นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์

พิธีส่งมอบตำแหน่ง ผบ.ตร.
ผบ.ตร. /  ตำรวจ / 

พิธีมอบตำแหน่ง ผบ.ตร. พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ มอบให้ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง 30 ก.ย. 2557

'พรเพชร' มั่นใจตั้ง สนช.เพิ่มช่วยงานเดินหน้ามากขึ้น
ประธานสนช. /  พรเพชร วิชิตชลชัย / 

"พรเพชร" มั่นใจ ตั้ง สนช.เพิ่ม ช่วยให้การทำงานด้านกฎหมาย มีทิศทางดีขึ้น ไม่ซ้ำซ้อนในการทำงาน นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เปิดเผยถึงกรณีการแต่งตั้ง สนช.เพิ่มเติมจำนวน 28 คน จะทำให้การทำงานของ สนช.เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นต่อการพิจารณากฎหมาย และไม่ทำให้เกิดปัญหาที่ซับซ้อนต่อการทำงานของ สนช.ในคณะกรรมาธิการต่างๆ พรเพชร วิชิตชลชัย เพราะมีจำนวนสมาชิกครบจำนวน 220 คน ตามข้อกำหนดของรัฐธรรมนูญ 2557 ฉบับชั่วคราว นอกจากนี้ หากสมาชิกทั้งหมดมารายงานตัวที่รัฐสภาแล้วเสร็จ ภายในวันที่ 1 ตุลาคม จะต้องทำพิธีปฏิญาณตน ก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม สำหรับการประชุม สนช.ครั้งถัดไป จะมีผลต่อการพ้นสภาพของ สนช.หากสมาชิกขาดการประชุมเกิน 1 ใน 3 ครั้ง ภายในระยะเวลา 90 วัน

