นารูโตะวายุสลาตัน

ย้อนวัยเด็ก - ปัจจุบันกับสาวมากความสามารถ สายป่าน อภิญญา
ประวัติดาราวัยรุ่น /  ย้อนวัยดารา / 

สายป่าน อภิญญา สกุลเจริญสุข สาวสวยมากความสามารถและกำลังได้รับความสนใจจากบทบาทเชอร์รี่ ในเพื่อนรักเพื่อนร้าย ที่แสดงร้ายได้เข้าถึงจนคนดูรู้สึกอินตามไปด้วย ถ้าย้อนกลับในช่วงแรกๆ ที่เราเห็นสายป่านเขาวงการ เราคงจะต้องนึกถึงสาวหัวฟู ตัวเล็กน่ารัก ในเรื่องพลอย หรือไม่ก็พิธีกรสตรอเบอรี่ชีสเค้ก รุ่นแรก แน่ๆ วันนี้เราจะไปย้อนภาพวัยเด็ก - ปัจจุบัน ของเธอกัน พร้อมกับดูพัฒนาการของเธอที่โตขึ้นเรื่อยๆ จนประสบความสำเร็จจนถึงทุกวันนี้ ย้อนวัยเด็ก - ปัจจุบันกับสาวมากความสามารถ สายป่าน อภิญญา ชื่อ: อภิญญา สกุลเจริญสุข ชื่อเล่น: สายป่าน วันเกิด: 27 พฤษภาคม 2533 การศึกษา: เข้าศึกษาระดับอนุบาล-ประถมฯ จากร.ร.ชินวร ระดับมัธยมต้น โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า ระดับมัธยมปลาย ร.ร. เซนต์เทเรซา(ม.4 แล้วดร็อป) ไอบีเอส 3 (Interkids Bilinguall School) เคยศึกษาที่ วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปัจจุบันสำเร็จการศึกษาที่ คณะนิเทศศาสตร์ สาขาวิชาภาพยนตร์และวีดิทัศน์มหาวิทยาลัยรังสิต ได้รับเกียรตินิยมอันดับ 2 ด้วยเกรดเฉลี่ยสะสม 3.27  และกำลังศึกษาต่อระดับปริญญาโท ด้านภาพยนตร์ ที่มหาวิทยาลัยรังสิต ผลงานที่ผ่านมา :  - พิธีกรสตรอเบอร์รี่ชีสเค้ก รุ่นแรก ภาพยนตร์ : - พลอย รับบท พลอย - สี่แพร่ง พิงค์ (ยันต์สั่งตาย) - เฟรนด์ชิพ...เธอกับฉัน มิถุนา (ตอนสาว) - บุญชู ไอ-เลิฟ-สระ-อู นิ้ง - ฝัน-หวาน-อาย-จูบ หวาน (ตอนสาว) - หอแต๋วแตกแหกกระเจิง ตรีชฎา - Same Same But Different (ภาพยนตร์เยอรมัน) ศรีแก้ว - 32 ธันวา เมย์ - After School มะนาว - เขี้ยวอาฆาต ปาย - สามมิติ บ๊วย - บุญชู จะอยู่ในใจเสมอ นิ้ง (รับเชิญ) - สุดเขตเสลดเป็ด (รับเชิญ) - เลิฟ จุลินทรีย์ รักมันใหญ่มาก ฝน - ขอบคุณที่รักกัน เป๋อ - หมาแก่ อันตราย เพชร - ส.ค.ส. สวีทตี้ นางฟ้า - วาเลนไทน์ สวีทตี้ นางฟ้า - รักฉันอย่าคิดถึงฉัน หมอบี - ปาดังเบซาร์ I Carried You Home ป่าน - ตีสาม 3D มินท์ - ฮาชิมะ โปรเจกต์ ไม่เชื่อ ต้องลบหลู่ แนน - ภวังค์รัก ปูเป้ - ฟินสุโค่ย หนูนา - 1448 Love Among Us รักเรา...ของใคร พิม - อวสานโลกสวย ก้อย/เกรซ ละคร : - หมวดโอภาส ปูเป้ ตอน โอ(พลาด)รับบาป - ส้มหวานน้ำตาลเปรี้ยว นิดานุช - อำแดงเหมือนกับนายริด อำแดงเหมือน - มัจจุราชสีน้ำผึ้ง โรมฤทัย (พบ) - นางร้ายสายลับ พลอยนิล - Club Friday The Series 4 แอร์ หรือรักแท้จะแพ้ความต้องการ - ดงดอกงิ้ว ปองฤทัย - เกมริษยา (Office Syndrome) แอ้ม - Club Friday The Series 6 เชอร์รี่ ความรักไม่ผิด ผิดที่...เพื่อนรัก - ไวไฟ โซไซตี้ ภรรยาของยุ่น ตอน Just Only You...คนเดียวที่รัก - ปริศนาอาฆาต เก๋ - ขวัญผวา มิ้ม - Club Friday To Be Continued‬ เชอร์รี่ ตอน เพื่อนรัก เพื่อนร้าย - ปาฏิหาริย์ เดอะซีรีส์ ตอน รักไม่พร้อม หลายคนจะเห็นผลงานภาพยนตร์ของเธอมากกว่า จนหลังๆ เธอหันมารับงานละครทางโทรทัศน์ด้วย ตอนแรกหลายๆ คนคิดว่าเธอจะรับบทนางร้าย เปรี้ยวซ่าส์ได้หรือเปล่า ซึ่งเธอก็สามารถพิสูจน์ให้เห็นในบทโรมฤทัย ละครมัจจุราชสีน้ำผึ้ง และต่อเนื่องมาจนถึงบทเชอร์รี่ เพื่อนรักเพื่อนร้าย ด้วยความที่สายป่าน เธอมีความเป็นตัวเองสูง ไม่ว่าจะเล่นหนังเป็นบทโรแมนติกหรือดราม่าก็เข้าถึงบทบาทไปหมด แสดงได้เก่งมาก ยังมีบทที่น่าสนใจอย่างบทออทิสติกในเรื่อง ขอบคุณที่รักกัน และสาวโรคจิตใน อวสานโลกสวย เธอก็สามารถทำออกมาได้ดีจริงๆ นอกจากนี้หากสังเกตเธอยังถือเป็นสาวที่นำเทรนด์เรื่องทรงผมวัยรุ่นตั้งแต่เรื่อง พลอย และเธอก็ถือว่าเป็นคนนึงที่ทำทรงผมมาแล้วมากมายแถมยังเข้ากับหน้าเธอได้เป็นอย่างดี ตอนนี้สาวป่านประสบความสำเร็จทั้งทางการศึกษา การแสดง ความรัก และยังได้ทำหน้าที่อาจารย์สอนพิเศษอีกด้วย แบบนี้ที่เขาเรียกกันว่า Lucky in love lucky in Game จริงๆ นอกจากนี้เธอยังเปิดธุรกิจร้านกาแฟกับแฟนหนุ่มเบย์ด้วย ชื่อว่า 29 Nov. Coffee ย่านลำลูกกา ภาพจาพ @apinnya

โปรแกรมบอลวันนี้ วันจันทร์ที่ 2 เมษายน 2559
กัลโช่ เซเรียอา /  บุนเดสลีกา / 

โปรแกรมบอลวันนี้ วันจันทร์ที่ 2 เมษายน 2559 ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เวลา 02:00 น. เชลซี - ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ผลบอล บุนเดสลีกา เยอรมัน เวลา 01:15 น. แวร์เดอร์ เบรเมน - สตุ๊ดการ์ต ผลบอล กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี เวลา 00:00 น. เจนัว - เอเอส โรม่า เวลา 02:00 น. นาโปลี - อตาลันต้า ผลบอล ลาลีกา สเปน เวลา 01:30 น. มาลาก้า - เลบานเต้ ผลบอล แชมป์เปี้ยนชิพ อังกฤษ เวลา 20:30 น. ไบร์ทตัน - ดาร์บี้ เค้าท์ตี้ เวลา 22:45 น. เบิร์นลี่ย์ - ควีนสปาร์ค เรนเจอร์ส >> เช็คผลบอลสด ที่นี่ <<

โปรแกรมบอลวันนี้ วันอังคารที่ 3 เมษายน 2559
ผลบอล /  ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก / 

โปรแกรมบอลวันนี้ วันอังคารที่ 3 เมษายน 2559 ผลบอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก รอบ 4 ทีมสุดท้าย เวลา 01:45 น. บาเยิร์น มิวนิค - แอตเลติโก้ มาดริด ผลบอล เอเอฟซี แชมป์เปี้ยนลีก รอบแบ่งกลุ่ม เวลา 17:00 น. ซูวอน ซัมซุง - เซี่ยงไฮ้ อีสท์เอเชีย เวลา 17:00 น. เมลเบิร์น - กัมบะ โอซาก้า เวลา 17:30 น. อูราวะ เรด - โปฮัง สตีลเลอร์ เวลา 17:30 น. กวางโจว - ซิดนีย์ เอฟซี เวลา 21:30 น. เทรัคเตอร์ - อัล ฮิลาล เวลา 21:30 น. ปัคตากอร์ - อัล จาซิล่า เวลา 00:00 น. อัล ไอน์ - นาซาฟ การ์ซิ เวลา 00:00 น. อัล อาห์ลี - อัล จาอิส ผลบอล โคปา ลิเบอร์ตาดอเรส เวลา 07:45 น. อัตเลติโก นาซิอองนาล - ซีเอ ฮูราแคน เวลา 09:45 น. พูมาส ยูนัม - เดปอร์ติโว่ ทาชิร่า >> เช็คผลบอลสด ที่นี่ <<

ลุย AFF! “มาดามแป้ง” ประกาศโผ 30 รายชื่อเเข้งชบาเเก้ว
นวลพรรณ ล่ำซำ /  ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย / 

แม่หญิงสาวชบาแก้วทำการประกาศรายชื่อนักเตะ 30 รายเพื่อเตรียมทีมเข้าทำการเเข่งขันรายการ AFF 2016 ที่ประเทศเมียนมาร์ "มาดามแป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ ผู้จัดการทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ชุดใหญ่ และชุด 19 ปี ประกาศรายชื่อนักกีฬาฟุตบอลหญิง ชุดใหญ่ ซึ่งผ่านการคัดเลือกจากนักเตะกว่า 100 คน เมื่อวานที่ผ่านมา โดยได้รายชื่อทั้ง 30 คน สำหรับการเตรียมทีมเข้าร่วมการแข่งขัน AFF 2016 ระหว่างวันที่ 26 ก.ค.- 4 ส.ค. 2559 ที่ประเทศเมียนมา ดังนี้ โดยรายชื่อ 30 รายประกอบไปด้วย วราภรณ์ บุญสิงห์, สุกัญญา ช. เจริญยิ่ง, ญาดา เซ่งย่อง, ณัฐรุจา มุทนาเวช, ดวงนภา ศรีตะลา, ณัฐกานต์ ชินวงษ์, ดารัตน์ ช่างปลูก, อนุชศรา หมายเจริญ, สุนิสา สร้างไธสง, ขวัญฤทัย คุณูปถัมภ์, อินทร์อร พันธ์ุชา, วารุณี เพชรวิเศษ, ขวัญฤดี แสงจันทร์, กาญจนาพร แสนคุณ, เมธาวีย์ อุปพงษ์, ศิลาวรรณ อินต๊ะมี, พิกุล เขื่อนเพ็ชร, รัตติกาล ทองสมบัติ, นภัทร สีเสริม, ดาริกา เพียรภายลุน, วิลัยพร บุตรด้วง, กาญจนา สังข์เงิน, นิภาวรรณ ปัญโญสุข, จารุวรรณ ไชยรักษ์, อลิษา รักพินิจ, ธนัสถา ชาวงษ์, ธนีกานต์ แดงดา, อรทัย ศรีมะณี, นิสา ร่มเย็น, พิสมัย สอนไสย์ มาดามแป้ง กล่าวว่า "ตอนนี้เราได้รายชื่อนักกีฬาชุดใหญ่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งแน่นอนว่ามีนักเตะชุดฟุตบอลโลก และชุดปรีโอลิมปิก โดยได้นักเตะชุด 19 ปีที่อายุเกินเข้ามาเสริมทัพ และยังมีนักฟุตซอลหญิงผ่านการคัดเลือกมาด้วย ซึ่งจะเรียกนักเตะตามรายชื่อเข้ารายงานตัวพรุ่งนี้ (วันจันทร์ที่ 2 พ.ค.59) เวลา 14.00 น. ที่ @home residence (หลัง กกท.) ซึ่งเราจะใช้สนาม กกท.1 เป็นสนามหลักในการฝึกซ้อมช่วงเดือนแรก ในอนาคตอาจมีการปรับเปลี่ยนตามแผนของทีมผู้ฝึกสอนนอกจากนี้ ยังมีแผนเรียกนักเตะไทยที่อยู่ในต่างประเทศที่ส่งโปรไฟล์เข้ามาเพื่อทดสอบอีกครั้งด้วย ซึ่งหากมีความสามารถโดดเด่นจริง เราก็พร้อมเปิดโอกาสให้"

นาธาน แต่งแน่! ตัดชุดเจ้าสาว 12 ชุดราคาร่วมกว่าสิบล้าน
นาธาน โอมาน /  ป๋อง ซีเบท / 

