ธ.ไทยพานิชย์

ปลอดประสพ เชื่อรธน. ใหม่ไม่ใช่ปชต. เต็มใบ
กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ /  ข่าวปลอดประสพ / 

ปลอดประสพ เชื่อ รัฐธรรมนูญถาวร ฉบับนี้ ไม่เป็น ประชาธิปไตย เหตุคนทำหน้าที่กรรมาธิการยกร่างไม่ใช่คนจากประชาชน รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (30 ต.ค. 57) นายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาแสดงความเห็นภายหลัง สปช. ได้มีมติคัดเลือก 20บุคคลทำหน้าที่กรรมมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ในสัดส่วนของสภาปฏิรูปแห่งชาติ ว่า หลังจากที่ปรากฎ 20 รายชื่อ สปช. ทำหน้าที่กรรมาธิการยกร่างฯ ก็ทำให้เชื่อได้ว่ารัฐธรรมนูญที่่จะเกิดขึ้นจะมีรูปแบบอย่างไร โดยส่วนตัวไม่ไม่ได้หวังจะเห็นประชาธิปไตยเต็มใบสวยสดงดงาม เพราะคนพวกนี้ไม่ใช่ตัวแทนประชาชน และเคยผ่านเวทีมาแล้วหลายครั้ง ดังนั้นหากจะทำก็ควรให้มีความเป็นธรรมบ้าง แม้ตนไม่ได้คาดหวัง และขออย่าออกมาเป็นดอกอุตพิตเป็นพอ ส่วนความเคลื่อนไหวทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยนั้น นายปลอดประสพ ก็บอกว่า เราก็คงให้ความรู้แก่ประชาชนเท่าที่พอจะมีโอกาส คงให้ความเห็นจากวงนอกเท่านั้น เพราะขณะนี้มีกฎอัยการศึกอยู่ MThai news

ข่าวหน้า 1 (2529) 2/2 จบ
หนังไทย

บริษัท เอ เค เค กรุ๊ป โดย จิรเดช หาญศิริการ อํานวยการสร้าง พระเอก "ตี๋ใหญ่" ฉัตรชัย หันมายึดอาชีพนักข่าวอาชญากรรม ปัญญา นิรันทร์กุล เมายาเสพติดในหนัง "ท่านมุ้ย" ทรงถ่ายฉากใต้นํ้า ในภาพยนต์"ข่าวหน้าหนึ่ง" ฉัตรชัย เปล่งพานิช-ปัญญา นิรัญดร์กุล-จริยา สรณะคม-กิ่งดาว ดารณี : นําแสดง โรม อิศรา-เอกพงษ์ วงศ์ชาตรี-ชุมพร เทพพิทักษ์ : ร่วมแสดง ไผ่สีทอง : กํากับการแสดง เรื่องย่อ : ครอบครัวของเรืองเกล้าทนายสาว นั่งรถไปทําธุระโดยมีพ่อแม่เละเธอ พี่ชายเป็นคนขับรถไปเถี่ยวชนรถไฟตายทั้งครอบครัว แต่เธอรอดเพียงคนเดียว อุบัติเหตุครั้งนี้เพราะพี่ชายติดยาเสพติด เธอจึงเกลียดยาเสพติด และเธอไปฝึกการต่อสู้ทุกรูปแบบ เรืองเกล้าได้ว่าความช่วยนักร้องสาวชาวฮ่องกงที่ถูกยัดเยียดข้อหายาเสพติด ทําให้คนร้ายลอบทําร้ายเธอแทบเอาชีวิตไม่รอด เรืองเกล้าได้รู้จักนักข่าวชื่อทรนงและวีระ และโสธิดาเลขาสาวของเธอที่ช่วยกันสืบหาคนร้ายแก๊งค์นี้ โสธิดาและวีระถูกทําร้ายบาดเจ็บ ทรนงและเธอได้สืบรู้ว่าไชยยันต์(เจ้าของบาร์)เป็นพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ และกําลังจะส่งยาเสพติดจํานวนมากออกทางทะเล ทรนงและเรืองเกล้าเข้าไปขัดขวาง ในที่สุดไชยยันต์และสมุนถูกฆ่าตาย ที่มา : http://rabbit-1963.blogspot.com/2014/10/2529-1-vcd.html

บ้านสังกะสี เก่าๆ สไตล์โมเดิร์นที่ไม่ธรรมดา
แบบบ้านสองชั้น /  แบบบ้านแปลกๆ

ถ้าพูดถึงการนำสังกะสีมาทำบ้าน ในพื้นที่ชุมชนในประเทศไทยคงจะไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ถ้านักออกแบบชาวต่างชาติยิ่งถ้าในแถบตะวันตกแล้วด้วยนั้น ถือว่าเป็นเรื่องแปลกอย่างมากที่จะนำวัสดุสังกะสีมาออกแบบบ้าน แต่ก็เกิดขึ้นแล้วเพราะ สถาปนิก Raffaello Rosselli ได้นำสังกะสีมาทำเป็น Home Office ของเขาเอง เขาได้แปลงโฉม บ้านสังกะสี เก่าๆ ให้ดูโมเดิร์นที่ธรรมดาให้เป็นบ้านที่ไม่ธรรมดาอีกต่อไป บ้านสังกะสี เก่าๆ สไตล์โมเดิร์นที่ไม่ธรรมดา คุณ  Raffaello Rosselli เลือกใช้สังกะสีเพราะต้องการความแปลกใหม่ และฉีกแนวไปจากบ้านแนวเดิมๆ แปลนบ้าน : บ้านสังกะสีหลังนี้มี 2 ชั้น แบ่งฟังก์ชั่นออกเป็นสองส่วน คือส่วนแรกเป็นโฮมออฟฟิศอยู่บริเวณชั้นแรก และชั้นสองออกแบบให้เป็นสตูดิโอทำงานศิลปะ รูปด้านบ้านสังกะสี ภายในบ้านสังกะสี ภายในบ้านสังกะสี : ประตูทางเข้าก็ออกแบบให้เป็นแผ่นอลูมิเนียมเงินๆ เปิดเข้าไปจะพบกับบันไดสีขาวเรียบๆ มีช่องกระจกบานยาวบานใหญ่อยู่ตรงทางขึ้นบันได ถึงแม้ภายนอกจะเป็นสังกะสีที่ดูเก่าๆ ในสไตล์ดิบๆ สไตล์ Loft แต่เปิดเข้ามาภายในตัวบ้านจะได้สัมผัสถึงบรรยากาศที่อบอุ่นสบายตาจากการตกแต่งด้วยไม้สลับกับโทนสีขาวของผนังและเพดาน ภายนอกบ้านสังกะสี เจ้าของบ้าหลังนี้ทำให้เรารู้ว่า ไม่จำเป็นเลยที่จะต้องใช้วัสดุที่มีแต่ราคาแพง หรือต้องเป็นวัสดุตกแต่งที่อิมพอร์ตมาจากต่างประเทศมาสร้างบ้านให้สิ้นเปลืองเพียงแค่รู้จักนำวัสดุที่มีอยู่มาอเดปปรับใช้ผสมๆ ให้ลงตัว แค่นี้บ้านก็ออกมาสวยได้ค่ะ ขอบคุณ : http://mieszkanioweinspiracje.pl  Tamarama บ้านสังกะสีขนาดเล็ก บ้านต้นทุนต่ำ

ระทึก! ดินถล่มศรีลังกา ฝังชาวบ้านตายทั้งเป็นกว่า 100 คน
ข่าววันนี้ /  ดินถล่ม / 

ดินถล่มศรีลังกาบริเวณหมู่บ้านในเขต"บาดุลลา" ฝังชาวบ้านตายทั้งเป็นกว่า 100 คน สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เกิดเหตุระขึ้นที่บริเวณหมู่บ้านในเขต"บาดุลลา" ทางตอนใต้ของประเทศศรีลังกา เมื่อจู่ๆ ก็เกิดดินถล่มทับบ้านเรือน รวมทั้งชาวบ้านถูกฝังทั้งเป็น คาดมียอดผู้เสียชีวิตทั้งหมด กว่า 100 คน เนื่องจากขาดอากาศหายใจ ขณะที่บ้านเรือนอีกกว่า 140 หลังถูกโคลนพัดพาออกไปจากที่ตั้งเดิม ได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยยังมีชาวบ้านกว่า300 คน ยังสูญหาย ไม่รู้ชะตากรรม ด้านรัฐบาลศรีลังกา ได้เร่งเข้าให้ความช่วยเหลือโดยด่วน ระดมกำลังทหารกว่า 500 นาย ช่วยเหลือประชาชนที่ติดอยู่ใต้ดินอย่างเต็มที่ แต่การช่วยเหลือก็เป็นไปด้วยความยากลำบากเพราะมีฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้ต้องยกเลิกไปในช่วงค่ำ เกรงว่า อาจเกิดดินถล่มอีกระลอก MThai News

