ที่น่ากลัวที่สุดในโลก

ผู้กำกับบางละมุง สั่งหาตัวคนฆ่าหมาแม่ลูกอ่อน
จับหมาแขวนคอ /  บางละมุง / 

จับหมาแม่ลูกอ่อนกับลูกวัย 6 เดือนแขวนคอตายอย่างทรมาน ด้านผู้กำกับบางละมุงสั่งหาตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี จากกรณีประชาชนที่ขับรถเข้าไปใช้บริการเติมแก๊สภายในปั๊ม NGV ถนนสาย 36 ขาเข้าพัทยา บ้านกระทิงลาย หมู่ 7 ต.หนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ถ่ายภาพสุนัขแม่ลูกอ่อนเพศเมีย และลูกสุนัขเพศผู้วัย 7 เดือน ที่ถูกคนใจโหดใช้เชือกไนล่อนสีเขียวจับแขวนคอผูกโยงกับขื่อโครงหลังคาโรงรถ จนตายคู่กันอย่างทุกข์ทรมาน และลงภาพดังกล่าวผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค จนเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความโหดร้ายของผู้กระทำ และเป็นที่น่าสลดใจแก่ผู้ที่พบเห็น ในขณะที่กระแสในโลกโซเชียลเน็ต เวิร์ค มีการแสดงความคิดเห็นไปต่าง ๆ นานา ซึ่งส่วนใหญ่ด่าทอการกระทำดังกล่าวว่าเป็นการทารุณกรรมสัตว์อย่างรุนแรง พร้อมกับเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้ก่อเหตุมา ดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว ด้าน พ.ต.อ.ธรรมนูญ มั่นคง ผกก.สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี เปิดเผยว่า ตนได้เห็นภาพดังกล่าวแล้วรู้สึกสะเทือนใจเป็นอย่างมาก เบื้องต้นจึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกหาข่าวติดตามจับกุมผู้กระทำ ผิดมาดำเนินคดีในข้อหาทารุณกรรมสัตว์แล้ว และคาดว่าน่าจะได้ตัวเร็ว ๆ นี้

พาณิชย์ชี้เปิด AEC ดัน GDP อาเซียนเพิ่มขึ้น
AEC ประชาคมเศรษฐกิจ อาเซียน ASEAN Economic Community /  กระทรวงพาณิชย์ / 

กระทรวงพาณิชย์ ชี้เปิด AEC ช่วยให้ GDP อาเซียนเพิ่มขึ้น เชื่อมโยงเศรษฐกิจโลก ห่วงละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ต้นทุนค่าแรง นายอัครพงศ์ ทีปวัชระ ผู้อำนวยการกองความร่วมมือการค้าและการลงทุน กระทรวงพาณิชย์ กล่าวในงานสัมมนาวิชาการ "ตลาดอาเซียน การค้าการลงทุน" ว่าการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในช่วงปลายปี 2558 นับเป็นโอกาสที่จะขยายการค้าการลงทุน จากการที่ทั้ง 10 ประเทศสมาชิกจะมีตลาดและฐานการผลิตร่วมกัน ซึ่งจะส่งผลให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือ จีดีพี มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เกิดการพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างเท่าเทียม และช่วยเชื่อมโยงอาเซียนกับเศรษฐกิจโลก นโยบายภาครัฐนับจากนี้จึงต้องให้ความสำคัญต่อการลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเบื้องต้นรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้วางนโยบายจัดตั้ง 5 เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนแล้ว อย่างไรก็ตาม การเปิดเออีซียังคงมีอุปสรรคด้านการค้า การล่วงละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ปัจจัยการผลิตด้านต่าง ๆ ทั้งค่าแรง และราคาที่ดินที่มีแนวโน้มปรับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมถึงกฎระเบียบของบางประเทศที่ยังไม่มีความชัดเจน

5 สัญญาณเตือน หงส์ อาจได้รับโรคติดต่อร้ายแรงจาก ไก่เดือยทอง
5 สัญญาณเตือน ลิเวอร์พูล /  บทความลิเวอร์พูล / 

แม้ว่าล่าสุด ลิเวอร์พูล จะสามารถเก็บ 3 คะแนน จากการลงสนามในบ้าน ขอย้ำว่า แข่งในบ้าน! สำหรับการต้อนรับ ลูโดโกเร็ตส์ ทีมจากลีก บัลแกเรีย มาด้วยสกอร์ 2-1 แต่เชื่อว่าใครที่เป็นแฟน "เดอะ ค็อป" คงรู้สึกอึดแทบจะอ้วกแตก! กับฟอร์มการเล่นและรูปแบบที่ออกมาในมาด "นักมวยหมัดปุยนุ่น" เกือบจะตลอด 90 นาที คิดดูว่า อยู่ๆจากทีมฟอร์มลุ้นแชมป์ มาทรงเป๋ในช่วงสตาร์ทซีซั่นมันทำให้อดคิดถึงเคสของ สเปอร์ ไปไม่ได้ แถมดูแล้วยังสุ่มเสี่ยงต่อการติดโรคสัตว์ปีกไปยาวๆถ้ายังไม่รีบรักษากันในช่วงเดือน มกราคม นี้ และ 5 เหตุผลหลักๆที่ทำให้ "หงส์เสียทรง" ในจิตใต้สำนึกผมก็คือ 5.) ความอวดดีของ บีร็อด - แน่นอนกุนซือทุกคนมีปรัชญาการทำทีมต่างกันอยู่แล้ว สำหรับ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ก็เหมือนกัน ชายผู้นี้ขึ้นชื่อในเรื่องการปั้นเด็ก และระบบ "TiKi-TaKa" อันเลื่องชื่อ แต่บอกเลย! การยึดมั่นดาวรุ่งถึงขั้นต้องหอบถุงตังค์ไปสอยมาเพียบในช่วงซัมเมอร์ มันยังไม่ใช่คำตอบสุดท้าย ที่ถูกต้องครับ! สำหรับคำว่าสานต่อความยิ่งใหญ่ และการันตี ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้า 4. กว่าจะได้กิน กลัวจะเน่าซะก่อน - ไม่ขอเถียงซักคำว่านักเตะใหม่ที่ซิวเข้ามาเป็นกตัวหลักฝีเท้าเยี่ยมทุกคน แต่นั่นมันในอนาคต! ยังไม่ใช่ตอนนี้หรือเปล่า? อย่างที่บอกไปในข้อ 5 ว่าความมั่นใจของเขาที่เคยผลักดัน ราฮีม สเตอร์ลิ่ง มาเป็นดาวประดับวงการได้ตั้ง 1 ดวง ถือเป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ ก็เลยติดใจ และพร้อมหากระดูกชิ้นใหม่มาขัดให้เปร่งประกายเป็น Number2 แต่อย่าลืมไปว่าของแบบนี้มันต้องใช้เวลานะจ๊ะ กลัวว่าจะหล่นไปอยู่ที่ 5-7 สุดท้ายกระดูกชิ้นนี้อาจร่วงลงพื้นแล้วโดน....สอยไปแทะก็ได้ใครจะไปรู้ 3. อย่าริอาจบอกว่า เกรียน ปลดล็อค! - แมตช์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กับ ลูโดโกเร็ตส์ ล่าสุด บาโลเตลลี่ ประเดิมสกอร์แรกให้ ลิเวอร์พูล ได้สำเร็จ หลังจากนั้นผมได้เห็นแฟนหงส์หลายท่าน โพสเฟส,ทวีต,IG คำรามว่า เกรียนโอ้ปลดล็อคได้แล้วโว้ย!! เห็นแล้วแทบจะหัวทิ่ม! เกมนี้บอกเลยว่า โอ้ มีโอกาสจบสกอร์น้อยมากๆ ซึ่งผิดกับธรรมชาติของศูนย์หน้าที่จำเป็นต้องหาโอกาสให้ตัวเองได้ลองส่องบ่อยๆ ทั้งที่ความคมกริบก็ไม่เป็นสองรองใคร ที่พูดไม่ใช่อะไร เพราะที่ดวลอยู่นั่นมันกองหลังระดับ ลูโดโกเร็ตส์ นะเฟ้ย! อย่าลืมไปว่ายังต้องเจอกับแนวรับที่แข็งแกร่งกว่าอย่าง มาดริด ในวันข้างหน้าด้วยนะ 2.) เต้ยโศก ห้ามเจ็บ ห้ามตาย! - 2 เกมล่าสุดที่ ลิเวอร์พูล ได้เล่นในบ้านเราจะเห็นกล้องจับไปหา แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ดาวยิงเบอร์หนึ่งของทีมบ่อยมากๆ การขาด จอมเซิ้ง ไปซักคนในแดนหน้าทำให้มิติในแนวรุก หงส์ ลดลงฮวบฮาบ!ทันที มันอาจเป็นเรื่องเล็กๆที่ ร็อดเจอร์ส กำลังมองข้ามไปหรือเปล่าวว่าตำแหน่งศูนย์หน้าในทีมจำเป็นต้องคว้าคนที่สามารถแบกภาระเรื่องทำสกอร์ได้ มาเพิ่มอีกซัก 1 จำนวน เพราะอนาคตไม่รู้เลยว่า "เต้ยโศก" จะเดินไปตก แลนด์มาร์ค อีกครั้งเมื่อไหร่ แล้วช่วงหลังโดนที่ไรเหมือนต้องจ่ายค่าผ่านทางคูณสองทุกที(วิเคราะห์ vr.เกมเศรษฐี 55) 1.) 1 รุม 8 ... ฟังไม่ผิด 1 รุม 8 จริงๆ! - การจากไปของ หลุยส์ ซัวเรซ แค่คนเดียว ขอย้ำว่า แค่คนเดียว! กลับทำให้องค์ประกอบทีมเหมือนขาด้วนไปข้างซะงั้น? เพราะเซ็ทที่เข้ามาใหม่ทั้ง 8 คน(ไม่รวม โอริกิ) ยังไม่ทำให้เห็นว่า "หงส์แดง" คือทีมที่ดีกว่าเดิมจากฤดูกาลก่อน จังหวะผ่านบอลไปมาอย่างสวยงามแถม "คิลเลอร์พาส" จนสอยประตูได้เป็นกอบเป็นกำ แทบไม่มีจากทีมชุดนี้ นี่คือการบ้านที่เด็กใหม่ต้องรีบจำแล้วนำไปปฎิบัติแบบเร่งด่วน! ก่อนจะสาระวันเตี้ยลงไปอยู่โซนกลางตารางในวันสุดท้ายของซีซั่น 2014/15

ภาค 2 คลิปจับงูเห่าหลังหล่นจากอ่างล้างหน้า
งูเห่า /  งูเห่าบนอ่างล้างหน้า / 

คลิปจับ งูเห่าหลังหล่นจากอ่างล้างหน้า จับง่ายยิ่งกว่าตบยุง วันนี้(16ก.ย.)จากกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปการจับงูเห่าที่แอบอยู่ในอ่างล้างหน้าในบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งผู้จับงูมีความคล่องแคล่วและไม่เกรงกลัวว่างูจะฉกเลย ทำเอาหลายๆคนที่ได้ชมคลิปพากันออกปากชื่นชม ล่าสุดทางแฟนเพจมูลนิธิภูเก็ตร่วมใจกู้ภัย PHUKET RAUMJAI RESCUE FOUNDATION ได้เผยคลิป การจับงูเห่าภาค2 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ชายในคลิปกำลังพยายามจับงูเห่าหลังหล่นจากอ่างล้างหน้าแล้วนำงูลงถังน้ำแบบไม่เกรงกลัวสร้างความตกตะลึงให้ผู้ทีได้ชมคลิปอีกครั้ง นอกจากคลิปดังกล่าวทำเอาหลายๆท่านผวาว่างูจะเข้ามาอยู่ในห้องน้ำหรือในบ้าน เนื่องจากฤดูฝนงูมักจะไปอยู่ในที่ชื้นซึ่งห้องน้ำอาจตกเป็นเป้าหมายแรกๆที่งูจะเข้าไปแอบซ่อนตัวอยู่ สำหรับวิธีป้องกันไม่ให้งูเข้าใกล้บ้าน หากบ้านหลังใดมีการเลี้ยงสุนัขอาจจะช่วยได้เพราะเสียงเห่าของสุนัขจะทำให้งูเกิดความรำคาญและเผ่นหนี แต่ถ้าเป็นงูหลามหรือเหลือมเสียงเห่าของสุนัขก็ไม่สามารถช่วยได้และสุนัขอาจะได้รับอันตรายจากงูอีกด้วย แม้จะยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัดว่า กำมะถัน ใช้กันงูได้จริงหรือไม่ แต่หลายบ้านก็นิยมใช้กำมะถันผสมน้ำแล้วโรยเอาไว้รอบบ้าน เพื่อป้องกันงูเช่นกัน เนื่องจากเชื่อว่ากลิ่นฉุนของกำมะถันจะทำให้งูเลี่ยงไปทางอื่น หรือการโรยหรือราดสิ่งของที่มีกลิ่นแรงอย่างเช่นน้ำมันก๊าด น้ำมันเครื่องไว้ในบริเวณรอบๆ บ้าน อาจะช่วยป้องกันการรุกรานจากงูได้ แต่ถ้าเป็นวิธีตามความเชื่อ หากมีต้นไม้ชนิดที่เป็นตระกูลเดียวกันกับตะบองเพชรอย่าง ต้นพญานาคราช ซึ่งหากดูตามรูปร่างของลำต้น จะมีลักษณะคล้ายกับลำตัวของพญานาค ซึ่งเป็นพญางูตามตำนาน งูที่เห็นว่าบ้านไหนมีต้นพญานาคราชปลูกอยู่ มักจะไม่กล้าเข้าใกล้ MThai News ขอบคุณ คลิปจากเพจ มูลนิธิภูเก็ตร่วมใจกู้ภัย PHUKET RAUMJAI RESCUE FOUNDATION

การเมืองขาดเสถียรภาพ ทำไทยสูญเสีย 'ฮับอาเซียน'
การเมืองไทยไม่มีเสถียรภาพ /  ข่าว / 

บีโอไอ เผย การเมืองในช่วง 10 ปี ขาดเสถียรภาพ ทำไทยสูญเสียศักยภาพป็นศูนย์กลางของอาเซียน นายอรรจน์สิทธิ สร้อยทอง ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการลงทุนไทยในประเทศตลาดใหม่ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ กล่าวในงานสัมมนาวิชาการ "ตลาดอาเซียน การค้าการลงทุน" ว่าตลาดอาเซียนจะเป็นกลุ่มประเทศที่มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกในอีก 20 ปีต่อจากนี้ โดยในอดีต ไทยเคยเป็นอันดับ 1 ในหลายภาคการผลิตของภูมิภาคนี้ แต่จากสถานการณ์ทางการเมืองที่ไม่มีเสถียรภาพในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ไทยสูญเสียศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางของอาเซียน ทั้งนี้ นายอรรจน์สิทธิ์ กล่าวว่า จากนี้ ไทยควรปรับเปลี่ยนรูปแบบการลงทุน จากเดิมที่เน้นเปิดประเทศให้ต่างชาติเข้ามาลงทุน เป็นการออกไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น ซึ่งการลงทุนไทยในต่างประเทศของภาคเอกชน ปัจจุบันเน้นด้านพลังงานเป็นหลัก อาทิ การขุดเจาะน้ำมันและแหล่งก๊าซธรรมชาติในตลาดอาเซียน และสหภาพยุโรป หรือ อียู

คลิปหลุดอ้างเป็นนักข่าว ที่แท้คลิปโป๊เกาหลี
คลิปหลุดนักข่าว /  คลิปโป๊เกาหลี / 

คลิปมั่วว่อนเน็ต อ้างเป็นนักข่าวดัง - ที่แท้คลิปโป๊เกาหลีเมื่อปีที่แล้ว วานนี้(16 ก.ย.)กลายเป็นกระแสฮือฮาบนโลกออนไลน์อีกครั้งหลังมีผู้เผยแพร่ภาพจากคลิปการมีสัมพันธ์สวาทระหว่างหญิงชายคู่หนึ่งสู่สาธารณะ จากการตรวจสอบพบว่า บุคคลที่เริ่มนำคลิปความยาวหนึ่งนาทีเศษดังกล่าวมาโพสต์นั้น นำคลิปไปปล่อยในเว็บเผยแพร่คลิปชื่อดังระดับโลกแห่งหนึ่ง พร้อมกับเขียนข้อความโจมตี กล่าวหา "หนุ่มใหญ่" ในคลิปว่ามีใบหน้าละม้ายคล้ายนักข่าวชื่อดังของไทย จากการตรวจสอบพบว่าคลิปดังกล่าวเป็นคลิปติดเรต เป็นหนังโป๊ ที่มีการเผยแพร่อยู่ในเว็บต่างประเทศ ซึ่งแจกไฟล์คลิปลามก มีชื่อไฟล์ว่า sepchoithuky ซึ่งคลิปมีความยาว 7 นาที 34 วินาที โดยมีคนไปแปะไว้เมื่อช่วงเดือนส.ค.ปี 2556 โดยเป็นคลิปหนังลามกอนาจารของชายและหญิงสาวในภาพเป็นชาวเกาหลีใต้ แต่ฝ่ายชายมีใบหน้าและรูปร่างละม้ายคล้ายผู้ประกาศข่าวคนดังของเมืองไทย ทั้งนี้ จากการตรวจสอบคลิปฉบับเต็ม ซึ่งไม่ใช่คลิปที่ถูกตัดต่อให้เหลือเพียงแต่ช่วงท้าย ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นที่แพร่หลายกันอยู่นั้น พบว่า คู่ชายหญิงที่ปรากฏตัวในคลิปมีการสนทนาเป็นภาษาต่างประเทศตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม คาดว่าคนที่นำคลิปนี้มาเผยแพร่ในโลกออนไลน์ อาจมีเจตนาจ้องโจมตีนักเล่าข่าวคนดังกล่าว หลังคลิปถูกแชร์ออกไปเป็นจำนวนมากผู้คนส่วนใหญ่ยืนยันว่าเคยเห็นคลิปดังกล่าวมานานแล้ว ประมาณ 1-2 ปีก่อน และส่วนใหญ่ระบุว่าคลิปนี้เป็นคลิปเรตเอ็กซ์ของเกาหลีที่บังเอิญนักแสดงฝ่ายชายมีหน้าตาละม้ายคล้ายกับนักเล่าข่าวคนดังของไทยเท่านั้น MThai News

