ทำรัก

ทั้งติทั้งชม !! ผู้นำอินโดฯบินชั้นประหยัด ทำตัวติดดิน ?
นั่งเครื่องบินชั้นประหยัด /  ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย / 

ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด และ ภริยาเดินทางโดยสารเครื่องบินในที่นั่งชั้นประหยัด แถมต่อคิวรับตั๋วด้วยตัวเอง สร้างความโกลาหล เกิดเสียงทั้งชมทั้งวิจารณ์ ? สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว โจโก วิโดโด ประธานาธิบดีของอินโดนีเซีย หรือ ที่นิยมเรียกว่า โจโกวี และ นางไอเรียนา ภริยา ได้เดินทางเพื่อไปร่วมพิธีสำเร็จการศึกษาของลูกชายคนเล็ก ที่ประเทศสิงคโปร์ แต่ที่ทำให้ผู้คนรู้สึกประหลาดในอย่างมากเนื่องจาก ทั้งคู่เลือกเดินทางด้วยการโดยสารสายการบินสาธารณะ แถมเลือกชั้นชั้นประหยัด (economy class) ทั้งที่ผู้นำคนอื่นๆ มักจะเลือกเดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัวมากกว่า ทั้งนี้การเดินทางที่ทำเหมือนๆกับคนธรรมดาทั่วไปในครั้งนี้ ทำให้เกิดความคิดเห็นที่แตกต่างกัน 2 ฝั่ง คือ เสียงชื่นชมที่ประธานาธิบดีทำตัวติดดิน และเรียกร้องให้ข้าราชการรายอื่น ๆ ยึดถือเป็นแบบอย่าง ในขณะที่เสียงจากอีกฝ่ายได้วิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการสร้างภาพ และการทำเช่นนี้ ส่งผลให้เกิดความวุ่นวายในสนามบิน เพราะมีประชาชนแห่แหนเข้ามาขอถ่ายภาพกับประธานาธิบดีคนดังอย่างโกลาหลดังกล่าว MThai News

วิธีทำ ขนมใส่ไส้ หรือ ขนมสอดไส้
ขนมสอดไส้ /  ขนมใส่ไส้ / 

วิธีทำ ขนมใส่ไส้ หรือ ขนมสอดไส้ รูปจาก http://www.pinterest.com/ ขนมใส่ไส้ หรือ ขนมสอดไส้ วัตถุดิบ สำหรับ 30 ห่อ น้ำตาลปี๊ป 200 กรัม เกลือป่น 1/2 ช้อนชา สำหรับไส้ , เกลือป่น 1 ช้อนชา สำหรับกะทิ มะพร้าวทึนทึกขูด แป้งข้าวเหนียว 350 กรัม น้ำใบเตยปั่นละเอียด 300 มิลลิลิตร กะทิ 800 มิลลิลิตร แป้งข้าวเจ้า 80 กรัม กลิ่นมะลิ 1 ช้อนชา ไม้สำหรับกลัด หรือไม้จิ้มฟัน ใบตองเช็ดสะอาดสำหรับห่อขนม วิธีทำ นำใบตองที่สำหรับห่อมาตัดเป็น 2 ขนาด ฉีกใบตองชั้นนอก 5 นิ้ว และสำหรับชั้นใน 4 นิ้ว และนำมาตัดมุมให้เป็นทรงวงรี เช็ดให้สะอาด และนำไปลนไฟเล็กน้อยเพื่อให้ห่อขนมได้ง่าย นำมะพร้าวทึนทึกที่ขูดเป็นเส้นยาว เกลือป่น และน้ำตาลปี๊บ ลงไปกวนในกระทะทองเหลือง ใช้ไฟอ่อน กวนไปเรื่อยๆ จนครบ 20 นาที จนส่วนผสมแห้ง จากนั้นก็ปิดไฟพักไว้ให้เย็น ผสมแป้งข้าวเหนียวและน้ำใบเตยเข้าด้วยกัน นวดแป้งจนเริ่มเป็นก้อน เสร็จแล้วให้คลุมด้วยพาสติกแรป นำกะทิ 1/4 ของกะทิทั้งหมดผสมกับแป้งข้าวเจ้า เกลือป่น กลิ่นมะลิ ลงไปในกระทะ คนให้เข้ากันจนแป้งไม้จับตัวกันเป็นเม็ด แล้วค่อยเติมกะทิส่วนที่เหลือลงไป เปิดไฟอ่อนๆ และคนไปเรื่อยๆ จนกะทิเหนียวข้น ปิดไฟพักไว้ให้เย็น เมื่อตัวไส้เริ่มเย็นดีแล้ว ปั้นไส้ให้เป็นก้อนกลมๆ ขนาด 1 นิ้ว จนหมด และปั้นตัวแป้งเป็นก้อนกลมขนาดใหญ่กว่าตัวไส้เป็น 1 นิ้วครึ่ง แผ่แป้งให้แบนวางไส้ลงตรงกลาง และห่อไส้ขนมให้มิด เตรียมใบตองสำหรับห่อ นำใบตอง 2 ขนาดที่ตัดไว้เป็นวงรีมาประกบกัน นำหน้านวลทั้ง 2 แผ่น ชนกัน นำขนมที่ปั้นไว้วางลงบนใบตอง และราดด้วยน้ำกะทิ 1 ช้อนโต๊ะ และพับใบตองให้เป็นทรงสูง คาดทับด้วยใบมะพร้าวและคาดด้วยไม้กลัด นึ่งในน้ำเดือดจัดประมาณ 30 นาที พักไว้ให้เย็นก่อนเสิร์ฟ ที่มาจาก FoodTravel.tv

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

ร่วมสนุก ชิงบัตร season of love song 5
Season Of Love Song 5 /  SOLS5 / 

ลมหนาวมาแล้ว!!! ราชบุรี สวนผึ้ง อากาศดีมาก สำหรับคนที่ชื่นชอบเทศกาลดนตรี ไม่ควรพลาด ที่จะไปสัมผัสกลิ่นไอ บรรยากาศ โรแมนติก ท่ามกลางขุนเขา พร้อมด้วยเสียงเพลงจากศิลปินสุดประทับใจไป กับเทศกาลดนตรี season of love song # 5 บริษัท ครีเอท อินเทลลิเจ้นซ์ ผู้จัดงาน การันตรีความพร้อม ในการตอนรับคนที่ชื่นชอบ เทศกาลดนตรี เพราะจัดต่อเนื่องมา 5 ปี บรรยากาศในงานถูกจัดเตรียมให้รองรับนักท่องเที่ยวนับหมื่นในวันงาน ที่จะมาสัมผัสความสนุกสนาน ตั้งแต่ 4 โมงเย็น วันที่ 29 พ.ย 2557 จนถึงตี 5 รุ่งเช้าของวันใหม่ ไฮไลท์ในปีนี้ ถ้าใครอยากเป็นส่วนหนึ่งในการจุดเทียนสี ที่ทำขึ้นพิเศษ ในงานนี้โดยเฉพาะ โดยได้ร่วมมือกับ บ้านหอมเทียน อ.สวนผึ้ง ในการเตรียมเนรมิตให้ลานคอนเสิร์ตสวยงามไปด้วยสีสันหลากสีที่ได้จากเทียนเพื่อสร้างรอยยิ้ม พร้อมเซอร์ไพรส์พิเศษ ตอนเที่ยงคืน แทนการ ปลดโคมคู่รัก ซึ่งรับรองความโรแมนติกไม่แพ้ทุกปีอย่างแน่นอน พิเศษสุด สำหรับสมาชิก มิวสิคเอ็มไทย หนาวนี้ จะอบอุ่นขึ้น มากกว่าเดิม เพราะเรามีบัตรเข้างาน season of love song # 5 จำนวน 10 รางวัล (รางวัลละ 2 ใบ) ด้วยการตอบคำถามดังต่อไปนี้ 1.เทศกาลดนตรี season of love song 5 ที่จัด ณ Veneto ตลาดน้ำสวนผึ้ง จัดมาเป็นครั้งที่เท่าไหร่ 2.ในปีนี้ ศิลปินที่เข้าร่วมชมพื้นที่จัดงาน season of love song 5 ก่อนวันแสดงจริง คือ?? <คลิกดูคำตอบ> 3.ศิลปินที่โชว์ในงาน season of love song # 5 เป็นวงแรกคือ และ ศิลปินที่โชว์เป็นวงสุดท้ายคือ แล้วเมื่อรวมตั้งแต่ศิลปินวงแรก จนถึง วงสุดท้าย season of love song # 5 ใช้เวลาทั้งหมดกี่ชั่วโมง (13 ชั่วโมง 30 นาที) โพสคำตอบของท่าน พร้อมชื่อ-นามสกุล เบอร์ติดต่อ และอีเมลติดต่อกลับ มาทางอีเมล์ musicmthai@yahoo.com พร้อมใส่ Subject SOLS5 ร่วมสนุกกันได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงเวลา 20.00 น. ของวันพุธ ที่ 26 พฤศจิกายน ประกาศผล 27 พฤศจิกายน 57 ทางเว็บไซต์ music.mthai.com และทางเฟซบุ๊ก MThaimusic อ่านก่อน ร่วมสนุกนะจ๊ะ กฏ กติกา มารยาท ในการร่วมสนุกชิงบัตร season of love song 5 1. ร่วมสนุกทางอีเมล์เท่านั้น ย้ำ ทางอีเมล์เท่านั้น ที่ musicmthai@yahoo.com และส่งร่วมสนุกเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ช่องทางอื่น เราไม่นับนะตัวเธอ 2. ต้องไม่เคยได้รับรางวัลจาก มิวสิคเอ็มไทย มาก่อน ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา เพื่อให้สมาชิกทุกคน ได้สิทธิ์โดยเท่าเทียมกัน 3. บัตรนี้เป็นบัตรเข้าชมคอนเสิร์ตเท่านั้น ไม่รวมเต้นท์ พื้นที่กางเต้นท์ ฯลฯ 4. ผู้โชคดีที่ได้รับบัตร สามารถไปรับบัตรได้ที่บริเวณหน้างานแสดง ในกรณีถ้าใครโชคดีได้บัตรจากที่อื่นด้วย ให้ยืนยันแค่ที่เดียวเท่านั้นนะครับ 5. คำตัดสินของทีมงาน มิวสิคเอ็มไทย ถือเป็นสิ้นสุด การจำหน่ายบัตรอภินันทนาการถือว่ามีความผิดทางกฎหมาย หากผู้ซื้อ-ขายถูกดำเนินคดี หรือยึดสิทธิ์ในการเข้างาน ทางทีมงาน MThai จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น

เรื่องจริงชวนหลอน Body Farm ฟาร์มสยองที่มีแต่ศพนอนเกลื่อน
Freeman Ranch /  เรื่องน่ารู้

