นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์

ลุ้น 11 สนช. ชิงโควต้า กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ วันนี้
กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ /  กรรมาธิการ / 

ที่ประชุม สนช.นัดลงคะแนนคัดเลือก 5 โควต้าร่วม กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีผู้สมัครชิงจำนวน 11 คน คาดรู้ผล 11.30 น.วันนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(30 ต.ค.) ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีวาระพิจารณาเลือกสมาชิก สนช. เพื่อไปเป็นกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ตามสัดส่วน สนช. จำนวน 5 คน เบื้องต้นคาดว่าขั้นตอนและวิธีการดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายในเวลา 11.30 น. สำหรับรายชื่อสนช. ที่สมัครเป็นกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ มีจำนวน 11 คน ได้แก่ 1. พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม, 2.นายดิสทัต โหตระกิตย์, 3.นายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน, 4.นายวุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์, 5.นายภัทรศักดิ์ วรรณแสง, 6.นางกาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์, 7.นายประมุท สูตะบุตร, 8.พล.อ.นิวัติ ศรีเพ็ญ, 9.นายชูเกียรติ รัตนชัยชาญ, 10. พล.อ.ยอดยุทธ บุญญาธิการ และ 11. นายปรีชา วัชราภัย นายสมชาย แสวงการ เลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสนช.กล่าวว่า ขั้นตอนการลงคะแนนเลือกจะไม่มีการแสดงวิสัยทัศน์ใด ๆ ของผู้ที่สมัคร เพราะถือว่าผู้สมัครนั้นเป็นที่รู้จักของสมาชิกฯ ดีอยู่แล้ว และจะไม่มีการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครซ้ำอีก เพราะคุณสมบัติของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ นั้นถือเป็นคุณสมบัติเดียวกันกับสมาชิกสนช.อยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อเข้าสู่วาระการประชุมดังกล่าว จะใช้วิธีให้เจ้าหน้าที่ในห้องประชุมแจกบัตรลงคะแนนให้กับสมาชิกฯ ที่นั่งประจำที่ และให้สนช.ที่รับบัตร ลงนามรับบัตรลงคะแนน จากนั้นให้ทำเครื่องหมายเลือกสนช.ที่ต้องการให้เข้าไปทำหน้าที่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ห้องประชุมเพื่อนำเข้าสู่ระบบนับคะแนนอีกครั้ง นายสมชาย กล่าวด้วยว่าส่วนตัวจะลงคะแนนเลือกบุคคลให้ไปทำหน้าที่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ 5 คน โดยยึดหลักว่า เป็นผู้เคยยกร่างกฎหมาย, เคยเป็นผู้ใช้กฎหมาย, เป็นนักนิติศาสตร์ , เป็นนักรัฐศาสตร์ MThai News

ถ้านายแน่ ก็อย่าแพ้ค้อนธอร์! ในตย.พิเศษซับไทย จาก Avengers: Age of Ultron
Avengers 2 /  Avengers: Age of Ultron / 

หลังจากปล่อยตัวอย่างที่ทีท่าทีเคร่งขรึมซีเรียสไปก่อนหน้า และได้รับผลตอบรับที่ดี วิวพุ่งสุดๆ มาร์เวล สตูดิโอส์ และ ดิสนีย์ ไม่รอช้า ปล่อยตัวอย่างเวอร์ชั่นยาวพิเศษ (Extended Verison) ออกมาให้แฟนๆได้ชม ในช่วงการฉายของซีรีส์ Marvel’s Agent of S.H.I.E.L.D. ทางช่อง abc เมื่อเที่ยงตรงที่ผ่านมา ตามเวลาประเทศไทย และเพื่อไม่ให้เสียชื่อก๊วนฮีโร่ ที่มักจะมีมุมให้เราได้ฮาอยู่เสมอ แห่ง Avengers: Age of Ultron อเวนเจอร์ส: มหาศึกอัลตรอนถล่มโลก มาให้ชมกัน ด้วยการปะหัวด้วยฉากปาร์ตี้สบายๆ ของเหล่าฮีโร่ และกิจกรรมการแข่งยกค้อนมโยเนียร์ ของเทพเจ้าสายฟ้า ธอร์ ที่เจ้าตัวค่อนแคะว่า จะยกได้ นายต้องคู่ควรเท่านั้นนะเอ้อ มาตามดูกันดีกว่า ว่าเพื่อนพองเหล่าฮีโร่ของเราจะยกขึ้นรึเปล่า ไม่แน่นะคุณผู้ชม อาจมีเซอร์ไพรส์เกิดขึ้นก็ได้!   เตรียมติดตามความมันส์ระเบิดเมือง และแอบฮาเล็กๆสไตล์มาร์เวล ไปกับ Avengers: Age of Ultron อเวนเจอร์ส: มหาศึกอัลตรอนถล่มโลก ได้ในวันที่ 30 เม.ย. 2558 ทุกโรงภาพยนตร์ -----------------------------

ตร.แถลงยึดยาบ้า120,000เม็ดยาไอซ์1กก.
ข่าวล่าสุด /  ยาบ้า / 

"พล.ต.ท.เรืองศักดิ์" แถลงยึดยาบ้า จำนวน 120,000 เม็ด ยาไอซ์ 1 กก. ส่วนผู้ต้องหาหลบหนีไปได้ พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จริตเอก รักษาราชการแทนรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อม พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมเจ้าหน้าที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 9 แถลงยึดของกลางยาบ้า จำนวน 61 มัด จำนวน 120,000 เม็ด ยาไอซ์ 1 กก. จักรยานยนตร์ 1 คัน หลังตรวจยึดได้ที่ บี เอส อพาร์ตเมนต์ ห้องเลขที่ 204 แขวง/เขตบางแค กทม. พร้อมตั้งข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่า นายธีะศักดิ์ ทัดทัย และ น.ส.สมนึก เกตุตะคุ ร่วมกันค้ายาบ้าและยาไอซ์ อยู่ในห้องพักดังกล่าว จึงได้เฝ้าติดตาม จนเมื่อวันที่ 29 ต.ค. ที่ผ่าน นายธีระศักดิ์ ได้หลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ จึงได้เก็บหลักฐานและยึดของกลางภายในห้องพักเพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหาที่หลบหนีต่อไป ส่วน น.ส.สมนึก ซึ่งทำงานที่ห้างเดอะมอลล์ ไหวตัวทัน หลบหนีไปได้ ขณะที่ของกลางได้นำส่ง สน.เพชรเกษม ดำเนินคดีต่อไป

ด่วน! มติสปช. เคาะ 20 อรหันต์ ยกร่าง รธน.แล้ว
กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ /  กรรมาธิการ / 

ที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ มีมติเลือก 20 รายชื่อ ร่วมเป็น กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว วันนี้(29 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ล่าสุด เมื่อเวลา 18.30 น.ที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ได้คัดเลือกกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจำนวน 20 คนในสัดส่วนของสปช. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ประกอบด้วย 1.นายมานิจ สุขสมจิตร ด้านสื่อสารมวลชน 2.นายประชา เตรัตน์ สปช.ภาคกลางและภาคตะวันออก 3. นางถลิลวดี บุรีกุล ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน 4. นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา ด้านสังคม 5. นายเชิดชัย วงศ์เสรี สปช.ภาคใต้ 6. พลโท นคร สุขประเสริฐ สปช.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 7. พลเอกเลิศรัตน์ รัตนวานิช ด้านพลังงาน 8. นายชุมพล สุขมั่น สปช.ภาคเหนือ 9. นายวุฒิสาร ตันไชย ด้านการปกครองท้องถิ่น 10. นายคำนูณ สิทธิสมาน ด้านกฏหมายและกระบวนการยุติธรรม 11. นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ด้านการเมือง 12. นางทิชา ณ นคร ด้านการศีกษา 13. นางนรีวรรณ จินตกานนท์ ด้านเศรษฐกิจ 14. นายจรัส สุวรรณมาลา ด้านการปกครองท้องถิ่น 15. นายไพบูลย์ นิติตะวัน ด้านการเมือง 16. นายสุภัทรา นาคะผิว ด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม 17. นายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม 18. นายชูชัย ศุภวงศ์ ด้านการเมือง 19. พลโทนาวิน ดำริกาญจน์ ด้าน อื่นๆ 20. นายมีชัย วีระไวทยะ ด้านการศึกษา หลังจากนี้ สปช.จะต้องรอนำรายชื่อกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ทั้ง20คน ไปรวมกับกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่มาจากสัดส่วนของคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือ คสช. คณะรัฐมนตรี และสภานิติบัติญัติแห่งชาติ หรือ สนช. จากนั้นคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญทั้ง36คนก็จะดำเนินงานด้านการร่างกฏหมายรัฐธรรมนูญ ต่อไป MThai News ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เปิดรายชื่อ 31 แคนดิเดต กมธ.ยกร่าง รธน.สัดส่วน สปช.

แม่ค้าเก็บเงินแสนคืนผู้กำกับตม.สมุทรสาคร
ข่าวล่าสุด /  ผู้กำกับตม.สมุทรสาคร / 

สุดยอด! แม่ค้า วัย 39 ปี เก็บเงินแสนคืนผู้กำกับ ตม.สมุทรสาคร นางเพียรวิภา ใจพระวังค์ อายุ 39 ปี แม่ค้าก๋วยเตี๋ยว-ข้าวแกง ส่งมอบกระเป๋าสะพายสีดำบรรจุเงินสด109,500 บาท เอกสารสำคัญ และทรัพย์สินคืนให้กับ พ.ต.อ.โกวิท ม่วงนวล ผกก.ตม.สมุทรสาคร มี นางสาวไจตนย์ ศรีวังพล นายสกล ถาวรกาญจน์ ผู้บริหารสถานีฯ ร่วมเป็นสักขีพยาน โดย นางเพียรวิภา เล่าวว่า พบกระเป๋าสะพายสีดำวางอยู่บนเก้าอี้นั่งภายในร้าน ขณะเกิดเหตุคิดว่ากระเป๋าใบดังกล่าวเป็นเพียงกระเป๋าเอกสารธรรมดา และไม่ทราบว่าเจ้าของเป็นใคร จึงนำไปวางไว้ที่โต๊ะเพื่อรอเวลาให้เจ้าของกลับมาติดต่อขอรับคืน กระทั่งถึงเวลาปิดร้าน เก็บของเสร็จเรียบร้อย ก็ยังไม่พบใครมาติดต่อขอรับกระเป๋า จึงนำกระเป๋าเอกสารกลับบ้านพัก ระหว่างขับรถ ตนยกมือไหว้พระ ขออนุญาตเปิดกระเป๋าเพราะอยากรู้ว่าภายในมีอะไรบ้าง เมื่อเปิดกระเป๋าชั้นแรก ก็พบธนบัตรฉบับละ 1,000 บาทเป็นปึก คาดการณ์ด้วยสายตา เงินสดน่าจะประมาณ แสนกว่าบาท ตกใจมาก ไม่กล้ารื้อค้นกระเป๋าอีกจึงโทรศัพท์ไปหา นายพงษ์วิท สุวรรณพรม เพื่อน ซึ่งทำงานอยู่ที่บริษัท แกรมมี่ ก็ได้รับคำแนะนำและรีบนำกระเป๋าพร้อมเงินสดมาส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่สถานีวิทยุ สวพ.FM 91 เมื่อเวลา 21.30 น. วันเดียวกัน จากการตรวจนับเงินสดภายในกระเป๋าสะพาย พร้อมกับเจ้าหน้าที่สถานีฯ พบว่า มีเงินสด จำนวน 109,500 บาท นอกจากนี้ ยังมีเอกสารสำคัญ ซึ่งระบุชื่อ พ.ต.อ.โกวิท ด้าน พ.ต.อ.โกวิท กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุตนจอดรถลงไปซื้อโอวัลติล ที่ร้านขายก๋วยเตี๋ยว-ข้าวแกง ภายในซอยพระราม 9 ซอย 11 ระหว่างนั้นวางกระเป๋าสะพายไว้ที่โต๊ะนั่ง หลังจากได้เครื่องดื่มแล้วก็เดินกลับไปขึ้นรถแล้วขับรถออกไป กระทั่งเวลา 20.00 น. ขณะจะซื้อของภายในห้างสรรพสินค้า นึกได้ว่าลืมกระเป๋าไว้ที่ร้านก๋วยเตี๋ยว-ข้าวแกง แต่ก็คิดว่ามืดแล้วร้านคงปิด อีกทั้งจุดที่วางกระเป๋าไว้เป็นเก้าอี้ภายในร้านค้า หากมีลูกค้า หรือมีคนมานั่งรับประทานอาหาร อาจมีคนหยิบไปมากกว่า พร้อมขอขอบคุณ นางเพียรวิภา ที่ช่วยเก็บรักษากระเป๋า และพยายามติดตามเจ้าของเพื่อส่งคืน คิดถึงความรู้สึกของคนที่กำลังเดือดร้อน รู้สึกดีใจมากได้ที่รับข่าวดีจากทางสถานีวิทยุ สวพ.FM 91 ซึ่งประสานงานแจ้งให้ทราบว่า แม่ค้าใจดี นำกระเป๋าเข้ามาฝากประกาศตามหา ขอมอบเงิน จำนวน 20,000 บาท

ไอเอสบุกโจมตีคลังน้ำมัน-ก๊าซซีเรียจนท.ดับ30
ข่าววันนี้ /  โจมตีคลังน้ำมัน / 

กลุ่มสังเกตการณ์ รายงานว่า กลุ่มรัฐอิสลาม หรือ ไอเอส ได้บุกโจมตีแหล่งน้ำมันและก๊าซในซีเรีย ทำให้กองกำลังรัฐบาลและเจ้าหน้าที่เสียชีวิตอย่างน้อย 30 คน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มสังเกตการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในซีเรียรายงานว่า เหตุโจมตีดังกล่าวเริ่มขึ้นเมื่อคืนวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น และการสู้รบยังคงดำเนินต่อไปตลอดทั้งคืน ซึ่งกลุ่มติดอาวุธไอเอสเข้าครอบครองแหล่งน้ำมันได้บางส่วน ขณะที่มีนักรบถูกสังหารเช่นกันแต่ไม่ทราบจำนวน กลุ่มสังเกตการณ์ในซีเรียรายงานว่า การสู้รบปะทุขึ้นอีกครั้งบริเวณแหล่งน้ำมันเช้าวันพุธภายหลังสงบเงียบไปหลายชั่วโมง โดยสื่อในซีเรียรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากทั้งสองฝ่าย แต่ไม่ระบุตัวเลข

ชัยนาท แถลงภาพข้าวกล่องไม่เกี่ยวกับสโมสร ยันไม่เลือกปฏิบัติ
ชัยนาท /  ชัยนาท ฮอร์นบิล / 

หลังจากเป็นข่าวไปในช่วงเช้ากรณีภาพข้าวกล่อง พร้อมข้อความว่า “เฉพาะนักข่าวสยามกีฬาเท่านั้น” ซึ่งมีการกล่าวอ้างว่าภาพที่เกิดขึ้นเป็นภาพจากห้องรับรองสื่อมวลชนภายในสนามเขาพอง สเตเดี้ยม รังเหย้าของ นกใหญ่พิฆาต ชัยนาท ฮอร์นบิล ทว่าล่าสุด นกใหญ่พิฆาต ชัยนาท ฮอร์นบิล ได้ออกหนังสือแถลงการณ์เรื่องดังกล่าวว่า ภาพดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับสโมสร พร้อมระบุว่าให้ความสำคัญกับนักข่าวทุกสำนักเท่าเทียมกัน โดยมีนื้อความดังนี้ เรียน แฟนบอลและท่านสื่อมวลชนทุกท่าน เรื่อง ชี้แจงกรณีภาพข่าวที่ปรากฏในสังคมออนไลน์ จากกรณีที่มีภาพข่าว ระบุในเนื้อข่าวว่า ทางสโมสรฟุตบอลชัยนาท ฮอร์นบิล ปฏิบัติต่อสื่อกีฬาสำหนักหนึ่งด้วยความไม่เท่าเทียมในลักษณะที่เป็นการเลือกปฏิบัติ ทางสโมสรฟุตบอลชัยนาท ฮอร์นบิล ขอเรียนแจ้งไปยังสื่อมวลชนทุกสำนัก แฟนบอลชาวไทย รวมไปถึงผู้ที่ติดตามข่าวสารทุกท่านว่า ทางสโมสรรู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก และขอยืนยันว่า สโมสรมีการปฏิบัติกับสื่อทุกสำนักอย่างเท่าเทียม และมีความสัมพันธ์อันดีกับสื่อทุกสำนักตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุการณ์ที่สโมสรไม่เกี่ยวข้องแต่อย่างใด แต่เมื่อภาพดังกล่าวปรากฏขึ้นในสื่อสังคมออนไลน์ในวงกว้าง สโมสรชัยนาท ฮอร์นบิล จึงขอรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าว สโมสรฟุตบอลชัยนาท ฮอร์นบิล ไม่ต้องการเป็นหนึ่งชนวนแห่งความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในวงการฟุตบอลไทย และขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาฟุตบอลเชิงสร้างสรรค์ และขอยืนยันว่าสนามเขาพลองสเตเดี้ยมและสโมสรฟุตบอลชัยนาทฮอร์นบิล ยินดีต้อนรับสื่อมวลชนทุกสำนักอย่างเท่าเทียม จึงเรียนมาเพื่อทราบ นายอนุสรณ์ นาคาศัย ผู้จัดการทีม สโมสรชัยนาท ฮอร์นบิล

ตม.แม่สอดเข้ม!จับขอทานชายแดน9คน
ขอทาน /  ขอทานเด็ก / 

ตม.แม่สอด จัดระเบียบชายแดน จับขอทานเร่ร่อน 9 คน หวั่นทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยว นำตัวส่งบ้านพักเด็ก จ.ตาก พ.ต.อ. ดร.พงษ์นคร นครสันติภาพ ผู้กำกับการด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก(ด่านแม่สอด) ชายแดนไทย-พม่า อ.แม่สอด จ.ตาก ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ธีรศักดิ์ หอมมาก สารวัตรด่าน ตม.ตาก ร.ต.อ.ศุกภักษร เมฆเลื่อน รองสารวัตร พร้อม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจัดระเบียบสังคมชายแดนของ ด่าน ตม.ตาก (แม่สอด) ทำการตรวจค้น กวาดล้างจับกุมคนขอทานในพื้นที่ชายแดนแม่สอด ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ในการแก้ไขปัญหาขอทานที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว จับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งสิ้น 9 คนนั้น เป็นขอทานผู้ใหญ่ 3 คน และขอทานเด็ก 6 คน สอบสวนพบว่า เป็นการกระทำความผิดออกมาขอทานด้วยความสมัครใจ ไม่มีลักษณะการกระทำผิด ที่เป็นเครือข่ายการบังคับจ้างให้มาขอทาน หรือมีผู้คุ้มครองและได้รับผลประโยชน์จากการขอทานนี้แต่อย่างใด จึงทำเรื่องส่งตัวต่อไปยังบ้านพักเด็ก จ.ตาก เพื่อคุ้มครองสิทธิตามกฎหมายต่อไป  

กทม.จัดงานลอยกระทง ใต้สะพานพระราม 8
กทม. /  วันลอยกระทง / 

กทม. จัดงานลอยกระทง ใต้สะพานพระราม 8 ในวันที่  6 พ.ย. 57 ตั้งแต่เวลา 17.30 - 24.00 น. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานเทศกาลลอยกระทง โดย กทม.กำหนดจัดงานในวันที่  6 พ.ย. 57 ณ บริเวณสะพานพระราม 8 โดย มีกิจกรรมการส่งเสริมวัฒนธรรมอันดีงาม การประกวดกระทงประเภทสวยงามและประเภทความคิดสร้างสรรค์ และการออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน 50 เขต ตั้งแต่เวลา 17.30 - 24.00 น. MThai News

กรณ์ จวกรัฐทำงานล้มเหลว เหตุเอาผิดกิตติรัตน์ ไม่ได้
กรณ์ จาติกวณิช /  กิตติรัตน์ ณ ระนอง / 

อดีตรัฐมนตรีคลัง กรณ์ จาติกวณิช โพสต์ซัดรัฐบาลทำงานล้มเหลว หลังไม่ดำเนินคดีกับ กิตติรัตน์ ปมไม่จัดตั้ง กองทุนการออมแห่งชาติ ทั้งๆ ที่เป็นกฎหมายผ่านสภา แนะ คสช. ปรับปรุงกฎหมายใหม่หากมาตราใดมาตราหนึ่งเอาผิดผู้กระทำไม่ได้ วันนี้ (30 ต.ค. 57) นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว @Korn Chatikavanij วิพากษ์วิจารณ์การบริหารงานของรัฐบาลที่ล้มเหลว โดยเฉพาะการเอาผิดกับนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ไม่ได้ ภายหลังไม่ยอมดำเนินการจัดตั้งกองทุนการออมแห่งชาติ ทั้งๆ เป็นกฎหมายที่ผ่านสภาออกมาแล้ว ขณะเดียวกันได้ฝากถึง คสช. ว่า หากมาตรา 157 ใช้กับกรณีนี้ไม่ได้ ก็ควรมีการแก้ไขให้ใช้ได้เสีย ระบบรัฐล้มเหลว นิติบัญญัติออกกฎหมาย - ฝ่ายบริหารไม่ทำตาม - องค์กรอิสระไม่มีทางไป เรื่องนี่ยาวนิดนึง แต่มีผลต่อเราทุกคนครับ 1. ข้อเท็จจริง “รัฐสภา” สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ได้ออกกฎหมาย “กองทุนการออมแห่งชาติ” (กอช.) เพื่อเป็นเครื่องมือของรัฐในการส่งเสริมการออมให้กับประชาชนที่ไม่ได้อยู่ในระบบบำเหน็จบำนาญประมาณ 25 ล้านคน กฎหมายมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ต้นปี 2554 โดยผู้รักษาการกฎหมายคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กลางปี 2554 เปลี่ยนรัฐบาลเป็นรัฐบาลยิ่งลักษณ์ มีคุณธีระชัยและคุณกิตติรัตน์ มาเป็นรัฐมนตรีคลังตามลำดับ คุณธีระชัยอยู่ในตำแหน่งไม่นาน พอคุณกิตติรัตน์เข้ามาสานต่อก็ปฏิเสธที่จะดำเนินการจัดตั้ง กอช. ตามที่กฎหมายกำหนด การละเว้นโดยเจตนานี้พิสูจน์ได้จากบทสัมภาษณ์ จากการรายงานโดยข้าราชการ และจากการที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ไม่ได้จัดสรรงบประมาณตามกำหนดเพื่อจัดตั้งกองทุนตามบทบัญญัติของกฎหมาย กองทุนเพื่อส่งเสริมเงินออมของคนไทย 25 ล้านคนจึงเกิดไม่ได้ ทั้งหมดนี้คือความจงใจของฝ่ายบริหาร ที่จะไม่ทำตามกฎหมายของบ้านเมือง กฎหมายที่มาจากการลงคะแนนสนับสนุนโดยนักการเมืองจากทุกพรรค รวมไปถึงวุฒิสภา 2. คำถามสามข้อ คำถามข้อที่หนึ่ง ผมขอถามว่า ฝ่ายบริหารควรมีสิทธิ์หรือไม่ ในการที่จะเลือกว่าจะไม่ปฏิบัติตามกฎหมายฉบับที่ผ่านสภามาแล้ว ผมมั่นใจว่าทุก ๆ คนก็ต้องตอบว่า "ไม่มีสิทธิ์ !” รัฐบาลรวมถึงรัฐมนตรีทุกคนมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายทุกฉบับ มิเช่นนั้นยุ่งแน่ครับ หากละเลยก็จะกลายเป็นว่าฝ่ายบริหารเปรียบเป็นพระเจ้า นิติบัญญัติร่างกฎหมายไป ก็โดนปฏิเสธง่าย ๆ ด้วยการนิ่งเฉย กฎหมายไม่สามารถคุ้มครองสิทธิให้ใคร คำถามที่สอง ผมขอถามต่อว่า “เอาผิดเขาได้ไหม” เดิมทีผมก็คิดว่าน่าจะได้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ระบุว่า “ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาทหรือ ทั้งจำทั้งปรับ” คำถามที่สาม สรุปว่าเอาผิดอดีตรัฐมนตรีกิตติรัตน์ได้ไหม ไม่ได้ครับ เพราะ ป.ป.ช. ได้พิจารณาเรื่องนี้และมีมติ “ยกคำร้อง” โดยให้เหตุผลว่าคุณกิตติรัตน์ "ไม่มีเจตนาทำผิดทางอาญา และไม่ส่อไปในทางทุจริต หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่" (จากคำแถลงผลการประชุมกรรมการ ป.ป.ช. วันที่ 21 ตุลาคม) 3. ทางออก ที่ผมและพวกยื่นฟ้องคุณกิตติรัตน์ ไม่ใช่เพราะเราหวังร้ายต่อท่าน เราเพียงหวังว่าเราจะสามารถกระตุ้นให้ผู้เป็นรัฐมนตรีทำตามหน้าที่เท่านั้น ผมขอไม่เถียงกับ ป.ป.ช. ที่สำคัญคือข้อเท็จจริงที่วันนี้ประชาชน 25 ล้านคนเสียโอกาสที่จะได้รับจากการสมทบเงินออมของเขาจากรัฐบาล คนหาเช้ากินคํ่านับสิบล้านคนมีแต่หนี้ ไม่มีเงินออม ไม่มีหลักประกันชีวิตในวัยชรา ส.ส. จากทุกพรรคได้ช่วยกันออกกฎหมายนี้เพื่อช่วยแก้ปัญหา ประเด็นสำคัญคือเราจะทำอย่างไรให้กองทุนตามกฎหมายนี้กลับมาเดินหน้าได้ และเราจะทำอย่างไรไม่ให้ฝ่ายบริหารเลือกใช้อำนาจตามใจชอบแบบนี้อีก ผมไม่ขอพูดถึงเหตุผลของคุณกิตติรัตน์ที่ไม่ยอมทำตามหน้าที่ แต่ขอพูดเพียงว่า “กฎหมายคือกฎหมาย” ถ้าฝ่ายบริหารคิดว่ากฎหมายไม่ดี ก็ควรเสนอแก้กฎหมายในสภา ตอนนั้นคุณก็มีเสียงข้างมากอยู่แล้ว แต่เมื่อ ป.ป.ช. บอกว่าเราไม่สามารถเอาผิดฝ่ายบริหารที่มีพฤติกรรมแบบนี้ได้ ผมว่านี่คือความล้มเหลวของระบบการบริหารบ้านเมือง และถ้าเป็นเช่นนี้ผมก็ไม่รู้ว่าเราจะมานั่งเสียเวลาออกกฎหมายใหม่กันทำไม ถ้ารัฐบาลในอนาคตไม่ต้องทำตาม และ ป.ป.ช. ก็ยืนยันว่าเอาผิดเขาไม่ได้ ดังนั้นเมื่อ ป.ป.ช. ตีความกฎหมายอย่างนี้ เราจึงต้องขอฝากให้ คสช. และสภาปฏิรูปช่วยพิจารณาปัญหานี้ด้วยครับ ถ้ามาตรา 157 ใช้กับกรณีนี้ไม่ได้ ก็ควรแก้ให้ใช้ได้เสีย เพราะหากกฎหมายที่ผ่านสภาไร้ความหมาย หากอำนาจเท่านั้นที่จะเป็นตัวกำหนดว่าประชาชนมีสิทธิอะไรบ้าง เมื่อนั้น... ประเทศไทยคงไม่ใช่สังคมที่น่าอยู่ MThai news

สุดดราม่า!! เมียไล่ หอบลูกออกจากบ้านมีเงินติดตัวแค่ 17 บาท
ข่าวล่าสุด /  ชายอุ้มลูกหนี / 

สุดดราม่า!! ชีวิตหนุ่ม เมียไล่หอบลูกออกจากบ้านมีเงินติดตัวแค่ 17 บาท เมื่อวันที่ 29 ต.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยสว่างฯได้โพสต์ภาพชายวัยกลางคนท่านหึ่งกับลูกน้อย 2 คน นอนอยู่ในเต๊นท์ของโรงเจของสมาคมพุทธสมาคมสว่างรัตนตรัยธรรมสถานสระบุรี หรือ โรงเจสระบุรี พร้อมมีการระบุข้อความว่า ชายที่อยู่ในภาพทะเลาะกับภรรยาและถูกไล่ออกจากบ้านจึงอุ้มลูกเดินเร่ร่อนเนื่องจากไม่มีที่พักอาศัย ทางเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์กู้ภัยสว่างรัตนตรัยสระบุรีท่านหนึ่งเปิดเผยว่า พบชายคนดังกล่าวนำลูกน้อย 2 คน ใส่รถเข็นซาเล้งมีข้าวของมาด้วย ทราบว่าเป็นอุปกรณ์ทำน้ำเต้าหู้ 3คนพ่อลูกกำลังเดินเร่ร่อนจึงรับมานอนที่โรงเจสระบุรี จากการสอบถามข้อมูลเบื้องต้นกับชายที่อยู่ในภาพ ทราบชื่อคือ นายสุทิน (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี เป็นชาว จ.สระบุรี เผยว่า ก่อนหน้านี้เคยทำอาชีพทำก่อสร้าง ต่อมาได้มาทำปาท่องโก๋น้ำเต้าหู้ขาย อาศัยอยู่บ้านเช่าแห่งหนึ่งในตัวเมืองสระบุรี ซึ่งตนได้ทะเลาะกับภรรยาและถูกไล่ออกจากบ้าน จึงเกิดความน้อยเนื้อต่ำใจพาลลูกสาวคนโตวัย 1 ขวบเศษ และคนเล็กวัย 7 เดือนใส่รถเข็นเดินออกมา ไม่รู้จะทำอย่างไร ทั้งที่ตัวมีเงินติดตัวเพียง 17 บาทเท่านั้น เมื่อเรื่องดังกล่าวถูกเผยแพร่บนโลกสังคมออนไลน์ ผู้คนต่างนำข้าวของมาบริจาคให้ 3คนพ่อลูก ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีคนจากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นำหนูน้อยทั้ง 2 คนไปดูแล ส่วนคุณลุงหลังได้รับเงินจากการบริจาคก็ได้นำไปเป็นทุนในการขายปาท่องโก๋และน้ำเต้าหู้ขายต่อไป MThai News

รู้แล้ว! เหตุรถไฟขยี้ 'คัมรี่' GPS เป็นต้นเหตุ
GPS /  รถไฟขยี้คัมรี่ / 

เหตุรถไฟขยี้เก๋งคัมรี่สองสามี-ภรรยา ญาติ เชื่ออุบัติเหตุ ไม่ใช่ฆ่าตัวตาย คาดก่อนเกิดเหตุสลด จอดดู GPS เช็คเส้นทางแล้วลืมดูทางรถไฟ  จากเหตุรถไฟสายหัวหิน-กทม.ขยี้รถเก๋งคัมรี่ของนายวิทยา รัตนะ หน.ฝ่ายบริหาร รพ.นราธิวาสราชนครินทร์ และนางรชตวรรณ รัตนะ ภรรยา จนทำให้ไฟลุกไหม้เสียชีวติคาซากรถ 2 ศพ บริเวณจุดตัดทางรถไฟบ้านนาแค หมู่ 5 ต.ต้นมะม่วง อ.เมือง จ.เพชรบุรี เหตุเกิดเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยจนท.ตำรวจสงสัยว่าเจตนาฆ่าตัวตาย รถไฟชนเก๋งคัมรี่ เสียชีวิตสองศพ โดยจากการตรวจสอบภาพวงจรปิดของ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเพชรบุรี พบว่ารถเก๋งคัมรี่ขับมาจอดนานประมาณ 20 นาที แล้วเหยียบคันเร่งพุ่งให้รถไฟชน ก่อนไฟลุกท่วม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตั้งปมอาจเป็นการฆ่าตัวตาย หรืออุบัติเหตุ ความคืบหน้า วานนี้ (29 ต.ค.) นายวริช รัตนะ บุตรชายนายวิทยา และนางรจนวรรณ กล่าวถึงสาเหตุการเสียชีวิตของบิดา มารดาที่อาจเป็นการฆ่าตัวตายว่า ประเด็นนี้ไม่มีทางเป็นไปได้ ญาติพี่น้องและคนรู้จักทุกคนไม่มีใครเชื่อ เพราะบิดามารดาของตนตั้งใจไปร่วมงานแต่งงานที่ จ.ขอนแก่น โดยจะแวะรับลูกสาวอีกคน และเยี่ยมยายที่กรุงเทพฯ ก่อนเดินทางไป จ.ขอนแก่น ซึ่งปกติบิดามารดาเดินทางไปกรุงเทพฯ เป็นประจำ แต่วันเกิดเหตุต้องการแวะซื้อของฝากที่ตัวเมืองเพชรบุรี จึงขับออกนอกเส้นทางที่เคยขับปกติ ช่วงเที่ยงก่อนเกิดเหตุยังโทรศัพท์สอบถามเส้นทางจากคนอื่นๆ รวมถึงถามเพื่อนๆ ว่าต้องการของฝากอะไรหรือไม่ จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะฆ่าตัวตาย นายวริชกล่าวอีกว่า ในการเดินทางบิดามารดาจะมีไอแพดและGPSใช้หาเส้นทาง และจากภาพเหตุการณ์จะเห็นว่า เมื่อมาถึงทางรถไฟรถของบิดามารดาได้จอดเข้าข้างทาง และเปิดไฟกะพริบ ซึ่งเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากกำลังตั้งระบบGPSอยู่ และบริเวณที่เกิดเหตุยังไม่มีไม้กั้น และไม่มีสัญลักษณ์แจ้งเตือน เมื่อเห็นรถคันหน้าขับข้ามทางรถไฟไป ก็เป็นสัญชาตญาณของคนขับตามหลังที่ออกรถตามไปด้วย โดยที่บิดามารดาอาจไม่ทันได้สังเกตว่ามีรถไฟวิ่งมา ด้านร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองเพชรบุรี เจ้าของคดี ระบุว่า จากการสอบสวนคนในครอบครัวของผู้ตาย เบื้องต้นสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นอุบัติเหตุ ไม่ใช่การจงใจฆ่าตัวตาย เนื่องจากทางญาติพี่น้องยืนยันตรงกันว่าทั้ง 2 ไม่เคยมีปัญหาเรื่องการเงินหรือเรื่องใดๆ ความรักก็ปกติ ก่อนเกิดเหตุผู้ตายทั้ง 2 กำลังเดินทางไปร่วมงานแต่งงาน โดยออกเดินทางมาจากบ้านที่นราธิวาส มาพักค้างคืนที่ชุมพร 1 คืน ก่อนเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ระหว่างทางได้ติดต่อพูดคุยกับทางญาติตลอด คาดว่าทั้ง 2 คนน่าจะหลงทางและกำลังเปิดเครื่อง GPS นำทางพร้อมโทรศัพท์ติดต่อพูดคุยกับญาติตลอดเวลา ส่วนภาพวงจรปิดที่เห็นทั้ง 2 จอดรถนานผิดปกตินั้น ทางญาติยืนยันว่าทั้ง 2 กำลังเปิดเครื่อง GPS เพื่อหาเส้นทางเดินทางไปยังหาดเจ้าสำราญ เพื่อซื้อของฝากและวิ่งตามถนนเลียบชายทะเล กระทั่งมาเกิดเหตุน่าโศกเศร้าขึ้นดังกล่าว นอกจากนี้ พยานที่เห็นเหตุการณ์ดังกล่าวได้เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นนายวิทยา กำลังก้มๆ เงยๆ อยู่กับแท็บเล็ตในรถ ขณะที่จอดอยู่ข้างทาง ก่อนที่รถจะเคลื่อนตัวออกไปเพื่อข้ามทางรถไฟ จนกระทั่งรถไฟพุ่งชนท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ MThai News ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ญาติยัน2ผัวเมียรถไฟชนดับ ไม่ใช่ฆ่าตัวตาย รถไฟชนคัมรี่ ไฟลุกวอดทั้งคัน ดับสยอง 2 ศพ

ตัวแทน80ปท.ทั่วโลกลงนามตกลงBankingSecrecy
แบงกิ้ง ซีเคร็คซี

80 ประเทศทั่วโลกร่วมลงนามในข้อตกลง ยกเลิกมาตรการรักษาความลับของธนาคาร เพื่อป้องกันและปราบปรามการเลี่ยงภาษีจากการซุกซ่อนบัญชีลับนอกประเทศ สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ผู้แทนจากกว่า 80 ประเทศทั่วโลก ร่วมลงนามในข้อตกลงพหุภาคีระหว่างประเทศที่มีส่วนร่วม เพื่อยกเลิกข้อปฏิบัติความลับทางธนาคาร หรือ แบงกิ้ง ซีเคร็คซี โดยมีเป้าหมายเพื่อกวาดล้างการฉ้อโกงและการเลี่ยงภาษี ในการประชุมเวทีโลกด้านความโปร่งใสและการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านภาษี ซึ่งนายโวล์ฟกัง ชอยเบลอ รมว.กระทรวงการคลังเยอรมัน เป็นเจ้าภาพจัดขึ้นที่กรุงเบอร์ลิน เมื่อวันที่ 29 ต.ค. ข้อตกลงระบุให้รัฐบาลของแต่ละประเทศที่ร่วมลงนาม มีหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลและส่งต่อให้ประเทศอื่น โดยมีเป้าหมายว่า ทุกประเทศจะได้รับข้อมูลอย่างครบถ้วน เกี่ยวกับทรัพย์สินที่พลเมืองของตนถือครองอยู่นอกประเทศ โดย 51 ประเทศลงนามในข้อตกลง ซึ่งจะมีผลบังคับตั้งแต่เดือน ก.ย. 2560 ขณะที่อีก 30 ประเทศ ซึ่งรวมถึงออสเตรีย สวิตเซอร์แลนด์ บาฮามาส และยูเออีให้คำมั่นว่าจะเข้าร่วมตามเงื่อนไขของข้อตกลงดังกล่าวในปี 2561 ส่วนสหรัฐไม่ลงนามในข้อตกลงนี้ แต่เลือกที่จะดำเนินการแลกเปลี่ยนข้อมูลในระดับทวิภาคีแทน เช่นเดียวกับเงื่อนไขเฉพาะที่แต่ละประเทศกำหนดขึ้น เช่นสวิตเซอร์แลนด์ที่ระบุว่า จะแลกเปลี่ยนข้อมูลเฉพาะกับประเทศที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของตนเท่านั้น จึงอาจส่งผลให้ผู้ร่ำรวยจากประเทศที่ยากจนหลุดพ้นการตรวจสอบไปได้ นอกจากนี้ อาจมีคนบางกลุ่มอาศัยบริษัทหรือมูลนิธิเป็นฉากหน้า ซึ่งบัญชีเหล่านี้มักไม่อยู่ในกลุ่มเป้าหมายของการตรวจสอบ

เยาวชนไทยเจ๋ง คว้า 7 เหรียญทอง แข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียน
การศึกษา /  เยาวชนไทย / 

สุดยอด! เยาวชนไทยเจ๋ง คว้า 7 เหรียญทอง แข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 10 ณ กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม สร้างชื่อเสียงให้กับคนไทยกันอีกแล้วจ๊ะ...ขอปรบมือให้ดังๆ เลย เยาวชนไทยเจ๋ง คว้า 7 เหรียญทอง แข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียน โดยน้องๆ คณะเยาวชนไทย จำนวน 41 คน ได้เดินทางไปเข้าร่วมแข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 10 ณ กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ระหว่างวันที่ 23-28 ตุลาคม 2557 ที่ผ่านมา ม.ล.ปุณฑริก สมิติ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวว่า การแข่งขันในครั้งนี้ ไทยได้ส่งเยาวชนเข้าร่วมทำการแข่งขันใน 21 สาขาจากทั้งหมด 25 สาขา และสามารถทำผลงานได้อย่างดี คว้าเหรียญรางวัลมาทั้งสิ้น 21 รางวัล แยกเป็น 7 เหรียญทอง ใน 6 สาขา ประกอบด้วย 1. นายธวัชชัย เมืองมูล และ นายจักรพงษ์ หมื่นแสน จากสาขา แมคคาทรอนิกส์  มทร.ล้านนา ภาคพายัพ เชียงใหม่ 2. น.ส.ยุวะดี สนิทพจน์ จากสาขาแต่งผม  โรงเรียนเสริมสวยเกศศิริ พัทยา นานาชาติ 3. นายธงไชย งามสมสุข จากสาขาปูกระเบื้อง วิทยาลัยเทคโนโลยีบุญถาวร 4. นายดนัยกานต์ ศรีสุข จากสาขาบริการอาหารและเครื่องดื่ม  ม.ศิลปกร วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี 5. นายศุภรัตน์ รัตนพันธ์ จากสาขาเทคโนโลยีงานเชื่อม สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 5 นครราชสีมา 6. นายสุระพงศ์ ดวงลีลา จากสาขาเขียนแบบและออกแบบเครื่องกลด้วยคอมพิวเตอร์ มทร.ล้านนา ลำปาง สำหรับเหรียญเงิน 1 เหรียญ คือ นายศิริศักดิ์ สวิหนิ สาขาเทคโนโลยีสายเครือข่าย เหรียญทองแดง 5 เหรียญจาก 4 สาขา ได้แก่ 1. นายทัตพงศ์ พรมพิงค์ สาขาบริการอาหารและเครื่องดื่ม 2. น.ส.สุนิสา ชัยฤทธิ์ สาขากราฟิกดีไซน์ 3. นายชัยพร สมบูรณ์ชัย และ นายมงคล เทพวรรณ สาขาเทคโนโลยีหุ่นยนต์ชนิดเคลื่อนที่ 4. นายจักรกริช เนียมอาภา สาขาเทคโนโลยีงานเชื่อม และประกาศนียบัตรฝีมือยอดเยี่ยม (รางวัลชมเชย) 12 ใบ ได้แก่ น.ส.วัชรพร ศุภผลา สาขาแต่งผม, นายสุรชัย บุญส่ง สาขาเทคโนโลยียานยนต์, นายอภิวัฒน์ ทาคำห่อ สาขาแฟชั่นเทคโนโลยี, นายณัฐวุฒิ ผลทำมา สาขาท่อและสุขภัณฑ์, นายชาญณรงค์ พรพันธุ์สกุล สาขาก่ออิฐ, นายรักษิต บานใจ สาขาก่ออิฐ, นายชวิน อิงชาติเจริญพร สาขาเว็บดีไซน์, นายณัฐภณ นพวรรณ สาขากราฟิกดีไซน์, นายปณชัย ศรีพิมาน สาขาเทคโนโลยีระบบทำความเย็น, นายหัสพงศ์ เมธีวัชระนาภรณ์ สาขาประกอบอาหาร, นายธีรชัย นันธิษา สาขาประกอบอาหาร, นายธงชัย ดอนจันทร์เขียว สาขาการออกแบบและเขียนแบบเครื่องกลด้วยคอมพิวเตอร์ โดยมีผู้เข้าแข่งขันในอาเซียนรวม 10 ประเทศ 283 คน ลำดับที่ 1 คือ ประเทศเวียดนาม รองลงมา อินโดนีเซีย และ มาเลเซีย ซึ่งไทยอยู่ในลำดับที่ 4 ของการแข่งขัน  นอกจากนี้เยาวชนที่เข้าร่วมการแข่งขันทั้ง 41 คน จะได้ไปอบรมพัฒนาฝีมือเพิ่ม ก่อนคัดเลือกให้เหลือ 20 คน เพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติ (WorldSkills) ครั้งที่ 43 ที่ประเทศบราซิลในปี 2559  ทั้งนี้ ทางกรมพัฒนาฝีมือแรงงานเตรียมมอบเงินรางวัลให้เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจโดย เหรียญทองจะได้รับ 150,000บาท เหรียญเงิน 75,000บาท เหรียญทองแดง 40,000 บาทและประกาศนียบัตรฝีมือยอดเยี่ยม 20,000 บาทอีกด้วย Cr. thairath, nationtv

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

สุขุมพันธุ์ /  ลอยกระทง / 

"สุขุมพันธุ์" สัมภาษณ์ คุมเข้มลอยกระทง

บุกสภา! 14 องค์กร ร้อง สนช.ชะลอร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม
ประกันสังคม /  พ.ร.บ.ประกันสังคม / 

เครือข่ายประกันสังคม 14 องค์กร ยื่นหนังสื่อถึง สนช.เพื่อขอให้ชะลอการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม วันนี้ (30 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครือข่ายประกันสังคมเพื่อคนทำงาน 14 องค์กร ประกอบด้วย คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย , องค์การแรงงานแห่งประเทศไทย , สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ , มูลนิธิเพื่อนหญิง , สมาคมเครือข่ายแรงงานนอกระบบแห่งประเทศไทย ได้รวมตัวเพื่อยื่นหนังสือต่อ สภานิติบัญญัติ (สนช.) เพื่อเรียกร้องชะลอลงมติรับหลักการร่างพ.ร.บ.ประกันสังคม โดยมี นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองปธ.สนช.คนที่ 1 รับหนังสือ ทั้งนี้เครือข่ายได้ขอให้ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ แต่งตั้งอนุกรรมการหรือคณะทำงานสนับสนุนกระบวนการปฏิรูปด้านแรงงานและประกันสังคม ที่ประกอบด้วย ผู้แทน ผู้ประกันตัว ฝ่ายนายจ้าง และหน่วยงานหรือองค์กรที่เกี่ยวข้อง เพื่อปรับปรุงกฎหมายให้รอบด้านกว่าปัจจุบัน MThai News

ผบ.ตร. สั่งเอาผิด 'เจ้าของเพจดัง' กุข่าวแพะคดีเกาะเต่า
คดีเกาะเต่า /  ตรวจดีเอ็นเอ / 

ผู้ใหญ่วอ นำ ลูกชาย ตรวจดีเอ็นเอกับทีมแพทย์ 4 สถาบันต่อหน้าสื่อ แสดงความบริสุทธิ์ คดีเกาะเต่า ด้าน ผบ.ตร. สั่ง ปอท.เอาผิด เจ้าของเพจผู้โพสต์ข้อความพร้อม เตือนผู้ที่ส่งต่อมีความผิดเท่ากับผู้โพสต์ วันนี้(30 ต.ค.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจตำรวจแห่งชาต พร้อมด้วย นายวรพันธุ์ ตู้วิเชียร หรือ ผู้ใหญ่วอ เจ้าของร้าน เอซี บาร์ และ นายวรท ตู้วิเชียร บุตรชาย ซึ่งตกเป็นผู้เสียหายทางสังคมออนไลน์ว่าเป็นผู้มีอิทธิพลและเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ บนเกาะเต่า อ.เกาะพงัน จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 15 กันยายน ที่ผ่านมา ร่วมแถลงข่าว พื่อต้องการแสดงความบริสุทธิ์ใจและชี้แจงกับสังคม เนื่องจากคดีนี้เกิดขึ้นได้ส่งผลกระทบกับครอบครัว รวมถึงส่งผลต่อภาพลักษณ์อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่าในวันนี้มีทีมแพทย์จาก 4 สถาบัน ประกอบด้วยสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลศิริราช และโรงพยาบาลรามาธิบดี มาเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอโดยมีการเจาะเลือดและเก็บเนื้อเยื่อในกระพุ้งแก้ม เพื่อนำไปตรวจพิสูจน์เปรียบเทียบดีเอ็นเอกับวัตถุพยาน เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจไม่เกี่ยวข้องกับสำนวนการสอบสวนเนื่องจากสำนวนอยู่ในชั้นอัยการ คาดว่าจะทราบผลภายใน24ชั่วโมง ซึ่งที่ผ่านมาไม่ได้ตรวจดีเอ็นเอนายวรท เนื่องจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์ทราบว่าไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุจึงไม่ได้สอบสวนและตรวจพิสูจน์ ด้านนายวรพันธ์ กล่าวว่าที่ผ่านมาบางเพจลงข้อมูลเกินความเป็นจริงทำให้ครอบครัวได้รับผลกระทบ รวมถึงการท่องเที่ยวในเกาะเต่ารวมถึงประเทศชาติ หากต้องการความจริงมีขั้นตอนในการตรวจสอบอยู่หรือสามารถโทรสอบถามที่ตนเองได้ ที่ผ่านมาให้ความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตลอด ไม่ทราบเจตนาของผู้ที่พยายามโจมตี ส่วนการฟ้องร้องได้มอบหมายให้ทีมทนายความไปดำเนินการ ขณะที่ นายวรท บอกว่า รู้สึกเสียใจที่คนไทยไปเชื่อบุคคลที่ไม่มีตัวตน ไม่มีใครเข้ามาถามความจริงกับตน มีเพียงแค่เพื่อนสนิทเท่านั้น และขณะนี้ พล.ต.อ.สมยศ ได้สั่งให้ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือบก. ปอท. ไปดำเนินการตรวจสอบเจ้าของเพจผู้โพสต์ข้อความและผู้ที่ส่งต่อข้อความ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ทราบถึงเป้าหมายของผู้กระทำว่ามีเจตนาเพื่อมุ่งให้มีกาลดความน่าเชื่อถือ ของการทำงานของตำรวจ ผบ.ตร.,สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึงรัฐบาล โดยเตรียมดำเนินคดีกับเจ้าของเพจ ซึ่งทางตำรวจทราบแล้วว่าใครเป็นเจ้าของ พร้อมเตือนผู้ที่ส่งต่อข้อความว่ามีความผิดเท่ากับผู้โพสต์ ทั้งยังได้ฝากไปถึงประชาชน องค์กร หรือ สถาบันต่างๆที่นิยมเอากระแสจากสื่อสังคมออนไลน์มาใช้ในการสร้างภาพลักษณ์ ควรคำนึงถึงสิทธิของผู้อื่นภายใต้ขอบเขตของกฎหมายด้วย อย่างไรก็ตามสำหรับกรณีที่สองผู้ต้องหาชาวเมียนมาร์ได้ร้องขอให้มีการตรวจดีเอ็นเอซ้ำอีกครั้งเป็นดุลยพินิจของอัยการพร้อมยืนยันกับสื่อว่าไม่มีการจับแพะและซ้อมทรมานผู้ต้องหา MThai News

หนุ่มใหญ่ไต้หวันหึงจัด ตัดหู จมูก ปาก แฟนสาวทิ้งลงชักโครก
ตักจมูก /  ตักปาก / 

หนุ่มใหญ่จอมทมิฬ ชาวไต้หวัน ก่อเหตุตัดจมูก ปาก หู แฟนสาว เหตุหึงหวงฝ่ายหญิง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมนาย หวาง วัย 79 ปี ในไต้หวัน หลังจากที่เขาตัด จมูก หู และปาก ของแฟนสาวของเขา ทิ้งลงชักโครก ด้วยสาเหตุมาจากความหึงหวง เพราะระแคะระคายว่าแฟนของเขาจะไปมีความสัมพันธ์กับชายอีกคนหนึ่ง จากรายงานเขาใช้เชือกมัดมือ เท้า ของเธอ และทำการตัดอวัยวะต่างๆบนใบหน้า ตั้งแต่ หู ปาก และจมูกของเธอ ซึ่งเมื่อเหยื่อกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด คนร้ายใช้ผ้าขนหนูยัดปาก หลังจากนั้นเขาได้ทิ้งอวัยวะที่ตัดออกลงในชักโครก และเป็นคนโทรเรียกรถพยาบาลในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตาม ตำรวเผยต่อสำนักข่าวกลาง ว่าก่อนหน้านี้ทั้งคู่ทะเลาะกันบ่อยครั้ง แต่คนร้ายดูมีนิสัยที่ค่อนข้างหึงหวงฝ่ายหญิงอย่างมาก ก่อนหน้านี้ เขาเคยเขียนจดหมายขู่เธอว่าจะมีเรื่องราวเลวร้ายเกิดขึ้นแน่ หากเธอนอกใจเขา Mthai News

'แค่สวยหล่อก็เป็นข่าว' กลอนจากพี่คนดี จิกกัดสื่อมวลชน
กลอน /  น้องม็อบ / 

'แค่สวยหล่อก็เป็นข่าว' กลอนจากพี่คนดี จิกกัดสื่อมวลชนไทย  วันนี้(30 ต.ค.) จากกรณีช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาสื่อมวลชนหลายสำนักนำเสนอข่าวเกี่ยวกับวินมอเตอร์ไซค์หล่อ ซึ่งต่อมาพบว่าไม่ใช่วินมอเตอร์ไซค์จริงๆแต่เป็นเพียงหนุ่มหน้าตีมาสวมเสื้อวินเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีกระแส น้องม็อบ แม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวสวย แม่ค้าหวยหน้าตาดี ที่ถูกแชร์บนโลกออนไลน์ว่าเป็นสิ่งแปลกใหม่และน่าสนใจ ล่าสุดแฟนเพจ P.khondee(พี่คนดี กวีสมัครเล่น) ซึ่งเป็นเพจเฟซบุ๊คที่มักโพสต์กลอนและข้อความเตือนใจคนบนโลกออนไลน์ ได้มีการเผยแพร่กลอนชื่อ แค่สวยหล่อ ก็เป็นข่าว วิพากษ์วิจารณ์จิกกัดการทำงานของสื่อมวลชนไทย โดยระบุว่า "....เห็นยามหล่อ   วินหล่อ   ก็ตื่นเต้น เห็นเด็กเสิร์ฟ    งามเด่น   ต้องสืบสาว พ่อค้าหล่อ        แม่ค้า     ขนตายาว แค่นี้ก็               เป็นข่าว     หรือสื่อไทย ที่สุดท้าย    บ้างก็กลาย    เป็นนายแบบ รู้สึกแสบ     แปลบแปลบ   กันบ้างไหม เห็นหล่อสวย  ชวนหลง      ก็ลงไป พอรู้ว่า            ไม่ใช่          ลงอีกที แชร์เล่นเล่น   ขำขำ           ก็ทำได้ แต่ต้องเป็น     ข่าวใหญ่     ไหมลูกพี่ ช่วงหลังหลัง    มีมากมาย    หลายกรณี ข่าวเป็นข่าว     กว่านี้         มีไหมเธอ ถ้าชอบลง    ข่าวแซ่บ        เป็นแท็บลอยด์ ถ้าลงข่าว     โคมลอย        อยู่เสมอ อย่าติดชื่อ      สื่อมวลชน    ให้คนเบลอ เพราะเวิ่นเว้อ    มากไป     ชักไม่งาม แค่อ้างว่า      แชร์ลั่น         สนั่นเน็ต ก็กลายเป็น   ข่าวเด็ด       หรือขอถาม อาจมีเด็ก      มากมาย     อยากถ่ายตาม ใส่ชุดยาม     ชุดแท็กซี่     เผื่อมีดัง...." P.khondee(พี่คนดี กวีสมัครเล่น) MThai News บทความที่เกี่ยวข้อง ห๊า!!! น้องม็อบ แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวสุดฮอต ยอมรับเป็นสาวประเภทสอง แค่หล่อก็ดังได้ หนุ่มหล่อในเครื่องแบบ ที... แค่หล่อก็ดังได้ หนุ่มหล่อในเครื่องแบบ ที... 10 หมอหล่อ แห่งวงการแพทย์ หมอหล่อในวงการแพทย์ ก็เรียกได้ว่าหล่อระด... ช่างตัดผมหล่อ หุ่นแซ่บกระชากใจ เก้ง กวาง... ช่างตัดผมหล่อ หุ่นแซ่บกระชากใจ เก้ง กวาง... หมอฟันหล่อ จากเกาหลี คนแห่กดติดตาม IG จน... หมอฟันหล่อ จากเกาหลี คนแห่กดติดตาม IG จน... พ่อค้าเขียงหมู ที่จริงนายแบบฟิลิปปินส์ เ... พ่อค้าเขียงหมู ประวัตินายแบบหนุ่ม Luis A... ทหารหล่อบอกด้วย เทรนด์ฮิตโซเชียลกับสถานก... ทหารหล่อบอกด้วย เทรนด์ฮิตโซเชียลกับสถานก... รวม 10 นักบอลถอดเสื้อ หุ่นเฟิร์มหล่อแซ่บ... รวม 10 นักบอลถอดเสื้อ หุ่นเฟิร์มหล่อแซ่บ...