ทีวีเสื้อแดง

ปลื้ม ตอบชัด!! ไม่มีทางรีเทิร์น ทับทิม เพราะหมดรักแล้ว
ปลื้ม สุรบถ /  ทับทิม มัลลิกา / 

หลังดาราสาว ทับทิม มัลลิกา โพสต์ภาพขอบคุณของขวัญจากอดีตสามีอย่าง ปลื้ม สุรบถ แถมยังมีภาพ สาวทับทิม นำต้นไม้ไปสวัสดีปีใหม่คุณพ่อของฝ่ายชาย ทำเอาแฟนๆ หลายคนจับตาความสัมพันธ์ของทั้งคู่และเชียร์ให้กลับมาคืนดีกันอีกครั้ง ล่าสุด หนุ่มปลื้ม เปิดใจถึงความสัมพันธ์ของเขากับ สาวทับทิม อดีตภรรยา ยืนยันชัดเจนว่าไม่มีทางคืนดีกัน ด้วยสาเหตุของปัญหาส่วนตัวในอดีตที่ทำให้หมดรักแล้ว ซึ่งปัจจุบันสามารถคุยกันได้ในสถานะเพื่อนเท่านั้น "เรื่องที่ซื้อของขวัญวันเกิดให้ทับทิม จริงๆ แล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมบอกตรงๆ เลยนะว่าไม่มีอะไรเลย ผมกับทับทิมเนี่ยเราก็ไม่ได้คุยกันเท่าไหร่ นานๆ ทีเราจะคุย ผมจะทักไปหาทับทิมเรื่องเดียวเลยคือเรื่องหมา ก็จะคุยกันเรื่องหมาอย่างเดียวเลย ตอนนั้นคือผมคุยเรื่องหมาหรือเรื่องทั่วๆ ไปแล้วผมไปเกาหลีพอดี ก็ถามตามมารยาทว่าจะเอาอะไรที่เกาหลีมั้ย เค้าเลยบอกว่าเป็นผ้าพันคอนุ่มๆ ก็ได้ เค้าชอบผ้าพันคอ ผมเลยซื้อไปให้ แล้วผมมาดูวัน ใกล้วันเกิดเค้าพอดี ก็เลยคิดว่าทั้งทีก็ซื้อให้เค้าดีๆ ไปเลย แต่ว่าไม่ได้เจอกันนะครับ ผมก็ส่งไปทางไปรษณีย์ให้เค้าครับ" "โมเม้นท์พิเศษไม่มีครับ ถ้าถามเรื่องจะกลับไปดีกันมั้ย รีเทิร์นกันมั้ย ผมตอบเองเลยนะ ไม่ครับ ไม่แน่นอน ผมเป็นคนชัดเจนในเรื่องนี้ ผมมองว่ารักที่มันจบไปแล้ว มันหมดไปแล้วก็คือหมดจริงๆ มันก็มีหลายๆ เหตุการณ์ที่ตอนคบกับเค้า ที่เราสู้ละนะ ตอนนั้นเราสู้แล้ว แต่สุดท้ายรักมันพัง ผมบอกตรงๆ เลยว่า รักมันหมดไปเรื่อยๆ มันก็เสียความรู้สึกกันไป ทีนี้พอรักมันพังปุ๊บ เรามาถึงตอนนี้ เราก็รู้มันจบไปเพราะอะไรบ้าง ซึ่งมันก็เป็นเรื่องส่วนตัวของผมกับเค้าว่าทำไมผมถึงหมดรัก ทำไมถึงหมดไปแล้วจริงๆ" "เราตระหนักถึงเรื่องนี้ตลอดเวลา มันเลยทำให้รู้สึกว่า ยังไงก็กลับไปคบกันหรือเป็นคนรักกันไม่ได้ เพราะตอนที่ผมหมดรักเค้าในตอนนั้น ผมรู้สึกว่ามันไม่ใช่คนรักแล้ว มันเป็นเหมือนกับว่าเราเป็นได้แค่เพื่อนแล้วจริงๆ อย่างที่ผมเคยให้สัมภาษณ์ไปตอนเลิกกับเค้าว่า มันไม่ใช่อยู่ๆ มาเป็นเพื่อนหรอกครับ แต่มันมีเหตุการณ์เยอะหลายอย่างที่ทำให้รักมันหมดไป ในเมื่อเราไม่จำเป็นต้องเกลียดกัน ก็เหลืออย่างเดียวแล้วคือเหลือแค่เพื่อน ถ้าจะถามว่าจะกลับไปมั้ย ไม่มีทาง (ยิ้ม) คงเป็นเรื่องยาก" "ตอนนี้โสดครับ ก็มีคุยกับคนอื่นนะ แต่ก็ไม่รีบ ดูๆ กันไป เรารู้สึกว่ารักครั้งต่อไปของเราไม่อยากจะไปเร่งรีบมันแล้ว บวกกับเราโตขึ้นมาในสเต็ปนึง เพราะฉะนั้นตอนนี้เราคงต้องเดินไปข้างหน้าต่อไป แล้วก็เลือกสิ่งที่รู้สึกว่าดีสำหรับเราที่สุด ทับทิมกับครอบครัวของผมก็ยังโอเคเหมือนเดิม ล่าสุดทับทิมก็ไปเจอคุณพ่อมา ซึ่งตัวผมเองเพิ่งรู้พร้อมพ่อด้วยซ้ำว่าเค้าเพิ่งไปเจอมา ก็ไม่มีปัญหาอะไรกันครับผม" "ก่อนหน้านี้ที่แยกทางกันจริงๆ มันไม่มีอะไรต้องเคลียร์กันเยอะครับ เพราะเรารู้ปัญหากันอยู่แล้วว่า มันคืออะไรที่ทำให้รักมันจบลง เลยไม่จำเป็นต้องมาขุดคุ้ยหรือมาคุยกัน เพราะถ้าเกิดมาคุยกันมันก็จะดูเหมือนกับว่า คุยกันเพื่ออยากกลับไปคืนดีกัน ซึ่งเราทั้งสองคนรู้ว่ามันจบแล้วจริงๆ มันก็เลยไม่มีอะไรที่จะต้องเคลียร์ เพราะรู้ปัญหาอยู่แล้วว่าคืออะไร ซึ่งมันเป็นเรื่องส่วนตัว แต่เราก็ยังคุยกันเรื่องทั่วไปได้ แต่ก็ไม่ได้คุยกันเยอะ นานๆ ทีครับ ผมคิดถึงหมาผมมาก อย่างตอนที่ทับทิมเค้าจะไปเกาหลี เค้าจะเอาไปฝากโรงแรมหมา ผมบอกว่าไม่ต้อง เอามาฝากผมนี่ ผมเอามาเลี้ยงอยู่พักนึง คนเลยคิดว่าเอาหมามาเป็นตัวเชื่อม หาข้ออ้างเก่งนะ ไม่ใช่ครับ ผมคิดถึงหมาผมเฉยๆ ถ้าใครรักหมาคงจะเข้าใจความรู้สึกครับ" "ส่วนสาวที่เราไปกินข้าวด้วยกันแล้วโพสต์รูป อันนั้นน้องหงส์หยกครับ พอดีผมมีโปรเจ็คหนังแล้ว ทีนี้น้องเค้าเป็นนักแสดงอยู่แล้วและรู้จักคุณพ่อก็เลยติดต่อน้องเค้าให้มาเล่นเป็นตัวเอกในหนังของผมด้วย ก็เลยคุยกัน แล้วก็ไปกินข้าวคุยกันและโพสต์ลงไอจีก็ได้เรื่องเลย (ยิ้ม) คุยกันเรื่องงานอย่างเดียว ถ้าถามผมน้องเค้าเป็นคนน่ารักนะครับ สำหรับคนที่ผมคุยอยู่ ถ้าผมมั่นใจเมื่อไหร่ หรือผมพร้อม ผมไม่มีมากั๊กๆ ปิดๆ แน่นอน กับหงส์หยกไม่ได้จีบครับ ตอนนี้เราคุยงานกันเฉยๆ ถ้าถามผมน้องเค้าเป็นคนน่ารักครับ แล้วเราก็รู้สึกว่าบางครั้งผมไม่อยากฟันธงครับ มันเป็นไปไม่ได้ครับ จิตใจมนุษย์มันยากหยั่งถึง ผมว่าอนาคตจะเป็นยังไงเราไม่รู้ครับ" ปลื้ม กล่าว ปลื้ม สุรบถ ปลื้ม สุรบถ ปลื้ม สุรบถ ปลื้ม สุรบถ คุณพ่อปลื้ม-ทับทิม ทับทิม มัลลิกา

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

 น้ำเพชร สุณัณณิการ์ ลงทุนโมทั้งตัวเพื่อมง! ที่จีน โต้คั่ว! ดราฟ สามี เอิร์น
น้ำเพชร สุกัณณิการ์

