นายสมบัติ บุญงามอนงค์

เที่ยวชม 5 ดอกไม้หน้าฝน ความงดงามในม่านหมอก
ที่เที่ยวหน้าฝน /  ทุ่งดอกไม้

หน้าฝน หลายคนเบือนหน้าหนีกับการเดินทาง แต่หารู้ไม่ว่าในฤดูฝนนี่แหละ เป็นช่วงเวลาที่ซ่อนความงดงามของสถานที่หลาย ๆ แห่งเอาไว้ travel.mthai.com ขอพาทุกท่านไปพบกับความสวยงามของดอกไม้ 5 สายพันธุ์ ที่จะออกดอกผลิใบให้เราได้ชมกัน ขอบอกเลยว่า คนชอบดอกไม้และธรรมชาติไม่ควรพลาดเลยฮะ เที่ยวชม 5 ดอกไม้หน้าฝน ความงดงามในม่านหมอก 1. ทุ่งดอกเปราะภูขาว อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จ.พิษณุโลก “ดอกเปราะภูสีขาว” ที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จะผลิบานต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงเริ่มต้นฤดูฝน แต่ว่าช่วงที่ดอกเปราะภูสีขาวสวยที่สุดคือปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกรกฎาคม ซึ่งดอกเปราะภูสีขาวจะพร้อมใจกันเบ่งบานไปทั่วทุ่งของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ภาพความงดงามของดอกเปราะภูสีขาว มีกลีบดอกที่ชูช่ออยู่ทั่วบริเวณตัดกับสีเขียวของใบหญ้าที่ชุ่มฉ่ำด้วยน้ำฝน เป็นภาพที่ดูแล้วสร้างความสดชื่น เย็นตา สบายใจเป็นอย่างมาก สอบถามยามดอกไม้บาน ได้ที่ : อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า โทร. 0 5535 6607 , 08 1596 5977 2. ทุ่งดอกกระเจียว อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ  “ดอกกระเจียว” เป็นดอกไม้ที่ถูกยกให้เป็น “ราชินีแห่งป่าฝน” ซึ่งที่อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ เมื่อเข้าสู่หน้าฝน เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงปลายเดือนกรกฎาคมของทุกปี ดอกกระเจียวจะเริ่มออกดอกเบ่งบานชูช่อความสวยงามของดอกกระเจียวนานาพันธุ์ หลากสีสันทั้งสีขาว สีขมพู และสีเขียว และนอกจากที่ อ.เทพสถิตแล้ว ยังมีดอกกกระเจียวให้ได้ชมกันอีกที่คือ ที่อุทยานแห่งชาติไทรทอง อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ อีกด้วย สอบถามยามดอกไม้บาน ได้ที่ : ททท. สำนักงานนครราชสีมา (เขตรับผิดชอบ นครราชสีมาและชัยภูมิ) โทร. 0 4421 3030 , 0 4421 3666 3. ทุ่งดอกปอเทือง อ.สิงหนคร จ.สงขลา ดอกปอเทืองสีเหลืองสวยสดจะบานสะพรั่งเต็มท้องทุ่งกว่า 300 ไร่ ที่ ต.รำแดง อ.สิงหนคร จ.สงขลา อันที่จริงแล้วดอกปอเทืองนี้ เป็นพืชปรับปรุงบำรุงดินที่ถูกนำมาปลูกในแปลงนา เพื่อเป็นปุ๋ยพืชสดช่วยบำรุงดิน โดยมีลักษณะเด่นคือ มีดอกสีเหลืองสวยงาม ซึ่งการปลูกดอกปอเทืองเป็นพืชที่เข้ามาเติมเต็ม เพื่อให้ท้องทุ่งนาดูสวยงามขึ้น และนักท่องเที่ยวก็สามารถเดินทางมาสัมผัสความสวยงาม และถ่ายภาพเป็นที่ระลึกได้ สอบถามยามดอกไม้บาน ได้ที่ : องค์การบริหารส่วนตำบลรำแดง โทร. 08 64882549 , 0 74318451 4. ทุ่งดอกเทียนปีกผีเสื้อ ดอยหัวหมด อ.อุ้มผาง จ.ตาก ว่ากันว่า ดอยหัวหมด คือ จุดชมวิวอาทิตย์ขึ้นและตกที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งในอำเภออุ้มผาง แต่นักเดินทางตัวจริงจะรู้กันดีว่าเมื่อถึงฤดูกาลที่ฝนโปรยสาย จะเกิดสิ่งมหัศจรรย์ขึ้นเต็มลานบนยอดดอย เมื่อดอกไม้เล็กๆ นามว่าเทียนปีกผีเสื้อ แตกดอกออกช่อโผล่ขึ้นมาเหนือทุ่งหญ้า เปลี่ยนดอยหัวหมดให้กลายเป็นแดนสวรรค์สีชมพูภายในพริบตา ยิ่งสายลมพัดพาดอกไม้สะบัดไหวไปตามแรงลม ยิ่งทำให้ดูคล้ายผีเสื้อตัวเล็กตัวน้อยกำลังเริงระบำกลางม่านฝน กลายเป็นภาพที่สวยงามน่าดูชม ถึงแม้จะฝ่าถนนลอยฟ้าพันโค้งมาอย่างยากลำบาก เพียงเจอเจ้าเทียนปีกผีเสื้อเหล่านี้เบ่งบาน ความเหนื่อยล้าก็แทบมลายหายเป็นปลิดทิ้ง สอบถามยามดอกไม้บาน ได้ที่ : ททท. สำนักงานตาก โทร. 0 5551 4341-3 5. ทุ่งดอกหงอนนาค อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว จ.อุตรดิตถ์ ช่วงฤดูฝนอันสดชื่นประมาณเดือน ส.ค.- ก.ย. เป็นช่วงที่ “ดอกหงอนนาค” ในอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว เบ่งบานรอรับนักท่องเที่ยวที่ได้ปีนป่ายขึ้นมาเยือน ดอกไม้ชนิดนี้เป็นพืชล้มลุกที่มีหลายชื่อเรียก อาทิ หญ้าหงอนเงือก น้ำค้างกลางเที่ยง โดยดอกหงอนนาคจะมีทั้งสีม่วงอ่อนหรือม่วงน้ำเงิน สีขาว และสีชมพู ซึ่งค่อนข้างหายาก ยามเช้าดอกหงอนนาคจะหุบดอก และจะบานเมื่อมีแสงแดด ส่วนกลางของดอกมักมีหยดน้ำติดอยู่ เป็นที่มาของชื่อน้ำค้างกลางเที่ยง ดอกไม้ชนิดนี้จะเบ่งบานจนเป็นทุ่งดอกไม้ใหญ่ในช่วงฤดูฝน ซึ่งทุ่งดอกหงอนนาคที่ภูสอยดาวแห่งนี้ เป็นทุ่งดอกหงอนนาคที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สอบถามยามดอกไม้บาน ได้ที่ : ททท. สำนักงานแพร่ (เขตรับผิดชอบ อุตรดิตถ์, แพร่, น่าน) โทร. 0 5452 1127 ขอบคุณที่มาและรูปภาพจาก : dreamdestinations.tourismthailand.org , เรียบเรียงโดย :Travel MThai

ไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ ซีซั่น 5 เดือด โกลด์ บัซเซอร์ แตก!!! ซ้ำสอง
Gold Buzzer /  TGT5 / 

งวดเข้ามาทุกทีกับการแข่งขันสุดดุเดือดเผ็ดมันส์แทบลุกเป็นไฟในรอบออดิชั่นอาทิตย์นี้ กับเวทีประกวดพรสวรรค์ระดับโลก “ไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ ซีซั่น 5 : กล้าได้อีก ทำได้อีก กับเรโซนา” ที่ถึงคราว พี้ดี้-นิติพงษ์ ห่อนาค โดนใจกับโชว์ของทาเลนต์ไทยอย่างแรง ลุกขึ้นมากดปุ่ม "โกลด์ บัซเซอร์" หรือเอ็กซ์บัซเซอร์สีทอง! ให้ผ่านเข้าสู่รอบเซมิไฟนอลไปลุ้นชิงเงินรางวัล 10 ล้านบาทจากเรโซนาและเรโซนาเมนแบบไม่ต้องรอใคร! มาลุ้นกันว่าผู้กล้าทีมไหนคือผู้ที่พิชิตใจพี่ดี้ได้สำเร็จ และอีกหลากหลายโชว์ที่ยกขบวนกันมาโชว์ความกล้าได้อีก ทำได้อีกกันแบบเต็มที่ใน วันอาทิตย์ที่ 5 ก.ค. นี้ เวลา 17.10-19.00 น. ทางช่อง 3 ออริจินอล ประเดิมเวทีด้วยความร้อนแรงจนไฟลุกของ ทีม ชาชักไฟ ที่ส่งตรงมาจากจังหวัดกระบี่ กับโชว์ชาชาชักที่ไม่ใช่แบบธรรมดา ๆ แต่เป็นชาชักที่เล่นกับไฟ! ร้อนแรงซะจนทำเอาเหล่ากรรมการอึ้ง-ทึ่ง-ลุ้นไปตาม ๆ กัน ถัดมากับโชว์ตระการตาของ ทีม เติร์ก เลเซอร์ ที่มาในโชว์รามเกียรติ์ยุคดิจิทัล เล่าเรื่องราวการต่อสู้อันดุเดือดระหว่างพระรามและทศกัณฐ์ ผ่านความสวยงามของนาฏยศิลป์ ผสมผสานกับเทคโนโลยีความไฮเทคของแสงเลเซอร์ที่ทำเอาคนดูต้องร้อง ว้าว! ไปตาม ๆ กัน ต่อด้วยโชว์แมน ๆของ ทีม Thailand’s Slam Dunk กับหนุ่มนักกีฬาสุดเท่ที่ขนซิกแพคมาโชว์ความแข็งแรงกับโชว์บีบอยและชู้ตบาส แบบกระโดดผ่านแทรมโพลีน ทั้งเก่ง ทั้งแข็งแรงซะจนสาวกาละแมร์อดใจไม่ไหวถึงกับต้องเอาทิชชูเข้าไปช่วยซับเหงื่อให้หนุ่ม ๆ ซะอย่างนั้น?! ก่อนจะสนุกกันต่อกับ ทีม Pump it up! ของคู่หู ‘นิว-โดโด้’ กับโชว์ธรรมดา ๆ ที่คนธรรมดาทำไม่ได้! ในโชว์การเล่นเกมเต้นเท้าไฟขั้นเทพที่แทบไม่มีพลาดแม้แต่นิดเดียว สนุกซะจนเหล่ากรรมการขอกระโดดขึ้นเวทีไปออกสเต็ปแดนซ์ด้วยตัวเอง ลีลาจะเด็ดขนาดไหนต้องรอดู! ปิดท้ายกันด้วย น้องพีท นักเรียนหญิงชั้นม.5 ที่ตอนแรกมาโชว์การร้องเพลงธรรมดา ๆ ในชุดนักเรียนธรรมดา แต่จู่ ๆ กลับเซอร์ไพร์สคนดูด้วยการใช้เทคนิคเปลี่ยนชุดตัวเองเป็นชุดไทยกลางเวที! สวมบทเป็นแม่นาคร้องเพลงเดอะมิวสิคัลกับอินเนอร์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังสุด ๆ อินซะจนทำเอากรรมการและคนดูขนลุกซู่ไปทั้งตัว! มาลุ้นกันว่าโชว์ไหนจะแสดงพลังความกล้าได้อีก ทำได้อีกจนพี่ดี้ต้องกดปุ่ม โกลด์ บัซเซอร์ ให้ผ่านเข้าสู่รอบเซมิไฟนอลเพื่อเข้าไปชิง 10 ล้านบาทจากเรโซนาและเรโซนาเมนก่อนใคร! ในรายการ “ไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ ซีซั่น 5: กล้าได้อีก ทำได้อีกกับเรโซนา” วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคมนี้ เวลา 17.10-19.00 น. ทางไทยทีวีสี ช่อง 3 ออริจินอล ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมทาง facebook.com/thailandsgottalent

ซากเต่าทะเลยักษ์โผล่เมืองชล ฮือฮา! เซียนหวยขูดเจอ 'เลขเด็ด'
ชลบุรี /  หวย / 

ชาวบ้านเมืองชลบุรีพบซากเต่าทะเลยักษ์อายุกว่า 100 ปีเสียชีวิตริมคลอง เซียนหวยแห่ขูดหาเลข ฮือฮา! เจอเลขเด็ดกลางหลังเต่า วันที่ 1 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านในละแวกหมู่บ้านบุญญราศี หมู่ที่ 3 ต.คลองตำหรุ อ.เมือง จ.ชลบุรี พบซากเต่าทะเล อายุกว่า 100 ปีเสียชีวิตที่บริเวณในคลองหลังวัดบุญญราศี จึงเดินทางไปดูกันเป็นจำนวนมาก โดยชาวบ้านได้นำเต่าทะเลขึ้นมาจากคลองไว้บนฝั่ง จากการตรวจสอบพบว่าเต่าตัวดังกล่าว เสียชีวิตไม่นาน ลำตัวยังอุ่นและนิ่มอยู่ เป็นเพศผู้ มีน้ำหนัก 34 กิโลกรัม ความยาว 85 เซนติเมตร และความกว้าง 50 เซนติเมตร อายุกว่า 100 ปี โดยหลังจากนั้นชาวบ้านได้นำเอาแป้งฝุ่นมาโรยบริเวณกระดองหลังเต่า เพื่อขูดหาเลขเด็ด เนื่องจากใกล้วันหวยออก ปรากฏว่าพบเลข 60 อยู่บริเวณกลางหลังของเต่า นอกจากนี้รถที่นำเต่ามาส่งก็ยังมีเลข 60 ด้วยเช่นกัน สร้างความฮือฮาเป็นอย่างมาก นายคำแหง แป้นเดช อายุ 53 ปี ชาวประมงที่พบเต่าตัวดังกล่าว เปิดเผยว่า ได้ออกเรือไปเก็บไม้ไผ่แถวบริเวณริมคลองและขับเรือเข้ามาที่ฝั่ง พบเต่าตัวดังกล่าวนอนอยู่ใต้ต้นไม้ จึงไปเรียกชาวบ้านมาช่วยกันยกขึ้นไปไว้บนฝั่ง จนชาวบ้านทราบข่าวก็พากันแห่มาขูดขอเลขเด็ดจำนวนมาก ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิไตรคุณธรรมชลบุรี ได้นำเต่าตัวดังกล่าวไปเก็บเอาไว้เพื่อส่งมอบให้กับทางสำนักงานประมงจังหวัดชลบุรีตรวจสอบว่า เต่าตัวดังกล่าวเสียชีวิตด้วยสาเหตุจากอากาศร้อน หรือน้ำเสีย ที่มา ข่าวสด MThai News

ผ่านไป 1 ปี ตำรวจดีเด่นยังเป็นเจ้าชายนิทรา วอนช่วยเหลือ
ช่วยเหลือ /  ตำรวจ / 

โลกออนไลน์ วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือ ตำรวจดีเด่นเป็นเจ้าชายนิทรา หลังประสบอุบัติเหตุขณะปฏิบัติหน้าที่ วันนี้ (1ก.ค.) ผู้คนบนโลกออนไลน์ได้ส่งต่อภาพและข้อความสุดหดหู่ ที่แฟนเพจ Thailand Police Story ได้นำเรื่องราว ของเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่ง ที่ต้องเป็นเจ้าชายนิทรา เพราะประสบอุบัติเหตุขณะปฏิบัติหน้าที่ ลูกและภรรยาต้องอยู่กันอย่างยากลำบากเพราะขาดเสาหลัก ทางแฟนเพจจึงนำเรื่องดังกล่าวมาเผยแพร่ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือ รายละเอียดเรื่องราวมีดังนี้... หากทุกคนยังจำได้ เมื่อกลางปี 2014 ด.ต.เชาวน์ สิงห์กวาง สภ.เมืองชลบุรี ขี่รถ Honda CBR ตราโล่ เร่งไล่ตามคนร้ายค้ายาเสพติด จนตัวเองถูกรถคันอื่นพุ่งเข้าชน ได้รับบาดเจ็บสาหัส มิหนำซ้ำรถคันที่ชนยังหลบหนีไปไม่รับผิดชอบ วันนี้ผ่านมาครบรอบ 1 ปีแล้ว ด.ต.เชาว์ สิงห์กวาง ยังคงนอนหลับนิทราอยู่เหมือนเดิม จากที่เคยเป็นตำรวจดีเด่น วันนี้กลับสูญเสียโอกาสในชีวิต ภรรยาต้องออกจากงานมาคอยเฝ้าดูแล ส่วนลูกสาวเมื่อเรียนจบมหาวิทยาลัย ลองไปสอบตำรวจแต่สอบไม่ติด จึงหางานทำได้เงินวันละ 300 บาท ไม่เพียงพอต่อการใช้จ่ายในครอบครัว หากมีหน่วยงานใดสามารถช่วยเหลือเพิ่มเติมได้ โปรดเข้ามาช่วยตำรวจดีเด่นคนนี้ด้วย MThai News ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก แฟนเพจ Thailand Police Story

