นารูโตะวายุสลาตัน

ยังไงท่าน!เว็บดังแฉ ช้างศึก อินชอน ถลุงหม่อง8-1คู่แข่งแค่ยู19
pantip.com /  ช้างศึก / 

เกิดเรื่องที่ทำให้แฟนวงการลูกหนังสงสัยในการทำงานของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ขึ้นอีกแล้วหลังจบเกมการแข่งขันที่ ช้างศึก ทีมชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ที่เตรียมทีมสู้ศึกเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 17 “อินชอนเกมส์” ณ เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ ไล่ต้อนเอาชนะ ทีมชาติเมียนมาร์ 8-1 ที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้สมาคมฟุตบอลฯ ได้กางโปรแกรมอุ่นเครื่องของ ช้างศึก ออกมา 3 เกมก่อนที่จะเดินหน้าเข้าแดนกิมจิ เพื่อสู้ศึกใหญ่ ซึ่งโปรแกรมที่ออกมาคือจะพบ เมียนมาร์ (ทุกคนเข้าใจว่าเป็นทีมชาติชุดจากซีเกมส์ หรืออาจจะเป็นทีมชาติชุดสู้ศึกซูซูกิ คัพ) จากนั้นจะซัดกับ ภูเก็ต เอฟซี ทีมแกร่งศึกยามาฮ่า ลีกวัน และปิดท้ายด้วยฟัด ทีมชาติกาตาร์ ชุดเอเชียนเกมส์เช่นกัน ทว่าล่าสุดหลังจาก ช้างศึก เอาชนะ เมียนมาร์ 8-1 ทำให้แฟนบอลเกิดข้อสงสัยว่าทำไม ทีมชาติไทย พบกับ ทีมชาติเมียนมาร์ สกอร์ถึงได้ขาดขนาดนั้น ทั้งที่ ก่อนหน้านี้ได้มีการพูดทำนองว่าอุ่นเครื่อง 3 เกมจะมีทีมแข็งๆ มาอุ่นเครื่อง ทำให้แฟนบอลไทย ไปโพสข้อความบนเว็บไซต์ชื่อดังอย่าง pantip.com ใช้นาม เมาฟรีรักษ์เจ้าพระยา ในหัวข้อ “ไทย U 23 ชนะ พม่า 8-1 จริงๆ แล้วพม่าส่ง ยู19 ไม่ใช่ชุดใหญ่นะครับ” พร้อมกับมีหลักฐานเป็นใบรายชื่อเปรียบเทียบของทีมชาติเมียนมาร์ ที่มาอุ่นเครื่องกับไทย กับ ทีมชาติเมียนมาร์ ชุดคว้าแชมป์ฟุตบอลฉลองเอกราชบรูไน ซึ่งมีรายชื่อถึง 17 คน จาก 20 คน ที่ส่งพบ ช้างศึก พร้อมกับระบุว่า นักเตะ 11 คนแรกของเด็กหม่อง เป็นเยาวชน 19 ปีทั้งหมด และทิ้งท้ายด้วยว่า “ก็สงสัย ทำไมบอลเราจะเตะเอเชียนเกม กลับไปเอาทีมเด็กของเขามาอุ่นเครื่อง แถมยังหมกเม็ด ให้แฟนบอลคิดว่าชุดใหญ่อีก” ขอบคุณที่มา และรูปภาพจาก : pantip.com/topic/32522672

ชวนส่องเบื้องหลังกว่าจะเป็นคิวบู๊ ของ พันนา ฤทธิไกร พร้อมเปิดใจ ทายาทอาจารย์ผู้ล่วงลับ
BIOSCOPE /  Tearjerker Issue / 

นับได้ว่าการจากไปของ พันนา ฤทธิไกร นักแสดง ผู้กำกับ และนักออกแบบคิวบู๊ ผู้เปิดศักราชใหม่ให้วงการหนังแอ็กชันบ้านเรา ย่อมถือเป็นการสูญเสียบุคลากรคนสำคัญของวงการหนังไทย รวมไปถึงวงการหนังของโลกเลยก็ว่าได้ หากแต่สิ่งที่พันนาได้แผ้วถางวางเอาไว้ให้วงการหนังแอ็กชันไทยมาตลอดทั้งชีวิตนั้น ล้วนหาได้สูญเปล่าไม่ แต่มันกลับผลิดอกออกผล จนเป็นรากฐานอันแข็งแรง ในระบบการฝึกฝนและผลิต สตันต์แมนอย่างเป็นมืออาชีพ ไปจนถึงวิธีคิดและออกแบบคิวบู๊ในสไตล์ไทยแท้ออกมาให้โลกประจักษ์ได้สำเร็จ พันนา ฤทธิไกร และเพื่อเป็นการอาลัยและรำลึกถึงคุณูปการที่ พันนา ฤทธิไกร ได้ฝากไว้ นิตยสาร Bioscope ฉบับเดือนสิงหาคม จะพาคุณผู้ชมไปดูเบื้องหลังเล็กๆ น้่อยๆ ว่ากว่าจะเป็นคิวบู๊สุดมัน์ที่คุณผู้ชมได้เห็นนั้น มันเกิดมาจากอะไรบ้าง พร้อมทั้งเปิดใจ เซ้ง กวี ศิริคะเณรัตน์ สตันต์รุ่นบุกเบิก ที่ปัจจุบันไปประสบความสำเร็จในการทำงานร่วมกับกองถ่ายหนังต่างประเทศ, พต บรรพต กิหมื่นไวย์ สตันต์รุ่นสองที่เข้ามาอยู่กับกวี ก่อนจะมาช่วยงานในทีมสตันต์อีกที, ท็อป วีระพล ภูมาตย์ฝน สตันต์รุ่นสี่ที่เข้าในช่วงเริ่มต้น ‘องค์บาก’ และ ตอง กฤษณะ ลาดพันนา ลูกชายเพียงคนเดียวของพันนาเอง ที่เตรียมสานต่องานของพ่อ ที่ล้วนแล้วแต่เป็นผลผลิตของทีม พันนาสตันต์ ที่สืบทอดต่อรุ่นกันมาจนถึงปัจจุบัน เริ่มต้นที่พี่เซ้ง (กวี ศิริคะเณรัตน์) ครับ การทำงานในยุคแรกๆ กับพี่พันนาเป็นอย่างไรบ้าง เซ้ง : ผมเข้ามาทำงานในหนังเรื่องที่สองของพี่พันนาคือ ‘ซิ่งวิ่งลุย’ ตอนนั้น พี่โต (ประพนธ์ เพ็ชรอินทร์ - เพื่อนสนิทของพันนาที่บุกเบิก เพชรพันนาโปรดักชันมาด้วยกัน แต่เสียชีวิตแล้ว) ก็ยังอยู่ บรรยากาศการทำงานตอนนั้นยังลูกทุ่งมากๆ แต่สนุกครับ ทุกอย่างเราทำกันเองหมด ไม่ว่าจะยกรางดอลลี แบกรีเฟล็กซ์ เล่นเองบ้างอะไรบ้าง โดดแม่น้ำชีก็กระโดดจริงๆ ไม่มีเบาะ ไม่มีกล่อง ไม่มีสลิงอะไรทั้งสิ้น เล่นจริงเจ็บจริง ข้อเท้าหักจริง อะไรแบบนี้ ในยุคแรกการฝึกซ้อมต่างๆ ทำกันอย่างไร เซ้ง : หลังจากถ่ายหนังเสร็จ ก็จะมีการซ้อมทุกวันครับ วิ่งไม่ต่ำกว่าวันละ 10 กิโลฯ เช้า-เย็น เพื่อซ้อมคิวบู๊ ซ้อมร่างกายซ้อมยิมนาสติกอะไรแบบนี้ พี่พันนาแกจะเช่าบ้านให้อยู่หลังนึง หลังจากที่แกขายบ้านไปแล้วตอนที่มาสร้างหนัง ‘เกิดมาลุย’ เสร็จแล้วก็ยังไม่มีเงินซื้อบ้าน แกก็ไปเช่าบ้านอยู่ ผมก็ไปอยู่กับแก ตอนนั้น ‘เกิดมาลุย’ ดังแล้วครับ แต่พี่พันนาก็ยังไม่รวยอยู่ดี (หัวเราะ) คนจัดจำหน่ายน่าจะรวยซะมากกว่า พี่พันนาแกไม่เก่งด้านธุรกิจการเงินเท่าไหร่ แต่แกมีใจคิดที่จะทำหนัง แกก็ไปให้คนอื่นจัดจำหน่าย คนอื่นก็ได้ไป ทำงานอยู่กับพี่พันนามานานแค่ไหนแล้ว เซ้ง : ผมอยู่กับพี่พันนา 2 ปี เสร็จแล้วผมก็ย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ มาเป็นครูฝึกคิวบู๊ที่โมเดลลิง แล้วก็ทำหนังกับพวกฮ่องกงอยู่ 7 ปี หลังจากนั้นก็มาทำหนังฮอลลีวูด จนกระทั่งถึงตอนนี้ 27 ปีแล้วครับ แต่ตลอดเวลาก็ยังมีการไปมาหาสู่กันตลอด เวลาพี่พันนาถ่ายหนัง อย่างตอน ‘องค์บาก’ และ ‘ต้มยำกุ้ง 1’ แกก็เรียกผมเข้าไปช่วยทำ หรือแม้กระทั่งเรื่องล่าสุด ‘เร็วทะลุเร็ว’ ผมก็เข้าไปช่วยพี่พันนาทำ หนังแทบทุกเรื่องที่พี่พันนาทำ แกจะเรียกผมเข้าไปช่วยดูแลฉากอันตราย ฉากใหญ่ๆ นอกจากเรื่องทักษะที่ใช้ในการทำงานทุกวันนี้ มีอะไรอีกบ้างที่ได้เรียนรู้จากพี่พันนา เซ้ง : อันดับแรก ถ้าพี่พันนาไม่ขายบ้านมาทำหนัง ป่านนี้ผมก็คงไม่ได้มานั่งอยู่ตรงจุดนี้ ไม่ได้มาเป็นสตันต์แมนที่ฝรั่งรู้จัก ที่ฮอลลีวูดรู้จัก แล้วก็ใช้หลักการเดียวกับแกในต่างประเทศคือ เล่นจริงเจ็บจริง เพราะว่าซีจีเราสู้เขาไม่ได้ เราก็ใช้การเล่นจริงเจ็บจริง แต่เรามีวิธีการเซฟตีของเรา เทคนิคบางอย่างที่สร้างเหตุการณ์อันตรายขึ้นมาให้คนดูเห็น แต่เรามีหลักการเซฟตีที่เราทำแล้วปลอดภัย แม้กระทั่งตอนที่ท็อป (วีระพล ภูมาตย์ฝน) ตกลงบนถนนในเรื่อง ‘เกิดมาลุย’ (2004) ที่รถคอนเทนเนอร์ครูดไปแล้วหัวเกือบโดนล้อเหยียบ ก็ใช้วิธีหล่อโฟมเป็นล้อขึ้นมา ถึงแม้หัวจะเสียบเข้าไปก็ไม่เป็นไร คือถึงแม้จะเสี่ยงตายยังไงก็ไม่อันตราย เซ้ง : ใช่ครับ คือจะมีการคุยกันก่อน คิดวิธีการทำ แล้วก็มีการซ้อม เมื่อคุณซ้อมจนชัวร์แล้วว่าโอเค ทุกอย่างปลอดภัยเราก็ค่อยถ่าย แต่ถ้าเป็นสมัย ‘เกิดมาลุย’ หรือ ‘ซิ่งวิ่งลุย’ จะเอาใจเข้าว่า ตายไม่ตายก็...(หัวเราะ) แต่ก็ยังไม่มีใครเสียชีวิต ในทีมที่อยู่ภายใต้การดีไซน์แอ็กชันของพี่พันนานะครับ มีแค่บาดเจ็บ นี่เป็นแค่ความรู้สึกจาก เซ้ง กวี ศิริคะเณรัตน์ สตันต์รุ่นบุกเบิก เพียงคนเดียวเท่านั้น ติดตามการเผยความรู้สึก และเรื่องราวเบื้องหลังชีวิตของ พันนา ฤทธิไกร ที่คุณอาจยังไม่เคยรู้ จาก พต บรรพต กิหมื่นไวย์ สตันต์รุ่นสอง, ท็อป วีระพล ภูมาตย์ฝน สตันต์รุ่นสี่ และ ตอง กฤษณะ ลาดพันนา ลูกชายคนเดียวของ พันนา ฤทธิไกร ได้ในนิตยาร Bioscope ฉบับเดือนสิงหาคม หน้าปก ใหม่ ดาวิกา น้ำตาแตก ได้แล้ววันนี้ ทุกแผงหนังสือชั้นนำ ------------------------------------------

เก๋งพุ่งชนรั้วกั้นหน้าผาบนภูทับเบิก ตายยกคัน3ศพ
ขับรถตกหน้าผา /  ชนรั้วกั้น / 

สลด! รถเก๋ง พุ่งชนรั้วกั้นหน้าผาบนภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์ ขณะฝนตกและมีหมอกลงจัด เสียชีวิต 3 ราย สภาพรถพังยับ คาด ไม่ชำนาญเส้นทาง ร.ต.ท. กิตติศักดิ์ คำสนิท พนักงานสอบสวน สภ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ รับแจ้งเหตุรถยนต์ตกภูทับเบิก ม.16 ต.วังบาน สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัด ที่เกิดเหตุเป็นถนนคอนกรีตกว้างราว 3 เมตร สำหรับให้นักท่องเที่ยวเดินขึ้นมาชมวิว ไม่อนุญาตให้นำรถขึ้นมา เพื่อไปจุดกางเต็นท์ และเป็นจุดชมวิวสูงสุดของภูทับเบิก สูงประมาณ 1,768 เมตร จากระดับน้ำทะเล เป็นหน้าผาสูงเกือบ 200 เมตร พบรั้วไม้กั้นริมหน้าผาถูกชนขาดสะบั้น ส่วนรถที่ประสบเหตุ เป็นรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้าซีวิค สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ษฬ 490 กทม. ตกอยู่ก้นเหวเป็นป่ารกทึบ สภาพรถพังยับเป็นเศษเหล็ก โดยพบศพผู้เสียชีวิตเป็นหญิงไม่ทราบชื่อ 2 ราย ทราบชื่อ 1 ราย คือ น.ส.มะลิจันทร์ อุ่นเพ็ง อายุ 33 ปี และถูกอัดก๊อปปี้ติดคาเบาะคนขับ และเบาะข้างคนขับ นอกจากนี้ ยังพบผู้บาดเจ็บอาการสาหัสเป็นหญิงอีก 1 ราย อายุราว 30 ปี ติดคาอยู่ที่เบาะหลัง ต่อมาเสียชีวิตที่ ร.พ. จากการสอบสวน นายนา ศักดิ์เจริญชัย ผู้ดูแลวิสาหกิจชุมชนภูทับเบิก ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ช่วงเกิดเหตุมีฝนตกและมีหมอกลงจัด รถคันดังกล่าวขับมาจอดที่หน้าวิสาหกิจชุมชนภูทับเบิก ห่างจากจุดเกิดเหตุ 150 เมตร จากนั้นคนเจ็บได้ลงมาสอบถามเรื่องที่พักค้างแรม เมื่อหันมาอีกทีก็พบว่า รถคันดังกล่าวขับตรงมาบริเวณที่เกิดเหตุ ก่อนพุ่งชนรั้วกั้นหน้าผา ตกลงไปเบื้องล่าง เบื้องต้นคาดว่าคนขับอาจไม่ชำนาญพื้นที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้งหนึ่ง