ส่อง รายได้หนัง ในไทยวันที่ 23 - 29 ต.ค. ใครรอดใครร่วง มาดูกัน!
box office /  Doraemon The Movie / 

กลับมาตามนัดอีกเช่นเคย กับการรายงานตาราง รายได้หนัง ว่าในไทยช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ใครมาแรงใครร่วงดังอนาถกันบ้าง และในวันที่ 23 - ต.ค. ที่ผ่านมานี้ การกลับมาของ คีอานู รีฟส์ ก็ส่งผลให้เกิดการผันผวนเขย่าเก้าอี้ในหลายๆตำแหน่งเลยทีเดียว หนังเรื่องไหนจะรอด เรื่องไหนจะร่วงบ้าง มาดูกัน การทวงบัลลังก์ของแอ็คชั่นสตาร์ คีอานู รีฟส์ ที่มากับ John Wick ครั้งนี้ นับได้แทบจะดับเครื่องชนแบบแรงสุดๆ สะเทือนตารางรายได้หนัง เพราะเพียงสัปดาห์เดียวก็เก็บรายได้ขึ้นแชมป์ไปเรียบร้อย เบียด Dracula Untold แชมป์เก่าร่วงลงมาอันดับ 2 ทันที แต่ผีดูดเลือดตนนี้ ก็ดู่าจะยังไม่สิ้นฤทธิ์ง่ายๆ เพราะยังแรงแซงขบวนรถถังแห่ง Fury และขบวนการทวงเมียสุดเข้มข้นแห่ง Gone Girl มาแบบทิ้งห่างหลายช่วงตัว ด้านหนังไทย O.T. ผี Overtime ก็พาแผนหลอกผีฉบับหักมุมเข้าตารางตามมาติดๆ และทำท่าจะโกยรายได้งามๆ ต่อไป ในส่วนของ Doraemon The Movie ก็เจียมเนื้อเจียมตัวเก็บไปเพียงเบาๆ แต่นั่นก็ยังทิ้งให้โรแมนติกหวานแหววของ The Best of Me กับ Love, Rosie นั่งเหงาๆ ต่อไป ตามมาติดๆ ด้วย วัยเป้งง นักเลงขาสั้น ที่ถึงแม้ช่วงที่ผ่านมาจะแผ่วปลาย แต่รายได้รวมก็ไม่ขี้ริ้วขี้เหร่ ปิดท้ายด้วย Saint Seiya: Legend of Sanctuary กับพลังคอสโม่ขัดลำกล้อง นอนสงบเงียบอยู่ท้ายตารางต่อไป สัปดาห์หน้าต้อนรับฮาโลวีนด้วยการมาถึงของ The Eyes Diary คนเห็นผี และ The Couple รัก ลวง หลอน ที่เข้าโรงจ๊ะเอ๋กันพอดี มาดูกันคุณผีดูดเลือด หรือแผนหลอกผีพนักงานออฟฟิศ จะเกาะกลุ่มวันปล่อยผี ไปรอดได้อีกเฮือกหนึ่งหรือไม่  ต้องรอติดตามกัน ที่มา: Bioscope --------------------------

หุ้นไทยวันนี้ บวกเบาๆ วอลุ่มบางๆ
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

โบรกฯคาดหุ้นไทยวันนี้ปรับขึ้นต่อ หลังดาวโจนส์บวก แต่คงบวกไม่แรงเนื่องจากเป็นวันสุดท้ายของสัปดาห์ คาดวอลุ่มเบาบาง บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต วิเคราะห์ว่า ดัชนีฯหุ้นไทยวันนี้จะปรับสูงขึ้นทดสอบแนวต้านย่อยที่ 1,575 จุด และระยะสัปดาห์ 1,600 จุด ด้วยปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของตลาดหุ้นดาวโจนส์เมื่อคืนนี้บวก 1.30% หลังตัวเลข GDP ไตรมาส 3 ขยายตัวบวก 3.5% มากกว่าที่ตลาคาดการณ์ไว้ที่ 3.0% ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศติดตามตัวเลขเศรษฐกิจวันนี้ แนะนำกลุ่มค้าปลีก CPALL เป็น Domestic Plays ที่ยัง Laggard แนะนำซื้อ Domestic Plays อย่าง KBANK, BBL, CK, STEC, SPALI, LPN, QH, SIRI, SAMART, BEAUTY, SAPPE, BGH รวมไปถึงกลุ่มค้าปลีกอย่าง CPALL โดยราคาหุ้น Laggard ตลาด 8% ตั้งแต่หลังรัฐประหาร คาดกำไรผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และจะเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ครึ่งปีหลังเป็นต้นไป ขณะที่ทางเทคนิคมีสัญญาณฟื้นตัว เป้าหมาย 45.75-47 บาท บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ประเมินว่าการซื้อขายวันสุดท้ายของสัปดาห์นี้ ดัชนีฯจะแกว่งแคบ หลังปิดบวก 39 จุดตลอด 6 วันทำการที่ผ่านมา หรือราว 50% ของการปรับฐานในรอบล่าสุด แม้ว่าวานนี้ดาวโจนส์จะปิดบวกเด่น จากตัวเลข GDP ไตรมาส 3 เติบโตมากกว่าคาดก็ตาม แต่เนื่องด้วยวันศุกร์ และกระแสเงินทุนต่างชาติไม่ชัดเจน ให้แนวต้านที่ 1,570 จุด ปัจจัยสำคัญติดตาม การประชุม BoJ ซึ่ง Bloomberg consensus คาดว่า BoJ จะคงนโยบายการเงินเช่นเดิม ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศ ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจเดือนก.ย. โดยเฉพาะภาคการบริโภคภายในประเทศจะฟื้นตัวได้หรือไม่ หลังภาคการส่งออก และการท่องเที่ยวส่งสัญญาณบวกแล้ว รวมถึงผลการเยือนกัมพูชาของนายกฯ วันนี้เป็นวันสุดท้าย จะมีความชัดเจนต่อแผนการรับซื้อไฟฟ้า และพื้นที่ทับซ้อนในอ่าวไทยหรือไม่ แนะนำนักลงทุนรอทยอยสะสมหุ้นเป้าหมาย หากราคาหุ้นย่อตัวระหว่างชั่วโมงการซื้อขายในช่วงสั้นนี้ หลังจากขายทำกำไรไปในช่วง 2 วันทำการที่ผ่านมา หุ้นเด็ดรายตัว คลิ๊ก>>>>>>> MThai News

กรณ์ จวกรัฐทำงานล้มเหลว เหตุเอาผิดกิตติรัตน์ ไม่ได้
กรณ์ จาติกวณิช /  กิตติรัตน์ ณ ระนอง / 

