นักมวยปล่ำ

โบรกฯประสานเสียง หุ้นไทยวันนี้บวกต่อ จากปัจจัยนปท. และตปท.หนุน
ข่าววันนี้ /  ข่าวเศรษฐกิจ / 

2 โบรกฯประสานเสียง หุ้นไทยบวกต่อ จากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ หนุน ขณะที่ในประเทศได้แรงหนุนจาก ครม.ประยุทธ์ 1 รัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ หม่อมอุ๋ย เป็นรองนายกฯ สมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หนุนความเชื่อมั่นนักลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ดัชนีฯหุ้นไทยวันนี้ มีโอกาสปรับขึ้นตามตลาดต่างประเทศจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้น ถึงแม้ว่าตลาดยังคงได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครน ขณะที่แนวโน้มค่าเงินบาทยังแข็งค่า ทำให้เงินต่างชาติมีแนวโน้มที่จะไหลเข้าต่อไป โดยตลาดยังคงมีความคาดหวังในเชิงบวกว่าการบริหารงานของรัฐบาลชุดใหม่จะนำพาประเทศไปสู่ความสงบ และการเติบโตอย่างยั่งยืนของเศรษฐกิจไทยทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ด้านบริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ดัชนีฯหุ้นไทยจะปรับขึ้น โดยนักลงทุนมีมุมมองบวกต่อเศรษฐกิจไทยหลัง ครม. ประยุทธ์ 1 ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งแล้ววานนี้ โดยมีมือเศรษฐกิจ ได้แก่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล (รองนายกฯ) และ นายสมหมาย ภาษี (รมว.คลัง) ซึ่งคาดว่าในสัปดาห์นี้จะมีรายละเอียดของนโยบายกระทรวงหลักๆ ออกมา ทำให้ภาพรวมดัชนีฯหุ้นไทยยังแกว่งตัวบวกต่อได้ และให้เป้าดัชนีฯ เดือนกันยายน ที่ 1,600 จุด MThai News

ภาพถ่ายแห่งแผ่นดิน

"ภาพถ่ายแห่งแผ่นดิน" รางวัลที่ในหลวง ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยตัดสิน วันนี้(1 ก.ย.) เว็บไซต์สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปภัมภ์ ได้เผยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยตัดสินการประกวดภาพถ่ายทั่วประเทศ ชิงถ้วยพระราชทานครั้งที่ 27 ภายใต้โครงการ “ภาพถ่ายแห่งแผ่นดิน ประจำปี 2557” โดยผลงานชื่อ “เพื่อนรัก” โดย นายจีรศักดิ์ ซุ่นไร้ ได้รับรางวัลถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พร้อมเงินรางวัล จำนวน 100,000 บาท สรุปผลรางวัลภาพถ่ายแห่งแผ่นดิน ประจำปี 2557 ถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในหัวข้อ “แสงแดด” ถ้วยพระราชทาน : นายจีรศักดิ์ ซุ่นไร้ ชื่อภาพ “เพื่อนรัก” เหรียญทอง : นายคีรีขันธ์ ไชยพร ชื่อภาพ “จังหวะ” เหรียญเงิน : นายสมพร ณ อุบล ชื่อภาพ “แสงเปลี่ยน” เหรียญทองแดง : นายกรศร ประกอบของ ชื่อภาพ “ตะเข็บแดด” นายชนัตพล หวังเพิ่ม ชื่อภาพ “แสงสะท้อนของดวงอาทิตย์” นายทนงศักดิ์ หาระคุณโน ชื่อภาพ “แสงแดดแห่งความหวัง” นายสถิต ขาวผ่อง ชื่อภาพ “กระโดดรับแสงแดด” นายอัครพัฒน์ กันธมาลา ชื่อภาพ “เงาแห่งฟ้า” ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในหัวข้อ “ขยัน” ถ้วยพระราชทาน : นายหรรษา ตั้งมั่นภูวดล ชื่อภาพ “ขยันอย่างกับมด” เหรียญทอง : นายเอกรัตน์ เฉยฉิน ชื่อภาพ “สู้ไม่ถอย” เหรียญเงิน : นายภาณุวัฒน์ แน่นดี ชื่อภาพ “Big cleaning day” เหรียญทองแดง : นายโกสินทร์ สุขุม ชื่อภาพ “คนเอาถ่าน” นายธรรมรัตน์ สวัสดิชัย ชื่อภาพ “ลงแขกนวดข้าว” นายสัญชัย ลุงรุ่ง ชื่อภาพ “หากินพอเพียง” นายอนุจักร์ ใจมุข ชื่อภาพ “ขยันเพื่อหาเลี้งชีพ” นายสมโภช แตงไทย ชื่อภาพ “ช่างทำหุ่นตัวน้อย” ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ในหัวข้อ “คลื่น” ถ้วยพระราชทาน :  นายกรศร ประกอบของ ชื่อภาพ “พายุและคลื่น คลื่นและลม # 1” เหรียญทอง : นายนิติชัย พลศรี ชื่อภาพ “ระยิบระยับ” เหรียญเงิน : นายคีรีขันธ์ ไชยพร ชื่อภาพ “บันทึกทะเล” เหรียญทองแดง : นางสาวจิรฐา นรพิทยนารถ ชื่อภาพ “ลอยทะเล” นายมนตรี คำศิริ ชื่อภาพ “Hope” นายรณฤทธิ์ ประกิ่ง ชื่อภาพ “คลื่นกลางกรุง” นายพนม อาชาฤทธิ์ ชื่อภาพ “คลื่นคน” นายศุภกัลป์ วงศ์คำปัน ชื่อภาพ “ฝ่าคลื่น” ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในหัวข้อ “หนัก” ถ้วยพระราชทาน : นายวัสสะ วัชรากร ชื่อภาพ “หนักแค่ไหนแม่ก็สู้ได้เพื่อลูก” เหรียญทอง : นายณัฐพงศ์ เพียรเชลงเอก ชื่อภาพ “หนักเพื่อชาติ” เหรียญเงิน : นายอัครายชญ์ เพ็ชร์อำไพ ชื่อภาพ “แสงเงาของความหนัก” เหรียญทองแดง : นายสุริยา ผลาหาญ ชื่อภาพ “หนักมาทั้งชีวิต” นางสาวบุญฑิตา สุภัทรพันธุ์ ชื่อภาพ “แบบสบายๆ” นายเอกรัฐ พงศ์ธนาพาณิช ชื่อภาพ “แบกอนาคตโลก” นายกัมพล คุ้มวงษ์ ชื่อภาพ “งานหนัก” นายพรเทพ กีรติไพศาล ชื่อภาพ “งานหนัก” ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ในหัวข้อ “บ้านของฉัน” ถ้วยพระราชทาน : นายประเสริฐ ไกรนุกูล ชื่อภาพ “บ้านนกเค้า” เหรียญทอง : นายเกียรติชัย หงษ์วิเศษ ชื่อภาพ “ความสุขใต้ร่มพระบารมี” เหรียญเงิน : นายธนวัฒน์ ทองจันทร์ ชื่อภาพ “บ้านของอาชีพ” เหรียญทองแดง : นายทวีศักดิ์ บุทธรักษา ชื่อภาพ “บ้านน้อยบนดอยสูง” นางสุรีย์ พึ่งฉ่ำ ชื่อภาพ “บ้านของเรา” นายวิชัย ชัญญาสิริ ชื่อภาพ “บ้านเราแสนสุขใจ” นายอัครายชญ์ เพ็ชร์อำไพ ชื่อภาพ “บ้านของฉัน” นายกฤษฎา ศึกษาศิลป์ ชื่อภาพ “บ้านของฉัน” ถ้วยประทานทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ในหัวข้อ “จ๊ะเอ๋” ถ้วยพระราชทาน : นายณวรัญญ์ ศิริสุนทร ชื่อภาพ “เสร็จแน่” เหรียญทอง : นายโฆสิต จิตต์ไพโรจน์ ชื่อภาพ “Kiss of love” เหรียญเงิน : นายชวนัส กัณธุลา ชื่อภาพ “สนุกแบบไม่มีอาย” เหรียญทองแดง : นายอำนาจ เกตุชื่น ชื่อภาพ “จ๊ะเอ๋ 2” นายกัมพล คุ้มวงษ์ ชื่อภาพ “จ๊ะเอ๋” นายเอกรัตน์ เฉยฉิน ชื่อภาพ “อยู่ทางนี้” นางสาวสุนันท์ กิขุนทด ชื่อภาพ จ๊ะเอ๋…เพื่อนเกลอ นายชวนัส กัณธุลา ชื่อภาพ “ขอเล่นด้วย” โครงการภาพถ่ายแห่งแผ่นดิน ประจำปี 2557 ดำเนินงานโดย สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยใน  พระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) จัดกิจกรรมประกวดภาพถ่ายทั่วประเทศ ชิงถ้วยพระราชทานครั้งที่ 27 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานหัวข้อในการประกวดภาพถ่ายเพื่อชิงถ้วยพระราชทานจำนวน 6 หัวข้อ ประกอบด้วย แสงแดด ขยัน คลื่น หนัก บ้านของฉัน และ จ๊ะเอ๋  โดยมีผู้ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดจำนวนทั้งสิ้น 5,969 ภาพ จากช่างภาพ 1,237 คน นิทรรศการภาพถ่ายแห่งแผ่นดิน ประจำปี 2557 จะเปิดให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าชม ในวันที่ 1-7 กันยายน 2557 เวลา 10.00-20.30 น. ณ แฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