หน่อง ธนา สุดทน คำพูดสิ้นคิด ของแฟนสาว แอน ณัฏฐ์ณัชชา
คำพูดสิ้นคิด /  ณัฏฐ์ณัชชา นำเจริญสมบัติ / 

ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นถึงทำเอาพระเอกสุดเกรียน ฮาอารมณ์ดีอย่าง หน่อง ธนา ฉัตรบริรักษ์ ถึงกับหัวเสีย แถมเจ็บตัวโดนสาว แอน ณัฏฐ์ณัชชา นำเจริญสมบัติ (เอเอฟ 6) จากทรู แฟนเทเชีย ทำร้ายทั้งทางคำพูดและร่างกาย งานนี้ทำไมสาว “แอน” ถึงใจร้ายกับหนุ่ม “หน่อง ธนา” อย่างนี้สาว ๆ แฟนคลับอย่าเพิ่งตกใจ ไปฟังรายละเอียดจากสาว “แอน” เล่ากันดีกว่า ซึ่งเป็นฉากในการถ่ายทำมิวสิควีดีโอของเธอ กับเพลง คำพูดสิ้นคิด “ค่ะ วันนี้เรามาถ่ายทำมิวสิคฯเพลง คำพูดสิ้นคิด ย่านลาดพร้าว เป็นการทำงานร่วมกับ พี่หน่อง ครั้งแรกเลย ตื่นเต้นคะ เนื้อเรื่องค่อนข้างดราม่า บวกกับอารมณ์ล้วน ๆ ซึ่งมีฉากทะเลาะทำร้ายร่างกายด้วย ก็แอบมีเกร็ง ๆ ไม่กล้าแต่เขาน่ารักคะ ยินดีให้เราเต็มที่ก็มีบางจังหวะที่พลาดล้มโดนกระจกร้าว มีเจ็บแต่ก็สปิริตเล่นต่อยาวเลย ก็ต้องขอบคุณเขามาก ๆ ด้วย ซึ่งโดยเนื้อหาของเพลงพูดถึงอารมณ์ของผู้หญิงที่รักแฟน บางครั้งก็จะไม่มีเหตุผล เวลาโกรธหรือหึงหวงที่เกิดจากความเข้าใจผิด เผลอพูดคำแรง ๆ ไม่รักษาน้ำใจแฟน จนเกิดเป็นคำพูดสิ้นคิด มีแต่การวีนแตก แต่พอเราทำบ่อย ๆ จากที่แฟนเราเคยให้อภัย วันนี้ความรู้สึกเขาเปลี่ยนไป สุดเกินจะทนกับเหตุการณ์เดิมๆ ซ้ำๆ แต่พอวันหนึ่งเราได้สูญเสียคนที่เรารักมากที่สุดจากการกระทำของตัวเอง จึงอยากที่จะย้อนเวลากลับไปและบอกร้องขอให้เธอให้อภัย อย่าโกรธถือโทษ กับคำพูดเพียงบางคำของคนผิด อ้อนวอนขอให้เธอให้อภัยกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะที่สุดแล้วทุกคำพูดที่เราพูดออกไปนั้น ล้วนแล้วแต่เป็น “คำพูดสิ้นคิด” ซึ่งก็อยากให้แฟน ๆ ลองติดตามชมมิวสิคเพลงนี้กันดูคะ ว่าพี่ หน่อง เขาจะให้อภัยผู้หญิงที่พูดจาสิ้นคิดคนนี้หรือเปล่า ไปร่วมลุ้นและเชียร์ เป็นกำลังใจกันด้วยนะคะ สุดท้ายก็ขอฝากถึงแฟน ๆ ทุกท่าน ก็อยากให้มีสติใจเย็น ๆเวลาเจอปัญหาต่าง ๆ คิดให้ดีก่อนจะเผลอพูดอะไรออกไป เพราะบางครั้งเราอาจจะไม่ได้รับโอกาสอีกเลย ก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนนะคะ” ดูมิวสิควีดีโอ เพลง คำพูดสิ้นคิด มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

ฉลามชลโต๊ะเล็ก ทะลุชน นาโกยาโอเชี่ยนส์ ชิงจ้าวฟุตซอลเอเชีย
กฤษดา วงษ์แก้ว /  จิรวัฒน์ สอนวิเชียร / 

การแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์สโมสรเอเชีย 2014 ณ เชียงลิว สปอร์ต เซนเตอร์ เมืองเฉิงตู ประเทศจีน เมื่อวันที่ 29 ส.ค.57 รอบรองชนะเลิศ ฉลามชลโต๊ะเล็ก ชลบุรี บลูเวฟ ที่พกดีกรีแชมป์เก่าลงสนาม พบ เซินเจิ้น หนานหลิง เจ้าภาพจากจีน เกมนี้เช่นเคย ปูลปิส กุนซือใหญ่ชาวสเปนของ จัดการส่ง 5 คนแรกแบบเต็มสูบ ผู้รักษาประตู อัสมาเอิล อัลบาเซียน, ซาปา, กฤษดา วงษ์แก้ว, จิรวัฒน์ สอนวิเชียร และศุภวุฒิ เถื่อนกลาง ลงเป็นชุดแรก ผลปรากฏว่า ฉลามชลโต๊ะเล็ก ชลบุรี บลูเวฟ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม และโชว์ฟอร์มได้ดีกว่า เซินเจิ้น หนานหลิง เจ้าภาพเยอะ เป็นฝ่ายต้อนเอาชนะไปได้ 6-3 ส่งผลให้ ฉลามชลโต๊ะเล็ก ได้ผ่านเข้าไปป้องกันแชมป์อีกครั้ง โดย ฉลามชลโต๊ะเล็ก จะผ่านเข้าไปพบกับ นาโกยา โอเชี่ยนส์ แชมป์จากญี่ปุ่น ที่ต้อนเอาชนะ ดาบิริ ทาบริซ มาได้ 6-2 ซึ่งจะชิงชนะเลิศในวันที่ 30 ส.ค.57 เวลา 18.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย)

คืบหน้าหมอ-ตำรวจเคลียร์ กรณีหมาปอมฯถูกทารุณโหด!
กรอกน้ำยาล้างห้องน้ำ /  ข่าววันนี้ / 

คืบหน้าล่าสุดกรณีหมาปอมฯถูกทารุณโหด ตำรวจมั่นใจว่าไม่ใช่คนนอกหมู่บ้านด้านหมอตอนนี้การรักษาผ่านพ้นไปด้วยดี หมาเจคอปไม่ต้องโดนตัดขาทั้ง4ข้างที่โดนมีดกรีดพร้อมน้ำยาล้างห้องน้ำกัดแล้ว ทางด้านเจ้าของยืนยันบริสุทธิ์ใจไม่ได้ทำร้ายหมาตัวเองตามที่ถูกกล่าวหา ความคืบหน้า เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 28 ส.ค. ที่ รพ.สัตว์นวมินทร์ นสพ.เธียร ทองก้อนใหญ่ สัตวแพทย์ผู้ให้การรักษาเจคอบ กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา เจ้าของสุนัขได้นำเจคอบมารักษาพยาบาล โดยบอกว่าสุนัขกินน้ำยาล้างห้องน้ำเข้าไป จึงให้การรักษาอาการ โดยให้ยาล้างท้อง และน้ำเกลือ แต่ไม่พบเห็นบาดแผลที่ขาแต่อย่างใด กระทั่งวันที่ 21 ส.ค. เจ้าของได้นำสุนัขกลับมาอีกครั้ง และพบว่าที่ขาหน้าของสุนัขมีบาดแผลเป็นทางยาวขนาด 5-6 เซนติเมตรที่ขาทั้ง 2 ข้าง จึงได้โกนขน และทำแผล แต่ไม่พบเห็นบาดแผลที่อัณฑะ นสพ.เธียร กล่าวต่อว่า จนกระทั่งวันที่ 22 ส.ค. เจ้าของนำสุนัขมาทำแผล และพบว่ามีบาดแผลที่ขาหลังทั้ง 2 ข้างและถุงอัณฑะ มีบาดแผลถูกของมีคมที่บริเวณด้านข้าง จนเห็นถึงเนื้อด้านใน ส่วนขาหน้ามีบาดแผลแต่ไม่มีเนื้อตาย จากนั้นวันที่ 23 ส.ค. เจ้าของพาสุนัขมาอีกครั้ง และพบว่าบาดแผลมีสีดำคล้ำ เป็นเนื้อตาย 5 จุด และเริ่มส่งกลิ่นเน่าเหม็น โดยเฉพาะขาหน้าซ้ายมีอาการหนักที่สุด มีกล้ามเนื้อตายมัดใหญ่ 1 มัด และในวันที่ 25 ส.ค. เจ้าของนำสุนัขมารักษาก่อนหายไป จนกระทั่งมาเห็นบาดแผล และทีมแพทย์แจ้งว่าอาจจะต้องตัดขาซ้ายด้านหน้าของสุนัขทิ้งไป “ จากการสังเกตุลักษณะนิสัยส่วนตัวของสุนัขค่อยข้างดุ ไม่ยอมให้จับง่ายๆต้องวางยาในการรักษา แต่สุนัขไม่มีอาการกลัวเจ้าของ ยอมให้อุ้มตามปกติ ซึ่งหากเจ้าของเป็นผู้ทำร้ายสุนัขจริงก็น่าจะมีอาการหวาดกลัวหรือขู่กรรโชกบ้าง” นายสัตวแพทย์เทียร กล่าวไว้ ” ด้าน พ.ต.ท.ฐานุพงศ์ แสงซื่อ รองผกก.สส.สน.โคกคราม กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประชุมฝ่ายสืบสวน พร้อมสั่งการให้ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด 2 จุด ที่บริเวณปากทางเข้าหมู่บ้าน และฝั่งตรงข้ามบ้านที่เกิดเหตุ แต่เบื้องต้นไม่พบรถยนต์ หรือบุคคลต้องสงสัยในหมู่บ้านแต่อย่างใด ส่วนกระแสข่าวที่ว่าเพื่อนบ้านไม่ให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ไม่มีมูลความจริงแต่อย่างใด เพียงแต่เจ้าของเป็นชาวต่างชาติ และกล้องวงจรปิดไม่สามารถจับภาพในที่เกิดเหตุ ส่วนประเด็นเพื่อนบ้านมีการทะเลาะเบาะแว้งกันหรือไม่ หรือสุนัขเคย กัดหรือทำร้ายใครหรือส่งเสียงก่อความรำคาญหรือไม่นั้น มีเพียงเพื่อนบ้านมาบอกพนักงานรักษาความปลอดภัยว่า สุนัขเห่าส่งเสียงดังเท่านั้น พ.ต.ท.ฐานุพงศ์ กล่าวด้วยว่า จากการตรวจสอบจากแพทย์ให้การรักษาสุนัขพบว่า ระยะเวลาที่เจ้าของพาสุนัขมารักษา จะมีบาดแผลเพิ่มขึ้นในแต่ละครั้ง และต้องพิสูจน์ต่อไปว่า สาเหตุเกิดจากเหตุใด นอกจากนี้ จากการลงความเห็นของแพทย์ พบว่าสุนัขมีนิสัยดุร้าย ก้าวร้าว ไม่มีใครจับต้องได้ นอกจากเจ้าของเท่านั้น ขณะเดียวกัน ได้โทรศัพท์ไปสอบถามเจ้าของสุนัข แต่ปรากฏว่าเจ้าของไม่ยอมรับโทรศัพท์ จึงต้องรอให้ติดต่อกลับมาเอง และทำได้เพียงลำดับเหตุการณ์ขั้นตอนว่าเกิดอะไรขึ้นอย่างไร อีกทั้งไม่ได้เป็นคดีอุกฉกรรจ์ร้ายแรง เป็นคดีลหุโทษปรับไม่เกิน 500 บาท โทษฐานทำร้ายทารุณสัตว์ เพียงแต่เป็นคดีที่ได้รับความสนใจจากประชาชน และคนกระทำความผิดย่อมรู้อยู่แก่ใจ ต่อมาในเว็ปไซต์กระทู้พันทิป สมาชิกหมายเลข 839020 ได้อ้างว่าตนเองอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันกับเจ้าของสุนัขและรู้สึกว่าเหตุการณ์นี่ต้องผิดปกติแน่ๆและยังยืนยันว่าหมู่บ้านที่เจ้าของอาศัยอยู่ปลอดภัยและไม่มีทางมีโจรแน่นนอน "เราอยู่หมู่บ้านเดียวกับเค้าค่ะ วันนี้ไปถามพี่รปภที่อยู่วันเกิดเหตุแล้ว เค้าบอกว่าไม่มีโจรขึ้นบ้านใดๆทั้งสิ้น และวันแรกที่เจคอปโดนวิกซอล ขากลับมาบ้าน พี่รปภยังไปทักทายอยู่เลย(ตอนขับรถผ่านป้อมยามเข้าหมู่บ้าน) สังเกตุว่าหมามีผ้าพันแผลที่สองขาหน้า แต่ยังยืนได้ปกติ ร่าเริงดี และมีเล็บเท้าปกติ ไม่ได้โดนเฉือนทั้งสี่ขาเหมือนในรูป เค้าก็งงค่ะว่าเกิดอะไรขึ้น ตอนเราเอาร๔ปขาโดนเฉือนเค้ายังตกใจเลย และบอกว่าหมู่บ้านนี้ปลอดภัยนะ แต่ในตัวบ้านปลอดภัยรึป่าวนี่สิ เหอๆ  แล้วเจคอบเห่าก็เก่ง แต่ไม่น่ามีใครมาทำอะไ่ร เพราะข้างบ้าน(บ้านเลขที่15ก็ปกติ คุยกันดี) บ้านเกิดเหตุคือเลขที่ 16 ส่วน17-18 เป็นบ้านว่าง บ้าน19 มีกล้องวงจรปิดและตอนตำรวจไปถามคุณรัน เธอก็แจ้งว่าดูกล้องวงจรปิดแล้วแต่ไม่เห็นใคร และหมู่บ้านนี้รปภ ปั่นจักรยานตรวจตราทุกชั่วโมงค่ะ แถมบ้านหลังนี้ห่างจากป้อมยามแค่สองล็อค เป็นหมู่บ้านเล็กๆไม่มีซอย เป็นถนนๆเส้นตรงๆ มองไปก็เห็นทุกบ้าน" ส่วนกรณีที่มีดราม่าว่าเจ้าของสุนัขพาไปหาหมอแล้วยังมีอารมณ์กินหมูกะทะสบายใจ จนก่อให้เกิดเสียวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่มีวุฒิภาวะในการดูแลสัตว์ที่ดีนั้น ทางเพื่อนสนิทของคุณรันเจ้าของสุนัขปอมฯที่ถูกทำร้ายได้ออกมาโพสต์อธิบายที่หน้าเฟซบุ๊คคุณรันว่า “ตอนกินหมูกะทะ เราไปรับน้องมาตั้งแต่เย็น19 ค่ะ 20 เลย มาเยี่ยม ตกเย็นก็หิวเลยสั่งมากิน ตอนนั้นเจคอป ออกมาแล้วเพราะหมออนุญาติ ไม่งั้นจะเอามาทำไมถ้าหมอไม่อนุญาติ แต่ที่เป็นหนักอาจเป็นเพราะวิคซอลลกำลังทำปฎิกิริยา เจ้าของก็คนธรรมดา ไม่ได้เรียนหมอมา หมอบอกให้ออก เราก็รับมา แต่เราก็ไม่รูว่า ขาน้องเป็นแผล เพราะเวลาเป็นแผลก็ไม่ใช่ว่าจะมีเลือดออกเสมอไปค่ะ มาเยี่ยมหมา กินข้าวไม่ได้หรอคะ ไม่รู้อะไรอย่าพูดจะดีกว่า ขอบคุณในความห่วงใย ” โดยอาการล่าสุดของเจคอปหมาปอมฯที่โดนทารุณ เรียกได้ว่าปลอดภัยแล้วหลังจากคุณหมอที่เชี่ยวชาญดูอาการของเจคอป สรุปว่า น้องไม่ต้องโดนตัดขาทั้งหมดแล้ว มีเพียง1ขาหน้า1ขาที่น่าเป็นห่วง เพราะขาโดนกรีดและใช้น้ำยาขัดห้องน้ำราดทำให้เนื้อตาย แต่คุณหมอจะยืนยันรักษาต่อ โดยยังไม่ตัดขาข้างนี้ส่วนที่น่าเป็นห่วงเห็นจะเป็นผลจากการตัดไข่ ทำให้น้องปัสสาวะเองไม่ได้ คุณหมอรอผลเลือดแล้วจะดำเนินการผ่าตัดต่อไป “ในเรื่องของคดี วันนี้มีตำรวจและผู้ใหญ่ลงพื้นที่ดูเอง มีการสอบปากคำพยานแวดล้อมต่างๆแล้วยืนยันกับสื่อว่าจะเร่งทำคดีนี้ให้ดีที่สุดเหมือนกัน เจคอป เข้มแข็งและสู้มาก ยังพยามจะลุกเพื่อเดินให้เห็นตลอด คุณรันมีกำลังใจที่ดีขึ้น จากความช่วยเหลือที่เข้าไปถึง คุณรันขอขอบคุณทุกคนที่ช่วยกัน เมื่อวานมันเศร้ามากที่ต้องมานั่งเขียนเรื่องนี้ ผ่านมาแค่1วัน หลายพันshareและ social network ทำให้ทุกอย่างดีขึ้นในวันเดียว ดีใจที่สังคมนี้ยังมีเมตตาสมเป็นสังคมไทย ขอบคุณแทนเจคอปและคุณรัน และเป็นกำลังใจให้ทั้งคู่อีกทาง ”คนใกล้ชิดเจ้าของสุนัขได้กล่าวไว้ คลิปขณะกำลังรักษาเจคอป  คลิปสัมภาษณ์ คุณรัน เจ้าของเจคอป น้องหมาปอมฯน้อยผู้น่าสงสาร คลิปชัญญ่า ทามาดะ ไฮโซชื่อดัง ได้โพสต์คลิปตั้งข้อสงสัยจากเคสของ “เจคอป” ที่มา Facebook / Rundevil Mirun,bim.kanda,Naipaporn Narata เรียบเรียง MThai News ข่าวที่เกี่ยวข้อง โจรใจบาป กรีดขา/ตัดไข่/กรอกน้ำยาล้างห้องน้ำ น้องหมาปอม โจรใจบาปบุกบ้านทำร้ายสุนัขอย่างทารุณ กรีดเอ็นขา4ข้าง ตัดอัญฑะ พร้อมกรอกน้ำยาล้างห้องน้ำ อย่างโหดเหี้ยม เจ้าของใจสะลายพร้อมทำทุกอย่างเพื่อให้สุนัขไม่ให้โดนตัดขาทิ้ง ชัญญ่าสงสัย เจ้าของหมาถูกทำร้าย โกหกหรือเปล่า? ตั้งข้อ สงสัยเจ้าของหมาปอม ให้ข้อมูลไม่ตรงกับหมอ เรียกร้องบอกความจริง   เจ้าของหมาปอมถูกทารุณโหด! โวยไม่ได้ทำร้ายหมาตัวเอง วันพฤหัสที่ 28 สิงหาคม 2557 รวมรูป น้องหมาปอม สุดน่ารัก ที่ชื่อ Boo รวมรูป น้องหมาปอม สุดน่ารัก ที่ชื่อ Boo

