นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์

กมธ.ยกร่างฯ กำหนดให้มีนายกฯ คนนอกได้ หากเกิดวิกฤติ
นายกรัฐมนตรี /  นายกฯคนนอก / 

ที่ประชุมคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ให้นายกฯ มาจากคนนอกได้หากเกิดเหตุการณ์วิกฤติ คุณสมบัติ ส.ส. ต้องไม่เคยติดคุก หรือยื่นเสียภาษีเป็นเท็จ นายไพบูลย์ นิติตะวัน หนึ่งในกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้ออกมาเปิดเผยถึงผลการประชุมคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ วันนี้ (26 ก.พ. 58) ที่ได้มีการพิจารณาถึงที่มาของนายกรัฐมนตรี ว่า ที่ประชุมยืนยันตามกรอบเดิมที่มาของนายกฯ คือ ส.ส.ในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทย ใช้ดุลพินิจในการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีโดยเปิดเผย เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของสังคม แต่หากเกิดวิกฤตบ้านเมือง สามารถเสนอชื่อบุคคลจากภายนอกเข้ามาสู่สภา เพื่อให้รับรองและทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี แก้ไขปัญหาในช่วงที่มีวิกฤตการเมือง แต่การเสนอเช่นนี้ ไม่เกี่ยวข้องกับนายกรัฐมนตรี มาตรา7 พร้อมกกันนี้ ที่ประชุมเห็นชอบให้ ส.ส.ที่จะไปเป็นนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี จะต้องลาออกจากการเป็น ส.ส. เพื่อแยกอำนาจฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติออกจากกัน ขณะเดียวกันผู้ที่จะเข้ามาเป็น ส.ส. ต้องไม่เคยติดคุก หรือมีการยื่นเสียภาษีเป็นเท็จด้วย MThai News

'วิษณุ'ทวง!'ธรรมกาย'คืนเงินผู้เดือดร้อน ปมสหกรณ์ฯ
ธัมมชโย /  วัดพระธรรมกาย / 

'วิษณุ'เผย มส.ประชุมครั้งหน้า รู้ผลมีมติไม่ปาราชิกหรือไม่ ส่วนปมสหกรณ์เครดิตฯ-โยงธรรมกาย ขอจนท.ตรวจสอบก่อน ย้ำ ต้องเร่งหาเงินคืนผู้เดือดร้อน วันที่ 25 ก.พ.58 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ ระบุ การประชุมมหาเถรสมาคม เมื่อวันที่ 20 ก.พ. ไม่ได้มีมติเรื่องพระธัมมชโยว่า รอดูผลการประชุมมหาเถรฯในครั้งหน้า ซึ่งจะปรากฏการรับรองรายงานการประชุมครั้งก่อน และหากประชุมแล้วได้มติใด ให้ มส.เผยแพร่ต่อสาธารณชนว่ามีการแถลงเรื่องปาราชิกหรือไม่ ซึ่งต้องย้อนถามไปยังผู้แถลงว่าเอาข้อมูลจากไหนแล้วมติจริงๆ เป็นอย่างไร ส่วนกรณีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด โอนเงินให้วัดพระธรรมกาย ประมาณ 700 กว่าล้านบาท จะมีแนวทางอย่างไรนั้น ตนจะเข้ามาดูแลกระบวนการและสรุปผลการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องที่กำลังดำเนินการเรื่องนี้ ทั้งในส่วนของสำนักพุทธฯและ ปปง. ดีเอสไอ ตำรวจและกรมศาสนา ซึ่งตอบไม่ได้ว่าใช่้ระยะเวลาดำเนินการเท่าใดถึงได้ข้อยุติ โดยแนวทางการตรวจสอบ ย้ำ ให้นำเรื่องสหกรณ์ฯเป็นตัวตั้ง ไม่ใช่วัดพระธรรมกาย แล้วจึงสาวไปปลายทางของเงินว่าเป็นอย่างไร อย่างไรก็ตาม กรณีสหกรณ์เครดิตฯ ต้องเร่งหาทางนำเงินคืนให้ได้ก่อน เพื่อช่วยเหลือคนนับหมื่นที่กำลังทุกข์สาหัสอยู่ขณะนี้่ และจะให้ข้อมูลไม่ได้มาก เกรงเสียรูปคดี และเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก ซึ่งรัฐบาลจะต้องจัดการเรื่องด้วยความระมัดระวังอย่างมาก และเร่งให้เกิดความสงบเรียบร้อย ขอบคุณข้อมูล มติชน / ภาพ krobkruakao MThai News

นศ.เตรียมฮือต้าน!มธ.'ไล่สมศักดิ์'-อธิการฯ ชี้ทำตามกฏ
ธรรมศาสตร์ /  สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล / 

นศ.มธ.แสดงความเห็นขึ้นบอร์ดไม่เห็นด้วย ปม'ไล่สมศักดิ์ เจียม' เตรียมเดินขบวนต้าน มธ. ด้าน"อธิการฯฯมธ." ชี้ ลงโทษตามระเบียบ ไร้อคติ 26 ก.พ.58 ที่ ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต อาคารบรรยายเรียนรวม ได้มีการขึ้นบอร์ดแสดงความคิดเห็นของนักศึกษาจากกรณีมีการเผยแพร่เอกสารคำสั่ง มธ.ลงโทษ ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อาจารย์คณะศิลปศาสตร์ มธ. ให้ออกจากราชการ เมื่อวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา เพราะกระทำผิดข้อบังคับมหาวิทยาลัย โดยมีบอร์ดข้อความต่างๆ มีอาทิ "ธรรมศาสตร์ตายแล้ว" "อาจารย์ไม่ได้โดน 112 ไล่ออก อธิการนั้นแหละไล่อาจารย์" โดยนักศึกษาสมาชิกกลุ่มสภาโดม มีเห็นว่า นักศึกษาส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยต่อกรณีดังกล่าว ถือเป็นเรื่องรุนแรงเกินไป และน่าสังเกตุว่า ทางมหาวิทยาลัยเจาะจงเอาผิดนายสมศักดิ์เป็นพิเศษ ทั้งเรื่องการไม่เซ็นเอกสารอนุมัติการลาพักไปศึกษาต่อต่างประเทศและการยื่นหนังสือลาออกของนายสมศักดิ์สักฉบับ ทั้งที่มีการชี้แจงโดยตลอดว่าสถานการณ์บ้านเมืองที่ไม่ปกติ ควรมีการยืดหยุ่น ไม่ควรทับถมและควรเห็นใจนายสมศักดิ์ เพราะที่ผ่านมาต้องอยู่อย่างหวาดระเเวง หลบหนีไปต่างประเทศ หวั่นถูกลอบทำร้าย มองว่า หลังจากรัฐประหาร ม.ธรรมศาสตร์มีความตกต่ำไปมาก ด้านนายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดี มธ. ชี้แจงว่า หนังสือไล่ออกจากราชการเป็นไปตามระเบียบราชการ หากละทิ้งหน้าที่เกินกว่า 15 วันในคราวเดียวโดยไม่มีเหตุผลสมควรและมีพฤติการณ์แสดงถึงความจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบ ให้มีโทษสถานเดียวคือไล่ออก โดยนายสมศักดิ์ไม่มาปฏิบัติงานสอนตั้งแต่เดือน ส.ค. 57 ยื่นหนังสือลาออกในช่วงเดือนธ.ค. 57 ทาง คณะต้นสังกัดได้ส่งจดหมายเรียกให้กลับมาปฏิบัติหน้าที่แล้ว แต่นายสมศักดิ์ก็ไม่ได้กลับเข้ามา มหาวิทยาลัยจึงตั้งกรรมการสอบสวน พบว่าละทิ้งหน้าที่จริง จึงมีผลให้มีคำสั่งไล่ออกจากราชการ แต่นายสมศักดิ์ก็สามารถยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการอุทธรณ์มหาวิทยาลัยได้ภายใน 30 วันตามกฎหมาย ขอบคุณ ข้อมูล/ภาพ มติชน  MThai News

'พุทธิพงษ์'ขออโหสิกรรม ลาบวช28 ก.พ.นี้
กปปส. /  พระสุเทพ / 

"บี พุทธิพงษ์" โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ค ขออโหสิกรรมเพื่อลาบวช ในวันที่ 28 ก.พ.นี้ ที่วัดพระราม 9 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ แกนนำกปปส.โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊คชื่อ "พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ (บี)" ระบุถึงกำหนดการอุปสมบทในวันที่ 28 ก.พ.นี้ พร้อมกับกล่าวขออโหสิกรรม โดยข้อความระบุว่า "กรรมใดที่ข้าพเจ้าได้เคยล่วงเกินต่อท่าน ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ทั้งรู้และไม่รู้ ขอท่านโปรดอโหสิกรรมนั้นแก่ข้าพเจ้าด้วย การอุปสมบทครั้งนี้ หากมีกุศลผลบุญเกิดขึ้น ขอให้จงมีแด่ทุกท่านและครอบครัวด้วยเทอญ อุปสมบทวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2558 ณ.วัดพระราม 9 เวลา 09.00 โมง ปลงผม 12.59 อุปสมบท ท่านใดสะดวกเชิญมาร่วมบุญกันนะครับ" ซึ่งก่อนหน้านี้นายพุทธิพงษ์ ยังได้เดินทางไปที่สวนโมกข์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อไปกราบลาบวชกับพระสุเทพ ปภากโร อีกด้วย ภาพจากเฟซบุ๊ค พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ (บี) MThai News

สุดซึ้ง! โทรศัพท์จากชายแดนใต้ หลังส่งของไปให้ทหาร
3จังหวัดชายแดนภาคใต้ /  ส่งของให้ทหาร / 

