ทำรัก

ยูเซน โบลต์ หวังทุบสถิติโลกของตัวเองที่แดนมังกร
กรีฑาชิงแชมป์โลก /  กรุงปักกิง / 

ยูเซน โบลต์ มนุษย์ที่วิ่งเร็วที่สุดในโลกชาวจาเมกา เจ้าของสถิติโลกวิ่ง 100 ม. และ200 ม. ออกมาประกาศกร้าวว่า เขาจะทุบสถิติโลกของตัวเองให้ได้อีกครั้งที่ เมืองจีน ในศึกกรีฑาชิงแชมป์โลก ช่วงระหว่างวันที่ 22-30 ส.ค. 2015 โดย ยูเซน โบลต์ ที่คว้ามาแล้ว 6 เหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ และ8 เหรียญทองกรีฑาชิงแชมป์โลก เคยทำสถิติโลกวิ่ง 200 ม. ที่สนามรังนก กรุงปักกิง ประเทศจีน ด้วยเวลา 19.30 วินาที ในปี 2008 “การแข่งขันชิงแชมป์โลกที่ปักกิ่ง ผมตั้งตารอคอยที่สร้างประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเดิมอีกครั้ง เหมือนเมื่อ 6 ปีก่อน นั่นคือทำลายสถิติโลก ผมไม่รู้ว่าจะสามารถทำสถิติโลกใหม่ได้หรือไม่ แต่ผมจะไปลงแข่ง และจะวิ่งให้เร็วที่สุด ซึ่งหวังว่ามันจะเป็นเวลาที่ดีที่สุดในชีวิต” ยูเซน โบลต์ กล่าวทิ้งท้าย

สอศ.ออก 5 มาตรการคุมเข้มกิจกรรมรับน้อง
กิจกรรมรับน้อง /  รับน้อง / 

สอศ. ตั้งคณะกรรมการสอบ ผู้อำนวยการวิทยาลัย หลังเกิดเหตุนักศึกษาเสียชีวิตระหว่างร่วมกิจกรรมรับน้องนอกสถานที่ พร้อมทำหนังสือ กำชับ 5 มาตรการ จัดกิจกรรมรับน้อง ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษากล่าวถึงกรณีเหตุการณ์นักศึกษา ปวช. ชั้นปีที่ 1 วิทยาลัยแห่งหนึ่ง เสียชีวิตระหว่างร่วมกิจกรรมรับน้องใหม่ โดยยืนยันว่า กิจกรรมดังกล่าวเป็นชวนด้วยความสมัครใจ แต่ปิดไม่ให้ทางวิทยาลัยรับรู้ ซึ่งขณะนี้วิทยาลัยได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และจะพิจารณาลงโทษนักศึกษารุ่นพี่ ที่เกี่ยวข้อง หลังฝ่าฝืนคำสั่งจัดกิจกรรมรับน้องนอกสถานที่จนเกิดความสูญเสียขึ้น โดยโทษสูงสุด คือ การให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หรือให้ผู้ปกครองรับกลับไปดูแล แต่ไม่มีโทษให้ออก หรือไล่ออก พร้อมกันนี้ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)  ยังตั้งคณะกรรมสอบ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคปทุมธานีด้วยว่า ได้ปล่อยปละละเลยจนเกิดเหตุขึ้นหรือไม่ และยังได้จัดทำหนังสือ กำชับ 5 มาตรการ ในการรับน้องส่งไปยังวิทยาลัยทั่วประเทศ ดังนี้ 1. ยืนยันไม่มีนโยบายจัดกิจกรรมรับน้องใหม่ 2. การจัดกิจกรรมนอกสถานศึกษาต้องเป็นไปตามระเบียบ 3. กิจกรรมต้องส่งเสริมความประพฤติโดยสมัครใจ สร้างสรรค์ พัฒนาคุณธรรม บำเพ็ญประโยชน์ ไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลทั้งกายและใจ ไม่นำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาใช้ 4. มีมาตรการเฝ้าระวังและติดตามอย่างใกล้ชิด เป็นระบบ ต่อเนื่อง 5. ส่งเสริมบทบาทเครือข่ายผู้ปกครองให้มีส่วนร่วม ทั้งนี้ ทาง สอศ. ขอความร่วมมือกับผู้ปกครอง หากทราบว่าบุตรหลานไปจัดกิจกรรมรับน้องใหม่ ให้รีบแจ้งมาที่วิทยาลัยรับทราบทันที่ MThai News

XShot ส่งฉากใหม่
XShot /  เกมส์ออนไลน์ / 

เกมส์ออนไลน์ XShot (xshot.in.th) ทำการอัพเดตฉากเกมส์ใหม่ "ห้องแห่งความลับ" เต็มไปด้วยคดีเงื่อนงำที่ยังคงเป็นปริศนาอยู่ อัพเดตแล้ววันนี้ สำหรับฉากใหม่ Madness Town หรือห้องแห่งความลับ จะมาในรูปแบบ Team Death Match ให้ผู้เล่นเข้าไปยิงสาดกระสุนกันไม่ยั้ง บอกเลยว่าแผนที่นี้เจอกันง่ายมากๆ ถือได้ว่าเป็นแผนที่ทั้งโหดทั้งมันส์พร้อมกันเลยก็ว่าได้

ตร.ภาค 2 รวบมือยิงอดีต ส.ส.ปชป.จันทบุรี
มือยิง /  ยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา / 

ตำรวจภูธรภาค 2 รวบมือยิง "ยุคล" อดีตส.ส.ปชป.จันทบุรี เจ้าตัวยังให้การปฏิเสธ ขณะตำรวจมั่นใจ เตรียมขยายผลหาผู้บงการ วันนี้ (2 ก.ย.) ที่สำนักงานตำรวจภูธรภาค 2 พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร.เข้าสอบปากคำ นายต๋อม แซ่อั้ง อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 41/25 หมู่ที่ 4 ต.ล้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ผู้ต้องหาลอบยิง นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา อดีต ส.ส.จันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขณะยืนโทรศัพท์อยู่หน้าร้านขายปุ๋ยของน้องชายบริเวณสี่แยกตลาดกระทิง ต.พลวง อ.เขาคิชฌกูฎ จ.จันทบุรี เมื่อวันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยคนร้ายใช้าวุธปืนขนาด .22 ยิงเข้าที่บริเวณโหนกแก้มขวาทะลุโพรงจมูก อาการสาหัส  ซึ่งขณะนี้รักษาตัวหายแล้ว แต่สายตายังไม่ปกติ ทั้งนี้ ทางตำรวจสืบสวนสอบสวนภาค 2 ได้ทำการติดตามจนสามารถไปตามจับกุมได้ที่บ้านเช่าไม่มีเลขที่ จ.ปทุมธานี ขณะอยู่กับเพื่อนสาว ซึ่งทางผู้ต้องหาได้ให้การปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยตอบเพียงว่าจะให้การในชั้นศาลเท่านั้น อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.เอก เปิดเผยว่า จากการสอบสวนพบว่ามีหลักฐานที่จะสามารถเอาผิดนายต่อมได้อย่างแน่นอน และจะติดตามจับกุมผู้บงการมาดำเนินคดี ส่วนปมการสังหารนั้นน่าจะมาจากเรื่องการเมืองเพียงอย่างเดียว        ด้าน นายยุคล กล่าวว่า มั่นใจว่านายต๋อม ผู้ต้องหาเป็น 1 ในผู้ลงมือครั้งนี้ เพราะไม่เคยมีความขัดแย้งในเรื่องใด เว้นแต่ทางการเมืองเท่านั้น และขอให้ตนเป็นคนสุดท้ายที่จะต้องฆ่ากันเพื่อก้าวเข้าสู่การเมือง อยากให้นักการเมืองที่ทำความดีเข้ามาทำงานเพื่อบ้านเมือง MThai News ขอบคุณภาพจาก : แนวหน้า

สภาพจิตใจดีขึ้น!! เจนี่ บินกลับไทยแล้ว
เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ /  บินกลับไทย / 

ทำเอาแฟนๆ ชมรมคนรักนางเอกสาว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ ได้หายคิดถึงกันแล้ว เพราะล่าสุด สาวเจนี่ ฉายเดี่ยวกลับมาเมืองไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อช่วงบ่ายของวันนี้(2ก.ย.) พร้อมกับส่งรอยยิ้มที่มีความสุขทักทายกับผู้สื่อมวลชน ก่อนเผยว่าสภาพจิตใจตอนนี้ดีขึ้น หลังจากบินไปพักรักษาแผลใจไกลถึงลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกามาได้ 1 เดือนเต็ม! โดยเธอไม่ขอพูดถึงเรื่องส่วนตัว และอดีตสามี เอ๋ ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ทั้งสิ้น! รวมไปถึงวันเปิดตัวละครชุด มาเฟียเลือดมังกร ซึ่งมีขึ้นในวันที่ 4 กันยายนนี้ ก็งดให้สัมภาษณ์เช่นเดียวกัน!! ขอบคุณภาพประกอบจาก ดาราเดลี่ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ

หลิน สวมบทกุลสตรีโทนี่ หลง หัวปักหัวปำ
โทนี่ รากแก่น /  หลิน กมลพรรณ

เป็นหนุ่มที่นิยมเคี้ยวหญ้าอ่อนสำหรับหนุ่มหล่อมากความสามารถ โทนี่ รากแก่น กับนางแบบสาวหน้าเก๋อย่าง หลิน กมลพรรณ ที่อายุห่างกันตั้ง 10 ปี แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา เพราะทั้งคู่คบกันมาได้ปีกว่าแล้ว ส่วนเรื่องความหวานของคู่นี้พูดเลยว่าไม่เป็นสองรองใครจริงๆ จุดนี้ใครไม่เชื่อลองพิสูจน์ได้จากไอจีของทั้งคู่ แถมยังมีโมเม้นท์น่ารักๆ ที่สาวหลินสวมบทเป็นกุลสตรีทำอาหารให้ทาน มีเสน่ห์ปลายจวักแบบนี้ ก็ไม่รู้ว่าหลังจากหลินเรียนจบแล้วจะเตรียมตัวแต่งงานเลยอ๊ะเปล่า “มันก็เป็นด้วยส่วนนึง เขาชอบทำอาหารให้ทานบ่อยๆ ชอบหลายๆ อย่างในตัวเขา ทั้งสไตล์การแต่งตัว หรือความเป็นตัวตนของเขาอย่างบุคลิกภายนอกเขาดูห้าวเป็นนักเลง มีความเฟี้ยวฟ้าว แต่อีกมุมเขาก็ดูเป็นผู้หญิงเข้าครัวทำกับข้าว นั่งถักหมวกอะไรแบบนี้ ซึ่งตอนแรกๆ เราก็ไม่เข้าใจว่าพื้นฐานเขาเป็นยังไง แต่พอเห็นเขาทำเป็นประจำเราก็เลยเข้าใจความเป็นเขามากขึ้น อีกอย่างก็มีหลายอย่างที่เราคล้ายๆ กัน อย่างเรื่องวัยไม่มีปัญหาคือ เขาอาจจะมีความเป็นเด็ก แต่หลินเขาไม่ใช่น้ำที่เต็มแก้ว เราก็เลยสามารถไปเติมให้ได้ มันเลยคุยกันง่ายขึ้น ส่วนเรื่องแต่งยังครับ คือยังไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เลย เราเองก็อยากมีความมั่นคงในชีวิตก่อน ไม่อยากพาใครมาลำบาก ตอนนี้ยังหาเช้ากินค่ำอยู่เลยครับ (หัวเราะ)” แหมๆๆ สงสัยว่าหนุ่มโทนี่จะหลงเสน่ห์ฝีมือครัวคุณหลิน ดูแล้วช่างเป็นคู่รักที่น่าอิจฉาเหมาะสมกันจริงๆ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ดูลงตัวไปซะหมด เอ้า!!! ยังไงก็ขอให้รักยาวๆ นะจ๊ะตัวเธอ โทนี่-หลิน โทนี่-หลิน โทนี่-หลิน

ไอเดียแต่งทาวน์เฮ้าส์ โล่งๆ ให้กลายเป็นบ้านแสนสวย
แบบบ้านสามชั้น /  ไอเดียแต่งทาวน์เฮ้าส์

วันนี้ Decor.Mthai จะพาเพื่อนๆ ไปพบกับ ไอเดียแต่งทาวน์เฮ้าส์ โล่งๆ ให้กลายเป็นบ้านแสนสวย ค่ะ บ้านที่เราจะนำมาเป็นตัวอย่างในวันนี้ คือ บ้านกลางเมือง ติดถนนพิบูลย์สงคราม เป็นของบริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ทางบริษัทมีแนวคิดที่อยากให้ผู้อาศัยใช้ชีวิตเก๋ๆ ได้ไม่รู้เบื่อ ด้วยการออกแบบบ้านที่ได้แรงบันดาลใจจาก Art Gallery สไตล์ Modern Loft ดีไซน์ที่เน้นความเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยพลังและความคิดสร้างสรรค์ แนวคิดที่ต้องการให้บ้าน สะท้อน "Everyday Chic" ของผู้อยู่อาศัยมากที่สุด ว่าแล้วเราไปชมตัวอย่างกันค่ะ ไอเดียแต่งทาวน์เฮ้าส์ โล่งๆ ให้กลายเป็นบ้านแสนสวย ทาวน์โฮมหน้ากว้าง 5 เมตร พื้นที่ใช้สอย 166 ตรม. 3 ชั้น 3 ห้องนอน, 3 ห้องน้ำ,ที่จอดรถ 2 คัน โดดเด่นด้วย Double Master Bedroom และ Family Area บนชั้น 2 พื้นที่กว้างขวางแบบที่คุณชอบ เริ่มต้นด้วยแบบบ้าน ชั้นแรก ตกแต่งให้เป็นห้องรับแขกและห้องครัว ชั้นสองเป็นห้องนั่งเล่นหรือเป็นห้องทำงานก็ได้ค่ะ ส่วนชั้นสามเป็นห้องนอนค่ะ ห้องต่อมาเป็นห้องรับแขก ด้านซ้ายมือเป็นห้องโล่งๆ ที่ยังไม่ได้ตกแต่ง ด้านขาวมือเป็นห้องที่ตกแต่งแล้ว ห้องรับแขก ตกแต่งด้วยโซฟาหนังสีดำและตกแต่งผนังด้วยเทกเจอร์ลายอิฐสีขาว หาของตกแต่งสไตล์ลอฟท์มาเสริมให้ห้องนี้ดูเท่ เก๋ขึ้น ห้องนั่งเล่นชั้นสอง ภาพทางซ้ายมือ เป็นห้องโล่งๆ อยู่บริเวณชั้นสองของบ้าน ส่วนภาพด้านขวามือ เป็นภาพที่ตกแต่งแล้ว ห้องนั่งเล่นห้องนี้จริงๆ อาจจะตกแต่งให้เป็นห้องทำงานก็ได้นะคะ ตกแต่งห้องนั่งเล่นห้องนี้ ด้วยพรมลายทางสีขาวดำ เพิ่มความกว้างให้ห้อง และด้านหลังโซฟามีหน้าต่างบานใหญ่ ทำให้ห้องโปร่ง ได้รับแสงสว่างเข้ามาภายในตัวห้องได้อย่างเต็มที่ สุดท้ายเลือกใช้โทนสีขาวครีม และของตกแต่งเท่ๆ เก๋ๆ มาตกแต่งห้องทำให้ห้องดูสบายตา ห้องนอนเล็ก   ห้องนอนเล็ก ตกแต่งสไตล์โมเดิร์นลอฟท์ โดยเลือกใช้เทกเจอร์ลายอิฐสีขาวตกแต่งผนัง และใช้วอล์เปเปอร์ลายอาร์ตๆ ช่วยเพิ่มความเท่ เก๋ อย่างมีสไตล์ให้กับห้องนอนเล็กห้องนี้ ห้องนอนใหญ่ ภาพทางด้านซ้ายมือ เป็นห้องโล่งๆ ส่วน ทางด้านขวามือ เป็นห้องที่ตกแต่งแล้ว พื้นที่บริเวณชั้น 3 ออกแบบห้องนอนใหญ่ให้เป็น เพ้นเฮ้าส์ขนาดใหญ่ เชื่อมห้องนอนเข้ากับห้องแต่งตัว และมุมพักผ่อนที่เปิดโล่ง ถึงระเบียงด้านหน้า ขยายโลกส่วนตัวให้ใหญ่ขึ้น เพื่อให้คุณมีช่วงเวลาดีๆ ด้วยกันมากขึ้น ห้องนอนใหญ่ ตกแต่งด้วยโทนสีน้ำตาลช๊อคโกแลต ช่วยเพิ่มความเท่ให้กับห้อง การตกแต่งสไตล์นี้เหมาะกับวัยทำงาน หรือวัยกลางคน เพราะการตกแต่งห้องด้วยโทนสีนี้จะเป็นโทนสีที่อบอุ่น เป็นการแต่งห้องแบบเรียบๆ แต่แฝงไปด้วยความอบอุ่น มุมกว้างห้องนอนใหญ่ เดินตรงไปจะด้านซ้ายมือจะเป็นห้องน้ำ ส่วนทางด้านขวามือจะเป็นห้องแต่งตัว เป็นไงคะ ไอเดียแต่งทาวน์เฮ้าส์ โล่งๆ ให้กลายเป็นบ้านแสนสวยของ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ความสุขใจกลางย่านพิบูลสงคราม ตอบรับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ เพื่อการเริ่มต้นของชีวิตคู่ที่แตกต่างไม่เหมือนใคร มาพร้อมกับความสะดวกสบายครบครัน ภาพหมู่บ้านตัวอย่าง "หมู่บ้านกลางเมือง" ถ.นพิบูลย์สงคราม บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)

