ทีวีเสื้อแดง

กลัวชะนีละอ่อนตีท้ายครัว บุ๋ม แอ๊บแบ๊ว มัดใจแฟนเด็ก
บุ๋ม ปนัดดา /  บุ๋ม เอก เอกริน / 

ชิชะ!! รู้สึกว่าตั้งแต่คบหาดูใจกับแฟนเด็กหุ่นล่ำกล้ามโตอย่าง เอก เอกริน สาวใหญ่หุ่นอึ๋มชั่วโมงบินสูงอย่าง บุ๋ม ปนัดดา ดูจะสวยขึ้นกว่าเดิมเยอะ ที่สำคัญขยันแอ๊บเด็กเอาใจแฟนหนุ่มสุดๆ หลังจากที่ประกาศว่าจะแต่งงานกันในปีหน้า ดูคู่นี้จะหวานขึ้นทุกวันตัวติดกันอย่างกะปาท่องโก๋ ควงกันไปนู่นมานี่อยู่บ่อยๆ แม้หลายคนจะมองว่าอายุที่ห่างกันของทั้งคู่จะเป็นอุปสรรค แต่สำหรับสาวใหญ่อย่างบุ๋มดูจะไม่ใช่ปัญหาเลยสักนิดส์ ดูจากช่วงหลังๆ ที่นางแต่งตัวสิจ๊ะเด็กวัยรุ่นยังอาย นอกจากนางจะหมั่นดูแลทรวดทรงองค์เอวและหนังหน้าให้ดูสวยเต่งตึงฟิตแอนด์เฟิร์มอยู่เสมอแล้ว เรื่องการแต่งตัวของนางช่วงนี้ก็ดูจะแอ๊บแบ๊วลดอายุลงไปเยอะ ทั้งมัดผมแกละ ใส่เสื้อผ้าอย่างกะเด็กวัยรุ่น เห็นแล้วก็แซบเหลือหลาย มิน่าหนุ่มเอกถึงเอาอกเอาใจกระดิกตัวไปทางไหนก็คอยเป็นมือเป็นเท้าให้ตลอด ลงทุนแอ๊บแบ๊วมัดใจแฟนหนุ่ม ออดอ้อนฉอเลาะบ้างในบางครั้งแบบนี้ ไม่รู้เพราะกลัวชะนีหน้าใสวัยทีนจะมาตีท้ายครัวหรือเปล่าน้า... บุ๋ม-เอก บุ๋ม-เอก บุ๋ม-เอก บุ๋ม-เอก

10 ข้อที่คนชอบอยู่คนเดียวไม่เคยกังวลเลยในชีวิต
คนโสด

หนุ่มๆ สาวๆ ในยุคปัจจุบันหลายคนมักเลือกการอยู่คนเดียว มากกว่า จะหาคนคู่ใจ นั้นเพราะหลายคนคิดว่าการอยู่คนเดียวสบายกว่าเป็นไหนๆ ไม่ต้องปวดหัวจะทำอะไรก็แล้วแต่เรา และเวลาที่เราอยู่คนเดียว มันคือเวลาที่เราจะรู้จักตัวเองมากที่สุด เราจะใช้เวลาหาคำตอบว่าอะไรคือสิ่งที่เราต้องการที่จะทำ วันนี้เราเลยขอเอา 10 ข้อที่คนชอบ อยู่คนเดียวไม่เคยกังวลเลยในชีวิต มาฝากกัน! 10 ข้อที่คนชอบอยู่คนเดียวไม่เคยกังวลเลยในชีวิต 1. ไม่เคยกังวลว่าจะเป็นอย่างไรในสายตาคนอื่น คนที่ชอบอยู่คนเดียว จะไม่ค่อยสนใจว่าคนจะมองพวกเขายังไง ทั้งการกระทำ และรูปลักษณ์ภายนอก ไม่สนว่าคนจะวิจารณ์อย่างไรด้วย เพราะตัวของเขาเองนั่นแหละ ที่คอยวิจารณ์ตัวเองเสมอ และไม่เคยหลอกตัวเองด้วย 2. ไม่เคยกังวลในสิ่งที่พวกเขาพึ่งพูดออกไป เวลาที่คนที่ชอบอยู่คนเดียวจะสังสรรค์นั้น จะเกิดขึ้นกับคนที่พวกเขาคิดว่า คุ้มค่าที่จะใช้เวลาด้วยเท่านั้น พวกเขาจะไม่ใช้เวลาร่วมกับคนที่อาจจะมองหรือตัดสินพวกเขา หรือคนที่อาจจะเข้าใจในสิ่งที่เขาพูดไปในทางอื่น นอกจากนี้ พวกเขาจะไม่เสียเวลานอนคิดว่า สิ่งที่พวกเขาพูดไปนั้น ผลกระทบจะเป็นอย่างไร พวกเขาจะมั่นใจมากเมื่อพูดคุยกับคนที่เขาคิดว่า เหมาะสมที่จะพูดคุยด้วยตั้งแต่แรก 3. ไม่เคยกังวลว่า จะต้องพิสูจน์อะไรกับใคร หรือต้องเป็นที่ยอมรับ พวกเขาจะเป็นตัวของตัวเองมาก ไม่ต้องพยายามทำตัวเพื่อให้เป็นที่ยอมรับของใครๆ ในสังคม ไม่ต้องพิสูจน์อะไรกับใคร ถ้าคุณไม่ชอบพวกเขา พวกเขาก็แค่ตัดคุณออกจากคนที่พวกเขาจะสังสรรค์เสวนาด้วย แค่นั้นเอง 4. ไม่เคยกังวลว่าจะต้องทำในสิ่งที่พวกเขาไม่ชอบ พวกเขาไม่เคยต้องมานั่งเซ็งว่า ต้องไปงานนู้น งานนี้ ทั้งๆ ที่พวกเขาไม่อยากไป และไม่ต้องเสียคืนวันเสาร์ที่เขาจะได้เอาไปใช้ทำอย่างอื่นที่มีประโยชน์มากกว่านี้ เพราะเวลาที่เขาจะได้อยู่คนเดียว มันมีค่ามากกว่าเยอะ เพราะฉะนั้น จะไม่เสียเวลากับเรื่องไม่เป็นเรื่องเด็ดขาด 5. ไม่เคยกังวลว่าสุดท้ายแล้วต้อง “อยู่คนเดียว” พวกเขาไม่เคยกลัวเลยว่า วันข้างหน้า พวกเขาอาจจะต้องอยู่คนเดียว พวกเขาไม่เคยออกเดท ด้วยเหตุผลที่ว่า เขาจะได้ไม่ต้องอยู่คนเดียว หรือขาดคนอื่นไม่ได้ พวกเขาจะออกเดท ถ้าเจอคนที่ใช่จริงๆ เท่านั้น 6. ไม่เคยกังวลว่า จะมีอะไรพูดมั้ย ด้วยความที่นานๆ จะออกเจอผู้คนซักที จึงไม่เคยต้องคิดว่าจะต้องพูดอะไร หาเรื่องอะไรมาคุย จะคุยทันคนอื่นมั้ย พวกเขารู้ว่าเขาชอบอะไร ไม่ชอบอะไร และไม่เสแสร้งว่าสนใจเรื่องอะไร หากพูดคุยกันจริงๆ จึงไม่เคยกังวลเลยซักนิด 7. ไม่เคยกังวลว่าจะพลาดอะไรไปหรือเปล่า เพราะอะไรน่ะหรอ? เพราะว่าไม่มีที่ไหน หรือกิจกรรมอะไรที่ดีไปกว่าการได้อยู่คนเดียวอีกแล้ว เพราะฉะนั้น จึงไม่เคยเกิดเหตุการณ์ที่ว่า เมื่อคืนอยู่คนเดียว ไม่ได้ไปงานปาร์ตี้ แล้วรู้สึกว่าเสียดาย น่าจะไป! สิ่งนี้จะไม่มีทางเกิดขึ้นเด็ดขาด 8. ไม่เคยกังวลว่าจะต้องเป็นโสด ความหมายของคำว่า ความรัก ในนิยามของพวกเขาคือ การรักตัวเอง ก่อนที่จะให้คนอื่นมารัก และไม่เคยคิดว่า ความรักจะเกิดขึ้นได้ เมื่อมีอีกคนหนึ่งเข้ามาในชีวิตพวกเขาเท่านั้น 9. ไม่เคยกังวลว่าพวกเขาต้องการเวลาที่จะคิดเรื่องต่างๆ เพราะในทุกๆ วัน ทุกๆ เวลา พวกเขาอยู่กับตัวเองเสมอ ได้มีเวลามากมายที่พวกเขาจะคิดเรื่องต่างๆ เพราะฉะนั้น มันจะไม่มีกรณีที่ว่า พวกเขาต้องการเวลาเพื่อคิดเรื่องใดเรื่องหนึ่ง อย่างแน่นอน 10. ไม่เคยกังวลว่าจะต้องโกหก หรือ พูดอะไรเกินจริง ชีวิตของพวกเขา คือตัวตนของพวกเขาจริงๆ พวกเขาไม่เคยต้องโกหก ปกปิด สร้างภาพ เพื่อทำให้คนอื่นๆ มาชอบ มาชื่นชม พวกเขาจะมีความคิดที่ว่า หากคนอื่น ไม่ชอบเขา ที่เขาเป็นตัวเขา ก็ช่างมัน ไม่สนใจ เพราะฉะนั้น การโกหกเพื่อปกปิดบางอย่าง สร้างภาพ หรือพูดอะไรที่ดีเกินจริง จะไม่เกิดขึ้นเลย cr. elitedaily, kiitdoo

โสมแดง สั่งกักตัวชาวต่างชาติไม่เลือกหน้า หวั่นอีโบลาระบาด
ข่าวอีโบลา /  เกาหลีเหนือ

เกาหลีเหนือประกาศมาตรการกักตัวชาวต่างชาติทุกคนที่เดินทางเข้าประเทศ เป็นเวลา 21 วัน ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสมรณะอีโบลา สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ข่าวทางการเกาหลีเหนือ ประกาศมาตรการผ่านเว็บไซต์ของรัฐบาล เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่กระจายของอีโบลา โดยการกักตัวชาวต่างชาติทุกคนที่เดินทางเข้าประเทศ เป็นเวลา 21 วัน แม้จะเป็นชาวต่างชาติที่ไม่ได้เดินทางมาจากประเทศสุ่มเสี่ยงก็ตาม วานนี้ (30ต.ค.) ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่การทูตและเจ้าหน้าที่องค์กรระหว่างประเทศในเกาหลีเหนือ จะถูกกักตัว ณ ที่ทำการของพวกเขา อย่างไรก็ตาม ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าชาวต่างชาติที่อยู่ในเกาหลีเหนือ ก่อนที่กฎนี้จะถูกประกาศออกมา จะถูกกักตัวด้วยหรือไม่ แม้ เกาหลีเหนือ จะไม่มีรายงานพบผู้ป่วยอีโบลา ได้มีการประกาศปิดประเทศเนื่องจากกังวลต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้ออีโบลา แต่ดูเหมือนว่ามาตรการนี้จะครอบคลุมไปถึงการเดินทางเพื่อธุรกิจและการเดินทางของเจ้าหน้าที่ ซึ่งก่อนหน้านี้ในปี 2013 เกาหลีเหนือได้เคยออกมาตรการปิดประเทศนานหลายเดือน เพราะกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโรคซาร์ส ไม่เพียงแต่เกาหลีเหนือเท่านั้นที่มีมาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาดด้วยการระงับการเดินทางเข้าออกประเทศ แต่ในอังกฤษ และสหรัฐฯ มีมาตรการในการสอบถามและตรวจร่างกาย ผู้ที่เดินทางจากประเทศในพื้นที่สุ่มเสี่ยง รวมไปถึงออสเตรเลียที่มีการแบนวีซ่ากลุ่มผู้สุ่มเสี่ยงดังกล่าว จนมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่ายว่า นี่ไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ถูกวิธี อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มียอดผู้ติดเชื้อจากไวรัสมรณะดังกล่าวแล้ว กว่า 13,700  คน รวมถึงผู้เสียชีวิตที่ยอกพุ่งสูงเกือบ 5,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่ที่อยู่ในไลบีเรีย เซียร์ราลีโอนและกินี ข่าวที่เกี่ยวข้อง โสมแดง ประกาศปิดประเทศ หวั่นนักท่องเที่ยวแพร่เชื้ออีโบลา เมืองผู้ดี กลับลำ เตรียมตรวจอีโบลา ผู้เดินทางจากพื้นที่สีแดง MThai News

อีกมุม ข่าวหมาน้ำทิพย์โดนทารุณ อาจเป็นข่าวลวง หลอกเงินบริจาค
ข่มขืนสุนัขม /  ข่มขืนหมา / 

