นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์

เปิดปม!ตชด.ฆ่าเมีย ตร.ผูกคอดับ ปักนามบัตร'สมยศ'
ข่าวล่าสุด /  ฆ่า ตร. / 

เผย ! ตชด.ฆ่าภรรยา ตร.เป็นคนอารมณ์ร้อน และเคยถูกเด้งสมัยอยู่ทีมอารักขา 'สมยศ' ตร.เชื่อ ปมไม่ได้ย้าย ชนวนเข้าใจผิด จึงเกิดเหตุสังหาร  จากกรณี วันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจพบศพ ส.ต.อ.หญิงณปภัช (ซึ่งทำงานหน้าห้องพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง) ถูกสังหารด้วยของแข็งทุบศรีษะเสียชีวิต ในแฟลตตำรวจส่วนกลางทุ่งสองห้อง คาดเป็นฝีมือสามีตำรวจ ตชด. ต่อมา วันที่ 25 เม.ย. ตำรวจได้พบศพ ส.ต.อ.ณธกร นวลเอียด สามี ส.ต.อ.หญิงณปภัช อยู่ในสภาพผูกคอเสียชีวิตต้นไม้ในป่าละเมาะ ข้างถนนมิตรภาพ พร้อมมีนามบัตร พล.ต.อ.สมยศ ถูกมีดปักติดไว้กับต้นไม้ โดยมีรายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้ ส.ต.อ.ณธกรเคยทำหน้าที่อยู่ในทีมอารักขาพล.ต.อ.สมยศ ขณะดำรงตำแหน่งรองผบ.ตร. เนื่องจากได้รับการฝึกฝนมาจากค่ายนเรศวร แต่ต่อมามีเหตุการณ์เงินในกระเป๋าของพล.ต.อ.สมยศ ที่อยู่ภายในรถได้หายไปบ่อยๆ จึงมีการตรวจสอบประวัติเจ้าหน้าที่ทีมอารักขาทั้งหมด และตรวจปัสสาวะด้วย ก่อนให้ส.ต.อ.ณธกรกลับไปอยู่ที่ต้นสังกัดเดิมที่ค่ายนเรศวร แต่ ส.ต.อ.หญิงณปภัช ซึ่งเป็นภรรยายังทำงานในสำนักงานของพล.ต.อ.สมยศต่อ ล่าสุดในช่วงการจัดทำบัญชีโยกย้ายชั้นประทวน ส.ต.อ.หญิงณปภัช ได้มาขอให้เจ้าหน้าที่ทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายประจำสำนักงาน พล.ต.อ.สมยศ ย้ายตนเอง ไปประจำที่ทางหลวง จ.อุทัยธานี โดยจะขอให้ย้ายส.ต.อ.ณธกร ซึ่งเป็นสามีไปอยู่ด้วยกัน โดยที่พล.ต.อ.สมยศไม่ทราบถึงการขอโยกย้ายครั้งนี้ แต่เจ้าหน้าที่ทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายไม่สามารถย้ายส.ต.อ.ณธกรไปได้ เนื่องจากยังมีมลทินอยู่ จึงอาจเป็นเหตุให้ ส.ต.อ.ณธกรไม่พอใจและโกรธแค้น ส.ต.อ.หญิงณปภัช ประกอบกับ ส.ต.อ.ณธกร มีอารมณ์เครียดและรุนแรง คงลงมือทำร้ายจนเสียชีวิต รวมทั้งอาจโกรธแค้นในประเด็นที่ไม่ได้รับการโยกย้ายไปอยู่ทางหลวง โดยคิดไปเองว่าพล.ต.อ.สมยศคงไม่ยอมให้ย้ายไป เลยแสดงออกด้วยการนำ เอานามบัตรพล.ต.อ.สมยศใช้มีดปักกับต้นไม้ข้างศพ ขอบคุณข้อมูล/ภาพ ข่าวสด MThai News

'เพลิงปริศนา'ที่พัทลุง ยังลุกไม่หยุด เจ้าของบ้านเฝ้าทั้งคืนหวั่นไหม้บ้าน!
พัทลุง /  เพลิงปริศนา / 

'เพลิงปริศนา'ที่พัทลุง ยังลุกไม่หยุด เจ้าของเฝ้าทั้งคืนหวั่นไหม้บ้าน! ผู้สื่อข่าวรายงาน วันที่ 25 เม.ย 58 จากบ้านเลขที่ 144 หมู่ที่ 6 อ.ตะโหมด จ.พัทลุง บ้านที่เกิดไฟไหม้โดยไม่ทราบสาเหตุ ล่าสุดไฟยังลุกไหม้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้เกิดเพลิงลุกไหม้ขึ้นอีก 4 ครั้ง นับรวมจากครั้งแรกจนถึงขณะนี้ จำนวน 189 ครั้งแล้ว โดยได้เกิดไฟลุกไหม้ผ้าขี้ริ้วเช็ดเท้า และลุกไหม้ตะกร้าใส่จานบริเวณห้องครัว ชั้นวางของในห้องน้ำ ผ้าขาวม้าที่วางอยู่หน้าบ้าน และที่ทุกครั้งที่เกิดไฟไหม้ น้องปรายฟ้าหลานสาววัย 2 ขวบ ของนายล้อม ศักดิ์หวานผู้เป็นเจ้าของบ้านจะสามารถบอกเหตุการณ์ว่าไฟกำลังลุกไหม้ที่ใด จึงทำให้สามารถดับเพลิงได้ทุกครั้งภาพนิ่ง  นักบวชคล้ายฤาษี นายกิตติยา ศักดิ์หวาน ญาติเจ้าของบ้าน กล่าวว่า หลังจากที่เกิดเพลิงปริศนารวมเดือนเศษ ทำให้คนในบ้านเริ่มเครียด และอ่อนล้าเนื่องจากต้องคอยเฝ้าระวังต้นเพลิงตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายภายในบ้าน จึงวอนขออย่าให้ใครหรือบุคคลใดเข้ามาสร้างสถานกาณ์ มาทรงเจ้า เพื่อให้กระทบจิตใจไปมากกว่านี้ เพราะที่เป็นอยู่ที่ไม่สามารถสรุปสาเหตุไฟไหม้ได้ก็เครียดมากแล้ว ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่บ้านหลังดั่งกล่าว ยังมีประชาชนจากในจังหวัดพัทลุงและจังหวัดอื่น ๆ ได้ทยอยเดินทางมาดูบ้านเพลิงปริศนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้กำลังใจและมอบเครื่องอุปโภคบริโภคให้กับ ครอบครัวของนายล้อมฯ ซึ่งเกิดเพลิงปริศนาลุกไหม้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน แหล่งที่มา MThai News

หมู หน้าบาน!! น้องนาย ยิ่งโตยิ่งฮอตเวอร์
หมู พิมพ์ผกา /  นาย ณภัทร / 

เรียกว่าพกความหล่อเวอร์มาให้สาวๆ ได้กรี๊ดจนห้างแทบแตก สำหรับหนุ่มฮอต นาย ณภัทร เสียงสมบุญ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของนักแสดงสาว หมู พิมพ์ผกา ล่าสุด น้องนาย ควงแขนคุณแม่สุดเลิฟมาเดินแบบคู่เป็นครั้งแรก ในเปิดตัว "CentralPlaza Bangna Naked Summer" ณ ห้างเซ็นทรัลบางนา เล่นเอาเจ้าตัวออกอาการตื่นเต้นอยู่ไม่ใช่น้อย บอกเป็นอีกหนึ่งก้าวก่อนที่จะได้เข้าสู่วงการบันเทิงอย่างเต็มตัว!! น้องนาย : "ผมรู้สึกตื่นเต้นแต่ก็สนุกดีครับ เป็นประสบการณ์ที่ดีที่ได้มาเดินแบบกับคุณแม่ ส่วนงานในวงการผมก็ชอบครับ" หมู : "วันนี้ก็มาเดินแบบกับลูกเป็นครั้งแรก รู้สึกกลับมามีชื่อเสียงอีก เพราะมีลูกช่วยดันเรา(หัวเราะ) พอเห็นลูกชายฮอตแบบนี้ หมูต้องขอบคุณมากๆ เลย คือหมูเองก็คาดไม่ถึงเหมือนกัน ว่าน้องได้รับการตอบรับจากหลายคนดีขนาดนี้ น้ำตาจะไหลเหมือนกัน จริงๆ ก็อยากให้น้องเข้าวงการเหมือนกัน เพราะผู้ใหญ่หลายคนก็ขอมา แต่ทางน้องเค้าเลือกที่จะตั้งใจเรียนค่ะ ส่วนเรื่องเซ็นสัญญา 5 ปี กับทางช่อง 3 น้องเซ็นมาปี 1 แล้ว ก่อนถ่ายโฆษณาตัวแรกด้วยซ้ำ ตอนนี้ก็ดูคิวให้ลูกอยู่ค่ะ" น้องนาย : "เรื่องเตรียมตัวอยู่ในวงการบันเทิง คือคุณแม่เค้าจะช่วยสอนตลอด จริงๆ ผมไปกองถ่ายกับคุณแม่ตั้งแต่เด็ก วันนี้มีแฟนคลับมาด้วยครับ พี่ๆ เค้าน่ารักมาก คอยเอาใจช่วยอยู่ตลอด กับเรื่องสาวๆ ไม่มีครับ เพราะทุกวันทำกิจกรรมให้กับทางมหาลัยฯ แทบจะไม่มีเวลาอยู่แล้วครับ ส่วนใหญ่ภาพสาวๆ ในไอจีจะเป็นเพื่อนกันทั้งนั้นครับ" หมู : "ส่วนเรื่องสาวๆ ไม่หวงเลยน่ะ เรื่องนี้หมูยินดีต้อนรับอยู่แล้ว ถ้าลูกมีคนรักหมูเองก็ดีใจอยู่แล้วค่ะ" หมู พิมพ์ผกา - นาย ณภัทร หมู พิมพ์ผกา - นาย ณภัทร นาย ณภัทร ลูกชายของ หมู พิมพ์ผกา นาย ณภัทร ลูกชายของ หมู พิมพ์ผกา นาย ณภัทร ลูกชายของ หมู พิมพ์ผกา หมู พิมพ์ผกา - นาย ณภัทร หมู พิมพ์ผกา - นาย ณภัทร หมู พิมพ์ผกา - นาย ณภัทร

บอยจ๊อด...พาไปดูเรื่องราวของ “น้ำตาปลาดุหยง และหุ่นพยนต์”
rushcontent /  ของขลัง / 

