ทีวีเสื้อแดง

มิชลินชวนอร่อยริมทาง กับสุดยอด 5 ร้านสตรีทฟู้ดในฮ่องกง
ฮ่องกง

มิชลินชวนอร่อยริมทาง กับสุดยอด 5 ร้านสตรีทฟู้ดในฮ่องกง (พร้อมรับข้อเสนอโดนใจจากคาเธย์แปซิฟิกพาคุณไปตะลอนชิมไกลถึงฮ่องกง) สตรีทฟู้ดหรืออาหารริมทาง เปรียบเสมือนประตูที่จะพาคุณไปสัมผัสความเป็นฮ่องกงขนานแท้และนับเป็นครั้งแรกที่มิชลินไกด์ฮ่องกงได้รวบรวมเอาร้านสตรีทฟู้ดมาไว้ในคู่มือนำเที่ยวฮ่องกงฉบับปี 2016 นี้ช่วยให้เรารับรู้ถึงบรรยากาศอันหลากหลายของแวดวงอาหารฮ่องกงที่แวดล้อมไปด้วยอาหารมากมายที่รอให้คุณมาชิมรสชาติกันถึงที่ และไม่เฉพาะคนพื้นที่และคนต่างถิ่นที่มาอยู่ฮ่องกงเท่านั้นที่พากันมาร้านเหล่านี้ นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกก็ชักชวนกันมาลิ้มลองอาหารพื้นถิ่นของฮ่องกงอย่างเพลิดเพลินด้วยเช่นกัน การท่องเที่ยวฮ่องกงอยากแบ่งปันข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับร้านสตรีทฟู้ดชวนน้ำลายสอทั้ง 5 ร้านพร้อมคัดสรรเมนูเด็ดที่นักกินตัวยงไม่ควรพลาด! KeeTsui Cake Shop ลองหาจังหวะเหมาะๆ แวะมาชิมแพนเค้กถั่วแดงหอมกรุ่นที่ออกจากเตาอบใหม่ๆ ยั่วน้ำลายด้วยแป้งชั้นนอกที่อบจนกรอบและเนื้อแป้งชั้นในที่เหนียวนุ่ม ร้านขนมอบแบบดั้งเดิมแห่งนี้ยังมีขนมหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น “ไวฟ์เค้ก” ทาร์ตไข่ และ “เค้กลูกเจี๊ยบ” ชื่อดัง เคล็ดลับของร้านนี้อยู่ที่ขนมทุกชิ้นทำด้วยมืออย่างพิถีพิถันเพื่อให้ได้ขนมสดใหม่ทุกวันนั่นเอง 135 Fa Yuen Street สถานี MTR ที่ใกล้ที่สุด Mongkok ------------------------------------------- Mammy Pancake ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อร้านนี้เขาทำวาฟเฟิลออกมาได้แหวกแนวกว่าใครในฮ่องกง! วาฟเฟิลที่ว่านี้มีชื่อเรียกในภาษาท้องถิ่นว่า gaidaantsaiรูปร่างเหมือนไข่สีทองอร่ามติดกันเป็นแพ เวลาทานต้องทานตอนร้อนๆ แล้วคุณจะรู้สึกฟินไปกับความนุ่มหนุบหนับที่ซ่อนอยู่ข้างในและผิวด้านนอกกรุบกรอบ พร้อมท็อปปิ้งที่มีให้เลือกทั้งน้ำตาล นมข้นหวาน และเนยถั่ว 8-12 Carnarvon Road สถานี MTR ที่ใกล้ที่สุด Tsim Sha Tsui -------------------------------------------   Fat Boy หากคุณอยากลิ้มลองของว่างคลาสสิคสไตล์ฮ่องกงที่มิชลินรับรองความอร่อยไว้เรียบร้อยแล้ว เราขอแนะนำให้คุณไปที่ร้านแฟทบอย แล้วสั่งปลาหมึกเย็นเสียบไม้มาเคี้ยวเพลินๆ ซีฟู้ดสดใหม่ส่งตรงจากท้องทะเล ทานคู่กับน้ำจิ้มมัสตาร์ดและน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรพิเศษที่ช่วยชูรสให้เมนูนี้เด็ดสะระตี่กว่าใคร! 3 Hau Fook Street สถานี MTR ที่ใกล้ที่สุดTsim Sha Tsui ------------------------------------------- Three Potato จะมีใครบ้างที่ไม่ชอบมันฝรั่ง ร้านเล็กๆ ร้านนี้รู้ดีว่าใครๆ ก็อดใจไม่ไหวกับเมนูมันฝรั่งที่เลือกอร่อยได้ทั้งทอด อบ หรือทำเป็นแฮชบราวน์ก็น่ากิน ลองสั่งมันฝรั่งอบชีสเบคอนที่อบซ้ำถึงสองครั้งหรือจะเป็นแฮชบราวน์โรยหน้าหัวหอมทอดกับเบคอน และมันฝรั่งอบไข่ อีกหนึ่งเมนูกระตุกต่อมน้ำลายที่เราอยากให้คุณลองชิมคือมันฝรั่งบดราดซอสเกรวี่เห็ด เราแนะนำให้คุณยกแก๊งกันไปชิม จะได้ลองหลากหลายสารพัดเมนูเด็ดของร้านกันอย่างจุใจ! 30-32A Nullah Road สถานี MTR ที่ใกล้ที่สุดMongKok ------------------------------------------- Hop Yik Tai ก๋วยเตี๋ยวหลอดจากร้านHop Yik Tai เป็นเมนูสุดคลาสสิคตัวจริงที่เราไม่สงสัยเลยว่าทำไมมิชลินถึงเลือกให้อยู่ในลิสต์ร้านอาหารแนะนำ เมนูเด็ดของร้านนี้ทำจากแผ่นแป้งก๋วยเตี๋ยวเนื้อนุ่มที่ค่อยๆ เอามาม้วนห่อเครื่องอย่างพิถีพิถัน แล้วตัดเป็นชิ้นพอดีคำ เพิ่มรสชาติด้วยน้ำจิ้มสูตรลับทำจากถั่วเหลือง ซอสถั่วหวานและซอสพริก แล้วโรยหน้าด้วยงาขาวเพิ่มสีสันที่รับรองว่าอร่อยลืม! 121 Kweilin Street สถานี MTR ที่ใกล้ที่สุดSham Shui Po ------------------------------------------- ห้ามพลาด! ข้อเสนอดี ๆ จากสายการบินคาเธ่ย์แปซิฟิค (www.cathaypacific.com) เริ่มตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคมจนถึงสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ โดยชั้นประหยัดเริ่มต้นที่ 4,700 บาทและชั้นธุรกิจเริ่มที่ 12,950 บาท ราคานี้ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษี

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

BEST XI : ที่สุดผู้เล่นยอดเยี่ยม โตโยต้า ไทยลีก ประจำสัปดาห์ 18
BEST XI /  ธีราทร บุญมาทัน / 

ออกสตาร์ทการเเข่งขันช่วงเลกสองเสร็จสิ้นไปเป็นที่เรียบร้อยเเล้ว ซึ่งเเมตช์ประจำสัปดาห์ที่ 25-26 มิถุนายนที่ผ่านมานั้น มีผู้เล่นคนใดทำผลงานได้โดดเด่นบ้างไปชมกันเลย... ผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยม : ธชตวัน ศรีปาน (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด) -เเผนการเล่น 4-4-2 ผู้รักษาประตู (GK) นริศ ทวีกุล : บางกอกกล๊าส เอฟซี - ทัพกระต่ายเเก้วหวิดต้องกลับบ้านไปเพียงเเต้มเดียว เมื่อพวกเค้าต้องเสียจุดโทษช่วงท้ายเกม เเต่ก็ได้ นริศ ทวีกุล นายทวารตัวเก่งนอกจากจะป้องกันลูกอันตรายตลอดทั้งเกมเเล้วยังสามารถเซฟจุดโทษของ เดนนิส มูริลโล่ ดาวตัวใหม่ “เดอะ พาวเวอร์” ได้อีกด้วย ทำให้สุดท้ายบีจีเก็บ 3 เเต้มไปได้ในที่สุด กองหลัง (CB) ภานุพงศ์ วงศ์ษา : แบงค็อก ยูไนเต็ด - เเม้จะออกไปเยือนเเบบผิดฟอร์มเเต่เเนวรับเเข้งเทพยังอยู่ในมาตราฐานที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะกัปตันทีมอย่าง “ใหม่” ภานุพงศ์ วงศ์ษา ป้องกันการเข้าทำเหล่าบรรดาเเข้งใหม่ของเจ้าถิ่นปราสาทสายฟ้าได้ชนิดทุกรูปเเบบ จนทีมบุกเก็บเเต้มออกมาได้สำเร็จ มาร์ซิโอ โรซาริโอ : สุพรรณบุรี เอฟซี - ปราการหลังจากกาฬทวีปยืนเป็นกำเเพงให้ทัพช้างศึกยุทธหัตถีได้อย่างหนาเเน่น หลังต้องเผชิญหน้ากับกว่างโซ้งเจ้าบุญทุ่มที่ขนผู้เล่นมาเเบบฟูลร์ออฟชั่น เเต่สุดท้ายก็ไม่สามารถผ่านฝีเท้าของปราการหลังร่างยักษ์ให้บุกมาทะลวงประตูกลับไปได้ กองหลัง (RB) ปริญญา อู่ตะเภา : ชัยนาท ฮอร์ลบิน - นอกจากจะเล่นเกมรับได้เหนียวเเน่นเเล้ว ในส่วนของการเติมเกมรุกฝั่งขวาก็ทำได้โดดเด่นไม่เเพ้ใคร เเม้ในเกมเปิดรังเฉือน ราชนาวี จะมีโชคช่วยเเต่ส่วนสำคัญก็มาจากแบ๊กขวารายนี้ที่ครอสบอลไปเเฉลบเเนวรับเปลี่ยนทางจนกลายเป็นประตูชัยของ ชัยนาท ฮอร์ลบิน ในรอบ 7 นัด กองหลัง (LB) คิม จอง พิล : ชลบุรี เอฟซี - จุดเปลี่ยนสำคัญของศึกดาร์บี้เเมตช์เมืองชลคือการโขกประตูขึ้นนำในช่วงท้ายเกมครึ่งเเรกของ คิม จอง พิล ปราการหลังชาวโสมขาว ซึ่งหลังทีมขึ้นนำก็ทำให้สถานการณ์ตกมาเป็นฝั่งทีมเยือน เเต่อย่างไรก็ตามพัทยาเร่งเครื่องบุกเอาคืนเเบบเต็มสูบ เเต่ก็ได้อดีตเเนวรับจากศึกเจลีกญี่ปุ่นรายนี้ช่วยให้บุกมาคว้า 3 เเต้มไปได้ กองกลาง (LW) พีระพัฒน์ โน๊ะชัยยา : เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด - เกมทางฝั่งซ้ายคงต้องมีชื่อของ พีระพัฒน์ โน๊ะชัยยา ขึ้นมาเป็นลำดับต้นๆ ถึงขนาด “โค้ชเเบน” ธชตวัน ศรีปาน ยังเสียดายหากว่าต้องนั่งสำรอง เเละก็ไม่ทำให้ผิดหวังเมื่อจัดการจ่าย 2 เเอสซิสมีส่วนให้ทีเปิดรังถล่มสวาดเเคทไปขาดลอย 4-1 กองกลาง (MC) ธีราทร บุญมาทัน : เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด - เรียกได้ว่าเป็นการประเดิมเกมเเรกได้เเบบสุดเพอร์เฟค สำหรับปราการหลังกัปตันทีมชาติไทยของทัพกิเลนผยอง เมื่อจัดการซัดประตูเเรกให้กับต้นสังกัดใหม่ ร่วมถึงจ่ายอีก 2 เเอสซิสให้เพื่อนทำประตู นอกจากนั้นยังรับบทบาทในตำเเหน่งมิดฟิดฟิลด์ตัวกลาง ค่อยเล่นประสานงานกับ พีระพัฒน์ โน๊ะชัยยา ในฝั่งซ้ายได้อย่างอร่อยเหาะ ทาคาฮิโร่ คาวามูระ : บีอีซี เทโรศาสน - ประเดิมเกมเเรกให้กับต้นสังกัดใหม่ก็ซัดประตูเเรกให้กับทัพมังกรไฟได้ทันที สำหรับ ทาคาฮิโร่ คาวามูระ ซึ่งประตูที่อดีตเเข้งทีโอทีทำได้นั้นยังเป็นประตูชัยให้ทีมบุกไปเยือนอาร์มี่ ยูไนเต็ด ไปอย่างสุดมัน 3-2 ถือว่าออกสตาร์ทเเมตช์เเรกได้อย่างน่าประทับใจ กองกลาง (RW) จอห์น บาจโจ้ : สุโขทัย เอฟซี - ดาวเตะทีมชาติมาดากัสก้ายังสามารถงัดฟอร์มเก่งได้อย่างต่อเนื่อง เเม้ว่าเกมที่ผ่านมาจะเปิดบ้านทำได้เพียงเเชร์เเต้มศรีสะเกษ ไปด้วยสกอร์ 1-1 แต่อย่างไรก็ตามเเข้งรายนี้ยังมีส่วนร่วมกับทีมตลอดทั้งเกม โดยเฉพาะลูกเเอสซิสให้ทีมขึ้นนำเเละอีกหลายๆจังหวะในเเนวรุก กองหน้า (FW) อดิศักดิ์ ไกรษร : เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด - สองประตูจากเกมถล่ม สวาดเเคท ในบ้านน่าจะเป็นเครื่องการันตีผลงานการถล่มประตูของเเข้งรายนี้ ทำให้เวลานี้อดีตดาวยิงปราสาทสายฟ้าเเละมังกรไฟ มีสกอร์ขยับเเซงเพื่อนดาวยิงคนไทยไปเป็นที่เรียบร้อยเเล้ว ถือเป็นกองหน้าที่ใช้จังหวะอันน้อยนิดเเต่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ จูเลียส โออิโบห์ : บีบีซียู เอฟซี - นับเป็นชัยชนะในรอบ 16 นัดของทัพเดอะบิ๊กแบง ซึ่งเกมที่เปิดรังเฉือนชนะ ราชบุรี ไปเเบบเหนือความคาดหมาย ต้องยกเครดิตให้กับ จูเลียส โออิโบห์ ดาวยิงตัวเก่งของทีมที่ซัดให้ทีมออกนำเป็น 2-1 ก่อนที่จะเป็นคนจ่ายเเอสซิสให้กับ นเรศ ฤทธิ์พิทักษ์วงศ์ โขกประตูปิดฝาโรงให้ทีมเปิดรังซิว 3 เเต้มได้สำเร็จ

