นิคมอุตสาหกรรม 304

ปชช.แห่ร้องให้มาร์คช่วย หลังลงพื้นที่เยี่ยมน้ำท่วมชลบุรี
น้ำท่วม 2556 /  อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ / 

ปชช. แห่ร้องเรียน อภิสิทธิ์ หลังลงพื้นที่เยี่ยมน้ำท่วมชลบุรี ขณะที่อลงกรณ์ ไปด้วยสยบข่าวเกาเหลาปฏิรูปพรรค ตลอดทั้งวัน วันนี้ 9 ต.ค 56 ผู้สื่อข่าว MThai News รายงานว่า ที่ตลาด อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรค นายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ และนายประมวล เอมเปีย, นายบรรจบ รุ่งโรจน์ อดีตผู้สมัครส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ จ.ชลบุรี ได้ลงพื้นที่ตามจุดต่าง ๆ อาทิ ตลาดใหม่พนัสนิคม ตลาดเก่าพนัสนิคม ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เทศบาลตำบลวัดหลวงพรหมาวาส วัดไร่หลักทอง ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลหน้าพระธาตุ และจุดสุดท้ายคือที่บริเวณ ย่านธุรกิจ อ.พานทอง จ.ชลบุรี โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างที่นายอภิสิทธิ์ และคณะลงพื้นที่อยู่นั้น มีประชาชนร้องเรียนเกือบตลอดเส้นทางว่า การเกิดเหตุน้ำท่วมที่ อ.พนัสนิคมในครั้งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมานานนับปีหลังที่เคยเกิดขึ้นเมื่อครั้ง ปี พ.ศ. 2517 ชาวบ้านรายหนึ่งพยายามอธิบายว่า น้ำท่วมครั้งนี้น่าจะมีสาเหตุ มาจากการสร้างการระบายน้ำของเขื่อนแควระบมสียัด และการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม อมตะนคร ก่อสร้างขวางทางน้ำ ทำให้น้ำเอ่อท่วม ด้านนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การเดินทางมาที่ อ.พนัสนิคม และ อ.พานทอง จ.ชลบุรี ในครั้งนี้ก็เพราะมีความเป็นห่วงใน ความเป็นอยู่ของพี่น้องที่ประสบปัญหาน้ำท่วม ทางพรรคประชาธิปัตย์ และมูลนิธิ เสนีย์ ปราโมช จึงได้จัดถุงยังชีพมาแจกให้กับพี่น้อง อย่างไรก็ตามขอให้พี่น้อง ดูแลตัวเองและที่อยู่อาศัย หากใครมีปัญหา ก็ให้แจ้งไปยังเจ้าหน้าที่หรือประธานสาขาพรรคได้เลย ขณะที่ทางด้านนายชวนนท์ กล่าวว่า ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในครั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ มีความเป็นห่วง และเมื่อเข้าไปประชุมที่สภาก็จะนำเรื่องนี้ ไปหารือกับทางสภาและรัฐบาลเพื่อหาทางช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วนด้วย อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ ระหว่างนายอภิสิทธิ์ และนายอลงกรณ์ ถือว่าเป็นไปด้วยดีเป็นกันเอง หลังจากก่อนหน้านี้นายอลงกรณ์ เสนอแผนการปฏิรูปพรรคประชาธิปัตย์ และมีกระแสข่าวที่ว่า อาจถึงขั้นต้องเปลี่ยนตัว หัวหน้าพรรคคนใหม่ด้วย MThai News

ซีพี-เซี่ยงไฮ้ออโต้โมทีฟฯจับมือขายรถ MG6
MG /  MG6 / 

ซีพีจับมือเซี่ยงไฮ้ ออโต้โมทีฟฯ ร่วมลงทุน 9 พันล้านบาท เปิดโรงงานผลิตรถยนต์ในไทยภายใต้แบรนด์ MG ล็อตแรกผลิตรถยนต์ขนาด 1,200-1,800 ซีซี นายธนากร เสรีบุรี ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจยานยนต์และอุตสาหกรรม เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) และประธาoกรรมการบริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้ร่วมทุนกับบริษัท เซี่ยงไฮ้ ออโต้โมทีฟ อินดัสทรี คอร์ปอเรชั่น ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่จากจีน เพื่อจัดตั้งบริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด โดยเซียงไฮ้ออโต้โมทีฟฯ ถือหุ้น 51% และซีพีถือหุ้น 49% โดยจะลงทุนผลิตและจำหน่ายรถยนต์ภายใต้แบรนด์ MG ซึ่งเป็นแบรนด์รถยนต์จากอังกฤษ พร้อมจัดตั้งบริษัท เอ็มจี เซลล์ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อดูแลการขาย การตลาด บริการหลังการขาย และการจัดจำหน่ายในไทย "ในช่วงที่ผ่านมาบริษัททุ่มงบลงทุนกว่า 9 พันล้านบาท ตั้งโรงงานประกอบรถยนต์พวงมาลัยขวาในนิคมอุตสาหกรรมเหมราชอีสเทิร์น ซีบอร์ด จ.ระยอง เพื่อใช้เป็นฐานการผลิตรถยนต์แบรนด์ MG และส่งออกไปยังอาเซียน และประเทศที่ใช้รถยนต์พวงมาลัยขวา เช่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น อังกฤษ" ทั้งนี้ โรงงานดังกล่าวจะผลิตรถยนต์ขนาด 1,200-1,800 ซีซี ได้ประมาณ 10% ของยอดการผลิตในระยะแรกที่ 5 หมื่นคันต่อปี โดยจะผลิตรถยนต์รุ่นแรกคือ MG 6 เน้นจำหน่ายในประเทศเป็นหลัก จะเปิดตัวครั้งแรกในงานมอเตอร์เอ็กซ์โปปลายเดือนพ.ย.นี้ และจะเริ่มผลิตล็อตแรกในเดือนก.พ. 2557 เพื่อส่งมอบให้ลูกค้าในช่วงไตรมาส 3 ปี 2557 ซึ่งตั้งเป้ายอดขาย 2,000 คันในช่วงไตรมาส 4 ปี 2557 ส่วนในระยะต่อไปมีแผนขยายโรงงานระยะที่ 2 ซึ่งจะส่งผลให้กำลังการผลิตเพิ่มเป็น 2 แสนคัน ด้านนายหวู่ ฮวน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทสนใจตลาดรถยนต์พวงมาลัยขวา โดยใช้โรงงานในไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกไปยังประเทศต่างๆ โดยไลน์การผลิตจะอาศัยชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศ 40% ขณะที่โรงงานในจีนยังคงผลิตรถยนต์พวงมาลัยซ้ายต่อไป ส่วนแผนการตลาดเบื้องต้นได้จัดตั้งตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เอ็มจี 300 รายทั่วประเทศ แบ่งเป็นพื้นที่กรุงเทพฯ 60% ส่วนอีก 40% จะกระจายอยู่ในหัวเมืองใหญ่ในจังหวัดต่างๆ และจะขยายตัวแทนจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งวางกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายในแต่ละเซกเมนต์ โดยเฉพาะเซกเมนต์ บี-คาร์ และซี-คาร์ ส่วนราคาจำหน่ายอยู่ระหว่างการศึกษาตัวรถและกลุ่มลูกค้า คาดว่าจะอยู่ในระดับ 6 แสนบาท จนถึง 1.6 ล้านบาท MThai News

