นักมวยปล่ำ

แสกหน้าตาหวาน!! แลมเบิร์ต เปิดซิงเหมา2ตุงอุ่นเครื่องมวยโลก
บริสตอล โรเวอร์ส /  ริคกี้ แลมเบิร์ต / 

ริคกี้ แลมเบิร์ต ศูนย์หน้าตัวใหม่แกะกล่องของ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน โชว์ฟอร์ตอบแทนต้นสังกัดใหม่ที่เพิ่งจัดการคว้าตัวเขามาร่วมทัพในไม่กี่ชั่วโมงหลังเปิดตัวกันไปสดๆร้อนๆด้วยการ ตะบัน 2 ตุงช่วยทัพ "มวยโลก" ถล่มแหลก บริสตอล โรเวอร์ส ไปแบบขาดกระจุย 4-0 ในแมตช์กระชับมิตร โดยเกมอุ่นเครื่องดังกล่าว หอกร่างโย่งเลือดผู้ดีวัย 33 ปี ตะบันประตูแรกได้ในนาที 23 ก่อนจะมาบวกเม็ดที่สองให้กับตัวเองในนาที 46 หลังย้ายมาจาก ลิเวอร์พูล ด้วยเม็ดเงิน 3 ล้านปอนด์ เซ็นสัญญากันเป็นระยะเวลา 2 ปี ทั้งนี้ตลอดซีซั่นที่ผ่านมา(2014/15) ริคกี้ แลมเบิร์ต พังตาข่ายช่วย "หงส์แดง" ทุกรายการได้เพียง 3 ประตู ตลอดการลงเล่นทั้งฤดูกาล 36 นัด

Devil Mask จอมทัพทมิฬ เพิ่มระบบเกมส์-ดันเจี้ยนแห่งใหม่ๆ
Devil Mask จอมทัพทมิฬ /  เกมส์มือถือ

เกมส์มือถือ Devil Mask จอมทัพทมิฬ (facebook.com/th.llw) ทำการอัพเดตแพทซ์ใหม่ เพิ่มระบบการเล่นเกมส์และดันเจี้ยนแห่งใหม่ๆ อัพเดตแล้ววันนี้ 1.ระบบคู่มือโล่ป้องกัน : ฟังก์ชั่นนี้จะเปิดใช้งานเมื่อตัวละครของผู้เล่นอยู่ในระดับ LV.63 เป็นต้นไป ซึ่งคู่มือโล่ป้องกันจะมีทั้งหมด 11 โล่ เมื่อแต่ละโล่อัพดาวจนเต็มจะเลื่อนเป็นโล่ขั้นถัดไป ในการอัพเลเวลดาวของโล่ ผู้เล่นจะต้องใช้ไอเทมแร่ควอทซ์เพื่อช่วยในการอัพเลเวล ในขณะอัพดาวโล่ จะสุ่มได้รับค่าเติบโต 1-3 แต้ม เมื่อสะสมค่าเติบโตจนเต็มจะอัพดาวสำเร็จค่าค่าสเตตัสและพลังต่อสู้ของผู้เล่นก็จะเพิ่มสูงขึ้น 2.ระบบสกัดดาร์คโกลด์ : ฟังก์ชั่นนี้จะเปิดใช้งานเมื่อตัวละครของผู้เล่นอยู่ในระดับ LV.75 เป็นต้นไป ผู้เล่นสามารถนำยุทธภัณฑ์ดาร์คโกลด์มาดำเนินการสกัดดาร์คโกลด์ได้ โดยการสกัดจะต้องใช้กินแสงจันทร์ ในการช่วยเหลือ ในการสกัดยุทธภัณฑ์แต่ละชิ้น จะสามารถสกัดได้สูงสุดถึง  LV.10 เมื่อสกัดสำเร็จจะช่วยเพิ่มสเตตัสที่เกี่ยวข้องให้แก่ยุทธภัณฑ์ รวมถึงเพิ่มพลังต่อสู้ให้แก่ผู้เล่นอีกด้วย 3.ดันเจี้ยนดาร์คโกลด์ : ฟังก์ชั่นนี้จะเปิดใช้งานเมื่อตัวละครของผู้เล่นอยู่ในระดับ LV.75 เป็นต้นไป สำหรับดันเจี้ยนนี้เป็นดันเจี้ยนเดี่ยว มีเวลาจำกัดเพียง 5 นาที หากภายใน 5 นาทีนี้ ไม่สามารถกำจัดมอนสเตอร์ได้ทั้งหมด หรือถูกฆ่าตาย ภารกิจล้มเหลว ผู้เล่นจะถูกขับออกจากดันเจี้ยน แต่หากสามารถดำเนินภารกิจเสร็จสิ้นได้ตามเงื่อนไขผู้เล่นจะได้รับห่อหินแสงจันทร์ และหินเสริมแกร่งขั้นสูง สำหรับดันเจี้ยนนี้ผู้เล่นจะสามารถเข้าร่วมได้เพียงวันละ 1 ครั้งเท่านั้น นอกจากฟังก์ชั่นใหม่ๆที่เพิ่มเข้ามาแล้ว ยังมีกิจกรรมสนุกๆรับวันหยุดที่จะให้ผู้เล่นได้ร่วมสนุกกันแบบไม่เบื่อ กับกิจกรรมวันอาสาฬหบูชา ที่จะจัดขึ้นในวัน อังคาร ที่ 28 ก.ค.จนถึงวัน อาทิตย์ ที่ 2 ส.ค. 2558 นี้เท่านั้น กิจกรรมมันส์ๆรางวัลเพียบ อาทิเช่น กิจกรรมล็อคอินประวัน ล็อคอินสะสม ล่าสมบัติหอคอย ยิงประตู โถรวมสมบัติ ยิงลูกโป่ง อันดับจุดเทียน เทศกาล Boss เป็นต้น

ไร้ที่ยืน! เกรียนโอ้ หมดอนาคตหลังร็อดเจอร์สแจงชัด
ตลาดซื้อขายนักเตะ /  พรีเมียร์ลีก / 

น่าจะหมดอนาคตกับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล อย่างเป็นทางการแล้วสำรับ เกรียนโอ้ มาริโอ บาโลเตเลลี่ ดาวยิงชาวอิตาเลี่ยน ที่โดน เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ตัดชื่อออกจากการอุ่นเครื่องปรีซีซั่นจนเกลี้ยง เดลี่มิเรอร์สื่อดังในแดนผู้ดีรายงานว่า ดาวยิงทีมชาติอิตาลี ถูก เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือของทีมเรียกไปคุยเป็นการส่วนตัว ว่าจะไม่อยู่ในแผนการทำทีมอีกแล้ว หลังจากก่อนหน้านี้ ก็ถูกตัดชื่อออกจากการมาทัวร์ปรีซีซั่นที่ประเทศไทย,ออสเตรเลีย, มาเลเซีย และ ฮ่องกง รวมไปถึง ในนัดที่จะไปทัวร์ฟินแลนด์ เพื่อลงสนามกับ เอชเจเค เฮลซิงกิ และกลับมาลงสนามกับ สวีนดอน ทาวน์ โดยดาวยิงค่าตัว 16 ล้านปอนด์ ที่ทำประตูให้ทีในลีกได้แค่ 1 ลูกตลอดทั้งซีซั่น ที่ผ่านมาได้ร่วมฝึกซ้อมกับสองแข้งที่น่าจะโดนโละออกจากทีมอย่าง ฟาบิโอ บอรินี่ และ โฮเซ่ เอ็นริเก้ หลังถูกตัดชื่อออกจากทีมที่ออกทัวร์ก่อนถูกเรียกไปบอกข่าวร้ายในที่สุด

แต่ไม่ใช่ผี? ซลาตัน ยันย้ายทีมครั้งหน้าเซอร์ไพรซ์แน่
ข่าวย้ายทีม /  ซลาตัน อิบราฮิโมวิช / 

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าจอมฮ็อตของ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ที่กำลังตกเป็นข่าวกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยืนยันว่าการย้ายทีมในครั้งหน้าของเขาจะต้องสร้างความประหลาดใจแน่นอน ลือกันว่า ซลาตัน ที่เหลือสัญญาปีสุดท้ายกับ เปแอชเช กำลังถูกทีมปีศาจแดงตามจีบอย่างหนักแม้เจ้าตัวจะยืนยันว่ามีความสุขดีกับต้นสังกัด อย่างไรก็ตามดาวเตะชาวสวีเดนรายนี้เชื่อว่าการย้ายทีมในครั้งหน้าของเขาจะต้องสร้างความฮือฮาแน่นอน ซลาตัน บอกว่า "ที่ที่ผมจะไปในครั้งหน้าต้องเซอร์ไพรซ์แน่นอน มันต้องน่าแปลกใจสุดๆ" "ผมยังมีความสุขกับ เปแอชเช คุณไม่เห็นมันในสนามเหรอ? ผมยังมีสัญญาอีกปีและผมแฮปปี้ดี"

ไพบูลย์ยัน พร้อมรับมือสหรัฐฯ คว่ำบาตรแล้ว
คว่ำบาตร /  พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา / 

"พล.อ.ไพบูลย์" รับ นายกฯ เตรียมรับมือการคว่ำบาตรจาก เทียร์ 3 แล้ว มั่นใจปรับ ครม. เรียกคืนความเชื่อมั่นได้ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และสมาชิกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ภายหลังจากที่ สหรัฐอเมริกา ยังคงอันดับการแก้ปัญหาค้ามนุษย์ของไทย ที่ เทียร์ 3 นั้น ไทย จะต้องเร่งดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องต่อไปตามแผนเดิม และต้องทำให้ประชาชน รับรู้ เข้าใจในสิ่งที่รัฐบาล ได้ดำเนินการแก้ไขไปแล้ว อย่างไรบ้าง เพราะจากรายงานดังกล่าว ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง ซึ่งสื่อต่างประเทศ ก็วิจารณ์เช่นกัน แต่ยอมรับกังวลกับมาตรการอื่น ๆ ที่สหรัฐฯ จะพิจารณา ในอีก 90 วัน และรัฐบาลได้พยายามหาทางรับมือแล้วเพื่อป้องกันไม่ให้กระทบ หรือมีปัญหาเป็นวงกว้างต่อระบบเศรษฐกิจ พร้อมกันนี้ พล.อ.ไพบูลย์ ยังกล่าวถึงเรื่องของการปรับคณะรัฐมนตรี ว่า เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี โดยส่วนตัวไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่ง พร้อมรับการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี และมั่นใจว่า หากมีการปรับแล้วจะสามารถเรียกความเชื่อมั่นได้อย่างแน่นอน ส่วนเรื่องการติดตามการปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญได้มีการหารือกันแล้ว โดยเฉพาะในเรื่องของกรอบเวลาว่า หากมีรัฐธรรมนูญแล้ว จะมีการเลือกตั้ง ในช่วงเดือน ส.ค. - ก.ย. ปีหน้า แต่ทั้งหมดต้องรอให้ สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ลงมติร่างรัฐธรรมนูญก่อน

ฉายแววสะใภ้! มาร์กี้ ช่วยธุรกิจสปาแม่ ป๊อก
มาร์กี้ ราศรี /  มาร์กี้ ป๊อก / 

เรียกว่าคู่นี้กำลังไปได้สวยเลยทีเดียวหลัง อาภัสรา หงสกุล ยกธุรกิจสปาให้ลูกชาย ป๊อก ภัสสรกรณ์ ดูแล เลยไม่พลาดที่จะควงคนพิเศษอย่างสาว มาร์กี้ ราศรี มาร่วมดูแลธุรกิจไปด้วยกัน ล่าสุดเจอตัวในงาน EMQUARTIER WORLD WATCH 2015 เผยมีโอกาสไปช่วยงานธุรกิจสปาจริง ตอนนี้ดูแลในส่วนพีอาร์และตกแต่งร้าน กับป๊อกช่วงนี้เจอกันน้อย แต่ถ้ามีเวลาว่างหลังเลิกงานก็จะชวนไปทานข้าวดูหนังบ้าง ยิ้มแฟนคลับตั้งแฟนเพจคู่โวมีคนรักดีกว่ามีคนเกียด แย้มแพลนทริปสวีตต่างประเทศเร็วๆนี้ "กับธุรกิจสปา พอดีเรามีโอกาสไปช่วยคุณอาภัสราค่ะพอดีคุณอาให้ป๊อกทำ เราจะดูแลในส่วนพีอาร์และการตกแต่งภายในร้าน เป็นโอกาสดีค่ะได้ลองงานใหม่ เรียนรู้งานไปเรื่อยๆ กับป๊อกจริงๆไม่ค่อยมีเวลาเจอกันนะ ไว้เสร็จงานค่อยเจอกันค่ะ อาจจะไปดูหนังทานข้าวบ้างถ้าไม่ดึกจนเกินไป กับแฟนเพจคู่ดีค่ะตลกดี มีคนรักดีกว่ามีคนเกียดเนาะ ส่วนป๊อกก็มีเขินๆอยู่บ้าง แพลนไปเที่ยวด้วยกันมีแน่นอนค่ะเป็นนอกประเทศ แต่รอดูอยู่ถ้าว่างก็ไปค่ะ" มาร์กี้ ราศรี มาร์กี้ ราศรี มาร์กี้ ราศรี ป๊อก มาร์กี้

ทอม ครูซ ยัน ไม่ปล่อยเวลาให้เสียปล่าว พร้อมเดินเครื่อง Mission: Impossible 6
Mission: Impossible 6 /  Mission: Impossible Rogue Nation / 

ภาค 5 เพิ่งจะเริ่มเข้าฉายไป แต่ว่าก็เป็นอันแน่นอนอยู่แล้วว่าตัวหนังที่ได้รับคำวิจารณ์ดีกว่าทุกภาคขนาดนี้ ก็ต้องทำเงินเป็นกอบเป็นกำจนอย่างไม่ต้องสงสัย สำหรับ Mission: Impossible Rogue Nation ที่ตอนนี้ตัวหนังเพิ่งเริ่มเข้าฉายในไทย และทั่วโลกไป ซึ่งใครที่ได้รับชมมาแล้วก็ต้องชื่นชอบมันเป็นอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะด้วยฉากแอ็คชั่นสุดมันส์ หรือฉากสตันท์ที่ ทอม ครูซ ทุ่มทุนเล่นเองทั้งหมดครับ โดยล่าสุดก็ดูเหมือนว่า ทอม ครูซ จะไม่ยอมปล่อยให้เวลาเสียปล่าวจริงๆ เพราะหลังจากเขาได้ไปออกรายการ The Daily Show เพื่อโปรโมทหนังภาค 5 นี่ เขาก็ได้เผยยั่วน้ำลายแฟนๆกันแล้วว่า ตัวหนังภาคที่ 6 ของ ซีรี่ย์ชุดนี้ เตรียมจะเริ่มถ่ายทำซัมเมอร์ปีหน้าแล้วครับ ซึ่งถ้าหากเป็นตามอย่างที่ ทอม ครูซ ว่าจริง แม้ตอนนี้จะยังไม่มีเผยทั้งชื่อมือเขียนบท และ ผู้กำกับ ก็จะเรียกได้ว่าเป็นการสร้างภาคต่อที่ค่อนข้างรวดเร็วมาก เมื่อเทียบกับระยะห่างจากทุกๆภาคที่ผ่านมา โดยงานนี้แฟนๆเห็นข่าวแล้วว่าก็ใช่จะต่อต้านอะไรซะที่ไหนหล่ะ เพราะเล่นประกาศมาซะขนาดนี้ ก็ยิ่งทำให้แฟนๆลุ้นอยากชมกันเลยว่า ในภาคหน้า ทอม ครูซ จะไปเล่นสตันท์ให้โลกทึ่งได้มากกว่าแค่การเกาะเครื่องบินหรือไม่ โดยตอนนี้สำหรับใครที่ยังไม่ได้ชมภาคที่ 5 ก็ตีตั๋วไปมันส์ได้แล้วทุกโรงภาพยนตร์ครับ

