ทัพเรือสิงคโปร์

ฮิตทั่วโลก! GOT7 ส่งอัลบั้มใหม่ ติดอันดับบนชาร์ต iTunes นานาชาติ!
BamBam /  FLIGHT LOG: TURBULENCE / 

หลังจากเปิดตัวสตูดิโออัลบั้มชุดที่สอง FLIGHT LOG: TURBULENCE ไปเมื่อวันที่ 27 กันยายนที่ผ่านมา หนุ่มๆ GOT7 (ก๊อตเซเว่น) ก็กำลังแสดงให้เห็น 'การได้รับความนิยมระดับโลก' ของพวกเขา! เมื่อวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา เพลง Hard Carry ไตเติ้ลแทร็คล่าสุดของบอยแบนด์วง GOT7 ขึ้นสู่เพลงฮิตอันดับที่ 93 ในชาร์ตเพลง iTunes ของอเมริกา ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องไม่ธรรมดาเลยที่ผลงานเพลงของศิลปินเกาหลีจะสามารถติดอันดับ TOP100 ในชาร์ตเพลงหลักของ iTunes ในประเทศสหรัฐอเมริกาแบบรวมทุกแนวเพลงได้ แต่ไม่ใช่แค่นั้น เพราะอัลบั้ม FLIGHT LOG: TURBULENCE ของ GOT7 ยังเป็นอัลบั้มขายดีอันดับที่ 2 บนชาร์ตเพลงดังกล่าวด้วย! GOT7(갓세븐) "하드캐리" M/V youtube channel : jypentertainment ไม่ใช่แค่ในอเมริกา แต่ GOT7 ยังได้รับความนิยมจากแฟนเพลงนานาชาติ การันตีจากอัลบั้มล่าสุดของพวกเขาที่สามารถครองอันดับ 1 ของชาร์ต iTunes ทั้งในประเทศไทย เวียดนาม สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และ ฟินแลนด์ มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

เที่ยวสิงคโปร์ รับพลัง “ฮวงจุ้ย”
Fountain of Wealth /  Marina Bay Sands / 

เที่ยวสิงคโปร์ รับพลัง “ฮวงจุ้ย” สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีการหลอมรวมของวัฒนธรรมที่หลากหลายและลงตัว และยึดถือหลักฮวงจุ้ยอย่างเคร่งครัดตามหลักความเชื่อของชาวจีน ว่าจะนำไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองและความร่ำรวย ส่งผลให้หลายๆ สิ่งในประเทศสิงคโปร์ถูกสร้างขึ้นตามหลักฮวงจุ้ยที่สมบูรณ์แบบ หากใครได้เดินทางไปสิงคโปร์แล้วล่ะก็ ลองมองไปรอบๆ อาจจะได้รับพลังฮวงจุ้ยกันแบบไม่รู้ตัวก็ได้นะ มาดูกันเลยดีกว่า ว่าสิงคโปร์จะรวบรวมพลังฮวงจุ้ยไว้ที่ไหนบ้าง Singapore River แม่น้ำสิงคโปร์ ได้รับการจัดวางให้มีลักษณะคล้ายปลาคาร์ฟที่แหวกว่ายอยู่ในย่านธุรกิจที่สำคัญ โดยหลักความเชื่อทางฮวงจุ้ยเชื่อว่าปลาคาร์ฟ  หรือ "หลี่ฮื้อ" เป็นสัญลักษณ์มงคลแห่งความอุดมสมบูรณ์ และความสำเร็จ เมื่อภูมิศาสตร์แม่น้ำมีรูปร่างเหมือนปลาคาร์ฟแหวกว่ายในสายน้ำ จึงสื่อถึงความมั่งคั่งทางธุรกิจนั่นเอง ใครอยากรับพลัง ลองเปลี่ยนบรรยากาศมาล่องเรือ Bumboat ดูสิ นอกจากจะได้สัมผัสทัศนียภาพสองฝั่งแม่น้ำสิงคโปร์ ยังสามารถเปิดรับพลังจากปลาคาร์ฟได้เต็มๆ อีกด้วย การเดินทาง: สามารถขึ้นเรือจากท่าเรือต่างๆ เช่น Clarke Quay, Boat Quay และ Bayfront South หรือด้านหน้าตึกMarina Bay Sands *********************************** Singapore Flyer ชิงช้าสวรรค์แห่งนี้ เป็นจุดชมวิวชื่อดังบริเวณอ่าวมารีนา เพราะสามารถเห็นทิวทัศน์กว้างสุดลูกหูลูกตาของประเทศสิงคโปร์ได้อย่างชัดเจน โดยชิงช้าสวรรค์แห่งนี้หมุนตามเข็มนาฬิกา เปรียบเสมือนการกวาดเอาโชคลาภเข้าตัว จำนวนแคปซูลของ Singapore Flyer มีทั้งหมด 28 แคปซูล และแต่แคปซูลสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ 28 คน โดยความหมายแฝงของจำนวนดังกล่าวคือ ความเชื่อของคนจีนว่าเลข 8 คือเลขแห่งความเจริญรุ่งเรือง ส่วนเลข 28 ทางหลักฮวงจุ้ย หมายถึงการ Double (ทวีคูณ) ความเจริญรุ่งเรือง หรือ Double Prosperity ดังนั้นถ้าใครได้มีโอกาสขึ้น Singapore Flyer ก็มีโอกาสที่จะได้รับความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า การเดินทาง: MRT Promenade *********************************** Marina Bay Sands Marina Bay Sands เป็นการรวมเอาโรงแรมสุดหรูและศูนย์รวมความบันเทิงชั้นนำมากมายมาไว้ในพื้นที่เดียวกัน และยังเป็นสถานที่สำคัญในการจัดประชุมและจัดการแสดงที่มีขนาดใหญ่ในประเทศสิงคโปร์ ที่ตั้งอาคาร รวมไปถึงสิ่งปลูกสร้างโดยรอบ ถูกออกแบบตามหลักฮวงจุ้ยทุกประการ ลักษณะตึกมีความโดดเด่น ดูคล้ายกับเรือตั้งอยู่บนเกลียวคลื่นทั้งสาม ซึ่งคนสิงคโปร์เชื่อว่าเป็นสถานที่กักเก็บกระแสพลังไม่ให้ไหลออกไปจากชัยภูมิไข่มุกมังกร การเดินทาง: MRT Bayfront *********************************** Merlion เรียกได้ว่าเป็นแลนมาร์คสำคัญของประเทศสิงคโปร์ ที่ใครไม่ได้มาถ่ายภาพสิงโตพ่นน้ำตัวนี้ก็เหมือนมาไม่ถึง ซึ่งสัญลักษณ์สำคัญของสิงคโปร์นี้ ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ถูกสร้างขึ้นตามความเชื่อในเรื่องฮวงจุ้ยเช่นกัน โดยการพ่นน้ำของ Merlion นั้นหมายถึงเงินทองที่ไหลเวียนไม่ขาดมือ เสมือนสายน้ำที่ไหลออกมาตลอดเวลานั่นเอง การเดินทาง: MRT Raffles Place *********************************** Fountain of Wealth น้ำพุแห่งความมั่งคั่ง เป็นน้ำพุขนาดใหญ่ที่สุดในสิงคโปร์ ตั้งอยู่ใจกลาง Suntec City แหล่งการค้า การประชุม และสำนักงานยักษ์ใหญ่ของบริษัทชั้นนำ บริเวณนี้ถือว่าเป็นสุดยอดฮวงจุ้ยที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง เพราะโดยรอบประกอบด้วยห้าตึกที่หันหน้าเข้าหากันลักษณะเหมือนนิ้วมือ วงแหวนที่มีน้ำพุ่งเข้าสู่ใจกลางน้ำพุ เปรียบดั่งการกักเก็บความมั่งคั่งที่ไหลมารวมกัน มีความเชื่อว่าใครได้สัมผัสน้ำพุ โดยใช้มือขวาสัมผัสน้ำ พร้อมอธิษฐาน และเดินตามเข็มนาฬิกาให้ครบ 3 รอบ ก็จะมีโชคลาภ เป็นมงคล และโชคดีตลอดไป การเดินทาง: MRT City Hall  *********************************** เงินตราในประเทศสิงคโปร์ รู้หรือไม่ว่าหลักฮวงจุ้ยที่ประเทศสิงคโปร์ยึดถืออย่างเคร่งครัดนั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องแต่เพียงสถานที่เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงของที่ทุกคนต้องใช้ในชีวิตประจำวันอย่างเหรียญและธนบัตรอีกด้วย สำหรับใครที่มาเยือนประเทศสิงคโปร์ ถ้าลองสังเกตดีๆ เหรียญหนึ่งดอลล่าร์ของสิงคโปร์ได้ถูกออกแบบตามหลักฮวงจุ้ยเป็นแปดเหลี่ยม ซึ่งสื่อถึงยันต์โป๊ยก่วยเอาไว้ใช้ป้องกันสิ่งอัปมงคล ส่วนธนบัตรก็ยังมียันต์โป๊ยก่วยอยู่บนหน้าธนบัตรอีกด้วย โดยมีตัวเลขเรียงจากเล็กไปใหญ่อยู่บนยันต์โป๊ยก่วย เพื่อแสดงถึงความรุ่งเรืองร่ำรวยยิ่งๆ ขึ้นไปอย่างไม่สิ้นสุด รู้อย่างนี้แล้ว ก่อนกลับก็อย่าลืมเก็บเหรียญและธนบัตรของประเทศสิงคโปร์ไว้เป็นของที่ระลึกเพื่อเสริมโชคกันด้วยนะ  นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการยึดถือหลักฮวงจุ้ยเพราะความเชื่อเรื่องโชคลาภและความเป็นมงคลเท่านั้น ใครที่มีแพลนเดินทางไปประเทศสิงคโปร์เร็วๆนี้ ลองหาเวลาไปเสริมพลังให้ตัวเองสักนิด ครึ่งปีหลังนี้จะได้เต็มไปด้วยความโชคดี และมีความสุขสมหวังกันถ้วนหน้า

เสริมมงคลต่างแดน 6 สถานที่ ห้ามพลาด เที่ยวสิงคโปร์ รับพลัง “ฮวงจุ้ย”
ท่องเที่ยว /  ประเทศสิงคโปร์ / 

