ทำรัก

นี่แหละทายาทผี! เฟอร์กี้ เผยเฮียกัลคือกุนซือของกุนซือ
ทีมชาติฮอลแลนด์ /  ปีศาจแดง / 

อดีตผู้จัดการทีมที่กลายเป็นตำนานของ ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่าง ท่านเซอร์ เฟอร์กี้ ก็ได้ออกมายกยอง หลุยส์ ฟาน กัล ว่าคือผู้ที่เหมาะสมในการคุมทัพปีศาจแดง หลุยส์ ฟาน กัล ได้รับตำแหน่งกุนซือของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างเต็มตัวหลังจากที่เขาทำทีมชาติฮอลแลนด์ คว้าอันดับ 3 ในช่วงฟุตบอลโลก 2014  และจากการมาของเขาก็ได้เปลี่ยนแปลงนักเตะแบบแทบยกทีม กล้าที่จะรื้อระบบ ยกเครื่องใหม่หมด จนเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้ให้นิยามกับ หลุยส์ ฟาน กัล ว่า "เป็นกุนซือของกุนซือ" เลยทีเดียว ซึ่ง ฟาน กัล แสดงให้เห็นว่า นักเตะทุกคนควารที่จะได้เรียนรู้จากเขา จากเนื้อหาส่วนหนึ่งจากหนังสือชีวประวัติของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน " My Autobiography " ฉบับปรับปรุ่ง ได้กล่าวถึง หลุยส์ ฟาน กัล ไว้ว่า " ผมขอเรียกเขาว่าเป็น กุนซือของกุนซือ เขาเป็นหนึ่งในสุดยอดฝีมือ ฟุตบอลคือชีวิตของเขา ผมชอบหลุยส์และเป็นมิตรกับเขาเสมอ เขานั้นน่าเกรงขาม แรงกระตุ้นของเขาคือเกมลูกหนังอันเปี่ยมสเน่ห์ เขาชอบดูทุกอย่าง ทั้งการเล่นของลูกทีม, การซ้อม และทุกอย่างๆ รวมถึงการพัฒนาเยาวชน"

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

นี่แหละทายาทผี! เฟอร์กี้ เผยเฮียกัลคือกุนซือของกุนซือ
ทีมชาติฮอลแลนด์ /  ปีศาจแดง / 

อดีตผู้จัดการทีมที่กลายเป็นตำนานของ ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่าง ท่านเซอร์ เฟอร์กี้ ก็ได้ออกมายกยอง หลุยส์ ฟาน กัล ว่าคือผู้ที่เหมาะสมในการคุมทัพปีศาจแดง หลุยส์ ฟาน กัล ได้รับตำแหน่งกุนซือของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างเต็มตัวหลังจากที่เขาทำทีมชาติฮอลแลนด์ คว้าอันดับ 3 ในช่วงฟุตบอลโลก 2014  และจากการมาของเขาก็ได้เปลี่ยนแปลงนักเตะแบบแทบยกทีม กล้าที่จะรื้อระบบ ยกเครื่องใหม่หมด จนเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้ให้นิยามกับ หลุยส์ ฟาน กัล ว่า "เป็นกุนซือของกุนซือ" เลยทีเดียว ซึ่ง ฟาน กัล แสดงให้เห็นว่า นักเตะทุกคนควารที่จะได้เรียนรู้จากเขา จากเนื้อหาส่วนหนึ่งจากหนังสือชีวประวัติของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน " My Autobiography " ฉบับปรับปรุ่ง ได้กล่าวถึง หลุยส์ ฟาน กัล ไว้ว่า " ผมขอเรียกเขาว่าเป็น กุนซือของกุนซือ เขาเป็นหนึ่งในสุดยอดฝีมือ ฟุตบอลคือชีวิตของเขา ผมชอบหลุยส์และเป็นมิตรกับเขาเสมอ เขานั้นน่าเกรงขาม แรงกระตุ้นของเขาคือเกมลูกหนังอันเปี่ยมสเน่ห์ เขาชอบดูทุกอย่าง ทั้งการเล่นของลูกทีม, การซ้อม และทุกอย่างๆ รวมถึงการพัฒนาเยาวชน"

กรมคุมประพฤติ ทุ่ม 70 ล้าน ซื้อกำไลข้อเท้าเพิ่ม
กรมคุมประพฤติ /  กำไลข้อเท้าอิเล็กทรอนิกส์ / 

กรมคุมประพฤติ ทุ่มเงินกว่า 70ล้าน ซื้อกำไลข้อเท้าอิเล็กทรอนิกส์เพิ่ม 3,000 ชุด นางกรรณิการ์ แสงทอง อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยว่า ได้เช่ากำไลข้อเท้าอิเล็กทรอนิกส์ชุดใหม่กว่า 3,000 ชุด งบกว่า 70,000,000 บาท มาใช้ในงานคุมประพฤติผู้กระทำผิดตามคำสั่งศาล โดยที่ผ่านมาการใช้งานกำไลข้อเท้าอิเล็กทรอนิกส์เป็นเพียงโครงการนำร่อง 200 เครื่อง ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล แต่หลังจากนี้จะมีการขยายพื้นที่การใช้งานเพิ่มเติมเป็น 27 พื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อกระจายการใช้เครื่องมือเป็นตัวเลือกแทนการคุมขัง โดยกำไลข้อเท้าอิเล็กทรอนิกส์ชุดใหม่ได้เปลี่ยนมาใช้รูปแบบของสัญญาณดาว เทียมแทน คาดว่าจะใช้จริงได้ภายในสิ้นปีนี้ อีกทั้งปีนี้มีแนวคิดจะเสนอให้ใช้กำไลข้อเท้าอิเล็กทรอนิกส์ในคดีเกี่ยวกับการทำร้ายร่างกายระหว่างคนในครอบครัว เช่น สามีภรรยา ที่มีคดีทำร้ายร่างกายเพื่อกันไม่ให้ผู้ที่มีพฤติกรรมทำร้ายร่างกายมีโอกาส เข้าใกล้เหยื่อ หรือสุ่มเสี่ยงจะใช้ความรุนแรงอีก สำหรับสถิติการใช้งานที่ผ่านมาพบมีผู้กระทำผิดที่ศาลสั่งใช้กำไลข้อเท้า อิเล็กทรอนิกส์ 257 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้กระทำผิดคดีเมาแล้วขับ 162 คน รองลงมาคือคดีทำร้ายร่างกาย 10 คน คดียาเสพติด 7 คน ซึ่งศาลแขวงพระนครเหนือสั่งใช้กำไลข้อเท้าอิเล็กทรอนิกส์มากที่สุด 105 คน ทั้งหมดเป็นผู้กระทำผิดข้อหาเมาแล้วขับ จากการใช้งานในระยะนำร่องไม่พบปัญหาการทำผิดเงื่อนไขหรือมีเจตนาในการทำลายอุปกรณ์ MThai News