    ลงทุนศัลยกรรมแทบทั้งตัว!! เพื่องานนี้โดยเฉพาะ สำหรับสาว น้ำเพชร สุณัณณิการ์ โดยเธอบอกสุดแฮปปี้ หลังคว้าตำแหน่งรอง Miss Tourism City Champion ในเวทีประกวด Miss City Tourism International 2016 ที่ประเทศจีน ฟุ้งเวทีนี้กวาดมาทั้งหมด 5 รางวัลด้วยกัน อนาคตก็อยากกลับมาประกวดที่เมืองไทย แต่เข้าใจตัวเองมีแต่ข่าวฉาว พร้อมโต้ข่าวตีท้ายครัวอดีตนักร้อง เอิร์น จิรวรรณ แต่ไม่ปฎิเสธว่ารูปรถที่เธอถ่ายลงไอจีเป็นของ ดร.ดราฟ ดวงฤทธิ์ สามีเอิร์นจริง! บอกรู้จักฝ่ายชายเลยขอถ่ายมา สำหรับแฟนตัวจริงของเธอเป็นหนุ่มบิ๊กไบค์ชื่อ ไบร์ท ธนาณัติ ซึ่งคบกันนาน 5 เดือนแล้ว... รายละเอียดมีดังนี้    "ปีนี้เป็นปีที่น้ำเพชรมีความสุขที่สุด เพราะน้ำเพชรได้ไปประกวด Miss City Tourism International 2016 ที่ประเทศจีน ซึ่งทั้งหมดที่น้ำเพชรคว้ามาได้ก็เป็น 5 รางวัล (ยิ้ม) ซึ่งสาเหตุที่ทำให้น้ำเพชรได้ไปประกวดครั้งนี้ก็เพราะมีเนชั่นแนลไดเรคเตอร์เป็นคนส่งไป โดยการคัดเลือกจากนางงามภายในประเทศ และน้ำเพชรต้องบอกเลยว่า การประกวดนางงามครั้งนี้สำหรับน้ำเพชร น้ำเพชรมีความมั่นใจมาก เพราะน้ำเพชรทำศัลยกรรมใหม่หมดทั้งหน้าทั้งตัว ชุดเสื้อผ้าการเตรียมตัว เราเตรียมไปพร้อมหมดเลยค่ะ"    "ทำศัลยกรรม ตา 4 รอบ จมูก 3 รอบ ดูดไขมันที่ต้นขา และก็ฉีดไขมันที่หน้าผาก เพราะคนจีนเขาจะชอบคนที่ดูโหงวเฮ้งดีๆ เรียกว่าแก้ร่างเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ซึ่งตอนนี้น้ำเพชรก็ได้มีโอกาสเซ็นสัญญาเป็นนักแสดงที่จีนด้วย คิดอยู่แล้วว่าเราจะต้องคว้ามงกุฏมาได้ ไม่นะคะ แต่หนูคิดว่าถ้าหนูไปหนูต้องพร้อมมากกว่า"    "หนูไม่ได้เสพติดศัลยกรรมนะ แค่หนูอยากทำเฉยๆ และตอนนี้ก็หยุดแล้วด้วย คือหยุดศัลยกรรมนะ แต่ไม่หยุดประกวดนางงามแน่นอน น้ำเพชรมองว่าเดี๋ยวนี้การทำศัลยกรรมมันเปิดกว้างแล้วนะคะ และถ้าหากมีคนมาถามน้ำเพชรว่าน้ำเพชรทำมาหรือเปล่า แต่น้ำเพชรโกหกกลับไป เขาก็จะหาว่าน้ำเพชรตอแหล ดังนั้นน้ำเพชรขอตอบแบบตรงๆ ไปเลยดีกว่าค่ะ"    "มีข่าวออกมาว่าเป็นมือที่สาม เอิร์น กับ พี่ดราฟ สามีเขา ข่าวนี้ทำให้น้ำเพชรท้อมากนะคะ เพราะแค่อยู่ที่นั่นเราก็กดดันมากแล้ว ยิ่งพอได้มาเห็นข่าวแบบนี้อีกเราก็ยิ่งไม่สบายใจ และสำหรับข่าวนี้นะคะ น้ำเพชรต้องบอกเลยว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง แต่เรื่องรูปเรื่องรถโอเคอันนี้น้ำเพชรยอมรับว่าเป็นรถของพี่เขา ส่วนข้อความที่น้ำเพชรโพสต์ว่า "ชอบคนที่ไม่มีวันเป็นไปได้" อันนี้คือน้ำเพชรแค่โพสต์เล่นๆ แถมในภาพนั้นน้ำเพชรก็แท็กคนที่น้ำเพชรชอบด้วย ซึ่งเขาเป็นนักร้องเกาหลีคนหนึ่ง"    "รู้จักพี่ดราฟ เรารู้จักกันผ่านทางรุ่นพี่ที่เราสนิทกันทั้งคู่ แต่ที่เริ่มมาสนิทกับพี่เขาได้ก็เพราะว่าเรามีโอกาสได้พูดคุยกัน เรียกว่ารู้จักกันแบบปกติจริงๆ เขาเป็นรุ่นพี่ หนูเป็นรุ่นน้อง คือหนูไม่เคยคิดจะไปตีท้ายครัวพี่เขาอยู่แล้วค่ะ ส่วนเรื่องรถที่หนูไปถ่ายรูปกับรถพี่เขาได้ก็เพราะว่าพี่เขารับรถมา หนูก็เห็นว่าสวยเลยขอถ่ายรูปหน่อย ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องเลยจริงๆ ที่จะทำให้หนูถูกมองว่าไปคั่วสามีคนอื่น"    "ภาพถ่ายไปทำบุญ ใครไปทำบุญที่วัดนั้นจะต้องเป็นเมียน้อยของคุณดราฟเหรอ คือวันนั้นเพชรก็แค่ไปทำบุญกับเพื่อนปกติ ส่วนคนที่ว่างมากจับภาพพวกนี้มาปล่อยข่าวได้ เพชรบอกตรงๆ เลยว่า เลว ทุเรศมากจริงๆ คุณไม่ดูถึงหลักความเป็นจริงเลย เพราะน้ำเพชรก็มีแฟนที่น้ำเพชรคุยอยู่แล้ว และก็ไม่จำเป็นเลยด้วยที่น้ำเพชรจะต้องไปคิดหรือต้องไปแย่ง ไปทำร้ายครอบครัวใคร เพราะน้ำเพชรเองก็เป็นเด็กคนหนึ่งที่โตมาในสภาวะครอบครัวแตกแยก น้ำเพชรเข้าใจความรู้สึกนี้ดีค่ะ"    "ข่าวนี้ค่อนข้างแรง คุยกับพี่ดราฟแล้วค่ะ แต่ยังไม่ได้คุยกับพี่เอิร์น ซึ่งตอนที่คุยกันตอนนั้นน้ำเพชรประกวดอยู่ พี่เขาเลยบอกว่าให้ทำหน้าที่ตรงนั้นให้เสร็จก่อนแล้วค่อยว่ากัน แต่จนถึงตอนนี้น้ำเพชรกลับมาแล้วก็ยังไม่ได้ติดต่อไปหาพี่เขาเลย ณ ตอนนี้ก็ยังนับถือพี่เขาอยู่นะคะ แต่ถ้าให้ไปเจอไปสนิทเหมือนเดิมคงไม่แล้ว เพราะหนูเองก็ไม่อยากให้พี่เอิร์นเขาไปสบายใจยิ่งพอมีข่าวแบบนี้ออกมาด้วย ดังนั้นหนูขอเป็นแค่น้องที่น่ารักและขอเฟดตัวออกมาดีกว่าค่ะ"    "ก็อยากขอโทษทางครอบครัวพี่เอิร์น รวมถึงตัวพี่เอิร์นด้วยนะคะ เพราะหนูเองก็เชื่อว่าไม่มีใครมีเจตนาอยากให้เกิดเรื่องแบบนี้หรอก และตัวหนูเองก็เสียใจรู้สึกไม่ดีเหมือนกัน เพราะอย่างที่บอกเรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องจริง หนูไม่เคยแย่งแฟนใคร และหนูกับพี่ดราฟเราก็เป็นแค่พี่น้องกันจริงๆ ค่ะ"    "แฟนตัวจริง เขางอนค่ะ เพราะเราไม่ได้อยู่ด้วยกันตอนที่มีข่าวเนื่องจากติดภารกิจในต่างประเทศทั้งคู่ แต่ตอนนี้ก็เคลียร์กันเรียบร้อยแล้วค่ะ ส่วนแฟนหนูคนนี้ชื่อไบร์ท เป็นรุ่นพี่หนู 3 ปี เป็นคนน่ารัก ตลก หน้าตาก็ปกติๆ(หัวเราะ) รู้จักกันประมาณ 5 เดือนแล้วค่ะ และเขาก็กำลังเริ่มทำธุรกิจของตัวเองด้วย" น้ำเพชร กล่าวขอบคุณ ภาพเพิ่มเติมจากไอจี @petch_teeyarpa, @earnie_chirawan น้ำเพชร สุณัณณิการ์   น้ำเพชร สุณัณณิการ์   น้ำเพชร สุณัณณิการ์   น้ำเพชร สุณัณณิการ์   น้ำเพชร สุณัณณิการ์   เอิร์น - ดราฟ   น้ำเพชร - แฟนหนุ่ม  

น่ารักวนไปอีก!! น้องปีใหม่ ลูกสาว แอฟ-สงกรานต์ เซเลบสายภูธร!!