อดีตรัฐมนตรีคลัง กรณ์ จาติกวณิช โพสต์ซัดรัฐบาลทำงานล้มเหลว หลังไม่ดำเนินคดีกับ กิตติรัตน์ ปมไม่จัดตั้ง กองทุนการออมแห่งชาติ ทั้งๆ ที่เป็นกฎหมายผ่านสภา แนะ คสช. ปรับปรุงกฎหมายใหม่หากมาตราใดมาตราหนึ่งเอาผิดผู้กระทำไม่ได้ วันนี้ (30 ต.ค. 57) นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว @Korn Chatikavanij วิพากษ์วิจารณ์การบริหารงานของรัฐบาลที่ล้มเหลว โดยเฉพาะการเอาผิดกับนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ไม่ได้ ภายหลังไม่ยอมดำเนินการจัดตั้งกองทุนการออมแห่งชาติ ทั้งๆ เป็นกฎหมายที่ผ่านสภาออกมาแล้ว ขณะเดียวกันได้ฝากถึง คสช. ว่า หากมาตรา 157 ใช้กับกรณีนี้ไม่ได้ ก็ควรมีการแก้ไขให้ใช้ได้เสีย ระบบรัฐล้มเหลว นิติบัญญัติออกกฎหมาย - ฝ่ายบริหารไม่ทำตาม - องค์กรอิสระไม่มีทางไป เรื่องนี่ยาวนิดนึง แต่มีผลต่อเราทุกคนครับ 1. ข้อเท็จจริง “รัฐสภา” สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ได้ออกกฎหมาย “กองทุนการออมแห่งชาติ” (กอช.) เพื่อเป็นเครื่องมือของรัฐในการส่งเสริมการออมให้กับประชาชนที่ไม่ได้อยู่ในระบบบำเหน็จบำนาญประมาณ 25 ล้านคน กฎหมายมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ต้นปี 2554 โดยผู้รักษาการกฎหมายคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กลางปี 2554 เปลี่ยนรัฐบาลเป็นรัฐบาลยิ่งลักษณ์ มีคุณธีระชัยและคุณกิตติรัตน์ มาเป็นรัฐมนตรีคลังตามลำดับ คุณธีระชัยอยู่ในตำแหน่งไม่นาน พอคุณกิตติรัตน์เข้ามาสานต่อก็ปฏิเสธที่จะดำเนินการจัดตั้ง กอช. ตามที่กฎหมายกำหนด การละเว้นโดยเจตนานี้พิสูจน์ได้จากบทสัมภาษณ์ จากการรายงานโดยข้าราชการ และจากการที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ไม่ได้จัดสรรงบประมาณตามกำหนดเพื่อจัดตั้งกองทุนตามบทบัญญัติของกฎหมาย กองทุนเพื่อส่งเสริมเงินออมของคนไทย 25 ล้านคนจึงเกิดไม่ได้ ทั้งหมดนี้คือความจงใจของฝ่ายบริหาร ที่จะไม่ทำตามกฎหมายของบ้านเมือง กฎหมายที่มาจากการลงคะแนนสนับสนุนโดยนักการเมืองจากทุกพรรค รวมไปถึงวุฒิสภา 2. คำถามสามข้อ คำถามข้อที่หนึ่ง ผมขอถามว่า ฝ่ายบริหารควรมีสิทธิ์หรือไม่ ในการที่จะเลือกว่าจะไม่ปฏิบัติตามกฎหมายฉบับที่ผ่านสภามาแล้ว ผมมั่นใจว่าทุก ๆ คนก็ต้องตอบว่า "ไม่มีสิทธิ์ !” รัฐบาลรวมถึงรัฐมนตรีทุกคนมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายทุกฉบับ มิเช่นนั้นยุ่งแน่ครับ หากละเลยก็จะกลายเป็นว่าฝ่ายบริหารเปรียบเป็นพระเจ้า นิติบัญญัติร่างกฎหมายไป ก็โดนปฏิเสธง่าย ๆ ด้วยการนิ่งเฉย กฎหมายไม่สามารถคุ้มครองสิทธิให้ใคร คำถามที่สอง ผมขอถามต่อว่า “เอาผิดเขาได้ไหม” เดิมทีผมก็คิดว่าน่าจะได้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ระบุว่า “ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาทหรือ ทั้งจำทั้งปรับ” คำถามที่สาม สรุปว่าเอาผิดอดีตรัฐมนตรีกิตติรัตน์ได้ไหม ไม่ได้ครับ เพราะ ป.ป.ช. ได้พิจารณาเรื่องนี้และมีมติ “ยกคำร้อง” โดยให้เหตุผลว่าคุณกิตติรัตน์ "ไม่มีเจตนาทำผิดทางอาญา และไม่ส่อไปในทางทุจริต หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่" (จากคำแถลงผลการประชุมกรรมการ ป.ป.ช. วันที่ 21 ตุลาคม) 3. ทางออก ที่ผมและพวกยื่นฟ้องคุณกิตติรัตน์ ไม่ใช่เพราะเราหวังร้ายต่อท่าน เราเพียงหวังว่าเราจะสามารถกระตุ้นให้ผู้เป็นรัฐมนตรีทำตามหน้าที่เท่านั้น ผมขอไม่เถียงกับ ป.ป.ช. ที่สำคัญคือข้อเท็จจริงที่วันนี้ประชาชน 25 ล้านคนเสียโอกาสที่จะได้รับจากการสมทบเงินออมของเขาจากรัฐบาล คนหาเช้ากินคํ่านับสิบล้านคนมีแต่หนี้ ไม่มีเงินออม ไม่มีหลักประกันชีวิตในวัยชรา ส.ส. จากทุกพรรคได้ช่วยกันออกกฎหมายนี้เพื่อช่วยแก้ปัญหา ประเด็นสำคัญคือเราจะทำอย่างไรให้กองทุนตามกฎหมายนี้กลับมาเดินหน้าได้ และเราจะทำอย่างไรไม่ให้ฝ่ายบริหารเลือกใช้อำนาจตามใจชอบแบบนี้อีก ผมไม่ขอพูดถึงเหตุผลของคุณกิตติรัตน์ที่ไม่ยอมทำตามหน้าที่ แต่ขอพูดเพียงว่า “กฎหมายคือกฎหมาย” ถ้าฝ่ายบริหารคิดว่ากฎหมายไม่ดี ก็ควรเสนอแก้กฎหมายในสภา ตอนนั้นคุณก็มีเสียงข้างมากอยู่แล้ว แต่เมื่อ ป.ป.ช. บอกว่าเราไม่สามารถเอาผิดฝ่ายบริหารที่มีพฤติกรรมแบบนี้ได้ ผมว่านี่คือความล้มเหลวของระบบการบริหารบ้านเมือง และถ้าเป็นเช่นนี้ผมก็ไม่รู้ว่าเราจะมานั่งเสียเวลาออกกฎหมายใหม่กันทำไม ถ้ารัฐบาลในอนาคตไม่ต้องทำตาม และ ป.ป.ช. ก็ยืนยันว่าเอาผิดเขาไม่ได้ ดังนั้นเมื่อ ป.ป.ช. ตีความกฎหมายอย่างนี้ เราจึงต้องขอฝากให้ คสช. และสภาปฏิรูปช่วยพิจารณาปัญหานี้ด้วยครับ ถ้ามาตรา 157 ใช้กับกรณีนี้ไม่ได้ ก็ควรแก้ให้ใช้ได้เสีย เพราะหากกฎหมายที่ผ่านสภาไร้ความหมาย หากอำนาจเท่านั้นที่จะเป็นตัวกำหนดว่าประชาชนมีสิทธิอะไรบ้าง เมื่อนั้น... ประเทศไทยคงไม่ใช่สังคมที่น่าอยู่ MThai news

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

รำลึก 8 ปี 'นวมทอง ไพรวัลย์'สละชีพต้านรัฐประหาร 49
ข่าวนวมทอง /  ชนรถถังทหาร / 

รำลึก 8 ปี "นวมทอง ไพรวัลย์" ผูกคอตายสะพานลอยหน้าสนพ.ไทยรัฐ ต่อต้านอำนาจรัฐประหารปี 49 ทหาร-ตำรวจวางกำลังเข้ม ห้ามจัดกิจกรรมฝืนคำสั่งคสช. ด้าน "จตุพร" โพสต์ข้อความไว้อาลัย กลุ่มตัวแทนนักศึกษาจากศูนย์กลางนักศึกษาเพื่อประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย หรือ ศนปท. ได้เดินทางมายังบริเวณสะพานลอยหน้าสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ถนนวิภาวดี ซึ่งเป็นอนุสรณ์ที่นายนวมทอง ไพรวัลย์ คนขับแท็กซี่ ที่ขับรถชนกับรถถังทหาร ประท้วงการรัฐประหาร พ.ศ. 2549 และผูกคอเสียชีวิตที่บริเวณดังกล่าว เมื่อวันที่ 31 ต.ค.2549 เพื่อทำการวางพวงหรีด รำลึก 8 ปี ลุงนวมทอง โดยการยืนสงบนิ่งไว้อาลัย 1 ชั่วโมง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการตำรวจนครบาล และทหาร ทั้งในและนอกเครื่องแบบ กว่า 1 กองร้อย ตรึงกำลังเพื่อรักษาความปลอดภัย และห้ามทำกิจกรรมในบริเวณดังกล่าว พร้อมเข้าเจรจากับกลุ่มต่างๆที่เดินทางมาเพื่อไว้อาลัยให้ออกจากพื้นที่ เนื่องจากเป็นการฝ่าฝืนประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ฉบับที่ 7/2557 เรื่องห้ามชุมนุมทางการเมือง นอกจากนี้ ยังมีประชาชนเดินทางเข้าไว้อาลัยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงนางบุญชู ไพวัลย์ ภรรยาของนายนวมทอง เดินทางมาวางดอกไม้ เพื่อไว้อาลัยด้วยอาการโศกเศร้า ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เดินทางกลับทันที และขอไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆกับสื่อมวลชน โดยนายนวมทอง เป็นคนขับรถแท็กซี่ โตโยต้า โคโรลล่า สีม่วง ทะเบียน ทน 345 กรุงเทพมหานคร พุ่งชนรถถังของคณะรัฐประหารและได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2549 ซึ่งต่อมาในคืนวันที่ 31 ตุลาคมปีเดียวกัน นายนวมทอง ได้ผูกคอเสียชีวิตกับราวสะพานลอย บริเวณถนนวิภาวดีรังสิตฝั่งขาออก เยื้องกับที่ตั้งสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ โดยในจดหมายลาตายระบุว่า "ต้องการลบคำสบประมาทของพันเอกอัคร ทิพโรจน์ รองโฆษก คปค. ที่ว่า ไม่มีใครมีอุดมการณ์มากขนาดยอมพลีชีพได้" ในคืนที่นวมทองผูกคอเสียชีวิต เขาตั้งใจสวมเสื้อยืดสีดำ สกรีนข้อความเป็นบทกวี ที่เคยใช้ในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย โดยด้านหน้าเป็นบทกวีของรวี โดมพระจันทร์ และด้านหลังเป็นบทกวีของศรีบูรพา (กุหลาบ สายประดิษฐ์) โดยนายนวมทองเป็นพลเมืองไทยเพียงคนเดียว ที่ประกาศตนต่อสาธารณชนว่า ได้พยายามกระทอัตวินิบาตกรรม เพื่อประท้วงรัฐประหารไทยปี 2549 และได้บรรลุเจตนารมณ์ดังกล่าวในที่สุด เพื่อสนองคำพูดของรองโฆษกคณะรัฐประหารที่เขาถือว่าเป็นการเหยียดหยามวัตถุประสงค์แห่งกรรมของเขา ด้านนายจตุพร พรหมพันธ์ุ ประธาน นปช. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ค "Jatuporn Prompan - จตุพร พรหมพันธุ์" เพื่อไว้อาลัยและสดุดีให้กับนายนวมทอง "วันนี้ (31ตุลาคม) เป็นการครบรอบ8ปี ของการจากไปของคุณลุง "นวมทอง ไพรวัลย์" บุคคลที่ศรัทธาในระบอบประชาธิปไตย ฆ่าได้หยามไม่ได้ ผมขอสดุดี และไว้อาลัยกับนักสู้ผู้ยิ่งใหญ่อย่าง "ลุงนวมทอง" ครับ" MThai News

