นายสมบัติ บุญงามอนงค์

สวยงามตามเนื้อผ้า ศูนย์หน้าสาวทีมชาติมะกันโชว์เปลือยขึ้นปกนิตยสาร
ถ่ายแบบ /  ทีมชาติอเมริกา / 

ดูอะไรสบายตากันในวันหยุดบ้าง เมื่อ คริสเท็น เพรส ศูนย์หน้าสาวสุดสวยของทีมชาติอเมริกาเปลื้องผ้าขึ้นปกนิตยสาร The Body ของ ESPN ซึ่งจะวางแผง 6 กรกฎาคมนี้ มีการปล่อยภาพตัวอย่างออกมาให้ชมกันล่วงหน้าบางส่วน

ดีใจมีหลานแล้ว!! แจ็ค แฟนฉัน ควงแฟนสาวให้กำลังใจ กุ๊บกิ๊บ คลอด น้องเป่าเปา เฝ้าถึงรพ.!!
กุ๊บกิ๊บ คลอด /  กุ๊บกิ๊บ คลอดลูกสาว / 

  ออกอาการดีใจและเห่อหลานเอามากๆ สำหรับ แจ็ค แฟนฉัน ที่เพิ่งจะลาสิกขาออกมาหมาดๆ ก็เจอแต่เรื่องราวดีๆ ในชีวิต ล่าสุดควง “คุณ” แฟนสาว และยังมีดีกรีเป็นเพื่อนสนิทของ สาวกุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ มาให้กำลังใจคุณแม่มือใหม่ถึงโรงพยาบาล โดย แจ็ค แฟนฉัน ดีใจสุดๆ โพสต์ภาพแรกคู่กับ น้องเป่าเปา ลูกสาว กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ และ บี้ KPN พร้อมแคปชั่นน่ารักๆ ว่า   “หลานลุงแจ็ค” “รักมาก #น่ารักจริงๆ” และ “มีความสุขมากวันนี้”   ส่วนด้าน คุณ แฟนสาวของ หนุ่มแจ็ค ได้โพสต์ให้กำลังใจตั้งแต่ก่อน กุ๊บกิ๊บ จะคลอด น้องเป่าเปา พร้อมกับชื่นชมในความเป็นสุดยอดคุณแม่ของ กุ๊บกิ๊บ ที่ยอมเจ็บแทบตายแต่ก็ไม่ยอมบล็อคหลัง ว่า   “Waiting for my nieceหม่ามี๊ @gggubgib36 เจ็บมากแล้วว รีบออกมาได้แล้วหลานรักก คุณน้ารออยู่นะคะ!! ป.ล. เพื่อนชั้นสตรองมาก เห็นตัวเล็กๆงี้ แต่นางมีพลังมหาศาล เจ็บแทบตายก็ไม่ยอมบล็อคหลังนะคะ มึงเก่งมากก กูภูมิใจในตัวมึง อดทนอีกนิดเดียวนะ มันคือ #ความเจ็บปวดที่สุดในชีวิตและสวยงามสุดในชีวิตเช่นกัน กูรักมึง!!#motherhood”   อีกทั้งยังเผยวินาทีแรกที่เห็นหน้า น้องเป่าเปา ร้องไห้จ้าไม่หยุดเลยทีเดียว   “my lil PAOPAO วินาทีแรกที่เดินเข้ามาเจอเพื่อนกับหลาน คือ ร้องไห้ไม่หยุด!! #รักนะหลานน้า” ขอบคุณภาพจาก IG khunkununya, jackfanchan                  

ไร้เทียมทาน! อุ้มนำร่องกิเลนผยองเปิดรังขย้ำสวาดเเคท
นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี /  เมืองทอง ยูไนเต็ด / 

กิเลนผยอง ผลงานยังร้อนเเรงเมื่อเปิดบ้านถล่มเอาชนะ สวาดเเคท โดย ธีราทร ประเดิมเยี่ยมซัดประตูเเรกให้ต้นสังกัดใหม่พร้อมพาทีมชนะเป็นนัดที่ 13 ติดต่อกัน ศึกฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน 2559 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 4 - 1 นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ผู้ทำประตู : ธีราทร บุญมาทัน น.32, มาร์โก ทักบาจูมี น.44, มาริโอ อัลบาเต้ น.45, อดิศักดิ์ ไกรษร น.55, 82   สนาม : เอสซีจี สเตเดียม เวลา 20.00 น. การเเข่งขันฟุตบอลศึกโตโยต้า ไทยลีก 2016 วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน 2559 เป็นการเเข่งขันนัดเเรกของเลกที่สองระหว่างเจ้าบ้านจ่าฝูง “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เปิดบ้านรับการมาเยือนของทีม “สวาดเเคท” นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ทีมอันดับที่ 15 ของตาราง เริ่มเกมการเเข่งขันครึ่งเเรกโดยเกมนี้ “โค้ชเเบน” กุนซือใหญ่เจ้าถิ่นเลือกใช้ ธีราทร บุญมาทัน เล่นในตำเเหน่งตัวกลางเเทน ชนาธิป สงกระสินธ์ ที่ตกเป็นตัวสำรอง เข้าสู่นาทีนาที 7 เจ้าถิ่นกิเลนผยองได้โอกาสทักทายเมื่อ ธีราทร วางบอลยาวให้ พีระพัฒน์ หลุดไปสุดเส้นฝั่งซ้ายก่อนยิงยัดด้วยซ้าย เเต่ยังไปเข้ามือ กัมพล นายทวารทีมเยือนป้องกันไว้ได้ นาที 22 ยังเป็นกิเลนผยองที่หาจังหวะจบสกอร์ได้ดีกว่าเเละเกือบได้ประตูเมื่อ ธีรศิลป์ เปิดบอลจากริมเส้นฝั่งขวาให้ อดิศักดิ์ โขกเเต่บอลยังหลุดเสาออกไป ถัดมาอีก 2 นาทีเจ้าถิ่นได้ฟรีคิก สารัช เปิดบอลไปหน้าประตู มาริโอ อัลบาเต้ โหม่งเปลี่ยนทางเเต่ กัมพล ยังลอยตัวปัดบอลออกไปได้ นาที 28 เมืองทองยังบุกหนักต่อเนื่องเเนวรับทีมเยือนสกัดมาเข้าทาง ธีรศิลป์ แดงดา วอลเลย์ด้วยขวาทันทีเเต่ยังหลุดกรอบออกไป จากนั้นจังหวะต่อเนื่องเมืองทองได้เตะมุมฝั่งซ้าย ธีราทร เปิดโค้งมาเข้าทาง ธนบูรณ์ ยิงด้วยขวาบอลหลุดกรอบออกไปอีกครั้ง กระทั้งนาที 32 เเฟนบอลเจ้าถิ่นมาได้เฮสนั่นเมื่อมาได้ประตูออกนำ 1-0 จากจังหวะที่ อดิศักดิ์ ไหลมาทางซ้ายให้กับ ธีราทร ซัดด้วยซ้ายบอลเเฉลบขาเเนวรับสวาดเเคทเข้าประตูไปให้ทีมขึ้นนำเป็นการประเดิมประตูเเรก ในการลงสนามนัดเเรกของ ธีราทร บุญมาทัน เเต่นาที 44 กลายเป็นทีมเยือนที่มีโอกาสไม่มากมาได้ประตูตีเสมอจากจังหวะโต้กลับ เดชา สอาดโฉม เเทงบอลตามช่องให้กับ มาร์โก ทักบาจูมี กระชากเเหวกเเนวรับเข้าไปซัดบอลผ่านมือ กวินทร์ เข้าไปอย่างสวยงามให้โคราชตามตีเสมอเป็น 1-1 เเต่ถัดมาเพียง 1 นาทีกิเลนผยองมาได้ประตูออกเเซงอย่างรวดเร็วเป็น 2-1 จากลูกเตะมุมของ ธีราทร บุญมาทัน เปิดมาให้กับ มาริโอ อัลบาเต้ โขกบอลติดเซฟ กัมพล ก่อนบอลตกหน้าประตูเเละเป็น อัลบาเต้ ที่ตามซ้ำดาบสองตุงตาข่ายเเละจบครึ่งเเรกไปด้วยาสกอร์นี้ เริ่มการเเข่งขันต้นเกมเป็นทีมเยือนได้โอกาสก่อนจากจังหวะซัดหน้ากรอบเขตโทษของ มาร์โก ทักบาจูมี ให้ทาง กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ต้องออกเเรงปัดบอลออกไปอย่างเฉียดฉิว เเต่เข้าสู่นาที 55 กิเลนผยอง มาได้ประตูออกนำเป็น 3-1 เมื่อธีราทร จ่ายบอลให้ พีระพัฒน์ หลุดกระชากบอลไปสุดเส้นฝั่งซ้ายเเละปาดเรียดมาให้ อดิศักดิ์ เข้าชาร์จโล่งๆตุงตาข่าย นาที 75 กิเลนผยองกลับมาเป็นฝ่ายขึงเกมอย่างต่อเนื่องเเละมาได้ลุ้นจากจังหวะยิงไกลของ ดัสกร ทองเหลา ที่เปลี่ยนมาเเทน ธนบูรณ์ ที่มีอาการบาดเจ็บ เเต่บอลยังถูก กัมพล ปัดบอลออกหลังไปได้ทัน นาที 82 เมืองทอง ยังไม่หยุดเปิดเกมบุกมาได้ประตูที่ 4 จากจังหวะต่อเกมกันสวย พีระพัฒน์ ไหลให้กับ อดิศักดิ์ ไกรษร ล็อคเข้าขวาซัดในกรอบเขตโทษ กัมพล ปัดบอลไม่อยู่เข้าประตูไปให้ เมืองทอง ออกนำ 4-1 หลังจากนั้นจบเกมเป็น เมืองทอง ที่เอาชนะ โคราช เเละเป็นชัยชนะนัดที่ 13 ติดต่อกัน รายชื่อ 11 ตัวเเรกทั้งสองทีม เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด : กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ (ผู้รักษาประตู), พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา, ธีราทร บุญมาทัน, มาริโอ อัลบาเต้, สารัช อยู่เย็น, ธีรศิลป์ แดงดา (C), อดิศักดิ์ ไกรษร, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, ทริสตอง สมชาย โด, คเลตัน ซิลวา, สุพรรณ ทองสงค์ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี : กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล (ผู้รักษาประตู), ประธาน แม้นศิริ , กันตภณ สมพิทยานุรักษ์ , เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว , พลวัฒน์ วังฆะฮาด , ศราวุธ สินธุปัน , เดชา สอาดโฉม, ชนัตพล สิกขะมณฑล , บียอร์น ลินเดมันน์ , ชาคริต ระวันประโคน , มาร์โก ทักบาจูมี