นักสืบหน้าหนวดบอยจ๊อด พี่แกรุ้สึกว่าของขลังสายขาวนั้นก็ได้สัมผัสมาเยอะแล้ว มาในคราวนี้ก็อยากจะลองสืบหาของขลังในด้านของมนต์ดำดูบ้าง ซึ่งนั้นก็ทำให้เราถึงกับขนลุกขนพองขึ้นมาทันที เพราะสิ่งที่เขาจะพาเราไปรู้กันในคราวนี้ก็คือ เรื่องราวของ “น้ำตาปลาดุหยง และหุ่นพยนต์” ตาหนวดบอยจ๊อดได้พาเรามาแถวๆ พุทธมณฑลสาย 2 ซึ่งใกล้กับบริเวณวัดศาลาแดง (จริงๆ แล้วก็ติดๆ กันน่ะแหละ) ที่มาที่นี่เพราะนายหนวดสืบได้ความว่า พี่รุ่นใหญ่ท่านหนึ่งมีของทั้งสองชนิดไว้ครอบครอง พี่ท่านนั้นชื่อพี่แจ็ค ซึ่งนี่เป็นเพียงนามสมมติ เพราะพี่แจ็คท่านไม่ต้องการออกสื่อ แต่อนุญาตให้เราเก็บภาพ และยินดีให้ข้อมูลกับนายบอยจ๊อดเป็นอย่างดี มาถึงก็เล็งกันเลยทีเดียว เมื่อดูของกันอยู่สักพัก นายบอยจ๊อดก็เริ่มเข้าเรื่องซักถามพี่แจ็คถึงที่มาที่ไปของของขลังทั้งสองสิ่งนี้ แล้วก็ได้ความว่าหุ่นพยนต์ ในวงการไสยศาสตร์เป็นที่ยอมรับกันดีเรื่องมีภูตผีเป็นผู้รับใช้ติดตามจะสายไหนก็มักจะมีข้ารับใช้เสมอ ทั้งสายเทพ สายพราย สายภูติ สายผี สายเวทย์ บางครั้งถูกเรียกไปต่างๆนานา เช่น วิชามารยศาสตร์สร้างปู่โสม การฆ่าคนเพื่อเฝ้าสมบัติพัสถาน กุมารทองกุมารี รักยม อิ่นจันทร์ อิ่นแก้ว ในลัทธิองเมียวโดของญี่ปุ่นมีชิกิงามิ ชิกิยิน เป็นการเสกกระดาษเป็นข้ารับใช้ ซึ่งเป็นพวกเดียวกับหุ่นพยนต์นี้ แต่ต่างกันออกไปที่หุ่นพยนต์จะสามารถสร้างจากวัตถุสิ่งขออะไรก็ได้ หุ่นยพนต์ที่ร่ำลือกัน หุ่นพยนต์ คำนี้ว่าจากคำว่า “พยนต์” แปลว่า สิ่งที่ผู้ทรงวิทยาคมปลุกเสกให้มีชีวิตขึ้น เช่น หุ่นพยนต์ เป็นรูปหุ่นจำลองของคน สัตว์ เทวดา ยักษ์ หรืออะไรต่อมิอะไร โดยอาศัยหลักการว่าอยากได้รูปร่างยังไงให้ทำหุ่นแบบนั้น หรือชนิดไหนตามแต่ความต้องการจะใช้หุ่นพยนต์ ประมาณว่าให้เหมาะสมกับงานที่จะใช้ไปทำ วัสดุที่นำมาใช้สามารถทำได้เกือบทุกอย่าง ตั้งแต่หุ่นหญ้าสาน หุ่นก้านใบไม้สาน หุ่นเถาวัลย์สาน หุ่นหวายสาน ใบไม้ถัก หุ่นไม้แกะสลัก หุ่นไขเทียน หุ่นด้าย หุ่นผ้า หุ่นดิน หุ่นดินเผา หุ่นหิน หุ่นกระเบื้อง หุ่นอิฐ หุ่นปูน หุ่นเงิน หุ่นทอง หุ่นโลหะ ซึ่งการเลือกใช้นั้นอาศัยหลักง่ายๆว่าอาจารย์ไหนใช้อะไรจะต้องใช้ตามอาจารย์ ผีธาตุไหนจะให้เหมาะก็ธาตุนั้นๆ เหมาะสมกับงานดำน้ำลุยไป อย่างไรก็ตามเห็นเพียงก้อนเดียวก็เป็นหุ่นพยนต์ที่ทรงพลังได้ ต้องมาจากวิชาอาคมวิทยาคมของผู้ทรงอาคมแกร่งกล้ามากเพียงไหนหุ่นพยนต์จะมีอานุภาพเพียงนั้น ที่สำคัญเอาสะดวกว่า บางครั้งจะเก็บติดตัวต้องพกพาไปไหนมาไหนง่าย ขนาดกะทัดรัดหรือขนาดใหญ่ก็อาศัยว่าจะใช้งานอย่างไร หุ่นพยนต์ธรรมดามักจะแค่หุ่นที่เสกคล้ายมีชีวิต มีรูปร่างของวิญญาณที่มีฤทธิ์มีเดช แต่หากเป็นหุ่นพยนต์อาถรรพ์ เป็นของอาถรรพ์จะมารเอาวิญญาณ หรือผีสางนางไม้ วิญญาณสิงสาราสัตว์ ผีตายห่าตายโหง ผีตายพราย ตายทั้งกลม ผีแขวนคอตาย ผีรถชนตาย ผีจมน้ำตาย สัมภเวสีผีเร่ร่อน สะกดลงในหุ่นเพื่อกำกับออกมาใช้ เรียกว่า “พรายหุ่นพยนต์” น้ำตาปลาดุหยงหรือน้ำตาปลาพะยูน น้ำตาปลาดุหยงที่ผสมน้ำมันหอมแล้ว เสน่ห์น้ำตาปลาดุหยง ปลาดุหยงก็คือปลาพะยูนนั้งเอง เมื่อก่อนแถบนั้นปลาพะยูนจะเจอเยอะ คนในแถบทะเลส่วนใหญ่จะเป็นคนแขก และเขาก็เรียนรู้วิธีการของตำรับตำราโบราณที่ทำเสน่ห์ใส่คนอื่นเพื่อให้ได้ มาซึ่งคนรัก โดยจะจับปลาพะยูนขึ้นมาแล้วใช้แส้ฟาดจนปลาพะยูนร้องไห้ แล้วก็จะเก็บน้ำตาของปลาพะยูนไป เข้าพิธีปลุกเสกถ้าจำไม่ผิดต้องเฆี่ยนตีปลาพะยูนเอาน้ำตาในวันพระจันทร์เต็ม ดวง เชื่อกันว่าคนที่ถูกป้ายด้วยน้ำตาปลาดุหยงนั้น จะตกหลุมรักคนที่ป้ายทันที หากได้เจอเข้าจะวิ่งเข้าหา ยอมเป็นทาสรักตลอดชีวิต แต่หากไม่ได้เจอจะไม่ยอมกินไม่ยอมนอน จะร้องไห้โหยหา อยุ่ไม่ได้ เหมือนมีไฟมาลนอก ให้ทุรนทุรายและตายในที่สุด เพราะ เสน่ห์น้ำตาปลาดุหยงนั้น ไม่มีของใดๆ แก้ได้เลย ดูจริงจังไปหน่อยนะนายบอยจ๊อด ยังมีเครื่องลางของขลังอีกมากมาย จะอย่างไรเสียถ้าได้คนรักมาด้วยวิธีนี้มันก็เหมือนกับได้ดอกไม้ที่ไม่มีกลิ่นหอม แล้วความสุขความสดชื่นมันอยุ่ที่ไหน อีกอย่างก็เป็นการทรมานคนรัก ทรมานสัตว์ (ปลาพะยูน) มีแต่ปลาเต็มๆ ควรปล่อยให้รักมันเป็นไปตามธรรมชาติของมัน น่าจะงดงาม และดูดีกว่า นายบอยจ๊อดคิดได้ดังนั้น ก็เลยตัดสินใจว่าไม่เอาจะดีกว่า ดูท่าทางว่า ของสิ่งนี้มันจะออกไปทางดาร์คเกินไป ดูเลวร้ายตั้งแต่วิธีการทำ หรือของที่นำมาใช้ก่อนที่จะเข้าพิธีปลุกเสกเสียอีก ยังไงซะเราลองหาวิธีอื่นที่น่าจะเข้ากับวิถีชีวิตในยุคปัจจุบันน่าจะโอเคกว่านะ เมื่อตัดสินใจแล้ว พ่อนักสืบหน้าหนวดของเราก็อำลาพี่แจ็ค แล้วเดินตรงออกจากสถานที่นั้นมุ่งสู่แผงลอตเตอรี่ทันที โถ!!! ไอ้หนวด สุดท้ายก็ไม่พ้นที่จะเสี่ยงโชค Did you know? -เสน่ห์น้ำตาปลาดุหยง เป็นไศยศาสตร์ด้านมืดของแขกมลายู มีชื่อเสียงมากที่จังหวัดสตูล ตรัง และกระบี่ -หุ่นพยนต์ในสมัยโบราณจะนำไม้เสียบศพมาทำตัวหุ่น ซึ่งไม้เสียบศพส่วนใหญ่ใช้กับศพที่ไม่ให้นอนตาย หรือก็คือพวกศพเจ้าขุนมูลนายนั่นเอง -หุ่นพยนต์ที่หลวงปู่สุขสร้างขึ้นจะทำมาจากน้ำว่าน และใบไม้ 7 อย่าง ใบตาล ใบลาน ใบขนุน ใบคูณ ใบพยุง ใบรัก ใบจันทร์ แล้วจารอักขระคาถายันต์หัวใจนักรบ ผูกเป็นหุ่นพยนต์อาถรรพ์ -พะยูน เป็นสัตว์ป่าสงวนชนิดหนึ่ง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 เป็นสัตว์ป่าสงวนชนิดเดียวที่เป็นสัตว์น้ำ เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาศัยอยู่ในทะเลเขตอบอุ่น มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Dugong dugon สามารถติดตามความเคลื่อไหวของนิตยสาร RUSH ได้ที่ Facebook : facebook.com/RUSHmag IG : instagram.com/rush_magazine_official/ Youtube : youtube.com/channel/UC05caWeApIU23HyV6e9ng2A ขอขอบคุณเนื้อหาจาก RUSH#62 Oct

ทหาร สอนมวย 'สรยุทธ' ม.44 ค้นได้ ไม่ต้องมีหมาย!
ที่ดินสรยุทธ /  พ.อ.สมหมาย บุษบา / 

