นารูโตะวายุสลาตัน

สั่งลาสงครามสุดท้าย เปิดใจ ผู้พันเบิร์ด กับบทพระนเรศฯ (ตอนที่ 2) ใน ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมาหาราช อวสานหงสา
ดามพ์ ดัสกร /  ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช / 

ในครึ่งแรก กับการเปิดใจผู้รับบทเป็นพระนเรศวรมหาราช ในภาพยนตร์ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมาหาราช อวสานหงสา ผู้พันเบิร์ด พันโท วันชนะ สวัสดี ได้ยืนยันกับเราแล้วว่า นี่จะเป็นภาคสุดท้าย ครั้งนี้มาเปิดใจ ผู้พันเบิร์ด ถึงสายสัมพันธ์ยาวนาน 13 ปีกับตำนานครั้งนี้ และเหตุการณ์สำคัญสะเทือนประวัติศาสตร์ ที่ผู้ชมชาวไทยทุกท่าน ห้ามพลาด! อ่านบทสัมภาษณ์เปิดใจ ผู้พันเบิร์ด พันโท วันชนะ สวัสดี ตอนที่ 1 ได้ที่นี่เลย>>> ผู้พันเบิร์ด พันโท วันชนะ สวัสดี มีฉากหรือเหตุการณ์สำคัญอะไรบ้าง ที่จะเกิดขึ้นในภาค อวสานหงสา? "มีฉากสำคัญอยู่หลายฉากด้วยกัน เราจะได้เห็นภาพที่บอกว่าหงสาวดีแผ่นดินลุกเป็นไฟ ลุกเป็นไฟตามอารมณ์แต่เป็นเพราะนันทบุเรงสั่ง เผา เผาคนที่ตามศึกลูกชายตัวเองไปเผาทั้งเป็นครับ เป็นหมื่นคนครับ จับเผาขึ้นตะแลงแกงแล้วเผา ซึ่งฉากนี้มันต้องใช้เทคนิคในการถ่ายทำพอสมควรเลย คือมันยากตรงที่ว่าไฟนี่จุดจริง แล้วคนก็ร้อนจริง แต่ว่าไฟไม่ถึงตัวนะการเตรียมการตะแลงแกรงจำนวนเยอะขนาดนั้น มันค่อนข้างจะวุ่นวายในระหว่างที่เผา วุ่นวายจริงในหนังต้องเอาด้วย ตอนเบื้องหลังการถ่ายทำก็วุ่นวาย แล้วก็ความจริงมันไมได้ลุกเป็นไฟอย่างเดียว ในพงศาวดารยังกล่าวไว้เลยว่าพระเจ้านันทบุเรงกวาด ต้อนคนพม่ากลับเข้ามาในเมือง แล้วปิดประตูเมืองภายนอกเมืองทั้งหมด ตัดต้นไม้ที่ออกดอกออกผลที่กินได้ทั้งหมด เพื่อต้องการให้พวกมอญอดตายอยู่นอกเมืองครับ ใครขัดขืนแอบเอาไปให้กันฆ่าตายให้หมด" "คือโหดมากในสมัยก่อน เรามีการถ่ายทำอยู่หลายวัน เพราะบางครั้งเวลาที่เราถ่ายทำไปแล้วมันไม่ได้ครับ คือไฟจุดแล้วมันไม่ลุกมาก หรือบางทีจุดแล้วมันลุกมากเกินมัน ทำให้ตัวแสดงที่ถูกมัดอยู่ร้อนจริง แล้วก็ใช้คนประมาณ 500 คน คือนอกเหนือจากคนที่ถูกเผาแล้ว มันต้องมีทหารพม่าที่ทำหน้าที่เผา คือมันจะมีความวุ่นวายเกิดขึ้นในท้องพระโรง การขอชีวิตอะไรอย่างนี้ แล้วก็ความวุ่นวายของคน 500 คนในการมาถ่ายทำ บางทีเล่นแล้วก็มีการเหลือบมองคนเหลือบมองดูกล้อง ไม่เข้ามาร์ก ไปบังตัวเมน คือชุลมุนวุ่นวายไปหมดครับ แล้วพอบางครั้งเวลาจุดไฟ ตอนซ้อมมันยังไม่มีไฟ พอเอาจริงพอไฟมันขึ้นมาปั๊บ คนที่ต้องไปจุดอีกทีเข้าไปก็ไม่กล้าเข้า พอไม่กล้าเข้า ทางด้านภาพก็ไม่ได้อย่างนี้นะครับ" "จริงๆมันมีความยาก อีกอย่างหนึ่งคือเราต้องมีคอมพิวเตอร์กราฟฟิกเข้ามาช่วย เพราะฉะนั้นท่านมุ้ยจะมองไปเลยว่าฉากตรงนี้รูตรงนี้ จะต้องเอากรีนสกรีนมาขึง เพราะว่าภายหลังจากตรงนี้ไปจะเห็นเป็นกำแพงนะ จะเห็นยอดเจดีย์ตรงนี้นะครับ ภาพทั้งหมดมันเป็นภาพที่เขียนมาแล้วครับว่าจะมีเจดีย์ขึ้นตรงไหน ทหารจะคุมจากตรงไหนบ้าง  เวลาถ่ายลมแรง ก็จะพัดผ้ากรีนเกิดเป็นเงา ต้องไปขึงผ้ากรีนขึ้นใหม่ บางทีพอถ่ายเสร็จปั๊บเงาก็ไปติดที่อยู่ตามผ้ากรีนอีก ก็ต้องจัดแสงใหม่ คือถึงแม้ว่าเราจะมีเทคโนโลยีมาแล้ว มันก็มาพร้อมกับความยากลำบากพอสมควร การถ่ายทำสำหรับฉากนี้ฉากเดียวก็ถ่ายทำเป็นอาทิตย์ละครับ" ทราบมาว่าผู้พันเบิร์ดถึงกับยกนิ้วให้กับความทุ่มเท และเต็มที่สุดๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งการแสดงของ ต้น จักรกฤษณ์ ที่ต้องถ่ายทอดการแสดงผ่านดวงตา น้ำเสียง ท่าทางภายใต้หน้ากากชนิดที่ว่าทวีคูณความยากยิ่งขึ้นไปอีก? "บางคนอาจจะคิดว่าสบายเพราะใส่หน้ากาก กลับกันยิ่งยากไปกว่าเดิม มันยากตรงที่ว่าเห็นอย่างเดียว คือเห็นแค่ตาครับ แต่พี่ต้นสามารถแสดง ถ่ายทอดออกมาจากทางตา ว่ารู้สึกอย่างไรอยู่ ถ่ายทอดผ่านทางเสียง ถึงแม้ว่าจะใส่หน้ากาก แต่พี่ต้นก็ยังเล่นลึกเหมือนเดิม คือไม่ใช่ว่าโกรธอย่างเดียว คือโกรธอย่างสูญเสีย ช้ำอกช้ำใจด้วย ก็ถือว่ายากเป็นสองเท่า ลำพังเฉพาะเล่นทางหน้าธรรมดาก็ยากอยู่แล้ว แต่ที่นี้ต้องเล่นเฉพาะตากับเสียง ผมถือว่าพี่ต้น คือนักแสดงมืออาชีพโดยแท้ จัดเป็นอันดับแนวหน้าของเมืองไทยแน่นอน ผมบอกได้เลยว่าผมทำไม่ได้ บางทีแกนั่งเล่นคนเดียว เสียใจ พูดอยู่คนเดียว เรายังรู้สึกได้เลยว่ามันจุกอก แล้วพี่ต้นเก็บรายละเอียดเยอะมาก คือเวลาแกหยิบจับอะไรบนเตียง หรือพลับพลาที่ใช้อยู่ พี่ต้นใช้ทุกอย่างหมดเลยที่อยู่ใกล้ตัว เพราะฉะนั้นหน้ากากที่พี่ต้นใส่ไม่ถือว่าเป็นอุปสรรคของพี่ต้นเลย เพราะพี่ต้นสามารถเล่นได้" ฉากไคล์แม็กซ์สำคัญของภาพยนตร์ อยู่ที่การเผชิญหน้ากันระหว่าง สมเด็จพระนเรศวรมหาราชกับพระเจ้านันทบุเรง? "คือต้นเหตุของการที่พระนเรศวรต้องบุกไปถึงหงสา ขึ้นไปถึงตองอู เพื่อต้องการที่จะขึ้นไปเอาชีวิตของนันทบุเรง ผมขอเล่าความรู้สึกในช่วงการถ่ายทำก่อน ผมอยากจะบอกว่าฉากนี้เป็นฉากสุดท้ายที่พี่ ต้น คมกริช ป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือด แต่แกมาถ่ายฉากนี้หลังจากที่ออกมาจากโรงพยาบาลต้องเติมเลือดเป็นประจำ พอถึงเวลาพอเติมเลือดแล้วแกจะสดใสขึ้นมา แต่ผมรู้เลยว่าพี่ต้นแกมีความสุขกับการที่ได้มาถ่ายหนัง แกสดใสร่าเริงถ่ายทำทั้งคืนเลยนะครับ แต่หลังจากนั้น2วันแกก็กลับเข้าไปเติมเลือดใหม่ แต่แกกลับเข้าไปคราวนั้นนอนยาวจนกระทั่งเสียชีวิตเลย นึกถึงฉากนี้ก็ต้องนึกถึงคนๆนี้ แล้วก็เมื่อได้ร่วมงานกับพี่ ต้น จักรกฤษณ์ ผมบอกเลยว่าในภาคนี้ทั้งภาคผมเจอพี่ ต้น จักรกฤษณ์ ในซีนนี้ซีนเดียว" "ถ้า เราพูดถึงในเนื้อหาของหนัง คือกษัตริย์รูปงามพระองค์หนึ่งที่เคยเป็นกษัตริย์ของหงสาวดี ที่เคยยิ่งใหญ่ที่สุดในอุษาคเนย์ คือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หมด ซึ่งความเปล่งรัศมีของการเป็นพระมหากษัตริย์ ด้วยการที่ใบหน้าเละ จากการถูกปืนใหญ่และไฟลวก แล้วก็สติเลอะเลือน แล้วก็คือเมาสุราจนไม่ได้สติ มีแต่ไฟของความโกรธแค้น ความพิโรธ แล้วก็อยู่ในความหวาดกลัวที่ตัวเองจะต้องถูกคนอื่นตามมาเอาชีวิต เพราะตัวเองได้สร้างก่อกรรมทำเข็ญกับคนอื่นไว้มาก อยู่กับความสูญเสียที่ตอกย้ำอยู่ในจิตใจคือลูกชายที่เป็นที่รักของตัวเองก็ เสียไป แล้วความสูญเสียอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ เมื่อพระนเรศวรกลับ เข้าไปแล้วเห็นคนๆนี้อีกครั้งหนึ่ง มันมีการปะทะคารมกันพอสมควร แม้แต่พี่ต้นเองก็รู้สึกบางอย่าง ผมเองตอนเล่นก็รู้สึกบางอย่างหมายถึงรู้สึกในหนังนะครับว่ามันมีการเชือด เฉือนอารมณ์กันต้องไปตามดู" ตลอดการทำงานกว่า 1 ทศวรรษ มีฉากไหนที่เรียกได้ว่า เป็นที่สุดของผู้พันเบิร์ด? "ฉากนี้คือที่สุดของผม คือผมไม่คิดว่าจะเล่นฉากซึ้งได้ คือซีนสวรรคตในฉากภาค 6 ที่เล่นมาทั้งหมดให้ผมแอ็คชั่นยังไงก็ได้นะ ตกจากกำแพงค่าย สู้บนหลังช้าง ปีนกำแพงเมืองขี่ม้าฟันดาบ  ฉากที่ผมชอบที่สุดในชีวิตการแสดงคือฉากนี้ มันดีขนาดที่ว่าพอถ่ายทำฉากนี้ไปแล้วครึ่งหนึ่ง อารมณ์เริ่มไม่ได้ พักกองเลยครับ ท่านเบรคเลยไม่เป็นไร เพราะหลังจากนี้มันจะสำคัญกว่านี้อีก รอ เดี๋ยวค่อยกลับมาถ่ายใหม่ ฉากจะเซ็ทใหม่ แล้วทุกคนก็จะกลับไปพัก หลายวัน ปล่อยให้อารมณ์มันคลาย แล้วค่อยๆบิ้วกลับเข้ามาใหม่ แล้ววันที่ถ่ายอีกครั้งหนึ่งคือ มันจบประมาณสักเที่ยงคืนอีกวันจบตี3 คราวนี้ไม่ละ ท่านต้องการให้ทุกคนมาแบบสดชื่นที่สุด เพื่อที่จะมาเล่นฉากนี้ยังไม่ติดอะไร รู้แค่บทก่อนวันมาถึงท่านก็เริ่มนำนักแสดงทุกคนผม พี่ต๊อด ปีตอร์ พี่ปราบ เข้าไปในพลับพลาที่เซ็ทไว้  อธิบายให้ฟังว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ชุดนี้เป็นชุดที่คุณใส่ตอนขึ้นครองราชย์ อาวุธเหล่านี้มันถูกส่งทอดมาตั้งแต่สมัยปู่ย่า" "เริ่มอธิบายถึงเหตุผลในสิ่งที่เป็นเครื่องราชกกุธภัณฑ์ ที่เป็นเครื่องราชย์ของพระมหากษัตริย์ มันมีความสำคัญ แต่เมื่อสิ้นรัชกาลต่างๆมันจะถูกส่งทอด คืออธิบายให้ฟัง เวลาที่พระนเรศวรสิ้นแล้ว พระเอกาทศรถก็ ต้องรับสิ่งเหล่านี้ต่อไป ก็นั่งคุยกันไป เรื่องตลกบ้าง อะไรบ้าง ท่านคงจะดูอารมณ์ว่ามันคลายแล้วรึยัง งั้นเดี๋ยวไปเวิร์คช็อพหน่อย เบิร์ดมา นอน เริ่มบทผมก็ยังไม่ได้อ่านเลยนะ แต่จำได้ๆก็มีบทไว้ ค่อยๆบิ้วทีละนิดและเริ่มเล่าเหตุการณ์เกี่ยวกับหนังให้ฟังว่าพระเอกาทศรถ ต๊อดคุณขี่ม้ามาสามวัน ในขณะที่พระมหากษัตริย์กำลังจะสิ้นซึ่งเป็นพี่ทุกคุณรัก  คือทุกอย่างคุณตายแทนได้นะ ถ้าเปลี่ยนพระนเรศวรไม่ตายพระ เอกาทศรถตายคุณจะตายแทนได้ คุณจะตายมั้ย พี่ต๊อด ตายครับ แล้วก็เริ่มเล่น ผมก็ไม่คิดว่าผมจะเล่นได้ คุยกันไป สั่งกันไป พี่ต๊อดคือน้ำหูน้ำตาไหล แล้วก็ร้องไห้ พี่ต้น คมกริช พี่ปราบฏ์ คือ ที่หลุดพูดถึงพี่ต้น ทุกๆครั้งที่ถ่ายฉากสำคัญผมจะนึกถึงพี่ต้นตลอดเวลา ทุกครั้งที่ผมไหว้พระ ก็จะนึกถึงบอกพี่ต้นว่าเรากำลังถ่ายฉากนี้อยู่นะ พี่ปราบฎ์เขาก็จะเป็นคู่ซี้พี่เขา เขาก็จะนึกถึง มันเป็นการแสดงทางอารมณ์ความรู้สึกจริงๆ  นึกจะร้องก็ร้องนึกจะกราบก็กราบ นึกจะจับเท้าก็จับเท้า ไหว้เหนือหัว อะไรอย่างนี่ มันก็เป็นไปตามอารมณ์ของมัน ก็ค่อยๆ ถ่ายๆไป ตี 5 เลิกครับ ซึ่งไม่เหนื่อยเลย  มีความรู้สึกว่าแหมมันยังมีฉากแบบนี้อีกมั้ย" (หัวเราะ) "อาจารย์สุเนตร เขียนได้ดีมากเลย ทำให้ทุกอย่างมันคลาย ผมก็เลยคิดว่าการจากไปของพระนเรศวรในหนังภาคนี้ ไม่ได้นำมาซึ่งความเศร้า แต่นำมาซึ่งความซาบซึ้ง และทำให้ทุกคนรู้สึกได้ถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนเรศวร ที่พระองค์ทรงเพียรสร้างมาทั้งหมดมันจะอยู่ในฉากนี้ ทำให้เราเป็นเอกราชต่อมาอีก 175 ปี หลังจากที่พระองค์ขึ้นครองราชย์ในปี2135  แล้วเรามาเสียกรุงอีกครั้งหนึ่งในปี 2310 ช่วงเวลาที่เราอยู่อย่างเป็นเอกราช เพราะสมเด็จพระนเรศวร เรามีเวลาที่จะทำนุบำรุงศาสนา บ้านเมืองเจริญเติบโตจากการค้าขาย  ไม่ว่าจะเป็นสมัยสมเด็จพระเอกาทศรถ ไล่มาจนถึงสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ไล่มาเรื่อยเลยครับ จนกระทั่งในที่สุดเรามาเสียกรุงอีกครั้งหนึ่ง ผมบอกได้เลยว่าการเสียกรุงครั้งที่ 2  มิได้เกิดขึ้นจากความอ่อนแอของเรานะครับ แต่มันเป็นเพราะเราแพ้ศึก เพราะกลยุทธ์ของทางพม่าที่เขาเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ ทำให้เราปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ไม่ทันกัน โดยในส่วนของเบื้องหลังในการถ่ายทำฉากนี้ เราเริ่มถ่ายซีนสุดท้าย ที่บอกว่าจบตี 5 ตั้งแต่ 6 โมงครึ่งตอนเย็น แล้วปราณีตถ่าย ต้องให้ทีมงานเลื่อนมุ้งใหม่ หรือตัดมุ้งเฉพาะรู แล้วพอตัดเสร็จสำหรับซีนนี้ แล้วซีนต่อไปก็ต้องเอาด้ายมาเย็บตะเข็บใหม่เพื่อสอยไม่ให้มันมีรอย อย่างนี้ครับ แสงจัดแล้วจัดอีก พอเปลี่ยนมุมปั๊บแสงก็จัดใหม่" ว่ากันว่าในซีนสุดท้ายนี้ ท่านมุ้ยตั้งใจถ่ายทอด และนำเสนอให้ได้เห็นตัวตนความเป็นมนุษย์ปุถุชนคนธรรมดาอย่างชัดเจนมากๆของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช? "ซีนนี้มันจะเกิดขึ้นเป็นซีนสุดท้ายของภาพยนตร์ในช่วงที่พระองค์ป่วยอยู่ เราจะเห็นมณีจันทร์เข้า มาในช่วงพะวงของความฝันที่พระองค์ทรงป่วยอยู่นี่แหละ ได้แสดงออกและถ่ายทอดถึงความเป็นมนุษย์ธรรมดา ที่มีความรู้สึกรัก โลภ ห่วงในความเป็นตัวของตัวเอง แต่พออีกพาร์ทหนึ่งต่อจากตรงนี้ พระองค์เมื่ออยู่กับเมียเป็นอย่างนี้ แต่เวลาเมื่ออยู่กับทหารก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง อยู่กับเพื่อนสนิทไอ้ทิ้งก็จะมีอีกอารมณ์หนึ่ง และสุดท้ายมาอยู่กับพระเอกาทศรถที่รู้ว่าต้องฝากแผ่นดินไว้ พระองค์ก็ต้องพูดอีกแบบหนึ่ง มันเหมือนกับคนเรามีบทบาทที่เปลี่ยนไปในสังคม" เห็นว่ายังมีอีกฉากสำคัญที่ท่านมุ้ยทรงตั้งอกตั้งใจ ให้แฟนๆจะต้องรู้สึกและอินกับฉากนี้เป็นพิเศษ คือเป็นฉากที่พระนเรศมาลามหาเถรเพื่อที่จะทรงออกศึกครั้งสุดท้าย? "ฉากนี้ถึงแม้ว่าตัวละครแต่ละคนไม่ได้เล่นเป็นเด็กมาก่อน นั่นคือการที่มาพบเจอกันในเฟรมเดียวกันอีกครั้ง อาเอก สรพงษ์ ชาตรี มหาเถรคันฉ่อง ปีเตอร์ นพชัย ชัยนาม ไอ้ทิ้ง ที่ไม่เรียกว่าพระราชมนูเพราะตอนเด็กๆคือไอ้ทิ้ง แอฟ ทักษอร มณีจันทร์ แล้วก็ตัวผมเล่นเป็นพระนเรศวร มันเป็นเฟรมที่ต้องการให้ทุกคนได้มองย้อนกลับ ความสัมพันธ์ตอนเด็ก แล้วโตขึ้นมาความสัมพันธ์เหล่านี้มีการพัฒนา ทั้งในตัวละคร ทั้งความสัมพันธ์ของบุคคลจริง แอฟมีลูกก็ไปเยี่ยมกัน ปีเตอร์กับผมทำงานอยู่ด้วยกัน พี่ เอก สรพงษ์ ที่กลายเป็นเหมือนพี่ใหญ่ที่มีพ่อเป็นท่านมุ้ย แล้วมีลูกเป็นผม ปีเตอร์ แอฟ ฉากนี้เป็นฉากสำคัญที่ถ้าทุกคนได้ดูแล้วจะรู้สึกอมยิ้มนิดๆ กลายเป็นรู้สึกเศร้า เพราะว่ามันเหมือนเป็นการพูดถึงการรบอีกครั้งหนึ่งของพระนเรศวรที่ พระองค์จะเสด็จขอรบเป็นครั้งสุดท้าย แล้วจะกลับมาฝากบ้านเมืองกลับมาบวช คือเหมือนไปครั้งนี้คือจะขอสละทุกอย่างแล้วในทางโลกจะเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ ทางธรรมเพื่อที่ ข้าจะกลับมาเป็นองค์ดำคนเดิมของเจ้ามณีจันทร์ คือกลับมามีความสุขเหมือนสมัยก่อน อยู่กับมหาเถร ไอ้ทิ้งล้างบาตร พระนเรศวรกวาดลานวัด มณีจันทร์ก็อยู่คอยแซว มหาเถรก็คอยดูเด็กสามคนนี้อยู่ในวัดเหมือนเมื่ออยู่ที่หงสาวดี" การทำงานที่เรียกได้ว่ามีความพิเศษมากๆ ของภาคนี้ คือการที่ท่านมุ้ยขอให้แอฟกลับมาถ่ายทำ ในขณะที่กำลังตั้งท้อง 8 เดือน? "ถ้าผมเป็นแอฟผมก็จะรู้สึกดีใจ ซึ่งผมก็เชื่อว่าแอฟรู้สึกแบบนั้น แอฟท้อง8เดือน ท่านต้องการให้เห็นท้องก่อน แล้วเอากลับมาถ่ายใหม่ แต่ผมเชื่อว่าพัฒนาการทางอารมณ์มันดีขึ้น คือแอฟเอง เป็นแม่คนจริงๆ ผมเองก็มีลูกแล้ว ทำให้เวลาเราเล่นในหนัง เราใส่อารมณ์เต็มที่ทุ่มทั้งความรู้สึกทางด้านร่างกายและความรู้สึกทางจิตใจ เข้าไปอยู่เป็นพระนเรศวรกับมณีจันทร์จริงๆ กับการที่จะต้องร่ำลากัน  ซึ่งจากตรงนี้ทำให้ผมกล้าพูดได้ว่าตลอดระยะเวลา 13 ปีที่ผ่านมา ผมบอกเสมอว่าผมเชื่อมั่นในท่านมุ้ย ท่านคอยไม่ถ่ายท้ายที่สุดภาพที่มันออกมามันดีจริงๆ ผมเองเอ็นหัวเข่าขาดก็ยังไม่ถ่าย รอผมจนกระทั่งผมเดินขึ้นจากเรือได้ถึงยอมถ่าย ฉากบางฉากรอคอยมาเป็นปี เราเห็นในหนังอาจจะแค่นาทีเดียว หรือไม่ถึงนาทีด้วยซ้ำ แต่มันคุ้มค่า" "อย่างเช่นฉากที่แอฟกลับเข้ามาถ่ายตอนท้อง 8 เดือน ท่านต้องการบันทึกความสมจริงของตัวมณีจันทร์ที่ ท้องลงไปในหนัง ฉันต้องการให้เห็นพุงให้เห็นท้องว่าเขาท้อง ก็จะมีรอยของผ้า คอย คือไปเอาสีมาลองกลบดูซิ อย่าให้เห็นรอยผ้า ความปราณีตเหล่านี้ มันจะเกิดขึ้นในทุกๆฉากของหนัง วันหนึ่งผมเชื่อว่าเวลาลูกเขาโตที่ดูหนังได้แล้ว  เขาก็จะบอกว่านี่ฉากนี่ลูก..น้องปีใหม่อยู่ในท้องแม่นะ ซี่งถ้าเกิดแอฟไม่ท้องขึ้นมานะ คนดูก็คงจะไม่ได้เห็นงานคุณภาพอันนี้หรอก แต่คราวนี้แอฟท้องไงก็เลยได้เห็น สมจริงไปเลยครับ" เล่าถึง พระราชมนู สหายศึกนักรบคู่ใจของพระนเรศหน่อย ทำงานกับ ปีเตอร์ นพชัย เป็นอย่างไรบ้าง? "ที่ผ่านมาจะมีบุคคลๆหนึ่งที่ขึ้นมาทัดทานการตัดสินใจของพระนเรศวรอยู่ ตลอด ว่า แล้วก็โดนด่าหนักด้วย เพราะว่าสนิทกันคือสนิทกันเป็นลักษณะเป็นเหมือนคู่คิดที่เป็นเพื่อน เป็นเพื่อนที่เติบโตมาตั้งแต่เด็กมาด้วยกัน เพราะฉะนั้นไอ้ทิ้งถึงกล้าที่จะทัดทานในความที่เกรงใจด้วยนะครับ แต่ก็ท้ายที่สุดไอ้ทิ้งก็อาสาไปรบนะ ผมว่าอันนี้ก็เป็นการแสดงออกของความผูกผันของสองคนนี้ที่พร้อมที่จะดุด่าว่า กล่าว ทัดทาน พูดคุย ยอม และก็มีหลายๆครั้งที่พระนเรศวรยอมไอ้ทิ้ง มันก็เลยมีความรู้สึกว่าคนเรามันก็ต้องยอมคนอื่นบ้าง" ผมชื่นชมการแสดงของ ปีเตอร์ นพชัย มากๆเลยครับ เพราะว่าปีเตอร์เป็น คนหนึ่งที่เขาเล่นได้อินคาแรคเตอร์ และรักษาความเป็นตัวตนของบุญทิ้งไว้อย่างดีมาก หลายครั้งที่เขาเล่นไม่ได้เป็นตัวเขา เพราะว่าเขาเล่นเลียนแบบบุญทิ้งตอนเด็กคือน้อง เก้า จิรายุ เขาเล่นเลียนแบบไว้ปั๊บ ทุกวันนี้เขาก็ยังเล่นเลียนแบบอยู่ในบางอารมณ์ที่ต้องการให้คนได้มองย้อน กลับไปถึงเด็กๆอย่างเช่นซีนที่เข้าฉากเจอกัน 4 คนอีกครั้งหนึ่งของมหาเถร, พระนเรศวร, มณีจันทร์ และพระราชมนู ปีเตอร์เขาเล่นไว้แบบทำให้เราเห็นแล้วมันน่าเอ็นดู ทั้งๆที่ท่านก็บอกว่าให้ทำแบบนี้เดี๋ยวเอ็งคลานเข้ามาดูนะมาหามหาเถร ท่านบอกแค่นี้ แต่ปีเตอร์เล่น ทำให้ผมดูแล้วก็รู้สึกน่ารัก แล้วก็ทำให้นึกถึงเก้าตอนเด็กๆ คือแบบเขานะสุดยอดมากของการแสดง ดูแล้วก็รู้สึกซาบซึ้ง ดูแล้วผมรักไอ้คนๆนี้ แหมรู้สึกถูกชะตามากๆเลยกับปีเตอร์เขา" เป็นเวลา 13 ปีแล้ว ที่ได้ร่วมงานกับท่านมุ้ย นับตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้รู้สึกอย่างไรบ้าง? "ความคิดของผมไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เราเคารพท่านมุ้ย เหมือนกับเมื่อก่อนนี้เป็นครู เดี๋ยวนี้ความเป็นครูก็ยังคงเป็นเช่นเดิม ท่านเปรียบเป็นเหมือนกับพ่อของกองถ่าย และพ่อคนนี้ก็จะมอบสิ่งที่ดีให้กับทุกคนในกองถ่ายเสมอ อย่างตัวผมเองก็ได้รับการสืบทอดแนวความคิด หรือความรู้ต่างๆหรือวิธีคิดบางอย่างในอีกมุมมองหนึ่ง ที่ผมไม่เคยได้สัมผัสนั่นคือในแง่ของการแสดง ในแง่ของการเทียบเคียงทางประวัติศาสตร์ในสมัยก่อน กับทางประวัติศาสตร์ในสมัยนี้ รวมถึงการปกครอง รวมถึงเรื่องของพระบรมวงศานุวงศ์ที่มันมีความผันเปลี่ยนไปตามวาระโอกาส หรือตามอาณาจักรที่มันมีความเจริญมาเรื่อยๆมาจนกระทั่งถึงในปัจจุบัน" "เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าผมได้ทำงานกับท่านถือได้ว่าเป็นโอกาสที่ดีในชีวิตครั้งหนึ่ง จนมาถึงทุกวันนี้ก็เหมือนเป็นครอบครัวท่านก็ยังโทรศัพท์มา เบิร์ดว่าง มั้ยไปดูหนังเรื่องนี้กันหน่อย หรือจนถึงคริสต์มาสต์ท่านก็จะชวนไปที่บ้านไปกินข้าวกัน ปีใหม่สงกรานต์ แล้วก็ 29 พ.ย.เป็นวันเกิดของท่านพวกผมนักแสดงก็จะพากันไปอวยพรวันเกิดท่าน ไปขอรับพรจากท่าน คือเรียกได้ว่าท่านได้มอบแต่สิ่งที่ดีให้กับผม และครอบครัว สิ่งที่ไม่ดีท่านมอบให้เป็นข้อคิด อย่างเช่นครอบครัวผม ท่านก็กรุณาคือขอสมรสพระราชทานให้ แต่งงานเป็นประธานในงาน พอมีลูกแล้วท่านก็ถามว่าเป็นไงตัวเล็กเป็นไงบ้าง ก็เรียกได้ว่าก็ผูกผันเหมือนเป็นครอบครัว ตัวหม่อมเองก็เปรียบได้เหมือน กับแม่คนหนึ่งที่คอยให้คำปรึกษา รวมถึงคุณแมงมุมคุณอดัม ลูกของท่านก็เป็นเหมือนพี่น้องกันนะครับ พอมีอะไรก็จะคอยช่วยเหลือกัน" อยากฝากบอกอะไรกับแฟนๆภาพยนตร์เรื่อง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช? "ผมอยากเชิญชวนให้คนไทยทุกคน รวมถึงชาวต่างชาติมาชมภาพยนตร์เรื่องนี้ในตอน อวสานหงสา สืบเนื่องมาจากที่ว่า ผมเชื่อว่ายังมีอีกหลายคน อยากให้ลองเปิดใจก่อน แล้วเข้ามาดูเถอะครับ ไม่ต้องคิดอะไรมากเลย เข้ามาแบบใจโล่งๆ สบายๆ แล้วเอามาเก็บเกี่ยวในสิ่งที่ท่านจะได้จากภาพยนตร์เรื่องนี้กลับไป ดู1รอบท่านจะได้ข้อคิดอย่างนึ่ง ดู 2 รอบท่านจะได้ข้อคิด 3 รอบ ดู 6 รอบ 7 รอบ ผมเชื่อว่าทุกรอบที่ดู มันจะได้ข้อคิดกลับไปเสมอ บางคนมาซึมซับหรือมาสัมผัสภาษาที่สวยงาม  บางคนก็มาดูเสื้อผ้าที่สวยงาม บางคนก็มาดูเอาเนื้อหาของมัน บางคนก็มาดูแสงที่สวย ภาพที่สวย เพราะผมเชื่อว่ามารับรองได้อะไรกลับไปอย่างแน่นอนครับภาพยนตร์เรื่องนี้จะ เป็นกำลังใจให้คนดำเนินชีวิตต่อไปในอนาคตอย่างมีหลักของการดำเนินชีวิตแน่ นอนครับ" ร่วมปิดตำนานกษัตริย์ชาตินักรบ ไปกับ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมาหาราช อวสานหงสา ในวันที่ 9 เม.ย. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมาหาราช อวสานหงสา ได้ที่นี่เลย ------------------------------------