ชมคลิปแรกจากหนังสั้น LAVA ที่จะฉายปะหน้า Inside Out ของ พิกซาร์
Inside Out /  Lava / 

แน่นอนว่าอีกสิ่งนึงที่แฟนๆการ์ตูนพิกซาร์รอคอย ก็คงหนีไม่พ้นกับหนังสั้นปะหน้า ที่หลายเรื่องมันได้ไปไกลจนถึงขั้นออสการ์ และ อยู่ในใจใครหลายๆคนมาแล้ว โดยเพื่อต้อนรับอนิเมชั่นเรื่องใหม่ในปีหน้าอย่าง Inside Out ที่จะมีคิวฉายบ้านเราวันแม่ปีหน้า ทางพิกซาร์ก็ได้ปล่อยคลิปแรกของหนังสั้นที่มีชื่อว่า Lava ออกมาให้ชมกันแล้ว กับการเผยให้เห็นถึงตัวละครภูเขาไฟ ตัวเอกของเรื่อง ที่ยังคงออกแบบมาหน้าตาหน้ารัก เอาใจคุณหนูๆ แต่เนื้อหาน่าจะผู้ใหญ่โดนอีกแน่นอน ซึ่งเรื่องราวในหนังสั้น Lava ตัวนี้ จะเป็นเรื่องราวของภูเขาไฟที่ร้องเพลงรัก คอยหาคู่ของเขา จนกระทั่งวันนี้เขาได้เจอกับภูเขาอีกลูก ที่เป็นสิ่งที่เขารอคอยมานาน หนังสั้นตัวนี้กำกับโดย เจมส์ ฟอร์ด เมอร์ฟี่ย์ ที่เขาได้แรงบันดาลใจมาจากเพลง Somewhere Over the Rainbow และ What a Wonderful World ซึ่งไม้เด็ดของหนังสั้นเรื่องนี้จะอยู่ตรงไหน เราต้องรอชมกันปีหน้าครับ ตอนนี้ก็ชมคลิปน่ารักๆจากหนังสั้นกันไปก่อน

คลิปวีดีโอ ดูดวง คนเกิดวันพุธ
คลิปวีดีโอ /  ดูดวง / 

พยากรณ์ดวงชะตา ประจำวันเกิด ดูดวงไพ่ยิปซีกับ อาจารย์ คฑา (คำทำนายในช่วงเวลา เดือนกันยายน 2557)

ในหลวง โปรดเกล้าฯ ครม.32คน'ประวิตร'รองนายก ควบรมว.กห.
ครม ประยุทธ์1 /  คสช. / 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 32 รัฐมนตรี แล้ว "พลเอกประวิตร" นั่งรองนายกฯ ควบ รมว.กลาโหม ขณะที่ "พลเอกธนะศักดิ์" รองนายกฯ ควบ รมว.ต่างประเทศ พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีแล้วนั้น บัดนี้ พลเอกประยุทธ์ ได้เลือกสรรผู้ที่สมควรดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดินสืบไป แล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรีทั้ง 32 คน ดังต่อไปนี้ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร เทวกุล เป็นรองนายกรัฐมนตรี นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายวิษณุ เครืองาม เป็นรองนายกรัฐมนตรี หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล เป็นรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ เป็นรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี พลเอก อุดมเดช สีตบุตร เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม นายสมหมาย ภาษี เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายดอน ปรมัตถ์วินัย เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พลตํารวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายพรชัย รุจิประภา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร นายณรงค์ชัย อัครเศรณี เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นางอภิรดี ตันตราภรณ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสุธี มากบุญ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายกฤษณพงศ์ กีรติกร เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พลโท สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายรัชตะ รัชตะนาวนิ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายสมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ทั้งนี้ พระบรมราชโองการดังกล่าว มีการประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาในวันนี้ (31 ส.ค. 57) เวลา 17.05 น. ที่ผ่านมา

คลิปวีดีโอ ดูดวง คนเกิดวันจันทร์
คลิปวีดีโอ /  ดูดวง / 

พยากรณ์ดวงชะตา ประจำวันเกิด ดูดวงไพ่ยิปซีกับ อาจารย์ คฑา (คำทำนายในช่วงเวลา เดือนกันยายน 2557)

คลิปวีดีโอ ดูดวง คนเกิดวันพฤหัสบดี
คลิปวีดีโอ /  ดูดวง / 

พยากรณ์ดวงชะตา ประจำวันเกิด ดูดวงไพ่ยิปซีกับ อาจารย์ คฑา (คำทำนายในช่วงเวลา เดือนกันยายน 2557)

เปิดประวัติ คณะรัฐมนตรี รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา(2)
คณะรัฐมนตรี ประยุทธ์ 1 /  ประวัติ ครม.ประยุทธ์ 1

