ที่น่ากลัวที่สุดในโลก

เจ.เค. โรว์ลิง พูดถึงหนุ่มนักสัตว์วิเศษวิทยาในคลิปล่าสุด Fantastic Beasts
Eddie Redmayne /  Fantastic Beasts and Where to Find Them / 

เจ.เค. โรว์ลิง พูดถึงหนุ่มนักสัตว์วิเศษวิทยาในคลิปล่าสุด Fantastic Beasts เจ.เค. โรว์ลิง (J.K. Rowling) รู้สึกตื่นเต้นที่ได้พูดคุยถึงจุดเริ่มต้นเรื่องราวของตัวละครใหม่ล่าสุดอย่าง นิวท์ สคามันเดอร์ รับบทโดย เอ็ดดี เรยเมย์น (Eddie Redmayne) ที่กำลังจะปรากฏกายในภาพยนตร์ที่จะดึงทุกคนกลับเข้าไปสู่โลกแห่งเวทมนต์อีกครั้งใน Fantastic Beasts and Where to Find Them “พระเอกของฉันมักจะมีความรู้สึกว่าตัวเองแตกต่างจากคนอื่น นอกจากจะเป็นหัวใจสำคัญที่สุดในเขียนของฉันแล้ว ยังเป็นหัวใจสำคัญของภาพยนตร์อีกด้วย” เจ.เค. โรว์ลิง กล่าว เรดเมย์นได้กล่าวว่า "รู้สึกได้ถึงการได้อยู่อาศัยกับสิ่งมีชีวิตมากกว่าอยู่ร่วมกับคนเสียอีก" หลังจากนี้ นิวท์ สคามันเดอร์ จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของการผจญภัยที่มีความเกี่ยวพันกับโลกเวทมนตร์ทั้งหมด ดูบทความต้นฉบับ : Watch J.K. Rowling excitedly discuss 'Fantastic Beasts' in new featurette

B.A.P คอนเฟิร์ม วันนี้(25 มิ.ย.) คอนเสิร์ตที่เมืองไทย มันส์แน่นอน!
B.A.P /  B.A.P LIVE ON EARTH 2016 WORLD TOUR / 

B.A.P (บีเอพี) วงฮิพฮอพทรงพลังจากแดนกิมจิ แถลงข่าวคอนเฟิร์ม พร้อมโชว์คอนเสิร์ตสุดยิ่งใหญ่ B.A.P LIVE ON EARTH 2016 WORLD TOUR BANGKOK AWAKE!! ที่เมืองไทย วันนี้!!(25 มิ.ย.) หลังจากไม่ได้มาเยือนเมืองไทยกว่าสองปี ก็สิ้นสุดการรอคอยของเหล่า BABY (เบบี้ : ชื่อกลุ่มแฟนคลับอย่างเป็นทางการของวงบีเอพี) เมื่อหกหนุ่ม B.A.P วงฮิพฮอพทรงพลังสุดเท่ที่ยังคงเอกลักษณ์ดุดัน รีเทิร์นสู่ประเทศไทยด้วยคอนเสิร์ตรอบโลกครั้งใหม่ B.A.P LIVE ON EARTH 2016 WORLD TOUR BANGKOK AWAKE!! สมาชิกทั้งหก นำโดยหัวหน้าวง บัง ยงกุก (Bang YongGuk), ยองแจ (YoungJae), ฮิมชาน (HimChan), แดฮยอน (DaeHyun), เจโล่ (Zelo) และ จงออบ (JongUp) ได้จัดงานแถลงข่าวคอนเสิร์ต B.A.P LIVE ON EARTH 2016 WORLD TOUR BANGKOK AWAKE!! เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา โดย B.A.P คอนเฟิร์มว่าพวกเขาจะนำโชว์คอนเสิร์ตที่ยิ่งใหญ่และยอดเยี่ยมกว่าเดิมมาแสดงเพื่อแฟนคลับที่เมืองไทยอย่างแน่นอน BABY ชาวไทยเตรียมสัมผัสบรรยากาศคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบสุดร้อนแรงของ B.A.P พร้อมโปรดักชั่นจัดเต็ม! ใน B.A.P LIVE ON EARTH 2016 WORLD TOUR BANGKOK AWAKE!! จัดโดยผู้จัด RegiStar... พบกัน วันนี้! วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน 2559 ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

Snowden
Snowden /  สกอตต์ อีสวูด / 

Snowden Snowden ว่าด้วยเรื่องราวชีวิตของหนุ่มอัจฉริยะวัย 29 ปี ที่หาญกล้าสั่นประสาทมหาอำนาจของโลกอย่างสหรัฐอเมริกาจนทำให้เขาถูกตามล่าตัวเพื่อมารับผิดที่นำความลับของโครงการใหญ่ของสำนักงานมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ (NSA) ออกมาเผยแพร่ให้ทั่วโลกประจักษ์ ถึงการคุกคามสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชนที่รัฐบาลสหรัฐฯ ใช้เทคโนโลยีเข้าไปสอดแนมชีวิตของประชาชนทุกคน อีกหนึ่งการชิงไหวชิงพริบในโลกที่ข้อมูลข่าวสารคือสิ่งสำคัญที่สุด

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

ฮือฮา อั๋น ชุลีพร อดีตเมีย ล้อต๊อก จุดธูปขอคบแฟนรุ่นลูก! ห่าง 26 ปี
อั๋น ชุลีพร เมีย ล้อต๊อก /  อั๋น ชุลีพร เปิดตัวแฟนรุ่นลูก / 

     กำลังตกเป็นกระแสฮือฮา! อยู่ขณะนี้หลัง อั๋น ชุลีพร อดีตภรรยาของตลกผู้ล่วงลับ “ล้อต๊อก” ออกมาเปิดตัวแฟนเด็กนามว่าหนุ่ม บาส อายุห่างกันถึง 26 ปี!! โดยสาวอั๋นยอมรับเป็นฝ่ายเดินหน้าจีบก่อน และได้มีการจุดธูปขอ “ป๋าต๊อก” เรียบร้อยแล้ว บอกดูใจแฟนรุ่นลูกมา 3 ปี ฟุ้งเป็นพรหมลิขิต ฝ่ายชายสาบานต่อหน้าพระจะไม่ทรยศ ส่วนครอบครัวทั้งสองฝ่าย รวมทั้งลูกๆ รับรู้แล้ว เปรยขอดูใจกันไปเรื่อยๆ ไม่คิดมีพิธีแต่งงาน... รายละเอียดมีดังนี้    อั๋น “ก็คือจริงๆ แล้วอั๋นไม่ทราบว่าด้วยความที่วันนี้มาออกคู่กับบาสเนี่ย มันเป็นพรหมลิขิตขอให้คิดตรงนั้นนะ ซึ่งอั๋นไม่คิดว่าวันนี้มันจะเป็นอย่างนี้ แล้วอีกอย่างนึงป๋าท่านเสียมาแล้ว 14 ปี ถ้าเราคิดว่าเขาดี ไม่งั้นอั๋นจะไม่กล้ามาออกอย่างนี้แน่นอน น้องเขาเป็นคนทำมาหากิน เงินทองเขาไม่เคย คนจะมองภาพ อั๋นเข้าใจภาพ ไม่เป็นไรมองได้เลย อั๋นอนุญาตให้มอง แต่อั๋นอยู่สองคนอั๋นรู้ว่าอะไรเป็นอะไร อั๋นดีขึ้นไหม ตั้งแต่คบเขามา 3 ปีอั๋นดีขึ้นไหม อะไรอย่างนี้ อั๋นมั่นใจว่าถ้าอั๋นจะเดินผิด สมมุตินะคะ ถ้าอั๋นจะเดินทางผิดอั๋นก็จะขอรับกรรมนั้นไว้คนเดียว แต่อั๋นจะบอกว่าไม่ต้องห่วง ประชาชนที่รักป๋า หนูขอโทษ หนูต้องกราบขอโทษด้วยนะคะถ้าเกิดที่หนูมีแฟน อาจจะทำให้ไม่สบายใจหรือเปล่า แต่ไม่ต้องห่วงหนูนะคะ หนูยังเป็นเจ๊อั๋นคนเดิม ยังรักและเคารพป๋าต๊อกไม่มีวันลืม จะไม่ลืมชั่วชีวิตผู้ชายคนนี้แล้วก็ขอฝากน้องเขา เขาดีจริงๆ ค่ะ”    อั๋น “ชีวิตหนูแย่มาตลอดตั้งแต่ป๋าเสีย แต่มาฟื้น เสร็จแล้วตัวเองก็ทำตัวไม่ดี โดยการไปแบบไปนู่นไปนี้ จนเปิดร้านอาหารใหญ่โตที่ระยองจนเจ๊งเงินหมดตัว แล้วพอมาเล่นตลกอยู่กับอ่างก็ไม่ดีขึ้น จนมาเจอน้องเขา เขาก็ให้ใช้เงินน้อยลงแล้วก้ช่วยกันทำมาหากิน ทำนู่นทำนี่ คืออั๋นจะเป็นคนสบายมาตั้งแต่ไหนแล้ว พออยู่กับเขาปุ๊บเขาจะสอนให้ลำบาก ลำบากในที่นี้ก็คือให้เราเก็บเงิน แล้วเขาได้มาก็ช่วยอะไรอย่างนี้ เขาให้นะคะ ให้ทีเป็นก้อนๆ เลยบางทีเราก็ตกใจเอาเงินมาจากไหนอะไรอย่างนี้ เขาก็บอกเขาเก็บๆ รวมๆ ไว้เอาไปเหอะบาสเอาไว้ก็ไม่ได้ใช้ ลูกก็ไม่ต้องห่วงแม่เอาตัวรอดได้สบาย ไม่ต้องห่วง”    อั๋น “ตอนแรกๆ เขารับไม่ได้ค่ะ โกรธ ไม่พูดไม่จากับแม่เลย หนูก็เลยบอกว่าให้เขาพิสูจน์ตัวเขาเอง คุณพิสูจน์ตัวเอง เดี๋ยวนี้ลูกไม่นั่นกับหนูนะคะ ไปกับเขาหมดแล้ว ลูกสามคนนี่มีอะไรก็บาส โทรหาแต่บาส ไม่อั๋นแล้วค่ะ เป็นบาสเพราะว่าเขามีเหตุผลมากกว่า อั๋นจะเอาแต่ใจอย่างนี้”    บาส “ช่วงแรกๆ เรากลัวอย่างที่บอกครับ เรากลัวว่าคนอื่นจะมองว่า หนึ่งเลยคือเขาเป็นคนมีชื่อเสียง สองก็คือเขาเป็นคนที่มีเงิน แล้วเขามาคบกับเราซึ่งอายุระยะห่างอายุมันห่างกันมาก ก็กลัวคนจะมองว่าเขาน่ะมาเลี้ยงเรา”    อั๋น “สู้ฟันอยู่นาน กว่าเขาจะมาชอบ มารักน่ะ สู้ฟันอยู่นาน จนวันนึงเราช็อกน่ะ ช็อกแบบเหมือนสาวไง เหมือนสาวน่ะเข้าใจป่ะ เราร้องเพลงอยู่แบบคุณไปกินข้าวฟู้ดแลนด์กัน วันนั้นใกล้ถึงวันเกิดแระ คุณไปทานข้าวที่ฟู้ดแลนด์กัน ทุกทีก็ไปกินกันตลอดแต่ก็ไม่เคยมีคำพูดหวานๆ ไปกินข้าวกันพอไปนั่งแล้วแบบ คุณเมื่อคืนนอนคิดทั้งคืนเลย เป็นแฟนกันนะ เขาก็จับมือเราเหมือนสาวๆ น่ะ ขานี่สั่นกินอะไรไม่ลง สั่นไปทั้งตัว จะช็อกตาย คืนนี้อะไรเกิดขึ้น แต่ทำฟอร์มแบบ ห๊ะ อะไรนะ ไม่แต่ใจส่วนลึกตรงนั้นแบบ ก็จำไว้เลยวันนั้นวันที่ 4 เขาบอกเป็นแฟน ก็จำไว้ค่ะ”    บาส “เพราะผมมองว่าเขามีทุกอย่าง แต่เขาอดทนกับเรา เพราะเมื่อก่อนเขาจะเป็นคนที่ชอบบังคับเรา แต่เราแบบไม่ทำน่ะ คือก่อนที่จะเป็นแฟนกันน่ะครับ คือรู้นิสัยกันก่อนที่จะเป็นแฟนกันอีกว่า ต่างคนต่างเป็นยังไง ผมเป็นคนที่แบบถ้าไม่ถูกใจ ถ้าไม่ฟัง หรือถ้าใส่อารมณ์กับผม ผมก็จะใส่อารมณ์กลับ ถ้ามาบีบบังคับผม ผมก็จะเป็นคนที่ไม่ยอมน่ะ แล้วเขาเป็นคนที่แบบ เป็นใครอะไรอย่างนี้ ทำไมถึงบอกรักฉันไม่ได้ประมาณนี้ ผมก็บอกว่าความรักมันต้องเกิดจากความรักจริงๆ อย่างนี้มันไม่ได้ชนะด้วยการเอาใจใส่ เพราะว่าตอนนั้นเขาบุญทุ่มอย่างที่เขาบอก บุญทุ่มแบบพาไปกินข้าว พาไปเที่ยว แต่ว่าเรารู้สึกว่าเขาทนอารมณ์เราได้ พอทนอารมณ์เราได้เสร็จปึ๊บ เออแสดงว่าผู้หญิงคนนี้ทนกับนิสัยที่ต่ำที่สุดของเราได้”    บาส “สำหรับการปรับตัวเข้าหาครอบครัวของเขาในช่วงแรกๆ จริงๆ มันต้องเกิดจากเขาก่อน เขาต้องคุยกับลูกเขาก่อน แต่ว่าเขาคุยกับลูกเขาดีว่าเออเด็กคนนี้เป็นอย่างนี้นะ ผมเนี่ยเป็นนิสัยอย่างนี้ เด็กมันเป็นอย่างนี้นะ มันไม่ได้มาขอเงินแม่ ไม่ได้มาหลอกแม่นะ อ่าเขาก็จะบอกกับลูกเขาแล้วทีนี้ แล้วทีนี้ลูกเขานี่แหละก็บอกแม่พามากินข้าวดิ คือลูกเขาจะเป็นคนบอกเอง จริงๆ ลูกเขาดีทุกคนครับ เขาเป็นคนเปิดโอกาส แล้วไปเนี่ยเขาก็ต้อนรับ อย่างลูกชายเขาอีกคนเนี่ย เขาเล่าให้ฟังนะว่ามีคนมาจีบเขาหลายคนที่เป็นเด็ก แล้วลูกเขาแอนตี้หมดทุกคน แต่พอมาถึงผมเนี่ย ลูกเขาทุกคนไม่ว่าผมสักคำ ไม่เคยมาก้าวร้าว ไม่เคยมาว่าทอหรืออะไร ว่าทำไมต้องมาคบกับแม่เรา ทำไมถึงไม่ไปหาแฟนคนอื่น ทำไมต้องมาคบกับแม่เรา ไม่ เขาใช้วิธีคุยดี นั่งกินข้าวแล้วก็ปาร์ตี้กัน เพราะว่าผมวัยรุ่นไง แล้วเขาก็วัยรุ่น อายุไล่เลี่ยกัน”    บาส “ส่วนแม่ของผมเนี่ย แม่ผมเป็นคนที่ถ้าลูกรักใครก็รักด้วย”    อั๋น “เขาก็ใจหาย เพราะว่าเขาน่ะไม่เคยบอกแม่แอบอยู่ด้วยกัน แล้วก็ไม่เคยบอกแม่เลยว่ามีแฟน แม่เขาก็ช็อก ตอนเจอวันแรกที่รับปริญญา แทบจะเดินพิงข้างฝาแบบตกใจ นี่อะไรมันเกิดขึ้น คุ้นหน้ามากเลยผู้หญิงคนนี้ เขาก็บอกว่าเขาขาสั่นเหมือนกัน นี่มันเหมือนเขาเคยเห็น แต่เขายังไม่รู้ว่าเป็นเมียป๋าต๊อกเนอะ อั๋นก็แบบนั่งแท็กซี่ไป ถามแท็กซี่ๆ หนูเนี่ยอายุ 53 แล้ว แต่แฟนหนูอายุเท่าเนี้ยะ แล้วก็แม่แฟนหนูอายุเท่าเนี้ยะ หนูจะวางตัวยังไงเนี่ย เขาก็ขำ แท็กซี่ขำใหญ่เลย ขำตัวงอเลย ก็บอกจะขำอะไรหนูถามคำปรึกษาเนี่ย ก็ลงไปสู้เลย หนูก็คิดเออสู้ก็สู้ คือถ้าไม่ได้ก็กลับบ้านเนอะ เลิกก็เลิก หนูก็คิดอย่างนี้”    อั๋น “ที่อั๋นมั่นใจในตัวเขาคือ ทุกวันนี้อั๋นซื้อรถ ซื้อบ้าน ซื้อคอนโด เงินสดหมด เขาไม่เคยมาร่ำร้องว่าทำไมไม่เป็นชื่อบาส อั๋นก็จะบอกตรงนี้เลย นักเลงเลย คืออั๋นไม่มั่นใจถ้าเกิดเป็นชื่อเขา ถ้าวันใดวันนึงเลิกไปแล้วลูกอั๋นจะมีอะไรล่ะ แต่เขาไม่เคยมาร่ำร้องว่าทำไมบาสถึงไม่มีชื่อ เขาไม่เคยพูดเลยแม้แต่ครั้ง อันเนี้ยะ ที่อั๋นตัดสินใจเปิดตัวกับเขา เพราะถ้าเป็นผู้ชายอื่นไม่มีทาง เขาหน้าตาดี เวลาเดินกับเขาเนี่ย แหมโคตรโอ้โหเลย จับมือเดินอย่างเนี้ยะ เราก็เดินนึกว่าแม่กับลูกเนอะ เดินไปถึงก็ อุ๊ยคุณอั๋นลูกชายหล่อจังเลย บอกไม่ใช่ลูก แฟน คือโมโหแบบทักบ่อยไง มันชักบ่อยไปแล้ว แต่จริงๆ แล้วก็ปมด้อยเนอะ แต่ก่อนนี้ก็แบบปล่อยตัว 90 กว่าโล ปล่อยตัว ไม่แต่งอย่างงี้ ไม่เอาอ่ะ ไม่แต่งอย่างงี้ พอเขาเป็นอย่างงี้เราสงสาร เขาก็จะจูงแบบคุณลงมาสิ คือเขาจะไปไหนเขาจะจับมือ เราก็สะบัดออก ครั้งนึงในชีวิตเรา เราเคยควงปู่เรา อันนี้มันเป็นอะไรที่สะท้อนมาก เป็นพรหมลิขิตขอให้เข้าใจตรงนี้ว่ามันเป็นพรหมลิขิตจริงๆ ซึ่งหนูไม่เคยคิดเลยว่าวันนี้หนูจะมามีแฟนเด็กอย่างนี้ 53 กับ 27”    บาส “แล้วบาสบอกจะไปสาบาน ผมเคยไปสาบานด้วยนะ สาบานกับหลวงพ่อวัดไร่ขิงครับ”    อั๋น “อันนี้ประเด็นหลักเลยว่า ที่อั๋นยอมร่วมหัวจมท้าย จริงๆ เลย คือเขาไปวัดไร่ขิง แล้วเขายกมือพูดด้วยตัวเขาเองโดยที่อั๋นไม่รู้ เขาชวนไปทำบุญ ซึ่งอั๋นไม่รู้แล้วเขาก็ยกมือ พูดดังๆ แล้วยกมือไหว้ คุณนั่งตรงนี้ก่อน ซึ่งเราไม่รู้ว่าให้นั่งทำไม เขาอย่างงี้ จะไม่ขอทรยศกับผู้หญิงที่ชื่อชุลีพร จะขอรักจนตาย ผู้หญิงอื่นจะไม่อยู่ในสายตาเลย เขาพูดของเขาเอง เขาเอาชีวิตครอบครัวทั้งชีวิตน่ะเป็นประกัน กับพระนะ”    บาส “อยากจะให้เขามั่นใจ เพราะตัวเราเนี่ยเรารู้ตัวเองว่าเรามั่นใจตัวเราเอง ถ้าสมมุติเขาไม่มั่นใจ แล้วเขาเป็นคนคิดมาก เราต้องทำยังไงก็ได้ให้เขาเนี่ยรู้สึกว่าสบายใจ”    อั๋น “ไม่ได้หรอกค่ะแก่ป่านนี้แล้วรดไม่ได้ รดน้ำสังข์หรอไม่ได้หรอกค่ะคงจะสั่นตายแล้วค่ะ หนาวแล้วค่ะ ขอดูใจไปอย่างนี้ค่ะ เอาแค่นี้พอแล้ว มีความสุขแล้ว ขอบคุณเขาด้วยที่ดูแลเราให้รู้สึกเราดีขึ้น แต่ก่อนเราไม่เป็นอย่างงี้เลย เดี๋ยวนี้เรากลายเป็นอย่างงี้ได้เพราะเขาแหละ ขอบคุณมาก สองวันที่แล้วยังถามเขาเลยว่าถ้าอั๋นแก่ตัวไปอีก 10 ปีเนี่ย คุณจะทิ้งอั๋นไหม นั่งคุยอยู่บนโต๊ะกินข้าว เขาก็มองตาบอกจะทิ้งทำไม แล้วคุณจะรู้ว่าบาสจะดูแลคุณดีกว่าที่คุณเป็นอยู่ตอนนี้”ขอขอบคุณ ภาพและข้อมูลจาก ช่อง 8, รายการตัวจริงเสียงจริง ช่อง 8    อั๋น ชุลีพร อดีตเมีย ล้อต๊อก เปิดตัวแฟนรุ่นลูก   อั๋น ชุลีพร อดีตเมีย ล้อต๊อก เปิดตัวแฟนรุ่นลูก   อั๋น ชุลีพร อดีตเมีย ล้อต๊อก เปิดตัวแฟนรุ่นลูก   อั๋น ชุลีพร อดีตเมีย ล้อต๊อก เปิดตัวแฟนรุ่นลูก  