จัดเต็มกับ 15 ร้านอาหารจังหวัดอุดรฯ ที่ต้องตามไปเช็คอิน
คาเฟ่ /  ร้านกาแฟ / 

ไปเที่ยวจังหวัดอุดรธานี เพื่อนๆ นึกถึงอะไรกันบ้างคะ ส่วนตัวแล้วหากจะเป็นเที่ยวไหนจะคำนึงถึงร้านอาหารไว้เป็นอันดับแรก การเดินทางกับการแวะร้านข้างทางก็เป็นสิ่งที่ควรทำ แล้วเราจะได้รู้ว่าจังหวัดนั้นมีร้านที่น่าสนใจอีกเพียบ วันนี้ Food.mthai มานำเสนอร้านที่น่านั่ง ทั้งร้านอาหารและคาเฟ่ ทั้งหมด 15 ร้าน ให้ไปตามชิมกันค่ะ 1) ร้านเป่าปากชามกะลา ' ร้านเป่าปากชามกะลา ' ก๋วยเตี๋ยวเรือที่มีความโดดเด่นอยู่ที่ชามที่ทำมาจากกะลา ทำให้ก๋วยเตี๋ยวร้านนี้น่ากินยิ่งขึ้น ส่วนเมนูของก๋วยเตี๋ยวนั้น มีมากมายหลายอย่างให้เลือกสั่ง ไม่ว่าจะเป็น หมี่เหลืองแห้ง หมูรวม หรือเมนูลวกจิ้มอย่าง ตีนไก่ ไส้อ่อน ตับ ลูกชิ้น และ หมูนุ่ม เปิด-ปิด ทุกวัน : 09:00 - 21:00 น. ที่ตั้ง : หน้ากองบิน 23 (ถนนทหาร) บ้านจั่น เมืองอุดรธานี  อุดรธานี 41000 Facebook : ก๋วยเตี๋ยวเรือเป่าปาก ชามกะลา สาขาถนนอุดร-เลย จ.หนองบัวลำภู ------------------------------------------------------------- 2) ร้าน O"รส  จิ้มจุ่มหม้อไฟ ' ร้าน O"รส จิ้มจุ่มหม้อไฟ ' เป็นหม้อไฟจิ้มจุ่มสไตล์เวียดนาม ลักษณะของหม้อจะมีพื้นที่ด้านข้างของขอบหม้อไว้วางวัตถุดิบที่เราเตรียมจะลวก  มีทั้งแบบหม้อและสั่งแบบเป็นชุด ราคาไม่แพง ใครที่กำลังจะผ่านแถวนั้นลองเข้าไปชิมได้เลย เปิด-ปิด ทุกวัน 16.00-24.00 น. (เสาร์อาทิตย์เปิดตั้งแต่ 11.00 ) ที่ตั้ง : แยกตลาดบ้านห้วย ตรงข้ามซอยวันเวย์ข้างตลาด ถ.โพนพิสัย ติดศาลปกครองอุดร อ.เมือง จ.อุดรธานี Facebook : ร้าน O"รส - จิ้มจุ่มหม้อไฟ ------------------------------------------------------------- 3) ร้าน MAMA ABC Club ' ร้าน MAMA ABC Club ' ร้านนี้เปิดได้ไม่นาน เปิดมาได้ยังไม่ถึง 1 ปี เต็ม ลูกค้าก็เต็มร้านแล้ว ด้วยเมนูที่ตีโจทย์ทุกคนด้วยเมนูมาม่า ชามโตๆ เครื่องแน่น เมนูเด็ดเลยคือเมนู Mama UFO ในราคา 259 บาท แถมเติมไข่ได้ไม่อั้นอีกด้วย เปิด-ปิด ทุกวัน 12.00-00.00 น. ที่ตั้ง : ( UD TOWN ) The Cube ตรงข้าม KFC UD town Facebook : ABC mama club ------------------------------------------------------------- 4) ร้านลาบนัว  ' ร้านลาบนัว ' “ลาบนัว” เป็นอีกหนึ่งร้าน “the must” อีกร้านหนึ่ง สำหรับนักกินที่มีโอกาสไปเยือนเมืองอุดรธานี จะว่าไป ร้านลาบนัว ไม่ใช่ร้านอาหารหน้าใหม่ที่ต้องมาบรรยายสรรพคุณให้มากความกันนัก เพราะเป็นร้านอาหารที่คนเมืองอุดรรู้จักกันดี และคอส้มตำคงจำกันได้ดีว่า “ลาบนัว” เคยสร้างปรากฏการณ์ “ตำถาดลาบนัว” จนกลายเป็นเมนูอาหารสุดฮอตไปทั่วไปประเทศมาแล้ว เปิด-ปิด ทุกวัน 17:00 - 5:00 น. ที่ตั้ง : ตรงข้ามองค์การโทรศัพท์(TOT) Udon Thani 41000, เทศบาลนครอุดรธานี 41000 Facebook : ลาบนัว ------------------------------------------------------------- 5) ร้าน กินเตี๋ยวกัน ณ โนนสูงอุดร ' ร้าน กินเตี๋ยวกัน ณ โนนสูงอุดร ' ร้านไม้ เหมือนบ้านไม้สไตล์บ้านๆ เป็นกันเองสุดๆ เมนูเด็ดที่เห็นก็คือก๋วยเตี๋ยวชามยักษ์ ต้องเกณฑ์คนมากิน ห้ามกินคนเดียวเป็นอันขาด ต้องอิ่มจนพุงกางแน่ๆ ระดับความเผ็ดก็สามารถเลือกได้ หากต้างการเผ็ดมากก็สั่ง "เจ็บต้มยำ" หากเผ็ดน้อยก็สั่ง "ใจเสาะ" เห็นชามใหญ่แบบนี้ หลายคนกลัวว่าน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวเรือที่ให้มาจะจืดจาง แต่ไม่เลยกัลบเข้มข้นกว่าเดิม เปิด-ปิด  ทุกวัน 9:00 - 17:00น. (หยุดวันอาทิตย์) ที่ตั้ง : 137 โนนสูง อำเภอ เมือง  เทศบาลนครอุดรธานี 41000 Facebook : กินเตี๋ยวกัน ณ โนนสูงอุดร ------------------------------------------------------------- 6) ร้าน จุด 3 จุด ' ร้าน จุด 3 จุด ' เป็นร้านเล็กๆ น่ารัก แค่การตกแต่งของร้านก็ทำให้ร้านดูโดดเด่นสะดุดด้วยสีขาวทั้งร้าน ทำเอาคนที่ผ่านไปผ่านมาต้องแวะเข้าไปชิมอาหารกันให้ได้ ในร้านเป็นห้องแอร์เย็นฉ่ำ มีมุมนั่งกับพื้นและนั่งบนโต๊ะ เมนูก็เหมาะกับคนที่ชอบถ่ายรูป รูปที่ได้จะน่ารักมากๆ ด้วยสไตล์การ Create เมนู ให้ดูสวยงาม ร้านนี้ขายทั้ง ชา กาแฟ โทสต์ บิงซู เค้ก และของคาวจะเป็นสเต็ก สปาเก็ตตี้ สลัด ราคากลางๆ ไม่แพงมาก เปิด-ปิด  ทุกวัน 07.30 – 24.00 น. ที่ตั้ง : พิทักษ์สฤษดิ์ (เลี้ยวซ้ายซอยก่อนถึงยูดีผับ) หมากแข้ง  เมืองอุดรธานี Facebook : จุด3จุด ------------------------------------------------------------- 7) ร้าน I-View Cafe ' ร้าน I-View Cafe ' เป็นร้านที่บรรยากาศดี เป็นกันเอง และมุมถ่ายรูปเยอะมากหากใครที่ได้เข้าไปที่แฟนเพจของร้าน จะมีแต่รูปลูกค้าที่มาทานอาหารที่นี่ถ่ายรูปกันจนมุมช้ำข้างไปข้างหนึ่งเลยทีเดียว ส่วนเมนูอาหารก็มีมากมายหลายอย่าง ทั้งบิงซู โทสต์  กาแฟ และของหวาน ส่วนของคาวก็จะมีสาปเก็ตตี้ ข้าวแพนงไข่ดาว เป็นต้น เปิด-ปิด  ทุกวัน 10:30 – 20:00 น. (หยุดทุกวันจันทร์) ที่ตั้ง : ข้างโลตัสรังษิณาซอยบีทีแกรนด์ประมาณ100เมตรซ้ายมือ Facebook : I-View Cafe ------------------------------------------------------------- 8) ร้าน Ice Allow by ชารี ปัง ' ร้าน Ice Allow by ชารี ปัง ' ร้านเล็กๆ มีแต่เมนูน้ำแข็งไสหรือบิงซูและเครื่องดื่ม พิกัดร้านตั้งอยู่ข้างหนองประจักษ์ตรงข้ามเป็ดเหลือง ใครเป็นคนอุดรจะรู้จักกันเป็นอย่างดี ใครที่มาถ่ายรูปเล่นที่หนองประจักษ์ ลองแวะมาชิมกันได้ นั่งกันเป็นโต๊ะเล็กๆ น่ารัก เปิด-ปิด  จันทร์-ศุกร์  16:00 - 22:00 น. ที่ตั้ง : ซอย เทศา (ข้างสวนสาธารณะหนองประจักษ์) อุดรธานี  เมืองอุดรธานี  อุดรธานี Facebook : Ice Allow by ชารี ปัง ------------------------------------------------------------- 9) ร้าน Charms Cafe ' ร้าน Charms Cafe ' เป็นร้านที่น่ารักมากๆ ใครเห็นเป็นต้องกรี๊ด กับความหรูหราแต่เรียบๆ ลงตัว มีหลายมุมที่ถ่ายรูป ไม่ต้องจัดแสงมากถ่ายกี่รูปก็สวย เป็นร้านที่ขายกาแฟและเค้ก และขนมหวานอย่าง โทสต์กับบิงซู เปิด-ปิด ทุกวัน 10.00-20.00 น. (ร้านปิดทุกวันจันทร์ที่2ของเดือน) ที่ตั้ง : ถ.วัฒนานุวงศ์ เข้า ซ.โพธิ์ทอง (ซอยตรงสะพานหลังเซนทรัลฯอุดร) Facebook : Charms Cafe ------------------------------------------------------------- 10) ร้าน Beyound Cafe ' ร้าน Beyound Cafe ' ร้านกาแฟชื่อดัง ไม่มาถือว่าไม่ถึงอุดร ต้องมาเช็คอินกันให้ได้ ร้านมีบรรยากาศโล่งสบาย ตกแต่งในสไตล์ Modern Loft การออกแบบที่เป๊ะทุกมุม สวยทุกมุมเลยทีเดียวไม่เว้ยแต่ลานจอดรถ เมนูเด็ดของที่นี่คือ Tropical Pavlova ความสดชื่นของมะม่วง เสาวรสและกีวี่ ผลไม้รสเปรี้ยวที่นำมาทำเป็นขนมหวาน รสชาติโดนใจทุกคนที่ได้ทาน เปิด-ปิด ทุกวัน : 08:30 - 21:00 น. พิกัด1 :สาขาหนองประจักษ์ ถนนตัดใหม่ข้างหนองประจักษ์ พิกัด2 : สนามกีฬาเทศบาลนครอุดรธานี พิกัด3 : หนองคาย Vviang Lifestyle Mall ชั้น1 Facebook : BEYOND CAFE กาแฟ เค้ก อุดรธานี ------------------------------------------------------------- 11) บ้านไม้ขาว ' บ้านไม้ขาว ' ร้านอาหารฟิวชั่นประจำจังหวัดอุดร ลักษณะของร้านจะเป็นเหมือนบ้านคนจริงๆ เป็นบ้านไม้สีขาว 2 ชั้น ชั้นด้านบนเป็นโซนห้องนั่งเล่นและมีโต๊ะรับประทานอาหาร 2 โต๊ะ ด้านล่างก็จะเป็นครัว และโต๊ะเล็กๆ มีสวนข้างบ้านร่มรื่นสบายตา เหมือนนั่งกินข้าวอยู่บ้าน บ้านหลังไม่ใหญ่ไม่เล็กจนเกินไป และจำนวนโต๊ะก็ไม่แออัด นั่งสบายๆ เปิด-ปิด ทุกวัน 11.00 – 15.00 และเปิดอีกที 17.00 – 21.00 น. (หยุดวันจันทร์) ที่ตั้ง : ศุภกิจจรรยา (อพาร์ตเม้นท์) อุดรธานี , เมืองอุดรธานี , อุดรธานี 41000 Facebook : บ้านไม้ขาว • Baan Mai Khao ------------------------------------------------------------- 12) ร้าน Velo Presso ' ร้าน Velo Presso ' อยากดับร้อนต้องที่นี่เลย เมนูปั่นๆ หวานเย็นอย่างชาเขียวรสกลมกล่อม ชานมเย็น กาแฟ รสชาติเข้มข้น ร้านจะตกแต่งในสไตล์ที่น่าจดจำ ด้วยสีเหลืองสดใส และมีโลโก้เป็นรูปจักรยาน ทำให้นึกถึงความสบายๆ สไตล์นอกเมืองไม่วุ่นวายในบรรยากาศชิลล์ๆ เปิด-ปิด ทุกวัน 8:30-20:00 น. ที่ตั้ง : (เมืองอุดรธานี) ตรง Topworld ที่ใหม่ ตรงข้ามทางเข้าซอยจินตคาม Facebook : Velo Presso Cafe' ------------------------------------------------------------- 13) ร้าน Under the tree ' ร้าน Under the tree ' ร้านน่ารักและดูจะน่ารักไปทุกมุม ยันเมนูเลยทีเดียว ทั้งแก้วที่เอาใจคนที่ชอบถ่ายรูป ที่นี่เหมาะเป็นอย่างมากที่จะมาแวะกินกาแฟ และเค้ก ที่มีทั้งเค้กหวานนุ่มและโทสต์หอมที่ออกมาจากเตา เปิด-ปิด 10.00-20.00 น.(หยุดวันจันทร์) ที่ตั้ง : ถนน ประชารักษา (อยู่เยื้องโรงแรมนภาลัย หากมาจากทาง รร ราชินูฯ จะอยู่เลยโีงแรมนภาลัยมาประมาณ500เมตร อยู่ทางขวามือ) i.com/restaurants/172672yA-under-the-tree?ref=ct Facebook : Under The Tree ------------------------------------------------------------- 14) Twosone cafe ' Twosone cafe ' บรรยากาศดีทั้งกลางคืนและกลางวัน ใครที่มาแล้วเช็คอิน ถ่ายรูปสวยทุกรูป จึงเป็นที่ดึงดูดผู้คนให้ไหลมาตามปากต่อปาก และตามเช็คอินของเพื่อนๆ ทั้งขนมที่น่ารับประทาน เค้กเป็นเค้กที่ทำเอง โฮมเมดทั้งหมเด จึงมีความสดใหม่อยู่ทุกวัน เปิด-ปิด ทุกวัน 10:00 – 19:00 น. ที่ตั้ง : ตรงข้ามศูนย์มาสด้าเก่า รังสินา เมือง อุดรธานี Facebook : Twosons cafe ------------------------------------------------------------- 15) ร้าน The Zixga club ' ร้าน The Zixga club ' ร้านคาเฟ่แนวๆ ดูก็รู้ว่าเป็นร้านกาแฟที่ชิคที่สุดในเมืองอุดร จากชื่อร้านและโลโก้ร้านมีความเท่ห์เป็นพิเศษ ตกแต่งร้านเป็นแนววินเทจ มีสไตล์เป็นของตัวเอง เมนูเด็ดๆ ก็มีหลายเมนู ไม่ได้มีแค่ของหวานอย่างเดียว อาหารคาวก็มีด้วยเช่นกัน เปิด-ปิด 09:00 – 21:00 น. (หยุดวันจันทร์) ที่ตั้ง : ถ.ศรีชมชื่น ต.หมากแข้ง อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี 41000 "ประตูหลังโรงเรียนอุดรพิทยานุกูล" Facebook : The Zixgar Club -------------------------------------------------------------

ละครคลื่นชีวิต , เรื่องย่อคลื่นชีวิต
คลื่นชีวิต /  ละครคลื่นชีวิต / 

ละครคลื่นชีวิต ละครช่อง3 คลื่นชีวิต บทประพันธ์โดย : กรุง ญ ฉัตรกำกับการแสดงโดย : อำไพพร จิตต์ไม่งงผลิตโดย : บริษัท ละครไท จำกัดควบคุมการผลิตโดย : หทัยรัตน์ อมตวณิชย์ออกอากาศ เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครคลื่นชีวิต ช่อง3 เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต ความสุขในวัยเด็ก คือสิ่งชโลมใจยามเรามีความทุกข์ เพราะเราจะได้รู้สึกว่า เราเคยผ่านความผาสุกในชีวิตมาแล้ว จีราวัจน์ (อุรัสยา เสปอร์บันต์) ดาราสาวที่เข้าวงการและมีชื่อเสียงด้วยฝีมือการแสดงและข่าวฉาวกับหนุ่มทั้งนอกและในวงการ รวมทั้งนิสัยพูดตรง ถ้าไม่ผิด ก็พร้อมกล้าท้าชนโดยไม่สนใจหน้าไหน จนโดนใครต่อใครตราหน้าว่าจีราวัจน์เป็นผู้หญิงแรง กร้านโลก และง่าย! แต่ใครจะกล่าวว่าเธอยังไง ไม่ทำให้จีราวัจน์เจ็บเท่ากับถูก คุณหญิงจริยา แม่แท้ ๆ ที่ไม่เคยดูแลเธอปล่อยเธอเติบโตตามมีตามเกิด เชื่อว่าเธอเป็นผู้หญิงใจแตก! แต่นั่นยังไม่ทำให้เธอหมดศรัทธากับคำว่า แม่ ของจริยา เท่ากับคืนที่จีราวัจน์โดน สิทธา (ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์) เจ้าของบริษัททอสังหาริมทรัพย์ สามีคนใหม่ของจริยา ผู้กระหายอำนาจ เงินทองและโลกีย์ สั่งลูกน้องวางยานอนหลับเพื่อหมายข่มขืนจีราวัจน์ แต่จีราวัจน์ก็หนีมาได้ และเมื่อจีราวัจน์บอกเรื่องนี้กับจริยาแทนที่จริยาจะเข้าข้างและปกป้องเธอ แต่จริยากลับเข้าข้างสิทธา จริยานั้นรู้สันดานของสิทธาดี แต่เธอยังทำอะไรสิทธาไมได้ เพราะสิทธาคือคนที่ให้เงิน และอำนาจกับเธอ สิทธาคือคนที่ทำให้ผู้หญิงไร้การศึกษา มีชีวิตอยู่ในสลัม ที่มีแค่ความสวยติดตัว จึงเร่ขายความสวยให้ความสำราญผู้ชาย เธอจึงได้โลดแล่นขึ้นมาเป็นคุณหญิงใจบุญเบอร์หนึ่งของสังคม ที่ใคร ๆ ต่อใครนับหน้าถือตา จริยารู้ดีว่าจีราวัจน์มองเธอเป็นผู้หญิงเห็นแก่ตัว ทะเยอทะยาน หน้าเงิน แต่ที่จริยาดิ้นรนถีบตัวเองขึ้นมาถึงตรงนี้ ก็เพื่อให้ชีวิตเธอ และจีราวัจน์สบาย แม้วันนี้จีราวัจน์เกลียดเธอ ...แต่จริยาเชื่อว่าวันหนึ่ง... จีราวัจน์ต้องเข้าใจ ละครคลื่นชีวิต ญาญ่า หมากปริญ สำหรับจีราวัจน์ ...สิ่งที่เธอต้องการ ไม่ใช่ชีวิตดีงามบนหน้าหนังสือพิมพ์อย่างที่จริยาต้องการ แต่สิ่งที่เธอต้องการคือความรัก ปมเดียวในหัวใจของจีราวัจน์ที่เธอโหยหาย แต่เธอไม่เคยได้ โดยเฉพาะวันที่เกิดเหตุการณ์นั้น ถึงแม้จีราวัจน์จะหนีจากเงื้อมมือสิทธามาได้ แต่เพราะฤทธิ์ยานอนหลับ ทำให้ระหว่างที่จีราวัจน์ขับรถหนีอย่างสุดชีวิต ต้องกลายเป็นฆาตกรโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อรถของจีราวัจน์ชนร่าง ติวดี (พริมา พันธ์เจริย) เต็ม ๆ จนติวดีไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ในเวลาต่อมา!! แต่เพราะฤทธิ์ยานนอนหลับทำให้จีราวัจน์หลับและเบลอจนไม่รู้เรื่องติวดี ภายใต้การดูแลของ ดารากา (ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์) เพื่อนสินทตั้งแต่มัธยม ซึ่งเป็นคนเดียวที่จีราวัจน์ติดต่อพูดคุยด้วยตลอด พอจีราวัจน์กลับจากเมืองนอก จีราวัจน์จึงขอให้ดารากามาอยู่ด้วยกัน ดารากาเต็มใจอยู่กับ จีราวัจน์ เพราะความรัก และความสนิทที่ทั้งสองมีด้วยกันมาเกือบ 20 ปี ทำให้ดาราการู้ดีว่า จีราวัจน์หว้าเหว่ แสนเหงา ต้องการใครสักคนเป็นเพื่อน และกว่าจีราวัจน์จะรู้ว่าติวดีเสียชีวิต ก็หลังจากที่ฤทธิ์ยานอนหลับสร่าง เมื่อจีราวัจน์รู้สึกตัว คนกล้าทำกล้ารับอย่างเธอ พร้อมไปรับความผิดกับตำรวจ แต่มันสายเกินไป เพราะ สุกี้ (เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ) นักปั้นดารามือทอง ผู้เป็นทั้งคนชักนำเธอเข้าวงการและเป็นผู้จัดการดูแลเธอ ได้จัดการส่งสเตฟาน คนขับรถคนสนิทประจำตัว รับสารภาพผิดกับตำรวจว่าเป็นคนขับรถชนติวดีแทนเธอ โดยสุกี้ยอมเสี่ยงโกหกกับสังคมเพื่อแลกกับอนาคตทางการแสดงของจีราวัจน์ที่กำลังรุ่งเรือง ละครคลื่นชีวิต สุกี้คิดว่าการให้สเตฟานรับผิดแทนจีราวัจน์ จะทำให้เรื่องทุกอย่างจบง่าย ๆ แต่สุกี้คิดผิด เมื่อระหว่างที่ติวดีโดนจีราวัจน์ขับรถชน ติวดีกำลังคุยโทรศัพท์มือถือกับ สาธิต (ปริญ สุภารัตน์) แฟนหนุ่มผู้เป็นทนายตงฉิน เชื่อว่าใครทำผิดต้องได้รับโทษ นั่นแหละความยุติธรรม! โดยสาธิตเป็นคนเดียวที่ได้ยินเสียงของจีราวัจน์พูดขอโทษติวดี นั่นทำให้เขาปักใจว่าคนที่ขับรถชนคนรัก ไม่ใช่สเตฟานแต่เป็นจีราวัจน์! สาธิตทำทุกวิถีทางพิสูจน์ให้คนทั้งสังคมเห็นว่าฆ่าตกรตัวจริงเป็นใคร โดยมี พ.ต.ต.พิเชษ เพื่อนตำรวจที่รู้จักในระหว่างร่วมงาน เป็นคนช่วยเหลือดูแลคดี โดยสาธิตมั่นใจว่าเขาสามารถลากตัวจีราวัจน์รับโทษอย่างที่เขาเคยส่งคนผิดเข้าคุกมาตลอดอาชีพทนาย แต่ครั้งนี้! สาธิตกลับเจอว่าความจริง พ่ายแพ้อำนาจเงิน! เมื่อหลักฐานทุกอย่างที่จะมัดตัวจีราวัจน์ได้ มันหายไปหมด! สาธิตไม่ยอมแพ้ที่จะหาทางลงโทษจีราวัจน์ แต่ทุกอย่างต้องหยุดลงเมื่อ นวดี (ขวัญฤดี กลมกล่อม) แม่ของติวดี แม่ครูของเหล่าเด็กกำพร้า เป็นคนขอร้องให้สาธิตหยุดอาฆาตแค้น นวดีไม่อยากให้สาธิตต้องจมอยู่กับความทุกข์ ที่เกิดจากความโกรธแค้นอีก รวมทั้ง พัฒนะ (สันติสุข พรหมศิริ) เจ้าของบริษัทผลิตละคร ที่จีราวัจน์กำลังแสดงละครอยู่ พัฒนะเป็นเพื่อนของพ่อของสาธิต และเปรียบเหมือนเป็นพ่อบุญธรรมของสาธิต เพราะหลังจากที่พ่อแม่ของสาธิตประสบอุบัติเสีย ชีวิตทั้งคู่ พัฒนะคือคนที่ส่งเสียและดูแลสาธิตจนเรียนจบเนติบัณฑิต! ฉะนั้นเมื่อพัฒนะขอให้สาธิตทำอะไร สาธิตพร้อมจะทำ รวมทั้งคำขอร้องที่แสนเฉือนหัวใจ ที่พัฒนะขอร้องให้สาธิตหยุดสืบหาหลักฐานเอาเรื่องจีราวัจน์ เพราะละครที่จีราวัจน์แสดงกำลังทำเงิน ถ้าจีราวัจน์ติดคุกจะมีผลทำให้บริษัทของพัฒนะเสียหาย จนกระทบกับหนี้สินของบริษัทด้วย ละครคลื่นชีวิต ในเมื่อผู้ใหญ่สองคนที่เขารักขอร้องให้เขาหยุด ละครคลื่นชีวิต แม้สาธิตไม่ต้องการหยุดฉีกหน้ากากของจีราวัจน์ แต่เขาต้องหยุด แต่ใครจะรู้ แม้สาธิตจะหยุดดำเนินคดีทางกฎหมายกับจีราวัจน์ แต่เขาไม่หยุดตามจองล้างจองผลาญจีราวัจน์ โดยสาธิตประกาศ ในเมื่อกฎหมายทำโทษจีราวัจน์ไม่ได้ เขาจะใช้กฎแห่งกรรมทำโทษจีราวัจน์เอง ด้านจีราวัจน์นั่นอยากเหลือเกินที่จะบอกสาธิตว่าเธอพร้อมรับผิด แต่เธอทำไม่ได้เพราะเธอต้องแบกความเป็นความตายของคนที่รวมโกหกช่วยเธออยู่ เธอเลือกไถ่โทษด้วยการดูแลนวดี แทนติวดีห่าง ๆ โดยมี ชยันต์ (หลุยส์ สก๊อต) ผู้กำกับฯ หนุ่มติสต์ชื่อดัง ซึ่งเคยเป็นรุ่นพี่สมัยมัธยมของจีราวัจน์ ผู้รักและหวังดีกับจีราวัจน์เสมอมา เพราะชยันต์รู้ว่าผู้หญิงที่แข็งกระด้างภายนอก แต่ภายในช่างแสนอ่อนแอ เขาจึงคอยช่วยเหลือส่งข่าวเรื่องนวดี เพราะชยันต์เป็นเพื่อนกับสาธิต ทำให้ชยันต์รับรู้เรื่องราวของนวดีจากสาธิตโดยตรง แต่ความช่วยเหลือของชยันต์ กลับยิ่งสร้างปัญหาให้จีราวัจน์ เมื่อ ปียากุล (จรินทร์พร จุนเกียรติ) ลูกสาวคนเดียวของพัฒนะ ผู้ควบคุมดูแลงานถ่ายละครภายในบริษัทของพัฒนะ และเป็นภรรยาซุปเปอร์โคตรขี้หึงของชยันต์ ได้ยินข่าวว่าเธอสนิทกับชยันต์มาก ทำให้ปียากุลใช้อำนาจหน้าที่การงานในมือเธอกลั่นแกล้งจีราวัจน์ แต่เพราะจีราวัจน์กำลังเป็นดาราทำเงินของพัฒนะ ทำให้พัฒนะออกตัวปกป้องจีราวัจน์ ทำให้ปียากุลไม่พอใจมาก ทำให้ปียากุลพาลระบายอารมณ์กับสาธิต ซึ่งเธอนับถือเหมือนพี่ชาย ทำให้สาธิตรับรู้ว่า นอกจากจีราวัจน์จะเป็นคนตลบแตลงสังคมว่าตัวเองไม่ใช่ฆาตกรแล้ว จีราวัจน์ยังเป็นผู้หญิงรักสนุกคั่วผู้ชายไม่ซ้ำหน้า แย่งผัวชาวบ้านไปกกได้อย่างหน้าไม่อาย!! ละครคลื่นชีวิต ยิ่งวันทีสาธิตพบจีราวัจน์สนิทสนมกับ เจตต์ (มาสุ จรรยางค์กุลดี) วิศวกรปิโตเลียมผู้มีชีวิตยู่กลางทะเล แต่เมื่อกลับมาเยี่ยมบ้าน เขากลับขับรถชนจีราวัจน์ จนทำให้เขาหลงรักนางเอกสาว ซึ่งมันอาจไม่ใช่เรื่องที่สาธิตจะเอามาเป็นข้อเกลียดชังจีราวัจน์ ถ้าสาธิตไม่บังเอิญรู้เรื่องว่าดารากาเพื่อนรักของจีราวัจน์นั้นแอบชอบเจตต์อยู่จาก เจนจิรา (วันศิริ อ่องอำไพ) น้องสาวของเจตต์เจ้าของโรงเรียนที่ดารากาเป็นครูสอน ซึ่งสาธิตได้รู้จักกับเจจิราโดยบังเอิญ และเพราะเจนจิราเป็นคนคุยสนุก มองโลกในแง่ดี เหมือนติวดี ทำให้สาธิตสนุกที่ได้อยู่ร่วมกับเจนจิราโดยสาธิตไม่รู้ว่าความใกล้ชิดที่เขามอบให้เจนจิรานั้น ทำให้เจนจิราแอบชอบสาธิต ชีวิตของจีราวัจน์เจอปัญหาจากสาธิต ปียากุล สิทธา ยังไม่พอ ในเส้นทางสายงานบันเทิง เธอยังต้องเจอ พิม (โชติกา วงศ์วิลาศ) นางเอกจอมสร้างภาพว่าเป็นนางเอกแสนชื่อ แต่แท้จริงปากตลาด ทะเยอทะยาน ใฝ่สูง เคยเป็นอดีตดาราที่สุกี้ปั้นมากับมือ แต่พอดังแล้วก็แยกตัวออกจากสุกี้ ทำให้สุกี้ไม่พอใจพิมมาก หาว่าพิมเนรคุณ แต่พิมไม่แคร์ พิมคิดว่าสุกี้ได้เงินจากค่าตัวเธอเยอะแล้ว ไม่ถือว่ามีบุญคุณต่อกัน โดยตอนพิมออก พิมเอา ลูกน้ำ (ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์) อดีตเลขาลงสุกี้มาด้วย โดยพิมคิดว่าลูกน้ำทำงานกับสุกี้มานาน จะมี Connection กับเอเจนชี่จะผลักดันให้ความฝันก้าวสู่ การทำงานร่วมกับต่างชาติของเธอสมหวัง แต่เปล่าเลย ลูกน้ำไม่มีรู้จักใครเลย เป็นแค่คนปากกล้า อวดฉลาด แต่สมองกลวง ทำให้พิมเลี้ยงลูกน้ำไว้เป็นกันชนเวลาปะทะกับสุกี้ และเป็นคนหิ้วสัมภาระ รองมือรองเท้าตัวเองเท่านั้น! เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต และการโด่งดังของจีราวัจน์ ทำให้ชื่อเสียงที่กำลังลดฮวบของพิม ยิ่งลดลงไปอีก จากนางเอกเบอร์หนึ่งแทบจะเล่นเป็นนางรอง คนทะเยอทะยานอย่างพิมไม่ยอมรับสภาพอย่างนั้นง่าย ๆ เธอจึงยอมทำทุกอย่าง เพื่อกำจัดจีราวัจน์ไปจากเส้นทางของเธอ เพื่อให้เธอกลับมาเป็นอันดับหนึ่งอีกครั้ง รวมทั้งหาลู่ทางเพื่อโกอินเตอร์ แม้แต่ยอมเอาตัวเข้าไปเป็นเมียน้อยของสิทธา เพื่อใช้อำนาจและเงินของสิทธา ปูทางโกอินเตอร์ให้ได้ หลายครั้งที่จีราวัจน์เหนื่อยกับการสู้รบกับความเกลียดชังที่ประเดประดังเข้ามาเหมือนคลื่นกระทบหาดทราย ละครคลื่นชีวิต แต่เธอก็ยังพอมีหลักให้ยึดอีกคน นั่นคือ ครูอารี ครูสอนร้องเพลงตั้งแต่ สมัยจีราวัจน์เรียนมัธยม ครูอารีคือคนที่เอื้ออารีข้าวและขนม เวลาที่จริยาออกไปขายตัว ปล่อยให้จีราวัจน์อยู่กับ ยายจัน ยายข้างบ้านที่มีอาชีพขายขนมจีน สมองไม่ค่อยดี ป้ำ ๆ เป๋อ ๆ ที่เคยเลี้ยงดูจีราวัจน์ พอยายจันออกไปตลาด จีราวัจน์ก็มาวิ่งเล่นบ้านครู ที่นี่เหมือนอีกโลกของจีราวัจน์ เป็นโลกที่สงบ ไม่ใช่โลกมายาที่เธอต้องยิ้มแม้ว่าในหัวใจร้องไห้ และการมาบ้านครูอารีครั้งนี้ ทำให้เธอรู้ว่าบ้านสวนถัดไปเป็นบ้านของนวดี จีราวัจน์หวังจะแอบไปดูความเป็นอยู่ของนวดีเพื่อจะช่วยเหลือ นั่นทำให้เธอเจอสาธิต จีราวัจน์ไม่อยากสู้รบกับสาธิตเพราะเธอรู้ตัวดีว่าผิด แต่สาธิตเหมือนเสือที่จ้องตะครุบเหยื่อ เมื่อเหยื่อเดินเข้ามาหา มีหรือที่เขาจะปล่อย สาธิตจงใจพูดจาแดกดันว่าเธอเป็นคนขี้ขลาด ทำผิดแล้วไม่กล้ารับผิด สาธิตเดินต้อนจีราวัจน์จนไปถึงริมคลอง นั่นเป็นครั้งแรกที่สาธิตเห็นความกลัวในแววตาของจีราวัจน์ ทำให้สาธิตรู้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่แทนที่สาธิตจะปราณีปล่อยเธอไป สาธิตกลับเดินกดดันจนจีราวัจน์ตกน้ำ แม้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่เธอไม่แม้แต่ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากใคร แม้แต่สาธิตที่ยืนมองเธอตะเกียกตะกายในน้ำอยู่ โดยสาธิตยื่นข้อเสนอให้เธออ้อนวอนร้องขอชีวิต แล้วเขาจะยอมช่วย แต่จีราวัจน์ไม่ยอมเอ่ยปาก จนกระทั่ง สีดา ลูกศิษย์สาวจอมก๋ากั่นของครูอารีมาช่วยไว้ทัน นั่นทำให้สาธิตได้เห็นอีกมุมนึงว่าจีราวัจน์เป็นคนรักศักดิ์ศรี ไม่ยอมอ่อนให้ใครง่าย ๆ เหมือนกัน สีดาพาจีราวัจน์กลับมาบ้านครูอารี พร้อมถามว่าใครเป็นคนทำจีราวัจน์ตกน้ำ จีราวัจน์ไม่อยากเอ่ยถึง เธอคิดแต่ว่ามันเป็นการชดใช้กรรมกับสิ่งที่เธอทำกับติวดี อย่างน้อยการที่สาธิตเห็นเธอเกือบตาย อาจทำให้สาธิตลดความโกรธ และเลิกยุ่งกับเธออีกก็ได้ แต่จีราวัจน์คิดผิด ละครคลื่นชีวิต เมื่อละครการกุศลของสมาคมคุณหญิงจริยามีอันต้องสะดุดลง เพราะนางเอกที่วางไว้เสียชีวิตลง ซึ่งก็คือติวดี ทำให้ต้องหานางเอกใหม่ซึ่งทุกคนลงความเห็นที่จีราวัจน์ แต่ก็เหมือนจะเป็นความจงใจของพระพรหม เมื่อผู้รับบทเป็นพระเอกคือสาธิต สาธิตไม่รักษามารยาทในการดูถูกและเหยียดหยามจีราวัจน์ต่าง ๆ นานา ด้านจีราวัจน์นั้น พยายามอดทนไม่อยากตอบโต้ แต่ชยันต์ไม่อาจทนเห็นสาธิตพูดจาดูถูกจีราวัจน์ได้ จึงเป็นคนออกโรงปกป้องแทนเธอ ทำให้สาธิตยิ่งตราหน้าว่าจีราวัจน์กำลังแย่งผัวคนอื่น แต่ดึกรีแรงแค้นของสาธิตต้องสะดุด เมื่อเขาได้เป็นคนอยู่ในเหตุการณ์ ที่จีราวัจน์ใส่ใจ ในความเป็นความตายของยายจัน หากเขาก็ยิ่งย้ำใจให้แข็งขึ้นอีก เพราะถึงอย่างไรจีราวัจน์ ก็คือมือที่สามที่ทำให้ครอบครัวของชยันต์ต้องมีปัญหา ในงานศพยายจัน จีราวัจน์ถูกลอบยิง แต่เจตต์รับเคราะห์แทน แม้จะจับมือใครดมไม่ได้ แต่ในที่สุดชยันต์ก็ได้รู้ว่าเป็นฝีมือของปียากุล ชยันต์และปียากุลทะเลาะกันหนักขึ้นเรื่อย ๆ ชยันต์เห็นใจลูกจึงพยายามอดทนเสมอ แต่ครั้งนี้ปียากุลทำเกินไป ทำให้ชยันต์คิดว่าต้องทำอะไรตัดนิสัยเอาแต่ใจของปียากุลบ้าง จึงตัดสินใจขอแยกบ้านอยู่กับปียากุล ปียากุลนั้นรักชื่อเสียงมาก เมื่อชยันต์ขอแยกกันอยู่ และมีข่าวออกหน้าบันเทิง ทำให้ปียากุลเครียด จนต้องไปฟูมฟายระบายกับสาธิต กล่าวหาว่าชยันต์ย้ายออกไป เพื่อไปอยู่กับจีราวัจน์ นักแสดงละครคลื่นชีวิต จีราวัจน์คือต้นเหตุทำให้ชีวิตครอบครัวของปียากุลพังพินาศ สาธิตมาจัดการจีราวัจน์แทนปียากุล แล้วเห็นจีราวัจน์ก็คอยดูแลเจตต์ เพราะต้องเจ็บตัวเพื่อตัวเอง ความสนิทสนมของจีราวัจน์กับเจตต์ทำให้ดารากาไม่พอใจ คิดว่าเพื่อนทรยศทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเธอแอบหลงรักเจตต์ จนกระทั่งทะเลาะกันใหญ่โต ถึงขั้นดารากาย้ายออกจากบ้านเพื่อน สาธิตตามมาสมน้ำหน้าจีราวัจน์ที่มั่วผู้ชายไม่เลือก แม้แต่แฟนเพื่อนก็ไม่เว้น จนสุดท้ายจีราวัจน์ก็ไม่เหลือใคร ชยันต์เข้ามาปลอบใจจีราวัจน์ว่าเธอยังมีเขา ชยันต์คอยเข้ามาประคับปคะคองจีราวัจน์ แต่ชีวิตที่เคยเป็นเด็กบ้านแตกสาแหรกขาด ทำให้จีราวัจน์ไม่อยากเป็นคนทำลายครอบครัวของชยันต์ แต่ชยันต์ปลอบจีราวัจน์ว่า ที่ครอบครัวของเขาจะพัง ไม่ใช่เพราะจีราวัจน์ แต่เป็นเพราะปียากุลกับเขาหมดความเข้าใจต่อกัน ในเมื่อชยันต์ไปกับปียากุลไม่รอด เขาก็อยากหยุดและเริ่มต้นใหม่กับจีราวัจน์ เรื่องย่อคลื่นชีวิต จีราวัจน์เคยผ่านชีวิตบอบซ้ำมา ทำให้จีราวัจน์รู้ว่าความหวังดีที่ชยันต์มีให้กับเธอ มันไม่ใช่ความรักอย่างที่ชยันต์พร่ำบอก มันเป็นแค่ความรู้สึกเห็นใจ เพราะแท้จริงในหัวใจของชยันต์รักปียากุลและเจ็บซ้ำกับสิ่งที่ปียากุลไม่ไว้ใจเขา ดังนั้นคนมีปัญหาอย่างชยันต์ มาเจอกับผู้หญิงที่เจอปัญหามาทั้งชีวิตอย่างเธอ มันจึงเกิดการคลิกกัน จีราวัจน์ขอให้ชยันต์ เป็นเพื่อนที่ดีอย่างเดิม อย่าให้มากกว่านั้นเลย แล้วกลับไปซ่อมแซมครอบครัวของชยันต์ ให้กลับมาสวยงามเหมือนเดิมดีกว่า แต่เคราะห์ของจีราวัจน์ที่จะทำให้สาธิตยิ่งเกลียดเธอ ยังไม่จบเพียงแค่นั้น เมื่อจีราวัจน์รู้ว่าบ้านที่อาศัยอยู่นี้กำลังจะถูกธนาคารยึด จีราวัจน์สั่งสุกี้ให้จัดการเรื่องบ้าน จนเรื่องเข้าหูจริยา จริยาสั่งห้ามจีราวัจน์ไปยุ่งกับนวดีอีก เพราะตอนนี้รูปคดีออกมาว่าไม่มีหลักฐานมัดว่าจีราวัจน์ขับรถชน แต่ถ้าจีราวัจน์ดูแลนวดีมาก ๆ เพราะมันอาจทำให้สาธิตหาช่องโหว่เล่นงานจับจีราวัจน์เข้าคุกได้ จีราวัจน์เสียใจที่แม่เห็นแก่ประโยชน์ตัวเองจนลืมคำว่ามนุษยธรรม ถ้าลูกของแม่โดนรถชน แม่จะอยู่เฉยไหม จริยาได้แต่ยืนนิ่งไม่ได้ตอบ การทะเลาะกันเสียงดังของจีราวัจน์กับจริยา ทำให้ ศิริลักษณ์ หัวหน้าแม่บ้านประจำบ้านของสิทธา ผู้มีนิสัยประจบสอพลอสิทธา และลึก ๆ หวังสบายเป็นเมียของสิทธา แต่สิทธาไม่เอา ทำให้ศิริลักษณ์อิจฉาและจงเกลียดจงชังจริยาและจีราวัจน์ เมื่อการทะเลาะของจริยากับจีราวัจน์รู้ถึงหูศิริลักษณ์ ศิริลักษณ์จึงไปบอกสิทธาว่าจีราวัจน์ต้องการเงิน ทำให้สิทธาเสนอเงินเธอโดยมีข้อแลกเปลี่ยน ซึ่งจีราวัจน์รู้ดีว่าคืออะไร จีราวัจน์ตกลงเพราะเห็นถึงวิธีที่จะแก้เผ็ดอีกฝ่าย ในวันนัดจีราวัจน์แอบมอมยาสิทธา พร้อมเอาปืนจ่อหน้าสิทธาและข่มขู่ให้สิทธาเลิกยุ่งกับตัวเองอีกไม่อย่างนั้นเธอฆ่าสิทธาให้ตายตามกันแน่ แล้วจีราวัจน์ก็หนีออกมาจากโรงแรม โดยหวังว่าเรื่องราวยุ่ง ๆ จะจบลงสักที แต่เปล่าเลย เมื่อจีราวัจน์พบสาธิตที่ดักรออยู่ จากการแอบส่งข่าวของพิม ที่รู้ว่าสาธิตจ้องทำลายจีราวัจน์อยู่ พิมจึงเข้ามาตีสนิทกับสาธิต หวังจะยืมมือสาธิตทำลายจีราวัจน์ให้สิ้นซาก ละครคลื่นชีวิต แล้วภาพที่สาธิตเห็นจีราวัจน์เข้าโรงแรมกับสิทธาที่มีศักดิ์เป็นพ่อเลี้ยงของจีราวัจน์ ยิ่งทำให้สาธิตขยะแขยงจีราวัจน์ โดยคิดว่าจีราวัจน์มั่ว เห็นแก่เงิน จนไร้ศีลธรรมใช้ผัวร่วมกับแม่ แต่แล้วความเชื่อที่สาธิตมีต่อจีราวัจน์ต้องเจอจุดเปลี่ยน เมื่อสาธิตจำต้องมาพัวพันกับความเลวของสิทธาจนได้ เพราะ เวทิต นักข่าวที่แอบส่งหลักฐานเอาผิดสิทธามาให้เขาก่อนตาย ทำให้สาธิตเริ่มตามสืบพฤติกรรมของสิทธา แล้วนั่นทำให้สาธิตได้เห็นว่าสิทธาชั่วร้ายขนาดไหน แล้วคนที่ตกเป็นเหยื่อของสิทธาไม่ใช่แค่เวทิต แต่เป็นจีราวัจน์ด้วย รวมทั้งจีราวัจน์ได้เข้ามาดูแลนวดี และดูแลเด็ก ๆ กำพร้าที่นวดีสอนหนังสือ และชยันต์ยังมาปรับความเข้าใจกับสาธิตว่าจีราวัจน์ไม่ยอมรับความรักของชยันต์ แต่จีราวัจน์กลับเป็นคนเตือนสติให้ชยันต์กลับไปง้อปียากุล ทำให้สาธิตได้เห็นว่าจีราวัจน์ ได้มีแค่ด้านร้าย แต่เธอยังมีมุมความดี และมีหัวใจที่บอบซ้ำ ไม่ต่างจากเด็กกำพร้าที่นวดีและเขาดูแลเลย ทำให้ความแค้นในใจของสาธิตเริ่มเปลี่ยนเป็นความสงสาร เข้าไปยุ่งกับชีวิตจีราวัจน์โดยไม่รู้ตัว นักแสดงละครคลื่นชีวิต ด้านจีราวัจน์ก็ได้รับรู้มุมอบอุ่นที่เกิดจากความเอาใจใส่ ดูแลด้วยความละเอียดอ่อนของสาธิต ซึ่งเป็นความรู้สึกที่เธอไม่เคยได้จากใคร เป็นความรู้สึกที่เธอโหยหา จนทำให้จีราวัจน์แอบเผลอใจให้สาธิตโดยไม่รู้ตัว สองคนต่างมีความห่วงใยที่ไม่กล้าแสดงออกต่อกัน ละครคลื่นชีวิต จนกระทั่งสิทธามายุ่งเกี่ยวกับจีราวัจน์อีกครั้ง สาธิตออกตัวช่วยจีราวัจน์ให้รอดพ้นเงื้อมมือสิทธา และยังใช้หลักฐานที่ตัวเองได้จากเวทิตข่มขู่สิทธา เพื่อให้สิทธาเลิกยุ่งกับจีราวัจน์ จีราวัจน์อึ้งเมื่อเห็นว่าสาธิตช่วยเหลือตัวเอง โดยสับสนว่าสาธิตช่วยตัวเองทำไม สาธิตรู้สึกอะไรกันแน่ แต่สิทธามองอาการสาธิตออก สิทธารู้ว่าสาธิตกำลังตกบ่วงเสน่หาของจีราวัจน์ และดูเหมือนจีราวัจน์ก็มีใจให้สาธิตเช่นกัน ทำให้สิทธาคิดชั่ว ในเมื่อตัวเองไมได้จีราวัจน์มาครอบครอง ก็อย่าหวังว่าใครจะได้มีความสุขทั้งจีรัวัจน์และสาธิต ดังนั้นสิทธาจึงไปหาสาธิตที่สำนักงาน แล้วมอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่เขาเคยส่งคนไปเก็บ ซึ่งเป็นหลักฐานว่าจีราวัจน์คือคนขับรถชนติวดี เมื่อสาธิตเห็นหลักฐาน ความเจ็บปวดในอดีตจึงย้อนคืนกลับมา สาธิตได้แต่นั่งมองกองหลักฐานอย่างสับสนว่าเขาจะฟ้องเอาจีราวัจน์เข้าคุกหรือไม่ เรื่องสิทธาเอาหลักฐานไปให้สาธิตรู้ถึงหูจริยา จริยารีบไปหาสาธิตเพื่อเจรจาพร้อมเสนอเงินให้ ความเจ็บปวดในใจของสาธิต ทำให้สาธิตบอกจริยาไปว่า เขาจะยอมทำลายหลักฐาน ก็ต่อเมื่อจีราวัจน์เอาตัวมาแลก ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ความชั่วของสิทธายังไม่หยุดเท่านี้ มันเหมือนเสือที่คลั่ง จริงอยู่ที่จีราวัจน์เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา แต่คนอย่างสิทธาไม่เคยยอมให้ใครลูบคมได้ ถ้าประกาศว่าได้ มันต้องได้ สิทธาสั่งพิมให้หลอกล่อจีราวัจน์มาที่เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของเขา สิทธาวาดหวังจะข่มขืนจีราวัจน์บนเครื่องบิน เพราะไม่มีทางที่จีราวัจน์จะหนีรอดกรงเล็บเสือไปได้ จริยารู้เรื่องแผนการชั่วของสิทธา แม้จะรักเกียรติยศชื่อเสียง แต่หัวใจความเป็นแม่ไม่อาจปล่อยให้ชีวิตลูกตกนรกได้ เมื่อพิมหลอกจีราวัจน์ไปถึงเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของสิทธาได้ จีราวัจน์ดิ้นรนหนีจนไปเจอปืนของสิทธา สิทธาแย่งปืนกับจีราวัจน์ ทันใดนั้น กระสุนจากปากกระบอกปืนในมือของคุณหญิงจริยา ก็ยุติเรื่องเลวร้ายทั้งหมดลงในวินาทีนั้น เป็นครั้งแรกที่จีราวัจน์เข้าไปกอดแม่ จริยาเข้าไปกอดลูกพร้อมพร่ำบอกขอโทษ เป็นเพราะความโลภของตัวเอง ทำให้ชีวิตของจีราวัจน์ต้องเป็นอย่างนี้ เธอขอติดคุกเพื่อชดใช้กับความผิดที่เธอทำ แต่สิ่งหนึ่งที่จริยาอยากให้จีราวัจน์รู้ไว้ ว่าต่อให้เงินสำคัญสำหรับแม่ยังไง แต่เลือดเนื้อและหัวใจของลูกสำคัญกว่า นั่นทำให้หัวใจที่เย็นชาไร้ความรู้สึกของจีราวัจน์ได้รับรู้ความในใจของแม่ ละครคลื่นชีวิต คลื่นชีวิตของจีราวัจน์เหมือนจะกำลังสงบ แต่ยังมีพายุอีกหนึ่งลูก ที่กำลังรอพัดพาชีวิตของจีราวัจน์ให้ล้มลง เมื่อจริยาเอาเรื่องข้อเสนอของสาธิตไปบอกกับจีราวัจน์ เมื่อจีราวัจน์รู้เรื่องข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตแล้ว เธอจะทำเช่นไร จะยอมทำตามข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตหรือไม่ ชยันต์และปียากุลจะกลับมาคืนดีกันไหม เจตต์กับดารากาจะสมหวังกันหรือเปล่า และหัวใจรักของแม่ที่จริยากดเก็บไว้ ไม่เคยแสดงออกให้ลูกเห็น จริยาจะเลือกปกป้องเกียรติยศชื่อเสียงของตัวเองหรือปกป้องลูก สุดท้ายเส้นทางความรักระหว่างสาธิตกับจีราวัจน์ที่มีความแค้นขวางกั้นจะมีวันเกิดขึ้นได้หรือไม่ ต้องติดตามชมกันต่อได้ใน ละครคลื่นชีวิต ที่เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต รายชื่อนักแสดงนำใน ละครคลื่นชีวิต ปริญ สุภารัตน์ รับบท สาธิต อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท จีราวัจน์ หลุยส์ สก๊อต รับบท ชยันต์ จรินทร์พร จุนเกียรติ รับบท ปียากุล ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ รับบท ดารากา มาสุ จรรยางค์กุลดี รับบท เจตต์ วันสิริ อ่องอำไพ รับบท เจนจิรา ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ รับบท สิทธา โชติกา วงศ์วิลาศ รับบท พิม เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ รับบท สุกี้ ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์ รับบท ลูกน้ำ พริมา พันธ์เจริญ รับบท ติวดี สันติสุข พรหมศิริ รับบท พัฒนะ ขวัญฤดี กลมกล่อม รับบท นวดี