เจ้าภาพงานศพเดือดแจ้งจับนักพนันไฮโล
การพนัน /  ขอนแก่น / 

เจ้าภาพงานศพที่ขอนแก่น ฉุน นักพนันนับสิบ ตั้งวงไฮโลข้างบ้าน แจ้งตำรวจจับได้พร้อมของกลางรวมหลายรายการ พ.ต.ท. อนุศักดิ์ ศักดาวัชรานนท์ รอง ผกก.(ป.) สภ.เมืองขอนแก่น นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายสิบนาย เข้าทำการจับกุมกลุ่มนักพนันไฮโล หลังมีการรวมตัวกัน บริเวณริมถนนเส้นทาง บึงหนองโคตร ตัดผ่าน ถ.มะลิวัลย์ บ.คำไฮ ต.บ้านเป็ด อ.เมืองขอนแก่น หลังได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีการลักลอบเล่นการพนันในจุดดังกล่าว อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย โดยทันทีที่เจ้าหน้าที่ไปถึง นักพนันทั้งหมดต่างพากันวิ่งหนี ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะจับกุมตัวได้ 8 ราย พร้อมเจ้ามือรวมทั้งได้ตรวจยึดของกลางประกอบด้วย แผ่นผลคะแนน ชุดลูกเต๋าเสี่ยงทายและอุปกรณ์การเล่นหลายรายการและเงินสด 240 บาท พ.ต.ท. อนุศักดิ์ กล่าวว่า เบื้องต้นนักพนันดังกล่าวลักลอบเล่นโดยอาศัยจังหวะที่หมู่บ้านดังกล่าวมีงาน ศพ จึงตั้งวงใกล้กับบ้านที่มีการจัดงาน ทั้งนี้อาจเป็นไปได้ว่า เจ้าของบ้าน,ผู้มาร่วมงาน หรือพลเมืองดี แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจไปสู่การจับกุมดังกล่าว

ถาวร ท้า จตุพร ให้ข้อมูลชายชุดดำ
ข่าววันนี้ /  จตุพร พรหมพันธุ์ / 

ถาวร ท้า จตุพร ให้ข้อมูล ชายชุดดำ หลังจี้ให้ตำรวจเรียกสอบสวนปมให้ที่อยู่ชายชุดดำ วันนี้ (16 ก.ย. 57) นายถาวร เสนเนียม อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ 1 ในแกนนำ กปปส. ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีที่ถูกนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคนเสื้อแดง เรียกร้องให้ตำรวจเรียกตัวไปสอบสวนปมให้ที่อยู่หลบซ่อนชายชุดดำในเหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองเมื่อปี 2553 หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมกลุ่มชายชุดดำ ที่ก่อเหตุแยกคอกวัว 10 เม.ย. 53 ว่า ถ้าหากตนให้ความร่วมมือไปตามข้อเรียกร้องจริง นายจตุพรควรพร้อมที่จะไปให้ข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องด้วย เพราะเป็นบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ และปลุกปั่นมวลชนทั้งในปี 52-53 ถามว่าใครที่อมเงินที่สัญญาว่าจะให้กับกลุ่มกองกำลังชุดดำติดอาวุธในปี 52-53 แต่คงไม่กล้าเอ่ยปากเพราะกลัวสาวไปถึงตัวใหญ่ ดังนั้นอย่าใช้ลูกไม้ดึงตนไปเป็นเครื่องมือในคดีนี้ "หากผมให้ความร่วมมือบอกกล่าวความจริงแล้ว นายจตุพรพร้อม ที่จะไปให้ข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องหรือไม่ เพราะอยู่ในเหตุการณ์ทั้งปี 52-53" พร้อมกันนี้นายถาวร ยังเรียกร้องให้พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ที่กำกับดูแลกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) สั่งการคดีที่เกี่ยวข้องขึ้นมาอีกครั้ง และสอบสวนเป็นไปตามข้อเท็จจริง หลักฐานใหม่ที่ปรากฎและพล.อ.ประะยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช.ที่เพิ่งระบุเองว่า "ถ้าสังคมรู้ถึงคนที่อยู่เบื้องหลังแล้วจะตกใจ" เพื่อจะได้ใช้อำนาจกวาดล้างความชั่วออกจากสังคมให้หมดสิ้น MThai news

10 วิธี ลดน้ำหนัก โดยไม่รู้ตัว
น้ำหนักลด /  ลดความอ้วน / 

รู้หรือไม่ว่า ทุกๆ 7700 cal ที่รับประทานเกินความต้องการของร่างกาย จะทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น 1 กิโลกรัม แต่ในการ ลดน้ำหนัก คุณสามารถ ลดน้ำหนัก ได้ไม่ควรเกิน 500 cal ต่อวัน เพื่อให้ไม่เกินอันตรายต่อการขาดสารอาหาร อ่อนเพลีย จนในที่สุด กลไกของสมองก็อาจจะสั่งให้คุณต้องทานเข้าไป แต่จริงๆ แล้วการลดเกิน 1200 cal นั้น สามารถทำได้ หากอยู่ในความดูแลของแพทย์และนักโภชนาการ แต่ทางที่ดี ลดช้าๆ แต่ชัวร์ ดีกว่าใจร้อน แต่มีอยู่ 10 วิธีในการ ลดน้ำหนัก ที่บางครั้งเราไม่เคยรู้เลยว่า วิธีเหล่านี้ ทำให้น้ำหนักลดได้โดยไม่รู้ตัว 1. ลุกขึ้นมา ปัดกวาดเช็ดถูห้อง หรือบ้านของคุณ(ด้วยตัวเองนะ ไม่ใช่ใช้คนอื่นทำ) ห้ามเปิดแอร์ทำ ทำไปเรื่อยๆ ให้ได้เกินกว่า 20 นาทีขึ้นไป 2. หากคุณออกกำลังกายในยิมหรือฟิตเนสอยู่แล้ว หรือมีเครื่องออกกำลังกายที่บ้าน ก็แค่เล่นเพิ่มไปอีก 10 นาที 3. นั่งดูโชว์ ดูละคร ดูข่าวอยู่หน้าทีวี ทุกช่วงเบรคโฆษณา ก็ลุกขึ้นมาบิดซ้ายขวา วิ่งรอบทีวี รอบห้อง ซิทอัพ วิดพื้นกันไป รายการมาค่อยดูต่อ 4. วันหยุด อย่าอยู่บ้านเฉยๆ หากิจกรรมทำ(ที่ไม่ใช่กินบุฟเฟต์) พาพ่อแม่ไปเที่ยวเล่น พาลูกไปสวนสนุก ไปทะเล หรือไปทำบุญทำกุศลซะบ้าง ครอบครัวอบอุ่น จิตใจเบิกบานแล้วยังได้ผลาญไขมันอีกต่างหาก 5. หากอยู่ที่ทำงานต้องนั่งติดเก้าอี้ตลอด ทุก 1ชั่วโมงก็ยืดเส้นสายสัก 3-5 นาที นั่งไขว้เท้าสลับ ซ้าย ขวา เกร็งหน้าท้อง ใช้มือดันกันเบาะนั่งยกตัวขึ้นเกร็งหน้าท้อง หรือจับพนักพิงหลังแล้วเอี้ยวตัวบิดซ้ายขวา สำหรับเก้าอี้ที่เป็นล้อ ท่านอาจจะลื่นล้มให้ได้อายจนเบิร์นแคลอรี่ได้มากขึ้น 6. ทำงานออฟฟิสเดียวกันเปลี่ยนจากส่งอีเมล์หากัน เป็นเดินไปคุยงาน ไปปรึกษางานกันต่อหน้าเลยดีกว่า ไม่ต้องกลัวเปลืองพลังงาน (เปลืองๆ สิดี จะได้ ลดน้ำหนัก ) หากอยากให้มีลายลักษณ์อักษร ตอนเดินไปคุยก็บอกไปเลยว่า เดี๋ยวจะส่งอีเมล์ตามมานะคะ ช่วยส่งกลับคอนเฟิร์มให้ด้วยค่ะ 7. ขึ้นลงไม่กี่ชั้น ใช้บันได (หากคุณไม่ได้มีปัญหาเกี่ยวกับหัวเข่าและข้อเท้า) ผู้เขียนเคยเดินขึ้นบันได 13 ชั้น ทุกวัน วันแรกๆ รู้สึกเหนื่อย หอบ หมดแรง แต่หลังจากนั้นไม่นานก็เหนื่อยน้อยลง จนกลายเป็นไม่เหนื่อย เดินได้นาน แข็งแรงขึ้นด้วยค่ะ 8. ไปซื้อของใกล้ๆ เดินไปดีกว่า สองป้าย สามป้ายรถ 500 เมตร หรือ 1 กิโลเมตร ก็เดินเอา 9. หากไปซื้อของไกล เวลาจอดรถในห้าง จอดให้ไกลขึ้น จะได้เดินมากขึ้นไง 10. ใช้ตะกร้าในการช้อป ไม่ใช้รถเข็น หิ้วสลับซ้ายขวายกขึ้นลงเล็กน้อย ได้กล้ามแขนด้วยนะ นอกจากนี้ ต้องดื่มน้ำเปล่าสะอาดๆ ดื่มทั้งวันให้ได้ 8 – 10 แก้ว ห้ามซดโฮก เพราะร่างกายจะขับออกทันที และไตจะทำงานหนัก ให้ค่อยๆ ดื่ม แล้วน้ำสะอาดที่ดื่มเข้าไปจะปรับสมดุลในร่างกาย ชำระล้างของเสียออกจากร่างกาย ควบคู่กับทานอาหารที่มีประโยชน์ จะเห็นผลเร็วขึ้นค่ะ ขอบคุณที่มาจาก : www.emaginfo.com