เมโกะ ชนนิกานต์ เผยทุกสิ่งที่คุณอยากรู้ กับการเห็นผีสุดสะพรึงใน The Eyes Diary
The Eyes Diary /  คิว กิตติชนม์ กุลรัตน์ชล / 

ถือว่าเป็นอีกหนึ่งคลื่นลูกใหม่ที่น่าจับตา สำหรับนักแสดงสาวหน้าเก๋ เมโกะ ชนนิกานต์ เนตรจุ้ย กัลผลงานล่าสุดสุดสะพรึง The Eyes Diary คนเห็นผี หลังจากสาว เมโกะ เคยฝากผลงานไว้ในหนังอินดี้เมื่อปีกลายกับ Marry is happy, Marry is happy และ ตั้งวง ไปแล้ว การกลับมาปล่อยของใน The Eyes Diary ก็โรแมนติคสยองขวัญ ชวนขนลุกจนผู้กำกับ มะเดี่ยว ยังต้องยกนิ้วให้ และในวันนี้ เราจะมารู้จัก เมโกะ หรือ มดตะ ในหนังเรื่องล่าสุดนี้กัน เมโกะ ชนนิกานต์ เนตรจุ้ย ก่อนอื่นแนะนำตัวกันก่อนเลย? "สวัสดีค่ะ เมโกะ ชนนิกานต์ เนตรจุ้ย ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ชั้นปีที่ 3 คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพค่ะ ถ้าถามถึงความฝันจริงๆ เมอยากเป็นแอร์โฮสเตสคะ ฟังๆดูแล้วมันดูขัดๆกันนะ จริงๆก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้มีโอกาสเข้ามาทำงานในวงการบันเทิงด้วย ตอนเด็กๆก็ชอบแสดงออกนะคะ เป็นงานเวทีที่โรงเรียนประมาณนี้มากกว่า ผลงานที่ผ่านมาก็มีโฆษณาเล็กๆ น้อยๆ ก็สก็อตเพรียวเร่ค่ะ แล้วก็มี MV บ้าง ส่วนผลงานภาพยนตร์ที่ผ่านมาก็มีเรื่องตั้งวง และ marry is happy ที่คนจะจดจำได้เยอะสุด" เมโกะคิดอย่างไรกับการแสดงครับ? "เมว่าเมชอบการแสดงนะ หลงใหลในมนต์เสน่ห์ของการแสดงค่ะ หลังๆ มานี่ก็จะมีผลงานเยอะขึ้น อาจจะเป็นเพราะคนเห็นผลงานเราเยอะขึ้นและชื่นชอบในตัวละครที่เราได้รับบทให้เล่นมากกว่า ล่าสุดตอนนี้ก็กำลังจะมีหนังเรื่อง The Eyes Diary ซึ่งเมแสดงเป็น มดตะ ค่ะ" เป็นมาอย่างไรถึงได้เข้ามารับบทเป็น 1 ตัวละครสำคัญในหนังเรื่องใหม่ของผู้กำกับ มะเดี่ยว? "เมไม่รู้ว่าพี่มะเดี่ยวเห็นอะไรในตัวเมรึเปล่า หรืออะไรเขาถึงไว้วางใจให้เมมารับบทเล่นหนังเรื่องนี้ เพราะว่ามันไม่ใช่หนังผีทั่วไปธรรมดาๆ ค่ะ มันเป็นหนังผีที่มีความโรแมนติคเข้าไปด้วย ซึ่งมันหายากมากเลยนะในประเทศไทยเราตอนนี้ โดยปกติแล้วหนังผีทั่วไปก็จะเป็นผีออกมาหลอกแบร้ แต่เรื่องนี้มีการผสมผสานเรื่องโรแมนติคเข้าไปทำให้หนังเรื่องนี้น่าสนใจขึ้นมาค่ะ คือพี่มะเดี่ยวให้พี่โปรดิวเซอร์ติดต่อมาค่ะ" พอได้มาร่วมงานกับพี่มะเดี่ยวรู้สึกอย่างไรบ้างครับ? "เมชอบผลงานเรื่อง Home ของพี่มะเดี่ยวมาก แต่ก็ไม่คิดว่าตัวเองจะมีโอกาสได้ความไว้วางใจในการรับเลือกมาเล่นหนังของพี่เขา เพราะว่าเมอยู่ในสายอินดี้มาตลอด คนก็จะมองว่าเมเล่นหนังแบบปกติทั่วไปไม่ได้ พอได้มาร่วมงานกับพี่มะเดี่ยวแล้วเรารู้เลยว่าพี่มะเดี่ยวเป็นคนตั้งใจทำงานค่ะ เขาเป็นคนดุนะ แต่เราเข้าใจเขาว่าที่เขาดุเพราะอยากให้ทั้งตัวเราและทั้งตัวหนังเป็นอะไรที่ออกมาแล้วเฟอร์เฟ็คที่สุด ซึ่งเมชอบการทำงานของเขา มีวันหนึ่งที่พี่มะเดี่ยวไม่สบาย ก็ยังต้องมีการถ่ายทำ ถึงแม้จะมีการถ่ายแบบเฟสไทม์มา แล้วก็สั่งคิว เราเห็นสปีริทความตั้งใจในการทำหนังของพี่มะเดี่ยว มันเลยทำให้หนังแสดงมีสปิริทที่อยากจะทำงานกับเขาค่ะ คือพี่มะเดี่ยวเป็นหนัก แต่ยังมีสปิริทในการเป็นผู้กำกับ เมว่าพี่มะเดี่ยวเป็นคนที่มีวิชชั่นที่แปลกแต่ดี มันจะไม่ค่อยเหมือนผู้กำกับทั่วไปในประเทศเราค่ะ คือเขาจะมีมุมกล้องแปลกๆ ของเล่นแปลกๆ และอะไรที่มันน่าตื่นเต้นในการเสนอดำเนินเรื่อง ในบทในคำพูดเล็กๆ น้อยๆ มันเป็นอะไรที่มีความใหม่ มีความสด และน่าสนใจ พี่มะเดี่ยวเป็นคนทำหนังที่เมรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวกับคนค่ะ หนังมันคือการถ่ายทอดความรู้สึกของผู้กำกับ ทุกๆ เรื่อง ทุกๆ ผู้กำกับเลย มันคือการถ่ายทอดในสิ่งที่เขาได้ไปเจอะเจอมา สิ่งจากคนรอบข้างเขา ประสบการณ์ต่างๆ คือเมรู้สึกว่าหนังพี่มะเดี่ยวล้วนสร้างมาจากพื้นฐานความเป็นจริงค่ะ" ตอนที่ได้มีโอกาสอ่านบทครั้งแรกรู้สึกอย่างไรบ้างครับ? "ตั้งแต่เห็นบทครั้งแรกตื่นเต้นค่ะ ไม่เคยเล่นหนังผี ไม่เคยเจอผี ไม่เคยรู้ว่าผีเป็นยังไง ต้องกลัวผียังไง คือเมว่าการเล่นหนังผีเป็นอะไรที่ท้าทายมากเลยนะ เราไม่เคยสัมผัสว่าผีเขาเป็นยังไงแต่เราต้องแสดงความรู้สึก สิ่งที่เรามโนขึ้นมาว่ามันเป็นรูปร่างยังไง เมดูหนังผีเยอะมาก จริงๆ เป็นคนชอบดูหนังผีอยู่แล้วค่ะ แล้วก็พยายามสังเกตตัวละครที่เขาเล่นหนังผีว่าเขากลัวยังไง เวลาเจอเขาแสดงออกยังไง คือหนังเรื่องนี้เป็นการรวบรวมความรู้สึกของตัวละครต่างๆ เข้ามา ทำให้มันเกิดเรื่องราวขึ้น คือตัวละครแต่ละตัวจะมีอารมณ์ มีออฟเจ็คต์ที่แตกต่างกันออกไป แล้วมันทำให้เกิดเป็นเรื่องราวซึ่งมีทั้งแอคชั่น ฮอร์โรร์ และก็โรแมนติก ผสมผสานกันจนเป็นเรื่องเป็นราว เป็นหนังเรื่อง The Eyes Diary ซึ่งน่าสนใจมากค่ะ" ตัวละคร มดตะ ที่ได้รับ มีบทบาทและคาแร็คเตอร์แบบไหนครับ? "มดตะ เป็นเด็กสาววัยรุ่นทั่วๆ ไปที่มีชอบไปเที่ยวกับเพื่อน สังสรรค์กับเพื่อน  เพียงแต่ที่ผ่านมามด ตะอาจจะเจอเรื่องราวต่างๆในชีวิตมาเยอะพอสมควร ทำให้เขามีปมลึกๆ ในจิตใจ แต่เป็นคนเลือกที่จะปิดความรู้สึกนั้นไว้ อาจจะเป็นการหลอกตัวเอง หรือเป็นการพยายามสร้างความสุขให้ตัวเองในการใช้ชีวิต โดยไม่เอาปมของตัวเองไปทำให้คนอื่นเขาเดือดร้อน และปมที่ว่านี้ มันดันไปคอนเน็กกับน็อต ซึ่งเราสองคนมีปมคล้ายๆ กัน เป็นเรื่องความรัก เป็นเรื่องคนใกล้ตัวเนี้ยแหละค่ะ" การรับบทใน The Eyes Diary เรื่องนี้ มีความท้ายทายอะไรบ้างไหมครับ? "มันยากเลยแหละ มันไม่ใช่แค่คำว่าท้าทายหรอก จริงๆ มันท้าทาย มันน่าสนใจค่ะ แต่ว่ามันก็ยากนะ เพราะเราไม่เคยเจอผี ไม่เคยรู้ว่ามันเป็นรูปร่างแบบนี้นะ เราต้องกลัวเขาอย่างนี้นะ ต้องแสดงออกกับเขาแบบนี้นะ คือเมรู้สึกนะว่าถ้าในชีวิตประจำวันเจอผี อยากคุยกับเขาด้วยซ้ำว่าทำไมถึงเป็นผี" (หัวเราะ) อะไรคือเสน่ห์ของ The Eyes Diary? "เสน่ห์ของหนังเรื่องนี้คือโลกคนเป็นกับโลกคนตายมันเชื่อมต่อกัน เชื่อมโยงกัน ซึ่งเมเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้มันยังมีอยู่ในชีวิตจริง แม้แต่กระทั่งไม่ใช่ในหนังนะค่ะ ในชีวิตจริงคนเรามันยังมีความเชื่อที่จะไปวัด ไปทำบุญโลงศพ เพื่อที่จะคอนเน็กกับเขารึเปล่า เมไม่รู้ว่าคนที่ทำแบบนี้เพื่ออะไร มีพิธีบูชาโน้นนี้ มันทำให้รู้สึกว่า หนังเรื่องนี้แหละมันคือการถ่ายทอดเรื่องราวอารมณ์ของคนเหล่านั้น ว่าเราเองรึเปล่าที่เป็นคนเปิดรับเขาเข้ามา เราเป็นคนเลือกที่จะให้สิ่งพวกนี้เข้ามาวนเวียนอยู่รอบกายเรา และเสน่ห์ของหนังเรื่องนี้คือเราได้เห็นอีกโลกของวิญญาณ ได้เห็นอีกโลกหนึ่งของคนตายที่เขาตายไปแล้วเขารู้สึกยังไง เขาอยากจะคอนเน็กกับเราเพื่ออะไร มีจุดประสงค์อะไร เรารับรู้ได้ถึงความรู้สึกของคนที่ตายไปแล้ว แล้วก็ความต้องการของคนตาย หนังเรื่องนี้มีความใหม่ค่ะ คืออย่างที่บอกไม่เคยมีใครเห็นผีตัวเป็นๆ มันต้องใช้ความพยายามซึ่งยากมากในการครีเอทมันขึ้นมา ว่ามันต้องมีรูปร่างแบบนี้ ลักษณะแบบนี้ ท่าทางแบบนี้ เสียงแบบนี้ เมรู้สึกว่าพี่มะเดี่ยวดีไซน์มันออกมาได้เพอร์เฟ็คค่ะ แล้วทุกตัวละครล้วนมีเสน่ห์ในตัวเองคือทุกตัวละครจะมีความต้องการแตกต่างกัน เมรู้สึกว่าทุกคนมีปมในใจ มีเรื่องที่เกิดขึ้นในใจแตกต่างกัน แต่ว่าเรื่องทุกเรื่องที่เกิดขึ้นมันจะสามารถเชื่อมโยงกันได้ทุกตัวเลย อันนี้คือเสน่ห์ของตัวละครในเรื่องนี้ แล้วทุกคนคอนเน็กกันจริงๆ ค่ะ มีเรื่องราวที่ผสมผสานกันจนเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวโยงกันได้" ลองเล่าถึงความหลอนสยองของ The Eyes Diary ให้คุณผู้ชมฟังหน่อย? "คือเรื่องนี้เป็นหนังผีที่เหนื่อยค่ะ เมรู้สึกว่าคนดูก็จะเหนื่อยตามเมไปด้วย เมรู้สึกว่าในหนังเรื่องนี้ตัวละครของเราเจอผีกันไม่หยุดไม่หย่อน ผีมีหลายตัวมาก ซึ่งผีแต่ละตัวไม่เหมือนกันเลยค่ะ บางทีผีวิ่งตาม เราพยายามหนีจนเหนื่อย จนล้า คือไม่เอาแล้วค่ะ มันก็ยังตามมา แล้วด้วยมุมกล้องนะคะ ทำให้ไอเดียนี้เป็นอะไรที่ใหม่ และคนดูน่าจะกลัวตามๆ นักแสดงไปด้วย มันมีซีนหนึ่งที่ผีต้องเดินตามเม คือเราก็คิดว่าแค่เดินตามธรรมดา พอถ่ายจริงคือมันน่ากลัวมาก มากๆ ด้วยสถานที่ ด้วยมุมกล้อง พอเมไปดูในมอนิเตอร์แล้วขนลุกมาก คือมันเดินตามจริงๆ แล้วชิดมากแบบหายใจรดต้นคอ แล้วเราก็ไม่รู้จุดประสงค์ของเขาว่าเขาจะมาทำร้ายเรารึเปล่า หรือเขาต้องการอะไรจากเรา คือเมใช้คำว่าหนีไม่พ้น หนีไม่รอด หนีไม่ได้ จนมุมเลยดีกว่าค่ะ ผีตามไม่เลิกลาเลยจริงๆ เขาเป็นผีเขาคงไม่เหนื่อยหรอกนะ คือมันหนีจนไม่มีทางหนีแล้วค่ะ แต่เดี๋ยวต้องไปดูในหนังว่าเราจะสามารถหนีมันพ้นรึเปล่า" ได้ข่าวว่ามีการเพิ่มดีกรีความหลอน จากะสถานที่ที่ใช้ในการถ่ายทำด้วย จริงหรือเปล่าครับ? "สถานที่ทุกสถานที่ที่ไปถ่ายเป็นสถานที่ร้างจริงๆ ไม่ได้เซ็ตอัพขึ้นมา หนังเรื่องอื่นอาจจะเซ็ตอัพขึ้นมา แต่เรื่องนี้ใช้สถานที่จริงๆ แล้วก็พร็อพบางชิ้นที่อยู่ในหนัง เมคิดว่ามันเป็นของจริงที่อยู่กับสถานที่นี้ด้วยซ้ำ เมนั่งมอเตอร์ไซต์พี่ปั้นจั่นแล้วเมยังคุยกับพี่ปั้นดูซิ เห็นเปล่า เหมือนเชือกผูกคอตาย พี่ปั้นก็บ้าเหรอ ไม่มีหรอก แต่มันเป็นสิ่งที่เขาเซ็ตขึ้นมาค่ะ แล้วมันเหมือนจนทำให้เมหลอนมาก อยากจะหยาบคายออกมาว่า หลอนโคตรโคตร แล้วเวลาเดินไปไหน อย่างพื้นที่โรงพยาบาลร้างที่เวชปัญญามันมีหลุม มีอะไรเหมือว่าเป็นสถานที่ที่มีอันตรายอยู่รอบตัวเลยค่ะ  แล้วทีมงานทุกคนก็เหมือนแบบ เดี๋ยวเจอโน้น เดี๋ยวเจอนี้ แล้วเมก็ชอบทีมเมคอัพเอฟเฟกต์มาก (แต่งโดย คิว กิตติชนม์ กุลรัตน์ชล - Special Effect make up) จากคิวเอฟเฟกต์เวิร์คช็อพQ FX workshop ผู้เชี่ยวชาญพิเศษในการสร้างสรรค์งานเมคอัพเอฟเฟกต์ในโลกภาพยนตร์มือ 1 ของไทยที่มีความสามารถโดดเด่นในระดับโลกอยู่เบื้องหลังความยับเยินปางตายของไรอัน กอสลิงใน Only God Forgives ,แปลงโฉมหน้าของ โจวเหวินฟะให้กลายเป็นขงจื้อตอนแก่ใน Confucius ,ดอนนี่ เยน ใน ICEMAN3D, Hang over , WUXIAเดชไอ้ด้วนเวอร์ชั่นดอนนี่ เยน-ปีเตอร์ ชาน  ฯลฯ) คือเขาแต่งตัวผีออกมาได้เหมือนมาก ตัวแผล หรือว่าตัวผีต่างๆ เขามีความครีเอทีฟมากๆ ว่ามันจะต้องออกมาอย่างนี้นะ เลือดมันควรจะไหลไปทางนี้นะ คือจริงๆ ทุกคนมีพื้นฐานของความตั้งใจทำงานมาก