เที่ยวสิงคโปร์ รับพลัง “ฮวงจุ้ย” สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีการหลอมรวมของวัฒนธรรมที่หลากหลายและลงตัว และยึดถือหลักฮวงจุ้ยอย่างเคร่งครัดตามหลักความเชื่อของชาวจีน ว่าจะนำไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองและความร่ำรวย ส่งผลให้หลายๆ สิ่งในประเทศสิงคโปร์ถูกสร้างขึ้นตามหลัก ฮวงจุ้ยที่สมบูรณ์แบบ หากใครได้เดินทางไปสิงคโปร์แล้วล่ะก็ ลองมองไปรอบๆ อาจจะได้รับพลังฮวงจุ้ยกันแบบไม่รู้ตัวก็ได้นะ มาดูกันเลยดีกว่า ว่าสิงคโปร์จะรวบรวมพลังฮวงจุ้ยไว้ที่ไหนบ้าง ? 1. Singapore River แม่น้ำสิงคโปร์ ได้รับการจัดวางให้มีลักษณะคล้ายปลาคาร์ฟที่แหวกว่ายอยู่ในย่านธุรกิจที่สำคัญ โดยหลักความเชื่อทางฮวงจุ้ยเชื่อว่าปลาคาร์ฟ  หรือ "หลี่ฮื้อ" เป็นสัญลักษณ์มงคลแห่งความอุดมสมบูรณ์ และความสำเร็จ เมื่อภูมิศาสตร์แม่น้ำมีรูปร่างเหมือนปลาคาร์ฟแหวกว่ายในสายน้ำ จึงสื่อถึงความมั่งคั่งทางธุรกิจนั่นเอง ใครอยากรับพลัง ลองเปลี่ยนบรรยากาศมาล่องเรือ Bumboat ดูสิ นอกจากจะได้สัมผัสทัศนียภาพสองฝั่งแม่น้ำสิงคโปร์ ยังสามารถเปิดรับพลังจากปลาคาร์ฟได้เต็มๆ อีกด้วย การเดินทาง: สามารถขึ้นเรือจากท่าเรือต่างๆ เช่น Clarke Quay, Boat Quay และ Bayfront South หรือด้านหน้าตึกMarina Bay Sands 2. Singapore Flyer ชิงช้าสวรรค์แห่งนี้ เป็นจุดชมวิวชื่อดังบริเวณอ่าวมารีนา เพราะสามารถเห็นทิวทัศน์กว้างสุดลูกหูลูกตาของประเทศสิงคโปร์ได้อย่างชัดเจน โดยชิงช้าสวรรค์แห่งนี้หมุนตามเข็มนาฬิกา เปรียบเสมือนการกวาดเอาโชคลาภเข้าตัว จำนวนแคปซูลของ Singapore Flyer มีทั้งหมด 28 แคปซูล และแต่แคปซูลสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ 28 คน โดยความหมายแฝงของจำนวนดังกล่าวคือ ความเชื่อของคนจีนว่าเลข 8 คือเลขแห่งความเจริญรุ่งเรือง ส่วนเลข 28 ทางหลักฮวงจุ้ย หมายถึงการ Double (ทวีคูณ) ความเจริญรุ่งเรือง หรือ Double Prosperity ดังนั้นถ้าใครได้มีโอกาสขึ้น Singapore Flyer ก็มีโอกาสที่จะได้รับความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า การเดินทาง: MRT Promenade 3. Marina Bay Sands Marina Bay Sands เป็นการรวมเอาโรงแรมสุดหรูและศูนย์รวมความบันเทิงชั้นนำมากมายมาไว้ในพื้นที่เดียวกัน และยังเป็นสถานที่สำคัญในการจัดประชุมและจัดการแสดงที่มีขนาดใหญ่ในประเทศสิงคโปร์ ที่ตั้งอาคาร รวมไปถึงสิ่งปลูกสร้างโดยรอบ ถูกออกแบบตามหลักฮวงจุ้ยทุกประการ ลักษณะตึกมีความโดดเด่น ดูคล้ายกับเรือตั้งอยู่บนเกลียวคลื่นทั้งสาม ซึ่งคนสิงคโปร์เชื่อว่าเป็นสถานที่กักเก็บกระแสพลังไม่ให้ไหลออกไปจากชัยภูมิไข่มุกมังกร การเดินทาง: MRT Bayfront 4. Merlion เรียกได้ว่าเป็นแลนมาร์คสำคัญของประเทศสิงคโปร์ ที่ใครไม่ได้มาถ่ายภาพสิงโตพ่นน้ำตัวนี้ก็เหมือนมาไม่ถึง ซึ่งสัญลักษณ์สำคัญของสิงคโปร์นี้ ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ถูกสร้างขึ้นตามความเชื่อในเรื่องฮวงจุ้ยเช่นกัน โดยการพ่นน้ำของ Merlion นั้นหมายถึงเงินทองที่ไหลเวียนไม่ขาดมือ เสมือนสายน้ำที่ไหลออกมาตลอดเวลานั่นเอง การเดินทาง: MRT Raffles Place 5. Fountain of Wealth น้ำพุแห่งความมั่งคั่ง เป็นน้ำพุขนาดใหญ่ที่สุดในสิงคโปร์ ตั้งอยู่ใจกลาง Suntec City แหล่งการค้า การประชุม และสำนักงานยักษ์ใหญ่ของบริษัทชั้นนำ บริเวณนี้ถือว่าเป็นสุดยอดฮวงจุ้ยที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง เพราะโดยรอบประกอบด้วยห้าตึกที่หันหน้าเข้าหากันลักษณะเหมือนนิ้วมือ วงแหวนที่มีน้ำพุ่งเข้าสู่ใจกลางน้ำพุ เปรียบดั่งการกักเก็บความมั่งคั่งที่ไหลมารวมกัน มีความเชื่อว่าใครได้สัมผัสน้ำพุ โดยใช้มือขวาสัมผัสน้ำ พร้อมอธิษฐาน และเดินตามเข็มนาฬิกาให้ครบ 3 รอบ ก็จะมีโชคลาภ เป็นมงคล และโชคดีตลอดไป การเดินทาง: MRT City Hall 6. เงินตราในประเทศสิงคโปร์ รู้หรือไม่ว่าหลักฮวงจุ้ยที่ประเทศสิงคโปร์ยึดถืออย่างเคร่งครัดนั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องแต่เพียงสถานที่เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงของที่ทุกคนต้องใช้ในชีวิตประจำวันอย่างเหรียญและธนบัตรอีกด้วย สำหรับใครที่มาเยือนประเทศสิงคโปร์ ถ้าลองสังเกตดีๆ เหรียญหนึ่งดอลล่าร์ของสิงคโปร์ได้ถูกออกแบบตามหลักฮวงจุ้ยเป็นแปดเหลี่ยม ซึ่งสื่อถึงยันต์โป๊ยก่วยเอาไว้ใช้ป้องกันสิ่งอัปมงคล ส่วนธนบัตรก็ยังมียันต์โป๊ยก่วยอยู่บนหน้าธนบัตรอีกด้วย โดยมีตัวเลขเรียงจากเล็กไปใหญ่อยู่บนยันต์โป๊ยก่วย เพื่อแสดงถึงความรุ่งเรืองร่ำรวยยิ่งๆ ขึ้นไปอย่างไม่สิ้นสุด รู้อย่างนี้แล้ว ก่อนกลับก็อย่าลืมเก็บเหรียญและธนบัตรของประเทศสิงคโปร์ไว้เป็นของที่ระลึกเพื่อเสริมโชคกันด้วยนะ   นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการยึดถือหลักฮวงจุ้ยเพราะความเชื่อเรื่องโชคลาภและความเป็นมงคลเท่านั้น ใครที่มีแพลนเดินทางไปประเทศสิงคโปร์เร็วๆนี้ ลองหาเวลาไปเสริมพลังให้ตัวเองสักนิด ครึ่งปีหลังนี้จะได้เต็มไปด้วยความโชคดี และมีความสุขสมหวังกันถ้วนหน้า

10 ที่เที่ยวเดือนกันยายน ไปลุยฝนกอดเมืองไทย
10 จุดหมายท่องเที่ยว /  เที่ยวหน้าฝน / 

เข้าสู่เดือน 9 เรียกได้ว่าเป็นช่วงพีคที่สุดของหน้าฝน หลายสถานที่ในเมืองไทยมีความงดงามเพียบพร้อมรอให้ทุกท่านไปสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นภูเขา น้ำตก ดูทะเลหมอก ทุ่งดอกไม้ หรือจะนั่งชิลริมทะเลอันเงียบสงบก็มีครบทั้งหมด travel.mthai.com จะพาทุกท่านออกไปกอดเมืองไทยให้ชื่นใจในเดือนกันยายนนี้ รับรองว่าฟินทุกที่แน่นอน แนะนำ 10 ที่เที่ยวเดือนกันยายน ลุยฝน กอดเมืองไทย 1. น้ำตกไทรโยคน้อย จ.กาญจนบุรี น้ำตกไทรโยคน้อย หรือชื่อเดิม น้ำตกเขาพัง ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี  ตั้งอยู่ติดริมทางหลวงหมายเลข 323 เส้นทางระหว่างไทรโยค – ทองผาภูมิ ตั้งอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 46 เป็นอีกหนึ่งน้ำตกที่สวยงามของจังหวัดกาญจนบุรี เหมาะแก่การแวะพักผ่อน พาลูก ๆ หลาน หรือ เพื่อน ๆ มานอนแช่น้ำตกเย็น ๆ ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติที่ร่มรืน ช่วงที่เหมาะสมที่สุดคือช่วงเดือนกรกฎาคม – ตุลาคม 2. อุทยานแห่งชาติออบหลวง จ.เชียงใหม่ ออบหลวง เป็นสถานที่น่าเที่ยวที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ความสวยงามและน่าเกรงขามไว้ในที่เดียวกัน เป็นเพราะว่าลักษณะทางภูมิศาสตร์ของออบหลวงที่เบื้องล่างเป็นแม่น้ำที่ไหลคดเคี้ยวผ่านช่องเขาขาด ซึ่งช่องเขานี้มีลักษณะเป็นผาสูงชัน และแคบมาก บีบทางน้ำไหลให้แคบเข้า ดังนั้นแม่น้ำตรงนี้จึงเชี่ยวจัด เกิดเสียงน้ำกระทบหน้าผาดังสนั่นโดยรอบ นอกจากนี้ยังมีสะพานเชื่อมช่องเขาขาดสำหรับนักท่องเที่ยวเพื่อชมทัศนียภาพอันงดงามของออบหลวง ภายในบริเวณอุทยานออบหลวง ยังมีการขุดค้นพบแหล่งโบราณคดียุคก่อนประวัติศาสตร์ด้วย เช่น หลุมฝังศพของมนุษย์โบราณ ภาพเขียนสีขาวที่บริเวณเพิงผาช้าง อีกด้วย 3. ภูสอยดาว จ.อุตรดิตถ์ ช่วงฤดูฝนอันสดชื่นประมาณเดือน ส.ค.- ก.ย. เป็นช่วงที่ “ดอกหงอนนาค” ในอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว เบ่งบานรอรับนักท่องเที่ยวที่ได้ปีนป่ายขึ้นมาเยือน ดอกไม้ชนิดนี้เป็นพืชล้มลุกที่มีหลายชื่อเรียก อาทิ หญ้าหงอนเงือก น้ำค้างกลางเที่ยง โดยดอกหงอนนาคจะมีทั้งสีม่วงอ่อนหรือม่วงน้ำเงิน สีขาว และสีชมพู ซึ่งค่อนข้างหายาก ยามเช้าดอกหงอนนาคจะหุบดอก และจะบานเมื่อมีแสงแดด ส่วนกลางของดอกมักมีหยดน้ำติดอยู่ เป็นที่มาของชื่อน้ำค้างกลางเที่ยง ดอกไม้ชนิดนี้จะเบ่งบานจนเป็นทุ่งดอกไม้ใหญ่ในช่วงฤดูฝน ซึ่งทุ่งดอกหงอนนาคที่ภูสอยดาวแห่งนี้ เป็นทุ่งดอกหงอนนาคที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สอบถามยามดอกไม้บาน ได้ที่ : ททท. สำนักงานแพร่ (เขตรับผิดชอบ อุตรดิตถ์, แพร่, น่าน) โทร. 0 5452 1127 4. จุมชมวิวเขามัทรี จ.ชุมพร จุดชมวิวเขามัทรี ตั้งอยู่บริเวณเส้นทางปากน้ำชุมพร ไปทางหาดทรายรี การขึ้นไปชมเขามัทรนั้นต้องขึ้นไปบนเขามัทรีซึ่งมีความชันในการเดินทาง แต่เป็นทางลาดยางตลอด มีความยาวประมาณ 1 กิโลเมตร ด้านบนมีพระมหาโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร (พระโพธิสัตว์กวนอิม) สำหรับให้นักท่องเที่ยวได้สักการะบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล ด้านบนสามารถมองเห็นเมืองปากน้ำชุมพร ทะเลฝั่งอ่าวไทย โดยแม่น้ำที่ทอดตัวผ่านหมู่บ้านชาวประมงลงสู่ทะเลฝั่งอ่าวไทย เห็นเรือประมงจอดเทียบท่าหน้าบ้านตนเอง และยังเห็นวิถีชีวิตของชาวประมงที่นี่ทำการออกเรือในช่วงเวลายามเย็นอีกด้วย 5. วัดท่าอิฐ จ.อ่างทอง วัดท่าอิฐ วัดที่สวยงามที่สุดวัดหนึ่งของภาคกลาง ชมความอลังการของพระธาตุเจดีย์ศรีโพธิ์ทอง ที่ตั้งตระหง่านทองอร่ามมาแต่ไกล พระเจดีย์มีความกว้าง 40 เมตร สูง 73 เมตร รูปแบบศิลปะลังกา-อยุธยา และรัตนโกสินทร์ ลักษณะเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม มีองค์ระฆังและปล้องไฉน 32 ปล้อง เพื่อทดแทนเจดีย์หลังเดิม ซึ่งตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าอุโบสถที่ผุพังไปตามกาลเวลาและเพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุส่วนพระศอของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระพุทธรูปปางต่าง ๆ ประดิษฐานในพระเจดีย์เป็นสมบัติของศาสนาและเพื่อระลึกถึงพระคุณของพระองค์ที่สั่งสอนสัตว์โลกจนเพียบพร้อมไปด้วยศีล สมาธิ ปัญญา 6. จุดชมวิวดอยกิ่วลม จ.แม่ฮ่องสอน จุดชมวิวดอยกิ่วลม มีความสูงประมาณ 2,175 เมตรจากระดับน้ำทะเล จุดชมวิวนี้สามารถชมได้ทั้งสองฟากถนน มีทัศนียภาพที่สวยงามและหลากจินตนาการของทิวเขาที่สลับซับซ้อนของยอดดอย เชียงดาว มีเมฆขาวสลับกันสวยงาม มีร้านขายของอาคารขายสินค้าของพี่น้องชาวเขาเผ่าลีซอ มีสินค้าหัตถกรรม และสินค้าอื่นๆ วางขายบริการแก่นักท่องเที่ยว ปัจจุบัน จุดชมวิวดอยกิ่วลม ได้มีการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว และมีจุดบริการนักท่องเที่ยวซึ่งสร้างอาคารที่เป็นสถาปัตยกรรมแบบไทใหญ่ และมีร้านกาแฟชาวไทยภูเขา จุดเริ่มต้นเล็ก ๆ จากการส่งเสริมชาวเขาทดแทนการปลูกฝิ่น โดยการปลูกกาแฟ ซึ่งใครที่ชอบ จิบ ชา กาแฟ ก็ต้อง มาแวะกัน 7. อ่างเก็บน้ำ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี ทางรถไฟกลางอ่างเก็บน้ำ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ในช่วงที่มีฝนตกน้อยแบบนี้ทำให้น้ำแห้งเหือดจนสามารถลงไปถ่ายรูปได้ เป็นมุมมองที่เราไม่ได้เห็นบ่อยนัก ยืนชมทิวทัศน์ สูดกลิ่นหญ้า มองรถไฟวิ่งผ่าน จะมีสักกี่ครั้งที่จะได้สัมผัสบรรยากาศแบบนี้ ที่สำคัญอยุ่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ คนชอบท่องเที่ยวถ่ายภาพ ห้ามพลาดเลยเชียว 8. น้ำตกทีลอซู จ.ตาก น้ำตกทีลอซู ตั้งอยู่ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง เป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีหลายชั้น ตกลดหลั่นลงมาจากหน้าผาสูง ผ่านโขดเขาหินปูนและดงไม้เขียวขจี พลังมหัศจรรย์ของสายน้ำตกแห่งนี้ หากใครปีนขึ้นไปเที่ยวชมบริเวณน้ำตกชั้นบนสุดในเวลาช่วงเช้าก็จะพบว่า มีพลังแห่งแสงที่สาดส่องผ่านละอองน้ำที่ฟุ้งกระจาย กลายเป็นสายน้ำตกงดงามด้วยรุ้งกินน้ำตัวโตที่พาดผ่านอย่างน่าอัศจรรย์ 9. ทุ่งแสลงหลวง จ.พิษณุโลก ทุ่งแสลงหลวง มีพื้นที่ 789,000 ไร่ ตั้งอยู่ในท้องที่จังหวัดพิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ถือเป็นแหล่งผืนป่าสะวันนาแห่งเดียวของภาคเหนือที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ พร้อมด้วยความแตกต่างแห่งพืชพรรณที่ไม่พบเห็นบ่อยนัก ตั้งอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ หนองแม่นา ประมาณ 25 กิโลเมตร เป็นทุ่งหญ้าแบบสะวันนา มีพื้นที่เป็นที่โล่งกว้างใหญ่ เนื้อที่ประมาณ 16 ตรกม. ตามเส้นทางจะตัดผ่านป่าเบญจพรรณจะพบสัตว์ป่าออกมาหากินตามข้างทาง และมีพันธุ์ไม้ดอกมากมาย นอกจากนี้ยังมีทุ่งหญ้าแบบสะวันนาสลับกับป่าสนสองใบ คือทุ่งหญ้าเมืองเลนและทุ่งโนนสน 10. เกาะนางยวน จ.สุราษฎร์ธานี มีชื่อเสียงเรื่อง “ทะเลแหวก” ซึ่งเป็นสันทรายเชื่อมต่อเกาะเล็กๆ 3 เกาะ ในเขตเกาะนางยวน นอกจากนี้ยังโด่งดังเรื่องน้ำทะเลใสเย็นเห็นตัวปลาและปะการังน้อยใหญ่ ถือเป็นจุดดำน้ำยอดนิยมแห่งหนึ่งของทะเลใต้ มีจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกบนชายหาดเดียวกัน ธรรมชาติบนเกาะก็ยังเขียวขจีและมีสะพานไม้เลาะโขดหินสำหรับเดินชมวิวได้รอบ เกาะ ที่พักบนเกาะมีค่อนข้างจำกัดและที่น่าสนใจคือบังกะโลริมหาดบนเกาะนางยวนทุก หลังจะหันหน้าเข้าหาทะเลและมีระเบียงส่วนตัว การเดินทางไปยังเกาะนางยวนสามารถไปได้จากเกาะสมุย ท่าเรือจังหวัดชุมพร หรือนั่งเรือจากเกาะเต่าไปเพียงแค่ 10 นาที ขอบคุณภาพถ่ายจาก www.facebook.com/littlesk8er www.facebook.com/moomor www.facebook.com/banky405 เรื่องและเรียบเรียงโดย : Travel MThai