ไอบาสั่งแบนนักชกหญิงอินเดียพร้อมทีมสต๊าฟ
มวยสากล /  สาริตา เทวี / 

สาริตา เทวี นักมวยสากลสมัครเล่นหญิงทีมชาติอินเดีย รวมถึงทีมงานทั้งหมด ประกอบด้วยโค้ชสามคน และผู้ควบคุมทีม ถูกสหพันธ์มวยนานาชาติ (ไอบา) สั่งแบนชั่วคราว จากการแข่งขันทุกระดับ เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม หลังนักมวยหญิงผู้นี้ปฎิเสธรับเหรียญทองแดงจากการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ 2014 ที่เกาหลีใต้ เนื่องจากเธอถูกตัดสินให้แพ้นักชกเจ้าภาพในรอบรองชนะเลิศของการแข่งขันมวยหญิงรุ่นน้ำหนักไม่เกิน 60 กิโลกรัม อย่างค้านสายตา ส่งผลให้ฝ่ายจัดการแข่งขันอินชอนเกมส์ ทำหนังสือรายงานพฤติกรรมของนักชกสาวอินเดียไปยังไอบา แม้ว่า คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งเอเชีย (โอซีเอ) จะมองว่าเรื่องดังกล่าวไม่ใช่ความผิดที่ร้ายแรงก็ตาม ผลของคำสั่งแบนดังกล่าวจะทำให้สาริตาไม่ได้เข้าร่วมแข่งขันศึกมวยสากลสมัครเล่นชิงแชมป์โลก ที่ เกาะเชจู ประเทศเกาหลีใต้ ในเดือนพฤศจิกายนนี้ จนกว่าไอบาจะมีคำสั่งยกเลิกคำสั่งแบนดังกล่าว

ท็อป-แพม ควงคู่คอนเฟิร์ม ขาเตียงแข็ง!!
ท็อป ณัฐเศรษฐ์ /  ท็อป แพม / 

เคลียร์ชัด! อีกครั้ง ท็อป ณัฐเศรษฐ์ ควงภรรยาสาว แพม สิตามนินท์ เปิดใจคู่กัน แจงรับงานคู่ครั้งนี้กับทริปสวีทต่างจังหวัดล่าสุดได้มีการวางแพลนมานานหลายเดือนแล้ว ฝ่ายหญิงยันเปลี่ยนนามสกุลเรื่องธุรกิจของครอบครัว ข่าวลือเตียงหักไม่กระทบความสัมพันธ์ ทั้งคู่ยังใช้ชีวิตตามปกติ วอนจบ!! ทุกอย่างแฮปปี้ ท็อป "จริงๆ มันเป็นความบังเอิญเพราะงานนี้รับไว้หลายเดือนแล้วครับ แล้วมันก็แบบพอดีเป๊ะเลยครับที่มาช่วงนี้พอดีครับ ทริปนั้นก็เป็นทริปที่วางไว้หลายเดือนเหมือนกันไม่ได้ตั้งใจว่าแบบว่ามีข่าวแล้วต้องออกทริปกันเพราะว่าอย่างที่เห็นกว่าจะนัดกันรวมตัวรถกันได้ ทีมงานที่ไปก็แบบ อันนี้เตรียมงานกันหลายเดือนจริงๆ ก็พอดีคุณแพมว่าง แพมก็มากับท็อปด้วยซึ่งบางทีถ้ามีทริปรถถ้าคุณแพมเขาว่างมาเขาก็จะมากับท็อปด้วยอยู่แล้วน่ะครับ ก็สนุกดีครับ" แพม "คนให้กำลังใจกับข่าว ก็มีบ้าง กับข่าวก็ไม่ได้รู้สึกยังไงคือไม่ได้ติดตามเท่าไหร่น่ะค่ะ กระทบความสัมพันธ์ในครอบครัว ก็ไม่นะคะ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกัน กับเจนี่มีเจอบ้าง แต่ว่าพอมีข่าวแล้วก็ไม่ได้เจอค่ะ ก็คุยได้ปกติอยู่แล้วค่ะ ไม่ได้มีอะไร" แพม "นามสกุล คือจริงๆ เปลี่ยนไปหลายเดือนแล้วค่ะ แต่ว่ายังไม่ได้บอก คือมันเป็นเรื่องธุรกิจ Super Rich Thailand ทำธุรกิจมา 50 ปีแล้วๆ แพมไม่ได้เปลี่ยนคนเดียว เป็นครอบครัว คุณพ่อ คุณแม่ พี่-น้อง ก็เปลี่ยนเหมือนกันทั้งหมด แต่ว่าแพมก็ยังใช้นามสกุลพี่ท็อปอยู่ด้วย ก็เลยจะแบบเป็นชื่อยาวมากๆ ความสัมพันธ์เหมือนเดิมค่ะ ขอบคุณมากๆ" ท็อป "จริงๆ ก็ปกตินะการใช้ชีวิตของผมกับของแพมก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเลย มันเหมือนเดิมทุกอย่างเลยการที่ไปทานข้าวกันหรือการที่ออกทริปก็เป็นเรื่องปกติ แต่ว่าเราไม่ได้ทำเป็นประจำ เพราะว่าเราต่างคนก็ต่างทำงาน งานหน้าที่ท็อปมีกับที่แพมมีมันก็ค่อนข้างใหญ่เหมือนกันทางครอบครัวของเรา" ท็อป "ฉะนั้นเวลาเราทำงานเราก็ต้องทำงานเต็มที่มาก แต่พอเราว่างเราก็จะมาอยู่ด้วยกัน นี่คือการใช้ชีวิตของคู่ของเราอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าคนบางคนก็อาจจะตั้งข้อสังเกตุอะไรหลายๆ อย่างซึ่งก็แล้วแต่ว่าจะคิดกันไปหรือว่าเราไม่ได้มีอะไรกันเลย เราก็ปกติทุกอย่างน่ะครับ จริงๆ ก็ขอให้ทุกคนเข้าใจแล้วก็จบ ยุติเรื่องนี้สักทีเถอะครับ มันไม่ได้มีอะไรเลย เรื่องนามสกุลก็หวังว่าจะเคลียร์กันทุกอย่าง ไม่ได้มีอะไรเลยครับ เราก็ยังอยู่ด้วยกันเหมือนเดิมครับ" ท็อป - แพม ท็อป - แพม ท็อป - แพม ท็อป - แพม

