นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์

โหดจัง 10 อันดับประเทศที่ผู้หญิงอยู่ยากและอันตรายที่สุด
10 อันดับ /  ต่างประเทศ / 

โหดจัง 10 อันดับประเทศที่ผู้หญิงอยู่ยากและอันตรายที่สุด ระยะหลังมานี้เรามักได้ยินข่าวผู้หญิงถูกทำร้าย หรือโดนขืนใจอยู่บ่อยครั้งใช่ไหมค่ะ และส่วนใหญ่จะเป็นในแถบของเอเชียใต้ ซึ่งจริงๆ แล้วพวกเธอต้องเจอเหตุการณ์ที่โหดร้ายกว่านั้นมาก จนทำให้ผู้หญิงและเด็กอีกจำนวนมากต้องการความช่วยเหลือในเรื่องของกฎหมาย และสิทธิการคุ้มครอง เพื่อที่พวกเธอจะได้อาศัยอยู่ในประเทศของตัวเองได้ต่อไปโดยไม่ได้รับอันตราย แต่จะมีเหตุการณ์ใดและประเทศใดบ้างนั้น เราไปติดตามพร้อมๆ กันเลยค่ะ เรียบเรียง teen.mthai.com  โหดจัง 10 อันดับประเทศที่ผู้หญิงอยู่ยากและอันตรายที่สุด เริ่มจากอันดับ 10. ประเทศโซมาเลีย ชื่อประเทศคงไม่ค่อยจะคุ้นหูกันเท่าไหร่ แต่ถ้าพูดถึงข่าวคราวที่เคยเกิดขึ้นของประเทศนี้ก็ดังพอสมควร ที่เคยมีการปาหินใส่ “เด็กผู้หญิง” หลังจากที่เธอถูกข่มขืน แต่อีกฝ่ายอ้างว่าเธอคบชู้!! เท่านั้นยังไม่พอ เพราะที่นี่เป็นประเทศที่มีความเสี่ยงที่ผู้หญิงจะถูกข่มขืน อันดับต้นๆ ของโลก บางทีผู้หญิงตั้งครรภ์เองก็ยังไม่เว้น  อันดับ 9. ประเทศซาอุดีอาระเบีย ด้วยความที่ยังเป็นประเทศที่มีสงครามไม่หยุดไม่หย่อน ผู้ชายของประเทศนี้จึง(คิดว่าตัวเอง)เป็นใหญ่ ส่วนสตรีนั้นก็เป็นได้แค่ผู้อยู่ในการปกครอง แม้กระทั่งถ้าแต่งงานไปแล้วญาติของฝ่ายชายก็เป็นผู้ดูแลหญิงคนนี้ไปตลอดชีวิต แต่มีน้อยครอบครัวนักที่จะเลี้ยงดูอย่างดี ส่วนใหญ่มักจะถูกทารุณต่างๆ นานา และหากทำผิดโทษที่ได้รับก็รุนแรงซะเหลือเกิน อันดับ 8. ประเทศปากีสถาน ประเทศที่มีกฎหมายเกี่ยวกับด้านการล่วงละเมิดทางเพศแบบแปลกสุดๆ ที่อนุญาตให้ผู้ชายข่มขื่นผู้หญิงได้ หากคนในครอบครัวฝ่ายหญิงนั้นไปทำร้ายผู้อื่น (ซึ่งฝ่ายหญิงอาจะไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย) โดยว่ากันว่าเพื่อเป็นการกู้ศักดิ์ศรีให้แก่วงตระกูลของผู้ที่ถูกครอบครัวฝ่ายหญิงทำร้าย อันดับ 7. ประเทศมาลี หนึ่งในประเทศที่ขึ้นชื่อว่ายากจนที่สุด จนผู้หญิงบางคนถึงขั้นต้องหลบหนี เพราะจะมีการตัดปุ่มคิตตรอริส เพื่อไม่ให้เกิดอารมณ์ทางเพศ ซึ่งไม่มีการใช้ยาชาทุกชนิด!! และจะสร้างความเจ็บปวดอย่างมาก ส่วนใหญ่ผู้หญิงในมาลีจะแต่งงานตั้งแต่อายุน้อยๆ และ 1 ใน 10 จะเสียชีวิตจากการตั้งครรภ์ หรือคลอดบุตร อันดับ 6. ประเทศกัวเตมาลา ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว รวมทั้งการข่มขืน เป็นปัญหาใหญ่ๆ ของที่นี่ ยังมีสถิติผู้ติดเชื้อ HIV มากเป็นอันดันต้นๆ ของโลก แต่ที่น่ากลัวกว่านั้นคือคดีฆาตกรรมผู้หญิงด้วยวิธีอันโหดเหี่ยมจนหลายๆ คนคาดไม่ถึงนับร้อยๆ คดี ที่บางคดีพบว่ามีการทิ้งข้อความสาปแช่งไว้ที่ศพด้วย!! อันดับ 5. ประเทศซูดาน ความรุนแรงของประเทศนี้ เห็นได้จากคดีข่มขืนตั้งแต่ในปี 2013 พบว่า เหตุการณ์เหล่านี้ได้ทำลายชีวิตของผู้หญิงมากกว่า 1 ล้านคน แต่ที่สำคัญคือความยุติธรรมของคดีเหล่านี้ยังไม่เพียงพอสำหรับเหยื่อที่เป็นผู้หญิง บางคดีโทษที่ผู้ร้ายได้รับนั้นเทียบไม่ได้ของความเจ็บปวดของเหยื่อเลยสักนิด อันดับ 4. ประเทศเนปาล หลายๆ คนคงยังไม่รู้ว่า 1 ใน 24 คนของผู้หญิงในเนปาล จะต้องเสียชีวิตลงจากการตั้งครรภ์และการตั้งครรภ์เพียงลำพัง เพราะคดีข่มขื่นของที่นี่เกิดกันเป็นว่าเล่น ข่มขืนอย่างเดียวยังไม่พอและยังไม่ป้องกันอีกด้วย ผู้หญิงที่นี่จึงต้องแบกรับภาระและอดีตอันหนักหน่วงไว้เพียงผู้เดียว อันดับ 3. ประเทศอิรัก ก่อนหน้านี้สมัยของ ซัดดัม ฮุนเซน เปรียบเสมือนฝันร้ายของผู้หญิงอิรักเลยก็ว่าได้ เพราะไม่ว่าจะโดนทำร้าย กระทำชำเราร้ายแรงแค่ไหนก็ไม่สามารถทำอะไรได้ แต่หลังจากที่สหรัฐฯ ได้เข้ามาปลดปล่อยอะไรๆ ก็ดีขึ้น แต่!!ก็ยังไม่ดีเท่าที่ควร เพราะปัจจุบันก็ยังเสี่ยงต่อการถูกลักพาตัว และการข่มขืน จนทำให้ผู้หญิงกลัวกันอย่างมาก ไม่กล้าออกไปไหนแม้กระทั่งไปทำงาน ทั้งนี้ มีผู้หญิงจำนวนมากกว่า 1 ล้านคนที่ต้องถูกไล่ออกจากงาน และอีกกว่า 1 ล้านคน ที่ไม่มีเงินเพียงพอที่จะใช้ซื้ออาหารมาประทังชีวิต อันดับ 2. ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก เมื่อประเทศต้องเผชิญหน้ากับสงคราม ผู้หญิงก็จะเหมือนตลกนรกจากการข่มขืน ซึ่งยังถือเป็นความรุนแรงที่ไม่สามารถจะรับได้ ที่มีเหยื่อหลายรายต้องเสียชีวิตลงจากเหตุการณ์เหล่านี้ ถ้าไม่เสียชีวิตก็มักจะติดเชื้อ HIV และต้องตั้งครรภ์เลี้ยงลูกเพียงคนเดียว และที่สำคัญผู้หญิงเหล่านี้ไม่มีโอกาสที่จะหาทางเอาตัวรอดจากการถูกกักขังได้ อันดับ 1. ประเทศอัฟกานิสถาน มากกว่าครึ่งของผู้หญิงที่ต้องแต่งงานมีอายุต่ำกว่า 16 ปี และจะมีผู้หญิง 1 คนที่ต้องเสียชีวิตจากสาเหตุการคลอดบุตรในทุกๆ ครึ่งชั่วโมง!! โดย 87% ของผู้หญิง มีประสบการณ์ได้รับความรุนแรงภายในประเทศทั้งสิ้น นอกจากนี้ประเทศอัฟกานิสถานยังเป็นประเทศเดียวที่มีอัตราการฆ่าตัวตายของผู้หญิงสูงกว่าผู้ชายอีกด้วย ซึ่งก็ไม่แปลกนักเพราะถ้าอยู่ต่อไปก็เหมือนกับตายทั้งเป็น ข้อมูล toptenthailand

นปช.ร้อง ผบ.ตร.ทำคดี
ชายชุดดำ /  ผบ.ตร / 

กลุ่ม นปช. เดินทางยื่นจดหมายเปิดผลึกถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการคดีชายชุดดำ ด้วยความโปร่งใส ตามหลักนิติรัฐนิติธรรม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช.พร้อมนางธิดา ถาวรเศรษฐ์ นายแพทย์เหวง โตจิราการ แกนนำ และทนายความ เดินทางเข้าพบพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการคดีชายชุดดำ ตามหลักนิติรัฐนิติธรรมอย่างเคร่งครัด โดยทางกลุ่ม นปช.ได้ทำจดหมายเปิดผนึกทำความเข้าใจและเรียกร้องต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและคณะให้มีการสอบสวนจับกุมรวมถึงการทำแผนเป็นไปตามหลักนิติรัฐนิติธรรม ซึ่งทางกลุ่ม นปช.ได้ตั้งข้อสังเกตการแถลงข่าวจับกุมชายชุดดำ 5 คนว่า ทำให้สังคมเกิดความเข้าใจว่าผู้ถูกจับกุมเป็นเหตุให้ทหารและพลเอกร่มเกล้า ธุวธรรมเสียชีวิต แท้จริงแล้วตำรวจเพียงตั้งข้อกล่าวหาร่วมกันมีและใช้อาวุธปืนและพกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเหตุการณ์ที่แถลงเป็นคนละจุดสถานที่และต่างเวลากับกรณีพลเอกร่มเกล้าเสียชีวิต ทั้งที่ผลการสอบสวนและหลักฐานได้ข้อยุติว่าพลเอกร่มเกล้าพร้อมทหาร 4 นาย เกิดจากระเบิดขว้างแบบ M 67 ไม่ใช่อาวุธที่นำมาแถลง ซึ่งที่ผ่านมาศพของทหารไม่ได้มีการชันสูตรพลิกศพตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาสำหรับผู้เสียชีวิตผิดธรรมชาติ มีเพียงแค่กรณีศพของพลทหารณรงค์ฤทธิ์ สาละเท่านั้น ซึ่งการแถลงข่าวมุ่งหวังเชื่อมโยงจากปี 2553 ถึง 2557 ให้สังคมเข้าใจว่าเป็นการกระทำต่อเนื่องโดยไม่แสดงความขัดเจนของข้อมูลที่น่าเชื่อถือ จึงเรียกร้องต่อพล.ต.อ.สมยศและคณะ ให้นำคดีผู้เสียขีวิตปี 2553 ไม่ว่าจะเป็นทหาร หรือประชาชนทุกรายเข้าสู่กระบวนการสอบสวนโดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) และดำเนินการตามวิธีการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัดเท่าเทียม และโดยเร็ว เพื่อให้สังคมเข้าใจผิดและต้องหาคนผิดมาลงโทษ และไม่ให้ผู้บริสุทธิ์ต้องถูกกล่าวหา อีกทั้งขอให้ไม่กระทำการละเมิดสิทธิมนุษยชน คุกคามบีบคั้น ให้ผู้ถูกกล่าวหาต้องรับสารภาพทางร่างกายและจิตใจ รวมถึงการแถลงข่าวจับกุมการทำแผนต้องทำโดยมีหลักฐานชัดเจน ไม่ใช่ทำเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของบุคคลใดหรือคณะใด นอกจากนี้ นปช.ขอทำความเข้าใจว่า ยินดีให้การสืบสวนสอบสวนดำเนินไปตามกฎหมายและหลักฐานไม่ได้ขัดขวาง แต่ขอให้ทำงานตรงไปตรงมา พร้อมทั้งขอปฏิเสธการแถลงที่นำไปสู่ข้อสรุปว่า นปช.มีกองกำลังติดอาวุธโดยยืนยันว่าที่ผ่านมาเคลื่อนไหวสงบ โดยหวังว่าตำรวจจะสร้างความยุติธรรมให้เกิดขึ้น MThai News