'พ.อ.สมหมาย' สอนกลับ 'สรยุทธ' หากพื้นที่ใด ติดขัด งัด ม.44 เข้าตรวจค้นบ้านพักได้โดยไม่ต้องมีหมายค้น   กรณีโครงการจัดสรรมูนแดนซ์ เนื้อที่ 284 ไร่ 115 แปลง ตั้งอยู่ริมถ.ธนะรัชต์ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านพักบนเนื้อที่ 8 ไร่ของนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา พิธีกรดัง จนถูกตรวจสอบในเรื่องเอกสารโฉนดที่ดินว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่และการสร้างบ้านขวางลำรางสาธารณะ ขณะที่นายสรยุทธ ได้ตั้งข้อสังเกตว่า เจ้าหน้าที่ไม่มีสิทธิ์เข้าไปตรวจค้น หากไม่มีหมายค้น ยกเว้น 3 กรณีเท่านั้น ความคืบหน้า วันที่วันที่ 24 เม.ย.58 พ.อ.สมหมาย บุษบา ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย กองทัพภาคที่ 2 เผยว่า กรณีที่นายสรยุทธชี้แจงว่า ไปซื้อที่ดินมาอย่างถูกต้องนั้น ถือเป็นข้อเท็จจริงในส่วนของผู้ครอบครองที่ดิน ซึ่งเราก็รับฟัง แต่ส่วนหน่วยงานราชการ ก็ต้องหาหลักฐานมาชี้แจง เพราะต้องตรวจสอบที่ดินทุกแปลงที่ได้รับการร้องเรียนเข้ามา ส่วนการตรวจสอบพื้นที่บ้านพักของนายสรยุทธ ที่อ้างว่า จะต้องมีหมายค้นจากศาลนั้น คณะทำงานที่เข้าตรวจสอบที่ดินแต่ละแปลงนั้น ที่ผ่านมาไม่เคยขออำนาจศาลออกหมายค้นแต่อย่างใด เพราะทุกแปลงให้ความร่วมมือด้วยดีมาตลอด ไม่มีปัญหาอะไร อย่างไรก็ตาม กรณีการบุกรุกป่าพื้นที่เขาใหญ่ซึ่งเป็นปัญหามายาวนาน เห็นว่าควรนำเอามาตรา 44 เข้ามาใช้กับกรณีที่มีปัญหาติดขัดใดๆ เช่น การเข้าตรวจสอบในพื้นที่ใด ๆ ที่อาจจะไม่สะดวก เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเดินหน้าด้วยความเรียบร้อยรวดเร็ว และเสร็จสมบูรณ์ด้วยดี ขอบคุณข้อมูล dailynews MThai News

คลิป เป็นนายทวารแต่ไม่ระวังหลังต้องเจอลงโทษแบบนี้
กัมบะ โอซาก้า /  คลิป / 

คลิป ทาคาชิ อุซามิ กองหน้าของ กัมบะ โอซาก้า ทำประตูได้ด้วยความเจ้าเล่ห์หลังจากไปแอบอยู่ข้างหลังของนายทวารทีม อัลบิเร็กซ์ นิงาตะ ก่อนที่จะใช้จังหวะเผลอดอดเข้าไปฉกบอลมายิงประตูอย่างง่ายดาย

ผบ.ตร. ท้าสาบาน!ไร้เรื่องชู้สาว ชี้ ตชด.ฆ่าเมีย วิตกโยกย้าย
ข่าวล่าสุด /  ฆ่าตรวจหญิง / 

ผบ.ตร.ท้าสาบาน ไม่เป็นสมภารกินไก่วัด ไร้เรื่องชู้สาว ชี้ ตชด.ฆ่าเมีย ตร. เข้าใจผิดโยกย้าย จึงหึงหวง ยัน ไม่เคยสั่งปิดข่าว จากกรณีกระแสข่าววิพากษ์วิจารณ์ เกี่ยวกับการ ผูกคอเสียชีวิต ส.ต.อ ณัตฐพงศ์ นวลเอียด ผู้บังคับหมู่ฝ่ายอำนวยการ กองกำกับการ 1 กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ ตชด. พร้อมมีมีดปักนามบัตร พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ที่ต้นไม้ ก่อนก่อเหตุฆาตกรรม ส.ต.อ.หญิง ณปภัช นวลเอียด ภรรยา เจ้าหน้าที่สำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เสียชีวิตในห้องพักแฟลตตำรวจที่ทุ่งสองห้อง ที่ผ่านมา จนหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง พล.ต.อ.สมยศ กับสิบตำรวจเอกหญิง ณปภัช ในลักษณะเชิงชู้สาวนั้น วันที่ 26 เม.ย.58 พล.ต.อ.สมยศ ได้แถลงชี้แจงว่า ไม่เคยมีพฤติกรรมเชิงชู้สาวกับสิบตำรวจหญิงดังกล่าว พร้อมท้ากล้าไปสาบานที่วัดพระแก้ว พร้อม ยืนยัน เรื่องไม่มีรายชื่อ ส.ต.อ. ณัตฐพงศ์ ในรายชื่อการโยกย้ายไปประจำการที่ตำรวจทางหลวงจังหวัดอุทัยธานี เป็นเพียงการรวบรวมรายชื่อ ซึ่งยังไม่ใช่เอกสารแต่งตั้งย้ายอย่างเป็นทางการ ส่วนสาเหตุที่ไม่รายชื่อ ส.ต.อ. ณัตฐพงศ์ เพราะเอกสารยังไม่ถูกส่งมาสำนักงาน จึงไม่ปรากฏรายชื่อ จึงอาจส่งผลให้เกิดความวิตก หึงหวง จนเกิดเหตุสลด และขอย้ำ ไม่มีคำสั่งใดในการปิดข่าวคดีนี้ MThai News

'ในหลวง' พระราชทานช่วยเหลือ สองพ่อลูกไฟไหม้บ้าน
น้ำใจชาวเน็ต /  บ้านไฟไหม้ / 

ในหลวง ทรงพระราชทาน ช่วยเหลือครอบครัวของสองพ่อลูกที่บ้านไฟไหม้ จ.อุตรดิตถ์ วันนี้ (24เม.ย.) แฟนเพจเฟซบุ๊ค  ฮักแม่สาย รายงานว่า ในหลวงทรงพระราชทานช่วยเหลือ ครอบครัวของนายสุมิตร การินตา อายุ 51 ปี และด.ญ.สุกานดา การินตา อายุ 8 ขวบ ที่บ้านถูกไฟไหม้วอดทั้งหลัง เมื่อวันที่ 22 เมษายนที่ผ่านมา สำหรับบ้านหลังดังกล่าว นายสุมิตร อาศัยอยู่กับลูกสาว 2 คน ในวันเกิดเหตุสองพ่อลูกได้ลงไปอาบน้ำที่ท่าน้ำ เมื่อกลับมาก็เห็นเพลิงกำลังไหม้บ้าน แต่ทำอะไรไม่ได้ ทำได้เพียงยืนมองดูไฟไหม้บ้านตนเองด้วยน้ำตาไหลพราก ทั้งนี้หากใครรประสงค์จะช่วยเหลือ สามารถร่วมบริจาคเงิน ได้ที่ เลขที่บัญชี 020052675337 ธ. เพื่อการเกษตรและสหกรณ์ ชื่อบัญชี เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัย (ด.ญ.สุกานดา การินตา)บัญชีออมทรัพย์ สาขา วังสีสูบ ส่วนเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม อาหาร ให้กับคุณลุงและหลาน สามารถส่งมาได้ที่ เทศบาลตำบลงิ้วงาม อ.เมืองอุตรดิตถ์ จ.อุตรดิตถ์ ‪ โทร 055 – 448386 หรือ ส่งตามบ้านเลขที่ นายสุมิตร. การินตา. 23/1. ม4 ตำบลงิ้วงาม. อ.เมืองอุตรดิตถ์ 53000.หรือท่านที่อยู่ใกล้นำสิ่งของไปฝากไว้ที่ สนง.ท้องถิ่นอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ ชั้น 2 ที่ว่าการอำเภอเมืองฯ ได้เลย MThai News ขอบคุณภาพและข้อมูลจากเพจ ฮักแม่สาย

ข้าราชการ เฮ! กรมบัญชีกลาง พร้อมจ่ายเงินเดือนอัตราใหม่
กรมบัญชีกลาง /  การปรับเงินเดือนข้าราชการ / 

ข้าราชการ เฮ! กรมบัญชีกลาง เผย พร้อมจ่ายเงินเดือนอัตราใหม่ ได้ทันที ย้ำเตรียมพร้อมระบบงานและบุคลากรไว้เรียบร้อยแล้ว นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2557 ได้เห็นชอบการยกระดับรายได้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยเห็นสมควรประกาศใช้กฎหมาย รวม 5 ฉบับ และให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่ เดือน ธันวาคม 2557 ขณะนี้ร่าง พรบ. ทั้ง 5 ฉบับ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาแล้วได้ข้อยุติ สำหรับการดำเนินการเกี่ยวกับการปรับเงินเดือนมีขั้นตอนดังนี้ (1)กรมบัญชีกลางอยู่ระหว่างรอให้กฎหมายมีผลใช้บังคับ (2)หน่วยงานกลางบริหารงานบุคคล เช่น สำนักงาน ก.พ. จะออกหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการปรับเงินเดือนข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ (3)ส่วนราชการก็จะออกคำสั่งการปรับเงินเดือนให้ข้าราชการผู้มีสิทธิ (4)กรมบัญชีกลางพร้อมจะเบิกจ่ายเงินให้ผู้มีสิทธิต่อไป ซึ่ง อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวต่อว่า ในส่วนของกรมบัญชีกลางได้เตรียมความพร้อมเพื่อดำเนินการตาม นโยบายนี้เรียบร้อยแล้ว โดยได้ปรับปรุงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในส่วนของการจ่ายเงิน และปรับปรุงข้อมูลในฐานข้อมูลเงินเดือนของข้าราชการใหม่ทั้งหมด พร้อมทั้งทดสอบระบบเพื่อรองรับการเบิกจ่ายแล้ว นอกจากนี้ได้ซักซ้อมความเข้าใจกับบุคลากรของกรมเอง เพื่อเป็นพี่เลี้ยงให้กับเจ้าหน้าที่ของส่วนราชการที่อาจเกิดปัญหา หรือไม่เข้าใจเกี่ยวกับการปรับขึ้นเงินเดือนในครั้งนี้ "นโยบายการยกระดับรายได้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีผู้ที่ได้รับประโยชน์จำนวน 1.98 ล้านคน และใช้งบประมาณทั้งสิ้น 22,900 ล้านบาท กรมบัญชีกลางพร้อมดำเนินการทั้งเรื่องระบบงาน และบุคลากรไว้เรียบร้อยแล้ว เมื่อกฎหมายประกาศใช้ก็พร้อมปฏิบัติงานได้ทันที” นายมนัสกล่าว MThai  News

