นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์

คสช. บอก สุเทพ แถลง 30กค. ต้องขออนุญาต
คสช. /  สุเทพ เทือกสุบรรณ

คสช. ชี้ ทิดสุเทพ แถลงหลังลาสิกขาต้องขออนุญาต ด้านถาวร ยันไม่ขัดข้องและพร้อมที่จะให้ความร่วมมือทุกอย่าง ขอ คสช. สบายใจ พล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข เสนาธิการทหารบก ในฐานะรองเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึง กรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) เตรียมจะแถลงข่าว กรรมการมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อความปรองดอง ที่ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ ในวันที่ 30 ก.ค.นี้ ว่า ขอสอบถามเจ้าหน้าที่ คสช. ก่อน เพราะในขณะนี้ยังไม่เห็นหนังสือขออนุญาตแถลงข่าวของ นายสุเทพ ซึ่งอาจจะทำหนังสือมาแล้ว แต่ยังมาไม่ถึงตนเอง หรืออาจจะยังไม่ได้ทำหนังสือมา ต้องขอตรวจสอบรายละเอียด แต่ตามขั้นตอนแล้ว การจะแถลงข่าว หรือ กิจกรรมใดๆ ที่สุ่มเสี่ยงเกี่ยวข้องกับการเมือง ต้องขออนุญาต คสช. ว่าจะแถลงข่าวเรื่องอะไรและประเด็นไหน 'วินธัย'เชื่อ'สุเทพ'จะแจ้งรายละเอียดแถลง ขณะที่ พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ในฐานะทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็ได้ออกมากล่าวถึงกรณีเดียวกันว่า ตามแนวทางการปฏิบัติเดิม ของ คสช. ทาง นายสุเทพ คงจะได้มีการประสานกับทางเจ้าหน้าที่เพื่อให้เจ้าหน้าที่พิจารณาทราบในรายละเอียดเกี่ยวกับเนื้อหาหรือข้อมูลต่างๆ ที่จะมีการนำเสนอ ซึ่งก็คงเป็นไปตามแนวทางเดิมที่ทาง คสช. เคยขอความร่วมมือไว้กับหลายๆ บุคคลหรือหลายๆ กลุ่มเหมือนในห้วงที่ผ่านมา ทั้งนี้ พ.อ.วินธัย กล่าวว่า เท่าที่ได้ทราบในเบื้องต้นจากสื่อเห็นว่า จะเป็นเรื่องในทางสังคมเกี่ยวกับมูลนิธิฯ และเรื่องของอนาคตสังคมไทยเชิงสร้างสรรค์ และยังไม่ได้รับข้อมูลว่าจะมีแนวทางการให้ข้อมูลไปในลักษณะไปกระทบความขัดแย้ง หรือเป็นเรื่องของการเมือง แต่ทั้งนี้ อาจต้องรอรายละเอียดเพิ่มเติมกับหน่วยในพื้นที่อีกครั้งหนึ่ง ขณะที่นายถาวร เสนเนียม ได้ออกมากล่าวถึงกรณีที่ คสช. มีสั่งให้แกนนำ กปปส.ทำหนังสือขออนุญาต และแจ้งรายละเอียดการจัดงานแถลงข่าวของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาฯ กปปส. ที่เพิ่งสึกจากพระในวันที่ 30 ก.ค. ว่า  กปปส. ได้ร่างหนังสือขออนุญาตแจ้งไปแล้วว่า ไม่ขัดข้องและพร้อมที่จะให้ความร่วมมือทุกอย่าง โดยประเด็นที่จะจัดแถลงต่อสื่อฯ นั้น ไม่เกี่ยวข้องกับงานการเมือง แต่เป็นการชี้แจงวัตถุประสงค์ของการดำเนินงานของมูลนิธิมวลมหาประชาชนฯ ซึ่งเป็นประโยชน์สาธารณะและส่วนรวม ให้ คสช.สบายใจได้ว่า จะไม่เป็นเหตุให้กลุ่มอื่น หรือกลุ่มการเมืองใดนำไปเป็นข้ออ้างว่า กระทำการขัดคำสั่ง คสช. ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

รายได้ครึ่งแสน! จากไอเดียขายปลาหางนกยูงของเด็กปี 1
คนรุ่นใหม่ /  ปลาหางนกยูง / 

ธุรกิจธรรมดาที่ไม่ธรรมดา จากแนวคิดของคนรุ่นใหม่ 'ต้นกล้า' นิสิตปี 1 เจ้าของร้านปลาหางนกยูง เรียกว่ากำลังมาแรงจริง ๆ กับยุคสมัยใหม่ที่ไม่ว่าใครก็สามารถเป็นเจ้าของธุรกิจในฝันได้แบบง่าย ๆ เพียงแค่กล้าที่จะลงมือทำอย่าง 'น้องต้นกล้า' วิรภูมิ หงส์ศุภางค์พันธ์ เด็กธรรมดา ๆ ที่มีความคิดไม่ธรรมดา กล้าทำในสิ่งที่ฝัน เพียงเชื่อว่า เป้าหมายที่ใหญ่ อุปสรรคที่เจอจะเล็ก 'น้องต้นกล้า' เด็กนักศึกษาปี 1 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะประมง สาขาเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เริ่มต้นจับธุรกิจขายปลาหางนกยูงจากความชอบที่จะได้เฝ้าดูปลาเหล่านี้เติบโต และเกิดเป็นความคิดที่ว่า มันคงจะดี ถ้าเราสามารถหารายได้เสริมจากความชอบของเรา ได้ทั้งเลี้ยงปลา ได้ทั้งเงิน จึงเกิดเป็นธุรกิจเล็ก ๆ ด้วยเงินเก็บของตัวเอง ร้าน Sun Guppy ของ 'น้องต้นกล้า' เริ่มเปิดเมื่อเดือน มีนาคม ที่ผ่านมา แต่กลับสามารถทำการตลาดจนกลายเป็นที่รู้จักได้เพียงในระยะเวลาไม่นาน แถมมียอดขาย 30,000 - 50,000 บาทต่อเดือน ซึ่งเมื่อหักค่าเช่าร้าน ค่าน้ำค่าไฟ หรือแม้แต่ค่าพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ปลา ก็ยังมีเงินเหลือมากพอที่จะให้คุณพ่อคุณแม่ และใช้เองได้อีกเป็นหมื่น ๆ (ขอกระซิบบอกว่า มันมากกว่า เรทเงินเดือนวุฒิปริญญาตรีแน่นอน) หลาย ๆ คนอาจจะสงสัยว่า 'น้องต้นกล้า' ทำอย่างไรให้ร้านของเขาติดตลาดจนมีคนรู้จักมากมาย ซึ่งต้องบอกก่อนเลยว่า ด้วยความที่น้องเป็นเด็กรุ่นใหม่เข้าถึงเทคโนโลยี ทำให้มีโอกาสใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการช่วยสร้างยอดขาย และทำให้น้องตีตลาดต่างประเทศได้ ไม่ว่าจะเป็น เวียดนาม มาเลเซีย อินเดีย อังกฤษ โดยใช้แอปพลิเคชัน Line ในการติดต่อส่งรูป พร้อมเรทราคา จนเกิดการซื้อขาย ถือได้ว่าเป็นจุดแข็งของร้านน้องเขาได้เลยทีเดียว 'น้องต้นกล้า' เล่าว่า ช่วงแรก ๆ เจออุปสรรคเยอะมากในเรื่องของการดูแลปลา เพราะปลาหางนกยูงที่เป็นสายพันธุ์เกรดประกวดจะเปราะบางดูแลยาก เปลี่ยนน้ำหรือให้อาหารผิดนิดหน่อย ก็ป่วยสีสันของปลาก็ไม่สวยงาม แต่ผมไม่ท้อรีบหาวิธีแก้ไข้ เร่งศึกษาหาข้อมูล จนสามารถผ่านอุปสรรคนี้ไปได้ และแน่นอนว่า เมื่อ 'น้องต้นกล้า' เลือกที่จะทำธุรกิจไปพร้อม ๆ กับการเรียนหนังสือ จึงต้องมีความขยันมากกว่าคนอื่น ๆ แบ่งเวลาเรียนกับงานให้ชัดเจน และยอมเสียเวลาส่วนตัวมาทุ่มเทกับงานตรงนี้ เพราะน้องมองว่า เมื่อเราเริ่มทำธุรกิจ ก็มีภาระที่ต้องรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่าร้าน ค่าน้ำค่าไฟ ค่าอาหารปลา ทำให้จากที่เคยเที่ยวเล่นก็เอาเวลาไปเปิดร้าน ส่วนเรื่องเรียน แรก ๆ ปรับตัวยาก จึงตั้งใจเรียนทำเกรดเฉลี่ยในปีแรกให้ดี ส่วนอนาคตนั้น 'น้องต้นกล้า' ตั้งใจที่จะขายปลาหางนกยูงต่อไป เพราะในวงการนี้ถือว่า ร้าน Sun Guppy ค่อนข้างที่จะเริ่มมีชื่อเสียงในระดับหนึ่ง และยังพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันได้มากกว่านี้ โดยปัจจุบันมีการเพาะพันธุ์ปลาหางนกยูงส่งออกไปยังต่างประเทศด้วย ซึ่งการมีหน้าร้านทำให้มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น งานนี้ 'น้องต้นกล้า' ยังได้ฝากมาบอกเพื่อน ๆ ที่กำลังอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองอีกว่า การทำธุรกิจนั้น อย่ามองแค่ผลกำไรที่จะได้รับ เราต้องมีใจรักในสิ่งที่จะลงมือทำ เพื่อที่จะไปให้ถึงจุดหมาย และแน่นอนอย่าท้อเมื่อเจอคนที่เขาทำธุรกิจมาก่อนเรา ประสบความสำเร็จก่อนเรา เพราะมันมีอยู่ทุกธุรกิจ ดังนั้นเราต้องกระตืนรือร้นตลอดเวลา เพื่อที่เราจะได้ไปยืนในจุดที่เขายืน ต้องยอมรับว่า 'น้องต้นกล้า' เป็นเด็กรุ่นใหม่ที่กล้าคิดกล้าทำจริง ๆ ไม่กลัวที่จะต้องเจอกับอุปสรรคต่าง ๆ ที่เข้ามา และพร้อมสู้เพื่อทำตามความฝัน ซึ่งน่านำเอามาเป็นแนวทางสำหรับคนที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ทีมข่าว MThai News ต้องขอขอบคุณ น้องต้นกล้า ที่สละเวลามาร่วมพูดคุย สำหรับใครที่อยากอุดหนุน 'น้องต้นกล้า' นั้น สามารถไปได้ที่ จตุจักร ตลาดศรีสมรัตน์ ตรงข้ามพิพิธภัณฑ์เด็ก ล๊อค B20 ชื่อร้าน Sun Guppy เบอร์โทรติดต่อ 083-607-6623 หรือจะเข้าไปชมภาพปลาหางนกยูงสวย ๆ ที่เฟซบุ๊ก Tonkla Hongsupangpan ส่วนใครที่อยากไปดูที่หน้าร้านแนะนำว่า โทรศัพท์เข้าไปสอบถามก่อน เพราะบางทีน้องเขาอาจจะติดเรียนไม่ได้มาเปิดร้าน เฌอมาณย์ นาคพิทักษ์  : เขียน ธเนตร พุทธิตระกูล : ภาพ ติดตามคอลัมน์ ธุรกิจ new gen อื่น ๆ ได้ที่นี่ news.mthai.com/economy MThai News