ละครภพรัก , เรื่องย่อภพรัก
ละครภพรัก /  ละครภพรัก ช่อง 3 / 

เรื่องย่อละครภพรัก ความตาย.. อาจเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ แต่สำหรับ “เธอ” .. การดับสูญที่ยิ่งใหญ่นำมาซึ่งความผูกพันล้ำค่าบนโลกใบสวย .. ความรักระหว่าง “เธอ” และ “เขา” อาจเป็นไปไม่ได้หากแต่ใน “ภพรัก”…ความสุขในความรักระหว่างเขาและเธอ สดใสและงดงามเสมอ หมวดเหยี่ยว เป็นลูกชายคนเดียวของ วิหค นายตำรวจมือปราบที่เลื่องชื่อในอดีต เหยี่ยวกำพร้าพ่อและแม่มาตั้งแต่เล็กเพราะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมกัน ด้วยสาเหตุที่หลายคนยังตั้งข้อสงสัย วิหคเป็นตำรวจน้ำดีที่หลายคนให้การยกย่อง ทำงานตรงไปตรงมาแบบยอมหักไม่ยอมงอ แต่แล้วจู่ๆ ต้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนปริศนาที่คนขับชนแล้วหนี เหยี่ยวอาศัยอยู่ในชุมชนริมน้ำหลังวัดเก่ากับ ยายนวล ยายตาบอดอารมณ์ดี จิตใจแจ่มใส ชอบทำบุญอยู่ในศีลในธรรม มีข้อเดียวที่ยายนวลผิดศีลอย่างเลิกไม่ได้คือต้องเล่นหวยอยู่เป็นนิจ และยายนวลก็เหมือนมีพรายกระซิบทุก 15 วัน ??? ตั้งแต่เหยี่ยวเล็กจนโต.. ยายนวลถูกหวยงวดเว้นงวด !!! เหยี่ยว มุ่งมั่นเรียนจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จนสอบเข้าทำงานในสำนักงานสืบสวนพิเศษได้ หากแต่ในวิชาชีพตำรวจเหยี่ยวกลับทำไม่ได้ดีเหมือนพ่อ คดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบมักมีข้อผิดพลาดไม่ราบรื่น ยิ่งโดนเปรียบ เทียบกับพ่อ.. เหยี่ยวยิ่งทำงานพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งหลังผู้ต้องหาในคดีค้ายาเสพติดต้องรอดคดีไปได้อย่างลอยนวล เพราะการสอบสวนแบบถึงลูกถึงคนของแหยี่ยวโดนบันทึกภาพผ่านโทรศัพท์มือถือของ ทนายผู้ต้องหา และการนำสืบชี้นำไปที่เหยี่ยวขาดวุฒิภาวะในการควบคุมอารมณ์ ข่มขู่ผู้ต้องหาให้รับสารภาพ หมวดเหยี่ยวถูกคาดโทษจากผู้บัญชาการว่าจะต้องถูกย้ายหากมีข้อผิดพลาดอะไร เกิดขึ้นอีก !!! ดูเหมือนชีวิตของหมวดเหยี่ยวกำลังรอคอยใครบางคน ใครบางคนที่จะเติมเต็ม.. ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น คืนวันหนึ่งขณะหมวดเหยี่ยวออกจากสำนักงานสืบฯ กำลังจะขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางเขารู้สึกแปลกๆ ในจิตใจคล้ายมีคลื่นพลังงานบางอย่างเข้ามากระทบในโสตสัมผัส เมื่อเลี้ยวรถตรงทางแยกหน้าปากซอย เขาพบรถสปอร์ตเกิดอุบัติเหตุตกบึงน้ำขนาดใหญ่ที่ข้างทาง เมื่อ กองพิสูจน์หลักฐานดึงรถยนต์คันงามขึ้นมา.. ทุกคนต้องแปลกใจเพราะภายในรถว่างเปล่า !! ไม่ปรากฏร่างเจ้าของรถผู้ขับขี่ ตำรวจตรวจดูโดยรอบแล้วไม่พบศพผู้เสียชีวิต !!! ขณะ เหยี่ยวช่วยตำรวจท้องที่กันบรรดาไทยมุงออกมาจากพื้นที่ เขาสะดุดสายตาเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางต่างจากชาวบ้านแถบนั้นโดยสิ้นเชิง เงอะๆ งะๆ จนเกือบจะเข้าไปในเขตห้ามเข้า เหยี่ยวต้องเอ่ยปากไล่ไม่ให้เข้ามาวุ่นวายในพื้นที่ เดี๋ยวจะเป็นการทำลายหลักฐานสำคัญ หญิงสาวคนนั้นสะดุ้งสุดตัวก่อนจะเดินหนีออกไป ก่อนขับรถกลับบ้าน เหยี่ยวพบสร้อยคอพร้อมล็อกเก็ตรูปหัวใจตกอยู่ข้างรถ เขาหยิบล็อกเก็ตเส้นนั้นและนำกลับไปบ้านด้วยอย่าง เผลอตัว ความแปลกประหลาดเริ่มบังเกิดขึ้นกับเหยี่ยวนับตั้งแต่วินาทีนั้น.. ตอนกลับบ้าน เสียงหมาวัดแถวนั้นต่างพากันประสานเสียงหอนกันระงมราวกับเห็นผี ! ยายนวลที่ตาบอดยังร้องทักว่าเหยี่ยวพาเพื่อนมาเที่ยวบ้านทำไมไม่บอก จะได้หาข้าวหาปลาให้ทาน มิวายที่เหยี่ยวจะปฏิเสธ แต่ยายนวลกลับไม่เชื่อเถียงคอเป็นเอ็นหาว่าหลานชายแอบเอาสาวเข้าบ้านโดยไม่ บอกให้ยายรู้ จนเหยี่ยวต้องเรียก จ่านกน้อย ตำรวจคู่หูที่อยู่ข้างบ้านมายืนยันว่าไม่มีใครมาด้วย ยายนวลถึงจะเชื่อและเรียกจ่านกน้อยไปขูดต้นกล้วยหลังวัดด้วยกันอย่างออกรส ตามประสาคนบ้าหวยด้วยกัน จ่านกน้อยเป็นตำรวจที่มีอดีตไม่น่าจดจำ บ้าหวยทำตัวไร้สาระก็เพื่อลบปมเศร้าสะเทือนใจในชีวิต เมื่อ 5 ปีที่แล้ว.. นกยูง ลูกสาววัยรุ่นของจ่านกน้อยเสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาด เพราะพ่อบ้างานจนไม่มีเวลาให้ หลังเสียลูกสาวไม่นานเมียก็ต้องเสียชีวิตตามไปอีกคน เพราะโดนคนเมายาบ้าจับเป็นตัวประกัน แล้วจ่าเข้าไปช่วยไม่ทัน นับตั้งแต่นั้น.. ชีวิตจ่านกน้อยก็ไร้แก่นสาร ทำงานไปแบบวันเติมวัน เหมือนกำลังรอวันลาโลก!!! ย่ำ รุ่งคืนวันนั้นเอง เหยี่ยวกลับได้ยินเสียงร้องสะอื้นไห้อย่างน่าสงสารในสวนหลังบ้าน เหยี่ยวพบกับหญิงสาวคนเดียวกับเมื่อตอนหัวค่ำ เธออยู่ในชุดขาวสวยเฉี่ยวทันสมัย ร้องไห้พลางบอกว่าไม่มีที่ไป ไม่มีใครเห็นเธอเลยนอกจากเหยี่ยว ภาพหญิงสาวค่อยๆ จางหายไป .. พร้อมๆ กับพระอาทิตย์ที่กำลังโผล่ขึ้นพ้นขอบฟ้า !หมวดเหยี่ยวอึ้งแทบไม่เชื่อภาพที่ปรากฏต่อสายตา เขาพบกับผีสาว ! ตัวจริง ! เสียงจริง ! เช้าวันรุ่งขึ้น.. เหยี่ยวตื่นแต่เช้ามาใส่บาตรกับ หลวงตาเคี้ยง เขาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง หลวงตาฟังไปพร้อมกับตาลุกด้วยความตื่นเต้น อรรถาธิบายว่าผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นวิญญาณที่เพิ่งออกจากร่าง เพราะเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหัน วิญญาณจึงยังล่องลอยไม่มีที่พึ่ง พออธิบายเสร็จ หลวงตาเคี้ยงก็รีบให้ศีลให้พร จ้ำอ้าวๆ กลับกุฏิแทบไม่ทัน สมดังคำล่ำลือว่าหลวงตาเคี้ยงไม่ค่อยถูกชะตากับพลังงานลึกลับ ?!?!? ทุกวันเมื่อไปทำงานสำนักงานสืบฯ เหยี่ยวต้องปะทะคารมอย่างรุนแรงกับ ผบ.สงคราม ที่จ้องจับผิดตลอดเวลา แม้ผบ.สงครามจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับพ่อ แต่ความจริงที่เหยี่ยวไม่รู้ก็คือ.. สงครามไม่ได้เป็นเพื่อนกับวิหค แต่เป็นคู่แข่งกันมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยเรียนจนทำงานตำรวจ แข่งกันทุกครั้งสงครามก็แพ้วิหคทุกครั้ง .. หนำซ้ำการเสียชีวิตของวิหค ยังมีข่าวลืออีกว่าเป็นเพราะกำลังทำงานลับบางอย่างแข่งกับสงคราม จึงต้องเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ล่า สุดกับคดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบ.. จับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่น เขาเกือบทำพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย เมื่อไว้ใจทิ้งหลักฐานวิดีโอการซื้อขายยาที่จะมัดตัวจอมบงการไว้กับสายสืบ นักข่าวคนหนึ่งที่แปรพักตร์เพราะโดนข่มขู่จากเจ้าพ่อ โชคดีที่ขณะจะกลับ เสียงผีสาวมาบอกให้ไปจับคนร้ายเสียก่อน เหยี่ยวจึงทำงานสำเร็จ ได้รับคำชมเชยเป็นครั้งแรกจาก ผบ.สงคราม คืน วันนั้นเหยี่ยวออกมาที่ต้นลำดวนหลังบ้าน เรียกหญิงคนนั้นเพื่อสอบถามเรื่องราวทั้งหมด วิญญาณสาวคนเดิมออกมาตามเสียงเรียก เธอเรียกตัวเองว่า “น้ำ” แต่จำอะไรไม่ได้เลยนอกจากชื่อ น้ำริน ของตัวเอง น้ำ รินไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องตามเหยี่ยวมาที่นี่ รู้แต่ว่าเธอต้องตามติดเหยี่ยวไปในทุกที่.. เพียงแต่ในช่วงกลางวันเหยี่ยวจะมองไม่เห็นร่างของเธอเท่านั้น ตั้งแต่ นั้นความโกลาหลในชีวิตเหยี่ยวจึงบังเกิด ?!? หมวดเหยี่ยวประสาทเสียที่จู่ๆ ก็มีวิญญาณสาวสวยคอยติดตามไปทุกที่ แม้ในเวลาที่ต้องเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ และ เวลานอน ?!? หนำซ้ำยายนวลยังเป็นอีกคนที่ได้ยินเสียงเหยี่ยว กับน้ำรินคุยกันบ่อยๆ เหยี่ยวเดาเอาเองจากการที่ยายถูกหวยทุกงวดว่าน่าจะเป็นเพราะยายมีสัมผัสที่ หก ได้ยินเสียงพรายกระซิบเป็นประจำ จึงไม่แปลกที่ยายจะได้ยินเสียงน้ำรินเช่นเดียวกับเขา เหยี่ยวโกหก ยายนวลว่าน้ำรินเป็นพยานปากเอกที่เขาได้รับมอบหมายจากสำนักงานสืบฯ ให้นำตัวมาเก็บไว้ โดยใช้บ้านเหยี่ยวเพื่อเป็นเซฟเฮ้าส์ ยายนวลจึงคลายใจหันมาคุยกับน้ำรินวิญญาณสาวอย่างออกรสด้วยนึกว่าหล่อนเป็นคน เมื่อเวลาผ่านไป.. การสนิทสนมกับน้ำรินทำให้ชีวิตยายนวลมีชีวิตชีวามากขึ้น น้ำรินเป็นผีสาวความจำเสื่อมที่อารมณ์ดี มองโลกสดใสในทางบวก ความทรงจำน้ำรินเริ่มกลับมาทีละน้อยๆ เธอจำได้ว่าตัวเองมีฝีมือในการทำขนมไทยอย่างหาตัวจับยาก ตั้งแต่นั้นบ้านหลังน้อยของหมวดเหยี่ยวจึงเกิดกิจกรรมพิเศษของสองคู่ซี้ต่าง วัยและต่างภพ ทำขนมไทยสารพัดชนิดเพื่อเป็นรายได้เสริม ขนมไทยแสนอร่อยของยายนวลเป็นที่นิยมชมชอบของคนในชุมชนมากขึ้นเรื่อยๆ ยาย นวลชวนจ่านกน้อยคู่ซี้มาทำขนมด้วยกันในตอนค่ำ เพื่อละเลิกจากกิจกรรมขี้เมาบ้าหวย สร้างความสนุกสนานและเพลิดเพลินให้กับจ่าไม่น้อย แต่จ่านกน้อยกับชาวบ้านแถบนั้นรวมไปถึงหลวงตาเคี้ยงยังไม่วายต้องผวาไปกับ เสียงแปลกๆ ยามค่ำ และพฤติกรรมเหมือนกำลังคุยกับผีของยายนวลอยู่เนืองๆ สินค้าขนมไทยของยายนวลในชุมชน ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก ธารา นักธุรกิจสาวที่ผันตัวเองจากโลกธุรกิจ มาทำมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ ธาราต้องนั่งรถเข็นจากการเกิดอุบัติเหตุเมื่อปีก่อน ตั้งแต่นั้นธาราจึงอุทิศตัวเองเพื่อสังคม หันหลังให้กับโลกธุรกิจปล่อยให้เป็นหน้าที่ผู้บริหารมืออาชีพ ส่วนตัวเองหันมาทำงานเพื่อสังคมส่วนรวม เมื่อน้ำรินเห็นหน้าธารา.. เธอรู้สึกแปลกๆ เหมือนรู้จักผู้หญิงคนนี้เป็นอย่างดี แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกว่าเคยพบกันที่ไหน ได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ ดูเหมือนวิญญาณน้ำรินกำลังทำความดีชดเชยกับเรื่องราวในอดีตที่เธอยังจำไม่ได้ น้ำรินไม่รู้เลยว่าในตอนมีชีวิตอยู่ เธอมีส่วนทำให้นกยูงลูกสาวจ่านกน้อยเสียชีวิต เพราะ เสพยาเกินขนาด!! วันหนึ่งน้ำรินมีโอกาสเห็นรูปนกยูงโดยบังเอิญ เธอจำได้ทันทีว่าเด็กสาวคนนี้ เคยทำงานพาร์ทไทม์กับเธอที่ใดที่หนึ่งเกี่ยวกับการทำขนม ยิ่งไปกว่านั้น..น้ำรินจำได้ว่าเด็กสาวคนนี้เสียชีวิตเพราะเธอเฉยเมย ไม่ยอมช่วยนกยูงที่เอ่ยปากขอเบี้ยเลี้ยงล่วงหน้า ทำให้นกยูงเข้าสู่วังวนของการส่งยา ค้ายา จนถึงขั้นนกยูงโดนฆ่าตายเพราะคนร้ายต้องการปิดปากเรื่องเครือข่ายค้ายาฯ นกยูงโดนจัดฉากว่าเสพยาเกินขนาด เธอพยายามทำทุกวิถีทางให้ชีวิตของจ่านกน้อยดีขึ้น หลัง จากนั้นเป็นต้นมา เหยี่ยวกับน้ำรินยิ่งใกล้ชิดผูกพันกันมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งสนิทสนม ยิ่งทำให้ทั้งคู่กลายเป็นส่วนผสมของความกุ๊กกิ๊กอลวนที่ลงตัว น้ำรินแสดงถึงความเป็นคุณหนูไฮโซให้เห็นมากขึ้น เธอทั้งซุกซน ซุ่มซ่าม และเผลอเอาแต่ใจตัวเอง น้ำรินขอร้องให้ เหยี่ยวช่วยสืบหาว่าเธอเป็นผีมาจากไหน มีประวัติความเป็นมายังไง .. เหตุใดเธอจึงยังไม่ไปผุดไปเกิดซะที แต่แล้ววันหนึ่งน้ำรินก็ได้พบกับ ป้าปริก วิญญาณอีกดวงนึงที่ดูเหมือนเป็นวิญญาณที่ความอารมณ์ดี ป้าปริกสอนให้น้ำรินกลายเป็นวิญญาณคุณภาพ สามารถควบคุมให้สิ่งของต่างๆ เคลื่อนที่ได้ น้ำรินสามารถหยิบจับของต่างๆ และรับรู้ความรู้สึกในการสัมผัสได้ราวกับมีเลือดเนื้อเหมือนมนุษย์ ต่างกันเพียงว่าไม่มีใครมองเห็นเธอได้… นอกจากเหยี่ยวเพียงคนเดียว และการที่รู้สึกและหยิบจับของต่างๆ ได้เหมือนมนุษย์นี่เอง ที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำรินกับเหยี่ยวออกอาการกุ๊กกิ๊กแนบแน่นมาก ขึ้นกว่าเดิม เพราะเหยี่ยวมักเผลอโอบคอน้ำรินเหมือนเคยๆ ทุกครั้งเพราะไม่เคยทำได้สักที แต่มาวันนี้กลับกลายเป็นรู้สึกได้ว่าเขากำลังกอดคอหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งยิ่งทำให้ทั้งคู่เขินอายและต้องระวังตัวระหว่างกันมากยิ่งขึ้น น้ำ รินมีโอกาสช่วยเหลือเหยี่ยวในการทำงานสำนักงานสืบฯ หลายครั้ง คดีสำคัญก็คือ.. เหยี่ยวสามารถคลี่คลายคดียาเสพติดในหมู่วัยรุ่นได้ เขาจับตัวการที่โยงใยทำให้นกยูงลูกสาวของจ่านกน้อยตาย จ่านกน้อยมีจิตใจดีขึ้นมากขึ้น เพราะความจริงปรากฏชัดว่านกยูงไม่ได้เสพยาเกินขนาดจนตาย แต่เธอตายเพราะต้องการเปิดโปงเครือข่ายค้ายา นกยูงตายเพื่อความถูกต้องในสังคม สมกับเป็นลูกสาวตำรวจอย่างจ่านกน้อย จ่านกน้อยเลิกขี้เมา บ้าหวย หันมาใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ อุทิศตนเองให้กับชุมชนฯ เหยี่ยว เหมือนเป็นนายตำรวจพรายกระซิบ ทำงานสำคัญๆ สำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ น่าแปลกที่ทุกครั้ง ที่น้ำรินช่วยเหยี่ยวคลี่คลายคดีสำคัญได้ ความทรงจำของเธอจะกลับมาหนึ่งอย่างเสมอ เหมือนการช่วยแก้ไขคดีแต่ละคดีเป็นการทดแทนการทำความผิดพลาดในอดีตหมวดแนน แฟนเก่าของเหยี่ยว กลับมาคลุกคลีกับเหยี่ยวอีกครั้ง จนน้ำรินเริ่มหึง ซึ่งเหยี่ยวเริ่มจับสังเกตได้ ภพธร กับนับดาว ยังไม่หยุดแผนที่จะฆ่าธารา จนสงครามเริ่มสงสัยในตัวภพธร จึงพาธาราไปซ่อนตัวที่เซฟเฮ้าส์ โดยให้เหยี่ยวตามไปดูแล คุ้มครองธารา ที่นั่นเอง สงครามได้แสดงความรักที่มีต่อธารามาอย่างช้านาน แต่ธาราปฎิเสธ เพราะไม่อยากผิดต่อพ่อของน้ำริน ซึ่งเป็นเพื่อนรักของสงครามนั่นเอง ถนนทางเข้าเซฟเฮ้าส์ คือถนนที่ครั้งหนึ่ง เหยี่ยว เคยนั่งรถมาพร้อมกับพ่อและแม่ และที่นี่เอง เหยี่ยวได้สูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปกับอุบัติเหตุ ทุกครั้งที่เหยี่ยวขี่จักรยานผ่านจุดเกิดเหตุ เขาก็อดนึกถึงอดีตอันเจ็บปวดไม่ได้ น้ำรินซึ่งติดตามเหยี่ยวมาด้วย พยายามพูดให้กำลังใจ ให้เหยี่ยวต่อสู้กับอดีตอันเลวร้ายให้ได้ ทำให้เหยี่ยวรู้สึกเข้มแข็งขึ้นเมื่อได้อยู่กับน้ำรินน้ำรินเองก็รู้สึกคุ้นหน้าธารามาก แต่ยังนึกเหตุการณ์ในอดีตไม่ได้สักที จำได้แต่ว่า ก่อนตายเธอใกล้มีความสุขที่สุดในชีวิต .. น้ำรินกำลังจะแต่งงาน !!! แล้วจู่ๆ สร้อยล็อตเก็ตรูปหัวใจก็ตกลงจากลิ้นชักโต๊ะทำงานของเหยี่ยว เหยี่ยวระลึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองเผลอหยิบมาจากริมบึงที่มีรถจมน้ำ.. ต้องเป็นเพราะล็อคเก็ตรูปหัวใจแน่ๆ น้ำรินถึงมาติดอยู่กับเขาแบบนี้ !!! เหยี่ยว สืบเรื่องของน้ำรินโดยเริ่มจากคดีรถสปอร์ตจมหายไปในน้ำ ตามไปถึงบ้านใหญ่โตของเจ้าของรถ ในที่สุดเหยี่ยวจึงรู้ว่าน้ำรินคือเจ้าของรถคันนั้น เป็นลูกสาวคนเดียวของ ธารา เศรษฐีนีแม่ม่ายเจ้าของเครือโรงแรมสตาร์ออฟสยาม เครือข่ายโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันนี้ ความจริงแล้วน้ำรินเป็นลูกสาวของคุณธารา สาวใหญ่ใจดีเจ้าของมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ วิญญาณเธอได้พบกับแม่ เพียงแต่เธอจำแม่ไม่ได้ เหยี่ยวปักใจเชื่อว่าคนที่น่าสงสัยที่สุดเห็นจะเป็น ภพธร นักธุรกิจหนุ่มผู้เป็นทั้งพี่ชายบุญธรรม ผู้บริหารเครือโรงแรมนี้ทั้งหมด และเป็นอดีตคู่หมั้นของน้ำริน ภพธรคือคนที่น่าสงสัยที่สุด เมื่อ ตอนมีชีวิตอยู่.. น้ำรินเติบโตมากับภพธรผู้เป็นเหมือนพี่ชาย ภพธรเป็นลูกชาย นุติ อดีตเจ้าของเดอะสตาร์ออฟสยาม ที่ฆ่าตัวตายเพราะทำธุรกิจผิดพลาดจนต้องให้ ธารา แม่ของน้ำรินเข้าซื้อกิจการ แต่มีข่าวลือในวงธุรกิจ.. ความจริงแล้วนุติฆ่าตัวตายเพราะทนไม่ได้ที่โดนธาราโกงจนหมดตัว ธารารู้สึกผิด.. จึงส่งเสียเลี้ยงดูภพธรเป็นลูกบุญธรรม ให้เติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กับน้ำรินลูกแท้ๆ ธาราเดินไม่ได้เพราะได้รับอุบัติเหตุจากการขับรถเมื่อปีก่อน ทำให้อำนาจการบริหารโรงแรมทั้งหมดอยู่ในมือของภพธรลูกบุญธรรมซึ่งกำลังจะ แต่งงานกับน้ำริน และธารารู้สึกผิดกับบาปที่ตัวเองสร้างไว้ในอดีต เธอจึงหันมาทำมูลนิธิช่วยเหลือคนด้อยโอกาสในสังคม ต้องการไถ่บาปสร้างความดีเพื่อชดเชยกับสิ่งที่ตัวเองเคยกระทำไว้ในอดีต น้ำ รินขอบคุณเหยี่ยวและขอให้พาเธอไปสถานที่แห่งหนึ่งเป็นครั้งสุดท้าย เป็นบ้านสวนริมน้ำของ นับดาว ผู้หญิงที่เป็นเพื่อนรักของเธอมาตั้งแต่เด็ก นับดาวเป็นเหมือนเพื่อนคู่หูน้ำรินมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมเรื่อยมาจน กระทั่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยและจบการศึกษา เธอเป็นเหมือนเพื่อนรัก… หากแต่ซ่อนปมความคิดอิจฉาริษยาเพื่อนที่เพียบพร้อมไปทุกอย่างอย่างน้ำรินมา ตลอด นับ ดาวกำลังอยู่กับภพธรฉันท์สามีภรรยา จากคำพูดที่ทั้งสองกำลังปรึกษากัน น้ำรินจึงรู้ว่าทั้งสองแอบคบกันมานานแล้ว เพราะปมชีวิตของนับดาวที่ไม่อาจจะสู้น้ำรินได้ตลอดมา ทำให้นับดาวคิดแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับน้ำรินโดยน้ำรินไม่รู้ตัว สิ่งที่นับดาวเอาชนะน้ำรินได้อย่างเด็ดขาดคือการพิชิตหัวใจของภพธร เพราะภพธรโกรธแค้นครอบครัวของน้ำรินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งสองตั้งใจจะฮุบกิจการโรงแรมของธาราโดยเร็วที่สุด ทั้งเพื่อแก้แค้นให้ภพธรและเพื่อตัวของพวกเขาเอง.. นับดาวเป็นคนวาง แผนบงการทำให้ธาราต้องพิการ และวางแผนฆ่าน้ำรินก่อนการแต่งงานจะเกิดขึ้น !!! น้ำรินมีโรคประจำตัวที่ต้องทานยาเป็นประจำทุกวัน ภพธรแอบเปลี่ยนยาทำให้น้ำรินหมดสติ ขับรถตกบึงน้ำขนาดใหญ่ ก่อนจะอำพรางนำศพของเธอไปเผาทิ้ง ทำให้น้ำรินกลายเป็นบุคคลหายสาปสูญไปเพื่อทำลายหลักฐาน !!! นับดาวกับภพธรแอบเปิดประตูให้คนร้ายเข้าไปในคฤหาสน์ของธารา แต่ขณะที่กำลังจะทำอันตรายธารา เหยี่ยวกับน้ำรินเดินทางมาช่วยธาราได้ทันเวลา นับดาวกับภพธรถูกตำรวจจับ…และถูกลงโทษตามความผิดที่ตัวเองกระทำ ฐานทำร้ายน้ำรินถึงแก่ความตาย เวลานี้ภารกิจของน้ำรินดูเหมือนจะเสร็จสิ้นแล้ว พลังงานภายในวิญญาณของเธออ่อนแรงลง น้ำ รินรู้สึกว่าดวงวิญญาณของเธออาจดับสูญภายในคืนนี้.. เธอรวบรวมพลังงานทั้งหมดเท่าที่เหลืออยู่ ปรากฏกายให้เหยี่ยวเห็นเป็นครั้งสุดท้าย แม้ช่วงเวลาที่น้ำรินจะอยู่กับเหยี่ยวมีเพียงช่วงสั้นๆ หากแต่ความผูกพันในช่วงเวลาอันน้อยนิดระหว่างเธอกับเขา แนบแน่นจนกลายเป็น “ความรัก” ไปเสียแล้ว … เช่นเดียวกับเหยี่ยวที่รู้ใจตัวเองว่ารัก น้ำริน.. วิญญาณ สาวที่กำลังจะดับสลายไปในอีกไม่กี่วินาทีต่อจากนี้ เหยี่ยวอยากจะอ้อนวอนขอให้น้ำรินอยู่กับเขาตลอดไป แต่เขารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้…ไม่มีใครฝืนสัจธรรมการแตกดับนี้ไปได้ เหยี่ยวจึงตั้งจิตมั่นสัญญาไว้กับน้ำริน เขาจะรักเธอตลอดไป จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงความรักที่เขามีให้เธอ ทั้งสองจากกันด้วยน้ำตา… 18 ปีต่อมา… หมวดเหยี่ยวนายตำรวจหนุ่มไฟแรงจบใหม่ในอดีต.. กลายเป็นหนุ่มใหญ่ผู้บัญชาการสำนักงานสืบสวนพิเศษในปัจจุบัน เขามุ่งมั่นในการทำงานจนไม่มีเวลาเหลือให้กับใคร คนเก่าคนแก่ภายในสำนักงานสืบสวนฯ ต่างรู้ดีว่าผู้บัญชาการผู้นี้ยังคงมีอดีตรักฝังใจที่ยากจะลืมเลือน ผบ.เหยี่ยวไม่มีหัวใจจะรักใครได้อีกแล้ว.. จวบจนวันนี้…วันที่สำนักงานสืบสวนพิเศษได้มีโอกาสต้อนรับ น้ำค้าง นักข่าวหญิงเพิ่งจบใหม่จากรั้วมหาวิทยาลัย สาวนักข่าวที่ทันทีที่ผบ.เหยี่ยวเห็นหน้าแล้วต้องชะงักด้วยความตกใจ ฤาสัญญารักที่เขาเคยให้ไว้กับน้ำรินมีผลลัพธ์เกิดขึ้นแล้วในวันนี้… น้ำค้าง…มีใบหน้าบุคลิก ท่าทาง รอยยิ้ม เหมือนกับน้ำริน .. ราวกับเป็นคนๆ เดียวกัน !