วิเคราะห์บอล ก่อนลงสนาม พรีเมียร์ลีก : เบิร์นลี่ย์ VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก เบิร์นลี่ย์ VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สนาม เทิร์ฟ มัวร์ วันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม 2557 เวลา 18.45น. ถ่ายทอดสดช่อง CTH stadium 1 ความพร้อม ก่อนลงสนาม ฌอน ไดซ์ กุนซือ เบิร์นลี่ย์ จะกลับมาใช้ผู้เล่นชุดหลักที่ถูกพักในเกม แคปปิตอล วัน คัพ กับ เชฟฟิล์ด เว้นส์เดย์ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา อย่างผู้รักษาประตูมือหนึ่ง ทอม ฮีตัน ปราการหลัง ไมเคิล ดัฟฟ์ และ แดนนี่ อิงส์ กองหน้าของทีม ส่วน แซม โวคส์ ศูนย์หน้าอีกรายยังไม่พร้อมลงสนามเพราะมีอาการบาดเจ็บที่หัวเข่า หหลุยส์ ฟาน กัล กุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมส่ง อังเคล ดิ มาเรีย ดาวเตะชาวอาร์เจนติน่าลงสนาม ส่วน มาร์กอส โรโฮ กองหลังสัญชาติเดียวกันยังคงต้องรอเวิร์ค เพอร์มิตต่อไป ขณะที่ คริส สมอลลิ่ง มีอาการเจ็บขาหนีบต้องรอเช็คความฟิตก่อนลงสนาม ส่วนนักเตะที่ยังได้รับบาดเจ็บมี ชินจิ คากาวะ, อันเดร์ เอร์เรร่า, ลุค ชอว์, มารูยาน เฟลไลนี่, ไมเคิล คาร์ริค, เจซเซ่ ลินการ์ด ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม เบิร์นลี่ย์ – ฮีตัน, ทริปปิแอร์, ไมเคิล ดัฟฟ์, แช็คเคลล์, เบน มี, อาร์ฟิลด์, มาร์นี่ย์, เดวิด โจนส์, แม็ตธิว เทย์เลอร์, อิงส์, จุตคีวิคซ์ แมนฯ ยูฯ – เด เคอา, ฟิล โจนส์, จอนนี่ อีแวนส์, แบล็คเก็ตต์, วาเลนเซีย, เฟล็ตเชอร์, ดิ มาเรีย, แอชลี่ย์ ยัง, มาต้า, รูนี่ย์, ฟาน เพอร์ซี

ดีลล่มอีกแล้วจ้า! วิดัล ขออยู่ม้าลายต่อ
Daily Express /  ชาวชิลี / 

ในที่สุดดีลของ อาร์ตูโร่ วิดัล ที่จะย้ายมา ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ได้ล่มอีกครั้งจนได้ เมื่อเจ้าตัวปราถนาที่จะอยู่กับ ม้าลาย ยูเวนตุส ต่อไป สื่อแห่งเกาะอังกฤษ อย่าง Daily Express ประโครมข่าวความเคลื่อนไหวล่าสุดกรณีดิวของ อาร์ตูโร่ วิดัล กองกลางชาวชิลีตัวเก่ง วัย 27 ปี ของเจ้าม้าลาย ยูเวนตุส แบบสุดช๊อคเมื่อ ดิวนี้เป็นอันต้องล่มไป เนื่องจาก วิดัล ได้เผยผ่านเพื่อนๆ ของตัวเองว่า เขาจะอยู่เล่นที่ตูรินต่อไป เป็นอันว่า กลุยส์ ฟานกัล ต้องตัดใจจากนักเตะคนนี้ซะแล้ว แต่ทั้งนี้ก็มีแผนสำรองที่จะคว้าตัว อเล็กซ์ ซง ของ เจ้าบุญทุ่ม บาร์เซโลน่า แทน แต่ก็ต้องเปิดศึกนอกสนามกับ หงส์แดง ลิเวอร์พูล เนื่องจาก หงส์แดง กำลังให้ความสนใจนักเตะรายนี้อยู่เช่นกัน โดยมีรายงานมีข้อความที่ วิดัล ได้กล่าวกับเพื่อนๆ ของเขาว่า "ในตอนนี้ผมไม่อยากย้ายไปไหนแล้ว ผมอยากอยู่กับยูเวนตุส" 

พ่อ-แม่ดาราเห่อลูกๆขยันโพสลงIG
เป้ย ปานวาด /  ป๋อ ณัฐวุฒิ / 

ขึ้นชื่อว่าลูกใครก็รักและหลงเป็นเรื่องปกติโดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ทั้งหลายยิ่งสมัยนี้เทคโนโลยีมันก็ยิ่งไฮขึ้นทุกวันทำให้บรรดาพ่อแม่ทั้งหลายต่างพากันอวดรูปของบรรดาลูกๆให้โลกได้เห็นและชื่นชมกันง่ายขึ้นมาดูกันดีกว่าว่าคุณพ่อคุณแม่ดาราคนไหนที่ขี้เห่อและชอบโพสรูปของบรรดาลูกๆ ลงบ้าง น้องณดา ปุณณดา & ณดล ปุณณกันต์ ซุปตาร์ตัวน้อย ผลผลิตของ คุณแม่กบ สุวนันท์ กับ บรู๊ค ดนุพร ปุณณกันต์ ที่ก่อนหน้านี้หนูณดากลายเป็นขวัญใจของใครหลายๆ คนไปแล้วแถมเธอยังเป็นพรีเซ็นเตอร์ตัวน้อยที่มีค่าตัวแพงที่สุดอีกต่างหาก ยิ่งตอนนี้น้องณดาก็ทำตัวเป็นพี่สาวที่แสนดีช่วยแม่กบเลี้ยงน้องณดล น้องชายที่เพิ่งคลอดได้ไม่นานอีกด้วย ครอบครัวปุณกันต์ น้องไลลา เจน บัทเทอรี่ เศรษฐีนีตัวน้อยลูกของ คุณแม่พอลล่า และ คุณพ่อเอ็ดเวิร์ด สาวน้อยนัยตาสวยที่ตอนนี้มีแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเอง ไลลาจัดว่าเป็นสาวน้อยอารมณ์ดีขวัญใจของคนเกือบทั้งวงการ เพราะเธอเข้าได้กับทุกคน งานนี้ต้องชมคุณแม่ยังสาวและสวยอย่างพอลล่าว่าเลี้ยงลูกได้เก่งจริงๆ น้องไลลากับคุณแม่พอลล่า ณิริน ปณิริน ธรรมวัฒนะ ลูกสาวตัวน้อยของสาว หนิง ปณิตา กับคุณพ่อ จิน ธรรมวัฒนะ ช่วงนี้แม่หนิงทำตัวเป็นเจ๊ดันเพราะนางก็เป็นคุณแม่อีกคนที่ขยันพาลูกสาวตัวน้อยออกงานถี่ยิบ ที่สำคัญยังเอาน้องณิรินมาช่วยคุมความประพฤติของคุณพ่อจินด้วย แหมอย่างนี้พ่อจินก็ไม่กล้าแอบไปวอกแวกที่ไหนแล้วจ้าก็คุณแม่ขยันโพสรูปตรอบครัวลงในIG ถี่ยิบซะขนาดนี้ น้องณิรินกับคุณแม่หนิง น้องแสนดี แสนดี พสวงศ์ ลูกสาว โอ๋ ภัคจีรา และ สามีเฟี๊ยต มธุกร เพราะความที่อยากให้มี คนเรียกว่าคุณพ่อคุณแม่น้องแสนดีทำให้สาวโอ๋ ภัคจีรา หันมาตั้งชื่อลูกสาวคนแรกว่าน้องแสนดี แต่เพราะสุขภาพของคุณแม่โอ๋ไม่ค่อยจะแข็งแรงเท่าไหร่นักทำให้สุขภาพของลูกสาวตัวน้อยพลอยไม่แข็งแรงตามไปด้วย แต่งานนี้ได้กำลังใจของคุณพ่อเฟี๊ยต และแม่โอ๋ทำให้น้องแสนดีแข็งแรงขึ้นทุกวัน น้องแสนดีกับคุณแม่โอ๋ น้องนาวา ลูกสาวของ อ้อม พิยดา กับ อาท ศรา เพราะความที่ทั้งคู่ชอบการดำน้ำเป็นชีวิตจิตใจ พอมีลูกปุ๊บก็ตั้งชื่อว่าน้องนาวาทันที เพราะนาวาแปลว่าสายน้ำ แต่ก่อนหน้านี้คุณแม่คนเก่งบอกว่าจะปิดอู่ถาวรแต่ล่าสุดน้องนาวาบ่นว่าเหงาไม่มีเพื่อนเล่นเลยเปลี่ยนใจที่จะมีทายาทเพิ่มอีกคนหนึ่ง น้องนาวากับคุณแม่อ้อม น้องฮาเปอร์ ทัศนจักร& น้องฮันเตอร์ จักรพงษ์ ลูกชายสุดที่เลิฟของ คุณพ่อฮิวโก้ ขาร็อคกับ คุณนายแม่ฮาน่า เห็นแววมาแต่ไกลว่าอนาคต ด.ช ฮาเปอร์ นี่ต้องไม่ธรรมดาแน่นอนเพราะได้ความหล่อเข้มมาจากทั้งพ่อและแม่เต็มสตรีมส่วนเรื่องความติสท์ความเซอร์นี่คงต้องดูกันต่อไปแต่ถ้าอนาคตน้องฮาเปอร์ต้องการจะเข้าวงการคงไม่ใช่เรื่อยากอะไร เพราะมีบรรดาป๋าดันเจ๊ดันทั้งหลาย โดยเฉพาะคุณนายแม่ฮาน่าเตรียมหนุนสุดแรงเกิดอยู่แล้วแถมล่าสุดยังมี น้องฮันเตอร์ น้องชายให้ออกมาเป็นเพื่อนเล่นกับน้องฮาเปอร์ ฮาเปอร์ & ฮันเตอร์ กับคุณแม่ฮาน่า น้องภูดิส สะกิดใจ ลูกชายที่ คุณพ่อป๋อ รอคอยมานานเแล้วทั้งพ่อและแม่ได้เตรียมปูทางให้ลูกชายตัวน้อยไว้เรียบร้อยแล้วและตอนนี้ทั้งคู่ก็กำลังพยายามเร่งมีน้องสาวให้กับน้องภูดิสเพิ่มอีกคนหนึ่งแต่จะเป็นเมื่อไหร่งานนี้ต้องลุ้นกันต่อไปจ้า น้องภูดิสกับพ่อป๋อและแม่เอ๋ บรู๊คลิน & บีนา ลูกแฝดชาย-หญิงผลผลิตที่น่าปลาบปลื้มเป็นที่สุดสำหรับคุณแม่นานา ไรบีนา กับ พ่อเวย์ เพราะท้องครั้งเดียวมาสามารถปิดอู่ได้ทันที เพราะหลังจากที่ทั้งคู่รอคอยกันมานานก็สมใจอยาก เพราะได้ด.ช บรู๊คลิน และด.ญบีนา มาเป็นโซ่ทองคล้องใจ ในเวลาเดียวกันและต่อไปรับรองว่าฝาแฝดคู่นี้ต้องเข้ามาโลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงอย่างแน่นอน บรู๊คลิน & บีนากับคุณแม่นานา น้องโสน ลูกสาวที่สุดแสนจะน่ารักของ พ่อมอส กับ แม่เกมส์ พอเริ่มโตหน่อยก็ช่วยคุณพ่อคุณแม่ทำงานหาเงินค่าเล่าเรียนด้วยตัวเองซะแล้วสำหรับน้องโสน แถมงานนี้คุณพ่อมอสยังสนับสนุนให้ลูกสาวตัวน้อยได้แสดงออกด้วยการทำรายการโสนโชว์พราว น้องโสนกับคุณพ่อมอส น้องโปรด ลูกชายตัวน้อยของนางร้ายแซ่บเว่อร์ของวงการอย่าง เป้ย ปานวาด กับหนุ่ม ป๊อบ นิธิ ซึ่งตอนนี้กลายเป็นขวัญใจของใครหลายๆคนไปแล้วโดยเฉพาะคุณปู่กับคุณย่าเพราะทุกวันนี้คุณย่าของน้องโปรดก็ร่อนใบสั่งมาแล้วว่าอยากจะมีหลานเพิ่มอีกคน น้องโปรดกับคุณแม่เป้ย ปานวาด