แอฟ ทักษอร /  ข่าว แอฟ ทักษอร / 

  นับวันยิ่งน่ารักน่าหยิกซะเหลือเกิน สำหรับ น้องปีใหม่ ลูกสาวสุดแสบของ แอฟ ทักษอร และ สงกรานต์ เตชะณรงค์ ที่ก่อนหน้านี้มักจะเป็น น้องปีใหม่ ในลุคแก่นเซี้ยวแถมยังดูออกแมนๆ อีกต่างหาก แต่เดี๋ยวนี้ น้องปีใหม่ เปลี่ยนไป๋แล้วละค่าคุณผู้ชมมมมม แลดูเธอเป็นสาวหวานและชอบการแต่งองค์ทรงเครื่องเอามากๆ แถม คุณพ่อสงกรานต์ ยังแซวในอินสตาแกรมส่วนตัวถึงการแต่งตัวของ น้องปีใหม่ อีกว่า   “เซเลบสายภูธร เข้ากทม.ทีไรต้องจัดเต็ม ในหีบมีพร็อพอะไรจัดหมด ออกแนวมิกซ์แต่ไม่แมทช์นะค่า”   แหม...ทั้งเก่งทั้งน่ารักซะขนาดนี้ พ่อสงกรานต์ เตรียมไว้หนวดได้เลยค่า!! ขอบคุณภาพจาก IG songkarn_tae

ละครคลื่นชีวิต , เรื่องย่อคลื่นชีวิต
คลื่นชีวิต /  ละครคลื่นชีวิต / 

ละครคลื่นชีวิต ละครช่อง3 คลื่นชีวิต บทประพันธ์โดย : กรุง ญ ฉัตรกำกับการแสดงโดย : อำไพพร จิตต์ไม่งงผลิตโดย : บริษัท ละครไท จำกัดควบคุมการผลิตโดย : หทัยรัตน์ อมตวณิชย์ออกอากาศ เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครคลื่นชีวิต ช่อง3 รายชื่อนักแสดงนำใน ละครคลื่นชีวิต ปริญ สุภารัตน์ รับบท สาธิต อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท จีราวัจน์ หลุยส์ สก๊อต รับบท ชยันต์ จรินทร์พร จุนเกียรติ รับบท ปียากุล ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ รับบท ดารากา มาสุ จรรยางค์กุลดี รับบท เจตต์ วันสิริ อ่องอำไพ รับบท เจนจิรา ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ รับบท สิทธา โชติกา วงศ์วิลาศ รับบท พิม เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ รับบท สุกี้ ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์ รับบท ลูกน้ำ พริมา พันธ์เจริญ รับบท ติวดี สันติสุข พรหมศิริ รับบท พัฒนะ ขวัญฤดี กลมกล่อม รับบท นวดี เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต ความสุขในวัยเด็ก คือสิ่งชโลมใจยามเรามีความทุกข์ เพราะเราจะได้รู้สึกว่า เราเคยผ่านความผาสุกในชีวิตมาแล้ว จีราวัจน์ (อุรัสยา เสปอร์บันต์) ดาราสาวที่เข้าวงการและมีชื่อเสียงด้วยฝีมือการแสดงและข่าวฉาวกับหนุ่มทั้งนอกและในวงการ รวมทั้งนิสัยพูดตรง ถ้าไม่ผิด ก็พร้อมกล้าท้าชนโดยไม่สนใจหน้าไหน จนโดนใครต่อใครตราหน้าว่าจีราวัจน์เป็นผู้หญิงแรง กร้านโลก และง่าย! แต่ใครจะกล่าวว่าเธอยังไง ไม่ทำให้จีราวัจน์เจ็บเท่ากับถูก คุณหญิงจริยา แม่แท้ ๆ ที่ไม่เคยดูแลเธอปล่อยเธอเติบโตตามมีตามเกิด เชื่อว่าเธอเป็นผู้หญิงใจแตก! แต่นั่นยังไม่ทำให้เธอหมดศรัทธากับคำว่า แม่ ของจริยา เท่ากับคืนที่จีราวัจน์โดน สิทธา (ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์) เจ้าของบริษัททอสังหาริมทรัพย์ สามีคนใหม่ของจริยา ผู้กระหายอำนาจ เงินทองและโลกีย์ สั่งลูกน้องวางยานอนหลับเพื่อหมายข่มขืนจีราวัจน์ แต่จีราวัจน์ก็หนีมาได้ และเมื่อจีราวัจน์บอกเรื่องนี้กับจริยาแทนที่จริยาจะเข้าข้างและปกป้องเธอ แต่จริยากลับเข้าข้างสิทธา จริยานั้นรู้สันดานของสิทธาดี แต่เธอยังทำอะไรสิทธาไมได้ เพราะสิทธาคือคนที่ให้เงิน และอำนาจกับเธอ สิทธาคือคนที่ทำให้ผู้หญิงไร้การศึกษา มีชีวิตอยู่ในสลัม ที่มีแค่ความสวยติดตัว จึงเร่ขายความสวยให้ความสำราญผู้ชาย เธอจึงได้โลดแล่นขึ้นมาเป็นคุณหญิงใจบุญเบอร์หนึ่งของสังคม ที่ใคร ๆ ต่อใครนับหน้าถือตา จริยารู้ดีว่าจีราวัจน์มองเธอเป็นผู้หญิงเห็นแก่ตัว ทะเยอทะยาน หน้าเงิน แต่ที่จริยาดิ้นรนถีบตัวเองขึ้นมาถึงตรงนี้ ก็เพื่อให้ชีวิตเธอ และจีราวัจน์สบาย แม้วันนี้จีราวัจน์เกลียดเธอ ...แต่จริยาเชื่อว่าวันหนึ่ง... จีราวัจน์ต้องเข้าใจ ละครคลื่นชีวิต ญาญ่า หมากปริญ สำหรับจีราวัจน์ ...สิ่งที่เธอต้องการ ไม่ใช่ชีวิตดีงามบนหน้าหนังสือพิมพ์อย่างที่จริยาต้องการ แต่สิ่งที่เธอต้องการคือความรัก ปมเดียวในหัวใจของจีราวัจน์ที่เธอโหยหาย แต่เธอไม่เคยได้ โดยเฉพาะวันที่เกิดเหตุการณ์นั้น ถึงแม้จีราวัจน์จะหนีจากเงื้อมมือสิทธามาได้ แต่เพราะฤทธิ์ยานอนหลับ ทำให้ระหว่างที่จีราวัจน์ขับรถหนีอย่างสุดชีวิต ต้องกลายเป็นฆาตกรโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อรถของจีราวัจน์ชนร่าง ติวดี (พริมา พันธ์เจริย) เต็ม ๆ จนติวดีไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ในเวลาต่อมา!! แต่เพราะฤทธิ์ยานนอนหลับทำให้จีราวัจน์หลับและเบลอจนไม่รู้เรื่องติวดี ภายใต้การดูแลของ ดารากา (ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์) เพื่อนสินทตั้งแต่มัธยม ซึ่งเป็นคนเดียวที่จีราวัจน์ติดต่อพูดคุยด้วยตลอด พอจีราวัจน์กลับจากเมืองนอก จีราวัจน์จึงขอให้ดารากามาอยู่ด้วยกัน ดารากาเต็มใจอยู่กับ จีราวัจน์ เพราะความรัก และความสนิทที่ทั้งสองมีด้วยกันมาเกือบ 20 ปี ทำให้ดาราการู้ดีว่า จีราวัจน์หว้าเหว่ แสนเหงา ต้องการใครสักคนเป็นเพื่อน และกว่าจีราวัจน์จะรู้ว่าติวดีเสียชีวิต ก็หลังจากที่ฤทธิ์ยานอนหลับสร่าง เมื่อจีราวัจน์รู้สึกตัว คนกล้าทำกล้ารับอย่างเธอ พร้อมไปรับความผิดกับตำรวจ แต่มันสายเกินไป เพราะ สุกี้ (เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ) นักปั้นดารามือทอง ผู้เป็นทั้งคนชักนำเธอเข้าวงการและเป็นผู้จัดการดูแลเธอ ได้จัดการส่งสเตฟาน คนขับรถคนสนิทประจำตัว รับสารภาพผิดกับตำรวจว่าเป็นคนขับรถชนติวดีแทนเธอ โดยสุกี้ยอมเสี่ยงโกหกกับสังคมเพื่อแลกกับอนาคตทางการแสดงของจีราวัจน์ที่กำลังรุ่งเรือง ละครคลื่นชีวิต สุกี้คิดว่าการให้สเตฟานรับผิดแทนจีราวัจน์ จะทำให้เรื่องทุกอย่างจบง่าย ๆ แต่สุกี้คิดผิด เมื่อระหว่างที่ติวดีโดนจีราวัจน์ขับรถชน ติวดีกำลังคุยโทรศัพท์มือถือกับ สาธิต (ปริญ สุภารัตน์) แฟนหนุ่มผู้เป็นทนายตงฉิน เชื่อว่าใครทำผิดต้องได้รับโทษ นั่นแหละความยุติธรรม! โดยสาธิตเป็นคนเดียวที่ได้ยินเสียงของจีราวัจน์พูดขอโทษติวดี นั่นทำให้เขาปักใจว่าคนที่ขับรถชนคนรัก ไม่ใช่สเตฟานแต่เป็นจีราวัจน์! สาธิตทำทุกวิถีทางพิสูจน์ให้คนทั้งสังคมเห็นว่าฆ่าตกรตัวจริงเป็นใคร โดยมี พ.