รับรองว่าขนลุกแน่นอน กับ เรื่องจริงชวนหลอน Body Farm ฟาร์มสยองที่มีแต่ศพนอนเกลื่อน เชื่อว่าถ้าเพื่อนๆ ได้เห็นภาพต้องคิดว่านี้ มันคือฉากในซีรี่ย์ฝรั่งเรื่องดังอย่าง The Walking dead หรือเปล่า หรืออาจจะเป็นสถานที่ที่เกิดคดีอาชญากรรมหลายครั้ง หรือสุสานทิ้งศพ แต่ขอบอกว่านี้ไม่ได้จัดฉาก แต่เป็เนรื่องจริง ศพจริงล้วนๆ เลย เกริ่นมาขนาดนี้แล้ว อย่ารอช้าไปติดตามเรื่องราวนี้กันเลยดีกว่า เรื่องจริงชวนหลอน Body Farm ฟาร์มสยองที่มีแต่ศพนอนเกลื่อน ฟาร์มที่นี้ไม่เหมือนฟาร์มอื่นๆ ที่ใช้ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ แต่มันคือ Body Farm สถานที่ที่น่าสยอง โดยที่นี่ถูกเรียกว่า ‘Freeman Ranch’ ซึ่งเป็นศูนย์วิจัยด้านมานุษยวิทยาของมหาวิทยาลัยเท็กซัส เพื่อเป็นข้อมูลและความรู้เกี่ยวกับร่างกายมนุษย์ หลังจากเสียชีวิต โดยสิ่งที่พวกเขาทำก็คือ ‘วิจัยกระบวนการเน่าเปื่อยของร่างมนุษย์’ ซึ่งตลอดระยะการทดลองจะมีศพที่ถูกบริจาคนำมาปล่อยไว้ที่นี่ ซึ่งสิ่งที่นักวิจัยในศูนย์แห่งนี้เฝ้าสังเกตก็คือ พวกเขาจะดูว่าในแต่ละสภาพอากาศ ศพจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร แล้วเมื่อไหร่ก็ตามที่ศพตัวไหนเน่าเปื่อยจนหมด นักวิจัยก็จะต้องเคลียร์ศพออกด้วยมือตัวเอง นอกจากนี้สิ่งที่ดูแปลกๆอีกอย่างก็คือ ศพแต่ละร่างต้องห่อคลุมไว้ด้วยกรงเหล็ก เพื่อป้องกันสิ่งมีชีวิตอื่นมารบกวน ในระยะแรกนักวิจัยเผยว่าแบคทีเรียในร่างกายมนุษย์จะค่อยๆปล่อยแก๊สออกมา และพวกมันก็กินคาร์บอนในร่างกายศพไปด้วย และเมื่อเวลาผ่านไปก็จะทำให้เกิดกระบวนการเน่าเปื่อย ซึ่งพอผ่านไปนานเข้าเรื่อยๆศพก็จะค่อยๆเน่าเปื่อยจนหมดไปเอง นี่คือลักษณะของศพที่ผ่านการเน่าเปื่อยมาจนสิ้นสุดกระบวนการ และถูกนำออกมาจากกรงแล้ว นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยแห่งนี้ยังมีระบบการป้องกันภัยแน่นหนาอีกด้วย แต่นักวิจัยเผยว่าโชคดีที่ไม่มีคนโรคจิตรายใดกล้าบุกเข้ามาในนี้เลย และขอเสริมความรู้ไว้นิดนึงว่าฟาร์มในลักษณะที่ทดลองกับร่างมนุษย์อาจผิดกฏหมายในบางประเทศ อาทิ ประเทศทางแถบโซนยุโรปเป็นต้นจ้ะ เป็นยังไงคะ เห็นภาพแบบนี้แล้ว กล้าเข้าไปในสถานที่แบบนี้ยามค่ำคืนหรือเปล่า??? ข้อมูลและภาพ : catdumb

เจ๋งแล้ว!2 กำปั้นสาวไทย ซิวทองแดงเสื้อกล้ามชิงแชมป์โลก
จุฑามาศ /  จุฑามาศ รักสัตย์ / 

ความเคลื่อนไหวของทีมนักมวยสากลสมัครเล่นหญิงทีมชาติไทย ที่ไปร่วมทำศึกมวยสากลสมัครเล่นหญิงชิงแชมป์โลก “ไอบ้า วีเมนส์ เวิลด์บ็อกซิ่ง แชมเปี้ยนชิพส์ 2014” ณ เมืองเชจู ประเทศเกาหลีใต้ ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 พ.ย.ที่ผ่านมา เหลือ กำปั้นสาวไทย ขึ้นสังเวียน 2 คู่ ในรอบรองชนะเลิศ เริ่มจาก “น้องหวาน” จุฑามาศ รักสัตย์ รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 48 กก. พบกับ ชามเจ็ตซายาม ซาเรียวบาลา นักชกอินเดีย ปรากฎว่า ยกแรกทั้งคู่แลกหมัดกันได้สูสี ก่อนที่ยกที่ 2 จุฑามาศ จะเป็นฝ่ายเดินหน้าต่อย แต่ว่านักชกแดนภารตะปกป้องได้ดี เข้าสู่ยกที่3 นักชกสาวไทยยังคงเดินหน้าบุก แต่โดนจังหวะสวนกลับของคู่ต่อสู้ ครบ 3 ยก กรรมการให้ จุฑามาศ แพ้คะแนน 0-2 เสียง ด้วยสกอร์38-38, 36-40, 37-39 คะแนน ตกรอบรองชนะเลิศอย่างน่าเสียดาย ทำให้ “น้องหวาน” ได้แค่เหรียญทองแดง ด้าน “น้องแต้ว” สุดาพร ศรีสอนดี รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 64 กก. พบกับ ไรอัน แซนดี้ นักชกอังกฤษ ปรากฎว่า สุดาพร เสียเปรียบเรื่องช่วงชก และรูปร่างทำให้ ปล่อยหมัดไม่เข้าเป้า ครบ 3ยกเป็นฝ่ายแพ้คะแนนเอกฉันท์ 0-3 เสียง ด้วยคะแนน 36-40, 37-39, 37-39 ได้แค่ทองแดงปลอบใจ ด้านพล.ท. อุชุกร สาครนาวิน ผู้จัดการทีม ยอมรับว่า นัดนี้ จุฑามาศ ชกได้ดีและต่อยได้ตามที่โค้ชสั่ง แต่ว่านักชกอินเดียก็ชกได้ดีเช่นกัน แต่ชื่นชมเรื่องหัวใจนักสู้ เชื่อว่าหากมีการฝึกฝนที่ดี จะเป็นตัวความหวังของกำปั้นทีมชาติไทยในอนาคต เช่นเดียวกับ สุดาพร ต่อยได้ดี แต่ว่าเสียเปรียบเรื่องรูปร่าง ได้เหรียญทองแดงถือว่าสุดยอดแล้ว เพราะคู่ชกล้วนมีดีกรีระดับโลกมาอย่างโชกโชน

ในวันที่สตูดิโอจิบลิ ไร้ ฮายาโอะ มิยาซากิ กับตัวอย่างแรกจากสารคดี The Kingdom of Dreams and Madness
Ghibli /  The Kingdom of Dreams and Madness / 

ในโลกของเหล่าผู้หลงรักแอนิเมชั่น คงไม่มีใครไม่รู้จัก สตูดิโอจิบลิ ผู้ปลุกปั้นผลงานคุณภาพชวนซึ้ง กินใจ ไปจนถึงเรียกน้ำตา สไตล์แดนอาทิตย์อุทัยมากมาย ซึ่งสิ่งที่ทำให้แฟนๆ ต่างสะเทือนใจคือการประกาศเกษียณตัวเองของปรมาจารย์ ฮายาโอะ มิยาซากิ แอนิเมเตอร์ ผู้กำกับ และผู้ร่วมก่อตั้งสตูดิโอจิบลิแห่งนี้ แล้วในวันที่ไร้ซึ่งหัวหอกสำคัญอย่างเขา จิบลิ จะเป็นอย่างไร หาคำตอบได้จากสารคดี The Kingdom of Dreams and Madness ที่ได้ปล่อยตัวอย่างมาให้ชมกันแล้ว ภาพยนตร์สารคดี The Kingdom of Dreams and Madness เป็นผลงานของผู้กำกับ มามิ ซูนาดะ ที่จะพาคุณผู้ชมไปสำรวจสตูดิโอจิบลิ ในวันที่ไร้ซึ่ง ฮายาโอะ มิยาซากิ บุคคลที่เป็นดังศูนย์รวมจิตใจของทุกคน โดยการเผยความรู้สึกจากทีมงานที่ต้องขับเคลื่อนสตูดิโอแห่งนี้ เป็นรุ่นต่อไป และหาคำตอบของเหตุผลสำคัญที่หลายคนสงสัยถึงการลาออกครั้งนี้ สารคดีเรื่องนี้ ถ่ายทอดเรื่องราวด้วยความอบอุ่นแกมคิดถึง และส่งกำลังใจให้ จิบลิ ยังคงสร้างผลงานประทับใจให้แฟนๆทั่วโลกต่อไป ให้สมกับที่ ฮายาโอะ มิยาซากิ ยังคงรักษารอยยิ้มอบอุ่นของเขาไว้ได้อยู่เสมอมา ฮายาโอะ มิยาซากิ The Kingdom of Dreams and Madness เข้าฉายในญี่ปุ่นไปตั้งแต่ปีที่แล้ว และยังได้ไปฉายที่เทศกาลภาพยนตร์โตรอนโต ซึ่งได้รับความสนใจ และเสียงตอบรับในแดนบวกมากมาย ส่วนแฟนๆ ชาวไทยถ้าอยากชมภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้ ก็คงต้องรอแผ่นกันต่อไปตามระเบียบ แต่เชื่อว่าแฟนๆ จิบลิ คงไม่ยอมพลาดอยู่แล้วใช่ไหมล่ะ -----------------------------

6 เรื่องจริง ของชีวิตทำงาน นักศึกษาจบใหม่ควรรู้
การทำงาน /  นักศึกษาจบใหม่ / 

การเข้าเรียนมหาวิทยาลัยนั้นเป็นเพียงแค่การฝึกซ้อมให้เราอยู่ในสังคม ในโลกแห่งความจริงที่เราจะต้องเจอในอีก 4 ปี (5-6-7 แล้วแต่คนเลยนะ) ข้างหน้า ซึ่งขอบอกเลยว่า มันช่างแตกต่างกันตอนเราเป็นนักเรียน นักศึกษาอย่างสิ้นเชิง เมื่อเราจบการศึกษาต้องก้าวเข้าสู่วัยทำงาน หน้าที่ของเราก็ต้องมีมากขึ้น มีภาระที่ต้องรับผิดชอบ และเข้าสู่ชีวิตพนักงานออฟฟิศ และวันนี้ทีนเอ็มไทยมี 6 เรื่องจริง ของชีวิตทำงาน นักศึกษาจบใหม่ควรรู้ มาฝากกันคะ ไว้ให้รู้ เตรียมใจและเตรียมพร้อมกับสิ่งที่เราต้องเจอกันนะ ^^ 6 เรื่องจริง ของชีวิตทำงาน นักศึกษาจบใหม่ควรรู้  1. ใบปริญญาที่เรียนจบมา  อาจจไม่ใช่สิ่งที่ "เราทำ"  ใบปริญญาเป็นเพียง "ใบผ่านทาง" ที่ทำให้เราสามารถเข้าทำงานในบริษัท/โรงงาน/ราชการ ฯลฯ และต่อจากนั้น การทำงานจริงๆ นั้น ต้องใช้ทุกศาสตร์ ทุกแขนง  ทุกสาขาวิชา และวิชาที่เราเรียนเคยเรียนในห้อง ท่องจำกันแทบตายยยย  สุดท้ายใช้แค่ 5% 2. คุณมี "1 ตำแหน่ง" แต่งานที่ทำ ตั้งแต่ "ไม้จิ้มฟัน ยันเรือรบ"  ร้อยทั้งร้อยของคนทำงาน  บริษัทเขารับคุณมาในตำแหน่ง "A" แต่เขามีสิทธิ์ ใช้งาน ตั้งแต่ A - Z  และเราต้องทำ!!! เพื่อความก้าวหน้า เพื่ออนาคตและสังคม 3.  ตำแหน่งสูง ไม่ได้เป็นเครื่องบ่งบอกว่า "คุณจะสั่ง หรือ ทำอะไร" ก็ได้ บางทีในสำนักงาน อาจมี "อำนาจลึกลับ" เสมอ 4. ความสำเร็จ ของ "งาน" ไม่ได้อยู่ที่ "เกรด" และ "สถาบัน" 5. ความก้าวหน้าในงานที่ทำ ไม่ได้อยู่ที่ "ความเก่ง" และ "ขยัน"  เสมอไป 6. จงอย่างเอาชนะหัวหน้า เพราะคุณจะถูกเด้ง(ออกจากงาน) ก่อนเกมส์จะจบ ขอบคุณข้อมูล https://www.facebook.com/pages/Office-%E0%B8%8B%E0%B9%88%E0%B8%B2/272092642980798