ตร.อังกฤษถึงไทยแล้วสังเกตการณ์คดีฆ่า2ฝรั่ง
ข่าววันนี้ /  คดีฆ่า 2 นักท่องเที่ยว / 

โฆษก ตร. เผย ตำรวจอังกฤษเดินทางมาถึงไทยแล้ว พร้อมร่วมสังเกตการณ์และติดตามผลคดีฆ่า 2 นักท่องเที่ยว ยืนยัน ตำรวจไทยทำงานอย่างเป็นธรรม พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้าภายหลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทางการประเทศอังกฤษ ได้มีการประสานเข้ามาเพื่อติดตามและสังเกตการณ์การการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสืบสวนสอบสวน คดีฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ที่เกาะเต่า โดยล่าสุด ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจของประเทศอังกฤษ ได้มีการเดินทางมายังประเทศไทยแล้ว และอยู่ในระหว่างการประชุมหารือกับทางสถานทูตอังกฤษประจำประเทศไทย ซึ่งขณะนี้ ยังเป็นขั้นตอนของการแนะนำตัวและประชุมติดตามผลของคดี ทั้งนี้ พล.ต.ท.ประวุฒิ ยืนยันว่า กระบวนการสอบสวนของตำรวจไทยเป็นไปตามหลักสากล และมีความเป็นธรรมอย่างแน่นอน

