นารูโตะวายุสลาตัน

ตำรวจไขปม คดีฆ่าหั่นศพชาวสเปน จากชนวนเรื่องเงิน
ฆ่าหั่นศพ /  เจ้าพระยา / 

พลตำรวจเอกชวน นาริน ผู้บัญชาการตำรวจจังหวัดพระสีหนุ ของกัมพูชา เปิดเผยเมื่อวานนี้ ว่า สามารถจับกุมตัวชายชาวสเปน ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยคนสำคัญในคดีฆาตกรรมเพื่อนร่วมชาติ ที่มีการพบชิ้นส่วนร่างกายถูกหั่นเป็นชิ้นๆ ทิ้งลงแม่น้ำเจ้าพระยาในกรุงเทพฯ เมื่อสัปดาห์ก่อน   โดยผู้ต้องสงสัยรายนี้ คือ นายอาตูร์ หรืออาเธอร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป อายุ 36 ปี ถูกจับกุมได้เมื่อเย็นวันอาทิตย์ ที่เมืองสีหนุวิลล์ ซึ่งเป็นเมืองชายฝั่งของกัมพูชา หลังจากที่เขาเดินทางมาถึงกัมพูชาไม่กี่วันก่อนหน้านี้  ผู้บัญชาการตำรวจจังหวัดพระสีหนุ กล่าวด้วยว่า การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นตามการร้องขอจากประเทศไทย และทางการกัมพูชาจะส่งตัวผู้ต้องสงสัยรายนี้ให้แก่ทางการไทย ก่อนหน้านี้ ตำรวจจังหวัดสุรินทร์ พบรถจักรยานยนต์ ที่คาดว่าเป็นของผู้ต้องสงสัย ถูกจอดทิ้งไว้ใกล้กับตลาดชายแดน ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า เป็นไปได้ที่ผู้ต้องหาจะหลบหนีข้ามไปยังฝั่งประเทศกัมพูชาแล้ว ขณะที่ผลชันสูตรของตำรวจไทย พบว่า ผู้เสียชีวิต คือ นายเดวิด เบอร์นาต นักธุรกิจชาวสเปน ซึ่งคาดว่าถูกลักพาตัว, ทรมาน และถูกบังคับให้โอนเงินจำนวนมาก ก่อนถูกฆาตกรรม  ส่วนประเด็นการสืบสวนมุ่งเป้าไปที่การลักพาตัว เพื่อประสงค์ต่อทรัพย์ แต่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจมืด โดยเหตุที่คนร้ายได้เงินแล้ว แต่ยังฆ่าหั่นศพผู้ตายอย่างโหดเหี้ยม เชื่อว่าน่าจะเกิดจากคนร้ายต้องการเงินเพิ่ม หรือได้เงินไม่ครบ เพราะถูกธนาคารในไทยและสิงคโปร์ตรวจพบความผิดปกติ จึงระงับการทำธุรกรรมไปกว่า 3 แสนเหรียญสหรัฐฯ หรือกว่า 10 ล้านบาท ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เจ้าหน้าตร.อำเภอคลองใหญ่ จ.ตราด พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อม พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์มาลงที่สนามกีฬา อ.คลองใหญ่ จ.ตราด เพื่อรับตัว นายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป ผู้ต้องหาในคดีฆ่าหั่นศพชาวสเปน หลังรับทราบว่า ถูกตำรวจกัมพูชาจับกุมตัวได้ที่จังหวัดสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา ด้าน น.อ.ดิเรก อินทวงศ์ หัวหน้าหน่วยประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา จ.ตราด เปิดเผยว่า หลังจาก พ.ต.อ.อนุชา สุทธยดิลก ผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจ สถานทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ ได้ประสานงานตำรวจแห่งชาติของกัมพูชา เพื่อประสานการจับกุมตัว นายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป อายุ 37 ปี คนร้ายที่ก่อเหตุฆ่าหั่นศพชาวสเปน แล้วหลบหนีออกนอกประเทศไทย ทางช่องโอเสม็ด จ.สุรินทร์ และเดินทางมาหลบอยู่ที่ จ.สีหนุวิลล์ จึงได้ทำการตรวจสอบและติดตามจับกุมตัวได้ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง พร้อมควบคุมตัวไว้ที่สถานีตำรวจในกรุงสีหนุวิลล์ พร้อมกับได้ประสานงานเพื่อให้ตำรวจไทย เข้ามารับตัวที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน จ.ตราด ที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ ในเวลา 12.00 น.ที่ผ่านมา ส่วนบรรยากาศที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและกัมพูชา เดินทางเข้าออกกันตามปกติ และมีตำรวจตรวจคนเข้าเมืองตราด และฝ่ายทหารอยู่ในพื้นที่จำนวนหนึ่ง ก่อนนำตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์มาที่กรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ10 พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ได้เข้าตรวจสอบห้องพักของ นายอาเธอร์ หรือ อาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป ชาวสเปน ผู้ต้องหาในคดีฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด ชาวสเปน ย่านพระราม 9 และนำชิ้นส่วนไปทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยา หลังตำรวจเชื่อว่า จุดนี้จะเป็นจุดฆ่าและหั่นศพนายเดวิด พล.ต.อ.ปัญญา เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบ พบว่า นายอาตูร์ เช่าห้องพักที่คอนโดแห่งนี้ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2558 และอาศัยอยู่ที่นี่เป็นประจำ โดยมี น.ส.ปริศนา แสนอุบล เข้ามาพักด้วยเป็นบางครั้ง และจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่า เมื่อวันที่ 20 มกราคม ที่ผ่านมา บันทึกภาพขณะนายเดวิด เข้ามาภายในคอนโดแห่งนี้ และไม่พบว่า นายเดวิด ออกไปจากคอนโด พบเพียง นายอาตูร์ เข้าออก และมีการขนตู้แช่ออกจากคอนโด ไปไว้ที่บ้านเช่าหลังหนึ่งย่านรามคำแหง เมื่อวันที่ 31 มกราคม ที่ผ่านมา แต่ต้องรอผลตรวจจากกองพิสูจน์หลักฐาน ในการตรวจหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมในครั้งนี้ เพื่อยืนยันความชัดเจนอีกครั้ง ............................................................................................................................................................... พล.ต.อ.เดชณรงค์ ยืนยัน ได้ตัว อาตูร์ ผู้ต้องสงสัยคดีฆ่าหั่นศพจากกัมพูชาแน่นอน ด้าน ผบก.ภ.จว.สระแก้ว ปัดไม่รู้ส่งตัวให้ไทยวันนี้ พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา ที่ปรึกษา (สบ 10) ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด อายุ 39 ปี นักธุรกิจชาวสเปน ทิ้งในแม่น้ำเจ้าพระยา ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาได้ควบคุมตัว นายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป อายุ 37 ปี ชาวสเปน ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยได้ขณะที่กำลังจะหลบหนีไปทางทะเล ทั้งนี้ยืนยันว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไทย ได้ตัวนายอาตูร์แน่นอนแต่ต้องดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายในการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งไทยกับกัมพูชามีสนธิสัญญากันอยู่แล้วในส่วนนี้ โดยหากทางพนักงานสอบสวน สามารถรวบรวมพยานหลักฐานและขอศาลออกหมายจับได้จะทำให้การดำเนินการคดี และประสานขอตัวนายอาตูร์กับกัมพูชามีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ต้องรอทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาอีกครั้งว่าจะแจ้งข้อหา นายอาตูร์ ในเรื่องใด อาทิ การหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย พร้อมกันนี้ พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว เปิดเผยถึงกระแสข่าวที่ว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชา จะส่งตัวนายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป ผู้ต้องสงสัยคดีฆ่าหั่นศพในวันนี้ที่จังหวัดสระแก้วว่า ยังไม่ทราบข้อมูล และยังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม วันนี้ พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา (สบ 10) จะประชุมที่ศูนย์สืบสวนนครบาล ถึงความคืบหน้าคดีหั่นศพเพื่อเร่งรัดคดี ............................................................................................................................................................... ตำรวจกัมพูชา จับกุม "อาตูร์" ผู้ต้องสงสัยในคดีฆ่าหั่นศพ "นายเดวิด เบอร์นาร์ด" ชาวสเปนได้ที่ สีหนุวิลล์ เมืองชายทะเลสุดหรู ขณะพยามหลบหนี เว็บไซต์สำนักข่าว ฟอกซ์ นิวส์ รายงานว่า เมื่อเวลา 23.00 น. ของวันที่ 7 ก.