นิคมอุตสาหกรรม 304

โหด! เดินกระแทกไหล่ถูกรุมทำร้ายดับหน้าบ้าน
ถูกรุมทำร้าย /  เดินกระแทกไหล่ / 

เกิดเหตุชายวัย 56 ปี เดินกระแทกไหล่คู่กรณี ถูกรุมทำร้ายดับอนาถหน้าบ้าน ซ.รัชดาฯ 13 - ตำรวจเตรียมสอบปากคำ วิน จยย. เวลา 00.15 น. ตำรวจ สน.สุทธิสาร รับแจ้งมีผู้ถูกทำร้ายร่างกายเสียชีวิต ภายใน ซ.รัชดา 13 ใกล้เคียงวัดกุนนทีฯ จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบศพ นายจตุพล คำมี อายุ 56 ปี สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีเทา กางเกงขายาวสีเขียวขี้ม้า รองเท้าแตะสีเหลือง นอนหงายเสียชีวิตอยู่หน้าบ้านเลขที่ 304 ซ.รัชดาภิเษก 13 เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร พบบาดแผลถูกตีด้วยของแข็งไม่ทราบชนิดที่บริเวณท้ายทอย และรอยฟกช้ำที่บริเวณกลางหลัง จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้มีเรื่องกับคู่กรณี เนื่องจากไปเดินกระแทกไหล่แถววินรถ จยย.รับจ้างหน้าบ้าน ก่อนที่จะถูกชาย 4-5 คน ขับ จยย. 2 คัน มารุมทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต เบื้องต้น ตำรวจสันนิษฐาน ผู้ตาย ไปมีเรื่องกับคู่กรณีก่อนถูกนำพวกมารุมทำร้าย พร้อมเตรียมรวบรวมพยานหลักฐาน และเรียก วิน จยย.รับจ้าง มาสอบปากคำ เพื่อหาเบาะแส ส่วนผู้ตายได้ส่งไปชันสูตรพลิกศพที่ สถาบันนิติเวช ร.พ.ตำรวจ

คลิปพายุงวงช้าง เหนือน่านฟ้าชลบุรี
ข่าวจังหวัดชลบุรี /  ข่าวพายุงวงช้าง / 

พายุงวงช้าง ปรากฎเหนือน่านฟ้า ชลบุรี หลังเกิดพายุฝนตกหนักนานติดต่อกัน 2 ชั่วโมง เมื่อช่วงเช้าที่ (29 ต.ค.57) ในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ทางช่อง 3 ได้มีการเผยแพร่คลิปนาทีระทึกขณะเกิดพายุงวงช้างเหนือท้องฟ้าเมืองชลจ.ชลบุรี โดยรายงานได้ระบุว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลาประมาณ 16.30 น. ของวันที่ 28 ต.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งคลิปได้เผยให้เห็นจังหวะนาทีก่อตัวของพายุงวงช้าง มีลักษณะเป็นท่อยาวจากฟ้าทอดลงมาบนพื้นดิน และหมุนผ่านหน้านิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร ข้ามผ่านถนนสุขุมวิทตัดออกลงสู่ทะเลช่วง ต.บางทราย อ.เมืองชลบุรี เป็นเวลานานนับ 10 นาที รวมเป็นระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร ทั้งนี้พายุงวงช้างเกิดขึ้นภายหลังเกิดฝนตกติดต่อกันประมาณ 2 ชั่วโมง ทำให้ท้องฟ้าบริเวณใกล้ถนนสุขุมวิท ต.คลองตำหรุ อ.เมือง จ.ชลบุรี มืดครึ้มดำทะมึน และเกิดพายุหมุน ก่อนจะพาดผ่านบริเวณนิคมอุตสาหกรรรมอมตะนครดังกล่าว MThai news

ละครล่ารักสุดขอบฟ้า , เรื่องย่อล่ารักสุดขอบฟ้า
ล่ารักสุดขอบฟ้า /  เรื่องย่อละคร ล่ารักสุดขอบฟ้า / 