ปาปารัซซี่แอบแชะ ใหม่ ควงหนุ่มใหญ่ปริศนา
ใหม่ สุคนธวา /  ตรัย ตรัยธนิษฐ์ / 

คลุมเครือว่าจะเลิก หรือ ไม่เลิก สำหรับคู่รัก ใหม่ สุคนธวา กับหนุ่มนักแข่งรถ ตรัย ตรัยธนิษฐ์ ที่เคยมีข่าวดีออกมาเป็นพักๆ ถึงเรื่องงานวิวาห์ แต่พอมีข่าวเรื่องมือที่สามเข้ามาวุ่นวายในชีวิตรัก มาพักหลังๆ หลายคนก็เริ่มสังเกตเห็นว่าความหวานของคู่นี้หายไปไหนหมด และความสัมพันธ์ชักจะไม่ปกติซะแล้ว ล่าสุดสาวใหม่ก็ได้ออกมาเปิดใจถึงสถานะของเธอกับหนุ่มตรัย ที่ว่าเวลานี้ค่อนข้างไม่ชัดเจน และเริ่มที่จะห่างกันมากขึ้น “ใหม่ยังไม่ขอพูดอะไรที่ชัดเจนแล้วกันค่ะ ถามว่ามีปัญหากันอยู่หรือเปล่า ก็อาจจะเจอกันน้อยลง ห่างกันมากขึ้น สถานะไม่แน่ใจทั้ง 2 ฝั่ง ยังไม่รู้ค่ะ ยังไม่ได้คุยไม่ได้เคลียร์อย่างชัดเจน เพราะฉะนั้นถ้าพูดไปมันอาจจะเสีย สมมติถ้าต่อไปอาจจะกลับมาจูนกันได้ มันดูไม่มีความน่าเชื่อถือ เดี๋ยวเลิกเดี๋ยวไม่เลิก เราไม่ใช่ตัวตลกของสังคม ตอนนี้บอกได้ว่าคลุมเครือไม่ชัดเจน สถานะยังไม่แน่ใจ เชื่อมั้ยว่ายังไม่ได้คุยกันเลยเป็นเดือนๆ เพราะฉะนั้นยังไม่สามารถพูดอะไรได้ในตอนนี้ ใหม่บอกแล้วถ้าเขาไม่หยุดแข่งรถ คือใหม่ไม่แต่งงาน คือใหม่ไม่ได้พูดกับเขาตรงๆ ใหม่พูดผ่านสื่อ ใหม่คิดว่าคนเราคำว่าแต่งงาน ครอบครัวมันต้องพร้อมที่จะอยู่ด้วยกัน เจอปัญหาด้วยกัน พร้อมที่จะทำอะไรด้วยกันในหลายๆ อย่าง แต่ถ้าหากว่าเลิกแข่งรถแล้วมาแต่งงาน พอแต่งงานเสร็จแล้วไปแข่งรถต่อ ใหม่ก็ไม่เอา เพราะไม่ต้องการมีปัญหาเรื่องข่าวมือที่สาม หรือข่าวเรื่องพริตตี้ต่างๆ นานา เพราะฉะนั้นเราเครียด แล้วเรามีความรับผิดชอบสูง การงานเราดี หาเงินช่วยพ่อแม่ เราไม่จำเป็นจะต้องมานั่งเครียดนั่งนอยด์เรื่องแบบนี้ เพราะถึงเขาไม่อยู่ในวงการแข่งรถ ใช่ว่าเขาจะไม่มีเงิน เขาเป็นผู้บริหาร อยากให้เขาทำในสิ่งที่เขามีอยู่ เขาอาจจะสนุกกับการแข่งรถ แต่ก็ต้องเลือกว่าจะเลือกรถหรือเลือกรัก ถ้าเลือกรถก็เสียใหม่ แค่นั้นเอง ใหม่ไม่ได้ห้ามทำในสิ่งที่เขารัก ทุกอย่างมันคือความหวังดีจากผู้หญิงคนนึง ไม่มีอะไรที่ใหม่หวังไม่ดีกับเขา เราสองคนคบกันมาจะ 6 ปีแล้ว เขาอาจจะเลิกเจ้าชู้ แต่คนอื่นๆ ถ้าไม่มีสมองคิด บางทีอาจจะไม่หยุดเข้ามาหาพี่ตรัยเอง พี่ตรัยเป็นคนดีแล้ว มันอยู่ที่คนเข้ามาหามากกว่าค่ะ” แต่ล่าสุดปาปารัซซี่ของ Gossip Star ก็สามารถแชะภาพสาวใหม่กับหนุ่มร่างใหญ่ปริศนา ที่ดูยังไงก็ไม่ใช่หนุ่มตรัยอย่างแน่นอน หรือเวลานี้ความสัมพันธ์ระหว่างสาวใหม่กับหนุ่มตรัยท่าจะไปกันไม่รอดแล้วจริงๆ แล้วหนุ่มร่างใหญ่นายนี้เป็นใคร มาจากไหน ทำไมถึงมาเดินเคียงข้างกับสาวใหม่ได้ งานนี้คงต้องให้สาวใหม่ออกมาชี้แจงแถลงไขว่าความรักของเธอกับหนุ่มตรัยอยู่ในสถานะไหนกันแน่ และหลักฐานปาปารัซซี่ชิ้นนี้จะใช่คำตอบของความรักในครั้งนี้หรือไม่ ใหม่ สุคนธวา ใหม่ สุคนธวา ใหม่ สุคนธวา

กมธ.รธน.ให้ครม.คสช.อยู่จนมีรบ.ใหม่ยืดเวลาออกกม.ลูก
กฎหมายลูก /  กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ / 

กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เขียนบทเฉพาะกาลให้ ครม. คสช. อยู่ต่อไปจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ ยืดเวลากฎหมายลูกทำเลือกตั้งช้า 30 วัน นายไพบูลย์ นิติตะวัน กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการยกร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาบทเฉพาะกาลเสร็จแล้ว โดยรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะมีประมาณ 285 มาตรา ซึ่งเนื้อหาบทเฉพาะกาล กำหนดให้คณะรัฐมนตรี และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ อยู่ต่อไปจนกว่าจะมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ขณะเดียวกัน ยังขยายเวลาให้ สนช. พิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่งวุฒิสภา/ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง/ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง จาก 60 วัน เป็น 90 วัน โดยเพิ่มร่างกฎหมายที่จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จอีก 2 ฉบับ คือ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปฏิรูปประเทศ และร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการสร้างความปรองดอง และเมื่อทำกฎหมายดังกล่าวเสร็จแล้ว จะต้องจัดการเลือกตั้ง ส.ส. ภายใน 90 วัน ทั้งนี้ การเลื่อนเวลาดังกล่าวจะส่งผลให้วันเลือกตั้งขยับออกไปอีก 30 วัน

ผวา! ของเล่นช็อตไฟฟ้าระบาดอีสาน หวั่นอันตรายถึงชีวิต
ของเล่น /  ครู / 

ของเล่นช็อตไฟฟ้า ส่อระบาดหนองบัวลำภู หลังพ่อค้าขับรถเร่ขาย ตรวจสอบพบอันตรายถึงชีวิต ครูสั่งเลิกขาย นักเรียนหยุดเล่น เพื่อความปลอดภัย วันนี้ (28 ก.ค. 58)  ผู้ปกครอง ตำบลหนองแก อำเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู พบบุตรหลานซื้อของเล่น คล้ายเครื่องช็อตไฟฟ้าแล้วนำมาจี้ตามลำตัว ทำให้เจ็บคล้ายไฟดูด หวั่นเกิดอันตราย จึงเข้าตรวจสอบร้านค้า พบแท่งพลาสติกคล้ายๆ ปากกา มีปุ่มกดที่ด้ามจับ และตรงปลายจะมีกระแสไฟฟ้าวิ่งออกมา ถ้านำมามัดรวบกันแล้วกดจะทำให้กระแสไฟฟ้าเพิ่มขึ้นหลายเท่า อาจจะทำให้สลบหรือเสียชีวิตได้ จากนั้นสอบถามนายอำพร ศรีสวัสดิ์ อายุ 50 ปี ชาวบ้านสระแก้ว ต.หนองแก อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู เผยว่า เครื่องเล่นดังกล่าว มาจากรถกระบะที่ตระเวนขายตามหมู่บ้าน โดยจะนำของเล่นเป็นแผงสลากมาส่งให้เดือนละหนึ่งครั้ง หลังจากที่อาจารย์ในโรงเรียนมาแจ้งให้ตนเลิกขาย ก็ได้เก็บใส่กล่องหยุดขายแล้ว พร้อมนำกลับคืนเจ้าของ ด้านนายลุนเซ็ง ติวทอง ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนหนองแกสระแก้ววิทยา กล่าวว่า หลังทราบเรื่องตนก็ได้สั่งริบของเล่นจากเด็กนักเรียน ทั้งยังนำมาทดลองพบว่า มีกระแสไฟพุ่งออกมา ถ้านำไปจี้ใส่สื่อตัวกลางที่นำไฟ เช่น เสื้อผ้า หรือโลหะ จะเกิดกระแสไฟช็อต ทำให้เจ็บปวดเป็นแผล ถือว่าเป็นวัตถุอันตราย พร้อมสั่งนักเรียนให้หยุดเล่น อย่างไรก็ตาม ทางโรงเรียนได้นำเครื่องช็อตไฟฟ้าดังกล่าวทั้งหมด ไปลงบันทึกประจำวัน ตรวจยึดไว้ในตู้ยามตำรวจประจำตำบลหนองแก พร้อมทั้งเร่งดำเนินการหาตัวผู้ที่นำของเล่นมาจำหน่าย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ขอบคุณข้อมูล/ภาพ Tnews ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ยังไม่ชี้ชัด! บังยี ตั้งกรรมการชุดใหม่สอบสวนกรณี สุโขทัย-นครปฐม พายุถล่มไฟดับ
ตั้งกรรมการชุดใหม่ /  นครปฐม ยูไนเต็ด / 

ความเคลื่อนไหวกรณี สุโขทัย เอฟซี พบ นครปฐม ยูไนเต็ด ที่สนามทุ่มทะเลหลวง จ.สุโขทัย เมื่อวันที่ 9 พ.ค. ในศีกยามาฮ่า ลีกวัน ซึ่งเกมดังกล่าว สุโขทัย ออกนำ 1-0 ทว่านาที 54 มีฝนตกลงมาอย่างหนัก และพายุเข้า ทำให้ไฟสนามดับ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากภัยธรรมชาติครั้งนี้ จึงต้องยกเลิกการแข่งขัน จากนั้น สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และคณะอนุกรรมการพิจารณามารยาทฯ ไม่สามารถตัดสินได้ว่าจะให้แข่งขันต่อในเวลาที่เหลือ หรือปรับ สุโขทัย แพ้ เหตุเพราะไม่สามารถดำเนินการให้ไฟสนามกลับมาติดได้เหมือนเดิมในเวลาที่กำหนด ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 ก.ค.58 ณ ห้องประชุมสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ บังยี วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ เป็นประธานในการประชุม เพื่อหาข้อสรุป แต่ปรากฎว่า ไม่สามารถตัดสินกรณีดังกล่าวได้ บังยี จึงสั่งให้จัดตั้งคณะอนุญาโตตุลาการ ขึ้นมาใหม่ คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในเดือนสิงหาคมนี้ สำหรับคณะอนุญาโตตุลาการ ประกอบไปด้วย ดร.ภิญโญ นิโรจน์ เป็นประธาน พร้อมคณะกรรมการอีก 5 คน คือ นรินทร์พงศ์ จินาภักดิ์, พล.ท.มล.สุปรีดี ประวิตร, นายวิชัย ล้ำสุทธิ, นายชัยโชค พุ่มพวง และดร.ธัญญา โพธิวิจิตร

ชบาแก้ว จับมือทีม Highlight ลอยลำเข้ารอบไฟนอล TGT 5 เป็นคู่แรก!
DO:MORE WEEK /  Gold Buzzer / 

ลุ้นกันแทบนั่งไม่ติดเก้าอี้เลยทีเดียว! สำหรับรอบเซมิไฟนอลของรายการประกวดพรสวรรค์ระดับโลกอย่าง ไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ซีซั่น 5: กล้าได้อีก ทำได้อีกกับเรโซนา ในสัปดาห์แรก กับ 6 ทีมที่จะมาแข่งขันเพื่อหา 2 ทีมเข้าไปในรอบ Final ประกอบไปด้วย TGT01 เพชรจรัสแสง -- TGT02 จึ๋ง อนุรักษ์ -- TGT03 MUWAN (มู่-ว่าน) -- TGT04 ชบาแก้ว -- TGT05 Highlight และ TGT06 Magilicious โดยผลปรากฏว่าสาวน้อยมหัศจรรย์ “ชบาแก้ว” วัย 6 ขวบที่มาในโชว์ร้อง เต้น พ่วงแอคติ้งแบบจัดเต็ม โดนใจคนไทยอย่างแรง “โกยคะแนนโหวต” อันดับ 1 เข้ารอบก่อนใคร ส่วนคนที่ได้รับคะแนนโหวตรองลงมาก็ต้องมาลุ้นระทึก เมื่อการตัดสินใจเป็นของคณะกรรมการทั้ง 4 ระหว่าง “จึ๋ง อนุรักษ์” กับทาเลนต์โชว์ดัดตัวในสไตล์ซอมบี้สุดหวาดเสียว และ ทีม “Highlight” กับโชว์กึ่งกายกรรมที่ผสานการเต้นหลากหลายรูปแบบในคอนเซ็ปต์ของความสามัคคีของคนไทย ซึ่งสุดท้ายเหล่ากรรมการเลือก ทีม “Highlight” เฉือนเอาชนะหนุ่มจึ๋งเข้ารอบไฟนอลไปในที่สุดด้วยคะแนนเสียง 3 ต่อ 1 เตรียมเข้าไปโชว์พลังความกล้าเกินร้อยในรอบไฟนอล เพื่อคว้าเงินรางวัลพลิกชีวิตจากเรโซนาและเรโซนา เมน มูลค่า 10 ล้านบาท! ด.ญ. อังศุมาลิน คงไทย วัย 6 ปี หรือน้องชบาแก้วเผยความรู้สึกหลังประกาศผลด้วยความตื่นเต้นว่า “หนูดีใจมากเลยค่ะที่ได้ผ่านเข้ารอบไฟนอล ขอบคุณทุกคะแนนโหวตจากพี่ๆ ทุกคนด้วยนะคะ โชว์ในวันนี้ที่หนูตั้งใจซ้อมมาทั้งการเต้น ร้องเพลง และแอคติ้ง วันละเกือบ 8 ชั่วโมง ตอนนี้หายเหนื่อยเลยค่ะ แค่ได้เห็นร้อยยิ้มและเสียงหัวเราะของทุกคนกับโชว์ของหนู หนูก็มีความสุขมากแล้วค่ะ หนูจะตั้งใจโชว์ในรอบต่อไปให้ดีขึ้นกว่าเดิม เพื่อจะได้นำเงิน 10 ล้านบาทไปซื้อบ้านใหม่ให้แม่ค่ะ” ด้าน นายวีระพงศ์ เสือบางพระ หัวหน้าทีม Highlight ก็เผยความรู้สึกว่า “โชว์ในวันนี้คืออีกหนึ่งความท้าทายของพวกเราที่ได้ร่วมกันคิดค้นและต่อยอดจากการแสดงในรอบออดิชั่นให้ยากและท้าทายมากขึ้น อาทิ ท่าเต้น การต่อตัวกัน การใช้อุปกรณ์ต่างๆ การผสมผสานทักษะทั้งด้านยิมนาสติก กายกรรม ในคอนเซ็ปต์ของความเป็นไทยและ 3 สิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของคนไทยอย่าง ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ให้ทุกคนได้ตระหนักถึงความสามัคคีและชาติบ้านเมือง สำหรับโชว์ในรอบไฟนอลนั้น พวกเราก็จะตั้งใจทำให้ดียิ่งขึ้นไปอีก เพื่อทำความฝันในการเป็นคณะกายกรรมระดับโลกแบบ Cirque du Soleil ให้ได้ครับ” ร่วมลุ้น! ร่วมเชียร์! และร่วมโหวต! อีก 6 ทีมเจ๋งกันต่อในรอบเซมิไฟนอล วีค 2 ได้ในรายการ ไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ซีซั่น 5: กล้าได้อีก ทำได้อีกกับเรโซนา วันอาทิตย์ที่ 2 ส.ค.นี้ เวลา 17.10-19.00 น. รายละเอียดเพิ่มเติมทาง facebook.com/thailandsgotalent

