง แต่เขาต้องนั่งชี้แจ้งกับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องเยอะแยะเลย ส่วนกระทรวงอุตสาหกรรม ดูไม่ได้มีปัญหามา เพราะเค้าเดินมาด้วยดี การอนุมัติสร้างโรงงานเร็วก็เป็นที่นิยม สภาอุตสาหกรรมก็ชอบ รัฐมนตรีอุตสาหกรรมคนนี้ อนุมัติเร็ว แต่เค้าก็ต้องออกอีกโครงการนึง โครงการเหมืองแร่โปแตซ ก็ต้องลงไปชี้แจ้งชาวบ้าน ซึ่งทุกคนก็มีปัญหาที่จะต้องจัดการ ส่วนกระทรวงพาณิชย์ก็จะเป็นเรื่องยอดส่งออก ตอนนี้ผู้ซื้อของโลกเหมือนตลาดวาย ทั่วโลก อเมริกาก็ยังไม่ฟื้นจริง ยุโรปยังเลย ญี่ปุ่นเหมือนเริ่มฟื้นตอนนี้ชะลอลงแล้ว ส่วนจีนเขาชะลดตัวเอง เวลาคนปรามคอปรัปชั่น เหมือนปราบเศรษฐกิจส่วนเกิน ยังไงเศรษฐกิจก็ชะลอลง เช่นการยกเลิกจำนำข้าว เนื่องจากมีการคอปรัชชั่นเยอะ เงินก็เหมือนชะลอตัวลง ก็เนื่องจากโลก ชะลอตัวลง ก็เหมือนกระทรวงพาณิชย์จะหนักที่สุด ผู้ส่งออกส่งได้ยาก จอมขวัญ – การส่งออก ของเราจะแย่ไหมค่ะ หม่อมอุ๋ย – ก็คงได้สัก 4 % ตามที่นายกตั้งไว้ แต่เราต้องหวังแค่นั้นนะ อย่าไปคาดหวังลมๆ แล้งๆ ซึ่งเราต้องพูดกันในข้อเท็จจริงเนื่องจากโลกลง เหมือนการคาดหวังราคายาง 80 บาท นี่คือลมๆแล้งๆเลย ไม่เชื่อผมไม่เชียร์นะ แต่ทุกคนไม่ดูตลาด ตอนนั้น ยาง 51 บาท เมื่อ ก.ย. ดึงมา 63 บาท ตั้งใจว่าจะให้ถึง 70 บาท แต่บังเอินมีเรื่อง ยางเทียม 60 กว่าบาท คงจะดึงยางพาราให้ 70 บาทได้ แต่ราคาน้ำมันมันลง เหลือ 45-46 จาก80 เหรียญ ทำให้ราคายางมันลดมาด้วย ยางเทียมมันทดแทนยางพาราได้เลย สิ่งนี้คือมันกดรราคายางพาราไว้ มันมีจุดของมัน ได้แค่ไหนก็แต่นั้น ฉะนั้น คนในรับบาล ก็ฝันลมๆแล้งๆ ฝันกันไป โลกมีขึ้นมีลง ต้องอยู่ให้ได้ ช่วยกันให้ได้ จอมขวัญ – ถ้าดิฉันฟังยังไงก็ไม่เข้าใจ แต่รู้สึกว่า เราจะฝากความหวังกับ ครม. ที่โดยเฉพาะกับ คสช.ที่จะทำงานตรงนี้อีกประมาณ ปีเศษๆ ฝากเยอะ และก็มีอำนาจพิเศามากมาย ..พูดยังไม่จบ หม่อมอุ๋ย – (พูดสวนขึ้นมา) ถ้าคุณเป็นนักข่าวคุณต้องพยายามฟังให้เข้าใจนะ ถ้าคุณไม่เข้าใจ ซักทีก็จะฝากความหวังไม่ได้ จอมขวัญ – ดิฉันถามแทนความคิด ประชาชนค่ะ ท่านมีอำนาจตั้งล้นมือ ทำไมจะทำยางให้ราคาสูงกว่านี้ไม่ได้ ทำไม จะทำให้ หม่อมอุ๋ย – เอาอำนาจที่ไหนมา เราผลิตยางประเทศเดียวหรอ ใช้ยางประเทศเดียวหรอ คือถ้าคุนพูดฝันแบบนี้นะ คุณเป็นนักข่าวเศรษฐกิจไม่ได้หรอก ทุกอย่างมีเหตุมีผล เราอยากขึ้นมั้ย เราอยากขึ้น แต่ในเมื่อยางเทียมมันยังไม่ถึง 40 บาท ซึ่งธรรมชาติของราคายางพารา จะได้ประมาณ 46-47 บาท ขณะนี้ 63 บาทแล้ว มากกว่านี้ ก็จะเสียหาย แก่งบประมาณประเทศ ขาดทุนกันหมด แล้วถามว่าใครรับผิดชอบ แต่ถ้าราคาปัจจุบันมันต่ำกว่าต้นทุน ผมต้องช่วย แต่ขณะนี้มันสูงกว่าต้นทุนแล้ว คือมันมีจังหว่ะ ปีที่ดี ยางดี เป็น 100 บาท 120 บาท 90 บาท ไม่เห็นมีใครพูดกันเลย จอมขวัญ – ดิฉันคาดหวังให้รัฐบาลอุ้มในช่วงเวลาที่ราคามันตกลงมาไม่ได้หรอคะ พูดแทนสวนยางค่ะ หม่อมอุ๋ย – ก็อุ้มแล้วไง (พูดสวนกันไปมา) แล้วผมก็ให้ 4.50 สตางค์แล้วจนได้เกินต้นทุนแล้ว ถ้า มันต่ำกว่าต้นทุน คงอุ้มมากกว่านี้ ถ้ามากว่านี้ แล้วประเทศขาดทุน แล้วใครจะบริหารประเทศล่ะ จะเอาเงินตรงนี้ไปแจกตรงนี้ ข้างเดียว แจกไปแล้วไหม ก็แจก มันต้องมีเหตุมีผล อยู่กันแบบไม่มีเหตุผล ก็อยู่ไม่ได้ การป็นนักข่าวเศรษฐกิจมันต้องมีเหตุมีผล เอาแต่อารมณ์อย่างเดียวไม่ได้ จอมขวัญ – งั้นดิฉัน ถามแทนประชาชนต่อนะคะท่าน. ในฐานะนักข่าวเศรษฐกิจ ว่ากระทรวงพลังงาน อาจมีการประท้วง มีข้อเสนอ ไม่เห็นด้วย มีการขัดแย้ง… ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสัมปทาน การจัดโครงสร้างพลัง จะจบได้ในรัฐบาลนี้ไหมค่ะ หม่อมอุ๋ย – จบบบบ. คุณเนี่ยฟังความข้างเดียวตลอด ไม่ฟังที่คุณ ปิยะสวัสดิ์ อธิบาย ผมเอาตัวเลขสัมปทาน กับตัวเลข Profit Sharing มาลองทำ เอาของในอดีตมาทำ บางอันสัมปทานได้มากว่า บางอัน Profit Sharing ได้มากกว่า แต่ส่วนใหญ่ที่เราเอาตัวเลขใส่ลงไป สัมปทานได้มากกว่าตลอด อินโดนีซีย ทำ Profit Sharing มาตลอด บอกว่าไม่เอาแล้วไปทำ สัมปทานดีกว่า ก็ถึงบอกไง ว่าผู้ใหญ่ในอดีตที่เขาดูและประเทศไทยมา เขาไม่ได้ฉุย เขาศึกษามาตลอด เราเป็นเด็กกว่าเขา รู้นิดเดียว ขึ้นไปอวดเก่งกว่าเขา ซึ่งมันแย่ ลองเอาตัวเลขไปใส่ อันที่เป็นสัมปทานมันดีส่วนใหญ่ บางอันก็ Profit Sharing ก็ดีกว่า ไม่งั้น อินโดนีเซียจะเปลี่ยนมาทำสัมปทานทำไม ต้องดูของจริง ไทยดีมาตลอด และตอนนี้กฎหมายมีแต่สัมปทานเท่านั้น และคุณเป็นรัฐบาลคุณต้องทำไง 1.ต้องเร่งหาพลังงานนะ เพราะอีก 5 ปี แก็สอ่าวไทยกำลังจะหมดไม่งั้นไม่ทันนะ จอมขวัญ – ท่านสามารถอธิบายให้ประชาชนเข้าใจได้ใช่มั้ยค่ะ หม่อมอุ๋ย- ได้ อธิบายมา ถึงข้อดีเข้าเสียยังไง อธิบายได้ทั้งหมด แต่บางคนตั้งใจจะไม่ฟัง พอตั้งใจไม่ฟังไม่ก็ดีไม่ได้เท่านั้นเอง จอมขวัญ – กฏหมายดิจิตอล จุดที่ท่านคิดว่า คนเข้าใจผิดมาที่สุด คือ. เรื่องอะไรคะ หม่อมอุ๋ย- กฏหมายมี 2 ชุด 1.ตั้งคณะกรรมการ ดิจิตอลแห่งชาติกับกระทรวงดิจิตอล อันนั้นคนไม่เข้าใจผิด คนอยากให้เกิดขึ้น และมีอีก 7- 8 ฉบับ ที่จะออกมา แต่ที่คนกลัวกันมาเลยคือ กฎหมาย ไซเบอร์ ซีเคียวริตี้ เป็นความมั่นคง คนจะกลัวกันเยอะ เพราะคนเขียนเนี่ยเขาเขียน แบบให้เขาใช้สะดวกเพราะฉะนั้นก็จะมีคนล่วงใช้ คนก็ออกมาค้าน ซึ่งก็ดีมาก ผมก็หยิบมาดูตอนนี้ นำไปแก้ตามที่ฝ่ายค้านต้องการแล้ว ซึ่งก็ไม่เป็นไรเพรามันมาทีหลัง แต่ที่อยากได้ คือ ตั้งคณะกรรมการ ดิจิตอลแห่งชาติกับกระทรวงดิจิตอล ที่คนเชียร์ และอีก 7-8 ฉบับค่อยๆทยอยออกมาไม่เป็นไร และก็มีกฏหมายเล็กๆน้อยๆ อาทิ พรบ.ความผิดทางคอมพิวเตอร์ ก็เหมือนกัน มีบางอันเกินไปหน่อย คนเขียนเอาแบบทำงานสะดวกเกินไป ล่วงล้ำคนอื่นมากไป พอมีคนค้าน ผมก็จะเอาตรงนี้ไป เจรจากับฝ่ายร่างกฏหมาย ตรงนี้ก็เข้าใจกันแล้ว พราะผมรับหมด จอมขวัญ - ซึ่งหลังจากนี้ก็จะยังมีการยื่นรายชื่อแก้เนื้อหาอยู่ใช่ไหมค่ะ หม่อมอุ๋ย – แก้อยู่แล้ว เพราะมีคนค้านก็จะส่งมาถึงผม และผมมีทีม กฏหมายที่ออกมา แล้วมีคนรีบค้านเร็ว เรารู้เลย เราก็ต้องแก้ จอมขวัญ – ดิฉันฟังจาก ผ.อ สุรางคนา ที่ท่านได้ผู้หลายเวที และในรายการด้วย เรื่องของอำนาจหน้าที่ มีปัญหาจริง ก็ยอมรับ และเรื่องของการ อาจจะระเมิดสิทธิของประชาชนก็จะดำเนินการแก้ไข แต่ถ้าพูดถึงองค์รวมแล้วอาจจะมี ที่ข่าวยังไม่ออก ตัดไปเยอะ คือ กสทช.ยังมีอำนาจตามเดิม หม่อมอุ๋ย – คือ กสทช. ก็กลัวไป ผมเลยเชิญ ท่านประธาน กสทช.กับผู้จัดการมา ก็ดูกันหมดเลยก็เป็นท่พอใจ การจัดสรร เคลื่อนความถี่เป็นอำนาจหน้าที่ท่าน มีอันเดียวที่เราดึงอำนาจมา คือ การจัดสรรคลื่นรวมว่าอันไหน ควจจะเป็นของความมั่นคง อันไหนเป็นเรื่องเพื่อการศึกษา ส่วนเรื่องเชิงพาณิชย์ท่านเอาไปทำ จอมขวัญ – ฉะนั้น กสทช.ก็ทำเหมือนเดิม เรื่องพาณิชย์ หม่อมอุ๋ย- ส่วนความมั่นคง เป็นเรื่องระดับชาติจัด รวมถึง การศึกษา กสทช.