สุดซึ้ง! โทรศัพท์จากชายแดนใต้ หลัง ส่งของไปให้ทหาร วันนี้(26 ก.พ.) บนโลกออนไลน์ได้แชร์โพสต์จากสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อคุณ Tornrachada Sangswangได้โพสต์ข้อความว่าได้รับโทรศัพท์จากนายทหารท่านหนึ่งที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ 3จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยได้มีการโทรมาขอบคุณในน้ำใจ หลังจากเจ้าของเฟซบุ๊คคนดังกล่าวได้ส่งของไปให้ โดยเผยว่า ก่อนปีใหม่ตนได้ส่งของกินของใช้ไปให้เหล่าทหารใน3จังหวัดชายแดนภาคใต้พร้อมกับแนบกระดาษโน๊ตขอบคุณที่ทหารทุกคนปฏิบัติหน้าที่อย่างกล้าหาญ เสียสละเพื่อชาติ พร้อมกับอวยพรปีใหม่และทิ้งท้ายว่าถ้าของถึงแล้วให้โทรกลับมาบอกด้วย เนื่องจากตนส่งพัสดุธรรมดาเกรงว่าของจะไปไม่ถึง ซึ่งมาทราบทีหลังว่า ไปรษณีย์ไทยที่ใจดี ให้ส่งพัสดุแบบธรรมดา ฟรี ไป 3 จังหวัดชายแดนใต้ น้ำหนักไม่เกิน 5 กิโล ส่งได้เรื่อยๆ ไม่มีหมดเขตอย่าลืมวงเล็บ (ทบ. สนามชายแดน) ไว้ที่มุมขวาบนกล่องด้วย) ซึ่งหลังจากนั้นตนได้รับโทรศัพท์ปริศนา โทรมาบอกว่า  "...ผมสิบตำรวจเอกสุขสันต์ โทรจากชายแดนใต้ ฐานบ้านสายสุราษฎร์ ที่คุณส่งของมาให้น่ะครับ ผมโทรมาบอกว่าได้รับของแล้วนะครับ ของที่ส่งมาได้ใช้หมดทุกอย่าง พวกผมต้องขอบคุณมากๆ ที่มีน้ำใจส่งของมาให้..." ซึ่งสายโทรศัพท์ดังกล่าวสร้างความดีใจให้กับตนเป็นอย่างมากแม้ไม่ใช่ญาติ ไม่เคยรู้จัก ไม่เคยเห็นหน้า แต่ตนคุยไปยิ้มไป ทั้งดีใจ ทั้งตื้นตัน "...เราก็ขอบคุณเค้า เค้าก็ขอบคุณเราถึงจะคุยกันแค่แป๊บเดียว แต่ก็นานพอ...ที่จะทำให้เราอิ่มใจไปอีกนาน..." ทั้งนี้คุณ  Tornrachada Sangswang ได้ทิ้งท้ายข้อมูลสำหรับคนที่อยากจะส่งของให้ทหารแบบนี้บ้าง โดยระบุว่า สิ่งของที่ต้องการคือขนมที่เก็บได้นาน ยารักษาโรค กาแฟ ชา น้ำพริกต่างๆ กางเกงในชาย ถุงเท้า หนังสือการ์ตูน นิตยสาร หรืออื่นๆ เพิ่มเติม เช่น แป้งเย็นแป้งระงับกลิ่นอับชื้น แปรงสีฟัน ยาสีฟัน มีดโกนหนวดที่มีคุณภาพดีๆ แชมพู ผงซักฟอก เสื้อกล้ามชาย สมุดปากกาไว้จดบันทึกอะไรต่างๆ) สถานที่ส่ง 1. ค่ายจุฬาภรณ์ ต.โคกเคียน อ.เมือง จ.นราธิวาส 96000 2. ค่าย สิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี 94160 3. ค่าย อิงคยุทธบริหาร ต.บ่อทอง อ.เมือง จ.ปัตตานี 94170 4. ฐานปฏิบัติการ ตชด. ธรณิศ ศรีสุข ต.เขื่อนบางลาง อ. บันนังสตา จ.ยะลา 95130 5. ฐานปฏิบัติการ ตชด. บ้านสายสุราษฎร์ ต.เขื่อนบางลาง อ.บันนังสตา จ.ยะลา 95130 6. ฐานปฏิบัติการ ตชด. 444 ต.โต๊ะตีเต อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี 94150 7. หน่วยเฉพาะกิจ ที่ 21 ที่ว่าการ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี 94160 8. หน่วยเฉพาะกิจ ที่ 22 วัดควนนอก อ.ปานาเระ จ.ปัตตานี 94190 9. หน่วยเฉพาะกิจ ที่ 23 วัดหลักเมือง อ.เมือง จ.ปัตตานี 94000 10. หน่วยเฉพาะกิจ ที่ 24 ศูนย์ฝึกอาชีพวัดช้างไห้ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี 94180 11. หน่วยเฉพาะกิจ ที่ 25 สำนักงานสงฆ์ทุ่งยางแดง อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี 94140 12. หน่วยเฉพาะกิจ ที่ 26 วัดโชติรส อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี 94220 13. กรมทหารพราน ที่ 43 ค่ายอิงคยุทธบริหาร อ.หนองจิก จ.ปัตตานี 94170 14. กองร้อยทหารสารวัตร จังหวัดทหารบกปัตตานี ค่ายอิงคยุทธบริหาร อ.หนองจิก จ.ปัตตานี 94170 ที่มาเฟซบุ๊ค Tornrachada Sangswang MThai News

ชายโฉด ต่อยหน้าก่อนชำเราสาวป่วยจิตคารถไฟ  (ชมคลิป)
ทำร้ายร่างกาย /  รถไฟ / 

ชายสูงวัยชาวออสเตรเลีย ก่อเหตุทำร้ายร่างกายหญิงป่วยทางจิต พร้อมลงมือล่วงละเมิดทางเพศคารถไฟ วานนี้ (25 ก.พ.) เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ 'เดลิ เมล์' รายงานข่าว 'นายเดวิด มาร์ลิน'  ถูกศาลออสเตรเลียตัดสินจำคุกเป็นเวลา 9 ปี ในข้อหาทำร้ายร่างกายและล่วงละเมิดทางเพศ หญิงสาวที่ถูกปิดบังชื่อวัย 34 ปี ที่มีอาการป่วยทางจิต กลางรถไฟในเมืองซิดนีย์ เมืองหลวง ของรัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย หลังจากมีหลักฐานสำคัญที่ใช้มัดตัวผู้ก่อเหตุ คือกล้องวงจรปิด ที่สามารถจับภาพขณะเกิดเหตุไว้ได้ โดยกล้องวงจรปิดเผยภาพขณะที่นายมาร์ลินจับมือเหยือ พร้อมกับสะบัดแขนของเขา ฟาดเข้าไปที่ใบหน้าของเธอ ทั้งนี้ รายงานระบุด้วยว่า นายมาร์ลิน มีประวัติอาชญากรรมมากมายจนยาวเป็นหางว่าว นับตั้งแต่ปี 2527 นายพอล คอนลอน ผู้พิพากษาที่ทำหน้าที่ตัดสินความผิดดังกล่าว เผยว่า ก่อนหน้านี้คนร้ายมีประวัติอาชญากรรมอันเลวร้ายหลายคดี เช่น การทำร้ายร่างกาย และการก่ออาชญากรรมทางเพศ ซึ่งเหยื่อบางรายยังคงทุกข์ทรมานจากอาการป่วยทางจิต ที่มีผลมากจากการกระทำอันเลวร้ายของนายมาร์ติน รวมไปถึงอดีตภรรยาของเขา ที่กล่าวว่าช่วงชีวิตที่ใช้ร่วมกับนายมาร์ติน คือช่วงเวลาที่เลวร้ายไม่ต่างจากการอยู่ในขุมนรก อย่างไรก็ตามจะได้รับอิสระอีกครั้งในปี 2566 MThai News ที่มา DailyMail

ทหารบุกจับบ่อนหลังBigC พหลโยธิน 50 รวบนักพนันเพียบ
ทหาร /  บุกจับบ่อน / 

ทหาร นำกำลังบุกทลายโต๊ะพนัน ย่านพหลโยธิน 50 รวบนักพนัน 24 คน พร้อมของกลางอื่น ๆ อีกเพียบ - ส่ง สน.บางเขน วันที่ 26 ก.พ.2558 ทางเจ้าหน้าที่ทหารนำกำลังบุกเข้าจับบ่อนการพนันขนาดใหญ่ บริเวณหลังบิ๊กซี พหลโยธิน 50 แขวงคลองถนน เขตสายไหม กรุงเทพฯ โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นสามารถจับนักพนันทั้งหมด 24 คน ไพ่ 55 สำรับ โต๊ะพนัน 3 ตัว ทั้งนี้ ได้ส่งตัวของเหล่าผู้ต้องทั้งหมดไปให้ยังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเขน เพื่อดำเนินคดีแล้ว หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป ความคืบหน้า จับบ่อน สน.บางเขน ไพ่ 55 สำรับ เงินสดจำนวนหนึ่ง พร้อมอุปกรณ์การเล่นพนัน คือของกลางที่ทหารสังกัดกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ร่วมกับตำรวจนครบาลบางเขน ตรวจยึดได้พร้อมจับกุมนักพนัน 24 คน แบ่งเป็นหญิง 16 คน และชาย 8 คน ขณะลักลอบเล่นการพนันไพ่ป๊อก ภายในอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ไม่มีเลขที่ ซอยพหลโยธิน 50 ย่านสะพานใหม่ หลังเจ้าหน้าที่ทหารได้รับร้องเรียนจากประชาชนว่าอาคารพาณิชย์ดังกล่าวมีการลักลอบเปิดบ่อนพนัน จึงได้นำกำลังเข้าจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด ที่บริเวณชั้น 1 ซึ่งลักลอบเปิดเป็นบ่อนพนัน พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหารวมถึง นายฉัตรชัย เดชใด ซึ่งเป็นเจ้ามือ ส่งสถานีตำรวจนครบาลบางเขน ดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันลักลอบเล่นพนัน และจากการสอบสวนผู้ต้องหาเบื้องต้นให้การรับสารภาพ ซึ่งตำรวจจะควบคุมตัวส่งฟ้องต่อศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ต่อไป

'นักวิเคราะห์' มองหุ้นไทยแพงเกินเหตุ หวังรัฐบาลใหม่เรียกฝรั่งกลับมา
IAA /  ข่าว / 

สมาคมนักวิเคราะห์ เผยหุ้นไทยแพงเกินเหตุที่ พี/อี 15 เท่าเสี่ยงเกิดภาวะฟองสบู่ หวังรัฐบาลใหม่เรียกเงินฝรั่งกลับมา นายไพบูลย์ นลินทรางกูร นายกสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน หรือ IAA เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยมีความเสี่ยงเกิดภาวะฟองสบู่ เนื่องจากระดับ  พี/อี  ปัจจุบันที่ 15 เท่า ถือว่าสูงกว่าภูมิภาค ซึ่งถือว่า หุ้นไทยถือว่าแพงเกินภูมิภาคไปแล้วตอนนี้ ที่หุ้นยังยืนได้เพราะยังไม่มีปัจจัยลบแรงๆ เข้ามากระทบ ขณะที่นักลงทุนในประเทศก็ยังมีการซื้อขายอย่างหนาแน่น ทำให้สภาพคล่องยังแน่นอยู่ แต่ด้วยความที่ราคาหุ้นไม่สะท้อนกับพื้นฐาน เศรษฐกิจก็ยังไม่ฟื้น หากเกิดเหตุการณ์ใดๆ ที่มาทำให้สภาพคล่องหาย และเงินต่างชาติไหลออกแรงๆ ก็มีความน่ากลัวเกี่ยวกับฟองสบู่ในตลาดหุ้น ส่วนผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ในปีที่ผ่านมาก็ไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกับราคาหุ้นโดย บจ.ไทยมี  พี/อี สูงกว่า 15 เท่าถึง 425 บริษัท หรือกว่า 70% ของบริษัททั้งหมด และมี บจ.ที่มี  พี/อี  เกิน 30 เท่าถึง 27% ขณะที่มี บจ.ที่ยังขาดทุนถึง 17% นอกจากนี้ ปัจจุบันหุ้นไทยมี  พี/อี สูงกว่าหุ้นในภูมิภาคเอเชีย 3% จาก 5 ปีก่อนที่ต่ำกว่าภูมิภาค 6% หรือหากเทียบกับกลุ่มอาเซียน จากที่ตลาดหุ้นไทยมีส่วนลดที่ 16% เมื่อ 5 ปีก่อน ปัจจุบันเหลือเพียง 7% สะท้อนว่าราคาหุ้นไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับปัจจัยพื้นฐาน โดยหากเศรษฐกิจไทยก็ยังไม่ฟื้นตัวอย่างที่ประเมินไว้ ประกอบกับยังมีประเด็นการเมืองคอยกดดันเม็ดเงินลงทุนต่างชาติอยู่ โอกาสที่ บจ.ไทยจะถูกปรับลดประมาณการณ์ กำไรจากนักวิเคราะห์ก็ยังคงมีอยู่ อย่างไรก็ตามมองว่าหากประเทศไทยยังไม่มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง โอกาสที่จะเห็นการไหลเข้าของเม็ดเงินต่างชาติจากนโยบาย QE ของกลุ่มยุโรปและญี่ปุ่นคงเป็นไปได้ยาก เนื่องจากกลุ่มนักลงทุนดังกล่าวต้องการความชัดเจนในเรื่องนี้ เพราะถือว่าการเมืองเป็นความเสี่ยงที่สำคัญต่อการลงทุน MThai News

