ทำรัก

เปิดตัว True Lenovo 4G VIBE C สมาร์ทโฟนประสิทธิภาพมาเต็มกับราคาเบาๆ
Lenovo /  True Lenovo 4G VIBE C / 

ทรูและเลอโนโว เปิดตัว True Lenovo 4G VIBE C สมาร์ทโฟนสเปคแรงราคาประหยัดเอาใจผู้ใช้งานที่ชื่นชอบความคุ้มค่า ด้วยการสร้างสรรค์รูปทรงสวยงามที่มาพร้อมหน้าจอกว้างขนาด 5 นิ้ว รอบรับการเชื่อมต่อความเร็วสูง 4G  และยกระดับการทำงานด้วยขุมพลัง Quad-core processor จาก Qualcomm  ผู้ใช้งานสามารถสัมผัสการทำงานและเป็นเจ้าของได้ในราคาสุดคุ้ม True Lenovo 4G VIBE C สมาร์ทโฟนที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์และความต้องการในการเชื่อมต่อสำหรับยุคดิจิทัล ให้ผู้ใช้งานสามารถท่องอินเตอร์เน็ต แชร์ประสบการณ์ผ่านโซเชียลมีเดีย และดาว์นโหลดข้อมูลด้วยอินเตอร์เน็ตความรวดเร็วสูง  อีกทั้งมาพร้อมแบตเตอรี่ ความจุถึง 2,300 mAh ที่สามารถถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้อย่างง่ายดายเพื่อเพิ่มความต่อเนื่องในการใช้งานได้ตลอดทั้งวัน นอกจากนี้ True Lenovo 4G VIBE C ยังมาพร้อมจุดเด่นที่แตกต่างจากสมาร์ทโฟนในราคาระดับเดียวกัน ด้วยหน่วยความจำในตัวเครื่อง 8 GB เพิ่มได้สูงสุดถึง 32 GB ด้วยการ์ดความจำ microSD เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถจัดการพื้นที่แอพพลิเคชั่น เกม รูปถ่าย และวิดีโอได้อย่างจุใจ อีกทั้งคุณสมบัติโดดเด่นอีกมากมาย อาทิ รองรับการทำงานแบบสองซิม และกล้องหลังความละเอียดถึง 5 MP และกล้องหน้าความละเอียดถึง 2 MP True Lenovo 4G VIBE C มาพร้อม 2 สี ให้เลือก ได้แก่ สีขาว และสีดำ มีวางจำหน่ายแล้วที่ศูนย์บริการทรู ทั่วประเทศ ในราคา 2,990 บาท

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

ห้ามพลาด !! รวมสุดยอด ลายสักยันต์ ครบทุกด้าน
คงกระพัน /  มนต์ขลัง / 

ลายสักยันต์ มนต์ขลังที่มีเสน่ห์ ปฏิเสธไม่ได้จริงๆสำหรับเรื่องของความเชื่อ การสักยันต์ ซึ่งมีมานานตั้งแต่อดีต ว่าจนถึงในปัจจุบันนี้ก็ยังคงเป็นที่นิยม ซึ่งลายลักนั้น ก็มีความหมายที่แตกต่างกันออกไป วันนี้แม่หมอ จะมาแบ่งลายสักออกเป็นหมวดหมู่ เผื่อว่าใครกำลังวางแผนที่จะสักยันต์ จะได้อ่านง่ายขึ้นจ้า  โชคลาภเงินทอง pic:http://bbznet.pukpik.com ยันต์ชูชก หากใครที่ทำการค้าขาย ลายสักยันต์ ชูชกถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ทำให้ขายของได้ดีขึ้น กิจการเติบโต ร่ำรวยเงินทอง Pic:http://www.garmentmarket.net ยันตาข่ายเพชร เปรียบเสมือนตาข่ายที่ไว้ดักเงิน ดักทอง เสริมโชคลาภทางด้านการเงินเป็นอย่างดี นิยมสักคู่กับ ยันต์เกราะเพชร ปกป้องคุ้มครอง ภัยอันตราย pic:https://sakyantthai.wordpress.com ยันต์เก้ายอด (ยันต์นวหรคุณ) ซึ่งหมายถึงคุณวิเศษของพระพุทธเจ้าทั้ง 9 ประการ ซึ่งถือว่าเป็นยันต์ครู มีความหมายที่ดีสำหรับผู้ที่สักคือ แคล้วคลาดจากอันตรายและศัตรู ป้องกันศาสตราวุธทั้งหลาย เช่น ปืน มีด ดาบ pic:http://www.thaisakyant.com ยันต์เสือแปดทิศ เป็นลายสักยันต์ที่เหมาะมาก สำหรับป้องกันภัย ครอบคลุมทุกด้าน และคุ้มครองคุ้มภัยจากทุกทิศทาง ให้แคล้วคลาดปลอดภัย pic:http://bbznet.pukpik.com ยันตร์ราหูอมจันทร์ สำหรับลายสักนี้จะช่วยหนุนดวงชะตาของคุณ โดยเปลี่ยนเรื่องร้ายให้กลายเป็นดี และต่อต้านสิ่งเลวร้ายต่างๆ ไม่ให้เข้ามาใกล้คุณ เสริมอำนาจบารมี หน้าที่การงาน pic:http://www.toptenthailand.com เสือเหลียวหลัง ถ้าหากเป็นการสักยันต์ลายเสือปกติจะมีความหมายถึงอำนาจบารมี แต่เสือเหลียวหลังจะช่วยเพิ่มในส่วนของเมตตาเข้าไปด้วย ใครที่พบเห็นจะต้องให้การช่วยเหลือ โดยเฉพาะเรื่องงาน pic:http://group.wunjun.com พระคเณศ ( พระพิฆเนศ) ซึ่งเป็นเทพแห่งความสำเร็จ หากใครที่ต้องการให้การงานที่ทำอยู่ ก้าวหน้ามากขึ้น มีคนรักและชื่นชมผลงาน ดารา นักแสดง นักร้องหลายๆคนนิยมกราบไหว้บูชา พระพิฆเนศ pic:http://www.ajannookanpai.com/ ยันต์หนุมานตัวเก้า การสักยันต์หนุมานนั้นมีหลายแบบ แต่ที่ได้รับความนิยมเห็นจะเป็นลายหนุมานตัวเก้า มีความหมายที่ดี ในด้านหน้าที่การงาน ส่งเสริมให้มีความเจริญก้าวหน้า เลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง ความรัก pic:http://www.vatemon.com ยันต์เทพพยาธร  เรียกได้ว่าเป็นยันต์มหาเสน่ห์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะว่าความแรงนั้นแซงสาริกาลิ้นทอง และ นะหน้าทอง เปรียบเสมือนกับว่า เทพพยาธร ได้โบยบินไปหาคนที่หมายปอง เมตตามหานิยม pic:http://www.ongtep.com/detail.php?page=17&id=309 ยันต์พุฒซ้อน ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจริงๆสำหรับผู้ที่ต้องการให้ตัวเองมีโชคด้านเมตตามหานิยม และส่งผลในด้านหน้าที่การงาน ให้ผู้ใหญ่เมตตา เป็นมหาเสน่ห์ที่แรงพอตัวเลยค่ะ pic;http://www.toptenthailand.com จิ้งจกมหาเสน่ห์ เรียกได้ว่าเป็นตัวแทนของยันต์เมตตามหานิยมมากๆ สำหรับลายจิ้งจก ที่มีให้เลือกมากมาย ความหมายก็จะแตกต่างกันไป แต่ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่เมตตา มีเสน่ห์ มีคนรักใคร่เอ็นดู แก้คุณไสย pic:http://www.toptenthailand.com ยันต์โสฬสมงคล จัดเป็นยันต์ชั้นสูง ในบรรดาจำนวนยันต์ทั้งหมด นิยมสักไว้กลางหลัง ป้องกันอันตรายต่างๆรอบตัวรวมไปถึงคุณไสยมนต์ดำต่างๆ pic:http://www.garmentmarket.net ยันต์เกราะเพชร ช่วยส่งเสริมบารมี เป็นเกาะป้องกันภัยจากศัตรูและภยันตรายต่างๆ และป้องกันคุณไสย ไม่ให้เข้าใกล้ และสำหรับ ลายสักยันต์ ที่เป็นที่นิยมมากที่สุดในตอนนี้คงต้องยกให้ ยันต์ 5 แถว ชื่อเสียงความขลัง โด่งดังไปถึงระดับโลก ขนาดที่ แองเจลิน่า โจลี่ ยังต้องบินข้ามน้ำข้ามทะเลมาเพื่อให้ อาจารย์หนู ได้ลงอักขระกันถึงที่เลยทีเดียว ซึ่งความหมายของยันต์5แถวนั้น ถือว่าครอบคุมทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็น อำนาจบารมี เมตตามหานิยม ร่ำรวยเงินทอง โชคลาภต่างๆ จึงทำให้กลายเป็นที่นิยมของดารานักแสดงและคนทั่วไป เรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