พ. ตำรวจกัมพูชา สามารถจับกุมตัว นายอาตูร์ หรือ อาเธอร์ เซกราร่า ปรินเซป ผู้ต้องสงสัยในคดีฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด  นักธุรกิจชาวสเปน ที่ สีหนุวิลล์ เมืองชายทะเลที่มีชื่อเสียงที่สุดของกัมพูชา จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกัมพูชา ที่บอกกับทางสำนักข่าว EFE ผ่านทางโทรศัพท์ว่า สามารถจับกุมนายอาตูร์ได้ที่เมืองทางตอนใต้ของสีหนุวิลล์ เมื่อเวลาประมาณ 07.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งสำนักข่าว ขะแมร์ 440 นิวส์ ได้ตีพิมพ์ภาพของผู้ต้องสงสัยรายนี้ ลงสื่อขณะที่ถูกควบคุมตัว นายอาตูร์ ไว้ที่สถานีตำรวจสีหนุวิลล์ ก่อนถูกจับกุมนายอาตูร์ ได้กินอาหารเย็นที่จังหวัดสุรินทร์ ภาคตะวันออก เฉียงเหนือของไทย และเมื่อเขาถูกกลุ่มของคนไทยบริเวณนั้นเห็นใบหน้า นายอาตูร์ จึงหนีไปกัมพูชา ซึ่งทางจ้าหน้าที่ได้พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สีแดง ของ นายอาตูร์ เมื่อเช้าวันเสาร์ บริเวณป่ารกชายแดนไทย-กัมพูชา ในรายงานข่าวของสื่อกัมพูชา ระบุว่า นายอาตูร์ ถูกจับกุมขณะที่แต่งกายสวมเสื้อแจ็คเก็ตแขนยาวสีเขียวคาดดำ กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ และพยายามหลบหนีออกทางทะเล โดยทางการกัมพูชา กำลังนำตัว นายอาตูร์ เดินทางมายังชายแดนจังหวัดสระแก้ว คาดว่าจะนำตัวแถลงข่าวการจับกุมในเช้าวันนี้ ............................................................................................................................................................... สาวชาวสุรินทร์คนสนิทผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพชาวสเปน ยันไม่เกี่ยวกับเหตุฆาตกรรม จนท.คุมเข้มชายแดนไทย-กัมพูชา วันนี้ 6 ก.พ. ตำรวจ จ.สุรินทร์ ได้เชิญตัว น.ส.ปริศนา อายุ 22 ปี เพื่อนสาวของนายอาตูร์ ชาวสเปน ผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพชาวสเปน มาสอบปากคำในเบื้องต้นที่ ห้องสืบสวนภูธร จ.สุรินทร์ โดยเบื้องต้น น.ส.ปริศนา รับสารภาพว่า นายอาตูร์ มาอยู่อาศัยกับตนเองตั้งแต่วันที่ 31 ม.ค.59 ที่ผ่านมา โดยนั่งรถจักรยานยนต์ ออนด้า รุ่นพีซีเอ็ก สีแดง ล้อทอง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนมาด้วยกัน โดยพักอยู่ที่บ้านจะแกโกน ต.สำโรง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ซึ่งนายอาตูร์ได้หลบหนีไปตั้งแต่เมื่อวานช่วงเวลา 6 โมงเย็นแล้ว หลังพากันไปเที่ยวที่ร้าน คาราโอเกะ อ.เมือง จ.สุรินทร์ ระหว่างนั้นพนักงานพากันเปิดดูข่าว พบ ข่าวและภาพของนายอาตูร์ พอดี จึงพากันสงสัย นายอาตูร์ จึงรีบขับรถจักรยานยนต์หนีออกไป หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ เชิญตัว น.ส.ปริศนา มาสอบสวนให้ปากคำดังกล่าว ซึ่งในเบื้องต้น น.ส.รับสารภาพว่า ได้ไปทำงานที่ กทม.และคบกับนายอาตูร์ มากว่า 6 เดือนแล้ว โดยพักคอนโดคนละแห่งกัน และไม่ทราบเรื่องว่านายอาตูร์ เกี่ยวข้องกับคดีนี้ ซึ่งตนเองไม่รู้ไม่เห็นด้วยกับเรื่องที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด ขณะที่ จนท.ตำรวจเร่งไล่ล่าผู้ต้องหารายนี้ คาดว่าจะยังคงหลบหนีอยู่ในพื้นที่ จ.สุรินทร์ หรืออาจจะหลบหนีออกนอกประเทศตามแนวชายแดนไทยกัมพูชาแล้วก็เป็นได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตรวจสามารถตรวจยึดรถ จยย.คันดังกล่าวถูกจอดทิ้งไว้ที่บริเวณตลาดสมบัติ ซึ่งเป็นตลาดการค้า ติดชายแดนไทย-กัมพูชา ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการปรานงานตรวจสกัดจับในทุกช่องทางแล้ว ขอบคุณ INN _________________________________________________________________________________________ เจ้าหน้าที่ตำรวจเผยข้อมูลล่าสุดพบชายชาวสเปน ต้องสงสัยเอี่ยวขบวนการฆ่าหั่นศพชาวสเปน วันนี้ 5 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการเปิดเผยภาพผู้ต้องสงสัย 1 ในขบวนการฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด นักธุรกิจชาวสเปน ชื่อนายอาตูร์ เป็นชาวสเปน โดยตำรวจ ยืนยันยังหลบซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทย และ เชื่อว่ากลุ่มคนร้าย น่าจะเป็นชาวสเปน ส่วนคนไทย ที่เกี่ยวข้องอาจจะทำหน้าที่ ในการขับรถให้ทีมคนร้ายฆ่าหั่นศพ ที่เอาศพไปทิ้งในพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยทางด้าน พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ 10 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีฆ่าหั่นศพ ยืนยันว่า จะสามารถจับมือฆ่าหั่นศพได้ ทั้งคนไทย และคนต่างชาติที่ร่วมขบวนการ เร็วๆนี้ เพราะจากข้อมูลหลักฐานการนั้นค่อนข้างชัดเจน และดำเนินการได้ โดยเฉพาะข้อมูล จากเพื่อนของนายเดวิด ที่ระบุว่า การติดต่อทางข้อความไลน์ กับนายเดวิด ครั้งสุดท้าย 1 สัปดาห์ก่อนพบศพลอยแม่น้ำเจ้าพระยานั้น ข้อความสนทนามีพิรุธ เพราะการใช้คำพูดไม่คุ้นเคย และเป็นคำสนทนาที่นายเดวิดไม่เคยใช้มาก่อน นอกจากนี้เบาะแสสำคัญ มีพยานยืนยันว่า เมื่อวันที่ 20 ม.ค. เห็นนายเดวิด ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า คลิก สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ออกไปจากคอนโด กับชายชาวต่างชาติ และหลังจากนั้นก็ไม่ได้กลับเข้ามาอีกเลย ซึ่งข้อมูลนี้ชุดสืบกำลังเร่งติดตามแกะรอยจากกล้องวงจรปิดเพื่อเร่งจับตัวมาร่วมขบวนการ ขอบคุณ Voice Tv _________________________________________________________________________________________________ พล.ต.อ.ปัญญา เผย คดีฆ่าหั่นศพ คืบ 80% เร่งรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับ มั่นใจจับตัวคนร้ายได้ ชี้ ยังไม่พบประวัติก่อเหตุในไทย พลตำรวจเอก ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ 10 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีฆ่าหั่นศพ นายดาบิด แบร์นาด อายุ 39 ปี ทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยาหลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และปทุมธานี ว่า หลังจากเจ้าหน้าที่สามารถพิสูจน์ทราบและยืนยันตัวบุคคลได้แล้ว ทำให้สามารถขมวดปมและรู้ว่ากลุ่มผู้ต้องหาว่าเป็นกลุ่มใด เบื้องต้นยังให้น้ำหนักไปที่ฝีมือกลุ่มชาวต่างชาติที่ต้องการทรัพย์สินจากผู้ตาย ก่อนจะฆ่าปิดปากและอำพรางศพด้วยการหั่นเป็นชิ้น ซึ่งจากพยานหลักฐานทั้งทางนิติวิทยาศาสตร์ และพยานบุคคล ทำให้คดีมีความคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 80 โดยขณะนี้ในส่วนของแนวทางการสอบสวน ได้เร่งรัดให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายจับ ส่วนในแนวทางการสืบสวนได้กำชับให้ตำรวจกองปราบปราม ตำรวจนครบาล ตำรวจภูธรภาค 1 และตำรวจท่องเที่ยว ติดตามตัวละครต่าง ๆ ที่อาจเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกับกลุ่มคนร้าย เพื่อหาจุดที่คนร้ายจับตัวผู้เสียชีวิตไป ตลอดจน สถานที่กักขัง จุดฆาตกรรมชำแหละและจุดทิ้งศพลงแม่น้ำเจ้าพระยา อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.ปัญญา กล่าวว่า จากการตรวจสอบฐานข้อมูลอาชญากรรมข้ามชาติ ยังไม่พบประวัติคนร้ายกลุ่มดังกล่าวก่อเหตุในไทย แต่ได้ประสานให้ทางสถานเอกอัครราชทูตสเปนประจำประเทศไทย และกรมการกงสุส กระทรวงการต่างแประเทศ ดำเนินการตรวจสอบให้อีกครั้ง ซึ่งยังอยู่ระหว่างการรอผล ----------------------------------------------------------------------------- ข้อมูลล่าสุดคาดว่าชิ้นส่วนมนุษย์ทั้งหมด อาจเป็นนักท่องเที่ยวชาวสเปนที่ญาติได้แจ้งความไว้ว่าหายไป ที่ สน.ลุมพินี วันนี้ 4 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดชุดสืบสวนได้ข้อมูลว่าชิ้นส่วนมนุษย์ที่ถูกพบน่าจะเป็นนักท่องเที่ยวชาวสเปนที่ญาติได้แจ้งหายไว้ที่สน.