20 เรื่องจริงคนเหนือมนุษย์
10 อันดับ /  จัดอันดับ 2014 / 

ถ้าลองให้เพื่อนๆ จินตนาการเกี่ยวกับ “คนเหนือมนุษย์” ทีนเอ็มไทยเชื่อว่าหลายคนคงนึกถึงเหล่าซุเปอร์ฮีโร่ในหนังหรือการ์ตูนกันแน่นอน เพราะความจริงในโลกของเราจะมีคนเหนือมนุษย์อยู่จริงได้ยังไงกันเล่า! แต่อย่าเพิ่งด่วนสรุปไปคะ 20 เรื่องจริงคนเหนือมนุษย์ ที่ทีนเอ็มไทยนำมาให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันนี้ พวกเขาอาจจะไม่ได้มีพลังวิเศษอ่านใจใครได้ บินได้ ปล่อยแสงได้ แต่ทั้ง 20 เรื่องจริงคนเหนือมนุษย์นี้มีความสามารถที่คนธรรมดาอย่างเราทำไม่ได้และไม่คิดว่าจะมีคนแบบนี้ด้วยซ้ำไปหน่ะสิ ถ้าไม่เชื่อเราไปติดตามกันเลยคะ 20 เรื่องจริงคนเหนือมนุษย์ 1. Ma Xiangang (สามารถต้านทานกระแสไฟฟ้าได้) ความบังเอิญเพราะวันหนึ่งนาย Xiangang ได้พยายามซ่อมทีวีที่เสียและบังเอิญมือของเขาดันไปโดนสายไฟที่ยังมีไฟฟ้าเลี้ยงอยู่ แต่แทนที่เขาจะถูกช็อตจนไหม้เกรียม เค้ากลับไม่มีความรู้สึกเจ็บสักนิด และด้วยความสงสัยเค้าเลยไปทดสอบความสามารถของตนเองอีกครั้งด้วยการจับสายไฟที่มีกระแสไฟฟ้ารั่ว และเค้าก็ต้องประหลาดใจ เพราะนอกจากจะไม่ถูกไฟฟ้าช็อตแล้วเค้ายังไม่รู้สึกเจ็บโดยผิวหนังของเขาสามารถต้านทานกระแสไฟฟ้าได้มากกว่าคนทั่วไป 7-8 เท่า 2. Dean Karnazes (ชายที่ไม่มีวันเหนื่อย) พลังพิเศษของเขา คือ สามารถวิ่งมาราธอนได้ถึง 50 รายการใน 50 รัฐ เป็นเวลา 50 วันนอกจากนั้นเขายังวิ่งในระยะทาง 350 ไมล์ (563กิโลเมตร) ในเวลา 3 วันติดต่อกันโดยไม่หยุดพัก ได้มีการทดสอบร่างกายของนาย Dean ว่าทำไมร่างกายเขาจึงสามารถทนทานการออกกำลังกายได้มากกว่าคนทั่วไป และผลการทดสอบพบว่า ถ้าเป็นคนปกติหลังจากการวิ่งมาราธอนกล้ามเนื้อจะได้รับความเสียหายประมาณ 2,400 CPK แต่นาย Dean กลับมีค่าความเสียหายเพียง 447 CPK เท่านั้น สำหรับผลสรุปการทดสอบออกมาได้ว่า ถ้าเขายังคงอยู่ในสภาพนี้ต่อไปเรื่อยๆ เขาจะสามารถวิ่งด้วยความเร็ว 7-10 นาที ต่อไมล์ไปได้เรื่อยๆ ตลอดกาล 3. Stephen Wiltshire (มีความสามารถที่ไม่มีวันลืมสิ่งที่เห็น) Stephen Wiltshire สามารถวาดภาพทิวทัศน์ของประเทศและเมืองต่างๆ จากความทรงจำเท่านั้น เขาสามารถจดจำทุกๆ รายละเอียดได้ แม้ะจะดูแค่เพียงแว้บเดียว และจนถึงทุกวันนี้เค้าก็ยังจดจำภาพที่เขาเคยเห็นได้ทุกภาพ Stephen เป็นคนที่มีอาการของโรคออทิสติก แต่เขาก็มีสิ่งที่ทดแทนกันได้นั่นคือ ความสามารถในการจดจำและเขายังเคยขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปดูทิวทัศน์จากด้านบนของเมือง New York ขนาดใหญ่ที่มีความสมบูรณ์และรายละเอียดได้ ถูกต้อง 100 เปอร์เซ็นต์ อ่านเพิ่มเติม http://teen.mthai.com/variety/57036.html 4. Kim Peek (ความสามารถจดจำทุกสิ่งทุกอย่างได้) เขาสามารถจำเนื้อหาในหนังสือทั้งหมดที่เคยอ่านได้ จำนวน 12,000 เล่มได้ โดยเขาสามารถอ่านได้ทีละ 2 หน้าพร้อมๆกัน ตาซ้ายอ่านหน้าซ้ายตาขวาอ่านหน้าขวา เขายังสามารถจดจำทุกสิ่งที่เคยได้พบเจอมาตลอดชีวิตด้วยลายละเอียดที่ถูกต้องถึง 98 เปอร์เซ็นต์ แม้แต่สภาพอากาศที่ย้อนกลับไป 10 ปีที่แล้ว ซึ่งสาเหตุที่ทำให้นาย Kim มีความสามารถนี้เกิดจากความผิดปกติตั้งแต่กำเนิดชนิดหนึ่ง ซึ่งส่งผลทำให้พื้นที่ความจำของเขามีขนาดใหญ่กว่าคนปกติ โดยนาย Kim Peek เสียชีวิตในปี 2009 อ่านเพิ่มเติม http://teen.mthai.com/variety/57036.html 5. Wim Hof (มีความสามารถในการต้านทานความเย็น) ชายผู้นี้มีความสามารถพิเศษในการต้านทานความหนาวเย็น เพราะความเย็นไม่สามารถทำอะไรร่างกายเขาได้เลย ซึ่งเคยมีการทดลองโดยให้เขาดำน้ำเย็นจัด ที่สามารถฆ่าคนปกติได้ในเวลาไม่กี่นาที แต่ปรากฏว่าอุณหภูมิในร่างกายเขาแทบจะไม่ลดลงเลย ซึ่งเขาสามารถทำได้แม้กระทั่งปีนเทือกเขาเอเวอร์เรสโดยใส่กางเกงขาสั้นเพียงตัวเดียว โดยนาย Wim Hof บอกว่าความสามารถของเค้าได้มาจากการทำสมาธิ 6. Isao Machii (สุดยอดปฏิกิริยารีเฟล็กซ์) ซามูไรผู้ที่มีปฏิกิริยารีเฟร็กซ์(ปฏิกิริยาตอบสนองอัตโนมัติโดยไม่ต้องใช้สมองสั่ง)ที่ยอดเยี่ยมโดยสามารถตัดสิ่งของต่างๆด้วยดาบซามูไรให้ขาดครึ่งได้แม้จะเป็นของเล็กๆ หรือกระทั่งตัดลูกกระสุนปืนอัดลมให้ขาดครึ่งเพราะเป็นความสามารถแบบนี้เราจะพบเจอได้แค่ในหนังเท่านั้น โดยความสามารถของเขาถูกอธิบายไว้ว่า เป็นความสามารถรับรู้ความเคลื่อนไหวของสิ่งที่พุ่งเข้ามาหาเขา และใช้สัมผัศแบบอื่นนอกเหนือจากการมองเห็น โดยเป็นระบบประมวลผลการรับรู้ที่อยู่ในระดับสูงขึ้นไปกว่าในคนทั่วไป 7. Saul Aaron Kripke (ฉลาดจน Harvard เชิญให้ไปเป็นอาจารย์สอนขณะที่เรียนอยู่ไฮสคูล) Kripke เริ่มศึกพีชคณิตเมื่อตอยอยู่เกรด 4 และพอจบชั้นประถมก็เรียนรู้เรขาคณิต และ แคลคิวลัสจนทะลุปรุโปร่ง จึงหันไปสนใจปรัชญา โดยเขียนบทความหลายชิ้นทั้งในเรื่องของอรรถศาสตร์ (semamtics) และตรรกวิทยาแบบ Modal Logic ในขณะที่อายุเพียง 16 ปี และหนึ่งในผลงานด้านตรรกวิทยานั้นทำให้ได้รับจดหมายเชิญจากภาควิชาคณิตศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เชิญชวนให้เขาไปเป็นอาจารย์ ซึ่งเค้ากลับตอบปฏิเสธไปโดยให้เหตุผลว่า “แม่ผมบอกว่าให้ผมเรียนจบไฮสคูลและมหาวิทยาลัยเสียก่อนดีกว่า” Kripke ยังได้รับรางวัล Shock Prize ซึ่งเป็นรางวัลทางด้านปรัชญาที่เทียบได้กับรางวัลโนเบล และในปัจจุบันเขาได้รับการยกย่องว่าเป็นปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกที่ยังมีชีวิตอยู่ 8. Akrit Jaswal (สามารถเป็นศัลยแพทย์ด้วยวัยเพียง 7 ขวบ) “เด็กผู้ชายที่ฉลาดที่สุดในโลก” เพราะมี IQ ถึง 146 และได้รับการยอมรับว่าเป็นคนที่ฉลาดที่สุดเด็กๆที่อายุเท่าๆกัน และในปี 2000 เค้าได้ทำการรักษาคนไข้คนแรกที่บ้านของตัวเองด้วยวัยเพียง 7 ขวบ ซึ่งคนไข้เป็นเด็กอายุ 8 ขวบที่มีฐานะยากจน มือของเธอถูกๆไฟลวกทำให้นิ้วมือกำแน่นติดกัน ซึ่งในตอนนั้นเขายังไม่เคยได้เรียนวิชาทางแพทย์อย่างเป็นทางการ และยังไม่มีประสบการณ์ในการผ่าตัดใดๆ แต่เขาก็สามารถทำให้นิ้วมือของเด็กหญิงคลายออกมาได้และใช้มือได้เป็นปกติอีกครั้ง โดยขณะนี้ Akrit กำลังเรียนเรียนปริญญาตรีสาขาวิทยาศาสตร์อยู่ที่วิทยาลัย Chandigarth และยังเป้นนักศึกษาที่อายุน้อยที่สุดที่มหาวิทยาลัยอินเดียเคยรับเข้าเรียน 9. Gregory Smith (ถูกเสนอชื่อให้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เมื่อมีอายุเพียง 12 ขวบ) Gregory สามารถอ่านหนังสือออกตั้งแต่อายุ 2 ขวบ และเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเมื่ออายุ 10 ขวบเท่านั้น และเด็กหนุ่มคนนี้ตัดสินใจออกเดินทางไปทั่วโลกเพื่อรณรงค์เรื่องสันติภาพและสิทธิเด็ก และได้ก่อตั้ง International Youth Advocates ซึ่งเป็นองค์กรที่ให้การสนับสนุนหลักการแห่งสันติภาพและความเข้าอกเข้าใจระหว่างเยาวชนทั่วโลก เขาเคยได้พบกับผู้นำคนสำคัญอย่าง Bill Cliton และ Mikhail Gorbachev และยังเคยปฐกถาต่อหน้าที่ประชุม UN อีกด้วย จากการทำงานด้านมนุษยธรรมนี้ ทำให้เขาได้ถูกเสนอชื่อให้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพถึง 4 ครั้ง 10. Kim Ung – Yong (จบปริญญาเอกตอนอายุ 15 และมีไอคิวสูงที่สุดในโลก) ถือได้ว่าเป็นมนุษย์ที่ฉลาดที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่ โดย Guinness Book of World Records บันทึกว่าเค้ามี IQ สูงที่สุดในโลกคือสูงกว่า 210 สามารถอ่านภาษาญี่ปุ่น เกาหลี เยอรมัน และอังกฤษ ได้ตั้งแต่ 4 ขวบ และตอนครบ 5 ขวบก็สามารถแก้โจทย์ แคลคิวลัส ที่ซับซ้อนได้ และยังได้เป็นนักเรียนรับเชิญในชั้นเรียนวิชาฟิสิฟส์ที่มหาวิทยาลัย Hanyang ตั้งแต่อายุ 3-6 ขวบพออายุ 7 ขวบ NASA ก็เชิญเค้าไปที่อเมริกาและเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัย Colorado ในปี 1974 จนได้ Ph.D ด้านฟิสิกส์ตั้งแต่ก่อนที่เขาจะมีอายุครบ 15 ปี โดยระหว่างที่เรียนเขาก็เริ่มทำงานวิจัยที่ NASA ไปด้วย และทำต่อมาตลอดจนกระทั่งกลับเกาหลีจึงได้ตัดสินใจเปลี่ยนสาขาจากฟิสิฟส์ไปเป็นวิศวกรรมโยธาและศึกษาจนได้รับปริญญาเอก ขอบคุณขอ้มูล http://pantip.com/topic/3241414