ผลฟุตบอล โปแลนด์ แม่นจุดโทษ! ชนะ สวิตเซอร์แลนด์ เข้ารอบ 8 ยูโร 2016
ผลบอล /  ผลฟุตบอล / 

ผลฟุตบอล ศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ ยูโร 2016 รอบ 16 ทีมสุดท้าย ปรากฏว่า โปแลนด์ เอาชนะ สวิตเซอร์แลนด์ ด้วยการดวลจุดโทษชนะ 5-4 (หลังเสมอกัน 1-1) โปแลนด์ทะลุผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายเป็นทีมแรก ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป รอบแบ่ง 16 ทีมสุดท้าย วันเสาร์ ที่ 25 มิถุนายน 2559 สวิตเซอร์แลนด์ vs โปแลนด์ ผู้ทำประตู: 0-1 บลาสซีคอฟสกี้ 39', 1-1 ชากิรี 82' เวลา: 20.00 น. สนาม: สต๊าด เจฟฟรัว กุยซาร์ด ถ่ายทอดสด: ช่อง 3 HD (33) เริ่มเกมตั้งแต่นาทีแรก สวิตเซอร์แลนด์เกือบเสียประตู เมื่อฌูรูส่งหลังให้ซอมเมอร์เบาเกินไป โดนมิลิคโฉบเข้ามายิง แต่บอลเหินข้ามคานแบบน่าเสียดาย หลังจากนั้นโปแลนด์เป็นฝ่ายขึงเกมตลอด 10 นาทีแรก น.10 เซอร์ดาน ชากิรี มีโอกาสยิงให้สวิตเซอร์แลนด์บ้าง แต่บอลเข้าข้างตาข่าย น.20 ไครซ์ตอฟ แมคชินสกี้ มีโอกาสยิงไกลให้กับโปแลนด์ แต่บอลลอยหลุดออกข้างไปแบบหมดลุ้น น.31 โปแลนด์ยังเป็นฝั่งที่ได้ลุ้นประตู จากจังหวะหลุดของ โกรซิชกี้ ที่ตัดสินใจยิงทันที บอลลอยหลุดออกนอกกรอบไปแบบหมดลุ้น อีก 2 นาทีต่อมา โปแลนด์ยังบวกสกอร์ไม่ได้ จากจังหวะที่ มิลิค มีโอกาสยิงจ่อๆ แต่บอลก็ยังหลุดออกหลังไป น.39 โปแลนด์ขึ้นนำจนได้! จากการโยนบอลจากริมเส้นฝั่งซ้าย ทะลุมาถึง ยาคุบ บลาสซีคอฟสกี้ ที่ยืนที่เสาสอง ซัดบอลลอดตัวยานน์ ซอมเมอร์เข้าไป โปแลนด์ 1-0 สวิตเซอร์แลนด์ จบครึ่งแรก! สวิตเซอร์แลนด์ตามหลังโปแลนด์ 0-1 ออกสตาร์ทครึ่งหลัง สวิตเซอร์แลนด์ดูคึกคักขึ้นมา ป้วนเปี้ยนอยู่บริเวณหน้าปากประตูโปแลนด์หลายครั้ง น.50 เลวานดอฟสกี้ มีโอกาสจิ้มหัวเกือก แต่ยังไม่สามารถสร้างภาระให้กับซอมเมอร์เท่าที่ควร นอกจากนี้ยังเป็นการยิงตรงกรอบครั้งแรกในศึกยูโรปีนี้ของเขาด้วย น.53 บลาสซีคอฟสกี้ เลี้ยงตัวเข้าในแล้วซัดด้วยซ้าย แต่ยังไปติดเซฟของซอมเมอร์ที่ปัดออกหลังไป หลังจากนั้น เกมเป็นของสวิตเซอร์แลนด์ที่หวังเอาประตูตีเสมอให้ได้ แต่ก็ยังไม่มีลุ้นประตูแบบจะแจ้งสักที น.73 สวิตเซอร์แลนด์ได้ฟรีคิกระยะหวังผล และเป็น ริคาร์โด โรดริเกซ ที่รับหน้าที่นี้ บอลจะเข้าสามเหลี่ยมบนอยู่แล้ว แต่ติดมือฟาเบียนสกี้ที่โชว์ซูเปอร์เซฟ น.78 สวิตเซอร์แลนด์มีลุ้นประตูตีเสมออย่างยิ่งยวด จากลูกยิงของ แฮริส เสเฟโรวิช ก่อนลอยไปกระทบคานไม่เป็นประตู น.82 หลังขึงเกมอยู่นาน สวิตเซอร์แลนด์ก็ตีเสมอ 1-1 จนได้! จากลูกจักรยานอากาศของ เซอร์ดาน ชากิรี เสียบเข้าโคนเสาอย่างสวยงาม หมด 90 นาที สวิตเซอร์แลนด์ 1-1 โปแลนด์ ต้องตัดสินในช่วงต่อเวลาพิเศษ น.112 เอริน เดร์ดิย็อค หลุดเข้าไปโหม่งจ่อๆ แต่ลูคัส ฟาเบียนสกี้ยังซูเปอร์เซฟเอาไว้ได้ จบ 120 นาที ทั้งสองทีมยังเสมอกัน 1-1 ทำให้ต้องยิงจุดโทษตัดสิน สวิตเซอร์แลนด์: ลิชสไตน์เนอร์ (เข้า), ชาก้า (ไม่เข้า), ชากิรี (เข้า), ชาเออร์ (เข้า), ร.โรดริเกซ (เข้า) โปแลนด์: เลวานดอฟสกี้ (เข้า), มิลิค (เข้า), กลิค (เข้า), บลาสซีคอฟสกี้ (เข้า), โครโชเวี้ยค (เข้า) จบเกม! โปแลนด์เอาชนะสวิตเซอร์แลนด์หลังจากเสมอกัน 120 นาที 1-1 (โปแลนด์ชนะจุดโทษ 5-4) รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม สวิตเซอร์แลนด์: ยานน์ ซอมเมอร์; ฟาเบียง ชาเออร์, สเตฟาน ลิชสไตน์เนอร์, โยฮัน ฌูรู, ริคาร์โด โรดริเกซ; เซอร์ดาน ชากิรี, เบลริม เซไมลี (บรีล เอ็มโบโล่ 58'), แกรนิต ชาก้า, แอดเมียร์ เมห์มิดี้ (เอริน เดร์ดิย็อค 70'), วาลอน เบห์รามี (เกลสัน เฟอร์นานเดส 77'); แฮริส เสเฟโรวิช โปแลนด์: ลูคัส ฟาเบียนสกี้; อาร์เธอร์ เยดเซจ์เคี้ยก, มิชาล พาซดาน, คามิล กลิค, ลูคัส พิสซ์เช็ก; ไครซ์ตอฟ แมคชินสกี้ (โทมัส ยอดโลเวี๊ยค 101'), เกอร์เซกอร์ซ โครโชเวี้ยค, ยาคุบ บลาสซีคอฟสกี้, คามิล โกรซิชกี้ (สลาโวเมียร์ เพสซ์โก้ 104'); อาร์คาร์ดิอุซ มิลิค, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เช็คผลบอล Euro 2016 รายงานทุกสนาม และการทำประตู >> ผลบอลยูโร <<

มีที่มา! “ธีราทร” เฉลยท่าดีใจ-พิสูจน์เล่นร่วมพีระพัฒน์ได้ (มีคลิป)
ธีราทร บุญมาทัน /  นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี / 