ไม่ได้มีคลื่นการศึกษา ส่วนเรื่องพาณิชย์ กสทช.เอาไปกำกับ ดูแล เอาไปเก็บค่าใบอนุญาติ เก็บค่าประมูล เดิมทุกอย่าง จอมขวัญ-ถ้งหาลองย้อนไปในประวัติศาสตร์ การพัฒนาจนกระทั่งมี กสทช.ว่าในส่วนของ คลื่นที่จะนำไปใช้เพื่อการศึกษา อาจจะมีคนพูดถึงน้อย แต่หากพูดถึงความมั่นคง จะเท่ากับว่าเราย้อนกับไป ก่อนจะมีการพัฒนา เรื่องของการปฏิรูปสื่อ ว่าเราอาจจะกลับเข้าไป (ยังพูดไม่จบ ....) หม่อมอุ๋ย- คือ ความมั่นคงเนี่ยต้องให้ชัดเลย ว่าเป็นส่วนไหน ไปปนอย่างอื่นไม่ได้ ถ้าเราชัดไปเลยเนี่ย ไม่ปนอย่างอื่นยิ่งสบายใจ เขาก็เข้าใจกันหมดแล้วนะ จอมขวัญ – มันจะเข้าลักษณะการดึงคลื่นกับไป เป็นของ หน่อยงานราชการ เป็นของความมั่นคงหรือป่าว (พูดยังไม่จบ ) หม่อมอุ๋ย- ไม่ใช่ เรื่องความมั่นคง ก็ความมั่นคง ไม่ใช่ไปให้ทหารทำวิทยุ ไม่ใช่ .. จอมขวัญ – กระทรวงที่ตั้งขึ้นมาใหม่นี่จะมีอำนาจหน้าที่มาน้อยแค่ไหนคะ หม่อมอุ๋ย- เปลี่ยนชื่อกระทรวง ICT มาเป็น กระทรวงดิจิตอล อีโคโนมี เป็นการขยายส่วนที่จะใช้ ดิจิตอล มาขยายด้านเศรษฐกิจ ให้มากขึ้น จอมขวัญ – กระทรวงนี้ กับ กสทช. ก็อยู่คนละส่วน... ตัดไป หม่อมอุ๋ย- ใช่ กสทช.ยังอยู่ที่เดิม จอมขวัญ – เป็นอิสระต่อกัน หม่อมอุ๋ย- ไม่เกี่ยวกันอยู่แล้ว แค่ขอเอางานในการจัดองค์รวมของสื่อ ความมั่นคง การศึกษา การแพทย์ ขอแยกมาซะ ส่วนเป็นพาณิชย์ เอาไปเลย ไม่มีใครเสียอำนาจ จอมขวัญ- ที่เชิญมาคุยก็คือ กสทช. ทุกท่าน .... หม่อมอุ๋ย- ประธาน กับผู้จัดการกพอละ ไม่จำเป็นต้องพูดทั้งหมด เพราะหลักการจริงๆก็มีแค่ นั้นเอง จอมขวัญ – ส่วนของทิศทางเศราฐกิจในประเทสปีนี้ ท่านคิดว่ารัฐบาลจะนำไปในทิศทางไหน หม่อมอุ๋ย- วันนั้นก็แถลงแล้วก็ไม่ฟันเองอ่ะ ... ชัดคือ 1 .ปีนี้ตัวใช้จ่ายภาคเอกชนเริ่มแล้ว การลงทุนเรื่องการผลักดันภาคเอกชนการสร้างโรงงานเกิดขึ้นแน่นอน เพราะตัวนี้ จะสร้างงานในประเทศ 2. เราจะเติมด้วยกระตุ้นการลงทุนภาครัฐ เรื่องของโครงสร้าง พื้นฐาน เป็นรายเดือน เช่น เดือนนี้สร้างถนนไหน ซ่อมถนนไหน เป็นแผนแบบนั้นเลย และการสร้างรถไฟรางคู่ เช่น ปีนี้ลงเข็ม 706 กิโลเมตร ทำขนาดนั้นเลย เป็นรายเดือนเพื่อให้มทีการจ้างงาน และที่เราจะมีการสร้างโรงเรียน 8000 โรงเรียน สถานพยาบาล อีก 2,000 – 3,000 แห่ง พวกนี้ก็จะกระจาย ทีเดียวเลย ช่วงนี้กำลังเร่ง การลงทุนภาครัฐ และก็ เร่งการลงทุนภาคเอกชนเช่นการออกใบอนุญาติให้เร็ว แล้วเผอิญราคาน้ำมันลง การใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เราคิดว่าเราจะโตไปได้ ในอัตรา 4 % จุดเดียวที่ผมทำไม่ได้ คือดึงราคายางให้แพงขึ้น เป็น 80 บาท แต่ ผมก็จะทำเต็มที่ดึงราคายางให้มากกว่าต้นทุนอย่างแน่นอน แล้วก็ยังแถมให้ 4.50 บาท ต่อกิโลด้วย ก็คิดว่ามันมีจุดความพอดีของมันอยู่ มากไปกว่านี้ก็ไม่ไหว จอมขวัญ – ในช่วงปีนี้นะคะ เรามักจะพูดว่า ปฏิรูปประเทศ ปฏิรูปประเทศ ในมุมของผู้ที่มีอำนาจทางเศรษฐกิจ สถานภาพทางเศรษฐของประเทศไทย บุคลิกลักษณะของประเทสไทยยังคงเป็นประเทศ เกษตรกรรมเป็นหลัก หรือไม่ หม่อมอุ๋ย- ประเทศไทยเป็น อุตสาหกรรมมากกว่า เกษตรกรรมมานานแล้ว อย่าไปหลงโบราณ คุณนี่โบราณกะผมละ เราเป็นประเทศเกษตรจิง แต่ด้านอุตสาหกรรมมีมากกว่ามานานแล้ว อันนี้ยังเดินต่อแต่เปลี่ยน รายการอุตสาหกรรม ที่ส่งเสริม BOI ใหม่ เป็นอุตสาหกรรมรุ่นใหม่ ส่วนอุตสาหกรรมรุ่นเก่าก็โดน แข่งขันจาก เวียดนาม อินโดฯ เขรม เราก็จะพยายามจะไม่แข่งอันนั้น ถ้าเรายังอยู่ตรงนั้นการแข่งขันเราจะลดลง และตอนนี้เราอยากได้นิคมอุตสาหกรรมอากาศยาน ซึ่งอยู่ระหว่าเจรจากันอยู่ ซึ่งหากมี จะทำให้ประเทศไทย เป็นศูนย์ อุตสาหกรรมอากาศยานในอาเซียน ซึ่งเหมาะมากอาจไม่เห็นในปีนี้ แต่ทำไว้เพื่อในอนาคตเลย กระทรวงดิจิตอล อีโคโนมี ก็ทำเพื่ออนาคต เช่นกัน จอมขวัญ – ในส่วนของประเทศเรา เป็นประเทศเกษตรกรรม ที่สินค้าเกษตรเล่นราคาลักษณะแบบไหน ปริมาณ หรือแม้แต่อุตสาหกรรม---- พูดสวนขึ้นมา หม่อมอุ๋ย- อุตสาหกรรมคือตัวทำเงิน ให้ประเทศมาก เกษตรก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่เราไม่ทอดทิ้งเกษตรเราจะทำให้ดีที่สุด จอมขวัญ – ส่วน อุตสาหกรรม บางแห่งย้ายไปที่อื่น แรงงานก็มีปัยหาเสมอ ตกลงว่าเรา จะเป็นประเทศรับจ้างผลิต หรือ ...ออกแนวไหน หม่อมอุ๋ย- เราเป็นประเทศอุตสาหกรรมมาตั้งนานแล้ว ต้องเข้าใจนะว่า ประเทศไทย เป็นประเทศอุตสาหกรรมมานานแล้วไม่ใช่เพิ่งเป็น แต่เราไม่เคยทิ้งเกษตร แต่ถ้าเราอยู่ที่เดิมเราจะสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน ลงไปทุกที เราต้องเปลี่ยนเพื่ออนาคต และจะดีในระยะยาวแน่นอน มันจะทำให้ ประเทศเกิดใหม่ในอาเซียน จะสู้เราไม่ได้ เราจะทำอันที่ยากกว่าที่เขาจะทำได้ จอมขวัญ – ในส่วนของประเทศเราทั้งหมดหลังจากนี้ ดูแล้วไม่ได้ห่วงอะไร ว่าปีนี้จะดีกว่าหรือแย่กว่า … หม่อมอุ๋ย - สำหรับภาพรวมในประเทศ มันดีกว่าปีที่แล้วแน่นอน ทุกคนเหมือนไปตั้งกับความคาดหวังไว้สูง ความจริงดูให้ครบทุกด้าน เพราะตอนนี้ทุกอย่างดีขึ้น เช่นความเชื่อมั่นผู้บริโภค การอนุมัติโรงงานสูงสุด เหลือแค่การลงทุนภาครัฐที่ล่าช้าไปหน่อย ตอนนี้ผมพยายามเร่งไปแล้ว จอมขวัญ – ฉะนั้นด้านของรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจไม่ได้ห่วงอะไร หม่อมอุ๋ย – ห่วง เพราะอยากให้ทุกคนดีกว่านี้ ผมพูดไม่ห่วงคุณก็ จอมตีผมอีก! แต่ในการจะดีกว่านี้ ทุกอย่างมันมีจุดที่จะไปได้อย่างสร้างความฝันลมๆ แล้งๆ อะไรที่ไปได้มันก็ไปได้ จอมขวัญ - ที่ถามว่าห่วงมั้ยคือมั่นใจ หม่อมอุ๋ย - มั่นใจว่าไปถึง 4 % แต่ปัญหาก็มี บางกลุ่มจะมีปัญหามากกว่าบางกลุ่ม บางกลุ่มมีหนี้เรื้อรังก็มีปัญหามากกว่าบางกลุ่ม ในส่วนที่โต 4 % ถ้าไม่มีปัญหาหนี้ เรื้อรังก็ไม่น่าห่วง แต่คนที่มีหนี้ เขาก็หวังว่ารัฐบาลนี้เป็นเทวดา จะมาแก้ปัญหาหนี้ให้เขาอีก ซึ่งมันเป็นหนี้ที่สะสม มายาวนาน คนเหล่านั้นเค้าก็ไม่สบายใจ เป็นห่วงคนที่เสียเปรียบคนอื่น ซึ่งมีมานานแล้ว ส่วนเศรษฐกิจจะถึง 4% ไหม มันถึงอยู่แล้ว จอมขวัญ - สุดท้ายแล้วค่ะ เศรษฐกิจของเราปีนี้ เราพึ่งในประเทศมากกว่า หรือนอกประเทสมากกว่า หม่อมอุ๋ย – ในประเทศมากกว่า ก็ที่พูดมา ในประเทศ ทั้งหมด จอมขวัญ - ส่วนสถานการณ์ในประเทศ ท่านไม่ได้ห่วง อย่างที่ผ่านมาใช่ไหมคะ หม่อมอุ๋ย – ไม่มีหรอกมันไม่มีรุ่นแรงเท่าที่ผ่านมา 6 เดือนนั้นรุนแรงที่สุด ไม่มีอะไรรุนแรงแบบนั้นอีกแล้ว ฉะนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมถามหลายๆคน เขาก็บอกว่าไม่มีอะไร เฉยๆ เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะ กับการถามตอบ ประเด็นเศรษฐกิจที่น่าสนใจ ซึ่งประเด็นบางอย่าง ที่หยิบยกมาพูดคุย เป็นทั้งเรื่องดีและไม่ดี และหลังจากอ่านจบเร็วคุณคงจะรู้ ประเทศไทยจะรุ่ง หรือ ดับก็ต้องจับตาดูกันต่อไป MThai News