DSIแจ้งเพิ่ม2ข้อหา 'ศุภชัย' เตรียมส่งฟ้องพ.ค.นี้
ดีเอสไอ /  ยักยอกทรัพย์ / 

ดีเอสไอ แจ้งเพิ่ม2ข้อหา "ศุภชัย"อดีตปธ.สหกรณ์ฯยูเนี่ยน ฐานยักยอกทรัพย์-ลักทรัพย์ หลังพบเอกสารเบิกเงินปลอม คาดส่งสำนวนฟ้องภายในพ.ค.นี้ วันนี้(24 เม.ย.) พ.ต.ท.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารคดีพิเศษ ในฐานะรองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) พร้อมคณะ เปิดเผยภายหลังการประชุมติดตามความคืบหน้าจากคณะพนักงานสอบสวนคดียักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัดว่า ทางทีมสอบสวนได้เเจ้งความเอาผิดเพิ่มเติมกับนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น จำกัด ในข้อหาลักทรัพย์ และยักยอกทรัพย์ หลังจากพบว่านายศุภชัย ได้เบิกเงินออกจากสหกรณ์ฯคลองจั่น จำนวน 8 ครั้ง โดยที่ไม่ได้ผ่านการรับรองจากนายทะเบียนของสหกรณ์ เป็นส่วนหนึ่งของการสั่งจ่ายเช็ค 8 ฉบับ จำนวนเงิน 27 ล้านบาท ทั้งนี้ คาดว่าจะสรุปสำนวนการฟ้องส่งให้กับอัยการได้ภายในต้นเดือนพ.ค.นี้ อย่างไรก็ตามล่าสุด นายศุภชัย ได้ทำหนังสือเรียกร้องความเป็นธรรม เนื่องจากได้ชี้แจงว่าได้มีการคืนเงินให้กับสหกรณ์แล้ว แต่จากการตรวจสอบ พบว่าข้อตกลงที่นายศุภชัยทำไว้กับสหกรณ์จะคืนเงินจำนวน 100 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินค่าใช้จ่ายส่วนอื่น แต่เมื่อจ่ายนา่ยศุภชัยกลับทำข้อตกลงเพิ่มเติมจะขอหัก 27 ล้านบาทที่มีปัญหาออกไปด้วย ซึ่งถือว่าผิดข้อตกลงที่ทำกันไว้ นอกจากนี้ทีมสอบสวน ได้ติดต่อไปยังทนายความส่วนตัวของพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เพื่อเชิญ พระธรรมชโย มาให้ปากคำเพิ่มเติม ซึ่งทีมทนายแจ้งมาว่าจะประชุมในวันพรุ่งนี้ (25 เม.ย.) ก่อนที่จะแจ้งมายังพนักงานสอบสวนว่าจะเข้าพบที่ไหน MThai News

ทูตไทย ยัน! พบ 6 นศ.แพทย์ หายตัวดินไหวเนปาลแล้ว-ปลอดภัยดี
6 นศ.แพทย์ไทย /  คนสูญหายแผ่นดินไหว / 

ทูตไทย ยัน 6 นศ.แพทย์ ที่หายตัวไปหลังแผ่นดินไหวที่เนปาล พบตัวแล้ว ย้ำ ทุกคนปลอดภัยดี จากกรณีการเผยแพร่ข่าวตามหา 6 นิสิตแพทย์ ที่หายตัวไปหลังแผ่นดินไหวที่เนปาล ทำให้เกิดปรากฏการณ์การช่วยกระจายข่าวในการติดตาม 6 นศ.ดังกล่าว ล่าสุด สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล ได้ประสานกับทางการท้องถิ่นในเรื่องนี้แล้ว และได้ติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด โดยนายวุตติ วุตติสันต์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล กล่าวว่า ขณะนี้พบตัวนิสิตทั้ง 6 คน โดยทั้งหมดปลอดภัย และสามารถติดต่อกับญาติได้แล้ว ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตไทยฯ ได้ขอให้ทั้ง 6 คน หาช่องทางเดินทางมายังกรุงกาฐมาณฑุ เพื่อขึ้นเครื่องบินโดยสารกลับประเทศไทย แต่การเดินทางมาที่กรุงกาฐมาณฑุ จำเป็นต้องใช้เวลาพอสมควร เนื่องจากสายการบินภายในประเทศเนปาลปิดให้บริการ ขอบคุณข้อมูล tnews MThai News

ใจอาจไม่อยู่!ฟานกัลเผยผียื่นข้อสเนอก้อนโตให้ เดเคอา แต่ก็ยังนิ่งอยู่
ดาบิด เดอคอา /  ตลาดซื้อขายนักเตะ / 

สถานการณ์การรั้ง ดาบิด เดเคอา นายทวารมือหนึ่งแห่งถิ่นโอลด์แทร็ฟฟอร์ด ให้อยู่กับทีมต่อไปน่าจะเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายแล้ว เมื่อ หลุยส์ ฟานกัล กุนซือของทีมออกมายอมรับว่าสโมสรได้ยื่นข้อเสนอก้อนโตไปให้แต่ก็ยังไม่มีการเซ็นสัญญาฉบับใหม่แต่อย่างใด มือกาวชาวสเปนเหลือสัญญาอีกเพียงแค่ 1 ปี และมีข่าวว่ากำลังถูก เรอัล มาดริด ยักษใหญ่ในบ้านเกิดตามตื๊ออย่างหนัก แต่ทาง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังไม่พร้อมจะเสียมือหนึ่งของตัวเองไปในตอนนี้ โดย กุนซือชาวดัตช์ยอมรับว่าสโมสรได้ยื่นข้อเสนอก้อนใหญ่ให้  ซึ่งคาดกันว่าอยู่ที่สัปดาห์ละ 180,000 ปอนด์ “มันใช้เวลายาวนานมากจริงๆตอนนี้” ฟานกัลเผย “แต่ทุกอย่างก็ยังเป็นไปได้ทั้งหมดนั้นแหล่ะ”

โก๊ะตี๋ สวมบทฮีโร่กล่อมหนุ่มโคราชเครียดปีนเสากลางงานบอลช่อง3
งานฉลอง45ปีช่อง3 /  บอลช่อง3 / 

ระทึก! หนุ่มโคราชปีนเสากลางงานบอลช่อง3 ร้องขอพบโก๊ะตี๋ หลังเครียดไม่มีเงินกลับบ้าน ขอให้ช่วย รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (26 เม.ย. 58) ได้เกิดเหตุระทึกขึ้นระหว่างงานบอลประเพณีฉลองครบรอบ 45ปี สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ที่สนามราชมังคลากีฬาสถานแขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. เมื่อมีชายคนหนึ่งคลั่งปีนเสาเต้นสูงประมาณ 15 เมตรภายในงานเรียกร้องขอพบโก๊ะตี๋ โดยในมือถือเศษแก้วปาดที่ลำคอของตัวเองจนเลือดอาบ ก่อนที่ดาราตลกชื่อดังจะได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ให้เป็นคนเข้าเจรจาเกลี้ยกล่อม โดยใช้เวลาไม่นานชายคนดังจึงสงบและยอมลงมาในที่สุด ทราบชื่อต่อมาคือ นายศราวุธ ผังกระโทก อายุ 33 ปี ชาว ต.โชคชัย อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ทั้งนี้จากการสอบสวนนายศราวุธ ทราบว่า สาเหตุที่ทำให้ตนตัดสินใจปืนเสาครั้งนี้เป็นเพราะเครียดที่ยังหางานทำไม่ได้ อีกทั้งยังไม่มีเงินกลับบ้านหลังเดินทางเข้ากรุงเมื่อาทิตย์ก่อน จึงทำให้ตนตัดสินใจปืนเสาดังกล่าว ขณะที่นายเจริญพร อ่อนละม้าย ดาราและพิธีกรตลกชื่อดัง เล่าว่าระหว่างพักครึ่งบอลฉลองช่อง3 ได้มีคนมาบอกว่ามีคนปืนเสาอยากพบตนเพียงคนเดียว จึงรีบไปเกลี้ยกล่อมเมื่อไปถึงก็สอบถามถึงเหตุจึงทำให้ทราบว่าเครียดเพราะไม่มีเงินกลับบ้าน ตนจึงให้เขาต่อสายโทรศัพท์พร้อมพูดคุยกับที่บ้านของเขาไปพร้อมๆ กัน ว่าเกิดอะไรขึ้น โดยเขาบอกว่าเครียดไม่มีเงินกลับบ้านตนจึงอาสาจะไปส่งเองเขาจึงยอมลงมาแต่โดยดี ซึ่งตนก็ได้ฝากบอกเขาไปว่า อย่าทำอีก เพราะทำคนอื่นเดือดร้อน ควรสงสารลูกเมียด้วย MThai News