ล่ารักสุดขอบฟ้าบทประพันธ์ : คนหลังม่าน บทโทรทัศน์ : ละลิตา ฉันทศาสตร์โกศลกำกับการแสดง : ธีระศักดิ์ พรหมเงิน ความรักระหว่างองครักษ์หนุ่มจากต่างแดนกับราชนิกูลสาวไทยจอมเฮี้ยวที่เกือบจะกลายเป็นเส้นขนาน เพราะหน้าที่และความภักดีต่อแผ่นดิน การคัดตัวราชองครักษ์ประจำปีของประเทศรายา ประเทศที่มีขนาดเล็กตั้งอยู่ในทวีปเอเชียใต้ใกล้กับประเทศอินเดียและจีนกำลังเริ่มขึ้น ตามธรรมเนียม องค์รัชทายาทจะต้องทรงเข้าร่วมประลองในรอบสุดท้าย เพื่อวัดฝีมือกับผู้ได้รับการคัดเลือกด้วยตัวเอง ซึ่งการประลองก็เป็นไปอย่างราบรื่น องค์รัชทายาทภายใต้ชุดเกราะและหน้ากากสามารถเอาชนะได้อย่างสวยงาม ท่ามกลางเสียงปรบมือกึกก้องของผู้เข้าชมการแข่งขัน มีเพียงองค์ราชาอินทราเท่านั้นที่ทรงทราบว่า แท้จริงผู้เข้าประลองคือ คามิน องครักษ์หนุ่ม ผู้ที่ทรงให้ความไว้วางใจให้ถวายการดูแล เจ้าชายมาคี รัชทายาทผู้ซึ่งต้องสืบต่อราชบัลลังก์จากนี้ในไม่ช้า หน้าที่ของคามิน นอกจากคุ้มครองเจ้าชาย ยังต้องเป็นตัวแทนของเจ้าชายไปทำราชกิจต่างๆ ตามที่ได้รับมอบหมายจากองค์ราชา โดยมีสินธรทหารองครักษ์คู่ใจที่จงรักภักดีต่อราชบัลลังก์และศรัทธาคามินอย่างที่สุดเป็นมือขวา คามินเป็นเด็กกำพร้าที่ไม่เคยมีผู้ใดรู้ประวัติที่แน่ชัด บ้างก็ว่าพ่อแม่ของคามินเป็นมหาดเล็กของพระราชาอินทรา และเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตระหว่างตามเสด็จไปเยี่ยมราษฎร บ้างก็ว่าแม่ของคามินเป็นนางรำท้องลูกไม่มีพ่อ จึงฆ่าตัวตายหนีความอับอายและทิ้งลูกไว้ ซึ่งคามินไม่เคยสนใจที่จะสืบหาประวัติตัวเอง เพราะมีปณิธานอันยิ่งใหญ่ที่จะถวายชีวิตเพื่อความจงรักภักดีต่อราชาอินทรา ที่ได้ชุบเลี้ยงเขามาแต่เยาว์วัย ราชาอินทราทรงหนักใจกับเจ้าชายมาคีซึ่งมีอุปนิสัยไม่เอาถ่าน ไม่ยอมสนใจศึกษางานราชกิจใดๆ คามินแทบจะต้องทำงานแทนทุกอย่าง แม้แต่เวลาที่มาคีไปมีสัมพันธ์กับสาวๆ คามินก็ต้องตามไปแก้ปัญหาให้ จนถูกสาวพวกนั้นตามตื๊อซะเอง กว่าจะสลัดหลุดไปได้ คามินก็ต้องแกล้งทำเป็นเกย์ ที่สำคัญ นายพลวิฑูร ผู้กุมอำนาจใหญ่ในวังก็คิดจะรวบอำนาจทางอ้อมด้วยการยกหฤทัย บุตรสาวให้เป็นชายาของเจ้าชายมาคี โดยมีพระนางสาวิตรี มเหสีของพระราชาให้การหนุนหลัง เนื่องจากทรงเป็นญาติกับนายพลวิฑูร พระนางสาวิตรีเองก็ไม่ค่อยชอบคามินนัก เพราะขณะที่เจ้าชายเป็นคนหยิบหย่งไม่เอาไหน แต่คามินกลับมีความสามารถทั้งบู๊และบุ๋น อบอุ่น มีวาทศิลป์ จนกลายเป็นที่รักใคร่ของชาวบ้านและคนรอบข้าง รวมทั้งราชาอินทราที่ทรงรักคามินเหมือนโอรสของพระองค์ เพื่อคานอำนาจของนายพล ราชาอินทราตัดสินใจหาทางออกด้วยการให้เจ้าชายมาคีอภิเษกกับหญิงต่างแดน และผู้หญิงที่เหมาะสมผู้นั้นก็คือ มัทนา สาวชาวไทยที่พระราชาได้แอบหมั้นหมายไว้กับธรรมรัตน์ บิดาของมัทนานั่นเอง ธรรมรัตน์เป็นพระสหายสนิทของพระราชามาตั้งแต่สมัยที่พระองค์มาศึกษาร่ำเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำของเมืองไทย และที่สำคัญที่สุด ธรรมรัตน์เป็นผู้กุมความลับของพระราชา และชาติกำเนิดที่แท้จริงขององครักษ์คามินมาตลอด 26 ปี!! นายพลวิฑูรและพระมเหสีสาวิตรีก็พากันคัดค้านเรื่องการเลือกสาวไทยมาเป็นพระชายา แต่ราชาอินทราให้เหตุผลว่าประเทศรายาอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากร การผูกสัมพันธ์กับนักธุรกิจระดับเจ้าของนิคมอุตสาหกรรมอย่างธรรมรัตน์ จะสามารถนำวิทยาการที่ทันสมัยเข้ามาช่วยพัฒนาประเทศ ราชสภาต่างพากันสนับสนุน ทำให้นายพลวิฑูรยอมล่าถอย ราชาอินทราจึงมีคำสั่งให้องครักษ์คามินเดินทางไปเมืองไทย ธรรมรัตน์พ่อของมัทนากินไม่ได้นอนไม่หลับ เมื่อราชาอินทราแจ้งข่าวว่าจะส่งคนมารับตัวมัทนาไปอภิเษกกับเจ้าชายที่ประเทศรายาตามคำสัญญา เพราะมัทนาลูกสาวไม่มีคุณสมบัติกุลสตรีที่เหมาะสมกับตำแหน่งพระชายาเลยแม้แต่น้อยนิด คามินเดินทางไปเมืองไทยทันทีโดยมอบหมายให้สินธรคอยดูแลอารักขามาคีแทน ในงานเลี้ยงฉลองรับปริญญาของมัทนา ม.ร.ว.มาณวิกาได้ทำการแต่งองค์ทรงเครื่องให้กับมัทนา บุตรสาว จนงดงามโดดเด่นดั่งเทพธิดาสมกับเป็นเชื้อสายราชนิกุลผู้สูงศักดิ์ เพื่อเปิดตัวกับผู้คนในสังคมชั้นสูง แต่มาณวิกาต้องหน้าแตกและอับอายอย่างแรง เมื่อมัทนาออกมาเดินแบบโชว์พร้อมกับฟันที่เหยินเหมือนแก้วหน้าม้า พอๆ กับธรรมรัตน์ที่แทบจะเอาหน้าแทรกแผ่นดินเพราะองครักษ์คามินมาถึงในวันนั้นพอดี ระหว่างที่ทุกคนมัวแต่สนใจมัทนา มือปืนลึกลับปรากฏตัวขึ้นยิงใส่ธรรมรัตน์ เป็นจังหวะที่มัทนากำลังวิ่งเข้าหาพ่อแม่ องครักษ์คามินกระโจนเข้าช่วยเหลือ ผลักมัทนาพ้นวิถีกระสุน ไล่ล่ายิงสู้กับมือปืนจนหลุดไปจากบริเวณงาน ซึ่งคามินก็ต้องตกใจมากเมื่อพบว่ามัทนาซิ่งมอเตอร์ไซด์ออกมาทั้งชุดสวยงามเพื่อไล่ล่าเช่นกัน มือปืนหลบหนีไปได้ธรรมรัตน์และมาณวิกาขอร้องให้คามินช่วยปกปิดเรื่องความก๋ากั่นของมัทนาเอาไว้ก่อน โดยจะพยายามเปลี่ยนแปลงมัทนาให้เป็นกุลสตรีให้ได้ แต่ก็ไม่ทันการเสียแล้ว เพราะรูปถ่ายของมัทนาในสภาพแก้วหน้าม้าหลุดรอดไปถึงมือเจ้าชายมาคีที่รายา เจ้าชายรับไม่ได้กับหน้าตาอันสุดแสนจะขี้ริ้วขี้เหร่ของมัทนา จึงโทรศัพท์มายืนยันเสียงหนักแน่นกับองครักษ์คามินว่า หัวเด็ดตีนขาดก็จะไม่ยอมแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้ แถมยังบังคับให้องครักษ์คามินหาทางล้มเลิกการอภิเษกให้จงได้ ทำให้คามินหนักใจมาก เพราะในขณะเดียวกันก็ถูกกำชับจากองค์ราชาให้เตรียมการให้มัทนาเป็นเจ้าสาวให้ได้ เพราะองค์ราชาเคยพบกับมัทนาเทื่อตอนที่เริ่มเป็นสาวและแน่ใจว่ามัทนาไม่ใช่ผู้หญิงขี้ริ้วอย่างอย่างแน่นอน แท้จริงมัทนา เป็นเด็กสาวหัวสมัยใหม่ น่ารัก ร่าเริง สดใส ซุกซน รักความตื่นเต้น ชีวิตไม่เคยสัมผัสกับความทุกข์ ความยากลำบากใดๆ ชอบเล่นกีฬาผาดโผน ทั้งบันจี้จัมพ์ กีฬาทางน้ำต่างๆ เข้ากลุ่มเล่นร่มร่อน ปั่นจักรยานมาราธอน เล่นเอา ม.ร.ว.มาณวิกาปวดเศียรเวียนเกล้าที่ไม่สามารถฝึกลูกให้เป็นกุลสตรีได้ทุกกระเบียดนิ้วอย่างที่หวัง แม้จะพยายามหาคู่ที่ทัดเทียมเสมอศักดิ์กัน ผู้ชายเหล่านั้นก็โดนมัทนาพาไปรับน้องเล่นกีฬาผาดโผนจนขวัญหนีดีฝ่อกระเจิดกระเจิงกันไปหมด ต่างจากมินตรา บุตรสาวบุญธรรม ที่ได้ดั่งใจทุกอย่าง มินตราเป็นลูกสาวของพี่เลี้ยงของ ม.ร.วมาณวิกา ที่ป่วยตายและทิ้งลูกไว้ให้มาณวิกาช่วยดูแล มินตราเป็นกุลสตรีที่เพียบพร้อมในทุกด้าน กิริยางดงาม งานบ้านงานเรือนไม่เคยบกพร่อง มินตราต้องการอยู่เหนือกว่ามัทนา เพราะมีปมในใจที่ตัวเองเป็นแค่ลูกคนรับใช้ มินตราจึงคอยเอาใจประจบประแจงมาณวิกาและธรรมรัตน์ จนมาณวิกาหลงรักรับเป็นลูกบุญธรรม โดยไม่มีใครมองออกว่าหญิงสาวผู้อ่อนหวานคนนี้ภายในเต็มไปด้วยความริษยาอันรุนแรง แม้แต่รูปแก้วหน้าม้าของมัทนา มินตราก็เป็นคนแอบส่งไปให้เจ้าชายมาคีเพราะอิจฉาที่มัทนาจะได้เป็นพระชายา มัทนาไม่อยากแต่งงานกับเจ้าชาย จึงพยายามแสดงตนว่าไม่ใช่กุลสตรีต่อหน้าคามิน และใช้มุกเดิมพาคามินไปกลั่นแกล้งให้ขวัญหนีดีฝ่อ คามินแกล้งไม่รู้ทันมัทนา เพราะต้องการเรียนรู้ว่ามัทนาเป็นคนอย่างไรกันแน่ มัทนาโอ้อวดความสามารถในเชิงกีฬาผาดโผนเพื่อข่มคามิน แรกๆ คามินแกล้งแพ้ มัทนาได้ใจ จึงให้เหมันต์ เพื่อนหนุ่มตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยที่แอบหลงรักมัทนา ช่วยสืบให้ว่าจะเอาชนะคามินได้ยังไง ในที่สุดเหมันต์ก็แนะนำให้มัทนาแข่งเจ็ทสกี เพราะภูมิประเทศของรายาเป็นภูเขา ยังไม่เจริญเท่าประเทศตะวันตก คามินคงไม่ชำนาญเจ็ทสกี มัทนารีบยื่นคำท้าต่อคามิน โดยให้เงื่อนไขว่าหากคามินสามารถเอาชนะได้ มัทนาจะยอมเข้าคอร์สฝึกความเป็นกุลสตรีตามแบบฉบับของประเทศรายา และเดินทางไปอภิเษกกับเจ้าชายแต่โดยดี องครักษ์คามินรับคำท้า ทั้งสองแข่งขันกันโดยมีเหมันต์และมินตรามาเป็นกรรมการ เหมันต์ต้องการให้มัทนาชนะจึงแอบทำให้เจ็ทสกีของคามินเกิดปัญหาระหว่างแข่งขัน แต่คามินรู้ทันและสามารถแก้ปัญหา เร่งเครื่องจนเกือบจะเอาชนะมัทนา ขณะที่มัทนามุ่งแต่จะเอาชนะคามินจนกระทั่งเกิดอุบัติเหตุ คามินต้องเป็นฝ่ายช่วยมัทนา ทำให้มัทนารู้ว่าคามินฝีมือระดับเทพ คามินยังคุยทับว่าเจ้าชายมาคีเก่งกว่าเขาหลายสิบเท่า มัทนาจำเป็นต้องรักษาสัจจะยอมให้คามินฝึกการปฏิบัติตัวตามประเพณีของประเทศรายาอย่างไม่เต็มใจ ส่วนมินตราก็พึงพอใจในความหล่อเท่สุดๆ ขององครักษ์คามิน พยายามหาทางตีสนิทอยู่ตลอดเวลาที่มีโอกาส มัทนาไม่ปรารถนาจะแต่งงานจึงแกล้งหลอกองครักษ์คามินว่าตัวเองเป็นโรคเกลียดผู้ชาย (Male Phobia: โรคกลัวผู้ชายแบบไร้เหตุผล) เพราะถูกมาณวิกาเลี้ยงดูอย่างเข้มงวด เหมันต์ก็ร่วมช่วยโกหกอีกทางว่ามัทนาเคยถูกผู้ชายจูบแล้วหายใจไม่ออกเกือบตายมาแล้วครั้งหนึ่ง ทุกวันนี้ยังต้องไปหาหมอทางจิตเพื่อรับการรักษาอยู่ตลอด ส่วนมินตราก็แอบให้ข้อมูลคามินว่ามัทนาชอบก่อกวนผู้ชายทุกคนที่เข้ามาจีบจนหนีเตลิดไปหมด เพราะมัทนาเกลียดผู้ชาย คามินไม่ปักใจเชื่อพยายามค้นหาความจริง แต่ก็ยังจับผิดมัทนาไม่ได้ อสิต คู่แข่งทางธุรกิจของพ่อมัทนา เกิดความแค้นที่พ่อมัทนากำลังจะแย่งซื้อที่ดินผืนใหญ่ จึงส่งมือปืนมาตามเก็บธรรมรัตน์พ่อของมัทนา แต่โชคดีที่คามินมาช่วยได้ทันการ และในเหตุการณ์นี้เองทำให้คามินกับมัทนาจูบกันโดยไม่ตั้งใจ มัทนาอ่อนระทวยในวงแขนของคามินโดยไม่มีอาการหายใจไม่ออกอย่างที่เหมันต์เคยช่วยมัทนาโกหกไว้ ทำให้คามินรู้ได้ทันทีว่ามัทนากุเรื่องขึ้นทั้งเพ แม้ความจริงจะถูกเปิดเผย แต่เรื่องกลับวุ่นวายหนักขึ้นเมื่อ ทั้งคู่แอบมีใจให้แก่กันแต่ต้องพยายามเก็บงำความรักไว้ในใจอุปสรรคขององครักษ์คามินยังมีเข้ามาไม่หยุดหย่อน เมื่ออัคนี ลูกชายคนเก่งของอสิตพยายามตามจีบมัทนาเพื่อโชว์ความเจ๋งของตัวเอง แต่โดนมัทนาทำให้อับอายขายหน้า จึงเกิดความแค้นตามนิสัยของคนที่แพ้ไม่เป็น จึงคิดจะฉุดมัทนาไปเป็นเมียให้ได้ คามินเข้าขัดขวาง ทำให้อัคนียิ่งเสียหน้าและแค้นคามินไปด้วย ขณะที่มัทนาแอบประทับใจในความเก่งกล้าสามารถของคามินมากยิ่งขึ้นทุกที มัทนาเริ่มรู้สึกรักคามินมากขึ้นจนไม่อยากแต่งงานกับเจ้าชายมาคี จึงระบายความในใจที่มีต่อคามินให้มินตราฟัง โดยหารู้ไม่ว่ามินตราก็แอบหลงรักองครักษ์คามินอยู่เช่นกัน มินตราทำเป็นห่วงใยมัทนา ให้มัทนาตัดใจจากคามินเสีย ส่วนตัวเองก็ตามเอาใจใส่คามินในฐานะแขกคนสำคัญของครอบครัว มาณวิกาแม่ของมัทนาก็สนับสนุนมินตราจนออกนอกหน้า เพราะอยากได้ผู้ชายที่สมบูรณ์แบบอย่างคามินมาเป็นเกี่ยวดองเป็นญาติ ขณะเดียวกันมินตราก็ยังริษยากลัวมัทนาได้ดิบได้ดีเหนือตน จึงคอยส่งข้อมูลแย่ๆ ที่เกี่ยวกับมัทนาให้เจ้าชายมาคีอยู่เรื่อยๆ เล่นเอาเจ้าชายขนหัวลุกไม่อยากแต่งงานกับมัทนาท่าเดียว ราชาอินทราเห็นท่าจะไปกันใหญ่จึงบังคับให้โภคิน กรมวังผู้จงรักภักดีพาเจ้าชายมาคีมาเมืองไทยเพื่อให้เจ้าชายเห็นมัทนากับตา เมื่อโภคินและเจ้าชายเดินทางมาถึงเมืองไทย โภคินได้บอกเรื่องที่มีคนลึกลับคอยสร้างภาพมัทนาในทางลบ ทำให้ธรรมรัตน์สงสัยว่าจะเป็นฝีมือเล่นไม่ซื่อของอัคนีที่ตามตอแยมัทนาไม่ลดละ มัทนาทำตัวเรียบร้อยน่ารัก ตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับคามิน ทำให้มาคีถึงกับตกหลุมรักมัทนาในนาทีแรกที่เห็น พร่ำเพ้อพรรณนากับองครักษ์คามินว่ามัทนาคือที่สุดในใจตั้งแต่เจอผู้หญิงในโลกนี้มา คามินต้องสะกดเก็บความปวดแปลบใจไว้ เมื่อราชาอินทราเดินทางกลับไปประกาศหมายกำหนดการแต่งงานที่รายา สร้างความไม่พอใจให้กับนายพลวิฑูรเป็นอย่างมาก จึงเร่งรีบส่งทหารคนสนิทไปเมืองไทยเพื่อเด็ดชีวิตมัทนา แต่มัทนาอาศัยความฉลาดปราดเปรียวเอาตัวรอดได้อย่างหวุดหวิด ยิ่งทำให้เจ้าชายมาคีเกิดความประทับใจจึงเร่งเวลาการแต่งงานให้เร็วขึ้นมาอีก มัทนาไม่อยากแต่งงานจึงตัดสินใจหนี มินตราซึ่งไม่อยากเห็นมัทนาได้ดีอยู่แล้วจึงแกล้งเห็นดีเห็นงามอาสาช่วยมัทนาหลบหนี คามินตามไปทันและดุว่ามัทนาทำตัวเป็นเด็กไม่รู้จักโต จะทำให้พ่อแม่ของมัทนาเดือดร้อนไปด้วย และอาจนำความขัดแย้งมาสู่ทั้งสองประเทศ มัทนาระเบิดความในใจว่าที่หนีเพราะรักคามิน ถ้ารักใครแล้วก็จะรักคนนั้นไปจนวันตายจะไม่ขอแต่งกับผู้ชายคนไหน เล่นเอาคามินถึงกับช็อกที่มัทนามีใจตรงกัน แต่คามินต้องตัดใจเลือกความภักดี จึงปลอบโยนมัทนาให้ยอมเดินทางไปประเทศรายาก่อน แล้วค่อยไปแก้ปัญหากันที่นั่น หญิงสาวยอมเชื่อฟังวาทศิลป์ของคามิน จึงยอมไปแต่โดยดี แต่พอทั้งหมดเดินทางถึงรายา คามินกลับทำตัวเหมือนคนแปลกหน้าไม่เหมือนตอนอยู่เมืองไทย แถมยังพยายามสร้างภาพว่าตนเองมากรักหลายใจ ด้วยการพาสนมกำนัลในรายามาค้างคืนที่ที่พัก เพื่อหวังให้มัทนาเกลียดและตัดใจจากตนเสีย ขณะที่พระนางสาวิตรีก็แสดงท่าทีรังเกียจมัทนา พยายามกลั่นแกล้งให้ทุกคนเห็นว่ามัทนาไม่คู่ควรกับตำแหน่งมเหสี โดยมีลูกคู่คือหฤทัย ส่วนนายพลวิฑูรก็หาโอกาสล่อลวงมัทนาไปทำร้ายบ่อยๆ แต่ก็มีบุรุษลึกลับมาช่วยให้มัทนารอดหวุดหวิดทุกครั้ง ซึ่งก็ไม่ใช่ใครอื่นคามินนั่นเอง ในที่สุดมัทนาจับได้ว่าคามินแอบคุ้มครองตัวเองอยู่ จึงรู้ว่าคามินยังรักตน มัทนาตัดสินใจที่จะเข้าเฝ้าราชาอินทราเพื่อปฏิเสธการอภิเษกในครั้งนี้ด้วยตนเอง แต่เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นก่อน หฤทัยพบว่าตัวเองท้องกับเจ้าชาย แต่เจ้าชายกลับไม่ยอมรับผิดชอบและอ้อนวอนให้คามินช่วยเหลือ คร่ำครวญว่าถ้าไม่ได้ครองคู่กับมัทนา ก็ไม่อยากมีชีวิตอยู่ คามินเห็นทางว่าจะทำให้มัทนาตัดใจจากตนได้ จึงโกหกกับทุกคนว่าตัวเองคือพ่อเด็ก นายพลวิฑูรไม่ต้องการให้ลูกสาวเสียโอกาสเป็นชายา จึงต้องการยืดเวลาออกไปด้วยการขอให้มีการตรวจดีเอ็นเอคามินกับเด็ก เจ้าชายรอดตัวไปโดยปริยาย แต่การอภิเษกต้องถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนดจนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่า คามินคือพ่อของลูกในท้องหฤทัยจริงหรือไม่ คามินพยายามหลบหน้ามัทนาเพราะไม่อยากตอบคำถามใดๆ มัทนาเองไม่เชื่อว่าคามินจะเป็นคนเช่นนั้น มินตราเกิดความละโมบอยากเป็นชายาเจ้าชาย จึงทำแผนให้มัทนากับคามินมาเจอกัน แล้วล่อให้เจ้าชายมาคีมาเห็นสองคนกอดกันกับตา เจ้าชายเจ็บปวดที่ถูกคนที่ไว้ใจที่สุดทรยศหักหลัง สินธรซึ่งหลงรักหฤทัย เจ็บแค้นที่มาคีโยนความรับผิดชอบให้คามิน ประกอบกับรู้สึกมาตลอดว่ามาคีไม่คู่ควรจะเป็นราชา จึงลอบทำร้ายมาคี สุเทษเข้าขัดขวาง สินธรหนีรอดไปได้ แต่ก็ถูกประกาศจับไปทั่ว ขณะเดียวกันพวกโจรป่าก่อความวุ่นวายปล้นสะดมชาวบ้าน ส่วนราชาอินทราก็มาประชวรกะทันหันบ้านเมืองเกิดความระส่ำระสาย องครักษ์คามินแสดงฝีมือปราบโจรจนราบคาบ ประชาชน เสนาข้าราชบริพารพากันแซ่ซ้องสรรเสริญในวีรกรรมอันอาจหาญของคามิน ท่าทีห่วงใยที่มัทนามีต่อคามินยิ่งทำให้เจ้าชายอิจฉา หึงหวง และหวาดระแวงว่าคามินจะแข่งดีแข่งเด่นเหนือเจ้าชาย ในช่วงจังหวะนี้เองที่พระมเหสีสาวิตรีค้นพบรูปถ่ายแรกเกิดของคามินโดยบังเอิญ มเหสีบอกนายพลวิฑูร นายพลวิฑูรจึงลากตัวโภคินมาทรมานรีดความจริงจนยอมเปิดปากว่าเด็กคนนั้นคือคามินโอรสของพระราชา นายพลฆ่าโภคินทิ้ง มเหสีตกใจมากที่เห็นความโหดเหี้ยมของนายพล แต่ต้องตกกระไดพลอยโจนร่วมมือเพื่อเจ้าชายจะได้ขึ้นครองราชย์ นายพลบอกเรื่องชาติกำเนิดของคามินให้เจ้าชายรู้ และเป่าหูว่าเจ้าชายจะตกกระป๋อง หากความจริงนี้ถูกเปิดเผยออกมา เจ้าชายจึงร่วมมือกับนายพลวิฑูร สร้างสถานการณ์ใส่ร้ายคามินว่าลอบปลงประชนม์พระราชา คามินถูกจับขังคุก ราชาอินทราเสียพระทัยจนประชวร นายพลเร่งรัดให้มีการประหารคามิน ขณะที่คามินไม่ยอมเปิดปากชี้แจงอะไรเลย เพราะคิดว่าไม่มีตนเองทุกอย่างก็จะจบ หฤทัยสำนึกบุญคุณที่องครักษ์คามินรับเป็นพ่อเด็ก และตลอดเวลาที่ผ่านมาก็ยังมีน้ำใจช่วยดูแลหฤทัยอย่างดี จึงยอมร่วมมือกับมัทนาช่วยเหลือคามินหนีจากที่คุมขังจนสำเร็จ หนำซ้ำยังเอาตัวขวางการตามล่าของนายพลวิฑูร จนตัวเองแท้งลูก นายพลวิฑูรใช้วิกฤติเป็นโอกาสปล่อยข่าวว่าคามินคบชู้กับมัทนา ทำให้เจ้าชายยิ่งแค้นนำทหารออกตามล่าตัวคามินจนไปพบอยู่ในป่า เจ้าชายทำร้ายคามินโดยคามินไม่ยอมต่อสู้ มัทนาพยายามขอร้องเจ้าชายทำให้เจ้าชายยิ่งโกรธ จะฆ่าคามินให้ได้ แต่เจ้าชายพลาดพลั้งเหยียบกับระเบิด คามินเสี่ยงชีวิตเข้าช่วยถอดสลักระเบิดจนเจ้าชายรอดตาย แต่ตัวเองกลับโดนสะเก็ดระเบิด เมื่อควันจางลง คามินหายตัวไปอย่างลึกลับ ส่วนมัทนาที่สลบไปถูกเจ้าชายจับตัวกลับรายา และถูกกักบริเวณไม่ให้ไปไหน แต่มินตราช่วยมัทนาหนีกลับเมืองไทย ส่วนตัวเองก็อาศัยจังหวะที่เจ้าชายสับสน ยั่วยวนเจ้าชายจนได้เสียกันแบบลับๆ ที่เมืองไทย มัทนาเฝ้าห่วงใยคามิน โดยไม่รู้ว่าธรรมรัตน์เป็นผู้ส่งคนไปช่วยเหลือคามิน จนได้พบกับสินธรที่หลบอยู่ในป่าด้วย คามินขอให้สินธรอยู่ในรายาเพื่อคอยสืบข่าววิฑูร ธรรมรัตน์พาคามินไปเมืองไทยและส่งคามินไปรักษาอาการบาดเจ็บดวงตาในบ้านบนเกาะของแม่คามินซึ่งทิ้งไว้ให้ลูกก่อนตาย มัทนารู้ข่าวว่าเจ้าชายจะเดินทางมาปรับความเข้าใจกับธรรมรัตน์ จึงได้หนีหน้าไปพักผ่อนบนเกาะและที่นั่นมัทนาก็ได้พบกับคามินอีกครั้ง แต่การพบกันครั้งนี้ถึงกับทำให้มัทนาเข่าอ่อนเพราะคามินกลายเป็นคนตาบอด สูญเสียการมองเห็นชั่วคราว มัทนาไม่กล้าบอกให้คามินรู้ตัว จึงแอบอยู่กับคามินในบ้านหลังเดียวกัน และโกหกว่าเป็นคนรับใช้ แต่ก็โดนคามินจับได้ในเวลาต่อมา ขณะที่นายพลเดินทางมาติดต่ออัคนีซึ่งเบื้องหลังมีซุ้มมือปืนรับจ้างฆ่าคน อัคนีตกลงรับงานทันทีเพราะแค้นคามินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว อัคนีสืบรู้ที่ซ่อนของคามินจากมินตรา จึงพาลูกน้องบุกไปฆ่าคามิน คามินต่อสู้กับผู้ร้ายโดยมีมัทนาเป็นคนคอยบอกทิศทางเป็นดวงตาให้กับคามิน ในที่สุดทั้งคู่หนีรอดไปในป่าและได้พบกับหมอจีนช่วยฝังเข็มรักษาดวงตาของคามินจนกลับมามองเห็นได้อีกครั้ง ราชาอินทราเริ่มแข็งแรงขึ้น และต้องการพบคามิน นายพลจึงหลอกพาราชาอินทราไปเพื่อลอบปลงพระชนม์โดยให้อัคนีเป็นคนลงมือ คามินกับมัทนาตามมาช่วย แต่ราชาอินทราถูกยิงบาดเจ็บสาหัส ราชาบอกความจริงว่าคามินคือลูก ก่อนที่จะสิ้นใจ คามินจึงคาดคั้นถามความจริงจากธรรมรัตน์ ย้อนกลับไปเมื่อ 30 กว่าปีก่อน เจ้าชายอินทราเดินทางไปศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโทในเมืองไทย พระองค์ได้รู้จักกับธรรมรัตน์และปรารถนา สาวงามชาวไทย ทั้งสามเป็นเพื่อนสนิทร่วมสถาบันเดียวกัน เจ้าชายตกหลุมรักปรารถนา และได้เสียกันจนปรารถนาตั้งท้องในช่วงที่สำเร็จการศึกษาพอดี เจ้าชายอินทราสัญญาว่าจะเดินทางกลับมารับปรารถนาไปเป็นมเหสี แต่เมื่อเดินทางไปแล้ว พระราชบิดาของเจ้าชายบังคับให้เจ้าชายอภิเษกกับมเหสีองค์ปัจจุบัน เวลานั้นเจ้าชายอินทราอ่อนแอไม่กล้าขัดคำสั่งพระราชบิดา จึงตัดการติดต่อกับปรารถนา ปรารถนาร่างกายอ่อนแอหลังคลอดลูกชาย จึงเสียชีวิตลง ธรรมรัตน์เลี้ยงดูลูกชายของพระราชาอินทราจนอายุได้ 2 ขวบ พระราชาสำนึกผิดจึงส่งคนรับใช้คนสนิท มารับตัวลูกชายไป และตั้งชื่อให้ว่าคามิน นายพลวิฑูรใส่ร้ายว่าคนที่ฆ่าพระราชาตายคือคามิน แต่มเหสีเชื่อว่าเป็นฝีมือของนายพล จึงรู้สึกสำนึกเสียใจที่หลงร่วมมือกับคนชั่ว ความที่กลัวว่าเจ้าชายจะรู้ว่าตนเองมีส่วนในการสิ้นพระชมน์ของราชาอินทรา ทำให้มเหสีเริ่มเก็บตัวอยู่คนเดียว ส่วนเจ้าชายแค้นคามินมากยอมร่วมมือกับนายพลกำจัดคามิน แลกกับการสนับสนุนให้เจ้าชายขึ้นครองราชย์ แต่มินตรานำจดหมายและรูปที่บอกชาติกำเนิดของคามินมาข่มขู่เจ้าชาย หากเจ้าชายไม่ต้องการให้ความลับนี้แพ่งพรายออกไป ต้องแต่งตั้งตัวเองให้เป็นชายา นายพลแอบรู้ข้อตกลงนี้จึงหลอกใช้มินตรา โดยสัญญาว่าจะผลักดันมินตราขึ้นเป็นพระชายาแทนหฤทัย แต่ขอให้มินตราหาตัวคามินและมัทนาให้พบ หลังจากนั้นก็แต่งตั้งตัวเองเป็นผู้สำเร็จราชการ เจ้าชายเริ่มอึดอัดที่กลายเป็นเพียงหุ่นเชิด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ มินตราเดินทางกลับมาที่เมืองไทย หลอกล่อมาณวิกา จนกระทั่งรู้ที่ซ่อนมัทนาและคามิน จึงส่งข่าวให้อัคนีรู้ อัคนีตามล่าตัวคามินและมัทนาจนพบ แต่จับมัทนาไปได้คนเดียว เพราะมัทนาจงใจจะให้คามินหนีรอด มัทนาไม่ยอมเปิดปากบอกว่าคามินอยู่ที่ไหน จึงถูกอัคนีพาตัวไปรายาเพื่อรับรางวัลจากนายพล เจ้าชายดีใจมากที่พบมัทนา แต่มัทนากลับไม่ใยดีทำให้เจ้าชายแค้นมากจับมัทนาขังไว้บนหอคอย คามินเสียใจมากทีมัทนาถูกจับตัว และแผ่นดินรายาก็กำลังตกอยู่ในมือของคนชั่ว จึงแอบลอบเข้าชายแดนรายาพร้อมกับเหมันต์ โดยมีธรรมรัตน์หนุนหลัง คามินพบว่านายพลส่งทหารออกรีดไถชาวบ้าน จึงปลอมตัวเข้าช่วยเหลือ จนเรื่องถึงหูนายพลว่ามีชายลึกลับคิดก่อกบฏ แต่ก็ตามจับตัวไม่ได้ ความหวาดระแวงว่าตนจะไม่ได้ครอบครองรายา ทำให้นายพลวิฑูรหักหลังเจ้าชายคิดการกบฏ มินตรารู้ว่าโดนหลอกใช้ จึงคิดหนี แต่ถูกนายพลข่มขืน และทำร้ายปางตาย ก่อนจะนำร่างของมินตราไปทิ้งไว้ชายป่า คามินและพวกเข้าช่วยมินตราไว้ได้ และก่อนที่นายพลจะสังหารเจ้าชาย คามิน ธรรมรัตน์ เหมันต์ พากองกำลังอาสาที่ภักดีต่อคามินมารวมกับกองทหารในวังที่เจ้าชายแอบรวบรวมได้ เข้าสู้รบกับฝ่ายกบฏและคนของอัคนี จนสามารถเอาชนะได้ อัคนีถูกจับ นายพลวิฑูรหนีไปที่หอคอยที่ขังมัทนา จังหวะที่นายพลจะฆ่ามัทนา หฤทัยเข้าขวางถูกพ่อทำร้ายบาดเจ็บ นายพลหนีการจับกุมจนพลัดตกหอคอยตาย หลังเรื่องร้ายผ่านไป พระนางสาวิตรีสำนึกผิด จึงตั้งใจสถาปนาคามินขึ้นปกครองรายา แทนเจ้าชายมาคี เจ้าชายเองก็สนับสนุน เพราะตามสิทธิแล้ว คามินเป็นรัชทายาทลำดับที่หนึ่ง แต่คามินกลับหายตัวไปพร้อมหฤทัย เขียนจดหมายทิ้งไว้ขอสละตำแหน่งให้เจ้าชาย และอวยพรให้ครองคู่กับมัทนาอย่างมีความสุข เพราะรู้ว่าเจ้าชายรักมัทนา มัทนาแค้นมากตกลงจะอภิเษกกับเจ้าชาย ร้อนถึงมินตราที่สำนึกผิดแล้วต้องตามหาตัวคามินจนพบว่าไปแอบอยู่ที่บ้านบนเกาะกับหฤทัยเพื่อหลีกทางให้เจ้าชายกับมัทนาได้สมหวัง มินตราจึงร่วมมือกับเจ้าชาย และเหมันต์ทำแผน ให้ทั้งคู่ได้คืนดีกัน ณ ชายหาดขาวสะอาด และทะเลสีครามอันงดงามของเมืองไทย ภารกิจตามล่าหารักคนสองคนก็ปิดฉากลง พร้อมกับสองหัวใจที่หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว รายชื่อนักแสดง ศุกลวัฒน์ คณารศ รับบท คามินพีชญา วัฒนามนตรี รับบท มัทนาหลุยส์ เฮสดาร์ซัน รับบท มาคีภูมิภาฑิต นิตยารส รับบท สินธรชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล รับบท มินตราภูษณะ บัวงาม รับบท เหมันต์ทูน หิรัญทรัพย์ รับบท อินทราอภิรดี ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม รับบท สาวิตรีตฤณ เศรษฐโชค รับบท ธรรมรัตน์อัญษนา บุรานันท์ รับบท มาณวิกา สินิทธา บุณยศักดิ์ รับบท ปรารถนา ฐาปกรณ์ ดิษยนันทน์ รับบท วิฑูร อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์ รับบท หฤทัย