เปิดประวัติ คณะรัฐมนตรี ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้งหมด 32 คน 34 ตำแหน่ง แบ่งเป็นพลเรือน 20 คน ทหารและตำรวจ 12 คน ประกอบด้วย เกิดเมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2499 ปัจจุบันอายุ 58 ปี จบเศรษฐศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต Williams College, USA ปี 39-42 เป็นผู้อำนวยการกองวิเคราะห์และประมาณการเศรษฐกิจ ปี 42-43 เป็นเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน 9 ชช. (ผู้เชี่ยวชาญ) ปี 43-46 เป็นผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ปี 46-47 เป็นที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน ปี 47-53 เป็นรองเลขาฯสศช. และปี 53-ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งเลขาฯสศช. ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และลาออกเพื่อมารับตำแหน่งรัฐมนตรี   เกิดวันที่ 7 ต.ค. 2496 อายุ 60 ปี "บิ๊กเข้" จบเตรียมทหารรุ่น 13 (ตท.13) โรงเรียนนายเรือรุ่นที่ 20 หัวหน้านักเรียน เหล่าพรรคนาวิน ผ่านตำแหน่งที่สำคัญประกอบด้วย ผู้บังคับการเรือ ร.ล.คีรีรัฐ ร.ล.ปราบปรปักษ์ ร.ล.ตาปี และผู้บังคับเรือหลวงนาคา จากนั้นเป็นหัวหน้าแยกประเภท กองกำลังพล กรมกำลังพล ทร. และรักษาการ ผบ.รล.วิทยาคม จากนั้นมาเป็นอาจารย์ที่สถาบันวิชาการทหารเรือชั้นสูง (สรส.) ก่อนกลับไปเป็นรอง ผอ.กกฝ. กรมยุทธการ ทร. และเป็น ผอ.กองยุทธการ กรมยุทธการทหารเรือ ต่อมาได้เป็นผู้ช่วยทูตทหารเรือไทย ประจำกรุงโรม อิตาลี ก่อนกลับมาเป็น รองเสนาธิการ สรส. แล้วก้าวเป็นรองเจ้ากรมยุทธการทหารเรือ ต่อด้วยผู้ช่วยเจ้ากรมยุทธการทหาร บก.กองทัพไทย จากนั้นข้ามมาเป็นเสนาธิการกองเรือภาค 2 กองเรือยุทธการ แล้วกลับมาเป็นเจ้ากรมยุทธการ ทร. แล้วขึ้นเป็น ผช.เสธ.ทร.ฝ่ายยุทธการ เป็นรอง เสธ.ทร. เป็นพลเรือเอก ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ จนปี 2555 ได้ขึ้นเป็นรอง ผบ.ทร. และเป็น ผบ.ทร.ในปี 2556 อายุ 59 ปี สำหรับตำแหน่งสำคัญที่รับราชการที่สำคัญ อาทิ ผบ.กองพลทหารราบที่ 4 (พล.ร.4) เป็นรองแม่ทัพภาคที่ 3 และเป็นแม่ทัพน้อยภาคที่ 3 (พล.ท.) ข้ามมาเป็นผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก ฝ่ายกิจการพลเรือน (ผช.เสธ.ทบ.ฝกร.) และขยับรองเสนาธิการทหารบก (รอง เสธ.ทบ.) และได้เป็นรองหัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยา คสช. เกิดเมื่อวันที่ 11 พ.ย. พ.ศ.2489 ปัจจุบันอายุ 67 ปี สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี B.Sc.First Class Hons. Electrical Engineering (เกียรตินิยมอันดับ 1) ในปี พ.ศ. 2511 และปริญญาเอกด้านวัสดุวิศวกรรมไฟฟ้า แขนงวิศวกรรมไมโครเวฟ จากมหาวิทยาลัยกลาสโกว์ สหราชอาณาจักร เริ่มรับราชการที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และได้เป็นอธิการบดี มจธ.และได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ในปี 2549 จนเกษียณอายุราชการ ปัจจุบันยังทำงานในแวดวงการศึกษา อาทิ เป็นรองประธานคณะกรรมการสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพเยาวชน (สสค.) เป็นต้น เกิดเมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2496 อายุ 60 ปี สมรสกับ พ.อ.หญิง สุพัตรา รัตนสุวรรณ ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก เริ่มต้นชีวิตราชการทหารครั้งแรกกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) ต่อมาปี พ.ศ.2530 ได้เป็นราชองครักษ์เวร จากนั้นได้เป็นฐานะผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.1 รอ.) ซึ่งมีอำนาจในการควบคุมกำลังรบหลักของกรุงเทพฯ ก่อนขึ้นดำรงตำแหน่งรองแม่ทัพภาค 1 จากนั้นในปีถัดมาจะได้เป็นผู้ช่วยเสนาธิการ ทบ.ฝ่ายยุทธการ และได้เลื่อนขึ้นมาเป็นรองเสนาธิการ ทบ. และเสนาธิการ ทบ. นอกจากนี้ เมื่อครั้งรัฐประหารปี 2549 พล.อ.ดาว์พงษ์ยังได้รับแต่งตั้งให้เป็น สนช. และนั่งเป็นเลขาธิการ กอ.รมน. และผู้ช่วยเลขานุการ ศอฉ.เมื่อครั้งการชุมนุมของกลุ่ม นปช. ปี 2553 ด้วย เกิดเมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2493 ปัจจุบันอายุ 64 ปี เคยเป็นอนุกรรมการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการควบคุมอันตรายในการใช้ยา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สธ. ระหว่างปี พ.ศ.2538-2542 ประธานวิชาการ ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย กรรมการบริหารราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย ประธานวิชาการ สมาคมต่อมไร้ท่อแห่งประเทศไทย นอกจากนี้ยังได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และลาออกจากตำแหน่ง โดยปัจจุบันดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดลและประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เกิดเมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2496 อายุ 61 ปี จบการศึกษาปริญญาโทด้านสาธารณสุขศาสตร์ จาก Royal Tropical Institute,Amsterdam ประเทศเนเธอร์แลนด์ ก็เข้ารับราชการเมื่อปี 2526 ได้รับตำแหน่งต่างๆ ตั้งแต่ผู้อำนวยการโรงพยาบาล หัวหน้าสำนักประสานงานวิชาการและพัฒนากำลังคน ด้านสาธารณสุข ผอ.สำนักนโยบายและแผนสาธารณสุข เคยดำรงตำแหน่งผู้ช่วยปลัดกระทรวง สธ.ในปี พ.ศ.2543 จนถึงปี พ.ศ.2544 มีผลงานทั้งที่เป็นตำราและงานวิจัยมากมาย นอกจากนี้ยังเป็นผู้ริเริ่มการศึกษาและพัฒนาระบบบริการด้านโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูปประเทศ ที่มี นพ.ประเวศ วะสี เป็นประธาน มีคณะกรรมการ 27 คน ภายหลังมีการสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในปี 2553 ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเลขาธิการมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) เกิดเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2503 อายุ 54 ปี สมรสกับ พล.ต.ต.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร จบการศึกษาโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ปริญญาตรี ด้านสถาปัตยกรรมจาก Rhode Island School of Design ประเทศสหรัฐอเมริกา (Bachelor Degree in Architecture) และหลักสูตรผู้บริหารระดับสูง (วตท.5) สถาบันวิทยาลัยการตลาดทุน เริ่มทำงานในปี 2529 เป็นผู้จัดการแผนกโฆษณา ปี 2555 เป็นผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และเป็นประธานกรรมการบริหารบริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด และในปี 2557 ได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ก่อนที่จะลาออกมารับตำแหน่ง เกิดเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2487 ปัจจุบันอายุ 70 ปี สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีเศรษฐศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมดี) ในปี 2510 และปริญญาโทสาขาเดียวกัน ในปี 2513 จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศึกษาระดับปริญญาโทด้านการวางแผนและพัฒนา ที่มหาวิทยาลัยวานเดอบิลต์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เคยดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการ รมว.คลัง (นายสมหมาย ฮุนตระกูล) และเข้ารับราชการในกระทรวงการคลัง อยู่ในตำแหน่งสูงสุดคือรองปลัดกระทรวงการคลังจนเกษียณอายุราชการ ได้รับแต่งตั้งเป็น รมช.คลัง ในรัฐบาลของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ แต่ต้องพ้นจากตำแหน่งตามกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 182(3) เนื่องจากศาลอาญาพิพากษาเมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2550 ตัดสินจำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา จากกรณีการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในการสั่งพักงาน นายทัศพงษ์ วิชชุประภา ผู้บริหารบริษัท ไทยเดินเรือทะเล จำกัด เมื่อปี พ.ศ.2547 แต่ได้อุทธรณ์ในคดีดังกล่าว และชนะคดีในชั้นศาลอุทธรณ์ เกิดเมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2488 ปัจจุบันอายุ 69 ปี สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาเอก ด้านเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ เป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่มีความเชี่ยวชาญพิเศษด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา มีส่วนร่วมในการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของไทย ปี พ.ศ.2549 ได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และในปี พ.ศ.2557 ได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เป็นครั้งที่สอง จบการศึกษาปริญญาเอก Ph.D. (Regional Economics) University of Pennsylvania, U.S.A. เคยทำงานเกี่ยวข้องกับด้านพลังงานเป็นหลัก อาทิ กรรมการอิสระและประธานกรรมการตรวจสอบ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และกรรมการ ประธานกรรมการ และประธานคณะกรรมการลงทุนของบริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) รองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน ประธานกรรมการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เป็นต้น เกิดเมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2490 ปัจจุบันอายุ 67 ปี สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท MPA. California State University วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 33 ทำงานภาครัฐหลายหน่วยงาน อาทิ วิทยากร กองศึกษาภาวะเศรษฐกิจ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ผู้อำนวยการกองจัดการปฏิรูปที่ดิน สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม กระทั่งขึ้นเป็นปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อปี 2541 เป็นผู้อำนวยการสำนักงานการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน (องค์การมหาชน) และข้ามมาเป็นปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เกิดเมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2491 ปัจจุบันอายุ 66 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาโท เศรษฐศาสตร์ California State University in Northridge, U.S.A. เข้าเรียนหลักสูตรนักบริหารระดับสูง รุ่นที่ 12 หลักสูตรป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 39 วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รับราชการหลายหน่วยงานรัฐ ได้แก่ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) กรรมการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และประธานกรรมการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย เกิดเมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2495 อายุ 63 ปี จบการศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประวัติการทำงาน เคยดำรงตำแหน่งอดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม พ.ศ.2549-ก.ย. 2553 รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม พ.ศ.2546-2549 รองอธิบดีกรมศิลปากร พ.ศ.2542-2546 เลขานุการกรมศิลปากร พ.ศ.2536-2542 ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมสภามหาวิทยาลัยพะเยา ด้านสังคมได้รับเลือกเป็นบุคคลดีเด่นที่สนับสนุนงานด้านคนพิการ ประจำปี พ.ศ.2547 จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้รับรางวัลสถาปนิกดีเด่นด้านสังคมและวัฒนธรรม จากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ปี 2551 เครื่องราชอิสริยาภรณ์ มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.) ปี 2551 (ยังมีต่อ) เปิดประวัติ คณะรัฐมนตรี รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา(1) MThai News