 กนอ.อนุมัตินิคม 6 แห่ง ขยายพื้นที่รับเออีซี
กนอ. /  กนอ.อนุมัตินิคม 6 แห่ง / 

บอร์ด กนอ.อนุมัตินิคมอุตสาหกรรม 6 แห่ง ขยายพื้นที่เพิ่มรวม 4,022 ไร่ เงินลงทุน 6,751 ล้านบาท รองรับการขยายตัวประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558  นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ด กนอ.เห็นชอบขยายพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมจำนวน 6 แห่ง รวมพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 4,022 ไร่ งบประมาณทั้งสิ้น 6,751 ล้านบาท ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตพื้นที่ภาคตะวันออก โดยไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซีในปี 2558 โดยนิคมทั้ง 6 แห่ง เป็นนิคมร่วมดำเนินงานระหว่าง กนอ.กับผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมเอกชน ประกอบด้วย 1.นิคมอุตสาหกรรม อมตะซิตี้ จังหวัดระยอง โดยบริษัท อมตะซิตี้ จำกัด เป็นผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรม ได้ขอขยายพื้นที่เพิ่มประมาณ 2,524 ไร่ จากพื้นที่เดิมที่ได้มีการพัฒนาพื้นที่แล้ว 11,483 ไร่ ขายพื้นที่ไปแล้ว 8,171 ไร่ และยังมีพื้นที่ขายคงเหลือ 874 ไร่ โดยจะใช้วงเงินลงทุนประมาณ 4,842 ล้านบาท คาดว่าจะพัฒนาเสร็จภายในระยะเวลา 3 ปี 2.นิคมอุตสาหกรรมเหมราชอีสเทิร์นซีบอร์ด แห่งที่ 2 จังหวัดชลบุรี บริษัท เหมราชพัฒนาที่ดิน จำกัด (มหาชน) เป็นผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรม ขอขยายพื้นที่ประมาณ 631 ไร่ จากพื้นที่โครงการเดิมที่มีอยู่ประมาณ 3,160 ไร่ ใช้วงเงินลงทุนประมาณ 822.92 ล้านบาท 3.นิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด (ระยอง) จังหวัดระยอง บริษัท อีสเทิร์นซีบอร์ด อินดัสเตรียลเอสเตท (ระยอง) จำกัด เป็นผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรม ขอขยายพื้นที่เพิ่มประมาณ 704 ไร่ จากโครงการเดิมที่มีพื้นที่พัฒนา 9,034 ไร่ และได้ขายหมดแล้ว จึงต้องขอขยายพื้นที่เพิ่มเพื่อรองรับกลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์และประกอบรถยนต์ โดยใช้วงเงินลงทุน ประมาณ 762 ล้านบาท 4.นิคมอุตสาหกรรมเหมราชระยอง 36 จังหวัดระยอง บริษัท ระยอง 2012 จำกัด เป็นผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรม ขอขยายพื้นที่เพิ่มประมาณ 49 ไร่ จากพื้นที่โครงการเดิมที่มีอยู่ 1,232 ไร่ โดยวงเงินลงทุนประมาณ 55 ล้านบาท 5.นิคมอุตสาหกรรมสินสาคร จังหวัดสมุทรสาคร บริษัท ซี.เอ.เอส.แอสเซท จำกัด เป็นผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรม ขอขยายพื้นที่ 83 ไร่ ปัจจุบันนิคมดังกล่าวมีการพัฒนาพื้นที่แล้ว 1,561 ไร่ พื้นที่ขายแล้ว 1,090 ไร่ คงเหลือพื้นที่ขายประมาณ 99 ไร่ โดยการขยายพื้นที่ในครั้งนี้มีวงเงินลงทุนประมาณ 270 ล้านบาท 6.นิคมอุตสาหกรรมเอเชีย จังหวัดระยอง บริษัท นิคมอุตสาหกรรมเอเชีย จำกัด เป็นผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรม ได้ขออนุญาตจาก กนอ.ในการจัดรูปแปลงที่ดินให้เหมาะสมกับการใช้ประโยชน์ จำนวน 31 ไร่ ซึ่งยังคงจำนวนพื้นที่อุตสาหกรรมและพื้นที่สีเขียวจำนวนเท่าเดิม รวมเป็นพื้นที่โครงการทั้งสิ้น 3,198 ไร่ MThai News

