นิคมอุตสาหกรรม 304

เมื่อ 'หม่อมอุ๋ย' วัดฝีปาก 'จอมขวัญ' ความมันส์ จึงบังเกิด!
จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์ /  ปรีดิยาธร เทวกุล / 

วิวาทะ จอมขวัญ VSหม่อมอุ๋ย รู้เลย งานนี้ใครเป็นใคร ! จากคำถามมากมาย ว่า เศรษฐกิจไทยต่อจากนี้ หลังมีสัญญาณความไม่สะดวก ในกรณีการเกิดเหตุระเบิด ที่บริเวณรถไฟฟ้า สยามพารากอน ไปหมาดๆ วันนี้ MThai.com ได้นำบทสัมภาษณ์ ระหว่าง พิธีกร ฝีปากกล้า กับ ยอดขุนคลังขั้นเทพ แบบคำต่อคำ สนุก มันสสส์ เกินคำบรรยาย จอมขวัญ - ล่าสุดเหตุการณ์ระเบิดที่สยามพารากอน คุณชาย มองว่า จะมีผลกระทบอะไรต่อเศรษฐกิจไหมคะ? หม่อมอุ๋ย - ผมมองว่า ก็คงมีหนเดียว เเละไม่มีอีก ถ้าเป็นเรื่องของความรู้สึกก้คงไม่มาก เพราะผมถามคนที่เดินผ่านเเถวนั้น หลายคนยังบอกว่าไม่เป็นไร เเต่ถ้ามีเหตุการณ์เกิดขึ้นบ่อยๆ ก็คงไม่ดี ถ้ามันเกิดครั้งเดียวเเละเราสามารถคุ้มอยู่ ก็จะจบเร็ว จอมขวัญ - หากตั้งคำถามของคนมองโลกในเเง่ลบ คนขี้กลัว ครั้งนี้ดูเหมือนว่าตำรวจทำงานเร็วนะคะ และทำให้สถานการณ์พลิกกลับมาได้เร็ว เป็นไปได้ไหมค่ะที่อาจเกิด เหตุ และมีเหตุการณ์ต่อเนื่องขึ้นอีก หม่อมอุ๋ย - ผมมองว่าคงไม่ นั่นก็อยู่ที่ คสช.แล้วล่ะ ถ้าเป็น เรื่องความมั่นคง ผมมองว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องการเมืองเเน่ ๆ ไม่ใช่เรื่องอื่น เเต่? เป็นเรื่องการเมืองโดยกลุ่มไหน นั้น ยังเดาไม่ออก จอมขวัญ - แล้วการที่ท่านพูดคุยกับนักลงทุนต่างประเทศ หรือนักลงทุนไทย เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น... ( ยังพูดไม่จบ) หม่อมอุ๋ย - พูดสวนขึ้นมา .... ผมรู้เท่าคุณนั่นเเหล่ะ เรื่องที่เกิดขึ้น ผมรู้เท่าคุณ ผมไม่รู้มากกว่าคุณหรอก ถามไปก็ได้เเค่นั้น !! (ยิ้ม) จอมขวัญ - ท่านคิดว่าเขาเข้าใจการเมืองไทย เเค่ไหนคะ? หม่อมอุ๋ย - เราก็มีหน้าที่อธิบายเท่านั้นเอง ที่อื่นเขาเเรงกว่านี้อีก คุณไปแอฟริกา ยิ่งกว่านี้อีก ( หัวเราะ) ฉะนั้นเรามีหน้าที่อธิบายเขา เพราะมันยังไม่เเรง ถึงขนาดว่าเขาจะไม่มาลงทุนที่นี่ นักลงทุนญี่ปุ่นมา ก็คุยกัน เขาบอกเห็นเเล้ว เขาเข้าใจ และเขาก็ยังอยู่ที่เมืองไทย เขามา 2 วัน จอมขวัญ - ถ้าเกิด ถี่ ขึ้นค่อยประเมินกันใหม่หรอค่ะท่าน (ทำตาหน้าสงสัย) หม่อมอุ๋ย - ก็ค่อยประเมินใหม่ คุณคิดอยู่ในแง่ลบ ตลอดอย่างเนี่ยนะ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่คุณ ถนัด! ประเทศมันเดินไม่ได้ เข้าใจนะ! จอมขวัญ - ไม่ได้คิดเเง่ลบนะคะ ท่าน ออกจะเเนวขี้กลัวด้วยซ้ำไป.. หม่อมอุ๋ย - พอขึ้นมา หนึ่ง คุณไป ห้า แล้ว ฉะนั้นไม่ถูก ขึ้นมา หนึ่ง ก็อยู่ หนึ่ง ค่อยๆดูด้วยกัน จอมขวัญ - อย่ากลัวไปก่อน หม่อมอุ๋ย - ระวังได้เเต่อย่างระเเวง.... จอมขวัญ (หัวเราะออกมาเสียงดัง) - จะพยายามนะคะ ท่าน(ถามต่อ) - ค่ะท่าน ดิฉัน คือ รู้น้อยนะคะ จะถามจากการฟังคนที่รู้มากว่า ก็แล้วกัน ไม่ว่าจะเป็นการเเถลงของ ทาง อ.สมชัย จิตสุชน หรือ ทาง World Bank ที่แถลงร่วมกัน คือดิฉัน หาข้อดี มาให้ใจชื้น ไม่ได้เลยค่ะ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจไทยเเละเศรษฐกิจโลก หม่อมอุ๋ย - เวลาคนวิจารณ์ รัฐบาลเนี่ย ก็วิจารณ์ในแง่ที่มันไม่ดีไง ใครเค้ายิบข้อดีมาวิจารณ์กัน เค้าหยิบข้อไม่ดีมาวิจารณ์เท่านั้นเอง คุณอยากรู้อะไรก็ถาม ผมจะตอบให้ . จอมขวัญ - ท่านคิดว่าตอนนี้พื้นฐานกระเป๋าตังค์ ประเทศเรานี่ แน่นไหมคะ เอางี้ดีกว่า ง่ายๆเลย หม่อมอุ๋ย – กระเป๋าตังค์ แน่นมา สถานะทางการเงินดีมาก เงินสำรองดีมาก ที่บอกว่าแน่นเพราะไรรู้ไหมครับ ถ้าไม่แน่นเนี่ย ก็ดูจาก เงินจากยุโรปไหลเข้ามา หุ้นยังขึ้นมา 1,600 เลย ที่หุ้นขึ้นมา จาก 1,500 เป็น 1,600 เนี่ย ในสายตานักลงทุนต่างชาติ ประเทศไทยมีฐานะทางการเงินดี เงินสำรองระหว่างประเทศดี เอาเงินเข้ามาซื้อหุ้นแล้วถ้ามีปัญหาได้คืน นี่เรียกว่าฐานะการเงินของประเทศนะ ไม่ใช่ของคน เนี่ยคือสาเหตุ ของเงินที่ยุโรปอัดฉีด จึงไหลเข้ามาไทย ไม่ใช่ไหลเข้าเอเชียอย่างเดียว ไม่งั้นหุ้นคงไม่ขึ้นมาถึง 1,600 จุด จอมขวัญ- แต่ดิฉัน ฟังจากท่าน อ.สมชัย จิตสุชน ประชาชนคนไทยน่าจะมีปัญหาเรื่องกระเป๋าสตางค์ ไหมค่ะเพราะ เห็นบอกว่าหนี้เราสูงเหลือเกิน… หม่อมอุ๋ย – หนี้ภาคครัวเรือน สูงมากช่วงต้นปีทีแล้ว แต่หลังจาก ไตรมาสที่ 4 เริ่มดีขึ้นไม่พุ่งสูงขึ้น เพราะพุ่งสูงในช่วงที่ผ่านมาแล้ว แต่ของทุกอย่าง ที่เคยเสียมาแล้ว จะแก้ปัญหาภายในวันเดียวไม่ได้ ทุกคนต้องปรับตัว จอมขวัญ - แต่จากการฟังจากหลายๆแหล่ง มองว่า เศรษฐกิจไทย ไม่น่าจะดีเท่าไหร่ มองแบบคนขี้กลัวอีกแล้ว และเศรษฐกิจโลกไม่ค่อย...... (หม่อมอุ๋ย พูดสวนขึ้นมา) หม่อมอุ๋ย – ก็เค้าดูแต่ตัวเลขที่ไม่ดี และคุณ..ก็พูดแต่ของที่ไม่ดี ผมจะพูดของจริงให้ฟังนะ และคุณดูว่าดีไม่ดี ปีที่แล้วไม่ดีครึ่งปีแรกติดลบ ไตรมาส 3 ขยับตัวขึ้นมา +0.6 ไตรมาสที่ 4 ขยับตัวขึ้นมา +2.5 ถือว่าเริ่มขยับตัว ให้เห็นว่าดี มันก็ชัดเจนนะ มีตัวเลขไปแล้ว แต่ไม่ค่อยพูดกัน!!!!! ประการแรก ราคาน้ำมันที่ลงมากๆ พฤษภาคม – ธันวาคม ทำให้จับจ่ายใช้สอยมากขึ้น จริง! ทำให้ตัวเลขการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มของไตรมาสที่ 4 ปีที่แล้ว สูงเป็นประวัติศาสตร์เป็นสัญญาณว่า คนเริ่มใช้เงินแล้ว ประกอบกับน้ำมันที่ลดลง ทำให้คนมีเงินเหลือใช้ หากถามว่าดีไหม ต้องไปถาม อ.สมชัย จิตสุชน ว่าดีมั้ย เวลาเก็บ BRT มากขึ้น ประการที่สอง ตั้งแต่มีรัฐบาลนี้เข้ามา เราเร่งการทำงานอยู่หนึ่งอย่าง คือ เร่งการลงทุน เร่งการเปิดโรงงาน ซึ่งในอดีตมีปัญหาเกี่ยวกับการขอ ใบ รง.4 ที่ค้างท่ออยู่เยอะ ปรากฏว่าตั้งแต่เราเข้ามา เราขยันทำงาน เปลี่ยนกฏนิดหนอย ทำให้ตั้งแต่ ปลายเดือนพฤษภาคม – ถึงปลายเดือนธันวาคม ที่ผ่านมา 7 เดือนที่ผ่านมา เราอนุมัติไปแล้ว 3,800 โรงงาน เป็นตัวเลขที่สูงมาก ซึ่งเราอนุมัติการเปิด 180 วัน ซึ่ง 7 เดือนที่ผ่านมา ได้มีการเปิดโรงงานไปราว 1,600 โรงงานเล้ว ซึ่งมีการจ้างคนเข้าไปทำงาน 7-8 หมื่นคน ซึ่งนี่คือเรื่องจริง และผมไม่ได้เอามา โม้ให้ฟัง ... และหากเปิดครบทุกโรงงาน การจ้างงาน จะอยู่ที่ราว 1.3 เเสน - 1.4 เเสน การลงทุน 2 แสนกว่าล้าน ซึ่งหากไปดูตัวเลข ในไตรมาสที่ 4 ตอนนี้ยังไม่ออกมา TDRI ของ อ.สมชัย เรายังไม่รู้ว่าการลงทุนภาคเอกชนมันเพิ่มขึ้น ซึ่งเดี๋ยวตอนเค้าแถลงเขาคงเห็นเองว่าการลงทุนภาคเอกชนมันขยับแล้ว มากขึ้นแน่นอนในไตรมาสแรก รวมถึงการบริโภคภาคเอกชน ราคาน้ำมันยังลง การใช้จ่ายยังดี ผมให้ข้อมูลนี่ก็แล้วกัน ซึ่งเป็นข้อมูลที่ อ.สมชัย ไม่เคยพูดและเป็นข้อมูลที่ออกมานานแล้ว และไม่มีใครออกไปใช้วิเคราะห์เลย มันต้องวิเคราะห์ให้ครบทุกตัว จอมขวัญ – ท่านค่ะ คนไทย จะหนี้มาก หนี้น้อย ดูจากอะไรคะ แล้วปีนี้ เขาจะหนี้มากไหมคะ หม่อมอุ๋ย – ก็ดูจากตัวเลข หนี้ภาคครัวเรือนไงครับ ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย จะออกมาเรื่อย 8 หมื่นกว่าบาท ประมาณนี้ ผมจำถ้าผมจำไม่ผิด? ก่อนหน้าก็น้อยกว่านี้ 5-6 หมื่น ก็ขึ้นมาเรื่อยๆ ตามเศรษฐกิจ เพราะคนไทยก็ถนัดใช้ บัตรเครดิต การผ่อนส่ง มันมีหลายสาเหตุ ซึ่งเราก็รณรงค์ตั้งแต่ในช่วงครึ่งปี ที่แล้วให้ระมัดระวัง ซึ่งมันเป็นของเดิมทั้งนั้น ที่คุณไม่เคยวิเคราะห์ไง พอนักคิดเอาไปพูดหน่อย คุณเลยพูดใหญ่เลย จอมขวัญ – งั้นตัวเลขที่จะออกมาใน 3 เดือนสุดท้าย ก็จะเห็นตัวเลขที่ต่างไปเลยใช่ไหมคะ หม่อมอุ๋ย – ก็ดีกว่าไตรมาสที่ 3 แน่นอน การเติบโตสูงขึ้น ไตรมาสที่ 3 อยู่ที่ 0.6 % ไตรมาสที่ 4 คง 2 % ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสูง จากผลสำรวจของทุกสำนัก เก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT ได้มาขึ้น ถ้าไม่ใช้เงินมาขึ้น แปลว่าอะไร