ฝรั่งเมาคลั่ง กัดขาตำรวจพัทยาขณะโดนจับกุม
กัดขาตำรวจพัทยา /  ชลบุรี / 

อลหม่าน! ฝรั่งเมาคลั่ง กัดขาตำรวจพัทยา ก่อนพุ่งหลาวลงจากรถหวังหลบหนีการจับกุม ตร.เรียกกำลังเสริมไล่จับวุ่น ก่อนพาไปสงบสติที่โรงพัก วันนี้ (1 เม.ย.) ตำรวจสภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีชาวต่างชาติเมาสุรานอนสลบอยู่ที่บริเวณหน้าโรงแรม วูดแลนด์ ม.5 ถนนพัทยา-นาเกลือ ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบชายชาวต่างชาติ อายุประมาณ 30-35 ปี นอนคว่ำหมดสติยู่บริเวณจุดเกิดเหตุ จึงทำการเรียกปลุกให้ตื่น เมื่อชายดังกล่าวลืมตาขึ้นมาเจอเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังช่วยเหลืออยู่ ก็เกิดอาการคลุ้มคลั่งอาละวาด เจ้าหน้าที่เห็นท่าไม่ดี จึงควบคุมตัวแล้วนำขึ้นท้ายรถ เพื่อไปสงบสติอารมณ์ ที่ สภ.เมืองพัทยา ในระหว่างทาง ชายต่างชาติคนดังกล่าว ได้อาศัยจังหวะที่เจ้าหน้าที่ไม่ทันระวัง ใช้ปากกัดขา ส.ต.ต.อนุชิต จองทองหลาง ผบ.หมู่ป้องกันปราบปราม ที่นั่งควบคุมตัวมาอยู่ท้ายกระบะอย่างแรง ก่อนที่จะกระโดดพุ่งหลาวลงจากรถ ขณะที่รถกำลังแล่นอยู่ เพื่อหลบหนีการจับกุม จนศีรษะไปฟาดพื้นถนนได้รับบาดเจ็บ จากนั้นชายต่างชาติดังกล่าว ก็ยังไม่สิ้นฤทธิ์ได้พยายามจะวิ่งหลบหนีต่อ เจ้าหน้าที่จึงต้องวิ่งไล่ติดตามจับกุมไว้ได้ แต่ชายต่างชาติก็ยังขัดขืน ไม่ยอมให้จับกุม เจ้าหน้าที่จึงเรียกกำลังเสริม ช่วยกันควบคุมตัวชายต่างชาติมาที่ สภ.เมืองพัทยา แล้วนำไปสงบสติ ในห้องคุมขังอย่างทุลักทุเล ขอบคุณข้อมูลจาก โพสต์ทูเดย์ MThai News

แฟนผีจุก!! รูนแปรพรรคสักรูปหงส์ไว้บนแขน
ทอฟฟี่สีน้ำเงิน /  นกลิเวอร์เบิร์ด / 

Starsport สื่อกีฬาชื่อดังแฉภาพหลุดของ เวย์น รูนีย์ อดีตเด็กสร้าง เอฟเวอร์ตัน และปัจจุบันเป็นศูนย์หน้าตัวคีย์แมนของ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จำใจต้องสักรูป "นกลิเวอร์เบิร์ด" สัญลักษณ์ของคูอริตลอดกาลอย่าง ลิเวอร์พูล ไว้บนแขนหลังจากแพ้พนันเพื่อนที่เป็นแฟนบอล "เดอะค็อป" ในศึกแดงเดือดนัดล่าสุด ซึ่งภาพดังกล่าวถูกถ่ายได้ในเมืองตูริน ระหว่างเก็บตัวกับแคมป์ทีมชาติอังกฤษ รายงานยังบอกด้วยว่าศูนย์หน้าดีกรีทีมชาติ อังกฤษ วัย 29 ปี คุยฟุ้งก่อนบุกไปเยือนรัง "หงส์แดง" ว่า แมตช์นี้ตัวเขาจะต้องถล่มประตู ลิเวอร์พูล อย่างต่ำ1ลูกแน่นอน และถ้าทำไม่ได้ ตัวเขาสัญญาว่าจะขออัญเชิญ "นกลิเวอร์เบิร์ด" ให้มาประทับบนแขน พร้อมกับสโลแกนอักษรย่อของคำว่า(You'll Never Walk Alone) YNWA มาไว้บนร่างกายให้แฟน ทอฟฟี่ และปีศาจแดง ร้องหยี๋ไปตามๆกัน แมตช์ดังกล่าว แมนฯ ยูไนเต็ด บุกมาเชือด ลิเวอร์พูล คารัง แอนฟิลด์ 2-1 โดย ฆวน มาต้า เหมาคนเดียว 2 ประตู และ "ปีศาจแดง" ยังมาได้ลูกโทษช่วงท้ายเกม ซึ่ง รูนีย์ แทบจะกราบเท้า มาต้า งามๆว่าขอเป็นคนซัดลูกโทษจังหวะนี้ เนื่องจากตัวเขาไม่ต้องการอะไรที่เป็น ลิเวอร์พูล มาประทับอยู่บนร่างกาย และสุดท้าย ซิมง มินโญเลต์ ก็ดับความฝันด้วยการพุ่งถูกทาง แถมยังเซฟได้อย่างสวยงามอีกด้วย ทว่ารอยสักรูป "นกลิเวอร์เบิร์ด" จะอยู่บนร่างกายของ รูนีย์ ได้ไม่นานนัก เพราะตัวเขาได้จองตัวช่างลบรอยสักเอาไว้แล้ว เพื่อให้แน่ใจว่าหลังจากจบช่วงพักเบรคทีมชาติทุกอย่างที่เป็น ลิเวอร์พูล จะไม่อยู่บนตัวของเขาอีกต่อไป