ละครภพรัก , เรื่องย่อภพรัก
ละครภพรัก /  ละครภพรัก ช่อง 3 / 

เรื่องย่อละครภพรัก ความตาย.. อาจเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ แต่สำหรับ “เธอ” .. การดับสูญที่ยิ่งใหญ่นำมาซึ่งความผูกพันล้ำค่าบนโลกใบสวย .. ความรักระหว่าง “เธอ” และ “เขา” อาจเป็นไปไม่ได้หากแต่ใน “ภพรัก”…ความสุขในความรักระหว่างเขาและเธอ สดใสและงดงามเสมอ หมวดเหยี่ยว เป็นลูกชายคนเดียวของ วิหค นายตำรวจมือปราบที่เลื่องชื่อในอดีต เหยี่ยวกำพร้าพ่อและแม่มาตั้งแต่เล็กเพราะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมกัน ด้วยสาเหตุที่หลายคนยังตั้งข้อสงสัย วิหคเป็นตำรวจน้ำดีที่หลายคนให้การยกย่อง ทำงานตรงไปตรงมาแบบยอมหักไม่ยอมงอ แต่แล้วจู่ๆ ต้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนปริศนาที่คนขับชนแล้วหนี เหยี่ยวอาศัยอยู่ในชุมชนริมน้ำหลังวัดเก่ากับ ยายนวล ยายตาบอดอารมณ์ดี จิตใจแจ่มใส ชอบทำบุญอยู่ในศีลในธรรม มีข้อเดียวที่ยายนวลผิดศีลอย่างเลิกไม่ได้คือต้องเล่นหวยอยู่เป็นนิจ และยายนวลก็เหมือนมีพรายกระซิบทุก 15 วัน ??? ตั้งแต่เหยี่ยวเล็กจนโต.. ยายนวลถูกหวยงวดเว้นงวด !!! เหยี่ยว มุ่งมั่นเรียนจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จนสอบเข้าทำงานในสำนักงานสืบสวนพิเศษได้ หากแต่ในวิชาชีพตำรวจเหยี่ยวกลับทำไม่ได้ดีเหมือนพ่อ คดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบมักมีข้อผิดพลาดไม่ราบรื่น ยิ่งโดนเปรียบ เทียบกับพ่อ.. เหยี่ยวยิ่งทำงานพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งหลังผู้ต้องหาในคดีค้ายาเสพติดต้องรอดคดีไปได้อย่างลอยนวล เพราะการสอบสวนแบบถึงลูกถึงคนของแหยี่ยวโดนบันทึกภาพผ่านโทรศัพท์มือถือของ ทนายผู้ต้องหา และการนำสืบชี้นำไปที่เหยี่ยวขาดวุฒิภาวะในการควบคุมอารมณ์ ข่มขู่ผู้ต้องหาให้รับสารภาพ หมวดเหยี่ยวถูกคาดโทษจากผู้บัญชาการว่าจะต้องถูกย้ายหากมีข้อผิดพลาดอะไร เกิดขึ้นอีก !!! ดูเหมือนชีวิตของหมวดเหยี่ยวกำลังรอคอยใครบางคน ใครบางคนที่จะเติมเต็ม.. ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น คืนวันหนึ่งขณะหมวดเหยี่ยวออกจากสำนักงานสืบฯ กำลังจะขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางเขารู้สึกแปลกๆ ในจิตใจคล้ายมีคลื่นพลังงานบางอย่างเข้ามากระทบในโสตสัมผัส เมื่อเลี้ยวรถตรงทางแยกหน้าปากซอย เขาพบรถสปอร์ตเกิดอุบัติเหตุตกบึงน้ำขนาดใหญ่ที่ข้างทาง เมื่อ กองพิสูจน์หลักฐานดึงรถยนต์คันงามขึ้นมา.. ทุกคนต้องแปลกใจเพราะภายในรถว่างเปล่า !! ไม่ปรากฏร่างเจ้าของรถผู้ขับขี่ ตำรวจตรวจดูโดยรอบแล้วไม่พบศพผู้เสียชีวิต !!! ขณะ เหยี่ยวช่วยตำรวจท้องที่กันบรรดาไทยมุงออกมาจากพื้นที่ เขาสะดุดสายตาเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางต่างจากชาวบ้านแถบนั้นโดยสิ้นเชิง เงอะๆ งะๆ จนเกือบจะเข้าไปในเขตห้ามเข้า เหยี่ยวต้องเอ่ยปากไล่ไม่ให้เข้ามาวุ่นวายในพื้นที่ เดี๋ยวจะเป็นการทำลายหลักฐานสำคัญ หญิงสาวคนนั้นสะดุ้งสุดตัวก่อนจะเดินหนีออกไป ก่อนขับรถกลับบ้าน เหยี่ยวพบสร้อยคอพร้อมล็อกเก็ตรูปหัวใจตกอยู่ข้างรถ เขาหยิบล็อกเก็ตเส้นนั้นและนำกลับไปบ้านด้วยอย่าง เผลอตัว ความแปลกประหลาดเริ่มบังเกิดขึ้นกับเหยี่ยวนับตั้งแต่วินาทีนั้น.. ตอนกลับบ้าน เสียงหมาวัดแถวนั้นต่างพากันประสานเสียงหอนกันระงมราวกับเห็นผี ! ยายนวลที่ตาบอดยังร้องทักว่าเหยี่ยวพาเพื่อนมาเที่ยวบ้านทำไมไม่บอก จะได้หาข้าวหาปลาให้ทาน มิวายที่เหยี่ยวจะปฏิเสธ แต่ยายนวลกลับไม่เชื่อเถียงคอเป็นเอ็นหาว่าหลานชายแอบเอาสาวเข้าบ้านโดยไม่ บอกให้ยายรู้ จนเหยี่ยวต้องเรียก จ่านกน้อย ตำรวจคู่หูที่อยู่ข้างบ้านมายืนยันว่าไม่มีใครมาด้วย ยายนวลถึงจะเชื่อและเรียกจ่านกน้อยไปขูดต้นกล้วยหลังวัดด้วยกันอย่างออกรส ตามประสาคนบ้าหวยด้วยกัน จ่านกน้อยเป็นตำรวจที่มีอดีตไม่น่าจดจำ บ้าหวยทำตัวไร้สาระก็เพื่อลบปมเศร้าสะเทือนใจในชีวิต เมื่อ 5 ปีที่แล้ว.. นกยูง ลูกสาววัยรุ่นของจ่านกน้อยเสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาด เพราะพ่อบ้างานจนไม่มีเวลาให้ หลังเสียลูกสาวไม่นานเมียก็ต้องเสียชีวิตตามไปอีกคน เพราะโดนคนเมายาบ้าจับเป็นตัวประกัน แล้วจ่าเข้าไปช่วยไม่ทัน นับตั้งแต่นั้น.. ชีวิตจ่านกน้อยก็ไร้แก่นสาร ทำงานไปแบบวันเติมวัน เหมือนกำลังรอวันลาโลก!!! ย่ำ รุ่งคืนวันนั้นเอง เหยี่ยวกลับได้ยินเสียงร้องสะอื้นไห้อย่างน่าสงสารในสวนหลังบ้าน เหยี่ยวพบกับหญิงสาวคนเดียวกับเมื่อตอนหัวค่ำ เธออยู่ในชุดขาวสวยเฉี่ยวทันสมัย ร้องไห้พลางบอกว่าไม่มีที่ไป ไม่มีใครเห็นเธอเลยนอกจากเหยี่ยว ภาพหญิงสาวค่อยๆ จางหายไป .. พร้อมๆ กับพระอาทิตย์ที่กำลังโผล่ขึ้นพ้นขอบฟ้า !หมวดเหยี่ยวอึ้งแทบไม่เชื่อภาพที่ปรากฏต่อสายตา เขาพบกับผีสาว ! ตัวจริง ! เสียงจริง ! เช้าวันรุ่งขึ้น.. เหยี่ยวตื่นแต่เช้ามาใส่บาตรกับ หลวงตาเคี้ยง เขาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง หลวงตาฟังไปพร้อมกับตาลุกด้วยความตื่นเต้น อรรถาธิบายว่าผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นวิญญาณที่เพิ่งออกจากร่าง เพราะเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหัน วิญญาณจึงยังล่องลอยไม่มีที่พึ่ง พออธิบายเสร็จ หลวงตาเคี้ยงก็รีบให้ศีลให้พร จ้ำอ้าวๆ กลับกุฏิแทบไม่ทัน สมดังคำล่ำลือว่าหลวงตาเคี้ยงไม่ค่อยถูกชะตากับพลังงานลึกลับ ?!?!? ทุกวันเมื่อไปทำงานสำนักงานสืบฯ เหยี่ยวต้องปะทะคารมอย่างรุนแรงกับ ผบ.สงคราม ที่จ้องจับผิดตลอดเวลา แม้ผบ.สงครามจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับพ่อ แต่ความจริงที่เหยี่ยวไม่รู้ก็คือ.. สงครามไม่ได้เป็นเพื่อนกับวิหค แต่เป็นคู่แข่งกันมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยเรียนจนทำงานตำรวจ แข่งกันทุกครั้งสงครามก็แพ้วิหคทุกครั้ง .. หนำซ้ำการเสียชีวิตของวิหค ยังมีข่าวลืออีกว่าเป็นเพราะกำลังทำงานลับบางอย่างแข่งกับสงคราม จึงต้องเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ล่า สุดกับคดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบ.. จับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่น เขาเกือบทำพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย เมื่อไว้ใจทิ้งหลักฐานวิดีโอการซื้อขายยาที่จะมัดตัวจอมบงการไว้กับสายสืบ นักข่าวคนหนึ่งที่แปรพักตร์เพราะโดนข่มขู่จากเจ้าพ่อ โชคดีที่ขณะจะกลับ เสียงผีสาวมาบอกให้ไปจับคนร้ายเสียก่อน เหยี่ยวจึงทำงานสำเร็จ ได้รับคำชมเชยเป็นครั้งแรกจาก ผบ.สงคราม คืน วันนั้นเหยี่ยวออกมาที่ต้นลำดวนหลังบ้าน เรียกหญิงคนนั้นเพื่อสอบถามเรื่องราวทั้งหมด วิญญาณสาวคนเดิมออกมาตามเสียงเรียก เธอเรียกตัวเองว่า “น้ำ” แต่จำอะไรไม่ได้เลยนอกจากชื่อ น้ำริน ของตัวเอง น้ำ รินไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องตามเหยี่ยวมาที่นี่ รู้แต่ว่าเธอต้องตามติดเหยี่ยวไปในทุกที่.. เพียงแต่ในช่วงกลางวันเหยี่ยวจะมองไม่เห็นร่างของเธอเท่านั้น ตั้งแต่ นั้นความโกลาหลในชีวิตเหยี่ยวจึงบังเกิด ?!? หมวดเหยี่ยวประสาทเสียที่จู่ๆ ก็มีวิญญาณสาวสวยคอยติดตามไปทุกที่ แม้ในเวลาที่ต้องเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ และ เวลานอน ?!? หนำซ้ำยายนวลยังเป็นอีกคนที่ได้ยินเสียงเหยี่ยว กับน้ำรินคุยกันบ่อยๆ เหยี่ยวเดาเอาเองจากการที่ยายถูกหวยทุกงวดว่าน่าจะเป็นเพราะยายมีสัมผัสที่ หก ได้ยินเสียงพรายกระซิบเป็นประจำ จึงไม่แปลกที่ยายจะได้ยินเสียงน้ำรินเช่นเดียวกับเขา เหยี่ยวโกหก ยายนวลว่าน้ำรินเป็นพยานปากเอกที่เขาได้รับมอบหมายจากสำนักงานสืบฯ ให้นำตัวมาเก็บไว้ โดยใช้บ้านเหยี่ยวเพื่อเป็นเซฟเฮ้าส์ ยายนวลจึงคลายใจหันมาคุยกับน้ำรินวิญญาณสาวอย่างออกรสด้วยนึกว่าหล่อนเป็นคน เมื่อเวลาผ่านไป.. การสนิทสนมกับน้ำรินทำให้ชีวิตยายนวลมีชีวิตชีวามากขึ้น น้ำรินเป็นผีสาวความจำเสื่อมที่อารมณ์ดี มองโลกสดใสในทางบวก ความทรงจำน้ำรินเริ่มกลับมาทีละน้อยๆ เธอจำได้ว่าตัวเองมีฝีมือในการทำขนมไทยอย่างหาตัวจับยาก ตั้งแต่นั้นบ้านหลังน้อยของหมวดเหยี่ยวจึงเกิดกิจกรรมพิเศษของสองคู่ซี้ต่าง วัยและต่างภพ ทำขนมไทยสารพัดชนิดเพื่อเป็นรายได้เสริม ขนมไทยแสนอร่อยของยายนวลเป็นที่นิยมชมชอบของคนในชุมชนมากขึ้นเรื่อยๆ ยาย นวลชวนจ่านกน้อยคู่ซี้มาทำขนมด้วยกันในตอนค่ำ เพื่อละเลิกจากกิจกรรมขี้เมาบ้าหวย สร้างความสนุกสนานและเพลิดเพลินให้กับจ่าไม่น้อย แต่จ่านกน้อยกับชาวบ้านแถบนั้นรวมไปถึงหลวงตาเคี้ยงยังไม่วายต้องผวาไปกับ เสียงแปลกๆ ยามค่ำ และพฤติกรรมเหมือนกำลังคุยกับผีของยายนวลอยู่เนืองๆ สินค้าขนมไทยของยายนวลในชุมชน ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก ธารา นักธุรกิจสาวที่ผันตัวเองจากโลกธุรกิจ มาทำมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ ธาราต้องนั่งรถเข็นจากการเกิดอุบัติเหตุเมื่อปีก่อน ตั้งแต่นั้นธาราจึงอุทิศตัวเองเพื่อสังคม หันหลังให้กับโลกธุรกิจปล่อยให้เป็นหน้าที่ผู้บริหารมืออาชีพ ส่วนตัวเองหันมาทำงานเพื่อสังคมส่วนรวม เมื่อน้ำรินเห็นหน้าธารา.. เธอรู้สึกแปลกๆ เหมือนรู้จักผู้หญิงคนนี้เป็นอย่างดี แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกว่าเคยพบกันที่ไหน ได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ ดูเหมือนวิญญาณน้ำรินกำลังทำความดีชดเชยกับเรื่องราวในอดีตที่เธอยังจำไม่ได้ น้ำรินไม่รู้เลยว่าในตอนมีชีวิตอยู่ เธอมีส่วนทำให้นกยูงลูกสาวจ่านกน้อยเสียชีวิต เพราะ เสพยาเกินขนาด!! วันหนึ่งน้ำรินมีโอกาสเห็นรูปนกยูงโดยบังเอิญ เธอจำได้ทันทีว่าเด็กสาวคนนี้ เคยทำงานพาร์ทไทม์กับเธอที่ใดที่หนึ่งเกี่ยวกับการทำขนม ยิ่งไปกว่านั้น..น้ำรินจำได้ว่าเด็กสาวคนนี้เสียชีวิตเพราะเธอเฉยเมย ไม่ยอมช่วยนกยูงที่เอ่ยปากขอเบี้ยเลี้ยงล่วงหน้า ทำให้นกยูงเข้าสู่วังวนของการส่งยา ค้ายา จนถึงขั้นนกยูงโดนฆ่าตายเพราะคนร้ายต้องการปิดปากเรื่องเครือข่ายค้ายาฯ นกยูงโดนจัดฉากว่าเสพยาเกินขนาด เธอพยายามทำทุกวิถีทางให้ชีวิตของจ่านกน้อยดีขึ้น หลัง จากนั้นเป็นต้นมา เหยี่ยวกับน้ำรินยิ่งใกล้ชิดผูกพันกันมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งสนิทสนม ยิ่งทำให้ทั้งคู่กลายเป็นส่วนผสมของความกุ๊กกิ๊กอลวนที่ลงตัว น้ำรินแสดงถึงความเป็นคุณหนูไฮโซให้เห็นมากขึ้น เธอทั้งซุกซน ซุ่มซ่าม และเผลอเอาแต่ใจตัวเอง น้ำรินขอร้องให้ เหยี่ยวช่วยสืบหาว่าเธอเป็นผีมาจากไหน มีประวัติความเป็นมายังไง .. เหตุใดเธอจึงยังไม่ไปผุดไปเกิดซะที แต่แล้ววันหนึ่งน้ำรินก็ได้พบกับ ป้าปริก วิญญาณอีกดวงนึงที่ดูเหมือนเป็นวิญญาณที่ความอารมณ์ดี ป้าปริกสอนให้น้ำรินกลายเป็นวิญญาณคุณภาพ สามารถควบคุมให้สิ่งของต่างๆ เคลื่อนที่ได้ น้ำรินสามารถหยิบจับของต่างๆ และรับรู้ความรู้สึกในการสัมผัสได้ราวกับมีเลือดเนื้อเหมือนมนุษย์ ต่างกันเพียงว่าไม่มีใครมองเห็นเธอได้… นอกจากเหยี่ยวเพียงคนเดียว และการที่รู้สึกและหยิบจับของต่างๆ ได้เหมือนมนุษย์นี่เอง ที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำรินกับเหยี่ยวออกอาการกุ๊กกิ๊กแนบแน่นมาก ขึ้นกว่าเดิม เพราะเหยี่ยวมักเผลอโอบคอน้ำรินเหมือนเคยๆ ทุกครั้งเพราะไม่เคยทำได้สักที แต่มาวันนี้กลับกลายเป็นรู้สึกได้ว่าเขากำลังกอดคอหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งยิ่งทำให้ทั้งคู่เขินอายและต้องระวังตัวระหว่างกันมากยิ่งขึ้น น้ำ รินมีโอกาสช่วยเหลือเหยี่ยวในการทำงานสำนักงานสืบฯ หลายครั้ง คดีสำคัญก็คือ.. เหยี่ยวสามารถคลี่คลายคดียาเสพติดในหมู่วัยรุ่นได้ เขาจับตัวการที่โยงใยทำให้นกยูงลูกสาวของจ่านกน้อยตาย จ่านกน้อยมีจิตใจดีขึ้นมากขึ้น เพราะความจริงปรากฏชัดว่านกยูงไม่ได้เสพยาเกินขนาดจนตาย แต่เธอตายเพราะต้องการเปิดโปงเครือข่ายค้ายา นกยูงตายเพื่อความถูกต้องในสังคม สมกับเป็นลูกสาวตำรวจอย่างจ่านกน้อย จ่านกน้อยเลิกขี้เมา บ้าหวย หันมาใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ อุทิศตนเองให้กับชุมชนฯ เหยี่ยว เหมือนเป็นนายตำรวจพรายกระซิบ ทำงานสำคัญๆ สำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ น่าแปลกที่ทุกครั้ง ที่น้ำรินช่วยเหยี่ยวคลี่คลายคดีสำคัญได้ ความทรงจำของเธอจะกลับมาหนึ่งอย่างเสมอ เหมือนการช่วยแก้ไขคดีแต่ละคดีเป็นการทดแทนการทำความผิดพลาดในอดีตหมวดแนน แฟนเก่าของเหยี่ยว กลับมาคลุกคลีกับเหยี่ยวอีกครั้ง จนน้ำรินเริ่มหึง ซึ่งเหยี่ยวเริ่มจับสังเกตได้ ภพธร กับนับดาว ยังไม่หยุดแผนที่จะฆ่าธารา จนสงครามเริ่มสงสัยในตัวภพธร จึงพาธาราไปซ่อนตัวที่เซฟเฮ้าส์ โดยให้เหยี่ยวตามไปดูแล คุ้มครองธารา ที่นั่นเอง สงครามได้แสดงความรักที่มีต่อธารามาอย่างช้านาน แต่ธาราปฎิเสธ เพราะไม่อยากผิดต่อพ่อของน้ำริน ซึ่งเป็นเพื่อนรักของสงครามนั่นเอง ถนนทางเข้าเซฟเฮ้าส์ คือถนนที่ครั้งหนึ่ง เหยี่ยว เคยนั่งรถมาพร้อมกับพ่อและแม่ และที่นี่เอง เหยี่ยวได้สูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปกับอุบัติเหตุ ทุกครั้งที่เหยี่ยวขี่จักรยานผ่านจุดเกิดเหตุ เขาก็อดนึกถึงอดีตอันเจ็บปวดไม่ได้ น้ำรินซึ่งติดตามเหยี่ยวมาด้วย พยายามพูดให้กำลังใจ ให้เหยี่ยวต่อสู้กับอดีตอันเลวร้ายให้ได้ ทำให้เหยี่ยวรู้สึกเข้มแข็งขึ้นเมื่อได้อยู่กับน้ำรินน้ำรินเองก็รู้สึกคุ้นหน้าธารามาก แต่ยังนึกเหตุการณ์ในอดีตไม่ได้สักที จำได้แต่ว่า ก่อนตายเธอใกล้มีความสุขที่สุดในชีวิต .. น้ำรินกำลังจะแต่งงาน !!! แล้วจู่ๆ สร้อยล็อตเก็ตรูปหัวใจก็ตกลงจากลิ้นชักโต๊ะทำงานของเหยี่ยว เหยี่ยวระลึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองเผลอหยิบมาจากริมบึงที่มีรถจมน้ำ.. ต้องเป็นเพราะล็อคเก็ตรูปหัวใจแน่ๆ น้ำรินถึงมาติดอยู่กับเขาแบบนี้ !!! เหยี่ยว สืบเรื่องของน้ำรินโดยเริ่มจากคดีรถสปอร์ตจมหายไปในน้ำ ตามไปถึงบ้านใหญ่โตของเจ้าของรถ ในที่สุดเหยี่ยวจึงรู้ว่าน้ำรินคือเจ้าของรถคันนั้น เป็นลูกสาวคนเดียวของ ธารา เศรษฐีนีแม่ม่ายเจ้าของเครือโรงแรมสตาร์ออฟสยาม เครือข่ายโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันนี้ ความจริงแล้วน้ำรินเป็นลูกสาวของคุณธารา สาวใหญ่ใจดีเจ้าของมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ วิญญาณเธอได้พบกับแม่ เพียงแต่เธอจำแม่ไม่ได้ เหยี่ยวปักใจเชื่อว่าคนที่น่าสงสัยที่สุดเห็นจะเป็น ภพธร นักธุรกิจหนุ่มผู้เป็นทั้งพี่ชายบุญธรรม ผู้บริหารเครือโรงแรมนี้ทั้งหมด และเป็นอดีตคู่หมั้นของน้ำริน ภพธรคือคนที่น่าสงสัยที่สุด เมื่อ ตอนมีชีวิตอยู่.. น้ำรินเติบโตมากับภพธรผู้เป็นเหมือนพี่ชาย ภพธรเป็นลูกชาย นุติ อดีตเจ้าของเดอะสตาร์ออฟสยาม ที่ฆ่าตัวตายเพราะทำธุรกิจผิดพลาดจนต้องให้ ธารา แม่ของน้ำรินเข้าซื้อกิจการ แต่มีข่าวลือในวงธุรกิจ.. ความจริงแล้วนุติฆ่าตัวตายเพราะทนไม่ได้ที่โดนธาราโกงจนหมดตัว ธารารู้สึกผิด.. จึงส่งเสียเลี้ยงดูภพธรเป็นลูกบุญธรรม ให้เติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กับน้ำรินลูกแท้ๆ ธาราเดินไม่ได้เพราะได้รับอุบัติเหตุจากการขับรถเมื่อปีก่อน ทำให้อำนาจการบริหารโรงแรมทั้งหมดอยู่ในมือของภพธรลูกบุญธรรมซึ่งกำลังจะ แต่งงานกับน้ำริน และธารารู้สึกผิดกับบาปที่ตัวเองสร้างไว้ในอดีต เธอจึงหันมาทำมูลนิธิช่วยเหลือคนด้อยโอกาสในสังคม ต้องการไถ่บาปสร้างความดีเพื่อชดเชยกับสิ่งที่ตัวเองเคยกระทำไว้ในอดีต น้ำ รินขอบคุณเหยี่ยวและขอให้พาเธอไปสถานที่แห่งหนึ่งเป็นครั้งสุดท้าย เป็นบ้านสวนริมน้ำของ นับดาว ผู้หญิงที่เป็นเพื่อนรักของเธอมาตั้งแต่เด็ก นับดาวเป็นเหมือนเพื่อนคู่หูน้ำรินมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมเรื่อยมาจน กระทั่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยและจบการศึกษา เธอเป็นเหมือนเพื่อนรัก… หากแต่ซ่อนปมความคิดอิจฉาริษยาเพื่อนที่เพียบพร้อมไปทุกอย่างอย่างน้ำรินมา ตลอด นับ ดาวกำลังอยู่กับภพธรฉันท์สามีภรรยา จากคำพูดที่ทั้งสองกำลังปรึกษากัน น้ำรินจึงรู้ว่าทั้งสองแอบคบกันมานานแล้ว เพราะปมชีวิตของนับดาวที่ไม่อาจจะสู้น้ำรินได้ตลอดมา ทำให้นับดาวคิดแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับน้ำรินโดยน้ำรินไม่รู้ตัว สิ่งที่นับดาวเอาชนะน้ำรินได้อย่างเด็ดขาดคือการพิชิตหัวใจของภพธร เพราะภพธรโกรธแค้นครอบครัวของน้ำรินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งสองตั้งใจจะฮุบกิจการโรงแรมของธาราโดยเร็วที่สุด ทั้งเพื่อแก้แค้นให้ภพธรและเพื่อตัวของพวกเขาเอง.. นับดาวเป็นคนวาง แผนบงการทำให้ธาราต้องพิการ และวางแผนฆ่าน้ำรินก่อนการแต่งงานจะเกิดขึ้น !!! น้ำรินมีโรคประจำตัวที่ต้องทานยาเป็นประจำทุกวัน ภพธรแอบเปลี่ยนยาทำให้น้ำรินหมดสติ ขับรถตกบึงน้ำขนาดใหญ่ ก่อนจะอำพรางนำศพของเธอไปเผาทิ้ง ทำให้น้ำรินกลายเป็นบุคคลหายสาปสูญไปเพื่อทำลายหลักฐาน !!! นับดาวกับภพธรแอบเปิดประตูให้คนร้ายเข้าไปในคฤหาสน์ของธารา แต่ขณะที่กำลังจะทำอันตรายธารา เหยี่ยวกับน้ำรินเดินทางมาช่วยธาราได้ทันเวลา นับดาวกับภพธรถูกตำรวจจับ…และถูกลงโทษตามความผิดที่ตัวเองกระทำ ฐานทำร้ายน้ำรินถึงแก่ความตาย เวลานี้ภารกิจของน้ำรินดูเหมือนจะเสร็จสิ้นแล้ว พลังงานภายในวิญญาณของเธออ่อนแรงลง น้ำ รินรู้สึกว่าดวงวิญญาณของเธออาจดับสูญภายในคืนนี้.. เธอรวบรวมพลังงานทั้งหมดเท่าที่เหลืออยู่ ปรากฏกายให้เหยี่ยวเห็นเป็นครั้งสุดท้าย แม้ช่วงเวลาที่น้ำรินจะอยู่กับเหยี่ยวมีเพียงช่วงสั้นๆ หากแต่ความผูกพันในช่วงเวลาอันน้อยนิดระหว่างเธอกับเขา แนบแน่นจนกลายเป็น “ความรัก” ไปเสียแล้ว … เช่นเดียวกับเหยี่ยวที่รู้ใจตัวเองว่ารัก น้ำริน.. วิญญาณ สาวที่กำลังจะดับสลายไปในอีกไม่กี่วินาทีต่อจากนี้ เหยี่ยวอยากจะอ้อนวอนขอให้น้ำรินอยู่กับเขาตลอดไป แต่เขารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้…ไม่มีใครฝืนสัจธรรมการแตกดับนี้ไปได้ เหยี่ยวจึงตั้งจิตมั่นสัญญาไว้กับน้ำริน เขาจะรักเธอตลอดไป จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงความรักที่เขามีให้เธอ ทั้งสองจากกันด้วยน้ำตา… 18 ปีต่อมา… หมวดเหยี่ยวนายตำรวจหนุ่มไฟแรงจบใหม่ในอดีต.. กลายเป็นหนุ่มใหญ่ผู้บัญชาการสำนักงานสืบสวนพิเศษในปัจจุบัน เขามุ่งมั่นในการทำงานจนไม่มีเวลาเหลือให้กับใคร คนเก่าคนแก่ภายในสำนักงานสืบสวนฯ ต่างรู้ดีว่าผู้บัญชาการผู้นี้ยังคงมีอดีตรักฝังใจที่ยากจะลืมเลือน ผบ.เหยี่ยวไม่มีหัวใจจะรักใครได้อีกแล้ว.. จวบจนวันนี้…วันที่สำนักงานสืบสวนพิเศษได้มีโอกาสต้อนรับ น้ำค้าง นักข่าวหญิงเพิ่งจบใหม่จากรั้วมหาวิทยาลัย สาวนักข่าวที่ทันทีที่ผบ.เหยี่ยวเห็นหน้าแล้วต้องชะงักด้วยความตกใจ ฤาสัญญารักที่เขาเคยให้ไว้กับน้ำรินมีผลลัพธ์เกิดขึ้นแล้วในวันนี้… น้ำค้าง…มีใบหน้าบุคลิก ท่าทาง รอยยิ้ม เหมือนกับน้ำริน .. ราวกับเป็นคนๆ เดียวกัน !