คริส แพ็ทต์ จะเป็น คาวบอย นินจา และ ไวกิ้ง ในหนังที่สร้างจากหนังสือการ์ตูน
Chris Pratt /  Cowboy Ninja Viking / 

จัดได้ว่าเป็นนักแสดงสุดร้อนแรงหน้าใหม่ในวงการจริงๆ สำหรับเจ้าหนุ่ม สตาร์ ลอร์ด หรือ คริส แพ็ทต์ จาก Guardian of the Galaxy ซึ่งใครที่ว่าเรื่องดังกล่าวเขาเพี้ยนแล้ว ลองมาดูหนังใหม่ที่เขารับเล่นกันดีกว่า กับ Cowboy Ninja Viking 3 นักรบที่ไม่น่าจะมาอยู่ด้วยกันได้ แต่ว่าเขาคนนี้มีพลัง และ ทักษะ แบบ 3 นักรบดังกล่าวในคนคนเดียว ซึ่ง คริส แพ็ทต์ ก็จะแสดงเป็นคนคนนั้น กับเรื่องราวของการทดลองนักรบของรัฐบาลที่ผิดพลาด จนทำให้เกิดเป็นนักฆ่าที่มีทักษะของ นินจา คาวบอย และ ไวกิ้ง อยู่ในร่างเดียวกัน และเขานี่เองที่จะกลับมาเพื่อล้างแค้น และสืบหาว่าโครงการนี่แท้จริงแล้วทำไปเพื่ออะไร ตัวหนังเป็นการสร้างมาจากหนังสือการ์ตูนในชื่อเดียวกันที่ตีพิมพ์ในปี 2009 ซึ่งโปรเจกต์หนังนี่เคยถูกจะสร้างนานแล้วโดยผกก. มาร์ค ฟอสเตอร์ จาก Quantum of Solace แต่ก็ถูกยกเลิกไป และตอนนี้ตัวหนังก็ยังว่างอยู่ จนกระทั่งในตอนนี้ที่หนุ่ม คริส แพ็ทต์ ได้เซ็นสัญญากับค่าย ยูนิเวอร์แซล เพื่อแสดงนำในหนังเรื่องนี้แล้ว ซึ่งจากตารางของ แพ็ทต์ ตอนนี้ก็ดูเหมือนจะเหลือแต่ถ่ายซีรี่ย์ของตน เพราะหนังในปีหน้าอย่าง Jurassic World คิวถ่ายของเขาได้เสร็จสิ้นลงแล้ว เพราะฉะนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่เขาจะมาลองรับเล่นบทท้าทายตัวเองอีกครั้ง แต่คำถามคือ แล้วตอนนี้ใครกันหล่ะ ที่จะเป็นผู้กำกับที่เหมาะสมกับหนังแอ็คชั่น ไอเดียจี๊ดจ๊าดเรื่องนี้

