ทัพเรือสิงคโปร์

สิงคโปร์เตือน ปีนี้เจอมลพิษทางอากาศหนักกว่าปีก่อน
ปัญหาหมอกควัน /  มลพิษทางอากาศ / 

สำนักงานสิ่งแวดล้อมสิงคโปร์ เตือนพลเมืองปีนี้ เจอปัญหามลพิษทางอากาศ หนักกว่าปีที่แล้ว สำนักข่าวต่างประเทศ รายงาน สิงคโปร์ ประสบปัญหามลพิษทางอากาศหนักกว่าปีก่อน โดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมแห่งชาติของสิงคโปร์ กล่าวว่า กระแสลม พัดเอา ควันไฟ จากการป่าเผาป่าในประเทศเพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซียเข้ามายังเขตพื้นที่ของ ประเทศ ซึ่งมีพื้นที่อยู่ตรงกลาง และได้รับผลกระทบในฤดูกาลหมอกควันเช่นนี้ทุกปี อย่างไรก็ตาม ทางการสิงคโปร์ ออกเตือน ปีนี้จะเจอปัญหาดังกล่าวหนักกว่าปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ รัฐสภาสิงคโปร์ ผ่านร่างกฎหมายเสนอให้บริษัท ที่ก่อให้เกิดมลภาวะเป็นพิษไปตั้งบนเกาะตั้งแต่เมื่อเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา ยังคงเห็นว่ากฎหมายยังไม่สามารถบังคับใช้ได้

10 เรื่องจริง สัตว์กินคน เหตุการณ์จริงในอดีต
สัตว์โลก /  สัตว์ในตำนาน / 

หลายครั้งหลายคราวที่เรามักจะเห็นตามหน้าหนังสือพิมพ์ หรือสื่อต่างๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์สัตว์ทำร้ายมนุษย์ ซึ่งมันก็เกิดได้หลายสาเหตุเช่น พวกมันอาจจะป้องกันตัวเอง สภาวะทางอารมณ์ หรือสัญชาตญาณ วันนี้ทีนเอ็มไทยมี 10 เรื่องจริง สัตว์กินคน เหตุการณ์จริงในอดีต มาฝากเพื่อนๆ กันคะ 10 เรื่องเหล่านี้ล้วนเป็นข่าวครึกโครม เกี่ยวกับสัตว์ทำร้ายและกินคนเป็นจำนวนมาก ทำให้หลายๆคนขวัญผวาและกลัวเป็นอย่างมาก 10 เรื่องจริง สัตว์กินคน เหตุการณ์จริงในอดีต 10. The lions of Njombe เกิดขึ้นปี 1932 ในแทนซาเนียใกล้เมืองจ็อมเบ เกิดเหตุการณ์ฝูงสิงโตยักษ์ออกมาฆ่าคนอย่างบ้าคลั่ง เรื่องมีอยู่ว่าสิงโตได้รับการควบคุมโดยแม่มดหมอผีในชนเผ่าท้องถิ่นชื่อมาตามูลา แมนเกรา (Matamula Mangera) ที่เธอมักส่งฝูงสิงโตออกมาทำร้ายคนหากใครก็ตามที่ลบหลู่เธอหรือต่อต้านเธอ แม่มดมาตามูลา มีอำนาจบาตรใหญ่มากขนาดหัวหน้าเผ่าอื่นๆ ไม่กล้ายุ่งกับเธอเลย ฝูงสิงโตของเธอนั้นได้คร่าชีวิตมนุษย์ไปถึง 1,500 ศพ (บางคนบอกว่า 2,000 คน) และนี้คือเหตุการณ์สิงโตทำร้ายมนุษย์ที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ และหนึ่งใน กรณีของสัตว์ทำร้ายมนุษย์เลวร้ายที่สุดที่เคยบันทึกไว้ จนกระทั้งจอร์จ (George Rushby 1900–1968) นายพรานที่มีชื่อเสียงได้ตัดสินใจ ปราบฝูงสิงโตนั้น เขาฆ่าสิงโตไป 15 ตัวและทำให้เหตุการณ์สิงโตทำร้ายคนยุติลงในที่สุด และเรื่องราวของจอร์จได้ถูกนำมาสร้างละครกึ่งสารคดี BBC ในชื่อ “The Man-eating Lions of Njombe.” ออกอากาศในเดือนกรกฎาคม 2005 9. Two Toed Tom “ทอมสองขา” เป็นจระเข้กินคนที่ค่อนข้างคลุมเครือ และยากจะทราบได้ว่า เรื่องของจระเข้ตัวนี้เป็นเรื่องจริงหรือเป็นแค่ตำนาน จระเข้ตัวนี้เป็นเรื่องที่เล่าต่อๆ มากันมาของอเมริกาทางตอนใต้ อาศัยอยู่ในบึ่ง terrorized ในรัฐอลาบามา ชายแดนฟอริด้า ชื่อของมันมีที่มาจาก ขาของมันมีสองเท้า เนื่องจากขาของมันหายไปเพราะโดนกับดักเหล็กจนขาขาด และนั้นเป็นสาเหตุทำให้มันเจ็บแค้นมนุษย์ และเริ่มออกอาละวาดทำร้ายมนุษย์ ในช่วงยุค 20 หลายคนอ้างว่ามันมีขนาดใหญ่กว่าสี่เมตรครึ่ง มันน่ากลัวมากเหมือนมันเป็นปีศาจส่งมาจากนรกเพื่อล่าพวกเขา มันชอบกินวัวและมนุษย์ผู้หญิง (มันชอบคว้ากระชากเสื้อผ้าของพวกเขาแล้วลากลงไปกินในน้ำ) แม้นายพรานท้องถิ่นจะมีการใช้ปืนหรือระเบิดแต่ก็ไม่สามารถฆ่ามันได้ จนกระทั้งมีนายพรานหนึ่งโยนถังที่เต็มไปด้วยระเบิด สิบห้าถังลงไปในน้ำ และจุดให้มันระเบิด ทอมก็หายไป แต่หลายคนเชื่อว่าทอมน่าจะยังมีชีวิตอยู่และรอคอยโอกาสที่จะแก้แค้นตามแบบฉบับของมันและก็เป็นจริงๆ ทอมก็ปรากฏตัวมาอีกครั้ง และได้กินลูกสาวของคนโยนระเบิด และบรรดาเด็กๆ ของเกษตรกรที่อยู่ตามชายฝั่ง ก่อนที่มันจะหายไปไม่กลับมาอีกเลย มีหลายคนบอกว่าเรื่องเหล่านี้น่าจะเป็นเพียงนิทานพื้นบ้าน หากแต่ชาวบ้านในละแวกนั้นบอกว่าเป็นเรื่องจริง และเชื่อว่ามันยังคงเดินเตร่อยู่ในหนองน้ำฟอริด้าหลายปีจากนั้นมีรายงานพบเห็นมันต่อเนื่องถึง จระเข้ขนาดใหญ่สองขาอยู่เป็นระยะและที่สำคัญคือทอมไม่เคยถูกจับได้เลย 8. Kesagake ”หมีสีน้ำตาลบุกหมู่บ้านซันเคซาเบ๊ะทสึ (The Sankebetsu brown bear incident)” เป็นเหตุการณ์เกิดขึ้นเกี่ยวกับการ โจมตีของหมีสีน้ำตาลที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ที่โจมตีหมู่บ้าน ซันเคซาเบ๊ะทสึ เมืองโทมาม่า ฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น เหตุการณ์เกิดขึ้นในวันที่ 9 เดือน ธันวาคม ถึง 14 ธันวาคม 1915 โดยสมัยก่อนนั้นหมู่บ้านแห่งนี้พึ่งจะมีคนอยู่อาศัย