15-3-57 โจรคว้าทอง9บาท หนีลอยนวล ปทุมธานี
โจรคว้าทอง9บาท /  หนีลอยนวล / 

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 15 มี.ค. ร.ต.ท.ตูชัย สุระเสียง พนักงานสอบสวน สภ.ย่อยนวนคร จ.ปทุมธานี รับแจ้งเหตุคนร้ายวิ่งราวทอง ที่ร้านทองเฮียนึกนวนคร เลขที่ 54/101-102 ภายในนิคมอุตสาหกรรมนวนคร ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.เพิ่มเกียรติ สุริยวงศ์ ผกก.สภ.คลองหลวง พ.ต.ท.ฐานันท์ ทิมวัฒน์ รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.จีรวัฒน์ เปี่ยมปิ่นเศรษฐ สว.สส. และกำลังชุดสืบสวน ที่เกิดร้านเป็นร้านค้าทองตั้งอยู่ติดกับถนนเส้นทางประตู 1 นวนคร ลักษณะเป็นอาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้น 2 คูหา ภายในร้านพบ นายสมนึก โรจนภิญญู อายุ 55 ปี เจ้าของร้าน ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยสีหน้าตื่นตกใจ นายสมนึกผู้เสียหาย ให้การว่า ขณะกำลังยืนจำหน่ายทองรูปพรรณให้กับลูกค้า ระหว่างนั้นได้มีคนร้ายเป็นชาย 1 คน อายุประมาณ 30-35 ปี รูปร่างผอม สูง ผิวดำแดง ไว้ผมรองทรงสูง สวมเสื้อคอกลมสีเขียว นุ่งกางเกงยีน เข้ามาทำทีขอซื้อสร้อยทองน้ำหนัก 3 บาท 1 เส้น ตนจึงหยิบออกมาวางในถาดให้เลือก หลังจากชายคนดังกล่าวยืนเลือกสร้อยทองอยู่ประมาณ 10 นาที จึงอาศัยจังหวะคว้าเอาสร้อยทองน้ำหนัก 3 บาท จำนวน 3 เส้น วิ่งออกไปจากร้าน ก่อนไปขึ้นรถ จยย.ที่จอดเตรียมเอาไว้ห่างจากร้านประมาณ 10 เมตรขี่หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว โดยคนร้ายได้ทำกระเป๋าสตางค์สีดำตกเอาไว้ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงนำไปตรวจสอบหาเบาะแส ทางด้าน พ.ต.อ.เพิ่มเกียรติ ผกก.สภ.คลองหลวง เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดของทางร้านแล้ว พบว่าสามารถบันทึกใบหน้าของผู้ที่ก่อเหตุได้อย่างชัดเจนขณะที่กำลังลงมือ จึงคาดว่าคนร้ายน่าจะเป็นมือใหม่ เพราะไม่มีการปิดบังใบหน้า และจากการตรวจสอบภายในกระเป๋าสตางค์ที่คนร้ายทำตกไว้ พบบัตรสมาชิกร้านอาหารชื่อดังภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบว่าใครเป็นผู้ถือบัตร เพื่อนำตัวมาสอบสวนและดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป โดยเชื่อว่าน่าจะจับกุมตัวได้ในเร็วๆนี้.

ห่วงภัยแล้งกระทบภาคอุตสาหกรรม
ห่วง /  ภัยแล้ง / 

ข่าว 7 สี - การนิคมอุตสาหกรรม ห่วงภัยแล้งกระทบภาคอุตสาหกรรม เตือนผู้ประกอบการแต่ละนิคมฯ ใช้น้ำอย่างประหยัด เตรียมสำรองน้ำ และพิจารณาใช้น้ำจากแหล่งน้ำสำรอง นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ กนอ. กล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์ภัยแล้ง มีปริมาณน้ำฝนลดลงส่งผลต่อปริมาณน้ำในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ ตลอดจนภาวะน้ำทะเลหนุน ทำให้เกิดปัญหาน้ำเค็มรุกล้ำเข้ามาในแม่น้ำเจ้าพระยา จนค่าความเค็มที่วั...

ไทย เริ่มเคาท์ดาวน์ โมโตครอสโลก
ThaiMXGP 2014 /  www.facebook.com/ThaiMXGP / 

"บิ๊กเล็ก" ธงชัย วงษ์สวรรค์ นายกสมาคมกีฬาแข่งรถจักรยานยนต์แห่งประเทศไทย จัดกิจกรรมชม และเชียร์ ที่ร้านมะนาวหวานซีฟู๊ด ย่านเตาปูน ในศึก โมโตครอสโลก ThaiMXGP 2014 นัดเปิดฤดูกาลแข่งขัน ไนท์เรซ ที่สนามโลเซล ประเทศกาตาร์ โดยเป็นการเริ่มนับเคาท์ดาวน์การเป็นเจ้าภาพของไทย ในสนามที่ 2 วันที่ 7-9 มี.ค.57 ที่นิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง 3 อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี สำหรับผลการแข่งขันนัดเปิดฤดูกาลปรากฏว่า โกติเยร์ พาวลิน นักบิดชื่อดังชาวฝรั่งเศส คว้าตำแหน่งแชมป์สนามแรก ในประเภท Mx1 โดยในรอบแรก โกติเยร์ พาวลิน นักบิดชื่อดังจากฝรั่งเศส ออกตัวได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการเกาะกลุ่มผู้นำที่มี "พี่เหยิน" อันโตนิโอ ไคโรลี นักบิดชาวอิตาลีแชมป์โลกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว รวมทั้ง แม็กซิมิเลียน นาจ จากเยอรมัน โดยในรอบแรก พาวลิน อยู่ในอันดับที่ 3 ก่อนที่จะมาเร่งเครื่อง ในช่วงสุดท้าย คว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ ทำให้สนามแรกนักบิดจากเมืองน้ำหอม มี 45 คะแนน ขณะที่อันดับ 2 เป็นของ แม็กซิมิเลียน นาจ จากเยอรมัน และ อันดับที่ 3 เป็นของ อันโตนิโอ ไคโรลี จากอิตาลี ส่วนในประเภท mx2 แชมป์ตกเป็นของ เจฟฟรีย์ แฮรริงค์ แชมป์โลก 2 สมัย จากเนเธอร์แลนด์ มีคะแนนสะสม 47 คะแนน ส่วนรองแชมป์ได้แก่ ดีแลน แฟร์รานดิส สำหรับการแข่งขันสนามต่อไปจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 7-9 มี.ค.นี้ ที่สนามนิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง 3 ศรีราชา จ.ชลบุรี ทั้งนี้ด้านราคาบัตรเข้าชม โมโตครอส ชิงแชมป์โลก ThaiMXGP 2014 สำรองบัตรได้วันนี้ทาง www.thaiticketmajor.com และผู้ที่สนใจสามารถติดตามได้ที่ช่องทางเวปไซต์ www.ThaiMXGP.com หรือที่ www.facebook.com/ThaiMXGP