ป.ป.ส.ยึดทรัพย์นักค้ายาเสพติดเชียงใหม่ค่า100ล.
ข่าววันนี้ /  นักค้ายาเสพติดเชียงใหม่ / 

เลขาธิการ ป.ป.ส. ยึดทรัพย์สินนักค้ายาเสพติดเชียงใหม่ มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท นายเพิ่มพงษ์ เชาวลิต เลขาธิการ ป.ป.ส. นายวิชัย ไชยมงคล ผอ.สำนักงาน ป.ป.ส. ภาค 5 พ.อ.ทรงยศ ทองก้อน รอง ผบ.ฉก.ม.2 นำกำลังเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ทหาร ตำรวจ จำนวน 50 นาย เข้าตรวจยึดบ้านและทรัพย์สินของ นายสรายุทธิ์ ลีเลิศตระกูล คดียาเสพติดตามหมายจับที่ จ.53/2556 ของศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่บ้านเลขที่ 95 หมู่ที่ 13 ตำบลสันสลี อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย บนที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ์ ตามคำสั่งเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ที่ 6111/2557 เรื่องให้ยึดทรัพย์สินชั่วคราว การยึดทรัพย์สินครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2556 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการจับกุมตัว นายวิวัฒน์ แสนยากุล พร้อมด้วยของกลางเป็นยาบ้า จำนวน 197 เม็ด และเงินสดจำนวน 3,560,000 บาท พร้อมด้วยของกลางอย่างอื่น จากการสอบสวน ยาบ้าและเงินสดเป็นของ นายสรายุทธิ์ ซึ่งต้องหาว่าด้วยการกระทำผิดฐานร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมายและฟอกเงิน เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า เดิมสำนักงาน ป.ป.ส. ได้มีคำสั่ง 5735/2556 ลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2557 และคำสั่งที่ 10356/2556 ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2556 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ยึดทรัพย์สินของผู้ต้องหารายนี้มาก่อนแล้ว โดยสามารถดำเนินการยึดทรัพย์ได้รวม 20 รายการ มูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท เช่น รถยนต์นั่ง BMW รถกระบะ นาฬิกาโรเล็กซ์ ทองรูปพรรณ และเครื่องประดับ แต่จากการตรวจสอบพบว่าทรัพย์สินของผู้ต้องหา ยังมีสิ่งปลูกสร้าง บนที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ์อีก 1 รายการที่มาตรวจยึดในวันนี้ รวมมูลค่าประมาณ 5 ล้านบาท ก่อนหน้านี้ ป.ป.ส. ได้ยึดทรัพย์ของกลุ่มเครือข่าย นายสรายุทธิ์ ไปแล้ว 3 เครือข่ายที่มี นายสรายุทธิ์ เป็นผู้ว่าจ้าง รวมทรัพย์สินที่ตรวจยึดครั้งนี้ 100 กว่าล้านบาท

เจนสุดา ไม่ซีเรียส เจนี่ กิ๊ก!! อนันดา
เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ /  เจน เจนสุดา ปานโต / 