10 คนดังฮอลลีวูด หน้าเหมือนกัน ใครเหมือนใครมาดู....
คนดังฮอลลีวูด /  ดารา / 

      ดาราฮอลลีวูด บางคนมองผ่านๆนึกว่าคนเดียวกัน ทำไมหน้าถึงได้คล้ายกันยิ่งกว่าพี่น้องคลานตามกันมาซะอีก แถมยังได้เป็นดารา คนดังฮอลลีวูด กันเลยทีเดียว หรือว่าหน้าบล็อคแบบนี้เค้าเป็นพิมพ์นิยม ถึงได้เป็นดาราชื่อดังระดับโลก เหมือนแค่ไหนลองมาดูด้วยสองตากันเองล่ะกัน นาตาลี พอร์ตแมน - เคียรา ไนท์ลีย์ เจนนิเฟอร์ คอนเนลลี - ลิลี คอลลินส์ ไบรซ์ ดัลลัส ฮาวเวิร์ด - เจสสิกา แชสเทน สการ์เลตต์ โจแฮนส์สัน - แอมเบอร์ เฮิร์ด เคท วินสเล็ต - ราเชล ไวสซ์ ดาโกต้า แฟนนิ่ง – อแมนด้า ไซย์ฟิช Christa B. Allen - เจนนิเฟอร์ การ์เนอร์ เอลิซาเบท แบงส์ - เชลซี แฮนด์เลอร์ ไคลี่ เจนเนอร์ - ลอร์ด ซูอี้ เดชาเนล – เคที เพอร์รี่ ที่มาจาก www.huffingtonpost.com

แนะนำ 10 ที่เที่ยวสุดร้อนแรง ประจำเดือนเมษายน
10 จุดหมายท่องเที่ยว /  10 ที่เที่ยว / 

และแล้วปี 2558 ก็ย่างกรายเข้ามาถึงเดือนแห่งความร้อนแรง ทั้งสภาพอากาศ ทั้งเทศกาล และสถานที่ท่องเที่ยวสุดมหัศจรรย์ travel.mthai.com พร้อมเสิร์ฟให้คุณถึงหน้าจอ ด้วยการแนะนำ 10 ที่เที่ยวสุดร้อนแรง ประจำเดือนเมษายน เพื่อเป็นตัวเลือกในการเดินทางสำหรับผู้ที่ยังไม่รู้ว่าจะไปเที่ยวไหนดีในวันหยุดยาว โดยทั้ง 10 แห่งจะไม่เกี่ยวข้องกับเทศกาลวันสงกรานต์ แต่รับรองได้ว่าวันหยุดของคุณจะต้องมีความหมาย หากได้ไปเยือนสถานที่เหล่านี้ คุณจะได้พบกับความประทับใจและความทรงจำอันแสนพิเศษ แน่นอน ... แนะนำ 10 ที่เที่ยวสุดร้อนแรง ประจำเดือนเมษายน 1. ปราสาทหินพนมรุ้ง จ.บุรีรัมย์ พบความมหัศจรรย์ของ ปราสาทพนมรุ้ง ปราสาทหินเก่าแก่ศิลปะขอมโบราณผ่านการเวลามาร่วมพันปี จากการรังสรรค์ด้วยภูมิปัญญาอันแยบยลของคนโบราณ ถ่ายทอดความเชื่อและความศรัทธาในศาสนาฮินดูไศวนิกาย ที่วิจิตรงดงามผ่านลายสลักบนหินนับร้อยนับพันก้อน ก่อร่างสร้างจนเกิดเป็นความยิ่งใหญ่แห่งเทวสถาน บนยอดภูเขาไฟสูงที่ดับสนิทแล้ว หนึ่งในหกลูกสำคัญของจังหวัดบุรีรัมย์ ชมและสัมผัสปรากฏการณ์แสงแรกแห่งอรุณรุ่ง ฉายแสงผ่าน 15 ช่องบานประตูของปราสาทพนมรุ้ง ถือเป็นความเชื่อและความเป็นสิริมงคลในการเริ่มต้นดำเนินชีวิตในวันใหม่ (วันที่ 3-5 เมษายน 2558 เวลา 06.00 น.) 2. หมู่เกาะสุรินทร์ จ.พังงา หมู่เกาะสุรินทร์ หมู่เกาะที่มีลักษณะทางธรรมชาติที่กำบังคลื่นลมทั้งสองฤดู เนื่องจากเกาะวางตัวอยู่เป็นกลุ่มและมีอ่าวขนาดใหญ่ ทำให้เกิดแนวปะการังริมฝั่งอยู่รอบหมู่เกาะ และเกาะบริวาร นอกจากนี้ สภาพแวดล้อมยังเหมาะต่อการพัฒนาของแนวปะการัง คือ น้ำใส อุณหภูมิพอเหมาะ และมีการผสมผสานของน้ำที่ได้รับสารอาหาร จากมวลน้ำเบื้องล่างที่ปะทะเกาะ ความอุดมสมบูรณ์ของแพลงตอน ซึ่งเป็นอาหารสำหรับปลาและสัตว์อื่นๆ โดยมี กองหินริเชลิว เป็นไฮไลท์จุดดำน้ำของหมู่เกาะแห่งนี้ ที่นักดำน้ำชาวไทย และผู้มีประสบการณ์สูงหลายราย จัดให้ "ริเชลิว" เป็นจุดดำน้ำลึกที่สวยงาม สมบูรณ์ และหลากหลายที่สุดเทียบเท่าหมู่เกาะสิมิลันฃ 3. ถนนสายดอกคูณ จ.ขอนแก่น ในช่วงหน้าร้อน เป็นช่วงที่ดอกไม้หลายชนิดออกดอกบานสะพรั่งให้ได้ชม “ดอกคูน” หรือ “ดอกราชพฤกษ์” ก็เป็นดอกไม้ชนิดหนึ่งที่ออกดอกในช่วงหน้าร้อนนี้ ดอกไม้มงคลชนิดนี้มีดอกสีเหลืองอร่ามที่ลักษณะเป็นช่อย้อยลงมาจากต้น งดงามรับกับความสดใสของฤดูร้อน ปัจจุบันสามารถพบเห็นได้ทั่วไปตามสองฟากฝั่งถนน แต่ที่สามารถชมได้อย่างสวยงามที่สุดก็คงจะเป็นที่ “ถนนสายดอกคูน” บริเวณหน้าศูนย์ราชการจังหวัดขอนแก่น และที่บริเวณสวนดอกคูณ ริมบึงแก่นนคร ซึ่งก็งดงามเข้ากับบรรยากาศงานดอกคูนเสียงแคนเป็นอย่างมาก สอบถามยามดอกไม้บาน ได้ที่ : ททท. สำนักงานขอนแก่น โทร. 0 4322 7714-6 4. วัดใต้น้ำ สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี อุโบสถหลังเก่า ของวัดวังก์วิเวการาม (เดิม) ที่จมอยู่ใต้น้ำ กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งยามใดที่น้ำได้ลดระดับลง เมืองบาดาลทั้งเมืองก็จะเผยความงดงามของโบราณสถาน ให้ปรากฏแก่สายตาของผู้มาเยือนเสมอๆ หากนักท่องเที่ยวท่านใดที่ยังไม่มีโอกาสมาเยือนเมืองบาดาล แนะนำว่าช่วงเวลาที่ดีที่สุด คือระหว่างเดือนมีนาคมถึงเมษายน น้ำในเขื่อนจะลดลงต่ำที่สุด 5. เกาะไข่ จ.สตูล เกาะไข่ เกาะเล็ก ๆ เกาะหนึ่งในอุทยานแห่งชาติตะรุเตา จังหวัดสตูล อยู่ห่างออกไปทางทิศตะวันตกประมาณ 25 กิโลเมตร ตั้งอยู่ระหว่างเกาะตะรุเตาและเกาะอาดัง เสน่ห์ของเกาะไข่อยู่ตรงประติมากรรมธรรมชาติอย่างซุ้มประตูหินอันเป็นสัญลักษณ์ของอุทยานแห่งชาติตะรุเตา ทางด้านทิศตะวันตกของเกาะมีหาดทรายสีขาวนวลและละเอียด น้ำทะเลใสสีมรกตเห็นผืนทรายใต้น้ำได้ชัดเจน เหมาะสำหรับการเล่นน้ำและชมวิวทิวทัศน์อันสวยงามของเกาะที่ยังคงความเป็นธรรมชาติกลางทะเลอันดามันทะเลรอบ ๆ เกาะไข่มีแนวปะการังอยู่โดยทั่วไปซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นปะการังเขากวาง เนื่องจากเป็นเกาะที่เงียบสงบ 6. หินสามวาฬ ภูสิงห์ จ.บึงกาฬ "หินสามวาฬ" อยู่ในอุทยานภูสิงห์ โดยด้านล่างเป็นที่ตั้งของ “วัดป่าภูสิงห์” และมีลานธรรมขนาดใหญ่อยู่ด้านหน้าของก้อนหิน 2 ก้อน ที่มีลักษณะคล้ายสิงโต 2 ตัวหมอบเข้าหากัน พื้นที่บริเวณนี้สามารถขับรถขึ้นไปเองได้ เพื่อไหว้พระเป็นสิริมงคลและเดินไปยังจุดชมวิวลานธรรม แต่หากอยากไปชมวิวยังจุดอื่นบนภูสิงห์ จำเป็นต้องได้รับการอนุญาตจากเจ้าหน้าที่เสียก่อน เนื่องจากเส้นทางค่อนข้างโหด ต้องใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อเท่านั้นถึงจะสามารถขึ้นไปได้ และควรมีผู้ชำนาญนำทางไปด้วย เมื่อได้ขึ้นไปมีจุดแนะนำอยู่ตรง “หินสามวาฬ” พื้นที่ชมวิวใหม่ของภูสิงห์ มีลักษณะคล้ายวาฬโมบี้ดิ๊ก 3 ตัวทอดยาวบนพื้นโลก 7. วัดพระธาตุแก่งสร้อย จ.ตาก วัดพระธาตุแก่งสร้อย เป็นวัดเก่าแก่และมีความสำคัญยิ่งในแม่น้ำปิง ตั้งอยู่บริเวณริมเขื่อนภูมิพล อ.สามเงา จ.ตาก เป็นวัดหนึ่งในแคว้นเขตดินแดนแห่งล้านนาไทย เป็นดินแดนที่อยู่ในหุบเขาลำเนาไพร รถไม่สามารถเข้าไปได้ ใช้เส้นทางน้ำคือนั่งเรือไปอย่างเดียว โดยในทุก ๆ ปี ในช่วงเดือนเมษายน จะมีงาน ประเพณีขึ้นไหว้สาสรงน้ำพระบรมธาตุแก่งสร้อย ซึ่งจะมีชาวบ้านในพื้นที่และละแวกใกล้เคียง รวมทั้งผู้คนที่มีจิตศรัทธาจากจังหวัดอื่น ๆ มาร่วมงานกันอย่างมากมาย ท่านสามารถมาท่องเที่ยวและทำบุญที่ วัดพระธาตุแก่งสร้อย ไปพร้อม ๆ กันได้ในช่วงเดือนเมษายนนี้ 8. หมู่เกาะชุมพร จ.ชุมพร อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะทะเลชุมพร ประกอบไปด้วย เกาะทะลุ เกาะกระโหลก เกาะง่ามใหญ่ และเกาะง่ามเล็ก อยู่ห่างจากฝั่งโดยใช้เวลาเรือวิ่งราว 1 ชั่วโมง ปัจจุบัน "หมู่เกาะง่าม" นั้นถือว่าเป็นจุดดำน้ำที่ได้รับความนิยมจากเหล่านักดำน้ำทั่วโลก และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวยามหน้าร้อนที่ได้รับความนิยมมากแห่งหนึ่งของจังหวัดชุมพรอีกด้วย แม้ว่าทะเลแถบนี้แม้น้ำจะไม่ใสเหมือนแถบอันดามัน และไม่มีดงปะการังอ่อนสีสดมากเท่า แต่ก็รายล้อมด้วยดงปะการังดำที่หาชมได้ยากในจุดดำน้ำอื่นๆ นอกจากนี้แล้วทะเลชุมพรยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเลและฝูงปลาจำนวนมาก นักดำน้ำมักพบปลากะพงแดง ปลากะมง ปลาข้างเหลืองฝูงใหญ่ เวียนว่ายไปมาอยู่เนือง ๆ 9. ทะเลน้อย จ.พัทลุง ในอำเภอควนขนุน ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองพัทลุงออกไปราว 32 กม. มีทะเลสาบขนาดใหญ่ซ่อนอยู่เคียงคู่กับหุบเขาที่นิ่งสงบ ลำน้ำแห่งทะเลน้อยถือเป็นต้นทางของทะเลสาบสงขลา ครอบครัวนกนานาสายพันธุ์ถือเป็นเครื่องยืนยันความอุดสมบูรณ์ของธรรมชาติแห่งทะเลน้อยได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะนกในกลุ่ม “นกน้ำ” หรือ “นกเป็ดน้ำ” นอกจากจะเป็นแหล่งดูนกแล้ว "ทะเลน้อย" ยังมีสิ่งน่าสนใจอันโดดเด่นอีกอย่างนั่นก็คือ “ทะเลบัวแดง” หรือ “ทะเลบัวสาย” พันธุ์บัวที่มีขึ้นอยู่มากที่สุดในทะเลแห่งนี้ โดยในช่วงเช้าเหล่าบัวสายจะพาออกดอกสีแดงสดบานสะพรั่งเต็มท้องน้ำ นอกจากบัวสายแล้ว ในทะเลน้อยยังมีบัวหลวง บัวบา บัวเผือน รวมไปถึงพืชพรรณน่าสนใจ อื่นๆ อาทิ ผักตบชวา จอก แหน สาหร่ายต่างๆ กระจูด กง ย่านลิเภา กก และเสม็ดที่ยืนต้นตระหง่านอยู่ในพื้นที่ป่าบก เป็นต้น 10. เขาหงอนนาค จ.กระบี่ เส้นทางศึกษาธรรมชาติเขาหงอนนาค จุดชมวิว 360 องศาสุดตระการตา ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี โดยมียอดเขาสูงตระหง่านตั้งอยู่ริมทะเล อุดมสมบูรณ์ด้วยผืนป่าดงดิบขึ้นปกคลุมจนแทบไม่เห็นแสงตะวัน ที่นี่เป็นบ้านพำนักอาศัยและแหล่งอาหารของนกป่าและสัตว์ป่านานาชนิดใช้เวลาเดินเท้าเกือบ 2 ชั่วโมงกว่าจะเป็นผู้พิชิตยอดเขาหงอนนาค เขาหงอนนาค ถือได้ว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของ คลองม่วง กระบี่ เลยทีเดียว โดยช่วงเวลาที่เหมาะสมในการท่องเที่ยว คือระหว่างเดือนพฤศจิกายน - เดือนพฤษภาคม ขอบคุณข้อมูลจาก : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย / www.muangthai.com เรียบเรียงโดย : Travel MThai