เปิดทางลัดทางเลี่ยงรถติด-จุดเสี่ยงอันตราย ช่วงปีใหม่
ทางลัด /  ทางเลี่ยงรถติดปีใหม่ / 

ทางลัดทางเลี่ยง-จุดเสี่ยงอันตราย ช่วงปีใหม่ ทางเลี่ยงรถติด กรุงเทพ - ภาคเหนือ เส้นทางที่ 1 : ใช้ถนนวิภาวดีรังสิต (ทางหลวงหมายเลข 31) หรือ ใช้ทางยกระดับดอนเมืองโทลเวย์ เข้าถนนพหลโยธิน ถึงต่างระดับบางปะอิน เลี้ยวซ้าย เข้าสายเอเซีย (ทางหลวงหมายเลข 32) มุ่งสู่ จ . นครสวรรค์ เพื่อเดินทางสู่ ภาคเหนือ เส้นทางที่ 2 : จากถนนรัตนาธิเบศร์ (สาย 302) ถึงต่างระดับบางใหญ่ เลี้ยวขวาเข้าถนนกาญจนาภิเษก ถึงต่างระดับบางบัวทอง เลี้ยวซ้ายเข้าถนนบางบัวทอง - สุพรรณบุรี (ทางหลวงหมายเลข 340) ผ่าน จ.สุพรรณบุรี จ.ชัยนาท เข้าสายเอเซีย ที่ อ.มโนรมย์ มุ่งสู่ จ.นครสวรรค์เพื่อไป ภาคเหนือ เส้นทางที่ 3 : จากถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวนตะวันตก ) ถึงต่างระดับเชียงรากน้อย เลี้ยวซ้ายเข้าสายบางปะอิน - บางปะหัน (ทางหลวงหมายเลข 347) เข้าสายเอเชีย ที่ อ.บางปะหัน เพื่อไปภาคเหนือ เส้นทางเลี่ยงรถติด จ . นครสวรรค์ เส้นทางที่ 1 : จากต่างระดับอินทร์บุรี เลี้ยวขวา ใช้ทางหลวงหมายเลข 11 ผ่าน อ . ตากฟ้า ท่าตะโก สากเหล็ก ถึงสามแยกวังทอง เลี้ยวซ้าย มุ่งสู่ จ . พิษณุโลก   คลิกดูแผนที่ เส้นทางที่ 2 : เมื่อถึงแยกเลี่ยงเมืองนครสวรรค์ ( กม . 331+810 บนทางหลวงหมายเลข 1) เลี้ยวซ้าย ใช้ทางเลี่ยงเมืองนครสวรรค์ ( ทางหลวงหมายเลข 122 ) ถึงสามแยกหนองตะโก 2.1 เลี้ยวซ้ายไป จ . กำแพงเพชร 2.2 เลี้ยวขวาไป จ.พิษณุโลก ทางเลี่ยงรถติด กรุงเทพฯ - ภาคเหนือ เส้นทางลัด ภาคเหนือ ........................................................................................... ทางเลี่ยงรถติด กรุงเทพ - ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เส้นทางที่ 1 : จากถนนกาญจนาภิเษก(วงแหวนตะวันตก )มุ่งหน้าสู่ต่างระดับบางปะอิน เข้าถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) มุ่งสู่สระบุรี เพื่อไป ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เส้นทางที่ 2 : จากถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวนตะวันออก ) มุ่งหน้าสู่ต่างระดับบางปะอิน   เลี้ยวขวาเข้าถนนพหลโยธิน( ทางหลวงหมายเลข 1 ) มุ่งสู่สระบุรี เพื่อไป ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เส้นทางที่ 3 : จากต่างระดับรังสิต ไปตามถนนรังสิต - องครักษ์ (สาย 305) ตรงไปจังหวัดนครนายก เลี้ยวขวาเข้าถนนสุวรรณศร ( ทางหลวงหมายเลข 33 ) มุ่งสู่   อ .   กบินทร์บุรี ถึงสี่แยกกบินทร์บุรี เลี้ยวซ้ายเข้าถนนกบินทร์บุรี - ปักธงชัย (ทางหลวงหมายเลข 304) เพื่อไป จ .นครราชสีมา เส้นทางที่ 4 : ใช้ถนนรามอินทรา - สุวินทวงค์ (ทางหลวงหมายเลข 304) ผ่านฉะเชิงเทรา , พนมสารคาม , กบินทร์บุรี ,  ปักธงชัย เพื่อไป ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เส้นทางเลี่ยงรถติด จ . สระบุรี เส้นทางที่ 1 : จากแยกเลี่ยงเมืองสระบุรี เลี้ยวขวาเข้าถนนวงแหวนรอบเมืองสระบุรีด้านตะวันออก ( ทางหลวงหมายเลข 362 ) บรรจบถนนมิตรภาพ เลี้ยวขวาเพื่อมุ่งสู่ จ . นครราชสีมา เส้นทางที่ 2 : จากแยกเลี่ยงเมืองสระบุรี เลี้ยวขวาเข้าถนนวงแหวนรอบเมืองสระบุรีด้านตะวันตก ( ทางหลวงหมายเลข 362 ) บรรจบทางหลวงหมายเลข 21 มุ่งหน้าไปทาง จ . เพชรบูรณ์ ถึงแยกอำเภอท่าหลวง จ . ลพบุรี เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2256 ถึง อ . ด่านขุนทด เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 201 ไป จ . ชัยภูมิ เพื่อ ไป ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทางเลี่ยงรถติด กรุงเทพ - ภาคอีสาน ทางเลี่ยงรถติด กรุงเทพ - ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ........................................................................................... ทางเลี่ยงรถติด กรุงเทพ - ภาคตะวันออก จากถนนศรีนครินทร์ (ทางหลวงหมายเลข 3344) ใช้ทางหลวงพิเศษกรุงเทพ - ชลบุรี (มอเตอร์เวย์สาย 7) มุ่งสู่พัทยาไป ภาคตะวันออก ........................................................................................... ทางเลี่ยงรถติด กรุงเทพ - ภาคใต้ เส้นทางที่ 1 : ใช้ถนนธนบุรี - ปากท่อ (ทางหลวงหมายเลข 35 : พระราม 2) เข้าถนน เพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) เดินทางสู่ ภาคใต้ เส้นทางที่ 2 : ใช้ถนนเพชรเกษม ( ทางหลวงหมายเลข 4) ผ่าน อ.สามพราน จ.นครปฐม , โพธาราม , ราชบุรี อ.ปากท่อ เพื่อเข้าสู่    ภาคใต้ เส้นทางที่ 3 : จากขนส่งสายใต้ใหม่ ใช้ถนนบางกอกน้อย - นครชัยศรี (ทางหลวงหมายเลข 338) เข้านครปฐม , ราชบุรี , เพชรบุรี สู่ภาคใต้ เส้นทางเลี่ยงรถติด กรุงเทพ - ภาคใต้ เส้นทางแนะนำ กรุงเทพ - ภาคใต้ ........................................................................................... หมายเลขโทรศัพท์ - สอบถามรายละเอียดเส้นทาง โทร. 1586 ( ศูนย์ประชาสัมพันธ์กรมทางหลวง ) - ตำรวจทางหลวง โทร.1193 - ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว 1155 - จส.100 โทร 1137 - ร่วมด้วยช่วยกัน 1677 - สวพ.91  โทร 1644 - ศูนย์ควบคุมการจราจร 1197 - สอบถามหมายเลขโทรศัพท์ทั่วประเทศ  1133 - สอบถามสภาพจราจร 1543 MThai News

เก๋งสุดทน! เร่งเครื่องพุ่งชนเด็กแว้น ล้มระนาวกลางแยก
ข่าววันนี้ /  ชนเด็กแว้น / 

เกิดเหตุรถเก๋งสีฟ้าเร่งเครื่องพุ่งชนแก๊งเด็กแว้นเมืองกบินทร์บุรี ขณะจอดรถติดไฟแดงอยู่เกือบ 100 คัน ล้มคว่ำระเนระนาด ก่อนขับหลบหนีไป   รายงานข่าวแจ้งว่า เหตุการณ์ดังกล่าวได้เกิดขึ้นช่วงกลางดึกของวันเสาร์(15 พ.ย.)ที่ผ่านมา บริเวณสี่แยกไฟแดงกบินทร์บุรี อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี  มีผู้ได้รับบาดเจ็บนอนรอเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่กำลังเร่งให้การช่วยเหลือนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบ พบว่าหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสัจจะพุทธธรรมกบินทร์บุรี ต้องช่วยกันนำคนเจ็บส่ง รพ.กบินทร์บุรี จำนวน 5-6 ราย จากการสอบสวนทราบว่า กลุ่มวัยรุ่นกลุ่มดังกล่าวได้ขับขี่รถแข่งกันออกมาจากงานคาราวานรถคลาสสิค บริเวณถนนหลวง 304 กบินทร์บุรี มุ่งหน้าไป จ.ฉะเชิงเทรา จนถึงแยกไฟแดงและได้จอดรถติดไฟแดงรวมกว่า 100 คัน พอไฟเขียวทุกคันต่างเร่งเครื่องยนต์ขับแข่งกันไปส่งเสียงดังสนั่นหวั่นไหว จากนั้นได้มีรถยนต์เก๋ง สีฟ้า ไม่ทราบยี่ห้อรุ่น และหมายเลขทะเบียน ที่ขับตามหลังมาเร่งเครื่องพุ่งเข้าชนรถจักรยานยนต์ที่อยู่ข้างหน้าล้มระเนระนาดหลายคัน จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ผู้ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าวอาจไม่พอใจที่เห็นกลุ่มเด็กแว้นหลายคันเร่งเครื่องต่อหน้า และมักจะปิดถนนแข่งรถกันเป็นประจำ  MThai News