เฟเดอเรอร์ ฉลุยรอบ3/นางฟ้ามาเรีย ทะลุ16คนหวดยูเอสโอเพน
กริกอร์ ดิมิทรอฟ /  ชายเดี่ยว / 

การแข่งขันเทนนิสแกรนด์สแลม รายการสุดท้ายของปี "ยูเอส โอเพน" ชิงเงินรางวัลรวม 38.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 1,149 ล้านบาท) ณ สังเวียนฟลัชชิง เมโดว์ส มหานครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ช่วงเช้าวันที่ 30 ส.ค.57 (ตามเวลาไทย) เป็นการดวลกันรอบที่ 2 ประเภทชายเดี่ยว โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ อดีตนักหวดมือ 1 ของโลก ดีกรีแกนด์สแลม 17 สมัย ซึ่งเป็นมือ 2 ของรายการ ไล่ต้อนเอาชนะ แซม โกรธ์ มือ 104 โลก ไปได้อย่างไม่ยากเย็น 3 เซ็ตรวด 6-4, 6-4, 6-4 ส่งผลให้ เฟเดอร์เรอร์ ผ่านเข้าสู่รอบสาม พบ มาร์เซล กราโนลแลร์ส ที่เอาชนะ อิโว คาร์โลวิช มาได้ 3-2 เซ็ต 7-6(8-6), 6-7(3-7), 7-6(7-5), 3-6, 6-4 ส่วนผลคู่อื่น ดาวิด เฟร์เรร์ ชนะผ่าน เบอร์นาด โทมิช, โทมัส เบอร์ดิช ชนะ มาร์ติน คลิซาน 3-2 เซ็ต 6-3, 4-6, 6-2, 3-6, 6-3, กริกอร์ ดิมิทรอฟ ชนะ ดูดี เซลา 3 เซ็ตรวด 6-1, 6-2, 6-2, ริชาร์ด กาสเกต์ ชนะ ปาโบล โลเรนซี 3 เซ็ตรวด 7-6(7-4), 6-3, 6-3 ด้านประเภทหญิงเดี่ยว รอบที่ 3 "นางฟ้ามาเรีย" มาเรีย ชาราโปวา เอาชนะ ซาบิเน ลิซิคกี ไปได้ 2เซ็ตรวด 6-2,6-4 ส่งผลให้ มาเรีย ชาราโปวา ผ่านเข้าสู้รอบ 16 คนสุดท้ายต่อไป โดยจะไปพบ แคโรไลน์ วอซเนียคกี ที่เอาชนะ แอนเดรีย เพตโควิช 2-0 เซ็ต 6-3, 6-2 ขณะที่ ซิโมนา ฮาเล็ป มือ 2 ของรายการ พลาดท่าพ่าย เมียร์ยานา ลูชิซ วัย 32 ปีจากโครเอเชีย ไป 2 เซ็ตรวด 7-6(8-6), 6-2 และวีนัส วิลเลียมส์ พ่าย ซารา เอร์รานี 1-2 เซ็ต 6-0, 0-6, 7-6(7-5)

บุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น
บุคคลสำคัญ /  ประวัติศาสตร์ / 

หลังจากที่หลายๆ คนได้ดู ละคร The Rising Sun รอยฝันตะวันเดือด เกิดเป็นที่สนใจมากขึ้นเมื่อฉากหนึ่งในละคร มีรูปของตระกูลโอนิซึกะหลายๆ รุ่นติดอยู่บนฝาผนัง หลายคนจึงสืบหาข้อมูลกันว่าบุคคลในรูปนั้นเป็นใครกันบ้าง ซึ่งปรากฏว่าบุคคลหลายๆ ท่านนั้นเป็น  บุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ด้วยกันทั้งนั้น ตามไปดูกันเลยมีใครบ้าง ^^  รู้แล้วว่าตระกูลโอนิซึกะมีที่มาจากไหน ..   บุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น  1. คิโดะ ทาคาโยชิ (Kido Takayoshi) เป็นบุตรชายแพทย์ซามูไร  Wada Masakage เป็นรัฐบุรุษญี่ปุ่นในช่วงปลายงาวะและฟื้นฟูเมจิ เมื่อเขาทำงานกับโชกุน เขาใช้นามแฝงว่า Niibori Matsusuke  เค้าคือ 1 ใน 3 ผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคปฏิรูปเมจิ ร่วมกับ โอคุโบะ โทชิมิจิ และ ไซโง ทาคาโมริ  ทั้ง 3 จะรู้จักในนามว่า "the Ishin-no-Sanketsu" (สามขุนนางแห่งการฟื้นฟู) เป็นตัวแทนของแคว้นโจชู ที่ร่วมมือกับ แคว้นซัทสึมะ ในการโค่นล้มรัฐบาลโชกุน โทกุกาว่า และสถาปนารัฐบาลกลางแห่งองค์จักรพรรดิขึ้นมา รวมทั้งการยกเลิกระบบศักดินา และทำการปฏิรูประบบการเมือง การปกครอง ระบบเศรษฐกิจในญี่ปุ่น http://en.wikipedia.org/wiki/Kido_Takayoshi 2. ทาคาสุกิ ชินซาคุ (Takasugi Shinsaku) คนดังแห่งแคว้นโจชู ทาคาสุกิ มีเป้าหมายเดียวกับ คัทซึระ ในการโค่นล้มรัฐบาลโชกุน ฟื้นฟูอำนาจพระจักรพรรดิ แต่ ทาคาสุกิ เลือกใช้วิธีแบบหัวรุนแรง ก่อตั้งกองกองทหารกว่า 300  คน(ประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ที่เป็นซามูไร) โดยใช้ชื่อว่า Kiheitai (เรียกแบบเท่ๆ ในกินทามะว่า กองทหารอสุรา) ขึ้นมาต่อสู้กับรัฐบาล (หนึ่งในสมาชิกของกลุ่มนี้ก็คือ มือสังหารในตำนาน Kawakami Gensai ต้นแบบของ ฮิมุระ เคนชิน ใน ซามูไรพเนจร นั่นเอง) http://en.wikipedia.org/wiki/Takasugi_Shinsaku 3. มัตสึไดระ โยชินากะ (Matsudaira Yoshinaga) เป็น ไดเมียว (เจ้าเมือง) แห่งแคว้นเอจิเซน สมัยเอโดะ เขาเป็นหนึ่งใน 4 ขุนนางที่ฉลาดที่สุดของกลุ่ม Bakumatsu http://en.wikipedia.org/wiki/Matsudaira_Yoshinaga 4.  อาจารย์ ฟุคุซาวะ ยูคิจิ (Fukuzawa Yukichi) คนสำคัญด้านการศึกษาของญี่ปุ่น ผู้นำระบบการศึกษาแบบตะวันตกเข้ามาใช้สอนในประเทศ อาจารย์ฟุคุซาวะ ได้รับการยอมรับว่าเป็นคนแรกที่นำวิทยาการสมัยใหม่ของตะวันตกมาสอนให้กับคนญี่ปุ่น โดยตั้งโรงเรียนชื่อ Keio Gijuku ซึ่งในภายหลังได้พัฒนามาเป็นมหาวิทยาลัยเคโอ(Keio University มหาวิทยาลัยเอกชนที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น อาจารย์ ฟุคุซาวะ ได้เดินทางไปยุโรป และได้พำนักอยู่ตามหัวเมืองต่างๆ ได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน ฮอลแลนด์ โปรตุเกส และรัสเซีย หลังจากนั้นหนึ่งปีอาจารย์ฟุคุซาวะเดินทางกลับญี่ปุ่นพร้อมกับประสบการณ์ ความรู้ และหนังสือจากประเทศเหล่านั้น อาจารย์ฟุคุซาวะได้มีโอกาสกลับไปที่สหรัฐอเมริกาอีกครั้งในปี 1867 เพื่อไปเจรจาด้านการทูตที่เมืองวอชิตัน ดี.ซี. เมืองฟิลาเดลเฟีย และเมืองนิวยอร์ค แต่การเดินทางในครั้งนี้อาจารย์มีจุดประสงค์อีกอย่างหนึ่งก็คือการนำเอาหนังสือความรู้ด้านต่างๆกลับประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากอาจารย์เห็นว่าสิ่งที่ทำให้ประเทศตะวันตกเจริญได้ในทุกวันนี้ ก็คือ วิทยาการและเทคโนโลยี ดังนั้นถ้าจะให้ประเทศญี่ปุ่นเจริญทัดเทียมกัน จะต้องพัฒนาคนญี่ปุ่นให้มีความรู้ความสามารถเสียก่อน หลังจากที่อาจารย์ฟุคุซาวะเดินทางกลับมาจากสหรัฐอเมริกา จึงได้ก่อตั้งโรงเรียนสอนวิทยาการตะวันตกที่ชื่อว่า Keio Gijuku ในช่วงแรกมีผู้ที่สนใจเข้าเรียนประมาณ 100 คน อาจารย์ฟุคุซาวะสอนเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์การเมือง ซึ่งในขณะเดียวกันก็แต่งหนังสือหลายเล่ม โดยเล่มที่มีชื่อเสียงที่สุด คือ An Encouragement of Learning(学問のすすめ)ไม่เพียงแค่นี้ อาจารย์ฟุคุซาวะยังได้เชิญอาจารย์ชาวต่างประเทศมาสอนเพื่อเพิ่มประการณ์ในการเรียนรู้จากชาวต่างประเทศโดยตรง ต่อมาโรงเรียนนี้จึงได้พัฒนามาเป็นมหาวิทยาลัยเคโอ มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ถ้าสังเกตุจะเห็นได้ว่า  อาจารย์ ฟุคุซาวะ มีรูปอยู่บนแบ๊งค์หมื่นเยน (10,000 เยน) ซึ่งเป็นธนบัตรที่มีมูลค่าสูงสุดของธนบัตรญี่ปุ่นด้วยคะ ซึ่งบุคคลบนธนบัตรของญีปุ่นล้วนแต่ไม่ใช่จักรพรรดิหรือผู้มีอำนาจสูงสุดทางการปกครอง แต่กลับเป็นผู้ที่มีความสำคัญในการพัฒนาประเทศญี่ปุ่นในด้านต่างๆ http://anngle.org/th/j-culture/history/fukuzawa_yukichi.html, http://ja.wikipedia.org/wiki/%E7%A6%8F%E6%BE%A4%E8%AB%AD%E5%90%89 5. โอคุมะ ชิเงโนบุ (大隈重信 1838-1922)  โอคุมะ ชิเงโนบุ ท่านเป็นนักการเมืองในจักรวรรดิญี่ปุ่น เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีหลายกระทรวง, เคยเป็นนายกรัฐมนตรีถึง 2, เป็นผู้สนับสนุนเรื่องของวิทยาศาสตร์ตะวันตกและวัฒนธรรมในญี่ปุ่น อีกทั้งท่านยังเป็นผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยวาเซดะด้วย http://en.wikipedia.org/wiki/%C5%8Ckuma_Shigenobu 6. ชิโร ไซโง (Shiro Saigo) เกิดในปี 1866 ในประเทศญี่ปุ่นในครอบครัวของซามูไร เป็นศิษย์รุ่นแรกของ ปรมาจารย์คาโน่ จิโกโร่ (Kano Jigoro) ผู้คิดค้นวิชายูโด อีกทั้งยังเป็น 1 ใน 4 จตุรเทพแห่งโรงฝึกโคโดคัง ผู้คิดค้นท่าทุ่มยามาอาราชิ อีกด้วย ชิโร ไซโง เขายังคงอยู่ในไอดอลญี่ปุ่นที่หนังสือหลายเล่มและภาพยนตร์ที่ถูกสร้างขึ้นมาเกี่ยวกับชีวิตความสำคัญของเขาและความกล้าหาญของเขาในฐานะนักสู้ เรียบเรียงโดย teen.mthai.com อ่านเพิ่มเติม และขอบคุณที่มา http://pantip.com/topic/32514330,  http://www.samkokview.com/webboard/viewtopic.php?f=9&t=235