แนะเลี่ยง 5 เส้นทางน้ำท่วมยังผ่านไม่ได้
กรมทางหลวง /  น้ำทะลัก / 

กรมทางหลวงแจ้งว่า ขณะนี้มีเส้นทางการจราจรทางบกบางส่วนถูกน้ำทะลักเข้าท่วมจนไม่สามารถใช้สัญจรไปมาตามปกติในพื้นที่ 3 จังหวัด จำนวน 5 เส้นทาง จากทั้งหมดพื้นที่ 6 จังหวัด จำนวน 20 สายทาง 1.จังหวัดฉะเชิงเทรา ประกอบด้วย ทางหลวงหมายเลข 3304 บ้านโพธิ์-แปลงยาว ท้องที่อำเภอบ้านโพธิ์ ช่วง กม.ที่ 9-14 ระดับน้ำสูง 15 เซนติเมตร น้ำไหลเชี่ยวและผิวทางเป็นหลุมบ่อ ให้ใช้เส้นทางทางหลวงหมายเลข 315-ทางหลวงหมายเลข 304-ทางหลวงหมายเลข 3121-ทางหลวงหมายเลข 331-แปลงยาว 2.จังหวัดปราจีนบุรี ประกอบด้วย ทางหลวงหมายเลข 3076 บางหอย-วังขอน ท้องที่อำเภอบ้านสร้าง ช่วง กม.ที่ 40-43 เป็นแห่งๆ ระดับน้ำสูง 30 เซนติเมตร ให้ใช้เส้นทางทางหลวงหมายเลข 3076 บ้านสร้าง-นครนายก-ทางหลวงหมายเลข 33 นครนายก-ปราจีนบุรี, ทางหลวงหมายเลข 3481 บางขนาก-ปราจีนบุรี ท้องที่อำเภอบ้านสร้าง ช่วง กม.ที่ 26-43 เป็นแห่งๆ ระดับน้ำสูง 30-40 เซนติเมตร ให้ใช้เส้นทางทางหลวงหมายเลข 3076 บ้านสร้าง-นครนายก-ทางหลวงหมายเลข 305-ทางหลวงหมายเลข 33 แยกหนองชะอม-ทางหลวงหมายเลข 319 ไปปราจีนบุรี 3.จังหวัดสระแก้ว ประกอบด้วย ทางหลวงหมายเลข 3395 โคคลาน-แก้วเพชรพลอย ท้องที่อำเภอกิ่งอำเภอโคกสูง ช่วง กม.ที่ 115 ท่อระบายน้ำชำรุด ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 3486 กุดเตย-โคคลาน, ทางหลวงหมายเลข 3395 โคคลาน-แก้วเพชรพลอย ท้องที่กิ่งอำเภอโคกสูง ช่วง กม.ที่ 116-117 คันทางถูกน้ำกัดเซาะ ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 3486 กุดเตย-โคคลาน นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ที่มีน้ำท่วมทางระดับน้ำสูง 15-40 เซนติเมตร อาจทำให้สัญจรได้ไม่สะดวก โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์และรถยนต์ขนาดเล็ก จำนวน 11 สายทาง 4 จังหวัด ได้แก่ 1.ทางหลวงหมายเลข 314 บางปะกง-แสนภูดาษ ท้องที่อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ช่วง กม.ที่ 1-3 ระดับน้ำสูง 20 เซนติเมตร 2.ทางหลวงหมายเลข 3076 พนมสารคาม-อ่างฤาไน ท้องที่อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ช่วง กม.ที่ 63-64 ระดับน้ำสูง 15 เซนติเมตร 3.ทางหลวงหมายเลข 206 ตลาดแค-วังหิน ท้องที่อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ช่วง กม.ที่ 8-9 ระดับน้ำสูง 15 เซนติเมตร 4.ทางหลวงหมายเลข 226 หนองกระทิง-ลำปลายมาศ ท้องที่อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ช่วง กม.ที่ 87-88 ระดับน้ำสูง 15 เซนติเมตร 5.ทางหลวงหมายเลข 2120 ส้มป่อย-ละหานทราย ท้องที่อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ ช่วง กม.ที่ 1-2 ระดับน้ำสูง 25 เซนติเมตร 6.ทางหลวงหมายเลข 33 ปากพลี-ประจันตคาม ท้องที่อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี ช่วง กม.ที่ 170-171 ระดับน้ำสูง 15 เซนติเมตร 7.ทางหลวงหมายเลข 319 ปราจีนบุรี-ไผ่ชะเลือด ท้องที่อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี ช่วง กม.ที่ 12-13 ระดับน้ำสูง 20 เซนติเมตร ใช้ทางด้านขาเข้าแทน 8.ทางหลวงหมายเลข 319 หนองชะอม-ปราจีนบุรี ท้องที่อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี ช่วง กม.ที่ 11-12 ระดับน้ำสูง 20 เซนติเมตร 9.ทางหลวงหมายเลข 3076 บางหอย-วังขอน ท้องที่อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ช่วง กม.ที่ 22-25 เป็นแห่งๆ ระดับน้ำสูง 15-20 เซนติเมตร 10.ทางหลวงหมายเลข 3293 บางพลวง-บ้านสร้าง ท้องที่อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี ช่วง กม.ที่ 0-1 ระดับน้ำสูง 15 เซนติเมตร 11.ทางหลวงหมายเลข 3452 ดงพระราม-ห้วยขื่อ ท้องที่อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี ช่วง กม.ที่ 2-15 เป็นแห่งๆ ระดับน้ำสูง 10-15 เซนติเมตร MThai news

ชายสุดเพี้ยน ควักยาบ้า11เม็ด บริจาคช่วยน้ำท่วม
ควักยาบ้า /  ชลบุรี / 

วันนี้(14 ต.ค.) มีรายงานข่าวว่าที่จุดรับบริจาคสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม บริเวณหน้าวัดเทพประสาทบ้านเตาถ่าน ม.4 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้มีชายสุดเพี้ยนนำยาบ้าจำนวน 11 เม็ด มาบริจาค โดย นายภวัต เลิศมุกดา นายอำเภอสัตหีบ พร้อมด้วย นายชวัฒน์ เทพทัพ ปลัดฝ่ายความมั่นคง และกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด ได้ร่วมกันจับกุมตัวไว้ ทราบชื่อคือ นายจักรฤกษ์ มุขประดับ อายุ 39 ปี จากการสอบสวนนายจักรฤกษ์ รับสารภาพว่า ยาบ้าเป็นของตนจริง ซึ่งพอทราบข่าวว่า มีการจัดตั้งศูนย์รับบริจาคช่วยเหลือน้ำท่วม ด้วยความอยากทำบุญช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ จึงนำยาบ้าจำนวน 11 เม็ด มามอบให้กับเจ้าหน้าที่ เพื่อให้นำไปขายแลกเป็นเงิน แต่มาถูกจับกุมแทน ซึ่งก่อนหน้านี้ตนได้เคยถูกจำคุกในคดีค้ายาเสพติดมาแล้ว หลังพ้นโทษก็ได้หวนกลับมายึดอาชีพค้ายาบ้าตามเดิม โดยรับยาบ้ามาจาก นายจำลอง (ไม่ทราบนามสกุล) เอเย่นต์ค้ายาเสพติดพื้นที่ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง ลักลอบทำมานานกว่า 3 ปี ยังไม่เคยถูกจับกุม จนมาซวยครั้งนี้ เพราะดันเสพยาบ้ามา 5 เม็ด ก่อนที่จะเอาเมามาบริจาค MThai News