เยี่ยงตำนาน!ค่ายรถดังทำคลิปอำลาซลาตันสุดยิ่งใหญ่
ซลาตัน อิบราฮิโมวิช /  ปารีส แซงต์ แชร์กแมง / 

บริษัทผลิตรถยนต์ค่ายใหญ่ในประเทศสวีเดน ทำคลิปอำลาให้กับ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าระดับตำนานของทีมชาติสวีเดน ที่ประกาศแขวนสตั๊ดกับทีมชาติอย่างยิ่งใหญ่ หลังจากจบศึกยูโร 2016 ซลาตัน ประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะเลิกเล่นทีมชาติ ก่อนเกมรอบแรกนัดสุดท้าย ที่พวกเขาจะพ่าย เบลเยียม ตกรอบแรก ซึ่งหลังจบเกม ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ในประเทศสวีเดนได้ทำคลิปอำลาฮีโร่ของพวกเขาได้อย่างยิ่งใหญ่ โดยคลิป บอกเล่าเรื่องราวหลังจากจบเกม กับเบลเยียม ดาวยิงวัย 34 ปีขับรถพาครอบครัวกลับไปยังโรเซนการ์ดสถานที่ ที่เขาเติบโตขึ้น และเอาเสื้อไปแขวนเอาไว้ ซึ่ง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ได้แชร์วิดีโอดังกล่าวในเฟซบุ๊กพร้อมข้อความว่า “ถึงเวลาแล้วที่ผมจะแขวนเสื้อของผมเอาไว้ แล้วส่งมันต่อให้รุ่นต่อไป ที่ไหนที่ตำนานจบลงมันจะเป็นจุดเริ่มต้นของตำนานบทใหม่เสมอ วอลโว่ #ผลิตโดยสวีเดน

ชีวิตแต่งงานแสนสุข เจน-พอล ลุยปั๊มเบบี๋
เจน เจนสุดา /  พอล สิริสันต์

         แต่งงานกับสามีไฮโซ พอล สิริสันต์ ไปเมื่อต้นปี ชีวิตหลังแต่งงานของ เจน เจนสุดา ดี๊ดี สามีนางไม่ได้เซอร์อย่างเดียว แต่ He เอาอกเอาใจเก่งด้วยนะจ๊ะ เรียกว่าดูแลกันดีแบบยุงไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอมเชียวแหละ มีโปรเจกต์อะไรที่อยากทำ ไฮโซพอลก็สนับสนุนเป็นกำลังใจให้อย่างดี         ชีวิตช่วงนี้ของสาวเจนจึงถือว่าพีคสุดๆ รักก็รุ่ง งานก็กำลังไปได้สวย ทั้งงานในวงการและงานแบรนด์เสื้อผ้า Janesuda ที่เจ้าตัวตั้งอกตั้งใจทำขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ เหมือนชีวิตจะสุขสันต์ทุกอย่างจะลงตัว เหลือเพียงแต่เบบี๋โซ่ทองคล้องใจที่ทั้งเจนและไฮโซพอลเฝ้ารอทุกเดือนว่าเมื่อไหร่เบบี๋จะมาเกิด ว่างแป๊บๆ ก็ควงกันไปเที่ยวกระชับรักตลอดๆ นอกจากจะกระเตงกันไปสร้างบรรยากาศโรแมนติกสวีทกันบ่อยๆ แล้ว แว่วว่าทั้งคู่ยังหมั่นดูแลสุขภาพให้แข็งแรง อะไรที่ว่าดีก็หามาบำรุงกันและกัน เตรียมพร้อมเต็มที่กับการมีทายาท ในเมื่อทรัพย์สินเงินทองก็พร้อมแล้ว ขาดเพียงแต่เจ้าตัวเล็กที่จะมาเติมความสุขของชีวิตครอบครัวให้สุขยิ่งๆ ขึ้น เชื่อว่าหากทายาทคนแรกมาเมื่อไหร่ คงได้เฮกันทั้งตระกูล เจนสุดา-ไฮโซพอล   เจนสุดา-ไฮโซพอล   เจนสุดา-ไฮโซพอล   เจนสุดา-ไฮโซพอล  

ทุ่มกายและดวงจิตสู่ความคงกระพันอันแสนโหดเหี้ยม เมื่อ “น้อย วงพรู” เป็น “อัลฮาวียะลู”
กฤษดา สุโกศล แคลปป์ /  ก้องเกียรติ โขมศิริ / 