ต.ต.พิเชษ เพื่อนตำรวจที่รู้จักในระหว่างร่วมงาน เป็นคนช่วยเหลือดูแลคดี โดยสาธิตมั่นใจว่าเขาสามารถลากตัวจีราวัจน์รับโทษอย่างที่เขาเคยส่งคนผิดเข้าคุกมาตลอดอาชีพทนาย แต่ครั้งนี้! สาธิตกลับเจอว่าความจริง พ่ายแพ้อำนาจเงิน! เมื่อหลักฐานทุกอย่างที่จะมัดตัวจีราวัจน์ได้ มันหายไปหมด! สาธิตไม่ยอมแพ้ที่จะหาทางลงโทษจีราวัจน์ แต่ทุกอย่างต้องหยุดลงเมื่อ นวดี (ขวัญฤดี กลมกล่อม) แม่ของติวดี แม่ครูของเหล่าเด็กกำพร้า เป็นคนขอร้องให้สาธิตหยุดอาฆาตแค้น นวดีไม่อยากให้สาธิตต้องจมอยู่กับความทุกข์ ที่เกิดจากความโกรธแค้นอีก รวมทั้ง พัฒนะ (สันติสุข พรหมศิริ) เจ้าของบริษัทผลิตละคร ที่จีราวัจน์กำลังแสดงละครอยู่ พัฒนะเป็นเพื่อนของพ่อของสาธิต และเปรียบเหมือนเป็นพ่อบุญธรรมของสาธิต เพราะหลังจากที่พ่อแม่ของสาธิตประสบอุบัติเสีย ชีวิตทั้งคู่ พัฒนะคือคนที่ส่งเสียและดูแลสาธิตจนเรียนจบเนติบัณฑิต! ฉะนั้นเมื่อพัฒนะขอให้สาธิตทำอะไร สาธิตพร้อมจะทำ รวมทั้งคำขอร้องที่แสนเฉือนหัวใจ ที่พัฒนะขอร้องให้สาธิตหยุดสืบหาหลักฐานเอาเรื่องจีราวัจน์ เพราะละครที่จีราวัจน์แสดงกำลังทำเงิน ถ้าจีราวัจน์ติดคุกจะมีผลทำให้บริษัทของพัฒนะเสียหาย จนกระทบกับหนี้สินของบริษัทด้วย ละครคลื่นชีวิต ในเมื่อผู้ใหญ่สองคนที่เขารักขอร้องให้เขาหยุด ละครคลื่นชีวิต แม้สาธิตไม่ต้องการหยุดฉีกหน้ากากของจีราวัจน์ แต่เขาต้องหยุด แต่ใครจะรู้ แม้สาธิตจะหยุดดำเนินคดีทางกฎหมายกับจีราวัจน์ แต่เขาไม่หยุดตามจองล้างจองผลาญจีราวัจน์ โดยสาธิตประกาศ ในเมื่อกฎหมายทำโทษจีราวัจน์ไม่ได้ เขาจะใช้กฎแห่งกรรมทำโทษจีราวัจน์เอง ด้านจีราวัจน์นั่นอยากเหลือเกินที่จะบอกสาธิตว่าเธอพร้อมรับผิด แต่เธอทำไม่ได้เพราะเธอต้องแบกความเป็นความตายของคนที่รวมโกหกช่วยเธออยู่ เธอเลือกไถ่โทษด้วยการดูแลนวดี แทนติวดีห่าง ๆ โดยมี ชยันต์ (หลุยส์ สก๊อต) ผู้กำกับฯ หนุ่มติสต์ชื่อดัง ซึ่งเคยเป็นรุ่นพี่สมัยมัธยมของจีราวัจน์ ผู้รักและหวังดีกับจีราวัจน์เสมอมา เพราะชยันต์รู้ว่าผู้หญิงที่แข็งกระด้างภายนอก แต่ภายในช่างแสนอ่อนแอ เขาจึงคอยช่วยเหลือส่งข่าวเรื่องนวดี เพราะชยันต์เป็นเพื่อนกับสาธิต ทำให้ชยันต์รับรู้เรื่องราวของนวดีจากสาธิตโดยตรง แต่ความช่วยเหลือของชยันต์ กลับยิ่งสร้างปัญหาให้จีราวัจน์ เมื่อ ปียากุล (จรินทร์พร จุนเกียรติ) ลูกสาวคนเดียวของพัฒนะ ผู้ควบคุมดูแลงานถ่ายละครภายในบริษัทของพัฒนะ และเป็นภรรยาซุปเปอร์โคตรขี้หึงของชยันต์ ได้ยินข่าวว่าเธอสนิทกับชยันต์มาก ทำให้ปียากุลใช้อำนาจหน้าที่การงานในมือเธอกลั่นแกล้งจีราวัจน์ แต่เพราะจีราวัจน์กำลังเป็นดาราทำเงินของพัฒนะ ทำให้พัฒนะออกตัวปกป้องจีราวัจน์ ทำให้ปียากุลไม่พอใจมาก ทำให้ปียากุลพาลระบายอารมณ์กับสาธิต ซึ่งเธอนับถือเหมือนพี่ชาย ทำให้สาธิตรับรู้ว่า นอกจากจีราวัจน์จะเป็นคนตลบแตลงสังคมว่าตัวเองไม่ใช่ฆาตกรแล้ว จีราวัจน์ยังเป็นผู้หญิงรักสนุกคั่วผู้ชายไม่ซ้ำหน้า แย่งผัวชาวบ้านไปกกได้อย่างหน้าไม่อาย!! ละครคลื่นชีวิต ยิ่งวันทีสาธิตพบจีราวัจน์สนิทสนมกับ เจตต์ (มาสุ จรรยางค์กุลดี) วิศวกรปิโตเลียมผู้มีชีวิตยู่กลางทะเล แต่เมื่อกลับมาเยี่ยมบ้าน เขากลับขับรถชนจีราวัจน์ จนทำให้เขาหลงรักนางเอกสาว ซึ่งมันอาจไม่ใช่เรื่องที่สาธิตจะเอามาเป็นข้อเกลียดชังจีราวัจน์ ถ้าสาธิตไม่บังเอิญรู้เรื่องว่าดารากาเพื่อนรักของจีราวัจน์นั้นแอบชอบเจตต์อยู่จาก เจนจิรา (วันศิริ อ่องอำไพ) น้องสาวของเจตต์เจ้าของโรงเรียนที่ดารากาเป็นครูสอน ซึ่งสาธิตได้รู้จักกับเจจิราโดยบังเอิญ และเพราะเจนจิราเป็นคนคุยสนุก มองโลกในแง่ดี เหมือนติวดี ทำให้สาธิตสนุกที่ได้อยู่ร่วมกับเจนจิราโดยสาธิตไม่รู้ว่าความใกล้ชิดที่เขามอบให้เจนจิรานั้น ทำให้เจนจิราแอบชอบสาธิต ชีวิตของจีราวัจน์เจอปัญหาจากสาธิต ปียากุล สิทธา ยังไม่พอ ในเส้นทางสายงานบันเทิง เธอยังต้องเจอ พิม (โชติกา วงศ์วิลาศ) นางเอกจอมสร้างภาพว่าเป็นนางเอกแสนชื่อ แต่แท้จริงปากตลาด ทะเยอทะยาน ใฝ่สูง เคยเป็นอดีตดาราที่สุกี้ปั้นมากับมือ แต่พอดังแล้วก็แยกตัวออกจากสุกี้ ทำให้สุกี้ไม่พอใจพิมมาก หาว่าพิมเนรคุณ แต่พิมไม่แคร์ พิมคิดว่าสุกี้ได้เงินจากค่าตัวเธอเยอะแล้ว ไม่ถือว่ามีบุญคุณต่อกัน โดยตอนพิมออก พิมเอา ลูกน้ำ (ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์) อดีตเลขาลงสุกี้มาด้วย โดยพิมคิดว่าลูกน้ำทำงานกับสุกี้มานาน จะมี Connection กับเอเจนชี่จะผลักดันให้ความฝันก้าวสู่ การทำงานร่วมกับต่างชาติของเธอสมหวัง แต่เปล่าเลย ลูกน้ำไม่มีรู้จักใครเลย เป็นแค่คนปากกล้า อวดฉลาด แต่สมองกลวง