กลาโหมแถลง ผู้นำเหล่าทัพ เตรียมตบเท้าถกนายกฯ ปมพระวิหาร
คดีเขาพระวิหาร /  ทหาร / 

กลาโหมแถลง ผู้นำเหล่าทัพ เตรียมตบเท้าถกนายกฯ ปมพระวิหาร ยันยังวางกำลังตามแนวชายแดนปกติ วันนี้ 17 ต.ค.56 ผู้สื่อข่าว MThai News รายงานว่าที่ กระทรวงกลาโหม พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่นายทะเบียนของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) กำหนดอ่านคำตัดสินคดีที่ประเทศกัมพูชายื่นขอตีความคำตัดสินคดีปราสาทพระวิหารเมื่อปี 2505 ในวันที่ 11 พ.ย.2556 ว่า ภายในสัปดาห์หน้า พล.อ.นิพันธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม พร้อมกับทางเหล่าทัพในฐานะฝ่ายความมั่นคงจะร่วมหารือและให้ข้อมูลเกี่ยวกับคดีปราสาทพระวิหารที่ศาลโลกนัดแถลงวันที่ 11 พ.ย.ตามที่นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมเรียกประชุมคาดว่านายกรัฐมนตรีต้องการรับฟังความคืบหน้าการดำเนินหลังจากที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศอ่านคำแถลงเพื่อเตรียมพร้อมด้านความมั่นคง ขณะเดียวกันเชื่อว่าฝ่ายไทยได้ใช้เอกสารสู้คดีอย่างเต็มที่ตามขั้นตอนของศาล ดังนั้นแนวทางดีที่สุดคือการประนีประนอมเน้นการเจรจาเพราะขณะนี้จะเข้าสู่ประชาคมอาเซียนด้วยกัน ส่วนสถานการณ์ตามแนวชายแดนยังคงวางกำลังทหารดูแลความเรียบร้อยโดยไม่ได้เพิ่มกำลังซึ่งประชาชนยังใช้ชีวิตได้ตามปกติ พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งการให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ หน่วยเฉพาะกิจผลักดันน้ำกรมอู่ทหารเรือ สนับสนุนเครื่องผลักดันน้ำจำนวน 85 เครื่องดำเนินการเร่งระบายน้ำ จ.ฉะเชิงเทราในพื้นที่อำเภอเมืองจำนวน16 เครื่อง และ อ.บางปะกง จำนวน 16 เครื่อง จ.ชลบุรี ในพื้นที่ อ.พานทอง จำนวน 16 เครื่อง และพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จำนวน 4 เครื่อง ส่วนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ในเขตลาดกระบังจำนวน 18 เครื่อง พื้นที่ถนนบางนา-ตราดจำนวน 13 เครื่องเพื่อเร่งระบายน้ำจากทุ่งนาและลำคลองพานทองลงสู่แม่น้ำบางปะกงเพื่อไหลสู่อ่าวไทย ส่วนพื้นที่ฝั่งตะวันตกของกรุงเทพมหานครบริเวณคลองทวีวัฒนา อ.นครชัยศรี จำนวน 2 เครื่อง เร่งระบายน้ำลงสู่แม่น้ำท่าจีน อย่างไรก็ตาม นายกฯให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนโดยเฉพาะการดูแลผู้ป่วยเป็นลำดับแรกได้มอบให้กำลังพลของ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกระทรวงกลาโหม ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองบัญชาการกองทัพไทย โดยหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา และศูนย์บรรเทาสาธารณภัยเหล่าทัพ ประสานงานร่วมกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเร่งสำรวจความเสียหายพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมขัง บ้านเรือนประชาชน เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลายเข้าสู่สภาวะปกติโดยทันที รวมถึงการเร่งแก้ปัญหาบำบัดน้ำเสียโดยใช้ สารจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย โดยให้ดำเนินการผลิตสารจุลินทรีย์ทั้งแบบน้ำและลูกบอลตามความเหมาะสมของพื้นที่ รวมถึงบูรณาการใช้ศักยภาพของกำลังพลและเครื่องมือของแต่ละส่วนงานเพื่อเร่งแก้ปัญหาการระบายน้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด MThai News

ผู้บริหารแดนปลาดิบเครียดโดดตึกดับ
กระโดดตึกตาย /  คนญี่ปุ่น / 

หนุ่มเมืองปลาดิบ ผู้บริหารโรงงาน เครียดจัด โดดลงมาจากชั้น 6 ดิ่งพื้นดับอนาถ ร.ต.ท.พันธ์เทพ ศรีบุญนาค พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรศรีราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งเหตุว่า มีชายชาวต่างชาติพลัดตกจากที่สูงเสียชีวิต ภายในอาคารแห่งหนึ่ง ถนนศรีราชานคร 3 อยู่ในเขตเทศบาลเมืองศรีราชา จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างประทีป ศรีราชา 3 ที่เกิดเหตุเป็นอาคารสูง 23 ชั้น เปิดเป็นห้องให้เช่าและซื้อ ตรวจสอบบริเวณพื้นข้างอาคาร 1 เจ้าหน้าที่พบศพ นายเท็นโดะ อายุ 37 ปี ชาวญี่ปุ่น พักอยู่ภายในห้อง 1002 ชั้น 10 ทำงานอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง 3 เป็นผู้บริหารอยู่ในบริษัท 3 เอ็ม จำกัด สภาพศพนอนหงาย สวมเสื้อยืดสีส้มขาว และสวมเสื้อยีนส์ทับอีกตัว นุ่งกางเกงยีนส์ขายาว ตรวจสอบตามร่างกายพบว่า คอหัก กระดูกสันหลังหัก แขนหักทั้งสองข้าง ศีรษะแตก และมีบาดแผลฉีกที่เท้าทั้ง 2 ข้าง ภายในตัวพบกุญแจห้องและรูปภาพผู้เสียชีวิตยืนคู่ กับภรรยาและลูกชาย คล้องคออยู่ ร.ต.ท.พันธ์เทพ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้ขึ้นไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดของอาคาร ก็พบว่า ผู้ตายได้ออกมาจากห้อง เมื่อช่วงเวลา 05.45 น. และจะลงลิฟต์ไปที่ชั้น 5 ก่อนจะเปลี่ยนใจไปที่ชั้น 6 ซึ่งเป็นสระว่ายน้ำ และทำการกระโดดลงมาฆ่าตัวตายเอง เบื้องต้น เตรียมประสานทางสถานทูตให้ติดต่อญาติมารับศพไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

ตลท.เพิ่มหมวดธุรกิจบริการรับเหมาก่อสร้าง เริ่มปีหน้า
ตลท. /  ตลาดหลักทรัพย์ / 

ตลท. เตรียมเพิ่มหมวดธุรกิจบริการรับเหมาก่อสร้าง และปรับชื่อหมวดธุรกิจกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ให้รวมกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เริ่ม 2 ม.ค. 2557 นางเกศรา มัญชุศรี รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานการตลาด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าตลาดหลักทรัพย์ฯ อยู่ระหว่างเตรียมการที่จะเพิ่มหมวดธุรกิจบริการรับเหมาก่อสร้าง (Construction Services) ขึ้นใหม่อีกหนึ่งหมวด โดยพิจารณานำบริษัทจดทะเบียนจำนวน 18 บริษัทจากหมวดธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (Property Development) มารวมอยู่ที่หมวดธุรกิจที่เพิ่มใหม่ ทั้งนี้เพื่อให้สะท้อนภาพรวมของกลุ่มธุรกิจของบริษัทจดทะเบียนได้ชัดเจนขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถวิเคราะห์และเปรียบเทียบธุรกิจภายในหมวดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยหมวดธุรกิจบริการรับเหมาก่อสร้างจะรวมผู้ประกอบธุรกิจที่ให้บริการก่อสร้างที่อยู่อาศัย และสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น บ้านจัดสรร อาคารชุด นิคมอุตสาหกรรม ศูนย์การค้า ถนน สะพาน เป็นต้น รวมถึงผู้ให้บริการรับเหมาตกแต่งภายใน ผู้ให้บริการและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับโครงการก่อสร้าง และระบบวิศวกรรมและงานออกแบบที่เกี่ยวข้อง โดยจะเริ่มมีผลตั้งแต่ 2 ม.ค. 2557 นอกจากนั้นตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังได้ขยายนิยามหมวดธุรกิจกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (Property Fund) ให้รวมถึงกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) พร้อมเปลี่ยนชื่อหมวดธุรกิจเป็น “กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (Property Fund & REIT)” เริ่ม 2 ม.ค. 2557 และตั้งแต่ปีหน้า (2557) ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะมีกลุ่มอุตสาหกรรม (Industry Group) จำนวน 8 กลุ่ม และหมวดธุรกิจ (Sector) จำนวน 28 หมวด โดยกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง (Property & Construction) จะประกอบด้วยหมวดธุรกิจวัสดุก่อสร้าง (Construction Materials) หมวดบริการรับเหมาก่อสร้าง (Construction Services) พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (Property Development) และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (Property Fund & REIT) รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดกลุ่มอุตสาหกรรมและหมวดธุรกิจ สามารถดูได้ที่เว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ฯ MThai news