ละครสามใบไม่เถา , เรื่องย่อสามใบไม่เถา
สมาร์ท กฤษฏา /  พรีม รณิดา / 

เรื่องย่อละคร “สามใบไม่เถา” บทประพันธ์ : อาริตาบทโทรทัศน์ : ชลนภัสส์/ตุณย์กำกับการแสดง : ชาตโยดม หิรัณยัษฐิติวันเวลาออกอากาศ : ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องรักของสามสาวในครอบครัวคุณพ่อจอมหวง.. หนึ่ง.. คือรักมั่นคงของลูกสาวคนโต ที่พร้อมจะท้าทายกฏเหล็ก อีกหนึ่ง.. คือรักสุดห้าวลูกสาวคนกลาง ที่รู้แจ้งเรื่องผู้ชายจนยากจะหาใครดีพร้อมสำหรับตัวเอง และอีกหนึ่ง.. คือรักซ่อนรูปของน้องสาวคนสุดท้องอันยากจะหักห้าม กว่าจะได้มาซึ่งความรักที่มีอุปสรรคคือคุณพ่อขี้หวง พวกเธอยังต้องเอาชนะทั้งหัวใจตัวเองและคนที่เธอรัก ที่นำมาซึ่งรสชาติหลากหลายของสิ่งที่เรียกว่า “ความรัก” อัษฎา มีลูกสาว 3 คน.. สวยล้ำทุกคน ผู้เป็นพ่อหวงลูกสาวเรียกว่าจงอางหวงไข่ยังน้อยไป อัษฎาเป็นเหมือนพญานาค 8 เศียรที่แผ่ทุกเศียรปกป้องลูกสาวจากบรรดาหนุ่มๆ ความสัมพันธ์ในครอบครัวอัษฎานับว่าแปลกทีเดียว อัษฎา กับ บราลี ภรรยา ต่างมีลูกติดและทั้งสองมีลูกของเรา อุรวสา คนโตเป็นลูกติดอัษฎาที่สนิทสนมกับแม่เลี้ยงตั้งแต่เล็ก ไม่ค่อยกินเส้นกับพ่อแท้ๆ ตัวเอง อันตรา คนรองเป็นลูกติดบราลี แต่กลับเป็นคู่ซี้อัษฎาพ่อเลี้ยง ลุยไหนลุยกัน คุยกันได้ทุกเรื่อง อินทุอร คนเล็กสนิทกับทั้งพ่อทั้งแม่ มีดีที่ลีลาออดอ้อนให้พ่อยอมทำตามทุกอย่างได้โดยดุษฏี สามศรีพี่น้องรักใคร่สามัคคีกันดี ต่างไม่คิดว่าเป็นลูกคนละพ่อคนละแม่ เนื่องด้วยพ่อกับแม่รักลูกทุกคนเท่ากัน เมื่อต้นปี อุรวสา กลับจากอเมริกาหลังไปใช้ชีวิตที่นั่นหลายปี หอบใบปริญญามหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก และดีกรีนักออกแบบมือรางวัลกลับมาให้พ่อแม่ภูมิใจ ทว่าสิ่งที่พ่อแม่ไม่รู้ก็คือ อุรวสาหอบสามีกลับมาด้วย... แสงฉาน แฟนหนุ่มจูงมืออุรวสาเข้าโบสถ์แต่งงานเรียบร้อยโรงเรียนอเมริกัน ทั้งสองอยู่กินกันฉันสามีภรรยามา 2 ปีแล้ว อุรวสาเป็นคนต้องการปิดเรื่องแต่งงาน เพราะพ่อคาดหวังกับลูกเขยคนโตไว้สูงลิบ ต้องเป็นคนดี เจ้าของกิจการใหญ่โต ฐานะมั่นคง แต่แสงฉานเป็นแค่เชฟจบใหม่ ไฟแรง จิตใจดี ดีกรีเกียรตินิยมเหรียญทองอันดับหนึ่งอุรวสาตั้งเงื่อนไขจะพาแสงฉานไปกราบพ่อในฐานะสามี ก็ต่อเมื่อแสงฉานสร้างเนื้อสร้างตัวทำตามฝันตัวเอง เป็นเจ้าของร้านอาหารไทยฟิวชั่นประยุกต์จนติดอันดับโลกได้ก่อน ฝ่ายแสงฉานได้แต่ยิ้มฟังตามประสาชายหนุ่มอารมณ์ดีอยู่เป็นนิจ รู้ดีว่าเมื่อแฟนสาวคนเก่งแสดงเจตจำนงใด อีกฝ่ายห้ามต่อรอง อันตรา สาวห้าวคนรองเปิดธุรกิจฟิตเนส แต่ด้านหน้าแบ่งเป็นสำนักงานนักสืบ เธอเจริญรอยตามพ่อแท้ ๆ ที่เป็นตำรวจสายสืบซึ่งเสียชีวิตตอนสืบคดีๆ หนึ่ง อันตราได้รับการว่าจ้างให้สะกดรอยตาม เวสน์ ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา ผู้ว่าจ้างสาวคนหนึ่งสงสัยว่าชายหนุ่มแอบซุกหญิงอื่นไว้ เวสม์รู้ตัวว่าถูกตาม พยายามคาดคั้นอันตราว่าใครจ้าง แต่เธอไม่ยอมบอกเพราะผิดจรรยาบรรณนักสืบ อันตราสมเพชเวสน์ที่หน้าตาก็ดีไม่น่า... ขายตัว เวสม์อึ้งที่อันตราหาว่าเป็นแมงดา เขาขำแกมประทับใจในจินตนาการของสาวเจ้า เพราะตั้งแต่เกิดมาไม่เคยโดนใครด่าว่าเป็นแมงดาแบบนี้...วสม์ไปสมัครเป็นสมาชิกฟิตเนสอันตรา อันตราประกาศไม่รับแมงดาเป็นสมาชิก แต่ลูกน้องดันรับเงินให้ใบเสร็จเวสน์ไปแล้ว จึงบังเกิดเรื่องโกลาหลอยู่เนืองๆ เมื่อเวสม์มาออกกำลังกาย ชายหนุ่มชอบยั่วให้อันตรายัวะแล้วเถียงกัน เวสม์สนุกเวลาต่อปากต่อคำกับอันตราสาวห้าวเป็นอย่างยิ่ง เขาพยายามเซ้าซี้ถามว่าใครจ้างตามสืบ.. แต่อันตรารูดซิปปากสนิท ซิปไม่มีแตกงานวันเกิดอัษฎาจัดขึ้นทุกปี ปีนี้พิเศษกว่าปีก่อนเพราะมีแขกพิเศษ ภิสิต เพิ่งเดินทางกลับจากฝรั่งเศสหลังไปทำงานเป็นผู้ช่วยทูตอยู่ 10 กว่าปี อินทุอรใจเต้นระส่ำเมื่อเห็น...คุณอาสิต ย้อนไปเมื่ออินทุอร 7 ขวบ เด็กหญิงตัวน้อยไปงานเลี้ยงกับพ่อ พวกผู้ใหญ่ออกไปเต้นรำ เด็กหญิงอินทุอรเฝ้ามองผู้ใหญ่เต้นรำกอดกัน ประหนึ่งเป็นเจ้าชายเจ้าหญิงในนิทาน เด็กหญิงอินทุอรฝัน จะมีเจ้าชายขี่ม้าขาวมาขอเต้นรำ อาสิตเดินมาหา โค้งให้เด็กหญิงตัวน้อย จูงมืออินทุอรออกไปเต้นรำโดยคุณอาสิตอุ้มอินทุอรตลอดเพลง ตั้งแต่นั้นมาเด็กหญิงอินทุอรก็ติดคุณอาสิตแจ จนกระทั่งภิสิตถูกส่งไปประจำที่ฝรั่งเศสจึงห่างเหินกัน ผ่านมา 10 กว่าปีใครต่อใครคิดว่าอินทุอรลืมภิสิตแล้ว หากแต่ความจริง...ภิสิตเป็น...รักฝังใจอินทุอร รักฝังใจที่เป็นไปไม่ได้... เพราะภิสิตแต่งงานแล้วภิสิตสนิทสนมกับครอบครัวอัษฎามากพอจะเล่าเรื่องส่วนตัว เขามีชีวิตการแต่งงานล้มเหลวไม่เป็นท่า เมื่อภิสิตพูดถึง บุษบาบัณ อินทุอรสังเกตเห็นนัยน์ตาเศร้า ๆ แล้วสงสารจับใจ โดยไม่รู้ตัวเลยว่านั่นคือ..จุดเริ่มต้นของ “ความรัก” ความที่เป็นคนมีหน้ามีตาในสังคม ภิสิตกับบุษบาบัณตกลงอยู่กันฉันท์สามีภรรยาแต่เพียงในนามมานานหลายปีแล้ว อัปสร ป้าของภิสิตรับรู้ความไม่ลงรอยในชีวิตคู่ของหลานชายคนเดียว เธอสงสารหลานมาตั้งแต่เริ่มต้นชีวิตคู่แล้ว ภิสิตถูกพ่อจับแต่งงานกับบุษบาบัณเพราะความเหมาะสมทางสังคม เขาเป็นคนหนุ่มบ้างานมุ่งมั่นจะประสบความสำเร็จในกระทรวงฯ ตรงข้ามกับบุษบาบัณที่เป็นสาวเปรี้ยวเฉี่ยว ชอบสังคม รักการเที่ยวเตร่ ใช้เงินซื้อความสุขทุกอย่าง แม้แต่ตอนที่แต่งงานแล้ว.. ขณะอยู่ที่ฝรั่งเศสบุษบาบัณก็ยังไม่หยุดเที่ยว เธอควงชายหนุ่มไม่เลือกหน้าโดยไม่เกรงใจภิสิตผู้เป็นสามีเลยแม้แต่น้อย จนในที่สุดภิสิตทนไม่ได้ ตกลงต่างคนต่างอยู่ มีชีวิตส่วนตัวเป็นของตัวเอง ซึ่งบุษบาบัณก็ไม่รู้สึกอะไร... ดีเสียอีกที่เธอจะได้สนุกกับชีวิตสาวโสดได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องเกรงใจใคร ! เมื่อภิสิตกลับมาเมืองไทยแล้ว ป้าอัปสรอยากให้ภิสิตหย่าขาดให้เป็นเรื่องเป็นราวเสียที เขาจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่...แผ่นดินไม่ไร้เท่าใบพุทรา ผู้หญิงดีๆ มีออกถมเถ แต่ภิสิตไม่กล้าพอที่จะทำแบบนั้น ด้วยเพราะภาระทางสังคมและเกียรติยศชื่อเสียงวงศ์ตระกูลระหว่างบุษบาบัณกับเขายังค้ำคออยู่ ในวันหยุดวันหนึ่ง.. ภิสิตเจออินทุอรที่บ้านป้าอัปสร จึงได้รู้ว่าอินทุอรเป็นเพื่อนต่างวัยของอัปสรเพราะชอบฟังเพลงลูกกรุงเหมือนๆ กัน อินทุอรมักจะจูงมืออัปสรไปดูคอนเสิร์ตชรินทร์ นันทนาคร อยู่บ่อยๆ เหตุที่อินทุอรชอบเพลงของชรินทร์ก็เพราะนั่นเป็นเพลงแรกที่ภิสิตเต้นรำกับอินทุอรตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ภิสิตกับอินทุอรจึงมีโอกาสพบกันอยู่บ่อยครั้ง อัปสรทำตนเป็นแม่สื่อชั้นดี ให้อินทุอรแสดงฝีมือทำกับข้าวให้ภิสิตกิน ให้อินทุอรถักเสื้อหนาวให้ภิสิตเผื่อภิสิตถูกส่งไปประจำเมืองหนาว หนำซ้ำอัปสรยังให้ภิสิตไปรับไปส่งอินทุอรที่บ้านอยู่บ่อยๆ ภิสิตรู้ทัน... อัปสรต้องการจับคู่เขากับอินทุอร ไม่ใช่อินทุอรคนเดียวที่จำงานเต้นรำคืนนั้นได้ ภิสิตเองก็จำภาพเด็กหญิงตัวน้อยน่ารักแก้มแดงสุกปลั่งเป็นที่น่าเอ็นดู โตเป็นสาวอินทุอรยิ่งสวย สวยจนทำให้ภิสิตหวั่นไหวตั้งแต่วันที่เจอกันงานวันเกิดอัษฎา ภิสิตไม่กล้าแสดงออกด้วยเกรงใจอัษฎา ภาระทางสังคมอันยิ่งใหญ่...ทำให้ความรักระหว่างเขากับอินทุทรเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้... หากแต่ขณะนี้ความรักระหว่างอินทุอรกับภิสิตเกิดขึ้นแล้ว .. เขาและเธอต่างพึงใจซึ่งกันและกัน ก่อเกิดความผูกพันโดยทั้งคู่ไม่ได้ตั้งใจเลยแม้แต่น้อย... อันตราขี่มอเตอร์ไซค์สะกดรอยตามเวสม์ตามภารกิจนักสืบ แต่เวสม์จับได้จึงแกล้งสะกดรอยอันตรากลับ อันตรารู้ตัวตกใจจึงขี่รถหนีแต่ก็ไม่พ้น เธอชนรถของเวสม์อย่างจังจนสลบ ระหว่างนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลอันตราบอกทุกคนว่าเวสม์จงใจขับรถชน เพราะเกลียดที่เธอตามสะกดรอยเขาที่กำลังติดพันกับผู้หญิงอื่นที่ไม่ใช่ภรรยาของตัวเอง อัษฎาจะเอาผิดเวสม์ แต่อุรวสาห้ามไว้เพราะเธอทำธุรกิจกับเวสม์มานานและรู้นิสัยเวสม์ดี แต่ทั้งสองคุยกันไม่รู้เรื่องตามประสาพ่อลูกที่ไม่มีใครยอมใครจากการแอบตามอันตราครั้งนั้นทำให้เวสม์รู้ว่าคนว่าจ้างคือ ศศิพิมล ศศิพิมลกลัวเวสม์มีผู้หญิงอื่นจึงจ้างนักสืบสะกดรอย เวสม์โกรธมากเพราะศศิพิมลไม่มีสิทธิ์ในตัวเขา ทั้งสองไม่ได้เป็นอะไรกัน นอกจากอดีตรักครั้งแรกที่ผ่านมานานแสนนาน เวสม์ขอให้ศศิพิมลออกไปจากชีวิตเพราะไม่อยากยุ่งกับผู้หญิงที่มีสามีแล้ว แต่ศศิพิมลตื๊อไม่เลิก ร้องห่มร้องไห้ว่าโดน พงษ์ชัย สามีเจ้าพ่อทำร้ายจิตใจสารพัด ครั้งหลังสุดเธอโดนทุบตีบาดเจ็บเจียนตาย เวสน์ถึงกับอึ้งเมื่อเห็นอาการร้องไห้แบบไม่สมประดีของสาวที่เขาเคยพึงใจ.. เวสม์สงสารศศิพิมลในฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน จึงช่วยเหลือให้ที่เธอพักที่คอนโดฯ เก่าซึ่งเขาไม่ได้อยู่แล้วเพื่อหนีจากพงษ์ชัย โดยไม่เฉลียวใจเลยว่านั่นยิ่งสร้างความหวังให้กับศศิพิมลมากขึ้นไปอีก เธอตั้งใจจะใช้จิตใจที่ดีงามของเวสม์...