นิคมอุตสาหกรรม 304

โบรกเกอร์เชียร์หุ้นปันผลชี้ลงทุนรายตัว
ADVANC /  CPF / 

โบรกเกอร์เชียร์เล่นหุ้นปันผลสม่ำเสมอ โดยกลุ่มส่งออก สื่อสาร และกลุ่มอุตสาหกรรมบางตัวยังมีพื้นฐานดี บล.ฟินันเซีย ไซรัส แนะซื้อหุ้นที่มีปันผลดี และหุ้นที่ได้รับผลกระทบจากการเมืองน้อย เช่น MC, VGI, EA, GLOBAL, BJCHI และ SRICHA แถมบอกให้นักลงทุนเลิกกังวล เลิกใส่ใจการเมือง หันไปศึกษาหุ้นรายตัวที่พื้นฐานดี แถมมีปันผล ส่วนหุ้นน่าซื้อเชียร์กลุ่มส่งออกอาหาร สื่อสารและอิเล็กทรอนิกส์ เช่น CPF, HANA, SVI และ DELTA ที่ยังสามารถส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รองรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯและยุโรปได้ดี รวมทั้ง INTUCH และ ADVANC เนื่องจากมีกระแสเงินสดค่อนข้างสูงและมีการจ่ายปันผลที่ดี และกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม เช่น HEMRAJ และ AMATA ที่ราคาปรับตัวลงมาต่ำกว่าราคาพื้นฐาน บล.ฟิลลิป ได้แนะนำซื้อ HMPRO คงเป้ายอดขายปีนี้โต 15%ถึงแม้ว่ายอดขายในกรุงเทพฯจะลดลงประมาณ 3-5% แต่ในสาขาต่างจังหวัดยังเติบโตได้ดี ปีนี้บริษัทฯมีแผนจะเปิดสาขาใหม่ 11 แห่ง โดยใช้เงินลงทุนประมาณ 8,000 – 10,000 ล้านบาท คาดกำไรสุทธิปี 2557 จะเติบโตในอัตราที่ลดลงอยู่ที่ 11.76% เทียบปีก่อน ถึงแม้ว่ายอดขายจะเพิ่มสูงขึ้นมากถึง 18.03% เทียบปี 2556 ทั้งนี้จากการขยายสาขา HMPRO 8 แห่ง และรุกลงไปจับลูกค้าตลาดกลางถึงตลาดล่างเพิ่มมากขึ้น ด้วยการเปิด MEGA HOME 2 สาขา และการเปิดสาขาที่มาเลเซียเพิ่มอีก 1 แห่งเพื่อทดสอบขยาย ตลาดไปสู่ AEC ขณะที่สาขาหนองคายเป็นสาขาที่ทำเลติดกับนครเวียงจันทร์ แต่อัตราการเติบโตของกำไรสุทธิถดถอยเพราะต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นเกือบเท่าตัวจากการออกหุ้นกู้เพื่อนำเงินมาลงทุนในการขยายสาขา หลังการออกกองทุนพร็อพเพอร์ตี้ ฟันด์ เลื่อนไปจากภาวะตลาดที่ไม่เอื้ออำนวย แนะนำ “ทยอยซื้อ” ราคาพื้นฐานต่อหุ้นที่ 9.85 บาท (ราคาหลังการจ่ายหุ้นปันผลต่อหุ้นเท่ากับ 8.60 บาท) บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง แนะนำซื้อ TRTบมจ. ถิรไทย เป็นหุ้นเติบโตไปพร้อมๆกับการเป็นหุ้นปันผล เดือนก.พ. 2557 มีงานในมือทั้งสิ้น 1.9 พันล้านบาท เป็นบริษัทที่ไม่ได้รับผลกระทบจากการเมือง ทำให้เราเชื่อว่าประมาณการรายได้ 3 พันล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าเป้าของบริษัท 7% จะสามารถบรรลุได้ TRT เริ่มได้งานด้านโครงสร้างเหล็ก 448 ล้านบาท ในโรงไฟฟ้าหงสา ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าติดตามถึงพัฒนาการของงานที่ TRT ได้ลงทุนซื้อกิจการของ LDS มาก่อนหน้า พร้อมกำลังการผลิตหม้อแปลงใหม่ที่จะเข้ามาในปีนี้-กลางปีหน้า เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 8.10 บาท ต่อหุ้น MThai News

ฟูจิ ซีร็อกซ์ (ประเทศไทย) ประกาศจัดงาน “DocuWorld East”
DocuWorld East /  Fuji Xerox