สยอง! ลูกเลี้ยงฆ่าตัดคอ-หั่นแขนขาพ่อ โยนหนองน้ำ
ข่าว /  ข่าวอาชญากรรม / 

สยอง! ลูกเลี้ยงฆ่าตัดคอ-หั่นขาพ่อ ตรวจสอบประว้ติพบสติไม่ค่อยดี เคยต้องคดีพยายามฆ่าพี่เขยมาแล้วครั้งหนึ่ง และเพิ่งพ้นโทษออกมาได้ไม่นาน  วานนี้ (31 ส.ค.) ร.ต.ท.คำพา พันธ์เพ็ง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอำนาจเจริญ รับแจ้งเหตุฆ่ากันตาย ที่บริเวณหนองสระ ใกล้กับทุ่งนา บ้านนาแต้ ม.9 ต.หนองมะแซว อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ จึงรีบออกไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.อ.สถาพร เอมโอษฐ์ ผกก.สภ.เมืองอำนาจเจริญ แพทย์เวร ร.พ.อำนาจเจริญ และหน่วยกู้ภัย เมื่อถึงที่เกิดเหตุพบศพนายถนอม จันทะเพชร อายุ 68 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ข้างหนองสระใกล้กับทุ่งนา อยู่ในสภาพนอนหงาย สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาว กางเกงขาสั้นสีดำ สภาพศพศีรษะถูกตัดขาดออกจากลำคอ ขาด้านขวาถูกตัดขาด และขาด้านซ้ายมีรอยถูกตัดหวิดขาด เบื้องต้นทราบว่าผู้ก่อเหตุคือนายสาลี วิเศษ อายุ 44 ปี ซึ่งผู้ตายเองเป็นคนนำชายก่อเหตุนี้มาเลี้ยงไว้ตั้งแต่ยังเด็ก แต่เขามีพฤติกรรมอารมณ์รุนแรง โมโหร้ายและสติไม่ค่อยดี ซึ่งหลังเกิดเหตุได้หายตัวไป จากการตรวจสอบประวัติพบว่าเคย ผู้ก่อเหตุเคยต้องคดีพยายามฆ่าพี่เขยมาแล้วครั้งหนึ่ง และเพิ่งพ้นโทษออกมาได้ไม่นาน ต่อมาเจ้าหน้าที่ สภ.เมืองอำนาจเจริญ กระจายกำลังออกค้นหาติดตามตัวนายสาลี ผู้ต้องสงสัย โดยมีชาวบ้านแจ้งเบาะแสว่านายสาลีได้วิ่งหลบหนีออกไปกลางทุ่งนาท้ายหมู่บ้านนาแต้ เจ้าหน้าที่จึงได้ติดตามไปก็พบเห็นนายสาลีนอนหลบในคันนา โดยเสื้อผ้าที่สวมใส่ยังมีคราบเลือดติดอยู่ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปสอบสวน แต่นายสาลีให้การวกวนและพูดจาไม่รู้เรื่อง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนต่อไป พ.ต.อ.สถาพร เอมโอษฐ์ ผกก.สภ.เมืองอำนาจเจริญ กล่าวว่า คดีนี้ถือเป็นคดีที่สะเทือนขวัญอีกคดีที่ประชาชนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นการลงมือฆ่าผู้มีพระคุณด้วยการตัดคอจนขาด อีกทั้งยังตัดขาทั้งสองข้างอีกด้วย คาดว่าจะสามารถสรุปคดีได้โดยเร็ว เพราะมีชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ยืนยันว่านายสาลีเป็นคนนำศพของผู้ตายมาทิ้งไว้ข้างสระน้ำดังกล่าว และเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้เร่งหาศีรษะของผู้ตายซึ่งคาดว่าจะตกลงไปในสระน้ำ พร้อมทั้งอุปกรณ์ที่ผู้ต้องหาใช้ในการก่อคดีที่โหดเหี้ยมได้อย่างแน่นอน MThai News ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก กู้ยภัจีตัมเกาะข่าวสดออนไลน์

แชร์ว่อน! คลิปมนุษย์ลุงโหนราวรถไฟฟ้าโชว์ลูก ร่วง
ข่าววันนี้ /  มนุษย์ลุง / 

แชร์ว่อน!!  วิดีโอคลิปมนุษย์ลุงโหนราวรถไฟฟ้าโชว์ลูก ร่วง เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ทีผ่านมาเว็บไซต์ข่าวจีน “โอเรียนทัล เดลี” รายงานจากมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีนว่า ชาวเน็ตจีนพากันแชร์วิดีโอคลิปหนุ่มใหญ่รายหนึ่ง ขึ้นรถไฟฟ้าในเมืองกว่างโจวมณฑลกวางตุ้งประเทศจีนพร้อมลูกชาย ทั้งนี้ในตอนแรกลูกชายของเขาได้ปีนป่ายและโหนราวจับของรถไฟฟ้าขบวนดังกล่าวและเรียกให้ผู้เป็นพ่อลุกขึ้นมาสอนการโหนแบบนักกีฬาให้ดู ชายในคลิปรูปร่างท้วมลุกขึ้นจากที่นั่งมาสอนวิธีโหนราวให้กับลูกชายอย่างไม่เกรงใจผู้คนในขบวนรถ เมื่อเขาจับราวและกำลังโยนตัวไปข้างหน้า ราวจับเกิดแตกหักและหลุดลงมาพร้อมกับตัวของเขาที่ร่วงลงสู่พื้นท่ามกลางสายตางุนงงของคนทั้งขบวน ทั้งนี้ หนุ่มใหญ่ที่ก่อเหตุก็ยันกายเพื่อลุกขึ้นด้วยความอาย พร้อมทั้งวางราวจับที่หลุดออกมาไว้บริเวณข้างประตู จากนั้นจึงกลับไปนั่งอย่างสงบยังที่นั่งของตนเองดังเดิม อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวไม่ได้ระบุว่า เจ้าหน้าที่รถไฟฟ้าได้แจ้งข้อหาทำลายทรัพย์สินสาธารณะกับพ่อลูกคู่ดังกล่าวหรือไม่ MThai News