ยิ่งขาดแคลนคนผลิตสกอร์อยู่! ผีชั่งใจส่ง โรบิน ฟานเพอร์ซี่ ขึ้นเขียงผ่าเข่า
ข่าวซื้อขายนักเตะ /  ตลาดซื้อขายนักเตะ / 

เมโทร สื่อในประเทศอังกฤษเผยว่า “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังเจอปัญหาใหญ่ให้ต้องขบคิดอีกครั้งเมื่ออาจจะต้องส่งตัว โรบิน ฟานเพอร์ซี่ ดาวยิงฟลายอิ้งดัตช์แมนไปผ่าตัดรักษาอาการบาดเจ็บที่เอ็นหัวเข่าให้หายขาด โดยดาวยิงวัย 31 ปีได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่าตั้งแต่เดือนกุมพาพันธ์ ในนัดที่เอาชนะ โอลิมเปียกอส 3-0 ในศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก แต่ก็ได้เลื่อนการผ่าตัดรักษาตัวออกไปเพราะว่า เกรงจะไม่ได้ไปเล่นฟุตบอลโลกกับทีมชาติฮอลแลนด์ จนทำให้ต้องลงเล่นด้วยสภาพที่ไม่สมบรูณ์เต็มร้อยมาตลอด โดยหาก แมนยูต้องการจะใช้งานนักเตะแบบเต็มที่จะต้องส่งตัวไปผ่าตัดรักษาอาการบาดเจ็บ และอาจจะต้องพักรักษาและอดช่วยทีมไปพักใหญ่ๆ สำหรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของ หลุยส์ ฟาน กัล ทำผลงานออกสตาร์ทศึกพรีเมียร์ลีกได้อย่างย่ำแย่เมื่อยังชนะใครไม่เป็นและเก็บได้เพียงแค่ 2 คะแนนจาก 3 นัดเท่านั้น และยิงประตูได้แค่ 2 ประตูเท่านั้น

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: สิ้นลายแชมป์เก่า!ดิยุฟโซโล่เดียวซัดชัยพาหม้อบุกจมเรือถึงรัง
ผลบอล /  ผลบอลคืนนี้ / 

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2557 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-1 สโต๊ค ซิตี้ ผู้ทำประตู : 0-1 มาเม่ บิรัม ดิยุฟ น.58 เวลา: 21.00 น. สนาม: เอติฮัด สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 5 “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์เก่าพบกับความพ่ายแพ้แล้ว หลังเพิ่งผ่านศึกพรีเมียร์ลีกไปได้แค่ 3 นัดเพียงเท่านั้น โดยโดนทีเด็ดของ “ช่างปั้นหม้อ” สโต๊ค ซิตี้ ที่มี มาร์ค ฮิวจ์ส อดีตกุนซือเก่าของพวกเขาเอง บุกมาเอาชนะถึงรัง เอติฮัดสเตเดี้ยม จาก บิรัม ดิยุฟ ที่ลากบอลจากกลางสนามเข้าไปยิงผ่านโจ ฮาร์ท เข้าไป เป็นประตูชัยให้ สโต๊ค ซิตี้ บุกมาเอาชนะ แมนซิตี้ 0-1  รายชื่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท(GK),บาการี่ ซานญา,แวงซ็อง ก็องปานี,มาร์ติน เดมิเคลิส,อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ,ซามีร์ นาสรี,แฟร์นานโด,ยาย่า ตูเร่,ดาบิด ซิลบา,สเตฟาน โยเวติช, กุน อเกวโร สโต๊ค ซิตี้ : อัสเมียร์ เบโกวิช(GK),ฟิล บาร์ดสลี่ย์,ไรอัน ชอว์ครอสส์,มาร์ค วิลสัน,เอริค ปีเตอร์ส,โจนาธาน วอลเตอร์ส,เกล็น วีแลน,สตีเว่น เอ็นซอนซี่,วิคเตอร์ โมเซส,ปีเตอร์ เคร้าช์, บิรัม ดิยุฟ

เปิดประวัติ คณะรัฐมนตรี รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา(1)
ข่าววันนี้ /  คณะรัฐมนตรี / 

เปิดประวัติ คณะรัฐมนตรี ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้งหมด 32 คน 34 ตำแหน่ง แบ่งเป็นพลเรือน 20 คน ทหารและตำรวจ 12 คน ประกอบด้วย เกิดเมื่อวันที่ 11 ส.ค. 2488 อายุ 69 ปี สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเซนต์คาเบรียล โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 6 ปี 12 โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 17 ปี 21 โรงเรียนเสนาธิการทหารบก สำหรับตำแหน่งสำคัญที่รับราชการ อาทิ ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (ร.2 พัน.2 รอ.) ปี 32 เป็นผู้บังคับการกรมทหาราบที่ 12 รักษาพระองค์ (ร.12 รอ.) ปี 39 ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.2 รอ.) ในปี 40 ได้รับตำแหน่งรองแม่ทัพภาคที่ 1 ปี 41 เป็นแม่ทัพน้อยที่ 1 ปี 43 และผู้ช่วยเสนาธิการทหารบกฝ่ายยุทธการ (ผช.เสธ.ทบ.ฝยก.) ได้รับตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 1 และขึ้นเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก และผู้บัญชาการทหารบก ปี 47 เกิดเมื่อวันที่ 15 ส.ค. 2498 อายุ 59 ปี สมรสกับนางวิภาดา สีตบุตร สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเซนต์คาเบรียล โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 14 โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 25 โรงเรียนเสนาธิการทหารบก หลักสูตรหลักประจำ ชุดที่ 65 เริ่มรับราชการตั้งแต่ปี 21 ผู้บังคับหมวดกองร้อยอาวุธเบา กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ฯ ส่วนตำแหน่งสำคัญ รองผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ร.21 รอ.), ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ พ.ศ.2545, รองผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) ปี 47, เสนาธิการกองทัพภาคที่ 1 ปี 49, ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 ปี 51, รองแม่ทัพภาคที่ 1 พ.ศ.2552, แม่ทัพภาคที่ 1 พ.ศ.2553, เสนาธิการทหารบก (เสธ.ทบ.) ปี 55, รองผู้บัญชาการทหารบก ปี 56   เกิดเมื่อวันที่ 9 พ.ย. 2496 อายุ 60 ปี สมรสกับนางเพ็ญลักษณ์ ปฏิมาประกร (บุนนาค) จบการศึกษาจากโรงเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 12 (ตท.12) และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้ารุ่นที่ 23 ตท.12 และ จปร.23 ร่วมรุ่นเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร เติบโตมาจากกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ทหารเสือราชินี) และหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จ.ลพบุรี และเคยเป็นผู้บังคับบัญชาหน่วยนี้มาก่อน นอกจากนี้ยังเคยเป็นผู้บังคับบัญชาคนแรกของหน่วยปฏิบัติการเฉพาะกิจ 90 (ฉก.90)   เกิดเมื่อวันที่ 25 ม.ค. 2493 อายุ 64 ปี สมรสกับนางนรีรัตน์ ปรมัตถ์วินัย นายดอนจบการศึกษาจากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนรับทุน ก.พ.เรียนต่อสหรัฐอเมริกา UCLA (ป.ตรีและโท) Fletcher School of Law and Diplomacy, Tufts University (ป.โท) เป็นอดีตข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ และเคยเป็นทูตใหญ่ประจำในหลายประเทศ ก่อนเกษียณอายุราชการในตำแหน่ง เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรแห่งประเทศไทยประจำสหประชาชาติ   เกิดเมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2494 อายุ 63 ปี สมรสกับนางวัชราภรณ์ เครืองาม มีบุตรชาย 1 คน ชื่อนายวิชญะ เครืองาม จบการศึกษาคณะนิติศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมดีมาก) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และจบเนติบัณฑิตไทย สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา ระดับปริญญาโท Master of Laws (LL.M.) และปริญญาเอก Doctor of the Science of Law (J.S.D.) จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ประเทศสหรัฐอเมริกาด้วยทุนรัฐบาล เริ่มรับราชการโดยเป็นอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ก่อนจะย้ายไปประจำที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เริ่มงานทางการเมืองในตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อปี พ.ศ.2535 สมัยรัฐบาล พล.อ.สุจินดา คราประยูร และได้เข้าทำงานการเมืองอีกครั้งในรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อปี พ.ศ.2545 โดยรับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีถึง 2 สมัย ต่อมาหลังการรัฐประหาร ปี 49 ได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ร่วมร่างรัฐธรรมนูญปี 50 ด้วย   เกิดเมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2490 อายุ 67 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาโทบริหารธุรกิจ สาขาธุรกิจระหว่างประเทศ จาก Wharton School มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย เริ่มทำงานที่ธนาคารกสิกรไทย แล้วมารับตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ นายกรัฐมนตรี เป็น รมช.พาณิชย์ ในรัฐบาลนายอานันท์ ปันยารชุน และ พล.อ.สุจินดา คราประยูร จากนั้นดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก่อนมารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลังในรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์   เกิดเมื่อวันที่ 4 พ.ค. 2487 อายุ 70 ปี สมรสกับนางอรชุมา ยุทธวงศ์ จบโรงเรียนเซนต์คาเบรียล และเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ (มหาวิทยาลัยมหิดลในปัจจุบัน) คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้รับปริญญาตรีเคมี เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง จากมหาวิทยาลัยลอนดอน และปริญญาเอกสาขาอินทรีย์เคมีจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ได้รับรางวัล "นักวิทยาศาสตร์ดีเด่น" และได้รับการยกย่องเป็น "นักวิทยาศาสตร์อาวุโส" เคยเป็น รมว.วิทยาศาสตร์ฯในสมัยรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์   เกิดเมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2499 อายุ 58 ปี จบโรงเรียนสาธิต มศว ประสานมิตร จากนั้นจึงติดตามครอบครัวไปศึกษาต่อในต่างประเทศ ณ โรงเรียนเตรียมทหารคิงส์ ประเทศออสเตรเลีย โดยสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีทางวิทยาศาสตร์ และปริญญาโททางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จาก Brigham Young University สหรัฐอเมริกา เริ่มต้นเข้ารับราชการในกองทัพบก ตำแหน่ง อาจารย์ สังกัดส่วนการศึกษา กองวิชากฎหมายและสังคมศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ชั้นยศร้อยเอก จากนั้นได้โอนย้ายมารับราชการ สังกัดกองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่ง ทั้งรองผู้ว่าฯสมุทรสาคร รองผู้ว่าฯปทุมธานี และรองผู้ว่าฯบุรีรัมย์ ต่อมาในเดือนพ.ค. 2550 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน ระดับ 10 (ชช.) ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคง สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย และเป็นผู้ว่าฯนครปฐม ในปี 2552 ต่อมาในปี 2553 ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯเชียงใหม่ จนปี 2555 ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย และในปี 2557 คสช.ได้แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี   อายุ 60 ปี เคยผ่านงานที่สำคัญของหน่วยข่าวกรอง อาทิ ทำงานปฏิบัติการที่ประเทศกัมพูชา ปฏิบัติงานที่ประเทศออสเตรเลีย ผ่านงานด้านการรักษาความปลอดภัย ผ่านงานด้านการต่อต้านการก่อการร้าย ผ่านการปฏิบัติการในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผ่านงานการบริหารในสำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สขช.) เป็นรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ และเป็นผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ   เกิดเมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2492 สมรสกับนางกุลยา เผ่าจินดา มีบุตร-ธิดา 2 คน ชื่อนายยุทธพงษ์ เผ่าจินดา และ น.ส.วิมลิน เผ่าจินดา จบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนอำนวยศิลป์ พระนคร โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 10 โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 21 โรงเรียนเสนาธิการทหารบก จบศิลปศาสตรบัณฑิต (รัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยรามคำแหง และรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต (การจัดการสำหรับนักบริหาร) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เป็นนายทหารที่อยู่ในสายงานคุมกำลังรบมาตั้งแต่เริ่มรับราชการใหม่ เคยเป็นผู้บัญชาการกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ ทหารเสือราชินี (ผบ.ร.21 รอ.) เป็นผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.1 รอ.) ก่อนจะได้เลื่อนเป็นรองแม่ทัพภาคที่ 1 และแม่ทัพภาคที่ 1 ซึ่งในขณะที่ดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 1 นั้น ได้เป็นหนึ่งในทหารผู้ก่อการรัฐประหารในประเทศไทย 19 ก.ย. 49 ต่อมาได้รับเลือกให้เป็นผู้บัญชาการทหารบก (คนที่ 36) เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 50   เกิดเมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2493 ปัจจุบันอายุ 64 ปี สมรสกับนางต้องฤดี มากบุญ จบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนอำนวยศิลป์ พระนคร จบรัฐศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) รับราชการครั้งแรกเมื่อปี 17 ในตำแหน่งปลัดอำเภอตรี อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี และได้รับการบรรจุเป็นนายอำเภอตาลสุม จ.อุบลราชธานี ปี 31 และย้ายสลับระหว่างตำแหน่งนายอำเภอและเป็นผู้อำนวยการกอง จนกระทั่งปี 2539 ก้าวเข้าสู่ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม จากนั้นในปี 40 เป็นรองผู้ว่าฯสกลนคร ลพบุรี นครสวรรค์ มุกดาหาร ตามลำดับ ก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ว่าฯยโสธร ปี 45 ย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯอุบลราชธานี ปี 48 และผู้ว่าฯนครราชสีมา ปี 50 กระทั่งเกษียณอายุราชการในตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในปี 52   เกิดเมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 2498 สมรสกับนางพจนี คุ้มฉายา จบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนอู่ทอง เป็นโรงเรียนประจำอำเภอ และจบจากโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่น 15 (ตท.15) และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่น 26 (จปร.26) รุ่นเดียวกับ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ท.ปรีชา จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 3 ศึกษาต่อปริญญาโท หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้รับราชการตำแหน่งหลักของกองทัพบก ผู้บังคับกองพัน ผู้บังคับการกรม ทั้ง 3 กรม ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ แม่ทัพภาคที่ 1 ก่อนขึ้นสู่ผู้ช่วย ผู้บัญชาการทหารบก เป็น ผบ.หน่วย ฉก.เพชราวุธ เป็นทหารหน่วยแรกนอก ทภ.4 ที่ไปปฏิบัติงาน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่ปี 47 และเป็นนายทหารสายวงศ์เทวัญเพียงคนเดียวที่อยู่ท่ามกลางบูรพาพยัคฆ์   เกิดเมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2497 ชาวนครพนม อายุ 59 ปี สมรสกับนางอรัญญา อรัณยกานนท์ มีบุตรชาย 1 คน จบมัธยมโรงเรียนเทเวศร์ศึกษา เป็นนักเรียนโรงเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) รุ่นที่ 29 จบปริญญาโทด้านพัฒนาสังคม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, ปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยนครพนม เริ่มต้นชีวิตราชการ รอง สวป.สน.ปทุมวัน ย้ายเป็นผู้บังคับหมวดหน่วยปฏิบัติการพิเศษ จ.นครพนม เป็น สวป.เมืองมุกดาหาร สว.สภ.กิ่ง อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร สว.สภ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร, เป็นหัวหน้าแผนก 3 ยุทธการ กก.ตชด.13 จ.กาญจนบุรี, รอง ผกก.อก.ตชด.ภาค 1, รอง ผกก.2 สสน.ตชด., อาจารย์ภาควิชาทหารและทหารฝึก ร.ร.นรต., รอง ผบก.รร.นรต., รอง ผบก.ตชด.ภาค 1, ผบก.สำนักงานแผนงานและงบประมาณ ผบก.จร., ผู้ช่วย ผบช.น., รอง ผบช.น., ผบช.ภ.3, ก่อนลงใต้เป็น ผบช.ภ.9 ทำหน้าที่ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนหน้า นำทัพกองกำลังตำรวจในภารกิจดับไฟใต้ กระทั่งเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร.ก็ยังคงอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นปรึกษา (สบ 10), รอง ผบ.ตร. และเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ก่อนเป็น ผบ.ตร.ในเดือน ต.ค. 55 และถูกย้ายไปประจำสำนักนายกฯหลังปฏิวัติ 22 พ.ค. 57   เกิดเมื่อวันที่ 5 ส.ค. 2498 อายุ 59 ปี สมรสกับ พล.ต.หญิง อัญรัช สาริกัลยะ จบการศึกษาจากโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่น 12 (ตท.12) และ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่น 23 (จปร.23) รุ่นเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เติบโตมาจากเหล่า "ทหารช่าง" และถือเป็น "ขุนศึก" ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านเศรษฐกิจ-การเงิน มากที่สุดคนหนึ่งของกองทัพบก ตำแหน่งสำคัญ เจ้ากรมการเงินทหารบก รองปลัดบัญชีทหารบก ผู้ช่วยเสธ.ทบ. ฝ่ายส่งกำลังบำรุง รอง เสธ.ทบ. ก่อนขยับขึ้นพลเอกในตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ แล้วก้าวสู่ตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ทบ.เคยเป็นกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ททบ.5   จบการศึกษาปริญญาโทด้านการค้าระหว่างประเทศ Syracuse University, U.S.A รับราชการในกระทรวงพาณิชย์หลายตำแหน่ง อาทิ เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทย ประจำองค์การการค้าโลก ณ นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อธิบดีกรมเศรษฐกิจการพาณิชย์ อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ประธานบริหาร หัวหน้าคณะเจรจาเขตการค้าเสรีระหว่างประเทศไทยกับประเทศต่างๆ   เกิดเมื่อวันที่ 9 ก.ย. พ.ศ.2498 ปัจจุบันอายุ 59 ปี จบปริญญาเอก ด้านนโยบายและการจัดการสาธารณะจาก Wharton School, University of Pennsylvania ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ผ่านมาเคยดำรงตำแหน่งทั้งหน่วยงานของรัฐและระดับมหาวิทยาลัยมากมาย อาทิ ผู้อำนวยการสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งชาติ ผู้อำนวยการสถาบันคลังสมองของชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กรรมการร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมในสมัยรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ กรรมการผู้คุณวุฒิในสำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) กรรมการมูลนิธิสิ่งแวดล้อมไทย และที่ปรึกษาอธิการบดีด้านนโยบายและแผน มจธ. โดยถือเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในระดับต้นๆ ของประเทศไทย   เกิดวันที่ 7 ก.ย. 2497 อายุ 59 ปี สมรสกับ นางแสงอรุณ กาญจนรัตน์ มีบุตร 2 คน เพื่อนเตรียมทหาร รุ่น 12 (ตท.12) และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่น 23 (จปร.23) ของ พล.อ.ประยุทธ์ เติบโตมาในสายกิจการพลเรือน โดยเป็นอาจารย์หัวหน้าวิชาการปฏิบัติการจิตวิทยา โรงเรียนกิจการพลเรือน กรมกิจการพลเรือน ทบ. และผ่านตำแหน่งสำคัญๆ ประกอบด้วย เจ้ากรมกิจการพลเรือน ทบ. ผู้ช่วย เสธ.ทบ.ฝ่ายกิจการพลเรือน ทบ. รองเสนาธิการ ทบ. หัวหน้าสำนักงานผู้บัญชาการ ทบ. และรองปลัดกระทรวงกลาโหม ก่อนได้รักษาราชการในตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหมแทน พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ที่ถูกโยกไปเป็นประธานที่ปรึกษากระทรวงกลาโหมตามคำสั่ง คสช. ก่อนจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นปลัดกระทรวงกลาโหมอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 2557   เกิดเมื่อวันที่ 7 มี.ค. 2497 อายุ 60 ปี สมรสกับ นางจินตนา จั่นตอง มีบุตร 2 คน จบโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่น 13 (ตท.13), โรงเรียนนายเรืออากาศ รุ่นที่ 20 (นรอ.20), วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 48 (วปรอ.48) และสำเร็จการศึกษาระดับดุษฎีบัณฑิต จากสถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เคยผ่านตำแหน่งสำคัญๆ มากมาย เช่น ผู้อำนวยการกองนโยบายและแผน กรมยุทธการ ทอ. ผู้บังคับการกองบิน 1 กองพลบินที่ 2 กองบัญชาการยุทธทางอากาศ ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารอากาศไทยประจำกรุงบอนน์ รักษาการผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารอากาศไทยประจำกรุงปารีส รักษาการผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารอากาศไทยประจำกรุงโรม เจ้ากรมข่าวทหารอากาศ เจ้ากรมยุทธการทหารอากาศ ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งเสนาธิการ ทอ. ในปี 2552 ก่อนจะขยับขึ้นนั่งงเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการ ทอ. ในปี 2554 และรับตำแหน่งผู้บัญชาการ ทอ.ในปี 2555 (ยังมีต่อ) เปิดประวัติ คณะรัฐมนตรี รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา(2) MThai News