อีกมุม ข่าวหมาน้องน้ำทิพย์ โดนทารุณ อาจเป็นข่าวลวง หลอกเงินบริจาค พบประเด็นน่าสงสัย วันนี้(31 ต.ค.) จากกรณีที่บนโลกออนไลน์มีการแชร์ข่าวสุนัขชื่อ น้องน้ำทิพย์ ถูกคนทารุณและกระทำชำเราจนป่วยติดเชื้อภายในและเสียชีวิตเมื่อวานที่ผ่านมา ล่าสุดมีสมาชิกเฟซบุ๊คท่านหนึ่งซึ่งทำงานในหน่วยNGOที่เกี่ยวข้องกับการพิทักษ์สัตว์ รวมไปถึงมีการแชร์ข้อความที่อ้างว่ามาจากบุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดีและชัญญ่า ทามาดะ ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊คแฉข้อมูลที่น่าสงสัยเกี่ยวกับประเด็นข่าวน้องน้ำทิพย์โดนคนข่มขืนว่า เจาะประเด็น คนหากินกับหมา 1. ตัวเองไม่มีรถ (ไม่สามารถพาน้องปั๊คมาหาหมอได้เอง) แต่ไปรับหมาป่วยมาได้ยังไงเยอะแยะมากมาย 2.คุยว่าบ้านหลังละ 2 ล้าน สามีเงินเดือนเป็นแสน แต่สี่ร้อยบาทค่ารักษาหมา จ่ายไม่ไหว ต้องระดมทุน 3.ขอให้คนไปช่วยเยอะแยะมากมาย แต่พอดารามีตังค์ขอช่วยด้วย ดันโวยวาย หาว่าเกาะหมาดัง ขอโทษทีเถอะ ดาราเค้าดังมานานแล้ว! แล้วเคสที่ช่วยๆอยู่ทั้งคนทั้งหมาเป็นร้อยๆเคสที่ไม่ได้ออกข่าว กับน้องหมาอีกตัวที่โดนคนทำร้าย มันจะไปเกาะดังตรงไหน? 4.บุ๋มโดนพาลว่าทำไมไปบอกว่า บุ๋มกับเก๋ รับเคสนี้แล้ว! บุ๋มพูดตอนไหน? ในไอจีขึ้นแต่เนื้อข่าวตาม นสพ. ถามจริงๆเถอะ หมาอยู่กับคุณ มีคนใจโหดนำมาทิ้ง คุณรู้ได้ยังไงว่าโดนข่มขืน??? เพราะคุณหมอบอกว่า ปั๊คตัวเล็กมากนิ้วเข้าไปยังลำบาก หมอบอกว่า น้องน่าจะแค่มดลูกอักเสบ! จากการติดเชื้อ! 5. หมอบอกให้แอดมิด เธอยืนยันว่า จะเอากลับบ้าน? ติดเชื้อขนาดนั้น? เอาไปนอนข้างๆ ถ่ายรูป ดูดี 6.แต่พอเดอะว๊อยส์ ขอดูแลค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด ขอแค่ให้พาไปหาหมอ เธอบอกว่า อย่าใช้ความเป็นดาราเข้ามายุ่ง?? 6. น้องหมาตายกลางทางวันนี้ เวลาประมาณ 12:30น เราถามว่า แล้วเงินที่คนบริจาคทำไง เธอบอกว่า บริจาคไปหมดแล้ว (ตอนไหนวะ?) 7. พอนักข่าวถามและขอดูศพน้องปั๊ค เธอเอากลับบ้านและรีบฝังทันที เธอบอกมันจบแล้ว! 8. ในเฟสเธอตอนเช้ามีการบอกว่า ให้หยุดการพูดข่าวว่า น้องโดนข่มขืน (ประหนึ่งไม่อยากฟัง) ใช่สิ ก็เพราะเธอรู้นี่ ว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง มันเป็นเรื่องที่เธอแต่ง ทำให้มันเป็นประเด็นน่าสงสาร พอเป็นข่าว ก็เริ่มโวยวาย! 9. องค์กรทำดี เราส่งเสริมคนทำดี แต่ถ้าใครมาทำมาหากินกับความขี้สงสารของประชาชน เราจำเป็นต้องเปิดโปง 10. อย่าตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ อย่ามาโบ้ยว่า ดารารังแก ชั้นอยู่ข้างความถูกต้องและประชาชนเสมอ! 11. คนนี้เอาหมามาจากคุณฟาริดา ซึ่งคุณฟ้าเอาน้องปั๊คมาจากนครนายก หมอตรวจแล้วเป็นแค่ท่อปัสสาวะติดเชื้อพอเธอเอามาวันเดียว ออกข่าวว่า หมาโดนข่มขืนและระดมทุนรักษา ทั้งนี้ประเด็นดังกล่าวกำลังถูกแชร์ออกไปและกลายเป็นข้อสงสัยที่ต้องการให้สาวผู้ที่นำหมาน้องน้ำทิพย์ไปดูแลก่อนตายออกมาชี้แจงกับสังคมออนไลน์ นอกจากนี้ยังมีการเรียกร้องให้มีการผลักดันพรบ.คุ้มครองสัตว์เพื่อลดการทารุณกรรมในสัตว์เลี้ยงด้วย Mthai News ข่าวที่เกี่ยวข้อง ภาพความซี้งของน้องหมา ที่จะทำให้คุณต้องน้ำตาซึม ร่วมไว้อาลัย น้องน้ำทิพย์ น้องหมาผู้โชคร้าย ที่ถูกคนชั่วเลี้ยงทำร้ายทารุณ!! รวมภาพ ล่ารายชื่อร่าง พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมสัตว์

ทำร้ายคนโสดชัดๆ คู่รักขอแต่งงานสุดเซอร์ไพรส์ที่กำลังดังในโซเชียล
ความรัก

ทำร้ายคนโสดชัดๆ คู่รักขอแต่งงานสุดเซอร์ไพรส์ที่กำลังดังในโซเชียล อยู่ในขณะจนน่าอิจฉา^^ และดูเหมือนว่า สมัยนี้เราจะได้ดูการขอแต่งงานแบบอลังการงานสร้าง ที่ทำให้โลกโซเชียลชื่นชอบและแชร์กันถล่มทะลายมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากรายการทีวีชื่อ “Marry Me” โดยช่อง NBC ของสหรัฐอเมริกา ที่มีขึ้นเพื่อช่วยคนที่กำลังจะขอแต่งงาน ให้ทำให้การขอแต่งงานของพวกเขานั้น น่าจดจำสมใจคู่รักทั้งคู่! ทำร้ายคนโสดชัดๆ คู่รักขอแต่งงานสุดเซอร์ไพรส์ที่กำลังดังในโซเชียล น่าอิจฉาและฟินสุดๆ โดยเรื่องราวการขอแต่งงานสุดเซอร์ไพรส์นี้เกิดขึ้น เมื่อชายผู้หนึ่งชื่อ Bret กำลังจะขอ Jovan แฟนสาว และเป็นผู้หญิงในฝันของเขาแต่งงาน รายการ “Marry Me” ทางช่อง NBCNBC จึงช่วย Bret ในการพาแม่ พ่อเลี้ยง พี่น้อง และเพื่อนสนิทของแฟนสาวเขา โดยสารเครื่องบินมายังเมืองที่ทั้งคู่อาศัยอยู่ และ Bret ยังพาหลานๆ ของเขา และนักเต้นมืออาชีพกว่า 40 คน มาร่วมแจมด้วย!!! มาดูกันว่า Jovan จะทำยังไง เมื่อเธอคิดว่าเธอแค่กำลัง “ทานข้าวเที่ยง” อยู่กับเพื่อนของเธอชื่อ Connie ก่อนที่เรื่องราวสุดประทับใจในการขอแต่งงานสุดอลังการจะเริ่มขึ้น!!! ชมคลิป ขอแต่งงานสุดเซอร์ไพรส์ที่กำลังดังในโซเชียล  Cr.kiitdoo, @Marry Me

จิ้นแทบไม่ลง แพทริเซีย-สนสวย แข่งกัน!!!
สน ยุกต์ /  แพทริเซีย กู๊ด / 

เป็นอีกหนึ่งคู่พระ-นางที่คอละครจับคู่ให้จิ้น สำหรับสาวน้อยวัยกระเตาะ แพทริเซีย ธัญชนก กับพระเอกหนุ่ม สน ยุกต์ เมื่อครั้งที่ได้ร่วมงานกันเรื่องแรกในละคร แค้นสเน่หา ก็ทำเอาแฟนๆ ถูกอกถูกใจจนยกให้เป็นคู่ขวัญประจำจอ เวลานี้โดดมาป๊ะหน้ากันอีกครั้งในละครสุดอลังของ ไก่ วรายุฑ อย่าง มาลีเริงระบำ ก็ทำเอาประชาชีตื่นเต้นยกใหญ่ แต่จุดนี้ไม่รู้ว่าออนแอร์ให้เห็นไปบ้างแล้ว จะยังทำให้บรรดาติ่งออกอาการจิ้นฟินกระจายอยู่หรือเปล่า เพราะแม้จะเคยทำให้หลายๆ คนปลื้มปริ่มกับความน่ารักจากละครเรื่องก่อน แต่พอมาเรื่องนี้ดูแล้วจิ้นแทบไม่ลง เพราะออร่าของหนุ่มสนนั้นสวยเฉิดฉายยิ่งกว่าสาวแพทริเซียเป็นไหนๆ เบิกตาเบิ่งเสื้อผ้าหน้าผมบวกกับบุคลิกที่แลดูสำอางของเจ้าตัวแล้ว จากที่จะฟินจับคู่ให้จิ้นทั้งในจอและนอกจอตามประสาหนุ่มสาว จะกลายเป็นว่าฟินตามแบบฉบับเพื่อนสาวเสียมากกว่า ก็พ่อหนุ่มเจ้าเล่นสวยแข่งนางเอกของเราซะขนาดนี้ แถมข่าวเกย์เก้งกวางยังมีออกมาให้ได้เห็นตล๊อด...ตลอด งานนี้จะยังจิ้นกันลงหรือเปล่า ก็สุดแล้วแต่ท่านผู้ชมล่ะค้าาา... สน-แพทริเซีย สน-แพทริเซีย สน-แพทริเซีย

โฟกัส จิระกุล เผยทุกสิ่ง กับบทสาวขี้หึง ไม่ว่าเป็นหรือตาย!! ใน The Eyes Diary
The Eyes Diary /  คนเห็นผี / 