หนุ่มๆ จากฝั่งตะวันตก สงสัยว่าทำไมสาวเอเชียถึง หน้าเด็ก
หน้าเด็ก

หนุ่มๆ จากฝั่งตะวันตก สงสัยว่าทำไมสาวเอเชียถึง หน้าเด็ก ดูอ่อนกว่าวัย? วันนี้เราขอตอบแทนสาว ๆ เอเชียทั่วทวีป ก็เพราะว่าพวกเราใช้ธรรมชาติบำรุงความงามยังไงล่ะ สาวเกาหลีผมดำมันขลับด้วยโสม สาว เกาหลีมีผมดำมันขลับ เพราะผลิตภัณฑ์บำรุงความงามต่าง ๆ เช่น ยาสระผม คอนดิชั่นเนอร์ โลชั่น และครีมอาบน้ำมีส่วนประกอบของโสมเกาหลี ซึ่งการที่พวกเธอใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ทุกวัน ทำให้พวกเธอมีผิวกายสวย ผมสวย  และผิวหน้าที่สุขภาพดีมาก ๆ สาวจีนดูอ่อนวัยด้วย ผงไข่มุกจีน สาวจีนมีผิวหน้าที่สวยมาก เพราะพวกเธอนิยมใช้ผงไข่มุกจีนพอกหน้าเป็นประจำ ด้วยกรดอะมิโน แร่ธาตุ และโปรตีนที่ช่วยคงความอ่อนเยาว์ให้ผิว ทำให้ผิวกระชับ รูขุมขนเล็กลง ริ้วรอยจางลง ช่วยยับยั้งเม็ดสีที่ทำให้เกิดเป็นกระ หรือเป็นฝ้าตามวัย

ละครเลือดมังกร ตอนหงส์  , เรื่องย่อเลือดมังกร ตอนหงส์
เจนี่ เลือดมังกร ตอนหงส์ /  บอย ปกรณ์ เลือดมังกร ตอนหงส์ / 

เลือดมังกร ตอนหงส์ บทประพันธ์ Shaynaบทโทรทัศน์ สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์กำกับการแสดง พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง “หงส์ สัญลักษณ์ของความงาม ความงามเสมอด้วยเมตตาไม่มี.” หงส์ ลูกสาวคนเล็กของเถ้าแก่สุง หัวหน้าแก๊งหงส์ดำ และเจ้าของคณะงิ้วเฟิ่งหวง คณะงิ้วเก่าแก่ของเยาวราช ซึ่งเป็นที่นับหน้าถือตาของชาวจีนในแถบเยาวราชเนื่องจากเป็นคนใจคอกว้างขวาง จนได้รับตำแหน่งนายกสมคมเลือดมังกร เถ้าแก่สุงมีพี่น้องร่วมสาบานเถ้าแก่ไช้ และเถ้าแก่เต็ก ทั้งสามร่วมดื่มน้ำสาบานว่าเป็นพี่น้องกันในนามของแก๊งสามวิหค คอยช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ซินแสง้วงทำนายดวงชะตาบอกว่าเป็นนัยว่าดวงชะตาหงส์เป็นต้นเหตุทำให้คน3คนพบกับจุดจบแต่ก็จะเป็นใหญ่ประดุจหงส์ที่อยู่เหนือพญามังก ร เถ้าแก่สุงตีความว่าหงส์เป็นตัวซวยเพราะเกิดมาก็เป็นสาเหตุทำให้ดวงตาภรรยาร่วมทุกข์ร่วมสุขของเขาต้องตาย เถ้าแก่สุงรับอาหลงเข้ามาเป็นคนงานในโรงงิ้ว โดยหารู้ไม่ว่าอาหลงปลอมตัวเข้ามาเพื่อหาโอกาสแก้แค้นเถ้าแก่สุงเนื่องจากถูกเสี่ยเล้งป้ายสีว่าเถ้าแก่สุงเป็นคนฆ่าอาเหมยคนรักของเขา ทำให้ได้รู้จักกับหงส์ ความงามต้องตา และความฉลาดหลักแหลมของหงส์เป็นเสน่ห์ดึงดูดให้อาหลง และหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่เข้ามาติดพันเช่นเดียวกับเสี่ยเกา หัวหน้าแก๊งค้างคาว อากุ่ย นักแสดงงิ้ว และตี๋เล็ก ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเถ้าแก่เต็ก แต่หงส์ไม่ได้สนใจใคร ตี๋เล็กอ้อนวอนขอให้เถ้าแก่เต็กมาทาบทามสู่ขอหงส์ เถ้าแก่เต็กเห็นดีด้วยเพราะหากตี๋เล็กได้แต่งงานกับหงส์ก็เท่ากับจะได้ครอบครองทำเลโรงงิ้วเฟิ่งหวงโดยปริยาย เถ้าแก่สุงปฏิเสธไมตรีที่จะยกลูกสาวให้ถึงแม้จะเป็นพี่น้องร่วมน้ำสาบานกันเนื่องจากตี๋เล็กเป็นคนเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ มิหนำซ้ำยังนิสัยอันธพาล ทำให้เถ้าแก่เต็กรู้สึกเสียหน้าไม่น้อย ณ งานเทศกาลประจำปีที่ศาลเจ้าพ่อเสือ เกิดเหตุทะเลาะวิวาทกันของนักเลงแก๊งอื่นที่โรงงิ้ว (เป็นเหตุการณ์ร่วมกันทั้ง 5 เรื่อง) ขณะที่งิ้วกำลังแสดงตอน “ขุนศึกตระกูลหยาง” อยู่นั้น ได้เกิดการยิงกันสนั่นหวั่นไหวขึ้น ห่ากระสุนถูกสาดมาจากทั่วทิศจนโรงงิ้วเกิดความโกลาหล หงส์ตกอยู่ในอันตรายแต่อาฉางพี่ชายซึ่งกำลังแสดงงิ้วรับบทเป็น“หยางจงเป่า” ได้เอาตัวเองบังกระสุนปืนเอาไว้ เพื่อปกป้องอาหงส์น้องสาวจนเสียชีวิต เถ้าแก่สุงร้องไห้น้ำตาเป็นสายเลือด ความหวังที่ตนวาดหวังไว้ดับวูบลงทันที กลายเป็นคนหมดอาลัยตายอยากในชีวิต ปล่อยคณะงิ้วไปตามยถากรรม ภายหลังการตายของอาฉาง เถ้าแก่สุงที่วันๆเอาแต่เก็บตัวอยู่แต่หน้าป้ายบรรพชน นึกถึงคำพูดของซินแสง้วงที่ว่าหงส์เป็นสาเหตุที่ทำให้คนต้องพบจุดจบถึง 3 คน และอาฉางก็เป็นศพที่ 2 ดังคำทำนายหงส์เข้ามาบอกกับเถ้าแก่สุงว่าจะเป็นพระเอกงิ้วแทนพี่ชาย รับสืบทอดคณะงิ้วเฟิ่งหวงแทนพี่ชาย แต่เถ้าแก่สุงกลับโมโห ไล่ตะเพิดหงส์ออกไป และกล่าวสบประมาทว่าหงส์ไม่มีวันเป็นได้อย่างที่อาฉางเป็น หงส์น้ำตาตกใน ตั้งใจว่าจะต้องพิสูจน์ให้พ่อเห็นให้ได้ว่าตนมีความสามารถที่จะสืบทอดคณะงิ้วเฟิ่งหวงแทนพี่ชายผู้ล่วงลับให้จงได้ตี๋เล็กอ้อนวอนขอให้เถ้าแก่สุงยกหงส์ให้ตน แต่เถ้าแก่สุงก็ยืนยันเป็นกระต่ายขาเดียว และสอนตามประสาญาติผู้ใหญ่ให้ตี๋เล็กไปทำมาหากิน สร้างเนื้อสร้างตัวให้ได้เสียก่อน ตี๋เล็กแค้นใจที่ถูกเถ้าแก่สุงสั่งสอน ด้วยความโกรธจนขาดสติจึงพลั้งมือฆ่าเถ้าแก่สุงแล้วรีบหลบหนีไป ก่อนขาดใจตายเถ้าแก่สุงรู้แล้วว่าคนที่ต้องพบจุดจบเป็นรายที่ 3 ตามคำทำนายของซินแสง้วงก็คือตัวเขาเอง ! หงส์เข้ามาเห็นร่างเถ้าแก่สุงนอนจมกองเลือดขาดใจตายก็เข่าอ่อน กอดศพบิดาร่ำไห้ คนในคณะงิ้วเข้าใจผิดคิดว่าอาหลงเป็นคนยิงเถ้าแก่สุงตาย หงส์แค้นจนอกแทบจะระเบิด แต่ก็ยังไม่ปักใจเชื่อว่าอาหลงจะสังหารบิดาตัวเองได้ลงคอ เถ้าแก่เต็กช่วยให้ตี๋เล็ก ลูกชายของตนลอยนวล ไม่ต้องติดคุก สองพ่อลูกจึงร่วมมือกับเสี่ยเกา และเสี่ยเล้งเพื่อหาทางขึ้นเป็นหัวหน้าแก๊งหงส์ดำ และครอบครองพื้นที่โรงงิ้วใจกลางเยาวราชแทนเถ้าแก่สุง การตายของเถ้าแก่สุงทำให้ต้องคัดเลือกประมุขแก๊งหงส์ดำและนายกสมาคมเลือดมังกรคนใหม่ เถ้าแก่เต็กมั่นใจว่าตนจะต้องได้ขึ้นดำรงตำแหน่งประมุขแก๊งหงส์ดำแน่นอน แต่ปรากฏว่าพี่น้องต่างลงคะแนนเสียงให้หงส์ ลูกสาวที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวของเถ้าแก่สุงขึ้นเป็นประมุขแก๊งหงส์ดำสร้างความขัดเคืองให้กับเถ้าแก่เต็กและตี๋เล็กอย่างมาก หงส์ขึ้นรับตำแหน่งประมุขแก๊งหงส์ดำท่ามกลางความแตกแยกภายในแก๊งสามวิหคต้องแบกรับภารกิจใหญ่หลวงทั้งสืบทอดโรงงิ้วเฟิ่งหวงของผู้เป็นบิดาและตามหาคนร้ายตัวจริงที่ฆ่าเถ้าแก่สุงมาลงโทษให้จงได้เพื่อช่วยล้างมลทินให้อาหลงคนรักหลุดพ้นจากข้อกล่าวหาโดยมีพี่ชายทั้งสี่ ธาม ทรงกลด ภรพและคณินคอยยื่นมือช่วยเหลืออยู่ห่างๆ รายชื่อนักแสดง เลือดมังกร ตอนหงส์เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ รับบท หงส์ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ รับบท อาหลงเจสัน ยัง รับบท อาฉางนพพล โกมารชุน รับบท เถ้าแก่สุง คณะเฟิ่งหวงสุเทพ ประยูรพิทักษ์ รับบท เฮียใช้แก๊งค์ไก่ฟ้าญาณี ตราโมทย์ รับบท เฮียเต็ก แก๊งกะเรียนโทนี่ รากแก่น รับบท กุ่ยพิมดาว พานิชสมัย รับบท หมวยภรัณญู ประชากฤช รับบท ตี๋เล็กพงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง รับบท ซินแสง้วงการัญชิดา คุ้มสุวรรณ รับบท เหมยวิศรุต หิรัญบุศย์ รับบท ตี๋เพ้งชาตโยดม หิรัญยัษฐิติ รับบท เล้งอนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม รับบท ภรพเจษฎาภรณ์ ผลดี รับบท ทรงกลดธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ รับบท ธามแอนดริว เกร้กสัน รับบท คณิน

เพจคนดี? เหน็บนิ้วกลม สงสัยจะเลือกคบเพื่อน
กลุ่มดาวดิน /  กลุ่มต้านคสช. / 

เพจคนดีเหน็บนิ้วกลม สงสัยจะเลือกคบเพื่อน จากกรณีที่ นายสราวุธ เฮงสวัสดิ์ หรือนิ้วกลม นักเขียนชื่อดัง ได้เขียนบทความชื่อ เราคือเพื่อนกัน ซึ่งเนื้อหาเผยถึงการสนับสนุนนักศึกษากลุ่มดาวดิน โดยเรียกร้องให้ทางเจ้าหน้าที่ปล่อยนักศึกษาที่เคลื่อนไหวทางการเมือง พร้อมทั้งระบุว่า สำหรับตนแล้ว ดาวดินเป็นตัวอย่างนักศึกษาที่หาได้ยากในสังคมไทย ทั้งความทุ่มเทและความกล้าหาญของพวกเขา ล้วนแล้วแต่เป็นนักศึกษาที่ควรได้รับการคารวะ ตนนับถือพวกเขาที่มองเห็นชาวบ้านเป็น ‘เพื่อน’ ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือชาวบ้านก็เห็นพวกเขาเป็น ‘เพื่อน’ เช่นกัน โดยล่าสุดแฟนเพจ ขบวนการเสรีไทยเฟซบุ๊ค ได้โพสต์ภาพเหน็บนิ้วกลม ระบุว่าทำไมเหตุการณ์นักศึกษาโดนล้อมยิงในมหาลัยรามคำแหงคงเป็นเรื่องที่รับกันได้ ไม่เห็นมีใครจะมาเป็นเพื่อนเราเลย ทั้งที่ตอนนั้นเป็นประชาธิปไตย สงสัยจะเลือกคบเพื่อน MThai News

อึ้ง! 'หลักกิโลเนินร้อยศพ' น้ำแดงแก้บนแห้งไร้สาเหตุ
ขวดน้ำแดง /  จ.ชลบุรี / 

ชาวบ้านแห่กราบไหว้ ขอเลขเด็ด 'เสาหลักกิโลเมตร 164' หรือ 'เนินร้อยศพ' จ.ชลบุรี หลังพบว่าน้ำแดงที่นำมาเซ่นไหว้แห้งหมดอย่างไร้สาเหตุ วันนี้ 30 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านละแวกเนินสามัคคี หมู่ 3 ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี กำลังวิพากษ์วิจารณ์กับกระแสข่าวลือที่มีการเผยแพร่ออกไป กรณีเสาหลักกิโลเมตร 164 ริมถนนสุขุมวิท ฝั่งขาเข้าสัตหีบ เนื่องจากน้ำแดงที่บรรดาคอเสี่ยงโชคนำมาถวาย  น้ำในขวดหมดเกลี้ยงขวด สร้างความขนหัวลุกให้กับคนในพื้นที่เป็นอย่างมาก โดยนายปรีชา พิพัฒน์ผล หัวหน้ากู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบจุดบางเสร่ เปิดเผยว่า จุดนี้เดิมมีต้นเลียบขนาดใหญ่อายุเก่าแก่นับร้อยปีตั้งอยู่ ชาวบ้านเชื่อว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์สิงสถิตจึงมาผูกผ้าแพรสามสีและขอเลขเด็ด ปรากฏว่าถูกรางวัลกันทั้งตำบล สุดท้ายเจ้ามือทั้งหลายจึงสั่งลูกน้องให้มาจุดไฟเผาทิ้งจนต้นไม้ตาย ก่อนมีการสร้างเป็นถนนในเวลาต่อมา แต่กลับกลายเป็นว่าได้มีอุบัติเหตุทางรถยนต์เกิดขึ้นบ่อยครั้งแทน จึงถูกขนานนามว่าเป็นเนินร้อยศพด้วย จึงเป็นสาเหตุให้คอหวยเข้ามากราบไหว้ขอโชคลาภ เพราะเชื่อว่าต้องมีเทพารักษ์หรือเหล่าดวงวิญญาณสิงสถิตอยู่ ไม่แปลกที่จะเห็นขวดน้ำแดงวางเรียงราย แต่ที่แปลกประหลาดคือ น้ำแดงที่ใช้กราบไหว้หมดเกลี้ยงขวดเหมือนมีใครมาดูดออกไป โดยขวดที่วางไว้นานแล้ว อาจจะระเหยก็เป็นได้ แต่สำหรับขวดที่เพิ่งไว้เพียง 1 - 2 วัน แล้วถูกดูดหมดนั้น ยังหาเหตุผลไม่ได้ บางคนที่ไม่เชื่อก็บอกว่า ช่วงนี้แดดจัดน้ำอาจระเหยเร็วหรือคนเร่ร่อนมาอาศัยดื่มกิน ด้านคนที่เชื่อก็มองว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในหลักกิโลน่าจะมารับของเซ่นไหว้แล้ว MThai News ขอบคุณ เดลินิวส์