ลุมพินี ทั้งนี้สำหรับนักท่องเที่ยวรายนี้ครบกำหนดเดินทางกลับจากการท่องเที่ยวในประเทศ ตั้งแต่ปลายเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาแต่จนถึงขณะนี้ยังไม่เดินทางกลับแต่อย่างใด เมื่อตรวจสอบข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ก็ยังไม่พบข้อมูลการเดินทางออกจากประเทศไทย ทางด้าน พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) เปิดเผยว่า ถึงขณะนี้ยังไม่สามารถระบุตัวคนตายได้แน่ชัดอยู่ระหว่างการประสานกับญาติชาวสเปนรายนี้ เพื่อเปรียบเทียบลายนิ้วมือและดีเอ็นเอเพื่อยืนยันตัวบุคคล ทั้งนี้ ยังมีรายงานข่าวแจ้งว่าขณะนี้ทีมสืบสวนตำรวจนครบาลได้ลงพื้นที่ ภายในซอยสุขุมวิทซอย 8 ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายที่มีพยานพบเห็นนักท่องเที่ยวรายนี้ เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 19 ม.ค.59ที่ผ่านมา ขอบคุณข้อมูล TNN24 ................................................... พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ.10 เรียกประชุมชุดสืบสวนติดตามความคืบหน้า คดีฆ่าหั่นศพลอยเจ้าพระยา นัดแรกบ่ายนี้ วันนี้ 4 ก.พ. พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ.10 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนกรณีพบชิ้นส่วนมนุษย์ถูกทิ้งในแม่น้ำเจ้าพระยา เรียกชุดสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1 ปทุมธานี และนนทบุรี ตลอดจนหน่วยสนับสนุน อาทิ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เข้าร่วมประชุมในเวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุมศรียานนท์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อติดตามความคืบหน้าในทางคดี และวางแนวทางการทำงานให้กับชุดสืบสวนสอบสวนเพื่อหาตัวคนร้าย ซึ่งเป็นการประชุมเพื่อคลี่คลายคดีครั้งแรก หลังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีหนังสือแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าชุด ซึ่งภายหลังการประชุมแล้วเสร็จ จะมีการแถลงความคืบหน้าในทางคดีต่อไป อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยผลการตรวจพิสูจน์ชิ้นส่วนมนุษย์ที่พบทั้ง 6 ชิ้นว่า จากการตรวจดีเอ็นเอ และรอยต่อเปรียบเทียบกัน พบว่าเป็นชิ้นส่วนจากบุคคลเดียวกัน ซึ่งมีลักษณะเป็นชาย ยังไม่ทราบเชื้อชาติที่แน่ชัด อายุประมาณ 40 ปี สูงประมาณ 165 เซนติเมตร ผมดำ มีหนวดเครา มีขนตามตัวค่อนข้างมาก มีรอยผ่าตัดไส้ติ่ง ฟันสะอาด ค่อนข้างเป็นผู้มีสุขภาพดี แต่จากการตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอกับบิดาของบุคคลสูญหายที่ จ.ระยอง ไม่ตรงกัน ขอบคุณ INN ....................................................... พบอีกชิ้นส่วนขามนุษย์ ขาซ้ายท่อนบนช่วงกลาง ในถุงดำ ลอยติดแม่น้ำเจ้าพระยาท่าน้ำรง.ปทุมธานีฯ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ คาดเป็นคนเดียวกันกับที่พบมาหลายวันนี้ เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งชาวบ้านพบชิ้นส่วนมนุษย์ลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา โดยจุดที่พบอยู่บริเวณท่าน้ำ ภายในโรงงานปทุมธานีแห่งหนึ่ง จ.ปทุมธานี ลักษณะชิ้นส่วนที่พบคือขาซ้ายท่อนบนช่วงกลาง และท่อนล่างช่วงกลาง มีขนาดประมาณ 46 เซ็นติเมตร เบื้องต้นชาวบ้านผู้พบเห็นได้ให้ข้อมูลว่ามาจอดเจออยู่ใกล้ฝั่งโรงงานดังกล่าว จากนั้นเห็นถุงดำที่มีส่วนชิ้นเนื้อโผล่ออกมาลอยอยู่ในน้ำจึงแจ้งทาง สภ.ปากเกร็ด ล่าสุดเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้เข้ามายังจุดเกิดเหตุและอยู่ระหว่างตรวจสอบและเก็บหลักฐาน คาดเป็นชิ้นส่วนของคนเดียวกันที่พบก่อนหน้านี้ น.1เผยDNAหั่นศพเป็นชายไทยจี้ดูCCTV พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกรณีการพบชิ้นส่วนศพในแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ของตำรวจนครบาล 7 ปทุมธานี และนนทบุรี โดยเจ้าหน้าที่ได้นำชิ้นส่วนที่พบทั้งหมดให้แพทย์นิติวิทยาตรวจสอบ ซึ่งผลชันสูตร พบว่าชิ้นส่วนทั้งหมดเป็นบุคคลคนเดียวกัน และคาดว่าเป็นชายไทย อายุประมาณ 40 - 50 ปี โดยจากการตรวจสอบประวัติ ไม่พบว่าเคยต้องโทษ หรือคดีความใด ๆ นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 ประสานงานกับแพทย์นิติเวชด้วยตนเอง เพื่อหารายละเอียดเพิ่มเติม และเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด ส่วนจุดทิ้งคาดว่าคนร้ายน่าจะนำศพไปทิ้ง วิเคราะห์ตามกระแสน้ำ และทิศทางการไหลของน้ำ สันนิษฐานเบื้องต้นว่าเป็นช่วงบริเวณสะพานพระนั่งเกล้าฯ ซึ่งได้สั่งการให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าวแล้ว รวมถึงให้กองบังคับการตำรวจนครบาล ที่มีพื้นที่ติดบริเวณริมแม่น้ำ ตรวจสอบกล้องวงจรปิด จุดที่น่าสงสัย เพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติม พร้อมกันนี้เชื่อว่า การทำคดีนี้ไม่ยากแน่นอน สำหรับกรณีที่ นางสาวกาญจนา อ่อนสา ชาวจังหวัดระยอง ที่สงสัยว่าชิ้นส่วนที่พบเป็นสามีของตนที่หายไป ซึ่ง พล.ต.ท.ศานิตย์ ระบุว่า จะทราบผลภายในวันนี้ว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ ผบช.ภ.1รอผลนิติเวชก่อนคลี่ปมคดีฆ่าหั่นศพ พลตำรวจโท ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยถึงความคืบหน้า กรณีพบชิ้นส่วนศพลอยในแม่น้ำเจ้าพระยาว่า จะต้องรอผลตรวจทางนิติเวชก่อนว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ พร้อมทั้งต้องรอผลตรวจดีเอ็นเอของ นายศรี ขันติเนตร บิดา นายเกียรติศักดิ์ ขันติเนตร ที่แจ้งว่า ลูกชายหายตัวไป เมื่อวันที่ 22 มกราคม ในพื้นที่ สภ.เมืองระยอง ซึ่งขณะนี้ผลตรวจยังไม่ออก และหากรู้ชื่อผู้ตาย ขั้นตอนต่อไป เจ้าหน้าที่จะได้ตั้งประเด็นในการสืบสวนสอบสวนต่อไป ทั้งนี้ ภายในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 ยังไม่มีการแจ้งบุคคลสูญหาย แม้แต่พื้นที่เดียว และจากประวัติคดีอาชญากรรมในพื้นที่ ยังไม่เคยพบเห็นคดีที่มีความรุนแรงในลักษณะดังกล่าว ส่วนตัวคาดว่า คนร้ายน่าจะมีความพยายามในการอำพรางศพ แต่น่าจะไม่มีความรู้ดีพอ จึงไม่มีการนำชิ้นส่วนใส่ในถุง ด้าน พลตำรวจตรี นายแพทย์พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ระบุว่า ขณะนี้ผลตรวจ สามารถยืนยันได้ว่า ชิ้นส่วนที่พบเป็นบุคคลเดียวกัน เนื่องจาก สามารถนำชิ้นส่วนมาต่อประกอบกันได้ ขณะที่ ผลตรวจดีเอ็นเอ ที่จะยืนยันว่า เป็นบุคคลใด หรือ เสียชีวิตด้วยสาเหตุใด ขณะนี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ทราบได้ ต้องใช้เวลาพอสมควร และเจ้าหน้าที่นิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ต้องทำงานร่วมกับ พนักงานสอบสวน ในการประสานข้อมูลหลักฐานอื่น ๆ ร่วมด้วย ขอบคุณรูปภาพและเนื้อหาจาก INN ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ผบช.น. เผย ชิ้นส่วนศพลอยแม่น้ำเป็นคนเดียวกัน คาดเป็นชายไทยอายุ 40 - 50 ปี พร้อมสั่งโรงพักริมน้ำตรวจสอบ CCTV จุดที่น่าสงสัย วันนี้ 3 ก.พ. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกรณีการพบชิ้นส่วนศพในแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ของตำรวจนครบาล 7 ปทุมธานี และนนทบุรี โดยเจ้าหน้าที่ได้นำชิ้นส่วนที่พบทั้งหมดให้แพทย์นิติวิทยาตรวจสอบ ซึ่งผลชันสูตร พบว่าชิ้นส่วนทั้งหมดเป็นบุคคลคนเดียวกัน และคาดว่าเป็นชายไทย อายุประมาณ 40 - 50 ปี โดยจากการตรวจสอบประวัติ ไม่พบว่าเคยต้องโทษ หรือคดีความใด ๆ นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 ประสานงานกับแพทย์นิติเวชด้วยตนเอง เพื่อหารายละเอียดเพิ่มเติม และเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด ส่วนจุดทิ้งคาดว่าคนร้ายน่าจะนำศพไปทิ้ง วิเคราะห์ตามกระแสน้ำ และทิศทางการไหลของน้ำ เบื้องต้นคาดว่าจุดทิ้งเป็นช่วงบริเวณสะพานพระนั่งเกล้าฯ ซึ่งได้สั่งการให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าวแล้ว รวมถึงให้กองบังคับการตำรวจนครบาล ที่มีพื้นที่ติดบริเวณริมแม่น้ำ ตรวจสอบกล้องวงจรปิด จุดที่น่าสงสัย เพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติม พร้อมกันนี้เชื่อว่า การทำคดีนี้ไม่ยากแน่นอน สำหรับกรณีที่ น.