หลังจากที่แอบปลื้มนาน ในที่สุดนักแสดงสาว โฟกัส จิระกุล ก็ได้ร่วมงานกับ มะเดี่ยว ชูเกียรติ ผู้กำกับในดวงใจ ในภาพยนตร์ The Eyes Diary คนเห็นผี งานนี้ โฟกัสขอท้าทายตัวเอง สวมบทบาทหญิงสาวขี้หึงและชอบให้แฟนแสดงออกว่ารักตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นหรือตาย และในวันนี้ โฟกัส จะมาเผยทุกข้อสงสัยและทุกสิ่งที่คุณอยากรู้ เกี่ยวกับผลงานเรื่องล่าสุดนี้กัน โฟกัส จิระกุล ก่อนอื่นเลย ขอให้โฟกัสอัพเดตตัวตน และผลงานที่ผ่านมาหน่อยครับ? "สวัสดีค่ะ โฟกัส จิระกุล นะคะ เริ่มต้นทำงานตั้งแต่อายุ 6 ขวบเริ่มจากพวกโฆษณา และมีโอกาสได้มาเล่นหนังเรื่องแรกเรื่องแฟนฉันตอนอายุ 9 ขวบ จากนั้นก็เล่นหนัง เล่นละคร แสดงเอ็มวี ทำหลายอย่างค่ะในระหว่างหลายปีที่ผ่านมา เป็นพิธีกรก็เป็นมาแล้ว ล่าสุดตอนนี้กำลังมีผลงานหนังเรื่อง The Eyes Diary ค่ะ" หลายๆคน คุ้นเคยกับโฟกัสในภาพยนตร์ โดยส่วนตัวแล้วผูกพันกับงานภาพยนตร์มากน้อยแค่ไหนครับ? "จริงๆก็โตมากับหนังค่ะ จุดเริ่มต้นของเราคือภาพยนตร์ ก็เหมือนสนใจภาพยนตร์เรื่อยๆมาโดยตลอด ก็คิดไว้ว่าอยากจะเรียนภาพยนตร์ ต่อมาได้มีโอกาสมาเล่นละคร แต่ก็รู้สึกได้เลยว่าเราชอบเล่นหนังมากกว่า คนที่เล่นหนังก็จะชอบเล่นหนัง แต่สำหรับคนเล่นละครมาก็จะบอกว่าเล่นละครง่ายกว่า จนกระทั่งพอเข้ามหาวิทยาลัยก็เลยเลือกเรียนภาพยนตร์ ตอนนี้ก็เรียนอยู่ชั้นปี4 วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒค่ะ จริงๆก็อยากลองเขียนบทค่ะ ก็ได้เรียนเขียนบทกับอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย รู้สึกว่าเราก็พอเขียนได้ พอเริ่มเรียนก็รู้สึกว่าอยากลองเขียนดู แต่ยอมรับว่าการจะเขียนบทสักเรื่องหนึ่งมันเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะต้องใช้เวลานานมาก ขนาดเรื่องที่เขียนส่งอาจารย์ ก็ยังรู้สึกว่ามันยาก จริงๆหนูเป็นคนชอบดูหนังค่ะ การเป็นคนชอบดูหนังมันก็จะทำให้เราเก็บเกี่ยวประสบการณ์เอาอันนั้นผสมกับอันนี้แล้วมันอาจจะออกมาเวิร์คมากกว่า แต่เราก็ไม่ได้เป็นคนจินตนาการสูงขนาดนั้น" ในผลงานล่าสุด The Eyes Diary คนเห็นผี เป็นไงมาไงถึงได้มาเป็นตัวละครสำคัญในเรื่องนี้ครับ? "พอดีมีพี่ที่รู้จักกันทำงานอยู่กับพี่มะเดี่ยวเป็นแคสติ้งค่ะ พอเขาเห็นบทแล้วนึกถึงเราว่าเราเล่นได้ เลยลองเสนอกับพี่มะเดี่ยวดู ซึ่งพี่มะเดี่ยวก็โอเคให้มาแคสติ้ง กัสอ่านบทแล้วก็โอเค เพราะแค่ขึ้นชื่อว่าพี่มะเดี่ยวกลับมาทำหนังสยองขวัญก็ตื่นเต้นแล้ว กัสติดตามพี่เขามาตั้งแต่ 13 เกมสยอง คือพี่เขาทำไว้สยองจริงๆ ค่ะ ชื่นชมผลงานพี่เขาด้วย เลยตัดสินใจรับเล่นเรื่องนี้" ตอนที่เห็นบท-อ่านบทครั้งแรกรู้สึกอย่างไรบ้างครับ? "ตอนเห็นบทหนังเรื่องนี้ครั้งแรกก็นึกถึงพี่มะเดี่ยวก่อนเลยค่ะ ว่าเขาจะทำออกมาได้สยองขนาดไหน เพราะจากเรื่อง 13 เกมสยองพี่เขาทำไว้ได้โอเคมากๆ และพอมาเรื่องนี้อ่านบทดูก็คิดว่าน่าจะมีจุดเด็ดๆอยู่หลายจุด เพราะในหนังเรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่หนังแนวสยองขวัญเพียงอย่างเดียว แต่มันมีในเรื่องของความรักในวัยรุ่นด้วย เป็นความรักหนุ่มสาว แต่มันจะเกี่ยวกับความสยองขวัญยังไงต้องไปดูค่ะ" แบบนี้ต้องให้โฟกัสเล่าให้ฟังแล้วว่า ความน่าสนใจของคาแรคเตอร์ที่ได้รับเป็นอย่างไรบ้าง? "คาแรคเตอร์ของปลาก็จะเป็นผู้หญิงวัยรุ่นคนหนึ่งที่จริงจังในเรื่องความรักมาก มีนิสัยเหมือนผู้หญิงทั่วไป คือขี้งอน ขี้หึง เรียกร้องความสนใจ อยากให้แฟนสนใจ อยากให้เขาแสดงความรักกับเรามากกว่านี้ ในขณะที่น็อต (แสดงโดย ปั้นจั่น)ที่เป็นแฟนเราเขาก็แบบไม่ค่อยแสดงออก แบบแค่นี้ก็พอรึเปล่า นอกจากนี้ตัวปลาเองก็จะเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับสิ่งของทุกอย่างที่แฟนให้มาไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตาที่เคยได้มาในวันครบรอบ หรือตัวเขาก็จะรักตุ๊กตาตัวนี้มาก พูดได้ว่าตัวละครปลาจะเน้นหนักไปในเรื่องของความรัก ทั้งเรื่องก็จะอยู่กับความรัก ส่วนในเรื่องของผีนี่ถ้านับจริงๆเรียกได้ว่าปลาเป็นคนที่เจอผีบ่อยที่สุด เยอะที่สุด โดยที่ตัวปลาเองไมได้อยากจะเห็นผีเลย แต่ก็ต้องมาเห็น" คาแรคเตอร์ของปลากับโฟกัส เหมือนหรือแตกต่างกันบ้างไหมครับ? "ปลาเป็นผู้หญิงร่าเริง โลกสวย ยิ้มง่าย เหมือนผู้หญิงทั่วไป แต่ในเรื่องความรักเขาจะเป็นคนที่ใส่ใจมากๆ รักแฟน หวงแฟน ขี้หึง ขี้งอน โกรธง่าย ซึ่งมันคนละแบบกับกัสนะ เรียกได้ว่าไม่ใกล้กันเลย คือตัวจริงกัสจะเป็นคนที่เฮฮากว่าเยอะ ส่วนในเรื่องของความรักก็ไม่ได้เป็นคนขี้งอนขนาดนั้น ไม่ได้แบบว่าเธอต้องจดวันสำคัญวันนี้ให้ได้นะ และกัสก็ไมได้ขี้หึงขนาดนั้นด้วย แต่ส่วนในเรื่องรักใครรักจริง รักแฟนมากๆ กัสว่าเป็นแบบนี้ทุกคนแหละเวลาที่เรารักใครนะ" ภาพยนตร์ The Eyes Diary มีเรื่องราวเป็นยังไงบ้างครับ? "ก็เป็นเรื่องราวของผู้ชายคนหนึ่งที่เขารักและผูกพันกับแฟนของเขามาก แต่คืนหนึ่งก็มีเหตุให้ทะเลาะกันแล้วก็ขับรถไปชน ทำให้แฟนตัวเองตาย ชีวิตก็เปลี่ยนไป ฝังตัวเองอยู่กับความเศร้า คิดแต่ว่าอยากจะเจอแฟนสักครั้ง เลยพยายามหาวิธีที่จะทำให้ตัวเองเห็นผีแล้วหวังว่าหนึ่งในผีเหล่านั้นก็อาจจะเป็นแฟนตัวเอง ก็เริ่มจากไปเป็นอาสาเก็บศพแล้วก็แอบเก็บของคนตายโหงกลับมาบ้าน แต่จะเห็นผีมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ  เพื่อนๆมหาวิทยาลัยที่เรียนมาด้วยกันหรือแม้แต่เพื่อนที่มูลนิธิพยายามเตือนก็ไม่ฟัง เริ่มถลำตัวเองลงไปลึกอีกเรื่อยๆ  และกลายเป็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนอกจากมันไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิดแล้ว แต่มันกลับส่งผลต่อทุกชีวิตที่อยู่รอบตัวเขาแทน" ลองเล่าถึงมิติความหลอนของ The Eyes Diary หน่อยครับ "อันแรกก็คือในส่วนของผีในภาพยนตร์เรื่อง The Eyes Diary คือมีผีเยอะมากๆ แล้วผีทุกตัวก็จะมีเรื่องราว จะไม่ใช่แค่โผล่ออกมาหลอกแฮ่แล้วจบ ซึ่งผีแต่ละตัวจะถูกออกแบบมาให้มีสภาพที่แตกต่างกัน ซึ่งอันนี้ต้องยกนิ้วให้พี่ทีมเอฟเฟกต์ค่ะ เก่งมากจริงๆ คือแต่งออกมาได้เหมือนมาก น่ากลัวมากๆ แล้วก็สถานที่และบรรยากาศในการถ่ายทำด้วยความที่เป็นหนังผี ความโหดร้ายจะอยู่ตรงสถานที่ และที่ฟังมาสถานที่ถ่ายทำทุกที่คือเป็นสถานที่ที่ร้างจริงๆ โรงพยาบาลร้างที่สร้างไม่เสร็จแล้วทุกอย่างมันก็คือยังไม่สมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นบันได รูลิฟท์ แล้วยังมีพวกท่อที่สามารถเดินตกลงไปได้เลย แล้วตอนที่ถ่ายเป็นกลางคืนด้วย ต้องมีคนคอยส่องไฟฉายให้ตลอดเวลา เพราะถ้าพลาดนิดหนึ่งนี่คือตกลงมาข้างล่างเลยนะ เพราะเราถ่ายกันอยู่ที่ชั้น 3-4 ตกลงมาก็มีขาหักได้ค่ะ ส่วนบ้านร้างก็คือร้างจริงๆ แอบน่ากลัว คือสถานที่โหด จริงๆ ไม่ได้กลัวนะคะ อาจเป็นเพราะว่าเราชอบอะไรแนวนี้อยู่แล้วด้วย แต่ถ้าให้ไปถ่ายคนเดียวคงไม่กล้า เพราะมันร้างจริงๆ แต่บ้านสวยนะ ถ้าไม่ร้างจะดีมาก" ทราบมาว่าในการถ่ายทำหนังผีเรื่องนี้ มีอุปสรรคพอสมควร จริงหรือเปล่าครับ? "อุปสรรคในเรื่องนี้ที่จริงมีเยอะมากค่ะ อย่างแรกเลยเราถ่ายช่วงที่มีฝนตก(พายุฤดูร้อน) แล้วยุงเยอะมาก เหมือนเป็นแหล่งชุกชุมของยุง คนที่แต่งเอฟเฟกต์ก็ร้อนเห็นแล้วสงสารเลย ที่เห็นว่าออกมาน่ากลัวขนาดนี้จริงๆ แล้วเขาทนร้อน ทนยุง ทนเหงื่อ แบบทุ่มทุนกันสุดๆ ฝุ่นเยอะด้วยค่ะทั้งกัสทั้งพี่มะเดี่ยวก็แพ้ฝุ่นคันตามตัว และด้วยอากาศแบบฝนๆ ร้อนๆ สถานที่ก็มีฝุ่นเยอะพี่มะเดี่ยวถึงขั้นป่วยเข้าโรงพยาบาล แต่ด้วย สปีริทของผู้กำกับเขาก็กำกับผ่านเฟสไทม์ค่ะ แต่นักแสดงเรื่องนี้ก็ทุ่มเทกันสุดๆนะ อย่างกัสนี่แพ้ฝุ่นและเป็นตากุ้งยิงด้วย พักผ่อนน้อย ส่วนแจ๊คก็คอเคล็ดเพราะต้องแสดงฉากแอคชั่น น่าสงสารนะ กัสเข้าใจเวลาคอเคล็ดมันก็จะหันลำบาก พอแจ๊คต้องมาเข้าฉากมันก็ลำบากเวลาหันมาคุยกันก็ต้องหันทั้งตัว และยังมีพี่ปั้นจั่นอีก คนนี้เหนื่อยหน่อยเพราะระหว่างที่เขาถ่ายหนัง ก็มีถ่ายละครด้วย เขาจะต้องบินไปบินกลับ เหนื่อยสุดๆ แล้วเขาก็ปวดไหล่ด้วย นี่แหละค่ะอายุก็ไม่ใช่น้อยๆ กระดูกไม่แข็งแรง (หัวเราะ)ที่จริงในเรื่องนี้เราเล่นจริงกันหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นโดนผีกระชากขาบ้าง ก็เล่นเองหมดเลย ก็เป็นคนชอบอะไรแบบนี้อยู่แล้วด้วย สนุกดีค่ะ ก็เป็นประสบการณ์แบบใหม่ดี เคยเล่นหนังผีมาก่อนนะ แต่มันคนละแนวกันเลย" มีการใช้เทคนิคใหม่ๆ และมุมกล้องทางด้านภาพ มาช่วยเพิ่มระดับดีกรีความหลอนอีกด้วย เล่าให้ฟังหน่อยครับ? "หนังเรื่องนี้มีเทคนิคการถ่ายทำเยอะมาก ไม่ใช่แค่วางกล้องแล้วจบนะคะ เพราะเรามีถ่ายบน Drone เหมือนเอากล้องไปติดไว้กับเครื่องบินบังคับ ก็ถ่ายกันทั้งมุมเบิร์ดอายวิว (มุมกล้องทางอากาศ) ไหนยังมี สเตดิแคมที่แทนสายตาคนดู (ผกก.