เกมส์การ์ด Hearthstone ทะลุยอดผู้เล่น 20 ล้านคน ทั่วโลก
Hearthstone /  เกมส์การ์ด / 

Blizzard Entertainment ประกาศยอดผู้เล่นเกมส์การ์ดออนไลน์ Hearthstone ทะลุเกิน 20 ล้านคนทั่วโลก นับตั้งแต่เปิดให้บริการเมื่อปี 2014 ที่ผ่านมา เกมส์ Hearthstone ได้รวบรวมเหล่าฮีโร่และศัตรูของเกมส์ตระกูล Warcraft มาต่อสู้ พร้อมบรรจุการเล่นเกมส์ที่เข้าใจง่าย เรียนรู้การเล่นได้อย่างรวดเร็ว เกมส์ดังกล่าวเคยทะลุยอดผู้เล่น 10 ล้านคนทั่วโลกเมื่อเดือนมีนาคม 2014 ที่ผ่านมา และนอกจากนี้ยังจัดการแข่งขันเกมส์รายการ Blizzcon 2014 ซึ่งเป็นงานแสดงเกมส์ของทาง Blizzard เอง มีเงินรางวัลร่วม 1 แสนดอลล่าร์ (ราว 3.2 ล้านบาท) ในการแข่งขันครั้งนี้ ปัจจุบันเกมส์ Hearthstone ลงแพลตฟอร์มบน PC, Mac และ iPad และมีแผนลงบน iOS และ Android ภายในปี 2014 อีกด้วย

5 วิธี กิน มื้อเย็น ไม่ให้อ้วน!
งดมื้อเย็น /  มื้อเย็น / 

การอดอาหาร คือ การลดน้ำหนักแบบผิดๆ แต่ มื้อเย็น เป็นมื้อที่สาวๆ กลัวอ้วนกันที่สุด แต่วันนี้เรามีเทคนิคการกิน มื้อเย็น มาฝากค่ะ มีประโยคหนึ่งกล่าวไว้ว่า “เช้าทานอย่างราชา กลางวันทานอย่างคนธรรมดา เย็นทานอย่างยาจก” นั่นก็เพราะว่าเราต้องให้ความสำคัญกับอาหารมื้อเช้ามากเป็นพิเศษ ส่วนอาหารเย็นนั้นควรรับประทานแต่พอดี ไม่หนักมากนัก ไม่ อยากถ้าอยากทานน้ำหนัก แต่ต้องทำตามถูกต้อง ให้ถูกกฏด้วยค่ะ ดังนั้นเราไม่ควรที่จะอดอาหารข้ามมื้ออาหารไป ลองหันมาทาน มื้อเย็น เพื่อสุขภาพกันดูค่ะ และเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายต้องการการพักผ่อนแล้วนั่นเอง ครั้งนี้เรามาทำความเข้าใจถึงความจำเป็นของอาหารเย็นต่อร่างกายว่ามีมากน้อย เพียงใด และหลักที่ถูกต้องในการทานอาหารเย็นว่าเราจะทานอย่างไรให้มีสุขภาพที่ดีไป นาน ๆ 1. ไม่ควรงดอาหาร มื้อเย็น สาวๆ หลายท่านชอบลดน้ำหนักด้วยวิธีการงดอาหารเย็น ซึ่งไม่ควรค่ะ นอกจากจะหิวแล้ว ยังไม่ทำให้น้ำหนักลดเท่าไรค่ะ เนื่องจากเมื่อถึงเวลาอาหาร โดยปกติร่างกายจะหลั่งกรดออกมาเพื่อทำการย่อยอาหาร ดังนั้น เมื่อไม่มีอาหารในกระเพาะ น้ำย่อยก็จะมาย่อยกระเพาะแทน เราจึงควรลดมากกว่างด เลือกทานอาหารเบา ๆ หรืออาหารที่ให้พลังงานน้อยที่สุด อย่างเช่น เน้นผักและผลไม้ ส่วนเนื้อสัตว์ติดไขมัน ของมัน ๆ ทอด ๆ ควรงดจะดีกว่านะคะและเวลาที่ควรทานคือหกโมงเย็นถึงหนึ่งทุ่ม ไม่ควรทานดึกกว่านี้ 2. หลังทานอาหารเย็นไม่ควรออกกำลังกายต่อทันที บาง ท่านกลัวอ้วน หลังทานอาหารเย็นจึงออกกำลังกายทันที ความจริงแล้วเป็นเรื่องที่ไม่ควรนัก ถ้าเราทานอาหารภายในเวลา 1-2 ช.ม. แล้วไปออกกำลังกายทันที อาจทำให้เราเกิดอาการจุกได้ ถ้าเป็นไปได้ควรเดินเรื่อย ๆ ไม่ต้องเร่ง เพราะเวลาเราเดินลำไส้จะมีการขยับตัว อาหารก็จะย่อยง่ายและยังเป็นการใช้พลังงานไปในตัวอีกด้วย เป็นแนวทางที่ดีในการปฏิบัติจะได้ไม่อ้วนนะคะ…ส่วนสาว ๆ ที่ต้องการออกกำลังกายหลังเลิกงาน เป็นต้นว่าไปเข้าฟิตเนส จะมีหลักการทาน มื้อเย็น อย่างไร ความจริงแล้วถ้าคิดจะออกกำลังกายในช่วงเย็น พอเลิกงานควรทานอาหารเบาๆ อาหารที่ย่อยง่าย เคี้ยวให้ละเอียด เว้นประมาณ 1-2 ช.ม. ก่อนการออกกำลังกาย งดอาหารย่อยยาก เช่น ของมัน ของทอด อาหารที่มีกะทิเหล่านี้จะย่อยยาก 3. หลังอาหารเย็นไม่ควรอาบน้ำในทันที เพราะ เมื่อเราทานอาหาร ขณะที่อาหารกำลังย่อย กระเพาะต้องทำงาน เลือดต้องถูกไปหล่อเลี้ยงกระเพาะเพื่อช่วยในการย่อย ถ้าเราไปอาบน้ำทันทีหลังอาหาร ซึ่งโดยปกติแล้วมนุษย์เป็นสัตว์เลือดอุ่น เมื่อร่างกายโดนน้ำเย็น ๆ ก็จะทำให้เลือดจำเป็นต้องมาที่บริเวณผิวหนัง เพื่อทำให้ร่างกายอบอุ่น ดังนั้นแล้วเลือดจึงถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ซึ่งแน่นอนว่า มันต้องถูกแบ่งมาที่ผิวหนังก่อนเป็นอันดับแรก ทำให้เลือดส่งไปที่กระเพาะได้น้อย สิ่งที่เกิดขึ้นคือระบบการย่อยทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ ท้องจะอืด แน่นท้อง จุก จึงควรเว้นอย่างน้อยที่สุด 30 นาที และทางที่ดีที่สุดต้องประมาณ 1 ชม. สำหรับอาหารที่ย่อยง่าย และ 2 ช.ม. ถ้าเรารับประทานอาหารที่ย่อยยาก 4. หากสาวๆ ต้องการลดความอ้วนด้วยให้ทานผักหรือผลไม้ใน มื้อเย็น ผู้ ที่ต้องการลดน้ำหนัก มื้อเย็น อาจทานเป็นผักผลไม้ และจะต้องไม่เลือกผลไม้ที่เป็นกรด เพราะขณะท้องว่างร่างกายจะมีกรดมากอยู่แล้ว และเลี่ยงการทานผักหรือผลไม้ดิบขณะท้องว่าง เพราะจะทำให้ท้องอืดได้ แนะนำว่าให้ทานผักสุก เช่น การลวก การต้ม แกงจืด หรือยำที่รสชาติไม่จัดมาก เช่น ยำแตงกวา ยำวุ้นเส้น ที่ไม่เผ็ดหรือ เปรี้ยวเกินไป 5. อาหาร มื้อเย็น ที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ อาหารที่ย่อยยาก เช่น ของมัน ของทอด เนื้อสัตว์ติดมัน อาหารที่มีโคเลสเตอรอลสูง ถ้าต้องทานควรทานในปริมาณเล็กน้อย อาหารที่เป็นกรดมาก เพราะอาจทำให้เกิดภาวะกรดย้อนหลอดอาหารได้ สำหรับวัยผู้ใหญ่ แนะนำว่าอาหาร มื้อเย็น ควรเป็นอาหารย่อยง่าย มีโปรตีนสูง มีคาร์โบไฮเดรตบ้าง แต่ไม่ต้องมาก เช่น ข้าว ข้าวซ้อมมือ (จะทำให้อยู่ท้องกว่า) ผักลวก ผักต้ม และต้องคำนึงถึงสารอาหารที่ครบทั้ง 5 หมู่ด้วยนะคะ อย่าคิดว่าอาหาร มื้อเย็น ไม่สำคัญนะคะ ควรใส่ใจและให้ความสำคัญกับการเลือกทาน มื้อเย็น ให้มาก แต่ต้องทานแค่พอเหมาะไม่ทานจุเกินไป เพราะนอกจากจะทำให้อ้วนแล้วยังมีอีกหลายโรคตามมาจากการทานอาหาร มื้อเย็น ที่ไม่ถูกสุขลักษณะ เช่น เบาหวาน ไขมันในเลือด ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ นอกจากนี้แล้วยังส่งผลถึงคุณภาพการนอนอีกด้วย สุดท้ายนี้ อย่าลืมว่าตอนกลางคืนเราแทบจะไม่ได้ใช้พลังงานเลย อดก็เป็นโรค ทานมากเกินไปก็เป็นโรค ควรทานให้พอเหมาะพอดีนะคะ ดังคำกล่าวที่ว่า “อโรคยา ปรมา ลาภา” ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ ขอบคุณที่มาจาก : www.emaginfo.com

กลุ่มก่อการร้ายที่รวยที่สุด /  รายได้กลุ่มไอซิส / 

"ไอเอส"ขึ้นแท่นกลุ่มก่อการร้ายที่รวยที่สุดในประวัติศาสตร์ เทียบได้กับเศรษฐีบ่อน้ำมัน ?  นักวิชาการหลายรายกล่าวว่าไอเอสไม่เพียงแต่เป็นกลุ่มก่อการร้าย แต่ยังเป็นพ่อค้าน้ำมันรายใหญ่รายหนึ่ง โดยเจ้าหน้าที่ข่าวกรองหลายคนให้ความเห็นตรงกันว่า กลุ่มไอเอสยึดเมืองใหญ่ติดอับดับ รวมทั้งยังมีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจของอิรักและซีเรียในหลายพื้นที่ ไอเอสจึงกลายเป็นผู้ครอบครองบ่อน้ำมัน 11 แห่งในทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะแหล่งน้ำมันที่มากที่สุดของประเทศทางภาคเหนือในอิรัก และบ่อน้ำมันทางตะวันออกของซีเรียอีกหลายแห่ง ไม่รวมแหล่งขุดเจาะน้ำมัน 7 แห่ง โรงกลั่นน้ำมัน อีก 2 แห่ง และการควบคุมบริการงานของกลุ่ม ด้วยการผลิตน้ำมันดิบ และใช้เครือข่ายลักลอบที่ทำกันมาหลายรุ่นในการค้าน้ำมันและสินค้าอื่น ๆสุดท้ายนำเงินมาใช้ในการเคลื่อนไหวของกลุ่ม น้ำมันคือทรัพยากรสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำรายได้ให้แก่กลุ่มไอเอสมหาศาล และยังไม่มีใครระบุตัวเลขที่แน่นอนถึงรายได้ของกลุ่มไอเอส ที่มาจากการค้าน้ำมันได้ ทั้งนี้ "ไอเอส" มีกลยุทธ์สำคัญคือทุกครั้งที่เดินทางไปยึดเมืองใด ก็มักจะบุกเข้าปล้นธนาคารและก่ออาชญากรรมในหลายรูปแบบ อาธิเช่น การกรรโชกทรัพย์ลักพาตัวประกันเพื่อเรียกค่าไถ่ ซึ่ง เมื่อต้นปีที่ผ่านมา นักข่าวชาวฝรั่งเศส และชาวสเปนถูกจับตัวเพื่อเรียกค่าไถ่ ซึ่งรัฐบาลสองประเทศต้องจ่ายค่าไถ่ตัวประกันหลายล้าน  รวมถึงการจี้ปล้นทั่วๆไป แต่ไม่หมดเพียงแค่นั้น เพราะไอเอสยังลักลอบนำวัตถุโบราณของอิรักส่งขายให้ตุรกี ทำเงินให้กลุ่มหลายร้อยล้านดอลลาร์ นอกจากนี้รายได้อีกทางหนึ่งของไอเอสได้มาจากการค้าผู้หญิงและเด็ก ซึ่งเหยื่อส่วนใหญ่คือผู้หญิงในอิรัก ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยยาซิดี กลุ่มไอเอสมองว่ากลุ่มยาซิดีเป็นกลุ่มคนนอกรีต บ้างก็ถูกกลุ่มไอเอสบังคับให้นับถือศาสนาอิสลามและจับแต่งงานกับนักรบไอเอส บ้างก็ถูกจับไปขายในเมืองอาเลปโป เมืองรักกา และเมือง อัล-อัคซาคาห์ ซึ่งกลุ่มไอเอสจะได้รับค่าตอบแทนประมาณราวๆครั้งละ 32,000 บาท อย่างไรก็ตามนี่คือเหตุผลที่ทำให้ทางการอิรักความกังวลใจอย่างมาก เพราะทุกครั้งที่กลุ่มไอเอสเข้าปล้นธนาคารในเมืองหนึ่งจะนำเงินที่ได้ไปเป็นเงินทุนในการเข้ายึกครองเมืองอื่นๆต่อไป ทำการกลุ่มไอเอสขยายพื้นที่ยึดครองได้อย่างรวดเร็ว รวมถึง Mthai News ขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์ ดิอินดิเพนเดนท์