จยย.เสียหลัก ถูก18ล้อตามหลัง เหยียบแฟนสาวตายคาที่
7วันอันตราย /  ปีใหม่ / 

สองหนุ่มสาวขี่จักรยานยนต์กลับจากเยี่ยมบ้าน ที่บุรีรัมย์ขับรถชนขอบฟุตปาธข้างสะพานจนเสียหลัก ถูก 18 ล้อที่ตามหลังชนซ้ำ ทำให้แฟนสาวที่นั่งซ้อนท้ายเสียชีวิต ร.ต.ท. บุญสาน นิติสุภัคดี พนักงานสอบสวน สภ.สระบัว อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ได้รับแจ้งรถจักรยานยนต์ถูกรถพ่วง 18 ล้อชนกลางสะพานบ้านหนองคล้า รอยต่อ อ.ศรีมหาโพธิ กับ อ.กบินทร์บุรี ถนนสาย 304 หมู่1 ต.ลาดตะเคียน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปสอบสวนในที่เกิดเหตุพบรถพ่วง 18 ล้อ สีขาวหมายเลขทะเบียน 79-8578 กทม. ตัวพ่วง 79-5699 กทม. ของบริษัท อีอีซี จำกัด มี นายสุรชัย หลุบเลา อายุ 47 ปี เป็นคนขับ ยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า MSX ป้ายแดง ล้มพังเสียหายอยู่ ใกล้กัน พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นหญิงทราบชื่อ นางสาวนุดจรินทร์ ขันทางรัมย์ อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 207 หมู่ 19 ต.บ้านด่าน อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ สภาพตามร่างกายแหลก แขนขาหัก กระโหลกศีรษะแตก นอกจากนั้นยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกคนเป็นชาย ทราบชื่อ นายไกรสิทธิ์ แสงจันทร์ อายุ 23 ปี กู้ภัยนำส่ง ร.พ.กบินทร์บุรี ก่อนหน้าแล้ว จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ เดินทางไปเยี่ยมบ้านในช่วงวันหยุดส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่โดยใช้รถ จักรยานยนต์คันเกิดเหตุ มี นายเฉลิม เป็นคนขับจนกระทั่งวันนี้ทั้งสองคนได้เดินทางจากบ้านเพื่อกลับไปทำงานที่ จ.สมุทรปราการ ขณะที่นายเฉลิมขี่จักรยานยนต์มาตามเส้นทางคาดว่าอาจไม่ชินทางประกอบกับเป็น เวลามืดค่ำให้ทำให้รถจักรยานยนต์ชนกับฟุตปาธข้างสะพานจนเสียหลักล้มลง ซึ่งเป็นขณะเดียวกับที่ นายสุรชัย ขับรถพ่วงตามหลังเพื่อไปรับสินค้าที่ท่าเรือหยุดไม่ทันจึงชนซ้ำ ทำให้นางสาวนุตจรินทร์เสียชีวิตในสภาพร่างกายแหลกเหลว ส่วนนายเฉลิม คนขับ ได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์รักษาเป็นการด่วน หลังตรวจสถานที่เกิดเหตุแล้วจะได้นำตัวนายสุรชัย คนขับรถพ่วง ไปสอบปากคำที่ สภ.กบินทร์บุรี อีกครั้งขณะเดียวกันได้เกิดอุบัติเหตุรถเก๋งวีออส เสียหลักพลิกคว่ำชนเสาไฟฟ้ากลางถนน คนขับได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เหตุเกิดที่บริเวณ ใกล้ศูนย์บริการนิสสันกบินทร์บุรี

รวบแล้ว! แว้นรุมตื้บ สวป.พนมสารคาม รับบันดาลโทสะ
กระทืบสวป.พนมสารคาม /  ฉะเชิงเทรา / 

รวบแล้ว หนุ่มก่อเหตุทำร้ายร่างกายสวป.พนมสารคาม สารภาพบันดาลโทสะ แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงาน วันนี้ (12 เม.ย.) พล.ต.ต.ธีรพล จินดาหลวง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทราเปิดเผยว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการจับกุมนายคมสันต์ จันทร์ศรี อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาทำร้ายร่างกาย พ.ต.ท.กฤษณ์ บุญเรืองคณาภรณ์ สวป.สภ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะกำลังเข้าทำการตรวจยึดรถจักรยานยนต์ดัดแปลงสภาพ ลักษณะตกแต่งอย่างผิดกฎหมาย จำนวน 2 คัน ภายในปั๊มน้ำมัน ปตท.ชวาลกิต ตั้งอยู่ริมถนนสาย 304 กบินทร์บุรี-พนมสารคาม ด้านฝั่งขาเข้า เลขที่ 107 ม.4 ต.เมืองเก่า อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อเวลา 22.10 น. ของเมื่อคืนที่ผ่านมา (11 เม.ย.) จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหารับสารภาพว่า ก่อเหตุเพราะบันดาลโทสะ ไม่พอใจที่ทาง พ.ต.ท.กฤษณ์ จะตรวจยึดรถจักรยานยนต์ และทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงาน โดยตำรวจตามจับกุมผู้ต้องหาได้ที่ร้านตัดผม เพื่อเปลี่ยนโฉมหลบหนี พบประวัติเคยพัวพันยาเสพติด ขณะนี้ได้คุมตัวไปโรงพักพนมสารคาม ด้านพล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วยผบ.ตร.) และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เปิดเผยว่า กรณีจับกุมตัวชายที่ปรากฏในภาพวงจรปิดทำร้ายตำรวจนั้น มารดาของผู้ต้องหาเป็นผู้พาไปจับกุมตัว ขอบคุณภาพจาก TNN24 MThai News

'มาสด้า' ทุ่ม 1.2 หมื่นล้าน ประเดิมเฟส 2 อีโคคาร์
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

'มาสด้า' ทุ่มงบ 1.2 หมื่นล้าน ประเดิมอีโคคาร์เฟส 2 เดินเครื่องผลิต 6 พย.นี้ กำลังการผลิต 1.5 แสนคัน ทั้งเครื่องดีเซล 1.5 ลิตร และเบนซิน 1.3 ลิตร ฟันธงเป็น 'มาสด้า 2' โมเดลใหม่ นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า บริษัท มาสด้า เซลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ตั้งเป้าผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล ระยะที่ 2 หรือ อีโคคาร์เฟส 2 เป็นเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 1,500 ซีซีรายแรก และเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1,300 ซีซี กำลังการผลิตปีละประมาณ 1.5 แสนคันในปี 2559 นับเป็นโครงการแรกที่ได้รับส่งเสริมให้ผลิตอีโคคาร์ 2 โดยมีกำหนดเริ่มกระบวนการผลิตในวันที่ 6 พ.ย.นี้ ทั้งนี้ บริษัท ออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ร่วมลงทุนรถยนต์ยี่ห้อ 'มาสด้า' ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ ในการผลิตอีโคคาร์ 2 วงเงินลงทุนทั้งสิ้น 1.2 หมื่นล้านบาท กำลังการผลิตรถยนต์ปีละประมาณ 1.58 แสนคัน กำลังการผลิตชิ้นส่วนปีละประมาณ 2 แสนชิ้น ตั้งโครงการที่นิคมอุตสาหกรรมเหมราช จังหวัดระยอง โดยจะมีการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศปีละกว่า 1 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมขอให้มาสด้าช่วยพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และผู้ผลิตแม่พิมพ์ของไทยด้วยซึ่งทางมาสด้าตอบรับจะนำวิศวกรยานยนต์ของไทยไปฝึกอบรบที่ประเทศญี่ปุ่นในโอกาสต่อไป ทั้งนี้ มาสด้ายังยืนยันจะใช้ชิ้นส่วนยานยนต์ที่ผลิตขึ้นในไทยให้มากขึ้น เนื่องจากมีความมั่นใจในการใช้ไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ที่ได้รับการยอมรับจากสากล เห็นได้จากในปี 2556 ที่ผ่านมา มาสด้ามียอดขายรถยนต์โดยรวมในไทยสูงเป็นอันดับ 4 ของโลก ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ผู้บริหารมาสด้า ยืนยันว่ารถยนต์มาสด้า 2 เป็นสเปกที่ตรงตามเงื่อนไขอีโคคาร์เฟส 2 ที่ทางบีโอไอกำหนด และเช่นเดียวกันมาสด้าก็มีแผนที่จะเปิดตัวรถยนต์มาสด้า 2 รุ่นใหม่ เครื่องยนต์สกายแอคทีฟออกสู่ตลาดประเทศไทยในช่วงปลายปีนี้ด้วย MThai News