คนร้ายขโมยโคพระราชทาน แม่วัวท้องไม่ยอมไป-ถูกทุบตาย
ขโมยโคพระราชทาน /  ข่าววันนี้ / 

เกิดเหตุสลด คนร้ายขโมยโคพระราชทาน แม่วัวท้องไม่ยอมไป-ถูกทุบตาย วันนี้ (2 ก.ย.) ร.ต.ท.ยุทธภูมิ ดำรงธรรม ร้อยเวรสอบสวน สภ.นาดี จ.ปราจีนบุรี พร้อมด้วยนายสุรชัย รักสละ ปศุสัตว์อำเภอนาดี หลังจากรับแจ้งจากนายณัฐพัชร์ สายรัมย์ ผู้ช่วยฝ่ายฝ่ายปกครองตำบลสะพานหิน ว่าพบวัวเพศเมีย อายุ 5 ปี สีน้ำตาล ที่กำลังต้องท้องได้ 2 เดือน นอนตายอยู่ริมถนนสายสระดู่-สะพานหิน ต.สะพานหิน อ.นาดี ซึ่งเป็นวัวของนางปา จันทรักษา อายุ 60 ปี หลังจากที่ถูกคนร้ายขโมยไปจากคอกที่เลี้ยงไว้ จำนวน 5 ตัว เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ภาพประกอบข่าว เบื้องต้นพบว่า วัวตัวดังกล่าว เป็นวัวพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานให้กับปศุสัตว์อำเภอนาดี มาแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ยากจน ตามโครงการพระราชดำริ ธนาคารไถ่ชีวิตโค กระบือ เพื่อเกษตรกร มีบาดแผลถูกตีด้วยของแข็งตามร่างกายหลายแห่ง ที่ลำคอมีเชือกไนล่อนผูกมัดติด และบริเวณต้นไม้ยังมีร่องร่อยเชือกที่คนร้ายใช้ผูกโยง เพื่อดึงวัวขึ้นรถ ตายมาแล้วประมาณ 5-6 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังพบหลักฐานที่คนร้ายทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุ เช่น รองเท้าแตะ ถุงมือ และไม้ท่อนไม้ยาว 1 เมตร จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน เพื่อตรวจสอบหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดี ด้านนายณัฐพัชร์ สายรัมย์ อายุ 54 ปี ผู้ช่วยฝ่ายปกครอง กล่าวว่า นางปา จันทรักษา ซึ่งเป็นเจ้าของวัวพระราชทาน หลังจากที่ปศุสัตว์อำเภอนาดี ได้คัดเลือกมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2554 และวัวออกลูก 1 ตัว เป็นวัวเพศผู้ อายุ 8 เดือน และลูกตัวที่ 2 กำลังตั้งท้องได้ 2-3 เดือน แต่มาถูกคนร้ายฆ่าตาย ทำให้รู้สึกสลดใจ จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า คนร้ายไม่ทราบจำนวนและยานพาหนะ เข้าไปขโมยวัวของนางปา จันทรักษา ที่เลี้ยงไว้ในคอก ห่างจากจุดพบวัวที่ตายประมาณ 1 กม.ครึ่ง คนร้ายได้ต้อนวัวออกจากคอก ก่อนจะนำขึ้นรถยนต์ที่จอดรอไว้ในป่าละเมาะ ในช่วงกลางดึกที่มีฝนตกลงมาตลอดทั้งคืน จากนั้นคนร้ายได้นำวัวซึ่งเป็นวัวพระราชทาน นำขึ้นรถก่อนเป็นตัวแรก แต่วัวเกิดอาการกลัว ไม่ยอมขึ้นรถ คนร้ายพยายามที่จะนำวัวขึ้นรถยนต์ให้ได้ โดยใช้เชือกไนล่อนผูกคอโยงกับต้นไม้ข้างทาง ก่อนใช้ไม้และของแข็งทุบตีจนตาย ส่วนวัวที่เหลืออีก 4 ตัว ตกใจได้วิ่งหนีเข้าป่า จึงรอดตายดังกล่าว MThai News ขอคุณข้อมูลจาก ข่าวสดออนไลน์

เซอร์ไพร้ส์!! พลอย ร่อนการ์ดวิวาห์ฟ้าแล่บ เต๊นท์
พลอย รัตนรัตน์ /  เต๊นท์ กัลป์ / 

ใกล้จะเป็นเจ้าสาวเข้ามาทุกทีแล้ว! สำหรับนักแสดงสาว พลอย รัตนรัตน์ แฝดคนน้องของสาว เพชร รัตนารัตน์ ที่ล่าสุดเจ้าตัวก็ได้ร่อนการ์ดวิวาห์เชิญผู้มีเกียรติและพ้องเพื่อนๆ ที่สนิทมาร่วมเป็นพยานรักในงานฉลองมงคลสมรสระหว่างเธอกับผู้กำกับหนุ่ม เต๊นท์ กัลป์ กัลย์จาฤก ทายาทค่ายกันตนา หลังจากทั้งคู่ปิ๊งรักกันเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ขณะถ่ายภาพยนตร์เรื่องห้องหุ่น ซึ่งในการ์ดงานแต่งได้ระบุฤกษ์ดีในวันที่ 8 กันยายน 2557 ณ โรงแรมสวิสโซเทล นายเลิศ ปาร์ค ยังไงขอแสดงความยินดีในความรักของว่าที่บ่าว-สาวไว้ล่วงหน้านะจ๊ะ!! พลอย - เต๊นท์ พลอย - เต๊นท์ พลอย - เต๊นท์ พลอย รัตนรัตน์ พลอย รัตนรัตน์ พลอย รัตนรัตน์ พลอย รัตนรัตน์

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

แม่โอด! ฆ่าข่มขืนน้องเพลง  4เดือนถูกปล่อยตัว?
ข่มขืน /  ข่าววันนี้ / 

มารดาของน้องเพลง ด.ญ.ถูกคนร้ายฆ่าข่มขืนและนำศพไปอำพรางคดี โร่ร้องสื่อมวลชนขอความเป็นธรรม หลังพบตำรวจทำสำนวนช้า  เมื่อวันที่ 1 ก.ย. 57 มารดาของน้องเพลง เด็กสาวที่ถูกคนร้ายฆ่าข่มขืนและนำศพไปอำพรางคดี เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2557 ที่ผ่านมานั้น กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัวมาอาศัยอยู่ที่บ้านใกล้ๆกับกับของตน ทำให้ตนและครอบครัวรู้สึกกลัว และไม่ทราบว่าทำไมผู้ต้องหาที่ถูกทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม จึงได้รับการปล่อยตัวออกมาได้ ทั้งที่ทางตำรวจให้ความมั่นใจว่ามีพยานหลักฐานหนาแน่นที่สามารถดำเนินคดีกับผู้ต้องหาได้ มารดารน้องเพลง กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนเองไม่ได้รับรู้เรื่องราวเพียงแต่ได้โทรศัพท์ไปถามทางตำรวจซึ่งทางตำรวจก็บอกว่าหลักฐานที่เก็บทุกอย่างสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีได้ แต่มาวันนี้ตนก็รับรู้ได้ว่าคนร้ายสามารถมาอยู่ใช้ชีวิตร่วมกันกับเราได้ และออกมาได้โดยที่เราไม่รู้เลยว่า เป็นเพราะอะไรทำไมและเกิดอะไรขึ้น ตนได้ไปสอบถามทางอัยการจังหวัดตรังอัยการก็บอกว่าคดีของน้องเพลงเป็นคดีใหญ่ ต้องส่งเริ่องให้อัยการภาค 9 เป็นผู้ดำเนินการ  ตนยังคงต้องรอความหวังจากกระบวนการยุติธรรมว่าสามารถให้ความเป็นธรรมกับตนได้อย่างไร เมื่อครบฝากขัง คงต้องรอให้อัยการภาค 9 เป็นผู้ลงความเห็นว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่ และตอนนี้คนร้ายสามารถมาสามารถออกมาได้ ตนเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย ทางด้านอัยการให้เหตุผลว่าหลักฐานอ่อน ไม่มีพยานแล้วหลักฐานพิสูจน์ ดีเอ็นเอ ไม่สามารถนำมาประกอบการพิจารณาได้เลยหรือ การฝากขังใช้ระยะเวลาเท่าไหร่ ทางตนก็ไม่ทราบเลย เรื่องเกิดตั้งแต่วันที่ 9 พ.ค. 57 แล้วทำไมทางพนักงานสอบสวนเพิ่งส่งสำนวนฟ้องไปยังพนักงานอัยการในอาทิตย์สุดท้ายก่อนที่จะหมดระยะเวลาฝากขัง ทางครอบครัวไม่ทราบขั้นตอนการดำเนินคดีผู้ต้องหา ไม่ว่าจะเป็นขั้นตำรวจ หรืออัยการ แต่วันนี้ผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัว ทำให้ตนและครอบครัวเกิดความกลัวและผวามาก สังคมกำลังทำอะไรกันอยู่ ในเมื่อทางตำรวจทั้งตำรวจในพื้นที่ และทางตำรวจภาค 9 มั่นในในพยานหลักฐาน แต่ทำไมเหตุการณ์จึงเกิดขึ้นแบบนี้ได้ ตนจึงต้องออกมาร้องขอความช่วยเหลือในครั้งนี้ แม่น้องเพลง เปิดเผยเรื่องดังกล่าวทั้งน้ำตา ขณะที่ พล.ต.ต.จีรวัฒน์ อุดมสุด ผบก.ภ.จว.ตรัง กล่าวว่า คดีนี้ผู้ต้องหาคือ นายประถมพงษ์ ได้ถูกแจ้งข้อหาว่า ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดา-มารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลเพื่อการอนาจาร และซ่อนเร้น ย้าย ทำลายศพ หรือส่วนของศพ เพื่อปิดบังการเกิด การตาย หรือเหตุแห่งการตาย ซึ่งที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนก็ได้เร่งทำการรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนนำส่งสำนักงานอัยการ จ.ตรัง ตามขั้นตอน แต่ไม่ทราบว่าทำไมจึงสั่งฟ้องคดีไม่ทัน โดยตรงจุดนี้ไม่สามารถไปก้าวก่ายได้ พร้อมยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำงานอย่างเต็มที่ และมั่นใจในพยานหลักฐานต่างๆ MThai News