เพิ่งกลับจากทริปนิวยอร์คสวีทกับแฟนหนุ่ม พอล สิริสันต์ มาหมาดๆ สำหรับสาว เจน เจนสุดา เผยไม่รู้เรื่องข่าว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ กิ๊กกับ อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม แจงถ้าเป็นเรื่องจริงก็ยินดีด้วย ไม่ซีเรียสที่ฝ่ายชายเคยเป็นข่าวกับตนมาก่อน บอกเป็นอดีตไปแล้ว รอสาวเจนี่มาพูดด้วยตัวเองดีกว่า... "ไปนิวยอร์ค อเมริกามาค่ะ น่าจะสัก 10 วัน มีคนอื่นไปด้วยแล้วก็มีเพื่อนอยู่ที่โน่นอีกค่ะ ก็โอเคนะก็เป็นฮอลิเดย์ ก็มีความสุขคืออยู่ไกลจากเรื่องงานน่ะค่ะ ก็ไม่ต้องคิดเรื่องงานมากมาย มันก็เหมือนไปล้างสมองตัวเองด้วย แล้วไปหาแรงบันดาลใจอะไรใหม่ๆ แบบเพิ่มพลังให้กลับมาทำงาน แล้วก็มาเจอเพื่อนด้วย สนุกค่ะ" "ก็ศึกษากันอยู่ตลอดเนอะ เจนว่าเวลาเรารู้จักใครสักคนน่ะเราก็ต้องใช้เวลาศึกษากันเยอะๆ น่ะค่ะ แพลนอนาคตไม่ได้วางแพลนอะไรเลย ไม่มีเลยน่ะ แพลนแต่งยังเลยน่ะยัง เพราะว่ายุ่ง งานแต่งเพื่อนมีแต่โมเม้นท์ซึ้ง พ่อเจ้าสาวเดินจูงออกมาอะไรอย่างนี้แบบพิธีฝรั่ง มันก็จะแบบซึ้งๆ ร้องไห้ช่วงนั้น แต่ว่าซึ้งกันเองมองหน้าแล้วร้องไห้ยังไม่มีค่ะ" "เจนี่มีข่าวกับอนันดา ไม่รู้เรื่องเลยเจนเพิ่งกลับมาเมื่อคืนนี้ แล้วก็เนี่ยมีคนเล่าให้ฟังแต่ว่าเจนก็ไม่รู้เรื่อง งงไหมไม่รู้เหมือนกัน คือเจนก็ไม่รู้เหมือนกันนะแต่ว่าถ้ากิ๊กกันจริงๆ ก็ไม่เป็นอะไรค่ะ แต่ว่าเจนไม่รู้น่ะค่ะ โพสต์รูปตุ๊กตาเหมือนกัน ไม่รู้เลย ตอนนี้เขาอยู่แอลเอ เจนก็เลยไม่ได้คุยกับเขาแล้วก็ช่วงที่เขายังไม่ได้ไปเนี่ยเจนก็อยู่นิวยอร์คก็เลยยังไม่ได้คุย ก็ไม่เป็นไรไม่ซีเรียสอะไรเลย" "เจนี่ดูเหมือนกำลังอินเลิฟไหม ไม่รู้เหมือนกันนะ อันนี้ก็พูดไม่ได้นะ ให้เขาพูดเองดีกว่า คือคนเราถ้าจะมีความรักที่ดีมันก็เป็นเรื่องที่ดีน่ะค่ะ มันก็เป็นพลังให้เราขับเคลื่อนต่อไป ทำอะไรที่ดีต่อไปได้ คือถ้าเขาชอบกันจริงๆ แล้วก็ทำให้ก้าวเดินไปด้วยกันในทางที่ดีทั้งคู่ก็ยินดีค่ะ อนันดาเคยเป็นข่าวกับเจนมาก่อน ลำบากใจไหมก็ไม่อ่ะนะ มันก็เป็นเรื่องที่นานมาแล้วน่ะค่ะ มันก็ผ่านไปแล้วๆ เจนก็มีชีวิตของเจนที่แบบมีความสุขดีอยู่แล้ว คือมันไม่จำเป็นต้องไปติดอยู่กับอดีตแล้วก็เอามันมาเป็นความโกรธแค้นหรืออะไรน่ะค่ะ" เจน กล่าว เจนสุดา ปานโต เจนสุดา ปานโต เจนสุดา ปานโต เจนสุดา - พอล เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม

วอนช่วย! สาวอายุ 26 แต่เหมือนเด็ก 10 ขวบ
ข่าวสังคม /  น้องส้มโอ / 

ชาวบ้านวอนช่วยหลือ หญิงสาวอายุ 26 แต่ดูเหมือนเด็ก 10 ขวบ เดือดร้อนอับอาย สมัครงานไม่มีคนรับ เนื่องจากตัวเล็กเกรงถูกข้อหาใช้แรงงานเด็ก นายชรัตน์ พงษ์คะชา นายกอบต.โนนสะอาด อ.บ้านม่วง จ.สกลนคร แจ้งว่าพบหญิงสาวอายุ 26 ปี แต่สูงเพียง 120 ซม. อาศัยอยู่ที่บ้านไทยประสงค์ ต.โนนสะอาด มีรูปร่างเล็กเหมือนเด็ก อายุ 10 ขวบ ต้องการความช่วยเหลือ โดยพบ น.ส.คุณากร  เนหล้า หรือ ส้มโอ อายุ 26 ปี สูงเพียง 120 ซม รูปร่างเล็กเตี้ย หน้าตาคล้ายเด็กอายุ 10 ขวบ ซึ่งมักจะหลบหน้าผู้คนอยู่แต่ในบ้าน เนื่องจากอายที่มีร่างกายเล็ก อีกทั้งลูกของเพื่อนที่แต่งงานไปแล้ว กลับมาเล่นกับตนเองเนื่องจากนึกว่าเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกัน ทั้งนี้ผู้เป็นป้าเล่าว่า ส้มโอเป็นลูกของน้องสาว โดยตอนคลอดส้มโอก็ออกมาเป็นปกติดี น้ำหนักถึง 3,000 กรัม แต่พอแม่ส้มโอได้เลิกกับแฟนและนำมาฝากตนเลี้ยง ตั้งแต่อายุ 6 เดือน ซึ่งตนก็เลี้ยงและรักเหมือนลูกสาว ต่อมาพบถึงความผิดปกติทางร่างกาย โดยเมื่ออายุ 10 ขวบ วัดความสูงได้แค่ 120 ซม. จากนั้นก็ไม่สูงขึ้นอีกทั้งๆที่อาหารการกินก็ไม่เคยขาดตกบกพร่องอะไร จนจบชั้น ม.3 ร่างกายก็เหมือนเดิม ตั้งแต่นั้นมาเมื่อส้มโอเมื่อไปหาเพื่อนรุ่นเดียวกัน กลับโดนเพื่อนๆหัวเราะและบอกว่าเมื่อไหร่จะแต่งงานเพราะเพื่อนแต่ละคนก็มีลูกตัวเท่ากับส้มโอ ซึ่งหลังจากกลับมาจากพบเพื่อนแล้วก็ไม่ยอมไปไหนอีก และซ่อนตัวอยู่แต่บนบ้านนานนับสิบปี จนขณะนี้ อายุ 26 ปีแล้วทำให้เกิดปัญหาด้านจิตใจเป็นอย่างมาก โดยช่วงหลังมานี้ส้มโอบอกว่า ตนเองนั้นเป็นภาระของครอบครัวเพราะฐานะทางบ้านก็ยากจน อยากทำงานช่วยพ่อแม่แต่เมื่อไปสมัครงานที่ไหนก็ไม่มีคนรับเพราะมักโดนบอกว่าไม่สามารถนำเด็กอายุต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนดมาทำงานได้ เพราะจะทำให้ผิดกฎหมาย ซึ่งตนยืนยันแล้วว่าเป็นผู้ใหญ่ก็ไม่มีใครยอมเชื่อ ด้าน นายชรัตน์ พงศ์คะชา นายก อบต.โนนสะอาดกล่าวว่า หากใครหรือหน่วยงานไหนมีแนวทางช่วยเหลือ สามารถติดต่อมาที่ตนเองได้ เพื่อประสานให้การช่วยเหลือ โทร. 087-2151389 ทุกวัน MThai News เรียบเรียงโดย mthai ขอขอบคุณ ข่าวสดออนไลน์  http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRReE5EQXpPVEV4TlE9PQ%3D%3D