ละครภพรัก , เรื่องย่อภพรัก
ละครภพรัก /  ละครภพรัก ช่อง 3 / 

เรื่องย่อละครภพรัก ความตาย.. อาจเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ แต่สำหรับ “เธอ” .. การดับสูญที่ยิ่งใหญ่นำมาซึ่งความผูกพันล้ำค่าบนโลกใบสวย .. ความรักระหว่าง “เธอ” และ “เขา” อาจเป็นไปไม่ได้หากแต่ใน “ภพรัก”…ความสุขในความรักระหว่างเขาและเธอ สดใสและงดงามเสมอ หมวดเหยี่ยว เป็นลูกชายคนเดียวของ วิหค นายตำรวจมือปราบที่เลื่องชื่อในอดีต เหยี่ยวกำพร้าพ่อและแม่มาตั้งแต่เล็กเพราะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมกัน ด้วยสาเหตุที่หลายคนยังตั้งข้อสงสัย วิหคเป็นตำรวจน้ำดีที่หลายคนให้การยกย่อง ทำงานตรงไปตรงมาแบบยอมหักไม่ยอมงอ แต่แล้วจู่ๆ ต้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนปริศนาที่คนขับชนแล้วหนี เหยี่ยวอาศัยอยู่ในชุมชนริมน้ำหลังวัดเก่ากับ ยายนวล ยายตาบอดอารมณ์ดี จิตใจแจ่มใส ชอบทำบุญอยู่ในศีลในธรรม มีข้อเดียวที่ยายนวลผิดศีลอย่างเลิกไม่ได้คือต้องเล่นหวยอยู่เป็นนิจ และยายนวลก็เหมือนมีพรายกระซิบทุก 15 วัน ??? ตั้งแต่เหยี่ยวเล็กจนโต.. ยายนวลถูกหวยงวดเว้นงวด !!! เหยี่ยว มุ่งมั่นเรียนจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จนสอบเข้าทำงานในสำนักงานสืบสวนพิเศษได้ หากแต่ในวิชาชีพตำรวจเหยี่ยวกลับทำไม่ได้ดีเหมือนพ่อ คดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบมักมีข้อผิดพลาดไม่ราบรื่น ยิ่งโดนเปรียบ เทียบกับพ่อ.. เหยี่ยวยิ่งทำงานพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งหลังผู้ต้องหาในคดีค้ายาเสพติดต้องรอดคดีไปได้อย่างลอยนวล เพราะการสอบสวนแบบถึงลูกถึงคนของแหยี่ยวโดนบันทึกภาพผ่านโทรศัพท์มือถือของ ทนายผู้ต้องหา และการนำสืบชี้นำไปที่เหยี่ยวขาดวุฒิภาวะในการควบคุมอารมณ์ ข่มขู่ผู้ต้องหาให้รับสารภาพ หมวดเหยี่ยวถูกคาดโทษจากผู้บัญชาการว่าจะต้องถูกย้ายหากมีข้อผิดพลาดอะไร เกิดขึ้นอีก !!! ดูเหมือนชีวิตของหมวดเหยี่ยวกำลังรอคอยใครบางคน ใครบางคนที่จะเติมเต็ม.. ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น คืนวันหนึ่งขณะหมวดเหยี่ยวออกจากสำนักงานสืบฯ กำลังจะขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางเขารู้สึกแปลกๆ ในจิตใจคล้ายมีคลื่นพลังงานบางอย่างเข้ามากระทบในโสตสัมผัส เมื่อเลี้ยวรถตรงทางแยกหน้าปากซอย เขาพบรถสปอร์ตเกิดอุบัติเหตุตกบึงน้ำขนาดใหญ่ที่ข้างทาง เมื่อ กองพิสูจน์หลักฐานดึงรถยนต์คันงามขึ้นมา.. ทุกคนต้องแปลกใจเพราะภายในรถว่างเปล่า !! ไม่ปรากฏร่างเจ้าของรถผู้ขับขี่ ตำรวจตรวจดูโดยรอบแล้วไม่พบศพผู้เสียชีวิต !!! ขณะ เหยี่ยวช่วยตำรวจท้องที่กันบรรดาไทยมุงออกมาจากพื้นที่ เขาสะดุดสายตาเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางต่างจากชาวบ้านแถบนั้นโดยสิ้นเชิง เงอะๆ งะๆ จนเกือบจะเข้าไปในเขตห้ามเข้า เหยี่ยวต้องเอ่ยปากไล่ไม่ให้เข้ามาวุ่นวายในพื้นที่ เดี๋ยวจะเป็นการทำลายหลักฐานสำคัญ หญิงสาวคนนั้นสะดุ้งสุดตัวก่อนจะเดินหนีออกไป ก่อนขับรถกลับบ้าน เหยี่ยวพบสร้อยคอพร้อมล็อกเก็ตรูปหัวใจตกอยู่ข้างรถ เขาหยิบล็อกเก็ตเส้นนั้นและนำกลับไปบ้านด้วยอย่าง เผลอตัว ความแปลกประหลาดเริ่มบังเกิดขึ้นกับเหยี่ยวนับตั้งแต่วินาทีนั้น.. ตอนกลับบ้าน เสียงหมาวัดแถวนั้นต่างพากันประสานเสียงหอนกันระงมราวกับเห็นผี ! ยายนวลที่ตาบอดยังร้องทักว่าเหยี่ยวพาเพื่อนมาเที่ยวบ้านทำไมไม่บอก จะได้หาข้าวหาปลาให้ทาน มิวายที่เหยี่ยวจะปฏิเสธ แต่ยายนวลกลับไม่เชื่อเถียงคอเป็นเอ็นหาว่าหลานชายแอบเอาสาวเข้าบ้านโดยไม่ บอกให้ยายรู้ จนเหยี่ยวต้องเรียก จ่านกน้อย ตำรวจคู่หูที่อยู่ข้างบ้านมายืนยันว่าไม่มีใครมาด้วย ยายนวลถึงจะเชื่อและเรียกจ่านกน้อยไปขูดต้นกล้วยหลังวัดด้วยกันอย่างออกรส ตามประสาคนบ้าหวยด้วยกัน จ่านกน้อยเป็นตำรวจที่มีอดีตไม่น่าจดจำ บ้าหวยทำตัวไร้สาระก็เพื่อลบปมเศร้าสะเทือนใจในชีวิต เมื่อ 5 ปีที่แล้ว.. นกยูง ลูกสาววัยรุ่นของจ่านกน้อยเสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาด เพราะพ่อบ้างานจนไม่มีเวลาให้ หลังเสียลูกสาวไม่นานเมียก็ต้องเสียชีวิตตามไปอีกคน เพราะโดนคนเมายาบ้าจับเป็นตัวประกัน แล้วจ่าเข้าไปช่วยไม่ทัน นับตั้งแต่นั้น.. ชีวิตจ่านกน้อยก็ไร้แก่นสาร ทำงานไปแบบวันเติมวัน เหมือนกำลังรอวันลาโลก!!! ย่ำ รุ่งคืนวันนั้นเอง เหยี่ยวกลับได้ยินเสียงร้องสะอื้นไห้อย่างน่าสงสารในสวนหลังบ้าน เหยี่ยวพบกับหญิงสาวคนเดียวกับเมื่อตอนหัวค่ำ เธออยู่ในชุดขาวสวยเฉี่ยวทันสมัย ร้องไห้พลางบอกว่าไม่มีที่ไป ไม่มีใครเห็นเธอเลยนอกจากเหยี่ยว ภาพหญิงสาวค่อยๆ จางหายไป .. พร้อมๆ กับพระอาทิตย์ที่กำลังโผล่ขึ้นพ้นขอบฟ้า !หมวดเหยี่ยวอึ้งแทบไม่เชื่อภาพที่ปรากฏต่อสายตา เขาพบกับผีสาว ! ตัวจริง ! เสียงจริง ! เช้าวันรุ่งขึ้น.. เหยี่ยวตื่นแต่เช้ามาใส่บาตรกับ หลวงตาเคี้ยง เขาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง หลวงตาฟังไปพร้อมกับตาลุกด้วยความตื่นเต้น อรรถาธิบายว่าผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นวิญญาณที่เพิ่งออกจากร่าง เพราะเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหัน วิญญาณจึงยังล่องลอยไม่มีที่พึ่ง พออธิบายเสร็จ หลวงตาเคี้ยงก็รีบให้ศีลให้พร จ้ำอ้าวๆ กลับกุฏิแทบไม่ทัน สมดังคำล่ำลือว่าหลวงตาเคี้ยงไม่ค่อยถูกชะตากับพลังงานลึกลับ ?!?!? ทุกวันเมื่อไปทำงานสำนักงานสืบฯ เหยี่ยวต้องปะทะคารมอย่างรุนแรงกับ ผบ.สงคราม ที่จ้องจับผิดตลอดเวลา แม้ผบ.สงครามจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับพ่อ แต่ความจริงที่เหยี่ยวไม่รู้ก็คือ.. สงครามไม่ได้เป็นเพื่อนกับวิหค แต่เป็นคู่แข่งกันมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยเรียนจนทำงานตำรวจ แข่งกันทุกครั้งสงครามก็แพ้วิหคทุกครั้ง .. หนำซ้ำการเสียชีวิตของวิหค ยังมีข่าวลืออีกว่าเป็นเพราะกำลังทำงานลับบางอย่างแข่งกับสงคราม จึงต้องเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ล่า สุดกับคดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบ.. จับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่น เขาเกือบทำพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย เมื่อไว้ใจทิ้งหลักฐานวิดีโอการซื้อขายยาที่จะมัดตัวจอมบงการไว้กับสายสืบ นักข่าวคนหนึ่งที่แปรพักตร์เพราะโดนข่มขู่จากเจ้าพ่อ โชคดีที่ขณะจะกลับ เสียงผีสาวมาบอกให้ไปจับคนร้ายเสียก่อน เหยี่ยวจึงทำงานสำเร็จ ได้รับคำชมเชยเป็นครั้งแรกจาก ผบ.สงคราม คืน วันนั้นเหยี่ยวออกมาที่ต้นลำดวนหลังบ้าน เรียกหญิงคนนั้นเพื่อสอบถามเรื่องราวทั้งหมด วิญญาณสาวคนเดิมออกมาตามเสียงเรียก เธอเรียกตัวเองว่า “น้ำ” แต่จำอะไรไม่ได้เลยนอกจากชื่อ น้ำริน ของตัวเอง น้ำ รินไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องตามเหยี่ยวมาที่นี่ รู้แต่ว่าเธอต้องตามติดเหยี่ยวไปในทุกที่.. เพียงแต่ในช่วงกลางวันเหยี่ยวจะมองไม่เห็นร่างของเธอเท่านั้น ตั้งแต่ นั้นความโกลาหลในชีวิตเหยี่ยวจึงบังเกิด ?!? หมวดเหยี่ยวประสาทเสียที่จู่ๆ ก็มีวิญญาณสาวสวยคอยติดตามไปทุกที่ แม้ในเวลาที่ต้องเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ และ เวลานอน ?!? หนำซ้ำยายนวลยังเป็นอีกคนที่ได้ยินเสียงเหยี่ยว กับน้ำรินคุยกันบ่อยๆ เหยี่ยวเดาเอาเองจากการที่ยายถูกหวยทุกงวดว่าน่าจะเป็นเพราะยายมีสัมผัสที่ หก ได้ยินเสียงพรายกระซิบเป็นประจำ จึงไม่แปลกที่ยายจะได้ยินเสียงน้ำรินเช่นเดียวกับเขา เหยี่ยวโกหก ยายนวลว่าน้ำรินเป็นพยานปากเอกที่เขาได้รับมอบหมายจากสำนักงานสืบฯ ให้นำตัวมาเก็บไว้ โดยใช้บ้านเหยี่ยวเพื่อเป็นเซฟเฮ้าส์ ยายนวลจึงคลายใจหันมาคุยกับน้ำรินวิญญาณสาวอย่างออกรสด้วยนึกว่าหล่อนเป็นคน เมื่อเวลาผ่านไป.. การสนิทสนมกับน้ำรินทำให้ชีวิตยายนวลมีชีวิตชีวามากขึ้น น้ำรินเป็นผีสาวความจำเสื่อมที่อารมณ์ดี มองโลกสดใสในทางบวก ความทรงจำน้ำรินเริ่มกลับมาทีละน้อยๆ เธอจำได้ว่าตัวเองมีฝีมือในการทำขนมไทยอย่างหาตัวจับยาก ตั้งแต่นั้นบ้านหลังน้อยของหมวดเหยี่ยวจึงเกิดกิจกรรมพิเศษของสองคู่ซี้ต่าง วัยและต่างภพ ทำขนมไทยสารพัดชนิดเพื่อเป็นรายได้เสริม ขนมไทยแสนอร่อยของยายนวลเป็นที่นิยมชมชอบของคนในชุมชนมากขึ้นเรื่อยๆ ยาย นวลชวนจ่านกน้อยคู่ซี้มาทำขนมด้วยกันในตอนค่ำ เพื่อละเลิกจากกิจกรรมขี้เมาบ้าหวย สร้างความสนุกสนานและเพลิดเพลินให้กับจ่าไม่น้อย แต่จ่านกน้อยกับชาวบ้านแถบนั้นรวมไปถึงหลวงตาเคี้ยงยังไม่วายต้องผวาไปกับ เสียงแปลกๆ ยามค่ำ และพฤติกรรมเหมือนกำลังคุยกับผีของยายนวลอยู่เนืองๆ สินค้าขนมไทยของยายนวลในชุมชน ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก ธารา นักธุรกิจสาวที่ผันตัวเองจากโลกธุรกิจ มาทำมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ ธาราต้องนั่งรถเข็นจากการเกิดอุบัติเหตุเมื่อปีก่อน ตั้งแต่นั้นธาราจึงอุทิศตัวเองเพื่อสังคม หันหลังให้กับโลกธุรกิจปล่อยให้เป็นหน้าที่ผู้บริหารมืออาชีพ ส่วนตัวเองหันมาทำงานเพื่อสังคมส่วนรวม เมื่อน้ำรินเห็นหน้าธารา.. เธอรู้สึกแปลกๆ เหมือนรู้จักผู้หญิงคนนี้เป็นอย่างดี แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกว่าเคยพบกันที่ไหน ได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ ดูเหมือนวิญญาณน้ำรินกำลังทำความดีชดเชยกับเรื่องราวในอดีตที่เธอยังจำไม่ได้ น้ำรินไม่รู้เลยว่าในตอนมีชีวิตอยู่ เธอมีส่วนทำให้นกยูงลูกสาวจ่านกน้อยเสียชีวิต เพราะ เสพยาเกินขนาด!! วันหนึ่งน้ำรินมีโอกาสเห็นรูปนกยูงโดยบังเอิญ เธอจำได้ทันทีว่าเด็กสาวคนนี้ เคยทำงานพาร์ทไทม์กับเธอที่ใดที่หนึ่งเกี่ยวกับการทำขนม ยิ่งไปกว่านั้น..น้ำรินจำได้ว่าเด็กสาวคนนี้เสียชีวิตเพราะเธอเฉยเมย ไม่ยอมช่วยนกยูงที่เอ่ยปากขอเบี้ยเลี้ยงล่วงหน้า ทำให้นกยูงเข้าสู่วังวนของการส่งยา ค้ายา จนถึงขั้นนกยูงโดนฆ่าตายเพราะคนร้ายต้องการปิดปากเรื่องเครือข่ายค้ายาฯ นกยูงโดนจัดฉากว่าเสพยาเกินขนาด เธอพยายามทำทุกวิถีทางให้ชีวิตของจ่านกน้อยดีขึ้น หลัง จากนั้นเป็นต้นมา เหยี่ยวกับน้ำรินยิ่งใกล้ชิดผูกพันกันมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งสนิทสนม ยิ่งทำให้ทั้งคู่กลายเป็นส่วนผสมของความกุ๊กกิ๊กอลวนที่ลงตัว น้ำรินแสดงถึงความเป็นคุณหนูไฮโซให้เห็นมากขึ้น เธอทั้งซุกซน ซุ่มซ่าม และเผลอเอาแต่ใจตัวเอง น้ำรินขอร้องให้ เหยี่ยวช่วยสืบหาว่าเธอเป็นผีมาจากไหน มีประวัติความเป็นมายังไง .. เหตุใดเธอจึงยังไม่ไปผุดไปเกิดซะที แต่แล้ววันหนึ่งน้ำรินก็ได้พบกับ ป้าปริก วิญญาณอีกดวงนึงที่ดูเหมือนเป็นวิญญาณที่ความอารมณ์ดี ป้าปริกสอนให้น้ำรินกลายเป็นวิญญาณคุณภาพ สามารถควบคุมให้สิ่งของต่างๆ เคลื่อนที่ได้ น้ำรินสามารถหยิบจับของต่างๆ และรับรู้ความรู้สึกในการสัมผัสได้ราวกับมีเลือดเนื้อเหมือนมนุษย์ ต่างกันเพียงว่าไม่มีใครมองเห็นเธอได้… นอกจากเหยี่ยวเพียงคนเดียว และการที่รู้สึกและหยิบจับของต่างๆ ได้เหมือนมนุษย์นี่เอง ที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำรินกับเหยี่ยวออกอาการกุ๊กกิ๊กแนบแน่นมาก ขึ้นกว่าเดิม เพราะเหยี่ยวมักเผลอโอบคอน้ำรินเหมือนเคยๆ ทุกครั้งเพราะไม่เคยทำได้สักที แต่มาวันนี้กลับกลายเป็นรู้สึกได้ว่าเขากำลังกอดคอหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งยิ่งทำให้ทั้งคู่เขินอายและต้องระวังตัวระหว่างกันมากยิ่งขึ้น น้ำ รินมีโอกาสช่วยเหลือเหยี่ยวในการทำงานสำนักงานสืบฯ หลายครั้ง คดีสำคัญก็คือ.. เหยี่ยวสามารถคลี่คลายคดียาเสพติดในหมู่วัยรุ่นได้ เขาจับตัวการที่โยงใยทำให้นกยูงลูกสาวของจ่านกน้อยตาย จ่านกน้อยมีจิตใจดีขึ้นมากขึ้น เพราะความจริงปรากฏชัดว่านกยูงไม่ได้เสพยาเกินขนาดจนตาย แต่เธอตายเพราะต้องการเปิดโปงเครือข่ายค้ายา นกยูงตายเพื่อความถูกต้องในสังคม สมกับเป็นลูกสาวตำรวจอย่างจ่านกน้อย จ่านกน้อยเลิกขี้เมา บ้าหวย หันมาใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ อุทิศตนเองให้กับชุมชนฯ เหยี่ยว เหมือนเป็นนายตำรวจพรายกระซิบ ทำงานสำคัญๆ สำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ น่าแปลกที่ทุกครั้ง ที่น้ำรินช่วยเหยี่ยวคลี่คลายคดีสำคัญได้ ความทรงจำของเธอจะกลับมาหนึ่งอย่างเสมอ เหมือนการช่วยแก้ไขคดีแต่ละคดีเป็นการทดแทนการทำความผิดพลาดในอดีตหมวดแนน แฟนเก่าของเหยี่ยว กลับมาคลุกคลีกับเหยี่ยวอีกครั้ง จนน้ำรินเริ่มหึง ซึ่งเหยี่ยวเริ่มจับสังเกตได้ ภพธร กับนับดาว ยังไม่หยุดแผนที่จะฆ่าธารา จนสงครามเริ่มสงสัยในตัวภพธร จึงพาธาราไปซ่อนตัวที่เซฟเฮ้าส์ โดยให้เหยี่ยวตามไปดูแล คุ้มครองธารา ที่นั่นเอง สงครามได้แสดงความรักที่มีต่อธารามาอย่างช้านาน แต่ธาราปฎิเสธ เพราะไม่อยากผิดต่อพ่อของน้ำริน ซึ่งเป็นเพื่อนรักของสงครามนั่นเอง ถนนทางเข้าเซฟเฮ้าส์ คือถนนที่ครั้งหนึ่ง เหยี่ยว เคยนั่งรถมาพร้อมกับพ่อและแม่ และที่นี่เอง เหยี่ยวได้สูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปกับอุบัติเหตุ ทุกครั้งที่เหยี่ยวขี่จักรยานผ่านจุดเกิดเหตุ เขาก็อดนึกถึงอดีตอันเจ็บปวดไม่ได้ น้ำรินซึ่งติดตามเหยี่ยวมาด้วย พยายามพูดให้กำลังใจ ให้เหยี่ยวต่อสู้กับอดีตอันเลวร้ายให้ได้ ทำให้เหยี่ยวรู้สึกเข้มแข็งขึ้นเมื่อได้อยู่กับน้ำรินน้ำรินเองก็รู้สึกคุ้นหน้าธารามาก แต่ยังนึกเหตุการณ์ในอดีตไม่ได้สักที จำได้แต่ว่า ก่อนตายเธอใกล้มีความสุขที่สุดในชีวิต .. น้ำรินกำลังจะแต่งงาน !!! แล้วจู่ๆ สร้อยล็อตเก็ตรูปหัวใจก็ตกลงจากลิ้นชักโต๊ะทำงานของเหยี่ยว เหยี่ยวระลึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองเผลอหยิบมาจากริมบึงที่มีรถจมน้ำ.. ต้องเป็นเพราะล็อคเก็ตรูปหัวใจแน่ๆ น้ำรินถึงมาติดอยู่กับเขาแบบนี้ !!! เหยี่ยว สืบเรื่องของน้ำรินโดยเริ่มจากคดีรถสปอร์ตจมหายไปในน้ำ ตามไปถึงบ้านใหญ่โตของเจ้าของรถ ในที่สุดเหยี่ยวจึงรู้ว่าน้ำรินคือเจ้าของรถคันนั้น เป็นลูกสาวคนเดียวของ ธารา เศรษฐีนีแม่ม่ายเจ้าของเครือโรงแรมสตาร์ออฟสยาม เครือข่ายโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันนี้ ความจริงแล้วน้ำรินเป็นลูกสาวของคุณธารา สาวใหญ่ใจดีเจ้าของมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ วิญญาณเธอได้พบกับแม่ เพียงแต่เธอจำแม่ไม่ได้ เหยี่ยวปักใจเชื่อว่าคนที่น่าสงสัยที่สุดเห็นจะเป็น ภพธร นักธุรกิจหนุ่มผู้เป็นทั้งพี่ชายบุญธรรม ผู้บริหารเครือโรงแรมนี้ทั้งหมด และเป็นอดีตคู่หมั้นของน้ำริน ภพธรคือคนที่น่าสงสัยที่สุด เมื่อ ตอนมีชีวิตอยู่.. น้ำรินเติบโตมากับภพธรผู้เป็นเหมือนพี่ชาย ภพธรเป็นลูกชาย นุติ อดีตเจ้าของเดอะสตาร์ออฟสยาม ที่ฆ่าตัวตายเพราะทำธุรกิจผิดพลาดจนต้องให้ ธารา แม่ของน้ำรินเข้าซื้อกิจการ แต่มีข่าวลือในวงธุรกิจ.. ความจริงแล้วนุติฆ่าตัวตายเพราะทนไม่ได้ที่โดนธาราโกงจนหมดตัว ธารารู้สึกผิด.. จึงส่งเสียเลี้ยงดูภพธรเป็นลูกบุญธรรม ให้เติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กับน้ำรินลูกแท้ๆ ธาราเดินไม่ได้เพราะได้รับอุบัติเหตุจากการขับรถเมื่อปีก่อน ทำให้อำนาจการบริหารโรงแรมทั้งหมดอยู่ในมือของภพธรลูกบุญธรรมซึ่งกำลังจะ แต่งงานกับน้ำริน และธารารู้สึกผิดกับบาปที่ตัวเองสร้างไว้ในอดีต เธอจึงหันมาทำมูลนิธิช่วยเหลือคนด้อยโอกาสในสังคม ต้องการไถ่บาปสร้างความดีเพื่อชดเชยกับสิ่งที่ตัวเองเคยกระทำไว้ในอดีต น้ำ รินขอบคุณเหยี่ยวและขอให้พาเธอไปสถานที่แห่งหนึ่งเป็นครั้งสุดท้าย เป็นบ้านสวนริมน้ำของ นับดาว ผู้หญิงที่เป็นเพื่อนรักของเธอมาตั้งแต่เด็ก นับดาวเป็นเหมือนเพื่อนคู่หูน้ำรินมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมเรื่อยมาจน กระทั่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยและจบการศึกษา เธอเป็นเหมือนเพื่อนรัก… หากแต่ซ่อนปมความคิดอิจฉาริษยาเพื่อนที่เพียบพร้อมไปทุกอย่างอย่างน้ำรินมา ตลอด นับ ดาวกำลังอยู่กับภพธรฉันท์สามีภรรยา จากคำพูดที่ทั้งสองกำลังปรึกษากัน น้ำรินจึงรู้ว่าทั้งสองแอบคบกันมานานแล้ว เพราะปมชีวิตของนับดาวที่ไม่อาจจะสู้น้ำรินได้ตลอดมา ทำให้นับดาวคิดแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับน้ำรินโดยน้ำรินไม่รู้ตัว สิ่งที่นับดาวเอาชนะน้ำรินได้อย่างเด็ดขาดคือการพิชิตหัวใจของภพธร เพราะภพธรโกรธแค้นครอบครัวของน้ำรินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งสองตั้งใจจะฮุบกิจการโรงแรมของธาราโดยเร็วที่สุด ทั้งเพื่อแก้แค้นให้ภพธรและเพื่อตัวของพวกเขาเอง.. นับดาวเป็นคนวาง แผนบงการทำให้ธาราต้องพิการ และวางแผนฆ่าน้ำรินก่อนการแต่งงานจะเกิดขึ้น !!! น้ำรินมีโรคประจำตัวที่ต้องทานยาเป็นประจำทุกวัน ภพธรแอบเปลี่ยนยาทำให้น้ำรินหมดสติ ขับรถตกบึงน้ำขนาดใหญ่ ก่อนจะอำพรางนำศพของเธอไปเผาทิ้ง ทำให้น้ำรินกลายเป็นบุคคลหายสาปสูญไปเพื่อทำลายหลักฐาน !!! นับดาวกับภพธรแอบเปิดประตูให้คนร้ายเข้าไปในคฤหาสน์ของธารา แต่ขณะที่กำลังจะทำอันตรายธารา เหยี่ยวกับน้ำรินเดินทางมาช่วยธาราได้ทันเวลา นับดาวกับภพธรถูกตำรวจจับ…และถูกลงโทษตามความผิดที่ตัวเองกระทำ ฐานทำร้ายน้ำรินถึงแก่ความตาย เวลานี้ภารกิจของน้ำรินดูเหมือนจะเสร็จสิ้นแล้ว พลังงานภายในวิญญาณของเธออ่อนแรงลง น้ำ รินรู้สึกว่าดวงวิญญาณของเธออาจดับสูญภายในคืนนี้.. เธอรวบรวมพลังงานทั้งหมดเท่าที่เหลืออยู่ ปรากฏกายให้เหยี่ยวเห็นเป็นครั้งสุดท้าย แม้ช่วงเวลาที่น้ำรินจะอยู่กับเหยี่ยวมีเพียงช่วงสั้นๆ หากแต่ความผูกพันในช่วงเวลาอันน้อยนิดระหว่างเธอกับเขา แนบแน่นจนกลายเป็น “ความรัก” ไปเสียแล้ว … เช่นเดียวกับเหยี่ยวที่รู้ใจตัวเองว่ารัก น้ำริน.. วิญญาณ สาวที่กำลังจะดับสลายไปในอีกไม่กี่วินาทีต่อจากนี้ เหยี่ยวอยากจะอ้อนวอนขอให้น้ำรินอยู่กับเขาตลอดไป แต่เขารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้…ไม่มีใครฝืนสัจธรรมการแตกดับนี้ไปได้ เหยี่ยวจึงตั้งจิตมั่นสัญญาไว้กับน้ำริน เขาจะรักเธอตลอดไป จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงความรักที่เขามีให้เธอ ทั้งสองจากกันด้วยน้ำตา… 18 ปีต่อมา… หมวดเหยี่ยวนายตำรวจหนุ่มไฟแรงจบใหม่ในอดีต.. กลายเป็นหนุ่มใหญ่ผู้บัญชาการสำนักงานสืบสวนพิเศษในปัจจุบัน เขามุ่งมั่นในการทำงานจนไม่มีเวลาเหลือให้กับใคร คนเก่าคนแก่ภายในสำนักงานสืบสวนฯ ต่างรู้ดีว่าผู้บัญชาการผู้นี้ยังคงมีอดีตรักฝังใจที่ยากจะลืมเลือน ผบ.เหยี่ยวไม่มีหัวใจจะรักใครได้อีกแล้ว.. จวบจนวันนี้…วันที่สำนักงานสืบสวนพิเศษได้มีโอกาสต้อนรับ น้ำค้าง นักข่าวหญิงเพิ่งจบใหม่จากรั้วมหาวิทยาลัย สาวนักข่าวที่ทันทีที่ผบ.เหยี่ยวเห็นหน้าแล้วต้องชะงักด้วยความตกใจ ฤาสัญญารักที่เขาเคยให้ไว้กับน้ำรินมีผลลัพธ์เกิดขึ้นแล้วในวันนี้… น้ำค้าง…มีใบหน้าบุคลิก ท่าทาง รอยยิ้ม เหมือนกับน้ำริน .. ราวกับเป็นคนๆ เดียวกัน !