ถูกจับตามองมาตลอดหลังประกาศคบกับ หนุ่มเรือยอร์ช เศรษฐีปักษ์ใต้ สำหรับ นาธาน โอมาน จนโดนตราหน้าว่า ลวงโลก แต่ทำฮือฮาก็เมื่อเจ้าตัวบอกเตรียม แต่งงาน ล่าสุดมีภาพไปลองชุดเจ้าสาวหลุดออกมาโดยมี ป๋อง ซีเบท ดีไซน์เนอร์ชื่อดังเป็นคนดูแลเรื่องชุดให้ งานนี้ พี่ป๋อง ได้เผยถึงเรื่องนี้ว่านาธานมาดูชุดจริง คุยคอนเซ็ปต์เรื่องชุดเจ้าสาวแล้ว ลงตัวที่ 8-12 ชุด เน้นอลังการและกรุยกราย "อย่างที่รู้กันว่าเขาก็เคยพูดแล้วเนาะว่าเขาจะแต่งงาน พอดีจังหวะน้องเขามากรุงเทพก็เลยได้มาคุยกันมาแชร์ไอเดีย ชุดลักษณะเนื้องานของเราแต่เป็นคอนเซ็ปต์ของนาธาน วันนั้นที่มาก็ได้คุยกัน 3-4 ชั่วโมงเลยแหละ ชุดที่ลองในรูปยังไม่ใช่ของเขา ของเขาเปรี้ยวกว่านี้ แซ่บกว่านี้แน่นอน ตัวที่เขาลองเนี่ยปกติชุดแต่งงานต้องเป็นสีขาวมีสุ่ม แต่คราวนี้นาธานเขาไม่อยากเหมือนคนทั่วๆ ไป ด้วยความเป็นเอ็กซ์สไตล์ของเขา แล้วก็การทำงานของพี่ก็แตกต่างจากคนอื่นอยู่แล้วก็เลยมาลองดูว่าสีขาวได้มั้ย คือมีสีขาวด้วยแต่ไม่ใช่แบบนี้ ไม่ได้มีชุดเดียวนะ วันนั้นที่คุยกันเนี่ยก็น่าจะมีประมาณ 8 ชุด แต่ก็จะพยายามทำให้ได้ถึง 12 ชุด อันนี้ก็ขอคุยกันก่อน จะพยายามเขาจะแบ่งเวลาใส่ทันรึป่าวเท่านั้นเอง ถามว่าอลังการแค่ไหน เดี๋ยวเปรยๆ คอนเซ็ปต์ชุดของเขาก่อนดีกว่าเนาะ เขาจัดงานที่ภาคใต้อารมณ์เขาก็แบบอยากจะเหมือนลงมาจากเรือยอร์ชเป็นชุดนกยูง ลงมาโดนน้ำก็จะลู่เข้าไปในตัว ชุดมันก็ต้องถอดได้ทีละชิ้นๆ ลงน้ำไปปุ๊บขึ้นมาก็จะเป็นชุดที่ฟูฟ่องได้เลยทันที ชุดที่ใช้ตั้งแต่ลงจากเรือ จนถึงเดินพรมแดงเข้างานก็อาจจะเปลี่ยน 3-4 ชุด งบประมาณแต่ละชุดเหรอ ตอนนี้กำลังคุยกันอยู่ว่าอยากได้ประมาณที่เท่าไหร่ แต่ว่าโดยรวมๆ แล้วก็น่าจะอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 8 หลัก เพราะเราอยากให้ทำในงบที่มันจับต้องได้ วันที่เขามาดูชุดไม่ได้มากับแฟนนะมากับผู้จัดการส่วนตัว ยังไม่เจอแฟนเขาเลย ส่วนเรื่องชุดแฟนเขา เขาไม่ได้บอกนะว่าต้องตัดไหม เขาบอกแค่ว่าทำให้หนูแซ่บๆ พอ แต่ไม่ได้พูดถึงเรื่องแฟนเลย ดีเดย์ที่ชุดต้องเสร็จจริงๆ เขายังไม่ได้กำหนดวันแต่งของเขาด้วยซ้ำ เหมือนกับว่าค่อยๆ ทำไปแล้วเราเช็กกันเดือนต่อเดือนว่าตอนนี้ถึงไหนแล้วมากกว่า เห็นเขาบอกนะแต่มันก็จวนแล้วล่ะเขาบอกว่าที่บ้านฝ่ายชายเขาเร่งอยากได้สะใภ้ เราก็โอเคจะรีบทำให้เร็วที่สุด คาดว่าจะแต่งในปีนี้ไหมเหรอก็คิดว่านะ เขาพูดว่าถ้าพัชราภา(อั้ม-พัชราภา) แต่งเขาก็แต่งเลย(หัวเราะ) เขาบอกในวงการเขาให้เกียรติพี่อั้มมากเป็นอันดับหนึ่ง ถ้าพี่อั้มแต่งปุ๊บเผลอๆ อาทิตย์ สองอาทิตย์แต่งเลย(หัวเราะ) เอาจริงๆ นะถ้าเรื่องชุดพี่เป็นคนทำงานมานาน 12 ชุดเดือนหนึ่งก็เสร็จแต่ด้วยความที่เขาก็ไม่ได้เร่งรัดเรา ให้พี่ป๋องทำแบบสบายๆ ไป ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้อันนี้ก็ต้องบอกกัน” ขอบคุณภาพจากIG:nathanoman ป๋อง ซีเบท-นาธาน โอมาน นาธาน โอมาน นาธาน โอมาน นาธาน โอมาน

ละครเล่ห์ลับสลับร่าง , เรื่องย่อเล่ห์ลับสลับร่าง
เล่ห์ลับสลับร่าง /  ละครเล่ห์ลับสลับร่าง / 

เล่ห์ลับสลับร่าง ละครช่อง3 ละครเล่ห์ลับสลับร่าง บทประพันธ์โดย : นรอินทร์บทโทรทัศน์โดย : Sanctuaryกำกับการแสดงโดย : กฤษณ์ ศุกระมงคลผลิตโดย : บริษัท โนพรอบเล็ม จำกัดควบคุมการผลิตโดย : ธิติมา สังขพิทักษ์ออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เล่ห์ลับสลับร่าง สาว “ญาญ่า” โคจรมาเจอคู่ขวัญ ณเดชน์ คูกิมิยะ อีกครา นอกจากท้าทายที่ต้องเล่นบทสลับเพศ เรื่องย่อเล่ห์ลับสลับร่าง เมื่อสองหนุ่มสาวมีปมรักตัวเองยิ่งยวด (Narcissus) หลงในเพศของตน จนรักคนอื่นไม่เป็นฝ่ายขายหลงคิดว่า เพศชายเหนือกว่าเพศหญิง ทั้งร่างกาย และจิตใจ ส่วนหญิงก็ลำพองในความงามจนคิดว่าสอยชายทั้งแผ่นดินได้ สวรรค์เลยลงโทษให้ทั้งคู่แลกเพศกัน เพื่อให้เรียนรู้ทั้งสรีระ และสภาพจิตใจของแต่ละฝ่าย เพื่อบทสรุปที่ว่า เขาต้องเรียนรู้ที่จะรัก ซื่อสัตย์ และเสียสละ ซึ่งกันและกัน นั่นคือความรักที่แท้จริง ผู้กองรามิล ทุ่งพระเพลิง เป็นผู้กองมือปราบ ซึ่งดังจากหน่วยคอมมานโดเฉพาะกิจได้ฉายาว่า ผู้กองมือเหล็ก เพราะช่วยผู้ประสบอุบัติเหตุด้วยมืออันแข็งแกร่งของตนมาหลายครั้งเป็นที่เลื่องลือรามิลหยิ่งผยองในความเป็นชายของตนเอง ถือว่าเพศชายเหนือกว่าเพศหญิง และผู้หญิงเป็นแค่วัตถุทางเพศเท่านั้น เขาจึงมีสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะนอกใจ นกยูง แฟนสาวแสนดีของตนเองอยู่เนือง ๆ เป็นที่ขัดใจของ หมวดอาคม ลูกน้องของรามิลยิ่งนัก และอาคมเองก็แอบหลงรักนกยูงอยู่เงียบ ๆ เภตรา ภาวดี เป็นนางเอกละคร ที่กำลังก้าวสู่ชื่อเสียงอันดับโลก เมื่อได้รับเลือกให้เป็น ไข่มุกแห่งเอเชีย รางวัลจากฮ่องกง เภตราเช่นเดียวกับรามิล ที่หยิ่งทะนงในความงามของตนเองเธอเหยียดเพศชาย และคนรอบด้านไว้แทบเท้า สวรรค์บันดาลให้ทั้งคู่ประสบอุบัติเหตุเฉียดตาย ตกจากตึกสูงหมดสติไป และแลกวิญญาณกัน หมอนักษัตรหมอดูลวงโลกต้องรับภาระดูแคนทั้งคู่ เพราะเป็นคนเดียวที่สื่อสารกับทั้งสองได้ แต่เมื่อไม่สามารถหาวิธีกลับร่างของตน ทั้งสองต้องจำยอมเลียนแบบไฟล์สไตล์ของกันและกัน เพื่อกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมของทั้งคู่ไม่ให้ใครสงสัย รามิลในร่างเภตราต้องกลับไปรับบทนางเอกในละคร ส่วนเภตรา ในร่างรามิลต้องกลับไปเป็นผู้กองนักบู๊ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง การสลับเพศ และรับบทบาทของอีกฝ่าย เป็นความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง สร้างความปวดเศียร เวียนเกล้าให้คนรอบข้าง เภตรากลายเป็นดาราสาวออกทอม เล่นละครไม่เป็น แอบจีบ อจลา สาวดาวยั่ว แถมยังท้าตีท้าต่อยกับ อาทิตย์ ฤทธิรงค์ พระเอกหนุ่มใจสาวเป็นที่กลุ้มใจของ เจ๊อั้ม อรชร ผู้จัดการแต๋วของเภตรา และคุณดนู ผู้จัดละคร ส่วนผู้กองมือเหล็ก กลายเป็น มือไม้อ่อนช้อย กรีดกราย จนอาคม และลูกน้องสงสัยว่ารุ่นพี่จะเป็นกะเทยแอ๊บแมน โดยเฉพาะตอนที่ต้องไปปลดระเบิดในโรงแรมหรู ผู้กองเป็นลมหลายเฮือก และทำอะไรไม่เป็นจนทุกคนสงสัย คนที่น่าสงสารที่สุดคือนกยูง ที่ต้องสับสนกับการออกสาวของผู้กอง และแสดงอาการห่างเหินกับเธออย่างเห็นได้ชัด นกยูงยิ่งเครียดก็ยิ่งหันมาหาอาคมให้ช่วยปลอบประโลมให้ทุกครั้ง จนเริ่มก่อตัวเป็นความรัก ญาญ่า ณเดชน์ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล (ในร่างเภตรา) ได้เบาะแสว่า ฤทธิ์ชาติ ออร์กาในเซอร์ชื่อดัง ที่กำลังแย่งตัวเภตราไปจากเจ๊อั้ม เป็นคนวางแผนทำร้ายรามิล และมีเบื้องหลังเกี่ยวข้องกับแกงค์อาชญากรรมข้ามชาติ ฤทธิ์ชาติ หวังจะเคลมเภตราเป็นของตน และใช้ประโยชน์จากเภตราที่กำลังโกอินเตอร์สร้างอิทธิผลให้เขาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการขนยาเสพติด เภตราปฏิเสธเซ็นสัญญากับฤทธิ์ชาติ แต่ก็โดนขู่กลับเมื่อ ทอมณี สาวทอม ผู้ช่วยฤทธิ์ชาติ สืบรู้ประวัติมารดาของเภตรา ว่าที่แพ้คือ ป้าสีดา แม่ครัวประจำกองถ่ายของเภตรานั่นเอง ฤทธิ์ชาติขู่จะแฉว่าประวัติแท้จริงของเภตรา ที่แท้โลโซรากหญ้า มีแม่ที่เคยทำงานเป็นมาม่าซังมาก่อน งานนี้ รามิล (ร่างเภตรา) ขู่แฉกลับเรื่องที่ฤทธิ์ชาติปล้นเพชรเทียร่าจาก คุณนายพวงคราม แม่ของตนไปซ่อนไว้หวังเงินประกัน ข้อมูลเบื้องลึกได้มาจาก สีตลา นักข่าวสาวช่องน้อยสี ที่กำลังตามสืบเรื่องฤทธิ์ชาติอยู่อาคมสารภาพรักนกยูง และไม่พอใจรามิลจนถึงขั้นตัดพี่ตัดน้อง เพราะเข้าใจว่ารามิลแกล้งทำแต๋วเพื่อหลีกเลี่ยงการแต่งงานกับนกยูง อาคมขอนกยูงแต่งงานแทน แต่แล้วเมื่อรามิล (ในร่างเภตรา) และเภตรา (ในร่างรามิล) มาร่วมงานแต่ง ทั้งคู่ทำงานล่มไม่เป็นท่า เมื่อเภตราที่เมามายทำท่าเหมือนลวนลามนกยูงเจ้าสาว แถมยังไปท้าพิสูจน์รอยแผล และตะกรุดของอาคมในร่มผ้า เดาได้ถูกต้องจนอาคมเชื่อว่าในร่างเภตราคือรามิลจริง ๆ แต่งานนี้ อาคมกลับตกที่นั่งลำบากเสียเอง เพราะภาพเจ้าบ่าวถอดกางเกงเหลือแต่ชั้นใน กำลังกอดดาราสาวแนบแน่น ฉาวโฉ่ไปทั้งโซเชียล รามิล และอาคม ไหวตัวเมื่อรู้ว่าฤทธิ์ชาติจะขนยาเพสติดครั้งใหญ่ ส่งให้เจ้าพ่อแกงค์ฉิมพลี ฤทธิ์ชาติ เสนอให้ดนูถ่ายทำละครที่โรงแรมริมทะเลของตนฟรี คุณนายพวงครามเสนอให้ทีมงานไปทำการกุศลที่วัดป่า ถัดจากโรงแรมไปในป่าลึก รามิล อาคม และทีมพยายามค้นว่ายาเสพติดซ่อนอยู่ที่ไหน แต่หาไม่เจอ ในที่สุดรถโค้ชของบรรดาเซเลปถูกโจรปล้น และยาซ่อนอยู่ในกระเป๋าหนังตะกวดราคาเกือบล้านของเภตรา ที่ฤทธิ์ชาติมอบให้ นั่นเอง ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล เภตราหนีจากกลุ่มโจรหลบเข้าป่า ร่างรามิล (คือเภตรา) ยอมสละชีวิตกระโดดกันกระสุนให้ร่างเภตรา (รามิล) ทั้งสองร่วงลงจากนั้นตก และตะกายขึ้นฝั่งได้ ทั้งคู่หมดสติไป เพื่อที่จะตื่นขึ้น และพบว่าวิญญาณกลับเข้าร่างเดิมของตนแล้ว ทั้งคู่สารภาพรักซึ่งกันและกัน และรู้แล้วว่าการเสียสละแม้แต่ชีวิตของตน ทำให้สวรรค์บันดาลให้ทั้งสองได้กลับคืนร่างของตัวเอง คืนนั้นที่ริมลำธารทั้งสองเป็นของกันและกันอย่างสุขสม รามิลกลับมาเป็นผู้กองมือเหล็กเช่นเดิม รามิลวางแผนเล่นงานเปิดโปงฤทธิ์ชาติ ด้วยงานแถลงข่าวที่คฤหาสน์ของฤทธิ์ชาติเอง งานที่เภตราจะได้เซ็นสัญญาเล่นหนังกับฮ่องกง ที่ฤทธิ์ชาติติดต่อให้แต่งานนี้เภตราต้องยอมแลกกับการที่เธอจะไม่ได้โกอินเตอร์ เภตรายินดีชื่อเสียงเงินทองไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับเธออีกแล้ว ทอมณีที่กลับใจแล้วร่วมมือกับเจ๊อั้ม นำเพชรเทียร่าที่ซ่อนไว้ มาแสดงต่อหน้าฤทธิ์ชาติ และพวงครามในงาน พวงครามความเสียใจจนเป็นลมที่ลูกชายเป็นอาชญากรตัวฉากจ ฤทธิ์ชาติถูกจับกุม แต่สารภาพส่วนตัวกับรามิลว่า เพชรที่นำมาเปิดโปงนั้นเป็นเพชรปลอม และเขาไม่ได้เป็นคนสั่งเก็บรามิลมีตัวการใหญ่อยู่เบื้องหลังอีกทีแต่เขาไม่รู้ว่าใคร รามิลรู้สึกผิดสังเกตรีบตามเภตราที่กำลังดูแลพวงครามที่ห้องนอนสองต่อสอง พวงครามเปิดเผยตัวว่าคือตัวการใหญ่ที่ซ้อนแผนลูกชายอยู่อีกที นางต้องการฆ่าทั้งรามิล และเภตรา เพราะรามิลนั้นทำลายแก๊งค์ผลิตยาของเธอหลายครั้ง ส่วนเภตราคือหญิงที่เธอไม่ต้องการให้มาเป็นสะใภ้ตามความต้องการของฤทธิ์ชาติ รามิลช่วยเภตราจากพวงครามไว้ได้ คุณนายถูกจับในที่สุด งานนี้สำเร็จลงด้วยดี แต่ต้องแลกกับการสลับวิญญาณของทั้งคู่อีกครั้ง ตอนที่ทั้งสองประสบอุบัติเหตุตกบันไดคฤหาสน์ลงมาพร้อมกัน สลับร่างครั้งที่สองสร้างความทุกข์ให้รามิล เภตรา เป็นทวีคูณ เมื่อรามิล (ในร่างเภตรา) ช็อค เพราะพบว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์ ทั้งคู่ทำใจได้ในที่สุดจากกำลังใจของเพื่อน ๆ พี่ ๆ โดยเฉพาะนกยูง และอาคม นกยูงเชื่อแล้วว่ารามิล และเภตราสลับร่างกันจริง ยอมคืนดีกับอาคม และแต่งงานกัน เพื่อรักษาภาพพจน์ เภตรา อั้ม ทอมณี ดนู ที่ปรองดองร่วมหุ้นบริษัทกัน แนะนำให้รามิล และเภตราแต่งงานกันโดยเร็ว และรีแถลงข่าวออกสื่อ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล (ร่าง เภตรา) อุ้มท้องอยู่ 9 เดือน รับรู้ความทรมานของการตั้งครรภ์ และภาวะร่างกายผู้หญิงที่กำลังเป็นแม่ ในที่สุดวันคลอดก็มาถึง รามิลเจ็บปวดแสนสาหัสและสิ้นสติไปในห้องคลอดเภตรา (ร่างรามิล) จับมือรามิลไว้ และเตือนถึงสัญญาของผู้กองมือเหล็ก ที่ไม่เคยปล่อยให้ใครต้องตายไปต่อหน้า เภตราช็อคเมื่อรามิลหัวใจหยุดเต้นชั่วคราว ทำให้เธอเป็นลมไป ทั้งสองโคม่าแต่มือยังกุมกันไว้แน่น หมอนักษัตรลุ้นให้ทั้งคู่รอด วิญญาณออกมาจากร่างอีกครั้ง และคราวนี้ทั้งสองกลับเข้าร่างเดิมของตนรามิลได้เรียนรู้การเป็นแม่ การให้กำเนิด ละครเล่ห์ลับสลับร่าง เขาหยุดดูถูกผู้หญิง และเห็นผู้หญิงเป็นวัตถุทางเพศ เช่นที่เคย ขณะเดียวกันบทบาทเพศชายที่เภตราได้รับ ทำให้ตนเข้าใจถึงความเสียสละการปกป้อง และอุทิศตนให้กับผู้อื่น ทั้งคู่ล้างปม หลงเพศ ของตนจนหมดสิ้นกลายเป็นคนใหม่ และกลายเป็นขวัญใจผู้ชมอีกครั้ง คราวนี้ในฐานะ คู่จิ้น สามีภรรยา ที่น่ารักที่สุดในโลก ติดตามชม ละครเล่ห์ลับสลับร่าง ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เล่ห์ลับสลับร่าง เล่ห์ลับสลับร่าง ญาญ่า รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์ คูกิมิยะ รับบท ผู้กองรามิล อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท เภตรา ปรึชญา พงษ์ธนานิกร รับบท นกยูง ธนภพ ลีรัตนขจร รับบท อาคม ซอ จียอน รับบท จียอน เจสัน ยัง รับบท ฤทธิ์ชาติ รัชนี ศีระเลิศ รับบท พวงคราม ธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล รับบท เจ๊อั้ม สมมาตร ไพรหิรัญ รับบท ธรรมนูญ ก้ามปู ปัทมสูต รับบท จิตรา เกริก ชิลเลอร์ รับบท หมอนักษัตร วิชัย จงประสิทธิ์พร รับบท ผู้กำกับก้อง กีรติ ศีวะเกื้อ รับบท ดนู นิธิชัย ยศอมสุนทร รับบท อาทิตย์ นิภาภรณ์ ฐิติธนการ รับบท ทอมณี เล่ห์ลับสลับร่าง เล่ห์ลับสลับร่าง ช่อง3 อาคม นกยูง เล่ห์ลับสลับร่าง นักแสดง เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์ เล่ห์ลับสลับร่าง ญาญ่า เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์

