นิคมอุตสาหกรรม 304

ไฟไหม้โรงงานยางระยองยังคุกรุ่น-ฉีดน้ำเลี้ยงป้องลุกลาม
ระยอง /  ไฟไหม้ / 

เพลิงไหม้ โรงงานยางรถยนต์ ระยอง ไฟยังคุกรุ่น เจ้าหน้าที่ยังฉีดน้ำหล่อเลี้ยงป้องกันลุกลาม ขณะที่ กรมควบคุมมลพิษ เตรียมเข้าตรวจสอบสภาพอากาศ ขณะที่ นอภ.ศรีราชา ยัน ไม่มีผู้เสียชีวิต นายพรชัย ถมกระจ่าง นายอำเภอศรีราชา ได้เดินทางเข้าอำนวยการดับเพลิง เหตุเพลิงไหม้ โรงงานผลิตยางรถยนต์ของบริษัท หลิงหลง ที่ตั้งอยู่ภายในนิคมอุตสาหกรรมเหมราชอีสเทิร์นซีบอร์ด จ.ระยอง พร้อมฟังบรรยายสรุปสถานการณ์จากตัวแทนโรงงาน โดยสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร โดยมีคนงานภายในโรงงานเห็นประกายไฟปะทุขึ้นที่สายไฟเมนหลักของโรงงานก่อนที่เปลวไฟจะหล่นใส่แท่นตั้งยางรถยนต์จนเกิดเพลิงลุกไหม้ลามถึงกองยางรถยนต์ในโรงงาน ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี และจากการนับยอดจำนวนคนงานล่าสุด พบว่ายังอยู่กันครบไม่พบผู้เสียชีวิตตามที่เคยคาดหมายกันตั้งแต่แรก มีเพียงผู้บาดเจ็บจากการสำลักควันเท่านั้น และขณะนี้สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ในวงจำกัด หลังจากเผาผลาญอาคารภายในโรงงานเสียหาย 6 หลัง เบื้องต้นคาดว่าจะใช้เวลานานตลอดคืนถึงวันพรุ่งนี้เพลิงถึงจะสงบ ล่าสุด ไฟยังคุกรุ่น เจ้าหน้าที่ยังฉีดน้ำหล่อเลี้ยงป้องกันลุกลาม ขณะที่ กรมควบคุมมลพิษ เตรียมเข้าตรวจสอบสภาพอากาศ นอภ.ศรีราชายันไฟไหม้รง.ยางไม่มีผู้เสียชีวิต จากกรณีเกิดเพลิงลุกไหม้ โรงงานผลิตยางรถยนต์หลิงหลง ใน นิคมอุตสาหกรรมเหมราชใหม่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ที่มีเขตต่อเนื่องกับ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง เมื่อคืนที่ผ่านมาจนเป็นเหตุให้โกดังเก็บยางกว่า 6 โกดัง มียางกว่า 7 แสนเส้น ในพื้นที่กว่า 30 ไร่ ถูกไฟลุกไหม้เสียหาย ล่าสุดได้รับการเปิดเผยจาก นายพรชัย ถมกระจ่าง นายอำเภอศรีราชา ว่า การดับเพลิงเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากยางเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ในเบื้องต้นสามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดได้ หากจะดับให้สนิทนั้นต้องใช้เวลา 1-2 วัน และจากการตรวจสอบไม่พบผู้เสียชีวิต แต่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากสำลักควันไฟบ้าง 2-3 ราย ซึ่งในวันนี้จะมีเจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อมมาตรวจสอบสภาพอากาศ ว่ากระทบกับประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงหรือไม่ต่อไป

ตร.ทางหลวง แนะ6เส้นทางเลี่ยงรถติดกทม.-ไปอิสาน
ข่าววันนี้ /  ปีใหม่ / 

12.21 น. กองบังคับการตำรวจทางหลวง แนะนำเส้นทางเลี่ยงรถติด 6 เส้นทาง สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องเดินทางในช่วงวันปีใหม่ 2558 ในเส้นทาง กรุงเทพฯ ไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เส้นทางที่ 1 : ใช้ถนนวิภาวดีรังสิต (ทางหลวงหมายเลย 31) หรือ ให้ทางยกระดับโทลล์เวย์ เข้าสู่ถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลย 1) ผ่าน จ.สระบุรี มุ่งหน้า จ.นครราชสีมา ระยะทางประมาณ 265 กม. เพื่อเดินทางสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เส้นทางที่ 2 : ใช้ทางพิเศษศรีรัช เชื่อมทางพิเศษอุดรรัถยา จนสุดสายปากเกร็ด-บางปะอิน ที่ อำเภอบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา (วงแหวนตะวันตก ทางหลวงหมายเลข 9) จนถึงต่างระดับบางปะอิน เข้าสู่ถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) ผ่าน จ.สระบุรี มุ่งหน้า จ.นครราชสีมา ระยะทางประมาณ 273 กม. เพื่อเดินทางสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เส้นทางที่ 3 : ใช้ถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวนตะวันตก ทางหลวงหมายเลข 9) มุ่งหน้าเข้าสู่ต่างระดับบางปะอิน เข้าถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) ผ่านจ.สระบุรี มุ่งหน้า จ.นครราชสีมา ระยะทางประมาณ 280 กม. เพื่อเดินทางสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เส้นทางที่ 4 : ใช้ถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวนตะวันออก ทางหลวงหมายเลข 9) มุ่งหน้าเข้าสู่ต่างระดับบางปะอิน เข้าถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) ผ่าน จ.สระบุรี มุ่งหน้า จ.นครราชสีมา ระยะทางประมาณ 286 กม. เพื่อเดินทางสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เส้นทางที่ 5 : ใช้ต่างระดับรังสิต ไปตามถนนรังสิต - องครักษ์ (ทางหลวงหมายเลข 305) ตรงไปจังหวัดนครนายก เลี้ยวขวาเข้าถนนสุวรรณศร (ทางหลวงหมายเลข 33) มุ่งสู่ อ.กบินทร์บุรี ถึงสี่แยกกบินทร์บุรี เลี้ยวซ้ายเข้าถนนกบินทร์บุรี-ปักธงชัย (ทางหลวงหมายเลข 304) มุ่งหน้า จ.นครราชสีมา ระยะทางประมาณ 328 กม. เพื่อเดินทางสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เส้นทางที่ 6 : ใช้ถนนรามอินทรา-สุวินทวงค์ (ทางหลวงหมายเลข 304) ผ่านฉะเชิงเทรา, พนมสารคาม, กบินทร์บุรี, ปักธงชัย มุ่งหน้า จ.นครราชสีมา ระยะทางประมาณ 324 กม. เพื่อเดินทางสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ........................................................... ปชช.ทยอยกลับต่างจังหวัด ถ.มิตรภาพรถหนึบ ประชาชนเริ่มทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนา ช่วงเทศกาลวันหยุดยาว ส่งผลให้การจราจรทุกเส้นมีปริมาณรถมาก ขณะถนนมิตรภาพปริมาณรถหนาแน่นเคลื่อนตัวช้า ผู้สื่อข่าวรายงานสภาพการจราจร หลังประชาชนเริ่มทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนา ในช่วงเทศกาลวันหยุดยาว (วันขึ้นปีใหม่) ว่า สภาพการจราจรบริเวณ ถนนมิตรภาพ มีปริมาณรถหนาแน่น ชะลอตัวเป็นระยะ บริเวณ อ. มวกเหล็ก จ.สระบุรี สามารถใช้ความเร็วได้ประมาณ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะที่ ถนนทางหลวงหมายเลข 304 ช่วง ต.ทุ่งโพธิ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี มุ่งหน้า อ.ปักธงชัย ปริมาณรถมากแต่เคลื่อนตัวช้า ส่วนสายเอเชีย ทางหลวงหมายเลข 32 ทางหลวงหมายเลข 340 สุพรรณบุรี-ชัยนาท ถนนพหลโยธิน และ ถนนเพชรเกษม นั้น มีปริมาณรถมากแต่ยังคล่องตัวดี ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ “เส้นทางเลี่ยงปีใหม่” ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>> MThai News

'ดีเอชแอล' มั่นใจ ยึดฐานลงทุนไทย 400 ลบ.ใน 5 ปี
คลังสินค้า /  ดีเอชแอล / 

โลจิสติกส์รายใหญ่ 'ดีเอชแอล' กางปีกยึด 'ไทย' ฐานลงทุนหลัก ทุ่ม 400 ลบ.เพิ่มคลังสินค้าทั่วประเทศ แบ่งเค้กก้อนใหญ่ 3 แสนล้าน รุกตลาดสินค้าเพื่อสุขภาพ นายเควิน เบอร์เรล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร 'ดีเอชแอล ซัพพลายเชน' ประเทศไทย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนเพิ่มคลังสินค้า ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทยภายใน 2-3 ปี เริ่มตั้งแต่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนขยายไปยังภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ คิดเป็นงบลงทุนราว 200 ล้านบาท และเมื่อรวมงบลงทุน 5 ปี จะอยู่ที่ราว 400 ล้านบาท หลังจากได้เปิดตัวโครงการคลังสินค้า 'บางนา โลจิสติกส์ แคมปัส' หรือ BLC พื้นที่ 1.2 แสนตารางเมตร ภายในนิคมอุตสาหกรรมบางพลี ถ.บางนา-ตราด กม.23 จ.สมุทรปราการ เพื่อเพิ่มพื้นที่คลังสินค้าในประเทศไทยอีก 18% ด้วยงบประมาณลงทุนราว 80 ล้านบาท ทั้งนี้ในปี 57 บริษัทฯเติบโตถึง 2 หลักจากมูลค่าตลาดรวมของธุรกิจขนส่งสินค้า หรือ Logistics ที่มีมูลค่าราว 3 แสนล้านบาท และคาดว่าในปี 58 ตลาดรวมจะเติบโตเพิ่มขึ้น 6% และภายใน 5 ปี ผลดำเนินงานของบริษัทฯเติบโตขึ้น 2 เท่าจากปัจจุบัน สัดส่วนรายได้หลักจากกลุ่มธุรกิจค้าปลีก 45% ธุรกิจสินค้าอุปโภค-บริโภค 25% ธุรกิจยานยนต์ 15% และธุรกิจเทคโนโลยี 15% โดยมีแผนที่จะเพิ่มการให้บริการสินค้าเพื่อสุขภาพเพิ่มขึ้น พร้อมปรับสัดส่วนรายได้ใหม่ให้อยู่ในระดับที่ 25% เท่ากัน ติดตามข่าวสาร 'การค้าการลงทุน' คลิ๊กเลย>>>>>>> MThai News

คนขับรถตู้นิคมอุตสาหกรรม ถูกประกบยิงดับ
ข่าววันนี้ /  คนขับรถตู้ / 

พนักงานขับรถตู้รับส่งคนงานนิคมอุตสาหกรรม ถูกคนร้ายใช้รถไม่ทราบชนิดประกบยิงเสียชีวิต วานนี้(10พ.ย.)ศูนย์วิทยุ สถานีตำรวจภูธรบ่อวิน ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้ารักษาความปลอดภัยในนิคมอมตะซิตี้ว่า มีเหตุยิงกันบริเวณฝั่งตรงข้าม โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ชลบุรี หลังรับแจ้งทาง พ.ต.ท.กิตติ อุทัยวงค์ สารวัตรปราบปรามสถานีตำรวจภูธรบ่อวิน และ พ.ต.ต.โสภณ พราหมณี สารวัตรสืบสวน พร้อมชุดสืบสวนและหน่วยกู้ภัยศีลธรรมสมาคม จุดบ่อวิน เดินทางไปตรวจสอบ เมื่อถึงที่เกิดเหตุบนถนนสายนิคมอมตะซิตี้ หมู่ 3 ตำบลบ่อวิน อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี พบรถยนต์ตู้ ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว หมายเลขทะเบียน นข-5721 ระยอง ติดสติ๊กเกอร์ บริษัท ซากุระ ไม่ติดเครื่องยนต์ไว้ ประตูรถล็อกทุกด้าน ประตู กระจกหน้าและด้านคนขับมีรอยกระสุนเจาะ 7 รู เจ้าหน้าที่จึงทำการทุบกระจกพบผู้ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสเป็นชาย ทราบชื่อต่อมาคือ นายยุทธจักร วงค์สุนทร อายุ 40 ปี บ้านเลขที่ 546/1 หมู่ 7 ตำบลเขาคันทรง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี มีบาดแผลถูกยิงที่ขมับขวา 1 นัด หัวไหล่ซ้าย 1 นัด กระสุนไม่ทราบขนาด จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลปลวกแดง จังหวัดระยอง แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา นายรุ่งกิจ วงค์สุนทร อายุ 21 ปี บุตรชายได้มาที่เกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บกำลังจะไปรับพนักงานซึ่งจะเลิกในเวลา 17.00 น. ที่นิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์น ซีบอร์ด ซึ่งได้ออกจากบ้านที่โปร่งสะเก็ด และไม่เคยมีเรื่องกับใคร