ทำเพื่ออะไร!แฟนวอลเลย์บอลโชว์ถ่อยเหยียบเสื้อทีมชาติ
วอลเลย์บอล /  วอลเลย์บอลหญิง / 

หลังจากที่ทีมวอลเลย์บอลหญิงไทย แพ้ทีมชาติจีน 1-3 เซต ในรอบรองชนะเลิศ ศึกวอลเลย์บอลเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 17 ที่เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ ส่งผลให้พลาดโอกาสเข้าไปชิงชนะเลิศ แต่ก็ยังได้ลุ้นเหรียญทองแดงต่อไป อย่างไรก็ตาม ในสื่อสังคมออนไลน์มีการแชร์ภาพจากผู้ใช้รายหนึ่งชื่อ “ทิด เวทีไท” ที่แสดงอาการไม่พอใจต่อทีมลูกยางสาวไทย โดยนำเสื้อแข่งของทีม พร้อมใช้เท้าเหยียบย่ำ และโพสต์ข้อความว่าจะเลิกติดตามเชียร์ ซึ่งภาพดังกล่าวนั้นสร้างความไม่พอใจต่อ “แจ็คกี้” อัมพร หญ้าผา อดีตนักกีฬาวอลเลย์บอลทีมชาติไทยเป็นอย่างมาก พร้อมกับนำภาพและข้อความของแฟนกีฬาผู้ไม่สุภาพรายนี้มาโพสต์ประจานในหน้าแฟน เพจของตน พร้อมลงข้อความว่า “เห็นแบบนี้ไม่สบายใจเลยนะคะ เพราะเป็นคนหนึ่งที่เคยมีธงชาติติดที่หน้าอก กีฬามีแพ้มีชนะ ไม่มีทีมไหนในโลกไม่เคยแพ้คะ แต่เอาเท้ามาวางตรงธงชาติถือเป็นเรื่องไม่สมควร ให้กำลังใจกันต่อไปนะคะ” “ในฐานะที่เคยเป็นนักวอลเลย์บอลทีมชาติ บอกตรงๆ นะคะ ไม่เคยจะโกรธหรือเกลียดคนที่ด่า วิจารณ์ ใครจะเชียร์หรือไม่เชียร์นั่นคือสิทธิส่วนบุคคลแต่เสียใจที่สุด คือเอาเท้ามาเหยียบธงชาติ คุณทำเกินไปรึป่าว ..” พร้อมกันนี้ ในเพจดังกล่าวยังมีแฟนวอลเลย์บอลไทยรุมอันแฟนลูกยางสุดถ่อยรายนี้เป็นจำนวน มาก และตามไปถึงเฟซบุ๊กส่วนตัวของแฟนกีฬารายนี้ ก่อนจะโพสต์ข้อความว่าไม่ขอแก้ตัว แต่สุดท้ายก็ต้องลบข้อความดังกล่าวออกไป

สหภาพขสมก.ยื่นหนังสือนายกฯแนะหารถเมล์ NGV เพิ่ม
ขสมก. /  ขสมก.ร้องเรียนนายกฯ / 

สหภาพ ขสมก. ยื่นหนังสือนายกฯ ชะลอจัดการรถตู้ป้ายดำ แนะหารถเมล์ NGV 3,000 คัน ให้บริการ ปชช. วันนี้ ผ30 ก.ย.) ตัวแทนสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ สร.ขสมก. นำโดย นายวีระพงษ์ วงศ์แหวน ประธานสหภาพฯ เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ชะลอการแก้ไขปัญหารถตู้ป้ายดำ หรือรถตู้ที่ผิดกฎหมายออกไปก่อน เนื่องจากขณะนี้มีรถร่วมบริการเอกชนและรถตู้ เป็นจำนวนมาก วิ่งในเส้นทางที่ทับซ้อนกัน และหากรัฐบาลให้รถป้ายดำที่มีประมาณ 1,500 คัน มาวิ่งร่วมเส้นทาง จะทำให้มีจำนวนรถและการจราจรติดขัดมากขึ้น รวมทั้งอาจเกิดการแย่งผู้โดยสารทำให้เกิดความไม่ปลอดภัย จึงไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ทั้งนี้ นายวีระพงษ์ ได้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาในองค์กรอย่างเร่งด่วน คือรัฐบาลต้องจัดหารถเมล์เอ็นจีวีใหม่จำนวน 3,183 คัน ให้บริการประชาชนเพื่อความปลอดภัย รวมทั้งเร่งรัดให้มีการเพิ่มค่าตอบแทนพนักงาน ขสมก. โดยเร่งเก็บหนี้ค้างชำระจากรถร่วมที่ซื้อสัมปทานของ ขสมก. และหากต้องการจัดระเบียบรถตู้ป้ายดำควรจัดระเบียบเส้นทางเดินรถไม่ให้ทับซ้อนกัน เช่น เส้นทางชานเมือง เข้าเมือง เป็นต้น นอกจากนี้ ตัวแทนสหภาพฯ จะเดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ ประธานคณะกรรมการบริหาร ขสมก. เพื่อให้ดำเนินการในเรื่องดังกล่าวต่อไป

โหด! เดินกระแทกไหล่ถูกรุมทำร้ายดับหน้าบ้าน
ถูกรุมทำร้าย /  เดินกระแทกไหล่ / 

เกิดเหตุชายวัย 56 ปี เดินกระแทกไหล่คู่กรณี ถูกรุมทำร้ายดับอนาถหน้าบ้าน ซ.รัชดาฯ 13 - ตำรวจเตรียมสอบปากคำ วิน จยย. เวลา 00.15 น. ตำรวจ สน.สุทธิสาร รับแจ้งมีผู้ถูกทำร้ายร่างกายเสียชีวิต ภายใน ซ.รัชดา 13 ใกล้เคียงวัดกุนนทีฯ จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบศพ นายจตุพล คำมี อายุ 56 ปี สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีเทา กางเกงขายาวสีเขียวขี้ม้า รองเท้าแตะสีเหลือง นอนหงายเสียชีวิตอยู่หน้าบ้านเลขที่ 304 ซ.รัชดาภิเษก 13 เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร พบบาดแผลถูกตีด้วยของแข็งไม่ทราบชนิดที่บริเวณท้ายทอย และรอยฟกช้ำที่บริเวณกลางหลัง จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้มีเรื่องกับคู่กรณี เนื่องจากไปเดินกระแทกไหล่แถววินรถ จยย.รับจ้างหน้าบ้าน ก่อนที่จะถูกชาย 4-5 คน ขับ จยย. 2 คัน มารุมทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต เบื้องต้น ตำรวจสันนิษฐาน ผู้ตาย ไปมีเรื่องกับคู่กรณีก่อนถูกนำพวกมารุมทำร้าย พร้อมเตรียมรวบรวมพยานหลักฐาน และเรียก วิน จยย.รับจ้าง มาสอบปากคำ เพื่อหาเบาะแส ส่วนผู้ตายได้ส่งไปชันสูตรพลิกศพที่ สถาบันนิติเวช ร.พ.ตำรวจ