โปรดเกล้าฯ 'สมพงศ์'พ้นเก้าอี้ผู้ตรวจฯมหาดไทย
กระทรวงมหาดไทย /  สมพงศ์ อรุณโรจน์ปัญญา / 

ในหลวงโปรดเกล้าฯ 'สมพงศ์ อรุณโรจน์ปัญญา' พ้นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ตามคำสั่งโทษปลด วันที่ 28 ก.ค. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้ข้าราชการพลเรือนพ้นจากตำแหน่ง ด้วยกระทรวงมหาดไทยได้มีคำสั่งลงโทษปลด นายสมพงศ์ อรุณโรจน์ปัญญา ข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย.2558 และได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่งต่อไปแล้ว บัดนี้ ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้บุคคลดังกล่าวพ้นจากตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย.2558 ประกาศ ณ วันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ news.mthai.com MThai News

สิ้นบุญแล้ว อับดุล กาลาม บิดาขีปนาวุธภารตะอดีตผู้นำอินเดีย
ตาย /  นักวิทยาศาสตร์ / 

อับดุล กาลาม อดีตประธานาธิบดีแห่งแดนภารตะ ผู้นำโครงการทางด้านวิทยาศาสตร์ เสียชีวิตแล้วในวัย 83 ปี ขณะสอนหนังสืออยู่ที่สถาบันการศึกษาแห่งหนึ่ง วานนี้ (27 ก.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าว การถึงอสัญกรรมของนาย นายเอ.พี.เจ. อับดุล กาลาม อดีตผู้นำประเทศชาวมุสลิม ตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 11 แห่ง อินเดียและนักวิทยาศาสตร์ระดับแนวหน้าของประเทศ ผู้ได้รับฉายาบิดาแห่งโครงการขีปนาวุธในประเทศ เนื่องจากมีบทบาทสำคัญและมีอิทธิพลในด้านการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ของอินเดีย ด้วยวัย 83 ปี รายงานระบุว่า นายกาลาม ล้มลงขณะสอนหนังสืออยู่ที่สถาบันบริหารแห่งหนึ่งในเมืองซิลลอง ซึ่งนายจอห์น ไซโล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลไม่ได้ระบุสาเหตุการเสียชีวิตครั้งนี้ ขณะที่นายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีแห่ง อินเดีนออกแถลงการณ์ว่า นายกาลาม เป็นคนชาญฉลาดอย่างมากและตนเรียนรู้หลายสิ่งจากเขา พร้อมทั้งประกาศ ให้ประชาชนทั่วประเทศ ร่วมกันไว้อาลัยเป็นระยะเวลา 7 วัน พร้อมกันนี้ นายกาลาม เป็นผู้ทีมีใจรักในเพลงคลาสสิก ทั้งยังมีความสามารถในการแต่งเพลงภาษาทมิฬ ในช่วงบั้นปลายของชีวิต ของอุทิศตัวให้การศึกษา ในบทบาทการเป็นวิทยากร และอาจารย์ ในสถาบันการศึกษาต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม นอกจากบทบาทในด้านการพัฒนาอาวุธของนายกาลามแล้ว เขายังมีส่วนสำคัญ ในการสร้างดาวเทียม และโครงการทางด้านอวกาศ ส่งผลให้ประเทศอินเดียประสบความสำเร็จในการพัฒนายานพาหนะสู่ระบบสุริยะอีกด้วย ทว่า ร่างของอดีตประธานาธิบดีกาลาม จะถูกลอยแม่น้ำในกรุงนิวเดลีภายในวันอังคารนี้ ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจได้ที่ news.mthai.com MThai News ที่มา  qz