เมื่อ 'หม่อมอุ๋ย' วัดฝีปาก 'จอมขวัญ' ความมันส์ จึงบังเกิด!
จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์ /  ปรีดิยาธร เทวกุล / 

วิวาทะ จอมขวัญ VSหม่อมอุ๋ย รู้เลย งานนี้ใครเป็นใคร ! จากคำถามมากมาย ว่า เศรษฐกิจไทยต่อจากนี้ หลังมีสัญญาณความไม่สะดวก ในกรณีการเกิดเหตุระเบิด ที่บริเวณรถไฟฟ้า สยามพารากอน ไปหมาดๆ วันนี้ MThai.com ได้นำบทสัมภาษณ์ ระหว่าง พิธีกร ฝีปากกล้า กับ ยอดขุนคลังขั้นเทพ แบบคำต่อคำ สนุก มันสสส์ เกินคำบรรยาย จอมขวัญ - ล่าสุดเหตุการณ์ระเบิดที่สยามพารากอน คุณชาย มองว่า จะมีผลกระทบอะไรต่อเศรษฐกิจไหมคะ? หม่อมอุ๋ย - ผมมองว่า ก็คงมีหนเดียว เเละไม่มีอีก ถ้าเป็นเรื่องของความรู้สึกก้คงไม่มาก เพราะผมถามคนที่เดินผ่านเเถวนั้น หลายคนยังบอกว่าไม่เป็นไร เเต่ถ้ามีเหตุการณ์เกิดขึ้นบ่อยๆ ก็คงไม่ดี ถ้ามันเกิดครั้งเดียวเเละเราสามารถคุ้มอยู่ ก็จะจบเร็ว จอมขวัญ - หากตั้งคำถามของคนมองโลกในเเง่ลบ คนขี้กลัว ครั้งนี้ดูเหมือนว่าตำรวจทำงานเร็วนะคะ และทำให้สถานการณ์พลิกกลับมาได้เร็ว เป็นไปได้ไหมค่ะที่อาจเกิด เหตุ และมีเหตุการณ์ต่อเนื่องขึ้นอีก หม่อมอุ๋ย - ผมมองว่าคงไม่ นั่นก็อยู่ที่ คสช.แล้วล่ะ ถ้าเป็น เรื่องความมั่นคง ผมมองว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องการเมืองเเน่ ๆ ไม่ใช่เรื่องอื่น เเต่? เป็นเรื่องการเมืองโดยกลุ่มไหน นั้น ยังเดาไม่ออก จอมขวัญ - แล้วการที่ท่านพูดคุยกับนักลงทุนต่างประเทศ หรือนักลงทุนไทย เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น... ( ยังพูดไม่จบ) หม่อมอุ๋ย - พูดสวนขึ้นมา .... ผมรู้เท่าคุณนั่นเเหล่ะ เรื่องที่เกิดขึ้น ผมรู้เท่าคุณ ผมไม่รู้มากกว่าคุณหรอก ถามไปก็ได้เเค่นั้น !! (ยิ้ม) จอมขวัญ - ท่านคิดว่าเขาเข้าใจการเมืองไทย เเค่ไหนคะ? หม่อมอุ๋ย - เราก็มีหน้าที่อธิบายเท่านั้นเอง ที่อื่นเขาเเรงกว่านี้อีก คุณไปแอฟริกา ยิ่งกว่านี้อีก ( หัวเราะ) ฉะนั้นเรามีหน้าที่อธิบายเขา เพราะมันยังไม่เเรง ถึงขนาดว่าเขาจะไม่มาลงทุนที่นี่ นักลงทุนญี่ปุ่นมา ก็คุยกัน เขาบอกเห็นเเล้ว เขาเข้าใจ และเขาก็ยังอยู่ที่เมืองไทย เขามา 2 วัน จอมขวัญ - ถ้าเกิด ถี่ ขึ้นค่อยประเมินกันใหม่หรอค่ะท่าน (ทำตาหน้าสงสัย) หม่อมอุ๋ย - ก็ค่อยประเมินใหม่ คุณคิดอยู่ในแง่ลบ ตลอดอย่างเนี่ยนะ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่คุณ ถนัด! ประเทศมันเดินไม่ได้ เข้าใจนะ! จอมขวัญ - ไม่ได้คิดเเง่ลบนะคะ ท่าน ออกจะเเนวขี้กลัวด้วยซ้ำไป.. หม่อมอุ๋ย - พอขึ้นมา หนึ่ง คุณไป ห้า แล้ว ฉะนั้นไม่ถูก ขึ้นมา หนึ่ง ก็อยู่ หนึ่ง ค่อยๆดูด้วยกัน จอมขวัญ - อย่ากลัวไปก่อน หม่อมอุ๋ย - ระวังได้เเต่อย่างระเเวง.... จอมขวัญ (หัวเราะออกมาเสียงดัง) - จะพยายามนะคะ ท่าน(ถามต่อ) - ค่ะท่าน ดิฉัน คือ รู้น้อยนะคะ จะถามจากการฟังคนที่รู้มากว่า ก็แล้วกัน ไม่ว่าจะเป็นการเเถลงของ ทาง อ.สมชัย จิตสุชน หรือ ทาง World Bank ที่แถลงร่วมกัน คือดิฉัน หาข้อดี มาให้ใจชื้น ไม่ได้เลยค่ะ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจไทยเเละเศรษฐกิจโลก หม่อมอุ๋ย - เวลาคนวิจารณ์ รัฐบาลเนี่ย ก็วิจารณ์ในแง่ที่มันไม่ดีไง ใครเค้ายิบข้อดีมาวิจารณ์กัน เค้าหยิบข้อไม่ดีมาวิจารณ์เท่านั้นเอง คุณอยากรู้อะไรก็ถาม ผมจะตอบให้ . จอมขวัญ - ท่านคิดว่าตอนนี้พื้นฐานกระเป๋าตังค์ ประเทศเรานี่ แน่นไหมคะ เอางี้ดีกว่า ง่ายๆเลย หม่อมอุ๋ย – กระเป๋าตังค์ แน่นมา สถานะทางการเงินดีมาก เงินสำรองดีมาก ที่บอกว่าแน่นเพราะไรรู้ไหมครับ ถ้าไม่แน่นเนี่ย ก็ดูจาก เงินจากยุโรปไหลเข้ามา หุ้นยังขึ้นมา 1,600 เลย ที่หุ้นขึ้นมา จาก 1,500 เป็น 1,600 เนี่ย ในสายตานักลงทุนต่างชาติ ประเทศไทยมีฐานะทางการเงินดี เงินสำรองระหว่างประเทศดี เอาเงินเข้ามาซื้อหุ้นแล้วถ้ามีปัญหาได้คืน นี่เรียกว่าฐานะการเงินของประเทศนะ ไม่ใช่ของคน เนี่ยคือสาเหตุ ของเงินที่ยุโรปอัดฉีด จึงไหลเข้ามาไทย ไม่ใช่ไหลเข้าเอเชียอย่างเดียว ไม่งั้นหุ้นคงไม่ขึ้นมาถึง 1,600 จุด จอมขวัญ- แต่ดิฉัน ฟังจากท่าน อ.สมชัย จิตสุชน ประชาชนคนไทยน่าจะมีปัญหาเรื่องกระเป๋าสตางค์ ไหมค่ะเพราะ เห็นบอกว่าหนี้เราสูงเหลือเกิน… หม่อมอุ๋ย – หนี้ภาคครัวเรือน สูงมากช่วงต้นปีทีแล้ว แต่หลังจาก ไตรมาสที่ 4 เริ่มดีขึ้นไม่พุ่งสูงขึ้น เพราะพุ่งสูงในช่วงที่ผ่านมาแล้ว แต่ของทุกอย่าง ที่เคยเสียมาแล้ว จะแก้ปัญหาภายในวันเดียวไม่ได้ ทุกคนต้องปรับตัว จอมขวัญ - แต่จากการฟังจากหลายๆแหล่ง มองว่า เศรษฐกิจไทย ไม่น่าจะดีเท่าไหร่ มองแบบคนขี้กลัวอีกแล้ว และเศรษฐกิจโลกไม่ค่อย...... (หม่อมอุ๋ย พูดสวนขึ้นมา) หม่อมอุ๋ย – ก็เค้าดูแต่ตัวเลขที่ไม่ดี และคุณ..ก็พูดแต่ของที่ไม่ดี ผมจะพูดของจริงให้ฟังนะ และคุณดูว่าดีไม่ดี ปีที่แล้วไม่ดีครึ่งปีแรกติดลบ ไตรมาส 3 ขยับตัวขึ้นมา +0.6 ไตรมาสที่ 4 ขยับตัวขึ้นมา +2.5 ถือว่าเริ่มขยับตัว ให้เห็นว่าดี มันก็ชัดเจนนะ มีตัวเลขไปแล้ว แต่ไม่ค่อยพูดกัน!!!!! ประการแรก ราคาน้ำมันที่ลงมากๆ พฤษภาคม – ธันวาคม ทำให้จับจ่ายใช้สอยมากขึ้น จริง! ทำให้ตัวเลขการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มของไตรมาสที่ 4 ปีที่แล้ว สูงเป็นประวัติศาสตร์เป็นสัญญาณว่า คนเริ่มใช้เงินแล้ว ประกอบกับน้ำมันที่ลดลง ทำให้คนมีเงินเหลือใช้ หากถามว่าดีไหม ต้องไปถาม อ.สมชัย จิตสุชน ว่าดีมั้ย เวลาเก็บ BRT มากขึ้น ประการที่สอง ตั้งแต่มีรัฐบาลนี้เข้ามา เราเร่งการทำงานอยู่หนึ่งอย่าง คือ เร่งการลงทุน เร่งการเปิดโรงงาน ซึ่งในอดีตมีปัญหาเกี่ยวกับการขอ ใบ รง.4 ที่ค้างท่ออยู่เยอะ ปรากฏว่าตั้งแต่เราเข้ามา เราขยันทำงาน เปลี่ยนกฏนิดหนอย ทำให้ตั้งแต่ ปลายเดือนพฤษภาคม – ถึงปลายเดือนธันวาคม ที่ผ่านมา 7 เดือนที่ผ่านมา เราอนุมัติไปแล้ว 3,800 โรงงาน เป็นตัวเลขที่สูงมาก ซึ่งเราอนุมัติการเปิด 180 วัน ซึ่ง 7 เดือนที่ผ่านมา ได้มีการเปิดโรงงานไปราว 1,600 โรงงานเล้ว ซึ่งมีการจ้างคนเข้าไปทำงาน 7-8 หมื่นคน ซึ่งนี่คือเรื่องจริง และผมไม่ได้เอามา โม้ให้ฟัง ... และหากเปิดครบทุกโรงงาน การจ้างงาน จะอยู่ที่ราว 1.3 เเสน - 1.4 เเสน การลงทุน 2 แสนกว่าล้าน ซึ่งหากไปดูตัวเลข ในไตรมาสที่ 4 ตอนนี้ยังไม่ออกมา TDRI ของ อ.สมชัย เรายังไม่รู้ว่าการลงทุนภาคเอกชนมันเพิ่มขึ้น ซึ่งเดี๋ยวตอนเค้าแถลงเขาคงเห็นเองว่าการลงทุนภาคเอกชนมันขยับแล้ว มากขึ้นแน่นอนในไตรมาสแรก รวมถึงการบริโภคภาคเอกชน ราคาน้ำมันยังลง การใช้จ่ายยังดี ผมให้ข้อมูลนี่ก็แล้วกัน ซึ่งเป็นข้อมูลที่ อ.สมชัย ไม่เคยพูดและเป็นข้อมูลที่ออกมานานแล้ว และไม่มีใครออกไปใช้วิเคราะห์เลย มันต้องวิเคราะห์ให้ครบทุกตัว จอมขวัญ – ท่านค่ะ คนไทย จะหนี้มาก หนี้น้อย ดูจากอะไรคะ แล้วปีนี้ เขาจะหนี้มากไหมคะ หม่อมอุ๋ย – ก็ดูจากตัวเลข หนี้ภาคครัวเรือนไงครับ ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย จะออกมาเรื่อย 8 หมื่นกว่าบาท ประมาณนี้ ผมจำถ้าผมจำไม่ผิด? ก่อนหน้าก็น้อยกว่านี้ 5-6 หมื่น ก็ขึ้นมาเรื่อยๆ ตามเศรษฐกิจ เพราะคนไทยก็ถนัดใช้ บัตรเครดิต การผ่อนส่ง มันมีหลายสาเหตุ ซึ่งเราก็รณรงค์ตั้งแต่ในช่วงครึ่งปี ที่แล้วให้ระมัดระวัง ซึ่งมันเป็นของเดิมทั้งนั้น ที่คุณไม่เคยวิเคราะห์ไง พอนักคิดเอาไปพูดหน่อย คุณเลยพูดใหญ่เลย จอมขวัญ – งั้นตัวเลขที่จะออกมาใน 3 เดือนสุดท้าย ก็จะเห็นตัวเลขที่ต่างไปเลยใช่ไหมคะ หม่อมอุ๋ย – ก็ดีกว่าไตรมาสที่ 3 แน่นอน การเติบโตสูงขึ้น ไตรมาสที่ 3 อยู่ที่ 0.6 % ไตรมาสที่ 4 คง 2 % ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสูง จากผลสำรวจของทุกสำนัก เก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT ได้มาขึ้น ถ้าไม่ใช้เงินมาขึ้น แปลว่าอะไร จอมขวัญ – แล้วเวลาที่มีข่าวออกจากทางราชการ ว่ามีสินค้าปรับขึ้นราคา อันนี้ต้องตกใจมั้ยค่ะ (ทำหน้าสงสัย) หม่อมอุ๋ย – ถ้าอย่างนั้น ก็ต้องดู อีกกี่ รายการราคาปรับลง อย่างเมื่อกี้ ที่คุณขึ้นจอ ผมก็รู้แล้วคุณ เอียงไปข้างนึง จอมขวัญ – นี่ดิฉันคิดแง่ลบ หรอค่ะ (พูดไปด้วยหัวเราะไปด้วย) หม่อมอุ๋ย – เพราะคุณคิดไป แง่ลบอย่างเดียวไง ถ้านักข่าวเศรษฐกิจ คิดแง่ลบอย่างเดียว ประเทศมันลบหมด เพราะฉะนั้น ถ้ามีขึ้น ก็ต้องลงเท่าไหร่ ผมว่าตัวเลขจริง ดัชนีราคาสูงที่สุดในเดือน พฤษภาคม (ผมไม่ได้เอาตัวเลขมา เพราะคุณไม่ได้บอกจะถามอะไร) จาก พฤษภาคม ถึงมิถุนายน ถึงธันวาคม ดัชนีราคาลดลงมาตลอด และไม่ได้ลงเพราะน้ำมัน น้ำมันเพิ่งมาลง ตอน พฤษจิกายน - ธันวาคม ซึ่งผมอยากให้นักคิด เอาตัวเลขจากกระทรวงพาณิชย์ มาดูทุกหมวดหมู่ก็จะรู้ว่า มันมีขึ้นมีลงตลอด แต่ที่ไม่ลงเพียงอย่างเดียวคือราคาอาหารจานเดียว แล้วจะไปทำยังไงได้ พ่อค้าแม่ขาย เขาก็ไม่ใช่ คนรวยเค้าก็ต้องมีชีวิตอยู่ก็หวังกำไร ก็ต้องเห็นใจกัน เพราะอาหารจานเดียวขึ้นแล้วไม่เคยลง จอมขวัญ – ท่านมองว่างานของกระทรวงไหนในปีนี้ หน้าห่วงที่สุดคะ หม่อมอุ๋ย – หน้าห่วงที่สุดแปลว่าไร จอมขวัญ – อาจจะเจอปัญหาในบ้าน จากนอกบ้าน อาจคลุกคลัก ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ที่สุดมีไหมค่ะ หม่อมอุ๋ย – ไม่มีน่าห่วง เพราะรัฐมนตรีเขาสู้ เราก็ทำไป ถ้าผมพูดว่าน่าห่วงคุณก็เอาไปตีความว่ารัฐมนตรีไม่เก่ง เวลาคุณถามนี่ต้องระวังไง เพราะคุณเป็นคนมอง ลบตลอด ทุกกระทรวงมีสิ่งที่เขาจะต้องสู้ กระทรวงพลังงานเค้าทำงานได่ดี แต่เค้าก็ต้องต่อสู้ กับคนที่มาค้าน โดยไม่มีเหตุผล หรือมีเหตุผล ซึ่งการทำงานของเขาไม่ได้ยากมาก เพราะเป็นช่วงน้ำมันลง แต่เขาต้องนั่งชี้แจ้งกับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องเยอะแยะเลย ส่วนกระทรวงอุตสาหกรรม ดูไม่ได้มีปัญหามา เพราะเค้าเดินมาด้วยดี การอนุมัติสร้างโรงงานเร็วก็เป็นที่นิยม สภาอุตสาหกรรมก็ชอบ รัฐมนตรีอุตสาหกรรมคนนี้ อนุมัติเร็ว แต่เค้าก็ต้องออกอีกโครงการนึง โครงการเหมืองแร่โปแตซ ก็ต้องลงไปชี้แจ้งชาวบ้าน ซึ่งทุกคนก็มีปัญหาที่จะต้องจัดการ ส่วนกระทรวงพาณิชย์ก็จะเป็นเรื่องยอดส่งออก ตอนนี้ผู้ซื้อของโลกเหมือนตลาดวาย ทั่วโลก อเมริกาก็ยังไม่ฟื้นจริง ยุโรปยังเลย ญี่ปุ่นเหมือนเริ่มฟื้นตอนนี้ชะลอลงแล้ว ส่วนจีนเขาชะลดตัวเอง เวลาคนปรามคอปรัปชั่น เหมือนปราบเศรษฐกิจส่วนเกิน ยังไงเศรษฐกิจก็ชะลอลง เช่นการยกเลิกจำนำข้าว เนื่องจากมีการคอปรัชชั่นเยอะ เงินก็เหมือนชะลอตัวลง ก็เนื่องจากโลก ชะลอตัวลง ก็เหมือนกระทรวงพาณิชย์จะหนักที่สุด ผู้ส่งออกส่งได้ยาก จอมขวัญ – การส่งออก ของเราจะแย่ไหมค่ะ หม่อมอุ๋ย – ก็คงได้สัก 4 % ตามที่นายกตั้งไว้ แต่เราต้องหวังแค่นั้นนะ อย่าไปคาดหวังลมๆ แล้งๆ ซึ่งเราต้องพูดกันในข้อเท็จจริงเนื่องจากโลกลง เหมือนการคาดหวังราคายาง 80 บาท นี่คือลมๆแล้งๆเลย ไม่เชื่อผมไม่เชียร์นะ แต่ทุกคนไม่ดูตลาด ตอนนั้น ยาง 51 บาท เมื่อ ก.ย. ดึงมา 63 บาท ตั้งใจว่าจะให้ถึง 70 บาท แต่บังเอินมีเรื่อง ยางเทียม 60 กว่าบาท คงจะดึงยางพาราให้ 70 บาทได้ แต่ราคาน้ำมันมันลง เหลือ 45-46 จาก80 เหรียญ ทำให้ราคายางมันลดมาด้วย ยางเทียมมันทดแทนยางพาราได้เลย สิ่งนี้คือมันกดรราคายางพาราไว้ มันมีจุดของมัน ได้แค่ไหนก็แต่นั้น ฉะนั้น คนในรับบาล ก็ฝันลมๆแล้งๆ ฝันกันไป โลกมีขึ้นมีลง ต้องอยู่ให้ได้ ช่วยกันให้ได้ จอมขวัญ – ถ้าดิฉันฟังยังไงก็ไม่เข้าใจ แต่รู้สึกว่า เราจะฝากความหวังกับ ครม. ที่โดยเฉพาะกับ คสช.ที่จะทำงานตรงนี้อีกประมาณ ปีเศษๆ ฝากเยอะ และก็มีอำนาจพิเศามากมาย ..พูดยังไม่จบ หม่อมอุ๋ย – (พูดสวนขึ้นมา) ถ้าคุณเป็นนักข่าวคุณต้องพยายามฟังให้เข้าใจนะ ถ้าคุณไม่เข้าใจ ซักทีก็จะฝากความหวังไม่ได้ จอมขวัญ – ดิฉันถามแทนความคิด ประชาชนค่ะ ท่านมีอำนาจตั้งล้นมือ ทำไมจะทำยางให้ราคาสูงกว่านี้ไม่ได้ ทำไม จะทำให้ หม่อมอุ๋ย – เอาอำนาจที่ไหนมา เราผลิตยางประเทศเดียวหรอ ใช้ยางประเทศเดียวหรอ คือถ้าคุนพูดฝันแบบนี้นะ คุณเป็นนักข่าวเศรษฐกิจไม่ได้หรอก ทุกอย่างมีเหตุมีผล เราอยากขึ้นมั้ย เราอยากขึ้น แต่ในเมื่อยางเทียมมันยังไม่ถึง 40 บาท ซึ่งธรรมชาติของราคายางพารา จะได้ประมาณ 46-47 บาท ขณะนี้ 63 บาทแล้ว มากกว่านี้ ก็จะเสียหาย แก่งบประมาณประเทศ ขาดทุนกันหมด แล้วถามว่าใครรับผิดชอบ แต่ถ้าราคาปัจจุบันมันต่ำกว่าต้นทุน ผมต้องช่วย แต่ขณะนี้มันสูงกว่าต้นทุนแล้ว คือมันมีจังหว่ะ ปีที่ดี ยางดี เป็น 100 บาท 120 บาท 90 บาท ไม่เห็นมีใครพูดกันเลย จอมขวัญ – ดิฉันคาดหวังให้รัฐบาลอุ้มในช่วงเวลาที่ราคามันตกลงมาไม่ได้หรอคะ พูดแทนสวนยางค่ะ หม่อมอุ๋ย – ก็อุ้มแล้วไง (พูดสวนกันไปมา) แล้วผมก็ให้ 4.50 สตางค์แล้วจนได้เกินต้นทุนแล้ว ถ้า มันต่ำกว่าต้นทุน คงอุ้มมากกว่านี้ ถ้ามากว่านี้ แล้วประเทศขาดทุน แล้วใครจะบริหารประเทศล่ะ จะเอาเงินตรงนี้ไปแจกตรงนี้ ข้างเดียว แจกไปแล้วไหม ก็แจก มันต้องมีเหตุมีผล อยู่กันแบบไม่มีเหตุผล ก็อยู่ไม่ได้ การป็นนักข่าวเศรษฐกิจมันต้องมีเหตุมีผล เอาแต่อารมณ์อย่างเดียวไม่ได้ จอมขวัญ – งั้นดิฉัน ถามแทนประชาชนต่อนะคะท่าน. ในฐานะนักข่าวเศรษฐกิจ ว่ากระทรวงพลังงาน อาจมีการประท้วง มีข้อเสนอ ไม่เห็นด้วย มีการขัดแย้ง… ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสัมปทาน การจัดโครงสร้างพลัง จะจบได้ในรัฐบาลนี้ไหมค่ะ หม่อมอุ๋ย – จบบบบ. คุณเนี่ยฟังความข้างเดียวตลอด ไม่ฟังที่คุณ ปิยะสวัสดิ์ อธิบาย ผมเอาตัวเลขสัมปทาน กับตัวเลข Profit Sharing มาลองทำ เอาของในอดีตมาทำ บางอันสัมปทานได้มากว่า บางอัน Profit Sharing ได้มากกว่า แต่ส่วนใหญ่ที่เราเอาตัวเลขใส่ลงไป สัมปทานได้มากกว่าตลอด อินโดนีซีย ทำ Profit Sharing มาตลอด บอกว่าไม่เอาแล้วไปทำ สัมปทานดีกว่า ก็ถึงบอกไง ว่าผู้ใหญ่ในอดีตที่เขาดูและประเทศไทยมา เขาไม่ได้ฉุย เขาศึกษามาตลอด เราเป็นเด็กกว่าเขา รู้นิดเดียว ขึ้นไปอวดเก่งกว่าเขา ซึ่งมันแย่ ลองเอาตัวเลขไปใส่ อันที่เป็นสัมปทานมันดีส่วนใหญ่ บางอันก็ Profit Sharing ก็ดีกว่า ไม่งั้น อินโดนีเซียจะเปลี่ยนมาทำสัมปทานทำไม ต้องดูของจริง ไทยดีมาตลอด และตอนนี้กฎหมายมีแต่สัมปทานเท่านั้น และคุณเป็นรัฐบาลคุณต้องทำไง 1.ต้องเร่งหาพลังงานนะ เพราะอีก 5 ปี แก็สอ่าวไทยกำลังจะหมดไม่งั้นไม่ทันนะ จอมขวัญ – ท่านสามารถอธิบายให้ประชาชนเข้าใจได้ใช่มั้ยค่ะ หม่อมอุ๋ย- ได้ อธิบายมา ถึงข้อดีเข้าเสียยังไง อธิบายได้ทั้งหมด แต่บางคนตั้งใจจะไม่ฟัง พอตั้งใจไม่ฟังไม่ก็ดีไม่ได้เท่านั้นเอง จอมขวัญ – กฏหมายดิจิตอล จุดที่ท่านคิดว่า คนเข้าใจผิดมาที่สุด คือ. เรื่องอะไรคะ หม่อมอุ๋ย- กฏหมายมี 2 ชุด 1.ตั้งคณะกรรมการ ดิจิตอลแห่งชาติกับกระทรวงดิจิตอล อันนั้นคนไม่เข้าใจผิด คนอยากให้เกิดขึ้น และมีอีก 7- 8 ฉบับ ที่จะออกมา แต่ที่คนกลัวกันมาเลยคือ กฎหมาย ไซเบอร์ ซีเคียวริตี้ เป็นความมั่นคง คนจะกลัวกันเยอะ เพราะคนเขียนเนี่ยเขาเขียน แบบให้เขาใช้สะดวกเพราะฉะนั้นก็จะมีคนล่วงใช้ คนก็ออกมาค้าน ซึ่งก็ดีมาก ผมก็หยิบมาดูตอนนี้ นำไปแก้ตามที่ฝ่ายค้านต้องการแล้ว ซึ่งก็ไม่เป็นไรเพรามันมาทีหลัง แต่ที่อยากได้ คือ ตั้งคณะกรรมการ ดิจิตอลแห่งชาติกับกระทรวงดิจิตอล ที่คนเชียร์ และอีก 7-8 ฉบับค่อยๆทยอยออกมาไม่เป็นไร และก็มีกฏหมายเล็กๆน้อยๆ อาทิ พรบ.ความผิดทางคอมพิวเตอร์ ก็เหมือนกัน มีบางอันเกินไปหน่อย คนเขียนเอาแบบทำงานสะดวกเกินไป ล่วงล้ำคนอื่นมากไป พอมีคนค้าน ผมก็จะเอาตรงนี้ไป เจรจากับฝ่ายร่างกฏหมาย ตรงนี้ก็เข้าใจกันแล้ว พราะผมรับหมด จอมขวัญ - ซึ่งหลังจากนี้ก็จะยังมีการยื่นรายชื่อแก้เนื้อหาอยู่ใช่ไหมค่ะ หม่อมอุ๋ย – แก้อยู่แล้ว เพราะมีคนค้านก็จะส่งมาถึงผม และผมมีทีม กฏหมายที่ออกมา แล้วมีคนรีบค้านเร็ว เรารู้เลย เราก็ต้องแก้ จอมขวัญ – ดิฉันฟังจาก ผ.