จับแล้ว! มือสังหารอัยการสุราษฏร์ฯหลังหนีกบดานลพบุรี
ฆ่าอัยการ /  นิวัฒน์ จงสุข / 

ผู้ต้องหาฆ่าอัยการสุราษฎร์ธานีประสานเข้ามอบตัว หลังหนีกบดานลพบุรี เบื้องต้นให้การรับสารภาพ ตำรวจคุมสอบเข้มเตรียมแถลง วันที่ 30 มิ.ย. นายนิวัฒน์ จงสุข อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุฆ่า นายพยงค์ ดอกไม้หอม อายุ 54 ปี อัยการจังหวัดประจำกรมปฏิบัติหน้าที่ประจำศาลแขวงจังหวัดสุราษฎร์ธานีเสียชีวิตเมื่อวันที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา เข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจังหวัดลพบุรีแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างนำตัวมาสอบสวนที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 จังหวัดสุราษฎร์ธานี เบื้องต้นให้การรับสารภาพ โดยนายมานิต เพียรทอง นายอำเภอตะกั่วป่าเปิดเผยถึงการเข้ามอบตัวในครั้งนี้ว่า วานนี้นายอุดร ทับแก้ว ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 6 ต.โคกเคียน อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ซึ่งเป็นญาติกับผู้ต้องหาได้แจ้งความประสงต์ต่อศูนย์ดำรงธรรมอำเภอตะกั่วป่าว่า นายนิวัฒน์ ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานชายของผู้ตาย หลบหนีอยู่ที่จ.ลพบุรี ต้องการเข้ามอบตัวฝ่ายปกครอง จึงได้รายงานให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาทราบและจัดชุดคุ้มกัน พร้อมตำรวจ ปลัดป้องกัน ปลัดอำเภอ เจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรม และญาติเดินทางไปรับตัว ด้านพ.ต.อ.สมเกียรติ แก้วมุข รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่าคดีนี้ได้สอบปากคำพยานบุคคลไปแล้วกว่า 10 ปาก พร้อมตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่คาดว่าเป็นเส้นทางผ่านมายังบ้านของผู้ตาย สำหรับนายนิวัฒน์ ผู้ต้องหาคนดังกล่าวเป็นคนสนิทกับผู้ตาย และมีพยานเห็นว่าเดินทางออกจากสวนในพื้นที่อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราชและอยู่กับผู้ตายเป็นคนสุดท้ายก่อนหายตัวไป จนมีการประสานขอเข้ามอบตัวดังกล่าว โดยเย็นวันนี้ พล.ต.ท.เดชา บุตรน้ำเพชร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 จะแถลงรายละเอียดผลการสอบสวนอีกครั้ง ข้อมูลจาก TNN24 ภาพจากทวิตเตอร์ @man_Rw MThai News

ราคาไข่ไก่ทรุด! สวนทางภัยแล้ง หลังผลิตเกินความต้องการ
ภัยแล้ง /  ราคาไข่ไก่ / 

ปริมาณไข่ไก่เกินความต้องการตลาด ส่งผลให้ราคาไข่ไก่ปรับลดลง สวนทางภัยแล้งที่ปกติขายได้ราคาดี วันนี้ (1 ก.ค. 58) นายมงคล พิพัฒสัตยานุวงศ์ นายกสมาคมผู้ผลิต ผู้ค้า และส่งออกไข่ไก่ เผยขณะนี้ราคาไข่ไก่ปรับตัวลดลงอยู่ระดับ 2 บาท 40 สตางค์ - 2 บาท 50 สตางค์/ฟอง สำหรับไข่คละหน้าฟาร์ม ทั้งที่ช่วงฤดูร้อนของทุกปี ราคาไข่ไก่จะปรับตัวสูงขึ้นเฉลี่ยที่ 3 บาท 50 สตางค์/ฟอง ทั้งนี้ เนื่องจากถูกพ่อค้าต่อรองราคาให้ต่ำลง จากปริมาณผลผลิตไข่ไก่ที่มีมากถึง 40 ล้านฟอง/วัน หรือไม่ต่ำกว่า 15,000 ล้านฟอง/ปี ซึ่งเกินความต้องการของตลาดวันละ 2-5 ล้านฟอง ส่งผลให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เพราะต้องรับภาระต้นทุนการผลิตที่ 3 บาท/ฟอง สำหรับสาเหตุที่ทำให้ปริมาณไข่ไก่ออกสู่ตลาดเกินความต้องการ เกิดจากปล่อยให้มีการนำเข้า พ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่อย่างเสรีโดยไม่มีการเข้าไปควบคุม โดยคาดว่า น่าจะมีพ่อแม่พันธุ์ไม่ต่ำกว่า 700,000 ตัว และพ่อแม่พันธุ์ก็จะผลิตลูกไก่ได้ 70 ล้านตัว ขณะที่แม่ไก่ยืนกรง ก็น่าจะมีไม่ต่ำกว่า 50 ล้านตัว แต่ละตัวก็จะออกไข่ได้ไม่ต่ำกว่า 300 ฟอง จึงทำให้ผลผลิตออกมาจำนวนมาก แต่ความต้องการบริโภคก็ยังเท่าเดิม ขอบคุณข้อมูล Voice TV MThai News

พ่อเลี้ยงโหด! ทำร้ายลูก1ขวบดับคามืออุ้มศพโยนทิ้งป่า
ทำร้ายเด็ก /  พ่อเลี้ยง / 

ตำรวจมวกเหล็ก รวบพ่อเลี้ยงโหด ทำร้ายลูกเลี้ยงวัย 1 ขวบเสียชีวิตคามือ อ้างโมโหเด็กร้องไห้ไม่หยุด บังคับภรรยาอุ้มศพโยนทิ้งที่ป่าริมเขา วันที่ 1 ก.ค. พนักงานสอบสวน สภ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ได้รับแจ้งจาก นางเอ็มไพร ทองเสนา อายุ 47 ปีว่า นางสุดารัตน์ อายุ 19 ปี ผู้เป็นลูกสาวได้บอกว่า น้องแอม (นามสมมุติ) หลานสาววัย 1 ขวบ เป็นบุตรของนางสุดารัตน์เอง ถูก นายเอกพันธ์ อายุ 19 ปี พ่อเลี้ยงทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต และบังคับให้นำศพไปทิ้งป่า นางเอ็มไพร จึงมาแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้ตามจับกุมนายเอกพันธ์มาดำเนินคดี หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตามไปควบคุมตัวนายเอกพันธ์มาสอบสวน โดยนายเอกพันธ์ ให้การรับสารภาพว่า ทำร้ายน้องแอมจริง ช่วงเกิดเหตุ(23 มิ.ย.) อยู่กับลูกเลี้ยงเพียงลำพัง แต่ปรากฏว่าเด็กส่งเสียงร้องไห้งอแงไม่หยุด พยายามสั่งให้หยุดร้องไห้แต่ก็ไม่เป็นผล จึงได้คว้าไม้ขนไก่มาฟาดตีใส่ที่ใบหน้าเด็กอย่างแรง กระทั่งเด็กล้มนอนแน่นิ่งไป และมา ทราบภายหลังว่าเด็กเสียชีวิต จึงพานางสุดารัตน์แม่ของเด็ก นำศพมาทิ้งในป่าเชิงเขาแคบ บ้านโชคชัย หมู่ที่ 8 ต.มวกเหล็ก อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเดินทางไปค้นหาร่างของน้องแอมในป่า ตามคำให้การของนายเอกพันธ์ ซึ่งอยู่ในป่าเชิงเขา ห่างจากอุโมงค์ต้นไม้ ประมาณ 100 เมตร และเดินป่าเข้าไปอีกประมาณ 200 เมตร พบเสื้อผ้าเด็กสีขาวเปื้อนเลือด เดินขึ้นไป 10 เมตร พบร่างน้องแอม อยู่ในสภาพเหลือเพียงท่อนขาและช่วงเอว เนื่องจากถูกสัตว์อื่นแทะกิน จนเหลือเพียงแต่ซาก ขณะที่นางสุดารัตน์ แม่ของเด็กเปิดเผยว่า น้องแอมเป็นลูกของสามีเก่า ซึ่งได้เลิกรากันไปนานแล้ว ต่อมาเล่นเฟซบุ๊ก และรู้จักกับนายเอกพันธ์ จนมาอยู่ด้วยกันเป็นสามีภรรยา ที่ผ่านมามักเห็นนายเอกพันธ์ ทำร้ายลูกบ่อยครั้ง แต่ก็ไม่กล้าห้าม เพราะกลัวจะถูกทำร้ายไปด้วย ในวันเกิดเหตุ ตนออกไปซื้อนมให้ลูก แต่เมื่อกลับมาก็พบว่าลูกเสียชีวิตแล้ว ด้วยความกลัวจึงโทรศัพท์กลับไปบอกแม่ ก่อนจะถูกยึดโทรศัพท์ไว้ และถูกบังคับให้เอาศพลูกไปโยนทิ้งที่ป่าริมเขาดังกล่าว ภายหลังสอบสวนเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัวทั้งสองไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ที่มา เนชั่น ,ภาพจากเฟซบุ๊ก มวกเหล็ก หนึ่งศูนย์ MThai News

ฮอนด้า วัน เมค เรซ 2015 แจ็ค แลมวาร์ด เบิ้ลแชมป์ แจ๊ซ ซูเปอร์คัพ
car /  honda / 

ระเบิดความแรง “ฮอนด้า วัน เมค เรซ 2015” แจ็ค แลมวาร์ด ผงาด! เบิ้ลแชมป์ แจ๊ซ ซูเปอร์คัพ สมศักดิ์ศรี ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ คุณสมภพ ปฏิภานธาดา ผู้จัดการทั่วไปส่วนการตลาด บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด มอบรางวัลและแสดงความยินดีกับผู้ชนะในการแข่งขัน “ฮอนด้า วัน เมค เรซ 2015” ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ จบลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับการแข่งขันรายการ ฮอนด้า วัน เมค เรซ 2015 (Honda One Make Race 2015) จัดโดย บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้สนับสนุนหลักของสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ โดยครั้งนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 ซึ่งเป็นการแข่งขันซัพพอร์ตเรซในรายการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบระดับโลก บุรีรัมย์ ซูเปอร์ จีที เรซ 2015 สนามที่ 3 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-21 มิถุนายน 2558 ที่ผ่านมา โดยในครั้งนี้ มีทีมแข่งฮอนด้า ซูเปอร์ จีที เข้าร่วมทั้งหมด 6 ทีม จากประเทศญี่ปุ่น และยังมีการแข่งขันซัพพอร์ตเรซ “ฮอนด้า วัน เมค เรซ 2015” ซึ่งแบ่งเป็น 2 รายการ ได้แก่ แจ๊ซ ซูเปอร์ คัพ บริโอ้ ซูเปอร์ คัพ และอีกรายการ คือ ฮอนด้า โปร คาร์ ที่มีรถยนต์ฮอนด้า แจ๊ซ และซิตี้ เข้าร่วมการแข่งขัน รวมทั้งหมดกว่า 53 คัน โดยแข่งขันทั้งหมด 2 เรซ 2 วัน เรซละ 7 รอบ ระยะทางต่อรอบ 4.554 กิโลเมตร รวมระยะทางในการแข่งขันกว่า 63 กิโลเมตร นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว “ฮอนด้ารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในวงการมอเตอร์สปอร์ตในประเทศไทยอีกครั้งกับการแข่งขันระดับโลกรายการ “บุรีรัมย์ ซูเปอร์ จีที เรซ 2015” โดยรถยนต์ฮอนด้าที่เข้าร่วมการแข่งขันมีทั้งหมด 2 รุ่น คือ ฮอนด้า เอ็นเอสเอ็กซ์ คอนเซปต์-จีที ที่ลงแข่งในรุ่น จีที 500 และฮอนด้า ซีอาร์-ซีร์ ที่ลงแข่งในรุ่น จีที 300 และจากการตอบรับที่ดีจากแฟนกีฬามอเตอร์สปอร์ตในการแข่งขันที่จบไประหว่างวันที่ 20-21 มิถุนายน ที่ผ่านมา ฮอนด้าพร้อมที่จะสนับสนุนการแข่งขันซูเปอร์ จีที และพร้อมเดินหน้ากิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตอย่างต่อเนื่อง ทั้งการแข่งขันรถยนต์ และรถจักรยานยนต์อีกหลายรายการที่กำลังจะเกิดขึ้น ณ สนามแห่งนี้” สำหรับทีมที่ใช้รถฮอนด้าลงแข่งขันและสามารถทำผลงานได้ดีที่สุดในสนามที่ 3 คือทีม Keihin Real Racing หมายเลข 17 ในคลาส จีที 500 ที่ใช้รถฮอนด้า เอ็นเอสเอ็กซ์ คอนเซปต์-จีที ซึ่งขับโดย Koudai Tsukakoshi และ Hideki Mutoh ทำเวลาได้ดีที่สุด เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 3 ในการแข่งขันครั้งนี้ โดยสามารถแซงขึ้นมาจากอันดับที่ 7 ตอนปล่อยตัว ตามหลังแชมป์ที่ 19.727 วินาที รถฮอนด้า เอ็นเอสเอ็กซ์ คอนเซปต์-จีที หมายเลข 17 จากทีม Keihin Real Racing ทำเวลาได้ดีที่สุด เข้าเส้นชัยในอันดับที่ 3 ในรุ่น จีที 500 การจัดการแข่งขันรายการ "บุรีรัมย์ ซูเปอร์ จีที เรซ 2015" ในครั้งนี้ ยังมีกิจกรรมอีกมากมายที่ให้แฟนๆ กีฬามอเตอร์สปอร์ตได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรม Pit Walk ที่เปิดโอกาสให้ผู้ชมลงไปเดินในบริเวณที่เก็บรถของทีมแข่งข้างสนาม (Paddock) พร้อมได้ถ่ายรูปใกล้ชิดกับนักแข่ง และรับของที่ระลึกจากเรซควีนของแต่ละทีม รวมถึงกิจกรรม Grid Walk ซึ่งเป็นการเดินชมรถซูเปอร์ จีที และการทำงานของทีมวิศวกรในการเตรียมความพร้อมรถแข่งทุกคันที่จุดสตาร์ทในสนามแข่ง นับเป็นกิจกรรมที่มีแฟนกีฬามอเตอร์สปอร์ตให้ความสนใจเข้าร่วมอย่างคับคั่ง คุณเนวิน ชิดชอบ ประธานที่ปรึกษาโครงการสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ และคุณสมภพ ปฏิภานธาดา ผู้จัดการทั่วไปส่วนการตลาด บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด และผู้บริหารจากบริษัทผู้สนับสนุนหลัก ร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึกในช่วงพิธีเปิดการแข่งขัน "บุรีรัมย์ ซูเปอร์ จีที เรซ 2015" คุณสมภพ ปฏิภานธาดา ผู้จัดการทั่วไปส่วนการตลาด บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด (กลาง) มร.เคอิจิ ซึจิยะ ที่ปรึกษาพิเศษในการพัฒนาอุปกรณ์เสริมสมรรถนะรถยนต์ฮอนด้า โมดูโล่ และอดีตนักแข่งรถชื่อดังของญี่ปุ่น สมญานาม “ดริฟท์คิง” (ซ้าย) ร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึกในช่วงกิจกรรม Pit Walk การเตรียมความพร้อมของทีมแข่งที่ใช้รถฮอนด้าลงแข่งขัน บุรีรัมย์ ซูเปอร์ จีที เรซ 2015 บรรดาสาวสวย Racing Queens ภายในการแข่งขันรายการ บุรีรัมย์ ซูเปอร์ จีที เรซ 2015 Grid Walk ที่เปิดให้ผู้ชมได้เดินชมรถแข่งซูเปอร์ จีที และการทำงานของทีมวิศวกรในการเตรียมความพร้อมของรถ ที่จุดสตาร์ทในสนามแข่ง เตรียมความพร้อมของรถแข่งที่จุดสตาร์ทในช่วง Grid Walk ฮอนด้า วัน เมค เรซ 2015 รุ่น แจ๊ซ ซูเปอร์ คัพ บริโอ ซูเปอร์ คัพ ผลการแข่งขัน ฮอนด้า วัน เมค เรซ 2015 ปรากฎว่า แจ็ค แลมวาร์ด นักขับลูกครึ่งไทย-เดนมาร์ค จาก โอเอ็มพี วัฒนา มอเตอร์สปอร์ต ซิวแชมป์รุ่นแจ๊ซ ซูเปอร์ คัพ ทั้ง 2 เรซเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยในเรซแรก แจ็ค สามารถเข้าป้ายเป็นคันแรกด้วยเวลาเพียง 15 นาที 16.566 วินาที เฉือนอันดับ 2 อย่าง กันตศักดิ์ เพียง 0.622 วินาที เท่านั้น ส่วน ภาสฤทธิ์ เจ้าของโพลร่วงลงไปจบเรซในอันดับ 3 ตามหลังแชมป์ 1.407 วินาที ส่วนเรซที่สองเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แจ็ค ยังคงทำผลงานยอดเยี่ยมนำม้วนเดียวจบด้วยเวลา 15 นาที 14.776 วินาที คว้าแชมป์ ฮอนด้า แจ๊ซ ซูเปอร์คัพ ไปครองทั้ง 2 เรซ โดยมี นราศักดิ์ อิทธิริทพงษ์ ทีมเมทตามเข้าป้ายในอันดับ 2 ตามหลัง 1.401 วินาที อันดับ 3 เป็นของ กันตศักดิ์ กุศิริ จากสังกัด สิงห์ พีทีที เอไอเอส พีทีที เรซซิ่งทีม ตามหลังแชมป์ 1.739 วินาที ส่วนการแข่งขันในรุ่น บริโอ ซูเปอร์ คัพ ซึ่งลงดวลความเร็วในเรซเดียวกันกับ แจ๊ซ ซูเปอร์ คัพนั้น ในเรซแรก แชมป์ตกเป็นของนักขับดาวรุ่งอย่าง มาวิน บุญอิต จาก โจ อีซียู เรซซิ่ง ทีม ด้วยเวลา 15 นาที 52.325 วินาที โดยมี โอฬาร ศรสิริรัตน์ จากหมอเส็ง เอ็นสปอร์ต เรซซิ่ง ทีม ตามเข้าป้ายในอันดับ 2 ช้ากว่าแชมป์ 1.436 วินาที ขณะที่อันดับ 3 ตกเป็นของ สิทธิรณ พรหมสมบัติ จากอาร์เอ็มไอ เรซซิ่ง ทีม บาย ซันโนโก้ ตามหลังแชมป์ 5.075 วินาที สำหรับในเรซที่สอง แชมป์ตกเป็นของ โอฬาร ศรสิริรัตน์ จากหมอเส็ง เอ็นสปอร์ต เรซซิ่ง ทีม ด้วยเวลารวม 15 นาที 45.116 วินาที ตามด้วย สิทธิรณ พรหมสมบัติ อันดับ 2 ช้ากว่าแชมป์ 12.589 วินาที อันดับ 3 เป็นของ ณัฐพร นามจักร จากโดนัท เรซซิ่ง ตามหลังแชมป์ 18.726 วินาที ฮอนด้า วัน เมค เรซ 2015 รุ่น ฮอนด้า โปร คาร์ ในช่วงการขึ้นนำของ เศรษฐศิษย์ บุญเกียรติ จากโอเอ็มพี วัฒนา มอเตอร์สปอร์ต หมายเลข 93 ในเรซแรก ด้านการแข่งขันรุ่น ฮอนด้า โปร คาร์ นั้น เรซแรกนั้น โดยโพลโพซิชั่นเป็นของ เศรษฐศิษย์ บุญเกียรติ จากโอเอ็มพี วัฒนา มอเตอร์สปอร์ต ซึ่งสามารถทวงตำแหน่งหัวแถวคืนมาได้หลังจากถูกแซงไปเพียงสองรอบการแข่งขัน อันดับที่ 2 ตกเป็นของ ภาสฤทธิ์ พรหมสมบัติ และตามด้วยฉัตรพล เจียมวิจิตร คู่หูจากอาร์เอ็มไอ เรซซิ่ง ทีม บาย ซันโนโก สำหรับเรซที่สอง โพลโพซิชั่นเป็นของ ฉัตรพล เจียมวิจิตร จากอาร์เอ็มไอ เรซซิ่ง ทีม บาย ซันโนโก้ ตามด้วย เศรษฐศิษย์ บุญเกียรติ แชมป์ในเรซแรก ส่วนอันดับ 3 เป็นของนักขับสาวอย่าง ณัฐนิช ลีวัฒนาวรากุล จากโมริน เรซซิ่ง ทีม เศรษฐศิษย์ บุญเกียรติ เจ้าของรถฮอนด้า แจ๊ซ จากทีมโอเอ็มพี วัฒนา มอเตอร์สปอร์ต หมายเลข 93 ฮอนด้า วัน เมค เรซ 2015 รุ่น ฮอนด้า โปร คาร์" ในเรซที่ 2 ขณะ ฉัตรพล เจียมวิจิตร จากอาร์เอ็มไอ เรซซิ่ง ทีม บาย ซันโนโก้ หมายเลข 69 ขึ้นนำ ฉัตรพล เจียมวิจิตร เจ้าของรถฮอนด้า แจ๊ซ จากทีมอาร์เอ็มไอ เรซซิ่ง ทีม บาย ซันโนโก้ หมายเลข 69 ภายในงาน ฮอนด้ายังได้จัดกิจกรรมมินิ มอเตอร์ โชว์ โดยจัดแสดงรถยนต์ฮอนด้าหลายรุ่นภายในบูธ ทั้ง ซิตี้ แจ๊ซ แอคคอร์ด ไฮบริด โมบิลิโอ้ และเอชอาร์-วี รวมถึงรถจักรยานยนต์ฮอนด้าอีกหลายรุ่น ได้แก่ Gold Wing, CBR1000RR, CBR650F, CBR500R, F6B, F6C และยังมีซุ้มจำหน่ายของที่ระลึก ฮอนด้า คอลเล็กชั่น สำหรับแฟนๆ อีกด้วย นับเป็นความสำเร็จในการมอบประสบการณ์ความสนุกและตื่นเต้นเร้าใจให้กับแฟนมอเตอร์สปอร์ตในเมืองไทย ด้วยการแข่งขัน ฮอนด้า วันเมค เรซ 2015 และการแข่งขัน บุรีรัมย์ ซูเปอร์ จีที เรซ 2015 ในปีนี้ ติดตามกิจกรรมดีๆ จากฮอนด้า ได้ที่  www.enjoyhondaclub.com และ Facebook: Enjoy Honda Club