ตะลึงพรึงเพริด กับหนังสั้นนอนสต๊อปในงาน
id of Tem 2 /  KohFilm / 

หากคุณผู้ชมเริ่มรู้สึกเซ็งกับภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่ๆ สูตรเดิมๆ หรือเอาอกเอาใจตลาดจ๋าอยู่ล่ะก็ เตรียมตัวให้พร้อมเพราะ โก๋ ฟิล์ม โปรเจ็คต์รวมหนังสั้นสุดคัลต์ ได้จัดงาน ดูมันส์ทำ ที่คัดสรรหนังสั้นมากมายหลายเรื่อง มาฉายให้ดูแบบนอนสต๊อป แต่ประเด็นคือ หนังสั้นเหล่านี้ ไม่ใช่ธรรมดาเลยน่ะสิ เพราะมีทั้งรั่ว ป่วง มึน จิกกัด หัวเราะท้องแข็ง ไปจนถึงสุดแสนจะคัลต์ หาที่ไหนเปรียบมิได้?! และแน่นอน ที่บอกให้คุณเตรียมตัวให้พร้อม ก็เพราะหนังสั้นหลายต่อหลายเรื่องนี้ จะฉายติดกันรวดเดียว รอบเดียว และวันเดียว! โดยแก๊งหนังสั้นในงาน ดูมันส์ทำ ครั้งนี้ คุณผู้ชมจะพบหลากหลายสไตล์ ทั้งจากผู้กำกับจากค่ายโก๋ฟิล์ม ที่มีดีกรีความป่วงแบบทะลุเพดาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ต้มกุ๊ย โดย จุมภฏ รวยเจริญทรัพย์ (เรื่องปั่นป่วนในร้านอาหาร ที่มีทั้งเด็กโดนสปอยล์ ฝรั่งกินเผ็ดไม่ได้ คนขายหวยตาบอด นักศึกษาหูหนวกหุ่นอึ๋ม ชาวเขา และเด็ดสุดคือ ป๋อง กพล!) , แฟนผีทะเล โดย ศักดิ์สิทธิ์ ขำเลิศ (แค้นนี้ต้องชำระ กับเพื่อนทรยศ ในหนังที่แฟนลิเวอร์พูลต้องหงุดหงิด?!) และ โคตรผีขี่คอคน โดย ภาวิส เสาร์ศรีอ่อน (อ๋า เชอร์รี และวิญญาณที่วนเวียน กับการปวดเฮดในเงื่อนงำของน้องสาวฝาแฝดเชอร์รี่ที่จากไป) ยังครับยังไม่หมด เพราะ ดูมันส์ทำ ครั้งนี้ ยังมีหนังสั้นจากแก๊งนักศึกษาสุดแหวกแนวอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็น ส่งเธอที่ลาดพร้าว 18 แยก 7 โดย นพรัตน์ รามวงค์ (พี่วินฯ ผู้คิดจะเด็ดดอกฟ้าสาวดาวมหาลัย) , ซอมบี้สุนันทา โดย ภูริทัต ธีรเชษฐมงคล (ซอมบี้ฉบับนักศึกษา ที่ดู่าคนจะน่ากลัวกว่าผี?!) , ทาสแท้ โดย พิชชานนท์ เจนบรรจง (ชีวิตระทมตบจูบ ระหว่างาสาวประเภทสอง กับนายท่านขาวตี๋ และคุณนายมารผจญ) , ตวัดรักกระชากใจ โดย นันทวุธ ภูผาสุก (หนุ่มตาบอด ที่ขอพิชิตใจน้องด้วยปลายปากกา และฝีมือคัดลายมือระดับเส้าหลิน!!) ,วิปลาส โดย กฤษดา ลาแก้ว (ไอ้หนุ่มที่จิ้นไปเอง ว่ามีเซ็กซ์กับสาวแปลกหน้า ทำเอาแยกไม่ออกว่าใครจริงใครปลอม) และ id of Tem 2 โดย นคร ไชยศรี, ธนเสฏร์ ศิริวัฒนาดิเรก และ นนทกร ผัดโพธิ์ (สาวที่กินน้ำส้มจนขี้แตก แถมยังต้องติดอยู่ในห้องน้ำ ที่ไม่มีอะไรกิน นอกจาก...) โอ๊ย!!! อะัไรกันเนี่ย?? และหนังสั้นทั้ง 9 เรื่อง ในโปรเจ็คต์ ดูมันส์ทำ นี้ จะฉายแค่รอบเดียว ในวันที่ 27 ก.ย. นี้ ที่โรงภาพยนตร์ลิโด้ โรง 3 ในเวลา 13.00 -18.00 น. โดยไม่ต้องซื้อตั๋ว ย้ำ!! ดูฟรี ไม่ต้องซื้อตั๋ว แต่ต้องจองล่วงหน้า เพราะเต็มแล้วเต็มเลย โดยให้เปิดสำรองที่นั่ง ได้ตั้งแต่วันที่ 22 ก.ย. นี้ ตั้งแต่เวลา 13:00 น.เป็นต้นไป ของดีสุดแปลก แหวกทะลุเพดานขนาดนี้ ช้าหมดอดดูไม่รู้ด้วยนะคุณผู้ชม ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ facebok.com/KohfilmFanpage -------------------------------------------

ผู้แทน30ปท.แถลงให้คำมั่นร่วมกำจัดกลุ่มไอซิส
กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม /  กลุ่มไอเอส / 

ผู้แทนจาก 30 ประเทศ ประชุมแนวร่วมหาทาง กำจัดกลุ่มไอซิส ให้คำมั่นสัญญาที่จะสนับสนุนอิรัก วิธีการใดๆ ก็ตามที่จำเป็น สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ผู้แทนระดับสูงจาก 30 ประเทศทั่วโลก ซึ่งไปประชุมกันที่กรุงปารีส พร้อมออกแถลงการณ์ให้คำมั่นสัญญาที่จะสนับสนุนอิรัก ในการสู้รบกับกลุ่มนักรบไอซิส ด้วย วิธีการใดๆ ก็ตามที่จำเป็น รวมทั้ง ความช่วยเหลือทางทหารอันเหมาะสมด้วย อย่างไรก็ตาม คำแถลงร่วมของที่ประชุมคราวนี้ไม่เอ่ยถึงซีเรีย อีกทั้งรัฐบาลซีเรียกับอิหร่าน ก็ไม่ได้เข้าหารือด้วย โดย อิหร่าน ระบุว่า ไม่ร่วมสังฆกรรมกับแนวร่วมของอเมริกาเด็ดขาด แถมกล่าวหาว่า สหรัฐฯ พยายามหาข้ออ้างเพื่อระดมทิ้งระเบิดในอิรัก และซีเรีย ตามอำเภอใจเหมือนที่ทำอยู่ในปากีสถาน บรรดาผู้แทนจาก 30 ประเทศ และองค์การระหว่างประเทศ ซึ่งมีทั้งสหรัฐฯ, รัสเซีย, และจีน พบปะหารือกันในกรุงปารีส และออกคำแถลงร่วมระบุว่า จะสนับสนุนอิรัก ด้วยวิธีการใดๆ ก็ตามที่จำเป็น รวมทั้งความช่วยเหลือทางทหารอันเหมาะสม โดยสอดคล้องกับความจำเป็น ซึ่งทางการอิรัก แสดงความจำนง ตลอดจนสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ และไม่ได้เป็นอันตรายต่อความมั่นคงปลอดภัยของพลเรือน คำแถลงร่วมบอกว่า กลุ่มหัวรุนแรงไอซิส เป็น ภัยคุกคามไม่แต่เพียงต่ออิรักเท่านั้น หากยังต่อประชาคมระหว่างประเทศทั้งมวลอีกด้วย และกล่าวย้ำว่า มีความจำเป็นอย่างเร่งด่วน ที่จะต้องผลักไสกลุ่มนักรบกลุ่มนี้ ออกไปจากอิรัก

เพื่อสู้กับปีศาจ เขาต้องกลายเป็นปีศาจ ในคลิปและใบปิดใหม่ Dracula Untold
Dracula /  Dracula Untold / 

โหมแรงโปรโมทกันอีกรอบแล้ว สำหรับหนังฟอร์มยักษ์ส่งท้ายปี อย่าง Dracula Untold ของหนุ่ม ลุค อีแวนส์ ที่จะมารับบทในหนังแอ็คชั่น สยองขวัญเรื่องนี้ ที่ในตอนนี้หนังได้ปล่อยคลิปใหม่เป็นฉากสู้รบกันเพื่อป้องกันปราสาทของ แดร็คคู่ล่า พร้อมกับใบปิดใหม่ที่เผยภาพฉากการแปลงร่างเป็นฝูงค้างคาวนับพันตัวนั่นเอง โดยนอกจากพ่อหนุ่ม อีแวนส์ หนังยังมี ซาแมนธา บาร์คส์ และ โดมินิค คูเปอร์ จาก Need for Speed มาร่วมแสดงด้วย Dracula Untold : แดร็กคูล่า ตำนานลับโลกไม่รู้ คือ สุดยอดภาพยนตร์อีพิค แอ็คชั่น ผจญภัยแห่งปี 2014 การกลับมาของแดร็กคูล่า ซึ่งในครั้งนี้ได้นักแสดงฝีมือดี ลุค อีวานส์ (Fast & Furious 6, Immortals) มาสร้างความยิ่งใหญ่กับตำนานเรื่องราวเริ่มต้นของชายผู้ กลายมาเป็นแดร็กคูล่า กำหนดเข้าฉายวันที่ 16 ตุลาคมนี้

ชายหาดขาวที่สุดในโลก Hyams Beach – Australia
ชายหาด /  ออสเตรเลีย

ชายหาดขาวที่สุดในโลก ปรเทศออสเตรเลีย (Australia) http://travel.mthai.com/world-travel/95145.html