มันดิ! จับติ๋วชิงเเชมป์เอเชีย U-19 ช้างศึกชน บาห์เรน, โสมขาว, ซาอุฯ
ชิงเเชมป์เอเชีย ยู 19 ปี /  ซาอุฯ / 

สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (AFC) ทำการจับสลากแบ่งสายการแข่งขันฟุตบอลยช. 19 ปีชิงแชมป์เอเชีย รอบสุดท้าย ปี2016 ที่ประเทศบาห์เรนเป็นเจ้าภาพ ระหว่าง 13-30 ต.ค.59 โดยได้ทำการจับสลากที่กรุงมานามา เมืองหลวงของบาห์เรน เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 30 เม.ย.59 โดย 16 ชาติที่่ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายทางเอเอฟซีได้จัดเรียงตามโถดังนี้ โถ 1 บาห์เรน(เจ้าภาพ) , กาตาร์ , เกาหลีเหนือ , อุซเบกิสถาน โถ 2 ญี่ปุ่น , ไทย , ยูเออี , จีน โถ 3 ออสเตรเลีย , อิรัก , เกาหลีใต้ , เยเมน โถ 4 อิหร่าน , เวียดนาม , ซาอุดิอาระเบีย , ทาจิกิสถาน โดยผลการจับสลากแบ่งสายอย่างเป็นทางการ ประกอบด้วย กลุ่มเอ บาห์เรน, ไทย, เกาหลีใต้,ซาอุดิอาระเบีย กลุ่มบี เกาหลีเหนือ, ยูเออี, อิรัก, เวียดนาม กลุ่มซี กาตาร์, ญี่ปุ่น, เยเมน, อิหร่าน กลุ่มดี อุซเบกิสถาน จีน, ออสเตรเลีย, ทาจิกิสถาน โดยการแข่งขันรายการนี้จะหาตัวแทน 4 ชาติที่ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศเข้าไปแข่งขันฟุตบอลโลกรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี ที่เกาหลีใต้ แต่ถ้าหากทัพโสมขาวสามารถทะลุถึงรอบ 4 ทีมสุดท้ายด้วยแล้วก็จะต้องหาทีมอันดับ 5 เข้าไปเล่นแทน ทั้งนี้ในส่วนของกุนซือใหญ่ของทีมยช.19ปีทีมชาติไทยในชุดนี้ก็ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะเป็นใคร เเต่มีข่าวลืออย่างหนักว่าเป็น "โค้ชหนุ่ย" เฉลิมวุฒิ สง่าพล อดีตกุนซือทีม 19 ปีไทยที่มีข่าวว่าถูกทาบทามอยู่ในขณะนี้

ไม่ต้องเถียงกัน!เอฟเอตั้งข้อหา เฟลไลนี่,ฮูธ เล่นแรงส่อแบน3นัดทั้งคู่
ดาลี่ย์ บลินด์ /  พรีเมียร์ลีก / 

ไม่ต้องเถียงกันงานนี้เมื่อ เอฟเอหรือสมาคมฟุตบอลอังกฤษ ตั้งข้อหาประพฤติตัวรุนแรงในเกมต่อ  มารูยาน เฟลไลนี่กองกลาง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดและโรเบิร์ต ฮูธ กองหลังเลสเตอร์ ซิตี้ จากเกมที่สองคู่พบกันมาเมื่อสุดสัปดาห์โดยในนัดที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเสมอกับ เลสเตอร์ ซิตี้ไป 1-1 ที่โอลด์แทรฟฟอร์ด มีจังหวะที่ดาวเตะร่างยักษ์ งัดกัน ซึ่ง ฮูธ ไปดึงผมฟูๆของเฟลไลนี่  และกองกลางชาวเบลเยียมก็ตอบโต้ด้วยการเหวี่ยงศอกซึ่งจังหวะดังกล่าวกล้องถ่ายทอดสดจับภาพไว้ได้ทั้งหมดแม้ว่ากรรมการจะไม่เห็นก็ตาม ทำให้ทั้งสองคนโดนลงโทษย้อนหลังและส่อแววโดนแบนคนละ 3 นัดก็เป็นได้

พริ้วมาก!! กวาง กมลชนก อังศุมาลินเวอร์ชั่น 2533 เล่นขิมโชว์!!
กวาง กมลชนก /  น็อต นุติ / 

ห่างหน้าหายตาไปนานสำหรับอดีตนางเอกยอดฮิตติดลมบน กวาง กมลชนก ที่เคยฝากผลงานโด่งดังปังเวอร์และแจ้งเกิดจากละคร คู่กรรม เวอร์ชั่น 2533 ในบทบาทของ อังศุมาลิน หรือ ฮิเดโกะ ประกบคู่กับนักร้องซุปตาร์ เบิร์ด ธงไชย ซึ่งรับบท โกโบริ ที่ทำเอาคนค่อนประเทศติดกันงอมแงมในยุคนั้น ซึ่งเหตุที่ห่างหายจากวงการบันเทิงไปนานกว่า 6 ปีด้วยกัน นอกจาก กวาง กมลชนก จะผันตัวเป็นแม่บ้านอย่างเต็มตัว คอยดูแลลูกชายและลูกสาว น้องเน็ต-น้องเนย และเปิดบริษัทรับจ้างผลิตละครกับสามีสุดที่รัก น็อต นุติ เขมะโยธิน แล้วอดีตนางเอกดัง กวาง กมลชนก ยังป่วยเป็นโรคภูมิแพ้อย่างแรง ต้องดูแลรักษาสุขภาพและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจึงไม่ค่อยได้รับเล่นละครในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา หลังคัมแบ็คสู่วงการอีกครั้ง กวาง กมลชนก ก็มีละครอย่างต่อเนื่อง โดยเรื่องล่าสุดที่กำลังถ่ายทำอย่างละครเรื่อง ราชินีหมอลำ ที่เตรียมออกอากาศทาง ช่อง ONE ในช่วงปลายปีที่จะถึงนี้ นางเอกดังก็ไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวัง ด้วยการถ่ายทำฉากการแสดงบนเวทีหมอลำใหญ่ของภาคอีสานร่วมกับวงหมอลำดังเมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา กวาง กมลชนก ยังโชว์เสียงอันทรงพลังให้แฟนๆ ได้ชมกันสดมาแล้ว ต่างพูดกันเป็นเสียงเดียวว่าเพราะมากๆ และยังโพสต์ข้อคิดเตือนใจดีๆ ถึงการทำหน้าที่นักแสดงที่ดีอีกด้วยว่า “นักแสดงมีหน้าที่แสดงไปตามบทบาทที่ได้รับมาให้ดีสุด "ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ขณะแสดงบนเวที...The show must go on" เพราะมีผู้ชมคอยเฝ้าดูการแสดงของเราอยู่ #ดาราย ประกายเพชร #ราชินีหมอลำ” ล่าสุด กวาง กมลชนก ยังขอโชว์ลีลาการเล่นดนตรีไทย ด้วยการตีขิมในเพลง ลาวดวงดอกไม้ ทำให้แฟนคลับหลายๆ คนอดที่จะคิดถึง อังศุมาลิน ในปี 2533 ไม่ได้ ไปชมลีลาของอดีตนางเอกยอดฮิตวัย 49 กะรัตแต่ยังสวยไม่สร่างกันเลยจ้า... ขอบคุณภาพจาก IG kwang.kamolchanok กวาง กมลชนก-น็อต นุติ กวาง-น็อต-น้องเน็ต-น้องเนย กวาง-น็อต-น้องเน็ต-น้องเนย แม่อร-อังศุมาลิน คู่กรรม 2533 โกโบริ-อังศุมาลิน คู่กรรม 2533 กวาง กมลชนก-เบิร์ด ธงไชย กวาง กมลชนก-หนูนา หนึ่งธิดา ราชินีหมอลำ กวาง กมลชนก กวาง กมลชนก

ทริคเด็ด 30 ข้อ ตะลอนใน คิวชู ประเทศญี่ปุ่น เที่ยวยังไงไม่ให้พลาด!
ที่เที่ยวญี่ปุ่น /  ประเทศญี่ปุ่น / 