เที่ยวนครศรีธรรมราช เยือนถิ่นลิกอร์ ชมนครหัตถศิลป์
ลิกอร์ /  เที่ยวนครศรีธรรมราช

บนถนนหัตถกรรมท่าช้างในเมืองนครศรีธรรมราช หรือ “เมืองลิกอร์” ชื่อที่พ่อค้าชาวโปรตุเกส ชาวยุโรปชาติแรกที่เข้ามาติดต่อค้าขายกับไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ซึ่งตรงกับสมัยรัชกาลของสมเด็จพระรามาธิบดีที่สองหรือเมื่อ พ.ศ.2061 ใช้เรียกเมืองตามพรลิงค์ ชื่อเดิมของนครศรีธรรมราช และถูกบันทึกไว้ในจดหมายเหตุบันทึกเรื่องราวในประวัติศาสตร์ วันนี้แม้ว่าจะไม่มีใครเรียกที่นี่ว่าเมืองลิกอร์หรือตามพรลิงค์ ทว่างานหัตถศิลป์ชั้นเยี่ยมมากมายที่บ่งบอกถึงความเจริญรุ่งเรืองของเมืองนครยังคงได้รับการสืบทอดและสืบสาน เที่ยวนครศรีธรรมราช เยือนถิ่นลิกอร์ ชมนครหัตถศิลป์ เส้นสายเล็กๆ สีน้ำตาลเข้มที่นำมาถักทอเป็นงานหัตถศิลป์ชั้นเยี่ยมนั้น ไม่เพียงบ่งบอกถึงฝีมืออันประณีตวิจิตรบรรจงและความอุตสาหะของช่างผู้ถักทอ หากแต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการสืบสานภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ ย่านลิเภา เป็นพืชตระกูลเฟิร์น หรือเถาวัลย์ตามภาษาภาคกลาง ที่มีคุณสมบัติเด่นของลำต้นที่เหนียว ชาวบ้านจึงนำมาทำเครื่องจักรสานเพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น กระเชอ เชี่ยนหมาก กล่องใส่ยาเส้น พาน ปั้นชา ขันดอกไม้ธูปเทียน กรงนก กระเป๋าถือ เป็นต้น โดยมีแหล่งผลิตสำคัญอยู่ที่บ้านหมน ตำบลท่าเรือ อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ข้าวของเครื่องใช้พื้นบ้านที่มีเอกลักษณ์เหล่านั้น อาจเป็นเพียงสินค้าพื้นเมืองทั่วไป หากไม่มีเจ้านายจากหัวเมืองใต้นำขึ้นมาถวายในราชสำนัก และเผยแพร่ในหมู่เจ้านายมาตั้งแต่สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ จนกระทั่งในปี พ.ศ.2513 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชดำริ ให้สอนการสานย่านลิเภาในโครงการศิลปาชีพ มีการพัฒนารูปแบบได้อย่างสวยงามประณีต เป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางทั้งระดับท้องถิ่น ภูมิภาค และทั่วประเทศ ด้วยคุณสมบัติเฉพาะตัวของย่านลิเภา ที่เหนียวและทนทานมีอายุใช้งานมากเป็นร้อยๆ ปี นอกจากย่านลิเภาแล้ว ผ้ายกเมืองนคร ถือเป็นอีกภูมิปัญญาล้ำค่าของนครศรีธรรมราช ผ้าสำหรับเจ้าเมืองขุนนางชั้นสูงและพระบรมวงศานุวงศ์ โดยในสมัยก่อนเป็นของที่พระมหากษัตริย์พระราชทานให้กับบุคคลสำคัญเจ้านายและข้าราชบริพารชั้นสูงใช้สวมใส่เวลาเข้าเฝ้า เป็นการแสดงสถานะของบุคคล ต่อมามีการดัดแปลงเป็นผ้าสำหรับคหบดีเจ้านายลูกหลานเจ้าเมือง และสามัญชนทั่วไปใช้นุ่งสำหรับงานพิธีสำคัญต่างๆ ปัจจุบันผ้า ยกเมืองนคร เป็นงานหัตถศิลป์ที่ได้รับการอนุรักษ์และสนับสนุนจากหลายหน่วยงาน อาทิ “บ้านมะม่วงปลายแขน” โรงทอผ้าแห่งแรกของเมืองนครได้มีการทำสืบต่อกันมาจากบรรพบุรุษเป็นเวลากว่า 20 ปี ผ้าที่ทอเป็นลายสมัยโบราณได้มีการหยิบยืมผ้าสมัยโบราณจากวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารเพื่อศึกษาลายและดำเนินการทอตามลายสมัยโบราณ ส่วน “หมู่บ้านเนินธัมมัง” อำเภอเชียรใหญ่ ศูนย์ศิลปาชีพบ้านเนินธัมมังแห่งนี้เกิดจากน้ำพระทัยของ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถพระราชทานราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อก่อตั้งศูนย์ศิลปาชีพเมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินมาเยี่ยมราษฎร เมื่อปี 2536 ขณะที่ เครื่องถมนคร โอท็อปชั้นสูง เป็นที่ทราบกันดีว่าหากจะสรรหาเครื่องถมชั้นยอดที่ขึ้นชื่อมาช้านานจะต้องเป็นเครื่องถมจากฝีมือชาวนครศรีธรรมราช เพราะเป็นงานฝีมือชั้นสูงที่ได้รับการสืบทอดจากบรรพบุรุษ โดยในปัจจุบันชาวนครฯ ก็ยังทำกันอยู่แต่หากจะหาช่างที่สามารถทำเครื่องถมได้ครบทุกขั้นตอนคงจะมีไม่ถึง 10 รายในประเทศไทย หนึ่งในนั้นคือ คุณตาพยงค์ จันทรังษี วัย 80 ปี ที่ขณะนี้ได้ปลดระวางการทำเครื่องถมเมืองนครไปนานแล้ว แต่ก็ยังได้ถ่ายทอดวิชาความรู้ให้กับลูกหลานมาจนถึงปัจจุบัน นอกจากเครื่องใช้ไม้สอยที่มาจากภูมิปัญญาแล้ว หนังตะลุงที่เป็นอีกหนึ่งภูมิปัญญาของชาวใต้นั้น เมืองนครก็เป็นแห่งแรกที่มีการจัดตั้ง พิพิธภัณฑ์หนังตะลุงของเมืองไทยขึ้น ที่บ้านนายหนังสุชาติ ทรัพย์สิน นายหนังที่เป็นทั้งผู้แกะสลักลวดลายให้กับตัวหนัง และเป็นผู้ปลุกวิญญาณให้หนังตะลุงเหล่านั้นโลดแล่นอยู่บนผืนผ้าสร้างความสนุกสนานให้กับผู้ชม จึงไม่น่าแปลกใจที่พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านแห่งนี้ที่เพียบพร้อมไปด้วยองค์ประกอบต่าง ๆ ของหนังตะลุง จะได้รับรางวัลยอดเยี่ยมอุตสาหกรรมท่องเที่ยว (ไทยแลนด์ทัวริสซึ่มอวอร์ด) ประจำปี 2539 รางวัลดีเด่นประเภทวัฒนธรรมและโบราณสถาน ไม่เพียงแต่งานหัตถศิลป์ชั้นเลิศเท่านั้น ที่เป็นสิ่งบ่งบอกถึงความรุ่งเรืองของอดีตอาณาจักรตามพรลิงค์ แคว้นที่เก่าแก่ที่สุดแคว้นหนึ่งบนแหลมมาลายุ ด้วยประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่า 1,800 ปี และมีการติดต่อสัมพันธ์กับลังกาโดยรับเอาพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทลัทธิลังกาวงศ์เข้ามา จนทำให้ที่นี่กลายเป็นศูนย์กลางของพุทธศาสนา งานด้านพุทธศิลป์จึงเป็นอีกสิ่งสำคัญที่อยู่คู่เมืองนคร โดยมีพระบรมธาตุเจดีย์ แห่งวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารเป็นศาสนสถานที่ยิ่งใหญ่และเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชิ้นสำคัญ ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกเพิ่งให้การรับรองเข้าสู่บัญชีเบื้องต้นเพื่อพิจารณาประกาศขึ้นทะเบียนมรดกโลกเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2556 “เกิดมาหนึ่งชาติขอได้กราบพระบรมธาตุเมืองนคร” จึงกลายเป็นกิจกรรมสำคัญที่ขาดไม่ได้ ต่อด้วยการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ของสะสม ณ บ้านท่านขุนรัฐวุฒิวิจารณ์ บ้านเรือนไทยใต้ถุนสูงทรงปั้นหยาอายุมากกว่า 108 ปีที่ได้รับรางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่นปี 2556จากสมาคมสถาปนิกสยาม ซึ่งอยู่ตรงข้ามวัดพระมหาธาตุ สักการะพระพุทธสิหิงค์บริเวณศาลากลางจังหวัด พระพุทธรูปสำคัญคู่บ้านคู่เมืองนครศรีธรรมราช ตามตำนานกล่าวว่าพระมหากษัตริย์ลังกาโปรดให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 700 และมาอยู่ประเทศไทยในสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ก่อนปิดท้ายด้วยการเรียนรู้วิถีวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของพระพุทธศาสนาการค้าขายกับต่างชาติแสดงประวัติบุคคลสำคัญของเมืองนครศรีธรรมราชอาณาจักรตามพรลิงค์ และเมืองลิกอร์ ที่ พิพิธภัณฑ์เมือง ตั้งอยู่ที่สวนสาธารณะสมเด็จพระศรีนครินทร์ 84 (ทุ่งท่าลาด) พิพิธภัณฑ์แบบมัลติมีเดีย สื่อผสมผสานที่ทันสมัยที่ได้รับรางวัลกินรีเมื่อปี 2551 ที่ถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ อย่างทันสมัยน่าติดตาม ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก การท่องเที่ยวจังหวัดนครศรีธรรมราช View Larger Map

ที่สุดแห่งความฮา! รันนิ่งแมน บุกไทยสาดมุกไม่ยั้งร่วม 3 ชั่วโมง
Haha /  Jee Seok Jin / 