ทุ่มกายและดวงจิตสู่ความคงกระพันอันแสนโหดเหี้ยม เมื่อ “น้อย วงพรู” เป็น “อัลฮาวียะลู” “โอกาสที่จะได้บท ได้เล่น ได้เปลี่ยนคาแรคเตอร์อย่างนี้ เราไม่มีทางรู้เลยว่าโอกาสมันจะมีอีกเมื่อไหร่ มันอาจจะไม่มีด้วยซ้ำ นักแสดงรู้ว่าเวลาบทอย่างนี้มาถึงมือ ยูอย่าพลาด พลาดไม่ได้นะ ไม่ว่ายูจะล้มหรือจะยืนขึ้น ไม่ว่าจะออกมาเป็นยังไง อย่าปล่อยมัน”  น้อย วงพรู กล่าว แม้การสวมบทบาทเป็นมือปราบสายเวทย์อย่าง ขุนพันธรักษ์ราชเดช จะเป็นเรื่องยาก แต่ขอให้เชื่อเถอะว่าในกระบวนการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง ขุนพันธ์ ของผู้กำกับ ก้องเกียรติ โขมศิริ ยังมีอีกหนึ่งบทบาทที่ยากระดับปราบเซียน และก็ไม่ใช่ว่าจะให้ใครมารับบทนี้ได้ง่าย ๆ นั่นก็คือบทบาทของมหาโจรผู้เหี้ยมโหด ชั่วร้ายแต่ก็มีมุมรักพวกพ้อง อัลฮาวียะลู คือชื่อตัวละครดังกล่าวนั้นก่อนที่หัวโขนของบทบาทนี้จะถูกสวมลงที่ศีรษะของ กฤษดา สุโกศล แคลปป์ หรือ น้อย วงพรู และวันนี้ เราจะไปฟังกันว่าดาวร้ายผู้นี้มีอะไรอยากจะเล่าให้ท่านผู้ชมได้ฟังก่อนที่จะไปเต็มอิ่มกับการแสดงของเขาในโรงภาพยนตร์  เมื่อได้ยินชื่อโปรเจกต์ครั้งแรก และถูกทาบทามให้มาแสดงในภาพยนตร์เรื่อง ขุนพันธ์ หลายคนทราบว่าผมก็เล่นอันธพาลกับโขมมาก่อน ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่สุดยอดมากสำหรับผม ตอนที่โขมโทรมาชวนรับทันทีเลยครับ พอได้คุยกันปั๊บ ก็ยิ่งอยากเล่น มันเป็นโอกาสที่พลาดไม่ได้นะครับ ตอนแรกที่พอได้อ่านบทก็รู้สึกว่ามันท้าทายมากเลย จะทำได้เปล่า จะทำถึงเปล่า มันยากนะ จำได้ว่ามีซีนหนึ่ง ไม่ใช่ซีนแอคชั่น ส่วนมากน้อยจะเริ่มเครียด และเริ่มคิดว่าจะทำได้เปล่า เป็นซีนที่ต้องพูดเยอะมาก เป็นซีนที่น้อยเผชิญหน้ากับอนันดาครั้งที่ 2 ที่นั่งด้วยกัน ซึ่งเป็นซีนที่หลายคนได้เห็นในทีเซอร์ที่กินลูกกระสุน สิ่งที่ผมต้องพูดกับอนันดานี่เยอะมากเลย เกือบหน้าหนึ่งนะครับ ซึ่งคำที่ใช้ ศัพท์ที่ใช้ เป็นภาษาไทยสมัยก่อนด้วยผมก็เหนื่อย ผมก็ โอ้โห (หัวเราะ)  ทราบว่าขุนพันธ์เป็นภาพยนตร์แอคชั่นเต็มรูปแบบ ทั้งส่วนของเอฟเฟกต์ ระเบิดกระสุน ไปจนถึงการแสดงที่ต้องเชือดเฉือนกันแบบมันส์หยดเลยทีเดียว โดยเฉพาะน้อย-กฤษดา กับ อนันดา ใช่ครับอย่างตอนเราอ่านบท ซีนนี้แอคชั่นมันส์แน่เราอยากเล่น แต่นี่เป็นซีนที่เผชิญหน้ากันระหว่าง2ตัวละครสำคัญซึ่งเป็นคู่ปรับกัน แล้วคำที่เราพูดมันลึกเหลือเกิน คือว่าไดอะล็อคมันดีมาก โมโนล็อคมันดีมาก แล้วมันแรงเหลือเกิน มันขึ้นมาจากข้างใน แต่เรานิ่งนะครับ มันเหมือนเปรียบเป็นแอคชั่นในตัวของเรา เพียงแต่เวลาเราพูดจะนิ่งหน่อย สำหรับนักแสดงมันท้าทายมากนะ ทั้งน่ากลัวแล้วก็ทั้งมันส์ ก็เลยตื่นเต้นกับซีนนี้มากเป็นพิเศษเลยครับ  คาแรคเตอร์ “อัลฮาวียะลู” มหาโจรผู้เหี้ยมโหด ที่ถ่ายทอดการแสดงแบบเกินร้อยของน้อย กฤษดา เป็นอย่างไร อัลฮาวียะลู ก็คือคู่ปรับของขุนพันธ์ เป็นโจรทางภาคใต้ เขาจะปกครองดูแล และคุ้มครองผู้คนในเขตพื้นที่ของเขานะครับ ในอดีตที่ผ่านมาตัวเขาเอง ครอบครัวได้ผ่านเรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆที่ไม่เป็นธรรม ทำให้ชีวิตเขาเองจะค่อนข้างโดดเดี่ยว หวาดระแวง ไม่ไว้วางใจใครสักเท่าไหร่ สำหรับเขาแล้วรู้เพียงอย่างเดียวว่านี่คือพื้นที่ของเขา คนพวกนี้เป็นชาวบ้านของเขา เป็นคนของเขา ที่เขาต้องคุ้มครอง และในพื้นที่ของเขาใครจะเข้ามาเขาไม่สน แต่เขาพร้อมจะลุกขึ้นปกป้อง และป้องกัน โดยจะทำทุกอย่างครับ เขาเป็นคนที่มองทุกอย่างเป็นแค่ขาว-ดำเท่านั้น เวลาผมอ่านบทก็จะรู้สึกได้ว่าทุกสิ่งที่เขาพูดมันจะเป็นแบบเหมือนกับการออกคำสั่ง อืม อืม อืม แรงเสมอ   ถ้าให้คำจำกัดความของอัลฮาวียะลู อัลฮาวียะลู มหาโจรที่ฆ่าไม่ได้ ตายไม่เป็น ขุนพันธ์อาจจะล่าเราได้ แต่ฆ่าเราไม่ได้ เพราะตัวอัลฮาวียะลูเอง มีทั้งความโหดเหี้ยม โหดร้าย คือเป็นโจรที่ฉลาดด้วยนะครับ สามารถฆ่าคนโดยที่ไม่คิดอะไร แต่จะมีอุดมการณ์ของตัวเอง ถ้าเกิดนี่คือที่ของเขาคุณก็จะตายทันที ชื่อของเขาอัลฮาวียะลู แปลว่าหลุมที่ไม่สิ้นสุด ซึ่งตัวขุนพันธ์ (อนันดา) จะต้องเข้าไปในหลุมนี้ที่ลึกเหลือเกิน เพื่อที่จะดึงความเป็นปมบางอย่างของอัลฮาวียะลู เพื่อที่จะปราบอัลฮาวียะลู เราจะได้เห็นกันว่าขุนพันธ์ทำได้หรือไม่ เป็นตัวละครที่ไม่ธรรมดา มีทั้งความสามารถพิเศษเฉพาะตัว โดยเฉพาะเรื่องยิงไม่เข้า คงกระพันและมีอาวุธที่ใช้ประจำตัว อัลฮาวียะลู เขาก็จะมีอาวุธในหลายรูปแบบ นอกเหนือจากการที่เล่นของอยู่แล้ว จะมีกริช มีรอยสักซึ่งเป็นสิ่งที่ป้องกันเขาได้ จริงๆโขมก็เป็นคนบอกมาเองนะครับว่า เวลาเปรียบเทียบพี่น้อยจริงๆแล้วมันไม่ต่างจาก ลอร์ดเวเดอร์นะ ซึ่งจะต้องมีไลท์เซเบอร์ การใช้บังคับคนด้วยจิตได้อะไรอย่างนี้ มีอาวุธ มีอาคม คงกระพัน จริงๆเขาจะค่อนข้างมีทุกอย่างครบถ้วนในคาแรคเตอร์ของเขา และในสุดท้ายเขาจะรู้สึกอย่างนั้นว่าเขาอาจจะไม่ได้เป็นมนุษย์ด้วยซ้ำ สำหรับผมแล้วคิดว่าตัวขุนพันธ์ไม่น่ามาปะทะกับโจรคนไหนที่มีครบทุกสิ่งทุกอย่างจริงๆ อย่างอัลฮาวียะลู เพราะเขาตายไม่เป็น เวลาเราเล่นบทอัลฮาวียะลูนี่รู้สึกเหมือนกับว่าเขาเป็นทั้งวิญญาณ เป็นมนุษย์ ซึ่งผมว่าขุนพันธ์เองก็น่าจะไม่เคยเจอมาก่อนนะครับ ในการที่ต้องถ่ายทอดตัว “อัลฮาวียะลู” หัวหน้าโจรผู้โหดเหี้ยม ที่ไม่ได้ใกล้เคียงกับตัวตนของ น้อย กฤษดา เลย ต้องมีการเตรียมตัวหรือทำอะไรเป็นพิเศษบ้าง การเตรียมพร้อมก็จะเริ่มตั้งแต่ยังไม่เปิดกล้อง  แล้วพอมาถึงในช่วงของการถ่ายทำ ในแต่ละฉากก่อนเล่น ก็ต้องมีการเตรียมตัว เตรียมพร้อมอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับบท อัลฮาวียะลู ซึ่งเป็นตัวละครที่ค่อนข้างห่างไกลจากคาแรคเตอร์เรามาก การที่บทภาพยนตร์เรื่องนี้มันมีมิติเหลือเกิน แล้วอัลฮาวียะลูเอง อาจไม่ได้เป็นคาแรคเตอร์จริงอย่างขุนพันธ์ แต่ว่าก็ยังมีโจรอีกหลายต่อหลายคน ที่ในชีวิตจริงขุนพันธ์เคยปราบมาแล้วนะครับ   เราก็พยายามเบสคาแรคเตอร์ของเรา กับโจรที่เป็นจริงเหล่านั้นครับ เลยเกิดการตีความ 2 อย่างเราก็พยายามทั้งศึกษาว่า โจรสมัยโน้นเขาเชื่อมั่นในสิ่งอะไร จุดยืนเขาอยู่ที่ไหน เขาเกิดมาเป็นอย่างไรถึงคิดกลายเป็นโจรอย่างนั้น อีกอย่างหนึ่งเราก็พยายามใช้จินตนาการ การตีความ อย่างการที่คาแรคเตอร์เราก็ไม่ได้เป็นจริงด้วย เราก็สามารถใช้อิมเมจิเนชั่นมาสร้าง มันสามารถสร้างสีสันได้ เพราะอย่างในเรื่องก็มีคาแรคเตอร์ของอัลฮาวียะลู ที่คล้ายๆของขุนพันธ์ด้วยใช่ไหมครับ  ผมก็แบบแอบดูว่าอนันดาเขาเดินยังไง  ขาเขาจะเป็นยังนี่ ไม่รู้ว่าภาษาไทยเขาจะเรียกยังไงฮะ ขาเขาจะเขย่งครับ น้อยก็จะเริ่มเดินเหมือนอนันดานิดหน่อยแล้วกัน ให้มีอะไรใกล้เคียงกันในการมูฟเม้นท์นิดหน่อยนะครับ (หัวเราะ) ถ้าเปรียบเป็นมวยก็ถือได้ว่าถูกคู่และสมศักดิ์ศรี อนันดา กับน้อย-กฤษดาจับคู่ทางด้านการแสดงรวมไปถึงบู๊แอคชั่น อยากให้พูดถึงการทำงานกับอนันดา ผมจะอายุมากกว่าอนันดา ห่างกันเกือบเจนเนอเรชั่นหนึ่งด้วยซ้ำ แต่เหมือนอนันดาเข้ามาในวงการก่อนน้อย ก่อนเป็นน้อยวงพรูผมก็จะเห็นอนันดาอยู่แล้ว แล้วเราก็ยังติดภาพมองเขาเป็นซุปเปอร์สตาร์นะครับ แต่ผมก็พอรู้ว่านิสัยเขาเป็นยังไงอยู่แล้ว เขาเป็นคนที่ติดดินมากครับ แต่ผมจะตื่นเต้นเสมอนะครับ ไม่ว่าจะแสดงกับใครก็ตาม แต่ถ้าเกิดเป็นพวกดาราแบบใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็นอนันดา หรือว่าชาคริต ผมจะตื่นเต้นเสมอ ผมยังมองเขาเป็นสตาร์ครับ จนกว่ามาเล่นซีนด้วยกันซึ่งอันนั้นผมก็ต้องเริ่มมีสมาธิจริงแล้ว เวลาที่ผมเล่นในขณะนั้นข้างในผมหัวใจกำลังเต้นไวอยู่นะ มันตื่นเต้น โดยเฉพาะซีนแรกครับ สิ่งที่ผมชื่นชม ผมอิจฉานิดหน่อยกับอนันดา เขาเป็นนักแสดงที่รีแลกซ์มากครับ ตั้งใจ เป็นคนที่คอนเซนเทรตได้ทันทีนะครับ การแสดงมันก็สนุกตรงนี้ การรับบทต่อกันแล้วเราก็จะเริ่มเรียนรู้คนนี้แสดงดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับอนันดา ซึ่งสิ่งที่เขาทำได้ดี มันเหมือนกับว่าเราเองก็รู้ว่านี่เป็นอนันดาที่เล่นอยู่ใช่ไหมครับ เราจะเชื่อว่าเขาเป็นคาแรคเตอร์นั้น เวลาเขาเล่นบทเป็นขุนพันธ์ เราก็เชื่อว่าเขาเป็นขุนพันธ์ ถึงแม้เราจะรู้ว่านั่นคืออนันดานะ นั่นคือสัญลักษณ์ของนักแสดงที่ดี ที่มีพรสวรรค์ ความสามารถที่พิเศษ ซึ่งบางทีอนันดาอาจจะนิ่งไม่ต้องพูดอะไรมากก็ได้ มันก็เป็นสิ่งที่ผมสังเกตเวลาเล่นกับอนันดานะครับ พลังเขาออกมา แม้เขาจะนิ่งๆ แล้วพอเราแสดงด้วยกันเราก็เริ่มรู้แล้วว่า จะจ้องตากัน สบตากัน หรือจะชกต่อยกัน จะรับกันยังไง เพราะคาแรคเตอร์ผมก็จะแรงเสมอ อนันดาก็จะรับ เล่าให้ฟังถึงเบื้องหลังของการทำงานในฉากยากๆ ว่าเหนื่อยขนาดไหน สาหัสอย่างไร จริงๆ มันก็มี 2 ฉากนะครับ ก็คือฉากไคล์แมกซ์ของภาพยนตร์ที่ต้องสู้กัน ที่ 2 คนต้องมาแรงใส่กัน แล้วมันก็เหนื่อยจริงๆ ฉากแรกที่ผมเจอเขา เขายังปลอมตัวอยู่ ฉากที่ 2 นี่รู้แล้วว่ามึงเป็นใคร แล้วผมเตรียมตัวแบบ รู้ว่า โอเค ยูตื่นเต้นไม่ได้ ยูต้องโฟกัสนะ ตอนนั้นเราก็ถ่ายที่กุยบุรี มันเหมือนเวลาจะขึ้นคอนเสิร์ตใหญ่ที่อิมแพ็คอะไรอย่างนี้ บางทีมันก็ซ้อมก็คิดมาเยอะแล้ว พอถึงจุดนั้นอย่าตื่นเต้น อย่าไปคิดมากเกินไปให้มันรีแลกซ์ เราก็แสดงได้ดีขึ้น ซีนนั้น ผมก็บอกทุกคนว่าผมขอขับรถผมไปได้ไหม ขอขับรถดูวิวของกุยบุรีที่มันมีภูเขา เริ่มต้องเตรียมพร้อมต้องอินแล้วกับซีนนี้ แล้วผมก็เปิดเพลงของเดอะคิลเลอร์ เพลงแร็ป เหมือนกับมันเป็นเพลงสกอร์ภาพยนตร์ให้กับคาแรคเตอร์ผมครับ แล้วเพลงก็แบบแรง ผมก็กำลังมา แล้วผมก็บอกทีมงานว่า เวลาพร้อมก็โทรมาหาน้อยนะ น้อยรีบขับกลับมาเลย ผมก็แต่งตัวอย่างนี้ในชุดอัลฮาวียะลู ผมก็อินกับคาแรคเตอร์แล้ว มาแล้วเว้ย แล้วพอไปถึงฉากมันต้องโฟกัสมากเลยฮะ นั่นก็เลยเป็นฉากที่มันส์ดีแต่ก็เหนื่อยมาก ประมาณ 2-3 เทคฮะ เริ่มไม่พร้อม เหนื่อยแล้วๆ แต่พอเสร็จแล้วอนันดาก็บอก เฮ้ยทุกคน..