นายสมบัติ บุญงามอนงค์

ครูเงาะ ท้า! ครูอ้อย งัดหลักฐานขู่กรรโชกทรัพย์โชว์ ถามกลับทำไมต้อง 11 ล้าน!!
ครูเงาะ /  ครูอ้อย

ครูเงาะ รสสุคนธ์ ครูสอนการแสดงชื่อดัง หอบหลักฐานชี้แจงในรายการ คุยเช้า Show กรณีถูกกล่าวหาว่ากรรโชกทรัพย์ 11 ล้านบาทกับทาง ครูอ้อย เข็มทิศชีวิต หรือ ฐิตินาถ ณ พัทลุง ซึ่งคู่กรณีได้ไปแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ่อทอง จ.ชลบุรี แล้วนั้น โดยครูเงาะปัดเลื่อนหมายเรียกถึง 2 ครั้ง แจงออกจากคลาสของอีกฝ่ายเพราะแนวคิดไม่ตรงกัน จากนั้นได้ติดต่อไปให้เอาภาพตนออกจากคลิปและภาพโปรโมท ปัดแท็กทีมกับทาง อุ๋ย บุดดาเบลส และ เอ๋ มณีรัตน์ เพื่อดิสเครดิต ก่อนถามหาหลักฐานที่ตนไปขู่กรรโชกทรัพย์ เผยเล็งฟ้องกลับข้อหาแรกคือหมิ่นประมาท พร้อมยืนยันจะไม่ตัดคลาสที่มีหลักสูตรคล้ายกันออก... รายละเอียดดังนี้ "ขอบคุณทุกคนที่มานะคะ หลังจากที่มีข่าวมาอย่างต่อเนื่อง แต่ที่ผ่านมาครูเลือกที่จะเงียบเพราะสิ่งที่เขาออกมา เอาตรงๆ คือครูไม่ไปให้ราคาค่ะ ครูเป็นครู ทำมาหากินใช้ชีวิตปกติ มีใครอยากมีเรื่องกับคนมั้ย ต่อให้ออกมาแล้วครูถูกแบบ 100% แต่มีเรื่องกันภาพมันดีมั้ย แต่พอเราเงียบมาเป็นปี เราเลือกที่จะไม่เปิดเผยอะไรเลย เขาอยากจะพูดอะไรให้เขาพูดไป แต่ตอนนี้มันเกินเส้น การที่เขาบอกว่าเรามาขู่กรรโชกทรัพย์ แรกๆ ก็ไม่โกรธ มันเหมือนการที่มีคนมาบอกเราว่าครูเงาะเป็นผู้ชายก็แค่นั้น แต่หลังๆ มันเริ่มมีมาตลอดเวลา และมาบอกว่าครูเงาะไม่ไปพบตำรวจถึง 2 ครั้ง และจะออกเป็นหมายจับแล้ว ก็เลยคิดว่าคงถึงเวลาที่ครูต้องออกมาพูด ไม่อย่างงั้นสังคมก็จะมีคำถามกับครู" "ขอชี้แจงเรื่องหมายแรก ครูอยากให้ดูว่ามันใช่หมายเรียกไหม(พร้อมเปิดหลักฐานให้ดู) หมายแรกบอกว่าบริษัทเข็มทิศชีวิต มาแจ้ง แต่ผู้ต้องหาใครก็ไม่รู้ ไม่มีชื่อผู้ต้องหา แต่มาแจ้งให้ครูเงาะไปเป็นพยาน คุณไปมีเรื่องกับใครก็ไม่รู้ นี่คือฉบับแรกที่ได้ จากนั้นครูก็ได้รับจดหมายจากตำรวจบอกว่าครูเงาะต้องเข้าไปแล้วนะ เป็นหมายเรียกผู้ต้องหา เขาบอกว่าอันนี้เป็นฉบับที่ 2 แล้ว แต่เราก็บอกว่าฉบับแรกยังไม่ได้เลย เขาก็ยืนยันว่าฉบับแรกออกมาแล้ว ครูก็เลยให้เพื่อนที่เป็นทนายวิ่งไปที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทะเบียนบ้านครูอยู่ในนั้น สน.ทุ่งมหาเมฆก็ยืนยันว่าไม่มี มีหมายแรก มีแค่หมายเดียวอันนั้นแหละ แล้วทางตำรวจก็โทรมาหลายรอบมาก เราก็บอกว่าคุณตำรวจเราไปแน่นอน แต่ขอให้เราเห็นหมายก่อนได้ไหม จนเวลาผ่านไปก็มีหมายฉบับ 2 มาบอกว่า คดีระหว่างคุณฐิตินาถ บริษัทเข็มทิศชีวิต และคุณวินัย บุญโชติ กับพวก ซึ่งมาเป็นหมายครั้งที่ 2 เลย ไม่มีหมายครั้งที่ 1 ส่วนครั้งที่ 1 เป็นหมายเรียกพยาน แล้วก็มาหมายเรียกผู้ต้องหาเลย" "อย่างแรกเลยคือ คุณวินัย บุญโชติ คือใคร เราก็ไปเสิร์ชหาในเฟซบุ๊กก็ขึ้นมาเป็นหน้าเด็กหนุ่มคนหนึ่ง เราก็ไม่รู้จัก เราเพิ่งมารู้ตอนเขามาออกรายการทีวีช่องหนึ่ง ก็เพิ่งรู้ว่าเขาคือผู้ชายวัย 50 กว่า หมายบอกว่าให้เราไปพบวันที่ 15 ส.ค. น่าแปลกมากเลยที่พอวันที่ 16 ส.ค. ก็ออกข่าวเลยว่าครูเลื่อนถึง 2 ครั้งแล้ว ทั้งที่ความจริงวันที่ 13-15 ครูเงาะไปปฏิบัติธรรม(เปิดตารางงานของตัวเองให้ดู) วันที่ 15 ทนายเรามีธุระไปไม่ได้ วันที่ 16 ครูเองก็มีถ่ายรายการถึง 5 ทุ่มก็ไปไม่ได้อีก วันที่ 17-20 ก็มีงาน วันที่ 21 เป็นวันเดียวที่ครูว่าง" "จริงๆ เราอยากไปให้เร็วที่สุดเพราะก็อยากรู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น อยากรู้ว่าเขาเอาหลักฐานอะไรมาว่าเราเป็นผู้ต้องหา แล้วเราสงสัยว่าทำไมถึงไปแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรบ่อทอง จ.ชลบุรี เราก็ถามไปทางตำรวจว่าทำไมถึงแจ้งที่สน.บ่อทอง ตำรวจก็บอกว่า คุณฐิตินาถ ไปทำบุญบริเวณนั้นแล้วเห็นว่ามีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ตกใจก็เลยต้องรีบไปแจ้งสถานีตำรวจที่ใกล้เคียงบริเวณนั้น แต่ถ้าดูจากหมายศาลครูฝากถามไปทางตำรวจ หมายแรกเขียนว่าแต่งตั้งทนาย คือต้องเป็นการตกใจอย่างมีสติมาก ที่แต่งตั้งทนายแล้วกลับไปแจ้งในพื้นที่ที่ตกใจได้ ครูเงาะฝากชวนคิดว่าทำไมต้องเป็น สน.บ่อทอง ถ้าใครเป็นลูกศิษย์ครูฐิตินาถก็จะรู้ว่าทำไมถึงเป็นสน. ในเขตชลบุรี ช่วยดูให้ด้วยแล้วกัน ครูขอพูดแค่นี้ ไม่อยากพาดพิงอะไรไปมากกว่านี้" "ครูสงสัยอะไรบางอย่าง ครูพูดไม่ได้น่ะสิ มันเป็นความคิดของครูเอง เดี๋ยวพูดไปเขาจะหาว่าครูไป... มันอาจจะไม่จริงก็ได้ไง ฝากพี่ๆ นักข่าวช่วยดูให้หน่อย ครูรู้สึกว่า พรบ.ที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์สามารถแจ้งตรงไหนก็ได้ในโลก ถ้าเป็นกรณีขโมยของก็ต้องแจ้ง ณ พื้นที่ที่เกิดเหตุ แต่ถ้าเป็นคดีเกี่ยวกับพรบ.คอมพิวเตอร์ อยู่ที่ไหนคุณสามารถแจ้งได้เลย ครูอ้อยมีลูกศิษย์ที่เป็นผู้ใหญ่ในพื้นที่นั้นถึงได้ไปแจ้งที่นั่นไหม ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ ไปสืบเอาเอง ลองไปสืบดู ชวนคิดไว้ จากหลักฐานที่พูดไปก็ดูแล้วกันว่าครูหนีหรือเปล่า" "หมายเรียกฉบับที่ 2 ที่เขาให้ไปรายงานตัววันที่ 15 ส.ค. ครูเพิ่งได้หมายวันที่ 11 ส.ค. ตำรวจที่สน. ทุ่งมหาเมฆ ยังบอกเพื่อนครูที่เป็นทนายเลยว่าทำไมคดีเร่งขนาดนี้ ฉบับที่ 1 มาก่อนอาทิตย์นึง แล้วฉบับที่ 2 ก็ส่งมาอีก 1 อาทิตย์ถัดมา" "ประเด็นถัดมาเขาบอกว่ามันมีการชี้โยง มันเป็นกระบวนการหรือเปล่า ทำไมพวกเหล่าดารามาโพสต์พร้อมกัน ขอชี้แจงเป็นไทม์ไลน์เลยนะคะ จริงๆ สิ่งที่เกิดขึ้นกับครูมันเกิดขึ้นเป็นปีแล้ว ครูเคยร้องขอไปว่าให้เอาภาพของครูในคลาสออก เพราะว่ามีคนจำนวนมากที่ยังมาถามว่า หนูจะไปเรียนเพราะครูเงาะเลยนะคะ เราก็เลยแจ้งไปทางเขาว่าทั้งทางข้อความและโทรศัพท์ไปว่ายังมีคนเข้าใจอยู่ว่าเรายังไป ขอให้ลบภาพออกได้ไหม เขาก็บอกว่าเดี๋ยวจะจัดการให้(โชว์หลักฐานข้อความการคุยกัน) ซึ่งเราพูดจาดีมาก และระหว่างทางเราขอแบบนี้มาตลอด จนตอนหลังรู้สึกมีอารมณ์แล้ว จนรู้สึกว่าถ้าคุณไม่เอาลง ฉันจะขึ้นโพสต์แล้วนะ ทั้งที่เราก็ไม่อยากให้มันเป็นเรื่อง ไม่อยากให้เรื่องถึงนักข่าว แต่เราขอดีๆ แล้วก็ไม่ดำเนินการให้ บอกแค่ให้เราไปคุยกับทนายเขา เราก็ส่งจดหมายไปหาเขาถึง 2 ครั้ง แล้วจดหมายก็ถูกตีกลับ ทนายเขาก็บอกว่าให้ครูเงาะบอกมาว่าให้เอาออกวินาทีไหนบ้างในคลิป เราก็จดรายละเอียดให้ว่าเอาออกวินาทีไหนบ้าง แต่ทนายก็บอกว่าไม่เห็นครูเงาะจะเสียหายอะไรนี่ครับ เขาก็ยืนยันที่จะใช้ภาพต่อ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องเป็นภาพที่เสียหาย ที่ครูต้องไปโป๊ท่อนบนเปลือยท่อนล่าง แต่มันเป็นเรื่องที่เราไม่ยินยอม เราก็ขอให้เอาออกเท่านั้นเอง" "จนมาถึงวันที่ 1 พ.