ที่สุดแห่งความฮา! รันนิ่งแมน บุกไทยสาดมุกไม่ยั้งร่วม 3 ชั่วโมง ทีกรุ๊ปฯ จัดงานสุดเยี่ยม Yayoi Presents RACE START Season2 in Thailand ขอมอบเหรียญทองรางวัลชนะเลิศให้ไปเลย! สำหรับงาน Yayoi Presents RACE START Season2 in Thailand เอเชียทัวร์แฟนมีตติ้งของเหล่าพิธีกรรายการ รันนิ่งแมน ซึ่งประเดิมเปิดฉากในไทยเป็นพิกัดแรกของตารางทัวร์กันไปแล้วเมื่อวันเสาร์ที่ 27 กันยายน สร้างสรรค์และจัดงานโดย บริษัท ทีกรุ๊ปโฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด จับมือกับ Urban Works Media & Entertainment ประเทศเกาหลีใต้ โดยมีสปอนเซอร์ใหญ่ใจดี ร้านอาหารญี่ปุ่นยาโยอิ ช่วยผลักดันให้งานนี้สำเร็จลุล่วง เติมฝันครั้งหนึ่งในชีวิตของรันเนอร์ชาวไทย (Runner ชื่อเรียกแฟนคลับ Running Man) ให้ได้เจอตัวเป็นๆ ของห้าสมาชิกตัวท็อปแห่งวาไรตี้เกมโชว์อันดับหนึ่งแดนกิมจิ รันนิ่งแมน ที่ยกโขยงกันมาปล่อยมุกสดๆ โชว์เพลงเด็ดๆ แจกลายเซ็นตัวต่อตัวเป็นครั้งแรกในเมืองไทย ณ ห้องเพลนารี ฮอลล์ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เจองานนี้เข้าไปขาประจำงานเกาหลีต่างก็ยกนิ้วให้และพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นี่คือที่สุดแล้วของความฮาและฟิน! ทั้งขำกลิ้ง ทั้งดูเพลินยิ่งกว่างานไหนๆ ที่เคยจัดมา เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นชาวคณะรันนิ่งแมนทั้งที กองกำลังหลักอย่าง จีซอกจิน (Jee Seok Jin), คิมจงกุก (Kim Jong Kook), ซงจีฮโย (Song Ji Hyo), อีกวางซู (Lee Kwang Soo) และ ฮ่าฮ่า (HaHa) ก็ขนความบันเทิงชนิดนับมุกไม่ถ้วนมาเอ็นเตอร์เทนแฟนๆ ชาวไทย ไม่ว่าจะเป็นเวทีคอนเสิร์ตที่คัดเลือกเพลงมาให้กรี๊ดและฮาเฮกันชุดใหญ่ พร้อมด้วยพลังไฮเปอร์ควบทักษะการแข่งขันเกมสุดมันที่เราเคยประจักษ์กันมาแล้วจากเวอร์ชั่นรายการโทรทัศน์ ซึ่งเมื่อพระอาทิตย์ตกดินก็ได้เวลา Race Start! เริ่มต้นเกมการแข่งขันอีกรูปแบบของชาวคณะรันนิ่งแมน เปิดฉากเรียกเสียงหัวเราะปนเสียงกรี๊ดจากชาวรันเนอร์ไทยแลนด์กันก่อนเลยกับวีทีอาร์เปิดตัวเหล่าสมาชิกในเพลง Destiny ซาวด์แทรคประกอบละครซีรีส์ยอดฮิตเรื่อง You Who Came From The Stars (ยัยตัวร้ายกับนายต่างดาว) จบเพลงแรกพักเบรคพูดคุยทักทายชาวรันเนอร์ที่มาให้กำลังใจกันเนืองแน่นห้องเพลนารี ฮอลล์ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งถึงแม้ว่าพวกเขาจะเคยเดินทางมาไทยก่อนหน้านี้เพียงแค่ไม่กี่ครั้ง แต่ชั้นเชิงพูดไทยของแต่ละคนนั้นเรียกได้ว่าระดับเทพ พี่จมูกโต จีซอกจิน เปิดก่อนใครว่า “สวัสดีครับ จีซอกจินครับ เป็นยังไงบ้างครับ” ด้วยสำเนียงเป๊ะสุดๆ ส่วนสปาต้ากุก คิมจงกุก ก็บอกว่า “สวัสดีครับ คิมจงกุกครับ ผมคิดถึงทุกๆ คนครับ” ตามด้วยแม่ทัพหญิง ซงจีฮโย “สวัสดีค่ะ ซงจีฮโย ยินดีที่พบกันนะคะ” จากนั้นถึงคิวพ่อยีราฟประจำรายการอย่าง อีกวางซู “สวัสดีครับ กวางซูครับ ไทยแลนด์รักนะจุ๊บๆ” ปิดท้ายที่ ฮ่าฮ่า แร็พเพอร์พ่อลูกหนึ่ง “สวัสดีครับฮ่าฮ่าครับ ทุกคนเซ็กซี่สุดๆ” นอกจากนี้เขายังออกปากชมแฟนชาวไทยอีกด้วยว่า เป็นแฟนคลับที่น่ารักสุด เพราะเมื่อครั้งมาถ่ายทำรายการที่ไทย แฟนๆ ที่ตามไปดูก็ให้เกียรติทีมงานอย่างมาก ยืนให้กำลังใจอยู่ห่างๆ ทำให้พวกเขาถ่ายรายการอย่างไม่มีอุปสรรคเลย ในฐานะที่เป็นงานแฟนมีตติ้งของเดอะแกงค์รันนิ่งแมน งานนี้ก็ต้องขอให้พวกเขาโชว์ทักษะและลีลาการแข่งขันเกมให้ชมหน่อยกับธีมเกมเศรษฐี ซึ่งเหล่าสมาชิกรันนิ่งแมนจะต้องทอยลูกเต๋า หากลูกเต๋าสุ่มลงที่ช่องไหนก็จะต้องเล่นเกมหรือถูกลงโทษตามนั้น พี่ใหญ่ ซอกจิน อาสาทอยลูกเต๋าเป็นคนแรก ตกที่พิกัด เกมรีลเลย์ โดยในเกมนี้จะมี 5 เกมย่อย แบ่งผู้โชคดี 10 คนออกเป็น 2 ทีม A และ B โดยมี พี่เสือจงกุก รับหน้าที่เล่น เกมตะเกียบคีบถั่วใส่จาน เป็นเกมแรก จากนั้นก็แตะมือให้ มงจี หรือ จีฮโย หญิงสาวหนึ่งเดียวของทีมที่เจองานหินต้อง ซิทอัพ 50 ครั้ง ซอกจินได้งานถนัดคือเล่น เกมตั๊กจี ให้ผ่าน แล้วจึงแปะมือน้องชายร่างโย่ง กวางซู ที่เจองานง่ายแค่ เกมทำลูกโป่งให้แตก ท้ายสุด ฮ่าฮ่า ต้อง เดาะลูกบอลพู่สีเงินให้ได้ครบ 10 ครั้ง จึงจะสำเร็จภารกิจ ทีมไหนที่ทำเวลาได้น้อยกว่าก็เป็นผู้ชนะไป บรรยากาศบนเวทีตอนเล่นเกมเต็มไปด้วยความคึกคักสนุกสนาน ผู้ชนะในเกมนี้ก็รับไปเลยของที่ระลึกแบบส่วนตั๊วส่วนตัวที่ชาวรันนิ่งแมนแต่ละคนเตรียมมาให้แฟนๆ โดยเฉพาะ นอกจากนี้ทั้งผู้ชนะและผู้แพ้ยังได้ถ่ายรูปโพราลอยด์แบบแนบชิดกับทีมพิธีกรรันนิ่งแมนอีกด้วย เข้าสู่เกมที่ 2 กวางซู รับหน้าที่ทอยลูกเต๋าในเกมนี้ เรียกได้ว่าคนนี้มือดีสุดๆ เพราะทอยลูกเต๋าครั้งแรกก็เจอบทลงโทษเลย! เป็นภารกิจ การอุ้มแฟนคลับลุกนั่งเป็นจำนวน 5 ครั้ง ถึงแม้ว่าจะเป็นบทลงโทษของกวางซู แต่ดูเหมือนว่าน้องนางผู้โชคดีที่โดนอุ้มนั้นจะฟินสุดๆ ไปเลย   เกมต่อมาคือ เกมลูกจุดโทษท้าทาย มีผู้โชคดีอีก 5 ท่านได้ขึ้นมาร่วมสนุก ครั้นจะเตะลูกบอลเข้าประตูเฉยๆ ก็ดูจะธรรมดาไปนิด พี่ๆ เขาเลยจัดอุปกรณ์เสริมทั้งรองเท้าส้นสูง, ผ้าปิดตา, ตีนกบ, ผ้าผูกขา, แว่นตาเลนส์หนาเตอะ แต่ละสิ่งล้วนเป็นตัวช่วยป่วนให้ลำบากขึ้นทั้งสิ้น ถึงแม้ว่าวันนี้ กวางซู จะโชคร้ายโดนบทลงโทษนำร่องไปก่อนแล้ว ในความโชคร้ายยังพอมีโชคดีเข้าข้างอยู่บ้าง พ่อยีราฟเกิดเป่ายิ้งฉุบชนะจึงผ่านเข้ารอบสุดท้ายไปแบบสบายๆ ก่อนทอยลูกเต๋าเล่นเกมกันต่อ และแล้วลูกเต๋าก็สุ่มลงที่ Gold Key งานนี้ส้มหล่นใส่แฟนคลับเพราะมีผู้โชคดีเพียงแค่คนเดียวเท่านั้นที่จะได้ถ่ายรูปพร้อมสมาชิกทั้ง 5 คน แล้วไปต่อกันที่ เกมฝาหม้อวัดดวง กติกาการเล่นก็ง่ายสุดๆ มีหม้อทั้งหมด 5 ใบ แต่จะมีเพียงใบเดียวเท่านั้นที่ไม่สามารถดึงฝาหม้อขึ้นได้ คนที่เจอแจ็คพอตเป็นหม้อใบนั้นจะต้องโดนแฟนๆ ผู้โชคดีทั้งหมดบนเวทีรุมตีหัวเป็นการลงโทษ หลังจากโชคดีในเกมจุดโทษมาแล้ว กวางซู กลับโดนราหูอมอีกครั้ง เมื่อฝาหม้อของเขาไม่สามารถเปิดได้ งานนี้เลยโดนแฟนๆ รุมตีหัวไปตามระเบียบ หัวเราะท้องแข็งไม่ได้หยุดหย่อนกับเกมต่างๆ ไปขนานใหญ่แล้ว ชาวคณะรันนิ่งแมนขอบอกว่า พวกเขาไม่ได้มีดีเพียงแค่นี้! เอ็นเตอร์เทนเนอร์ตัวกลั่นทั้งห้ายังมีโชว์พิเศษมาเซอร์วิสกันต่อ เริ่มต้นที่พี่ใหญ่ จีซอกจิน ขอเปลี่ยนคอสตูมให้ดูเท่กระชากวัยเพื่อแมทช์กับเพลงชื่อ We Are Young ตามติดด้วยสาวสวยมึนอึด ซงจีฮโย ที่ขอพลิกคอนเซ็ปท์ไปโชว์เสียงหวานๆ กันบ้างในเพลง Scent Of A Flower ประกอบละครเรื่อง Emergency Man and Women (คู่รักห้องฉุกเฉิน) ซึ่งเธอรับบทนางเอก จากนั้นยกเวทีให้ Prince of Asia อีกวางซู ที่ขอสลัดคราบตลก ลุกมาโชว์เดี่ยวเปียโนในเพลงสุดเพราะ I Miss You ทำเอาแฟนๆ ในฮอลล์กรี๊ดสลบ แถมชมไม่ขาดปากว่าพ่อยีราฟดูหล่อสุดๆ ไปเลย แต่ไม่ทันขาดคำ เจ้าชายของเราก็เก๊กแตก กลายร่างกลับไปเป็นดาวตลกอีกครั้ง เรียกเสียงฮาจากแฟนๆ ได้สนั่นด้วยลีลาผาดโผน ยืนกลับหลังและตะแคงกายเล่นเปียโน ก่อนจบเพลงถือดอกกุหลาบเดินไปแจกให้แฟนคลับแถวหน้าได้ฟินกันอีกยก จากนั้นผู้ชายเสียงยุง คิมจงกุก ขึ้นเวทีมาในเพลงซึ้งๆ ของตัวเอง A Man และเพลงสากลของ Maroon 5 อย่าง Sunday Morning ปิดท้ายกับแร็พเพอร์พ่อลูกหนึ่ง ฮ่าฮ่า ซึ่งขอเคลียร์เวทีให้เป็นคอนเสิร์ตย่อมๆ ในเมดเล่ย์สุดมัน 3 เพลงรวด ประกอบด้วยเพลงดังของเขาเองอย่าง You Are My Destiny, Rosa และ Super Weeds Man ทำเอารันเนอร์ไทยอดใจไม่ไหว ลุกขึ้นโดดกันลืมเหนื่อยเลยทีเดียว เหล่าสมาชิกกลับออกมาอีกครั้งในช่วงแจมที่พวกเขาร่วมกันทำให้ความสนุกเพิ่มขึ้นอีกทวีคูณ ไม่ว่าจะเป็นเวทีแก้คิดถึง คู่รักวันจันทร์ โดย จีฮโย หยิบเพลงของ แกรี่ อย่าง Turned Of The TV มาร้องโชว์ ซึ่งแม้ว่าแกรี่จะติดภารกิจไม่ได้มาด้วยในครั้งนี้ แต่เรามีตัวแทนเฉพาะกิจอย่าง จงกุก และ ฮ่าฮ่า สวมหน้ากากแกรี่ ออกมาร่วมร้องร่วมโยกสุดน่ารัก ถึงคิวเซอร์ไพรส์สุดกู่กับคู่หู Easy Brother ซอกจิน และ กวางซู ที่โผล่มาในเพลง Trouble Maker ชนิดสเต็ปท่าเต้นเป๊ะประหนึ่งว่า ฮยอนซึง และ ฮยอนอา มาเอง! งานนี้กวางซูลงทุนแต่งหญิงกระชากต่อมฮาสนั่นฮอลล์ได้อีกซีนใหญ่ สลับคิวไปให้ จงกุก ได้หยิบผลงานเก่าของเขาสมัยที่ยังเป็นสมาชิกวง Turbo อย่างเพลง December มาโชว์ร่วมกับน้องชายสุดซี้ ฮ่าฮ่า ได้ฟีลสนุกไปอีกรสชาติ และแล้วเวลาก็เดินทางมาถึงช่วงสุดท้ายของงานแฟนมีตติ้ง หลังจากที่ได้หัวร่องอหายกันไปแล้วร่วม 3 ชั่วโมง แฟนๆ ขอเปลี่ยนบรรยากาศมาทำซึ้ง สารภาพความในใจผ่านวีทีอาร์พิเศษให้สมาชิกรันนิ่งแมนทั้งห้าได้ชม ก่อนหันกลับมาเจอเซอร์ไพรส์ของรันเนอร์ไทยที่พร้อมใจกันทำโปรเจ็กต์ชูป้ายข้อความว่า Keep On RUNNING I’ll be with you จุดนี้ จีฮโย และ กวางซู ถึงกับน้ำตาซึม เอ่ยปากว่า We Love Thailand.. รักเมืองไทยมาก (ภาษาไทย) กันเลย จากนั้นพวกเขาขอเก็บภาพความประทับใจในวันนี้โดยการถ่ายรูปกับแฟนๆ ทั้งฮอลล์ ทิ้งท้ายงานแฟนมีตติ้งด้วยคำสัญญาว่าทีมรันนิ่งแมนจะกลับมาเมืองไทยอีกแน่นอน และพวกเขาทั้ง 5 ก็ขอกลบความซึ้งด้วย 2 เพลงสนุกอย่าง Lovely และเพลงชวนเที่ยวเมืองปูซาน Busan Vacance เป็นการอำลาเวที แต่แน่นอนว่าพวกเขายังกลับไปขึ้นเครื่องบินไม่ได้ ต้องออกมาอังกอร์ตามเสียงเรียกร้องก่อน ด้วยเพลง Hand up ของ 2PM ปิดฉาก Yayoi Presents RACE START Season2 in Thailand แล้วทีมรันนิ่งแมนทั้งหมดก็โค้งตัวและก้มลงกับพื้นแสดงความขอบคุณต่อแฟนชาวไทย เป็นภาพความประทับใจที่เหล่ารันเนอร์และชาวคณะรันนิ่งแมนต้องจดจำขึ้นใจอย่างมิรู้ลืม! เรียกว่าสอบผ่านฉลุยไปอีกหนึ่งผลงานของผู้จัดไฟแรงแจ้งเกิดเรียบร้อยนาทีนี้ บริษัท ทีกรุ๊ปโฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ชมภาพความประทับใจเพิ่มเติม และติดตามงานสนุก-งานดีครั้งต่อไปได้ทาง www.tgroupthai.com หรือออฟฟิศเชียลแฟนเพจ www.facebook.com/Tgroupthai ทวิตเตอร์ @tgroup_thai อินสตาแกรม @tgroupthai ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