เมืองคิวชู ถือเป็นอีกเมืองทางใต้ของประเทศญี่ปุ่น ที่มีคนนิยมไปเที่ยวมาก รองจาก ฟุกุโอกะ หลายคนที่ไปที่นี่ก็ได้จะซึมซับธรรมชาติแบบญี่ปุ่นอย่างแท้จริง ได้เห็นวัฒนธรรม สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติต่างๆ ด้วย และวันนี้ทางเพจ Was there once ก็ได้รวบรวม ทริคเด็ด 30 ข้อ ตะลอนใน คิวชู ประเทศญี่ปุ่น เที่ยวยังไงไม่ให้พลาด! มาฝากกันค่ะ ลองดูโน๊ะ ^^ ทริคเด็ด 30 ข้อ ตะลอนใน คิวชู ประเทศญี่ปุ่น เที่ยวยังไงไม่ให้พลาด! ทุกครั้งที่ผมมีโอกาสไปเที่ยวต่างประเทศ ผมชอบสังเกตและจดข้อมูลไว้เป็นข้อๆ ทริปคิวชูครั้งนี้ของผมเช่นกัน อยากเอาข้อมูลที่มีมาแบ่งปันให้เป็นประโยชน์สำหรับเพื่อนๆที่กำลังสนใจหรือกำลังหาข้อมูลของ คิวชู หลายๆอย่างที่ผมพลาดก็เอามารวบรวมไว้ในนี้ ลองอ่านดูนะครับ 1. คิวชู ( 九州 Kyūshū ) คือ เกาะหนึ่งทางตอนใต้ที่มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศญี่ปุ่น ภูมิภาคนี้มีทั้งหมด7 จังหวัด ได้แก่ ฟุกุโอกะ(fukuoka) คุมะโมโตะ(Kumamoto) นางาซากิ(Nagasaki) ซากะ(Saga) โออิตะ(Oita) คาโงะชิมะ(Kagoshima) โดยจังหวัดศูนย์กลางในภูมิภาคนี้คือ ฟุกุโอกะ 2.ด้วยความที่คิวชูพึ่งติดท๊อปฮิตหนักๆในหมู่คนไทย (หลังโตเกียว/เกียวโต/โอซาก้า ) ทำให้หนังสือไกด์บุ๊คภาษาไทยมีน้อยมาก เอาจริงๆเห็นแค่เล่มเดียวเองที่มีข้อมูลท่องเที่ยวจริงจัง และที่มีขายอยู่บนแผงช่วงนี้ข้อมูลก็ยังไม่ครบ 3.จึงอยากแนะนำแหล่งหาข้อมูลดีๆ Japan-guide.com เป็นเว็บไซต์ภาษาอังกฤษนะ ถ้าหนังสือคงแนะนำ Lonely planet ทีสำคัญคือคลังกระทู้เก่าของพันทิปแนะนำกระทู้คุณหนุ่มอารมณ์ดี (กระทู้ซี่รีส์ คิวชูอารมณ์ดี) Smart search ดูเลย 4.เพราะคิวชูกำลังบูมหนักใน นทท.ไทย เราจึงพบเจอเจอคนไทยเยอะมาก ทุกๆหัวมุมถนน ในทุกๆที่ (จริงๆนะ) ด้วยเหตุผลหลักๆสามข้อคือ ฟรีวีซ่าท่องเที่ยว 15 วันสำหรับคนไทย ค่าเงินเยนอ่อนตัวลง โปรโมชั่น Jetstar BKK-Fukuoka, Japan ที่ออกมาถี่ถล่มทลาย ราคาในช่วง 5000-8000 ก็ไปคิวชูได้ (ราคารวมน้ำหนักกระเป๋าไม่เกิน 6000 ก็มีนะ) 5. เดินทางในภูมิภาคนี้ ด้วย JR PASS คิวชู มีสองแบบ คือ Northern Kyushu Area pass ครอบคลุมจังหวัด ฟุกุโอกะ นางาซากิ คุมาโมะโต้  ซากะ และโออิตะ All Kyushu ทุกจังหวัด ทั้งสองแบบมีให้เลือกทั้ง 3 วันและ 5 วัน 6.JR Kyushu pass ทั้งสองแบบหาซื้อได้ที่ Agent ไทย หรือไปซื้อที่สนามบินก่อนเข้าเมืองก็ได้นะ ส่วนตัวไปซื้อตอนที่ถึงสนามบินเลยครับ ราคาเท่ากัน(ขึ้นอยู่กับเรทด้วย) อีกอย่างยังไงทุกคนก็ต้องเดินผ่านจุดที่ขายอยู่แล้ว ไม่ต้องเสียเวลาไปหาซื้อในไทย ซื้อแล้วเปิดใช้ได้ทันที แต่ถ้าจะซื้อในไทยก็เสิร์ชหา Agent เลยครับ ส่วนตัวแนะนำที่ BTS Siam (ร้านอยู่ในสถานีเลยนะ) ตอนซื้อใช้ Passport ด้วยครับ ภาพข้างบน : คือ บริเวณหลังจากเราออกจาก ตม.มาแล้วนะครับ เราออกมาซ้ายมือจะเป็น Info. center ขวามือจะมีร้าน Reatal รถ /ซื้อซิมมือถือ ถัดขวาไปอีกนิดก็จะเจอร้าน Agent ขาย  JR Kyushu Pass ทุกคนต้องที่มาถึงต้องออกจาก ตม. ทางนี้ทางเดียว เพราะฉะนั้นไม่ต้องเดินหาให้วุ่น ไปซื้อที่นู้นได้ทีเดียวเลยครับ แต่สำหรับใครที่จะจองขบวนรถไฟท๊อปๆที่นั่งจำกัด  ต้องไปจองที่JR Hakata stationนะ (ที่นี่ขายอย่างเดียวครับ) 7. ถ้าซื้อ JR Kyushu PASS ไม่ว่าจะแบบไหน พวกเราจะมีสิทธ์ Reserved seat โดยที่ไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม เพราะฉะนั้นถ้าตารางเที่ยวแน่นอน แนะนำให้ Reserved seat ไว้ล่วงหน้าตลอดทริปเลยครับ จะได้ไม่เสี่ยงที่นั่งเต็ม เดี๋ยวจะต้องยืนแทนนะ (ส่วนตัวคิดว่าโบกี้ Reserved seat ของรถไฟบางขบวนแอบสบายกว่านิดนึง) 8.รถไฟในคิวชู ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดในญี่ปุ่น อย่าเพิ่งเชื่อหล่ะ! ผมแค่อยากชวนให้ลองไปพิสูจน์เอาเอง รถไฟตัวท๊อปๆ เช่น Yufuin no mori และ Aso Boy! ต้องจองก่อนเท่านั้น มีที่นั่งจำกัด เช็คเวลารถไฟได้ที่ https://www.jrkyushu.co.jp/english/pdf/time_tabel.pdf และรูปนี้คือ ชื่อ รถไฟตัวท๊อปสวยๆในเส้นทางต่างๆทั่วเกาะคิวชูครับ 9.แท็กซี่ราคาสูง เริ่มต้นที่ 570 Yen หรือประมาณ 190 บาท (ขึ้นอยู่กับค่าเรทเงิน ขอหาร3แบบคร่าวๆ) บริการดี มีลูกอมให้ฟรี  คนขับอาจพูดภาษาอังกฤษไม่ได้หรือไม่คล่อง แต่ถ้าหากมีที่อยู่สถานที่ที่จะไป สามารถยื่นให้เลยแท็กซี่มี GPS ส่องจ้า  *ราคาแท๊กซี่ที่Fukuokaนะ* 10.โปรชัวร์แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในแต่ละที่ จะมีภาษาจีน เกาหลี ญี่ปุ่น และอังกฤษ บางสถานที่ท๊อปฮิตในคิวชูจะมี ข้อมูลภาษาไทยพร้อม เช่น JR เมือง Yufuin ในจังหวัด Oita (เป็นภาษาไทยแนว google translate นิดๆแต่รู้เรื่องแน่นอนครับ) 11.อย่าละเลย Tourist Information สงสัยอะไรเจ้าหน้าที่ตอบได้แทบทุกอย่าง อยากหาเอกิเบนโตะอะไร ของขึ้นชื่อเมืองนี้ต้องซื้อที่ไหน ถามเถอะเชื่อผม ได้คำตอบร้อยละ 95% (อีก 5 %ที่เหลือเผื่อคุยกันไม่รู้เรื่อง) ผมแวะเข้าทุกที่ที่ไปจริงๆครับ ถึงจะหาข้อมูลมาแล้ว แต่อย่าลืมว่าญี่ปุ่นนี่บ้านเมืองเขาเปลี่ยนแปลงเร็ว เวลาเปิด/ปิด ราคาค่าเข้าชมต่างๆ ถามไว้อีกรอบกันเหนียวเนาะ 12.ที่คิวชูไม่ว่าจะป้ายบอกทาง หรือเสียงประกาศตามรถโดยสารหรือห้างร้าน ล้วนมีภาษาจีน เกาหลี และอังกฤษ เรียกได้ว่าชาวจีนกับเกาหลีเที่ยวง่ายสบายใจเฉิบแน่นอน ส่วนไทยนานๆจะเจอทีเช่น ห้าง Yodobashi ที่ Fukuoka ใกล้สถานี JR Hakata มีเสียงประกาศภาษาไทยจ้า 13.Toyoko Inn ที่พักยอดฮิตของนทท. มีสาขาอยู่ทั่วญี่ปุ่น ห้องอาจไม่กว้างมากเน้นสะดวกสบายต่อการเดินทาง พนักงานบริการดี ให้จดจำคำว่า Ekimae ไว้ คำนี้แปลว่าอยู่หน้าสถานี เวลาจะจองที่พักก็ลองเลือกจากสาขาที่มี Ekimae ต่อท้ายเนาะ 14. ตู้ซื้อเครื่องดื่มแบบหยอดเหรียญมีเยอะมาก พบเจอได้ทั่วทุกแห่งหนแม้ในซอยเล็กๆก็ตาม ทุกครั้งก่อนกดให้ลองมองรอบๆหาตู้ใกล้ๆเพราะอาจจะได้ราคาที่ถูกกว่าเกือบๆ 40 Yen น้ำดื่มขวดเล็กราคา 110 Yen ชาเขียวราคา ประมาณ 150 Yen 15.ห้องน้ำสาธารณะ นั่งยองๆเหมือนจีนยังสามารถพบเจอได้บ้าง หากไม่สะดวกใจกับส้วมอัจฉริยะกดปุ่มฉีดน้ำเหมือนผม นี่คือทางรอดของพวกเรา (กดปุ่มฉีดน้ำที่ไรสะดุ้งโหยงทู๊กที T_T ) 16.เที่ยวอย่างไร? มี 2 ทางหลักๆ คือ พักที่ย่าน Hakata/Tenjin ใจกลางในจังหวัด Fukuokaทุกวัน แล้วตะลอนเที่ยวไปเมืองต่างๆไปเช้าเย็นกลับ ข้อดีคือ ประหยัดเวลาเก็บของ ไม่ต้องแบกหนัก อาศัยออกเดินทางตั้งแต่เช้ากลับถึงห้องค่ พักตามเมืองที่ไป เลือกเอาตามใจชอบ อยากนอนเมืองไหน ถูกใจเมืองไหนก็อยู่เมืองนั้นเลย ข้อดีคือ ฟินบรรยากาศเช้าและกลางคืนของเมืองนั้นๆ ไม่ต้องรีบตื่นเช้าเพื่อเดินทาง 17.ห้างส่วนใหญ่ในภูมิภาคนี้ ประมาณ 90% ปิดเร็วมาก (เวลา 21.00น.) ยิ่งถ้าบางจังหวัดอย่าง Kumamoto Oita  เวลาปิด 20.00 น.ก็มีนะครับ 18.สาวๆขาช๊อปอย่าเพิ่งเสียใจไปเพราะ ร้านดองกิโฮเต้ในคิวชูมีบางสาขาที่เปิด 24 ชม. ขอแนะนำพิกัดร้านที่จังหวัด Fukuoka สาขา Nakasu ออกทางออกที่ 4 เราจะมาโผล่ในห้างแห่งหนึ่ง ร้านจะอยู่ชั้น 2 ที่แนะนำที่นี่เพราะ ร้านเปิด 24ชั่วโมง(ช๊อปโต้รุ่งก่อนขึ้นเครื่องกลับไทยได้) พนักงานคุ้นเคยกับการทำ Tax Free ให้นักท่องเที่ยวมากกว่าสาขา Nishijin 19.ห้างปิดเร็ว แต่ร้านอาหารหลายๆแห่งที่เปิดอยู่ในห้างเดียวกันนั่นแหละ อาจปิดช้ากว่า เวลา 23.00 น. ช๊อปมาหนักๆ ดึกดื่นก็มีร้านอาหารอร่อยไม่ต้องพึ่งร้านสะดวกซื้อตลอดซะทีเดียวครับ 20.Wifi ฟรีบริเวณจุดท่องเที่ยวหลักๆในKyushu มีจริงๆครับ แต่! ส่วนใหญ่ใช้ไม่ค่อยได้หรือไม่ค่อยดี ดังนั้น Pocket wifi หรือ SIM Card ก็นับว่าจำเป็นหากเกิดหลงทาง ผลัดหลงกับเพื่อน หรือตกรถไฟขบวนที่จองไว้ สามารถซื้อและเช่าได้ทั้งที่ไทยและที่สนามบิน Fukuoka ครับ 21.แอพ Hyperdia / Japan Trains สำคัญมากสำหรับดูตารางรถไฟ ควรมีติดเครื่องไว้ หากเกิดกรณีฉุกละหุกจะได้ปรับเปลี่ยนแผนทัน โดนมาแล้วเลยไม่อยากให้พลาดเหมือนผมนะ 22.การเดินทางภายในแต่ละจังหวัดในภูมิภาคคิวชู จะมีรูปแบบรถโดยสารต่างกัน โดยสามารถซื้อแบบแพคเกจในราคาที่ถูกลง รวมถึงการแสดง Passport และ ตั๋ว JR Kyushu Pass (ไม่ว่าชนิดใดก็ตาม) ก็สามารถใช้เป็นส่วนลดค่าเข้าชมได้ นอกจากนี้จำพวก ซื้อตั๋วเข้าชมสถานที่ A แล้วไปใช้เป็นส่วนลดในการเข้าชมสถานที่ B แนวๆนี้ก็มีครับ (แต่ไม่เยอะหรอก) 23. จากสนามบิน Fukuoka เข้าตัวเมืองใช้เวลาเพียงแค่ 15-20 นาที โดยรถไฟฟ้าหรือรถBus ต่อเดียวถึง ราคาเท่ากันทั้งสองแบบ เวลาเดินทางพอๆกัน ต่างกันที่รถ Bus เดินออกมาจากตม.แล้วขึ้นได้เลย ส่วนรถไฟฟ้าต้องนั่งรถบัสภายในสนามบินวนจากตึก International ไปตึก Domestic บินภายในประเทศครับ 24.สนามบิน Fukuoka ไม่ใหญ่มาก ร้านขายของฝากขาขึ้นเครื่องกลับไทยมีไม่เยอะ แต่มีของฮิตหลักๆขายแน่นอน แต่ถ้าจะดี ร้านค้าที่ สถานี JR Hakata เยอะกว่าหลากหลายกว่าครับ 25.ร้านสะดวกซื้อไม่ว่าจะเป็นเซเว่น แฟมิลี่มาร์ท หรือลอว์สัน บางที่จะมีห้องน้ำให้บริการ รวมถึงที่จอดรถด้วยครับ 26. Yatai คือแผงลอยหนึ่งเดียวของญี่ปุ่นที่เหลืออยู่ ทางการอนุญาตให้เปิดแค่ที่ Fukuoka เท่านั้น ราคาอาหารค่อนข้างแพง มีหลากหลาย แนะนำว่าให้ทานแบบชิมๆดีกว่า อยากให้ลองเพราะเป็นบรรยากาศญี่ปุ๊นญี่ปุ่นที่หาไม่ได้จากภูมิภาคอื่นๆ 27.อาหารขึ้นชื่อในแต่ละจังหวัด ที่ไม่อยากให้พลาด ขอหยิบมาเฉพาะตัวดังสุดๆนะ จังหวัดฟุกุโอะกะ     ฮากาตะ ราเมง (Hakata Ramen) จังหวัดคะโงะชิมะ    เนื้อหมูคุโระบุตะ (Kurobuta) จังหวัดคุมะโมะโตะ  กุ้ง คุรุมะเอบิ (Kuruma-ebi) เนื้อม้าดิบ จังหวัดมิยะซะกิ      เนื้อวัวมิยะซะคิ (Miyazaki Beef) จังหวัดนะงะซะกิ     อาหารชุดชิปโปะคุ (Shippoku Ryori) จังหวัดโออิตะ        ซูชิหน้าสัตว์ทะเลทั้งหลาย จังหวัดซะงะ          เต้าหู้แช่น้ำแร่จากน้ำพุร้อนอุเระชิโนะ (Ureshino Onsen no Onsenyudofu) 28.ในคิวชูหาซื้อฟิล์มม้วนได้ง่าย ตามเซเว่นและแฟมิลี่มาโตะ (Family mart) แต่เท่าที่ไปสังเกตมาทุกๆร้านที่ผ่านจะหาได้แค่แบบเดียวคือ Fuji Film Supreme 400 ดูเหมือนจะเป็นรุ่นฮิตของที่นี่ ถ้าอยากได้แบรนด์อื่นรุ่นอื่นต้องไปร้านขายเฉพาะ ส่วนราคาหน่ะหรอ..เผลอๆแพงกว่าไทยก็มี T_T 29. Ekibento ในรถไฟแต่ละขบวน(มีบางขบวนนะ)เป็นอะไรที่อยากให้ลองราคาอาจแรงประมาณ 1000ํ+Yen แต่ถือว่าได้ลองใช้ชีวิตแบบคนญี่ปุ่น ทานเบนโตะบนรถไฟ ชมวิวสวยๆ  ลองดูนะ หรือตามสถานีรถไฟจะมีเบนโตะขายก็จิ้มสักกล่องมาลองชิมได้ บนรถไฟที่นี่ทานอาหารได้ครับ (ไม่รวมsubwayในแต่ละเมืองเนาะ เอาเฉพาะ JR Train) 30.ภาษาไม่เป็นปัญหา ไม่ได้ญี่ปุ่น ไม่คล่องอังกฤษ ไม่มีปัญหาจริงๆ ภูมิภาคคิวชูถึงแม้จะไม่ได้เจริญพรวดพราดแต่ก็ไม่ได้ลำบากในการท่องเที่ยว ดูเขาให้ความสำคัญกับนทท.ในการเดินทางท่องเที่ยวมากๆ สิ่งที่อยากแนะนำคือ อยากให้จำ 3 คำนี้ (คิดว่าคนส่วนใหญ่คงทราบอยู่แล้ว) ขอโทษ (รบกวน) Sumimasen/suimasen ซุมิมะเซง/ซุยมะเซง ขอโทษ Gomennasai. โกเมงนาไซ ขอบคุณมาก  Arigatou gozaimasu อะริกะโตะ โกะไซอิมัส ถ้าจะถามทาง ขอให้เปิดด้วยคำว่า Sumimasen/suimasen ซุมิมะเซง/ซุยมะเซง  แล้วค่อยตามด้วยภาษาอังกฤษในเรื่องที่จะถาม ทุกอย่างจะราบรื่นครับ (ถ้าเปิดด้วย Excuse me เลยอาจมีอาการตกใจได้) ขอบคุณข้อมูล ติดตามรีวิวท่องเที่ยว เพจ Was there once https://www.facebook.com/wasthereonce