สองสวิงนครปฐมเหมาแชมป์กอล์ฟ สิงห์ -แมตซ์เพลย์ ที่นครนายก
กอล์ฟ /  สิงห์ / 

ชลทิตย์ ชื่นบุญงาม นักกอล์ฟดาวรุ่งวัย 16 ปี และ มนัสยา ซีมากร วัย 17 ปี ทั้งคู่มาจาก จ.นครปฐม คว้าแชมป์ชาย-หญิง แมตซ์เพลย์ชิงแชมป์ประเทศไทย รายการ “สิงห์ ไทยแลนด์ อเมเจอร์ แมตซ์เพลย์ แชมเปี้ยนชิพ 2015” ที่สนามรอยัลฮิลส์ จ.นครนายก เมื่อวันที่ 26 เม.ย.58 ที่ผ่านมา โดยเอาชนะสองนักกอล์ฟจากโครงการทีมชาติไทย ณพงศ์ ศรีประสิทธิ์ และวิรัลพัชร โอฬารกิจกุลชัย ในรอบชิงชนะเลิศ ตามลำดับ           สมาคมกอล์ฟแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับ บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด ระเบิดศึกการแข่งขันกอล์ฟ รายการ "สิงห์ ไทยแลนด์ อเมเจอร์ แมตซ์เพลย์ แชมเปี้ยนชิพ 2015" เพื่อหาสุดยอดนักกอล์ฟสมัครเล่นในระบบแมตซ์เพลย์ แข่งขันระหว่างวันที่ 23-26 เมษายน 2558 ที่สนามรอยัลฮิลส์ กอล์ฟ รีสอร์ทแอนด์สปา จ.นครนายก พาร์ 72 โดยแชมป์ของการแข่งขันประเภทชาย ครองถ้วย คุณสันติ ภิรมย์ภักดี อดีตนายกสมาคมกอล์ฟแห่งประเทศไทยฯ และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ส่วนประเภทหญิง ครองถ้วยเกียรติยศ คุณรังสฤษดิ์ ลักษิตานนท์ นายกสมาคมฯ โดยมีนักกอล์ฟสมัครเล่นฝีมือดีจากทั่วประเทศเข้าร่วมการแข่งขัน           โดยเมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 เม.ย.58 ได้แข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ ในประเภทชาย เป็นการพบกันระหว่าง “นาย” ชลทิตย์ ชื่นบุญงาม นักกอล์ฟดาวรุ่งวัย 16 ปี จากนครปฐม ที่ทำสกอร์ในรอบคัดเลือกเข้ามาเป็นอันดับที่ 20 พบกับ “บอย” ณพงศ์ ศรีประสิทธิ์ นักกอล์ฟในโครงการทีมชาติไทย ผลปรากฎว่า ในรอบชิงชนะเลิศ ทำคะแนนสูสีมาตลอดจนเข้าสู่หลุมที่ 12 ชลทิตย์ ทำเบอร์ดี้ขึ้นนำที่ 3 อัพ และรักษาสกอร์ จนเข้าสู่หลุม 16 พาร์ 3 ชลทิตย์ ตีทีช็อตสั้นอยู่หน้ากรีนพัตต์เข้าไปกิ๊ฟเก็บพาร์ ส่วนณพงศ์ ตีออนระยะ 2 คันธง พัตต์ไม่ลงได้พาร์เช่นกัน ทำให้ ชลทิตย์ ชนะไปได้ 3 และ 2 ส่วนที่ 3 ส่วนอันดับที่ 3 เป็นของ สดมภ์ แก้วกาญจนา ที่เอาชนะ ภวัต ประชุมศรีสกุล ไปได้ 7 และ 6           ด้านประเภทหญิง “มีน” มนัสยา ซีมากร นักกอล์ฟฝีมือดี วัย 17 ปี จากนครปฐม สังกัดชมรมสิงห์พัฒนาเยาวชนกีฬากอล์ฟหัวหิน พบกับ “อู๋” วิรัลพัชร โอฬารกิจกุลชัย นักกอล์ฟในโครงการทีมชาติไทย เกมส์เป็นไปอย่างสูสีผลัดกันนำจนเข้าสู่สุดท้าย พาร์ 4 มนัสยา ขึ้นนำอยู่ 1 อัพ ถ้าเสมอก็จะคว้าแชมป์ทันที โดยมนัสยาตีช็อตสองมาอยู่หน้ากรีน พัตต์ไปกิ๊ฟ ได้พาร์ ส่วนวิรัลพัชร ตี 2 ออน แต่พัตต์เบอร์ดี้ไม่ลง จบ 18 หลุม มนัสยา ชนะไป 1 อัพ โดยมีอรกนก สร้อยสุวรรณ ได้ที่ 3 และ ชากัฑ์สิม คำบอน ได้ที่ 4           ชลทิตย์ ชื่นบุญงาม แชมป์ที่ประเภทชาย ที่ลงเล่นแมตซ์นี้เป็นครั้งที่สอง กล่าวว่า “ขอบคุณสมาคมกอล์ฟฯที่จัดกอล์ฟแมตซ์เพลย์รายการนี้ครับ เป็นการพัฒนาฝีมือของนักกอล์ฟได้เป็นอย่างดี เพราะในระบบแมตซ์เพลย์นั้นบีบจิตใจของนักกีฬามากกว่า ดีใจครับที่คว้าแชมป์ได้สำเร็จ”           มนัสยา ซีมากร แชมป์ประเภทหญิง ที่เพิ่งได้เหรียญเงินในอาเซียนสคูลเกมส์ ที่ฟิลิปปินส์ กล่าวว่า “ขอบคุณคุณสันติ ภิรมย์ภักดี และคุณรังสฤษดิ์ ลักษิตานนท์ ที่สนับสนุนจนประสบความสำเร็จ ก่อนเริ่มการแข่งขันรู้สึกกดดันมาก แต่ก็พยายามไม่คิดอะไรมาก วางแผนแค่อย่าพลาดเยอะเพราะคู่ต่อสู้นั้นมีฝีมือดี แล้วก็ทำสำเร็จ หลังจากนี้จะเดินทางไปแข่งขันแมตซ์อาชีพ Singha Championship ที่จังหวัดระยอง” ผลการแข่งขันทั้งหมด มีดังนี้ คู่ชิงชนะเลิศ ชาย     ชลทิตย์ ชื่นบุญงาม ชนะ ณพงศ์ ศรีประสิทธิ์      3 และ 2 หญิง    มนัสยา ซีมากร ชนะ วิรัลพัชร โอฬารกิจกุลชัย    1 อัพ คู่ชิงอันดับที่ 3 ชาย     สดมภ์ แก้วกาญจนา ชนะ ภวัต ประชุมศรีสกุล    7 และ 6 หญิง    อรกนก สร้อยสุวรรณ ชนะ ชากัฑ์สิม คำบอน      หลุมที่ 19

2 พรรคใหญ่ ค้าน! ให้กลุ่มการเมืองลงสมัคร ส.ส.ได้
กกต /  กลุ่มการเมือง / 

กกต.และ 2 พรรคใหญ่ ไม่เห็นด้วย กมธ.ยกร่าง รธน.บัญญัติให้กลุ่มการเมืองลงสมัคร ส.ส.ได้ ชี้ พรรคการเมืองจะอ่อนแอ เกิดสองมาตรฐาน วันที่ 24 เม.ย.58 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวในงานเสวนาวิชาการ เรื่อง “ปฏิรูปเลือกตั้ง ถอยหลังหรือเดินหน้า” ว่า การเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม จะทำให้กระบวนการนับคะแนนยุ่งยาก เพราะใช้เวลานานขึ้น ส่วนการที่ร่างรัฐธรรมนูญเปิดให้มีกลุ่มการเมืองลงสมัคร ส.ส.ได้นั้น  จะทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ และเกิดการต่อรองในสภา เพราะแม้มีจะะสิทธิ์ลงสมัครรับเลือกตั้งและการหาเสียงเท่าเทียมพรรคการเมือง แต่เมื่อกระทำผิด จะมีบทลงโทษที่ต่างกัน ขณะที่นายสามารถ แก้วมีชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การกำหนดให้กลุ่มการเมือง ลงสมัครรับเลือกตั้งได้ จะทำลายความเข้มแข็งของพรรคการเมือง และเชื่อว่า แม้จะปรับระบบการเลือกตั้งใหม่แล้ว ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาการทุจริตการเลือกตั้งได้ ด้านนายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฐ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เหมือนพาประเทศย้อนกลับอดีต ซึ่งเคยมีปัญหาที่ก้าวข้ามมาแล้ว โดยเฉพาะการเปิดช่องให้กลุ่มการเมืองลงสมัครรับเลือกตั้งได้ ซึ่งกลุ่มการเมืองได้รับสิทธิพิเศษมากกว่าพรรคการเมืองที่ต้องใช้เวลายาวนานในการสร้างรากฐาน สุดท้ายจะกลายเป็นการเมืองสองมาตรฐาน และทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ ขอบคุณข้อมูล/ภาพ สำนักข่าวไทย MThai News

สัมผัสชีวิตดี๊ดี กับ 10 ที่เที่ยวกาญจนบุรี ที่คุณต้องเลิฟ
10 จุดหมายท่องเที่ยว /  10 สถานที่ / 