เตะตัดขาเงินกู้ 2 ล.ล.เศรษฐกิจไทยปีม้า
จีดีพี /  ชานนท์ เรืองกฤตยา / 

ปีหน้า ชะตา เป็นอย่างไร ใครๆก็อยากรู้...ยิ่งสภาวะเศรษฐกิจในปี2557 ...ยิ่งต้องการอยากรู้ว่าจะ "คึกคัก"ดังม้าศึกในปีนักษัตรหรือไม่ เนื่องเพราะเศรษฐกิจปี2556 ออกอาการ "หืดจับ" ให้เห็น หลังเศรษฐกิจโลกชะลอตัว กระทรวงพาณิชย์จำต้องลดเป้าส่งออกเดิม 4% เหลือเพียง 1 % หดตัววูบจนภาคเอกชนแทบตั้งตัวไม่ติด แต่ภาครัฐก็ยังได้พยายามสร้างความหวัง เพื่อกระตุ้นกำลังใจด้วยการประเมินแนวโน้มปี 2557 ประกอบกับกำหนดยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการในการพัฒนาและส่งเสริมการส่งออกของไทย จึงเชื่อมั่นว่า ส่งออกจะขยายตัวได้ดีขึ้นอยู่ที่ร้อยละ 5 จากภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีการปรับฟื้นตัวดีขึ้น จะเป็นเช่นนั้นหรือไม่ มาฟังนักธุรกิจไทย วิเคราะห์มุมมองเศรษฐกิจไทยปีหน้ากันว่า จะเฟื่อง หรือ ฟุบ จะเป็นม้าศึก หรือ หมาหงอย กันแน่ เริ่มที่... นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จุดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) มองว่า ปีหน้าเศรษฐกิจไทยยังทรงตัวอยู่  เพราะประเทศหลักที่ไทยพึ่งพาการส่งออกมากแม้ฟื้นตัว แต่ก็ยังขยายตัวไม่มาก ซึ่งในปีนี้จะเป็นปีที่เศรษฐกิจถึงจุดต่ำสุด และจะค่อยๆปรับตัวดีขึ้นในปีหน้าตามวงรอบเวลาของเศรษฐกิจ “ประเทศไทยจะต้องให้ความสำคัญกับอาเซียน โดยเฉพาะ 5 ประเทศบนผืนแผ่นดินใหญ่ ได้แก่ พม่า สปป.ลาว กัมพูชา เวียดนาม และมาเลเซีย เชื่อมระบบขนส่งทางบกให้สะดวกรวดเร็ว ก็จะทำให้ไทยขยายตลาดจาก 60 ล้านคน เป็นกว่า 600 ล้านคนได้ทันที ซึ่งในภูมิภาคนี้ต่างยอมรับสินค้าไทยเป็นอย่างมาก หากไทยเข้าไปลงทุนก็จะช่วยขยายเศรษฐกิจของไทยไปได้อีกนาน ขณะที่ตลาดในอาเซียน ยังคงเป็นตลาดที่ไทยสามารถพึ่งพาได้เพราะเศรษฐกิจยังเติบโต ทุกวันนี้กลุ่มปตท.เข้าไปทำธุรกิจครบทุกประเทศในอาเซียน เช่น พม่า กลุ่มปตท.เข้าไปลงทุนมากที่สุด รองลงมา อินโดนีเซีย เวียดนาม  ใน 5 ประเทศนี้ ถ้าการขนส่งทางบกสะดวก 5 ประเทศนี้จะช่วยให้เศรษฐกิจเราดีมาก เมื่อ AEC ไทยจะได้ประโยชน์เพราะไทยเป็นตัวเชื่อมโยงธุรกิจ "นายไพรินทร์ กล่าว ด้าน นายวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อมตะคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากการประเมินในขณะนี้คาดว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะขยายตัวประมาณ 3% แต่จากความวุ่นวายทางการเมืองอาจทำให้การขยายตัวต่ำกว่าที่คาดไว้ โดยผลจากความขัดแย้งทางการเมืองได้ส่งผลกระทบไปยังธุรกิจการท่องเที่ยวเป็นอันดับแรก ถ้าเหตุการณ์ยังยืดเยื้อบานปลายก็จะกระทบไปถึงการลงทุน แต่ทั้งนี้เป็นห่วงเศรษฐกิจไทยในปี 2557 เพราะมองว่ายอดส่งออกอาจกระเตื้องไม่มากเท่าที่คาด  แต่ขณะนี้เริ่มการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบจากกรณีที่รัฐบาลจีนออกมาตรการเข้มงวดกับนักท่องเที่ยว "ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศพม่า และเวียดนามได้แย่งนักลงทุนไปจากไทยเป็นจำนวนมาก ดังนั้นอมตะจะมีแผนที่จะเข้าไปลงทุนขยายนิคมอุตสาหกรรมในประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้นเรื่อยๆ และจะลดสัดส่วนการขยายพื้นที่ในไทยลง ด้วยเพื่อนบ้านต้นทุนที่ถูก ทั้งต้นทุนที่ดิน และการขอใบอนุญาตดำเนินธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมเร็วกว่า รวมทั้งประเทศไทย ยังไม่มีปัญหาเอ็นจีโอ เข้ามาขัดขวางโครงการมีขั้นตอนการทำประชาพิจารณ์ค่อนข้างมาก" "แต่ก็คาดว่านักลงทุนญี่ปุ่นจะเข้ามาประเทศไทยมากขึ้น จากเหตุความชัดแย้งระหว่างจีนกับญี่ป่น จะทำให้ไทยและอาเซียนจะได้ประโยชน์จากการลงทุนเพิ่มขึ้น ดังนั้นไทยจะต้องเร่งปรับปรุงการให้สิทธิประโยชน์การลงทุน และทำให้บรรยากาศของประเทศน่าลงทุน ซึ่งถ้าหากไทยมัวแต่ทะเลาะกันเงินทุนก้อนใหญ่นี้ก็จะไหลไปยังประเทศเพื่อนบ้านที่น่าลงทุนกว่า เช่น เวียดนาม และพม่า" นายวิกรม กล่าว ขณะที่นายชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ มองว่าเศรษฐกิจปีหน้าจะไม่ดีไปกว่าปีนี้ เพราะเศรษฐกิจโลกจะปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติตั้งแต่ปี2557 ต่อจากนี้มีการผันผวนของค่าเงิน ทิศทางเงินลงทุนของต่างชาติไหลกลับไปยังประเทศที่พัฒนาแล้ว โดยเฉพาะญี่ปุ่น กับเศรษฐกิจประเทศเกิดใหม่ ซึ่งจะเห็นผลชัดเจนในไตรมาส 1 ของปี2557  ทำให้ภาวะการเงินไทยเกิดการตึงตัว รวมทั้งเศรษฐไทยยังมีปัญหาสินทรัพย์ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้มากจนเกินไป  ซึ่งจะนำไปสู่ภาวะหนี้ครัวเรือนที่ปรับตัวสูงขึ้น นอกจากนี้โครงการลงทุน 2 ล้านล้านบาทของรัฐบาล ก็อาจจะไม่ส่งผลต่อเศรษฐกิจอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยอันเนื่องจากปัญหาคอรัปชั่น ทั้งนี้อาเซียนจะป็นตัวดึงดูดเงินลงทุนเข้ามาเป็นจำนวนมาก แต่ไทยจะต้องปรับปรุงเรื่องการคอรัปชั่น เพื่อให้ต่างชาติหันเข้ามาลงทุนในประเทศไทยเพิ่มขึ้นรวมทั้งปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น และปัจจัยที่สำคัญอีกหนึ่ง...คือการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐ ทั้งโครงการบริหารจัดการน้ำ โครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง  ที่จะเป็นตัวช่วยผลักดันเศรษฐกิจให้ขยายตัว แต่ถ้าหากถูกเตะตัดขา ร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ ต้องสะดุด รับรองได้เศรษฐกิจไทยปี2557 "หืดจับ" อีกแน่นอน!! MThai News

เจาะประเด็น พลิกปูมบ่อขยะแพรกษา
เจาะประเด็น /  พลิกปูมบ่อขยะแพรกษา

เข้าวันที่ 3 แล้ว แต่เพลิงไหม้กองขยะ ในนิคมอุตสาหกรรมบางปูยังไม่คลี่คลาย ผลกระทบจากควันไฟปกคลุม รัศมีไปไกลมากกว่า 20 กิโลเมตร ชาวบ้านใกล้เคียงต้องอพยพออกนอกพื้นที่ รวมถึงพื้นที่กรุงเทพมหานครบางเขต ประชาชนได้รับผลกระทบจากควันพิษ โรงเรียนสั่งปิดการเรียนการสอนชั่วคราวไป 1 แห่ง อุปสรรคสำคัญ คือ ขยะจำนวนมหาศาลที่ทับถมอยู่ภายในบ่อ เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ที่ทำให้ไฟระอุ คุกรุ่นอยู่ตลอดเวลา โดยก่อนหน้านี้ บ่อขยะแห่งนี้เคยถ...