จอน เอ็ดดี้ อับดุลลาห์ ซีอีโอ dtac ลาออก! ซิคเว่ขึ้นรักษาการ
CEOdtac /  Dtac / 

Dtac แจง CEO "จอน เอ็ดดี้ อับดุลลาห์" ลาออก ตั้ง "ซิคเว่ เบรคเก้" รองประธานกรรมการ นั่งรักษาการ Dtac แจงผ่านตลาดหลักทรัพย์ CEO จอน เอ็ดดี้ อับดุลลาห์ ลาออก  มีผลตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน 2557 เป็นต้นไป ตั้ง "ซิคเว่ เบรคเก้" รองประธานกรรมการ นั่งรักษาการ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหำชน) หรือ Dtac แถลงผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่านายจอน ทราวิส เอ็ดดี้ ได้แจ้งลาออกจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มีผลตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน 2557 เป็นต้นไป โดยได้มีมติแต่งตั้งให้นายซิคเว่ เบรคเก้ รองประธานกรรมการ ดำรงตำแหน่งรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร จนกว่าจะสรรหาผู้ที่จะเข้ามาดำรงตาแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ได้ สำหรับประวัติการทำงานของ นายจอน เอ็ดดี้ อับดุลลาห์ ขึ้นเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ แทนนายทอเร่ จอห์นเซ่น มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2554 เป็นต้นไป โดยดำรงตำแหน่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท Telenor ปากีสถาน มีประสบการณ์การทำงานในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมกว่า 20 ปี ทั้งกับบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์และผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ก่อนร่วมงานกับ Telenor ปากีสถาน นายจอนดำรงตำแหน่งรองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของบริษัท Maxis และเคยเป็นรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยีของบริษัทDiGi Mthai News  ขอบคุณภาพจาก ตลาดหลักทรัพพย์แห่งประเทศไทย

ชุดเจ้าสาวสุดครีเอท ของ แองเจลินาโจลี่
คู่รักดารา /  งานแต่งงาน / 

คู่รักฮอลลีวู้ด แองเจลิน่า โจลี่  (39 ปี) และ แบรต พิตต์ (50 ปี)  จัดงานแต่งงานหวานแววขึ้นที่ Château Mirava ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส  โดยแองเจลิน่าได้ใส่ชุดแต่งงานที่แทบตะลึง เพราะเป็นชุด แต่งงานที่ไม่มีใครเหมือน เป็นชุดแต่งงานชุดเดียวในโลกก็ว่าได้  เพราะเธอได้ให้เหล่าบรรดาลูกๆของเธอเป็นคนวาดและออกแบบลวดลายเหล่านี้  ส่วนฝีมือการปักเป็นของ Luigi Massi หัวหน้าช่างตัดเสื้อจาก Atelier Versace โจลี่บอกว่า " Luigi เป็นเหมือนครอบครัวของฉัน และฉันคิดไม่ออกจริงๆว่า ใครจะมาทำชุดแต่งงานของฉันได้ ถ้าไม่ใช่เขา เขารู้วิธีดูแลเด็กๆ และรู้วิธีที่จะทำให้ภาพวาดอยู่บนชุดของฉัน " ทั้งคู่ตกลงปลงใจแต่งงานกันหลังจากคบกันมาได้ 9 ปี และมีลูกถึง 6 คน  ทั้งคู่บอกว่า " วันนี้เป็นวันที่มีความสุข  เพราะงานเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ยิ่งไปกว่านั้นคือเราทั้งคู่ได้แชร์ความสุขเหล่านี้ไปให้ลูกๆของเราด้วย"  เรียกได้ว่าเป็นชุดแต่งงานที่ไม่มีใครเหมือนเลยจริงๆ และโจลี่ก็มีความสุขในวันแต่งงานของเธอ กับทั้งสามี และลูกๆ ทั้งหลายของเธอ  ทาง Women Mthai ก็ขอแสดงความยินดีกับคู่รักทรหดคู่นี้ด้วยนะค้าาา  เรียบเรียงโดย Women Mthai Team  ภาพจาก Hollywood life 

สื่อนอกจิกกัดชี้ ฟาน กัล มาไม่กี่เดือดผลาญเงินผีเกือบเท่าป๋า
ฟาน กัล /  ฟุตบอล / 

มาแล้วหนึ่งดอกกับการจิกกัดผสมแดกดันของเหล่าบรรดาสื่ออังกฤษที่ออกมาเปรียบเทียบการใช้เงินของสองผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด รุ่นขึ้นหิ้งอย่าง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กับ หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือชาวดัตช์คนใหม่ โดยกราฟฟิคแสดงให้เห็นว่าตลอดการทำงานที่โอลด์แทฟฟอร์มตลอด 26 ปี ของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน นั้นใช้เงินซื้อแข้งเข้ามาเสริมทัพไป 222.7 ล้านปอนด์ ส่วน หลุยส์ ฟาน กัล ที่เข้ามารับงานกุนได้เพียงไม่กี่เดือนผลาญเงินไปแล้วกว่า 141.7 ล้านปอนด์ ซึ่งเงินจำนวน 222.7 ล้านปอนด์ ที่ เซอร์ อเล็กซ์ ใช้จ่ายไปนั้นสร้างความสำเร็จมากมาย ไล่เรียงตั้งแต่ แชมป์พรีเมียร์ ลีก 13 สมัย แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 สมัย เอฟเอคัพ 5 สมัย และอีกมาก แต่ทางด้าน หลุยส์ ฟาน กัล ยังไม่สามารถหาชัยชนะได้เลยเก็บได้เพียง 2 คะแนนในลีก พร้อมกับกระเด็นตกรอบ แคปิตัลวันคัพไปแล้วจากการพ่ายแพ้ เอ็มเคดอนส์ถึง 4-0 นอกจากนี้ การเสริมทัพของ ฟาน กัล ก็อาจจะไม่ถูกใจแฟน แมนฯ ยูไนเต็ด เท่าไหร่เพราะเงินที่เสียไปส่วนใหญ่ตกไปอยู่กับนักเตะเกมบุก ส่วนกองหลังที่ซื้อมาก็ถนัดเท้าซ้ายเหมือนกันหมดอีกด้วย