คมนาคมลั่น เตรียมผุดสนามบินในภูมิภาค 6 แห่ง
กระทรวงคมนาคม /  คมนาคม / 

กระทรวงคมนาคม เตรียมผุดสนามบินในภูมิภาค 6 แห่งในปี 2558 เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน คาดอีก 5 ปีจะแล้วเสร็จ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคม จะมีการศึกษาและพิจารณาแผนขยายการลงทุนสนามบินในภูมิภาค 6 แห่ง ซึ่งเป็นสนามบินขนาดเล็ก เพื่อเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยจะประกอบด้วย อำเภอเบตง จังหวัดยะลา , อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก , อำเภอเลิงนกทา จังหวัดมุกดาหาร หรือ อำเภอคลองลึก จังหวัดตราด ,จังหวัดอุตรดิตถ์ , จังหวัดกาญจนบุรี, อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว โดยคาดว่า ผลการศึกษาจะได้ข้อสรุปทั้งหมดภายใน 1-2 เดือน และจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ ภายในปี 2558 แล้วเสร็จภายใน 5 ปี นอกจากนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ในส่วนของเขตเศรษฐกิจพิเศษที่แม่สอด จังหวัดตาก ขณะนี้ได้ทำการศึกษาเรื่องการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเมยแห่งที่ 2 โดยเป็นหน้าที่ของกรมทางหลวง ซึ่งอยู่ระหว่างเตรียมการเจรจาโครงการต่อเชื่อมระหว่างเมือง เขตเศรษฐกิจพิเศษ และนิคมอุตสาหกรรม นายอาคม ยังเปิดเผยถึง กรณีโครงการพัฒนาอุตสาหกรรท่าเรือน้ำลึกทวายและถนนเชื่อมต่อว่า ขณะนี้โครงการทวายยังดำเนินการต่อเนื่อง แม้ในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา คณะทำงานไทยเมียนมาร์ได้มีการหารือในเรื่องการร่วมมือของบริษัทอิตาเลี่ยน-ไทยฯ ที่ดำเนินการค้างอยู่ รวมถึงเรื่องการเจรจากับประเทศญี่ปุ่น ถึงการเข้ามาร่วมพัฒนาโครงการทวาย ได้รับความสนใจทางการญี่ปุ่นที่จะมาร่วมลงทุนในนิติบุคคลเฉพาะกิจหรือ SPV ทั้งนี้สำหรับประเด็นที่จะนำเสนอนายกรัฐมนตรี เพื่อนำไปเจรจากับประธานาธิบดีเต็งเส่ง ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล โดยเฉพาะนิคมอุตสาหกรรมในระยะเริ่มต้นและเส้นทางการเชื่อมต่อกับชายแดนประเทศไทย ซึ่งภาคเอกชนให้ความสนใจในการเข้ามาเป็นผู้ลงทุนด้วย รวมทั้งการสร้างท่าเรือก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญในด้านความเชื่อมั่นกับนักลงทุนด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามการเดินหน้าโครงการสามารถทำงานได้เฉพาะที่มีความจำเป็นของบริษัทอิตาเลี่ยน-ไทยฯ สุดท้ายแล้วในเรื่องการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมในระยะเริ่มต้น จะต้องหารือระหว่างไทยกับเมียนมาร์ต่อไป ว่าจะอนุญาตให้บริษัทอิตาเลี่ยน-ไทยเข้าไปดำเนินการในระยะเริ่มต้นได้หรือไม่ MThai News

คสช. เห็นชอบขยายถนน ผ่านเขาใหญ่-ดงพญาเย็น
กรมทางหลวง /  คสช. / 

คสช. เห็นชอบขยายถนน ผ่านเขาใหญ่-ดงพญาเย็น  เชื่อมผืนป่ามรดกโลก แก้ปัญหาอุบัติเหตุ ขณะที่กรมทางหลวง เล็งของบฯ 2,900 ล้านบาท สร้างเป็นอุโมงค์ หวังให้คนและสัตว์สามารถร่วมใช้เส้นทางด้วยกันได้ รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (23 ก.ค. 57) คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ได้เห็นชอบโครงการขยายเชื่อมผืนป่ามรดกโลก ถนนสาย 304 (กบินทร์บุรี-ปักธงชัย) ช่วง กม.42-47 แล้ว เพื่อแก้ปัญหาอุบัติเหตุในบริเวณดังกล่าว โดยนายเกษมสันต์ จิณณวาโส เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เลขานุการคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เผยว่า โครงการนี้กรมทางหลวงเตรียมขยายเส้นทางจาก 2ช่องจราจร เป็น 4ช่องจราจร เพื่อแก้ปัญหาการจราจรที่มักเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ซึ่งแนวทางการดำเนินการจะเป็นรูปแบบใดนั้นยังไม่ได้สรุปแน่ชัด คงต้องศึกษาในรายละเอียด ปัญหาผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม เพราะอยู่ในเขตผืนป่ามรดกโลกดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ขณะที่นายชัชวาลย์ บุญเจริญกิจ อธิบดีกรมทางหลวง เผยว่าได้มีการวางแผนสร้างอุโมงค์ในการขยายช่องทางดังกล่าวในเบื้องต้น เพื่อให้คนและสัตว์สามารถใช้เส้นทางดังกล่าวร่วมกันได้ โดยกรมทางหลวงเตรียมขออนุมัติงบประมาณปี 2558 จำนวน 2,900 ล้านบาท เพื่อเตรียมก่อสร้างต่อไป MThai news ........................................................................................................................ บทความอื่นๆ รวม ที่พักเขาใหญ่ ที่พักปากช่อง แหล่งโอโซนอันดับ 7 ของโลก นอนชิลล์ อากาศดี กลางขุนเขาและแมกไม้

โสมขาวยุบหน่วย รปภ. ทางทะเล เซ่นเซวอลล่ม
เกาหลีใต้ /  เซวอล / 

ทางการเกาหลีใต้ สั่งยุบหน่วยรักษาความปลอดภัยทางทะเล ขึ้นตรงดับเพลิง เซ่นเหตุเซวอล ล่ม เมื่อ 7 เดือนก่อน สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงาน เกาหลีใต้เดินหน้าปรับปรุงการรักษาความปลอดภัยทางทะเล ครั้งใหญ่ เพื่อยกระดับมาตรฐานการเตือนภัยและการช่วยเหลือทางทะเล หลังเกิดโศกนาฏกรรรมเรือข้ามฟากอับปาง เป็นเหตุให้มีผู้โดยสารซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักเรียน เสียชีวิตถึง 304 ราย เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ถูก ปาร์ค กึน เฮ ผู้นำประเทศตำหนิ จากการปฏิบัติงานที่ล้มเหลวไร้ความรับผิดของหน่วยงานทั้งนี้ รัฐบาลเกาหลีใต้ประกาศวันนี้ว่า หน่วยงานดังกล่าวจะถูกยุบลงและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในสังกัดทั้งด้านค้นหาและด้านการช่วยเหลือที่มีทั้งสิ้นราว 10,000 คน จะถูกรวมเข้ากับทีมดับเพลิงภายใต้ความรับผิดชอบของหน่วยช่วยเหลือฉุกเฉินแทน ขณะที่การดำเนินการเอาผิดทางกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องในอุบัติเหตุเรือล่ม ศาลได้ตัดสินจำคุกกัปตันเรือ เป็นเวลา 36 ปี ขณะที่ลูกเรือรายอื่นถูกลงโทษจำคุกตั้งแต่ 20-30 ปี ตามลำดับความผิด

แผนโครงสร้างพื้นฐานที่ คสช. อนุมัติพร้อมลุยมีอะไรบ้าง
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ /  คมนาคม / 

คสช. เห็นชอบยุทธศาสตร์ลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม ปีงบประมาณ 58-65 รวม 4 ด้าน 5 แผนงาน เริ่มก่อสร้างปี 59 นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์  ปลัดกระทรวงคมนาคม เผยหลังเข้าร่วมประชุมกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า คสช. ได้เห็นชอบโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของไทย พร้อมให้จัดสรรแหล่งที่มาของเงินลงทุนในระยะยาวเร่งด่วนภายใน 30 วันโดยมีการตั้งคณะทำงานร่วมกันของสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลังเเละกระทรวงคมนาคม นำโดย พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ.รองหัวหน้า คสช. และหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจเป็นประธานในการพิจารณารายละเอียดทั้งหมด โดยยุทธศาสตร์ลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ปีงบประมาณ 58-65 รวม 4ด้าน 5แผนงาน มีดังนี้ ยุทธศาสตร์4 ด้าน มี 1.การสร้างรากฐานความมั่นคงทางสังคม 2.การสร้างมาตรฐานความมั่นคงทางเศรษฐกิจ 3.การสร้างโอกาสสำหรับการใช้ประโยชน์สูงสุดจากการเป็นประชาคมอาเซียน 4.เสริมสร้างความมั่นคง ความปลอดภัยในการเดินทางและการขนส่ง 5 แผนงาน มีดังนี้ แผนงานที่ 1. การพัฒนาโครงข่ายรถไฟระหว่างเมือง  ขยายรถไฟทางคู่เดิม 6 เส้นทาง วงเงิน 127,472 ล้านบาท และรถไฟทางคู่แบบขนาดทางมาตรฐาน ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (ไฮสปีดเทรนเดิม) 2 เส้นทาง วงเงิน 741,460 ล้านบาท  และโครงข่ายถนนสายหลักเชื่อมเมืองหลัก กทม.และปริมณฑล ซึ่งรถไฟทางคู่รางมาตรฐาน หรือรางขนาด 1.435 เมตร วิ่งด้วยความเร็ว 160 กม.ต่อ ชม. ที่ประชุมเห็นชอบที่ 2 เส้นทางคือ สายหนองคาย-โคราช-สระบุรี-แหลมฉบัง-มาบตาพุด ระยะทาง 737 กม. วงเงิน 392,570 ล้านบาท และสายเชียงของ-เด่นชัย-บ้านภาชี ระยะทาง 655 กม. วงเงิน 348,890 ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้าง 2558-2564 จะใช้ในการขนส่งผู้โดยสาร ใช้ความเร็ว 160 กม.ต่อ ชม.และขนสินค้า ใช้ความเร็ว 120 กม.ต่อ ชม. ตามแผนจะเชื่อมต่อกับประเทศจีนตอนใต้ ขั้นตอนในช่วงแรกจะมีการว่าจ้างศึกษาเพื่อปรับแบบและกำหนดแผนการก่อสร้างจากเดิมที่มีการศึกษาก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง   ทำให้ค่าก่อสร้างจากเดิม กม.ละ 500-600 ล้านบาท เหลือเพียง 350-400 ล้านบาท ทำไมรถไฟทางคู่รางมาตรฐาน หรือรางขนาด 1.435 เมตร วิ่งด้วยความเร็ว 160 กม.ต่อ ชม.  “ทางคู่แบบมาตรฐาน ก็คือรถไฟความเร็วสูงที่เราเข้าใจ เพียงแต่ปรับลดขนาดความเร็วจากเดิมมากกว่า 200 กม.ต่อชม. เหลือเพียง160 กม.ต่อชม. จึงไม่เรียกว่ารถไฟความเร็วสูง โดยในอนาคตจะเพิ่มความเร็วเปลี่ยนไปเป็นรถไฟความเร็วสูงได้จริง เพราะระบบรางรองรับได้ จึงถือว่าเป็นการลงทุน เพื่อลดภาระการลงทุนในอนาคต”  โครงการรถไฟทางคู่ระยะเร่งด่วน6 เส้นทาง887 กม .วงเงิน 127,472 ล้านบาท โครงการเร่งด่วน  ประกอบด้วย 1. ชุมทางจิระ-ขอนแก่น185กม.วงเงิน 16,007 ล้านบาท 2. ประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร167 กม. วงเงิน 17,293 ล้านบาท 3. นครปฐม-หัวหิน165 กม.วงเงิน 20,038 ล้านบาท ซึ่งจะดำเนินการช่วงปี 58-61ส่วน 4.มาบกะเบา-นครราชสีมา132 กม. วงเงิน29,855 ล้านบาท 5.ลพบุรี-ปากน้ำโพ 148 กม. วงเงิน 24,842 ล้านบาท 6.หัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ 90 กม. วงเงิน 9,437 ล้านบาท ดำเนินการ ปี 59-63 ยังไม่รวมสายฉะเชิงเทรา –คลอง 19-แก่งคอยอยู่ในขั้นตอนเตรียมเปิดประกวดราคา รอให้คณะกรรมการคตร.ตรวจสอบรายละเอียดโครงการหากสามารถขยายทางคู่ได้ตามแผน จะทำให้ขบวนรถไฟที่ให้บริการวันละ 288 เที่ยวต่อวันเพิ่มเป็น 800 เที่ยวต่อวัน จัดหาหัวรถจักรขบวนรถใหม่ และปรับเปลี่ยนระบบอาณัติสัญญาณ ไปใช้ระบบอัตโนมัติ กว่า 106 หัวจักร แผนงานที่ 2. การพัฒนาโครงข่ายขนส่งสาธารณะเพื่อแก้ไขปัญหาจราจรในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ขยายโครงการลดค่าครองชีพ รถเมล์ฟรี  รถไฟฟรี  ไปอีก6เดือนไปจนถึงเดือน ม.ค. 58 เเละ เพิ่ม รถเมล์ NGV 3,183 คัน แผนดำเนินการรถไฟฟ้า ปี 57– 58 จะเร่งรัดประกวดราคา  - สายสีเขียวช่วงสะพานใหม่-คูคต 7 กม.และหมอชิต-สะพานใหม่ 11.4 กม.  - สายสีส้มช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี20 กม. อยู่ระหว่างเสนอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เป็นโครงการ86.4 กม.ในความรับผิดชอบของ รฟม.  - สายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี 36 กม.  เตรียมขออนุมัติโครงการ  - สายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-พัฒนาการ 30.4 กม.  เตรียมขออนุมัติโครงการ  ส่วนอีก 3 เส้นทางในความรับผิดชอบของ ร.ฟ.ท.คือ 1. บางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน 25.5 กม. 2. ส่วนต่อขยายแอร์พอร์ตลิงค์พญาไท–ดอนเมือง21.8กม. ร.ฟ.ท.พร้อมประกวดราคาและ 3. ส่วนต่อขยายสายสีแดงช่วงรังสิต-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 10.3 กม. เตรียมเสนอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม โครงการรถไฟฟ้า10เส้นทาง จะเร่งรัดโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง 4 เส้นทาง8 9กม. โครงการเร่งด่วน คือ - สายสีม่วงบางใหญ่-บางซื่อ23 กม.จะสร้างเสร็จปี 58 - สายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ-บางแค27 กม. สร้างเสร็จปี 60 - สายสีเขียวช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ 12.8 กม. สร้างเสร็จปี 60 - สายสีแดงบางซื่อ-รังสิต26 กม.จะพิจารณาปรับแบบคาดจะสร้างเสร็จปี 60 แผนงานที่ 3. การเพิ่มขีดความสามารถทางหลวงเพื่อเชื่อมโยงฐานการผลิตที่สำคัญของประเทศเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน  เน้นเชื่อมโยงโครงข่ายประตูการค้าระหว่างประเทศ การค้าชายแดน และระบบถนนที่เชื่อมโยงประตูการค้าของประเทศ เชื่อมโยงเมืองหลัก เชื่อมโยง กทม.และปริมณฑล ซึ่งจะพัฒนาทางหลวง 4 ช่องจราจรได้แก่ ทางหลวงหมายเลข 4 กระบี่-อ.ห้วยยอด ทางหลวงหมายเลข 12 กาฬสินธุ์-อ.สมเด็จ ตอน 2 ทางหลวงหมายเลข 304 กบินทร์บุรี-อ.ปักธงชัย ทางหลวงหมายเลข 314 อ.บางปะกง-อ.ฉะเชิงเทราตอน 2 ทางหลวงหมายเลข 3138อ.บ้านบึง-อ.บ้านค่ายตอน 3 และบูรณะทางหลวงสายหลัก ที่เชื่อมระหว่างภาคทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายพัทยา-มาบตาพุด ทางหลวงที่สนับสนุนการเกษตรและการท่องเที่ยวรวมทั้งพัฒนาสถานีขนส่งสินค้าอีกด้วย แผนงานที่ 4. การพัฒนาโครงข่ายการขนส่งทางน้ำ พัฒนาท่าเรือชายฝั่ง ให้สามารถเชื่อมต่อไปสู่ ศูนย์ขนส่งสินค้าทางรถไฟ ถนนเชื่อมกับท่าเรือเเละท่าอากาศยานต่างๆได้ - ศึกษาเเละทบทวนท่าเรื่อน้ำลึก ปากบารา จ.สตูล - พัฒนาท่าเรื่องเเหลมฉบัง เฟส3 ต่อไป แผนงานที่ 5. การเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการขนส่งทางอากาศ - พัฒนาการบริการเเละการขนส่งทางอากาศของ สนามบินสุวรรณภูมิ เฟส2 - พัฒนาการขนส่งทางอากาศของสนามบินภูมิภาค ดอนเมือง ภูเก็ต เชียงใหม่ เบตง เเละ เเม่สอด  MThai News