ฟูจิ ซีร็อกซ์ (ประเทศไทย) ประกาศจัดงาน “DocuWorld East”
DocuWorld East /  Fuji Xerox

ฟูจิ ซีร็อกซ์ (ประเทศไทย) ประกาศจัดงาน “DocuWorld East” ในแถบพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออก ตลอดเดือนกุมภาพันธ์ บริษัท ฟูจิ ซีร็อกซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์การพิมพ์และโซลูชั่นสำหรับการจัดการงานเอกสารอย่างครบวงจร ประกาศจัดงาน “DocuWorld East” ในแถบพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออก ตลอดเดือนกุมภาพันธ์ 2557 โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น โดยมีรายละเอียดการจัดงานดังต่อไปนี้ 5-6 กุมภาพันธ์ เวลา 09.00-17.30 น. ณ เดอะไทด์ รีสอร์ท บางแสน จ.ชลบุรี 12 กุมภาพันธ์ เวลา 09.00-17.30 น. ณ โรงแรมโกลเด้น ซิตี้ จ.ระยอง 20 กุมภาพันธ์ เวลา 09.00-17.30 น. ณ พัฒนา กอล์ฟ คลับแอนด์รีสอร์ท จ.ชลบุรี 22 กุมภาพันธ์ เวลา 09.00-17.30 น. ณ โรงแรมฮิลตัน พัทยา จ.ชลบุรี 25 กุมภาพันธ์ เวลา 09.00-17.30 น. ณ โรงแรม แคนทารี กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี 27 กุมภาพันธ์ เวลา 09.00-17.30 น. ณ สนามกอล์ฟอมตะสปริงคันทรีคลับ จ.ชลบุรี ภายในงานท่านจะได้พบกับนวัตกรรมของเครื่องพิมพ์ดิจิตอลรุ่นใหม่ล่าสุดและโซลูชั่นการบริหารจัดการงานพิมพ์สำหรับภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ เช่น สำนักงานไร้กระดาษ (Paperless Office) ที่สนับสนุนนโยบายคุณภาพด้าน ISO เพื่อช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน, ระบบที่เข้ามาช่วยในการค้นหาจุดต่างของแบบแปลน เมื่อมีการเปลี่ยน เวอร์ชั่นหรือแก้ไขแบบแปลน เพิ่มความถูกต้อง สะดวก และรวดเร็วในการทำงาน พร้อมกันนี้ ท่านจะได้พบกับการสาธิตสุดยอดเครื่องมัลติฟังก์ชั่น ApeosPort-V & DocuCentre-V C7775 series รุ่นแรกและรุ่นเดียวในโลก ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีอัจฉริยะที่สามารถตรวจสอบสิทธิการใช้งานผ่านระบบตรวจจับใบหน้าและการเคลื่อนไหว (Human Detection Camera and Face Detection Camera) นอกจากนี้ยังมีการสัมมนาพร้อมการสาธิตการใช้งานจริง ในหัวข้อระบบจัดการเอกสารที่ง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส โดย คุณพิเชฐ ลำเพาเลิศ Solution Support Manager บริษัท ฟูจิ ซีร็อกซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ คุณดรุพร เจริญพงพันธุ์ โทร. 038-765-360-3 หรือ E-mail: daruporn.j@tha.fujixerox.com

คืบหน้า เหตุไฟไหม้บ่อขยะบางปู ยังดับไม่สนิท
ข่าวจังหวัดสมุทรปราการ /  ไฟไหม้ขยะ / 

ความคืบหน้าเหตุไฟไหม้บ่อขยะบางปู ยังดับไม่สนิท แต่สกัดไม่ให้ลามได้แล้ว ด้านผู้ว่าฯ สมุทรปราการ ประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ สั่งอพยพประชาชนหนีควัน คาดอีก 3-4 วันสถานการณืถึงจะปกติ ยันเป็นขยะธรรมดาไร้สารพิษ ความคืบหน้าเหตุไฟไหม้บ่อทิ้งขยะเอกชน  ภายในซอย 8 นิคมอุตสาหกรรมบางปู หมู่ 4 ต.แพรกษา อ.เมืองสมุทรปราการ ขณะนี้ยังไม่สามารถดับสนิท มีเปลวไฟประทุอยู่ตลอดเวลา แต่สามารถสกัดไม่ให้ขยายวงกว้างได้แล้ว หลังใช้เวลาไปกว่า 17ชั่วโมง ขณะเดียวกันได้ประกาศอพยพประชาชนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านสหกรณ์แสนสุข และ หมู่บ้านธันยาพร ให้ออกจากพื้นที่ เนื่องจากเกรงว่าจะได้รับอันตราย เพราะหลายคนเกิดอาการสำลักควันไฟ ด้านนายคณิต เอี่ยมระหงษ์ ผู้ว่าราชการ จ.สมุทรปราการ ได้ออกมาเปิดเผยว่า เบื้องต้นได้ประกาศให้พื้นที่ไฟไหม้เป็นเขตภัยพิบัติแล้ว พร้อมทั้งได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือกู้วิกฤติ โดยคาดว่าต้องใช้เวลาอีกหลายวันสถานการณ์ถึงจะกลับสู่ภาวะปกติได้ เนื่องจากด้านล่างกองขยะเป็นบ่อน้ำ จึงทำให้ดับไฟเป็นไปด้วยความลำบาก ส่วนสาเหตุนั้นยังไม่ทราบแน่ชัด ต้องมีการสอบสวนอีกครั้งว่าเป็นความประมาทของผู้หนึ่งผู้ใดหรือไม่ สำหรับเหตุไฟไหม้ครั้งนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเวลา 12.00 น. ของวันที่ 16 มี.ค. 57 ที่ผ่านมา โดยไฟเกิดขึ้นบริเวณกลางบ่อขยะ ก่อนจะลามขยายวงกว้างไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลทำให้กลุมควันขนาดมหึมาลอยอยู่เหนือท้องฟ้ากินบริเวณกว้างกว่า 100 เมตร ทั้งนี้จากการสอบสวนเบื้องต้นขยะดังกล่าวเป็นขยะธรรมดา ไม่มีสารพิษปะปนแต่อย่างใด MThai News