จอมขวัญ – แล้วเวลาที่มีข่าวออกจากทางราชการ ว่ามีสินค้าปรับขึ้นราคา อันนี้ต้องตกใจมั้ยค่ะ (ทำหน้าสงสัย) หม่อมอุ๋ย – ถ้าอย่างนั้น ก็ต้องดู อีกกี่ รายการราคาปรับลง อย่างเมื่อกี้ ที่คุณขึ้นจอ ผมก็รู้แล้วคุณ เอียงไปข้างนึง จอมขวัญ – นี่ดิฉันคิดแง่ลบ หรอค่ะ (พูดไปด้วยหัวเราะไปด้วย) หม่อมอุ๋ย – เพราะคุณคิดไป แง่ลบอย่างเดียวไง ถ้านักข่าวเศรษฐกิจ คิดแง่ลบอย่างเดียว ประเทศมันลบหมด เพราะฉะนั้น ถ้ามีขึ้น ก็ต้องลงเท่าไหร่ ผมว่าตัวเลขจริง ดัชนีราคาสูงที่สุดในเดือน พฤษภาคม (ผมไม่ได้เอาตัวเลขมา เพราะคุณไม่ได้บอกจะถามอะไร) จาก พฤษภาคม ถึงมิถุนายน ถึงธันวาคม ดัชนีราคาลดลงมาตลอด และไม่ได้ลงเพราะน้ำมัน น้ำมันเพิ่งมาลง ตอน พฤษจิกายน - ธันวาคม ซึ่งผมอยากให้นักคิด เอาตัวเลขจากกระทรวงพาณิชย์ มาดูทุกหมวดหมู่ก็จะรู้ว่า มันมีขึ้นมีลงตลอด แต่ที่ไม่ลงเพียงอย่างเดียวคือราคาอาหารจานเดียว แล้วจะไปทำยังไงได้ พ่อค้าแม่ขาย เขาก็ไม่ใช่ คนรวยเค้าก็ต้องมีชีวิตอยู่ก็หวังกำไร ก็ต้องเห็นใจกัน เพราะอาหารจานเดียวขึ้นแล้วไม่เคยลง จอมขวัญ – ท่านมองว่างานของกระทรวงไหนในปีนี้ หน้าห่วงที่สุดคะ หม่อมอุ๋ย – หน้าห่วงที่สุดแปลว่าไร จอมขวัญ – อาจจะเจอปัญหาในบ้าน จากนอกบ้าน อาจคลุกคลัก ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ที่สุดมีไหมค่ะ หม่อมอุ๋ย – ไม่มีน่าห่วง เพราะรัฐมนตรีเขาสู้ เราก็ทำไป ถ้าผมพูดว่าน่าห่วงคุณก็เอาไปตีความว่ารัฐมนตรีไม่เก่ง เวลาคุณถามนี่ต้องระวังไง เพราะคุณเป็นคนมอง ลบตลอด ทุกกระทรวงมีสิ่งที่เขาจะต้องสู้ กระทรวงพลังงานเค้าทำงานได่ดี แต่เค้าก็ต้องต่อสู้ กับคนที่มาค้าน โดยไม่มีเหตุผล หรือมีเหตุผล ซึ่งการทำงานของเขาไม่ได้ยากมาก เพราะเป็นช่วงน้ำมันลง แต่เขาต้องนั่งชี้แจ้งกับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องเยอะแยะเลย ส่วนกระทรวงอุตสาหกรรม ดูไม่ได้มีปัญหามา เพราะเค้าเดินมาด้วยดี การอนุมัติสร้างโรงงานเร็วก็เป็นที่นิยม สภาอุตสาหกรรมก็ชอบ รัฐมนตรีอุตสาหกรรมคนนี้ อนุมัติเร็ว แต่เค้าก็ต้องออกอีกโครงการนึง โครงการเหมืองแร่โปแตซ ก็ต้องลงไปชี้แจ้งชาวบ้าน ซึ่งทุกคนก็มีปัญหาที่จะต้องจัดการ ส่วนกระทรวงพาณิชย์ก็จะเป็นเรื่องยอดส่งออก ตอนนี้ผู้ซื้อของโลกเหมือนตลาดวาย ทั่วโลก อเมริกาก็ยังไม่ฟื้นจริง ยุโรปยังเลย ญี่ปุ่นเหมือนเริ่มฟื้นตอนนี้ชะลอลงแล้ว ส่วนจีนเขาชะลดตัวเอง เวลาคนปรามคอปรัปชั่น เหมือนปราบเศรษฐกิจส่วนเกิน ยังไงเศรษฐกิจก็ชะลอลง เช่นการยกเลิกจำนำข้าว เนื่องจากมีการคอปรัชชั่นเยอะ เงินก็เหมือนชะลอตัวลง ก็เนื่องจากโลก ชะลอตัวลง ก็เหมือนกระทรวงพาณิชย์จะหนักที่สุด ผู้ส่งออกส่งได้ยาก จอมขวัญ – การส่งออก ของเราจะแย่ไหมค่ะ หม่อมอุ๋ย – ก็คงได้สัก 4 % ตามที่นายกตั้งไว้ แต่เราต้องหวังแค่นั้นนะ อย่าไปคาดหวังลมๆ แล้งๆ ซึ่งเราต้องพูดกันในข้อเท็จจริงเนื่องจากโลกลง เหมือนการคาดหวังราคายาง 80 บาท นี่คือลมๆแล้งๆเลย ไม่เชื่อผมไม่เชียร์นะ แต่ทุกคนไม่ดูตลาด ตอนนั้น ยาง 51 บาท เมื่อ ก.ย. ดึงมา 63 บาท ตั้งใจว่าจะให้ถึง 70 บาท แต่บังเอินมีเรื่อง ยางเทียม 60 กว่าบาท คงจะดึงยางพาราให้ 70 บาทได้ แต่ราคาน้ำมันมันลง เหลือ 45-46 จาก80 เหรียญ ทำให้ราคายางมันลดมาด้วย ยางเทียมมันทดแทนยางพาราได้เลย สิ่งนี้คือมันกดรราคายางพาราไว้ มันมีจุดของมัน ได้แค่ไหนก็แต่นั้น ฉะนั้น คนในรับบาล ก็ฝันลมๆแล้งๆ ฝันกันไป โลกมีขึ้นมีลง ต้องอยู่ให้ได้ ช่วยกันให้ได้ จอมขวัญ – ถ้าดิฉันฟังยังไงก็ไม่เข้าใจ แต่รู้สึกว่า เราจะฝากความหวังกับ ครม. ที่โดยเฉพาะกับ คสช.ที่จะทำงานตรงนี้อีกประมาณ ปีเศษๆ ฝากเยอะ และก็มีอำนาจพิเศามากมาย ..พูดยังไม่จบ หม่อมอุ๋ย – (พูดสวนขึ้นมา) ถ้าคุณเป็นนักข่าวคุณต้องพยายามฟังให้เข้าใจนะ ถ้าคุณไม่เข้าใจ ซักทีก็จะฝากความหวังไม่ได้ จอมขวัญ – ดิฉันถามแทนความคิด ประชาชนค่ะ ท่านมีอำนาจตั้งล้นมือ ทำไมจะทำยางให้ราคาสูงกว่านี้ไม่ได้ ทำไม จะทำให้ หม่อมอุ๋ย – เอาอำนาจที่ไหนมา เราผลิตยางประเทศเดียวหรอ ใช้ยางประเทศเดียวหรอ คือถ้าคุนพูดฝันแบบนี้นะ คุณเป็นนักข่าวเศรษฐกิจไม่ได้หรอก ทุกอย่างมีเหตุมีผล เราอยากขึ้นมั้ย เราอยากขึ้น แต่ในเมื่อยางเทียมมันยังไม่ถึง 40 บาท ซึ่งธรรมชาติของราคายางพารา จะได้ประมาณ 46-47 บาท ขณะนี้ 63 บาทแล้ว มากกว่านี้ ก็จะเสียหาย แก่งบประมาณประเทศ ขาดทุนกันหมด แล้วถามว่าใครรับผิดชอบ แต่ถ้าราคาปัจจุบันมันต่ำกว่าต้นทุน ผมต้องช่วย แต่ขณะนี้มันสูงกว่าต้นทุนแล้ว คือมันมีจังหว่ะ ปีที่ดี ยางดี เป็น 100 บาท 120 บาท 90 บาท ไม่เห็นมีใครพูดกันเลย จอมขวัญ – ดิฉันคาดหวังให้รัฐบาลอุ้มในช่วงเวลาที่ราคามันตกลงมาไม่ได้หรอคะ พูดแทนสวนยางค่ะ หม่อมอุ๋ย – ก็อุ้มแล้วไง (พูดสวนกันไปมา) แล้วผมก็ให้ 4.50 สตางค์แล้วจนได้เกินต้นทุนแล้ว ถ้า มันต่ำกว่าต้นทุน คงอุ้มมากกว่านี้ ถ้ามากว่านี้ แล้วประเทศขาดทุน แล้วใครจะบริหารประเทศล่ะ จะเอาเงินตรงนี้ไปแจกตรงนี้ ข้างเดียว แจกไปแล้วไหม ก็แจก มันต้องมีเหตุมีผล อยู่กันแบบไม่มีเหตุผล ก็อยู่ไม่ได้ การป็นนักข่าวเศรษฐกิจมันต้องมีเหตุมีผล เอาแต่อารมณ์อย่างเดียวไม่ได้ จอมขวัญ – งั้นดิฉัน ถามแทนประชาชนต่อนะคะท่าน. ในฐานะนักข่าวเศรษฐกิจ ว่ากระทรวงพลังงาน อาจมีการประท้วง มีข้อเสนอ ไม่เห็นด้วย มีการขัดแย้ง… ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสัมปทาน การจัดโครงสร้างพลัง จะจบได้ในรัฐบาลนี้ไหมค่ะ หม่อมอุ๋ย – จบบบบ. คุณเนี่ยฟังความข้างเดียวตลอด ไม่ฟังที่คุณ ปิยะสวัสดิ์ อธิบาย ผมเอาตัวเลขสัมปทาน กับตัวเลข Profit Sharing มาลองทำ เอาของในอดีตมาทำ บางอันสัมปทานได้มากว่า บางอัน Profit Sharing ได้มากกว่า แต่ส่วนใหญ่ที่เราเอาตัวเลขใส่ลงไป สัมปทานได้มากกว่าตลอด อินโดนีซีย ทำ Profit Sharing มาตลอด บอกว่าไม่เอาแล้วไปทำ สัมปทานดีกว่า ก็ถึงบอกไง ว่าผู้ใหญ่ในอดีตที่เขาดูและประเทศไทยมา เขาไม่ได้ฉุย เขาศึกษามาตลอด เราเป็นเด็กกว่าเขา รู้นิดเดียว ขึ้นไปอวดเก่งกว่าเขา ซึ่งมันแย่ ลองเอาตัวเลขไปใส่ อันที่เป็นสัมปทานมันดีส่วนใหญ่ บางอันก็ Profit Sharing ก็ดีกว่า ไม่งั้น อินโดนีเซียจะเปลี่ยนมาทำสัมปทานทำไม ต้องดูของจริง ไทยดีมาตลอด และตอนนี้กฎหมายมีแต่สัมปทานเท่านั้น และคุณเป็นรัฐบาลคุณต้องทำไง 1.ต้องเร่งหาพลังงานนะ เพราะอีก 5 ปี แก็สอ่าวไทยกำลังจะหมดไม่งั้นไม่ทันนะ จอมขวัญ – ท่านสามารถอธิบายให้ประชาชนเข้าใจได้ใช่มั้ยค่ะ หม่อมอุ๋ย- ได้ อธิบายมา ถึงข้อดีเข้าเสียยังไง อธิบายได้ทั้งหมด แต่บางคนตั้งใจจะไม่ฟัง พอตั้งใจไม่ฟังไม่ก็ดีไม่ได้เท่านั้นเอง จอมขวัญ – กฏหมายดิจิตอล จุดที่ท่านคิดว่า คนเข้าใจผิดมาที่สุด คือ. เรื่องอะไรคะ หม่อมอุ๋ย- กฏหมายมี 2 ชุด 1.ตั้งคณะกรรมการ ดิจิตอลแห่งชาติกับกระทรวงดิจิตอล อันนั้นคนไม่เข้าใจผิด คนอยากให้เกิดขึ้น และมีอีก 7- 8 ฉบับ ที่จะออกมา แต่ที่คนกลัวกันมาเลยคือ กฎหมาย ไซเบอร์ ซีเคียวริตี้ เป็นความมั่นคง คนจะกลัวกันเยอะ เพราะคนเขียนเนี่ยเขาเขียน แบบให้เขาใช้สะดวกเพราะฉะนั้นก็จะมีคนล่วงใช้ คนก็ออกมาค้าน ซึ่งก็ดีมาก ผมก็หยิบมาดูตอนนี้ นำไปแก้ตามที่ฝ่ายค้านต้องการแล้ว ซึ่งก็ไม่เป็นไรเพรามันมาทีหลัง แต่ที่อยากได้ คือ ตั้งคณะกรรมการ ดิจิตอลแห่งชาติกับกระทรวงดิจิตอล ที่คนเชียร์ และอีก 7-8 ฉบับค่อยๆทยอยออกมาไม่เป็นไร และก็มีกฏหมายเล็กๆน้อยๆ อาทิ พรบ.ความผิดทางคอมพิวเตอร์ ก็เหมือนกัน มีบางอันเกินไปหน่อย คนเขียนเอาแบบทำงานสะดวกเกินไป ล่วงล้ำคนอื่นมากไป พอมีคนค้าน ผมก็จะเอาตรงนี้ไป เจรจากับฝ่ายร่างกฏหมาย ตรงนี้ก็เข้าใจกันแล้ว พราะผมรับหมด จอมขวัญ - ซึ่งหลังจากนี้ก็จะยังมีการยื่นรายชื่อแก้เนื้อหาอยู่ใช่ไหมค่ะ หม่อมอุ๋ย – แก้อยู่แล้ว เพราะมีคนค้านก็จะส่งมาถึงผม และผมมีทีม กฏหมายที่ออกมา แล้วมีคนรีบค้านเร็ว เรารู้เลย เราก็ต้องแก้ จอมขวัญ – ดิฉันฟังจาก ผ.