ส.กาญจนา อ่อนสา ชาวจังหวัดระยอง ที่สงสัยว่าชิ้นส่วนที่พบเป็นสามีของตนที่หายไป ซึ่ง พล.ต.ท.ศานิตย์ ระบุว่า จะทราบผลภายในวันนี้ว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ ขอบคุณ INN ....................................................... ความคืบหน้าคดีพบชิ้นส่วนมนุษย์ สถาบันนิติเวชวิทยา ตรวจสอบ ชิ้นส่วนมนุษย์ 4 ชิ้น ที่ลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้สะพานพระราม 5 ชี้เป็นคนเดียวกันกับที่พบในพื้นที่ ฝั่งธน และอำเภอเมืองจ.นนทบุรี ขณะนี้อยู่ในระหว่างการรอชิ้นส่วนที่เหลือ ส่งไปตรวจดีเอ็นเอเพื่อพิสูจน์ว่าเป็นร่างกายของผู้ใดต่อไป พร้อมกันนี้ พล.ต.อ. พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ครอบครัวของชายที่หายตัวไปจาก จ.ระยอง ลงพื้นที่ท่าน้ำพระราม 5 เพื่อตรวจสอบชิ้นส่วนขาขวาของมนุษย์ มีการนำดีเอ็นเอไปตรวจ ผู้เชี้ยวชาญระบุว่า ชิ้นส่วนดังกล่าว เป็นขาของชาวเอเชีย ขณะนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนเป็นพิเศษ เพื่อหาความจริงต่อไป ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ พบชิ้นส่วนมุนษย์เพิ่ม บริเวณกรมเจ้าท่า ใกล้สะพานพระราม 5 เป็นแข้ง ขาขวา ขณะที่ ขาซ้าย ลอยติดท่าน้ำวัดเกริน ต.บางกระดี จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่ลงพื้นนำชันสูตรเชื่อมโยงชิ้นส่วนที่พบก่อนหน้าที่ วันนี้ 2 ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า วินมอเตอร์ไซค์พบชิ้นส่วนมุนษย์ส่วนแข้ง ขาด้านขวา ลอยอยู่บริเวณกรมเจ้าท่า ใกล้สะพานพระราม 5 เขตบางสีเมือง สภาพชิ้นส่วนยังปกติไม่เน่าเปื่อย สีขาวซีด และได้ผูกมัดไว้เพื่อป้องกันการลอยไปตามกระแสน้ำ เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ และกำลังนำชิ้นส่วนของมนุษย์ไปชันสูตรว่า มีความเชื่อมโยงกับชิ้นส่วนของร่างมนุษย์ที่พบก่อนหน้านี้หรือไม่ ขณะเดียวกันที่ปทุมธานี ได้รับแจ้งว่า พบชิ้นส่วนมนุษย์ เป็นขาด้านซ้าย ลอยอยู่บริเวณ ท่าน้ำวัดเกริน ต.บางกระดี จ.ปทุมธานี สภาพชิ้นส่วนยังปกติ สีขาวซีด เบื้องต้น เจ้าหน้าตำรวจ ลงพื้นที่และได้นำชิ้นส่วนของมนุษย์ ขึ้นมาจากน้ำแล้ว โดยกำลังรอเจ้าหน้าที่นิติเวช มาตรวจสอบเพิ่มเติมว่า ชิ้นส่วนขาซ้ายที่พบนั้น มีความเชื่อมโยงกับชิ้นส่วนของร่างมนุษย์ที่พบก่อนหน้านี้หรือไม่ อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถระบุได้ว่าชิ้นส่วนที่พบนั้นเป็นของคนไทยหรือชาวต่างชาติ ขอบคุณ INN ....................................................... "พล.ต.ท.ศานิตย์" ส่ง 4 ชิ้นส่วนมนุษย์ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา ให้แพทย์ชันสูตรเป็นเคสเร่งด่วน คาดว่าเป็นชายชาวเอเชีย  วันนี้ 1 ก.พ. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงความคืบหน้ากรณีพบชิ้นส่วนมนุษย์ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา โดยขณะนี้ได้นำชิ้นส่วนทั้งหมด 4 ชิ้น คือ ส่วนศีรษะ แขนขวา ขาขวา และลำตัว ส่งให้แพทย์ชันสูตรอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเป็นเคสพิเศษเพื่อพิสูจน์ DNA และตรวจสอบว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถระบุเวลาที่จะทราบผลชัดเจนได้ แต่เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นชายชาวเอเชีย อย่างไรก็ตามต้องรอผลจากแพทย์ชันสูตรศพก่อน จึงจะดำเนินการสอบสวนขยายผลต่อไป ศานิตย์คาดผลชันสูตรชิ้นส่วนศพจะชัดเจนพรุ่งนี้ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เรียกประชุมชุดสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีพบชิ้นส่วนมนุษย์ที่ลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมเปิดเผยว่า ระหว่างนี้อยู่ระหว่างนำชิ้นส่วนที่พบทั้งหมด ส่งให้สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม หรือ ดีเอ็นเอ ว่าเป็นของบุคคลเดียวกันหรือไม่ และผู้ตายเป็นชนชาติใด ซึ่งจากที่ได้รับรายงาน คาดว่าผู้ตายน่าจะเป็นแขกขาว แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจริงหรือไม่ ขณะเดียวกัน ตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1 กำลังอยู่ระหว่างการประสานงานเพื่อเร่งหาสถานที่เกิดเหตุในการฆาตกรรมว่าอยู่จุดใด แต่จากการสันนิษฐานเบื้องต้น เชื่อว่าน่าจะมีการฆ่าหั่นศพจากบริเวณอื่น ก่อนนำร่างของผู้ตายมาทิ้งเหนือสะพานพระนั่งเกล้า ส่วนผลการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร คาดว่าน่าจะมีผลสรุปได้ภายในวันนี้ หรือพรุ่งนี้ ดังนั้นจึงอยากฝากประชาสัมพันธ์ถึงประชาชนทุกคน หากเชื่อว่าผู้ตายเป็นญาติพี่น้อง หรือบุคคลใดที่คาดว่าจะรู้จักผู้ตาย ให้ติดต่อเพื่อขอดูศพ หรือตรวจพิสูจน์ทราบดีเอ็นเอ ขอบคุณ INN ....................................................... พบอีก! ชิ้นส่วนศีรษะมนุษย์ ถูกเทปพันรอบยัดถุงดำ ลอยใต้ถุนบ้านประชาชนย่านบางศรีเมือง เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบ คาดเป็นคนเดียว เมื่อวันที่ 31 ม.ค. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิได้รับแจ้งจากประชาชนย่านบางศรีเมือง จ.นนทบุรี ว่าพบชิ้นส่วนมนุษย์ส่งกลิ่นเหม็นอยู่ใต้ถุนบ้าน จึงรุดไปตรวจสอบพบ เป็นชิ้นส่วนศีรษะเพศชาย ถูกคุมด้วยถุงดำ มีเทปสีใสพันรอบศีรษะ มีหนวดเครา ผมสั้น และศีรษะล้าน ซึ่งคาดว่าน่าจะเสียชีวิตมานานกว่า 4 วัน เจ้าหน้าที่จึงเคลื่อนย้ายศีรษะมายังวัดตำหนักใต้ พื้นที่ สภ.นนทบุรี และขณะนี้อยู่ระหว่างรอเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม คาดว่าชิ้นส่วนที่พบทั้งหมดน่าจะเป็นบุคคลคนเดียวกัน และยังเหลือชิ้นส่วนแขนซ้ายและขาซ้ายที่ยังไม่พบ ขอบคุณ INN ....................................................... พบอีก ชิ้นส่วนลำตัวมนุษย์ ลอยเจ้าพระยา ที่ท่าน้ำนนทบุรี จนท.เร่งตรวจสอบนำมารวมกับที่พบก่อนหน้านี้ วันนี้ (31ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบชิ้นส่วนมนุษย์เพิ่มเติมอีก โดยเบื้องต้นจุดที่พบคือ ท่าน้ำวัดโพธิ์ทองบน อ.เมือง จ.นนทบุรี โดยเป็นชิ้นส่วนช่วงลำตัวของเพศชาย ซึ่งขณะนี้ จนท.ตร. และกู้ภัยได้นำเอาชิ้นส่วนมาบนฝั่ง และสันนิษฐานว่า อาจจะเป็นชิ้นส่วนของคนเดียวกันกับที่พบก่อนหน้านี้ 2 ชิ้นคือ ช่วงแขน และพบช่วงขา ก่อนหน้านี้ ซึ่งทาง จนท.ตร.สภ.เมืองนนทบุรี และ จนท.กู้ภัย จะได้นำชิ้นส่วนดังกล่าวไปตรวจพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวชต่อไปว่าใช่คนเดียวกันกับที่เจอก่อนหน้านี้หรือไม่ ....................................................... พบชิ้นส่วนแขนมนุษย์ มีรอยถูกของมีคมตัด ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา ตำรวจเร่งตรวจสอบ หวั่นฆาตกรรมหั่นศพ ได้รับแจ้งจากอาสามัครกู้ภัย มูลนิธิร่วมกตัญญู พบชิ้นส่วนมนุษย์ในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณข้างอู่ต่อเรือวัดคหบดี ซ.จรัญสนิทวงศ์ 44 โดยชิ้นส่วนที่พบแขนขวา ตั้งแต่ไหล่ลงมา สภาพซีดขาว และยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็น เพศชายหรือหญิง นอกจากนี้ ยังพบว่ามีร่อยรอย คล้ายถูกของมีคมตัดค่อนข้างชัดเจนโดยสันนิษฐานเบื้องต้นว่าเป็นการฆาตกรรมหั่นศพ ซึ่งขณะนี้ร้อยเวร สน.บวรมงคล เข้าตรวจสอบแล้ว และอยู่ระหว่างรอแพทย์ชันสูตรหาสาเหตุที่ชัดเจน MThai News