โคตรทึ่ง ! แพทย์อิตาลี ผุดวิธีสุดสยอง ในการผ่าตัดเปลี่ยนหัวมนุษย์
นวัตกรรมทางการแพทย์ /  ผ่าตัดเปลี่ยนหัว / 

สุดสยอง ศัลยแพทย์ชาวอิตาลี เผยแผนการรักษารูปแบบใหม่ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนศีรษะ จ่อดำเนินการจริงในปี 2560 วานนี้ (26 ก.พ.) เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ 'เดลิ เมล์' เผยแพร่เรื่องราวชวนตะลึงเมื่อ 'นายเซอร์จิโอ คานาเวอร์โร' ศัลยแพทย์ชาวอิตาลี เชื่อว่าการปลูกถ่ายศีรษะลงบนร่างใหม่ ( HEAD transplant)จะสามารถทำให้ผู้ป่วยที่ร่างกายสึกหรอจนไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้แล้ว พูดง่ายๆก็คือ การย้ายศีรษะเดิมไปยังร่างใหม่ เป็นเรื่องที่สามารถทำให้เกิดขึ้นจริงได้ โดยเขาวางโครงการที่จะทำแนวคิดดังกล่าวให้เกิดขึ้นจริงในอนาคตในเวลาไม่เกิน 2 ปีข้างหน้า โดยขณะนี้อยู่ในระหว่างการเฟ้นหาอาสาสมัครเพื่อปลูกถ่ายศีรษะรายแรกของโลก เพื่อเป็นตัวอย่างในการรักษา ทั้งนี้นาย คานาเวอร์โร แพทย์ผู้คิดค้นโครงการดังกล่าว ให้ความเห็นว่า ผู้ที่จะเข้ารับการรักษา จะถูกตัดศีรษะ และย้ายศีรษะจากร่างเดิมที่มีอาการป่วย สึกหรอ เสียหาย จนไม่สามารถรักษาให้หายได้ เช่น ผู้ป่วยจากโรคมะเร็งที่ทำลายร่างกายจนได้รับความเสียหาย ไม่สามารถรักษา หรือซ่อมแซมให้ดีเช่นเดิมได้ พร้อมกันนี้ทีมแพทย์จะต้องเฟ้นหาผู้บริจาคร่างกาย ที่ยังคงมีความแข็งแรงสมบูรณ์เพื่อนำเอาศีรษะของผู้ที่เข้ารับการรักษา มาต่อติดกับร่างดังกล่าว จุดประสงค์ของการคิดค้นโครงการนี้ขึ้นมาเนื่องจากต้องการชุบชีวิตผู้ป่วยอัมพาต หรือมีอาการบาดเจ็บที่เส้นประสาทไขสันหลัง รวมไปถึงโรคมะเร็งที่ทำลายส่วนของร่างกายจนไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ โดยขั้นตอนการรักษาสุดสยอง 'เดลิ เมล์' ระบุว่าแพทย์จะต้องคัดสรรร่างใหม่ที่มีความแข็งแรงสมบูรณ์ ก่อนจะตัดศีรษะของผู้บริจาคออกจากไขสันหลัง ซึ่งศีรษะของผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาจะถูกย้ายไปยังร่างใหม่ของผู้บริจาคที่ไร้ศีรษะ และเชื่อมเอาเส้นประสาทเข้าด้วยกัน โดยหลังจากการผ่าตัดผู้ป่วยจะตกอยู่ในอาการโคม่าถึง 4 สัปดาห์ และหลังจากนั้นแพทย์จะใช้กระแสไฟฟ้า เพื่อกระตุ้นส่วนเส้นประสาทบริเวณไขสันหลัง เพื่อให้ศีรษะของผู้ป่วยเข้ากับร่างใหม่ อย่างไรก็ตามรายงานระบุว่า นี่คือจัดเปลี่ยนของการศัลยกรรมความงามครั้งยิ่งใหญ่ ที่นอกจากกจะช่วยรักษาอาการป่วยแล้ว ยังช่วยยืดอายุมนุษย์ให้ยืนนานขึ้นอีกด้วย โดยใช้โพลีเอธิลีนไกลคอล เรซิ่นชนิดหนึ่งเพื่อประสานอวัยวะส่วนเส้นประสาทเข้ากับไขสันหลัง แน่นอนว่าการดำเนินการดังกล่าวย่อมจะต้องมีข้อกังขาเกี่ยวกับเหตุผลทางด้านจริยธรรม ในการรักษา ซึ่ง คานาเวอร์โร ยืนยันว่าการรักษาด้วยวิธีดังกล่าว สามารถให้ความเชื่อมั่นได้ ทั้งยังเผยด้วยว่า ขณะนี้วิทยาศาสตร์ก้าวไกลถึงขั้นที่ว่า วงการแพทย์สามารถโคลนนิ่งมนุษย์ขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย โดยในอนาคตหากโครงการนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ผู้เข้ารับการเปลี่ยนถ่ายศีรษะ จะต้องสามารถรองรับค่าใช้จ่ายที่สูงลิบกว่า 7.5 ล้านปอนด์ หรือราว 376 ล้านบาท MThai News ที่มา Mirror DailyMail

รู้ตัวแล้ว 'ญิฮัด จอห์น' มือมีดปลิดชีพตัวประกันของกลุ่มไอเอส
กลุ่มไอเอส /  จิฮัด จอห์น / 

ระบุตัวตน “จิฮัด จอห์น” มือมีดที่ทำการปลิดชีพตัวประกันชาวตะวันตกหลายราย ซึ่งปรากฏตัวในวีดิโอสุดช็อกโลกหลายครั้งก่อนหน้านี้ สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าวการออกมาเผยตัวตนของ 'จิฮัด จอห์น' มือมีดที่ทำหน้าที่สังหารเหยื่อชาวตะวันตกด้วยการเฉือนคอหลายราย โดยเอ็มไอไฟว์ หน่วยงานด้านความมั่นคงของอังกฤษ ที่ระบุว่า เขามีชื่อจริงว่า 'โมฮัมเมด เอ็มวาซี' (Mohammad Emwazi) ผู้มีเชื้อชาติคูเวตสัญชาติอังกฤษ และเคยพักอาศัยอยู่ในกรุงลอนดอน ทั้งนี้หน่วยงานดังกล่าวทราบตัวตนของนักรบคนนี้มาระยะหนึ่งแล้ว แต่เลือกที่จะไม่เปิดเผยชื่อจริง เนื่องจากเหตุผลเกี่ยวกับการปฏิบัติงาน และยังไม่ชัดเจนว่าหน่วยงานด้านความมั่นคงของอังกฤษและอเมริการู้ถึงตัวตนของจิฮัด จอห์นได้อย่างไร โดยนายเอ็มวาซี จัดอยู่ในลิสรายชื่อบุคคลที่ถูกจับตามองขององค์กร นับตั้งแต่ปี 2554 เพราะมีการเกี่ยวโยงกับกลุ่มเครือข่ายกลุ่มก่อการร้ายที่เดินทางไปนอกประเทศอังกฤษและกลับเข้ามาในประเทศ พร้อมกันนี้ทางการเชื่อว่านายเอ็มวาซีเป็นสมาชิกเครือข่ายกลุ่มหัวรุนแรง 13 คนที่เคลื่อนไหวอยู่ในกรุงลอนดอน แต่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่นายเอ็มวาซีจะกลับมายังประเทศอังกฤษอีกครั้ง นายเอ็มวาซีปรากฏตัวครั้งแรกทางวีดิโอเมื่อเดือนสิงหาคมปี 2557 ในครั้งนั้นเขาได้ฆ่านักข่าวชาวอเมริกันชื่อว่า เจมส์ โฟลีย์ หลังจากนั้นเชื่อว่าเขาปรากฏตัวในวีดิโอการตัดศีรษะผู้สื่อข่าวและชาวตะวันตกอีกหลายคลิป เช่นนายสตีเฟน ซอตลอฟฟ์ นักข่าวชาวอเมริกัน นายนายเดวิด เฮนส์เจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ชาวอังกฤษ นาย อลัน เฮนนิง คนขับรถแท็กซี่ชาวอังกฤษ และ นายอับดุล-รามาน คาซสิก เจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ชาวอเมริกันหรือที่รู้จักกันในนามปีเตอร์ ล่าสุดเมื่อมกราคมที่ผ่านมา นายเอ็มวาซีปรากฏตัวอีกครั้งในคลิปวีดิโอสังหาร นายฮารุนะ ยูกาวะ และนายเคนจิ โกโตะ ตัวประกันชาวญี่ปุ่น ซึ่งทุกครั้งเขาจะสวมผ้าปิดหน้าสีดำทุกครั้ง แหล่งข่าวให้ข้อมูลว่านายเอ็มวาซี เติบโตในย่านชนชั้นกลางของกรุงลอนดอน และจบการศึกษาด้านคอมพิวเตอร์ที่มหาวิทยาลัยเวสต์มินส์เตอร์ นอกจากนั้นวอชิงตันโพสต์รายงานอีกด้วยว่า เชื่อว่าเขาเดินทางไปยังประเทศซีเรียเมื่อปี 2555 และได้เข้าร่วมกับกลุ่มไอเอสในเวลาต่อมา MThai News  สนับสนุนข้อมูลโดย BBC Thai