เที่ยว
10 อันดับที่เที่ยวไทเป /  ที่เที่ยวไต้หวัน / 

ตอนนี้ประเทศไต้หวัน หรือเมืองหลวงอย่าง ไทเป กำลังเป็นจุดมุ่งหมายใหม่ที่นักท่องเที่ยวปักหมุดต้องไปให้ได้ และด้วยตอนนี้รัฐบาลไต้หวันประกาศ Free Visa สำหรับนักท่องเที่ยวจากประเทศไทย และ บรูไน เป็นเวลา 30 วัน ยิ่งทำให้หลายคนอยากแบ็คแพคไปสัมผัสเมืองแห่งวัฒนธรรม ศิลปะ ธรรมชาติ และที่สำคัญ หนุ่มไทเปติดอันดับหนุ่มหล่อ หน้าตาดีอีกด้วย! (อันนี้เราไม่คอนเฟิร์มเพราะเรายังไม่เคยเห็น อิอิ >,<) เที่ยว "ไทเป" กับ 20 สถานที่ท่องเที่ยว ที่ไม่ควรพลาด! นครไทเป เป็นเมืองหลวงของไต้หวัน และใหญ่ที่สุดบนเกาะไต้หวัน โดยตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะ นอกจากนี้ไทเปยังถูกยกให้เป็นเมืองญี่ปุ่นขนาดย่อมด้วย เพราะสะอาด น่าอยู่ บ้านเมืองเป็นระเบียบ ถ้าหากใครยังไม่เคยมาแล้วอยากรู้ว่าที่นี่มีอะไรน่าสนใจ มีอะไรน่าเที่ยว ตามมาดูกัน .. ไทเป มีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอยู่หลายที่ ทั้งวัดวาอารามอายุหลายร้อยปี พิพิธภัณฑ์ ธรรมชาติที่สมบูรณ์ รวมถึงการเดินทางที่สะดวกสบาย และยิ่งได้ฟรีวีซ่า ยิ่งที่ทำให้ที่นี่เป็นอีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจสำหรับคนชอบเดินทาง งั้นก่อนเดินทางก็ขอเก็บข้อมูลกันซะหน่อย เราเลยรวบรวม สถานที่ท่องเที่ยว ที่ไม่ควรพลาด มาฝากกัน อยากไปเที่ยวไหนก็ศึกษาเส้นทาง วางแผนกันให้ดีๆ นะคะ ^^ 1. National Palace Museum  พิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งชาติ หรือพิพิธภัณฑ์แห่งชาติกู้กง เปิดให้เข้าชื่นชมผลงานศิลปะและสิ่งประดิษฐ์โบราณของจีนที่รวบรวมไว้มากที่สุดในโลก ของเหล่านี้มีอายุมากกว่า 8,000 ปี และคงอยู่มาหลายช่วงราชวงศ์แล้ว พิพิธภัณฑ์แห่งนี้สร้างขึ้นในปี 1925 หรือหลังก่อตั้งสาธารณรัฐจีนได้เพียง 13 ปีเท่านั้น การเดินทาง : MRT Shilin, take bus no. R30, 255, 304, 815 2. น้ำพุร้อนเป่ยโถว (Beitou) เมื่อเดินทางด้วย MRT ตรงสถานีสวนสาธารณะนิวเป่ยโถว ก็จะพบกับพิพิธภัณฑ์น้ำพุร้อนเป่ยโถว ด้านในอาคารจะมีภูเขาไฟซาเม่าพ่นไอกำมะถันออกมาตลอดทั้งปี มีห้องอาบน้ำแบบญี่ปุ่นจัด ห้องพัก และนิทรรศการแสดงสิ่งของ ภาพถ่าย ความเป็นมา ของน้ำพุร้อนด้วย 3. The Beitou Branch of Taipei Public Library ถัดมาไม่ไกลกันมากนัก ก็จะเจอกับ ห้องสมุดสาธารณะ ดีไซน์สวย สร้างด้วยไม้ทั้งอาคาร ที่นี่ยังเป็น ห้องสมุดที่ติดอันดับ 1 ใน 25 ของห้องสมุดสุดสวยในโลก ปี 2012 อีกด้วย โดยคอนเซปของที่นี่คือเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ประพยดพลังงาน และยังเป็นอาคารแห่งแรกในไต้หวันที่ได้ใบรับรอง “Green Building” 4. ตึกไทเป 101 ( Taipei101 ) ตึกใหญ่ตั้งสูงตระหง่านใจกลางเมืองไทเป ด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์คล้ายปล้องไม้ไผ่ที่มีทั้งหมด 8 ปล้อง ที่ว่ากันว่าใครมาเที่ยวไต้หวันแล้วไม่ได้มาถ่ายรูปกับตึกแห่งนี้ หรือขึ้นไปชั้นบนสุดของที่นี่ถือว่ายังมาไม่ถึงไต้หวัน ตึกไทเป 101  มี106ชั้น มีความสูงถึง 508 เมตร โดยชั้น 89 จะเป็นจุดชมวิวที่จะต้องซื้อตั๋วเข้าชมจากชั้นล่างของตึก ลิฟท์ก็จะนำพาคุณมาถึงยังชั้นชมวิวอย่างรวดเร็ว ถ้าคุณไม่สันทัตการชมวิวในที่สูง หรือกลัวความสูง คุณก็สามารถถ่ายรูปคู่กับตึกไทเป101 นี้จากสวนอนุสรณ์สถาน ดร. ซุนยัตเซน ได้เช่นกัน เปิดทุกวัน 9.00 – 22.00 น. การเดินทาง : MRT สายสีแดง สถานี Taipei 101/ World Trade Center 5. อนุสรณ์สถานเจียงไคเช็ก (Chiang Khai Shek Memorial hall) ไฮไลท์ยิ่งใหญ่สุดของไต้หวัน จุดหมายหลักที่นักเดินทางทุกคนต้องมาเยือนที่นี่ ตัวอาคารใหญ่โตพร้อมกับลานกว้างนั้นสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกถึงท่านเจียงไคเช็ก อดีตประธานาธิบดีแห่งไต้หวันที่ได้ถึงแก่อสัญกรรมไปแล้ว ตัวอาคารโดดเด่นด้วยสีขาว ตัดกับหลังคาแปดเหลี่ยมกระเบื้องสีน้ำเงินเบื้องบน ภายในจะมีรูปปั้นสำริดของท่านนั่งอยู่ พร้อมกับมีทหารเปลี่ยนเวรยามมาเฝ้าตามเวลา แนะนำให้ไปช่วงตอนเปลี่ยนกะ จะได้เห็นพิธีการที่ดูขึงขัง ภายนอกยังมีลานกว้างและซุ้มประตูขนาดใหญ่ที่ออกแบบมาตามหลักฮวงจุ้ยเป๊ะๆ เปิดทุกวัน : 9.00-18.00 น. การเดินทาง : MRT สายสีน้ำเงิน สถานี CKS Memorial Hall Station ทางออก 5 / ถนน Zhongshan S. Zhongzheng District Taipei 6. วัดหลงซาน (Lhongsan Temple) วัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองไทเปตั้งอยู่ใจกลางเมืองไทเป เดินทางไปถึงได้ง่ายด้วยรถไฟฟ้า เหมาะสำหรับคนที่มาเที่ยวไทเปและไม่มีเวลามากนักก็สามารถแวะไหว้พระและขอพรที่นี่ได้ ว่ากันว่ามาวัดหลงซานเพียงวัดเดียวสามารถขอพรอันประเสริฐได้ทุกประการ ด้วยว่ามีเทพเจ้าภายในให้สักการะกว่าร้อยองค์ วัดนี้มีองค์ประกอบเด่นที่เสามังกรพันซึ่งภายในวัดมีอีกหลายเสาให้ถ่ายรูป ด้วยความที่วัดนี้มีคนเข้าเยอะ กลิ่นธูปตลบอบอวล ใครมาวัดแห่งนี้ก็ควรระวังทรัพย์สินของท่านและระวังธูปจากคนอื่นด้วยนะ เปิดให้บริการ 6.00-22.00 น. การเดินทาง : MRT สายสีน้ำเงิน สถานี Lhongshan Temple 7.  Maokong Gondola กระเช้าลอยฟ้าเมาคง กอนโดลา อยู่บนความสูงเกือบ 300 เมตร พื้นเป็นกระจกใสมองเห็นวิวเบื้องล่าง ซึ่งการนั่งกระเช้านั้นเราสามารถหยุดแวะที่สวนสัตว์ไทเป (Taipei Zoo) และวัดจื่อหนาน (Zhinan Temple) เพื่อสักการะวัดที่เป็นที่เคารพนับถือมากที่สุดแห่งหนึ่งในไต้หวัน สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแก่ปรมาจารย์ลัทธิเต๋าท่านหนึ่งที่เป็นที่เคารพรักของคนจำนวนมาก ก่อนนั่งต่อไปยังไร่ชา วัดวาอารามและยอดเขา มองเห็นวิวรอบเมืองไทเป เมื่อลงที่สถานี Maokong เพื่อเข้าไปสักการะวัดเทียนอันและวัดซานสวน รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวอีกหลายแห่งที่เกี่ยวข้องกับชา ชิมชาหลากประเภทและชมความงามของหม้อต้มชาที่ทำขึ้นด้วยมือที่พิพิธภัณฑ์ Chang Nai miao Memorial Tea ส่วนที่ศูนย์ Tea Promotion Center คุณจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับประเภทของชา รวมถึงวิธีเก็บรักษา วิธีชง และการกระจายสินค้าไปยังที่ต่างๆ รับชมการปลูกชาและเก็บชาแบบสดๆ ที่ไร่ชาในบริเวณ Zhanghu และ Watsuo เปิดให้บริการทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ *แนะนำให้มาแต่เช้า 8. เขาช้าง หรือเซี่ยงซัน (Xiangshan) เป็นหนึ่งใน Four Beast Mountains ในใจกลางเมืองไทเป มีวิวกว้างของยอดเขาที่รายรอบ วิวตัวเมือง และภูมิประเทศตามธรรมชาติ สามารถมาได้ทั้งตอนเช้าและตอนเย็น เมื่อเดินขึ้นเขาก็จะพบกับวิวตึก ไทเป 101 ซึ่งเป็นตึกระฟ้าที่เป็นสัญลักษณ์ของเมือง , ทิวทัศน์แม่น้ำสามสายของไทเป วิธีการเดินทาง : MRT Xiangshan, Exit 2 , นั่งรถไฟไปที่สถานี Cityhall หรือนั่งรถประจำทางไปยัง Yongchun Gang Park จากตึกไทเป 101 หรือเขต Xinyi เดินเพียง 10 ถึง 15 นาที 9. พิพิธภัณฑ์แห่งชาติไต้หวัน (National Taiwan Museum) พิพิธภัณฑ์แห่งนี้สร้างขึ้นในปี 1908 และมีความเก่าแก่ที่สุดในไต้หวัน สถาปัตยกรรมของที่นี่เป็นรูปแบบกรีกดอริก (Greek Doric) ซึ่งมีเสาเรียงรายที่ทางเข้าและหลังคาเป็นรูปโดม ภายในห้องโถงกลางที่งดงามซึ่งมีเสาแบบโรมาเนสก์และพื้นหินอ่อน ภายในมีรูปปั้นของรัฐบุรุษชาวญี่ปุ่นที่ชื่อว่า Kodama Gentarō และ Gotō Shinpei ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการทำให้ไต้หวันก้าวเข้าสู่ความทันสมัย แต่เดิมพิพิธภัณฑ์นี้ได้รับการสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองพิธีเปิดใช้เส้นทางรถไฟสายเหนือ-ใต้ของไต้หวัน ถัดจากตัวอาคารหลัก ให้คุณไปชม Taiwan Land Bank Exhibition Hall ของพิพิธภัณฑ์เพื่อชมโครงกระดูกไดโนเสาร์ขนาดยักษ์ ตั้งแต่วันอังคารถึงวันอาทิตย์ ในการเดินทางไป ให้นั่ง MRT ไปยัง National Taiwan University Hospital 10. Yong Kang Street ถนน Yong Kang มีร้านขายอาหาร ร้านกาแฟ ร้านค้าทันสมัยอยู่เป็นจำนวนมาก เป็นหนึ่งในย่านอาหารซึ่งเป็นที่นิยมที่สุดในไทเป เมื่อออกมาจากสถานี MRT บนถนน Yong Kang สิ่งแรกที่คุณจะได้เห็นคือ คนต่อแถวรอเข้าร้านอาหารดั้งเดิมที่ชื่อว่า Din Tai Fung ซึ่งมีชื่อเสียงในเรื่องของซาลาเปาเสี่ยวหลงเปา (xiao long bao) ที่เสิร์ฟมาในเข่งแบบดั้งเดิม และเมื่อมาถึงที่นี่ก็ไม่ควรพลาดชิมของอร่อยอย่าง ซาลาเปาไส้หมูกับบะหมี่เนื้อวัว ซึ่งเป็นเมนูขึ้นชื่อของไต้หวัน และอร่อยสุดตั้งอยู่บนถนน Yong Kang ,  lu rou fan เป็นข้าวหมูอบ , cong zhuabing แพนเค้กหัวหอมที่วางซ้อนเป็นชั้น และขนมหวานให้ลองมะม่วงปั่นหรือน้ำแข็งใสใส่ถั่วแดงกับนมข้น 11.  ตลาดกลางคืนซือหลิน (Shilin) ตลาดประจำเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องสีสันยามค่ำคืน อาหารไต้หวันแท้ๆ รวมถึงสินค้าพื้นเมืองและจากต่างประเทศ และเป็นตลาดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในไทเป แบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน นั่นคือ โซนอาหารและสินค้า มีฟู้ดคอร์ทที่โด่งดังในเรื่องอาหารไต้หวันแบบดั้งเดิม รสชาติเยี่ยม และมีเฉพาะที่ตลาดนี้เท่านั้น 12. สวน 228 Peace ไทเป 228 เมโมเรียลพาร์คเป็นสวนสาธารณะสไตล์ญี่ปุ่นที่เงียบสงบในใจกลางเมือง สถานที่แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้แก่เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 1947 พื้นที่ในสวนสาธารณะแห่งนี้จึงเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์สถานไทเป 228, อนุสรณ์สถาน 228 และพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ เป็นอนุสรณ์ให้ระลึกถึงประวัติศาสตร์อันน่าเกรงขาม ในช่วงสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง ต่อมาได้ถูกเปลี่ยนชื่อให้เป็น พีซพาร์ค (Peace Park) มีงานประติมากรรมสวยงาม ประกอบด้วยหอระฆังตรงกลาง ล้อมรอบด้วยรูปลูกบาศก์เอียงสามลูกขนาดใหญ่ และประวัติศาสตร์ของเหตุการณ์ในปี 1947 ตั้งอยู่บนพื้นที่ในเมืองระหว่างถนน Gongyuan ถนน Xiangyang ถนน Huaining และถนน Ketagalan หากต้องการเดินทางไป ให้นั่งรถไฟ MRT ไปยังสถานีโรงพยาบาล NTU 13. พิพิธภัณฑ์วิจิตรศิลป์ไทเป (Taipei Fine Arts Museum) มีคอลเล็คชั่นอันสร้างสรรค์ของงานศิลปะไต้หวันในทั้งแบบสมัยใหม่และแบบร่วมสมัย ที่นี่แสดงงานของศิลปินในท้องถิ่น ระดับประเทศ และระดับนานาชาติที่มีชื่อเสียง อย่างเช่น Ai Weiwei และ Andy Warhol ก็เคยมาจัดแสดงงาน ณ สถานที่แห่งนี้ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ใน Taipei Expo Park เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่วันอังคารถึงวันอาทิตย์ และบัตรเข้าชมมีราคาตามอัตราต่อผู้ใหญ่หนึ่งคน อัตราส่วนลด หรืออัตราต่อกลุ่ม ในการเดินทางไปที่นั่น ให้นั่งรถประจำทางไปลงที่ป้ายพิพิธภัณฑ์วิจิตรศิลป์ไทเป หรือนั่ง MRT ไปลงสถานี Yuan Shan มีที่จอดรถให้ฟรีสำหรับผู้มาเยือนพิพิธภัณฑ์ 14. ย่านซีเหมินติง แหล่งช้อปปิ้งวัยรุ่น (Ximending & Red House) ย่านช้อปปิ้งชื่อดังขวัญใจวัยรุ่นเด็กแนวที่ทุกคนจะต้องมาอัพเดทเทรนด์การแต่งตัวกันที่นี่ คุณสามารถมานั่งจิบกาแฟ กินไอศกรีม ดูวัยรุ่นและผู้คนแต่งตัวที่นี่ไม่แพ้สยามแสควร์บ้านเรา ไฮไลท์เด็ดๆของที่นี่ นอกจากจะเป็นย่านช้อปปิ้งของเมืองไทเปแล้ว ยังมีอาคารโบราณที่ทางการได้อนุรักษ์ไว้ มีชื่อว่าตึกแดง หรือ Red House สร้างด้วยอิฐแดงทั้งหลัง ภายในจะมีการจัดนิทรรศการทางศิลปะต่างๆ แบบหมุนเวียน และภายนอกจะเป็นลานคนเมืองที่มีสินค้าทำมือแนวๆ วางขายกันที่นี่ให้เลือกชมและซื้อได้ตามอัธยาศัย การเดินทาง MRT สายสีน้ำเงิน สถานี Ximen ย่านช้อปปิ้งเปิดให้บริการถึง 22.00น. 15. วัดกวนตู้ (Guandu Temple) สำหรับคนที่มาเที่ยวแล้วต้องการไหว้พระขอพร วัดกวนตู้เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทเป คนที่มาที่นี่ล้วนมาไหว้พระขอพรให้ร่ำรวยและโชคดี โดยมีเทพเจ้าแห่งท้องทะเลมาจู่ เพื่อให้เดินทางปลอดภัยและโชคดี และองค์พระโพธิสัตว์กวนอิม อยู่ภายในอุโมงค์วัด โดยวัดแห่งนี้ได้สร้างขึ้นบนภูเขา และมีการเจาะอุโมงค์ยาวกว่าร้อยเมตร เพื่อทะลุไปอีกฝั่งหนึ่งและไปสักการะองค์กวนอิมได้ ตรงทางเข้าวัดจะมีเสาให้หยอดเหรียญขอพรซึ่งจะนำมาซึ่งความร่ำรวยเงินทอง ถ้าคุณทำการค้าหรือเป็นเจ้าของกิจการ ไม่ควรพลาดมาไหว้พระขอพรที่นี่จ้า เปิดให้บริการ 8.30-21.00 น. การเดินทาง MRT สายสีแดง สถานี Guandu แล้วเดินต่อมายัง No.360 Zixhing Road, Beitou District, Taipei แต่เดินไกลอยู่ แนะให้เรียกแท็กซี่ได้ไม่แพง 16. ช็อปปิ้งที่วูเฟนปู (Wufenpu) เป็นย่านขายเสื้อผ้าปลีก ส่ง ที่ใหญ่ที่สุดในไทเป มีทั้งของใหม่และของมือสอง บางร้านมีนำเข้าจากเกาหลีและญี่ปุ่น ส่วนราคาก็ถูกกว่าบ้านเรา ถ้าอยากได้ของถูกให้ไปวันอาทิตย์เพราะพ่อค้าแม่ค้าจะเอาสินค้ามาลดราคากัน แต่ถ้าใครอยากได้ของใหม่ลองเดินดูวันอังคาร ตลาดที่นี่เริ่มเปิดตั้งแต่เวลา 14.00 - 22.00 น. การเดินทาง  : MRT Songshan Exit 3, 4 17. วัดซิงเทียน (Xingtian Temple) ซิงเทียนกง เป็นอีกหนึ่งวัดที่คนไต้หวันนิยมมากราบไหว้ ขอพร ตั้งอยู่ติดกับสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตอย่าง ซีเหมินติง เปิดทุกวัน 4:00 am – 10.30 pm การเดินทาง : MRT Xing Tian Temple Exit 2 เดินออกมาเลี้ยวขวา แล้วเดินตรงมาเรื่อยๆ ใช้เวลา 5-10 นาที 18. Songshan Cultural and Creative Park สวนสาธารณะที่รวบรวมความคิดสร้างสรรค์ และวัฒนธรรมไว้ในที่เดียวกัน ที่นี่เราจะได้เห็นสิ่งแปลกใหม่ การก่อสร้างสมัยใหม่ แกลอรี่ศิลปะ , ห้องครีเอทีฟแล็บ, ห้องจัดนิทรรศการ , ร้านหนังสือ, ห้างที่รวบรวมของแฮนด์เมด DIY ไอเดียดีๆ ไว้ให้เลือกซื้อกัน ตลอดจนไปถึงธรรมชาติที่สวยงามและร่มเย็น หรือถ้าใครอยากจะนั่งชมบรรยากาศพร้อมจิบกาแฟสักแก้ว ที่นี่ก็มีบริการ โดยที่นี่ตั้งอยู่ไม่ไกลจาก ตึกไทเป 101 ด้วย การเดินทาง :  MRT ลงสถานี Taipei City Hall Station (สายสีน้ำเงิน) Exit 1 ดูเพิ่มเติม http://www.songshanculturalpark.taipei/en/index.aspx 19. Huashan 1914 Creative Park อาคารหลังเก่าในอดีตเป็นโรงงานผลิตไวน์และบุหรี่ขนาดใหญ่ ต่อมาถูกดัดแปลงให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว พักผ่อนหย่อนใจแห่งใหม่ หลังจากถูกทิ้งร้างไปกว่า 10 ปี มีลานกิจกรรม การแสดงต่างๆ โชว์ผลงานศิลปะ มีร้านอาหาร ร้านค้าต่างๆ มากมาย และไฮไลท์ของที่นี่ใครมาต้องมาเซลฟี่! อาคารหลังเก่าที่มีใบไม้สีเขียวปกคลุม เวลาเปิด-ปิด: 09:30-21:00 น. การเดินทาง: รถไฟใต้ MRT สถานี Zhongxiao Xingsheng (สายสีน้ำเงิน) Exit 1 จากสถานีเดินประมาณ 3 นาที 20. Si Si Nan Cun หมู่บ้านทหารโบราณ ที่แห่งนี้เป็นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นหมูบ้านเก่าแก่ ที่ยังคงความดั้งเดิมเอาไว้ รวมถึงโดยรอบก็ยังคงแสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมและเรื่องราวในประวัติศาสตร์ยุคก่อน ผู้คนนิยมถ่ายรูปกันเป็นจำนวน อยู่ไม่ไกลจาก ตึก Taipei101 ด้วย เปิดเสาร์-อาทิตย์ การเดินทาง : MRT Taipei101, Exit 2 ขอบคุณข้อมูล http://www.nokscoot.com , www.expedia.co.th เรียบเรียง Travel.MThai