อ สุรางคนา ที่ท่านได้ผู้หลายเวที และในรายการด้วย เรื่องของอำนาจหน้าที่ มีปัญหาจริง ก็ยอมรับ และเรื่องของการ อาจจะระเมิดสิทธิของประชาชนก็จะดำเนินการแก้ไข แต่ถ้าพูดถึงองค์รวมแล้วอาจจะมี ที่ข่าวยังไม่ออก ตัดไปเยอะ คือ กสทช.ยังมีอำนาจตามเดิม หม่อมอุ๋ย – คือ กสทช. ก็กลัวไป ผมเลยเชิญ ท่านประธาน กสทช.กับผู้จัดการมา ก็ดูกันหมดเลยก็เป็นท่พอใจ การจัดสรร เคลื่อนความถี่เป็นอำนาจหน้าที่ท่าน มีอันเดียวที่เราดึงอำนาจมา คือ การจัดสรรคลื่นรวมว่าอันไหน ควจจะเป็นของความมั่นคง อันไหนเป็นเรื่องเพื่อการศึกษา ส่วนเรื่องเชิงพาณิชย์ท่านเอาไปทำ จอมขวัญ – ฉะนั้น กสทช.ก็ทำเหมือนเดิม เรื่องพาณิชย์ หม่อมอุ๋ย- ส่วนความมั่นคง เป็นเรื่องระดับชาติจัด รวมถึง การศึกษา กสทช.ไม่ได้มีคลื่นการศึกษา ส่วนเรื่องพาณิชย์ กสทช.เอาไปกำกับ ดูแล เอาไปเก็บค่าใบอนุญาติ เก็บค่าประมูล เดิมทุกอย่าง จอมขวัญ-ถ้งหาลองย้อนไปในประวัติศาสตร์ การพัฒนาจนกระทั่งมี กสทช.ว่าในส่วนของ คลื่นที่จะนำไปใช้เพื่อการศึกษา อาจจะมีคนพูดถึงน้อย แต่หากพูดถึงความมั่นคง จะเท่ากับว่าเราย้อนกับไป ก่อนจะมีการพัฒนา เรื่องของการปฏิรูปสื่อ ว่าเราอาจจะกลับเข้าไป (ยังพูดไม่จบ ....) หม่อมอุ๋ย- คือ ความมั่นคงเนี่ยต้องให้ชัดเลย ว่าเป็นส่วนไหน ไปปนอย่างอื่นไม่ได้ ถ้าเราชัดไปเลยเนี่ย ไม่ปนอย่างอื่นยิ่งสบายใจ เขาก็เข้าใจกันหมดแล้วนะ จอมขวัญ – มันจะเข้าลักษณะการดึงคลื่นกับไป เป็นของ หน่อยงานราชการ เป็นของความมั่นคงหรือป่าว (พูดยังไม่จบ ) หม่อมอุ๋ย- ไม่ใช่ เรื่องความมั่นคง ก็ความมั่นคง ไม่ใช่ไปให้ทหารทำวิทยุ ไม่ใช่ .. จอมขวัญ – กระทรวงที่ตั้งขึ้นมาใหม่นี่จะมีอำนาจหน้าที่มาน้อยแค่ไหนคะ หม่อมอุ๋ย- เปลี่ยนชื่อกระทรวง ICT มาเป็น กระทรวงดิจิตอล อีโคโนมี เป็นการขยายส่วนที่จะใช้ ดิจิตอล มาขยายด้านเศรษฐกิจ ให้มากขึ้น จอมขวัญ – กระทรวงนี้ กับ กสทช. ก็อยู่คนละส่วน... ตัดไป หม่อมอุ๋ย- ใช่ กสทช.ยังอยู่ที่เดิม จอมขวัญ – เป็นอิสระต่อกัน หม่อมอุ๋ย- ไม่เกี่ยวกันอยู่แล้ว แค่ขอเอางานในการจัดองค์รวมของสื่อ ความมั่นคง การศึกษา การแพทย์ ขอแยกมาซะ ส่วนเป็นพาณิชย์ เอาไปเลย ไม่มีใครเสียอำนาจ จอมขวัญ- ที่เชิญมาคุยก็คือ กสทช. ทุกท่าน .... หม่อมอุ๋ย- ประธาน กับผู้จัดการกพอละ ไม่จำเป็นต้องพูดทั้งหมด เพราะหลักการจริงๆก็มีแค่ นั้นเอง จอมขวัญ – ส่วนของทิศทางเศราฐกิจในประเทสปีนี้ ท่านคิดว่ารัฐบาลจะนำไปในทิศทางไหน หม่อมอุ๋ย- วันนั้นก็แถลงแล้วก็ไม่ฟันเองอ่ะ ... ชัดคือ 1 .ปีนี้ตัวใช้จ่ายภาคเอกชนเริ่มแล้ว การลงทุนเรื่องการผลักดันภาคเอกชนการสร้างโรงงานเกิดขึ้นแน่นอน เพราะตัวนี้ จะสร้างงานในประเทศ 2. เราจะเติมด้วยกระตุ้นการลงทุนภาครัฐ เรื่องของโครงสร้าง พื้นฐาน เป็นรายเดือน เช่น เดือนนี้สร้างถนนไหน ซ่อมถนนไหน เป็นแผนแบบนั้นเลย และการสร้างรถไฟรางคู่ เช่น ปีนี้ลงเข็ม 706 กิโลเมตร ทำขนาดนั้นเลย เป็นรายเดือนเพื่อให้มทีการจ้างงาน และที่เราจะมีการสร้างโรงเรียน 8000 โรงเรียน สถานพยาบาล อีก 2,000 – 3,000 แห่ง พวกนี้ก็จะกระจาย ทีเดียวเลย ช่วงนี้กำลังเร่ง การลงทุนภาครัฐ และก็ เร่งการลงทุนภาคเอกชนเช่นการออกใบอนุญาติให้เร็ว แล้วเผอิญราคาน้ำมันลง การใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เราคิดว่าเราจะโตไปได้ ในอัตรา 4 % จุดเดียวที่ผมทำไม่ได้ คือดึงราคายางให้แพงขึ้น เป็น 80 บาท แต่ ผมก็จะทำเต็มที่ดึงราคายางให้มากกว่าต้นทุนอย่างแน่นอน แล้วก็ยังแถมให้ 4.50 บาท ต่อกิโลด้วย ก็คิดว่ามันมีจุดความพอดีของมันอยู่ มากไปกว่านี้ก็ไม่ไหว จอมขวัญ – ในช่วงปีนี้นะคะ เรามักจะพูดว่า ปฏิรูปประเทศ ปฏิรูปประเทศ ในมุมของผู้ที่มีอำนาจทางเศรษฐกิจ สถานภาพทางเศรษฐของประเทศไทย บุคลิกลักษณะของประเทสไทยยังคงเป็นประเทศ เกษตรกรรมเป็นหลัก หรือไม่ หม่อมอุ๋ย- ประเทศไทยเป็น อุตสาหกรรมมากกว่า เกษตรกรรมมานานแล้ว อย่าไปหลงโบราณ คุณนี่โบราณกะผมละ เราเป็นประเทศเกษตรจิง แต่ด้านอุตสาหกรรมมีมากกว่ามานานแล้ว อันนี้ยังเดินต่อแต่เปลี่ยน รายการอุตสาหกรรม ที่ส่งเสริม BOI ใหม่ เป็นอุตสาหกรรมรุ่นใหม่ ส่วนอุตสาหกรรมรุ่นเก่าก็โดน แข่งขันจาก เวียดนาม อินโดฯ เขรม เราก็จะพยายามจะไม่แข่งอันนั้น ถ้าเรายังอยู่ตรงนั้นการแข่งขันเราจะลดลง และตอนนี้เราอยากได้นิคมอุตสาหกรรมอากาศยาน ซึ่งอยู่ระหว่าเจรจากันอยู่ ซึ่งหากมี จะทำให้ประเทศไทย เป็นศูนย์ อุตสาหกรรมอากาศยานในอาเซียน ซึ่งเหมาะมากอาจไม่เห็นในปีนี้ แต่ทำไว้เพื่อในอนาคตเลย กระทรวงดิจิตอล อีโคโนมี ก็ทำเพื่ออนาคต เช่นกัน จอมขวัญ – ในส่วนของประเทศเรา เป็นประเทศเกษตรกรรม ที่สินค้าเกษตรเล่นราคาลักษณะแบบไหน ปริมาณ หรือแม้แต่อุตสาหกรรม---- พูดสวนขึ้นมา หม่อมอุ๋ย- อุตสาหกรรมคือตัวทำเงิน ให้ประเทศมาก เกษตรก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่เราไม่ทอดทิ้งเกษตรเราจะทำให้ดีที่สุด จอมขวัญ – ส่วน อุตสาหกรรม บางแห่งย้ายไปที่อื่น แรงงานก็มีปัยหาเสมอ ตกลงว่าเรา จะเป็นประเทศรับจ้างผลิต หรือ ...ออกแนวไหน หม่อมอุ๋ย- เราเป็นประเทศอุตสาหกรรมมาตั้งนานแล้ว ต้องเข้าใจนะว่า ประเทศไทย เป็นประเทศอุตสาหกรรมมานานแล้วไม่ใช่เพิ่งเป็น แต่เราไม่เคยทิ้งเกษตร แต่ถ้าเราอยู่ที่เดิมเราจะสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน ลงไปทุกที เราต้องเปลี่ยนเพื่ออนาคต และจะดีในระยะยาวแน่นอน มันจะทำให้ ประเทศเกิดใหม่ในอาเซียน จะสู้เราไม่ได้ เราจะทำอันที่ยากกว่าที่เขาจะทำได้ จอมขวัญ – ในส่วนของประเทศเราทั้งหมดหลังจากนี้ ดูแล้วไม่ได้ห่วงอะไร ว่าปีนี้จะดีกว่าหรือแย่กว่า … หม่อมอุ๋ย - สำหรับภาพรวมในประเทศ มันดีกว่าปีที่แล้วแน่นอน ทุกคนเหมือนไปตั้งกับความคาดหวังไว้สูง ความจริงดูให้ครบทุกด้าน เพราะตอนนี้ทุกอย่างดีขึ้น เช่นความเชื่อมั่นผู้บริโภค การอนุมัติโรงงานสูงสุด เหลือแค่การลงทุนภาครัฐที่ล่าช้าไปหน่อย ตอนนี้ผมพยายามเร่งไปแล้ว จอมขวัญ – ฉะนั้นด้านของรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจไม่ได้ห่วงอะไร หม่อมอุ๋ย – ห่วง เพราะอยากให้ทุกคนดีกว่านี้ ผมพูดไม่ห่วงคุณก็ จอมตีผมอีก! แต่ในการจะดีกว่านี้ ทุกอย่างมันมีจุดที่จะไปได้อย่างสร้างความฝันลมๆ แล้งๆ อะไรที่ไปได้มันก็ไปได้ จอมขวัญ - ที่ถามว่าห่วงมั้ยคือมั่นใจ หม่อมอุ๋ย - มั่นใจว่าไปถึง 4 % แต่ปัญหาก็มี บางกลุ่มจะมีปัญหามากกว่าบางกลุ่ม บางกลุ่มมีหนี้เรื้อรังก็มีปัญหามากกว่าบางกลุ่ม ในส่วนที่โต 4 % ถ้าไม่มีปัญหาหนี้ เรื้อรังก็ไม่น่าห่วง แต่คนที่มีหนี้ เขาก็หวังว่ารัฐบาลนี้เป็นเทวดา จะมาแก้ปัญหาหนี้ให้เขาอีก ซึ่งมันเป็นหนี้ที่สะสม มายาวนาน คนเหล่านั้นเค้าก็ไม่สบายใจ เป็นห่วงคนที่เสียเปรียบคนอื่น ซึ่งมีมานานแล้ว ส่วนเศรษฐกิจจะถึง 4% ไหม มันถึงอยู่แล้ว จอมขวัญ - สุดท้ายแล้วค่ะ เศรษฐกิจของเราปีนี้ เราพึ่งในประเทศมากกว่า หรือนอกประเทสมากกว่า หม่อมอุ๋ย – ในประเทศมากกว่า ก็ที่พูดมา ในประเทศ ทั้งหมด จอมขวัญ - ส่วนสถานการณ์ในประเทศ ท่านไม่ได้ห่วง อย่างที่ผ่านมาใช่ไหมคะ หม่อมอุ๋ย – ไม่มีหรอกมันไม่มีรุ่นแรงเท่าที่ผ่านมา 6 เดือนนั้นรุนแรงที่สุด ไม่มีอะไรรุนแรงแบบนั้นอีกแล้ว ฉะนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมถามหลายๆคน เขาก็บอกว่าไม่มีอะไร เฉยๆ เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะ กับการถามตอบ ประเด็นเศรษฐกิจที่น่าสนใจ ซึ่งประเด็นบางอย่าง ที่หยิบยกมาพูดคุย เป็นทั้งเรื่องดีและไม่ดี และหลังจากอ่านจบเร็วคุณคงจะรู้ ประเทศไทยจะรุ่ง หรือ ดับก็ต้องจับตาดูกันต่อไป MThai News