ถ้าจะเอ่ยถึงจังหวัดที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม ที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ กาญจนบุรี คงเป็นชื่ออันดับต้น ๆ ที่พุ่งเข้ามาอยู่ในหัวแน่นอน ด้วยภูมิประเทศที่เป็นที่ราบเชิงเขา ทำให้มีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์หลากหลาย ก่อเกิดสถานที่สวยงามมากมาย ทั้งยอดเขาสูงลิบ พร้อมทะเลหมอกชวนหลงใหล แม่น้ำสายสำคัญ อีกทั้งยังมีเขตแดนติดกับประเทศเมียนมาร์ สร้างมิติให้กับขนบธรรมเนียมอันเป็นเอกลักษณ์ travel.mthai.com ขอพาคุณไปสัมผัสชีวิตดี๊ดี กับ 10 ที่เที่ยวกาญจนบุรี ที่คุณต้องเลิฟ สัมผัสชีวิตดี๊ดี กับ 10 ที่เที่ยวกาญจนบุรี ที่คุณต้องเลิฟ 1. วัดถ้ำเสือ อ.ท่าม่วง วัดถ้ำเสือ เป็นวัดที่มีชื่อเสียงไม่น้่อย รวมถึงยังถือว่าเป็นวัดที่มีพระที่มีองค์ใหญ่ที่สุดในจังหวัดกาญจนบุรี พระเจดีย์ที่มีความสวยงามโดดเด่น สามารถมองเห็นได้จากในระยะไกล เพราะตั้งอยู่บนเนินเขา ใครที่มาเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรี สามารถแวะเยี่ยมชมวัด สักการะพระบรมสารีริกธาตุภายในพระเจดีย์เกศแก้วปราสาท และนมัสการหลวงพ่อชินประทานพร วัดถ้ำเสือตั้งอยู่บนเนินเขา ในตำบลม่วงชุม อำเภอท่าม่วง เป็นอำเภอที่อยู่ก่อนถึงตัวเมืองกาญจนบุรี เดิมเป็นเพียงสำนักสงฆ์เล็กๆ ที่อยู่ในบริเวณถ้ำเสือด้านล่างริมเนินเขา ต่อมาได้แรงศรัทธาจากชาวบ้าน ร่วมกันสร้างและบูรณะ จนกลายเป็นวัดที่ใหญ่โต และมีความวิจิตรงดงาม การเดินทาง : จากกรุงเทพฯ ผ่านอำเภอบ้านโป่ง เข้าถนนแสงชูโต จะผ่านแยกมิราเคิล ออฟ ไลฟ์ จากนั้นพอถึงแยกท่าม่วง เลี้ยวซ้ายไปทางอำเภอท่าม่วง ผ่านหน้าโรงพยาบาลท่าม่วง วนวงเวียนหอนาฬิกา เพื่อเลี้ยวซ้ายไปถนนเลียบคลองชลประทาน เจอสามแยก เลี้ยวขวาไปอีก 2 กิโลเมตร (มีป้ายบอกทาง) ให้วิ่งไปทางเดียวกับวัดม่วงชุม พอเลยวัดม่วงชุมไปจะเห็นทางเข้าวัดถ้ำเสือ อยู่ทางซ้ายมือ 2. เขาช้างเผือก อ.ทองผาภูมิ  เขาช้างเผือก เป็นที่เที่ยวสำหรับคนที่ชอบการเดินป่า ชอบผจญภัย พิชิตยอดเขาสูง ยอดเขาช้างเผือกสูงตระหง่าน รอให้มาพิสูจน์ความกล้ากัน โดยเฉพาะจุดของสันเขาที่หวาดเสียวที่สุดที่เรียกว่า "สันคมมีด" เขาช้างเผือก ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ อำเภอทองผาภูมิ บนยอดเขามีลักษณะเป็นภูเขาหญ้า มีหินบ้างตามสันเขา การเดินทางไปยังยอดเขาช้างเผือก จะต้องติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ เพื่อลงทะเบียนรายชื่อคนที่ขึ้นเขา ในแต่ละวันทางอุทยานฯ​ มีการจำกัดคนบนเขาไว้ที่ 60 คน เพราะพื้นที่กางเต็นท์บริเวณยอดเขามีพื้นที่จำกัด ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวจะนิยมมาแบบ 1 คืน 2 วัน การเดินขึ้นสู่เขาช้างเผือกจะเริ่มจากบริเวณหลังหมู่บ้านอีต่อง ตำบลปิล็อก อำเภอทองผาภูมิ เป็นระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร ใช้เวลา 4-5 ชั่วโมงในการเดินขึ้นไปจนถึงจุดกางเต็นท์ เดินช่วงแรกจะผ่านป่าโปร่งๆ เป็นเนินเขาเตี้ยบ้าง สูงบ้าง เป็นเนินทุ่งหญ้าที่มีวิวสวยๆ ระหว่างทางให้ถ่ายรูป ช่วงนี้แดดค่อนข้างร้อน จากนั้นก็จะเป็นการเดินตามเชิงเขาบ้าง สันเขาบ้าง ช่วงนี้จะเป็นทุ่งหญ้าความสูงพอท่วมหัว แล้วจึงจะถึงจุดตั้งแคมป์ การเดินทาง : จากตัวเมืองกาญจนบุรี วิ่งบนถนนแสงชูโตที่เป็นถนนสายหลัก ถึงสี่แยกแก่งเสี้ยน เลี้ยวซ้ายไปตามป้ายอำเภอไทรโยค - ทองผาภูมิ (ทางหลวงหมายเลข 323) ตรงเข้าอำเภอทองผาภูมิ (เส้นทางจะต่อกับเส้น 3272 เลย) วิ่งผ่านตัวอำเภอ (ตัวอำเภออยู่ทางขวา) เลียบอ่างเก็บน้ำในเขื่อนไปอีกประมาณ​ 30 กิโลเมตร จะถึงสามแยกบ้านไร่-ปิล๊อก ให้เลี้ยวซ้ายไปทางปิล๊อก จากจุดนี้จะเป็นเส้นทางคดเคี้ยวขึ้นเขา ประมาณ 24 กิโลเมตร อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิอยู่ทางขวามือ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม : ที่ทำการอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ โทร 034-532-114, 034--510-979 3. สะพานมอญ อ.สังขละบุรี สะพานมอญ มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า สะพานอุตตมานุสรณ์​ เป็นสะพานไม้ข้ามแม่น้ำซองกาเลียไปยังหมู่บ้านมอญ ถือเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย และเป็นอันดับสองของโลกรองจากสะพานไม้อูเบ็งในพม่า และเป็นสัญลักษณ์ของอำเภอสังขละบุรี เป็นสะพานแห่งศรัทธา ที่เกิดจากการร่วมแรงร่วมใจของชุมชนที่อาศัยอยู่ในสังขละบุรี ทุกปีจะมีนักท่องเที่ยวมาสัมผัสธรรมชาติ พร้อมๆ กับการได้เห็นวิถีชีวิตชุมชนชาวมอญในแถบนี้ สิ่งที่ห้ามพลาดอีกอย่างหนึ่งก็คือการได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก กับสะพานที่เสมือนเป็นสายใยวัฒนธรรมของชาวมอญและไทยในดินแดนสุดขอบประเทศแห่งนี้ การเที่ยวชมสะพานมอญ ควรแวะเดินชมตั้งแต่เช้า โดยเฉพาะช่วงเวลา 6.00 - 7.00 น. เป็นช่วงที่ได้เห็นวิถีชีวิตชาวมอญ ใส่บาตรพระทุกเช้า หากนักท่องเที่ยวต้องการใส่บาตร ก็มีอาหารขายบริเวณหมู่บ้านมอญ สายๆ หากเดินข้ามฝั่งไปยังหมู่บ้านมอญ ก็สามารถเที่ยวชมบ้านเรือนในแบบชาวมอญ ซื้อของที่ระลึก หรือจะแวะชิมขนมจีนน้ำยาหยวกกล้วย ที่เป็นอาหารพื้นบ้านชาวมอญก็ได้ การเดินทาง : จากตัวเมืองกาญจนบุรี วิ่งบนถนนแสงชูโตที่เป็นถนนสายหลัก ถึงสี่แยกแก่งเสี้ยน เลี้ยวซ้ายไปตามป้ายอำเภอไทรโยค - ทองผาภูมิ (ทางหลวงหมายเลข 323) ก่อนเข้าตัวอำเภอทองผาภูมิ มีสามแยก เลี้ยวขวาไปทางอำเภอสังขละบุรี (ด่านเจดีย์สามองค์) ผ่านวัดท่าขนุน ป้อมปี่ อุทยานแห่งชาติเขาแหลม สะพานข้ามแม่น้ำรันตี ก่อนเข้าตัวอำเภอสังขละบุรีมีทางแยก ตรงไปทางอำเภอสังขละบุรี (จะมีป้ายบอกเป็นทางไปวัดวังก์วิเวการาม) วิ่งผ่านตัวอำเภอสังขละบุรี ข้ามสะพานซองกาเลีย แล้วจึงจะมีป้ายบอกเลี้ยวซ้ายเข้าซอยสะพานไม้ สุดซอยจะเป็นสะพานอุตตมานุสรณ์ (สะพานมอญ) สุดซอยซ้ายมือจะมีที่สำหรับจอดรถแบบเสียค่าจอด (ประมาณ 20 บาท) 4. วัดจมน้ำ เมืองบาดาล อ.สังขละบุรี วัดใต้น้ำ หรือวัดจมน้ำ คือวัดวังก์วิเวการามเดิม ซึ่งกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ถือว่าเป็น Unseen Thailand เพราะมีความแปลกที่มีซากโบราณสถานจมอยู่ใต้น้ำ เป็นสถานที่เล่าขานถึงตำนานความเป็นมาของวัดหลวงพ่ออุตตมะ จนหลายคนเรียกกันว่าเมืองบาดาล นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวในช่วงฤดูร้อน ตั้งแต่ประมาณเดือนมีนาคม - เมษายน เป็นช่วงหน้าแล้ง น้ำหลังเขื่อนลดลงมาก จะสามารถเดินเข้าไปเยี่ยมชมโบสถ์เก่าได้ ณ บริเวณสามประสบ ส่วนคนที่มาเที่ยวช่วงปลายฝนต้นหนาว ตั้งแต่ประมาณตุลาคม - มกราคม อาจจะได้เห็นแค่บางส่วนของตัวโบสถ์ที่โผล่พ้นน้ำ หรือบางทีก็จมน้ำเป็นเมืองบาดาล จะมีให้เห็นก็เพียงแต่ยอดหอระฆังเดิมเท่านั้นที่สูงพ้นน้ำ ในช่วงหน้าแล้ง ช่วงเดือนมีนาคม - พฤษภาคม น้ำในแม่น้ำลดลงมากจนสามารถเดินเข้าไปในโบสถ์เก่าได้ สิ่งที่เหลือไว้ให้เห็น เป็นส่วนของกำแพงด้านนอกโบสถ์ ตัวโบสถ์เหลือเพียงผนัง ไม่มีส่วนหลังคาโบสถ์ให้เห็น ภายในผนังโบสถ์ยังมีให้เห็นลวดลายศิลปะแบบมอญหลงเหลือให้เห็น เป็นลายซุ้มองค์พระพุทธรูปอยู่ตามผนัง แต่เดิมมีทั้งหมด 2500 องค์ แต่ก็มีหลายส่วนที่หลุดหายออกไปเพราะโดนน้ำเซาะบ้าง หรือหลุดหล่นลงมาแตกเองบ้าง 5. ป้อมปี่ อุทยานแห่งชาติเขาแหลม อ.ทองผาภูมิ จุดชมวิวป้อมปี่ เป็นสถานที่ชมวิวในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลมที่หลายๆ คนพูดถึงว่าเป็นจุดที่มีวิวทิวทัศน์สวยงาม โรแมนติก และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งทางภาคตะวันตก เหมาะแก่การพักผ่อนแบบไม่ลำบากมาก มีบรรยากาศโดยรอบเงียบสงบ มองเห็นท้องน้ำของอ่างเก็บน้ำในเขื่อนวชิราลงกรณ์ ทิวทัศน์ภูเขาอยู่ไกลสายตาออกไป หน้าหนาวได้เห็นไอหมอกละเลียดตามผิวน้ำ จนหลายคนคิดไปว่ากำลังนอนอยู่ที่ปางอุ๋งจังหวัดแม่ฮ่องสอน เลยทีเดียว การเดินทาง : จากตัวเมืองกาญจนบุรี วิ่งบนถนนแสงชูโตที่เป็นถนนสายหลัก ถึงสี่แยกแก่งเสี้ยน เลี้ยวซ้ายไปตามป้ายอำเภอไทรโยค - ทองผาภูมิ (ทางหลวงหมายเลข 323) ก่อนถึงตัวอำเภอทองผาภูมิ มีสามแยก เลี้ยวขวาไปทางอำเภอสังขละบุรี (ด่านเจดีย์สามองค์) จะผ่านวัดท่าขนุน น้ำตกเกริงกระเวีย น้ำตกไดช่องถ่อง หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาแหลม(เกริงกระเวีย) เลยจากอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตรจะพบทางเข้าจุดชมวิวป้อมปี่อยู่ทางซ้ายมือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : อุทยานแห่งชาติเขาแหลม โทร.086-131-3443(ป้อมปี่) 034-546-819, 034-532-099 6. มหาถ้ำลำคลองงู อ.