ละครนางร้ายที่รัก  , เรื่องย่อนางร้ายที่รัก
บอย ปกรณ์ นางร้ายที่รัก /  คิมเบอร์ลี่ นางร้ายที่รัก / 

นางร้ายที่รัก บทประพันธ์โดย : ดวงมาลย์บทโทรทัศน์โดย : ชลนภัสส์ จันทรังษี, จีรนุช ณ น่าน, วรรณพร รัฐพิทักษ์สันติกำกับการแสดงโดย : สำรวย รักชาติ ออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 พิมพ์ชนก (คิมเบอร์ลี แอน เทียมศิริ) ดารานางร้ายสุดฮอตในวงการบันเทิง ได้รับมรดก มหาศาลในฐานะทายาทเพียงคนเดียวของตระกูล ทรัพย์ไพศาลอนันต์ หลังจากสูญเสีย พรรณราย (อรสา พรหมประทาน) แม่ที่เลี้ยงเธอมาอย่างเอาอกเอาใจราวกับเธอเป็นราชินีองค์น้อย ๆ ทำให้เธอ เติบโตมาอย่างหรูหรา หยิ่งทะนง เหวี่ยงวีนไม่ไว้หน้าใคร และเอาแต่ใจตัวเองเป็นที่สุด พิมพ์ชนกก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงจากการทาบทามของ ชาร์ลี แมวมองหน้าใหม่หัวใจสีม่วง ตั้งแต่ยังเรียนไม่จบปริญญาตรี ชาร์ลีหวังปั้นให้พิมพ์ชนกเป็นนางเอกดาวรุ่งดวงใหม่ แต่ด้วยความ ปราดเปรียว สวยเฉี่ยว มีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร ทำให้พิมพ์ชนกโด่งดังและมีชื่อเสียงจากการพลิกบทบาทเป็นนางร้ายในละครโทรทัศน์มากกว่า แท้จริงแล้ว พิมพ์ชนกไม่ได้ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงเพื่อชื่อเสียง แต่เพราะเธอต้องการแสดง ตัวตนให้ใครคนหนึ่งได้รับรู้ ใครคนที่เธอรอคอยจะได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง พิมพ์ชนกใช้ชีวิตอยู่ในคฤหาสน์หรูตามลำพังคนเดียว โดยให้ ป้าศัลย์ (ดีใจ ดีดีดี) แม่บ้าน เก่าแก่ และสาวใช้คนอื่นแยกออกไปอยู่เรือนเล็กหลังคฤหาสน์ เพราะไม่ต้องการเห็นใครเข้ามาเดิน วุ่นวายให้รำคาญตาเวลาเธออยู่บ้าน แม่บ้านและสาวใช้จึงต้องเตรียมทำอาหารเช้าไว้ให้พิมพ์ชนก ก่อนตื่นนอน จัดการงานบ้านและเตรียมอาหารเย็นก่อนพิมพ์ชนกกลับจากเลิกงาน หลายคืนติดต่อกัน พิมพ์ชนกฝันกึงผู้หญิงคนหนึ่งในบึงใหญ่ เวิ้งว้าง เสียงเรียกของเธอเต็มไป ด้วยความเจ็บปวด ทุกข์ทรมาน พิมพ์ชนกพยายามเพ่งมองใบหน้าหญิงสาวคนนั้น แต่ก็ถูกม่าน หมอกบดบังให้มองไม่เห็นทุกที... ชาร์ลีบอกว่าพิมพ์ชนกเครียดกับละครผีเรื่องใหม่ที่กำลังจะเปิด กล้อง จึงทำให้เก็บมาฝันเป็นตุเป็นตะ แต่พิมพ์ชนกกลับรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างที่ทำให้เสียงเรียกของผู้หญิงคนนั้น ยังดังแว่วในความคิดตลอดเวลา นางร้ายที่รัก นที สิงห์หฤทธิ์ (ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์) ผู้กองหนุ่มฝีมือดีจากกองปราบ กับ ศาตรา (จิตรกาณุ กลมแก้ว) ตำรวจลูกพี่ลูกน้องของเขา ได้รับคำลังให้นำกำลังตำรวจนอกเครื่องแบบ มาดูแลความเรียบร้อยในงานประกาศรางวัล มาลาทองคำ ที่จัดขึ้นสำหรับดารานักแสดง โดยมีภรรยาท่านนายกรัฐมนตรีมาเป็นประธานในงาน และแขกผู้มีชื่อเสียงทางธุรกิจและวงการบันเทิงมา ร่วมงานอย่างดับคั่ง นทีเบื่อหน่ายงานโชว์หรู ที่ต้องปั้นหน้าแสแสร้งเข้าหากันอย่างนี้มาก ผิดกับศาตราที่ดูจะมี ความสุขกับการมองดาราสาวสวยแต่งชุดหวือหวาประชันความสวย เดินกรดกรายมาบนพรมแดง พิมพ์ชนกเข้างานมาดุจนางพญาหงส์ในชุดเดรสเกาะอกสีแดงเพลิงยาวกรอมพื้น กลบรัศมี ดาราคนอื่นจนหมดสิน แสงแฟลชวูบวาบจากนักข่าวทุกคนพุ่งความสนใจไปเธอเพียงคนเดียว แล้ว สายตาคมกริบของนที ก็ชะงักค้าง ในความงดงามและมีเสน่ห์ของพิมพ์ชนก จนศาตราออกปากแซวว่าอินทรีหนุ่มต้องมนต์สะกดนางพญาหงส์เข้าแล้ว พิมพ์ชนกได้รับรางวัลนักแสดงนำฝ่ายหญิงยอดเยี่ยมแห่งปี ตามที่สื่อบันเทิงหลายสำนัก คาดการณ์ไว้ เนตรกมล (หยาดทิพย์ ราชปาล) นางเอกแสนหวานผู้ร่วมวงการฯ แสดงความยินดีกับ พิมพ์ชนกอย่างชื่นชม ต่างจาก ดวงแข (ธนิดี กาญจนวัฒน์) และ พิไล (เวธกา ศิริวัฒนา) สองเพื่อนซี้ นางร้ายในวงการรุ่นเก่า ที่ถูกรัศมีของพิมพ์ชนกเขี่ยจนเกือบตกกระป๋อง ได้แต่เฝ้ามองพิมพ์ชนกด้วย ความอิจฉาตาร้อน คิดหาทางเขี่ยพิมพ์ชนกกระเด็นออกจากวงการไปให้ได้ นางร้ายที่รัก ผู้หญิงในบึงใหญ่ยังคงร้องเรียกพิมพ์ชนกในฝัน คราวนี้พิมพ์ชนกกำลังจะได้เห็นใบหน้าที่ ชัดเจนของเธอ ถ้าไม่ถูกชาร์ลีปลุกขึ้นมาดูพาดหัวข่าวบันเทิงทุกฉบับ ที่มีรูปพิมพ์ชนกสวยเด่นเป็นสง่าขึ้นไปรับรางวัลอันทรงเกียรติ พิมพ์ชนกภูมิใจกับรางวัลที่ได้รับ แต่ต้องสะดุดตากับข่าวกรอบเล็กมีรูปพบศพผู้หญิงในบึงร้างแห่งหนึ่งแถวรังสิต ระบุชื่อ นางสาวสายธาร ประเสริฐวรกาญจน์ จมน้ำเสียชีวิตไม่ต่ำกว่าหนึ่งสัปดาห์ พิมพ์ชนกมองรูปและชื่อในข่าวนั้นด้วยความตกใจสุดขีด พิมพ์ชนกหยิบกล่องลายลูกไม้เก่าที่เก็บซ่อนในตู้เสื้อผ้าชั้นบนสุดลงมา เปิดกล่องดูรูปถ่ายสี ซีดจางขึ้นมาดูอย่างใจหาย เห็นเด็กหญิงตัวเล็กวัย 7 ขวบที่มีแววตาเศร้า ถ่ายรูปคู่กับเด็กหญิงวัย 9 ขวบ ที่ยิ้มร่าเริงสดใส ด้านหลังรูปถ่ายเขียนชื่อด้วยลายมือเด็ก พี่พิมกับน้องน้ำ ภาพในวันเด็กของพิมพ์ชนกย้อนกลับมาในความคิด พิมพ์ชนกกับ สายธาร (นันทิกานต์ สิงหา) คือพี่น้องต่างสายเลือดร่วมสถานสงเคราะห์เด็กหญิง บ้านแสงประทีป ทั้งสองผูกพันกันมาก พิมพ์ชนกรักและปกป้องสายธารดุจพี่น้องแท้ ๆ แต่ทั้งคู่ก็ต้องแยกจากกันเพราะมีพ่อแม่ใหม่มารับ อุปการะสายธารไปก่อน จากนั้นไม่นาน พรรณราย หญิงหม้ายเศรษฐีนีผู้ไม่มีทายาทสืบสกล ก็มาขอรับพิมพ์ชนกไปเป็นบุตรบุญธรรม ความลับในวัยเด็กของพิมพ์ชนก มีเพียงชาร์ลีกับปาศัลย์เท่านั้นที่รู้ ใครคนนั้นที่พิมพ์ชนกหวังจะได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง คงไม่มีวันเป็นจริง... เมื่อสายธาร น้องสาวที่เธอให้ชาร์ลีจ้างนักสืบเอกชน ตามหามานาน ได้เสียชีวิตแล้ว!! สายธารกับชาร์ลีไปงานศพสายธารในคืนสุดท้าย แอบเฝ้ามองบรรยากาศงานศพอยู่ในรถเพราะไม่อยากให้เป็นจุดสนใจ จนแขกเหรอทยอยกลับจนหมด พิมพ์ชนกจึงเข้าไปเคารพสายธาร ด้วยหัวใจแหลกสลาย ซึ่งไม่คาดคิดว่าจะเจอกมลเนตรกับ พิพัฒน์ (โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์) น้องชายเนตรกมล ซึ่งเป็นแฟนหนุ่มของสายธาร หลังกลับจากงานศพสายธาร พิมพ์ชนกร้องไห้จนหลับไป สะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกทีเพราะมีมือเย็นเฉียบแตะขาเธอ พิมพ์ชนกเห็นร่างสายธารร้องไห้อยู่ปลายเตียงของเธอ เธอไม่ได้ฝัน เธอเห็นสายธารอยู่ตรงหน้าจริง ๆ เสียงโทรศัพท์ของพิพัฒน์ปลุกพิมพ์ชนกให้ตื่นจากภวังค์สายธารหายไปแล้ว พิพัฒน์นัดเจอพิมพ์ชนกบอกความจริงเรื่องสายธารเป็นผู้หญิงไซด์ไลน์ ตอนแรกพิพัฒน์เจ็บปวดและรับไม่ได้ แต่สุดท้ายก็ให้อภัยเพราะความรักที่เขามีต่อสายธาร และวางแผนที่จะแต่งงาน กันแต่ ดนัย (กรุณพล เทียนสุวรรณ) กับ สมภพ (วริษฐ์ ทิพโกมุท) สองพี่น้องนายทุนและเจ้าพ่อแห่งวงการบันเทิง ที่เคยใช้บริการสายธารบ่อย ๆ ไม่ยอมเลิกกับสายธาร ทั้งสองขู่เอาชีวิตสายธาร ทำให้สายธารหวาดกลัวและอัดคลิปเสียงขู่ฆ่า และคลิปเสียงของดนัยที่โทรนัดให้สายธารไปพบที่บึงร้าง ไม่งั้นจะแฉรูปโป๊ของสายธารที่แอบถ่ายเอาไว้ สายธารจึงขู่กลับว่าจะเปิดเผยเรื่องทั้งหมดกับสื่อฯ หลังจากสายธารตาย มือถือของเธอก็หายไป พิพัฒน์มั่นใจว่าดนัยกับสมภพร่วมมือกันฆ่าปิดปาก สายธาร พิมพ์ชนกหดหู่กับเรื่องของสายธารที่เธอได้รับรู้ ความรู้สึกผิดเกิดขึ้นในใจของพี่สาวต่างสายเลือด ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ...สายธารก็คงไม่มีชะตากรรมแบบนี้ เพราะเธอไปอ้อนวอนขอร้องให้สามีภรรยาคู่นั้นรับสายธารไปอยู่ด้วย สามีภรรยาครอบครัวประเสริฐวรกาญจน์ถูกใจและเลือกรับอุปการะพิมพ์ชนก แต่พิมพ์ชนกอยากให้สายธารได้อยู่สุขสบายมีครอบครัวที่อบอุ่น จึงเสียสละโอกาสนั้นให้น้อง โดยหารู้ไม่ว่า เธอได้ส่งสายธารไปสู่เงื้อมือพญามัจจุราช ครอบครัววรกาญจน์ย้ายที่อยู่ทันทีที่ได้ตัวสายธารไป ทำให้บ้านแสงประทีปติดต่อไม่ได้ พิมพ์ชนกขาดการติดต่อกับสายธารทั้งที่ทั้งสองสัญญาจะไม่ทิ้งกัน นางรายที่รัก สายธารถูกเลียงให้เติบโตมาอย่างดี และถูกพ่อแม่ใจยักษ์บังคับให้สายธารขายตัวกับเสี่ยกระเป๋าหนักมากหน้าหลายตา โดยที่เธอไม่อาจขัดขืนได้ หลังจากพ่อแม่สายธารติดหนีพนัน จึงพากันหลบหนีไปชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้สายธารหลุดพ้นจากวังวนอุบาทว์ คิดเริ่มต้นชีวิตใหม่กับพิพัฒน์ แต่ต้องมาเจอเวรกรรมเก่าจากดนัยและสมภพตามหลอกหลอนไม่หยุด พิมพ์ชนกคิดแก้แค้นแทนสายธาร เพื่อกระชากหน้ากากนายทุนชั่วในวงการบันเทิงของดนัยกับสมภพให้สาสมกับที่สายธารถูกทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจ เสียงลมหวีดหวิวและเสียงกระซิบแผ่วเบาของสายธารเตือนพิมพ์ชนกว่า อันตราย แต่พี่สาวผู้รักน้องสุดหัวใจ มุ่งมั่นจะทวงความยุติธรรมให้สายธาร โดยไม่เกรงกลัวอะไรทั้งนั้น พิมพ์ชนกก็ได้รับจดหมายลึกลับขู่เอาชีวิต ให้พิมพ์ชนกเลิกตามสืบเรื่องสายธาร มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นกับพิมพ์ชนกในกองถ่ายและระหว่างทางกลับบ้านหลายครั้ง พิมพ์ชนกคิดว่าเป็นการกลั่นแกล้งจากดวงแขกับพิไล ศัตรูคู่แค้นในวงการ แต่ชาร์ลีมั่นใจว่าเหตุรุนแรงหลายครั้งเป็นฝีมือฆาตกรที่อยู่เบื้องหลังการตายของสายธาร ชาลีติดต่อกองปราบขอตำรวจมือดีมาช่วยคุ้มกันพิมพ์ชนก สารวัตรชินกริช (ตระการ พันธุมเลิศรุจี) จึงมอบหมายให้ นทีผู้กองหนุ่มนักบู๊ไปเป็นเป็นบอดีการ์ดดูแลความบัลอดภัย และสืบเรื่องคนที่ส่งจดหมายขู่ทำร้ายพิมพ์ชนก นทีเดือดดาลไม่พอใจ เพราะฝีมือระดับอินทรีเหล็กอย่างเขาควรได้รับมอบหมายงานที่เสี่ยง อันตรายและได้ออกแรง มากกว่าการเฝ้าติดตามดาราไฮโชอารมณ์ร้ายอย่างพิมพ์ชนก แต่เขาก็ จำเป็นต้องทำตามคำลังเจ้านายอย่างเลี่ยงไม่ได้ นางร้ายที่รัก มธุรส (กัลยา เลิศเกษมทรัพย์) บุกมาอาละวาดพิมพ์ชนกถึงกองถ่ายละคร เพราะรู้ข่าวว่า พิมพ์ชนกนัดพบดนัยสามีของเธอบ่อย ๆ เพื่อพูดคุยเรื่องงานที่ดนัยเป็นนายทุนใหญ่ผลิตละครและรายการโทรทัศน์ เนตรกมลเข้ามาช่วยอธิบาย ก็ถูกมธุรสตบจนเสียหลัก เคราะห์ดีที่นทีเข้ามารับตัวเนตรกมลไว้ทัน นทีประกาศตัวเป็นบอดีการ์ดดูแลพิมพ์ชนก และขัดขวางมธุรสไม่ให้ทำร้ายพิมพ์ชนกกับเนตรกมลจนมธุรสต้องล่าถอยไป พิมพ์ชนกโวยวายชาร์ลี ไม่ยอมรับนทีเป็นบอดี้การ์ด เพราะต้องการเข้าถึงตัวดนัยกับสมภพโดยไม่มีใครล่วงรู้แผนของเธอ แต่ชฺาร์ลียื่นคำขาดให้พิมพ์ชนกมีบอดีการ์ดเพื่อความปลอดภัย ถ้าคิดจะหาหลักฐานเล่นงานตัวฆาตกร