แถลงข่าวคอนเสิร์ต '93 ปี ชาลี อินทรวิจิตร เพลงหนังคู่แผ่นดิน' สุดอบอุ่น
93 ปี ชาลี อินทรวิจิตร เพลงหนังคู่แผ่นดิน /  ชาลี อินทรวิจิตร / 

ศิลปินแห่งชาติร่วมงานล้น! ศิลปินหลากรุ่นรวมตัว!! ในงานแถลงข่าว 93 ปี ชาลี อินทรวิจิตร เพลงหนังคู่แผ่นดิน ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับงานแถลงข่าวเปิดตัวคอนเสิร์ต 93 ปี ชาลี อินทรวิจิตร เพลงหนังคู่แผ่นดิน คอนเสิร์ตสุดยิ่งใหญ่ครั้งแรกในชีวิตของ ครู ชาลี อินทรวิจิตร ศิลปินแห่งชาติ ปี 2536 สาขาศิลปะการแสดง(ผู้ประพันธ์คำร้อง-ผู้กำกับฯ ภาพยนตร์) จัดโดย บริษัท โคลีเซียม อินเตอร์ กรุ๊ป จำกัด ซึ่งนำโดย คุณพรพิมล มั่นฤทัย ประธานกรรมการบริษัทฯ ในฐานะผู้ครอบครองลิขสิทธิ์บทเพลงอมตะของครูชาลีแต่เพียงผู้เดียว ภายในหอประชุมเล็กศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยกรุ่นกลิ่นอายแห่งอดีต ด้วยการนำโปสเตอร์ภาพยนตร์เก่าที่จัดสร้างโดย คุณ คมน์ อรรฆเดช มาให้ได้ชม ก่อนที่สองพิธีกร บิณฑ์ บันลือฤทธิ์ และ คุณ ศิวพร ฉันทไกรวัฒน์ จะนำเข้าสู่บรรยากาศการแถลงข่าวคอนเสิร์ตอย่างเป็นทางการ ซึ่งก็ได้รับเกียรติจาก คุณ พิมพ์รวี วัฒนวรางกูร อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม พร้อมด้วย ครู ชาลี อินทรวิจิตร และ คุณ พรพิมล มั่นฤทัย ประธานกรรมการ บริษัท โคลีเซียม อินเตอร์ กรุ๊ป จำกัด มาร่วมพูดคุยถึงที่มาที่ไปในการจัดคอนเสิร์ตครั้งนี้ ไฮไลท์ของงานต้องยกให้การได้ฟังเสียงร้องสดๆ จากเหล่าศิลปินแห่งชาติ ไม่ว่าจะเป็น คุณ สันติ ลุนเผ่ ในเพลง ป่าลั่น, คุณ สุเทพ วงศ์กำแหง กับเพลง ครวญ, ฟาก วง เดอะ ฮอทเปปเปอร์ คอรัส พร้อมใจกันร้องเพลง บ้านเรา, ต่อด้วย คุณ ธานินทร์ อินทรเทพ มาในบทเพลง สวรรค์มืด จากนั้นเป็นหน้าที่ของนักร้องดีว่าส์ ไก่ อัญชุลีอร บัวแก้ว ด้วยเพลง หนามชีวิต และเซอร์ไพร์สปิดท้ายงานด้วยศิลปินรุ่นเล็กแต่น้ำเสียงโดดเด่น อย่าง แก้ม เดอะสตาร์ ที่มาร้องเพลง ฉันรอจูบจากเธอ ถือเป็นโชว์เรียกน้ำย่อยก่อนจะไปจัดเต็มกันในคอนเสิร์ตซึ่งจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายนที่จะถึงนี้ ไม่เพียงเท่านั้น เพราะภายในงานแถลงข่าวยังได้รับเกียรติจากศิลปินแห่งชาติ คุณ จินตนา สุขสถิตย์ หนึ่งในศิลปินรับเชิญของคอนเสิร์ตซึ่งมาให้กำลังใจตั้งแต่ต้นจนจบ ก่อนที่ผู้บริหารและเหล่าศิลปินจะถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึก พร้อมยืนยันว่าทุกท่านพร้อมทั้งกายและใจเพื่อแสดงคอนเสิร์ตแก่ครูเพลง ชาลี อินทรวิจิตร อย่างแน่นอน คอนเสิร์ต 93 ปี ชาลี อินทรวิจิตร เพลงหนังคู่แผ่นดิน จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน 2559 เวลา 14.00 น. ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย บัตรราคา 3,000 / 2,500 / 2,000 / 1,500 / 1,000 และ 800 บาท จำหน่ายบัตรที่ ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา โทร. 0-2262-3456 โดยรายได้ส่วนหนึ่งสมทบกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม กรมส่งเสริมวัฒนธรรม มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

แบ็คแพ็คฉายเดี่ยว! ตะลุยเที่ยว 'อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด'
ที่เที่ยวประจวบคิรีขันธ์ /  ท่องเที่ยวประจวบฯ / 