เป็นหนทางกลับเข้ามาสู่ชีวิตของชายหนุ่มอีกครั้ง เวสม์มาเยี่ยมอันตราทุกวัน เวลามาต้องคอยหลบอัษฎาที่มีสายตาไม่เป็นมิตร เพราะคิดว่าเขาเป็นผู้ชายไม่ดี อำพล เพื่อนหมอของเวสม์เป็นเจ้าของไข้อันตราช่วยดูต้นทางให้ อำพลดีใจที่เห็นเวสม์เริ่มหันมาสนใจรู้จักรักผู้หญิง เพราะหลังจากเวสม์อกหักช้ำรักจากศศิพิมลตอนวัยรุ่น เวสม์ก็เตลิดไปเมืองนอก มุหาเงินเพื่อชดเชยปมที่โดนศศิพิมลทิ้งเพราะจน เขาประสบความสำเร็จในตลาดหุ้นข้ามชาติ ปัจจุบันเป็นนักการเงินชื่อดังหาตัวจับยาก แต่เวสม์เอาแต่หาเงินจนลืมหาแฟน อำพลเชียร์เวสม์กับอันตรา แต่ก่อนอื่นเวสม์ต้องทำให้อันตราเลิกเข้าใจผิดว่าเป็นไอ้ตัวซะก่อน เมื่อออกมาจากโรงพยาบาล อันตราเห็นเวสม์ดูแลศศิพิมลในวันที่โดนสามีเจ้าพ่อทำร้าย บางวันศศิพิมลก็นอนค้างคอนโดเก่าของเวศม์ ยิ่งทำให้อันตราเข้าใจผิด ขยะแขยงคิดว่าเวสม์เกาะผู้หญิงมีสามี เวสม์แกล้งไม่อธิบายปล่อยให้อันตราเข้าใจผิด เพราะสนุกดีเวลายั่วให้สาวห้าวด่าเล่น อันตราถึงขนาดท้าเวสม์ลงนวมต่อยมวยที่ฟิตเนส เวสม์ออมมือปล่อยให้อันตราชนะไป สาวห้าวยิ่งเหลิงน่าดู ทำซ่า ท้าตีท้าต่อยเวสม์ประจำ แสงฉานซื้อร้านอาหารเก่าเล็กๆ มาปรับปรุงใหม่ เปิดเป็นร้านขายอาหารฝรั่งและไทยประยุกต์ โดยลงทุนจากเงินเก็บของตัวเอง ไม่ยอมใช้เงินของอุรวสาผู้เป็นภรรยา แม้ว่าอุรวสาจะไม่เห็นด้วยและพยายามผลักดันให้แสงฉานเปิดร้านใหญ่มากกว่านี้ก็ตาม แสงฉานต้องการตั้งตัวให้ได้ด้วยตัวเองเพื่อพิสูจน์ให้อัษฎาเห็นว่าเขาเหมาะสมกับอุรวสา แสงฉานตั้งชื่อร้านว่า US Restaurant ตัว U มาจากชื่อ อุรวสา ส่วน S ก็คือชื่อ แสงฉาน ในวันเปิดร้าน อุรวสาพาอัษฎามา US Restaurant ด้วยหวังจะให้พ่อมองแสงฉานดีขึ้น เพราะก่อนหน้านี้แสงฉานเคยเจออัษฎาว่าที่พ่อตา แต่อัษฎาไม่ชอบแสงฉาน เพราะคุณสมบัติแสงฉานไม่ผ่านมาตรฐานสุดเนี๊ยบ และเพื่อให้บรรยากาศราบรื่น อุรวสาพาอินทุอรน้องสาวคนเล็กขวัญใจพ่อมาอีกคนทว่างานนี้ 10 อินทุอรก็ช่วยไม่ได้ อัษฎาตำหนิแสงฉานไม่รู้จักคิดการใหญ่ ร้านเข้ามาในซอยลึกทำเลไม่ดี ไม่น่าจะเจริญไปได้ แต่แสงฉานมั่นใจรสชาติอาหารของตนจะสามารถดึงลูกค้าได้ วันเปิดร้านจึงเกิดบรรยากาศโกลาหลของความไม่ลงรอยกันระหว่างว่าที่พ่อตากับลูกสาวและลูกเขยจนร้านแทบแตก แสงฉานทำงานหนักเป็นสองเท่า คิดเมนูอาหารไทยประยุกต์แบบใหม่ ๆ เพื่อดึงดูดลูกค้า ติดป้ายทางเข้าร้าน ซึ่งก็ได้ผลลูกค้าเริ่มมา แต่ก็ยังไม่เป็นที่พอใจอุรวสา อุรวสาต้องการให้ร้านเต็มทุกที่นั่ง แสงฉานอ่อนใจ บางครั้งมาตรฐานสูงลิบของอุรสาก็กดดันเขาอยู่ไม่น้อย คู่หนุ่มสาวทะเลาะกันบ่อยครั้ง การไม่ให้เกียรติสามีของอุรวสา ทำให้ความอดทนของแสงฉานหมดลงเรื่อย ๆ แสงฉานอาจไม่ใช่ผู้ชายที่เก่งที่สุด... แต่ก็ไม่ได้โง่ ขนาดต้องให้เมียเข้ามาจัดการชีวิตทุกอย่าง อัษฎาชวนภิสิตมากินข้าวที่บ้าน อินทุอรดูแลปรนนิบัติภิสิตอย่างดีจนบราลีและอุรวสาอดที่จะร้อนใจไม่ได้ว่าอินทุอรข้ามเส้นคิดเกินเลยกับภิสิต ภิสิตเห็นสายตาของอินทุอรที่ชื่นชมก็ยิ่งทรมานใจและรู้สึกผิดในสิ่งที่ทำอยู่ ขอตัวกลับ แต่อินทุอรเข้าใจผิดคิดว่าภิสิตโกรธ เมื่อเธอขอคำอธิบาย ภิสิตตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่าเขาไม่ได้เป็นคนดีอย่างที่อินทุอรคิด ทำให้อินทุอรช้ำใจกับความหมางเมินเหินห่าง บราลีกับอุรวสาแน่ใจว่าอินทุอรปักใจกับภิสิตแน่ๆ จึงตกลงกันว่าจะไม่แพร่งพรายเรื่องนี้ให้อัษฎารู้และรอดูท่าทีของภิสิต หากเขาแสดงออกว่าชอบอินทุอร อุรวสาและอันตราจะเป็นคนไปพูดกับภิสิตเอง อุรวสาต้องการเปิดสาขาร้าน แต่แสงฉานไม่เห็นด้วยอยากให้ร้านแรกอยู่ตัวก่อนแล้วค่อยขยับขยาย อุรวสาไม่ฟัง ซื้อร้านเก่ามาตกแต่งใหม่ แสงฉานโมโหไม่ยอมไปเป็นเชฟให้ ด้วยความเจ้าอารมณ์อุรวสาเผลอต่อว่าแสงฉานว่าไม่มีหัวธุรกิจ ไม่มีความทะเยอทะยาน เธอไม่ต้องการผู้ชายแบบนี้มาเป็นผู้นำครอบครัว แสงฉานเหมือนโดนตบหน้า... เมียปรามาสดูถูก แสงฉานขอเลิก ! อุรวสาโมโห เลิกก็เลิก ! แต่หลังเลิกรากันต่างฝ่ายต่างเสียใจ แสงฉานไม่มีจิตใจบริหารร้าน อุรวสาแทบไม่มีรอยยิ้มเพราะคนเดียวที่ทำให้อุรวสายิ้มได้... คือแสงฉาน บุษบาบัณมีโอกาสพบกับแสงฉานในงานปาร์ตี้ครั้งหนึ่งที่ก๊วนแก๊งจัดที่ US Restaurant ทันทีที่เห็นหน้า ด้วยความเป็นสาวเปรี้ยวเจ้าชู้.. บุษบาบัณถึงกับถูกใจในความหล่อเหลาของแสงฉานบุษบาบัณหาโอกาสเข้ามาใกล้ชิดแสงฉานอยู่ตลอดเวลา ใช้เล่ห์มารยาหญิงยั่วยวนแสงฉานแต่เขาไม่เล่นด้วย ผู้หญิงคนเดียวที่แสงฉานรักคือ...อุรวสาบุษบาบัณไม่ยอมแพ้วางแผนให้อุรวสาเข้าใจผิดว่าแสงฉานมีอะไรกับเธอ แต่อุรวสาไม่หลงกล...ตบหน้าบุษบาบัณฉาดใหญ่ ให้สาสมกับความหน้าไม่อายอยากจะแย่งผู้ชายที่เธอรัก เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้อุรวสาตระหนักว่ารักแสงฉานมากแค่ไหน .. ทั้งคู่กลับมาคืนดีกันอีกครั้ง ในงานเลี้ยงเปิดงานโครงการก่อสร้างแห่งใหม่ของอัษฎา เวสม์ไปด้วยในฐานะนักการเงิน อัษฎาจึงชวนภิสิตไปร่วมงานเพื่อกันเวสม์จากอินทุอร เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเวสม์ทำดีกับอันตราเพื่อจีบอินทุอร ยังไงเสียเขาก็ไม่ยอมเสียลูกสาวให้กับผู้ชายที่ไม่น่าไว้ใจเป็นอันขาด!! บุษบาบัณตามภิสิตมาด้วย เพราะเริ่มระแคะระคายคิดว่าภิสิตต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้หญิงคนใดคนหนึ่งแน่นอน แม้เธอไม่ได้รักภิสิต... แต่บุษบาบัณต้องการความเป็นเจ้าของผู้ชายคนนี้ บุษบาบัณยอมไม่ได้ที่ภิสิตจะทิ้งเธอ.. เพื่อไปหาผู้หญิงคนใหม่ !! อินทุอรสลดไปเมื่อเห็นภิสิตมากับบุษบาบัณ เธอต้องเลี่ยงไปคุยกับเวสม์แทน เมื่อบุษบาบัณเห็นแววตาของอินทุอร เธอมั่นใจขึ้นทันทีว่าผู้หญิงคนนี้คือคนที่ภิสิตแอบชอบอยู่ เธอยิ่งชิงชังอินทุอรมากขึ้นไปอีกอันตรากับอุรสาเห็นสายตาไม่เป็นมิตรของบุษบาบัณ รีบดึงอินทุอรออกมาเตือนด้วยความเป็นห่วงกลัวเธอปล่อยใจให้ภิสิต อินทุอรจำต้องยอมรับกับพี่สาวทั้งสองคนว่าเธอชอบภิสิตเกินกว่าจะห้ามใจ อันตราและอุรสาเข้าใจน้องสาว.. และสัญญาว่าจะไม่บอกเรื่องนี้ให้อัษฎารู้ อินทุอรถูกโทรศัพท์ลึกลับตามรังควานและยังถูกบุษบาบัณใส่ร้ายว่าแย่งภิสิตผ่านหน้านิตยสาร ภิสิตทะเลาะกับบุษบาบัณอย่างรุนแรง ที่ปล่อยข่าวทำลายชื่อเสียงของอินทุอรแบบนี้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้คนในสังคมรับรู้ว่าบุษบาบัณไม่เคยแยแสภิสิตแม้แต่นิดเดียว เมื่ออัปสรรู้เรื่องราวทั้งหมดจึงนัดอัษฎามาคุยเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง แนะนำให้อัษฎายอมรับความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสอง เพราะความรักระหว่างภิสิตกับอินทุอรมีแต่ความสวยงามและอยู่ในสายตาของเธอโดยตลอด อัษฎาถึงกับอึ้งเมื่อรับรู้เรื่องราวทั้งหมด...ยากจะทำใจจริงๆ ที่ลูกสาวคนเล็กจะรักกับเพื่อนรุ่นน้องอย่างภิสิต อุรสาช่วยย้ำให้อัษฎาเห็นว่าอินทุอรไม่ใช่ต้นเหตุที่ทำให้ครอบครัวของภิสิตแตกแยก เธอเล่าเรื่องราวระหว่างเธอ บุษบาบัณ และ แสงฉาน ให้พ่อฟัง เพื่อตอกย้ำว่าบุษบาบัณทำตัวแย่เพียงใด ผู้หญิงอย่างบุษบาบัณไม่เคยซื่อสัตย์กับภิสิตเลยสักครั้ง..สถานการณ์เรื่องราวระหว่างอินทุอรกับภิสิตเบาบางลง .. แต่เรื่องราวการแอบแต่งงานกันระหว่างอุรสากับแสงฉานกลับถูกรับรู้โดยอัษฎา.. ระเบิดระหว่างพ่อกับลูกสาวคนโตในบ้านประทุอีกครั้ง !! ศศิพิมลขอหย่าพงษ์ชัยเพื่อเดินหน้าแย่งชิงเวสม์ แต่พงษ์ชัยไม่ยอมหย่า ตบตีและทำร้ายศศิพิมลจนเข้าโรงพยาบาล เวสม์ขู่จะแจ้งความหากพงษ์ชัยยังทำร้ายศศิพิมลอีก ในที่สุดศศิพิมลพ่ายแพ้ต่อความดีของเวสน์ในครั้งนี้ ศศิพิมลเรียกอันตราเข้ามาบอกความจริงและความดีของเวสน์ในอดีตทั้งหมด เล่าให้อันตราฟังว่าเวสน์รักอันตรามากแค่ไหน เหตุการณ์ครั้งนี้.. ทำให้อินตรารับรู้ความจริงว่าเวสม์เป็นผู้ชายแสนดีและเป็นสุภาพบุรุษเพียงใด เป็นครั้งแรกที่สาวห้าว ยินดีเปิดใจรับชายหนุ่มอย่างเวสม์เข้ามาในหัวใจ คนในครอบครัวแปลกใจเมื่อเห็นอันตราใส่กระโปรง ตั้งแต่ใช้นางสาวนำหน้า สาวห้าวไม่เคยนุ่งกระโปรงอื่น.. นอกจากกระโปรงนักเรียน !! แม่พี่สาวน้องสาวถามไถ่ยกใหญ่ อะไรดลใจให้เปลี่ยนไป อันตราปิดปากเงียบแต่อัษฎารู้...ก็ไอ้แมงกะจั๊วหน้าหล่อนั่นไง ทำลูกสาวคนสนิทของเขากลายเป็นหญิงจ๋า อัษฎาบอกอันตรา...หัวเด็ดตีนขาด พ่อก็ไม่รับไอ้เจ้าเวสม์เป็นลูกเขย แม้ว่าอันตรากับบราลีผู้เป็นแม่.. จะอรรถาธิบายถึงเหตุผลความดีของเวสน์ยังไง คนหัวดื้ออย่างอัษฎาก็ไม่ยอมฟัง พงษ์ชัยสั่งให้ลูกน้องจับตัวเวสม์ไปซ้อมทำร้าย แล้วกลายเป็นอัษฎาที่เข้าไปช่วยเวสม์ออกมาจากเหล่าร้ายจนตัวเองเกือบโดนยิงตาย อัษฎายอมเสี่ยงตายเพื่อเวสม์เพราะรู้ว่าเวสม์เป็นผู้ชายที่อันตรารัก อัษฎารู้ว่าเวสม์ไม่ใช่แมงดา แต่ที่ไม่ยอมรับเพราะกลัวเวสม์แย่งลูกสาวไป เวสม์ตัดสินใจเข้าไปสู่ขออันตรา พร้อมๆ กับที่ภิสิตกับแสงฉานเอาธูปเทียนแพไปกราบขอขมาอัษฎา ที่ปิดปังความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากับลูกสาวอีกสองคนของอัษฎามาโดยตลอด บราลีพยายามชี้ให้อัษฎาตระหนักรับรู้ถึงความรักของหนุ่มสาวทั้งสามคู่... อุรวสา อันตรา และ อินทุอร โตเป็นผู้ใหญ่... ไม่ใช่เด็กหญิงตัวน้อยที่อัษฎาเคยดูแลและปกป้อง อาจถึงเวลาที่สาวน้อยของพ่อต้องออกไปเผชิญโลกกว้างกับผู้ชายที่รักแล้ว ในที่สุดอัษฎาจึงเปลี่ยนความคิด ยอมรับความจริงข้อนี้ทั้งหมด.. อัษฎาปลื้มใจที่ลูกทั้งสามคน แม้ไม่ใช่พี่น้องกันแท้ ๆ แต่รักกันมาก เสียสละดูแลกันและกันตลอดเวลาในทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนงานแต่งงานอย่างเป็นทางการระหว่างอุรวสากับแสงฉาน อัษฎาสอนอุรวสา...เป็นภรรยาไม่ควรข่มสามี ต้องให้เกียรติสามี เคารพสามี เพราะทั้งคู่เปรียบเหมือนส่วนเติมเต็มซึ่งกันและกัน อุรวสาพยักหน้ารับคำ...ก้มกราบพ่อ อันตราจะแต่งงานกับเวสม์เดือนหน้า...ส่วนอินทุอรมีแพลนจะแต่งกับภิสิตสิ้นปี ต้นปีหน้าภิสิตต้องจะต้องไปเป็นผู้ช่วยทูตที่ออสเตรียและจะพาอินทุอรไปอยู่ด้วยในฐานะภรรยา อีกไม่นานบ้านหลังใหญ่ของอัษฎา ลูกๆ ก็จะแยกย้ายไปมีครอบครัว แต่ไม่ว่าลูกของพ่อไปอยู่แห่งหนไหน สายใยรักของพ่อก็เชื่อมโยงถึงลูกเสมอ... รายชื่อนักแสดง กฤษฎา พรเวโรจน์ รับบทเป็น ภิสิตรณิดา เตชสิทธิ์ รับบทเป็น อินทิราหลุยส์ สก๊อตต์ รับบทเป็น เวศม์อามีนา กูล รับบทเป็น อันตราอเล็กซ์ เรนเดลล์ รับบทเป็น แสงฉานณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ (ณิชา) รับบทเป็น อุรวสาทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี รับบทเป็น อัษฎาอาภาศิริ นิติพน รับบทเป็น บราลีพิตต้า ณ พัทลุง รับบทเป็น บุษบาบัณอภิษฎา เครือคงคา รับบทเป็น ศศิพิมลอนันต์ บุนนาค รับบทเป็น สมศักดิ์ดนัย จารุจินดา รับบทเป็น พงษ์ชัยณัฐฐา ลอยด์ รับบทเป็น ป้าอัปสรปรารถนา สัชฌุกร รับบทเป็น ป้าแต๋วปาริฉัตร ไพรหิรัญ รับบทเป็น ป้าต้อย