ค. ในพันทิปโพสต์ถึงคุณฐิตินาถในทางไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แล้วดันมีคอมเม้นท์หนึ่งพาดพิงมาถึงครูเงาะว่า ครูเงาะมีผลเยอะมากในการเรียกคนเข้าไปในคลาสนี้ จึงเป็นที่มาให้ครูเงาะโพสต์ในเพจของตัวเองว่าครูเงาะไม่ได้อยู่ในคลาสนี้แล้ว ซึ่งวันนั้นครูนั่งอยู่กับน้องปอย ตรีชฎา พอดี น้องปอยก็เลยบอกว่า งั้นฝากบอกให้ปอยด้วยแล้วกันว่าปอยก็ไม่ได้อยู่ในคลาสนี้แล้ว พอเราโพสต์มันก็ไม่ได้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น เพราะเราโพสต์ในเพจของเราเอง" "ต่อมาวันที่ 5 เดือน 6 เขาก็ยังโพสต์คลิปนี้อยู่ ซึ่งในคลิปนั้นมีทั้งครูเงาะ อุ๋ย บุดด้าเบส และ เอ๋ มณีรัตน์ ครูเลยคิดว่าคงต้องพิมพ์บอกแล้วว่าไม่ใช่ แต่ในขณะนั้นทางน้องอุ๋ยได้โพสต์ไปแล้ว แต่อุ๋ยไม่ได้โทรมาบอกครูว่าเขาจะโพสต์ เราไม่ได้มีการนัดแนะกัน ครูไม่ได้โทรไปบอกให้เขามาร่วมขบวนการกัน เขาโพสต์ของเขาเอง อุ๋ยก็ขอให้ทางนั้นเอาคลิปออกเหมือนกัน ส่วนน้องเอ๋ มณีรัตน์ เขาสนิทกับอุ๋ย เขาก็คุยกันว่าเห็นอุ๋ยเอาคลิปออกได้ เอ๋ก็อยากเอาออกเหมือนกัน เอ๋ก็เลยโทรไปหาทางโน้นเพื่อขอให้เอาคลิปออก แต่ทางโน้นก็ไม่ได้ดำเนินการอะไรให้ หลังจากนั้นเอ๋ก็โทรไปอีก ทีนี้เขาไม่รับโทรศัพท์เอ๋แล้ว โดยที่เขาไม่ทราบว่าเอ๋กับอุ๋ยนั่งอยู่ด้วยกัน เอ๋ก็เลยใช้โทรศัพท์อุ๋ยโทรไป ปรากฎทางโน้นรับโทรศัพท์ ก็เลยเป็นเหตุทำให้เอ๋เคือง น้อยใจว่าทำไมสองมาตรฐาน ทำไมรับโทรศัพท์อุ๋ย ไม่รับโทรศัพท์เอ๋ เอ๋จึงไปปรึกษาทนายว่าเขาจะโพสต์ว่าตัวเองไม่เกี่ยวข้องอะไรกับคลาสนี้แล้ว ซึ่งครูเงาะมารู้เรื่องหลังจากที่เขาโพสต์ไปแล้ว" "เหตุการณ์เป็นแบบนี้จริงๆ พวกเขาโพสต์ของเขาเอง แล้วทั้งเอ๋และอุ๋ยก็บอกว่าทางโน้นโทรกลับมาหาเขาและถามทำนองว่า มีคนมาเกลี้ยกล่อมให้คุณทำหรือเปล่า พอดีกำลังมีปัญหากับนักเรียนคนหนึ่งอยู่ มันเหมือนกับว่าทางเขาเชื่อแล้ว เชื่อก่อนที่จะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร หรืออาจจะแค่สงสัยก็ได้ อาจจะยังไม่เชื่อว่ามันจะต้องเกี่ยวข้องกัน ซึ่งอุ๋ยก็บอกว่าไม่เกี่ยวเลยมันเรื่องของผม พอเป็นแบบนี้ครูก็เลยหยุดไม่โพสต์ในส่วนของตัวเอง เดี๋ยวมันจะเหมือนโพสต์ต่อกัน แล้วหลังจากนั้นทางโน้นก็ออกมาบอกว่าน้องเอ๋เซ็นยินยอมในการให้ใช้ภาพมันก็เลยเป็นเหตุให้ครูออกมาโพสต์ว่า ถ้าอย่างนั้นมันเช็คง่ายมากเลย เอาเอกสารออกมาดู ซึ่งทางน้องเอ๋ก็ได้มีการเซ็นจริงค่ะ แต่เซ็นแค่ครั้งเดียวและเป็นช่วงหลังด้วย เพราะในช่วงแรกที่เขาเอาคลิปที่มีครูเงาะด้วยไปออกในรายการหนึ่ง ไม่มีการขอแน่นอนล้านเปอร์เซ็นต์ เพราะครูจำได้ว่าเพื่อนโทรมาบอกว่าเราออกรายการ กำลังร้องไห้อยู่เลย และพูดเรื่องส่วนตัว ภาพแบบนี้ใครจะอยากให้เอาออก ส่วนคลิปของน้องเอ๋มันเป็นตอนที่น้องกำลังระบายอะไรบางอย่างออกมา แล้วเขาไม่ได้เอาออกตั้งแต่ต้นจนจบ แต่เขาเลือกเฉพาะบางตอนไปออก ผลที่ตามมาก็คือมีคนมาถามคุณแม่น้องเอ๋ว่าลูกเป็นอะไร มีปัญหาอะไรเหรอ ครูก็ขอเขาไปว่าเราไม่สะดวกใจจริงๆ ที่จะให้ใช้ภาพนี้ในสื่อสาธารณะ เพราะมันมีคนไม่เข้าใจ แล้วหลักการสะกดจิตบำบัด การที่คุณเอาภาพแบบนี้มาออกมันไม่ถูกจรรยาบรรณ" "จุดแตกหักใช่ไหมที่เรารู้สึกว่าไม่ยอมแล้ว ยังค่ะ ตอนนั้นยังยอมอยู่ มันรู้สึกแต่ด้วยความที่เราเคารพเพราะเรายังเห็นว่าคำสอนในตอนต้นๆ ที่เราไปเรียนมันยังดีอยู่" "สาเหตุที่ครูเฟดตัวออกจากคลาสครูอ้อย เหตุผลมีหลายประการมาก ประการแรกคือเรื่องลักษณะการสอนในคลาส ซึ่งคลาสแรกครูได้ประกาศนียบัตรมาด้วย เรียนจ่ายตังค์ด้วยนะ มีแค่ช่วงหลังๆ ที่เขาเชิญให้เขาไปเรียนฟรี ซึ่งประกาศนียบัตรทั้ง 3 ใบ คุณฐิตินาถเป็นคนมอบให้ ซึ่งหลักสูตรมันเป็นลิขสิทธิ์ของต่างประเทศ อันนี้ขอพูดแก้แทนเขา เพราะบางคนจะบอกว่าค่าเรียน 2 แสนทำไมแพงจังเลย จริงๆ อันนี้มันเป็นหลักสูตรต่างประเทศก็จะราคาประมาณนี้ ซึ่งใบประกาศนียบัตรเป็นใบประกอบวิชาชีพที่เราสามารถไปประกอบวิชาชีพได้ ซึ่งมันก็ดีเพราะศาสตร์นี้เป็นศาสตร์เกี่ยวกับจิตวิทยา" "ไปเรียนตอนแรกมันก็ดีค่ะ หลักสูตรของมันเองที่มาจากเมืองนอกมันดีอยู่แล้ว เพราะมันสอนในเรื่องให้เรากลับมารู้จักตัวเอง ให้เรารักตัวเอง เคารพตัวเอง ซึ่งครูเงาะก็ไปเรียนที่ต่างประเทศมาด้วย ไม่ได้เรียนที่เมืองไทยอย่างเดียว และที่ครูเงาะไปเรียนที่ต่างประเทศก็เป็นที่เดียวกันกับที่คุณฐิตินาถไปเรียนมาเหมือนกัน ในช่วงต้นที่ไปเรียนกับคุณฐิตินาถ เราก็เห็นว่าคลาสของเขามีประโยชน์ ครูยังชวนนักเรียนของครูไปเรียนตั้งหลายคน เพราะเราเห็นว่ามันดีนะ แต่มันมาหลังๆ ที่เราเห็นว่ามันสวนทางกับความเชื่อของครู เช่น ครูมีความเชื่อว่านักเรียนต้องบิน อย่ามาติดครู ถ้ามาเรียนกับครูแล้วคุณต้องออกไปเติบโต ไม่ต้องกลับมาหาครูเอง ถ้าครูให้เด็กบินไม่ได้ ครูจะรู้สึกเสียความมั่นใจในตัวเอง ถ้าสอนไปแล้วแล้วเด็กมาลงเรียนซ้ำ เราจะรู้สึกว่าเราสอนไม่ดีเหรอ ถึงได้กลับมาลงเรียนอีก นี่คือแนวทางของครู แต่ในคลาสเขา(ฐิตินาถ) พูดว่าต้องกลับมาเรียนอีกนะคะ เพราะมันจะมีเรื่องของสเตทตก ถ้าเกิดใครห่างห้องเรียน จิตมันจะตก แล้วถ้าจิตตกชีวิตเราขาลงมันเร็วมากนะ ถ้าอยากดูเทปไปขอดูได้ว่าเขาพูดแบบนี้แน่นอน เราก็เลยรู้สึกว่ามันต้องกลับมาตลอดเหรอ เราต้องกลับไปนอนกรีดร้องอีกแล้วเหรอ" "และมันจะมีเรื่องของหมื่นล้าน ให้เราสปินว่าเราจะมีเท่าไหร่ ก็จะมีบางคนบอกฉันจะมีร้อยล้าน บางคนบอกจะมีหมื่นล้าน คนจะมีร้อยล้านเลยดูจนไปเลยทีนี้ ทั้งที่ตอนนั้นก็ยังไม่มีใครมีเงินเลยนะ แต่เขาก็ไม่ได้บังคับให้ทุกคนต้องพูดหมื่นล้าน คือมันเป็นปัญหาของครูเองไม่เกี่ยวกับเขา มันกลายเป็นเราที่ทำงานไม่มีความสุข กลายเป็นว่า เอ๊ะเราจะหมื่นล้านๆ กลายเป็นว่าแต่ก่อนเราทำงานมีความสุขดี ครูก็เลยรู้สึกว่ามันสบายกว่าที่เราจะไม่ไปคำนึงถึงเรื่องนั้น ต่อให้ชีวิตเราจะตก ครูก็ขอรับผิดชอบชีวิตเราเอง หลักการสอนของเขาในช่วงหลังๆ ครูรู้สึกว่ามันไม่ใช่ มันไม่ตรงกับหลักการของครู" "และในส่วนอื่นๆ ที่ทำให้ครูต้องออกมา ครูฝากนักข่าวถามไปทางคุณฐิตินาถก็ได้ ให้ครูเปิดเผยข้อความส่วนตัวที่คุณฐิตินาถและกลุ่มส่งหาครูได้ไหม จะได้ไม่ต้องเดาว่าทำไมครูถึงออกมา ถ้าเขาอนุญาตเปิดเผยได้ครูยินดีมาก คนทั้งประเทศจะได้เข้าใจครูและหลายๆ คนถึงออกมา" "เรื่องที่เขากล่าวหาครูเงาะไปขู่กรรโชกทรัพย์ 11 ล้าน(หัวเราะ) เขาบอกว่า 11 ล้าน คำถามคือทำไมต้อง 11 ล้าน ทำไม่เป็นเลขกลมๆ 10 หรือ 100, 11 ล้านมันคือเลขอะไร มันเกี่ยวข้องอะไรกับชีวิตครู ไปทำธุรกรรมอะไรกับเขาที่เกี่ยวกับ 11 ล้าน ข้อที่สองคือ คุณ"วินัย"เป็นอะไรกับครู ถ้าครูไม่รู้จักเขา จะไปร่วมแก๊งกับเขาทำไม ข้อที่สามต่อมา ราคา 11 ล้าน ที่คุณทนายคลายทุกข์ออกมาบอกว่าแก๊งนี้ร่วมกัน 20 คน หาร 11 ล้านตกเหลือคนละ 5 แสน 5 นะคะ ครูดูหิวเงินขนาดนั้นเลยเหรอ แล้วเอาชื่อเสียงเกียรติยศไปขู่เงิน แล้วจะไปรับเงินที่ไหน ขึ้นบัญชีที่ไหน มันไม่เมคเซ้นส์เลยว่าทำไมเราถึงต้องไปขู่ เหตุจูงใจคืออะไร เขาพยายามที่จะชี้โยง เป็นคนพูดว่า ลองคิดดูดีๆ นะคะถ้าครูไม่อยู่ ครูล้มใครจะขึ้นมาแทน เราจะขึ้นไปแทนเขาได้ไหม คนเรามันแทนกันไม่ได้ ทุกคนมีทางของตัวเอง แล้วที่ครูสอนครูเอาวิชาที่ครูเรียนทั้งหมดไม่ใช่กับเขาคนเดียว ทุกที่ที่ไปเรียนมาทั่วโลก มาประยุกต์สอนนักแสดง สอนแอคติ้ง สอนพิธีกร สอนคลาสพัฒนาบุคคลิกถาพ เราเอาหลักจิตวิทยามาใส่ในคลาสที่เราสอนบุคคลิกภาพ ซึ่งก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคลาสครูอ้อยเลยไม่มีแน่นอน ในคลาสของครูเงาะ ที่จะมาบอกว่าเราจะมีเงินเท่านั้นเท่านี้ มันไปเกี่ยวยังไงว่าถ้าเขาล้มแล้วครูจะขึ้น จะขึ้นยังไง มันไม่มีเหตุจูงใจตรงนี้เลยอะ" "หลักฐานที่เขาเอาไปแจ้งว่าเร่าขู่กรรโชกทรัพย์ 11 ล้าน มีหลักฐานอะไรบ้าง เนี่ยถึงอยากเข้าไปดู เราไม่ทราบเลย ครูอยากเข้าไปดูวันจันทร์นี้แหละ แล้วเดี๋ยววันหลังถ้าอยากถามครูแถลงข่าวได้อีกรอบหนึ่ง ครูมั่นใจว่าจะต้องมีอีกรอบหนึ่ง ในข้อความที่ส่งไปหาครูอ้อย มีการพูดเรื่องเงินมั้ย ไม่มี เต็มที่ที่พูดคือบอกว่า นี่ถ้าคุณนะไม่เอาคลิปของฉันออก แล้วสิ่งที่คุณส่งกันในคลิปในไลน์เนี่ย ถ้าฉันเอาไปให้นักข่าวดูมันจะเป็นยังไง นี่คือเต็มที่เลยนะ สุดโต่งของครูคืออันนี้เลย ไม่มีอย่างอื่นเลย" "แจ้งความกลับ ก็ถ้าถึงจุดนี้คงจำเป็น คือต้องบอกว่าในสิ่งที่ครูมีในไลน์ ถ้าครูอยากฟ้องเขา ฟ้องได้นานแล้วนะ อย่างล่าสุดมีผู้ประสงค์ดี เพิ่งส่งข้อความที่เขาหมิ่นประมาทครูในกลุ่มมาให้ครูเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานี้เอง ครูก็ไม่ได้ไปแจ้ง แต่มาถึงจุดนี้ ครูคงต้องปกป้องสิทธิ์ของครูค่ะ ก็คงดำเนินการไปถึงที่สุด เมื่อถึงที่สุดแล้วมันก็คงต้องแจ้งความกลับ เพราะมันเสียชื่อเสียงมาก เราเป็นครูมาบอกว่าเราขู่กรรโชกทรัพย์เนี่ยมันไม่ได้เลย" "ในเว็บของครูอ้อย มีไลน์ของครูเงาะอยู่ได้ยังไง