ฟูจิ ซีร็อกซ์ (ประเทศไทย) ประกาศจัดงาน “DocuWorld East” ในแถบพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออก ตลอดเดือนกุมภาพันธ์ บริษัท ฟูจิ ซีร็อกซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์การพิมพ์และโซลูชั่นสำหรับการจัดการงานเอกสารอย่างครบวงจร ประกาศจัดงาน “DocuWorld East” ในแถบพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออก ตลอดเดือนกุมภาพันธ์ 2557 โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น โดยมีรายละเอียดการจัดงานดังต่อไปนี้ 5-6 กุมภาพันธ์ เวลา 09.00-17.30 น. ณ เดอะไทด์ รีสอร์ท บางแสน จ.ชลบุรี 12 กุมภาพันธ์ เวลา 09.00-17.30 น. ณ โรงแรมโกลเด้น ซิตี้ จ.ระยอง 20 กุมภาพันธ์ เวลา 09.00-17.30 น. ณ พัฒนา กอล์ฟ คลับแอนด์รีสอร์ท จ.ชลบุรี 22 กุมภาพันธ์ เวลา 09.00-17.30 น. ณ โรงแรมฮิลตัน พัทยา จ.ชลบุรี 25 กุมภาพันธ์ เวลา 09.00-17.30 น. ณ โรงแรม แคนทารี กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี 27 กุมภาพันธ์ เวลา 09.00-17.30 น. ณ สนามกอล์ฟอมตะสปริงคันทรีคลับ จ.ชลบุรี ภายในงานท่านจะได้พบกับนวัตกรรมของเครื่องพิมพ์ดิจิตอลรุ่นใหม่ล่าสุดและโซลูชั่นการบริหารจัดการงานพิมพ์สำหรับภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ เช่น สำนักงานไร้กระดาษ (Paperless Office) ที่สนับสนุนนโยบายคุณภาพด้าน ISO เพื่อช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน, ระบบที่เข้ามาช่วยในการค้นหาจุดต่างของแบบแปลน เมื่อมีการเปลี่ยน เวอร์ชั่นหรือแก้ไขแบบแปลน เพิ่มความถูกต้อง สะดวก และรวดเร็วในการทำงาน พร้อมกันนี้ ท่านจะได้พบกับการสาธิตสุดยอดเครื่องมัลติฟังก์ชั่น ApeosPort-V & DocuCentre-V C7775 series รุ่นแรกและรุ่นเดียวในโลก ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีอัจฉริยะที่สามารถตรวจสอบสิทธิการใช้งานผ่านระบบตรวจจับใบหน้าและการเคลื่อนไหว (Human Detection Camera and Face Detection Camera) นอกจากนี้ยังมีการสัมมนาพร้อมการสาธิตการใช้งานจริง ในหัวข้อระบบจัดการเอกสารที่ง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส โดย คุณพิเชฐ ลำเพาเลิศ Solution Support Manager บริษัท ฟูจิ ซีร็อกซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ คุณดรุพร เจริญพงพันธุ์ โทร. 038-765-360-3 หรือ E-mail: daruporn.j@tha.fujixerox.com

น้องเมย์ ลุ้น2รางวัลใหญ่ งานวันนักกีฬายอดเยี่ยม26มี.ค.นี้
งานประกาศเกียรติคุณ /  นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี / 