รวมพฤติกรรมน่าอับอาย เมื่อคนไทยไปญี่ปุ่น!
Mthai ข่าวภาคซ่าส์ /  คนไทยไปญี่ปุ่น / 

ญี่ปุ่นเป็นอีกหนึ่งประเทศที่คนไทยนิยมไปเที่ยว เนื่องจากมีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงาม ประกอบกับได้มีการยกเว้นวีซ่าเข้าประเทศให้กับคนไทย ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการพำนักในระยะสั้น ทำให้มีคนแห่แหนเข้าไปเที่ยวเป็นจำนวนมาก แต่สิ่งที่ตกเป็นข่าวกันอยู่บ่อยครั้ง เห็นจะเป็นวีรกรรมที่ไม่เหมาะสมของคนบางกลุ่ม ที่ทำให้เกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์มากมาย MThai ข่าวภาคซ่าส์ ได้หยิบยก พฤติกรรมที่ไม่ควรเอาเยี่ยงอย่างมาให้ได้รับชมกัน เริ่มกันที่เรื่องราวสุดฉาว เมื่อนักแสดงวัยรุ่นชื่อดัง จากซีรีย์ฮอร์โมน ได้ไปเปิดเพลงร้องเต้นโชว์บนรถไฟฟ้าที่ประเทศญี่ปุ่น อีกทั้งยังมีการจับกิ่งซากุระถ่ายรูป เรื่องดังกล่าวกลายเป็นกระแสวิจารณ์อย่างกว้างขวาง ว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม สุดท้ายทางต้นสังกัดมีการลงโทษสั่งพักงานนักแสดงที่ตกประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ ฉาวไม่แพ้กันเมื่อ สมาชิกพันทิปท่านหนึ่งไปตั้งกระทู้แชร์ประสบการณ์ แอบขึ้นรถไฟในญี่ปุ่น โดยผู้ตั้งกระทู้ระบุว่า ครอบครัวของตน แอบขึ้นรถไฟในญี่ปุ่น โดยที่ไม่มีตั๋วโดยสาร เนื่องจากที่นั่งบนรถไฟขบวนดังกล่าวถูกจองจนเต็มหมดแล้ว ซึ่งสาเหตุที่ครอบครัวดังกล่าวต้องแอบขึ้นรถไฟ เนื่องจากพลาดขบวนที่จะเดินทางกลับไปฟูกูโอกะ หากรอขบวนถัดไป ต้องใช้เวลาอีกประมาณ 3 ชั่วโมงถึงจะมา เพราะอากาศหนาวจึงตัดสินใจทำวิธีดังกล่าว เมื่อแอบขึ้นไปบนรถไฟมีเจ้าหน้าที่มาตรวจตั๋วแล้วพบว่าไม่มีตั๋วโดยสาร จึงถูกไล่ให้ไปนั่งในขบวนตู้อาหารแทน โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า ที่นั่งบนรถไฟเป็นสิทธิ์ของผู้ที่จองตั๋วเท่านั้น ซึ่งเจ้าของกระทู้กลับมาเล่าวีรกรรมด้วยความภาคภูมิใจ ถ่ายรูปชมวิวข้างทางสวยงามมาอวดคนบนโลกออนไลน์ จนผู้คนที่ได้อ่านกระทู้ดังกล่าว พากันตำหนิเจ้าของกระทู้ไปทำนองเดียวกันว่า นี่คือการประจานตัวเอง จากนั้นทางแฟนเพจ สถานเอกอัครราชทูตไทย กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ได้โพสต์ข้อความเตือนว่า การแอบขึ้นรถไฟในญี่ปุ่น สถานทูตฯ ขอแจ้งให้นักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางโดยรถไฟในญี่ปุ่น โดยเฉพาะรถไฟชินคันเซนทราบว่า เมื่อผู้โดยสารออกตั๋วรถไฟแล้ว ข้อมูลของผู้โดยสารจะถูกส่งไปยังเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจประจำขบวนรถไฟโดยสารนั้น ๆ ซึ่งหากผู้โดยสารขึ้นรถไฟขบวนที่ไม่ตรงกับขบวนในตั๋วที่ออก ตำรวจรถไฟญี่ปุ่นจะจับกุมสอบสวน หากผิดจริงจะถูกลงโทษปรับ 3 เท่าของราคาตั๋วรถไฟขบวนที่ขึ้น และอาจถูกฟ้องศาลในข้อหาทุจริตหลอกลวง รายล่าสุดที่เพิ่งเป็นประเด็นคือ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจประเทศญี่ปุ่นดำเนินการจับกุมตัว ในข้อหา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง ซึ่งพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้เดินทางไปประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ที่ผ่านมา ด้วยสายการบินไทยเที่ยวบินที่ ทีจี 640 เวลา 21.50 และถูกตรวจจับอาวุธปืนได้ที่ สนามบินนาริตะ ขณะจะเดินทางกลับประเทศไทย เมื่อเวลา 17.00 น. ของวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้คดีความยังไม่สิ้นสุด เรื่องดังกล่าวก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เนื่องจากผู้ที่ตกเป็นข่าวคือนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่แต่กลับทำผิดกฎหมายเสียเอง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ได้ถูกจับกุมตัวไปในฐานะผู้ต้องหา จากนี้ต่อไปต้องรออัยการส่งฟ้องศาลตามกฎหมายต่อไป ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ใครต่างรู้ดีว่า ผู้คนที่นั่นจะเคร่งครัดและเคารพกฎระเบียบกันมาก MThai ข่าวภาคซ่าส์ ขอหยิบเอา มารยาทของคนญี่ปุ่นมาฝากคุณผู้ชม เผื่อใครกำลังจะเดินทางไปเที่ยวจะได้ปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง การเข้าแถว ชาวญี่ปุ่นจะเคร่งครัดในเรื่องของกฏระเบียบพอสมควรไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการรอขึ้นรถ การซื้อตั๋วรถ แม้แต่การเข้าแถวรอเพื่อเข้าไปรับประทานอาหาร หรือเข้าห้องน้ำสาธารณะ ซึ่งการเข้าแถว รอเข้าห้องน้ำก็จะต้องรอที่ทางเข้าไม่ยืนรอที่หน้าประตูของห้องน้ำนั้นๆ มายาทบนรถไฟ และรถสาธารณะ เวลานั่งในรถไฟก็ไม่จำเป็นที่จะลุกให้คนแก่ คนพิการหรือคนท้องก็ได้เนื่องจากที่ญี่ปุ่น จะมีที่นั่งสำรองสำหรับ บุคคลพวกนี้อยู่แล้ว และก็ห้ามนั่งในที่ที่เขามีไว้สำหรับคนพวกนี้ ไม่เช่นนั้นก็จะโดนคนมองเป็นตาเดียวเลย นอกจากนี้ห้ามส่งเสียงดัง ถือว่าเป็นการรบกวนผู้โดยสารท่านอื่นๆ มารยาทในการรับประทานอาหาร - ห้ามปักตะเกียบลงในแนวดิ่งไปในถ้วยข้าว เพราะจะคล้ายกับการปักธูปไหว้ศพ - ห้ามส่งอาหารจากตะเกียบสู่ตะเกียบ เพราะว่าคนญี่ปุ่นจะใช้ตะเกียบ คีบกระดูก ที่เผาแล้ว ส่งต่อๆ กันตอนทำพิธีเก็บกระดูกเท่านั้น ดังนั้นถ้าต้องการ จะตักอาหาร ให้กันก็จะวางไว้ในจานให้เลย - เมื่อจะหยิบอาหารจากจานรวม ก็จะใช้ตะเกียบกลาง หรือใช้ปลายอีกด้านของ? ตะเกียบของตนเองคีบอาหารจากจานรวมมาใส่จานของตนเอง - การรับประทานอาหารก็สามารถส่งเสียงดังได้ เพราะการกินเสียงดัง หมายถึง อาหารนั้นอร่อย สามารถซดน้ำซุปเสียงดัง ๆ ได้ไม่ต้องอาย สิ่งที่นำมาฝากทางทีมงานหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะมีประโยชน์ต่อคุณผู้ชมและผู้อ่านทุกท่าน ไม่ว่าคุณจะไปประเทศไหนเราก็ควรที่จะเคารพ กฎเกณฑ์ของแต่ละประเทศให้มาก ๆ เพราะหากเกิดเรื่องเสื่อมเสียขึ้นมา ภาพพจน์ของประเทศอาจจะเสื่อมเสียไปด้วย... MThai News

แฉ! สาวคนสนิท 'เสี่ยสมยศ'รู้เห็นการตาย หลังโกงหนี้พนัน20ล.
ภรรยาเสี่ยสมยศ /  สมยศ สุธางค์กูร / 

ภรรยา "เสี่ยสมยศ" พบพนักงานสอบสวน เชื่อ "ก้อย"สาวคนสนิทมีส่วนรู้เห็นการลอบยิง หลังติดหนี้ที่โกงพนันกว่า 20 ล้าน วันที่ 1ก.ค. นางรัศมี สุธางค์กูร ภรรยาของนายสมยศ สุธางค์กูร "เสี่ยสมยศ" อดีตเจ้าของพระราม 9 คาเฟ่ ที่ถูกคนร้ายลอบยิงเสียชีวิต บริเวณลานจอดรถร้านอาหารเฮงหูฉลาม เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.58 ที่ผ่านมา เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.คลองตัน เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมที่อาจเป็นมูลเหตุในการที่คนร้ายลอบยิงจนเสียชีวิต พร้อมเปิดเผยว่า ครอบครัวมีความสนิทสนมกับ นางศุภนิดา นรรัตน์ อายุ 48 ปี หรือ ก้อย มานานแล้ว ถึงขนาดที่สามารถเข้าออกในบ้านได้ตลอดเวลา แต่มาระยะหลังนางก้อยกับนายเล็กสามี ติดหนี้นายสมยศ ทั้งเรื่องการเคลียร์คดี และหนี้โกงเงินพนันกว่า 20 ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมา พยายามทวงถามและขอเงินคืนมานานร่วมปี แต่ก็ไม่เคยคืนเงินให้ ทั้งนี้ยอมรับว่า ไม่กี่วันก่อนเกิดเหตุ นายสมยศได้ไปติดต่อ เสธ.ทหารนายหนึ่ง เพื่อมาเป็นคนกลางให้นายเล็กมาเคลียร์หนี้สิน จนกระทั่งวันเกิดเหตุที่ตนเองพานายสมยศไปพบแพทย์ และไปรับประทานอาหาร ก็มีเพียงนางก้อยเท่านั้นที่ทราบเรื่อง ก่อนที่นายสมยศจะถูกยิงเสียชีวิต พร้อมกันนี้ นางรัศมี ยังกล่าวอีกว่า ส่วนตัวคิดว่านางก้อยอาจมีส่วนรู้เห็น เพราะจากเรื่องหนี้สินและเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น และอยากย้อนถามกลับไปว่า นายสมยศ ผิดอะไร ถึงต้องลงมือกันจนถึงขั้นเสียชีวิต ซึ่งวานนี้ (30 มิ.ย.) นางศุภนิดา ได้ให้การกับชุดสืบสวนพาดพิงถึงนายเล็กว่า ก่อนหน้านี้นายสมยศให้เงิน 11 ล้านบาทกับนายเล็ก เพื่อไปเคลียร์คดี แต่มีการนำเงินไปเล่นการพนันจนหมด และอยู่ระหว่างการทวงถาม ทั้งนี้ยอมรับว่าเคยวางแผนกับนายเล็กโกงพนันนายสมยศ  จนต้องเสียเงินไปอีกกว่า 4 ล้านบาท โดยนายสมยศ ได้ให้นายทหารคนหนึ่ง มาเคลียร์ ก่อนที่นายเล็ก จะตกลงยิมยอมโอนที่ดิน 2 แปลงในจังหวัดชุมพรให้ แต่ก็มาเกิดการดักยิงนายสมยศ จนเสียชีวิตดังกล่าว MThai News

ละครใต้เงาจันทร์ , เรื่องย่อใต้เงาจันทร์
เกรท วรินทร ศตายุ/โต ใต้เงาจันทร์ /  มาร์กี้ ราศี พบู/เฟลอร์ ใต้เงาจันทร์ / 