ชลบุรี เอฟซี แถลงข่าวจัดงาน ฉลามบุก ลุกล่า ดับเบิ้ลแชมป์ พร้อมลุยโค้งท้ายซีซั่น
ฉลามชล /  ชลบุรี เอฟซี / 

“ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี แถลงข่าวพร้อมสู้ศึก ช่วงท้ายซีซั่น 2014 ภายใต้ชื่อ “ฉลามบุก ลุกล่า ดับเบิ้ลแชมป์” โดยมี “บิ๊กป๊อก” วิทยา คุณปลื้ม ปธ.สโมสร, “วาดะซัง” มาซาฮิโร วาดะ กุนซือชาวญี่ปุ่น และแข้งซูเปอร์สตาร์นักเตะชื่อดังนำโดย สินทวีชัย หทัยรัตนกุล, เทิดศักดิ์ ใจมั่น, ติอาโก้ คุนญ่า ณ ลานหน้าห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัล พลาซ่า จ.ชลบุรี ท่ามกลางสื่อมวลชวล และแฟนบอล “ฉลามชล” ที่มาร่วมงานอย่างคับคั่ง พร้อมยิงดีเดย์ เปิดจองบัตรคอนเสิร์ตใหญ่ส่งท้ายซีซั่น “ร็อค บุก ลุก!” เป็นวันแรก เมื่อช่วงเย็นวันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2557 “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี แถลงข่าวถึงความพร้อมของทีมในการสู้ศึกช่วงท้ายซีซั่น ภายในงาน “ฉลามบุก ลุกล่า ดับเบิ้ลแชมป์” ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซ่า จ.ชลบุรี ภายในงานแถลงข่าว “ฉลามบุก ลุกล่า ดับเบิ้ลแชมป์” นำมาโดย “บิ๊กป๊อก” วิทยา คุณปลื้ม ประธานสโมสร, มาซาฮิโร วาดะ กุนซือใหญ่และนักเตะชื่อดังของทีม อาทิ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล, เทิดศักดิ์ ใจมั่น, สุทธินันท์ พุกหอม, ติอาโก้ คุนญ่า, แอนเดอร์สัน ดอสซานโต๊ส และ จูเลียโน่ มิเนโร่ มาร่วมพูดคุยถึงความพร้อมและเป้าหมายของทีม ที่ปีนี้ “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี มีลุ้นแชมป์ถึง 2 รายการ ทั้ง ไทยพรีเมียร์ลีก และ เอฟเอคัพ ซึ่งนอกเหนือจากจะมีการแถลงข่าวความพร้อมของทีมแล้วนั้น ทางสโมสร ชลบุรี เอฟซี ก็ยังมอบสิทธิพิเศษสำหรับแฟนๆ ที่มาร่วมงานในวันนี้ ด้วยการเปิดจำน่ายบัตรเข้าชมคอนเสิร์ตใหญ่ส่งท้ายปี “ร็อค บุก ลุก!” ที่จะมีศิลปินวงร็อคชื่อดังอย่าง ดา เอ็นโดรฟิน, โปเตโต้ และ พาราด๊อกซ์ มาร่วมส่งความสุขผ่านเสียงเพลง และจะระเบิดความมันส์ในวันที่ 22 พ.ย.57 ในโปรโมชั่นสุดพิเศษ รับสิทธิ ซื้อ 2 จ่าย 1 พร้อมแถมเสื้อยืด ที่จัดทำขึ้นเป็นพิเศษ สำหรับ คอนเสิร์ต ร็อคบุกลุก มูลค่า 199 บาท เอาไปใส่เท่อีก 1 ตัว (เฉพาะบัตรราคา 1,000 บาทขึ้นไป) ด้าน วิทยา คุณปลื้ม ประธานสโมสรกล่าวว่า “เมื่อตอนต้นฤดูกาล เราเคยพูดว่าเราพร้อมจะก้าวขึ้นมาลุ้นแชมป์ทั้ง 3 รายการ แน่นอนว่าจากการทำงานอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นทีมงานผู้บริหาร, สต๊าฟโค้ช และ นักเตะทุกคน ทำให้เราเข้าใกล้เป้าหมายที่เราวางเอาไว้ ซึ่งเหลือโปรแกรมการแข่งขันอีกเพียง 6 นัด ใน ไทยพรีเมียร์ลีก และ เกม เอฟเอคัพ ในรอบรองชนะเลิศ ชลบุรี เอฟซี พร้อมจะทุ่มพลังเต็มที่ทั้ง 2 รายการ เพื่อกลับไปยังการแข่งขันในถ้วยเอเชียอีกครั้ง และที่สำคัญคือเพื่อความสุขของ ชาว จ.ชลบุรี อีกครั้ง ครับ” ขณะที่ เทิดศักดิ์ ใจมั่น กองกลางตัวเก่งของทีม กล่าวว่า “แน่นอนว่าสถานะของเราในตอนนี้ ต้องบอกว่าอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด ทั้ง 2 รายการ ไม่ว่าจะเป็น ไทยพรีเมียร์ลีก และ เอฟเอคัพ ซึ่งตอนนี้เราพร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับโปรแกรมที่เหลือในช่วงท้ายซีซั่น เพื่อนำถ้วยแชมป์ทั้ง 2 รายการ กลับมายัง จ.ชลบุรี อีกครั้ง” สำหรับรายละเอียดในส่วนของบัตรเข้าชมคอนเสิร์ต “ร็อค บุก ลุก!” ในวันที่ 22 พ.ย.นี้ บัตรจำหน่ายในราคาเริ่มตั้งแต่ 300, 500, 800, 1,000 บาท ขณะที่ บัตร วีไอพี 2,000 บาท และ บัตร วีวีไอพี 3,500 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร 038-467-109

ศาลสั่งประหารชีวิต ไอ้เกม คดีข่มขืนฆ่า น้องแก้ม
ข่าวน้องแก้ม /  คดีข่มขืนน้องแก้ม / 

"ศาลหัวหิน" สั่งประหารชีวิต นักโทษคดีข่มขืนฆ่าน้องแก้ม ด.ญ.วัย 13ปี บนรถไฟ ส่วนเพื่อนโดนคุก 4ปี เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดหัวหิน ได้อ่านคำพิพากษา ในคดีฆ่าข่มขืนน้องแก้มบนรถไฟแล้ว โดยศาลพิพากษาให้หารประหารชีวิตนายวันชัย แสงขาว นักโทษในคดี ส่วนนายณัฐกรณ์ ชำนาญ เพื่อนที่รู้เห็นเหตุการณ์ ให้จำคุก 4 ปี ภายหลังในวันนี้ (30 ก.ย.) ศาลจังหวัดหัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ นัดอ่านคำพิพากษา คดี น้องแก้ม เด็กหญิงวัย 13 ปี ที่ถูกฆ่าข่มขืนบนรถไฟ นครศรีธรรมราช-กรุงเทพฯ ในเวลา 10.00 นาฬิกา โดยมีผู้ต้องหา 2 ราย ได้แก่ นายวันชัย หรือเกมส์ แสงขาว อายุ 21 ปี พนักงานรถนอนประจำขบวนรถที่ 174 จำเลยที่ 1 และนายณัฐกรณ์ หรือหนึ่ง ชำนาญ อายุ 19 ปี พนักงานทำความสะอาดบนรถไฟขบวนเดียวกัน จำเลยที่ 2 NThai News ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ญาติน้องแก้ม ใส่เสื้อ 1คนตาย = ล้านคนตื่น มาฟังคำพิพากษาศาลหัวหิน ติดตามข่าว Motion News ทาง MONO 29

นพดลไม่เชื่อชื่อจริง250สปช.ยัน28สนช.ทำตามปปช.
250สปช. /  พล.อ.นพดล / 

'พล.อ.นพดล' ไม่เชื่อ โผ สปช. ตามหน้าสื่อคือของจริง ปัดแสดงความคิดเห็น พร้อมทำตามคำวินิจฉัยศาลปกครอง แต่ตรวจสอบความถูกต้อง ยันยื่นบัญชีทรัพย์สินไปนานแล้ว พล.อ.นพดล อินทปัญญา สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และเป็นหนึ่งในคณะกรรมการสรรหาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า จากกระแสข่าวที่มีโผรายชื่อ สปช. ถูกนำมาเปิดเผยในโซเชียลมีเดียนั้น ไม่แน่ใจว่าใช่ของจริงหรือไม่ จึงไม่อยากแสดงความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าว เพราะตนเองไม่ได้มีอำนาจหน้าที่ในขั้นตอนสุดท้าย จึงไม่รู้ข้อเท็จจริงในเรื่องตัวบุคคล ที่ชัดเจน ขณะเดียวกัน ทางสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ก็ได้พยายามสอบถามความคืบหน้าเกี่ยวกับการนำรายชื่อ สปช. ขึ้นทูลเกล้าฯ แต่ นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ไม่รับสายโดยให้เลขาฯ รับแทน ทั้งนี้ ตามโรดแมปของ คสช. จะต้องมีการนำรายชื่อ สปช. ขึ้นทูลเกล้าฯ ภายในวันที่ 2 ตุลาคม นี้