บางครั้งการที่เราออกไปเที่ยวคนเดียวไม่ว่าจะที่ใดก็ตาม สิ่งนั้นยิ่งทำให้เราได้เห็นโลกที่กว้างขึ้น แต่ก่อนที่เราจะเก็ยกระเป๋าก้าวออกจากบ้าน สิ่งที่เราต้องมีก็คือ "ความกล้า" เช่นครั้งหนึ่งเพจ LIFE IS A JOURNEY แบ็คแพ็คฉายเดี่ยว! ตะลุยเที่ยว 'อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด' ใครจะไปรู้ว่าที่นี่มีที่เที่ยวชมธรรมชาติที่สวยงามอยู่หลายที่เลย อยู่ใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นี้เอง ตามไปดูกันเลย ^^ แบ็คแพ็คฉายเดี่ยว! ตะลุยเที่ยว 'อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด' การเดินทางครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณหกปีที่แล้ว ช่วงปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่น ไม่มีอะไรทำ นอนดูทีวีอยู่หอ พอดีเปิดไปเจอรายการท่องเที่ยวของช่อง 5 รายการอะไรจำชื่อไม่ได้ล่ะ จำได้แค่ว่า เค้าพาเดินไปดูพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้าบนยอดเขา เป็นพระอาทิตย์ดวงกลมๆสีส้มค่อยๆโผล่ขึ้นมาจากทะเล!!! เห็นเท่านั้นล่ะ หัวใจเต้นแรง เลือดสูบฉีดขึ้นมาทันใด (รู้สึกเหมือนตอนต้องออกไปยืนพูดหน้าเสาธงเป็นครั้งแรก) ดูจนจบเลยรู้ว่าไม่ใช่ที่ไหนไกล เป็นจุดชมวิวเขาแดง อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ นั้นเอง ด้วยความว้าวุ่น ว่าง เปลี่ยว และเหงา!!! ก็เลยลองหาข้อมูลเพิ่มเติม แค่รู้ว่าอยู่ตรงไหน มีที่เที่ยวอะไร จะไปยังไงได้บ้าง ส่วนที่พักหน่ะหรอ ไม่ต้องจองล่วงหน้า Agoda ก็ยังไม่รู้จัก เพราะมีเต้นท์และถุงนอนส่วนตัวจะไปกลัวอะไร ไปตายเอาดาบหน้าละกัน จึงตัดสินใจเก็บกระเป๋าในคืนนั้น แล้วออกเดินทางทันทีในเช้าวันรุ่งขึ้น โดยเอาของไปเท่าที่จำเป็น และของสำคัญที่จะขาดไม่ได้เลยสำหรับการเดินทางเพียงลำพัง นั่นก็คือ "ความกล้า" "สูดหายใจเข้าให้ลึกสุดปอด รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี แล้วออกเดินทางไปพร้อมกัน" แผนการผจญภัยคร่าวๆ ในระยะเวลา 2 วัน 1 คืน ดังนี เดินทางด้วยรถตู้จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปหัวหิน ต่อรถไฟฟรีไปลงสถานีสามร้อยยอด นั่งรถมอเตอร์ไซด์ไปเดินเล่นทุ่งสามร้อยยอด กางเต็นท์นอนค้างคืนริมชายหาดสามพระยา เดินขึ้นเขาตอนตีห้า พระอาทิตย์มาตอนหกโมง เดินข้ามเขา มุดเข้าถ้ำพระยานคร ยืนดูดาวตอนกลางวันในถ้ำแก้ว เพื่อนร่วมเดินทาง กระเป๋า 1 ใบ ข้างในมีเสื้อ กางเกง ผ้าเช็ดตัว รองเท้าผ้าใบ อุปกรณ์อาบน้ำ ฯลฯ กระเป๋าคาดหน้าอก 1 ใบ เอาไว้ใส่เงิน โทรศัพท์ กล้อง ฯลฯ ไฟฉาย ยาสามัญประจำบ้าน ขวดน้ำดื่ม เต้นท์ ขนาด 2 คนนอน 1 หลัง และถุงนอน 1 ใบ กล้องคอมแพค 1 ตัว 07.00 AM : ออกจากหอไปขึ้นรถตู้ กรุงเทพ-หัวหิน ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เดินทางถึงหัวหินประมาณ 10 โมง แวะกินข้าวฟรีที่บ้านลุง กินอิ่มก็ไปรับตั๋วรถไฟฟรีที่สถานีหัวหิน ขบวนที่ 255 หรือใครอยากนั่งรถไฟฟรีมาจากกรุงเทพก็ได้นะ สถานีต้นทาง ธนบุรี ออกเวลา 07.30 สิ้นสุดที่สถานีหลังสวน 01.30 PM : รถไฟ รถไฟมา มาช้าหน่อยแต่ก็มา ตามประสารถไฟไทย รถไฟมาก็รีบกระโดดขึ้นไปหาที่นั่ง ขบวนนี้เบาะนุ่มสบายก้นมาก แนะนำเพิ่มเติมสำหรับคนที่เดินทางคนเดียว ควรมีกระเป๋าคาดหน้าอกแบบในรูปไว้สักใบ เอาไว้ใส่เงิน ใส่โทรศัพท์ ใส่กล้อง ฯลฯ หยิบใช้ง่าย สะดวกมากๆ นั่งมาสักพักก็ได้พบกับนวัตกรรมที่น่าทึงของแม่ค้าไทย นั่นคืออุปกรณ์สำหรับแขวนของมาขายบนรถไฟ มีทั้งอาหารสด อาหารแห่ง และเครื่องดื่ม เวลาจะขายก็แค่เอาตะขอไปแขวนไว้กับชั้นวางของด้านบน 02.00 PM : รถไฟมาถึงสถานีสามร้อยยอด  ที่นี่สถานีสามร้อยยอด แดดร้อนมาก แผนที่จุดหมายของการเดินทางทั้งหมดในครั้งนี้ 1) สถานีรถไฟสามร้อยยอด 2) ทุ่งสามร้อยยอด (ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ บึงบัว) 3) ที่ทำการ อช.เขาสามร้อยยอด (Khao Sam Roi Yot National park) 4) หาดสามพระยา (Sam Phraya Beach) 5) จุดชมวิวเขาแดง (Khao Daeng View Point 6) ถ้ำพระยานคร (Phraya Nakhon Cave) 7) ถ้ำแก้ว (Kaeo Cave) หลังจากลงจากรถไฟ ก็เดินหาของกินรองท้อง และเตรียมเผื่อสำหรับมือเย็นที่ตลาดใกล้ๆสถานีรถไฟ เดินเลือกหาของกินอยู่สักพัก ก็มีเสียงทักเบาๆมาจากข้างหลังว่า "ไอ้หนู สะพายกระเป๋าพะรุงพะรังจะไปไหนเนี่ย" หันไปดูก็เห็นเป็นคุณป้าร้านขายลูกชิ้นกับข้าวเหนียวมะม่วง ดูท่าทางใจดี ก็เลยบอกป้าว่าจะไปทุ่งสามร้อยยอด ป้าก็ถามว่าแล้วจะไปยังไงล่ะ ไม่มีรถเข้าไปมันไกลนะ จึงบอกป้าไปว่าจะเดินเข้าไป หรือไม่ก็หาโบกรถเข้าไป ป้าก็อมยิ้ม แล้วบอกว่าจะไปส่ง แต่เราก็เกรงใจเพราะเห็นป้ากำลังตั้งร้านยังไม่เสร็จ ก็เลยปฏิเสธป้าไป แล้วก็ได้ยืนคุยกันอยู่สักพักก่อนจะออกเดินทางต่อ ป้าใจดีให้ลูกชิ้นมา 4 ไม้ ข้าวเหนียวมะม่วงมา 1 ถุง 03.00 PM : ออกเดินทางไปยังทุ่งสามร้อยยอด ทุ่งสามร้อยยอดอยู่ห่างจากตลาดที่เราอยู่ประมาณ 8 กิโลเมตร ไม่มีรถประจำทาง ดังนั้น วิธีการที่เราเลือกใช้คือ "โบกรถ" ก็เลยเดินไปที่ปากทางเข้าเพื่อรอโบกรถ เดินไปสักระยะก็เจอกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 4-5 คน พร้อมมอเตอร์ไซด์กำลังจับกลุ่มคุยกัน กลุ่มวัยรุ่นเห็นเราเดินผ่านมาก็เลยตะโกนถามว่า "พี่จะไปไหนครับ" ด้วยความกลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีหรือโดนปล้น ก็เลยบอกไปว่า "จะไปบ้านญาติที่อยู่ข้างใน" กลุ่มวัยรุ่นก็เลยบอกว่า "ให้ผมไปส่งไหมพี่" เราก็รีบปฏิเสธทันใดว่า "อยู่ใกล้ๆ เดินไปเดี๋ยวก็ถึง" จากนั้นก็รีบเดินห่างออกมาอย่างรวดเร็ว เดินมาได้สักพัก ก็มีเสียงรถมอเตอร์ไซด์และเสียงพูดตามหลังว่า "มาๆ เดี๋ยวผมไปส่ง" เป็นเสียงของเด็กวัยรุ่นที่ขับมอเตอร์ไซด์มาคนเดียว ไอ้เราก็กลัวๆกล้าๆ แต่เพื่อไม่ให้เป็นการขัดศรัทธา ก็เลยยอมนั่งไปด้วย และบอกว่าจะแวะไปที่ทุ่งสามร้อยยอดก่อน น้องเค้าก็มาส่งให้อย่างปลอดภัย แอบรู้สึกเสียใจเล็กน้อยที่มองน้องเขาในทางไม่ดีในตอนแรก แต่การเดินทางเพียงลำพัง บางครั้งถ้าอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่น่าไว้วางใจ ก็ควรคิดในแง่ร้ายเอาไว้ก่อนเสมอ เพื่อที่เราจะได้คิดหาวิธีการป้องกัน แต่ก็อย่าแสดงออกให้เค้ารู้ถึงความคิดนั้น เพราะผลลัพท์สุดท้ายที่ออกมาอาจจะเป็นเรื่องดี 03.15 PM : ซ้อนรถมอเตอร์ไซด์มาลงที่หน้าทางเข้าทุ่งสามร้อยยอด บรรยากาศตรงหน้าคือทุ่งน้ำอันกว้างใหญ่ กลางแดดที่ไม่ร้อน เพราะมีสายลมแรงพัดมากระทบใบหน้าอยู่ตลอดเวลา ก่อนที่จะเข้าไปเดินเล่น ได้แวะเข้าไปที่สำนักงาน เพื่อดูว่ามีใครอยู่รึเปล่า ขากลับจะได้ขอเค้าติดรถออกมาข้างนอกด้วย เพราะตั้งใจว่าจะไปพักค้างคืนที่ที่ทำการอุทยาน ซึ่งอยู่ห่างจากตรงนี้ไปอีกประมาณ 34 กิโลเมตร และต้องอ้อมเขาที่เห็นในภาพไปอีกด้านหนึ่ง ได้เจอกับเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ 2 คน แล้วจะออกมาข้างนอกตอน 4 โมงครึ่งหลังเลิกงาน ทุกอย่างเลยเป็นไปตามแผน ไม่งั้นต้องได้นอนอยู่ที่นี่แน่ๆ 04.30 PM : เดินสำรวจทุ่งกว้างบนเส้นทางที่ทอดยาว หลังจากสบายใจเรื่องการเดินทางกลับออกไปด้านนอก ก็ถึงเวลาเดินเล่นอย่างเพลิดเพลินไปบนสะพานไม้ที่ทอดยาวสุดสายตา ผ่านทุ่งดอกบัวที่กำลังเก็บตัว เพื่อรอวันอวดโฉมความสวยงามในปีหน้า ผ่านทุ่งหญ้า(กก) ที่พลิ้วไหวเอนไปตามสายลมครั้งแล้วครั้งเล่า อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ความรู้สึกเหมือนทุ่งหญ้ากำลังเต้นระบำ โดยมีสายลมเป็นเพลงบรรเลงอย่างสนุกสนาน ระหว่างทางจะมีศาลาให้หลบแดดอยู่เป็นระยะ ให้เราได้นั่งพักชมบรรยากาศแบบพาโรนามา มีพื้นหลังของทุ่งหญ้าเป็นท้องฟ้าและภูเขาที่สูงตระหง่าน ท่ามกลางสายแดดอ่อนๆ มีเวิ้งน้ำน้อยใหญ่ เป็นที่อาศัยของนกนานาชนิด เหมาะแก่การมาศึกษาเรื่องนกเป็นอย่างมาก มุมที่เราถ่ายออกมาอาจจะไม่แตกต่างกันสักเท่าไหร่ แต่ถ่ายยังไง ถ่ายเท่าไหร่ ก็ถ่ายไม่เบื่อ อยากให้ทุกคนได้ลองมาสัมผัสที่นี่ดูสักครั้ง แล้วจะรู้ว่าความสงบท่ามกลางธรรมชาติเป็นเช่นไร 05.30 PM : ที่พักสุดหรูริมชายหาดสามพระยา ลาจากทุ่งสามร้อยยอดที่แสนสงบ แล้วออกเดินทางต่อด้วยรถมอเตอร์ไซด์ของพี่เจ้าหน้าที่มาลงที่ปากทางริมถนนเพชรเกษม จากนั้นต่อรถทัวร์ขาลองใต้มาลงที่ปากทางเข้าที่ทำการอุทยาน ระยะทางประมาณ 20 กว่ากิโล ดักรอโบกรถเข้าไปข้างในอีกประมาณ 14 กิโล โบกไปโบกมา ผ่านหน้าไปประมาณ 5 คัน ก็มีรถกระบะสีแดงจอดรับ เลยรีบวิ่งไปสวัสดี แล้วขอติดรถไปด้วยหนึ่งคน ซึ่งด้านหลังรถมีถังใส่กุ้งพร้อมออกซิเจน เราก็เลยได้นั่งหน้าข้างรถขับ แต่ก็ไปไม่ถึงฝัน เพราะบ้านพี่เค้าถึงก่อนจุดหมายของเราประมาณครึ่งทางเห็นจะได้ เลยมายืนโบกต่อหน้าบ้านพี่เค้า ไม่ทันไรก็มีรถมอเตอร์ไซด์จอดรับ จึงรีบกระโดดขึ้นอย่างรวดเร็ว เหมือนจะไม่ทันรถไฟเที่ยวสุดท้ายยังไงยังงั้น นั่งมาใกล้จะถึงที่ทำการอุทยานเจอลิงเยอะมาก พี่คนขับเลยบอกว่าอย่านอนที่นี่เลย ลิงเยอะ เดี๋ยวลิงจะมารื้อของซะก่อน ก็เลยแนะนำให้เราไปนอนที่หาดสามพระยา ซึ่งอยู่เลยจากที่ทำการอุทยานไปอีกประมาณ 5 กิโลกว่าๆ ซึ่งเราก็เห็นด้วย เพราะลิงเยอะมากจริงๆ แล้วพี่เค้าก็ไปส่งเราจนถึงจุดหมาย หลังจากมาถึงก็รีบเข้าไปคุยกับพี่เจ้าหน้าที่ที่เฝ้าอยู่บริเวณป้อมด้านหน้าหาด เพื่อเข้าไปสอบถามว่าถ้าจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นบนเขาแดงตอนตีห้า จะไปยังไงได้บ้าง เพราะไม่มีรถประจำทาง พี่เค้าก็เลยอาสาจะช่วยไปส่งให้ตรงทางขึ้นเขา เจอกันตีห้าที่หน้าป้อม จากนั้นก็รีบไปหาที่ซุกหัวนอน ซึ่งตอนนั้นมีฝรั่งมาพักอยู่แถวนั้น 1 คน แต่สุดท้ายฝรั่งก็ออกไป หาดเลยตกเป็นของเราแต่เพียงผู้เดียว จนได้จุดยุทธศาสตร์ในการกางเต้นท์เป็นศาลาริมชายหาด เดินลงจากศาลาเท้าก็เหยียบหาดทรายพอดี หรูยิ่งกว่าโรงแรมห้าดาวริมทะเลอีกนะ หลังจากเตรียมที่หลับที่นอนเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงออกไปเดินเล่นริมชายหาดก่อนที่ตะวันจะลับขอบฟ้า แสงยามเย็นตกมากระทบกับผืนโคลนปนทรายเป็นสีส้มอมทอง สำหรับเราแสงยามเย็นก่อนพระอาทิตย์จะตกดิน เป็นแสงที่มีเสน่ห์ที่สุด เดินเล่นจนแสงใกล้จะหมด จึงรีบกลับมาอาบน้ำ ห้องอาบน้ำที่นี่สะอาดมากๆ อาบน้ำเสร็จก็กลับมาที่เต้นท์ เต้นท์ปลิวครับท่านผู้ชม ปลิวไปติดอยู่มุมเสาของศาลา เพราะเวลาฟ้ามืดลมทะเลจะแรงมากๆ เราจึงไปหาก้อนหินมาทับมุมเต้นท์ไว้ทั้งสี่ด้านถึงเอาอยู่ 05.00 AM : ออกไปแตะขอบ(ทะเล)ฟ้า เสียงปุกของนาฬิกาบ่งบอกว่าได้เวลาออกไปตามหาพระอาทิตย์ที่ปลายขอบฟ้า ไม่ใช่สิ!!! ต้องบอกว่าขอบทะเลถึงจะถูก จึงไม่รอช้ารีบเก็บของ เก็บเต้นท์ น้ำไม่อาบ หน้าไม่ล้าง ฟันไม่แปลง แล้วรีบวิ่งไปหาพี่เจ้าหน้าที่ที่ป้อมตามที่นัดหมาย เพราะกลัวว่าจะไปไม่ทันเห็นพระอาทิตย์ขึ้น นั่งซ้อนรถมอเตอร์ไซด์ผ่านความมืด โดยมีเพียงแสงไฟจากรถเป็นเครื่องนำทางมาลงที่ปากทางขึ้นจุดชมวิวเขาแดง ซึ่งอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณ 300 เมตร หลังจากแสงไฟจากรถค่อยๆหายลับไป แสงของไฟฉายดวงน้อยๆก็สว่างขึ้นมาแทน ทำให้เส้นทางข้างหน้าที่จะต้องก้าวต่อไป มีขนาดเพียงแค่ลำแสงของไฟฉายที่สามารถฉายไปถึงเท่านั้น จึงรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีแล้วออกเดินไปตามเส้นทางลูกรัง ฉายไฟไปเจอศาลหลังเล็กๆ บริเวณใกล้ๆตีนเขา ขนทุกเส้นที่มีบนร่างกาย ลุกขึ้นยืนพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ใจหวิวๆยังไงไม่รู้บอกไม่ถูก ความกล้าที่มีในตอนแรกหายไปจนหมด เรายืนหยุดนิ่งพร้อมกับในใจก็ครุ่นคิดว่าจะเอายังไงดีจะหันหลังกลับดีไหม แต่พอเริ่มมีสติก็คิดได้ว่าจริงๆแล้วความกลัวนั้นเกิดมาจากภายในจิตใจของเรา เป็นสิ่งที่เราสร้างมันขึ้นมาเองทั้งนั้น