มันเลยทำให้หนังเรื่องนี้ออกมาหลอน ทำให้คนดูสัมผัสได้ถึงพลังงานอะไรบางอย่างแน่นอน" ถ่ายหนังผีอย่างนี้ มีประสบการณ์เกี่ยวกับการเห็นผีบ้างรึเปล่า? "เมไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองมีเซ้นส์ มันเป็นความรู้สึกว่าเราคิดไปเองรึเปล่า เพราะเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่วิทยาศาสตร์เขาพิสูจน์ไม่ได้ว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องที่เรามโนจิตไปเอง แต่ว่าแจ๊คค่ะ แจ๊คจะเจอหนักมาก คือตื่นมาแล้วมีรอยมือที่ท้อง เป็นรอยมือซึ่งครบ 5 นิ้วเลย ถ้ามันเกิดด้วยตัวแจ๊คเองนะ คนเรามันตื่นมาสักพักแล้วรอยพวกนั้นมันต้องหายไปแล้วค่ะ แต่นี่รอยมันยังอยู่ แล้วแจ็คก็เจอกดคาง ไม่รู้ว่าชาติที่แล้วไปทำอะไรใครมารึเปล่าไม่รู้" ที่ว่าหนังเรื่องนี้เป็นประสบการณ์การทำงานที่มีครบทุกรสชาติที่ไม่มีวันลืม จริงหรือเปล่า? "ได้ทำอะไรเยอะมากค่ะ ไม่เคยถ่ายอะไรที่แบบ 6 โมงเย็น ถึง 6 โมงเช้าของอีกวันค่ะ เราเคยแต่ทำงานที่ ม. หรือทำงานหนักๆ แต่ว่านี่เราต้องอยู่เช็ตตั้งแต่ 6 โมงเย็น จนถึง 6 โมงเช้า แล้วฝนก็ตก อากาศก็มืด ยุงก็กัด คืออะไรๆ มันก็เอื้ออำนวยเรา ด้วยความที่เรามาอยู่เชียงใหม่ แต่ว่าเมรู้สึกว่ามันสนุกและอยากจะทำมัน ไม่ได้รู้สึกว่าโดนบังคับหรืออะไรเลย อย่างต้องวิ่งกันจนปวดขาเลยทีเดียว คือตัวละครที่เป็นคนนี้ เราก็ต้องหนีผีคะ เราคงไม่ไปนั่งคุยกับผีหรอก ในฉากมีเมกับพี่ปั้น แล้วพี่ปั้นเขาตัวใหญ่แรงเยอะมาก เวลาถ่ายเขาต้องลากหนูค่ะ แล้วมันเจ็บมาก เขาเป็นคนวิ่งเร็วคะ หนูวิ่งตามเขาไม่ทัน จนแบบต้องใส่เกียร์หมาวิ่ง แต่ยังวิ่งตามไม่ทันเลยอ่ะ ที่สำคัญเมรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้มีเสน่ห์ในตัวของมันเองค่ะ แม้วันที่เมไม่มีคิว เมยังอยากที่จะมากองเพื่อที่จะมาให้กำลังใจนักแสดงคนอื่น ฮาๆๆ แต่จริงๆ แล้วเมว่าเป็นเพราะความหลอนไม่อยากอยู่โรงแรมคนเดียวมากกว่า" (หัวเราะ) พอรู้ว่าจะต้องมาเล่นหนังผี คนรอบข้างมีใครให้คำแนะนำอะไรบ้างไหมครับ? "เมเป็นคนซนค่ะ ทุกคนจะรู้อยู่แล้วว่าเมเป็นคนซนมาก จะชอบพูดโน้นพูดนี้ แหย่โน้นแหย่นี้ แต่ถ้าถามว่ากลัวมั๊ย เมเป็นคนไม่กลัวผีนะ แต่ว่าไม่เคยลบหลู่ คือก่อนนอน คุณพ่อก็จะให้สวดมนต์ แต่เมเชื่อเองว่าเมไม่ได้ไปล้ำเส้นของเขา เขาก็จะไม่มาล้ำเส้นของเม" ทราบมาว่ามีการคิดค้นมุมภาพใหม่ๆแปลกๆ เพื่อสร้างบรรยากาศความเป็นหนังผีโรแมนติคสยองขวัญเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นพิเศษด้วย เล่าให้ฟังหน่อย? "คือทางพี่มะเดี่ยว และผู้กำกับภาพมีการนำเอาเจ้าDRONE มาใช้ในการถ่ายทำในภาพยนตร์เรื่องนี้ คือเมชอบอุปกรณ์เครื่องนี้มาก เป็นเครื่องที่มีใบพัด 4 ใบหมุนติ้วๆ คล้ายๆเครื่องบังคับวิทยุโดยมีกล้องถ่ายทำภาพยนตร์ติดอยู่ ชอบมากค่ะ อยากขโมยกลับ อยากเห็นภาพที่จะฉายในโรงภาพยนตร์ด้วย สำหรับในภาพยนตร์เราจะได้เห็นในฉากที่น็อตกับมดตะเข้าไปในโรงพยาบาลร้าง ซึ่ง Drone จะถ่ายตอนที่เราขับมอเตอร์ไซด์เข้าไปภาพจะเห็นเป็นมุมกว้าง เมพูดกับพี่ปั้นตั้งแต่ตอนแรกแล้วว่าเมชอบมาก อยากได้กลับไปเล่นที่บ้านมาก มันเป็นเครื่องที่มีมาสักพักแล้วล่ะคะ แล้วต่างชาติเขาก็ใช้กัน เมยังไม่ค่อยเห็นหนังไทยเรื่องไหนใช้เลยนะ วันแรกที่เมลงมาจากโรงแรมแล้วมาเจอเครื่องนี้ เมโทร.ไปบอกเพื่อนว่าอยากได้มาก เมคุยกับพี่ที่เป็นคนบังคับว่าเดี๋ยวหนูขอเล่นนะคะ เมรู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่ยุโรปมากเลยค่ะ รู้สึกเป็นอะไรที่มันใหม่แล้วก็สวยงามมาก เมนั่งคุยกับพี่ปั้นว่าถ้ามุมกล้องมันเป็นแบบนี้มันต้องออกมาสวยแน่เลย คือมันอำนวยความสะดวกเราด้วยแหละ กล้องแฮนดี้แคมมันจะไม่สามารถถ่ายได้มุมสวยขนาดนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นในฉากนี้เราจะได้เห็นว่ามดตะเป็นคนที่ขาดความอบอุ่นเล็กๆ นะคะ เขาพยายามโหยหาความอบอุ่นที่เขาไม่เคยได้รับ จากเหตุการณ์ จากปมในใจของเขา จนเขาเลือกน็อตเป็นตัวแทนในการแชร์ความรู้สึกหรือว่าในการเอาอารมณ์ความรู้สึกของน็อตเข้ามาร่วมกับตัวมดตะ แล้วก็ในฉากนี้มันคือการเริ่มต้นของการผจญภัยของทั้งคู่ในหนังผีเรื่องนี้ แล้วภาพที่ออกมา ทั้งๆ ที่ไม่ได้ดูในมอนิเตอร์ แต่ได้เห็นตอนมันขึ้น หรือว่ามันถ่าย มันต้องออกมาสวยมากๆ แน่เลย แล้วทุกคนจะได้เห็นความดาร์ก ความน่ากลัวของสถานที่แห่งนี้ค่ะ" สุดท้ายครับ อยากฝากบอกอะไรกับแฟนๆของเมโกะเกี่ยวกับ The Eyes Diary หนังเรื่องล่าสุดของเราบ้างไหม "ฝากผลงานหนังเรื่องที่ 3 ในชีวิตของเมด้วยนะคะ กับ The Eyes Diary ค่ะ ก็หนังผี หนังโรแมนติก แอคชั่น เป็นอะไรที่ครบรสมากๆ ก็อยากให้ทุกคนติดตามกันในมุมมองการแสดงใหม่ๆ ของเมด้วยค่ะ" ติดตามผลงานของ เมโกะ ที่จะมาทำให้ทุกคนต้องสะพรึงจนนั่งไม่ติดเก้าอี้ ไปกับ The Eyes Diary คนเห็นผี ได้แล้ววันนนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกดูตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ The Eyes Diary ได้ที่นี่เลย ------------------------------