ภาพถ่ายแห่งแผ่นดิน

"ภาพถ่ายแห่งแผ่นดิน" รางวัลที่ในหลวง ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยตัดสิน วันนี้(1 ก.ย.) เว็บไซต์สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปภัมภ์ ได้เผยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยตัดสินการประกวดภาพถ่ายทั่วประเทศ ชิงถ้วยพระราชทานครั้งที่ 27 ภายใต้โครงการ “ภาพถ่ายแห่งแผ่นดิน ประจำปี 2557” โดยผลงานชื่อ “เพื่อนรัก” โดย นายจีรศักดิ์ ซุ่นไร้ ได้รับรางวัลถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พร้อมเงินรางวัล จำนวน 100,000 บาท สรุปผลรางวัลภาพถ่ายแห่งแผ่นดิน ประจำปี 2557 ถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในหัวข้อ “แสงแดด” ถ้วยพระราชทาน : นายจีรศักดิ์ ซุ่นไร้ ชื่อภาพ “เพื่อนรัก” เหรียญทอง : นายคีรีขันธ์ ไชยพร ชื่อภาพ “จังหวะ” เหรียญเงิน : นายสมพร ณ อุบล ชื่อภาพ “แสงเปลี่ยน” เหรียญทองแดง : นายกรศร ประกอบของ ชื่อภาพ “ตะเข็บแดด” นายชนัตพล หวังเพิ่ม ชื่อภาพ “แสงสะท้อนของดวงอาทิตย์” นายทนงศักดิ์ หาระคุณโน ชื่อภาพ “แสงแดดแห่งความหวัง” นายสถิต ขาวผ่อง ชื่อภาพ “กระโดดรับแสงแดด” นายอัครพัฒน์ กันธมาลา ชื่อภาพ “เงาแห่งฟ้า” ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในหัวข้อ “ขยัน” ถ้วยพระราชทาน : นายหรรษา ตั้งมั่นภูวดล ชื่อภาพ “ขยันอย่างกับมด” เหรียญทอง : นายเอกรัตน์ เฉยฉิน ชื่อภาพ “สู้ไม่ถอย” เหรียญเงิน : นายภาณุวัฒน์ แน่นดี ชื่อภาพ “Big cleaning day” เหรียญทองแดง : นายโกสินทร์ สุขุม ชื่อภาพ “คนเอาถ่าน” นายธรรมรัตน์ สวัสดิชัย ชื่อภาพ “ลงแขกนวดข้าว” นายสัญชัย ลุงรุ่ง ชื่อภาพ “หากินพอเพียง” นายอนุจักร์ ใจมุข ชื่อภาพ “ขยันเพื่อหาเลี้งชีพ” นายสมโภช แตงไทย ชื่อภาพ “ช่างทำหุ่นตัวน้อย” ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ในหัวข้อ “คลื่น” ถ้วยพระราชทาน :  นายกรศร ประกอบของ ชื่อภาพ “พายุและคลื่น คลื่นและลม # 1” เหรียญทอง : นายนิติชัย พลศรี ชื่อภาพ “ระยิบระยับ” เหรียญเงิน : นายคีรีขันธ์ ไชยพร ชื่อภาพ “บันทึกทะเล” เหรียญทองแดง : นางสาวจิรฐา นรพิทยนารถ ชื่อภาพ “ลอยทะเล” นายมนตรี คำศิริ ชื่อภาพ “Hope” นายรณฤทธิ์ ประกิ่ง ชื่อภาพ “คลื่นกลางกรุง” นายพนม อาชาฤทธิ์ ชื่อภาพ “คลื่นคน” นายศุภกัลป์ วงศ์คำปัน ชื่อภาพ “ฝ่าคลื่น” ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในหัวข้อ “หนัก” ถ้วยพระราชทาน : นายวัสสะ วัชรากร ชื่อภาพ “หนักแค่ไหนแม่ก็สู้ได้เพื่อลูก” เหรียญทอง : นายณัฐพงศ์ เพียรเชลงเอก ชื่อภาพ “หนักเพื่อชาติ” เหรียญเงิน : นายอัครายชญ์ เพ็ชร์อำไพ ชื่อภาพ “แสงเงาของความหนัก” เหรียญทองแดง : นายสุริยา ผลาหาญ ชื่อภาพ “หนักมาทั้งชีวิต” นางสาวบุญฑิตา สุภัทรพันธุ์ ชื่อภาพ “แบบสบายๆ” นายเอกรัฐ พงศ์ธนาพาณิช ชื่อภาพ “แบกอนาคตโลก” นายกัมพล คุ้มวงษ์ ชื่อภาพ “งานหนัก” นายพรเทพ กีรติไพศาล ชื่อภาพ “งานหนัก” ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ในหัวข้อ “บ้านของฉัน” ถ้วยพระราชทาน : นายประเสริฐ ไกรนุกูล ชื่อภาพ “บ้านนกเค้า” เหรียญทอง : นายเกียรติชัย หงษ์วิเศษ ชื่อภาพ “ความสุขใต้ร่มพระบารมี” เหรียญเงิน : นายธนวัฒน์ ทองจันทร์ ชื่อภาพ “บ้านของอาชีพ” เหรียญทองแดง : นายทวีศักดิ์ บุทธรักษา ชื่อภาพ “บ้านน้อยบนดอยสูง” นางสุรีย์ พึ่งฉ่ำ ชื่อภาพ “บ้านของเรา” นายวิชัย ชัญญาสิริ ชื่อภาพ “บ้านเราแสนสุขใจ” นายอัครายชญ์ เพ็ชร์อำไพ ชื่อภาพ “บ้านของฉัน” นายกฤษฎา ศึกษาศิลป์ ชื่อภาพ “บ้านของฉัน” ถ้วยประทานทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ในหัวข้อ “จ๊ะเอ๋” ถ้วยพระราชทาน : นายณวรัญญ์ ศิริสุนทร ชื่อภาพ “เสร็จแน่” เหรียญทอง : นายโฆสิต จิตต์ไพโรจน์ ชื่อภาพ “Kiss of love” เหรียญเงิน : นายชวนัส กัณธุลา ชื่อภาพ “สนุกแบบไม่มีอาย” เหรียญทองแดง : นายอำนาจ เกตุชื่น ชื่อภาพ “จ๊ะเอ๋ 2” นายกัมพล คุ้มวงษ์ ชื่อภาพ “จ๊ะเอ๋” นายเอกรัตน์ เฉยฉิน ชื่อภาพ “อยู่ทางนี้” นางสาวสุนันท์ กิขุนทด ชื่อภาพ จ๊ะเอ๋…เพื่อนเกลอ นายชวนัส กัณธุลา ชื่อภาพ “ขอเล่นด้วย” โครงการภาพถ่ายแห่งแผ่นดิน ประจำปี 2557 ดำเนินงานโดย สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยใน  พระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) จัดกิจกรรมประกวดภาพถ่ายทั่วประเทศ ชิงถ้วยพระราชทานครั้งที่ 27 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานหัวข้อในการประกวดภาพถ่ายเพื่อชิงถ้วยพระราชทานจำนวน 6 หัวข้อ ประกอบด้วย แสงแดด ขยัน คลื่น หนัก บ้านของฉัน และ จ๊ะเอ๋  โดยมีผู้ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดจำนวนทั้งสิ้น 5,969 ภาพ จากช่างภาพ 1,237 คน นิทรรศการภาพถ่ายแห่งแผ่นดิน ประจำปี 2557 จะเปิดให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าชม ในวันที่ 1-7 กันยายน 2557 เวลา 10.00-20.30 น. ณ แฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

Wheelchair Dance คว้าแชมป์ ไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ ซีซั่น 4
TGT4 /  thailand got talent 2014 / 