เกรทเซ็นทรัล (อินเตอร์เนชั่นแนล) จำกัด

ผู้ผลิตและจำหน่ายสเตนเลส ผลิตภัณฑ์สเตนเลส ท่อกลมสเตนเลส / ท่อสี่เหลี่ยมผืนผ้า,กล่องไม้ขีด / ท่อสี่เหลี่ยมจัตุรัส / ท่อเกลียว (Great One) ,หมาน-หมาน , เกรท ดี , G7 แผ่นสเตนเลส เกรด 304 BA, 304 2B, 430 BA ความหนา 0.4 mm.-3.0 mm. แผ่นสเตนเลส NO.1 ความหนา 3.0 mm.-12 mm. แบนสเตนเลส ฉากสเตนเลส เพลาสเตนเลส ข้องอสเตนเลส ตัวยู ท่อน้ำ NB เกรด 304,316

สวีทกับคนรัก ต้องไปเดอะ เวโรน่า ทับลาน ปราจีนบุรี
คอมมูนิตี้ มอลล์ /  ภาคตะวันออก / 

หากพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับการขนานนามให้เป็น ประตูสู่วังน้ำเขียว แน่นอนว่าคงหนีไม่พ้น เดอะ เวโรน่า ทับลาน (The Verona Tublan) หรือ เดอะ เวโรน่า @ ทับลาน (The Verona @ Tublan) ดินแดนแห่งความรักท่ามกลางขุนเขา ด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์อิตาเลียน โดย เดอะ เวโรน่า ทับลาน ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก เมืองเวโรน่า (Verona) เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในแคว้นเวเนโต้ (Veneto) 1 ใน 20 แคว้นของประเทศอิตาลี (Italy) เหมาะอย่างยิ่งในการไปเที่ยวกับคนรัก โดยเฉพาะในช่วงวันวาเลนไทน์ที่จะถึงนี้ สวีทกับคนรัก ต้องไปเดอะ เวโรน่า ทับลาน ปราจีนบุรี ภาพจาก weekendhobby.com เมืองเวโรน่า เป็นเมืองแห่งศิลปะวัฒนธรรมอันเลื่องชื่อของโลก และได้ประกาศจากองค์การสหประชาชาติให้เป็นเป็นมรดกโลกแห่งวัฒนธรรม เมืองเวโรน่า ถูกสร้างโดยโรมันและเหตุการณ์ต่างๆ ในบทละครเรื่องโรมิโอกับจูเลียตของเช็กเสปียร์ ล้วนเกิดขึ้นในเมืองเวโรน่า บ้านจูเลียตบนถนน Capello โรมิโอและจูเลียต นวนิยายรักอันสุดแสนโรแมนติก เป็นละครที่ประพันธ์โดย วิลเลียม เชกสเปียร์ เวโรน่า(Verona) จึงเป็นประตูสู่อิตาลี เมืองที่ใหญ่และสำคัญ จนได้รับสมญานามว่า "LITTLE ROMAN" ภาพจาก skyscrapercity.com เดอะ เวโรน่า ทับลาน คือ อีกหนึ่งแหล่งช้อป-กิน-เที่ยว ที่น่ามาเยือนแห่งหนึ่งของจังหวัดปราจีนบุรี ตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 30 ไร่ อยู่บนถนนสาย 304 หลักกิโลเมตรที่ 32-33 ตรงข้ามอุทยานแห่งชาติทับลาน ภายในประกอบไปด้วยร้านค้ากว่า 120 ร้าน ไม่ว่าจะเป็น ร้านขายของที่ระลึก ร้านเสื้อผ้าแฟชั่นชั้นนำ รวมไปถึงร้านอาการแสนอร่อยอีกเป็นจำนวนมาก สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่มีโอกาสเดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดปราจีนบุรี ขอแนะนำต้องลองไปเยือน เดอะเวโรน่า @ ทับลาน สักครั้ง! ภาพจาก board.kobalnews.com ภาพจาก http://pantip.com/topic/32398627 ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/veronaattublan หรือ /www.veronatublan.com

นายกฯ คุยปีหน้าเศรษฐกิจโต 3.5-4.5% ชูยุทธศาสตร์ BOI
BOI /  ข่าวเศรษฐกิจ / 

นายกฯ ประยุทธ์  มั่นใจเศรษฐกิจปีหน้าโต 3.5-4.5%  ชี้ยุทธศาสตร์ใหม่ของบีโอไอจะเป็นตัวจักรสำคัญที่จะช่วยให้นโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลประสบความสำเร็จ  คาดยอดขอส่งเสริมการลงทุนปีนี้ได้ตามเป้า 7 แสนล้านบาท พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่องยุทธศาสตร์การส่งเสริมการลงทุนในระยะ 7 ปี (พ.ศ.2558-2564) ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ว่า ปัจจุบันรัฐบาลกำลังแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจโดยรวมอย่างเร่งด่วน รวมทั้งดำเนินการเพื่อเสริมสร้างศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศให้มีความเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องเท่าเทียมกัน และยั่งยืน ซึ่งขณะนี้ก็มีความคืบหน้าของการดำเนินงานในหลายด้าน และยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุนใหม่ของบีโอไอ ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนให้การดำเนินงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลประสบความสำเร็จ ขณะนี้สถานการณ์เศรษฐกิจไทยปลายปีเริ่มดีขึ้น แต่ยังไม่พอใจมากนัก และในปีนี้ยังคาดว่ายอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนถึงเป้าหมาย 7 แสนล้านบาท และนักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มดีขึ้น จึงคาดว่าในปี 2558 จะมีนักท่องเที่ยงต่างชาติเข้าประเทศจำนวน 27 ล้านคน สูงจากปีนี้ที่มีจำนวน 25 ล้านคน เมื่อรวมกับการเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รถไฟรางคู่ รถไฟฟ้าชานเมือง และการดูแสสินค้าภาคเกษตร และการท่องเที่ยวเมื่อดีขึ้น คาดว่าจะทำให้จีดีพีในปี 2558 ขยายตัวได้ประมาณ 3.5-4.5% นางหิรัญญา สุจินนัย รักษาราชการแทน เลขาธิการบีโอไอกล่าวว่า ในยุทธศาสตร์การส่งเสริมการลงทุนฯนอกจากจะปรับการให้สิทธิประโยชน์จากเดิมที่พิจารณาตามเขตพื้นที่ ไปเป็นการให้การส่งเสริมในอุตสาหกรรมเป้าหมายแล้ว บีโอไอ ยังให้ความสำคัญต่อการกระจายความเจริญไปยังภูมิภาค โดยกำหนดให้จังหวัดที่มีรายได้ต่อหัวต่ำที่สุดของประเทศ 20 จังหวัด ได้แก่ กาฬสินธุ์, ชัยภูมิ, นครพนม, น่าน, บึงกาฬ, บุรีรัมย์, แพร่, มหาสารคาม, มุกดาหาร, แม่ฮ่องสอน, ยโสธร, ร้อยเอ็ด, ศรีสะเกษ, สกลนคร, สระแก้ว, สุโขทัย, สุรินทร์, หนองบัวลำภู, อุบลราชธานี และอำนาจเจริญ ผู้ประกอบการที่ลงทุนในจังหวัดเหล่านี้ จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่ม 3 ปี หากเป็นกิจการที่อยู่ในกลุ่ม A1 และ A2 ซึ่งได้รับการยกเว้นภาษี 8 ปีอยู่แล้ว จะได้รับลดหย่อนภาษีเงินได้ 50% เพิ่มอีก 5 ปี รวมทั้งยังได้รับสิทธิหักค่าขนส่ง ค่าไฟฟ้า และค่าประปาได้ 2 เท่า เป็นเวลา 10 ปี และหักค่าติดตั้งหรือก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวก 25% ของเงินลงทุน ส่วนผู้ที่เข้าไปตั้งสถานประกอบการในนิคมอุตสาหกรรม หรือเขตอุตสาหกรรมที่ได้รับการส่งเสริม จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่ม 1 ปี นอกจากนี้ ยังเพิ่มนโยบายส่งเสริมการลงทุนเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และการส่งเสริมการลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ โดยในส่วนของนโยบายส่งเสริมการลงทุนเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมชายแดนใต้ จะมุ่งส่งเสริมใน 4 จังหวัดชายแดนใต้ และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา ซึ่งในกรณีทั่วไป กำหนดให้ทุกประเภทกิจการที่ให้การส่งเสริมได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีอากรสูงสุด นางหิรัญญากล่าวถึงเป้าหมายยอดการขอรับการส่งเสริมการลงทุนในปี 2558 คาดว่าจะอยู่ในระดับ 8 แสนล้านบาท ส่วน ปี 2557 คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 8 แสนล้านบาท แต่ถ้าเดือนธันวาคมนี้มีโครงการขนาดใหญ่ เช่น การลงทุนโครงการโรงไฟฟ้า หรือโครงการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ก็อาจจะทำให้ขยับถึง 9 แสนล้านบาท นายสแตนเลย์ คัง ประธานหอการค้าต่างประเทศในประเทศไทย กล่าวว่า จากกการพิจารณานโยบายใหม่ของบีโอไอ มองว่าดีกว่าเดิม แต่ถ้าเปรียบเทียบกับประเทศคู่แข่งอย่างมาเลเซีย และสิงคโปร์ ที่มีเป้าหมายดึงดูดอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และนวัตกรรมเหมือนกับไทย ก็มีแนวนโยบายไม่ต่างกัน เพียงแต่นโยบายใหม่ของไทยทำให้สิทธิประโยชน์ก้าวขึ้นมาใกล้เคียงกับคู่แข่ง แต่อย่างไรก็ตามไทยยังคงมีความได้เปรียบของพื้นที่ที่อยู่ใจกลางของอาเซียน และสภาพความเป็นอยู่ที่สะดวกสะบาย เป็นมิตรกับคนต่างชาติ การที่จะให้โดดเด่นเหนือคู่แข่ง จะต้องวางกลยุทธ์ให้น่าสนใจ นอกจากนี้ภาครัฐควรจะขยายเวลาใบอนุญาตทำงานสำหรับคนต่างชาติจากปัจจุบันที่ต้องต่ออายุทุกๆ 2 ปี ขยายเป็น 3-5 ปี เหมือนกับสิงคโปร์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้บริหารชาวต่างชาติเข้ามาดำเนินงานในไทย ซึ่งไทยไม่เสียประโยชน์แต่กลับจะได้รับภาษีเพิ่ม ขอบคุณข้อมูล-ภาพจาก แนวหน้าออนไลน์ MThai News