แอร์เอเชีย พาบราวน์และโคนี่ จาก Line สติกเกอร์ โลดแล่นบนน่านฟ้า!
airasia /  แอร์เอเชีย

สายการบิน แอร์เอเชีย (Air Asia) เปิดตัวเครื่องบินเพ้นท์ลายใหม่สีสวยสด โดยร่วมมือกับ LINE สติกเกอร์ พาคาแร็คเตอร์ตัวเด่นจาก LINE มาอยู่บนเครื่อง อาทิเช่น หมีบราวน์ เจมส์ กระต่ายโคนี่ กบลีโอนาร์ด เป็ดน้อยแซลลี่ หัวหน้าจอมฮา แมวเซ็กซี่เจสสิก้า และ หนอนเอ็ดเวิร์ด มาร่วมกันสร้างสีสันบนเครื่องบิน พร้อมเหินฟ้าสู่เส้นทางหลากหลายของแอร์เอเชีย แอร์เอเชีย พาบราวน์และโคนี่ จาก Line สติกเกอร์ โลดแล่นบนน่านฟ้า! ทั้งนี้นอกจากความพิเศษการเพ้นท์ลายบนตัวเครื่องแล้ว ผู้โดยสารยังได้ตื่นตาตื่นใจกับคาแร็คเตอร์สุดน่ารักจาก LINEภายในห้องโดยสาร อาทิเช่น ช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะ หรือโต๊ะวางอาหารหน้าที่นั่ง ซึ่งเครื่องบินลำนี้ได้ให้บริการทั่วภูมิภาคกว่า 22 ประเทศ เชื่อว่าจะเป็นประสบการณ์ใหม่ของคนรักสติกเกอร์ Line แน่นอน สเปนเซอร์ ลี หัวหน้าฝ่ายการพาณิชย์แอร์เอเชีย เบอร์ฮัด (แอร์เอเชีย มาเลเซีย) กล่าวว่า แอร์เอเชียได้ร่วมมืออย่างเป็นทางการ (Official Account) กับ LINE เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และมีผู้ติดตามกว่า 13.4ล้านคน เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้นำคาแรคเตอร์ LINE ต่างๆบินสู่ท้องฟ้าไปยังประเทศต่างๆทั่วเอเชียในเครือข่ายของสายการบินแอร์เอเชีย รวมทั้งมีโอกาสได้ร่วมสร้างและขยายการร่วมมือกับทาง LINE แอพพลิเคชั่นแชทระดับโลก โดย LINE ได้สร้างปรากฏการณ์การเปลี่ยนแปลงของแอพพลิเคชั่นแชทด้วยสุดยอดนวัตกรรม ในขณะที่แอร์เอเชียเป็นผู้บุกเบิกนวัตกรรมด้านดิจิตัลอยู่เสมอเช่นกัน “คาแรคเตอร์ LINE อันโด่งดังจะไม่ใช่แค่ไว้สื่อสารกันผ่านทางLINE แอพลิเคชั่นเท่านั้น แต่ยังจะมีโอกาสได้สื่อสารกับผู้โดยสารแอร์เอเชียผ่านเครื่องบินได้ ทั้งนี้คาแรคเตอร์ต่างๆในLINE ได้รับความนิยมอย่างสูงในประเทศไทย เช่น หมีบราวน์ และ กระต่ายโคนี่ ประสบการณ์บนเครื่องบินที่เต็มไปด้วยตัวการ์ตูนต่างๆจาก LINE จะทำให้การเดินทางของคุณสนุกและตื่นเต้นกว่าทุกครั้งแน่นอน” อีเจ ลี รองประธานอาวุโส LINE Plus Corporation กล่าวเสริม ผู้โดยสารสามารถโหลดสติกเกอร์ Line ฟรีได้แล้วผ่านบัญชีอย่างเป็นทางการ (Official Account) ประเทศไทย LINE ID: AirAsiaThailand ประเทศมาเลเซีย LINE ID: AirAsiaประเทศสิงคโปร์ LINE ID: AirAsiaSingapore และร่วมสนุกกับกิจกรรม AIRASIA LINE Lookalike Contestระหว่างวันที่ 25 พ.ย. – 7 ธ.ค.57 เพียงคุณถ่ายรูปตัวองให้เหมือนสติกเกอร์แอร์เอเชีย โดยการลงรูปผ่านอินสตาแกรม และใส่ #AirAsiaLINE 50 ท่านที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับตุ๊กตาสุดพิเศษจากทาง LINE สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ดูได้ทางFacebook (facebook.com/AirAsia) และTwitter (twitter.com/AirAsia) แอร์เอเชีย พาบราวน์และโคนี่ จาก Line สติกเกอร์ โลดแล่นบนน่านฟ้า!