อุตรดิตถ์-พิษณุโลกอ่วม ฝนถล่มน้ำป่า รุนแรงสุดรอบ 50 ปี
ดินโคลนทะลัก /  น้ำท่วม / 

อุตรดิตถ์-พิษณุโลกอ่วม ฝนถล่มหนัก 3 วัน ซ้ำเจอน้ำป่าไหลหลาก  น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่  อีกทั้งดินโคลนทะลักเข้าบ้านเรือนจำนวนกว่า 100 หลังคาเรือน สูงกว่า 1 เมตร ชาวบ้านเร่งเก็บทรัพย์สินแต่ไม่ทัน ทั้งยังท่วมยุ้งฉางเก็บข้าวเปลือก คาดรุนแรงสุดในรอบ 50 ปี หลังจากเกิดฝนตกหนักติดต่อกันเป็นเวลา 3 วัน ส่งผลทำให้เกิดเหตุน้ำป่าจากพื้นที่เขาลำห้วยไพร ไหลเข้าท่วมพื้นที่บ้านกกต้อง หมู่ 3 และบ้านฟากนา หมู่ 7 อ.ฟากท่า จ.อุตรดิตถ์ อีกทั้งมีดินโคลนทะลักเข้าบ้านเรือน ราษฎรได้รับความเดือดร้อนนาข้าวและไร่ข้าวโพดเสียหายกว่า 100 ไร่ ทั้งนี้น้ำป่าได้พัดพาเศษไม้และซากปรักหักพัง ลงมากองรวมกันที่บริเวณสะพานบ้านกกต้อง ซึ่งเป็นถนนเชื่อมต่อระหว่างบ้านนาไพรกับบ้านกกต้อง ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องทำการเร่งขนซากเศษไม้ออก เนื่องจากขวางเส้นทางน้ำและเศษซากไม้อาจดันทำให้สะพานพังลง โดยหน่วยงานจากทหารในสังกัดกรมทหารม้าที่ 2 จังหวัดทหารบกอุตรดิตถ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 314 พร้อมด้วย กำลังเจ้าหน้าที่จากองค์การบริหารส่วนตำบลฟากท่า กว่า 100 นาย เร่งเข้าช่วยเหลือ ส่วนพื้นที่ในจ. พิษณุโลก หลังจากที่มีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ทำให้น้ำล้นตลิ่ง มีน้ำป่าหลากเข้าท่วมหมู่บ้าน นาข้าว และไร่ข้าวโพด ใน 2 อำเภอ คือ บ้านร่มเกล้า หมู่ 11 ต.ชมพู อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลกโดยเฉพาะที่ สพป.พล.3 อ.วัดโบสถ์ กระแสน้ำได้ไหลเข้าท่วมทั่วบริเวณตัวอาคาร ในขณะที่ถนนเข้าหมู่บ้าน มีกระแสน้ำไหลผ่านสูงกว่า 50 ซม และบ้านน้ำคบ หมู่ 4 ต.บ้านยาง อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก มีน้ำป่าหลากเข้าท่วมหมู่บ้าน อีกทั้งนาข้าวและไร่ข้าวโพด ก็มีน้ำท่วมได้รับความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง และที่หมู่ 4 ต.วังพิกุล อ.วังทอง จ.พิษณุโลก เกิดน้ำท่วมหนักจนทำให้พระงดภารกิจบิณฑบาตในตอนเช้า เพื่อเก็บข้าวของขึ้นไว้ที่สูง โดยศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยพิษณุโลก ประสานไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนเป็นการเร่งด่วน ส่วนความเสียหายอยู่ระหว่างสำรวจ

ครม.ชุดใหม่ /  อภิสิทธิ์

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุนายกรัฐมนตรีต้องพิสูจน์ตัวเอง พร้อมพาครม.ชุดใหม่เดินหน้าขับเคลื่อนประเทศ ชี้ประชาชนจับตาการปฏิรูปและมาตรการปราบปรามคอร์รัปชั่น        นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ว่า โจทย์ที่ทุกคนตั้งไว้กับรัฐบาลชุดนี้คือ 1.การปฏิรูปประเทศ และ 2.มาตรฐานปราบปรามเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือนายกรัฐมนตรีจะต้องรับผิดชอบในเรื่องนี้ และคงต้องพิสูจน์ตัวเองว่าเมื่อท่านเป็นผู้ยึดอำนาจ และรับผิดชอบทุกอย่าง ท่านจะต้องเป็นคนขับเคลื่อน ณวันนี้ต้องยอมรับว่าประชาชนพึงพอใจกับการยึดอำนาจ เพราะ คสช.ได้เข้ามาแก้ปัญหาให้ประชาชนในหลายเรื่อง ทั้งการจ่ายเงินเกษตรกร ชาวนา การจัดการกับอิทธิพลเถื่อนต่างๆ  ซึ่งขณะนี้ผ่านมา 3 เดือน หากที่ผ่านมาไม่สามารถทำให้บ้านเมืองสงบ ไม่สามารถเดินหน้าหลายๆ เรื่อง ความพึงพอใจก็จะลดลงไป       นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ครม.สุดท้ายแล้วจะต้องมีการวัดกันที่ผลงาน แต่เชื่อว่านายกฯ มั่นใจในบุคคลที่ได้วางลงไปในตำแหน่ง และจะสามารถควบคุม ขับเคลื่อนทิศทางให้เป็นไปในทางที่คิดว่าทำได้ ส่วนการเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี หากเป็นภาคเอกชน ทุกคนคงยอมรับในความสามารถอยู่แล้ว แต่ตนมีความเป็นห่วงในส่วนของภาคราชการที่เข้ามารับตำแหน่ง เพราะหากเป็นการขับเคลื่อนงานตามปกติ เชื่อว่าทำได้ดีอยู่แล้ว แต่งานราชการกับงานนโยบายจะแตกต่างกัน       สำหรับการบริหารอีก 1 ปีจากนี้ไป ก็ต้องมีการตัดสินใจเชิงนโยบายเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ส่วนที่หลายคนมองว่า การเข้ามารับตำแหน่งของส่วนราชการ เป็นการสวมหมวก 2 ใบนั้น ต้องดูว่าภาระงานมากน้อยแค่ไหน      นายอภิสิทธิ์ระบุด้วยว่าอยากให้ผู้มีอำนาจมีความโปร่งใสในการทำงาน ทำให้ประชาชนได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารในเบื้องต้น จากนั้นต้องเปิดกว้างให้ประชาชน หรือสื่อมวลชนมีสิทธิในการแสดงความคิดเห็น และสามารถตรวจสอบได้หากไม่มีการตรวจสอบก็จะสุ่มเสี่ยงต่อการนำอำนาจไปใช้ในทางที่ผิด MThai News