เบนซ์ ปลื้มคลอด น้องปริม ขุ่นพ่อ มิค หวงลูกสาวหนักมว๊าก
เบนซ์ มิค /  น้องปริม ลูกสาว เบนซ์ มิค / 

คุณแม่ป้ายแดง เบนซ์ พรชิตา ออกมาเปิดใจบอกปลื้มสุดๆ หลังคลอด น้องปริม ลูกสาวคนแรก สำหรับชื่อจริงยังไม่ได้ตั้ง เปรยเล็งมีคนที่ 2 อยากได้ลูกชาย ทางครอบครัวของทั้งสองฝ่ายเห่อหลานมาก ส่วนพ่อมือใหม่ มิค บรมวุฒิ รับหวงลูกสาวหนักมว๊าก บอกจากนี้ต้องทำงานมากขึ้น ส่วนสาวเบนซ์ขอพักงานไปก่อน เพราะอยากเลี้ยงลูกเอง จุดนี้ยังไม่คิดให้ลูกสาวเข้าวงการบันเทิง แต่โตมาถ้าลูกชอบก็ค่อยว่ากันอีกที งานนี้ขุ่นพ่อมิคยิ้มหน้าบานฟุ้งลูกสาวเหมือนไปทางตนมากกว่า โดยทั้งคู่ได้เปิดใจมาดังนี้ มิค “ดีใจครับ ตื่นเต้นตลอดเลยเนอะ มิคอ่ะจะเป็นเวอร์ชั่นตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ แต่เบนซ์เค้าจะกังวลกลัวไปหมดทุกอย่าง กลัวจะเลี้ยงดีมั้ย กลัวจะมีน้ำนมมั้ย” เบนซ์ “คนละอารมณ์เนอะ ผู้ชายเค้าอาจจะไม่ได้อยู่กับลูก ไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรอยู่ในท้อง ก็อยากจะเห็นหน้าว่าออกมาแล้วจะเป็นยังไง แต่ว่าเราจะอีกอารมณ์นึง กังวลว่าออกมาแล้วจะครบมั้ย หายใจได้มั้ย เป็นอะไรรึเปล่า แล้วตอนที่ใกล้จะคลอดก็นอยด์จัด ส่วนมิคเค้าจะตื่นเต้น แต่เราจะกังวลมากกว่า” มิค “วินาทีแรก มันบอกไม่ถูกจริงๆ ครับ พอเข้าห้องคลอดเสร็จ คุณหมอผู้หญิงที่อยู่หน้าห้องเค้าก็บอกให้เรานั่งนิ่งๆ เค้ากลัวเราเป็นลม พอถึงเวลาคีบออกมาแค่หัว ก็ร้องลั่นห้องเลย แต่ตัวยังอยู่ในตัว สิ่งแรกคือน้ำตาคลอกันอยู่สองคน ก็รีบหันไปดูว่าครบมั้ย พอครบทุกอย่างก็ดีใจ” เบนซ์ “กังวลแค่ว่าเค้าจะร้องมั้ย พอออกมาร้องเสียงดัง ก็โอเคแล้ว” มิค “เติมเต็มครอบครัว แน่นอนเนอะ ลูกมาอีกคนยังไงก็ต้องเติมเต็ม แต่ว่ามันก็เร็วเกินไปที่เราจะบอกว่าเราเป็นพ่อแม่ที่ดีมั้ย แต่เราก็พยายามจะเป็นที่ดีที่สุดในรูปแบบของเรา เพราะเราก็ไม่อยากให้ใครมาด่าลูกเราในอนาคตได้ เราจะพยายามเลี้ยงเค้าให้ได้ดีที่สุด โดยไม่อยากจะสปอย” เบนซ์ “มันก็เหมือนกับว่า ท้องมา 9 เดือน ความผูกพันมันก็ยิ่งจะเพิ่มไป พอได้เลี้ยงเค้าก็จะมีความเหนื่อยของแม่ของพ่อ เบนซ์ว่าความผูกพันมันทำให้เรายิ่งรักครอบครัวมากขึ้น” มิค “ใช่ เดี๋ยวมันจะต้องเหนื่อยด้วยกัน สุขไปด้วยกันอีกเยอะ” เบนซ์ “หน้าเหมือนใครไม่รู้ แต่ไม่เหมือนเบนซ์เลยอ่ะ(หัวเราะ) เหมือนพี่มิค แล้วบางคนบอกว่าเหมือนพ่อเบนซ์ แต่ส่วนใหญ่จะบอกว่าหน้าเหมือนบ้านพี่มิค” มิค “ใช่ ลูกสาวหน้าเหมือนพ่อล่ะดีแล้ว” มิค “เตรียมไว้หนวด ไว้ครับ ตอนแรกเตรียมไว้รอแล้ว กะจะถือปืนฉีดน้ำรอเลย แต่สุดท้ายก็ต้องโกน เพิ่งโกนก่อนคลอด เพราะกลัวว่าถ้าหอมแล้วลูกจะไม่จั๊กจี๋เหรอ งั้นโกนก่อน ไว้โตแล้วค่อยไว้หนวดใหม่ หวงตั้งแต่อยู่ในท้องเลย” เบนซ์ “ชื่อ ปริม เพราะว่าเบนซ์ชอบชื่อนี้ สมัยนางแบบจะมีพี่นางแบบชื่อพี่ปริมค่ะ เบนซ์ชอบชื่อเค้า และก็อยู่ในใจตลอด ถ้ามีลูกอยากตั้งชื่อนี้ อันนี้ยังเป็นชื่อเล่นอยู่นะคะ ส่วนชื่อจริงต้องรอพี่มิคกับที่บ้านเค้าไปดูก่อนนะคะ” มิค “ก็ไม่แน่นะครับ เดี๋ยวอาจจะต้องตกลงกันอีกทีนึง เพราะว่าจริงๆ แล้ว ปริม มาจาก ไพรมารี่ ก็คือที่หนึ่งไง ไพรม์ แปลว่า อันดับหนึ่ง ไม่แน่อาจจะชื่อจริงไปเลย ถ้าที่บ้านไปหาพระแล้วชื่อล้าสมัย ก็อาจจะใช้ชื่อนี้ เพราะไม่อยากให้ลูกโดนล้อ” เบนซ์ “และไม่อยากให้เขียนยากด้วย ไม่อยากให้เห็นแล้วต้องถามว่าอ่านว่าอะไร ให้เห็นละอ่านได้เลย” มิค “เพราะมิคโดนมาตั้งแต่เด็กๆ ว่าชื่อจริงและนามสกุลยังอ่านผิดอยู่เลย” เบนซ์ “มิคช่วยเลี้ยงลูก ให้เค้าเรียนใช้มั้ย แล้วก็ให้เค้าอาบเอง พี่พยาบาลชมว่าคุณพ่อเก่งมาก เบนซ์ยังไม่ได้จับลูกเลยนะ ไม่ได้จับลูกอาบน้ำเลยนะ พี่มิคจับอาบก่อน” มิค “ตอนแรกกลัวครับ แล้วแม่มิคโทรมาเมื่อคืน บอกเดี๋ยวพรุ่งนี้อาบเองใช่มั้ยลูก จับให้แน่น มั่นใจ อย่าไปกลัว เราก็เลยจับให้แน่น ก็ไม่รู้ว่าร้องเพราะอะไร เค้าร้องอยู่แล้ว ไม่รู้ว่าร้องเพราะเราจับแน่น หรือร้องเพราะแก้ผ้า แต่ก็เอาแน่นๆ ไว้ก่อน” มิค “คุณปู่คุณย่าเห่อหลาน โห ทุกคนเลย แย่งกันเลยดีกว่า ศึกชิงหลานระหว่างสองบ้าน” เบนซ์ “ตอนนี้ก็จะเป็นแบบเดี๋ยวใครจะมา ใครจะมาช่วยเลี้ยง แม่ๆ ก็สลับวันกัน เริ่มจะมีศึกแย่งกัน แต่น่าจะโอเค เพราะอย่างน้อยทุกคนรัก เราก็แฮปปี้เนอะ จะได้ไม่เหนื่อยมาก” มิค “เพราะเราไม่มีพี่เลี้ยง เราจะเลี้ยงกันเองครับ” มิค “พี่ชายมาทุกวัน อย่างเมื่อคืนถ่ายละครเสร็จสามทุ่มก็มานั่งเฝ้ารอว่าเบบี๋มารึยัง เค้าก็รออุ้ม เราก็ให้อุ้ม จะได้มีลูกอิจฉาตามมาเร็วๆ น้องปริมจะได้มีเพื่อน” มิค “เค้ากำลังพยายามกันอยู่ตอนนี้ ก็หวังว่าจะติด” เบนซ์ “แพลนจากนี้ อยู่เลี้ยงน้องก่อน งานพิธีกรถ้าสามารถกลับไปเร็วได้ก็จะกลับไปเนอะ แต่ละครอาจจะหยุดพักยาวเลย รอให้มีอีกคนนึงก่อนทีเดียวเลย อาจจะพัก 3-4 ปี เดี๋ยวรอดูอีกที แต่พิธีกรยังอยากทำอยู่ ถ้าใช้เวลาเดือนนึงสองวัน เราก็โอเค รอดูว่าจะผอมตอนไหน” มิค “ส่วนมิคทำงานทุกวันเลย ต้องทำเพิ่ม ไม่ได้พัก” เบนซ์ “มีอีกคน ใช่ค่ะ” มิค “อยากมีต่อเลย แต่อาจจะต้องรออีกเกือบปี รอให้แผลหายก่อน คราวนี้อยากได้ผู้ชาย อยากมีอย่างละหนึ่งคน แต่อยากมีหลายคน เพราะบ้านเบนซ์พี่น้อง 4 คน และบ้านมิคพี่น้อง 4 คน ไม่เคยเหงาไง” เบนซ์ “โชคดีที่ตอนท้องเบนซ์ไม่แพ้ ความกลัวตรงการท้องมันหายไปแล้ว แต่มาอึดอัดตอนคลอดเฉยๆ เลยไม่ได้กลัวการท้อง แต่ตอนนี้จะเป็นแนวกังวลเรื่องให้นม พอให้นมละเจ็บ เบนซ์โชคดีที่สามารถให้น้ำนมได้เลย แต่ว่าก็ยังเจ็บนะ” เบนซ์ “เพื่อนจะแนะนำเยอะค่ะ” มิค “ผ่าคลอดตามฤกษ์ ใช่ครับ ช่วง 06.00 น. - 06.29 น. ครับ” เบนซ์ “หนัก 3,314 ค่ะ ผิวดีค่ะ แฮปปี้ ผมเยอะมาก" มิค “เข้าวงการ ก็ได้ ถ้าเบบี๋อย่างนี้ได้ แต่ตอนที่เค้าจะต้องเรียนคือเรียนก่อน แต่ถ้าโตไปแล้วเลยอยากเข้าก็โอเค แต่ถ้าตอนเด็กมีโฆษณาก็น่าจะโอเค” มิค “เรื่องโรงเรียน คุยกันก่อนแล้ว เพราะบางโรงเรียนต้องหาไว้ตั้งแต่เกิด บางทีสามปีกว่าจะคุยรู้เรื่อง ยังคิดอยู่ว่าจะไปเรียนไหน เดี๋ยวขอดูสภาพเงินในกระเป๋าก่อนนะคะ เพราะครอบครัวเราจะเป็นตัวเอง ไม่วิ่งตามกระแส” เบนซ์ - มิค เปิดใจหลังคลอด น้องปริม เบนซ์ - มิค เปิดใจหลังคลอด น้องปริม เบนซ์ - มิค เปิดใจหลังคลอด น้องปริม น้องปริม ลูกสาว เบนซ์ - มิค น้องปริม ลูกสาว เบนซ์ - มิค เบนซ์ - มิค - น้องปริม เบนซ์ - น้องปริม มิค - น้องปริม