เงิบ! สั่งซื้อกีตาร์ผ่านเว็บชื่อดัง เปิดกล่องมาเจอน้ำ 6 ขวด
กีตาร์โปร่ง /  ขวดน้ำเปล่า / 

รองนายกเทศมนตรีเมืองเพชรบูรณ์ สั่งซื้อกีตาร์โปร่งจากเว็บมือสองชื่อดัง แต่พอได้รับของเปิดกล่องมาเจอแค่ขวดน้ำเปล่า วันนี้ (8 ก.พ. 59) นายนราวุธ กุนาคำ รองนายกเทศมนตรีเมืองเพชรบูรณ์ ได้เข้าแจ้งความหลังถูกหลอกขายกีตาร์โปร่ง ยี่ห้อยามาฮ่า เอฟ 310 ในราคา 1,800 บาท บนเว็บขายสินค้ามือสองชื่อดัง แต่เมื่อแกะดูกลับพบแค่ขวดน้ำ 6 ขวด จึงนำหลักฐานที่รวบรวมได้มอบให้ตำรวจ เพื่อดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกง ทั้งนี้ นายนราวุธ ให้การว่า ก่อนหน้านี้รู้จักกับหญิงสาวผู้ใช้นามว่า ppsweetpork ที่ประกาศขายกีตาร์โปร่งยี่ห้อยามาฮ่า เอฟ 310 บนเว็บขายสินค้ามือสองชื่อดัง จึงพูดคุยผ่านทางไลน์และตกลงซื้อขายโอนเงินให้ทั้งหมด 1,900 บาท พร้อมค่าจัดส่ง กระทั่งเช้าวันนี้ได้รับพัสดุและเมื่อเปิดกล่องออกมาพบเพียงแค่ขวดน้ำเปล่าเพียง 6 ขวดเท่านั้น จึงพยายามสืบค้นจากหลักฐานที่มีอยู่ รวมทั้งเข้าไปตรวจสอบในฐานข้อมูลจนพบชื่อนามสกุลจริงของสาวดังกล่าว พร้อมเจ้าของบัญชีที่ตนโอนเงินไปให้ พบเป็นญาติใกล้ชิดกัน จึงมั่นใจว่าจะต้องเป็นกลุ่มขบวนการเดียวกันแน่นอน อย่างไรก็ตาม น่าจะมีเหยื่ออีกหลายรายที่ถูกหลอกขายของ เพราะไปพบข้อมูลมีการแจ้งไว้ก่อนหน้านี้ ทำให้ตนคิดตั้งแต่แรกว่าต้องคงโดนแน่ ๆ จึงฝากเตือนชาวเน็ตให้พึงระมัดระวังการซื้อขายของบนเว็บไซต์ ควรตรวจสอบหลักฐานให้ชัดเจนก่อนที่จะโอนเงิน ขอบคุณภาพ เฟซบุ๊ก นราวุธ กุนาคำ MThai News

แฉแหลก! อบต.หนองหงส์อ้างดูงาน จัดทริปแอ่วเหนือรับลมหนาว
ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน /  ศึกษาดูงานอบต. / 

โลกออนไลน์วิจารณ์สนั่น! หลังเพจ ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน แฉ! อบต.หนองหงส์ อ้างดูงาน แต่จัดทริปแอ่วเหนือรับลมหนาว   วันนี้ (9ก.พ.) เป็นเรื่องราวที่ผู้คนบนโลกออนไลน์ให้ความสนใจอยู่ในขณะนี้ หลังจากแฟนเพจ ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน ได้โพสต์ภาพและข้อความเผยเกี่ยวกับปมส่อทุจริตของ อบต.หนองหงส์ อ.ทุ่งสง นครศรีธรรมราช ที่มีการจัดทริปเที่ยวภาคเหนือรับลมหนาว ไป จ.พิษณุโลก จ.เชียงใหม่ และ จ.เชียงราย พากันเที่ยวชมเทศกาลเชียงรายดอกไม้งาม และดนตรีในสวน ดอยตุง-แม่ฟ้าหลวง สามเหลี่ยมทองคำ ดอยอ่างขาง ไร่ชา 2000 ขากลับแวะตลาดร้อยปีสามชุก สุพรรณบุรี  โดยอ้างศึกษาดูงาน ทางเพจระบุรายละเอียดไว้ดังนี้ องค์การบริหารส่วนตำบลหนองหงส์ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช จัดโครงการฝึกอบรมสัมมนาศึกษาดูงานเพิ่มศักยภาพ สำหรับผู้บริหาร สมาชิกสภาฯ พนักงานส่วนตำบลและพนักงานจ้าง ประจำปี 2559ระหว่างวันที่ 19-25 มกราคม 2559 ที่จังหวัดพิษณุโลก เชียงใหม่และเชียงราย การศึกษาดูงานดังกล่าวเป็นการเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวรสำคัญในภาคเหนือเป็นหลัก มีกิจกรรมเข้าพบรับฟังบรรยายจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประปรายรายทาง โดยพบว่าคณะออกเดินทางช่วงเย็นวันที่ 19 มกราคม 2559 ถึงจังหวัดพิษณุโลกช่วงเช้าของวันที่ 20 มกราคม 2559 เข้าสักการะวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วัดชื่อดังของจังหวัดพิษณุโลกเป็นที่แรก ช่วงสายเข้ารับฟังบรรยายที่เทศบาลนครพิษณุโลก จากนั้นเดินทางไปยังวัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง จังหวัดแพร่ และมุ่งหน้าสู่จังหวัดเชียงราย เที่ยวชมงานเทศกาลเชียงรายดอกไม้งามและดนตรีในสวน ครั้งที่ 12 ต่อมา วันที่ 21 มกราคม 2559 ได้เดินทางไปยังองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ฟ้าหลวง เที่ยวชมดอยตุง-แม่ฟ้าหลวง ก่อนเดินทางต่อไปยังสามเหลี่ยมทอง ช่วงค่ำเข้าพักที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งในแม่สาย รุ่งเช้ามุ่งหน้าสู่จังหวัดเชียงใหม่และใช้เวลาช่วงบ่ายที่สวนส้มธนาธร อ.ฝาง เชียงใหม่ จากนั้นจึงเดินทางไปพักที่ดอยอ่างขาง ช่วงเช้าวันถัดมา 23 มกราคม ใช้เวลาชมความสวยงามบนดอยอ่าง ตกสายไปยังไร่ชา 2,000 บ้านขอบด้ง อ.อ่างขาง ช่วงค่ำเดินทางไปพักที่จังหวัดกำแพงเพชร จากนั้น วันที่ 24 มกราคม เดินทางกลับ โดยระหว่างทางได้แวะที่ตลาดร้อยปีสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี ก่อนมุ่งหน้ากลับจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่มา ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ทับทิม ฟุ้งปีนี้ปีทอง งานเยอะล้นมือ ไม่สนใจเรื่องรัก ขอมุ่งหน้าทำงานเก็บเงิน
ทับทิม อัญรินทร์ /  ข่าวบันเทิงวันนี่้

ปีนี้ใครจะว่าชงแรงยังไง แต่ดูเหมือนนางเอกสาวฮอตอย่าง ทับทิม อัญรินทร์ ก็คุยฟุ้งว่าปีนี้เป็นปีทองต่อเนื่องของนางจริงๆ เพราะนอกจากงานละครแล้ว ยังมีงานหนังติดต่อเข้ามาอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นอีกคนที่ขยันทำงานเก็บเงินตัวเป็นเกลียวไม่สนใจเรื่องความรัก ล่าสุดก็เพิ่งได้เปิดตัวภาพยนตร์เรื่อง Miss you ยัยม้าเต่อ งานนี้สาวทับทิมเผยว่า “ช่วงนี้มีงานเข้ามาติดต่อเรื่อยๆ ค่ะ ตั้งต้นปีมานี้มีอะไรใหม่ๆ ท้าทายให้ทับทิมได้ทำเยอะมาก ทั้งงานการแสดงและธุรกิจส่วนตัวที่กำลังจะเปิดเร็วๆ นี้ ซึ่งตอนนี้ทับทิมขอโฟกัสไปที่เรื่องงานก่อน อยากทำงานให้เต็มที่ อย่างตอนนี้ก็มีภาพยนตร์ที่เพิ่งเปิดตัวไป ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ทับทิมได้เล่นหนัง รู้สึกดีใจ เหมือนเราได้ลองอะไรใหม่ๆ ที่เรายังไม่เคยทำ เรื่องนี้ทับทิมรับบทเป็นคุณครู เป็นแม่พิมพ์ของชาติที่คอยแก้ปมปัญหาให้กับเด็กๆ ก็เริ่มมีถ่ายทำไปบ้างแล้ว ส่วนผลงานละครก็มีเรื่องริษยา ของค่ายกันตนา ที่กำลังถ่ายทำอยู่ และเรื่องฉันทนาสามช่า ค่ายพอดีคำ ใกล้จะออกอากาศทางช่อง 7 สี เร็วๆ นี้แล้ว ทับทิมก็ขอฝากทุกคนติดตามผลงานของทับทิมด้วยนะคะ” โอ้โห...เรียกได้ว่างานเยอะจริงๆ แบบนี้สินะที่เรียกว่าสาวสตรอง รักไม่ยุ่งมุ่งแต่งาน อิอิ... ขอบคุณภาพจาก IG @anyarinsweet ทับทิม อัญรินทร์ ทับทิม อัญรินทร์ ทับทิม อัญรินทร์ ทับทิม อัญรินทร์

ประกาศเตือน! สงขลาคลื่นแรง 'หาดสมิหลา' คุมเข้มห้ามลงเล่นน้ำ
กรมอุตุนิยมวิทยา /  ศูนย์อุตุภาคใต้ / 