อ สุรางคนา ที่ท่านได้ผู้หลายเวที และในรายการด้วย เรื่องของอำนาจหน้าที่ มีปัญหาจริง ก็ยอมรับ และเรื่องของการ อาจจะระเมิดสิทธิของประชาชนก็จะดำเนินการแก้ไข แต่ถ้าพูดถึงองค์รวมแล้วอาจจะมี ที่ข่าวยังไม่ออก ตัดไปเยอะ คือ กสทช.ยังมีอำนาจตามเดิม หม่อมอุ๋ย – คือ กสทช. ก็กลัวไป ผมเลยเชิญ ท่านประธาน กสทช.กับผู้จัดการมา ก็ดูกันหมดเลยก็เป็นท่พอใจ การจัดสรร เคลื่อนความถี่เป็นอำนาจหน้าที่ท่าน มีอันเดียวที่เราดึงอำนาจมา คือ การจัดสรรคลื่นรวมว่าอันไหน ควจจะเป็นของความมั่นคง อันไหนเป็นเรื่องเพื่อการศึกษา ส่วนเรื่องเชิงพาณิชย์ท่านเอาไปทำ จอมขวัญ – ฉะนั้น กสทช.ก็ทำเหมือนเดิม เรื่องพาณิชย์ หม่อมอุ๋ย- ส่วนความมั่นคง เป็นเรื่องระดับชาติจัด รวมถึง การศึกษา กสทช.ไม่ได้มีคลื่นการศึกษา ส่วนเรื่องพาณิชย์ กสทช.เอาไปกำกับ ดูแล เอาไปเก็บค่าใบอนุญาติ เก็บค่าประมูล เดิมทุกอย่าง จอมขวัญ-ถ้งหาลองย้อนไปในประวัติศาสตร์ การพัฒนาจนกระทั่งมี กสทช.ว่าในส่วนของ คลื่นที่จะนำไปใช้เพื่อการศึกษา อาจจะมีคนพูดถึงน้อย แต่หากพูดถึงความมั่นคง จะเท่ากับว่าเราย้อนกับไป ก่อนจะมีการพัฒนา เรื่องของการปฏิรูปสื่อ ว่าเราอาจจะกลับเข้าไป (ยังพูดไม่จบ ....) หม่อมอุ๋ย- คือ ความมั่นคงเนี่ยต้องให้ชัดเลย ว่าเป็นส่วนไหน ไปปนอย่างอื่นไม่ได้ ถ้าเราชัดไปเลยเนี่ย ไม่ปนอย่างอื่นยิ่งสบายใจ เขาก็เข้าใจกันหมดแล้วนะ จอมขวัญ – มันจะเข้าลักษณะการดึงคลื่นกับไป เป็นของ หน่อยงานราชการ เป็นของความมั่นคงหรือป่าว (พูดยังไม่จบ ) หม่อมอุ๋ย- ไม่ใช่ เรื่องความมั่นคง ก็ความมั่นคง ไม่ใช่ไปให้ทหารทำวิทยุ ไม่ใช่ .. จอมขวัญ – กระทรวงที่ตั้งขึ้นมาใหม่นี่จะมีอำนาจหน้าที่มาน้อยแค่ไหนคะ หม่อมอุ๋ย- เปลี่ยนชื่อกระทรวง ICT มาเป็น กระทรวงดิจิตอล อีโคโนมี เป็นการขยายส่วนที่จะใช้ ดิจิตอล มาขยายด้านเศรษฐกิจ ให้มากขึ้น จอมขวัญ – กระทรวงนี้ กับ กสทช. ก็อยู่คนละส่วน... ตัดไป หม่อมอุ๋ย- ใช่ กสทช.ยังอยู่ที่เดิม จอมขวัญ – เป็นอิสระต่อกัน หม่อมอุ๋ย- ไม่เกี่ยวกันอยู่แล้ว แค่ขอเอางานในการจัดองค์รวมของสื่อ ความมั่นคง การศึกษา การแพทย์ ขอแยกมาซะ ส่วนเป็นพาณิชย์ เอาไปเลย ไม่มีใครเสียอำนาจ จอมขวัญ- ที่เชิญมาคุยก็คือ กสทช. ทุกท่าน .... หม่อมอุ๋ย- ประธาน กับผู้จัดการกพอละ ไม่จำเป็นต้องพูดทั้งหมด เพราะหลักการจริงๆก็มีแค่ นั้นเอง จอมขวัญ – ส่วนของทิศทางเศราฐกิจในประเทสปีนี้ ท่านคิดว่ารัฐบาลจะนำไปในทิศทางไหน หม่อมอุ๋ย- วันนั้นก็แถลงแล้วก็ไม่ฟันเองอ่ะ ... ชัดคือ 1 .ปีนี้ตัวใช้จ่ายภาคเอกชนเริ่มแล้ว การลงทุนเรื่องการผลักดันภาคเอกชนการสร้างโรงงานเกิดขึ้นแน่นอน เพราะตัวนี้ จะสร้างงานในประเทศ 2. เราจะเติมด้วยกระตุ้นการลงทุนภาครัฐ เรื่องของโครงสร้าง พื้นฐาน เป็นรายเดือน เช่น เดือนนี้สร้างถนนไหน ซ่อมถนนไหน เป็นแผนแบบนั้นเลย และการสร้างรถไฟรางคู่ เช่น ปีนี้ลงเข็ม 706 กิโลเมตร ทำขนาดนั้นเลย เป็นรายเดือนเพื่อให้มทีการจ้างงาน และที่เราจะมีการสร้างโรงเรียน 8000 โรงเรียน สถานพยาบาล อีก 2,000 – 3,000 แห่ง พวกนี้ก็จะกระจาย ทีเดียวเลย ช่วงนี้กำลังเร่ง การลงทุนภาครัฐ และก็ เร่งการลงทุนภาคเอกชนเช่นการออกใบอนุญาติให้เร็ว แล้วเผอิญราคาน้ำมันลง การใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เราคิดว่าเราจะโตไปได้ ในอัตรา 4 % จุดเดียวที่ผมทำไม่ได้ คือดึงราคายางให้แพงขึ้น เป็น 80 บาท แต่ ผมก็จะทำเต็มที่ดึงราคายางให้มากกว่าต้นทุนอย่างแน่นอน แล้วก็ยังแถมให้ 4.50 บาท ต่อกิโลด้วย ก็คิดว่ามันมีจุดความพอดีของมันอยู่ มากไปกว่านี้ก็ไม่ไหว จอมขวัญ – ในช่วงปีนี้นะคะ เรามักจะพูดว่า ปฏิรูปประเทศ ปฏิรูปประเทศ ในมุมของผู้ที่มีอำนาจทางเศรษฐกิจ สถานภาพทางเศรษฐของประเทศไทย บุคลิกลักษณะของประเทสไทยยังคงเป็นประเทศ เกษตรกรรมเป็นหลัก หรือไม่ หม่อมอุ๋ย- ประเทศไทยเป็น อุตสาหกรรมมากกว่า เกษตรกรรมมานานแล้ว อย่าไปหลงโบราณ คุณนี่โบราณกะผมละ เราเป็นประเทศเกษตรจิง แต่ด้านอุตสาหกรรมมีมากกว่ามานานแล้ว อันนี้ยังเดินต่อแต่เปลี่ยน รายการอุตสาหกรรม ที่ส่งเสริม BOI ใหม่ เป็นอุตสาหกรรมรุ่นใหม่ ส่วนอุตสาหกรรมรุ่นเก่าก็โดน แข่งขันจาก เวียดนาม อินโดฯ เขรม เราก็จะพยายามจะไม่แข่งอันนั้น ถ้าเรายังอยู่ตรงนั้นการแข่งขันเราจะลดลง และตอนนี้เราอยากได้นิคมอุตสาหกรรมอากาศยาน ซึ่งอยู่ระหว่าเจรจากันอยู่ ซึ่งหากมี จะทำให้ประเทศไทย เป็นศูนย์ อุตสาหกรรมอากาศยานในอาเซียน ซึ่งเหมาะมากอาจไม่เห็นในปีนี้ แต่ทำไว้เพื่อในอนาคตเลย กระทรวงดิจิตอล อีโคโนมี ก็ทำเพื่ออนาคต เช่นกัน จอมขวัญ – ในส่วนของประเทศเรา เป็นประเทศเกษตรกรรม ที่สินค้าเกษตรเล่นราคาลักษณะแบบไหน ปริมาณ หรือแม้แต่อุตสาหกรรม---- พูดสวนขึ้นมา หม่อมอุ๋ย- อุตสาหกรรมคือตัวทำเงิน ให้ประเทศมาก เกษตรก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่เราไม่ทอดทิ้งเกษตรเราจะทำให้ดีที่สุด จอมขวัญ – ส่วน อุตสาหกรรม บางแห่งย้ายไปที่อื่น แรงงานก็มีปัยหาเสมอ ตกลงว่าเรา จะเป็นประเทศรับจ้างผลิต หรือ ...ออกแนวไหน หม่อมอุ๋ย- เราเป็นประเทศอุตสาหกรรมมาตั้งนานแล้ว ต้องเข้าใจนะว่า ประเทศไทย เป็นประเทศอุตสาหกรรมมานานแล้วไม่ใช่เพิ่งเป็น แต่เราไม่เคยทิ้งเกษตร แต่ถ้าเราอยู่ที่เดิมเราจะสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน ลงไปทุกที เราต้องเปลี่ยนเพื่ออนาคต และจะดีในระยะยาวแน่นอน มันจะทำให้ ประเทศเกิดใหม่ในอาเซียน จะสู้เราไม่ได้ เราจะทำอันที่ยากกว่าที่เขาจะทำได้ จอมขวัญ – ในส่วนของประเทศเราทั้งหมดหลังจากนี้ ดูแล้วไม่ได้ห่วงอะไร ว่าปีนี้จะดีกว่าหรือแย่กว่า … หม่อมอุ๋ย - สำหรับภาพรวมในประเทศ มันดีกว่าปีที่แล้วแน่นอน ทุกคนเหมือนไปตั้งกับความคาดหวังไว้สูง ความจริงดูให้ครบทุกด้าน เพราะตอนนี้ทุกอย่างดีขึ้น เช่นความเชื่อมั่นผู้บริโภค การอนุมัติโรงงานสูงสุด เหลือแค่การลงทุนภาครัฐที่ล่าช้าไปหน่อย ตอนนี้ผมพยายามเร่งไปแล้ว จอมขวัญ – ฉะนั้นด้านของรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจไม่ได้ห่วงอะไร หม่อมอุ๋ย – ห่วง เพราะอยากให้ทุกคนดีกว่านี้ ผมพูดไม่ห่วงคุณก็ จอมตีผมอีก! แต่ในการจะดีกว่านี้ ทุกอย่างมันมีจุดที่จะไปได้อย่างสร้างความฝันลมๆ แล้งๆ อะไรที่ไปได้มันก็ไปได้ จอมขวัญ - ที่ถามว่าห่วงมั้ยคือมั่นใจ หม่อมอุ๋ย - มั่นใจว่าไปถึง 4 % แต่ปัญหาก็มี บางกลุ่มจะมีปัญหามากกว่าบางกลุ่ม บางกลุ่มมีหนี้เรื้อรังก็มีปัญหามากกว่าบางกลุ่ม ในส่วนที่โต 4 % ถ้าไม่มีปัญหาหนี้ เรื้อรังก็ไม่น่าห่วง แต่คนที่มีหนี้ เขาก็หวังว่ารัฐบาลนี้เป็นเทวดา จะมาแก้ปัญหาหนี้ให้เขาอีก ซึ่งมันเป็นหนี้ที่สะสม มายาวนาน คนเหล่านั้นเค้าก็ไม่สบายใจ เป็นห่วงคนที่เสียเปรียบคนอื่น ซึ่งมีมานานแล้ว ส่วนเศรษฐกิจจะถึง 4% ไหม มันถึงอยู่แล้ว จอมขวัญ - สุดท้ายแล้วค่ะ เศรษฐกิจของเราปีนี้ เราพึ่งในประเทศมากกว่า หรือนอกประเทสมากกว่า หม่อมอุ๋ย – ในประเทศมากกว่า ก็ที่พูดมา ในประเทศ ทั้งหมด จอมขวัญ - ส่วนสถานการณ์ในประเทศ ท่านไม่ได้ห่วง อย่างที่ผ่านมาใช่ไหมคะ หม่อมอุ๋ย – ไม่มีหรอกมันไม่มีรุ่นแรงเท่าที่ผ่านมา 6 เดือนนั้นรุนแรงที่สุด ไม่มีอะไรรุนแรงแบบนั้นอีกแล้ว ฉะนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมถามหลายๆคน เขาก็บอกว่าไม่มีอะไร เฉยๆ เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะ กับการถามตอบ ประเด็นเศรษฐกิจที่น่าสนใจ ซึ่งประเด็นบางอย่าง ที่หยิบยกมาพูดคุย เป็นทั้งเรื่องดีและไม่ดี และหลังจากอ่านจบเร็วคุณคงจะรู้ ประเทศไทยจะรุ่ง หรือ ดับก็ต้องจับตาดูกันต่อไป MThai News