ทำกันถึงเพียงนี้ ฟัลเกา โต้ทวิตเตอร์ตัดต่อย้ายไปมาดริด
กีฬา /  ข่าวกีฬา / 

ราดาเมล ฟัลเกา ศูนย์หน้าชาวโคลอมเบีย ออกมาโต้ข่าวที่ว่าเขาจะย้ายออกจาก โมนาโก ไปร่วมทีม เรอัล มาดริด ว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ข่าวลือดังกล่าวแพร่สะพัดไปทั่วหลังจากมีผู้อ้างว่าได้แคปภาพทวิตเตอร์ของ ฟัลเกา ซึ่งเขียนไว้ว่า “เหมือนฝันที่เป็นจริง” ที่เขากำลังจะย้ายไปร่วมทีมเรอัล มาดริด ก่อนที่จะมีการอ้างว่า ฟัลเกา ได้ลบทวิตนี้ออกไปในภายหลัง แต่ล่าสุดดาวยิงชาวโคลัมเบียออกมาปฏิเสธเรื่องนี้ผ่านทางทวิตเตอร์ โดยยืนยันว่าภาพดังกล่าวเป็นการตัดต่อ ฟัลเกา ทวิตว่า “ผมต้องขอออกมาปฏิเสธว่าเรื่องที่อ้างว่าผมทวิตไปนั้นเป็นการตัดต่อ” สำหรับ ฟัลเกา วัย 28 ปีตกเป็นข่าวมาตลอดว่าจะย้ายออกไปจาก โมนาโก ขณะที่มีข่าวว่า เรอัล มาดริด สนใจอยากได้ตัวเขาไปร่วมทีม

ละครอรุณสวัสดิ์ , เรื่องย่ออรุณสวัสดิ์
เพชร กรุณพล /  ยอร์ช ยงศิลป์ / 

การเลื่อนขึ้นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในปีการศึกษาใหม่กลายเป็นก้าวสำคัญที่นำความเปลี่ยนแปลงมาสู่ ภาสุ(รัชชานนท์ เรือนเพ็ชร์) เด็กหนุ่มที่ขาดความมั่นใจในตัวเอง เริ่มตั้งแต่การที่ต้องมาเรียนห้องเดียวกับ เสมอเทพ(ชาวดิน รัฐกาญจน์) ลูกชายเศรษฐีมือสกปรก ความร่ำรวยและยิ่งใหญ่ของพ่อทำให้เสมอเทพ กลายเป็นจอมเกเรประจำโรงเรียน เสมอเทพ กับ ชาติเชื้อ (วัฒนา เอี่ยมวงศรี) และวันมงคล (พลช เงินยวง)เพื่อนสนิททั้งสองคนชักนำภาสุและ ฤกษ์ด (นที พิทักษ์) เข้าไปในโลกใบใหม่ในวังวนอบายมุขของเสมอเทพที่ทั้งคู่ไม่เคยพานพบมาก่อน ทั้งเรื่องการแข่งรถบนถนนหลวงที่ผิดกฏหมาย การยกพวกตีกับคู่อริต่างโรงเรียน ภาสุนั้นกล้าลุกขึ้นมาแหกกฏเหล็กของ เภา(กรุณพล เทียนสุวรรณ) พ่อที่เข้มงวดและเคร่งเครียดสมกับเป็นนายตำรวจใหญ่ผู้เที่ยงตรง เพียงเพราะไม่อยากเป็นลูกแหง่ในสายตาของ เมขลา(พลอยพรรณ ทับทิมหล้า) เพื่อนร่วมชั้นคนใหม่ที่เพิ่งเข้ามาเรียนด้วย ภาสุรับเมขลาไว้ในหัวใจลุ่มหลง จนขาดสติยั้งคิด โดยที่ไม่เคยเคลือบแคลงใจ วาจาอ่อนหวานของเมขลานั้น ได้ซุกซ่อนตัวตนที่แท้จริงเอาไว้อย่างไร การเปลี่ยนแปลงของภาสุอยู่สายตาของ อรณี(ณัฐริกา เฝ้าด่าน) เพื่อนร่วมชั้นที่แอบชอบ และมีความปรารถนาดีให้กับภาสุเสมอมา อรณีพยายามจะตักเตือนทั้งทางตรงและทางอ้อม บางครั้งก็ทำให้ภาสุกับฤกษ์ดีรู้สึกไม่ค่อยชอบใจอรณีเท่าไหร่ ความเปลี่ยนแปลงไปในทางเลวร้ายของภาสุ ทำให้บรรยากาศภายในบ้านยิ่งทวีความตึงเครียด ความสัมพันธ์ระหว่างภาสุกับเภายิ่งแย่ลง ไม่ว่า คุณไหม หรือ ภัทริกา(กฤตสุดา อัญภานนท์) คู่แฝด สุกานดา (โชติรส ชโยวรรณ)ผู้เป็นแม่ คุณปู่ คุณย่า ก็ไม่สามารถช่วยคลี่คลายสถานการณ์ได้ ในระหว่างที่ภาสุกลับเข้าสู่เส้นทางเดินที่ถูกขีดไว้จากฝีมือของพ่อตัวเอง เมขลากับเสมอเทพกลับหลงระเริงไปกับความสุข เมขลายอมสละทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของผู้หญิงให้กับเสมอเทพ เพียงเพื่อหวังให้เสมอเทพครองคู่กับเธอตลอดไป เมขลากับเสมอเทพหายตัวไปจากโรงเรียนหลายวัน ส่งผลให้ภาสุไม่มีกระจิตกระใจที่จะตั้งใจเรียนตั้งใจสอบ จนทำให้เกิดผลเสียทางการเรียนร้ายแรง และทำให้ภาสุกับพ่อเกิดความขัดแย้งกันอย่างรุนแรงอีกครั้ง ในขณะที่ข่าวการตั้งท้องของเมขลากับการล่มสลายทางธรุกิจของครอบครัวเสมอเทพ และข่าวการแต่งงานของทั้งสองคนก็ยิ่งทำให้ภาสุร้อนรนจนอยู่ไม่ได้ และตัดสินใจหนีออกจากบ้าน ภาสุไปปรึกษา ปู่เล็ก(สิทธิชัย ผาบชมพู) คำสั่งสอนแลกเปลี่ยนทัศนคติของปู่เล็ก ทำให้ภาสุ ตัดสินใจกลับบ้าน สิ่งแรกที่ภาสุทำคือก้มลงกราบเท้าพ่อ พ่อเองก็ไม่ได้อาละวาด หรือลงโทษอย่างที่ภาสุคิด ช่วงเวลาอันน่ากลัวของวัยรุ่น อารมณ์รุนแรงกำลังจะผ่านไป พ่อพาภาสุกลับไปที่โรงเรียน และขอโอกาสให้กับเด็กชายผู้หลงทางอีกครั้ง สามปีผ่านไป ชีวิตของภาสุและฤกษ์ดีในรั้วมหาวิทยาลัยก็ดำเนินไปตามปกติ ภาสุได้พบกับอรณี เพื่อนรักสมัยม.ปลาย ที่เปลี่ยนจากเด็กสาวอ้วนกลม มาเป็นสาวน้อยน่ารัก ภาสุได้คบกับหริณลัญฉนา ดรัมเมเยอร์ไม้หนึ่ง ความรักครั้งที่สองของภาสุจบลงเร็วกว่าที่คิด ภาสุเสียใจและเสียหน้ากับความสัมพันธ์ในครั้งนี้มาก แต่ด้วยวัยและความรู้สึกที่เติบโตขึ้นของภาสุทำให้เค้าสามารถทำใจกับเรื่องนี้ได้เร็วขึ้น และมองเห็นความสวยงามบางอย่างในจิตใจของอรณีที่มาคอยเป็นกำลังใจให้ในยามที่ภาสุผิดหวังอีกครั้ง ตรงข้ามกับฤกษ์ดีที่ยิ่งโตยิ่งจมอยู่ในโลกทีมืดมนด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจในชาติกำเนิดของตัวเอง และยิ่งหวังปองดอกฟ้าอย่างคุณไหมที่ไม่เคยสนใจฤกษ์ดีมากไปกว่าเพื่อนของน้องชายเลยสักครั้ง ยิ่งทำให้ฤกษ์ดีจมอยู่ในโลกแห่งความเกลียดชังโดยไม่รู้ตัว พิษณุแสนหนุ่มวิศวะรูปหล่อ พ่อรวยกำลังขยันทำคะแนนเพื่อพิชิตใจของคุณไหมอยู่ ภาสุได้รู้เรื่องนี้จาก นายหมู(ยงศิลป์ วงศ์พนิตนนท์) น้องชายตัวดีที่ถูกคุณย่าประคบประหงมจนกลายเป็นเด็กแก่แดด ที่ฉลาดคิด รู้ทันคน และเป็นคนคอยช่วยภาสุในหลายเรื่องตั้งแต่เด็ก ภาสุเริ่มมองอรณีในแง่มุมใหม่ และจีบอรณีเป็นแฟนจนสำเร็จ เมื่อได้อยู่ใกล้และคลุกคลีกับอรณี ภาสุค้นพบว่าอรณีก็มีปัญหาในครอบครัวไม่ต่างจากคนอื่น แต่เธอมองปัญหาทุกอย่างในแง่บวกและใช้สติกับเหตุผลก้าวข้ามปัญหาทั้งหลายมาได้ อรณีใช้ความรักเป็นพลังในทางบวก ผลักดันให้ภาสุตั้งใจเรียน เพื่ออนาคตที่ดีในวันข้างหน้า แต่เมฆหมอกร้ายๆในชีวิตของภาสุยังมีผ่านเข้ามาเรื่อยๆ พร้อมกับการกลับมาของเมขลา ภาสุผู้อ่อนไหว หลงคนง่ายคนเดิมกลับมา พร้อมกับการเดินกลับไปหาเมขลา และทอดทิ้งอรณีอย่างไม่ใยดี อรณีเจ็บช้ำเกินกว่าจะบอกใคร ทุกอย่างยิ่งแย่ลง เพราะเมขลาท้องและเรียกร้องความรับผิดชอบจากภาสุ ภาสุเข้าตาจนไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร ภาพของอรณีกลับปรากฎขึ้นในความทรงจำ ภาสุอยากย้อนเวลาไปเพื่อจะแก้ไขในสิ่งที่ตัวเองทำ แต่ก็ทำไม่ได้ ท่ามกลางปัญหาหัวใจที่รุมเร้า ปัญหาทางการเมืองระดับชาติก็เริ่มรุนแรงขึ้น ทำให้กลุ่มนักศึกษาปัญญาชนจากทุกมหาวิทยาลัยออกมารวมตัวกัน เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับสังคมและชนทุกชั้น ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้ ภาสุ ฤกษ์ดี อรณี และคุณไหม มีโอกาสได้ทำกิจกรรมเพื่อส่วนรวมร่วมกัน สายใยบางๆระหว่างภาสุกับอรณีถูกกระตุกขึ้นอีกครั้ง อรณียังไม่ยอมใจอ่อนให้กับภาสุ คุณไหมเอาปัญหาของภาสุมาปรึกษาฤกษ์ดี ฤกษ์ดีรับปากว่าจะลองหาทางช่วย แต่คุณไหมกังวลแทนคู่แฝดจนตัดสินใจเล่าความริงให้แม่ฟัง เมื่อรู้ถึงหูสุกานดา ก็รู้ถึงหูเภาจนได้ เป็นอีกครั้งที่ทุกคนในบ้านต่างก็ต้องอกสั่นขวัญแขวนกับความขัดแย้งระหว่างเภากับภาสุ เภาที่อ่อนลงไปมากตั้งแต่ลูกๆเข้ามหาวิทยาลัย ตัดสินให้ภาสุแต่งงานกับเมขลาให้ถูกต้อง แต่ภาสุจะทำได้อย่างไรในเมื่อ ตอนนี้ภาสุรู้แล้วว่าคนที่เขารักอย่างจริงจังนั้นคือ อรณี ติดตามเรื่องราวทั้งหมดได้ใน อรุณสวัสดิ์

บุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น
บุคคลสำคัญ /  ประวัติศาสตร์ / 

หลังจากที่หลายๆ คนได้ดู ละคร The Rising Sun รอยฝันตะวันเดือด เกิดเป็นที่สนใจมากขึ้นเมื่อฉากหนึ่งในละคร มีรูปของตระกูลโอนิซึกะหลายๆ รุ่นติดอยู่บนฝาผนัง หลายคนจึงสืบหาข้อมูลกันว่าบุคคลในรูปนั้นเป็นใครกันบ้าง ซึ่งปรากฏว่าบุคคลหลายๆ ท่านนั้นเป็น  บุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ด้วยกันทั้งนั้น ตามไปดูกันเลยมีใครบ้าง ^^  รู้แล้วว่าตระกูลโอนิซึกะมีที่มาจากไหน ..   บุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น  1. คิโดะ ทาคาโยชิ (Kido Takayoshi) เป็นบุตรชายแพทย์ซามูไร  Wada Masakage เป็นรัฐบุรุษญี่ปุ่นในช่วงปลายงาวะและฟื้นฟูเมจิ เมื่อเขาทำงานกับโชกุน เขาใช้นามแฝงว่า Niibori Matsusuke  เค้าคือ 1 ใน 3 ผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคปฏิรูปเมจิ ร่วมกับ โอคุโบะ โทชิมิจิ และ ไซโง ทาคาโมริ  ทั้ง 3 จะรู้จักในนามว่า "the Ishin-no-Sanketsu" (สามขุนนางแห่งการฟื้นฟู) เป็นตัวแทนของแคว้นโจชู ที่ร่วมมือกับ แคว้นซัทสึมะ ในการโค่นล้มรัฐบาลโชกุน โทกุกาว่า และสถาปนารัฐบาลกลางแห่งองค์จักรพรรดิขึ้นมา รวมทั้งการยกเลิกระบบศักดินา และทำการปฏิรูประบบการเมือง การปกครอง ระบบเศรษฐกิจในญี่ปุ่น http://en.wikipedia.org/wiki/Kido_Takayoshi 2. ทาคาสุกิ ชินซาคุ (Takasugi Shinsaku) คนดังแห่งแคว้นโจชู ทาคาสุกิ มีเป้าหมายเดียวกับ คัทซึระ ในการโค่นล้มรัฐบาลโชกุน ฟื้นฟูอำนาจพระจักรพรรดิ แต่ ทาคาสุกิ เลือกใช้วิธีแบบหัวรุนแรง ก่อตั้งกองกองทหารกว่า 300  คน(ประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ที่เป็นซามูไร) โดยใช้ชื่อว่า Kiheitai (เรียกแบบเท่ๆ ในกินทามะว่า กองทหารอสุรา) ขึ้นมาต่อสู้กับรัฐบาล (หนึ่งในสมาชิกของกลุ่มนี้ก็คือ มือสังหารในตำนาน Kawakami Gensai ต้นแบบของ ฮิมุระ เคนชิน ใน ซามูไรพเนจร นั่นเอง) http://en.wikipedia.org/wiki/Takasugi_Shinsaku 3. มัตสึไดระ โยชินากะ (Matsudaira Yoshinaga) เป็น ไดเมียว (เจ้าเมือง) แห่งแคว้นเอจิเซน สมัยเอโดะ เขาเป็นหนึ่งใน 4 ขุนนางที่ฉลาดที่สุดของกลุ่ม Bakumatsu http://en.wikipedia.org/wiki/Matsudaira_Yoshinaga 4.  อาจารย์ ฟุคุซาวะ ยูคิจิ (Fukuzawa Yukichi) คนสำคัญด้านการศึกษาของญี่ปุ่น ผู้นำระบบการศึกษาแบบตะวันตกเข้ามาใช้สอนในประเทศ อาจารย์ฟุคุซาวะ ได้รับการยอมรับว่าเป็นคนแรกที่นำวิทยาการสมัยใหม่ของตะวันตกมาสอนให้กับคนญี่ปุ่น โดยตั้งโรงเรียนชื่อ Keio Gijuku ซึ่งในภายหลังได้พัฒนามาเป็นมหาวิทยาลัยเคโอ(Keio University มหาวิทยาลัยเอกชนที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น อาจารย์ ฟุคุซาวะ ได้เดินทางไปยุโรป และได้พำนักอยู่ตามหัวเมืองต่างๆ ได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน ฮอลแลนด์ โปรตุเกส และรัสเซีย หลังจากนั้นหนึ่งปีอาจารย์ฟุคุซาวะเดินทางกลับญี่ปุ่นพร้อมกับประสบการณ์ ความรู้ และหนังสือจากประเทศเหล่านั้น อาจารย์ฟุคุซาวะได้มีโอกาสกลับไปที่สหรัฐอเมริกาอีกครั้งในปี 1867 เพื่อไปเจรจาด้านการทูตที่เมืองวอชิตัน ดี.ซี. เมืองฟิลาเดลเฟีย และเมืองนิวยอร์ค แต่การเดินทางในครั้งนี้อาจารย์มีจุดประสงค์อีกอย่างหนึ่งก็คือการนำเอาหนังสือความรู้ด้านต่างๆกลับประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากอาจารย์เห็นว่าสิ่งที่ทำให้ประเทศตะวันตกเจริญได้ในทุกวันนี้ ก็คือ วิทยาการและเทคโนโลยี ดังนั้นถ้าจะให้ประเทศญี่ปุ่นเจริญทัดเทียมกัน จะต้องพัฒนาคนญี่ปุ่นให้มีความรู้ความสามารถเสียก่อน หลังจากที่อาจารย์ฟุคุซาวะเดินทางกลับมาจากสหรัฐอเมริกา จึงได้ก่อตั้งโรงเรียนสอนวิทยาการตะวันตกที่ชื่อว่า Keio Gijuku ในช่วงแรกมีผู้ที่สนใจเข้าเรียนประมาณ 100 คน อาจารย์ฟุคุซาวะสอนเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์การเมือง ซึ่งในขณะเดียวกันก็แต่งหนังสือหลายเล่ม โดยเล่มที่มีชื่อเสียงที่สุด