เป็นไง (หัวเราะ) ในภาพยนตร์ขุนพันธ์แล้ว ยังมีอีกตัวละครที่มีความสำคัญมากๆ ที่จะต้องเกี่ยวพันกับตัวอัลฮาวียะลู นั่นคือหลวงโอฬาร ซึ่งรับบทโดย แฟรงค์ ภคชนม์ ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันครั้งที่ 2 แล้วหลังจากอันธพาล กับแฟรงค์นี่เป็นนักแสดงที่ผมให้ความนับถือมากๆ ครับ ถ้าเกิดที่เมืองนอกเขาจะเรียกว่าคาแรคเตอร์แอคเตอร์ เขาอาจจะไม่ได้เป็นแบรด พิตต์ แต่ละคนที่มีฝีมือเยอะเหลือเกินมีโอกาสให้เขาได้โชว์ฝีมือที่เขาเล่นอย่างนี้ครับ ซึ่งก่อนหน้านี้ผมเคยเล่นกับแฟรงค์มาก่อนในอันธพาล แล้วพอมาในเรื่องนี้บทก็ไม่เหมือนกันเลย แล้วเวลาผมแสดงกับเขา ผมก็รู้สึกได้เลยว่านี่เป็นนักแสดงที่แท้จริง เขาเหมือนเป็นนักแสดงแล้วพอเขาเปลี่ยนมาเล่นบทอะไรก็ไม่ทำให้เราผิดหวัง สามารถพลิกบทบาทได้ ให้ตัวละครตัวนั้นโดดเด่น อย่างเรื่องอันธพาลแฟรงค์ก็เป็นตัวไม่ดี อันนี้ก็อีกคาแรคเตอร์หนึ่ง แล้วเขาทำได้ดีมากครับ ผมก็อยากร่วมงานกับแฟรงค์อีกนะครับ จากการทำงานที่ผ่านมาในภาพยนตร์เรื่องขุนพันธ์คิดว่าฉากไหนยากที่สุด สำหรับฉากที่ยากมันก็จะมี 2 สไตล์ มันจะมีทั้งฉากที่ไม่ต้องเคลื่อนไหวเลย แค่พูดกันแล้วส่งบทกัน ต้องมีสมาธิมากๆ ซึ่งฉากพวกนั้นจะยากมากอยู่แล้ว อีกฉากหนึ่งก็น่าจะเป็นฉากที่มันเหนื่อยครับ แล้วผมก็ไม่เคยเลยจริงๆนะครับ แสดงอยู่บนเซต ไม่ใช่แค่ 24 ชั่วโมงนะ 36 ชั่วโมง ผมจำได้ถ่ายตั้งแต่เจอกัน 6 โมงเช้า เป็นฉากแอคชั่นสุดท้ายนะครับ6 โมงเช้า ผมก็นึกว่าจะเสร็จภายใน 6 โมงเย็นอย่างนั้น แล้วก็ไปเรื่อยๆอีก จนถึงเที่ยงคืนแล้ว ผมก็เริ่มเหนื่อยแล้ว จนบางที ซีนหนึ่งนี่แสดงๆกันไป แล้วพอคัท เทค 1 เสร็จแล้วก็รอเทค 2 ใหม่ นั่งรอแล้วก็นั่งหลับ เทค 2 โอเค อีกทีหนึ่ง จนต่อถึงเที่ยงวันต่อไป จริงๆนะครับไม่ใช่แค่น้อยคนเดียวนะครับแต่คนอื่นด้วย แต่มันต้องทำให้เสร็จครับ วันนั้นเหนื่อยมากเลย ผมไม่เคยเล่นหนังที่เหนื่อยขนาดนี้มาก่อน มันก็สมควรเหนื่อยนะครับกับฉากนี้ เพราะว่าตอนถ่ายวันนั้นก็เป็นวันสุดท้ายด้วย แล้วก็ซีนแอคชั่นสุดท้ายของภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย และการที่ต้องมาชกต่อยกัน ยิง แทงกันครับ ก็เหมือนกับเป็นฉากแอคชั่นที่เหนือจริงที่มโหฬาร แล้วมันเป็นประสบการณ์ที่ผมไม่เคยเจอมาก่อนการที่นอกเหนือจากการยิงกัน แทงกัน ชกๆๆ แล้วมันก็มีการที่ต้องยกมอเตอร์ไซค์ให้มันลอย ผมเริ่มรู้สึกเหมือนอเวนเจอร์อย่างนี้ (ขำ) เวลาที่เขาไปโพสต์โปรดักชั่นของเขา เราก็ตื่นเต้นนะครับ อยากดูจริงๆว่ามันจะออกมาเป็นยังไง รอบตัวเรามองไปทางไหนก็มีแต่คนเสียชีวิต ที่แบบเลือดไหลอะไรอย่างนี้ แล้วการที่ต้องถ่ายทำกันไปแบบ 16 ชั่วโมง 20 ชั่วโมง มันเหนื่อยแต่มันคุ้มครับแล้วมันคุ้มค่าจริงๆ ฟังๆ ดูแล้วเป็นฉากแอ็คชั่นที่นอกจากยิ่งใหญ่อลังการแล้ว ยังมีรายละอียดค่อนข้างเยอะมากในฉากนี้ ก็คือในซีนนั้นที่เราถ่ายทำไปใน36 ชั่วโมง ถึงแม้ว่ามันก็เหมือนกับเป็นการถ่ายหนังซีนหนึ่ง แต่พอมันคือ1ซีนในสไตล์ของโขมนี่ มันจะยิ่งมีดราม่าในแอคชั่นนะครับ และมันต้องทำทั้ง 2 อย่างได้ ไม่ว่าจะเป็นดราม่าการแสดง แม้แต่แค่รับบทระหว่างกันและกัน กับการชกต่อยกัน คือการถ่ายทอด 2 อย่างในซีนเดียวกัน ซึ่งสำหรับโขมนี่มันต้องได้ เราต้องเข้าใจว่าเวลาเราเล่นหนังมันมีโอกาสครั้งเดียว แล้วหลังจากนั้นมันก็จะอยู่ในจอ มันจะอยู่ตลอดชีวิตนั่นคือผลงานของเรานะครับ เลยต้องทำให้ถึงทำให้ได้ครับ หลายครั้งถึงเราจะเหนื่อย บางทีเราแสดงก็จะรู้สึกว่าผมอินมาก แต่กลายเป็นไฟดันไม่ได้ บางทีการจะอินแบบ 3-4 เทคก็ยาก ทุกคนไม่ว่าจะเป็นไฟ ทีมงาน นักแสดงทั้ง 2 คน มันต้องลงล็อคพอดีเลยครับ ยิ่งสำหรับโขมอย่างพวกเราทุกคนนี่ ฉากแอคชั่นมันก็อาจจะยากกว่าด้วยซ้ำ ทั้งรถไฟ มอเตอร์ไซค์ มันต้องมาชนกันในจุดนั้นพอดี มันก็เลยเหนื่อยนะครับ แต่ว่าเวลาทำถึงแล้วเราก็รู้สึกดีจริงๆครับ มันก็คุ้มค่ากับการที่เราตั้งใจหรือทุ่มเททำกัน เลยทำให้เวลาเราอิน แล้วปรากฎว่ามีการสั่งคัท เราก็แบบคัททำไม (หัวเราะ) เวลาเล่นผมก็จะคอยสังเกต ซึ่งผมไม่ได้เป็นนักแสดงระดับโลก อย่างคริสเตียน เบล หรือว่า แดเนี่ยล เดย์ ลูอิส ที่ผมได้ข่าวว่าเขาจะอินทั้งวันเลย แต่ผมจะอินแค่ช่วงเวลาถ่ายซีนนั้นนะ แบบเวลาคัท ผมก็อาจจะบางทีผมก็ยังเป็นคาแรคเตอร์อัลฮาวียะลูตอบโขมอยู่ (เสียงใหญ่) อะไรนะ อยากให้ทำอะไรอีกนะ โอเคๆ ได้ๆ ซึ่งกลายเป็นว่าผมยังอยู่ในคาแรคเตอร์นั้นนะฮะ (หัวเราะ) ความประทับใจที่เกิดขึ้นกับการทำงานในภาพยนตร์เรื่องนี้ มันก็มีฉากประทับใจหลายรูปแบบนะครับ เพราะว่าสิ่งที่โขมเขาทำให้มันดีมากๆ สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ ก็คือเขาสามารถผสมผสานแอคชั่นกับดราม่าได้อย่างดี และลงตัวทีเดียว เวลาเราไปเล่นหนังเขานี่ เราจะสามารถรู้หรือสัมผัส ได้รับรสชาติในการแสดงที่หลากหลายทีเดียว ฉากแอคชั่นที่มันส์นี่ มันไม่ใช่แค่ผมสู้กับอนันดาเท่านั้นนะครับ อย่างมันเป็นเพียงแค่ฉากที่ทำให้เราได้มีโอกาสได้ขี่ม้า จริงๆผมเองก็เหมือนกับนักแสดง เหมือนผู้ชายทุกคน เด็กๆฝันขี่ม้า อยากยิงปืน การเป็นนักแสดงเราโชคดีจริงๆที่ได้มีโอกาสเล่นขี่ม้า ยิงปืน เป็นโจรอย่างนี้ครับ ข้างในเราก็มีความเป็นเด็ก ก่อนที่จะแสดงก็ไปหัดขี่ม้ากัน แล้วเป็นฉากแรกของการถ่ายทำในหนังที่ผมได้ขี่ม้ามาลุย มาปราบพวกตำรวจ แล้วก็ยิงๆ แล้วเราเองไม่ใช่แค่เริ่มมีความสัมพันธ์กับนักแสดงคนอื่นๆ แต่เราก็เริ่มมีกับม้าของเราด้วยนะครับ ม้าของเราตัวไหน อยากได้ตัวเดิมนะ มันก็มีความเป็นเด็กของเรานะครับที่แบบขี่แล้วจะเท่ ยิงปืน ผมก็เลยประทับใจกับความรู้สึกตรงนี้ด้วยนะครับ ในภาพยนตร์จะมีอยู่ฉากหนึ่งที่ผู้ชมจะได้เห็นความเป็นอัลฮาวียะลู และเป็นอีกฉากที่ผู้ชมจะได้เห็นการแสดงของน้อย กฤษดาที่เข้มข้นมากๆ ก็มีฉากหนึ่งซึ่งรู้สึกว่าเป็นฉากเปิดเผยคาแรคเตอร์อัลฮาวียะลูนะครับ ซึ่งคนที่เล่นของ เขาจะทำยังไงก็ได้เพื่อที่จะมีอำนาจ เขาจะเป็นคนที่ทำทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อที่จะมีพลังมากขึ้นนะครับ ซึ่งเป็นซีนที่เขามาเผชิญหน้ากับพระรูปหนึ่ง แต่พระรูปนี้ก็มีของ ของอันนั้นก็คือฟันที่งอกขึ้นอยู่ในเพดานของปาก ซึ่งถ้าเกิดรวมกับอีก 2-3 อย่างนี่ มันสามารถให้เขาเพิ่มพลังได้อย่างสูงทีเดียวครับ ซึ่งต้องรอไปดู ผมก็ไม่เคยแสดงฉากนี้มาก่อน ซึ่งก็เป็นครั้งแรกที่คนดูอาจจะได้พบกับพลังของอัลฮาวียะลูครับ ในเบื้องหลังในการเตรียมตัวทำงานก่อนจะเล่นซีนนี้ ผมก็เริ่มฟังเพลง แต่ผมไม่ได้ฟังเพลงน้อย วงพรูนะ แต่ละซีนผมจะมีซาวน์แทรค ครั้งนี้ผมจะฟัง M&M ครับ เพลงแร็พครับเขาจะเหมือนว่าคนนี้กำลังโกรธอยู่ ฟังแล้วก่อนจะเล่นผมก็แบบเตรียมพร้อมมาละ แอคชั่น เวลาที่เราแสดงมันไม่ใช่แค่คิดเกี่ยวกับว่า ได้รับฟันจากเพดานปากนั้นมานะ ผมก็กำลังคิดถึง M&M กับพลังกับเสียงอันแรงของเพลง มันก็บิ้วท์ในสไตล์นี้ครับ สนุกดีครับ ขุนพันธ์คือโปรเจกต์แห่งความเป็นที่สุด ในหนังของโขมนะครับ เขาจะมีบทที่นักแสดงทุกคนอยาก หรือตื่นเต้นที่จะเล่น มีบทที่น่าสนใจเยอะครับ แล้วมันจะสนุก เวลาเราได้เห็นพัฒนาของนักแสดงแต่ละคนนะครับ ไม่ว่าจะเป็นอย่างอ้อม (กานต์พิสชา เกตุมณี) อย่างนี้นะครับ ซึ่งเธอก็เล่นขุนพันธ์ก่อนมาแสดงแม่เบี้ยด้วยซ้ำ การที่เป็นหนังเรื่องแรกของอ้อมนี่ ตอนนี้เธอก็เริ่มมีชื่อเสียงขึ้น เราก็ได้เห็นเธอเดินออกไปเรื่อยๆ มันเหมือนกับสมัยก่อนที่ผมเคยเล่น 13 เกมสยองกับมะเดี่ยว หลังจากถ่ายกันเสร็จก็เจอมาริโอ้ มะเดี่ยวบอกกำลังมีรักแห่งสยาม เด็กคนนี้ก็มีแวว ตอนนี้แบบ โห เป็นซุปเปอร์สตาร์ เวลาเราเห็น เราก็จะติดภาพอนันดาเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ เวลาเรามาแสดงกับอนันดา มัน โอ้โฮ คนนี้มันเคลื่อนไหวได้คล่องตัว ผมก็รู้สึกว่า เอ๊ะ ผมก็เคลื่อนไหวเก่งนะ ผมน้อย วงพรูนะเว้ย ผมเต้นเก่งนะ(หัวเราะ) ผมเคลื่อนไหวได้เยอะนะ แต่มันจะอีกแบบหนึ่งครับ แล้วก็อย่างแฟรงค์ที่ผมก็รักมากอยู่แล้วนี่ สำหรับเขาอาจจะรู้สึกว่า เฮ้ย แต่ถ้าเกิดผมได้เล่นบทเป็นนักการเมืองนี่ มันท้าทายมากกว่าสำหรับเขาอย่างนั้นนะครับ คือทุกคนสามารถมีโอกาสได้พลิก (ล็อค) บทได้ในหนังของโขมนะครับ แล้วผมก็สนุกมากกับการแสดงกับทุกคนนะครับ ได้เห็นสไตล์ใหม่ของแต่ละคน แม้แต่อนันดาก็อาจจะดูเท่มากเวลาชกต่อยแต่ว่ามันก็เป็นการแสดง ส่วนเดี่ยวเขาก็มาทางแอคชั่นอยู่แล้วนะครับ ก่อนที่เราจะเปิดกล้องถ่ายทำหนังเรื่องขุนพันธ์นี้ ผม อนันดา เดี่ยว กบ ก็ไปฝึกขี่ม้ากัน ฝึกชกมวยกันด้วย แต่สำหรับเดี่ยว คือเขาเกิดมาเพื่อเดินสายนี้โดยตรงเขาธรรมชาติ แล้วเราก็ได้เรียนรู้จากเขาเยอะมากทีเดียวด้วย ผมว่าเดี่ยวเขาก็มักจะได้เป็นคนดีในหนังแอคชั่นของเขา แต่คราวนี้ขอโทษนะ เดี่ยวก็เป็นมือขวาของน้อยนะครับ ที่มาปะทะกับอนันดา และการแสดงด้วยกันกับเดี่ยวส่วนมากก็จะสื่อสารผ่านสายตา ก็แบบเคลียร์ๆ “ฆ่ามัน” เราจะได้เห็นอินเนอร์และการทุ่มเทการแสดงแบบสุดตัว ของนักแสดงทุกๆคน รวมทั้ง น้อย กฤษดา ที่ถึงขนาดว่าติดคาแรคเตอร์ความเกรี้ยวกราดของอัลฮาวียะลูกลับบ้านด้วย ในการทำงานในภาพยนตร์เรื่องนี้ โดยเฉพาะกับบทบาทนี้ บางทีเราเองก็เริ่มลืมไปแล้วว่า ตอนนั้นเราอินไปกับบทมากขนาดไหน ผมก็ไม่นึกว่าผมจะเป็นนักแสดงที่เอาบทกลับมาบ้าน เอาคาแรคเตอร์อัลฮาวียะลูบทนี้ติดกลับมาด้วยนะครับ จนมาวันหนึ่งในขณะที่ผมอยู่ที่บ้าน แล้วก็ทะเลาะกับภรรรยาเล็กน้อย แล้วผมก็เริ่มแบบ ชี้หน้า น่าเกลียดมากเลยครับ ผมก็ไม่จริง แล้วภรรยาผมก็ เฮ้ย ยูไม่เคยชี้หน้าไออย่างนี้มาก่อนนะ นี่มันแรงมากเลยนะ ผมลืมไปๆเพราะว่าบทอัลฮาวียะลูเป็นคนที่ชี้บ่อยมาก เป็นคนที่พูดอะไรมักจะออกมาเป็นคำสั่งเสมอ อาจแค่ส่งสายตาอยากให้เบิ้ลความแรงก็จะชี้ ผมก็ขอโทษภรรยา ไอผิด มันไม่ใช่น้อย มันเป็นอัลฮาวียะลู บางทีมันก็เอากลับมาบ้านด้วย ผมไม่นึกว่ามันจะเป็นถึงขนาดนั้นครับ มันเหมือนกับแค่เวลาพูดมันก็เหนื่อยแล้ว เวลาเล่นคาแรคเตอร์นี้ มันก็เป็นความกลัวนิดหน่อยด้วย เวลาแสดงจนไม่กล้าไปดูมอนิเตอร์ รู้สึกแบบมองตัวเองแรง รู้สึกมันไม่ใช่เราอย่างนั้นนะครับ ผมก็รู้สึกว่าหนังไทยบ้านเราช่วงนี้ก็จะเน้นหนังวัยรุ่นเยอะนะครับ ผมก็ไม่ได้เป็นวัยรุ่นแล้วโอกาสที่จะได้เล่นบท ได้เปลี่ยนคาแรคเตอร์อย่างนี้ โอกาสมันจะมีอีกเมื่อไหร่ มันอาจจะไม่มีด้วยซ้ำ จนกว่าโขมทำหนังอีกเรื่องหนึ่ง จนกว่าสหมงคลฟิล์ม บาแรมยูชวนผมมาเล่นครับ เรารู้ว่าเวลานักแสดงรู้ว่าเวลาบทอย่างนี้มา พลาดไม่ได้นะ ไม่ว่ายูจะล้มหรือจะยืนขึ้น ยูจะพลาดไม่ได้อย่างนี้ครับ เราก็เลยต้องเต็มที่ แล้วก็จับมัน อย่าปล่อยมัน ท้ายนี้ น้อย อยากฝากอะไรกับ “ขุนพันธ์” เราก็รู้สึกว่าเราเป็นนักแสดงที่โชคดีจริงๆนะครับ ที่โขมเขามาให้โอกาสเราเล่นบทนี้ เหมือนกับพวกหนังตลกผมก็เคยลองแสดงมาบ้าง หนังโรแมนติกก็เคยมาบ้าง นักแสดงหลายๆคนก็อยากมีโอกาสได้เล่นบทร้ายสักเรื่องหนึ่งนะครับ แต่ว่าบทร้ายนี่ เราจะได้เล่นอย่างไร ออกมาเป็นอย่างไร นั่นมันเป็นสิ่งที่ท้าทายมากครับ บทร้ายนี่จะ...(ร้ายอย่างไร) ซึ่งมันก็เป็นความสนุกของการแสดงนะครับ เสียงน้อยก็เสียงนิ่มๆอยู่แล้วด้วย แต่เวลาอ่านบทแล้วก็ไปทิศทางนั้นไม่ได้นะครับ มันก็ต้องลองเสี่ยงละกัน ลองเสี่ยงแบบให้เอาแรงที่สุดที่จะแรงให้ได้แล้วกัน ซึ่งลึกๆแล้วผมก็รู้ว่าโขมอยากให้ผมรุนแรง ก็ต้องหัดพูดให้มันแรงกว่านี้ ผมก็ต้องเริ่มแบบดัดเสียงให้ได้ ซึ่งมันก็ยากนะครับ บางวันก็ เอ๊ะ ทำไมวันนี้เสียงมันไม่มา ผมก็ต้องไปฝึกให้ได้ แต่นี่ผมก็เป็นนักร้องนะแต่มันก็ยากครับ สำหรับบทอัลฮาวียะลูครั้งนี้เป็นการพลิก และเปลี่ยนคาแรคเตอร์ที่สุดที่ผมเคยทำมาครับ