เปิดตำนาน
พระฉาว /  พระธัมมชโย / 

เมืองไทยเป็นเมืองแห่งพุทธศาสนา แต่ในอดีต กรณีอื้อฉาวเกี่ยวกับพระเกิดขึ้นมากมาย หลายกรณีก็เป็น เรื่องราวใหญ่โตตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสังคมไทยอย่างครึกโครม วันนี้จึงขอนำทุกท่านย้อนสู่ความทรงจำ เปิดตำนาน “พระฉาว” เมืองไทย เพื่อให้ทุกท่านได้ ฟื้นความทรงจำ อีกครั้ง…  พระนิกรอดีตพระนักเทศน์เสียงทอง  แอบทำสาวท้อง พระนิกร ซึ่งเป็นอดีตพระนักเทศน์เสียงทองแห่งยุคนั้น หลายคนคงจำชื่อ "พระครูใบฎีกานิกร ธัมมวาที" แห่งวัดสันปง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ได้เป็นอย่างดี ปัจจุบัน นายนิกร เปลี่ยนชื่อเสียงเรียงนามใหม่เป็น นายธรรมรัตน์ ยศคำจู เคยเป็นอดีตพระนักเทศน์เสียงทองแห่งยุค มีผู้คนแห่ไปฟังการเทศน์ไม่ขาดสาย แม้หนทางไปสู่วัดสันปง จะยากลำบากเพียงใด ไม่เคยเป็นปัญหาด้วยพลังศรัทธา จนถึงขั้นต้องเปิดสำนักปฏิบัติธรรมหลายสิบแห่งทั่วประเทศขึ้นเป็นสาขา เรื่องราวใหญ่โตได้เริ่มเมื่อ พ.ศ.2533 พระนิกรกำลังรุ่งโรจน์สุดขีด ได้สร้างความปวดร้าวให้แก่ชาวพุทธ กลับมีข่าวฉาวกับนางอรปวีณา ที่ออกมายืนยันความสัมพันธ์กับพระนิกรพร้อมด้วยทายาทในท้อง แต่พระนิกรพยายามตอบโต้ข่าว ว่ามีผู้อิจฉาในชื่อเสียงของตนเอง อีกทั้งบรรดาลูกศิษย์ ได้พยายามหาหนทางตอบโต้ข้อกล่าวหา ว่าเป็นการกลั่นแกล้ง โดยไม่เชื่อว่า พระที่ยึดมั่นในศีลธรรมและเทศน์ได้ไพเราะจับจิต จะมีพฤติกรรมเช่นนั้น มีหลักฐานมากมายที่แสดงจนถึงขั้นปาราชิก แต่พระนิกร ยังไม่ยอมถอดผ้าเหลืองและยังมีคนอีกมากมายหลงศรัทธาอย่างไม่ลืมหูลืมตา แม้จะเต็มไปด้วยหลักฐาน ตั้งแต่จดหมายรัก ภาพถ่าย จนถูกดำเนินคดีทั้งศาลยุติธรรมและศาลสงฆ์ ซึ่งในที่สุดศาลสงฆ์ มีมติระบุความผิดพระนิกรว่า เป็น "ปฐมปาราชิก" คือการเสพเมถุนกับอิสตรี ขาดจากความเป็นพระ แม้จะกลับมาบวชใหม่ก็ไม่สามารถดำรงความเป็นสมณเพศได้ อดีตพระนิกร ที่เสียชีวิตด้วยอาการเส้นเลือดในสมองแตก เมื่อคืนวันที่ 11 ก.ย. ที2557 โดยไร้เงาของ นางอรปวีณา บุตรขุนทอง ภรรยา และลูกชาย แต่ก็ยังมีลูกศิษย์จำนวนมากร่วมไว้อาลัย พระนิกร ถือเป็นตำนานพระฉาว ชื่อดังของไทย   พระยันตระ ช็อกครั้งใหญ่วงการผ้าเหลือง ช็อกครั้งใหญ่ อีกครั้ง สำหรับศรัทธาของพุทธศาสนิกชนชาวไทยมากที่สุด เห็นจะเป็น ข่าวฉาวโฉ่ของ พระยันตระ อมโร หรือ นายวินัย ละอองสุวรรณ ที่ขณะนั้น ไม่ว่าพระยันตระ จะเดินทางไปแห่งหนไหน ผู้คนและฝูงชนแห่งศรัทธาจากทั่วสารทิศ จะไปรอฟังธรรม และร่วมทำบุญด้วยอย่างยิ่งใหญ่ แม้แต่บรรดาผู้มีชื่อเสียง นักการเมือง บิ๊กนายทหาร ยังเคยมีภาพกราบเท้ามาแล้ว พระยันตระ เป็นที่รู้จักดีเนื่องจากเคยเป็นพระสงฆ์นักปฏิบัติธรรมชื่อดังที่มีผู้เคารพศรัทธามากของเมืองไทยและต่างประเทศในช่วงหนึ่ง ด้วยวัตรปฏิบัติรวมถึงคำสอนของเขา ทำให้เป็นพระสงฆ์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดในยุคนั้น จนในปี พ.ศ. 2537 มีสีกากลุ่มหนึ่งร้องเรียนไปยังกรมการศาสนาว่า "ยันตระ" หรือ "นายวินัย ละอองสุวรรณ" ประพฤติตนไม่เหมาะสมแก่สมณเพศ เพราะได้ไปล่อลวงสีกาชื่อ "จันทิมา มายะรังษี" ไปเสพเมถุนจนตั้งครรภ์ และคลอดบุตรสาวออกมาตั้งชื่อว่า "เด็กหญิงกระต่าย" โดยสีกากลุ่มนี้ได้งัดเอาเทปสนทนาระหว่างพระยันตระกับนางจันทิมาออกมาใช้เป็นหลักฐานด้วย พระยันตระ เจอข้อกล่าวหาที่รุนแรงผิดพระวินัยจนถึงขั้นปาราชิกเช่นนี้ แน่นอนว่า "พระยันตระ" ต้องปฏิเสธ ทำให้สื่อมวลชนพยายามขุดคุ้ยหลักฐานเพื่อเปิดโปง กระทั่งเห็นความไม่ชอบมาพากล ขณะที่ "จันทิมา" ก็ได้ฟ้องร้องพระยันตระ พร้อมกับขอท้าพิสูจน์ความจริงด้วยการตรวจดีเอ็นเอกับ "เด็กหญิงกระต่าย" ซึ่งในสมัยนั้นการตรวจดีเอ็นเอเพื่อพิสูจน์ความเป็นพ่อ-ลูก ถือเป็นเรื่องใหม่ในบ้านเราอย่างมาก แต่ทว่า...พระยันตระกลับปฏิเสธที่จะเจาะเลือดตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ ก่อนจะแอบเดินทางหลบหนีออกนอกประเทศไปโดยทันที โดยที่คดีดังกล่าวยังไม่เข้าสู่การพิจารณาของศาล มติมหาเถรสมาคมพิจารณาอธิกรณ์ปรับให้เขาพ้นจากความเป็นพระภิกษุ เพราะพิจารณาได้ความว่าเขาต้องอาบัติหนักดังที่ถูกฟ้องร้อง แต่นายวินัยไม่ยอมรับมติสงฆ์ดังกล่าว ด้วยการปฏิญาณตนว่ายังเป็นพระภิกษุและเปลี่ยนสีจีวรเป็นสีเขียว ทำให้ถูกสื่อต่าง ๆ ขนานนามว่า จิ้งเขียว, สมียันดะ, ยันดะ เป็นต้น ต้องปาราชิกาธิกรณ์และถูกมติมหาเถรสมาคมลงให้พ้นจากภาวะพระภิกษุ และหลบหนีออกนอกประเทศเมื่อ พ.ศ.2537 ไปอาศัยอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาในสถานะผู้ลี้ภัยทางการเมืองจนถึงปัจจุบัน แต่ชีวิตของอดีตพระยันตระมิได้ตกระกำลำบากเลย ตรงกันข้าม เขากลับมีชีวิตที่สุขสบายภายในสำนักสุญญตาราม เมืองเอสคอนดิโด รัฐแคลิฟอร์เนีย และมีคนสนิทคอยดูแลรับใช้ จนกระทั่งเวลาผ่านไปหลายปี เวลาจะผ่านมาเกือบ 20 ปีแล้ว แต่เรื่องของพระยันตระที่สั่นสะเทือนวงการสงฆ์ครั้งใหญ่ก็ยังถูกพูดถึงกันอยู่เนือง ๆ จนล่าสุดเมื่อมีข่าวว่า "ยันตระ" กลับมาประเทศไทยแบบสบาย ๆ แถมยังมีลูกศิษย์ลูกหาคอยต้อนรับมากมาย อีกทั้งยังไม่ถูกดำเนินคดีใด ๆ โดยเจ้าตัวอ้างว่า คดีความทุกอย่างหมดอายุไปแล้ว. พระอิสระมุนี จบเกมส์เพราะ จดหมายเขียนถึง สีกา พระอิสระมุนีเป็นพระนักเทศน์ที่มีความสามารถ สั่งสอนธรรมะให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม  พระอิสระมุนี หรือ พระพีระพล เตชะปัญโญ เดิมชื่อ นายบรรหาร อดีตเจ้าอาวาสวัดธรรมวิหารี (วัดร่วมใจพัฒนา-วัดป่าละอู) อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เป็นพระสงฆ์สายวิปัสสนา ซึ่งเป็นที่นับถือเลื่อมใสจากอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร และ ภริยา พจมาน ชินวัตรเป็นอย่างมาก พระอิสระมุนี เป็นอดีตพระเลขาของหลวงปู่ชา สุภัทโทแห่งวัดหนองป่าพง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ต่อมาเกิดขัดแย้งกับลูกศิษย์ของหลวงปู่ชา ถูกกล่าวหาว่าโกงเงินของวัดจนถูกจับสึก จึงเดินทางมาที่จังหวัดเพชรบุรี ปักกลดและตั้งสำนักสงฆ์ บริเวณป่าละอู ตำบลป่าแดง อำเภอแก่งกระจาน พัฒนาจนกลายเป็นวัดธรรมวิหารี มีเนื้อที่กว่า 200 ไร่ในปัจจุบัน กระทั่ง พระอิสระมุนีตกเป็นข่าวว่าต้องปาราชิก หลังจากมีเพศสัมพันธ์กับสีกาคนสนิท ถูกเปิดเผยเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2544 จากการสืบสวนของทีมงานรายการถอดรหัส ทางสถานีโทรทัศน์ไอทีวีในขณะนั้น ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม มีหลักฐานเป็นจดหมายเขียนถึงสีกาสาว 10 หน้ากระดาษและเทปสนทนาทางโทรศัพท์ ซึ่งพระอิสระมุนีก็ได้สึกจากสมณเพศในทันที  ทำให้เจ้าตัวต้องเผ่นออกจากวัดป่าละอู แอบไปหนีสึกอยู่ในพื้นที่จ.สระแก้ว ปิดฉากความเป็นอาจารย์ของตระกูล"ชินวัตร"ลงอย่างสิ้นเชิง คาวผ้าเหลือง “ภาวนาพุทโธ ขยี้กามเด็กสาวชาวเขา “พระภาวนาพุทโธ” หรือนายจำลอง คนซื่อ พระธุดงค์นักพัฒนาที่โด่งดังในการเจริญวิปัสสนากรรมฐาน อดีตเจ้าอาวาสวัดชื่อดัง ใน จ.นครปฐม จะกลับกลายมาถูกดำเนินคดีข่มขืนบรรดาเด็กสาวชาวเขา ที่มาพักอาศัยภายในวัด ต้องย้อนกลับไปเมื่อ ต้นเดือน ส.ค.2538 เมื่อมีบรรดาญาติของเด็กหญิงชาวเขา เหยื่อที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ มายื่นเรื่องร้องเรียนต่อกรมการศาสนา และตำรวจกองบังคับ การปราบปราม (บก.ป.) และกรมคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก กรมประชาสงเคราะห์ ให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังจากพบว่ากรณีมีเด็กหญิงชาวเขารวม 6 คน  (จาก จ.เชียงใหม่ 4 คน และ จ.แม่ฮ่องสอน 2 คนทั้งหมดอายุต่ำกว่า 15 ปี) ที่มาพักอาศัยอยู่วัดในพื้นที่ อ.สามพราน จ.นครปฐม เพื่อหวังให้มีโอกาสได้ศึกษาต่อสูง ๆ ตามคำชักชวนของภาวนาพุทโธ เมื่อครั้งออกธุดงค์ ในพื้นที่ภาคเหนือ แต่สุดท้ายเด็กสาวกลับกลายต้องมาตกเป็นเหยื่อถูกล่วงละเมิดทางเพศ โดยพฤติการณ์ จะมีบรรดาลูกศิษย์ใกล้ชิดร่วมวางแผนออกอุบายให้เหยื่อเข้าไปทำความสะอาดภายในกุฏิ ครั้งละ 1 คน ผ่านเส้นทางลับด้านหลัง ที่มีบันไดลิงพาดรอไว้ เหยื่อหลายคนให้ข้อมูลตรงกันว่า ตอนแรกจะถูกสั่งให้นวดตามร่างกาย โดยอ้างว่าถูกเนื้อต้องตัวได้ไม่บาป แต่หากคนไหนกระด้างกระเดื่องก็จะยกเอาบุญคุณเรื่องการให้ที่พัก การส่งเสียเรียนหนังสือมาทวงบุญคุณ เมื่อเด็กยอมนวดให้ก็จะถูกล่วงละเมิดทางเพศในที่สุด ทั้งนี้ถ้ารายใดไม่ยินยอม จะถูกลงโทษด้วยการเดินจงกรมกลางแดด พฤติกรรมของอดีตพระภาวนาพุทโธนั้น ถูกระบุในคำพิพากษาว่า เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2531-2538 ต่อเนื่องกัน แต่เรื่องมาปรากฏเป็นข่าวในพ.