ทำให้พิมเลี้ยงลูกน้ำไว้เป็นกันชนเวลาปะทะกับสุกี้ และเป็นคนหิ้วสัมภาระ รองมือรองเท้าตัวเองเท่านั้น! เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต และการโด่งดังของจีราวัจน์ ทำให้ชื่อเสียงที่กำลังลดฮวบของพิม ยิ่งลดลงไปอีก จากนางเอกเบอร์หนึ่งแทบจะเล่นเป็นนางรอง คนทะเยอทะยานอย่างพิมไม่ยอมรับสภาพอย่างนั้นง่าย ๆ เธอจึงยอมทำทุกอย่าง เพื่อกำจัดจีราวัจน์ไปจากเส้นทางของเธอ เพื่อให้เธอกลับมาเป็นอันดับหนึ่งอีกครั้ง รวมทั้งหาลู่ทางเพื่อโกอินเตอร์ แม้แต่ยอมเอาตัวเข้าไปเป็นเมียน้อยของสิทธา เพื่อใช้อำนาจและเงินของสิทธา ปูทางโกอินเตอร์ให้ได้ หลายครั้งที่จีราวัจน์เหนื่อยกับการสู้รบกับความเกลียดชังที่ประเดประดังเข้ามาเหมือนคลื่นกระทบหาดทราย ละครคลื่นชีวิต แต่เธอก็ยังพอมีหลักให้ยึดอีกคน นั่นคือ ครูอารี ครูสอนร้องเพลงตั้งแต่ สมัยจีราวัจน์เรียนมัธยม ครูอารีคือคนที่เอื้ออารีข้าวและขนม เวลาที่จริยาออกไปขายตัว ปล่อยให้จีราวัจน์อยู่กับ ยายจัน ยายข้างบ้านที่มีอาชีพขายขนมจีน สมองไม่ค่อยดี ป้ำ ๆ เป๋อ ๆ ที่เคยเลี้ยงดูจีราวัจน์ พอยายจันออกไปตลาด จีราวัจน์ก็มาวิ่งเล่นบ้านครู ที่นี่เหมือนอีกโลกของจีราวัจน์ เป็นโลกที่สงบ ไม่ใช่โลกมายาที่เธอต้องยิ้มแม้ว่าในหัวใจร้องไห้ และการมาบ้านครูอารีครั้งนี้ ทำให้เธอรู้ว่าบ้านสวนถัดไปเป็นบ้านของนวดี จีราวัจน์หวังจะแอบไปดูความเป็นอยู่ของนวดีเพื่อจะช่วยเหลือ นั่นทำให้เธอเจอสาธิต จีราวัจน์ไม่อยากสู้รบกับสาธิตเพราะเธอรู้ตัวดีว่าผิด แต่สาธิตเหมือนเสือที่จ้องตะครุบเหยื่อ เมื่อเหยื่อเดินเข้ามาหา มีหรือที่เขาจะปล่อย สาธิตจงใจพูดจาแดกดันว่าเธอเป็นคนขี้ขลาด ทำผิดแล้วไม่กล้ารับผิด สาธิตเดินต้อนจีราวัจน์จนไปถึงริมคลอง นั่นเป็นครั้งแรกที่สาธิตเห็นความกลัวในแววตาของจีราวัจน์ ทำให้สาธิตรู้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่แทนที่สาธิตจะปราณีปล่อยเธอไป สาธิตกลับเดินกดดันจนจีราวัจน์ตกน้ำ แม้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่เธอไม่แม้แต่ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากใคร แม้แต่สาธิตที่ยืนมองเธอตะเกียกตะกายในน้ำอยู่ โดยสาธิตยื่นข้อเสนอให้เธออ้อนวอนร้องขอชีวิต แล้วเขาจะยอมช่วย แต่จีราวัจน์ไม่ยอมเอ่ยปาก จนกระทั่ง สีดา ลูกศิษย์สาวจอมก๋ากั่นของครูอารีมาช่วยไว้ทัน นั่นทำให้สาธิตได้เห็นอีกมุมนึงว่าจีราวัจน์เป็นคนรักศักดิ์ศรี ไม่ยอมอ่อนให้ใครง่าย ๆ เหมือนกัน สีดาพาจีราวัจน์กลับมาบ้านครูอารี พร้อมถามว่าใครเป็นคนทำจีราวัจน์ตกน้ำ จีราวัจน์ไม่อยากเอ่ยถึง เธอคิดแต่ว่ามันเป็นการชดใช้กรรมกับสิ่งที่เธอทำกับติวดี อย่างน้อยการที่สาธิตเห็นเธอเกือบตาย อาจทำให้สาธิตลดความโกรธ และเลิกยุ่งกับเธออีกก็ได้ แต่จีราวัจน์คิดผิด ละครคลื่นชีวิต เมื่อละครการกุศลของสมาคมคุณหญิงจริยามีอันต้องสะดุดลง เพราะนางเอกที่วางไว้เสียชีวิตลง ซึ่งก็คือติวดี ทำให้ต้องหานางเอกใหม่ซึ่งทุกคนลงความเห็นที่จีราวัจน์ แต่ก็เหมือนจะเป็นความจงใจของพระพรหม เมื่อผู้รับบทเป็นพระเอกคือสาธิต สาธิตไม่รักษามารยาทในการดูถูกและเหยียดหยามจีราวัจน์ต่าง ๆ นานา ด้านจีราวัจน์นั้น พยายามอดทนไม่อยากตอบโต้ แต่ชยันต์ไม่อาจทนเห็นสาธิตพูดจาดูถูกจีราวัจน์ได้ จึงเป็นคนออกโรงปกป้องแทนเธอ ทำให้สาธิตยิ่งตราหน้าว่าจีราวัจน์กำลังแย่งผัวคนอื่น แต่ดึกรีแรงแค้นของสาธิตต้องสะดุด เมื่อเขาได้เป็นคนอยู่ในเหตุการณ์ ที่จีราวัจน์ใส่ใจ ในความเป็นความตายของยายจัน หากเขาก็ยิ่งย้ำใจให้แข็งขึ้นอีก เพราะถึงอย่างไรจีราวัจน์ ก็คือมือที่สามที่ทำให้ครอบครัวของชยันต์ต้องมีปัญหา ในงานศพยายจัน จีราวัจน์ถูกลอบยิง แต่เจตต์รับเคราะห์แทน แม้จะจับมือใครดมไม่ได้ แต่ในที่สุดชยันต์ก็ได้รู้ว่าเป็นฝีมือของปียากุล ชยันต์และปียากุลทะเลาะกันหนักขึ้นเรื่อย ๆ ชยันต์เห็นใจลูกจึงพยายามอดทนเสมอ แต่ครั้งนี้ปียากุลทำเกินไป ทำให้ชยันต์คิดว่าต้องทำอะไรตัดนิสัยเอาแต่ใจของปียากุลบ้าง จึงตัดสินใจขอแยกบ้านอยู่กับปียากุล ปียากุลนั้นรักชื่อเสียงมาก เมื่อชยันต์ขอแยกกันอยู่ และมีข่าวออกหน้าบันเทิง ทำให้ปียากุลเครียด จนต้องไปฟูมฟายระบายกับสาธิต กล่าวหาว่าชยันต์ย้ายออกไป เพื่อไปอยู่กับจีราวัจน์ นักแสดงละครคลื่นชีวิต จีราวัจน์คือต้นเหตุทำให้ชีวิตครอบครัวของปียากุลพังพินาศ สาธิตมาจัดการจีราวัจน์แทนปียากุล แล้วเห็นจีราวัจน์ก็คอยดูแลเจตต์ เพราะต้องเจ็บตัวเพื่อตัวเอง ความสนิทสนมของจีราวัจน์กับเจตต์ทำให้ดารากาไม่พอใจ คิดว่าเพื่อนทรยศทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเธอแอบหลงรักเจตต์ จนกระทั่งทะเลาะกันใหญ่โต ถึงขั้นดารากาย้ายออกจากบ้านเพื่อน สาธิตตามมาสมน้ำหน้าจีราวัจน์ที่มั่วผู้ชายไม่เลือก แม้แต่แฟนเพื่อนก็ไม่เว้น จนสุดท้ายจีราวัจน์ก็ไม่เหลือใคร ชยันต์เข้ามาปลอบใจจีราวัจน์ว่าเธอยังมีเขา ชยันต์คอยเข้ามาประคับปคะคองจีราวัจน์ แต่ชีวิตที่เคยเป็นเด็กบ้านแตกสาแหรกขาด ทำให้จีราวัจน์ไม่อยากเป็นคนทำลายครอบครัวของชยันต์ แต่ชยันต์ปลอบจีราวัจน์ว่า ที่ครอบครัวของเขาจะพัง ไม่ใช่เพราะจีราวัจน์ แต่เป็นเพราะปียากุลกับเขาหมดความเข้าใจต่อกัน ในเมื่อชยันต์ไปกับปียากุลไม่รอด เขาก็อยากหยุดและเริ่มต้นใหม่กับจีราวัจน์ เรื่องย่อคลื่นชีวิต จีราวัจน์เคยผ่านชีวิตบอบซ้ำมา