ทร.เผยพร้อมช่วยชาวโรฮีนจายึดหลักมนุษยธรรม
จุมพล ลุมพิกานนท์ /  โรฮีนจา / 

เจ้ากรมกิจการทหารเรือ เผย ทหารพร้อมปฏิบัติงานช่วยเหลือชาวโรฮีนจาในทะเล ยึดหลักมนุษยธรรม ปัดผลักดัน พลเรือโทจุมพล ลุมพิกานนท์ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายและการอพยพของชาวโรฮีนจาว่า ขณะนี้ ทางกองทัพเรือ ได้มีการจัดตั้งฐานลอยน้ำเพื่อให้การช่วยเหลือ โดยใช้เรือหลวงอ่างทอง เป็นฐานลอยน้ำอยู่ที่ทัพเรือภาค 3 และมีการประกอบกำลังเรือรบอีก 7 ลำ ประกอบด้วย เรือหลวงสายบุรี เรือหลวงทยานชล เรือหลวงมันกลาง เรือต.993 เรือ ต.220 เรือประมงดัดแปลง และเรือ กร.304 รวมถึงยังมีเฮลิคอปเตอร์ อีก 1 ลำ และเครื่องบินดอร์เนีย 1 ลำ ซึ่งได้เริ่มปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา และในวันที่ 29 พ.ค.นี้ จะมีทีมแพทย์จากส่วนกลางลงไปร่วมในฐานลอยน้ำด้วย ทั้งนี้ เนื่องจากช่วงนี้เป็นเดือนสุดท้ายก่อนจะเข้าสู่ช่วงมรสุม จากข้อมูลที่ได้รับจะมีการอพยพของชาวบังกลาเทศ หรือชาวโรฮีนจา ซึ่งยังไม่สามารถพิสูจน์ได้จนกว่าจะพบเจอซึ่งหากพบมีการเข้ามาก็จะดำเนินการตามขั้นตอน ยึดหลักมนุษยธรรมเป็นหลัก ส่วนการผลักดันออกไปนอกน่านน้ำนั้นเป็นการดำเนินการตามเจตนารมณ์ของผู้อพยพที่จะเดินทางต่อไป เพราะจุดหมายปลายทางไม่ได้อยู่ที่ประเทศไทย ส่วนหากจะเข้ามาในประเทศไทย ก็จะต้องดำเนินการตามกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ทหารมีความพร้อมในการปฏิบัติงานอย่างเต็มที่

สาวโรงงานถูกเถาวัลย์รัดคอดับ หลังสู้สุดชีวิตไม่ให้โดนข่มขืน
ข่มขืน /  สาวโรงงาน / 

สาวโรงงานถูกคนร้ายลากเข้าป่าใช้เถาวัลย์รัดคอจนเสียชีวิต หลังพยายามสู้สุดชีวิตไม่ให้โดนข่มขืน วันนี้ (22 เม.ย. 58) พ.ต.ท.กำจัด ไชยนอก สวส.สน.ฉลองกรุง ได้รับแจ้งเหตุพบศพหญิงเปลือยกายภายในป่าละเมาะ ริมคลองปลาทิว ซอยฉลองกรุง 54 แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง กทม. จึงเดินทางไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุพบศพ นางสำรวย อ่อนน้อม อายุ 48 ปี สวมแจ็กเก็ตยีน ท่อนล่างเปลือยเปล่า เสื้อชั้นในถูกถลกขึ้นไปด้านบน ที่ลำคอถูกรัดแน่นด้วยเถาวัลย์ ทั้งนี้ ผู้ตายเป็นสาวโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมแห่งหนึ่ง พักอาศัยอยู่กับแฟนหนุ่มภายในซอยฉลองกรุง 57 โดยก่อนเกิดเหตุเมื่อวันที่ 17 เม.ย. ที่ผ่านมา ได้เดินทางไปหาญาติที่ จ.สระบุรี ก่อนเดินทางกลับในวันต่อมา จนกระทั่งแฟนหนุ่มรู้สึกผิดปกติว่า ทำไมผู้ตายยังไม่กลับบ้าน จึงเข้าแจ้งความก่อนพบกลายเป็นศพ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า ขณะผู้ตายกำลังเดินกลับบ้านเพียงลำพัง คนร้ายน่าจะผ่านมาเห็นเข้า จึงสบโอกาสฉุดกระชากหวังข่มขืนเข้าไปในป่า ก่อนพยายามจับเหยื่อถอดกางเกง แต่ปรากฎว่าผู้ตายต่อสู้สุดชีวิตเลยเป็นเหตุให้คนร้ายบันดาลโทสะคว้าเถาวัลย์มารัดคอจนเสียชีวิตอย่างเหี้ยมโหด ขอบคุณข้อมูล/ภาพ เดลินิวส์ / @fm91trafficpro MThai News

เปิดทางลัดทางเลี่ยงรถติด-จุดเสี่ยงอันตราย ช่วงปีใหม่
ทางลัด /  ทางเลี่ยงรถติดปีใหม่ / 

ทางลัดทางเลี่ยง-จุดเสี่ยงอันตราย ช่วงปีใหม่ ทางเลี่ยงรถติด กรุงเทพ - ภาคเหนือ เส้นทางที่ 1 : ใช้ถนนวิภาวดีรังสิต (ทางหลวงหมายเลข 31) หรือ ใช้ทางยกระดับดอนเมืองโทลเวย์ เข้าถนนพหลโยธิน ถึงต่างระดับบางปะอิน เลี้ยวซ้าย เข้าสายเอเซีย (ทางหลวงหมายเลข 32) มุ่งสู่ จ . นครสวรรค์ เพื่อเดินทางสู่ ภาคเหนือ เส้นทางที่ 2 : จากถนนรัตนาธิเบศร์ (สาย 302) ถึงต่างระดับบางใหญ่ เลี้ยวขวาเข้าถนนกาญจนาภิเษก ถึงต่างระดับบางบัวทอง เลี้ยวซ้ายเข้าถนนบางบัวทอง - สุพรรณบุรี (ทางหลวงหมายเลข 340) ผ่าน จ.สุพรรณบุรี จ.ชัยนาท เข้าสายเอเซีย ที่ อ.มโนรมย์ มุ่งสู่ จ.นครสวรรค์เพื่อไป ภาคเหนือ เส้นทางที่ 3 : จากถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวนตะวันตก ) ถึงต่างระดับเชียงรากน้อย เลี้ยวซ้ายเข้าสายบางปะอิน - บางปะหัน (ทางหลวงหมายเลข 347) เข้าสายเอเชีย ที่ อ.บางปะหัน เพื่อไปภาคเหนือ เส้นทางเลี่ยงรถติด จ . นครสวรรค์ เส้นทางที่ 1 : จากต่างระดับอินทร์บุรี เลี้ยวขวา ใช้ทางหลวงหมายเลข 11 ผ่าน อ . ตากฟ้า ท่าตะโก สากเหล็ก ถึงสามแยกวังทอง เลี้ยวซ้าย มุ่งสู่ จ . พิษณุโลก   คลิกดูแผนที่ เส้นทางที่ 2 : เมื่อถึงแยกเลี่ยงเมืองนครสวรรค์ ( กม . 331+810 บนทางหลวงหมายเลข 1) เลี้ยวซ้าย ใช้ทางเลี่ยงเมืองนครสวรรค์ ( ทางหลวงหมายเลข 122 ) ถึงสามแยกหนองตะโก 2.1 เลี้ยวซ้ายไป จ . กำแพงเพชร 2.2 เลี้ยวขวาไป จ.พิษณุโลก ทางเลี่ยงรถติด กรุงเทพฯ - ภาคเหนือ เส้นทางลัด ภาคเหนือ ........................................................................................... ทางเลี่ยงรถติด กรุงเทพ - ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เส้นทางที่ 1 : จากถนนกาญจนาภิเษก(วงแหวนตะวันตก )มุ่งหน้าสู่ต่างระดับบางปะอิน เข้าถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) มุ่งสู่สระบุรี เพื่อไป ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เส้นทางที่ 2 : จากถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวนตะวันออก ) มุ่งหน้าสู่ต่างระดับบางปะอิน   เลี้ยวขวาเข้าถนนพหลโยธิน( ทางหลวงหมายเลข 1 ) มุ่งสู่สระบุรี เพื่อไป ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เส้นทางที่ 3 : จากต่างระดับรังสิต ไปตามถนนรังสิต - องครักษ์ (สาย 305) ตรงไปจังหวัดนครนายก เลี้ยวขวาเข้าถนนสุวรรณศร ( ทางหลวงหมายเลข 33 ) มุ่งสู่   อ .   กบินทร์บุรี ถึงสี่แยกกบินทร์บุรี เลี้ยวซ้ายเข้าถนนกบินทร์บุรี - ปักธงชัย (ทางหลวงหมายเลข 304) เพื่อไป จ .นครราชสีมา เส้นทางที่ 4 : ใช้ถนนรามอินทรา - สุวินทวงค์ (ทางหลวงหมายเลข 304) ผ่านฉะเชิงเทรา , พนมสารคาม , กบินทร์บุรี ,  ปักธงชัย เพื่อไป ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เส้นทางเลี่ยงรถติด จ . สระบุรี เส้นทางที่ 1 : จากแยกเลี่ยงเมืองสระบุรี เลี้ยวขวาเข้าถนนวงแหวนรอบเมืองสระบุรีด้านตะวันออก ( ทางหลวงหมายเลข 362 ) บรรจบถนนมิตรภาพ เลี้ยวขวาเพื่อมุ่งสู่ จ . นครราชสีมา เส้นทางที่ 2 : จากแยกเลี่ยงเมืองสระบุรี เลี้ยวขวาเข้าถนนวงแหวนรอบเมืองสระบุรีด้านตะวันตก ( ทางหลวงหมายเลข 362 ) บรรจบทางหลวงหมายเลข 21 มุ่งหน้าไปทาง จ . เพชรบูรณ์ ถึงแยกอำเภอท่าหลวง จ . ลพบุรี เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2256 ถึง อ . ด่านขุนทด เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 201 ไป จ . ชัยภูมิ เพื่อ ไป ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทางเลี่ยงรถติด กรุงเทพ - ภาคอีสาน ทางเลี่ยงรถติด กรุงเทพ - ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ........................................................................................... ทางเลี่ยงรถติด กรุงเทพ - ภาคตะวันออก จากถนนศรีนครินทร์ (ทางหลวงหมายเลข 3344) ใช้ทางหลวงพิเศษกรุงเทพ - ชลบุรี (มอเตอร์เวย์สาย 7) มุ่งสู่พัทยาไป ภาคตะวันออก ........................................................................................... ทางเลี่ยงรถติด กรุงเทพ - ภาคใต้ เส้นทางที่ 1 : ใช้ถนนธนบุรี - ปากท่อ (ทางหลวงหมายเลข 35 : พระราม 2) เข้าถนน เพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) เดินทางสู่ ภาคใต้ เส้นทางที่ 2 : ใช้ถนนเพชรเกษม ( ทางหลวงหมายเลข 4) ผ่าน อ.สามพราน จ.นครปฐม , โพธาราม , ราชบุรี อ.ปากท่อ เพื่อเข้าสู่    ภาคใต้ เส้นทางที่ 3 : จากขนส่งสายใต้ใหม่ ใช้ถนนบางกอกน้อย - นครชัยศรี (ทางหลวงหมายเลข 338) เข้านครปฐม , ราชบุรี , เพชรบุรี สู่ภาคใต้ เส้นทางเลี่ยงรถติด กรุงเทพ - ภาคใต้ เส้นทางแนะนำ กรุงเทพ - ภาคใต้ ........................................................................................... หมายเลขโทรศัพท์ - สอบถามรายละเอียดเส้นทาง โทร. 1586 ( ศูนย์ประชาสัมพันธ์กรมทางหลวง ) - ตำรวจทางหลวง โทร.1193 - ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว 1155 - จส.100 โทร 1137 - ร่วมด้วยช่วยกัน 1677 - สวพ.91  โทร 1644 - ศูนย์ควบคุมการจราจร 1197 - สอบถามหมายเลขโทรศัพท์ทั่วประเทศ  1133 - สอบถามสภาพจราจร 1543 MThai News