BOI พานักธุรกิจไทยดูลู่ทางการลงทุนกัมพูชา 25-28 มี.ค.นี้
BOI /  กรุงพนมเปญ / 

BOI พร้อมนำนักธุรกิจไทยดูลู่ทางการลงทุนกัมพูชา 25-28 มี.ค.นี้ ณ เมืองสีหนุวิวล์ เมืองกัมปอต และกรุงพนมเปญ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) เตรียมพาคณะนักธุรกิจไทยเดินทางไปขยายโอกาสการลงทุนในกัมพูชา โดยตั้งเป้าลงทุนในอุตสาหกรรมเกษตร เกษตรแปรรูป และอุตสาหกรรมสิ่งทอ พร้อมเยี่ยมชมนิคมอุตสาหกรรมหลัก 4 แห่ง พบปะหารือกับหน่วยงานส่งเสริมการลงทุนกัมพูชา และร่วมกิจกรรมจับคู่ธุรกิจกับนักลงทุนกัมพูชาในระหว่างวันที่ 25-28 มีนาคม 2557 การเดินทางไปศึกษาโอกาสและลู่ทางการลงทุนครั้งนี้จะไปยัง เมืองสีหนุวิวล์ เมืองกัมปอต และกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา โดยมุ่งเน้นไปที่กลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรและเกษตรแปรรูป และอุตสาหกรรมสิ่งทอ ตลอดจนเสริมสร้างเครือข่ายพันธมิตรด้านการลงทุนกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนของกัมพูชากับคณะนักธุรกิจของไทย" นางศิริพร นุรักษ์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการลงทุนไทยในต่างประเทศ บีโอไอ กล่าว ทั้งนี้ บีโอไอจะนำคณะนักธุรกิจไทยเยี่ยมชมนิคมอุตสาหกรรมหลายแห่ง ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมเกาะกง นิคมอุตสาหกรรมสีหนุวิวล์ นิคมอุตสาหกรรมกัมปอต และนิคมอุตสาหกรรมพนมเปญ รวมทั้งเยี่ยมชมท่าเรือน้ำลึกสีหนุวิวล์ ตลอดจนพบปะหารือกับหน่วยงานส่งเสริมการลงทุนของกัมพูชา และคณะนักธุรกิจกัมพูชาด้วย และในวันที่ 28 มีนาคม 2557 คณะนักธุรกิจไทยจะได้เข้าร่วมงานสัมมนา "โอกาสและลู่ทางการลงทุนในกัมพูชา" และร่วมกิจกรรมจับคู่ธุรกิจกับนักลงทุนจากเมืองต่างๆ ของกัมพูชา Mthai News

หุ้นไทยเปิดตลาดบวก 1.78 จุด สัญญาฯฟื้นไม่เด่นชัด
10หุ้น /  AMATA / 

ดัชนีหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.78 จุด ดัชนีไปอยู่ที่ 1,306.40 จุด มูลค่าการซื้อขาย 949.52 ล้านบาท เศรษฐกิจ โดยเฉพาะการของส่งเสริมการลงทุนภาคอุตาหกรรมชะงักกว่า 5 แสนล้านบาท บล.เอเซียพลัส วิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นบ้านเรายังถูกกดดันจากากรเมืองอีกนาน คาดว่าตลาดหุ้นยังคงผันผวนในช่วงนี้ แต่มีแรงซื้อกลับมาเป็นช่วงๆ ทั้งนี้ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ไม่เกิดการลงทุนเพิ่ม และดัชนีผุ้บริโภคถดถอยลง เปิดตลาดเช้านี้ ดัชนีหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.78 จุด ดัชนีไปอยู่ที่ 1,306.40 จุด มูลค่าการซื้อขาย 949.52 ล้านบาท การทำงานของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือBOI ค่อนข้างลำบาก เพราะ กกต.แจ้งว่าไม่มีอำนาจในการแต่งตั้งคณกรรมการ และแจ้งว่าการดำเนินการใดๆของ BI ต้องไม่เป็นผลผูกพันกันรัฐบาลชุดต่อไป ส่งผลให้ โครงการที่ขอส่งเสริมการลงทุนมูลค่ากว่า 5 แสนล้าน เกิดขึ้นได้ไม่กี่โครงการ หลายโครงการต้องหยุดชะงักลง ที่กระทบโดยตรงก็นิคมอุตสาหกรรมที่ AMATA มีรายได้ขายที่ดินในนิคม โดยตรงได้รับผลเสียแน่ การปะทะช่วงนี้ มีการปิดล้อมจากทั้ง 2 ฝ่าย ทั้ง การยิงและระเบิด ส่งผลถึงบรรยากาการลงทุนในหุ้นต่อเนื่อง แม้จะมีแรงซื้อดีดกลับมาบ้างก็ตาม ปัจจัยภายนอก โดยสหรัฐเผชิญอากาศหนาวเย็น โพลาร์ วอเท็กซ์ อีกระลอกส่งผลต่อเศรษฐกิจระยะนี้ ญี่ปุ่นแม้กำลังฟื้นตัวแต่จะสะดุดการขึ้นภาษีการบริโภคในเดือน เม.ย. นี้ ส่วนข่าวดีคือ เศรษฐกิจของอังกฤษยังฟื้นตัวต่อเนื่อง ำหรับผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2556 ของบริษัทจดทะเบียนเหลือเวลาเพียง 4 วันที่สิ้นุดการส่งงบฯ ส่วนใหญ่ผลงานยังดีอยู่ แต่การเล่นหุ้นแนะนำเล่นหุ้นที่ได้รับผลดีจากเศรษฐกิจโลก เช่น กลุ่มส่งออก กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น ช่วงนี้กลุ่มสถาบันซื้อเบาบาง ขณะที่ต่างชาติขายต่อเนื่อง หุ้นเด่นวันนี้ บล.เคเคเทรด แนะนำ BCP อัตรากำไรในธุรกิจโรงกลั่นน้อยลงในปีนี้ ขณะที่รายได้หลัก BCP อยู่ที่โรงกลั่น 60-65% และมีแผนหยุดเดินเครื่อง 40 วัน จากากรเปลี่ยนหอกลั่นใหม่ จาก 8 หมื่นบาเรลต่อวัน เป็น 1 แสน บาเรลต่อวัน แม้รายได้จากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ระยะที่ 3 จะเพิ่มขึ้น 67% แต่ไม่พอชดเชยรายได้หลัก ราคราหุ้นเพิ่มขึ้น 12% ช่วง 2 เดือนทีร่ผ่านมา สะท้อนอุปสงค์ของน้ำมันสำเร็จรูปที่เพิ่มขึ้น แม้ผลประกอบการครึ่งปีแรกปีนี้จะลดลง แต่เงินปันผลน่าสนใจ มีอัตราตอบเแทนเฉลี่ย 4% ต่อปี แนะนำถือจากเดิม ซื้อ รคาคาเป้าหมายหุ้นละ 34 บาท KARMART จากธุรกิจเครื่องสำอางค์ ทำกำไรสุทธิ175ล้านบาท แต่ต้นทุนขายกับกับค่าใช้จ่ายสูงกว่ารายได้ ทำให้อัตรากำไรลดลง EBITDA เป็น26.8%อัตราการเติบโตผลกำไรอยุที่ 47.9% คาดว่าธุรกิจปกติกำไร 187 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 7% ยังไม่รวมเงินปันผลจากการลงทุนในเวียดนาม ราคาหุ้นซื้อขายที่ PE 1.7เท่า ถือว่าไม่แพงเทียบกัย PE เฉลี่ยกลุ่มค้าปลีกที่ 22 เท่า คงแนะซื้อ ราคาเป้าหมาย 7.10 บาท Mthai News