นศ.เทคโนฯถูกเพื่อนรุ่นน้องทำปืนลั่นใส่เสียชีวิต
ข่าววันนี้ /  นักศึกษาถูกรุ่นนองทำปืนลั่น / 

นศ.เทคโนฯ ถูก เพื่อนรุ่นน้อง ทำปืนลั่นใส่เสียชีวิต ในซอยจันทร์ 16 ตำรวจ สน.ยานนาวา เข้าตรวจสอบเหตุ ชายถูกยิงเสียชีวิต ภายในซอยจันทร์ 16 แยก 11  ที่เกิดเหตุใกล้กับศูนย์การค้าวรรัตน์ พบผู้เสียชีวิต ทราบชื่อคือ นายพิทยา ทาโบราณ นักศึกษาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งหนึ่ง ย่านพระโขนง  ถูกกระสุนปืนยิงเข้าที่บริเวณ กลางอก จากการสอบสวน  เพื่อนของนายพิทยา ที่อยู่ในเหตุการณ์เปิดเผยว่า  เมื่อช่วงหัวค่ำ  นายพิทยาและกลุ่มเพื่อนประมาณ 8 คน นั่งจับกลุ่มพูดคุยกันอยู่ ภายในซอยดัวกล่าว กระทั่งเวลาประมาณ 23.00 น. มีเพื่อนรุ่นน้อง 1 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ เข้ามาหาและบอกกับนายพิทยาว่า มีเรื่องทะเลาะวิวาทต้องการความช่วยเหลือ และในระหว่างที่รุ่นน้องคนดังกล่าวยืนพูดคุยกับนายพิทยา อยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด จากนั้นเห็นนายพิทยา ล้มลง ทันที จึงได้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาล และรุ่นน้องคนดังกล่าวก็ได้รับบาดเจ็บที่ฝ่ามือด้วยเช่นกัน   โดยเพื่อนนายพิทยา ระบุ ด้วยว่า ระหว่างทางที่นำ ทั้ง 2 คน ส่งโรงพยาบาล รุ่นน้องได้บอกกับตัวเองว่า ขอโทษ ที่ ทำปืนลั่น สำหรับนายพิทยา   ผู้เสียชีวิต  นั้น ก่อนหน้านี้เมื่อกลาง เดือนกันยายน ที่ผ่านมา ถูกคู่อริต่างสถาบันขับขี่รถจักรยานยนต์ไล่ติดตามทำร้ายร่างกาย และถูกฟัน ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดย่านพระราม 3 ได้รับบาดเจ็บสาหัส

อ้างบิ๊กทหารยึดพื้นที่ดินสาธารณะทำนากุ้ง-นาข้าว
ข่าวล่าสุด /  ทหารพราน / 

ทหาร-ตร.-ปกครองปราจีนบุรี คุมตัวอดีตทหารพราน อ้างทหารยศ พลโท ยึดพื้นที่ดินสาธารณะทำนากุ้ง-นาข้าว นายพิพิธ ภาระบุญ นายอำเภอศรีมโหสถ พร้อม ผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลไผ่ชะเลือด (อบต.), เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีมโหสถ และทหารจากมณฑลทหารบกที่ 12 ได้ลงพื้นที่ทุ่งสาธารณะสนามพลี ต.ไผ่ชะเลือด หลังรับแจ้งมีการบุกรุกที่ดินสาธารณประโยชน์ พบมีการขึ้นป้ายโครงการกลุ่มรักแผ่นดินมีผู้สนับสนุนโครงการทหารยศพลโทนายหนึ่ง และทหารพราน มีจำนวนสมาชิกกว่า 40 คน พื้นที่รวม 3 แปลง แปลงแรก เนื้อที่ 141 ไร่เศษ มีการพลิกพื้นที่เป็นบ่อเลี้ยงปลา, บ่อเลี้ยงกุ้ง แปลงที่ 2 และแปลงที่ 3 พื้นที่รวมกว่า 159 ไร่ ไถเป็นนาข้าว มี นายสังเวียน อ่อนน้อม ออกมาแสดงตนเป็นหัวหน้ากลุ่มนำสมาชิกเข้าใช้ประโยชน์ มีนายทหารยศพลโท และพันเอกหลายนาย ให้การสนับสนุน นายสมยศ จาตุรนต์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลไผ่ชะเลือด (อบต.) กล่าวว่า ได้พูดคุยแล้วแต่ผู้บุกรุกอ้างมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ดูแล และเป็นอดีตทหารพรานที่ชาวบ้านเกรงกลัว อ้างมีสิทธิ์ใช้ประโยชน์ จะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

เตือน ซื้อรถมือสอง - โอนลอย โจรหลอกขาย
ขนส่งสมุทรปราการ /  ข่าววันนี้ / 

ขนส่งสมุทรปราการ เตือน ซื้อรถมือสอง - โอนลอย ระวังมิจฉาชีพนำรถสวมทะเบียนหลอกขาย นายพรชัย จงศิริรักษ์ ขนส่งจังหวัดสมุทรปราการ เปิดเผยว่า จากสภาพในปัจจุบันนั้น มีประชาชนที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์หลายราย ถูกกลุ่มมิจฉาชีพหลอกขายรถยนต์ที่ได้จากโจรกรรมหรือการนำรถคันอื่นมาดัดแปลงแก้ไขเลขตัวรถแล้วนำมาสวมทะเบียนแทน รถที่เกิดอุบัติเหตุเสียหายโดยสิ้นเชิง และไม่สามารถซ่อมแซมให้กลับมาใช้ได้ดังเดิมอีก ในราคาถูกกว่าราคาท้องตลาด โดยทำการปลอมแปลงใบคู่มือจดทะเบียนรถ หรือปลอมแปลงเอกสารทางราชการ ซึ่งมักเกิดขึ้นกับการซื้อขายรถด้วยวิธีการโอนลอย คือ การไม่นำรถไปดำเนินการทางทะเบียนและตรวจสภาพรถด้วยตนเองตามขั้นตอนที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด โดยมอบอำนาจให้ผู้ขายหรือผู้ซื้อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเป็นผู้ดำเนินการเพียงฝ่ายเดียว แต่ในกรณีที่กล่าวไว้ข้างต้น ส่วนใหญ่จะมอบอำนาจให้ผู้ขายไปดำเนินการแต่เพียงฝ่ายเดียว ทำให้เกิดช่องว่างในการปลอมแปลงเอกสารจนเป็นสาเหตุของการสวมทะเบียนรถ (ภาพประกอบข่าว) ดังนั้น เพื่อความมั่นใจและความสบายใจว่าเป็นรถที่ถูกต้องตามกฎหมาย ผู้ซื้อไม่ถูกหลอกให้ซื้อรถสวมทะเบียน ควรตรวจสอบหลักฐานเอกสารและการดำเนินการโอนทะเบียนรถด้วยตนเอง ณ สำนักงานขนส่งทุกครั้ง จึงขอให้ผู้ซื้อรถเพิ่มความระมัดระวังในการเลือกซื้อรถมือสอง โดยการเลือกซื้อจากบุคคลหรือเต็นท์จำหน่ายรถที่น่าเชื่อถือ มีหลักแหล่งถาวร และควรมีผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญเรื่องรถช่วยตรวจสอบความถูกต้อง หรืออาจนำรถมาให้สำนักงานขนส่งจังหวัดตรวจสอบความถูกต้องก่อน ตัดสินใจซื้อก็ได้ และควรทำสัญญาซื้อขายกับบุคคลหรือเต็นท์จำหน่ายรถไว้เป็นหลักฐาน ผู้ซื้อต้องให้ความสำคัญกับการตรวจสอบใบคู่มือจดทะเบียนรถ พร้อมทั้งหมายเลขตัวรถ หมายเลขเครื่องยนต์ และข้อมูลอื่น ๆ ของตัวรถ ซึ่งต้องตรงกับสภาพความเป็นจริงของตัวรถให้ครบถ้วนถูกต้อง