กุ๊บกิ๊บ - บี้ อุ้มลูกสาวโชว์ เผยเจ็บสุดคลอด น้องเป่าเปา ธรรมชาติ ไม่ใช่ในน้ำ!!
กุ๊บกิ๊บ คลอด /  ข่าว บี้ กุ๊บกิ๊บ / 

ขุ่นพ่อและขุ่นแม่ป้ายแดงอีกคู่ของวงการ บี้ KPN และ กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ ออกมาเปิดใจหลังคลอด น้องเป่าเปา ลูกสาวด้วยวิธีธรรมชาติ(ไม่ใช่คลอดใต้น้ำ) ไปเมื่อวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา สำหรับชื่อ เป่าเปา เป็นภาษาจีน แปลว่า สมบัติ หรือแปลว่า เบบี้น้อยๆ เผยตั้งใจจะเลี้ยงเอง ด้านหนุ่มบี้บอกมีลูกแล้วทำให้รักกุ๊บกิ๊บมากขึ้น ด้านสาวกุ๊บเองก็เอ่ยขอบคุณสามีที่ดูแลเธอดีมากๆ บอกเลือกคนไม่ผิด ส่วนรายละเอียดต่างๆ มีดังนี้ กุ๊บกิ๊บ “วินาทีแรกที่เห็นลูกคือเจ็บมาก เจ็บที่สุด เพราะตอนที่คุณหมอดึงออกมามันเจ็บที่สุด เนื่องจากกิ๊บไม่ได้มีการกรีดการอะไรก่อนเลย พยายามกับคุณหมอเก่งมากค่ะ เพราะทุกอย่างมันเป็นธรรมชาติมากจริงๆ ส่วนบี้เขาก็เป็นคนตัดสายสะดือให้ลูก” บี้ “ช่วงที่ปากมดลูกเปิดประมาณ 7-10 เซนติเมตร คือเจ็บที่สุด เพราะเขาเบ่งมา 3 ชั่วโมง จนเขาเกือบจะหมดแรง ตอนนั้นคุณหมอเขาก็เลยเอามือของกิ๊บไปจับหัวลูก กิ๊บเขาก็เลยเร่งเบ่งเฮือกสุดท้ายและหมอก็ช่วยดึงลูกออกมา” บี้ “มีแต่งหน้าด้วยนะหลังคลอดเสร็จ คือเจ็บก็จริงแต่ต้องมีแรง เพราะตอนแรกกิ๊บแต่งหน้ามาแล้ว แต่ระหว่างคลอดมันร้องมันอะไรก็เลอะไปหมด” กุ๊บกิ๊บ “เราคลอดธรรมชาติ 100 เปอร์เซ็นต์เพราะไม่อยากให้เขาเป็นภูมิแพ้ รวมถึงคลอดแบบนี้ส่งผลดีต่อเด็กด้วย อะไรที่ดีต่อลูกกิ๊บก็อยากให้เขาได้ไป ยิ่งพอออกมาแล้วเขาแข็งแรงมากเลยนะ กินก็เก่ง ห่อลิ้นเองได้ด้วย” กุ๊บกิ๊บ “อธิบายก่อนนะคะกิ๊บไม่ได้คลอดในน้ำเลย แต่กิ๊บใช้อุปกรณ์ในห้องทั้งหมด คืออ่างน้ำ เชือกโหน ลูกบอล เก้าอี้ ยืนกอดสามี ซึ่งน้องก็ไม่ออกมานะ สุดท้ายไปจบที่โถส้วม เพราะช่วงโถส้วมทำให้น้องหัวเริ่มโผล่ จากนั้นจึงได้เอาตัวไปคลอดบนเตียงค่ะ" กุ๊บกิ๊บ “เราเองก็ประทับใจเหมือนกันนะที่ได้ทำตามที่ตั้งใจไว้ เพราะมีช่วงหนึ่งที่เกือบถอดใจแล้วเหมือนกัน แต่ก็โชคดีได้คุณหมอช่วยให้กำลังใจ คุณหมอคอยบอกอยู่เสมอว่า อีกนิด อีกนิด และที่ผ่านมาก็มีคนคอยบอกกิ๊บอยู่เสมอว่ากิ๊บตัวคลอดไม่ได้หรอก แต่กิ๊บก็ทำได้ และกิ๊บก็อยากสนับสนุนให้คุณแม่คลอดแบบนี้ด้วยนะ” บี้ “เขาเจ็บจนบี้ต้องร้องไห้ตามเขา กิ๊บเขาเก่งมากจริงๆ ผมไม่เคยเห็นเขาเป็นแบบนี้มาก่อน ผมนับถือเขามากครับ” กุ๊บกิ๊บ “ตาเหมือนพ่อ แต่เล่นกล้องเก่งมากและก็หน้าตาทะเล้นน่าจะเหมือนแม่ เวลามีคนมาเยี่ยมเขาก็ไม่งอแง ให้ลืมตามองกล้องเขาก็มอง เขาดูชินกับคนนะ” บี้ “ตั้งใจจะเลี้ยงเองครับ แต่ก็คงต้องให้คุณย่าคุณยายมาช่วยมาให้คำแนะนำด้วยเหมือนกัน” กุ๊บกิ๊บ “แต่กิ๊บอยากชมบี้นะ เขาเก่งมากเขาอยู่ด้วยทุกช่วงเวลาจริงๆ เขาคอยช่วยดูแลลูกตลอด เหมือนเขาอยากที่จะเป็นคุณพ่อที่ทำได้หมด” บี้ “ติดลูกครับ(หัวเราะ) ไม่หรอก 50/50 แชร์ๆ กันไป บี้รักกิ๊บมากขึ้นนะ รักเขาที่เขาทำได้ขนาดนี้ เขาเจ๋งมากครับ” กุ๊บกิ๊บ “เรายังนั่งคุยกันอยู่เลยนะว่าเราดีใจที่เรามีลูกเร็ว และเขาทำให้เราได้มีโอกาสลองประสบการณ์หลายๆ อย่าง เพราะถ้าเอาจริงๆ หากเราอายุมากกว่านี้ก็คงไม่มีโอกาสได้ทำแบบนี้ค่ะ” บี้ “ชื่อเล่น "เป่าเปา" แปลว่า "สมบัติ" หรือ "เบเบี๋น้อย" ก็หมายความว่าเขาคือสมบัติของเราสองคน ส่วนชื่อจริงตอนนี้ก็เลือกๆ คิดๆ ไว้อยู่ว่าชื่อไหนเหมาะกับน้อง ถ้าชัวร์เมื่อไหร่จะบอกอีกที” กุ๊บกิ๊บ “อาการของกิ๊บหลังคลอดลูกประมาณ 20 นาที กิ๊บก็เดินไปเข้าห้องน้ำได้เลย เดินได้ปกติ สั่งไก่ทอดมากินทันที(หัวเราะ)” กุ๊บกิ๊บ “ของรับขวัญหลานมีพี่ๆ ในวงการส่งมาให้เยอะมากค่ะ แต่ใครให้ทองให้เงินเดินเข้ามาก่อนเลย ส่วนใครให้ดอกไม้หรือตุ๊กตารอก่อน(หัวเราะ) ตลกมากค่ะ คือมีพี่ๆ ผู้ใหญ่หลายคน” บี้ “คนที่สองเราอยากได้ชายหนึ่งหญิงหนึ่งครับ แต่คงต้องพักก่อนสัก 2-3 ปี ให้เขาเป็นพี่สาวที่ดูแลน้องได้ครับ” บี้ “รางวัลเหรอ เอาไว้อีกสัก 2-3 เดือน ค่อยว่ากันอีกทีนะเรื่องของรางวัล(หัวเราะ)” กุ๊บกิ๊บ “ความเป็นแม่ สัญชาติญาณมันมาเอง เพราะเอาจริงๆ เราก็ไม่ได้ไปเรียนรู้อะไรมาก คือกิ๊บไม่อยากให้ชีวิตของเราเปลี่ยน แต่เราต้องมีความระมัดระวังมากขึ้นเท่านั้นเอง เลี้ยงเขาให้เป็นปกติ เพราะโลกมันไม่ได้สวยมากขนาดนั้น ไม่ต้องประคบประหงมมากหรอกค่ะ” บี้ “ผมรักกิ๊บมากขึ้นครับ” กุ๊บกิ๊บ “ตอนที่แต่งงานก็คิดว่าตัวเองโชคดีแล้วนะที่ได้เขาเป็นสามี แต่ตอนที่กิ๊บท้องกิ๊บได้รู้อีกว่าเขาน่ารัก เขาเป็นสามีที่ดูแลกิ๊บดูแลได้ดีจริงๆ เขาใส่กางเกงในให้ในวันที่เราใส่เองไม่ได้ เขานวดเท้าให้ ยิ่งในวันคลอดเขาก็ยังนั่งอยู่ข้างๆ ทั้งๆ ที่เขาเป็นคนกลัวเลือดจนเป็นลม ก่อนคลอดเขานั่งดูคลิปคลอดลูกเพื่อที่เขาจะได้ไม่กลัวเลือดตอนอยู่ในห้องคลอดกับกิ๊บ บี้คือคนที่ทำให้กิ๊บรู้ว่าอีกนิดเดียวมันจะผ่านไป ให้กิ๊บทนอีกนิดหนึ่งเพื่อลูกในเวลาที่กิ๊บเกือบจะยอมแพ้ กิ๊บเลือกไม่ผิดที่แต่งงานกับบี้ค่ะ” กุ๊บกิ๊บ - บี้ แถลงคลอด น้องเป่าเปา กุ๊บกิ๊บ - บี้ แถลงคลอด น้องเป่าเปา น้องเป่าเปา น้องเป่าเปา กุ๊บกิ๊บ - บี้ แถลงคลอด น้องเป่าเปา กุ๊บกิ๊บ - บี้ แถลงคลอด น้องเป่าเปา กุ๊บกิ๊บ - บี้ แถลงคลอด น้องเป่าเปา