ความเคลื่อนไหวงานประกาศเกียรติคุณ “วันนักกีฬายอดเยี่ยม ประจำปี 2556” ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 มี.ค.57 นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานประกาศเกียรติคุณนักกีฬาทีมชาติไทย วันนักกีฬายอดเยี่ยม ประจำปี 2556 ซึ่งจัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย โดยมี นายปัญญา เบ็ญจศิริวรรณ ประธานคณะกรรมาธิการกีฬา วุฒิสภา ในฐานประธานคณะกรรมการจัดงาน พร้อมด้วย นายชาญยุทธ เฮงตระกูล ที่ปรึกษา รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณารางวัลฯ คุณศรีวณิก หัสดิน รองผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, นพ.พงษ์ศักดิ์ วัฒนา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มโรงพยาบาลวิชัยเวชอินเตอร์เนชั่นแนล, นายเฉลิมชัย บุญรักษ์ อดีตรักษาการผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ในฐานะรองประธานคณะกรรมการพิจารณารางวัลฯ, นายศิวดล ชวลิตปรีชา นายกสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย และนายเลอภพ โสรัตน์ เลขาธิการสมาคมผู้สื่อข่าวฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการฯ และสื่อมวลชนจากทุกแขนง เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง โดยงานวันนักกีฬายอดเยี่ยม ประจำปี 2556 สมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 26 มี.ค.57 ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมมิคาเคิล แกรนด์ หลักสี่ ถ่ายทอดสดทางโมเดิร์นไนน์ทีวี ระหว่างเวลา 16.00-18.00 น. โดยปีนี้คณะกรรมการจัดงานฯ ใช้แนวคิดการจัดงาน คือ “กีฬาไทย ใจเป็นหนึ่ง” เน้นถึงเรื่องของการนำกีฬาพัฒนาประเทศ และสร้างความรัก ความสามัคคีให้กับคนไทยทั้งประเทศ ซึ่งภายในงานจะจัดพิธีแบบเรียบง่ายแต่เปี่ยมไปด้วยมนต์เสน่ห์ และความศักดิ์สิทธิ์ของผู้ที่ได้รับรางวัลทั้ง 22 รางวัล โดยเฉพาะถ้วยพระราชทานใหญ่ ซึ่งเป็นรางวัลแห่งความภาคภูมิใจของนักกีฬาที่ได้รับไป ที่สำคัญสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาฯ ยังเป็นเพียงสมาคมเดียวที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณได้รับพระราชทานถ้วยรางวัลมาอย่างยาวนานอีกด้วย สำหรับไฮไลท์ของการมอบรางวัลในปีนี้ยังคงอยู่ที่ 4 รางวัลใหญ่ ที่จะได้ครองถ้วยพระราชทานอีนทรงเกียรติเหมือนเดิม ซึ่งนักกีฬาที่ผ่านเข้ารอบนั้น คณะกรรมการพิจารณาฯ รางวัลร่วมกันงาหลักเกณฑ์และพิจารณากันอย่างเข้มข้นเพื่อให้ทุกรางวัลมีความยุติธรรมและโปร่งใส สามารถตอบคำถามของสังคมและพี่น้องชาวไทยที่ติดตามการจัดงานใหญ่ครั้งนี้ได้อย่างชัดเจนนั่นเอง สรุปผู้ที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย ทั้ง 22 รางวัล มีดังนี้ รางวัลนักกีฬาสมัครเล่นชายยอดเยี่ยม ประกอบด้วย ทนงศักดิ์ แสนสมบูรณ์สุข (แบดมินตัน), ฉัตร์ชัย บุตรดี (มวยสากลสมัครเล่น), จิระพงศ์ มีนาพระ (กรีฑา), รางวัลนักกีฬาสมัครเล่นหญิงยอดเยี่ยม ประกอบด้วย น้องเมย์ รัชนก อินทนนท์ (แบดมินตัน), ชนาธิป ซ้อนขำ (เทควันโด), เรืออากาศเอกหญิง วาสนา วินาโท (กรีฑา) รางวัลนักกีฬาอาชีพยอดเยี่ยม ประกอบด้วย วิศักดิ์ศิลป์ วังเอก หรือ ศรีสะเกษ ศ.รุ่งวิสัย (มวยสากลอาชีพ), พรอนงค์ เพชรล้ำ (กอล์ฟ), น้องเมย์ รัชนก อินทนนท์ (แบดมินตัน) ซึ่งทั้ง 3 รางวัล จะได้ครองถ้วยพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และรางวัลนักมวยไทยยอดเยี่ยม ได้แก่ พันธ์พยัคฆ์ จิตรเมืองนนท์ ซึ่งจะได้ครองถ้วยพระราชทานของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ส่วนรางวัลนักกีฬาเยาวชนชายยอดเยี่ยม ประกอบด้วย ณัฐวัฒน์ สุวจนกรณ์ (กอล์ฟ), คฑาวุฒิ หมีนิ่ม (กรีฑา), พีระเทพ ศิลาอ่อน (เทควันโด), รางวัลนักกีฬาเยาวชนหญิงยอดเยี่ยม ประกอบด้วย บุศนันทน์ อึ๊งบำรุงพันธุ์ (แบดมินตัน), โสภิตา ธนสาร (ยกน้ำหนัก), พาณิพัค วงศ์พัฒนากิจ (เทควันโด), รางวัลนักกีฬายุวชนชายยอดเยี่ยม ประกอบด้วย ธีระศักดิ์ ศรีพัฒน์ (ยกน้ำหนัก), วิทวัส ทุมชะ (กรีฑา), พชร คงวัดใหม่ (กอล์ฟ) ด้านรางวัลนักกีฬายุวชนหญิงยอดเยี่ยม ประกอบด้วย ดวงกมล โพธิ์เงิน (วินด์เซิร์ฟ), มิ่งกมล คุ้มผล (กรีฑา), สุธิดา พูนพัฒน์ (เรือใบ), รางวัลผู้ฝึกสอนกีฬาสมัครเล่นยอดเยี่ยม ประกอบด้วย เกียรติพงศ์ รัชตเกรียงไกร (วอลเลย์บอล), เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง (ฟุตบอล), วีรัส ณ หนองคาย (เซปักตะกร้อ), รางวัลผู้ฝึกสอนกีฬาอาชีพยอดเยี่ยม ประกอบด้วย สุรชาติ (โชคชัย) พิสิษฐ์วุฒินันท์ (โค้ชมวยสากลอาชีพของ ศรีสะเกษ ศ.รุ่งวิสัย), อเลฮานโดร เมเนนเดส การ์เซีย (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด), โฆเซ มาเรีย ปาซอส เมนเดส หรือ ปูลปิส (ชลบุรี บลูเวฟ), เซีย จื่อหัว (โค้ชแบดมินตัน ของ รัชนก อินทนนท์), รางวัลผู้ฝึกสอนกีฬาภูธรดีเด่น ประกอบด้วย นายบรรจง สมบัติ (ผู้ฝึกสอนวอลเลย์บอลในร่ม จ.ขอนแก่น) กับ นายอนุชา วาทะวัฒนะ (ผู้ฝึกสอนตะกร้อลอดห่วง จ.นครพนม) ขณะที่รางวัลสมาคมกีฬายอดเยี่ยม ประกอบด้วย สมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, สมาคมวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย, สมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย, รางวัลสมาคมกีฬาพัฒนาดีเด่น ประกอบด้วย สมาคมเรือพายแห่งประเทศไทย, สมาคมยูโดแห่งประเทศไทย, สมาคมฮอกกี้แห่งประเทศไทย, รางวัลสมาคมกีฬาจังหวัดดีเด่น ประกอบด้วย สมาคมกีฬาจังหวัดศรีสะเกษ, สมาคมกีฬาจังหวัดนนทบุรี กับ สมาคมกีฬาจังหวัดนครราชสีมา, รางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยม ประกอบด้วย นายคมกฤช นภาลัย (ชลบุรี บลูเวฟ), นายทัดเทพ พิทักษ์พูลสิน (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด), นางนวลพรรณ ล่ำซำ (ฟุตบอลหญิง) รางวัลทีมกีฬาชายยอดเยี่ยม ประกอบด้วย ทีมฟุตซอลชลบุรี บลูเวฟ (แชมป์สโมสรเอเชีย, แชมป์ฟุตซอลไทยลีก), ทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด (แชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก, เอฟเอคัพ, ลีกคัพ, ถ้วย ก, พรีเมียร์คัพ), ทีมฟุตบอลซีเกมส์ (แชมป์ซีเกมส์ ครั้งที่ 27), รางวัลทีมกีฬาหญิงยอดเยี่ยม ประกอบด้วย ทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย (แชมป์เอเชีย 2013), ทีมวิ่งผลัด 4 คูณ 100 เมตรหญิง (แชมป์ซีเกมส์ ครั้งที่ 27), ทีมฟุตบอลหญิง (แชมป์ซีเกมส์ ครั้งที่ 27) รางวัลนักกีฬาคนพิการชายยอดเยี่ยม ประกอบด้วย หาญฤชัย เนตรศิริ (ยิงธนู), สายชล คนเจน (วีลแชร์เรซซิ่ง), เรวัตร ต๋านะ (วีลแชร์เรซซิ่ง), รางวัลนักกีฬาคนพิการหญิงยอดเยี่ยม ประกอบด้วย อัญชญา เกตุแก้ว (ว่ายน้ำ) , สายสุนีย์ จ๊ะนะ (วีลแชร์ฟันดาบ), สุจิรัตน์ ปุกคำ (วีลแชร์แบดมินตัน), รางวัลเอกชัย นพจินดา ประกอบด้วย วรากร เขตสมุทร, แทนไท บุญเปลื้อง, วงศกร การบรรจง, รางวัลผู้ทรงคุณค่าในวงการกีฬา ได้แก่ รศ.ดร.นพ.วิชัย วนดุรงค์วรรณ, นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง, พล.ต.ต.อรรถกฤษณ์ ธารีฉัตร, นางนวลพรรณ ล่ำซำ, นายอดิศักดิ์ เบ็ญจศิริวรรณ และรางวัลโปรโมเตอร์มวยไทยยอดเยี่ยม ได้แก่ “เสี่ยเน้า” วิรัตน์ วชิรรัตนวงศ์