ตร.ทางหลวง แนะ6เส้นทางเลี่ยงรถติดกทม.-ไปอิสาน
ข่าววันนี้ /  ปีใหม่ / 

12.21 น. กองบังคับการตำรวจทางหลวง แนะนำเส้นทางเลี่ยงรถติด 6 เส้นทาง สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องเดินทางในช่วงวันปีใหม่ 2558 ในเส้นทาง กรุงเทพฯ ไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เส้นทางที่ 1 : ใช้ถนนวิภาวดีรังสิต (ทางหลวงหมายเลย 31) หรือ ให้ทางยกระดับโทลล์เวย์ เข้าสู่ถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลย 1) ผ่าน จ.สระบุรี มุ่งหน้า จ.นครราชสีมา ระยะทางประมาณ 265 กม. เพื่อเดินทางสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เส้นทางที่ 2 : ใช้ทางพิเศษศรีรัช เชื่อมทางพิเศษอุดรรัถยา จนสุดสายปากเกร็ด-บางปะอิน ที่ อำเภอบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา (วงแหวนตะวันตก ทางหลวงหมายเลข 9) จนถึงต่างระดับบางปะอิน เข้าสู่ถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) ผ่าน จ.สระบุรี มุ่งหน้า จ.นครราชสีมา ระยะทางประมาณ 273 กม. เพื่อเดินทางสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เส้นทางที่ 3 : ใช้ถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวนตะวันตก ทางหลวงหมายเลข 9) มุ่งหน้าเข้าสู่ต่างระดับบางปะอิน เข้าถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) ผ่านจ.สระบุรี มุ่งหน้า จ.นครราชสีมา ระยะทางประมาณ 280 กม. เพื่อเดินทางสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เส้นทางที่ 4 : ใช้ถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวนตะวันออก ทางหลวงหมายเลข 9) มุ่งหน้าเข้าสู่ต่างระดับบางปะอิน เข้าถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) ผ่าน จ.สระบุรี มุ่งหน้า จ.นครราชสีมา ระยะทางประมาณ 286 กม. เพื่อเดินทางสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เส้นทางที่ 5 : ใช้ต่างระดับรังสิต ไปตามถนนรังสิต - องครักษ์ (ทางหลวงหมายเลข 305) ตรงไปจังหวัดนครนายก เลี้ยวขวาเข้าถนนสุวรรณศร (ทางหลวงหมายเลข 33) มุ่งสู่ อ.กบินทร์บุรี ถึงสี่แยกกบินทร์บุรี เลี้ยวซ้ายเข้าถนนกบินทร์บุรี-ปักธงชัย (ทางหลวงหมายเลข 304) มุ่งหน้า จ.นครราชสีมา ระยะทางประมาณ 328 กม. เพื่อเดินทางสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เส้นทางที่ 6 : ใช้ถนนรามอินทรา-สุวินทวงค์ (ทางหลวงหมายเลข 304) ผ่านฉะเชิงเทรา, พนมสารคาม, กบินทร์บุรี, ปักธงชัย มุ่งหน้า จ.นครราชสีมา ระยะทางประมาณ 324 กม. เพื่อเดินทางสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ........................................................... ปชช.ทยอยกลับต่างจังหวัด ถ.มิตรภาพรถหนึบ ประชาชนเริ่มทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนา ช่วงเทศกาลวันหยุดยาว ส่งผลให้การจราจรทุกเส้นมีปริมาณรถมาก ขณะถนนมิตรภาพปริมาณรถหนาแน่นเคลื่อนตัวช้า ผู้สื่อข่าวรายงานสภาพการจราจร หลังประชาชนเริ่มทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนา ในช่วงเทศกาลวันหยุดยาว (วันขึ้นปีใหม่) ว่า สภาพการจราจรบริเวณ ถนนมิตรภาพ มีปริมาณรถหนาแน่น ชะลอตัวเป็นระยะ บริเวณ อ. มวกเหล็ก จ.สระบุรี สามารถใช้ความเร็วได้ประมาณ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะที่ ถนนทางหลวงหมายเลข 304 ช่วง ต.ทุ่งโพธิ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี มุ่งหน้า อ.ปักธงชัย ปริมาณรถมากแต่เคลื่อนตัวช้า ส่วนสายเอเชีย ทางหลวงหมายเลข 32 ทางหลวงหมายเลข 340 สุพรรณบุรี-ชัยนาท ถนนพหลโยธิน และ ถนนเพชรเกษม นั้น มีปริมาณรถมากแต่ยังคล่องตัวดี ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ “เส้นทางเลี่ยงปีใหม่” ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>> MThai News

คมนาคม ดีเดย์ปีหน้า ดันสร้างมอเตอร์เวย์ 3 เส้นทาง
กระทรวงคมนาคม /  ข่าววันนี้ / 

กระทรวงคมนาคม เตรียมผลักดันแผนก่อสร้างมอเตอร์เวย์ 3 เส้นทาง เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พร้อมเปิดประกวดราคาสร้างรถไฟฟ้า 7 สายในปีหน้า นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคม มีแผนเดินหน้าก่อสร้างโครงการก่อสร้างทางพิเศษระหว่างเมือง หรือ มอเตอร์เวย์ 3 เส้นทาง ในปี 2558 คือ มอเตอร์เวย์ สายบางปะอินสระบุรี-นครราชสีมา ระยะทาง 196 กิโลเมตร อยู่ระหว่างรอ กรมทางหลวง เสนอแผนมาให้กระทรวงคมนาคมพิจารณา และหลังจากออกแบบ และศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม หรือ อีไอเอ แล้วจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พิจารณาเพื่อก่อสร้างในปี 2558 นอกจากนี้ ยังมีมอเตอร์เวย์ สายพัทยา-มาบตาพุด ระยะทาง 32 กิโลเมตร ที่จะก่อสร้างในปี 2558 เช่นกัน โดยที่ผ่านมาได้รับงบประมาณในการเวนคืนที่ดินแล้ว ส่วนงบประมาณการก่อสร้าง จะใช้เงินของกองทุนมอเตอร์เวย์ ในการลงทุน ขณะที่มอเตอร์เวย์สายบางใหญ่-บ้านโป่ง-กาญจนบุรี ระยะทาง 96 กิโลเมตรจะออกแบบแล้วเสร็จในต้นปี 2558 และนอกจากมอเตอร์เวย์ 3 สาย ที่กรมทางหลวงจะก่อสร้างในปีหน้าแล้ว ยังมีโครงการสำคัญในการขยายถนนให้เป็น 4 ช่องจราจร เช่น ทางหลวงหมายเลข 304 กบินทร์บุรี-อำเภอปักธงชัย ที่ปัจจุบันมีปัญหาคอขวดและยังเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงต้องเร่งดำเนินการให้เดินทางสะดวกขึ้น ส่วนโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้า ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า รถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่-บางซื่อ งานก่อสร้างจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ ในปี 2558 และเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในต้นปี 2559 แต่ในระหว่างที่ทดสอบอาจเปิดให้ประชาชนทั่วไปทดลองใช้บริการได้ด้วย ขณะที่ โครงการรถไฟฟ้าสายใหม่ ที่จะเปิดประกวดราคาได้ในปี 2558 มี 6 ถึง 7 โครงการ คือ ส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ ช่วงพญาไท-ดอนเมือง ส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-หัวลำโพง ส่วนต่อขยายที่เป็นรถไฟดีเซล ช่วงบางซื่อหัวหมาก และส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ที่อยู่ระหว่างการประกวดราคา รวมถึงรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี สายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าวสำโรง และสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ “มอร์เตอร์เวย์” ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>> MThai News