ศ.2538 เมื่อมีพระลูกวัดโพธิ์เรียง ซึ่งเป็นญาติของเด็กหญิงชาวเขา เหยื่อของพระภาวนาพุทโธคนหนึ่ง ทราบพฤติกรรมดังกล่าว จึงได้ทำเรื่องร้องเรียนต่อกรมการศาสนา และตำรวจกองปราบปราม ซึ่งเมื่อสื่อได้ข้อมูล-ข้อเท็จจริง ข่าวจึงถูกกระพือ ถัดจากนั้นมาอีก 9 ปีเต็ม ทั้งการดำเนินการในชั้นของพนักงานสอบสวน ชั้นอัยการ และชั้นศาล จนกระทั่งเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2547 ศาลชั้นต้น จึงพิพากษา นายจำลอง คนซื่อ หรืออดีตพระภาวนาพุทโธ ในความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราหญิงอายุไม่เกิน 13 ปีและไม่เกิน 14 ปี ซึ่งมิใช่ภรรยาตน และฐานได้กระทำต่อศิษย์ที่อยู่ในความดูแล และพวกแม่ชีถูกฟ้องฐานเป็นผู้สนับสนุน เป็นธุระจัดหา และชักพาหญิงไปเพื่อสำเร็จความใคร่เพื่อการอนาจารเด็กหญิงชาวเขาถึง 6 คน โดยพิพากษาจำคุกเป็นเวลาถึง 160 ปี แต่ตามกฎหมายสามารถจำคุกจำเลยได้เพียง 50 ปีเท่านั้น โทษจึงคงเหลือจำคุก 50 ปี มีการสู้คดีกันต่อแต่ทั้งศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาก็ยังคงพิพากษายืน แม้ปัจจุบันนายจำลอง จะหมดสิ้นอิสรภาพ! แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา คงมีบรรดาลูกศิษย์ลูกหาที่ยังยึดมั่นในศรัทธา แวะเวียนเดินทางไปเยี่ยม หนำซ้ำบรรดาลูกศิษย์ยังฝากเงินเยี่ยมไว้ให้นายจำลอง ผู้ต้องขังแดน 4 ที่เรือนจำบางขวาง ว่ากันว่ายอดเงินบริจาคไม่ธรรมดา สูงกว่า 10 ล้านบาทไปแล้ว!.  เณรแอ จอมขมังเวทย์ หรือ จอมลวงโลก เณรแอ จอมขมังเวทย์ เป็นเจ้าของต้นตำรับ กุมารทอง ของขลัง รวมทั้งมนต์ดำเสน่ห์ยาแฝดที่ชื่อดัง บรรพชาเป็นสามเณรอยู่ที่วัดหนองระกำ อ.หนองโดน จ.สระบุรี อยู่หลายปี แม้ว่าอายุจะถึงวัยที่ต้องอุปสมบทเป็นพระภิกษุ แต่เณรแอก็ไม่ยอมอุปสมบท แต่เลือกที่จะร่ำเรียนไสยศาสตร์มนต์ดำจากอาจารย์เขมร จนว่ากันว่ามีอาคมแก่กล้า ช่ำชองการทำเสน่ห์ยาแฝด การสะเดาะเคราะห์ และปลุกเสกของขลัง จนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่ว แต่ละวันมีลูกศิษย์ลูกหาเดินทางไปให้ เณรแอ ทำพิธีทางไสยศาสตร์ให้จำนวนมาก กระทั่งพ.ศ.2537 เณรแอ ใช้ใต้ถุนเมรุวัดหนองระกำทำพิธีปลุกเสกกุมารทอง ของขลังตามท้องเรื่องในวรรณคดีดัง ขุนช้างขุนแผน ที่เณรแอและผู้คลั่งไคล้ไสยศาสตร์ เชื่อกันว่า เป็นผีเด็ก ที่ใครมีไว้ในครอบครองแล้วจะทำให้เจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน การค้าการขายได้กำไรดี แต่พิธีกรรมปลุกเสก กุมารทอง ในครั้งนั้น ทำให้เณรแอต้องติดคุกอยู่ 1 ปีเต็ม เนื่องจากในพิธีปลุกเสก มีการบันทึกภาพวิดีโอขั้นตอนการปลุกเสกไว้อย่างละเอียดยิบ โดยเฉพาะขั้นตอนการย่างศพเด็ก และมีการนำวิดีโอเทปไปเผยแพร่ในสื่อมวลชนต่างๆ จนเป็นข่าวครึกโครม หลังจากนั้นไม่นาน กรมการศาสนาได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.หนองโดน ให้ดำเนินคดี เณรแอ ในข้อหาอุตริมนุษยธรรมที่ไม่มีตัวตน ซึ่งศาลจังหวัดสระบุรีได้พิพากษาให้จำคุกเป็นเวลา 1 ปี พฤติกรรมของเณรแอถึงกับมีผู้สร้างภาพยนตร์นำเรื่องราวไปถ่ายทำภาพยนตร์ให้ชื่อว่า "เณรแอจอมขมังเวทย์" ทำให้ชื่อเสียงของเณรแอเป็นที่จดจำของคนไทยทั้งประเทศจนถึงบัดนี้ หลังจากพ้นโทษ แม้ว่า เณรแอ จะไม่ได้ถือครองผ้าเหลือง แต่ก็ไม่ได้ห่างหายไปจากแวดวงไสยศาสตร์ เณรแอได้ใช้บ้านพักทรงไทย ปลูกสร้างอยู่ในเนื้อที่ 5 ไร่ ที่สระบุรี เป็นสถานที่ทำเสน่ห์ยาแฝดให้แก่ผู้ที่ศรัทธา จนกลายเป็นคนมีฐานะ มีทรัพย์สินอยู่ในความครอบครองหลายสิบล้านบาท พ.ศ.2538 เณรแอ ได้แต่งงานกับ นางชไมพร รักษาจิตร์ โดยยังคงยึดอาชีพหมอเสน่ห์ ทำมาหาเลี้ยงครอบครัว แต่ก็ต้องเลิกรากันไป โดยนางชไมพรอ้างว่าทนพฤติการณ์ของเณรแอไม่ไหว กรณีบังคับให้หลอกลวงหญิงสาวที่มีปัญหาครอบครัวให้มาทำพิธีไสยศาสตร์ และได้ฟ้องหย่าต่อศาล ต่อมาพ.ศ.2548 นางชไมพรเข้าร้องเรียนต่อนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี กล่าวหาเณรแอ ว่าเป็นจอมลวงโลก มีพฤติการณ์ต้มตุ๋นหลอกลวงประชาชน อ้างพิธีทางไสยศาสตร์หลอกข่มขืนหญิงสาวที่หลงเชื่อ แถมยังแอบถ่ายวิดีโอไว้แบล็กเมล์เหยื่อ โดยนางปวีณาได้ประสานไปยัง พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบก.ปดส.ในขณะนั้น ให้สืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีเณรแอในข้อหาฉ้อโกงประชาชน จนทำให้เณรแอต้องระเห็จเข้าคุกอีกครั้ง ทั้งนี้ระหว่างการเข้าตรวจค้นบ้านพักของเณรแอ เมื่อเช้ามืดวันที่ 10 กรกฎาคม 2548 ตำรวจพบ เณรแอนอนอยู่ในห้องพักกับหญิงสาววัย 19 ปี รายหนึ่ง โดยหญิงสาวรายนี้ยอมรับกับตำรวจว่า เดินทางมาพบเณรแอเพื่อให้ทำเสน่ห์ยาแฝดให้ แต่ไม่มีเงินจ่ายค่าพิธี จึงต้องยอมร่วมหลับนอนกับเณรแอแทน นอกจากนั้นยังพบเครื่องรางของขลังและอุปกรณ์การทำพิธีไสยศาสตร์อยู่เต็มบ้าน ทั้งพระพุทธรูป รูปปั้นกุมารทอง หัวกะโหลกลงอักขระหลายขนาด ตะกรุด ปลัดขิก ขวดน้ำมันพราย หุ่นขี้ผึ้งปั้นหญิง-ชายกอดกันและมัดติดกัน อย่างไรก็ตาม ของกลางที่พบไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะพบได้ในบ้านพักของจอมขมังเวทรายนี้ แต่ที่ทำให้ตำรวจแปลกใจคือ มี ยาทน ยาไวอากร้า และยากล่อมประสาท ซุกซ่อนอยู่ใต้ฐานพระภายในห้องทำพิธีอีกด้วย ปัจจุบัน เณรแอ ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ จากคำพิพากษาศาลอาญารัชดาฯคดีฉ้อโกง เป็นเวลา 100 ปี แต่คำให้การของจำเลยมีประโยชน์ต่อการพิจารณาอยู่บ้าง จึงลดโทษให้เหลือจำคุก 75 ปี จากการสืบสวนของตำรวจ ปดส.ในครั้งนั้น พบว่ามีหญิงสาวที่ตกเป็นเหยื่อของ "เณรแอ" ทั้งสิ้น 33 คน ในจำนวนนั้นมีดารา นักแสดง และผู้ที่มีชื่อเสียงในสังคม หลายรายรวมอยู่ด้วย ซึ่งนั้นเป็นเพราะ "จอมขมังเวท" รายนี้มีการโฆษณาชวนเชื่อในสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ ในทำนองว่า เป็นจอมขมังเวท เป็นหมอผี มีเวทมนตร์คาถาไสยศาสตร์ ทำเสน่ห์ ลงนะหน้าทอง ให้เกิดพลังเมตตามหานิยม ทำให้คนรักคนหลง ค้าขายดี  หลวงปู่เณรคำ พระไฮโซ คนดังโลกโซเชียล หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก มีนามเดิมว่า "วิรพล สุขผล" เกิดที่บ้านทรายมูล ต.ทรายมูล อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2522 ทั้งนี้  หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก เป็นบุตรคนที่ 4 จากพี่น้องทั้ง 5 คน ของนายรัตน์ สุขผล และนางสุดใจ สุขผล เมื่อ หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก บวชเป็นพระภิกษุแล้ว ได้รับฉายาทางพระพุทธศาสนาว่า "ฉัตติโก" หรือ "พระอาจารย์ วิรพล ฉัตติโก เณรคำ เคยเป็นประธานสงฆ์สำนักสงฆ์วัดป่าขันติธรรม และมีชื่อเสียงจากความสามารถในการสั่งสอน แต่ภายหลังถูกถอดจากสมณเพศเพราะมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลายประการ โดยพฤติกรรมที่ปรากฎ บวชตั้งแต่อายุ 12 แล้วปฏิบัติทางสมาธิภาวนาแบบอุกฤษฏ์คือยอมตายถ้าไม่บรรลุธรรม จนมีสมาธิจิตสูงถึงระดับฌาณ 8 มีฤทธิ์อภิญญา ขณะนี้ท่านอายุเพียง 30 ปีเศษเท่านั้น แต่ที่ท่านเรียกตัวเองว่า หลวงปู่ เพราะรวมกับอายุในชาติที่แล้ว ท่านระลึกชาติได้หลายแสนชาติ เห็นนรก เห็นเทวดาและองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระอรหันต์ต่างๆ ช่วงที่ธุดงค์อยู่ตามป่าตามถ้ำ อ้างว่าได้สัมผัสกับผี เปรต พญานาค เทวดามากมาย แต่ที่โด่งดังกลับเป็นปรากฏการณ์ที่สร้างความฮือฮาในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก กับภาพถ่ายในอิริยาบถต่าง ๆ เช่น ชูสองนิ้วในศูนย์การค้า โดยภายในคลิปเป็นภาพคณะสงฆ์จำนวน 3 รูปนั่งอยู่บนเครื่องบินส่วนตัว (ว่ากันว่า ลูกศิษย์ถวายให้ใช้เดินทางไกล หรือกรณีเร่งด่วน) หูเสียบหูฟังไอโฟน สวมแว่นตาดำและกระเป๋าหลุยส์วิตตอง โดยเครื่องบินเครื่องดังกล่าวบินลงจอดที่สนามบินอุบลราชธานี ซึ่งทราบข้อมูลเบื้องต้นว่าพระบนเครื่องบิน มีชื่อว่า หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก "หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก" ประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ผู้ที่มีภาพถ่ายนั่งเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวกับลูกศิษย์มาดเท่ อันเป็นปฐมบทของการถูกขุดคุ้ยตีแผ่ จนต้องเผ่นหนีออกนอกประเทศไปในที่สุด... ทั้งนี้ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 26 ปี ได้ออกมาเปิดเผยถึงความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับ "เณรคำ" จนมีลูกชายวัย 11 ขวบ โดยได้รู้จักกับพระรูปนี้เมื่อปี 2542 ขณะเรียนอยู่ชั้น ม.2 ตอนนั้น "เณรคำ" ธุดงค์มาปักกลดที่ป่าช้าบ้านโพนจาน ต.โพธิ์ จ.