Sony จับมือ 4 ช่างภาพ จัดงานนิทรรศการ Capture Thailand’s Greatness
Capture Thailand’s Greatness /  sony / 

บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด จับมือกับ 4 ช่างภาพมืออาชีพแถวหน้าชาวไทยที่มีความสามารถอันโดดเด่น และมีผลงานสำคัญมากมาย ได้รับการยอมรับทั้งในระดับประเทศ และระดับนานาชาติ จัดงานนิทรรศการภาพถ่ายดิจิตอล ภายใต้ชื่อ Capture Thailand’s Greatness สะท้อนวิถีแห่งสังคมอันหลากหลาย สีสันแห่งธรรมชาติ ศิลปะวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของเมืองไทย ผ่านมุมมองสุดสร้างสรรค์ในสไตล์เฉพาะของช่างภาพแต่ละท่าน โดยทุกภาพที่นำมาจัดแสดงนั้นถ่ายทอดผ่านกล้องอัลฟ่าในตระกูล A7 Series และเลนส์ G Master ซึ่งเป็นเลนส์มืออาชีพคุณภาพสูงที่ให้ความคมชัดในทุกรายละเอียด และโบเก้ที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ โดยจัดแสดงผลงานภาพถ่ายบนจอทีวี บราเวีย 4K ที่ให้ทุกรายละเอียด และสีสันคมชัดสมจริงดังที่ศิลปินช่างภาพทุกท่านตั้งใจ ช่างภาพมืออาชีพทั้ง 4 ท่านที่ให้เกียรติร่วมมือสร้างสรรค์ภาพถ่าย และจัดแสดงผลงานในงานนิทรรศการ Capture Thailand’s Greatness ครั้งนี้ ประกอบด้วย เกรียงไกร ไวยกิจ  ช่างภาพระดับประเทศ ที่ได้รับรางวัลเกีรยติยศด้านการถ่ายภาพมากมายทั้งในระดับประเทศ และระดับโลก มีผลงานจัดแสดงนิทรรศการ และหนังสือภาพถ่ายอันทรงคุณค่ามากมาย ปัจจุบันเป็นช่างภาพอิสระ รวมถึงที่ปรึกษาสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และยังเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มสห+ภาพ Foto United ทวีพงษ์ ประทุมวงษ์  ช่างภาพแนวสตรีทระดับแนวหน้าของไทย เจ้าของรางวัลภาพถ่ายแนวสตรีทรางวัลชนะเลิศจากการประกวดระดับนานาชาติหลายสถาบัน ผลงานยังได้รับการจัดแสดงในหลายประเทศทั้งในทวีปเอเซีย อเมริกาเหนือ และยุโรป ภูริต เนติมงคลชัย ช่างภาพงานแต่งงานแถวหน้าของประเทศ ที่มีสไตล์การถ่ายภาพอันเป็นเอกลักษณ์ และมีผลงานในรูปแบบ commercial ที่มีคุณภาพมากมาย อุรชา จักรคชาพล อาจารย์ประจำสาขาวิชาการถ่ายภาพ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และกรรมการบริหารของสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ มีผลงานได้รับรางวัลทรงเกียรติมากมายทั้งระดับประเทศ และนานาชาติ งานนิทรรศการภาพถ่ายดิจิตอล Capture Thailand’s Greatness จะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน จนถึง 31 กรกฎาคม ศกนี้ เวลา 10.00น. ถึง 20.00น. ณ โชว์รูมโซนี่ สโตร์ ชั้น 2 สยามพารากอน

อดีตดาราเด็ก จีโน่ ชูทส์ เล่าชีวิตที่เดินทางผิด ติดยา!! จนเกือบตาย
จีโน่ ชูทส์ /  จีโน่ ชูทส์ ติดยา

อึ้ง!! อดีตดาราเด็กชื่อดัง จีโน่ ชูทส์ โพสต์เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อ Jino Schutz เล่าชิวีตตัวเองหลังหลงผิดไปใช้ยาเสพติดหลายชนิด!! จนเกือบจะทำให้หัวใจวายตายมาแล้ว โดยปัจจุบันหนุ่มจีโน่ วัย 25 ปี ได้ใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเจ้าตัวได้กลับใจแล้ว ขณะนี้กำลังเข้ารับการบำบัด และอยากจะให้เคสของตนเป็นอุทาหรณ์กับคนทั่วไปนั่นเอง "บางทีคนเรานะ เกิดมา มีร่างกายพร้อม แต่เลือกที่จะทำร้ายตัวเอง โดยการเล่นยา กินเหล้าจนไม่ได้สติ ผมเข้าใจว่าบางทีมันเกิดจากปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้เราเลือกเดินไปในทางที่ผิด อย่างตัวผม ผมโตมาตอนเด็กๆ โดยการเป็นดารา ผมไม่รู้จักคำว่าวัยเด็ก ผมไม่รู้จักคำว่าการอยู่ร่วมกับสังคมตอนเด็กๆ ผมไม่มีพ่ออยู่กับผม ผมเป็นเด็กอ้วนๆ ที่แสดงละคร ที่ถูกคนตราหน้าว่าแม่ตัวเองโดนฝรั่งทำท้องและทิ้งไป(ซึ่งแม่งไม่จริงเลย) ทุกๆ วันที่ผมเดินออกจากบ้าน ผมต้องถูกถามว่าพ่อไปไหน ทำไมถึงอ้วน เป็นดารานี่ดีเนอะ มีนู่นมีนี่(แม่งก็ไม่จริงอีก)" "พอผมเริ่มจะออกจากวงการ เพราะตอนที่ผม 14-15 เป็นช่วงเวลาที่หาบทยาก เพราะจะเด็กก็ไม่ใช่จะวัยรุ่นก็ไม่ใช่ ผมเริ่มดื่มกับเริ่มดูดกัญชา ตอนอายุสิบห้า ผมไม่รู้ว่าหลังจากการเป็นดาราผมควรเป็นอะไรผมควรเดินไปทางไหน" "พอผมอายุ 16-17 ผมมาอยู่สวิส ผมรู้สึกว่าผมอาจจะได้เริ่มชีวิตใหม่ ผมลดความอ้วน(ด้วยใจไม่พึ่งอะไร) ผมลดน้ำหนักไป 65 โล ผมคิดว่านี่แหละ คือชีวิตใหม่ผม พอผมเริ่มผอม แทนที่ผมจะมีชีวิตที่ดีขึ้น ผมกับเดินไปในทางที่ผิด ผมเริ่มที่จะเที่ยว เริ่มที่จะติดผู้หญิง(เพราะผมอ้วนตอนเด็กไม่มีใครเอา) ผมเริ่มที่จะใช้ยา เช่นโคเคน และ แอมเฟสตามีน และดื่มหนักมาก" "มันเหมือนกับคนๆ นึงทวงหาความสุขที่ไม่เคยตอนเด็กๆ ในทางที่ผิด.. ผมเริ่มกลายเป็นคนโกหก กับแม่ตัวเองกับแฟนตัวเอง แต่ในความผิดพลาดของผมตอนนั้นผมยังสามารถพยุงตัวเองให้เรียนจบได้ ผมมีความโชคดีอย่างนึง คือผมมีเพื่อนดีๆ คนดีๆ รอบตัวมาทั้งชีวิต มีแค่คนไม่กี่คนที่ผมตราหน้าว่ามันแย่..." "ผมเริ่มติดหนักขึ้นมาเรื่อยๆ ผมรักผู้หญิงคนนึง ผมรักเค้ามาก ผมเคยขอเค้าแต่งงาน แต่ตัวผมตอนนั้นมันไม่ดีเลย ผมติดทั้งเหล้าติดทั้งยา มีผู้หญิงคนอื่น ทำเค้าเสียใจจนเราไม่สามารถแต่งงานกันได้แล้ว... พอเริ่มห่างกัน แทนที่ผมจะดีขึ้น ผมกับเสพหนักกว่าเดิม" "ทุกๆ วันที่ผมตื่นไปทำงานผมเริ่มดื่ม ระหว่างพักงานผมเสพเพื่อให้ตัวเองตื่น เลิกงานผมดื่มเพราะผมเครียด ดื่มจนไม่ได้สติ ทุกๆ วันจะเป็นวังเวียนแบบนี้..." "..แต่พอมาถึงวันนึงที่ผมรู้สึกว่าผมเริ่มคิดลำบากแล้ว เพื่อนที่เคยให้ยาผมตลอด ก็เริ่มไม่ให้ผมแล้วเพราะพวกนี้มันก็รักผม และรู้ว่าผมไม่ไหวแล้ว... ผมมาถึงจุดที่ว่าคิดเริ่มลำบาก พูดไม่รู้เรื่อง อารมณ์รุนแรง.." "แม่เริ่มร้องไห้หนักขึ้นเรื่อยๆ" "สุดท้ายผมมานั่งคิดว่าผมโทษอะไรไม่ได้ ทุกอย่างมันผ่านมาแล้ว ผมกลับไปแก้ไม่ได้(วัยเด็กผม)" "ผมเริ่มคิดแล้วว่า อายุเราก็ 25 แล้ว ถ้าเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ อนาคตผมไม่เป็นขอทานผมคงหัวใจวายตาย(ผมเคยหัวใจวายรอบนึงเพราะโคเคน) ผมรู้จักพี่ชายที่แสนดีคนนึง เพราะยาก็เป็นส่วนนึงทำให้เค้าต้องจบชีวิตลง ทิ้งลูกทิ้งครอบครัวไว้ ผมไม่อยากเป็นแบบนั้น..." "ปัจจุบันนี้ผมเข้าสถานบำบัด ผ่านมาจะอาทิตย์นึงแล้ว ผมเหงื่อออก นอนไม่หลับ เห็นภาพหลอน แต่ผมเชื่อว่าผมจะผ่านมันไปได้..." "ที่ผมมาเขียนวันนี้เพราะผมอยากจะกลับมาอ่านในอีกสิบปีข้างหน้าว่าผมผ่านมันได้และถ้าผมมีลูก ผมอยากให้ลูกผมอ่าน ผมเป็นคนมีความฝัน ผมไม่อยากให้ความฝันผมมาหยุดอยู่แค่นี้..." "ผมอยากระบาย... ผมจะไม่กลับไปทำร้ายตัวเองอีก ผมเขียนมาขนาดนี้แล้ว ในเฟสผมมีทั้งครู ทั้งเพื่อนแม่ ทั้งญาติ ถ้าผมกลับมาทำผมก็หมาตัวนึง ตอนนี้ผมมีกำลังใจที่ดี จากครอบครัว จากแฟนคนปัจจุบัน จากเพื่อนๆ ผมไม่ได้สู้ตัวคนเดียว" "สิ่งที่อยากจะฝากบอกไว้คือ คนที่คุณเห็นทุกๆ วันว่าเค้าอาจจะดูไม่มีปัญหา หรือ เค้าอาจจะยิ้มกับคุณเสมอ แต่ข้างในเค้าอาจจะต้องการความช่วยเหลือมากกว่าคนที่โดนรถชนหรือแขนขาขาด" "แต่สุดท้ายแล้ว ถ้าตัวเค้าเองคิดไม่ได้ มันก็ไม่มีใครช่วยเค้าได้.. สมองน่ะถ้าถูกทำลายแล้ว เอากลับมาไม่ได้แล้วนะครับ ขอบคุณนะครับที่อ่าน อยากให้แชร์กันเยอะๆ เพื่อคนที่เป็นแบบผมจะได้อ่าน เราอย่าอายถ้าเรามีปัญหา อย่าดัดจริตว่าชีวิตดี" จีโน่ ชูทส์ #คนไม่ดีที่คิดได้ #เป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ ขอขอบคุณ ภาพและข้อมูลจากเฟสบุ๊ค Jino Schutz จีโน่ ชูทส์ จีโน่ ชูทส์ จีโน่ ชูทส์ จีโน่ ชูทส์