ซ้ำรอยคดีดังในไทย สาวสวยถูกพบเป็นศพในแทงค์น้ำที่เม็กซิโก
ทิ้งศพในแท๊งน้ำ /  ศพสาวสวย / 

ทางการเม็กซิโกตรวบพบศพสาวสวย หลังถูกทิ้งไว้ในแทงค์น้ำนานนับปี จนกระทั่งชาวบ้านพบความผิดปกติของน้ำปะปา และร้องเรียนทางการให้เข้าไปตรวจสอบ วันนี้ (14 ม.ค.)สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใน อพาร์ทเม้นท์หลายแห่งในเม็กซิโก ได้รับความเดือดร้อนจากความผิดปกติของน้ำปะปา ที่ทั้งมีกลิ่นเหม็น และรสชาติอันแปลกประหลาด โดยเมื่อมีการร้องเรียนเพิ่มมากขึ้น ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจึงเข้าไปตรวจสอบ และพบกับสิ่งที่ไม่คาดคิดมาก่อน รายงานระบุว่า จากการตรวจสอบถังบรรจุน้ำ พบศพของหญิงสาวอยู่ภายใน และสืบทราบต่อมาว่าเป็นศพของ Carmen Yarira Noriega Esparza วัย 27 ปี สาวสวยผู้ที่มีความฝันอยากเป็นนักแสดงสาว ที่หายตัวไปอย่างลึกลับเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2557 ที่ผ่านมา ซึ่งอาจจะมีสาเหตุมาจากการค้าทางเพศ และกรณีที่เธอมีความสัมพันธ์ลับกับนักธุรกิจรายหนึ่งก่อนหน้านี้ หลังจากเกิดเรื่องชาวบ้านทีอยู่ในพื้นที่ได้วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างสนั่น เนื่องจากมีการคาดการณ์ว่าน้ำปะปาในพื้นที่ มีศพคนทั้งคนเจือปนอยู่นานเกือบ 1 ปี ทั้งนี้ทั้งนั้นสถาบันนิติเวชวิทยาศาสตร์จะทำการชันสูตรศพเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุต่อไปว่า การทำศัลยกรรมก่อนหน้านี้เป็นตัวบ่งชี้อัตลักษณ์ส่วนตัว ที่ทำให้ทราบว่าเป็นร่างของดาราสาวรายนี้จริง เนื่องจากสภาพศพ ค่อนข้างเน่าเปื่อยจนแทบจะไม่สามารถระบุตัวตนได้ เพื่อนของ Esparza ระบุว่า เธอเป็นผู้หญิงที่ทั้งสวยและมีความสามารถ และที่สำคัญเธอมีความฝันอยากเป็นนักแสดงและมีความทะเยอทะยานอย่างมาก ทั้งนี้เรื่องราวของสาวสวยรายนี้ ทำให้หวนคิดถึงเรื่องราวคล้ายๆกัน ที่เป็นข่าวโด่งดัง และยังเป็นปริศนาของ เอลิซ่า แลม ถูกพบเป็นศพ ในแท้งค์น้ำของโรงแรมเซซิล ในลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อหลายปีก่อน และยังไม่สามารถไขความลับดังกล่าวท่ามกลางข้อกังขา แม้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการปิดคดีโดยชี้ว่าเป็นการฆ่าตัวตาย แต่ยังมีคนตั้งข้อสังเกตว่านี่อาจเป็นการฆาตกรรม อย่างไรก็ตามในไทยเอง ย้อนไปเมื่อปี 2551 เคยมีคดีสะเทือนขวัญในลักษณะคล้ายคลึงกัน เมื่อน.ส.ราตรี หมั่นดี อายุ 26 ปีพนักงานสาวร้านคาราโอเกะ ชาวอยุธยา ถูกฆ่ารัดคอยัดใส่ถุงดำ แล้วทิ้งศพลงไปในถังน้ำขนาดใหญ่บนดาดฟ้าหอพักพัชรินทร์จ.ปทุมธานี วันที่ 18 กรกฎาคม ในปี2551 ซึ่งสาเหตุเกิดจากคนร้ายได้ไปเที่ยวสถานบันเทิง ในเขตนิคมอุตสาหกรรมนวนคร แล้วเจอกับผู้ตาย จากนั้นได้พากันมาที่ห้องพัก และเกิดบันดาลโทสะหลังจากทราบว่า ผู้ตายขโมยยาบ้าของคนร้ายไปจำนวน 20 เม็ด จึงเกิดความโมโหลงมือทุบตีผู้ตายจนเสียชีวิต ก่อนนำศพไปทิ้งในถังน้ำ แต่สุดท้ายถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจรวบตัวและดำเนินคดีตามกฏหมายในที่สุดโดยคดีนี้โด่งดังจนกระทั่งเป็นเค้าโครงของภาพยนต์เรื่อง 'ตายโหง' ตอนศพหมกแท๊งค์น้ำ ซึ่งเนื้อหาสร้างให้เห็นความสะอิดสะเอียน เมื่อผู้อาศัยในตึกที่เกิดเหตุ ได้บริโภคน้ำในแทงค์ที่มีศพซ่อนอยู่ MThai News ที่มา Mirror

รู้หรือไม่!! ถนนเมืองไทย แดนอันตราย ตายเป็นอันดับ 2 ของโลก
จักรยาน /  ตาย / 

เคยคิดหรือไม่ว่า เมื่อขับรถบนท้องถนนในประเทศไทย มีความปลอดภัยกันแค่ไหน และรู้หรือไม่ว่าถนนเมืองไทย ขึ้นชื่อว่าอันตรายยิ่งกว่าประเทศใดๆ บนโลกใบนี้ คุณต้องเสี่ยงตายกับอุบัติเหตุที่ "ไม่ไปชนเขา เขาก็มาชนเรา" อย่างที่เห็นเป็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ ยังไม่รวมอุบัติเหตุอื่นๆ ตามท้องถิ่นชนบท ที่ไม่เป็นข่าว แต่ถึงคราวตายกันเป็นจำนวนมาก ที่กลายเป็นข่าวดัง ข่าวเด่นขึ้นมา เมื่อ นายฮวน ฟรานซิสโก นักปั่นรอบโลกชาวชิลี วัย 48 ปี ต้องมาจบชีวิต กับเส้นทางสุดท้าย บนถนนสายมรณะ ในประเทศไทย ทั้งที่เดินทางมา 5 ทวีประยะทางกว่า 250,000 กม. ตั้งแต่ปี 2010 ทำให้ประเด็นนี้กลายเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง เพราะก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 13 ก.พ. 56 ก็เป็นที่ฮือฮากันทั่วโลกมาแล้ว เมื่อนักปั่นจักรยานสองสามีภรรยาชาวอังกฤษ มาเสียชีวิตในประเทศไทย เพราะคนขับรถมัวก้มเก็บหมวกขณะขับรถ เป็นเหตุให้พุ่งชนจักรยานดังกล่าว บนถนนสาย 304 กบินทร์บุรี - พนมสารคาม แน่นอน เรื่องนี้กระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศเต็มๆ รัฐบาลสหรัฐฯ ถึงกับเตือนนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาประเทศไทย เพราะการเดินทางบนถนนสุดอันตราย อาจไม่ได้กลับประเทศ เหล่านี้เป็นเพราะความมักง่ายของคนที่ใช้รถใช้ถนน ไม่มีวินัยในการขับขี่ และขาดจิตสำนึกที่ดีต่อเพื่อนร่วมทาง ลองมาดูกันว่า การขับขี่บนท้องถนนในประเทศไทยนั้น มีสถิติที่ไม่ธรรมดา ข้อมูลการวิจัยจาก สถาบันวิจัยความปลอดภัยในการขนส่งแห่งมหาวิทยาลัยมิชิแกน เผยผลสำรวจที่น่าตกใจเกี่ยวกับอุบัติเหตุในบ้านเรา มีอัตราการเสียชีวิต สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก เป็นรองเพียงนามิเบีย ที่มีสถิติห่างจากกันไม่มากมายนัก โดยจากการสำรวจนี้ระบุว่า ปัจจัย 3 ข้อ ที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุคือ พฤติกรรมเสี่ยงของผู้ขับขี่ การบังคับใช้กฎหมายไม่เข้มงวดพอ และความปลอดภัยของถนนที่ไม่ได้มาตรฐาน อัตราส่วน อุบัติเหตุ คนไทย 100,000 คน จะมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนนถึง 44 คน ในขณะที่ทั่วโลกมีค่าเฉลี่ยของผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เพียง 18 คน ต่อประชากร 100,000 คน โดยประเทศที่มีอุบัติเหตุทางถนนน้อยที่สุดได้แก่ประเทศ มัลดีฟท์ ในเว็บไซต์ กรมการขนส่ง เผยข้อมูล ประเทศไทยมีอัตราการตาย ที่เกิดจากอุบัติเหตุบนท้องถนนเฉลี่ยวันละ 25 คน หรือมีการตายเฉลี่ย ชั่วโมงละ 1 คน ในแต่ละปีนั้น มีมูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจ ที่เกิดจากอุบัติเหตุบนท้องถนนถึง 230,000 ล้านบาทต่อปี และถูกจัดเป็นประเทศที่มีอัตราการตายที่เกิดจากอุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นอันดับ 6 ของโลก จากสถิติทั้งหมด 200 ประเทศ ล่าสุด ข้อมูลของศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ถึงกับจัดเป็นประเทศไทย เป็นประเทศที่แย่ที่สุดในโลกในเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนน โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ที่ทำให้มีผู้บาดเจ็บมากกว่า 1.1 หมื่นคน ส่วนใหญ่ ผู้ตายทั้งหมดบนท้องถนนนั้น 70 % เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ และไม่สวมหมวกนิรภัย เห็นแบบนี้แล้ว การใช้รถใช้ถนนในประเทศไทย นั้นค่อนข้างเสี่ยง (มาก) ต่อชีวิต ใครจะรู้ว่า วันหนึ่งรถกระบะจะขับตัดหน้าแบบกะทันหัน รถสิบล้ออาจจะฝ่าไฟแดงมาโดยไม่รู้ตัว หรือ มอเตอร์ไซค์ขับย้อนศรมาชน กลายเป็นคนขับรถชนตายไปแบบไม่ทันตั้งตัว ตราบใดที่คนเรายังไร้วินัยการขับขี่ และยังไม่มีมาตรการที่เข้มงวด กรณีแบบนี้ก็มีให้เห็นแทบทุบวัน ทางที่ดีคือการป้องกันตัวเอง ลดความเสี่ยงด้วยการ หมั่นตรวจสอบสภาพรถ คาดเข็มขัดนิรภัย สวมหมวกกันน็อค ปฏิบัติตามกฎวินัยจราจรอย่างเคร่งครัด หากทุกๆคนช่วยกันปฏิบัติตาม อย่างน้อย อุบัติเหตุย่อมลงลงได้ หากไม่ประมาท เพชรพิริยะ MThai News