ทีมงาน ไนกี้ เปิดใจ ทำไมชุดแข่ง อังกฤษ ต้องใช้ ถุงเท้าสีแดง
ถุงเท้าแดง /  ยูโร 2016 / 

สก็อตต์ มันสัน รองประธานกรรมการแผนกเสื้อผ้าฟุตบอลทั่วโลกของ ไนกี้ เผยเหตุผลที่ชุดแข่ง อังกฤษ ชุดทำศึก ยูโร 2016 ต้องใช้ ถุงเท้าสีแดง ซึ่งดูแปลกตาในความเห็นของแฟนบอลส่วนใหญ่ "หลายครั้งที่ อังกฤษ ใช้ชุดแข่งสีขาวล้วน ดังนั้นเราจึงมาคิดกันว่า 'ทำไมไม่ลองทำให้มันโดดเด่นขึ้นมาบ้างล่ะ?' เราเลยมองย้อนไปยังทีมในยุค 80 ซึ่งพวกเขาสวมถุงเท้าสีแดง อย่างในเกมอันโด่งดังที่ อังกฤษ เจอกับ บราซิล ในปี 1984" มันสัน กล่าว "ถุงเท้าสีแดงมันทำให้ทีมดูเด่นขึ้นมา แถมยังดูแข็งแกร่งและเร็วขึ้นอีกด้วย สีแดงน่ะคือสีแห่งความเร็วไงล่ะ!" สำหรับโปรแกรม ยูโร 2016 นัดถัดไปของทัพสิงโตคำราม จะเป็นการเจอกับ ไอซ์แลนด์ ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ซึ่งจะเตะกันในคืนวันจันทร์ที่ 27 มิ.ย. เวลา 02.00 น.

ผู้ชายชื่อ “น้อย วงพรู” กับ 8 หนังที่เราอยากให้คุณดู
13 เกมสยอง /  Mary is Happy / 

ผู้ชายชื่อ “น้อย วงพรู” กับ 8 หนังที่เราอยากให้คุณดู น้อย กฤษดา สุโกศล แคลปป์ หรือ น้อย วงพรู เป็นนักแสดงลูกครึ่งไทย – อเมริกัน วัย 45 ปี เริ่มต้นเข้าวงการบันเทิงด้วยการเป็นนักร้องนำวงพรู สังกัดเบเกอรี่มิวสิก ก่อนจะมาชิมลางเล่นภาพยนตร์เรื่องแรก คนกราบหมา เมื่อปี พ.ศ. 2539 แต่ไม่ได้ออกฉายในประเทศไทยเนื่องจากกองเซ็นเซอร์ตรวจสอบและพิจารณาว่ามีเนื่องเรื่องไม่เหมาะสม ทำให้เจ้าตัวตัดสินใจพักเรื่องการแสดงไปนานพอสมควรกว่าจะยอมกลับมารับบทบาทบนแผ่นฟิล์มอีกครั้งในปี พ.ศ. 2547 ซึ่งคราวนี้เขาประสบความสำเร็จ และมีผลงานตามมาอีกอย่างต่อเนื่อง และในวันนี้ เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับภาพยนตร์ 8 เรื่องที่ น้อย วงพรู ได้ฝากลีลาการแสดงเอาไว้อย่างสวยงามและควรค่าแก่ความทรงจำที่สุด 13 เกมสยอง (2549) หนึ่งในภาพยนตร์ที่สร้างชื่อเสียงให้แก่น้อย วงพรู เป็นอย่างมาก กับเรื่องราวชีวิตสุดบ้าระห่ำของชายชื่อ ภูชิต ที่ตกปากรับคำเล่น 13 เกมสุดสยองหลังจากที่ชีวิตผกผันถูกไล่ออกจากงาน แถมยังถูกคนรักทอดทิ้งไปอีก เมื่อเริ่มรับโจทย์จากสายโทรศัพท์ลึกลับ ความโหดเหี้ยมของเกมก็ทวีคูณขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงขั้นต้องฆ่าคน แต่เขาก็ไม่สามารถหยุดเล่นเกมนี้ได้ ด้วยเพราะเดิมพันที่เป็นจุดหมายปลายทางนั้นมูลค่าสูงถึง 100 ล้านบาท ความสุขของกะทิ (2552) ภาพยนตร์อุ่นไอรักครอบครัวที่มีจุดเริ่มต้นจากการสูญเสียแม่ ชีวิตที่เหลือของเด็กสาว กะทิ จึงต้องผูกไว้กับตาและยายผู้มีนิสัยรักความเรียบง่าย ตลอดจนเหล่าเพื่อนและญาติสนิทของแม่ อันได้แก่ น้าชฎา น้ากันต์ และลุงตอง ที่มักจะแวะมาเยี่ยมเยือนจนเสมือนว่าเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนส่งผลให้กะทิเติบโตขึ้นพร้อม ๆ กับความเชื่อที่ว่า...ในความโศกเศร้าก็มีความสุขที่ยิ่งใหญ่ได้เช่นเดียวกัน A Moment in June – ณ ขณะรัก (2552) หนังรักที่เชื่อมโยงคน 3 คู่เข้าไว้ด้วยกันผ่านห้วงเวลาแห่งการตัดสินใจอันยากลำบาก คู่แรก เป็นความรักระหว่างชายหนุ่มสองคน ปกรณ์ และ พล ที่ตัดสินใจแยกกันสักพัก เพราะชีวิตคู่ที่ก้าวต่อไปไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าความรักจะจางหายไป คู่ที่สอง เป็นความรักของคนรุ่นใหญ่ เมื่อ อรัญญา ต้องมาพบกับ กรุง ชายที่เธอมีใจให้มาตลอด 30 ปี เธอมีคำถามมากมายที่อยากรู้ แต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะเอ่ยคำ ๆ แรกออกไป และคู่ที่สาม ความรักต้องห้ามที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน จากการที่ว่าที่เจ้าสาวใน 2 สัปดาห์ข้างหน้าดันไปเผลอมีใจให้เพื่อนเจ้าบ่าวหนุ่มที่มีครอบครัวแล้ว หลวงพี่เท่ง 3 (2553) การสานต่อภาค 3 กับความฮาที่สอดแทรกธรรมะ ซึ่งในครั้งนี้มีตัวละครหลักคือ น้อย นักร้องหนุ่มสุดเซอร์ที่ตัดสินใจออกบวชเพื่อหนีความวุ่นวายทางโลก หากแต่ด้วยนิสัยตรงไปตรงมาค่อนไปทางขว้างโลก แถมยังชอบพูดจากำปั้นทุบดิน กลับทำให้เขาไม่ได้พบความสงบสุขที่แท้จริงสักที นอกจากนี้ภายในวัดยังมีพระและเหล่าฆราวาสสุดแสบที่มักจะสร้างเรื่องชวนปวดหัวให้พระน้อยอยู่เรื่อย ๆ อีกต่างหาก อันธพาล (2555) ภาพยนตร์ที่สะท้อนภาพสังคมในยุคอันธพาลครองเมือง จ๊อด เฮาดี้ และแดง ไบเลย์ คือสองนักเลงที่เป็นคู่หูกัน ร่วมมือกันต่อกรกับศัตรูโดยไม่สนใจว่าเป็นใครหรือใหญ่โตมาจากไหน ชีวิตของพวกเขากำลังไปได้สวยในแวดวงอันธพาลจนกระทั่งวันหนึ่งจ๊อดถูกจับเข้าคุกหลังจากยิงปืนพลาดไปถูกผู้หญิงคนหนึ่งเสียชีวิต และเมื่อพ้นโทษออกมาจ๊อดก็ได้พบกับการเปลี่ยนแปลงในชีวิตครั้งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการตายของแดง การเสื่อมศรัทธาจากลูกน้อง และการหักหลังจากผู้ทรงอิทธิพลที่เคยเป็นคนที่เขานับถือ โลงจำนำ (2556) ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นการแสดงหนังผีเรื่องแรกของน้อย วงพรู กับการสวมบทบาทเป็นหนึ่ง นักแต่งเพลงสุดแสนธรรมดาที่บังเอิญขับรถไปชนลูกสาวของเพื่อนบ้านจนโคม่า ความต้องการเงินมารับผิดชอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้หนึ่งและภรรยาตัดสินใจนำของมีค่าทั้งหมดไปที่โรงจำนำ แต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอต่อค่ารักษาพยาบาล สุดท้ายทั้งคู่จึงเลือกที่จะเดิมพันชีวิตครั้งใหญ่ด้วยการจำนำตัวเองกับผีเพื่อแลกเงินมูลค่า 1 ล้านบาท โดยไม่รู้เลยว่าหลังจากนี้พวกเขาจะต้องเผชิญกับอะไรบ้าง Mary is Happy, Mary is Happy (2556) หนังสุดอินดี้ที่ผู้กำกับ เต๋อ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ได้พล็อตเรื่องมาจากการสุ่มเข้าไปใน Follower ของ Twitter ตัวเอง และพบว่ามีเจ้าของทวิตเตอร์คนหนึ่งใช้ชื่อว่า @marylony ซึ่งชอบทวีตเรื่องของตนราวกับคนเวิ่นเว้อไม่สนใจใคร ในการนี้ผู้กำกับหนุ่มจึงหยิบเอาเหตุการณ์ใน 410 ทวีตแรกของเธอมาร้อยเรียงโดยผูกเป็นเรื่องราวสุดแปลกประหลาดในชีวิตโค้งสุดท้ายปลายระดับชั้นมัธยมของเด็กสาวคนหนึ่ง   ขุนพันธ์ (2559) ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 หัวเมืองทางใต้เต็มไปด้วยโจรเสือมากมาย แต่ก็ไม่มีใครที่สามารถเล็ดรอดการจับกุมของร้อยตำรวจโท ขุนพันธรักษ์ราชเดช ตำรวจหนุ่มผู้มีทั้งความสามารถและคาถาอาคมไปได้ นอกจากนี้ขุนพันธ์ยังเลือกที่จะเสนอตัวทำภารกิจที่เสี่ยงอันตรายและไม่เคยมีผู้พิทักษ์สันติราษฎร์คนใดเคยทำมาก่อน นั่นก็คือการออกไล่ล่ามหาโจร อัลฮาวียะลู ผู้เหี้ยมโหดและมีคาถาอาคมดุจเดียวกับขุนพันธ์จนสามารถขยายอิทธิพลครอบคลุมทั่วเขตภาคใต้ มาร่วมพิสูจน์ความสามารถทางการแสดงของน้อย วงพรู อีกครั้งกับบทบาทสุดท้าทายแห่งปี มหาโจรอัลฮาวียะลู ในภาพยนตร์ ขุนพันธ์ 14 กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป ทุกโรงภาพยนตร์

กัวลาลัมเปอร์กับ 5 มุมเที่ยวยามค่ำคืน
Chinatown Night Marketing /  กัวลาลัมเปอร์ / 