เรื่องย่อละคร ใต้เงาจันทร์ บทประพันธ์โดย : พินธุนาถบทโทรทัศน์โดย : ตฤณณากำกับการแสดงโดย : กิตติศักดิ์ ชีวาสัจจาสกุลผลิตโดย : บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัดออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ใต้เงาจันทร์ นั้นมีมนตรา แสงนวลกระจ่าง โอบเอื้อ อบอุ่น ประโลมหัวใจดั่งเป็นเพื่อน แต่หากความรักมีเกินสองให้ต้องเลือก ก็ขอจันทร์ทอแสงส่อง ต้องหัวใจ ว่าใจของใครจะทอเงาทาบชิด สนิทแนบใจของเธอพบูเพิ่งกลับจากเมืองนอก ซึ่งเธอไปเรียนนับสิบปีแต่กลับเรียนอะไรไม่จบสักอย่าง พบูมีน้องสาวต่างมารดาคือบูรณา ซึ่งแตกต่างกับเธอทุกอย่าง บูรณาเรียบร้อย ตั้งใจเรียน และเชื่อฟังแม่มากการะเกดจึงรับไม่ได้ที่พบูเป็นคนไม่มีความรับผิดชอบ เพราะหล่อนเป็นคนชอบควบคุม ทุกครั้งที่ทะเลาะกัน พบูจะว่าการะเกดอย่างไม่เกรงใจ เพราะลึก ๆ พบูคิดว่าการะเกดกับน้องมาแย่งพ่อและครอบครัวไปจากเธอ ตอนเด็กเธอยู่กับย่า จนย่าตาย พบูต้องมาอยู่กับพ่อและแม่เลี้ยง แต่ก็เรียนโรงเรียนประจำ ซึ่งยิ่งทำให้เธอคิดว่าพ่อและแม่เลี้ยงไม่ต้องการให้เธอเป็นส่วนเกินของครอบครัวใหม่ กลับมาเมืองไทยแล้ว พบูยังไม่ยอมทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน การะเกด ซึ่งเป็นคนแนะนำให้พ่อเรียกตัวเธอกลับมาจึงใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดด้วยการระงับบัตรเครดิตของเธอ และจะให้เธอมาทำงานที่โชว์รูมขายรถของพ่อและรับเงินเดือนเหมือนพนักงานทั่วไป ซึ่งเมื่อรู้ว่าเป็นความคิดของพ่อด้วย พบูทั้งโกรธและน้อยใจมาก จึงขนของออกจากบ้านทั้งที่ยังไม่รู้ว่าจะไปไหน เมื่อไม่มีที่ไป พบูตัดสินใจโทรหามธุรสผู้เป็นแม่ ทั้งที่ไม่เคยติดต่อกันมาเลยเป็นสิบปี ความรู้สึกผิดที่เคยทิ้งลูก ทำให้มธุรสตัดสินใจว่าจะต้องช่วยเหลือลูก โดยพบูต้องการแค่ที่พักชั่วคราวจนกว่าจะหางานทำได้ พบูคิดเอาง่าย ๆ ว่าจะหางานทำได้ แต่ในความเป็นจริง การที่เธอเรียนไม่จบอะไรมาสักอย่างทำให้หางานทำยากมาก มธุรสไปปรึกษาแผนกธุรการของเจริญรุ่งสามีใหม่ สร้อยทิพย์ลูกน้องของเจริญรุ่งสามารถหาห้องพักในอาคารศศิวงศ์ให้พบูได้ พบูจึงย้ายเข้าไปอยู่โดยไม่รู้ที่มาของการได้ห้องพักนั้น อาคารศศิวงศ์เป็นของศศิวงศ์กรุ๊ป ซึ่งกิจจาก่อร่างกายตัวจากผู้รับเหมาก่อสร้างรายเล็ก ๆ จนกลายเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่ในเครือศศิวงศ์กรุ๊ป กิจจากำลังคิดจะเกษียณโดยจะยกตำแหน่งประธานบริษัทให้กับหลานชายคนโตคือศตายุ โดยไม่สนใจความรู้สึกของลูก ๆ ทั้งสามคน เพราะเชื่อมั่นในความสามารถของศตายุ กิจจาตอกย้ำอยู่ตลอดว่าลูก ๆ ไม่ได้เรื่อง เจริญรุ่งลูกชายคนโต เป็นคนไม่เอาถ่าน ขณะที่งามยิ่งท่าดีทีเหลว และเมฆพัดคนสุดท้องซึ่งเป็นลูกเมียน้อยยิ่งแย่ใหญ่ เพราะเกิดมาในช่วงที่กิจการของพ่อกำลังย่ำแย่จนเกือบหมดเนื้อหมดตัว ทั้งที่เป็นคนเอาการเอางานมากกว่าพี่ ๆ กิจจาก็ไม่ค่อยชอบลูกคนนั้นนัก ซึ่งลึก ๆ นอกจากอคติส่วนตัวแล้ว กิจจารู้ดีว่าเมฆพัดไม่ได้เป็นคนดีอย่างที่ฉาบหน้าเอาไว้ แต่ในอดีตวันที่กิจจาแทบสิ้นเนื้อประดาตัว ก็มีความหวังเกิดขึ้น เมื่อมีหมอดูมาทักว่าจะมีผู้ชายคนหนึ่งมาทำให้ชีวิตของเขาดีขึ้น จังหวะนั้นเจริญรุ่งในวัย 21 ปี ทำแฟนสาวตั้งท้อง เมื่อศตายุเกิดมา กิจการของกิจจาก็ดีวันดีคืน จนเขาคิดว่าหลานชายคนโตเป็นตัวนำโชค ศตายุโชคร้ายที่แม่ตายในวันที่คลอดเขา แต่ปู่รักและเลี้ยงดูเขาอย่างดี โดยเจริญรุ่งแทบจะไม่มีส่วนในตัวลูกชายเลย การลำเอียงและให้ความสำคัญแต่ศตายุคนเดียวของกิจจา ทำให้ทุกคนในบ้านไม่พอใจโดยเฉพาะงามยิ่งจะแสดงออกชัดเจน แม้เจริญรุ่งเองก็ห่างเหินทำตัวเหมือนไม่ใช่พ่อลูกกับศตายุ เขารักและตามใจธราดลลูกชายคนเล็กที่เกิดจากธุรสจนเสียคน ตลอดมาศตายุน้อยใจพ่อว่ารักน้องชายมากกว่า จึงชอบหาเรื่องเคี่ยวเข็ญเอากับธราดลส่วนหนึ่งเพราะนิสัยที่เป็นคนจริงจัง จึงไม่ชอบที่พ่อและน้องชายทำตัวไว้แก่นสาร ธราดลไม่ยอมไปโรงเรียน โดยอ้างว่าอยากไปเรียนต่อเมืองนอก ศตายุไม่ยอม ยื่นคำขาดให้เรียนจบม.6 ก่อน เจริญรุ่งพยายามเข้าข้างธราดล แต่ทำอะไรไม่ได้ เพราะสิทธิขาดในบ้าน กิจจาได้มอบหมายให้เขาเป็นคนตัดสินใจ เจริญรุ่งกับธราดลจึงยิ่งเกลียดและต่อด้านศตายุมากจนเห็นเป็นศัตรูขณะที่เมฆพัดเป็นคนเดียวในบ้านที่ไม่เคยแสดงปฏิกิริยาไม่ดีกับพ่อหรือศตายุ แต่ลึกลงไปในท่าทีที่ไม่เป็นปฏิปักษ์กับใคร มีงามยิ่งเพียงคนเดียวที่รู้จักด้านมืดของน้องชายดีว่าใคร วันหนึ่งศตายุขับรถผ่านร้านอาหารเก่าของบริษัท ซึ่งขาดทุนจนปิดร้างมาเป็นปี แต่เขาอนุมัติงบให้ตกแต่งเพื่อเปิดบริการใหม่ ยังไม่มีความคืบหน้า เขาโกรธมาจึงเล่นงานแผนกธุรการ ซึ่งเจริญรุ่งดูแลอยู่ พ่อไม่สนใจกลับด่าว่าเหมือนเขาไม่ใช่ลูก ทำให้ศตายุยิ่งน้อยใจ แต่เขาก็ไม่เลิกรา ศตายุเร่งจะเอาคำตอบความคืบหน้าของร้านอาหารให้ได้ เจริญรุ่งขี้เกียจจึงสั่งสร้อยทิพย์ให้หาสถาปนิกมารับหน้าแทน และสถาปนิกคนนั้นก็คือบุรี หนุ่มหน้าตี๋ ขี้เล่น อารมณ์ดี เป็นที่รักของคนรอบข้าง บุรีชอบแต่งตัวเซอร์ ๆ เพราะคิดว่าตัวเป็นศิลปิน แต่ในชีวิตอันรื่นรมย์ของบุรี มีความอึดอัดใจอยู่อย่างหนึ่ง คือแม่พยายามจะให้เขาแต่งงานกับเด็กสาวแถมบ้านที่อ่างทองชื่อลูกชุบ เนื่องจากในอดีตพ่อของลูกชุบเคยมีบุญคุณช่วยพ่อของบุรีไว้ แต่ลูกชุบเองก็ไม่ได้ชอบบุรีเหมือนกัน จึงหนีตามผู้ชายมาอยู่ที่กรุงเทพฯ บุรีรู้ก็คอยให้ความช่วยเหลือเจริญรุ่งส่งตัวบุรีมาคุยกับศตายุเรื่องร้านอาหารแบบไม่ทันตั้งตัว แต่บุรีคิดไอเดียในการแปลงโฉมร้านอหารได้คร่าว ๆ พอมาคุยกันศตายุพอใจไอเดียของบุรี แต่ไม่พอใจการทำงานของสร้อยทิพย์ และแผนกธุรการ เลยพยายามไล่บี้เอากับสร้อยทิพย์ เป็นความบังเอิญที่คืนนั้นขณะที่สร้อยทิพย์กำลังพยายามหาข้อมูลของร้านอาหารมาตอบ ศตายุให้ได้ พบุซึ่งพักอยู่ในอาคารศศิวงศ์เอาคีย์การ์ดไปรูดเข้าห้องฟิตเนส เด็กที่ดูแลจับได้ว่าเป็นคีย์การ์ดห้องพักของบริษัทลูกค้าที่เช่ารายปีไว้ แต่ตอนนี้ว่างอยู่ จึงโทรไปตามสร้อยทิพย์ที่ห้องศตายุ เพราะคิดว่าพบูแอบลักลอบเข้ามาพักในดึก ศตายุก็เลยพลอยรู้เรื่องไปด้วย พบูพอรู้เข้าก็โกรธแม่และสร้อยทิพย์มาก ที่หลอกให้ตัวเองเข้าไปแอบอยู่ในห้องของคนอื่น จึงเก็บของจะย้ายออกในคืนนั้น มธุรสกลัวสร้อยทิพย์จะเดือดร้อนจึงไปคุยกับศตายุ บอกว่าพบูกำลังหางานทำ ขอพักชั่วคราว ศตายุไม่ได้สนใจ คิดจะปล่อยให้พ่อของเขาเป็นคนจัดการ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ แต่ขณะจะกลับบ้าน เขาบังเอิญเจอพบูในเลิฟต์เข้าพอดี ก่อนหน้านี้เขาเคยเจอพบูมาก่อน เขาประทับใจเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น พบูเคยช่วยกันเขาจากชคันภา เด็กสาวร่างอ้วน แต่ชอบคิดว่าตัวเองเป็นคนสวยหุ่นดี ลูกสาวของชัชชัยลูกค้าวิไอพีที่เพิ่งเซ็นสัญญาโครงการใหญ่ไป และกำลังจะเซ็นสัญญาโครงการใหม่ในอีกไม่นาน ชคันภาชอบคอยตามดื้อและคิดไปเองว่าเป็นแฟนเขา ศตายุไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะเกรงใจพ่อเธอ เมื่อรู้ว่าพบูคือลูกสาวของมธุรส ศตายุให้เธอขนของกลับไปที่ห้อง และบอกให้เธออยู่ต่อได้ เขาจะจัดการเรื่องทั้งหมดเอง และให้พบูมาเป็นผู้จัดการร้านอาหารที่กำลังปรับปรุงอยู่ ซึ่งเขาจะดึงจากแผนกธุรการมาดูแลเอง เรื่องนี้ทำให้มธุรสประหลาดใจมาก และแอบคิดว่าศตายุคงจะมีใจให้พบูแน่จากความผิดชอบสร้อยทิพย์ ศตายุสั่งให้เจริยรุ่งทำรายงานชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้นแต่เจริญรุ่งไม่สนใจเข้าไปบ่อนจนมาทำงานเอาตอนบ่ายของอีกวัน มาถึงจึงรู้ว่าศตายุไล่สร้อยทิพย์ออก และตั้งกนกวรรณลูกน้องของงามยิ่งซึ่งเป็นคนที่ศตายุวไว้ใจมาทำแทน และให้พบูเป็นคนดูแลร้านอาหารโดยประสานงานกับบุรี เจริญรุ่งโกรธถึงกับตบหน้าศตายุ แต่ศตายุไม่สนใจ ขณะเดียวกันบุรีเองก็เคยเจอกับพบูมาก่อน โดยที่พบูจำไมได้ ซึ่งครั้งนั้นพบูก็วีนใส่เขา และเมื่อมาเจอกัน บังเอิญว่ารถของพบูถูกคนแกล้งปล่อยลมยางออกหมด บุรีต้องช่วยเปลี่ยนยางให้ แต่พบูก็พูดจาไม่เข้าหูบุรีอีก แต่แม้ว่าเขากับเธอจะกลายเป็นไม้เบื่อไม้เมากันลอด แต่การได้ลับฝีปากปะทะคารมกับพบูเป็นความสุขอย่างหนึ่งที่บุรีไม่เคยพลาดเลยทีเดียว พบูเริ่มเจอแม่บ่อยขึ้น เธอไปช้อปปิ้งกินข้าวกับแม่ มีคนโทรมาบอกว่าธราดลถูกตำรวจจับมธุรสรีบโทรหาศตายุ ศตายุรีบไปช่วยประกันตัวให้ ใจจริงเขารักและห่วงน้องมาก แต่การแสดงออกของเขาทำให้ธราดลคิดเหมือนคนอื่นในครอบครัวว่าศตายุชอบวางอำนาจ และทำทุกอย่างเพียงเพื่อจะเอาใจคุณปู่ และธราดลหงุดหงิดที่แม่คอยแต่เกรงใจจนเหมือนกลัวทั้งปู่และศตายุ กิจจากลับจากทัวร์ต่างประเทศกับเด็กสาวรุ่นหลาน เขาสั่งให้ทนายความจัดการเรื่องแต่งตั้งศตายุเป็นประธานและให้จัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ ในบริษัท งามยิ่งไม่พอใจ และยิ่งหงุดหงิดเรื่องที่เขาซื้อรถคันละเป็นล้านให้เซอรี่เด็กสาวที่พาไปเที่ยว และเอาหล่อนเข้าไปอยู่ในห้องเพ้นท์เฮ้าส์ที่เขาซื้อเอาไว้ ต่อมาเชอรี่ถูกปล้นชิงรถ เด็กสาวได้รับบาดเจ็บ รถก็หาย กิจจาสั่งให้ศตายุจัดการเรื่องเงินให้ตัวเองหันไปคบเด็กใหม่ที่ชื่อลูกตาล โดยไม่รู้ว่าทั้งหมดเป็นฝีมือของเมฆพัดซึ่งโกรธที่พ่อเอาเงินไปปรนแปรอผู้หญิงอื่น ชคันภาเริ่มหึงพบู ทั้งที่ศตายุแสดงออกชัดเจนว่าไม่ได้มีใจชอบเธอ แต่ชคันภาก็ยังพยายามจะเอาชนะใจศตายุ โดยไม่สนใจท่าทีของศตายุที่มีต่อตัวเอง ศตายุพยายามจะกันชคันภาออกไปอย่างนุ่มนวล จึงขอให้พบูช่วย โดยมีเงื่อนไขให้เธอย้ายไปพักที่ห้องเพ้นท์เฮ้าส์บนชั้น 31 ซึ่งเป็นห้องพักตามตำแหน่งของเขา เป็นแผนอย่างหนึ่งที่ศตายุอยากใกล้ชิดกับพูมากขึ้น ตอนแรกพบูไม่ทันได้คิดอะไร จึงยอมตกลงและอยากจะย้ายเข้าไปอยู่ในห้องเพ้นท์เฮ้าส์ที่หรูหราด้วย ร้านอาหารก้าวหน้าไปมาก พบูได้เซฟซึ่งเป็นเพื่อนสมัยเรียนเมืองนอกชื่อไมเคิล ภาพลักษณ์ภายนอกของไมเคิลไม่น่าประทับใจ เพราะเขาตัวใหญ่เทอะทะ แต่เป็นลูกเศรษฐีที่มาทำเพราะอยากทำอาหาร และมีฝีมือขั้นแทพจนศตาลุปฏิสเธเขาไม่ได้เมื่อร้านใกล้เสร็จพบูอยากหาของมาแต่งร้าน เลยชวนบุรีให้ไปช่วยเลือกที่ตลาดนัดจตุจักร โดยมีไมเคิลไปด้วย แต่บุรีชวนให้ไปที่อ่างทองแทน เพราะแม่เขารับตะกร้าหวายมาขายอยู่แล้ว พอถึงวันไปไมเคิลท้องเสียไปด้วยไม่ได้ พบูจึงไปกับบุรีแทน บุรีพาพบูไปเที่ยวอยุธยา ขากลับจากบ้านเขา รถเกิดเสีย พบูเลยต้องค้างที่บ้านบุรีหนึ่งคืน ซึ่งทำให้ทั้งสองสนิทสนมและประทับใจในตัวกันและกันมากขึ้น พอกลับมาลูกชุบมาหาบุรีที่คอนโดฯ ซึ่งเป็นคอนโดนฯ ของบริษัทที่สร้างให้พนักงานเช่าอยู่ด้านหลังของอาคารศศิวงศ์ ลูกชุบมีปัญหาเรื่องเงิน บุรีจึงให้เงินไป และเมื่อไปส่งบ้านจึงรู้ว่าลูกชุบอยู่อย่างยากลำบาก งามยิ่งรู้เรื่องที่พบูได้อยู่ห้องเพ้นท์เฮ้าส์ของศตายุ จึงเอาไปพูดในทางเสียหาย ทั้งที่ตั้งแต่ย้ายไปอยู่ ศตายุไม่เคยไปที่ห้องนั้นเลย พบูเริ่มนึกได้ว่าตัวเองตัดสินใจผิด จึงตัดสินใจจะย้ายออก แต่ไปหาดูห้องพักแถวนั้นราคาแพงมาก จึงคิดจะหาห้องที่คอนโดฯ ของพนักงานทางด้านหลังที่ราคาย่อมเยากว่า แต่ที่นั่นห้องไม่เคยว่างเลยพบูไปถามเรื่องห้องพักกับบุรี เพราะรู้ว่าบุรีพักอยู่ที่นั่น วันหนึ่งก็มีคนโทรมาบอกว่าเขาได้สิทธิเช่าห้องพัก แต่จะยกสิทธิให้พบู เธอเอาเงินมัดจำไปวาง และคิดว่าเป็นฝีมือของศตายุ แต่ตอนหลังถึงรู้ว่าไม่ใช่ ศตายุให้คนเอาเงินมัดจำมาคืนเพื่อให้พบูอยู่ห้องเพ้นท์เฮ้าส์ต่อไป แต่ตอนหลังพบูรู้ว่าคนที่หาห้องให้คือบุรี และเธอก็ตัดสินที่จะย้ายไปอยู่ห้องเช่าที่คอนโดฯ ซึ่งทำให้ศตายุไม่ค่อยพอใจ และเริ่มจะรู้ว่าตัวเองกำลังมีศัตรูหัวใจคือบุรี วันหนึ่งชคันภามาหาศตายุที่บริษัทและโวยวายเรื่องที่คนเลือกกันว่าพบูสนิทสนมกับศตายุต่อหน้าชัชชัยพ่อของหล่อนที่มาประชุม ศตายุจึงตัดสินใจพูดตรง ๆ และยังพูดในทำนองว่าเขามีใจให้พบูจริง ๆ ทำให้ชคันภาโกรธและเสียใจ เมฆพัดได้จังหวะจึงพยายามเข้าไปสนิทสนมกับชคันภา จนเด็กสาวใจอ่อน หันมาควงกับเขาแทน ชคันภาเห็นศตายุอยู่กับพบูอย่างมีความสุขก็แค้นใจ พูดว่าอยากเห็นพบูเสียโฉม ต่อมาก็มีคนเอาน้ำกรดจะมาสาดพบูจริง ๆ แต่บุรีช่วยกันไว้ได้ทันตัวเขาเองโดนน้ำกรดเล็กน้อย ทุกคนคิดว่าเป็นฝีมือของเจมี่แต่ไม่มีหลักฐาน เหตุการณ์นี้ทำให้ศตายุเป็นห่วงพบู คอยรับส่งเธออยู่พักใหญ่ ในขณะที่บุรีเองก็แอบคอยดูแลเธออยู่ห่าง ๆ ตอนนี้ทุกคนในบริษัทรู้แล้วว่าศตายุมีใจกับพบู เพียงแต่พบูไม่ยอมแสดงออก ตลอดมางามยิ่งกับเมฆพัดสงสัยเรื่องราวของศตายุกับเจริญรุ่ง ว่าทั้งสองอาจจะไม่ใช่พ่อลูกกัน เพราะเจริญรุ่งแสดงออกชัดเจนว่าไม่รักศตายุ และวันที่ศตายุเเกิดก็ดูมีอะไรปิดบัง จนวันหนึ่งงามยิ่งไปเจอเพื่อนเก่าซึ่งคนข้างบ้านเป็นนางพยาบาล เล่าเรื่องว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งมาคลอดลูกแล้วตายทั้งแม่ทั้งลูก แต่แม่สามีของผู้หญิงคนนั้นต้องการหลานชายเพื่อเอาใจสามี เลยไปขอเด็กผู้ชายอีกคนที่แม่ทิ้งไปมาเป็นหลานแทน ทั้งวันเวลา และโรงพยาบาลเป็นเรื่องเดียวกัน งามยิ่งมั่นใจว่าศตายุต้องไม่ใช่ลูกของเจริญรุ่งแน่ แต่เมื่อไปถามเจริญรุ่งกลับยืนยันว่าศตายุเป็นลูกเขาจริง ๆ และท้าให้เอาเส้นผมของเขากับศตายุไปตรวจดีเอ็นเอ ซึ่งเมื่อไปตรวจผลออกมาปรากฏว่าศตายุเป็นลูกเจริญรุ่งจริง ๆ ทำให้สองพี่น้องผิดหวังมาก ร้านอาหารครัวศศิวงศ์ใกล้เปิด พบูกับบุรีใกล้ชิดกันมากขึ้น ในขณะที่ศตายุเองก็พยายามทำคะแนนดีตื้นขึ้นมาตลอด พบูเริ่มลำบากใจเมื่อเริ่มรู้ใจของชายหนุ่มทั้งสองคน แต่เธอก็ทำไม่รู้ไม่ชี้ เพราะไม่รู้จะทำอย่างไร จนในที่สุดก็ถึงวันเปิดร้านอาหาร ด้วยฝีมือของไมเคิลและเก็ทผู้ช่วยเจ้าสำอางทำให้มีคนมาเต็มร้าน มธุรสได้ปะทะฝีปากนิดหน่อยกับการเกดเรื่องที่หล่อนทำให้พบูต้องระเห็จออกมาจากบ้านทั้งมธุรสและมนูพ่อของพบูต่างภูมิใจในตัวเธอที่เปลี่ยนแปลงไป เป็นผู้ใหญ่มากขึ้นและมีงานที่มั่นคง หลังจากร้านอาหารเปิด ศตายุแวะเวียนมาช่วยที่ร้านทุกเย็น วันหนึ่งเขาแอบเห็นหน้าจอโน้ตบุ๊กของพบูเป็นภาพวาดฝีมือบุรี ศตายุหงุดหงิดมาก เขาพยายามจะแสดงให้พบูเห็นถึงความรู้สึกของเขาที่มีต่อเธอแต่พบูก็ยังแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เหมือนเดิม เก็ทซึ่งเป็นผู้ช่วยพ่อครัวรู้เข้าก็เอารูปที่ต๋อยแอบส่งมาให้ เป็นภาพวาดพบูที่บ้านของบุรีตอนที่เธอไปค้างบ้านเขา บุรีแอบวาดแล้วเก็บไว้ใต้เตียง ตอนนี้พบูรู้แล้วว่าทั้งสองคนมีใจกับเธอ แต่เธอไม่รู้จะทำอย่างไร ขณะอยู่ที่ร้านอาหาร มธุรสก็โทรมาบอกข่าวร้ายกับศตายุ ว่าธราดลตกดึกตาย ศตายุเสียใจมากที่น้องชายตาย และโทษว่าเป็นความผิดของตัวเอง พบูสงสารเขามาก ช่วงนี้ลูกชุบซึ่งเพิ่งคลอดลูกทะเลาะกับสามี และหนีกลับไปอยู่ที่บ้านของบุรีก็พยายามโทรหาบุรีตลอดเหมือนจะหาพ่อใหม่ให้ลูก จนบางครั้งบุรีก็อดคิดไม่ได้ว่าหรือตัวเองจะหลีกทางให้พบูกับศตายุ แต่ก็ไม่อาจตัดใจจากพบูได้ ที่งานศพธราดล การเกดางานพร้อมกับบูรณา พบูสังเกตเห็นว่าการเกดปลื้มศตายุมาก และพยายามดันบูรณาให้สนิทสนมกับศตายุ บูรณาก็ดูชื่นชมศตายุเหมือนกัน แต่ความที่เป็นคนเรียบร้อย จึงไม่ค่อยแสดงออก