โชว์เฟอร์รถตู้เครียดมีดจี้สาว แต่เปลี่ยนใจปล่อยทิ้งกลางทาง
มีดจี้ /  รถตู้ชลบุรี-ระยอง / 

ตร.สกัดจับโชเฟอร์รถตู้ชลบุรี-ระยอง หลังชักมีดจี้นศ.สาว แต่สำนึกผิดเปลี่ยนใจปล่อยลงกลางทาง สารภาพเครียดปัญหาชีวิต วันนี้ (30 มี.ค.) ตำรวจภูธรศรีราชา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุโชเฟอร์รถตู้โดยสารก่อเหตุจี้ผู้โดยสารสาว ก่อนปล่อยลงกลางทางบริเวณหน้ามหาวิทยาเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา แล้วหลบหนีมาทางถนนสุขุมวิท ฝั่งขาเข้าศรีราชา จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจรุดไปตรวจสอบ พร้อมตั้งด่านสกัดจับบนถนนสุขุมวิทและตามซอยที่คาดว่าคนร้ายจะหลบหนี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุ ได้ที่บริเวณสามแยกเซนหลุยส์ ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา หลังจากนั้น จึงนำตัวมาสอบสวนห้องปฏิบัติการ สถานีตำรวจภูธรศรีราชา ทราบชื่อคือ นายวัชรา ภิรมย์ปั่น อายุ 25 ปี พร้อมรถตู้โดยสาร หมายเลขทะเบียน 10-2946 ระยอง ป้ายเหลือง สายชลบุรี พัทยา สัตหีบ ระยอง เลขที่ 304-12 โดยข้างรถมีสติ๊กเกอร์ของบริษัท สุขุมวิทเดินรถ จำกัด ติดอยู่ ต่อมามีผู้เสียหาย เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในพื้นที่ศรีราชา ได้เดินทางมาชี้ตัวคนร้าย และให้การว่า ได้ขึ้นรถตู้โดยสารคันดังกล่าวจากอำเภอสัตหีบ เพื่อมาเข้าห้องพักที่ได้เช่าไว้ใน แต่เนื่องจากรถโดยสารเต็ม จึงมานั่งหน้าคู่กับคนขับ ขณะที่กำลังถึงจุดหมายที่จะลง โดยผู้โดยสารลงจากรถหมดแล้ว เหลือตนกับคนร้ายซึ่งเป็นคนขับเพียง 2 คน พอมาถึงที่เกิดเหตุคนร้ายได้ใช้มีดปอกผลไม้ จี้บังคับตน ขู่ให้นั่งเฉยๆ จากนั้นเพียงไม่กี่นาที คนร้ายได้ปล่อยตนลงจากรถ พร้อมกับบอกขอโทษจำผิดคน หลังจากนั้นก็ได้ขับรถมาตามถนนสุขุมวิท เข้าตัวเมืองศรีราชา ตนจึงได้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้ช่วยสกัดจับ ด้านนายวัชรา ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือก่อแหตุจริง เนื่องจากเกิดอาการเครียดอย่างหนัก เกี่ยวกับปัญหาในชีวิต ที่ไม่รู้จะคุยกับใคร จึงได้ลงมือก่อเหตุในครั้งนี้ ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่า ผู้ก่อเหตุน่าจะเคยก่อเหตุแบบเดียวกันมาหลายครั้ง เนื่องจากท้ายรถมีร่องรอยการลบหมายเลขรถออก เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้เสียหายจำหมายเลขรถได้ แต่ครั้งนี้อาจเกิดสำนึกผิด จึงปล่อยผู้เสียหายลงจากรถ ก่อนมาถูกตำรวจจับกุมตัวได้ดังกล่าว ซึ่งจะต้องสอบสวนขยายผล และตรวจสอบตามสถานีตำรวจภูธรที่อยู่ใกล้เคียงว่าเคยมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความลักษณะนี้หรือไม่ จะได้ให้ผู้เสียหายมาชี้ตัว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวสดออนไลน์ MThai News

'บิ๊กตู่' ยัน กำหนดที่ดิน เศรษฐกิจพิเศษ ไม่เอื้อประโยชน์ให้ใคร
ที่ดิน /  นายกรัฐมนตรี / 

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยืนยัน การกำหนดพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้กับใคร ชี้ ที่ดินเอกชน รัฐเข้าควบคุมราคาไม่ได้ วันนี้ (25 มิ.ย.) พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ครั้งที่ 3/2558 ว่า ปัญหาราคาที่ดินในเขตเศรษฐกิจพิเศษนั้น เป็นไปตามราคาประเมินของสำนักงานที่ดิน ซึ่งเป็นที่ดินที่รัฐบาลเวนคืนไม่สามารถซื้อขายได้ ส่วนที่ดินนอกพื้นที่เป็นของเอกชนไม่สามารถควบคุมราคาได้ โดยรัฐบาลได้กำหนดพื้นที่เศรษฐกิจไว้ 2 รูปแบบ คือ 1.พื้นที่นิคมอุตสาหกรรม และ 2. พื้นที่ที่ภาคเอกชนรวมกลุ่มเช่าพื้นที่และบริหารจัดการกันเอง พร้อมขอร้องนายทุนว่าอย่าไปกว้านซื้อที่ดินไว้เพื่อเก็งกำไร และยืนยันว่า การกำหนดพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้กับใคร สำหรับ การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ เกี่ยวกับที่ดิน กิจการ สิทธิประโยชน์ต่างๆ รวมถึงการเชื่อมโยงเศรษฐกิจไปยังต่างประเทศ ได้มอบหมายให้กับเอกชนเป็นผู้ดำเนินการ แต่ในภาคประชาชน รัฐบาลเตรียมจัดตั้งเศรษฐกิจเพื่อสังคม ช่วยเหลือในด้านงบประมาณ ส่งเสริมธุรกิจสหกรณ์ สร้างชุมชนเข้มแข็ง ลดปัญหาพ่อค้าคนกลาง โดยรับซื้อสินค้าจากเกษตรกรโดยตรง นอกจากนี้ ยังได้กำหนดจุดผ่านแดนพิเศษ โดยไม่กระทบกับการปักปันเขตแดนในอนาคต พร้อมทำประชาพิจารณ์ เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนในพื้นที่ MThai News

ระทึก! ไฟไหม้รถสองแถว-ผู้โดยสารหนีตาย
รถติดแก๊ส /  สมุทรปราการ / 

เกิดเหตุไฟไหม้รถสองแถวประจำทาง ปากน้ำ-นิคมบางปู บนถนนสุขุมวิท จ.สมุทรปราการ ผู้โดยสารหนีตาย คาดสาเหตุมาจากไฟฟ้าลัดวงจรภายในห้องเครื่อง วันนี้ 28 พ.ค. เกิดเหตุเพลิงไหม้รถโดยสารสองแถว ที่บริเวณถนนสุขุมวิท หลัก กม.ที่ 36 หมู่2 ต.บางปูใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ จากการตรวจสอบพบรถโดยสารสองแถว สาย 36 ยี่ห้อโตโยต้า ไมตี้เอ็กซ์ ทะเบียน 10-2772 สมุทรปราการ วิ่งระหว่าง ปากน้ำ–นิคมบางปู กำลังถูกเพลิงลุกไหม้ที่บริเวณหน้า ก่อนลุกลามท่วมทั้งคัน เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันระดมฉีดน้ำสกัดอยู่นานกว่า 30 นาทีเพลิงจึงสงบ นายวิเชียร จ้อยเล็ก โชเฟอร์รถสองแถว ให้การว่า รถคันเกิดเหตุติดตั้งถังแก๊สเอ็นจีวีเป็นเชื้อเพลิง จำนวน 3 ถัง และได้ขับรถรับผู้โดยสารออกมาจากภายในนิคมอุตสาหกรรมบางปู โดยมีผู้โดยสารอยู่รถประมาณ 10 คน หลังจากวิ่งมาถึงถนนสุขุมวิท จู่ๆก็ได้มีกลุ่มควันออกมาจากห้องเครื่องหน้ารถ ตนจึงรีบจอดรถเข้าข้างทาง พร้อมกับตะโกนบอกให้ผู้โดยสารรีบลงจากรถ หลังจากนั้นไม่นานก็มีเปลวไฟลุกขึ้นอย่างรุนแรงที่ห้องเครื่องและลุกลามไปทั่วทั้งคัน เบื้องต้น เจ้าหน้าที่สันนิฐานว่า สาเหตุน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ก่อนที่จะลุกลามไปลุกไหม้ส่วนอื่น ๆ และก๊าซ NGV ที่เป็นเชื้อเพลิง โชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ซึ่งจะได้ทำการสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป MThai News ขอบคุณภาพ/ข้อมูล เดลินิวส์

สลด! เครื่องบินทหารสเปนตก ขณะทดสอบบิน คาดดับยกลำ
ทดสอบการบิน /  เครื่องบินตก / 

เครื่องบินทหารแอร์บัส เอ 400 เอ็ม ตกในเมืองเซบียาทางใต้ของสเปน ไฟไหม้ทั้งลำ คาดดับยกลำ สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานจากเมืองเซบียา ประเทศสเปน วานนี้ (9 พ.ค.) ว่า เครื่องบินขนส่งลำเลียงทหารแบบแอร์บัส เอ 400 เอ็ม ตกลงบนพื้นที่โล่ง ห่างออกไปราว 1.6 กิโลเมตร ทางตอนเหนือของสนามบินซานปาโบล ในเมืองเซบียา ทางภาคใต้ของสเปน เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. วันเสาร์ ตามเวลาท้องถิ่น (18.00 น. ตามเวลาประเทศไทย) โดยเจ้าหน้าที่หอควบคุมการบินเผยว่า ได้รับแจ้งเหตุเครื่องยนต์ขัดข้องหลังเครื่องขึ้นบินไม่นาน ไฟลุกไหม้ทั่วทั้งตัวเครื่อง มีกลุ่มควันสีดำปริมาณมากทั่วบริเวณ เจ้าหน้าที่สืบสวนอุบัติเหตุด้านการบิน ตำรวจท้องถิ่น และหน่วยดับเพลิงรุดเข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างเร่งด่วน นายมาริอาโน ราฆอย นายกรัฐมนตรีสเปน แถลงว่า มีผู้ที่อยู่บนเครื่องราว 8 - 10 คน ยังไม่มีรายงานผู้รอดชีวิต และไม่มีความเสียหายอื่นเพิ่มเติม เนื่องจากจุดดังกล่าวไม่ใช่เขตที่อยู่อาศัย ขณะที่กระทรวงกลาโหมแถลงว่า เครื่องบินลำดังกล่าวประสบเหตุระหว่างการบินทดสอบของบริษัทแอร์บัส โดยเครื่องยังไม่ถูกส่งมอบให้แก่กองทัพ เอนา สำนักงานบริหารท่าอากาศยานสเปน เผยว่า หลังเกิดเหตุ ท่าอากาศยานซานปาโบลปิดทำการชั่วคราว แม้จุดเกิดเหตุจะอยู่นอกเหนือพื้นที่ของสนามบินก็ตาม ทำให้เที่ยวบินทั้งหมดต้องเปลี่ยนเส้นทางไปลงจอดที่เมืองมาลากาและเมืองเฆเรซที่อยู่ถัดลงไปทางตอนใต้ นอกจากนี้ยังเกิดกระแสไฟฟ้าดับทั่วทั้งนิคมอุตสาหกรรม ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงจุดเกิดเหตุด้วย ภาพจากทวิตเตอร์ @lotviler ขอบคุณข้อมูลจาก เดลินิวส์ MThai News