ฝันเป็นจริงไหม? ร้องขอสะพานลอย ยุติตายบนถนน
ขอสะพานลอย /  ข้ามถนนรถชน / 

ความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เสมอเช่นเดียวกับเรื่องของอุบัติเหตุบนท้องถนน หากไม่นับรวมยอดการประสบเหตุจากการขับขี่ การ "ข้ามถนน" ถือเป็นความเสี่ยงสูงสุด ที่อาจถูกคร่าชีวิตโดยง่ายเช่นกัน MThai News ขอยกกรณีการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนขณะข้ามถนนบนทางม้าลายของนางลัญชกร จันทร์กลม  ชาวบ้านซอยสุขขี 2 ปทุมธานี เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้ระมัดระวังการขับขี่ และความใส่ใจของหน่วยงานภาครัฐในการจัดสร้าง "สะพานลอยคนข้าม" เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน ถนนรังสิต-ปทุมธานี ช่วงบริเวณซอยสุขขี 2 เป็นถนน 4 ช่องการจราจร และเป็นถนนสายหลักในการสัญจรเดินทางไปยังตัวเมืองปทุมธานี   จึงทำให้ผู้ใช้รถมักขับขี่ด้วยความเร็ว แม้จะมีจุดข้ามถนน-ทางม้าลาย แต่บริเวณนี้ยังคงเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง โดยเฉพาะกรณีรถชนคนข้ามถนนจนเสียชีวิตมาแล้วหลายศพ และศพล่าสุด ได้จุดกระแสในเรื่องการขอสะพานลอยกลับมาอีกครั้ง หลังผู้เสียชีวิตได้ใช้ถนนเส้นนี้ในการข้ามทางม้าลายมาเพื่อร่วมลงรายชื่อกับคณะกรรมชุมชน เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการสร้างสะพานลอยในจุดดังกล่าว แต่...เหตุไม่คาดฝัน ขากลับขณะข้ามถนน ได้ถูกรถจักรยานยนต์นักศึกษาพุ่งชนจนเสียชีวิต!! เหตุการณ์นี้ จึงเกิดการจับตาจากสังคมว่า ภาครัฐควรเร่งหันมาใส่ใจกับปัญหานี้ เพื่อยับยั้งไม่ให้เกิดความสูญเสียอีกต่อไป โดยการเรียกร้องการก่อสร้างสะพานลอยบริเวณดังกล่าว ชาวชุมชนสุขขี 2 นำโดยนายสมจิตร แตะไธสง รองประธานสภาเทศบาลตำบลบางพูน 1 ในนามคณะกรรมการชุมชนสุขขี 2 ได้เรียกร้องให้แขวงการทางจังหวัดปทุมธานี ดำเนินการดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2555 แต่กลับถูกปฏิเสธ พร้อมได้รับเอกสารตอบกลับถึงเรื่องของงบประมาณ และได้มีการยื่นเรื่องไปอีกหลายครั้ง แต่เรื่องยังเงียบ ชาวบ้านจึงรวมใจกันล่ารายชื่ออีกครั้ง เพื่อหวังเป็นครั้งสุดท้ายของการเรียกร้อง แต่คาดไม่ถึงว่า จะมี 1 ในผู้ร่วมเรียกร้องต้องสังเวยชีวิตให้กับถนนเส้นนี้ ด้านนายอำนวย นาคบุรินทร์ นายกเทศมนตรีตำบลบางพูน ได้ชี้แจงถึงเรื่องการขอสะพานลอยว่า ได้มีการประสานเรื่องไปยังแขวงการทางจังหวัดปทุมธานีมาโดยตลอด แม้เรื่องอาจไม่ได้รับการตอบรับในหลายครั้ง แต่ล่าสุดแขวงการทางฯ ยืนยันว่า ได้จัดทำแผนเสนอความต้องการ เรื่องสะพานลอยในบริเวณดังกล่าวไว้ในปีงบประมาณ 2559 แล้ว ส่วนการแก้ปัญหาในเบื้องต้น แขวงการทางจังหวัดปทุมธานีได้นำ "สัญญาณไฟชะลอความเร็วรถ" มาติดตั้งไว้บริเวณดังกล่าวตรงทางข้ามทางม้าลาย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่ต้องการข้ามถนน แม้อาจยังเสี่ยงต่อความปลอดภัย แต่ชาวบ้านต่างยินดีที่มีสัญญาณไฟ ถือเป็นนิมิตหมายใหม่ในการรอฝัน "สะพานลอย" ที่เป็นจะจริงในปีหน้า ขณะที่เสียงสะท้อนของชุมชน เห็นว่า การสังเวยชีวิตบนถนนรายล่าสุด เป็นการจุดไฟให้เกิดข่าวใหญ่ ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้ามาใส่ใจเรื่องความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนมากขึ้น พร้อมกับรับปากว่าจะดำเนินการก่อสร้างสะพานลอยให้ตามข้อเรียกร้อง แม้เสียงชาวบ้านบางส่วน ยังไม่มั่นใจว่า จะมีการจัดสร้างจริงหรือไม่ เพราะหากไร้กระแสข่าวแล้ว  จึงกังวลว่าเรื่องทั้งหมดอาจเงียบหายไปดังเดิม อย่างไรก็ตาม แขวงการทางจังหวัดปทุมธานี ยืนยัน ภายในปีหน้า ถนนรังสิต-ปทุมธานี จะมีการก่อสร้างสะพานลอยทีเดียว 3 แห่ง คือ หน้าซอยสุขขี 2 หน้าศูนย์วิศวกรรมบางพูน และหน้าทางเข้าโรงเรียนเทศบาลเมืองปทุมธานี   กระนั้น ปี 2559 จะเป็นช่วงตั้งตารอของชาวชุมชนสุขขี 2 วัดใจว่าสิ่งที่เรียกร้องภาครัฐนั้น จะถูกเนรมิตขึ้นหรือไม่ เพราะไม่เพียงแต่ชาวชุมชนนี้จะได้รับประโยชน์ คำยืนยันของภาครัฐ ยังทำให้ประชาชนอีก 2 พื้นที่ได้รับอานิงส์ในเรื่องความปลอดภัยเช่นกัน ชัยพัฒน์ แกล้วทนงค์  เขียน/ภาพ ติดตามสกู๊ปข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

นายกฯ บอกลืม 'ทักษิณ' แล้ว-อุบ 'สมคิด' ร่วมครม.
ทักษิณ ชินวัตร /  ประยุทธ์ จันทร์โอชา

นายกรัฐมนตรี บอกลืมทักษิณแล้ว อุบสมคิดไม่ร่วม ครม. สุเทพ ต้อง ขอ คสช. ก่อนแถลง ยันไม่ปิดกั้นทุกกลุ่มแต่ต้องเป็นไปตามกติกาเดียวกัน ขณะ ไทยอยู่เทียร์ 3 อย่าโทษการเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกระแสข่าวที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขอเข้ามาเป็นที่ปรึกษาทีมเศรษฐกิจให้กับรัฐบาล ว่า ตนลืมไปแล้ว ขณะเดียวกันยังไม่เห็น และไม่ทราบเรื่องที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษา คสช. ทำหนังสือไม่ขอรับตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี โดยระบุว่า เป็นเพียงกระแสข่าว เพราะขณะนี้ยังไม่มีการแต่งตั้งใครในคณะรัฐมนตรี ส่วนการเคลื่อนไหวของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชน ในวันที่ 30 ก.ค. นี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าว่า ต้องให้ คสช. พิจารณา ยืนยันว่าไม่ปิดกั้นทุกกลุ่ม แต่จะต้องเป็นไปตามกติกาเดียวกัน ซึ่งหากเป็นการแถลงที่มีผลประโยชน์ต่อส่วนรวม ไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย ไม่มีการเมืองก็สามารถทำได้ ส่วนการปฏิรูปจะเดินหน้าไปพร้อมมูลนิธิฯ หรือไม่นั้น เป็นเรื่องของมูลนิธิฯ ที่จะเสนอไปยังสภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือ สปช. เพราะตนไม่มีอำนาจในการพิจารณาเรื่องนี้ แต่ยอมรับว่าเป็นกังวลกับการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้น กับคนที่ไม่รู้เรื่อง ที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความคิดได้ พร้อมกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้กล่าวถึงกระแสการจัดอันดับการค้ามนุษย์ของไทย ที่ยังอยู่ในระดับเทียร์ 3 เนื่องจากไม่ได้เข้าร่วมในความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก หรือ ทีพีพี ว่า การเข้าร่วมเป็นสมาชิกอาจเสียผลประโยชน์ และถูกกดดัน เช่น สิทธิบัตรยาที่จะทำให้คนไทยเสียโอกาส รัฐบาลจึงได้ชะลอไว้ก่อน ขออย่าโทษการเมือง ตนยอมรับว่า ไทยทำผิดในเรื่องของการค้ามนุษย์และต้องแก้ไข แต่ไทยไม่สามารถบังคับใครได้ เพราะไม่ใช่ประเทศมหาอำนาจ ไทยต้องมีศักดิ์ศรีของตัวเอง ขอให้ยึดประเทศเป็นหลัก นอกจากนี้นักธุรกิจก็ออกมายืนยันว่าไม่ได้รับผลกระทบ ขออย่าเอาเรื่องที่ตนไม่ได้มาจากการเลือกตั้งมาเป็นเหตุผลที่ทำให้ไทย ได้เทียร์ 3 เพราะรัฐบาลที่มาจากการเลือก ก็ไม่ได้แก้ไขปัญหา หรือทำได้อย่างรัฐบาลนี้ ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

สุดทน! พ่นสเปรย์ 'ทางม้าลาย' ประชดหน่วยงานรัฐ
ข้ามถนน /  ทางม้าลาย / 

ชาวบ้านเมืองสุราษฎร์ฯ พ่นสเปรย์ บนถนนเป็นข้อความระบุว่า "ม้าลาย" หลังเคยแจ้งร้องขอทางม้าลายให้กับคณะครู อาจารย์ และเด็กนักเรียน แต่ยังไม่มีความคืบหน้า วันนี้ 29 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในโลกออนไลน์ โดยชื่อผู้ใช้คือ @ฟรุ้งฟริ้งกระดิ่งแมว กรุ๊งกริ๊ง กรุ๊งกริ๊ง นำภาพขณะผู้ปกครองนักเรียนรายหนึ่งของโรงเรียนเมืองสุราษฎร์ธานี ใช้สีสเปรย์สีขาว และดำ ฉีดพ่นบนพื้นผิวการจราจร เป็นเส้นขวางลักษณะคล้ายทางม้าลาย บริเวณด้านหน้าโรงเรียน ระบุว่า “ม้าลาย” โพสต์เผยแพร่ทางเว็บไซด์ชื่อดัง และมีการแชร์ต่อ ๆ กันไป จากการตรวจสอบบข้อมูลทราบว่า เกิดจากความคิดของผู้ปกครองนักเรียน และชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าว มีความเห็นว่า ถนนสายดังกล่าวจราจรพลุกพล่าน โดยหลังจากหน่วยงานที่รับผิดชอบปรับปรุงผิวจราจรบนถนนสายดังกล่าวนาน 3 เดือน ก็ยังไร้วี่แวว ที่จะดำเนินการแกไขให้ปัญหาดังกล่าว ทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนไม่มีจุดสังเกต และขับรถด้วยความเร็วทำให้เด็กนักเรียนมีความยากลำบากในการข้ามถนน และเกรงว่าจะเกิดอันตราย แม้จะมีการร้องเรียนให้หน่วยงานดังกล่าวเร่งดำเนินการแล้วก็ตาม จนในที่สุดต้องรวมตัวกันใช้สีฉีดพ่นบนถนนเพื่อเป็นการประท้วงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทางด้านนายบรรลือ ศักดิ์วุฒิ หัวหน้าฝ่ายสาธารณูปโภค เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี ซึ่งรับผิดชอบเรื่องดังกล่าวทราบว่า ตนได้รับแจ้งและทราบเรื่องแล้วตั้งแต่วันที่ 27ก.ค. ที่ผ่านมา แต่ที่ยังไม่ได้ดำเนินการตีเส้นตรงจุดดังกล่าว เนื่องจากยังมีปัญหากับผู้รับเหมาเรื่องสีที่จะนำมาตีเส้นม้าลายไม่ได้มาตรฐานตามที่กำหนดไว้ กรรมการจึงไม่สามารถตรวจรับไว้ และเรื่องยังอยู่ในระหว่างอุทรณ์ของผู้รับเหมา จึงประสานไปยังกรมทางหลวงชนบทเพื่อขอยืมสี และเครื่องจักรมาทำการดำเนินการแก้ไขเป็นการเฉพาะหน้าไปก่อน โดยจะเร่งให้เสร็จสิ้นภายในวันนี้ (29 ก.ค.) ขอบคุณ เดลินิวส์ ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