All New Mazda2 1.3 เบนซิน เปิดราคาเริ่มต้น 5.5 แสน
car /  mazda / 

บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ให้ความเชื่อมั่นเศรษฐกิจของประเทศไทยที่ยังคงความแข็งแกร่ง เสริมทัพต่อยอดความสำเร็จจากเครื่องยนต์สกายแอคทีฟคลีนดีเซล เปิดตัวแนะนำรถยนต์นั่ง ออลนิว มาสด้า2 Mazda2 สกายแอคทีฟใหม่ เครื่องยนต์เบนซิน สกายแอคทีฟ-จี ขนาด 1300 ซีซี อย่างเป็นทางการ มาพร้อมความคุ้มค่า คุ้มราคา แถมอัตราการประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.3 กิโลเมตรต่อลิตร อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน เอาใจวัยรุ่นยุคดิจิตอลเชื่อมต่อกับโลกโซเชียลด้วยระบบ MZD Connect เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถยนต์บี-คาร์ ประกาศขึ้นแท่นผู้นำรถยนต์นั่งขนาดเล็กระดับพรีเมียมหนึ่งเดียวในคลาส วางราคาขายเริ่มต้นเพียง 5 แสนกว่าบาท พร้อมตั้งเป้าการขายสูงถึง 30,000 คัน นายฮิเดสึเกะ ทาเกสึเอะ ประธานบริหาร มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย กล่าว มาสด้าถือเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายแรกที่มุ่งมั่นเพื่อพัฒนารถยนต์นั่งซับคอมแพ็คคาร์ภายใต้มาตรฐานใหม่ ด้วยการแนะนำมาสด้า2 สกายแอคทีฟใหม่ ที่มีเครื่องยนต์ที่ดีที่สุดลงในตลาดถึง 2 เครื่องยนต์ เพื่อเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าชาวไทย ทั้งสกายแอคทีฟคลีนดีเซล 1500 ซีซี ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงอยู่ในขณะนี้ และล่าสุดส่งเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 1300 ซีซี ที่ให้ทั้งสมรรถนะการขับขี่ที่เปี่ยมด้วยพลังแรง ให้กำลังสูงสุดที่ 93 แรงม้าที่ 5,800 รอบ แรงบิดสูงสุด 123 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบ เป็นเครื่องยนต์เบนซินประสิทธิภาพสูงประหยัดน้ำมันสูงถึง 23.3 กิโลเมตรต่อลิตร พร้อมมาตรฐานด้านความปลอดภัยทั้งเชิงป้องกัน (Active Safety) และเชิงปกป้อง (Passive Safety) รวมถึงการออกแบบให้ผู้ขับขี่สามารถเพิ่มการรับรู้และการคาดการณ์ต่อสถานการณ์ที่จะก่อให้เกิดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ  รถยนต์มาสด้า2 สกายแอคทีฟเบนซิน สกายแอคทีฟ-จี1.3L เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านมาตรฐานข้อบังคับมลพิษของยุโรป EURO 5 เป็นครั้งแรกของรถที่จำหน่ายในประเทศ ด้วยการปล่อยไอเสียต่ำเพียง 100 กรัมต่อกิโลเมตร อีกทั้งการใส่อุปกรณ์มาตรฐานที่ครบครันตอบสนองการใช้งาน ดังนั้นมาสด้า2 สกายแอคทีฟ-จี เบนซิน ใหม่ จึงเป็นรถยนต์ในกลุ่มบีเซ็กเม้นต์ที่เหนือความคาดหมายของลูกค้า ซึ่งจะเข้ามาเจาะกลุ่มลูกค้าที่มีขนาดใหญ่ และจะเป็นทางเลือกสำคัญหนึ่งเดียวในคลาส เทคโนโลยี SKYACTIV-DRIVE คือ เกียร์อัตโนมัติสกายแอคทีฟ 6 สปีด ที่รวมเอาข้อดีของเกียร์ทุกระบบเข้าไว้ด้วยกัน ให้อารมณ์ตอบสนองที่แม่นยำเฉกเช่นเกียร์ธรรมดา โดยกำลังจากเครื่องยนต์ถูกส่งไปยังตัวถังและล้ออย่างสมบูรณ์และลดการสูญหายของกำลัง จึงยังคงความแรงและให้ประสิทธิภาพของการประหยัดน้ำมันมากขึ้นกว่าเดิม โครงสร้างตัวถังสกายแอคทีฟ SKYACTIV-BODY ซึ่งเป็นโครงสร้างของรถยนต์ยุคใหม่ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อให้มีน้ำหนักที่เบาลงเหมาะสมกับขนาดและกำลังของเครื่องยนต์ และเพิ่มโลหะเกรดพรีเมียมเหล็กกล้าทนแรงดึงสูง (High Tensile Steel) ที่แข็งแกร่งแต่มีน้ำหนักเบาทดแทนเหล็กประเภทเดิม อีกทั้งยังเพิ่มจุดเชื่อมยึดเพื่อให้โครงสร้างหลักกับโครงสร้างส่วนอื่นของรถเป็นมวลเดียวกัน จึงให้ความมั่นคงกว่า ปลอดภัยกว่า พร้อมทั้งประหยัดน้ำมันมากยิ่งขึ้น ช่วงล่างและระบบบังคับเลี้ยวสกายแอคทีฟ SKYACTIV-CHASSIS ให้ความรู้สึกในการขับที่เกาะถนนมั่นคง ขณะที่ความนุ่มนวลของช่วงล่างยังคงอยู่ ซึ่งระบบบังคับเลี้ยวระบบใหม่ให้ความมั่นใจในการควบคุมรถขณะเข้าโค้งได้อย่างแม่นยำ เครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซินขนาด 1.3 ลิตร SKYACTIV-G และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด SKYACTIV-DRIVE ที่พัฒนาขึ้นใหม่เพื่อ อีกทั้งติดตั้งระบบ i-stop (idling stop system) และระบบช่วยประหยัดน้ำมันอัจฉริยะ i-ELOOP หรือระบบเปลี่ยนรูปพลังงานที่สูญเสียจากการชะลอหยุดรถกลับมาใช้ ที่ทำงานร่วมกับเทคโนโลยีสกายแอคทีฟเพื่อให้การประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม รถยนต์มาสด้า2 สกายแอคทีฟใหม่ สามารถคว้ารางวัลอันทรงเกียรติมากมาย ล่าสุดคือ Japan Car of the Year 2014 ประเทศญี่ปุ่น และรางวัล Germany Golden Steering Wheel จากประเทศเยอรมัน สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่ารถมาสด้า2 สกายแอคทีฟใหม่ ได้เอาชนะข้อจำกัดต่างๆ และสร้างมาตรฐานขึ้นมาใหม่ให้กับรถยนต์ในเซ็กเม้นต์นี้แล้ว รถยนต์มาสด้า2 สกายแอคทีฟเบนซินใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 6 รุ่น ประกอบด้วยรุ่นแฮตช์แบค 5 ประตู 3 รุ่น และรุ่นซีดาน 4 ประตู 3 รุ่น สำหรับสีภายนอกเป็นอีกหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของการออกแบบรถยนต์มาสด้า และเป็นการนำเสนอรถยนต์ที่น่าดึงดูดใจ โดยสีภายนอกมีความสำคัญเช่นเดียวกับอุปกรณ์อื่นๆ สีใหม่ที่มาสด้านำนวัตกรรมและเทคโนโลยีการพัฒนาแบบใหม่ที่มีลักษณะเฉพาะของสีที่มีความงดงาม เงาวาวเป็นประกายเมทัลลิก ดูมีมิติเชิงลึก คือ สีแดง โซล เรด รถยนต์นั่งมาสด้า2 สกายแอคทีฟใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 8 สี ประกอบด้วย สีแดง โซล เรด, สีขาวมุก สโนว์เฟลก, สีน้ำตาล ไททาเนียม แฟลช, น้ำเงิน ไดนามิก บลู, สีเงิน อลูมินัม, สีดำ แบล็ก, สีขาว อาร์กติค ไวท์ และสีเทา เมโทรโพลิตัน เกรย์ มาสด้าวางเป้าหมายเพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มรถยนต์นั่งขนาดเล็กระดับพรีเมียมด้วยกลยุทธ์ด้านราคาที่เป็นอีกหนึ่งความ สำคัญเพื่อให้ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้และเพื่อเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้ที่ชื่นชอบสมรรถนะของเครื่องยนต์คลีนดีเซล ซึ่งหาไม่ได้จากรถในระดับเดียวกัน มาสด้านำมาพิจารณาในการนำมาสด้า2 สกายแอคทีฟเบนซินใหม่ ลงสู่ตลาดด้วยราคาเริ่มต้นที่ 5 แสนกลางๆ ในขณะที่รุ่นท็อป ซึ่งทั้งภายนอก ภายในมาพร้อมกับชุดเสริมความสปอร์ตที่เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ราคาเพียง 6 แสนกว่าบาท เมื่อเทียบคุณสมบัติและอุปกรณ์มาตรฐานที่มาสด้า2 ใหม่ มีมาให้กับราคา นับว่าเป็นรถยนต์อีกรุ่นหนึ่งในตลาดที่คุ้มค่ามาก มาสด้า2 สกายแอคทีฟ ใหม่ มีให้เลือกด้วยกัน 6 รุ่นคือ ราคา มาสด้า2 Mazda2 - Mazda2 Sports แฮตช์แบค รุ่น Standard    เกียร์อัตโนมัติ    ราคาจำหน่าย 550,000 บาท - Mazda2 Sports แฮตช์แบค รุ่น High        เกียร์อัตโนมัติ    ราคาจำหน่าย 610,000 บาท - Mazda2 Sports แฮตช์แบค รุ่น High Plus    เกียร์อัตโนมัติ    ราคาจำหน่าย 665,000 บาท - Mazda2 Sedan รุ่น Standard        เกียร์อัตโนมัติ    ราคาจำหน่าย 550,000 บาท - Mazda2 Sedan รุ่น High         เกียร์อัตโนมัติ    ราคาจำหน่าย 610,000 บาท - Mazda2 Sedan รุ่น High Plus        เกียร์อัตโนมัติ    ราคาจำหน่าย 665,000 บาท นายฮิเดสึเกะ ทาเกสึเอะ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากการเปิดตัวรถยนต์มาสด้า2 เครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน ใหม่ ในงานมอเตอร์โชว์แห่งนี้แล้ว มาสด้ายังยกทัพยานยนต์ภายใต้เทคโนโลยีสกายแอคทีฟมากันครับทุกรุ่น อาทิ รถยนต์มาสด้า2 เครื่องยนต์สกายแอคทีฟคลีนดีเซล ที่ทั้งแรงทั้งประหยัด โดยเฉพาะล่าสุดมาสด้าจัดกิจกรรม Mazda SKYACTIV Clean Diesel Challenge โดยการพิสูจน์อัตราการประหยัดน้ำมันจากกรุงเทพถึงประเทศมาเลเซียด้วยน้ำมันเพียงถังเดียว ซึ่งเป็นการทดสอบที่ออกแบบให้มีความใกล้เคียงกับการใช้งานจริงมากที่สุด ผลปรากฏว่ามาสด้า2 สกายแอคทีฟคลีนดีเซล 1.5L มีอัตราการประหยัดน้ำมันสูงถึง 33.22 กิโลเมตรต่อลิตร

หาชมยาก! ภาพพระราชพิธีขึ้นพระอู่ เจ้าฟ้าหญิงสิรินธร
พระเทพ /  สมเด็จพระเทพฯ / 

หาชมยาก! ภาพพระราชพิธีขึ้นพระอู่ เจ้าฟ้าหญิงสิรินธร แฟนเพจ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ได้เผยแพร่ภาพหาชมยาก โดยเป็นภาพเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการพระราชพิธีสมโภชเดือนขึ้นพระอู่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  เมื่อประสูติได้ 1 เดือน 15 วัน โดยแฟนเพจดังกล่าวเผยว่า   สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันเสาร์ที่ 2 เมษายน 2498 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการพระราชพิธีสมโภชเดือนขึ้นพระอู่ และพระราชทานพระนามว่า "สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดา กิติวัฒนาดุลยโสภาคย์" ซึ่งเป็นพระนามที่ สมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ สมเด็จพระสังฆราช (หม่อมราชวงศ์ชื่น นพวงศ์ ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดสถาปนาเป็น สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์) ได้ทรงผูกดวงพระชาตาและถวายพระนาม ตามพระราชหัตถเลขาขอประทานพระกรุณาให้ทรงผูกดวงพระชาตาและทรงขนานพระนามฯ ทั้งนี้หลังจากภาพถูกแชร์บนโลกออนไลน์ ก็ได้มีการแชร์ต่อพร้อมกับการแสดงความจงรักภักดีด้วยข้อความทรงพระเจริญ ขอขอบพระคุณพระฉายาลักษณ์บางองค์จากเว็บศูนย์สารสนเทศสำนักราชเลขาธิการ MThai News

โม อมีนา กับความเซ็กซี่ร้อนแรง รับซัมเมอร์จนทะเลแทบแห้ง
FHM /  sexy / 

โม อมีนา จะพาชาว Men.MThai ไปรับหน้าร้อนที่มาถึงนี้กันอย่างเต็มสตรีม ที่เรียกได้ว่าร้อนระอุ จนเรียกได้ว่าสูสีกับดวงอาทิตย์ที่สาดลงมาทีเดียว ด้วยลีลาการโพสที่เซ็กซี่ และเย้ายวนชวนมองจนละสายตาไปไม่ได้แม้แต่นิดเดียว ต้องบอกเลยว่า โม อมีนา ใน FHM ในครั้งนี้ไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ กับความเซ็กซี่ที่ไร้ขีดจำกัดของเธอ หน้าหวานๆ กับการโพสที่ไม่ธรรมดา บิกินี่สีทรายที่เหมือนจะกลืนกินร่างของเธอ เปิดอีกนิดสิ อีกนิด!!! จัดเต็ม ไม่ทำให้ผิดหวัง ติดตามความเซ็กซี่ของเธอต่อได้ที่

คอเพลง EDM มีเฮ Hardwell จัดฟูลโชว์เอาใจขาแดนซ์ชาวไทย
EDM /  Hardwell / 

Retox Sessions AG production ร่วมกับ Contango ภูมิใจเสนอ Heineken® Presents I Am Hardwell & Together Festival 2015 วันที่ 8-9 พฤษภาคม 2557 ณ ไบเทค บางนา สิ้นสุดการรอคอย สําหรับคอเพลงอิเล็กทรอนิกส์ เฮ้าส์มิวสิค เมื่อโปรโมเตอร์สายแข็ง Retox Sessions และ AG Production ที่รู้จักในฐานะโปรโมเตอร์ปาร์ตี้ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ชั้นแนวหน้าของเมืองไทย มาผนึกกําลังร่วมกับโปรโมเตอร์ อย่าง Contango พร้อมพันธมิตรซึ่งเป็นผู้นําในการเปิดโลกทัศน์ทางดนตรีรูปแบบใหม่ อย่าง Heineken®ที่จะมาร่วมเปิดประสบการณ์ความสุขของคุณสู่โลกกว้างไปกับงานเทศกาลดนตรีแดนซ์มิวสิค Heineken® Presents I am Hardwell & Together Festival 2015 เทศกาลดนตรีแดนซ์ ระดับคุณภาพ กลับมาพบกับคุณอีกครั้งในปี 2015 ด้วยการระเบิดความมันส์ 2 วันเต็มๆ กับเหล่าศิลปินแนวหน้าระดับโลก ประเดิม วันแรก 8 พฤษภาคม 2015 ประเดิมความมันส์ ด้วยการคว้าตัว ดีเจ EDM อันดับหนึ่งของโลก อย่าง Hardwell มานําทีมให้คุณได้มันส์ไปกับโชว์เต็มรูปแบบของ I am Hardwell world tour ที่กําลังเดินทางทัวร์ทั่วโลก และ การมาของเค้าในครั้งนี้ Hardwell มาพร้อมจัดเต็ม ด้วยระบบแสง สี เสียง เต็มรูปแบบ ต่อเนื่องใน วันที่ 9 พฤษภาคม มันส์กันต่อกับ ต่อด้วยความสนุกสุดมันส์เป็น 2 เท่า กับ “I am Hardwell & Together Festival 2015” นําโดยเจ้าพ่อวงการดีเจ ที่ทุกคนการันตีความสามารถ และ เป็นอีกครั้งที่ชาวไทยจะได้ Eat, Sleep, Cake, Repeat กับ Steve Aoki เสริมทัพด้วย W&W, Dryo, Vinai และ อีกมากมาย ที่จะเนรมิตความสนุกให้ระเบิดขึ้น ณ Hall 103-104 ไบเทค บางนา พบกับประสบการณ์ความมันกับดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ระดับโลกใน Heineken® Presents Together Festival 2015 ในวันที่ 8-9 พฤษภาคม 2015 ตั้งแต่ 19.00 น. เป็นต้นไป ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค Hall 103-104 ถ. บางนา-ตราด กม. 1 บัตรคอนเสิร์ตสามารถชมการแสดงได้ทั้ง 2 วัน บัตร Regular 3,500 บาท บัตร VIP 6,500 บาท ซื้อได้ทาง http://www.amiando.com / iahtogether2015 ** จํากัดสําหรับผู้มีอายุ 20 ปีขึ้นไปเท่านั้น และ ต้องแสดงบัตรประจําตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางก่อนเข้างาน** มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ช้างศึกลูกกรอก เจ๊า โสมแดง สนุกแต่ไร้สกอร์กอดคอทะลุรอบสุดท้ายยู23
ช้างศึกลูกกรอก /  ทีมชาติเกาหลีเหนือ / 

ผลฟุตบอลเอเอฟซี ยู 23 แชมเปี้ยนส์ชิพ 2016 รอบคัดเลือก กลุ่มจี วันอังคารที่ 31 มีนาคม 2558 ทีมชาติไทย 0-0 ทีมชาติเกาหลีเหนือ ประตู : - สนาม : ราชมังคลากีฬาสถาน เวลา : 19.00 น. การแข่งขันฟุตบอลเอเอฟซี ยู 23 แชมเปี้ยนส์ชิพ 2016 รอบคัดเลือก กลุ่มจี นัดสุดท้าย ซึ่งเป็นการชิงแชมป์กลุ่มเพื่อผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้าย ที่ประเทศกาตาร์ โดยอัตโนมัติ ระหว่าง ช้างศึกลูกกรอก ทีมชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี กับ โสมแดง ทีมชาติเกาหลีเหนือ ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี เริ่มเกมครึ่งเวลาแรกเป็นทาง โสมแดง เกาหลีเหนือ ที่บุกเข้าใส่ ชางศึกลูกกรอก อย่างได้น้ำได้เนื้อ แต่ผ่านไป 10 นาที ก็ยังคงไม่มีจังหวะได้ยิงเสียวๆ นาทีที่ 14 เกาหลีเหนือมาได้ทักทายจังๆ เมื่อ จาง อ็อค โชล ได้บอลหนากรอบเขตโทษก่อนจะตะบันเต็มแรงบอลพุ่งเฉี่ยวเสาออกหลังไป นาทีที่ 27 ช้างศึกลูกกรอก ที่โดนโหมบุกอย่างหนักได้เล่นโต้กลับ ก่อนที่จะเป็น ชญาวัต ศรีนาวงษ์ ได้ซัดเต็มข้อบอลพุ่งไปติดเซฟของ อัน แต ซอง นายด่านโสมแดง หลังจากผ่าน 30 นาทีแรก ช้างศึกลูกกรอก เริ่มที่จะทำเกมบุกเข้าสู้ได้อย่างสนุก แต่ก็ยังเจาะแนวรับ โสมแดง เข้าไปพังประตูไม่ได้ นาทีที่ 39 ช้างศึกลูกกรอก ทำชิ่งกันได้อย่างสวยสดงดงาม ก่อนจะเป็น เจ้าบาส พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา ที่ได้หลุดไปถึงเส้นหลังก่อนจะตัดสินใจเปิดบอลพุ่งไปหน้าประตู แต่ทว่าไม่มีเพื่อนร่วมทีมคนไหนเข้าชาร์จถึง จากนั้นก็ไม่มีจังหวะได้เสียว ทำใหจบครึ่งแรก เสมอกัน 0-0 กลับมาเล่นกันต่อในครึ่งเวลาหลัง นาทีที่ 50 ช้างศึกลูกกรอก มีลุ้นที่จะได้ประตูขึ้นนำเมื่อ เมสซี่เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ได้มีโอกาสยิงไกลบอลพุ่งจะเสียบเสา อัน แต ซอง ล้มตัวเซฟบอลออกหลังไปได้ นาทีที่ 55 ช้างศึกลูกกรอก มาได้ลุ้นอีกครั้งเมื่อ ชญาวัต ศรีนาวงษ์ ได้บอลในกรอบเขตโทษก่อนจะกึ่งยิงก่งผ่านไปโดน จาง กุ๊ค โชล สกัดออกหลังไปได้แบบเสียวๆ จากนั้นอึดใจเดียว เมสซี่เจ ชนาธิป ก็ได้สับไกอีกครั้งบอลพุ่งออกหลัง นาทีที่ 69 ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร เปิดเตะมุมเข้าไปที่เสาสอง เจนรบ สำเภาดี ไดโขกบอลย้อนกลับไปที่เสาแรก อัน แต ซอง นายด่าน โสมแดง กระโดดรับบอลไว้ได้ก่อนจะเสียบคาน นาทีที่ 78 ช้างศึกลูกกรอก มาได้ฟรีคิกระยะอันตรายเมื่อ เจนรบ สำเภาดี โดนทำฟาล์วหน้ากรอบเขตโทษ และเป็น เจ้าอินซ์ เชาว์วัฒน์ วีระชาติ วิ่งเข้าไปปั่นด้วยเท้าซ้ายบอลโค้งข้ามคานออกไปนิดเดียว เวลาที่เหลือกลายเป็น ช้างศึกลูกกรอก ที่ครองเกมได้ดีกว่า มีโอกาสจะได้ประตูหลายครั้งแต่ทำไม่ได้ ทำให้จบเกม ช้างศึกลูกกรอก ทีมชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี เสมอกับ โสมแดง ทีมชาติเกาหลีเหนือ ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ไป 0-0 แบ่งกันไปทีมละ 1 คะแนน ส่วนผลอีกคู่ในสายเดียวกัน ทีมชาติกัมพูชา ต้อนเอาชนะ ทีมชาติฟิลิปปินส์ ไปได้ 3-1 ทำให้กลุ่มจี ทีมชาติเกาหลีเหนือ เข้ารอบสุดท้ายในฐานะแชมป์กลุ่ม ด้วยการมี 7 คะแนนเท่ากับทีมชาติไทย แต่ลูกได้เสียดีกว่า ส่วน ช้างศึกลูกกรอก ต้องตกเป็นอันดับที่ 2 แต่ก็ตามเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายต่อไป ด้วยการเป็นทีมอันดับ 2 ที่ดีที่สุด 1 ใน 5 ทีม รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนามของทั้ง 2 ทีม ทีมชาติไทย : สมพร ยศ (GK), นฤบดินทร์​ วีรวัฒน์โนดม, อดิษร พรหมรักษ์, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา, กษิดิ์เดช เวทยาวงศ์ (เจนรบ สำเภาดี น.50), ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร (เชาว์วัฒน์ วีระชาติ น.69), ชนาธิป สรงกระสินธ์, ปกรณ์ เปรมภักดิ์ (C) (ธนาสิทธิ์ ศิริผลา น.63), ชญาวัต ศรีนาวงษ์, ภิญโญ อินพินิจ ทีมชาติเกาหลีเหนือ : อัน แต ซอง (GK), จาง กุ๊ค โชล, รี อิล จิน, คิม จู ซอง, จาง อ็อค โชล, รี ฮยอง จิน, ยุน อิล ควาง, โฮ มยอง โชล, ฮยอน จอง ฮย็อค, โซ คยอง จิน, ปัค มยอง ซอง