การเกดถึงขั้นฝากให้บูรณามาฝึกงานที่ศศิวงศ์ ศตายุอยากเอาใจพบูจึงรับปากทำให้พบูเริ่มรู้สึกหวง ๆ ศตายุขึ้นมานิดหน่อย วันเผาศพธราดล มธุรสเศร้ามาก รู้สึกผิดว่าตัวเองตามใจลูกจนเสียคนทำให้ลูกไปอยู่บ้านเพื่อน และเสพยาจนเมาแล้วขึ้นไปเดินบนระเบียงจนตกลงมา เจริญรุ่งก็เสียใจมากและโทษว่าเป็นความผิดของศตายุที่เข้มงวดกับน้องมากเกินไป เขาด่าว่าศตายุ จนศตายุเริ่มน้อยใจ ถามว่าถ้าเปลี่ยนกันได้เป็นเขาที่ตายแทนธราดลพ่อจะรู้สึกดีขึ้นไหม เจริญรุ่งตอบว่าไข่ จนศตายุอดไม่ได้ถามว่าเขาไม่ใช่ลูกหรือ ทำไมถึงได้เกลียดเขานัก เจริญรุ่งไม่ตอบแต่บอกว่าคำตอบทุกอย่างอยู่ที่สวนหลังบ้าน ศตายุได้ แต่สงสัยเพราะสังเกตมานานแล้วว่าพ่อชอบมานั่งเล่นได้ซุ้มกุหลาบที่สวนหลังบ้านเสมอ บูรณามาทำงานที่ศศิวงศ์ อยู่แผนกงามยิ่ง ถูกคนนินทาว่าเชย ไม่สมกับเป็นน้องของพบู พบูฟังแล้วโกรธเลยพาบูรณาไปให้เก็ททำผมใหม่ สอนแต่งตัวแต่งหน้าให้ใหม่ บูรณาดีใจมากที่ได้ใกล้ชิดกับพบู และยิ่งอยู่ใกล้ชิดกับศตายุก็ยิ่งรู้ว่าเขารักพบูมากแค่ไหน เธอเองแค่ขึ้นชมเขาเท่านั้น มธุรสเองก็สังเกตได้ว่าการะเกดพยายามจะดันลูกสาวตัวเอง เลยแกล้งพูดลองใจศตายุถึงบูรณา ก็เห็นว่าศตายุเห็นบูรณาเป็นแค่น้องสาวของคนที่เขารักเท่านั้น พบูใกล้ชิดกับศตายุมากขึ้นเนื่องจากสงสารที่เขากำลังเศร้า บุรีนึกอยากรู้ความรู้สึกจริง ๆ ของพบู เพราะเขามีความรู้สึกว่าพบูก็มีใจให้เขาเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นเธอคงยอมเป็นแฟนศตายุไปแล้ว จนคืนหนึ่งบุรีกินเหล้าเมา กลับมาห้องลูกชุบแอบเข้าห้องมาค้างด้วย โดยบุรีมรู้ ตอนเช้าพบูมาหาเขาเลยเจอเขาอยู่กับลูกชุบ แต่พบูก็ยังทำไม่รู้ไม่ชี้จนบุรีเริ่มจริงจังว่าพบูคิดอย่างไรกับเขากันแน่ วันหนึ่งมธุรสจะเอาข้าวของของธราดลไปบริจาค งามยิ่งผ่านมาพอดีเห็นแปรงแปรงผมของธราดลก็เอะใจเพราะเป็นอันเดียวกับที่เจริญรุ่งเคยเอามาให้แล้วบอกว่าเป็นแปรงของศตายุ เพื่อให้เธอเอาเส้นผมเขาไปตรวจ งามยิ่งนึกได้ทันทีว่าเจริญรุ่งโกหก เอาเส้นผมตัวเองกับผมของธราดลไปให้ตรวจ ผลถึงได้ออกเป็นพ่อลูกกัน งามยิ่งหงุดหงิดมากจึงคิดจะไปถามพ่อให้รู้เรื่อง แต่เมฆพัดเสนอว่าจะไปเองตอนแรกเมฆพัดพูดดี ๆ กับกิจจา แต่พ่อพูดจาถากถางดูถูกจนเขาเริ่มโกรธ และเมื่อพูดเรื่องศตายุกับเจริญรุ่งออกไปตรง ๆ กิจจาก็พูดแปลก ๆ จนเมฆพัดจับได้ว่าแท้จริงแล้วพ่อเขารู้มานานแล้วว่าศตายุไม่ใช่หลานแท้ ๆ เขาเองที่เป็นคนสั่งให้เจริญรุ่งเก็บความลับนี้เอาไว้ ทั้งที่ทุกข์ใจอึดอัดใจแสนสาหัส เจริญรุ่งก็จำต้องเก็บเอาไว้ ถึงขนาดทำเรื่องหลอกเขากับงามยิ่ง เมฆพัดโกรธมากจนทะเลาะกับกิจจา และเผลอผลักพ่อล้มลงหัวกระแทกโต๊ะ เมฆพัดคิดจะทิ้งพ่อไว้อย่างนั้นโดยไม่ทำอะไร แต่พอลงลิฟต์มาเจอกับลูกตาล เขาเลยต้องพาพ่อส่งโรงพยาบาล แต่ให้ลูกตาลช่วยปิดบังว่าพ่อล้มเอง และเขาพยายามช่วยแล้ว แต่เมื่อมาถึงโรงพยาบาลกิจจาต้องผ่าตัดด่วน และหมดสงสัยว่าเขาเสียเลือดมาก ทั้งที่ก็อยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลศตายุสงสัยว่าเมฆพัดต้องทำอะไรปู่แน่ แต่ก็ไม่สามารถรู้ความจริงได้ เพราะเมื่อกิจจาออกจากห้องผ่าตัดแล้วกลับไม่รู้สึกตัว และหมอก็ไม่สามารบอกได้ว่าเขาจะพื้นเมื่อไหร่ศตายุยิ่งเศร้าลงทุนวัน ทั้งเรื่องธราดลและเรื่องปู่ พบูจึงอยู่ใกล้ชิดเขามากขึ้น แต่เธอก็ยังคงทิ้งระยะห่างระหว่างเขากับเธอเหมือนเดิมงามยิ่งหงุดหงิดมาก เพราะตอนนี้รู้แล้วว่าศตายุไม่ใช่หลานแท้ ๆ หล่อนต้องการจะจัดการอะไรกับเขาสักอย่าง แต่พ่อก็ยังไม่พื้นและเมฆพัดคิดจะเก็บความลับนี้ไว้แบล็กเมล์พ่ออีกที เพราะรู้ว่ากิจจาพยายามจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ จนวันหนึ่งงามยิ่งทนไม่ไหวเลยส่งคลิปที่สัมภาษณ์นางพยาบาลชราที่รู้เรื่องวันที่เขาคลอดไปให้ศตายุ ศตายุดูคลิปแล้วก็มาหางามยิ่งอย่างโกรธจัด งามยิ่งจึงเล่าทุกอย่างให้ฟังอย่างสะใจ ศตายุไม่พูดอะไรแต่กลับไปบ้าน เขาเอาพลั่วเข้าไปขุดดินที่สวนหลังบ้าน เพราะเจริญรุ่งเคยบอกว่าคำตอบทุกอย่างอยู่ที่นี่ มธุรสเรียกพบูมา เจริญรุ่งมาทันตอนที่ศตายุโค่นต้นกุหลาบแสนรักของเขา เจริญรุ่งโกรธมาก แต่ศตายุไม่สนใจอะไรทั้งนั้น เขาพังโค่นทุกอย่างอย่างบ้าคลั่ง เพราะอยากรู้ว่ามีอะไรอยู่ที่นี่ เจริญรุ่งเลยบอกเขาฝังกระดูกลูกสาวคนโตของเขาไว้ที่นี่ แล้วบอกความจริงว่าลูกของเขาตายพร้อมเมียเขาตั้งแต่วันที่คลอด แต่แม่เขากลัวพ่อจะเสียใจเพราะตั้งความหวังกับหลานคนนี้ไว้มาก เลยไปเอาเด็กผู้ชายที่แม่ทิ้งไปมาเป็นหลานแทน ศตายุอึ้งกับความจริง รู้สึกเหมือตัวเองเป็นคนไร้ค่าที่มาชูคออยู่ในครอบครัวของคนอื่น จากวันนั้นเขาพยายามหลบหน้าพบู จนพิมพ์พรรณเขาฯ เป็นห่วงโทรบอกพบู พบูจึงหาโอกาสพูดกับเขาศตายุถามตรง ๆ ว่าเธอรู้สึกอย่างไรกับเขา พบูยังคงตอบกำกวม บุรีผ่านมาพอดียืนแอบฟัง เขานึกอยู่แล้วว่าพบูต้องตอบแบบนั้น ศตายุทนใช้ชีวิตปกติได้ไม่นาน เขาก็รู้สึกว่าทนอีกต่อไปไหวแล้ว วันหนึ่งก่อนรถจะเลี้ยวเข้าดึกศศิวงศ์ เขาก็ลงจากรถแล้วนั่งแท็กซี่หายไป พิมพ์พรรณเห็นเจ้านายหายไปหลายวันก็โทรบอกพบู เพราะตามหาหลายที่แล้วแต่ไม่รู้ว่าศตายุไปไหน พบูโทรถามมธุรสเลยรู้ว่ามีบ้านเก่าของครอบครัวอีกหลังที่พิมพ์พรรณยังไม่ได้ไปหา พบูแวะไปหาศตายุคืนนั้น มีบุรีขับรถไปให้เพราะเธอไปไม่ถูก เมื่อเข้าไปในบ้านพบูต้องตกใจ เมื่อเห็นศตายุซึ่งเคยเจ้าระเบียบ สะอาดสะอ้าน นอนจมอยู่บนโซฟาเก่า ๆ เนื้อตัวสกปรกเพราะไม่ได้อาบน้ำ และมีกลิ่นเบียร์พึ่ง เธอพยายามจะพูดให้เขากลับไป แต่ศตายุถามเธอเรื่องเดิมว่าเธอรู้สึกอย่างไรกับเขา พบูไม่รู้จะตอบอย่างไร ศตายุกำลังเมาจึงคาดคั้นจะเอาทำคำตอบจากเธอให้ได้ บุรีได้ยินเสียงเลยเข้ามาดู ศตายุกำลังสติแตกก็เลยลุกขึ้นมาต่อยบุรี ตอนแรกพบูคิดว่าบุรีจะถอย แต่กลับเป็นว่าบุรีก็ทนมานานเหมือนกันเลยต่อยกันนัวกับศตายุ พบูไม่รู้จะห้ามยังไงเลยขับรถหนีทิ้งบุรีไว้ทีนั่น ศตายุเมามากเลยโดนบุรีต่อยเข้าปลายคางสลบไป พบูขับรถหนีไปหาเก็ท เก็ทให้คำปรึกษาว่าใจจริงพบูรักบุรี แต่สงสารศตายุเลยลังเล แต่พบูไม่คิดอย่างนั้นเธอรู้ว่าลึก ๆ แล้วระหว่างเธอกับศตายุไม่ได้มีแค่ความสงสารอย่างเดียว หากจะเปรียบแล้ว ศตายุเหมือนแสงแดดอันอบอุ่น เห็นได้ชัดเจนเมื่อทอแสงมา ให้ความสว่างไสว ขณะที่บุรีเหมือนสายลมเย็นที่พัดผ่านมาให้ชื่นใจ จับต้องไม่ได้ มองไม่เห็น แต่ก็รู้สึกสบายใจเมื่อได้สัมผัส ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็ให้ความรู้สึกที่ดีด้วยกันทั้งคู่ เมื่อกลับไปที่ห้องพัก บุรีแวะมาหา แล้วถามความรู้สึกของเธอที่มีต่อเขา บุรีมีความรู้สึกว่าระหว่างเธอกับเขาและศตายุควรจะมีคำตอบที่ชัดเจนสักที แต่พบูก็ยังไม่ยอมตอบอยู่ดี ในที่สุดบุรีก็หลุดปากถามมาว่าอยากให้เขาเป็นฝ่ายถอยออกไปไหม พบูไม่รู้จะตอบอย่างไรก็เลยบอกว่าตามใจเขาอยากทำอะไรก็เชิญ บุรีจึงได้แต่เดินออกจากห้องไปอย่างพ่ายแพ้วันรุ่งขึ้นศตายุตื่นขึ้น เป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดเรื่องกับธราดลที่เขาได้นอนเต็มอิ่ม ศตายุมีสติกลับมา จึงลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วโทรไปง้อพบู เขาขับรถพาเธอไปที่คอนโดฯ ที่เขาซื้อไว้ แล้วบอกความในใจของเขาที่มีต่อเธอว่าเขาคงอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเธอ เมื่อพบูไม่พูดอะไร ศตายุก็บอกว่าถือว่าเธอตอบรับเขา วินาทีนั้นพบูรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนสำคัญที่สุดในโลกสำหรับเขา ขณะเดียวกันก็รู้สึกผิดด้วย เพราะใจเธอไม่ได้มีแค่เขาคนเดียว และเหมือนทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไปในทางที่ดี กิจจาพื้นขึ้นมาเป็นปกติเหมือนเดิม ตอนแรกศตายุกลัวว่าปู่อาจจะไม่ยอมรับเขาเมื่อรู้ว่าเขาไม่ใช่หลาน แต่กิจจากลับบอกว่าเขารู้เรื่องนี้มานานแล้ว เมฆพัดแอบได้ยินสิ่งที่พ่อพูดกับศตายุแล้วยิ่งโกรธ เพราะกิจจารู้ว่าตอนที่ล้มลงไปเมฆพัดเจตนาจะปล่อยให้เขาตาย จึงตัดพ่อตัดลูกกับเมฆพัดใส่เขาออกจากบริษัท เมฆพัดหวังพึ่งชคันภา เพราะพ่อเธอมีบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ แต่กลายเป็นว่าแม้แต่เด็กสาวน่าเกลียดอย่าชคันภาก็ยังรังเกียจเขาด้วย เมฆพัดทั้งสิ้นหวังและคลั่งแค้น เขาจึงคิดจะให้ศตายุตกนรกไปพร้อมกับเขาด้วย ศตายุขอให้พบูย้ายเข้าไปอยู่ที่คอนโดฯ ของเขาพร้อมกับมธุรส พบูตกลง ขณะที่ชีวิตของศตายุเริ่มเข้ารูปเข้ารอย ปู่เขาออกจากโรงพยาบาลได้ พบูก็ได้รับรู้ข่าวว่าบุรีย้ายออกจากห้องพักพนักงานและลาออกจากบริษัทไปแล้วโดยไม่ได้ลาเธอ พบูเสียใจมาก เย็นหนึ่ง ที่ร้านอาหารมีลูกค้าจองโต๊ะบนคาดฟ้า ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นประเภทมาขอแต่งงานหรือฉลองโอกาสพิเศษ ปรากฏว่าลูกเค้าคือศตายุ พบูใจหายเข้าใจผิดว่าศตายุจะมาขอแต่งงาน เธอเผลอตัวพูดปฏิเสธออกมา แต่เขาเพียงเอากุญแจห้องที่คอนโดฯ มาให้เธอเท่านั้น พบูรู้สึกแย่ที่ทำให้ศัตายุเสียใจ แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ศตายุออกจากร้านเพราะต้องรีบกลับไปเตรียมตัวสำหรับประชุมพรุ่งนี้เช้า แค่เมื่อเข้าไปในรถเขาก็ถูกใครบางคนที่แอบอยู่ในรถโปะยาสลบ เมื่อพื้นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองอยู่ในห้องเล็ก ๆ แห่งหนึ่งขาถูกล่ามโซ่เอาไว้ คนที่เอาตัวเขามาคือเมฆพัดนั่นเอง เมฆพัดวางแผนจะปล่อยให้เขาตายอยู่ที่นี่แล้วถ่ายคลิปวิดีโอไปให้กิจจาดู เมฆพัดคลั่งแค้นมาก เขาไม่ต้องการอะไรนอกจากอยากให้ศตายุต้องทนทรมานเหมือนกับเขา และให้พ่อเขาต้องเสียใจไปตลอดชีวิตเมื่อศตายุหายไปไม่มีใครรู้ว่าเขาหายไปไหน เพราะเมฆพัดไม่ได้ติดต่อไป จนผ่านไปวันหนึ่งศตายุใกล้จะแย่เพราะขาดน้ำ และอากาศที่ร้อนมากเพราะห้องที่ขังเขาไว้ตั้งอยู่กลางแดด เมฆพัดจึงส่งคลิปวิดีโออันแรกไปให้กิจจา กิจจาถามว่าเขาต้องการอะไร เมฆพัดแค่ต้องการให้พ่อเขาเห็นศตายุตายอย่างทรมานเท่านั้น ศตายุพยายามจะต่อสู้แต่ก็ไม่เป็นผล ผ่านไปสองคืน ช่วงค่ำบุรีรู้ข่าว เขาโทรหาพบูบอกว่าพอจะเดาได้ว่าสถานที่ที่ถ่ายคลิปมาเป็นที่ไหนแต่ไม่แน่ใจ พบูขอร้องให้เขาพาเธอไปเดี๋ยวนี้เลย เพราะกว่าจะรอตำรวจคงช้า พอไปถึงดึกร้างที่บุรีสงสัยก็เห็นห้องเก็บของล็อกประตูอยู่ แต่พอเปิดเข้าไปดูก็พบแต่ความว่างเปล่า พบูกำลังจะกลับด้วยความผิดหวัง ก็บังเอิญเห็นกระดุมเสื้อสูทราคาแพงของศตายุหล่นอยู่ที่พื้นก็เลยแน่ใจว่าต้องเป็นที่นี่แน่เมื่อลองกลับเข้าไปดูอีกทีจึงเห็นว่าด้านในมีแสงไฟ มีห้องแถวเก่า ๆ อยู่ด้านในอีก พบูกับบุรีจึงรีบเข้ไปโดยไม่รู้ว่าเมฆพัดยืนมองอยู่อย่างกระหยิ่มใจ เมื่อเข้าไปที่ห้องแถวเก่า ๆ นั้น ทั้งสองก็เห็นศตายุนอนสลบอยู่ บุรีกลับไปเอาเครื่องมือที่รถเพื่อมาตัดโซ่ พบูเรียกชื่อศตายุจนเขาพื้นและดีใจมากที่เห็นเธอ เมฆพัดก็เดินถือมีดเข้ามาหลังจากเขาจัดการกับบุรีไปแล้ว เขาขู่ว่าจะกรีดหน้าพบู เพราะรู้ว่าศตายุรักพบูมาก พบูหลบไปอยู่หลังศตายุซึ่งพยายามจะลุกขึ้นบังเธอไว้ทั้งที่แทบจะไม่มีเรี่ยวแรง แต่แล้วเมฆพัดก็เปลี่ยนใจจะไปหยิบโซ่มาล่ามพบูไว้กับศตายุแล้ว ปล่อยให้ตายไปด้วยกัน พบูโมโหเลยเกิดแรงฮึด ถอดรองเท้าสันสูงซึ่งเป็นแห่งแก้วคริสตัลปาใส่หน้าเมฆพัดโดนจมูกพัง จังหวะนั้นศตายุตะโกนให้พบูวิ่งหนีออกไป พบูวิ่งออกจากห้อง แต่ยังไปไม่ไกลเมฆพัดก็หัวเราะอย่างไม่แยแสบอกว่าถ้าเธอหนีไปเขาจะแทงศตายุให้ตาย พร้อมกับใช้มีดแทงไปที่ชายหนุ่ม แต่ศตายุยกแขนขึ้นบัง มีดจึงปักเข้าไปที่แขน เมฆพัดดึงมีดออกมาจะแทงซ้ำ พบูก็รีบวิ่งเข้าไปเสียก่อนด้วยความตกใจ พร้อมกับถอดรองเท้าอีกข้างฟาดใส่เมฆพัด แต่เมฆพัดหันกลับมาเงื้อมีดจะแทงเธอวินาทีนั้นพบูคิดว่าตัวเองคงต้องตาย แต่ศตายุกลับใช้มือจับปลายแหลมของมีดไว้แน่นไม่ให้เมฆพัดแทงเธอได้ พร้อมกับกระชากมีดจากมือเมฆพัดมาแทงเข้าที่ท้องของเขา เมฆพัดล้มลงพร้อมกับที่บุรีซึ่งเพิ่งพื้นจากการถูกตีหัวก็วิ่งเข้ามา ภาพที่เขาเห็นศตายุปกป้องพบูเป็นภาพที่ทำให้บุรีบอกกับตัวเองว่าเขาตัดสินใจถูกแล้วที่เป็นฝ่ายถอยออกไป เพราะศตายุได้พิสูจน์แล้วว่า เขาไม่ได้มีดีแค่เป็นประธานบริษัทใหญ่โต ร่ำรวย หล่อเหลา มาคดี แต่เขาเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่รักผู้หญิงคนหนึ่งมากกว่าชีวิตของตัวเอง ไม่นานตำรวจก็มา เพราะตอนที่เจอศตายุ พบูกำลังโทรหาแม่ แต่เมฆพัดเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน แต่มธุรสก็ได้ยินถ้อยคำทั้งหมดจึงรีบไปแจ้งตำรวจ ศตายุถูกนำส่งโรงพยาบาลพร้อมกับเมฆพัด ซึ่งถูกจับกุมในหลายข้อหา รวมทั้งข้อหาที่จ้างคนมาสาดน้ำกรดใส่พบู และจ้างคนมาทำร้ายและชิงรถคู่ขาคนเก่าของกิจจาด้วย ขากลับพบูนั่งรถมากับบุรี ด้วยความรู้สึกผิดต่อบุรี ที่ทำให้เขาต้องผิดหวัง และถึงขนาดนี้บุรีก็ยังตามมาช่วยเธออีกเหมือนทุกครั้งที่เขาเคยช่วยเธอเสมอไม่ว่าจะเป็นเร่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ แต่บุรีบอกว่าเขาเข้าใจ พบูบอกว่าเขาไม่ใช่แค่เพื่อนแต่เขาเป็นคนพิเศษสำหรับเธอ หลังออกจากโรงพยาบาล พบูตัดสินใจย้ายไปอยู่คอนโดฯ ของศตายุกับแม่ วันที่ย้ายของ ศตายุทำเซอรไพรส์ด้วยการขอเธอแต่งงาน พบูตอบตกลง มีข้อความส่งเข้ามาจากบุรี ว่าเขากำลังจะเดินทางไปทำงานต่างประเทศกับเพื่อน พบูได้แต่อวยพรให้เขาโชคดี ก่อนจะออกจากห้อง พบูแอบหยิบรูปดอกทานตะวันที่บุรีวาดให้วันเกิดของเธอไปด้วย ตอนแรกเธอไม่คิดจะปิดบังศตายุ แต่คิดอีกที่รู้จะดีกว่า เธอจึงแอบเก็บรูปนั้นไว้ในซองใส่ไอแพด เมื่อลงไปข้างล่างศตายุยืนรออยู่แล้วบอกว่า ผมมีข่าวที่ไม่ค่อยจะดีบอกคุณ พบูขมวดคิ้ว คำพูดกับสีหน้าของเขาข่างไปกันคนละทาง เมื่อกี้ผมโทรบอกคุณปู่เรื่องเรา คุณปู่ดีใจมาก บอกว่าจะยกบ้านหลังใหญ่ให้เป็นเรือนหอของเราจะให้คนเข้าไปตกแต่งใหม่ คุณคงต้องย้ายเป็นครั้งที่หกแล้วล่ะ คุณคิดว่าฉันจะเซ็งหรือคะ พบูย้อนถามเขา พอเห็นอีกฝ่ายทำหน้างง เธอก็ยักไหล่ตอบอย่างไม่แยแส อย่างมากฉันก็ทิ้งของไว้ที่คอนโดฯ ของคุณ แล้วฉันก็จะเริ่มต้นซื้อของใหม่ตอนย้ายเข้าไปในบ้านคุณ พบูหรี่ตามองคนฟัง แล้วกระซิบเสียงเบา "ระวังบัตรเครดิตของคุณไว้ให้ดีแล้วกัน พ่อฉันเคยโดนมาแล้ว" ศตายุได้แต่ยืนยิ้มส่ายหน้าอยู่คนเดียว มองร่างบางที่เดินไปที่รถ ก่อนจะหันมาขยิบตาให้เขาชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้ากว้าง รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบเป็นของตัวเองอย่างนั้น ติดตามชม ละครใต้เงาจันทร์ ได้ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครใต้เงาจันทร์ เริ่มตอนแรกวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม 2558 รายชื่อนักแสดง ใต้เงาจันทร์ วรินทร ปัญหกาญจน์ รับบท ศตายุ/โต ราศี บาเล็นซิเอก้า รับบท พบู/เฟลอร์ คณิณ ชอบประดิถ รับบท บุรี/กั๋น กฤษณ์สิรี สุขสวัสดิ์ รับบท ชคันภา/เจมี่ นิรุตต์ ศิริจรรยา รับบท กิจจา ตระการ พันธุมเลิศรุจี รับบท เจริญรุ่ง ปุณกา โยคะกุล รับบท มธุรส สโรชา วาทิตตพันธ์ รับบท งามยิ่ง นิพัธ เจริญผล รับบท เมฆพัด ภาราดา ชัชวาลโชติกุล รับบท ธราดล ปรารถนา สัชณกร รับบท การเกด รอน บรรจงสร้าง รับบท มนู