ภาพแบกกล้องติดกับตัว เดินหรือวิ่งเข้าไปถ่ายใกล้ชิดกับตัวละคร) เวลาถ่ายออกมามันจะทำให้คนดูมีอารมณ์ร่วมไปกับหนังมากขึ้น และด้วยความที่เป็นหนังผี ถ้าภาพมันเหมือนกับการที่เราได้มีส่วนเข้าไปอยู่ในหนังด้วย เห็นเหตุการณ์ไปพร้อมๆ กับตัวละครนั้นด้วย มันก็จะเพิ่มดีกรีความหลอน ความสยองยิ่งขึ้นค่ะ" พูดถึงการทำงานร่วมกับผู้กำกับภาพยนตร์ที่ชื่อ มะเดี่ยว หน่อยครับ? "พี่มะเดี่ยวเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับรายละเอียดของหนังมากๆ ทุกอย่างเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเฟรมภาพ แสงต้องได้แบบนี้นะ นักแสดงต้องเล่นได้ขนาดนี้ พี่เขาจะเป็นคนที่เป๊ะมากๆ เป๊ะจริงๆ แต่ละฉากนี้สังเกตได้เลยว่าทุกคนจะโดนเหมือนกันหมดคือพี่มะเดี่ยวจะบอกว่าดีๆ ขออีกทีเผื่อไว้ เขาจะบอกว่าแบบนี้ดีแล้ว แต่อยากให้ดีมากกว่านี้ ขออีกทีหนึ่ง เผื่อเก็บไว้ คือในเรื่องนี้เราต้องเล่นกันจริง ไม่ว่าจะโดนผีกระชากขา แต่งเอฟเฟกต์ที่ขา เจอผีก็ต้องกรี๊ด พี่มะเดี่ยวเขาจะมีสูตรว่าเวลาเจอผีต้องแบบนี้นะ ก่อนจะกรี๊ดต้องตกใจแบบนี้ พี่มะเดี่ยวก็จะเข้ามาสอนทุกๆ ฉากที่สำคัญ อย่างฉากเจอผีพี่เขาจะมาเล่นให้ดู มาคอยบอก คอยสอน กัสก็จะเก็บมาแล้วทำตาม เพราะบางครั้งเราคิดไม่ออกว่าจะต้องขนาดไหน ดีค่ะ เป็นประสบการณ์ที่ดีถือว่าได้ทำงานร่วมกับผู้กำกับมือทอง พี่มะเดี่ยวนอกจากจะเป็นผู้กำกับแล้ว ยังเหมือนเป็นแอคติ้งโค้ชให้ด้วยค่ะ ก็จะคอยมาบอกว่ามันเล่นแบบนี้นะ อยากให้มันเป็นแบบนี้ เขาก็จะมาคอยบอก คอยสอน   แล้วในแง่ความทุ่มเท อย่างตอนที่พี่มะเดี่ยวป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ มากองไม่ได้ แต่ก็หยุดกองไม่ได้ เพราะคิวจะรวน ก็ต้องกำกับผ่านเฟสไทม์กัน คือทุกคนในกองไม่เคยเจอเรื่องอย่างนี้เลย ขนาดกำกับทางไกล พี่มะเดี่ยวก็ยังละเอียด สรุปพี่เขาก็นอนเช้าพร้อมพวกเราที่กองนั่นแหละ แค่ว่า อยู่คนละที่  ไม่รวมว่า พี่เขาก็จะเล่นเป็นเล่น ทำงานเป็นทำงาน จริงจังมาก ตอนเล่น พี่เขาจะฮามาก แต่พอทำงานจะดุ เป็นคนละคน กัสกับพี่ปั้นจั่นก็จะติดเล่นนิดนึง ก็โดนดุบ้าง" (หัวเราะ) พูดถึงเพื่อนนักแสดงที่ร่วมงานบ้าง ทำงานกับปั้นจั่นเป็นอย่างไรบ้างครับ ต้องถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกการเป็นคู่ที่รักกัน? "ในตัวบทเองมีอะไรให้เล่นเยอะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นของพี่ปั้นจั่นหรือของโฟกัสเองก็จะมีหลายมุมค่ะในเรื่องนี้ แบ๊ว ดราม่า รักโรแมนติก มีครบหมดเลยค่ะในเรื่องนี้ ได้เล่นหมดเลย ได้เจอผีด้วย ก็ดีค่ะถือเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ดี อย่างในเรื่องพี่ปั้นจั่นจะรับบทเป็นน็อต ซึ่งเป็นแฟนกับปลา เราอยู่บ้านเช่าหลังเดียวกัน การเป็นแฟนกันก็จะมีมุมหวานแหวว กุ๊กกิ๊ก งุ๊งงิ๊งกัน และก็ต้องมีทะเลาะกันด้วย ก็จะได้เห็นหลายมุมหน่อย ทำงานกับพี่ปั้นจั่นเหมือนเราคุยกันค่ะ อย่างฉากหวานจะหวานยังไง หวานขนาดไหน คนดูจะเชื่อรึเปล่าว่าเราเป็นแฟนกัน เราก็จะปรึกษากันตลอด ในมุมทะเลาะพี่เขาก็จะเสนอไอเดียให้ตบจริง กัสก็เกรงใจเขา แต่เขาก็ยังยืนยัน ตอนแรกๆก็ไม่กล้าตบเพราะไม่เคยตบใคร เลยตบเบาๆ พี่ปั้นก็บอกแรงๆ เลย ไม่เจ็บหรอก ตัวเล็กๆแบบนี้จะแรงเยอะขนาดไหนเชียว กัสก็เลยตบจริงๆ คือฉากนั้นเงียบทั้งกอง เพราะกัสตบแรงมาก ขึ้นรอยแดงเลยแหละ พี่ปั้นบอกเจ็บยิ่งกว่าเข้าฉากเตะต่อยเวลาไปถ่ายละครแอ็คชั่นอีกง กัสก็ว่าฟาดไม่หนักนะ (หัวเราะ) ถ้าถามว่าหนักใจอะไรมั้ย ก็คงหนักใจตอนที่รู้อายุพี่ปั้นจั่นมากกว่าค่ะ(หัวเราะ) เพราะว่าพี่เขาอายุ27แล้ว ส่วนคนอื่นๆก็จะอยู่ในช่วงมหาวิทยาลัยกันอยู่เลย ตอนที่ยังไม่เจอกันก็คิดนะว่าพี่เขาจะเล่นกับเรารึเปล่า เขาจะเป็นคนยังไง เพราะไม่เคยเจอกันเลย แต่พอมาเจอจริงๆ พี่เขาน่าเฮฮา ขี้เล่นดีค่ะ ก็สบายใจ แต่ไอ้ความขี้เล่นทำให้เวลาอยู่ในกองส่วนใหญ่เราจะเล่นกัน ทำให้เวลาเข้าฉากที่ต้องทำอารมณ์มากๆ กัสจะมีปัญหาหลุดขำ ยิ่งเวลาที่เขามองหน้าเราเมื่อไหร่ ก็จะเริ่มขำ ส่วนพี่ปั้นจั่นเขาจะไม่ค่อยมีปัญหา เขาจะทำเข้มๆตามบทไป แต่ชีวิตจริงเขาไม่ได้เข้มเหมือนพระเอกในเรื่องนะคะ พี่ปั้นจั่นเป็นคนที่ตั้งใจทำงานมาก อย่างซีนอารมณ์เขาก็จะเต็มที่ไม่ว่าจะกี่เทคและเต็มที่กับทุกๆเทคด้วย" เม้าส์ถึงเพื่อนๆ ในกองถ่ายหน่อยครับ มีอะไรสนุกๆบ้าง? "เริ่มจากแจ๊ค (Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ ,เกรียนฟิคชั่น) ก่อนเลยค่ะ แจ๊คก็จะเป็นคนตั้งใจทำงาน เขาจะเป็นคนที่เตรียมตัวมาดีมากๆ อ่านบทท่องบทมาเป๊ะมากๆ แต่แจ๊คก็ชอบมาพูดบทข้างๆนะ อยู่ดีๆ เดินมานั่งแล้วพูดบทขึ้น กัสก็ห๊ะ..อะไรนะ..? แจ๊คก็จะอ่อ..เปล่า ท่องบทอยู่จะให้กัสต่อบทด้วย (หัวเราะ) ตอนแรกเลยแจ๊คเขาจะไม่ค่อยกล้าเข้ามาเล่นกับกัสนะ ไม่รู้ว่ากลัวหรืออะไร เหมือนยังเกร็งๆ ไม่กล้าทัก แต่พอมาหลังๆเริ่มสนิทกัน แต่ก็ยังไม่ค่อยกล้าแกล้งกัสอยู่ดี เพราะกัสเป็นมือแกล้งในกอง (หัวเราะ) ส่วนเมโกะ (ตั้งวง,Mary is Happy,Mary is Happy) ก็จริงๆ ไม่ค่อยได้เข้าฉากด้วยกันนะ ไม่มีบทสนทนากันเลยในเรื่อง แต่ด้วยความที่เราเป็นวัยใกล้ๆ กัน ร่วมงานกันครั้งแรกก็ดีนะ มีเล่นกันบ้าง เอาเป็นว่าเราจะไม่กัดผู้หญิงด้วยกันค่ะ (หัวเราะ) คนสุดท้ายพี่ปั้นจั่น คนนี้เขาจะพยายามแอ๊บเด็กตลอดเวลา ก็ชอบมาเล่นมาแกล้งน้องๆ ก็ทำให้บรรยากาศในกองสนุกสนานดีค่ะ ขอเม้าส์อีกหน่อยว่าพี่ปั้นจั่นเป็นคนที่กลัวผีมากๆ บางครั้งไม่มีคิวถ่ายแต่ถ้าต้องอยู่ห้องคนเดียวก็จะแบบเดี๋ยวไปให้กำลังใจเพื่อนดีกว่า แต่เอาลึกๆ แล้วคือกลัวมากกว่าอยากมาให้กำลังใจ ไม่กล้าอยู่คนเดียว" ถ่ายหนังผี เล่นหนังผี แบบนี้ มีการเจออะไรแปลกๆ หลอนๆ ในกองบ้างรึเปล่าครับ? "มันก็มีแหละคะ ด้วยความเป็นหนังผีนะ ส่วนใหญ่เราถ่ายทำกลางคืน และสถานที่ถ่ายทำมันก็คือสถานที่จริง อย่างแจ๊คก็เจอรอยนิ้วมือตรงท้อง รอยข่วนตรงคางซึ่งเราก็พิสูจน์ไม่ได้ น่ากลัวดีค่ะ เมโกะด้วยนะ เห็นน้องเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูดอะไรเลยนี้เท่าไหร่ แต่พอถามปุ๊บก็จะค่อยๆ หลุดออกมาทีละนิดๆ ว่าเห็นเหมือนกัน ส่วนพี่ปั้นจั่นขานี้เขาไม่ค่อยเจออะไรค่ะ เพราะแขวนพระตลอดเวลา ด้วยความเป็นคนที่กลัวผีสุดฤทธิ์ แค่พูดว่าพี่ปั้นระวังนะ บ่นใหญ่เลย" แล้วโฟกัสล่ะ ได้เจออะไรแปลกๆ หลอนๆ บ้างรึเปล่าครับ? "ก็รู้สึกเหมือนมีอะไร ทั้งที่โรงแรมด้วย และที่กองด้วย แค่รู้สึกแต่เป็นคนไม่มีเซนส์ ในกองมันจะมีฉากที่ทีมงานทั้งหมดต้องออกไปอยู่ข้างนอกบ้าน และกัสต้องวิ่งออกจากบ้านไปข้างนอก ซึ่งในบ้านก็ไม่มีทีมงานอยู่เลย มืดมาก ไฟก็ถูกขนออกไปหมดแล้ว กัสอยู่ในบ้านคนเดียว ตอนที่เดินมาหน้าประตูก็รู้สึกเหมือนมีคนมองมาจากด้านหลังตลอดเวลา ตอนแรกก็คิดว่าคิดไปเอง ไม่กล้าเล่าให้ใครฟัง แต่พอเมโกะมาเล่าว่าเห็นคนแก่หัวล้านอยู่ในบ้าน แล้วพี่ทีมงานก็มาบอกอีกว่าเห็นเหมือนเมโกะเลย ก็เลยรู้สึกว่าน่าจะมีแหละ เพราะตัวเองก็รู้สึกเหมือนมีใครมองมาจากด้านหลังเหมือนกัน แต่ไม่คิดว่าจะเจอไง รู้สึกโฟกัสจะมีเจอที่ห้องที่โรงแรมด้วยนะ เห็นเป็นเงาดำๆ ตอนแรกนึกว่าแม่ แต่ก็ไม่ใช่ แต่เขาก็ไม่ได้มากวนอะไร" มีอะไรให้อึ้ง ทึ่งกับการทำงานในภาพยนตร์เรื่อง The Eyes Diary ไหมครับ? "นอกจากตัวหนังแล้ว โฟกัสรู้สึกอึ้งทึ่งพี่ทีมงานและนักแสดงทุกคนมากกว่า เพราะหนังที่เราถ่ายทำกันอยู่มันเป็นหนังผี เวลาถ่ายก็ต้องถ่ายถึงเช้าแทบทุกวันเลย ด้วยพี่ๆทีมงานเองที่อดหลับอดนอนกันเพื่อหนังเรื่องนี้ การทำงานเรื่องนี้ถือว่าโหด เพราะมันเป็นการทำงานที่อดหลับอดนอนติดต่อกันหลายวันสัก4วันได้แล้วที่นอนเช้ากัน นับถือทีมงานและนักแสดงทุกคนจริงๆว่าสุดยอด โดยไม่มีใครบ่นค่ะว่าต้องนอนเช้า ทุกคนก็จะเต็มที่กับงานหมด ถ้าถามว่าโฟกัสรักตัวละครตัวนี้มั๊ย ก็รักค่ะ เพราะในเรื่องปลาเองก็มีจุดมุ่งหมายของเขาเหมือนกันคล้ายกับน็อตที่เขาก็มีจุดมุ่งหมายของเขา การดำเนินเรื่องทุกคนมันมีจุดมุ่งหมายว่าทำไม เพราะอะไร ดูมีมิติดีค่ะ น่าสนใจ" สำหรับโฟกัสแล้ว มีซีนไหนที่ยากโหดหินมากๆในการทำงานภาพยนตร์เรื่องนี้ไหมครับ? "ซีนที่ยากที่สุดและรู้สึกว่าไม่ชอบที่สุด และซีนที่โหดที่สุด ก็คงเป็นซีนที่มีอุบัติเหตุบนถนน ก็จะต้องปิดถนนกันค่ะไกลมากเลย แล้วก็มีอุบัติเหตุกัน มันก็จะต้องมีเอฟเฟกต์ใช่มั๊ยค่ะ มันก็จะมีเลือด แล้วเลือดมันเหนียวมาก แล้วหนูเป็นคนที่ไม่ชอบอะไรเหนอะหนะ แล้วนี่ต้องเหนอะไปนอนกลางถนน ตอนนอนอยู่ก็คิด ว่าอยากผ่านซีนนี้ไปเร็วๆซึ่งจริงๆ ซีนนี้เป็นซีนที่ใช้เวลาถ่ายไม่ได้นานสักเท่าไร ใช้เวลาสักชั่วโมง แต่ว่ายากจริงเพราะว่ามันใช้ Drone ถ่าย(กล้องติดอุปกรณ์คล้ายๆวิทยุบังคับลอยบนท้องฟ้า) แล้วก็เป็นซีนอารมณ์นิดๆ ด้วย ยาก เหนียวด้วย แต่ก็ได้กลับไปอาบน้ำนะคะ แล้วก็กลับมาถ่ายใหม่ ตอนตี4ยังนอนอยู่กลางถนนแล้วก็กลับไปอาบน้ำ แล้วกลับมาถ่ายใหม่ตอนตี 5" ติดตามบทบาทของสาวโฟกัส ที่จะมาชวนคุณไปเห็นสิ่งที่ทุกคนกลัว! ไปกับ The Eyes Diary คนเห็นผี ได้แล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกดูตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ The Eyes Diary ได้ที่นี่ --------------------------------

คนอื่นอิจฉาปะ! มาร์ช ลูกรัก  จีทีเอช...ป้อนงานให้ไม่ขาด
มาร์ช จุฑาวุฒิ /  ข่าวบันเทิงวันนี้

ตั้งแต่ดังเปรี้ยงปร้างจากซีรี่ส์ ฮอร์โมน...วัยว้าวุ่น ในบทหนุ่มที่สับสนทางเพศตัวเองอย่าง ภู ดูเหมือนหนุ่มฮอต มาร์ช จุฑาวุฒิ จะขึ้นแท่นลูกรักของค่ายจีทีเอชไปซะแล้ว สังเกตได้จากทางค่ายที่ป้อนงานให้ไม่เคยขาด เพราะหลังจากซีรี่ส์ฮอร์โมนดังขึ้นมา หนุ่มมาร์ชก็ได้งานต่างๆ ของทางช่องจีทีเอชมาโดยตลอด นอกจากนี้ ยังมีงานภาพยนตร์ที่รับเป็นพระเอกอย่างเรื่อง ฝากไว้...ในกายเธอ และเร็วๆ นี้ก็จะมีซีรี่ส์ผีๆ อย่าง เพื่อนเฮี้ยนโรงเรียนหลอน อีกด้วย ไหนจะงานโฆษณา งานอีเว้นต์ ที่ใครๆ ก็เรียกใช้แต่ มาร์ช-มาร์ช-มาร์ช โอ้โห!!! งานชุก งานแน่น ขนาดนี้ นี่ถ้าเป็นดารารุ่นเดียวกันในค่าย ป่านนี้คงอิจฉาริษยาหนุ่มมาร์ชเอายาถ่ายผสมกับน้ำดื่มให้กินไปแล้ว มาร์ช จุฑาวุฒิ มาร์ช จุฑาวุฒิ มาร์ช จุฑาวุฒิ

รำลึก 8 ปี 'นวมทอง ไพรวัลย์'สละชีพต้านรัฐประหาร 49
ข่าวนวมทอง /  ชนรถถังทหาร / 

รำลึก 8 ปี "นวมทอง ไพรวัลย์" ผูกคอตายสะพานลอยหน้าสนพ.ไทยรัฐ ต่อต้านอำนาจรัฐประหารปี 49 ทหาร-ตำรวจวางกำลังเข้ม ห้ามจัดกิจกรรมฝืนคำสั่งคสช. ด้าน "จตุพร" โพสต์ข้อความไว้อาลัย กลุ่มตัวแทนนักศึกษาจากศูนย์กลางนักศึกษาเพื่อประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย หรือ ศนปท. ได้เดินทางมายังบริเวณสะพานลอยหน้าสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ถนนวิภาวดี ซึ่งเป็นอนุสรณ์ที่นายนวมทอง ไพรวัลย์ คนขับแท็กซี่ ที่ขับรถชนกับรถถังทหาร ประท้วงการรัฐประหาร พ.ศ. 2549 และผูกคอเสียชีวิตที่บริเวณดังกล่าว เมื่อวันที่ 31 ต.ค.2549 เพื่อทำการวางพวงหรีด รำลึก 8 ปี ลุงนวมทอง โดยการยืนสงบนิ่งไว้อาลัย 1 ชั่วโมง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการตำรวจนครบาล และทหาร ทั้งในและนอกเครื่องแบบ กว่า 1 กองร้อย ตรึงกำลังเพื่อรักษาความปลอดภัย และห้ามทำกิจกรรมในบริเวณดังกล่าว พร้อมเข้าเจรจากับกลุ่มต่างๆที่เดินทางมาเพื่อไว้อาลัยให้ออกจากพื้นที่ เนื่องจากเป็นการฝ่าฝืนประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ฉบับที่ 7/2557 เรื่องห้ามชุมนุมทางการเมือง นอกจากนี้ ยังมีประชาชนเดินทางเข้าไว้อาลัยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงนางบุญชู ไพวัลย์ ภรรยาของนายนวมทอง เดินทางมาวางดอกไม้ เพื่อไว้อาลัยด้วยอาการโศกเศร้า ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เดินทางกลับทันที และขอไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆกับสื่อมวลชน โดยนายนวมทอง เป็นคนขับรถแท็กซี่ โตโยต้า โคโรลล่า สีม่วง ทะเบียน ทน 345 กรุงเทพมหานคร พุ่งชนรถถังของคณะรัฐประหารและได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2549 ซึ่งต่อมาในคืนวันที่ 31 ตุลาคมปีเดียวกัน นายนวมทอง ได้ผูกคอเสียชีวิตกับราวสะพานลอย บริเวณถนนวิภาวดีรังสิตฝั่งขาออก เยื้องกับที่ตั้งสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ โดยในจดหมายลาตายระบุว่า "ต้องการลบคำสบประมาทของพันเอกอัคร ทิพโรจน์ รองโฆษก คปค. ที่ว่า ไม่มีใครมีอุดมการณ์มากขนาดยอมพลีชีพได้" ในคืนที่นวมทองผูกคอเสียชีวิต เขาตั้งใจสวมเสื้อยืดสีดำ สกรีนข้อความเป็นบทกวี ที่เคยใช้ในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย โดยด้านหน้าเป็นบทกวีของรวี โดมพระจันทร์ และด้านหลังเป็นบทกวีของศรีบูรพา (กุหลาบ สายประดิษฐ์) โดยนายนวมทองเป็นพลเมืองไทยเพียงคนเดียว ที่ประกาศตนต่อสาธารณชนว่า ได้พยายามกระทอัตวินิบาตกรรม เพื่อประท้วงรัฐประหารไทยปี 2549 และได้บรรลุเจตนารมณ์ดังกล่าวในที่สุด เพื่อสนองคำพูดของรองโฆษกคณะรัฐประหารที่เขาถือว่าเป็นการเหยียดหยามวัตถุประสงค์แห่งกรรมของเขา ด้านนายจตุพร พรหมพันธ์ุ ประธาน นปช. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ค "Jatuporn Prompan - จตุพร พรหมพันธุ์" เพื่อไว้อาลัยและสดุดีให้กับนายนวมทอง "วันนี้ (31ตุลาคม) เป็นการครบรอบ8ปี ของการจากไปของคุณลุง "นวมทอง ไพรวัลย์" บุคคลที่ศรัทธาในระบอบประชาธิปไตย ฆ่าได้หยามไม่ได้ ผมขอสดุดี และไว้อาลัยกับนักสู้ผู้ยิ่งใหญ่อย่าง "ลุงนวมทอง" ครับ" MThai News

แม่ก้อย เบรก...จ๊ะ คบ เอิน มากกว่าเพื่อน แต่ไม่ใช่ว่าที่สะใภ้
จ๊ะ จิตตาภา /  เอิน นิธิภัทธ์ / 

กำลังหวานฉ่ำได้ที่เลยทีเดียว สำหรับความสัมพันธ์ของนางเอกลูกหม้อวิก 3 จ๊ะ จิตตาภา กับหนุ่มรูปหล่อ เอิน นิธิภัทธ์ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของผู้จัดมือโปร ก้อย ทาริกา เรียกว่าตั้งแต่มีภาพหลุดให้จับได้ว่าคบหาดูใจกัน ก็หวานแหววยั่วเสียงเม้าท์และต่อมริษยาของบรรดาประชาชีซะเหลือเกิน งานนี้อะไรๆ ก็แสนเพอร์เฟกต์ เส้นทางรักแลดูไปได้สวย แต่มิวายมีช่องโหว่ให้ได้ฝอยกัน ก็แหม...เห็นหวานแหววแฮปปี้ไร้ปัญหาผู้ใหญ่ไม่ปลื้มเยี่ยงนี้ แต่เจอบทสัมภาษณ์แม่ก้อยทีไรเป็นต้องแอบเงิบทุกที เพราะไม่เคยเห็นคุณท่านเอ่ยแบบเต็มปากเต็มคำสักครั้งว่าสาวจ๊ะคนนี้น่ะคือว่าที่ลูกสะใภ้ จุดนี้ไม่รู้เพราะอนาคตยังอีกไกล ผู้ใหญ่ที่อาบน้ำร้อนมาก่อนอย่างแม่ก้อยเลยไม่วู่วามอยากได้ลูกสะใภ้แบบเร่งด่วนหรือเปล่า ยิ่งก่อนหน้านี้เห็นสาวจ๊ะนุ่งบิกินี่เล่นน้ำกับลูกชายแบบไม่แคร์สื่อด้วยแล้ว ต่อให้เอ็นดูแค่ไหนก็คงต้องเลือกนานๆ ใช่ปะล่ะ เอ้า!!! แม้จะไฟเขียว ทั้งปลื้มทั้งเอ็นดู แต่หนูจ๊ะคนสวยก็อย่าเพิ่งเหลิงไปนะจ๊ะ ยอมให้คบหามากกว่าเพื่อน แต่ไม่ได้หวังรับเป็นสะใภ้แบบนี้ วันดีคืนดีฝ่ายหญิงอย่างหล่อนอาจจะเงิบก็เป็นได้นะเออ หุหุ จ๊ะ- เอิน จ๊ะ- เอิน จ๊ะ- เอิน