ละครภพรัก , เรื่องย่อภพรัก
ละครภพรัก /  ละครภพรัก ช่อง 3 / 

เรื่องย่อละครภพรัก ความตาย.. อาจเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ แต่สำหรับ “เธอ” .. การดับสูญที่ยิ่งใหญ่นำมาซึ่งความผูกพันล้ำค่าบนโลกใบสวย .. ความรักระหว่าง “เธอ” และ “เขา” อาจเป็นไปไม่ได้หากแต่ใน “ภพรัก”…ความสุขในความรักระหว่างเขาและเธอ สดใสและงดงามเสมอ หมวดเหยี่ยว เป็นลูกชายคนเดียวของ วิหค นายตำรวจมือปราบที่เลื่องชื่อในอดีต เหยี่ยวกำพร้าพ่อและแม่มาตั้งแต่เล็กเพราะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมกัน ด้วยสาเหตุที่หลายคนยังตั้งข้อสงสัย วิหคเป็นตำรวจน้ำดีที่หลายคนให้การยกย่อง ทำงานตรงไปตรงมาแบบยอมหักไม่ยอมงอ แต่แล้วจู่ๆ ต้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนปริศนาที่คนขับชนแล้วหนี เหยี่ยวอาศัยอยู่ในชุมชนริมน้ำหลังวัดเก่ากับ ยายนวล ยายตาบอดอารมณ์ดี จิตใจแจ่มใส ชอบทำบุญอยู่ในศีลในธรรม มีข้อเดียวที่ยายนวลผิดศีลอย่างเลิกไม่ได้คือต้องเล่นหวยอยู่เป็นนิจ และยายนวลก็เหมือนมีพรายกระซิบทุก 15 วัน ??? ตั้งแต่เหยี่ยวเล็กจนโต.. ยายนวลถูกหวยงวดเว้นงวด !!! เหยี่ยว มุ่งมั่นเรียนจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จนสอบเข้าทำงานในสำนักงานสืบสวนพิเศษได้ หากแต่ในวิชาชีพตำรวจเหยี่ยวกลับทำไม่ได้ดีเหมือนพ่อ คดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบมักมีข้อผิดพลาดไม่ราบรื่น ยิ่งโดนเปรียบ เทียบกับพ่อ.. เหยี่ยวยิ่งทำงานพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งหลังผู้ต้องหาในคดีค้ายาเสพติดต้องรอดคดีไปได้อย่างลอยนวล เพราะการสอบสวนแบบถึงลูกถึงคนของแหยี่ยวโดนบันทึกภาพผ่านโทรศัพท์มือถือของ ทนายผู้ต้องหา และการนำสืบชี้นำไปที่เหยี่ยวขาดวุฒิภาวะในการควบคุมอารมณ์ ข่มขู่ผู้ต้องหาให้รับสารภาพ หมวดเหยี่ยวถูกคาดโทษจากผู้บัญชาการว่าจะต้องถูกย้ายหากมีข้อผิดพลาดอะไร เกิดขึ้นอีก !!! ดูเหมือนชีวิตของหมวดเหยี่ยวกำลังรอคอยใครบางคน ใครบางคนที่จะเติมเต็ม.. ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น คืนวันหนึ่งขณะหมวดเหยี่ยวออกจากสำนักงานสืบฯ กำลังจะขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางเขารู้สึกแปลกๆ ในจิตใจคล้ายมีคลื่นพลังงานบางอย่างเข้ามากระทบในโสตสัมผัส เมื่อเลี้ยวรถตรงทางแยกหน้าปากซอย เขาพบรถสปอร์ตเกิดอุบัติเหตุตกบึงน้ำขนาดใหญ่ที่ข้างทาง เมื่อ กองพิสูจน์หลักฐานดึงรถยนต์คันงามขึ้นมา.. ทุกคนต้องแปลกใจเพราะภายในรถว่างเปล่า !! ไม่ปรากฏร่างเจ้าของรถผู้ขับขี่ ตำรวจตรวจดูโดยรอบแล้วไม่พบศพผู้เสียชีวิต !!! ขณะ เหยี่ยวช่วยตำรวจท้องที่กันบรรดาไทยมุงออกมาจากพื้นที่ เขาสะดุดสายตาเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางต่างจากชาวบ้านแถบนั้นโดยสิ้นเชิง เงอะๆ งะๆ จนเกือบจะเข้าไปในเขตห้ามเข้า เหยี่ยวต้องเอ่ยปากไล่ไม่ให้เข้ามาวุ่นวายในพื้นที่ เดี๋ยวจะเป็นการทำลายหลักฐานสำคัญ หญิงสาวคนนั้นสะดุ้งสุดตัวก่อนจะเดินหนีออกไป ก่อนขับรถกลับบ้าน เหยี่ยวพบสร้อยคอพร้อมล็อกเก็ตรูปหัวใจตกอยู่ข้างรถ เขาหยิบล็อกเก็ตเส้นนั้นและนำกลับไปบ้านด้วยอย่าง เผลอตัว ความแปลกประหลาดเริ่มบังเกิดขึ้นกับเหยี่ยวนับตั้งแต่วินาทีนั้น.. ตอนกลับบ้าน เสียงหมาวัดแถวนั้นต่างพากันประสานเสียงหอนกันระงมราวกับเห็นผี ! ยายนวลที่ตาบอดยังร้องทักว่าเหยี่ยวพาเพื่อนมาเที่ยวบ้านทำไมไม่บอก จะได้หาข้าวหาปลาให้ทาน มิวายที่เหยี่ยวจะปฏิเสธ แต่ยายนวลกลับไม่เชื่อเถียงคอเป็นเอ็นหาว่าหลานชายแอบเอาสาวเข้าบ้านโดยไม่ บอกให้ยายรู้ จนเหยี่ยวต้องเรียก จ่านกน้อย ตำรวจคู่หูที่อยู่ข้างบ้านมายืนยันว่าไม่มีใครมาด้วย ยายนวลถึงจะเชื่อและเรียกจ่านกน้อยไปขูดต้นกล้วยหลังวัดด้วยกันอย่างออกรส ตามประสาคนบ้าหวยด้วยกัน จ่านกน้อยเป็นตำรวจที่มีอดีตไม่น่าจดจำ บ้าหวยทำตัวไร้สาระก็เพื่อลบปมเศร้าสะเทือนใจในชีวิต เมื่อ 5 ปีที่แล้ว.. นกยูง ลูกสาววัยรุ่นของจ่านกน้อยเสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาด เพราะพ่อบ้างานจนไม่มีเวลาให้ หลังเสียลูกสาวไม่นานเมียก็ต้องเสียชีวิตตามไปอีกคน เพราะโดนคนเมายาบ้าจับเป็นตัวประกัน แล้วจ่าเข้าไปช่วยไม่ทัน นับตั้งแต่นั้น.. ชีวิตจ่านกน้อยก็ไร้แก่นสาร ทำงานไปแบบวันเติมวัน เหมือนกำลังรอวันลาโลก!!! ย่ำ รุ่งคืนวันนั้นเอง เหยี่ยวกลับได้ยินเสียงร้องสะอื้นไห้อย่างน่าสงสารในสวนหลังบ้าน เหยี่ยวพบกับหญิงสาวคนเดียวกับเมื่อตอนหัวค่ำ เธออยู่ในชุดขาวสวยเฉี่ยวทันสมัย ร้องไห้พลางบอกว่าไม่มีที่ไป ไม่มีใครเห็นเธอเลยนอกจากเหยี่ยว ภาพหญิงสาวค่อยๆ จางหายไป .. พร้อมๆ กับพระอาทิตย์ที่กำลังโผล่ขึ้นพ้นขอบฟ้า !หมวดเหยี่ยวอึ้งแทบไม่เชื่อภาพที่ปรากฏต่อสายตา เขาพบกับผีสาว ! ตัวจริง ! เสียงจริง ! เช้าวันรุ่งขึ้น.. เหยี่ยวตื่นแต่เช้ามาใส่บาตรกับ หลวงตาเคี้ยง เขาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง หลวงตาฟังไปพร้อมกับตาลุกด้วยความตื่นเต้น อรรถาธิบายว่าผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นวิญญาณที่เพิ่งออกจากร่าง เพราะเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหัน วิญญาณจึงยังล่องลอยไม่มีที่พึ่ง พออธิบายเสร็จ หลวงตาเคี้ยงก็รีบให้ศีลให้พร จ้ำอ้าวๆ กลับกุฏิแทบไม่ทัน สมดังคำล่ำลือว่าหลวงตาเคี้ยงไม่ค่อยถูกชะตากับพลังงานลึกลับ ?!?!? ทุกวันเมื่อไปทำงานสำนักงานสืบฯ เหยี่ยวต้องปะทะคารมอย่างรุนแรงกับ ผบ.สงคราม ที่จ้องจับผิดตลอดเวลา แม้ผบ.สงครามจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับพ่อ แต่ความจริงที่เหยี่ยวไม่รู้ก็คือ.. สงครามไม่ได้เป็นเพื่อนกับวิหค แต่เป็นคู่แข่งกันมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยเรียนจนทำงานตำรวจ แข่งกันทุกครั้งสงครามก็แพ้วิหคทุกครั้ง .. หนำซ้ำการเสียชีวิตของวิหค ยังมีข่าวลืออีกว่าเป็นเพราะกำลังทำงานลับบางอย่างแข่งกับสงคราม จึงต้องเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ล่า สุดกับคดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบ.. จับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่น เขาเกือบทำพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย เมื่อไว้ใจทิ้งหลักฐานวิดีโอการซื้อขายยาที่จะมัดตัวจอมบงการไว้กับสายสืบ นักข่าวคนหนึ่งที่แปรพักตร์เพราะโดนข่มขู่จากเจ้าพ่อ โชคดีที่ขณะจะกลับ เสียงผีสาวมาบอกให้ไปจับคนร้ายเสียก่อน เหยี่ยวจึงทำงานสำเร็จ ได้รับคำชมเชยเป็นครั้งแรกจาก ผบ.