NMB48 อวดหุ่นขาวจั๊วะในชุดบิกินี่ผ่านเอ็มวีใหม่ ถ่ายทำในไทย!
akb48 /  Boku wa Inai / 

NMB48 ไอดอลกรุ๊ปจากแดนปลาดิบ เสิร์ฟมิวสิควิดีโอเพลงใหม่ Boku wa Inai ในรูปแบบแดนซ์เวอร์ชั่น อวดหุ่นสาวสะพรั่งในชุดบิกินี่ ออกแดนซ์ที่ชายหาดเมืองไทย! NMB48 วงไอดอลหญิงตระกูล 48 จากโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ปล่อยมิวสิควิดีโอเพลงใหม่ Boku wa Inai ซิงเกิ้ลลำดับที่ 15 โดยมี วาตานาเบ้ มิยูกิ เป็นเซ็นเตอร์ และยังเป็นซิงเกิ้ลจบการศึกษาของเธออีกด้วย ในมิวสิควิดีโอเพลง Boku wa Inai แดนซ์เวอร์ชั่น เหล่าสมาชิกของ NMB48 สวมบิกินี่อวดหุ่นสาวสะพรั่งของพวกเธอ โชว์สเต็ปการเต้นอย่างน่ารักริมชายหาด ซึ่งทางทีมงานลัดฟ้ามาถ่ายทำเก็บบรรยากาศงดงามที่ประเทศไทยนี่เอง 【MV】僕はいない(Dance Short ver.) / NMB48[公式] youtube channel : NMB48 ก่อนหน้านี้ NMB48 ก็ได้ปล่อยมิวสิควิดีโอเพลง Boku wa Inai เวอร์ชั่นเรื่องราวออกมาให้แฟนๆ ได้ชม ซึ่งเอ็มวีชิ้นนั้นก็ถ่ายทำที่ประเทศไทยเช่นกัน. 【MV】僕はいない(Short ver.) / NMB48[公式] youtube channel : NMB48 มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ไข่มุก The Voice4 /  ไข่มุก รุ่งรัตน์