รัฐอิสลามผู้นำพา 7 แผ่นดินอาหรับเข้าสู่ 'ยุคสงคราม'
กลุ่มรัฐอิสลาม /  ตะวันออกกลาง / 

เมื่อดินแดนของชาวมุสลิมกว่า 7 ประเทศ ตกอยู่ภายใต้การรุกรานของกลุ่มรัฐอิสลาม ไอเอส แผ่นดินอาหรับจึงไม่ต่างจาก 'นรกบนดิน' กว่าหนึ่งปี หลังจากที่กลุ่มรัฐอิสลามในอิรักและซีเรีย หรือกลุ่มไอเอส กลุ่มก่อการร้ายที่มีเป้าหมายในการจัดตั้งรัฐอิสลาม ในนามนักรบไซเบอร์ ที่เผยแพร่ความเคลื่อนไหวภายในกลุ่ม ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้ทั่วทั้งโลก รู้จัก จนต้อง ประหวั่นพรั่นพรึง และจับตามอง ด้วยระบบ การดำเนินการ ขั้นตอน การบริหารภายในกลุ่มที่มี 'ประสิทธิภาพ' ทำให้กลุ่มไอเอสสามารถขยายอาณัติและอาณาเขตไปยังพื้นที่ต่างๆ ในอิรักและซีเรียได้อย่ารวดเร็ว ขณะนี้ แผ่นดินกำลัง 'ลุกเป็นไฟ' และ 'นองเลือด' จนคล้ายกำลังจะเข้าสู่ 'กลียุค' ในไม่ช้า ทว่า ในขณะนี้ ผู้สื่อข่าวที่ประจำการอยู่ท่ามกลางภาวะสงคราม ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่า อำนาจของกลุ่มไอเอส มิได้จำกัดอาณัติเพียงแค่ในพื้นที่ของ 2 ประเทศเท่านั้น หากแต่กระจายเครือข่ายกลุ่มก่อการร้ายนรกไปยัง 7 แผ่นดินของชาวมุสลิม ด้วยการเคลื่อนไหวที่ทรงพลัง และน่าสะพรึงกลัว เริ่มจาก 2 ประเทศต้นทางอย่างอิรักและซีเรีย ซึ่งภาคตะวันออกของประเทศซีเรียกว่าครึ่งหนึ่ง ตกอยู่ภายใต้กฏของกลุ่มรัฐอิสลามไอเอส ในพื้นที่ประเทศซีเรีย มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มอัลกออิดะห์ เคลื่อนไหวคู่ขนานกับฝ่ายค้านของรัฐบาลของนายบาชัร อัล-อัสซาด ท่ามกลางความกังวลของโลก ในการขยายอำนาจไปในพื้นที่ต่างๆอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งความเกี่ยวโยงเรื่องผลประโยชน์ทางด้านทรัพยากรน้ำมัน ที่ถูกกลุ่มติดอาวุธ ยึดครอง ส่งขายไปยังตลาดมืด สร้างรายได้ให้กลุ่ม เพื่อเป็นปัจจัยในการบุกยึดเมืองอื่นต่อๆไป นอกจากการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วภายใน 2 ประเทศแม่แล้ว กลุ่มไอเอสยังได้ขยายอำนาจไปยัง เยเมน ที่มีการจัดตั้งฐานที่มั่น ประสานกับเครื่อข่ายภายในท้องที่ และมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ส่วนโซมาเลียที่มีกลุ่มอัล-ชาบับ เป็น 'ขาใหญ่' ประจำพื้นที่ ซึ่งโซมาเลียที่ตกอยู่ในสภาพที่อ่อนแอในฐานะ 'รัฐที่ล้มเหลว' มาอย่างยาวนาน กลุ่มรัฐอิสลามไอเอส ได้ส่งทูตสัมพันธไมตรี เข้าไป เชื่อมความสัมพันธ์ กับกลุ่มอัล-ชาบับ ที่มีสายสัมพันธ์กับกลุ่มอัลกออิดะห์แสดงความจงรักภักดี ในประเทศที่มีอุดมการณ์ทางการต่อสู่ เยี่ยงนักรบ 'ญิฮาด' เช่นเดียวกัน นึกภาพไม่ออกเลยว่า หาก 3 กลุ่มก่อการร้ายดังกล่าวจับมือกัน จะเกิดเหตุ วิปโยค อะไรขึ้นในพื้นที่บ้าง..? ทว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์สุดสะเทือนขวัญ จากกรณีเหตุกราดยิงโรงแรมหรูในลิเบีย ไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ผู้ที่ออกมาอ้างความรับผิดชอบเผยว่า ตนเป็นเครือข่ายของกลุ่มไอเอส รายงานจาก 'อิน ดิเพนเดนธ์' ระบุว่า กลุ่มไอเอสมีเป้าหมายในการสังหาร กวาดล้างชาวคริสต์จากอิยิปต์และเอธิโอเปีย ส่วนไนจีเรีย ที่มีกลุ่มติดอาวุธประจำท้องถิ่นคล้ายสินค้าโอทอป คือกลุ่ม 'โบโก ฮาราม' ได้ออกมาประกาศสวามิภักต่อกลุ่มไอเอส หลังจากออกอาละวาด ก่อความวุ่นวาย กราดยิง ระเบิดพลีชีพ ในสถานที่สำคัญทางศาสนาไม่เว้นแต่ละวัน การผนึกกำลังของทั้งสองกลุ่ม มีเป้าหมายในการผนึกแผ่นดินอิสลาม ต้านการรุกรานของประเทศในแถบซีกโลกตะวันตก เดินทางมาถึงประเทศสุดท้ายที่น่ากังวลไม่แพ้ประเทศใดๆ อัฟกานิสถาน ประเทศอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลคาบูล ที่ขาดความเข้มแข็ง กลุ่มไอเอส จัดตั้งเครือข่ายที่เติบโตเร็วที่สุดในบรรดาประเทศมุสลิมทั้งหมด จากปัจจัย โฉบฉวยโอกาส จากความอ่อนแอของทางการ ที่เปิดทางให้ไอเอส สามารถขยายอำนาจเข้ามาภายในได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ปัญหาส่วนใหญ่ในประเทศอาหรับ แสดงให้เห็นว่า มาจากความอ่อนแอ ทางระบบการปกครอง ที่ไม่สามารถใช้กำลังทางทหารเท่านั้นในการแก้ไข หลังจากที่ นางเฟเดริกา โมเกรินี ผู้แทนระดับสูงของสหภาพยุโรปหรืออียูได้กล่าวในงานรับรางวัลประจำปี 2015 จากสถาบันการศึกษาการเมืองระหว่างประเทศ เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา เสนอแนะวิธีการสกัดกั้น ปราบปราม ภัยคุมคามจากการก่อการร้ายในดินแดนชาวมุสลิม ชี้ วิธีการนำพาประเทศสู่ประชาธิปไตย การปรองดองภายในประเทศ เสริมไปกับกำลังทางทหารในการแก้ไข เนื่องจากมูลเหตุความขัดแย้งของสองนิกายไม่ใช่ความขัดแย้งทางศาสนา เพียงอย่างเดียว แต่เป็นความขัดแย้งจากการช่วงชิงอำนาจเพื่อครอบครองความเป็นใหญ่ในภูมิภาคนี้ด้วย MThai News