ละครพราว , เรื่องย่อพราว
อั้ม พัชราภา /  เวียร์ ศุกลวัฒน์ / 

เรื่องย่อ ละคร พราวผลิตโดย บ.พอดีคำ เอนเทอร์เทนเมนต์ฯ พราว เป็นเรื่องราวของ พราว นางเอกสาวซุปตาร์ตัวแม่ของวงการบันเทิง เจ้าแม่อีเว้นท์ โฆษณา มีความสามารถด้านการแสดงสูงปรี๊ด กวาดรางวัลเพียบ พราวเป็นคนที่มั่นใจและเชื่อมั่นในตัวเองสูง แต่แอบเจ้าอารมณ์และเอาแต่ใจ มีจุดอ่อนที่ความขี้กลัวและกลัว ตาย มีเสนาหอยรับบทเป็นคู่หูคนสนิท ที่ถอดแบบคาแร็คเตอร์มาจาก เอ ศุภชัย แบบเป๊ะ ๆ ส่วนหนุ่ม เวียร์ ศุกลวัฒน์ รับบทเป็น สมชาย นายตำรวจมือปราบหนุ่มมากฝีมือของสำนักงานตำรวจ ที่ครอบครัวเชียร์ให้รักกับพราว ละคร พราว นำแสดงโดย เวียร์ ศุกลวัฒน์ ,อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ ,เอส กันตพงศ์,อานัส ฬาพานิช,หยก ธัญยกันต์,ส้ม ธัญสินี,บี มาติกา,ดวงดาว จารุจินดา,อังคณา วรรัตนาชัย,สุพรรษา เนื่องภิรมย์,สรารัตน์ หรุ่มเรืองวงษ์,เสนาหอย เกียรติศักดิ์ อุดมนาค ละคร พราว ละคร พราว ละคร พราว ละคร พราว ละคร พราว ละคร พราว

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองฮอยอัน (Hoian)
Hoian /  สถานที่ท่องเที่ยว / 

นักเดินทางทั่วทุกมุมโลกที่มาเยือนเวียดนาม ล้วนเลือกเอา ฮอยอัน (Hoian) เป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยว เพราะชื่อเสียงของเมืองมรดกโลกที่ยังคงมีลมหายใจ เสน่ห์ของตึกเก่าสีเหลืองสวยสไตล์โคโลเนียล ที่อนุรักษ์เอาไว้ให้คงเอกลักษณ์ดังเช่นอดีต วิถีชีวิตที่เรียบง่ายและสวยงามของชาวเมืองฮอยอัน ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีพร้อมสรรพสำหรับนักท่องเที่ยว แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองฮอยอัน (Hoian) ภาพจาก http://www.impresstravel.com/ เมืองฮอยอัน อยู่ห่างจากเมืองท่าดานัง ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำทูโบน ห่างจากชายฝั่งทะเลเข้ามาตอนในระยะทางไม่กี่กิโลเมตร เมืองเก่าโบราณที่เต็มไปด้วยเสน่ห์แห่งนี้ ครั้งหนึ่งในอดีตเคยเป็นเมืองที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาก ในบริเวณที่เคยเป็นไดเวียดกลางภายใต้การปกครองของขุนนางเหวียน และปรากฏอยู่ในแวดวงของนักเดินทางตะวันตกในศตวรรษที่ 17 และ 18 แรกเริ่มเมืองฮอยอันเคยเป็นเมืองท่าชายทะเลในอาณาจักรจามปา เรียกกันในชื่อว่า ได๋เจียน โดยมีเมืองหลวงอยู่ที่ตราเกียว และมีศานสถานอันศักดิ์สิทธิ์อยู่ที่หมี่เซิน ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากฮอยอันมากนัก ปี พ.ศ. 2542 องค์การยูเนสโก ก็ได้ประกาศให้ฮอยอันเป็นเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรม เพราะความงดงามและเก่าแก่ของบ้านเมือง รวมทั้งเอกลักษณ์อันโดดเด่นที่ยังคงสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งนั่นทำให้ผู้คนหลั่งไหลเข้ามายังเมืองแห่งนี้ ประดุจน้ำในแม่น้ำทูโบนที่ไหลหล่อเลี้ยงผู้คนไม่เคยเปลี่ยนแปลง สำหรับการมาเที่ยวชมเมืองฮอยอัน สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือ การซื้อบัตรเข้าชมเมืองเก่าบริเวณหัวถนนตรันฝู ภายในบัตรนั้นคุณสมารถเข้าชมได้ 5 สถานที่ภายใน 1 วัน จะเลือกเดินเท้าเข้าชมเมือง เช่าจักรยาน หรือใช้บริการของสามล้อถีบก็ได้เช่นกัน เนื่องจากฮอยอันเป็นเมืองเล็กๆ มีถนนสายหลักเพียงไม่กี่เส้น ใช้เวลาเพียงวันเดียวก็เที่ยวครบแล้ว สะพานญี่ปุ่น สัญลักษณ์เมืองฮอยอัน : ภาพจาก www.travelblog.org สะพานญึ่ปุ่น (Japanese Covered Bridge) สัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเมืองฮอยอันที่คุณต้องมาชมคือ สะพานญี่ปุ่น ได้รับการก่อสร้างโดยชุมชนชาวญี่ปุ่นเมื่อ 400 กว่าปีที่แล้ว รูปทรงโค้งของสะพานและหลังคามุงกระเบื้องสีเขียวและเหลืองเป็นคลื่น ตรงกลางสะพานมีเจดีย์ทรงจัตุรัสที่สร้างอุทิศให้แก่ดั๊กเดและตรันหวู ก่อนเดินข้ามสะพานด้านซ้ายมือจะมีรูปปั้นสุนัขกำลังนั่ง และเมื่อข้ามไปแล้วก็จะเจอกับลิงอีกตัว นับเป็นสิ่งที่ช่างสมัยก่อนแสดงให้เห็นถึงระยะเวลาในการก่อสร้าง สะพานแห่งนี้ เมื่อข้ามสะพานมายังอีกฟากหนึ่งของเมือง คุณจะพบเห็นบ้านเรือนเก่าสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ตลอดจนร้านสไตล์อาร์ตแกลอรี่ ริมถนนคนเดินสองฟากฝั่งถนนให้คุณได้เลือกซื้อเลือกชม ส่วนถนนอีกเส้นคือ เหวียนทิมิงห์ไค ที่มีบ้านเก่าอีกหลังที่น่าสนใจเช่นกัน คือ บ้านเลขที่ 7 เป็นบ้านชาวจีนที่ย้ายถิ่นฐานมาตั้งรกรากบนผืนแผ่นดินเวียดนาม เมื่อครั้งขบวนเรือสำเภาเข้ามาค้าขายในเมืองท่าแห่งนี้ เอกลักษณ์ของบ้านไม้เก่าในฮอยอันก็คือ ส่วนหน้าบ้านจะอยู่ติดกับถนนอีกสายหนึ่งและหลังบ้านจะอยู่ติดกับถนนอีกสายหนึ่ง บริเวณหลังบ้านจะยาวมาก ภายในตกแต่งด้วยไม้แกะสลักงดงาม และหน้าบ้านจะดัดแปลงมาเป็นร้านค้าขายของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยว ภาพจาก www.thekitchenpaper.com สมาคมฟุกเกี๋ยน (Phouc Kien Assembly Hall) ถนนสายตรันฝู นอกจากจะเป็นศูนย์กลางของการเที่ยวชมเมืองโบราณฮอยอันแล้ว ยังเป็นศูนย์รวมของชาวจีนที่อพยพเข้ามาในช่วงปี พ.ศ.2388-2428 จะเห็นได้จากบ้านเก่าแก่ประจำตระกูลกว่า 20 หลัง ตลอดจนจั่วฟุกเกี๋ยนที่สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2335 ซึ่งถือเป็นสามคมชาวจีนที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดของเมืองฮอยอัน ใช้สำหรับเป็นที่พบปะของคนหลายรุ่นที่อพยพมาจากฟุกเกี๋ยนที่มีแซ่เดียวกัน และยังใช้เป็นที่ระลึกถึงถิ่นกำเนิดและบูชาบรรพบุรุษของตน และภายในยังเป็นที่ตั้งของวัดที่สร้างขึ้น เพื่ออุทิศให้กับลัทธิของพระนางเทียนเห่า มีจุดเด่นอยู่ที่งานไม้แกะสลัก ลวดลายสวยงามน่าชมและหากคุณไม่เร่งรีบไปไหน สองฟากฝั่งของถนนตรันฝูยังเต็มไปด้วยร้านขายสินค้าทำมือให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อกลับไปเป็นของที่ระลึก ทั้งงานแกะสลักไม้ โคมไฟจากผ้าไหมหลากสี ภาพวาดที่สะท้อนวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวฮอยอัน ตลอดจนร้านอาหารหลากสัญชาติ หลายบรรยากาศ บ้านเลขที่ 101 (Old House No.101) เสน่ห์อย่างหนึ่งของการมาเยือนเมืองฮอยอันก็คือ การได้เข้าไปเยี่ยมชมบ้านประจำตระกูลเก่าแก่ที่ยังคงงดงาม มีให้เลือกชมอยู่หลายหลัง แต่คุณสามารถเลือกเข้าชมได้เพียงหนึ่งหลัง จากบัตรเข้าชม นอกเหนือจากนี้คุณจะต้องจ่ายค่าเข้าชมในบ้านแต่ละหลังเอง เริ่มตั้งแต่ถนนตรันฝู ที่ตั้งของบ้านเลขที่ 77 ซึ่งเป็นบ้านของลูกหลานชาวจีนเก่าแก่อายุเกือบ 80 ปี ซึ่งอยู่อาศัยมาถึง 6 รุ่นแล้ว ภายในใช้เครื่องไม้ประดับตกแต่งอย่างงดงาม ถัดมาที่ถนนเหวียนไทฮ็อก ที่ถือว่าเป็นศูนย์รวมของสถาปัตยกรรมแบบฮอยอัน บนถนนสายนี้มีบ้านประจำตระกูลเก่าแก่ให้เลือกเข้าชมทั้งหมด 3 หลังด้วยกัน เริ่มจาก บ้านเลขที่ 22 บ้านเก่า 2 ชั้น ของชาวจีนที่เข้ามาติดต่อเพื่อซื้อขายอบเชย สร้างมาเกือบ 90 ปีแล้ว ภายในแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ บ้านไม้และบ้านปูนเก่าสร้างอย่างประณีต เป็นครอบครัวใหญ่ที่เปิดให้เข้าเยี่ยมชมได้ และที่คุณพลาดไม่ได้คือ บ้านเลขที่101 เป็นบ้านของจีนในตระกูล Tan Ky นับเป็นบ้านไม้ที่เก่าแก่และสวยงามที่สุดของเมืองฮอยอัน สร้างขึ้นมาเมื่อ 75 ปีที่แล้ว และอยู่กันมา 5 ชั่วอายุคน ภายในแบ่งเป็นสัดส่วนอย่างลงตัว ตั้งแต่ ห้องสมุดสมัยก่อน ห้องรับแขก และห้องครัว และบ้านเลขที่ 77 ค่ะ หุบเขาหมี่เซิน มรดกโลก ที่ตั้ง : อยู่ห่างจากเมืองดานังไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ระยะทางประมาณ 70 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากเมืองฮอยอันมาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร การเดินทาง : ท่านสามารถหาซื้อแพกเกจทัวร์ได้จากบริษัทเมืองดานังหรือฮอยอันจะสะดวกกว่าเดินทางไปด้วยตัวเอง ราคาไป-กลับ ประมาณ 4 US$ แต่ถ้าเลือกนั่งเรือกลับก็ต้องเพิ่มเงินอีกนิดหน่อย - นักโบราณคดีเชื่อว่า วัฒนธรรมของจาม  มีพื้นฐานมาจากวัฒนธรรมซาหินห์ของคนยุคก่อนประวัติศาสตร์ ในแผ่นดินอันนัมและผสานเข้ากับวัฒนธรรมอินเดียที่ขึ้นฝั่งมาทำการค้าเมื่อครั้งอดีต - วัฒนธรรมจาม มีความเจริญรุ่งเรืองยาวนานถึงพันกว่าปี มีศูนย์กลางอยู่ที่หุบเขาหมี่เซิน โดยเริ่มต้นจากพระเจ้าภัทรวรมันที่ 1 ในคริสต์ศตวรรษที่ 4 อาณาจักรจามรุ่งเรืองครอบครองอาณาเขตตั้งแต่ทางตอนใต้ของฮานอยไปจนถึงเวียดนามใต้และภาคตะวันออกของกัมพูชา ตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุดอาณาจักรจามปา มีกษัตริย์ปกครอง 78 พระองค์ ใน 14 ราชวงศ์ ก่อนเข้าสวามิภักดิ์กับอาณาจักรไดเวียดเมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 15 และถือเป็นอันสิ้นสุดลงของอาณาจักรแห่งความยิ่งใหญ่ - ร่องรอยแห่งอารยธรรมของอาณาจักรจามปา มีอยู่ทั่วไปในอุษาคเนย์ ซึ่งได้สร้างปราสาทเพื่อถวายพระศิวะมากมาย เนื่องจากชนชาติดังกล่าวนับถือศาสนาฮินดูอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะภายในบริเวณหมี่เซินมีศาสนสถานที่สร้างด้วยอิฐกว่า 70 แห่ง แต่ที่โดดเด่นสุด คือ ปราสาททับจั่ว แต่ภายหลังที่เกิดสงครามเวียดนาม โบราณสถานจำนวนมากถูกทำลายลงจากการทิ้งระเบิดของเครื่องบิน B52 ของอเมริกา แต่อย่างไรก็ดี โบราณสถานที่หลงเหลืออยู่ในปัจจุบันก็ยังงดงามควรค่าแก่การเยี่ยมชม เพราะนับเป็นโบราณสถานในศาสนาฮินดูที่เก่าแก่และสมบูรณ์ที่สุดในแหลมอินโดจีน ที่สามารถสะท้อนความรุ่งเรืองแห่งอารยธรรมของจามได้ดีที่สุด จนได้รับเลือกจากยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในปี พ.ศ. 2542 หาดเกาได๋ หรือ หาดจีน (Cao Dai Beach) - นอกจากบ้านเรือนสวยสไตล์โคโลเนียลที่มีให้เยี่ยมชมย่านเก่าใจกลางเมืองฮอยอันแล้ว ถัดมาไม่ไกลจากตัวเมืองฝั่งตรงขามกับแม่น้ำทูโบน คุณจะได้พบกับชายหาดสวยชื่อ เกาได๋ ที่ทอดยาวต่อเนื่องมาจากเมืองดานัง หรือที่ชาวฮอยอันเรียกว่า หาดจีน เป็นชายหาดที่มีเนื้อทรายละเอียด น้ำทะเลใสสะอาด บรรยากาศเงียบสงบ มีกิจกรรมทางน้ำมากมายให้เลือกสรร เหมาะทั้งลงเล่นน้ำและชมวิวทิวทัศน์ บริเวณฝั่งตรงข้ามชายหาดเต็มไปด้วยโรงแรมระดับดีให้คุณได้เลือกพักชมวิวทะเล ตลอดจนร้านอาหารให้เลือกลิ้มรส นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่หลังจากเที่ยวชมเมืองเก่าฮอยอันจนครบแล้ว ก็มักเปลี่ยนบรรยากาศมาพักผ่อนหย่อนใจที่หาดทรายสวยแห่งนี้ ศูนย์วัฒนธรรมและหัตถกรรม (Handicraft workshop and traditional music shop) สิ่งที่โดดเด่นที่สุดภายในศูนย์วัฒนธรรมและหัตถกรรมแห่งนี้คือ โรงละครหลังเล็ก ที่จัดการแสดงพื้นเมืองที่หาดูได้ยากของชาวเวียดนาม ตั้งแต่การจับปลา การเกี่ยวข้าว ท่ามกลางศิลปินนักร้อง นักดนตรี ที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวเวียดนาม สำหรับนัก่องเที่ยวี่ไม่อยาดพลาดการแสดงที่น่าประทับใจเช่นนี้ แนะนำให้มาในวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 10.00 น. หรือ เวลา 15.00 น. เพราะจะมีการแสดงเพียง 2 รอบต่อ 1 วันเท่านั้น นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์รวมงานฝีมือของเมืองฮอยอัน ตั้งแต่งานแกะสลักไม้ งานแกะสลักหินอ่อน ที่ยินดีให้คุณได้ชมในทุกขั้นตอนของการผลิต และสมารถเลือกซื้อกลับไปเป็ฯชองที่ระลึกได้ในราคาย่อมเยา พิพิธภัณฑ์เซรามิก (Museu of Trading Ceramics) ที่ตั้ง อยู่บนถนนสายตรันฝู ตรงบ้านเลขที่ 80 ภายในบ้าน 2 ชั้นหลังนี้ สร้างจากไม้เนื้อแข็งที่มีอายุเก่าแก่กว่า 80 ปี โดยบรรพบุรุษดั้งเดิมเป็นชาวจีนฟุกเกี๋ยนที่เข้ามาติดต่อซื้อขายยาสมุนไพร และไม่ได้กลับไปยังถิ่นฐานเดิม ปัจจุบันจึงดัดแปลงบ้านไม้เก่าแก่หลังนี้ให้เป็นพิพิธภัณฑ์เซรามิกที่จัดแสดงโบราณวัตถุเอาไว้อย่างเป็นหมวดหมู่ตั้งแต่ ถ้วย ขาม เครื่องใช้ไม้สอยสมัยโบราณ รวมทั้งชามสังคโลกของไทย สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นมาของเมืองมรดกโลกริมแม่น้ำทูโบนที่เต็มเปี่ยวด้วยเสน่ห์แห่งนี้ นอกจากจะได้ชมถ้วยชามเซรามิกเก่าแก่แล้ว จากบริเวณระเบียงบ้านชั้น 2 คุณยังสามารถมองลงมายังถนนหน้าบ้าน เพื่อชมเมืองฮอยอันในมุมสูงได้อีกด้วย • หลังจากเที่ยวชม 5 สถานที่ของเมืองเก่าฮอยอันจนครบแล้ว สถานที่ต่อไปที่คุณไม่ควรพลาดชม คือ แม่น้ำทูโบน แม่น้ำสายสำคัญที่ไหลหล่อเลี้ยงชาวฮอยอันจากอดีตจนปัจจุบัน เต็มไปด้วยร้านอาหารนานาชาติ บรรยากาศดี ให้คุณได้เลือกนั่งพักชมวิวริมแม่น้ำ และหากมีเวลาพอห่างจากตัวเมืองเก่ามาไม่ไกล ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำทูโบนยังเป็นที่ตั้งของหาดจีน ชายหาดที่ทอดยาวต่อเนื่องมาจากเมืองดานัง ซึ่งขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดในเมืองฮอยอัน แม่น้ำทูโบน (Thu Bon River) • หากมาเยือนเมืองฮอยอันแล้วไม่ได้มาเยี่ยมชมแม่น้ำทูโบนแล้วก็เหมือนมาไม่ถึง เพราะแม่น้ำสายนี้มีความสำคัญตั้งแต่สมัยครั้งโบราณ ก่อนที่ฮอยกันยังเป็นเมืองท่าสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีชาวต่างชาติจำนวนมากล่องเรือเข้ามาททำการค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้าที่เมืองแห่งนี้ ทำให้ฮอยอันเป็นเสมือนศูนย์กลางของการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างตะวันออกกับตะวันตก แต่ภายหลังที่แม่น้ำเริ่มตื้นเขิน เรือเดินสินค้าไม่สามารถมาจอดเทียบท่าได้ เมืองดานังจึงถูกสร้างขึ้นมาแทนที่ฮอยอัน แต่อย่างไรก็ดี สายน้ำทูโบนแห่งนี้กลับมิได้สูญหายไปพร้อมกาลเวลา แต่ยังคงทำหน้าที่หลักไหลหล่อเลี้ยงชาวฮอยอันอยู่เรื่อยมา เห็นได้จากชาวบ้านที่ยังคงออกหาปลาในแม่น้ำ และใช้แม่น้ำสายนี้เป็นเส้นทางสัญจรไปมาหาสู่กันระหว่างสองฟากฝั่งน้ำ การได้มาเดินเที่ยวชมริมแม่น้ำทูโบน จึงเต็มแด้วยเสน่ห์ของกาลเวลาที่เชื่อมต่อระหว่างอดีตและปัจจุบันเข้าไว้ด้วยกัน ตั้งแต่บ้านเรือนสไตล์โคโลเนียลมรดกตกทอดริมฝั่งแม่น้ำทูโบน หมู่บ้านชาวประมงที่หาดูได้ยาก ศิลปะที่ผสมผสานที่แสดงผลงานศิลปะไว้ภายในเรือ ตลอดจนร้านอาหารสองบรรยากาศที่มีให้คุณเลือกสรรทั้งร้านขายน้ำผลไม้แบบเรียบง่ายริมฝั่งแม่น้ำ หรือร้านอาหารสมัยใหม่หลายสัญชาติที่อยู่ฝั่งตรงกันข้าม และถ้าคุณต้องการสัมผัสมนต์เสน่ห์ของสายน้ำทูโบนอบ่างใกล้ชิดแล้ว ก็มีบริการล่องเรือชมวิวทิวทัศน์และวิถีริมฝั่งน้ำให้คุณเลือกใช้บริการเช่นกัน การเดินทางจากประเทศไทย ทางรถยนต์ : จากตัวเมืองในจังหวัดมุกดาหาร ข้ามแม่น้ำโขงมายังแขวงสะหวันนะเขตในประเทศลาว จากนั้นนั่งรถโดยสารประจำทางบริเวณสถานีขนส่งในแขวงสะหวันนะเขตมาตามทางหลวงหมายเลข 9 ไปยัง ด่านลาวบาว ชายแดนเวียดนาม ระยะทางประมาณ 250 กิโลเมตร เข้าสู่ประเทศเวียดนาม จากนั้นนั่งรถอีกประมาณ 270 กิโลเมตร โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ผ่านเมืองเว้ ก็จะมาถึงตัวเมืองดานัง จากนั้นคุณสามารถเลือกใช้บริการรถโดยสารประจำทาง รถแท็กซี่ หรือมอเตอร์ไซด์รับจ้าง มายังเมืองฮอยอันที่ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองดานังมาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ราว 30 กิโลเมตร รวมระยะทางทั้งหมดจากจังหวัดมุกดาหารของไทยไปยังเมืองฮอยอันประมาณ 550 กิโลเมตร ทางอากาศ : สำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายและรวดเร็วในการเดินทาง แนะนำให้ใช้บริการของสายการบิน พีบี.แอร์ เพื่อมาลงที่เมืองดานัง จากนั้นนั่งรถยนต์ต่อมาอีกประมาณ 30 กิโลเมตร ก็มาถึงเมืองฮอยอันแล้ว สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สายการบินพีบี.แอร์ โทรศัพท์ 02-2610220-5 ภาพจาก http://colorsnspirits.com/travel/hoi-an-vietnam/ การเดินทางภายในตัวเมืองฮอยอัน ทางบก : ด้วยความที่ฮอยอันเป็นเมืองเล็กๆ ถนนเส้นหลักก็มีเพียงไม่กี่เส้น สถานที่ท่องเที่ยวแต่ละแห่งก็อยู่ไม่ไกลกัน การเดินเท้าเที่ยวชมเมืองจึงเป็นวิธีหนึ่งที่สะดวก เพราะคุณสามารถหยุดแวะชมสถานที่ หรือเลือกซื้อสินค้าที่ระลึกได้อย่างสะดวกสบาย ใช้เวลาเพียงวันเดียวก็เที่ยวครบทั่วเมืองเก่าแล้ว หรือจะเลือกใช้บริการจักรยานที่มีให้เช่า ก็ทำได้เช่นกัน แต่คุณอาจต้องใช้ความระมัดระวังสักหน่อย เพราะถนนแต่ละเส้นค่อนข้างเล็ก ผู้คนทั้งนักท่องเที่ยวและชาวเมืองฮอยอันก็มีจำนวนมาก ส่วนผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายและประหยัดเวลาในการเที่ยวชม แนะนำให้ใช้บริการสามล้อถีบที่มีให้บริการอยู่ทั่วทั้งเมือง ราคาก็ตามแต่ตกลงกันครับ ทางน้ำ : หลังจากที่เที่ยวตัวเมืองฮอยอันจนครบแล้ว การเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งล่องเรือแม่น้ำทูโบน ก็เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมท่องเที่ยวที่น่าสนใจ มีให้เลือกทั้งแบบล่องเรือชมธรรมชาติสองฟากฝั่ง โดยใช้เวลาล่องไปกลับประมาณ 1 ชั่วโมง ราคาประมาณ 2 ดอลล่าต่อคน แต่สำหรับผู้ที่มาเป็นกลุ่มตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป แนะนำให้เช่าเหมาลำ เพราะคุณสามารถต่อรองกับคนขับให้พาไปเยี่ยมชมหมู่บ้านหัตถกรรม หมู่บ้านชาวประมง ตลอดจนวิถีริมฝั่งน้ำที่หาดูได้ยาก โดยเรือจะมีให้บริการอยู่บริเวณท่าเรือข้ามฟากใกล้ๆกับตลาดเก่าในเมืองฮอยอัน ข้อมูลท่องเที่ยว จาก http://www.oceansmile.com/ , http://www.lannatouring.com/ ข้อมูลเพิ่มเติม ประโยคฮิต ฮอยอันฉันรักเธอ เป็นละครโทรทัศน์ไทยแนว โรแมนติก-ดราม่า นำแสดงโดย วรเวช ดานุวงศ์, เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์, พิชญ์นาฎ สาขากร และนักแสดงชั้นนำอื่นๆ อีกมากมาย เริ่มออกอากาศตอนแรกวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2548-6 พฤษภาคม พ.ศ. 2548 ทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.20 - 22.05 น. ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ผลิตโดย อาร์เอส จากบทประพันธ์ของ ทองเอก บทโทรทัศน์โดย เบญจมาศ ดาลหิรัญรัตน์, ศุภชัย สิทธิอำพรพรรณ กำกับการแสดงโดย กฤษณ์ ศุกระมงคล ข้อมูลภาษาอังกฤษ เกี่ยวกับ ฮอยอัน ดูคลิป สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองฮอยอัน (Hoian) หรือคลิกดูที่  http://video.mthai.com/channel/TravelMthai/player/1411026984.html แผนที่ เวียดนาม แบบคร่าวๆ ภาพจาก http://www.atsiamtour.com/

เผาศพอดีตพระนิกร ปิดตำนานรักพระ-สีกา
ตำนานรักพระ-สีกา /  อดีตพระนิกร / 

ญาติพร้อมคณะศรัทธาและลูกศิษย์ร่วมกันเผาศพ อดีตพระนิกร ธรรมวาที ที่บริเวณสำนักสงฆ์ธรรมดอยนางแล อ.พร้าว ปิดตำนานพระ-สีกาที่โด่งดังในอดีต  วันนี้ (18 ก.ย.) ชาวบ้านใน อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ลูกศิษย์และคณะศรัทธานับพันคนร่วมพิธีฌาปนกิจศพอดีตพระนิกร ธรรมวาที อายุ 61 ปี อดีตพระนักเทศน์ชื่อดังในอดีต หรือนายธรรมรัตน์ ยศคำจู ซึ่งเสียชีวิตด้วยโรคเส้นเลือดในสมองแตกเมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา โดยพิธีเผาศพจัดขึ้นที่บริเวณสำนักสงฆ์ธรรมดอยนางแล อ.พร้าว ด้วยการนำร่างบรรจุในโลงตั้งบนปราสาทนกหัสดีลิงค์ เหมือนปราสาทของพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ที่มรณภาพตามประเพณีของทางภาคเหนือ ซึ่งบรรยากาศก็เป็นไปด้วยความโศกเศร้า มีลูกศิษย์และญาติบวชหน้าไฟ 5 รูป โดยหนึ่งในนั้นมีลูกชายที่เกิดจากนางอรปวีณา บุตรขุนทอง ร่วมอยู่ด้วย จนมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันในกลุ่มชาวบ้านและข้าราชการในพื้นที่ว่าไม่เหมาะสม เพราะใช้ปราสาทเหมือนพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ สำหรับนายธรรมรัตน์เสียชีวิตเมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา ที่โรงพยาบาลนครพิงค์ ญาติได้นำศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลไว้ที่บ้านเกิดใน อ.พร้าว ก่อนจะเคลื่อนศพจากหมู่บ้านสันปง ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร มาบนปราสาทนกหัสดีลิงศ์ ไปยังสำนักสงฆ์ธรรมดอยนางแลเมื่อสองวันก่อน เพื่อบำเพ็ญกุศลและพิธีฌาปนกิจบริเวณบนดอยนางแล สำหรับอดีตพระใบฎีกานิกร ธรรมวาที เป็นพระนักเทศน์ชื่อดัง ปี 2533 ปรากฏข่าวมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับสีกาจนมีพยานรักด้วยกัน 1 คนจนถูกดำเนินคดี และคณะสงฆ์มีมติปฐมปาราชิกเสพเมถุนกับอิสตรีขาดจากความเป็นพระ แต่ก็ยังนุ่งขาวห่มขาวปฏิบัติธรรมอยู่บนดอยนางแล จนกระทั่งเสียชีวิต ปิดตำนานรักที่โด่งดังระหว่างสีกากับพระสงฆ์ ขอบคุณภาพและข้อมูล: ผู้จัดการออนไลน์