ซีพี-เซี่ยงไฮ้ออโต้โมทีฟฯจับมือขายรถ MG6
MG /  MG6 / 

ซีพีจับมือเซี่ยงไฮ้ ออโต้โมทีฟฯ ร่วมลงทุน 9 พันล้านบาท เปิดโรงงานผลิตรถยนต์ในไทยภายใต้แบรนด์ MG ล็อตแรกผลิตรถยนต์ขนาด 1,200-1,800 ซีซี นายธนากร เสรีบุรี ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจยานยนต์และอุตสาหกรรม เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) และประธาoกรรมการบริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้ร่วมทุนกับบริษัท เซี่ยงไฮ้ ออโต้โมทีฟ อินดัสทรี คอร์ปอเรชั่น ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่จากจีน เพื่อจัดตั้งบริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด โดยเซียงไฮ้ออโต้โมทีฟฯ ถือหุ้น 51% และซีพีถือหุ้น 49% โดยจะลงทุนผลิตและจำหน่ายรถยนต์ภายใต้แบรนด์ MG ซึ่งเป็นแบรนด์รถยนต์จากอังกฤษ พร้อมจัดตั้งบริษัท เอ็มจี เซลล์ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อดูแลการขาย การตลาด บริการหลังการขาย และการจัดจำหน่ายในไทย "ในช่วงที่ผ่านมาบริษัททุ่มงบลงทุนกว่า 9 พันล้านบาท ตั้งโรงงานประกอบรถยนต์พวงมาลัยขวาในนิคมอุตสาหกรรมเหมราชอีสเทิร์น ซีบอร์ด จ.ระยอง เพื่อใช้เป็นฐานการผลิตรถยนต์แบรนด์ MG และส่งออกไปยังอาเซียน และประเทศที่ใช้รถยนต์พวงมาลัยขวา เช่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น อังกฤษ" ทั้งนี้ โรงงานดังกล่าวจะผลิตรถยนต์ขนาด 1,200-1,800 ซีซี ได้ประมาณ 10% ของยอดการผลิตในระยะแรกที่ 5 หมื่นคันต่อปี โดยจะผลิตรถยนต์รุ่นแรกคือ MG 6 เน้นจำหน่ายในประเทศเป็นหลัก จะเปิดตัวครั้งแรกในงานมอเตอร์เอ็กซ์โปปลายเดือนพ.ย.นี้ และจะเริ่มผลิตล็อตแรกในเดือนก.พ. 2557 เพื่อส่งมอบให้ลูกค้าในช่วงไตรมาส 3 ปี 2557 ซึ่งตั้งเป้ายอดขาย 2,000 คันในช่วงไตรมาส 4 ปี 2557 ส่วนในระยะต่อไปมีแผนขยายโรงงานระยะที่ 2 ซึ่งจะส่งผลให้กำลังการผลิตเพิ่มเป็น 2 แสนคัน ด้านนายหวู่ ฮวน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทสนใจตลาดรถยนต์พวงมาลัยขวา โดยใช้โรงงานในไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกไปยังประเทศต่างๆ โดยไลน์การผลิตจะอาศัยชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศ 40% ขณะที่โรงงานในจีนยังคงผลิตรถยนต์พวงมาลัยซ้ายต่อไป ส่วนแผนการตลาดเบื้องต้นได้จัดตั้งตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เอ็มจี 300 รายทั่วประเทศ แบ่งเป็นพื้นที่กรุงเทพฯ 60% ส่วนอีก 40% จะกระจายอยู่ในหัวเมืองใหญ่ในจังหวัดต่างๆ และจะขยายตัวแทนจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งวางกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายในแต่ละเซกเมนต์ โดยเฉพาะเซกเมนต์ บี-คาร์ และซี-คาร์ ส่วนราคาจำหน่ายอยู่ระหว่างการศึกษาตัวรถและกลุ่มลูกค้า คาดว่าจะอยู่ในระดับ 6 แสนบาท จนถึง 1.6 ล้านบาท MThai News

เจาะประเด็น พลิกปูมบ่อขยะแพรกษา
เจาะประเด็น /  พลิกปูมบ่อขยะแพรกษา

เข้าวันที่ 3 แล้ว แต่เพลิงไหม้กองขยะ ในนิคมอุตสาหกรรมบางปูยังไม่คลี่คลาย ผลกระทบจากควันไฟปกคลุม รัศมีไปไกลมากกว่า 20 กิโลเมตร ชาวบ้านใกล้เคียงต้องอพยพออกนอกพื้นที่ รวมถึงพื้นที่กรุงเทพมหานครบางเขต ประชาชนได้รับผลกระทบจากควันพิษ โรงเรียนสั่งปิดการเรียนการสอนชั่วคราวไป 1 แห่ง อุปสรรคสำคัญ คือ ขยะจำนวนมหาศาลที่ทับถมอยู่ภายในบ่อ เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ที่ทำให้ไฟระอุ คุกรุ่นอยู่ตลอดเวลา โดยก่อนหน้านี้ บ่อขยะแห่งนี้เคยถ...