เมียนมาร์ ฉุนไทยไม่ให้เกียรติ หลังไร้จนท. รับรถบรรทุกก๊าซถูกจับ
จับรถบรรทุกก๊าซ /  พม่า / 

นายอำเภอเมียวดี ฉุนไทยไม่ให้เกียรติ หลังไม่มีจนท. ไปรับรถบรรทุกก๊าซที่ถูกจับ ขณะที่กระทรวงพลังงานแถลงยันไม่ใช่การลักลอบ แต่เป็นการดำเนินไปอย่างถูกกฎหมายได้รับอนุญาต รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (1 ก.ค. 58) นายคินหม่องซอ นายอำเภอเมียวดี ของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ออกอาการแสดงความไม่พอใจทางการไทย ภายหลังไม่มีเจ้าหน้าที่ไปดำเนินการรับรถบรรทุกแก๊สที่ถูกทางการของเมียนมาร์กักตัวไว้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เนื่องจากกลุ่มรถบรรทุกดังกล่าวละเมิดเจ้าของสัมปทานบรรทุกเกิน โดยนายหม่องซอ ถึงกับกล่าวว่า "ไม่มีความเคารพ ไม่ให้เกียรติกัน ต่อไปหากมีปัญหาจะดำเนินการถึงที่สุดทุกกรณี" ทั้งนี้ก่อนการปล่อยรถบรรทุกก๊าซ ทางการเมียนมาร์ได้มีการหารือเพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาเกิดขึ้นซ้ำอีก ด้วยการออกกฎให้ 3 บริษัท จาก 7 บริษัท สามารถซื้อขายแก๊สจากฝั่งไทยได้ ประกอบด้วย 1. บริษัท ตองยินอ่องเมี๊ยะ 2. บริษัท อัมรา เทรดดิ้ง จำกัด 3. บริษัท เอซานอ่องอ่อง เพาเวอร์ จำกัด ส่วนบริษัทอื่นๆ ไม่มีสิทธิ์นำเข้าจากไทย และห้ามมีการลักลอบนำเข้าด้วย ทั้งนี้ในวันเดียวกันทางกระทรวงพลังงานก็ได้ออกแถลงการณ์ถึงเรื่องการจับกุมรถบรรทุกก๊าซของไทย โดยยืนยันว่ารถบรรทุกก๊าซดังกล่าวไม่ได้มีการลักลอบนำเข้า และไม่ใช่การจับกุม เป็นเพียงการขอตรวจเอกสารเท่านั้น "กรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวเกี่ยวกับ LPG ในสื่อ Social โดยระบุเนื้อหาที่คลาดเคลื่อนตอนหนึ่งว่า …กระเหรี่ยงจับรถบรรทุกก๊าซไทยลักลอบส่งเข้าพม่า 10 คัน หนักคันละกว่า 40 ตัน กระชากหน้ากากพวกลวงโลก ปตท.-ก.พลังงาน ปากบอกต้องนำเข้า แต่มีการส่งออก... นั้น กระทรวงพลังงานขอชี้แจงว่า 1.รถบรรทุกก๊าซ LPG ดังกล่าวมีเพียง 7 คัน และทุกคันไม่ได้เป็นรถที่ลักลอบส่งก๊าซเข้าพม่า โดยกรมธุรกิจพลังงานได้ตรวจสอบแล้วพบว่า เป็นรถบรรทุกที่ได้รับอนุญาตให้ส่งออกถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งรถบรรทุกที่ปรากฏเป็นข่าวเหมือนถูกจับกุมนั้น ไม่ได้ถูกจับกุมแต่อย่างใด เป็นเพียงภาพที่มีการตรวจสอบเอกสารของทางเจ้าหน้าที่ของพม่าตามปกติ ซึ่งการตรวจสอบก็ผ่านไปได้ด้วยดี เพราะรถบรรทุกก๊าซมีเอกสารได้รับอนุญาตส่งออกถูกต้องตามกฎหมาย 2.การผลิต LPG ของไทย ที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้นั้นเป็นความจริงไม่ได้ลวงโลกดังข้อกล่าวอ้าง สถิติล่าสุดช่วง 4 เดือนแรกของปี (ม.ค.-เม.ย. 58) ไทยผลิต LPG ได้เฉลี่ย 4.5 แสนตัน/เดือน แต่มีความต้องการใช้ 5.5 แสนตัน/เดือน ยังต้องนำเข้า 1 แสนตัน/เดือน ซึ่งในส่วนที่มีการอนุญาตให้ส่งออกนั้น กรมธุรกิจพลังงานมอบหมายให้ปตท. นำเข้าก๊าซ LPG ต่างหากโดยเฉพาะ เพื่อช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งปกติประเทศเพื่อนบ้านมีการขอซื้อ LPG แบบรัฐต่อรัฐ (G to G)อยู่แล้ว โดยจะจำหน่ายในราคาตลาดโลก และการอนุญาตให้ส่งออกเพื่อต้องการสกัดกั้นการลักลอบไปขายอย่างผิดกฎหมาย โดยการส่งออกไปทางด่านแม่สอดมีประมาณ 1,600 ตัน/เดือน เมื่อเทียบแล้วจะเท่ากับลดการลักลอบลงได้ และทำให้ประเทศมีรายได้จากการส่งออกเพิ่มขึ้นเดือนละ 28 ล้านบาท จากสถิติข้อมูลช่วง 4 เดือนแรกของปี 58 มีการส่งออกไปยังกัมพูชา 500 ตัน ลาว 300 ตัน เมียนมา 1,700 ตัน MThai News

เปิดภาพ! 2มือสังหาร 'เสี่ยสมยศ' ตร.จ่อหมายจับ
ภาพสเก็ตช์คนร้าย /  มือปืน / 

ตร.เผยนำภาพสเก็ต 2 คนร้ายยิง "เสี่ยสมยศ" เผยนำให้พยานชี้แล้ว อยู่ระหว่างขออำนาจศาลอนุมัติหมายจับ มุ่งประเด็นโกงหนี้พนันและวิ่งเต้นคดี วันที่ 1 ก.ค. พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ จริตเอก รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เผยความคืบหน้าการสอบสวนนางรัศมี สุธางค์กูร ภรรยาของ นายสมยศ สุธางค์กูร อายุ 62 ปี อดีตเจ้าของพระราม 9 คาเฟ่ ที่ถูกคนร้ายลอบยิงเสียชีวิต ภายในลานจอดรถร้านเฮงหูฉลาม เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า ได้ทำการซักถามข้อมูลจากนางรัศมีแล้ว เหลือเพียงพนักงานสอบสวนที่จะสอบถามในประเด็นที่ยังมีข้อสังสัยอีกบางส่วน ข้อมูลที่ได้รับมีความชัดเจน ในเรื่องของมูลเหตุความขัดแย้งเรื่องหนี้การพนัน และการวิ่งเต้นคดีมากขึ้น ซึ่งทั้งสองปมนี้มีความเกี่ยวเนื่องกัน และมีตัวเร่งคือเงื่อนไขของเวลา ที่ทั้งสองฝ่ายจะต้องเร่งสะสางให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 1 ก.ค. ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการก่อเหตุ ซึ่งทั้งสองประเด็นนี้มีความเชื่อมโยงกับ 4 บุคคลด้วย ขณะที่ภาพสเก็ตของ 2 คนร้ายนั้น พนักงานสอบสวน สน.คลองตัน ได้นำไปให้พยาน ซึ่งเป็นพนักงานของร้านอาหารที่เกิดเหตุชี้รายละเอียดแล้ว โดยคนร้ายทั้ง 2 ราย เป็นชายไทยอายุประมาณ 30 ปีเศษ ผิวคล้ำ ผมสั้น 1 คน ทำหน้าที่ขับขี่จักรยานยนต์ และอีกรายผมยาวสวมหมวกแก๊ปสีฟ้า ทำหน้าที่ก่อเหตุยิง ซึ่งมีประจักษ์พยานคือ พนักงานรักษาความปลอดภัยและพนักงานภายในร้านที่เกิดเหตุยืนยันภาพตามสเก็ตช์ดังกล่าว เนื่องจากเห็นใบหน้าคนร้ายชัดเจน ซึ่งล่าสุดอยู่ระหว่างขออนุมัติศาลอาญากรุงเทพใต้ออกหมายจับ ด้าน พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ทำให้ทราบรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายใช้ในวันก่อเหตุแล้ว โดยเป็นรถจักรยานยนต์สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ส่วนประเด็นการสังหารยังคงพุ่งไปที่ 3 ประเด็นหลัก คือ การโกงและบาดหมางกันเรื่องการพนันมียอดเงิน 4 ล้านบาท อ้างหรือพาดพิงถึงเรื่องการช่วยเหลือเกี่ยวกับคดีวงเงินถึง 25 ล้านบาท และที่ดินแปลงหนึ่งย่านพระราม 9 ที่มีการให้เช่า ซึ่งตำรวจยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนในเร็วๆ นี้ ภาพจากทวิตเตอร์  @fm91trafficpro MThai News

แฉ!1ใน 14 น.ศ. เคยถูกจับในบ่อน ก่อนเปิดศึก คสช.
14 น.ศ. /  ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ / 

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก  แฉ 1 ใน 14 น.ศ. “ขบวนการประชาธิปไตยใหม่” เคยถูกรวบคาบ่อนข้อหาพนัน ก่อนออกเคลื่อนไหวต้าน คสช. วันที่ 1 ก.ค.58 โลกออนไลน์ มีการเผยแพร่ข้อความจาก เฟซบุ๊คเพจชื่อ “Kittitouch Chaiprasith” เผยพฤติกรรม 1 ใน 14 นักศึกษา “ขบวนการประชาธิปไตยใหม่” ก่อนออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม ในข้อหาเล่นการพนันในบ่อนแถวสุขุมวิท เมื่อคืนวันที่ 21 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยข้อความระบุว่า สำหรับข้อความที่ถูกนำมาตีแผ่ในโลกโซเชียล เน็ตเวิร์กนั้น ระบุว่า ไม่มีอะไรครับ พอดีในโพสของผมมีคนแจ้งมาให้ทราบว่า หนึ่งในนักศึกษา 14 คนที่โดนจับ ชื่อ "นายพรชัย ยวนยี" ซึ่งเค้าบอกว่าเป็นเลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (คนนี้ก็ไม่ใช่กลุ่มดาวดินและก็ไม่ได้ออกมาเรียกร้องเรื่องเหมืองแร่ แบบที่นักเขียนคนดังมโนไปเองคนเดียว) มีคนไปพบว่าเค้าเพิ่งโดนจับคาบ่อนแถวสุขุมวิท เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 2558 ที่ผ่านมา (อาทิตย์ที่แล้ว) ตกลงว่านี่เค้าเข้าบ่อนเพื่อหาเงินทุน ก่อนจะไปประท้วงเพื่อประชาธิปไตยใช่ไหมครับ? *** ที่สำคัญคือ โดนจับคา ‪#‎คอนโดหรู‬ ในซอยสุขุมวิท 24 ด้วยนะครับ แหม...ปากก็ด่าชนชั้นกลาง ด่าชนชั้นสูง อ้างคนจน อ้างประชาธิปไตย แต่ไปเล่นในบ่อนย่านไฮโซซะด้วยสิ หุหุหุ ว่าแต่...อายุ 25 ปี ยังเรียนหนังสือไม่จบ แล้วเค้าเอาเงินที่ไหนมากมายไปเข้า ‪#‎บ่อนไฮโซ‬ ได้?” ขณะที่กระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ ต่างแสดงความคิดเห็นหลายทิศทาง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าเรื่องดังกล่าว เป็นเรื่องจริงหรือไม่ ขณะที่บางส่วน เรียกร้องให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ เพราะเห็นว่า หากเป็นจริง เหตุใดเจ้าหน้าที่ จึงไม่เคยให้ข่าวใด นับจากวันที่มีการจับกุมกลุ่มนักศึกษาเหล่านี้ MThai News