Wonderful KL at night กัวลาลัมเปอร์ ความงามที่ไม่เคยหลับใหล  เมืองหลวงสุดศิวิไลซ์ยอดฮิตของประเทศมาเลเซียที่ไม่มีใครไม่รู้จักอย่างแน่นอน ณ นาทีนี้ เพราะกัวลาลัมเปอร์ติดอันดับที่ 8 ของเมืองหลวงที่น่าเที่ยวที่สุดในโลกเมื่อปี 2558 และเมืองแห่งการ ชอปปิ้งที่ดีที่สุดในโลกอันดับที่ 4 สำรวจโดย CNN โดยแต่ละปีกัวลาลัมเปอร์ต้อนรับนักท่องเที่ยวกว่า 11 ล้านคน และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเมืองหลวงแห่งนี้ถือเป็นประตูเชื่อมระหว่างเอเชียและตะวันออกกลาง เป็นศูนย์กลางการค้า ธุรกิจและแหล่งท่องเที่ยวที่โดดเด่นมากมาย โดยเฉพาะการเปิดแหล่งท่องเที่ยวสุดฮิปใหม่ๆเอาใจคนทุกเจเนอเรชั่นได้อย่างลงตัว เมืองหลวงสุดทันสมัยแห่งนี้จึงไม่เพียงกลายเป็นไอคอนแห่งใหม่ของนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก แต่ยังเป็นที่ที่คนมาเลเซียเองยังถือว่าต้องมาเยือนสักครั้งในชีวิต โดยเฉพาะกิจกรรมสุดฮิตอย่างการถ่าย Selfie คู่ตึกแฝด นั่งรถตากลมชมเมือง สัมผัสสถาปัตยกรรมอันวิจิตรของมัสยิดจาเม็ก ณ จัตุรัสเมอร์เดก้าและอีกมากมาย วันนี้เราจะขอนำเสนอความงดงามยามค่ำคืนของเมืองหลวงที่ไม่เคยหลับใหลแห่งนี้ที่หลายคนอาจยังไม่รู้ ใครอยากแชะภาพบรรยากาศที่สวยงามแปลกตาไว้อวดเพื่อน เชิญทางนี้! 1. ตึกแฝดปิโตรนาส (Petronas Twin Towers) ตึกแฝดปิโตรนาสคืออาคาร 88 ชั้น รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งคือ อาคาร KLCC อาคารแห่งนี้เป็นตึกแฝดที่สูงที่สุดในโลก ด้วยความสูง 451.9เมตร สร้างขึ้นโดยได้รับแรงบันดาลใจจากรูปทรงเรขาคณิตของสถาปัตยกรรมอิสลาม ออกแบบโดยซีซาร์ เปลลิ สถาปนิกเชื้อสายอาร์เจนตินา-อเมริกัน ฝั่งหนึ่งของผลงานสถาปัตยกรรมชิ้นเอกนี้ติดกับสวน KLCC ที่กินเนื้อที่กว้างขวางและตกแต่งอย่างสวยงาม สถานที่ที่น่าสนใจในอาคาร KLCC คือ ซูเรีย ชอปปิ้ง คอมเพล็กซ์, ปิโตรนาส ฟิลฮาร์โมนิก ฮอลล์, ศูนย์วิทยาศาสตร์ เปโตรซินและศูนย์ประชุมกัวลาลัมเปอร์ซึ่่งเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ลักษณะเด่นของตึกแฝดนี้เมื่อเปรียบเทียบกับตึกระฟ้า อื่นๆของโลก คือการที่เป็นอาคารหอคอย 2 อาคาร เชื่อมโดยสะพานลอยฟ้า (skybridge) อาคารแฝดใช้บริษัทรับเหมาก่อสร้างจาก 2 ประเทศ คือญี่ปุ่น และเกาหลี โดยมีนัยยะเป็นการแข่งขันกันเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีการก่อสร้างอาคารตึกระฟ้า สะพานลอยฟ้านี้เคยใช้เป็นที่ถ่ายทำภาพยนตร์ฮอลีวูดมาแล้ว สถาปัตยกรรมอันโดดเด่นสูงตระหง่านแห่งนี้กลายเป็นแลนด์มาร์คใจกลางย่านธุรกิจของกรุงกัวลาลัมเปอร์ จากกลางวันเปลี่ยนสู่กลางคืนตึกแฝดแห่งนี้จะถูกประดับประดาไปด้วยแสงไฟสุดอลังการที่ยิ่งทำให้ตึกที่สูงอยู่แล้วยิ่งดูสูงเสียดฟ้าไปอีก ท่ามกลางท้องฟ้าสีดำ ตึกปิโตรนาสแห่งนี้จะแลดูเหมือนถูกระบายสีตัดเส้นให้โดดเด่นด้วยแสงไฟรอบตึกราวกับภาพวาด เวลาทำการและจองตั๋ว เปิดให้เข้าชมวันอังคารถึงวันอาทิตย์ ปิดวันจันทร์ http://www.petronastwintowers.com.my/tickets#operating_hrs การเดินทาง เดินเท้าหรือรถแท็กซี่ ตึกแฝดปิโตรนาสตั้งอยู่ระหว่างถนนจาลันอัมปังและถนนจาลันราจาชูลัน ถัดจากโรงแรมแมนดารินโอเรียนทอล ตรงข้ามกับ ดิเอสคอตต์ Light Rapid Transit (LRT) รถไฟ LRT สายปุตรา แวะจอดที่สถานี KLCC 2. ถนนฟู้ดทรัก (Food Truck Alley, Jalan Sultan Ismail ครั้งแรกใจกลางเมืองที่เหล่า Food Truck จะยกทัพปิดถนน Jalan Sultan Ismail บริเวณจตุรัสเมอร์ดิก้าเพื่อสร้างสีสันยามค่ำคืน พร้อมจัดเต็มเรื่องกินด้วยอาหารนานาชนิดหลากหลายเชื้อชาติ ให้ได้ลิ้มรสกันอย่างจุใจ โดยงานจะจัดทุกวันเสาร์ เวลา 9.00 – 1.00 น.(ค่ำ) และวันอาทิตย์ตั้งแต่ 6.30 – 9.30 น.(เช้า) ในสัปดาห์ที่ 1 และ 3 ของทุกเดือน งานนี้ใครที่เป็นนักชิมตัวยงไม่ควรพลาดงานเดียวครบรสรู้เรื่อง! การเดินทาง Light Rapid Transit (LRT) รถไฟ LRT สายปุตรา แวะจอดที่สถานี Masjid Jamek 3. ย่านบูกิตบินตัง (Bukit Bintang) หากจะพูดถึงสวรรค์ของนัก ชอปแล้วคงหนีไม่พ้นย่าน Bukit Bintang ที่ไม่ว่ามองไปทางไหนก็อัดแน่นไปด้วยห้างสรรพสินค้าและสถานที่สำหรับชอปปิ้งแบบที่เลือกเดินกันไม่ถูกเลยทีเดียว แต่นอกเหนือจากสถานที่ชอปปิ้งทั้งกลางวันและกลางคืนแล้วที่นี่ยังมีตรอกซอยให้ได้เดินเล่นสัมผัสความเป็นวัฒนธรรมท้องถิ่นยามค่ำคืนเช่น Arab Street ตามชื่อถนนเลยคือ ถนนอาหรับ เป็นแหล่งรวมอาหารสไตล์อาหรับซึ่งเป็นอีกหนึ่งที่ที่นิยมทั้งชาวต่างชาติและชาวมาเลย์ หรือหากชอปปิ้งเสร็จแล้วหิว ควรแวะมาที่ Jalan Alor ถนนสายสตรีทฟู้ดชื่อดังที่ทั้งถนนเต็มไปด้วยอาหารแบบท้องถิ่นให้เลือกทานทั้ง จีน มาเลย์ อินเดีย รับรองอิ่มท้องนอนหลับฝันดีอย่างแน่นอน การเดินทาง Light Rapid Transit (LRT) รถไฟ LRT สายปุตรา แวะจอดที่สถานี Bukit Bintang 4. Chinatown Night Marketing Chinatown หรือมีอีกชื่อคือ Petaling Street ที่นี่จะเปิดตั้งแต่กลางวันแต่จะคึกคักเป็นพิเศษช่วงกลางคืนเพราะอากาศไม่ร้อนและมีร้านค้ามาเปิดขายของเยอะกว่า สินค้าทั่วไปจะเป็นของฝากและอาหาร ของใช้เสื้อผ้า ของท้องถิ่นต่างๆ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เหมาะกับคนที่มีเวลาน้อยเพราะสามารถเดินไปกินไปช้อปของฝากได้ในที่ที่เดียว การเดินทาง Light Rapid Transit (LRT) รถไฟ LRT สายปุตรา แวะจอดที่สถานี Pasar Seni 5. กำปง บารู (Kampung Baru) แม้ว่ากัวลาลัมเปอร์จะเป็นเมืองที่ทันสมัยมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเป็นเมืองธุรกิจที่มีตึกตระหง่านตระการตา แต่อีกแห่งใจกลางกรุงนั้น ยังมีตรอกเล็กๆ ที่มีหมู่บ้านโบราณอย่าง Kampung Baru ที่ยังคงไว้ซึ่งวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมดั้งเดิม หลังจากเป็นเอกราชจากการปกครองของอังกฤษ ชาวบ้านที่ก็ลุกขึ้นมาต่อต้านการเป็น modern-city ที่จะลุกล้ำเข้ามา ทำให้ Kampung Baru เป็นสัญลักษณ์ของหมู่บ้านโบราณใจกลางกรุงจนถึงทุกวันนี้ อย่างไรก็ตามชาวบ้านที่นี่มีการปรับตัวได้อย่างดีให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมทำให้เกิดการผสมผสานวิถีชีวิตแบบใหม่และดั้งเดิม แม้กลางวันจะดูเป็นหมู่บ้านอนุรักษ์ธรรมดาที่นักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยือน แต่เมื่อพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่นี่จะกลายเป็นอีกหนึ่งตลาดสตรีทฟูดกลางคืนที่อยู่ท่ามกลางหมู่บ้านโบราณในบรรยากาศย้อนยุคแบบมาเลย์ มาเลย์ โดยเฉพาะร้านขายข้าวแกงมาเลย์ที่โด่งดังจนผู้ว่าการท่องเที่ยวมาเลเซียยังออกปาก เมนูเด็ดคือนาซิเลอมัก อาหารประจำชาติมาเลเซียที่ถ้าใครแวะมาย่านนี้ ไม่ลองไม่ได้จริงๆ การเดินทาง Light Rapid Transit (LRT) รถไฟ LRT สายปุตรา แวะจอดที่สถานี Kampung Baru

หนังโลกที่เราอยากดู : A Hologram for the King (2016)
A Hologram for the King

ตามความฝันแบบอเมริกันชน...ในทะเลทราย เรียบเรียงจาก A Hologram for the King : American Dream (in Saudi Arabia) นิตยสาร BIOSCOPE ฉบับที่ 172 (พ.ค. 2559) ตะะวันออกกลางอาจถูกมองด้วยความหวาดหวั่นจากโลกตะวันตก แต่ในสายตาของนักธุรกิจตกอับชาวอเมริกันอย่าง อลัน เคลย์ (ทอม แฮงค์ส)... หนึ่งในมหาอำนาจแห่งคาบสมุทรอาหรับอย่างประเทศซาอุดิอาระเบีย กลับหมายถึงโอกาสสุดท้ายที่เขาจะได้กอบกู้ชีวิตอันพังพาบลงไปกลับคืนมา อาจฟังดูพิลึก แต่ท่ามกลางทะเลทรายกับกฎหมาย ศาสนาอันเคร่งครัดนี่เอง ที่ความฝันอเมริกันชนของเขางอกงามขึ้นมาอีกครั้ง “เขาเป็นคนอเมริกันที่ชีวิตพลิกคว่ำลงมาทับตัวเอง” ทอม แฮงค์ส พูดถึงตัวละครของเขา เพียงเดินหมากทางธุรกิจพลาดไปก้าวเดียว อดีตเซลส์แมนอนาคตรุ่งผู้ผันตัวมาเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจอย่างอลัน เคลย์ ก็แทบจะเป็นบุคคลล้มละลายในทันที หนี้สินบานเบอะ ชีวิตแต่งงานวินาศ ค่าเทอมจะจ่ายให้ลูกสาวไม่มี แถมยังมีก้อนปริศนาที่เขาสงสัยว่าจะเป็นก้อนเนื้อมะเร็งผุดขึ้นมาตรงท้ายทอย ปัจจัยวายป่วงเหล่านี้ล้วนส่งผล(หรือถีบส่ง)ให้เขาตัดสินใจไปตายเอาดาบหน้าเมื่อเห็นโอกาสเรืองรองอย่างริบหรี่อยู่ที่ซาอุฯ "เขามีปัญหาท่วมหัวจนเขาไม่รู้ว่าจะเอาตัวรอดออกไปทางไหน เลยเดินทางเป็นพันๆ ไมล์ไปรอคำอนุมัติจากผู้ทรงอำนาจกลางทะเลทรายแปลกถิ่น... ผมชอบที่มันสะท้อนถึงสภาพเศรษฐกิจอเมริกาได้ดีเหลือเกิน เรามีปัญหายุ่งเหยิงแต่กลับมองหาทางแก้ไปที่อื่นหมดยกเว้นแต่ในกระจก” เดฟ เอ็กเกอร์ส ผู้เขียนฉบับหนังสือ พูดถึงตัวละคร อลัน เคลย์ มองเผินๆ เคลย์ก็ไม่ต่างชนชั้นกลางอเมริกันในช่วงวัยเดียวกันที่ถูกรุมเร้าด้วยปัญหานานาชนิด ยึดเกาะอยู่กับ ‘อเมริกัน ดรีม’ อย่างสิ้นหวัง และเสี่ยงจะโดนเขี่ยทิ้งจากโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่ตลอดเวลาได้ทุกเมื่อ... คาแร็กเตอร์ของเขาและสารทำนองนี้เองที่เป็นจุดสนใจแรกเริ่มของ เดฟ เอ็กเกอร์ส ผู้เขียนฉบับนิยาย กระทั่งเขาได้ยินเรื่องเล่าจาก พี่เขยถึงความประหลาดโลกของ ‘นิคม- เศรษฐกิจกษัตริย์อับดุลเลาะห์ (King Abdullah Economic City)’ เรื่องราวที่เหลือจึงงอกเงยตามมา กลิ่นอายการเล่าแบบ ‘น้อยได้มาก’ อันถูกนำไปเทียบเคียงกับมือประพันธ์คลาสสิกอย่าง เออร์เนสต์ เฮ็มมิงเวย์, การบรรยายรายละเอียดอย่างไม่ประดิดประดอยอารมณ์ จนให้ผลคล้ายคลึงกับรายงานข่าวมากกว่าเรื่องแต่ง, การครุ่นคำนึงซึ่งสะท้อนมุมมองที่ตัวละครมีต่อวิกฤตชีวิต เศรษฐกิจ และ โลกาภิวัตน์ได้อย่างทรงพลังและ ‘ทันโลก’ จนน่าใจหาย... เหล่านี้คือจุดเด่นบนหน้ากระดาษซึ่งผู้กำกับชาวเยอรมันฝีมือดีอย่าง ทอม ทีคเวอร์ (ผู้กำกับชาวเยอรมันซึ่งเคยผ่านงานดัดแปลงหนังสือเป็นหนังมาแล้วทั้ง Perfume: The Story of a Murderer และ Cloud Atlas) มองเห็นศักยภาพที่จะเอาไปทำหนังได้ “ผมอ่านแล้วเห็นภาพทันทีว่าหน้าตา ของหนังจะเป็นยังไง ไม่ใช่แค่หนังดัดแปลง ดาดๆ แน่นอน แต่เป็นหนังที่มีเสียงเล่า โดดเด่นเป็นของตัวเอง” ทีคเวอร์ลงมือเขียนบทดัดแปลงเอง (เขาเล่าขำๆ ว่าเอ็กเกอร์สอนุมัติโดยมีข้อแม้สำคัญว่า ‘อย่าเป็นไอ้ตูดหมึก’) โดยมีนักแสดงเพียงคนเดียวที่เขาเล็งไว้ว่าเหมาะเจาะกับบทพระเอกชีวิตพังสุดๆ ... นั่นก็คือ ทอม แฮงค์ส และนี่จึงเป็นครั้งที่ 2 ที่ทีคเวอร์ได้กลับมาร่วมงานกับแฮงค์สหลังจาก Cloud Atlas “ตั้งแต่ตอนอ่านนิยายผมก็เห็นเป็นหน้าของเขาโผล่ขึ้นมาบนหน้ากระดาษเลยแหละ” ทีคเวอร์บอก Run Lola Run คือผลงานธริลเลอร์สุดเจ๋งที่สร้างชื่อให้ทีคเวอร์ในระดับนานาชาติให้ผู้กำกับวัย 50 คนนี้เมื่อปี 1998 เล่าถึงสาวผมแดง (ฟรังคา โพเทนเทอ) ที่ต้องวิ่งหาเงินก้อนโตมาช่วยชีวิตแฟนหนุ่ม โดยหนังให้เธอวิ่ง 3 รอบซึ่งแต่ละรอบเหตุการณ์ระหว่างทางผันผวนไปจนทำให้ผลลัพธ์ปลายทางไม่เหมือนกัน... แต่ใน A Hologram for the King นั้น การวิ่งตามความหวังล้มๆ แล้งๆ ของเคลย์กลับเป็นเหมือนการไล่คว้าภาพลวงตากลางทะเลทราย ภาพจำลองโฮโลแกรมสำหรับกษัตริย์จะต่างอะไรจากภาพฝันของเขา...ที่ต่อให้สมจริงแค่ไหนก็มิอาจจับต้องได้เลย https://www.youtube.com/watch?v=UW4OE1egbHs ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