โตเป็นหนุ่มแล้ว! 'เคอิโงะ' ลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่นตามหาพ่อ
เคอิโงะ /  เคอิโง๊ะ

เคอิโงะ ซาโต เด็กชายลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น ชาวพิจิตร เมื่อก่อนเคยโด่งดัง เพราะถือรูปถ่ายตามหาพ่อชาวญี่ปุ่น จนได้พบกัน  หลายคนคงพอจำได้ หากถามถึงภาพเด็กชายลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น วัย 9 ขวบ เคอิโงะ ซาโต เดินถือรูปถ่ายตามหาพ่อชาวญี่ปุ่นผู้ให้กำเนิด ที่หน้าโบสถ์หลวงพ่อเพชรภายในวัดท่าหลวง ตัวเมืองพิจิตร สร้างความสะเทือนใจให้ผู้พบเห็น และนำไปสู่การตามหาชายชาวญี่ปุ่นผ่านสื่อและสถานทูต จากนั้น หลายเดือนต่อมาความฝันของหนูน้อยเคอิโงะเป็นจริง เมื่อนายคัทซูมิ ซาโต แสดงตัวว่าเป็นพ่อชาวญี่ปุ่นที่พลัดพราก บินลัดฟ้ามาพบหน้าลูกชายครั้งแรกเมื่อ 7 ปีก่อน ล่าสุดขณะนี้เคอิโงะ เป็นหนุ่มน้อยอายุ 15 ปี เรียนอยู่ชั้น ม.4 โรงเรียนพิจิตรพิทยาคม หลังเลิกเรียนยังไปช่วยป้า ซึ่งรับอุปการะเลี้ยงดู ขายปลาปล่อยริมแม่น้ำน่านในวัดท่าหลวงเป็นประจำทุกวัน เมื่อถามถึงพ่อ ซึ่งหนึ่งปีจะได้พบหน้ากันสักครั้ง เคอิโงะถึงกับน้ำตาคลอเบ้า ด้วยความคิดถึงพ่อ รวมถึงเรื่องการเรียนเป็นสิ่งที่เคอิโงะกังวล เพราะฝันอยากจะไปทำงานที่ญี่ปุ่น หรืออย่างน้อยก็อยากสามารถเก็บเงินส่งไปให้พ่อได้ โดยพ่อที่เขามุ่งมั่นตามหามาตั้งแต่เด็ก เป็นแรงผลักดันให้ก้าวตามความฝัน ขอบคุณข้อมูล/ภาพ สำนักข่าวไทย ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

'อัศวินควีนเอลิซาเบธ' ลาออก หลังภาพฉาว หลุดว่อนเน็ต
ขุนนางอังกฤษ /  ท่านลอร์ด / 

ลอร์ด จอห์น ซีเวิล ซึ่งเป็นขุนนางที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในเครือจักรภาพ ยื่นจดหมายลาออกจากสภาขุนนางอย่างเป็นทางการ หลังภาพหลุดนัวโสเภณี เสพโคเคนว่อน วันนี้ (28 ก.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าว กรณีที่ ลอร์ด จอห์น ซีเวิล วัย 69 ปี สมาชิกวุฒิสภาอังกฤษ หรือ สภาขุนนาง ซึ่งเป็นขุนนางที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในเครือจักรภาพ ยื่นจดหมายลาออกจากสภาขุนนางอย่างเป็นทางการ เมื่อวันอาทิตย์ ที่ผ่านมา หลังตกเป็นข่าวอื้อฉาว ทั้งในเรื่องการเสพสารเสพติด และการซื้อบริการทางการค้าประเวณี ลอร์ด จอห์น ซีเวิล ผู้ซึ่งเคยดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีต่างประเทศสกอตแลนด์จากนั้น ได้ครองเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรในรัฐบาลของนาย 'โทนี่ แบลร์' หัวหน้าพรรคแรงงาน ทั้งยังมีบทบาทในฐานะ อัศวิน ของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร  ตกเป็นข่าวอื้อฉาวตั้งแต่เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อหนังสือพิมพ์ 'เดอะซัน' ตีพิมพ์ภาพลอร์ดซีเวิล ในสภาพสวมชุดชั้นในผู้หญิง นั่งคุยกับหญิงขายบริการทางเพศ 2 คน พร้อมทั้งเสพสารเสพติด 'โคเคน' การเปิดโปงดังกล่าวส่งผลให้หน่วยตำรวจสกอตแลนด์ยาร์ด ตั้งชุดสอบสวนเฉพาะกิจขึ้นเพื่อสืบสวนข้อเท็จจริง ส่วนนายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ออกมาตั้งคำถามว่า ลอร์ดซีเวล ควรทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติต่อไปหรือไม่ ซึ่งถือว่า ลอร์ดซีเวล ต้องตกอยู่ในสถานการณ์บีบบังคับให้ออกจากตำแหน่งในที่สุด อย่างไรก็ตาม ลอร์ดซีเวิล ได้ออกมากล่าวขอโทษต่อสาธารณะชน ต่อเรื่องอื้อฉาวที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งยังสร้างความอับอายให้แก่สถาบัน และว่ายื่นจดหมายขอลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาขุนนางอันทรงเกียรติแล้ว ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจได้ที่ news.mthai.com MThai News ที่มา metronews