'ประจิน'ส่งมอบผบ.ทอ.-ตรีทศยันสานต่อพร้อมหนุนรบ.
กองทัพอากาศ /  ข่าววันนี้ / 

"พล.อ.อ.ประจิน" ส่งมอบหน้าที่ "พล.อ.อ.ตรีทศ" ผบ.ทอ.คนใหม่ ด้านกำลังพล สวนสนามทางอากาศและภาคพื้น ขณะ "พล.อ.อ.ตรีทศ" ยันสานต่องาน พร้อมหนุนนโยบาย รัฐบาล รักษาอธิปไตย กระชับสัมพันธ์มิตรประเทศ วันนี้ (1 ต.ค.) พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะผู้บัญชาการทหารอากาศ ประกอบพิธีรับส่งหน้าที่ผู้บัญชาการทหารอากาศ ให้แก่ พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง ผู้บัญชาการทหารอากาศคนใหม่ บริเวณลานอเนกประสงค์ โรงเรียนนายเรืออากาศ โดยมีผู้บังคับบัญชาระดับสูง ข้าราชการของกองทัพอากาศ รวมทั้งผู้ช่วยทูตทหาร เข้าร่วมในพิธีอย่างพร้อมเพรียง โดย พล.อ.อ.ประจิน กล่าวในพิธีว่า เป็นหน้าที่ของทหารอากาศทุกคน ที่ต้องช่วยกันสืบสานพัฒนากองทัพอากาศ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการพัฒนาบุคลากร เพื่อเป็นกองทัพอากาศชั้นนำในภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรมและขอให้ทหารอากาศทุกคนรับผิดชอบต่อหน้าที่ มีความสามัคคี ยึดมั่นในคุณธรรม เพื่อสร้างความเป็นปึกแผ่นมั่นคง ให้กองทัพอากาศ ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารอากาศคนใหม่ เป็นผู้มีความรู้ความสามารถซึ่งเชื่อว่าจะสามารถเป็นผู้นำกองทัพอากาศให้มีความเจริญก้าวหน้าและมั่นคงต่อไป จากนั้น เป็นพิธีสวนสนามทางอากาศ และภาคพื้น ณ ลานอเนกประสงค์ โรงเรียนนายเรืออากาศ ด้านพล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง ผู้บัญชาการทหารอากาศคนใหม่ ให้สัมภาษณ์ภายหลังกระทำพิธีรับมอบตำแหน่งผู้บัญชาการทหารอากาศว่า จะสานต่องานของผู้บัญชาการทหารอากาศคนเก่า ตามยุทธศาสตร์ของกองทัพ เพื่อเป็นกองทัพอากาศชั้นนำในภูมิภาค และยืนยันว่า กองทัพอากาศ พร้อมสนับสนุนนโยบายการทำงานของรัฐบาล โดยเฉพาะภารกิจรักษาอธิปไตยและงานความมั่นคง ขณะเดียวกันผู้บัญชาการทหารอากาศคนใหม่ ยังระบุว่าจะมีการสานต่อในเรื่องแนวทางการกระชับความสัมพันธ์กับมิตรประเทศ ทั้งนี้ จะให้กำลังพลของกองทัพอากาศ วางตัวให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบันด้วย

สนช.ตีกลับสำนวนถอดถอน นิคม-สมศักดิ์ ให้ ป.ป.ช.พิจารณาใหม่
ถอดถอน อดีตประธานวุฒิสภา /  ที่มาสว. / 

สนช.ส่งคืนสำนวนถอดถอน อดีตประธานวุฒิสภา และ อดีตประธานรัฐสภา กรณีแก้ไขที่มา ส.ว. ให้ ป.ป.ช.กลับไปพิจารณาข้อกฎหมายใหม่ หลังยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2550 นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) เปิดเผยว่า หลังจากหารือกับนายสุรชัย เลี้ยง บุญเลิศชัย รองประธาน สนช.คนที่ 1 และนายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช.คนที่ 2 ถึงประเด็นการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแล้วได้ข้อสรุปว่า จะให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สนช.ทำหนังสือเพื่อส่งคืนสำนวนและรายงานการพิจารณาคดีการถอดถอนที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เคยส่งมายังวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญ 2550 ก่อนการรัฐประหาร เพื่อให้ ป.ป.ช.นำไปพิจารณาข้อกฎหมายใหม่ เพราะสำนวนเดิมที่ ป.ป.ช.ส่งมานั้นเป็นการอาศัยรัฐธรรมนูญ 2550 ซึ่งปัจจุบันไม่มีการบังคับใช้รัฐธรรมนูญดังกล่าวแล้ว จึงเป็นเรื่องที่ ป.ป.ช.ต้องพิจาณาให้ครบถ้วน อย่างไรก็ตาม ตนเองไม่ทราบว่า ป.ป.ช.จะยื่นสำนวนกลับมาใหม่หรือจะส่งมาพร้อมกับสำนวนการถอดถอนอดีตสมาชิกวุฒิสภาทั้ง 36 คน และการถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หรือไม่ สำหรับคดีการถอดถอนบุคคลออกจากตำแหน่งที่ ป.ป.ช.ได้ส่งมายังสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาก่อนการรัฐประหารมีจำนวน 2 เรื่อง ได้แก่ 1.การถอดถอนนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา และ 2.นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา จากกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว.โดยมิชอบ MThai News

ตร.ญี่ปุ่นโร่ถามป.คดีชายชุดดำเอี่ยวฆ่านักข่าวญี่ปุ่นหรือไม่
คดีชายชุดดำ /  คดีชุดดำเอี่ยวฆ่านักข่าวญี่ปุ่น / 

ตำรวจญี่ปุ่น พบกองปราบฯ ถาม คดีชายชุดดำ เอี่ยวฆ่านักข่าวญี่ปุ่นหรือไม่ - ตร.ไทย แจง ยังไม่พบความเกี่ยวข้องและเป็นหน้าที่ของ DSI นายทาอิชิ เอกิโมโตะ ตำรวจญี่ปุ่น ประจำสถานเอกอัคราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป. เพื่อสอบถามความคืบหน้าคดีการเสียชีวิต ของ นายฮิโรยูกิ มูราโมโตะ ผู้สื่อข่าวญี่ปุ่นที่เสียชีวิตในเหตุชุมนุมทางการเมืองปี 2553 ภายหลังจากทางการญี่ปุ่น ทราบข่าวว่าตำรวจไทยสามารถจับกุมชายชุดดำ 5 คนที่ก่อเหตุในพื้นที่การชุมนุมเมื่อปี 2553 ได้แล้ว โดย พ.ต.อ.ประสพโชค ได้ชี้แจงกับตำรวจญี่ปุ่นว่า กลุ่มชายชุดดำที่ตำรวจไทยจับกุมได้นั้น ยังไม่มีหลักฐานเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของนักข่าวญี่ปุ่น รวมถึงการเสียชีวิตของ พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม ด้วย และคดีที่กองปราบปรามรับไว้ดำเนินการนั้น เป็นการจับกุมบุคคลที่เกี่ยวข้องกับอาวุธสงครามและคดีความมั่นคง ส่วนคดีหลักนั้นยังเป็นของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งภายหลังการชี้แจง ตำรวจญี่ปุ่นก็เข้าใจเกี่ยวกับการแยกส่วนดำเนินคดีดังกล่าวและเดินทางกลับ

ศาลปกครองสูงสุดไม่รับคำร้อง 28 สนช.ยื่นฟ้อง ป.ป.ช.
28 สนช. /  ข่าวศาลปกครองสูงสุด / 

ศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งไม่รับคำร้องคดีที่ 28 สนช. ยื่นฟ้องป.ป.ช. กรณีที่ให้ สนช.ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช.และสาธารณชน เมื่อเวลา 14.45 น.ที่ผ่านมา ศาลปกครองกลาง นัดอ่านคำสั่งศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขดำที่ 1430/2557 คดีหมายเลขแดงที่ 1397/2557 ระหว่าง พล.อ.นพดล อินทปัญญา ผู้ฟ้องที่ 1 และพวกรวม 28 คน กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผู้ถูกฟ้อง ศาลปกครองสูงสุด เรื่องขอให้วินิจฉัยเพิกถอนมติคณะกรรมการ ป.ป.ช.ตามหนังสือที่ ปช 0008/0147 ลว.14 ส.ค.2557 และหนังสือที่ ปช 0008/0171 ลว.27 ส.ค.2557 ที่ให้ สนช.ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช.และให้ประกาศเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อสาธารณชน โดยผู้ฟ้องคดีเห็นว่า สนช.มิได้มีฐานะเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้น โดยวันนี้ ผู้พิพากษาศาลปกครองสูงสุด พิจารณาคดีดังกล่าวไม่ได้ออกนั่งบัลลังก์อ่าน หลังผู้ฟ้องคดีไม่มา มีเพียง นายสิทธิพงศ์ ปึงวงศานุรักษ์ ผอ.สำนักคดี ป.ป.ช.พร้อมคณะเป็นตัวแทน เดินทางมารับฟังคำสั่งคดี ทั้งนี้ ศาลมีคำสั่งเห็นพ้องด้วยกับคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้น ที่ไม่รับคำฟ้องของผู้ฟ้องคดีทั้ง 28 คนไว้พิจารณา จึงไม่จำเป็นต้องพิจารณาคำขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครอง และคำร้องขอให้ศาลปกครองสูงสุดไต่สวนฉุกเฉินของผู้ฟ้องทั้ง 28 คนอีก MThai News  ข่าวที่เกี่ยวข้อง ศาลปกครองนัดอ่านคำสั่งคดีสนช.ยื่นฟ้องป.ป.ช.

ไนกี้ เปิดตัวกิจกรรม “Most Wanted” เฟ้นหาแข้งดาวรุ่งสัญชาติไทย ร่วมพัฒนาฝีเท้าที่ประเทศอังกฤษ
กิจกรรม “Most Wanted” /  ฟุตบอล / 

“ไนกี้” เปิดตัวกิจกรรม “Most Wanted” เฟ้นหาแข้งดาวรุ่งสัญชาติไทย ร่วมพัฒนาฝีเท้าที่ประเทศอังกฤษพร้อมโอกาสเซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพกับสโมสรชั้นนำเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 1 ปี ไนกี้ ผู้นำนวัตกรรมผลิตภัณฑ์กีฬาระดับโลก เปิดตัวโครงการ “Most Wanted” เฟ้นหาสุดยอดนักเตะดาวรุ่งสัญชาติไทยร่วมทดสอบฝีเท้าและพัฒนาทักษะทางด้านลูกหนังกับ ไนกี้ อะคาเดมี่ ประเทศอังกฤษ พร้อมกับโอกาสเซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพกับสโมสรชั้นนำในพรีเมียร์ลีคเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 1 ปี หลังจากความสำเร็จของโครงการเดอะชานซ์ ที่ทาง“ไนกี้” ผู้นำนวัตกรรมผลิตภัณฑ์กีฬาระดับโลกและผลิตภัณฑ์กีฬาฟุตบอล ได้ร่วมต่อยอดความฝันให้กับเหล่านักเตะเยาวชนจากทั่วทุกมุมโลกได้ก้าวสู่การเป็นนักเตะระดับอาชีพ ล่าสุดไนกี้ได้สานต่อโครงการดังกล่าวอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวโครงการ Most Wanted (โมสต์ วอนท์เตด์) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักฟุตบอลเยาวชนสมัครเล่นจากทั่วทุกมุมโลกและจากประเทศไทยได้มีโอกาสเข้ารับการฝึกซ้อมฟุตบอลที่ไนกี้ อะคาเดมี่ (Nike Academy) ณ เมืองเซนต์จอร์จปาร์ก ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นศูนย์ฝึกซ้อมฟุตบอลของทีมชาติอังกฤษ โดยผู้ผ่านการคัดเลือกจะได้โชว์ฝีเท้าต่อหน้ากลุ่มผู้ฝึกสอนฟุตบอลอาชีพชั้นนำอย่างมากมาย  นายเขมชาติ เติมวิวัฒน์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “โครงการ Most Wanted เป็นการตอกย้ำเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นของไนกี้ ในการสนับสนุนและเปิดโอกาสให้กับนักเตะเยาวชนจากทั่วทุกมุมโลกและได้ก้าวเดินตามฝันสู่การเป็นนักเตะอาชีพ สำหรับประเทศไทย ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกนอกจากจะได้มีโอกาสทดสอบฝีเท้าและพัฒนาทักษะการเล่นฟุตบอลของตนเองกับกลุ่มผู้ฝึกสอนมืออาชีพที่ไนกี้ อะคาเดมี่ ประเทศอังกฤษแล้ว ในกรณีที่พลาดโอกาสร่วมทีมกับ ไนกี้ อะคาเดมี่ (Nike Academy) เมื่อกลับมาผู้ชนะยังได้รับโอกาสครั้งสำคัญในการเซ็นสัญญาร่วมกับทีมฟุตบอลระดับอาชีพของประเทศไทยอีกด้วย” สำหรับโครงการ  Most Wanted ในประเทศไทยได้รับเกียรติจาก โค้ชเฮง-วิทยา เลาหกุล ประธานฝ่ายเทคนิคสโมสรชลบุรี เอฟซี ร่วมเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนและคณะกรรมการคัดเลือกนักกีฬา โดยการแข่งขันจะแบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 รอบคือ รอบคัดเลือกระดับภูมิภาค ในวันที่ 1 ตุลาคม 2557 ที่สนามโรงเรียนกีฬาจังหวัดอุบลราชธานี (โซนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)  / วันที่ 6 ตุลาคม 2557 ที่สนามกีฬาแม่กวงสเตเดี้ยม จังหวัดลำพูน (โซนภาคเหนือ) /วันที่ 13 ตุลาคม 2557 ที่สนามเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี (โซนภาคใต้) และวันที่ 20 ตุลาคม 2557 ที่สนามฟุตบอลไทยเบฟ (โซนภาคกลาง) ซึ่งจะทำการเฟ้นหานักเตะผีเท้าดีจากทั้ง 4 สนาม จำนวน 20 คน มาแข่งขันรอบสุดท้าย ในวันที่ 22 - 25 ตุลาคม 2557  ที่สนามฟุตบอลชลบุรี อะเคเดมี่ จังหวัดชลบุรี เพื่อเฟ้นหานักฟุตบอลที่มีฝีเท้าที่ดีที่สุดเพียง 1 คนไปร่วมทดสอบและพัฒนาฝีเท้าที่ไนกี้ อะคาเดมี่ ประเทศอังกฤษ ต่อไป สำหรับรูปแบบการทดสอบฝีเท้าโครงการ  Most Wanted (ประเทศไทย) ในระดับภูมิภาค ผู้สมัครทุกคนจะต้องผ่านเกณฑ์การทดสอบหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นด้านทักษะ หรือ ความมุ่งมั่นและทุ่มเทในสนาม ตลอดจนการปรับตัวกับเกมการแข่งขันและทักษะการคิดหรืออ่านเกมขณะอยู่ในสนาม  โดยจะนำนักเตะที่ผ่านการคัดเลือกจากภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ ไม่เกินภาคละ4 คน มารวมกับตัวแทนโซนภาคกลางและภาคตะวันออกอีกจำนวน 8 คน ทดสอบฝีเท้าและความแข็งแกร่งทางร่างกายในรอบสุดท้ายเป็นระยะเวลา 3  วัน ซึ่งนักเตะตัวแทนประเทศไทยเพียงหนึ่งเดียวจะได้รับการฝึกซ้อมจากโค้ชมืออาชีพ และได้รับการเตรียมความพร้อมทางด้านร่างกาย จิตใจ โภชนาการ และจิตวิทยา เป็นระยะเวลาเวลา 2 สัปดาห์ ก่อนเดินทางไปร่วมทดสอบและพัฒนาฝีเท้าที่ไนกี้ อะคาเดมี่ ประเทศอังกฤษ ในเดือนพฤศจิกายนต่อไป เยาวชนผู้สนใจอายุระหว่าง 16-18 ปี (เกิด พ.ศ. 2539 – 2541) สามารถสมัครเข้าร่วมทดสอบฝีเท้าโครงการ Most Wanted โดยสอบถามรายละเอียดและละทะเบียนได้ที่ เบอร์ 090-9698461 และ 081-4988811 (ตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00) หรือติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ facebook.com/nikefootballTH 