รายการ
รายการทีวี /  ทีวีดิจิตอล / 

รายการ "เขย่าโต๊ะข่าว" เป็นรายการคุยข่าวการเมือง สังคม เศรษฐกิจ และเป็นครั้งแรกกับการเจอกันของสองนางพญาข่าว คุณศุภรัตน์ นาคบุญนำ และ คุณอัญชลีพร กุสุมภ์ ผู้มากด้วยประสบการณ์ด้านงานข่าว ที่จะมาวิเคราะห์ข่าวแบบเจาะลึกในทุกประเด็นและรอบด้าน โดยมุ่งเน้นการให้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นข้อเท็จจริง รวดเร็ว มั่นใจว่าผู้ชมรายการจะได้รับรู้ข่าวสารก่อนใคร ติดตามชมรายการ "เขย่าโต๊ะข่าว" ได้ทางสถานีโทรทัศน์ไบรท์ทีวี ช่อง 20 ระบบดาวเทียมและเคเบิล ช่อง 30 รายการสดทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 6.00 - 7.00 น. หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.brighttv.co.th

'ชาติชาย' คว้าเก้าอี้ ผอ.ออมสิน คนที่ 16
ข่าว /  ข่าวการเงิน / 

บอร์ดออมสินมีมติเลือก 'ชาติชาย พยุหนาวีชัย' เป็นผอ.ออมสินคนที่ 16 เผยวิสัยทัศน์โดดเด่น รู้เรื่องธนาคารอย่างดี นายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร ในฐานะประธานคณะกรรมการ หรือบอร์ดธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการธนาคาร มีมติเลือกนายชาติชาย พยุหนาวีชัย รองกรรมการผู้จัดการ จากธนาคารกสิกรไทย เป็นผู้อำนวยการธนาคารออมสินคนใหม่ เป็นคนที่ 16 ตามที่คณะกรรมการสรรหาเสนอ โดยนายชาติชายมีภาวะความเป็นผู้นำสูง มีวิสัยทัศน์โดดเด่น นำเสนอได้ตรงกับพันธกิจของธนาคาร โดยนายชาติชาย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เริ่มต้นการทำงานที่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจธนาคารกสิกรไทยในปี 2526 และเติบโตขึ้นมาเป็นผู้อำนวยการฝ่ายสินเชื่อพาณิชยกรรม และก่อสร้าง ต้องวิเคราะห์ฐานะการเงินของลูกค้าในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทำให้เขามีความเชี่ยวชาญในธุรกิจนี้เป็นพิเศษ หลังจากนั้นเขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโสฝ่ายสินเชื่อผู้บริโภคในปี 2545 ดูแลสายงานสินเชื่อรายย่อยของธนาคารกสิกรไทยแทบทั้งหมด เน้นหนักที่สินเชื่อบ้านเนื่องจากมีความเชี่ยวชาญ และสายสัมพันธ์กับผู้ประกอบการ และเริ่มรุกธุรกิจบัตรเครดิต และสินเชื่อบุคคล เขายังได้รับมอบหมายให้เข้ามาดูแลธุรกิจดังกล่าวเพิ่มเติม ทั้งนี้นายชาติชายยังได้รับเลือกให้เป็นเลขาธิการสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย เป็นที่ปรึกษาสมาคมอาคารชุดไทย และยังเป็น กรรมการ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด อีกด้วย แต่หลังจากนี้บทบาทหน้าที่ใหม่ของชาติชายคือการทำหน้าที่สนองนโยบายรัฐ และทำให้ธนาคารออมสินเป็นธนาคารเพื่อรากหญ้าที่มีความแข็งแกร่งให้ได้ตามวิสัยทัศน์ที่ได้ให้ไว้กับคณะกรรมการสรรหาก่อนหน้านี้ MThai News

ซุปตาร์ตัวน้อย แต่งผีน่าเอ็นดู๊ รับ Halloween
น้ำฝน กุณณัฎฐ์ /  บอย มิ้น / 

ถึงเทศกาล halloween ทีไร เป็นต้องเห็นเหล่าซุปตาร์ และลูกหลานคนดังลุกฮือขึ้นมาแต่งหน้าแต่งตัวน่ารักน่าเอ็นดูประชันโฉมกันเสมอๆ และปีนี้ก็อีกเช่นเคย เหล่าซุปตาร์ตัวน้อยต่างแปลงโฉมเป็นผีจิ๋วได้น่าเอ็นดูม๊ากๆ!! โดยเฉพาะอนาคตซุปตาร์ตัวแม่ น้องณดา ลูกสาวแม่ กบ สุวนันท์ ที่แปลงร่างเป็นแม่มดน้อย พูดเลอ...น่าฟัดสุดๆ!!! ด้านว่าที่ซุปตาร์ตัวพ่อ อย่าง น้องโปรด ก็ไม่เสียแรงที่ แม่เป้ย ปานวาด ลงทุนแต่งหล่อในชุด ท่านเคานต์แดร็กคูล่าน้อย! (หรือเปล่า?) ดูๆ ไปก็คล้าย พ่อมดน้อยแฮร์รี่ฯ เหมือนกันนะเนี่ย...ย!! นอกจากนี้ยังมี น้องแพทริก ลูกแม่นิหน่า, น้องเอวี่ ลูกแม่เอ อัญชลี, น้องนิริน ลูกแม่หนิง ปณิตา, น้องดีดี ลูกแม่บี-พ่อพาที, น้องพริม ลูกแม่ยุ้ย ปัทมวรรณ, น้องลียา ลูกแม่ธัญญ่า, ป้าแจ๋ว ยุทธนา, บอย-มิ้นaf, จุ๋ย วรัทยา ฯลฯ ... ซุปตาร์ halloween น้องณดา ซุปตาร์ halloween น้องณดา ลูก แม่ กบ สุวนันท์ ซุปตาร์ halloween น้องแพทริก ลูกแม่นิหน่า ซุปตาร์ halloween น้องโปรด ลูกแม่เป้ย ซุปตาร์ halloween น้องโปรด ลูกแม่เป้ย ปานวาด ซุปตาร์ halloween แม่เป้ย+น้องโปรด ซุปตาร์ halloween น้องเอวี่+แม่เอ อัญชลี ซุปตาร์ halloween ซุปตาร์ halloween ซุปตาร์ halloween ซุปตาร์ halloween ป้าแจ๋ว ยุทธนา ซุปตาร์ halloween น้ำฝน กุณณัฏฐ์ + น้องลียา ซุปตาร์ halloween จุ๋ย วรัทยา ซุปตาร์ halloween บอยaf + มิ้นaf

Dynasty Kingdoms จัดประกวดออกแบบการ์ดเกมส์
Dynasty Kingdoms

เกมส์มือถือ Dynasty Kingdoms (facebook.com/UcubeMobiTH) เชิญชวนผู้เล่นผลงานออกแบบสร้างสรรค์ ขุนพลไทยในตำนาน ในหัวข้อ “นักรบไทย สุดแกร่ง” ชิงเงินรางวัลรวม 15,000 บาท และโอกาสที่จะแสดงผลงานสร้างสรรค์ในเกมศึกตำนานสามก๊ก ร่วมกับนักพัฒนา Application ระดับเอเซีย และเผยแพร่ในเกมศึกตำนานสามก๊ก เริ่มวันนี้ - 20 พฤศจิกายน 2557 ออกแบบตัวละครกิจกรรม 1.ไกรทอง 2.ขุนแผน 3.นายขนมต้ม ระยะเวลากิจกรรม เปิดรับสมัคร : วันที่ 1- 20 พฤศจิกายน 2557 ประกาศผลการตัดสินทาง Fanpage Ucube Games Thailand : วันที่ 30 พฤศจิกายน 2557 การมอบรางวัล : ภายใน 10 วันนับตั้งแต่ประกาศผลการตัดสิน และผู้ชนะเลิศส่งมอบผลงานตามที่กำหนดได้ครบถ้วน รางวัล ผู้ชนะเลิศ รับรางวัลเงินสด 5,000 บาท ต่อ 1 ผลงาน (ตัวละครที่กำหนด) รวมทั้งสิ้น 15,000 บาท (ตัวละครละ 5,000 บาท) **ภาพที่ได้รับรางวัลจะถูกส่งให้ผู้พัฒนาเกมพิจารณาในการทำเป็นการ์ดภาพตัวละครในเกมศึกตำนานสามก๊ก กติกา - ออกแบบตัวละคร ไกรทอง, ขุนแผน และนายขนมต้ม เลือกออกแบบตัวละคร 1 หรือมากกว่า ตามที่กำหนด เท่านั้น พร้อมทั้งบอกแนวคิดในการออกแบบ - ภาพตัวละครแบบครึ่งตัว ขนาดภาพ 700*700 Pixel บนโปรแกรม Photoshop หรือ illustration (แยก Layer Background) - เป็นผลงานที่ผู้เข้าประกวดต้องวาดด้วยตนเอง และออกมาจากจินตนาการของตนเองเท่านั้น - ไม่จำกัดเทคนิคการนำเสนอและออกแบบ - ผลงานที่ส่งเข้าประกวดต้องไม่เคยประกวดที่ใดมาก่อนและต้องไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ภาพทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วน ใดของผลงานผู้อื่น - ผลงานที่จะถูกนำมาพิจารณา ต้องเป็นไปตามรูปแบบที่กติกากำหนดไว้เท่านั้น - การตัดสินของกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด - ผู้ชนะเลิศจะต้องส่งมอบผลงานเป็นไฟล์รูปแบบ .PSD (แยก Layer) และมอบให้เป็นลิขสิทธิ์ของ Ucube Group เพื่อเผยแพร่ในเกมศึกตำนานสามก๊ก และเกม Dynasty Kingdoms และ/หรือ การทำประชาสัมพันธ์เกมศึกตำนานสามก๊ก - ผู้ชนะเลิศยินยอมให้ Ucube Group ดัดแปลงหรือแก้ไขภาพให้เป็นไปตามความเหมาะสม โดยจะมีการแจ้งผู้ชนะเลิศทราบก่อนเป็นลายลักษณ์อักษร ทางจดหมายอิเลคทรอนิค (Email) วิธีการส่งผลงาน - ส่งไฟล์ผลงานมาที่ E-Mail : ucubethailand@gmail.com เป็นไฟล์นามสกุล .JPEG หรือ .PNG พร้อมอธิบายแนวคิดในการออกแบบ - ส่งประวัติโดยย่อของเจ้าของผลงานดังนี้ o ชื่อ-นามสกุล o หมายเลขบัตรประชาชน o ที่อยู่และเบอร์ติดต่อ o Email address ตัวอย่างแนวภาพตัวละคร ภาพที่ออกแบบมาชุดตัวละครมี 2 สี ภาพแรกโทนสีน้ำเงิน ภาพที่สองโทนสีแดงมีออร่าตัวละคร สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.facebook.com/UcubeMobiTH หรือ โทร 02-744-7117 Email : ucubegamesthailand@gmail.com

12 หนังสุดสยอง ที่ทำเอากรรมการเหลียวมอง จนได้ครอง ออสการ์ !!!
Aliens /  An American Werewolf in London / 