ศรีสะเกษ ความสัมพันธ์ฉันชู้สาวดำเนินไป โดยเณรคำขับรถยี่ห้อหรูทั้งเบนซ์ จากัวร์ไปรับที่หน้าโรงเรียน พาไปมีสัมพันธ์กันในรีสอร์ต บางครั้งก็พาไปที่กุฏิสำนักสงฆ์ รวมถึงบนรถ เฉลี่ยเดือนละ 10 ครั้ง จนกระทั่งฝ่ายหญิงตั้งท้อง และคลอดลูก เงินที่เคยส่งเสียให้ใช้จ่ายครั้งละ 5,000-10,000 บาทเริ่มขาดหายไป รวมถึงตัว "เณรคำ" ที่ไม่สามารถติดต่อได้ แต่จุดแตกหักจริงๆ ที่ทำให้หญิงสาวผู้นี้ออกมาแฉพฤติกรรมของพระฉาวกับสาธารณชน คือ คำกล่าวหาของลูกศิษย์ ที่ว่า ลูกในท้องของเธอเป็นลูกที่เกิดจาก "น้องชาย" ของ "เณรคำ" กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีร้องเรียนพระวิรพล สุขผล หรือหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทำงานสำคัญ "การที่หลวงปู่เณรคำมีความสัมพันธ์ทางเพศกับเด็กอายุ 14 ปี เข้าข่ายผิด มาตรา 277 ประมวลกฎหมายอาญา กรณีกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไม่ว่าเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และเป็นเหตุให้ต้องปาราชิกพ้นจากการเป็นพระ" กระทั่งวันที่ 13 ก.ค.2556 พระครูสิริวินัยวัฒน์ เจ้าคณะอำเภอเมืองศรีสะเกษ ประธานคณะกรรมการสอบสวนอธิกรณ์พระวิรพล สุขผล หรือหลวงปู่เณรคำ พร้อมคณะกรรมการ ได้ประชุมร่วมกันที่วัดป่าศรีสำราญ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ใช้เวลาพิจารณา 40 นาที เห็นพ้องกันว่าพยานหลักฐานในเหตุเสพเมถุนชัดเจน จึงมีมติให้พระวิรพล อาบัติปาราชิก ขาดจากความเป็นพระภิกษุ นี้ยังไม่นับรวมถึงความผิดในเรื่องอื่นๆ ทั้งฉ้อโกงประชาชน ฟอกเงินโดยเบียดบังเงินบริจาคไปซื้อทรัพย์สินและการนำเงินไปฝากในต่างประเทศ แสดงและใช้วุฒิการศึกษาเท็จว่าจบด็อกเตอร์จากมหาวิทยาลัยสันติภาพโลก ฆ่าคนตายโดยประมาทจากการขับรถชนคน มีพฤติกรรมหลบเลี่ยงภาษีรถหรูซึ่งมีทั้งที่ซื้อใช้เอง และซื้อแจกพระผู้ใหญ่หลายรูป ฯลฯ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ความสำคัญในคดีมุ่งไปที่การตามหาตัวอดีต "พระเณรคำ" และวิธีที่จะนำตัวกลับมาดำเนินคดี แต่ก็มีคำถามของคนที่อยากรู้ตามมาว่า จริงๆ แล้วตอนนี้สมีคำอยู่ที่ไหนกันแน่ อยู่ต่างประเทศแบบสบายๆ รอเวลาจนคดีหมดอายุความแล้วค่อยกลับเมืองไทย...เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป คดีจะจบลงแบบไหน  พระธัมมชโย  ประมุขแห่ง ธรรมกาย พระธัมมชโย หรือ พระเทพญาณมหามุนี มีนามเดิมว่าไชยบูลย์ สุทธิผล เกิดเมื่อวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2487 ณ คุ้งน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา ตำบลบ้านแป้ง อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี บิดาชื่อจรรยงค์ สุทธิผล มารดาชื่อจุรี สุทธิผล[1] ในวัยเด็กมักค้นคว้าหาความรู้ด้านธรรมะ และคำถามที่ติดอยู่ในใจเสมอคือ "เราเกิดมาทำไม และอะไรคือเป้าหมายชีวิต" จึงได้แสวงหาคำตอบเรื่อยมา ขณะที่เรียนอยู่ที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยหลังจากได้ฟังการบรรยายธรรมจากวิทยากรท่านต่าง ๆ ร่วมกับเพื่อนตั้งชุมนุมยุวพุทธ พ.ศ. 2506 เมื่อขณะศึกษาอยู่ชั้น ม. 8 (เทียบเท่า ม. 6 ปัจจุบัน) กำลังเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย ได้อ่านพบหนังสือชื่อ "วิปัสสนาบันเทิงสาร" ลงเรื่องแม่ชีจันทร์ ขนนกยูง ซึ่งได้ศึกษาวิชชาธรรมกายมาจากพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ จึงได้ไปขอเรียนการปฏิบัติธรรมจากนาง[ต้องการอ้างอิง] เมื่อเรียนจบปริญญาตรีสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์เกษตร จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์แล้ว ได้บรรพชาอุปสมบท เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2512 ณ พัทธสีมาวัดปากน้ำภาษีเจริญ โดยมีพระเทพวรเวที (ปัจจุบันคือสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ) เป็นพระอุปัชฌาย์[2] พระครูพิพัฒน์ธรรมคณี เป็น พระกรรมวาจาจารย์ พระวิเชียรกวี เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า "ธมฺมชโย" แปลว่า "ผู้ชนะโดยธรรม" ย้อนกลับไปเมื่อปี 2540 พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย) หรือ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายและประธานมูลนิธิธรรมกายถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในประเด็นยักยอกทรัพย์ จากการบริหารเงินบริจาค ต่อมากรมที่ดินได้สำรวจพบว่า พระธัมมชโยมีชื่อเป็นเจ้าของโฉนดที่ดินและบริษัทที่เกี่ยวกับวัดพระธรรมกายกว่า 400 แปลง รวมเนื้อที่กว่า 2 พันไร่ ในจังหวัดพิจิตรและเชียงใหม่ การกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดทางพระธรรมวินัยขั้นปาราชิก รวมถึงถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสม เช่น ใกล้ชิดสีกา และอวดอุตริมนุสธรรม พศ. มหาเถรสมาคมจึงมีมติให้ปรับปรุงคำสอนของวัดพระธรรมกาย และยุติการเรี่ยไร เงินนอกวัด ส่วนที่ดินและทรัพย์สินให้คืนให้กับทางวัด แต่พระธัมมชโยไม่ยอม กรมการศาสนาจึงได้เข้าแจ้งความดำเนินคดี ระหว่างคดียังคงอยู่ในกระบวนพิจารณาในชั้นศาล พระธัมมชโยและคณะวัดพระธรรมกายได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ขณะที่สื่อมวลชนมีการนำเสนอข่าวของวัดพระธรรมกายอย่างต่อเนื่อง สื่อมวลชนหลายสำนักได้นำเสนอข่าวแพร่สะพัดออกไปในทางเสื่อมเสีย วัดพระธรรมกายจึงได้เกิดการฟ้องร้องกันขึ้น พ.ศ.2542 เกือบ 7 ปี ของการดำเนินคดี ตั้งแต่ปี 2542-2549 ในที่สุดวันที่ 21 สิงหาคม 2549 พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 ซึ่งเป็นโจทก์ ขอถอนฟ้อง จำเลยคือพระธัมมชโย และนายถาวร พรหมถาวร ลูกศิษย์ ทุกข้อกล่าวหา โดยสรุปว่า ปัจจุบันจำเลยกับพวก ได้เผยแผ่พระพุทธศาสนาตรงตามพระไตรปิฎกและนโยบายของคณะสงฆ์ ด้วยการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำให้เป็นที่ยอมรับทั่วไป ทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งยังได้ส่งมอบทรัพย์สินทั้งหมดคืนให้แก่วัดพระธรรมกายแล้ว เมื่อพระธัมมชโยได้คืนทรัพย์สินและที่ดินให้กับวัดพระธรรมกายแล้ว ดังนั้น มติ มส.ในขณะนั้นจึงไม่ได้ให้ปาราชิก และยังสามารถดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายได้ ต่อมาได้มีการคืนตำแหน่งเจ้าอาวาสให้กับพระธัมมชโย และพระราชทานสัญญาบัตรเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ "พระเทพญาณมหามุนี" เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2554 ดูเหมือนคดีความของวัดพระธรรมกายจะจบลงด้วยดี แต่แล้วชื่อของวัดพระธรรมกายกลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง เมื่อผุดโครงการ "ธุดงค์ธรรมชัย" ขึ้นใจกลางเมืองหลวง เมื่อปี 2555 ต่อด้วยกรณีเงินบริจาคของ นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เมื่อปี 2556 ภายหลังการตรวจสอบเส้นทางเดินเงิน กรณีนายศุภชัย ศรีศุภอักษร ซึ่งได้กระทำความผิดฐานฉ้อโกงเงินประชาชนรวมกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท โดยมีการลงนามสั่งจ่ายเช็คของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น และมีการนำเช็คไปเข้าบัญชีเงินฝาก 3 ส่วน 1.สั่งจ่ายเช็คสหกรณ์ฯ 8 ฉบับ แบ่งเป็นจ่ายให้กับพระธัมมชโย เป็นเงิน 348,780,000 บาท 2.สั่งจ่ายเช็คสหกรณ์ 6 ฉบับ เข้าบัญชีเงินฝากของวัดพระธรรมกาย 436 ล้านบาท 3.สั่งจ่ายเช็คสหกรณ์เข้าบัญชีเงินฝากของพระปลัดวิจารณ์ 119 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 900 ล้านบาท ทั้งนี้ ยังไม่นับรวมกรณีที่นายศุภชัยสั่งจ่ายเช็คเข้าบัญชีกลุ่มบุคคลอื่น หรือนำเงินไปซื้อที่ดินมาบริจาคให้วัดพระธรรมกาย เพื่อก่อสร้างพระมหาเจดีย์ทัตตชีโว การนำเงินไปใช้ก่อสร้างอาคารที่ตั้งอยู่บนที่ธรณีสงฆ์ ปปง.ไม่สามารถบังคับคดีได้ ส่วนเช็คของสหกรณ์ฯ ที่เข้าบัญชีเงินฝากของพระธัมมชโย กำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินคดีทางแพ่ง (ฟ้องเรียกทรัพย์สินคืน) ส่วนเช็คที่เข้าบัญชีพระปลัดวิจารณ์ 119 ล้านบาท ได้ทำการถอนปิดบัญชีไปแล้ว ปปง.ไม่สามารถติดตามเส้นทางเงินต่อไปได้ เพราะถอนเป็นเงินสด สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยได้รับการยืนยันว่า ที่ประชุมมหาเถรสมาคม เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์นั้น ยังไม่ได้มีมติเกี่ยวกับพระธัมมชโย และยังไม่ได้มีการพิจารณาด้วยว่าจะปาราชิกหรือไม่ปาราชิก มีแต่เพียงการเข้าไปรับทราบและชี้แจงเท่านั้น ซึ่งในวันนั้นที่ประชุมมีการตั้งคณะทำงาน มส. ขึ้นมา 1 ชุด มีพระผู้ใหญ่ 6 รูป และฆราวาส 2 คน เพื่อเข้าติดตามและดำเนินการในเรื่องดังกล่าว โดยในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้ ทางมหาเถรสมาคม จะมีการประชุมพร้อมนำเรื่องการตั้งคณะทำงานชุดนี้เข้าหารือ เพื่อรับรองอย่างเป็นทางการอีกครั้ง และนี่คือ เปิดตำนาน “พระฉาว” เมืองไทย ที่ข่าวดังไกลไปทั่วโลก  @คุณแร้ง

made in usa!เปิดโผกรรมการศึกอำนาจ-ซู ซิ หมิง
IBF /  ซู ซิ หมิง / 

นายสมพงษ์ อัชฌานุเคราะห์ ผู้แทน IBF เปิดเผยว่า มร.ดาริล พีเพิ่ล ประธานใหญ่สหพันธ์มวยนานาชาติ ( IBF) ชาวอเมริกันจะเดินทางมาเป็นสักขีพยานศึก‘SHOWDOWN AT SANDS’ด้วยตัวเอง ที่สังเวียนโคไทอารีน่า เวเนเชี่ยนรีสอร์ท เขตปกครองพิเศษมาเก๊า,สาธารณรัฐประชาชนจีน วันเสาร์ที่7มี.ค.58 ถ่ายทอดสดกลับมาเมืองไทยทางช่องโมโน 29 เวลา 20.30-22.30 น. โดยคู่ป้องกันแชมป์โลกรุ่นฟลายเวท IBF ครั้งที่ 3 ระหว่าง อำนาจ เกษตรพัฒนา เจ้าของตำแหน่งชาวไทย กับ ซู ซิ หมิง ผู้ท้าชิงแดนมังกรนั้นใช้กรรมการชาวอเมริกันมาทำหน้าที่ทั้งหมดซึ่งประกอบด้วย  มร. มาร์ค เนลสัน เป็นกรรมการผู้ชี้ขาดบนเวที, กรรมการให้คะแนน  มร.เจโรมี่ จาคูโก, มร.เกรน เฟดแมน, และ มร.โรเบิรด์ โฮเล่ย์ ทางด้าน จิมมี่ดร.เอกรัฐ ไชยโชติช่วง ผู้จัดการนักชกไทยเปิดเผยภายหลังที่ทราบผลการแต่งตั้งว่า กรรมการคู่ของ ‘อำนาจ-ซู ซิ หมิง’ที่ IBF เลือกมาทำหน้าที่ล้วนมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับระดับโลก มร.มารค์ เนลสัน กรรมการบนเวทีนั้น แฟนมวยชาวไทยรู้จักเป็นอย่างดีส่วนกรรมการให้คะแนนทั้งสามคนก็มีประวัติเป็นที่ยอมรับในวงการและเคยให้คะแนนคู่ชิงแชมป์โลกรุ่นเฮฟวี่เวทสามสถาบัน ( IBF/WBO/WBA) ของ วลาดิเมียร์ คลิชโก้ จอมมวยรุ่นยักษ์ชาวยูเครนมาแล้ว

เด็กชายวัย 14 ปี เล่นปืนปากกาพลาดลั่น เจาะอกดับ!!
ปืนปากกา /  วัย 14 ปี / 

เด็กชายวัย 14 ปี นำปืนปากกาออกมาเล่นในบ้าน  ก่อนพลาดเกิดปืนลั่นเจาะเข้าอกด้านซ้ายถึงกับล้มตึง หามส่ง รพ. แต่ไม่รอด ตร.เร่งสอบด่วน เมื่อวันที่ 26 ก.พ. ร.ต.ท.รุ่งวิทย์ ขวัญมา ร้อยเวร สภ.คลองสิบสอง จ.ปทุมธานี รับแจ้งมีผู้ได้รับบาดเจ็บถูกยิงมารักษาตัวที่ รพ.ลำลูกกาแล้วเสียชีวิต ไปตรวจสอบภายในห้องฉุกเฉิน พบศพ ด.ช.แจ๊ค (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่หน้าอกซ้าย 1 นัด กระสุนถูกอวัยวะสำคัญเป็นเหตุให้เสียชีวิต สอบสวนนายประเสริฐ สังข์ทอง อายุ 45 ปี บิดาผู้เสียชีวิตให้การว่า ก่อนเกิดเหตุประมาณ 20.00 น. วันที่ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา ขณะที่ลูกชายกำลังจับกลุ่มนั่งคุยกับญาติพี่น้องเรื่องการเตรียมงานแต่งภายในบริเวณบ้านพัก จู่ ๆ ลูกได้หยิบปืนปากกาที่คาดว่ายืมมาจากเพื่อนออกจากกระเป๋า ก่อนจะหมุนเล่น กระทั่งปืนเกิดลั่นดังขึ้น 1 นัด กระสุนเจาะเข้าที่กลางหน้าอก ญาติพี่น้องจึงช่วยกันนำตัวส่ง รพ.ลำลูกกา เพื่อให้แพทย์ช่วยชีวิตแต่กระสุนถูกอวัยวะสำคัญจึงเสียชีวิตดังกล่าว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมทั้งค้นหาอาวุธปืนเพื่อเก็บเป็นหลักฐานต่อไป. MThai News

'พุทธะอิสระ'บุกกองปราบแจ้งความ ปม'ธัมมชโย'
ธัมมชโย /  พระพรหมเมธี / 

“พระพุทธะอิสระ”บุกกองปราบแจ้งความเอาผิด พระพรหมโมลี-พระพรหมเมธี-โฆษกพศ. กรณี“ธัมมชโย”ไม่ปาราชิก ส่วนแจ้งความ สมเด็จฯปากน้ำ รอฟังผลมติ มส.พรุ่งนี้ก่อน 26 ก.พ.58 พระพุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จังหวัดนครปฐม เข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม แจ้งความดำเนินคดีกับพระพรหมโมลี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ พระพรหมเมธี กรรมการและโฆษกมหาเถรสมาคม และนายสมชาย สุรชาตรี โฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ข้อหาละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และความผิดตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ มาตรา 44 เหตุจากกรณีมหาเถรสมาคม มีมติพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ไม่ต้องอาบัติปาราชิก เมื่อวันที่ 20 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งก่อนหน้านี้พระพรหมโมลียืนยันว่ามีมติดังกล่าวจริง ก่อนสำนักงานพระพุทธศาสนาปฏิเสธไม่มีมติดังกล่าว จึงเป็นการใส่ความคณะสงฆ์ ส่วนจะแจ้งความดำเนินคดีสมเด็จวัดปากน้ำหรือไม่ รอฟังผลมติของ มส.ในวันที่ 27 ก.พ.นี้ก่อน ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ พระพุทธะอิสระ ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อนายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของคณะอัยการ หลังมีการเปลี่ยนชุดอัยการเพื่อพิจารณาคดีพระธัมมชโย ทำให้ส่งผลถึงการพิจารณารูปคดี ขอบคุณภาพ TNN MThai News