กระหน่ำซัลโวหนุ่มใหญ่ คาดขัดแย้งพนันบอล
การพนัน /  ขัดแย้งเรื่องบอล / 

คนร้ายควบกระบะกระหน่ำยิงหนุ่มใหญ่ เสียชีวิตคาที่ กลางตลาดบ้านโคกอุดม คาดขัดแย้งพนันบอล ร.ต.ท.สุระไชย คำพลงาม พนักงานสอบสวน สภ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี เข้าตรวจสอบเหตุผู้ถูกยิงเสียชีวิตที่ ตลาดบ้านโคกอุดม ต.หนองกี่ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ทราบชื่อ นายประยงค์ พาแก้ว อายุ 47 ปี นอนเสียชีวิตบนฟุตบาทบริเวณหน้าร้าน Anek Sport เลขที่ 379/704 ในสภาพนอนตะแคง ตามร่างกายมีรอยกระสุนถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม. เข้าตามร่างกายหลายนัด ใกล้กันยังพบกระเป๋าสตางค์และเงินตกอยู่ จำนวน 16,511 บาท ปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. ตกกระจัดกระจายอยู่ในที่เกิดเหตุ จำนวน 7 ปลอก และหัวกระสุน 3 หัว หลังจากชันสูตรพลิกศพผู้ตายยังพบเงินสดอยู่ในกระกระกางเกงอีกจำนวน 22,505 บาท รวมทั้งหมด 39,016 บาท ซึ่งจำนวนเงินทั้งหมด คาดว่าน่าจะนำมาจ่ายให้กับลูกค้าพนันฟุตบอล จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายจึงมานั่งดื่มเบียร์ต่อที่ ร้าน Anek Sport จากนั้น มีรถยนต์กระ มิซูบิชิ ไทตัน สีขาวป้ายแดง วิ่งมาถึงคนร้ายที่ยังไม่ทราบจำนวนได้ใช้อาวุธปืนพกขนาด 9 มม. กระหน่ำยิง นายประยงค์ จนเสียชีวิต จากนั้นคนร้ายได้ขับรถหลบหนีไปทางนิคมอุตสาหกรรมบ้านโคกอุดม ส่วนสาเหตุที่ นายประยงค์ ถูกยิงเสียชีวิตนั้น คาดว่าน่าจะพัวพันการพนันฟุตบอล แต่ยังไม่ตัดประเด็นชู้สาวทิ้งแต่อย่างใด

BOI พานักธุรกิจไทยดูลู่ทางการลงทุนกัมพูชา 25-28 มี.ค.นี้
BOI /  กรุงพนมเปญ / 

BOI พร้อมนำนักธุรกิจไทยดูลู่ทางการลงทุนกัมพูชา 25-28 มี.ค.นี้ ณ เมืองสีหนุวิวล์ เมืองกัมปอต และกรุงพนมเปญ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) เตรียมพาคณะนักธุรกิจไทยเดินทางไปขยายโอกาสการลงทุนในกัมพูชา โดยตั้งเป้าลงทุนในอุตสาหกรรมเกษตร เกษตรแปรรูป และอุตสาหกรรมสิ่งทอ พร้อมเยี่ยมชมนิคมอุตสาหกรรมหลัก 4 แห่ง พบปะหารือกับหน่วยงานส่งเสริมการลงทุนกัมพูชา และร่วมกิจกรรมจับคู่ธุรกิจกับนักลงทุนกัมพูชาในระหว่างวันที่ 25-28 มีนาคม 2557 การเดินทางไปศึกษาโอกาสและลู่ทางการลงทุนครั้งนี้จะไปยัง เมืองสีหนุวิวล์ เมืองกัมปอต และกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา โดยมุ่งเน้นไปที่กลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรและเกษตรแปรรูป และอุตสาหกรรมสิ่งทอ ตลอดจนเสริมสร้างเครือข่ายพันธมิตรด้านการลงทุนกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนของกัมพูชากับคณะนักธุรกิจของไทย" นางศิริพร นุรักษ์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการลงทุนไทยในต่างประเทศ บีโอไอ กล่าว ทั้งนี้ บีโอไอจะนำคณะนักธุรกิจไทยเยี่ยมชมนิคมอุตสาหกรรมหลายแห่ง ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมเกาะกง นิคมอุตสาหกรรมสีหนุวิวล์ นิคมอุตสาหกรรมกัมปอต และนิคมอุตสาหกรรมพนมเปญ รวมทั้งเยี่ยมชมท่าเรือน้ำลึกสีหนุวิวล์ ตลอดจนพบปะหารือกับหน่วยงานส่งเสริมการลงทุนของกัมพูชา และคณะนักธุรกิจกัมพูชาด้วย และในวันที่ 28 มีนาคม 2557 คณะนักธุรกิจไทยจะได้เข้าร่วมงานสัมมนา "โอกาสและลู่ทางการลงทุนในกัมพูชา" และร่วมกิจกรรมจับคู่ธุรกิจกับนักลงทุนจากเมืองต่างๆ ของกัมพูชา Mthai News

บัสโดยสาร อุบลฯ-ระยอง หักหลบ10ล้อ พลิกคว่ำเจ็บนับสิบ
ฉะเชิงเทรา /  พลิกคว่ำ / 

เมื่อเวลา 03.30 น. วันที่ 15 กุมภาพันธ์ ร.ต.ท.โทพิชิต วรรณรักษ์ ร้อยเวร สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งมีรถบัสโดยสารพลิกคว่ำ ที่ถนนสาย 304 ฉะเชิงเทรา-พนมสารคาม มุ่งหน้าเข้าเมืองฉะเชิงเทราบริเวณสามแยกไฟแดงวัดจุกกระเฌอ หมู่.9 ต.บางไผ่ อ.เมืองฉะเชิงเทรา มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายราย จึงไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยภัยฉะเชิงเทรา ที่เกิดเหตุพบรถบัส ยี่ห้อเบนซ์ สีขาว ทะเบียน 10-2271 ระยอง ของบริษัท นครชัยแอร์ขนส่ง จำกัด เลขข้างรถ 588-533 สายอุบลราชธานี-ระยอง พลิกคว่ำอยู่ข้างทางโดยมีผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บ 13 ราย เป็นชาย 1 ราย หญิง 12 ราย ทั้งหมดอาการไม่สาหัส เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยจึงได้นำตัวส่งโรงพยาบาลพุทธโสธร ส่วนอีก 19 ราย ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เจ้าหน้าที่ได้ทำการปฐมพยาบาลให้ที่ จุดเกิดเหตุ รวมทั้งสองสามีภรรยาชาวอังกฤษที่โดยสารมากับรถคันดังกล่าวที่ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่ก็อยู่ในอาการตกใจ จากการสอบสวนนายประเสริฐ บุปผาเจริญ อายุ 49 ปี คนขับรถโดยสารคันเกิดเหตุได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ให้การว่าได้รับผู้โดยสารมาจากอุบลราชธานีเพื่อมุงหน้าไป จ.ระยอง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุมีฝนตกทำให้ถนนลื่น และบริเวณที่เกิดเหตุได้มีรถบรรทุกพ่วงบรรทุกมันเม็ดที่เสียหลักตัวพ่วงพลิกตระแคงตกอยู่ข้างทาง ส่วนตัวรถอยู่บนถนน ตนเองตกใจจึงได้หักรถหลบก่อนที่รถจะหมุนแล้วเสียหลักพลิกคว่ำ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ข้อมูลจาก มติชนออนไลน์