ไทย ทุ่ม50ล.จัด โมโตครอสโลก 6-8มี.ค.ที่สนามนครชัยศรี
MXGP 450 cc. /  กกท. / 

สนามแข่งรถไทยแลนด์เซอร์กิต นครชัยศรี พร้อมในการปรับปรุงพื้นที่แล้วกว่า 90% เพื่อรองรับการแข่งขัน โมโตครอสชิงแชมป์โลก 2015 สนามที่ 2 ประจำปี 2558 ในวันที่ 6-8 มี.ค.นี้ ต่อจากนัดเปิดสนามที่กาตาร์ โดยคาดว่าใช้งบลงทุนกว่าครึ่งร้อยล้านบาท เมื่อวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา ณ ลานพลาซ่า บริเวณด้านหลังอินดอร์สเตเดี้ยม หัวหมาก นายมนตรี ไชยพันธ์ รักษาการผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) พร้อมด้วย "บิ๊กเล็ก" ธงชัย วงษ์สวรรค์ นายกสมาคมกีฬาแข่งรถจักรยานยนต์แห่งประเทศไทย และประธานสมาพันธ์กีฬาแข่งรถจักรยานยนต์แห่งประเทศไทย ร่วมเปิดแถลงข่าวในการตรียมความพร้อมจัดการแข่งขัน โมโตครอสโลก 2015 (ปีที่ 3) สนามที่ 2 ของฤดูกาล 2558 ซึ่งจะจัดขึ้น สนามแข่งรถไทยแลนด์เซอร์กิต นครชัยศรี ในวันที่ 6-8 มี.ค.58 ต่อจากนัดเปิดสนามที่ประเทศกาตาร์ 1 สัปดาห์ โดยนายธงชัย วงษ์สวรรค์ ได้ชี้แจงถึงความพร้อมในการสร้างสนามว่า ในปีนี้การแข่งขัน โมโตครอสโลก จะเป็นการจัดในเมืองไทยแข่งขันปีที่ 3 แล้ว หลังจาก 2 ปีแรก จัดที่นิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง 3 อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี และครั้งนี้ได้จะย้ายสนามจากศรีราชา มาแข่งกันที่สนามแข่งรถไทยแลนด์เซอร์กิต นครชัยศรี โดยขณะนี้ได้ทำสนามเสร็จไปแล้ว 90 เปอร์เซ็นต์ สำหรับรุ่นการแข่งขัน 3 รุ่นคือ MXGP 450 cc., รุ่น MX-2 250 cc. และรุ่นผู้หญิง 250 cc. ขณะที่บัตรเข้าชม 3 วัน 1,800 บาท บัตรหน้างานวันอาทิตย์ 1,000 บาท บัตรล่วงหน้าราคาพิเศษ บัตรวีไอพีสกายเด๊กซ์ (ThaiMXGP SkyDeck) 8,000 บาท และบัตรครอบครัว : ซื้อ 3 แถม 1 (ประเภทเดียวกัน) ทั้งนี้ได้เริ่มจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้ จนถึง 15 ก.พ.โดยสามารถจองและสอบถามรายละเอียดได้ที่ thaiticketmajor.com หรือ โทร.02-262-3456

สวีทกับคนรัก ต้องไปเดอะ เวโรน่า ทับลาน ปราจีนบุรี
คอมมูนิตี้ มอลล์ /  ภาคตะวันออก / 

หากพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับการขนานนามให้เป็น ประตูสู่วังน้ำเขียว แน่นอนว่าคงหนีไม่พ้น เดอะ เวโรน่า ทับลาน (The Verona Tublan) หรือ เดอะ เวโรน่า @ ทับลาน (The Verona @ Tublan) ดินแดนแห่งความรักท่ามกลางขุนเขา ด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์อิตาเลียน โดย เดอะ เวโรน่า ทับลาน ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก เมืองเวโรน่า (Verona) เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในแคว้นเวเนโต้ (Veneto) 1 ใน 20 แคว้นของประเทศอิตาลี (Italy) เหมาะอย่างยิ่งในการไปเที่ยวกับคนรัก โดยเฉพาะในช่วงวันวาเลนไทน์ที่จะถึงนี้ สวีทกับคนรัก ต้องไปเดอะ เวโรน่า ทับลาน ปราจีนบุรี ภาพจาก weekendhobby.com เมืองเวโรน่า เป็นเมืองแห่งศิลปะวัฒนธรรมอันเลื่องชื่อของโลก และได้ประกาศจากองค์การสหประชาชาติให้เป็นเป็นมรดกโลกแห่งวัฒนธรรม เมืองเวโรน่า ถูกสร้างโดยโรมันและเหตุการณ์ต่างๆ ในบทละครเรื่องโรมิโอกับจูเลียตของเช็กเสปียร์ ล้วนเกิดขึ้นในเมืองเวโรน่า บ้านจูเลียตบนถนน Capello โรมิโอและจูเลียต นวนิยายรักอันสุดแสนโรแมนติก เป็นละครที่ประพันธ์โดย วิลเลียม เชกสเปียร์ เวโรน่า(Verona) จึงเป็นประตูสู่อิตาลี เมืองที่ใหญ่และสำคัญ จนได้รับสมญานามว่า "LITTLE ROMAN" ภาพจาก skyscrapercity.com เดอะ เวโรน่า ทับลาน คือ อีกหนึ่งแหล่งช้อป-กิน-เที่ยว ที่น่ามาเยือนแห่งหนึ่งของจังหวัดปราจีนบุรี ตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 30 ไร่ อยู่บนถนนสาย 304 หลักกิโลเมตรที่ 32-33 ตรงข้ามอุทยานแห่งชาติทับลาน ภายในประกอบไปด้วยร้านค้ากว่า 120 ร้าน ไม่ว่าจะเป็น ร้านขายของที่ระลึก ร้านเสื้อผ้าแฟชั่นชั้นนำ รวมไปถึงร้านอาการแสนอร่อยอีกเป็นจำนวนมาก สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่มีโอกาสเดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดปราจีนบุรี ขอแนะนำต้องลองไปเยือน เดอะเวโรน่า @ ทับลาน สักครั้ง! ภาพจาก board.kobalnews.com ภาพจาก http://pantip.com/topic/32398627 ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/veronaattublan หรือ /www.veronatublan.com

รวบแล้ว! พ่อค้าขายกาแฟโหด ฆ่าข่มขืนสาวโรงงานย่านฉลองกรุง
ข่มขืน /  ฆ่าข่มขืน / 

เจ้าหน้าที่ตำรวจ บุกจับกุมพ่อค้าขายกาแฟวัย 22 ปี คนร้ายฆ่าข่มขืนสาวโรงงานย่านฉลองกรุง จากกรณีที่พบศพ นางสำรวย (สงวนนามสกุล) อายุ 48 ปี สาวโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง นอนเปลือย ริมคลองปลาทิว ซอยฉลองกรุง 54 แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง กทม. ถูกเถาวัลย์รัดคอจนเสียชีวิต เนื่องจากพยายามสู้สุดชีวิตไม่ให้ถูกข่มขืน ล่าสุดวันนี้ (23 เม.ย. 58) เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายได้แล้ว เมื่อช่วงเย็นวานนี้ ทราบชื่อ คือ  นายสาธิต จันทร์ทอน หรือ อาร์ม อายุ 22 ปี พ่อค้าขายกาแฟในระแวกที่เกิดเหตุ ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือล่วงละเมิดทางเพศและฆ่าผู้ตายจริง ทั้งนี้ พล.ต.ต. สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 เผยว่า พอคนร้ายเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็วิ่งหลบหนีทันที ซึ่งได้เบาะแสมาจากชาวบ้าน โดยคนร้ายให้การรับสารภาพว่า ในวันเกิดเหตุได้ดื่มสุราและเกิดอารมณ์ทางเพศ ขณะที่ผู้ตายเดินเข้าซอยคนร้ายได้เดินอยู่ข้าง ๆ แต่ผู้ตายขัดขืนคนร้ายจึงบีบคอจนขาดอากาศหายใจและลงมือข่มขืน ก่อนใช้เถาวัลย์รัดคอซ้ำ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและลักทรัพย์ โดยผู้ต้องหาอยู่ระหว่างการควบคุมของตำรวจ ซึ่งจะฝากขังที่ศาลมีนบุรีในพรุ่งนี้ ขอบคุณข้อมูล/ภาพ จส.100 MThai News

'ดีเอชแอล' มั่นใจ ยึดฐานลงทุนไทย 400 ลบ.ใน 5 ปี
คลังสินค้า /  ดีเอชแอล / 

โลจิสติกส์รายใหญ่ 'ดีเอชแอล' กางปีกยึด 'ไทย' ฐานลงทุนหลัก ทุ่ม 400 ลบ.เพิ่มคลังสินค้าทั่วประเทศ แบ่งเค้กก้อนใหญ่ 3 แสนล้าน รุกตลาดสินค้าเพื่อสุขภาพ นายเควิน เบอร์เรล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร 'ดีเอชแอล ซัพพลายเชน' ประเทศไทย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนเพิ่มคลังสินค้า ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทยภายใน 2-3 ปี เริ่มตั้งแต่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนขยายไปยังภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ คิดเป็นงบลงทุนราว 200 ล้านบาท และเมื่อรวมงบลงทุน 5 ปี จะอยู่ที่ราว 400 ล้านบาท หลังจากได้เปิดตัวโครงการคลังสินค้า 'บางนา โลจิสติกส์ แคมปัส' หรือ BLC พื้นที่ 1.2 แสนตารางเมตร ภายในนิคมอุตสาหกรรมบางพลี ถ.บางนา-ตราด กม.23 จ.สมุทรปราการ เพื่อเพิ่มพื้นที่คลังสินค้าในประเทศไทยอีก 18% ด้วยงบประมาณลงทุนราว 80 ล้านบาท ทั้งนี้ในปี 57 บริษัทฯเติบโตถึง 2 หลักจากมูลค่าตลาดรวมของธุรกิจขนส่งสินค้า หรือ Logistics ที่มีมูลค่าราว 3 แสนล้านบาท และคาดว่าในปี 58 ตลาดรวมจะเติบโตเพิ่มขึ้น 6% และภายใน 5 ปี ผลดำเนินงานของบริษัทฯเติบโตขึ้น 2 เท่าจากปัจจุบัน สัดส่วนรายได้หลักจากกลุ่มธุรกิจค้าปลีก 45% ธุรกิจสินค้าอุปโภค-บริโภค 25% ธุรกิจยานยนต์ 15% และธุรกิจเทคโนโลยี 15% โดยมีแผนที่จะเพิ่มการให้บริการสินค้าเพื่อสุขภาพเพิ่มขึ้น พร้อมปรับสัดส่วนรายได้ใหม่ให้อยู่ในระดับที่ 25% เท่ากัน ติดตามข่าวสาร 'การค้าการลงทุน' คลิ๊กเลย>>>>>>> MThai News

เฮง!ทะเบียนรถให้โชค สาวโรงงานถูกรางวัลที่1รับเงิน6ล้าน
ทะเบียนรถให้โชค /  รางวัลที่1 / 

สาวโรงงานดวงเฮง ทะเบียนรถยนต์ให้โชค ถูกสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 เลขท้าย 3 ตัว "237" รับเงิน 6 ล้าน  เมื่อเวลา 11.00 น. วันนี้ (2 มี.ค.) นางสาวจิราพร น้อยม่วง อายุ 33 ปี อยู่ต.ธรรมเสน อ.โพธาราม จ.ราชบุรี พร้อมครอบครัว เดินทางมายังสถานีตำรวจภูธรเขาดิน จ.ราชบุรี เพื่อขอลงบันทึกประจำวันเป็นหลักฐาน หลังจาก นางสาวจิราพร ถูกสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 แบบสลากการกุศลพิเศษ มูลค่ารางวัล 6 ล้านบาท โดยนำสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดที่ 44 ชุดที่ 75 และ 76 หมายเลขรางวัล 240237 ประจำวันที่ 1 มีนาคม 2558 มาแสดงเป็นหลักฐาน จากการสอบถามทราบว่า นางสาวจิราพร มีอาชีพเป็นพนักงานโรงงานแห่งหนึ่งในอำเภอบ้านโป่ง และยังทำนาบนพื้นที่กว่า 10 ไร่ กับครอบครัวด้วยความขยันขันแข็งมาโดยตลอด โดยนางสาวจิราพรเป็นคนชอบเสี่ยงโชค และจะซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลเกือบทุกงวด แต่จะซื้อเพียงครั้งละ 1–2 ใบเท่านั้น จนงวดล่าสุด นางสาวจิราพร พร้อมครอบครัว ได้ขับรถยนต์ไปซื้อกับข้าวที่ตลาดนัดเจ็ดเสมียน หน้านิคมอุตสาหกรรม ต.เจ็ดเสมียน อ.โพธาราม ซึ่งขณะที่เดินซื้อกับข้าวอยู่นั้น ได้มีคนเร่ขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเดินเข้ามาหา จึงซื้อจำนวน 1 ฉบับ โดยตัดสินใจเลือกหมายเลขทะเบียนรถยนต์ที่ขับมา ซึ่งเป็นเลขท้าย 3 ตัว คือ 237 เพราะเห็นว่าเลขท้ายของสลากฯ ตรงกับเลขทะเบียนรถยนต์ กระทั่งผลสลากฯ ออก จึงได้นำออกมาตรวจ ก็พบว่าถูกรางวัลที่ 1 สร้างความตกใจและดีใจเป็นอย่างมาก จากนั้นในช่วงสายวันนี้ นางสาวจิราพร พร้อมครอบครัว จึงได้เดินทางมายัง สภ.เขาดิน เพื่อขอลงบันทึกประจำวัน ไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกับเช่ารถตู้ เดินทางไปขึ้นเงินที่สำนักงานสลากฯ ต่อไป ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวสดออนไลน์ MThai News