คมนาคม ดีเดย์ปีหน้า ดันสร้างมอเตอร์เวย์ 3 เส้นทาง
กระทรวงคมนาคม /  ข่าววันนี้ / 

กระทรวงคมนาคม เตรียมผลักดันแผนก่อสร้างมอเตอร์เวย์ 3 เส้นทาง เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พร้อมเปิดประกวดราคาสร้างรถไฟฟ้า 7 สายในปีหน้า นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคม มีแผนเดินหน้าก่อสร้างโครงการก่อสร้างทางพิเศษระหว่างเมือง หรือ มอเตอร์เวย์ 3 เส้นทาง ในปี 2558 คือ มอเตอร์เวย์ สายบางปะอินสระบุรี-นครราชสีมา ระยะทาง 196 กิโลเมตร อยู่ระหว่างรอ กรมทางหลวง เสนอแผนมาให้กระทรวงคมนาคมพิจารณา และหลังจากออกแบบ และศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม หรือ อีไอเอ แล้วจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พิจารณาเพื่อก่อสร้างในปี 2558 นอกจากนี้ ยังมีมอเตอร์เวย์ สายพัทยา-มาบตาพุด ระยะทาง 32 กิโลเมตร ที่จะก่อสร้างในปี 2558 เช่นกัน โดยที่ผ่านมาได้รับงบประมาณในการเวนคืนที่ดินแล้ว ส่วนงบประมาณการก่อสร้าง จะใช้เงินของกองทุนมอเตอร์เวย์ ในการลงทุน ขณะที่มอเตอร์เวย์สายบางใหญ่-บ้านโป่ง-กาญจนบุรี ระยะทาง 96 กิโลเมตรจะออกแบบแล้วเสร็จในต้นปี 2558 และนอกจากมอเตอร์เวย์ 3 สาย ที่กรมทางหลวงจะก่อสร้างในปีหน้าแล้ว ยังมีโครงการสำคัญในการขยายถนนให้เป็น 4 ช่องจราจร เช่น ทางหลวงหมายเลข 304 กบินทร์บุรี-อำเภอปักธงชัย ที่ปัจจุบันมีปัญหาคอขวดและยังเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงต้องเร่งดำเนินการให้เดินทางสะดวกขึ้น ส่วนโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้า ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า รถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่-บางซื่อ งานก่อสร้างจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ ในปี 2558 และเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในต้นปี 2559 แต่ในระหว่างที่ทดสอบอาจเปิดให้ประชาชนทั่วไปทดลองใช้บริการได้ด้วย ขณะที่ โครงการรถไฟฟ้าสายใหม่ ที่จะเปิดประกวดราคาได้ในปี 2558 มี 6 ถึง 7 โครงการ คือ ส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ ช่วงพญาไท-ดอนเมือง ส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-หัวลำโพง ส่วนต่อขยายที่เป็นรถไฟดีเซล ช่วงบางซื่อหัวหมาก และส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ที่อยู่ระหว่างการประกวดราคา รวมถึงรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี สายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าวสำโรง และสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ “มอร์เตอร์เวย์” ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>> MThai News

สาวชลบุรีร้องถูกพี่ชายข่มขืนท้อง7เดือน
ข่มขืน /  ข่าวล่าสุด / 

สาวชลบุรี วัย 32 ถูกพี่ชายแท้ ๆ ข่มขืนจนท้อง 7 เดือน แม่โร่เข้าแจ้งความหวั่นถูกทำร้าย ที่สถานีตำรวจภูธรพานทอง จ.ชลบุรี นางสมหวัง เดินทางมาพร้อม น.ส.โอ๋ (นามสมมติ) อายุ 32 ปี ตั้งครรภ์ 7 เดือนครึ่ง เข้ามาแจ้งความต่อ พ.ต.ท.กฤษณะ วจะสุวรรณ สารวัตรเวร สภ.พานทอง ให้ติดตามจับกุมลูกชายคนโตซึ่งเป็นพี่ชายแท้ ๆ และอีกคนคือสะใภ้ ที่ร่วมกันข่มขืน น.ส.โอ๋ น้องสาว คือ นายบุญส่ง  อายุ 46 ปี และ นางตะวัน เมื่อประมาณกว่า 7 เดือนที่ผ่านมา โดย นางบุญส่ง ผู้เป็นมารดา กล่าวว่า ตนมีอาชีพขายผักผลไม้แผงอยู่หน้าวัดหนองตำลึง มีบุตรชายสาวรวม 5 คน มี นายบุญส่ง คนก่อเหตุเป็นคนโต ทำงานเป็น รปภ. ของโรงงานแห่งหนึ่งในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร อ.พานทอง จ.ชลบุรี และ น.ส.โอ๋ เป็นคนที่ 5 ได้ถูกพี่ชายแท้ ๆ ข่มขืน โดยมีสะใภ้เป็นผู้สมคบคิด ตำรวจจึงให้ น.ส.โอ๋ ไปตรวจร่างกายเพื่อดำเนินคดี โดยจะเรียก นายบุญส่ง และ นางตะวัน มาสอบสวน หากพบผิดจริง จะดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันข่มขืนผู้อื่นต่อไป

ไฟไหม้รง.ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์นิคมบางกระดี่
ข่าวล่าสุด /  โรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ / 

เกิดเหตุเพลิงไหม้ บริษัทผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ นิคมบางกระดี่ เบื้องต้น เจ็บ 2 ราย ล่าสุด จนท.คุมเพลิงอยู่ในวงจำกัดได้แล้ว เมื่อเวลา 05.00 น.ที่ผ่านมา เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ของบริษัท SVI ภายในนิคมอุตสาหกรรมบางกระดี ถ.ติวานนท์ เขตพื้นที่จังหวัดปทุมธานี โดยจุดเกิดเหตุเป็นโกดังลายผลิตขนาด 200x300 เมตร ซึ่งขณะที่เพลิงปะทุนั้น มีเสียงระเบิดดังขึ้นเป็นระยะ เจ้าหน้าที่ได้ระดมรถน้ำกว่า 20 คัน เร่งสกัดเพลิงไว้ได้ในวงจำกัดแล้ว เบื้องต้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บ เป็นคนงานหญิง จำนวน 2 คน มีอาการสำลักควัน เจ้าหน้าที่จึงช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลปทุมธานีแล้ว อย่างไรก็ตาม คาดว่า เหตุดังกล่าวจะต้องใช้เวลาในการระงับเหตุอีกระยะหนึ่งด้วย ความคืบหน้า พ.ต.ท.ชัยทัศน์ ลิ้มกุล สารวัตรสอบสวน สภ.ปากคลองรังสิต สารวัตรเวรสอบสวน สภ.ปากคลองรังสิต รับแจ้งเหตุโรงงาน SVI จำกัด (มหาชน) ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ในนิคมอุตสาหกรรมบางกระดี ไฟไหม้อาคารฝ่ายผลิต เลขที่ 142 หมู่ 5 ต.บางกะดี อ.เมือง จ.ปทุมธานี พร้อมประสานงานขอรถดับเพลิงเทศบาลบางกระดี และท้องที่ใกล้เคียง ส่งรถดับเพลิงมาช่วยดับไฟกว่า 20 คัน ที่เกิดเหตุพบโรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ไฟกำลังลุกไหม้ยังไม่สงบดี มีควันสีดำลอยขึ้นอย่างมาก มีรถดับเพลิงประมาณ 20 คัน มาช่วยดับไฟ เพื่อไม่ให้ลุกไหม้ไปยังอาคารอื่น ยังควบคุมไฟไม่ได้ ลักษณะของอาคารเป็นอาคารชั้นเดียว ด้านในเป็นคลังเก็บอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยเพลิงลุกไหม้ พื้นที่ฝั่งซ้ายของอาคารอย่างรวดเร็วและลามอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีเสียงระเบิดดังอยู่ภายใน เนื่องจากมีแก๊สและน้ำมัน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงช่วยกันสกัดไฟอย่างเร่งด่วน และอพยพคนงานกว่า 200 คน ออกพื้นที่และมีคนงานสำลักควันไฟออกมาได้ทั้งหมดแล้ว และนำส่ง ร.พ.ปทุมธานี 2 ราย ทราบชื่อ นางสาวจิรพร โชติช่วง อายุ 34 ปี และ นางสุนันทา ประสานทรัพย์ อายุ 47 ปี และไม่มีผู้ติดภายใน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงฉีดน้ำสกัดควบคุมเพลิงไม่ให้ลุกไหม้ไปยังอาคารอื่นอยู่ในวงจำกัดแล้ว ส่วนสาเหตุ ภายในโรงงานมีการต่อเติมอาคาร คาดว่าสะเก็ดลูกไฟที่ช่างกำลังเชื่อมอยู่กระเด็นไปติดกองกล่องชิ้นส่วน ทำให้เกิดเพลิงไหม้ และเจ้าหน้าที่ตำรวจจะประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ พฐ. เข้ามาตรวจสอบสาเหตุเพลิงไหม้ต่อไป