สิ่งที่เราเห็นภายนอก ไม่ได้มาทำอะไรเราเลย มีแค่เราเท่านั้นที่คิดไปเอง ดังนั้นเราก็ควรที่จะหยุดความกลัวนั้นจากข้างใน ไม่ใช่ให้ความกลัวมาหยุดสิ่งที่เราตั้งใจ จึงเริ่มเดินต่อไปจนถึงบริเวณตีนเขา พร้อมกับมองหาเส้นทางเดินขึ้นไป แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ เพราะเป็นภูเขาหินปูนที่ไม่มีร่องรอยของทางเดินให้เห็น หาอยู่สักพักก็ยังหาไม่เจอ เลยตัดสินใจเดินกลับไปยังที่ทำการอุทยานเพื่อสอบถามเส้นทาง พอมาถึงก็พยายามมองหาเจ้าหน้าที่จนไปเจออยู่คนหนึ่งกำลังนอนอยู่ในเปล " พี่ครับๆ พี่ครับๆ" พี่เค้าตกใจตื่นเพราะเสียงและแสงไฟของเรา จึงรบกวนให้พี่เค้าช่วยแนะนำและชี้เส้นทางการเดินขึ้นไปยังจุดชมวิวเขาแดง พี่เค้าก็พาเราเดินกลับไปชี้จุดเริ่มต้นของทางเดินขึ้นเขา โดยตามเส้นทางจะมีป้ายไม้บอกทางเป็นลูกศรสีเหลืองพื้นหลังสีน้ำตาล ซึ่งเล็กมากๆ ฝังติดอยู่ตามก้อนหิน ซึ่งตอนแรกเราหาไม่เจอ หลังจากนั้นพี่เค้าก็กลับไปนอนต่อ และก็ถึงเวลาที่เราจะต้องไปต่อด้วยตัวเอง โดยระหว่างทางต้องพยายามคอยมองหาป้าย และหลบคมหนามของต้นกระบอกเพชรที่มีอยู่มากมายรายทาง สุดท้ายอุปสรรคก็ช่วยเป็นแรงผลักดันให้เราไปจนถึงจุดหมายได้ทันก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้น รางวัลที่ได้รับคือวิวแบบพาโรนามา พร้อมกับสายลมเย็นๆที่สูดเข้าไปแล้วทำให้หายเหนื่อยได้อย่างน่าประหลาดใจ ด้านหลังเป็นแนวภูเขาหินปูนสลับซับซ้อน ซึ่งอาจจะเป็นที่มาของคำว่า "สามร้อยยอด" ก็เป็นได้ ด้านซ้ายและขวาเป็นบ่อเลี้ยงกุ้ง ส่วนด้านหน้าเป็นพระอาทิตย์และท้องทะเล และในที่สุดพระอาทิตย์ดวงกลมๆสีส้มก็ค่อยๆโผล่ขึ้นมาจากทะเลให้เราได้พิชิตด้วยสายตาของตนเองจนสำเร็จ ต้องลองมาสัมผัสด้วยตัวเองเท่านั้นถึงจะเข้าใจ 08.00 AM : การขึ้นภูเขาไม่เหนื่อยเท่าลงจากภูเขา หลังจากดื่มด่ำกับบรรยากาศบนจุดชมวิวจนแสงแดดอุ่นๆเริ่มเปลี่ยนเป็นความร้อน ก็ได้เวลาออกเดินทางไปยังจุดหมายต่อไป นั้นก็คือ "ถ้ำพระยานคร" และ "ถ้ำแก้ว" โดยปกติการเดินขึ้นภูเขามักจะเหนื่อยมากกว่าการลงจากภูเขา เพราะแรงโน้มถ่วงของโลก แต่สำหรับเราการเดินขึ้นภูเขาเหนื่อยน้อยกว่าการเดินลงจากภูเขา เพราะแรงโน้มถ่วงของโลกถูกกำจัดหมดไปด้วยความตั้งใจที่แนวแน่และมุ่งมั่นเพื่อไปให้ถึงยังจุดหมาย ระหว่างทางที่กลับลงมาจากภูเขา ได้เจอกับค่างแว่นถิ่นใต้ที่ออกมาหากินในตอนเช้า ห้อยโหนอยู่ตามยอดไม้อยู่เป็นระยะ บ้างก็อยู่โดดเดียว บ้างก็อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม หน้าตาน่ารักและช่างสงสัย ลักษณะของป้ายบอกทางเดินขึ้นไปยังจุดชมวิว ซึ่งหากเป็นตอนกลางคืนจะยากต่อการมองเห็นสักหน่อย ระยะทางอาจจะดูไม่ไกล ถ้าหากไม่มั่นใจโปรดติดต่อเจ้าหน้าที่จะดีกว่านะ ภูเขาหินปูนจะไม่มีร่องรอยของทางเดินให้เห็น และเป็นหินที่มีความแหลมคม จึงควรใส่รองเท้าผ้าใบเดินขึ้นไปจะดีที่สุด จุดชมวิวเขาแดงอยู่บนยอดของภูเขา ซึ่งอยู่ด้านหลังของภูเขาลูกที่เห็นอยู่นี้ หลังจากลงมาถึงพื้นราบแล้ว ได้แวะเข้าไปหาข้าวเช้ากินเพื่อเติมพลัง ภายในที่ทำการอุทยานซึ่งอยู่ไม่ไกล 09.00 AM : มุ่งหน้าไปยังถ้ำพระยานคร นั่งกินข้าวเช้าในที่ทำการอุทยาน พร้อมชมโชว์กายกรรมห้อยโหนไปมาของลิงแสมอย่างเพลิดเพลิน ก็ได้เวลาออกเดินทางต่อไปยังถ้ำพระยานคร ซึ่งอยู่ห่างจากออกไปอีกประมาณ 18 กิโลเมตร วิธีการเดินทางที่เราเลือกใช้ก็ยังคงเป็นวิธีการเดิม นั่นก็คือ "การโบกรถ" โดยไปยืนดักรอโบกรถอยู่ข้างหน้าที่ทำการอุทยาน ซึ่งเวลานั้นไม่ค่อยมีรถผ่านไปมาซักเท่าไหร่ แต่สุดท้ายก็ได้ไปกับรถของการไฟฟ้า ไม่รอช้ากระโดดขึ้นข้างหลังไปนั่งรวมอยู่กับเครื่องมือของเจ้าหน้าที่ นั่งมาลงบริเวณสามแยกทางไปถ้ำพระยานคร เพราะพี่เค้าต้องตรงไป ส่วนเราต้องเลี้ยวไปทางขวา จากจุดที่ลงรถต้องเข้าไปอีกประมาณ 5 กิโล จึงจะถึงจุดเริ่มต้นของทางเดินไปยังถ้ำพระยานคร เราเดินเข้าไปได้สักระยะ ผ่านรถสิบล้อที่อยู่ไกลๆในรูป เจอชาวบ้านกำลังนั่งคัดแยกกุ้งกันอยู่ เห็นเราเดินตากแดดมาคนเดียว ก็เลยแซวและถามว่าจะไปไหน พร้อมกับชวนให้ไปกินน้ำเย็นๆในกระติก เดินต่อไปกลางแดดจ้า บนถนนราดยางที่เริ่มจะร้อนระอุ ก็มีรถฟอร์จูนเนอร์สีดำขับมาจอดอยู่ข้างๆ แล้วเปิดกระจกออกมาถามว่าจะเดินไปไหน พอดีไปทางเดียวกันก็เลยชวนเราติดรถไปด้วย พี่ๆ บอกว่าเดินทางมาจากกรุงเทพ มากันสามคน เห็นเราแบกกระเป๋าเดินตากแดดคนเดียวแล้วรู้สึกสงสารเลยตัดสินใจแวะรับมาด้วย หลังจากมาถึงจุดเริ่มต้นทางเดินไปถ้ำพระยานคร ก็ได้แยกกับพี่ๆทั้งสามคน เพราะการเดินทางไปยังถ้ำนั้น สามารถทำได้สองวิธี คือ นั่งเรืออ้อมภูเขาไปลงหน้าชายหาดทางเข้าถ้ำ กับเดินข้ามภูเขาไปอีกประมาณ 1 กิโลไปยังปากทางเข้าถ้ำ ซึ่งวิธีนี้ไม่เสียค่าใช้จ่าย เพราะใช้แค่แรงกายและใจเท่านั้น เราเลือกที่จะเดินข้ามภูเขาไปตามทางเดินที่เป็นบันไดหินซึ่งไม่ราบเรียบเพียงลำพัง ส่วนพี่ๆ นั่งเรืออ้อมเขาไปลงที่หน้าหาดซึ่งเร็วกว่ามาก หลังจากนั้นพวกเราก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย  ระหว่างทางสามารถแวะชมวิวภูเขาและทะเลสีฟ้าใสได้ตลอดทาง ช่วยทำให้ความเหนื่อยลดลงไปได้เยอะ เดินขึ้นเขามาได้ประมาณครึ่งทางกว่าๆก็จะสามารถมองเห็นชายหาดขาวสะอาดที่เรือมาจอดส่งนักท่องเที่ยว ชีวิตคนเราก็เหมือนกับการเดินทางข้ามภูเขา มีขึ้นก็ต้องมีลงเป็นเรื่องธรรมดา แถมยังช่วยให้เราเข้มแข็งขึ้น 11.00 AM : สำรวจถ้ำพระยานคร ลงจากเขามาล้างหน้าล้างตา นั่งพักสักครู่ และฝากกระเป๋าไว้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว จากนั้นก็ออกเดินทางต่อเพื่อเข้าไปข้างในถ้ำอีกประมาณ 500 เมตร ผ่านบ่อพระยานคร ซึ่งตามประวัติเล่าว่าในสมัยรัชกาลที่ 1 เจ้าพระยานคร ผู้ครองเมืองนครศรีธรรมราชได้แล่นเรือผ่านทางเขาสามร้อยยอด และเกิดพายุใหญ่ไม่สามารถเดินทางต่อไปได้ จึงจอดพักเรือหลบพายุที่ชายหาดแห่งนี้เป็นเวลาหลายวัน และได้สร้างบ่อน้ำเพื่อใช้ดื่ม เรียกว่า "บ่อพระยานคร" เส้นทางเดินเป็นบันไดโขดหินตะปุ่มตะป่ำค่อนข้างเดินลำบากสักเล็กน้อย หลังจากเดินขึ้นมาได้สักพักก็ถึงปากทางเข้าถ้ำ และจะรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของอากาศที่เริ่มเย็นขึ้นเรื่อยๆ ภายในถ้ำจะมีลักษณะเป็นโถงขนาดใหญ่ มีปล่องอากาศขนาดเล็ก และใหญ่ที่มีแสงแดดส่องลงมาถึงด้านล่างอยู่หลายจุด " พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์" เป็นพลับพลา แบบจตุรมุข สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 คราวเสด็จประพาสเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2433 เป็นฝีพระหัตถ์ของพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าขจรจรัสวงศ์ ทรงสร้างขึ้นในกรุงเทพฯ แล้วส่งมาประกอบทีหลังโดยให้พระยาชลยุทธโยธินเป็นนายงานก่อสร้าง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จมายกช่อฟ้าด้วยพระองค์เอง   หลังจากเดินสำรวจภายในถ้ำจนครบถ้วนและหายเหนื่อยแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางต่อไปยังจุดหมายสุดท้าย นั้นก็คือ "ถ้ำแก้ว" 01.00 PM : จุดหมายสุดท้าย เมื่อออกมาจากถ้ำพระยานครก็กลับไปเอาของที่ฝากไว้แล้วเดินกลับด้วยวิธีการเดิม และแวะกินข้าวเที่ยงบริเวณตีนเขา ล้างหน้าล้างตา นั่งพักสักครู่แล้วเดินทางต่อด้วยรถมอเตอร์ไซด์ของชาวบ้านมาลงที่ปากทางไปถ้ำแก้ว ซึ่งอยู่ระหว่างทางก่อนที่จะถึงถ้ำพระยานครในตอนแรก เดินต่อไปตามทางลูกรังสีแดงอีกประมาณ 1 กิโล ก็จะถึงปากทางเข้าถ้ำ ซึ่งจะมีชาวบ้านมาคอยให้บริการเช่าไฟฉาย เพราะข้างในไม่มีแสงสว่าง ต้องเตรียมไฟฉายเข้าไปด้วยทุกครั้ง แต่เราเตรียมไฟฉายมาเอง เลยไม่ต้องเสียตังค์เช่า ข้างในมีระยะทางประมาณ 128 เมตร ซึ่งตอนที่เราไปไม่มีนักท่องเที่ยวคนอื่นเลยสักคน เหงาเลยเรา ข้างในถ้ำมืดมากๆ มีหินงอกหินย้อยเล็กใหญ่สลับกันไปตลอดทาง บางจุดต้องก้ม ต้องมุดผ่านหินงอกขนาดใหญ่ บางจุดต้องเดินผ่านช่องหินเล็กๆ บางจุดต้องเดินขึ้นสะพาน ลงสะพาน ซึ่งด้านล่างเป็นเหวลึกๆมึดๆ ที่ส่องไฟไปได้ไม่สุด ดินสำรวจไปได้ครึ่งทาง ไฟฉายคู่ใจที่พกมาด้วยแสงเริ่มอ่อนลงเรื่อยๆ ฉายไปแทบจะไม่เห็นทางข้างหน้า เราพยายามเคาะขั้วถ่าน หมุนให้เน้นอยู่สักพักก็ไม่สำเร็จ ติดๆดับๆ สุดท้ายก็ดับสนิทนิ่งไปในทันใด เรายืนซ่อมไฟฉายท่ามกลางความมืดมิด ที่ไม่สามารถเดินขยับไปไหนได้เลย เพราะรอบตัวมีแต่หินงอกหินย้อย ยืนอยู่ที่เดิมประมาณ 15 นาที ซึ่งเป็น 15 นาทีที่รู้สึกนานมากๆ กลัวว่าจะต้องติดอยู่ในถ้ำ เพราะไม่ค่อยมีคนเข้ามาเที่ยว แต่สุดท้ายก็มีแสงสว่างแห่งความหวังส่องเข้ามา ตอนนั้นรู้สึกโล่งใจมากๆ อย่างบอกไม่ถูก เป็นแสงไฟฉายของนักท่องเที่ยวสองคนสามีภรรยา ที่ฉายมาเจอเรายืนอยู่ท่ามกลางความมืดคนเดียว เค้าก็ตกใจเล็กน้อยว่าทำไมมายืนอยู่คนเดียวมืดๆ เราก็เลยเล่าให้เค้าฟังแล้วขอเดินตามเค้าออกไปด้วย เดินตามพี่เค้ามาเรื่อยๆก็มาเจอกับจุดที่ได้นำไปตั้งเป็นชื่อของถ้ำนี้ ซึ่งเมื่อเราฉายไฟไปที่ผนังถ้ำ ก็จะมีแสงระยิบระยับสะท้อนกลับมาเป็นเหมือนเศษแก้วเล็กๆประดับอยู่อย่างสวยงาม ความรู้สึกเหมือนได้ยืนดูดาวอยู่ท่ามกลางความมืดมิดภายในถ้ำยังไงยังงั้น สุดท้ายเราก็ออกมาจากถ้ำจนได้ ต้องขอขอบคุณพี่ๆทั้งสองเป็นอย่างมาก ขอบคุณโชคชะตาที่นำพาให้ได้มาเจอกัน เกือบปิดท้ายทริปนี้ด้วยการนอนในถ้ำแก้วซะแล้วเชียว จริงๆมีอีกที่ที่อยากไปคือ "ถ้ำไทร" ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันมาก แต่ตอนนั้นใกล้จะเย็นแล้วน่าจะไปไม่ทัน จึงตัดออกไปแล้วเดินทางกลับ เดินออกจากถ้ำไปสามแยกที่มาลงในตอนแรกอีกประมาณกิโลกว่าๆ เพื่อมายืนรอโบกรถกลับออกไปที่ถนนเพชรเกษม และได้ไปกับรถกระบะขนโต๊ะจีนเพื่อไปจัดงานแต่ง โดยยืนเกาะหลังคารถเอาหน้าโต้ลมสนุกมากๆ แต่ก็ไปไม่ถึงที่หมาย เพราะบ้านงานอยู่ถึงก่อน เลยโบกรถต่ออีกรอบ และไปได้กับรถกระบะของตายายใจดีไปลงถึงปากทางเข้าอุทยานริมถนนเพชรเกษม แล้วต่อรถทัวร์ไปยังอ.เมืองประจวบฯ ก็เป็นอันจบทริปอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดเพียงเท่านี้ การเดินทางครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เราออกเดินทางเพียงลำพัง ซึ่งความจริงแล้วการตัดสินใจออกเดินทางคนเดียวครั้งแรกนั้นมันยากมาก เพราะเราไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเส้นทางข้างหน้าจะเป็นเช่นไร จึงคิดและจินตนาการไปก่อนว่ามันน่าจะเหงา ลำบาก และอันตราย สิ่งเหล่านี้จึงเป็นเสมือนกำแพงที่เราสร้างมันขึ้นมาเพื่อป้องกันตัวเราให้ยังคงอยู่ในพื้นที่ที่เราคิดว่าปลอดภัย ทำให้เราไม่ได้ออกไปผจญภัยในโลกกว้างนอกกำแพงนั้นเสียที แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่จะสามารถทลายกำแพงนั้นก็ได้คือ "ความกล้า" กล้าที่จะตัดสินใจ กล้าที่จะออกไปเรียนรู้ กล้าที่จะยอมรับความเปลี่ยนแปลงของทุกอย่างที่จะเกิดขึ้น ถ้าเราสามารถทำและยอมรับสิ่งเหล่านั้นได้มันจะคุ้มค่ามากๆ เพราะสิ่งรอเราอยู่หลังกำแพงนั้นคือประสบการณ์อันล้ำค่าที่ไม่สามารถหาซื้อได้จากที่ไหน ได้มิตรภาพ ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆรอบตัว ได้รู้จักและเข้าใจตัวเราเองเพิ่มมากขึ้น และเมื่อเราสามารถก้าวผ่านครั้งแรกไปได้แล้ว เชื่อว่าจะต้องมีครั้งต่อๆไปอย่างแน่นอน " A journey of a thousand miles must begin with a single step." – Lao Tzu " การเดินทางนับพันไมล์ต้องเริ่มต้นที่ก้าวแรกเสมอ" ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก Facebook LIFE IS A JOURNEY ติดตามเพิ่มเติมได้ที่  https://th.readme.me/id/lifeisajourney, https://www.facebook.com/LifeIsAJourneyThailand, https://www.instagram.com/lifeisajourneythailand/