เช็คเรทติ้ง!!หุ้นกลุ่มยานยนต์ โบรกฯแนะลงทุนปานกลาง
AH /  SAT / 

อุตสาหกรรมรถยนต์ ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว หลังรับอานิสงส์ มาตรการออกรถคันแรกปี 2555 ต่อไปโตตามภาวะจริงตลาดโลก โบรกเกอร์แนะนำลงทุนหุ้นยายนยนต์แบบปานกลาง บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) วิเคราะห์หุ้นกลุ่มยานยนต์ และกลุ่มที่มีผลต่อเนื่องอย่างกลุ่มเช่าซื้อว่า ยอดขายรถตกลงมากในรอบ25 เดือน ยืดรถคันแรกอีก3เดือน โดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.)รายงานยอดจำหน่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในประเทศเดือน ม.ค. มีจำนวนต่ำที่สุดในรอบ 25 เดือน เนื่องจากไม่มีการส่งมอบรถยนต์ในโครงการรถยนต์คันแรกของรัฐบาล รวมทั้งภาวะเศรษฐกิจในประเทศชะลอตัวจากปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้ลูกค้าชะลอการตัดสินใจซื้อ ขณะที่สถาบันการเงินเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น และเกษตรกรไม่ได้รับเงินตามโครงการจำนำข้าว  จึงทำให้ยอดขายรถที่เกี่ยวข้องทั้งรถกระบะ และรถจักรยานยนต์ลดตามด้วย ทั้งนี้บล.เคทีบี (ประเทศไทย) วิเคราะห์ และให้ข้อมูลโดยละเอียด สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย รายงานตัวเลขการผลิตกลุ่มยานยนต์ไทยประจำเดือน ม.ค. 2557 มีรายละเอียด ดังนี้ 1. ยอดผลิตรถยนต์เดือน         ม.ค. 57 อยู่ที่ 1.62 แสนคัน  (-31.1% เทียบ ม.ค. 56  และ +2.4% เทียบ ธ.ค. 56 ) 2. ยอดจำหน่ายรถยนต์เดือน         ม.ค. 57 อยู่ที่ 0.68 แสนคัน  (-45.5% เทียบ ม.ค. 56  และ -39.8% เทียบ ธ.ค. 56 ) 3. ยอดส่งออกรถยนต์ และชิ้นส่วนเดือน     ม.ค. 57 อยู่ที่ 0.81 แสนคัน  (-4.2%    เทียบ ม.ค. 56 และ -0.9% เทียบ ธ.ค. 56 ) 4. ยอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์เดือน     ม.ค. 57 อยู่ที่ 1.26 แสนคัน  (-30.3%  เทียบ ม.ค. 56 และ -0.9% เทียบ ธ.ค. 56 ) แม้ภาพรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์ในปี 2556 ที่พึ่งผ่านพ้นไปสามารถประคับประครองให้เติบโตได้ 1.1%เทียบปี 2555 โดยปัจจัยทางการเมืองที่ทำให้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลง อีกทั้งการชะลอตัวการบริโภคในประเทศเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ยอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศได้รับผลกระทบ ส่วนปัจจัยภายนอกยังเป็นเรื่องของการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลกที่เป็นไปอย่างช้าๆ แต่ที่สำคัญคือเปรียบเทียบกับปี 2555 ซึ่งมียอดการขายรถยนต์สูงมากเป็ประวัติการณ์ จากมาตการกระตุ้นภาษีรถยนต์คันแรกไปเมื่อ จึงไม่น่าแปลกใจที่อัตราการเติบโตจะน้อยมาก แนวโน้มของอุตสาหกรรมยานยนต์ในปี 2557 จะเป็นปีแห่งความท้าทาย ผู้ผลิตรถยนต์ทุกค่ายว่า จะสามารถดำเนินกลยุทธ์ต่างๆ ให้ผ่านพ้นแรงกดดันในสถานการณ์ปัจจุบันไปได้อย่างไร โดยปัจจัยหนุนสำคัญที่คาดหวังให้การยอดผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนให้บรรลุเป้า จะมาจากการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศเป็นหลัก ทั้งนี้ (ส.อ.ท.) ตั้งเป้ายอดการผลิตรถยนต์ปี 2557 ไว้ที่ 2.5-2.55 ล้านคันหรือคิดเป็นการเติบโตที่ทรงตัวเมื่อเทียบกับยอดการผลิตรถยนต์ในปี 2556 อยู่ที่ 2.46 ล้านคัน และคาดหวังเพิ่มเป้าส่งออกในสัดส่วน 51% ของยอดการผลิตโดยรวม เพราะตลาดส่งออกรถยนต์ในปี2557 มีแนวโน้มฟื้นตัว อาทิ สหรัฐอเมริกายุโรป และจีน ตามลำดับ (ในปี 2556 มีสัดส่วนการส่งออก 45% ของยอดการผลิตโดยรวม สำหรับโครงการอีโคคาร์ระยะที่ 2 ซึ่งบอร์ดบีโอไอกำหนดยื่นขอรับการส่งเสริมสิทธิประโยชน์ได้ภายในวันที่ 31 มี.ค. 2557 ปัจจุบันยังไม่มีค่ายผู้ผลิตรถยนต์รายใดยื่นขอส่งเสริมการลงทุน พราะบางเงื่อนไขอาจต้องมีการปรับให้เกิดความเหมาะสมสำหรับผู้ผลิตรายใหม่ และเกิดความยุติธรรม ประกอบกับสถานการณ์การเมืองไม่เอื้ออำนวย ค่ายผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของญี่ปุ่น ได้แก่ โตโยต้า ฮอนด้า มองไทยยังมีศักยภาพเพียงพอในการเป็นฐานการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ และวางแผนขยายการลงทุนต่อเนื่อง เช่น โตโยต้า มีเป้าหมายที่จะผลิตรถยนต์ในประเทศไทยให้ได้ 1 ล้านคันในอนาคต จากปัจจุบันที่มีอยู่ 850,000 คัน ซึ่งจะต้องมีการลงทุนเพิ่มเติม ไม่น้อยกว่า 15,000-20,000 ล้านบาท ส่วนฮอนด้า เดินหน้าตามแผนลงทุนโรงงานแห่งใหม่มูลค่า 17,150 ล้านบาท ที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ เป็นต้น แนะนำการลงทุนกลุ่มยานยนต์ปานกลาง (Neutral) Top Pick ตัวเด่นสุดในกลุ่ม (Top Pick) AH, STANLY ปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนให้ตลาดรถยนต์โตตามเป้าหมาย คือ โครงการส่งเสริมการลงทุน อีโคคาร์ เฟส2 ในปี 2557 โดยเราให้น้ำหนักการลงทุนปานกลาง (Neutral) ในกลุ่มยานยนต์ปี 2556-57เพราะยังขาดปัจจัยกระตุ้นจากภาครัฐในระยะสั้น แต่ระยะยาวมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี โดยคาดว่าแนวโน้มการเติบโตของกลุ่มยานยนต์ในปี 2557 อาจใกล้เคียงกับปี 2556 โดยยังให้ปัจจัยส่งออกเป็นตัวหนุนให้เติบโต ทั้งนี้ Top Pick กลุ่มยานยนต์ ได้แก่ AH บมจ.อาปิโก ไฮเทค  และ STANLY บมจ.ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า และแนะนำ “เก็งกำไร” หุ้นSAT บมจ.สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี โดย STANLY มีจุดเด่นจากงานผลิตหลอดไฟรถยนต์ให้กับอีโคคาร์ครบทุกค่าย มีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 55% สำหรับรถยนต์ และ 90% สำหรับรถจักรยานยนต์ และยังได้ประโยชน์จากคำสั่งผลิตหลอดไฟรถยนต์สำหรับค่ายผู้ผลิตรถยนต์โมเดลใหม่ในปี 2556-57 ส่วน SAT มีจุดเด่นจากการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ใหกับรถกระบะมากที่สุด และมีส่วนแบ่งตลาดสำหรับชิ้นส่วนรถกระบะที่ระดับ80-85% ในขณะที่ AH มีประเด็นเรื่องการรับรู้รายได้พิเศษจากค่าสินไหมทดแทนจากน้ำท่วมในปี 2554 ที่เหลือ ซึ่งจะนำไปตัดค่าเผื่อการด้อยค่าของบริษัทย่อย ส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินงานที่จะบันทึกเข้ามาในส่วนต้นทุนขายลดลง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้น (เบื้องต้นตั้งค่าสินไหมคงเหลือไว้ที่ 300-500 ล้านบาท) และแนวโน้มผลประกอบการบริษัทร่วม (JV) เริ่มเห็นผลในปี 2557 โดยเราให้ราคาเหมาะสมของ  STANLY ที่ราคา 235 บาท,  SAT อยู่ที่ 20.30 บาท  และ AH ที่ราคา 20.84 บาท ตามลำดับ MThai News