หุ้นไทยปิดบวก 2.68 จุดที่ระดับ 1,565.35 จุด
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

วันนี้ดัชนีฯหุ้นไทยปิดทำการที่ระดับ 1,565.35 จุด เพิ่มขึ้น 2.68 จุด หรือ 0.17% ณ เวลา 16:44 น. มีมูลค่าการซื้อขาย 41,101.49 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่ดันดัชนีมากที่สุด 5 อันดับแรก 1.PTTEP ปิดที่ระดับ 146.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท ราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นมีผลต่อดัชนี 1.3199 จุด 2.SCC ปิดที่ระดับ 442.00 บาท เพิ่มขึ้น 8.00 บาท ราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นมีผลต่อดัชนี 1.0639 จุด 3.ADVANC ปิดที่ระดับ 235.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท ราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นมีผลต่อดัชนี 0.659 จุด 4.CPN ปิดที่ระดับ 47.75 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท ราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นมีผลต่อดัชนี 0.6217 จุด 5.CPALL ปิดที่ระดับ 45.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท ราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นมีผลต่อดัชนี 0.4978 จุด MThai News

คลิป:คนมันหล่อ!พริตตี้ตำรวจขอเซลฟี่ชัปปุยส์
ชาริล ชัปปุยส์ /  ฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก / 

ควันหลงศึกฟุตบอล โตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก กลางสัปดาห์ เมื่อวันพุธที่ 29 ตุลาคม 2557 ที่ เพื่อนตำรวจ เปิดบ้านเอาชนะ สุพรรณบุรี เอฟซี ไป 3-1 เก็บ 3 คะแนนเต็ม แข่ง 37 นัด มี 43 คะแนน ขึ้นมารั้งอันดับที่ 14 ของตารางการคะแนนแต่ไฮไลท์ อยู่ที่ช่วงจบเกมการแข่งขัน เมื่อเหล่า ค็อป แองเจิ้ล หรือกลุ่ม พริตตี้ ประจำสโมสร เพื่อตำรวจ ได้กรูกันเข้าไปขอถ่ายรูปกับ ชาริล ชัปปุยส์ มิดฟิลด์หล่อขั้นเทพของ ช้างศึกยุทธหัตถี

'เหวง'วอนคสช.ยื่นมือเบรกคดีถอดถอน 'ปู'
คดีถอดถอนยิ่งลักษณ์ /  คสช. / 

"เหวง" วอนคสช.คสช.ยื่นมือยับยั้งคดีถอดถอน "ยิ่งลักษณ์" ขอรอผลประชุมร่วม อสส.-ปปช. 7 พ.ย.ก่อน ชี้ประชาชนจับตาป.ป.ช.อยู่ หากเดินหน้าต่อ หวั่นถูกมองอาฆาตไม่จบสิ้น นายแพทย์เหวง โตจิราการ อดีต ส.ส. พรรคเพื่อไทย และ แกนนำ นปช.กล่าวถึงกรณี ที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) รับเรื่องคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้าที่ประชุมวันที่ 12 พ.ย.นี้ว่า  "อยากให้ทาง คสช.ยื่นมือเข้ามาแทรกแซง เพราะ คสช.ได้ประกาศหนังสือออกมา ฉบับที่ 63/57 ว่าจะรักษาหลักนิติรัฐ นิติธรรม หากไม่ยื่นมือเข้ามายับยั้งก็แสดงว่าประกาศฉบับดังกล่าวไม่มีความจริงใจในการรักษาหลักนิติรัฐ นิติธรรม" นายแพทย์ เหวง กล่าวต่อว่า ในเมื่ออัยการสูงสุดให้ความเห็นออกมาแล้วว่า มีหลักกฎหมายข้อไหน ที่อดีตนายกฯ มีอำนาจไประงับยับยั้งหรือยกเลิกนโยบายรับจำข้าวได้ เพราะในอำนาจหน้าที่ต้องดำเนินการต่อเพราะเป็นนโยบายของรัฐ และ ป.ป.ช.บอกโครงการดังกล่าวมีการทุจริตทุกขั้นตอน ด้านอัยการสูงสุดก็อยากให้ ป.ป.ช.นำหลักฐานการทุจริตมาสักหนึ่งขั้นตอนก็ยังไม่สามารถหาหลักฐานที่ชัดเจนแน่ชัดมาแสดง เมื่ออัยการสูงสุดเห็นแล้วว่าข้อมูลพยานหลักฐานของทาง ป.ป.ช.ยังไม่ครบถ้วนรัดกุมเพียงพอ จึงได้มีการตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่าง อัยการสูงสุด และ ป.ป.ช.เพื่อหาข้อสรุปของคดีดังกล่าว ซึ่งจะมีการประชุมหารือกันในวันที่ 7 พ.ย.57 จึงอยากให้ทาง คสช.และ สนช.ยับยังเรื่องนี้เอาไว้ก่อน เพื่อรอผลสรุปของที่ประชุม “หากยังมีการเดินหน้าเร่งรัด เร่งรีบอยู่ ก็แสดงว่า ป.ป.ช.กำลังทำผิดต่อ หลักนิติรัฐ นิติธรรมหรือไม่ หากเป็นแบบนั้น อาจทำให้ความรู้สึกของประชาชนที่จับตามองการทำงานของ ป.ป.ช.เกิดความคิดว่าไม่เป็นธรรมต่ออดีตนายกฯ เหมือนเป็นการอาฆาตกันไม่จบสิ้น ซึ่งจะก่อให้เกิดความขัดแย้งยุ่งเหยิงของประเทศขึ้นมาอีกครั้งได้” นายแพทย์ เหวง กล่าว MThai News

Project Nimbus เกมส์แอคชั่นหุ่นยนต์ ฝึมือคนไทย
Project Nimbus /  เกมส์ขับหุ่นยนต์ / 

Project Nimbus เกมส์แอคชั่นหุ่นยนต์ พัฒนาด้วยคนไทย GameCrafterTeam GameCrafterTeam ทีมพัฒนาเกมส์จากประเทศไทย ประกาศเปิดตัวเกมส์ Project Nimbus เกมส์แอคชั่นหุ่นยนต์ เน้นดำเนินเกมส์เร็วทดสอบไหวพริบทักษะ พร้อมมีกลิ่นอายความเป็นเกมส์ญี่ปุ่น และใช้ Unreal Engine 3 ในการพัฒนา วางขาย 5 พฤศจิกายน 2557 บนแพลตฟอร์ม Steam เกมส์ Project Nimbus กล่าวถึงโลกอนาคตแห่งปี 2048 เมื่อสงครามได้สร้างบาดแผลให้กับโลกใบนี้จนไม่เหลือสิ้น จนทำให้มนุษยชาติจำต้องอาศัยบนน่านฟ้า มีเพียงหุ่นยนต์ที่ต้องทำการช่วยรบและปกป้องนครลอยฟ้าไม่ให้ข้าศึกหรือศัตรูเข้ามารุกราน เกมส์ Project Nimbus ให้ผู้ดำเนินภารกิจเกมส์ในแต่ละด่าน มีหุ่นยนต์แต่ละประเภทและความสามารถ รวมถึงมีอาวุธทำลายล้างพิเศษเพื่อรับมือเหล่าหุ่นยนต์ข้าศึก จุดเด่นของเกมส์นี้คือ การดำเนินเกมส์ที่รวดเร็ว ผู้เล่นจะต้องปล่อยมิสไซต์ทำลายศัตรู และหลบหลีกการต่อสู้ด้วยดงกระสุนและมิสไซต์ที่แห่เข้ามา ด้านฉากเกมส์ มีการออกแบบให้แสดงถึงแวดล้อมที่หลากหลาย ตั้งแต่พื้นที่ๆถูกทำลายล้าง, พื้นที่นครลอยฟ้า  รวมถึงพื้นที่ทะเลและหมู่เกาะที่หลงเหลือ ปกคลุมด้วยเมฆอันสดใสและทะยานด้วยหุ่นยนต์ฝ่าท้องฟ้า นอกจากนี้ ยังมีกลิ่นอายความเป็นเกมส์แนวญี่ปุ่นที่เน้นเรื่องสีสันแบบสดๆบนตัวหุ่นยนต์ รวมถึงรูปร่างหุ่นยนต์ที่เป็นเอกลักษณ์ เกมส์ Project Nimbus วางขายวันที่ 5 พฤศจิกายน 2557 บนแพลตฟอร์ม Steam ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ projectnimbusthegame.com หรือ http://store.steampowered.com/app/257030/