ไมโล เปิดตัว “นวัตกรรมแพ็คพูดได้” ประสบการณ์เสมือนจริง 3 มิติ ครั้งแรกในไทย
ไมโล

ไมโลเปิดตัว “นวัตกรรมแพ็คพูดได้” ประสบการณ์เสมือนจริง 3 มิติ ครั้งแรกในไทย ชวนคุณพ่อคุณแม่สร้างลูกให้เป็นแชมป์เปี้ยนทุกวัน กรุงเทพฯ – 27 กรกฎาคม 2558 – ไมโล เครื่องดื่มช็อกโกแลตมอลต์ยอดขายอันดับหนึ่งของโลก โดยบริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ผู้นำระดับโลกในด้านโภชนาการ สุขภาพ และคุณภาพชีวิตที่ดี จัดงานเปิดตัว นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์แบบอินเตอร์แอคทีฟ 'แพ็คพูดได้จากไมโล'  เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ไมโลให้เป็นสุดยอดประสบการณ์อินเตอร์แอคทีฟเสมือนจริง 3 มิติครั้งแรกในเมืองไทย เพียงสแกนบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ไมโลด้วยแอพพลิเคชั่น Blippar บนสมาร์ทโฟน ก็พร้อมนำคุณพ่อคุณแม่ไปสัมผัสกับประสบการณ์โลกเสมือนจริงที่อัดแน่นไปด้วย เคล็ดลับการสร้างลูกให้เป็นแชมป์เปี้ยน โดยมีเนื้อหาที่สนุก ปฏิบัติได้จริง และมีที่นี่ที่เดียวเท่านั้น ภายในงาน ผู้บริหารระดับสูงของเนสท์เล่ นำโดย นางออดรีย์ เลียว ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเนสท์เล่ ภูมิภาคอินโดไชน่า นายไชยงค์ สกุลบริรักษ์ ผู้อำนวยการบริหารธุรกิจผลิตภัณฑ์นมและโภชนาการ และ นายยูจีน ชาน ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารและบริการทางการตลาด ร่วมงานเปิดตัว โดยมี ศรสวรรค์ ภู่วิจิตร แบรนด์แอมบาสเดอร์ของแพ็คไมโลแบบอินเตอร์แอคทีฟ พร้อมด้วยครอบครัวรุ่นใหม่ พอลล่า เทเลอร์ และ น้องไลลา เปิ้ล-นาคร จูน-กษมา ศิลาชัย และน้องออกัส ออก้า เปิ้ล-ชัชชฎา ก้องธรนินทร์ และ น้องริว คริสติน่า เศรษฐบุตร น้องไท และ น้องทีน่า มาร่วมสัมผัสปรากฏการณ์แพ็คพูดได้จากไมโลอย่างคับคั่ง ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์   นายไชยงค์ สกุลบริรักษ์ ผู้อำนวยการบริหารธุรกิจผลิตภัณฑ์นมและโภชนาการ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “ไมโล ในฐานะเครื่องดื่มช็อกโกแลตมอลต์ยอดขายอันดับหนึ่งของโลก เรายึดมั่นในการมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่อร่อยและมีโภชนาการเหมาะสม ควบคู่กับการส่งเสริมการออกกำลังกาย เพื่อให้เด็กวัยเรียนเจริญเติบโตอย่างสมวัยและมีพัฒนาการรอบด้านมาโดยตลอด วันนี้เป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของไมโล ด้วยการแนะนำบรรจุภัณฑ์แบบอินเตอร์แอคทีฟ 'แพ็คพูดได้จากไมโล' ครั้งแรกในเมืองไทย โดยการใช้เทคโนโลยี AR – Augmented Reality ในการนำเสนอประสบการณ์เสมือนจริง  3 มิติ เพื่อจุดประกาย และถ่ายทอดเคล็ดลับการสร้างแชมป์เปี้ยนที่มีอยู่ในตัวเด็กๆ ทุกคน มาให้คุณพ่อคุณแม่ชาวไทยได้พิสูจน์และสัมผัสประสบการณ์จริงด้วยตนเอง” จุดเด่นของนวัตกรรม 'แพ็คพูดได้จากไมโล' คือ การใช้เทคโนโลยี AR มานำเสนอเรื่องราวของบุคคลต้นแบบที่ ประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างนักเตะทีมชาติไทย อนาวิน จูจีน และอดีตนักว่ายน้ำขวัญใจคนไทย ศรสวรรค์ ภู่วิจิตร มาสร้างแรงบันดาลใจให้คุณแม่นำมาประยุกต์ใช้ในการเลี้ยงลูก โดยมีเนื้อหาและเรื่องราวที่หลากหลาย อาทิ เมนูมื้อเช้าที่มีคุณค่าทางโภชนาการ  เคล็ดลับกีฬาเพื่อเสริมพัฒนาการ และเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจในการเอาชนะตัวเอง โดยจะอัพเดทเนื้อหาทุกสัปดาห์ ศรสวรรค์ ภู่วิจิตร เล่าว่า “ดีใจมากค่ะที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ 'แพ็คพูดได้จากไมโล'  ในฐานะที่อายเป็นแม่คนหนึ่ง เรารู้ดีว่า ความปรารถนาของคนเป็นแม่ก็คืออยากเห็นลูกประสบความสำเร็จในชีวิต หน้าที่ของเราก็คือ การส่งเสริมพัฒนาการลูกในด้านต่างๆ ที่เขาถนัด ซึ่งหากลูกท้อหรือเผชิญอุปสรรค เราก็ต้องให้กำลังใจให้ ลูกพยายามขึ้นอีกนิด อายว่า ไมโลไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณประโยชน์เท่านั้น แต่ได้ก้าวเข้ามาเป็นพันธมิตรกับ พ่อแม่ในการเลี้ยงดูลูก การมีบรรจุภัณฑ์แบบอินเตอร์แอคทีฟ ทำให้ไมโลได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของพ่อแม่ ช่วยให้เราสะดวกมากขึ้น ทั้งสามารถเติมพลังให้ลูกด้วยโภชนาการที่เหมาะสม อีกทั้งยังสามารถนำเคล็ดลับการฝึกทักษะด้านร่างกายและจิตใจที่ปฏิบัติได้จริงไปประยุกต์ใช้กับลูกได้อย่างลงตัว”   ชัชชฎา ก้องธรนินทร์ บอกว่า “นวัตกรรมแพ็คพูดได้นี้จะเข้ามาช่วยคุณแม่สมัยใหม่ได้แน่นอนค่ะ พอได้ลองสแกน และพบกับเรื่องราวสาระต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น เมนูอาหารที่มีประโยชน์ เปิ้ลคิดว่า เรื่องอาหารสำหรับลูกนี่เป็นสิ่งที่สำคัญมาก แค่บางครั้งเราเองก็นึกเมนูอาหารลูกไม่ออก ข้อมูลโภชนาการจากไมโลจะช่วยเราได้มากเลย และเดี๋ยวนี้น้องริวก็ชอบเล่นกีฬาแล้วก็คงจะดีที่เราจะสามารถเอาเคล็ดลับกีฬาจากไมโลมาช่วยให้ เขามีการพัฒนาการที่ดีขึ้นมีสมาธิมากขึ้น และจะได้รับรู้เรื่องราวจุดประกายและสร้างแรงบันดาลใจในการส่งเสริมให้ลูกได้อีกด้วยค่ะ”   คริสติน่า เศรษฐบุตร เล่าว่า “เราได้ข้อมูลใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ทุก ๆ ด้านจากแพ็คพูดได้จากไมโลจะช่วยให้ คุณแม่สมัยใหม่อย่างเรา ๆ ที่ต้องทำงานไม่ค่อยเวลาดูแลลูกเท่าไหร่นัก อย่างเรื่องเมนูอาหารนี้ก็ดีเลยค่ะ เราจะได้ให้เค้าเลือกได้เลยว่าอยากทานแบบไหน และแน่นอนว่าเค้าจะได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนแน่นอน ส่วนเรื่องเทคนิคกีฬาก็น่าจะช่วยให้เค้าได้พักสายตาจากเกมส์มือถือบ้าง ถ้าเค้าได้ลองทำตามพี่อนาวินดูเค้าน่าจะชอบค่ะ และบางครั้งสิ่งที่คุณแม่พูดกับเค้าในเด็กวัยตอนนี้ เด็กอาจจะไม่ค่อยจะฟังซักเท่าไหร่ การมีเรื่องราวแรงบันดาลใจจากพี่อนาวินหรือพี่ศรสวรรค์อาจจะช่วยเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกจดจำและลองทำตามดูค่ะ”   พอลล่า เทเลอร์ บอกว่า “นวัตกรรม 'แพ็คพูดได้จากไมโล'  เป็นมากกว่าเทคโนโลยีเลยนะคะ พอได้ลองสแกนแล้วท่องโลกดิจิตอล รู้สึกว่าเป็นบรรจุภัณฑ์อินเตอร์แอคทีฟที่สามารถพูดคุยให้คำแนะนำในเรื่องต่างๆ ที่ทำให้เราสนุก แล้วลูกก็สนุกไปด้วย เพราะเราพูดจาภาษาเดียวกัน ที่สำคัญไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็สามารถสแกนแล้วเข้าไปค้นหาเคล็ดลับดีๆ เพื่อจุดประกาย และสร้างแรงบันดาลใจในการส่งเสริมพัฒนาการให้ลูกได้ตลอดเวลา”   เปิ้ล-นาคร ศิลาชัย เล่าว่า “ชอบตรงที่ให้สาระความสนุกครบรส ที่มากกว่าเนื้อหาด้านโภชนาการหรือวิชาการ เพราะความท้าทายของพ่อแม่ก็คือ การส่งเสริมให้ลูกมีกำลังใจ เอาชนะตัวเองทุกวัน เพื่อก้าวสู่ความสำเร็จในชีวิต ซึ่งนอกจากสูตรอาหารและเครื่องดื่มที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสมแล้ว 'แพ็คพูดได้จากไมโล'  ยังมี เคล็ดลับกีฬา เพื่อเสริมสร้างพัฒนาของลูก และเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจที่คุณอนาวิน และคุณศรสวรรค์ได้เข้ามาเติมรสชาติความสนุกมากขึ้น ครอบครัวเราจะติดตามสแกนแพ็คไมโลทุกสัปดาห์เลยครับ” ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง www.facebook.com/MILOThailand

ทรงพระเจริญ : 28 ก.ค. วันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช
ทรงพระเจริญ /  วันคล้ายวันพระราชสมภพ / 