สงคราม คืน วันนั้นเหยี่ยวออกมาที่ต้นลำดวนหลังบ้าน เรียกหญิงคนนั้นเพื่อสอบถามเรื่องราวทั้งหมด วิญญาณสาวคนเดิมออกมาตามเสียงเรียก เธอเรียกตัวเองว่า “น้ำ” แต่จำอะไรไม่ได้เลยนอกจากชื่อ น้ำริน ของตัวเอง น้ำ รินไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องตามเหยี่ยวมาที่นี่ รู้แต่ว่าเธอต้องตามติดเหยี่ยวไปในทุกที่.. เพียงแต่ในช่วงกลางวันเหยี่ยวจะมองไม่เห็นร่างของเธอเท่านั้น ตั้งแต่ นั้นความโกลาหลในชีวิตเหยี่ยวจึงบังเกิด ?!? หมวดเหยี่ยวประสาทเสียที่จู่ๆ ก็มีวิญญาณสาวสวยคอยติดตามไปทุกที่ แม้ในเวลาที่ต้องเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ และ เวลานอน ?!? หนำซ้ำยายนวลยังเป็นอีกคนที่ได้ยินเสียงเหยี่ยว กับน้ำรินคุยกันบ่อยๆ เหยี่ยวเดาเอาเองจากการที่ยายถูกหวยทุกงวดว่าน่าจะเป็นเพราะยายมีสัมผัสที่ หก ได้ยินเสียงพรายกระซิบเป็นประจำ จึงไม่แปลกที่ยายจะได้ยินเสียงน้ำรินเช่นเดียวกับเขา เหยี่ยวโกหก ยายนวลว่าน้ำรินเป็นพยานปากเอกที่เขาได้รับมอบหมายจากสำนักงานสืบฯ ให้นำตัวมาเก็บไว้ โดยใช้บ้านเหยี่ยวเพื่อเป็นเซฟเฮ้าส์ ยายนวลจึงคลายใจหันมาคุยกับน้ำรินวิญญาณสาวอย่างออกรสด้วยนึกว่าหล่อนเป็นคน เมื่อเวลาผ่านไป.. การสนิทสนมกับน้ำรินทำให้ชีวิตยายนวลมีชีวิตชีวามากขึ้น น้ำรินเป็นผีสาวความจำเสื่อมที่อารมณ์ดี มองโลกสดใสในทางบวก ความทรงจำน้ำรินเริ่มกลับมาทีละน้อยๆ เธอจำได้ว่าตัวเองมีฝีมือในการทำขนมไทยอย่างหาตัวจับยาก ตั้งแต่นั้นบ้านหลังน้อยของหมวดเหยี่ยวจึงเกิดกิจกรรมพิเศษของสองคู่ซี้ต่าง วัยและต่างภพ ทำขนมไทยสารพัดชนิดเพื่อเป็นรายได้เสริม ขนมไทยแสนอร่อยของยายนวลเป็นที่นิยมชมชอบของคนในชุมชนมากขึ้นเรื่อยๆ ยาย นวลชวนจ่านกน้อยคู่ซี้มาทำขนมด้วยกันในตอนค่ำ เพื่อละเลิกจากกิจกรรมขี้เมาบ้าหวย สร้างความสนุกสนานและเพลิดเพลินให้กับจ่าไม่น้อย แต่จ่านกน้อยกับชาวบ้านแถบนั้นรวมไปถึงหลวงตาเคี้ยงยังไม่วายต้องผวาไปกับ เสียงแปลกๆ ยามค่ำ และพฤติกรรมเหมือนกำลังคุยกับผีของยายนวลอยู่เนืองๆ สินค้าขนมไทยของยายนวลในชุมชน ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก ธารา นักธุรกิจสาวที่ผันตัวเองจากโลกธุรกิจ มาทำมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ ธาราต้องนั่งรถเข็นจากการเกิดอุบัติเหตุเมื่อปีก่อน ตั้งแต่นั้นธาราจึงอุทิศตัวเองเพื่อสังคม หันหลังให้กับโลกธุรกิจปล่อยให้เป็นหน้าที่ผู้บริหารมืออาชีพ ส่วนตัวเองหันมาทำงานเพื่อสังคมส่วนรวม เมื่อน้ำรินเห็นหน้าธารา.. เธอรู้สึกแปลกๆ เหมือนรู้จักผู้หญิงคนนี้เป็นอย่างดี แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกว่าเคยพบกันที่ไหน ได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ ดูเหมือนวิญญาณน้ำรินกำลังทำความดีชดเชยกับเรื่องราวในอดีตที่เธอยังจำไม่ได้ น้ำรินไม่รู้เลยว่าในตอนมีชีวิตอยู่ เธอมีส่วนทำให้นกยูงลูกสาวจ่านกน้อยเสียชีวิต เพราะ เสพยาเกินขนาด!! วันหนึ่งน้ำรินมีโอกาสเห็นรูปนกยูงโดยบังเอิญ เธอจำได้ทันทีว่าเด็กสาวคนนี้ เคยทำงานพาร์ทไทม์กับเธอที่ใดที่หนึ่งเกี่ยวกับการทำขนม ยิ่งไปกว่านั้น..น้ำรินจำได้ว่าเด็กสาวคนนี้เสียชีวิตเพราะเธอเฉยเมย ไม่ยอมช่วยนกยูงที่เอ่ยปากขอเบี้ยเลี้ยงล่วงหน้า ทำให้นกยูงเข้าสู่วังวนของการส่งยา ค้ายา จนถึงขั้นนกยูงโดนฆ่าตายเพราะคนร้ายต้องการปิดปากเรื่องเครือข่ายค้ายาฯ นกยูงโดนจัดฉากว่าเสพยาเกินขนาด เธอพยายามทำทุกวิถีทางให้ชีวิตของจ่านกน้อยดีขึ้น หลัง จากนั้นเป็นต้นมา เหยี่ยวกับน้ำรินยิ่งใกล้ชิดผูกพันกันมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งสนิทสนม ยิ่งทำให้ทั้งคู่กลายเป็นส่วนผสมของความกุ๊กกิ๊กอลวนที่ลงตัว น้ำรินแสดงถึงความเป็นคุณหนูไฮโซให้เห็นมากขึ้น เธอทั้งซุกซน ซุ่มซ่าม และเผลอเอาแต่ใจตัวเอง น้ำรินขอร้องให้ เหยี่ยวช่วยสืบหาว่าเธอเป็นผีมาจากไหน มีประวัติความเป็นมายังไง .. เหตุใดเธอจึงยังไม่ไปผุดไปเกิดซะที แต่แล้ววันหนึ่งน้ำรินก็ได้พบกับ ป้าปริก วิญญาณอีกดวงนึงที่ดูเหมือนเป็นวิญญาณที่ความอารมณ์ดี ป้าปริกสอนให้น้ำรินกลายเป็นวิญญาณคุณภาพ สามารถควบคุมให้สิ่งของต่างๆ เคลื่อนที่ได้ น้ำรินสามารถหยิบจับของต่างๆ และรับรู้ความรู้สึกในการสัมผัสได้ราวกับมีเลือดเนื้อเหมือนมนุษย์ ต่างกันเพียงว่าไม่มีใครมองเห็นเธอได้… นอกจากเหยี่ยวเพียงคนเดียว และการที่รู้สึกและหยิบจับของต่างๆ ได้เหมือนมนุษย์นี่เอง ที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำรินกับเหยี่ยวออกอาการกุ๊กกิ๊กแนบแน่นมาก ขึ้นกว่าเดิม เพราะเหยี่ยวมักเผลอโอบคอน้ำรินเหมือนเคยๆ ทุกครั้งเพราะไม่เคยทำได้สักที แต่มาวันนี้กลับกลายเป็นรู้สึกได้ว่าเขากำลังกอดคอหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งยิ่งทำให้ทั้งคู่เขินอายและต้องระวังตัวระหว่างกันมากยิ่งขึ้น น้ำ รินมีโอกาสช่วยเหลือเหยี่ยวในการทำงานสำนักงานสืบฯ หลายครั้ง คดีสำคัญก็คือ.. เหยี่ยวสามารถคลี่คลายคดียาเสพติดในหมู่วัยรุ่นได้ เขาจับตัวการที่โยงใยทำให้นกยูงลูกสาวของจ่านกน้อยตาย จ่านกน้อยมีจิตใจดีขึ้นมากขึ้น เพราะความจริงปรากฏชัดว่านกยูงไม่ได้เสพยาเกินขนาดจนตาย แต่เธอตายเพราะต้องการเปิดโปงเครือข่ายค้ายา นกยูงตายเพื่อความถูกต้องในสังคม สมกับเป็นลูกสาวตำรวจอย่างจ่านกน้อย จ่านกน้อยเลิกขี้เมา บ้าหวย หันมาใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ อุทิศตนเองให้กับชุมชนฯ เหยี่ยว เหมือนเป็นนายตำรวจพรายกระซิบ ทำงานสำคัญๆ สำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ น่าแปลกที่ทุกครั้ง ที่น้ำรินช่วยเหยี่ยวคลี่คลายคดีสำคัญได้ ความทรงจำของเธอจะกลับมาหนึ่งอย่างเสมอ เหมือนการช่วยแก้ไขคดีแต่ละคดีเป็นการทดแทนการทำความผิดพลาดในอดีตหมวดแนน แฟนเก่าของเหยี่ยว กลับมาคลุกคลีกับเหยี่ยวอีกครั้ง จนน้ำรินเริ่มหึง ซึ่งเหยี่ยวเริ่มจับสังเกตได้ ภพธร กับนับดาว ยังไม่หยุดแผนที่จะฆ่าธารา