ขอดูว่ามันคือไลน์ครูจริงๆ หรือเปล่า ครูอยากดู ยืนยังว่าไม่เคยมีการส่งข้อความไปข่มขู่ ยืนยันล้านเปอร์เซ็นต์ สาบานเอาพระมาตั้งเลย อีเมลข่มขู่ที่ทางครูอ้อยบอกว่าส่งมาจากต่างประเทศ อันนี้ไม่รู้เลย อยากเห็นนี่ไง ข้อที่หนึ่งที่อยากเห็นมากคือไหนไลน์ที่ข่มขู่ ทุกคนเคยเห็นอีเมลล์ที่ข่มขู่จริงๆ หรือยัง ไม่เคยถูกไหม คำที่บอกว่าจงเลิกสอน ต้องเลิกทำสิ่งที่ดีๆ สร้างสิ่งที่มีประโยชน์ต่อสังคม ครูอยากเห็นมากเลย ถ้ามีจริงๆ ขอดูหน่อย ขู่ 11 ล้านเนี่ย ครูก็ขอดู เปิดให้ดูได้ไหม อยากให้สื่อมวลชนได้เห็นด้วย ซึ่งวันที่ 21 ที่ครูประกาศ ครูก็ขอดูนะ ถ้าส่งข้อความไปขู่ไม่มีเลยล้านเปอร์เซ็นต์" "ที่เขาพุ่งมาที่เราว่าอยู่ในแก๊งขู่กรรโชกทรัพย์เป็นเพราะครูมีปัญหากันอยู่แล่วหรือเปล่า เขาอาจจะโยงแบบนั้น เราไปบอกให้เอาคลิปออก มันไปโยงกับ 11 ล้านได้ยังไง อันนี้คือจุดที่เราอยากรู้มากเลย" "สาเหตุนึงเป็นเพราะเคยมีปัญหากันเรื่องที่ครูเงาะไปไลฟ์สดสอน แล้วทางครูอ้อยไม่พอใจ อาจจะเป็นไปได้ คือมีวันหนึ่งครูทำไลฟ์แล้วครั้งแรกในชีวิตเลย ไลฟ์แรกของครูเงาะมันมีคนมาดูล้านวิว ตื่นเช้ามามีข้อความส่งมาจากคุณฐิตินาถบอกว่าเงาะคะ มีคนมาด่าเงาะในเพจครูค่ะ ว่าเงาะอะ หน้า...wanna be ทำไลฟ์ไม่มีคนดู แล้วก็ยังไปซื้อแอดโฆษณาให้คนมาดูอีก เขาแท็กชื่อมาด้วยนะคะ แต่ครูลบให้แล้ว ข้อที่หนึ่งถ้าแท็กมาเราไปดูในฟีดต่อให้ลบแล้วจะเห็น แต่ไม่มี ลองไปให้ใครที่เก่ง แล้วกู้ไฟล์วันนั้นคืนมาก็ได้ ครูก็อยากรู้ ครูอาจจะกดแล้วหาไม่เจอเองก็ได้ แต่ครูหาอย่างถี่ถ้วนมากก็ไม่มี ครูก็ตอบกลับไปว่า ครูคะข้อที่หนึ่งหนูไม่ได้ซื้อแอดนะคะ หนูยังงงเลยว่าคนมาดูขนาดนี้ได้ยังไง ข้อสองต่อให้หนูซื้อแอดจริงๆ มันก็เป็นสิทธิ์ของเพจนั้นๆ ไหมที่จะซื้อแอด เขาจะมาด่าว่าเราหน้า... มันไม่มีความจำเป็นที่เขาจะมาด่าเราแบบนี้ ถ้าเขาด่าเงาะว่าในสิ่งที่เงาะสอนไม่ดี ด่าได้เลย แต่มาด่าแบบนี้งั้นเราขอไม่ให้สาระกับคนแบบนี้ดีกว่า เพราะคนแบบนี้ถ้าไม่ป่วยก็ขี้อิจฉามากๆแหละ สุดท้ายเขาก็ตอบกลับมาว่า อ่านคำตอบของเงาะเหมือนไม่ได้เป็นเงาะที่ครูรู้จักเลย ทำไลฟ์เดียวก็คิดว่าคนจะอิจฉาตัวเองแล้วก็เอาเถอะ" "ติดต่อโดยตรงกับครูอ้อยหรือยัง ถ้าทุกคนเห็นในข้อความ ในช่วงหนึ่งปีที่ครูได้รับจะพบว่าการขอคุยเคลียร์อาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่เราทั้งสองฝ่ายต้องการอะไรก็ว่าไป อยากชวนให้คิดว่าถ้าครูจะล้มเขาจริงๆ ครูจะแนะนำลูกศิษย์ไปเรียนกับเขาทำไม พูดถึงเขาตลอด แม้ในคลิปนั้นที่มีปัญหา ที่ว่าครูไปไลฟ์ ครูยังพูดถึงเขาในคลิปกัลยาณมิตรว่าครูรู้เรื่องนี้มาจากครูอ้อย จนครั้งมีปัญหาเขาให้ผู้ช่วยโทรมาหาครูว่า ห้ามเอาคำของคำไปสอนคำนี้เป็นคำของเขา ถึงขั้นโทรไปขู่พี่ชายครูด้วยนะว่าจะฟ้องร้องข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ พี่ชายเลยบอกให้กรมลิขสิทธิ์ด้วยกันว่าใครกันแน่คิดคำพูดนี้ ความรู้ครูไม่เคยบอกเลยว่าสร้างขึ้นมาเอง เรียนมาเลยเอามาถ่ายทอด ทุกคนมีอัตลักษณ์ของตัวเองไม่มีใครก็ก็อปปี้ใคร สิ่งวันนี้ที่ครูอาจจะเข้าใจว่าเราพยายามก็อปปี้ เราเอาศาสตร์ที่เราเรียนมาทุกศาสตร์มาประยุกต์ใช้ แล้วผู้ช่วยเขาโทรมาบอกครูว่า ห้ามพูด พูดถึงก็ไม่อนุญาต" "ยืนยันว่าเราไม่ได้คิดจะขึ้นไปแทนเขา ไม่มีทาง ครูสอนบุคลิกภาพ ครูสอนการแสดง มันเกี่ยวอะไรล่ะ อย่างถ้าเราสอนเรื่องการตั้งเป้าหมาย เราก็เชื่อว่าใครก็สอน นักสัมนาสอนกันทั่วโลก บางทีครูเงาะโพสต์หลักสูตรลูกศิษย์เขาก็มาโพสต์ถามว่าคล้ายของใครนะ คล้ายของครูอ้อยนี่เอง เราก็บอกเดี๋ยวๆ หลักสูตรนี่ของญี่ปุ่น" "จากนี้ คงดำเนินไปตามกฏหมาย ว่ากันเรื่องกฏหมาย ไปอีกทีวันจันทร์นี้ ที่ 21 ที่ สน.บ่อทอง เราต้องไปดูว่าไหนเขาเอาอะไรมามั่นใจ แล้วครูเงาะก็ไม่มีการผลัดไปเรื่อยๆ" "ฟ้องกลับข้อหาอะไร ต้องไปดูว่าในนั้นเป็นอะไรบ้าง แน่นอนว่าตอนนี้มีหมิ่นประมาทเนอะ น่าสนใจตรงที่เขามาพูดประเด็นเรื่องทนายคลายทุกข์ได้ไหม เขาไลฟ์ไปแปปเดียวครูอ้อยมาแชร์เลย เหมือนตั้งติดตาม ที่สำคัญซื้อโปรโมทด้วย มันต้องขนาดนั้นเลยหรือในการที่จะแชร์เรื่องราว สิ่งที่น่าสนใจคือไอ้คำว่าผู้ต้องหามันคือคำที่แรงมากเลยนะ ซึ่งถ้าวันไหนที่ครูเงาะไปแจ้งความคุณฐิตินาถ เรื่องหมิ่นประมาทคุณฐิตินาถก็เป็นผู้ต้องหานะ ถ้าตำรวจรับเรื่อง ผู้ต้องหายังไม่ได้เป็นคนผิด แต่มันน่าสนใจว่าคำว่าผู้ต้องหามันถูกรีพลีสซ้ำๆ" "วันที่ 21 มั่นใจ 100% ว่าเราไม่เกี่ยวข้อง มาเลย มีหลักฐานอะไร เมื่อสักครู่น้องนักข่าวบอกว่ามีไลน์ครู ขอดูว่าใช่จริงไหม แล้วถ้ามันออกจากตัวครูแล้วส่งไปให้ใครบ้าง แล้วเดี๋ยวครูต้องไปที่ ปอท. ให้สืบเลยว่าเว็ปนี้ใครทำกันแน่ ใครจด ขอชื่อเลย ให้ทางการสืบ ถ้าเกิดมีความไม่ชัดเจนเขาแจงหลักฐานไม่ได้ อันนี้คงต้องปรึกษาทนาย เพราะว่ามันจะมีการไม่ให้ดูทั้งหมดหรือเปล่า อันนี้ไม่ค่อยทราบข้อกฏหมาย" "บอกอะไรกับครูอ้อย ทำไมเราไม่คุยกันดีๆ โทรมาได้ ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจถามเงาะ ถามเลยเพราะว่าเรารู้จักกันมาตั้งนาน ก่อนที่จะมีเรื่องเข้าใจผิดเราก่อนหน้านี้เราเคยมีความสัมพันธ์ดีทำไมเราไม่คุยกัน คุยกันง่ายๆ ครูนะถ้าเห็นในไลน์จะคุยถึงขั้นกราบเลย ครูพูดดีมากเลย เราบอกว่าขอเถอะไม่งั้นสิ่งที่เรามีในนี้เราไม่อยากส่งออกไป เปิดเผย" "การเซ็นยินยอมให้ใช้ภาพเรา ตอนแรกไม่มีการเซ็นนะคะในตอนแรกๆ ตอนได้ใบประกาศนียบัตรไม่มีการเซ็นยินยอม มามีตอนหลังๆ แล้วในนั้นบอกว่าไม่เซ็นยินยอมก็ได้ค่ะ แต่ครูกับน้องเอ๋โดนบังคับให้เซ็นยินยอม ตอนเข้าไปแล้วเขาบอกว่าต้องเซ็นนะคะ เราก็เลยต้องเซ็น เขาบอกว่าจะเอาภาพไปเผยแพร่แต่ว่าเราปรึกษาทนายแล้ว ว่าต่อให้เซ็น แต่ถ้าวันนี้เราไม่ยินยอมขอให้เอาออกได้ แต่ว่าเราเซ็นในตอนท้ายไม่ได้หมายถึงอดีต ปัจจุบัน อนาคตนะ ส่วนวันที่เซ็นแล้วอยากเอาออก เหตุการณ์ผ่านไปประมาณ 1 ปี เท่าที่เห็นเขาก็พยายามเอาออกอยู่นะ นี่ดูสิถ้าเอาออกตอนแรกนะ มันจะเป็นเรื่องไหม มันจะลากมาถึงจุดนี้ทำไมเนี่ย เอาออกก็จบ" "ข่าวที่ครูไปขู่กรรโชกทรัพย์เขา มันเกิดผลกระทบกับครูไหม กับความเชื่อมั่นของลูกศิษย์ ไม่กระทบกับลูกศิษย์ครูเพราะว่าลูกศิษย์ครูมั่นใจในตัวครูมาก แต่ว่าคนที่เป็นเหมือนสเต็ปสอง เพื่อนของเพื่อนก็มีมาถามว่าทำจริงไหม เพราะว่าข่าวออกมาจนน่าเชื่อ ที่ผ่านมาเราเลือกว่าเงียบดีที่สุด แต่ว่ามันไม่ได้ดีที่สุดสำหรับบางกรณีเราเลยต้องออกมาพูด แต่ถ้าถาว่ากระทบงานไหม วันนี้ยังไม่มีใครมาพูดอะไรให้ครูได้ยินในเรื่องงานนะ" "กลัวบานปลายไหม ครูเดาไม่ได้เลย เพราะว่าถ้า กับครูครูพร้อมจบไง แต่เราก็ไม่รู้ว่าทางนั้นอยากจะให้มันเป็นแบบไหน มีอะไรจะพูดอีกไหม ไม่มีนะ ครบแล้ว วันจันทร์ไปด้วยกันไหม ครูอยากให้ไปฟังด้วยกันจัง เรานัดเขาไว้ 09.00 น." "หลักสูตรที่เขาสอนในคลาส สอนให้คิดดีทำดีพูดดี แล้วทำไมถึงมาตีกัน เป็นคำถามที่ดีมาก หลักสูตรสอนให้คิดดีทำดีพูดดีทำไมถึงตีกัน แล้วที่ผ่านมาครูเคยตีกับใครไหม เคยมีเรื่องขึ้นโรงขึ้นศาลกับใครไหม ไม่เคยเลย ถามสิว่าทำไมครูโดนมาปีหนึ่งแล้วทำไมเพิ่งมาพูด มันถึงเวลา อาจารย์ครูบอกว่าถ้าถึงจุดที่ควรต้องพูดก็ต้องพูด" "หลักสูตรที่เรามีคล้ายๆ เขา จะยังสอนอยู่ไหม จะบอกว่าคล้ายทุกสูตร ถ้าจะให้พูดว่าคล้ายนะ เพราะอะไร เพราะเวลาเราสอน การพูดเราก็ต้องว่าข้างในจิตของเรามันมีความกลัวอะไร ถึงพูดออกไป มีสอนจิตวิทยาอยู่ในเลือดของครู มันถ่ายทอดลงในทุกรูปแบบ ฉะนั้นถ้าบอกว่ามีไหม มีทุกคลาส ก็ยังเปิดปกติอยู่ ถ้าต้องตัดคลาสออกเพื่อตัดปัญหา งั้นครูต้องถอดทุกคลาสเลยนะ(ยิ้ม) ทุกคนถ้าเข้าใจวิชามันอยู่ในตัวของคน ไม่มีใครลอกใครได้" ครูเงาะ กล่าว ครูเงาะ รสสุคนธ์ ครูเงาะ รสสุคนธ์ ครูเงาะ รสสุคนธ์ ครูเงาะ รสสุคนธ์ ครูเงาะ รสสุคนธ์