ทางสะดวก โด้เชื่อโปรตุเกสมีโอกาสไปถึงแชมป์
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ /  ฝรั่งเศส / 

ยังเก็บชัยชนะไม่ได้แม้แต่นัดเดียวแถมหืดจับกว่าจะผ่านรอบแบ่งกลุ่มมาได้แต่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เชื่อว่า โปรตุเกส มีโอกาสคว้าแแชมป์ ยูโร 2016 ทีมฝอยทองมีคิวดวลกับ โครเอเชีย ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ขณะที่เกจิมองว่าเส้นทางเข้าชิงของโปรตุเกสไม่ได้ยากลำบากนักเพราะทีมเต็งอย่าง เยอรมัน,ฝรั่งเศส,สเปน,อิตาลี,อังกฤษ ไปรวมอยู่อีกสายกันหมด เมื่อถามถึงโอกาสของโปรตุเกสในยูโรครั้งนี้ โด้ตอบว่า "โปรตุเกสมีนักเตะเก่งๆ หลายคนที่เล่นอยู่ในบรรดาลีกที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก ทำไมจะเป็นไปไม่ได้?" "เรามีนักเตะที่ดี โค้ชที่ดีอย่าง เฟอร์นันโด ซานโต๊ส เราต้องเชื่อมั่นในตัวเอง" "ผมพูดเสมอว่าความฝันของผมคือการได้คว้าแชมป์กับประเทศของผม มันมีโอกาสที่จะเกิดขึ้นได้ถึงแม้มันจะยากลำบาก เราต้องทุ่มเทอย่างสุดความสามารถ" ดาวเตะจาก เรอัล มาดริด บอกอีกว่า "ในชีวิตค้าแข้งของผม ผมได้แชมป์มาเยอะ แต่การได้แชมป์กับทีมชาติสำคัญเสมอ มันคือความฝันที่ยิ่งใหญ่ที่จะมาเติมเต็ม"

น่ารัก! พิพิธภัณฑ์สนูปี้ (Snoopy Museum Tokyo) แห่งแรกของโลก เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
Snoopy Museum Tokyo /  ที่เที่ยวญี่ปุ่น / 

แน่นอนว่าถ้าพูดถึง สนูปี้ (Snoopy) ก็คงไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะเป็นการ์ตูนที่โด่งดังทั่วโลก เป็น หมาสุดแนว เป็นตัวของตัวเอง วันๆ ก็เอาแต่แพลงกิ้งอยู่บนบ้านหลังคาสีแดง ที่มาพร้อมกับเหล่าแก๊งพีนัต ล่าสุดตอนนี้ก็ได้มี  พิพิธภัณฑ์สนูปี้ (Snoopy Museum Tokyo) แห่งแรกของโลก เปิดอย่างเป็นทางการแล้ว ณ เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น น่ารัก! พิพิธภัณฑ์สนูปี้ (Snoopy Museum Tokyo) แห่งแรกของโลก เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น สนูปี้ (Snoopy) หมาสุดแนวตัวนี้เป็นตัวการ์ตูนที่โด่งดังและได้รับความนิยมทั่วโลก มีต้นกำเนิดจากสหรัฐอเมริกา คนที่ให้กำเนิดสนูปี้คือ ชาร์ลส์ ชูซ (Charles M. Schulz) สนูปี้เป็นการ์ตูนตลกของฝรั่ง อารมณ์เหมือนแมวการ์ฟิลด์ มันเป็นหมาของ เด็กผู้ชาย ที่ชื่อชาร์ลี บราวน์ สมาชิกหลักของแก๊งพีนัต เรื่องราวก็จะเป็นเรื่องตลกแบบเด็กๆ ออกครั้งแรกเป็นหนังสือ น่ารักน่าอ่าน จนต่อมากลายสร้างเป็นการ์ตูนทางโทรทัศน์ Charles M. Schulz Museum (พิพิธภัณฑ์ชาร์ลส์ เอ็ม ชูซ) และ Research Center in Santa Rosa, California ได้ร่วมมือกันเปิด พิพิธภัณฑ์สนูปี้ Snoopy Museum Tokyo スヌーピーミュージアム ขึ้น ณ เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อซื้อตั๋วเสร็จแล้ว เข้ามาข้างใน เราสามารถนำตั๋วไปแลกกับทางพิพิธภัณฑ์ เป็นตั๋วที่ระลึก มีลาย 4 แบบ ภายในพิพิธภัณฑ์สนูปี้ มีโซนต่างๆ ที่น่าสนใจหลายที่ อาทิ โซนห้องนิทรรศการภาพวาด เจ้าสนูปี้และแก๊งค์ Peanuts, โซน Gallery ภาพวาดสนูปี้กับเหล่าคนดังต่างๆ, ต้นกำเนิดของสนูปปี้ รวมถึงผลงานการ์ตูนต้นฉบับของ Charles M. Schulz Museum ที่หายาก และบางชิ้นก็ยังไม่เคยตีพิมพ์ นำมาจัดให้ชมกันที่นี่ด้วย และที่น่าสนใจไปกว่าก็คือ พิพิธภัณฑ์สนูปี้ จะเปลี่ยนคอนเซ็ปต์ใหม่ทุกๆ 6 เดือน โดยคอนเซ็ปต์แรกใช้ชื่อว่า My Favorite Peanuts : Peanuts of Love เป็นการนำเอาต้นฉบับของการ์ตูน Peanut 60 มาจัดแสดงให้ชมกัน ตั้งแต่วันที่ 23 เมษายน ถึงวันที่ 25 กันยายน 2016 เมื่อสิ้นสุดก็จะเป็นเปลี่ยนคอนเซ็ปต์ที่สอง คือ Hello again, Snoopy เริ่มจัดตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคม ถึงวันที่ 9 เมษายน ปี 2017 ค่ะ ภายในพิพิธภัณฑ์สนูปี้ มี Cafe Blanket คาเฟ่สุดน่ารัก ภายในมีทั้งอาหาร พิซซ่า แพนเค้ก ของหวาน เครื่องดื่มให้เลือกหลากหลาย แถมการตกแต่งและสีสันน่าทานมากๆ ตอนนี้มีเมนูหลักเป็นแซนด์วิชและเฟรนฟรายด์ เสริฟพร้อมซอสพีนัทบัตเตอร์ ตามคอนเซปต์ My Favorite Peanuts ส่วนราคาก็สูงพอสมควร อย่างแซนวิชก็เริ่มต้นที่ 1,500 เยน มีโซนโต๊ะนั่งแบบ indoor และ outdoor Brown’s Store ร้านขายของที่ระลึกสนูปี้และแก๊งค์พีนัต สิ่งของเครื่องใช้น่ารักกุ๊กกิ๊ก เช่น ถ้วย ชา กาแฟ ของตกแต่ง artwork เสื้อยืด นาฬิกา แก้วน้ำ กระเป๋า คุ้กกี้ และบางชิ้นสามารถหาซื้อได้แค่ในชอปนี้เท่านั้น และเป็น Limited Edition ที่อื่นไม่มีนะจ๊ะ ที่ตั้ง : Tokyo-to, Minato-ku, Roppongi 5-6 ขึ้นรถไฟใต้ดิน Tokyo Metro มาลงสถานี Roppongi และเดินต่ออีก 7 นาที เวลาทำการ : เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ถึง 20.00 น. (เข้าได้จนถึง 19.30 น.) กำหนดเข้าได้ 5 รอบต่อวัน คือ 10:00-11:30, 12:00-13:30, 14:00-15:30, 16:00-17:30 และ 18:00-19:30 ราคาค่าเข้า : ตั๋วล่วงหน้า : ผู้ใหญ่ 1,800 เยน / นักศึกษา 1,200 เยน / เด็กมัธยม 800 เยน / เด็กเล็ก 4 ขวบขึ้นไป 400 เยน (ถ้าซื้อตั๋ววันที่เข้าชม ราคาจะสูงกว่า 200 เยน ทุกประเภท) ข้อมูลและรูปภาพจาก: www.snoopymuseum.tokyo ติดตามเพิ่มเติม : Facebook Page, Instagram : Snoopy Museum Tokyo

ละครเล่ห์ลับสลับร่าง , เรื่องย่อเล่ห์ลับสลับร่าง
เล่ห์ลับสลับร่าง /  ละครเล่ห์ลับสลับร่าง / 