สตั้นท์หน้าหนวดพาไปทำความรู้จักกับ
MysteryUnsolved /  rushcontent / 

นักสืบหน้าหนวดรู้สึกว่า ช่วงนี้ตัวเองดวงไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ไหนจะเสียหวย ไหนจะขับรถแล้วเจอเรื่องซวยนานับประการ เขาก็เลยจะลองออกค้นหาเครื่องรางของขลังไว้พกติดตัวอีกสักหน่อย เพื่อจะได้ดำเนินชีวิตได้ง่ายขึ้น และครั้งนี้เขาก็ได้พาเราไปพบกับเรื่องราวของ “กุมารทอง” นายบอยจ๊อดดั้นด้นพาเรามายังวัดขอนชะโงก จังหวัดสระบุรี ที่นี่มีหลวงพ่อท่านหนึ่งมีชื่อเสียงมากด้านเครื่องรางของขลังหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นตะกรุด กริช และอีกมากมายหลายอย่าง สิ่งที่ขึ้นชื่อมากจนนายบอยจ๊อดของเราต้องพาตัวเองมาถึงที่นี่ก็เห็นจะไม่พ้นกุมารทองนั่นเอง กุมารทอง เป็นความเชื่อทางไสยศาสตร์ของไทยเกี่ยวกับจิตวิญญาณ ที่มาของกุมารทองมาจากการเลี้ยงภูติผีปีศาจไว้ใช้งาน โดยกุมารทองจะเป็นวิญญาณของเด็กผู้ชาย หากเป็นวิญญาณผู้หญิงที่คนเลี้ยงไว้จะเรียกว่า "โหงพราย" กุมารทองนั้นแรกเริ่มเดิมทีมาจากวิญญาณของเด็กที่ตายในท้องแม่หรือที่เรียกว่าตายทั้งกลม ผู้มีวิชาอาคมจะไปนำพาวิญญาณเด็กนั้นมาเลี้ยงไว้เป็นลูก จากหลักฐานที่พบในเอกสารโบราณระบุถึงการทำกุมารทองสรุปว่า ต้องหาศพที่ตายทั้งกลม แล้วประกอบพิธีกรรมผ่าเอาศพทารกในท้องนั้นมาย่างไฟให้แห้งสนิทก่อนรุ่งอรุณ แล้วจึงลงรักปิดทองให้ทั่ว ด้วยเหตุนี้จึงเรียกว่ากุมารทอง[ต้องการอ้างอิง] ต่อมาสภาพสังคมและวัฒนธรรมพัฒนาไปมากขึ้น ทำให้ไม่สามารถสร้างกุมารทองจากศพทารกจริง ๆ ได้ จึงได้มีการดัดแปลงกรรมวิธีการสร้างกุมารทองขึ้น โดยใช้ดินเจ็ดป่าช้าบ้าง ไม้รักซ้อนหรือไม้มะยมบ้าง ไปจนถึงโลหะ มาสร้างเป็นรูปกุมาร แล้วปลุกเสกตั้งจิต ตั้งธาตุทั้ง 4 และเรียกอาการสามสิบสองให้บังเกิดเป็นจิตวิญญาณของเด็กขึ้นมา กุมารทองปัจจุบันนิยมสร้างเป็นรูปเด็ก ลักษณะเป็นเด็กไว้จุก นุ่งโจงกระเบนอย่างโบราณ กลายเป็นเครื่องรางของขลัง เชื่อกันว่าเสมือนมีวิญญาณเด็กอยู่ในรูปกุมารนั้น ผู้บูชาต้องเลี้ยงดูเหมือนลูกของตน ต้องให้ข้าวน้ำเซ่นสรวงและต้องเรียกให้กินข้าวด้วย กล่าวกันว่าหากปฏิบัติดูแลดีกุมารทองก็จะช่วยค้ำคูณ อาทิ ช่วยคุ้มครองป้องกันเจ้าของและครอบครัวจากสิ่งไม่ดีทั้งหลาย ช่วยให้ทำมาค้าขึ้น ไปจนถึงเตือนภัยล่วงหน้าอีกด้วย และจะคอยติดตามเฝ้าระวังบ้านเรือนจากโจรผู้ร้ายและศัตรูไม่ให้มากล้ำกราย[ต้องการอ้างอิง] ปัจจุบันผู้บูชานิยมไหว้ด้วยน้ำแดง เรื่องราวของกุมารทองถูกกล่าวถึงใน วรรณคดีไทย เช่น ขุนช้างขุนแผน บ้างก็นับลูกกรอก เป็นกุมารทองด้วย เครื่องรางอีกประเภทหนึ่งที่คล้ายกันคือรักยม ทั้งกุมารทองและรักยมปัจจุบันยังมีผู้นิยมบูชากันอยู่ไม่น้อยในสังคมไทย สำหรับนายบอยจ๊อดแล้ว เขายังรู้สึกว่า กุมารทองอย่างเดียวยังไม่น่าจะยังเอาไม่อยู่สำหรับช่วงชีวิตของเขาในตอนนี้ เขาจึงเริ่มขอให้หลวงพ่อเหลือท่านแนะนำเครื่องรางของขลังอีกหลายๆ อย่าง เผื่อว่าจะพบสิ่งที่น่าจะเหมาะ และเข้ากับชีวิตของเขาอีกนอกเหนือจากกุมารทอง ซึ่งอันที่จริงแล้วกุมารทองที่วัดขอนชะโงกแห่งนี้ก็ไม่ได้มีแค่ประเภทเดียว ยังมีอีกหลายประเภทที่นายบอยจ๊อดยังไม่ชมเลยด้วยซ้ำ แต่ดันจะหาแบบอื่นดูก่อนซะอย่างนั้น หลวงพ่อท่านเลยพานายบอยจ๊อดไปทัศนาห้องเก็บเครื่องรางของขลังของท่านที่ห้องด้านข้าง และนั่นก็ทำให้นายบอยจ๊อดต้องถึงกับตลึงตาค้างยิ่งกว่าดื่มกาแฟ 10 ถ้วย เพราะว่าห้องนั้นมีเครื่องรางของขลังเก็บไว้เป็นจำนวนมาก เล่นซะนายบอยจ๊อดเลือกไม่ถูกกันไปเลยทีเดียว หลวงพ่อท่านจึงตัดสินใจเลือกตะกรุดให้นายบอยจ๊อดมาอีกอันหนึ่งนอกเหนือจากกุมารทอง ซึ่งตะกรุดอันนี้มีอนุภาพช่วยทรงเสรอมเมตตา และโชคลาภ พร้อมคุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัย และนั่นก็ทำให้นายบอยจอ๊อดกระหยิ่มยิ้มย่อง เสพสมอารมณ์หมายกลับบ้านสบายแฮ Did you Know? - กุมารทองแบบพกพาของหลวงพ่อเหลือมีอยู่สามเนื้อครับ เนื้อทองทิพย์ นวะโลหะ และเนื้อเงิน - สระบุรี เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคกลาง ที่มีทรัพยากรการท่องเที่ยวที่สำคัญในด้านโบราณสถานทางพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์ ประเพณี ซึ่งยังคงคุณค่าไว้ได้อย่างครบถ้วน - คำขวัญจังหวัดสระบุรีคือ พระพุทธบาทสูงค่า เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ฐานผลิตอุตสาหกรรม เกษตรนำล้ำแหล่งเที่ยว หนึ่งเดียวกะหรี่ปั๊บนมดี ประเพณีตักบาตรดอกไม้งาม เหลืองอร่ามทุ่งทานตะวัน ลือลั่นเมืองชุมทาง - คำว่า “สระบุรี” สันนิษฐานว่า เพราะเหตุที่ทำเลที่ตั้งครั้งแรกมีบึงอยู่ใกล้ คือ “บึงหนองโง้ง” เมื่อตั้งเมืองขึ้นจึงได้นำเอาคำว่า “สระ” มารวมเข้ากันกับคำว่า “บุรี” เป็นชื่อเมือง “สระบุรี” - สันนิษฐานว่าจังหวัดสระบุรีตั้งขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2092 ในรัชสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ การตั้งเมืองนี้สันนิษฐานว่า พระองค์โปรดเกล้าฯ ให้แบ่งเขตพื้นที่บางส่วนของเมืองลพบุรีกับเมืองนครนายกมารวมกันตั้งขึ้นเป็นเมืองสระบุรี สามารถติดตามความเคลื่อไหวของนิตยสาร RUSH ได้ที่ Facebook : facebook.com/RUSHmag IG : instagram.com/rush_magazine_official/ Youtube : youtube.com/channel/UC05caWeApIU23HyV6e9ng2A ขอขอบคุณเนื้อหาจาก RUSH#61 Sep

กลัวไม่ทันกิน! มาดริดคว้า ดานิโล แบ็คขวาแซมบ้าเรียบร้อย
ซานติอาโก้ เบอร์นาบิว /  ดานิโล / 

ยังไม่ทันไรเลย ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด ก็สอยแบ็คขวาชาวบราซิล ดานิโล มาจาก เอฟซี ปอร์โต้ ด้วยสัญญาถึง 6 ปี ค่าตัวที่ 31.5 ล้านปอนด์ ดานิโล แบ็คสายเลือดบราซิล วัย 23 ปี กลายเป็นว่าที่นักเตะใหม่ของ เรอัล มาดริด เป็นที่เรียนร้อยแล้ว ด้วยค่าตัวที่สูงถึง 31.5 ล้านปอนด์ บวกกับสัญญา 6 ปี ด้วยกัน ซึ่งเขาจะย้ายจาก ปอร์โต มายัง ซานติอาโก้ เบอร์นาบิว ในช่วงซัมเมอร์นี้ โดย ดานิโล นั้นมีดีกรีเหรียญเงิน โอลิมปิก ลอนดอนเกมส์ 2012 ในอาชีพค้าแข้งเขาก็ได้คว้าแชมป์ลีกของโปรตุเกสมาแล้วถึง 2 สมัย และยังมีส่วนช่วยพาทีมทะลุถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลนี้อีกด้วย ทั้งนี้ เรอัล มาดริด ได้แถลงออกมาว่า "เรอัล มาดริด กับ ปอร์โต้ บรรลุข้อตกลงในการโยกย้าย ดานิโล ที่จะมาร่วมทัพในฤดูกาลหน้า โดยจะมีสัญญา ถึง 30 มิถุนายน 2021 หรือสัญญา 6 ปี นั้นเอง"