ตามรอยเส้นทาง
ซันนี่ /  เขาเล่าว่า

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ชวนเปิดมุมมองการท่องเที่ยวผ่านเรื่องเล่าสุดประทับใจและเรื่องราวอันน่าแปลกใจ ภายใต้โครงการ “เขาเล่าว่า” กับ 24 เส้นทางที่เขาเล่าว่า…นอกจากจะมีความงดงามแล้ว สถานที่แต่ละแห่งยังแอบซ่อนแง่มุมอันลึกซึ้ง ก่อให้เกิดคุณค่าทางจิตใจ สร้างแรงบันดาลใจ และให้กำลังใจในการดำเนินชีวิต ผ่านภาพยนตร์โฆษณาชุด “เขาเล่าว่า” และการเดินทางทั้ง 5 เส้นทาง 5 ภูมิภาคทั่วประเทศกับพระเอกมาดเซอร์ “ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์” ที่มาร่วมเดินทางและบอกเล่าเรื่องราว “เขาเล่าว่า” “เขาเล่าว่า” กับการเดินทางของ “ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์” ซันนี่ เล่าว่า...หลังจากได้ร่วมงานกับ ททท. ทำให้มีโอกาสออกไปเดินทางมากขึ้น ได้รู้ว่าประเทศเรานั้นมีที่เที่ยวอีกเยอะ บางสถานที่ยังไม่รู้จัก บางสถานที่เรารู้จักอยู่แล้ว แต่พอได้รับฟังเรื่องราวเรื่องเล่าที่ “เขาเล่าว่า” ทำให้ได้รู้อะไรเพิ่มขึ้น ลึกขึ้น และรู้สึกอินไปกับมัน ทำให้สถานที่แห่งนั้นยิ่งมีความแปลกใหม่น่าสนใจมากขึ้น           สำหรับเรื่องราวที่ “เขาเล่าว่า” ที่ “ซันนี่ได้เล่า” เป็นเช่นไรมาดูกัน “หินชมนภา” หาดชมดาว อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี เขาเล่าว่า…ณ หาดหินรูปทรงประหลาดอันกว้างใหญ่ ในฤดูน้ำโขงลดจะมีหินกลางน้ำผุดขึ้นมาให้เราได้เห็น ชาวบ้านเชื่อกันว่าให้หาหินนี้ให้เจอ เพราะเป็นจุดชมท้องฟ้าที่ส่องแสงและสีสันได้สวยที่สุด ทั้งแสงแรกแห่งรุ่งอรุณและทะเลดวงดาว สวยระยิบระยับเต็มท้องฟ้าในยามคืนข้างแรม...ท้องฟ้าที่สวยและงดงามดั่งฝัน ใครได้มาเซล์ฟฟี่ตรงนี้ก็จะทำให้เราได้สัมผัสกับชีวิตที่สวยงาม และอย่าลืมแชร์ความสวยงามนี้ไปให้คนอื่นๆได้เห็นกันด้วย “ป่าสีทอง” ทุ่งโปรงทอง ปากน้ำประแส อ.แกลง จ.ระยอง เขาเล่าว่า...แหล่งธรรมชาติที่บริสุทธิ์ ดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ จะมีพลังที่สุดแสนบริสุทธิ์ปกคลุมอยู่ เมื่อก้าวเข้าไปจะพบกับ 1 กิโลเมตร ความสุขบนสะพานไม้ทอดยาวกลางป่าอันสมบูรณ์ และมีความงดงาม 3 เวลา 3 อารมณ์ แสงสีทองกว้างไกลสุดสายตา ยามเช้าสว่างไสวเหลืองทองอร่าม ดุจจิตรกรนำสีทองมาแต่งแต้มธรรมชาติให้ตระการตา ยามบ่ายป่าสีทองสงบเงียบมีความสุข ในยามเย็นไปสูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอดกับมวลความบริสุทธิ์ของพลังงานธรรมชาติป่าชายเลน ที่ผ่านเกณฑ์ประเมินมาตรฐานคุณภาพแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ จำนวนป่าสีทองมหาศาล ที่จะช่วยเติมเต็มพลังกับร่างกาย จิตใจ และความคิด “อุโมงค์แสงมรกต” ลานแสงมรกต ถ้ำภูผาเพชร อ.มะนัง จ.สตูล เขาเล่าว่า...ชีวิตคนเราขอเพียงเห็นแสงที่ปลายอุโมงค์ มันก็เกิดพลังที่จะเดินก้าวต่อไปในชีวิต ในความมืดของถ้ำที่ใหญ่กว่า 50 ไร่  มีอยู่โถงหนึ่งถ้าไปในเวลาที่แสงจากภายนอกทำมุมเข้ามา จะเกิดเป็นถ้ำแสงมรกตให้เห็น เชื่อกันว่านี่คือแสงปลายอุโมงค์ที่เล่าขานกันมา ใครได้มาเห็นสักครั้ง...ก็จะเกิดพลังชีวิต “เมืองที่ห้ามพูดโกหก” เมืองลับแล อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ เขาเล่าว่า...จากตำนานที่เล่าต่อๆ กันมา มีเมืองอยู่เมืองหนึ่ง ที่คนมีบุญเท่านั้นจึงจะได้เข้าไปถึง เมืองนี้เป็นเมืองของคนดี ถือวาจาสัตย์ ใครประพฤติผิดไร้ซึ่งสัจจะวาจา ต้องถูกออกจากเมืองไปทันที “เขาหนุมานวัดใจ” เขาวงพระจันทร์ อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี เขาเล่าว่า...ระยะทางกับความยากลำบากพิสูจน์มิตรภาพและรักแท้ เสริมพลังรักกับลพบุรีเมืองลิง หากได้พาคนที่เรารักไปร่วมพิสูจน์รักแท้ โดยการพิชิตยอดเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งเมืองหนุมานด้วยการเดินขึ้นบันได 3,790 ขั้นไปด้วยกัน พร้อมสักการะรอยพระพุทธบาทและสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนยอดเขาแห่งนี้ เราจะรู้เลยว่าเขาคือ “รักแท้” ของเราอย่างแน่นอน หรือผู้ที่เกิดปีนักษัตรปีวอก (ปีลิง) ไปกราบไหว้ขอพรเสริมพลัง เป็นสิริมงคลแห่งปีกับเจ้าพ่อพระกาฬ (ศาลพระกาฬ อ.เมือง จ.ลพบุรี) เขาเล่าว่า…ไม่ใช่แค่เล่าให้เชื่อแต่เพื่อให้เราไปสัมผัส...เพราะทุกที่คงเป็นแค่เรื่องเขาเล่าว่า...จนกว่าคุณจะไปสัมผัสด้วยตัวเอง ติดตามการเดินทางทั้ง 5 เส้นทางของ ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ และรายละเอียดแหล่งท่องเที่ยว “เขาเล่าว่า” อีกหลายเส้นทางทั้งหมดได้ที่ Facebook Fanpage เขาเล่าว่า www.facebook.com/TATAccordingtoLegend 

ตามล่าหา Street Art เจ๋งๆ ในเชียงใหม่ ไม่ต้องไปไกลถึงปีนัง
one day trip /  ที่เที่ยวเชียงใหม่ / 

"เชียงใหม่" ได้ยินชื่อแล้วนึกถึงอะไร...? ธรรมชาติ วัฒนธรรม คนเมือง กำเมืองน่าฮักๆ หรือความชิคๆ คูลๆ แต่สำหรับเราเรานึกถึง "ที่เที่ยว" จริงๆ เชียงใหม่มีที่เที่ยวเยอะมากเลยนะ ทั้งธรรมชาติ วัดที่มีเยอะที่สุดในประเทศไทย เส้นทางปั่นจักรยานรอบคูเมืองที่แสนจะคลาสสิค หรือจะเป็นวิถีคนเมือง วิธีชนเผ่าต่างๆ ไหนจะอาหาร ไหนจะร้านกาแฟชิคๆ ที่พักคูลๆ แต่ที่ขาดไม่ได้เลยที่เชียงใหม่ต้องมีคือ "งานศิลปะ" ทั้งแบบล้านนาโบราณ หรือศิลปะร่วมสมัยในปัจจุบัน ไม่ว่าเราจะไปที่ไหน จะนั่งรถแดง ขับมอไซค์ หรือปั่นจักรยาน จะสัมผัสได้เลยว่าเชียงใหม่เป็นเมืองน่ารัก มากี่ครั้งก็ไม่เบื่อ เที่ยวเท่าไหร่ก็เที่ยวไม่หมด วันดีคืนดีก็มีที่เที่ยวใหม่ๆ ผุดขึ้นมาเป็นว่าเล่น คนไทยก็ชอบเที่ยว ฝรั่งก็เยอะ จีนนี่ยิ่งโคตรเยอะ ห้าาาาา ตามล่าหา Street Art เจ๋งๆ ในเชียงใหม่ ไม่ต้องไปไกลถึงปีนัง วันนี้เราจะชวนเพื่อนๆ ที่ชอบเก็บกระเป๋าไปเชียงใหม่ ได้รู้จักกับที่ชิคๆ กับที่นี่ "Street Art เชียงใหม่" ที่ไม่ได้มีแค่ปีนัง ถนนเจริญกรุง หรือสงขลา มาเติมให้เต็มทุกประการณ์กันค่ะ ครั้งนี้ขึ้นเหนือบ้างน้อ ถ้าพร้อมแล้วไปพบกับ Street Art เชียงใหม่กันเลย (ทุกภาพถ่ายจากมือถือค่ะ) 1.โครงการ Think Park โครงการ Think Park นอกจากจะมีร้านอาหาร ร้านกาแฟ ช็อปเก๋ๆ และโรงแรมอิสตินของคุณตันแล้ว ถ้าได้เดินเข้าไปตามตรอกซอกซอย เพื่อนๆ จะพบกับงานศิลปะน่ารักๆ ตามผนัง ขอบฟุตบาท บานหน้าต่าง เป็นรูป มานี มานะ ตัวการ์ตูนในหนังสือภาษาไทยชั้นประถมที่เราคุ้นเคย เหมือนหลุดไปอยู่ในโลกของหนังสือเบาๆ เลย ชอบมากๆ และใช้ประโยชน์จากพื้นที่ที่มีได้ดีมากค่ะ ถ่ายรูปเล่นเพลินเลย แต่ทางค่อนข้างแคบ มุมภาพจะได้ไม่กว้างเท่าตาเห็น พิกัด : Think Park อยู่ตรงสี่แยกรินคำ ถนนห้วยแก้ว ข้างๆ เมญ่าค่ะ https://goo.gl/maps/kGKTCzQNS6H2 2.ลานจอดรถ “กาดสวนแก้ว” กาดสวนแก้วเป็นห้างรุ่นเดอะของเชียงใหม่เลยค่ะ เชื่อว่าทุกคนรู้จักกันดี สังเกตได้จากอิฐที่ใช้ในการสร้างและตกแต่งตัวห้างและโรงแรม เด็กเชียงใหม่ ชอบใช้ที่นี่เป็น Location ถ่ายภาพชิคๆ เพื่อนๆ ที่ผ่านมาแถวนี้ จอดรถไว้แล้ว แวะถ่ายภาพก่อนเข้าห้างได้นะคะ นอกจากผนังอิฐอาร์ทๆ แล้ว ยังมีผนังงานศิลป์อย่าง Street Art ให้เราได้ถ่ายภาพเท่ๆ อีกด้วยค่ะ พิกัด : https://goo.gl/maps/bktfV2oLqpj เส้นทางที่ 1 ถ้าเข้าจากด้านหน้า ให้ตรงเข้ามาเกือบสุดทาง เลี้ยวขวาจะพบกับลานจอดรถ และจะเห็น Street Art ตามกำแพงเลยค่ะ เส้นทางที่ 2 เข้ามาทางโรงเรียนสอนตัดเสื้อกรรไกรทอง ถนนศิริมังคลาจารย์ ซอย 7 สุดซอยเป็นลานจอดรถค่ะ จะเจอ Street Art 3.ถนนนิมมานเหมินท์ ซอย 5,17  นิมมาน เป็นย่านชิคๆ คูลๆ ใครมาเชียงใหม่เป็นต้องแวะ มีทั้งที่พัก โรงแรมเก๋ๆ ร้านอาหารอร่อยๆ ร้านกาแฟ คาเฟ่ เบเกอรี่ ร้านเหล้า ยันผับ ประเด็นหนุ่มหล่อสาวสวยเพียบ แต่ที่รู้ๆ อ่านะ ว่าคนในพื้นที่มักจะไม่เที่ยวแถวนี้หรอก อะไรก็แพง ส่วนใหญ่จะเป็นนักท่องเที่ยวมากกว่า ว่าแต่... Srteet Art ที่ว่าอยู่ไหนล่ะ?? พิกัด : ถนนนิมมานเหมินท์ ซอย 5 ตรงข้ามร้านก๋วยจั๊บฟ้าธานี จะมีลานจอดรถอยู่ ตรงนั้นจะมี Street Art รูปเด็กอยู่ค่ะ  https://goo.gl/maps/RK3rTeouKuz ถนนนิมมานเหมินท์ ซอย 17  Srteet Art จะอยู่ตรงข้ามกับโรงแรมวิคตอเรียนิมมาน ค่ะ https://goo.gl/maps/Trsb3K7eKCs 4.ถนนมูลเมือง ซอย 6,7 และ ถนนราชวิถี ซอย 1 ถนนหนทางแถวนี้อาร์ตดีนะจ๊ะ ปูพื้นด้วยอิฐตัวหนอนเหมือนที่ถนนคนเดินเลย ฝรั่งเพียบและหล่อมาก ห้าาา อยู่แถวๆ วัดล่ามช้างเลยค่ะ เราไปที่ถนนมูลเมือง ซอย 7 ส่วนมูลเมืองซอย 6 กับราชวิถีซอย 1 ไม่ได้ไปนะ ทั้งๆ ที่มันอยู่ใกล้กัน ตอนนั้นเราหาซอยไม่เจอ ห้าาา กลับบ้านมาเสริจหาใน google map เจ็บแปลบมากกก ยังไงเพื่อนๆ ลองไปเก็บภาพสวยๆ กันดูนะคะ พิกัด - ซอย 6 >>  https://goo.gl/maps/ikaBaPgXjc42 - ซอย 7 >>  https://goo.gl/maps/V1ppYogzFkD2 - ถนนราชวิถี ซอย 1 >> https://goo.gl/maps/ZYp67fEMg5C2 5.ทัณฑสถานหญิง, คุกเก่า หรือคุกกลางเวียง ทัณฑสถานหญิง, คุกเก่า หรือคุกกลางเวียง ฟังแล้วดูน่ากลัว ไม่กล้าย่างกลายเข้าไปใกล้ๆ เมื่อก่อนที่นี่เป็นคุกเก่าค่ะ เพิ่งจะย้ายไปแม่ริมเมื่อปี 2556 เองค่ะ เพราะมีขนาดเล็ก ไม่เพียงพอต่อการรองรับผู้ต้องขังที่เพิ่มขึ้น  แล้วคือตั้งอยู่กลางเมืองไง มันไม่เหมาะ เลยต้องย้าย และมีการทำพิธีสงฆ์ด้วยนะ ตอนนั้นเราอยู่เชียงใหม่ทันได้เข้าไปดูด้วย เกิดมาก็เพิ่งเข้าคุกนี่แหละ สภาพไม่อยากจะบรรยาย แต่หดหู่มาก ความเป็นอยู่ไม่ค่อยดี ทั้งที่นอน ที่กิน ห้องน้ำ พอทำพิธีเสร็จเขาก็ทุบทิ้งค่ะ สร้างเป็นพิพิธภัณฑ์แทน ตอนนี้รอบๆ กำแพงทัณฑสถานหญิงเก่า ได้ถูกแปลงโฉมให้เป็นสถานที่แสดงงานศิลปะ หรือ Street Art  ยาวมากกก งานดิบ งานดี เรียกได้ว่ารอบรั้วจริงๆ เดินกันให้เหนื่อย ให้เหงื่อแตกกันไปข้างนึงเลย พิกัด : https://goo.gl/maps/V1daKvcNHFQ2 ภาพสุดท้ายนี้ ถ้าเพื่อนๆ เดินจนครบ ด้านหน้าถนนฝั่งตรงข้าม จะมีเหมือนร้านอาหาร หรือเกสเฮาส์นี่แหละ เป็นซอยแคบๆ ประตูทำมาจากซากจักรยานโบราณ อย่างจ๊าบบบ เข้าไปแล้วจะเจอสิงห์นักปั่นบนผนังรั้วเพียบเลย มีหลายภาษา ต้อนรับ AEC ด้วย อย่างเท่ และนี่ก็คือ Street Art ที่เราไปตามล่ามาใน 1 วันเท่าที่จะทำได้ ยังมีที่อืนๆ อีกนะ ซึ่งบางที่อาจจะดูน่ากลัว เปลี่ยวๆ ต้องชวนเพื่อนไปกันหลายๆ คน อุ่นใจดี ปั๊มน้ำมันร้าง ข้างโรงเรียนดาราวิทยาลัย ตึกร้าง ถนนแม่โจ้ ไปทางมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ตึกจะอยู่ซ้ายมือ ก่อนถึงมหาวิทยาลัย แถวสะพานเหล็ก แถววัดเจ็ดยอด ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ FB : https://www.facebook.com/supaporn.jainoon IG :https://www.instagram.com/kepkrapao Page : https://www.facebook.com/kepkrapao ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก https://www.facebook.com/kepkrapao