จนสงครามเริ่มสงสัยในตัวภพธร จึงพาธาราไปซ่อนตัวที่เซฟเฮ้าส์ โดยให้เหยี่ยวตามไปดูแล คุ้มครองธารา ที่นั่นเอง สงครามได้แสดงความรักที่มีต่อธารามาอย่างช้านาน แต่ธาราปฎิเสธ เพราะไม่อยากผิดต่อพ่อของน้ำริน ซึ่งเป็นเพื่อนรักของสงครามนั่นเอง ถนนทางเข้าเซฟเฮ้าส์ คือถนนที่ครั้งหนึ่ง เหยี่ยว เคยนั่งรถมาพร้อมกับพ่อและแม่ และที่นี่เอง เหยี่ยวได้สูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปกับอุบัติเหตุ ทุกครั้งที่เหยี่ยวขี่จักรยานผ่านจุดเกิดเหตุ เขาก็อดนึกถึงอดีตอันเจ็บปวดไม่ได้ น้ำรินซึ่งติดตามเหยี่ยวมาด้วย พยายามพูดให้กำลังใจ ให้เหยี่ยวต่อสู้กับอดีตอันเลวร้ายให้ได้ ทำให้เหยี่ยวรู้สึกเข้มแข็งขึ้นเมื่อได้อยู่กับน้ำรินน้ำรินเองก็รู้สึกคุ้นหน้าธารามาก แต่ยังนึกเหตุการณ์ในอดีตไม่ได้สักที จำได้แต่ว่า ก่อนตายเธอใกล้มีความสุขที่สุดในชีวิต .. น้ำรินกำลังจะแต่งงาน !!! แล้วจู่ๆ สร้อยล็อตเก็ตรูปหัวใจก็ตกลงจากลิ้นชักโต๊ะทำงานของเหยี่ยว เหยี่ยวระลึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองเผลอหยิบมาจากริมบึงที่มีรถจมน้ำ.. ต้องเป็นเพราะล็อคเก็ตรูปหัวใจแน่ๆ น้ำรินถึงมาติดอยู่กับเขาแบบนี้ !!! เหยี่ยว สืบเรื่องของน้ำรินโดยเริ่มจากคดีรถสปอร์ตจมหายไปในน้ำ ตามไปถึงบ้านใหญ่โตของเจ้าของรถ ในที่สุดเหยี่ยวจึงรู้ว่าน้ำรินคือเจ้าของรถคันนั้น เป็นลูกสาวคนเดียวของ ธารา เศรษฐีนีแม่ม่ายเจ้าของเครือโรงแรมสตาร์ออฟสยาม เครือข่ายโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันนี้ ความจริงแล้วน้ำรินเป็นลูกสาวของคุณธารา สาวใหญ่ใจดีเจ้าของมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ วิญญาณเธอได้พบกับแม่ เพียงแต่เธอจำแม่ไม่ได้ เหยี่ยวปักใจเชื่อว่าคนที่น่าสงสัยที่สุดเห็นจะเป็น ภพธร นักธุรกิจหนุ่มผู้เป็นทั้งพี่ชายบุญธรรม ผู้บริหารเครือโรงแรมนี้ทั้งหมด และเป็นอดีตคู่หมั้นของน้ำริน ภพธรคือคนที่น่าสงสัยที่สุด เมื่อ ตอนมีชีวิตอยู่.. น้ำรินเติบโตมากับภพธรผู้เป็นเหมือนพี่ชาย ภพธรเป็นลูกชาย นุติ อดีตเจ้าของเดอะสตาร์ออฟสยาม ที่ฆ่าตัวตายเพราะทำธุรกิจผิดพลาดจนต้องให้ ธารา แม่ของน้ำรินเข้าซื้อกิจการ แต่มีข่าวลือในวงธุรกิจ.. ความจริงแล้วนุติฆ่าตัวตายเพราะทนไม่ได้ที่โดนธาราโกงจนหมดตัว ธารารู้สึกผิด.. จึงส่งเสียเลี้ยงดูภพธรเป็นลูกบุญธรรม ให้เติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กับน้ำรินลูกแท้ๆ ธาราเดินไม่ได้เพราะได้รับอุบัติเหตุจากการขับรถเมื่อปีก่อน ทำให้อำนาจการบริหารโรงแรมทั้งหมดอยู่ในมือของภพธรลูกบุญธรรมซึ่งกำลังจะ แต่งงานกับน้ำริน และธารารู้สึกผิดกับบาปที่ตัวเองสร้างไว้ในอดีต เธอจึงหันมาทำมูลนิธิช่วยเหลือคนด้อยโอกาสในสังคม ต้องการไถ่บาปสร้างความดีเพื่อชดเชยกับสิ่งที่ตัวเองเคยกระทำไว้ในอดีต น้ำ รินขอบคุณเหยี่ยวและขอให้พาเธอไปสถานที่แห่งหนึ่งเป็นครั้งสุดท้าย เป็นบ้านสวนริมน้ำของ นับดาว ผู้หญิงที่เป็นเพื่อนรักของเธอมาตั้งแต่เด็ก นับดาวเป็นเหมือนเพื่อนคู่หูน้ำรินมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมเรื่อยมาจน กระทั่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยและจบการศึกษา เธอเป็นเหมือนเพื่อนรัก… หากแต่ซ่อนปมความคิดอิจฉาริษยาเพื่อนที่เพียบพร้อมไปทุกอย่างอย่างน้ำรินมา ตลอด นับ ดาวกำลังอยู่กับภพธรฉันท์สามีภรรยา จากคำพูดที่ทั้งสองกำลังปรึกษากัน น้ำรินจึงรู้ว่าทั้งสองแอบคบกันมานานแล้ว เพราะปมชีวิตของนับดาวที่ไม่อาจจะสู้น้ำรินได้ตลอดมา ทำให้นับดาวคิดแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับน้ำรินโดยน้ำรินไม่รู้ตัว สิ่งที่นับดาวเอาชนะน้ำรินได้อย่างเด็ดขาดคือการพิชิตหัวใจของภพธร เพราะภพธรโกรธแค้นครอบครัวของน้ำรินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งสองตั้งใจจะฮุบกิจการโรงแรมของธาราโดยเร็วที่สุด ทั้งเพื่อแก้แค้นให้ภพธรและเพื่อตัวของพวกเขาเอง.. นับดาวเป็นคนวาง แผนบงการทำให้ธาราต้องพิการ และวางแผนฆ่าน้ำรินก่อนการแต่งงานจะเกิดขึ้น !!! น้ำรินมีโรคประจำตัวที่ต้องทานยาเป็นประจำทุกวัน ภพธรแอบเปลี่ยนยาทำให้น้ำรินหมดสติ ขับรถตกบึงน้ำขนาดใหญ่ ก่อนจะอำพรางนำศพของเธอไปเผาทิ้ง ทำให้น้ำรินกลายเป็นบุคคลหายสาปสูญไปเพื่อทำลายหลักฐาน !!! นับดาวกับภพธรแอบเปิดประตูให้คนร้ายเข้าไปในคฤหาสน์ของธารา แต่ขณะที่กำลังจะทำอันตรายธารา เหยี่ยวกับน้ำรินเดินทางมาช่วยธาราได้ทันเวลา นับดาวกับภพธรถูกตำรวจจับ…และถูกลงโทษตามความผิดที่ตัวเองกระทำ ฐานทำร้ายน้ำรินถึงแก่ความตาย เวลานี้ภารกิจของน้ำรินดูเหมือนจะเสร็จสิ้นแล้ว พลังงานภายในวิญญาณของเธออ่อนแรงลง น้ำ รินรู้สึกว่าดวงวิญญาณของเธออาจดับสูญภายในคืนนี้.. เธอรวบรวมพลังงานทั้งหมดเท่าที่เหลืออยู่ ปรากฏกายให้เหยี่ยวเห็นเป็นครั้งสุดท้าย แม้ช่วงเวลาที่น้ำรินจะอยู่กับเหยี่ยวมีเพียงช่วงสั้นๆ หากแต่ความผูกพันในช่วงเวลาอันน้อยนิดระหว่างเธอกับเขา แนบแน่นจนกลายเป็น “ความรัก” ไปเสียแล้ว … เช่นเดียวกับเหยี่ยวที่รู้ใจตัวเองว่ารัก น้ำริน.. วิญญาณ สาวที่กำลังจะดับสลายไปในอีกไม่กี่วินาทีต่อจากนี้ เหยี่ยวอยากจะอ้อนวอนขอให้น้ำรินอยู่กับเขาตลอดไป แต่เขารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้…ไม่มีใครฝืนสัจธรรมการแตกดับนี้ไปได้ เหยี่ยวจึงตั้งจิตมั่นสัญญาไว้กับน้ำริน เขาจะรักเธอตลอดไป จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงความรักที่เขามีให้เธอ ทั้งสองจากกันด้วยน้ำตา… 18 ปีต่อมา… หมวดเหยี่ยวนายตำรวจหนุ่มไฟแรงจบใหม่ในอดีต.. กลายเป็นหนุ่มใหญ่ผู้บัญชาการสำนักงานสืบสวนพิเศษในปัจจุบัน เขามุ่งมั่นในการทำงานจนไม่มีเวลาเหลือให้กับใคร คนเก่าคนแก่ภายในสำนักงานสืบสวนฯ ต่างรู้ดีว่าผู้บัญชาการผู้นี้ยังคงมีอดีตรักฝังใจที่ยากจะลืมเลือน ผบ.เหยี่ยวไม่มีหัวใจจะรักใครได้อีกแล้ว.. จวบจนวันนี้…วันที่สำนักงานสืบสวนพิเศษได้มีโอกาสต้อนรับ น้ำค้าง นักข่าวหญิงเพิ่งจบใหม่จากรั้วมหาวิทยาลัย สาวนักข่าวที่ทันทีที่ผบ.เหยี่ยวเห็นหน้าแล้วต้องชะงักด้วยความตกใจ ฤาสัญญารักที่เขาเคยให้ไว้กับน้ำรินมีผลลัพธ์เกิดขึ้นแล้วในวันนี้… น้ำค้าง…มีใบหน้าบุคลิก ท่าทาง รอยยิ้ม เหมือนกับน้ำริน .. ราวกับเป็นคนๆ เดียวกัน !