ละครกลกิโมโน , เรื่องย่อกลกิโมโน
เบิร์ด ธงไชย /  ชมพู่ อารยา / 

เรื่องย่อละคร กลกิโมโน บทประพันธ์โดย : พงศกรผลิตโดย : บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่นควคุมการผลิตโดย : หน่อง อรุโณชาออกอากาศทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ณ เมืองสึกิ เกิดพายุหิมะถล่มครั้งยิ่งใหญ่ นี่ไม่ใช่ภัยธรรมชาติธรรมดา แต่เป็นฝีมือของ นางปีศาจหิมะ ที่โกรธแค้น โฮชิ เทพเจ้านกกระเรียนที่ไม่ยอมรับรักเธอ นางปีศาจหิมะต้องการให้โฮชิเห็นประชาชนที่โฮชิรักต้องมีอันเป็นไปต่อหน้าต่อตา โฮชิต่อสู้กับนางปีศาจหิมะจนสามารถช่วยประชาชนได้สำเร็จ แต่การต่อสู้ทำให้กิโมโนของโฮชิขาดวิ่น โฮชิกลับสวรรค์ไปไม่ได้ต้องติดค้างอยู่บนโลกมนุษย์ เขาจึงต้องพรากจาก เมียวโจ คนรักที่อยู่บนสวรรค์ โฮชิเฝ้าคิดถึงเธออยู่ทุกลมหายใจ แต่เชื่อว่าเธอเองก็คิดถึงเขาอยู่เช่นกัน โฮชิมั่นใจว่าสักวันจะได้พบกับสาวคนรักอีกครั้ง ไม่ว่านานแค่ไหนเขาก็จะรอ 400 ปีผ่านไป รินดารา สาวไทยแสนสวยที่ได้รับทุนมาเรียนต่อปริญญาโทสาขากายภาพบำบัดที่ประเทศญี่ปุ่น กำลังเดือดร้อนอย่างหนักเพราะทางมหาวิทยาลัยตัดสินใจไม่ให้ทุนเรียนต่อ เหตุเพราะรินดาราลักลอบขโมยสัตว์ทดลองออกไป รินดาราได้แต่ก้มหน้ายอมรับผลการตัดสินใจของมหาวิทยาลัย เพราะรินดาราไม่สามารถพูดออกไปได้ว่า สาเหตุของการขโมยสัตว์ทดลองเป็นเพราะความสามารถพิเศษของเธอที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดทำให้เธอได้ยินเสียงพวกมันร่ำร้องขอให้ช่วยรักษาบาดแผลบนลำตัว รินดาราพยายามทำเฉยเมยต่อเสียงสัตว์เหล่านั้นเหมือนอย่างที่ สุรินทร์ และ ดวงดาวพ่อแม่เคยเตือนเอาไว้ตั้งแต่เด็ก แต่รินดารารู้อยู่คนเดียวว่ายิ่งเธอไม่สนใจเท่าไหร่ ปานรูปดาวบนแผ่นหลังของเธอก็จะยิ่งเกิดอาการปวดแสบปวดร้อนมากขึ้นเท่านั้นเหมือนอะไรบางอย่าง จะเตือนว่ารินดาราไม่มีสิทธิ์เพิกเฉยต่อความสามารถพิเศษเพราะทุกอย่างถูกลิขิตมาไว้แล้ว รินดารามั่นใจว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ความสามารถพิเศษและปานรูปดาวบนแผ่นหลังจะต้องเป็นที่มาของอะไรบางอย่างที่รอให้เธอหาคำตอบ แล้วผลของการไม่เพิกเฉยต้องทำให้รินดาราต้องดิ้นรนทำงานหาเงินเพื่อเป็นค่าเทอมในปีต่อไป ขอให้เป็นงานที่ไม่เบียดเบียนใครรินดาราทำได้หมด แล้วงานล่าสุดของเธอที่มีค่าตอบแทนอย่างงดงามก็คือ การแต่งตัวเป็นเจ้าหญิงอยู่ในสวนสนุก ในขณะที่รินดารากำลังทำงานด้วยความเพลิดเพลินอยู่กับลูกค้า เธอก็ได้ยินเสียงนกบนต้นไม้พูดขึ้นมาว่า มีเด็กผู้หญิงพิการนั่งอยู่บนรถเข็นล้อเลื่อนกำลังพลัดหลงกับคุณอาชายสุดหล่อกับคู่ควงสาวที่มัวแต่จีบกัน และดูเหมือนว่าเด็กน้อยจะมุ่งหน้าไปที่สระน้ำ รินดาราวิ่งไปช่วยเด็กน้อยได้ทันก่อนที่รถจะไถลลงสระน้ำได้อย่างเฉียดฉิว รินดารากอดปลอบเด็กน้อยชื่อว่า อายูมิ มิยาคาวะ ที่เอาแต่ร้องไห้สะอื้นด้วยความตกใจ ก่อนที่ อาคิระ มิยาคาวะ และ ริเอะ ชินเอบะ ผู้ปกครองของเด็กน้อยจะมาพบเข้า ทั้งสองยังไม่ทันจะรู้เรื่องอะไร ริเอะก็กล่าวหาว่ารินดาราอาจจะเป็นพวกตระกูลโคสึกะ ตระกูลศัตรูคู่อาฆาตกับตระกูล มิยาคาวะ ส่งมาลักพาตัวอายูมิ รินดาราทนไม่ได้จึงเถียงกลับจนริเอะพูดไม่ออก แต่คนที่ไม่เคยยอมแพ้ใครอย่างริเอะก็จัดการรินดาราด้วยการทำให้รินดาราถูกไล่ออกจากงาน รินดาราประกาศไว้กับตัวเองว่าจะไม่ขอเจอยัยริเอะกับอาคิระอีกเลย รินดาราอยู่ในสภาพลำบากอีกครั้ง แล้วเหมือนโชคจะเข้าข้างเธอเมื่อมีคนติดต่อผ่านอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยว่าจะให้เธอไปเป็นพี่เลี้ยงดูแลเด็กหญิงพิการที่เมืองสึกิ เมื่อในนิทานแสนสวยงามที่รินดาราฝันอยากไปตั้งแต่เด็ก และเมืองสึกินี้เองที่เป็รแรงบันดาลใจทำให้รินดาราขอทุนเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่น แต่ที่ผ่านมารินดาราต้องเรียนหนักและต้องประหยัดเงินทุกบาทจึงยังไม่เคยไปเมืองสึกิสักครั้ง รินดาราตื่นเต้นดีใจดีมากก่อนที่จะพบว่าผู้ที่มาติดต่อเธอคืออาคิระ ผู้ชายมาดขรึมเก๊กหล่อแฟนของยัยผู้หญิงนิสัยไม่ดี รินดารากำลังจะปฏิเสธโดยไม่เสียเวลาลังเลเลยแม้แต่วินาทีเดียว แต่อาคิระที่เหมือนจะอ่านใจรินดาราออกรีบบอกว่า ไม่ใช่เขาที่เป็นคนอยากให้รินดาราไปดูแลหลานสาว แต่เป็นคนอื่น รินดาราสังเกตเห็นได้ว่าอาคิระดูไม่ค่อยเต็มใจอยากจะมาทำหน้าที่นี้สักเท่าไหร่ ซึ่งก็เป็นจริงอย่างที่รินดาราคิด การที่อาคิระยอมมาเชิญรินดาราด้วยตัวเองเป็นเพราะ คุณย่ามิกิ คุณย่าที่เขารักและเคารพมากขอร้องมาว่าให้ทำเพื่อบุคคลผู้มีพระคุณต่อมิยาคาวะ อาคิระขอร้องให้รินดาราไปพบกับเขาคนนั้นด้วยตัวเองแล้วค่อยตัดสิ้นใจว่าจะรับหรือไม่รับงานนี้ รินดารายอมไปกับอาคิระเพราะอยากรู้ว่าเขาคนนั้นคือใคร พอถึงที่หมายซึ่งเป็นหน้าอุโมงค์คอกวีสทีเรีย อาคิระบอกให้รินดาราเข้าไปข้างในคนเดียว แล้วภาพของชายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าอุโมงค์คอกวิสทีเรียอันสวยสดงดงามราวกับดวงดาวพร่างพรายแม้เวลากลางวัน เขาคนนั้นคือ ท่านชายโฮชิ ชายหนุ่มผู้มีรอยยิ้มอันเปี่ยมสุข แต่แววตากลับแฝงความเศร้าหมอง เพียงแค่คำพูดของเขาไม่กี่คำก็ทำให้รินดาราเหมือนตกอยู่ในมนต์ ตอบรับทำงานที่คฤหาสน์มิยาคาวะทันที โดยที่ไม่รู้เลยว่าการเดินทางไปเมืองสึกิครั้งนี้จะทำให้ได้พบคำตอบที่เธอรอคอยมาตลอดชีวิต ณ ขณะเดียวกันที่ตระกูลโคสึกะ ตระกูลศัตรูคู่อาฆาตกับตระกูลมิยาคาวะกำลังร้อนเป็นไฟ เมื่อ ไดซุเกะ ชายชราวัย 70 ปี อ่านพบคำทำนายในตำราโบราณของบรรพบุรุษว่ากำลังมีผู้หญิงเดินทางมาที่มิยาคาวะ และผู้หญิงผู้นี้จะนำพาหายนะมาสู้โคสึกะตระกูลโคสึกะเป็นตระกูลใหญ่ในหุบเขาสึกิ พวกเขาเป็นเจ้าพ่อธุรกิจการเกษตรและเป็นตระกูลผู้ดูแลศาลเทพเจ้าสุนัขจิ้งจอก ซึ่งเป็นเทพเจ้าทางด้านพืชผลทางการเกษตร ขณะที่เทพเจ้านกกระเรียนทองคำคือเทพเจ้าแห่งสุขภาพและชีวิตที่ยืนยาว โดยมีตระกูลมิยาคาวะทำหน้าที่ดูแลศาลให้ สองตระกูลนี้ไม่ถูกกันมาตลอดเพราะความเชื่อและศรัทธาในเทพเจ้าของตัวเอง ตระกูลโคสึกะเข้าใจผิดไปว่าเทพเจ้านกกระเรียนเป็นต้นเหตุทำให้เทพเจ้าจิ้งจอกของพวกเขาสูญสลาย และเชื่อว่าเทพเจ้านกกระเรียนยังกลับขึ้นสวรรค์ไม่ได้ ทว่าไม่มีใครรู้ว่าตอนนี้เทพเจ้านกกระเรียนอยู่แห่งใดบนโลกนี้ ทุกคนในตระกูลโคสึกะจึงถูกปลูกฝังให้ขัดขวางไม้ให้เทพเจ้านกกระเรียนกลับขึ้นสวรรค์ เพราะไม่เช่นนั้นตระกูลโคสึกะจะต้องมีอันเป็นไป ฮิเดโนริ โคสึกะ หลานชายวัย 25 ปีลูกของไดซุเกะทำหน้าที่สืบว่าผู้หญิงที่มาคฤหาสน์มิยาคาวะเป็นใครด้วยการส่งฮิโตชิ ผีเด็กตัดผมหน้าม้าสวมชุดยูกาตะสีน้ำเงินที่เขาเลี้ยงไว้ใช้งานให้ไปที่คฤหาสน์มิยาคาวะ ทำให้รินดาราเกือบจะโดนผีหลอกตั้งแต่คืนแรกที่มาอยู่ที่คฤหาสน์มิยาคาวะ แต่รินดารารอดปลอดภัยมาเพราะท่านชายโฮชิมาช่วยไว้ และเขายังมอบเหรียญเซโมริลายนกกระเรียนซึ่งเป็นเครื่องรางของขลังของญี่ปุ่นให้รินดาราเอาไว้เป็นเครื่องคุ้มกันภัยจากอันตรายทั้งปวง ทำให้ฮิโตชิเข้าใกล้รินดาราไม่ได้ ทางด้านรินดาราเริ่มงานดูแลหนูน้อยอายูมิด้วยการบริหารให้กล้ามเนื้อคลาย เด็กหญิงร้องไห้ลั่นด้วยความเจ็บปวด อาคิระมาเห็นเข้าก็ไม่พอใจเข้าไปห้ามทันที รินดาราเข้าใจแล้วว่าที่อายูมิอาการไม่ดีขึ้นเป็นเพราะเด็กน้อยถูกประคบประหงมมากเกินไป กล้ามเนื้อไม่ได้ออกแรงอย่างที่ควรจะเป็น รินดาราใช้สิทธิของการเป็นผู้ดูแลอายูมิจัดโปรแกรมชีวิตเด็กน้อยให้หมด อาคิระจำใจต้องยอมรับรินดาราเพราะคำสั่งของคุณย่ามิกิ อาคิระแปลกใจว่าทำไมย่ามิกิต้องทำเหมือนรินดาราเป็นคนพิเศษมาก ไหนจะยังสายตาที่ท่านชายโฮชิมองรินดาราช่างหวานซึ้งและคุ้นเคย อาคิระจ้างนักสืบสืบประวัติของทั้งสอง นักสืบไม่พบข้อมูลใดๆ น่าสงสัย แต่ที่แปลกคือ นักสืบไม่พบข้อมูลของท่านชายโฮชิเลยแม้แต่นิดเดียวว่าเขาเป็นใครมาจากไหน วันหนึ่งรินดาราพาอายูมิเข้าไปในเมืองเพื่อเปิดหูเปิดตา สร้างแรงบันดาลใจให้เด็กน้อยอยากกลับมาเดินได้อีกครั้ง สองสาวต่างวัยได้พบกับ แป้งร่ำ และ เกียว เจ้าของร้านนวดแผนไทย รินดาราดีใจที่มีคนไทยอยู่ใกล้ๆ ให้อบอุ่นใจ แต่ขากลับรินดาราเกือบถูกสุนัขจิ้งจอกทำร้าย เสื้อผ้าของเธอฉีกขาดเล็กน้อย โชคดีที่อาคิระและโฮชิช่วยเอาไว้ทัน แต่สิ่งที่ทำให้โฮชิตกตะลึงก็คือ ปานรูปดาวบนแผ่นหลังของรินดารา โฮชิแน่ใจแล้วว่าสิ่งที่เขาคิดถูกต้อง รินดาราคืออวตารส่วนหนึ่งของเมียวโจ เมียวโจส่งรินดารามาช่วยทำให้กิโมโนโฮชิปักเสร็จแล้วพาเขากลับสวรรค์ แต่ตอนนี้รินดารายังจำไม่ได้ว่าตัวเองเป็นใคร โฮชิกับมิกิจะช่วยฟื้นความจำให้รินดารา มิกิจึงวางแผนให้รินดาราขึ้นไปบนหอคอยอันเป็นเขตห่วงห้ามของคุณย่ามิกิ เผื่อว่ากิโมโนโฮชิจำทำให้รินดาราจำได้ว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของเมียวโจ แต่เมื่อกิโมโนโฮชิปรากฎต่อสายตา ปานรูปดาวบนแผ่นหลังของรินดาราเกิดอาการปวดแสบปวดร้อนอย่างรุนแรงจนเธอเป็นลมสลบไป โฮชิรู้แล้วว่าตอนนี้ร่ายหยาบของมนุษย์อย่างรินดารายังไม่สามารถรับพลังงานบริสุทธิ์ของเทพได้ ต้องรอให้ร่างของรินดาราพร้อมด้วยตัวเองเท่านั้น ตอนนี้โฮชิจึงได้แต่เฝ้ารอให้รินดาราจำได้ว่าเธอเป็นใคร มิกิหวังว่าจะถึงวันนั้นเร็วๆ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป ทางด้านฮิเดโนริตื่นขึ้นมาในเช้าวันหนึ่งแล้วพบว่าตัวเองอยู่ในสภาพเลือดเต็มตัว เนื้อตัวเปรอะเปื้อนดินโคลน ฮิเดโนริจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น จนกระทั่งไดซุเกะเข้ามารับรู้กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับหลานชาย จึงรู้ว่าเลือดปีศาจจิ้งจอกในตัวฮิเดโนริเริ่มออกฤทธิ์ สุนัขจิ้งจอกตัวที่ทำร้ายรินดาราก็คือฮิเดโนรินั่นเอง แท้จริงแล้วฮิเดโนริเป็นลูกครึ่งมนุษย์และปีศาจจิ้งจอก พ่อของฮิเดโนริรักกับนางปีศาจจิ้งจอกที่ปลอมตัวเป็นหญิงสาวสวย เมื่อฮิเดโนริกำเนิด ทั้งสองก็ทิ้งเด็กชายไว้กับไดซุเกะก่อนที่ผู้เป็นพ่อจะตามคนรักเข้าป่าไปอยู่กับฝูงสุนัขจิ้งจอก ไดซุเกะไม่เคยคิดว่าจะบอกเรื่องนี้ให้กับหลานรู้เพราะอยากให้มันเป็นความลับตลอดกาล แต่เมื่อเลือดปีศาจจิ้งจอกในตัวฮิเดโนริกำลังมีพลังอำนาจเหนือเลือดมนุษย์ ไดซุเกะจึงทำพิธีสักยันต์บนแผ่นหลังของฮิเดโนริ และสอนให้ฮิเดโนริรู้จักควบคุมปีศาจจิ้งจอกให้อยู่ภายใต้การควบคุมของฮิเดโนริ กว่าฮิเดโนริจะทำใจยอมรับกับสิ่งที่ตัวเองเป็นได้ เขาก็อาละวาดใส่ฮิโตชิหลายครั้ง ฮิโตชิตกใจกลัวจึงเข้าไปหลบในห้องของไดซุเกะ แล้วเขาก็เผลอทำตุ๊กตาฮินะรูปผู้หญิงผมยาวผิวขาวซีด ปากเป็นสีแดงตกแตก ทำให้วิญญาณของนางปีศาจหิมะที่ตระกูลโคสึกะกังขังอยู่ในตุ๊กตาฮินะตัวนั้นมานานหลายร้อยปีถูกปลดปล่อยโดยไม่มีใครรู้ นางปีศาจหิมะเป็นเพียงมวลสารไร้รูปกายมันจึงเข้าไปสิงอยู่ในร่างของ ยูกิ เกอิชา สาวแสนสวยที่เป็นทาสความรักของ มาโกะโตะ ชินเอบะ พ่อของริเอะที่ผ่านมามาโกะโตะให้ความหวังกับยูกิจนเธอรักเขาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ยูกิเรียกร้องอยากแต่งงานกับเขา มาโกะโตะรำคาญสุดขีดจึงสั่งเก็บยูกิ ยูกิต้องจบชีวิตด้วยความรักความแค้นไม่ต่างจากที่นางปีศาจหิมะที่เคยรู้สึกมาก่อน นี่เป็นช่องโหว่ที่ทำให้นางปีศาขหิมะสามารถสิงร่างของยูกิได้ แล้วนางปีศาจหิมะที่อยู่ในร่างของยูกิก็กลับมาหามาโกะโตะ พร้อมกับซากศพของลูกน้องของเขาที่เธอสูบกินกิเลสตัวพวกมันจนแห้งกรัง ด้วยความกลัวสุดขีดทำให้มาโกะโตะยอมเป็นทาสรับใช้ ช่วยยูกิตามหาเทพเจ้านกกระเรียนชายที่เธอยังรักหมดหัวใจที่ไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน แล้วยูกิก็ได้พบกับโฮชิอยู่ในงานทานาตะ ยูกิอยากจะเข้าไปหาเขาแต่พลังของเธอยังน้อยเกินไป ทว่า ยูกิยังรู้สึกที่อย่างน้อยก็รู้ว่าเขายังอยู่ในเมืองสึกิและอยู่กับครอบครัวมิยาคาวะ ยูกิคิดไปเองว่าสาเหตุที่เมื่อก่อนโฮชิไม่รับรักเธอ เป็นเพราะเธอเป็นนางปีศาจหิมะน่าเกลียดน่ากลัว แต่ตอนนี้เธออยู่ในร่างของหญิงสาวแสนสวยแล้วโฮชิน่าจะรักเธอได้ ดังนั้นยูกิจึงสั่งให้ริเอะพาคุณย่ามิกิและอาคิระมาที่บ้าน โดยอ้างว่ายูกิอยากจะสั่งคุณย่ามิกิทอกิโมโน เมื่อพบโอกาสยูกิก็จัดการสะกดจิตคุณย่ามิกิคนใกล้ชิดที่สุดของโฮชิให้ทำตามความต้องการของยูกิ ทำให้หลังจากนั้นเป็นต้นมาคุณย่ามิกิก็เอาแต่พูดถึงยูกิให้โฮชิฟัง และยังขอให้โฮชิไปพบกับยูกิอีกด้วย โฮชิมาพบยูกิตามนัดที่ซุ้มอุโมงค์วิสทีเรียเพราะยูกิจงใจให้ตัวเองเหมือนเมียวโจคนรักของโฮชิ แต่โฮชิกลับไม่มีท่าทีอ่อนไหวกับยูกิเลยแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำเขายังเกิดความสงสัยว่ายูกิไม่ใช่คน โฮชิจึงล่อพายูกิไปที่ศาลเจ้าอันเป็นสถานที่ที่ปีศาจเข้าไม่ได้ ยูกิเกือบจะแสดงท่าแท้ของตัวเองออกมาให้โฮชิเห็น แต่เธอก็เอาตัวรอดมาได้ ในงานทานาบาตซึ่งตรงกับวันเกิดของรินดารา รินดาราแปลกใจมากว่าทำไมเธอถึงไม่รู้สึกปวดแสบปวดร้อนที่ปานรูปดาวเหมือนวันเกิดที่ผ่านมา รินดารายอมเล่าเรื่องปานรูปดาวให้โฮชิฟังเพราะเธอไว้ใจเขาอย่างประหลาด โฮชิพูดเป็นในให้รินดาราได้คิดว่าปานรูปดาวอาจจะพอใจที่เธออยู่ในเมืองสึกินี้แล้วก็ได้ รินดารายังไม่เข้าใจที่โฮชิพูดแต่แน่ใจว่าต้องมีอะไร รินดาราพยายามหาคำตอบให้กลับตัวเอง แต่ยิ่งหาเท่าไหร่เธอยิ่งรู้เรื่องประหลาดเกี่ยวกับโฮชิทางด้านฮิเดโนริพยายามทำร้ายรินดาราด้วยการส่งผีไปฆ่าแต่ไม่สำเร็จ เพราะรินดารามีเหรียญเซโมริปกป้อง ฮิเดโนริจึงใช้วิธีเข้าไปทำความรู้จักกับรินดาราเพื่อหาทางทำร้ายเธอ แต่ยิ่งฮิเดโนริอยู่ใกล้รินดารามากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งหลงรักในความน่ารักสดใสของเธอมากขึ้นเท่านั้น จนฮิเดโนริเกิดความรู้สึกลำบากใจที่จะฆ่ารินดารา ฮิเดโนริเกิดเกิดความคิดว่าแค่หาทางไล่รินดาราไปให้พ้นจากเมืองสึกิก็น่าจะพอแล้ว รินดาราได้เห็นรูปถ่ายเมื่อสมัยห้าสิบปีของพ่อสามีของแป้งร่ำ ผู้ที่ปรากฎอยู่ในรูปหน้าตาละม้ายคล้ายท่านชายโฮชิ รินดาราจึกวางแผนให้ท่านขายไปพบกับพ่อสามีของแป้งร่ำ จนรินดารารู้ว่าท่านชายโฮชิคือผู้ชายในรูปจริง ๆ แต่หน้าตาของท่านชายไม่เปลี่ยนแปลงไปเลย รินดาราจึงแน่ใจแล้วว่าเรื่องล่ำลือเกี่ยวกับชายหนุ่มที่อยู่บนหอคอยของคฤหาสน์มิยาคาวะก็คือท่านชายโฮชิด้านทางฮิเดโนริรู้เรื่องว่าฮิโตชิแอบหนีไปเล่นกับอายูมิที่คฤหาสน์มิยาคาวะอยู่บ่อยๆ ฮิเดโนริเรียกฮิโตชิมาลงโทษและกักขังเอาไว้ในตุ๊กตาฮิะ แต่ ไอ บังเอิญไปพบเข้าแล้วทำตุ๊กตาฮินะแตก ฮิโตชิหลุดออกมาหาอายูมิ และได้รับการปกป้องจากท่านชายโฮชิ ทำให้ฮิเดโนริได้เจอกับท่านชายโฮชิแล้วรู้ว่าผู้ชายคนนี้ไม่ธรรมดา ซึ่งขณะเดียวกันนั้นไดซุเกะรับรู้แล้วว่านางปีศาจหิมะหลุดออกไปจากตุ๊กตาฮินะ ไดซุเกะรีบทำพิธีเรียกมันกลับมา แต่มันกลับมาในสภาพของมนุษย์สาวสวยชื่อยูมิ ไดซุเกะจะจัดการกักขังปีศาจหิมะเอาไว้เหมือนเดิม แต่นางปีศาจหิมะที่อยู่ในร่างของยูกิโพล่งออกมาว่า เธอรู้ว่าตอนนี้เทพเจ้านกกระเรียนอยู่ที่ไหนและเธอจะขอให้แก้แค้นเทพเจ้านกระเรียน เพื่อแก้แค้นให้เธอและให้เทพเจ้าจิ้งจอกที่ต้องสลายไป เพราะฝีมือของเทพเจ้านกกระเรียน เมื่อฮิเดโนริรู้เรื่องเข้าจึงกระจ่างแล้วว่าท่านชายโฮชิเป็นเทพเจ้าจริง ๆ ไดซุเกะจึงยอมปล่อยนางปีศาจหิมะโดยไม่รู้เลยว่าทั้งหมดนั้นเป็นแผนการณ์ของนางปีศาจหิมะ นางปีศาจหิมะที่อยู่ในร่างของยูจิหลอกใช้พลังของไฮซุเกะแล้วถ้าทุกอย่างสมหวัง เธอจะจัดการกับไดซุเกะเป็นคนแรก เมื่อได้รับความช่วยเหลือจากไดซุเกะจนมีพลังกลับคืนมา นางปีศาจหิมะที่อยู่ในร่างของยูกิก็ กลับไปพบกับโฮชิที่คฤหาสน์มิยาคาวะ ยูกิอ้างไปว่าที่หายหน้าไปหลายวันเพราะมีธุระส่วนตัว โฮชิจึงไม่สงสัยอีกแล้วว่าโฮชิมีอาการเป็นห่วงผู้หญิงที่ชื่อรินดารามากเป็นพิเศษ จึงอยู่รอพบหน้ารินดารา เมื่อพบหน้ายูกิยังไม่รู้ว่ารินดาราเป็นส่วนหนึ่งของเมียวโจ ยูกิรู้แต่ว่ารินดาราสวยเหลือเกิน ประกอบกับสายตาของโฮชิยามมองรินดาราช่างอ่อนหวานอ่อนโยนจนเธอนึกอิจฉาอยู่ในใจ ยูกิจึงตัดสินใจจะทำอะไรบางอย่างกับรินดารา นางปีศาจหิมะในร่างยูกิหลอกล่อรินดาราเพื่อฆ่า แล้วนางปีศาจหิมะจะสิงเข้าไปอยู่ในร่างของรินดาราเสียเอง แต่นางปีศาจหิมะทำไม่ได้ง่ายๆ เพราะจิตของรินดาราไม่ได้บอบช้ำเพราะความรักเหมือนอย่างยูกิ แล้วอาคิระกับโฮชิก็มาช่วยรินดารา รินดาราตกอยู่ในสภาพแย่มากจากพลังอำนาจประหลาด โฮชิจึงตัดสินใจคืนร่างเป็นเทพเจ้านกกระเรียนเพื่อช่วยรินดารา ทำให้รินดารากระจ่างแล้วว่าโฮชิไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา แต่เป็นเทพเจ้านกกระเรียนตามตำนานในนิทาน เท่านั้นยังไม่พอมิกิยังพารินดาราขึ้นไปดูกิโมโนโฮชิบนหอคอยเพียงแค่รินดารายื่นมือไปแตะลายปักรูปนกกระเรียนบนกิโมโน ภาพความจำว่าเธอเป็นส่วนหนึ่งของเมียวโจก็ปรากฎขึ้นในหัว รินดาราได้คำตอบแล้วว่า เธอเกิดมาเพื่อช่วยส่งท่านชายโฮชิกลับสวรรค์ โดยต้องตามหาขนนกกระเรียนทองคำแล้วนำมาปักบนกิโมโนให้สำเร็จ แต่ทั้งหมดนี้อาคิระยังไม่รู้เรื่อง รินดาราเริ่มหน้าที่ของตัวเองด้วยการหาข้อมูลของขนนกกระเรียนทองคำ รวมทั้งถามกับ แฮโรลด์ เจ้าของสถาบันอาภรณ์แห่งเอเชียผู้โด่งดังที่มาขอกิโมโนของตระกูลมิยาคาวะไปจัดแสดงในงาน แต่แฮโรลด์ไม่เคยได้ยินว่าขนนกกระเรียนทองคำมีจริง ๆ แต่การสนทนาครั้งนั้นทำให้ริเอะได้ยินแล้วนำไปบอกกับยูกิ ยูกิรวบรวมสิ่งที่รู้มาจนแน่ใจว่ารินดาราคือส่วนหนึ่งของเมียวโจที่ลงมาช่วยพาโฮชิกลับสวรรค์ ยูกิสั่งให้ไดซุเกะและฮิเดโนริคอยหาทางขัดขวางไม่ให้รินดาราหาขนนกกระเรียนทองคำเจอ ช่วงนั้นรินดาราไปหาเพื่อนชื่อ เคนจิ ลูกครึ่งญี่ปุ่น-ไทย นักศึกษาปริญญาโทคณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลับเดียวกันกับรินดารา เคนจิกำลังทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับเรื่องสัตว์พิเศษในตำนานของเทพนิยายต่างๆ เช่น ล็อคเนสแห่งทะเลสาปล็อคเนส เยติมนุษย์หิมะแห่งฮิมาลัย ฯลฯ รินดาราถามเคนจิเรื่องนกกนกระเรียนทองคำ แต่เคนจิบอกว่ามันเป็นสิ่งที่หายากมาก ร้อยปีถึงวจะมีกำเนิดสักครั้ง ความหวังที่จะช่วยโฮชิของรินดาราดูจะริบหรี่เหลือเกิน แต่แล้วก็เหมือนฟ้าดลใจ เมื่อเคนจิเดินทางมาหารินดาราที่คฤหาสน์มิยาคาวะว่าได้คุยกับ ป้าอัง ญาติของเคนจิที่อยู่เมืองไทยมีขนนกกระเรียนทองคำ และป้าอังก็ยินดีจะมอบขนนกกระเรียนทองคำให้รินดารา และที่ผ่านมาป้าอังฝันว่ามีผู้หญิงมาบอกว่าให้เก็บขนนกกระเรียนนี้ไว้ สักวันพวกเขาจะมารับ ป้าอังเชื่อว่าต้องเป็นรินดารา เพราะผู้หญิงในฝันหน้าเหมือนรินดาราไม่มีผิด รินดารานำเรื่องนี้ไปเล่าให้ย่ามิกิและท่านชายโฮชิฟังโดยไม่รู้ตัวว่าอาคิระกำลังแอบฟังเรื่องทั้งหมดอยู่ อาคิระก็เลยรู้ความจริงทั้งหมด และเขาก็ยินยอมที่จะร่วมมือช่วยปลดปล่อยท่านชายโฮชิกลับคืนสู่สวรรค์ ในระหว่างนั้นเองทางเมืองไทยก็ส่งข่าวมาว่าพ่อของรินดารามีอาการป่วย รินดาราและอาคิระจึงตัดสินใจเดินทางไปหาป้าอังพร้อมกับเคนจิที่เมืองไทย เพื่อตามหาขนนกกระเรียนและเพื่อรักษาอาการของพ่อ แต่ถึงกระนั้นไอก็ยังขอติดตามไปดูเส้นไหมที่เมืองไทยด้วย หากความจริงแล้วไอไปตามคำสั่งของฮิเดโนริ ไอรักฮิเดโนริมากแล้วความรักนี้ทำให้ไอมองไม่ออกว่าฮิเดโนริกำลังหรอกใช้เธอรินดารากับอาคิระเดินทางไปเมืองไทยด้วยกัน อาคิระได้เห็นสภาพความเป็นอยู่ของรินดารา ได้เห็นถึงการสู้ชีวิตของหญิงสาวทำให้อาคิระเข้าใจรินดารามากขึ้น ขณะเดียวกันรินดาราก็ได้เห็นมุมอ่อนโยน ความมีน้ำใจของอาคิระที่ปฏิบัติต่อทุกคนในครอบครัวของเธอ ทำให้ความรักก่อเกิดขึ้นในใจของทั้งสองแบบเงียบๆ แต่ทั้งสองยังไม่สามารถคิดสิ่งใดได้ ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือการตามหาขนนกกระเรียนทองคำจากญาติของเคนจิ ขณะเดียวกัยรู้ว่ายูกิไม่ใช่คนอย่างที่เขาเคยคิดจริงๆ แต่โฮชิไม่แสดงออกมาให้ยูกิรู้ว่าเขารู้ความจริง เพราะโฮชิอยากจะช่วยพูดและทำให้นางปีศาจหิมะในร่างยูกิยอมลดกิเลสในใจตัวเอง แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผลเพราะในของนางปีศาจหิมะลุ่มหลงอยู่ในกิเลศมากเหลือเกินทันทีที่รินดารากับอาคิระไปถึงบ้านป้าอัง กลับพบว่าป้าอังเกิดอาการมึนเบลอ จำไม่ได้แม้กระทั่งว่าตนเองมีขนนกกระเรียนทองคำ เพราะความจริงแล้วที่ป้าอังต้องเป็นเช่นนี้เป็นฝีมือของฮิเดโนริที่แอบสะกดรอยตามมา โดยมีไอเป็นนางนกต่อคอยสือความลับอยู่ ดังนั้นไม่ว่ารินดารากับอาคิระจะทำอะไร ฮิเดโนริจะรู้ความเคลื่อนไหวทั้งหมด แต่มีเรื่องที่ไอกับฮิเดโนริไม่รู้คือ ความสามารถพิเศษได้ยินสัตว์พูดรองรินดารา รินดารารู้เรื่องจากแมวป้าอังว่ามีคนปริศนามาทำร้ายป้าอังให้เป็นแบบนี้ และที่สำคัญแมวรู้ด้วยว่าป้าอังเก็บขนนกกระเรียนไว้ที่ไหน แต่รินดาราไม่ยอมบอกเรื่องนี้กับใครแม้กระทั่งอาคิระเพราะรินดาราไม่รู้แน่ชัดว่าใครคือคนปริศนาพวกนั้น รินดารารอจนกลับมาถึงคฤหาสน์มิยาคาวะถึงนำขนนกกระเรียนทองคำของป้าอังออกมา สร้างความดีใจกับย่ามิกิและท่านชายโฮชิเป็นอย่างมาก แต่อาคิระกลับน้ายใจที่รินดาราไม่ไว้ใจเขา ไม่ยอมบอกว่าหาขนนกกระเรียนได้แล้ว รินดาราอธิบายเหตุผลให้อาคิระเข้าใจว่า เธอสงสัยว่ามีหนอนบ่อนไส้อยู่ไกล้พวกเรา แล้วยังไม่ทันขาดคำขนนกกระเรียนทองคำที่ได้มาจากป้าอังก็ถูกมือดีขโมยไปเผาทำลายจนไม่เหลือซาก อาคิระก็เลยวางแผนกับรินดาราสร้างเรื่องขึ้นมาว่ายังมีขนนกกระเรียนทองคำเพื่อล่อมือดีให้ปรากฎตัว จนกระทั่งแผนสำเร็จ ทุกคนมิยาคาวะรู้ว่าไอเป็นสายลับให้โคสึกะมาตลอด ไอกับอาคิระทะเลาะกันอย่างรุนแรงแล้วไอก็หนีออกจากคฤหาสน์มิยาคาวะไปอยู่ที่คฤหาสน์โคสึกะกับฮิเดโนริ อาริคะเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น รินดาราคอยปลอบใจ แล้วความใกล้ชิดก็ทำให้ทั้งสองรู้ใจตัวเองว่ารักอีกฝ่ายเข้าเสียแล้ว แต่ไม่สามารถพูดออกมาได้ เพราะต่างไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไร และอาคิระก็รู้อยู่แก่ใจว่ารินดาราเกิดมาเพื่อช่วยท่านชายโฮชิไม่ใช่เขา แล้วช่วนนั้นเองรินดาราก็ได้พบกับ ฮิเมะ ลูกนกที่พลัดหลงจากแม่และกำลังถูกแมวไล่จับกิน รินดาราช่วยฮิเมะและเลี้ยงดูมันอย่างดี ทางด้านยูกิสั่งให้มาโกะโตะหาเหยื่อมาให้เธอสูบกินกิเลสอีก แต่มาโก๊ะทำไม่ได้เพราะตอนนี้ตำรวจเริ่มตามสืบคดีคนหายไปหลายคน ยูกิโกรธมากจึงสูบกิเลสของมาโกะโตะซะเลย ริเอะเข้ามาเห็นภาพเข้าก็พยายามจะช่วยพ่อแต่ก็ช่วยไม่สำเร็จ มาโกะโตะตายในสภาพที่ไม่ต่างจากเหยือที่เขาหามาให้ยูกิภาพพ่อถูกกินทำให้ริเอะถึงกับเสียสติต้องอยู่โรงพบาบาลด้วยความหวาดกลัว ตอนแรกยูกิจะกินริเอะด้วยแต่ยูกิสัมผัสได้ว่าการที่ริเอะยังมีชีวิตอยู่ในสภาพป่วยเช่นนี้ ความห่วงใยที่อาคิระมีให้ริเอะสร้างความปวดร้าวหัวใจให้รินดารา และเมื่อไหร่ที่รินดาราเจ็บปวดเพราะความรักจนถึงขีดสุด เมื่อนั้นนางปีศาจหิมะจะสามารถสิงร่างของรินดาราได้ ยูกิจึงปล่อยริเอะเอาไว้ก่อน แต่ท่านชายโฮชิรู้ทันแผนของยูกิ เขาจึงพยายามทำให้รินดารากับอาคิระเข้าใจกัน แม้ว่าหัวใจของเขาจะเจ็บปวดเหลือเกินที่ต้องทนเห็นรินดารารักกันกับอาคิระ ยูกิอยากให้อาคิระกับรินดาราเข้าใจผิดกัน จึงวางแผนกันฮิเดโนริให้จับตัวอายูมิไปลักซ่อน ฮิเดโนริใช้ให้ผีเด็กฮิโตชิที่เขาเพิ่มจับมาใหม่ได้อีกครั้งให้ทำงานนี้ ฮิโตชิยอมทำเพราะเด็กชายโกรธที่อายูมิกลับเขา ฮิโตชิล่ออายูมิมาได้สำเร็จ แล้วยูกิก็สร้างเรื่องว่าทั้งหมดนี้เป็นเพราะความประมาทของรินดารา อายูมิจึงหายตัวไป แต่มันก็ไม่ได้เป็นไปตามแผนของยูกิ เพราะท่านชายโอชิบอกให้อาคิระเข้าใจเสียก่อนว่าเรื่องนี้มีตัวไป แต่มันก็ไม่ได้เป็นไปตามแผนของยูกิ เพราะท่านชายโฮชิบอกให้อาคิระเข้าใจเสียก่อนว่าเรื่องนี้มีเบื้องลึกเบื้องหลังมาจากนางปีศาจหิมะ อาคิระกับรินดาราจึงไม่เข้าใจผิดกันแต่ช่วยกันตามหาอายูมิ แต่ก็ยังหาไม่พบ ทางด้านโฮชิออกไปพบกับยูมิเพื่อเจรจาให้ปล่อยอายูมิ แต่ยูกิกลับใช้อายูมิเป็นเครื่องมือต่อรองให้โฮชิยอมให้โอกาสเธอ เธอจะทำให้โฮชิรักเธอให้ได้ แต่โฮชิปฏิเสธเพราะยูกิยังไม่รู้จักความรักที่แท้จริงแล้วจะรักใครได้อย่างไร สร้างความโกระแค้นให้ยูกิ ยูกิจึงขู่เอาไว้ว่าจะถล่มเมืองสึกิอีกครั้ง โฮชิได้แต่เก็บเรื่องนี้ไว้ในใจตามลำพัง เพราะตอนนี้ทุกคนกำลังเป็นห่วงอายูมิที่หายตัวไป จนกระทั่งรินดาราตามกาอายูมิพบจากความช่วยเหลือของฮิโตชิที่กลับใจมาช่วยเพื่อนรัก หลังจากที่รู้ว่าแท้จริงแล้วอายูมิไม่เคยรังเกียดเขาเลย เธอแค่ตกใจในครั้งแรกที่รู้เรื่องว่าฮิโตชิไม่ใช่คนเท่านั้นเอง แล้วเหตุการณ์ครั้งนั้นก็ทำให้อายูมิกลับมาเดินได้อีกครั้ง โฮชิจึงตอบแทนน้ำใจของฮิโตชิด้วยการปลดปล่อยเด็กน้อยให้ไปผุดไปเกิด ทางด้านยูกิก็กลับไปสั่งให้ไดซุเกะร่วมมือกับเธอถล่มเมื่อสึกิ แต่ไดซุเกะยังไม่ทำเพราะป่วยหนัก ยูกิโกรธก็เลยทำร้ายไดซุเกะพร้อมกับพูดให้เขารู้ความจริงว่า พวกโคสึกะเข้าใจผิดมาโดยตลอด แล้วยูกิก็สูบกิเสลในตัวไดซุเกะ วิญญาณของไดซุเกะที่มีความรู้สึกผิดต่อเทพเจ้านกกระเรียนจึงไปหาฮิเดโนริแล้วเล่าความจริงให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้น ทำให้ฮิเดโนริเข้าใจทุกอย่างและมีความโกรธแค้นนางปีศาจหิมะมาก เขายอมไปปรับความเข้าใจกับพวกมิยาคาวะและขอให้ทุกคนยกโทษให้ไอ อาคิระและย่ามิกิก็เลยยอมให้อภัยไอต่อมายูกิถล่มเมืองสึกิเหมื่อนเมื่อสี่ร้อนปีที่แล้วเพื่อหวังให้ผู้คนในเมืองล้มตายและจะฆ่ารินดารา อาคิระ โฮชิ และฮิเดโนริร่วมมือกับช่วยรินดาราและทำร้ายนางปีศาจหิมะกันอย่างยากลำบาก เพราะพลังของนางปีศาจหิมะมากเหลือเกิน แต่สุดท้ายความสามัคคีและหัวใจที่รักรินดาราก็ทำให้ทั้งสามชายช่วยกับปราบปีศาจหิมะได้สำเร็จ เมื่อจัดงานศพของไดซุเกะเสร็จเรียบร้อย ฮิเดโนริก็กลับไปปอยู่ในป่ากับฝูงสุนัขจิ้งจอก เพราะการต่อสู้กับนางปีศาจหิมะครั้งนั้นทำให้เขาไม่สามารถควบคุมพลังของปีศาจสุนัขจิ้งจอกในตัวเองได้อีก และเกรงว่าตัวเองจะทำร้ายมนุษย์ด้วยพลังของปีศาจในตัว ฮิเดโนริจึงยอมทั้งทุกอย่างทั้งตระกูลโคสึกะและไอผู้หญิงที่รักเขาสุดหัวใจ แม้ไอจะพยายามดึงตัวเขาไว้โดยบอกเรื่องที่เธอกำลังท้องกับเขา แต่ฮิเดโนริก็ต้องจากไปพร้อมกับคำสัญญาว่าสักวันจะกลับมาหาเธอกับลูกการต่อสู้ครั้งนั้นก็ทำให้ท่านชายโฮชิบาดเจ็บสาหัส เขาต้องรีบกลับสวรรค์เร็วที่สุด แต่ยังกลับไม่ได้เพราะไม่มีขนนกกระเรียนทองคำ แม้ว่ารินดาราจะเพิ่มค้นพบว่าฮิเมะเป็นลูกนกกระเรียนทองคำ แต่ฮิเมะก็เด็กจนกว่าจะทำขนมาปักชุดได้ ทุกคนมองไม่เห็นทางออกว่าจะเอาขนนกกระเรียนที่ไหนมาปักกิโมโนโฮชิจนกระทั่งแม่ของฮิเมะบินตามหาฮิเมะจนพบแล้วรับรู้ถึงความมีน้ำใจของรินดารา แม่ของฮิเมะก็เลยตอบแทนด้วยการผลัดขนสีทองของตัวเองให้รินดารานำไปปักชุดกิโมโนโฮชิจนสำเร็จ แต่ก่อนที่โฮชิจะสวมใส่กิโมโนโฮชิเพื่อกลับสู่สวรรค์ โฮชิรู้ว่ารินดารามีบางอย่างที่ยังติดค้างอยู่ในใจระหว่างความรู้สึกของเธอที่มีต่อโฮชิและมีแต่อาคิระ โฮชิจึงนัดให้ทั้งสองนัดพบปรับความเข้าใจกันที่สวนวีสทีเรีย จนรินดารากับอาคิระเข้าใจกันและยอมสารภาพความรักต่อกัน ริเอะถึงแน่ใจแล้วว่าตัวเองหมดสิทธิ์ในตัวอาคิระอีกต่อไป เธอจึงบินกลับไปใช้ชีวิตอยู่ที่ฝรั่งเศสไม่มายุ่งกับความรักของอาคิระและรินดาราอีกเลย โฮชิจึงกลับสู่สวรรค์ได้อย่างสุขใจเวลาผ่านไป อาคิระพารินดารามาฝากท้องที่โรงพยาบาลในเมือง แล้วรินดาราก็เพิ่งหันไปเห็นผู้ชายที่เดินสวนกัน ชายคนนั้นมีใบหน้าที่ดูอบอุ่นเป็นมิตร เขาก้มหัวแล้วยิ้มทักทายให้กับอาคิระและรินดาราอย่างยินดีปรีดาที่ได้เห็นทั้งคู่มีความสุข ก่อนที่เขาจะเดินหายไปในฝูงชน ใบหน้าของเขาและดวงตาสีเขียวช่างละม้ายคล้ายกับท่ายชายโฮชิเหลือเกิน ติดตามชม ละครกลกิโมโน ได้ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครกลกิโมโน เริ่มตอนแรกวันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน 2558 รายชื่อนักแสดงนำ ธงไชย แมคอินไตย์ รับบท ท่านชายโฮชิ อารยา เอ ฮาร์เก็ต รับบท รินดารา (ฮิคาริ) ภูภูมิ พงศ์ภาณุ รับบท อาคิระ มิยาคาวะ นัฐฐพนท์ ลียะวณิช รับบท ฮิเดโนริ โคสึกะ ณัฐริกา ธรรมปรีดานันท์ รับบท ยูกิ/นางปีศาจหิมะ จินตรา สุขพัฒน์ รับบท มิกิ มิยาคาวะ ดิลก ทองวัฒนา รับบท ไดซุเกะ โคสึกะ ด.ญ.กุลฑีรา ยอดช่าง รับบท อายูมิ มิยาคาวะ มิณฑิตา วัฒนกุล รับบท ไอ มิยาคาวะ อริสา ทองบริสุทธิ์ รับบท ริเอะ ชินเอบะ อภินันท์ ประเสริฐวัฒนกุล รับบท มาโกะโตะ ชินเอบะ ด.ช.ณัฐพัชร์ นิมจิรวัฒน์ รับบท ฮิโตชิ หนูอิมอิม ก้าวมหัศจรรย์ รับบท แป้งร่ำ ธงธง มกจ๊ก รับบท เกียว อณูวรรณ ปรีญานนท์ รับบท เคโกะ ธัญญา รัตนมาลากุล รับบท นานะ อัศนัย เทศทะวงศ์ รับบท นารุตะ กรกฎ ธนภัทร รับบท อัตสุโอะ ทูน หิรัญทรัพย์ รับบท สุรินทร์ สุปราณี เจริญผล รับบท ดวงดาว วิศรุต หิมรัตน์ รับบท เริงตะวัน นารา เทพนุภา รับบท เรืองนภา