ทองผาภูมิ วนอุทยานแห่งชาติลำคลองงู เป็นชื่อของลำห้วยซึ่งไหลวกวนและสลับซับซ้อนผ่ากลางผืนป่ากัดเซาะเพิงผาเทือกเขาหินปูนกลายเป็นโพรงถ้ำขนาดใหญ่หลายแห่ง ประกอบกับการสะสมของตะกอนหินปูนที่ใช้เวลานานแสนนานจึงเกิดเป็นหินงอกหินย้อยประติมากรรมของธรรมชาติที่สวยงาม ภายในอุทยานแห่งชาติลำคลองงูจึงมีถ้ำหลายแห่งที่น่าเดินทางเข้าไปสำรวจความงดงาม เช่น ถ้ำเสาหิน อยู่ห่างจากปากห้วยลำคลองงู 6 กิโลเมตร ลักษณะเป็นถ้ำทะลุภายในมีห้วยลำคลองงูไหลผ่านตลอด จุดเด่นที่น่าสนใจ คือ เสาหินขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางถ้ำ วัดความสูงจากพื้นถึงยอดเสาได้ 62.5 เมตร นับได้ว่าเป็นเสาหินที่สูงที่สุดในโลกเท่าที่เคยพบมาในปัจจุบัน อีกทั้งภายในถ้ำยังมีหินงอกหินย้อย รูปทรงต่างๆ เป็นจำนวนมาก จัดได้ว่าเป็นถ้ำที่มีความงดงามและมหัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง การเดินทาง : สามารถเข้าถึงได้โดยทางเรือ จากบริเวณอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ขึ้นไปทางเหนือถึงบริเวณปากห้วยคลองงู แล้วเดินต่อจากปากห้วยคลองงูขึ้นไป 6 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ก็จะถึงปากถ้ำ ตลอดทางจะพบน้ำตกที่เกิดจากลำห้วยคลองงู ไหลลดหลั่นลงไปตลอดทาง การเดินทางทางรถยนต์ เส้นทางที่สะดวก คือเริ่มต้นจากน้ำตกเอราวัณ ใช้เส้นทางผ่านถ้ำพระธาตุ ไปจนถึงน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น จากน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นเดินทางต่อไปยังหมู่บ้านพุเตยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง จากนั้นเดินเท้าต่อจากบ้านพุเตยใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงก็จะถึงถ้ำ 7. น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น อ.ศรีสวัสดิ์ น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น หรือ "น้ำตกห้วยขมิ้น" เป็นหนึ่งในน้ำตกที่สวยงามที่สุดในประเทศไทย ด้วยความงามของม่านน้ำตกที่ไหลลดหลั่นกันลงมาเป็นชั้นเล็กชั้นน้อย บรรยากาศที่รายล้อมไปด้วยป่าเขา และต้นไม้นานาพันธุ์ที่มีความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ ทำให้นักท่องเที่ยวหลายคนต่างติดใจจนแวะมาเที่ยวน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นหลายต่อหลายครั้ง อย่างไม่รู้เบื่อ น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ตั้งอยู่ที่ตำบลท่ากระดาน อำเภอศรีสวัสดิ์ ในความดูแลของอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ เป็นพื้นที่ที่ยังคงเป็นป่าที่ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ สมัยก่อนการเข้าไปถึงตัวน้ำตก ทำได้ยาก ต้องผ่านเส้นทางที่ลำบาก ต้องใช้รถโฟว์วิล หรือขับรถอ้อมอ่างเก็บน้ำเพื่อข้ามแพขนานยนต์จากฝั่งตัวอำเภอศรีสวัสดิ์ มายังฝั่งน้ำตก ปัจจุบันมีเส้นทางลาดยางที่รถยนต์สามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น ทำให้ผู้คนต่างมาเที่ยวชมน้ำตกกันอย่างไม่ขาดสาย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ : อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์  034-547-018 (VoIP), 034-532-027 กองอุทยานแห่งชาติกรมป่าไม้  0-2579-0529, 0-2579-4842 8. โบสถ์สแตนเลส วัดป่าลำขาแข้ง อ.ศรีสวัสดิ์ โบสถ์แสตนเลส ณ วัดป่าลำขาแข้ง และพระพุทธรูปแสตนเลสหนึ่งเดียวในโลก ฉลุลายไทยวิจิตรงดงาม สร้างสรรค์จากแรงศรัทธาของประชาชน ที่ช่วยกันบริจาคสร้างขึ้นเพื่อนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวโรกาสทรงเจริญพระชนพรรษาครบ 80 พรรษา เป็นสถานที่ท่องเที่ยว Unseen แห่งใหม่ในอำเภอศรีสวัสดิ์ การไปชมโบสถ์นี้ต้องนั่งเรือหางยาวจากเขื่อนศรีนครินทร์ไปชมความงดงามของโบสถ์แห่งนี้ เพราะวัดตั้งอยู่บนเกาะกลางน้ำของเขื่อนศรีนครินทร์ ไม่สามารเดินทางด้วยพาหะนะอย่างอื่น ตัวโบสถ์ส่องประกายงดงามยามเมื่อต้องแสงแดด และเมื่อเข้าใกล้จะได้เห็นลวดลายฉลุขอลายไทย บริเวณซุ้มประตูโบสถ์และหน้าต่าง เมื่อเข้าไปนั่งไหว้พระรู้สึกเย็นมาก ใครอาจจะคิดว่าโบสถ์สร้างด้วยเตนเลสเงางามแบบนี้ ข้างในไม่ร้อนหรือ แต่ไม่ใช่อย่างที่คิดเพราะตัวโบสถ์ทำโครงเป็นสเตนเลส ใช้สเตนเลสแผ่นปะทั้งด้านใน และด้านนอก แต่อัดฉนวนไว้ตรงกลาง ทำให้กันความร้อนได้ดี รวมทั้งพื้นเป็นแกรนิตเลยโปร่งโล่งสบาย หากมองออกไปบริเวณรอบๆวัดก็จะเห็นวิวทิวทัศน์ของขุนเขา ที่สวยงามท่ามกลางเขื่อนศรีนครินทร์ ลองลืมภาพ โบสถ์ที่สร้างด้วยปูซีเมนต์ในแบบเดิม มาเยี่ยมชมโบสถ์สเตนเลสและพระพุทธสเตนเลสที่ วัดนี้แล้วจะได้ความ แปลกใหม่สุดแสน Unseen มาเลยทีเดียว 9. เขาสันหนอกวัว อ.สังขละบุรี "เขาสันหนอกวัว" เป็นอีกหนึ่งในสถานที่เที่ยวปราบเซียน ท้าทายขาลุย และนักผจญภัยที่ชอบเดินป่า พิชิตภูผา เหมาะสำหรับคนที่รักธรรมชาติ ฟิตร่างกายพร้อมรับการเดินไต่ระดับ ขึ้นสู่ยอดเขาสูงตระหง่าน เขาสันหนอกวัว เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดกาญจนบุรี มีระดับความสูงที่ 1,767 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ตั้งอยู่ทางเหนือของที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาแหลม อำเภอสังขละบุรี ในแนวเทือกเขาเขียว ที่เป็นป่าฝั่งตะวันตกของพื้นที่อุทยานฯ มีส่วนที่ติดต่อกับพื้นที่ป่าในเขตทุ่งใหญ่นเรศวร จึงมีความเป็นธรรมชาติค่อนข้างสมบูรณ์ สภาพป่ามีต้นไม้ขึ้นหนาแน่น และยังคงมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่ คำว่าสันหนอกวัว มาจากลักษณะของยอดเขาที่นูนออกมา รูปร่างคล้ายกับส่วนที่เป็นสันนูนบนหลังของวัว ที่เรียกว่าโหนก หรือหนอก เขาสันหนอกวัว เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เดินป่าขึ้นไปสัมผัสธรรมชาติ และชมทัศนียภาพจากบนยอดเขา การเดินทางขึ้นเขานั้นจะต้องติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เพื่อนำทางไปยังจุดที่สามารถตั้งแค้มป์ได้ การเดินทางจะเริ่มจากเจ้าหน้าที่ขับรถนำไปยังจุดเริ่มเดินเข้าไปในป่า บริเวณเชิงเขาหัวโล้น ไม่ไกลจากที่ทำการอุทยานฯ จากนั้นต้องใช้การเดินเท้าขึ้นไปบนยอดเขา ​ที่จะต้องมีเจ้าหน้าที่ของอุทยานฯ นำทางไปเท่านั้น ระยะทางจากด้านล่างไปยังจุดตั้งแค้มป์ ประมาณ​ 9 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลาประมาณ 6-7 ชั่วโมง ไม่สามารถเดินทางไปกลับได้ภายในวันเดียวได้ จะต้องพักค้างแรม กางเต็นท์นอนบนเขา สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ : อุทยานแห่งชาติเขาแหลม โทร. 034-546819 10. ต้นจามจุรียักษ์ อ.เมือง ต้นจามจุรียักษ์ ตั้งอยู่บนเส้นทางไปอำเภอด่านมะขามเตี้ย บ้านกสิกรรม หมู่ 5 ต.เกาะสำโรง หากมาจากวัดถ้ำมังกร เลยจากวัดถ้ำมังกรไปประมาณ 3 กิโลเมตร สามารถเดินทางเข้าไปในกองการสัตว์และเกษตรกรรมที่ 1 (กองผสมสัตว์) กรมการสัตว์ทหารบก ผ่านวัดถ้ำมุนีย์นาถ แล้วเลี้ยวขวา ต้นจามจุรียักษ์มีอายุมากกว่า 100 ปี ขนาด 10 คนโอบ รัศมีทรงพุ่มเฉลี่ย 25.87 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางร่มเงาประมาณ 51.75 เมตร ความสูงเรือนยอด 20 เมตร มีพื้นที่ของพุ่มประมาณ 1 ไร่ 2 งาน 4 วา มีทรงพุ่มแผ่กิ่งก้านสาขาใหญ่โตสวยงามร่มรื่น ซึ่งปัจจุบันหาชมต้นไม้ขนาดใหญ่เช่นนี้ได้ยากมาก ปัจจุบันต้นจามจุรียักษ์ ถือเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยม ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะบรรดาช่างภาพ ที่ต่างบรรจงสร้างสรรค์ผลงานสุดอลังการผ่านต้นไม้อันยิ่งใหญ่แห่งนี้ ขอบคุณข้อมูลจาก : www.kanchanaburi.co/th  ,  เรียบเรียงโดย : Travel MThai ติดตามภาพถ่ายสวย ๆ จากช่างภาพผู้สนับสนุนของเรา ได้ที่ : www.facebook.com/baagklong , www.facebook.com/ChillDTravel , www.facebook.com/Suracheat1