'หม่อมอุ๋ย' ยังเชื่อ 'จีดีพี-ส่งออก' ปีนี้โตได้ 4%
การส่งออก /  ค่าเงินบาท / 

'หม่อมอุ๋ย' ยังเชื่อ 'จีดีพี-ส่งออก' โตได้ 4% ตามเป้า ระบุพอใจ 'แบงก์ชาติ' รับมือค่าเงินบาทได้ แม้เงินไหลเข้าเยอะ รวมถึงพร้อมดึงญี่ปุ่นร่วมมือสร้างทางรถไฟกัมพูชา-ไทย-พม่า ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ยังเชื่อว่าประมานการณ์เศรษฐกิจไทย หรือ จีดีพี ในปีนี้จะขยายตัวได้ถึง 4% รวมถึงตัวเลขการส่งออกของไทยจะโตได้ 4% ตามเป้าหมายที่วางไว้เช่นเดียวกัน หลังจากค่าเงินบาทยังทรงตัว แม้จะมีเม็ดเงินจากต่างประเทศไหลเข้ามาประเทศไทยจำนวนมาก ซึ่งแสดงให้เห็นว่าธนาคารแห่งประเทศไทยสามารถที่จะรับมือกับเม็ดเงินที่ไหลเข้ามาได้ ซึ่งทำให้ค่าเงินบาทไม่แข็งค่า ดังนั้นจึงส่งผลดีต่อการส่งออกของไทย ขณะเดียวกัน ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เปิดเผยเพิ่มเติมว่า รัฐบาลได้มีการหารือกับทางรัฐบาลญี่ปุ่นให้เข้าร่วมพัฒนาเส้นทางรถไฟจากภาคตะวันออกเชื่อมต่อไปยังภาคตะวันตก เส้นทางจากกัมพูชา ผ่านไทย ไปจนถึงพม่า ซึ่งทางรัฐบาลญี่ปุ่นมีความสนใจที่จะเข้าร่วมดำเนินโครงการดังกล่าว ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือเรื่องรายละเอียดการร่วมกันพัฒนาเส้นทางรถไฟนั้นจะเป็นอย่างไร นอกจากนี้ ในวันศุกร์ที่ผ่านมาทางรัฐบาลไทยได้ประชุมร่วมกับรัฐบาลพม่า และได้เชิญให้รัฐบาลญี่ปุ่นเข้าร่วมพัฒนานิคมอุตสาหกรรมทวาย ทั้งท่าเรือ และอุตสาหกรรมหนักอีกด้วย ติดตาความเคลื่อนไหว 'จีดีพีไทย' คลิ๊กเลย>>>>>>> MThai News

กนอ.ยันนิคมฯภาคใต้ไม่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม
กนอ. /  นิคมอุตสาหกรรม / 

กนอ. ยันนิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ ไม่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม พร้อมเปิดศูนย์วอร์รูมช่วยเหลือประชาชน มอบถุงยังชีพ นางอรรชกา สีบุญเรือง ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดสงขลา โดยมีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม ครอบคลุมพื้นที่ของตำบลฉลุง ประมาณร้อยละ 60 ซึ่งเป็นที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่นิคมฯ ไม่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะในส่วนพื้นที่การประกอบกิจการ มีเพียงบริเวณเส้นทางเข้าออกนิคมฯ มีน้ำท่วม ระดับประมาณ 30 ซม. รถยนต์สามารถสัญจรเข้า-ออกได้ สำหรับพื้นที่ชุมชนโดยรอบนิคมฯ ได้รับผลกระทบ จำนวนประมาณ 2,200 ครัวเรือน ซึ่งล่าสุดได้ให้เจ้าหน้าที่ กนอ. ประจำพื้นที่เข้าตรวจสอบพื้นที่โดยรอบนิคมที่ได้รับผลกระทบ พร้อมเร่งดำเนินการเปิดวอร์รูม (warroom) เพื่อประสานงานให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบการในนิคมฯ และชุมชน และจัดเตรียมถุงยังชีพเพื่อให้การช่วยเหลือ พร้อมประสานไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ในการจัดตั้งศูนย์พักพิง เพื่อบรรเทาทุกข์ให้กับชุมชนที่ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ กนอ. ได้กำชับไปยังนิคมฯ ภาคใต้ดำเนินการตามแผนตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน กรณีเกิดอุทกภัย และได้ดำเนินการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งแผนดำเนินการรับมือสถานการณ์น้ำท่วมภายในนิคมฯ เบื้องต้น ได้ดำเนินการรื้อแนวคันดิน เพื่อเปิดช่องทางระบายน้ำให้เกิดความคล่องตัวไหลผ่านออกสู่พื้นที่เฟสที่ 3 ของนิคมฯ ซึ่งเป็นพื้นที่เปล่าอยู่ระหว่างการพัฒนา จะไหลผ่านออกสู่คลองวาดต่อไป พร้อมกำชับให้นิคมฯ ภาคใต้ ทำแผนสรุปแนวทางการเฝ้าระวัง และเตรียมความพร้อม จัดเจ้าหน้าที่ตรวจสอบจุดเฝ้าระวังระดับน้ำโดยรอบพื้นที่ ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของเขื่อนป้องกันอุทกภัย

โสมขาวยุบหน่วย รปภ. ทางทะเล เซ่นเซวอลล่ม
เกาหลีใต้ /  เซวอล / 

ทางการเกาหลีใต้ สั่งยุบหน่วยรักษาความปลอดภัยทางทะเล ขึ้นตรงดับเพลิง เซ่นเหตุเซวอล ล่ม เมื่อ 7 เดือนก่อน สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงาน เกาหลีใต้เดินหน้าปรับปรุงการรักษาความปลอดภัยทางทะเล ครั้งใหญ่ เพื่อยกระดับมาตรฐานการเตือนภัยและการช่วยเหลือทางทะเล หลังเกิดโศกนาฏกรรรมเรือข้ามฟากอับปาง เป็นเหตุให้มีผู้โดยสารซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักเรียน เสียชีวิตถึง 304 ราย เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ถูก ปาร์ค กึน เฮ ผู้นำประเทศตำหนิ จากการปฏิบัติงานที่ล้มเหลวไร้ความรับผิดของหน่วยงานทั้งนี้ รัฐบาลเกาหลีใต้ประกาศวันนี้ว่า หน่วยงานดังกล่าวจะถูกยุบลงและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในสังกัดทั้งด้านค้นหาและด้านการช่วยเหลือที่มีทั้งสิ้นราว 10,000 คน จะถูกรวมเข้ากับทีมดับเพลิงภายใต้ความรับผิดชอบของหน่วยช่วยเหลือฉุกเฉินแทน ขณะที่การดำเนินการเอาผิดทางกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องในอุบัติเหตุเรือล่ม ศาลได้ตัดสินจำคุกกัปตันเรือ เป็นเวลา 36 ปี ขณะที่ลูกเรือรายอื่นถูกลงโทษจำคุกตั้งแต่ 20-30 ปี ตามลำดับความผิด

คมนาคม เร่งหาพื้นที่จัดตั้งนิคมการบิน-ศูนย์ซ่อมอากาศยาน คาดได้ข้อสรุปปีนี้
การบิน /  นิคมอุตสาหกรรม / 

พ.อ.อ. ประจิน จั่นตอง เผยความคืบหน้าการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมการบินและศูนย์ซ่อมอากาศยานได้ข้อสรุปภายในปีนี้ วันนี้ (17 เม.ย. 58) พ.อ.อ. ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เผยความคืบหน้าการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมการบินและศูนย์ซ่อมอากาศยานว่า อยู่ระหว่างพิจารณาคัดเลือกพื้นที่ที่เหมาะสม 4 แห่ง คือ สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา นครราชสีมา ดอนเมือง และสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในปีนี้ ทั้งนี้อาจให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย หรือ ทอท. ร่วมกับบริษัท การบินไทย ตั้งศูนย์ซ่อมอากาศยานขึ้นแต่หากเลือกดอนเมือง ก็จะให้ ทอท. ลงทุนเป็นหลัก ด้าน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุ รัฐบาลจะเร่งรัดการใช้จ่ายและลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน โดยจัดสรรเงินกู้ก่อสร้างถนนให้กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท ในวงเงิน 4 หมื่นล้านบาท ซึ่งทุกโครงการจะลงนามสัญญาจัดซื้อจัดจ้างได้ในเดือน เม.ย. ใช้เวลาก่อสร้าง 12 เดือน พร้อมเร่งรัดโครงการรถไฟทางคู่และการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา ขอบคุณข้อมูล/ภาพ VOICE TV MThai News