ปีนี้มาแปลก คิวต่อแถวซื้อ iPhone รุ่นใหม่ที่สิงคโปร์ คนน้อยกว่าปกติ
apple /  M1 / 

ก็เหมือนเดิมในทุกๆ ปี ที่เมื่อมีการเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่แล้ว ก็ต้องมีเหล่าสาวก iOS ที่ไปต่อแถวรอคิวซื้อกันแบบยาวเหยียดเป็นปกติ แต่ว่าดูเหมือนปีนี้ แถวของประเทศสิงคโปร์ดูเหมือนจะสั้นและเบาบางลงมาก โดยสาเหตุหลักๆ ก็เป็นเพราะว่าจำนวนของนี่นำเข้ามามีจำนวนจำกัด ไม่ว่าจะเป็น iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ซึ่งนั่นทำให้ผู้คนไม่สามารถเลือกสีที่ตัวเองต้องการได้ ดังนั้นผู้คนส่วนใหญ่จะเลือกที่จะสั่งซื้อออนไลน์ดีกว่าที่จะไปต่อคิวรอแล้วได้สีที่ตัวเองไม่ชอบ ซึ่งจากสาเหตุนั้นเอง จึงเป็นผลที่ทำให้ระบบผู้ให้บริการเครือข่ายชั้นนำของประเทศต่างล่มไปต่ามๆ กันก่อนวันขายจริงเพราะผู้คนต่างแห่ไปจองกันทางออนไลน์แทนที่จะซื้อหน้าร้าน โดยทาง SingTel ผู้ให้บริการเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดของสิงคโปร์ได้เผยว่า ทางระบบได้เจอกับปัญหา technical issues อย่างนับไม่ถ้วนตั้งแต่เปิดให้บริการลงทะเบียนสั่งจองซื้อแบบออนไลน์ก่อนที่วางขายจริง หลังจากที่ทางบริษัทได้พบปัญหาหนักจากการมีผู้ใช้งานแห่เข้ามาลงทะเบียนจองหน้าเว็บเยอะๆ แบบนี้ ทาง SingTel ก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความขอโทษผ่านทางเว็บไซต์ และจะเปิดจองใหม่ในวันถัดไปหลังจากที่สร้างความพิโรธให้กับลูกค้าจำนวนมาก ซึ่งแน่นอนว่าได้รับการวิจารณ์จากลูกค้าอย่างพายุถล่ม โดยในวันจำหน่ายจริง ทาง SingTel ก็ได้จัดงานเปิดตัวขายอย่างเป็นทางการ โดย จำหน่ายเป็นจำนวน 10 เครื่องให้ลูกค้าที่มือไว ที่สามารถจับจองลงทะเบียนในทางเว็บไซต์ได้นั่นเอง แต่เรียกว่ายังไงก็ผิดหวังกันแบบต่อเนื่องอยู่ดี ทาง Mashable ได้ไปสอบถามกับลูกค้าที่โชคดีได้สิทธิการจอง iPhone ได้ ซึ่งได้คำตอบว่า ตัวของเธอดีใจมากที่ได้ iPhone รุ่นใหม่ในวันเปิดตัววันแรก แต่ได้สี silver phone ทั้งๆ ที่เธอจองสี matte black เอาไว้ อีกทั้ง ลูกค้าอีกคนก็รู้สึกผิดหวังที่ได้สี rose gold ทั้งๆ ที่เขาจองสี jet black เอาไว้ ถึงแม้จะคนนิยมสั่งของทางออนไลน์มากกว่าเมื่อก่อน แต่เมื่อเจอกับประสบการณ์ที่ย่ำแย่แบบนี้ ลูกค้าหลายๆ คนก็มีแนวโน้มว่าจะกลับไปต่อคิวรอซื้อหน้าร้านดีกว่าหน้าจอ เพระถึงแม้จะเจ็บใจเหมือนกัน แต่คงจะเจ็บใจน้อยกว่าสั่งแบบออนไลน์ ดูบทความต้นฉบับ : Singaporeans still lined up for the iPhone 7, but queues were noticeably shorter

กิจกรรม Amazing Dream Journey
กิจกรรม Amazing Dream Journey

ททท. เชิญนักท่องเที่ยวเขียนแผนการเดินทางท่องเที่ยวในฝันลุ้นรับรางวัลท่องเที่ยวในประเทศไทยฟรี กิจกรรม Amazing Dream Journey การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ขอเชิญผู้ที่สนใจเขียนแผนการเดินทางท่องเที่ยวในฝันในประเทศไทยกับกิจกรรม Amazing Dream Journey เพื่อลุ้นรับรางวัลท่องเที่ยวในประเทศไทยโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ Amazing Stories ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวบอกเล่าเรื่องราว ความรู้สึกของแต่ละคนที่มีต่อประเทศไทยและคนไทย โดยกิจกรรมครอบคลุมหัวข้อ 6 หัวข้อที่แสดงให้เห็นแง่มุมที่หลากหลายของประเทศไทย หัวข้อทั้ง 6 หัวข้อได้แก่ The Royal Project Culinary (การเที่ยวชมและรับประทานอาหารจากผลผลิตของโครงการหลวง) Luxurious Honeymoon (ฮันนีมูน) Well-being Trail (การดูแลด้านสุขภาพ) Life on the Green (กอล์ฟ) Splendid Yacht (ล่องเรือยอร์ช) และ Extravagant Eco Shell (การท่องเที่ยวแบบใกล้ชิดธรรมชาติ) นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยกล่าวว่า “แต่ละคนต่างก็มีวันหยุดในฝันในแบบของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการผ่อนคลายบนชายหาด เล่นกอล์ฟ หรือสำรวจวัฒนธรรมใหม่ๆ ประเทศไทยมีพร้อมทั้งประวัติศาสตร์ สถานที่ท่องเที่ยวและความหลากหลายด้านอื่นๆ รองรับสำหรับทุกคน เราจึงต้องการทราบแผนการเดินทางในจินตนาการของนักท่องเที่ยวและทำให้ความฝันของเพวกเขากลายเป็นจริง เพราะประเทศไทยสามารถบันดาลให้ความฝันของนักท่องเที่ยวกลายเป็นจริงได้ทุกวัน” ผู้ที่สนใจร่วมกิจกรรมต้องสมัครเป็นทีม ทีมละ 2 คน และมีเพียง 1 ทีมเท่านั้นจากแต่ละหัวข้อที่จะได้รับเลือกจากคณะกรรมการให้เป็นผู้ชนะ ทีมผู้ชนะแต่ละทีมจะได้รับบัตรโดยสารเดินทาง 2 ที่นั่งเพื่อเดินทางมาเที่ยวในประเทศไทยตามหัวข้อที่เลือก เพื่อสัมผัสกับประสบการณ์การท่องเที่ยวในฝัน ได้แก่ • The Royal Project Culinary – ท่องเที่ยวโครงการหลวงพร้อมลิ้มรสชาติอาหารรสเลิศปรุงจากวัตถุดิบสดใหม่ในท้องถิ่นโดยเชฟชุมพล แจ้งไพร เชฟชั้นนำของประเทศไทย • Luxurious Honeymoon – สัมผัสประสบการณ์ดินเนอร์สุดพิเศษใต้แสงจันทร์ที่ห้องอาหารเวอร์ทิโก้แอนด์มูนบาร์ เพลิดเพลินกับมื้ออาหารและแสงสีของกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนที่เบื้องล่าง • Well-being Trail – การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพพร้อมผ่อนคลายและปล่อยใจไปกับสปาทรีทเมนต์ที่ระรินจินดา เวลเนส สปา • Life on the Green – เพลิดเพลินไปกับสนามกอล์ฟสุดพิเศษของประเทศไทยและเรียนรู้เคล็ดลับจากโปรแหวน พรอนงค์ เพชรล้ำ • Splendid Yacht – ล่องเรือยอร์ชชมความงามของทะเลในแถบพัทยากับโอเชียน มารินา ยอร์ช คลับ • Extravagant Eco Shell – พักผ่อนอย่างหรูหรา ใกล้ชิดธรรมชาติ ที่โรงแรมโฟร์ซีซั่น เต็นท์ แคมป์ จังหวัดเชียงราย ผู้สนใจร่วมกิจกรรม “Amazing Dream Journey” สามารถลงทะเบียนสมัคร ที่เว็บไซต์ www.tourismthailand.org/amazingstories หรือล็อกอินผ่านทาง Facebook จากนั้นเลือกหัวข้อที่ต้องการ และเริ่มเขียนแผนการเดินทางในฝันของตนเอง เมื่อเขียนเสร็จแล้วให้ส่งเข้าระบบ และแชร์ผ่านสื่อออนไลน์ของผู้ร่วมกิจกรรม เพื่อเป็นช่องทางหนึ่งในการประชาสัมพันธ์ โดยสามารถร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน-30 พฤศจิกายน 2559 ประกาศผลผู้ชนะของกิจกรรมในวันที่ 20 ธันวาคม 2559 เริ่มวางแผนการเดินทางได้แล้วตั้งแต่บัดนี้ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.tourismthailand.org/amazingstories ช่องทางการติดต่อ กิจกรรม Amazing Dream Journey โทร: 09 4060 2629 แฟกซ์: 0 2116 1331 อีเมล: info@discoverthainess.com