จริงไหม ปลาแซลมอน ยุคนี้ อันตราย เชื้อโรคเพียบ...มีคำตอบ
ปลาทะเล /  ปลาแซลมอน / 

ก่อนหน้านี้เคยมีการพูดถึง ปลาแซลมอน ในแง่มุมของ คุณประโยชน์ที่แท้จริงจากปลาแซลมอน ในยุคนี้ว่า ประโยชน์เหล่านั้น ยังมีจริงอยู่หรือ? ด้วยการชี้ให้เห็นว่า ปลาแซลมอน ที่เราบริโภคกันอยู่ในปัจจุบัน ล้วนมาจากแซลมอนที่ถูกเลี้ยงจากฟาร์ม ไม่ใช่จากธรรมชาติที่แท้จริง และอุตสาหกรรมการเลี้ยงแซลมอนนั้น ผ่านการใช้สารเคมีเพื่อเร่งให้เนื้อปลามีสีสด ดูน่ารับประทาน อีกทั้งยังเต็มไปด้วยเชื้อโรคหลายอย่าง การเลี้ยงปลาแซลมอน จึงต้องพึ่งการใช้สารเคมีเพื่อกำจัด นอกจากนั้น ยังมีคำกล่าวว่า ทั้งหมดนี้ อาจส่งผลให้การกินปลาแซลมอน ที่มาจากฟาร์มเลี้ยง ก่อสารมะเร็งให้แก่ผู้บริโภค  จนกลายเป็นที่พูดถึง ถึงความอันตรายต่อการ กินปลาแซลมอน ที่ผู้รักสุขภาพหลายคนหันมาเลือกบริโภคกันเยอะในปัจจุบัน ว่าเรื่องนี้จริงหรือไม่อย่างไร โดยข้อความที่ถูกส่งต่อกันมา มีลักษณะการพูดถึง ในเนื้อหามีข้อมูลดังนี้ ปลาแซลมอนที่ส่งมาขายบ้านเราส่วนใหญ่มาจากฟาร์มเลี้ยงปลาในยุโรป ปลาแซลมอนเหล่านี้อุดมไปด้วยเชื้อโรค เจ้าของฟาร์มจึงต้องใส่สารเคมีและยาปฏิชีวนะลงในบ่อปลา เพื่อกำจัดแมลงรบกวนและเชื้อโรคหลายอย่าง ปลาแซลมอนในธรรมชาติมีเนื้อเป็นสีชมพู เพราะมันกินพวกกุ้งตัวเล็กๆ และพืชทะเล ปลาแซลมอนในฟาร์มก็มีเนื้อสีชมพูน่ากินเช่นกัน แต่เป็นเพราะมันกินอาหารปลาที่มีสารให้สีจำพวก astaxanthin และ canthaxanthin ชนิดเข้มข้น ซึ่งหากมนุษย์ได้รับสารเหล่านี้มากเกินไป อาจจะมีผลต่อระบบประสาทตา นอกจากนี้ เนื้อของปลาแซลมอนที่ไม่ค่อยได้ออกกำลัง ยังอุดมไปด้วยกรดไขมันอิ่มตัว ซึ่งมีผลต่อการ อุดตันของเส้นเลือด แถมยังมีกรดไขมันโอเมกา-3 น้อยกว่าปลาแซลมอนในธรรมชาติถึง 3 เท่า ดังนั้นหากบริโภคแซลมอนจากฟาร์มเหล่านี้มากเกินไป ก็อาจส่งผลให้เกิดการอุดตันของเส้นเลือดได้ ในสหรัฐอเมริกายังมีการวิจัยพบว่า เนื้อปลาแซลมอนจากฟาร์มเลี้ยงมีสารก่อมะเร็งที่มาจากอาหารปลาในระดับที่สูงกว่าปลาแซลมอนจากธรรมชาติถึง 16 เท่า มากกว่าเนื้อวัว 4 เท่า ไม่นับรวมว่าปลาแซลมอนบางตัวมีพยาธิทะเลอาศัยอยู่ด้วย โดยประเด็นในเรื่องนี้ อ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ ก็ได้เคยให้คำอธิบายในเรื่องดังกล่าวว่า "ใครชอบกิน ปลาแซลมอน (มีตังค์กิน) ก็กินต่อไปเถอะครับ" เคยโพสต์ไว้นานแล้ว เกี่ยวกับบท บก.ของนิตยสารหนึ่งตั้งแต่เมื่อ 2 ปีก่อน (แต่กลับมาแชร์กันใหม่ ช่วงนี้) ที่บอกว่าไม่ควรกินปลาแซลมอน เพราะมาจากฟาร์มเลี้ยงในยุโรป อุดมไปด้วยเชื้อโรค และใส่สารเคมีที่ก่อให้เกิดมะเร็ง ฯลฯ โดยอ้างวารสารชื่อ ecologist และลงท้ายว่าให้มากินปลาทูดีกว่า เรื่องนี้หลายคนในพันทิปช่วยกันอธิบายแล้วว่าไม่เป็นความจริง ปลาแซลมอน ไม่ได้อันตรายอย่างที่ว่าแต่อย่างไร ซึ่งผมจะย่อสรุปให้อ่านกัน ดังนี้ ปลาแซลมอนที่ขายกัน มีทั้งที่เป็นปลาจับจากทะเลธรรมชาติ และที่เป็นปลาเลี้ยงในฟาร์มเปิดในทะเลอีกทีหนึ่ง ปลาจับนั้นมีราคาแพงกว่าปลาเลี้ยงมากๆ  แต่ก็มีรสชาติดีกว่าด้วย เพราะสามารถว่ายน้ำได้เป็นระยะทางไกลจึงมีไขมันในเนื้อไม่มากเท่าปลาเลี้ยง การเพาะเลี้ยงปลาแซลมอนนั้นมีในหลายประเทศทางยุโรปเหนือ ซึ่งมีมาตรฐานการควบคุมการเลี้ยงตามกฎของอียูให้ออกมาใกล้เคียงกับธรรมชาติ ถูกตรวจสอบตามขั้นตอนของกฎอียูทุกๆ อย่าง รวมถึงการควบคุมการใช้ยาปฏิชีวนะและสารเคมีต่าง ๆ ด้วย (ดูรูปประกอบ) ซึ่งข้อดีของการเพาะเลี้ยงก็คือลดการทำลายพันธุ์ปลาตามธรรมชาติ (ขณะที่ผมกลับห่วงปลาทูมากกว่า เพราะเราจับจากธรรมชาติกันอย่างเดียว) ( โฉมหน้า ฟาร์มเลี้ยงแซลมอน ที่ประเทศนอร์เวย์ ) อาหาร ที่ใช้เลี้ยงปลาแซลมอนก็คล้ายๆ กับอาหารสัตว์น้ำอื่นๆ ไม่ได้ใส่สารอะไรที่อันตราย อย่างกรณีของสาร astaxanthin และ canthaxanthin ที่พูดถึงในบทความนั้น ก็กลุ่มสารต้านอนุมูลอิสระ แคโรทีนอยด์ อย่างที่เรากินในแครอท ฟักทอง สารพวกนี้สกัดมาจากสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในธรรมชาติ (สาหร่าย ยีสต์ เปลือกกุ้งปู) ช่วยทำให้เนื้อของปลามีสีส้มมากขึ้น และไม่ได้ก่อมะเร็งหรือเป็นอันตรายต่อการบริโภค บทความต่างประเทศที่เค้าอ้างถึงนั้น พบว่าน่าจะมาจากวารสาร The ecologist ที่พูดถึงเรื่องปลาแซลมอนก็จริง แต่เป็นเรื่องไวรัส ISA ที่แพร่จากฟาร์มเลี้ยงไปสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ทำให้ปลาธรรมชาติติดเชื่อไปด้วย แต่ไวรัสนี้ไม่ได้เป็นอันตรายกับคน ... จริง ๆ แล้ว บทความใน The ecologist ฉบับอื่น ๆ ได้พูดถึงผลกระทบของฟาร์มปลาต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ได้พูดถึงเรื่องความเสี่ยงโรคมะเร็ง **** แซลมอน ได้ชื่อว่าเป็นปลาจากแหล่งบริสุทธิ์ที่ไร้มลพิษและมีคุณค่ามากมาย เพราะระหว่างที่อยู่ในทะเล แซลมอนจะสะสมไขมันจากการกินแพลงตอนและสาหร่ายทะเล ซึ่งเป็นไขมันจำเป็นที่ร่างกายมนุษย์ต้องการแต่สร้างขึ้นเองไม่ได้ นั่นคือกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่เรียกว่า โอเมกา-3 ซึ่งมีประโยชน์มากมายต่อมนุษย์ - สามารถลดคอเรสเตอรอลและไขมันที่ชอบสะสมตามผนังหลอดเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคหัวใจและหลอดเลือด - ชะลอการปวดบวมของโรคกล้ามเนื้ออักเสบและโรครูมาตอยด์ ซึ่งเป็นโรคเรื้อรังและทำให้ข้อพิการ - ลดการเสี่ยงของการเป็นโรคมะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งสำไส้ใหญ่ เป็นต้น - ช่วยลดความดันโลหิต เมื่อรับประทานเป็นประจำ กรด DHA จะช่วยพัฒนาสมอง สายตาความจำและการเรียนรู้ - ช่วยระงับอารมณ์ ยับยั้งอาการป่วยและความห่อเหี่ยวทางจิตใจ ซึ่งมีผลมาจากสมอง - ลดอาการเย็นของมือและเท้าในผู้ป่วยโรคเรย์นอค หลังจากอ่านบทความนี้จบ ก็คงจะได้คำตอบกันแล้วนะคะ ว่า ปลาแซลมอน นั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายมากขนาดไหน

แท็กซี่สุวรรณภูมิ ยัน วิ่งตามปกติ-ขอจำกัด ผดส.4คน/คัน
ข่าวล่าสุด /  แท็กซี่ / 

สยบข่าวลือ!กลุ่มแท็กซี่สุวรรณภูมิ ยัน วิ่งตามปกติ หลังท่าอากาศยานเข้ามาช่วยแก้ปัญหา เสนอจำกัดจำนวนผู้โดยสาร4คนต่อ1คัน  วันที่ 24 เม.ย.58 นายปฐวี มีราช ตัวแทนกลุ่มแท็กซี่สุวรรณภูมิ ยืนยันว่า รถแท็กซี่ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิยังให้บริการตามปกติ ไม่มีการหยุดวิ่งตามที่เป็นข่าว เนื่องจากจะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของประเทศ และวานนี้( 23 เม.ย.)กลุ่มแท็กซี่สุวรรณภูมิได้เข้าหารือกับผู้บริหารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาการเรียกเก็บค่าโดยสารแบบเหมาจ่าย โดยกลุ่มแท็กซี่เสนอให้มีการจำกัดจำนวนผู้โดยสารไม่เกิน 4 คน ต่อรถแท็กซี่ 1 คัน เนื่องจากที่ผ่านมารถแท็กซี่ขนาดใหญ่ต้องบรรทุกผู้โดยสารและสัมภาระจำนวนมาก ทำให้มีต้นทุนการให้บริการสูงกว่ารถเล็ก ขณะที่มีอัตราค่าโดยสารเท่ากัน ซึ่งไม่เป็นธรรมกับผู้ให้บริการรถแท็กซี่ขนาดใหญ่ และกรมธรรม์ประกันภัยกำหนดให้คุ้มครองผู้โดยสารไม่เกิน 4 คน ซึ่งผลการหารือเป็นที่น่าพอใจทั้งสองฝ่าย ขอบคุณข้อมูล/ภาพ สำนักข่าวไทย MThai News