ละครเพลิงฉิมพลี , เรื่องย่อเพลิงฉิมพลี
อั้ม อธิชาติ /  เบลล่า ราณี / 

เพลิงฉิมพลีบทประพันธ์ : อุมาริการ์บทโทรทัศน์ : พัญสรกำกับการแสดง : นพพล โกมารชุน เมื่อรักดั่งเพลิง วิมานนี้ต้องมีเพียงเธอ... หนานไตร หรือ พ่อเลี้ยงณไตร มุ่งสู่ปางไม้หิมวัตเพื่อสืบทอดกิจการของครอบครัว หนานไตรปกปิดฐานะพ่อเลี้ยงเป็นเพียงผู้จัดการเพื่อเรียนรู้การทำงาน ในงานเลี้ยง เนื้อนาง หลานสาวควาญช้างอาวุโส หมื่นหล้า ถูกเลือกให้ฟ้อนแง้นต้อนรับผู้จัดการคนใหม่ ความงามพิสุทธิ์ของเนื้อนางสะกดสายตาและหัวใจของหนานไตรตั้งแต่แรกเห็น หนานไตรสนิทสนมกับเนื้อนางท่ามกลางความหึงหวงของ แสงคำ ควาญช้างที่หลงรักเนื้อนาง เรื่องเนื้อนางรู้ถึงหู แม่นายศรีวัลลา ที่ตั้งใจให้ลูกชายคนโตแต่งงานกับ แขไข ผู้หญิงที่เลือกให้ แขไขกับแม่นายตามมาราวีเนื้อนางถึงปาง ธรรพ์ น้องชายของณไตร กับ ดาวเด่น น้องสาวแขไขต้องคอยช่วยกันไม่ให้เกิดเรื่องวิวาทหลายครั้ง แม่นายใช้กลุ่มคนงานในปาง รัญจวน สร้อยฟ้า กำปุ้ง คอยกลั่นแกล้งใส่ความเนื้อนาง แต่เนื้อนางก็มี คำฝาย ม่อนดอย แสงคำที่ช่วยเนื้อนางให้รอดพ้นปัญหา ท่ามกลางความริษยาของแขไข ความรักของหนานไตรกับเนื้อนางงอกงามขึ้นทีละน้อยจากความใกล้ชิด หมื่นหล้ากลัวหลานสาวช้ำใจเหมือนแม่ที่รักคนเมืองต่างฐานะ แต่หนานไตรพิสูจน์ตัวเองในฐานะผู้จัดการจนชนะใจทุกคน หมื่นหล้ายอมยกเนื้อนางให้หนานไตร แม่นายกับแขไขตามมาทำลายความสุขเนื้อนางถึงเรือนหอ หัวใจเนื้อนางแตกสลายเมื่อรู้ความจริงว่า หนานไตรคือพ่อเลี้ยงณไตร หมื่นหล้าช้ำใจจนตาย เนื้อนางหมดสิ้นทุกอย่างเมื่อ จันตา คนของแม่นายหลอกว่า แขไขกำลังจะแต่งงานกับพ่อเลี้ยงณไตร เนื้อนางซัดเซมาเจอกับ เจ้าแสนพรหม ที่ยื่นมืออุปการะเนื้อนางทันทีเพราะหวังรวบหัวรวบหางเนื้อนางเป็นเมียเก็บอีกคน ณไตรออกตามหาเนื้อนาง แต่ บุญลือ คนของแม่นายสร้างเรื่องว่าเนื้อนางหนีไปอยู่กินกับแสงคำ ณไตรกับเนื้อนางมาเจอกันอีกครั้งที่คุ้ม เจ้าแสนพรหมทำให้ณไตรเข้าใจว่าเนื้อนางเป็นเมียเก็บ ณไตรกับเนื้อนางจึงมีแต่ความน้อยใจ ประชดประชันกัน จนเนื้อนางชวน ประกาย เมียเก็บอีกคนของเจ้าหนีออกจากคุ้ม แต่ณไตรวางแผนเอาตัวเนื้อนางคืนมาจากเจ้าแสนพรหมได้เสียก่อน ณไตรพาเนื้อนางเมียรักเข้าไปอยู่ในบ้านหิมวัต เกิดเรื่องขึ้นอีกเมื่อแขไขท้อง แม่นายถูก นายพลยศกร กับ คุณหญิงมาลัย เอาเรื่องจนล้มป่วยหนัก ณไตรจำใจแต่งงานกับแขไขเพื่อแก้ปัญหา เนื้อนางกล้ำกลืนความชอกช้ำที่แขไขกลายเป็นเมียแต่ง ทั้งเนื้อนางกับแขไขตั้งท้อง สองคนคลอดลูกในเวลาไล่เลี่ยกัน ป้าวันดี ทำคลอดให้เนื้อนาง เนื้อนางใจสลายอีกครั้งเมื่อลูกไม่รอดชีวิต บ้านหิมวัตกลับลุกเป็นไฟเมื่อเนื้อนางพบความลับว่าพ่อของด.ช.อัศดายุ ลูกแขไขคือ ธรรพ์ ไม่ใช่ณไตร ก่อนจะบอกความจริงกับทุกคน แขไขถูกทำร้ายจนตาย หลักฐานชี้ว่าเนื้อนางคือฆาตกร และเธอคือคนที่ลักลอบมีชู้กับธรรพ์ ณไตรไล่เนื้อนางออกจากบ้านด้วยความปวดร้าวแสนสาหัสที่น้องชายกับเมียรักทรยศ เนื้อนาง คำฝาย ประกายต้องระหกระเหินไปทำงานในคณะรำวงของ บุญน่านกับ บัวตอง ณไตรตามมาพบเนื้อนางที่มีแสงคำข้างกาย ความรัก ความแค้นลุกโชนยิ่งกว่าไฟเผาทั้งป่า ขณะที่บ้านหิมวัตมีสมาชิกใหม่คือครูสาว อรองค์ ที่มาดูแลลูกของณไตรเนื้อนางย้อนมาที่บ้านหิมวัตเพราะคิดถึง ด.ช.อัศดายุ ธรรพ์หวาดหวั่นกลัวเนื้อนางพูดความลับเรื่องแขไข แม่นายจะจับเนื้อนางเข้าคุก เพราะคำประณามว่าเธอคือ กากี และแววตาชิงชังจากณไตร เนื้อนางตัดสินใจพิสูจน์ความจริงว่าเธอไม่ใช่คนฆ่าแขไข! วิมานฉิมพลีกลับกลายเป็นกองเพลิงเผาผลาญใจทุกดวงด้วยรักและริษยา เพราะรักและเสน่หาที่ไม่เคยแยกขาดของณไตรและเนื้อนางทำให้ทุกคนต้องพบกับโศกนาฎกรรมเกินคาดคิด ติดตามเรื่องราวความรัก ความผูกพันเป็นหนึ่งเดียวของณไตร และ เนื้อนางได้ใน เพลิงฉิมพลี รายชื่อนักแสดง อธิชาติ ชุมนานนท์ รับบทเป็น หนานไตร/ณไตรเบลล่า ราณี แคมเปน รับบทเป็น เนื้อนางกมลเนตร เรืองศรี รับบทเป็น ดาวเด่น/อรองค์เด่นคุณ งามเนตร รับบทเป็น แสงคำคณิศ ปิยะปภากรกูล รับบทเป็น ธรรพ์ เบญจวรรณ อาร์ตเนอร์ รับบทเป็น แขไขพัสกร พลบูรณ์ รับบทเป็น คำฝายวิรากานต์ เสณีตันติกุล รับบทเป็น ประกายกฤษฎี พวงประยงค์ รับบทเป็น ม่อนดอย เพ็ญพักตร์ ศิริกุล รับบทเป็น แม่นายศรีวัลลา

ตร.บุกค้น อุเทนฯ - ปทุมวัน พบปืนมีดเพียบ
ข่าววันนี้ /  นักศึกอาชีวะ / 

ตร.บุกค้น อุเทนฯ - ปทุมวัน พบปืนมีดเพียบ หลังทั้ง 2 สถาบันก่อเหตุแก้แค้นกันต่อเนื่อง (เบื้องต้น) วันนี้ (17 ก.ย. 57) เจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 400 นายได้นำกำลังเข้าตรวจค้นภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออกวิทยา เขตอุเทนถวาย และมหาวิทยาลัยสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน หลังเกิดเหตุนักศึกษาของทั้ง 2 สถาบันได้ใช้อาวุธปืนไล่ยิงถล่มกันจนมีผู้เสียชีวิตไปแล้วกว่า 4 ราย ในช่วง 1 - 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งจากการตรวจค้นเจ้าหน้าที่พบอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ และอาวุธจำนวนมาก เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้เก็บไว้เป็นหลักฐานก่อนจะสืบสวนขยายผลหาเจ้าของต่อไป MThai news

ผลDNA2ศพฝรั่งพบอสุจิไม่ตรงกับเพื่อนฝรั่ง,6พม่า-ตร.ล่าต่อ
ข่าวฆ่านักท่องเที่ยวบนเกาะเต่า /  ฆ่า / 

เผยผลตรวจดีเอ็นเอ 2 ศพนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ที่เกาะเต่า พบอสุจิไม่ตรงกับเพื่อนฝรั่งและชาวพม่า - ตำรวจเร่งล่าต่อ เวลา 20.00 น. แหล่งข่าวจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผย ผลการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอและวัตถุพยานในคดีฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 14 กันยายน ที่ผ่านมา ว่า จากการตรวจคราบอสุจิที่พบบริเวณช่องคลอดและทวารของหญิงสาวที่เสียชีวิต พบดีเอ็นเอมีลักษณะผสม ซึ่งน่าจะเป็นของ 2 คน ขณะเดียวกัน จากการตรวจดีเอ็นเอที่พบในก้นบุหรี่ จำนวน 3 มวน ที่ตกอยู่ห่างจากจุดที่พบศพ 50 เมตร พบว่า มวนแรก ยี่ห้อมาโบโร่ มีรอยลิปสติกสีแดงติดอยู่ มวนที่สองพบดีเอ็นเอผสมของคน 2 คน และมวนที่สาม พบดีเอ็นเอของชายอีก 1 คน ซึ่งเป็นคนละคนกับที่พบในมวนที่สอง ทั้งนี้ จากการตรวจเปรียบเทียบพบว่า ดีเอ็นเอในบุหรี่มวนที่สองซึ่งพบดีเอ็นเอผสมของ 2 คน ไม่ขัดแย้งกันกับดีเอ็นเอที่พบในคราบอสุจิ โดยผลการตรวจไม่ขัดแย้งกันทั้งคู่ แต่การจะยืนยันได้ว่าดีเอ็นเอของอสุจิกับมวนบุหรี่เป็นคนเดียวกันหรือไม่ นั้น ต้องนำดีเอ็นเอ ของบุคคลนั้นมาตรวจเปรียบเทียบ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้จากการตรวจเปรียบเทียบกับดีเอ็นเอยังไม่ตรงกับผู้ต้องสงสัยที่ควบคุม ตัวไว้ทั้งหมด รวมถึง นายคริสโตเฟอร์ อลันแวร์ เพื่อนผู้ตาย และแรงงานชาวพม่าด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งติดตามจับกุมคนร้ายต่อไ

ศาล รธน.สั่งยุบพรรคไทยพอเพียง
ข่าววันนี้ /  พรรคไทยพอเพียง / 

ศาล รธน.สั่งยุบ พรรคไทยพอเพียง เหตุผิดพ.ร.บ.เลือกตั้ง 50 ไม่จัดทำรายงานการใช้จ่ายเงิน พร้อมทั้งเพิกถอนสิทธิหัวหน้า-กก.บห. 5 ปี รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (17 ก.ย. 57) ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำสั่งยุบพรรคไทยพอเพียง พร้อมสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคเป็นเวลา 5 ปี ภายหลังทำผิดพ.ร.บ.พรรคการเมือง 2550 มาตรา 93 ประกอบมาตรา 42 วรรคสอง มาตรา 82 และมาตรา 98 เนื่องจากไม่มีจัดทำรายงานการใช้จ่ายเงินได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาพรรคการเมือง ในรอบปี 2555 จำนวน 664,000 บาท ที่ต้องยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ถูกต้องตามความเป็นจริง และยื่นเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน รวมทั้งยังไม่จัดทำรายงานการดำเนินกิจการของพรรคการเมืองในรอบปี 2555 MThai news

ธปท.เล็งทบทวนตัวเลขศก.ทุกรายการ สัปดาห์หน้า
การส่งออก /  ข่าว / 

ธปท. เตรียมทบทวนคาดการณ์ตัวเลขศก.ทุกรายการ สัปดาห์หน้า ทั้งเป้าจีดีพี และการส่งออก นายเมธี สุภาพงษ์ เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแถลงทบทวนประมาณการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หรือ จีดีพี ของปีนี้และปีหน้า รวมถึงเป้าหมายการส่งออก ในการประชุมวันที่ 26 กย.นี้ แต่ยังไม่สามารถบอกทิศทางได้ว่าจะออกมาเป็นอย่างไร แต่ได้คำนึงถึงปัจจัยต่างๆทั้งในและต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยที่ปัจจัยเสี่ยงในขณะนี้ คือเศรษฐกิจโลกในแต่ละประเทศหลักๆมีการฟื้นตัว และการดำเนินนโยบายทางการเงินที่แตกต่างกัน ทำให้ต้องจับตาภาคการส่งออกที่ยังต่ำกว่าที่ประมาณการ โดยเฉพาะตัวเลข 7 เดือนที่ผ่านมา MThai News

สลด! นศ.สาวตกเลือด ทารกชายหัวทิ่มชักโครกดับ
ข่าว /  คลอดลูกตาย / 

นักศึกษาสาวตกเลือด เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบพบเด็กทารกเพศชายหัวทิ่มชักโครกเสียชีวิต วานนี้(17 ก.ย.) ร.ต.อ.อุดร ขัดแก้ว ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา รับแจ้งเหตุว่ามีนักศึกษาสาวตกเลือด และมีเด็กทารกเสียชีวิต เหตุเกิดภายในหอพักหญิงแห่งหนึ่ง ภายในชุมชนมหาชัย-อุดมพร  ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา จึงรีบประสานเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างเมตตาธรรมสถาน ร่วมกันเข้าตรวจสอบ เมื่อถึงที่เกิดเหตุ พบ น.ส.เอ นามสมมติ อายุ 19 ปี นักศึกษา ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง สภาพนั่งอยู่บนชักโครกและมีอาการตกเลือดเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบศพทารกเพศชาย อายุครรภ์ประมาณ 7-8 เดือน สภาพหัวทิ่มจมน้ำอยู่ในชักโครก ทางเจ้าหน้าที่จึงรีบนำน.ส.เอส่งรพ.มหาราชนครราชสีมา ส่วนศพเด็กทารกส่งชันสูตรที่รพ.เดียวกัน จากการสอบถาม นายบิ๊ก อายุ 19 ปี แฟนหนุ่ม ทราบว่าทั้ง 2 คนยังศึกษาอยู่ทั้งคู่ โดยคบหาเป็นแฟนกับ น.ส.เอมานานกว่า 1 ปี ซึ่งก่อนหน้านี้ ตนและแฟนรู้ว่าตั้งครรภ์ และคาดว่าอายุครรภ์ประมาณ 5 เดือน แต่ไม่ได้มีการไปฝากครรภ์กับแพทย์แต่อย่างใด และกลางดึกที่ผ่านมา แฟนสาวบอกว่าเจ็บท้องมาก แต่ตนไม่คิดว่าแฟนสาวจะเจ็บท้องคลอดลูก จึงให้แฟนนอนอยู่ในห้องพัก ไม่ได้พาไปพบแพทย์ จนกระทั่งช่วงเช้า แฟนสาวยังมีอาการปวดท้องรุนแรง และได้เข้าไปในห้องน้ำ สักครู่ก็ตกใจเมื่อได้ยินเสียงแฟนร้องไห้จึงรีบเข้าไปดู ก็พบว่าแฟนสาวตกเลือดและลูกแท้งออกมา จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจ เปิดเผยว่า น.ส.เอน่าจะตั้งครรภ์มาไม่น้อยกว่า 7 เดือน เนื่องจากสังเกตจากศพทารกที่คลอดออกมา มีสภาพสมบูรณ์ ซึ่งหลังจากนี้ ต้องให้แพทย์ทำการชันสูตรศพทารกอย่างละเอียด ว่าเสียชีวิตตั้งแต่อยู่ในครรภ์ หรือคลอดออกมาแล้วเสียชีวิต เพื่อที่จะได้สรุปสำนวนและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป MThai News

ลีน่าจัง ออกโรงแฉ ตัวการปล่อยข่าวคลิปฉาวใส่ความสรยุทธ
คลิปชายหน้าคล้ายพิธีกร /  คลิปหลุดนักข่าว / 

ลีน่าจัง ออกโรงแฉ คนปล่อยข่าวคลิปฉาวใส่ความสรยุทธ จากกรณีที่มีการแชร์คลิปโป๊เกาหลีโดยอ้างว่าเป็นคลิปของนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา พิธีกรเล่าข่าวชื่อดังช่อง 3 จนมีการพิสูจน์ชัดเจนว่าเป็นคลิปเก่าเมื่อหลายปีที่แล้วและไม่ใช่นายสรยุทธ รวมถึงเจ้าตัวก็ได้ออกมาปฏิเสธและชี้แจงแล้วนั้น ล่าสุด ลีน่าจัง จรรยา พิธีกรช่อง Hot Tv ได้เปิดเผยว่าผู้ที่ปล่อยข่าวคลิปฉาวดังกล่าวคือ โบกัส อดีตนักข่าวบันเทิงของทีวีพูล โดยใช้ชื่อผ่านเฟซบุ๊คว่า Bogus Suptar เป็นผู้ปล่อยข่าว ทำเหมือนว่าเป็นผู้รายงานข่าวผ่านทางโซเชียลแคม ว่าตนมีคลิปนักข่าวชื่อดังข่มขืนเด็กอายุ15 พร้อมบอกเว็บไซต์ให้เข้าไปดู ซึ่งลีน่าจังก็ได้ดูและตรวจสอบพบว่าเป็นคลิปปลอม