สงขลาคลื่นแรง หาดสมิหลาประกาศห้ามลงเล่นน้ำเด็ดขาด เจ้าหน้าที่เข้มดูแลนักท่องเที่ยว สภาพคลื่นลมบริเวณชายฝั่งสงขลา ยังคงรุนแรงและส่งผลกระทบต่อถนนเลียบชายทะเลสงขลา – นาทับ บ้านบ่ออิฐ ต.เกาะแต้ว อ.เมืองสงขลา เนื่องจากคลื่นได้ซัดน้ำทะเลข้ามเขื่อนขึ้นมาบนถนนรวมทั้งเศษหิน รถทุกชนิดต้องเพิ่มความระมัดระวัง ในการวิ่งผ่านโดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องนำแผงเหล็กมาวางกั้นตรงจุดที่เป็นอันตรายและคลื่นซัดแรง เช่นเดียวกับที่บริเวณชายหาดแหลมสมิหลาคลื่นลมได้ทวีความรุนแรง ทั้งนี้ ทางเทศบาลนครสงขลา ได้แจ้งเตือนนักท่องเที่ยวห้ามลงเล่นน้ำทะเลเด็ดขาด และจัดเจ้าหน้าที่ชุดไลฟ์การ์ดออกลาดตระเวนดูแลความปลอดภัยบริเวณชายหาด โดยเฉพาะในช่วงนี้ซึ่งเป็นวันหยุดและตรงกับเทศกาลตรุษจีนมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเป็นจำนวนมาก ด้าน ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออกได้ออกประกาศเตือนต่อเนื่องเป็นฉบับที่ 4 เรื่อง คลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทยเนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกาลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนได้แผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้แล้ว ลักษณะดังกล่าวทำให้มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้มีกำลังแรง บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีฝนกระจายและมีฝนหนักบางแห่ง ในช่วงวันที่ 7-9 กุมภาพันธ์ สาหรับคลื่นลมในอ่าวไทยมีกำลังแรง ทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลระมัดระวังอันตรายที่เกิดจากคลื่นซัดเข้าหาฝั่ง และชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระหว่างวันที่ 7-9 กุมภาพันธ์ ขอบคุณ  INN MThai News

ตื้นตันใจ! ชาวนาร่วมใจลงแขกเกี่ยวข้าวผืนนา 'ทรงพระเจริญ'
ข้าว /  ทำนา / 

ตื้นตันใจ! ชาวนา จ.นครสวรรค์ ร่วมใจลงแขกเกี่ยวข้าวบนผืนนา 'ทรงพระเจริญ' เพื่อฉลองวันเฉลิมพระชนมพรรษา 88 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากกรณีที่นายจีรพงษ์ จูอาภรณ์ อายุ 45 ปี เกษตรกรในพื้นที่หมู่ 3 ต.บางพระหลวง อ.เมือง จ.นครสวรรค์ สร้างความฮือฮาด้วยการได้เนรมิตพื้นที่การเกษตรกว่า 2 ไร่ของตนเอง ทำนาข้าว โดยมีการปลูกต้นข้าวเรียงรายให้ออกมาเป็นรูปตัวอักษรพยัญชนะไทย คำว่า “ทรงพระเจริญ” เพื่อฉลองวันเฉลิมพระชนมพรรษา 88 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งสร้างความสวยงามอย่างมาก จนถึงขั้นมีผู้คนต่างเดินทางไปถ่ายภาพความสวยงามกันอย่างไม่ขาดสาย ตามที่ปรากฏเป็นข่าวดังไปแล้วนั้น ล่าสุดวันนี้ 9 ก.พ. นายธนาคม จงจิระ ผวจ.นครสวรรค์ พร้อมด้วย พล.ต.บุญยืน อินกว่าง ผบ.มทบ.31 และหัวหน้าส่วนราชการ เดินทางไปร่วมกันทำพิธี ลงแขกเกี่ยวข้าวที่แปลงนาอักษร "ทรงพระเจริญ" หลังถึงฤดูที่จะต้องเก็บเกี่ยวพันธุ์เมล็ดข้าวตามกำหนดครบ 3 เดือน โดยมีนายจีรพงษ์ จูอาภรณ์ เจ้าของแปลงนาดังกล่าว ชาวบ้านในพื้นที่ รวมถึงนักเรียนนักศึกษา กว่า 300 คน มาร่วมกันลงแขกเกี่ยวข้าวกันอย่างคึกคัก ส่วนเมล็ดพันธ้าวที่เก็บเกี่ยวได้ เป็นเมล็ดพันธุ์ข้าวปัง กข 41 ซึ่งนายจีรพงษ์ มีความประสงค์ที่จะเก็บส่วนหนึ่งไว้ทำนาในฤดูกาลต่อไป ขณะที่เมล็ดข้าวอีกส่วนหนึ่ง ได้ได้มอบให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นำแจกจ่ายให้กับประชาชนที่มาร่วมกันลงแขกเกี่ยวข้าว ให้นำไปปลูกในแปลงของตนเอง เพื่อเสริมความเป็นมงคล ทางด้านด้าน นายจีรพงษ์ เปิดเผยว่า แปลงนาอักษร "ทรงพระเจริญ" ผืนนี้ ตนมีความตั้งใจทำอย่างมาก ที่จะทำความดีถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระองค์ท่านที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อพสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศมาโดยตลอด ซึ่งก็ประสบผลสำเร็จไปได้ด้วยดี จนมาถึงวันนี้ ครบ 3 เดือนที่จะต้องเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ปลูกไว้แล้ว ยิ่งทำให้ตนรู้สึกตื้นตันใจยิ่งนัก ซึ่งในส่วนของการทำนาครั้งต่อไป ตนจะทำแบบนี้ทุกปี เพราะนอกจากจะเป็นการแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ อีกทั้งยังสามารถทำให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว เพื่อให้ประชาชนมาถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกอีกด้วย ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

เผยพระรูปของพระราชโอรสแห่งภูฏานอย่างเป็นทางการ
กษัตริย์ /  จิกมี เคนเซอร์ / 

ชาวภูฏานกำลังฉลองวันโลซาในวันนี้ (9 กุมภาพันธ์) ซึ่งเป็นวันแห่งความรักที่ทุกคนจะอยู่กับครอบครัวหรือคนรัก นอกเหนือจากนี้แล้ววันนี้ยังพิเศษมากๆ ที่ราชวงศ์ภูฏานได้เผยพระรูปของพระราชโอรสองค์แรกอย่างเป็นทางการ ภาพบรรยากาศการฉลองวันโลซาจากสำนักพระราชวังลิงกานา พระราชโอรสรายล้อมไปด้วยสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก,สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ซิงเย วังชุกและสมเด็จพระราชินีเจตซุน เพมา วังชุก พระราชโอรสประสูติเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 ขอบคุณข่าวจาก Facebook Jetsun Pema

นก อุษณีย์ เปิดใจลา! ไม่ต่อสัญญาช่อง 7 กลับถูกปลดละครฟ้าผ่า!!
นก อุษณีย์ /  นก อุษณีย์ ช่อง 7 / 