ชมย้อนหลัง 12 โชว์สุดท้าย รอบ Final ไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ ซีซั่น 4  ------------------------------------------------------------------------------ การแข่งขัน ไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ ซีซั่น 4-4D : กล้าได้อีก ทำได้อีกกับเรโซนา เดินทางมาจนถึงรอบสุดท้าย กับ 12 ทีมที่ผ่านเข้ามาจากรอบ Semi-Final ในที่สุด ทีม Wheelchair Dance TGT10 ก็ชนะใจมหาชนไปเต็มๆ รวยเปรี้ยง รับเงินสด 10 ล้านบาทจากเรโซนาและเรโซนาเมน ในการแข่งขันบนเวทีระดับโลกที่สนับสนุนทุกความกล้าอย่าง ไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ ซีซั่น 4-4D: กล้าได้อีก ทําได้อีกกับเรโซนา รองอันดับ สองได้แก่ SL Music และอันดับสาม คือ เท็น ทายานันท์ เริ่มการแข่งขันที่ TGT01 วง The Talento ทีมนักร้องนักดนตรีเด็กน้อยวัยประถมกับความสามารถทางด้านดนตรีที่เกินวัยที่เตรียมกลับมาสร้างความกระหึ่มอีกครั้งกับดนตรีที่พวกเขารัก ที่ขอมอบ ความสุขให้กับผู้ชม ผ่านเพลง "ขอบคุณที่รักกัน" ต่อกันด้วย TGT02 UD Town Breakbeat เด็กอีสานยุคใหม่ ความสามารถล้นเหลือเป็นกลุ่มนักเต้นบีบอยผสาน ความเป็นไทย ที่รวมเอาความอึ้ง-ทึ่ง- เสียว ได้ครบรส แบบไม่แพ้ชาติใดในโลกจริง ๆ ถัดมาที่ TGT03 SL Music นักดนตรีพื้นเมืองล้านนา ที่พกพาความมันส์ ในชุด เซเลอร์มูน กับโชว์ที่ เบน ชลาทิศ ถึงกับเอ่ยว่า เลิศเลอ เลอค่า คาลามายน์ ทรายสีเพลิง และ มาที่ TGT04 ชมพู่และทับทิม สองป้า ที่พกความกล้า มาโชว์แบบไม่มีกั๊ก ให้สมกับที่เป็นการแข่งขัน รอบสุดท้าย ต่อกันเลยที่ TGT05 กับก็อปปี้โชว์สุดฮา มนัชญา อาร์ยู คราวนี้จัดเต็มด้วยการนำโชว์ที่คุณคุ้นเคยจากรอบ Audition มาล้อเลียนใหม่ตามสไตล์ของพวกเขา แล้วก็มาถึงคิว TGT06 Metro Groover กับการรวมตัวของเหล่าวัยรุ่นที่พร้อมโชว์บีบอยแนวใหม่ที่จะทำให้คุณอ้าปากค้างไปกับความกล้าและทุ่มเทยิ่งกว่าเดิมของพวกเขา ผ่านโชว์สุดทึ่ง จนตะลึงงันกันแล้ว ก็มาถึงคิวของ เจ้าหญิงดิสนี่ย์แห่งโลกโซเชียล TGT07 กวาง อาริศา ที่นำเพลง ปล่อยมันไป (Let It Go) มาโชว์ร้องสะกดอารมณ์คนดูพร้อมชุดสุดหรูอลังการ ตามแบบฉบับ เอลซ่า TGT08 เท็น ทายานันท์ กับโชว์กายกรรมขั้นเทพ ที่ผสานทั้งทักษะความอ่อนตัวและความกล้าของจิตใจเป็นหนึ่งเดียวกันกับห่วงและผ้าในคอนเซ็ปท์ของกระต่ายและดวงจันทร์สุดอลังการและหวาดเสียวที่ทําให้ทุกคนต้องอ้าปากค้างจนแทบไม่น่า เชื่อเป็นโชว์ของเด็กวัยเพียงแค่ 10 ขวบ และก็มาถึงอีก 4 ทีมสุดท้ายกันเลย TGT09 W4D กลุ่มสาวขาแดนซ์กับโชว์ลีลาผสานกราฟฟิกแบล็คไลท์สุดอลังการที่ต้องแลกมาด้วยการฝึกซ้อมอย่างหนัก เพราะโชว์นี้พวกเธอห้ามพลาดไม่ได้แม้แต่จังหวะเดียว! กับการเต้นแนวบรอดเวย์และ Chicago Theatre ที่พร้อมเปลี่ยนเวทีก็อตทาเลนต์กลายเป็นเมืองแห่งแสงสีในพริบตา ต่อด้วย TGT10 ทีม Wheelchair Dance กลุ่มเด็กนักเรียนวีลแชร์กับโชว์เต้นบีบอยที่พวกเขาฝึกฝนอย่างหนักมาตลอด 3 ปีเต็ม ก่อนจะค่อย ๆ พัฒนาความสามารถขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นโชว์บีบอยผสานการเต้นในรูปแบบคอนเทมโพรารี่ภายใต้คอนเซปต์ของผีดิบซอมบี้ที่ใครเห็นเป็นต้องยกนิ้วให้กับพลังกายและพลังใจที่กล้าเกินร้อยของพวกเขา ซาบซึ้งและประทับใจไปกับโชว์ของ Wheelchair Dance ไปแล้ว ต่อกันด้วย ลีลา โยคะขั้นเทพ ของ TGT11 บอล โยคะ ที่จะมาโชว์เทคนิคขั้นสูงในการเคลื่อนไหว กับหลากหลายท่าเสี่ยงอันตรายกับอุปกรณ์เชือกที่ทําเอาคนดูหัวใจแทบหยุดเต้น ปิดท้ายการแข่งขันด้วย ทีม Believe TGT12 กับโชว์คอนเทมโพรารี่แดนซ์ผสานทักษะความอ่อนตัวที่น่าทึ่ง ถ่ายทอดเรื่องราวของความเชื่อในเรื่องการทําความดีย่อมได้ดี การสื่อสารข้ามภพ เรื่องราวเร้นลับกับโลกแห่งความเป็นจริงที่ทั้งหลอนทั้งระทึกกับความสามารถของพวกเธอ! จนวินาทีระทึกใจมาถึง กับการตัดสินรอบสุดท้ายเวลา หลังจากที่ น้าเน็ก ประกาศปิดโหวต ก็ได้เวลาที่คนไทยทั่วประเทศจะได้ทราบผลว่า ทีมไหน ที่จะคว้าเงินรางวัล 10 ล้านบาทไปครอง โดยพิธีกรได้ขานชื่อ 6 ทีมที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุด โดยไม่เรียงลําดับตามคะแนน ได้แก่ TGT พักไม่ทันหายใจหายคอ ก็เริ่มต้น ประกาศผล 3 ทีมสุดท้ายที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุดซึ่งได้แก่ เท็น ทายานันท์,Wheelchair Dance และ SL Music โดย TGT08 เท็น ทายานันท์ คว้ารางวัลอันดับ 3 รับเงินสด 2 แสนบาท TGT03 SL Music คว้ารางวัลอันดับ 2 รับเงินสด 5 แสนบาท ส่วนเดอะวินเนอร์ประจําซีซั่น 4:4D นั้นตกเป็นของ TGT10 Wheelchair Dance พิชิตรางวัลใหญ่รับเงินสดจากเรโซนามูลค่า 5 ล้านบาท เงินสดจากเรโซนาเมนมูลค่า 5 ล้านบาท รวม 10 ล้านบาท

ยุทธจักรลูกหนังไทย คนกันเอง...ฟัดกันให้ตายกันไปข้าง!
กิเลนผยอง /  คนกันเอง...ฟัดกันให้ตายกันไปข้าง! / 

ยุทธจักรลูกหนังไทย By...ปากบอน คนกันเอง...ฟัดกันให้ตายกันไปข้าง! สวัสดีแฟนบอลไทย สวัสดีแฟนเอ็มไทย วันนี้ไม่มีอะไรมาก แค่อยากจะบอกว่า...วงการฟุตบอลบ้านเราดำมืดไปกันใหญ่แล้ว ที่ผ่านมาเราจะได้ยินคำพูดที่ว่า "คนวงการฟุตบอลไทย ทุกคนคือครอบครัวเดียวกัน เป็นพี่เป็นเพื่อนเป็นน้องกัน" คำพูดนี้หากเอามาคิด และดูภาพรวมวงการฟุตบอลไทยดีๆ บอกเลยว่า ตอแห....ล เพราะอะไรนะหรือ...? เพราะวงการฟุตบอลไทยกำลังชิงดีชิงเด่น และเกิดปัญหาทั้งในสนาม และนอกสนามแบบไม่เว้นวัน และทุกปัญหานั้นไร้ซึ่งสปิริตกีฬา ดีแต่จะเอาชนะกันแบบไม่รู้ผิดชอบชั่วดี หรือเรียกอีกความว่า ปากกับใจไม่ตรงกัน จะเห็นได้จากเวลานี้เกิดศึกใหญ่ เรียกว่ามหาศึกเลยกก็ว่าได้ ระหว่างฝ่ายแดง ส.ลูกหนัง+ ทีมใหญ่ อดีตแชมป์ผู้เกรียงไกร กับ ทีมใหญ่จากถิ่นภูธร พูดกันตรงๆเลยแล้วกัน สมาคมฟุตบอลไทย กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่เกิดมาจากฝ่ายหลังได้รับความไม่เป็นธรรมหลายครั้ง ซึ่งอดทนแล้วอดทนอีกจนทนไม่ไหว จึงเกิดการฟ้องร้องไปยังศาลปกครองขึ้น เนื่องจากตัวเองไม่ได้รับความเป็นธรรมเรื่องการแบนนักเตะ (ประเด็นหลัก) จากนั้นก็ตามมาเรื่องชูป้าย และเชียร์ ที่ดูเหมือน นักเลงถิ่นภูธร จะทำอะไรก็ผิดไปหมด ซึ่งตรงข้ามกับทีมผู้ดีจากย่านกรุงเทพ-นนทบุรี ที่ไม่ว่าจะทำผิดอย่างไรก็แทบจะไม่มีบทลงโทษอะไรเลย เพียงแค่ตักเตือนกันเท่านั้น จนหลายคน หลายทีมที่มองอยู่ข้างนอกเกิดความเห็นใจทีมจากแดนเซาะกราว เพราะอะไรนะหรือก็เพราะทีมเขาก็โดนเหมือนกัน แต่ไม่กล้าที่จะมีปากเสียง พอมีทีมกล้าที่จะชนก็แอบมอง และให้กำลงใจอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ ซึ่งมหาศึกนี้ก็ไม่รูว่าจะไปจบลงตรงไหน....? ยิ่งไปกว่านั้นมหาศึกนี้นับวันยิ่งใหญ่ และรุนแรงข้ึ้นเรื่อยๆ นับจากจบศึกใหญ่ระหว่าง ทีมดังอดีตแชมป์ผู้เกรียงไกร(มั้ง) กับ ทีมเก่งแดนบ้านนา เจ้าของลูกเล่นน่าขบขันในสังเวียนฟุตบอล ซึ่งผู้เขียนมองว่าเป็นทีมที่สร้างสีสันดีมากในสนามฟุตบอล ไม่ใช่เอาแต่ตะโกนด่าคู่แข่งเหมือนทีมบางทีม แถมสุดท้ายไม่โดนปรับ ไม่โดนเตือนห่าเหวอะไรเลย (เจริญล่ะพ่อ) บอกเลยว่า...แม่ง 2 มาตรฐาน ปกป้องกันจนออกนอกหน้า โดยเฉพาะพวกลิ้วล้อ ที่นับวันจะเป็นใหญ่ ยิ่งใหญ่ ยิ่งกร่าง โดยไม่คิดจะรู้จักผิดชอบชั่วดี โดยไม่คิดที่จะคิดย้อนว่ายังไงก็เป็นเพื่อนรวมวงการ หรือคิดว่าเป็นเพื่อนร่วมชาติก็ยังดี แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมันเป็นการกระทำที่คอยจะเหยียบย่ำคู่แข่งที่แข็งแกร่งด้วยวิธีสกปรก เพื่อที่จะให้ทีมในคาถา หรือทีมของพวกพ้องตัวเองยิ่งใหญ่เกรียงไกรมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จนลืมไปว่าที่ผ่านมาเคยสบถคำพูดที่ว่า "คนวงการฟุตบอลไทย ทุกคนคือครอบครัวเดียวกัน เป็นพี่เป็นเพื่อนเป็นน้องกัน" นี้หรือคือการกระทำของ คนกันเอง คนที่บอกว่าคือครอบครัว คนที่บอกว่าเป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้อง บอกเลยว่าไม่มีใคร เขาอยากเป็นเพื่อนกับพวกท่านหรอก เพราะเขากลัวถูกมองว่า "ซี่โครง" หรือที่เรียกง่ายๆว่า "ขี้โกง" โดยสิ่งที่ผู้มีอำนาจในเวลานี้กระทำมันเหมือนกับการเป็นการตัดตอน และฆ่าคู่แข่งที่สู้ด้วยพลังศรัทธา ของคนลูกหนัง ของแฟนบอลชาวทยผู้ใสซื่อตาดำๆ เพื่อให้ตนเองได้ผลประโยชน์มากที่สุด ดีไม่ดีทีม "แชมป์เซาะกราว" บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่กำลังสู้กับพลังอำนาจบางอย่าง เพื่อปกป้องตัวเองจากสิ่งที่ไม่เป็นธรรม อาจจะโดนเล่นงานแบบคาดไม่ถึงอีกครา (แบนทีมหรือตัดสิทธิ์) หลังจากท่านผู้นำสูงสุดโลกลูกหนังไทย ออกมาเผยว่า "สิ่งที่ทีมบุรีรัมย์ กระทำอยู่ผิดต่อกฎของฟีฟ่า และเอเอฟซี ที่เอาเรื่องภายในฟ้องร้องต่อศาล" เมื่อมีคำพูดเช่นนี้ออกมา คนปากบอนอย่างผม ก็อดคิดไม่ได้ว่า ท่านผู้นำจะเล่นแรงถึงขนาดที่จะแบนทีมเลยหรือเปล่านะ ซึ่งถ้าเป็นแบบที่ผมคิดจริงๆ บอกเลยวว่า "เฮียขึ้นบ้าน" เป็นการกระทำที่สกปรกเกินจะรับได้จริงๆ เอาเป็นว่าเรื่องยังไม่เกิดก็ไม่อยากที่จะมองในแง่ลบเกินไป คอยติดตามดูกันอย่างใกล้ชิดก็แล้วกัน ว่าบทลงโทษต่างๆ นาๆ ที่ ปราสาทสายฟ้า ได้รับนั้นจะมีผลต่อการลุ้นแชมป์ของพวกเขาหรือไม่ แต่ที่ไม่ต้องรอ แฟนบอลได้ออกมารวมพลัง จนมีการเดินขบวรชูป้ายต่างๆ ไม่ได้ขับไล่นายกสมาคมนะครับคราวนี้ แต่ต้องการเห็นความรับผิดชอบของบริษัทยักษ์ใหญ่ของประเทศ ออกมาแสดงความเห็น หรือถอดถอนการสนับสนุนทีมยักษ์ใหญ่ของประเทศ เพื่อเป็นการแสดงออกถึงสปิริต และเป็นการรักษาภาพรักความเป็นองค์กรที่ทำเพื่อสั่งคม และเป็นการป้องกันองค์กรจากข้อครหาที่ว่าอยู่เบื้องหลังการทำเรื่องที่ผิด จึงมีการเดินขบวนให้ท่านได้ฉุกคิด เอาเป็นว่าท่านผู้นำองค์กรใหญ่ระดับประเทศจะคิดอย่างไรก็มิอาจทราบได้ ตัวผู้เขียนบอกเลยว่า ถ้าเป็นผมถอนการสนับสนุนทีมที่มีข้อครหาไปนานแล้ว เอาเงินมหาศาลไปช่วยทีมเล็กๆได้อีกหลายทีม เพื่อเป็นการพัฒนาสังคมให้ยั่งยืนต่อไป ทั้งหมดทั้งมวลของวงการฟุตบอลไทยเวลานี้ไม่ว่าจะจบลงอย่างไร แต่เชื่อว่าจะมีการเอากันให้ตายไปข้างหนึ่ง แต่สุดท้ายก็ก็อย่าลืมว่าทุกคนคือคนวงการเดียวกัน ก็ควรที่จะใช้หลักการและเหตุผลที่เหมือนกัน ไม่ใช่มาแบ่งแยก เพราะสุดท้ายเรื่องทั้งหมดก็จะย้อนกลับสู่ตัวท่าน ตามกฎแห่งกรรม (ไม่เชื่อก็คอยดู) ขอบคุณภาพการเดินขบวนจาก : เฟสบุ๊ค PLA 2 Facebook