ละคร
สน ส่งไพศาล /  แพทริเซีย กู๊ด / 

"มาลีเริงระบำ" บทประพันธ์ : นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์ บทโทรทัศน์ : นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์ กำกับการแสดง : สำรวย รักชาติ เสียงเพลงดังมาจากห้องน้ำหลังบ้านไม้ในหมู่บ้านชนบท ห้องน้ำคือเวที ฝักบัวคือไมโครโฟน กระจกอยู่ตรงหน้า “หนูมาลี”(มีชื่อจริงพ่อตั้งให้ว่า ด.ญ.มาลีเริงร่า อากาศดี)เด็กสาวหน้าตาผิวพรรณสวยราวกับภาพวาด อยู่ในห้องน้ำวันละหลายชั่วโมง เพียงเพื่อร้องเพลงและเต้นรำเลียนแบบศิลปินดังที่อยู่ในทีวี “หนูมาลี” เป็นสาวเหนือจากหมู่บ้านเล็กๆ หนูมาลีเติบโตมาด้วยน้ำมือปู่คนเก่งชอบช่วยเหลือแต่เป็นอัลไซเมอร์ชื่อ “ปู่เชื้อ” และย่าหูตึงใจดีแต่มักทำผิดเพราะฟังไม่ได้ยินชื่อ “ ย่าหงส์” มาลีเติบโตอย่างไม่มีพ่อแม่จึงใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่กับทีวีและวิทยุแทบทั้งวันหนูมาลีมีความฝันว่าตนจะได้มีโอกาสเข้าร่วมประกวดร้องเพลงแล้วชนะเลิศ โด่งดังเป็นดาวในเมืองหลวงกับรายการทีวีสักรายการหนึ่งนั่นคือฝันที่หนึ่ง ฝันที่สองของหนูมาลีคือการได้พบพ่อบังเกิดเกล้า “เรืองยศ” หรือ พ่อเรือง ที่เข้าไปทำงานในกรุงเทพ ทุกๆเดือนหนูมาลีจะไปที่ไปรษณีย์เพื่อรับเงินที่พ่อเรืองส่งมาให้ ภาพจำสุดท้ายของหนูมาลี คือเมื่อตอนสามขวบ พ่อเรืองในชุดทหารเกณฑ์ เอาข้าวของมากมายมาเยี่ยมปู่ย่า และเข้ามากอดหนูมาลีอย่างรักใคร่ หลังจากนั้นพ่อก็ได้แต่ส่งเงินและจดหมายมา ทุกๆวันสงกรานต์ ปู่ ย่า และหนูมาลี จะไปรอที่ปากทางหมู่บ้านแต่พ่อเรืองก็ไม่มา ปู่บอกว่า พ่อเป็นทหารที่เก่งมาก ป่านนี้คงเป็นเจ้าคนนายคน จึงส่งเงินและจดหมายที่มีแต่ความห่วงใยกลับมาบ้านได้สม่ำเสมอ ปู่และย่าภูมิใจในตัวพ่อเรืองมาก สำหรับหนูมาลี พ่อเรืองคือดวงใจ คือจุดหมาย คือทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต โดยไม่จำเป็นต้องมีแม่ ! ปู่เคยเล่าให้ฟังว่า พ่อเรืองกับแม่เป็นเพื่อนนักเรียนกัน ทั้งสองแอบได้เสียกันตอนงานลอยกระทง แม่ของหนูมาลีเกิดท้อง ด้วยความที่แม่ของหนูมาลีใฝ่แสงสีในเมืองหลวง หลังจากคลอดลูกก็ทิ้งลูกไว้แล้วหนีเข้ากรุงเทพ พ่อเรืองคนนี้เองที่ไปตระเวนหาลูก ถึงกับต้องขโมยเด็กขึ้นรถสองแถวหนีจากสังคมสงเคราะห์ เรืองยศพาหนูมาลีกลับบ้านมาให้พ่อกับแม่เลี้ยง แล้วดิ้นรนไปหางานทำในเมืองหลวงเพื่อส่งเสียให้หนูมาลีได้เรียนสูงๆ ให้พ่อกับแม่ได้มีเงินรักษาตัวยามเจ็บไข้ พ่อเรืองพูดคุยกับหนูมาลีทางจดหมายปีละครั้ง แต่หนูมาลีส่งจดหมายถึงพ่อเสมอทุกเดือน สิ่งเดียวที่หนูมาลีไม่เข้าใจคือ ทำยังไงพ่อเรืองก็ไม่ยอมให้หนูมาลีออกจากหมู่บ้านไปหาพ่อที่กรุงเทพ ทุกครั้งที่หนูมาลีส่งจดหมายก็ได้แต่ส่งเข้าตู้ไปรษณีย์เลขที่ 14 ไปรษณีย์รัชดา โดยไม่บ่งบอกที่อยู่ใดๆ เมื่อหนูมาลีเรียนจบม.6 หนูมาลีตัดสินใจแน่วแน่ จะเข้ากรุงเทพไปหาพ่อ หนูมาลีตั้งใจจะไปประกวดร้องเพลงในรายการโทรทัศน์ที่มีชื่อเสียงดังที่สุดในประเทศด้านการหาซุปเปอร์สตาร์ สุดท้ายจึงตัดสินใจเดินทางมาที่กรุงเทพฯ หนูมาลีจะไปดักรอพ่อที่หน้าไปรษณีย์ ยังไงเสียพ่อต้องมาไขตู้เอาจดหมายที่ตนส่งมาทุกเดือน ผ่านการเดินทางที่น่าเวียนหัว เข้ากรุงเทพครั้งแรก เมืองฟ้าอมรตรงหน้าเนืองแน่น ซับซ้อนจนยากที่จะเข้าใจ ทันทีที่ลงจากบขส. หนูมาลีกอดกระเป๋าแน่น พอดีพบเข้ากับอธิ นายตำรวจที่กำลังดักจับ คนส่งยาเสพติด อธิเข้าใจผิด คิดว่ามาลีเป็นคนร้าย จึงไล่จับ มาลีวิ่งหนี จนทองทา เพื่อนของอธิต้องช่วยจับตัวไว้ มาลีต่อสู้ ใช้สนับมือฟันไปที่หน้าอกของทองทาจนเป็นรอยแผลเป็น สุดท้ายทองทา อธิ และมาลีจึงไปสถานีตำรวจด้วยกัน จึงรู้ว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด อธิต้องไปจับคนร้ายต่อ ทิ้งให้ทองทาอยู่กับมาลี มาลีไปเฝ้ารอพ่อที่ไปรษณีย์ แต่ด้วยความเป็นห่วง เพราะมืดค่ำ ทำให้ทองทาต้องพามาลีไปพักที่บ้านชั่วคราว แล้วจึงช่วยหนูมาลี ตามหาพ่อต่อไป ท่าทางที่เรียบร้อยสะอาดอ้านของทองทา หยิบจับทำอะไรก็ดูดีงดงามไปหมด ทำให้หนูมาลีอดคิดไม่ได้ว่าทั้งสองเป็นพวกรักร่วมเพศ หนูมาลียังพบใบสมัครร้องเพลง ในกระเป๋าของทองทา หนูมาลีรู้สึกสนิทสนมกับทองทาทันที หนูมาลีถามว่าทองทาจะสมัครการแสดงอะไร ทองทาบอกว่าเขาเป็นแดนเซอร์ เขารักการเต้นเป็นชีวิตจิตใจ หนูมาลีปักใจเชื่อว่า ทองทาเป็นเกย์ เป็นนักล่าฝันจากบ้านนอกเหมือนกันกับตน เพราะทองทาพูดภาษาไทยบางคำแปลกๆ และมีทีท่าเป๋อๆเปิ่นๆเหมือนกันกับตนในเมืองหลวงแห่งนี้ หนูมาลีหารู้ไม่ ทองทาไม่ได้เป็นสาวประเภทสอง เขาเป็นชายหนุ่มปรกติ ที่ชอบดูแลตัวเอง รักศิลปะ เขารักการเต้นทุกชนิดเป็นชีวิตจิตใจ ในวัยเด็กพ่อกับแม่ของเขาแยกทางกัน แม่ที่เป็นนักบัลเล่ต์หนีไปอยู่ต่างประเทศ เขาจึงทิ้งประเทศไทยไปอยู่กับแม่ และเรียนเต้นจนจบปริญญาเอก ทองทามีอาชีพเป็นผู้ออกแบบท่าเต้นและการแสดงโชว์ มีผลงานมากมายในต่างประเทศ ก่อนจะเดินทางมาที่ประเทศไทยเมื่อไม่กี่วันนี้ ทองทาจึงเป็นผู้ชายทั้งแท่งที่มาจากประเทศนอกไม่ใช่เกย์บ้านนอกอย่างที่หนูมาลีเข้าใจทองทารู้สึกประทับใจในความใสซื่อ จริงใจและใบหน้าที่สวยงามของหนูมาลี เขารู้สึกขำกับอาการตีความเอาเองของหนูมาลีหลายๆอย่าง ก็เลยเออออห่อหมกไปกับหนูมาลี อยู่ช่วยเหลือหนูมาลีไปเรื่อยๆ อย่างน้อยก็ได้นอนเคียงข้างสาวสวยช่างฝันที่พูดคุยสนุกทุกคืนเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะสนิทสนมกับหนูมาลีอย่างรวดเร็ว ทองทาก้มมองที่หน้าอกด้านซ้ายที่มีหัวใจอยู่ตรงนั้น รอยแผลจากสนับมือทำท่าจะกลายเป็นแผลเป็น เหมือนความประทับใจในตัวสาวน้อยที่ดูจะเพิ่มมากขึ้น ไม่มีทีท่าจะลดน้อยลง มาลีไปรอพ่อที่ไปรษณีย์ทุกวัน จนได้พบกับชงโค ที่มาเอาจดหมายไป เธอสะกดรอยตามไป และได้พบกับการะเกด การะเกดให้มาลี ตามไปดูเจ้าของจดหมายที่กำลังจะขึ้นโชว์บนเวที ดวงตาสองข้างของหนูมาลีจับจ้องอยู่บนเวทีการแสดง ไฟแสงสีปรากฎ หนูมาลีใจเต้น พ่อเรืองที่ตนรอคอยกำลังจะปรากฎตัวขึ้นตรงหน้า และแล้วชายหนุ่มผิวขาวใบหน้าสวยเฉี่ยวก็ปรากฎขึ้น รอยยิ้มฉาบเครื่องสำอางค์ บนร่างสูงสง่า ปรากฏตัวขึ้นราวกับราชินีแห่งคีตศิลป์ เสียงอันทรงพลังราวกับนักร้องมืออาชีพแทรกมากับดนตรีกระหึ่มบนเวที ! หนูมาลีก้มลงมองรูปถ่ายสีของพ่อเรืองในมือที่สั่นเทาของตน ชายหัวเกรียนในชุดทหารเกณฑ์สีเขียวอุ้มกอดหนูมาลีในวัยสามขวบอย่างรักใคร่ นี่คือวันสุดท้ายที่ได้พบหน้าพ่อเรืองเมื่อ15ปีก่อน พ่อเรืองของหนูมาลีไม่ใช่ทหาร ! แต่เป็นกระเทยแต่งหญิง เขาไม่ได้เป็นนายพันหรือนายพลอย่างที่ปู่บอก ไม่ใช่แม้แต่เฮียเจ้าของร้านคาราโอเกะ แต่คือ“โรส”เจ้าของร้านคาราโอเกะที่สวยและร้องเพลงเพราะมาก นี่เองคือคำตอบ ทำไมพ่อจึงไม่มาหาปู่ย่าและแม้แต่ลูกสาวของตัวเอง เพราะพ่อมีชีวิตอีกด้านที่น่าอับอายและไม่อยากให้ใครรู้ โดยเฉพาะคนในครอบครัว !ไม่เพียงแต่หนูมาลีที่ตกใจ โรสเองก็จำหนูมาลีได้ทันที ทั้งสองไม่ใช่พ่อลูกที่โผเข้าหากันกอดกัน ทั้งสองนิ่งอึ้งมองหน้ากัน ไม่มีคำพูดใดๆ ! ทั้งสองไม่สามารถบอกได้ว่าตัวเองควรจะรู้สึกอย่างไรในเวลาเช่นนี้ ความผิดหวังในตัวผู้เป็นพ่อ ทำให้มาลีไม่สามารถเรียกเรืองยศ หรือโรสว่าพ่อได้ สุดท้าย โรสจึงให้มาลีเรียกตนเองว่าพี่โรส หนูมาลีต้องอยู่กรุงเทพฯ ต่อไป ทั้งเรื่องเรียนต่อ และเรื่องการเข้าประกวดร้องเพลง เธอกลายเป็นเด็กเสิร์ฟที่ร้านของโรส โดยที่ไม่มีใครรู้ว่า ทั้งสองคนเป็นพ่อลูกกัน มาลีแสดงทีท่าไม่ชอบบอย คนรักของโรสตั้งแต่แรก แต่บอยก็ไม่ถือสาอะไร มาลีพบว่า เมื่อถอดเครื่องประกอบทั้งหมดออกแล้ว โรสก็เป็นเพียงผู้ชายรูปร่างหน้าตาดี มีท่าทางกระตุ้งกระติ้งมากกว่าปรกติ โรสเป็นคนปากจัด ขี้โวย เอาจริงเอาจัง ดุดัน ตรงไปตรงมา นับแต่วันนั้น หนูมาลีทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟในร้านของพี่โรส วันๆหนูมาลีพูดกับพี่โรสไม่กี่คำ พี่โรสเองไม่ได้พูดถึงปู่ย่า ไม่ได้พูดถึงข้อความในจดหมายที่เขียนหากันมาตลอด15ปี พี่โรสและหนูมาลียังคงไว้ซึ่งการเป็นนายจ้างและลูกจ้างเหมือนคนอื่นแต่มีบางสิ่งที่ไม่เหมือน สิ่งนั้นคือสายตาอันห่วงใย ที่โรสจะทอดมองมาที่หนูมาลีครั้งละนานๆ ความผิดปรกติอีกอย่างหนึ่งก็คือ พี่โรสนั้นจะปากไวปากจัด บ่นด่าจิกกัดทุกคนได้ตลอดวลา24 ชั่วโมง แต่สำหรับเด็กเสริฟที่ชื่อหนูมาลีแล้ว โรสไม่เคยดุด่าสักคำ มาลีสมัครเข้าประกวดร้องเพลงพร้อมกับ ชงโค การะเกด ซึ่งเจ้าของสถานีโทรทัศน์คือเมืองแมน พ่อของทองทา ซึ่งเมืองแมนเป็นคนเจ้าชู้ เห็นแก่ผลประโยชน์และธุรกิจเป็นใหญ่ และภรรยาคนล่าสุดของเขาก็คือ โยทะกา แม่ของมาลีนั่นเอง ที่สถานี มาลีได้พบกับทองทาอีกครั้ง และเธอก็รู้ในที่สุด ว่าทองทาเป็นลูกของเมืองแมน คู่ต่อสู้คนสำคัญของมาลีก็คือ เบลล่า ลูกสาวต่างมารดาอีกคนของเมืองแมน เบลล่าสนิทสนมกับทองทา เธอเข้าประกวดเวทีนี้เช่นเดียวกัน ถึงแม้โยทะกาจะทักท้วงในตอนแรก แต่เพื่อกระแสข่าวและเรทติ้งทางสถานี เมืองแมนจึงให้เบลล่าเข้าประกวดในที่สุด โดยมีบุณฑริก ผู้เป็นยาย เป็นแรงสนับสนุนสำคัญของเบลล่า เมืองแมนเป็นคนเจ้าชู้ เขาได้แม่ของทองทา “ช้องนาง” เป็นภรรยาคนแรก ช้องนางที่กำลังมีอนาคตในวงการบัลเล่ต์ ยอมทิ้งฝันนักบัลเลต์ระดับโลกเพราะท้องกับเมืองแมน แต่แล้วช้องนางก็ต้องเสียใจเมื่อพบว่าเมืองแมนไม่หยุดอยู่ที่ตนเอง เมืองแมนแอบไปมีเมียน้อย เป็นสาวไฮโซจากตระกูลเก่าแก่ชื่อ “บัวบุษบง” ช้องนางจึงหย่าและหนีไปต่างประเทศ แต่บัวบุษบงก็อยู่กับเมืองแมนได้ไม่นาน เมืองแมนแอบไปคบกับนางงามระดับประเทศคนดังชื่อ “โยทะกา”เมื่อบัวบุษบงรู้เข้า บัวบุษบงก็กินยาตายทิ้งลูกสาวชื่อ “บุษบาบัณ” หรือ “เบลล่า”เอาไว้ให้แม่ของตนเลี้ยง เมืองแมนแต่งงานกับโยทะกา จากสาวเหนือบ้านนอกมาเป็นนางงาม จากนางงามมาเป็นภรรยามหาเศรษฐี จากภรรยามหาเศรษฐี โยทะกากลายเป็นผู้บริหารรายการทีวีหญิงที่มีความสามารถ มีชื่อเสียง มีหน้ามีตาอยู่ในสังคม เป็นที่รู้จักของคนทั่วๆไป การแข่งขันเต็มไปด้วยความเข้มข้น ทั้งมาลี การะเกด ชงโค เบลล่า ทิมมี่ โกมินทร์ ภูมิ ซึ่งทางเบลล่านั้นมีครูสอนทั้งร้อง ทั้งเต้นให้อย่างครบครัน ส่วนมาลีนั้นไม่มีใคร จึงขอร้องให้ทองทามาเป็นครูสอนเต้นให้ ทองทาจึงใกล้ชิดกับมาลีมากขึ้น ส่วนอธิก็เริ่มสนิทสนมกับการะเกด และชอบการะเกดมาขึ้นทุกวัน โรสไม่ค่อยเห็นด้วยนักที่มาลีเข้าประกวด เพราะอยากให้มาลีเรียนหนังสือมากกว่า แต่เมื่อได้พบกับทองทา เห็นว่าเขาเป็นคนหนุ่มที่เก่ง และนิสัยดี จึงฝากให้ทองทา ดูแลมาลีอีกแรง มาลีเริ่มมีชื่อเสียงขึ้นเรื่อย ๆ ที่เวทีนี้เอง เธอได้พบกับนักร้องชายในฝัน ซีโร่ อดีตผู้ชนะเลิศจากการประกวดปีที่แล้ว ซีโร่รู้ว่ามาลีหลงรักตนเอง จึงพยายามหว่านเสน่ห์ พูดจาหวานใส่มาลีตลอดเพื่อสร้างกระแส ทองทารู้ดีว่าซีโร่ไม่มีความจริงใจต่อมาลี แต่ไม่อยากพูดให้มาลีเสียใจ ส่วนเบลล่าเองก็ไม่พอใจมากที่ทองทาสนิทสนมกับมาลี จึงหาทางกลั่นแกล้งมาลีตลอดเวลา กิจการที่ร้านของโรสไม่ค่อยดีนัก แล้วชงโค ก็ตกรอบจากการประกวด เจ๊ซูซี่ เพื่อนของโรส ที่ชอบหาเด็กสาว ๆ ไปให้กับ เสี่ยวานิช จึงติดต่อชงโคไปถ่ายภาพโป๊ และสุดท้ายก็ไปมีความสัมพันธ์กับวานิชในที่สุด กลายเป็นผู้หญิงกลางคืนเต็มตัว ซูซี่ยังไม่หยุดแค่นั้น ยังหลอกให้การะเกดไปหาวานิช จนถูกข่มขืน ทั้งทองทา และอธิตามไปช่วยไม่ทัน การะเกดเหมือนตกนรกเพราะทำใจไม่ได้ สุดท้ายเธอก็ลาออกจากการแข่งขันในที่สุด เหลือมาลีเพียงลำพัง กิจการที้ร้านของโรสก็ต้องถูกปิดลงชั่วคราว เพราะเจ้าหนี้ตามมาทวงหนี้ อาละวาดจนแขกในร้านหนีกันไปหมด บอย ก็พยายามช่วยโรสทุกวิถีทาง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก สุดท้าย มาลีเริ่มยอมรับในตัวของบอยมากขึ้นโรส แคที่ บอย มาลี จึงกลับไปต่างจังหวัด เพื่อเยี่ยม ปู่เชื้อ กับย่าหงส์ ความลับเรื่องที่โรสเป็นกะเทย ถูกเปิดเผยในที่สุด แต่มาลีก็ยืนยันว่า ไม่ว่าโรสจะเป็นยังไง ก็ยังเป็นพ่อของเธอในที่สุด ทองทา รักและเป็นห่วงมาลีเพิ่มขึ้นทุกวัน ตัดสินใจ ร้องเพลงสารภาพรักมาลีบนเวทีเปิดตัวศิลปินหน้าใหม่ของบริษัท เมืองแมนดีใจมากที่จะได้ทองทา มาเป็นศิลปิน เรียกเงินและเรทติ้งอีกคน ส่วนบรมและแซนดี้ ก็หมายมั่นปั้นมือ จะปั้นทองทาให้โด่งดังให้ได้ มาลีไม่ยอมพบหน้าทองทา จนทองทาต้องตามไปหาที่ต่างจังหวัด โรสเชียร์ทองทาจนออกนอกหน้า แต่ยังไม่ทันที่ทั้งคู่จะได้พูดคุยกัน ซีโร่ก็ตามมาก่อกวน พูดจาไม่ดีใส่โรสไปหลายคำ แต่สุดท้ายเมื่อรู้ว่าโรสเป็นพ่อของมาลี ก็ถึงกับอึ้งไป การะเกดกลับไปเยี่ยมแม่ที่ต่างจังหวัด เศร้าใจกับชีวิต อธิคอยตามไปปลอบใจไม่ห่าง แต่ยังไง การะเกดก็ไม่ยอมกลับไปร้องเพลงอีก และด้วยความสงสารที่โรสไม่มีทางออก แคที่ จึงยอมออกทุนให้ก้อนใหญ่ เพื่อให้โรสกลับไปเปิดร้านอีกครั้ง ทุกคนจึงกลับไปที่กรุงเทพ ป้าบุญมา สมศรี ก็กลับมาทำครัวเช่นเดิม แต่คราวนี้โรส เปลี่ยนคอนเซปต์ร้าน ให้แขกที่มา ได้ขึ้นโชว์ กลายเป็นซุปตาร์กันถ้วนหน้า ทำให้ร้านเริ่มโด่งดัง ลูกค้าจองคิวขึ้นโชว์กันแบบข้ามเดือน มาลีกลับเข้าไปร้องเพลงประกวดอีกครั้งด้วยเพลงที่บอกถึงความคิดถึงที่มีต่อทองทา ซึ่งทองทาเอง ก็เข้าห้องอัดเสียงร้องเพลงด้วยความคิดถึงมาลีเช่นเดียวกัน สุดท้ายคืนนั้นเอง ทองทากับมาลีก็ปรับความเข้าใจกันในที่สุด ทั้งคู่บอกรักกัน และยืนยัน และก้าวไปสู่ฝัน ด้วยการร้องเพลงของทั้งคู่ ในขณะที่เส้นทางการร้องเพลงของมาลีกำลังไปได้ดี โรสกลับมีอาการป่วยมากขึ้น ด้วยการเป็นมะเร็งที่ลำไส้ สุดท้ายเขาตัดสินใจ บอกกับโยทะกาว่า มาลีคือลูกสาวของตนเอง ที่เกิดกับโยทะกา โยทะกาดีใจมาก แต่เมื่อมาลีรู้ความจริง กลับรับไม่ได้ที่โยทะกาทอดทิ้งตนไป ขอมีโรสเป็นพ่อเพียงคนเดียว ซ้ำร้ายเมืองแมนยังคงไม่เลิกนิสัยเจ้าชู้ เอาแต่ได้ เขาไปมีความสัมพันธ์กับเลขาจ๋า เลขาของโยทะกา จนโยทะการู้เรื่องในที่สุด โยทะกาเครียดจัด กินยานอนหลับไปเกินขนาดจนต้องเข้าโรงพยาบาล ทองทาต้องไปดูแล แต่หนูมาลียังไม่ยอมไปเยี่ยม เพราะยังทำใจไม่ได้ เบลล่า เอาจุดอ่อนที่มาลีเรียกโรสว่าพี่ ปลุกกระแสนักข่าวให้เกลียดชังมาลี ที่ไม่ยอมเรียกโรสว่าพ่อ ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่มาลีขึ้นเวทีร้องเพลงที่ร้านของโรส และเรียกโรสว่าพ่ออย่างเต็มปาก เต็มคำ โรสดีใจมาก ข่าวของมาลีและโรสแพร่กระจายไป อีกทั้งยังเรื่องที่โรสป่วยเป็นมะเร็ง ยิ่งทำให้ประชาชนเห็นใจเธอมากขึ้น จนคะแนนโหวตขึ้นแซงหน้าเบลล่าไปอีก การะเกดกลับมาร้องเพลงอีกครั้งที่ร้านของโรส แต่อดีต ยังคงทำให้เธอหวาดกลัว ซึ่งอธิก็หาทางจับวานิช เอาผิดให้ได้ แต่เขาก็รอดไปทุกครั้ง สุดท้าย การะเกดจึงยอมเป็นพยานคดีถูกวานิชข่มขืน จนวานิชถูกจับในที่สุด ทั้งการะเกดและอธิ รักและเข้าใจกัน ส่วนชงคง ก็กลับมาอยู่ที่ร้าน เลิกอาชีพค้าบริการ โดยได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากโรส และทุกคน กระแสข่าวของซีโร่เริ่มแผ่วเบาไป เขาจึงคิดหาวิธีสร้างข่าวกับหนูมาลี ด้วยการเข้าไปในห้องแต่งตัว เพื่อถ่ายรูปกับมาลี แสดงว่าสนิทสนมกัน ซีโร่คิดจะลวนลามมาลี โชคดีที่โรสเข้ามาช่วยทัน มาลีแถลงข่าวต่อหน้าสื่อมวลชนว่า ซีโร่คิดร้ายต่อตนเอง ทำให้ซีโร่หมดอนาคตไปในทันที เมืองแมนมีโอกาสได้เจอมาลีเข้าอย่างจัง จึงเกิดหลงไหล อยากได้มาลีมาเป็นของตนเอง และไม่เหลียวแลเลขาจ๋าอีก โดยที่เมืองแมนไม่รู้ว่า มาลีคบอยู่กับทองทา เมื่อเบลล่ารู้เรื่องจึงแกล้งส่งข้อความทางโทรศัพท์ไปหาเมืองแมน อ้างว่าเป็นหนูมาลี ซึ่งมีใจให้กับเมืองแมน ทำให้เมืองแมนเข้าใจผิดคิดว่าหนูมาลีมีใจให้ อาการป่วยของโรสทรุดหนัก จนทุกคนรู้กันหมด ทั้งโยทะกา มาลี โรส ชงโค การะเกด อธิ สมศรี บุญมา ที่เสียใจที่สุดก็คือบอย เขาร้องไห้ กอดโรส อ้อนวอนให้โรสไปรักษาตัว เพื่ออยู่เป็นกำลังใจให้กับทุกคน สุดท้ายโยทะกาจึงยื่นมือเข้ามาช่วย พาโรสไปรักษาตัว การประกวดร้องเพลงรอบสุดท้ายมาถึง คะแนนของเบล สู้มาลีไม่ได้ เธอจึงคิดหาทางกำจัดมาลี ด้วยการให้คนร้ายจับตัวมาลี ไปที่คอนโดเมืองแมน เมืองแมนปลุกปล้ำมาลี ดีที่โยทะกามาช่วยไว้ทัน เธอใช้ปืนยิงที่ขาของเมืองแมน เพื่อช่วยมาลี ลูกสาวคนเดียวของเธอ ทองทาตามมาอีกคน ต่อสู้กับคนร้าย ที่ลักพาตัวมาลีมา แล้วมอบตัวให้กับอธิ ทองทาพามาลีขึ้นเวทีร้องเพลงทันเวลา แต่เบลล่าก็ใช้กลโกงจนชนะการประกวด มาลีภูมิใจมากที่ได้ร้องเพลง มันคือนาทีที่ยิ่งใหญ่ ที่เธอได้มอบให้กับผู้ชม พร้อมทั้งครอบครัวที่สมบูรณ์อย่างโรส และโยทะกา โรสยิ้มปลื้มที่เห็นหนูมาลีได้ทำให้ฝันเป็นจริง อาการของโรสทรุดหนัก แต่เขากลับดีใจที่ร้านอาหารของเขาขายดิบขายดี จนสามารถปลดหนี้สินได้ โรสทำพินัยกรรมมอบส่วนแบ่งให้กับทุกคน และให้มาลีดูแลกิจการต่อ ฝากฝังให้โยทะกาดูแลมาลีแทนตนต่อไป อธิขอการะเกดแต่งงาน ส่วนทองทาก็ขอมาลีแต่งงาน เพียงรอให้มาลีเรียนจบก่อนเท่านั้น ทั้งคู่ก็จะแต่งงานกัน โรสหมดลมในอ้อมกอดของหนูมาลี ทุกคนเศร้าใจ เมืองแมนไม่สามารถกลับมาเดินได้เหมือนเดิม ซ้ำยังถูกปลดจากการเป็นผู้บริหารสถานี โยทะกาสู้คดี เรื่องที่ยิงเมืองแมน ว่าเป็นการปกป้องลูกสาวตนเอง ทองทาได้ขึ้นเป็นผู้บริหารสถานีแทน โดยมีโยทะกา บรม แซนดี้ เป็นผู้ช่วย ส่วนซีโร่ก็สำนึกผิด กลับมาขอโทษมาลี และทองทาก็ให้โอกาสซีโร่ได้กลับมาทำงานเรื่องการร้องเพลงอีกครั้ง บุณฑริก ยังคงเพ้อเจ้อเรื่องทรัพย์สมบัติ ส่วนเบล ก็ถูกดำเนิคดีเรื่องจ้างวาน คนมาทำร้ายมาลี เบลเริ่มมีอาการเพ้อ เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย ด้วยความที่ทะเยอทะยาน ชอบแก่งแย่งชิงดี จนไม่สามารถควบคุมสติตนเองได้ มาลีกลายเป็นนักร้องที่โด่งดัง มีงานไม่ได้หยุด ถึงแม้จะไม่ใช่ผู้ที่ชนะเลิศในการประกวด อีกทั้งความรักที่มีกับทองทาก็ผลิบานขึ้นทุกวัน ถึงวันนี้มาลีจะไม่มีโรสเคียงข้าง แต่เธอก็มีโยทะกาคอยดูแล พร้อมทั้งเสียงเพลงที่อยู่กับเธอไปตลอดกาล รายชื่อนักแสดง แพทริเซีย กู๊ด รับบท มาลีสน ยุกต์ ส่งไพศาล รับบท ทองทาวรวุฒิ นิยมทรัพย์ รับบท โรสณัฏฐพัชร วิพัธครตระกูล รับบท การะเกดเปรมณัช สุวรรณานนท์ รับบท ร.ต.ต.อธิชนิดาภา พงศ์ศิลป์พิพัฒน์ รับบท เบลล่าเมธัส ตรีรัตนวารีสิน รับบท ซีโร่ธัญญาเรศ เองตระกูล รับบท โยทะกาเล็ก ไอศูรย์ รับบท เมืองแมนเธียยเกศ ไอสุรางฆ์ รับบท ชงโควรายุฑ มิลินทจินดา รับบท แคที่ชลนที ณรงค์ชัย รับบท บอยนรินทร ณ บางช้าง รับบท แซนดี้กลศ อัทธเสรี รับบท บรม