เล่ห์ลับสลับร่าง ละครช่อง3 ละครเล่ห์ลับสลับร่าง บทประพันธ์โดย : นรอินทร์บทโทรทัศน์โดย : Sanctuaryกำกับการแสดงโดย : กฤษณ์ ศุกระมงคลผลิตโดย : บริษัท โนพรอบเล็ม จำกัดควบคุมการผลิตโดย : ธิติมา สังขพิทักษ์ออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เล่ห์ลับสลับร่าง สาว “ญาญ่า” โคจรมาเจอคู่ขวัญ ณเดชน์ คูกิมิยะ อีกครา นอกจากท้าทายที่ต้องเล่นบทสลับเพศ เรื่องย่อเล่ห์ลับสลับร่าง เมื่อสองหนุ่มสาวมีปมรักตัวเองยิ่งยวด (Narcissus) หลงในเพศของตน จนรักคนอื่นไม่เป็นฝ่ายขายหลงคิดว่า เพศชายเหนือกว่าเพศหญิง ทั้งร่างกาย และจิตใจ ส่วนหญิงก็ลำพองในความงามจนคิดว่าสอยชายทั้งแผ่นดินได้ สวรรค์เลยลงโทษให้ทั้งคู่แลกเพศกัน เพื่อให้เรียนรู้ทั้งสรีระ และสภาพจิตใจของแต่ละฝ่าย เพื่อบทสรุปที่ว่า เขาต้องเรียนรู้ที่จะรัก ซื่อสัตย์ และเสียสละ ซึ่งกันและกัน นั่นคือความรักที่แท้จริง ผู้กองรามิล ทุ่งพระเพลิง เป็นผู้กองมือปราบ ซึ่งดังจากหน่วยคอมมานโดเฉพาะกิจได้ฉายาว่า ผู้กองมือเหล็ก เพราะช่วยผู้ประสบอุบัติเหตุด้วยมืออันแข็งแกร่งของตนมาหลายครั้งเป็นที่เลื่องลือรามิลหยิ่งผยองในความเป็นชายของตนเอง ถือว่าเพศชายเหนือกว่าเพศหญิง และผู้หญิงเป็นแค่วัตถุทางเพศเท่านั้น เขาจึงมีสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะนอกใจ นกยูง แฟนสาวแสนดีของตนเองอยู่เนือง ๆ เป็นที่ขัดใจของ หมวดอาคม ลูกน้องของรามิลยิ่งนัก และอาคมเองก็แอบหลงรักนกยูงอยู่เงียบ ๆ เภตรา ภาวดี เป็นนางเอกละคร ที่กำลังก้าวสู่ชื่อเสียงอันดับโลก เมื่อได้รับเลือกให้เป็น ไข่มุกแห่งเอเชีย รางวัลจากฮ่องกง เภตราเช่นเดียวกับรามิล ที่หยิ่งทะนงในความงามของตนเองเธอเหยียดเพศชาย และคนรอบด้านไว้แทบเท้า สวรรค์บันดาลให้ทั้งคู่ประสบอุบัติเหตุเฉียดตาย ตกจากตึกสูงหมดสติไป และแลกวิญญาณกัน หมอนักษัตรหมอดูลวงโลกต้องรับภาระดูแคนทั้งคู่ เพราะเป็นคนเดียวที่สื่อสารกับทั้งสองได้ แต่เมื่อไม่สามารถหาวิธีกลับร่างของตน ทั้งสองต้องจำยอมเลียนแบบไฟล์สไตล์ของกันและกัน เพื่อกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมของทั้งคู่ไม่ให้ใครสงสัย รามิลในร่างเภตราต้องกลับไปรับบทนางเอกในละคร ส่วนเภตรา ในร่างรามิลต้องกลับไปเป็นผู้กองนักบู๊ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง การสลับเพศ และรับบทบาทของอีกฝ่าย เป็นความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง สร้างความปวดเศียร เวียนเกล้าให้คนรอบข้าง เภตรากลายเป็นดาราสาวออกทอม เล่นละครไม่เป็น แอบจีบ อจลา สาวดาวยั่ว แถมยังท้าตีท้าต่อยกับ อาทิตย์ ฤทธิรงค์ พระเอกหนุ่มใจสาวเป็นที่กลุ้มใจของ เจ๊อั้ม อรชร ผู้จัดการแต๋วของเภตรา และคุณดนู ผู้จัดละคร ส่วนผู้กองมือเหล็ก กลายเป็น มือไม้อ่อนช้อย กรีดกราย จนอาคม และลูกน้องสงสัยว่ารุ่นพี่จะเป็นกะเทยแอ๊บแมน โดยเฉพาะตอนที่ต้องไปปลดระเบิดในโรงแรมหรู ผู้กองเป็นลมหลายเฮือก และทำอะไรไม่เป็นจนทุกคนสงสัย คนที่น่าสงสารที่สุดคือนกยูง ที่ต้องสับสนกับการออกสาวของผู้กอง และแสดงอาการห่างเหินกับเธออย่างเห็นได้ชัด นกยูงยิ่งเครียดก็ยิ่งหันมาหาอาคมให้ช่วยปลอบประโลมให้ทุกครั้ง จนเริ่มก่อตัวเป็นความรัก ญาญ่า ณเดชน์ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล (ในร่างเภตรา) ได้เบาะแสว่า ฤทธิ์ชาติ ออร์กาในเซอร์ชื่อดัง ที่กำลังแย่งตัวเภตราไปจากเจ๊อั้ม เป็นคนวางแผนทำร้ายรามิล และมีเบื้องหลังเกี่ยวข้องกับแกงค์อาชญากรรมข้ามชาติ ฤทธิ์ชาติ หวังจะเคลมเภตราเป็นของตน และใช้ประโยชน์จากเภตราที่กำลังโกอินเตอร์สร้างอิทธิผลให้เขาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการขนยาเสพติด เภตราปฏิเสธเซ็นสัญญากับฤทธิ์ชาติ แต่ก็โดนขู่กลับเมื่อ ทอมณี สาวทอม ผู้ช่วยฤทธิ์ชาติ สืบรู้ประวัติมารดาของเภตรา ว่าที่แพ้คือ ป้าสีดา แม่ครัวประจำกองถ่ายของเภตรานั่นเอง ฤทธิ์ชาติขู่จะแฉว่าประวัติแท้จริงของเภตรา ที่แท้โลโซรากหญ้า มีแม่ที่เคยทำงานเป็นมาม่าซังมาก่อน งานนี้ รามิล (ร่างเภตรา) ขู่แฉกลับเรื่องที่ฤทธิ์ชาติปล้นเพชรเทียร่าจาก คุณนายพวงคราม แม่ของตนไปซ่อนไว้หวังเงินประกัน ข้อมูลเบื้องลึกได้มาจาก สีตลา นักข่าวสาวช่องน้อยสี ที่กำลังตามสืบเรื่องฤทธิ์ชาติอยู่อาคมสารภาพรักนกยูง และไม่พอใจรามิลจนถึงขั้นตัดพี่ตัดน้อง เพราะเข้าใจว่ารามิลแกล้งทำแต๋วเพื่อหลีกเลี่ยงการแต่งงานกับนกยูง อาคมขอนกยูงแต่งงานแทน แต่แล้วเมื่อรามิล (ในร่างเภตรา) และเภตรา (ในร่างรามิล) มาร่วมงานแต่ง ทั้งคู่ทำงานล่มไม่เป็นท่า เมื่อเภตราที่เมามายทำท่าเหมือนลวนลามนกยูงเจ้าสาว แถมยังไปท้าพิสูจน์รอยแผล และตะกรุดของอาคมในร่มผ้า เดาได้ถูกต้องจนอาคมเชื่อว่าในร่างเภตราคือรามิลจริง ๆ แต่งานนี้ อาคมกลับตกที่นั่งลำบากเสียเอง เพราะภาพเจ้าบ่าวถอดกางเกงเหลือแต่ชั้นใน กำลังกอดดาราสาวแนบแน่น ฉาวโฉ่ไปทั้งโซเชียล รามิล และอาคม ไหวตัวเมื่อรู้ว่าฤทธิ์ชาติจะขนยาเพสติดครั้งใหญ่ ส่งให้เจ้าพ่อแกงค์ฉิมพลี ฤทธิ์ชาติ เสนอให้ดนูถ่ายทำละครที่โรงแรมริมทะเลของตนฟรี คุณนายพวงครามเสนอให้ทีมงานไปทำการกุศลที่วัดป่า ถัดจากโรงแรมไปในป่าลึก รามิล อาคม และทีมพยายามค้นว่ายาเสพติดซ่อนอยู่ที่ไหน แต่หาไม่เจอ ในที่สุดรถโค้ชของบรรดาเซเลปถูกโจรปล้น และยาซ่อนอยู่ในกระเป๋าหนังตะกวดราคาเกือบล้านของเภตรา ที่ฤทธิ์ชาติมอบให้ นั่นเอง ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล เภตราหนีจากกลุ่มโจรหลบเข้าป่า ร่างรามิล (คือเภตรา) ยอมสละชีวิตกระโดดกันกระสุนให้ร่างเภตรา (รามิล) ทั้งสองร่วงลงจากนั้นตก และตะกายขึ้นฝั่งได้ ทั้งคู่หมดสติไป เพื่อที่จะตื่นขึ้น และพบว่าวิญญาณกลับเข้าร่างเดิมของตนแล้ว ทั้งคู่สารภาพรักซึ่งกันและกัน และรู้แล้วว่าการเสียสละแม้แต่ชีวิตของตน ทำให้สวรรค์บันดาลให้ทั้งสองได้กลับคืนร่างของตัวเอง คืนนั้นที่ริมลำธารทั้งสองเป็นของกันและกันอย่างสุขสม รามิลกลับมาเป็นผู้กองมือเหล็กเช่นเดิม รามิลวางแผนเล่นงานเปิดโปงฤทธิ์ชาติ ด้วยงานแถลงข่าวที่คฤหาสน์ของฤทธิ์ชาติเอง งานที่เภตราจะได้เซ็นสัญญาเล่นหนังกับฮ่องกง ที่ฤทธิ์ชาติติดต่อให้แต่งานนี้เภตราต้องยอมแลกกับการที่เธอจะไม่ได้โกอินเตอร์ เภตรายินดีชื่อเสียงเงินทองไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับเธออีกแล้ว ทอมณีที่กลับใจแล้วร่วมมือกับเจ๊อั้ม นำเพชรเทียร่าที่ซ่อนไว้ มาแสดงต่อหน้าฤทธิ์ชาติ และพวงครามในงาน พวงครามความเสียใจจนเป็นลมที่ลูกชายเป็นอาชญากรตัวฉากจ ฤทธิ์ชาติถูกจับกุม แต่สารภาพส่วนตัวกับรามิลว่า เพชรที่นำมาเปิดโปงนั้นเป็นเพชรปลอม และเขาไม่ได้เป็นคนสั่งเก็บรามิลมีตัวการใหญ่อยู่เบื้องหลังอีกทีแต่เขาไม่รู้ว่าใคร รามิลรู้สึกผิดสังเกตรีบตามเภตราที่กำลังดูแลพวงครามที่ห้องนอนสองต่อสอง พวงครามเปิดเผยตัวว่าคือตัวการใหญ่ที่ซ้อนแผนลูกชายอยู่อีกที นางต้องการฆ่าทั้งรามิล และเภตรา เพราะรามิลนั้นทำลายแก๊งค์ผลิตยาของเธอหลายครั้ง ส่วนเภตราคือหญิงที่เธอไม่ต้องการให้มาเป็นสะใภ้ตามความต้องการของฤทธิ์ชาติ รามิลช่วยเภตราจากพวงครามไว้ได้ คุณนายถูกจับในที่สุด งานนี้สำเร็จลงด้วยดี แต่ต้องแลกกับการสลับวิญญาณของทั้งคู่อีกครั้ง ตอนที่ทั้งสองประสบอุบัติเหตุตกบันไดคฤหาสน์ลงมาพร้อมกัน สลับร่างครั้งที่สองสร้างความทุกข์ให้รามิล เภตรา เป็นทวีคูณ เมื่อรามิล (ในร่างเภตรา) ช็อค เพราะพบว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์ ทั้งคู่ทำใจได้ในที่สุดจากกำลังใจของเพื่อน ๆ พี่ ๆ โดยเฉพาะนกยูง และอาคม นกยูงเชื่อแล้วว่ารามิล และเภตราสลับร่างกันจริง ยอมคืนดีกับอาคม และแต่งงานกัน เพื่อรักษาภาพพจน์ เภตรา อั้ม ทอมณี ดนู ที่ปรองดองร่วมหุ้นบริษัทกัน แนะนำให้รามิล และเภตราแต่งงานกันโดยเร็ว และรีแถลงข่าวออกสื่อ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล (ร่าง เภตรา) อุ้มท้องอยู่ 9 เดือน รับรู้ความทรมานของการตั้งครรภ์ และภาวะร่างกายผู้หญิงที่กำลังเป็นแม่ ในที่สุดวันคลอดก็มาถึง รามิลเจ็บปวดแสนสาหัสและสิ้นสติไปในห้องคลอดเภตรา (ร่างรามิล) จับมือรามิลไว้ และเตือนถึงสัญญาของผู้กองมือเหล็ก ที่ไม่เคยปล่อยให้ใครต้องตายไปต่อหน้า เภตราช็อคเมื่อรามิลหัวใจหยุดเต้นชั่วคราว ทำให้เธอเป็นลมไป ทั้งสองโคม่าแต่มือยังกุมกันไว้แน่น หมอนักษัตรลุ้นให้ทั้งคู่รอด วิญญาณออกมาจากร่างอีกครั้ง และคราวนี้ทั้งสองกลับเข้าร่างเดิมของตนรามิลได้เรียนรู้การเป็นแม่ การให้กำเนิด ละครเล่ห์ลับสลับร่าง เขาหยุดดูถูกผู้หญิง และเห็นผู้หญิงเป็นวัตถุทางเพศ เช่นที่เคย ขณะเดียวกันบทบาทเพศชายที่เภตราได้รับ ทำให้ตนเข้าใจถึงความเสียสละการปกป้อง และอุทิศตนให้กับผู้อื่น ทั้งคู่ล้างปม หลงเพศ ของตนจนหมดสิ้นกลายเป็นคนใหม่ และกลายเป็นขวัญใจผู้ชมอีกครั้ง คราวนี้ในฐานะ คู่จิ้น สามีภรรยา ที่น่ารักที่สุดในโลก ติดตามชม ละครเล่ห์ลับสลับร่าง ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เล่ห์ลับสลับร่าง เล่ห์ลับสลับร่าง ญาญ่า รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์ คูกิมิยะ รับบท ผู้กองรามิล อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท เภตรา ปรึชญา พงษ์ธนานิกร รับบท นกยูง ธนภพ ลีรัตนขจร รับบท อาคม ซอ จียอน รับบท จียอน เจสัน ยัง รับบท ฤทธิ์ชาติ รัชนี ศีระเลิศ รับบท พวงคราม ธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล รับบท เจ๊อั้ม สมมาตร ไพรหิรัญ รับบท ธรรมนูญ ก้ามปู ปัทมสูต รับบท จิตรา เกริก ชิลเลอร์ รับบท หมอนักษัตร วิชัย จงประสิทธิ์พร รับบท ผู้กำกับก้อง กีรติ ศีวะเกื้อ รับบท ดนู นิธิชัย ยศอมสุนทร รับบท อาทิตย์ นิภาภรณ์ ฐิติธนการ รับบท ทอมณี เล่ห์ลับสลับร่าง เล่ห์ลับสลับร่าง ช่อง3 อาคม นกยูง เล่ห์ลับสลับร่าง นักแสดง เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์ เล่ห์ลับสลับร่าง ญาญ่า เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์

4 องค์ประกอบในการ จัดฮวงจุ้ย ที่ถูกต้อง โดย ซินแสไฮเทค
คำทำนาย /  คำทำนายปี 2016 / 