รู้ก่อนไป! 10 ปรากฏการณ์
ที่เที่ยวอีสาน /  ที่เที่ยวเปิดใหม่ / 

ชาวอีสานเตรียมพร้อม! 29 กันยายน 2559 นี้ เดอะมอลล์โคราช เปลี่ยนโฉมพร้อมเปิดให้บริการ ซึ่งการกลับมาครั้งนี้บอกเลยว่ายิ่งใหญ่อลังการ พร้อมความเซอร์ไพรส์แบบที่คาดไม่ถึง และก่อนที่เราจะไปเดินช็อปปิ้ง ชิคๆ คูลๆ กันละก็ มาดู 10 ปรากฏการณ์ "ครั้งแรก" ที่ เดอะมอลล์โคราช ที่นี้จะมีอะไรน่าสนใจและแปลกใหม่บ้าง รู้ก่อนไป! 10 ปรากฏการณ์ "ครั้งแรก" ที่ เดอะมอลล์โคราช 1. SNOW & ICE PLANET : บนพื้นที่กว่า 5,000 ตารางเมตร สนุกสุดเหวี่ยงกับเครื่องเล่นมากมายบน SNOW PLAYGROUND ลานหิมะแห่งเดียวในภาคอีสาน 2. THE RINK-ICE BUMPER CARS : รถบั๊มพ์บนลานสเก็ตน้ำแข็งมาตรฐานระดับโลก 3. “WONDER PLANET” ศูนย์รวมความบันเทิงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน - GAME PLANET แหล่งรวมเกมส์สุดฮิตนำเข้าจากต่างประเทศ - LASER PLANET เกมส์ยิงปืนเลเซอร์สุดล้ำพร้อมความมันส์สุดขั้วแห่งแรกในภาคอีสาน - DINO PLANET สวนสนุกธีมไดโนเสาร์ พร้อม INTERACTIVE PLANET ด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำที่จะเนรมิตดินแดนสัตว์โลกล้านปีให้มีชีวิตอีกครั้ง - JUMP PLANET เปิดประสบการณ์ลอยตัวแบบไร้ขีดจำกัด แห่งแรกในภาคอีสาน 4. GOURMET MARKET ที่หนึ่งด้วยคุณภาพแห่งการคัดสรร ครบครันทุกความต้องการ พบกับสินค้าสดใหม่ระดับพรีเมียมทั้งในและต่างประเทศมากกว่า 6,000 brands 35,000 รายการ ให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์อาหารจากทั่วทุกมุมโลก 5. ปรากฎการณ์ “ความครบ” ที่สุดแห่งการ SHOPPING ตอบทุกไลฟ์สไตล์ - Power Mall : ศูนย์รวมสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ครบมากที่สุดของภาคอีสาน บนพื้นที่กว่า 4,000 ตร.ม. ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนทันสมัย พร้อมผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์เพื่อให้คำแนะนำสินค้าอย่างมืออาชีพ - SPORTS MALL : แผนกสินค้ากีฬาที่ครบครันที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บนพื้นที่กว่า 3,500 ตารางเมตร รวบรวมแบรนด์ชั้นนำจากต่างประเทศมากกว่า 250 แบรนด์ นำโดย ADIDAS และ NIKE CONCEPT STORE ซึ่งเป็น SHOP IN DEPARTMENT STORE รูปแบบใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน - BeTrend : แหล่งรวมสินค้าไอเดียที่สุดแห่งภาคอีสาน สำหรับผู้ค้นหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ บนพื้นที่กว่า 1,872 ตารางเมตร ที่จะมาทำให้ไลฟ์สไตล์ทุกวันเป็นวันที่สนุกสนาน สร้างแรงบันดาลใจ และจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ให้กับวัยมันส์ 6. Beauty Hall : ร่วมสัมผัสประสบการณ์ความงามสุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมพรั่งกว่า 50 แบรนด์ดัง พร้อมพบกับแบรนด์ใหม่ MAC, LAURA MERCIER และ L’OCCITANE และบริการด้านความงาม เพื่อเติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์อย่างแท้จริง 7. ครั้งแรกกับแบรนด์แฟชั่นระดับโลก : H&M , UNIQLO , COTTON On ที่จะให้คุณได้นำเทรนด์สุดเวิลด์คลาสก่อนใครในโคราช พร้อมแบรนด์แฟชั่นชั้นนำของเมืองไทย อาทิ CHAPS JASPAL ที่จะนำทัพไลฟสไตล์แฟชั่นสุดจี๊ดให้คุณได้อินกว่าใคร 8. ปรากฏการณ์แห่งกับการรวมตัวของร้านอาหารชั้นนำกว่า 150 ร้าน อาทิ SUSHI HIRO , แหลมเจริญ ,มานีมีหม้อ, ตำมั่ว, ทูดาริ และครั้งแรกในอีสานกับ Burger King พร้อมอิ่มอร่อยกับร้านอาหารชื่อดัง มากกว่า 150 ร้าน ให้คุณได้เอร็ดอร่อยได้ทุกวันไม่มีเบื่อ 9. KORAT CINEPLEX by MAJOR GROUP : เปิดประสบการณ์ความบันเทิงของสุดยอดเทคโนโลยีโรงภาพยนตร์ที่ดีที่สุดในภาคอีสาน พบ 4DX โรงภาพยนตร์สี่มิติ พร้อม 13 SPECIAL EFFECT ใหม่ล่าสุด ULTRA SCREEN และพบกับโรงภาพยนตร์VIP สุดหรูเหนือระดับ 10. FITNESS FIRST THE MALL KORAT : โฉมใหม่ ฟิตเนสครบวงจรที่สุดแห่งภาคอีสาน ทันสมัยด้วยเครื่องออกกำลังกายสุดล้ำ พร้อมคลาสพิเศษ เอาใจคนรักสุขภาพแบบมีสไตล์  ขอบคุณข้อมูล Facebook : The Mall Korat

รีวิว Seoul Station : ความเหลื่อมล้ำที่ไม่มีวันเท่าเทียม
Seoul Station /  Train to Busan / 

รีวิว Seoul Station : ความเหลื่อมล้ำที่ไม่มีวันเท่าเทียม ประสบความสำเร็จไปไม่น้อยเลย สำหรับสหมงคลฟิล์มฯ ที่ตัดสินใจนำภาพยนตร์ซอมบี้จากแดนกิมจิอย่าง Train to Busan ด่วนนรกซอมบี้คลั่ง เข้ามาฉายในไทย ซึ่งนอกจากจะสร้างกระแสในประเทศบ้านเกิดแล้ว ยังสร้างกระแสในไทยได้ไม่แพ้กัน ไม่นานนักก็มีแอนิเมชั่นการ์ตูนในชื่อ Seoul Station เข้าฉายตามมา ผลงานของผู้กำกับคนเดียวกัน ยอน ซังโฮ ซึ่งว่าด้วยเรื่องราวที่เกิดเหตุการณ์ขึ้นก่อนล้อรถไฟสายปูซานจะออกจากชานชาลา แน่นอนว่าผมไม่พลาดที่จะตามไปดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในกรุงโซลว่ามันเกิดเรื่องเกิดราวอะไรขึ้นกันแน่ Seoul Station ก่อนนรกซอมบี้คลั่ง ว่าด้วยเรื่องราวของ ซุกคิว ที่พยายามตามหา ฮเยซัน ที่หนีออกมาอยู่บริเวณใจกลางของกรุงโซล แต่ในระหว่างนั้นก็ได้เกิดเหตุการณ์วุ่นวายขึ้น ณ สถานีรถไฟโซลจนทำให้ผู้คนแตกตื่นวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น เหตุเพราะชายเร่ร่อนคนหนึ่งที่ได้ฟื้นขึ้นจากความตายกลายมาเป็นซอมบี้ และเริ่มแพร่เชื้อโจมตีผู้คนมากมายอย่างไม่เลือกหน้า ในขณะที่ทางฝั่งของรัฐบาลตัดสินใจที่จะปิดเมืองกั้นเป็นอาณาเขตกักกัน และรอจนกว่าการแพร่ระบาดของเชื้อซอมบี้นี้จะยุติลง เมื่อเป็นดังนั้น ซุกคิวและฮเยซันจึงต้องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อหนีตายและเอาชีวิตให้รอดพ้นจากเหล่ากองทัพซอมบี้กระหายเลือด แอนิเมชั่นเดินเรื่องเป็นเส้นตรง โดยเริ่มต้นเรื่องจากเหตุการณ์ของบุคคลที่สามแล้วเชื่อมโยงมายังตัวเอกของเรื่องคือ ซุกคิว กับ ฮเยซัน ประกอบกับแอนิเมชั่นมีตัวละครหลักเพียงไม่กี่ตัว ซึ่งแต่ละตัวละครก็มีความเป็นเอกลักษณ์อย่างชัดเจน ทำให้จดจำได้ง่ายและไม่สับสน แม้ว่าจะเป็นแอนิเมชั่นสยองขวัญ แต่ก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ไม่มีฉากจั้มป์สแคร์หรือผีตุ้งแช่ให้เห็น ยังคงมีกลิ่นอายของ Train to Busan ด่วนนรกซอมบี้คลั่ง ให้เห็นอยู่บ้าง ที่สำคัญยังมีช่วงจังหวะให้ลุ้นระทึกอยู่ตลอด และการหักมุมในช่วงท้ายที่ทำให้เผลออุทานในใจว่า "อย่างนี้ก็ได้หรอ" หากใครที่ดูแอนิเมชั่นจากทางฝั่งญี่ปุ่นบ่อย ๆ แล้วชมแอนิเมชั่นเรื่องนี้อารมณ์อาจจะดรอปลงไปเล็กน้อยเท่านั้น เพราะแอนิเมชั่นจากทางฝั่งเกาหลีเรื่องนี้อาจจะยังทำได้ดีไม่เท่ากับแอนิเมชั่นจากทางฝั่งญี่ปุ่น ซึ่งจะเห็นได้ชัดในฉากวิ่งของตัวละคร ทำให้ผมไม่ได้เห็นการวิ่งสี่คูณร้อยของเหล่าซอมบี้เหมือนในเวอร์ชั่นภาพยนตร์คนแสดงอีกแล้ว แต่โดยภาพรวมก็ไม่ได้ทำให้เสียอรรถรสลงไปแต่อย่างใด เสียงพากย์ดังฟังชัดไม่มีเสียงแตกพร่าให้ได้ยิน จังหวะเพลงเร้าอารมณ์ก็ทำออกมาได้ดี แต่ความรู้สึกส่วนตัวมองว่าภาพรวมน่าจะทำได้ดีกว่านี้ ผมค่อนข้างคาดหวังกับภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่องนี้มากทีเดียว ด้วยเรื่องราวที่นำเสนอว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อน Train to Busan ด่วนนรกซอมบี้คลั่ง ข้อสงสัยบางอย่างที่เคยมีในเวอร์ชั่นภาพยนตร์อาจจะได้รับการไขกระจ่างในแอนิเมชั่นเรื่องนี้ ต้องยอมรับว่าอาจเป็นเพราะความเข้าใจผิดของผมเองที่ดันไปเข้าใจว่าแอนิเมชั่นเรื่องนี้จะมีความเกี่ยวข้องกัน หากจะว่าไปแล้วแม้ว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นก่อนขบวนรถไฟสถานีปลายทางปูซานจะออกจากชานชาลา แต่ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใจกลางกรุงโซล ประหนึ่งว่าแอนิเมชั่นเรื่องนี้ถ่ายทอดเรื่องราวที่เกิดขึ้นอีกมุมหนึ่งเท่านั้น แทบไม่มีความเกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงกันให้เห็น การตีแผ่สภาพสังคมของคนในเกาหลีใต้ การตีแผ่นิสัยในด้านมืดของมนุษย์ที่เต็มไปด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอดถูกหยิบยกมาสอดแทรกในแอนิเมชั่นเรื่องนี้เช่นเคย แต่สิ่งที่สะท้อนให้เห็นชัดที่สุดคือความเหลื่อมล้ำของคนในสังคมที่ถูกนำมาเล่นตั้งแต่ต้นเรื่องยันท้ายเรื่อง ในขณะที่ประเด็นด้านมืดในจิตใจคนเมื่อต้องเอาชีวิตรอดนั้นกลับดรอปลงไปไม่เข้มข้นเท่ากับในภาพยนตร์เรื่อง Train to Busan ด่วนนรกซอมบี้คลั่ง รวมไปถึงการดิ้นรนของทุกคนในโลกเศรษฐกิจทุนนิยมที่แม้ว่าเงินจะไม่ใช่พระเจ้า แต่ก็มีอำนาจที่ไม่แตกต่างกัน ในวันที่โลกกำลังหมุนต่อไปอย่างช้า ๆ เศรษฐกิจของโลกในระบบทุนนิยมก็กำลังฆ่าคนบางกลุ่มอย่างช้า ๆ เช่นกัน เมื่อคนรวยรวยยกกำลัง แต่คนจนนั้นจนติดสแควร์รูทกำลังมีให้เห็นมากขึ้นในสังคม ยิ่งวันชนชั้นระหว่างคนยิ่งเห็นชัดเจนมากขึ้น แม้จะไม่มีระบบวรรณะเป็นตัวกำหนด แต่สภาพอดอยากปากแห้งไม่มีจะกินนั้นคือวรรณะที่ตราหน้าโดยไม่ต้องสงสัย ชีวิตคนเรามีต้นทุนทางสังคมที่ไม่เหมือนกัน ในวันนี้ที่เราพอจะมีพอจะกินพอจะมีสักนิดหนึ่งไหมที่สามารถแบ่งปันให้คนที่มีน้อยกว่าเราได้กินอิ่ม ได้นอนอุ่น และได้มีชีวิตที่มีรอยยิ้มบนโลกใบนี้ที่โหดร้ายขึ้นทุกวัน

“บิ๊กเมาน์เท่น 8 วัวก็คือวัว” มันส์กัน 8 เวที กว่า 100 ศิลปิน สนั่น แก่งกระจาน
BIG MOUNTAIN 8 /  บิ๊กเมาน์เท่น 8 / 