การไฟฟ้า ประกาศงดจ่ายไฟ31ธค.57-4มค.58บางพื้นที่
การไฟฟ้า /  งดจ่ายกระแสไฟฟ้า / 

การไฟฟ้านครหลวง งดจ่ายไฟ ในช่วงวันที่ 31 ธ.ค. 57 - 4 ม.ค. 58 บางพื้นที่ การไฟฟ้านครหลวง รายงานว่า เนื่องจากว่า การไฟฟ้านครหลวง มีความจำเป็นที่จะต้องทำงานเกี่ยวกับการป้อน สายไฟฟ้าแรงสูง เพื่อพัฒนาและบำรุงรักษาระบบการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้มีประสิธิภาพภาพยิ่งขึ้น และเพื่อให้เกิด ความ ปลอดภัยในการปฏิบติงาน ทางการไฟฟ้าฯ จึงมีความจำเป็นที่ต้องงดจ่ายกระแสไฟฟ้าเป็นการชั่วคราวบางพื้นที่ ตั้งแต่เวลา 08.00-15.00 น. ในวันที่ 31 ธ.ค. 57 - 4 ม.ค. 58 วันที่ 31 ธ.ค. 57 ที่ จ.สมุทรปราการ งดจ่ายไฟตั้งแต่เวลา 08.00-15.00 น. บริเวณถนนสุขมวิท 107 หมู่บ้านกิตินคร ถนนพัฒนา 1 หมู่บ้านซิตี้วิลเลจ ในนิคมอุตสาหกรรมบางปู, นิคมอุตสาหกรรมบางปู ซอย 4A และทางตรงถนนพัฒนา 1 นิคมอุตสาหกรรมบางปู วันที่ 1 ม.ค. 58 ที่ จ.สมุทรปราการ งดจ่ายไฟตั้งแต่เวลา 08.00 - 15.00 น. บริเวณถนนท้ายบ้าน ซอยฟาร์มจระเข้ ฝั่งตรงข้ามสถานีย่อยท้ายบ้าน และถนนสุขุมวิท โรงงานน้ำปลาทิพรส วันที่ 2 ม.ค. 58 ที่ จ.สมุทรปราการ งดจ่ายไฟตั้งแต่เวลา 08.00-15.00 น. บริเวณถนนพัฒนา 2-3 (ฝั่งใต้) นิคมอุตสาหกรรมบางปู ซอย 1B วันที่ 4 ม.ค. 58 ที่ กรุงเทพฯ งดจ่ายไฟตั้งแต่เวลา 08.30-15.30 น. บริเวณถนนเพชรบุรี ซอยเพชรบุรี 19 และอาคารใบหยก ที่ จ.สมุทรปราการ 08.00-15.00 น. บริเวณ ถนนพัฒนา 1-3 (ฝั่งเหนือ) นิคมอุตสาหกรรมบางปูซอย 9B-9C

ไฟไหมรถบัสที่อยุธยา ผสด.หวิดย่างสด!
ข่าวล่าสุด /  อยุธยา / 

ไฟไหม้รถโดยสารปรับอากาศสายกรุงเทพ-แพร่ ขณะวิ่งเส้นอยุธยา หวิดย่างสดผู้โดยสาร44คน โชคดีหนีออกจากตัวรถได้ทัน วันที่ 2 พ.ค.58 เกิดเหตุไฟไหม้รถโดยสารปรับอากาศสายกรุงเทพ-แพร่ หมายเลขทะเบียน 10-1527 แพร่ ซึ่งเป็นรถบัสแบบ 2 ชั้น ขณะรถบัสวิ่งอยู่บนถนนสายเอเชีย ขาออกกรุงเทพ ช่วง หลัก กม.ที่ 9 หน้านิคมอุตสาหกรรมไฮเทค ต.บ้านหว้า อ.บางปะอิน เจ้าหน้าที่ใช้เวลานานกว่า 20 นาที จึงดับเพลิงได้ ด้าน นายธิติพงษ์ บึงมุม พนักงานขับรถบัสคันเกิดเหตุ ให้การว่า รับผู้โดยสาร 44 คนจากหมอชิตจะไป จ.แพร่ และมีการตรวจสภาพรถก่อนวิ่งตามปกติ แต่เมื่อรถวิ่งมาถึงอยุธยา เกิดอาการเบรกล้อหลังติด จนต้องชะลอความเร็วรถ จากนั้นมีเสียงยางหลังด้านซ้ายระเบิดขึ้น ก่อนเกิดเพลิงลุกไหม้บริเวณด้านหลังซ้ายของรถ ซึ่งตรงจุดนั้นเป็นที่ตั้งเครื่องยนต์ด้วย ตนจึงรีบนำรถเข้าข้างทางและเปิดประตูให้ผู้โดยสารลงจากรถโดยเร็วที่สุด โชคดีที่ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ขอบคุณข้อมูล tnamcot / ภาพ facebook Tharapong Manorot

สาวโรงงานถูกเถาวัลย์รัดคอดับ หลังสู้สุดชีวิตไม่ให้โดนข่มขืน
ข่มขืน /  สาวโรงงาน / 

สาวโรงงานถูกคนร้ายลากเข้าป่าใช้เถาวัลย์รัดคอจนเสียชีวิต หลังพยายามสู้สุดชีวิตไม่ให้โดนข่มขืน วันนี้ (22 เม.ย. 58) พ.ต.ท.กำจัด ไชยนอก สวส.สน.ฉลองกรุง ได้รับแจ้งเหตุพบศพหญิงเปลือยกายภายในป่าละเมาะ ริมคลองปลาทิว ซอยฉลองกรุง 54 แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง กทม. จึงเดินทางไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุพบศพ นางสำรวย อ่อนน้อม อายุ 48 ปี สวมแจ็กเก็ตยีน ท่อนล่างเปลือยเปล่า เสื้อชั้นในถูกถลกขึ้นไปด้านบน ที่ลำคอถูกรัดแน่นด้วยเถาวัลย์ ทั้งนี้ ผู้ตายเป็นสาวโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมแห่งหนึ่ง พักอาศัยอยู่กับแฟนหนุ่มภายในซอยฉลองกรุง 57 โดยก่อนเกิดเหตุเมื่อวันที่ 17 เม.ย. ที่ผ่านมา ได้เดินทางไปหาญาติที่ จ.สระบุรี ก่อนเดินทางกลับในวันต่อมา จนกระทั่งแฟนหนุ่มรู้สึกผิดปกติว่า ทำไมผู้ตายยังไม่กลับบ้าน จึงเข้าแจ้งความก่อนพบกลายเป็นศพ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า ขณะผู้ตายกำลังเดินกลับบ้านเพียงลำพัง คนร้ายน่าจะผ่านมาเห็นเข้า จึงสบโอกาสฉุดกระชากหวังข่มขืนเข้าไปในป่า ก่อนพยายามจับเหยื่อถอดกางเกง แต่ปรากฎว่าผู้ตายต่อสู้สุดชีวิตเลยเป็นเหตุให้คนร้ายบันดาลโทสะคว้าเถาวัลย์มารัดคอจนเสียชีวิตอย่างเหี้ยมโหด ขอบคุณข้อมูล/ภาพ เดลินิวส์ / @fm91trafficpro MThai News

สาวชลบุรีร้องถูกพี่ชายข่มขืนท้อง7เดือน
ข่มขืน /  ชลบุรี / 

สาวชลบุรี วัย 32 ถูกพี่ชายแท้ ๆ ข่มขืนจนท้อง 7 เดือน แม่โร่เข้าแจ้งความหวั่นถูกทำร้าย ที่สถานีตำรวจภูธรพานทอง จ.ชลบุรี นางสมหวัง เดินทางมาพร้อม น.ส.โอ๋ (นามสมมติ) อายุ 32 ปี ตั้งครรภ์ 7 เดือนครึ่ง เข้ามาแจ้งความต่อ พ.ต.ท.กฤษณะ วจะสุวรรณ สารวัตรเวร สภ.พานทอง ให้ติดตามจับกุมลูกชายคนโตซึ่งเป็นพี่ชายแท้ ๆ และอีกคนคือสะใภ้ ที่ร่วมกันข่มขืน น.ส.โอ๋ น้องสาว คือ นายบุญส่ง  อายุ 46 ปี และ นางตะวัน เมื่อ ประมาณกว่า 7 เดือนที่ผ่านมา โดย นางบุญส่ง ผู้เป็นมารดา กล่าวว่า ตนมีอาชีพขายผักผลไม้แผงอยู่หน้าวัดหนองตำลึง มีบุตรชายสาวรวม 5 คน มี นายบุญส่ง คนก่อเหตุเป็นคนโต ทำงานเป็น รปภ. ของโรงงานแห่งหนึ่งในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร อ.พานทอง จ.ชลบุรี และ น.ส.โอ๋ เป็นคนที่ 5 ได้ถูกพี่ชายแท้ ๆ ข่มขืน โดยมีสะใภ้เป็นผู้สมคบคิด ตำรวจจึงให้ น.ส.โอ๋ ไปตรวจร่างกายเพื่อดำเนินคดี โดยจะเรียก นายบุญส่ง และ นางตะวัน มาสอบสวน หากพบผิดจริง จะดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันข่มขืนผู้อื่นต่อไป ข่าวที่เกี่ยวข้อง 13 วิธี ป้องกันตัว ของคุณผู้หญิง ภัยหญิง วิธีเอาตัวรอดจากผู้ร้าย ป้องกันลูก จากการ ถูก ล่วงเกินทางเพศ

38 คนไทยในเนปาล เดินทางกลับถึงไทยแล้ว
ข่าวล่าสุด /  คนไทยในเนปาล / 

38 คนไทยเผชิญเหตุแผ่นดินไหวในเนปาล เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ พร้อมผู้โดยสารสัญชาติอื่นรวม 304 คน โดยมีญาติมารอต้อนรับอบอุ่น วันที่ 28 เม.ย. (เวลา23.00น.) ที่อาคารผู้โดยสารขาเข้า ชั้น 3 ประตู 6 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ ผู้โดยสารจำนวน 304 คน ที่เดินทางออกจากเมืองกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล ด้วยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 3209 ได้เดินทางมาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยมีคนไทยรวมอยู่ด้วย 38 คน ด้าน นางภัทรภร พิพิรกุล ชาว จ.นนทบุรี กล่าวว่า ได้เดินทางไปกับทัวร์เพื่อแสวงบุญที่เนปาล รู้สึกดีใจเป็นที่สุดที่วันนี้ได้กลับมาแผ่นดินบ้านเกิด ส่วนวันแรกๆหลังเกิดแผ่นดินไหวต้องใช้ชีวิตเป็นอยู่ตามถนน หรือตามสนามหญ้า เนื่องจากมีอาฟเตอร์ช็อคตลอดเวลา นอกจากนี้ ภายหลังจากเกิดแผ่นดินไหว ตนและสามีได้เข้าไปช่วยชีวิตชาวเนปาลที่ถูกเศษซากอาคารถล่มทับ และได้ช่วยเด็กหญิงวัยประมาณ 1 ขวบรายหนึ่ง ออกมาจากกองเศษอิฐและเศษปูนได้ ซึ่งมาทราบภายหลังว่าเด็กปลอดภัย จึงรู้สึกตื้นตันใจที่ได้ช่วยเหลือชีวิตคนเอาไว้ได้ ขอบคุณข้อมูล/ภาพ dailynews MThai News