แม่นมาก!!! ทำนายบุญวาสนา จากลักษณะของฟัน
ทำนาย /  นิสัย / 

บุญวาสนา เช็คได้ จากลักษณะ ฟัน ทุกคนเกิดมาล้วนแล้วแต่มีความแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นพื้นฐานครอบครัว นิสัย น่าตา รูปร่าง ผิวพรรณ ทั้งหมดนี้สามารถนำมาทำนายลักษณะนิสัย และ บุญวาสนาได้ ติดตามได้ที่ Horoscope.mthai.com เลยจร้า 1.ผู้ที่ฟันแหลม บาง ฟันห่างหรือคด คำทำนาย เป็นบุคคลพูดจาเชื่อถือไม่ได้ กลับกลอก 2.ผู้ที่ฟันเป็นซี่เหลี่ยมใหญ่ เรียบเสมอ คำทำนาย เป็นคนอายุยืน ไม่มีโรคภัยเบียดเบียน จิตใจเยือกเย็นสุขุม 3.ผู้ที่ฟันโต ฟันแน่นเสมอ คำทำนาย เป็นคนมีจิตใจตรงไปตรงมา ซื่อสัตย์ รักความยุติธรรม นิสัยสุภาพอ่อนโยน เป็นที่รักใคร่ของคนทั่วไป 4.ผู้ที่ฟันสั้นแหลม ห่างคด หรือฟันแตกระแหง คำทำนาย เป็นคนเชื่อถือคำพูดไม่ได้ ผู้คนล้วนขาดความไว้เนื้อเชื่อใจ 5.ผู้ที่ฟันคด ห่าง หรือสั้น เล็ก ฟันเก คำทำนาย เป็นคนเข็ญใจ อาภัพ บ้าบิ่น ไม่ค่อยมีเหตุผล มักชอบสร้างความเดือดร้อน เนรคุณ ไร้ความซื่อสัตย์ 6.ผู้ที่ฟันโต ห่าง หรือฟันแหลม เล็ก คำทำนาย มักเป็นผู้ที่ลำบาก และจะตายด้วยอุบัติเหตุ 7.ผู้ที่ฟันแห้ง ฟันห่าง คำทำนาย เป็นคนโลเล  มักตั้งตัวได้ด้วยความยากลำบาก 8.ผู้ที่ฟันห่าง เหลือง คำทำนาย เป็นคนอาภัพลูกเมียและญาติพี่น้อง 9.ผู้ที่ฟันขาวสะอาด คำทำนาย เป็นคนซื่อตรง มีวิชาความรู้ ได้เป็นหัวหน้าเป็นผู้นำ 10.ผู้ที่มีฟันเหมือนฟันนาคราช คำทำนาย จะได้พึ่งพาบุตรหลาน เป็นผู้มี บุญวาสนา สูง 11.ผู้ที่ฟันเหมือนราชสีห์ คำทำนาย จะมีบุญวาสนา ได้เป็นเจ้าคนนายคน 12.ผู้ที่ฟันเหมือนสุนัข คำทำนาย มักเห็นแก่กิน ปากเปราะ เชื่อถือได้ยาก 13.ผู้ที่มีเขี้ยวมุมปาก ลักษณะปลายสวยไม่ยาวแหลมมาก คำทำนาย เป็นคนมีสติปัญญาดี มีทรัพย์ ใช้ความรู้ความสามารถเลี้ยงตัวเองได้ตั้งแต่ยังเด็ก ตั้งหลักปักฐานได้เร็ว 14.ผู้ที่ฟันซ้อนเพียงข้างเดียว คำทำนาย เป็นผู้ชายมักเจ้าชู้ มีลูกมาก นิสัยเอาจริงเอาจังแต่เห็นแก่ตัว ถ้าเป็นผู้หญิงจะมีเสน่ห์ แต่มักได้คู่ครองที่ไม่ดี ถ้าซ้อน 2 ข้าง จะเป็นคนที่มีแต่ความทุกข์ใจอยู่เสมอ ที่มาจาก : http://horoscope.thaiorc.com/physiognomy/feature40.php

ยอดมนุษย์เมียจีน แก้ผ้าขวางตำรวจ ป้องผัวเมาแล้วขับ
ขวางตำรวจ /  จีนยอดมนุษย์เมียจีน / 

หญิงชาวจีน แก้ผ้าวิ่งใส่ตำรวจ เพื่อปกป้องสามีเมาแล้วขับจนเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน วานนี้ (25 ก.พ.) เว็บไซต์ข่าวต่างประเทศ รายงานจากเมืองเวินโจว ประเทศจีน เมื่อผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ กำลังให้ความสนใจในจีน กระหน่ำแชร์คลิป  หญิงสาวสุดใจเด็ด ที่ไม่ถูกเปิดเผยชื่อ ถอดเสื้อผ้าแล้ววิ่งเข้าใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อกันไม่ให้เจ้าหน้าที่จับกุมสามีของเธอ ในข้อหาเมาแล้วขับ จนส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ผู้ได้รับบาดเจ็บในเขตรุ่ยอัน เมืองเวินโจว ของมณฑลเจ้อเจียง ทั้งนี้คลิปวีดีโอดังกล่าว แสดงให้เห็นเหตุการณ์สุดชุลมุน ระหว่างที่ตำรวจหลายนาย ที่พยายามเข้าไปจับกุม ชายคนขับรถ ที่กำลังอยู่ในอาการเมามาย ในสภาพเปลือยท่อนบน และกำลังถูกประชาชนบางส่วนรุมลงประชาทัณฑ์ ขณะที่ภรรยาของเขา ที่อยู่ในอาการเมามายเช่นกัน ตัดสินใจถอดเสื้อ เหลือแต่เพียงเสื้อชั้นใน พร้อมถอดกางเกงของตนเอง อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่า เธอต้องการเอาตัวเข้าแลก หวังปกป้องสามีที่นั่งอยู่กับพื้น และกำลังจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจรวบตัว จนพลเมืองดีที่อยู่ในเหตุการณ์ซึ่งรายหนึ่งทนดูไม่ได้ เข้ามาช่วยดึงกางเกงที่ถอดกองอยู่ที่เข่า ขึ้นมาใส่ให้เหมือนเดิม อย่างไรก็ตาม ในที่สุดตำรวจสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้และจับกุมทั้งสองสามีภรรยาเพื่อนำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายในที่สุด MThai News

ศาลจำคุก5ปี พงศ์พัฒน์โกวิทย์ คดีรับส่วยน้ำมัน
คดีพงศ์พัฒน์ /  คดีรับส่วยน้ำมัน / 

ศาลอาญา พิพากษาจำคุก 5 ปี พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ และ พล.ต.ต.โกวิทย์ เรียกรับส่วยน้ำมันเถื่อน ด้าน พล.ต.ต.บุญสืบ คุก 7 ปี 6 เดือน ฐานหมิ่นเบื้องสูง  ศาลอาญารัชดา อ่านคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการ ฝ่ายคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ อดีตรอง ผบช.ก และ พล.ต.ต.บุญสืบ ไพรเถื่อน อดีตผู้บังคับการตำรวจน้ำเป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือไม่ชอบด้วยหน้าที่ และข้อหาหมิ่นเบื้องสูง จากกรณี เมื่อเดือน ก.ค. 2557 จำเลยได้ร่วมกันเรียกรับเงินรายเดือนจากผู้ประกอบการหลายรายที่ลักลอบจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง บริเวณน่านน้ำไทย รวมเป็นเงิน 147.4 ล้านบาท เพื่อแลกกับการไม่จับกุมผู้ประกอบการ โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้องจริง พิพากษาลงโทษจำคุก พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ และ พล.ต.ต.โกวิทย์ ฐานเรียกรับส่วย คนละ 10 ปี แต่จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยคนละ 5 ปี ส่วน พล.ต.ต.บุญสืบ ศาลสั่งจำคุกในข้อหาหมิ่นเบื้องสูงอีก 5 ปี และรับส่วย อีก 10 ปี รวม 15 ปี แต่จำเลยให้ การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยไว้ 7 ปี 6 เดือน

ชาวบ้านแม่เมาะ เฮ! ศาลสั่ง กฟผ.จ่ายชดเชย
กฟผ. /  คดีแม่เมาะม กฟผ. / 

11 ปีที่รอคอย! ชาวบ้านแม่เมาะ หลายร้อยชีวิต ได้เฮ หลังศาลปกครองสูงสุดพิพากษายืนให้ กฟผ.จ่ายชดเชยผลกระทบสุขภาพ 25 ก.พ.58 ที่สำนักงานศาลปกครองจังหวัดเชียงใหม่ กลุ่มเครือข่ายผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากเหมืองถ่านหินแม่เม่าะ จ.ลำปางกว่า 200 คน นำโดย นางมะลิวรรณ นาควิโรจน์ อายุ 55 ปี ประธานเครือข่ายผู้ป่วย ได้เดินทางมารับฟังคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ซึ่งได้นัดอ่านคำพิพากษาวันนี้ หลังจากที่ชาวบ้าน 131 คนที่ป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจผลกระทบจากสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ จากการทำเหมืองถ่านหินลิกไนต์ ยื่นฟ้องให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จ่ายเงินค่าชดเชย ซึ่งศาลปกครองชั้นต้นเมื่อปี 2552 ได้ตัดสินให้ กฟผ.จ่ายค่าชดเชยให้ผู้ป่วยที่เป็นผู้ใหญ่รายละ 240,000 บาท และเด็กคนละ 170,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 แต่ กฟผ. ได้อุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด ทั้งนี้ ชาวบ้านต่างรอคำพิพากษามานานตั้งแต่ยื่นฟ้องเมื่อปี 2546 ซึ่งวันนี้มี นายประพจน์ คล้ายสุบรรณ ตุลาการเจ้าของสำนวน เป็นผู้อ่านผลแห่งคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ที่พิพากษายืนตามศาลปกครองชั้นต้น ตัดสินให้ กฟผ.จ่ายเงินชดเชยให้ชาวบ้าน 131 รายดังกล่าว ทั้งที่มีชีวิตอยู่และเสียชีวิตไป 15 ราย ภายใน 30 วัน ทำให้ชาวบ้านต่างร้องเฮแสดงความดีใจกันถ้วนหน้า นางมะลิวรรณ แกนนำกลุ่มฯ กล่าวว่า หลังจากนี้จะมีการจัดตั้งกองทุนขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือกันเองด้วย และพอใจผลของคดีที่ต้องรอคอยการช่วยเหลือจาก กฟผ.มานานกว่า 10 ปี

เเอร์เอเชีย เปิดเส้นทางใหม่ ดอนเมือง-บุรีรัมย์ เริ่ม 2 เม.ย.นี้
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

เเอร์เอเชีย เปิดเส้นทางใหม่ ดอนเมือง-บุรีรัมย์ เริ่ม 2 เม.ย.นี้   ถือเป็นเส้นทางบินใหม่ลำดับที่ 4 นับจากต้นปี นายสันติสุข คล่องใช้ยา ผู้อำนวยการฝ่ายการพาณิชย์ สายการบินไทยเเอร์เอเชีย เปิดเผยว่า  ล่าสุดเปิดเส้นทางบินดอนเมือง-บุรีรัมย์ ถือเป็นเส้นทางบินใหม่ลำดับที่ 4 นับจากต้นปี หลังจากเเอร์เอเชียได้เปิดบินตรงสู่ 3 จังหวัดน่าน เลย เเละร้อยเอ็ด ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีมาก มียอดสำรองที่นั่งล่วงหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยรวม ตั้งเเต่ต้นปี 2558 เราเปิดเส้นทางบินใหม่ภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมเครือข่ายบินที่ครอบคลุมเเละเชื่อมต่อมากที่สุด ซึ่ง เส้นทางบินใหม่ ดอนเมือง-บุรีรัมย์ จะเริ่มบินตั้งเเต่ 2 เมษายน2558 นี้เป็นต้นไป ซึ่งตรงกับช่วงงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง โดยสายการบินจัดโปรโมชั่นเปิดตัวในราคาเริ่มต้นเพียง 390 บาทต่อเที่ยว จองได้ตั้งเเต่วันนี้-8 มีนาคม 2558 เเละเดินทางตั้งเเต่ 2 เมษายน 2558-26 มีนาคม 2559 ที่ www.airasia.com และทุกช่องทางจำหน่าย ตั้งเป้าหมายอัตราบรรทุกผู้โดยสารเฉลี่ย(โหลดแฟกเตอร์) ไม่ต่ำกว่า80%” MThai News