กองแช่งปาดเหงื่อ!! หงส์พร้อมซิว คล็อปป์ นั่งกุนซือแทนตาหวาน
คริสตัล พาเลซ /  คล็อปป์ / 

The Express สื่อชื่อดังของเกาะอังกฤษ รายงานว่า หลังจากที่ "หงส์แดง" บุกไปโดน คริสตัล พาเลซ ถอนขนถึงถิ่น 1-3 ทำให้ จอห์น เฮนรี่ เจ้าของสโมสร ลิเวอร์พูล ไม่พอใจฟอร์มการคุมทัพของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ในซีซั่นนี้สุดๆ โดยเล็งตัดสัมพันธ์ "บีร็อด" ด้วยการอัญเชิญ เจอร์เกน คล็อปป์ เทรนเนอร์เมืองเบียร์ของ ดอร์ทมุนด์ มาเป็นนายใหญ่ในถึ่นแอนฟิลด์แทน ก่อนหน้านี้ คล็อปป์ เคยให้สัมภาษณ์ยอมรับว่าสนใจเข้ามานั่งเก้าอี้คุมทีมใน พรีเมียร์ลีก แล้วถ้ามีใครติดต่อมาจริงก็พร้อมคุยเรื่องข้อเสนอทันที ซึ่งทำให้ ลิเวอร์พูล ที่กำลังฟอร์มแย่ เตรียมรื้อโครงการปั้นดาวรุ่งของ ร็อดเจอร์ส ไปคว้ากุนซือคนเก่งของ ดอร์ทมุนด์ เข้ามาทำหน้าที่แทนในเร็ววันนี้ ทั้งนี้ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส มีสถิติคุมทีม ลิเวอร์พูล ไปแล้วทั้งหมด 115 นัด พาทีมคว้าชัยไป 60 ครั้ง เสมอ 24 เกม และแพ้ 31 แมตช์ ตั้งแต่ตอบรับมาคุมทีมเมื่อปี 2012 ถึงปัจจุบัน

โม รับผิด! นอกใจเอง เหตุเลิก ทอมอ้อม
โม อมีนา /  โม อมีนา อ้อม / 

ปิดฉากรักอีกคู่!! สำหรับนางร้ายคนสวยขวัญใจทอม-ดี้อย่าง โม อมีนา ที่เพิ่งเปิดตัวว่ามีสาวหล่อคนใหม่นามว่า อ้อม ยุพดี มาดูแลหัวใจได้ไม่นาน ก็โพสต์ไอจีตัดพ้อส่อแววรักร้าวซะงั้น ล่าสุด สาวโม ยอมรับเลิกรากับ อ้อม มาเป็นอาทิตย์แล้ว เพราะความเจ้าชู้ของตัวเอง โดยขอยอมรับผิดว่าเธอเองก็มีส่วนไม่ดีที่นอกใจคุยกับคนอื่น ซึ่งอีกฝ่ายมีนิสัยจุกจิกคอยเช็คตลอดเลยเป็นเหตุทำให้ทะเลาะกัน สาวโม จึงตัดสินใจขอห่าง! แบบไม่กลัวคนมองว่ารักเร็ว-เลิกเร็ว บอกในเมื่ออยู่ด้วยกันไม่ได้ก็ต้องแยกจากกันอยู่ดี และยังเชื่อว่าสักวันจะเจอคนของเราจริงๆ ... ขอบคุณภาพจาก IG @ mo_amena, about_aom โม-อ้อม โม-อ้อม โม-อ้อม โม-อ้อม

ปาร์ตี้!! แก๊งนางฟ้า เลี้ยงส่ง พอลล่า บินคลอด
พอลล่า บัทเทอรี่ /  พอลล่า เทเลอร์ / 

ถึงกับยกก๊วนจัดปาร์ตี้อย่างสนุกสนานกันเลยทีเดียว! สำหรับสมาชิกแก๊งนางฟ้าทั้ง 7 สาว ที่งานนี้เปลี่ยนบรรยากาศมาพักผ่อนพร้อมฉลองปาร์ตี้กันในสวนสาธารณะแบบชิลๆ เพื่อเลี้ยงส่งคุณแม่คนสวยอย่าง พอลล่า บัทเทอรี่ ที่เตรียมบินรอคลอดลูกชาย ณ ประเทศอังกฤษ และงานนี้สาวสวยทั้ง 7 ก็ไม่พลาดที่จะเก็บภาพงานปาร์ตี้ครั้งนี้ รวมไปถึงภาพน่ารักๆ ของ น้องไลลา-น้องบีน่า และ น้องบรู๊คลิน โดยมีพ่อ เวย์ ไทเทเนียม และ พ่อเอ็ดเวิร์ด บัทเทอรี่ มาร่วมแจมและช่วยดูแลบรรดาลูกๆ ให้ด้วย แหม..ช่างเป็นงานปาร์ตี้ที่ดูอบอุ่นจริงอะไรจริง!! ขอบคุณภาพจาก IG : crishorwang , paulataylorbuttery , janesuda , janienineeleven , nanarybena , ann_laisuthruklai แก๊งนางฟ้า จัดปาร์ตี้เลี้ยงส่ง พอลล่า แก๊งนางฟ้า จัดปาร์ตี้เลี้ยงส่ง พอลล่า แก๊งนางฟ้า จัดปาร์ตี้เลี้ยงส่ง พอลล่า แก๊งนางฟ้า จัดปาร์ตี้เลี้ยงส่ง พอลล่า แก๊งนางฟ้า จัดปาร์ตี้เลี้ยงส่ง พอลล่า แก๊งนางฟ้า จัดปาร์ตี้เลี้ยงส่ง พอลล่า แก๊งนางฟ้า จัดปาร์ตี้เลี้ยงส่ง พอลล่า แก๊งนางฟ้า จัดปาร์ตี้เลี้ยงส่ง พอลล่า แก๊งนางฟ้า จัดปาร์ตี้เลี้ยงส่ง พอลล่า แก๊งนางฟ้า จัดปาร์ตี้เลี้ยงส่ง พอลล่า แก๊งนางฟ้า จัดปาร์ตี้เลี้ยงส่ง พอลล่า

ชะตาใกล้ขาด! สถิติชี้ผลงาน ร็อดเจอร์ส เน่ากว่ามอยส์ซะอีก
กีฬา /  ข่าวกีฬา / 

เก้าอี้ของ เบรนเดน ร็อดเจอร์ส กุนซือ ลิเวอร์พูล เข้าขั้นร้อนถึงขีดสุดหลังเกม พรีเมียร์ลีก ที่บุกไปแพ้ คริสตัล พาเลซ 3-1 ตอนนี้ร่วงมาอยู่อันดับ 12 ของตารางคะแนนเป็นที่เรียบร้อย ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า บีร็อด ที่ใช้เงินไปเกือบๆ 120 ล้านปอนด์ในฤดูกาลนี้ทำหงส์เละกว่า แมนฯ ยูฯ ภายใต้การคุมทีมของ เดวิด มอยส์ ในฤดูกาลก่อนซะอีก หลังเล่นผ่าน 12 นัดเท่ากัน มอยส์ ทำแต้มได้มากกว่า ร็อดเจอร์ส ถึง 7 คะแนน นี่เป็นสัญญาณเตือนว่าหาก ลิเวอร์พูล ผลงานยังไม่กระเตื้องเชื่อว่าบีร็อดอยู่ไม่ครบเทอมแน่

โบรกฯคาดหุ้นไทย คึกคัก หลังจีนลดดอกเบี้ย
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

โบรกฯคาดหุ้นไทยคึกคัก หลังวันศุกร์วอลุ่มหนา ส่วนจีนลดดบ.กระตุ้นเศรษฐกิจหนุน และแรงหนุนจากคลังส่งสัญญาต่ออายุ LTF และ RMF แนะซื้อ ถือต่อ บล. เคจีไอ มองดัชนีหุ้นไทยวันนี้ปรับขึ้นต่อรับจิตวิทยาบวกจากตลาดหุ้นโลก หลังเมื่อเย็นวันศุกรจีนประกาศ ลดดอกเบี้ยเงินกู และเงินฝากเพื่อกระตุนเศรษฐกิจ และหุนยุโรปพุงแรงเฉลี่ย 2.8% หลัง ECB ประกาศเริ่ม ซื้อพันธบัตร Asset-backed Securities เพิ่มเติมจากกอนหนาที่ซื้อ Covered Bonds ไปแลว นอกจากนี้ คาดมีแรงเก็งกําไรหุนกลุมรับเหมา และกอสรางตอเนื่อง กอนหนาที่ครม. ประชุมพรุงนี้อนุมัติ MoU รถไฟ รางคูไทย-จีน คาดวาแรงซื้อจากนักลงทุนสถาบันในประเทศจะเปนปจจัยหลักหนุนดัชนีฯ ภายหลังที่กระทรวงการคลังให ความชัดเจนในสัปดาหที่แลววาจะตออายุสิทธิประโยชน LTF และ RMF แนะนําถือหุนตอ หรือซื้อเก็งกำไร ด้านบล.เมย์แบงก์กิมเอ็ง ประเมินว่าตลาดหุ้นไทยวันศุกร์ฟื้นตัว 10.52 จุด ปิดที่ 1,579.20 จุด มูลค่าการซื้อขายหนาแน่นถึง 60,181 ล้านบาท โดยเงินทุนต่างชาติเป็นกลาง กลับมาซื้อสุทธิตลาดหุ้นไทยเล็กน้อย 45 ล้านบาท กลับมาซื้อสุทธิตลาดตราสารหนี้ 1,230 ล้านบาท แต่คงการ Short สุทธิใน SET50 Index Futures เป็นวันที่ 2 อีก 2,519 ล้านบาท สะท้อนมุมมองของนักลงทุนต่างชาติต่อการลงทุนในไทยไร้ปัจจัยบวกที่เด่น อย่างไรก็ตาม เราประเมินว่าดัชนีหุ้นไทยในช่วงสั้นนี้มีโอกาสไต่ระดับขึ้นทดสอบ 1,590 จุด ผลักดันด้วยเงินทุนสถาบันภายในประเทศ จากเม็ดเงิน LTF และการปิ ดขาย IPO กองทุนทริกเกอร์ฟันด์ใน 1-2 วันนี้ วงเงิน 2.3 พันล้านบาท รวมถึงมีโอกาสที่จะเห็นเงินทุนต่างชาติสะสมหุ้นหลัก หลังเสร็จสิ้นการโรดโชว์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เราเชื่อว่าหุ้น Big Cap และขนาดกลางที่แนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 4 เติบโตเด่น ขณะที่ปัจจัยในประเทศเอื้อต่อการลงทุนในเช้าวันนี้ หลัง ธนาคารกลางจีน ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก และอัตราดอกเบี้เงินกู้ 1 ปี เมื่อเย็นวันศุกร์ที่ผ่านมา เนื่องจากสภาพคล่องทางการเงินตึงตัวจากการขาย IPO จำนวน 11 บริษัทตลอดสัปดาห์นี้ในตลาดหุ้นจีน ตลาดประเมินว่า สภาพคล่องจะถูกดูดออกไปมากถึง 1.0 ล้านล้านหยวน แนะนำขายทำกำไรบางส่วนบริเวณ 1,590 จุดหรือใกล้เคียง แต่หากหุ้นเป้าหมายราคาปรับตัวลงระหว่างชั่วโมงการซื้อขาย อาจเข้าเก็งกำไรเพิ่มเติมได้ แนะนำ KTB, ANAN หุ้นเด็ดรายตัว คลิ๊กเลย>>>>>>> MThai News