กำลังบุกเบิก จำนวนคนในหมู่บ้านน้อยมากและส่วนใหญ่อาศัยอยู่บนป่าเขา และพื้นที่แห่งนี้ได้เป็นที่อยู่อาศัยของหมีเพศผู้ ขนาดยักษ์ที่หลายคนเรียกมันว่า “เคะซากาเกะ” ซึ่งมันชอบขโมยข้าวโพด จนสร้างความรำคาญในแก่ชาวบ้าน มันเลยถูกยิงจนบาดเจ็บแล้วหนีขึ้นบนเขา เมื่อมันหนีไป ชาวบ้านก็รู้สึกโล่งใจเพราะหมีคงจะรู้สึกกลัวคนและอยู่ห่างจากพืชผลของเขา หากแต่พวกเขาคิดผิด!! 9 ธันวาคม 1915 เวลา 10.30 น. เจ้าหมียักษ์กลับมาอีกครั้ง มันเริ่มออกปฏิบัติการ แก้แค้นฉบับเลือดต้องล้างด้วยเลือด มันเลือกเหยื่อรายแรกของมันคือครอบครัว โอตะ (ota Family) ในขณะนั้นอาเบะ เมยูและฮายูมิ มิกิโอะ (Abe Mayu and Hasumi Mikio) ภรรยาของครอบครัว และทารกที่เธอดูแลอยู่ก็ถูกเจ้าหมีตัวบุกเข้า มาในบ้านเพื่อหมายฆ่าคนทั้งสอง ทารกถูกกัดศีรษะจนเสียชีวิต ส่วนฝ่ายหญิง พยายามต่อสู้โดยสาดฟืนเข้าใส่ แต่ท้ายสุดเธอก็ถูกหมีลากเข้าป่า และเมื่อชาว บ้านมาถึงที่เกิดเหตุถึงกับต้องตะลึง โดยพวกเขาบรรยายว่าเหมือนโรงฆ่าสัตว์ไม่มีผิด เพราะเลือดสาดกระจายทั้งบนพื้นและผนัง ชาวบ้านรู้สึกโกรธแค้นหมี พวกเขาเลยจับกลุ่มสามสิบคนบุกเข้าป่าและพยายามยิงมันแต่มันก็หนีไปได้ หลังจากพวกเขาสำรวจบริเวณรอบๆ ก็พบชิ้นส่วนศพที่มีเพียงหัว และชิ้นส่วนที่เหลือของฝ่ายหญิงฝังอยู่ใต้หิมะ คาดว่าหมีคงเก็บอาหารของมันไว้กินภายหลัง และหลังจากนั้นคืนถัดมา (8.00 น.) หมีก็กลับมาที่ฟาร์มโอตะอีกครั้ง ซึ่งชาวบ้านบางส่วนได้จับกลุ่มรอเตรียมรับมืออยู่แล้ว ชาวบ้านพยายามยิงหมีแต่ว่ามันก็รอดไปอีก โชคดีเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีใครบาดเจ็บ ในเวลาไม่นานนัก เจ้าหมีได้เลือกครอบครัว มิโซเค (Miyoke family) ซึ่งอยู่หมู่บ้านอื่นที่ไร้ทางป้องกัน (เพราะไม่นึกว่าหมีจะมา) ซึ่งเจ้าหมีตัวนี้ฆ่าคนในครอบครัวนี้อย่างโหดเหี้ยม ซึ่งเวลานั้นภรรยาที่ตั้งครรภ์ของครอบครัวยาโย (Yayo) กำลังเตรียมอาหารและได้ยินเสียงข้างนอกดังก้อง และไม่ทันที่จะตรวจสอบหมีก็บุก เข้าทางหน้าต่างแล้วเข้ามาในบ้าน หม้อปรุงอาหารพลิกคว่ำ เปลวไฟและความหวาดกลัวเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เธอพยายามหนีออกจากบ้าน แต่เด็กสองคนในบ้านหนีไม่ทันจึงถูกฆ่าตาย และหญิงที่ตั้งครรภ์หนีไม่ไหวร้องขอชีวิตลูกในครรภ์ของเธอ แน่นอนมันไร้สาระ เจ้าหมีก็ฆ่าเธอเช่นเดียวกันเหยื่อก่อนหน้าของมัน เมื่อพวกชาวบ้านมาถึงพวกเขาก็พบร่างที่เต็มไปด้วยเลือดของเด็กสองคน และหญิงและตัวอ่อนในครรภ์ทั่วพื้นดิน เจ้าหมีตัวนี้ใช้เวลาเพียงสองวันฆ่าคนทั้งหกคนจนทำให้ชาวบ้านละแวกนั้นหวาดกลัวเป็นอันมาก หลังจากนั้นเจ้าหมีก็ถูกไล่ล่าอย่างหนัก (ระหว่างนั้นมันก็อาละวาดฆ่าคนไปไปด้วย) จนในที่สุดเรื่องก็จบลงเมื่อวันที่ 14 ธันวาคมนายพรานคนหนึ่งได้ยิงหมีที่เชื่อว่าเป็น ตัวต้นเหตุได้ มันมีขนาดยาวกว่าสามเมตร หนักกว่า 380 กิโล เมื่อผ่าท้องมาก็พบ ชิ้นส่วนมนุษย์อยู่ในกระเพาะอาหารของมัน และแล้วเหตุการณ์สัตว์โจมตีที่เลวร้าย ที่สุดในญี่ปุ่นก็จบลง หากแต่ชื่อของเจ้าหมีตัวนี้ก็ปรากฏอยู่ในนิยายและละครมากมาย ปัจจุบันหมู่บ้านซันเคซาเบ๊ะทสึกลายเป็นที่ร้างคน แต่มียังมีการจำลองแสดง เหตุการณ์ดังกล่าว โดยมีรูปจำลองของหมีและบ้านโอตะที่หมีเคยมาอาละวาดตั้งอยู่ให้นักท่องเที่ยวเข้าชม และการ์ตูนมังงะโบราณอย่าง “ไอ้เขี้ยวเงิน” หนึ่งในหมี ที่เป็นศัตรูกับไอ้เขี้ยวเงินนั้น มีหมีตัวหนึ่งนำมาจากเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย ชมคลิป .. http://www.youtube.com/watch?v=u3NuxLb9udQ 7. The New Jersey Shark คุณเคยดูหนังสัตว์ทำร้ายคนคลาสสิกเรื่อง “Jaws (1975)” ที่กำกับโดยสตีเว่น สปิลเบิร์ดไหม ที่เกี่ยวกับฉลามขนาดยักษ์ทำร้ายคน ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างขึ้นโดยมีเค้าโครงเรื่องจากนวนิยายเรื่อง “Jaws (1974)” ของปีเตอร์ เบนช์ลีย์ ซึ่งก็มีข้อมูลมาจากเรื่องจริง ซึ่งเขาได้แรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์หนึ่งที่เรียกขานว่า “Jersey Shore shark attacks of 1916 ” หรือ “เดอะ นิวเจอร์ซีย์ ชอร์” เป็นเหตุการณ์ฉลามขาวยักษ์ (ไม่รู้ว่ามาตัวเดียวหรือมีมากกว่าหนึ่งตัว) ทำร้ายคนอย่างต่อเนื่องหลายครั้ง นอกชายฝั่งของมลรัฐนิวเจอร์ซีย์ในสหรัฐอเมริการะหว่างช่วงฤดูร้อนของ วันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 12 กรกฎาคม ปี 1916 เหตุการณ์ครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิตไป 4 รายและบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง (พูดง่ายๆ คือไม่ทราบจำนวนที่แท้จริง) เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลทำให้ชุมชนริมทะเลและรีสอร์ทราย