ด่วน! ศาลแพ่งถอนคำสั่งศรส.เนรเทศ 'สาธิต เซกัล'
'ศรส. /  กปปส. / 

ศาลแพ่งถอนคำสั่งศรส.เนรเทศ "สาธิต เซกัล" ออกนอกประเทศ ล่าสุด เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 30 กันยายน นายสาธิต เซกัล ผู้แทนการค้าอินเดีย เดินทางมาศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก เพื่อฟังคำสั่งในคดีที่ยื่นฟ้อง นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีตผู้อำนวยการศูนย์รักษาความสงบ(ศรส.) กับพวกรวม 3 คน ฐานละเมิดมีคำสั่งเนรเทศให้ออกจากประเทศไทยช่วงเมื่อครั้งขึ้นเวทีในการชุมนุมของ "กปปส." โดยศาลได้นัดอ่านคำสั่งในเวลา 09.00 น.เบื้องต้น ศาลแพ่งได้มีคำสั่ง ชี้ว่ากระบวนการเพิกถอนไม่ให้นายสาธิต มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร ส่อไปในทางเลือกปฏิบัติ ไม่สุจริต และเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งศาลแพ่งก่อนหน้านี้ที่ศาลมีคำสั่งคุ้มครองการชุมนุม ............................................... ศาลแพ่งรัชดา นัดฟังคำสั่งคดี 'สาธิต เซกัล' ฟ้อง 'ยิ่งลักษณ์-เฉลิม' สั่งเนรเทศออกนอกราชอาณาจักร หลังร่วมชุมนุม กลุ่ม กปปส. วันนี้ (30 ก.ย.) ศาลแพ่ง รัชดา นัดอ่านคำสั่งในคดีที่ นายสาธิต เซกัล นักธุรกิจชาวอินเดีย ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีตผู้อำนวยการศูนย์รักษาความสงบ หรือ ศรส. และคณะกรรมการพิจารณาคนเข้าเมือง เป็นจำเลยที่ 1-3 เรื่องละเมิด  สาธิต เซกัล  จากกรณีมีคำสั่ง ศรส. ให้เนรเทศ นายสาธิต ที่ได้ร่วมชุมนุม กับ กปปส. ปิดสถานที่ราชการ ออกนอกราชอาณาจักร โดย นายสาธิต ได้ขอให้ศาลแพ่งเพิกถอนมติ หรือคำสั่งที่ ศรส. เพิกถอนถิ่นที่อยู่อาศัยของโจทก์ โดยคดีนี้ ศาลแพ่ง ได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวไว้ เนื่องจากเห็นว่า โจทก์ประพฤติตนเป็นพลเมืองดีประกอบแต่คุณงามความดี และทำกิจกรรมอันเป็นประโยชน์แก่ประเทศไทยหลายด้าน ส่วนกรณีที่โจทก์ขึ้นปราศรัยบน เวที กปปส. เห็นว่าคำปราศรัยของโจทก์ยังไม่เป็นภัยต่อประเทศชาติ ดังนั้นจึงยังไม่มีเหตุเนรเทศโจทก์ออกนอกราชอาณาจักร ศาลแพ่งจึงได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ห้ามจำเลยทั้ง 3 ดำเนินการให้พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งตัวโจทก์ออกนอกราชอาณาจักรไว้ชั่วคราว จนกว่าคดีจะถึงที่สุด

หุ้นไทยเปิดบวก 5.42 จุด รับ ECB ส่งซิกกระตุ้นเศรษฐกิจ
ข่าว /  ข่าวตลาดหุ้น / 

ตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ (1 ต.ค.) เปิดทำการเมื่อเวลา 09.57 น. ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.42 จุด แตะที่ระดับ 1,591.09 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1,883.71 ล้านบาท บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซียไซรัส วิเคราะห์ว่า เมื่อคืนนี้สหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ซบเซา โดยเฉพาะดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน ส่งผลให้ดัชนีดาวโจนส์กลับมาปรับตัวลงอีกครั้ง แต่ไม่มากนัก ขณะ ที่ตลาดหุ้นยุโรปส่วนใหญ่ยังขยับบวกได้อยู่ เพราะได้รับแรงหนุนจากกระแสคาดการณ์ที่ว่า ECB อาจจะใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม หลังรายงานตัวเลขเงินเฟ้อของยูโรโซนปรับตัวลงในเดือน ก.ย. ดังนั้นแม้ว่าตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้จะเปิดทำการด้วยการปรับลงต่อ แต่ก็ถือว่ากรอบการลบไม่ได้ลึกมากนัก รวมทั้งตลาดหุ้นไทยเมื่อวานนี้ยังถือว่าแกว่งทรงตัวได้ดี หลังการปรับตัวลงแรงวันก่อน จึงทำให้คาดว่าดัชนีฯหุ้นไทยยังอาจจะมีจังหวะรีบาวด์กลับไปเคลื่อนไหวด้านบวกให้เห็นต่อเนื่องได้ เพื่อรอลุ้นผลประชุม ECB ในช่วงเย็นวันพรุ่งนี้ (2 ต.ค.) อย่างไรก็ตามเราคาดว่ากรอบการบวกของดัชนีฯหุ้นไทยจากนี้ไปจะค่อนข้างจำกัด และถ้ายังไม่มีปัจจัยสนับสนุนใหม่ๆ เข้ามาเพิ่มเติม ก็ยังมีสิทธิที่จะมีแรงขายกดดันให้ดัชนีปรับตัวลงต่อเนื่องได้อีก ซึ่งต้องระวังเป็นการจบรอบขาขึ้น แล้วเปลี่ยนไปเป็นตลาดขาลงแทนในกรอบลึกประมาณ 100-200 จุดไว้ด้วยแนวรับ 1,570-1,582 จุด และแนวต้าน  1,588-1,602 จุด กลยุทธ์การลงทุน ดัชนีฯหุ้นไทยยังอาจจะมีจังหวะแกว่งตัวผันผวนขึ้นๆ ลงๆ ให้เห็นอยู่ และลุ้นขยับขึ้นหาระดับดัชนีเป้าหมายที่ 1600 จุดหรือสูงกว่าได้อีก แต่ถือว่ากรอบขึ้นค่อนข้างแคบ และมีความเสี่ยงต่อการที่จะจบรอบขาขึ้นได้ รวมทั้งต้องระวังการกลับไปปรับตัวลงลึกในช่วงถัดไป ดังนั้นเราจึงยังแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเข้าเทรดดิ้งช่วงนี้ไว้ก่อน โดยเน้นถือเงินสด เพื่อรอรอบปรับตัวลงจริงจังของดัชนีฯหุ้นไทย ก่อนจึงจะกลับไปพิจารณาหาจังหวะเข้าซื้อใหม่ต่อไป อ่านบทวิเคราะห์ หุ้นเด็ด คลิ๊ก>>>>>>> MThai News

6 ล้อขนเสาโทรศัพท์ชนเสาไฟรถติดหนัก
6 ล้อขนเสาโทรศัพท์ /  6 ล้อขนเสาโทรศัพท์ชนเสาไฟ / 

เกิดเหตุ รถ 6 ล้อ บรรทุกเสาโทรศัพท์ เสียหลักชนเสาไฟหัก ถนนลำลูกกาขาออก ทำรถติดหลายกิโล วันนี้ (30 ก.ย.) พ.ต.ท.วรพันธ์ พิสุทธ์ธานนท์ สารวัตรสอบสวน สภ.คูคต จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถชนเสาไฟฟ้า ทำให้รถติดเป็นจำนวนมาก บริเวณถนนลำลูกกาขาออก ม.7 ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี จึงไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่มไทรลำลูกกา ที่เกิดเหตุพบรถ 6 ล้อหมาย ทะเบียน70-5076 พระนครศรีอยุธยา ชนเสาไฟฟ้าที่อยู่ข้างทางหักโค่นทับรถได้รับความเสียหายเสาโทรศัพท์ขนาดใหญ่ที่บรรทุกมาได้หล่นลงมาบนพื้นผิวถนนทำให้เสียการจราจรไป 2 ช่องทาง และทำให้รถติดยาวหลายกิโลเมตร ห่างออกไปเล็กน้อย พบรถ 10 ล้อบรรทุกหินพ่วง หมายเลขทะเบียนตัวแม่ 80-3245 สระแก้ว ตัวพ่วง 80-3652 สระแก้ว จอดอยู่หนึ่งคัน จากการสอบถาม นายประดิษฐ์ จอมคำ อายุ 47 ปี คนขับรถ 6 ล้อ กล่าวว่า ตนเองขับรถบรรทุกเสาโทรศัพท์ AIS มาจาก อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี จะนำไปส่งย่านสายไหม ตนวิ่งอยู่เลนกลางมาถึงจุดเกิดเหตุได้มีรถ 10 ล้อบรรทุกพ่วง วิ่งแซงมาทางเลนขวาอย่างเร็ว และกระจกส่องข้างรถสิบล้อเกี่ยวเสาโทรศัพท์ท้ายรถ ทำให้ตนตกใจหักหลบ และรถเสียหลักชนเสาไฟฟ้าได้รับความเสียหายดังกล่าว ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องรีบให้รถยกมานำเสาโทรศัพท์ออกนอกผิวจราจร เพราะช่วงเช้ารถจะติดมากอยู่แล้ว จึงทำให้รถติดเจ้าหน้าที่ตำรวจประสานรถยกมายกเสาออก เพื่อให้การจราจรวิ่งได้เร็วขึ้น