   คลอดแล้วซิงเกิ้ลใหม่จากเด็กสาวหน้าตาดี สายเลือกอีสาน ไข่มุก รุ่งรัตน์ เหม็งพานิช  หรือ ไข่มุก The Voice4 สาวเสียงทรงพลังเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว แถมพ่วงด้วยดีกรีจากเวที The voice ทีโค้ช โจอี้ บอย กดปุ่มเลือกตั้งแต่ท่อนแรก และมาโด่งดังแบบสุดๆ กับบทเพลงอีสานที่ใช้ในการแข่งขัน "ไสว่าบ่ถิ่มกัน" ที่ประทับใจคนดูจนมียอดวิวถึง 20 ล้านวิว ซึ่งสาวไขมุกได้บอกด้วยว่า ที่ร้องเพลงนี้ได้ดีก็เป็นเพราะว่านึกถึงแฟนหนุ่มที่จากไปเพราะอุบัติเหตุ ทำให้เธออินและถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้เต็มที่    วันนี้ ไข่มุก มีผลงานเพลงเป็นของตัวเองมาให้แฟนๆได้ฟังกันแล้ว กับซิงเกิ้ลแรกในชีวิต สาวขี้ฮ้ายกับอ้ายผู้หล่อ โดย ไข่มุกเผยว่า “หลังจากการแข่งขันรายการ The Voice Thailand ได้จบลง ก็มีคนถามเข้ามามากเหลือเกินว่า เมื่อไหร่ไข่มุกจะมีงานเพลงออกมาให้ฟัง และจะเป็นแนวไหน ตอนนี้หายไปไหน ก็อยากจะบอกว่า ตอนนี้มีเพลงเป็นของตัวเองแล้วนะคะ กับซิงเกิ้ลที่ชื่อว่า “สาวขี้ฮ้ายกับอ้ายผู้หล่อ” ซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่ได้หายไปไหน ก็ไปทุ่มเททำเพลงนี้อยู่แหละค่ะ ซิงเกิ้ล “สาวขี้ฮ้ายกับอ้ายผู้หล่อ” เป็นฝืมือการแต่งคำร้อง-ทำนองของ “จิมมี่ สุรชัย (จิมมี่ The voice3)” เรียบเรียงโดย “สร้างสรรค์ วัฒนกุล / วุฒิ วงศ์สรรเสริญ”    ความหมายก็ประมาณว่า ผู้หญิงขี้เหร่ กับ ผู้ชายหล่อ ที่หลอกให้เรารัก พอเจอคนใหม่ก็ตีจากเราไป ไม่ได้เสียใจนะแค่เจ็บใจ อะไรประมาณนี้ หลอกให้รักไม่พอยังหลอกว่าเราขี้เหร่ทั้ง ๆ ที่เราก็สวยปานญาญ่า (ยิ้ม) มันแอบมีกิมมิก มีมุกอยู่ในเนื้อเพลง ต้องลองฟังดูค่ะ และเพลงนี้ก็เป็นตัวตนเป็นทางของไข่มุกเลยค่ะ ภาษาอีสานมาเต็ม ๆ สำหรับใครที่รอคอยงานเพลงของไข่มุก วันนี้ก็มีมาให้ฟังกันแล้วนะคะ ตั้งใจมากๆ เป็นโจทย์ที่ยากอยู่เหมือนกัน เพราะคนที่ดูไข่มุกตอนร้องรอบ Knock Out คงลุ้นว่าเพลงแรกในชีวิตของไข่มุกจะออกมาเป็นยังไง ขอฝากผลงานเพลง “สาวขี้ฮ้ายกับอ้ายผู้หล่อ” ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจพ่อแม่พี่น้องแฟนเพลงด้วยนะคะ สามารถขอเพลงได้ตามคลื่นวิทยุต่างๆ ทั่วประเทศแล้วค่ะ ฝากให้กำลังใจสาวขี้ฮ้ายผู้นี่นำเด้อจ้า ขอบคุณหลาย ๆ ค่ะ” ไข่มุกฝากเป็นกำลังใจและขอบคุณทิ้งท้าย

ไม่พึงกระทำ! “บิ๊กอ๊อด” เตือนสติแข้งช้างศึกไม่ควรไร้มารยาทกับแฟนบอล
ทีมชาติไทย /  ธีราทร บุญมาทัน / 

ประมุขลูกหนังฟุตบอลไทย ออกโรงเตือนสติบรรดาแข้งทีมชาติไทยไม่ควรเเสดงกิริยาไร้มารยาทกับแฟนบอล หลังก่อนหน้านี้ได้รับคำชื่นชมอย่างมาก พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้ให้สัมภาษณ์แนะนำบรรดานักเตะโดยเฉพาะผู้เล่นทีมชาติไทย ไม่ควรไร้มารยาทกับกองเชียร์เเม้จะอยู่ฝั่งตรงข้าม เเนะเป็นสิ่งที่ไม่พึ่งกระทำ เพราะก่อนหน้านี้ทีมชาติไทยมีภาพลักษณ์ที่ดีเเละได้รับคำชื่นชมอย่างมากจากนาๆชาติ โดยเกมบิ๊กเเมตช์ระหว่าง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตกเป็นประเด็นอย่างหนักหลัง ธีราทร บุญมาทัน ที่ไปกระโดดดีใจใส่ต่อหน้าเเฟนบอลบุรีรัมย์พร้อมคำพูดที่คล้ายด่าหยาบคาย รวมถึงดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ ที่ไปชูนิ้วกลางใส่แฟนบอลเจ้าถิ่นช่วงหลังจบการแข่งขัน จนกลายเป็นกระแสที่มีการวิภาควิจารณ์ในวงกว้าง “ผมอยากบอกให้น้องๆ หรือนักเตะที่ติดทีมชาติให้ระวังในการแสดงกิริยามารยาทไม่เหมาะสม โดยเฉพาะกับกองเชียร์ไม่ควรไปทำกริยาไม่ดีใส่พวกเขารวมถึงกับนักเตะทีมตรงข้ามด้วย เพราะนั้นเป็นสิ่งไม่พึงกระทำ เพราะนักโดยเฉพาะผู้เล่นที่ติดทีมชาติไทยนั้นเคยได้รับคำชมจากหลายๆ ฝ่ายมาตลอดว่ามีมารยาทดี เเละเรียบร้อย ในช่วงฟุตบอลซูซูกิ คัพครั้งที่ผ่านมา” “บิ๊กอ๊อด” กล่าว

สถิติบ่งชี้! ใครคือเปาพรีเมียร์ ลีกที่ใจแข็ง-ใจอ่อนเรื่องการให้จุดโทษมากที่สุด
จุดโทษ /  นีล สวอร์บริค / 

ในขณะที่วงการฟุตบอลบ้านเรากำลังมีถกเถียงเรื่องการให้จุดโทษของผู้ตัดสิน เราข้ามฟากไปดูวงการเปาในเวที พรีเมียร์ ลีก กันบ้าง ว่า ผู้ตัดสิน พรีเมียร์ ลีกคนไหนให้ลูกที่จุดโทษบ่อยที่สุด และคนไหนใจแข็งมากที่สุด โดยทาง Mirror Football ได้จดบันทึกสถิติการให้จุดโทษของผู้ตัดสินแต่ละคนในพรีเมียร์ ลีกที่ลงทำหน้าที่ไม่ต่ำกว่า 40 เกมในช่วง 3 ฤดูกาลหลังสุด ปรากฎว่า โรเบิร์ต แมดลีย์ เป็นเปาที่ใจง่ายที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.2 เกม พี่แกถึงจะเปาให้ลูกที่จุดโทษสักครั้ง ไฮไลท์อยู่ที่ฤดูกาล2015/16 แมดลีย์เป่าให้ 12 จุดโทษจาก 26 เกมที่ลงทำหน้าที่ในพรีเมียร์ ลีก ซึ่งคิดเป็น 2.2 เกมต่อครั้งเลยทีเดียว รองลงมาเป็น ไมค์ ดีน 23 จุดโทษใน 89 เกมใน 3 ฤดูกาลหลังสุด คิดเป็น 3.9 เกมต่อครั้ง ส่วนผู้ตัดสินที่ถือว่าใจแข็งที่สุดได้แก่ นีล สวอร์บริค โดยให้เพียง 6 จุดทษจาก 57 เกม คิดเป็น 9.5 เกม พี่แกถึงจะให้จุดโทษสักครั้ง รองลงมาเป็น เคร็ก พาวสัน (8.4 เกมต่อครั้ง)

สาวกคอสเพลย์ห้ามพลาด! แต่งตัวเป็นวายร้าย Suicide Squad คว้าเงินแสน
cosplay /  major cineplex / 

สาวกคอสเพลย์ห้ามพลาด! แต่งตัวเป็นวายร้าย Suicide Squad คว้าเงินแสน เหล่าคอสเพลย์เตรียมตัวให้พร้อม กับการมาของภาพยนตร์ซูเปอร์วายร้ายอย่าง Suicide Squad ทีมพลีชีพมหาวายร้าย ที่เหล่าคอสเพลย์จะต้องแต่งตัวเป็นตัวละครหลัก 10 จากภาพยนตร์เรื่องนี้ คว้ารางวัลเงินแสนกลับบ้านกันเลยทีเดียว ในกิจกรรมร่วมสนุกเปนส่วนหนึ่งของทีม Suicide Squad โชว์ความร้ายให้โลกสะเทือน ชิงเงินรางวัลเงินสด มูลค่า 150,000 บาท กติกาการเข้าร่วม 1. แต่งคอสเพลย์เป็นตัวละครหลัก 10 คนจากเรื่อง SUICIDE SQUAD และทำวิดีโอโปรโมต (ความยาวไม่เกิน 3 นาที) 2. สามารถเข้าร่วมได้ทั้งแบบทีม และรายบุคคล ไม่จำกัดอายุ 3. นำผลงานของคุณมาโพสท์ที่แฟนเพจ Major Cineplex Group (Thailand) ผ่านหน้ากิจกรรมนี้ พร้อมระบุชื่อทีม และคำอธิบายคร่าว ๆ กฎข้อบังคับ 1. ชุดจะต้องไม่สื่อหรือชี้นำความอนาจาร ความรุนแรง ประเด็นที่อาจเกี่ยวข้องกับชาติ ศาสนา หรือความขัดแย้งใด ๆ 2. ผลงานจะต้องไม่ประกอบหรือสื่อถึงสิ่งมึนเมา อบายมุข และอาวุธร้ายแรงต่าง ๆ ที่อาจก่อให้เกิดอันตราย รวมถึงไม่มีข้อความที่อาจเกี่ยวโยงถึงประเด็นทางการเมือง 3. ผลงานต้องไม่มีคำพูดหรือการบิดเบือนที่เกี่ยวกับสปอนเซอร์หรือผลิตของตน คน หรือบริษัทอื่น ๆ แอบแฝงอยู่ 4. ผลงานต้องไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการละเมิดกฎหมายใด ๆ 5. เมื่อส่งผลงาน ผู้สมัครยอมรับกฎระเบียบต่าง ๆ และผลการตัดสินของกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด เกณฑ์การตัดสิน 1. เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย (30%) 2. การแสดงออกที่สื่อถึงตัวละคร (30%) 3. ความคิดสร้างสรรค์ (40%) วันเวลา เริ่มส่งผลงาน 16 กรกฎาคม 2559 ปิดรับผลงาน 31 กรกฎาคม 2559 ประกาศผู้ที่ได้รับรางวัล 3 สิงหาคม 2559 โดยผู้ที่เข้าร่วมประกวดทุกคนให้แต่งชุดมาที่งานและจะได้เข้าร่วมงานฉายภาพยนตร์รอบพิเศษ พร้อม Meet & Greet เล่นกิจกรรมสนุก ๆ กับ เจมส์ มาร์ ในวันที่ 3 สิงหาคม 2559 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/events/508264862717872/

จัดเต็ม2ชุด! ผจก.ช้างศึกเตรียมหารือ “ซิโก้” แบ่งแข้งบู๊คัดบอลโลก-ซูซูกิ
ขจร เจียรวนนท์ /  คัดบอลโลก / 

ผู้จัดการช้างศึกเตรียมหารือ “ซิโก้” กรณีแบ่งตัวผู้เล่นเเข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก เเละเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ หลังทั้งสองรายการมีโปรเเกรมการเเข่งขันคาบเกี่ยวกัน ขจร เจียรวนนท์ ผู้จัดการทีมชาติไทย ยืนยันเตรียมจะหารือกับ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือใหญ่ทีมชาติไทย เรื่องของตัวผู้เล่นหลังจากโปรแกรมลุยศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก รอบ 12 ทีมสุดท้าย โซนเอเชีย ทำการแข่งขันคาบเกี่ยวกับศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2016 โดยทีมชาติไทยมีโปรเเกรมคาบเกี่ยวในเเมตช์กับ ทีมชาติออสเตรเลีย ในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก รอบ 12 ทีมสุดท้าย โซนเอเชีย นัดที่ 5 วันที่ 15 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงเวลาคาบเกี่ยวกับ ศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2016 ที่จะเปิดฉากขึ้นวันที่ 19 พฤศจิกายน - 17 ธันวาคม ผู้จัดการทีมช้างศึก เปิดเผยว่า “เตรียมที่จะมีการหารือเรื่องนี้กับโค้ชซิโก้ ซึ่งอาจต้องแบ่งผู้เล่นออกเป็นสองชุดเเละต้องละเอียดอ่อน เเต่ยืนยันว่าจะเป็นที่ดีเพราะเราให้ความสำคัญทั้งสองรายการ เนื่องจากเราคือเเชมป์เก่าของซูซูกิ คัพ ด้วย”