คืบหน้า เหตุไฟไหม้บ่อขยะบางปู ยังดับไม่สนิท
ข่าวจังหวัดสมุทรปราการ /  ไฟไหม้ขยะ / 

ความคืบหน้าเหตุไฟไหม้บ่อขยะบางปู ยังดับไม่สนิท แต่สกัดไม่ให้ลามได้แล้ว ด้านผู้ว่าฯ สมุทรปราการ ประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ สั่งอพยพประชาชนหนีควัน คาดอีก 3-4 วันสถานการณืถึงจะปกติ ยันเป็นขยะธรรมดาไร้สารพิษ ความคืบหน้าเหตุไฟไหม้บ่อทิ้งขยะเอกชน  ภายในซอย 8 นิคมอุตสาหกรรมบางปู หมู่ 4 ต.แพรกษา อ.เมืองสมุทรปราการ ขณะนี้ยังไม่สามารถดับสนิท มีเปลวไฟประทุอยู่ตลอดเวลา แต่สามารถสกัดไม่ให้ขยายวงกว้างได้แล้ว หลังใช้เวลาไปกว่า 17ชั่วโมง ขณะเดียวกันได้ประกาศอพยพประชาชนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านสหกรณ์แสนสุข และ หมู่บ้านธันยาพร ให้ออกจากพื้นที่ เนื่องจากเกรงว่าจะได้รับอันตราย เพราะหลายคนเกิดอาการสำลักควันไฟ ด้านนายคณิต เอี่ยมระหงษ์ ผู้ว่าราชการ จ.สมุทรปราการ ได้ออกมาเปิดเผยว่า เบื้องต้นได้ประกาศให้พื้นที่ไฟไหม้เป็นเขตภัยพิบัติแล้ว พร้อมทั้งได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือกู้วิกฤติ โดยคาดว่าต้องใช้เวลาอีกหลายวันสถานการณ์ถึงจะกลับสู่ภาวะปกติได้ เนื่องจากด้านล่างกองขยะเป็นบ่อน้ำ จึงทำให้ดับไฟเป็นไปด้วยความลำบาก ส่วนสาเหตุนั้นยังไม่ทราบแน่ชัด ต้องมีการสอบสวนอีกครั้งว่าเป็นความประมาทของผู้หนึ่งผู้ใดหรือไม่ สำหรับเหตุไฟไหม้ครั้งนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเวลา 12.00 น. ของวันที่ 16 มี.ค. 57 ที่ผ่านมา โดยไฟเกิดขึ้นบริเวณกลางบ่อขยะ ก่อนจะลามขยายวงกว้างไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลทำให้กลุมควันขนาดมหึมาลอยอยู่เหนือท้องฟ้ากินบริเวณกว้างกว่า 100 เมตร ทั้งนี้จากการสอบสวนเบื้องต้นขยะดังกล่าวเป็นขยะธรรมดา ไม่มีสารพิษปะปนแต่อย่างใด MThai News

บัสนักเรียนทัศนศึกษา ชนท้าย18ล้อ ดับ14 เจ็บอื้อ
บัสนักเรียน /  รถบัสนักเรียน

สารวัตรใหญ่วังขอนแดง เผยคืบ บัสทัศนศึกษา เสียหลักพุ่งชนท้าย 18 ล้อ บรรทุกมันสำปะหลัง ที่ปราจีนฯ ดับ 14 เจ็บกว่า 20 เบื้องต้นคาด คนขับหลับใน รถเบรกมีปัญหา - อีก 1 ช.ม. เปิดการจราจรได้ พ.ต.อ. อนุการ ธรรมวิจารณ์ สารวัตรใหญ่ สภ.วังขอนแดง เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. กรณีอุบัติเหตุบนถนนทางหลวงหมายเลข 304 ช่วงกิโลเมตรที่ 43 - 44 เขาสามโทน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ที่ส่งผลให้มีครูและนักเรียนบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมากนั้น เบื้องต้น เป็นรถทัวร์ทัศนศึกษา โรงเรียนบ้านดงหลบ จ.นครราชสีมา ที่อยู่ระหว่างเดินทางไปทัศนศึกษาที่หาดจอมเทียน จ.ชลบุรี และจัดรถทัวร์จำนวน 2 คัน แบ่งเป็นนักเรียนชาย 1 คัน นักเรียนหญิง 1 คัน โดยรถคันเกิดเหตุเป็นรถทัวร์ที่โดยสารนักเรียนหญิง ซึ่งเกิดเสียหลักพุ่งชนท้ายรถพ่วง 18 ล้อ บรรทุกมันสำปะหลังบด ส่งผลให้มีครูและนักเรียนหญิงเสียชิวิตในที่เกิดเหตุทันที 11 ราย เสียชีวิตที่โรงพยาบาล 3 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 20-30 ราย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างช่วยเหลือผู้บาดเจ็บนำตัวส่งโรงพยาบาลกบินทร์บุรี และโรงพยาบาลนาดี ทั้งนี้ เจ้าหน้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานสาเหตุเบื้องต้น 2 กรณี ว่า อาจจะเกิดจากคนขับหลับใน หรือรถมีปัญหาเรื่องเบรก เนื่องจากจุดเกิดเหตุเป็นทางลงเขา มีความลาดชันเป็นทางยาว เกิดอุบัติเหตุใหญ่บ่อยครั้ง และขณะนี้อยู่ระหว่างขยายเส้นทาง และหากขยายเส้นทางแล้วเสร็จ คาดว่าจะสามารถลดอุบัติเหตุได้ อย่างไร ก็ตาม ขณะนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการเคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวาง คาดว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 1 ชั่วโมง จะสามารถทำการเปิดเส้นทางการจราจรได้

14-10-56บริจาคยาบ้าช่วยภัยน้ำท่วม!!
14-10-56บริจาคยาบ้าจุดช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม!!