แบ๊กซ้ายป้ายเเดงกิเลนผยอง เฉลยท่าดีใจคิดไว้ก่อนหน้านี้เเล้ว พร้อมพิสูจน์สามารถเล่นร่วมกับ พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา ได้อย่างไม่มีปัญหา ธีราทร บุญมาทัน ปราการหลังกัปตันทีมชาติไทยของเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด โดยล่าสุดทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการประเดิมสนามให้กับทัพกิเลนผยอง มีส่วนสำคัญพาทีมเปิดบ้านถล่มเอาชนะ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ไปขาดลอย 4-1 ในศึกโตโยต้า ไทยลีก เมื่อวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยอดีตดาวเตะคู่ปรับออกสตาร์ทเป็นตัวจริง ถูกจับลงสนามในตำเเหน่งมิดฟิลด์ตัวกลางเเละยิงประตูให้ทีมออกนำ จากนั้นมีส่วนเปิดบอลให้ทีมได้ประตูที่สอง รวมถึงจ่ายคิลเลอร์พาสประสานงานกับ พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา ให้หลุดไปเเอสซิสได้เพิ่มอีกสองประตูในเกมล่าสุด ซึ่งเจ้าตัวให้สัมภาษณ์ผ่าน MTUTD.TV ว่า “ก็ดีใจครับที่พาทีมเก็บ 3 เเต้มได้เเละทำประตูได้, เป็นสิ่งสำคัญที่สุดคือทีมคว้า 3 เเต้มครับ” ส่วนท่าดีใจที่ยกมือขึ้นไหว้เจ้าตัวยอมรับว่าคิดไว้ก่อนหน้านี้เเล้ว โดยกล่าวว่า “ท่าดีใจก็คิดไว้อยู่เเล้วครับ ก็คิดว่าวันนี้เค้า (เเฟนบอล) อยู่ข้างผม คอยปกป้องผม เเละผมก็เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งที่นี้ก็อยากให้เค้ารักครับ” ขณะที่ตำเเหน่งได้ออกสตาร์ทในตำเเหน่งมิดฟิลด์ “อุ้ม” เผยว่า “พี่เเบนเค้าให้ผมเล่นกลางทางฝั่งซ้ายครับ เป็นตัวครองบอล คอยเซทบอล เพราะเห็นว่าเราสามารถหมุนกับบาส (พีระพัฒน์) ได้ ซึ่งในตอนซ้อมโค้ชเเบนก็ได้ใส่เเท็คติกว่าให้หมุนเเละเล่นกับบาสเเละหมุนกันให้ได้ประมาณนี้ครับ เเต่ยอมรับว่าผมก็ยังงงๆอยู่กับตำเเหน่งอยู่” “เเต่ก็ยืนยันว่าผมกับบาสเล่นด้วยกันได้อย่างไม่มีปัญหาเเน่นอนครับ ส่วนเป้าหมายทำลายสถิติชนะ 14 นัดรวดที่ผมเคยทำไว้กับบุรีรัมย์นั้นเราขอมองเป็นนัดต่อนัดเเละก็จะทำให้ดีที่สุด” “อุ้ม” กล่าว สำหรับโปรเเกรมนัดต่อไปของ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด จะบุกไปเยือน บางกอกกล๊าส เอฟซี ในวันพุธที่ 29 มิถุนายนนี้ ที่สนามเลโอ สเตเดียม เวลา 20.00 น. เครดิตคลิป : MTUTD.TV OFFICIAL

รอชม! กิเลนผยองเเย้มเตรียมส่ง “อุ้ม-ยาย่า” ประเดิมบู๊โคราช
ซูมาฮูโร่ ยาย่า /  ธีราทร บุญมาทัน / 

กิเลนผยอง เเย้มเตรียมส่ง 2 เเข้งใหม่อย่างกัปตันทีมชาติไทย เเละอดีตปีกระดับตำนานของทีมประเดิมลุยเลกสอง พบสวาดเเคทเย็นนี้ สโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่ศึกโตโยต้า ไทยลีก ที่เตรียมออกสตาร์ทในเลกที่สองด้วยการบุกไปเยือน “สวาดเเคท” นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ในวันเสาร์นี้ (25 มิถุนายน) โดยมีรายงานว่าทัพกิเลนผยองที่เตรียมล่าชัยชนะเป็นนัดที่ 13 ติดต่อกันนั้น เตรียมส่ง 2 ผู้เล่นป้ายเเดงอย่าง “เจ้าอุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน เเละปีกตำนานตัวเก่งอย่าง ซูมาฮูโร่ ยาย่า ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง ซึ่งถือว่าเหนือความคาดหมาย เนื่องจากก่อนหน้านี้ทาง “โค้ชเเบน” ธชตวัน ศรีปาน เฮดโค้ชของทีมออกมาให้สัมภาษณ์ว่าอาจยังต้องรอเช็คความฟิตผู้เล่นทั้งสองรายก่อนอีกครั้ง กระทั้งมีกระเเสข่าวเข้ามาว่าทั้งคู่เตรียมออกสตาร์ทเป็น 11 ตัวจริงช่วงเย็นวันนี้ (25 มิถุนายน) เเต่อย่างไรก็ตามต้องรอชมการเเข่งขันในช่วงเย็นนี้อีกครั้ง สำหรับ “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด จะยกพลออกไปเยือน “สวาดเเคท” นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ที่สนามเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา เวลา 20.00 น. โดยถ่ายทอดสดทางช่องทรูโฟร์ยู

ฮือฮา อั๋น ชุลีพร อดีตเมีย ล้อต๊อก จุดธูปขอคบแฟนรุ่นลูก! ห่าง 26 ปี
อั๋น ชุลีพร เมีย ล้อต๊อก /  อั๋น ชุลีพร เปิดตัวแฟนรุ่นลูก / 

     กำลังตกเป็นกระแสฮือฮา! อยู่ขณะนี้หลัง อั๋น ชุลีพร อดีตภรรยาของตลกผู้ล่วงลับ “ล้อต๊อก” ออกมาเปิดตัวแฟนเด็กนามว่าหนุ่ม บาส อายุห่างกันถึง 26 ปี!! โดยสาวอั๋นยอมรับเป็นฝ่ายเดินหน้าจีบก่อน และได้มีการจุดธูปขอ “ป๋าต๊อก” เรียบร้อยแล้ว บอกดูใจแฟนรุ่นลูกมา 3 ปี ฟุ้งเป็นพรหมลิขิต ฝ่ายชายสาบานต่อหน้าพระจะไม่ทรยศ ส่วนครอบครัวทั้งสองฝ่าย รวมทั้งลูกๆ รับรู้แล้ว เปรยขอดูใจกันไปเรื่อยๆ ไม่คิดมีพิธีแต่งงาน... รายละเอียดมีดังนี้    อั๋น “ก็คือจริงๆ แล้วอั๋นไม่ทราบว่าด้วยความที่วันนี้มาออกคู่กับบาสเนี่ย มันเป็นพรหมลิขิตขอให้คิดตรงนั้นนะ ซึ่งอั๋นไม่คิดว่าวันนี้มันจะเป็นอย่างนี้ แล้วอีกอย่างนึงป๋าท่านเสียมาแล้ว 14 ปี ถ้าเราคิดว่าเขาดี ไม่งั้นอั๋นจะไม่กล้ามาออกอย่างนี้แน่นอน น้องเขาเป็นคนทำมาหากิน เงินทองเขาไม่เคย คนจะมองภาพ อั๋นเข้าใจภาพ ไม่เป็นไรมองได้เลย อั๋นอนุญาตให้มอง แต่อั๋นอยู่สองคนอั๋นรู้ว่าอะไรเป็นอะไร อั๋นดีขึ้นไหม ตั้งแต่คบเขามา 3 ปีอั๋นดีขึ้นไหม อะไรอย่างนี้ อั๋นมั่นใจว่าถ้าอั๋นจะเดินผิด สมมุตินะคะ ถ้าอั๋นจะเดินทางผิดอั๋นก็จะขอรับกรรมนั้นไว้คนเดียว แต่อั๋นจะบอกว่าไม่ต้องห่วง ประชาชนที่รักป๋า หนูขอโทษ หนูต้องกราบขอโทษด้วยนะคะถ้าเกิดที่หนูมีแฟน อาจจะทำให้ไม่สบายใจหรือเปล่า แต่ไม่ต้องห่วงหนูนะคะ หนูยังเป็นเจ๊อั๋นคนเดิม ยังรักและเคารพป๋าต๊อกไม่มีวันลืม จะไม่ลืมชั่วชีวิตผู้ชายคนนี้แล้วก็ขอฝากน้องเขา เขาดีจริงๆ ค่ะ”    อั๋น “ชีวิตหนูแย่มาตลอดตั้งแต่ป๋าเสีย แต่มาฟื้น เสร็จแล้วตัวเองก็ทำตัวไม่ดี โดยการไปแบบไปนู่นไปนี้ จนเปิดร้านอาหารใหญ่โตที่ระยองจนเจ๊งเงินหมดตัว แล้วพอมาเล่นตลกอยู่กับอ่างก็ไม่ดีขึ้น จนมาเจอน้องเขา เขาก็ให้ใช้เงินน้อยลงแล้วก้ช่วยกันทำมาหากิน ทำนู่นทำนี่ คืออั๋นจะเป็นคนสบายมาตั้งแต่ไหนแล้ว พออยู่กับเขาปุ๊บเขาจะสอนให้ลำบาก ลำบากในที่นี้ก็คือให้เราเก็บเงิน แล้วเขาได้มาก็ช่วยอะไรอย่างนี้ เขาให้นะคะ ให้ทีเป็นก้อนๆ เลยบางทีเราก็ตกใจเอาเงินมาจากไหนอะไรอย่างนี้ เขาก็บอกเขาเก็บๆ รวมๆ ไว้เอาไปเหอะบาสเอาไว้ก็ไม่ได้ใช้ ลูกก็ไม่ต้องห่วงแม่เอาตัวรอดได้สบาย ไม่ต้องห่วง”    อั๋น “ตอนแรกๆ เขารับไม่ได้ค่ะ โกรธ ไม่พูดไม่จากับแม่เลย หนูก็เลยบอกว่าให้เขาพิสูจน์ตัวเขาเอง คุณพิสูจน์ตัวเอง เดี๋ยวนี้ลูกไม่นั่นกับหนูนะคะ ไปกับเขาหมดแล้ว ลูกสามคนนี่มีอะไรก็บาส โทรหาแต่บาส ไม่อั๋นแล้วค่ะ เป็นบาสเพราะว่าเขามีเหตุผลมากกว่า อั๋นจะเอาแต่ใจอย่างนี้”    บาส “ช่วงแรกๆ เรากลัวอย่างที่บอกครับ เรากลัวว่าคนอื่นจะมองว่า หนึ่งเลยคือเขาเป็นคนมีชื่อเสียง สองก็คือเขาเป็นคนที่มีเงิน แล้วเขามาคบกับเราซึ่งอายุระยะห่างอายุมันห่างกันมาก ก็กลัวคนจะมองว่าเขาน่ะมาเลี้ยงเรา”    อั๋น “สู้ฟันอยู่นาน กว่าเขาจะมาชอบ มารักน่ะ สู้ฟันอยู่นาน จนวันนึงเราช็อกน่ะ ช็อกแบบเหมือนสาวไง เหมือนสาวน่ะเข้าใจป่ะ เราร้องเพลงอยู่แบบคุณไปกินข้าวฟู้ดแลนด์กัน วันนั้นใกล้ถึงวันเกิดแระ คุณไปทานข้าวที่ฟู้ดแลนด์กัน ทุกทีก็ไปกินกันตลอดแต่ก็ไม่เคยมีคำพูดหวานๆ ไปกินข้าวกันพอไปนั่งแล้วแบบ คุณเมื่อคืนนอนคิดทั้งคืนเลย เป็นแฟนกันนะ เขาก็จับมือเราเหมือนสาวๆ น่ะ ขานี่สั่นกินอะไรไม่ลง สั่นไปทั้งตัว จะช็อกตาย คืนนี้อะไรเกิดขึ้น แต่ทำฟอร์มแบบ ห๊ะ อะไรนะ ไม่แต่ใจส่วนลึกตรงนั้นแบบ ก็จำไว้เลยวันนั้นวันที่ 4 เขาบอกเป็นแฟน ก็จำไว้ค่ะ”    บาส “เพราะผมมองว่าเขามีทุกอย่าง แต่เขาอดทนกับเรา เพราะเมื่อก่อนเขาจะเป็นคนที่ชอบบังคับเรา แต่เราแบบไม่ทำน่ะ คือก่อนที่จะเป็นแฟนกันน่ะครับ คือรู้นิสัยกันก่อนที่จะเป็นแฟนกันอีกว่า ต่างคนต่างเป็นยังไง ผมเป็นคนที่แบบถ้าไม่ถูกใจ ถ้าไม่ฟัง หรือถ้าใส่อารมณ์กับผม ผมก็จะใส่อารมณ์กลับ ถ้ามาบีบบังคับผม ผมก็จะเป็นคนที่ไม่ยอมน่ะ แล้วเขาเป็นคนที่แบบ เป็นใครอะไรอย่างนี้ ทำไมถึงบอกรักฉันไม่ได้ประมาณนี้ ผมก็บอกว่าความรักมันต้องเกิดจากความรักจริงๆ อย่างนี้มันไม่ได้ชนะด้วยการเอาใจใส่ เพราะว่าตอนนั้นเขาบุญทุ่มอย่างที่เขาบอก บุญทุ่มแบบพาไปกินข้าว พาไปเที่ยว แต่ว่าเรารู้สึกว่าเขาทนอารมณ์เราได้ พอทนอารมณ์เราได้เสร็จปึ๊บ เออแสดงว่าผู้หญิงคนนี้ทนกับนิสัยที่ต่ำที่สุดของเราได้”    บาส “สำหรับการปรับตัวเข้าหาครอบครัวของเขาในช่วงแรกๆ จริงๆ มันต้องเกิดจากเขาก่อน เขาต้องคุยกับลูกเขาก่อน แต่ว่าเขาคุยกับลูกเขาดีว่าเออเด็กคนนี้เป็นอย่างนี้นะ ผมเนี่ยเป็นนิสัยอย่างนี้ เด็กมันเป็นอย่างนี้นะ มันไม่ได้มาขอเงินแม่ ไม่ได้มาหลอกแม่นะ อ่าเขาก็จะบอกกับลูกเขาแล้วทีนี้ แล้วทีนี้ลูกเขานี่แหละก็บอกแม่พามากินข้าวดิ คือลูกเขาจะเป็นคนบอกเอง จริงๆ ลูกเขาดีทุกคนครับ เขาเป็นคนเปิดโอกาส แล้วไปเนี่ยเขาก็ต้อนรับ อย่างลูกชายเขาอีกคนเนี่ย เขาเล่าให้ฟังนะว่ามีคนมาจีบเขาหลายคนที่เป็นเด็ก แล้วลูกเขาแอนตี้หมดทุกคน แต่พอมาถึงผมเนี่ย ลูกเขาทุกคนไม่ว่าผมสักคำ ไม่เคยมาก้าวร้าว ไม่เคยมาว่าทอหรืออะไร ว่าทำไมต้องมาคบกับแม่เรา ทำไมถึงไม่ไปหาแฟนคนอื่น ทำไมต้องมาคบกับแม่เรา ไม่ เขาใช้วิธีคุยดี นั่งกินข้าวแล้วก็ปาร์ตี้กัน เพราะว่าผมวัยรุ่นไง แล้วเขาก็วัยรุ่น อายุไล่เลี่ยกัน”    บาส “ส่วนแม่ของผมเนี่ย แม่ผมเป็นคนที่ถ้าลูกรักใครก็รักด้วย”    อั๋น “เขาก็ใจหาย เพราะว่าเขาน่ะไม่เคยบอกแม่แอบอยู่ด้วยกัน แล้วก็ไม่เคยบอกแม่เลยว่ามีแฟน แม่เขาก็ช็อก ตอนเจอวันแรกที่รับปริญญา แทบจะเดินพิงข้างฝาแบบตกใจ นี่อะไรมันเกิดขึ้น คุ้นหน้ามากเลยผู้หญิงคนนี้ เขาก็บอกว่าเขาขาสั่นเหมือนกัน นี่มันเหมือนเขาเคยเห็น แต่เขายังไม่รู้ว่าเป็นเมียป๋าต๊อกเนอะ อั๋นก็แบบนั่งแท็กซี่ไป ถามแท็กซี่ๆ หนูเนี่ยอายุ 53 แล้ว แต่แฟนหนูอายุเท่าเนี้ยะ แล้วก็แม่แฟนหนูอายุเท่าเนี้ยะ หนูจะวางตัวยังไงเนี่ย เขาก็ขำ แท็กซี่ขำใหญ่เลย ขำตัวงอเลย ก็บอกจะขำอะไรหนูถามคำปรึกษาเนี่ย ก็ลงไปสู้เลย หนูก็คิดเออสู้ก็สู้ คือถ้าไม่ได้ก็กลับบ้านเนอะ เลิกก็เลิก หนูก็คิดอย่างนี้”    อั๋น “ที่อั๋นมั่นใจในตัวเขาคือ ทุกวันนี้อั๋นซื้อรถ ซื้อบ้าน ซื้อคอนโด เงินสดหมด เขาไม่เคยมาร่ำร้องว่าทำไมไม่เป็นชื่อบาส อั๋นก็จะบอกตรงนี้เลย นักเลงเลย คืออั๋นไม่มั่นใจถ้าเกิดเป็นชื่อเขา ถ้าวันใดวันนึงเลิกไปแล้วลูกอั๋นจะมีอะไรล่ะ แต่เขาไม่เคยมาร่ำร้องว่าทำไมบาสถึงไม่มีชื่อ เขาไม่เคยพูดเลยแม้แต่ครั้ง อันเนี้ยะ ที่อั๋นตัดสินใจเปิดตัวกับเขา เพราะถ้าเป็นผู้ชายอื่นไม่มีทาง เขาหน้าตาดี เวลาเดินกับเขาเนี่ย แหมโคตรโอ้โหเลย จับมือเดินอย่างเนี้ยะ เราก็เดินนึกว่าแม่กับลูกเนอะ เดินไปถึงก็ อุ๊ยคุณอั๋นลูกชายหล่อจังเลย บอกไม่ใช่ลูก แฟน คือโมโหแบบทักบ่อยไง มันชักบ่อยไปแล้ว แต่จริงๆ แล้วก็ปมด้อยเนอะ แต่ก่อนนี้ก็แบบปล่อยตัว 90 กว่าโล ปล่อยตัว ไม่แต่งอย่างงี้ ไม่เอาอ่ะ ไม่แต่งอย่างงี้ พอเขาเป็นอย่างงี้เราสงสาร เขาก็จะจูงแบบคุณลงมาสิ คือเขาจะไปไหนเขาจะจับมือ เราก็สะบัดออก ครั้งนึงในชีวิตเรา เราเคยควงปู่เรา อันนี้มันเป็นอะไรที่สะท้อนมาก เป็นพรหมลิขิตขอให้เข้าใจตรงนี้ว่ามันเป็นพรหมลิขิตจริงๆ ซึ่งหนูไม่เคยคิดเลยว่าวันนี้หนูจะมามีแฟนเด็กอย่างนี้ 53 กับ 27”    บาส “แล้วบาสบอกจะไปสาบาน ผมเคยไปสาบานด้วยนะ สาบานกับหลวงพ่อวัดไร่ขิงครับ”    อั๋น “อันนี้ประเด็นหลักเลยว่า ที่อั๋นยอมร่วมหัวจมท้าย จริงๆ เลย คือเขาไปวัดไร่ขิง แล้วเขายกมือพูดด้วยตัวเขาเองโดยที่อั๋นไม่รู้ เขาชวนไปทำบุญ ซึ่งอั๋นไม่รู้แล้วเขาก็ยกมือ พูดดังๆ แล้วยกมือไหว้ คุณนั่งตรงนี้ก่อน ซึ่งเราไม่รู้ว่าให้นั่งทำไม เขาอย่างงี้ จะไม่ขอทรยศกับผู้หญิงที่ชื่อชุลีพร จะขอรักจนตาย ผู้หญิงอื่นจะไม่อยู่ในสายตาเลย เขาพูดของเขาเอง เขาเอาชีวิตครอบครัวทั้งชีวิตน่ะเป็นประกัน กับพระนะ”    บาส “อยากจะให้เขามั่นใจ เพราะตัวเราเนี่ยเรารู้ตัวเองว่าเรามั่นใจตัวเราเอง ถ้าสมมุติเขาไม่มั่นใจ แล้วเขาเป็นคนคิดมาก เราต้องทำยังไงก็ได้ให้เขาเนี่ยรู้สึกว่าสบายใจ”    อั๋น “ไม่ได้หรอกค่ะแก่ป่านนี้แล้วรดไม่ได้ รดน้ำสังข์หรอไม่ได้หรอกค่ะคงจะสั่นตายแล้วค่ะ หนาวแล้วค่ะ ขอดูใจไปอย่างนี้ค่ะ เอาแค่นี้พอแล้ว มีความสุขแล้ว ขอบคุณเขาด้วยที่ดูแลเราให้รู้สึกเราดีขึ้น แต่ก่อนเราไม่เป็นอย่างงี้เลย เดี๋ยวนี้เรากลายเป็นอย่างงี้ได้เพราะเขาแหละ ขอบคุณมาก สองวันที่แล้วยังถามเขาเลยว่าถ้าอั๋นแก่ตัวไปอีก 10 ปีเนี่ย คุณจะทิ้งอั๋นไหม นั่งคุยอยู่บนโต๊ะกินข้าว เขาก็มองตาบอกจะทิ้งทำไม แล้วคุณจะรู้ว่าบาสจะดูแลคุณดีกว่าที่คุณเป็นอยู่ตอนนี้”ขอขอบคุณ ภาพและข้อมูลจาก ช่อง 8, รายการตัวจริงเสียงจริง ช่อง 8    อั๋น ชุลีพร อดีตเมีย ล้อต๊อก เปิดตัวแฟนรุ่นลูก   อั๋น ชุลีพร อดีตเมีย ล้อต๊อก เปิดตัวแฟนรุ่นลูก   อั๋น ชุลีพร อดีตเมีย ล้อต๊อก เปิดตัวแฟนรุ่นลูก   อั๋น ชุลีพร อดีตเมีย ล้อต๊อก เปิดตัวแฟนรุ่นลูก  