ละครแสบเสน่หา , เรื่องย่อแสบเสน่หา
เสน่หา Diary ตอน แสบเสน่หา /  ละคร แสบเสน่หา / 

แสบเสน่หาบทโทรทัศน์: พิมพ์มาดา พัฒนอลงกรณ์, พิมสิรินทร์ พงษ์วานิชสุข, วีรพล บุญเลิศ, จักรกริช สุพัฒน์ผล, สรวิชญ์ ภิโภมิตรกำกับการแสดง : ธนวัจน์ ปัญญรินทร์ อำนวยการผลิต : ถกลเกียรติ วีรวรรณ, นิพนธ์ ผิวเณร ออกอากาศ: ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.30 น. ช่อง ONE31 เรื่องย่อละคร เสน่หา Diary ตอน แสบเสน่หา ปีย์ (แกงส้ม-ธนทัต) หนุ่มหล่อ แสนดี เป็นที่หมายปองของสาวๆ แต่เขาไม่เคยชายตามองใคร นอกจาก มุกลิน (หนูนา หนึ่งธิดา) เพื่อนสาวที่เขารู้จักมาตั้งแต่ ม.4 มุกเป็นคนน่ารัก เข้าใจและใส่ใจดูแลปีย์ทุกอย่าง ทั้งคู่คบกันมานานถึง10 ปี แล้วในที่สุดปีย์กับมุกก็ตัดสินใจแต่งงานกัน แต่การสร้างครอบครัวมันไม่ง่ายอย่างที่คิด ในคืนก่อนแต่งงานเพียง 1 เดือน เคน (ดีเจ. เจ็ม-ณัฎฐปวินท์),ต้น (เซิน-รัชพงศ์), ปาล์ม(มาร์ท-พงศ์กฤษฎิ์) แก็งค์เพื่อนสนิทได้ลากฤๅษีจำศีลอย่างปีย์ออกมาเที่ยว เพื่อให้ปีย์ได้ใช้ชีวิตโสดให้เต็มที่ก่อนเข้าสู่ประตูวิวาห์ คืนนั้นปีย์สนุกสุดเหวี่ยง จนพาผู้หญิงมานอนที่คอนโดมุกมาพบสภาพปีย์ที่นอนอยู่กับผู้หญิงถึงกับช็อค จนเพื่อนๆ เร่งให้ปีย์ไปง้อมุกแต่ปีย์กลับตอบมาว่าไม่เคยคิดว่าชีวิตจะมีอะไรสนุกๆ ที่เขาไม่เคยเจอมาก่อน ทำให้ปีย์ตัดสินใจขอเลื่อนงานแต่งงานระหว่างเขากับมุกออกไป มุกลินโกรธมากขอยกเลิกงานแต่งงานทันที!! เสน่หา Diary ตอน แสบเสน่หา 2 ปีผ่านไป มุกหายไปจากชีวิตของปีย์ ปีย์ใช้ชีวิตหนุ่มโสดอย่างเต็มที่ เค้ามีสาวๆ ในสต็อกมากมาย รวมทั้ง ส้ม (เบญ-เรวิญานันท์) แอร์โฮสเตสสาวผู้น่ารัก ใสซื่อ และ แพม (ดิว-อริสรา) นางแบบสาวสุดเปรี้ยว ปีย์ใช้ชีวิตเพลย์บอยโดยไม่สนใจสร้างครอบครัวจน ดร.อาทร (เกรียงไกร อุณหะนันทน์) พ่อของปีย์หนักใจ เพราะลึกๆแล้วหมออาทรเองก็ยังเสียดายผู้หญิงดีๆ อย่างมุกลิน แต่โชคชะตากลับเล่นตลกเพราะในงานแต่งงานของเคน ปีย์ได้พบกับมุกอีกครั้ง ปีย์จำมุกแทบไม่ได้ เพราะมุกสวยและดูดีขึ้นมาก บีน่า (รัศมีแข) เพื่อนสนิทของมุกได้เล่าเรื่องราวของมุกให้ปีย์ฟังและได้พูดถึงแฟนใหม่ของมุกว่า ถ้าปีย์รู้ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใครปีย์จะยิ่งอึ้งกว่านี้แน่ และแล้วสิ่งที่ปีย์สงสัยก็กระจ่าง เมื่อบริษัทออกแบบและตกแต่งภายในของปีย์ ถูกเชิญไปเสนอแบบให้กับโครงการสร้างหมู่บ้าน ในเครือ สิรินกรุ๊ป ซึ่งมี จอมทัพ(ไอซ์-ศรัณยู) นั่งแท่นผู้บริหาร และเป็นแฟนใหม่ของมุกนั่นเอง!! ด้วยความหมั่นไส้ที่มุกชอบเยาะเย้ยว่าเลิกกับปีย์แล้วชีวิตดี ปีย์จึงตัดสินใจรับงานนี้ เสน่หา Diary ตอน แสบเสน่หา การกลับมาเจอกันอีกครั้งระหว่างปีย์และมุก ทำให้เขาเห็นความเปลี่ยนแปลงของอดีตคนรักหลายอย่าง จนปีย์เริ่มรู้สึกว่าอยากกลับไปมีมุกลินเหมือนวันเก่า ส่วนแพมก็หึงเมื่อได้รู้ว่าปีย์กับมุกลินเคยเป็นแฟนกันมาก่อน แต่เมื่อได้เจอกับจอมทัพนักธุรกิจหนุ่มแสนรวย แพมก็เริ่มเบนเข็มไปชอบจอมทัพ แพมใช้เสน่ห์หลอกล่อให้จอมทัพตกหลุม จนแอบลักลอบมีอะไรกันโดยมุกลินไม่รู้ แต่สุดท้ายก็ไม่รอดสายตาปีย์เขาขอให้แพมเลิกกับจอมทัพ แต่แพมกลับขอเลิกกับปีย์เพื่อเลือกจอมทัพปีย์ไปคุยกับจอมทัพให้เลิกทำแบบนี้ เพราะไม่อยากเห็นมุกเสียใจอีก จอมทัพรับปากแต่สุดท้ายกลับทำไม่ได้! ปีย์จึงตัดสินใจเอาเรื่องนี้ไปบอกมุก และเดินหน้าขอโอกาสในการดูแลมุกอีกครั้ง เพราะความเจ็บที่ยังฝังอยู่ในใจทำให้มุกลินไม่ยอมใจอ่อน สุดท้าย ปีย์...ชายหนุ่มที่เคยหลงไปกับ เสน่หา ชั่วข้ามคืน จะมีโอกาสได้รับความรักที่มีค่าจาก มุกลิน อีกครั้งหรือไม่? ตามชมได้ใน ซีรีส์ เสน่หา Diary ตอน แสบเสน่หา ออกอากาศวันอังคารที่ 8 สิงหาคมนี้ ทางช่องวัน 31 รายชื่อนักแสดง แสบเสน่หา ธนทัต ชัยอรรถ รับบท ปีย์หนึ่งธิดา โสภณ รับบท มุกลินศรัณยู วินัยพานิช รับบท จอมอริสรา ทองบริสุทธิ์ รับบท แพมรัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น รับบท บีน่าเกรียงไกร อุณหะนันทน์ รับบท ดร.อาทรเรวิญานันท์ ทาเกิด รับบท ส้มณัฎฐ์ปวินท์ กุลกัลยาดี รับบท เคนรัชพงศ์ ทิวะธนเศรษฐ์ รับบท ต้นพงศ์กฤษฎิ์ ศิริเบ็ญจา รับบท ปาลม์ เสน่หา Diary ตอน แสบเสน่หา เสน่หา Diary ตอน แสบเสน่หา เสน่หา Diary ตอน แสบเสน่หา เสน่หา Diary ตอน แสบเสน่หา

แต่งชัวร์ไม่มีชิ่ง!! อ้วน รังสิต ควง ปาร์คฮยอนซอน เผยแพลนวิวาห์ เน้นพิธีเกาหลี (คลิป)
อ้วน รังสิต /  ปาร์ค ฮยอนซอน / 

               แต่งชัวร์ๆ ไม่มีมั่วนิ่มแน่นอนจ้า สำหรับคู่รักลุคเกาหลีอย่างหนุ่มหน้าตี๋ อ้วน รังสิต กับแฟนสาวจากแดนกิมจิ ปาร์คฮยอนซอน เรียกว่าเจอคนที่ใช่ถูกใจคนที่ชัวร์จนได้ หลังจากที่เผยลุคคาสโนว่าให้เห็นซะจนชินตา ซึ่งกับแฟนสาวคนนี้คบหากันมาราวๆ 2 ปีกว่า ก็ได้ฤกษ์จูงมือเข้าประตูวิวาห์ซะแล้ว ก่อนหน้านั้นหลายคนกังขาลุ้นว่าความรักครั้งนี้ของหนุ่มอ้วนจะรอดหรือไม่ ที่ไหนได้ชิ่งตัดหน้าเพื่อนๆ เผยแพลนวิวาห์ซะงั้น ล่าสุดจูงมือแฟนสาวออกอีเว้นท์ครั้งแรกให้ประชาชนได้ยลความงามกันในงาน Grand Opening ACE Languages ที่อาคาร ซีพี ทาวเวอร์สีลม เมื่อวันก่อน พร้อมเผยถึงแพลนแต่งงานที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ให้ได้รับรู้กัน แม้จะยังไม่ได้กำหนดวันที่แน่นอน แต่ดูทรงแล้วคงแต่งชัวร์ ไม่มีชิ่งหนีไปจากสาวเกาหลีคนนี้หรอก เอ้า!! เรื่องราวมันเป็นยังไงไปฟังเจ้าตัวฟุ้งหน่อยจ้า               "วันนี้มางานเฉยๆ ไม่คิดว่าจะมีเป็นทางการขนาดนี้ เขาน่าจะตื่นเต้นครับ บ่นมาตลอดทางเลยว่าวันนี้เขาจะไม่สวย ห่วงเรื่องจะไม่สวย (ยิ้ม) ก่อนมาผมบอกว่าไม่ต้องเตรียมอะไรมาก เขาก็บ่นผมว่าไม่บอกอะไรเลย แล้วมีกล้องด้วยหรอ อะไรแบบนี้ ผมบอกว่าไม่ต้องรู้อะไรหรอก ก็มาแบบถามตอบปกติ เขาก็งอนว่าทำไมไม่บอกอะไรเลย แต่จริงๆ ผมชอบที่เขาเป็นธรรชาติมากกว่า เตรียมตัวเยอะเดี๋ยวไม่ธรรมชาติครับ (เป็นคู่รักต่างภาษาต้องปรับจูนอะไรบ้าง?) ตอนที่รู้จักกันใหม่ๆ ผมเนี่ยไปจีบเขาก่อน แต่ว่าคุยกันไม่รู้เรื่องเลย ผมบอกว่าเราสามารถที่จะค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปกันได้ คุยแรกๆ ก็ไม่ค่อยรู้เรื่องหรอกครับ รู้ทีละนิดๆๆ ถ้าเป็นคนทั่วไปอาจจะยอมแพ้ไปแล้ว มันยากมากเลยครับในตอนนั้น แต่ตอนหลังก็คุยได้มากขึ้น พอเริ่มรู้เยอะก็มีปัญหาเหมือนกัน (หัวเราะ) เขาเริ่มเรียนภาษาเพราะผมเลย จริงๆ เขาเคยเรียนที่เกาหลีมาแล้วด้วย มีคนเกาหลีที่พูดไทยได้สอนเขา และตอนที่เขาได้เรียนกับครู รู้สึกถึงพัฒนาการที่เยอะมากๆ เรียนจากอินเตอร์เน็ตด้วย ทางผมก็จะสอนว่าอย่างนี้ไม่ควรพูดนะ อะไรแบบนี้ (มีโอกาสได้เห็นข่าวดีไหม?) ก็ไม่น่าจะนานมาก คุยไว้แต่ยังไม่รู้ว่าวันไหนชัวร์ ไม่ปีนี้ก็ปีหน้าครับ ช่วงนี้เป็นช่วงวางแผนคุยกัน คิดว่าน่าจะเป็นพิธีที่เกาหลีก่อน งานที่ไทยอาจจะต้องคิดอีกที ทางโน่นเขาดูฤกษ์ไว้ไม่ใช่ทางผมดู (อะไรทำให้มั่นใจว่าผู้หญิงคนนี้คือว่าที่ภรรยา?) อาจจะเป็นไลฟ์สไตล์ ความคิด จริงๆ ความคิดอาจจะมีไม่ตรงกันบ้าง แต่ว่าโดยรวมแล้วมันค่อนข้างที่จะไปในทางที่ดี ก็เลยคิดว่าน่าจะไปกันได้ พ่อแม่ไม่ว่าอะไรครับ เขาตามใจเรา ทางโน่นก็โอเค ตัวเขาเป็นคนที่เข้ากันได้กับทุกคน เรื่องสินสอดทางโน่นเขาไม่ได้เรียก เพราะเขาไม่มีพิธีแบบบ้านเรา โดยปกติถ้าเป็นผู้ชายจะเตรียมบ้าน ผู้หญิงจะเตรียมในเรื่องของเฟอร์นิเจอร์ ผมพูดเกาหลีไม่ได้เลยไม่ค่อยได้ไปช่วยตรงนั้น เท่าที่รู้เหมือนจะไปจองสถานที่ แล้วก็อาจจะเป็นเรื่องของเสื้อผ้า ถ่ายรูป ตอนนี้ต้องรอวันว่าจะลงวันไหนชัวร์ ถ้ารู้วันแล้วอาจจะบินไปก่อนสักเดือนหนึ่งอะไรแบบนี้ครับ (แต่งแล้วแพลนว่าจะไปใช้ชีวิตที่ไหน?) คิดว่าน่าจะอยู่ที่ไทยครับ เพราะที่เมืองไทยอาจจะอยู่ได้ง่ายกว่า (จดทะเบียนสมรสไหม?) จริงๆ ผมเคยถามแล้วว่าเราจะไปจดทะเบียนสมรสกันก่อนไหม เพราะว่าเวลาเข้าออกไทยจะได้ง่าย แต่พอไปเช็คเรื่องของรายละเอียดแล้วมันค่อนข้างเยอะเหมือนกัน ก็เลยคิดว่ายังเป็นเรื่องรองอยู่ เดี๋ยวค่อยคิดอีกทีครับ จริงๆ ยังไม่ได้ตกลงวันกันเลย (ยิ้ม)" อ้วนกล่าว   ปาร์คฮยอนซอน - อ้วน รังสิต   ปาร์คฮยอนซอน - อ้วน รังสิต   ปาร์คฮยอนซอน   ปาร์คฮยอนซอน - อ้วน รังสิต   ปาร์คฮยอนซอน - อ้วน รังสิต   ปาร์คฮยอนซอน - อ้วน รังสิต   ปาร์คฮยอนซอน - อ้วน รังสิต    

แต้วแฮปปี้! นาคี รีรันรอบ 3 ปัดเป็นนางเอก ช่วยกู้วิกฤตเรตติ้งช่อง
ข่าว แต้ว ณฐพร /  นาคี