โดยจะมีเพียงพิมพ์ชนกชาร์ลี และพิพัฒน์เท่านั้นที่รู้เรื่องนี้ พิมพ์ชนกแกล้งรับปากชาร์ลี แต่ในใจคิดหาวิธีที่จะให้นทีทนเธอไม่ได้จนลาออกไปเอง ชาร์ลีให้นทีย้ายเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์ของพิมพ์ชนก และพักห้องนอนติดกันพับพิมพ์ชนกสร้างความเหวี่ยงวีนให้กับพิมพ์ชนกที่ไม่ชอบให้ใครเข้ามาวุ่นวายในบ้านของตน ชาร์ลีเกลียกล่อมและย้ำเรื่องข้อตกลงของเขากับพิมพ์ชนก จนพิมพ์ชนกค้านไม่ได้ นทีแอบสงสัยว่าชาร์ลีกับพิมพ์ชนกมีข้อตกลงอะไรที่เขาไม่รู้ ซึ่งอาจจะเกี่ยวข้องกับคดีที่เค้ารับหน้าที่ตามสืบด้วย พิมพ์ชนกฝันเห็นสายธารถูกใครคนหนึ่งซึงมองไม่ขัด จับเธอกดน้ำในบึง สายธารตะเกียกตะกายเพื่อเอาชีวิตรอด พิมพ์ชนกรู้สึกเหมือนกำลังถูกจับกดน้ำไปด้วย เธอเริ่มสำลัก และหายใจไม่ออก ก่อนจะกรีดร้องสุดเสียง... จนสะดุ้งตื่น พิมพ์ชนกทบทวนความฝันร้องไห้รู้สึกผิดที่เป็นคนทำให้ชะตากรรมของสายธารเป็นแบบนี้ เธอคร่ำครวญโทษตัวเอง นทีได้ยินเสียงพิมพ์ชนกร้องไห้คิดว่าพิมพ์ชนกตกอยู่ในอันตราย จึงรีบเข้าไปช่วย เป็นครั้งแรกที่นทีได้เห็นน้ำตาของนางพญาหงส์ พิมพ์ชนกอ้างว่าร้องไห้คิดถึงแม่ ไล่ให้นทีออกไปจากพื้นที่หวงห้ามในห้องนอน และไม่ยอมเล่าอะไรให้ฟัง นทีตามมาเฝ้าพิมพ์ชนกที่ห้องถ่ายรายการสดตอนเช้า มีมอเตอร์ไซค์ลึกลับตั้งใจพุ่งมาชนมาชนพิมพ์ชนกขณะเดินเข้าห้องถ่ายรายการ นทีเล่นงานคนร้าย และช่วยพิมพ์ชนกไว้ได้ แต่จับตัวคนร้ายไว้ไม่ทัน พิมพ์ชนกตื่นตระหนกและพยายามกลบความรู้สึกกลัวเอาไว้ ก่อนเริ่มถ่ายรายการ อาจารย์พิมาน (ฝันเด่น จรรยาธนากร) ญาณสัมผัส ถูกเชิญเข้ามาทำพิธีบรวงสรวงให้ทีมงานในกองถ่าย ได้ทักพิมพ์ชนกให้ระวังอันตรายบางอย่างที่คิดจะทำ พิมพ์ชนกปฏิเสธไม่เข้าใจเพราะไม่อยากให้นทีหรือคนอื่นรู้เรื่องขณะให้สัมภาษณ์รายการสดกับพิธีกรหน้าใหม่สองคน พิมพ์ชนกเห็นใบหน้าพิธีกรคนหนึ่งเหมือนสายธาร ถึงกับอึงไป พิมพ์ชนกจึงหันความสนใจมาคุยกับพิธีกรคนแรกคนเดียว ไม่ว่าพิธีกรสาวอีกคนจะถามอะไรเธอก็ไม่ตอบ ไม่มองหน้า จนจบรายการก็หนีเข้าห้องแต่งตัวไป พิธีกรหน้าคล้ายสายธารถึงกับร้องไห้ ไม่เข้าใจว่าพิมพ์ชนกเกลียดอะไรตน ทีมงานพากันซุบซิบนินทาถึงความร้ายกาจของพิมพ์ชนกให้นทีได้ยิน นทีตามพิมพ์ชนกเข้าไปในห้องแต่งตัว ทันเห็นเห็นพิมพ์ชนกปาดนาตาแวบหนึ่ง แต่กลับหันหน้าสวยเชิดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาสั่งนทีว่าจะเดินทางไปทำสปาต่อ เพื่อเตรียมตัวถ่ายโฆษณาตัวใหม่ในวันรุ่งขึ้น ช่างแต่งหน้าคนหนึ่งแอบส่งข่าวไปบอกดวงแขกับพิไลทันที ดวงแขสบโอกาส คิดหาทางแก้แค้นพิมพ์ชนกที่แย่งโฆษณาชิ้นนี้ไปจากตน ดวงแขกับพิไลทำทีมาทำสปาก่อนพิมพ์ชนกจะมาถึง และแอบใส่ครีมกำจัดขนลงในครีมบำรุงคิว พิมพ์ชนกเดินทางมาถึงปะทะคารมกับดวงแขคู่อริ นทีคอยสังเกตพิรุธของดวงแขกับพิไล ว่าอยู่ในข่ายผู้ต้องสงสัยขู่ทำร้ายพิมพ์ชนกรึเปล่า มยุรี (สุวรัฎฐิภา โยคะกุล) เจ้าของสปาชื่อดัง ขอร้องให้ทั้งสามอย่ามีเรื่องกัน เพราะมีนักข่าวเป็นลูกค้าในร้าน ไม่อยากให้เป็นข่าวดังตามหน้าสื่อบันเทิงก่อนกลับดวงแขชื่นชมครีมบำรุงคิ้วตัวใหม่ของมยุรี ทำให้พิมพ์ชนกสนใจอยากลองบ้าง ศาตราโทรบอกนทีเรื่องทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์คนร้ายเป็นทะเบียนปลอม ทำให้ติดตามตัวคนร้ายยาก และจดหมายขู่เอาชีวิตพิมพ์ชนกกิตรวจไม่พบรอยนิ้วมือ ตัวหนังสือก็ใช้พิมพ์จากคอมพิวเตอร์ นางร้ายที่รัก อิงอร (ปารีณา บุศยศิริ) ลูกสาวสารวัตรชินกริช ส่งข้อความและโทรจิกนที จนนทีจำต้องรับสายและหลอกว่ากำลังปฏิบัติภารกิจในซ่องโสเภณี ทำให้อิงอรโวยวายไม่พอใจมาก นทีรู้จักอีกแง่มุมดี ๆ ของพิมพ์ชนกจากป้าศัลย์ หรือป้าศรี แม่บ้านวัย 40 ที่ถูกสามีทำร้ายจนเสียโฉม พิมพ์ชนกจึงออกเงินให้ป้าศัลย์ไปทำศัลยกรรมจนหน้าสวย และช่วยป้าศัลย์ให้รอดพ้นจากสามีใจร้าย นทีสงสัยความสัมพันธ์ระหว่างพิมพ์ชนกกับดนัย ที่ทำให้มธุรสหึงหวงจนต้องตามมาอาละวาดบ่อย ๆ พิมพ์ชนกโกรธนทีเพราะคิดว่าเขากำลังดูถูกเธอว่าใช้ร่างกายเป็นสะพานให้ได้งานจากดนัย แต่เธอไม่ยอมอธิบายว่าทำไมต้องหาโอกาสเข้าใกล้ดนัยบ่อยครั้ง กลางดึก...พิมพ์ชนกกรีดร้องลั่นคฤหาสน์ เมื่อพบว่าขนคิ้วของเธอร่วงจนหมด สร้างความขำระคนปวดหัวให้นที ที่ต้องหาทางแก้ปัญหาให้พิมพ์ชนกโดยด่วน นทีตัดผมหน้าม้าปิดบังคิ้วให้พิมพ์ชนก เป็นทรงที่แปลกตาแตกน่ารักดีสำหรับเธอ แนะนำให้พิมพ์ชนกสั่งชาร์ลีแทรกคิวแอนนาช่างแต่งหน้าเทพจอมวีนด่วน แม้จะยากลำบากแค่ไหน ชาร์ลีก็ต้องได้คิวแต่งหน้าของแอนนามาให้ได้ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าผ่านไปด้วยดี งานถ่ายโฆษณาราบรื่น พิมพ์ชนกอารมณ์ดีและรู้สึก ดีกับนทีจนชาร์ลีผิดสังเกต ที่ผู้กองขี้เก๊กกับคุณนายเอาแต่ใจญาติดีกันได้ ศาตราตามชาร์ลีไปหาหลักฐานและตรวจสิ่งผิดปกติที่สปาของมยุรี เพื่อหาว่าใครกลั่นแกล้งพิมพ์ชนก จึงรู้ว่ามยุรีกำลังถูกลูกค้าหลายคนรุมเอาเรื่องเพราะขนคิ้วร่วงเหมือนพิมพ์ชนก แต่ดวงแขและพิไลกลับไม่เป็นอะไร ทิ้งที่เริ่มใช้ครีมยี่ห้อนี้เป็นสองคนแรก พิมพ์ชนกมั่นใจว่าดวงแขกลั่นแกล้งเธอ จึงคิดเอาคืนด้วยการติดต่อขอพบดนัย เพื่อใช้เสน่ห์อ้อนขอเสียบงานพิธีกรแทนดวงแข นทีไม่เห็นด้วยกับวิธีนี้เพราะไม่อยากให้พิมพ์ชนกสร้างศัตรูและไม่อยากให้พิมพ์ชนกเปลืองตัวแต่พิมพ์ชนกมั่นใจว่ามีนทีคอยปกป้องแล้วจึงไม่กลัวอะไรทั้งนั้น ทำให้นทีรู้สึกหวั่นไหวกับความไว้วางใจของพิมพ์ชนก ดนัยยอมให้พิมพ์ชนกมาทำงานพิธีกรแทนดวงแข นทีไม่พอใจที่พิมพ์ชนกแต่งตัวยั่วยวนดนัยจนเกินงาม จึงมีปากเสียงกันหลังจากกลับถึงคฤหาสน์ ทั้งสองพ่อแง่แม่งอนกัน และต่างคนต่างหนีเข้าห้องของตัวเอง มธุรสอาละวาดดนัยทันทีที่กลับถึงบ้าน เพราะรู้ว่าดนัยแอบนัดเจอกับพิมพ์ชนก ดนัยจึงออกไปดื่มเหล้าและปรับทุกข์กับสมภพน้องชาย ดนัยพูดเป็นนัยว่ารักพิมพ์ชนกจริง และสั่งห้ามสมภพยุ่งวุ่นวายกับพิมพ์ชนกเด็ดขาด แม้สองพี่น้องจะผลัดเปลี่ยนกันเชยชมผู้หญิงคนเดียวกันมาตลอด แต่สำหรับพิมพ์ชนกคือข้อยกเว้น ดวงแขถูกสื่อบ้านเทิงเล่นงานอย่างหนักจนถูกถอดจากงานละครและงานพิธีกร ดวงแขวางแผนกับพิไล หาทางแก้แค้นพิมพ์ชนก พิมพ์ชนกแนะนำเนตรกมลให้รู้จักนทีบอดี้การ์ดส่วนตัวอย่างเป็นทางการ ที่กองถ่ายละครเรื่องใหม่ เนตรกมลถูกใจนทีตั้งแต่ที่เคยช่วยเธอคราวก่อน จึงชวนนทีพูดคุยด้วย แต่นทีกลับพูดถึงแต่พิมพ์ชนกในแง่มุมที่คนอื่นไม่เคยรู้ เพราะเขาอยู่ใกล้ชิดกับพิมพ์ชนกมาหลายอาทิตย์ ดวงแขกับพิไลเป็นแค่ นักแสดงรับเชิญ เห็นบอดีการ์ดอย่างนทีคุยอยู่กับกมลเนตร จึงยิ้มร้ายสบโอกาส พิมพ์ชนกอยู่ในห้องเก็บของที่ใช้เป็นห้องแต่งตัวชั่วคราว ในห้องทึบและอับแทบไม่มีอากาศหายใจเสียงสายธารแว่วเตือนพิมพ์ชนกพร้อมเสียงลมหวีดหวิวให้ระวังตัวจู่ ๆ ก็มีมือลึกลับล็อกประตูห้องแต่งตัวจากด้านนอก พิมพ์ชนกตกใจทุบประตูเรียกก็ไม่มีใครได้ยิน เพราะทีมงานคนอื่นวุ่นวายกับการเซ็ตฉาก เซ็ตไฟ แต่งหน้าแต่งตัวนักแสดงคนอื่น นทีตามหาพิมพ์ชนก ก่อนจะพังประดูห้องแต่งตัวเข้าไปพบว่าพิมพ์ชนกเป็นลมอยู่ในนั้น ชาร์ลีกับเนตรกมลเอายาดมและพัดให้พิมพ์ชนกจนฟื้นคืนสติ ทีมงานต่างโจษจันกันว่าพิมพ์ชนกโดนอาถรรพ์จากละครผีเรื่องนี้ จากการปล่อยข่าวของดวงแขกับพิไล พิมพ์ชนกมั่นใจว่าเป็นฝีมือดวงแขกับพิไล แต่ทั้งสองปฏิเสธแกล้งบีบน้ำตาดราม่าว่าชีวิตกำลังย่ำแย่ ยังจะถูกพิมพ์ชนกกล่าวหาอีก นทีเห็นมธุรสแอบชุ่มดูพิมพ์ชนกมุมหนึ่งด้วยแววตาร้าย มธุรสรบหนีไปทันทีที่ตกเป็นเป้าสายตานที ทำให้นทีสงสัยว่า ดวงแข หรือ มธุรส ที่เป็นคนขู่เอาชีวิตพิมพ์ชนกกันแน่ นางร้ายที่รัก ชาร์ลีพาพิมพ์ชนกมาหาอาจารย์พิมาน เพื่อสอบถามเกี่ยวกับวิญญาณของสายธารมีจริงหรือเปล่า อาจารย์พิมานพูดแต่เรื่องเวรกรรมที่ต้องชดใช้ ทำให้พิมพ์ชนกปักใจว่าเธอต้องชดใช้หนี้ชีวิตของสายธารให้ได้ นทีเฝ้ารออยู่นอกบ้านอาจารย์พิมานอย่างเอือมระอา เพราะไม่เชื่อเรื่องงมงายแบบนี้ พิพัฒน์หลบเนตรกมลมาหาพิมพ์ชนกที่กองถ่าย บอกว่าแอบเข้าไปค้นมือถือสายธารในบ้านดนัยกับสมภพไม่สำเร็จ อยากให้พิมพ์ชนกหาทางเข้าไปหาหลักฐานที่ห้องทำงานดนัยกับสมภพในบริษัท ลมกรรโชกแรง...พิมพ์ชนกไดยินเสียงสายธารชัดเจนว่า อันตราย พิมพ์ชนกเข้าใจว่าสายธารต้องการมาเตือนเรื่องที่เธอกำลังสืบ ยิ่งเป็นแรงผลักดันให้เธอมุ่งมั่นจะจับตัวดนัยเข้าคุกให้ได้ นทีสงสัยว่าพิพัฒน์กับพิมพ์ชนกมีลับลมคมในอะไรกัน ทำไมน้องชายถึงไม่ไปหาเนตรกมลพี่สาว แต่กลับมาคุยกับพิมพ์ชนกแทน พิมพ์ชนกแก้ตัวว่าพิพัฒน์เป็นแฟนคลับละคร แต่นทีไม่เชื่อ เนตรกมลรักน้องชายมาก จึงเตือนพิพัฒน์เรื่องชอบพิมพ์ชนก เพราะไม่อยากให้พิพัฒน์เสียใจ เพราะคนอย่างพิมพ์ชนกอยู่สูงเกินกว่าที่จะมองพิพัฒน์ พิพัฒน์ปฏิเสธหาว่าเนตรกมลเล่นละครมากเกินไปจนผูกเรื่องเองคิดไปเอง ทั้งที่ความจริงไม่มีอะไร ดนัยกับสมภพแจงรายละเอียดงานพิธีกรเทปแรก พิมพ์ชนกตกใจมากเมื่อรู้ว่าจะต้องไปเป็นพิธีกรถ่ายทำรายการที่ บ้านแสงประทีป อดีตที่พิมพ์ชนกพยายามลืมมาสิบกว่าปี สมภพแอบลอบมองความสวยสง่าของพิมพ์ชนกอย่างน่าชื่นชม อย่างนี้นี่เอง...พี่ชายของเขาถึงกับหวงแหนและอยากจะครอบครองพิมพ์ชนกไว้คนเดียว ดนัยเห็นสายตากรุ้มกรมของสมภพ เริ่มไม่ไว้ใจ พิมพ์ชนกยังโดนลอบทำร้ายอยู่ตลอด แม้นทีจะช่วยเธอรอดพ้นอันตราย แต่ก็ไม่สามารถสืบหาได้ว่าใครเป็นจอมบงการและฆาตกรที่แท้จริง แต่พิมพ์ชนกก็ยังดือที่จะเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงตลอด สุดท้ายใครคือฆาตรกรที่ฆ่าสายธาร และบงการฆ่าพิมพ์ชนก ก็ต้องติดตามชมใน ละครนางร้ายที่รัก ที่เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 รายชื่อนัแสดง นางร้ายที่รัก คิมเบอร์ลี แอน เทียมคิริ รับบท พิมพ์ชนก ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ รับบท นที หยาดทิพย์ ราชปาล รับบท เนตรกมล จิตรภาณุ กลมแก้ว รับบท ศาสตรา วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์ รับบท ชาร์ลี ปารีณา บุศยศิริ รับบท อิงอร โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์ รับบท พิพัฒน์ กรุณพล เทียนสุวรรณ รับบท ดนัย วริษฐ์ ทิพโกมุท รับบท สมภพ ธนิดี กาญจนวัฒน์ รับบท ดวงแข เวธกา คิริวัฒนา รับบท พิไล กัลยา เลิศเกษมทรัพย์ รับบท มธุรส