มือเขียนบท Our Kind of Traitor บอก ยวน แม็คเกรเกอร์ สร้างความมหัศจรรย์ทางการแสดง
Ewan McGregor /  Naomie Harris / 

มือเขียนบท Our Kind of Traitor บอก ยวน แม็คเกรเกอร์ สร้างความมหัศจรรย์ทางการแสดง จากนวนิยายชื่อดังเรื่อง Our Kind of Traitor ของผู้เขียน จอห์น เลอ แคร์เร สู่ภาพยนตร์ดังชื่อเดียวกัน กำกับโดย ซูซานนา ไวท์ (Susanna White) โดยได้มือเขียนบทที่เคยสร้างชื่อมาแล้วในภาพยนตร์เรื่อง Snow White and the Huntsman, 47 Ronin และ Drive อย่าง ฮอสเซน อามินี (Hossein Amini) และได้นักแสดงนำอย่าง ยวน แม็คเกรเกอร์ (Ewan McGregor) และ นาโอมี แฮร์ริส (Naomie Harris) มือเขียนบทยังได้กล่าวถึงการทำงานในภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า “จุดเด่นของงานเขียนของ จอห์น เลอ แคร์เร นั้นก็คือ เขาเล่นกับธีมของเรื่องได้อย่างสนุกและน่าติดตามอย่างไม่น่าเชื่อ ว่าเราจะเห็นได้ในหนังสือประเภทระทึกขวัญเล่มนี้ ในเรื่องคนดูจะตกเข้าไปในโลกของคู่รักที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ แล้วทั้งคู่ต้องเผชิญกับอันตรายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น” นอกจากนี้ ฮอสเซน ยังพูดถึงตัวละครหลักของเรื่องนี้ว่า “ยวน เหมาะมากที่จะรับบท 'เพอร์รี' ผมชอบที่เขามารับบท เพราะในฐานะนักแสดงสิ่งที่ผมชื่นชอบอย่างมากในการทำงานของเขาคือมันทั้งท้าทายและมีความยาก แต่มันก็นำมาซึ่งความมหัศจรรย์ในการแสดง”