ละครคลื่นชีวิต , เรื่องย่อคลื่นชีวิต
คลื่นชีวิต /  ละครคลื่นชีวิต / 

ละครคลื่นชีวิต ละครช่อง3 คลื่นชีวิต บทประพันธ์โดย : กรุง ญ ฉัตรกำกับการแสดงโดย : อำไพพร จิตต์ไม่งงผลิตโดย : บริษัท ละครไท จำกัดควบคุมการผลิตโดย : หทัยรัตน์ อมตวณิชย์ออกอากาศ เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครคลื่นชีวิต ช่อง3 เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต ความสุขในวัยเด็ก คือสิ่งชโลมใจยามเรามีความทุกข์ เพราะเราจะได้รู้สึกว่า เราเคยผ่านความผาสุกในชีวิตมาแล้ว จีราวัจน์ (อุรัสยา เสปอร์บันต์) ดาราสาวที่เข้าวงการและมีชื่อเสียงด้วยฝีมือการแสดงและข่าวฉาวกับหนุ่มทั้งนอกและในวงการ รวมทั้งนิสัยพูดตรง ถ้าไม่ผิด ก็พร้อมกล้าท้าชนโดยไม่สนใจหน้าไหน จนโดนใครต่อใครตราหน้าว่าจีราวัจน์เป็นผู้หญิงแรง กร้านโลก และง่าย! แต่ใครจะกล่าวว่าเธอยังไง ไม่ทำให้จีราวัจน์เจ็บเท่ากับถูก คุณหญิงจริยา แม่แท้ ๆ ที่ไม่เคยดูแลเธอปล่อยเธอเติบโตตามมีตามเกิด เชื่อว่าเธอเป็นผู้หญิงใจแตก! แต่นั่นยังไม่ทำให้เธอหมดศรัทธากับคำว่า แม่ ของจริยา เท่ากับคืนที่จีราวัจน์โดน สิทธา (ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์) เจ้าของบริษัททอสังหาริมทรัพย์ สามีคนใหม่ของจริยา ผู้กระหายอำนาจ เงินทองและโลกีย์ สั่งลูกน้องวางยานอนหลับเพื่อหมายข่มขืนจีราวัจน์ แต่จีราวัจน์ก็หนีมาได้ และเมื่อจีราวัจน์บอกเรื่องนี้กับจริยาแทนที่จริยาจะเข้าข้างและปกป้องเธอ แต่จริยากลับเข้าข้างสิทธา จริยานั้นรู้สันดานของสิทธาดี แต่เธอยังทำอะไรสิทธาไมได้ เพราะสิทธาคือคนที่ให้เงิน และอำนาจกับเธอ สิทธาคือคนที่ทำให้ผู้หญิงไร้การศึกษา มีชีวิตอยู่ในสลัม ที่มีแค่ความสวยติดตัว จึงเร่ขายความสวยให้ความสำราญผู้ชาย เธอจึงได้โลดแล่นขึ้นมาเป็นคุณหญิงใจบุญเบอร์หนึ่งของสังคม ที่ใคร ๆ ต่อใครนับหน้าถือตา จริยารู้ดีว่าจีราวัจน์มองเธอเป็นผู้หญิงเห็นแก่ตัว ทะเยอทะยาน หน้าเงิน แต่ที่จริยาดิ้นรนถีบตัวเองขึ้นมาถึงตรงนี้ ก็เพื่อให้ชีวิตเธอ และจีราวัจน์สบาย แม้วันนี้จีราวัจน์เกลียดเธอ ...แต่จริยาเชื่อว่าวันหนึ่ง... จีราวัจน์ต้องเข้าใจ ละครคลื่นชีวิต ญาญ่า หมากปริญ สำหรับจีราวัจน์ ...สิ่งที่เธอต้องการ ไม่ใช่ชีวิตดีงามบนหน้าหนังสือพิมพ์อย่างที่จริยาต้องการ แต่สิ่งที่เธอต้องการคือความรัก ปมเดียวในหัวใจของจีราวัจน์ที่เธอโหยหาย แต่เธอไม่เคยได้ โดยเฉพาะวันที่เกิดเหตุการณ์นั้น ถึงแม้จีราวัจน์จะหนีจากเงื้อมมือสิทธามาได้ แต่เพราะฤทธิ์ยานอนหลับ ทำให้ระหว่างที่จีราวัจน์ขับรถหนีอย่างสุดชีวิต ต้องกลายเป็นฆาตกรโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อรถของจีราวัจน์ชนร่าง ติวดี (พริมา พันธ์เจริย) เต็ม ๆ จนติวดีไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ในเวลาต่อมา!! แต่เพราะฤทธิ์ยานนอนหลับทำให้จีราวัจน์หลับและเบลอจนไม่รู้เรื่องติวดี ภายใต้การดูแลของ ดารากา (ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์) เพื่อนสินทตั้งแต่มัธยม ซึ่งเป็นคนเดียวที่จีราวัจน์ติดต่อพูดคุยด้วยตลอด พอจีราวัจน์กลับจากเมืองนอก จีราวัจน์จึงขอให้ดารากามาอยู่ด้วยกัน ดารากาเต็มใจอยู่กับ จีราวัจน์ เพราะความรัก และความสนิทที่ทั้งสองมีด้วยกันมาเกือบ 20 ปี ทำให้ดาราการู้ดีว่า จีราวัจน์หว้าเหว่ แสนเหงา ต้องการใครสักคนเป็นเพื่อน และกว่าจีราวัจน์จะรู้ว่าติวดีเสียชีวิต ก็หลังจากที่ฤทธิ์ยานอนหลับสร่าง เมื่อจีราวัจน์รู้สึกตัว คนกล้าทำกล้ารับอย่างเธอ พร้อมไปรับความผิดกับตำรวจ แต่มันสายเกินไป เพราะ สุกี้ (เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ) นักปั้นดารามือทอง ผู้เป็นทั้งคนชักนำเธอเข้าวงการและเป็นผู้จัดการดูแลเธอ ได้จัดการส่งสเตฟาน คนขับรถคนสนิทประจำตัว รับสารภาพผิดกับตำรวจว่าเป็นคนขับรถชนติวดีแทนเธอ โดยสุกี้ยอมเสี่ยงโกหกกับสังคมเพื่อแลกกับอนาคตทางการแสดงของจีราวัจน์ที่กำลังรุ่งเรือง ละครคลื่นชีวิต สุกี้คิดว่าการให้สเตฟานรับผิดแทนจีราวัจน์ จะทำให้เรื่องทุกอย่างจบง่าย ๆ แต่สุกี้คิดผิด เมื่อระหว่างที่ติวดีโดนจีราวัจน์ขับรถชน ติวดีกำลังคุยโทรศัพท์มือถือกับ สาธิต (ปริญ สุภารัตน์) แฟนหนุ่มผู้เป็นทนายตงฉิน เชื่อว่าใครทำผิดต้องได้รับโทษ นั่นแหละความยุติธรรม! โดยสาธิตเป็นคนเดียวที่ได้ยินเสียงของจีราวัจน์พูดขอโทษติวดี นั่นทำให้เขาปักใจว่าคนที่ขับรถชนคนรัก ไม่ใช่สเตฟานแต่เป็นจีราวัจน์! สาธิตทำทุกวิถีทางพิสูจน์ให้คนทั้งสังคมเห็นว่าฆ่าตกรตัวจริงเป็นใคร โดยมี พ.ต.ต.พิเชษ เพื่อนตำรวจที่รู้จักในระหว่างร่วมงาน เป็นคนช่วยเหลือดูแลคดี โดยสาธิตมั่นใจว่าเขาสามารถลากตัวจีราวัจน์รับโทษอย่างที่เขาเคยส่งคนผิดเข้าคุกมาตลอดอาชีพทนาย แต่ครั้งนี้! สาธิตกลับเจอว่าความจริง พ่ายแพ้อำนาจเงิน! เมื่อหลักฐานทุกอย่างที่จะมัดตัวจีราวัจน์ได้ มันหายไปหมด! สาธิตไม่ยอมแพ้ที่จะหาทางลงโทษจีราวัจน์ แต่ทุกอย่างต้องหยุดลงเมื่อ นวดี (ขวัญฤดี กลมกล่อม) แม่ของติวดี แม่ครูของเหล่าเด็กกำพร้า เป็นคนขอร้องให้สาธิตหยุดอาฆาตแค้น นวดีไม่อยากให้สาธิตต้องจมอยู่กับความทุกข์ ที่เกิดจากความโกรธแค้นอีก รวมทั้ง พัฒนะ (สันติสุข พรหมศิริ) เจ้าของบริษัทผลิตละคร ที่จีราวัจน์กำลังแสดงละครอยู่ พัฒนะเป็นเพื่อนของพ่อของสาธิต และเปรียบเหมือนเป็นพ่อบุญธรรมของสาธิต เพราะหลังจากที่พ่อแม่ของสาธิตประสบอุบัติเสีย ชีวิตทั้งคู่ พัฒนะคือคนที่ส่งเสียและดูแลสาธิตจนเรียนจบเนติบัณฑิต! ฉะนั้นเมื่อพัฒนะขอให้สาธิตทำอะไร สาธิตพร้อมจะทำ รวมทั้งคำขอร้องที่แสนเฉือนหัวใจ ที่พัฒนะขอร้องให้สาธิตหยุดสืบหาหลักฐานเอาเรื่องจีราวัจน์ เพราะละครที่จีราวัจน์แสดงกำลังทำเงิน ถ้าจีราวัจน์ติดคุกจะมีผลทำให้บริษัทของพัฒนะเสียหาย จนกระทบกับหนี้สินของบริษัทด้วย ละครคลื่นชีวิต ในเมื่อผู้ใหญ่สองคนที่เขารักขอร้องให้เขาหยุด ละครคลื่นชีวิต แม้สาธิตไม่ต้องการหยุดฉีกหน้ากากของจีราวัจน์ แต่เขาต้องหยุด แต่ใครจะรู้ แม้สาธิตจะหยุดดำเนินคดีทางกฎหมายกับจีราวัจน์ แต่เขาไม่หยุดตามจองล้างจองผลาญจีราวัจน์ โดยสาธิตประกาศ ในเมื่อกฎหมายทำโทษจีราวัจน์ไม่ได้ เขาจะใช้กฎแห่งกรรมทำโทษจีราวัจน์เอง ด้านจีราวัจน์นั่นอยากเหลือเกินที่จะบอกสาธิตว่าเธอพร้อมรับผิด แต่เธอทำไม่ได้เพราะเธอต้องแบกความเป็นความตายของคนที่รวมโกหกช่วยเธออยู่ เธอเลือกไถ่โทษด้วยการดูแลนวดี แทนติวดีห่าง ๆ โดยมี ชยันต์ (หลุยส์ สก๊อต) ผู้กำกับฯ หนุ่มติสต์ชื่อดัง ซึ่งเคยเป็นรุ่นพี่สมัยมัธยมของจีราวัจน์ ผู้รักและหวังดีกับจีราวัจน์เสมอมา เพราะชยันต์รู้ว่าผู้หญิงที่แข็งกระด้างภายนอก แต่ภายในช่างแสนอ่อนแอ เขาจึงคอยช่วยเหลือส่งข่าวเรื่องนวดี เพราะชยันต์เป็นเพื่อนกับสาธิต ทำให้ชยันต์รับรู้เรื่องราวของนวดีจากสาธิตโดยตรง แต่ความช่วยเหลือของชยันต์ กลับยิ่งสร้างปัญหาให้จีราวัจน์ เมื่อ ปียากุล (จรินทร์พร จุนเกียรติ) ลูกสาวคนเดียวของพัฒนะ ผู้ควบคุมดูแลงานถ่ายละครภายในบริษัทของพัฒนะ และเป็นภรรยาซุปเปอร์โคตรขี้หึงของชยันต์ ได้ยินข่าวว่าเธอสนิทกับชยันต์มาก ทำให้ปียากุลใช้อำนาจหน้าที่การงานในมือเธอกลั่นแกล้งจีราวัจน์ แต่เพราะจีราวัจน์กำลังเป็นดาราทำเงินของพัฒนะ ทำให้พัฒนะออกตัวปกป้องจีราวัจน์ ทำให้ปียากุลไม่พอใจมาก ทำให้ปียากุลพาลระบายอารมณ์กับสาธิต ซึ่งเธอนับถือเหมือนพี่ชาย ทำให้สาธิตรับรู้ว่า นอกจากจีราวัจน์จะเป็นคนตลบแตลงสังคมว่าตัวเองไม่ใช่ฆาตกรแล้ว จีราวัจน์ยังเป็นผู้หญิงรักสนุกคั่วผู้ชายไม่ซ้ำหน้า แย่งผัวชาวบ้านไปกกได้อย่างหน้าไม่อาย!! ละครคลื่นชีวิต ยิ่งวันทีสาธิตพบจีราวัจน์สนิทสนมกับ เจตต์ (มาสุ จรรยางค์กุลดี) วิศวกรปิโตเลียมผู้มีชีวิตยู่กลางทะเล แต่เมื่อกลับมาเยี่ยมบ้าน เขากลับขับรถชนจีราวัจน์ จนทำให้เขาหลงรักนางเอกสาว ซึ่งมันอาจไม่ใช่เรื่องที่สาธิตจะเอามาเป็นข้อเกลียดชังจีราวัจน์ ถ้าสาธิตไม่บังเอิญรู้เรื่องว่าดารากาเพื่อนรักของจีราวัจน์นั้นแอบชอบเจตต์อยู่จาก เจนจิรา (วันศิริ อ่องอำไพ) น้องสาวของเจตต์เจ้าของโรงเรียนที่ดารากาเป็นครูสอน ซึ่งสาธิตได้รู้จักกับเจจิราโดยบังเอิญ และเพราะเจนจิราเป็นคนคุยสนุก มองโลกในแง่ดี เหมือนติวดี ทำให้สาธิตสนุกที่ได้อยู่ร่วมกับเจนจิราโดยสาธิตไม่รู้ว่าความใกล้ชิดที่เขามอบให้เจนจิรานั้น ทำให้เจนจิราแอบชอบสาธิต ชีวิตของจีราวัจน์เจอปัญหาจากสาธิต ปียากุล สิทธา ยังไม่พอ ในเส้นทางสายงานบันเทิง เธอยังต้องเจอ พิม (โชติกา วงศ์วิลาศ) นางเอกจอมสร้างภาพว่าเป็นนางเอกแสนชื่อ แต่แท้จริงปากตลาด ทะเยอทะยาน ใฝ่สูง เคยเป็นอดีตดาราที่สุกี้ปั้นมากับมือ แต่พอดังแล้วก็แยกตัวออกจากสุกี้ ทำให้สุกี้ไม่พอใจพิมมาก หาว่าพิมเนรคุณ แต่พิมไม่แคร์ พิมคิดว่าสุกี้ได้เงินจากค่าตัวเธอเยอะแล้ว ไม่ถือว่ามีบุญคุณต่อกัน โดยตอนพิมออก พิมเอา ลูกน้ำ (ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์) อดีตเลขาลงสุกี้มาด้วย โดยพิมคิดว่าลูกน้ำทำงานกับสุกี้มานาน จะมี Connection กับเอเจนชี่จะผลักดันให้ความฝันก้าวสู่ การทำงานร่วมกับต่างชาติของเธอสมหวัง แต่เปล่าเลย ลูกน้ำไม่มีรู้จักใครเลย เป็นแค่คนปากกล้า อวดฉลาด แต่สมองกลวง ทำให้พิมเลี้ยงลูกน้ำไว้เป็นกันชนเวลาปะทะกับสุกี้ และเป็นคนหิ้วสัมภาระ รองมือรองเท้าตัวเองเท่านั้น! เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต และการโด่งดังของจีราวัจน์ ทำให้ชื่อเสียงที่กำลังลดฮวบของพิม ยิ่งลดลงไปอีก จากนางเอกเบอร์หนึ่งแทบจะเล่นเป็นนางรอง คนทะเยอทะยานอย่างพิมไม่ยอมรับสภาพอย่างนั้นง่าย ๆ เธอจึงยอมทำทุกอย่าง เพื่อกำจัดจีราวัจน์ไปจากเส้นทางของเธอ เพื่อให้เธอกลับมาเป็นอันดับหนึ่งอีกครั้ง รวมทั้งหาลู่ทางเพื่อโกอินเตอร์ แม้แต่ยอมเอาตัวเข้าไปเป็นเมียน้อยของสิทธา เพื่อใช้อำนาจและเงินของสิทธา ปูทางโกอินเตอร์ให้ได้ หลายครั้งที่จีราวัจน์เหนื่อยกับการสู้รบกับความเกลียดชังที่ประเดประดังเข้ามาเหมือนคลื่นกระทบหาดทราย ละครคลื่นชีวิต แต่เธอก็ยังพอมีหลักให้ยึดอีกคน นั่นคือ ครูอารี ครูสอนร้องเพลงตั้งแต่ สมัยจีราวัจน์เรียนมัธยม ครูอารีคือคนที่เอื้ออารีข้าวและขนม เวลาที่จริยาออกไปขายตัว ปล่อยให้จีราวัจน์อยู่กับ ยายจัน ยายข้างบ้านที่มีอาชีพขายขนมจีน สมองไม่ค่อยดี ป้ำ ๆ เป๋อ ๆ ที่เคยเลี้ยงดูจีราวัจน์ พอยายจันออกไปตลาด จีราวัจน์ก็มาวิ่งเล่นบ้านครู ที่นี่เหมือนอีกโลกของจีราวัจน์ เป็นโลกที่สงบ ไม่ใช่โลกมายาที่เธอต้องยิ้มแม้ว่าในหัวใจร้องไห้ และการมาบ้านครูอารีครั้งนี้ ทำให้เธอรู้ว่าบ้านสวนถัดไปเป็นบ้านของนวดี จีราวัจน์หวังจะแอบไปดูความเป็นอยู่ของนวดีเพื่อจะช่วยเหลือ นั่นทำให้เธอเจอสาธิต จีราวัจน์ไม่อยากสู้รบกับสาธิตเพราะเธอรู้ตัวดีว่าผิด แต่สาธิตเหมือนเสือที่จ้องตะครุบเหยื่อ เมื่อเหยื่อเดินเข้ามาหา มีหรือที่เขาจะปล่อย สาธิตจงใจพูดจาแดกดันว่าเธอเป็นคนขี้ขลาด ทำผิดแล้วไม่กล้ารับผิด สาธิตเดินต้อนจีราวัจน์จนไปถึงริมคลอง นั่นเป็นครั้งแรกที่สาธิตเห็นความกลัวในแววตาของจีราวัจน์ ทำให้สาธิตรู้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่แทนที่สาธิตจะปราณีปล่อยเธอไป สาธิตกลับเดินกดดันจนจีราวัจน์ตกน้ำ แม้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่เธอไม่แม้แต่ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากใคร แม้แต่สาธิตที่ยืนมองเธอตะเกียกตะกายในน้ำอยู่ โดยสาธิตยื่นข้อเสนอให้เธออ้อนวอนร้องขอชีวิต แล้วเขาจะยอมช่วย แต่จีราวัจน์ไม่ยอมเอ่ยปาก จนกระทั่ง สีดา ลูกศิษย์สาวจอมก๋ากั่นของครูอารีมาช่วยไว้ทัน นั่นทำให้สาธิตได้เห็นอีกมุมนึงว่าจีราวัจน์เป็นคนรักศักดิ์ศรี ไม่ยอมอ่อนให้ใครง่าย ๆ เหมือนกัน สีดาพาจีราวัจน์กลับมาบ้านครูอารี พร้อมถามว่าใครเป็นคนทำจีราวัจน์ตกน้ำ จีราวัจน์ไม่อยากเอ่ยถึง เธอคิดแต่ว่ามันเป็นการชดใช้กรรมกับสิ่งที่เธอทำกับติวดี อย่างน้อยการที่สาธิตเห็นเธอเกือบตาย อาจทำให้สาธิตลดความโกรธ และเลิกยุ่งกับเธออีกก็ได้ แต่จีราวัจน์คิดผิด ละครคลื่นชีวิต เมื่อละครการกุศลของสมาคมคุณหญิงจริยามีอันต้องสะดุดลง เพราะนางเอกที่วางไว้เสียชีวิตลง ซึ่งก็คือติวดี ทำให้ต้องหานางเอกใหม่ซึ่งทุกคนลงความเห็นที่จีราวัจน์ แต่ก็เหมือนจะเป็นความจงใจของพระพรหม เมื่อผู้รับบทเป็นพระเอกคือสาธิต สาธิตไม่รักษามารยาทในการดูถูกและเหยียดหยามจีราวัจน์ต่าง ๆ นานา ด้านจีราวัจน์นั้น พยายามอดทนไม่อยากตอบโต้ แต่ชยันต์ไม่อาจทนเห็นสาธิตพูดจาดูถูกจีราวัจน์ได้ จึงเป็นคนออกโรงปกป้องแทนเธอ ทำให้สาธิตยิ่งตราหน้าว่าจีราวัจน์กำลังแย่งผัวคนอื่น แต่ดึกรีแรงแค้นของสาธิตต้องสะดุด เมื่อเขาได้เป็นคนอยู่ในเหตุการณ์ ที่จีราวัจน์ใส่ใจ ในความเป็นความตายของยายจัน หากเขาก็ยิ่งย้ำใจให้แข็งขึ้นอีก เพราะถึงอย่างไรจีราวัจน์ ก็คือมือที่สามที่ทำให้ครอบครัวของชยันต์ต้องมีปัญหา ในงานศพยายจัน จีราวัจน์ถูกลอบยิง แต่เจตต์รับเคราะห์แทน แม้จะจับมือใครดมไม่ได้ แต่ในที่สุดชยันต์ก็ได้รู้ว่าเป็นฝีมือของปียากุล ชยันต์และปียากุลทะเลาะกันหนักขึ้นเรื่อย ๆ ชยันต์เห็นใจลูกจึงพยายามอดทนเสมอ แต่ครั้งนี้ปียากุลทำเกินไป ทำให้ชยันต์คิดว่าต้องทำอะไรตัดนิสัยเอาแต่ใจของปียากุลบ้าง จึงตัดสินใจขอแยกบ้านอยู่กับปียากุล ปียากุลนั้นรักชื่อเสียงมาก เมื่อชยันต์ขอแยกกันอยู่ และมีข่าวออกหน้าบันเทิง ทำให้ปียากุลเครียด จนต้องไปฟูมฟายระบายกับสาธิต กล่าวหาว่าชยันต์ย้ายออกไป เพื่อไปอยู่กับจีราวัจน์ นักแสดงละครคลื่นชีวิต จีราวัจน์คือต้นเหตุทำให้ชีวิตครอบครัวของปียากุลพังพินาศ สาธิตมาจัดการจีราวัจน์แทนปียากุล แล้วเห็นจีราวัจน์ก็คอยดูแลเจตต์ เพราะต้องเจ็บตัวเพื่อตัวเอง ความสนิทสนมของจีราวัจน์กับเจตต์ทำให้ดารากาไม่พอใจ คิดว่าเพื่อนทรยศทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเธอแอบหลงรักเจตต์ จนกระทั่งทะเลาะกันใหญ่โต ถึงขั้นดารากาย้ายออกจากบ้านเพื่อน สาธิตตามมาสมน้ำหน้าจีราวัจน์ที่มั่วผู้ชายไม่เลือก แม้แต่แฟนเพื่อนก็ไม่เว้น จนสุดท้ายจีราวัจน์ก็ไม่เหลือใคร ชยันต์เข้ามาปลอบใจจีราวัจน์ว่าเธอยังมีเขา ชยันต์คอยเข้ามาประคับปคะคองจีราวัจน์ แต่ชีวิตที่เคยเป็นเด็กบ้านแตกสาแหรกขาด ทำให้จีราวัจน์ไม่อยากเป็นคนทำลายครอบครัวของชยันต์ แต่ชยันต์ปลอบจีราวัจน์ว่า ที่ครอบครัวของเขาจะพัง ไม่ใช่เพราะจีราวัจน์ แต่เป็นเพราะปียากุลกับเขาหมดความเข้าใจต่อกัน ในเมื่อชยันต์ไปกับปียากุลไม่รอด เขาก็อยากหยุดและเริ่มต้นใหม่กับจีราวัจน์ เรื่องย่อคลื่นชีวิต จีราวัจน์เคยผ่านชีวิตบอบซ้ำมา ทำให้จีราวัจน์รู้ว่าความหวังดีที่ชยันต์มีให้กับเธอ มันไม่ใช่ความรักอย่างที่ชยันต์พร่ำบอก มันเป็นแค่ความรู้สึกเห็นใจ เพราะแท้จริงในหัวใจของชยันต์รักปียากุลและเจ็บซ้ำกับสิ่งที่ปียากุลไม่ไว้ใจเขา ดังนั้นคนมีปัญหาอย่างชยันต์ มาเจอกับผู้หญิงที่เจอปัญหามาทั้งชีวิตอย่างเธอ มันจึงเกิดการคลิกกัน จีราวัจน์ขอให้ชยันต์ เป็นเพื่อนที่ดีอย่างเดิม อย่าให้มากกว่านั้นเลย แล้วกลับไปซ่อมแซมครอบครัวของชยันต์ ให้กลับมาสวยงามเหมือนเดิมดีกว่า แต่เคราะห์ของจีราวัจน์ที่จะทำให้สาธิตยิ่งเกลียดเธอ ยังไม่จบเพียงแค่นั้น เมื่อจีราวัจน์รู้ว่าบ้านที่อาศัยอยู่นี้กำลังจะถูกธนาคารยึด จีราวัจน์สั่งสุกี้ให้จัดการเรื่องบ้าน จนเรื่องเข้าหูจริยา จริยาสั่งห้ามจีราวัจน์ไปยุ่งกับนวดีอีก เพราะตอนนี้รูปคดีออกมาว่าไม่มีหลักฐานมัดว่าจีราวัจน์ขับรถชน แต่ถ้าจีราวัจน์ดูแลนวดีมาก ๆ เพราะมันอาจทำให้สาธิตหาช่องโหว่เล่นงานจับจีราวัจน์เข้าคุกได้ จีราวัจน์เสียใจที่แม่เห็นแก่ประโยชน์ตัวเองจนลืมคำว่ามนุษยธรรม ถ้าลูกของแม่โดนรถชน แม่จะอยู่เฉยไหม จริยาได้แต่ยืนนิ่งไม่ได้ตอบ การทะเลาะกันเสียงดังของจีราวัจน์กับจริยา ทำให้ ศิริลักษณ์ หัวหน้าแม่บ้านประจำบ้านของสิทธา ผู้มีนิสัยประจบสอพลอสิทธา และลึก ๆ หวังสบายเป็นเมียของสิทธา แต่สิทธาไม่เอา ทำให้ศิริลักษณ์อิจฉาและจงเกลียดจงชังจริยาและจีราวัจน์ เมื่อการทะเลาะของจริยากับจีราวัจน์รู้ถึงหูศิริลักษณ์ ศิริลักษณ์จึงไปบอกสิทธาว่าจีราวัจน์ต้องการเงิน ทำให้สิทธาเสนอเงินเธอโดยมีข้อแลกเปลี่ยน ซึ่งจีราวัจน์รู้ดีว่าคืออะไร จีราวัจน์ตกลงเพราะเห็นถึงวิธีที่จะแก้เผ็ดอีกฝ่าย ในวันนัดจีราวัจน์แอบมอมยาสิทธา พร้อมเอาปืนจ่อหน้าสิทธาและข่มขู่ให้สิทธาเลิกยุ่งกับตัวเองอีกไม่อย่างนั้นเธอฆ่าสิทธาให้ตายตามกันแน่ แล้วจีราวัจน์ก็หนีออกมาจากโรงแรม โดยหวังว่าเรื่องราวยุ่ง ๆ จะจบลงสักที แต่เปล่าเลย เมื่อจีราวัจน์พบสาธิตที่ดักรออยู่ จากการแอบส่งข่าวของพิม ที่รู้ว่าสาธิตจ้องทำลายจีราวัจน์อยู่ พิมจึงเข้ามาตีสนิทกับสาธิต หวังจะยืมมือสาธิตทำลายจีราวัจน์ให้สิ้นซาก ละครคลื่นชีวิต แล้วภาพที่สาธิตเห็นจีราวัจน์เข้าโรงแรมกับสิทธาที่มีศักดิ์เป็นพ่อเลี้ยงของจีราวัจน์ ยิ่งทำให้สาธิตขยะแขยงจีราวัจน์ โดยคิดว่าจีราวัจน์มั่ว เห็นแก่เงิน จนไร้ศีลธรรมใช้ผัวร่วมกับแม่ แต่แล้วความเชื่อที่สาธิตมีต่อจีราวัจน์ต้องเจอจุดเปลี่ยน เมื่อสาธิตจำต้องมาพัวพันกับความเลวของสิทธาจนได้ เพราะ เวทิต นักข่าวที่แอบส่งหลักฐานเอาผิดสิทธามาให้เขาก่อนตาย ทำให้สาธิตเริ่มตามสืบพฤติกรรมของสิทธา แล้วนั่นทำให้สาธิตได้เห็นว่าสิทธาชั่วร้ายขนาดไหน แล้วคนที่ตกเป็นเหยื่อของสิทธาไม่ใช่แค่เวทิต แต่เป็นจีราวัจน์ด้วย รวมทั้งจีราวัจน์ได้เข้ามาดูแลนวดี และดูแลเด็ก ๆ กำพร้าที่นวดีสอนหนังสือ และชยันต์ยังมาปรับความเข้าใจกับสาธิตว่าจีราวัจน์ไม่ยอมรับความรักของชยันต์ แต่จีราวัจน์กลับเป็นคนเตือนสติให้ชยันต์กลับไปง้อปียากุล ทำให้สาธิตได้เห็นว่าจีราวัจน์ ได้มีแค่ด้านร้าย แต่เธอยังมีมุมความดี และมีหัวใจที่บอบซ้ำ ไม่ต่างจากเด็กกำพร้าที่นวดีและเขาดูแลเลย ทำให้ความแค้นในใจของสาธิตเริ่มเปลี่ยนเป็นความสงสาร เข้าไปยุ่งกับชีวิตจีราวัจน์โดยไม่รู้ตัว นักแสดงละครคลื่นชีวิต ด้านจีราวัจน์ก็ได้รับรู้มุมอบอุ่นที่เกิดจากความเอาใจใส่ ดูแลด้วยความละเอียดอ่อนของสาธิต ซึ่งเป็นความรู้สึกที่เธอไม่เคยได้จากใคร เป็นความรู้สึกที่เธอโหยหา จนทำให้จีราวัจน์แอบเผลอใจให้สาธิตโดยไม่รู้ตัว สองคนต่างมีความห่วงใยที่ไม่กล้าแสดงออกต่อกัน ละครคลื่นชีวิต จนกระทั่งสิทธามายุ่งเกี่ยวกับจีราวัจน์อีกครั้ง สาธิตออกตัวช่วยจีราวัจน์ให้รอดพ้นเงื้อมมือสิทธา และยังใช้หลักฐานที่ตัวเองได้จากเวทิตข่มขู่สิทธา เพื่อให้สิทธาเลิกยุ่งกับจีราวัจน์ จีราวัจน์อึ้งเมื่อเห็นว่าสาธิตช่วยเหลือตัวเอง โดยสับสนว่าสาธิตช่วยตัวเองทำไม สาธิตรู้สึกอะไรกันแน่ แต่สิทธามองอาการสาธิตออก สิทธารู้ว่าสาธิตกำลังตกบ่วงเสน่หาของจีราวัจน์ และดูเหมือนจีราวัจน์ก็มีใจให้สาธิตเช่นกัน ทำให้สิทธาคิดชั่ว ในเมื่อตัวเองไมได้จีราวัจน์มาครอบครอง ก็อย่าหวังว่าใครจะได้มีความสุขทั้งจีรัวัจน์และสาธิต ดังนั้นสิทธาจึงไปหาสาธิตที่สำนักงาน แล้วมอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่เขาเคยส่งคนไปเก็บ ซึ่งเป็นหลักฐานว่าจีราวัจน์คือคนขับรถชนติวดี เมื่อสาธิตเห็นหลักฐาน ความเจ็บปวดในอดีตจึงย้อนคืนกลับมา สาธิตได้แต่นั่งมองกองหลักฐานอย่างสับสนว่าเขาจะฟ้องเอาจีราวัจน์เข้าคุกหรือไม่ เรื่องสิทธาเอาหลักฐานไปให้สาธิตรู้ถึงหูจริยา จริยารีบไปหาสาธิตเพื่อเจรจาพร้อมเสนอเงินให้ ความเจ็บปวดในใจของสาธิต ทำให้สาธิตบอกจริยาไปว่า เขาจะยอมทำลายหลักฐาน ก็ต่อเมื่อจีราวัจน์เอาตัวมาแลก ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ความชั่วของสิทธายังไม่หยุดเท่านี้ มันเหมือนเสือที่คลั่ง จริงอยู่ที่จีราวัจน์เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา แต่คนอย่างสิทธาไม่เคยยอมให้ใครลูบคมได้ ถ้าประกาศว่าได้ มันต้องได้ สิทธาสั่งพิมให้หลอกล่อจีราวัจน์มาที่เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของเขา สิทธาวาดหวังจะข่มขืนจีราวัจน์บนเครื่องบิน เพราะไม่มีทางที่จีราวัจน์จะหนีรอดกรงเล็บเสือไปได้ จริยารู้เรื่องแผนการชั่วของสิทธา แม้จะรักเกียรติยศชื่อเสียง แต่หัวใจความเป็นแม่ไม่อาจปล่อยให้ชีวิตลูกตกนรกได้ เมื่อพิมหลอกจีราวัจน์ไปถึงเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของสิทธาได้ จีราวัจน์ดิ้นรนหนีจนไปเจอปืนของสิทธา สิทธาแย่งปืนกับจีราวัจน์ ทันใดนั้น กระสุนจากปากกระบอกปืนในมือของคุณหญิงจริยา ก็ยุติเรื่องเลวร้ายทั้งหมดลงในวินาทีนั้น เป็นครั้งแรกที่จีราวัจน์เข้าไปกอดแม่ จริยาเข้าไปกอดลูกพร้อมพร่ำบอกขอโทษ เป็นเพราะความโลภของตัวเอง ทำให้ชีวิตของจีราวัจน์ต้องเป็นอย่างนี้ เธอขอติดคุกเพื่อชดใช้กับความผิดที่เธอทำ แต่สิ่งหนึ่งที่จริยาอยากให้จีราวัจน์รู้ไว้ ว่าต่อให้เงินสำคัญสำหรับแม่ยังไง แต่เลือดเนื้อและหัวใจของลูกสำคัญกว่า นั่นทำให้หัวใจที่เย็นชาไร้ความรู้สึกของจีราวัจน์ได้รับรู้ความในใจของแม่ ละครคลื่นชีวิต คลื่นชีวิตของจีราวัจน์เหมือนจะกำลังสงบ แต่ยังมีพายุอีกหนึ่งลูก ที่กำลังรอพัดพาชีวิตของจีราวัจน์ให้ล้มลง เมื่อจริยาเอาเรื่องข้อเสนอของสาธิตไปบอกกับจีราวัจน์ เมื่อจีราวัจน์รู้เรื่องข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตแล้ว เธอจะทำเช่นไร จะยอมทำตามข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตหรือไม่ ชยันต์และปียากุลจะกลับมาคืนดีกันไหม เจตต์กับดารากาจะสมหวังกันหรือเปล่า และหัวใจรักของแม่ที่จริยากดเก็บไว้ ไม่เคยแสดงออกให้ลูกเห็น จริยาจะเลือกปกป้องเกียรติยศชื่อเสียงของตัวเองหรือปกป้องลูก สุดท้ายเส้นทางความรักระหว่างสาธิตกับจีราวัจน์ที่มีความแค้นขวางกั้นจะมีวันเกิดขึ้นได้หรือไม่ ต้องติดตามชมกันต่อได้ใน ละครคลื่นชีวิต ที่เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต รายชื่อนักแสดงนำใน ละครคลื่นชีวิต ปริญ สุภารัตน์ รับบท สาธิต อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท จีราวัจน์ หลุยส์ สก๊อต รับบท ชยันต์ จรินทร์พร จุนเกียรติ รับบท ปียากุล ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ รับบท ดารากา มาสุ จรรยางค์กุลดี รับบท เจตต์ วันสิริ อ่องอำไพ รับบท เจนจิรา ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ รับบท สิทธา โชติกา วงศ์วิลาศ รับบท พิม เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ รับบท สุกี้ ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์ รับบท ลูกน้ำ พริมา พันธ์เจริญ รับบท ติวดี สันติสุข พรหมศิริ รับบท พัฒนะ ขวัญฤดี กลมกล่อม รับบท นวดี