ฉุนจัด! ผู้ประท้วงในยูเครนเหวี่ยงนักการเมืองลงถังขยะ
นักการเมืองยูเครน /  นักการเมืองยูเครนถูกจับโยนถังขยะ / 

ผู้ประท้วงในยูเครนจับนักการเมืองโยนลงถังขยะ พร้อมกดหัว และขว้างปาข้าวของใส่ เหตุไฟเขียว กม.ปราบปรามผู้ประท้วง วันนี้ (17ก.ย.)ข่าวต่างประเทศรายงานกลุ่มความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ปักหลักอยู่บริเวณหน้ารัฐสภายูเครน จับ"นายวิตาลี ซูราฟสกี้" อดีตรัฐมนตรียูเครน สมาชิกพรรคอดีตประธานาธิบดีวิคเตอร์ ยานูโควิช โยนลงถังขยะและปาข้าวของใส่ด้วยความเกลียดชัง เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อ นายวิตาลี เดินผ่านกลุ่มฝูกชนด้านหน้ารัฐสถาได้ถูกผู้ประท้วงจับตัวไว้และโยนลงถังขยะ สาดน้ำใส่ และกดหัวไม่ยอมให้ลุกหนี แม้นายวิตาลี จะเกลี้ยกล่อมให้สงบสติอารมณ์แต่ไม่เป็นผล พร้อมทั้งขว้างปายางรถยนต์ใส่เขาซ้ำ อย่างไรก็ตามสาเหตุที่เกิดเหตุชุลมุนขึ้นนั้นไม่แน่ชัดแต่มีผู้ตั้งข้อสังเกตุว่า เขาเคยอนุมัติกฏหมายสลายการชุมนุมที่ต่อต้านรัฐบาลยูเครนเมื่อต้นปีที่ผ่านมา แต่เจ้าตัวอ้างว่าเป็นการกระทำของคู่แข่งทางการเลือกตั้งของเขา

สนช.ผ่านร่างกม.ขั้นรับหลักการวาระแรกแล้ว2ฉบับ
ข่าววันนี้ /  คสช. / 

ที่ประชุม สนช. ผ่านร่างกฎหมายขั้นรับหลักการวาระแรกแล้ว 2 ฉบับ กำหนดตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณาชุดเดียวกัน 15คน  เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ชั่งตวงวัด ขณะ 'นพ.เจตน์' ขอแก้ทุจริต ด้าน รมว.พณ. ยันนำข้อสังเกตพิจารณาต่อ บรรยากาศ การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ล่าสุด เข้าสู่การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด โดยก่อนหน้าที่ประชุมมีมติเห็นชอบรับหลักการวาระแรก จำนวน 2 ฉบับ คือ ร่างพระราชบัญญัติการรับขนทางอากาศระหว่างประเทศ เห็นชอบด้วยคะแนน 150 : 1 เสียง ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความรับผิดบางประการต่อการเดินอากาศ เห็นชอบด้วยคะแนน 153 : 0 ซึ่งทั้ง 2 ฉบับตั้งคณะกรรมาธิการ 15 คน พิจารณาในคราวเดียวกัน ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน และกำหนดแปรญัตติ 7 วัน ทั้งนี้ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวขอบคุณสมาชิก สนช. โดยจะนำข้อเสนอแนะต่างๆ ไปเป็นแนวทางหรือปรับใช้ในชั้นกรรมาธิการ พร้อมย้ำเจตนารมณ์ของร่างกฎหมายมีองค์ประกอบหลัก คือท่าอากาศยานและปัจจัย คือ นักบิน ที่ต้องการให้ปลอดภัยตั้งแต่ต้นทางสู่ปลายทาง   มติที่ประชุม สนช. เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ชั่งตวงวัด บรรยากาศ การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ครั้งที่ 10 ล่าสุด ที่ประชุมมีมติ 149-0 เสียง เห็นชอบและรับหลักการร่าง พ.ร.บ.มาตราชั่งตวงวัดต่อ ที่มี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้ชี้แจงหลักการและเหตุผล โดยระบุว่า จะมีการแก้ไขปรับปรุงในข้อบังคับว่าด้วยการการช่างตวงวัดเพื่ออำนวยความ สะดวกและให้เกิดความทันสมัย และเสริมสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้ค้าและประชาชน ขณะ ที่ นายแพทย์เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิก สนช. ได้อภิปรายถึงร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวว่า ปัญหาของการชั่งตวงวัดที่ผ่านมาเกิดจากการจงใจทุจริตของผู้ค้า ดังนั้น จึงต้องการให้เน้นที่การควบคุมดูแล เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายและเพื่อแก้ไขปัญหาการทุจริต อย่างไรก็ตาม พล.อ.ฉัตรชัย ยืนยันว่า จะนำข้อสังเกตของสมาชิก สนช. ไปพิจารณาต่อไป