14-10-56พ่อค้ายาบ้าหิ้วยา 11 เม็ด บริจาคจุดช่วยน้ำท่วม ขายแลกเงินช่วยผู้ประสบภัย อุตริ..หนุ่มใหญ่เอเย่นต์ค้ายาบ้า เสพจนเพี้ยนหอบยาบ้า 11 เม็ด บริจาคให้จุดรับบริจาคช่วยน้ำท่วม นำไปขายแลกเป็นเงินช่วยผู้ประสบภัย ถูกตะครุบรวบทันควัน เวลา 08.00 น.วันที่ 14 ต.ค.56 นายภวัต เลิศมุกดา นายอำเภอสัตหีบ พร้อมด้วย นายชวัฒน์ เทพทัพ ปลัดฝ่ายความมั่นคง และกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายจักรฤกษ์ มุขประดับ อายุ 39 ปี พักบ้านเลขที่ 33/2 ม.1 ต.บ้านฉาง อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ขณะนำยาบ้าจำนวน 11 เม็ด มามอบให้กับเจ้าหน้าที่ยังจุดรับบริจาคสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม บริเวณหน้าวัดเทพประสาทบ้านเตาถ่าน ม.4 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อนำไปขายแลกเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม นายภวัต เลิศมุกดา นายอำเภอสัตหีบ เปิดเผยว่า ทางอำเภอสัตหีบ ได้จัดตั้งศูนย์รับบริจาค ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมขึ้น ทุกวันผู้มีจิตศรัทธาจะเวียนกันนำสิ่งของมาบริจาค ก่อนเกิดเหตุผู้ต้องหา ซึ่งมีอาการคล้ายคนเมา ได้เดินเข้ามาติดต่อกับเจ้าหน้าที่ ประสงค์ขอบริจาคยาบ้า จำนวน 11 เม็ด เพื่อให้เจ้าหน้าที่นำไปขายแลกเป็นเงินประมาณ 3,000 บาท ในการนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคตะวันออก เมื่อตรวจสอบพบเป็นยาบ้าจริง จึงแสดงตัวเข้าจับกุม ก่อนเข้าตรวจค้นในบ้านพักยังพบ อาวุธปืน ชนิดลูกโม่ ไทยประดิษฐ์ ขนาด .38 และเครื่องกระสุน 5 นัด จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน สอบสวน นายจักรฤกษ์ มุขประดับ รับสารภาพว่า ก่อนหน้าได้เคยถูกจำคุกในคดีค้ายาเสพติดมาแล้ว หลังพ้นโทษก็ได้หวนกลับมายึดอาชีพค้ายาบ้าตามเดิม โดยรับยาบ้ามาจาก นายจำลอง (ไม่ทราบนามสกุล) เอเย่นต์ค้ายาเสพติดพื้นที่ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง ลักลอบทำมานานกว่า 3 ปี ยังไม่เคยถูกจับกุม กระทั่ง มาทราบข่าวว่า อ.สัตหีบ มีการจัดตั้งศูนย์รับบริจาคช่วยเหลือน้ำท่วม ด้วยความอยากทำบุญช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ จึงนำยาบ้าจำนวน 11 เม็ด มามอบให้กับเจ้าหน้าที่ เพื่อให้นำไปขายแลกเป็นเงิน ในการนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย แต่มาถูกจับกุมแทน ยอมรับว่า ได้เสพยาบ้ามา 5 เม็ด ก่อนมาก่อเหตุอุตรินี้ขึ้นดังกล่าว

ประมูลแสตมป์ สมัยศตวรรษที่ 19 ราคาแพงที่สุดในโลก
นครนิวยอร์ค /  ประมูลแสตมป์ / 

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าซัทเทบีส์ บริษัทจัดการประมูลผลงานศิลปะชื่อดังได้ออกมาเปิดเผยว่า แสตมป์ราคา 1 เซนต์ในสมัยที่อังกฤษยังเป็นเจ้าอาณานิคมในอเมริกาใต้ ช่วงศตวรรษที่19 ได้กลายเป็นแสตมป์ที่มีราคาแพงที่สุดในโลก หลังจากถูกประมูลไปด้วยราคา 9.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 304 ล้านบาท)  การประมูลครั้งนี้จัดขึ้นที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา โดยก่อนหน้านี้ ซัทเทบีส์ประเมินว่าแสตมป์ปี 1856 ดวงนี้จะมีราคาประมูลอยู่ที่ 10-20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับแสตมป์ดวงนี้มีขนาดกว้าง 2.5ซ.ม. ยาว 3.2 ซ.ม. มีสีม่วงอมแดง ซึ่งถูกนำออกสู่สายตาประชาชนครั้งล่าสุดในปี 1986 (พ.ศ.2529) เจ้าของคนล่าสุดคือ นายจอห์นอี.ดูปองต์ทายาทธุรกิจดู ปองต์ เคมีคัล MThai News

ห่วงภัยแล้งกระทบภาคอุตสาหกรรม
ห่วง /  ภัยแล้ง / 

ข่าว 7 สี - การนิคมอุตสาหกรรม ห่วงภัยแล้งกระทบภาคอุตสาหกรรม เตือนผู้ประกอบการแต่ละนิคมฯ ใช้น้ำอย่างประหยัด เตรียมสำรองน้ำ และพิจารณาใช้น้ำจากแหล่งน้ำสำรอง นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ กนอ. กล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์ภัยแล้ง มีปริมาณน้ำฝนลดลงส่งผลต่อปริมาณน้ำในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ ตลอดจนภาวะน้ำทะเลหนุน ทำให้เกิดปัญหาน้ำเค็มรุกล้ำเข้ามาในแม่น้ำเจ้าพระยา จนค่าความเค็มที่วั...