  กวาดรางวัลไปเยอะมากสำหรับละครดังแห่งปีของช่อง 3 อย่าง นาคี จนทางช่องต้องกลับเอามารีรันเป็นรอบที่ 3 แถมยังโดนเม้าท์มอยหนักว่าทางช่องเอาละครนาคี มากู้เรตติ้งของช่อง หลังจากที่ช่วงหลังๆ เรตติ้งละครช่อง 3 ติ่งลงไปหลายเรื่อง ล่าสุดนางเอกสาว แต้ว ณฐพร ก็เดินทางมาร่วมงานเปิดตัวกิจกรรม ซานริโอคาแรคเตอร์และกล่องสมบัติที่หายไป ซึ่งพอเจ้าตัวทราบข่าวว่าละครนาคีจะมารีรัน เจ้าตัวก็แฮปปี้ ที่ทางช่องเลือกละครเรื่องนี้กลับมาฉายอีกครั้ง   "เป็นการกลับมาแต่คนละเวลา อาจจะให้คนที่ว่างดูในช่วงนั้นได้ดู ก็ดีใจค่ะที่ทางช่องหยิบงานละครที่เรามีส่วนร่วมกลับขึ้นมาอีกครั้ง ถามว่าเรามากู้วิกฤตเรตติ้งช่องไหม แต้วว่าไม่หรอกค่ะ แต้วไม่ใช่ซุปเปอร์วูแมนไหม อาจจะมีกระแสให้เรากลับมาหรือเปล่าแต้วไม่แน่ใจ มันคงเป็นเวลาที่ประจวบเหมาะกันกับผลงานใหม่ของเราที่กำลังจะออก ซึ่งตื่นเต้นมากที่จะได้ออนแอร์สำหรับเรื่อง ราคนครา ส่วนตัวแล้วแต้วก็กดดันทุกๆ เรื่องค่ะ แต่เราก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากรอดูผลตอบรับว่าเป็นอย่างไร เรตติ้งอาจจะด้วยพฤติกรรมการดูของคนที่เปลี่ยนไปหรือเปล่า แต้วก็ไม่แน่ใจ แต่สำหรับเรื่องที่ออนแอร์อยู่ตอนนี้ แต้วก็ว่าสนุก และมีกระแสที่ดีมากๆ ด้วย เราคงไม่ถึงกับมากู้เรตติ้ง แค่ออกมาแล้วมีคนชื่นชอบมีคนรอดู เราก็ทำเต็มที่ที่สุดก็รู้สึกว่าพอแล้ว" ภาพจากอินสตาแกรม @taewaew_natapohn วันแม่ที่ผ่านมาเห็นจัดทริปไปเที่ยวกัน   "เป็นทริปวันว่าง มันอัดอั้นมาตั้งแต่ต้นปี เราทำงานติดๆ กัน เปิดตารางงานดูแล้วแบบแทบไม่มีวันหยุดที่จะได้ไปต่างจังหวัดเลย พอดี 3 วันนั้นเราว่างติดกันเลยต้องไปสักหน่อย เป็นทริปเซอร์ไพรส์ เราก็เซอร์ไพรส์ตัวเองเหมือนกันว่าจะไปไหน คือต้องไปให้ได้ สุดท้ายก็ได้ไปจังหวัดตราด คือพอรู้วันว่างปุ๊บเราก็โทรหาคนที่มีความเป็นไปได้ที่จะไป ทุกคนก็โอเค บางคนก็โดนงานกันบ้าง" อย่างต้นเขาทำงานประจำต้องลางานไหม  "อุ้ย! ขอโทษ เขาอาจจะป่วยแล้วมาได้พอดี เราก็ต้องดูแลนิดหน่อย เป็นทริปที่เรากะไปสโลไลฟ์ ไม่ได้ออกไปเที่ยวที่ไหน ไปอยู่เฉยๆ นอนเล่นๆ ซึ่งก็ได้นอนจริงๆ เพราะมรสุมเข้าไปไหนไม่ได้เลย เราก็นอนมองเพดานมองฟ้าไป เห็นว่าเหมาลำเครื่องบินไปด้วย  "เป็นบริการของโรงแรมอยู่แล้วค่ะ กรุ๊ปเราพอดีลำพอดีก็เลยจำเป็นต้องเหมาลำ ค่าใช้จ่ายเราก็หารๆ กัน แต้วไม่ได้จ่ายคนเดียวเราก็ช่วยๆ กัน แต้วเป็นแม่งานในการจัดงานเฉยๆ เราก็ชักแม่น้ำทั้งห้า กว่าจะไปกันได้เพื่อให้เต็มลำ ทริปนี้เราก็ขนล่วงเหมือนกัน(หัวเราะ) จริงๆ แล้วเราเหมาลำแค่ขากลับค่ะ"

แม่นเว่อร์!! เฟี้ยว์ฟ้าว รำดีดไหซอง ใบ้เลขเด็ดตรงเป๊ะ!!
เฟี้ยว์ฟ้าว /  เฟี้ยว์ฟ้าว สุดสวิงริงโก้ / 

  เรียกได้ว่าคอหวยได้เฮไปตามๆ กัน!! สำหรับบรรดาแฟนคลับหรือเซียนหวยที่คอยติดตามความเคลื่อนไหวของนักแสดงสาวอารมณ์ดีแถมยังมีชื่อแปลกอย่าง เฟี้ยว์ฟ้าว สุดสวิงริงโก้ หรือ อิม อชิตะ หลังจากถูกหวยรวยเบอร์ติดต่อกันมาหลายงวด ล่าสุดงวดนี้ 1สิงหาคม 2560 สาวเฟี้ยว์ฟ้าว ก็จัดใบ้เลขเด็ดพอกรุบกริบด้วยการโพสต์ภาพท่ารำดีดไหซองที่เรียงรายอย่างสุดสวิงริงโก้ พร้อมกับระบุข้อความว่า   “หูย!!!..ถ่าย #รายการซุปตาร์พาทัวร์...จับมือ บุกบ้านหมอลำ!!!.. ทั้งดีด ทั้งโซ้ย ทั้งตำ ปลาล้าา... มาเลยๆเพ่จัดเต็ม ... #เพื่อนๆเคยดีดไห กันป้าว..เน้อ?”   ซึ่งหลังจากผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลเลขท้าย 2 ตัวของงวดนี้คือ 36 ด้าน เฟี้ยว์ฟ้าว ได้เข้ามาเฉลยในคอมเม้นท์ที่ตนได้ใบ้เลขเด็ดเอาไว้ในอินสตาแกรมส่วนตัวว่า   “ตั้งใจบอกละเน้อ!!! เพราะเมื่อคืนฝัน เลยตั้งใจบอก #แต่ก็บอกตรงๆไม่ได้เพราะไม่รู้ว่าชัวร์รึเปล่า..เลยให้เพื่อนๆช่วยกัน เพราะขึ้นอยู่กับโชคชะตา ของใครคนนั้น #มือจีบเป็น3 ไห มี6ลูก ขอให้โชคดีเน้อ... ครั้งนี้ที่ตอบยาวๆ เพราะ เมื่อคืนฝันถึงพญานาค ที่ #พระพุทธเจ้าทันใจองค์ที่109 ..อนุโมทนาบุญ”   และยังได้โพสต์ภาพสลากกินแบ่งรัฐบาลซึ่งถูกรางวัลเลขท้าย 2 ตัว 36 จำนวน 10 ใบ และถูกรางวัลเลขท้าย 3 ตัว 989 จำนวน 5 ใบ พร้อมระบุข้อความถึงปาฎิหาริย์ครั้งนี้ โดยจะนำเงินที่ได้ไปสร้างพระพุทธเจ้าทันใจองค์ที่ 109 ที่ จ.เชียงใหม่ อีกเช่นเคย   “ศักดิ์สิทธิ์แท้ๆ พ่อพญานาคเอ๋ย แม่พญานาคเอ๋ย!! ท่านแสดงปาฏิหาริย์ให้กับ เฟี้ยว์ฟ้าว จริงๆ..**ตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้**..#ที่ตั้งใจอ้อนวอนขอ.. สร้างท่าน.....ที่ #พระพุทธเจ้าทันใจองค์ที่109 .."" #เมื่อคืนก็ได้ฝันถึงท่าน ....และ #ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น.. อนุโมทนาจะนำเงินขึ้นไปสร้างท่าน ตามสัจจะ ที่ให้ไว้เมื่อครั้งไปปฏิบัติธรรมที่ #พระพุทธเจ้าทันใจองค์ที่109 ม.11 ต.น้ำแพร่ อ.หางดง จ.เชียงใหม่ สาธุ”   แหม!! ถูกหวยรัวๆ แบบนี้ เป็นความเชื่อเฉพาะบุคคลโปรดใช้วิจารณญาณในการรับชมด้วยจ้า!! ขอบคุณภาพจาก IG feawfoaw

หลีกทางแม่!! อั้ม พัชราภา ออกงานรางวัลในรอบหลายปี ซิวนำหญิง MAYA AWARDS 2017
อั้ม พัชราภา /  มายามหาชน / 

  กลับมาอีกครั้งกับงานประกาศผลรางวัลอันทรงเกียรติ ของคนในวงการบันเทิงทุกแขนง "มายามหาชน MAYA AWARDS 2017" โดยผลโหวตมาจากคนไทยทั้งประเทศ ซึ่งปีนี้จัดขึ้นที่ @CDC Crystal Grand BallRoom ถนนประดิษฐ์มนูธรรม(เรียบทางด่วนรามอินทรา) โดยมีเหล่าศิลปินดาราตบเท้าเข้ารับรางวัลและร่วมเดินพรมแดงกับมากมาย ซึ่งปีนี้ด้านนางเอกซุปตาร์ตัวแม่ อั้ม พัชราภา ออกงานรางวัลเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี แถมยังซิวดารานำหญิง ขวัญใจมหาชน จาก “เพลิงพระนาง” ช่อง 7 ไปครองอีกด้วย ด้าน เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข คว้ารางวัลดารานำชาย ขวัญใจมหาชน จากละคร “บ่วงหงส์” ช่อง 3 และผลรางวัลต่างๆ มีดังต่อไปนี้ ผลรางวัล มายามหาชน MAYA Awards 2017 มีดังนี้ รางวัลดาราสมทบหญิง ขวัญใจมหาชน ได้แก่ ยุ้ย จีรนันท์ มะโนแจ่ม จาก “เพลิงพระนาง” ช่อง 7 รางวัลดาราสมทบชาย ขวัญใจมหาชน ได้แก่ อ๊อฟ ชนะพล สัตยา จาก “ริษยา” ช่อง 7 รางวัลดาราดาวรุ่งหญิง ขวัญใจมหาชน ได้แก่ แคท ซอนญ่า สิงหะ จากละคร “ลูกตาลลอยแก้ว ช่อง 7” รางวัลดาราดาวรุ่งชาย ขวัญใจมหาชน ได้แก่ สิงโต ปราชญา เรืองโรจน์ จากละคร “โซตัสเดอะซีรีส์ ช่อง ONE รางวัลผู้ประกาศข่าวหญิง ขวัญใจมหาชน ได้แก่ ศรีสุภางค์ ธรรมาวุธ ช่อง 7 รางวัลผู้ประกาศข่าวชาย ขวัญใจมหาชน ได้แก่ ไก่ ภาษิต อภิญญาวาท ช่อง 3 รางวัลพิธีกรหญิง ขวัญใจมหาชน ได้แก่ ซี ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์ จากรายการ “Daily C3” ช่อง 3HD รางวัลพิธีกรชาย ขวัญใจมหาชน ได้แก่ กันต์ กันตถาวร จากรายการ “The Mask Singer” เวิร์คพอยท์ รางวัลบทละครโทรทัศน์ยอดเยี่ยม ได้แก่ ละคร “เรือนพยอม” ทางช่อง 7 บทโดย เริงใจ รางวัลผู้กำกับละคร ขวัญใจมหาชน ได้แก่ โอริเวอร์ บีเวอร์ จากละคร “มือเหนือเมฆ” ช่อง 7 รางวัลละครยอดนิยม ขวัญใจมหาชน ได้แก่ ละคร “เพลิงพระนาง” โดย กันตนา ทางช่อง 7 รางวัล The Best Come Back Star แห่งปี 2560 ได้แก่ สุวนันท์ คงยิ่ง จากละคร “น้ำเซาะทราย” ทางช่อง 7 HD รางวัลดาราหญิงเจ้าเสน่ห์ ขวัญใจมหาชน แห่งปี 2560 ได้แก่ ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ รางวัลดาราชายเจ้าเสน่ห์ ขวัญใจมหาชน แห่งปี 2560 ได้แก่ นาย ณภัทร เสียงสมบุญ รางวัลดาราคู่ขวัญ (คู่จิ้น) ขวัญใจมหาชน แห่งปี 2560 ได้แก่ คริส พีรวัส, สิงโต ปราชญา รางวัลดาราสาวเซ็กซี่ ขวัญใจมหาชน แห่งปี 2560 ได้แก่ จั๊กจั่น อคัมย์สิริ ศุวรรณศุข รางวัล Rising Star ดาราหญิงมาแรง แห่งปี 2560 ได้แก่ มิลลี่ คามิลล่า กิตติวัฒน์ รางวัล Rising Star ดาราชายมาแรง แห่งปี 2560 ได้แก่ นน ธนลภย์ ปรีดามาโน รางวัลเพลงประกอบละครยอดนิยม ขวัญใจมหาชน ได้แก่ เพลง “กลับมา” โดย “เอ๊ะ จิรากร” จากละคร “ชะนีผีผลัก” ช่องเวิร์คพอยท์ รางวัลคนโทรทัศน์เกียรติยศ แห่งปี 2560 ได้แก่ ปัญญา นิรันดร์กุล รางวัลสถานีโทรทัศน์ดิจิทัลยอดนิยมอันดับ 1 แห่งปี 2560 ได้แก่ Work Point ช่อง 23 รางวัลรายการทีวีที่มีเรตติ้งสูงสุด แห่งปี 2560 ได้แก่ รายการ “กิ๊กดู๋ สงครามเพลง” ทางช่อง 7 สี รางวัลสถานีข่าวโทรทัศน์ยอดเยี่ยม แห่งปี 2560 ได้แก่ TNN24 ช่อง 24 รางวัลรายการทีวีที่สร้างกระแสสังคม แห่งปี 2560 ได้แก่ รายการ “The Face Thailand 2017” รางวัลวิเคราะห์ข่าวดีเด่น แห่งปี 2560 ได้แก่ วาสนา นาน่วม จากช่อง Spring News รางวัลละครสร้างสรรค์สังคมยอดเยี่ยม แห่งปี 2560 ได้แก่ ละคร น้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์ ทางช่อง 3 รางวัล Best Healthy Star หรือรางวัลดาราที่สุขภาพดี แห่งปี 2560 ได้แก่ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ รางวัล Best Program of The Year หรือรางวัลรายการทีวีที่มาแรงที่สุด ขวัญใจมหาชน แห่งปี 2560 ได้แก่ The Mask Singer หน้ากากนักร้อง จาก Workpointช่อง 23 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017