จยย.เสียหลัก ถูก18ล้อตามหลัง เหยียบแฟนสาวตายคาที่
7วันอันตราย /  ปีใหม่ / 

สองหนุ่มสาวขี่จักรยานยนต์กลับจากเยี่ยมบ้าน ที่บุรีรัมย์ขับรถชนขอบฟุตปาธข้างสะพานจนเสียหลัก ถูก 18 ล้อที่ตามหลังชนซ้ำ ทำให้แฟนสาวที่นั่งซ้อนท้ายเสียชีวิต ร.ต.ท. บุญสาน นิติสุภัคดี พนักงานสอบสวน สภ.สระบัว อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ได้รับแจ้งรถจักรยานยนต์ถูกรถพ่วง 18 ล้อชนกลางสะพานบ้านหนองคล้า รอยต่อ อ.ศรีมหาโพธิ กับ อ.กบินทร์บุรี ถนนสาย 304 หมู่1 ต.ลาดตะเคียน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปสอบสวนในที่เกิดเหตุพบรถพ่วง 18 ล้อ สีขาวหมายเลขทะเบียน 79-8578 กทม. ตัวพ่วง 79-5699 กทม. ของบริษัท อีอีซี จำกัด มี นายสุรชัย หลุบเลา อายุ 47 ปี เป็นคนขับ ยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า MSX ป้ายแดง ล้มพังเสียหายอยู่ ใกล้กัน พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นหญิงทราบชื่อ นางสาวนุดจรินทร์ ขันทางรัมย์ อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 207 หมู่ 19 ต.บ้านด่าน อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ สภาพตามร่างกายแหลก แขนขาหัก กระโหลกศีรษะแตก นอกจากนั้นยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกคนเป็นชาย ทราบชื่อ นายไกรสิทธิ์ แสงจันทร์ อายุ 23 ปี กู้ภัยนำส่ง ร.พ.กบินทร์บุรี ก่อนหน้าแล้ว จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ เดินทางไปเยี่ยมบ้านในช่วงวันหยุดส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่โดยใช้รถ จักรยานยนต์คันเกิดเหตุ มี นายเฉลิม เป็นคนขับจนกระทั่งวันนี้ทั้งสองคนได้เดินทางจากบ้านเพื่อกลับไปทำงานที่ จ.สมุทรปราการ ขณะที่นายเฉลิมขี่จักรยานยนต์มาตามเส้นทางคาดว่าอาจไม่ชินทางประกอบกับเป็น เวลามืดค่ำให้ทำให้รถจักรยานยนต์ชนกับฟุตปาธข้างสะพานจนเสียหลักล้มลง ซึ่งเป็นขณะเดียวกับที่ นายสุรชัย ขับรถพ่วงตามหลังเพื่อไปรับสินค้าที่ท่าเรือหยุดไม่ทันจึงชนซ้ำ ทำให้นางสาวนุตจรินทร์เสียชีวิตในสภาพร่างกายแหลกเหลว ส่วนนายเฉลิม คนขับ ได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์รักษาเป็นการด่วน หลังตรวจสถานที่เกิดเหตุแล้วจะได้นำตัวนายสุรชัย คนขับรถพ่วง ไปสอบปากคำที่ สภ.กบินทร์บุรี อีกครั้งขณะเดียวกันได้เกิดอุบัติเหตุรถเก๋งวีออส เสียหลักพลิกคว่ำชนเสาไฟฟ้ากลางถนน คนขับได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เหตุเกิดที่บริเวณ ใกล้ศูนย์บริการนิสสันกบินทร์บุรี

จราจร ถนนมิตรภาพช่วงบ่ายรถมาก-ตร.3,000ดูแล
กลับบ้านปีใหม่ /  ถนนมิตรภาพ / 

จราจรถนนมิตรภาพปริมาณรถมาก แต่โดยรวมยังคล่องตัว ตร.ระดม 3,000 นาย อำนวยความสะดวก สภาพการจราจรบนถนนมิตรภาพ ผ่านจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นเส้นทางหลักจากกรุงเทพฯ มุ่งสู่จังหวัดภาคอีสาน นั้น มีปริมาณรถมาก ขณะที่บริเวณทางขึ้นเขา เขตอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี และ ตำบลกลางดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา รถยนต์ชะลอตัวบ้างเล็กน้อย แต่สภาพการจราจรโดยรวมยังถือว่าคล่องตัวดี และรถยนต์สามารถทำความเร็วได้ตามปกติ คาดว่าสภาพการจราจรบนถนนมิตรภาพ จะกลับมาคึกคักอีกครั้ง ในช่วงบ่ายของวันพรุ่งนี้ (30 ธ.ค. 57) โดยตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ได้ระดมกำลังตำรวจกว่า 3,000 นาย ตั้งจุดอำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้กับประชาชนตลอดทั้งเส้นทางถนนมิตรภาพ และถนนสายหลักทุกสาย พร้อมกันนี้ ยังได้ตั้งจุดตรวจจับความเร็ว 2 จุด บนเส้นทางถนนมิตรภาพ และถนนสาย 304 กบินทร์บุรี-นครราชสีมา เพื่อจับกุมผู้ขับขี่ที่ขับรถเร็ว และป้องกันการเกิดอุบัติเหตุด้วย

วางคีย์บอร์ด และ เมาส์ อย่างไรให้เหมาะสม
คอมพิวเตอร์ /  คีย์บอร์ด / 

นอกจากการจัดวางจอคอมพิวเตอร์ เอกสารที่พิมพ์ โต๊ะ และเก้าอี้ให้เหมาะสม ยังมีความจำเป็นอย่างที่ต้องจัดวางแป้นพิมพ์และ เมาส์ ให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องเหมาะสมกับอุปกรณ์งานที่ทำ ตลอดจนตัวผู้ใช้เองเพราะการจัดวางที่ไม่เหมาะสมทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง หรือเกิดการบาดเจ็บของส่วนต่างๆ ของร่างกาย ได้ เช่น เส้นประสาทและเอ็นรอบอุโมงค์ข้อมืออักเสบ เอ็นข้อศอกอักเสบ กล้ามเนื้อ บ่าและไหล่อักเสบ ตำแหน่งในการจัดวางแป้นพิมพ์และ เมาส์ การจัดวางที่เหมาะสมมีหลักการดังนี้ 1. ความสูงของที่วางแป้นพิมพ์และ เมาส์ ควรอยู่ ที่ระดับพอดีกับมือเมื่องอศอก 90 องศา หรือสูงกว่าเล็กน้อย (โดยที่เมื่อวางมือแล้วไม่มีแรงกดระหว่างข้อมือ และแป้นพิมพ์ หรือขอบโต๊ะ) โดยที่แขนส่วนบนไม่เหยียด ออก (วางตามแนวลำตัว) แขนส่วนล่างขนานกับพื้น ไหล่ไม่เกร็งและไม่ยกข้อมือไม่งอหรือกระดก แป้นพิมพ์และ เมาส์ ที่ต่ำเกินอาจทำให้ต้องก้มคอมากเพื่อมองแป้นพิมพ์ ส่วนแป้นพิมพ์และ เมาส์ ที่สูง อาจทำให้ไหล่ต้องยกกล้ามเนื้อไหล่เกร็งตัว และข้อมือมีแนวโน้มกดทับกับแป้นพิมพ์หรือโต๊ะได้ 2. หากมีโต๊ะและเก้าอี้อยู่แล้ว ความสูงของแป้นพิมพ์และ เมาส์ ที่ควรเป็นคือระดับตามความสูงของโต๊ะที่มีอยู่ เพราะโต๊ะส่วนมากไม่สามารถปรับความสูงได้ ดังนั้นอาจจำเป็นต้องจัดความสูงเก้าอี้ เพื่อให้มืออยู่ในระดับที่เหมาะสมตามข้อ 1 ดังนั้นเมื่อปรับเก้าอี้อาจจำเป็นต้องมีที่พักเท้าเพื่อไม่ให้ขาห้อย จนทำให้มีการกดทับหลอดเลือดใต้ต่อเข่า แต่ถ้านั่งแล้วเข่าชันแสดงว่า โต๊ะอาจเตี้ยไป จำเป็นต้องหนุนโต๊ะให้สูงขึ้น 3. แป้นพิมพ์ต้องวางตรงด้านหน้า วางใกล้กับลำตัวผู้ใช้ให้มากที่สุด และต้องไม่ห่างไปจากแนวกลางไปทางด้านข้างมากนัก เพราะจะมีผลต่อการวางมือ และทำให้ต้องเอื้อม แขนต้องเหยียดยื่นออก ไหล่ก็จะเกร็งตัวมากขึ้น หรือผู้ใช้อาจใช้วิธีโน้มตัวไปข้างหน้าเพื่อให้ตัวเข้าใกล้แป้นพิมพ์และ เมาส์ มากขึ้น ซึ่งส่งผลคือกล้ามเนื้อหลังและคอทำงานมากขึ้น และแรงกดต่อหมอนรองกระดูกสันหลังมากขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยเสี่ยง สำหรับโรคปวดหลัง 4. ตำแหน่งของแป้นพิมพ์และ เมาส์ ควรอยู่ในระดับเดียวกัน บางกรณี โต๊ะคอมพิวเตอร์มีลิ้นชักสำหรับวางแป้นพิมพ์ แต่ไม่มีพื้นที่เพียงพอสำหรับวาง เมาส์ ผลคือเมาส์ต้องถูกนำมาวางไว้บนโต๊ะ ทำให้เวลาทำงานต้องมีการยกแขนขึ้นลงสลับกันตลอดเวลา เมื่อมีการใช้งานสลับกันระหว่างแป้นพิมพ์และ เมาส์ 5. เมื่อตำแหน่งแป้นพิมพ์และ เมาส์ พอเหมาะแล้ว ให้สังเกตว่า ศอกได้รับการพยุงจากที่พักแขนของเก้าอี้หรือไม่ หากมีการพยุงที่ดีจะส่งผลให้กล้ามเนื้อ บ่าและไหล่ทำงานลดลง ทำให้กล้ามเนื้อดังกล่าวไม่เมื่อยล้าหรือเมื่อยน้อยลง อย่างไรก็ตามเมื่อมีการจัดวางที่ดีแล้ว อาจเป็นไปได้ว่าผู้ใช้บางท่านอาจยังคงมีอาการปวดเมื่อยที่บ่า ทั้งนี้ให้ลองสังเกตว่า ตนเองเป็นผู้ที่เคร่งเครียดกับงานจนทำให้เกิดการเกร็งตัวของไหล่ และการโน้มตัวไปข้างหน้าหรือไม่ โดยสังเกตว่าไหล่ของท่านยกและลอยตัวจากที่พักแขนหรือไม่ พนักพิงยังคงติดอยู่กับหลังของท่านหรือไม่ (กรณีของพนักพิงที่เอียงไปด้านหลังมาก จะเหมาะ สำหรับให้เอนหลังพักหลังเมื่อทำงานไปสักระยะหนึ่ง จึงเป็นไปได้ว่าหลังจะไม่ติดอยู่กับพนักพิงตลอดเวลา หากเป็นเช่นนั้น ให้ดูว่าหลังโค้งและโน้มไปด้านหน้าหรือไม่ ลักษณะการวางมือที่ถูกต้อง เมื่อใช้แป้นพิมพ์หรือ เมาส์ ถึงแม้จะมีการจัดวางแป้นพิมพ์ที่ดีก็ตาม หากวางมือและใช้งานไม่ถูกต้อง ก็อาจทำให้เกิดปัญหาต่อข้อมือได้ ลักษณะการวางมือที่ดีสังเกตโดย ข้อมือต้องไม่กระดกขึ้นหรืองอลง นั้นคือข้อมือ ควรอยู่ในแนวตรง โดยให้ลองสังเกตว่า ถ้าวางแขนราบคว่ำไปบนโต๊ะ ข้อมือจะกระดกขึ้นเล็กน้อย และปลายนิ้ว ทั้ง 5 นิ้วจะวางบนโต๊ะด้วย ซึ่งมุมข้อมือนั้นคือมุมปกติของข้อมือที่ควรจะเป็นเมื่อมีการใช้งานกับแป้นพิมพ์และ เมาส์ สำหรับแป้นพิมพ์บางแป้นจะมีขาหนุนด้านหลังให้สูงขึ้น การหนุนให้แป้นสูงขึ้นนั้นไม่มีความจำเป็น ยกเว้นกรณีที่ปรับให้แป้นพิมพ์วางอยู่สูงกว่าข้อศอกมากๆ ทำให้การเอียงตัวของแป้นอยู่ในแนวระนาบของข้อมือพอดี ขณะเดียวกันข้อมือต้องไม่เอียงออกด้านข้าง หรือเอียงเข้าด้านใน มือที่เอียงไปถือว่าเป็นมุมที่ไม่ปกติ อาจทำให้เอ็นข้อมือข้างใดข้างหนึ่งยืดมากกว่าเป็นเวลานาน ทำให้เกิดเอ็นอักเสบได้ หลีกเลี่ยงการวางพักข้อมือ ในขณะทำงานด้วย การวางข้อมือบนขอบหรือพื้นโต๊ะที่แข็ง เพราะทำให้มีการกดทับที่ข้อมือซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาของข้อมือดังที่ได้กล่าวมา การใช้ เมาส์ มีหลักการวางมือที่เหมือนกับการใช้แป้นพิมพ์ แตกต่างกันที่ เมาส์ ต้องการการขยับไปมาซึ่งการขยับนั้นอาจมาจากการขยับของข้อมือหรือแขนก็ได้ แต่เมื่อสิ้นสุดการเคลื่อนไหวหรือต้องค้างอยู่ท่าใดท่าหนึ่งนานๆ ท่านั้นควรเป็นท่าข้อมือไม่งอหรือเอียงมากเกินไป การเลือกแป้นพิมพ์ เมาส์ และอุปกรณ์เสริมอื่นๆ อุปกรณ์บางอย่างมีขนาดมาตรฐาน หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องใช้ตามแบบนั้นๆ เช่น แป้นพิมพ์ ขนาดของตัวกดอักษร แต่ที่เลือกได้ก็คือ ความฝืด ความยากง่ายในการกด อย่างไรก็ตามปัจจุบันนี้มีแป้นพิมพ์แบบใหม่ๆ ให้เห็นมากขึ้น เช่น แป้นที่มีการแยกออกเพื่อกันการเอียงตัวของข้อมือ แป้นพิมพ์ที่ยกเอียงตัวหงายออกด้านข้างเพื่อให้ข้อมือไม่คว่ำเป็นเวลานานๆ หรือแป้นที่มีแผ่นวัสดุนิ่มเพื่อรองรับข้อมือเพื่อกันการกดทับ สำหรับ เมาส์ มีแบบแปลกๆ ออกมาหลายแบบเช่นกัน ซึ่งลดภาระการขยับของข้อมือได้มาก เช่น เมาส์ที่มี trackball เพื่อเลื่อน cursor (ลูกศรในจอคอมพิวเตอร์) หรือเมาส์ที่มี scroll ติดอยู่ด้วย เพื่อเลื่อนหน้าเอกสารบนจอ นอกจากนั้นยังมีอุปกรณ์สำหรับการใช้เมาส์ นั่นคือแผ่นรองเมาส์ ซึ่งบางแบบอาจมียางนิ่มๆ มารองรับที่ข้อมือ แบบและอุปกรณ์ดังกล่าวนั้น ถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่ดี หากสามารถซื้อหามาใช้ได้ก็จะช่วยลดปัญหาได้ อย่างไรก็ตามผู้เขียนอยากให้ข้อคิดว่า ในการเลือกอุปกรณ์ต่างๆ สิ่งที่ต้องกระทำคือการได้ลองสัมผัส หรือลองใช้อุปกรณ์นั้นๆ ให้รู้สึกว่าเหมาะสมและถนัดมือ และอุปกรณ์นิ่มๆ ที่ช่วยรองข้อมือขณะที่พิมพ์หรือใช้เมาส์นั้น อาจไม่มีความจำเป็น หากสามารถใช้มือโดยที่ไม่วางบนพื้นโต๊ะได้ (เรียกได้ว่าอากาศนิ่มกว่าวัสดุใดๆ) แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ หรือเริ่มมีปัญหาของข้อมือแล้ว ผู้เขียนแนะนำว่า wrist support (ผ้ารัดข้อมือ) จะเป็นตัวที่ช่วยได้แต่ต้องเจาะรูบริเวณข้อมือให้เป็นช่องว่าง เพื่อไม่ให้บริเวณข้อมือที่มีเส้นประสาทและหลอดเลือดถูกกดกับโต๊ะหรือขอบของแป้นพิมพ์ นั่นคือใช้หลักการการกระจายแรงไปสู่บริเวณอื่นๆ ของข้อมือ ขอบคุณที่มาจาก : นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่มที่ 304 สิงหาคม 2547 เขียนโดย ดร.คีรินท์ เมฆโหรา