จากนางเอกแถวหน้าอย่าง แพนเค้ก เขมนิจ และ ใหม่ ดาวิกา ตบเท้าออกจากช่อง 7 หลังหมดสัญญา ล่าสุดถึงคิวของนักแสดงสาวมากความสามารถ นก อุษณีย์ ประกาศขอเป็นนักแสดงอิสระอีกคน พร้อมประเด็นร้อน! เนื่องจากถูกวางตัวให้เล่นละครเรื่อง ริษยา แต่พอไม่ต่อสัญญาก็ถูกปลดออกจากละครก่อนฟิตติ้งเพียง 1 วัน ซึ่งก่อนหน้านี้เธอโพสต์ข้อความเด็ดไว้ว่า "คนไม่เห็นคุณค่า อย่าเสียเวลาไปอยู่กับเขา" งานนี้ สาวนก ขอเปิดใจครั้งแรกในรายการ "จุดเดือด" ช่อง 2 บันเทิงมาเต็ม (หมายเลข 38) ชี้แจงเรื่องทั้งหมด ทั้งสาเหตุของการไม่ต่อสัญญา และคำครหาว่า เนรคุณ!! "ตอนนี้เป็นนักแสดงอิสระเต็มตัว ก็เพิ่งอิสระได้แปปเดียวเอง งานก็มีติดต่อมาบ้างค่ะ ที่ตัดสินใจไม่ต่อสัญญา ก็อยู่มานาน 10 ปีแล้ว อายุก็เริ่มมากขึ้นทุกที ก็อยากเหมือนเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิต อยากหาโอกาสที่ไปเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ไปร่วมกับทีมงานใหม่ๆ กับค่ายใหม่ๆ ก่อนหน้านี้ก็มีคุยกับผู้ใหญ่ค่ะ ก่อนหน้านี้ที่จะหมดสัญญาก็จะมีการพูดกันประมาณ 2-3 รอบแล้วค่ะว่าจะไม่ต่อสัญญา พอใกล้ๆ หมดเขาก็เรียกไปคุยจริงจังถึงเหตุผลที่ไม่ต่อ เราก็บอกไปแบบนี้หนูแก่แล้วค่ะ อยู่มา 10 ปีแล้ว อยากเป็นนักแสดงอิสระ" "จะบอกว่าไม่มีผลงานกับทางช่องก็ไม่ถูกนะคะ นกมีผลงานกับทางช่องตลอด ผู้ใหญ่ก็บอกว่าเราเป็นนักแสดงที่โชคดีอีกคนหนึ่ง เพราะว่าเราได้รับงานที่ต่อเนื่องจากทางช่อง ถ้าเทียบกับคนในรุ่นเดียวกันกับเรา ก็เข้าไปคุย ชี้แจงเหตุผล ผู้ใหญ่ก็เข้าใจในเหตุผลของเรา ก็ไม่ได้ต่อ" "คืออย่างที่บอกว่าช่องก็ป้อนงานเราอย่างต่อเนื่อง แล้วก็ค่อนข้างเยอะ ซึ่งทางผู้ใหญ่ก็อาจจะมองว่าเราเหมาะกับบทแบบนี้ อาจจะไม่ใช่บทเด่น เพราะว่าละครเรื่องหนึ่งมันก็ต้องประกอบกับนักแสดงหลายๆ ฝ่าย แต่สำหรับนกอย่างที่บอกว่าเราอยากโตในหน้าที่การงาน เป็นนักแสดงอิสระ เพราะเรารู้สึกว่าเรามีศักยภาพมากกว่านี้ ก็อยากจะออกไปหาโอกาสข้างนอก" "น้อยใจไหมคงไม่ได้น้อยใจ อย่างที่บอกว่ามองคนละมุม เรามองไม่เหมือนกัน ถามว่าคนนี้สวยไหม บางคนอาจจะมองว่าสวย บางคนอาจจะมองว่าไม่สวย ก็แล้วแต่คนมอง ซึ่งเขาเป็นคนจ้างเรา เขาก็มีสิทธิ์ตัดสินใจว่าเราเหมาะกับอะไร ไม่เหมาะกับอะไร" "ข่าวล่าสุดถูกถอดละครเพราะไม่ต่อสัญญา คงไม่เกี่ยวหรอกค่ะ อย่างที่บอกว่ามีการแจ้งไปหลายครั้งแล้วก่อนหน้านี้ สาเหตุที่ถูกถอดไม่ทราบค่ะ จริงๆ ก่อนจะหมดสัญญาก็มีละครที่ให้มา 3 เรื่อง ก็ค่อนข้างเยอะ ถือว่าผู้ใหญ่ก็เมตตาพอสมควร แต่เรื่องที่มีการเปลี่ยนตัวไปเนี่ยก็ไม่ได้มีการชี้แจงเหตุผล ถ้าถามนก นกก็คงตอบไม่ได้ว่าเหตุผลคืออะไร แต่อย่างที่บอกว่าหนึ่งเป็นสิทธิ์ของช่อง สองคือถ้าเหตุผลเป็นเพราะว่าเราไม่ได้ต่อสัญญาก็เป็นที่เข้าใจได้ว่าเขาต้องเก็บบทนี้ไว้ให้เด็กในสังกัด" "น้อยใจไหมโดนถอด (หัวเราะ) เสียดายมากกว่าค่ะถ้าไม่ได้เล่นบทนี้ เพราะว่าบทดีมาก แล้วจริงๆ ก็อยากรับใช้พี่ตุ๊กตา กันตนานะคะ ไม่ได้เข้าไปคุยกับพี่ตุ๊กตา ไม่ได้เกี่ยวที่ค่ายค่ะเป็นการตัดสินใจของทางช่อง" "บางคนว่าเราเนรคุณ นกว่าพอใครไม่ต่อสัญญา อิสระก็โดนมองตั้งข้อนั้นไปก่อนอยู่แล้ว แต่จริงๆ มันก็อยู่มา 10 ปี มันก็พิสูจน์ได้แล้วว่าเรารับใช้ช่องมา เราทำงานให้เขา ไม่ได้แบบเข้ามาปุ๊บดังปั๊บไปเลย คนมองแบบนั้น ก็ไม่เป็นไรค่ะ นกไม่ใช่คนแรกเนอะที่เป็นนักแสดงอิสระ หรือมีการเปลี่ยน แล้วเราก็ไม่ได้ย้ายช่อง ฉีกสัญญาไปอยู่ช่องคู่แข่ง เราอิสระจริงๆ แล้วก็อยากร่วมงานกับทุกๆ ค่าย ทุกๆ ช่อง ไม่คิดจะเซ็นกับค่ายอื่นค่ะ อิสระแน่นอน อายุเยอะแล้วค่ะ คงไม่ต้องไปนั่งเซ็นกับใคร" "คนเราก็ต้องมั่นใจในศักยภาพใช่ไหมคะ (หัวเราะ) แต่ก็ค่อยว่ากันอีกที นกคิดว่าแบบเราก็เสี่ยงเหมือนกันนะที่จะเป็นนักแสดงอิสระ แต่ถ้าเรามีคุณภาพ มีฝีมือจริงๆ มันก็ต้องมีค่าบ้างแหละ ถ้าไม่มีคนจ้างเราก็พิจารณาตัวเองค่ะ อาจจะต้องผันตัวไปทำอาชีพอื่น แต่ตอนนี้ยังไม่ได้แพลนค่ะ เพราะว่ายังมีละครที่ต้องถ่ายอยู่แล้ว ตอนนี้ก็มีติดต่อเข้ามาแล้ว 2-3 ที่ ถ้าทำจริงๆ น่าจะเป็นเรื่องของรายการมากกว่า ละครมีติดต่อมาแล้ว แต่ตัวนกอยากทำรายการ" "ก่อนหน้านี้ขึ้นไอจีเกี่ยวกับการไม่เห็นคุณค่า ก็เป็นคำคมค่ะ นกอ่านเจอของท่าน ว. เรารู้สึกว่ามันดี มันใช่ มันจริง ก็เอามาลง แต่ว่าเราหมายถึงทุกเรื่องเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องความรัก บางทีเราเห็นผู้หญิงง้อผู้ชายเหลือเกิน ทำไมไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง ก็ลงให้ทุกคนได้คิดค่ะ ถ้าคนมองโพสต์เหน็บช่อง เราห้ามความคิดคนอื่นไม่ได้เนอะ แต่นกก็บอกแล้วว่านกหมายถึงทุกๆ เรื่อง" นก กล่าว ขอบคุณภาพจาก IG @nokusanee นก อุษณีย์ นก อุษณีย์ นก อุษณีย์ นก อุษณีย์ นก อุษณีย์ นก อุษณีย์

BAKUMAN วัยซนคนการ์ตูน! พร้อมวาดฝันให้เป็นจริง 18 ก.พ.นี้ ในโรงภาพยนตร์
Bakuman /  DEATH NOTE / 

จากสองนักเขียนการ์ตูนชื่อดังของญี่ปุ่น สึกุมิ โอบะ และ ทาเคชิ โอบาตะ ผู้รังสรรค์การ์ตูนเรื่อง เดธโน้ต (Death Note) และได้ดัดแปลงสร้างเป็นภาพยนตร์จนโด่งดังไปทั่วโลก ครั้งนี้กับการ์ตูนเรื่องใหม่ที่ครองใจผู้อ่านที่ชื่นชอบการเขียนการ์ตูนสู่การเริ่มต้นเดินตามความฝันอันเร่าร้อนของเด็กหนุ่ม ม.ปลาย 2 คน ที่ฝันอยากจะเป็นนักเขียนการ์ตูนชื่อดังกับเรื่อง BAKUMAN วัยซนคนการ์ตูน ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสารโชเน็นจัมป์ ตั้งแต่ปี 2008-2012 รวมเล่มทั้งหมด 20 เล่มจบ ทำยอดขายได้ถึง 15 ล้านเล่ม และถูกนำมาสร้างเป็นอนิเมะถึง 3 ซีซั่นด้วยกัน ล่าสุด สตูดิโอ โตโฮ (TOHO Animation) ได้หยิบการ์ตูนเรื่องนี้มาดัดแปลงสร้างเป็นภาพยนตร์ กำกับโดย ฮิโตชิ โอเนะ และได้สองนักแสดงนำที่จะมาเป็นคู่หูกัน ได้แก่ ทาเครุ ซาโต มารับบทเป็น “โมริทากะ มาชิโระ” หรือ “ไซโค” และได้ ริวโนะสุเกะ คามิกิ มารับบทเป็น “อากิโตะ ทาคากิ” หรือ “ชูจิน” ซึ่งทั้งสองเคยร่วมงานกันมาแล้วในภาพยนตร์เรื่องซามูไรพเนจร รวมถึงได้ นานะ โคมัตสึ มารับบทสาวสุดน่ารักอย่าง “มิโฮะ” อีกด้วย ภาพยนตร์เรื่อง BAKUMAN วัยซนคนการ์ตูน ฉบับภาพยนตร์นี้เปิดตัวที่ญี่ปุ่นกวาดไป 80 ล้านบาทในสัปดาห์แรกที่เข้าฉาย และทำรายได้รวมกว่า 1,600 ล้านเยน หรือราว 500 ล้านบาทไทย เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จตามความคาดหมาย และความมุ่งมั่น วาดฝัน ให้เป็นจริง! ใน BAKUMAN วัยซนคนการ์ตูน วันที่ 18 กุมภาพันธ์นี้ ในโรงภาพยนตร์