นิทานพื้นบ้านสุดโหด ฉบับพี่น้องตระกูลกริมม์
นิทานพื้นบ้าน /  นิยายต่างประเทศ / 

อย่างที่ทีนเอ็มไทยเคยนำเสนอไปเกี่ยวกับ เทพนิยายสุดโหด ต้นฉบับเจ้าหญิงดิสนีย์ ไม่ว่าจะเป็น สโนว์ไวท์, ซินเดอเรลล่า และ เจ้าหญิงนิทรา ในแบบของ 2 พี่น้องตระกูลกริมม์ (The Brothers Grim) ให้เพื่อนๆ อ่านกันไปแล้ว มาคราวนี้ทีนเอ็มไทยก็ยังมี นิทานพื้นบ้านแบบฉบับพี่น้องตระกูลกริมม์ฉบับโหด มาให้อ่านเพิ่มเติมกันต่อคะ จะมัวรอช้าทำไม ไปดูกันเลย ^^ นิทานพื้นบ้านสุดโหด ฉบับพี่น้องตระกูลกริมม์ นิทานพื้นบ้านสุดโหด ฉบับพี่น้องตระกูลกริมม์ ช่วงต้นศตวรรษที่ 19 ซึ่งนิทานกริมม์ถูกพิมพ์ออกมาเป็นครั้งแรกนั้น เยอรมันอยู่ในยุคของ Sturm und Drang ซึ่งเป็นการปฏิวัติด้านวรรณกรรมครั้งใหญ่ ก่อให้เกิดการต่อต้านแนวคิดในแง่ปรัชญามาเป็นการแสดงออกทางอารมณ์ซึ่งอยู่เหนือกว่าสติ และส่งผลให้มีการหยิบยกงานเขียนในอดีตขึ้นมากล่าวถึงกันอย่างกว้างขวาง ซึ่งจุดนี้เองที่ทำให้สังคมหันมาจับตามองยังนิทานและตำนานอีกครั้ง มีหนังสือรวบรวมเกี่ยวกับนิทานเหล่านี้ถูกพิมพ์ออกมามากมาย หากส่วนมากก็ถูกบรรณาธิการดัดแปลงเรื่องเสียจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม ด้วยเหตุนี้เอง พี่น้องกริมม์จึงรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับนิทานเหล่านี้ และเริ่มตีพิมพ์ออกจำหน่ายฉบับพิมพ์ครั้งแรกนี้ยังมีข้อด้อยทางภาษาและมีเนื้อหาไม่เหมาะสมอยู่มาก นิทานกริมม์จึงถูกปรับปรุงและพิมพ์ใหม่ หลังจากนั้นได้มีการปรับปรุงเนื้อหาและตัดนิทานที่มีใจความไม่เหมาะสมออกไปอีกหลายครั้ง และตีพิมพท์ออกมาทำให้เรารู้จักจนถึงทุกวันนี้ หนูน้อยหมวกแดง (Little Red Riding Hood: Inter-Species Sex Play, Cannibalism) เรื่องราวของหนู้น้อยหมวดแดงที่เพื่อนๆ นึกถึงนั้นตอนท้ายก็คงจบแบบแฮปปี้ หมาป่าตาย คุณย่าและหนูน้อยหมวกแดงรอดตาย แต่ถ้าดูจากต้นฉบับที่พี่น้องตระกูลกริมม์ นั้นได้เขียนขึ้นเพื่อนๆจะลืมเรื่องราวแบบเดิมๆ หมดแน่ๆ เพราะ ต้นฉบับหนูน้อยหมวกแดง นั้นเล่นเซ็กส์ระหว่างสัตว์ และกินเนื้อคน เวอร์ชั่นแบบ Happy Ending ในคริสต์ศตวรรษที่ 19 เรื่องนี้ในฉบับภาษาเยอรมัน ถูกบอกเล่าให้แก่ พี่น้องตระกูลกริมม์ โดยคนพี่ เจค็อบ กริมม์ ฟังมาจาก Jeanette Hassenpflug (ค.ศ. 1791-1860), ส่วนคนน้อง วิลเฮล์ม กริมม์ ฟังมาจาก Marie Hassenpflug (ค. ศ. 1788-1856) พี่น้องทั้งสองได้รวมเนื้อเรื่องจากทั้งสองฉบับนั้นเป็นเรื่องเดียว จนเป็นฉบับปี ค.ศ. 1857 ที่เป็นเนื้อเรื่องที่แพร่หลายในปัจจุบัน ซึ่งเนื้อเรื่องค่อนข้างจะจินตนาการมากกว่าฉบับอื่น ๆ ที่ผ่านมา โดยหนูน้อยและคุณยายถูกหมาป่าจับกิน คนตัดไม้ได้มาช่วยผ่าท้องหมาป่า ช่วยหนูน้อยและคุณยายออกมาได้โดยปลอดภัยแต่อย่างใด ต้นฉบับหนูน้อยหมวกแดง โดยพี่น้องตระกูลกริมม์ ที่มาของเรื่องนี้นั้น เป็นเรื่องที่เล่าปากต่อปาก แพร่หลายอยู่ในหลายประเทศในยุโรป ซึ่งคาดว่า เป็นก่อนช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17 แต่เท่าที่ทราบโดยทั่วไป Le Petit Chaperon Rouge เป็นฉบับแรกสุด ที่ได้รับการตีพิมพ์จากเนื้อเรื่องนิทานพื้นบ้านของฝรั่งเศส โดยเนื้อเรื่องนั้น ได้ถูกพิมพ์ในหนังสือ ในปี ค.ศ. 1697 ซึ่งเป็นหนังสือที่รวบรวม นิทานและเรื่องเล่าต่าง ๆ พร้อมคติสอนใจ โดย ชาร์ลส แปร์โรลต์ เนื้อเรื่องของฉบับนี้จะค่อนข้างรุนแรง เพราะมีการร่วมเพศระหว่างคนกับสัตว์ โดยหนูน้อยหมวกแดงจะระบำเปลื้องผ้าให้หมาป่าที่ปลอมตัวเป็นคุณยายดู ก่อนที่หนูน้อยและคุณยายถูกหมาป่าจับกิน และตาย Rumpelstiltskin (รัมเปลสติลล์สกิน) (Dismemberment, Dead Toddlers) เรื่องนี้บางคนอาจจะไม่ค่อยคุ้นหูคุ้นตาเท่าไหร่ แค่ทีนเอ็มไทยว่าก็คงจะเคยได้ยินกันมาบ้าง เวอร์ชั่นแบบ Happy Ending กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เจ้าของโรงสีมีลูกสาวสวยที่สามารถม้วนฟางให้เป็นทอง จนเรื่องนี้เข้าหูพระราชาโลภมากเข้า เลยจับขังหอคอยและบอกให้เธอปั่นทองให้ได้เท่านี้ถ้าทำไม่ได้เอ็งตายอย่างเขียด แต่ใครเอยจะบ้าทำได้ ในขณะที่หญิงสาวกำลังกลุ้มอยู่นั้น ก็ปรากฏร่างของคนแคระ มันเสนอแลกเปลี่ยนกับการแลกบุตรที่เธอคลอดคนแรกให้กับมัน และจะช่วยให้เด็กสาวสมปรารถนา จนกระทั่งเด็กสาวทำสำเร็จ ได้แต่งงานกับพระราชาโลภมาก(ดีไหมนั่น) มีบุตรคนแรก และคนแคระก็มารับเด็กตามข้อตกลง แต่เด็กสาวกลับคำ คนแคระเลยเพิ่มข้อแลกเปลี่ยนเพิ่ม โดยทายชื่อเขาให้ถูก โดยมีเวลา 3 วัน (บางเล่มบอกว่าให้ทายแค่ 3 ชื่อในเวลา 3 วัน) เจ้าหญิงเดาชื่อคนแคระไปเรื่อยๆ ทั้ง 2 วันก็ไม่ถูกสักทีจนกระทั่งมีคนผ่านไปแอบได้ยินมนุษย์แคระที่ร้องเพลงบอกชื่อของตนว่าเขาชื่อ “รัมเปลสติลล์สกิน” คนผ่านมาเลยไปบอกเจ้าหญิง และสุดท้ายคนแคระเลยอดได้เด็ก ต้นฉบับสรัมเปลสติลล์สกิน โดยพี่น้องตระกูลกริมม์ ที่มาของเรื่องนี้นั้น เป็นเรื่องที่เล่าปากต่อปากจนกระทั่งพี่น้องตระกูลกริมม์นำมาแต่งใหม่ ซึ่งเวอรชั่นเดิมนั้นหญิงสาวไม่สามารถหาชื่อจริงของคนแคระคนนี้ได้เลยจนสุดท้ายเธอแก้ปัญหานี้ โดยต้องเอาลูกคนอื่นสวมรอย พอคนแคระจับได้มันเลยวิ่งจับลูกคนแรกของเด็กสาว (รวมถึงเด็กสาวด้วย) กระทืบเท้าจนขาคนแคระจมพื้นดิน จากนั้นคนแคระกระชากขาและแขนเธอและลูกจนฉีกขาด ซึ่งทหารผู้พิทักษ์ทั้งหมดต้องมาเอาคนแคระออก แต่สายไปเสียแล้วเพราะสิ่งที่เหลือจากนั้นคือซากของเด็กสาวและลูกที่ตายคาที่เหมือนก้อนเนื้อ จนมีคำถามตามมาว่าคนแคระนั้นคือซอมบี้สัตว์ประหลาดปลอมตัวหรือเปล่า เด็กหญิงผมทอง กับหมีสามตัว จุดจบของคนไม่มีมารยาท เวอร์ชั่นที่คุณรู้ จากนั้นฉากก็ปรากฏเจ้าของบ้านมา เป็นหมีสามตัว ซึ่งเป็น พ่อ แม่ และลูก ทั้งสามเห็นสิ่งที่ผิดปกติในบ้าน ชามข้าวต้มถูกคนกิน เก้าอี้มีคนนั่งแถมบางตัวยังหัก และเมื่อพ่อ แม่ ลูกหมี เดินไปถึงห้องนอน พ่อหมีเห็นเตียงที่นอน มีรอยยับ จึงพูดว่า "ดูซิมีใครมาแอบนอนเตียงฉันก็ไม่รู้" ลูกหมีเดินไปเตียงของตนเอง แล้วพูดว่า "ดูซิมีใครมาแอบนอนบนเตียงหนูก็ไม่รู้" ฝ่ายสาวน้อยผมทองกำลังนอนหลับสนิทอยู่บนเตียง สะดุ้งตื่นขึ้นมา ได้ยินเสียงหมี 3 ตัวพูดกันอยู่ใกล้เตียง ก็ตกใจกลัว รีบกระโดดจากเตียง วิ่งหนีออกไปจากบ้านหมีทั้งสามโดยเร็วและนับตั้งแต่นั้นมา หนูน้อยผมทองก็ไม่กล้าเดินเข้าไปในเขตบ้าน ของหมีสามตัวนั้นอีกเลย เวอร์ชั่นพี่น้องตระกูลกริมม์ เวอร์ชั่นเดิมหมีสามตัวไม่ได้ใจดีกับสาวน้อยผมทองหรอก ในนิทานต้นฉบับเดิมเมื่อสามหมีพบสาวน้อยผมทองบนเตียง หมีสามตัวฉีกขย่ำเธอ จนร่างเละแยกเป็นชิ้นส่วน จากนั้นก็กินเธอเป็นอาหารเย็น ส่วนฉบับเดิมที่สองเมื่อสาวน้อยผมทองลืมตาตื่นขึ้นมาและพบหมีสามตัวก็ตกใจมากเลยเลยกระโดดลงมาจากหน้าต่าง แต่รู้สึกเธอจะกระโดดผิดท่า เธอลงพื้นพลาดเลยเกิดอุบัติเหตุคอหักตายคาที่ นี่คงเป็นจุดจบที่เหมาะสมสำหรับคนแปลกที่เข้าบ้านโดยไม่รับอนุญาตแล้วมั้ง ฮันเทลกับเกรเทล โศกนาฎกรรมที่บ้านขนม เวอร์ชั่นพี่น้องตระกูลกริมม์  เล่ากันว่าเป็นคดีหนึ่งในสมัยก่อน ซึ่งตอนนั้นยุโรปสูตรทำขนมนั้นถือว่ามีค่ามาก และเจ้าของสูตรขนมจะไม่เปิดเผยสูตรขนมให้แก่คนภายนอกรับรู้นอกเสียจากคนในครอบครัวเดียวกันเท่านั้น ดังนั้นพวกเขาที่อยากรู้สูตรขนมปังจึงส่งสองเด็กเพื่อจารชนล้วงความลับเจ้าของสูตรขนม  ซึ่งส่วนมากเป็นหญิงแก่ใจดี และเมื่อเด็กสองคนถูกจับได้ หญิงแก่เลยจับเด็กมาขังและเลี้ยงดูอย่างดีโดยไม่ฆ่า  อย่างไรก็ตามคนในหมู่บ้านได้ไปช่วยเหลือและฆ่าและเผาคนทำขนมปังนี้ และใช้นิทานเรื่องเล่านี้เพื่อปกปิดอาชญากรรมที่ก่อไว้ แต่กระนั้นแม้ทำเป็นนิทาน เนื้อหาต่างๆ ยังคงแฝงไปด้วยความโหดร้ายเสมอ ในเวอร์ชั่นฝรั่งเศส ในขณะที่แม่มดเผลอ เด็กสองคนได้จับแม่มดเชือดคอหอยเธออย่างรุนแรงและหลบหนีไป  จบ!! คนเป่าปี่ นี่คือบทเรียน (The Pied Piper of Hamelin) เวอร์ชั่นที่คุณรู้ The Pied Piper of Hamelin  หรือคนเป่าปี่ ปรากฏในนิทานพื้นบ้านของเยอรมันที่เล่าโดยสองพี่น้องกริมม์ เรื่องมีอยู่ว่ากาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ที่เมืองฮาเอลินในภาคกลางของเยอรมัน ปีคศ.1248 ได้ถูกกองทัพหนูเข้าก่อกวนโดยเดือดร้อนไปทุกบ้าน พวกมันแพร่พันธุ์เป็นจำนวนมาก แล้วกัดแทะเสบียงอาหาร อีกทั้งพวกมันยังเป็นพาหะนำโรคร้ายมาอีกด้วย แม้แต่แมวก็ยังต้องหนีเพราะหนูมีจำนวนมากมายมหาศาล ถึงขนาดจะเข้ามารุมทำร้ายแมวเสียด้วยซ้ำไป  บรรดาชาวเมืองรับไม่ได้กับเหตุการณ์เหล่านี้ ต่างหาทางกันกำจัดพวกหนู โดยพากันออกเงินจนได้ก้อนหนึ่งเพื่อให้เป็นรางวัลแก่ผู้ที่จะมาปราบหนูเหล่านี้ได้ จากนั้นก็มีคนต่างเมืองเดินทางมาที่นี่และรับอาสากำจัดหนูให้  แต่จนบัดนี้ก็ไม่มีใครอาสามาปราบฝูงหนูเหล่านี้เลย ในยามนี้เองก็มีชายลึกลับผู้หนึ่งพร้อมกับปี่ที่เครื่องดนตรีคู่กายของเขาปรากฏตัว เขาอาสาจะปราบหนูให้ชาวเมืองแห่งนี้ และ ชาวเมืองก็ให้คำสัญญาว่าจะให้สิ่งตอบแทนใดๆก็ได้ตามที่เขาต้องการ  เมื่อ ตกลงกับชาวเมืองเรียบร้อย ชายประหลาดก็หยิบปี่ถุงออกมาและเป่าเพลงที่แปลกประหลาด พร้อมกับออกเดินไป ท่ามกลางสายตาสงสัยของชาวเมืองนั้นเอง กองทัพหนูทั้งหลายก็ออกมาจากที่ซ่อนจากบ้าน จากโบสถ์ ทุกหนทุกแห่งจนกลายเป็นขบวนแถวยาวเมื่อได้ฟังเพลงจากปี่ของเขาอย่างหลงใหล แล้วคนประหลาดคนนั้นก็เริ่มเดินตรงออกจากหมู่บ้านพร้อมกับกองทัพหนูที่วิ่งตามหลังเขา จนไปถึงแม่น้ำเวเซอร์ที่ไหลผ่านหมู่บ้านแห่งนี้  ชายนักเป่าปี่ก็หยุดยืนอยู่ริมแม่น้ำ ในขณะที่ฝูงหนูพากันกระโจนลงน้ำไปเรื่อยๆ จนในไม่ช้าก็ไม่มีหนูเหลืออยู่แม้แต่ตัวเดียว และทั้งหมดก็จมน้ำตายในแม่น้ำนั้นเอง ทำให้หมู่บ้านแห่งนี้ปลอดจากการรบกวนของหนูเป็นที่เรียบร้อย   หลังจากนั้นชายประหลาดก็มาทวงรางวัลจากชาวบ้าน แต่ชาวบ้านทั้งหลายเกิดความเสียดายเงินขึ้นมา จึงไม่ยอมจ่ายค่าตอบแทนให้ พร้อมกล่าวว่า"นายไม่ได้ ทำอะไรเสียหน่อย พวกหนูกระโดดลงน้ำไปเองต่างหาก"และยังขู่จะจับขังนักเป่าปี่อีกด้วยถ้าเขา ยังมามัวตื๊ออยู่ ชายประหลาดโกรธมากเขากล่าวทิ้งท้ายว่า"พวกคุณต้องรักษาสัญญา ฉันจะเอาสิ่งสำคัญที่สุดของพวกคุณไป" แต่ก็ไม่มีใครสนใจ ยังกลับหัวเราะเยาะเขาเสียอีก เขาหายตัวไปจากหมู่บ้านแห่งนั้น  และวันต่อมา ชายประหลาดพร้อมปี่กลับมายังเมืองฮาเมลินอีกครั้ง เขาเริ่มเป่าปี่บทเพลงแปลกประหลาดบทใหม่บนถนน ซึ่งคราวนี้ผู้ติดตามเสียงปี่ของเขาที่ออกจากบ้านทุกหลัง กลับกลายเป็นเด็ก เด็กๆที่มีอายุมากกว่า 4 ปีต่างก็มารวมกันและเดินตามเขาไปจนในไม่ช้าเด็กชายหญิงจำนวนกว่า 130 คนต่างก็เต้นรำร้องเพลงตามทำนองของเสียงปี่ออกไปนอกเมือง และจากนั้นเป็นต้นมาก็ไม่มีใครพบเห็นชายประหลาดและเหล่าเด็กๆ อีกเลย เวอร์ชั่นพี่น้องตระกูลกริมม์  มันมีบทสรุปเรื่องราวต่อจากนั้น เล่าถึงซะตากรรมของเด็กที่ชายเป่าปี่พาไป คือเวอรชั่นเดิมชายเป่าปี่พาเด็กออกนอกเมืองไปจนถึงถ้ำแห่งหนึ่ง เมื่อเด็กทุกคนเข้าไปในถ้ำหมดแล้ว ชายประหลาดก็ปิดปากถ้ำขังเด็กทั้งหมดไว้ข้างในจนขาดใจตายอยู่ในถ้ำ(บางแห่งกล่าวว่าเหตุการณ์ครั้งนี้มีเด็กรอดตายเพียงแค่ 2 คนเท่านั้น) ส่วนอีกเวอรชั่นหนึ่งบอกว่าชายเป่าปี่ได้พาเหล่าเด็กๆ ไปที่แม่น้ำสายหรนึ่งแล้วเอาพวกเด็กนั้นไปถ่วงน้ำให้ขาดใจตาย(ยกเว้นเด็กชายคนหนึ่งที่รอดชีวิต) ซึ่งเด็กสมัยใหม่ยอมรับไม่ได้กับจุดจบของเหล่าเด็กๆ ในเทพนิยายเรื่องนี้ ขอบคุณขอ้มูล tonnam-colin.blogspot.com,ohx3.exteen.comsurlalunefairytales.com