อย.เผาทำลายยาเสพติดกว่า3ตันค่ากว่า8,800ล้านบาท
อย.เผายาเสพติด /  เผาทำลายยาเสพติด

อย. เผาทำลายยาเสพติด กว่า 3 ตัน มูลค่ากว่า 8,800 ล้านบาท จ่อ เผาเพิ่มปลายปีอีก 1 ตัน ขานรับนโยบาย คสช. พล.ท.ฉัตร เฉลิม เฉลิมสุข รองเสนาธิการทหารบก รองหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เป็นประธานในพิธีเผาทำลายยาเสพติดให้โทษของกลาง ครั้งที่ 43 ที่นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน เพื่อร่วมต่อต้านยาเสพติดในวันต่อต้านยาเสพติดสากล สำหรับของกลางที่จะเผาทำลายในวันนี้ มีน้ำหนักรวมกว่า 3,000 กิโลกรัม ซึ่งยาบ้ามีจำนวนมากที่สุดถึง 27 กิโลกรัม รวมมูลค่ายาเสพติดของกลางทั้งหมดกว่า 8,800 ล้านบาท ซึ่งเป็นยาเสพติดที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้ว โดย ภก.ชาญชัย เอื้อชัยกุล ผู้อำนวยการกองควบคุมวัตถุเสพติด คณะกรรมการ อย. ระบุว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. มีความห่วงใยเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของยาเสพติด และเร่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งกวาดล้างจับกุม และอยากให้มีการเผาทำลายยาเสพติดเพิ่มมากขึ้น จากเดิมปีละ 1 ครั้ง เป็นปีละ 2-3ครั้ง ซึ่งทาง อย. ก็จะขานรับนโยบาย โดยนำข้อมูลหารือกับผู้บริหาร และคาดว่า ปลายปีนี้จะสามารถเผาทำลายยาเสพติก ได้อีกประมาณ 1 ตัน นาย ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวรายงานต่อ พล.ท.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข รองเสนาธิการทหารบก ในฐานะรองหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประธานในพิธีเผาทำลายยาเสพติดให้โทษ ของกลางครั้งที่ 43 ที่บริเวณศูนย์บริหารสาธารนูปโภคและสิ่งแวดล้อม นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติด ผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง พร้อมสื่อมวลชนร่วมเป็นสักขีพยาน ซึ่งยาเสพติดของกลางที่เผาทำลายรวมประกอบน้ำหนัก 3,094 กิโลกรัม จาก 2,911 คดี รวมมูลค่า 8,867 ล้านบาท ประกอบด้วยยาบ้า 2,504 กิโลกรัม หรือ 27 ล้านเม็ด ยาไอซ์ น้ำหนัก 243 กิโลกรัม เฮโรฮีน น้ำหนัก 21 กิโลกรัม ยาอี น้ำหนัก 2 กิโลกรัม ฝิ่น น้ำหนัก 74 กิโลกรัม และอื่น ๆ ซึ่งทำพิธีเผาทำลายยาเสพติดในเวลา 11.00 น. ของวันนี้

คสช. เห็นชอบขยายถนน ผ่านเขาใหญ่-ดงพญาเย็น
กรมทางหลวง /  คสช. / 

คสช. เห็นชอบขยายถนน ผ่านเขาใหญ่-ดงพญาเย็น  เชื่อมผืนป่ามรดกโลก แก้ปัญหาอุบัติเหตุ ขณะที่กรมทางหลวง เล็งของบฯ 2,900 ล้านบาท สร้างเป็นอุโมงค์ หวังให้คนและสัตว์สามารถร่วมใช้เส้นทางด้วยกันได้ รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (23 ก.ค. 57) คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ได้เห็นชอบโครงการขยายเชื่อมผืนป่ามรดกโลก ถนนสาย 304 (กบินทร์บุรี-ปักธงชัย) ช่วง กม.42-47 แล้ว เพื่อแก้ปัญหาอุบัติเหตุในบริเวณดังกล่าว โดยนายเกษมสันต์ จิณณวาโส เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เลขานุการคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เผยว่า โครงการนี้กรมทางหลวงเตรียมขยายเส้นทางจาก 2ช่องจราจร เป็น 4ช่องจราจร เพื่อแก้ปัญหาการจราจรที่มักเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ซึ่งแนวทางการดำเนินการจะเป็นรูปแบบใดนั้นยังไม่ได้สรุปแน่ชัด คงต้องศึกษาในรายละเอียด ปัญหาผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม เพราะอยู่ในเขตผืนป่ามรดกโลกดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ขณะที่นายชัชวาลย์ บุญเจริญกิจ อธิบดีกรมทางหลวง เผยว่าได้มีการวางแผนสร้างอุโมงค์ในการขยายช่องทางดังกล่าวในเบื้องต้น เพื่อให้คนและสัตว์สามารถใช้เส้นทางดังกล่าวร่วมกันได้ โดยกรมทางหลวงเตรียมขออนุมัติงบประมาณปี 2558 จำนวน 2,900 ล้านบาท เพื่อเตรียมก่อสร้างต่อไป MThai news ........................................................................................................................ บทความอื่นๆ รวม ที่พักเขาใหญ่ ที่พักปากช่อง แหล่งโอโซนอันดับ 7 ของโลก นอนชิลล์ อากาศดี กลางขุนเขาและแมกไม้