ล้อมชายหาดที่เกิดเหตุจ้องเพิ่มการป้องกันอย่างเข้มงวด ไม่ว่าการเอาตาข่ายมากันไม่ให้คนเข้าใกล้ชายหาดเลยทีเดียว สมัยก่อนนั้นนักวิทยาศาสตร์ไม่เชื่อว่าฉลามนั้นเป็นสัตว์ทำร้ายคน แต่เหตุการณ์ที่ทำให้พวกเขาต้องคิดเสียใหม่ (แม้จะเป็นกรณีที่หายากมาก) โดยทุกอย่างเริ่มขึ้นที่แนวชายฝั่งนิวเจอร์ซีย์เหยื่อรายแรก คือหนุ่มชาร์ลส์ แวนแซงท์(Charles Vansant) ถูกฉลามทำร้ายในน้ำตื้นมากในขณะว่ายน้ำกับสุนัข คนหลายคนเห็นฉลามทำร้ายต่างพยายามช่วยเหลือชายหนุ่มคนนั้น แต่ว่าฉลามกัดแน่นมากมันกัดจนขาของเขาฉีกขาดจนเขาขาดใจตายก่อนส่งถึงโรงพยาบาล ห้าวันต่อมาก็มีเหยื่ออีกคน คือชาร์ลส์ (Charles Bruder) ถูกฉลามทำร้ายในขณะว่ายน้ำห่างจากชายฝั่ง ตอนแรกหลายคนคิดว่าเขากำลังพายเรือแคนูสีแดง หากแต่ความจริงคือ ฉลามยักษ์ที่เต็มไปด้วยเลือดที่มาจากขาที่ฉีกขาดของเขาต่างหาก ซึ่งกว่าจะช่วยเขาก็ไม่ทันการเสียแล้ว เพราะว่าเขาขาดใจตายก่อนที่จะขึ้นชายหาดเสียอีก แม้ว่าจะมีพยานหลายคนบอกว่าฉลามโจมตีมนุษย์ แต่ว่านักวิทยาศาสตร์ก็แจ้งเตือนประชาชนว่า ตัวการร้ายในเหตุการณ์ครั้งนี้น่าจะเป็น วาฬเพชฌฆาตหรือเต่าทะเล!! จากนั้นก็มีรายงานเห็นฉลามในพื้นที่ชายหาดใกล้นิวเจอร์ซีย์มากมาย ในวันที่ 12 กรกฎาคมเด็กอายุ 11 ปีถูกทำร้ายโดยฉลาม และลากเขาไปใต้น้ำ คนที่เห็นเหตุการณ์พยายามเข้าไปช่วย ชายคนหนึ่ง ชื่อ สแตนเลย์ ฟิชเชอร์ (Stanley Fishe) พยายามช่วยเหลือเด็ก หากแต่เขาถูกทำร้ายโดยฉลาม และเสียชีวิตจากบาดแผล และเหยื่อที่ห้ารายสุดท้ายคือเด็กหนุ่มอายุ 14 ชื่อ โจเซฟ ดันน์ (Joseph Dunn) ที่ถูกฉลามโจมตีทั้งๆ ที่เวลาพึ่งผ่านไป 30 นาที หลังจากฉลามทำร้ายสแตนเลย์ ฟิชเชอร์ แม้ว่าเขาจะได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่เขาเป็นเหยื่อเพียงหนึ่งเดียวที่รอด จนกระทั้ง 14 กรกฎาคม ชายคนหนึ่งชื่อไมเคิล (Michael Schleisser) ได้จับฉลามขาวที่ยาวกว่า 2.3 เมตร หนัก 147 กิโล ได้ในอ่าวราริแทน ซึ่งฉลามตัวนี้พยายามทำร้ายเขาโดยการทำให้เรือจม แต่เขาก็ได้ฆ่ามันด้วยไม้พายที่หัก เมื่อเขาเปิดกระเพาะของมันออกก็มีชิ้นส่วนศพของหญิงสาวติดมาด้วย และหลังการจับฉลามนี้ได้ ก็ไม่มีเหตุการณ์ฉลามโจมตีในชายฝั่งนิวเจอร์ซีย์อีกเลย ดูเพิ่มเติม http://weirdnj.com/stories/matawan-man-eater/ 6. The Bear of Mysore หมีแห่งมัยซอร์ เป็นชื่อของหมีสลอทที่ดุร้าย ก้าวร้าวจนผิดปกติ และออกอาละวาดฆ่าคนตามเมืองต่างๆ ในมัยซอร์ ประเทศอินเดีย และมันฆ่าคนอย่างน้อย 12 คนซึ่งโดยปกติแล้วหมีชนิดนี้เป็นสัตว์กลัวคน และไม่ทำอันตรายต่อใคร อีกทั้งมันไม่กินเนื้อคน ซึ่งมันชอบกินแมลงปลวก ผลไม้ และน้ำผึ้งเป็นพิเศษ แต่หมีแห่งมัยซอร์กลับทำร้ายคน ทำให้หลายคนสันนิษฐานว่า อะไรที่ทำให้มันดุร้ายถึงขนาดนี้ บางคนเชื่อว่าหมีตัวนี้โกรธแค้นที่มนุษย์ขโมยลูกของมัน บางคนเชื่อว่าคู่ของมันถูกลักพาตัวไป และบางคนเชื่อว่าสาเหตุ เนื่องจากมันเคยมีประสบการณ์ที่ตกเป็นของเล่นของมนุษย์ที่ป่าเถื่อน จะด้วยเหตุผลใดก็ตามมันก็ได้เป็นเครื่องจักรนักฆ่าโดยสมบูรณ์แบบ โดยมันจัดการฆ่ามนุษย์กว่าโหลโดยฉีกใบหน้าเหยื่อด้วยกาม และฟันของมัน (และกินชิ้นส่วนศพบางส่วน) ซึ่งเหยื่อบางคนมีชีวิตรอดหากแต่ก็พิการโดยสมบูรณ์มันออกอาวะลาดฆ่าคนทั้งกลางวันและกลางคืน สุดท้ายมันก็ถูกฆ่าโดย เคนเน็ธ แอนเดอร์สัน (Kenneth Anderson 1910-1970 นักล่าและนักเขียนชาวอินเดีย ที่เขียนหนังสือหลายเล่มที่เกี่ยวกับการผจญภัยของเขาในป่าทางใต้ของอินเดีย) ซึ่งเขาได้บันทึกความทรงจำนี้ในหนังสือ Man-Eaters and Jungle Killers 5. The Beast of Gevauden“สัตว์ร้ายแห่งเชโวดอง” เป็นหนึ่งในเหตุการณ์สัตว์ทำร้ายคนที่ลึกลับกว่าอันดับทั้งหมดใน 10 เรื่องจริง สัตว์กินคน เหตุการณ์จริงในอดีต นี้ โดยเหตุการณ์นี้เริ่มเกิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1764 -1767 ที่เมืองเชโวดอง แคว้นโอแวร์ญ ซึ่งเป็นย่านภูเขาอยู่ในทางภาคกลางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส จู่ๆ มีสัตว์ประหลาดที่ไม่รู้ว่ามันเป็นตัวอะไรกันแน่ ออกอาละวาดไล่ฆ่าผู้คนตายไปหลายราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและสตรีที่อ่อนแอ (เหยื่อรายแรกเป็นเด็กสาว เมื่อมิถุนายน 1764) ส่วนจำนวนของ ”สัตว์ร้าย” ตัวนี้มีจำนวนไม่แน่ชัดแต่คาดว่ามันน่าจะมีตัวเดียว และรูปร่างมันมีลักษณะตามคำบอกเล่าของผู้พบเห็น ไม่ตรงกันสักราย แต่ก็พอสรุปว่า มันเหมือนหมาป่าตัวโตๆ เกือบเท่ากับวัว หัวโตมาก จมูกยาวแหลมและยื่น ขนสีเทา หูสั้นและฟันใหญ่ กรงเล็บขนาดใหญ่แหลมคม (ใหญ่กว่าหมาป่าปกติ) และหางยาว ดูเผินๆ แล้วมันก็ดูเหมือนป่าหมาตัวโตๆ ที่โตมาก แต่พิเศษที่ต่างจากหมาป่าทั่วไป คือ เจ้าสัตว์ร้ายตัวนี้เดินได้ด้วย 