คือ An Encouragement of Learning(学問のすすめ)ไม่เพียงแค่นี้ อาจารย์ฟุคุซาวะยังได้เชิญอาจารย์ชาวต่างประเทศมาสอนเพื่อเพิ่มประการณ์ในการเรียนรู้จากชาวต่างประเทศโดยตรง ต่อมาโรงเรียนนี้จึงได้พัฒนามาเป็นมหาวิทยาลัยเคโอ มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ถ้าสังเกตุจะเห็นได้ว่า  อาจารย์ ฟุคุซาวะ มีรูปอยู่บนแบ๊งค์หมื่นเยน (10,000 เยน) ซึ่งเป็นธนบัตรที่มีมูลค่าสูงสุดของธนบัตรญี่ปุ่นด้วยคะ ซึ่งบุคคลบนธนบัตรของญีปุ่นล้วนแต่ไม่ใช่จักรพรรดิหรือผู้มีอำนาจสูงสุดทางการปกครอง แต่กลับเป็นผู้ที่มีความสำคัญในการพัฒนาประเทศญี่ปุ่นในด้านต่างๆ http://anngle.org/th/j-culture/history/fukuzawa_yukichi.html, http://ja.wikipedia.org/wiki/%E7%A6%8F%E6%BE%A4%E8%AB%AD%E5%90%89 5. โอคุมะ ชิเงโนบุ (大隈重信 1838-1922)  โอคุมะ ชิเงโนบุ ท่านเป็นนักการเมืองในจักรวรรดิญี่ปุ่น เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีหลายกระทรวง, เคยเป็นนายกรัฐมนตรีถึง 2, เป็นผู้สนับสนุนเรื่องของวิทยาศาสตร์ตะวันตกและวัฒนธรรมในญี่ปุ่น อีกทั้งท่านยังเป็นผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยวาเซดะด้วย http://en.wikipedia.org/wiki/%C5%8Ckuma_Shigenobu 6. ชิโร ไซโง (Shiro Saigo) เกิดในปี 1866 ในประเทศญี่ปุ่นในครอบครัวของซามูไร เป็นศิษย์รุ่นแรกของ ปรมาจารย์คาโน่ จิโกโร่ (Kano Jigoro) ผู้คิดค้นวิชายูโด อีกทั้งยังเป็น 1 ใน 4 จตุรเทพแห่งโรงฝึกโคโดคัง ผู้คิดค้นท่าทุ่มยามาอาราชิ อีกด้วย ชิโร ไซโง เขายังคงอยู่ในไอดอลญี่ปุ่นที่หนังสือหลายเล่มและภาพยนตร์ที่ถูกสร้างขึ้นมาเกี่ยวกับชีวิตความสำคัญของเขาและความกล้าหาญของเขาในฐานะนักสู้ เรียบเรียงโดย teen.mthai.com อ่านเพิ่มเติม และขอบคุณที่มา http://pantip.com/topic/32514330,  http://www.samkokview.com/webboard/viewtopic.php?f=9&t=235

ฮากระจาย ! คลิปเคธี่ สาวนักพากษ์คนใหม่ แรงทะลุโซเชียล1
เคธี่ /  คลิปพากษ์เสียงเคธี่ / 

ฮากระจาย ! คลิปเคธี่ สาวนักพากษ์คนใหม่ แรงทะลุโซเชียล จากที่ก่อนหน้านี้ชาวสังคมออนไลน์แชร์คลิปน้องเจน สาวนักพากษ์จนเป็นที่ฮือฮาไปทั่วโลกออนไลน์จนกระทั่งสื่อมวลชนหลายช่องเชิญตัวไปออกอากาศรวมถึงรายการคุยข่าวชื่อดังทางช่อง 3 จนกระทั่งได้เป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณาหลายตัว

คลิปแท็กซี่รับผู้โดยสารหญิงเมา หลับยาวปลุกไม่ตื่น รอจนเช้า
คลิปแท็กซี่ /  คลิปแท็กซี่รับผู้โดยสารหญิงเมา / 

คลิปแท็กซี่รับผู้โดยสารหญิงเมา หลับยาวปลุกไม่ตื่น รอจนเช้า สุดท้ายพาไปส่งถึงบ้าน หญิงสาวมอบเงินตอบแทน5พัน สมาชิกเฟซบุ๊คชื่อ ดอน ทอฝัน กับ มาวิน ได้เผยแพร่คลิปแท็กซี่รับผู้โดยสารหญิงเมาแล้วหลับปลุกยังไงก็ไม่ตื่น โดยได้ระบุว่า แท็กซี่ ทว 83 กทม รับผู้โดยสารเมามา เป็นผู้หญิง มาส่งแถว เหม่งจ๋าย ปลุกไม่ตื่น ตั้งแต่ ตี 3 จนตี5 ก็ยังหลับ ผมต้องนั่งรอ จนกว่าจะฟื้น ถ้าเจอแท็กซี่ คนไม่ดี อาจเกิดเหตุ ไม่ดี แต่ผมจะรอจนเค้าตื่นแล้วกัน ซึ่งเจ้าของคลิปเผยว่าเขารอนานจนเลย6โมงเช้าไปแล้วหญิงสาวคนดังกล่าวก็ยังไม่ตื่น จนกระทั่งเกือบ7โมง หญิงสาวก็ฟื้นแล้วให้แท็กซี่ขับรถไปส่งเธอที่บ้านต่อพร้อมกับมอบเงินให้กับคนขับรถแท็กซี่อีก5,000บาทเป็นการตอบแทน ซึ่งแท็กซี่คนดังกล่าวได้มีการโพสต์ข้อความอัพเดทความคืบหน้าให้ชาวสังคมออนไลน์รับรู้เป็นระยะๆ จนสามารถส่งสาวคนดังกล่าวถึงบ้านในเวลาเกือบ 8 โมงเช้า ทั้งนี้ชาวสังคมออนไลน์หลายคนเข้ามาแสดงความชื่นชมในน้ำใจของแท็กซี่คนดังกล่าวที่ไม่ปล่อยผู้โดยสารทิ้งข้างทาง เนื่องจากเป็นผู้หญิงและใส่เครื่องปรับดับของมีค่าเต็มตัว หากปล่อยลงข้างทางอาจจะเกิดอันตรายได้ โดยหลายคนบอกว่าหญิงสาวคนนี้โชคดีที่เจอแท็กซี่ที่ดีด้วย และถือให้เป็นอุทาหรณ์สำหรับใครหลายๆคนที่ชอบเที่ยวกลางคืนให้ระวังอย่าเมาจนเละเทะกลับบ้านไม่ได้แบบนี้ MThai News คลิปจากสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อ ดอน ทอฝัน กับ มาวิน