เหลือแค่ชูเสื้อ! สื่อผู้ดีพร้อมใจประโคม มาเน่ เข้าตรวจร่างกายกับ หงส์แดง วันนี้
ซาดิโอ มาเน่ /  นักบุญแดนใต้ / 

แบบนี้น่าจะเลือกเบอร์เสื้อรอล่วงหน้ากันได้เลยทีเดียว! เมื่อ Liverpool Echo และอีกหลายสื่อดังของเกาะอังกฤษ พร้อมใจประโคมข่าว ซาดิโอ มาเน่ ปีกตัวเก่งของ เซาแธมป์ตัน เตรียมเดินทางมาตรวจร่างกายกับ ลิเวอร์พูล ในวันจันทร์นี้ โดยคาดว่าจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการกันอีกครั้งภายในสัปดาห์นี้ ก่อนหน้านี้ "นักบุญแดนใต้" เพิ่งจะประกาศเปิดตัว นาธาน เร้ดมอนด์ ปีกความเร็วสูงเข้ามาร่วมทัพไปสดๆร้อนๆ ซึ่งคาดว่าจะเข้ามารับบทบาทแทน ซาดิโอ มาเน่ ที่กำลังจะย้ายไปร่วมทัพ "หงส์แดง" ในฤดูกาลหน้า หลังจากทั้งสองทีมตกลงค่าตัวกันได้ที่เม็ดเงินจำนวน 30 ล้านปอนด์ โดยคาดการณ์กันว่าหลังจากตรวจร่างกายกันเสร็จสิ้นในวันนี้ ลิเวอร์พูล ก็จะเคลียรายละเอียดต่างๆในสัญญาอีกเล็กน้อยเพื่อทำการเปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้งภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งเท่ากับว่า มาเน่ จะเข้ามาเป็นลูกศิษย์คนใหม่ของ เจอร์เกน คล็อปป์ รายที่ 4 ต่อจาก มาร์โก กรูยิช, โจเอล มาติป และยอริส คาริอุส

แซ่บไหมละ!? ใบเตย อาร์สยาม เปิดตัวโฉมใหม่ - โละทีมงานใหม่!!
กรุบ กรุบ /  สุธีวัน ทวีสิน / 

ใบเตย อาร์สยาม 'โละทีมงานทำเพลงใหม่ - ฉีกภาพเดิมๆ!' ซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุด 'กรุบ กรุบ' เน้น แฟชั่น ทันสมัย ไม่เน้นขายเซ็กซี่!! เงียบหายไปซุ่มทำซิงเกิ้ลใหม่อยู่นาน สำหรับนักร้องลูกทุ่งสั้นเสมอหู ใบเตย อาร์สยาม (สุธีวัน ทวีสิน) สังกัด ค่ายเพลง อาร์สยาม ในเครือ บมจ.อาร์เอส กลับมาคราวนี้เธอมาพร้อมกับซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุด กรุบ กรุบ ที่เจ้าตัวบอกว่า 'ปรับทีมคนทำงานใหม่ทั้งหมด!' เพื่อให้ฉีกภาพไปจากเดิม มอบเป็นของขวัญให้กับแฟนเพลง!! ใบเตย อาร์สยาม กล่าวว่า "ก่อนอื่น ใบเตย ต้องขอขอบคุณทีมงานเก่าทุกคนนะคะที่เคยร่วมงานด้วยกันมาอย่างสนุกสนาน ถ้าไม่มีทีมงานที่ทำให้กันในวันนั้น ใบเตยก็คงจะไม่มีวันนี้ได้เหมือนกัน แต่ในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เพราะใบเตยมีความต้องการอยากให้ซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุด กรุบ กรุบ มีความแตกต่างจากผลงานเพลงที่ผ่านๆ มา อยากเจออะไรใหม่ๆ มากขึ้น เลยได้ปรับทีมคนทำงานใหม่ทั้งหมดค่ะ" "เริ่มจากครูสอนเต้น ใบเตยได้ ครูอู๋ เปรมจิตต์ อำนรรฆมณี ครูสอนเต้นอันดับหนึ่งของเมืองไทยมาร่วมสอนเต้นกับซิงเกิ้ลใหม่นี้ค่ะ ส่วนทางด้านทีมกำกับมิวสิควิดีโอเพลงก็ได้ผู้กำกับมือทองอย่าง พี่ดล ผดุงวิเชียร มากำกับให้ เพื่อให้ได้รูปแบบของงานใหม่ๆ เป็นแฟชั่น ทันสมัย ไม่เน้นขายเซ็กซี่ ส่วนสไตลิสต์ก็ได้ดีไซเนอร์ชื่อดัง อย่าง พี่ผักกาด ประภากาศ อังศุสิงห์ มาช่วยดูแลเสื้อผ้าในมิวสิควิดีโอให้ด้วยค่ะ โดยการเปลี่ยนแปลงนี้ก็เพื่อจะมอบสิ่งใหม่ๆ มาเป็นของขวัญให้กับแฟนเพลง รับรองว่าซิงเกิ้ล กรุบ กรุบ นี้ จะแซ่บไม่น้อยไปกว่าผลงานเพลงที่แล้วๆ มาแน่นอนค่ะ ฝากเพลงใหม่ของ ใบเตย อาร์สยาม ด้วยนะคะ" สดจากกองถ่าย MV กรุบกรุบ : ใบเตย อาร์สยาม youtube channel : RsiamMusic : อาร์สยาม มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

จบดราม่าแย่งที่จอดฟิตเนส เจนี่ ยอมจ่าย 3 ล้านให้ บุ๋ม ปนัดดา ย้ายออก!!
เจนี่ บุ๋ม แย่งที่จอดฟิตเนส /  ข่าว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ / 

เป็นอันแยกย้าย... นางเอกสาว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เจ้าของฟิสเนส 911 by JT ควงทนายออกมาชี้แจงปมดราม่าแย่งที่จอดรถกันกับ สแมชยิม ฟิตเนสของ บุ๋ม ปนัดดา โดยสาวเจนี่ยอมจ่าย 3 ล้านตามที่สาวบุ๋มยื่นข้อเสนอมา พร้อมเผยรู้สึกลำบากใจที่จะทำธุรกิจร่วมกันแล้ว แต่ยังไม่ระบุว่าทางสาวบุ๋มจะต้องออกจากที่นี่เมื่อไหร่ แต่โดยส่วนตัวเธอบอกยังเคารพดารารุ่นพี่เหมือนเดิม ตอนนี้มีวิธีแก้ปัญหาเบื้องต้นคือเช่าพื้นที่จอดรถเพิ่มขึ้น บอกทั้งหมดมีปัญหาเรื่องที่จอดรถแค่ 1 ชม. ต่อวัน ไม่ได้มีปัญหาตลอด 24 ชม. พื้นที่ที่ซื้อมายังไม่รู้จะทำอะไรต่อ นอกจากนั้น สาวเจนี่ยังบอกอีกว่า ทางฝั่งของสาวบุ๋มทำธุรกิจทับซ้อน มีการเปิดขายอาหารคลีน ขายน้ำ เปิดคลาสโยคะเพิ่ม ซึ่งทับซ้อนกับของเธอ เปรยเรื่องการฟ้องร้องเป็นเรื่องในอนาคต ไม่เน้นดำเนินคดี จะคุยกันก่อน ทนายได้มีการคุยทางโทรศัพท์แล้ว ยังไงก็ตามสาวเจนี่บอกไม่อยากให้มาทะเลาะกันเอง อยากให้สิ่งที่เธอพูดในวันนี้เป็นข้อมูลให้อีกฝั่งนึง พูดข้อเท็จจริงอีกฝั่งนึง ขอให้คุณผู้ชมตัดสินเอง ตอนนี้เลยจุดที่จะนัดคุยกันแล้ว ต่อจากนี้เข็ดกับการทำธุรกิจร่วมกับคนอื่น แพลนไว้ว่าที่ตรงนั้นอาจจะทำยิมต่อ หรือเป็นศูนย์อาหารก็ได้ โดยทั้งหมดเป็นเรื่องในอนาคตอีกที... เจนี่ - ทนาย เจนี่ แถลงปมแย่งที่จอดรถฟิตเนส เจนี่ แถลงปมแย่งที่จอดรถฟิตเนส เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ บุ๋ม - เอก

ร่วมสนุกชิงเสื้อ 45th THE LEGEND OF THE GUITAR
Big Ass /  Blackhead / 

ประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของวงการเพลงไทยจะต้องถูกจารึกไว้อีกครั้ง กับเทศกาลดนตรีระดับชาติ ในงาน 45th THE LEGEND OF THE GUITAR เนื่องในโอกาสครบรอบ 45 ปี ของตำนานหนังสือเพลง เดอะกีตาร์ พบกับศิลปินชั้นนำระดับประเทศถึง 3 ยุค กว่า 20 วง ตั้งแต่ยุค 1970 – ปัจจุบัน ในรูปแบบโชว์ ON GOING SHOW CASE บนเวทีเดียว อลังการงานสร้างด้วยฉาก และระบบแสง-สี-เสียงเต็มรูปแบบ! ชวนแฟนคลับเวบไซต์ music.mthai.com ร่วมลุ้นชิงเสื้อ 45th THE LEGEND OF THE GUITAR เพียงตอบคำถามดังนี้… Loading... คลิกเพื่อหาคำตอบได้ที่นี่ ผู้โชคดีที่ตอบคำถามได้ถูกต้องและถูกใจทีมงาน จะได้รับ เสื้อ 45th THE LEGEND OF THE GUITAR จำนวน 20 รางวัล ร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม เวลาเที่ยงตรง โดยทางทีมงานจะประกาศผลผู้โชคดีทางเว็บไซต์ music.mthai.com ภายในวันที่ 8 กรกฎาคมนี้