องค์ประกอบฮวงจุ้ยทั้ง 4 ด้าน 1. ชัยภูมิ (รูปลักษณ์ที่มีผลต่อพลังปราณ) คือเรื่องคุณภาพของชัยภูมิที่เป็นสภาพแวดล้อมรอบๆตัว ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นแหล่งจ่ายกระแสพลัง ซึ่งเป็นปัจจัยในด้านที่มองเห็นหรือสัมผัสได้ ซึ่งแบ่งเป็นภายนอกและภายใน ภายนอก • ทิศทางของรถที่วิ่งอยู่บนของถนน • ระดับความสูงต่ำของพื้นที่รอบๆอาคาร • ทิศทางของกระแสลมและน้ำ • อาคารที่อยู่รอบๆ • สภาพแวดล้อมอื่นๆที่อยู่รอบตัว เช่น จั่วแหลม ป้ายโฆษณา หม้อแปลง เสาไฟฟ้า และรวมไปถึงทุกๆสิ่งที่มองเห็นหรือสัมผัสได้ ภายใน • ตำแหน่งของประตู หน้าต่าง ซึ่งเป็นจุดรับพลังเข้ามาในอาคาร • ห้องนอน ห้องทำงาน ซึ่งเป็นบริเวณที่ผู้อยู่อาศัยสะสมพลังวันละหลายๆชั่วโมง • ห้องครัว เตาไฟ เป็นบริเวณที่พลังงานความร้อนหรือธาตุไฟกระจายออกมามากที่สุด 2. องศาทิศทาง (สูตรการคำนวณพลังปราณ) องศาทิศทางของพลังสนามแม่เหล็กโลกที่ทำมุมส่งพลังดีหรือร้ายเข้ามาทางประตู หรือหน้าต่างของบ้าน โดยปัจจัยนี้ตาเปล่ามองไม่เห็น แต่ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยวัด ก็คือเข็มทิศหล่อแก และยังต้องมีสูตรลับที่ใช้ในการคำนวณทางพลังงาน ที่คิดค้นขึ้นมาโดยปรมาจารย์ในอดีต ที่จะบอกให้รู้ว่าชัยภูมิที่เรามองเห็นด้วยตานั้น ทำปฏิกิริยาอย่างไรกับองศาทิศทางของพลังงาน จึงจะสามารถบอกให้รู้ได้ว่า สิ่งที่เห็นนั้นจะส่งผลดีหรือร้ายต่อผู้ที่อยู่อาศัยอย่างไร เพราะสรรพสิ่งในโลกนี้ล้วนแล้วแต่ประกอบด้วยปัจจัย 2 ด้าน เช่น มนุษย์เราก็มีด้านที่เป็นร่างกาย(มองเห็นสัมผัสได้) และด้านที่เป็นวิญญาณ(หรือพลังงาน) ซึ่งถ้ามีแต่ร่างกายที่ไร้วิญญาณ ก็จะเรียกว่าศพ คือไม่อาจขยับเคลื่อนไหวได้ เช่น แม้ว่าเราจะเอาอวัยวะทุกชิ้นส่วนมาเรียงต่อกันครบทุกชิ้นจนเป็นตัวคน ก็ไม่อาจจะมีชีวิตขึ้นมาได้ เพราะขาดในส่วนของวิญาณ ส่วนถ้าหากมีแต่วิญาณที่ไร้ร่างกายรองรับ เราก็จะเรียกว่าเป็นผี ที่ล่องลอยไร้แก่นสาร ซึ่งในแง่ของฮวงจุ้ยนั้น ก็จะพิจารณาว่าวัตถุรอบๆตัวแต่ละชนิดที่เรามองเห็นอยู่นั้น ทำปฏิกิริยาอย่างไรกับพลังของในแต่ละทิศทาง จึงจะเกิดอิทธิพลส่งผลต่อคนที่อยู่ในบ้านขึ้นมาได้ เช่น จั่วแหลมที่พุ่งเข้ามาใส่หน้าต่างห้องนอนของเรา ก็ไม่ใช่จะทำให้เกิดเรื่องร้ายกับคนที่นอนในห้องนั้นทุกวัน แต่ต้องรอว่าเมื่อไหร่ที่พลังไม่ดีหมุนเคลื่อนตัวเข้ามาทับในทิศทางนั้น จึงจะเกิดเรื่องร้ายขึ้นมาได้ การจัดหรือแก้ไขฮวงจุ้ยก็คือ ต้องอ่านให้ออกว่า ถ้าปัญหาอยู่ที่ชัยภูมิซึ่งไม่ยอมจ่ายกระแส ก็ต้องแก้ไขเอาสิ่งที่ขวางกระแสออก เช่น ตัดต้นไม้หน้าบ้าน ย้ายเฟอร์นิเจอร์ที่ขวางทางเข้าออก หรือวัตถุบางชนิดไปอยู่ในทิศทางที่พลังไม่ดี จึงทำปฏิกิริยาให้เกิดเรื่องร้ายกับคนที่อยู่ในบ้านนั้นๆ ก็จัดการเอาวัตถุนั้นออกเสีย ซึ่งปัญหาอย่างนี้เป็นสิ่งที่ซินแสที่มีประสบการณ์จะสามารถช่วยได้ แต่ถ้าเป็นเหตุสุดวิสัย เช่น ถ้ายกห้างมาบุญครองไปเปิดในป่าช้าชลบุรี ซินแสคนไหนในโลกก็คงไม่อาจช่วยคุณขายดีหรือเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาได้ นอกจากจะแนะนำให้ย้ายออก ซึ่งอย่างน้อยก็จะเป็นประโยชน์ในแง่ที่จะช่วยลดความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นใน อนาคต เหมือนอย่างกรณีที่ อ.มาศได้มีโอกาสไปดูฮวงจุ้ยให้ฝรั่งที่ตึกเวิร์ลเทรดที่อเมริกา ก็แนะนำให้เขาย้ายออกอย่างเดียว แก้อย่างอื่นไม่ได้ เพราะเขาเป็นผู้เช่ารายเล็กๆของตึกทั้งหมด ซึ่งก็ยังช่วยให้เขารอดชีวิตมาได้ ส่วนถ้าเป็นปัญหาเรื่ององศาทิศทางของพลังไม่ดี ก็ต้องหาทางแก้ในเรื่องทิศทาง ไม่ใช่มาเปลี่ยนแปลงที่วัตถุหรือชัยภูมิ เช่น ถ้าบ้านหลังนั้นหันไปรับกับทิศทางที่พลังไม่ถูกยุคถูกสมัย เข้ามากระตุ้นให้คนในบ้านตัดสินใจลงทุนผิดพลาด จึงได้ทำให้เกิดความล้มเหลวเสียหาย ก็ต้องแก้ไขโดยการปรับองศาทิศทางของบ้านให้รับพลังที่ถูกยุคเข้ามาเสริมคน ให้คิดหรือวางแผนกลยุทธ์ได้เข้ากับยุคสมัยหรือโอกาสภายนอก 3. ดวงชะตา (พลังที่ประจุในตัว)           คือ พลังที่ประจุเข้าไปในตัวของเราตอนที่เกิด ซึ่งจะต้องคำนวณละเอียดไปถึงขั้นยามที่เกิด จึงจะใช้การได้จริง ซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ทำให้เราต้องการพลังที่ไม่เหมือนกัน เข้ามาเสริมพลังในตัว โดยจะใช้เป็นข้อมูลในการวิเคราะห์ว่าทิศทางของบ้าน อาคาร หรือสิ่งปลูกสร้าง ให้คุณกับบุคคลมากน้อยแค่ไหน รวมทั้งการจัดทิศหัวนอนและทำงาน นอกจากนี้ยังสามารถนำไปใช้ในการเลือกรูปแบบการตกแต่งบ้าน กำหนดวิธีการปรับแก้ดวงชะตา 4. ฤกษ์ยาม (กาลเวลาที่สอดคล้อง) คือ วิธีการคำนวณช่วงระยะเวลาที่พลังจากจักรวาล จะส่งผลบวกต่อบุคคลและทิศทางของบ้าน เพื่อประสานปัจจัยพลังงานของฟ้า ดิน และคน ให้เป็นหนึ่งเดียว ซึ่งมีเทคนิคในการคำนวณหาที่สลับซับซ้อน ไม่เหมือนกับที่คนส่วนใหญ่เข้าใจกัน ถ้าหากการจัดฮวงจุ้ยไม่ได้กระทำครบทั้ง 4 องค์ประกอบ ก็ไม่อาจจะทำให้เกิดประสิทธิผลตามที่คาดหวังได้ เช่น ท่านอาจจะได้ชัยภูมิที่ดี องศาทิศทางที่นำกระแสพลังที่ถูกยุคเข้ามา แต่ถ้าท่านเริ่มต้นก่อสร้างในวันเวลาที่พลังงานจากฟ้าไม่ดี ทำให้บ้านของท่านประจุพลังร้ายเข้าไปในบ้าน เมื่อท่านเข้าไปอยู่ก็จะสะสมพลังร้ายเหล่านี้เข้าไปในตัว ย่อมทำให้ชีวิตค่อยๆผกผันไปในทางไม่ดี โดยที่ซินแสที่มาตรวจสอบฮวงจุ้ยให้ท่านในภายหลังจากที่ท่านเข้าอยู่แล้ว ก็อาจงงว่าชัยภูมิและองศาทิศทางดีแต่ทำไมไม่เจริญรุ่งเรือง แต่สูตรที่ถูกต้องในการสร้างสัมพันธ์ของทั้ง 4 ปัจจัยให้เป็นหนึ่งเดียวนั้น ถูกเก็บงำไว้เป็นความลับสุดยอด ที่เปิดเผยหรือสอนกันอยู่ตามสำนักต่างๆในปัจจุบัน จึงแตกต่างกันไปอย่างสิ้นเชิง เช่น บางแห่งดูชัยภูมิใช้หลักวิชาหนึ่ง แต่คำนวณองศาทิศทางของพลังจะใช้อีกวิชาหนึ่ง ส่วนการจัดห้องให้เข้ากับบุคคลก็ไปใช้อีกวิชา พอหาฤกษ์ที่จะดำเนินการก็ไปใช้อีกระบบ เมื่อไม่ได้ใช้วิชาในระบบเดียวกัน จึงอาจทำให้ผลลัพธ์ไม่ได้ออกมาดังที่ประสงค์ไว้ ปัญหาของวงการวิชาฮวงจุ้ยในปัจจุบัน จึงเป็นเรื่องของการที่ไม่ได้มีการกำหนดมาตรฐานของวิชา เหมือนกับระบบการแพทย์ที่จะมีขั้นตอนชัดเจนว่า ถ้าผู้ป่วยมีอาการแบบไหนมา จะต้องเริ่มต้นรักษาด้วยขั้นตอนไหน เนื่องจากวิชาฮวงจุ้ยนั้น ถือกำเนิดมาในโลกตะวันออกที่มีวัฒนธรรมแตกต่างจากตะวันตกอย่างสิ้นเชิง เพราะในโลกตะวันตกนั้น เมื่อคุณค้นพบสิ่งใดแล้วนำมาเปิดเผยสู่สาธารณชนทราบ คุณจะได้รับการยกย่องเชิดชู เมื่อใดที่มีการพูดถึงในเรื่องนี้ ก็จะต้องอ้างอิงชื่อของคุณ ถ้าหากจะนำผลงานของคุณไปใช้ก็จะต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ จึงทำให้หลักวิชามีมาตรฐาน ทุกคนมีโอกาสเรียนรู้และเข้าถึงได้ ส่วนในโลกตะวันออกนั้น เมื่อคุณค้นพบสิ่งใดแล้วนำมาเปิดเผยสู่สาธารณชนทราบ ทุกคนมีแต่รอคอยจะก็อปปี้ เมื่อนำไปใช้ก็อ้างว่าตนเองค้นพบเอง จึงไม่มีใครอยากที่จะเปิดเผยวิชาออกมา มีแต่จะสอนให้กับลูกหลานหรือลูกศิษย์ที่ใกล้ชิดเท่านั้น ส่วนถ้าจะมีการเขียนตำรา ก็จะไม่เปิดเผยเคล็ดวิชาที่แท้จริงลงไป จึงทำให้ไม่มีการกำหนดหลักมาตรฐานของวิชา ว่าจัดแบบนี้ถูก จัดแบบนั้นผิด ซึ่งปัญหาที่ตามมาก็คือซินแสทุกคนจะมีความเชื่อว่า วิชาที่ตนเองเรียนมาเป็นวิชาที่ถูกต้อง จึงไม่ค่อยจะมาสังสรรค์สมาคมกัน และก็เป็นเรื่องของวาสนาของลูกค้าเองว่าจะพบซินแสคนไหน ใช้วิชาอะไร หรือชำนาญกับชัยภูมิแบบที่ตรงกับบ้านของคุณพอดี เรียกว่ารักษาถูกโรค ก็จะเห็นผลอย่างรวดเร็ว การจัดฮวงจุ้ยจึงไม่ใช่เรื่องของมือสมัครเล่นที่อ่านหนังสือที่ขายอยู่ใน ท้องตลาดไม่กี่เล่มจะมาตั้งตัวเป็นซินแสรับให้คำปรึกษาแก่บุคคลทั่วไป คือประเภทที่เรียนรู้มาไม่จริง แต่กลับมาเดินในเส้นทางนี้ เอาวัตถุมงคลมาหลอกขายชาวบ้าน เช่น การติดเสือคาบดาบ หรือกระจกแปดทิศ(โป๊ยข่วย) การตั้งเจ้าที่ ฮกลกซิ่ว ตั้งวัตถุมงคล ของปลุกเสก หรือยันต์ต่างๆ เหล่านี้คงเป็นสิ่งที่ผมยอมรับไม่ได้ ซึ่งซินแสในปัจจุบันกว่า 90 % เป็นเช่นนี้ ทั้งๆที่ในคัมภีร์โบราณทางฮวงจุ้ยทั้งหมดไม่เคยมีการบัญญัติให้ใช้สิ่งเหล่า นี้ ซึ่งอาจจะเรียกว่า ซินมั่ว หลักการที่ถูกต้องของวิชาฮวงจุ้ย ก็คือ หาวิธีการช่วยให้คนนำความรู้ความสามารถและศักยภาพที่เขามี ไปจับกับความต้องการของตลาดหรือโอกาสภายนอก ลองยกตัวอย่างของคน2 คนที่เก่งเท่ากัน ผลิตสินค้าชนิดเดียวกัน ทุกๆวันที่ออกไปหาลูกค้าวันละ 10 ราย ถ้าคนแรกออกไปแต่ละวันก็บังเอิญได้เจอแต่ลูกค้าที่กำลังอยากได้สินค้าชนิด นั้นพอดี ก็คือ ความเจริญรุ่งเรืองร่ำรวย แต่อีกคนเมื่อออกไปทุกวัน ก็พบแต่ปัญหาอุปสรรค ลูกค้าทุกรายที่ไปพบ บังเอิญยังไม่ต้องการสินค้าตัวนี้ ถ้าเจอแบบนี้ตลอดก็เรียกว่า พบกับความล้มเหลว หมุนเงินไม่ทัน ไม่มีเงินไปจ่ายเจ้าหนี้ นี่คือหลักของฮวงจุ้ย คือพยายามช่วยให้บ้านรับพลังที่ถูกยุคเข้าไปกระตุ้นคน ให้คิดและทำสิ่งต่างๆได้ถูกยุค ถูกสมัย ถูกจังหวะกับโอกาสภายนอก ฮวงจุ้ยจึงเหมือนกับตัวคูณ ที่ทำหน้าที่ขยายศักยภาพของคนให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เช่น ถ้าคุณมีความสามารถในระดับ 80 คะแนน แล้วได้ฮวงจุ้ยระดับ 100 เป็นตัวคูณ ก็จะกลายเป็น 8,000 แต่ถ้าได้ได้ฮวงจุ้ยที่ดีระดับ 100,000 ก็จะขยายเป็นผลงานระดับ 8,000,000 ส่วนถ้าโชคร้ายพบกับฮวงจุ้ยติดลบ 1000 เมื่อคูณเข้าไปใส่กับความสามารถที่คุณมี สิ่งที่จะสูญเสียก็กลายเป็น -80,000 แต่ถ้าหากว่าคนๆนั้นมีความสามารถเป็น 0 เช่นเป็นคนปัญญาอ่อน ต่อให้ได้ฮวงจุ้ยระดับ 1,000,0000 คะแนน เมื่อคูณกับ 0 ก็กลายเป็นศูนย์ ข้อมูลโดย : อ.มาศ ซินแสฮวงจุ้ยระดับโลก