เที่ยวอินซอน ต้อนรับเอเชียนเกมส์ 2014
Incheon /  อินชอน / 

มารู้จักกับ อินชอน (Incheon) เมืองท่าที่สำคัญของเกาหลี ตั้งอยู่ตรงจุดสิ้นสุดของทางรถไฟใต้ดิน อยู่ห่างจากกรุงโซลเพียง 1 ชั่วโมง รวมถึงเป็นเมืองที่ตั้งของสนามบินนานาชาติและท่าเรือนานาชาติที่มีเรื่อเฟอร์รี่คอยให้บริการจากท่าเรืออินชอนไปยังประเทศจีนด้วย นักท่องเที่ยวสามารถซื้อทัวร์ชมเมืองอินชอนได้ ใช้เวลาการชมเมืองประมาณ 1-2 ชั่วโมง สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในตัวเมือง เช่น สวนวอลมิซาน เกาะวอลมิโด ตลาดปลาโยมัน เป็นต้น ภาพจาก http://english.triptokorea.com/  เที่ยวอินซอน ต้อนรับเอเชียนเกมส์ 2014 ข้อมูลทั่วไป และ แหล่งท่องเที่ยวรอบนอกเมืองโซลที่น่าสนใจ บ้าน Full House สะดุดรัก ที่พักใจ ภาพจาก korea.panduanwisata.com บ้าน Full House คอซีรีส์หลายคนที่ได้ดูซีรีส์สุดฮอตอย่าง Full House สะดุดรักที่พักใจ หรือ วุ่นนักรักเต็มบ้านเวอร์ชั่นเกาหลี ก็คงจะเห็นโลเคชั่นหลักอย่างบ้าน Full House และแน่นอนว่ามันเป็นสถานที่ซึ่งสาวๆ หลายคนใฝ่ฝันที่จะมาเยือนพร้อมจิ้นตัวเองให้เป็นนางเอกในเรื่อง และหากคุณเป็นหนึ่งในนั้นก็สามารถเดินทางมาเห็นเองกับตาสักครั้งที่เกาะ Shin-do หรือ Si-Do โดยใช้บริการแท็กซี่จากสนามบินอินชอนประมาณ 15-20 นาที แล้วต่อเรือเฟอร์รี่ข้ามอ่าว Sammock จากนั้นต่อรถบัสแล้วเดินต่อไปอีกประมาณ 1.5 กิโลเมตร หรือจะเช่าจักรยานก็ได้ค่ะ ส่วนค่าเข้าชมภายในตัวบ้านตกที่คนละ 3,000 วอน หรือประมาณ 95 บาท แม้การเดินทางจะหลายต่อแต่ก็คุ้มนะคะที่จะได้เห็นสถานในซีรีส์สุดโปรดกับตาตัวเองสักครั้ง สวนชายุ (Chayu-gongwon หรือ Chayu Park) สวนแบบตะวันตกแห่งแรกของเมืองอินชอน ตั้งอยู่บนเนินเตี้ยๆที่สามารถมองไปยังท่าเรือได้ ในบริเวณสวนมีอนุสาวรีย์นายพลแม็กอาเธอร์ (General MacArthur) นายทหารอเมริกันผู้ซึ่งนำกองทัพสหประชาชาติมาขึ้นบกที่อิน-ชอนเพื่อช่วยเกาหลีใต้ในระหว่างสงครามเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ในปีค.ศ. 1950 นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถเอร็ดอร่อยกับอาหารทะเลหลากหลายในบริเวณวอลมิโด หรือเกาะวอลมิ (Wolmido หรือ Wolmi Island) คังฮวาโด หรือเกาะคังฮวา (Ganghwado หรือ Ganghwa Island) อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของท่าเรืออินชอน เกาะแห่งนี้เป็นเกาะที่สำคัญเนื่องจากเป็นจุดที่แม่น้ำฮันมาบรรจบกับทะเลเหลือง รวมทั้งเป็นที่ตั้งของหลุมฝังศพที่ทำจากหินขนาดใหญ่วางซ้อนกัน 120 กลุ่ม อันเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงวิธีฝังศพของมนุษย์ในยุคหินใหม่ ซึ่งรวมถึงก้อนหินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเกาหลีด้วย บริเวณกลุ่มหินนี้ เรียกว่า โดลเมน (Dolmen) ได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโก้ให้เป็นมรดกวัฒนธรรมโลกในเดือนธันวาคมค.ศ. 2000 ตลาดคังฮวา (Ganghwa Market) เกาะคังฮวามีชื่อเสียงในเรื่องเสื่อลายดอกไม้ (ฮวามุนซก-Hwamunsok) หรือเสื่อที่ทอจากหญ้ากวางกล แล้วย้อมด้วยสี 7 สีคือ แดง น้ำเงิน ฟ้า เลือดหมู ม่วง ดำและขาว ถ้าเป็นลายต่างๆ เช่น ดอกกล้วยไม้ต้นสน และดอกบัวบาน นอกจากเสื่อแล้วที่เกาะคังฮวายังมีชื่อในเรื่องโสมอีกด้วย ตลาดคังฮวาเปิดทุกวันที่ลงท้ายด้วยเลข 2 และ 7 ที่บริเวณใจกลางเมือง มานีซาน หรือยอดเขามานี (Manisan) เป็นสถานที่บวงสรวงเทพยดาบนสวรรค์ ตามตำนานของกษัตริย์ดันกุน (Dangan) พิธีจะจัดขึ้นอย่างง่ายๆที่ศาลเจ้าบนยอดเขามานี ซึ่งเชื่อกันว่าสร้างโดยกษัตริย์ดันกุนเพื่อบวงสรวงพระบิดาและเสด็จปู่บนสรวงสวรรค์ ภาพจาก moriketravels.wordpress.com หมู่บ้านพื้นเมืองเกาหลี (Korean Folk Village) เป็นพิพิธภัณฑ์จำลองให้เห็นสภาพความเป็นอยู่และวิถีชีวิตของชาวเกาหลีในสมัยโบราณ ภายในหมู่บ้านแห่งนี้มีช่างทำภาชนะดินเผา ช่างเหล็ก และช่างฝีมือประเภทต่างๆ ซึ่งได้มีการฝึกปรือฝีมืออันเป็นอาชีพดั้งเดิมของแต่ละท้องถิ่น หมู่บ้านพื้นเมืองมีบ้านแบบต่างๆกว่า 260 หลัง และยังมีอัฒจันทร์ไว้สำหรับชมการแสดงดนตรีและระบำพื้นเมืองด้วย เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 09.00-18.00 น. ค่าเข้าชม 12,000 วอน (ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.koreanfolk.co.kr/) เที่ยวทะเลอินชอน (Incheon Islands) หาดทราย น้ำทะเล และเกาะต่าง ๆ ของอินชอนก็มีความงดงามและยังเต็มไปด้วยความสมบูรณ์ของธรรมชาติและอากาศบริสุทธิ์ แถมการเดินทางยังสะดวกโดยคุณสามารถเดินโดยเรือไปยังเกาะต่าง ๆ และเมื่อไปถึงเกาะแล้วก็จะมีกิจกรรมปีนเขา ดำน้ำ ให้คุณได้เพลิดเพลินกันอีกด้วย สำหรับเกาะที่มีชื่อเสียงของอินชอน ได้แก่ เกาะ Daecheongdo, เกาะ Yeonpyeongdo, เกาะ Ganghwado, เกาะ Yeongjongdo, เกาะ Muuido และเกาะ Deokjeokdo อินชอน อาร์ต เซ็นเตอร์ (Incheon Arts Center) อินชอน อาร์ต เซ็นเตอร์ เป็นถนนสุดฮอตของนักท่องเที่ยวและคนเกาหลี หากเทียบกับบ้านเราก็คงจะเปรียบเหมือนย่านสยามสแควร์ที่เป็นศูนย์รวมความบันเทิง สินค้า และแหล่งช้อปปิ้ง ดังนั้น หากคุณเป็นนักช้อปตัวแม่หรือชอบสีสันแห่งแดนกิมจิก็ห้ามพลาดเลย โดย อินชอน อาร์ต เซ็นเตอร์ ตั้งอยู่ในย่าน Guwol-dong นอกจากนี้ยังมีศูนย์รวมความบันเทิงอย่าง Rodeo Street ทีมีทั้งโรงภาพยนตร์, ร้านอาหาร และสินค้าละลานตาให้เลือกซื้อกัน Incheon Landing Operation Memorial Hall Incheon Landing Operation Memorial Hall เป็นเมมโมเรียลฮอลล์ที่แสดงถึงเสรีภาพของเกาหลีใต้หลังสงคราม และเพื่อระลึกถึงวีรบุรุษผู้กล้าหาญที่ร่วมต่อสู้เพื่อเกาหลีกระทั่งได้รับชัยชนะ นอกจากนี้ยังมีการจัดเอาอาวุธสงครามสมัยก่อนซึ่งมีทั้งปืนและรถถัง รวมทั้งวิดีโอที่แสดงถึงการสู้รบในช่วงสงครามให้ได้ชมกัน นอกจากนี้คุณยังจะสังเกตเห็นธง 16 ผืน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงบรรดาประเทศต่าง ๆ ที่ร่วมกันรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับเกาหลีด้วย เรียกว่าเป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจที่แสดงให้เห็นถึงประวัติศาสตร์ของเกาหลีในช่วงเวลากว่าหนึ่งร้อยปีที่ผ่านมา ย่าน Bupyeong (Bupyeong) หากว่ายังไม่จุใจกับที่เที่ยวในย่าน Guwol-dong ก็มาต่อที่ Bupyeong เลย เพราะมันเป็นอีกย่านที่ขึ้นชื่อของนักท่องเที่ยวและทัวร์ต่าง ๆ และยังเป็นย่านที่หลายคนการันตีว่ามันทำให้อินชอนเป็นเมืองที่มีชีวิตชีวามากขึ้น โดยในย่าน Bupyeong จะประกอบไปด้วยศูนย์การค้าขนาดใหญ่ทั้งใต้ดินและบนดิน และยังมีร้านค้าเล็ก ๆ ตั้งอยู่สองฝากของถนนให้คุณได้จับจ่ายกันเพลิน ๆ และสาว ๆ ที่มองหาเครื่องสำอางเกาหลีอยู่ละก็ ย่าน Bupyeong จะไม่ทำให้ผิดหวังเลยค่ะ ส่วนใครที่อยากจะสัมผัสแสงสียามราตรีของเกาหลีใต้สักครั้งก็มาสามารถมาได้เช่นกัน เพราะมันยังเป็นศูนย์รวมของผับบาร์อีกด้วย สนามกีฬา Munhak  (Incheon Munhak Stadium) ในช่วงเวลาปกติสนามกีฬาอินชอนคงไม่เป็นที่นิยมในการแวะเวียนมาของนักท่องเที่ยวเท่าใดนัก แต่ในช่วงที่มีการแข่งขันกีฬาสำคัญ ๆ อย่างฟุตบอลโลก 2002, การแข่งขันกรีฑาชิงแชมป์เอเชีย 2005 และล่าสุดกับการแข่งกันกีฬาเอเชียนเกมส์ 2014 ที่จะถึงนี้ แน่นอนว่ามันทำให้สนามกีฬาอินชอนฮอตขึ้นไปอีกเท่าตัว เพราะนักท่องเที่ยวหลายคนเริ่มที่จะตื่นตัวและอยากมีโอกาสในการถ่ายภาพคู่กับสถานที่ซึ่งมีความสำคัญด้านกีฬาเช่นนี้ นอกจากนี้มันยังถูกออกแบบให้เป็นสนามกีฬาอเนกประสงค์ที่สามารถเล่น Incheon Bridge, South Korea ภาพจาก www.vistanature.com สะพานอินชอน (Incheon Bridge) อย่าเพิ่งทำหน้าฉงนว่าสะพานอินชอนมันมีอะไรน่าเที่ยวด้วยหรือ? และคำตอบคือ แน่นอนค่ะ เพราะมันต่างจากสะพานแขวนทั่วไป ด้วยรูปทรงที่คดเคี้ยวเหนือผืนน้ำแสดงให้เห็นถึงความล้ำหน้าทางด้านวิศวกรรมของอินชอน และมันยังถูกจัดว่าเป็นหนึ่งในสิบของสถาปัตยกรรมสุดเริดจากการจัดอันดับของนิตยสารบริทิช วีคลี่ ของอังกฤษด้วย เรียกว่าไม่ธรรมดาเลย โดยสะพานอินชอนมีความสูงเท่ากับตึก 63 ชั้น และมีความยาวกว่า 2.38 กิโลเมตร และมันยังเป็นสะพานที่มีขนาดใหญ่และมีระยะทางที่ยาวที่สุดในเกาหลีใต้ด้วย นอกจากนี้ในยามค่ำคืนแสงไฟที่ส่องประกายมาทำให้สะพานอินชอนงดงามยิ่งขึ้น จึงไม่ควรพลาดที่จะแชะภาพคู่กับแลนด์มาร์กที่สำคัญของอินชอน ข้อมูล : tripdeedee.com ภาพจาก visitkorea.or.kr เที่ยวอินซอน ต้อนรับเอเชียนเกมส์ 2014

เครดิตบูโรแจง อย่าเชื่อต้มตุ๋นอ้างปลดล็อกแบล็กลิสต์ได้
Blacklist /  ก.ล.ต. / 

เครดิตบูโรเร่งแจง อย่าหลงเชื่อโฆษณาชวนเชื่อทางอินเทอร์เน็ต ที่อ้างว่าสามารถรับทำบัตรเครดิต และธุรกรรมทางการเงิน ให้กับผู้ที่ถูกขึ้นบัญชีดำติดแบล็กลิสต์ได้นั้น ยันไม่เป็นความจริง วอนประชาชนอย่าหลงเชื่อ นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด หรือ เครดิตบูโร กล่าวถึงกรณีข่าวโฆษณาชวนเชื่อทางอินเทอร์เน็ต ที่อ้างว่าสามารถรับทำบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด สินเชื่อส่วนบุคคล บ้าน รถยนต์ ให้กับผู้ที่ถูกขึ้นบัญชีดำติดแบล็กลิสต์ได้นั้น ว่าไม่เป็นความจริง วอนประชาชนอย่าหลงเชื่อ อาจถูกต้มตุ๋นได้ โดยข้อมูลต่างๆที่เกิดขึ้น ทางเครดิตบูโรไม่สามารถเปลี่ยนแปลง ลบทิ้งให้ต่างไปจากความเป็นจริงได้ และไม่มีใครสามารถปลดล็อกอะไรได้ตามที่มีการโฆษณาหลอกลวง ซึ่งการจะแก้ไขข้อมูลในเครดิตบูโรสามารถทำได้ในกรณีที่ข้อมูลนั้นไม่ถูกต้องตามข้อเท็จจริงเท่านั้น โดยต้องมีหลักฐานชัดเจนที่พิสูจน์ได้ว่าข้อมูลไม่ถูกต้องจึงจะสามารถแก้ไขได้ นายสุรพล โอภาสเสถียร ยังกล่าวอีกว่า อยากให้ประชาชนระมัดระวัง และอย่าหลงเชื่อ ซึ่งการทำธุรกรรมทางการเงินหรือการขอสินเชื่อนั้น ควรติดต่อสถาบันการเงินที่ได้รับอนุญาตโดยตรงจะปลอดภัยที่สุด อีกทั้งเตรียมร่วมกับศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในการรณรงค์การให้ความรู้ทางการเงินและสื่อสารเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นจากใช้บริการ รวมทั้งความรู้เท่าทันการหลอกลวงทางการเงินจากกลุ่มมิจฉาชีพ เพื่อไม่ตกเป็นเหยื่อภัยทางการเงินในรูปแบบต่างๆ หากประชาชนได้รับการโฆษณาชวนเชื่อ หรือได้รับการเสนอบริการในลักษณะดังกล่าวสามารถสอบถามหรือแจ้งข้อมูลได้ที่ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) หมายเลข 1213 เพิ่มเติมได้ที่ www.1213.or.th หรือกรณีสอบถามปัญหาเรื่องเครดิตบูโรก็สามารถติดต่อได้ที่ Call Center ของเครดิตบูโร หมายเลข 0-2643-1250 MThai News

เกลือบำบัด คุณค่าที่มากกว่าความเค็ม
ระบบทางเดินหายใจ /  สูดไอเกลือ / 

เกลือ สารอาหารแห่งชีวิต ในยุคกลาง อันเป็นยุคที่ผลึกเกลือมีค่าดั่งทอง มีเหมืองเกลือเกิดขึ้นมากมายทั่วภูมิภาคยุโรป ผลึกขาวราคาแพงกลายมามีบทบาทสำคัญหลายประการ ดังจะเห็นได้จากร่องรอยหลงเหลือในภาษา อย่างคำที่เราคุ้นเคยกันไม่ว่าจะเป็น salary-เงินเดือน sauce-น้ำซอส sausage-ไส้กรอก รวมทั้ง salad-สลัด ซึ่งล้วนมีรากศัพท์มาจากคำว่า sal-เกลือ ในภาษาละติน หรือแม้แต่หลายเมืองในยุโรปก็ปรากฏคำว่าเกลือในชื่อ ย้ำเตือนให้เห็นว่าเกลือนั้นสำคัญมากเพียงไรในอดีต. เจ้าผลึกขาวรสเค็มในโลกนี้มีหลายชนิด แต่ที่ใกล้ตัวและมีบทบาทกับเรามากที่สุดเห็นจะไม่พ้นการรวมตัวของโซเดียมและคลอไรด์ (NaCl) ซึ่งกลายมาเป็นเกลือแกงปรุงอาหารสีขาวแสนคุ้นเคย นอกจากคุณสมบัติในการเติมแต่งรสชาติอาหารแล้ว สารอาหารที่ชื่อว่าโซเดียมนี้ยังมีบทบาทสำคัญในการดูแลรักษาสุขภาพ อันเป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดต่อกันมาอย่างยาวนาน ในชื่อเรียกว่า “ เกลือบำบัด ” (Salt Therapy หรือ Speleotherapy) อีกด้วย กว่าจะเป็น “ เกลือบำบัด ” บทบาทของเกลือกับการแพทย์นั้นมีหลักฐานว่าฮิปโปเครตีส (Hippocrates) ปรัชญาเมธีผู้โด่งดังได้รู้จักการสูดดมไอเกลือเพื่อรักษาโรคทางเดินหายใจมาตั้งแต่สมัยกรีกแล้ว ส่วนในเอเชียมีตำราเภสัชวิทยาโบราณอายุกว่า 4,700 ปีของจีน “เปงเจากันมู” (Peng Tzao Kan Mu) ระบุไว้ว่ายุคนั้นมีการใช้เกลือแพร่หลายมากกว่า 40 ชนิด ทั้งเพื่อประโยชน์ในทางการแพทย์และเป็นเงินตราแลกเปลี่ยน เกลือบำบัด ยุคใหม่ ในปีค.ศ. 1843 เฟลิกซ์ บ็อกซโควสกี้ นายแพทย์ชาวโปแลนด์สังเกตพบว่า อุบัติการณ์โรคระบบทางเดินหายใจ เกิดขึ้นกับคนงานเหมืองเกลือน้อยมาก จึงริเริ่มนำผู้ป่วยทั้งโรคทางเดินหายใจและภูมิแพ้ลงไปสูดดมไอเกลือในเหมืองหรือถ้ำเกลือใต้ดิน จนพบว่าช่วยบำบัดโรคอย่างได้ผล ความสำเร็จนี้จึงถูกบันทึกในตำรา กระตุ้นให้ถ้ำ เกลือบำบัด กลับฟื้นคืนชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง และเมื่อช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 นายแพทย์ชาวเยอรมัน คาร์ล เฮอร์มันน์ สแปนนาเกล ได้พบว่าผู้ป่วยทางเดินหายใจซึ่งลี้ภัยอยู่ในถ้ำเกลือมีอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งย้ำเตือนประโยชน์ของถ้ำเกลือต่อสุขภาพอย่างชัดเจน จากพัฒนาการแต่ละช่วงเวลาเหล่านี้ ปัจจุบัน เกลือบำบัด จึงกลายมาเป็นบริการมาตรฐานในสปาหลายแห่งทั่วทั้งยุโรปและอเมริกา เกลือบำบัด ในเมืองไทย เกลือบำบัด ถือเป็นเรื่องค่อนข้างใหม่ในเมืองไทย โดยถ้ำเกลือแห่งแรกเกิดขึ้นเมื่อปี 2009 ในยุคที่ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ระบาด หากใครนึกหน้าตาไม่ออกล่ะก็ ลองจินตนาการถึงช่องฟรีซของตู้เย็นที่มีน้ำแข็งเกาะหนาแน่น ภาพที่คุณเห็นนั่นล่ะค่ะ ถ้ำเกลือจำลอง ถ้ำเกลือจำลองนี้ทำขึ้นจากเกลือสินเธาว์บริสุทธิ์ 100 เปอร์เซ็นต์สำหรับใช้ในทางการแพทย์ หรือเรียกว่าฟาร์มาซอลท์ (Pharma salt) เป็นห้องปลอดเชื้อที่มีประจุลบความเข้มข้นสูง อุณหภูมิอยู่ระหว่าง 20-26 องศาเซลเซียส และมีความชื้นระหว่างร้อยละ 40-50 มีหัวใจสำคัญคือ เครื่องสร้างบรรยากาศระดับอณู อันเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงสำหรับสร้างบรรยากาศเสมือนในถ้ำเกลือจริง โดยเครื่องสร้างบรรยากาศระดับอณูนี้ จะพ่นละอองเกลือขนาดจิ๋วเพียง 1-5 ไมครอนให้เราสูดดม อณูเกลือจะค่อยๆ แทรกซึมเข้าสู่ทุกส่วนในระบบทางเดินหายใจ จากนั้นจะสกัดแยกสิ่งแปลกปลอมขนาดเล็กต่างๆ ให้หลุดออก ก่อนถูกกำจัดทิ้งผ่านการไอ จาม รวมทั้งทางเสมหะ เหมือนเป็นการดีท็อกซ์ระบบทางเดินหายใจ ให้สะอาดและทำงานได้ดีขึ้น ส่งผลให้ระบบอื่นๆ ในร่างกายทำงานได้ตามปกติ รวมทั้งระบบภูมิคุ้มกันด้วย ขอบคุณที่มาจาก : Health&Cuisine เมษายน, Issue 123