เป็นเรื่องธรรมดาที่บรรดาภาพยนตร์สยองขวัญ ที่มุ่งเน้นจะเขย่าสติสตังคนดูให้ไม่อยูกับเนื้อกับตัว มักจะถูกกรรมการเมิน ในการประกวดเวทีรางวัลใหญ่ๆ (สาหัสกว่านั้น คืออาจไม่ได้เสนอเข้าชิงเสียด้วยซ้ำไป) ทำเอาคอหนังสยอง ต่างก็น้อยเนื้อต่ำใจกันไป แต่อย่าพึ่งเสียใจไป เพราะในประวัติศาสตร์รางวัลยิ่งใหญ่ระดับโลกอย่าง ออสการ์ นี้ ได้เคยมีหนังสยองขวัญ ไปเฉิดฉาย โชว์ฟอร์มเสียจนกรรมการต้องเหลียวมองมาแล้ว และนี่คือ 12 หนังสยอง ที่สามารถคว้าออสการ์มานอนกอดอย่างสมศักดิ์ศรี ที่เราอยากให้รู้จักรับฮาโลวีน และอย่าพึ่งหมดหวังว่า หนังสยองจะไม่มีทางไปถึงฝั่งฝัน เพราะ 12 เรื่องต่อไปนี้ยืนยันแล้วว่า ถ้าเจ๋งจริง ต่อให้รางวัลใหญ่แค่ไหน ก็เสร็จพี่สยองทุกรายเหมือนกันนะเอ้อ Rosemary's Baby (1968) หนังสยองขวัญการกำเนิดทายาปีศาจ ในตำนานของผู้กำกับ โรมัน โปลันสกี้ ที่ทั่วโลกเชื่อว่าต้องคำสาป เพราะทำให้ทีมงานหลายคนออกอาการวิปลาส และเสียชีวิตอย่างน่าสะพรึง เพราะเชื่อว่าไปแตะต้องเรื่องเกี่ยวกับลัทธิบูชาซาตาน อย่างไรก็ตาม Rosemary's Baby สามารถคว้า ออสการ์ รางวัล นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม ไปครองได้สำเร็จ จากการแสดงของ รูธ กอร์ดอน และยังเข้าชิงรางวัลบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยมอีกด้วย ตัวอย่างหนัง Rosemary's Baby ------------------------------- The Exorcist (1973) ขึ้นชื่อว่าเป็นคอหนังสยอง ย่อมต้องไม่พลาด The Exorcist ถึงไม่เคยได้ดู ก็ต้องเคยได้ยินชื่อเสียงสุดกระฉ่อน ของอีกหนึ่งตำนานหนังไล่ผีเรื่องนี้มาก่อนอย่างแน่นอน ทั้งจากความรุนแรงของเนื้อหา ภาพสุดสะพรึง จนแทบทำให้คนดูปวดประสาทพลอยจิตตกตามเด็กหญิง เรแกน ในสภาพเน่าเฟะไปด้วย! และที่สำคัญ The Exorcist ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์ ถึง 10 สาขา!! และคว้ามาครองได้ 2 สาขา คือ บทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม และบันทึกเสียงยอดเยี่ยม มาได้อย่างขาดลอย ชนิดที่ไม่ต้องมีบาทหลวงที่ไหนมาการันตีความสะพรึงครั้งนี้ ตัวอย่างหนัง The Exorcist ----------------------- Jaws (1975) หากคุณคิดว่าหนังสยองขวัญ มักจะนำเสนอแต่เรื่องเหนือธรรมชาติ นั่นแสดงว่าคุณยังไม่ได้พิสูจน์เขี้ยวฉลามใน Jaws ของพ่อมด สตีเฟ่น สปีลเบิร์ก ที่ใครๆก็การันตีว่าดูจบแล้วคงไม่กล้าลงน้ำไปอีกนาน!! จากภาพความสยดสยอง นองเลือดที่สมจริงจนน่าตกใจ และพาให้ร้อนๆ หนาวๆ เสมอ เมื่อขาคุณจุ่มน้ำ เพราะกลัวว่านั่นนอาจเป็นวันสุดท้ายของชีวิต Jaws เข้าชิง ออสการ์ ถึง 4 รางวัล และแหวกทะเลมาคว้าไป 3 คือ บันทึกเสียงยอดเยี่ยม, ลำดับภาพยอดเยี่ยม และ ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม ก่อนจะพลาดฉิวเฉียดกับรางวัลใหญ่อย่าง ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ไปเพียงนิดเดียว ตัวอย่างหนัง Jaws ------------------------ An American Werewolf in London (1981) ในบรรดาหนังมนุษย์หมาป่าที่ออกมาเกลื่อนโลก คงไม่มีใครจะไม่ยอมรับ An American Werewolf in London ในฐานะตำนานแห่งคนหอน คืนโหด ที่สร้างความสยองของการกลายร่าง ในระดับที่หลอนคนดูจนแทบตกเก้าอี้! และยังเป็นหมุดหมายสำคัญให้หนังแนวเดียวกันนี้ ในยุคต่อๆมาด้วยโดยเฉพาะฉากการค่อยๆ กลายร่างอย่างสยดสยองสมจริง และนั่นทำให้ An American Werewolf in London คว้ารางวัล ออสการ์ สาขาแต่งหน้ายอดเยี่ยม มาครองแบบได้หอนฉลองกันข้ามคืน (แถมเล็กน้อย หนังเรื่องนี้คือเรื่องโปรดของ ไมเคิล แจ็คสัน จนเขาจ้างทีมงานหนัง มาทำมิวสิควีดีโอสุดโด่งดัง Thriller)   ตัวอย่างหนัง An American Werewolf in London ---------------------------- Aliens (1986) คงได้แต่ยอมศิโรราบ อย่างไม่มีข้อโต้แย้ง หากจะบอกว่าสัตว์ประหลาดแห่งอวกาศที่น่่สะพรึงกลัวที่สุด คงหนีไม่พ้นเจ้าหัวยาว น้ำลายกรดที่ถือกำเนิดขึ้นจากศิลปินแนวชีวจักรวลผู้ล่วงลับ เอช อาร์ กีเกอร์ ในภาพยนตร์ Aliens นี้อีกแล้ว เพราะมันทำให้ภาพฝันการท่องอวกาศอันแสนสุข ต้องกลายเป็นฝันร้ายชนิดไม่รู้ลืม ความฮอตฮิตของมันมากมายเพียงใด คงไม่ต้องสาธยายมาก เพราะสามารถหันไปดูบรรดาโมเดล ของเล่น ที่ยังอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ และมีแฟนๆชนิดเหนียวแน่น สัตว์ต่างดาวระดับตำนานนี้ พาให้ Aliens ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง ออสการ์ ถึง 7 สาขา ก่อนจะคว้าไปกลับดาวไปได้ถึง 2 สาขาด้วยกัน คือ เทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม และลำดับเสียงยอดเยี่ยม สมจริงจนน่าขนลุกขนพองขนาดนี้ ไม่ได้ก็แปลกแล้วล่ะ! ตัวอย่างหนัง Aliens -------------------------- The Fly (1986) ในปีเดียวกันนี้เอง ในขณะที่ Aliens คือสัตว์ต่างดาวสุดสยอง ด้าน The Fly ก็คือความสะพรึงอันเกิดจากวิทยาศาสตร์โดยแท้จริง จากเครื่องย้ายมวลสารที่ทำงานสมบูรณ์แบบ แต่นั่นำให้บังเกิดเป็นหนังสยองขวัญระดับตำนานอีกหนึ่งเรื่อง ด้วยสภาพของคนที่ค่อยๆ กลายเป็นแมลงวันกลายพันธุ์สุดเน่าเฟะ และโชยกลิ่นความสยองออกมาแตะจมูกคนดู โดยไม่ต้องอาศัยระบบ 4Dx แต่ประการใด การเนรมิตคนธรรมดาให้กลายเป็นอสูรกายใน The Fly ที่สมจริงสุดๆ นี้ ทำให้สามารถคว้ารางวัล ออสการ์ สาขาแต่งหน้ายอดเยี่ยมไปครองได้อย่างไร้ข้อครหา ตัวอย่างหนัง The Fly  ------------------------------------ Beetlejuice (1988) Beetlejuice คือหนังสยองขวัญสุดป่วง ที่มีลายเซ็นของผู้กำกับ ทิม เบอร์ตัน อยู่แบบเกือบร้อยเปอร์เซนต์ ผลงานที่เป็นเรื่องผีๆ ท่าทางจิตป่วยนี้ เข้าไปนั่งในใจคนดูได้ทุกเพศทุกวัย ไม่ใช่เพราะมันสยองจนแทบทนไม่ไหว แต่มันสุดประทับใจทั้งตลก ขำขัน ร้องรำทำเพลง และสะดุ้งสะพรึงเบาๆ แบบถนอมอัตราการเต้นของหัวใจ ด้วยคาแร็คเตอร์เหล่าผีที่สุดจะแปลกแหวกแนว และมีเอกลักษณ์สุดๆ นี้ ก็ส่งให้ Beetlejuice คว้ารางวัล ออสการ์ สาขาแต่งหน้ายอดเยี่ยม มาครองได้สำเร็จ ตัวอย่างหนัง Beetlejuice ----------------------------------- Misery (1990)  นี่คือหนังสุดจิต ที่ทำเอากลัวผู้หญิงร่างอวบไปอีกนาน เพราะ Misery เรื่องนี้ สร้างจากนิยายของเจ้าพ่อเรื่องเขย่าขวัญ สตีเฟ่น คิง อันลือลั่น และยังสร้างภาพลักษณ์ของหญิงโหด กับชายดวงซวยไร้ทางสู้ ได้อย่างแจ่มชัด และแน่นอนรางวัล ออสการ์ ที่ Misery คว้าไปจะเป็นอะไรไปเสียไม่ได้นอกจาก นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม จากตัวละคร แอนนี่ หญิงจิตโหด ที่รับบทโดย เคธี่ เบตต์ ที่ทำเอาคนดูชายทั้งแท่ง ถึงกับต้องเสียวสันหลังวาบๆ ตัวอย่างหนัง Misery ----------------------------------- The Silence of The Lambs (1991) โลกอาจรู้จักกับ แอนโธนี่ ฮอปกิ้นส์ มาก่อนหน้านี้นานแล้ว แต่ผู้ชายคนนี้ ทำให้โลกรู้จักตำนานแห่ง ดร.ฮันนิบาล เล็คเตอร์ จิตแพทย์อัจฉริยะวิปลาส ผู้โปรดปรานรสชาติเนื้อมนุษย์เป็นนิจ ใน The Silence of the Lambs ภาพยนตร์ที่สร้างประสบการณ์เขย่าประสาทในระดับปรากฏการณ์ และทำให้คนดูรู้สึกเสียววาบอย่าไม่รู้เนื้อรู้ตัว คุณงามความดีสุดชั่วร้ายนี้ ส่งให้ The Silence of the Lambs เข้าชิง ออสการ์ ถึง 7 สาขา ก่อนจะคว้าไป 5 แบบไม่มีใครกล้าแหยม ไม่ว่าจะเป็น นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (แอนโธนี่ ฮอปกิ้นส์), นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม (โจดี้ ฟอสเตอร์), ผู้กำกับยอดเยี่ยม (โจนาธาน เดมมี), บทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม และรางวัลใหญ่อย่าง ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ประจำปีนั้นไปครองอย่างเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของหนังสยองเลยทีเดียว ตัวอย่าง The Silence of The Lambs ------------------------------------- Bram Stoker's Dracula (1992) ผีดูดเลือดยุคใหม่ท่าทางหน่อมแน้มหลบไปให้หมด เพราะนี่คือตัวพ่อของบรรดาหนังแดร็กคูล่า กับ Bram Stoker's Dracula ของผู้กำกับระดับตำนาน ฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปลา ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยรสนิยม เสน่ห์ความงามแบบกอธิค รวมฮิตดาราคุณภาพและเป็นจุดเริ่มต้นของขนบความสยองหรูคาวเลือด สไตล์แดร็กคูล่าในหนังยุคต่อๆมาอีกด้วย Bram Stoker's Dracula เข้าชิง ออสการ์ ถึง 4 สาขา และคว้าไป 3 อันได้แก่ ออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม, ตัดต่อเสียงยอดเยี่ยม และแต่งหน้ายอดเยี่ยม พลาดไปเพียงแค่กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม รางวัลเดียวเท่านั้น  ตัวอย่างหนัง Bram Stoker's Dracula -------------------------- Sleepy Hollow (1999) ยังคงฟอร์มดีจนส่งผลงานที่ดูจะแหวกแนว แต่ลงตัวอย่าง Sleepy Hollow ให้โดดเด้งขึ้นมาอีกเรื่องได้ สำหรับผู้กำกับสไตล์จัด ทิม เบอร์ตัน ที่มาพร้อมกับเรื่องสยองเต็มสูบ ของชายไร้หัว ขี่ม้าสีดำทมิฬ ไล่ล่าหัวมนุษย์อย่างไม่เกรงใจยมโลก แต่ก็ยังไม่วาย ยังต้องเจอพระเอกสุดเพี้ยน บพิลึกพิลั่นมาต่อกรด้วยซะเฉย เรื่องราวสยองสุดเพี้ยน แต่กรุ่นไอมืดหม่นนี้ ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง ออสการ์ ถึง 3 สาขา และคว้าไปเพียง กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม รางวัลเดียว ชวดกำกับภาพยอดเยี่ยม และออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม ให้เรื่องอื่นไป ตัวอย่างหนัง Sleepy Hollow ------------------------- Sweeney Todd: The Demon Barber of Fleet Street (2007) ผู้กำกับ ทิม เบอร์ตัน กลับมาระบายผืนผ้าใบแห่งกอธิคอีกครั้ง กับ Sweeney Todd: The Demon Barber of Fleet Street ที่ได้พระเอกคู่บุญอย่าง จอห์นนี่ เด็ปป์ มาสวมบทบาทช่างตัดผมกรุ่นแค้น ได้อย่างหลงใหล ถึงแม้หนังเรื่องนี้จะไม่ได้จ้องเขย่าขวัญกันเหงื่อแตก แต่มันอุดมไปด้วยสไตล์จัดจ้าน มีความเป็นมิวสิคัล และเมื่อถึงเวลาก็พร้อมเสิร์ฟฉากเลือดพุ่งเป็นท่อประปาแตกให้คนดูได้หงายเงิบ สะดุ้งโหยงกันอย่างจัดเต็ม Sweeney Todd เข้าชิงถึง 3 ออสการ์ และคว้ากำกับศิลป์ยอดเยี่ยม ไปครอง ก่อนจะชวดนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม กับ ออกแบบเครื่องกายยอดเยี่ยมไปอย่างน่าเสียดาย ตัวอย่างหนัง Sweeney Todd และทั้งหมดนี้คือ 12 หนังสุดสยอง ที่ทำเอากรรมการเหลียวมอง จนได้ครองออสการ์ และกับรางวัลเกียรติยศที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกในปีต่อไปนี้ ภาพยนตร์สุดสยองเรื่องใด จะคว้าชัยได้อย่างไม่น้อยหน้าหนังแนวไหนๆ แฟนๆ คอหนังสยองขวัญ ต้องรอติดตามกันให้ดี และเอาใจช่วยให้หนังสยอง ได้ไปคว้าชัย และละเลงความกลัว ให้สะเทือนเวทีรางวัลอื่นๆ ในโลก ได้ต่อไปไม่รู้จบสิ้น -------------------------------