ละครคลื่นชีวิต , เรื่องย่อคลื่นชีวิต
คลื่นชีวิต /  ละครคลื่นชีวิต / 

ละครคลื่นชีวิต ละครช่อง3 คลื่นชีวิต บทประพันธ์โดย : กรุง ญ ฉัตรกำกับการแสดงโดย : อำไพพร จิตต์ไม่งงผลิตโดย : บริษัท ละครไท จำกัดควบคุมการผลิตโดย : หทัยรัตน์ อมตวณิชย์ออกอากาศ เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครคลื่นชีวิต ช่อง3 เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต ความสุขในวัยเด็ก คือสิ่งชโลมใจยามเรามีความทุกข์ เพราะเราจะได้รู้สึกว่า เราเคยผ่านความผาสุกในชีวิตมาแล้ว จีราวัจน์ (อุรัสยา เสปอร์บันต์) ดาราสาวที่เข้าวงการและมีชื่อเสียงด้วยฝีมือการแสดงและข่าวฉาวกับหนุ่มทั้งนอกและในวงการ รวมทั้งนิสัยพูดตรง ถ้าไม่ผิด ก็พร้อมกล้าท้าชนโดยไม่สนใจหน้าไหน จนโดนใครต่อใครตราหน้าว่าจีราวัจน์เป็นผู้หญิงแรง กร้านโลก และง่าย! แต่ใครจะกล่าวว่าเธอยังไง ไม่ทำให้จีราวัจน์เจ็บเท่ากับถูก คุณหญิงจริยา แม่แท้ ๆ ที่ไม่เคยดูแลเธอปล่อยเธอเติบโตตามมีตามเกิด เชื่อว่าเธอเป็นผู้หญิงใจแตก! แต่นั่นยังไม่ทำให้เธอหมดศรัทธากับคำว่า แม่ ของจริยา เท่ากับคืนที่จีราวัจน์โดน สิทธา (ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์) เจ้าของบริษัททอสังหาริมทรัพย์ สามีคนใหม่ของจริยา ผู้กระหายอำนาจ เงินทองและโลกีย์ สั่งลูกน้องวางยานอนหลับเพื่อหมายข่มขืนจีราวัจน์ แต่จีราวัจน์ก็หนีมาได้ และเมื่อจีราวัจน์บอกเรื่องนี้กับจริยาแทนที่จริยาจะเข้าข้างและปกป้องเธอ แต่จริยากลับเข้าข้างสิทธา จริยานั้นรู้สันดานของสิทธาดี แต่เธอยังทำอะไรสิทธาไมได้ เพราะสิทธาคือคนที่ให้เงิน และอำนาจกับเธอ สิทธาคือคนที่ทำให้ผู้หญิงไร้การศึกษา มีชีวิตอยู่ในสลัม ที่มีแค่ความสวยติดตัว จึงเร่ขายความสวยให้ความสำราญผู้ชาย เธอจึงได้โลดแล่นขึ้นมาเป็นคุณหญิงใจบุญเบอร์หนึ่งของสังคม ที่ใคร ๆ ต่อใครนับหน้าถือตา จริยารู้ดีว่าจีราวัจน์มองเธอเป็นผู้หญิงเห็นแก่ตัว ทะเยอทะยาน หน้าเงิน แต่ที่จริยาดิ้นรนถีบตัวเองขึ้นมาถึงตรงนี้ ก็เพื่อให้ชีวิตเธอ และจีราวัจน์สบาย แม้วันนี้จีราวัจน์เกลียดเธอ ...แต่จริยาเชื่อว่าวันหนึ่ง... จีราวัจน์ต้องเข้าใจ ละครคลื่นชีวิต ญาญ่า หมากปริญ สำหรับจีราวัจน์ ...สิ่งที่เธอต้องการ ไม่ใช่ชีวิตดีงามบนหน้าหนังสือพิมพ์อย่างที่จริยาต้องการ แต่สิ่งที่เธอต้องการคือความรัก ปมเดียวในหัวใจของจีราวัจน์ที่เธอโหยหาย แต่เธอไม่เคยได้ โดยเฉพาะวันที่เกิดเหตุการณ์นั้น ถึงแม้จีราวัจน์จะหนีจากเงื้อมมือสิทธามาได้ แต่เพราะฤทธิ์ยานอนหลับ ทำให้ระหว่างที่จีราวัจน์ขับรถหนีอย่างสุดชีวิต ต้องกลายเป็นฆาตกรโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อรถของจีราวัจน์ชนร่าง ติวดี (พริมา พันธ์เจริย) เต็ม ๆ จนติวดีไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ในเวลาต่อมา!! แต่เพราะฤทธิ์ยานนอนหลับทำให้จีราวัจน์หลับและเบลอจนไม่รู้เรื่องติวดี ภายใต้การดูแลของ ดารากา (ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์) เพื่อนสินทตั้งแต่มัธยม ซึ่งเป็นคนเดียวที่จีราวัจน์ติดต่อพูดคุยด้วยตลอด พอจีราวัจน์กลับจากเมืองนอก จีราวัจน์จึงขอให้ดารากามาอยู่ด้วยกัน ดารากาเต็มใจอยู่กับ จีราวัจน์ เพราะความรัก และความสนิทที่ทั้งสองมีด้วยกันมาเกือบ 20 ปี ทำให้ดาราการู้ดีว่า จีราวัจน์หว้าเหว่ แสนเหงา ต้องการใครสักคนเป็นเพื่อน และกว่าจีราวัจน์จะรู้ว่าติวดีเสียชีวิต ก็หลังจากที่ฤทธิ์ยานอนหลับสร่าง เมื่อจีราวัจน์รู้สึกตัว คนกล้าทำกล้ารับอย่างเธอ พร้อมไปรับความผิดกับตำรวจ แต่มันสายเกินไป เพราะ สุกี้ (เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ) นักปั้นดารามือทอง ผู้เป็นทั้งคนชักนำเธอเข้าวงการและเป็นผู้จัดการดูแลเธอ ได้จัดการส่งสเตฟาน คนขับรถคนสนิทประจำตัว รับสารภาพผิดกับตำรวจว่าเป็นคนขับรถชนติวดีแทนเธอ โดยสุกี้ยอมเสี่ยงโกหกกับสังคมเพื่อแลกกับอนาคตทางการแสดงของจีราวัจน์ที่กำลังรุ่งเรือง ละครคลื่นชีวิต สุกี้คิดว่าการให้สเตฟานรับผิดแทนจีราวัจน์ จะทำให้เรื่องทุกอย่างจบง่าย ๆ แต่สุกี้คิดผิด เมื่อระหว่างที่ติวดีโดนจีราวัจน์ขับรถชน ติวดีกำลังคุยโทรศัพท์มือถือกับ สาธิต (ปริญ สุภารัตน์) แฟนหนุ่มผู้เป็นทนายตงฉิน เชื่อว่าใครทำผิดต้องได้รับโทษ นั่นแหละความยุติธรรม! โดยสาธิตเป็นคนเดียวที่ได้ยินเสียงของจีราวัจน์พูดขอโทษติวดี นั่นทำให้เขาปักใจว่าคนที่ขับรถชนคนรัก ไม่ใช่สเตฟานแต่เป็นจีราวัจน์! สาธิตทำทุกวิถีทางพิสูจน์ให้คนทั้งสังคมเห็นว่าฆ่าตกรตัวจริงเป็นใคร โดยมี พ.ต.ต.พิเชษ เพื่อนตำรวจที่รู้จักในระหว่างร่วมงาน เป็นคนช่วยเหลือดูแลคดี โดยสาธิตมั่นใจว่าเขาสามารถลากตัวจีราวัจน์รับโทษอย่างที่เขาเคยส่งคนผิดเข้าคุกมาตลอดอาชีพทนาย แต่ครั้งนี้! สาธิตกลับเจอว่าความจริง พ่ายแพ้อำนาจเงิน! เมื่อหลักฐานทุกอย่างที่จะมัดตัวจีราวัจน์ได้ มันหายไปหมด! สาธิตไม่ยอมแพ้ที่จะหาทางลงโทษจีราวัจน์ แต่ทุกอย่างต้องหยุดลงเมื่อ นวดี (ขวัญฤดี กลมกล่อม) แม่ของติวดี แม่ครูของเหล่าเด็กกำพร้า เป็นคนขอร้องให้สาธิตหยุดอาฆาตแค้น นวดีไม่อยากให้สาธิตต้องจมอยู่กับความทุกข์ ที่เกิดจากความโกรธแค้นอีก รวมทั้ง พัฒนะ (สันติสุข พรหมศิริ) เจ้าของบริษัทผลิตละคร ที่จีราวัจน์กำลังแสดงละครอยู่ พัฒนะเป็นเพื่อนของพ่อของสาธิต และเปรียบเหมือนเป็นพ่อบุญธรรมของสาธิต เพราะหลังจากที่พ่อแม่ของสาธิตประสบอุบัติเสีย ชีวิตทั้งคู่ พัฒนะคือคนที่ส่งเสียและดูแลสาธิตจนเรียนจบเนติบัณฑิต! ฉะนั้นเมื่อพัฒนะขอให้สาธิตทำอะไร สาธิตพร้อมจะทำ รวมทั้งคำขอร้องที่แสนเฉือนหัวใจ ที่พัฒนะขอร้องให้สาธิตหยุดสืบหาหลักฐานเอาเรื่องจีราวัจน์ เพราะละครที่จีราวัจน์แสดงกำลังทำเงิน ถ้าจีราวัจน์ติดคุกจะมีผลทำให้บริษัทของพัฒนะเสียหาย จนกระทบกับหนี้สินของบริษัทด้วย ละครคลื่นชีวิต ในเมื่อผู้ใหญ่สองคนที่เขารักขอร้องให้เขาหยุด ละครคลื่นชีวิต แม้สาธิตไม่ต้องการหยุดฉีกหน้ากากของจีราวัจน์ แต่เขาต้องหยุด แต่ใครจะรู้ แม้สาธิตจะหยุดดำเนินคดีทางกฎหมายกับจีราวัจน์ แต่เขาไม่หยุดตามจองล้างจองผลาญจีราวัจน์ โดยสาธิตประกาศ ในเมื่อกฎหมายทำโทษจีราวัจน์ไม่ได้ เขาจะใช้กฎแห่งกรรมทำโทษจีราวัจน์เอง ด้านจีราวัจน์นั่นอยากเหลือเกินที่จะบอกสาธิตว่าเธอพร้อมรับผิด แต่เธอทำไม่ได้เพราะเธอต้องแบกความเป็นความตายของคนที่รวมโกหกช่วยเธออยู่ เธอเลือกไถ่โทษด้วยการดูแลนวดี แทนติวดีห่าง ๆ โดยมี ชยันต์ (หลุยส์ สก๊อต) ผู้กำกับฯ หนุ่มติสต์ชื่อดัง ซึ่งเคยเป็นรุ่นพี่สมัยมัธยมของจีราวัจน์ ผู้รักและหวังดีกับจีราวัจน์เสมอมา เพราะชยันต์รู้ว่าผู้หญิงที่แข็งกระด้างภายนอก แต่ภายในช่างแสนอ่อนแอ เขาจึงคอยช่วยเหลือส่งข่าวเรื่องนวดี เพราะชยันต์เป็นเพื่อนกับสาธิต ทำให้ชยันต์รับรู้เรื่องราวของนวดีจากสาธิตโดยตรง แต่ความช่วยเหลือของชยันต์ กลับยิ่งสร้างปัญหาให้จีราวัจน์ เมื่อ ปียากุล (จรินทร์พร จุนเกียรติ) ลูกสาวคนเดียวของพัฒนะ ผู้ควบคุมดูแลงานถ่ายละครภายในบริษัทของพัฒนะ และเป็นภรรยาซุปเปอร์โคตรขี้หึงของชยันต์ ได้ยินข่าวว่าเธอสนิทกับชยันต์มาก ทำให้ปียากุลใช้อำนาจหน้าที่การงานในมือเธอกลั่นแกล้งจีราวัจน์ แต่เพราะจีราวัจน์กำลังเป็นดาราทำเงินของพัฒนะ ทำให้พัฒนะออกตัวปกป้องจีราวัจน์ ทำให้ปียากุลไม่พอใจมาก ทำให้ปียากุลพาลระบายอารมณ์กับสาธิต ซึ่งเธอนับถือเหมือนพี่ชาย ทำให้สาธิตรับรู้ว่า นอกจากจีราวัจน์จะเป็นคนตลบแตลงสังคมว่าตัวเองไม่ใช่ฆาตกรแล้ว จีราวัจน์ยังเป็นผู้หญิงรักสนุกคั่วผู้ชายไม่ซ้ำหน้า แย่งผัวชาวบ้านไปกกได้อย่างหน้าไม่อาย!! ละครคลื่นชีวิต ยิ่งวันทีสาธิตพบจีราวัจน์สนิทสนมกับ เจตต์ (มาสุ จรรยางค์กุลดี) วิศวกรปิโตเลียมผู้มีชีวิตยู่กลางทะเล แต่เมื่อกลับมาเยี่ยมบ้าน เขากลับขับรถชนจีราวัจน์ จนทำให้เขาหลงรักนางเอกสาว ซึ่งมันอาจไม่ใช่เรื่องที่สาธิตจะเอามาเป็นข้อเกลียดชังจีราวัจน์ ถ้าสาธิตไม่บังเอิญรู้เรื่องว่าดารากาเพื่อนรักของจีราวัจน์นั้นแอบชอบเจตต์อยู่จาก เจนจิรา (วันศิริ อ่องอำไพ) น้องสาวของเจตต์เจ้าของโรงเรียนที่ดารากาเป็นครูสอน ซึ่งสาธิตได้รู้จักกับเจจิราโดยบังเอิญ และเพราะเจนจิราเป็นคนคุยสนุก มองโลกในแง่ดี เหมือนติวดี ทำให้สาธิตสนุกที่ได้อยู่ร่วมกับเจนจิราโดยสาธิตไม่รู้ว่าความใกล้ชิดที่เขามอบให้เจนจิรานั้น ทำให้เจนจิราแอบชอบสาธิต ชีวิตของจีราวัจน์เจอปัญหาจากสาธิต ปียากุล สิทธา ยังไม่พอ ในเส้นทางสายงานบันเทิง เธอยังต้องเจอ พิม (โชติกา วงศ์วิลาศ) นางเอกจอมสร้างภาพว่าเป็นนางเอกแสนชื่อ แต่แท้จริงปากตลาด ทะเยอทะยาน ใฝ่สูง เคยเป็นอดีตดาราที่สุกี้ปั้นมากับมือ แต่พอดังแล้วก็แยกตัวออกจากสุกี้ ทำให้สุกี้ไม่พอใจพิมมาก หาว่าพิมเนรคุณ แต่พิมไม่แคร์ พิมคิดว่าสุกี้ได้เงินจากค่าตัวเธอเยอะแล้ว ไม่ถือว่ามีบุญคุณต่อกัน โดยตอนพิมออก พิมเอา ลูกน้ำ (ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์) อดีตเลขาลงสุกี้มาด้วย โดยพิมคิดว่าลูกน้ำทำงานกับสุกี้มานาน จะมี Connection กับเอเจนชี่จะผลักดันให้ความฝันก้าวสู่ การทำงานร่วมกับต่างชาติของเธอสมหวัง แต่เปล่าเลย ลูกน้ำไม่มีรู้จักใครเลย เป็นแค่คนปากกล้า อวดฉลาด แต่สมองกลวง ทำให้พิมเลี้ยงลูกน้ำไว้เป็นกันชนเวลาปะทะกับสุกี้ และเป็นคนหิ้วสัมภาระ รองมือรองเท้าตัวเองเท่านั้น! เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต และการโด่งดังของจีราวัจน์ ทำให้ชื่อเสียงที่กำลังลดฮวบของพิม ยิ่งลดลงไปอีก จากนางเอกเบอร์หนึ่งแทบจะเล่นเป็นนางรอง คนทะเยอทะยานอย่างพิมไม่ยอมรับสภาพอย่างนั้นง่าย ๆ เธอจึงยอมทำทุกอย่าง เพื่อกำจัดจีราวัจน์ไปจากเส้นทางของเธอ เพื่อให้เธอกลับมาเป็นอันดับหนึ่งอีกครั้ง รวมทั้งหาลู่ทางเพื่อโกอินเตอร์ แม้แต่ยอมเอาตัวเข้าไปเป็นเมียน้อยของสิทธา เพื่อใช้อำนาจและเงินของสิทธา ปูทางโกอินเตอร์ให้ได้ หลายครั้งที่จีราวัจน์เหนื่อยกับการสู้รบกับความเกลียดชังที่ประเดประดังเข้ามาเหมือนคลื่นกระทบหาดทราย ละครคลื่นชีวิต แต่เธอก็ยังพอมีหลักให้ยึดอีกคน นั่นคือ ครูอารี ครูสอนร้องเพลงตั้งแต่ สมัยจีราวัจน์เรียนมัธยม ครูอารีคือคนที่เอื้ออารีข้าวและขนม เวลาที่จริยาออกไปขายตัว ปล่อยให้จีราวัจน์อยู่กับ ยายจัน ยายข้างบ้านที่มีอาชีพขายขนมจีน สมองไม่ค่อยดี ป้ำ ๆ เป๋อ ๆ ที่เคยเลี้ยงดูจีราวัจน์ พอยายจันออกไปตลาด จีราวัจน์ก็มาวิ่งเล่นบ้านครู ที่นี่เหมือนอีกโลกของจีราวัจน์ เป็นโลกที่สงบ ไม่ใช่โลกมายาที่เธอต้องยิ้มแม้ว่าในหัวใจร้องไห้ และการมาบ้านครูอารีครั้งนี้ ทำให้เธอรู้ว่าบ้านสวนถัดไปเป็นบ้านของนวดี จีราวัจน์หวังจะแอบไปดูความเป็นอยู่ของนวดีเพื่อจะช่วยเหลือ นั่นทำให้เธอเจอสาธิต จีราวัจน์ไม่อยากสู้รบกับสาธิตเพราะเธอรู้ตัวดีว่าผิด แต่สาธิตเหมือนเสือที่จ้องตะครุบเหยื่อ เมื่อเหยื่อเดินเข้ามาหา มีหรือที่เขาจะปล่อย สาธิตจงใจพูดจาแดกดันว่าเธอเป็นคนขี้ขลาด ทำผิดแล้วไม่กล้ารับผิด สาธิตเดินต้อนจีราวัจน์จนไปถึงริมคลอง นั่นเป็นครั้งแรกที่สาธิตเห็นความกลัวในแววตาของจีราวัจน์ ทำให้สาธิตรู้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่แทนที่สาธิตจะปราณีปล่อยเธอไป สาธิตกลับเดินกดดันจนจีราวัจน์ตกน้ำ แม้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่เธอไม่แม้แต่ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากใคร แม้แต่สาธิตที่ยืนมองเธอตะเกียกตะกายในน้ำอยู่ โดยสาธิตยื่นข้อเสนอให้เธออ้อนวอนร้องขอชีวิต แล้วเขาจะยอมช่วย แต่จีราวัจน์ไม่ยอมเอ่ยปาก จนกระทั่ง สีดา ลูกศิษย์สาวจอมก๋ากั่นของครูอารีมาช่วยไว้ทัน นั่นทำให้สาธิตได้เห็นอีกมุมนึงว่าจีราวัจน์เป็นคนรักศักดิ์ศรี ไม่ยอมอ่อนให้ใครง่าย ๆ เหมือนกัน สีดาพาจีราวัจน์กลับมาบ้านครูอารี พร้อมถามว่าใครเป็นคนทำจีราวัจน์ตกน้ำ จีราวัจน์ไม่อยากเอ่ยถึง เธอคิดแต่ว่ามันเป็นการชดใช้กรรมกับสิ่งที่เธอทำกับติวดี อย่างน้อยการที่สาธิตเห็นเธอเกือบตาย อาจทำให้สาธิตลดความโกรธ และเลิกยุ่งกับเธออีกก็ได้ แต่จีราวัจน์คิดผิด ละครคลื่นชีวิต เมื่อละครการกุศลของสมาคมคุณหญิงจริยามีอันต้องสะดุดลง เพราะนางเอกที่วางไว้เสียชีวิตลง ซึ่งก็คือติวดี ทำให้ต้องหานางเอกใหม่ซึ่งทุกคนลงความเห็นที่จีราวัจน์ แต่ก็เหมือนจะเป็นความจงใจของพระพรหม เมื่อผู้รับบทเป็นพระเอกคือสาธิต สาธิตไม่รักษามารยาทในการดูถูกและเหยียดหยามจีราวัจน์ต่าง ๆ นานา ด้านจีราวัจน์นั้น พยายามอดทนไม่อยากตอบโต้ แต่ชยันต์ไม่อาจทนเห็นสาธิตพูดจาดูถูกจีราวัจน์ได้ จึงเป็นคนออกโรงปกป้องแทนเธอ ทำให้สาธิตยิ่งตราหน้าว่าจีราวัจน์กำลังแย่งผัวคนอื่น แต่ดึกรีแรงแค้นของสาธิตต้องสะดุด เมื่อเขาได้เป็นคนอยู่ในเหตุการณ์ ที่จีราวัจน์ใส่ใจ ในความเป็นความตายของยายจัน หากเขาก็ยิ่งย้ำใจให้แข็งขึ้นอีก เพราะถึงอย่างไรจีราวัจน์ ก็คือมือที่สามที่ทำให้ครอบครัวของชยันต์ต้องมีปัญหา ในงานศพยายจัน จีราวัจน์ถูกลอบยิง แต่เจตต์รับเคราะห์แทน แม้จะจับมือใครดมไม่ได้ แต่ในที่สุดชยันต์ก็ได้รู้ว่าเป็นฝีมือของปียากุล ชยันต์และปียากุลทะเลาะกันหนักขึ้นเรื่อย ๆ ชยันต์เห็นใจลูกจึงพยายามอดทนเสมอ แต่ครั้งนี้ปียากุลทำเกินไป ทำให้ชยันต์คิดว่าต้องทำอะไรตัดนิสัยเอาแต่ใจของปียากุลบ้าง จึงตัดสินใจขอแยกบ้านอยู่กับปียากุล ปียากุลนั้นรักชื่อเสียงมาก เมื่อชยันต์ขอแยกกันอยู่ และมีข่าวออกหน้าบันเทิง ทำให้ปียากุลเครียด จนต้องไปฟูมฟายระบายกับสาธิต กล่าวหาว่าชยันต์ย้ายออกไป เพื่อไปอยู่กับจีราวัจน์ นักแสดงละครคลื่นชีวิต จีราวัจน์คือต้นเหตุทำให้ชีวิตครอบครัวของปียากุลพังพินาศ สาธิตมาจัดการจีราวัจน์แทนปียากุล แล้วเห็นจีราวัจน์ก็คอยดูแลเจตต์ เพราะต้องเจ็บตัวเพื่อตัวเอง ความสนิทสนมของจีราวัจน์กับเจตต์ทำให้ดารากาไม่พอใจ คิดว่าเพื่อนทรยศทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเธอแอบหลงรักเจตต์ จนกระทั่งทะเลาะกันใหญ่โต ถึงขั้นดารากาย้ายออกจากบ้านเพื่อน สาธิตตามมาสมน้ำหน้าจีราวัจน์ที่มั่วผู้ชายไม่เลือก แม้แต่แฟนเพื่อนก็ไม่เว้น จนสุดท้ายจีราวัจน์ก็ไม่เหลือใคร ชยันต์เข้ามาปลอบใจจีราวัจน์ว่าเธอยังมีเขา ชยันต์คอยเข้ามาประคับปคะคองจีราวัจน์ แต่ชีวิตที่เคยเป็นเด็กบ้านแตกสาแหรกขาด ทำให้จีราวัจน์ไม่อยากเป็นคนทำลายครอบครัวของชยันต์ แต่ชยันต์ปลอบจีราวัจน์ว่า ที่ครอบครัวของเขาจะพัง ไม่ใช่เพราะจีราวัจน์ แต่เป็นเพราะปียากุลกับเขาหมดความเข้าใจต่อกัน ในเมื่อชยันต์ไปกับปียากุลไม่รอด เขาก็อยากหยุดและเริ่มต้นใหม่กับจีราวัจน์ เรื่องย่อคลื่นชีวิต จีราวัจน์เคยผ่านชีวิตบอบซ้ำมา ทำให้จีราวัจน์รู้ว่าความหวังดีที่ชยันต์มีให้กับเธอ มันไม่ใช่ความรักอย่างที่ชยันต์พร่ำบอก มันเป็นแค่ความรู้สึกเห็นใจ เพราะแท้จริงในหัวใจของชยันต์รักปียากุลและเจ็บซ้ำกับสิ่งที่ปียากุลไม่ไว้ใจเขา ดังนั้นคนมีปัญหาอย่างชยันต์ มาเจอกับผู้หญิงที่เจอปัญหามาทั้งชีวิตอย่างเธอ มันจึงเกิดการคลิกกัน จีราวัจน์ขอให้ชยันต์ เป็นเพื่อนที่ดีอย่างเดิม อย่าให้มากกว่านั้นเลย แล้วกลับไปซ่อมแซมครอบครัวของชยันต์ ให้กลับมาสวยงามเหมือนเดิมดีกว่า แต่เคราะห์ของจีราวัจน์ที่จะทำให้สาธิตยิ่งเกลียดเธอ ยังไม่จบเพียงแค่นั้น เมื่อจีราวัจน์รู้ว่าบ้านที่อาศัยอยู่นี้กำลังจะถูกธนาคารยึด จีราวัจน์สั่งสุกี้ให้จัดการเรื่องบ้าน จนเรื่องเข้าหูจริยา จริยาสั่งห้ามจีราวัจน์ไปยุ่งกับนวดีอีก เพราะตอนนี้รูปคดีออกมาว่าไม่มีหลักฐานมัดว่าจีราวัจน์ขับรถชน แต่ถ้าจีราวัจน์ดูแลนวดีมาก ๆ เพราะมันอาจทำให้สาธิตหาช่องโหว่เล่นงานจับจีราวัจน์เข้าคุกได้ จีราวัจน์เสียใจที่แม่เห็นแก่ประโยชน์ตัวเองจนลืมคำว่ามนุษยธรรม ถ้าลูกของแม่โดนรถชน แม่จะอยู่เฉยไหม จริยาได้แต่ยืนนิ่งไม่ได้ตอบ การทะเลาะกันเสียงดังของจีราวัจน์กับจริยา ทำให้ ศิริลักษณ์ หัวหน้าแม่บ้านประจำบ้านของสิทธา ผู้มีนิสัยประจบสอพลอสิทธา และลึก ๆ หวังสบายเป็นเมียของสิทธา แต่สิทธาไม่เอา ทำให้ศิริลักษณ์อิจฉาและจงเกลียดจงชังจริยาและจีราวัจน์ เมื่อการทะเลาะของจริยากับจีราวัจน์รู้ถึงหูศิริลักษณ์ ศิริลักษณ์จึงไปบอกสิทธาว่าจีราวัจน์ต้องการเงิน ทำให้สิทธาเสนอเงินเธอโดยมีข้อแลกเปลี่ยน ซึ่งจีราวัจน์รู้ดีว่าคืออะไร จีราวัจน์ตกลงเพราะเห็นถึงวิธีที่จะแก้เผ็ดอีกฝ่าย ในวันนัดจีราวัจน์แอบมอมยาสิทธา พร้อมเอาปืนจ่อหน้าสิทธาและข่มขู่ให้สิทธาเลิกยุ่งกับตัวเองอีกไม่อย่างนั้นเธอฆ่าสิทธาให้ตายตามกันแน่ แล้วจีราวัจน์ก็หนีออกมาจากโรงแรม โดยหวังว่าเรื่องราวยุ่ง ๆ จะจบลงสักที แต่เปล่าเลย เมื่อจีราวัจน์พบสาธิตที่ดักรออยู่ จากการแอบส่งข่าวของพิม ที่รู้ว่าสาธิตจ้องทำลายจีราวัจน์อยู่ พิมจึงเข้ามาตีสนิทกับสาธิต หวังจะยืมมือสาธิตทำลายจีราวัจน์ให้สิ้นซาก ละครคลื่นชีวิต แล้วภาพที่สาธิตเห็นจีราวัจน์เข้าโรงแรมกับสิทธาที่มีศักดิ์เป็นพ่อเลี้ยงของจีราวัจน์ ยิ่งทำให้สาธิตขยะแขยงจีราวัจน์ โดยคิดว่าจีราวัจน์มั่ว เห็นแก่เงิน จนไร้ศีลธรรมใช้ผัวร่วมกับแม่ แต่แล้วความเชื่อที่สาธิตมีต่อจีราวัจน์ต้องเจอจุดเปลี่ยน เมื่อสาธิตจำต้องมาพัวพันกับความเลวของสิทธาจนได้ เพราะ เวทิต นักข่าวที่แอบส่งหลักฐานเอาผิดสิทธามาให้เขาก่อนตาย ทำให้สาธิตเริ่มตามสืบพฤติกรรมของสิทธา แล้วนั่นทำให้สาธิตได้เห็นว่าสิทธาชั่วร้ายขนาดไหน แล้วคนที่ตกเป็นเหยื่อของสิทธาไม่ใช่แค่เวทิต แต่เป็นจีราวัจน์ด้วย รวมทั้งจีราวัจน์ได้เข้ามาดูแลนวดี และดูแลเด็ก ๆ กำพร้าที่นวดีสอนหนังสือ และชยันต์ยังมาปรับความเข้าใจกับสาธิตว่าจีราวัจน์ไม่ยอมรับความรักของชยันต์ แต่จีราวัจน์กลับเป็นคนเตือนสติให้ชยันต์กลับไปง้อปียากุล ทำให้สาธิตได้เห็นว่าจีราวัจน์ ได้มีแค่ด้านร้าย แต่เธอยังมีมุมความดี และมีหัวใจที่บอบซ้ำ ไม่ต่างจากเด็กกำพร้าที่นวดีและเขาดูแลเลย ทำให้ความแค้นในใจของสาธิตเริ่มเปลี่ยนเป็นความสงสาร เข้าไปยุ่งกับชีวิตจีราวัจน์โดยไม่รู้ตัว นักแสดงละครคลื่นชีวิต ด้านจีราวัจน์ก็ได้รับรู้มุมอบอุ่นที่เกิดจากความเอาใจใส่ ดูแลด้วยความละเอียดอ่อนของสาธิต ซึ่งเป็นความรู้สึกที่เธอไม่เคยได้จากใคร เป็นความรู้สึกที่เธอโหยหา จนทำให้จีราวัจน์แอบเผลอใจให้สาธิตโดยไม่รู้ตัว สองคนต่างมีความห่วงใยที่ไม่กล้าแสดงออกต่อกัน ละครคลื่นชีวิต จนกระทั่งสิทธามายุ่งเกี่ยวกับจีราวัจน์อีกครั้ง สาธิตออกตัวช่วยจีราวัจน์ให้รอดพ้นเงื้อมมือสิทธา และยังใช้หลักฐานที่ตัวเองได้จากเวทิตข่มขู่สิทธา เพื่อให้สิทธาเลิกยุ่งกับจีราวัจน์ จีราวัจน์อึ้งเมื่อเห็นว่าสาธิตช่วยเหลือตัวเอง โดยสับสนว่าสาธิตช่วยตัวเองทำไม สาธิตรู้สึกอะไรกันแน่ แต่สิทธามองอาการสาธิตออก สิทธารู้ว่าสาธิตกำลังตกบ่วงเสน่หาของจีราวัจน์ และดูเหมือนจีราวัจน์ก็มีใจให้สาธิตเช่นกัน ทำให้สิทธาคิดชั่ว ในเมื่อตัวเองไมได้จีราวัจน์มาครอบครอง ก็อย่าหวังว่าใครจะได้มีความสุขทั้งจีรัวัจน์และสาธิต ดังนั้นสิทธาจึงไปหาสาธิตที่สำนักงาน แล้วมอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่เขาเคยส่งคนไปเก็บ ซึ่งเป็นหลักฐานว่าจีราวัจน์คือคนขับรถชนติวดี เมื่อสาธิตเห็นหลักฐาน ความเจ็บปวดในอดีตจึงย้อนคืนกลับมา สาธิตได้แต่นั่งมองกองหลักฐานอย่างสับสนว่าเขาจะฟ้องเอาจีราวัจน์เข้าคุกหรือไม่ เรื่องสิทธาเอาหลักฐานไปให้สาธิตรู้ถึงหูจริยา จริยารีบไปหาสาธิตเพื่อเจรจาพร้อมเสนอเงินให้ ความเจ็บปวดในใจของสาธิต ทำให้สาธิตบอกจริยาไปว่า เขาจะยอมทำลายหลักฐาน ก็ต่อเมื่อจีราวัจน์เอาตัวมาแลก ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ความชั่วของสิทธายังไม่หยุดเท่านี้ มันเหมือนเสือที่คลั่ง จริงอยู่ที่จีราวัจน์เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา แต่คนอย่างสิทธาไม่เคยยอมให้ใครลูบคมได้ ถ้าประกาศว่าได้ มันต้องได้ สิทธาสั่งพิมให้หลอกล่อจีราวัจน์มาที่เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของเขา สิทธาวาดหวังจะข่มขืนจีราวัจน์บนเครื่องบิน เพราะไม่มีทางที่จีราวัจน์จะหนีรอดกรงเล็บเสือไปได้ จริยารู้เรื่องแผนการชั่วของสิทธา แม้จะรักเกียรติยศชื่อเสียง แต่หัวใจความเป็นแม่ไม่อาจปล่อยให้ชีวิตลูกตกนรกได้ เมื่อพิมหลอกจีราวัจน์ไปถึงเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของสิทธาได้ จีราวัจน์ดิ้นรนหนีจนไปเจอปืนของสิทธา สิทธาแย่งปืนกับจีราวัจน์ ทันใดนั้น กระสุนจากปากกระบอกปืนในมือของคุณหญิงจริยา ก็ยุติเรื่องเลวร้ายทั้งหมดลงในวินาทีนั้น เป็นครั้งแรกที่จีราวัจน์เข้าไปกอดแม่ จริยาเข้าไปกอดลูกพร้อมพร่ำบอกขอโทษ เป็นเพราะความโลภของตัวเอง ทำให้ชีวิตของจีราวัจน์ต้องเป็นอย่างนี้ เธอขอติดคุกเพื่อชดใช้กับความผิดที่เธอทำ แต่สิ่งหนึ่งที่จริยาอยากให้จีราวัจน์รู้ไว้ ว่าต่อให้เงินสำคัญสำหรับแม่ยังไง แต่เลือดเนื้อและหัวใจของลูกสำคัญกว่า นั่นทำให้หัวใจที่เย็นชาไร้ความรู้สึกของจีราวัจน์ได้รับรู้ความในใจของแม่ ละครคลื่นชีวิต คลื่นชีวิตของจีราวัจน์เหมือนจะกำลังสงบ แต่ยังมีพายุอีกหนึ่งลูก ที่กำลังรอพัดพาชีวิตของจีราวัจน์ให้ล้มลง เมื่อจริยาเอาเรื่องข้อเสนอของสาธิตไปบอกกับจีราวัจน์ เมื่อจีราวัจน์รู้เรื่องข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตแล้ว เธอจะทำเช่นไร จะยอมทำตามข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตหรือไม่ ชยันต์และปียากุลจะกลับมาคืนดีกันไหม เจตต์กับดารากาจะสมหวังกันหรือเปล่า และหัวใจรักของแม่ที่จริยากดเก็บไว้ ไม่เคยแสดงออกให้ลูกเห็น จริยาจะเลือกปกป้องเกียรติยศชื่อเสียงของตัวเองหรือปกป้องลูก สุดท้ายเส้นทางความรักระหว่างสาธิตกับจีราวัจน์ที่มีความแค้นขวางกั้นจะมีวันเกิดขึ้นได้หรือไม่ ต้องติดตามชมกันต่อได้ใน ละครคลื่นชีวิต ที่เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต รายชื่อนักแสดงนำใน ละครคลื่นชีวิต ปริญ สุภารัตน์ รับบท สาธิต อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท จีราวัจน์ หลุยส์ สก๊อต รับบท ชยันต์ จรินทร์พร จุนเกียรติ รับบท ปียากุล ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ รับบท ดารากา มาสุ จรรยางค์กุลดี รับบท เจตต์ วันสิริ อ่องอำไพ รับบท เจนจิรา ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ รับบท สิทธา โชติกา วงศ์วิลาศ รับบท พิม เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ รับบท สุกี้ ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์ รับบท ลูกน้ำ พริมา พันธ์เจริญ รับบท ติวดี สันติสุข พรหมศิริ รับบท พัฒนะ ขวัญฤดี กลมกล่อม รับบท นวดี