10 เรื่องจริง สัตว์กินคน เหตุการณ์จริงในอดีต
สัตว์โลก /  สัตว์ในตำนาน / 

หลายครั้งหลายคราวที่เรามักจะเห็นตามหน้าหนังสือพิมพ์ หรือสื่อต่างๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์สัตว์ทำร้ายมนุษย์ ซึ่งมันก็เกิดได้หลายสาเหตุเช่น พวกมันอาจจะป้องกันตัวเอง สภาวะทางอารมณ์ หรือสัญชาตญาณ วันนี้ทีนเอ็มไทยมี 10 เรื่องจริง สัตว์กินคน เหตุการณ์จริงในอดีต มาฝากเพื่อนๆ กันคะ 10 เรื่องเหล่านี้ล้วนเป็นข่าวครึกโครม เกี่ยวกับสัตว์ทำร้ายและกินคนเป็นจำนวนมาก ทำให้หลายๆคนขวัญผวาและกลัวเป็นอย่างมาก 10 เรื่องจริง สัตว์กินคน เหตุการณ์จริงในอดีต 10. The lions of Njombe เกิดขึ้นปี 1932 ในแทนซาเนียใกล้เมืองจ็อมเบ เกิดเหตุการณ์ฝูงสิงโตยักษ์ออกมาฆ่าคนอย่างบ้าคลั่ง เรื่องมีอยู่ว่าสิงโตได้รับการควบคุมโดยแม่มดหมอผีในชนเผ่าท้องถิ่นชื่อมาตามูลา แมนเกรา (Matamula Mangera) ที่เธอมักส่งฝูงสิงโตออกมาทำร้ายคนหากใครก็ตามที่ลบหลู่เธอหรือต่อต้านเธอ แม่มดมาตามูลา มีอำนาจบาตรใหญ่มากขนาดหัวหน้าเผ่าอื่นๆ ไม่กล้ายุ่งกับเธอเลย ฝูงสิงโตของเธอนั้นได้คร่าชีวิตมนุษย์ไปถึง 1,500 ศพ (บางคนบอกว่า 2,000 คน) และนี้คือเหตุการณ์สิงโตทำร้ายมนุษย์ที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ และหนึ่งใน กรณีของสัตว์ทำร้ายมนุษย์เลวร้ายที่สุดที่เคยบันทึกไว้ จนกระทั้งจอร์จ (George Rushby 1900–1968) นายพรานที่มีชื่อเสียงได้ตัดสินใจ ปราบฝูงสิงโตนั้น เขาฆ่าสิงโตไป 15 ตัวและทำให้เหตุการณ์สิงโตทำร้ายคนยุติลงในที่สุด และเรื่องราวของจอร์จได้ถูกนำมาสร้างละครกึ่งสารคดี BBC ในชื่อ “The Man-eating Lions of Njombe.” ออกอากาศในเดือนกรกฎาคม 2005 9. Two Toed Tom “ทอมสองขา” เป็นจระเข้กินคนที่ค่อนข้างคลุมเครือ และยากจะทราบได้ว่า เรื่องของจระเข้ตัวนี้เป็นเรื่องจริงหรือเป็นแค่ตำนาน จระเข้ตัวนี้เป็นเรื่องที่เล่าต่อๆ มากันมาของอเมริกาทางตอนใต้ อาศัยอยู่ในบึ่ง terrorized ในรัฐอลาบามา ชายแดนฟอริด้า ชื่อของมันมีที่มาจาก ขาของมันมีสองเท้า เนื่องจากขาของมันหายไปเพราะโดนกับดักเหล็กจนขาขาด และนั้นเป็นสาเหตุทำให้มันเจ็บแค้นมนุษย์ และเริ่มออกอาละวาดทำร้ายมนุษย์ ในช่วงยุค 20 หลายคนอ้างว่ามันมีขนาดใหญ่กว่าสี่เมตรครึ่ง มันน่ากลัวมากเหมือนมันเป็นปีศาจส่งมาจากนรกเพื่อล่าพวกเขา มันชอบกินวัวและมนุษย์ผู้หญิง (มันชอบคว้ากระชากเสื้อผ้าของพวกเขาแล้วลากลงไปกินในน้ำ) แม้นายพรานท้องถิ่นจะมีการใช้ปืนหรือระเบิดแต่ก็ไม่สามารถฆ่ามันได้ จนกระทั้งมีนายพรานหนึ่งโยนถังที่เต็มไปด้วยระเบิด สิบห้าถังลงไปในน้ำ และจุดให้มันระเบิด ทอมก็หายไป แต่หลายคนเชื่อว่าทอมน่าจะยังมีชีวิตอยู่และรอคอยโอกาสที่จะแก้แค้นตามแบบฉบับของมันและก็เป็นจริงๆ ทอมก็ปรากฏตัวมาอีกครั้ง และได้กินลูกสาวของคนโยนระเบิด และบรรดาเด็กๆ ของเกษตรกรที่อยู่ตามชายฝั่ง ก่อนที่มันจะหายไปไม่กลับมาอีกเลย มีหลายคนบอกว่าเรื่องเหล่านี้น่าจะเป็นเพียงนิทานพื้นบ้าน หากแต่ชาวบ้านในละแวกนั้นบอกว่าเป็นเรื่องจริง และเชื่อว่ามันยังคงเดินเตร่อยู่ในหนองน้ำฟอริด้าหลายปีจากนั้นมีรายงานพบเห็นมันต่อเนื่องถึง จระเข้ขนาดใหญ่สองขาอยู่เป็นระยะและที่สำคัญคือทอมไม่เคยถูกจับได้เลย 8. Kesagake ”หมีสีน้ำตาลบุกหมู่บ้านซันเคซาเบ๊ะทสึ (The Sankebetsu brown bear incident)” เป็นเหตุการณ์เกิดขึ้นเกี่ยวกับการ โจมตีของหมีสีน้ำตาลที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ที่โจมตีหมู่บ้าน ซันเคซาเบ๊ะทสึ เมืองโทมาม่า ฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น เหตุการณ์เกิดขึ้นในวันที่ 9 เดือน ธันวาคม ถึง 14 ธันวาคม 1915 โดยสมัยก่อนนั้นหมู่บ้านแห่งนี้พึ่งจะมีคนอยู่อาศัย กำลังบุกเบิก จำนวนคนในหมู่บ้านน้อยมากและส่วนใหญ่อาศัยอยู่บนป่าเขา และพื้นที่แห่งนี้ได้เป็นที่อยู่อาศัยของหมีเพศผู้ ขนาดยักษ์ที่หลายคนเรียกมันว่า “เคะซากาเกะ” ซึ่งมันชอบขโมยข้าวโพด จนสร้างความรำคาญในแก่ชาวบ้าน มันเลยถูกยิงจนบาดเจ็บแล้วหนีขึ้นบนเขา เมื่อมันหนีไป ชาวบ้านก็รู้สึกโล่งใจเพราะหมีคงจะรู้สึกกลัวคนและอยู่ห่างจากพืชผลของเขา หากแต่พวกเขาคิดผิด!! 9 ธันวาคม 1915 เวลา 10.30 น. เจ้าหมียักษ์กลับมาอีกครั้ง มันเริ่มออกปฏิบัติการ แก้แค้นฉบับเลือดต้องล้างด้วยเลือด มันเลือกเหยื่อรายแรกของมันคือครอบครัว โอตะ (ota Family) ในขณะนั้นอาเบะ เมยูและฮายูมิ มิกิโอะ (Abe Mayu and Hasumi Mikio) ภรรยาของครอบครัว และทารกที่เธอดูแลอยู่ก็ถูกเจ้าหมีตัวบุกเข้า มาในบ้านเพื่อหมายฆ่าคนทั้งสอง ทารกถูกกัดศีรษะจนเสียชีวิต ส่วนฝ่ายหญิง พยายามต่อสู้โดยสาดฟืนเข้าใส่ แต่ท้ายสุดเธอก็ถูกหมีลากเข้าป่า และเมื่อชาว บ้านมาถึงที่เกิดเหตุถึงกับต้องตะลึง โดยพวกเขาบรรยายว่าเหมือนโรงฆ่าสัตว์ไม่มีผิด เพราะเลือดสาดกระจายทั้งบนพื้นและผนัง ชาวบ้านรู้สึกโกรธแค้นหมี พวกเขาเลยจับกลุ่มสามสิบคนบุกเข้าป่าและพยายามยิงมันแต่มันก็หนีไปได้ หลังจากพวกเขาสำรวจบริเวณรอบๆ ก็พบชิ้นส่วนศพที่มีเพียงหัว และชิ้นส่วนที่เหลือของฝ่ายหญิงฝังอยู่ใต้หิมะ คาดว่าหมีคงเก็บอาหารของมันไว้กินภายหลัง และหลังจากนั้นคืนถัดมา (8.00 น.) หมีก็กลับมาที่ฟาร์มโอตะอีกครั้ง ซึ่งชาวบ้านบางส่วนได้จับกลุ่มรอเตรียมรับมืออยู่แล้ว ชาวบ้านพยายามยิงหมีแต่ว่ามันก็รอดไปอีก โชคดีเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีใครบาดเจ็บ ในเวลาไม่นานนัก เจ้าหมีได้เลือกครอบครัว มิโซเค (Miyoke family) ซึ่งอยู่หมู่บ้านอื่นที่ไร้ทางป้องกัน (เพราะไม่นึกว่าหมีจะมา) ซึ่งเจ้าหมีตัวนี้ฆ่าคนในครอบครัวนี้อย่างโหดเหี้ยม ซึ่งเวลานั้นภรรยาที่ตั้งครรภ์ของครอบครัวยาโย (Yayo) กำลังเตรียมอาหารและได้ยินเสียงข้างนอกดังก้อง และไม่ทันที่จะตรวจสอบหมีก็บุก เข้าทางหน้าต่างแล้วเข้ามาในบ้าน หม้อปรุงอาหารพลิกคว่ำ เปลวไฟและความหวาดกลัวเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เธอพยายามหนีออกจากบ้าน แต่เด็กสองคนในบ้านหนีไม่ทันจึงถูกฆ่าตาย และหญิงที่ตั้งครรภ์หนีไม่ไหวร้องขอชีวิตลูกในครรภ์ของเธอ แน่นอนมันไร้สาระ เจ้าหมีก็ฆ่าเธอเช่นเดียวกันเหยื่อก่อนหน้าของมัน เมื่อพวกชาวบ้านมาถึงพวกเขาก็พบร่างที่เต็มไปด้วยเลือดของเด็กสองคน และหญิงและตัวอ่อนในครรภ์ทั่วพื้นดิน เจ้าหมีตัวนี้ใช้เวลาเพียงสองวันฆ่าคนทั้งหกคนจนทำให้ชาวบ้านละแวกนั้นหวาดกลัวเป็นอันมาก หลังจากนั้นเจ้าหมีก็ถูกไล่ล่าอย่างหนัก (ระหว่างนั้นมันก็อาละวาดฆ่าคนไปไปด้วย) จนในที่สุดเรื่องก็จบลงเมื่อวันที่ 14 ธันวาคมนายพรานคนหนึ่งได้ยิงหมีที่เชื่อว่าเป็น ตัวต้นเหตุได้ มันมีขนาดยาวกว่าสามเมตร หนักกว่า 380 กิโล เมื่อผ่าท้องมาก็พบ ชิ้นส่วนมนุษย์อยู่ในกระเพาะอาหารของมัน และแล้วเหตุการณ์สัตว์โจมตีที่เลวร้าย ที่สุดในญี่ปุ่นก็จบลง หากแต่ชื่อของเจ้าหมีตัวนี้ก็ปรากฏอยู่ในนิยายและละครมากมาย ปัจจุบันหมู่บ้านซันเคซาเบ๊ะทสึกลายเป็นที่ร้างคน แต่มียังมีการจำลองแสดง เหตุการณ์ดังกล่าว โดยมีรูปจำลองของหมีและบ้านโอตะที่หมีเคยมาอาละวาดตั้งอยู่ให้นักท่องเที่ยวเข้าชม และการ์ตูนมังงะโบราณอย่าง “ไอ้เขี้ยวเงิน” หนึ่งในหมี ที่เป็นศัตรูกับไอ้เขี้ยวเงินนั้น มีหมีตัวหนึ่งนำมาจากเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย ชมคลิป .. http://www.youtube.com/watch?v=u3NuxLb9udQ 7. The New Jersey Shark คุณเคยดูหนังสัตว์ทำร้ายคนคลาสสิกเรื่อง “Jaws (1975)” ที่กำกับโดยสตีเว่น สปิลเบิร์ดไหม ที่เกี่ยวกับฉลามขนาดยักษ์ทำร้ายคน ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างขึ้นโดยมีเค้าโครงเรื่องจากนวนิยายเรื่อง “Jaws (1974)” ของปีเตอร์ เบนช์ลีย์ ซึ่งก็มีข้อมูลมาจากเรื่องจริง ซึ่งเขาได้แรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์หนึ่งที่เรียกขานว่า “Jersey Shore shark attacks of 1916 ” หรือ “เดอะ นิวเจอร์ซีย์ ชอร์” เป็นเหตุการณ์ฉลามขาวยักษ์ (ไม่รู้ว่ามาตัวเดียวหรือมีมากกว่าหนึ่งตัว) ทำร้ายคนอย่างต่อเนื่องหลายครั้ง นอกชายฝั่งของมลรัฐนิวเจอร์ซีย์ในสหรัฐอเมริการะหว่างช่วงฤดูร้อนของ วันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 12 กรกฎาคม ปี 1916 เหตุการณ์ครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิตไป 4 รายและบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง (พูดง่ายๆ คือไม่ทราบจำนวนที่แท้จริง) เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลทำให้ชุมชนริมทะเลและรีสอร์ทราย ล้อมชายหาดที่เกิดเหตุจ้องเพิ่มการป้องกันอย่างเข้มงวด ไม่ว่าการเอาตาข่ายมากันไม่ให้คนเข้าใกล้ชายหาดเลยทีเดียว สมัยก่อนนั้นนักวิทยาศาสตร์ไม่เชื่อว่าฉลามนั้นเป็นสัตว์ทำร้ายคน แต่เหตุการณ์ที่ทำให้พวกเขาต้องคิดเสียใหม่ (แม้จะเป็นกรณีที่หายากมาก) โดยทุกอย่างเริ่มขึ้นที่แนวชายฝั่งนิวเจอร์ซีย์เหยื่อรายแรก คือหนุ่มชาร์ลส์ แวนแซงท์(Charles Vansant) ถูกฉลามทำร้ายในน้ำตื้นมากในขณะว่ายน้ำกับสุนัข คนหลายคนเห็นฉลามทำร้ายต่างพยายามช่วยเหลือชายหนุ่มคนนั้น แต่ว่าฉลามกัดแน่นมากมันกัดจนขาของเขาฉีกขาดจนเขาขาดใจตายก่อนส่งถึงโรงพยาบาล ห้าวันต่อมาก็มีเหยื่ออีกคน คือชาร์ลส์ (Charles Bruder) ถูกฉลามทำร้ายในขณะว่ายน้ำห่างจากชายฝั่ง ตอนแรกหลายคนคิดว่าเขากำลังพายเรือแคนูสีแดง หากแต่ความจริงคือ ฉลามยักษ์ที่เต็มไปด้วยเลือดที่มาจากขาที่ฉีกขาดของเขาต่างหาก ซึ่งกว่าจะช่วยเขาก็ไม่ทันการเสียแล้ว เพราะว่าเขาขาดใจตายก่อนที่จะขึ้นชายหาดเสียอีก แม้ว่าจะมีพยานหลายคนบอกว่าฉลามโจมตีมนุษย์ แต่ว่านักวิทยาศาสตร์ก็แจ้งเตือนประชาชนว่า ตัวการร้ายในเหตุการณ์ครั้งนี้น่าจะเป็น วาฬเพชฌฆาตหรือเต่าทะเล!! จากนั้นก็มีรายงานเห็นฉลามในพื้นที่ชายหาดใกล้นิวเจอร์ซีย์มากมาย ในวันที่ 12 กรกฎาคมเด็กอายุ 11 ปีถูกทำร้ายโดยฉลาม และลากเขาไปใต้น้ำ คนที่เห็นเหตุการณ์พยายามเข้าไปช่วย ชายคนหนึ่ง ชื่อ สแตนเลย์ ฟิชเชอร์ (Stanley Fishe) พยายามช่วยเหลือเด็ก หากแต่เขาถูกทำร้ายโดยฉลาม และเสียชีวิตจากบาดแผล และเหยื่อที่ห้ารายสุดท้ายคือเด็กหนุ่มอายุ 14 ชื่อ โจเซฟ ดันน์ (Joseph Dunn) ที่ถูกฉลามโจมตีทั้งๆ ที่เวลาพึ่งผ่านไป 30 นาที หลังจากฉลามทำร้ายสแตนเลย์ ฟิชเชอร์ แม้ว่าเขาจะได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่เขาเป็นเหยื่อเพียงหนึ่งเดียวที่รอด จนกระทั้ง 14 กรกฎาคม ชายคนหนึ่งชื่อไมเคิล (Michael Schleisser) ได้จับฉลามขาวที่ยาวกว่า 2.3 เมตร หนัก 147 กิโล ได้ในอ่าวราริแทน ซึ่งฉลามตัวนี้พยายามทำร้ายเขาโดยการทำให้เรือจม แต่เขาก็ได้ฆ่ามันด้วยไม้พายที่หัก เมื่อเขาเปิดกระเพาะของมันออกก็มีชิ้นส่วนศพของหญิงสาวติดมาด้วย และหลังการจับฉลามนี้ได้ ก็ไม่มีเหตุการณ์ฉลามโจมตีในชายฝั่งนิวเจอร์ซีย์อีกเลย ดูเพิ่มเติม http://weirdnj.com/stories/matawan-man-eater/ 6. The Bear of Mysore หมีแห่งมัยซอร์ เป็นชื่อของหมีสลอทที่ดุร้าย ก้าวร้าวจนผิดปกติ และออกอาละวาดฆ่าคนตามเมืองต่างๆ ในมัยซอร์ ประเทศอินเดีย และมันฆ่าคนอย่างน้อย 12 คนซึ่งโดยปกติแล้วหมีชนิดนี้เป็นสัตว์กลัวคน และไม่ทำอันตรายต่อใคร อีกทั้งมันไม่กินเนื้อคน ซึ่งมันชอบกินแมลงปลวก ผลไม้ และน้ำผึ้งเป็นพิเศษ แต่หมีแห่งมัยซอร์กลับทำร้ายคน ทำให้หลายคนสันนิษฐานว่า อะไรที่ทำให้มันดุร้ายถึงขนาดนี้ บางคนเชื่อว่าหมีตัวนี้โกรธแค้นที่มนุษย์ขโมยลูกของมัน บางคนเชื่อว่าคู่ของมันถูกลักพาตัวไป และบางคนเชื่อว่าสาเหตุ เนื่องจากมันเคยมีประสบการณ์ที่ตกเป็นของเล่นของมนุษย์ที่ป่าเถื่อน จะด้วยเหตุผลใดก็ตามมันก็ได้เป็นเครื่องจักรนักฆ่าโดยสมบูรณ์แบบ โดยมันจัดการฆ่ามนุษย์กว่าโหลโดยฉีกใบหน้าเหยื่อด้วยกาม และฟันของมัน (และกินชิ้นส่วนศพบางส่วน) ซึ่งเหยื่อบางคนมีชีวิตรอดหากแต่ก็พิการโดยสมบูรณ์มันออกอาวะลาดฆ่าคนทั้งกลางวันและกลางคืน สุดท้ายมันก็ถูกฆ่าโดย เคนเน็ธ แอนเดอร์สัน (Kenneth Anderson 1910-1970 นักล่าและนักเขียนชาวอินเดีย ที่เขียนหนังสือหลายเล่มที่เกี่ยวกับการผจญภัยของเขาในป่าทางใต้ของอินเดีย) ซึ่งเขาได้บันทึกความทรงจำนี้ในหนังสือ Man-Eaters and Jungle Killers 5. The