อยู่ได้ไง! แลนดอน เด็กชายอายุ 12 ไม่รู้สึกหิวข้าวหิวน้ำมานานข้ามปี
ต่างประเทศ /  เด็ก / 

จากกรณีนี้ทำเอาสื่อข่าวต่างประเทศตกใจเป็นอย่างมาก เมื่อพบเคสแปลกนี้! แลนดอน โจนส์ เด็กชายวัย 12 ปี จู่ๆก็ไม่รู้สึกหิวข้าว หรือกระหายน้ำแม้แต่น้อย โดยพ่อแม่ก็หาทางรักษา แต่เหมือนว่าโรงพยาบาลที่เข้าไปรักษา ก็ไม่สามารถแก้โจทย์ในเคสของเด็กชายคนนี้ได้ ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญบอกไว้ว่า กรณีของ แลนดอน โจนส์คนนี้ อาจจะเป็นเคสเดียวและเป็นเด็กคนเดียวที่มีอาการแบบนี้ในโลกก็ว่าได้! เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ไปติดตามพร้อมๆทีนเอ็มไทยเลยดีกว่าคะ .. อยู่ได้ไง! แลนดอน เด็กวัย 12 ปี ไม่รู้สึกหิวข้าวหิวน้ำมานานข้ามปี เขียน-แปลโดย teen.mthai.com (หากนำไปใช้กรุณาให่เครดิตเว็บไซต์ด้วยคะ) อยู่ได้ไง! แลนดอน เด็กวัย 12 ปี ไม่รู้สึกหิวข้าวหิวน้ำมานานข้ามปี Landon Jones - แลนดอน โจนส์ วัย 12 ปี จากเมืองวอเตอร์ลู, ไอโอวา สหรัฐอเมริกา เขาไม่มีความรู้สึกหิวข้าว หรือกระหายน้ำเลย ตั้งแต่ วันที่ 14 ตุลาคม ปี 2013 ซึ่งผ่านมาแล้วข้ามปี! อาการนี้เริ่มจากในคืนวันหนึ่งเขาได้กินพิซซ่าและไอศกรีมเข้าไป แล้วเกิดปวดท้อง ปวดหัว ปวกท้อง คลื่นไส้อย่างหนัก เขาจึงไปนอนพักหวังว่าอาการจะบรรเทาลง แต่แล้วเมื่อเขาตื่นขึ้นมาก็พบว่า เขาไม่มีความรู้สึกหิวหรือกระหายเลย น้ำหนักเดิมของเขาจาก 104 ปอนด์ กลายเป็นเด็กผอมแห้งจนน้ำหนักลดเหลือ 68.4 ปอนด์ ในหนึ่งปีที่ผ่านมา .. หนึ่งปีต่อมา Michael (ไมเคิล) and Debbie (เด็บบี้)  พ่อแม่ของแลนดอนก็ยังคงแปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับลูกของพวกเขา ซึ่งพวกเขาก็ไม่รู้จะรักษาหรือช่วยแลนดอนด้วยวิธีไหนดี (พยายามหลายทางแล้ว!) พ่อของแลนดอนบอกว่า "หลังจากเหตุการณ์ในคืนวันนั้น(ปีที่แล้ว) เมื่อเขาตื่นมา เขาก็สูญเสียความรู้สึกหิว-กระหาย เขากลายเป็นเด็กเอื่อยเฉื่อย เขาขับจักรยานแต่ขับได้ไม่นานก็รู้สึกเหนื่อย เขาก็เลยเข็นมันแทนและหลังจากนั้นเขาก็ผลักจักรยานล้มไปเลย" พ่อแม่ของเขาพยายามทำให้แลนดอนสนใจอาหาร ด้วยการจัดงานปาร์ตี้อาโลวีน แต่งตัวเป็นผีซอมบี้โจรสลัด มีอาหารหลากลหลายชนิดในงาน ให้แลนดอนรู้สึกสนุกกับการปาร์ตี้ที่จัดขึ้น แต่แลนดอนกลับไม่สนใจแม้แต่ลูกอมสักเม็ดเดียว เฟลกันทีนี้! และหลังจากที่ แลนดอน มีอาการแบบนี้พ่อของเขาก็ลาออกจากงานเพื่อที่จะคอยดูแลเขาอยู่ใกล้ๆ ใช้เวลากับเขามากขึ้น แพทย์ที่รักษาแลนดอน ใน ไอโอวา ก็ทำการรักษาเขาแต่ก็ดูเหมือนจะไม่ได้ผลดีขึ้นมา แลนดอนจึงถูกส่งตัวไปยังแพทย์ในโรงพยาบาลอื่นๆ เช่น Cedar Rapids, Des Moines, Madison หรือแม้กระทั่ง Mayo Clinic ที่มีชื่อเสียงใน เมืองมินนิโซตา ( Minnesota ) แต่ก็ไม่มีใครที่สามารถหาคำตอบในเคสของแลนดอน โจนส์ เด็กวัย 12 ปีคนนี้ได้เลย ซึ่ง Dr. Marc Patterson นักประสาทวิทยาเด็ก ของ Mayo Clinic บอกไว้ว่า "แลนดอน อาจจะเป็นเด็กคนเดียวในโลก ที่เป็นกรณีแบบนี้" ไมเคิล ยังเล่าให้ฟังอีกว่า พวกเขาได้ทำอาหารใส่กล่องให้กับ แลนดอน และไบรซ์(น้องชาย) ไปโรงเรียน และเมื่อกลับมาถึงบ้าน เขาหยิบกล่องแซนวิชออกมาจากกระเป๋าแลนดอน และสิ่งที่เขาเห็นคือ รอยกัดแซนวิชแฮมชีสบริเวณหัวมุม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแลนดอนกินมันน้อยมากๆ! จนน่าตกใจ นอกจากนี้ Michael พ่อของแลนดอน ได้อธิบายให้ฟังอีกว่า ผู้เชี่ยวชาญคิดว่า แลนดอนอาจจะทุกข์ทรมานจากการสูญเสีย ไฮโปทาลามัส (hypothalamus คือ โครงสร้างของสมองทำหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิร่างกาย, ความหิว, ความกระหายน้ำ) ไป ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ก็ยังไม่มีหลักฐานใดๆ ที่จะสามารถอธิบายหรือรักษาเคสนี้ได้เลย ตอนนี้พวกเขาก็ทำได้แค่คอยเตือน แลนดอน ให้กินอาหารและดื่มน้ำเสมอ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ ไมเคิลและเด็บบี้ พวกเขาก็ยังคงหาทางรักษาลูกชายของเขาต่อไป หวังว่าจะมีผู้เชี่ยวชาญสักคนที่ช่วยเหลือลูกของพวกเขาได้ ถึงเขาจะเหนื่อยแต่ก็ไม่ท้อแท้ เพราะแลนดอนเป็นลูกชายที่พวกเขารักมากที่สุด .. * *ไฮโปทาลามัส (hypothalamus) คือ โครงสร้างของสมองที่อยู่ใต้ทาลามัส (thalamus) แต่เหนือก้านสมอง (brain stem) ทำหน้าที่เชื่อมโยงการทำงานของระบบประสาทและระบบต่อมไร้ท่อ ควบคุมกระบวนการเมแทบอลิซึมบางอย่าง และหน้าที่อื่นๆ ของระบบประสาทอิสระ (Autonomic Nervous System) ไฮโปทาลามัสทำหน้าที่สังเคราะห์และหลั่งฮอร์โมนประสาท (neurohormones) ซึ่งมักเรียกว่า hypothalamic-releasing hormones ซึ่งทำหน้าที่ในการกระตุ้นหรือยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนจากต่อมใต้สมอง (pituitary gland) , ไฮโปทาลามัสทำหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิร่างกาย, ความหิว, ความกระหายน้ำ[1], ความเหนื่อยล้า, ความโกรธ และจังหวะรอบวัน (Circadian rhythm)** เขียน-แปลโดย teen.mthai.com (หากนำไปใช้กรุณาให่เครดิตเว็บไซต์ด้วยคะ) Cr. odditycentral, desmoinesregister

แอบส่อง บ้านตั๊กบงกช นางเอกหนังไทย ผ่าน IG ส่วนตัว
ตั๊กบงกช /  บ้านดารา

วันนี้ Decor.Mthai จะพาเพื่อนๆ ไป แอบส่อง บ้านตั๊กบงกช นางเอกหนังไทย ผ่าน IG ส่วนตัว กันค่ะ บ้านตั๊กบงกช จะเป็นยังไง จะสวยเริ่ดเหมือนเจ้าตัวมั้ย จะมีมุมเก๋ๆ เท๋ๆ เยอะมั้ยหรือป่าวนะ ได้ยินมาแว่วๆ ว่าบ้านหลังนี้ราคาตั้ง 45 ล้านเลยนะ ว่าแล้วไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ แอบส่อง บ้านตั๊กบงกช นางเอกหนังไทย ผ่าน IG ส่วนตัว บ้านตั๊กอจลา คงมาลัย หรือตั๊กบงกช คงมาลัย นางเอกหนังไทย เริ่มด้วยห้องนั่งเล่น  ห้องนั่งเล่นตกแต่งด้วยโซฟาหนังสีดำ มีหมุดสีเงินปักรอบๆ โซฟา ห้องทำงานหรือห้องอ่านหนังสือ ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ มีรูปสาวสวยใส่ชุดไทยแปะอยู่ข้างๆ ทีวีจอใหญ่ยัก คงไม่ใช่รูปใครที่ไหน น่าจะเป็นรูปภรรยาที่รักแน่นอน ห้องครัว ห้องครัวมีทั้งครัวไทย และแพนทรี โดยตกแต่งท๊อปเคาน์เตอร์ด้วยหินอ่อนสีครีม ห้องนั่งเล่น  ห้องนั่งเล่นตกแต่งด้วยโทนสีน้ำตาลสีแสนสบายตา ห้องนอน ห้องนอนตกแต่งเรียบๆ ด้วยสไตล์ลักชัวรี่ ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟ หรือของตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ ภายในห้อง เป็นไงกันบางคะ เห็นบ้านตั๊กอจลา คงมาลัย กันไปแล้ว เรียกได้ว่าสวยทั้งคน สวยทั้งบ้านเลยก็ว่าได้ ครั้งต่อไปเราจะพาเพื่อนๆ ไปส่องบ้านของคนดังคนไหน ก็ติดตามกันได้ที่นี้นะคะ ขอบคุณ : IG : takbongkod  เปิดบ้าน อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ ซุปเปอร์สตาร์อันดับ 1 ของเมืองไทย   เปิดบ้านดารา เจนี่ อัศวเหม

สุดทึ่ง! ภาพดวงตาไซคลอป บนดาวพฤหัส
ข่าววันนี้ /  ดวงตาดาวพฤหัส / 

ภาพดวงตาไซคลอป บนดาวพฤหัส หลังดวงจันทร์บริวารพาดผ่านจุดพายุหมุนขนาดยักษ์พอดิบพอดี เว็บไซต์ดิสคัฟเวอรี่ ได้มีการเผยแพร่สุดทึ่งปรากฎการณ์ดวงตาไซคลอปบนดาวพฤหัส โดยได้เผยให้เห็นจังหวะที่ดวงจันทร์แกนิมีด ดวงจันทร์บริวารที่ใหญ่ที่สุดของดาวพฤหัส โคจรอยู่เหนือจุดแดงใหญ่ ซึ่งเป็นพายุหมุนขนาดยักษ์บนดาวพฤหัสพอดี จนทำให้เกิดความรู้สึกว่าเป็นดวงตาขนาดยักษ์กำลังจ้องมองอยู่ ทั้งนี้รายงานระบุว่า ภาพดังกล่าวถูกบันทึกได้โดยกล้องโทรทรรศน์ฮับเบิลขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งสหรัฐฯ (นาซา) ตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา MThai news