น่าทึ่ง ! ทหารอินเดีย ถูกฝังใต้หิมะ 6 วัน รอดปาฏิหาริย์
India /  Indian Army / 

ทหารอินเดียถูกฝังใต้หิมะ 6 วัน รอดชีวิตปาฏิหาริย์ mashable รายงาน ทหารอินเดียรอดชีวิตปาฏิหาริย์ หลังถูกฝังอยู่ใต้หิมะนาน 6 วัน จากเหตุหิมะถล่ม ในแคว้นชัมมูและแคชเมียร์ โดยเมื่อวันที่ 9 ก.พ. หน่วยกู้ภัยในอินเดีย พบร่างขณะที่ยังมีลมหายใจอยู่ นายนาอิค ฮานามันทัปปา ทหารอินเดีย สูญหายไปพร้อมเพื่อนทหารจำนวนหนึ่งจากจุดประจำการบนเทือกเขาหิมาลัย ในแคว้นชัมมูและแคชเมียร์ ทางตะวันตกของอินเดีย หลังเหตุหิมะถล่ม ซึ่งจุดที่ถูกฝัง อยู่บริเวณธารน้ำแข็งเซียเชน สูงจากระดับน้ำทะเล 6,000 เมตร ทั้งนี้กองทัพอินเดีย แถลงการณ์ หลังจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่านายนาอิคยังมีชีวิตอยู่ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งโรงพยาบาล แต่ทหารรายนี้ ยังอยู่ในอาการสาหัส พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งค้นหาทหารอีก 10 นาย ที่สูญหาย แต่คาดว่าน่าจะเสียชีวิตแล้วทั้ง 10 นาย อย่างไรก็ตาม ธารน้ำแข็งเซียเชนตั้งอยู่บนเทือกเขาคาราโครุม เป็นจุดกองกำลังทหารอินเดียและปากีสถานตั้งแนวเผชิญหน้ากัน ซึ่งมีอุณหภูมิที่ลดต่ำถึง -60 องศาเซลเซียส ซึ่งสภาพอากาศรุนแรงเหล่านี้และภัยจากหิมะถล่ม ทว่าเจ้าหน้าที่เสียชีวิตสังเวยหิมะถล่ม มากกว่าการสู้รบเสียอีก ดูบทความต้นฉบับ : Indian soldier miraculously found alive after being buried in snow for six days

ภาพภารกิจกู้ชีพ หาผู้รอดชีวิต หลังหิมะเทือกเขาแอลป์ถล่ม!!
หิมะถล่ม /  เทือกเขาแอลป์

หิมะถล่มบนเทือกเขาแอลป์ ทำนักสกีผู้เสียชีวิต 5 ราย ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดมกำลังเร่งค้นหา เชื่อยังมีผู้รอด สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ได้มีการเผยแพร่ภาพภารกิจกู้ชีพของเจ้าหน้าที่กู้ภัยออสเตรีย ที่เข้าค้นหาผู้รอดชีวิตจากเหตุหิมะบนทือกเขาแอลป์ถล่มในเขตวัตเทนเนอร์ ลิซัม ห่างจากตอนใต้ของเมืองอินส์บรูคออสเตรีย ประมาณ 30 กิโลเมตร เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ส่งผลทำให้นักสกีชาวเช็กที่ติดอยู่แคมป์บริเวณดังกล่าวเสียชีวิตไป 5 คน จากทั้งหมดประมาณ 17 คน ขณะที่ระดับความเสี่ยงการเกิดเหตุหิมะถล่มในวันดังกล่าว ถูกระบุว่าอยู่ในระดับที่ 3 จากทั้งหมด 5 ระดับ สำหรับเทือกเขาแอลป์ ได้เกิดเหตุหิมะถล่มมาแล้วบ่อยครั้ง โดยครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อกลางเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา จนทำให้มีทหารของฝรั่งเศสเสียชีวิตไป 6 นาย ขณะเดียวกันเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ได้เกิดเหตุหิมะถล่มครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 1 ทศวรรษที่เขตมัสซิฟ เดอส์ เอแกร็งส์ของฝรั่งเศส เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 7 รายด้วยกัน ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ทำเหมือนตอนเป็นแฟนกัน แต่เค้าบอกว่าเรา เป็นพี่น้อง กันดีกว่า
ความสัมพันธ์ /  เป็นพี่น้อง / 

พอดีเลิกกับแฟนมาได้ 4-5 วันแล้วค่ะ วันนี้บังเอิญเจอกัน เค้าก็ถามว่าสบายดีไหมอยากให้ช่วยถืออะไรเปล่า พอกลับมาบ้านเค้าก็มาส่ง คอยแกล้งตลอดทางทำเหมือนตอนเป็นแฟนกัน แต่เค้าบอกว่าเรา เป็นพี่น้อง กันดีกว่า #ปล.ก่อนเลิกกันเค้าคิดจะไปจีบเพิ่อนผญ.ของเค้า แต่ตอนนี้เค้าบอกว่าไม่แล้ว ส่วนความสัมพันธ์ของเรากับเค้าเป็นพี่น้องกันค่ะ #อยากทราบว่าแบบนี้เค้ามีโอกาสกลับมาคบเราไหมคะ หรือแค่ความเคยชิน ชวนเพื่อนช่วยไขคำถาม : เราเชื่อว่า “ทุกคนคือกูรูด้านความรัก” ทุกคนย่อมมีประสบการณ์ความรักที่แตกต่าง อย่าเก็บมันไว้เพียงลำพัง เพราะขณะนี้มีเพื่อนๆของเรากำลังประสบกับปัญหาหัวใจที่ยากจะแก้ไขด้วยตนเอง “เรา” จึงอยากชวนเพื่อนๆ ชาว Women MThai มาช่วยกันไขปัญหารัก ให้กับเพื่อนสมาชิกของพวกเรา เพราะในหลายๆ คำถาม “มาดามรัก” อาจเข้าช่วยเหลือได้ไม่ทันท่วงที หวังใจว่ากำลังใจหรือประสบการณ์จากเพื่อนๆ จะช่วยเยียวยาและเป็นแรงใจส่งต่อให้เพื่อนๆ ของเราได้ บุญรักษา จากใจ มาดามรัก 

เทคนิค แต่งหน้า ง่ายๆ ของสาว รูขุมขนกว้าง
รูขุมขนกว้าง /  เทคนิค / 

     สาวๆ หลายคนมีปัญหา " รูขุมขนกว้าง " แล้วจะทำยังไงดีล่ะ...นอกจากจะเป็นปัญหาที่แก้ยากอยู่แล้ว ยังทำให้แต่งหน้าออกมาดูไม่เนียนใสอีกด้วย แต่วันนี้หมดกังวลได้เลยค่ะ เพราะ women.mthai มีเทคนิคง่ายๆ ในการดูแลผิวหน้าและแต่งหน้าสำหรับสาวๆ ที่มี รูขุมขนกว้าง มาฝากกันค่ะ      1. ใช้คลีนเซอร์และโทนเนอร์ก่อนลงเครื่องสำอาง โดยใช้คลีนเซอร์ที่อ่อนโยนต่อผิวเพื่อกำจัดและช่วยยับยั้งความมันบนใบหน้า ส่วนโทนเนอร์ให้เลือกที่เหมาะสมกับผิว แล้วใช้สำลีชุบก่อนเช็ดให้ทั่วใบหน้าจนรู้สึกถึงความสะอาด 2. ใช้น้ำแข็งหรือน้ำเย็นเป็นตัวช่วยในการกระชับรูขุมขน การใช้น้ำแข็งหรือน้ำเย็นทาบนใบหน้านอกจากจะทำให้รูขุมขนกระชับแล้วยังเป็น การเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวอีกด้วย ดังนั้นการใช้น้ำแข็งหรือน้ำเย็นทาใบหน้าไม่ได้ทำร้ายผิวหน้าคุณเลยค่ะ ทำทุกวันได้ ไม่เสียหาย แถมให้ผลดีอีกด้วย 3. ทามอยซ์เจอไรเซอร์ มอยซ์เจอไรเซอร์เป็นสิ่งที่ให้ช่วยให้ความชุ่มชื้นกับผิว แต่สำหรับผู้ที่มีรูขุมขนกว้างแล้ว ควรใช้มอยซ์เจอไรเซอร์ให้ถูกวิธี โดยค่อย ๆ นวดมันให้ซึมซับลงในผิวเบา ๆ การลงมอยซ์เจอไรเซอร์นอกจากจะบำรุงผิวแล้วยังทำให้คุณเกลี่ยรองพื้นได้ง่าย และติดทนนานอีกด้วย 4. เมื่อทามอยซ์เจอไรเซอร์แล้ว ให้ทาผลิตภัณฑ์ควบคุมความมันเป็นอันดับต่อไป เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมความมันค่ะ 5. ใช้เมกอัพไพรเมอร์ ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยให้เครื่องสำอางบนใบหน้าติดทนนาน เหมาะกับสาวหน้ามันที่มีปัญหาเครื่องสำอางลบเลือนเพราะความมันระหว่างวันโดย เฉพาะ ดังนั้นควรลงไพรเมอร์ก่อนทารองพื้นทุกครั้งเพื่อความสวยที่ยาวนานค่ะ 6. ลงรองพื้น ถึงแม้ว่าสาว ๆ จะใช้รองพื้นในการปกปิดรูขุมขนที่กว้างให้ดูเนียนขึ้น แต่พยายามหลีกเลี่ยงการใช้รองพื้นที่มากเกินไปนะคะ เพราะมันยิ่งจะทำให้รองพื้นไปอุดตันรูขุมขนจนยิ่งเห็นรูขุมขนชัดขึ้นไปอีก ดังนั้นคุณควรใช้รองพื้นแบบน้ำที่กลมกลืนไปกับผิวหน้าดีกว่า แล้วตามด้วยแป้งฝุ่นค่ะ      7. ไม่ควรใช้แป้งผสมรองพื้น เพราะคุณลงรองพื้นไปแล้ว ดังนั้นให้ลงแป้งฝุ่นเท่านั้น เพราะแป้งผสมรองพื้นจะทำให้หน้าดูหนักมากขึ้นไปอีก แล้วยิ่งคุณหยิบมันมาตบแป้งระหว่างวันแล้ว ยิ่งทำให้รองพื้นหนาชั้นขึ้น จนอุดตันรูขุมขนและในที่สุดรูขุมขนของคุณก็จะยิ่งกว้างขึ้นไปอีกด้วย