    เวียนมาบรรจบครบรอบอีกครั้งสำหรับเทศกาลดนตรีสุดเฟี้ยว!!.....ที่เหล่าคนรักมิวสิคเฟสติวัลรอคอย สำหรับมหกรรมดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย “PEPSI PRESENTS BIG MOUNTAIN MUSIC FESTIVAL 8 วัวก็คือวัว” โดยคราวนี้จัดเต็มจัดใหญ่ระดับพ่อพันธุ์ มันแปดเวที รวมวงชั้นดีทุกสายพันธุ์เพลง ที่จะจัดขึ้น 2 วัน 2 คืน 8 เวที ในวันที่ 10 – 11 ธันวาคม 2559 ณ แก่งกระจาน คันทรี คลับ จ.เพชรบุรี ภายใต้การนำทีมของเจ้าพ่อเฟสติวัล “ป๋าเต็ด” ยุทธนา บุญอ้อม บิ๊กบอส แก่น จัดโดย แกรมมี่ ที่งานนี้ได้ขนทัพศิลปินจากทั่วฟ้าเมืองไทยมารวมกันไว้อย่างคับคั่ง เพื่อมาระเบิดความมันพร้อมหลั่งสารอะดรีนาลีนให้กับแฟนเพลง อาทิ บอดี้สแลม / โมเดิร์นด็อก / 25 อาวเวอร์ส / โปเตโต้ / บิ๊กแอ๊ส/ เกทสึโนวา /พาราด็อกซ์ / ดา เอ็นโดรฟิน / ลาบานูน / ค๊อกเทล / โลโมโซนิค / โพลีแคท / ฮิวโก้ /สล๊อตแมชชีน / แสตมป์ / ทีโบน / สวีท มัลเล็ต / เรโทรสเปค / เดอะ พาราไดซ์ แบงคอก หมอลำ อินเตอเนชั่นแนล / รัศมี อีสานโซล/ บูมบูม แคช / ป๊อป ปองกุล / อ๊อฟ ปองศักดิ์ / เคลียร์ / ซิลลี่ แด๊ก / เดอะเยอร์ส / มัสเก็ตเทียร์ /สครับบ์ / ม็อคค่า การ์เด้นท์ / เป้ อารักษ์ แอนด์ เดอะ ปีศาจแบนด์ / อีทีซี / บอย อิมเมจิ้น / ธีร์ ไชยเดช / สิงโต นำโชค / นิวจิ๋ว / ลุลา / ตู่ ภพธร / ลิปตา / เสลอ/ กริซซี่ คาเฟ่ / บอย ตรัย / แทททูคัลเลอร์ / สมเกียรติ / ซีล / อพาร์ทเม้นท์คุณป้า / คิดแน็ปเปอร์ส / ทาบาสโก้ / เจ็ตเซ็ทเตอร์ / ชาติ สุชาติ / วี วิโอเลต / สหายแห่งสายลม / ทิวส์เดย์ / จุ๋ยจุ๋ย/ มูฟวิ่งแอนด์คัท / เดอะ ฟลามิงโก้ / เท็นทูทเวลฟ์ / ซีซั่นไฟว์ / หนุ่ม กะลา / เดอะไดได / อินสติ้งค์ / เดอะ พากินสัน / แมทนีแม / อินสปิเรทีฟ / มายไลฟ์ เอส อาลี โทมัส) / จิม แอนด์ สวิม / โซลิจูด อีส บลิส /เอ็กซ์ โอแปด โอเก้า / เดอคอนเน็คเตอร์ / บุดดาเบส / เยลโล่แฟง / เจนนี่ แอนด์ ดิ สแกลลี่ แว็กซ / โมโนมาเนีย / เดอะ ไวท์เทส โครว์/ ไมด์ / ส้ม มารี / แร๊พ อิส นาว/ แจ๊ส สปุตนิค ปาปิยอง กุ๊กกุ๊ก / สตูนดิโอ / ปลานิลเต็มบ้าน / ทอล แมน ทริโอ / ร็อคคาเดมี่ เป็นต้น โดย “ป๋าเต็ด” เปิดเผยถึงงานในครั้งนี้ว่า     “ธีมของบิ๊กเมาน์เท่นปีนี้ ก็คือ วัวก็คือวัว ครับ คือวัวมันเหมือนทุกคนรู้อยู่แล้วว่าบิ๊กเมาน์เท่นเป็นเทศกาลดนตรีที่รวมดนตรีทุกรูปแบบ วงที่คนอยากดู วงที่อยากให้คนดู อยู่ในบรรยากาศสนุกสนานแบบไทยๆก็เลยเรียกว่าวัวก็คือวัว โดยปีนี้เวทีก็จะลดลงเหลือแค่ 8 เวที ทำให้กระชับเพื่อที่จะทำให้เข้มข้นมากขึ้น ทำให้ศิลปินมีเวลาในการโชว์มากขึ้นด้วย”     “ด้านเวทีหลักยังครบอยู่ อย่าง เวทีชิงช้าสวรรค์ เวทีใหญ่ที่จะรวมวงที่แฟนเพลงเยอะๆ รองลงมาก็มาที่เวทีวัวแล้วก็เวทีแบล็คสเตจ เวทีวัวก็จะเป็นแนวป๊อป แบล็คสเตจก็จะเป็นแนวร็อก แล้วก็จะมีเวทีหลังคาแดง , เวทีไข่ที่เป็นเวทีศิลปินมาแรง ...ในงานเรามีผับอีก 3 แบบให้เลือกทั้ง อโคจร สำหรับคนชอบผับแบบชานเมืองที่ยังคงเป็นน้าเน็กเหมือนเดิม บรรยากาศสนุกๆหรือรำวงก็ยังเป็นโจอี้บอยเหมือนเดิม รวมถึงแดนซ์ซิ่งสเตจก็จะเป็นแนวอีดีเอ็มดีเจที่ขนมาแบบจัดเต็ม”     “ ด้านศิลปินหลักๆของเราก็มีมากมาย อาทิ บิ๊กแอส ,บอดี้สแลม , ดาเอ็นโดรฟิน , ทเวนตี้ไฟว์ อาวเวอร์ส , อ๊อฟ ปองศักดิ์ รวมถึงวงใหม่ๆที่ยังไม่เคยได้มาโชว์ที่ บิ๊กเมาน์เท่นมาก่อนอย่าง รัศมี อีสานโซล เป็นแนวหมอลำกับดนตรีฟังก์มาผสมกัน รวมถึงอีกหลายวงที่เราอยากนำเสนอ และที่หลายคนถามถึงเรื่องสถานที่ครั้งนี้เราเต็มที่ทุกอย่าง เชื่อว่าฝุ่นน้อยลงเนื้อที่ทุกส่วนมันกระชับขึ้น เดินไม่ไกล เพราะเราออกแบบให้เดินใกล้มากขึ้น วันที่ 1 ตุลาคมนี้ ก็จะขายบัตรแล้ว ก็เข้ามาดูศึกษารายละเอียดกันให้พร้อมที่เฟสบุ๊คแฟนเพจของเรา www.bigmountainmusicfestival.com งานเล่นวันที่ 10 -11 ธันวาคมนี้ อยากจะบอกว่านี่คือเทศกาลดนตรีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และก็เป็นเทศกาลดนตรีที่สนุกมากจริงๆ มันเหมือนเป็นปาร์ตี้ครับ ยิ่งไปยิ่งสนุก ถามคนที่เคยไปแล้วดูได้แล้วไปเจอกันครับ”     เริ่มจำหน่ายบัตร 1 ต.ค. นี้ บัตรเออร์ลี่คาว (ราคา โค ตะ ระ พิเศษ) ราคาใบละ 1,500 บาท ซื้อ 6 จ่าย 5 วันเดียวเท่านั้น!! ที่ เซเว่นอีเลฟเว่น และ เคาน์เตอร์เซอร์วิส ทั่วประเทศwww.allticketthailand.com แล้วมาสนุกไปพร้อมกันที่ PEPSI PRESENT BIG MOUNTAIN MUSIC FESTIVAL 8 วัวก็คือวัว 10 – 11 ธันวาคม 2559 ณ แก่งกระจาน คันทรี คลับ จ.เพชรบุรี

4 หาดทะเลน้ำจืด เที่ยวเพลินหน้าฝน
ฃุกโดน /  หาดทะเลน้ำจืด / 

มีหลายต่อหลายคน ที่ไม่ชอบเที่ยวทะเลเท่าไร เพราะลมทะเลค่อนข้างจะทำให้เหนียวตัว แล้วยิ่งเป็นหน้าฝนนี้ เที่ยวทะเลก็คงไม่ดีเท่าไรนัก เพราะโอกาสที่จะเกิดลมมรสุม นั้นเป็นไปได้มาก…แล้วแบบนี้จะไปเที่ยวที่ไหนดีล่ะ สำหรับคนที่ชอบบรรยากาศการพักผ่อน รับลมชิวๆ แต่ไม่อย่างต้องเสี่ยงกับมรสุมและลมฝน วันนี้เราก็มี 4 ชายหาดทะเลน้ำจืด ท่ามกลางบรรยากาศอุดมสมบูรณ์ของขุนเขามากฝาก รับรองว่า หน้าฝนของคุณนี้ สนุกแน่ 4 หาดทะเลน้ำจืด เที่ยวเพลินหน้าฝน  ทะเลน้ำจืด 1. หาดทรายชุกโดน / กาญจนบุรี หาดทะเลน้ำจืด หาดทรายชุกโดน จ.กาญจนบุรี ชายหาดน้ำจืดเล็กๆ อยู่ริมน้ำแม่กลอง ในจังหวัดกาญจนบุรี ที่หาดชุกโดน หรือชายหาดท่าล้อแห่งนี้ เป็นอีกหนึ่งสถานที่สำหรับพักผ่อนฝั่งตะวันตก ซึ่งแม้จะไม่ได้เกิดขึ้นตามธรรมชาติ แต่ทว่าการปรับภูมิทัศน์ครั้งใหญ่ ให้เนรมิตเป็นชายหาด ก็ทำให้ได้บรรยากาศของทะเลน้ำจืดท่ามกลางขุนเขาที่งดงามมากๆ เลยทีเดียว หาดทรายละเอียด เป็นแนวยาวตลอดคุ้งน้ำ และกว้างพอที่จะรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนได้หลายพันคน บรรยากาศเย็นร่มรื่น มีลมพัดเข้าหาฝั่งตลอดเวลา รอบหาดทรายจะมีที่นั่ง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการพักผ่อน รับประทานอาหาร เครื่องดื่มต่างๆ ร่วมกับก๊วนเพื่อน และครอบครัว แถมยังมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้เลือกเล่น เช่น บริการสวนสนุกลอยน้ำ เรือปั่น เรือพาย มีบริการเตียงผ้าใบ ร่ม ห่วงยาง เสื้อชูชีพ เรือถีบ เรือพาย เจ็ตสกี ไว้คอยให้บริการ การเดินทาง : หาดทรายชุกโดน หรือหาดท่าล้อ ทางเข้าอยู่ข้างวัดท่าล้อ ก่อนถึงสามแยกท่าล้อ และอยู่เยื้องๆ กับร้านรจนาก่อนถึงตัวจังหวัดกาญจนบุรี ประมาณ 9 – 10 กม. ตั้งอยู่ที่ ตำบลท่าล้อ อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี  ------------------------------------ 2. หาดหินเพิง บางแสน 2 / ขอนแก่น ข้ามมายังฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือ หรืออีสานบ้านเฮากันบ้าง แล้วจะต้องตกใจแน่ๆ ว่า อีสานก็มีชายหาด .. ชายหาดหินเพิง หาดที่มีบรรยากาศคล้ายบางแสน จึงถูกเรียกว่า “บางแสน 2″ หาดแห่งนี้อยู่ในจังหวัดขอนแก่น ถือเป็นแหล่งชายหาดทะเลน้ำจืดยอดนิยมของคนอีสานเลยก็ว่าได้ ความสวยงามของที่นี่ไม่แพ้ทะเลเลย ลักษณะเป็นชายหาดกรวดทรายและโขดหิน ต่างกันตรงที่เป็นทะเลสาบนํ้าจืด คลื่่นลมไม่รุนแรง แต่มีลมพัดโกรก เย็นสบาย ยิ่งพอคล้อยเย็น ตะวันตกดินแล้วล่ะก็ บรรยากาศแสนจะโรแมนติกมาก บนหาดทรายมีร่มกันแดด และเตียงผ้าใบ และยังมีบริการเครื่องเล่นทางนํ้าแบบครบครัน ทั้งสกูตเตอร์ เรือกล้วย เรือถีบ ห่วงยาง ให้เช่า บริการด้านอาหารก็มีพร้อม มากกว่า 60 ร้าน เมนูเด่นคือปลาสดๆ จากอ่างเก็บนํ้าปรุงเป็นอาหารอีสานรสแซบ การเดินทาง : จากตัวอำเภออุบลรัตน์มีป้ายบอกทางไปบางแสน 2 ไปตามทางประมาณ 2 กิโลเมตร ชายหาดอยู่ขวามือ 4 หาดทะเลน้ำจืด เที่ยวเพลินหน้าฝน 3. หาดมโนภิรมย์ / มุกดาหาร ทะเลน้ำจืด หาดมโนรมย์ จ.มุกดาหาร ยังอยู่กันที่ฝั่งอีสาน ณ บ้านชะโนด จังหวัดมุกดาหาร ที่นี่มีบรรยากาศที่แอบคล้ายกับริมชายหาดทะเล ที่คลื่นถาโถมลมพัดน้ำเข้าซัดฝั่ง ในช่วงของต้นปีที่น้ำในลำโขงลดจนเห็นเม็ดทราย แผ่ขยายกว้างไปไกลจนสุดลูกตา ประกอบกับกระแสลมที่พัดโบกตลอดวัน ทำให้ลำน้ำนั้นถูกพัดเป็นเกลียวคลื่นเข้าหาฝั่ง สถานที่แห่งนี้จึงได้บังเกิดขึ้นเป็นสถานที่พักผ่อนของชาวบ้านชะโนด และระแวกใกล้เคียงที่แวะมาลงเล่นน้ำ เพื่อคลายร้อนในช่วงฤดูร้อนที่แสนจะอบอ้าว บรรยากาศโดยรวมของหาดมโนภิรมย์นั้น จะเป็นซุ้มต่างๆ ที่ตั้งอยู่ริมน้ำให้กับคุณได้พักผ่อน หากยืนบนนหาด จะเห็นบรรยากาศของสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ชัดเจน ส่วนบริการของที่นี่ก็ไม่แพ้หาดไหน มีห่วงยางให้เช่า มีเรือกล้วย(บานาน่าโบ๊ท) ให้ใช้บริการ และเมนูอาหารส่วนใหญ่ของสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้นั้นก็จะเป็นจำพวก ส้มตำ ไก่ย่าง ปลาเผา ไก่อบฟาง ฯลฯ ราคาเบาๆ และไม่แพงอย่างที่คิด ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ทะเลริมโขง ทะเลอีสานก็มีจริง การเดินทาง :  หาดมโนภิรมย์ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่บ้านชะโนด ตำบลชะโนด อำเภอหว้านใหญ่ ใช้เส้นทางมุ่งสู่สะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่สอง   ------------------------------------ 4. หาดวังโก / มหาสารคาม หาดทะเลน้ำจืด หาดวังโก จ.มหาสารคาม อีกหนึ่งหาดฝั่งอีสาน ในจังหวัดมหาสารคาม นี่เป็นหาดสุดท้าย แต่ว่าน่าอัศจรรย์สุดๆ เพราะหาดแห่งนี้ เป็นหาดทรายที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ มนุษย์ไม่ต้องสรรสร้าง ธรรมชาติก็มอบความงดงามของแม่น้ำที่น้ำไหลผ่านโค้งน้ำ ตะกอนทรายจะไหลไปทับถมเกิดเป็นหาดทรายโดยธรรมชาติ กลายเป็นหาดทะเลน้ำจืดไปโดยปริยาย หาดวังโก ตั้งอยู่บนโค้งของแม่น้ำชีซึ่งยาวประมาณ 1 กม. หัวท้ายของหาดถูกกั้นไว้ ลานหินทอดยาวขวางแม่น้ำชี ที่เรียกว่าแก่ง แก่งด้านซ้ายมือเรียกว่า แก่งบ้านห้วยและขวามือเรียก แก่งท่าเตาดิน ทั้งสองแก่งทำหน้าที่เหมือนฝายทดน้ำธรรมชาติ ในฤดูแล้งทั้งสองแก่งก็จะทำหน้าที่ฝายธรรมชาติกั้นน้ำไว้ทำให้แม่น้ำชีบริเวณหาดวังโกยังมีปริมาณน้ำเหลือเฟือ พอจะทำให้นักท่องเที่ยวไปเล่นน้ำได้ ที่พิเศษมากๆคือ ที่นี่มีกิจกรรม Adventure ที่แปลกไปกว่าที่ไหนๆ มีสไลเดอร์ผ้าใบขนาดยักษ์ ให้ได้เล่นฟรีๆ ถือเป็นครั้งแรกในไทยที่ถูกสร้างขึ้น และใหญ่ที่สุดในโลก มีหอสูง 50 ฟุตให้โดดข้ามแม่น้ำ ไป-กลับ เรือกล้วย เจทสกี ห่วงยางเล่นน้ำ ร่มและเต้นผ้าใบชายหาดเหมือนชายทะเลทุกประการ การเดินทาง จากตัวเมืองมหาสารคาม มุ่งสู่ถนนสายท่าพระ-โกสุมพิสัย โซนบ้านท่าเดื่อ ต.หนองบอน อ.โกสุมพิสัย มีทางหลวงชนบทราดยางเข้าถึงหาด ถือเป็นทรัพย์ในดิน และสินในน้ำของไทย ที่แสนจะโชคดี ที่เรามีสถานที่สวยงามและหลากหลายไว้ให้เราได้ท่องเที่ยว แต่อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวอย่างเราๆทั้งหลายก็อย่าละเลยที่จะช่วยกันรักษาความสะอาด และความสมบูรณ์ของธรรมชาติเหล่านี้เอาไว้ ก่อนที่จะไม่หลงเหลือความสวยงามเอาไว้ให้เราได้ทัศนา บทความน่าอ่านจาก http://www.emaginfo.com ร่วมกับ travel.mthai.com

ททท. เปิดตัวโครงการ A Touch of Thai Vehicles  เส้นทางสร้างสรรค์เที่ยววิถีไทยท่องวิถีถิ่น
A Touch of Thai Vehicles /  รถตุ๊กตุ๊ก / 

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นประธานในการเปิดโครงการส่งเสริมยานพาหนะท้องถิ่นเพื่อการท่องเที่ยว หรือ A Touch Of Thai VEHICLES พร้อมเปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยวสร้างสรรค์ 4 จังหวัด 8 เส้นทาง ชูเสน่ห์ยานพาหนะท้องถิ่น นำร่องพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวด้วยรถตุ๊กตุ๊ก เรือหัวโทง รถม้า ลำปาง และสกายแลป ต่อยอดการท่องเที่ยววิถีไทยสัมผัสวิถีท้องถิ่น  A Touch of Thai Vehicles นายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยยานพาหนะท้องถิ่น หรือ A Touch of Thai Vehicles เป็นโครงการที่มุ่งเน้นการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวด้วยยานพาหนะท้องถิ่น ตลอดจนการพัฒนาคุณภาพบริการ  และการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของยานพาหนะท้องถิ่นซึ่งถือเป็นเสน่ห์สำคัญ อันเป็นองค์ประกอบหนึ่งของการท่องเที่ยว“วิถีไทย”และการสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวท้องถิ่นหรือ “Local Experience” ให้กับนักท่องเที่ยวทั่วโลก อีกทั้งยังเปิดเส้นทางท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ เพื่อตอบโจทย์นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางท่องเที่ยวด้วยตนเอง (Foreign Independent Traveler : FIT) เช่น กลุ่มเดินทางเป็นครอบครัว (Family) กลุ่มสุภาพสตรี (Lady) และกลุ่ม Baby Boomers ซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ    ให้สามารถสัมผัสการท่องเที่ยวในแบบวิถีไทย ผ่านการโดยสารยานพาหนะท้องถิ่นที่มีอัตลักษณ์เฉพาะตัว โดยนำร่องพัฒนาใน 4 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ใช้รถตุ๊กตุ๊ก จังหวัดกระบี่ ใช้เรือหัวโทง จังหวัดลำปาง ใช้รถม้า และจังหวัดเลย ใช้รถสกายแลป สำหรับการเปิดตัวโครงการและเส้นทางในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากนางสาวอนิพรณ์ เฉลิมบูรณะวงศ์ หรือ น้องเนท มิสยูนิเวอร์สไทยแลนด์ 2015 เจ้าของรางวัลชุดแต่งกายประจำชาติยอดเยี่ยม “Tuk Tuk Thailand” จากเวทีประกวดนางงามจักรวาล 2015 และคุณเร แม๊คโดแนลด์ เจ้าของรายการ TT RIDER          ที่เดินทางท่องเที่ยวไปทั่วประเทศด้วยรถตุ๊กตุ๊ก ร่วมเล่าประสบการณ์การเดินทางด้วยพาหนะท้องถิ่นที่            น่าประทับใจและความสนุกสนานที่ได้รับ นายยุทธศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เส้นทางท่องเที่ยวทั้ง 4 จังหวัด 8 เส้นทาง ได้สร้างสรรค์ให้ เป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่แปลกใหม่และสัมผัสได้จริง อาทิ การนั่งรถม้าที่จังหวัดลำปาง จะไม่เป็นเพียงการเที่ยวชมเมืองเท่านั้น แต่จะได้เรียนรู้ย้อนรอยประวัติศาสตร์ลำปาง 3 ยุค  ในกรุงเทพมหานคร ททท.ได้พัฒนาเส้นทางเพิ่มเติม ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถนั่งรถตุ๊กตุ๊กชมแสงสีที่สวยงามของโบราณสถาน สถานที่สำคัญและชีวิตของคนกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนซึ่งมีความสวยงามและแตกต่างจากกลางวัน  สำหรับจังหวัดกระบี่ เอกลักษณ์ที่สำคัญคือความสวยงามของทะเล ซึ่งพาหนะที่ใกล้ชิดทะเลที่สุดคือ เรือหัวโทง ช่วยให้สามารถสัมผัสกระบี่ในมุมมองแบบชาวเล เช่น การล่องคลองมะรุ่ยที่อำเภออ่าวลึก ซึ่งเป็นทิวทัศน์แบบทะเลในที่สวยงามไม่แพ้ประเทศใดๆ นอกจากนั้น เรือหัวโทงยังสามารถล่องผ่านอุโมงค์ป่าโกงกางที่สมบูรณ์ที่สุด ซึ่งล้อมรอบบ้านเกาะกลาง เพื่อเปิดสู่วิถีชีวิตชุมชนที่อบอุ่น  ส่วนอำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ททท. ได้เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญซึ่งสามารถเดินทางด้วยรถสกายแลป ได้แก่  วัดต่าง ๆ แก่งคุดคู้ บ้านชาวไทดำที่บ้านนาป่าหนาด ทำให้เกิดการกระจายรายได้ ใช้จ่ายในท้องถิ่นมากขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ทางด้าน “น้องเนท” อนิพรณ์ เฉลิมบูรณะวงศ์  มิสยูนิเวอร์สไทยแลนด์ 2015 เจ้าของรางวัลชุดแต่งกายประจำชาติยอดเยี่ยม “Tuk Tuk Thailand” จากเวทีประกวดนางงามจักรวาล 2015 ได้มาเล่าถึงประสบการณ์อันน่าประทับใจที่ได้สวมชุด ตุ๊กตุ๊ก ไทยแลนด์ บนเวทีประกวดระดับโลกในวันเปิดโครงการ A Touch of Thai Vehicles   ว่า “มีความประทับใจมากที่ได้สวมชุดตุ๊กตุ๊กในการประกวดนางงามจักรวาล 2015 และก็ได้รางวัลชุดประจำชาติยอดเยี่ยม  ซึ่งดีไซเนอร์ที่ออกแบบนั้นก็ไม่ได้ดัดแปลงอะไรมากมาย แต่ได้ยกเอารถตุ๊กตุ๊กจริงนั่นเลยมา  แต่ความจริงต่างชาติก็รู้จักตุ๊กตุ๊กของไทยดีอยู่แล้ว และการที่เรานำชุดประจำชาติซึ่งเป็นตุ๊กตุ๊กก็เหมือนเป็นการตอกย้ำภาพเอกลักษณ์ที่ดีของไทยอย่างหนึ่งให้ชาวโลกได้รู้จักมากขึ้น ซึ่งต้องขอบคุณ ททท. ที่ได้นำแนวคิดนี้ไปช่วยโปรโมทการท่องเที่ยวด้วยค่ะ เป็นเหมือนจุดมุ่งหมายหนึ่งที่ทำให้ชาวต่างชาติที่เดินทางมาประเทศไทยแล้วจะต้องนั่งตุ๊กตุ๊กสักครั้งให้ได้หรือเป็นสิ่งแรกที่ต้องทำ อีกอย่างการสวมชุดตุ๊กตุ๊ก ในการประกวดทำให้เราไม่ต้องพูดอะไรมากเพราะทุกคนรู้จักดี ก็จะว้าวตุ๊กตุ๊กไทยแลนด์อะเมซิ่ง เพื่อนก็มาขอถ่ายรูป เป็นการโปรโมทประเทศไทยไปในตัว  แนทขอบคุณทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมากที่ได้สนับสนุนงบประมาณทำชุดนี้ขึ้นมาค่ะ” ทางด้าน  เร แม็คโดแนลด์ เจ้าของรายการ TT RIDER กล่าวถึงแรงบันดาลใจในการนำรถตุ๊กตุ๊ก มาเป็นสัญลักษณ์รายการว่า  “ผมคิดว่ารถตุ๊กตุ๊กนอกจากจะเป็นเอกลักษณ์ไทยอย่างหนึ่งแล้ว ผมว่าขนาดของมันไม่ใหญ่ สามารถขับไปไหนต่อไหนได้บนเส้นทางที่ไกลๆ ที่คนขี่มอร์เตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ หรือขับรถออฟโรดสีคูณสี่ไปได้เช่นกัน  อย่างผมขับรถตุ๊กตุ๊กไปลาว พม่า ญี่ปุ่น  ขับไปไหนก็มีแต่รอยยิ้มครับ หรือ แม้แต่รถม้าลำปาง ที่ผมไปจังหวัดลำปางก็หลายครั้งแต่ไม่ได้ขี่รถม้าเลย แต่พอได้ลองก็รู้สึกยอดเยี่ยมมาก ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ที่นุ่มนวล ความรู้สึกในการนั่งรถม้าชมเมืองมันได้เข้าถึงความเป็นท้องถิ่นจริง ๆ อย่างเรือหัวโทงที่กระบี่ก็ได้ไปนั่งมาแล้ว   กระบี่หาดทรายทะเลสวยงามใครไปก็ต้องไปถ่ายรูป หัวโทงที่เราได้ไปสัมผัสนั้นเป็นอัตลักษณ์ของพื้นที่จริงๆ ขณะที่คนขับเรือ หรือรถม้าเองก็เป็นเจ้าบ้านที่ดีช่วยแนะนำให้ความรู้เรื่องสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ กับเราด้วย จึงอยากให้ทุกคนไปเที่ยวแล้วได้ลองสัมผัสบรรยากาศของสถานที่นั้นๆ ด้วยยานพาหะนะท้องถิ่นกันครับ โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยยานพาหนะท้องถิ่น ได้มีการจัดทำคู่มือแนะนำการท่องเที่ยวชุด “A Touch of Thai Vehicles” ตลอดจนจัดทำ Mobile Application ทั้งบนระบบปฏิบัติการ iOS และ Android ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลได้จากเว็ปไซต์ www.tourismthailand.org/tourismproduct หรือ โทร 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย

ไม่ได้ฝันไปใช่ไหม? 10 อันดับ สนามบินวิวสวยที่สุดในโลก
airport /  สนามบิน / 

ปกติแล้วเราก็คงเคยเห็นการจัดอันดับสนามบินที่ดีที่สุดในโลก หรือสนามบินที่สวยที่สุดในโลก กันมาบ้างแล้ว วันนี้เราจะขอเปลี่ยนมุมมอง พาเพื่อนๆ ไปชม 10 อันดับ สนามบินวิวสวยที่สุดในโลก กันบ้าง เวลาที่นั่งเครื่องบินผ่าน และได้มองวิวสวยๆ ที่อยู่เบืองล่างแบบนี้ คิดดูสิมันจะสวยงามขนาดไหน ^^ อันดับที่ 10. สนามบิน Cape Town International Airport, ประเทศแอฟริกาใต้ เคปทาวน์ เป็นเมืองหลวงของแอฟริกาใต้ เป็นเมืองเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 300 ปี ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่สวยที่สุดและมีเสน่ห์ที่สุดเมืองหนึ่งในโลก ป็นดินแดนแห่งการท่องเที่ยวติดอันดับหนึ่งในห้าของโลก จุดเด่นของเมืองอยู่ที่ภูเขาลูกใหญ่กลางเมืองที่สามารถมองเห็นได้จากทุกสารทิศ ชื่อว่า ภูเขาโต๊ะ (Table Mountain) อันดับที่ 9. สนามบิน London City Airport, ประเทศอังกฤษ ตั้งอยู่ที่เมืองนิวแฮม ในอีสลอนดอน ประเทศอังกฤษ รองรับพื้นที่ศูนย์กลางการเงินของลอนดอน และเนื่องจากทางวิ่งของท่าอากาศยานแห่งนี้มีระยะสั้น จึงมีข้อจำกัดด้านขนาดเครื่องบินที่มาใช้บริการ แต่ถึงอย่างไรสนามบินแห่งบินก็ติดเป็น 1 ใน 10 สนามบินวิวสวยที่สุดในโลก ^^ อันดับที่ 8. สนามบิน Gibraltar Airport, ประเทศอังกฤษ สนามบินแห่งนี้อยู่ระหว่างทะเลเมดิเตอร์เรเนี่ยน ซึ่งอยู่ทางด้านทิศตะวันออก และอ่าว Algeciras ที่อยู่ทางด้านทิศตะวันตก รันเวย์ของสนามบินแห่งนี้สร้างจากกรวดผสมน้ำมันดิน มีความยาวไม่ถึง 2,000 เมตร นักบินจำเป็นต้องรู้ตำแหน่งในการลงจอดที่แน่นอนและแม่นยำ และต้องมีความพร้อมที่จะเบรคทันทีที่ล้อแตะรันเวย์ เพราะไม่อย่างนั้นมีหวังได้ลงไปจอดในทะเลแน่ๆ และรันเวย์แห่งนี้มีถนนตัดผ่าน เวลามีเครื่องบินขึ้น-ลง ที่กั้นถนนก็จะพับลงมากั้นไม่ให้รถผ่าน (คล้ายเวลาวิ่งข้ามทางรถไฟในบ้านเรา) อันดับที่ 7. สนามบิน Billy Bishop Toronto City Airport, ประเทศแคนาดา ที่นี่มีอีกชื่อหนึ่งว่า Toronto Island Airport ซึ่งความหมายแปลตรงๆ ตามชื่อเลย เพราะสนามบินแห่งนี้ตั้งอยู่บนเกาะที่อยู่ข้างๆ เมือง Toronto ผู้โดยสารจึงต้องนั่งเรือเฟอร์รี่จากแผ่นดินมายังเกาะแห่งนี้เพื่อขึ้นเครื่อง โดยปกติแล้ว สนามบินแห่งนี้รองรับแต่สายการบินในประเทศ เครื่องบินส่วนตัว และเครื่องบินฉุกเฉินเท่านั้น อันดับที่ 6. สนามบิน Saba Airport (Juancho E Yrausquin), แคริบเบียน เนเธอร์แลนด์ เป็นหนึ่งในสนามบินที่วิวสวยที่สุดในโลกและอันตรายที่สุดในโลกอีกด้วย เพราะรันเวย์นี้มีความยาวเพียง 400 เมตรเท่านั้น ซึ่ง “ตำแหน่ง” ของรันเวย์ที่ด้านหนึ่งเป็นภูเขาสูง ส่วนอีกด้านเป็นหน้าผา (ปลายสุดของรันเวย์ทั้ง 2 ข้าง เป็นหน้าผา) ซึ่งถ้ามีอะไรผิดพลาดไม่ว่าจะเป็นตอนขึ้นหรือตอนลงก็จะตกลงไปในทะเลทันที ปัจจุบันนี้ มีเพียงสายการบิน  Windward Islands Airways  ซึ่งเป็นสายการบินท้องถิ่นเพียงแห่งเดียวเท่านั้น ที่เปิดบินบริการวันละ 1 เที่ยวบนสนามบินแห่งนี้ อันดับที่ 5. สนามบิน St. Maarten Airport (Princess Juliana International), แคริบเบียน สนามบินแห่งนี้ถือว่าเป็นอีกสนามบินที่มีคนนิยมไปถ่ายรูปมากที่สุด เพราะว่ารันเวย์เริ่มต้นจากชายหาดเพียงไม่กี่เมตร ฉะนั้นเวลาคนเล่นน้ำอยู่ ก็จะเห็นเครื่องบินบินผ่านหัวไปในระยะที่ใกล้มากเลยทีเดียว สนามบินแห่งนี้มีรันเวย์ยาวเพียง 2,000 เมตร อันดับที่ 4. สนามบิน Barra Airport, Scotland, ประเทศอังกฤษ สนามบินแห่งนี้ตั้งอยู่บนเกาะ Barra ซึ่งเป็นเกาะเล็กๆ  ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลของประเทศสกอตแลนด์ ที่นี่นับเป็นหนึ่งในสนามบินเพียง 2 แห่งในโลก ที่ใช้ “ชายหาด” เป็นรันเวย์ และเนื่องจากเวลาน้ำขึ้นรันเวย์ของสนามบินแห่งนี้จะหายไป ดังนั้นตารางบินของสนามบินแห่งนี้จะขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่น้ำขึ้นน้ำลง และถ้ามีเหตุฉุกเฉินให้ต้องนำเครื่องลงจอดในเวลากลางคืน ก็จะใช้วิธีนำรถยนต์มาจอดเรียง และเปิดไฟ เพื่อให้เกิดแสงสะท้อนบริเวณแผ่นโลหะที่ถูกเรียงไว้บริเวณชายหาด เป็นการนำทางให้นักบินสามารถนำเครื่องบินลงจอดได้อย่างปลอดภัย อันดับที่ 3. สนามบิน Nice Cote D'Azur Airport, ประเทศฝรั่งเศส สนามบินแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างออกไป 7 กิโลเมตรจากเมือง Nice ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส และเป็นสนามบินหลักของภูมิภาคนี้เลยทีเดียว ความสวยงามของมันก็คือ รันเวย์ที่ยืนออกไปในทะเล ที่เห็นแล้วน่าตื่นตาตื่นใจอย่างยิ่ง ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนระหว่างเมืองมาร์แซย์ของฝรั่งเศสกับเมืองเจนัวของอิตาลี อันดับที่ 2. สนามบิน Las Vegas McCarran Airport, ประเทศสหรัฐอเมริกา ตั้งอยู่ที่คลาร์กเคาน์ตี รัฐเนวาดา สหรัฐอเมริกา ห่างจากตัวเมืองลาสเวกัสไปทางใต้ประมาณ 8 กิโลเมตร ตั้งอยู่ใจกลางทะเลทราย อันดับที่ 1. สนามบิน Queenstown Airport, ประเทศนิวซีแลนด์ สนามบินแห่งนี้เป็นสนามบินนานาชาติเพียงแห่งเดียวในแถบ South Island ตั้งอยู่ที่เกาะใต้ของประเทศนิวซีแลนด์ และสถานที่ตั้งของมัน ต้องบอกว่าเปรียบเสมือนในเทพนิยาย ที่มีทั้งภูเขา แม่น้ำ และทะเลสาบอยู่ล้อมรอบ ภูมิทัศน์ของหุบเขาโดยรอบสวยงามตระการตาระดับโลก ล้อมรอบด้วยเทือกเขา The Remarkable บนชายฝั่งของทะเลสาบวาคาติปู (Wakatipu) โดยเฉพาะถ้าไปหน้าหนาวจะได้ชมวิวหิมะขาวๆ บนยอดเขา เครดิตข้อมูลและรูปภาพจาก CNN Travel

บอคเซีย พาราฯไทยกระหึ่ม! คว้าอีก 1 เหรียญทอง
ทีมชาติไทย /  บราซิล / 

บอคเซีย พาราลิมปิก ทีมชาติไทย ฟอร์มยังแรง คว่ำญี่ปุ่น คว้าอีก 1 เหรียญทอง! บอคเซีย พาราลิมปิก ทีมชาติไทย ผลงานดีต่อเนื่อง จัดการคว้าอีก 1 เหรียญทอง จาก บอคเซีย BC 1-2 ประเภททีม นำทีมโดย พัทธยา เทศทอง ,วัชรพล วงษา ,สุบิน ทิพย์มณี และ วรวุฒิ แสงอำภา ซึ่งสามารถเอาชนะ บอคเซีย พาราลิมปิก ทึมชาติญี่ปุ่นได้แบบขาดลอย 9 - 4 คว้าอีก 1 เหรียญทอง ซึ่งเป็นเหรียญที่ 6 ของทัพพาราลิมปิกไทย ในการแข่งขัน พาราลิมปิกเกมส์ 2016 ที่นครริโอเดอจาเนโร ประเทศบราซิล ของเช้าวันนี้(วันที่ 13 กันยายน 2559) ภาพ : สิงห์

วันชาติของเด็กแมวกลับมาแล้ว! CAT EXPO 3D เตรียมจัด 5-6 พ.ย.นี้
Bedroom Audio /  BRANDNEW SUNSET / 

CAT EXPO 3D เทศกาลดนตรีทรีดีที่สุด เตรียมพุ่งไปกับศิลปินกว่า 100 วง อัดแน่นตลอด 2 วัน 5 เวที ในพื้นที่กว่า 40 ไร่!! กลับมาจัดเป็นปีที่ 3 สำหรับงาน CAT EXPO (แคท เอ็กซ์โป) โดย Cat Radio (แคท เรดิโอ) งานมหกรรมดนตรีที่ทุกคนเรียกกันว่างาน 'วันชาติของเด็กแมว' โดยปีนี้มาพร้อมธีมว่า CAT EXPO 3D ซึ่งจะจัดขึ้นบนพื้นที่กว่า 40 ไร่ของลุมพินีสแควร์ (สวนลุม ไนท์บาซาร์เดิม) ตั้งแต่เวลา 15.00 - 24.00 น. ในวันเสาร์และอาทิตย์ 5-6 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งแถลงข่าวเปิดตัวงานไปแล้วเมื่อวันก่อน ท่ามกลางทัพศิลปินชื่อดังมากมายที่มาร่วมงาน CAT EXPO ในแต่ละปีเต็มไปด้วยกิจกรรมบันเทิงที่แปลกใหม่และสร้างสรรค์มากมาย เพราะเป็นงานเทศกาลดนตรีที่ไม่ได้มีแค่คอนเสิร์ต แต่เป็นงานอีเวนต์ประจำปีของคนในแวดวงดนตรีทั้งวงดนตรีทั้งในและนอกกระแสมารวมตัวกันมากที่สุด นอกจากนั้นยังเป็นงานที่ผู้คนในตลาดเพลงทั้งผู้ผลิตและผู้เสพได้มาพบกัน มีโอกาสนำเสนอผลงาน และเลือกซื้อสินค้าบันเทิงมากมาย ทั้งอัลบั้มใหม่ ซิงเกิ้ลล่าสุด ตลอดจนแผ่นเสียงหายาก รวมทั้งความพิเศษที่ผู้เสพดนตรีจะได้กระทบไหล่ เซลฟี่ เดินเบียดกับศิลปินที่มาออกร้านด้วยตัวเอง สำหรับงานในปีนี้มีชื่อตอนว่า CAT EXPO 3D โดย จ๋อง - พงศ์นรินทร์ อุลิศ ผู้ก่อตั้ง Cat Radio เผยว่า "ปีนี้ธีมงานใช้ชื่อว่า CAT EXPO 3D มิติใหม่ของเทศกาลดนตรีที่ไม่ได้มาแค่มิติเดียว ซึ่งทุกคนจะได้พบกับศิลปินกว่า 100 วงจากทุกค่ายทุกแนวมาเปิดการแสดง บน 5 เวที และโชว์พิเศษจากแสตมป์ อภิวัชร์ ร่วมกับ คุมะมง มาสคอตสุดน่ารักประจำเมืองคุมะโมะโตะ ประเทศญี่ปุ่น แถมด้วยโชว์ที่มีให้ดูเพียงปีละครั้งจากเหล่าดีเจ แคท เรดิโอ ร่วมด้วยศิลปินอื่นๆ อีกมากมายจากทุกค่ายเพลงในเมืองไทย อาทิ scrubb, สิงโต นำโชค, Sin, Flure, Bedroom Audio, The Jukks, The Musketeers, อิ้งค์ วรันธร feat.ปอย Portrait , Brandnew Sunset, Tabasco, Somkiat, อพาร์ตเมนต์คุณป้า ฯลฯ" สนใจซื้อบัตรเข้างานทั้ง 2 วันได้เลย ในราคา 1500 บาท พิเศษเฉพาะบัตร Early Cat ซื้อก่อน 9 ตุลาคม ในราคาเพียง 800 บาทเท่านั้น จำหน่ายบัตรทางไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา www.thaiticketmajor.com โทร. 02-262-3838 และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/thisiscatradio www.thisiscat.com มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

เริ่มแล้ว Thailand Mobile Expo 2016 รวมไฮไลท์เด็ดไว้ครบครัน
Mobile Expo /  Thailand Mobile Expo / 

เริ่มต้นขึ้นแล้วกับงาน Thailand Mobile Expo 2016 ที่ปีแต่ละค่ายมือถือชั้นนำขนเรือธง ตัวเก่ง ตัวเด่น มาจัดหนักในงานกันอย่างแน่นเอียดเลยทีเดียว เรียกว่าเดินช้อปกันเพลินไม่มีเบื่อแน่นอน วันนี้ Tech.MThai จึงเก็บไฮไลท์มาฝากกันเบาๆ แบบว่าเรียกน้ำย่อยกันหน่อยดีกว่า S7 และ S7 edge กับโปรดีๆที่บูธซัมซุง Galaxy J7 ตัวเด่นต่ำหมื่น ไฮไลท์ของซัมซุงกับ Samsung Pay Oppo ชูโรงมากับ F1s และ F1 Plus Wiko กับ Jerry ในราคา 2,290 บาท AXON7 จาก ZTE ที่เพิ่งเปิดตัวพร้อม มาริโอ้ Sony Xperia XA Ultra โดดเด่นมาก Xperia X Compact ที่เพิ่งเผยโฉมก็มานะงานนี้ กล้องคู่สุดอลังการของ P9 Plus Zenfone 3 ก็ขนกันมาทุกรุ่น V3Max ชูโรงอยู่ที่บูธ Vivo เป็นอีกตัวที่น่าสนใจในค่าต่ำหมื่นจาก Lenovo อันนี้ก็โดดเด่นมากที่บูธ Moto คนรุมดูกันเพียบ และใครที่สนใจตัวไหนก็ลองไปเดินดูกันได้นะครับ โดยงานจะจัดถึงวันที่ 2 ต.ค. 2559 นี้

ออกทะเลพร้อมกับ โมอานา และ มาวอิ ในคลิปล่าสุด Moana
Auli'i Cravalho /  Disney / 

ออกทะเลพร้อมกับ โมอานา และ มาวอิ ในคลิปล่าสุด Moana ปล่อยตัวอย่างล่าสุดออกมาแล้ว สำหรับภาพยนตร์แอนิเมชั่นเจ้าหญิงดิสนีย์ที่หลายคนรอคอย Moana ที่เปลี่ยนโลเคชั่นจากเมืองสู่ท้องทะเลอันกว้างใหญ่ ซึ่งตัวอย่างล่าสุดเผยให้เห็นอันตรายครั้งใหม่ที่จะเข้าโจมตีเกาะ โมอานา พากย์เสียงโดย อาลิอิ คราวาโล (Auli'i Cravalho) จึงต้องออกตามหา มาวอิ พากย์เสียงโดย ดเวย์น จอห์นสัน (Dwayne Johnson) มนุษย์ครึ่งเทพ (ลมและท้องทะเล) เพื่อปกป้องทุกชีวิตบนเกาะแห่งนี้ นอกจากนี้ยังเผยให้เห็นพลังความสามารถของ มาวอิ ที่สามารถแปลงร่างเป็นสัตว์ได้ และความสามารถของ โมอานา ที่มีท้องทะเลเป็นเพื่อน และด้วยนิสัยที่น่าจะโชว์ความเกรียนไม่น้อยสำหรับมาวอิ น่าจะทำให้การผจญภัยของคนคู่นี้สนุกสนานจนกรามค้างแน่นอน เตรียมออกเรือพร้อมกัน 1 ธันวาคมนี้ในโรงภาพยนตร์ ดูบทความต้นฉบับ : Girls are tougher than gods in the trailer for Disney's 'Moana'

ELOA 1st Grand Tournament 2016 และการคว้าชัยของ Dominic Guardian
ELOA /  ELOA 1st Grand Tournament 2016

ผ่านพ้นไปแล้วกับการแข่งขันสุดมันส์ที่จัดขึ้นครั้งแรกในไทย "ELOA 1st Grand Tournament 2016" ที่ E-Sport Arena Powered by Intel ณ Pantip Pratunam ในวันเสารที่ 3 และอาทิตย์ที่ 4 กันยายน 59 !! ซึ่งภายในงานเต็มไปด้วยความมันส์จากผู้เข้าแข่งขัน ที่พกความเก่งมาเต็มที่!! พิธีเปิดในช่วงเช้าได้รับเกียรติจาก "คุณเชีย วัน ฮัท โจเซฟ" ผู้อำนวยการบริหารอาวุโสของบริษัท พีเอ็ม กรุ๊ป จำกัด กรรมการบริษัท เมอร์เมด มาริไทม์ จำกัด (มหาชน) และกรรมการบริษัท ยูนิค ไมนิ่ง เซอร์วิสเซส จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นตัวแทนของ "คุณเฉลิมชัย มหากิจศิริ" ประธานกรรมการบริษัท พีเอ็ม กรุ๊ป จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของคุณประยุทธ มหากิจศิริ รองประธานกรรมการบริหารบริษัท เมอร์เมด มาริไทม์ จำกัด (มหาชน) และกรรมการบริษัท ยูนิค ไมนิ่ง เซอร์วิสเซส จำกัด (มหาชน) ขึ้นมากล่าวเปิดงาน และพูดถึงการพลักดันการแข่งขันของเกม ELOA (ELITE LORD OF ALLIANCE) ก้าวสู่วงการแข่งขัน E-SPORT เป็นครั้งแรก และขอบคุณผู้เล่นทุกคนที่ค่อยให้กำลังใจและสนับสนุนมาตลอดจนถึงทุกวันนี้ วันแรกเป็นการแข่งขันขับเคี่ยวของผู้เข้าแข่งเพื่อชิ่งชัยเข้าสู่รอบ Semi Final ซึ่งบรรยากาศภายในงานนั้นเต็มไปด้วยความมันส์ และความสนุกสนาน โดยมีทีมผู้เข้าแข่งขันผ่านเข้าสู่รอบ Semi Final จำนวน 4 ทีม ได้แก่ทีม VIPz, Dominic Guardian, ก๊ากกล้วย และ Killer Dog นอกเหนือจากการแข่งขันของทีมเข้าแข่งขันแล้ว ทางทีมงาน Acer และ Compgamer ยังได้เชิญทีมพิเศษอีก 4 ทีม ได้แก่ 1st (First), DIA, Signature และ DreamCasters เพื่อให้เข้ามาขับเคี่ยวกัน และคัดเลือกทีมรับเชิญเหลือเพียง 2 ทีม ให้เข้าสู่รอบ Special Match (ทีมรับเชิญ VS ทีมเข้าแข่งขัน) ▼ 1st (First) vs VIPz ▼ DIA vs Dominic Guardian Special Match รอบที่ 1 : 1st (First) vs VIPz คะแนน 0-2 Special Match รอบที่ 2 : DIA vs Dominic Guardian คะแนน 2-0 ในส่วนของวันที่ 2 เริ่มด้วยรอบ Semi Final เป็นการแข่งขันแบบชนะ 3 ใน 5 เกม ซึ่งผลการแข่งขันมีดังนี้ คู่ที่ 1 VIPz vs Dominic Guardian คะแนน 3-0 คู่ที่ 2 ก๊ากกล้วย vs Killer Dog คะแนน 3-0 ▼ ทีม Dominic Guardian ▼ ทีม ก๊ากกล้วย ทำให้ทีม VIPz และ ก๊ากกล้วย เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ "Final Round" แต่เนื่องด้วยทางทีม VIPz ติดภาระกิจด่วน จึงไม่สามารถเข้าแข่งขันได้ ทำให้ทีม Dominic Guardian ผ่านเข้าสู่รอบชิ่งชนะเลิศแทน VIPz โดยการแข่งขันระหว่าง Dominic Guardian vs ก๊ากกล้วย นั้นเป็นการแข่งขันแบบชนะ 3 ใน 5 ซึ่งการแข่งขันนั้นเป็นไปอย่างดุเดือดทำเอาผู้เข้าแข่งขัน และผู้ชมในฮอล์ทุกคนหายใจไม่ทั่วท้องกันเลยทีเดียว ในรอบแรกทางทีม Dominic Guardian นำไปก่อน 1-0 แต่ทีม ก๊ากกล้วย ตีเสมอได้ และทำคะแนนได้นำทีม Dominic Guardian ในรอบที่ 3 ทำให้ทีม ก๊ากกล้วย มีคะแนนนำไปก่อน 1-2 ในทันที แต่ด้วยความสามารถ และความพยายามของทีม Dominic Guardian ส่งผลให้ทีม Dominic Guardian เอาชนะด้วยคะแนน 3-2 เกม พร้อมคว้าของรางวัลทั้งหมดไปในที่สุด ในส่วนของพิธีมอบของรางวัลได้รับเกียรติจาก "คุณนิพันธ์ ฟูตระกูล" ผู้บริหาร บริษัท 411 Entertainment Co.,Ltd.เป็นผู้มอบถ้วยรางวัล Champion ELOA 1st Grand Tournament 2016, รางวัลเงินสด 60,000 บาท, คีบอร์ด Razer Blackwindow Tournament จำนวน 4 รางวัล และ เสื้อ Jacket (Champion) จำนวน 6 รางวัล และยังได้รับเกียติจาก "คุณกิติวุฒิ  พิมพาหุ" Marketing Manager บริษัท Acer Computer Co.,Ltd. เป็นผู้มอบของรางวัล คอมพิวเตอร์ Acer Predator G1 และ จอ Acer Predator XB281 นอกจากการแข่งขันสุดมันส์แล้วภายในงานยังเต็มไปด้วยของรางวัล และกิจกรรมมากมายจากบริษัท 411 Entertainment จำกัด, โดนัทสุดอร่อยจาก Krispy Kreme, อาหารสุดเลิศจาก จังกะระ ราเมน และ มาการองสุดคลาสสิคจาก Pierre Herme ทีทำให้บรรยากาศภายในงานนั้นมีสีสันมากยิ่งขึ้น สุดท้ายนี้ต้องขอขอบพระคุณ ผู้สนับสนุนทั้ง 5 ท่านของเราคือ Predator Computer ที่เป็นผู้สนับสนุนเครื่องที่ใช้แข่งขันในงานนี้ ให้เราได้พิสูจน์ศักยภาพที่เหนือชั้นสำหรับเครื่อง PC และ Notebook จาก Predator ที่ทรงพลังเหมาะที่จะเป็นอาวุธของเหล่า Gamer ที่ต้องมีไว้ครอบครอง นอกเหนือจากนี้ยังยกทัพขนบูทไว้สำหรับ ผู้ที่สนใจทดลองเล่นเกมส์ ELOA ONLINE ภายในงานรวมถึง กิจกรรมสุดดี๊ดีพร้อมแจก MOUSE และ แผ่นรอง MOUSE จาก Predator รวมมูลค่าของรางวัลจากกิจกรรมกว่า 10,000 บาท ซึ่งได้รับความสนใจจากบรรดา Gamer ELOA เป็นจำนวนมากที่มาในงาน MOL ผู้ให้บริการในระบบเติมเงินออนไลน์ ซึ่งมอบของรางวัลเป็นบัตรเติมเงิน 20 รางวัลเป็นรางวัลละ 500 บาทสำหรับกิจกรรมภายในงาน Razer ที่สนับสนุนของรวงวัลให้กับทีมนักแข่งทีเข้ารอบ 3BB ที่เป็นช่องทางในการร่วม Activity Online กับทาง ELOA ONLINE ในอนาคต (Activity ใน Epic 2 เร็วๆนี้) Compgamer สุดท้ายนี้ที่ขาดเสียมิได้ต้องขอขอบพระคุณทางทีมงาน Compgamer ที่คอยช่วย Support และควบคุมการแข่งขันในครั้งนี้ ▼ Champion ELOA 1st Grand Tournament 2016 ทีม Dominic Guardian