เฮ้ย อินอ่ะ ภาพรักลึกซึ้ง งานแต่ง เพศเดียวกัน
คู่เกย์ /  งานแต่ง / 

ความรัก งดงามอยู่ในตัวของมันเสมอ รักไม่เคยกีดกั้น พรมแดน เชื้อชาติ ศาสนา หรือว่า เพศ แต่ใครเลยจะเชื่อว่า ในประเทศเสรีอย่าง อเมริกา รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งได้รับอนุมัติกฎหมายผ่านการรับรอง อนุญาตให้เพศเดียวกันสามารถสมรสได้แล้วที่รัฐนี้ แต่ยังคงมีความคิดเห็นต่างจากบางองค์กร ที่ถึงขั้นปฏิเสธไม่รับงานถ่ายภาพ งานแต่งงาน ของ เพศเดียวกัน เด็ดขาด จนทำให้เกิดกระแสการคอมเม้นต์ครั้งใหญ่บน Fanpage ของ urloved เมื่อ นาย ซาน ราฟาเอล หนึ่งในทีมช่างภาพ บริษัท urloved ได้ออกมาประกาศบนหน้าเว็บไซต์ของ urloved เองว่า "ทางเราไม่รับงานถ่ายภาพคู่รักที่มีทัศนคติ ความเชื่อ ที่ต่างจากเรา เนื่องจากเป็นการยากที่เราจะทำงานร่วมกันให้ออกมาดีได้ เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่จะเป็นช่างภาพให้กับคู่รักที่มีความเชื่อ และทัศนคติในทิศทางเดียวกันกับเรา ซึ่งนั่นจะเป็นการเอื้ออำนวยให้ลูกค้าของเราได้รับบริการที่ดีที่สุดสำหรับวันพิเศษของท่าน และนี่คือมาตรฐานที่เราขอมอบให้แด่ลูกค้าของเรา" อย่างไรก็ตาม หลังจาก ทางบริษัท urloved ได้แถลงออกมาบนเว็บไซต์ ทางอดีตว่าที่คุณลูกค้า คู่กรณีของบริษัทนี้ก็ไม่ได้ออกมาโต้ตอบ หรือ แสดงความคิดเห็นแต่อย่างใด มันไม่ใช่เรื่องง่ายหรอกนะ กับการที่ คู่รักสักคู่ จะตกลงปลงใจมาใช้ชีวิตร่วมกัน ไม่ว่าเขาจะเป็นเพศเดียวกันหรือไม่ แต่พวกเขาต่างก็ต้องผ่าน จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ ฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ นานา เหมือนกับคู่รักคู่อื่นๆ และพวกเขาต้องต่อสู้กันมาตั้งกี่ปี กว่าจะได้รับกฏหมายการแต่งงานของเพศเดียวกันมาได้ The Huffington Post ได้ติดต่อขอภาพงานแต่งงาน คู่รัก เพศเดียวกัน จากตากล้องบริษัทอื่นๆ มาให้ได้ชมกัน ไหนลองมาดูสิว่า บริษัท urloved ได้พลาดอะไรไปบ้าง แมรี่ และ ไดอาน่า ช่างภาพ แอนนา คัพเปอร์เบิร์กบอกกับเราว่า " นี่คือคู่เพื่อนรักของฉันเอง แมรี่ และ ไดอาน่า เราเก็บภาพนี้ ตอนทั้งคู่ไปจดทะเบียนสมรสกัน เมื่อวันที่ 28 ก.ค.เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเป็นวันแรกที่กฏหมายนี้ผ่านการรับรองในซานฟรานซิสโก โดยที่ทั้งคู่ได้เลือกวันนี้เป็นวันแต่งงานเป็นเดือนโดยไม่รู้ล่วงหน้าด้วยซ้ำว่าศาลจะอนุญาตในวันนั้น เหตุผลที่ทั้งคู่เลือกวันนี้เป็นวันแต่งงานเป็นเพราะว่าเป็นวันครบรอบ 6 ปีที่ทั้งคู่ใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกัน และ ทั้งคู่ต้องการให้วันนี้เป็นอีกปีของความทรงจำในวันที่ 28 ก.ค. คู่แต่งงานคู่นี้ ซิ่งออกมาจากงานฉลองแต่งงานทันทีที่ทราบข่าวว่าศาลอนุญาตแล้วในวันนั้น เพื่อมาจดทะเบียนสมรสในทันที มันเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมากที่ความรักของทั้งคู่จะมีส่วนร่วมกับประวัติศาสตร์" อิริคและดอม " เมื่อฉันเริ่มถ่ายภาพงานแต่งงานของคู่รักเพศเดียวกันครั้งแรก ฉันก็ไม่มั่นใจนักหรอกว่าจะทำยังไงกับทักซิโด้ทั้ง 2 ชุดดี " ช่างภาพ ทาร่า แอโรวู้ดบอก "มันไม่ใช่เพราะต้องถ่ายภาพผู้ชาย 2 คน แต่มันยากตรงที่การที่จะถ่ายออกมาให้เห็นถึงความผูกพันของทั้งคู่แบบไม่โจ่งแจ้งเกินไป แต่ท้ายที่สุด ฉันก็พบว่ามันง่ายกว่าที่คิด และน่าซาบซึ้งมาก ทั้งอิริคและดอมเป็นคู่ที่น่ารักมาก " เอลิซ่า และ เจนนี่ " รักคือรักเพื่อรัก และ รักจะพาคุณไปพบหนทางเอง " ช่างภาพ ซูซี่ เคลมองต์ กล่าวถึงนิยามสำหรับคู่ เอลิซ่า และ เจนนี่ " การแต่งงานครั้งนั้นคือ เวทมนต์ชัดๆ ฉันไม่สามารถลืมได้เลย ทั้ง เอลิซ่า และ เจนนี่ คือคู่ที่เข้มแข็งมาก และพวกเธอก็ช่างเป็นแรงบันดาลใจแก่ผู้หญิงให้กล้าที่จะแตกต่างโดยแท้ ฉันนับถือเส้นทางความรักของทั้งคู่ที่ต้องฝ่าฟันช่วงเวลาที่ยากลำบากมาหลายต่อหลายครั้ง กว่าจะได้พบและรักกัน ก็เหมือนๆ กับพวกเราทุกคนนั่นแหละ การได้เป็นสักขีพยานเพื่อเฉลิมฉลองชีวิตรักที่ยังต้องฝ่าฟันของพวกเขาต่อจากนี้ เป็นประสบการณ์ที่ช่างเหลือเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นงานแต่งของชาย - หญิง หรือ คู่รักเพศเดียวกัน ก็ไม่ได้แตกต่างกันเลยนะ แค่ "รัก" นั่นก็มีเวทมนต์ เพียงพอแล้วล่ะ " ลิซ่า และ มิเชล "ลิซ่า และ มิเชล พบรักกันโดยลูกชายของทั้งคู่ เนื่องจากเด็กๆ เป็นเพื่อนร่วมโรงเรียนเดียวกัน และ ลูกๆ คือแก้วตาดวงใจของทั้งคู่ งานแต่งครั้งนั้น จึงได้เชิญเด็กๆ มาเป็นแขกผู้มีเกียรติในงานถึง 27 คน" แอนนา คัพเปอร์เบิร์กกล่าว แจ็ค และ ไรอัน " ทั้งคู่เป็นแรงหนุนความฝันและเป็นแรงบันดาลใจของกันและกัน งานแต่งครั้งนั้นมันสนุกสุดยอด มองไปทางไหนก็ไม่มีที่ติเลยล่ะ " ช่างภาพ ดาน่า ฮาร์กิธี่ กล่าวถึงทั้งคู่ ซาร่าห์ และ แจ็คกี้ "ไม่มีอะไรที่แตกต่างเลยนะ เมื่อฉันมองที่ทั้งคู่กำลังมีความสุขกับงานแต่งของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น คู่เกย์ เลสเบี้ยน หรือ ชาย - หญิง ทุกคู่ก็น่าซาบซึ้งเหมือนกันนั่นแหละ ฉันเห็นอารมณ์รัก และเรื่องราวดีๆ ฉันถึงรับที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการเก็บภาพช่วงเวลาดีๆ แบบนี้เสมอๆ ซาร่าห์ และ แจ็คกี้ เป็นคู่ที่มีพลังล้นเหลือ การได้ร่วมงานกับเธอเป็นอะไรที่สนุกที่สุดเท่าที่ฉันเคยทำมา แขกที่มาร่วมงานต่างรักและชื่นชมในตัวของทั้งคู่ จนฉันอยากเก็บภาพเหล่านี้ไว้ให้หมด ไม่อยากที่จะหลุดรอดไปเลยแม้แต่ภาพเดียว ทุกๆ ตางรางนิ้วภายในงาน มีแต่รอยยิ้ม กอด และ จูบ ก็นี่คือการแสดงความรักสำหรับครอบครัวและเพื่อนสนิทเท่านั้นนี่นา " สเตซี่ย์ และ และ ลอร่า ช่างภาพ ฮาร์กิธี่ กล่าวถึงงานแต่งที่เธอประทับใจที่สุดว่า " เป็นครอบครัวที่รักกันมาก เป็นวันที่ลูกสาวของทั้งคู่มีความสุขที่สุดในชีวิตที่เห็นแม่ๆ ของพวกได้แต่งงานกัน" ไรอัน และ ดาร์เรน " ภาพนี้ถ่ายเพื่อบอกกับตัวเองว่านี่คือเรื่องจริง รัก คือ รัก และมันควรค่าแก่การเฉลิมฉลอง โดยไร้มุมมองเรื่องเพศมาข้องเกี่ยว " ช่างภาพ ลาริสซ่า เคลฟแลนด์ กล่าวต่อว่า " การถ่ายถาพแต่งงานของทั้งคู่ ไม่ได้ทำให้ฉันตื่นเต้นน้อยกว่าคู่รักอื่นๆ ที่ฉันเคยถ่ายมาเลย เคมีของทั้งคู่เข้ากันมาก และนั่นทำให้ฉันทำงานง่ายขึ้น ที่จะเก็บภาพให้เห็นถึงความรักของทั้งคู่ได้อย่างงดงามและชัดเจน " เควิน และโทนี่ " เควิน และโทนี่ คือคู่เกย์ คู่แรกที่เรารับงานมา ตอนที่ทั้งคู่เข้ามาติดต่อจ้างเรา ทั้งคู่ก็ไม่ได้แตกต่างจากลูกค้าคนก่อนๆ ของเราแต่อย่างใด ทั้งคู่ก็แค่ ตกหลุมรัก และ ตัดสินใจแต่งงาน มันแตกต่างจากคู่อื่นๆ ไหมล่ะ " แทมมี่และ มาร์ค ตุง ตากล้องงานแต่งงานกล่าว " เราเห็นความรักและการเสียสละเพื่อกันและกันของทั้งคู่ พวกเขาคือครอบครัว พวกเขาคือเพื่อน และนั่นทำให้เราเห็นจริงๆ ว่ารักไม่มีพรมแดน" โรเบิร์ต และ อัลวิน " อัลวิน บูม วัย 83 เป็นคนใจบุญสุนทาน และใช้ชีวิตเป็นนักกิจกรรมตัวยงมาตลอดชีวิตใน ซานฟรานซิสโก และเพิ่งเข้าพิธีแต่งงาน กับ โรเบิร์ต ฮอลเกตต์ เมื่อ 17 พฤษภาคม 2014 นี้เอง" แอนนา คัพเปอร์เบิร์ก เล่า อีว่าและ ลาร่า " ฉันอยากถ่ายภาพงานแต่งของคู่รักเพศเดียวกันมานานแล้ว" ช่างภาพ แมรี่ แมคเฮนรี่กล่าว " อีว่าและ ลาร่า เป็นคู่ที่รักกันมาก และ เขาก็แค่อยากใช้ชีวิตร่วมกัน มันไม่มีอะไรดีไปกว่า การสนับสนุนและร่วมยินดีไปพวกเธอ ช่วงเวลาที่น่าตื้นตันที่สุด คือ ตอนที่ พ่อของ ลาร่า ขึ้นกล่าวอวยพร และ บอกว่า เขาดีใจมากแค่ไหนที่ลูกสาวได้แต่งงานกับคนที่เธอรัก " เรียบเรียงเนื้อหาโดย Women Mthai Team ที่มาจาก huffingtonpost