กัวลาลัมเปอร์กับ 5 มุมเที่ยวยามค่ำคืน
Chinatown Night Marketing /  กัวลาลัมเปอร์ / 

Wonderful KL at night กัวลาลัมเปอร์ ความงามที่ไม่เคยหลับใหล  เมืองหลวงสุดศิวิไลซ์ยอดฮิตของประเทศมาเลเซียที่ไม่มีใครไม่รู้จักอย่างแน่นอน ณ นาทีนี้ เพราะกัวลาลัมเปอร์ติดอันดับที่ 8 ของเมืองหลวงที่น่าเที่ยวที่สุดในโลกเมื่อปี 2558 และเมืองแห่งการ ชอปปิ้งที่ดีที่สุดในโลกอันดับที่ 4 สำรวจโดย CNN โดยแต่ละปีกัวลาลัมเปอร์ต้อนรับนักท่องเที่ยวกว่า 11 ล้านคน และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเมืองหลวงแห่งนี้ถือเป็นประตูเชื่อมระหว่างเอเชียและตะวันออกกลาง เป็นศูนย์กลางการค้า ธุรกิจและแหล่งท่องเที่ยวที่โดดเด่นมากมาย โดยเฉพาะการเปิดแหล่งท่องเที่ยวสุดฮิปใหม่ๆเอาใจคนทุกเจเนอเรชั่นได้อย่างลงตัว เมืองหลวงสุดทันสมัยแห่งนี้จึงไม่เพียงกลายเป็นไอคอนแห่งใหม่ของนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก แต่ยังเป็นที่ที่คนมาเลเซียเองยังถือว่าต้องมาเยือนสักครั้งในชีวิต โดยเฉพาะกิจกรรมสุดฮิตอย่างการถ่าย Selfie คู่ตึกแฝด นั่งรถตากลมชมเมือง สัมผัสสถาปัตยกรรมอันวิจิตรของมัสยิดจาเม็ก ณ จัตุรัสเมอร์เดก้าและอีกมากมาย วันนี้เราจะขอนำเสนอความงดงามยามค่ำคืนของเมืองหลวงที่ไม่เคยหลับใหลแห่งนี้ที่หลายคนอาจยังไม่รู้ ใครอยากแชะภาพบรรยากาศที่สวยงามแปลกตาไว้อวดเพื่อน เชิญทางนี้! 1. ตึกแฝดปิโตรนาส (Petronas Twin Towers) ตึกแฝดปิโตรนาสคืออาคาร 88 ชั้น รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งคือ อาคาร KLCC อาคารแห่งนี้เป็นตึกแฝดที่สูงที่สุดในโลก ด้วยความสูง 451.9เมตร สร้างขึ้นโดยได้รับแรงบันดาลใจจากรูปทรงเรขาคณิตของสถาปัตยกรรมอิสลาม ออกแบบโดยซีซาร์ เปลลิ สถาปนิกเชื้อสายอาร์เจนตินา-อเมริกัน ฝั่งหนึ่งของผลงานสถาปัตยกรรมชิ้นเอกนี้ติดกับสวน KLCC ที่กินเนื้อที่กว้างขวางและตกแต่งอย่างสวยงาม สถานที่ที่น่าสนใจในอาคาร KLCC คือ ซูเรีย ชอปปิ้ง คอมเพล็กซ์, ปิโตรนาส ฟิลฮาร์โมนิก ฮอลล์, ศูนย์วิทยาศาสตร์ เปโตรซินและศูนย์ประชุมกัวลาลัมเปอร์ซึ่่งเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ลักษณะเด่นของตึกแฝดนี้เมื่อเปรียบเทียบกับตึกระฟ้า อื่นๆของโลก คือการที่เป็นอาคารหอคอย 2 อาคาร เชื่อมโดยสะพานลอยฟ้า (skybridge) อาคารแฝดใช้บริษัทรับเหมาก่อสร้างจาก 2 ประเทศ คือญี่ปุ่น และเกาหลี โดยมีนัยยะเป็นการแข่งขันกันเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีการก่อสร้างอาคารตึกระฟ้า สะพานลอยฟ้านี้เคยใช้เป็นที่ถ่ายทำภาพยนตร์ฮอลีวูดมาแล้ว สถาปัตยกรรมอันโดดเด่นสูงตระหง่านแห่งนี้กลายเป็นแลนด์มาร์คใจกลางย่านธุรกิจของกรุงกัวลาลัมเปอร์ จากกลางวันเปลี่ยนสู่กลางคืนตึกแฝดแห่งนี้จะถูกประดับประดาไปด้วยแสงไฟสุดอลังการที่ยิ่งทำให้ตึกที่สูงอยู่แล้วยิ่งดูสูงเสียดฟ้าไปอีก ท่ามกลางท้องฟ้าสีดำ ตึกปิโตรนาสแห่งนี้จะแลดูเหมือนถูกระบายสีตัดเส้นให้โดดเด่นด้วยแสงไฟรอบตึกราวกับภาพวาด เวลาทำการและจองตั๋ว เปิดให้เข้าชมวันอังคารถึงวันอาทิตย์ ปิดวันจันทร์ http://www.petronastwintowers.com.my/tickets#operating_hrs การเดินทาง เดินเท้าหรือรถแท็กซี่ ตึกแฝดปิโตรนาสตั้งอยู่ระหว่างถนนจาลันอัมปังและถนนจาลันราจาชูลัน ถัดจากโรงแรมแมนดารินโอเรียนทอล ตรงข้ามกับ ดิเอสคอตต์ Light Rapid Transit (LRT) รถไฟ LRT สายปุตรา แวะจอดที่สถานี KLCC 2. ถนนฟู้ดทรัก (Food Truck Alley, Jalan Sultan Ismail ครั้งแรกใจกลางเมืองที่เหล่า Food Truck จะยกทัพปิดถนน Jalan Sultan Ismail บริเวณจตุรัสเมอร์ดิก้าเพื่อสร้างสีสันยามค่ำคืน พร้อมจัดเต็มเรื่องกินด้วยอาหารนานาชนิดหลากหลายเชื้อชาติ ให้ได้ลิ้มรสกันอย่างจุใจ โดยงานจะจัดทุกวันเสาร์ เวลา 9.00 – 1.00 น.(ค่ำ) และวันอาทิตย์ตั้งแต่ 6.30 – 9.30 น.(เช้า) ในสัปดาห์ที่ 1 และ 3 ของทุกเดือน งานนี้ใครที่เป็นนักชิมตัวยงไม่ควรพลาดงานเดียวครบรสรู้เรื่อง! การเดินทาง Light Rapid Transit (LRT) รถไฟ LRT สายปุตรา แวะจอดที่สถานี Masjid Jamek 3. ย่านบูกิตบินตัง (Bukit Bintang) หากจะพูดถึงสวรรค์ของนัก ชอปแล้วคงหนีไม่พ้นย่าน Bukit Bintang ที่ไม่ว่ามองไปทางไหนก็อัดแน่นไปด้วยห้างสรรพสินค้าและสถานที่สำหรับชอปปิ้งแบบที่เลือกเดินกันไม่ถูกเลยทีเดียว แต่นอกเหนือจากสถานที่ชอปปิ้งทั้งกลางวันและกลางคืนแล้วที่นี่ยังมีตรอกซอยให้ได้เดินเล่นสัมผัสความเป็นวัฒนธรรมท้องถิ่นยามค่ำคืนเช่น Arab Street ตามชื่อถนนเลยคือ ถนนอาหรับ เป็นแหล่งรวมอาหารสไตล์อาหรับซึ่งเป็นอีกหนึ่งที่ที่นิยมทั้งชาวต่างชาติและชาวมาเลย์ หรือหากชอปปิ้งเสร็จแล้วหิว ควรแวะมาที่ Jalan Alor ถนนสายสตรีทฟู้ดชื่อดังที่ทั้งถนนเต็มไปด้วยอาหารแบบท้องถิ่นให้เลือกทานทั้ง จีน มาเลย์ อินเดีย รับรองอิ่มท้องนอนหลับฝันดีอย่างแน่นอน การเดินทาง Light Rapid Transit (LRT) รถไฟ LRT สายปุตรา แวะจอดที่สถานี Bukit Bintang 4. Chinatown Night Marketing Chinatown หรือมีอีกชื่อคือ Petaling Street ที่นี่จะเปิดตั้งแต่กลางวันแต่จะคึกคักเป็นพิเศษช่วงกลางคืนเพราะอากาศไม่ร้อนและมีร้านค้ามาเปิดขายของเยอะกว่า สินค้าทั่วไปจะเป็นของฝากและอาหาร ของใช้เสื้อผ้า ของท้องถิ่นต่างๆ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เหมาะกับคนที่มีเวลาน้อยเพราะสามารถเดินไปกินไปช้อปของฝากได้ในที่ที่เดียว การเดินทาง Light Rapid Transit (LRT) รถไฟ LRT สายปุตรา แวะจอดที่สถานี Pasar Seni 5. กำปง บารู (Kampung Baru) แม้ว่ากัวลาลัมเปอร์จะเป็นเมืองที่ทันสมัยมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเป็นเมืองธุรกิจที่มีตึกตระหง่านตระการตา แต่อีกแห่งใจกลางกรุงนั้น ยังมีตรอกเล็กๆ ที่มีหมู่บ้านโบราณอย่าง Kampung Baru ที่ยังคงไว้ซึ่งวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมดั้งเดิม หลังจากเป็นเอกราชจากการปกครองของอังกฤษ ชาวบ้านที่ก็ลุกขึ้นมาต่อต้านการเป็น modern-city ที่จะลุกล้ำเข้ามา ทำให้ Kampung Baru เป็นสัญลักษณ์ของหมู่บ้านโบราณใจกลางกรุงจนถึงทุกวันนี้ อย่างไรก็ตามชาวบ้านที่นี่มีการปรับตัวได้อย่างดีให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมทำให้เกิดการผสมผสานวิถีชีวิตแบบใหม่และดั้งเดิม แม้กลางวันจะดูเป็นหมู่บ้านอนุรักษ์ธรรมดาที่นักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยือน แต่เมื่อพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่นี่จะกลายเป็นอีกหนึ่งตลาดสตรีทฟูดกลางคืนที่อยู่ท่ามกลางหมู่บ้านโบราณในบรรยากาศย้อนยุคแบบมาเลย์ มาเลย์ โดยเฉพาะร้านขายข้าวแกงมาเลย์ที่โด่งดังจนผู้ว่าการท่องเที่ยวมาเลเซียยังออกปาก เมนูเด็ดคือนาซิเลอมัก อาหารประจำชาติมาเลเซียที่ถ้าใครแวะมาย่านนี้ ไม่ลองไม่ได้จริงๆ การเดินทาง Light Rapid Transit (LRT) รถไฟ LRT สายปุตรา แวะจอดที่สถานี Kampung Baru