ตาล ลีโอเกิร์ล เปิดใจทั้งน้ำตาอโหสิฯให้ ชาคริต!! ตัดพ้อถูกด่ามโนไปเองยันมีหลักฐานชัดเจน!!
ชาคริต แย้มนาม /  ข่าว ชาคริต แย้มนาม / 

  ยังคงเป็นกระแสให้ติดตามกันได้ตลอดๆ สำหรับพระเอกหนุ่มไม้เลื้อย ชาคริต แย้มนาม กับอดีตนางแบบสาวเซ็กซี่ ตาล ลีโอเกิร์ล หรือ ตาล สรัญญา หลังจากที่ฝ่ายหญิงออกมาแฉเชิงปรึกษาผ่านรายการวิทยุชื่อดังว่าเคยคบกับ พระเอก K แต่พอมีข่าวขึ้นมากลับถูกพระเอกดังเทซะงั้น แถมยังมีไลน์หลุดออกมายืนยันความสัมพันธ์ให้ฝ่ายชายดิ้นไม่หลุดอีก ซึ่งทำให้ ชาคริต แย้มนาม ต้องยกเลิกงานกะทันหันโดยอ้างว่าคุณแม่ป่วย โดยในขณะเดียวกัน ด้าน ตาล สรัญญา ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านรายการทีวียอมรับว่าผู้ชายที่ตนกล่าวถึงนั้นคือ ชาคริต จริง ซึ่งฝ่ายชายทำให้ตนรู้สึกว่าเป็นคนพิเศษ พร้อมกับยืนยันว่าไม่ได้มโนไปเอง และขอโทษที่ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายซึ่งตนไม่ได้มีเจตนาทำร้ายฝ่ายชายใดๆ ทั้งสิ้น   หลังจากผ่านมาร่วมเดือนด้าน ชาคริต ก็ได้ออกมาไขข้อข้องใจกับสื่อมวลชนเป็นครั้งแรกถึงประเด็นดังกล่าว ยอมรับรู้จักกันจริงเพราะเจอกันตามงานต่างๆ ซึ่งฝ่ายหญิงได้เข้ามาให้กำลังใจตน และตนก็ให้คำปรึกษาถามสารทุกข์สุกดิบกลับโดยไม่ได้ให้ความหวังอะไร ย้ำคุยแบบเพื่อนแบบน้องแค่เดือนเดียว ยันไม่ได้คบเพราะโสดมาตลอดตั้งแต่เลิกกับภรรยา พร้อมกับอโหสิกรรมให้ในเรื่องที่เกิดขึ้น ต่อไปนี้คงไม่มีเหตุผลที่จะต้องเจอกันอีก   ล่าสุดวันนี้ (8ส.ค.60) ด้าน ตาล สรัญญา หรือ ตาล ลีโอเกิร์ล ได้เดินทางมาอัดรายการยิ่งศักดิ์ยิ่งแซ่บ พร้อมกับเปิดใจทั้งน้ำตาย้ำชัดตนไม่ได้มโนไปเอง เพราะมีหลักฐานทุกอย่าง ทั้งข้อความ แชทไลน์ และคลิปเสียง แต่เหตุที่ออกมาพูดอีกครั้งเพื่อต้องการให้แง่คิดกับผู้หญิงคนอื่นๆ รับตนได้ส่งข้อความขอบคุณเชิงประชดประชันและตัดพ้อไปหาฝ่ายชายจริง หลังได้ฟังฝ่ายชายให้สัมภาษณ์ แต่อีกฝ่ายไม่ได้ตอบกลับอะไรกลับมา แจงเหตุที่ตนโพตส์ข้อความ "พี่แม่งโคตรไม่แมนเลยวะ" เพราะตอนนั้นรู้สึกเช่นนั้นจริงๆ ที่คนมารุมด่าตน ตอนนี้ตนไม่ได้ติดต่อกับฝ่ายชายเพราะไม่รู้จะติดต่อกันไปอีกทำไม และคงอโหสิกรรมกลับไปเช่นกัน ซึ่งคำว่า "อโหสิ" ส่วนตัวแล้วไม่ใช่คำแรง แต่รู้สึกเหมือนกับเป็นการอภัยให้กันมากกว่า!!   "จริงๆ วันนี้ก็พูดถึงเรื่องของเราเองซะส่วนใหญ่ ไม่ได้พูดถึงใครมาก (ถ้าย้อนไปที่โพสต์ครั้งล่าสุดหมายถึงพี่เขาเป็นความรู้สึกอย่างไร?) เป็นความรู้สึก ณ ตอนนั้นที่เราอ่านข่าวอ่ะค่ะ ก็เลยโพสต์ไปอย่างนั้น ตอนนั้นก็รู้สึกเสียใจนะคะ แล้วก็รู้สึกไม่ค่อยดี เราก็เลยโพสต์ไปแบบนั้น คือไม่คิดว่าพี่เขาจะใช้คำบางคำกับเราอย่างนี้ค่ะ ก็เลยรอให้ชัวร์ก่อน หลอนอ่ะค่ะ คำนี้รู้สึกแบบว่าหลอนอะไรเรา"   "(ย้อนไปกลับถึงความสัมพันธ์กับชาคริต มันมากกว่าคำว่าพี่น้องหรือผู้ร่วมธุรกิจกันหรือเปล่า?) ถ้าเกิดในมุมของตาล ตาลคิดว่าก็พิเศษนะคะ สนิทในระดับหนึ่ง ใช้คำนี้ดีกว่า (ปรึกษาเรื่องธุรกิจ) เรื่องนี้ก็มีค่ะ ช่วงแรกๆ แล้วมีเรื่องอื่นทั่วๆ ไปด้วยในระยะเวลาที่คุยกันมา นอกจากธุรกิจก็เริ่มมีเรื่องส่วนตัวของเรา ชีวิตประจำวันของทุกๆ วัน ก็เรื่องทั่วไปด้วย มันก็มากกว่าคำว่าธุรกิจอยู่แล้ว"   "(บางตอนเขาบอกว่าเราส่งสังฆทานไปแค่อนุโมทนาสาธุแค่นั้นเอง ไม่ได้มีอะไรเกินกว่านั้น?) อันนั้นเป็นรายละเอียดยิบย่อยในการคุยอยู่แล้ว บางทีก็มีบ้างที่พี่เขาบอกไปทำบุญเหมือนกัน เราก็อนุโมทนาบุญให้เหมือนกัน มันก็เป็นชีวิตประจำวันของหลายๆ วันที่ต่างคนต่างไปทำบุญอ่ะค่ะ (คำพูดไหนที่เรารู้สึกว่าเขารู้สึกดีกับเรามีความเป็นพิเศษต่อกัน?) ก็มีการเป็นห่วงเป็นใยกัน ถ้าจะให้ระบุคำพูดเลย ถ้าบางทีเดี๋ยวเราพูดผิดเพี้ยนไป ก็ถามสารทุกข์สุกดิบ เจอกันบ้างอะไรอย่างนี้ค่ะ ก็มีนะ ประมาณว่า เรามารู้จักกันก็อย่าหายไปจากชีวิตกันและกัน คือบางครั้งมันไม่จำเป็นต้องบอกรักกันหรอก พูดอย่างนี้มันก็รู้สึกดีนะว่าอย่างน้อยไม่ว่าจะฐานะไหนก็อย่าเดินออกไปจากชีวิตกัน มันมาเจอเป็นเพื่อนหรือเป็นพี่น้องกันมันก็ดี ก็มีเยอะอ่ะค่ะ จริงๆ ก็สักพักนะคะ นอกจากจะมีเรื่องข่าวหรือภาพหลุดออกไปครั้งแรกเลยค่ะ แล้วก็ยังมีการทักทายกันอยู่บ้าง ยังไม่ได้เชิงแบบเลิกคุยเรื่องอื่นต่อกันไปเลย"   "(ตอนนี้มันกลายเป็นแบบว่าเราเกาะกระแส?) ทุกวันนี้ก็ยังทำงานเหมือนเดิมอยู่นะคะ ไม่ได้มีอะไรเพิ่มขึ้นมากมาย ไม่ได้มีใครติดต่อมาให้ไปเล่นหนังหรือเล่นละคร แถมรายได้ยังจะหดด้วย โพสต์ขายของอะไรไม่ได้เลยตอนนี้ (แสดงว่ามันกระทบกับเรามาก?) จริงๆ มันก็ไม่ได้เชิงมากนะคะ แต่เราก็คิดว่าให้มันสักพักก่อนดีกว่า เพราะช่วงนั้นมันยังรุนแรงเหลือเกิน เวลาเราโพสต์อะไรก็มีคนมาว่า เลยคิดว่าไม่อยากให้มีเรื่องของงาน แต่ลูกค้าหรือออเดอร์ก็ยังปกติ"   "(รู้สึกว่าเราพลาดไหมที่เป็นคนเริ่มเรื่องจากการโทรไปปรึกษาในรายการ?) ก็มีความรู้สึกนึดๆ นะคะ รู้สึกเหมือนกัน แต่เราไม่ได้มีเจตนา ตั้งใจจะให้คนอื่นเขารู้ว่าเป็นใคร แต่เราอาจะผิดเองที่อาจจะบอกข้อมูลเยอะไปหน่อย (ความสัมพันธ์จบไปแล้ว ทำไมเราถึงยังไม่จบ?) จริงๆ ตัวเขาเองก็เหมือนจะไม่ได้พูดด้วยแหละค่ะ ว่าไม่คุยหรือไม่อะไร มันก็เลยเป็นอะไรที่ค้างคาใจเราด้วย ณ วันนี้เราก็ทราบแล้วแหละค่ะ ว่ามันคืออะไร (แสดงว่าตอนที่คุยกันก็ไม่ได้ตกลงว่าเป็นแฟนกันอย่างชัดเจน?) ตาลรู้สีกว่า พอเราเริ่มอายุมากขึ้น มันไม่มีใครหรอกว่าคุยกันอย่างนี้แบบเราเป็นแฟนกันนะ แล้วคำพูดพวกนี้หนูไม่ได้ใช้มานานมากแล้วค่ะ มันเป็นการเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่ดีไม่ว่าจะในฐานะไหน ตอนแรกเราก็ไม่ได้คิดที่จะไปบอกใคร คนรู้ก็แค่เพื่อนเราหรืออะไรอย่างนี้เฉยๆ แล้วทุกคนก็ไม่ได้พูด แล้วเราก็เป็นคนพูดกับเพื่อนๆ ด้วยซ้ำว่า ไม่ต้องไปบอกใครรู้กันแค่นี้"   "(รู้สึกยังไงพอเขาพูดว่า ผมถ่ายรูปกับใครคนนั้นต้องเป็นเมีย?) คำนี้หนูก็รู้สึกเหมือนกันว่า