น้ำมันพราย 3D
SPELL /  Ten / 

“แพร” สาวสวยอดีตดาวมหาวิทยาลัย เธอทำงานอยู่ฝ่ายจัดซื้อของบริษัทขนส่งสินค้าในนิคมอุตสาหกรรมย่านมาบตาพุด ด้วยความที่เธอเป็นคนสวยทำให้ถูกมองว่าเป็นดาวของบริษัท เช่นกันมีผู้ชายในบริษัท หลายคนหมายปองเธอ บ้างทำทีท่ามาจีบ บ้างก็แกล้งแซว โดยเฉพาะ “ประวิทย์” หัวหน้าเธอที่คอยเอ็นดูเธอออกนอกหน้านอกตาจนเพื่อนร่วมงานของเธอ หลายคนไม่พอใจและหมั่นไส้ จนเป็นเหตุให้โดนแกล้งที่ทำงานอยู่บ่อยๆ จนเธอรู้สึกกดดัน และอยากออกจากที่นี่ ขณะเดียวกัน ที่บ้านแพรอาศัยอยู่กับพ่อเลี้ยงของเธอชื่อ “เดช”(โกวิท วัฒนกุล) เพราะพ่อของเธอเสียตั้งแต่เธอยังเด็ก และแม่ของเธอก็เป็นคนอ่อนแอ ป่วยออดๆแอดๆ จนเมื่อหลายเดือนก่อนเธอจะเข้าทำงาน แม่ของเธอก็ล้มป่วยไม่ได้สติต้องนอนอยู่ที่โรงพยาบาลนับตั้งแต่นั้น เดชจึงเผยธาตุแท้ว่าเขาเองก็คิดไม่ซื่อกับแพรเหมือนกัน จะเห็นเขาพยายามทวงบุญคุณแพรเรื่องที่เขาฝากงานให้ทำกับประวิทย์อยู่เสมอ แพรมีรุ่นน้องคนสนิทอยู่หนึ่งคนชื่อ “เล็ก” เขารู้จักแพรตั้งแต่เด็ก เรียนที่เดียวกันมาตลอด แม้ทำงานแล้วเล็กก็ยังได้ทำงานที่เดียวกับแพร แต่อยู่แผนก IT แพรเลยรู้สึกสบายใจที่อย่างน้อยในบริษัทนี้ก็มีคนที่เธอไว้ใจได้หนึ่งคน แต่สิ่งที่แพรไม่รู้คือ จริงๆ แล้วเล็กก็แอบชอบแพรเหมือนกัน และชอบมานานแล้วด้วย ด้วยความที่เล็กนั้นเป็นผู้ชายที่ไม่มีจุดเด่นอะไรเลย แถมหน้าตายังออกไปทางจืดๆ เขาจึงรู้สึกว่าตัวเองคงไม่สามารถครอบครองแพรมาเป็นของตนได้ เขาเลยต้องพึ่งน้ำมันพรายที่ได้จากเพื่อนของเขาอีกที หลังจากเขาได้มาเขาก็ตัดสินใจใช้ในคืนที่แพรเลี้ยงข้าวเล็กเพื่อตอบแทนที่เล็กช่วยเป็นไม้กันหมาให้เธอกับประวิทย์ แต่ผลของการใช้ดันไม่เป็นอย่างที่หวัง เพราะหลังจากเขาใช้น้ำมันพราย วิญญาณผีตายทั้งกลมซึ่งอยู่ในน้ำมันพรายได้เข้ามาสิงสู่อยู่ในร่างของแพร และได้ออกมาหลอกหลอนเล็ก ทำให้เล็กหนีเตลิดไป กว่าแพรจะรู้ตัวอีกที เธอก็จำอะไรไม่ได้ และเล็กก็หายไปจากชีวิตเธอตั้งแต่นั้น ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- “SPELL (สเปลล์) น้ำมันพราย” ผลงานการกำกับของ “ดุลยสิทธิ์ นิยมกุล” ผู้กำกับภาพยนตร์ไทยชื่อดัง ที่ได้พระเอกหนุ่ม “แมทธิว ดีน” มาแสดง พร้อมประกบเซ็กซี่สตาร์ “กิ๊บซี่ – วนิดา เติมธนาภรณ์” น้ำมันพราย 3D น้ำมันพราย 3D

กรองทอง น้ำดื่ม

น้ำบรรจุขวด ผลิตจะจำหน่ายน้ำดื่ม น้ำบรรจุขวด / บรรจุถัง บริการจัดส่ง ในเขตพื้นที่ นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง / นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ / นิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง

'ดีเอชแอล' มั่นใจ ยึดฐานลงทุนไทย 400 ลบ.ใน 5 ปี
คลังสินค้า /  ดีเอชแอล / 

โลจิสติกส์รายใหญ่ 'ดีเอชแอล' กางปีกยึด 'ไทย' ฐานลงทุนหลัก ทุ่ม 400 ลบ.เพิ่มคลังสินค้าทั่วประเทศ แบ่งเค้กก้อนใหญ่ 3 แสนล้าน รุกตลาดสินค้าเพื่อสุขภาพ นายเควิน เบอร์เรล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร 'ดีเอชแอล ซัพพลายเชน' ประเทศไทย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนเพิ่มคลังสินค้า ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทยภายใน 2-3 ปี เริ่มตั้งแต่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนขยายไปยังภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ คิดเป็นงบลงทุนราว 200 ล้านบาท และเมื่อรวมงบลงทุน 5 ปี จะอยู่ที่ราว 400 ล้านบาท หลังจากได้เปิดตัวโครงการคลังสินค้า 'บางนา โลจิสติกส์ แคมปัส' หรือ BLC พื้นที่ 1.2 แสนตารางเมตร ภายในนิคมอุตสาหกรรมบางพลี ถ.บางนา-ตราด กม.23 จ.สมุทรปราการ เพื่อเพิ่มพื้นที่คลังสินค้าในประเทศไทยอีก 18% ด้วยงบประมาณลงทุนราว 80 ล้านบาท ทั้งนี้ในปี 57 บริษัทฯเติบโตถึง 2 หลักจากมูลค่าตลาดรวมของธุรกิจขนส่งสินค้า หรือ Logistics ที่มีมูลค่าราว 3 แสนล้านบาท และคาดว่าในปี 58 ตลาดรวมจะเติบโตเพิ่มขึ้น 6% และภายใน 5 ปี ผลดำเนินงานของบริษัทฯเติบโตขึ้น 2 เท่าจากปัจจุบัน สัดส่วนรายได้หลักจากกลุ่มธุรกิจค้าปลีก 45% ธุรกิจสินค้าอุปโภค-บริโภค 25% ธุรกิจยานยนต์ 15% และธุรกิจเทคโนโลยี 15% โดยมีแผนที่จะเพิ่มการให้บริการสินค้าเพื่อสุขภาพเพิ่มขึ้น พร้อมปรับสัดส่วนรายได้ใหม่ให้อยู่ในระดับที่ 25% เท่ากัน ติดตามข่าวสาร 'การค้าการลงทุน' คลิ๊กเลย>>>>>>> MThai News

เปิดทางลัดทางเลี่ยงรถติด-จุดเสี่ยงอันตราย ช่วงปีใหม่
ทางลัด /  ทางเลี่ยงรถติดปีใหม่ / 

ทางลัดทางเลี่ยง-จุดเสี่ยงอันตราย ช่วงปีใหม่ ทางเลี่ยงรถติด กรุงเทพ - ภาคเหนือ เส้นทางที่ 1 : ใช้ถนนวิภาวดีรังสิต (ทางหลวงหมายเลข 31) หรือ ใช้ทางยกระดับดอนเมืองโทลเวย์ เข้าถนนพหลโยธิน ถึงต่างระดับบางปะอิน เลี้ยวซ้าย เข้าสายเอเซีย (ทางหลวงหมายเลข 32) มุ่งสู่ จ . นครสวรรค์ เพื่อเดินทางสู่ ภาคเหนือ เส้นทางที่ 2 : จากถนนรัตนาธิเบศร์ (สาย 302) ถึงต่างระดับบางใหญ่ เลี้ยวขวาเข้าถนนกาญจนาภิเษก ถึงต่างระดับบางบัวทอง เลี้ยวซ้ายเข้าถนนบางบัวทอง - สุพรรณบุรี (ทางหลวงหมายเลข 340) ผ่าน จ.สุพรรณบุรี จ.ชัยนาท เข้าสายเอเซีย ที่ อ.มโนรมย์ มุ่งสู่ จ.นครสวรรค์เพื่อไป ภาคเหนือ เส้นทางที่ 3 : จากถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวนตะวันตก ) ถึงต่างระดับเชียงรากน้อย เลี้ยวซ้ายเข้าสายบางปะอิน - บางปะหัน (ทางหลวงหมายเลข 347) เข้าสายเอเชีย ที่ อ.บางปะหัน เพื่อไปภาคเหนือ เส้นทางเลี่ยงรถติด จ . นครสวรรค์ เส้นทางที่ 1 : จากต่างระดับอินทร์บุรี เลี้ยวขวา ใช้ทางหลวงหมายเลข 11 ผ่าน อ . ตากฟ้า ท่าตะโก สากเหล็ก ถึงสามแยกวังทอง เลี้ยวซ้าย มุ่งสู่ จ . พิษณุโลก   คลิกดูแผนที่ เส้นทางที่ 2 : เมื่อถึงแยกเลี่ยงเมืองนครสวรรค์ ( กม . 331+810 บนทางหลวงหมายเลข 1) เลี้ยวซ้าย ใช้ทางเลี่ยงเมืองนครสวรรค์ ( ทางหลวงหมายเลข 122 ) ถึงสามแยกหนองตะโก 2.1 เลี้ยวซ้ายไป จ . กำแพงเพชร 2.2 เลี้ยวขวาไป จ.พิษณุโลก ทางเลี่ยงรถติด กรุงเทพฯ - ภาคเหนือ เส้นทางลัด ภาคเหนือ ........................................................................................... ทางเลี่ยงรถติด กรุงเทพ - ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เส้นทางที่ 1 : จากถนนกาญจนาภิเษก(วงแหวนตะวันตก )มุ่งหน้าสู่ต่างระดับบางปะอิน เข้าถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) มุ่งสู่สระบุรี เพื่อไป ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เส้นทางที่ 2 : จากถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวนตะวันออก ) มุ่งหน้าสู่ต่างระดับบางปะอิน   เลี้ยวขวาเข้าถนนพหลโยธิน( ทางหลวงหมายเลข 1 ) มุ่งสู่สระบุรี เพื่อไป ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เส้นทางที่ 3 : จากต่างระดับรังสิต ไปตามถนนรังสิต - องครักษ์ (สาย 305) ตรงไปจังหวัดนครนายก เลี้ยวขวาเข้าถนนสุวรรณศร ( ทางหลวงหมายเลข 33 ) มุ่งสู่   อ .   กบินทร์บุรี ถึงสี่แยกกบินทร์บุรี เลี้ยวซ้ายเข้าถนนกบินทร์บุรี - ปักธงชัย (ทางหลวงหมายเลข 304) เพื่อไป จ .นครราชสีมา เส้นทางที่ 4 : ใช้ถนนรามอินทรา - สุวินทวงค์ (ทางหลวงหมายเลข 304) ผ่านฉะเชิงเทรา , พนมสารคาม , กบินทร์บุรี ,  ปักธงชัย เพื่อไป ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เส้นทางเลี่ยงรถติด จ . สระบุรี เส้นทางที่ 1 : จากแยกเลี่ยงเมืองสระบุรี เลี้ยวขวาเข้าถนนวงแหวนรอบเมืองสระบุรีด้านตะวันออก ( ทางหลวงหมายเลข 362 ) บรรจบถนนมิตรภาพ เลี้ยวขวาเพื่อมุ่งสู่ จ . นครราชสีมา เส้นทางที่ 2 : จากแยกเลี่ยงเมืองสระบุรี เลี้ยวขวาเข้าถนนวงแหวนรอบเมืองสระบุรีด้านตะวันตก ( ทางหลวงหมายเลข 362 ) บรรจบทางหลวงหมายเลข 21 มุ่งหน้าไปทาง จ . เพชรบูรณ์ ถึงแยกอำเภอท่าหลวง จ . ลพบุรี เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2256 ถึง อ . ด่านขุนทด เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 201 ไป จ . ชัยภูมิ เพื่อ ไป ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทางเลี่ยงรถติด กรุงเทพ - ภาคอีสาน ทางเลี่ยงรถติด กรุงเทพ - ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ........................................................................................... ทางเลี่ยงรถติด กรุงเทพ - ภาคตะวันออก จากถนนศรีนครินทร์ (ทางหลวงหมายเลข 3344) ใช้ทางหลวงพิเศษกรุงเทพ - ชลบุรี (มอเตอร์เวย์สาย 7) มุ่งสู่พัทยาไป ภาคตะวันออก ........................................................................................... ทางเลี่ยงรถติด กรุงเทพ - ภาคใต้ เส้นทางที่ 1 : ใช้ถนนธนบุรี - ปากท่อ (ทางหลวงหมายเลข 35 : พระราม 2) เข้าถนน เพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) เดินทางสู่ ภาคใต้ เส้นทางที่ 2 : ใช้ถนนเพชรเกษม ( ทางหลวงหมายเลข 4) ผ่าน อ.สามพราน จ.นครปฐม , โพธาราม , ราชบุรี อ.ปากท่อ เพื่อเข้าสู่    ภาคใต้ เส้นทางที่ 3 : จากขนส่งสายใต้ใหม่ ใช้ถนนบางกอกน้อย - นครชัยศรี (ทางหลวงหมายเลข 338) เข้านครปฐม , ราชบุรี , เพชรบุรี สู่ภาคใต้ เส้นทางเลี่ยงรถติด กรุงเทพ - ภาคใต้ เส้นทางแนะนำ กรุงเทพ - ภาคใต้ ........................................................................................... หมายเลขโทรศัพท์ - สอบถามรายละเอียดเส้นทาง โทร. 1586 ( ศูนย์ประชาสัมพันธ์กรมทางหลวง ) - ตำรวจทางหลวง โทร.1193 - ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว 1155 - จส.100 โทร 1137 - ร่วมด้วยช่วยกัน 1677 - สวพ.91  โทร 1644 - ศูนย์ควบคุมการจราจร 1197 - สอบถามหมายเลขโทรศัพท์ทั่วประเทศ  1133 - สอบถามสภาพจราจร 1543 MThai News