ไฟไหม้รง.ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์นิคมบางกระดี่
ข่าวล่าสุด /  โรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ / 

เกิดเหตุเพลิงไหม้ บริษัทผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ นิคมบางกระดี่ เบื้องต้น เจ็บ 2 ราย ล่าสุด จนท.คุมเพลิงอยู่ในวงจำกัดได้แล้ว เมื่อเวลา 05.00 น.ที่ผ่านมา เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ของบริษัท SVI ภายในนิคมอุตสาหกรรมบางกระดี ถ.ติวานนท์ เขตพื้นที่จังหวัดปทุมธานี โดยจุดเกิดเหตุเป็นโกดังลายผลิตขนาด 200x300 เมตร ซึ่งขณะที่เพลิงปะทุนั้น มีเสียงระเบิดดังขึ้นเป็นระยะ เจ้าหน้าที่ได้ระดมรถน้ำกว่า 20 คัน เร่งสกัดเพลิงไว้ได้ในวงจำกัดแล้ว เบื้องต้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บ เป็นคนงานหญิง จำนวน 2 คน มีอาการสำลักควัน เจ้าหน้าที่จึงช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลปทุมธานีแล้ว อย่างไรก็ตาม คาดว่า เหตุดังกล่าวจะต้องใช้เวลาในการระงับเหตุอีกระยะหนึ่งด้วย ความคืบหน้า พ.ต.ท.ชัยทัศน์ ลิ้มกุล สารวัตรสอบสวน สภ.ปากคลองรังสิต สารวัตรเวรสอบสวน สภ.ปากคลองรังสิต รับแจ้งเหตุโรงงาน SVI จำกัด (มหาชน) ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ในนิคมอุตสาหกรรมบางกระดี ไฟไหม้อาคารฝ่ายผลิต เลขที่ 142 หมู่ 5 ต.บางกะดี อ.เมือง จ.ปทุมธานี พร้อมประสานงานขอรถดับเพลิงเทศบาลบางกระดี และท้องที่ใกล้เคียง ส่งรถดับเพลิงมาช่วยดับไฟกว่า 20 คัน ที่เกิดเหตุพบโรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ไฟกำลังลุกไหม้ยังไม่สงบดี มีควันสีดำลอยขึ้นอย่างมาก มีรถดับเพลิงประมาณ 20 คัน มาช่วยดับไฟ เพื่อไม่ให้ลุกไหม้ไปยังอาคารอื่น ยังควบคุมไฟไม่ได้ ลักษณะของอาคารเป็นอาคารชั้นเดียว ด้านในเป็นคลังเก็บอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยเพลิงลุกไหม้ พื้นที่ฝั่งซ้ายของอาคารอย่างรวดเร็วและลามอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีเสียงระเบิดดังอยู่ภายใน เนื่องจากมีแก๊สและน้ำมัน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงช่วยกันสกัดไฟอย่างเร่งด่วน และอพยพคนงานกว่า 200 คน ออกพื้นที่และมีคนงานสำลักควันไฟออกมาได้ทั้งหมดแล้ว และนำส่ง ร.พ.ปทุมธานี 2 ราย ทราบชื่อ นางสาวจิรพร โชติช่วง อายุ 34 ปี และ นางสุนันทา ประสานทรัพย์ อายุ 47 ปี และไม่มีผู้ติดภายใน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงฉีดน้ำสกัดควบคุมเพลิงไม่ให้ลุกไหม้ไปยังอาคารอื่นอยู่ในวงจำกัดแล้ว ส่วนสาเหตุ ภายในโรงงานมีการต่อเติมอาคาร คาดว่าสะเก็ดลูกไฟที่ช่างกำลังเชื่อมอยู่กระเด็นไปติดกองกล่องชิ้นส่วน ทำให้เกิดเพลิงไหม้ และเจ้าหน้าที่ตำรวจจะประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ พฐ. เข้ามาตรวจสอบสาเหตุเพลิงไหม้ต่อไป

โสมขาวยุบหน่วย รปภ. ทางทะเล เซ่นเซวอลล่ม
เกาหลีใต้ /  เซวอล / 

ทางการเกาหลีใต้ สั่งยุบหน่วยรักษาความปลอดภัยทางทะเล ขึ้นตรงดับเพลิง เซ่นเหตุเซวอล ล่ม เมื่อ 7 เดือนก่อน สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงาน เกาหลีใต้เดินหน้าปรับปรุงการรักษาความปลอดภัยทางทะเล ครั้งใหญ่ เพื่อยกระดับมาตรฐานการเตือนภัยและการช่วยเหลือทางทะเล หลังเกิดโศกนาฏกรรรมเรือข้ามฟากอับปาง เป็นเหตุให้มีผู้โดยสารซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักเรียน เสียชีวิตถึง 304 ราย เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ถูก ปาร์ค กึน เฮ ผู้นำประเทศตำหนิ จากการปฏิบัติงานที่ล้มเหลวไร้ความรับผิดของหน่วยงานทั้งนี้ รัฐบาลเกาหลีใต้ประกาศวันนี้ว่า หน่วยงานดังกล่าวจะถูกยุบลงและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในสังกัดทั้งด้านค้นหาและด้านการช่วยเหลือที่มีทั้งสิ้นราว 10,000 คน จะถูกรวมเข้ากับทีมดับเพลิงภายใต้ความรับผิดชอบของหน่วยช่วยเหลือฉุกเฉินแทน ขณะที่การดำเนินการเอาผิดทางกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องในอุบัติเหตุเรือล่ม ศาลได้ตัดสินจำคุกกัปตันเรือ เป็นเวลา 36 ปี ขณะที่ลูกเรือรายอื่นถูกลงโทษจำคุกตั้งแต่ 20-30 ปี ตามลำดับความผิด

สลิงลิฟท์ขนของขาด ทำเหล็กทับคนงานดับ1เจ็บ1
ลวดสลิง /  ลิฟท์ / 

เกิดเหตุสลิงที่ใช้ขนย้ายของภายในอาคารก่อสร้างโรงแรมแห่งหนึ่งย่านเพลินจิตขาด ทำให้แท่งเหล็กพาเลทหล่นทับพนักงานขับรถส่งของเสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บอีก 1 คน รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมาได้เกิดเหตุสยองสายสลิงลิฟท์ขนของตึกก่อสร้างโรงแรมแห่งหนึ่งย่านเพลินจิตจาด ส่งผลทำแท่งเหล็กหล่นทับคนงานเสียชีวิต1 และบาดเจ็บ 1 คน ทราบชื่อผู้ตาย และผู้บาดเจ็บต่อมาคือนายหนูแดง รัตนธรรม อายุ 53 ปี และนายวุฒิเดช สมหา อายุ 35 ปี ซึ่งทั้ง 2 เป็นพนักงานขับรถส่งของบริษัทเอเอ็มที ฮอนเนท ทั้งนี้จากการนายยุทธยา โซ่เมืองแซะ อายุ 36 ปี เพื่อนร่วมงานที่มาด้วยกันระบุว่า ก่อนเกิดเหตุได้นำกระจกจากนิคมอุตสาหกรรมอมตะนครมาส่งที่อาคารก่อสร้างดังกล่าว ขณะที่ตนผู้ตาย และเพื่อนอีกคนกำลังรอคิวเพื่อนำกระจกลงไปส่ง ได้ยินเสียงของหล่นดังโครมจึงวิ่งหลบ แต่ผู้ตายหลบไม่พ้นถูกพาเลทล็อกกระจกหล่นทับเสียชีวิตทันที ส่วนเพื่อนอีกคนได้รับบาดเจ็บ ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่าสลิงของลิฟต์ขาด เป็นเหตุให้พาเลทเหล็กที่อยู่บนลิฟต์หล่นลงมาใส่คนที่อยู่ด้านล่าง จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว MThai news

รวบแล้ว! พ่อค้าขายกาแฟโหด ฆ่าข่มขืนสาวโรงงานย่านฉลองกรุง
ข่มขืน /  ฆ่าข่มขืน / 

เจ้าหน้าที่ตำรวจ บุกจับกุมพ่อค้าขายกาแฟวัย 22 ปี คนร้ายฆ่าข่มขืนสาวโรงงานย่านฉลองกรุง จากกรณีที่พบศพ นางสำรวย (สงวนนามสกุล) อายุ 48 ปี สาวโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง นอนเปลือย ริมคลองปลาทิว ซอยฉลองกรุง 54 แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง กทม. ถูกเถาวัลย์รัดคอจนเสียชีวิต เนื่องจากพยายามสู้สุดชีวิตไม่ให้ถูกข่มขืน ล่าสุดวันนี้ (23 เม.ย. 58) เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายได้แล้ว เมื่อช่วงเย็นวานนี้ ทราบชื่อ คือ  นายสาธิต จันทร์ทอน หรือ อาร์ม อายุ 22 ปี พ่อค้าขายกาแฟในระแวกที่เกิดเหตุ ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือล่วงละเมิดทางเพศและฆ่าผู้ตายจริง ทั้งนี้ พล.ต.ต. สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 เผยว่า พอคนร้ายเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็วิ่งหลบหนีทันที ซึ่งได้เบาะแสมาจากชาวบ้าน โดยคนร้ายให้การรับสารภาพว่า ในวันเกิดเหตุได้ดื่มสุราและเกิดอารมณ์ทางเพศ ขณะที่ผู้ตายเดินเข้าซอยคนร้ายได้เดินอยู่ข้าง ๆ แต่ผู้ตายขัดขืนคนร้ายจึงบีบคอจนขาดอากาศหายใจและลงมือข่มขืน ก่อนใช้เถาวัลย์รัดคอซ้ำ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและลักทรัพย์ โดยผู้ต้องหาอยู่ระหว่างการควบคุมของตำรวจ ซึ่งจะฝากขังที่ศาลมีนบุรีในพรุ่งนี้ ขอบคุณข้อมูล/ภาพ จส.100 MThai News

คมนาคม ดีเดย์ปีหน้า ดันสร้างมอเตอร์เวย์ 3 เส้นทาง
กระทรวงคมนาคม /  ข่าววันนี้ / 

กระทรวงคมนาคม เตรียมผลักดันแผนก่อสร้างมอเตอร์เวย์ 3 เส้นทาง เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พร้อมเปิดประกวดราคาสร้างรถไฟฟ้า 7 สายในปีหน้า นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคม มีแผนเดินหน้าก่อสร้างโครงการก่อสร้างทางพิเศษระหว่างเมือง หรือ มอเตอร์เวย์ 3 เส้นทาง ในปี 2558 คือ มอเตอร์เวย์ สายบางปะอินสระบุรี-นครราชสีมา ระยะทาง 196 กิโลเมตร อยู่ระหว่างรอ กรมทางหลวง เสนอแผนมาให้กระทรวงคมนาคมพิจารณา และหลังจากออกแบบ และศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม หรือ อีไอเอ แล้วจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พิจารณาเพื่อก่อสร้างในปี 2558 นอกจากนี้ ยังมีมอเตอร์เวย์ สายพัทยา-มาบตาพุด ระยะทาง 32 กิโลเมตร ที่จะก่อสร้างในปี 2558 เช่นกัน โดยที่ผ่านมาได้รับงบประมาณในการเวนคืนที่ดินแล้ว ส่วนงบประมาณการก่อสร้าง จะใช้เงินของกองทุนมอเตอร์เวย์ ในการลงทุน ขณะที่มอเตอร์เวย์สายบางใหญ่-บ้านโป่ง-กาญจนบุรี ระยะทาง 96 กิโลเมตรจะออกแบบแล้วเสร็จในต้นปี 2558 และนอกจากมอเตอร์เวย์ 3 สาย ที่กรมทางหลวงจะก่อสร้างในปีหน้าแล้ว ยังมีโครงการสำคัญในการขยายถนนให้เป็น 4 ช่องจราจร เช่น ทางหลวงหมายเลข 304 กบินทร์บุรี-อำเภอปักธงชัย ที่ปัจจุบันมีปัญหาคอขวดและยังเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงต้องเร่งดำเนินการให้เดินทางสะดวกขึ้น ส่วนโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้า ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า รถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่-บางซื่อ งานก่อสร้างจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ ในปี 2558 และเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในต้นปี 2559 แต่ในระหว่างที่ทดสอบอาจเปิดให้ประชาชนทั่วไปทดลองใช้บริการได้ด้วย ขณะที่ โครงการรถไฟฟ้าสายใหม่ ที่จะเปิดประกวดราคาได้ในปี 2558 มี 6 ถึง 7 โครงการ คือ ส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ ช่วงพญาไท-ดอนเมือง ส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-หัวลำโพง ส่วนต่อขยายที่เป็นรถไฟดีเซล ช่วงบางซื่อหัวหมาก และส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ที่อยู่ระหว่างการประกวดราคา รวมถึงรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี สายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าวสำโรง และสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ “มอร์เตอร์เวย์” ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>> MThai News