เรือบรรทุกน้ำมัน หายในอ่าวไทย คาดถูกโจรสลัดปล้น
ข่าววันนี้ /  เรือบรรทุกน้ำมัน / 

อินโดฯ แจ้งไทย เรือบรรทุกน้ำมัน หายในน่านน้ำ อ่าวไทย คาดถูก โจรสลัดปล้น ขณะที่ ทัพเรือส่งเรือหลวง - เครื่องบินช่วยค้นแต่ยังไม่พบ รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (30 ต.ค. 57) ผู้บัญชาการทัพภาค 2 ได้รับแจ้งจากทางการอินโดนีเซียว่า เรือบรรทุกน้ำมันสัญชาติอินโดนีเชีย ได้หายไปอย่างไร้ร่องรอยระหว่างเดินทางผ่านน่านน้ำอ่าวไทยห่างจากนราธิวาส กว่า 50 ไมล์ทะเล โดยเชื่อว่าอาจถูกโจรสลัดปล้น ซึ่งภายหลังได้รับแจ้งว่ามีเรือบรรทุกน้ำมันสูยหายดังกล่าว ทางกองทัพเรือก็ได้ส่งเรือหลวง 2 ลำออกช่วยค้นหา ขณะเดียวกันได้ส่งเครื่องบินขึ้นบินเพื่อตรวจสอบหาเรือลำดังกล่าว แต่ยังไม่มีรายงานการค้นพบ MThai news

ปุ๊กลุก ยก อั้ม ขึ้นหิ้ง ตามรอย คุณนาย ขึ้นแท่นซุป’ตาร์
ปุ๊กลุ๊ค ฝนทิพย์ /  อั้ม พัชราภา / 

ยังคงดีกรีความฮอตไม่ตกอันดับเลยจริงๆ สำหรับผู้หญิงคนนี้ ปุ๊กลุก ฝนทิพย์ นางเอกสาวคิวแน่นแห่งวิกหมอชิต ที่มีประเด็นข่าวออกมาให้ชี้แจงเป็นระลอก เพราะไม่ว่าคุณเธอจะทำอะไรก็ถูกโยงประเด็นเกาเหลาไปซะหมด แต่ทุกครั้งสาวปุ๊กลุกเธอก็สามารถแก้ไขสถานการณ์ ตอบชัดเจนทุกคำถามสมกับเป็นนางงามฝุดๆ แหมๆๆ เป็นสาวสาวมั่นอย่างนี้นี่เองแฟนคลับถึงได้รัก ได้หลงเช่นนี้ เอ้า!!! พูดแล้วจะหาว่ามโนไปเองรึเปล่า แต่มันคือเรื่องจริงค้า...วันก่อนเจอสาวปุ๊กลุกออกงานโชว์ตัว เดินแบบพร้อมมงกุฎประจำตำแหน่ง ขุ่นพระ!!! เพียงแค่คุณเธอย่างก้าวออกมาเท่านั้นละค่ะ บรรดาแฟนคลับก็พากันกรี๊ดๆๆ คอแทบแตก ฮอตจริงอะไรจริงนะคะเนี่ยคุณน้อง จุดนี้สงสัยว่าสาวปุ๊กลุกเธอกำลังเจริญรอยตามนางเอกรุ่นพี่อย่าง อั้ม พัชราภา แน่ๆ เพราะตั้งแต่เข้าวงการคุณเธอก็พยายามตีซี้กับนางเอกรุ่นพี่หลายต่อหลายคน จนพวกขาเม้าท์พากันเม้าท์มอยไปว่า She เกาะกระแสดัง แต่ถึงยังไงเธอไม่สนใจกับเสียงนกเสียงกา และช่วงนี้เธอดูจะสนิทสนมกับสาวอั้มเป็นพิเศษ ส่องในไอจีรูปส่วนใหญ่ก็มีแต่รูปคู่ ไปไหนมาไหนก็จะเห็นสองพี่น้องเดินเล่นช็อปปิ้งด้วยกันบ่อยๆ ไม่รู้ว่าสนินสนมกันอย่างนี้ สาวปุ๊กลุกมีแอบถามเคล็ดลับจากซุป’ตาร์อั้มบ้างอ๊ะเปล่า “พี่อั้มคือไอดอลของปุ๊กลุกเลยค่ะ เราชื่นชอบผลงาน ติดตามดูผลงานพี่อั้มมาตลอด พี่อั้มเป็นคนน่ารักมาก จริงๆ กับพี่อั้มก็คุยๆ กันเรื่องละคร เรื่องผลงานอะไรอย่างนี้ เพราะปุ๊กลุกชื่นชอบผลงานพี่อั้มอยู่แล้ว ส่วนใหญ่พี่อั้มจะแนะนำว่าเวลาเล่นละครให้เราเล่นออกมาตามความรู้สึกของตัวละคร เราต้องเข้าให้ถึงตัวละคร คือต้องรู้สึกออกมาจริงๆ ไม่ใช่ว่าเมคขึ้นมาเอง ส่วนเรื่องที่จะไปโกอินเตอร์ร่วมเล่นหนังบอลลีวูด ที่ติดปัญหาอยู่ตอนนี้จริงๆ คือเรายังไม่สามารถให้คิวได้ ก็จะเริ่มให้คิวได้ช่วงปลายปีหน้าเลย” แหม...มีคุณนายอั้มเป็นไอดอลอย่างนี้ สงสัยจะได้เป็นซุป’ตาร์ดังในต่างแดน สมใจอยากแน่นอนจ้า.. ปุ๊กลุก ฝนทิพย์ ปุ๊กลุก ฝนทิพย์ ปุ๊กลุก ฝนทิพย์

แรงดีไม่มีตก O.T. ผี Overtime เตรียมโกอินเตอร์ ไปมันส์ทั่วเอเชีย
O.T. ผี Overtime /  กระแสตอบรับ / 

กระแสดีสุดๆ สำหรับ O.T. ผี Overtime จากค่ายไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น ที่ฉายไปเมื่อวันที่ 23 ต.ค. ที่ผ่านมา จนวันนี้ทุกคนที่ได้ชมต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า มันดีออก!!! ทั้งๆ ที่มีรอบน้อยกว่าหนังที่เข้าพร้อมกัน แต่  O.T. ผี Overtime สร้างปรากฏการณ์ความมันส์ จนใครหลายคนกล่าวว่านี่แหละ หนังไทยแนวใหม่! O.T. ผี Overtime เป็นที่ถูกอกถูกใจวัยรุ่น ถึงความกวนแบบสุดติ่ง หักมุมเฮียเฮีย เป็นภาพยนตร์ที่ไม่สามารถคาดเดาได้ กระแสแรงทั้ง Twitter / Instagram รวมไปถึงบรรดานักวิจารณ์ภาพยนตร์ให้คำชมมามากมายเหลือล้น อาทิ JEDIYUTH: หนังตีโจทย์แตก และทำให้สนุกได้ทั้งเรื่องในแง่ความเป็นหนังฮาสยองขวัญหักมุม, MR.Coffee: สร้างมาเพื่อคนชอบคาดเดาหนังล่วงหน้า, Sense on Films: หักเหลี่ยมแผนชนิดคาดไม่ถึงสมคำโฆษณา, GossipGun: ฮาสยอง พร้อมสเกลที่ใหญ่ขึ้น, เหนียงพี่ มีสิบชั้น: ถ้าให้คะแนนเต็ม 10 เอาไปเลย 20 กับความหักมุม นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งของกระแสคำชมบน Social ส้วม สุขพัฒน์ จากกระแสทำให้ผู้กำกับคนเก่งถึงกับซาบซึ้งตื้นตันกับคำชมเลยทีเดียว และอีกหนึ่งคนที่ถูกกล่าวถึงมาที่สุดคงจะเป็นหนุ่ม ส้วม สุขพัฒน์ ที่รับบทเป็น หนึ่ง ตี๋หื่น จอมดูด พกความหื่นมาเต็มพิกัด ที่ไม่ว่าซีนไหนที่โผล่มามักจะเรียกเสียงหัวเราะได้จากคนดูเสมอ  จากกระแสความแรงต่อเนื่อง ทำให้ O.T. ผี Overtime โกอินเตอร์ไปแล้วเรียบร้อย โดยเตรียมเข้าฉายอีกกว่า 10 ประเทศ อาทิ ฮ่องกง, มาเก๊า, ไต้หวัน, สิงคโปร์, มาเลเซีย, บรูไน, พม่า, กัมพูชา, เวียดนาม, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, ลาว, ติมอร์ ตะวันออก ฯลฯ ตั้งแต่เดือนหน้านี้เป็นต้นไป ใบปิด O.T. ผี Overtime ฉบับไต้หวัน ร่วมฮาสยองแบบเกินคาดเดา แล้วระวังจะโดนหักมุมจนตกเก้าอี้ ไปกับ O.T. ผี Overtime ได้แล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกดูตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ O.T. ผี Overtime ได้ที่นี่เลย ----------------------------