28 กรกฎาคม วันคล้ายวันพระราชสมภพของ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงมีพระชนม์ 63 พรรษา "ในตอนเย็นหลังจากโรงเรียนเลิกแล้ว พระองค์จะต้องซ้อมกีฬาซึ่งทรงเลือกเล่นฟุตบอล ตำแหน่งทีทรงเล่นในขณะนี้ คือแบ็คทั้งซ้ายขวา แต่เดิมเมื่อทรงศึกษาอยู่ในโรงเรียนเตรียมนายร้อย พระองค์ทรงเล่นศูนย์หน้า ซึ่งทรงเล่นได้ดีเยี่ยม เป็นดาราของโรงเรียน ทำประตูได้เป็นประวัติการณ์ แต่เมื่อย้ายมาศึกษาอยู่ที่โรงเรียนนายร้อย มักถูกรุ่นพี่ "บีบ" ให้เล่นตำแหน่งกองหลัง ไม่มีโอกาสทำประตูและถูกส่งไปอยู่ทีมอ่อนที่สุด ทั้งนี้เพราะพวกรุ่นพี่เขาไม่ต้องการเห็นพระองค์ดีเด่น" บทสัมภาษณ์ พันตรี สำเริง ไชยยงค์ (บทความ พระจริยาวัตรขณะที่ประทับอยู่ออสเตรเลีย) เจ้าฟ้าดาราลูกหนังแห่งประเทศไทย ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า ทีมงาน SportMThai ขอบคุณภาพจาก : แฟนเพจเฟซบุ๊ค รูปภาพฟุตบอลไทยในอดีต ขอบคุณภาพจาก : สมาคมประวัติศาสตร์ฟุตบอล แห่งประเทศไทย

เนปาลสั่งเลิกแล้ว! ประเพณีโหดฆ่าสัตว์บูชายัญ
บูชายัญเจ้าแม่คฒิมาอี /  เจ้าแม่คฒิมาอี / 

เนปาล ยกเลิกแล้ว!! เทศกาลฆ่าสัตว์นับแสนตัวบูชายัญเจ้าแม่คฒิมาอี หลังสืบสารปฏิบัติมานานกว่า 400 ปี หลังจากเกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วโลก พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการยกเลิกเทศกาลสุดโหด "คฒิมาอี" เทศกาลฆ่าสัตว์นับแสน ๆ ตัวเพื่อบูชายัญเทพเจ้าของชาวเนปาลที่นับถือศาสนาฮินดู ล่าสุดสำนักเอเอฟพี ได้รายงานว่า ทางการเนปาลได้มีคำสั่งยกเลิกประเพณีดังกล่าวแล้ว โดยนายโมติลัล ปราสาด เลขาธิการของวัดคฒิมาอี เผยว่าสาเหตุของการยกเลิกเทศกาลเก่าแก่ดังกล่าว เพราะไม่อยากให้บรรดาสัตว์น้อยใหญ่ต้องมาสังเวยชีวิตแบบไร้จุดหมายเช่นนี้ แม้ว่าการยกเลิกพิธีดังกล่าวจะเป็นเรื่องยาก แต่ยังมีเวลาอีก 4 ปี ในการโน้มนาวประชาชนไม่ต้องสังเวยชีวิตสัตว์เพื่อทำให้เทพเจ้าพอใจอีก ขณะที่นักสิทธิสัตว์ เผยว่า เป็นเรื่องยินดียิ่งที่เนปาลยุติการเชือดสัตว์ครั้งนี้ หลังพยายามอย่างหนักเพื่อเปลี่ยนใจคณะกรรมการของวัด และรัฐบาลเนปาลมานานหลายปี สำหรับ เทศกาลคฒิมาอี เป็นประเพณีเก่าแก่มีอายุกว่า 400 ปี ถูกจัดขึ้นที่วัดคฒิมาอี เมืองพริยารปุระ ทางใต้ของประเทศเนปาลใกล้กับรัฐพิหาร ประเทศอินเดีย เพื่อบูชายัญเจ้าแม่คฒิมาอี ในทุก ๆ 5 ปี โดยตำนานเล่าว่า เจ้าแม่คฒิมาอีซึ่งเป็นเทพท้องถิ่นมาปรากฎตัวในฝันของนักโทษคนหนึ่งและขอให้นักโทษคนนั้นสร้างวัดให้ เมื่อตื่นขึ้น ปรากฏว่าเครื่องจองจำของนักโทษหลุดออกไปทำให้สามารถออกจากที่คุมขังได้ จึงไปสร้างวัดตามที่ถูกบอกในฝันและสังเวยสัตว์เพื่อขอบคุณเจ้าแม่ ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ศาลลิเบียสั่งประหารลูกชาย 'กัดดาฟี'ก่ออาชญากรรมสงคราม
กัดดาฟี /  ซาอิฟ อัล-อิสลาม / 

ศาลลิเบียสั่งประหารชีวิต ซาอิฟ อัล-อิสลาม ลูกชายกัดดาฟี พร้อมพวกอีก 8 คน ฐานก่ออาชญากรรมสงคราม เชื่อมโยงปฏิวัติปี 2011 วันที่ 29 ก.ค. สำนักข่าวบีบีซีรายงาน ศาลลิเบียตัดสินสั่งประหารชีวิต นายซาอิฟ อัล-อิสลาม กัดดาฟี ลูกชายของ พ.อ.มูอัมมาร์ กัดดาฟี อดีตผู้นำของประเทศลิเบีย พร้อมกับอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลอีก 8 คน ในคดีก่ออาชญากรรมสงครามเชื่อมโยงการปฏิวัติในปี 2011 ซึ่งเครือข่ายกัดดาฟีกว่า 30 องค์กร พยายามที่จะปราบปรามการประท้วงอย่างสันติ ในช่วงที่มีการจราจลเกิดขึ้นในประเทศ ทั้งนี้ ขณะมีการตัดสิน ซาอิฟ ไม่ได้อยู่ในศาล แต่ได้ปรากฏตัวก่อนหน้านี้ผ่านวิดีโอ เนื่องจากถูกอดีตกลุ่มกบฏนักรบกองกำลังปฏิวัติซินตันควบคุมตัวไว้ และปฏิเสธจะส่งตัวเขาให้แก่ทางการลิเบีย ขณะที่แหล่งข่าวของกบฏซินตัน เผยกับนักข่าวบีบีซีว่า พวกตนจะไม่สังหารนายซาอิฟ อัล-อิสลาม ขณะเดียวกัน ก็จะไม่ส่งตัวเขาให้แก่ศาลเช่นกัน ส่วน อับดุลเลาะห์ อัล-เซนุสซี อดีตหัวหน้าหน่วยสืบราชการของการปกครองในหน่วยงานของกัดดาฟี เป็นสมาชิกอีกรายที่ต้องโทษประหารชีวิต ด้วยการยิงเป้าที่กลางจัตุรัส ขณะที่พวกเขามีสิทธิ์ที่จะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลภายในระยะเวลา 90 วัน ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ก็เด็กป๋าเอง! มูรินโญ ยก อาซาร์ เหนือกว่า เจ็ทโด้
คริสเตียโน โรนัลโด้ /  ราชันชุดขาว / 

งานนี้อวยกันเองไม่มีกั๊กเลย สำหรับนายใหญ่ เซลซี อย่าง โจเซ่ มูรินโญ ที่อวยเด็กในสังกัด เอเดน อาซาร์ ถึงขนาดยกว่า เหนือกว่า คริสเตียโน โรนัลโด้ โจเซ่ มูรินโญ กุนซือวัย 52 ปี ของ สิงห์บลู เชลซี ได้กล่าวชื่นชม เอเดน อาซาร์ ลูกทีมของตนเอง ว่ามีฝีเท้าอยู่ในระดับเดียวกันกับ คริสเตียโน โรนัลโด้ จอมทัพของ ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด และเมื่อเทียบกับผลงานเมื่อฤดูกาลที่แล้วนั้น อาร์ซาร์ โชว์ฟอร์มได้เหนือกว่า โรนัลโด้ เห็นๆ โดย มูรินโญ ได้กล่าวว่า "ฤดูกาลที่ผ่านมา โรนัลโด้ ยอดเยี่ยม เขายิงประตูได้มากมายจนน่าเหลือเชื่อ แต่ในมุมของผม นักฟุตบอลที่ดีต้องให้ทีมมาก่อนเสมอนั่นคือสิ่งที่สำคัญ ถ้าวัดจากฤดูกาลที่ผ่านมา เอเดน อาซาร์ ดีกว่า คริสเตียโน โรนัลโด้ ถึงแม้ว่า โรนัลโด จะยิงประตูมากถึง 61 ลูกก็ตาม แต่สุดท้ายฟุตบอลก็ตัดสินกันด้วยการคว้าแชมป์อยู่ดี"