เปิดทางลัดทางเลี่ยงรถติด-จุดเสี่ยงอันตราย ช่วงปีใหม่
ทางลัด /  ทางเลี่ยงรถติดปีใหม่ / 

ทางลัดทางเลี่ยง-จุดเสี่ยงอันตราย ช่วงปีใหม่ ทางเลี่ยงรถติด กรุงเทพ - ภาคเหนือ เส้นทางที่ 1 : ใช้ถนนวิภาวดีรังสิต (ทางหลวงหมายเลข 31) หรือ ใช้ทางยกระดับดอนเมืองโทลเวย์ เข้าถนนพหลโยธิน ถึงต่างระดับบางปะอิน เลี้ยวซ้าย เข้าสายเอเซีย (ทางหลวงหมายเลข 32) มุ่งสู่ จ . นครสวรรค์ เพื่อเดินทางสู่ ภาคเหนือ เส้นทางที่ 2 : จากถนนรัตนาธิเบศร์ (สาย 302) ถึงต่างระดับบางใหญ่ เลี้ยวขวาเข้าถนนกาญจนาภิเษก ถึงต่างระดับบางบัวทอง เลี้ยวซ้ายเข้าถนนบางบัวทอง - สุพรรณบุรี (ทางหลวงหมายเลข 340) ผ่าน จ.สุพรรณบุรี จ.ชัยนาท เข้าสายเอเซีย ที่ อ.มโนรมย์ มุ่งสู่ จ.นครสวรรค์เพื่อไป ภาคเหนือ เส้นทางที่ 3 : จากถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวนตะวันตก ) ถึงต่างระดับเชียงรากน้อย เลี้ยวซ้ายเข้าสายบางปะอิน - บางปะหัน (ทางหลวงหมายเลข 347) เข้าสายเอเชีย ที่ อ.บางปะหัน เพื่อไปภาคเหนือ เส้นทางเลี่ยงรถติด จ . นครสวรรค์ เส้นทางที่ 1 : จากต่างระดับอินทร์บุรี เลี้ยวขวา ใช้ทางหลวงหมายเลข 11 ผ่าน อ . ตากฟ้า ท่าตะโก สากเหล็ก ถึงสามแยกวังทอง เลี้ยวซ้าย มุ่งสู่ จ . พิษณุโลก   คลิกดูแผนที่ เส้นทางที่ 2 : เมื่อถึงแยกเลี่ยงเมืองนครสวรรค์ ( กม . 331+810 บนทางหลวงหมายเลข 1) เลี้ยวซ้าย ใช้ทางเลี่ยงเมืองนครสวรรค์ ( ทางหลวงหมายเลข 122 ) ถึงสามแยกหนองตะโก 2.1 เลี้ยวซ้ายไป จ . กำแพงเพชร 2.2 เลี้ยวขวาไป จ.พิษณุโลก ทางเลี่ยงรถติด กรุงเทพฯ - ภาคเหนือ เส้นทางลัด ภาคเหนือ ........................................................................................... ทางเลี่ยงรถติด กรุงเทพ - ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เส้นทางที่ 1 : จากถนนกาญจนาภิเษก(วงแหวนตะวันตก )มุ่งหน้าสู่ต่างระดับบางปะอิน เข้าถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) มุ่งสู่สระบุรี เพื่อไป ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เส้นทางที่ 2 : จากถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวนตะวันออก ) มุ่งหน้าสู่ต่างระดับบางปะอิน   เลี้ยวขวาเข้าถนนพหลโยธิน( ทางหลวงหมายเลข 1 ) มุ่งสู่สระบุรี เพื่อไป ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เส้นทางที่ 3 : จากต่างระดับรังสิต ไปตามถนนรังสิต - องครักษ์ (สาย 305) ตรงไปจังหวัดนครนายก เลี้ยวขวาเข้าถนนสุวรรณศร ( ทางหลวงหมายเลข 33 ) มุ่งสู่   อ .   กบินทร์บุรี ถึงสี่แยกกบินทร์บุรี เลี้ยวซ้ายเข้าถนนกบินทร์บุรี - ปักธงชัย (ทางหลวงหมายเลข 304) เพื่อไป จ .นครราชสีมา เส้นทางที่ 4 : ใช้ถนนรามอินทรา - สุวินทวงค์ (ทางหลวงหมายเลข 304) ผ่านฉะเชิงเทรา , พนมสารคาม , กบินทร์บุรี ,  ปักธงชัย เพื่อไป ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เส้นทางเลี่ยงรถติด จ . สระบุรี เส้นทางที่ 1 : จากแยกเลี่ยงเมืองสระบุรี เลี้ยวขวาเข้าถนนวงแหวนรอบเมืองสระบุรีด้านตะวันออก ( ทางหลวงหมายเลข 362 ) บรรจบถนนมิตรภาพ เลี้ยวขวาเพื่อมุ่งสู่ จ . นครราชสีมา เส้นทางที่ 2 : จากแยกเลี่ยงเมืองสระบุรี เลี้ยวขวาเข้าถนนวงแหวนรอบเมืองสระบุรีด้านตะวันตก ( ทางหลวงหมายเลข 362 ) บรรจบทางหลวงหมายเลข 21 มุ่งหน้าไปทาง จ . เพชรบูรณ์ ถึงแยกอำเภอท่าหลวง จ . ลพบุรี เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2256 ถึง อ . ด่านขุนทด เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 201 ไป จ . ชัยภูมิ เพื่อ ไป ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทางเลี่ยงรถติด กรุงเทพ - ภาคอีสาน ทางเลี่ยงรถติด กรุงเทพ - ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ........................................................................................... ทางเลี่ยงรถติด กรุงเทพ - ภาคตะวันออก จากถนนศรีนครินทร์ (ทางหลวงหมายเลข 3344) ใช้ทางหลวงพิเศษกรุงเทพ - ชลบุรี (มอเตอร์เวย์สาย 7) มุ่งสู่พัทยาไป ภาคตะวันออก ........................................................................................... ทางเลี่ยงรถติด กรุงเทพ - ภาคใต้ เส้นทางที่ 1 : ใช้ถนนธนบุรี - ปากท่อ (ทางหลวงหมายเลข 35 : พระราม 2) เข้าถนน เพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) เดินทางสู่ ภาคใต้ เส้นทางที่ 2 : ใช้ถนนเพชรเกษม ( ทางหลวงหมายเลข 4) ผ่าน อ.สามพราน จ.นครปฐม , โพธาราม , ราชบุรี อ.ปากท่อ เพื่อเข้าสู่    ภาคใต้ เส้นทางที่ 3 : จากขนส่งสายใต้ใหม่ ใช้ถนนบางกอกน้อย - นครชัยศรี (ทางหลวงหมายเลข 338) เข้านครปฐม , ราชบุรี , เพชรบุรี สู่ภาคใต้ เส้นทางเลี่ยงรถติด กรุงเทพ - ภาคใต้ เส้นทางแนะนำ กรุงเทพ - ภาคใต้ ........................................................................................... หมายเลขโทรศัพท์ - สอบถามรายละเอียดเส้นทาง โทร. 1586 ( ศูนย์ประชาสัมพันธ์กรมทางหลวง ) - ตำรวจทางหลวง โทร.1193 - ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว 1155 - จส.100 โทร 1137 - ร่วมด้วยช่วยกัน 1677 - สวพ.91  โทร 1644 - ศูนย์ควบคุมการจราจร 1197 - สอบถามหมายเลขโทรศัพท์ทั่วประเทศ  1133 - สอบถามสภาพจราจร 1543 MThai News

โหด! ยิงหนุ่มขายเสื้อผ้า ดับต่อหน้าแฟน คาดปมหึงหวง
ดับต่อหน้าแฟน /  ปราจีนบุรี / 

มือปืนโหดบุกเดี่ยวกระหน่ำยิง 4 นัดซ้อน หนุ่มขายเสื้อผ้าดับต่อหน้าแฟนสาว ญาติ คาดปมหึงหวง เมื่อ เวลา 23.00 น. (24ธ.ค.57) ร.ต.ท.เสน่ห์  เดชสุภา ร้อยเวรฯ สภ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บ 1 คน บริเวณร้านขายเสื้อผ้าสำเร็จรูปไม่มีชื่อ เลขที่ 888 / 35 -36 หมู่ 10 ต.หนองกี่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมแพทย์เวรฯ รพ.กบินทร์บุรี ไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุ พบศพนายปิยะ  พันสะอาด อายุ 37 ปี เลขที่ 199 หมู่ 7 ต.หนองกี่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด 9 มม.รวม 3 นัด เข้าบริเวณ สะบักหลังฝั่งซ้ายมือทะลุหน้าอกตัดขั้นหัวใจ 1 นัด,แขนซ้ายใต้ข้อศอกทะลุท้องแขน 1 นัด และ หน้าโคนขาซ้าย 1 นัด นอนเสียชีวิตจมกองเลือดเหม็นคาวคละคลุ้ง ใกล้กันพบแฟนสาวชื่อ น.ส.กานต์วี ภิสระ อายุ 22 ปี ถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาดเดียวกันเฉี่ยวติ่งหูถากเป็นแผล และ น.ส.ปิยะธิดา กงแก้ว อายุ 18 ปี อยู่ในอาการตกใจ ใกล้กันพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม.ตกอยุ่ รวม 3 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน สอบสวนเบื้องต้น น.ส.กานต์วี กล่าวว่า “เป็นแฟนกับผู้ตายคบหากันมาได้ 1 ปีเศษ โดยผู้ตายเคยมีภรรยามาก่อนแล้วที่ จ.สุพรรณบุรี แต่เลิกรากัน สำหรับตนเองคบหากับสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี (ส.อบจ.) คนหนึ่ง แต่ได้เลิกรากันเมื่อ 1 ปีเศษเช่นกัน ก่อนเกิดเหตุตนเองและผู้ตายได้มาร่วมหุ้นเปิดร้านขายเสื้อผ้ากับ น.ส.ปิยะธิดา ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกับผู้ตายขณะนั่งคุยกัน ได้มีคนร้ายรูปร่างผอมสูงสวมเสื้อคลุมสีน้ำตาลแขนยาว สูงประมาณ 170 ซม. หมวกแก๊ปปิดบังใบหน้าเดินเข้ามาในร้านและชักปืนยิง รวม 4 นัดซ้อน กระสุนผ่านหูตนเองจนถากเป็นแผลและถูกผู้ตายล้มคว่ำเสียชีวิตทันที จากนั้นคนร้ายได้ขึ้นรถกระบะ 4 ประตู ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแมกซ์ สีบอร์นเงิน ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนขับออกไปทางถนนสาย 304 อย่างรวดเร็วหายไปกับความมืด ขณะเดียวกัน ผู้ตายไม่เล่นการพนัน ไม่ดื่มสุรา และไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด และไม่เคยมีศัตรู ซึ่งคาดว่ามาจากปัญหาชู้สาว เนื่องจากเมื่อเร็วๆนี้เคยถูกไล่ยิงมาแล้วขณะไปร่วมงานศพน้องชาย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะประสานงานขอภาพจากกล้องวงจรปิดจากร้านค้าฝั่งตรงข้ามที่ ติดตั้งไว้หลายตัวเพื่อตรวจสอบหาตัวคนร้ายต่อไป