เตรียมตัวรับสงครามยักษ์ไททัน ในทีเซอร์แบบซับไทยจาก Attack on Titan
anime /  Attack on Titan / 

เตรียมเข้าฉายในไทยกันอย่างไม่ต้องรอช้า สำหรับหนังที่สร้างมาจากมังงะชื่อดังอย่าง Attack on Titan ที่ทีเซอร์ พาร์ท 1 ของหนังตอนนี้มีซับไทยออกมาให้ชมกัน ซึ่งตอนนี้ตัวหนังวางกำหนดฉายในไทยไว้วันที่ 27 สิงหาคม ก่อนที่ พาร์ท 2 จะตามมาติดๆ ซึ่งในทีเซอร์แบบซับไทยตัวนี้เราก็ได้เห็นชื่อไทยจากหนังกันด้วย โดยใช้ชื่อเดียวกับหนังสือการ์ตูนว่า ผ่าพิภพไททัน นั่นเองครับ โดยหนังเป็นผลงานการกำกับของ ฮิกูชิ ชินจิ และนำแสดงโดย ฮารุมะ มิอุระ, กิโกะ มิซูฮาระ, คานาตะ ฮอนโกะ, ซาโตมิ อิชิฮาระ และ นานามิ ซากุระบะ ซึ่งจากทีเซอร์แรกแล้ว แฟนๆพอใจกันขนาดไหน สามารถแชร์ความเห็นกันได้ แล้วรอไปดูหนังเต็มๆกันสิงหาคมนี้

ตร.จ่อหมายจับอีก3 แก๊งบึ๊มศาล เร่งขยายผลล่าผู้สั่งการ
นครบาล /  ระเบิดศาลอาญา / 

ตำรวจนครบาลเตรียมส่งสำนวนคดีระเบิดให้อัยการสูงสุดร่วมพิจารณา ขณะเตรียมเสนอศาลอนุมัติหมายจับระดับสั่งการเพิ่มอีก 3 คน วันนี้ (31 มี.ค.) พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวถึงความคืบหน้าคดีคนร้ายปาระเบิดใส่ลานจอดรถ ศาลอาญารัชดา เมื่อวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมาว่า ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องในคดีเพิ่มเติม 3 คน คาดว่าจะมีความชัดเจนในสัปดาห์นี้ ส่วนการสรุปสำนวนคดีจะต้องใช้ระยะเวลาอีกสักระยะ พร้อมประสานอัยการสูงสุดเข้ามาดูแลสำนวนคดี เนื่องจากมีการสั่งการวางแผน และร่วมทำผิดในต่างประเทศ คาดว่าทางอัยการสูงสุดจะส่งผู้แทนที่รับผิดชอบคดีนี้ ได้ภายในสัปดาห์หน้า โดยเฉพาะการขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้องในระดับสั่งการ ทั้งนี้มีรายงานว่า ตำรวจพบข้อมูลภาพถ่าย ผู้ต้องหาคนสำคัญ คือ นายมนูญ ชัยชนะ หรือ อเนก ซานฟราน ถ่ายภาพร่วมกับนักการเมืองชื่อดัง รวมไปถึงแกนนำคนเสื้อแดง ในเฟสบุ๊คส่วนตัว ของนางสาวณัฏฐิดา มีวังปลา หรือแหวน หนึ่งในผู้ต้องหาที่จับกุมก่อนหน้านี้ โดยจะให้พนักงานอัยการในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนเป็นผู้พิจารณาอีกครั้ง ว่าจะต้องดำเนินคดีบุคคลใดเพิ่มเติมบ้าง ส่วนผู้ต้องหา 3 คนที่ตำรวจจะออกหมายจับเพิ่มเติมนั้น มีรายงานว่าเป็นระดับปฏิบัติการ คือ นายธรรเทพ มิตรอารักษ์ บุตรชาย นางสาวพร มิตรอารักษ์  นายวิทย์ ไม่ทราบชื่อสกุลจริง และบุคคลไม่ทราบชื่ออีก 1 คน สำหรับคดีนี้ ศาลอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาแล้วจำนวน 19คน จับกุมดำเนินคดีได้ 16คน และอยู่ระหว่างหลบหนี 3คน คือ นายมนูญ ชัยชนะ หรือ อเนก ซานฟราน นายวิระศักดิ์ โตวังจร และนายธนาวุฒิ อภินันท์ถาวร ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักข่าวไทย MThai News

10 เรื่องโกหก วันเอพริลฟูลเดย์ ที่โด่งดังในต่างประเทศ
ต่างประเทศ /  วันโกหก / 

ต้อนรับเดือนเมษายน กับเรื่องราวของวันที่ 1 วันแห่งการโกหก เพื่อนๆ เคยสงสัยไหมว่า? วันเมษาหน้าโง่ หรือ วันเอพริลฟูลเดย์ April Fool's Day มีต้นกำเนิดมาจากไหน  และทำไมต้องมีวันโกหกเกิดขึ้น มีเพื่ออะไร วันนี้เราจะมาติดตามคำตอบกันค่ะ... ทำไมต้องวันเมษาหน้าโง่ หรือ วันเอพริลฟูลเดย์ ทำไมต้องวันเมษาหน้าโง่ หรือ วันเอพริลฟูลเดย์ ต้นกำเนิดวันเมษาหน้าโง่ วันเมษาหน้าโง่มีเทศกาลฮิลาเรียของโรมัน ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 25 มีนาคม และเทศกาลคนโง่ในสมัยกลาง จัดขึ้นวันที่ 28 ธันวาคม และยังคงเป็นวันที่มีการเล่นตลกอยู่ในประเทศที่พูดภาษาสเปน ใน ตำนานแคนเตอร์บรี ของชอเซอร์ "ตำนานของแม่ชีของพระ" (Nun's Priest's Tale) ซึ่งเรื่องมีขึ้น "Syn March bigan thritty dayes and two" นักวิชาการสมัยใหม่เชื่อว่ามีความผิดพลาดในการทำสำเนาในเอกสารเขียนต้นฉบับเท่าที่มีอยู่ และชอเซอร์แท้จริงแล้วเขียนว่า "Syn March was gon" ดังนั้น วลีนี้เดิมจึงหมายถึง 32 วันหลังเดือนเมษายน คือ 2 พฤษภาคม วันครบรอบการหมั้นระหว่างสมเด็จพระเจ้าริชาร์ดที่ 2 แห่งอังกฤษกับแอนน์แห่งโบฮีเมีย ซึ่งเกิดขึ้นใน ค.ศ. 1381 แต่ผู้อ่านกลับเข้าใจผิดว่าวลีนี้หมายถึง "32 มีนาคม" หรือ 1 เมษายน ในตำนานของชอเซอร์ ไก่ตัวผู้ที่หลงตัวเองถูกสุนัขจิ้งจอกตบตา ในสมัยกลาง วันขึ้นปีใหม่เฉลิมฉลองกันในวันที่ 25 มีนาคมในเมืองยุโรปส่วนมาก ในบางพื้นที่ของฝรั่งเศสเป็นวันหยุดนานหนึ่งสัปดาห์ที่สิ้นสุดลงในวันที่ 1 เมษายน นักเขียนจำนวนมากเสนอว่า วันเมษาหน้าโง่ถือกำเนิดขึ้นเพราะผู้ที่เฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่ในวันที่ 1 มกราคม ล้อคนที่เฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่วันอื่น การใช้วันที่ 1 มกราคมเป็นวันขึ้นปีใหม่นั้นพบทั่วไปในฝรั่งเศสเมื่อถึงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 16 และวันนี้ได้รับมาอย่างเป็นทางการใน ค.ศ. 1564 โดยกฤษฎีการูสิยอง (Edict of Roussillon) นอกจากนี้วันโกหกไม่จำเป็นต้องจัดในวันที่ 1 เมษายนเท่านั้น ในประเทศเม็กซิโก และสเปน จัดวันนี้ในวันที่ 28 ธันวาคม และเรียกมันว่าวัน Holy Innocents ในวันนี้ต้องระวังให้ดี เพราะมีธรรมเนียมที่ว่าถ้ามีการให้ยืมเงิน จะไม่ได้คืน ส่วนในประเทศเยอรมนี และนอร์เวย์ จัดวันโกหกสองครั้งคือ 1 เมษายน และ 30 เมษายน คราวนี้เราลองมาดู 10 เรื่องโกหก วันเอพริลฟูลเดย์ ที่โด่งดังในต่างประเทศ กัน 1. The Taco Liberty Bell - 1996: บริษัท The Taco Bell Corporation ประกาศว่าจะซื้อระฆังประกาศอิสรภาพของอเมริกาที่ตั้งแสดงอยู่ใน National Historic Park และจะเปลี่ยนชื่อเป็น The Taco Liberty Bell คนจำนวนมากโทรไปต่อว่า Taco Bell ทางบริษัทก็บอกว่า เป็นแค่การล้อเล่น แต่ที่สุดยอดคือ ทำเนียบขาวก็ติดต่อไปถามด้วยน่ะ 2.UFO Lands in London - 1989: วันที่ 31 มีนาคม 1989 คนจำนวนมากที่ขับรถอยู่บนไฮเวยนอกลอนดอนเห็นจานบินบินผ่านและจอดรถดู และคนจำนวนมากมายในลอนดอนก็เห็นเช่นกัน จานบินจอดลงที่ทุ่งชานเมืองลอนดอน ชาวบ้านแถวนั้นเรียกตำรวจและแจ้งว่าเอเลียนบุกแล้ว เมื่อตำรวจมาถึง เจ้าหน้าที่ผู้กล้าหาญก็เข้าไปเปิดประตูจานบินท่ามกลาวอังกฤษมุง มีร่างเล็กๆ สีเงินโผล่ออกมา ทำเอาตำรวจนายนั้นสะดุ้งโหยงและวิ่งหนี จานบินนั่นคือบอลลูนรูปจานบินของ Richard Branson ประธาน Virgin Records. มนุษย์ต่างดาวนั้นคือสตั๊นแมนแต่งคอสเพลย์ เขาตั้งใจจะเอาบอลลูนจานบินนี้บินโชวในวันที่ April fool และร่อนลงหน้าบริษัทเขา แต่กระแสลมผิดพลาดทำให้มาถึงก่อนเวลา 1 วัน และยังร่อนลงผิดที่ด้วย 3. The Body of Nessie Found (พบศพเนสซี่) 1972: March 31 1972, นักสัตววิทยาจาก Yorkshire's Flamingo Park Zoo ที่กำลังค้นหาเนสซี่ พบร่างสิ่งมีชีวิตลึกลับลอยอยู่ในทะเลสาบเนส มันหนัก 1 ตันครึ่ง ยาว 15 ฟุตครึ่ง และไม่เหมือนสิ่งมีชีวิตใดๆ ที่พวกเขารู้จักเลย นักสัตววิทยาเอาร่างนั้นขึ้นรถตู้และขนไปสวนสัตว์ ตำรวจหยุดรถนั้นไว้และแจ้งข้อหาว่า ผิดกฏหมายที่ เอา "unidentified creatures" ออกจาก Loch Ness. ร่างนั้นถูกยึดไว้และส่งไปตรวจพิสูจน์ สื่อต่างๆ ทำข่าวกันครึกโครม นสพ ลงว่ามันเป็น "ลูกเนสซี่" แต่เมื่อตรวจพิสูจน์แล้ว พบว่ามันคือแมวน้ำช้าง จากแอตแลนติก วันรุ่งขึ้น John Shields เข้าหน้าที่สวนสัตว์ Flamingo Park ออกมาบอกว่า ศพแมวน้ำช้างนั่นเป็นของเขาเอง มันตายที่สวนสัตว์อื่น แล้วเขาขอมา เขาตัดแต่งขาแมวน้ำให้เป็นครีบเหมือนเนสซี่ แต่งหน้าให้ไม่เหมือนแมวน้ำ เอาก้อนหินเย็บใต้ผิวหนังให้เป็นปุ่มนูน แล้วแช่แข้งไว้ 1 อาทิตย์ จากนั้นเอาไปโยนลงทะเลสาบเนสในวันก่อน Apri lfool 1 วันเพื่อแกล้งเพื่อน ! ที่เป็นโอตาคุเนสซี่ เขากะจะให้มาขำกลิ้งที่สวนสัตว์ แต่ตำรวจดันสกัดไปเลยไม่ขำ 4. สถานีรู้ว่า ณ ขณะนี้มีผู้ชมอยู่หน้าจอทั้งหมดกี่คน และยังบอกให้ผู้ชมใส่เหรียญไปที่หน้าจอโทรทัศน์เพื่อที่จะชมรายการทีวี 5. ในปี 2005 ทางองค์การ NASA ได้พาดหัวที่หน้า website ของตัวเองว่าได้พบน้ำบนดาวอังคาร ซึ่งเมื่อคลิกเข้าไปก็พบภาพแก้วน้ำ วางอยู่บขนมยี่ห้อ Mars 6. Pizza Hut เปลี่ยนเป็น Pasta Hut ในโฮมเพจของ Pizzahut.com 7. BMW ประกาศเทคโนโลยีใหม่ที่ใช้ป้องกันสุนัขฉี่ใส่รถ โดยการปล่อยกระแสไฟฟ้าตอบกลับเพื่อช๊อคเจ้าตูบที่กำลังปลดทุกข์อยู่ 8. The Sydney Iceberg ภูเขาน้ำแข็งบุกซิดนีย์ 1978: ก้อนน้ำแข็งขนาดมหึมาลอยเข้าในอ่าวซิดนีย์ ในตอนเช้าวันเอพริลฟูล Dick Smith มหาเศรษฐีผู้ชื่นชอบการผจญภัย ประกาศว่านี่เป็นฝีมือของเขาเอง เขาเดินทางไปที่แอนตาร์กติกเพื่อสกัดภูเขาน้ำแข็งนี้ออกมา และลากจูงมาที่นี่ น้ำแข้งนี้แข็งมาเป็นพันๆ ปี น้ำข้างในมีความบริสุทธ์สูงมาก เอามาดื่มกินโคตรอร่อย เขาจะสกัดขายเป็นก้อนๆ ก้อนละ 10 เซ็นต์ สื่อต่างๆ ให้ความสนใจเป็นอันมากและรายงานการนำ "ภูเขาน้ำแข็ง" มาซิดนียอย่างชอตต่อชอต แต่เมื่อมันถูกลากจูงเข้าในท่าเรือ ฝนก็ตกลงมา ทำให้โฟมและครีมโกนหนวดที่ฉาบอยู่ถูกล้างออกไป เผยให้เห็นพลาสติกสีขาวที่ขึงบนโครงเหล็ก ไม่รู้ว่า Dick จะเล่นมุขหรือจะหลอกหาสตางค์กันแน่ 9. Bombs Away! (ระเบิด!) 1915: April 1, 1915 ระหว่าง World War I นักบินฝรั่งเศสบินเหนือค่ายทหารเยอรมัน แล้วทิ้งระเบิดลูกใหญ่ลงไปกลางกลุ่มทหาร ทหารเยอรมันกระจายกันออก และพบว่ามันไม่ระเบิด จนเมื่อทหารคนหนึ่งตรวจดูระเบิด เขาพบว่ามันเป็นลูกฟุตบอลทาสีดำที่มีโน้ตติดไว้ว่า "April Fool!" 10. The Derbyshire Fairy 2007: ปลายเดือนมีนาคม 2007, ภาพแฟรี่ประหลาดที่แห้งเป็นมัมมี่ถูกโพสต์ลงบนเว็ปของ Lebanon Circle Magik Co. และอธิบายว่าซากนี้พบโดยชายชราคนหนึ่งที่พาหมาไปเดินเล่นแถบ Derbyshire เรื่องนี้ถูกส่งต่อๆ ไปทั่วอินเตอร์เนต มีคนเขียนบล็อกเรื่องนี้มากมาย และมีพยานรายงานว่าเห็นเจ้าตัวนี้เป็นๆ ด้วยอีกต่างหาก ในวันที่ 1 เมษา Lebanon Circle มีผู้เข้ามาชมเป็นหมื่นคน และได้รับเมลหลายร้อยฉบับ วันรุ่งขึ้น Dan Baines เจ้าของเว็ป ได้ออกมาบอกว่า มันเป็นของปลอม เขาได้ใช้เทคนิกพิเศษในการทำมันขึ้นมา Baines บอกในภายหลังว่า แม้เขาจะแถลงไปแล้วว่า "มันเป็นของปลอม" แต่เขาก็ยังได้รับเมลจำนวนมากทุกๆ วันที่เขียนมาบอกเขาว่า มันไม่ใช่ของจริง!! ซึ่งนอกจากนี้ยังมีเรื่องโกหกของต่างประเทศอีกเกือบ 100 เรื่อง สามารถเข้าไปอ่านต่อที่นี่ และขอฝากให้เพื่อนๆ ระวังในการเลือกเรื่องที่จะโกหกด้วยนะคะ และก็ควรจะเฉลยก่อนหมดวัน มิเช่นนั้นคุณจะกลายเป็นคนไม่น่าไว้ใจไปตลอด ภาพและข้อมูล : wikipedia, hoaxes.org, pantip

20 ดารา-ไอดอลเกาหลีสมัยชุดนักเรียน
Big Bang /  SNSD / 

อยากรู้ไหมว่า ช่วงวัยเด็กของเหล่าดารา นักร้อง ไอดอลเกาหลี เนี่ยจะหน้าตาน่ารักกันขนาดไหน วันนี้ทีนเอ็มไทยเลยนำภาพ 20 ดารา-ไอดอลเกาหลีสมัยชุดนักเรียน มาฝากเพือนๆ กันค่ะ หน้าตาจะเปลี่ยนไป อ้วนขึ้น ผอมลง หรือสวย-หล่อกันขนาดไหน ตามไปดูกันเลย ^^ 20 ดารา-ไอดอลเกาหลีสมัยชุดนักเรียน นานะ (Nana) - After School ผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลกของการจัดอันดับประจำปี 2014 ลีมินโฮ (lee min ho) ซูจี (Suzy) - miss A หวานใจคนล่าสุด ของ ลีมินโฮ อีจงซอก (lee jong suk) นักร้องสาวสุดฮอต ฮยอนอา (HyunA) วง 4minute จางกึนซอก (jang geun suk) สาวหมวยมีเส่นห์ โซฮี (Sohee) วง Wonder Girls T.O.P วง BigBang ทิฟฟานี่ (Tiffany) วง SNSD (Girls’ Generation)  ซีวอน (Si Won) วง Super Junior ยูอี (UEE) วง After School กาอิน (Ga In) วง BEG (Brown Eyed Girls) ซอนมี (Sunmi) อดีตสมาชิก Wonder Girls ซิ่วหมิน วง EXO  ซอลลี่ (Sulli) วง f(x) คริสตัล (krystal) วง f(x)  จียอน (Jiyeon) วง T-ARA ยุนอา (YoonA) วง SNSD (Girls’ Generation) ไอยู (IU) ฮาร่า (Goo Hara) วง KARA