Beast of Gevauden“สัตว์ร้ายแห่งเชโวดอง” เป็นหนึ่งในเหตุการณ์สัตว์ทำร้ายคนที่ลึกลับกว่าอันดับทั้งหมดใน 10 เรื่องจริง สัตว์กินคน เหตุการณ์จริงในอดีต นี้ โดยเหตุการณ์นี้เริ่มเกิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1764 -1767 ที่เมืองเชโวดอง แคว้นโอแวร์ญ ซึ่งเป็นย่านภูเขาอยู่ในทางภาคกลางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส จู่ๆ มีสัตว์ประหลาดที่ไม่รู้ว่ามันเป็นตัวอะไรกันแน่ ออกอาละวาดไล่ฆ่าผู้คนตายไปหลายราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและสตรีที่อ่อนแอ (เหยื่อรายแรกเป็นเด็กสาว เมื่อมิถุนายน 1764) ส่วนจำนวนของ ”สัตว์ร้าย” ตัวนี้มีจำนวนไม่แน่ชัดแต่คาดว่ามันน่าจะมีตัวเดียว และรูปร่างมันมีลักษณะตามคำบอกเล่าของผู้พบเห็น ไม่ตรงกันสักราย แต่ก็พอสรุปว่า มันเหมือนหมาป่าตัวโตๆ เกือบเท่ากับวัว หัวโตมาก จมูกยาวแหลมและยื่น ขนสีเทา หูสั้นและฟันใหญ่ กรงเล็บขนาดใหญ่แหลมคม (ใหญ่กว่าหมาป่าปกติ) และหางยาว ดูเผินๆ แล้วมันก็ดูเหมือนป่าหมาตัวโตๆ ที่โตมาก แต่พิเศษที่ต่างจากหมาป่าทั่วไป คือ เจ้าสัตว์ร้ายตัวนี้เดินได้ด้วย 2 ขาหลัง !! เหมือนมนุษย์ ไม่มีผิด (หลายฝ่ายเชื่อว่ามันน่าจะเป็นไฮยีน่าโบราณ) โดยสถานที่มันปรากฏตัวมากที่สุดคือปศุสัตว์และทุ่งเลี้ยงสัตว์ (และป่าเขาทางเดินสัญจร) จากรายงานมี 210 คนถูกทำร้าย 113 ตกเป็นเหยื่อเสียชีวิต และ 98 ถูกกิน ทำให้หลายคนเชิญว่าเป็นเป็นปีศาจที่มาจากนรก มีนายพรานหลายราย ที่พยายามที่จะล่ามันแต่สุดท้ายก็ล้มเหลวต้องกลับบ้านด้วยมือเปล่า จนกระทั้งปี 1767 นายพรานท้องถิ่นคนหนึ่งชื่อจีน ชาลเตล(Jean Chastel)ได้จัดการเป่า มันด้วยปืนคาบศิลา (บางตำนานบอกว่าใช้กระสุนเงินยิงมันและเมื่อจัดการผ่าท้องมันก็พบศพเหยื่อรายสุดท้ายที่มันกินด้วย) ก่อนที่นำซาก “สัตว์ร้าย” ไปสตั๊ฟและ ไปถวายพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 ก่อนที่จะนำซากนั้นไปฝัง และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา “เจ้าสัตว์ร้าย” ก็ไม่มาอาละวาดให้ผู้คนในเชโวดองอีกเลย ตลอดกาล 4. The Ghost and the Darkness ผีร้ายและความมืด เป็นชื่อของสิงโตคู่กินคนที่ออกอาละวาดฆ่าคนงานก่อสร้างแรงงานทางรถไฟจากเคนย่าไปยูกันดา ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงธันวาคม 1898โดยหลายคนขนานนามเหตุการณ์นี้ว่า “Tsavo maneaters” มันเริ่มขึ้นเมื่อจักรวรรดิอังกฤษกำลังแผ่ขยายอำนาจไปทั่วทวีปแอฟริกา ในเดือนมีนาคม 1898 ทางการอังกฤษได้เริ่มต้นสร้างทางรถไฟข้ามแม่น้ำซาโว ในเคนย่าโครงการนี้ควบคุมโดย พ.ตท.จอห์น เฮนรี่ แพ็ตเตอร์สัน(John Henry Patterson) ในช่วงแรกพวกคนงานต้องผจญกับสัตว์ป่าที่ทำร้ายพวกเขา เนื่องจากพวกเขา สร้างทางรถไฟในเขตป่า แต่กระนั้นในเหตุการณ์เหล่านี้ก็สามารถควบคุมได้อยู่หมัด จนกระทั้งเก้าเดือนต่อมามัจจุราชที่แท้จริงก็ปรากฏ เมื่อจอห์นได้รับรายงานจากคนงานว่าพวกเขากำลังผจญหน้ากับสิงโตคู่เพศผู้ พันธุ์ซาโว (เป็นสิงโตพันธุ์หนึ่งที่มีขนาดใหญ่และมักร่วมมือสิงโตเพศเดียวกันตัวอื่นเพื่อล่าอาหาร จุดเด่นคือมันไม่มีแผงขนที่คอ) ที่มันมักลากพวกคนงาน (ส่วนมากเป็นชาวอินเดีย) จากเต้นท์ของพวกเขาในเวลากลางคืนและกลืนพวกเขาเป็นอาหารมาหลายราย คนงานพยายามป้องกันสิงโตคู่นี้โดยการทำรั้วหนามรอบๆ ค่าย แต่ก็ไม่สามารถป้องกันมัจจุราชคู่นี้ได้เลย เพราะว่ามันฉลาดพอในการแก้ปัญหานี้ โดยการคลานผ่านรั้วลวดหนาม หลายครั้งก็ทวีความรุนแรงและน่ากลัวขึ้น เพราะมันเริ่มล่าทั้งกลางคืน กลางวัน จนทำให้คนงานหวาดกลัวพวกมันอย่างมากและเรียกขานพวกมันว่าผีร้ายและความมืด พวกมันมีเขี้ยวที่ยาวเป็นพิเศษทำให้พวกเขาไม่เชื่อว่าพวกมันไม่ใช่สิงโตแต่เป็นปีศาจร้ายที่หลุดมาจากนรก ในขณะที่บางคนเชื่อว่าสิงโตนี้เป็นร่างเกิดใหม่ของกษัตริย์โบราณของท้องถิ่นที่พยายามขับไล่ผู้รุกรานอังกฤษ (เป็นความเชื่อของ แอฟริกาตะวันออกที่เชื่อว่าสิงโตเป็นร่างกลับชาติมาเกิดของกษัตริย์) คนงานหลายคนลังเลที่จะสร้างสะพานต่อ และบางคนหนีออกจากค่ายดีกว่าจะรอเป็นเหยื่อของสิงโตปีศาจ เหตุการณ์เหล่านี้ส่งผลทำให้จอห์นต้องหยุดงานทำสะพาน และเริ่มออกล่าสิงโตคู่นี้ชนิดเอาเป็นเอาตาย เขาวางกับดักและพยายามเกาะรอย ดักฆ่ามันในตอนกลางคืนจากต้นไม้ แต่กระนั้นจอห์นก็ไม่สามารถฆ่าสิงโตคู่นี้ได้เสียที จนกระทั้งเขายิงสิงโตตัวแรกได้เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 1898 (เขาใช้เวลานานถึง 9 เดือน) และสามสัปดาห์ต่อมาเขาก็ฆ่าสิงโตตัวที่สองได้ โดยสิงโตทั้งสองตัวมีขนาดใหญ่ถึง 3 เมตร (วัดจากจมูกถึงปลายหาง) นอกจากนี้จอห์นและคณะยังพบถ้ำที่เป็นที่อยู่ของมันซึ่งได้พบซากของผู้ตกเป็นเหยื่อของสิงโตจำนวนมาก มีทั้งกระดูก เสื้อผ้าและเครื่องประดับ หลังจากที่จอห์นจัดการสิงโตทั้งคู่ได้สำเร็จ เขาก็กลับมาทำสะพานต่อจนสำเร็จลุล่วงเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 1899 และจอห์นได้เขียนหนังสือที่เล่าเหตุการณ์นี้ในชื่อ “The Man-Eaters of Tsavo(1907)” โดยจำนวนผู้ตกเป็นเหยื่อสิงโตคู่นั้น ไม่สามารถระบุได้ชัดเจน แต่หลายคนเชื่อว่าเหยื่อน่าจะสูงถึง 135-140 คนหรือมากกว่านั้น ในปี 1924 ขนสตั๊มฟ์ของสิงโตคู่นี้ถูกขายให้พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่ ชิคาโกในราคา 5,000 เหรียญสหรัฐ ในสภาพดีมาก 3. The Panar Leopard จริงอยู่ที่เสือดาวนั้นเป็นชนิดที่มีขนาดเล็กในจำนวนสัตว์ตระกูล “แมวใหญ่” และมักไม่ทำอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตที่มีขนาดใหญ่กว่ามัน หากแต่ที่จริงแล้วเสือดาวนั้นเป็นนักล่าเก่าแก่ที่สุดที่เรารู้จักจากการพบฟอสซิลกระดูกญาติๆ ของมันก็บ่บอกได้ว่าเจ้าแมวลายตัวนี้เคยรับประทานบรรพบุรุษของมันมากกว่าสามล้านปีที่ผ่านมา ดังนั้นขอเพียงแค่อยู่ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมล่ะก็แมวดำจะทำร้ายมนุษย์ทันที และเมื่อมันพบว่ามันพอใจเนื้อมนุษย์มากกว่าอาหารอื่นๆ มันจะกลายเป็นเครื่องจักรสังหารอย่างแท้จริง เหมือนในกรณีเสือดาวแห่งพานาร์ซึ่งเป็นเสือดาวกินคนที่ออกล่ากินคนในช่วงศตวรรษที่ 20 ในอำเภอคามาออน (Kamaon) ทางภาคเหนือของอินเดีย ที่ว่ากันว่ามันฆ่าและกินคนถึง 400 คน แต่สุดท้ายวลีที่ว่า “สุดท้ายมนุษย์ก็ยังเป็นสัตว์ที่น่ากลัว” นั้นคงจะจริง เพราะเจ้าเสือดาวนั้นได้พลาดท่า ถูกกระสุนนายพรานจนได้รับบาดเจ็บ มันหนีเข้าป่าและไม่ล่ามนุษย์อีกเลย และในปั่นปลายชีวิตสุดท้ายของมันทำได้แต่เพียงหนีนักล่าที่ไล่ล่ามันเท่านั้น และผลสุดท้ายมันก็จบชีวิตในปี 1910 โดยนักล่าในตำนานจิม คอร์เบ็ตต์ (Jim Corbett 1875-1955 นายพรานชาวอังกฤษ นักล่า นักอนุรักษ์ และนักธรรมชาติวิทยา ที่มีชื่อเสียงในการฆ่าเสือและเสือดาวกินคนในประเทศอินเดีย เขาได้เขียน หนังสือ Man-Eaters of Kumaon ที่เล่าประสบการณ์ของเขาในการล่าเสือดาว แห่งพานาร์ จนโด่งดัง และอินเดียได้ตั้งชื่อเขตอุทยานแห่งชาติในคามาออนเป็น ชื่อของเขาเพื่อเกียรติต่อเขาในปี 1957) 2. The Champawat Tigress ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ชายแดนประเทศเนปาลและเมืองคาเมออน ประเทศอินเดียและ ได้เกิดอสูรกายซึ่งเป็นเสือเบงกอลตัวหนึ่งไล่ล่าคนจำนวนมาก มันชอบซุ่มทำร้ายคนกลางป่าเขา มีชายหญิงและเด็กตกเป็นเหยื่อมากมาย หลายคนืเริ่มออกมากล่าวขนานมันว่ามันเป็นปีศาจหรือสิ่งที่ลงมาจากเบื้องบนเพื่อลงโทษพวกเขา มันชื่อ “เสือร้ายแห่งซัมพาวัต” และที่น่าสนใจคือ “มันเป็นเสือตัวเมีย” เสือร้ายแห่งซัมพาวัตได้รับการกล่าวขานว่าเป็นเสือที่ฆ่าคนกว่า 436 ซึ่งตัวเลขดังกล่าวเป็นการอ้างในเอกสารการเสียชีวิตของราชการเนปาลและอินเดีย แต่กระนั้นมันก็ได้ถูกจารึกชื่อว่าเป็นสัตว์ตัวเดียวที่ฆ่ามนุษย์มากที่สุดในโลก หลังจากที่มันฆ่าคนกว่า 200 คนในเนปาล ส่งผลทำให้ทางรายการไม่อยู่เฉย พวกเขาจัดการส่งกองทัพแห่งชาติเนปาลข้ามพรมแดนอินเดียเพื่อไปฆ่ามัน และนี้คงเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายในประวัติศาสตร์ที่มีการใช้ทหารจำนวนมากในการฆ่าสัตว์เพียงตัวเดียว แต่ปรากฏว่าล้มเหลวและกลายเป็นว่ามันกลับเพิ่มชื่อเสียงให้แก่เสือตัวนี้ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น มันเพิ่มความกล้าหาญถึงขั้นข้ามพรมแดนเข้าสู่หมู่บ้านชัมพาวัต ประเทศอินเดีย มันโจมตีกลางวันแสกๆ และหากินรอบๆ หมู่บ้านจนทำให้ชาวบ้านไม่กล้าออกจากกระท่อม และพวกเขามักหวาดกลัวทุกครั้งเมื่อได้ยินเสียงคำรามของมันจนทางการอินเดียถึงขั้นเขียนป้ายเตือนว่าจุดนี้เป็นสถานที่ของเสือแห่งซัมพาวัตออกมาโปรดเลี่ยงใช้เส้นทางอื่น และรัฐบาลอินเดียติดประกาศหานายพรานมือฉมังไปจัดการอย่างเร่งด่วน สุดท้ายเจ้าเสือตัวนี้ก็ถูกยิง โดยจิม คอร์เบ็ตต์ (คนเดียวกับอันดับ 3) ในปี 1911 ซึ่งการกระทำครั้งนี้ทำให้ชาวบ้านยกย่องเขาจนเปรียบเสมือนพราหมณ์ที่เบื้องบนส่งมาโปรด (นอกจากนั้นเขายังไม่เอาเงินรางวัล) และเรื่องราวประสบการณ์เหล่านี้ได้ถูกเขียนในหนังสือ Maneaters of Kumaon (1944) 1. Gustave จากอันดับทั้งหมดส่วนใหญ่สัตว์ที่ฆ่ามนุษย์นั้นมักพบจุดจบด้วยฝีมือมนุษย์ทั้งสิ้นหากแต่ยกเว้นสัตว์ประหลาดตัวหนึ่ง มันคือ “กุสตาฟ” จระเข้แม่น้ำไนล์ ยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในแอฟริกาและของโลก (จระเข้เลี้ยงและใหญ่ที่สุดอยู่ในประเทศไทย ยาว 6 เมตรเช่นกัน) มันอาศัย และอาละวาดคนในบริเวณแม่น้ำลูซิซิและชายฝั่งทางตอนเหนือของทะเลสาปแทนแกนยิกา ประเทศบุรุนดี ทวีปแอฟริกา ด้วยความยาวกว่าหกเมตร (ในปี 2004 มีการประมาณว่า มันมีอายุ 60 ปี ยาวกว่า6.1 เมตร หนักกว่า 1 ตัน จึงไม่แปลกแต่อย่างใดที่หลายคนขนานนามว่ามอนสเตอร์ แห่งแอฟริกา รวมไปถึงมันเป็นสัตว์นักล่ากินคนด้วยมัน ได้ฆ่าคนกว่า 300 คนและอาจมากขึ้นในอนาคต เพราะจนบัดนี้มันยังคงมีชีวิต ไม่ได้หายไปไหน และไม่ได้ ถูกฆ่าแต่อย่างใด และมันเป็นสัตว์ฆ่ามนุษย์เพียงตัวเดียวที่ยังเป็นตำนานที่ยังมีลม หายใจชีวิตอยู่ ( เหยื่อ 300 รายนั้นไม่ได้ถูกบันทึกเป็นทางการ ซึ่งอาจเป็นการกล่าวอ้างที่เกินจริงของคนพื้นเมือง) กุสตาฟถูกตั้งชื่อโดย แพทริช เฟย์ (Patrice Faye) ชาวฝรั่งเศสที่ตั้งถิ่นฐานในบุรุนดีและพยายามที่จะจับมันตั้งแต่ปี 1998 ซึ่งเขาพยายามนำกรงเหล็กใหญ่ล่อมัน แต่จระเข้นั้นฉลาดมาก ไม่เคยหลงกลติดกับแม้แต่หนเดียว แถมมันเยาะเย้ย ทีมงานของแพทริชอีก แต่กระนั้นภาพของมันก็ถูกบันทึกออกอากาศทาง PBS พฤษภาคม 2004 ชาวบ้านในท้องถิ่นต่างบอกว่าสาเหตุที่มันล่ามนุษย์นั้น เพื่อความสนุกสนานของมันเท่านั้น หลักฐานคือเอกลักษณ์ประจำตัวมันคือเมื่อมันฆ่าเหยื่อที่เป็นมนุษย์แล้วมันจะเหลือซากทิ้งไว้ไม่ได้กินหมดแต่อย่างใด อีกทั้งมันฉลาดมากเพราะเมื่อมันฆ่าคนแล้วมันจะหายไปอาจนานเป็นเดือนหรือเป็นปีมันจะออกมาอีกครั้งในสถานที่แตกต่างกันเพื่อฆ่าอีกครั้ง จนไม่มีคาดการได้ว่ามันจะปรากฏที่ใด นอกจากเจ้าจระเข้นี้ยังมีความต้องการอาหารมากกว่าปกติ ถึงขั้นฆ่าช้างน้ำฮิปโปโปเตมัสตัวเต็มวัยได้ (ฮิปโปโปเตมัสเป็นสัตว์อันตรายมาก และเป็นสัตว์ที่จระเข้ไม่กล้ากินพวกมันและพยายามหลีกเลี่ยง) เกราะร่างกายของเจ้ากุสตาฟนั้นเต็มไปด้วยรอยแผลนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็น มีด หอก หรือแม้กระทั้งอาวุธปืน มันสามารถเอาชีวิตได้แม้ว่าจะมีนายพรานหรือทหารติดอาวุธมาล่ามันก็ตาม และตำนานของมันได้ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง  Primeval (ชื่อไทย โคตรเคี่ยมสะพรึงโลก) คลิปความน่ากลัวที่หลายคนขนานนามว่า “โครตไอ้เข้” ..  http://www.youtube.com/watch?v=s6u0qYUfUwc&feature=player_embedded เรียบเรียง teen.mthai.com ขอบคุณข้อมูล redheat atcloud.com,www.oknation.net,weirdnj.com

แอ็คแทรน ซิสเตมส์ (บริษัท จำกัด)

ซอฟท์แวร์คอมพิวเตอร์ ธุรกิจ การบริหาร การบัญชี ลูกค้าสัมพันธ์ ชั้นนำระดับโลก Sage 300 ERP, Sage ERP X3 และ Sage CRM ได้มาตรฐานกรมสรรพากรไทย รองรับทุกธุรกิจ มั่นใจได้ ด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปี