ทัพเรือสิงคโปร์

ฮือฮา! พญาคันคาก แลนด์มาร์คใหม่ ในจ.ยโสธร
ข่าวจังหวัดยโสธร /  พญาคันคาก

พญาคันคาก แลนด์มาร์คตั้งตระหง่าน ในจ.ยโสธร ขณะที่คนเทียบเมอร์ไลอ้อน สิงโตพ่นน้ำในสิงคโปร์  กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของ จังหวัดยโสธรไปแล้ว เมื่อมีการสร้างอาคารพญาคันคาก หรือ พิพิธภัณฑ์พญาคางคก ริมลำน้ำทวน เป็นอาคารประติมากรรม รูปทรงพญาคันคาก สูง 19 เมตร ใช้งบในการก่อสร้าง 18.9 ล้านบาท เชื่อมโยงตำนานบั้งไฟ ชาวเน็ตนำภาพไปเปรียบเทียบสิงโต เมอร์ไลอ้อน แลนด์มาร์คของประเทศสิงคโปร์ โดยอาคารพญาคันคาก จะมีการจัดแสดงนิทรรศการที่เกี่ยวข้องกับประเพณีบั้งไฟ จัดฉายเป็นภาพยนตร์ 4 มิติ และนิทรรศการเกี่ยวกับคางคกชนิดต่างๆ ที่พบได้ในเมืองไทย นอกจากนี้ยังมีการสร้างอาคารพญานาค เป็นอาคารประติมากรรม รูปทรงพญานาคสูง 16 เมตร ยาว 100 เมตร กว้าง 16 เมตร ใช้งบก่อสร้าง 45 ล้านบาท ซึ่งยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง การสร้างอาคารพญาคันคาก หวังเป็นแหล่งท่องเที่ยวประจำจังหวัด ที่เชื่อมโยงตำนานเกี่ยวกับพญาคันคาก เชื่อว่าเป็นโอรสของกษัตริย์ แต่มีผิวเหมือนคางคก ในภาษาอีสานเรียกว่า คันคาก แต่ได้รับการช่วยเหลือจากพระอินทร์ ทั้งยังเป็นที่นับถือของชาวบ้าน จนทำให้ชาวบ้านลืมบูชาพญาแถน ทำให้พญาแถนสร้างความแห้งแล้ง ไม่ปล่อยฝนลงมาบนโลก และในตำนานของชาวอีสาน เชื่อว่าโลกมีโลกมนุษย์และโลกเทวดา แต่โลกมนุษย์อยู่ใต้โลกเทวดา และเรียกเทวดาว่า “แถน” ฝนหรือลมเกิดขึ้นได้นั้นเป็นเพราะอิทธิพลของแถน การที่พญาแถนไม่ปล่อยฝนให้ตกลงบนโลกมนุษย์ทำให้ พญาคันคาก ต้องนำเหล่าสัตว์ทั้งหลายไปรบกับพญาแถนจนชนะ ทำให้ฝนตกตามเดิม แต่มีข้อแม้ว่าต้องจุดบั้งไฟขึ้นไปบอกกล่าว จึงเป็นเริ่มต้นของประเพณีบั้งไฟ MThai News

อีเจี๊ยบโพสต์เหน็บ ฐปณีย์ เป็นนักข่าวไม่ใช่ดารา
ฐปณีย์ /  ฐปณีย์ เอียดศรีไชย / 

เกิดกระแสดราม่าต่อเนื่อง กรณี ฐปณีย์ นำเสนอข่าวโรฮีนจาจนชาวโซเชียลวิจารณ์หนัก ล่าสุดเพจดังได้ออกมาแสดงความเห็นเรื่องนี้ด้วย วันที่ 20 พ.ค. 58 เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่องในโลกออนไลน์ ที่เรียกกันว่า กระแสโรฮิงแยม ของ ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ผู้สื่อข่าวดัง ที่ได้นำเสนอข่าวชาวโรฮีนจาแบบเกาะติดใกล้ชิดจนผู้ชมหลายคนคิดว่า ดราม่ามากเกินไป กระทั้ง เจ้าตัวได้ออกมาโพสต์เฟสบุ๊คยืนยันว่าการนำเสนอนั้นเป็นไปตามหน้าที่ของสื่อมวลชน พร้อมบอกว่าเสียใจกับกระแสที่เกิดขึ้น ล่าสุด เฟสบุ๊คเพจดัง 'อีเจี๊ยบ เลียบด่วน' ที่มีผู้ติดตามมากกว่าล้านคน ได้ร่วมแสดงความคิดเห็นถึงกรณีดังกล่าว ระบุว่า ข่าว"เจ๊แยม ฐปณีย์" โพสต์เฟสฯ บ่นทำนองว่าโดนด่าเยอะ เรื่องโรฮิงยา เสียใจ ผมว่าคนไทยส่วนใหญ่ก็สงสารคนพวกนั้นเหมือนเจ๊แยมแหละ เข้าใจว่าลำบาก เข้าใจว่าเดือดร้อน เมตตา สงสารเห็นใจ ถ้าประเทศเรามีความสามารถ มีเงินทอง จะดูแลเค้า ก็คงไม่ค้านหรอก แต่เจ๊ก็เห็นว่า ตอนนี้เราแม่งไม่ไหวแล้ว คนค้าขายรู้กันว่าเงียบมาก เศรษฐกิจย่ำแย่ ภาษีที่จ่ายไปร้องไห้ไป นอกจากมาเป็นเงินเดือนให้หน่วยงานรัฐห่วยๆ บางหน่วยงานแล้ว ยังต้องมาดูแลต่างชาติอีกเหรอ จะให้ส่งเงินไปช่วย ไปบริจาคที่ไหน คนไทยช่วยไม่ยั้งนะผมว่า จะเนปาล ญี่ปุ่น แต่จะลงเรือล่องมา แล้วเราต้องมาดูแลแบบไม่มีกำหนด ผมว่าคนไทยไม่โอ แล้วทางเราก็ไม่ได้ไปไล่ยิง ขับไล่เค้าเหมือนหมูหมา เราให้ทั้งอาหาร น้ำ น้ำมัน ยา พวกค้ามนุษย์ที่เป็นปัญหาก็กวาดล้างให้ ขอแค่ไม่ขึ้นฝั่งมาประเทศเรา จนกว่าจะตกลงกันให้ชัดเจนก่อน ว่าประเทศต่างๆ จะมีมาตการอย่างไร จะมาพักพิงกับเรานานแค่ไหน ใครจ่ายค่าดูแล ผมว่าก็สมเหตุสมผลอยู่นะ ผมชอบเจ๊นะ ตอนเจ๊ทะเลาะกะลุง (พล.อ.ประยุทธ์ จันโอชา นายกรัฐมนตรี) รอบที่แล้ว คนไทยก็เข้าข้างเจ๊ทั้งนั้น แต่รอบนี้ ที่เค้าไม่ชอบก็คือการทำข่าวของเจ๊มันเหมือนเราทำกับเค้าแบบไร้เมตตา เจ๊สงสารเขา เจ๊ไม่อยากปล่อยมือให้เขาลอยจากไป ไม่รู้จะได้พบกันไหม เจ๊ร้องไห้แงๆ เหมือนไปว่าคนที่เขาไม่เห็นด้วย มันใจโหด ใจชั่ว ไม่รักเพื่อนมนุษย์ไปโน่น เจ๊ไม่ต้องเลิกทำข่าวหรอก เพียงแต่อย่าให้แม่งดราม่าขนาดนั้น คิดถึงผลกระทบด้านอื่นด้วย เจ๊มีหน้าที่เสนอความจริง ไม่ได้เสนออารมณ์สะเทือนใจของตัวเอง เจ๊เป็นนักข่าวเจ๊ไม่ใช่ดารา ขณะเดียวกัน "อีเจี๊ยบ" กล่าวถึงคนบางกลุ่มที่ไม่อยากให้ไทยช่วยชาวโรฮิงยา เนื่องจากมองว่า คนกลุ่มนี้เป็นคน"ขี้เกียจ เป็นคนไม่ดี" นั้นก็ไม่ถูกต้อง เพราะถ้าเขาไม่เดือดร้อน ก็คงไม่ออกมาตายเอาดาบหน้าแบบนี้ เช่นเดียวกับพวกที่ "โหน" โรฮิงยา เพื่อหวังผลทางการเมือง...นั่นก็แย่พอๆ กัน! MThai News

เมียนมาตกลง ร่วมโต๊ะประชุมฉุกเฉินที่ไทย ถกวิกฤต 'โรฮิงญา'
ผู้อพยพ /  พม่า / 

เมียนมาตอบรับคำเชื้อเชิญ เข้าร่วมประชม ถกวิกฤตโรฮิงญา ที่จะจัดขึ้นในประเทศไทยภายในสัปดาห์หน้า วันนี้ (21 พ.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าว กรณีที่ เจ้าหน้าที่เมียนมา ออกมาเปิดเผยว่าจะส่งผู้แทนเข้าร่วมประชุมฉุกเฉินเพื่อแก้วิกฤตผู้อพยพ กลุ่มชาติพันธุ์ 'โรฮิงญา' ซึ่งจะจัดขึ้นที่เมืองไทยในสัปดาห์หน้า แต่ยังไม่ได้ระบุรายชื่อผู้เข้าร่วมประชุมที่ชัดเจน ทั้งนี้รายงานระบุว่า นายซอ เท เจ้าหน้าที่ประจำทำเนียบประธานาธิบดีเมียนมา แถลงการณ์ว่าเมียนมาพร้อมให้ความร่วมมือกับรัฐบาลประเทศอื่น ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาผ่านการตกลงกันอย่างสร้างสรรค์และอยู่บนพื้นฐานด้านมนุษยธรรม พร้อมทั้งให้ความเห็นด้วยว่า เมียนมาตัดสินใจเรื่องนี้หลังจากได้รับจดหมายเชื้อเชิญ ทั้งนี้ทั้งนั้น การเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ มิได้หมายความว่าเมียนมา จะเข้ามามีส่วนร่วมในการรับผิดชอบกับวิกฤตเรือมนุษย์ลอยกลางทะเล ที่เกิดขึ้นแต่เพียงผู้เดียว รวมทั้งไม่ได้หมายถึงการใช้คำว่าโรฮิงญา ที่รัฐบาลปฏิเสธการยอมรับมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องวิกฤตกลุ่มชาติพันธุ์ไร้แผ่นดิน ชาวโรฮิงญา ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ในระดับภูมิภาค ที่มีประเทศในแถบตะวันตกเป็นมือที่สาม เข้ามามีส่วนร่วม ผลักดันในประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกันแก้ไขปัญหา โดยอ้างถึงหลักมนุษยธรรม ทว่า วันนี้รัฐบาลแซมเบียได้ออกตัว ให้ที่พักพิงแก่ชาวโรฮิงญาทั้งหมด โดยอ้างว่า ให้ความช่วยเหลือต่อพี่น้องชาวมุสลิมเช่นเดียวกัน พร้อมทั้งเรียกร้องขออุปกรณ์ความช่วยเหลือจากประชาคมโลก ทำให้เกิดข้อกังขาในประเด็นที่ว่า แม้แต่ประชากรแซมเบียเอง ยังต้องอพยพออกนอกประเทศไปยังทวีปยุโรปทางเรือเช่นเดียวกัน จนมีประเด็นในเรื่องเงินบริจาคเข้ามาเกี่ยวข้อง MThai News ที่มา BBC Thai

กองทัพเรือ แจงไฟไหม้กรมอู่ทหารเรือ เหตุไฟฟ้าลัดวงจร
กรมอู่ทหารเรือ /  กรุงเทพฯ / 

กองทัพเรือชี้แจงเหตุไฟไหม้ ที่กรมอู่ทหารเรือ เบื้องต้นสาเหตุมาจากไฟฟ้าลัดวงจร ภายในอาคารเก็บอุปกรณ์สร้างเรือ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ  วันนี้ 19 พ.ค. พล.ร.ต.กาญจน์ ดีอุบล เลขานุการกองทัพเรือ ชี้แจงเหตุไฟไหม้ อู่ทหารเรือธนบุรี กรมอู่ทหารเรือ ว่าภายหลังเพลิงสงบ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานสำนักงานตำรวจแห่งชาติตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่าสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ทำให้เกิดประกายไฟลุกไหม้บริเวณพื้นที่เก็บสี ภายในอาคารเก็บอุปกรณ์สร้างเรือ ตรวจการณ์ปืน กองควบคุมคุณภาพ อู่ทหารเรือธนบุรี กรมอู่ทหารเรือ ทำให้อุปกรณ์ที่ใช้ในการสร้างเรือเสียหายเล็กน้อย เบื้องต้นข้าราชการกองทัพเรือ และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงปลอดภัยทุกนาย อย่างไรก็ตามกองทัพเรือขอขอบคุณฐานทัพเรือกรุงเทพ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กองทัพบก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานกรุงเทพมหานคร มูลนิธิอาสาสมัคร และหน่วยงานต่าง ๆ ที่ได้ให้ความช่วยเหลือในการดับเพลิงในครั้งนี้ด้วย ด้าน พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์  ผบ.ทร. กล่าวภายหลังการประชุมร่วม ครมฺ. กับคสช. ถึงเหตุการณ์เพลิงไหม้ที่กรมอู่ทหารเรือ ว่าได้รับทราบรายงานเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว ล่าสุดสามารถควบคุมสถานการณ์ได้เป็นที่เรียบร้อย ไม่มีการลุกลามเข้าไปในส่วนของคลังน้ำมันแต่อย่างใด ขณะนี้คงต้องรอผลการสอบสวนต่อไป MThai News ที่มา... เดลินิวส์

อินโดนีเซีย ระเบิดเรือประมงต่างชาติ รุกน่านน้ำ41ลำ
ระเบิด /  ระเบิดเรือ / 

ทางการอินโดนีเซียระเบิดและจมเรือประมงต่างชาติ 41 ลำ พร้อมเตือนถึงการล่วงล้ำเข้ามาหาปลาในน่านน้ำของประเทศ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองทัพอินโดนีเซียได้ระเบิดเรือประมงต่างชาติทิ้งจำนวน41ลำ เพื่อเป็นสัญญาณเตือนเรื่องการลักลอบเข้ามาจับปลา โดยผิดกฎหมายในเขตน่านน้ำของอินโดนีเซีย เรือประมงต่างชาติมาจากหลายประเทศด้วยกันถูกระเบิดทิ้งที่ท่าเรือหลายแห่งทั่วอินโดนีเซีย ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในแหล่งหาปลาที่ดีที่สุดในโลกด้วย ด้านโฆษกกองทัพเรืออินโดนีเซียแถลงว่า เรือประมง 35ลำถูกระเบิดทิ้งด้วยกองทัพเรืออินโดนีเซีย และอีก6ลำนั้นทางตำรวจน้ำอินโดนีเซียเป็นผู้ดำเนินการ “ขณะที่ นางซูสี ปูดเจียสตูตี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการทางทะเลและประมง บอกว่าอินโดนีเซียได้ดำเนินการระเบิดเรือประมงต่างชาติไปแล้วหลายลำ นับตั้งแต่รัฐบาลของประธานาธิบดีโจมโค วิโดโด เข้ารับตำแหน่งเมื่อปีที่แล้ว

Leonardo DiCaprio เป็นเจ้าภาพจัดงานบนเรือยอชท์สุดหรูในเมืองคานส์
Leonardo /  DiCaprio

Leonardo DiCaprio เป็นเจ้าภาพจัดงานบนเรือยอชท์สุดหรูในเมืองคานส์

คุมโกโต้งพร้อมพวกค้าโรฮีนจาฝากขัง-จ่อหมายจับอีก9
ค้ามนุษย์ /  ฝากขังผลัดแรก / 

เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนนำตัว "โกโต้ง" พร้อมพวกอีก3ราย ฝากขังศาลนาทวีผลัดแรก ทั้งหมดยังปฏิเสธ จ่อหมายจับขบวนการค้าโรฮีนจาอีก 9  วันที่ 20 พ.ค. พล.ต.ท.มนตรี โปรตะนันทน์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 แถลงความคืบหน้าคดีขบวนการค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจาว่า ล่าสุดยังไม่มีการออกหมายจับ หรือจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเติม โดยขณะนี้มีผู้ต้องหาอยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่ทั้งหมด 34 ราย จากหมายจับทั้งหมด 71 ราย โดยผู้ต้องหาคนล่าสุด คือ ร.ต.ต.นราธร สัมพันธ์ รองสารวัตรสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธร จ.ระนอง ที่เข้ามอบตัวที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 9 วานนี้ ขณะทรัพย์สินของเครือข่ายค้ามนุษย์ที่ถูกยึดได้ มีมูลค่า 81 ล้านบาท และ เรืออีก 5 ลำ ที่ไม่สามารถประเมินมูลค่าได้ คาดว่าจะออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องเพิ่มอีก 9 คน ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ขณะที่วันนี้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจะนำตัว 4 ผู้ต้องหา ที่ได้เข้ามอบตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดนาทวี เป็นผลัดแรก หลังสอบสวนเสร็จแล้ว ประกอบด้วย นายปัจจุบัน อังโชติพันธุ์ หรือ โกโต้ง อดีตนายกอบจ.สตูล นางทัศนีย์ สุวรรณรัตน์ นายอนุสรณ์  สุขเกษม หรือ โกเล้ง และ พ.ต.ท.ชาญ อู่ทอง สารวัตรอำนวยการ สภ.เคียนซา จ.สุราษฎร์ธานี ส่วน ร.ต.ต.นราธร สัมพันธ์ ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน ทั้งนี้ผลการสอบสวน โกโต้ง และผู้ต้องหาคนอื่น ๆ ยังให้การปฏิเสธ MThai News

สวย-โหด-บ้า! ยกทัพแฟนอาร์ต มาชุดใหญ่ จาก Mad Max: Fury Road
Fan art /  Mad Max: Fury Road / 

นาทีนี้ ใครต่อใครเป็นยอมคารวะ แด่ความระห่ำคลั่งของภาพยนตร์ Mad Max: Fury Road แมด แม็กซ์ ถนนโลกันตร์ ที่ผู้กำกับปู่ จอร์จ มิลเลอร์ ได้จัดเต็มแอ็คชั่นเดือดสุดขีด อะดรีนาลีนพลุ่งพล่านแบบไม่เกรงใจสังขาร กระแสสแรงขนาดนี้ มีหรือเหล่าแฟนๆ จะรออยู่เฉยๆ หากคุณหลงรักความบ้าของหนังเรื่องนี้ ขอเชิญชมกองทัพแฟนอาร์ต จากหลากศิลปินขั้นเทพ ที่เราขนมาให้ชม ส่งตรงจาก Vertigo ที่ทั้งโหดทั้งสวย ไม่แพ้ตัวหนังเลยนะเอ้อ โดย Riley Rossmo โดย Rebekah Isaacs โดย Gerardo Zaffino โดย Simon Bisley โดย Nicola Scott โดย Jim Lee โดย Toby Cypress โดย Tara McPherson โดย Marguerite Sauvage โดย Lee Bermejo โดย Christian Ward โดย Gilbert Hernandez โดย David Mack โดย Bill Sienkiewicz โดย Cliff Chiang โดย Paul Pope โดย Mike Allred โดย Rian Hugues โดย Guillermo Mogorron โดย Ben Templesmith โดย Rafael Albuquerque กองทัพภาพสวยคลั่งทั้งหมดนี้ ยังเป็นแค่บางส่วนเท่านั้น ถ้าอยากได้มาครอบครองพร้อมชมอีกชุดใหญ่เต็มๆ ล่ะก็ ไปหาจับจองหนังสือรวมแฟนอาร์ตคารวะ Mad Max: Fury Road ได้ทางเว็บไซต์ Vertigo ได้เลย ยึดเบาะให้มั่น คาดเข็มขัดให้แน่น แล้วไปซิ่งระห่ำบนถนนสายเดนตาย ไปกับ Mad Max: Fury Road แมด แม็กซ์ ถนนโลกันตร์ ได้แล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ Mad Max: Fury Road ได้ที่นี่เลย ------------------------------------

มติสนช.เอกฉันท์ 186เสียงผ่านงบปี59วาระแรกแล้ว
2559 /  งบประมาณรายจ่าย / 

สภานิติบัญญัติแห่งชาติ มีมติเอกฉันท์ 186 เสียง รับหลักการร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี59 วาระแรกแล้ว ขณะ นายกฯ ย้ำพิจารณางบฯ ตามความสำคัญและความจำเป็นเร่งด่วน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ได้กล่าวชี้แจงและตอบข้อซักถามของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2559 ว่า ขอบคุณสมาชิกทุกคนที่เข้าใจตนเองและรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลได้ดำเนินการด้วยความซื่อสัตย์ทำให้เกิดความคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด กับการพิจารณาการใช้งบประมาณตามความสำคัญและความจำเป็นเร่งด่วน ขณะเดียวกันจะต้องมีการตรวจสอบการเบิกจ่ายงบประมาณในทุกๆ 3 เดือน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน พร้อมยืนยันความจำเป็นในการใช้งบประมาณจัดซื้อยุทโธปกรณ์ของทางกองทัพ เพราะมีความจำเป็นและที่ผ่านมากองทัพก็ทำงานอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ภายหลังการประชุม สนช. ใช้เวลาในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2559 นานกว่า 8 ชม. โดยที่ประชุมมีมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2559 ด้วยคะแนนเอกฉันท์ 186 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง และเสนอตั้งคณะกรรมาธิการ จำนวน 50 คน แปรญัตติ 15 วัน ระยะเวลาการดำเนินงาน 90 วัน

Heroes of the Storm เปิด OBT เล่นได้พร้อมกันทั่วโลกวันนี้
Heroes of the Storm /  เกมส์ออนไลน์ / 

เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2558 - Asiasoft ประกาศเปิดตัวเกมส์ออนไลน์ใหม่ Heroes of the Storm (HeroesSEA.com) พร้อมต้อนรับผู้เล่นเกมส์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าสู่สนามรบ เล่นพร้อมกันทั่วโลกได้แล้ววันนี้ เกมส์ออนไลน์ Heroes of the Storm เป็นเกมส์แนว Hero Brawler ซึ่งเป็นเกมส์ที่รวบรวมเหล่าตัวละครจากเกมส์ต่างๆ ภายใต้ค่ายเกมส์ Blizzard Entertainmentได้แก่ Warcraft, StarCraft และ Diablo โดย Heroes of the Storm มีจุดเด่นอยู่ที่ความสวยงามของกราฟฟิคภายในเกม และความตื่นเต้นเร้าใจในการต่อสู้แบบ 5 ต่อ 5 ผ่านการวางกลยุทธ์ระหว่างการเล่นเกมส์แบบทีมเวิร์ค พร้อมระบบตัวละครและแผนที่ (Maps) ที่หลากหลายไม่ซ้ำใครกว่า 7 รูปแบบ ไม่มีระบบการออกไอเทมเหมือนเกมแนว MOBA ทั่วไป ลดความยุ่งยากในการเล่น จึงทำให้เกมสนุกและเข้าใจง่าย สามารถเข้าถึงได้ทุกกลุ่มผู้เล่น ใช้เวลาในการเล่นเพียง 15-20 นาทีต่อเกมส์ รวมถึงสามารถปรับแต่ง Skins ของตัวละครและสัตว์ขี่ (Mounts) ได้ตามใจชอบอีกด้วย คุณกิตติพงศ์ พฤกษอรุณ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชียซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงแผนการตลาดของเกมส์ Heroes of the Storm ในปี 2558 ได้มีการวางงบประมาณส่งเสริมการตลาดทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ใน 4 ประเทศ ได้แก่ ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ไว้มากกว่า 50 ล้านบาท โดยจะใช้ E-Sports เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ขับเคลื่อนที่สำคัญ ซึ่งจะเริ่มด้วยการแข่งขันทัวร์นาเม้นท์ Road to BlizzCon เฟ้นหาสุดยอดทีมผู้เล่นในระดับประเทศและระดับภูมิภาค เพื่อชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 3.3 ล้านบาท ผู้ชนะในระดับภูมิภาคจะมีโอกาสเป็นตัวแทนเพื่อเข้าสู่การแข่งขันระดับโลก ที่งาน BlizzCon 2015 ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา มีรางวัลรวมทั่วโลกสำหรับทัวร์นาเม้นท์นี้กว่า 1.2 ล้านเหรียญสหรัฐ นอกเหนือจากนั้น ทางเอเชียซอฟท์ยังได้เตรียมการแข่งขันทัวร์นาเม้นท์อื่นๆ เพิ่มเติมเพื่อให้ผู้เล่นได้ร่วมสนุกกันตลอดทั้งปี ผู้เล่นสามารถเล่นเกมส์ Heroes of the Storm ได้แล้ววันนี้ ดาวน์โหลดได้ที่ HeroesSEA.com

พระไพศาลให้ข้อคิด
ผู้อพยพ /  พระไพศาล วิสาโล / 

พระไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุขิโต ชี้ การปล่อยให้เพื่อนมนุษย์ตายกลางทะเล ไม่ใช่วิถีทางที่ควรทำ วันนี้ (19พ.ค.) กลายเป็นประเด็นที่ผู้คนยังคงให้ความสนใจอยู่ในช่วงเวลานี้ สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาและการช่วยเหลือผู้อพยพชาวโรฮิงญา มีผู้คนจำนวนไม่น้อยแสดงความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า ทางรัฐบาลไทยได้ช่วยพวกเขาเต็มที่แล้ว หากต้องการแก้ไขปัญหาควรไปแก้ที่ประเทศต้นเรื่อง ล่าสุดพระไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุขิโต  จ.ชัยภูมิ ซึ่งท่านเป็น พระนักวิชาการ นักคิดนักเขียนพระพุทธศาสนารุ่นใหม่ ได้โพสต์ข้อความแสดงความเห็น เกี่ยวกับสถานการณ์การแก้ปัญหาชาวโรฮิงญา ในเฟสบุ๊ก Phra Paisal Visalo ดังนี้ เกือบ ๔๐ ปีที่แล้วอ่าวไทยเต็มไปด้วยผู้อพยพชาวเวียดนามหลายแสนคนที่หนีภัยคอมมิวนิสต์ด้วยการนั่งเรือข้ามทะเลออกมาอย่างเสี่ยงตาย ทั้งนี้เพราะมุ่งหวังอนาคตที่ดีกว่า หลายคนตายเพราะขาดน้ำขาดอาหาร จำนวนไม่น้อยถูกโจรสลัดปล้น ข่มขืน และฆ่า คนเหล่านี้ไม่มีที่พึ่งอื่นใดนอกจากผู้คนตามชายฝั่งต่าง ๆ ที่เรือไปถึง รวมทั้งคนไทย ตอนนั้นคนไทยจำนวนไม่น้อยก็เกือบมีชะตากรรมเดียวกัน เพราะระบอบคอมมิวนิสต์ได้มาประชิดชายแดนไทย หากไทยเป็นคอมมิวนิสต์เหมือนประเทศเพื่อนบ้าน คนไทยนับล้านคงต้องตัดสินใจทิ้งประเทศ ยอมออกไปเสี่ยงตายข้างหน้า ไม่ว่าจะเดินเท้า นั่งรถ หรือล่องเรือ ฝากชีวิตไว้กับน้ำใจของผู้คนในประเทศต่าง ๆ เดชะบุญไทยรอดพ้นจากเงื้อมมือของคอมมิวนิสต์ คนไทยจำนวนไม่น้อยจึงไม่ต้องไปเป็นมนุษย์เรือ (boat people) เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายเหมือนชาวเวียดนาม วันนี้เมืองไทยได้เผชิญกับคลื่นผู้อพยพระลอกแล้วระลอกเล่าอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้เป็นชาวโรฮิงญาจากพม่า คนเหล่านี้ก็เช่นเดียวกับผู้คนทั้งหลาย หากไม่ถูกกดขี่บีฑาหรือบีบคั้นอย่างถึงที่สุด ย่อมไม่ตัดสินใจละทิ้งบ้านเกิดเมืองนอน ออกมาเสี่ยงภัยกลางทะเล หลายคนต้องทิ้งชีวิตก่อนจะถึงฝั่ง อีกไม่น้อยตายเพราะถูกสังหารเมื่อถึงฝั่งแล้ว คนเหล่านี้แม้พูดคนละภาษากับเรา แต่ก็เป็นมนุษย์เหมือนเรา รักชีวิตเหมือนกับเรา ในยามที่เขาตกระกำลำบาก ขาดอาหาร ขาดน้ำ ขาดที่พักพิง ควรแล้วหรือที่เราจะผลักไสเขาออกไปตายที่อื่น เพราะหากเราเป็นเขา (อย่าลืมว่าเราเกือบจะเป็นอย่างเขาเมื่อ ๓๐ กว่าปีก่อน) เราก็คงปรารถนาความเมตตาจากเพื่อนต่างชาติต่างภาษาเช่นกัน เรามิใช่เป็นแค่คนไทย แต่เรายังเป็นมนุษย์ที่มีน้ำใจ ลองใช้ความเป็นมนุษย์เปิดใจเพื่อรับรู้ความทุกข์ของเขา ไม่ใช่ในฐานะโรฮิงญาต่างด้าว แต่ในฐานะที่เขาเป็นมนุษย์เช่นเดียวกับเรา แล้วเราจะตระหนักว่าเขาเป็นเพื่อน ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเรา ที่เราสมควรยื่นมือช่วยเหลือเขา หากเราไม่ทำ แต่ผลักไสหรือปล่อยให้เขาไปตาย ไม่เว้นกระทั่งเด็กและคนแก่ เราจะพูดกับความเป็นมนุษย์ในใจเราได้อย่างไร มีความเข้าใจว่า หากปล่อยให้ผู้อพยพตายกันมาก ๆ กลางทะเล ชาวโรฮิงญาในพม่าก็จะหวาดกลัว และอพยพทางเรือน้อยลง แต่ความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ มนุษย์เรือที่หลั่งไหลจากอาฟริกาไปยุโรป เมื่อปีที่แล้วตายหรือสูญหายถึงเดือนละ ๘๐๐ คน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ๆ มาก แต่คลื่นมนุษย์ทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้ลดลงเลย กลับเพิ่มมากขึ้น (และตายเพิ่มขึ้นด้วย) ดังนั้นจึงไม่ควรหวังว่าการทำใจแข็ง ปล่อยให้มนุษย์เรือชาวโรฮิงญาตายกลางทะเล จะช่วยให้การอพยพลดน้อยถอยลง การปล่อยให้เพื่อนมนุษย์ตายกลางทะเล ไม่ใช่วิถีทางที่ควรทำ ขณะเดียวกันการแบกรับภาระทั้งหมด ก็เป็นไปได้ยาก สิ่งที่เราน่าจะช่วยกันผลักดันให้เกิดขึ้นก็คือ การร่วมกันแบ่งเบาภาระในระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีทุนสนับสนุนจากนานาชาติ ขณะเดียวกันก็ต้องได้รับความร่วมมือจากประเทศต้นทางเพื่อสกัดกั้นการหลั่งไหลในระยะยาว ทางออกที่เป็นไปได้นั้นมีหลายทาง แต่สิ่งสำคัญก่อนอื่นใด คือ ความตั้งใจที่จะช่วยเหลือเขาในฐานะเพื่อนมนุษย์ และด้วยสำนึกของความเป็นมนุษย์ MThai News ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก Phra Paisal Visalo

ยึดเรือขนโรฮีนจา3ลำส่งปปง.-ออกหมายจับเพิ่มอีก6
ค้ามนุษย์ /  สตูล / 

รองผบ.ตร.เผยศาลออกหมายจับขบวนการค้าโรฮีนจาเพิ่มอีก 6 ขณะสตูลยึดเรือผู้ต้องหา 3 ลำ เชื่อใช้ขนชาวโรฮีนจา อายัดส่ง ปปง.ตรวจสอบ วันที่ 21 พ.ค. พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าคดีขบวนการค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจาว่าล่าสุดวานนี้ (20 พ.ค.) ศาลได้อนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาในขบวนการค้ามนุษย์โรฮีนจาเพิ่มอีก 6 ราย ในจำนวนนี้ไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐแต่อย่างใด โดยส่วนใหญ่เป็นคนในพื่นที่ ส่งผลให้ขณะนี้มีผู้ร่วมขบวนการที่ถูกออกหมายจับแล้วทั้งหมด 77 ราย ในจำนวนนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 4 นาย พร้อมระบุว่าในการประชุมร่วมกัน 15 ประเทศ ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพในวันที่ 29 พ.ค.นี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังไม่ได้รับการประสานให้ส่งตัวแทนไปร่วมประชุมแต่อย่างใด ขณะที่นายเดชรัฐ สิมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 รักษาราชการแทน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสตูล พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานเจ้าท่าสาขาสตูล และตำรวจน้ำ ร่วมกันตรวจยึดเรือ 3 ลำ ที่บริเวณท่าเทียบเรือตำรวจน้ำ ต.ตำมะลัง อ.เมือง จ.สตูล โดยลำแรกป็นเรือตรวจการณ์ พบที่บริเวณเกาะหยงกลิง ขณะตรวจยึดไม่มีผู้แสดงตนแต่จากการสอบปากพยานพบว่าเป็นเรือของ นายสมบูรณ์ กำนันตำบลเกาะสาหร่าย ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีค้ามนุษย์ และไม่พบเอกสารอนุญาตใช้เรือ จึงแจ้ง ปปง.ให้ดำเนินการตรวจยึด ส่วนลำที่ 2 สามารถตรวจยึดได้บริเวณเกาะปูยู ขณะตรวจยึดก็ไม่มีผู้ใดแสดงตนและลำสุดท้ายเป็นเรือสปีดโบ๊ท ยึดได้ที่บริเวณเกาะปูยู ทราบว่าเป็นเรือของ นายสา และ โต๊ะดิน เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดเรือทั้ง 3 ลำไว้ตรวจสอบ และหาพยานหลักฐาน ยืนยันว่าเป็นเรือที่ใช้ขนส่งชาวโรฮีนจา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเจ้าท่าประเมินมูลค่าของทรัพย์สิน พร้อมส่งให้สำนักงาน ปปง.ดำเนินการตรวจยึดต่อไป ทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบแล้วพบว่าเรือที่มีโลโก้ของกรมการปกครองเป็นเรือ ส่วนตัวของกำนัน ตำบลเกาะสาหร่าย ซึ่งขณะนี้ไม่เจอตัว และพบอยู่ในหมายจับคดีค้ามนุษย์ ซึ่งโลโก้ดังกล่าวเป็นโลโก้ปลอม MThai News

โรฮีนจารอด! มาเลย์-อินโดรับ7พันคนขึ้นฝั่ง เมียนมายอมช่วย
ขึ้นฝั่ง /  ค้ามนุษย์ / 

เมียนมาแถลงยอมช่วยเหลือชาวโรฮีนจาแล้ว หลังเคยปฏิเสธรับผิดชอบ ด้านมาเลย์-อินโดจับมือช่วย7พันโรฮีนจาลอยลำกลางทะเลขึ้นฝั่ง ให้ที่พักพิง1ปี  วานนี้(20 พ.ค.) กระทรวงการต่างประเทศเมียนมาแถลงการณ์ว่า รัฐบาลเมียนมาพร้อมให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยทุกคน ทั้งนี้มีความกังวลต่อวิกฤตลี้ภัยของชาวโรฮีนจาเช่นเดียวกับประชาคมโลก และยินดีจะช่วยเหลือทางมนุษยธรรมกับผู้ลี้ภัยทุกคนที่กำลังเดือดร้อนจากการล่องเรือในทะเล ขณะที่นายอานิฟาห์ อามาน รมว.ต่างประเทศมาเลเซีย ออกแถลงการณ์ร่วมกับนางเรตโน มาร์ซูดี รมว.ต่างประเทศอินโดนีเซีย ระบุจากการหารือแบบไตรภาคีระหว่างตัวแทนจากมาเลเซีย อินโดนีเซีย และไทยที่มีพล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รมว.ต่างประเทศไทยเข้าร่วม ได้ข้อสรุปว่า ทางการอินโดนีเซียและมาเลเซียตกลงที่จะให้ความช่วยเหลือชาวโรฮีนจาที่ลอยลำอยู่กลางทะเล ประมาณ 7,000 คนขึ้นฝั่ง โดยจะจัดตั้งที่พักพิงชั่วคราวให้ แต่ไม่ใช่ที่ประเทศ ไทย ขอย้ำว่าจะช่วยเฉพาะกลุ่มที่อยู่กลางทะเลในขณะนี้เท่านั้น และประชาคมนานาชาติจะต้องรับผิดชอบให้การช่วยเหลือมาเลเซีย อินโดนีเซีย และไทย โดยเฉพาะในเรื่องของเงินทุน ที่จะนำมาเป็นค่าจัดตั้งที่พักพิง และค่าสิ่งของช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ซึ่งหลังจากช่วยเหลือแล้วก็จะเข้าสู่กระบวนการคัดกรอง เพื่อเตรียมให้ตั้งหลักปักฐานและส่งตัวกลับประเทศ ที่ประชาคมนานาชาติจะต้องช่วยกันทำให้เสร็จภายใน 1 ปี นอกจากนี้มีรายงานว่า เรือประมงอินโดนีเซียได้เข้าช่วยเหลือเรือบรรทุกผู้ลี้ภัย ที่บริเวณนอกชายฝั่งจังหวัดอาเจะห์ ทางตอนเหนือของเกาะสุมาตรา ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าบนเรือเป็นชาวโรฮีนจาจากเมียนมาจำนวน 433 คน ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 70 คน และผู้หญิง 70 คน และเชื่อว่าเป็นเรือลำเดียวกันกับที่มีการพบเห็นใกล้น่านน้ำไทย เมื่อ 2-3 วันก่อน เบื้องต้นได้นำบางส่วนที่สภาพร่างกายอ่อนแอมากขึ้นฝั่งเพื่อให้การปฐมพยาบาล ขอบคุณภาพจาก ข่าวสด MThai News

9 ร่างไร้วิญญาณคนดังระดับโลกกับเรื่องราวสุดแปลก!
10 อันดับ /  ต่างประเทศ / 

เวลาคนเราเสียชีวิตไปแล้ว ก็จะเหลือแต่เพียงร่างที่ไร้วิญญาณเท่านั้น ซึ่งแต่ละศาสนา วัฒนธรรมก็จะแตกต่างกันไป เช่น ศาสนาพุทธก็จะนำร่างไปเผา, ฝั่งยุโรปก็จะนำร่างไปฝัง เป็นต้น แต่ที่ทีนเอ็มไทยนำมาให้เพื่อนๆ อ่านกันในวันนี้เกี่ยวกับ 9 ร่างไร้วิญญาณคนดังระดับโลกกับเรื่องราวสุดแปลก! ซึ่งบางคนร่างก็ไม่ได้ถูกนำไปทำพิธี บางคนชิ้นส่วนก็ถูกแยกออกไปอยู่ที่อื่น ถ้าเพื่อนๆ ได้อ่านจะต้องอึ้งแน่ๆ >,< 9 ร่างไร้วิญญาณคนดังระดับโลกกับเรื่องราวสุดแปลก! 1. ศพของ Eva Perón ถูกเก็บอยู่ใต้โต๊ะกินข้าวของสามีเธอ Eva (Evita) Perón เป็นผู้หญิงที่มีชื่อเสียงจากสถานะ First Lady ของประเทศอาเจนติน่า เธอได้ทำให้สภาพความเป็นอยู่ของผู้คนที่ยากไร้ดีขึ้น และเธอต่อสู้เพื่อสิทธิสตรี เธอเคยโดนขอร้องจากสามีของเธอ Juan Perón ให้เป็นรองประธานาธิบดีแต่ว่าเธอก็ปฏิเสธไปเนื่องจากปัญหาทางด้านสุขภาพ และหลังจาก Perón หมดสมัยลงในปี 1952 Eva ก็เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งด้วยอายุ 33 ปี หลังจากเสียชีวิต ศพของเธอก็ถูกตกแต่งเพื่อป้องกันการเน่าทันที และจะถูกฝังในอีก20ปีให้หลัง หลังการสร้างสุสาน (ที่ว่ากันว่าใหญ่กว่าเทพีเสรีภาพซะอีก) แต่ระบอบการปกครองของ Juan Perón ก็ถูกล้มล้างซะก่อน จนตัวเขาต้องหนีไปสเปน ศพของเธอที่ดูราวกับเป็นตุ๊กตาขี้ผึ้ง ได้อยู่กับเหล่าทหารซึ่งกลัวว่าถ้าหากฝังเธออย่างเป็นทางการ ผู้คนจะยกย่องให้เธอเป็นผู้เสียสละและเธอจะกลายเป็นต้นตอของการลุกฮือของคนที่รักเธอ ศพของเธอก็เลยถูกเก็บไว้ในลังไม้และถูกส่งต่อกันไปตามที่ต่างๆในบัวโนสไอเรส เมื่อเห็นว่าศพของ Eva นั้นอันตรายเกินไปที่จะอยู่ในอาเจนติน่าต่อไป เธอถูกส่งไปที่ Bonn ประเทศเยอรมัน และต่อมาก็ถูกส่งไปที่อิตาลี่อย่างลับๆ เพื่อฝังเธอในนาม Maria Maggi ในปี 1971 ผู้นำทางการทหารคนใหม่ของอาเจนติน่า Alejandro Lanusse ได้ทำข้อตกลงกับอดีตประธานาธิบดี Juan Perón ว่า Perón จะให้การสนับสนุนระบอบการปกครองใหม่นี้ ถ้าหากว่าทางการทหารคืนศพ Eva ให้เขา Perón และภรรยาใหม่ชื่อ Isabel จึงได้นำศพของ Eva มาไว้ที่แมนชั่นของพวกเขา โดยที่มักจะวางโลงศพของเธอไว้บนโต๊ะอาหาร Isabel มักจะหวีผมให้กับ Eva เป็นประจำตามคำขอร้องของสามีเธอ และยังต้องนอนข้างๆโลงศพ Eva ทุกๆวันเพื่อที่จะซึมซับความฉลาดทางการเมืองของ Eva มาอีกด้วย Juan Perón ได้กลับมามีอำนาจอีกครั้งในปี 1973 แต่ว่า Eva ไม่ได้ถูกนำตัวกลับมาด้วยจนอีก 1 ปีหลังจากนั้น และหลังจาก Juan เสียชีวิต ตำแหน่งประธานาธิบดีก็ถูกสืบทอดโดย Isabel ส่วน Eva Perón ได้หลับอย่างสงบในสุสานที่บัวโนสไอเรส ศพของเธอถูกเก็บไว้ในอุโมงค์ที่ว่ากันว่าสามารถทนได้แม้แต่แรงระเบิดนิวเคลียร์ 2. ศพของ Lord Horatio Nelson ถูกเก็บรักษาไว้ในบรั่นดี การตายของพลเรือโท Horatio Nelson หนึ่งในวีรบุรุษของกองทัพอังกฤษได้สร้างบทเรียนที่สำคัญเกี่ยวกับการรักษาเนื้อเยื่อของศพ Nelson ถูกยิงจนเสียชีวิตเมื่อ 21 ต.ค. 1805 ในขณะที่เขากำลังนำกองเรืออังกฤษสู่ชัยชนะจากสงคราม Napoleonic ที่ Trafalgar ลูกเรือของเขาต้องการให้ผู้บังคับบัญชาของเขาได้มีงานศพอย่างสมเกียรติ แพทย์ศัลยกรรมบนเรือ William Beatty จึงได้คิดที่จะทำการรักษาศพของเขาไว้จนกลับมาถึงฝั่งแทนที่จะทำงานศพกลางทะเล Nelson เตรียมใจที่จะตายอยู่ตลอดอยู่แล้ว เขาเก็บโลงศพเพื่อตัวเองไว้หลังโต๊ะของเขาบนเรือ HMS Victory โลกศพของเขาสร้างจากซากเรือฝรั่งเศสที่เขาได้รับชัยชนะมาจากการต่อสู้ที่ Nile เพื่อที่จะรักษาสภาพศพของ Nelson ไว้ ลูกเรือองเขาได้เอาศพเขาลงไปดองในเหล้าบรั่นดีฝรั่งเศส และเมื่อล่องเรือถึง Gibraltar ก็ได้ในโลงศพของเขาลงไปแช่ในถังบรั่นดีอีกทีหนึ่ง เมื่อร่างของเขามาถึง London มีข่าวลือว่าถังด้านนอกถูกเปิดออกมาแต่ไม่พบบรั่นดีเหลืออยู่เลย ร่างที่ถูกดองไว้ก็ถูกย้ายออกไป และเมื่อลองดูให้ดีๆแล้วจะพบว่าเหล่ากะลาสีเรือได้เจาะรูใต้ลังนั้นเพื่อดื่มบรั่นดีจนหมด จึงเป็นที่มาของการเรียกเหล้าบรั่นดีว่า “เลือดของ Nelson” (บางตำนานเล่าว่าในลังนั้นนอกจากจะมีศพของ Nelson แล้วยังมีการเอาศพมาสับเปลี่ยนอีกหลายครั้ง) ซึ่งจริงๆแล้วบันทึกอย่างเป็นทางการที่ถูกต้องได้กล่าวไว้แค่ว่าศพของเขาได้ถูกแช่ไว้ใน “เหล้าชั้นดี” และไม่มีรายละเอียดใดๆทั้งสิ้นเลย สุดท้ายแล้ว Lord Nelson ก็ได้รับงานศพอย่างสมเกียรติ ศพของเขาถูกเก็บไว้ในสุสานที่ใต้โดมของโบสถ์ St. Paul’s Cathedral 3. นิ้วที่หายไปของ Galileo กลับมาอยู่ในโหลอีกครั้งเมื่อ 300 ปี ให้หลัง ในปี 2009 นิ้วมือของ Galileo 2 นิ้วที่หายไปนับศตวรรษ มันถูกซื้อที่งานประมูลจากคนที่สงสัยว่ามันคืออะไร และนำมันมาให้พิพิธภัณฑ์แห่งประวัติศาสตร์และวิทยาศาสตร์ใน Florence ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ Paolo Galluzzi กล่าวไว้ นิ้ว 3 นิ้วถูกตัดไปจากมือของ Galileo หลังจากที่ศพของเขาถูกเคลื่อนย้ายจากอนุสรชั่วคราวไปยังหลุมศพที่แท้จริงในปี 1737 รวมไปถึงฟันซี่สุดท้ายที่หลงเหลืออยู่บนกรามก็โดนขโมยไปด้วย นิ้ว 2 นิ้วและฟันซี่นั้นได้กลับมาถูกเก็บอยู่ในโหลแก้วซึ่งก็หายไปอีกครั้งในช่วงปี 1905 ไม่มีร่องรอยใดๆของมันทั้งสิ้นมาตลอด 100 ปี จนมีคนไปซื้อมันได้ที่การประมูลและนำมาที่พิพิธภัณฑ์ในปี 2009 โหลแก้วนั้นตรงตามคำอธิบายของโหลแก้วใบเก่าทุกระเบียดนิ้ว เพียงแต่ว่าในขณะที่มันถูกนำมาประมูลนั้น ใบกระดาษที่บ่งบอกว่าของที่อยู่ในโหลนี่คืออะไรมันได้หายไปซะก่อน ทำให้เหล่าผู้ประมูลและคนประมูลไม่รู้ถึงคุณค่าของโหลนี้ว่ามหาศาลมากแค่ไหน ทางพิพิธภัณฑ์ได้มีนิ้วมือของนิ้วที่ 3 ของ Galileo มาตั้งแต่ปี 1927 แล้ว ทำให้นี่เป็นครั้งแรกที่อวัยวะที่หายไปทั้งหมดกลับมาอยู่รวมกันครบ คนที่ตัดนิ้วของ Galileo ออกไปนั้น เป็นคนที่คิดว่า Galileo นั้นเป็นเหมือนผู้มาโปรดโลก และนิ้วที่โดนตัดไปนั้นก็เป็นนิ้วที่เขาใช้ในการจับปากกา 4. ปริศนากะโหลก Mozart ในปี 1902 ที่ Mozarteum ใน Salzburg , Austria ได้กลายมาเป็นผู้ถือครองกะโหลกศีรษะของ Mozart กะโหลกนั้นมีแต่ส่วนบน แต่ว่าส่วนกรามล่างนั้นหายไป กะโหลกนี้ตรงกับบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่ว่า ในปี 1801 สัปเหร่อชาวเวียนนา Joseph Rothmayer ได้ขุดมันขึ้นมาจากหลุมที่ Mozart ถูกฝังไว้ในปี 1791 ด้วยอายุ 35 ถึงแม้ว่าจะมีเรื่องเล่ากันว่า Mozart ถูกฝังในสุสานคนจนแบบยาจก แต่จริงๆแล้ว Mozart ถูกฝังในหลุมกับคนอีกเพียง 4 – 5 คน ซึ่งนับว่าเป็นหลุมศพของชนชั้นกลางในสมัยนั้นแล้ว ตามตำนานเล่าว่าสัปเหร่อนั้นได้แปะเส้นลวดไว้กับกระโหลกของ Mozart เพื่อที่ตอนเขากลับมาขโมย จะได้หยิบถูกคน (ซึ่งต้องรอเป็น 10 ปี ทำให้บางคนคิดว่านี่ไม่ใช่เรื่องจริง) จากนั้น กะโหลกของ Mozart ก็ถูกเปลี่ยนมือไปมากมาย ตั้งแต่อยู่ในมือของผู้ดูแลโบสถ์, กลายไปเป็นคอลเลคชั่นกระโหลกของ Dr.Hyrtl (ซึ่งภายหลังจากนั้นกะโหลกเหล่านั้นจะกลายไปเป็นส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์กะโหลก Mutter ยกเว้นกะโหลก Mozart) หลังจากนั้นก็ได้มาอยู่ในการดูแลของ Mozarteum ในปี 1902 ในปี 2006 หลังจากได้กะโหลกมาแล้ว 104 ปี ทาง Mozarteum ก็ได้วางแผนที่จะพิสูจน์ให้รู้แน่ชัดกันไปว่ากะโหลกนี้เป็นของ Mozart จริงไหม โดยการตรวจ DNA ของกระโหลกกับ DNA จากกระดูกต้นขาจากศพของญาติๆทางฝั่งแม่ของ Mozart น่าเสียดายที่ผลการทดสอบ DNA ทำให้ต้องผิดหวัง นอกจากผลการทดสอบจะบ่งบอกว่ากะโหลกนั้นไม่มีความเกี่ยวข้องทาง DNA กับญาติๆของ Mozart แล้ว ผลการทดสอย DNA จากกระดูกต้นขาของญาติๆทั้งหลายก็ดันไม่ตรงกันเลยอีกด้วย กลายเป็นที่คลุมเครือเป็นอย่างยิ่งว่ามันอะไรยังไงกันแน่ อย่างไรก็ตาม กะโหลกใบนี้ได้มีรอยถูกทุบอย่างแรง ซึ่งจากการที่ Mozart บ่นว่าเขาปวดหัวอย่างหนักในช่วงปีสุดท้ายของชีวิตเขาแล้ว คาดว่าน่าจะเป็นสาเหตุการตายขณะอายุยังน้อยของเขา แต่มันก็เป็นสิ่งที่สรุปไม่ได้และเป็นเพียงแค่ข้อสันนิษฐานอยู่ดี จึงทำให้ปริศนาของกะโหลกของ Mozart นี้ ก็ยังคลุมเครืออยู่จนถึงปัจจุบัน 5. ร่างของ Voltaire ถูกปลอมแปลงเพื่อที่เขาจะได้รับงานศพอย่างสมเกียรติ Voltaire “ปัญญาที่เปล่งประกาย” แห่งสาธารณรัฐ มีข้อพิพาทมากมายในชีวิตของเขาจนเขากลัวว่าพอเขาตายศพของเขาจะถูกนำไปทิ้งถังขยะข้างทาง ซึ่งเป็นสิ่งที่พบเห็นได้บ่อยมากสำหรับผู้ที่ริเริ่มจะวิพากษ์วิจารณ์คริสตจักรในสมัยศตวรรษที่ 18 เมื่อนักเขียนชาวฝรั่งเศสคนนี้ล้มป่วย เขาได้คิดแผนตบตาคนขึ้น โดยที่เมื่อเขาเสียชีวิตลง ให้คนแต่งศพของเขาด้วยชุดหรูๆราวกับยังมีชีวิตอยู่ และให้คนขับรถขับพาเขาไปส่งที่คฤหาสน์ของครอบครัวเขาที่ชายแดนสวิส ห่างไกลจากอันตรายทั้งหลาย แต่ว่าแผนเขาได้ถูกปรับเปลี่ยนนิดหน่อยด้วยหลานของเขาเอง โดยที่หลานเขาให้คนชันสูตศพผ่าเอาหัวใจและสมองเขาออกมา และนำศพของเขานั่งรถไปส่งที่สุสานฝรั่งเศสแทน จนอีกหลายปีหลังจากนั้นที่ศพของเขาจะได้กลับมาที่ Paris เพื่อได้รับหลุมศพที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นใน Pantheon หลายๆคนเชื่อว่าศพของเขายังอยู่ในนั้น แต่ก็มีหลายคนเหมือนกันที่เชื่อว่าผู้ภักดีต่อคริสตจักรได้บุกรุกเข้าไปในสุสานแล้วเอากระดูกของเขาไปทิ้งขยะให้หมาแทะเล่น และเพื่อที่จะหยุดเรื่องราวบ้าๆบอๆเหล่านี้ ทางเจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจที่จะเปิดหลุมศพดูในปี 1897 และพบว่าศพของเขายังอยู่ดีไร้รอยขีดข่วน 6. ร่างของแฝดสยามที่ถูกนำมาหล่อปูนและตั้งแสดงในพิพิธภัณฑ์ แฝดสยามที่โด่งดัง อิน-จัน บังเกอร์ ตัวติดกันด้วยกระดูกอ่อนภายใต้หน้าอกของพวกเขา ซึ่งการแพทย์ปัจจุบันคงจะสามารถผ่าแยกพวกเขาออกมาได้อย่างง่ายๆ แต่ว่าการแพทย์ในศตวรรษที 19 นั้น มันเป็นไปไม่ได้เลย หลังจากท่องเที่ยวโชว์ตัวไปทั่วโลกแล้ว อินและจันก็ได้มาใช้ชีวิตปกติเป็นพลเมือง America อยู่ที่ North Carolina พวกเขาซื้อทาสและแต่งงานกับสตรี 2 พี่น้อง ในปี 1840 จันได้ให้กำเนิดลูกๆถึง 10 คน และอินได้ให้กำเนิดลูกๆ 11 คน ในเดือน มกราคม 1874 จันเสียชีวิตลงขณะที่เขาหลับด้วยโรคปอดบวม 3 ชม.หลังจากนั้น อินก็เสียชีวิตตามไป ตอนแรกหมอวินิจฉัยว่าอินเสียชีวิตเพราะความเสียหายทางจิตใจ แต่หลังจากการวิเคราะห์มากกว่านั้นจึงรู้ว่า อินและจัน ได้ใช้เส้นเลือดใหญ่และเส้นเลือดฝอยร่วมกัน ทำให้อินเสียชีวิตด้วยอาการเสียเลือด ตอนอินกำลังจะตายเขาได้ขอร้องให้คนช่วยดึงน้องชายฝาแฝดของเขามาใกล้ๆเขาให้มากกว่าเดิมหน่อย หลังจากที่ทั้ง 2 คนถูกคอนเฟิร์มว่าเสียชีวิตแล้ว ร่างของพวกเขาถูกส่งไปที่วิทยาลัยแพทย์ Philadelphia เพื่อผาตัด, ศึกษา, ถ่ายรูป และสุดท้ายการชันสูตรศพได้เผยให้รู้ว่าทั้งสองคนใช้ตับร่วมกัน หลังจากการชันสูตรแล้วร่างของพวกเขาก็ถูกนำไปหล่อปูนให้หันหน้าเข้าหากัน พี่น้องคู่นี้ปัจจุบันถูกแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ Mutter Museum ใน Philadelphia ในฐานะแบบอย่างทางการแพทย์ พวกเขาเป็นเพียงแค่โครงร่างของความทรงจำในอดีตของฝาแฝดซึ่งเป็นตำนาน อิน และ จัน แฝดสยามคนแรกของโลก 7. หัวใจของ Anne Boleyn ถูกเก็บไว้กับสามีของเธอ ที่เป็นคนสั่งฆ่าเธอ Henry ที่ 8 ได้ปลดประเทศอังกฤษออกจากลัทธิคาทอลิก เพื่อที่จะได้หย่ากับภรรยาคนแรกและมาแต่งงานกับ Anne Boleyn ที่ชาญฉลาด แต่ Henry ที่ต้องการบุตรชายอย่างมาก ได้คิดว่าการแต่งงานของเขาถูกสาปเพราะว่า Anne ให้ได้แต่ลูกผู้หญิง และพระราชาในขณะนั้นยังกล่าวหาเธอว่าเป็นเพราะเธอนั้นคบชู้กับพวกคนธรรมดาสามัญ และแม้กระทั่งกับน้องชายของเธอเอง Anne Boleyn ถูกจับและถูกตัดหัวบนหอคอยลอนดอนในปี 1536 ตำนานเล่าว่ากษัตริย์ Henry ได้สั่งให้คนควักหัวใจเธอออกมา และ Henry ก็เก็บหัวใจเธอเอาไว้ในกล่องรูปหัวใจในโบสถ์ที่ Suffolk หัวใจนั้นถูกค้นพบในปี 1836 และได้ถูกฝังใหม่อยู่ภายใต้เครื่องดนตรีออร์แกนของโบสถ์ 8. สมองของ Einstein ถูกเก็บไว้ในโหลที่ออฟฟิศของหมอของเขา เมื่อวันที่ 17 เม.ย. 1955 นักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคของเขาได้เขาไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล Princeton เพื่อตรวจความเจ็บปวดในหน้าอกของเขา ในเช้าวันถัดมา เขาก็เสียชีวิตด้วยโรค หลอดเลือดแดงใหญ่ในช่องท้องโป่งพอง ในขณะที่ข่าวกำลังแพร่กระจายถึงการตายของ Einstein ด้วยอายุ 76 ปี สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น สมองของเขา สมองที่กักเก็บความรู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกของเขา ถูกขโมยไป และนั้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเรื่องราว พยาธิแพทย์ Dr. Thomaz Stolz Harvey เป็นหมอที่ได้รับมอบหมายในการชันสูตรศพของ Einstein เขาเริ่มการผ่าตัดศพของ Einstein และหลังจากที่เขารู้สาเหตุการตายแล้ว เขาก็ได้ทำการนำสมองของ Einsteinออกมา วัดความกว้าง ช่างน้ำหนัก เขาบอกว่า “อ้อ ก็เห็นผมได้รับอนุญาตให้ชันสูตรเขา ก็เลยนึกว่าจะผ่าสมองเขาออกมาศึกษาได้ด้วย” ประเด็นคือ จนถึงปัจจุบันนี้ ไม่มีเอกสารแม้แต่ฉบับเดียวที่มีบันทึกว่า Thomaz ได้รับมอบหมายให้ทำการชันสูตรศพ Einstein หลังจากการตรวจวัดคำนวณทุกๆอย่างแล้ว Dr. Harvey ก็ได้นำสมองของ Einstein ไปแช่ไว้ในสารฟอร์มาลดีไฮด์ เขาควักลูกตา Einstein ออกมาและนำมันไปให้กับหมอ Henry Adams หมอตาของ Einstein (มีข่าวลือว่า ลูกตาคู่นั้นถูกเก็บไว้ในตู้เซฟของธนาคารที่ไหนสักที่ใน New York) สุดท้ายแล้วศพของ Einstein ก็ถูกส่งกลับไปเพื่อเผา การนำสมองและดวงตาของ Einstein ออกมานั้นขัดกับคำขอสุดท้ายของ Einstein ที่บอกว่าเขาต้องการที่จะถูกเผาทั้งหมดทั้งร่างและนำเอาอัฐิของเขาไปลอยอังคารอย่างลับๆ เพื่อเป็นการไม่ส่งเสริมการเคารพบูชาเขา ไม่เพียงแค่นั้น Dr.Harvey ยังไม่มีสิทธิตามกฎหมายในการเก็บสมองของเขาไว้ด้วย ภายหลัง Harvey ได้รับอนุญาตจากลูกชายของ Einstein ก็คือ Hans Albert ว่าให้สามารถเก็บสมองพ่อเขาไว้ได้ หลังจากที่ Harvey สัญญาว่าสมองของ Einstein จะถูกนำมาศึกษาเพื่อผลประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ และจะตีพิมพ์สิ่งที่ค้นพบลงในหนังสือบันทึกวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย New York Times ฉบับที่มีหน้าปกเป็น Einstein ตีพิมพ์เมื่อ 20 เม.ย. ได้ลงหนังสือว่า Dr.Harvey ได้ทำการชันสูตรศพ Einstein จากการอนุญาตของ Albert แต่ไม่ได้บอกไว้ว่าจริงๆแล้วเขาอนุญาตหลังจากที่ผ่าไปแล้วต่างหาก Dr.Harvey ได้เก็บสมองของ Einstein ใส่โหลไว้ในออฟฟิศของเขา จนเขาโดนไล่ออกจากโรงพยาบาล Princeton เขาก็ได้นำมันไปกับเขาด้วย เขาได้ไปทำงานต่อที่มหาวิทยาลัย Pennsylvania และได้รับความช่วยเหลือจากมืออาชีพในการผ่าแบ่งสมองออกเป็น 1000 สไลด์ 240 บล็อก เขาใส่มันไว้ในสี่เหลี่ยมเซลลูลอยด์และแจกจ่ายมันออกไปตามที่ต่างๆ และส่วนที่เหลือเขาก็เก็บเอาไว้เองในโหลฟอร์มาลีน Thomas Harvey เสียชีวิตลงในปี 2007 ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตเขาได้ส่งสมอง Einstein กลับไปที่โรงพยาบาล Princeton ณ ที่ที่มันเริ่มต้นการเดินทางของมัน เหล่ามวลชนก็ได้หันมาสนใจสมองของ Einsteinอีกครั้ง และเหล่านักวิจัยทั้งหลายที่เคยได้รับชิ้นส่วนสมองของ Einstein มา ต่างก็ส่งชิ้นส่วนนั้นกลับมาที่โรงพยาบาล Princeton เช่นกัน จนปัจจุบันนี้ พิพิธภัณฑ์ Mutter Museum ใน Philadelphia เป็นสถานที่เดียวในโลกที่เราจะสามารถมองเห็นสมองของ Einsteinได้ ไม่ว่าจะเป็นชิ้นใหญ่ชิ้นเล็ก และรวมไปถึงโน้ตที่เขียนด้วยลายมือของ Thomas Harvey อีกด้วย 9. องคชาติของ Rasputin ได้ถูกนำมาแสดงที่พิพิธภัณฑ์ erotic หลังจากสูญหายไปหลายสิบปี Grigori Rasputin (ที่ปรึกษาของครอบครัว Romanov และเป็นที่รักของพระเจ้า Tsar) ดูเหมือนว่าจะเป็นเพลย์บอยที่มีขนาด…ไม่ธรรมดาเท่าไร มีเรื่องเล่าอยู่ 2 เรื่องเกี่ยวกับการถูกตัดองคชาติของเขาหลังจากการตายในปี 1916 เรื่องแรกเล่าว่า หลังจากที่มือสังหารได้ฆ่าเขา มือสังหารคนนั้นก็ตัดองคชาติของเขาทิ้งทั้งพวง และพนักงานทำความสะอาดที่ต้องมาเก็บกวาดศพของเขาก็ได้เก็บองคชาติของเขาไป แต่บางคนก็เล่าว่าเพื่อนสาวของเขาได้เก็บองคชาติของเขาไปเป็นที่ระลึกหลังจากการชันสูตรศพ กระจู๋ของ Rasputin ดูจะมีประวัติที่มีสีสันไม่น้อย หลังจากที่มันถูกแยกออกมาจากร่างกายของเจ้าตัวแล้ว มันถูกพบครั้งแรกที่ปารีส ปี 1920 เมื่อมีผู้หญิงกลุ่มหนึ่งได้ทำการบูชามันเพื่อความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งในตอนนั้นลูกสาวของ Rasputin ก็ได้ขอร้องว่าให้เอาของๆพ่อเธอคืนมาเถอะ เร็วๆนี้ พิพิธภัณฑ์รัซเซียแห่งความ erotic (เปิดอยู่ที่ St.Petersburg ตั้งแต่ปี 2004) เป็นที่ฮือฮากันว่าได้องคชาติของ Rasputin มาไว้ในครอบครอง ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ Igor Knayazkin กล่าวว่าเขาได้ซื้อมันมาจากร้านขายของเก่าในฝรั่งเศสด้วยราคา $8000 แต่ว่ามันยังไม่ถูกพิสูจน์ว่าเป้นของ Rasputin จริงหรือไม่ องคชาตินี้ยาวถึง 11 นิ้ว แต่ลูกสาวของ Rasputin ที่ชื่อ Marie กล่าวว่าของพ่อเธอนั้นจริงๆต้อง 13นิ้ว จึงทำให้ผู้เชี่ยวชาญหลายคนคิดว่ามันอาจจะเป็นกระจู๋ม้าหรืออะไรทำนองนี้มากกว่า ขอบคุณที่มา www.talulok.com

เครือข่ายค้าโรฮีนจามอบตัวอีก2 ปัดข้อหาขอสู้คดีชั้นศาล
ค้ามนุษย์ /  ปาดังเบซาร์ / 

ผู้ต้องหาค้าโรฮีนจา เข้ามอบตัวเพิ่มอีก2ราย พบเป็นเครือข่าย "นายกเล็กปาดังเบซาร์" ขณะระนองตรวจยึดเรือประมงดัดแปลงใช้ขนโรฮีนจา วันที่ 22 พ.ค. พล.ต.ต.พุทธิชาติ เอกฉันท์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 แถลงความคืบหน้าการดำเนินการจับกุมขบวนการค้ามนุษย์โรฮีนจาว่า นายทนงศักดิ์ เหมมันต์ และนายศราวุธ พรหมกระหมัด สองผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับในคดีค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจา เดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 9 ส่วนหน้า สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา หลังวานนี้(21 พ.ค.) นายวุฒิ วุฒิประดิษฐ์ อดีตตำรวจ จ.สตูล เครือข่ายค้ามนุษย์กลุ่มเดียวกับ นายปัจจุบัน อังโชติพันธุ์ หรือ โกโต้ง ได้เข้ามอบตัว โดยผู้ต้องหาทั้งหมดปฏิเสธข้อกล่าวหา และขอให้การในชั้นศาล จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า ผู้ต้องหาทั้งสองราย เป็นเครือข่ายของนายบรรจง ปองผล นายกเทศมนตรีปาดังเบซาร์ ที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ สำหรับดังกล่าว สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 46 ราย จากที่ถูกออกหมายจับ 77 ราย  ยังเหลือผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอีก 31 ราย ส่วนที่จังหวัดระนอง นายจตุพจน์ ปิยัมปุตระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เปิดเผยถึงผลการเปิดยุทธการตัดวงจรการค้ามนุษย์ ปิดเส้นทางขนส่งจากต้นทางว่า ได้ใช้มาตรการเด็ดขาดเข้าตรวจยึดเรือประมงดัดแปลงที่ใช้ในการขนชาวโรฮีนจาโดยได้ยึดของกลางให้ตกเป็นของแผ่นดินแล้ว 3 ลำ นอกจากนี้ยังมีเรือที่อยู่ในข่ายต้องสงสัยอีก 9 ลำ ที่กรมเจ้าท่า กำลังตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์หรือไม่ โดยได้สั่งให้ระงับการใช้เรือเป็นการชั่วคราว นอกจากนี้ ยังมีอีก 7 ลำ เป็นเรือสัญชาติเมียนมา ซึ่งได้ประสานส่งคืนให้กับเจ้าหน้าที่ของเมียนมาแล้ว เพื่อให้ทราบว่าเป็นเรือประมงดัดแปลงที่มีจุดประสงค์เข้าไปเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ ขอบคุณข้อมูลจาก ครอบครัวข่าว3 MThai News

อ.เจษ ชี้แค่ลือ 'ข้าวพลาสติก' จากจีนระบาดหนักในเอเชีย
ข้าวปลอม /  ข้าวพลาสติก / 

'ข้าวพลาสติก' จากประเทศจีน ที่ผลิตด้วยสารเรซิน กำลังระบาดหนักตามเขตชนบทของอินโดนีเซีย เวียดนาม และอินเดีย หากบริโภคติดต่อกันเป็นเวลานานอาจทำให้เสียชีวิตได้ ขณะที่อาจารย์เจษฯ ชี้แค่ข่าวลือ ยังไม่มีการตรวจพบหรือจับกุม  สำนักข่าวสเตรทไทมส์ของสิงคโปร์ รายงานว่า ข้าวพลาสติก ผลิตในจีน ที่ทำจากมันฝรั่ง มันเทศ และสารสังเคราะห์เรซิน ได้ระบาดเข้าไปขายตามเขตชนบทในอินโดนีเซีย เวียดนาม และอินเดียแล้ว และอาจจะแพร่มาถึงสิงคโปร์เช่นกัน โดยผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเตือนว่า การบริโภคธัญพืชหรือข้าวปลอมดังกล่าว อาจส่งผลร้ายแรงทำลายระบบย่อยอาหาร ทำให้ได้รับพิษถึงแก่ชีวิตได้ เมื่อบริโภคเป็นเวลานาน สำหรับข่าวเรื่องข้าวปลอมหรือข้าวพลาสติก ซึ่งมีขายตามตลาดทั่วไปในจีน โดยเฉพาะที่เมืองไท่หยวน มณฑลส่านซี ที่มีการร่ำลือทางโซเชียลมีเดียอย่างหนาหู แต่ยังไม่มีการยืนยันว่ามีการวางขายจริงหรือไม่ ? แต่ก็ได้ตั้งทีมเฝ้าระวังอยู่ โดยเฉพาะมาเลเซีย ที่รัฐมนตรีเกษตรฯ อิสมาอิล ซาบรี ยาขอบ กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้ แต่ทางกระทรวงจะสอนวิธีดูข้าวปลอมแก่ให้กับประชาชนทั่วไปให้ทราบ ด้านรัฐมนตรีการค้าภายใน ฮาซัน มาลิก เผยว่า ได้ยินข่าวเรื่องข้าวปลอมแล้ว ไม่ทราบว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แต่จะตรวจสอบเรื่องนี้ โดยเฉพาะตามร้านค้าในแถบชานเมืองหรือชนบท ทั้งนี้ การปลอมปนเป็นปัญหาใหญ่ของจีน เมื่อปี 2008 มีการพบว่าผลิตภัณฑ์นมและนมผงสำหรับทารกที่ผลิตในจีนมีการปนเปื้อนสารเมลามีน ทำให้เด็กเล็กเสียชีวิตอย่างน้อย 6 คน และประชาชนล้มป่วยถึง 300,000 คน อย่างไรก็ดีหลังจากที่ข่าวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ทำให้  ว่าที่ร้อยตรี ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว @Jessada Denduangboripant แสดงความเห็นถึงเรื่องดังกล่าว โดยระบุว่า กระแสข่าวดังกล่าวที่ออกมาเป็นเพียงข่าวลือ และไม่เคยมีการตรวจพบหรือจับกุมได้แต่อย่างใด "โดนหลอกแล้ว คลิปโรงงานทำข้าวปลอมที่มาออกน่ะ มันเป็นโรงงานรีไซเคิ้ลพลาสติกครับ ... ข้าวปลอมเรซิ่นจากจีน เป็นแค่ข่าวลือ ไม่เคยมีการตรวจพบหรือจับกุมได้จริงครับ" MThai News ที่มา...straitstimes

มาเลเซียชี้ พม่าควรรับผิดชอบ ผู้อพยพโรฮีนจา
ผู้อพยพ /  ผู้อพยพชาวโรฮีนจา / 

รองนายกฯ มาเลเซีย ระบุ เมียนมา ควรรับผิดชอบปัญหาผู้อพยพที่กำลังเพิ่มมากขึ้น ด้าน ฟิลิปปินส์ พร้อมให้ผู้อพยพชาวโรฮีนจาที่ติดค้างบนเรือลี้ภัยในประเทศ สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า นายมูห์ ยิดดิน ยาสซิน รองนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย กล่าวระหว่างการแถลงข่าวว่า เมียนมา ควรที่จะรับผิดชอบวิกฤติ ผู้อพยพชาวโรฮีนจาที่กำลังเพิ่มขึ้น แทนประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคในย่านอาเซียน โดย รองนายกฯ มาเลเซีย กล่าวว่า เมียนมาควรแก้ปัญหาผู้อพยพชาวโรฮีนจา เป็นการภายใน มากกว่าที่จะให้ประเทศอื่น ๆ ภูมิภาค เช่น มาเลเซีย เป็นผู้รับผิดชอบวิกฤติครั้งนี้ และทางการมาเลเซีย ได้หารือกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งอินโดนีเซีย และไทย เพื่อประสานกับรัฐบาลเมียนมา ให้พยายามแก้ปัญหาดังกล่าว ด้าน ฟิลิปปินส์ ออกมาปฏิเสธรายงานของสื่อที่ระบุว่า ฟิลิปปินส์กำลังวางแผนผลักดันเรือ ซึ่งบรรทุกผู้อพยพกว่า 8,000 คนซึ่งหลบหนีมาจากจากเมียนมา และบังกลาเทศ และยืนยันว่า ฟิลิปปินส์ จะให้ความช่วยเหลือคนเหล่านี้ โดยโฆษกของประธานาธิบดี เบนิโญ อากีโน กล่าวว่า ฟิลิปปินส์ เคยเพิ่มการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่เหล่า มนุษย์เรือ และจะยังคงให้ความช่วยเหลือชีวิตต่อไป ภายใต้กลไกที่ยืนหยัดและคงอยู่มาอย่างยาวนาน ตามพันธสัญญาที่เราให้ไว้ในสนธิสัญญาผู้ลี้ภัยของยูเอ็น