2 ชุด สุดแซ่บ ของ ม่านฟ้า อรปภัตร จันทรสาขา นางงามร้อยเวที
นางงาม /  นางงามร้อยเวที / 

ม่านฟ้า อรปภัตร จันทรสาขา สาวไฮโซหน้าใหม่ เจ้าของฉายา นางงามร้อยเวที ที่โผล่โชว์ตัว กี่งานๆ ก็ สวยแซ่บ ตลอด  จนเราอดไม่ได้ที่จะ รวม 2 ลุคแซ่บของชี บนพรมแดง  มาให้ คุณๆ ชมกัน งานแรก  สาวม่านฟ้า มาร่วมงานในชุดแดง ทั้งแหวก ทั้งเว้า ขาว ผ่อง เป็นยองใย สีแดงขับผิวขาว สวย เปล่งปลั่ง  เข้าคู่กับการแต่งหน้า โทนปากแดง ขับฟันขาวๆ ให้ สวยเปล่งประกาย และจับคู่กับเครื่องเพชร ล้อมทับทิม  เธอเติมเต็ม ลุคนี้ด้วยเครื่องเพชรทั้งหมด ทั้งกระเป๋าคลัทช์ประดับเพชร  แหวนเพชร และ รองเท้า ส้นสูงประดับเพชร และ แต้มสีเล็บด้วยสีแดงแรงฤทธิ์สุดเกิด ตามมาส่องลุคนี้ของเธอ แบบระยะซูมซูมๆ กัน ลุคที่ 2 สวย มั่น กรุยกราย ในชุดเดรสกางเกงจั๊มพ์สูท ลากหางปลายาวกรุยกราย .... เธอยังเปล่งประกายเช่นเดิม ด้วยเครื่องเพชร และต่างหูล้อมไพลิน ปิดลุคนี้สวยๆ เริ่ดๆ ด้วยรองเท้าคัทชูสีดำประดับเพชร เซเลบมากๆ ค่ะลุคนี้ ทรงผม เปียเกล้า ขึ้นสวยๆ โชว์ต่างหูเพชร ล้อมไพลิน หรูๆ เผยหลังเนียนๆ ลุคนี้ สวยแบบนางพญาที่ทะมัดทะแมง เราว่า ถ้าลุคนี้ปิดด้วย ทาปากสีแดง ชีจะสวยแรงกว่านี้อีกนะ คุณว่าม่ะ ? ภาพโดย Covinus รายงาน โดย Women MThai Team ไลน์หลุด! สน คุย ไฮโซม่านฟ้า อยากกอดเหมือนเมื่อก่อน..?? -อ่านต่อ- http://gossipstar.mthai.com/gossip-content/51853

นัท สุมนเตมีย์ ช่างภาพใต้น้ำชั้นนำระดับสากล
ฉลาม /  ดำน้ำ / 

Q ‘ภาพที่ดีสำหรับผมไม่ต้องสวยเพอร์เฟ็ค แต่สามารถบอกเล่าเรื่องราวได้ครบถ้วน’ ถ้าพูดถึงช่างภาพใต้น้ำระดับชั้นนำของเมืองไทย ชื่อของ ‘นัท สุมนเตมีย์’ น่าจะถูกนึกถึงเป็นชื่อแรกๆ ด้วยประสบการณ์การทำงานมากว่า 20 ปี และมีผลงานเป็นที่โจษจันในระดับสากลรวมถึงการที่เคยคว้ารางวัลภาพถ่ายระดับโลกมาครอง เรียกว่าทำให้คุณนัทคุ้นเคยกับโลกใต้น้ำเป็นอย่างดีโดยเฉพาะบรรดาสัตว์โลกใต้ทะเลที่กลายเป็นเพื่อนที่รู้ใจกันไปแล้ว และกว่าจะได้มานั่งพูดคุยกับคุณนัทช่างภาพอารมณ์ดีคนนี้เราถึงต้องขอคิวเป็นพิเศษชนิดที่ว่าพลาดคราวนี้ก็อาจต้องรอกันข้ามปีทีเดียว เพราะด้วยความที่ต้องเดินทางไปทำงานต่างประเทศติดต่อกันหลายเดือนสิ่งนี้เป็นเครื่องการันตีชั้นดีว่าดีกรีของ The Master ของเราคราวนี้ไม่ธรรมดาแน่นอน นัท สุมนเตมีย์ ช่างภาพใต้น้ำชั้นนำระดับสากล อัพเดทชีวิตช่วงนี้หน่อยครับ? ตอนนี้มีโปรเจ็คทำโฟโต้บุ๊คขนาดใหญ่ซึ่งรวบรวมผลงาน 20 ปีที่ทำงานใต้น้ำของผมชื่อ ‘โอเคียนอส’ เป็นภาษากรีกที่มาของคำว่าโอเชียนซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งท้องทะเล คัดมา 150 รูปที่เป็นมาสเตอร์พีซ เริ่มตั้งแต่ถ่ายด้วยฟิล์มเมื่อ 20 ปีที่แล้ว คาดว่าจะออกประมาณต้นปีหน้าครับ ส่วนงานหลักตอนนี้จริงๆ คือเดินทางถ่ายสารคดีทั่วโลกให้กับทีมโลกโสภา เร็วๆ นี้กำลังจะมีรายการสารคดีฉายทางโทรทัศน์ครับ เห็นว่าเดินทางไปต่างประเทศบ่อยมาก? ช่วง 3-4 ปีนี้ผมเดินทางเยอะมาก ถ้านับกันจริงๆ ที่พอจะนึกได้มีแอฟริกาใต้ อินโดนีเซีย ปาปัวนิวกินี ตองก้า มาเลเซีย เอกวาดอร์ คอสตาริกา มัลดีฟ ฮาวาย บาฮามาส ที่เพิ่งกลับมาคือเซเชลส์เป็นเกาะอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย โดยที่ผ่านมาปกติเดินทางทุกเดือนจะกลับมาพักเมืองไทย 1 สัปดาห์จากนั้นก็เดินทางต่อ เริ่มถ่ายภาพใต้น้ำตั้งแต่ตอนไหนครับ? ผมโชคดีอยู่อย่างคือได้ดำน้ำกับพ่อตั้งแต่เด็ก มีโอกาสได้เห็นทะเลไทยตั้งแต่เป็นเด็กตัวกะเปี๊ยก ช่วงแรกก็ไปใกล้ๆ แถวเกาะล้านพัทยาจากนั้นก็เริ่มไกลขึ้นเรื่อยๆ จากระยอง ไปตราดจากนั้นลงไปทางใต้ ภูเก็ต กระบี่ สิมิลัน ผมคิดว่าโชคดีที่เห็นสิ่งเหล่านี้ตั้งแต่เด็กได้รู้จักโลกใต้ทะเลตั้งแต่ตอนนั้น หลังจากนั้นผมมาเริ่มดำน้ำแบบสกูบ้าอย่างเต็มตัวจนเข้าโดยเอ็นทรานซ์ติดที่คณะวารสารศาสตร์ธรรมศาสตร์ ชีวิตนักศึกษาเป็นยังไงบ้างครับ? ที่คณะวารสารศาสตร์ธรรมศาสตร์ผมเลือกเรียนภาพยนตร์ทำให้ผมมองเห็นภาพโดยรวมค่อนข้างกว้าง ส่วนที่ผมเรียนภาพยนตร์แต่มาทำงานภาพนิ่งเพราะว่าสมัยเรียนเคยไปทำงานกองถ่ายหนัง ความใฝ่ฝันคืออยากเป็นตากล้องหนังสารคดีแต่ในยุคนั้นยากมาก เริ่มต้นจากเป็นตากล้องภาพนิ่งประจำกองถ่ายก่อน แต่เรารู้สึกว่าการทำงานมันใช้เวลาเยอะมาก กองถ่ายมันค่อนข้างอุ้ยอ้ายการรอคอยก็เยอะ สุดท้ายค้นพบว่ามันไม่เหมาะกับลักษณะนิสัยของเรา สิ่งที่ต้องการคือตัดสินใจได้คนเดียวและรวดเร็วก็เลยเบนเข็มมาทำภาพนิ่งแทน จุดเปลี่ยนที่ก้าวสู่วงการช่างภาพอาชีพ? ตอนปี 4 ได้มาฝึกงานที่อนุสาร อสท ที่นี่เหมือนเป็นอีกโรงเรียนนึงของผม ตอนนั้นที่ อสท กำลังเป็นยุคเริ่มต้นของการถ่ายภาพใต้น้ำ ทำให้ผมได้เข้าไปเจอกับพี่อภินันท์ บัวหภักดีกับพี่วินิต รังผึ้ง ที่ถ่ายภาพใต้น้ำกันอยู่แล้วจึงได้มีโอกาสไปดำน้ำด้วยกัน ความรู้สึกตอนนั้นเป็นยังไงบ้างครับ? นี่ล่ะงานที่เราใฝ่ฝัน จากประสบการณ์ที่เรามีตั้งแต่เด็กถ่ายทอดออกมาเป็นภาพเป็นเรื่องราว แต่ตอนนั้น อสท ยังไม่มีการเปิดรับพนักงานผมเลยออกไปทำเป็นช่างภาพฟรีแลนซ์ ถ่ายทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นอาหาร ภาพประกอบหนังสือ หลังจากนั้นจึงมีโอกาสเข้าไปทำที่ อสท เพราะมีตำแหน่งว่าง แต่มีข้อแม้ว่าต้องเขียนเรื่องได้ด้วย ผมจึงหัดเขียนตั้งแต่ตอนนั้นแต่ด้วยผมเขียนพรรณณาไม่ค่อยเก่งแต่ใช้การเล่าเรื่องแบบภาพยนตร์ นึกถึงภาพที่เราเห็นแล้วก็ลงมือเขียนบรรยายจากความรู้สึก กลับมาที่ อสท รอบนี้ได้ให้อะไรกับพี่นัทบ้างครับ? การกลับมา อสท คราวนี้ผมโฟกัสการถ่ายภาพใต้น้ำมากขึ้น ได้ทำคอลัมน์ประจำคือท่องโลกใต้ทะเลซึ่งเป็นงานที่เราชอบมาก เป็นคอลัมน์ที่ผมทำมายาวนานมา 20 ปีพอดี ที่นี่เหมือนเป็นโรงเรียนของผม ได้เดินทาง พบปะผู้คน ได้ประสบการณ์การทำงานทำให้มีวิชาติดตัวมาถึงทุกวันนี้  หลังจากนั้นออกมาทำ NATURE EXPLORER ตอนปี พศ.2543 เป็นการทำงานที่ท่องโลกธรรมชาติอย่างเดียวเลยมีการเดินทางเกือบทั่วโลก ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องการในตอนนั้นทำจนหนังสือได้ปิดตัวไป ปัจจุบันเป็นช่างภาพอิสระเต็มตัวครับ ความท้าทายของการถ่ายภาพใต้น้ำ? เรากำหนดภาพอย่างที่เราต้องการไม่ได้ เราเป็นคนที่เอาตัวเข้าไปอยู่ตรงนั้นบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าของเราถ่ายทอดให้คนอื่นที่ไม่ได้เดินทางไปกับเราได้เห็น ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดของการถ่ายภาพใต้น้ำคือเวลา เวลาที่เราจะไปอยู่ตรงจุดนั้นที่เหตุการณ์มันเกิดขึ้นพอดี จริงๆ พื้นฐานการถ่ายภาพและมุมมองเป็นส่วนเล็กๆ อาจเรียกว่าเป็นส่วนสุดท้ายก่อนที่ตัดสินใจกดชัตเตอร์เท่านั้นเอง สิ่งสำคัญจริงๆ อยู่ที่การเตรียมการวางแผนการเดินทาง การเลือกจังหวะเวลาที่ไปแล้วเกิดปรากฎการณ์ที่เรารอคอยต่างหากที่สำคัญกว่า ขั้นตอนการวางแผนการเตรียมตัว? สมัยนี้ง่ายขึ้นครับเพราะสามารถหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตได้ ส่วนสมัยก่อนใช้การปรึกษาจากกลุ่มเพื่อนๆ ช่างภาพต่างประเทศที่เคยไปมาก่อน อย่างเช่นจะมีอะไรเกิดขึ้นในช่วงไหนของปีเราก็จดบันทึกไว้ว่าช่วงเดือนนี้ของปีจะไปที่ไหน อย่างเช่นช่วงกรกฎา-สิงหาที่แอฟริกาใต้จะเป็นช่วงที่ฝูงซาร์ดีนอพยพ (sardine run) แล้วก็มีฉลามมาไล่ตามกินฝูงซาร์ดีน หรืออย่างเดือนสิงหาวาฬหลังค่อมจะไปออกลูกที่ตองก้ามันจะเป็นข้อมูลที่มีอยู่แล้ว กำหนดการที่บอกมามีคลาดเคลื่อนบ้างมั้ยครับ? มีแน่นอน อย่างปรากฎการณ์ซาร์ดีนที่แอฟริกาใต้มันมีทุกปีก็จริง แต่บางครั้งมันเป็นปรากฎการณ์ขนาดใหญ่มากบางปีก็น้อยมากจนแทบไม่มี อันนี้เราไม่รู้แต่ต้องเดินทางไปรอก่อน อย่างเช่นปีนึงเกิดเหตุการณ์แค่อาทิตย์เดียวหรือ 3-4 วันอยู่ที่เราจะเลือกเวลาไปได้พอดีจังหวะหรือเปล่า การถ่ายภาพใต้น้ำมีเรื่องโชคเรื่องดวงมาประกอบด้วยหรือเปล่าครับ? มันเป็นไปได้ทั้งเรื่องโชคเรื่องดวงและการเฝ้ารอ ผมว่ามันเป็นสิ่งเดียวกัน ผมเคยบอกไว้ว่าถ้าเรารอให้โชคเกิดขึ้นอย่างเดียวมันก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่ถ้าเราลงมือค้นหามันด้วยก็จะมีโอกาสมากขึ้น ยกตัวอย่างผมไปรอฝูงซาร์ดีนอพยพ 40 วันก็จะมีโอกาสได้รูปมากกว่าคนที่ไปรอ 20 วัน สิ่งที่ผมเห็นในภาพของช่างภาพสารคดีทุกคนในโลกคือ ‘เวลาที่เขาใช้ไป’ จริงๆ แล้วภาพนิ่งเป็นการกดชัตเตอร์หนึ่งส่วนเสี้ยวของวินาที แต่เบื้องหลังของภาพมันมีที่มายาวนานมากอาจจะผ่านเวลามาแล้ว 20 วันหรือ 20 ปีหรืออาจผ่านเวลามาทั้งชีวิตของช่างภาพคนนั้นก็ได้ อีโก้มีส่วนในการสร้างสรรค์ผลงานมั้ยครับ? มีส่วนครับเวลาพูดถึงอีโก้ในความหมายของคนไทยมักมีความรู้สึกในแง่ลบ แต่จริงๆ แล้วอีโก้สำหรับผมมองว่าการที่จะสร้างผลงานมันต้องมีความฝันแล้วก็ไม่ยอมที่จะทิ้งมันไป บางครั้งผมค่อนข้างดื้อในการทำงานเพราะต้องการพยายามให้ถึงที่สุดแต่ในการทำงานกับธรรมชาติต้องเคารพธรรมชาติ ในบางครั้งเราถ่ายภาพสิ่งแรกที่ต้องคำนึงถืงคือต้องรบกวนธรรมชาติให้น้อยที่สุด ลองดูภาพของผมทุกวันนี้กับภาพเมื่อ 20 ปีที่แล้วประสบการณ์จะเป็นตัวบอกถึงภาพที่แตกต่างออกไป สมัยเมื่อ 20 ปีที่แล้วผมใช้วิธีการว่ายน้ำอย่างรวดเร็วเข้าไปหาเป้าหมาย ภาพที่ได้มาส่วนใหญ่จะเป็นภาพของสัตว์ที่เกิดอาการตื่นตกใจ แต่ทุกวันนี้ผมปรับการทำงานโดยใช้วิธีค่อยๆ หยุดนิ่งเพื่อให้สัตว์สงสัยและเชื่อใจจนเข้ามาอยู่ในระยะที่ถ่ายภาพได้เพราะประสบการณ์ 20 ปีที่ผ่านมาสอนให้ผมรู้ว่ายังไงมนุษย์ไม่มีทางว่ายน้ำได้เร็วกว่าปลา สิ่งที่คนทั่วไปมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับสัตว์โลกใต้น้ำ? คนทั่วไปมักจะมีความเข้าใจว่าวาฬทุกตัว ฉลามทุกตัว สัตว์ทุกตัวเหมือนกันหมดจริงๆ แล้วไม่ใช่ ทุกตัวมีพฤติกรรมเฉพาะตัว เหมือนเราเลี้ยงหมาเลี้ยงแมวแต่ละตัวมีนิสัยคาแร็คเตอร์ไม่เหมือนกัน เช่นเดียวกับวาฬหรือสัตว์ทะเลที่มีประสบการณ์ชีวิตไม่เหมือนกัน บางตัวเคยถูกไล่ล่าแต่บางตัวกลับคุ้นเคยกับมนุษย์ ฉลามเป็นสัตว์น่ากลัวเหมือนที่ร่ำลือกันหรือเปล่าครับ? ฉลามมีความก้าวร้าวแต่ไม่ทุกตัว เขาจะมีลักษณะแสดงออกให้เราเห็นได้อย่างชัดเจน บางชนิดจะโก่งตัวขึ้นครีบด้านข้างลู่ลงว่ายอย่างรวดเร็วในลักษณะไม่เป็นธรรมชาติ นั่นเป็นสัญญาณเตือนว่าเราต้องออกมาจากพื้นที่ของเขา จริงๆ ฉลามก็คือปลาตัวหนึ่งที่กลัวเรา ถ้าให้เปรียบเทียบง่ายๆ สุนัขที่กัดเราก็คือสุนัขที่กลัวเรา ถ่ายเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ? วาฬกับโลมาครับ เป็นสัตว์ที่วิวัฒนาการทางสมองใกล้เคียงกับเรามาก ทุกวันนี้นักวิทยาศาสตร์ทางทะเลหลายๆ คนพยายามสื่อสารทำความเข้าใจกับวาฬกับโลมาอยู่ เพื่อนช่างภาพที่สนิทกันคนนี้ถ่ายภาพวาฬเยอะมากประสบการณ์ที่เขาเล่าให้ผมฟังคือวาฬจำเขาได้และว่ายเข้ามาหา ผมชอบถ่ายวาฬมาก ผมบอกได้เลยว่าถ้าวาฬไม่มีปฏิสัมพันธ์กับเราจะได้ภาพยากมาก ถึงแม้เขาจะคุยกับเราไม่ได้แต่เขามีปฏิสัมพันธ์กับเรา เขายอมรับให้เราเข้าไปอยู่ในพื้นที่ของเขาได้ บางครั้งว่ายเข้ามาดูเราก็มี พื้นที่เป็นเรื่องสำคัญต้องทำให้เขารู้สึกว่าเราไม่ได้มารุกราน ประสบการณ์การทำงานมายาวนานประทับใจเคสไหนที่สุดครับ? สิ่งที่ประทับใจเหตุการณ์หนึ่งคือผมถ่ายภาพกระเบนราหูที่โคโมโด ผมถ่ายกระเบนราหูตัวนั้นทั้งไดฟ์อยู่ชั่วโมงกว่าแล้วกลับขึ้นมาบนเรือเพื่อพักและเปลี่ยนถังอากาศ 2 ชั่วโมงกว่าแล้วลงไปใหม่ กระเบนราหูตั้วนั้นก็ยังอยู่ที่เดิมและผมเชื่อว่าเขาจำผมได้เพราะพอเห็นผมปุ๊บว่ายเข้ามาหาเลยแล้วก็วนอยู่รอบตัว ประสบการณ์แบบนี้เป็นเรื่องที่พิเศษที่ลืมไม่ลงจริงๆ ครับ เทคนิคเฉพาะตัวในการทำงาน? การทำงานถ่ายภาพใต้น้ำโดยเฉพาะกับสัตว์ทะเลมันจะไม่เหมือนกับการถ่ายภาพสัตว์ป่าการถ่ายสัตว์ป่าบนบกต้องรออยู่ในซุ้มบังไพร ส่วนใหญ่ใช้เลนส์ขนาดยาวถ่ายในระยะค่อนข้างไกลหรือใกล้สุด 15 เมตร แต่ในการถ่ายภาพใต้น้ำระยะไกลที่สุดที่ถ่ายออกมาได้ดีคือไม่เกิน 3 เมตรจากเป้าหมาย สิ่งสำคัญที่สุดคือเราจะเข้าไปใกล้เป้าหมายได้ยังไง การที่เราอยู่เป็นกลุ่มใหญ่ๆ เสียงฟองอากาศที่เราดำน้ำมีผลมากกับสัตว์หลายๆ ชนิด เวลาอยู่จำนวนคนน้อยลงโอกาสสัตว์ที่เข้ามาปฎิสัมพันธ์กับเราก็มากขึ้น หรือบางครั้งผมถ่ายรูปมาโครสัตว์ตัวเล็กๆ ต้องใช้เวลาเพราะว่าเราจะไม่ไปจัดแต่งสัตว์ให้ไปอยู่ในมุมที่เราต้อง การฉะนั้นการดำน้ำของผมคือไม่ใช่ว่ายตามกลุ่มไป เรียกว่าคุณนัทมีความเป็นเพอร์เฟ็คชั่นนิสต์อยู่ในตัว? อาจจะมีส่วนนะ ผมถ่ายภาพมาตั้งแต่สมัยฟิล์ม ต้องยอมรับอย่างนึงนิสัยเสียของผมคือถ่ายภาพไม่เยอะ จำนวนชัตเตอร์ที่กดไปอาจจะไม่เยอะเท่าช่างภาพรุ่นใหม่ คือเราจะเห็นภาพก่อนแล้วค่อยกดชัตเตอร์ขณะที่ช่างภาพในยุคปัจจุบันจะมีวิธีมองอีกแบบที่ถ่ายภาพปุ๊บแล้วคิดไปว่าจะโปรเซสยังไงต่อให้ภาพออกมาอย่างที่ต้องการ ดังนั้นจำนวนภาพถ่ายของผมไดฟ์นึงมีแค่ 10-20 รูปเอง อาจจะเป็นความชินกับการถ่ายด้วยฟิล์มแบบเมื่อก่อนด้วย ได้ถ่ายภาพแนวอื่นบ้างมั้ยครับ? จริงๆ ผมก็ชอบถ่ายแลนสเคปนะครับ ไวด์ไลฟ์ก็ชอบถ้ามีจังหวะและโอกาส แต่ขณะเดียวกันผมถ่ายคนน้อยมากเลย ไม่ใช่ว่าผมไม่ชอบถ่ายนะ แต่ในบางครั้งผมอาจจะคุยกับคนไม่เก่ง ยกตัวอย่างช่างภาพถ่ายคนที่ผมนับถือคือคุณพิชญ์ เยาว์ภิรมย์ เป็นช่างภาพที่ดึงคาแร็คเตอร์คนออกมาได้ดีมาก เทคนิคพิเศษคือตีซี้คนง่ายมากเวลาไปเดินตลาดไม่ถึงชั่วโมงทั้งตลาดรู้จักคุณพิชญ์เรียบร้อยแล้ว สัตว์ใต้ทะเลที่คิดว่าถ่ายยากในมุมมองของคุณนัท? เยอะมาก ฉลามหัวค้อนเป็นอีกตัวอย่างนึงที่ถือว่าถ่ายยาก เป็นฉลามที่ขี้อายมาก คือเขาจะกลัวเสียงฟองอากาศของเรามาก บางทีว่ายมา 30-40 ตัวพอได้ยินเสียงฟองอากาศปุ๊บกระจายหายไปเลย ผมถ่ายภาพมา 20 ปีได้ภาพฉลามหัวค้อนดีๆ ไม่เกิน 10 รูป ส่วนใหญ่คือต้องแอบอยู่หลังโขดหินและพยายามหายใจให้น้อยที่สุดรอจนเข้ามาใกล้ได้จังหวะแล้วถ่าย มีสัตว์ชนิดไหนอีกมั้ยครับที่อยากถ่ายแต่ยังไม่ได้ถ่าย? เยอะมากครับส่วนใหญ่จะเป็นวาฬ เช่น วาฬบลูด้า วาฬสเปิร์ม วาฬสีน้ำเงิน โอกาสที่จะเจอวาฬไม่ใช่เรื่องง่ายต้องใช้จังหวะและเวลาที่เหมาะจริงๆ ช่วยเล่าเหตุการณ์ตื่นเต้นให้ฟังหน่อยครับ? มีไม่ค่อยบ่อยเพราะปกติก็ต้องระวังตัวเองเต็มที่ สิ่งที่ผมกลัวที่สุดส่วนใหญ่ไม่ใช่เรื่องของสัตว์แต่เป็นทะเล กลัวกระแสน้ำในบางจุดดำน้ำมันเป็นช่องแคบ ทำให้มีกระแสน้ำกดลงเป็นสิ่งที่อันตรายมากเพราะสามารถดูดเราลงไปใต้น้ำได้ ในการดำน้ำที่โคโดโมหรือบาหลี ผมพยายามอยู่ติดโขดหินตลอดเพราะบางครั้งกระแสน้ำเปลี่ยนอย่างรวดเร็วค่อนข้างอันตราย ลายเซ็นในภาพที่เห็นแล้วรู้ได้เลยว่าเป็นผลงานของคุณนัท? ผมว่าเรื่องลายเซ็นต้องให้คนอื่นดู อาจเป็นเรื่องความใกล้ชิด น่าจะเป็นความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างคนกับสัตว์มากกว่า ภาพที่ได้มาต้องผ่านการโปรเซสหน้าคอมพิวเตอร์หรือเปล่าครับ? รูปของผมต้องบอกเลยว่า 80% ค่อนข้างดูได้มาตั้งแต่ในกล้องแล้ว บางครั้งก็แทบไม่ได้ปรับอะไรเพิ่มเลยแต่ในบางครั้งพูดตรงๆ ว่าเป็นในแง่เทคนิค อย่างเช่นรูปครึ่งบกครึ่งน้ำข้างบนจะสว่างกว่าข้างล่างอยู่แล้วยังไงต้องผ่านการโปรเซสนิดหน่อยเพื่อจะเกลี่ยแสงด้านบนกับด้านล่างให้เท่ากัน กฎเหล็กประจำตัว? ผมพยายามไม่เปลี่ยนแปลงสภาพที่เห็นอยู่ตามธรรมชาติ สิ่งที่เห็นในภาพคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ ที่ผมมองผ่านวิวไฟเดอร์ของผม แล้วก็พยายามรบกวนธรรมชาติให้น้อยที่สุด จะบอกว่าไม่รบกวนเลยคงเป็นไปไม่ได้ ความรู้สึกที่ได้เป็นไอดอลเรื่องการถ่ายภาพใต้น้ำให้ใครหลายคน? เป็นความรู้สึกที่ดี แต่ผมเองไม่ได้เก่งไปกว่าคนอื่น เชื่อว่ามีช่างภาพหลายๆ คนที่มีฝีมือดีกว่า เพียงแต่ว่าผมอาจทำงานตรงนี้มายาวนานคนเลยรู้จักมากกว่าคนอื่นเท่านั้นเอง แล้วคุณนัทมีไอดอลกับเขามั้ยครับ? มีครับช่างภาพทุกคนย่อมมีช่างภาพในดวงใจ ส่วนผมมีหลายคนอยู่ถ้าเป็นต่างชาติชอบ ‘เดวิด ดูบิเลต์’ ช่างภาพเนชั่นแนลจีโอกราฟิกที่ผมเห็นผลงานเขามาตั้งแต่เด็กๆ ภาพของเขาถือว่าเป็นแรงบันดาลใจให้ผมอยากถ่ายรูปใต้น้ำ โดยรูปที่ประทับใจคือฝูงปลาบาร์ราคูด้าม้วนเป็นวงกลมแล้วมีนักดำน้ำอยู่ตรงกลาง ส่วนคนไทยนับถือเป็นพี่เชน หม่อมหลวงปริญญากร วรวรรณ ช่างภาพสัตว์ป่าที่ไม่ทำอย่างอื่นเลยนอกจากเป็นช่างภาพสัตว์ป่าอย่างเดียว ใช้เวลาเป็นปีอยู่ในป่า ทำงานมา 30 กว่าปีตั้งแต่ผมยังเด็กๆ จนตอนนี้ก็ยังทำอยู่ถือว่าเป็นไอดอลของผมทั้งงานเขียนและงานถ่ายภาพ แอบรู้มาว่าคุณนัทเคยได้รางวัลถ่ายภาพระดับโลกมาด้วย? จะบอกว่าผมส่งรูปประกวดน้อยมาก แต่ปัจจัยที่ทำให้ผมอยากส่งประกวดไม่ใช่เรื่องของรางวัลอย่างเดียวแต่อยู่ที่กรรมการตัดสินด้วย งานประกวดคราวนั้นคือ La Mer จัดประกวดร่วมกับเนชั่นแนลจีโอกราฟิก โดยได้ ‘ไบรอัน สเคอร์รี่’ ช่างภาพของเนชั่นแนลจีโอกราฟิก ที่ส่งไปเพราะอยากให้เขาได้เห็นภาพ อยากรู้ว่ามองเห็นเหมือนที่เรามองมั้ยแล้วก็อยากรู้คำวิจารณ์จากปากเขาด้วย ซึ่งก็บอกกับเรามาว่าเป็นจังหวะภาพที่น่าประทับใจ เบื้องหลังภาพนี้จะบอกว่าฟลุคก็ได้นะ ตอนนั้นไปดำน้ำที่กาลาปากอส จังหวะกำลังจะขึ้นจากน้ำเห็นนกตัวนี้มาลอยตัวอยู่ตรงผิวน้ำแล้วมองมาที่ผมพอดี ในชีวิตช่างภาพใต้น้ำของคุณนัทใฝ่ฝันอยากไปเยือนที่ไหนอีกมั้ยครับ? อยากไปแอนตาร์กติกา อยากถ่ายเพนกวินใต้น้ำ เป็นสิ่งที่เราไม่เคยเห็นมันก็อยากเห็นสักครั้งในชีวิต www.okeanos-photobook.com/ FB : Nat Sumanatemeya

ละครขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ , เรื่องย่อขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ
วรินทร ปัญหกาญจน์ /  แมท ภีรนีย์ ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ / 

ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจบทประพันธ์โดย : วรรณวรรธน์บทโทรทัศน์โดย : พฤกษ์ เอมะรุจิกำกับการแสดงโดย : รัญญา ศิยานนท์ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ตระกูล วรรณดำรง ตระกูลใหญ่ที่เริ่มต้นสืบเชื้อสายในไทยมาจากท่านเจ้าสัววรรณ ผู้ล่วงลับไปนานแล้ว ปัจจุบัน คุณ ปู่จรัล (เศรษฐา ศิระฉายา) เป็นเจ้าของธุรกิจหมื่นล้าน นั่นคือธนาคารไทยธนกิจ รวมทั้งกิจการในเครืออีกหลายรายการ อาทิ บริษัทประกันภัย อสังหาริมทรัพย์ โรงแรม ห้างสรรพสินค้า ฯลฯ คุณปู่จรัลมีน้องสาวแท้ ๆ คือ คุณย่าพริ้มเพรา (โฉมฉาย ฉัตรวิไล) ที่ครองความเป็นโสดมาเนิ่นนาน เป็นคนดุ เจ้าระเบียบในแบบคนรุ่นเก่า ไม่มีใครในอาณาเขต วรรณดำรง ที่กล้าขัดคำสั่งของเธอ ทั้งคู่มีหลานสาวคนโตสุดรัก วรรณวิวาห์ หรือ วีว่า ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ วรรณวิวาห์ หรือ วีว่า (ภีรนีย์ คงไทย) สาวนักเรียนนอก เจ้าของ วรรณวิวาห์เวดดิ้ง บริษัทรับจัดงานแต่งงานแบบครบวงจร ที่มีชื่อเสียงและกำลังมาแรงในวงการธุรกิจนี้ โดยวีว่ามีความใฝ่ฝันตั้งแต่เยาว์วัย หากโตขึ้นและเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เธอจะได้สวมชุดเจ้าสาวที่สวยเริ่ดที่สุด พร้อมเข้าพิธีแต่งงานอันสุดแสนเพอร์เฟค วีว่ามีคู่หมายอยู่แล้วคือ ลาภิศ หรือ ลม (ธีรเดช เมธาวรายุทธ) ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ นายทหารอากาศหนุ่มหน้าตาดีมีเสน่ห์ รู้จักและเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่วัยเยาว์ ลมได้ให้คำมั่นสัญญากับวีว่า เมื่อเค้าเรียนจบจากเมืองนอกจะขอเธอแต่งงานทันที และการคบหากันของทั้งคู่อยู่ในแรงส่งเสริมของ คุณย่าพริ้มเพรากับ คุณหญิงแขอุไร (สรวงสุดา ลาวัลย์ประเสริฐ) แม่ของลมเพื่อนรุ่นน้องของคุณย่าพริ้มเพรา ที่หวังในทรัพย์สินของตระกูลนี้ แต่แล้วการสิ้นลมหายใจแบบไม่คาดฝันของคุณปู่จรัล ทำให้ทุกอย่างกลับตาลปัตร เมื่อถึงวันเปิดพินัยกรรม เครือญาติทุกคนของตระกูล รวมถึงลมรีบดร็อบเรียนกลับมาเมืองไทยทันทีเมื่อทราบข่าว ซึ่งความจริงแล้ว ลมมีนิสัยไม่ต่างจากคุณหญิงแขอุไรผู้เป็นแม่ เขานึกถึงความร่ำรวยอันมหาศาลจะตามมาหลังแต่งงานกับวีว่า แต่แทนที่หลานสาวคนโตสุดรัก วีว่าจะได้เป็นผู้ครอบครองทรัพย์สินทั้งหมดตามที่หลายฝ่ายคาดไว้ หากคุณปู่จรัลกลับยกทรัพย์สินพร้อมกิจการทั้งหมดให้ปูรณ์ลูกบุญธรรม ที่มีศักดิ์เป็นอาของวีว่า ความคาดหวังของทุกคนพังทลาย หากก็น้อมรับตามพินัยกรรมที่คุณปู่จรัลระบุ เพราะทุกชีวิตของเครือญาติในอาณาจักรวรรณดำรงอยู่ดีมีสุขกันได้ เป็นเพราะการจัดการด้านการเงินที่ปูรณ์ทำให้อย่างเสมอภาคเท่าเทียม เรียกว่าดอกผลแต่ละเดือนที่ปรณ์จัดสรรมาให้แต่ละครอบครัว ก็อยู่สุขสบายกินใช้ไม่หมด หากวีว่ายังชังน้ำหน้าปูรณ์อยู่บ้าง ด้วยความที่คุณย่าพริ้มเพราปลูกฝังไว้ให้เกลียดชังอาปูรณ์ ที่เป็นแค่คนนอกสายเลือดหวังมากอบโกยเงินทอง ได้ใช้ชีวิตสุขสบายอย่างที่ไม่ควรได้รับ แต่เมื่อคุณปู่จรัลสิ้นลม อคติของวีว่าก็เบาบางลง เธอเริ่มมองเห็นบางอย่างด้วยสายตาเปลี่ยนไป อาปูรณ์(วรินทร ปัญหกาญจน์) ที่เธอเกลียดชังหวาดระแวงมาตลอดไม่ใช่คนอย่างที่โดนปลูกฝังสักนิดเดียว ตลอดพิธีการงานศพของคุณปู่จรัล วีว่าเห็นพวกเครือญาติแม้กระทั่งลม ผู้ชายที่เธอคิดจะแต่งงานด้วยเอาแต่ถามไถ่เรื่องพินัยกรรมกับมรดกอย่างออกหน้าออกตา มีเพียงอาปูรณ์ ทำหน้าที่ต้อนรับแขกเหรื่ออย่างขันแข็ง เธอยังสังเกตุเห็นความเสียใจที่ไม่จอมปลอมเหมือนญาติของเธอหลาย ๆ คน หลังเปิดพินัยกรรม คนที่เดือดร้อนเห็นมีแต่คุณหญิงแขอุไรกับลมเท่านั้น ทั้งสองโมโหจนขาดสติ เพราะพลาดเงินทองมหาศาลที่หมายไว้หลังจากการดองกับวีว่า เมื่อคุณย่าพริ้มเพราเอ่ยปากเรื่องแต่งงาน คุณหญิงแขอุไรทำเฉไฉบอกปัดและขอเลื่อนออกไปทันที ใจเด็ด (สมมาตร ไพรหิรัญ) พ่อของวีว่าถึงกับโมโห รู้เช่นเห็นชาติความละโมกของคุณหญิงแขอุไรก็คราวนี้ ที่สำคัญทำให้ลูกสาวสุดรักต้องเสียชื่อว่าถูกฝ่ายชายทิ้งก่อนแต่ง วีว่าจะต้องตกเป็นขี้ปากเม้าท์มอยและเสียงหัวเราะเยาะในแวดวงไฮโซอย่างแน่นอน ส่วนวีว่าหน้าชาทำอะไรไม่ถูก เธอเสียใจและกลับบ้านมาโวยวายกับ เจ้าขา (ปารีณา บุศยศิริ) น้องสาวของเธอ น้องสาวถามพี่สาวกลับไปว่าที่อยากแต่งงานกับลม เพราะรักลมจริง ๆ หรือแค่อยากแต่งงานเหมือนคนอื่น!!! วีว่าสะดุดกับคำถาม แล้วตกลงคำตอบคืออะไร เคยถามหัวใจตัวเองหรือเปล่า แต่เพราะทิฐิและความอายเกินกว่าจะรับตัวเองได้ วีว่าหุนหันพลันแล่นออกไปดื่มเหล้าจนเมามาย เมื่อเมาจนขาดสติ วีว่าขับรถตรงไปที่บ้านของลม แล้วต่อว่าลมอย่างเสียหายต่อหน้าพ่อและแม่ของเขา ลมโมโหฉุนขาดประกาศใส่หน้าวีว่า "เขาไม่คิดจะแต่งงานกับผู้หญิงนิสัยรั้น ขีวีนอย่างวีว่าเลย คนที่คบอยู่และกำลังจะแต่งงานด้วยคือ มุกริน (รัชวิน วงค์วิริยะ) ดารานางแบบชื่อดังต่างหาก" วีว่าช็อก!!! กับคำพูดของลม เธอโวยวายหนักมากขึ้นกว่าเดิม แต่ก่อนที่เรื่องจะบานปลาย ปูรณ์ก็เข้ามาห้ามและพาวีว่าออกไป ส่วนคุณหญิงแขอุไรที่อยู่ในเหตุการณ์ ก็อดรนทนไม่ไหว ใจของเธอมันสั่งให้เริ่มแผนการที่คิดไว้นานแล้วแต่ไม่ได้ทำสักที นั่นคือแผนการฮุบธนาคารไทยธนกิจมาเป็นของเธอและลูกชาย แล้วจัดการขายทิ้งเป็นเสี่ยง ๆ วันหนึ่ง ขณะที่วีว่ากำลังขับรถกลับบ้าน ท่ามกลางสภาพรถติดขัด ทั้นใดนั้น!!! มอเตอร์ไซค์คันหนึ่งขับมาขนาบข้างเธอ ชายสวมหมวกกันน็อคชักปืนขึ้นยิงใส่วีว่าทันที ในความฝันอันเลือนราง ชายหนุ่มหน้าตี๋สวมชุดขาวเดินมาหาวีว่า วีว่าถามว่าเธอตายแล้วเหรอ แล้วเขาเป็นใคร ทำไมถึงมาหาเธอในฝันได้ หรือเป็นเนื้อคู่เธอในชาติที่แล้ว ชายหนุ่มขำ แล้วบอกจะพาเธอกลับไปส่ง เบื้องบนต้องการให้เธอไปอยู่ในอีกร่างหนึ่ง ที่บังเอิญเสียชีวิตพร้อมกัน วีว่าไม่เข้าใจในสิ่งที่ชายหนุ่มหน้าตี๋พูด แต่ก่อนที่จะได้ซักถามอะไรอีก ร่างของเธอก็เหมือนถูกดูดไปยังเบื้องล่าง เบื้องล่างที่สว่างเกินบรรยาย วีว่าสะลึมสะลือตื่นขึ้นมา เธอนอนอยู่บนเตียงในโรงพยาบาล และเมื่อเธอรู้สึกตัว คนที่เข้ามาแสดงความดีใจกลับเป็น พี่บี (คัชชาเทพ เอี่ยมศิริ) ผู้จัดการส่วนตัวของมุกรินดารานางแบบชื่อดัง ผู้หญิงที่ลมบอกกับเธอว่าจะแต่งงานด้วย วีว่างุนงงว่าสองคนมาทำอะไรที่นี่ ทำไมไม่ใช่พ่อแม่หรือเจ้าขาน้องสาวเธอที่มาเยี่ยมไข้ แต่ไม่กี่นาทีต่อมา เมื่อเธอได้ส่องกระจก เธอก็ต้องพบคำตอบสุดช็อก เพราะในขณะนี้วีว่าอยู่ในร่างของมุกรินเรียบร้อยแล้ว เธอกลายเป็น มุกริน แม็กซ์เวลส์ ไปได้อย่างไร!!! เรื่องราวบางส่วนก็ค่อย ๆ คลี่คลาย เมื่อวีว่าในร่างของมุกรินรู้ความจริงว่า มุกรินเสียใจที่ถูกพี่บีผู้จัดการส่วนตัวแก้แค้น ด้วยการปล่อยภาพหลุดของมุกรินที่คลอเคลียกับผู้ชายหลายคนออกสื่อจนเป็นข่าวฉาว แถมยังถูกลมคนรักบอกเลิกอีก มุกรินเสียใจมากจึงกรีดข้อมือตัวเอง ลมมาเห็นเข้าจึงรีบพาส่งโรงพยาบาล เป็นเวลาเดียวกับที่วีว่าถูกคนร้ายยิงพอดี มุกรินหัวใจหยุดเต้นไปนาน แต่จู่ ๆ หัวใจของมุกรินก็กลับมาเต้นอีกครั้ง เธอฟื้นคืนสติแถมไม่มีอาการบาดเจ็บอะไรเลยราวกับปาฏิหารย์ ขณะเดียวกันวีว่าที่ยังไม่ตาย กลับต้องกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา ไม่รู้จะฟื้นเมื่อใด วีว่าในร่างของมุกรินตกใจกับสิ่งที่เธอล่วงรู้ เธอนึกถึงร่างของตัวเองจึงขอร้องให้ลมพาไปเยี่ยมในห้องพักผู้ป่วยของวีว่า ลมงง ๆ แต่ก็พาไป เมื่อวีว่าในร่างของมุกรินไปถึงห้องผู้ป่วยของวีว่า เธอได้พบกับพ่อแม่ เจ้าขาและชั้น (ฉัตรธนา ฉัตรบริรักษ์) ทั้งหมดงุนงง มุกรินที่ไม่เคยสนิทสนมอะไรด้วยกลับมาเยี่ยมวีว่า ปูรณ์ตกใจและเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เขาพุ่งไปโอบกอดร่างของวีว่าแล้วร้องไห้อย่างคนเสียสติ เขาอยากให้เธอฟื้นขึ้นมาเจอเขาเดี๋ยวนี้ เขาจะไม่หลบหนี ไม่ห่างหายไปจากเธออีกตลอดกาล ทุกอย่างอยู่ในสายตาของวีว่าในร่างมุกริน วีว่าเข้าใจชัดเจนว่าอาปูรณ์รักเธอเหมือนเดิม แต่ที่อาปูรณ์ต้องหายตัวไป เพราะทำตามคำสั่งคุณย่าพริ้มเพรา เรื่องราวเข้มข้นขึ้นไปทุกที แต่เรื่องราวความรักของทั้งคู่จะเป็นอย่างไร? อาปูรณ์กับ วีว่าจะฝ่าฟันอุปสรรคและปัญหาไปได้หรือไม่? วีว่า จะได้สวมใส่ชุดเจ้าสาวที่สวยเริ่ดดดที่สุดอย่างที่ฝันไว้หรือเปล่า? ติดตามชม ละคร ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจได้ทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละคร ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ เริ่มตอนแรกวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2558 รายชื่อนักแสดง ละคร ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ วรินทร ปัญหกาญจน์ รับบท อาปูรณ์ ภีรนีย์ คงไทย รับบท วีว่า ธีรเดช เมธาวรายุทธ รับบท ลม รัชวิน วงศ์วิริยะ รับบท มุกริน โกสินทร์ ราชกรม รับบท เมธี เศรษฐา ศิระฉายา รับบท คุณปู่จรัล โฉมฉาย ฉัตรวิไล รับบท คุณย่าพริ้มเพรา สรวงสุดา ลาวัลย์ประเสริฐ รับบท คุณหญิงแขอุไร สมมาตร ไพรหิรัญ รับบท ใจเด็ด สุปราณี เจริญผล รับบท วารุณี ธนา ฉัตรบริรักษ์ รับบท ชั้นฉัตร ปารีณา บุศยศิริ รับบท เจ้าขา จรรยางค์ ดีกุล รับบท คุณลึกลับ กรุณพล เทียนสุวรรณ รับบท สวัสดิ์ คัชชาเทพ เอี่ยมศิริ รับบท บี พุทธชาด พงศ์สุชาติ รับบท พี่หมี ธนวัฒน์ ประสิทธิสมพร รับบท อีโน อภินันท์ ประเสิรฐวัฒนกุล รับบท วิค กิติธัช ประดับ รับบท รวิท มนตรี เจนอักษร รับบท ชงโชค