ไม่ว่าหนูจะไปออกรายไหนหรือว่าพูดกับใคร หนูก็ยังไม่เคยใช้คำว่าหนูเป็นเมียพี่เขาเลยนะคะ ไม่ได้ระบุสถานะค่ะ หรือจะเป็นพี่เป็นน้อง เป็นเพื่อนหรือเป็นอะไรก็ได้ หนูฟังหนูก็คิดว่า หนูไม่ได้ออกตัวว่าหนูคบกับพี่เขาเป็นแฟนนะ แต่หนูก็ไม่รู้ว่าความรู้สึกของพี่เขา ณ ตอนนั้น คิดอะไรอยู่ก็ไม่รู้นะคะ (เห็นว่าซื้อหมอนให้ด้วย?) ก็เขาทำงานหนักใช้ชีวิตบนรถซะส่วนใหญ่ ก็ไปเจอหมอนเกี่ยวกับสุขภาพ มันดีอ่ะค่ะเราเลยนึกถึง แต่เราก็ซื้อให้พ่อเราแล้วก็ให้พี่เขาด้วย แต่เราไม่รู้ว่าเขาเอาไปทิ้งหรืออะไร"   "(วันที่พาครอบครัวไปกินข้าวนี่คือ เพื่อจะเปิดตัวว่านี่เป็นคนที่เราคุยด้วย?) ก็ไม่ได้จะเปิดตัวนะคะ ไม่เชิงเปิดตัว เราเคยไปทานแล้ว แต่ไม่ได้มีครอบครัว คราวนี้เราก็รู้ว่าอาหารบ้านเขาอร่อย ก็ไปพูดกับน้องชายว่า เดี๋ยวไปกินข้าวร้านพี่เขากัน ก็เลยหาวันว่างไปกัน ไปกินข้าวที่ร้านพี่แล้วก็ ณ ตอนนั้นคือ คุณพ่อคุณแม่ เขาก็ชอบดูซิทคอมของพี่เขาอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ได้ดี๊ด๊าก็ไปทานปกติ แล้วเราก็เป็นคนจ่ายตังค์เองด้วย ไม่ได้มีใครเลี้ยงเรา (แล้วเราแนะนำยังไง?) คือตัวพี่เขาเองทราบว่าเราจะไปทานข้าว มีการนัดกัน พอไปถึง พี่เขาก็เดินมาที่โต๊ะ ก็มีการนั่งคุยถ่ายรูป คุยกับคุณพ่อคุณแม่ (บอกไหมว่าพี่คนนี้พิเศษแค่ไหน?) ก็ไม่ได้แนะนำ ก็แค่บอกว่าอันนี้พ่อเรา อันนี้แม่เรา พี่เขาก็ให้มารยาทที่ดี ยกมือไหว้ ไม่ได้พูดชื่อเขาก็รู้อยู่แล้วว่าเป็นใคร ตาลเองก็ไม่ได้เล่าให้ที่บ้านฟังเท่าไหร่ แต่ก็พอทราบว่าเรามีไปทานข้าวกัน รู้จักกัน (ณ วันนี้ที่บ้าน ถามไหมสรุปแล้ว วันนั้นคืออะไร?) ก็มีค่ะ ว่ามันอะไรค่ะ ใครมาด่า ก็บอกว่าไม่มีอะไรหรอกช่างมันเถอะ พูดตรงๆ นะคะที่บ้านแทบไม่มีใครพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย เพราะว่าเราก็โตแล้ว ในเมื่อมันเกิดขึ้นเราก็ต้องจัดการเอง ให้มันจบๆ ไป"    "(ที่บอกว่าก่อนหน้านี้ค้างคาตอนนี้คือยังไง?) ไม่ค้างคานะคะ เคลียร์สุดๆ ค่ะตอนนี้ ถ้าจำไม่ผิดเขาบอกว่าไม่มีความจำเป็นต้องเจอเรา (ตัวเราล่ะ เห็นบอกว่าส่งแมสเสจ?) ก็ขอบคุณเกี่ยวกับคำสัมภาษณ์ของเขาว่า ขอบคุณนะคะที่ตอบคำถามได้ดีมากๆ เลย หนูซึ้งมากๆ เลยค่ะ กับการตอบคำถาม (ไม่ได้ประชดใช่ไหม?) ก็มีบ้างนะคะ ต้องยอมรับว่ามีบ้างที่เราส่งไป (แล้วพี่เขาตอบกลับไหม?) ไม่ค่ะ ไม่ตอบ แต่เราก็แค่ให้เขารู้ว่าเรารู้สึกแบบนี้นะ (หลังจากนั้นเราก็โพสต์ว่า พี่แม่งโคตรไม่แมนเลยว่ะ?) ก็มีคนใช้เยอะเหมือนกันนะ เท่าที่เห็นนะคะ ตอนที่เราโพสต์ไปตอนนั้น มันเป็นความรู้สึกของเรา ณ ตอนนั้นว่าแบบคือคำบางคำที่เราได้ยิน พี่ไมตอบอย่างนี้วะ ก็เลยโพสต์ไป"   "(มีร้องไห้ในรายการ ที่มีคนมาด่า ด่าว่ายังไงบ้าง?) จริงๆ ก็ไม่ค่อยได้อ่านเท่าไหร่นะคะ มีแว๊บๆบ้าง เราพอเดาออกอ่ะค่ะว่าเขาด่าเราว่าอะไรประมาณไหน แต่ตอนที่อยู่ในรายการอยู่ดีๆ มันก็ร้องออกมาเอง พอมันนึกถึง ทำไมเราต้องมาเป็นอย่างนี้ เราอยู่ดีๆ ของเราก็ดีอยู่แล้ว ทำไมมันเกิดอะไรขึ้นกับเรา ก็นึกถึงความรู้สึกของตัวเรา ณ ตอนนั้น แล้วพอเรามารู้ว่า แบบนี้ก็เสียใจ (ถ้าย้อนเวลากลับไปอยากจะรู้จักกับเขาไหม?) จริงๆ ก็ได้นะคะ พี่เขาทำให้เราได้เห็นอะไรหลายๆ อย่าง ทุกมุมที่เราไม่เคยได้เรียนรู้ แล้วก็ให้ข้อคิดเราเยอะ (แสดงว่ามีเพื่อนเตือนเยอะเรื่องของเขา?) เพื่อนก็ไม่ยุ่งนะคะ เพื่อนสนิทมีเจอเขาแค่คนเดียวเอง แต่พอมีข่าวเพื่อนก็ให้กำลังใจไม่ต้องคิดมาก ไม่มีใครถามดีเทลลึกเลย ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่ไม่รู้จักเราที่พิมพ์ไปเยอะๆ"   "(หลังจากนี้คือจะไม่ติดต่อแล้วเลย?) หนูไม่รู้จะติดต่อกันไปทำไม ตอนนี้เราก็ได้รู้แล้วว่าเขาคิดยังไงกับเรา มันก็ไม่มีอะไรที่เราต้องถาม เขาบอกอโหสิกรรมให้เรากรรม คนอาจจะฟังว่ามันดูรุนแรง แต่จริงๆ แล้วมันไม่ได้ดูรุนแรงเลย หนูก็คงอโหสิกรรมให้เขาเหมือนกัน คำว่าอโหสิกรรม คือการให้อภัยกันมากกว่าในสิ่งที่เกิดขึ้น เขาทำแบบไหนมา หนูก็ทำแบบนั้นกลับ (สุดท้ายสิ่งที่หนูพูดไปยืนยันว่าไม่ได้มโนหรือว่าคิดไปเอง?) ไม่ได้มโนค่ะ แล้วก็ไม่ได้คิดไปเองทุกๆ เรื่องที่ตาลพูดไป (มีหลักฐานชัดเจน?) มีทุกอย่างแต่ว่าไม่จำเป็นต้องเอามาบอกหรอกเนาะ ตัวเราเองเท่านั้นที่รู้ทุกอย่าง"   "(อยากบอกอะไรกับเขาไหม?) ก็ขอบคุณในทุกๆ เรื่องอ่ะค่ะ อย่างที่บอกพี่เขาก็สอน ณ ตอนที่เราคุยกัน สอนเรื่องธรรมอะไรหลายๆ อย่าง ให้ความรู้ในสิ่งที่เราไม่เคยรู้และการใช้ชีวิตหลังจากนี้ไป แค่นั้นไม่มีอะไรมาก (เห็นบอกว่าไม่อยากออกสื่อทำไมวันนี้ตัดสินใจมา?) เป็นที่เดียวที่มา เพราะว่ารู้สึกว่าวันนี้ที่มาพูด ไม่ได้มาพูดพาดพิงหรือพูดถึงใคร จะพูดในมุมของเราแล้วก็อาจจะเป็นข้อคิดให้กับผู้หญิงหลายๆ คนที่แบบกำลังเจอแบบเราหรือโดนแบบเรา หรือไม่ต้องเจอต้องโดนอะไรก็ได้ ก็คือเป็นข้อคิด (กลัวมันไม่จบไหม?) คงไม่ยืดเยื้ออ่ะค่ะ เพราะว่าตาลก็ไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว" ตาล สรัญญา ตาล สรัญญา ตาล สรัญญา ตาล สรัญญา ตาล สรัญญา ตาล สรัญญา ตาล สรัญญา ตาล สรัญญา ชาคริต แย้มนาม ชาคริต ตาล ชาคริต ตาล

 เอมมี่ แม็กซิม เปิดใจหลังสึก ปัด! บวชสร้างกระแส วอนอย่าตัดสินที่ภายนอก
เอมมี่ แม็กซิม /  เอมมี่ อมลวรรณ

      ออกมาเปิดใจเป็นครั้งแรกหลังสึกจากโกนหัวบวชชี 15 วัน สำหรับสาว เอมมี่ แม็กซิม โดยจ้าตัวโดยเผยว่า ช่วงเวลา15 วันในการบวชทำให้รู้สึกรักตัวเองมากขึ้นและทำให้ตัวเองได้ลดอัตตารู้จักปลง รู้จักการใช้ชีวิตมากขึ้น ปัดบวชสร้างกระแสหรือสร้างภาพ ส่วนดราม่าที่มีคนบอกว่าในระหว่างที่บวชยังเล่นโซเชียลอยู่นั้นเจ้าตัวบอกมาเล่นในวันที่จะลาสิกขาบทเพื่อให้ผู้มีปัญญาได้ร่วมอนุโมทนาบุญกับเราไม่แคร์คนมองว่าหลังบวชยังไม่ลดความเซ็กซี่ เพราะธรรมะอยู่ที่ใจและอยู่ที่เราปฏิบัติตัวดี  เอมมี่ แม็กซิม   เอมมี่ แม็กซิม