ผู้ชายชื่อ “น้อย วงพรู” กับ 8 หนังที่เราอยากให้คุณดู
13 เกมสยอง /  Mary is Happy / 

ผู้ชายชื่อ “น้อย วงพรู” กับ 8 หนังที่เราอยากให้คุณดู น้อย กฤษดา สุโกศล แคลปป์ หรือ น้อย วงพรู เป็นนักแสดงลูกครึ่งไทย – อเมริกัน วัย 45 ปี เริ่มต้นเข้าวงการบันเทิงด้วยการเป็นนักร้องนำวงพรู สังกัดเบเกอรี่มิวสิก ก่อนจะมาชิมลางเล่นภาพยนตร์เรื่องแรก คนกราบหมา เมื่อปี พ.ศ. 2539 แต่ไม่ได้ออกฉายในประเทศไทยเนื่องจากกองเซ็นเซอร์ตรวจสอบและพิจารณาว่ามีเนื่องเรื่องไม่เหมาะสม ทำให้เจ้าตัวตัดสินใจพักเรื่องการแสดงไปนานพอสมควรกว่าจะยอมกลับมารับบทบาทบนแผ่นฟิล์มอีกครั้งในปี พ.ศ. 2547 ซึ่งคราวนี้เขาประสบความสำเร็จ และมีผลงานตามมาอีกอย่างต่อเนื่อง และในวันนี้ เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับภาพยนตร์ 8 เรื่องที่ น้อย วงพรู ได้ฝากลีลาการแสดงเอาไว้อย่างสวยงามและควรค่าแก่ความทรงจำที่สุด 13 เกมสยอง (2549) หนึ่งในภาพยนตร์ที่สร้างชื่อเสียงให้แก่น้อย วงพรู เป็นอย่างมาก กับเรื่องราวชีวิตสุดบ้าระห่ำของชายชื่อ ภูชิต ที่ตกปากรับคำเล่น 13 เกมสุดสยองหลังจากที่ชีวิตผกผันถูกไล่ออกจากงาน แถมยังถูกคนรักทอดทิ้งไปอีก เมื่อเริ่มรับโจทย์จากสายโทรศัพท์ลึกลับ ความโหดเหี้ยมของเกมก็ทวีคูณขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงขั้นต้องฆ่าคน แต่เขาก็ไม่สามารถหยุดเล่นเกมนี้ได้ ด้วยเพราะเดิมพันที่เป็นจุดหมายปลายทางนั้นมูลค่าสูงถึง 100 ล้านบาท ความสุขของกะทิ (2552) ภาพยนตร์อุ่นไอรักครอบครัวที่มีจุดเริ่มต้นจากการสูญเสียแม่ ชีวิตที่เหลือของเด็กสาว กะทิ จึงต้องผูกไว้กับตาและยายผู้มีนิสัยรักความเรียบง่าย ตลอดจนเหล่าเพื่อนและญาติสนิทของแม่ อันได้แก่ น้าชฎา น้ากันต์ และลุงตอง ที่มักจะแวะมาเยี่ยมเยือนจนเสมือนว่าเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนส่งผลให้กะทิเติบโตขึ้นพร้อม ๆ กับความเชื่อที่ว่า...ในความโศกเศร้าก็มีความสุขที่ยิ่งใหญ่ได้เช่นเดียวกัน A Moment in June – ณ ขณะรัก (2552) หนังรักที่เชื่อมโยงคน 3 คู่เข้าไว้ด้วยกันผ่านห้วงเวลาแห่งการตัดสินใจอันยากลำบาก คู่แรก เป็นความรักระหว่างชายหนุ่มสองคน ปกรณ์ และ พล ที่ตัดสินใจแยกกันสักพัก เพราะชีวิตคู่ที่ก้าวต่อไปไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าความรักจะจางหายไป คู่ที่สอง เป็นความรักของคนรุ่นใหญ่ เมื่อ อรัญญา ต้องมาพบกับ กรุง ชายที่เธอมีใจให้มาตลอด 30 ปี เธอมีคำถามมากมายที่อยากรู้ แต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะเอ่ยคำ ๆ แรกออกไป และคู่ที่สาม ความรักต้องห้ามที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน จากการที่ว่าที่เจ้าสาวใน 2 สัปดาห์ข้างหน้าดันไปเผลอมีใจให้เพื่อนเจ้าบ่าวหนุ่มที่มีครอบครัวแล้ว หลวงพี่เท่ง 3 (2553) การสานต่อภาค 3 กับความฮาที่สอดแทรกธรรมะ ซึ่งในครั้งนี้มีตัวละครหลักคือ น้อย นักร้องหนุ่มสุดเซอร์ที่ตัดสินใจออกบวชเพื่อหนีความวุ่นวายทางโลก หากแต่ด้วยนิสัยตรงไปตรงมาค่อนไปทางขว้างโลก แถมยังชอบพูดจากำปั้นทุบดิน กลับทำให้เขาไม่ได้พบความสงบสุขที่แท้จริงสักที นอกจากนี้ภายในวัดยังมีพระและเหล่าฆราวาสสุดแสบที่มักจะสร้างเรื่องชวนปวดหัวให้พระน้อยอยู่เรื่อย ๆ อีกต่างหาก อันธพาล (2555) ภาพยนตร์ที่สะท้อนภาพสังคมในยุคอันธพาลครองเมือง จ๊อด เฮาดี้ และแดง ไบเลย์ คือสองนักเลงที่เป็นคู่หูกัน ร่วมมือกันต่อกรกับศัตรูโดยไม่สนใจว่าเป็นใครหรือใหญ่โตมาจากไหน ชีวิตของพวกเขากำลังไปได้สวยในแวดวงอันธพาลจนกระทั่งวันหนึ่งจ๊อดถูกจับเข้าคุกหลังจากยิงปืนพลาดไปถูกผู้หญิงคนหนึ่งเสียชีวิต และเมื่อพ้นโทษออกมาจ๊อดก็ได้พบกับการเปลี่ยนแปลงในชีวิตครั้งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการตายของแดง การเสื่อมศรัทธาจากลูกน้อง และการหักหลังจากผู้ทรงอิทธิพลที่เคยเป็นคนที่เขานับถือ โลงจำนำ (2556) ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นการแสดงหนังผีเรื่องแรกของน้อย วงพรู กับการสวมบทบาทเป็นหนึ่ง นักแต่งเพลงสุดแสนธรรมดาที่บังเอิญขับรถไปชนลูกสาวของเพื่อนบ้านจนโคม่า ความต้องการเงินมารับผิดชอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้หนึ่งและภรรยาตัดสินใจนำของมีค่าทั้งหมดไปที่โรงจำนำ แต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอต่อค่ารักษาพยาบาล สุดท้ายทั้งคู่จึงเลือกที่จะเดิมพันชีวิตครั้งใหญ่ด้วยการจำนำตัวเองกับผีเพื่อแลกเงินมูลค่า 1 ล้านบาท โดยไม่รู้เลยว่าหลังจากนี้พวกเขาจะต้องเผชิญกับอะไรบ้าง Mary is Happy, Mary is Happy (2556) หนังสุดอินดี้ที่ผู้กำกับ เต๋อ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ได้พล็อตเรื่องมาจากการสุ่มเข้าไปใน Follower ของ Twitter ตัวเอง และพบว่ามีเจ้าของทวิตเตอร์คนหนึ่งใช้ชื่อว่า @marylony ซึ่งชอบทวีตเรื่องของตนราวกับคนเวิ่นเว้อไม่สนใจใคร ในการนี้ผู้กำกับหนุ่มจึงหยิบเอาเหตุการณ์ใน 410 ทวีตแรกของเธอมาร้อยเรียงโดยผูกเป็นเรื่องราวสุดแปลกประหลาดในชีวิตโค้งสุดท้ายปลายระดับชั้นมัธยมของเด็กสาวคนหนึ่ง   ขุนพันธ์ (2559) ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 หัวเมืองทางใต้เต็มไปด้วยโจรเสือมากมาย แต่ก็ไม่มีใครที่สามารถเล็ดรอดการจับกุมของร้อยตำรวจโท ขุนพันธรักษ์ราชเดช ตำรวจหนุ่มผู้มีทั้งความสามารถและคาถาอาคมไปได้ นอกจากนี้ขุนพันธ์ยังเลือกที่จะเสนอตัวทำภารกิจที่เสี่ยงอันตรายและไม่เคยมีผู้พิทักษ์สันติราษฎร์คนใดเคยทำมาก่อน นั่นก็คือการออกไล่ล่ามหาโจร อัลฮาวียะลู ผู้เหี้ยมโหดและมีคาถาอาคมดุจเดียวกับขุนพันธ์จนสามารถขยายอิทธิพลครอบคลุมทั่วเขตภาคใต้ มาร่วมพิสูจน์ความสามารถทางการแสดงของน้อย วงพรู อีกครั้งกับบทบาทสุดท้าทายแห่งปี มหาโจรอัลฮาวียะลู ในภาพยนตร์ ขุนพันธ์ 14 กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป ทุกโรงภาพยนตร์

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

พร้อมลุยเลกสอง! สุพรรณบุรีได้ฤกษ์เปิดตัวเเข้งใหม่ 6 รายรวด
คิม ซึง-ยอง /  ดาร์โก ทาเซฟสกี / 

ช้างศึกยุทธหัตถี ประกาศความพร้อมลุยการเเข่งขันช่วงเลกสอง หลังทำการเปิดตัวเเข้งตัวใหม่พร้อมกัน 6 รายรวด สุพรรณบุรี เอฟซี สโมสรในศึกโตโยต้า ไทยลีก ทำการเปิดตัว 6 นักเตะใหม่มาร่วมทีมสู้ศึกในเลกที่ 2 ประกอบด้วย ดาร์โก ทาเซฟสกี, ธนาสิทธิ์ ศิริผลา, สุบรรณ เงินประเสริฐ, ปฏิภาณ อุ่นอบ, อดิศักดิ์ บุญทวี และ คิม ซึง ยอง สำหรับ ดาร์โก ทาเซฟสกี้, ธนาสิทธิ์ ศิริผลา และ สุบรรณ เงินประเสริฐ ย้ายมาจากบางกอกกล๊าส เอฟซี มาร่วมงานกับกุนซือใหญ่ชาวสแปนิชอย่าง ริคาร์โด โรดริเกซ อีกครั้ง ส่วน คิม ซึง ยอง และ ปฏิภาณ อุ่นอบ ย้ายจากบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มาร่วมทีมด้วยสัญญายืมตัว ขณะที่รายสุดท้าย อดิศักดิ์ บุญทวี ผู้รักษาประตูดาวรุ่งจากสีหมอก เอฟซี ซึ่งผู้เล่นทั้ง 6 รายจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ และพร้อมลงสนามช่วยทีมทันที ในเกมศึกโตโยต้า ไทยลีก 2016 นัดแรกของเลก 2 ระหว่าง สุพรรณบุรี เอฟซี พบกับ เชียงราย ยูไนเต็ด วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน ที่สนามสุพรรณบุรี สเตเดี้ยม แข่งขันเวลา 18.00 น.