ทำให้จีราวัจน์รู้ว่าความหวังดีที่ชยันต์มีให้กับเธอ มันไม่ใช่ความรักอย่างที่ชยันต์พร่ำบอก มันเป็นแค่ความรู้สึกเห็นใจ เพราะแท้จริงในหัวใจของชยันต์รักปียากุลและเจ็บซ้ำกับสิ่งที่ปียากุลไม่ไว้ใจเขา ดังนั้นคนมีปัญหาอย่างชยันต์ มาเจอกับผู้หญิงที่เจอปัญหามาทั้งชีวิตอย่างเธอ มันจึงเกิดการคลิกกัน จีราวัจน์ขอให้ชยันต์ เป็นเพื่อนที่ดีอย่างเดิม อย่าให้มากกว่านั้นเลย แล้วกลับไปซ่อมแซมครอบครัวของชยันต์ ให้กลับมาสวยงามเหมือนเดิมดีกว่า แต่เคราะห์ของจีราวัจน์ที่จะทำให้สาธิตยิ่งเกลียดเธอ ยังไม่จบเพียงแค่นั้น เมื่อจีราวัจน์รู้ว่าบ้านที่อาศัยอยู่นี้กำลังจะถูกธนาคารยึด จีราวัจน์สั่งสุกี้ให้จัดการเรื่องบ้าน จนเรื่องเข้าหูจริยา จริยาสั่งห้ามจีราวัจน์ไปยุ่งกับนวดีอีก เพราะตอนนี้รูปคดีออกมาว่าไม่มีหลักฐานมัดว่าจีราวัจน์ขับรถชน แต่ถ้าจีราวัจน์ดูแลนวดีมาก ๆ เพราะมันอาจทำให้สาธิตหาช่องโหว่เล่นงานจับจีราวัจน์เข้าคุกได้ จีราวัจน์เสียใจที่แม่เห็นแก่ประโยชน์ตัวเองจนลืมคำว่ามนุษยธรรม ถ้าลูกของแม่โดนรถชน แม่จะอยู่เฉยไหม จริยาได้แต่ยืนนิ่งไม่ได้ตอบ การทะเลาะกันเสียงดังของจีราวัจน์กับจริยา ทำให้ ศิริลักษณ์ หัวหน้าแม่บ้านประจำบ้านของสิทธา ผู้มีนิสัยประจบสอพลอสิทธา และลึก ๆ หวังสบายเป็นเมียของสิทธา แต่สิทธาไม่เอา ทำให้ศิริลักษณ์อิจฉาและจงเกลียดจงชังจริยาและจีราวัจน์ เมื่อการทะเลาะของจริยากับจีราวัจน์รู้ถึงหูศิริลักษณ์ ศิริลักษณ์จึงไปบอกสิทธาว่าจีราวัจน์ต้องการเงิน ทำให้สิทธาเสนอเงินเธอโดยมีข้อแลกเปลี่ยน ซึ่งจีราวัจน์รู้ดีว่าคืออะไร จีราวัจน์ตกลงเพราะเห็นถึงวิธีที่จะแก้เผ็ดอีกฝ่าย ในวันนัดจีราวัจน์แอบมอมยาสิทธา พร้อมเอาปืนจ่อหน้าสิทธาและข่มขู่ให้สิทธาเลิกยุ่งกับตัวเองอีกไม่อย่างนั้นเธอฆ่าสิทธาให้ตายตามกันแน่ แล้วจีราวัจน์ก็หนีออกมาจากโรงแรม โดยหวังว่าเรื่องราวยุ่ง ๆ จะจบลงสักที แต่เปล่าเลย เมื่อจีราวัจน์พบสาธิตที่ดักรออยู่ จากการแอบส่งข่าวของพิม ที่รู้ว่าสาธิตจ้องทำลายจีราวัจน์อยู่ พิมจึงเข้ามาตีสนิทกับสาธิต หวังจะยืมมือสาธิตทำลายจีราวัจน์ให้สิ้นซาก ละครคลื่นชีวิต แล้วภาพที่สาธิตเห็นจีราวัจน์เข้าโรงแรมกับสิทธาที่มีศักดิ์เป็นพ่อเลี้ยงของจีราวัจน์ ยิ่งทำให้สาธิตขยะแขยงจีราวัจน์ โดยคิดว่าจีราวัจน์มั่ว เห็นแก่เงิน จนไร้ศีลธรรมใช้ผัวร่วมกับแม่ แต่แล้วความเชื่อที่สาธิตมีต่อจีราวัจน์ต้องเจอจุดเปลี่ยน เมื่อสาธิตจำต้องมาพัวพันกับความเลวของสิทธาจนได้ เพราะ เวทิต นักข่าวที่แอบส่งหลักฐานเอาผิดสิทธามาให้เขาก่อนตาย ทำให้สาธิตเริ่มตามสืบพฤติกรรมของสิทธา แล้วนั่นทำให้สาธิตได้เห็นว่าสิทธาชั่วร้ายขนาดไหน แล้วคนที่ตกเป็นเหยื่อของสิทธาไม่ใช่แค่เวทิต แต่เป็นจีราวัจน์ด้วย รวมทั้งจีราวัจน์ได้เข้ามาดูแลนวดี และดูแลเด็ก ๆ กำพร้าที่นวดีสอนหนังสือ และชยันต์ยังมาปรับความเข้าใจกับสาธิตว่าจีราวัจน์ไม่ยอมรับความรักของชยันต์ แต่จีราวัจน์กลับเป็นคนเตือนสติให้ชยันต์กลับไปง้อปียากุล ทำให้สาธิตได้เห็นว่าจีราวัจน์ ได้มีแค่ด้านร้าย แต่เธอยังมีมุมความดี และมีหัวใจที่บอบซ้ำ ไม่ต่างจากเด็กกำพร้าที่นวดีและเขาดูแลเลย ทำให้ความแค้นในใจของสาธิตเริ่มเปลี่ยนเป็นความสงสาร เข้าไปยุ่งกับชีวิตจีราวัจน์โดยไม่รู้ตัว นักแสดงละครคลื่นชีวิต ด้านจีราวัจน์ก็ได้รับรู้มุมอบอุ่นที่เกิดจากความเอาใจใส่ ดูแลด้วยความละเอียดอ่อนของสาธิต ซึ่งเป็นความรู้สึกที่เธอไม่เคยได้จากใคร เป็นความรู้สึกที่เธอโหยหา จนทำให้จีราวัจน์แอบเผลอใจให้สาธิตโดยไม่รู้ตัว สองคนต่างมีความห่วงใยที่ไม่กล้าแสดงออกต่อกัน ละครคลื่นชีวิต จนกระทั่งสิทธามายุ่งเกี่ยวกับจีราวัจน์อีกครั้ง สาธิตออกตัวช่วยจีราวัจน์ให้รอดพ้นเงื้อมมือสิทธา และยังใช้หลักฐานที่ตัวเองได้จากเวทิตข่มขู่สิทธา เพื่อให้สิทธาเลิกยุ่งกับจีราวัจน์ จีราวัจน์อึ้งเมื่อเห็นว่าสาธิตช่วยเหลือตัวเอง โดยสับสนว่าสาธิตช่วยตัวเองทำไม สาธิตรู้สึกอะไรกันแน่ แต่สิทธามองอาการสาธิตออก สิทธารู้ว่าสาธิตกำลังตกบ่วงเสน่หาของจีราวัจน์ และดูเหมือนจีราวัจน์ก็มีใจให้สาธิตเช่นกัน ทำให้สิทธาคิดชั่ว ในเมื่อตัวเองไมได้จีราวัจน์มาครอบครอง ก็อย่าหวังว่าใครจะได้มีความสุขทั้งจีรัวัจน์และสาธิต ดังนั้นสิทธาจึงไปหาสาธิตที่สำนักงาน แล้วมอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่เขาเคยส่งคนไปเก็บ ซึ่งเป็นหลักฐานว่าจีราวัจน์คือคนขับรถชนติวดี เมื่อสาธิตเห็นหลักฐาน ความเจ็บปวดในอดีตจึงย้อนคืนกลับมา สาธิตได้แต่นั่งมองกองหลักฐานอย่างสับสนว่าเขาจะฟ้องเอาจีราวัจน์เข้าคุกหรือไม่ เรื่องสิทธาเอาหลักฐานไปให้สาธิตรู้ถึงหูจริยา จริยารีบไปหาสาธิตเพื่อเจรจาพร้อมเสนอเงินให้ ความเจ็บปวดในใจของสาธิต ทำให้สาธิตบอกจริยาไปว่า เขาจะยอมทำลายหลักฐาน ก็ต่อเมื่อจีราวัจน์เอาตัวมาแลก ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ความชั่วของสิทธายังไม่หยุดเท่านี้ มันเหมือนเสือที่คลั่ง จริงอยู่ที่จีราวัจน์เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา แต่คนอย่างสิทธาไม่เคยยอมให้ใครลูบคมได้ ถ้าประกาศว่าได้ มันต้องได้ สิทธาสั่งพิมให้หลอกล่อจีราวัจน์มาที่เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของเขา สิทธาวาดหวังจะข่มขืนจีราวัจน์บนเครื่องบิน เพราะไม่มีทางที่จีราวัจน์จะหนีรอดกรงเล็บเสือไปได้ จริยารู้เรื่องแผนการชั่วของสิทธา แม้จะรักเกียรติยศชื่อเสียง แต่หัวใจความเป็นแม่ไม่อาจปล่อยให้ชีวิตลูกตกนรกได้ เมื่อพิมหลอกจีราวัจน์ไปถึงเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของสิทธาได้ จีราวัจน์ดิ้นรนหนีจนไปเจอปืนของสิทธา สิทธาแย่งปืนกับจีราวัจน์ ทันใดนั้น กระสุนจากปากกระบอกปืนในมือของคุณหญิงจริยา ก็ยุติเรื่องเลวร้ายทั้งหมดลงในวินาทีนั้น เป็นครั้งแรกที่จีราวัจน์เข้าไปกอดแม่ จริยาเข้าไปกอดลูกพร้อมพร่ำบอกขอโทษ เป็นเพราะความโลภของตัวเอง ทำให้ชีวิตของจีราวัจน์ต้องเป็นอย่างนี้ เธอขอติดคุกเพื่อชดใช้กับความผิดที่เธอทำ แต่สิ่งหนึ่งที่จริยาอยากให้จีราวัจน์รู้ไว้ ว่าต่อให้เงินสำคัญสำหรับแม่ยังไง แต่เลือดเนื้อและหัวใจของลูกสำคัญกว่า นั่นทำให้หัวใจที่เย็นชาไร้ความรู้สึกของจีราวัจน์ได้รับรู้ความในใจของแม่ ละครคลื่นชีวิต คลื่นชีวิตของจีราวัจน์เหมือนจะกำลังสงบ แต่ยังมีพายุอีกหนึ่งลูก ที่กำลังรอพัดพาชีวิตของจีราวัจน์ให้ล้มลง เมื่อจริยาเอาเรื่องข้อเสนอของสาธิตไปบอกกับจีราวัจน์ เมื่อจีราวัจน์รู้เรื่องข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตแล้ว เธอจะทำเช่นไร จะยอมทำตามข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตหรือไม่ ชยันต์และปียากุลจะกลับมาคืนดีกันไหม เจตต์กับดารากาจะสมหวังกันหรือเปล่า และหัวใจรักของแม่ที่จริยากดเก็บไว้ ไม่เคยแสดงออกให้ลูกเห็น จริยาจะเลือกปกป้องเกียรติยศชื่อเสียงของตัวเองหรือปกป้องลูก สุดท้ายเส้นทางความรักระหว่างสาธิตกับจีราวัจน์ที่มีความแค้นขวางกั้นจะมีวันเกิดขึ้นได้หรือไม่ ต้องติดตามชมกันต่อได้ใน ละครคลื่นชีวิต ที่เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต ความสุขในวัยเด็ก คือสิ่งชโลมใจยามเรามีความทุกข์ เพราะเราจะได้รู้สึกว่า เราเคยผ่านความผาสุกในชีวิตมาแล้ว

น้องรดา ลูกสาว นุ้ย สุจิรา ประเดิมนักเรียนรุ่นแรก หลังคุณย่าทุ่ม 1200 ล้าน!! เปิดโรงเรียนไทยอินเตอร์ฯ
น้องรดา /  นุ้ย สุจิรา / 

  ประเดิมเป็นนักเรียนรุ่นแรกเลยทีเดียวสำหรับ น้องรดา ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของดาราและพิธีกรชื่อดังอย่าง นุ้ย สุจิรา กับ ปอนด์ ชยพล ที่คุณย่าทุ่มเงินกว่า 1,200 ล้านบาท เพื่อเปิดเป็นโรงเรียนอินเตอร์ให้กับหลานสาว ภายใต้ชื่อ โรงเรียนไทยอินเตอร์เนชั่นแนลสกูล (TIS) เรียกได้ว่าจัดหนักเพื่อหลานสาวจริงจริ๊ง....ซึ่งวันนี้เป็นวันดีครอบครัวของ นุ้ย สุจิรา ได้มีโอกาสมาสวัสดีปีใหม่ไทยและปีใหม่จีน ชาว Gossipstar.mthai.com งานนี้จึงไม่พลาดที่จะถามไถ่เกี่ยวกับเรื่องโรงเรียนสักหน่อยว่าเป็นยังไงบ้าง   “วันนี้มาขอสวีสดีปีใหม่ทั้งของไทยและที่จะถึงนี้คือปีใหม่จีน (ตรุษจีน) และถือโอกาสดีมาฝากโรงเรียนของพวกเราด้วย คือ โรงเรียนไทยอินเตอร์เนชั่นแนลสกูล วันนี้พาพรีเซนเตอร์มาด้วย คือน้องรดา ก็ถือว่านี่เป็นความตั้งใจของพวกเรา หลายๆ คนบอกว่า มีลูกแล้วถึงต้องสร้างโรงเรียนให้ลูกเลยหรอ คือจริงๆ แล้วจะบอกว่า เป็นความบังเอิญที่ลงตัว ที่คุณแม่ของปอนด์กับทางคณาจารย์ท่านเกษียณอายุจากโรงเรียนสาธิตเกษตร ภาคอินเตอร์ อยากจะทำโรงเรียนไทยดีๆ สักโรงเรียนหนึ่งที่เป็นโรงเรียนอินเตอร์ ซึ่งแม้ว่าโรงเรียนเราจะเป็นโรงเรียนอินเตอร์แต่ก็เป็น โรงเรียนอินเตอร์ของคนไทย หัวใจไทยจริงๆ และหลักสูตรก็เป็นของอเมริกา นำมาปรับประยุกต์ให้เข้ากับเด็กไทย โดยที่ยังคงไว้เพื่อศิลปวัฒนธรรม ประเพณีแบบไทยๆ เด็กที่เรียนจากโรงเรียน TIS (โรงเรียนไทยอินเตอร์เนชั่นเนลสกูล) ทุกคนจะต้องพูดภาษาไทยได้ รู้จักขนบธรรมเนียมประเพณีไทย มือไม้อ่อน ต้องไหว้เป็น และต้องรู้จักประวัติศาสตร์ชาติไทยด้วยค่ะ” ได้ยินมาว่างบประมาณในการสร้างโรงเรียนมากถึง 1,200 ล้าน   “ใช่ค่ะ เพราะว่าจะมีทั้งตึกเรียน สำหรับประถมและมัธยม อาคารหอประชุม มีสนามฟุตบอล มีสนามเทนนิส มีสระว่ายน้ำในร่ม มียิม สนามบาสถึง 2 สนาม และโรงเรียนของเราจะอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาเลย ถ้าพูดถึงค่าเรียนสำหรับเนิร์สรี่จะอยู่ประมาณที่ 300,000 บาทต่อปี ไม่ใช่ต่อเทอมนะคะ ซึ่งจะบอกว่าเป็นราคาที่เราไม่ได้หวังผลกำไรจริงๆ” โรงเรียนจะเปิดเมื่อไหร่?ปอนด์: “โรงเรียนก็จะเปิดในเดือนสิงหาคม ปี 60 นี้ ตอนนี้ก็กำลังเปิดรับสมัครและสามารถเข้ามาจองกันได้”นุ้ย: “ใช่แล้วค่ะ ถ้าสมัครตอนนี้สามารถลดค่าแรกเข้าได้ 50% อันนี้คือไปขอมาพิเศษ (หัวเราะ)” แล้วน้องรดาจะให้เข้าโรงเรียนเมื่อไหร่?  “นี่เลยค่ะ คือตอนเดือนสิงหาคม น้องจะสองขวบพอดี แล้วโรงเรียนก็จะเปิดในเดือนนั้น บังเอิญพอดีจริงๆ รดาก็เลยได้เป็นรุ่นแรกเลย ถ้าใครอยากมาเป็นเพื่อนกับรดา ก็เชิญนะคะ”        

เสน่ห์แรงมว้ากก!! วุ้นเส้น เคลียร์ชัดข่าวลือกิ๊กไฮโซพก-ไฮโซหลวง
วุ้นเส้น วิริฒิพา /  ข่าว วุ้นเส้น วิริฒิพา / 