อดีต ส.ส.เพื่อไทย บุกพบ
ประยุทธ์ /  ผลกระทบ / 

อดีต สส.พรรคเพื่อไทย  บุก ทำเนียบขอพบนายกรัฐมนตรี พิจารณาทบทวนปรับเปลี่ยนเส้นทางสถานีปลายทางรถไฟฟ้าสายสีชมพู หลังผลกระทบประชาชนจำนวนมาก วันที่ 15 มกราคม เวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานมูลนิธิคนรักเมืองมีน อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนายจิรายุ ห่วงทรัพย์, นายไพโรจน์ อิสรเสรีพงษ์,นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์,นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กทม. ในพื้นที่ดังกล่าว ขอเข้าพบ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้มีการพิจารณาทบทวนปรับเปลี่ยนเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีชมพูเฉพาะสถานีที่ 29 (ตลาดมีนบุรี) เพื่อให้เลี้ยวซ้ายจากถนนรามอินทรา ไปยังถนนสุวินทวงศ์ เนื่องจากพื้นทีดังกล่าว มีพี่น้องประชาชนอยู่อาศัยหนาแน่นมากกว่าในตลาดมีนบุรีที่รถไฟฟ้าจะเข้าไปจอด การเลี้ยวซ้ายเข้าถนนสุวินทวงศ์ จะเป็นการลงทุนระยะยาวเพื่ออนาคต ปัจจุบันถนนสุวินทวงศ์ (ทางหลวงหมายเลข 304) อยู่ในระหว่างปรับปรุงให้เป็นถนน8ช่องทางเดินรถ ผ่านเขตหนองจอกไปยังจังหวัดฉะเชิงเทรา ถนนดังกล่าวมีถนนร่วม และซอยแยกต่างๆเป็นที่อยู่อาศัยของประชาชนหนาแน่นมา เช่น ถนนหทัยราษฎร์ ออกสู่ถนนสายพหลโยธิน และถนนสุขาภิบาล 5 ถนนสามวา และถนนนิมิตใหม่ออกสู่ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ถนนราษฎร์อุทิศไปสู่เขตหนองจอก ซึ่งในปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวจะมีประชาชนอาศัยหนาแน่นมากขึ้นทุกวัน พร้อมแสดงรายงานสวนดุสิตโพลล์ ได้ทำการสำรวจ จากประชาชน ในพื้นที่ดังกล่าว พบว่าร้อยละ 82.35 ต้องการให้เส้นทางรถไฟฟ้าสายสีชมพู เลี้ยวซ้ายจากถนนรามอินทรา ไปยังถนนสุวินทวงศ์ เพื่อรับคนกว่า 2 แสนคนที่ อยู่บริเวณดังกล่าว อีกทั้งคณะกรรมาธิการฯ ในสภาชุดที่แล้วที่พิจารณาระบบโครงการรถไฟฟ้า ก็ได้ลงพื้นที่ศึกษาแล้วต่างมีความเห็นไปในทางเดียวกันว่าสมควร จะจัดสร้างสถานีที่29 ไปยังถนนสุวินทวงศ์ และใช้เป็นสถานีซ่อมบำรุงด้วย ซึ่งนอกจากจะลดปัญหาการจราจรที่ประชาชนนำรถเข้าในเมือง และจะทำให้เศรษฐกิจย่านกรุงเทพฝั่งตะวันออกดีขึ้น และในอนาคตอันใกล้จะทำให้รถไฟฟ้าสายนี้สามารถเชื่อมต่อไปยังเขตหนองจอกและจังหวัดฉะเชิงเทราได้ง่ายขึ้น ขอบคุณข้อมูลและภาพ มติชน 

คมนาคม เร่งหาพื้นที่จัดตั้งนิคมการบิน-ศูนย์ซ่อมอากาศยาน คาดได้ข้อสรุปปีนี้
การบิน /  นิคมอุตสาหกรรม / 

พ.อ.อ. ประจิน จั่นตอง เผยความคืบหน้าการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมการบินและศูนย์ซ่อมอากาศยานได้ข้อสรุปภายในปีนี้ วันนี้ (17 เม.ย. 58) พ.อ.อ. ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เผยความคืบหน้าการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมการบินและศูนย์ซ่อมอากาศยานว่า อยู่ระหว่างพิจารณาคัดเลือกพื้นที่ที่เหมาะสม 4 แห่ง คือ สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา นครราชสีมา ดอนเมือง และสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในปีนี้ ทั้งนี้อาจให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย หรือ ทอท. ร่วมกับบริษัท การบินไทย ตั้งศูนย์ซ่อมอากาศยานขึ้นแต่หากเลือกดอนเมือง ก็จะให้ ทอท. ลงทุนเป็นหลัก ด้าน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุ รัฐบาลจะเร่งรัดการใช้จ่ายและลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน โดยจัดสรรเงินกู้ก่อสร้างถนนให้กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท ในวงเงิน 4 หมื่นล้านบาท ซึ่งทุกโครงการจะลงนามสัญญาจัดซื้อจัดจ้างได้ในเดือน เม.ย. ใช้เวลาก่อสร้าง 12 เดือน พร้อมเร่งรัดโครงการรถไฟทางคู่และการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา ขอบคุณข้อมูล/ภาพ VOICE TV MThai News

รวบแล้ว! แว้นรุมตื้บ สวป.พนมสารคาม รับบันดาลโทสะ
กระทืบสวป.พนมสารคาม /  ฉะเชิงเทรา / 

รวบแล้ว หนุ่มก่อเหตุทำร้ายร่างกายสวป.พนมสารคาม สารภาพบันดาลโทสะ แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงาน วันนี้ (12 เม.ย.) พล.ต.ต.ธีรพล จินดาหลวง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทราเปิดเผยว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการจับกุมนายคมสันต์ จันทร์ศรี อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาทำร้ายร่างกาย พ.ต.ท.กฤษณ์ บุญเรืองคณาภรณ์ สวป.สภ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะกำลังเข้าทำการตรวจยึดรถจักรยานยนต์ดัดแปลงสภาพ ลักษณะตกแต่งอย่างผิดกฎหมาย จำนวน 2 คัน ภายในปั๊มน้ำมัน ปตท.ชวาลกิต ตั้งอยู่ริมถนนสาย 304 กบินทร์บุรี-พนมสารคาม ด้านฝั่งขาเข้า เลขที่ 107 ม.4 ต.เมืองเก่า อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อเวลา 22.10 น. ของเมื่อคืนที่ผ่านมา (11 เม.ย.) จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหารับสารภาพว่า ก่อเหตุเพราะบันดาลโทสะ ไม่พอใจที่ทาง พ.ต.ท.กฤษณ์ จะตรวจยึดรถจักรยานยนต์ และทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงาน โดยตำรวจตามจับกุมผู้ต้องหาได้ที่ร้านตัดผม เพื่อเปลี่ยนโฉมหลบหนี พบประวัติเคยพัวพันยาเสพติด ขณะนี้ได้คุมตัวไปโรงพักพนมสารคาม ด้านพล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วยผบ.ตร.) และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เปิดเผยว่า กรณีจับกุมตัวชายที่ปรากฏในภาพวงจรปิดทำร้ายตำรวจนั้น มารดาของผู้ต้องหาเป็นผู้พาไปจับกุมตัว ขอบคุณภาพจาก TNN24 MThai News

โหด! ยิงหนุ่มขายเสื้อผ้า ดับต่อหน้าแฟน คาดปมหึงหวง
ดับต่อหน้าแฟน /  ปราจีนบุรี / 

มือปืนโหดบุกเดี่ยวกระหน่ำยิง 4 นัดซ้อน หนุ่มขายเสื้อผ้าดับต่อหน้าแฟนสาว ญาติ คาดปมหึงหวง เมื่อ เวลา 23.00 น. (24ธ.ค.57) ร.ต.ท.เสน่ห์  เดชสุภา ร้อยเวรฯ สภ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บ 1 คน บริเวณร้านขายเสื้อผ้าสำเร็จรูปไม่มีชื่อ เลขที่ 888 / 35 -36 หมู่ 10 ต.หนองกี่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมแพทย์เวรฯ รพ.กบินทร์บุรี ไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุ พบศพนายปิยะ  พันสะอาด อายุ 37 ปี เลขที่ 199 หมู่ 7 ต.หนองกี่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด 9 มม.รวม 3 นัด เข้าบริเวณ สะบักหลังฝั่งซ้ายมือทะลุหน้าอกตัดขั้นหัวใจ 1 นัด,แขนซ้ายใต้ข้อศอกทะลุท้องแขน 1 นัด และ หน้าโคนขาซ้าย 1 นัด นอนเสียชีวิตจมกองเลือดเหม็นคาวคละคลุ้ง ใกล้กันพบแฟนสาวชื่อ น.ส.กานต์วี ภิสระ อายุ 22 ปี ถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาดเดียวกันเฉี่ยวติ่งหูถากเป็นแผล และ น.ส.ปิยะธิดา กงแก้ว อายุ 18 ปี อยู่ในอาการตกใจ ใกล้กันพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม.ตกอยุ่ รวม 3 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน สอบสวนเบื้องต้น น.ส.กานต์วี กล่าวว่า “เป็นแฟนกับผู้ตายคบหากันมาได้ 1 ปีเศษ โดยผู้ตายเคยมีภรรยามาก่อนแล้วที่ จ.สุพรรณบุรี แต่เลิกรากัน สำหรับตนเองคบหากับสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี (ส.อบจ.) คนหนึ่ง แต่ได้เลิกรากันเมื่อ 1 ปีเศษเช่นกัน ก่อนเกิดเหตุตนเองและผู้ตายได้มาร่วมหุ้นเปิดร้านขายเสื้อผ้ากับ น.ส.ปิยะธิดา ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกับผู้ตายขณะนั่งคุยกัน ได้มีคนร้ายรูปร่างผอมสูงสวมเสื้อคลุมสีน้ำตาลแขนยาว สูงประมาณ 170 ซม. หมวกแก๊ปปิดบังใบหน้าเดินเข้ามาในร้านและชักปืนยิง รวม 4 นัดซ้อน กระสุนผ่านหูตนเองจนถากเป็นแผลและถูกผู้ตายล้มคว่ำเสียชีวิตทันที จากนั้นคนร้ายได้ขึ้นรถกระบะ 4 ประตู ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแมกซ์ สีบอร์นเงิน ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนขับออกไปทางถนนสาย 304 อย่างรวดเร็วหายไปกับความมืด ขณะเดียวกัน ผู้ตายไม่เล่นการพนัน ไม่ดื่มสุรา และไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด และไม่เคยมีศัตรู ซึ่งคาดว่ามาจากปัญหาชู้สาว เนื่องจากเมื่อเร็วๆนี้เคยถูกไล่ยิงมาแล้วขณะไปร่วมงานศพน้องชาย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะประสานงานขอภาพจากกล้องวงจรปิดจากร้านค้าฝั่งตรงข้ามที่ ติดตั้งไว้หลายตัวเพื่อตรวจสอบหาตัวคนร้ายต่อไป

อย.ขึ้นทะเบียน 'ยายุติการตั้งครรภ์' ผลักดันสู่บัญชียาหลักแห่งชาติ
การตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร /  ตั้งครรภ์ / 

รมว.สธ.เผยความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร ล่าสุด อย.ได้ขึ้นทะเบียน ยายุติการตั้งครรภ์ ที่องค์การอนามัยโลกรับรอง 2 ชนิด เป็นยาใหม่ที่ต้องควบคุมการใช้ 2 ปี พร้อมเตรียมผลักดันเข้าสู่บัญชียาหลักแห่งชาติ เพื่อใช้ทั่วประเทศ ควบคู่กับการจัดทำยุทธศาสตร์ระยะยาว บูรณาการงานข้ามกระทรวงหลายมาตรการ การใช้ถุงยางอนามัยทั้งชายและหญิง การคุมกำเนิดระยะยาว เผยล่าสุดปี 2556 วัยรุ่นอายุต่ำกว่า 15ปีคลอดวันละ9 คน อายุต่ำกว่า20 ปีคลอดวันละ 334 คนและตั้งครรภ์ซ้ำ ร้อยละ 12 วันนี้ (22 มกราคม 2558) ที่กระทรวงสาธารณสุข ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมคณะกรรมการพัฒนาอนามัยการเจริญพันธุ์แห่งชาติ ครั้งที่ 1/2558 ว่า ในการประชุมครั้งนี้ ได้ติดตามความก้าวหน้าเรื่องแนวทางการกระจายถุงยางอนามัย การป้องกันการตั้งครรภ์วัยรุ่น การส่งเสริมการเกิดที่มีคุณภาพ และติดตามความก้าวหน้าการขึ้นทะเบียน ยายุติการตั้งครรภ์ และยุทธศาสตร์ป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น จากข้อมูลของสำนักอนามัย การเจริญพันธุ์ กรมอนามัย พบอัตราคลอดของหญิงอายุ 10-14 ปี เพิ่มขึ้นจาก 1.1 ต่อประชากร 1,000 คน ในปี 2548 เป็น 1.7 ในปี 2556 และอัตราการคลอดของหญิงอายุ 15-19 ปี เพิ่มขึ้นจาก 31.1 ต่อประชากร 1,000 คน ในปี 2543 เป็น 51.2 ในปี 2556 นอกจากนี้ในปี 2556 พบจำนวนการคลอดในวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 15 ปี วันละ 9 คน และ อายุต่ำกว่า 20 ปีวันละ 334 คน ซึ่งเพิ่มจากปี 2543 ที่คลอดวันละ 240 คน การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นส่งผลต่อปัญหาสาธารณสุขหลายด้าน เช่น โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และเอดส์ การทำแท้ง เด็กแรกคลอด มีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ และพบปัญหาตั้งครรภ์ซ้ำสูงถึงร้อยละ 12 ทั้งนี้เพื่อการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นกระทรวงสาธารณสุข ได้ร่วมมือกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน และองค์กรเอกชน จัดทำยุทธศาสตร์ป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นแบบบูรณาการ พ.ศ.2558 -2567 เพื่อลดปัญหาการตั้งครรภ์ให้เหลือครึ่งหนึ่ง ประกอบด้วย 6 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ 1.การเสริมสร้างทักษะชีวิตและเพศศึกษา รอบด้านแก่วัยรุ่น 2.การเสริมสร้างบทบาททางเพศ ครอบครัวและชุมชนร่วมป้องกันและแก้ไขปัญหา 3.จัดให้มีระบบบริการสุขภาวะทางเพศและอนามัยการเจริญพันธุ์ที่มีคุณภาพและเป็นมิตร 4.จัดให้มีระบบช่วยเหลือดูแลและบำบัดฟื้นฟู ให้สวัสดิการทางสังคมแก่วัยรุ่นที่ตั้งครรภ์และคลอดบุตร 5.มีการสื่อสารและส่งเสริมการสร้างภูมิคุ้มกันทางวัฒนธรรม ค่านิยม ทัศนคติที่เหมาะสม และ 6.จัดกลไกเชื่อมประสาน ขับเคลื่อนนโยบาย กำกับ ติดตาม เฝ้าระวัง ประเมินผล ระดับประเทศและพื้นที่ ซึ่งหากเสร็จสมบูรณ์จะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริม การพัฒนาเด็กและเยาวชน (กดยช.)เพื่อพิจารณาและเสนอเข้าคณะรัฐมนตรีต่อไป พร้อมกันนี้กระทรวงสาธารณสุขได้ร่วมกับ สปสช. จัดทำโครงการป้องกันการตั้งครรภ์ซ้ำในแม่วัยรุ่น โดยจัดทำยุทธศาสตร์ถุงยางอนามัยแห่งชาติ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงและใช้อย่างครอบคลุมทุกกลุ่ม เนื่องจากในปี 2556 พบการตั้งครรภ์ซ้ำในหญิงอายุ 10 -19 ปี จำนวน 15,295 คน คิดเป็นร้อยละ 12.1 จากจำนวนการคลอด ทั้งหมดของหญิงอายุดังกล่าว โดยได้มีการสนับสนุนค่าบริการคุมกำเนิดกึ่งถาวรกรณีใส่ห่วงอนามัย 800 บาท ต่อรายและฝังยาคุมกำเนิด 2,500 บาทต่อราย นอกจากนี้ยังได้มีการเตรียมแจกถุงยางอนามัย 53.7 ล้านชิ้น และถุงยางอนามัยสำหรับสตรีจำนวน 1 แสนล้านชิ้น เพื่อการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และการตั้งครรภ์ โดยจะแจกให้ในกลุ่มวัยรุ่นทั่วประเทศทั้งหมด 37 ล้านชิ้น สำหรับความก้าวหน้าการขึ้นทะเบียน ยายุติการตั้งครรภ์ ซึ่งองค์การอนามัยโลกได้อนุมัติให้ใช้ ยายุติการตั้งครรภ์ ที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ 2 ชนิด ได้แก่ ยามิฟิพริสโตน และยาไมโซโพรสตอล และมีใช้ในต่างประเทศแล้ว ใช้ได้ผลมากกว่าร้อยละ 95 ซึ่งในประเทศไทยได้ทำการศึกษา พบว่า สามารถให้ประสิทธิภาพ ยุติการตั้งครรภ์ได้มากกว่าร้อยละ 95 และได้ผลักดันการขึ้นทะเบียนยาโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ขึ้นทะเบียนเป็นยาใหม่ เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2557 ที่ผ่านมา โดยมอบให้ สปสช.และกรมอนามัย เป็นผู้บริหารและควบคุมกำกับการใช้ยา เพื่อติดตามความปลอดภัยของยาใหม่ 2 ปี พร้อมเตรียมบรรจุเข้าในบัญชียาหลักแห่งชาติและใช้ในระบบหลักประกันสุขภาพต่อไป นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ในการใช้ยาเพื่อยุติการตั้งครรภ์ ที่ผ่านมามีการใช้อย่างผิดๆ และการสั่งซื้อยาทางอินเตอร์เน็ตก่อให้เกิดอันตราย ในการขึ้นทะเบียน ยายุติการตั้งครรภ์ 2 ชนิดนี้ จะเป็นทางเลือกในการใช้ ยายุติการตั้งครรภ์ ที่ปลอดภัย แต่จะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์และเป็นไปตามข้อบังคับของแพทยสภา ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับการยุติการตั้งครรภ์ทางการแพทย์ ตามมาตรา 304 แห่งประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ.2548 ได้แก่ หญิงที่ถูกข่มขืนกระทำชำเรา หญิงที่ตั้งครรภ์อายุต่ำกว่า 15 ปีและอายุครรภ์ต่ำกว่า 9 สัปดาห์ หญิงตั้งครรภ์เพราะถูกทำอนาจาร สนองความใคร่ โดยใช้อุบายล่อลวง บังคับ ข่มขู่ หญิงตั้งครรภ์ที่มีความเครียดเนื่องจากพบว่าทารกในครรภ์พิการรุนแรงหรือเสี่ยงที่จะเป็นโรคพันธุกรรมรุนแรง โดยสูตินรีแพทย์หรือแพทย์ด้านเวชพันธุศาสตร์ได้ตรวจรับรอง หญิงตั้งครรภ์ที่มีปัญหาสุขภาพ หากปล่อยให้มีการตั้งครรภ์หรือคลอดอาจเป็นอันตรายต่อหญิงผู้นั้นได้ หรือหญิงตั้งครรภ์ที่มีปัญหาสุขภาพจิตและมีแพทย์ที่ไม่ได้เป็นผู้ยุติการตั้งครรภ์อย่างน้อย 1 คน รับรองตามขั้นตอนและเงื่อนไข ทั้งนี้จะมีการให้ความรู้ ความเข้าใจเพื่อให้วัยรุ่นที่มีปัญหาสามารถมาใช้บริการด้วย ยาดังกล่าวยังไม่มีขายในร้านขายยา หากมีขายจัดว่า เป็นยาเถื่อน ขณะนี้กรมอนามัยได้เตรียมความพร้อมแพทย์ในโรงพยาบาล 110 แห่ง ไว้แล้ว อย่างไรก็ตามการใช้ ยายุติการตั้งครรภ์ เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เรื่องที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันคือ การป้องกัน โดยการคุมกำเนิดระยะยาวด้วยการใส่ห่วงอนามัยหรือการฝังยาคุมกำเนิดในกลุ่มสตรีวัยรุ่นที่ยังไม่เคยตั้งครรภ์ หากวัยรุ่นมีปัญหาสามารถปรึกษาได้ที่คลินิกวัยรุ่นใกล้บ้านในโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศ

'หม่อมอุ๋ย' ยังเชื่อ 'จีดีพี-ส่งออก' ปีนี้โตได้ 4%
การส่งออก /  ค่าเงินบาท / 

'หม่อมอุ๋ย' ยังเชื่อ 'จีดีพี-ส่งออก' โตได้ 4% ตามเป้า ระบุพอใจ 'แบงก์ชาติ' รับมือค่าเงินบาทได้ แม้เงินไหลเข้าเยอะ รวมถึงพร้อมดึงญี่ปุ่นร่วมมือสร้างทางรถไฟกัมพูชา-ไทย-พม่า ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ยังเชื่อว่าประมานการณ์เศรษฐกิจไทย หรือ จีดีพี ในปีนี้จะขยายตัวได้ถึง 4% รวมถึงตัวเลขการส่งออกของไทยจะโตได้ 4% ตามเป้าหมายที่วางไว้เช่นเดียวกัน หลังจากค่าเงินบาทยังทรงตัว แม้จะมีเม็ดเงินจากต่างประเทศไหลเข้ามาประเทศไทยจำนวนมาก ซึ่งแสดงให้เห็นว่าธนาคารแห่งประเทศไทยสามารถที่จะรับมือกับเม็ดเงินที่ไหลเข้ามาได้ ซึ่งทำให้ค่าเงินบาทไม่แข็งค่า ดังนั้นจึงส่งผลดีต่อการส่งออกของไทย ขณะเดียวกัน ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เปิดเผยเพิ่มเติมว่า รัฐบาลได้มีการหารือกับทางรัฐบาลญี่ปุ่นให้เข้าร่วมพัฒนาเส้นทางรถไฟจากภาคตะวันออกเชื่อมต่อไปยังภาคตะวันตก เส้นทางจากกัมพูชา ผ่านไทย ไปจนถึงพม่า ซึ่งทางรัฐบาลญี่ปุ่นมีความสนใจที่จะเข้าร่วมดำเนินโครงการดังกล่าว ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือเรื่องรายละเอียดการร่วมกันพัฒนาเส้นทางรถไฟนั้นจะเป็นอย่างไร นอกจากนี้ ในวันศุกร์ที่ผ่านมาทางรัฐบาลไทยได้ประชุมร่วมกับรัฐบาลพม่า และได้เชิญให้รัฐบาลญี่ปุ่นเข้าร่วมพัฒนานิคมอุตสาหกรรมทวาย ทั้งท่าเรือ และอุตสาหกรรมหนักอีกด้วย ติดตาความเคลื่อนไหว 'จีดีพีไทย' คลิ๊กเลย>>>>>>> MThai News

ไฟไหมรถบัสที่อยุธยา ผสด.หวิดย่างสด!
ข่าวล่าสุด /  อยุธยา / 

ไฟไหม้รถโดยสารปรับอากาศสายกรุงเทพ-แพร่ ขณะวิ่งเส้นอยุธยา หวิดย่างสดผู้โดยสาร44คน โชคดีหนีออกจากตัวรถได้ทัน วันที่ 2 พ.ค.58 เกิดเหตุไฟไหม้รถโดยสารปรับอากาศสายกรุงเทพ-แพร่ หมายเลขทะเบียน 10-1527 แพร่ ซึ่งเป็นรถบัสแบบ 2 ชั้น ขณะรถบัสวิ่งอยู่บนถนนสายเอเชีย ขาออกกรุงเทพ ช่วง หลัก กม.ที่ 9 หน้านิคมอุตสาหกรรมไฮเทค ต.บ้านหว้า อ.บางปะอิน เจ้าหน้าที่ใช้เวลานานกว่า 20 นาที จึงดับเพลิงได้ ด้าน นายธิติพงษ์ บึงมุม พนักงานขับรถบัสคันเกิดเหตุ ให้การว่า รับผู้โดยสาร 44 คนจากหมอชิตจะไป จ.แพร่ และมีการตรวจสภาพรถก่อนวิ่งตามปกติ แต่เมื่อรถวิ่งมาถึงอยุธยา เกิดอาการเบรกล้อหลังติด จนต้องชะลอความเร็วรถ จากนั้นมีเสียงยางหลังด้านซ้ายระเบิดขึ้น ก่อนเกิดเพลิงลุกไหม้บริเวณด้านหลังซ้ายของรถ ซึ่งตรงจุดนั้นเป็นที่ตั้งเครื่องยนต์ด้วย ตนจึงรีบนำรถเข้าข้างทางและเปิดประตูให้ผู้โดยสารลงจากรถโดยเร็วที่สุด โชคดีที่ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ขอบคุณข้อมูล tnamcot / ภาพ facebook Tharapong Manorot