รวบ 3 สาวแสบฉกนาฬิกาหรู ซ่อนในของสงวน
ข่าว /  ข่าวต่างประเทศ / 

ตำรวจลาสเวกัส รวบ 3 สาวแสบลวงนักพนันอินเดีย ขโมยนาฬิกาหรูซ่อนในของสงวน เผยพฤติกรรมตีสนิทเหยื่อ ก่อนหลอกขึ้นห้องรูดทรัพย์ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ตำรวจลาสเวกัสสามารถรวบตัว 3 สาวแสบตระเวนลักทรัพย์นักท่องเที่ยว รวมถึงนักพนันในพื้นที่ โดยล่าสุดตีสนิทกับ 2 นักพนันอินเดีย ก่อนจะหลอกขึ้นห้อง และมีเพศสัมพันธ์กับเหยื่อ หลังจากนั้นจัดการรูดทรัพย์หลายรายการ เจ้าหน้าที่ตำรวจทีได้เข้าจับกุม เปิดเผยว่า 3 สาวแสบที่ถูกจับกุม คือ นางสาวเบรียนนา วอร์เรน วัย 23 ปี นางสาวทรินิตี้ เคนนาร์ด วัย 23 ปี และนางสาวชาร์เมลลา ทริกส์ โดยทั้ง 3 สาวได้ร่วมกันรูดทรัพย์ 2 นักพนันอินเดีย เป็นเครื่องประดับหลายรายการ หนึ่งในนั้นมีนาฬิกาหรูยี่ห้อ 'โรเล็กซ์' 2 เรือนมูลค่ากว่า 5 แสนบาท ซึ่งหลังจากมีเพศสัมพันธ์กับเหยื่อ แล้วจัดการรูดทรัพย์ เหยื่อชายรายหนึ่งรู้ตัวและได้ทำการแจ้งตำรวจ ก่อนเจ้าหน้าที่จะติดตามจับกุมได้ขณะที่ยังไม่ได้ออกจากโรงแรม และสิ่งที่ตำรวจใช้มัดตัวทั้ง 3 คน คือภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทั้ง 3 ออกจากห้องของเหยื่อเพื่อหลบหนีออกจากโรงแรม ยิ่งไปกว่านั้นภาพวงจรปิดยังแสดงให้เห็นว่าระหว่างที่หลบหนี 2 ใน 3 โจรสาวได้นั่งลงก่อนใส่นาฬิกาหรูที่พวกเธอขโมยมาเข้าไปในอวัยวะเพศ !!! สุดท้ายคนร้ายสาวทั้งหมดถูกแจ้งข้อหาย่องเบา สมรู้ร่วมคิดกันลักขโมย และสมรู้ร่วมคิดกันหลอกลวงเอาทรัพย์สินของผู้อื่น MThai News

ละครอรุณสวัสดิ์ , เรื่องย่ออรุณสวัสดิ์
เพชร กรุณพล /  ยอร์ช ยงศิลป์ / 

การเลื่อนขึ้นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในปีการศึกษาใหม่กลายเป็นก้าวสำคัญที่นำความเปลี่ยนแปลงมาสู่ ภาสุ(รัชชานนท์ เรือนเพ็ชร์) เด็กหนุ่มที่ขาดความมั่นใจในตัวเอง เริ่มตั้งแต่การที่ต้องมาเรียนห้องเดียวกับ เสมอเทพ(ชาวดิน รัฐกาญจน์) ลูกชายเศรษฐีมือสกปรก ความร่ำรวยและยิ่งใหญ่ของพ่อทำให้เสมอเทพ กลายเป็นจอมเกเรประจำโรงเรียน เสมอเทพ กับ ชาติเชื้อ (วัฒนา เอี่ยมวงศรี) และวันมงคล (พลช เงินยวง)เพื่อนสนิททั้งสองคนชักนำภาสุและ ฤกษ์ด (นที พิทักษ์) เข้าไปในโลกใบใหม่ในวังวนอบายมุขของเสมอเทพที่ทั้งคู่ไม่เคยพานพบมาก่อน ทั้งเรื่องการแข่งรถบนถนนหลวงที่ผิดกฏหมาย การยกพวกตีกับคู่อริต่างโรงเรียน ภาสุนั้นกล้าลุกขึ้นมาแหกกฏเหล็กของ เภา(กรุณพล เทียนสุวรรณ) พ่อที่เข้มงวดและเคร่งเครียดสมกับเป็นนายตำรวจใหญ่ผู้เที่ยงตรง เพียงเพราะไม่อยากเป็นลูกแหง่ในสายตาของ เมขลา(พลอยพรรณ ทับทิมหล้า) เพื่อนร่วมชั้นคนใหม่ที่เพิ่งเข้ามาเรียนด้วย ภาสุรับเมขลาไว้ในหัวใจลุ่มหลง จนขาดสติยั้งคิด โดยที่ไม่เคยเคลือบแคลงใจ วาจาอ่อนหวานของเมขลานั้น ได้ซุกซ่อนตัวตนที่แท้จริงเอาไว้อย่างไร การเปลี่ยนแปลงของภาสุอยู่สายตาของ อรณี(ณัฐริกา เฝ้าด่าน) เพื่อนร่วมชั้นที่แอบชอบ และมีความปรารถนาดีให้กับภาสุเสมอมา อรณีพยายามจะตักเตือนทั้งทางตรงและทางอ้อม บางครั้งก็ทำให้ภาสุกับฤกษ์ดีรู้สึกไม่ค่อยชอบใจอรณีเท่าไหร่ ความเปลี่ยนแปลงไปในทางเลวร้ายของภาสุ ทำให้บรรยากาศภายในบ้านยิ่งทวีความตึงเครียด ความสัมพันธ์ระหว่างภาสุกับเภายิ่งแย่ลง ไม่ว่า คุณไหม หรือ ภัทริกา(กฤตสุดา อัญภานนท์) คู่แฝด สุกานดา (โชติรส ชโยวรรณ)ผู้เป็นแม่ คุณปู่ คุณย่า ก็ไม่สามารถช่วยคลี่คลายสถานการณ์ได้ ในระหว่างที่ภาสุกลับเข้าสู่เส้นทางเดินที่ถูกขีดไว้จากฝีมือของพ่อตัวเอง เมขลากับเสมอเทพกลับหลงระเริงไปกับความสุข เมขลายอมสละทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของผู้หญิงให้กับเสมอเทพ เพียงเพื่อหวังให้เสมอเทพครองคู่กับเธอตลอดไป เมขลากับเสมอเทพหายตัวไปจากโรงเรียนหลายวัน ส่งผลให้ภาสุไม่มีกระจิตกระใจที่จะตั้งใจเรียนตั้งใจสอบ จนทำให้เกิดผลเสียทางการเรียนร้ายแรง และทำให้ภาสุกับพ่อเกิดความขัดแย้งกันอย่างรุนแรงอีกครั้ง ในขณะที่ข่าวการตั้งท้องของเมขลากับการล่มสลายทางธรุกิจของครอบครัวเสมอเทพ และข่าวการแต่งงานของทั้งสองคนก็ยิ่งทำให้ภาสุร้อนรนจนอยู่ไม่ได้ และตัดสินใจหนีออกจากบ้าน ภาสุไปปรึกษา ปู่เล็ก(สิทธิชัย ผาบชมพู) คำสั่งสอนแลกเปลี่ยนทัศนคติของปู่เล็ก ทำให้ภาสุ ตัดสินใจกลับบ้าน สิ่งแรกที่ภาสุทำคือก้มลงกราบเท้าพ่อ พ่อเองก็ไม่ได้อาละวาด หรือลงโทษอย่างที่ภาสุคิด ช่วงเวลาอันน่ากลัวของวัยรุ่น อารมณ์รุนแรงกำลังจะผ่านไป พ่อพาภาสุกลับไปที่โรงเรียน และขอโอกาสให้กับเด็กชายผู้หลงทางอีกครั้ง สามปีผ่านไป ชีวิตของภาสุและฤกษ์ดีในรั้วมหาวิทยาลัยก็ดำเนินไปตามปกติ ภาสุได้พบกับอรณี เพื่อนรักสมัยม.ปลาย ที่เปลี่ยนจากเด็กสาวอ้วนกลม มาเป็นสาวน้อยน่ารัก ภาสุได้คบกับหริณลัญฉนา ดรัมเมเยอร์ไม้หนึ่ง ความรักครั้งที่สองของภาสุจบลงเร็วกว่าที่คิด ภาสุเสียใจและเสียหน้ากับความสัมพันธ์ในครั้งนี้มาก แต่ด้วยวัยและความรู้สึกที่เติบโตขึ้นของภาสุทำให้เค้าสามารถทำใจกับเรื่องนี้ได้เร็วขึ้น และมองเห็นความสวยงามบางอย่างในจิตใจของอรณีที่มาคอยเป็นกำลังใจให้ในยามที่ภาสุผิดหวังอีกครั้ง ตรงข้ามกับฤกษ์ดีที่ยิ่งโตยิ่งจมอยู่ในโลกทีมืดมนด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจในชาติกำเนิดของตัวเอง และยิ่งหวังปองดอกฟ้าอย่างคุณไหมที่ไม่เคยสนใจฤกษ์ดีมากไปกว่าเพื่อนของน้องชายเลยสักครั้ง ยิ่งทำให้ฤกษ์ดีจมอยู่ในโลกแห่งความเกลียดชังโดยไม่รู้ตัว พิษณุแสนหนุ่มวิศวะรูปหล่อ พ่อรวยกำลังขยันทำคะแนนเพื่อพิชิตใจของคุณไหมอยู่ ภาสุได้รู้เรื่องนี้จาก นายหมู(ยงศิลป์ วงศ์พนิตนนท์) น้องชายตัวดีที่ถูกคุณย่าประคบประหงมจนกลายเป็นเด็กแก่แดด ที่ฉลาดคิด รู้ทันคน และเป็นคนคอยช่วยภาสุในหลายเรื่องตั้งแต่เด็ก ภาสุเริ่มมองอรณีในแง่มุมใหม่ และจีบอรณีเป็นแฟนจนสำเร็จ เมื่อได้อยู่ใกล้และคลุกคลีกับอรณี ภาสุค้นพบว่าอรณีก็มีปัญหาในครอบครัวไม่ต่างจากคนอื่น แต่เธอมองปัญหาทุกอย่างในแง่บวกและใช้สติกับเหตุผลก้าวข้ามปัญหาทั้งหลายมาได้ อรณีใช้ความรักเป็นพลังในทางบวก ผลักดันให้ภาสุตั้งใจเรียน เพื่ออนาคตที่ดีในวันข้างหน้า แต่เมฆหมอกร้ายๆในชีวิตของภาสุยังมีผ่านเข้ามาเรื่อยๆ พร้อมกับการกลับมาของเมขลา ภาสุผู้อ่อนไหว หลงคนง่ายคนเดิมกลับมา พร้อมกับการเดินกลับไปหาเมขลา และทอดทิ้งอรณีอย่างไม่ใยดี อรณีเจ็บช้ำเกินกว่าจะบอกใคร ทุกอย่างยิ่งแย่ลง เพราะเมขลาท้องและเรียกร้องความรับผิดชอบจากภาสุ ภาสุเข้าตาจนไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร ภาพของอรณีกลับปรากฎขึ้นในความทรงจำ ภาสุอยากย้อนเวลาไปเพื่อจะแก้ไขในสิ่งที่ตัวเองทำ แต่ก็ทำไม่ได้ ท่ามกลางปัญหาหัวใจที่รุมเร้า ปัญหาทางการเมืองระดับชาติก็เริ่มรุนแรงขึ้น ทำให้กลุ่มนักศึกษาปัญญาชนจากทุกมหาวิทยาลัยออกมารวมตัวกัน เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับสังคมและชนทุกชั้น ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้ ภาสุ ฤกษ์ดี อรณี และคุณไหม มีโอกาสได้ทำกิจกรรมเพื่อส่วนรวมร่วมกัน สายใยบางๆระหว่างภาสุกับอรณีถูกกระตุกขึ้นอีกครั้ง อรณียังไม่ยอมใจอ่อนให้กับภาสุ คุณไหมเอาปัญหาของภาสุมาปรึกษาฤกษ์ดี ฤกษ์ดีรับปากว่าจะลองหาทางช่วย แต่คุณไหมกังวลแทนคู่แฝดจนตัดสินใจเล่าความริงให้แม่ฟัง เมื่อรู้ถึงหูสุกานดา ก็รู้ถึงหูเภาจนได้ เป็นอีกครั้งที่ทุกคนในบ้านต่างก็ต้องอกสั่นขวัญแขวนกับความขัดแย้งระหว่างเภากับภาสุ เภาที่อ่อนลงไปมากตั้งแต่ลูกๆเข้ามหาวิทยาลัย ตัดสินให้ภาสุแต่งงานกับเมขลาให้ถูกต้อง แต่ภาสุจะทำได้อย่างไรในเมื่อ ตอนนี้ภาสุรู้แล้วว่าคนที่เขารักอย่างจริงจังนั้นคือ อรณี ติดตามเรื่องราวทั้งหมดได้ใน อรุณสวัสดิ์