ปาเกียวเตรียมเปิดค่ายมวยในเมืองจีน
ค่ายมวย /  จีน / 

แมนนี่ ปาเกียว ยอดมวยตากาล็อกวัย 35 จากฟิลิปปินส์ เดินทางไปโปรโมตการชกป้องกันแชมป์โลกรุ่นเวลเตอร์เวต องค์การมวยโลกของตนเองกับ คริส แอลจีรี่ ผุ้ท้าชิงชาวอเมริกัน ซึ่งกำหนดมีขึ้นที่เขตปกครองพิเศษมาเก๊า ของสาธารณรัฐประชาชนจีน ในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2557 เพื่อเจาะตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ที่เมืองเซี่ยงไฮ้ ปาเกียวให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนจีนว่า ได้รับการเชิญชวนจากภาคเอกชน และตัวแทนภาครัฐของจีน ให้ร่วมเปิดสถาบันมวยสากล หรือค่ายมวยสากลมาตรฐานระดับสากล ในกรุงปักกิ่ง ซึ่งมีการตกลงในหลักการเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงรายละเอียดปลีกย่อย ก่อนจะแถลงข่าวเป็นทางการในเร็วๆ นี้ต่อไป จีนมีทรัพยากรด้านกีฬามวยเป็นพื้นฐานอย่างดีอยู่แล้ว มีผลงานทั้งมวยสากลสมัครเล่นและมวยสากลอาชีพในขั้นดีอยู่แล้ว ถ้าได้รับการสนับสนุน ช่วยเหลือเพิ่มเติมอย่างเป็นระบบ ก็จะพัฒนาไปได้เร็วขึ้นแน่นอน ได้ผลลัพท์ที่ดีแน่นอน”

สาวสเปนสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์โลกแบดมินตัน
ลี ชอง เหว่ย /  หลี่ ซือ รุ่ย / 

การแข่งขันแบดมินตันชิงแชมป์โลก 2014 รอบชิงชนะเลิศ ที่กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ประเภทชายเดียวลี ชอง เหว่ย มือหนึ่งโลกจากมาเลเซียเจอกับเฉิน หลงมือ2ของโลกจากจีนผลปรากฎว่าเฉิน หลงพลิกเอาชนะลี ชอง เหว่ยไปได้ 2เซตรวด 19-21 19-21คว้าแชมป์โลกสมัยแรก ส่วนประเภทหญิงเดียว หลี่ ซือ รุ่ย มือ1ของโลกจีนที่ปีที่แล้วพลาดท่าแพ้ให้กับน้องเมย์ได้แค่รอบแชมป์มาปีนี้ได้ผ่านเข้าชิงอีกครั้งเจอกับแคโรลิน่า มาริน มือ9ของโลกจากสเปนซึ่งผลการแข่งขันเป็นมารินที่เอาชนะไปได้2-1เซต 21-17,17-21,18-21 คว้าแชมป์โลกไปครองสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักแบดสเปนคนแรกที่คว้าแชมป์โลก ส่วนผลรอบชิงชนะเลิศประเภทอื่น ชายคู่ โค ซุง ยุน-ชิน เบียก โชล (12-เกาหลีใต้) ชนะ ลี ยอง แด-โย ยอน เซือง (2-เกาหลีใต้) 22-20 21-23 21-18 หญิงคู่ เทียน ฉิง-เจ้า หยุน เหลย (มือวาง 5-จีน) ชนะ หวัง เสี่ยว ลี่-หยู หยาง (4-จีน) 21-19 21-15 คู่ผสม จาง หนาน-เจ้า หยุน เหลย (1-จีน) ชนะ ซู เฉิน-หม่า จิน (2-จีน) 21-12 21-23 21-13

ลุงวัย60ปี ขับกระบะ คันเร่งค้าง ชน11คันรวด
คันเร่งค้าง /  ชน11คัน / 

เกิดเหตุลุงวัย 60 ปี ขับกระบะ คันเร่งค้าง ชน 11 คันรวด ในฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ร.ต.ท.ณัฐ กร นิติฐาภาภัค ร้อยเวรสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถชนกันได้รับความเสียหายจำนวนหลายคันบริเวณลานจอดรถ ชั้นใต้ดินฝั่งเซ็นทรัลภายในห้างฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี จึงไปที่เกิดเหตุพบรถกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ ไทรตัน สีดำ หมายเลขทะเบียน ตฐ 1665 กทม. ชนจุดรับสินค้าได้รับความเสียหาย ภายในรถพบ นายชูชัย พัฒนาปัญญาสัตย์ อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25/2 ม.7 ต.บางครู อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ อยู่ในสภาพมึนงง ไม่ยอมลงจากรถ นอกจากนี้มีรถที่ถูก นายชูชัยขับชนได้รับความเสียหายอีก 11 คัน มี 1.รถกระบะยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียน 6694 ปทุมธานี 2.รถเก๋ง ยี่ห้อนิสสัน ทะเบียน ฒท 4211 กทม. 3.รถเก๋งยี่ห้อมาสด้า ป้ายแดง หมายเลขทะเบียน ณ 6517 กทม. 4.รถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า วีออส ทะเบียน กข 9903 กำแพงเพชร 5.รถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า อัสติส หมายเลขทะเบียน ฌฟ 4595 กทม. 6.รถกระบะโตโยต้า ทะเบียน 4ป8977 กทม. 7.รถกระบะยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน 1ฒช8931 กทม. 8.รถกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ ไทรตัน ทะเบียน ฌจ 8237 กทม. 9.รถเก๋งยี่ห้อนิสสัน ทะเบียน 1ณ6193 กทม. 10.รถกระบะยี่ห้อฟอร์ด ทะเบียน ภย 771 กทม. 11.รถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า วีออส ทะเบียน ฒล 6961 กทม. ทั้ง 11 คัน ถูกชนได้รับเสียหายด้านหน้าและด้านท้ายที่ชนต่อกันมาทั้งหมด นอกจากนี้ยังรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า ฟีโน่ ทะเบียน อฉม 319 กทม. เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ให้ผู้เสียหายทั้งหมดไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ เพื่อเป็นหลักฐาน ทางด้าน ร.ต.ท.ณัฐกร นิติฐาภาภัค ร้อยเวรสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ได้ตรวจสอบแล้วพบว่า สาเหตุมาจากนายชูชัย พัฒนาปัญญาสัตย์ ได้ออกรถเหยียบคันเร่งเครื่องออกตัวและคันเร่งค้างทำให้รถวิ่งพุ่งชนรถที่ จอดอยู่อย่างแรง จำนวน 11 คัน จนทำให้ นายชูชัย พัฒนาปัญญาสัตย์ ถึงกับช็อกนั่งอยู่ในรถลงมาไม่ได้ ซึ่งจะต้องนำส่ง ร.พ.นำตรวจสอบอาการต่อไป