The Lost Arcade สารคดีร้านเกมร้านสุดท้ายในไชน่าทาวน์
The Lost Arcade /  สารคดี

อาร์เคดเกม หรือตู้เกมแบบหยอดเหรียญ คือหนึ่งในป็อปคัลเจอร์ที่สร้างสีสันให้โลกนี้มาเกือบร้อยปีแล้ว หากด้วยการมาของเกมคอนโซล และวิวัฒนาการของคอมพิวเตอร์ที่ประสิทธิ์ภาพดีขึ้นในราคาที่ถูกลง ทำให้ "ร้านเกมอาร์เดค" ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นแหล่งนัดพบปะของผู้คนหลากหลายต่างทยอยปิดตัวไปจนกลายเป็นของหายากไปเสียแล้ว และนี่คือสารคดีที่พาผู้ชมไปดูช่วงเวลาสุดท้ายของร้านอาร์เคดเกมเก่าแก่ร้านสุดท้ายในยานไชน่าทาวน์ ณ เมืองนิวยอร์ค The Lost Arcade คือหนังสารคดีของผู้กำกับหน้าใหม่ เคิร์ต วินเซ็นต์ ที่พาผู้ชมไปรู้จัก The Chinatown Fair ร้านเกมเก่าแก่ที่เปิดมายาวนาน ก่อนพาไปรู้จักหลากผู้คนที่หลงใหลในบรรยากาศแสงสีไฟนีออนของร้านเกม ที่เปรียบเสมือนเป็นแลนด์มาร์คที่ผู้คนหลากหลายที่มาได้พบปะและรู้จักกัน จนสารคดีเรื่องนี้เปรียบได้ดั่งจดหมายรักที่มีต่อวัฒนธรรมป็อปสุดคลาสสิคนี้ ซึ่งกำลังจะล่มสลายไปตามกาลเวลา ตัวอย่าง The Lost Arcade https://www.youtube.com/watch?v=fmO51CIp67E ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

แค่
ผลไม้ /  พิซซ่า / 

เมนูวันว่างๆ ของครอบครัว หลายๆ คนต่างก็หากิจกรรมทำกับภายในบ้าน หลักๆ เลยคือจะทำอาหารกินกันในครอบครัว และยิ่งพิเศษไปกว่านั้นเลยคือ เมนูที่แปลกแหวกแนวไปจากเดิมๆ เป็นเมนูที่มีความสร้างสรรค์ ทำแล้วสนุกด้วยกับเมนูพิซซ่า ที่หาวัตถุดิบได้ง่ายๆ แค่เพียงมีไข่และผลไม้ติดตู้เย็น ก็สามารถทำพิซซ่ากินเองได้ ที่สำคัญเมนูนี้ไม่ต้องพึ่งเตาอบให้ยุ่งยากเลย แค่มีกระทะเทฟล่อน ก็สามารถทำได้แล้วค่ะ ส่วนผสม น้ำมะนาว 2 ช้อนชา เนยสด 1 1/2 ช้อนชา ไข่ไก่ 4 ฟอง กีวี่ฝานบาง สตรอว์เบอร์รี่ฝานบาง สับปะรดฝานบาง มอสซาเรลล่าชีส แป้งข้าวโพด 1 ถ้วย ซอสมะเขือเทศ 1 ถ้วย วิธีทำ ทำส่วนผสมในส่วนของแป้งพิซซ่ากันก่อน โดยตีไข่ใส่ชามผสม ตามด้วยน้ำมะนาว และแป้งข้าวโพด และตีจนส่วนผสมเข้ากันดี เตรียมกระทะเทฟล่อนก้นแบน เปิดไฟอ่อน เมื่อกระทะร้อนดีแล้วให้ทาเนยให้ทั่วกระทะ เทส่วนผสมของไข่และแป้งลงในกระทะ เกลี่ยให้แป้งเป็นวงกลมทั่วกระทะ จากนั้นก็ปิดฝารอให้สุก ในระหว่างที่ไข่เกือบจะสุกดี ด้านบนยังเป็นเหลวๆ อยู่ เปิดฝาแล้วทาซอสมะเขือเทศให้ทั่วๆ แผ่นแป้ง วางผลไม้ลงบนแป้ง จัดเรียงกันให้สวยงามแล้วตามด้วยมอสซาเรลล่าชีส โรยให้ทั่ว จำนวนก็ตามใจชอบเลย ปิดฝากระทะอีกครั้ง อบจนชีสละลาย เมื่อละลายแล้วปิดไฟ ตักขึ้นมาใส่ถาด หั่นชิ้นให้เป็นสามเหลี่ยม แค่นี้เราก็ได้พิซซ่าที่ทำจากไข่และผลไม้แล้วค่ะ ไม่อยากเลยใช่ไหมคะ ใช่แค่วัตถุดิบที่หาได้ง่ายๆ ใกล้บ้าน และไม่ต้องใช้เตาอบให้ยุ่งยากเลย แค่นี้เราก็ได้พิซซ่าที่ทำจากผลไม้และไข้แล้วค่ะ ส่วนใครที่มีไส้กรอกหรือแฮมอยู่ในตู้เย็นก้สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้เลย

มาแล้วจ้า!! ภาพพรีเวดดิ้ง เด็บบี้ ควงแฟนฝรั่ง โดดน้ำ เซ็กซี่เวอร์!!
เดบาร่าห์ ซี เวชชาชีวะ /  เด็บบี้ บาซู / 

           เพิ่งออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวได้ไม่นาน สำหรับอดีตนักร้องสาวขาแดนซ์แห่งยุค 90 เดบาร่าห์ ซี เวชชาชีวะ หรือเด็บบี้ บาซู ว่ากำลังคบหาดูใจกับหนุ่มต่างชาติ เดวิด เนธาน สเตลี มาแล้วเป็นเวลา 1 ปี แถมยังได้หมั้นหมายกันไว้แล้ว ตั้งแต่ 6 เดือนแรกที่คบกัน พร้อมกันนี้กำลังจะมีงานวิวาห์ในเดือนตุลาคม ที่จะถึงนี้อีกด้วย             ซึ่งสาวเด็บบี้ ยังมั่นอกมั่นใจว่า ที่ทำไปนั้นไม่ได้คิดว่าเร็วไปแต่อย่างใด ล่าสุด เด็บบี้ก็ยังคงเดินหน้า ควงแฟนหนุ่มถ่ายพรีเวดดิ้งไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย ในโลเกชั่นแปลกใหม่กลางสระว่ายน้ำ เรียกว่าเปียกปอน แต่เต็มไปด้วยความเซ็กซี่กลางสายน้ำ ผลัดกัน Kiss เพิ่มความหวานจนโลเกชั่นกลายเป็นสีชมพูเลยทีเดียว แถมเจ้าบ่าวยังขอโชว์หุ่นสุดแซบ ให้สาวๆ อิจฉาเล่นกันอีกด้วย ไม่ธรรมดาจริงๆ สำหรับคู่รักอินเตอร์คู่นี้ ขอบคุณรูปภาพจาก  IG debbie_bazoo, finaleweddingstudio พรีเวดดิ้ง เด็บบี้ - เดวิด   พรีเวดดิ้ง เด็บบี้ - เดวิด   พรีเวดดิ้ง เด็บบี้ - เดวิด     พรีเวดดิ้ง เด็บบี้ - เดวิด   พรีเวดดิ้ง เด็บบี้ - เดวิด พรีเวดดิ้ง เด็บบี้ - เดวิด   พรีเวดดิ้ง เด็บบี้ - เดวิด   เด็บบี้ - เดวิด