รมว.อุตสาหกรรม เข้ากระทรวงวันแรก
กระทรวงอุตสาหกรรม /  จักรมณฑ์ / 

"จักรมณฑ์" เข้ากระทรวงอุตสาหกรรมวันแรก สั่งหน่วยงานเร่งออกใบ ร.ง.4 เศรษฐกิจ 5 จังหวัดใต้ รับ AEC บรรยากาศที่กระทรวงอุตสาหกรรม เช้านี้ ล่าสุด นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้เดินทางมาที่กระทรวงตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม พร้อมได้พูดคุยทักทายกับข้าราชการและผู้บริหารในกระทรวง ก่อนที่จะนำข้าราชการและผู้บริหารเข้าสักการะพระนารายณ์ และศาลพระภูมิสิ่งศักดิ์สิทธิ์บริเวณภายในกระทรวง ก่อนที่จะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงนโยบายเร่งด่วนที่จะดำเนินการ โดย นายจักรมณฑ์ กล่าวถึง สิ่งเร่งด่วนที่จะดำเนินการคือการแก้ปัญหาเศรษฐกิจใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนภาคใต้ และพื้นที่ชายแดนอื่น ๆ เพื่อเชื่อมโยงประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC การเร่งรัดโครงการนิคมอุตสาหกรรมฮาลาล และนิคมอุตสาหกรรมยางที่ฉลุง จังหวัดสงขลา รวมถึงการเร่งรัดการออกใบอนุญาตต่าง ๆ โดยเฉพาะใบประกอบกิจการโรงงาน ร.ง.4 ซึ่งที่ผ่านมา คณะรักษาควาาสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ได้แก้ไขในบางส่วนแล้ว แต่ทั้งนี้ สนช. อยู่ระหว่างการพิจารณาออกกฎหมายใหม่ ซึ่งเป็นกฎหมายกลางที่ควบคุมการอนุญาตต่าง ๆ ของหน่วยราชการ ดังนั้น กระทรวงต่าง ๆ ต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการออกใบอนุญาตให้สอดคล้องกับกฎหมายใหม่ที่จะออกมา Mthai News

นิทรรศการม่อน มอน สะออนหลาย ที่ จิม ทอมป์สัน ฟาร์มทัวร์
จิม ทอมป์สัน /  เที่ยวนครราชสีมา / 

จิม ทอมป์สัน ฟาร์มทัวร์ ขอเชิญนักท่องเที่ยวสัมผัสความงามของธรรมชาติ ผสานวิถีชีวิตและวัฒนธรรมอีสานดั้งเดิม พร้อมไฮไลท์พิเศษประจำปี “นิทรรศการม่อน มอน สะออนหลาย” ใน วันที่ 13 ธันวาคม 2557 – 11 มกราคม 2558 นิทรรศการม่อน มอน สะออนหลาย ที่ จิม ทอมป์สัน ฟาร์มทัวร์ จิม ทอมป์สัน ฟาร์มทัวร์ 2557 การเดินทาง จิม ทอมป์สัน ฟาร์มทัวร์ จากกรุงเทพไปสระบุรี เมื่อถึงชุมทางต่างระดับสีคิ้ว (ระยะทาง 214 กม.) ให้ขับชิดซ้ายเข้าช่องเดินรถทางไป อ.โชคชัย (ทางหลวง หมายเลข 24) จนถึงสี่แยกบริเวณร้านอาหารตอไม้ (ระยะทาง 12 กม.) จึงเลี้ยวขวาไปตามถนนมะเกลือใหม่ - บะใหญ่ ผ่าน บ.หนองไม้ตาย ร.ร. วังรางวิทยา บ.บุตาสง สถานีอนามัย บ้านน้ำซับ ฟาร์มโคนม จนถึงคลองชลประทานให้เลี้ยวซ้าย ผ่านเทศบาลตำบลตะขบ เมื่อถึงสี่แยกบ้านตะขบให้เลี้ยว ซ้ายข้ามคลอง ชลประทานอีกครั้ง ขับไปตามถนน 2072 อีก 1 กม. จนถึงจิม ทอมป์สัน ฟาร์ม (ระยะทางจากร้านตอไม้ ถึงจิม ทอมป์สัน ฟาร์มประมาณ 30 กม.) จากกรุงเทพผ่านฉะเชิงเทรา กบินทร์บุรี วังน้ำเขียว ใช้ทางหลวงหมายเลข 304 เป็นระยะทาง 280 กม. ให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนน 2072 ผ่านคลังน้ำมันระยองเพียว เทคนิคปักธงชัยและโรงเรียนบ้านปลายดาบจนถึงสี่แยกจุด ตัดกับถนนเลียบคลองชลประทาน จึงข้ามคลองชลประทาน และตรงไปตามถนน 2072 ผ่านโรงเรียน ลำพระเพลิง พิทยาคม จิม ทอมป์สัน ฟาร์มจะอยู่ขวามือ (เป็นระยะทาง ประมาณ 20 กม.) การเดินทางจาก อ.เมือง จังหวัดนครราชสีมา จากนครราชสีมาถึง อ. ปักธงชัยเป็นระยะทาง 32 กม. โดยเริ่มจากใช้ทางหลวงหมายเลข 304 ตรงไปถึงสี่แยก ลำพระเพลิง ให้เลี้ยวขวาตามเส้นทางไปเขื่อนลำพระเพลิง (ถนนเลียบคลองชลประทาน) จนถึงสี่แยกจุดตัดกับถนน 2072 จึงเลี้ยวขวาข้ามคลองชลประทาน ผ่านโรงเรียน ลำพระเพลิงพิทยาคม จนถึง จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม เป็นระยะทางประมาณ 20 กม. ภาพและข้อมูลจาก จิม ทอมป์สัน ฟาร์มทัวร์ https://www.facebook.com/JimThompsonFarmTour แผนที่ การเดินทาง ไปไร่จิม ทอมป์สัน ฟาร์มทัวร์ นิทรรศการม่อน มอน สะออนหลาย ที่ จิม ทอมป์สัน ฟาร์มทัวร์

คค.ประชุมอนุกรรมการด้านโครงสร้างพื้นฐาน
กระทรวงคมนาคม /  ข่าววันนี้ / 

คมนาคม ประชุมอนุกรรมการด้านโครงสร้างพื้นฐานและด่านศุลกากร พิจารณาแผนพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ ครั้งที่ 2 เช้าวันนี้ นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม ได้มีการประชุมคณะอนุกรรมการด้านโครงสร้างพื้นฐานและด่านศุลกากรร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานในสังกัดของกระทรวงคมนาคมที่เกี่ยวข้อง ครั้งที่ 2/2557 เพื่อพิจารณาแผนและลำดับความสำคัญของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานแผนปรับปรุงด่านศุลกากร ด่านชายแดน และแผนพัฒนานิคมอุตสาหกรรมในการพัฒนาพื้นที่และจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษเชื่อมโยงประเทศในภูมิภาคให้มีประสิทธิภาพ อีกจำนวน 6 ด่าน 5 พื้นที่ชายแดนที่เหลือ คือ ได้แก่ 1. ด่านแม่สอด จ.ตาก  2. ด่านอรัญประเทศ จ.สระแก้ว  3. ด่านหาดเล็ก (ท่าเรือคลองใหญ่) จ.ตราด  4. ด่านมุกดาหาร  5. ด่านสะเดา  6. ด่านปาดังเบซาร์ จ.สงขลา ส่วนที่เหลืออีก 12 ด่านจะทยอยดำเนินการในระยะต่อไป ตามที่คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธาน ได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมจัดทำรายละเอียดแผนแม่บทและส่งมอบให้ กับ คสช. ภายในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อพิจารณาจัดสรรงบประมาณและปรับปรุงแก้ไขตามความเหมาะสม ซึ่งจะตัองทำการส่งมอบรายละเอียดแผนงานต่อคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษให้แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคมนี้

ไทย ทุ่ม50ล.จัด โมโตครอสโลก 6-8มี.ค.ที่สนามนครชัยศรี
MXGP 450 cc. /  กกท. / 

สนามแข่งรถไทยแลนด์เซอร์กิต นครชัยศรี พร้อมในการปรับปรุงพื้นที่แล้วกว่า 90% เพื่อรองรับการแข่งขัน โมโตครอสชิงแชมป์โลก 2015 สนามที่ 2 ประจำปี 2558 ในวันที่ 6-8 มี.ค.นี้ ต่อจากนัดเปิดสนามที่กาตาร์ โดยคาดว่าใช้งบลงทุนกว่าครึ่งร้อยล้านบาท เมื่อวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา ณ ลานพลาซ่า บริเวณด้านหลังอินดอร์สเตเดี้ยม หัวหมาก นายมนตรี ไชยพันธ์ รักษาการผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) พร้อมด้วย "บิ๊กเล็ก" ธงชัย วงษ์สวรรค์ นายกสมาคมกีฬาแข่งรถจักรยานยนต์แห่งประเทศไทย และประธานสมาพันธ์กีฬาแข่งรถจักรยานยนต์แห่งประเทศไทย ร่วมเปิดแถลงข่าวในการตรียมความพร้อมจัดการแข่งขัน โมโตครอสโลก 2015 (ปีที่ 3) สนามที่ 2 ของฤดูกาล 2558 ซึ่งจะจัดขึ้น สนามแข่งรถไทยแลนด์เซอร์กิต นครชัยศรี ในวันที่ 6-8 มี.ค.58 ต่อจากนัดเปิดสนามที่ประเทศกาตาร์ 1 สัปดาห์ โดยนายธงชัย วงษ์สวรรค์ ได้ชี้แจงถึงความพร้อมในการสร้างสนามว่า ในปีนี้การแข่งขัน โมโตครอสโลก จะเป็นการจัดในเมืองไทยแข่งขันปีที่ 3 แล้ว หลังจาก 2 ปีแรก จัดที่นิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง 3 อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี และครั้งนี้ได้จะย้ายสนามจากศรีราชา มาแข่งกันที่สนามแข่งรถไทยแลนด์เซอร์กิต นครชัยศรี โดยขณะนี้ได้ทำสนามเสร็จไปแล้ว 90 เปอร์เซ็นต์ สำหรับรุ่นการแข่งขัน 3 รุ่นคือ MXGP 450 cc., รุ่น MX-2 250 cc. และรุ่นผู้หญิง 250 cc. ขณะที่บัตรเข้าชม 3 วัน 1,800 บาท บัตรหน้างานวันอาทิตย์ 1,000 บาท บัตรล่วงหน้าราคาพิเศษ บัตรวีไอพีสกายเด๊กซ์ (ThaiMXGP SkyDeck) 8,000 บาท และบัตรครอบครัว : ซื้อ 3 แถม 1 (ประเภทเดียวกัน) ทั้งนี้ได้เริ่มจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้ จนถึง 15 ก.พ.โดยสามารถจองและสอบถามรายละเอียดได้ที่ thaiticketmajor.com หรือ โทร.02-262-3456