  โอ้มายก๊อด!! อะไรจะเนื้อหอมปานนั้นสำหรับ แม่ม่ายป้ายแดงสุดเซ็กซี่ วุ้นเส้น วิริฒิพา หลังจากหย่าขาดกับอดีตสามีฉายาพระเอกไม้เลื้อยอย่าง ชาคริต แย้มนาม ไม่ทันไร สาววุ้นเส้น ก็ตกเป็นกระแสข่าวกิ๊กกั๊กรักใหม่กับหนุ่มๆ ไฮโซ ไม่ว่าจะเป็น ไฮโซพก แฟนเก่า น้ำชา ชีรณัฐ หรือแม้แต่ ไฮโซหลวง ที่เคยเป็นแฟนเก่าของนางร้ายเซ็กซี่ ไอซ์ อภิษฎา ซึ่งล่าสุดวันนี้ สาววุ้นเส้น วิริฒิพา ได้มางาน “THE MALL GOLDEN SHINE MARKET” ณ อีเว้นท์ ฮอลล์ ชั้น จี เดอะมอลล์ บางกะปิ พร้อมกับเปิดใจถึงกระแสข่าวลือต่างๆ เรื่องหัวใจอย่างหมดเปลือกว่า ถามถึงข่าวกับไฮโซพก  "อันนี้เป็นเรื่องเข้าใจผิดกันมากกว่า มันเป็นไปไม่ได้ วุ้นว่ามันเป็นเรื่องที่คนไปพูดกันเม้าท์กันให้เป็นข่าว ซึ่งความจริงเราเป็นเพื่อนกัน ไม่มีใครเคยจีบวุ้นและไม่มีอะไรมากกว่านั้น เจอกันข้างนอกที่มีคนเยอะๆ เบอร์ส่วนตัวของเขาวุ้นยังไม่มีเลยเพราะไม่ได้สนิทกันขนาดนั้นค่ะ" เลยถูกโยงว่าเป็นมือที่สามหลังไฮโซพกเลิกกับน้ำชา  "คนก็คงโยงกันไปเองเพราะข่าวมันเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา วุ้นอยู่ตรงนี้เจอมาเยอะแต่ก็ต้องออกมาพูดความจริงว่าคืออะไร มันไม่มีทางอยู่แล้วที่จะมีใครเข้ามาหาวุ้นตอนนี้ และไม่มีทางที่วุ้นจะไปยุ่งกับใคร ซึ่งชัดเจนว่าเป็นการเข้าใจผิดและน้ำชาก็ขอโทษแล้ว ถามว่ามีโอกาสได้เจอกับน้ำชาไหม มีส่งข้อความคุยกันบ้างพอเป็นข่าวก็ต้องบอกกันว่ามันคืออะไรเพราะวุ้นบริสุทธิ์ใจมาก เลยบอกน้องไปตรงๆ ว่ามันไม่มีอะไร ซึ่งวุ้นเป็นคนที่ไลน์ไปบอกน้องเอง เพราะเราสองคนรู้จักกันอยู่แล้วการทำแบบนี้ก็เป็นการให้เกียรติน้องด้วย นอกจากนี้วุ้นยังมีโอกาสได้เจอกับน้ำชาที่งานแต่งของเพื่อนซึ่งก็ได้คุยกัน ส่วนว่าน้ำชาเชื่อกับข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้ไหม อันนี้ก็ไม่รู้ว่าน้องให้สัมภาษณ์ว่ายังไงแต่ก็คุยกันด้วยดี อีกอย่างน้องเขาก็อยู่วงการมานานเหมือนกัน ข่าวมันไม่กรองก็ต้องเช็คให้ดี ส่วนตัววุ้นก็ขอจบตรงนี้เคลียร์กันแล้วเข้าใจแล้ว วุ้นเป็นรุ่นพี่ก็ไม่อยากมีปัญหากับรุ่นน้อง การเป็นข่าวก็ทำให้คนเข้าใจกันผิดได้ สุดท้ายก็เคลียร์กันแล้วอย่างที่บอกว่าน้องก็ได้ขอโทษวุ้นแล้ว" นอกจากคุยกับน้ำชาแล้ว มีโอกาสได้คุยกับพกบ้างไหม  "คุยนิดหน่อยค่ะก็มีได้เจอกันบ้างเพราะมีแก๊งเพื่อนเดียวกัน แต่ว่าไม่ได้คุยเยอะเพราะเขาไม่ใช่ดาราเลยไม่รู้จะคุยอะไรมากมาย" ถามถึงเรื่องที่คนจับโยงภาพที่วุ้นเส้นลงกับปันปัน(สุทัตตา)ในไอจี ว่าเหมือนจะเป็นการหาพวกหรือเปล่า เพราะก่อนหน้านี้ "น้ำชา" กับ "ปันปัน" เคยมีปัญหากันมาก่อน  "วุ้นโตพอที่จะไม่ยุ่งกับใครค่ะ อยู่วงการมาพักนึงแล้วผ่านเรื่องตรงนี้มาได้ด้วยตัวคนเดียว ไม่ต้องการพวกหรือเพื่อนอะไรมากมาย จริงๆ กับเพื่อนในกลุ่มของวุ้นเองก็ยังไม่ได้เล่าอะไรมาก แต่วันนั้นบังเอิญเจอปันปันซึ่งเราสองคนรู้จักกันอยู่แล้ว ว่างเจอกันเฉยๆ ไม่ได้เกี่ยวกันประเด็นนี้ ส่วนกระแสคอมเม้นต์ต่างๆ ตัววุ้นไม่ได้สนใจ ลองดูว่าวุ้นอยู่ในวงการก็อยากทำอะไรก็ได้ที่อยากทำ เจอใครก็ได้ ลงรูปอะไรก็ได้ไม่ได้คิดว่าเป็นข่าวอะไร ถ้าจะเป็นข่าววุ้นว่าขอใช้ชีวิตปกติแล้วกัน ถามว่าเครียดไหมเรื่องที่มีคนดราม่าจับโยงแบบนี้ จริงๆ ที่น้ำชาลงรูปคู่กับวุ้น กับรูปที่วุ้นลงคู่กับปันปันมันไม่ได้ลงพร้อมกัน ซึ่งวุ้นก็ไม่ได้มีรูปอะไรเยอะมาก ไปงานแต่งงานก็ไปแป๊บเดียว แล้วปันปันกับพีคก็นานๆ เจอกันทีก็ขอลงรูปหน่อย วุ้นโตแล้วเราไม่คุยกันเรื่องคนอื่น" แล้วตอนนี้คุยกับน้ำชาได้สนิทใจเหมือนเดิมไหม  "ยังไงก็ได้ค่ะเพราะข่าวนี้วุ้นเป็นผู้ถูกกระทำ วุ้นอยู่เฉยๆ แล้ววุ้นก็เพิ่งผ่านเรื่องราวความรักของตัวเองมาก็อยากจะดูแลตัวเองให้ดีก่อน ไม่อยากให้ข่าวไม่ดีมาซ้ำเติมอีกมากมาย ขอให้เป็นเรื่องที่ผ่านมาและผ่านไป อยากให้คนที่เข้าใจและเชื่อจากปากวุ้นเองเพราะเป็นคนพูดตรงๆ อยู่แล้ว วุ้นก็คงไม่เลิกคบเพื่อนๆ น้องๆ หรอกก็รู้จักกันต่อไปแหละ" มีข่าวกับไฮโซหลวง แฟนเก่า ไอซ์ อภิษฎา ด้วย  "กับหลวงก็เหมือนกับพก เรารู้จักกันอยู่เขาเป็นรุ่นน้อง ไม่มีอะไร เรารู้จักกันมานานแล้ว แต่อยู่ดีๆก็เป็นข่าวขึ้นมา วุ้นก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร ส่วนข่าวที่บอกว่าไปเล่นฟิตเนสก็ไม่ได้ไป วุ้นไปกับเพื่อนวุ้นหลายคน เรารู้จักกันก็ไปสตูดิโอเขา เขาชวนไปเล่นกีฬาเฉยๆ เราเจอกันน้อยมาก วุ้นก็งงเหมือนกันว่าทำไมช่วงนี้ยัดเยียดผู้ชายให้เยอะ เพราะว่าในข่าวไม่มีใครสักคนเลยที่เป็นเรื่องจริง เอาเป็นว่าทั้งพกและหลวง เป็นคนที่เรารู้จักกันมานานมากแล้ว แต่อาจเพราะความที่เราโสด เวลาเราผ่านหรือคุยกับใคร มันน่าจะทำเป็นข่าวได้ แต่จริงๆ แล้วทุกคนเป็นน้องหมด" ช่วงนี้มีคนเข้ามาจีบเยอะไหม  "ไม่มี วุ้นก็ไม่ได้รีบ แล้วก็ไม่ได้เปิดตัวเองมากขนาดนั้น ก็เลยอาจจะไม่มีคนสนใจที่จะเข้ามามากขนาดนั้น หรือบางคนเขาอาจจะรอเวลาสักพักนึงจะดีกว่า วุ้นก็งงๆ ว่าวุ้นเป็นข่าวกับคนนู้นคนนี้ได้ยังไง เพราะวุ้นไม่ได้มีอะไรเลย" เห็นว่าจะมีนัดกินข้าวกับชาคริต  "อุ้ย...รู้ได้ไงอ่ะ ก็นัดกัน แต่เวลามันยังไม่ตรงกัน เขาเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ ก็เลยขอเวลาสักพักหนึ่งดีกว่า ให้เขาว่างตรงกับเรา และเราไม่ยุ่งจริงๆ เจอกันจะได้คุยกันนานๆ" พอมีความแบบนี้คนเลยลุ้นว่าเราจะไปปรับความเข้าใจกันหรือเปล่า  "ปรับความเข้าใจทำไม เพราะเราเข้าใจกันอยู่แล้ว แต่เราก็อยากรักษาความเป็นเพื่อน ความเป็นพี่น้อง และความรู้สึกดีๆ ต่อกัน พี่คริตก็เป็นคนสำคัญมากๆ ในชีวิตวุ้น วุ้นไม่อยากทำแบบว่าเราเจอกันไม่ได้แล้ว นานๆ เจอกันทีก็ได้ ถ้าเขายังไม่มีใคร" วุ้นเส้น วิริฒิพา วุ้นเส้น วิริฒิพา วุ้นเส้น วิริฒิพา วุ้นเส้น วิริฒิพา วุ้นเส้น วิริฒิพา วุ้นเส้น วิริฒิพา