ชูวิทย์จวก! รู้ทันสุเทพ ทวงบุญคุณรัฐบาลทหาร
กปปส. /  ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ / 

ชูวิทย์เหน็บ สุเทพส่งสัญญาณทวงบุญคุณรัฐบาลทหาร "ที่มีวันนี้ได้ เพราะ กปปส. จัดให้"  วันนี้ (31ก.ค.) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ได้โพสต์ข้อความแสดงความเห็น กรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานคณะกรรมการมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย ได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย ข้อความทั้งหมดระบุว่า "รู้ทันสุเทพ" สุเทพเปิดตัวมูลนิธิมวลมหาประชาชน ยันปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ไปพร้อมกับ คสช. ผมพูดถึงคุณสุเทพในสถานะที่แตกต่างกันอย่างต่อเนื่อง จนวันนี้ประชาชนอยากรู้ว่า คุณสุเทพจะรอดพ้นความรับผิดชอบต่อสถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้นจากตัวเองอย่างไร? ผมพยายามอย่างมากที่จะให้ความเป็นธรรมกับคุณสุเทพ แม้ว่าจะยากเย็นต่อการกระทำดังกล่าว คุณสุเทพเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงจาก "ระบอบประชาธิปไตย" ไปสู่ "รัฐบาลทหาร" จากนั้นก็โกนหัวเข้าวัด ให้ทุกคนเข้าใจว่าเป็นผู้เสียสละ ทำเพื่อประเทศชาติ และจะหันหลังให้การเมืองมุ่งสู่ร่มกาสาวพัสตร์ แต่ขณะบวชเป็นพระก็ยังอดไม่ได้ช่างใจไม่อยู่ แสดงตัวสนับสนุนรัฐบาลทหารว่า เป็น "พวกของเรา" และมองอีกฝั่งที่อยู่ตรงกันข้ามว่าเป็น "พวกอื่น" อย่างกับตอนอยู่ในสภา เป็น ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ไม่ผิดเพี้ยนทั้ง ๆ ที่ห่มผ้าเหลือง พอสึกพ้นประตูวัด ขนคิ้วยังไม่ทันขึ้น ก็รีบจัดตั้ง "มูลนิธิมวลมหาประชาชน" หยอดคำหวานใส่ คสช. ว่าจะขอร่วมลงเรือปฏิรูปด้วย ที่จริงแล้ว คุณสุเทพส่งสัญญาณทวงบุญคุณรัฐบาลทหารเสียมากกว่า "ที่มีวันนี้ได้ เพราะ กปปส. จัดให้" คุณสุเทพยังย้ำต่อว่า มูลนิธิไม่ยุ่งเกี่ยวการเมือง ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคประชาธิปัตย์ แต่ขอโทษนะครับ ที่นั่งหน้าสลอนกันอยู่บนเวทีแถลงข่าวก็นักการเมืองทั้งนั้น แถมสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ล้วน ๆ ผมหวนคิดถึง "กำนันสุเทพ" ที่ล้มรัฐบาลยิ่งลักษณ์เมื่อสองปีก่อน บรรดากองเชียร์พากันบูชา เชื่อว่าคุณสุเทพไม่ผิดคำพูด ทำเพื่อประเทศชาติ แล้วจะเลิกเล่นการเมือง กลายเป็นคนแก่หลังเกษียณ ใช้ชีวิตเลี้ยงหลานอยู่ที่สุราษฎร์อย่างมีความสุข ท้ายสุดคุณสุเทพ "สับขาหลอก ใช้วาทกรรม " ไม่ยุ่งเกี่ยวการเมืองในสภา แต่ขอจัดการเมืองภาคประชาชน" หักหลังมวลมหาประชาชนคนกลางที่หลงเชื่อหัวปักหัวปำตอนเป่านกหวีด ให้มันได้อย่างนี้สิ พ่อคนดีของมวลมหาประชาชน (ประชาธิปัตย์) อำนาจทางการเมืองไม่ได้มีพื้นฐานมาจากความจริงเท่านั้น คุณสุเทพจึงยังคงไม่ยอมหยุด ที่ต้องจับตาดูคุณสุเทพ ไม่ใช่เฉพาะประชาชนอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ แต่รัฐบาลทหารเองก็อย่าวางใจก็แล้วกัน ดีไม่ดีรู้ไม่ทัน พลาดท่าไปหลงเชื่อคุณสุเทพ แล้วจะหาว่าชูวิทย์ไม่เตือน MThai News

'อนุพงษ์' บอก 'สุเทพ' แถลงหนุนคสช.ไม่เกี่ยวรัฐบาล
กปปส. /  พล.อ. อนุพงษ์ / 

พล.อ. อนุพงษ์ บอก สุเทพ แถลงหนุน คสช. ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล ย้ำยึดโรดแมป ปัดตอบปรับ ครม.  จากกรณีการแถลงข่าวของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (กปปส.) ที่ระบุถึงทิศทางของมูลนิธิฯ ว่าจะสนับสนุนให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และรัฐบาล ปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง โดยไม่จำกัดระยะเวลา ล่าสุด (31 ก.ค. 58) พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า ทิศทางของมูลนิธิกปปส. นั้น ไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล เพราะรัฐบาลและคสช. ได้ยึดตามหลักโรดแมป เพื่อวางรากฐานให้กับประเทศ และร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และเชื่อว่าการแถลงข่าวของ นายสุเทพ นั้น คนไทยส่วนใหญ่จะเห็นว่าไม่ต้องการให้มีความขัดแย้ง เพราะกระบวนการทุกอย่างขณะนี้ไปเป็นตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว นอกจากนี้ พล.อ. อนุพงษ์ ยังระบุว่า มาตรการการดูแลกลุ่มการเมืองนั้น ได้ดูแลทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม ซึ่งการแถลงข่าวของ นายสุเทพนั้น เป็นการกำหนดทิศทางของมูลนิธิ แต่อย่างไรก็ตาม ได้มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงไปสังเกตการณ์ในการแถลงข่าวด้วย และหากจะมีกลุ่มการเมืองอื่น ๆ มาเคลื่อนไหวอีก ก็จะต้องให้ที่ประชุมของคสช. พิจารณาตามความเหมาะสม แต่ส่วนตัวนั้น ไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วย พร้อมกันนี้ พล.อ. อนุพงษ์ ยังปฏิเสธและไม่แสดงความเห็นต่อการปรับคณะรัฐมนตรี

ณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์ คลื่นลูกใหม่ของ ช.การช่าง ที่พร้อมจะก้าวไกล
ช.การช่าง /  ณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์ / 

ชีวิตที่เรียนรู้และพัฒนาไม่เคยหยุด ณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์ คนที่เคยผ่านพื้นที่ก่อสร้างคงจะเคยเห็นโลโก้ของ ช.การช่าง โดยเฉพาะคนกรุงที่ต้องเคยเห็นในพื้นที่ของการก่อสร้างรถไฟฟ้าและรถไฟใต้ดินอย่างแน่นอน หลายคนอาจจะรู้จัก ช.การช่าง ในฐานะบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ของไทย  แต่มีคนอีกไม่น้อยที่รู้จัก ช.การช่าง ผ่านบทสัมภาษณ์ในสื่อต่างๆของผู้บริหารหนุ่มที่กำลังเป็นที่จับตามองในวงการธุรกิจในฐานะคลื่นลูกใหม่ของ ช.การช่าง ‘ณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์’ นับเป็นเวลา 4 ปีแล้วที่เขาได้กลับมาสานต่องานธุรกิจของครอบครัว หลังจากไปศึกษาที่อเมริกาตั้งแต่อายุ 15 ปี จนจบปริญญาโทและทำงานด้านการเงินที่ Wall Street ณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์  ขณะนี้ดำรงตำแหน่งผู้จัดการสำนักกรรมการผู้จัดการใหญ่และเลขานุการบริษัท มีภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบในหลายส่วน ทั้งส่วนงานของเลขานุการบริษัท นอกจากนี้ยังมีงานด้านนักลงทุนสัมพันธ์ Investor Relations อีกทั้งงานด้านการประชาสัมพันธ์ ที่เขาจะเน้นให้บริษัทเป็นที่รู้จักให้มากขึ้น และสุดท้ายคือส่วนงานด้าน CSR (Corporate Social Responsibility) หรือความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมขององค์กร ซึ่ง Men.MThai ต้องขอยกนิ้วให้กับความสามารถในการทำงานของผู้ชายคนนี้ และครั้งนี้เราได้ขอบุก ช.การช่าง เพื่อสัมภาษณ์ผู้ชายเก่งคนนี้ แผนงานในอนาคตของ ช.การช่าง นโยบายในปัจจุบันคือเราจะเป็นผู้นำในธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและเป็นผู้นำในการพัฒนาการลงทุนระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน โดยส่วนตัวคิดว่าเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน มันสามารถต่อยอดไปได้อีกหลายสิบปี รัฐบาลเองก็มีนโยบายผลักดันโครงสร้างพื้นฐาน เช่น รถไฟฟ้าอีก 10 สายที่จะมีในอนาคต รถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่ มอร์เตอร์เวย์ ซึ่งก็ใช้เวลาอีกเป็นสิบปีกว่าจะทำเสร็จสิ้น ยังมีเรื่องอื่นๆที่เราเข้าไปดู อย่างเรื่องไฟฟ้าและน้ำประปา เราก็เข้าไปลงทุนด้วย ซึ่งเรื่องปัจจัยพื้นฐานเหล่านี้ยังจะต้องโตขึ้นไปอีกเยอะ เวลาที่ ช.การช่าง เข้าไปรับเหมาก่อสร้างแล้วมีงานสัมปทาน เราก็จะเข้าประมูลงานบริหารสัมปทานมาด้วย หลังจากนั้นเราก็จะจัดตั้งบริษัทลูกขึ้นมาเพื่อไปบริหารจัดการงานสัมปทานนั้นๆ ปัจจุบันนี้ก็มี บมจ.ทางด่วนกรุงเทพ บริหารงานทางด่วนขั้นที่ 2  บมจ.รถไฟฟ้ากรุงเทพ บริหารงานรถไฟใต้ดิน(MRT)  บมจ.น้ำประปาไทย (TTW) เป็นผู้ผลิตน้ำประปาเอกชนรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย  บมจ.ซีเค พาวเวอร์ เป็นธุรกิจไฟฟ้าที่เราไปลงทุนในโรงไฟฟ้าต่างๆ ก็เป็นธุรกิจต่างๆในกลุ่มบริษัท ช.การช่าง คนทั่วไปจะรู้จักว่า ช.การช่าง ว่าเป็นธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ตอนนี้เราเลยจะทำการประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้นว่า ช.การช่าง เป็นผู้ก่อสร้างและพัฒนาด้วย งานในส่วน CSR : Corporate Social Responsibility ก็จะเป็นการช่วยเหลือในด้านวิศวกรรมที่เป็นสิ่งที่เราสร้างได้ ส่วนใหญ่จะเป็นโครงการที่อยู่ใกล้ไซต์ก่อสร้าง เพราะถ้าเราเข้าไปทำการก่อสร้างแล้วมีผลกระทบกับพื้นที่นั้น เราก็อยากจะเข้าไปช่วยเหลือสร้างประโยชน์ให้กับพื้นที่นั้นเพื่อที่ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่มีความรู้สึกที่ดีขึ้น  ก็จะเป็นการสร้างโรงเรียน ซ่อมแซมวัด สร้างถนนในหมู่บ้านให้เดินทางสะดวก  ตอนปีที่เกิดน้ำท่วมเราก็ไปช่วยแจกอาหารข้าวของเครื่องใช้ อย่างปีที่แล้วเกิดแผ่นดินไหวที่เชียงราย เราก็ไปสร้างโรงเรียนที่นั่น 2 หลัง การกลับมาทำงานที่ ช.การช่าง มีความกดดันจากคนรอบข้างบ้างหรือเปล่า ก็เป็นเรื่องปกติครับ เพราะคนก็คาดหวังไว้ที่เราเหมือนกัน ด้วยความที่เป็นลูกคุณพ่อ (คุณปลิว ตรีวิศวเวทย์) ได้ไปเรียนอเมริกาตั้งแต่เด็ก เคยได้ทุนเรียนต่อและเคยทำงานที่นิวยอร์ก พอกลับมาทำงานที่นี่เขาก็คงจะคาดหวังไว้กับเราสูง เราก็ต้องพยายามทำให้ได้ แต่ผมก็มองว่าเป็นสิ่งที่ดีนะครับ พอเรามีแรงกดดันก็จะทำให้เรากดดันตัวเองเพื่อที่จะทำงานให้ดีขึ้น ผมว่าทุกอย่างในชีวิตเราสามารถทำให้ดีขึ้นได้อีกอยู่แล้ว ความแตกต่างระหว่างการทำงานที่ต่างประเทศกับการกลับมาทำงานของครอบครัว แตกต่างกันอยู่แล้วครับด้วยเนื้องานที่ต่างกัน เมื่อก่อนผมทำงานด้านไฟแนนซ์มาก่อน ตอนนี้มาทำด้านโยธา ตอนที่ทำงานไฟแนนซ์มันเป็นงานเฉพาะด้าน ดูแลงานเรื่องอนุพันธ์ เป็นพนักงานประจำต้องนั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวัน พอกลับมาทำงานที่ ช.การช่าง สโคปงานจะกว้างมาก มีโครงการใหม่ๆที่ต้องศึกษาตลอด มีโครงการลงทุนใหม่ๆที่เราต้องเข้าไปมีส่วนร่วม หน้าที่การงานก็ต้องเปลี่ยนไป การทำงานที่เป็นกิจการของครอบครัวก็จะให้ความรู้สึกเป็นเจ้าของมากกว่าและมีส่วนได้ส่วนเสียในงานมากกว่างานที่เป็นลูกจ้าง ก็จะทุ่มลงไปกับงานมากขึ้น เป็นลูกจ้างกับเป็นเจ้าของกิจการ แบบไหนที่เครียดกว่ากัน เครียดคนละแบบ ตอนที่ทำงานไฟแนนซ์ก็เครียดเพราะเราก็อยากจะมีผลงานที่ดี เป็นการทำงานครั้งแรก เรามีความใฝ่ฝันที่อยากจะทำงานที่ Wall Street พอเรียนจบปุ๊บก็ไปหางานทำที่นั่นเลย พอได้งานทำแล้วก็อยากจะพิสูจน์ตัวเองว่าเราก็ทำได้ดีต้องตั้งใจทำที่สุด ก็มีความเครียดว่าเราจะแซงคนอื่นได้ยังไง เพราะงานไฟแนนซ์ก็มีการแข่งขันสูงอยู่เหมือนกัน ก้าวเข้ามาทำงานบันเทิงได้อย่างไร ตอนที่กลับมาจากอเมริกา มีเพื่อนที่ทำงานเป็นแคสติ้งเขาก็บอกว่ามีงานที่เหมาะกับเรา เขาก็ชวนให้เราไปลองดู เราก็ไม่เคยคิดว่าเราจะทำงานด้านนี้ได้ ก็เลยลองไปแคสดู แล้วก็ไม่ได้งาน จากนั้นก็ไม่ได้งานอยู่หลายงาน มันก็เหมือนเป็นการทดสอบตัวเองนะว่าเรามีความอดทนมีความพยายามแค่ไหน จนทำให้เราเกิดความรู้สึกว่าสักวันเราต้องทำให้ได้ พอได้งานก็รู้สึกดีใจมาก โฆษณาชิ้นแรกเป็นโฆษณากาแฟของอินโดนีเซีย ชิ้นแรกที่ออนแอร์ในไทยจะเป็นโฆษณา SB Furniture หลังจากนั้นก็มีสัมภาษณ์ตามนิตยสารต่างๆ เริ่มไปงานสังคมบ้าง จนมาปีที่แล้วมีรายการ Family Secret ของกันตนา เป็นรายการแนวเรียลลิตี้ที่นำเอาทายาทธุรกิจ 7 คนมาแชร์ประสบการณ์ชีวิตการทำงานของแต่ละคน ทางกันตนาเขาคงเห็นแววในตัวเราว่าน่าจะเล่นละครได้ ก็เรียกมาแคสละครเรื่อง ยัยเป็ดขี้เหร่ Ugly Betty Thailand มีกฎเกณฑ์ในการรับงานบันเทิงยังไง งานบันเทิงที่ทำอยู่สำหรับผมเป็นงานอดิเรกมากกว่า ที่เราทำเพราะว่าเราสนุกเป็นสีสันของชีวิต แต่ถ้ารับทำงานไหนแล้วก็จะตั้งใจทำเต็มที่ เพราะถ้างานออกมาไม่ดีเราก็จะรู้สึกแย่ อย่างแรกที่รับงานคือรู้สึกดีรู้สึกสนุกที่จะทำ อย่างที่สองคือเรื่องภาพลักษณ์ว่าขัดกับภาพลักษณ์ของการเป็นผู้บริหารหรือเปล่า ถามเรื่องครอบครัวบ้าง มีพี่น้องกี่คน มีพี่สาว 1 คน กับ พี่ชาย 1 คน  พี่สาวคนโต ‘พี่หนิง ดร.สุภามาส ตรีวิศวเวทย์’ ตอนนี้เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ของ ช.การช่าง พี่ชายคนกลาง ‘พี่ปอง คุณธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์’ ตอนนี้เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ของ ซีเค พาวเวอร์ ส่วนผมเป็นคนเล็ก ก็จะสนิทกันทั้งหมด พี่ชายกับพี่สาวแม้ว่าจะแต่งงานแยกครอบครัวไปแล้วแต่บ้านก็จะอยู่ติดกัน บ้านพี่ชายก็สร้างอยู่ในรั้วเดียวกัน ส่วนบ้านพี่สาวก็จะอยู่ใกล้ๆเดินไปหากันได้ เหตุการณ์ที่ประทับใจกับครอบครัว เพิ่งผ่านมาเร็วๆนี้เลยครับเป็นงานบวชพี่ชาย ด้วยความที่ผมไปเรียนที่อเมริกาตั้งแต่อายุ 15 ทำให้เป็นคนที่ค่อนข้างจะอิสระอยู่ตัวคนเดียวได้ ช่วงที่อยู่อเมริกาก็จะบ้าเรียนมาก พี่ชายพี่สาวแต่งงานก็ติดสอบไม่มีโอกาสได้มาร่วมงาน จนตลอด 4 ปีที่ได้กลับมาอยู่บ้านก็เลยเพิ่งมีโอกาสได้เสริมสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว พอมองย้อนกลับไปก็รู้สึกว่าในช่วงเวลาสำคัญในชีวิตของพี่ชายพี่สาวเราน่าจะได้อยู่ร่วมในเหตุการณ์นั้นด้วย จนได้อยู่ร่วมในงานบวชพี่ชายก็รู้สึกดีและเห็นเลยว่าสีหน้าและแววตาคุณพ่อคุณแม่เขาปลื้มมากๆที่พี่ชายบวชให้คุณแม่ เรารู้สึกได้เลยว่าคุณพ่อคุณแม่และคนในครอบครัวมีความสุข คุณพ่อคุณแม่เป็นคนเข้มงวดแค่ไหน ไม่เข้มงวดครับ ที่บ้านค่อนข้างปล่อยให้ลูกเป็นคนเลือกทำในสิ่งที่อยากจะทำ ก็มีเตือนบ้างว่าการตัดสินใจทำอะไรก็จะมีผลที่ตามมา ให้เลือกเดินชีวิตอย่างสมเหตุสมผล อย่างที่ผมไปทำงานด้านบันเทิงต้องคิดตริตรองให้ดีว่าไม่มีผลกระทบในอนาคตข้างหน้าที่เราจะไปทำหน้าที่ผู้บริหารใน ช.การช่าง คำสอนของคุณพ่อคุณแม่ หลักๆจะเป็นเรื่องการเป็นคนนอบน้อมและให้เกียรติผู้ใหญ่ เพราะงานที่เราทำอยู่ก็จะเจอกับบุคคลหลายประเภท ถ้าเรามีความนอบน้อมก็จะทำให้คนอื่นอยากจะร่วมงานกับเรา รักเรา แล้วเรื่องอื่นๆก็จะดำเนินไปได้ด้วยดี งานอดิเรกยามว่าง เป็นคนที่ชอบออกกำลังกายถ้าว่างก็จะไปออกกำลังกาย อีกอย่างที่ชอบซึ่งอาจจะดูเนิร์ดๆหน่อยคือชอบเล่นเกมส์ PlayStation เล่นมาตั้งแต่เด็กเลย ซึ่งผมมองว่ามันไม่ใช่แค่ของเล่นแต่เป็นสิ่งเอ็นเตอร์เทนประเภทหนึ่งมันเหมือนดูหนัง ปัจจุบันถ้าเล่น Play 4 จะสามารถใส่ข้อมูลการตัดสินเข้าไปได้ ถ้ามีวันหยุดหลายๆวันจะทำอะไร สิ่งที่ชอบมากคือนอนพัก ถ้ามีเวลาว่างชอบนอนตื่นสายๆ ถ้ามีเวลาว่างมากๆก็จะไปทะเลไปนอนพักไปรีแลกซ์ไม่ต้องคิดถึงเรื่องงาน ทะเลที่ชอบไปก็ใกล้ๆอย่างหัวหินปราณบุรี อีกสถานที่ที่ชอบไปก็ที่ญี่ปุ่น ชอบอาหารญี่ปุ่น เป็นประเทศที่สะอาด มีระบบระเบียบ ทันสมัย สิ่งที่เราภาคภูมิใจในตัวเอง ภูมิใจว่าตัวเองสามารถทำอะไรหลายๆอย่างที่ไม่คิดว่าจะทำได้ อย่างเช่นเรื่องเรียนก็เพิ่งจะมาเรียนเก่งตอน ป.6 – ม.1 ก็เลยมาคิดว่าเรามาลองตั้งใจเรียนดูดีกว่า ลองอดทนลองพยายาม อ่านหนังสือ ทำการบ้าน ไม่หนีเรียน แล้วก็ทำได้ 4.00 ไปเรียนอเมริกาตอนแรกๆก็มีปัญหา เพราะเราเป็นคนเอเชีย เพื่อนเป็นฝรั่งคุยกันเราฟังไม่ทันพูดกันไม่รู้เรื่อง เราก็เป็นเหมือนตัวตลก เลยคิดว่าเราต้องเรียนให้ดีแล้วไม่งั้นจะไม่มีจุดเด่นในชีวิต ก็เลยพยายามเรียน แล้วเราก็ทำได้จนได้ทุนไปเรียนปริญญาโทที่สแตนฟอร์ด ถ้ามีความตั้งใจพยายามก็จะประสบความสำเร็จในทุกอย่างที่ทำ บางอย่างเป็นสิ่งที่เราไม่ได้คิดไม่ฝันว่าจะทำได้ด้วย อย่างเรื่องการแสดงนี่ก็เหมือนกัน พูดได้เลยว่าเมื่อก่อนไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีความสามารถไปอยู่หน้ากล้องได้เพราะขี้อายสุดๆถ้าอยู่หน้ากล้องคืออาย ตัวสั่น พูดอะไรไม่ได้เลย อะไรคือสิ่งที่ไม่เพอร์เฟคในตัวเอง คิดว่าปัจจุบันยังมีประสบการณ์การทำงานที่ ช.การช่าง ยังไม่มากพอ ตอนนี้ก็เริ่มที่จะมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้นแล้ว แต่ก็ยังอยู่ในช่วงที่เรียนรู้งานก่อนที่เราจะสามารถที่จะทำโครงการอะไรขึ้นมาเป็นของตัวเองได้ ซึ่งนั่นคือจุดมุ่งหมายของผมเลยล่ะ ตอนนี้เรายังอยู่ในช่วงที่ต้องผลักดันตัวเองเสริมสร้างประสบการณ์การทำงานให้แข็งแรงขึ้น ชีวิตใน 5 ปีที่ผ่านมา กับในอีก 5 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร เป็นเรื่องที่เดายากมากนะ เพราะ 5 ปีที่แล้วมาถึงปัจจุบันชีวิตเปลี่ยนไปเยอะมาก ตอนนั้นเรายังทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือน ต้องตั้งใจทำงานเพื่อที่จะให้เจ้านายประทับใจจะได้มีโอกาสที่จะเลื่อนตำแหน่ง ตอนนั้นอยู่ในช่วงอายุยี่สิบปลายๆที่ยังเที่ยวเล่นใช้ชีวิตของความเป็นหนุ่มโสดในมหานครนิวยอร์ก พอ 5 ปีผ่านมา เรากลับมาที่นี่ เรามีกิจการครอบครัวมีภาระหน้าที่ มีโครงการอีกหลายโครงการที่เราอยากให้ ช.การช่าง เติบโตขึ้นไป และเรายังต้องพิสูจน์ตัวเองในฐานะรุ่นที่ 2 ที่ต้องต่อยอดธุรกิจ อีก 5 ปีข้างหน้าก็ยังเดาไม่ออกครับว่าจะเป็นยังไง หลังจบการสัมภาษณ์กับ คุณโจ้ ณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์  เขาทำให้ Men.MThai รู้ว่านอกจากเขาจะเป็นคนที่มี IQ สูงแล้ว (ซึ่งเราคาดเดาจากผลการเรียนของเขา) แต่เขายังเป็นคนที่มี EQ สูงอีกด้วย แม้เจ้าตัวจะบอกว่าเป็นคนเงียบๆ นิ่งๆ แต่ตลอดการสัมภาษณ์นั้นบนใบหน้าของเขาแฝงไปด้วยยิ้มและมีเสียงหัวเราะอยู่บ่อยๆ แต่สิ่งสำคัญที่เรารับรู้ได้คือความพยายามและความมุ่งมั่นและตั้งใจในทุกสิ่งที่ได้ทำ ความต้องการพัฒนาสิ่งที่อยู่ในมือให้ดียิ่งๆขึ้นไปอีก และ Men.MThai มั่นใจอย่างยิ่งว่าผู้ชายคนนี้จะไม่มีวันหยุดนิ่งอยู่กับที่เขาจะต้องก้าวไปข้างหน้าอยู่ตลอดอย่างแน่นอน เพราะคำว่า “พยายาม” ที่หลุดออกมาจากปากผู้ชายคนนี้ให้ได้ยินอยู่หลายครั้ง

สัมพันธ์ยังเหนียวหนึบ!! บี ควง ไฮโซกร เดินห้างกระชับรัก
บี มาติกา /  ไฮโซกร กรกฤช

ไม่รู้ว่าสาว บี มาติกา มาถึงจุดนี้ได้ยังไง จุดที่ความรักอยู่ในขั้นที่หวานสุดขีดค่ะคู้น... นอกจากนางจะขยันอัพภาพหวานๆ กับ ไฮโซกร กรกฤช จุฬางกูร แฟนหนุ่มนักธุรกิจทายาท ซัมมิท กรุ๊ป ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์รายใหญ่ในประเทศไทยลงอินสตาแกรมแล้ว เจ้าหล่อนยังเคลียร์คิวงานมาควงแฟนหนุ่มเดินห้างดังกระชับรักกันสองต่อสองแบบกะหนุงกะหนิง ก็ไม่รู้ว่าทั้งคู่ควงกันมาเช็กความฮอตของขนมญี่ปุ่นแบรนด์ดัง Croissant Taiyaki ที่ไฮโซกรนำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่นหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ ขนมที่ว่าหวานโรยน้ำตาลเยอะๆ ก็ยังเทียบไม่ได้กับความหวานของคู่นี้เลยนะฮ้า จุดนี้บอกเลยว่าถึงผลงานในวงการของบีจะไม่ดังเปรี้ยงปร้างเหมือนเก่า แต่ความรักของนางระดับความหวานต้องเรียกว่าจุกอกเลยทีเดียว เพราะขนาดฝ่ายชายมีงานล้นมือ ยุ่งจนแทบจะหาเวลาพักผ่อนไม่ได้ ก็ยังเคลียร์คิวมาเติมรักให้นางได้ตลอดๆ ต่างคนต่างแบ่งเวลามาดูแลกันอย่างสม่ำเสมอแบบนี้ ไม่แปลกใจที่เพื่อนๆ ของ She จะลุ้นกันตัวโก่งให้จูงมือสละโสดกันอีกคู่ มีข่าวดีเมื่อไหร่ก็อย่าลืมร่อนการ์ดบอกกันบ้างนะเออ! บี มาติกา บี มาติกา บี มาติกา

ไร้เงาด็อบบี้! เฮียกัลเป็นงง ดิ มาเรีย หายไปไหน
ทีมชาติอาร์เจนตินา /  ปารีส แซงต์ แชร์กแมง / 

ทำเอางงกันทั้งแคมป์ เมื่อ อังเคิล ดิ มาเรีย ปีกทีมชาติอาร์เจนตินา ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเด็ด หายไปอย่างไร้รองรอย หลังจากยังไม่ยอมมารายงานตัวกับสโมสรในการเข้าอุ่นเครื่องปรีซีซั่น หลุยส์ ฟาน กัล นายใหญ่ของ ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมายอมรับว่า ไม่รู้จริงๆ ว่า อังเคิล ดิ มาเรีย หายไปไหน หลังจากยังไม่ยอมมารายงานตัวกับทีม ซึ่งกำหนดการเดิมนั้น ดิ มาเรีย ต้องมารายงานตัวเข้าร่วม ปรีซีซั่นกับทีมในวันที่ 25 กรกฎาคมนี้ แต่ตอนนี้ก็ยังไร้เงาของนักเตะอยู่ จึงทำให้เขาต้องโดนบทลงโทษจากสโมสรด้วยการหักค่าแรงถึง 2 สัปดาห์ เป็นเงิน 360,000 ปอนด์เลยทีเดียว โดย หลุยส์ ฟาน กัล ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า "พวกคุณสามารถถามเรื่องนี้ได้ทุกๆ สัปดาห์ ซึ่งบางทีพวกคุณอาจจะรู้ก็ได้ว่า อังเคิล อยู่ที่ไหน แต่ผมไม่รู้จริงๆ ว่าตอนนี้เขาหายไปไหน"  ซึ่ง ดิ มาเรีย นั้นได้ตกเป็นข่าวกับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง มหาอำนาจของฝรั่งเศส อย่างจ่อสุดๆ และล่าสุดนั้นมีกระแสข่าวว่า โลร็องต์ บล็องก์ นายใหญ่ของ เปแอสเช ได้ยืนยันเองว่า การย้ายทีมของแข้งอาร์เจนนั้นใกล้จะลุลวงแล้ว และมั่นใจว่าเรื่องนี้จะจบลงด้วยดี ทั้งนี้ มีการคาดกันว่า ค่าตัวของ ดิ มาเรีย อยู่ที่สนนราคา 45.9 ล้านปอนด์