ติ่งแมท ยิ้มหน้าบาน…ฮอตเงียบๆ ละครเพียบนะยะ
ข่าวบันเทิงวันนี้

ฮอตไม่แพ้เพื่อนพ้องพี่น้องร่วมสังกัดเลยจริงๆ สำหรับนางเอกสุดมั่น พูดตรง โผงผางอย่าง แมท ภีรนีย์ อีกหนึ่งผลผลิตจากวิก 3 พระราม 4 เรียกว่านาทีนี้งานมะรุมมะตุ้มสุดฤทธิ์ แม้กระแสความพีคความแรงจะมาแบบเนิบๆ เบาๆ ไม่เปรี้ยงปร้างเรตติ้งละครสูงปรี๊ดเท่าเพื่อนนางเอกบางคนก็เถอะ แต่ละครเจ้าหล่อนนั้นถี่ยิบเป็นว่าเล่น ลาจอไป 2 เรื่อง 2 รส ล่าสุดพีเรียดย้อนยุคเรื่อง ข้าบดินทร์ ก็ใกล้ร่อนลงจอให้บรรดาแฟนคลับได้ชื่นมื่นกันอีกแล้ว งานนี้ทำเอาสาวกคนรักแมทออกอาการปลื้มปริ่มแทนเจ้าตัว ที่ละครออนแอร์ตล๊อด...ตลอด ไม่เว้นระยะให้ต้องคิดถึง แม้บทบาทในพีเรียดเรื่องข้าบดินทร์จะโดนเม้าท์มอยว่าไม่เหมาะสมเท่าไหร่ เพราะหน้าฝรั่งเกินจะห่มสไบ แต่สาวเจ้าก็บ่ยั่น เดินหน้าแอ็คชั่นต่อไป เอ้า!!! จุดนี้แมงเม้าท์จะฝอยจะพร่ำอะไรอย่าได้แคร์ แค่นั่งสวยนั่งฮอตแบบเงียบๆ แต่ส่งละครให้ติ่งได้ดูเพียบก็โอเคแล้วค้าาา... แมท ภีรนีย์ แมท ภีรนีย์ แมท ภีรนีย์

ลวงโลก! แกล้งป่วยอัมพาตหนีคดี นานกว่า 2 ปี
ข่าวต่างประเทศ /  ชายชาวเวลส์ / 

ชายชาวเวลส์สุดแสบ แกล้งป่วยเป็นอัมพาต 2ปี เพื่อหนีคดีฉ้อโกง สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงคาร์ดิฟฟ์ เขตการปกครองเวลส์ วันนี้ (23 ต.ค.) ว่าตำรวจเมืองสวอนซี ทางตอนใต้ของเวลส์ จับกุมนายอลัน ไนธ์ อายุ 47 ปี ในข้อหาเจตนาหลอกลวงเจ้าพนักงานและประชาชน  โดยอ้างว่าอยู่ในอาการโค และล้มป่วยเป็นอัมพาตตั้งแต่ลำคอลงไป เพื่อหลบเลี่ยงการขึ้นศาลในคดีปลอมแปลงเอกสาร ฉ้อโกงและลักขโมยรวมกันมากถึง 19 กระทง ซึ่งหลังจากถูกจับกุมเมื่อ 2 ปีที่แล้ว นายไนธ์อ้างเรื่องการประสบอุบัติเหตุขณะปิดประตูโรงรถที่บ้าน ส่งผลให้เป็นอัมพาตตั้งแต่ลำคอลงไป และไม่สามารถเดินทางมารายงานตัวต่อศาลเพื่อเข้ารับการไต่สวนคดีได้ โดยภรรยาคือนางเฮเลน ไนธ์ อายุ 33 ปี คอยดูแล โดยเจ้าหน้าที่พยายามเชิญตัวไนธ์มาขึ้นศาลหลายครั้งแต่ทุกครั้งนายไนธ์จะอ้างว่าอาการป่วยแย่ลงจนต้องเข้ารับการรักษา ทั้งนี้คณะแพทย์กลับสังเกตเห็นความผิดปกติ จากการที่นายไนธ์สามารถรับประทานอาหาร เคลื่อนไหวร่างกาย เขียนและอ่านหนังสือได้เอง ทำให้เจ้าหน้าที่เริ่มสังเกตพฤติกรรมไนธ์อย่างใกล้ชิด จนกระทั่งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดของห้างสรรพสินค้าสามารถจับภาพไนธ์และภรรยาเดินซื้อของได้ตามปกติ จึงเข้าทำการจับกุมนายไนธ์ทันที แต่ขณะที่นายไนธ์เดินทางมารายงานตัวต่อศาล กลับยังคงนั่งรถเข็นและสวมเฝือกคอมารายงานตัว ทางเจ้าหน้าที่จึงกล่าวว่านายไนธ์เป็นผู้ต้องหาในคดีฉ้อโกงที่วางแผนได้อย่างแนบเนียนที่สุดเท่าที่เคยพบมา MThai News