2 ขาหลัง !! เหมือนมนุษย์ ไม่มีผิด (หลายฝ่ายเชื่อว่ามันน่าจะเป็นไฮยีน่าโบราณ) โดยสถานที่มันปรากฏตัวมากที่สุดคือปศุสัตว์และทุ่งเลี้ยงสัตว์ (และป่าเขาทางเดินสัญจร) จากรายงานมี 210 คนถูกทำร้าย 113 ตกเป็นเหยื่อเสียชีวิต และ 98 ถูกกิน ทำให้หลายคนเชิญว่าเป็นเป็นปีศาจที่มาจากนรก มีนายพรานหลายราย ที่พยายามที่จะล่ามันแต่สุดท้ายก็ล้มเหลวต้องกลับบ้านด้วยมือเปล่า จนกระทั้งปี 1767 นายพรานท้องถิ่นคนหนึ่งชื่อจีน ชาลเตล(Jean Chastel)ได้จัดการเป่า มันด้วยปืนคาบศิลา (บางตำนานบอกว่าใช้กระสุนเงินยิงมันและเมื่อจัดการผ่าท้องมันก็พบศพเหยื่อรายสุดท้ายที่มันกินด้วย) ก่อนที่นำซาก “สัตว์ร้าย” ไปสตั๊ฟและ ไปถวายพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 ก่อนที่จะนำซากนั้นไปฝัง และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา “เจ้าสัตว์ร้าย” ก็ไม่มาอาละวาดให้ผู้คนในเชโวดองอีกเลย ตลอดกาล 4. The Ghost and the Darkness ผีร้ายและความมืด เป็นชื่อของสิงโตคู่กินคนที่ออกอาละวาดฆ่าคนงานก่อสร้างแรงงานทางรถไฟจากเคนย่าไปยูกันดา ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงธันวาคม 1898โดยหลายคนขนานนามเหตุการณ์นี้ว่า “Tsavo maneaters” มันเริ่มขึ้นเมื่อจักรวรรดิอังกฤษกำลังแผ่ขยายอำนาจไปทั่วทวีปแอฟริกา ในเดือนมีนาคม 1898 ทางการอังกฤษได้เริ่มต้นสร้างทางรถไฟข้ามแม่น้ำซาโว ในเคนย่าโครงการนี้ควบคุมโดย พ.ตท.จอห์น เฮนรี่ แพ็ตเตอร์สัน(John Henry Patterson) ในช่วงแรกพวกคนงานต้องผจญกับสัตว์ป่าที่ทำร้ายพวกเขา เนื่องจากพวกเขา สร้างทางรถไฟในเขตป่า แต่กระนั้นในเหตุการณ์เหล่านี้ก็สามารถควบคุมได้อยู่หมัด จนกระทั้งเก้าเดือนต่อมามัจจุราชที่แท้จริงก็ปรากฏ เมื่อจอห์นได้รับรายงานจากคนงานว่าพวกเขากำลังผจญหน้ากับสิงโตคู่เพศผู้ พันธุ์ซาโว (เป็นสิงโตพันธุ์หนึ่งที่มีขนาดใหญ่และมักร่วมมือสิงโตเพศเดียวกันตัวอื่นเพื่อล่าอาหาร จุดเด่นคือมันไม่มีแผงขนที่คอ) ที่มันมักลากพวกคนงาน (ส่วนมากเป็นชาวอินเดีย) จากเต้นท์ของพวกเขาในเวลากลางคืนและกลืนพวกเขาเป็นอาหารมาหลายราย คนงานพยายามป้องกันสิงโตคู่นี้โดยการทำรั้วหนามรอบๆ ค่าย แต่ก็ไม่สามารถป้องกันมัจจุราชคู่นี้ได้เลย เพราะว่ามันฉลาดพอในการแก้ปัญหานี้ โดยการคลานผ่านรั้วลวดหนาม หลายครั้งก็ทวีความรุนแรงและน่ากลัวขึ้น เพราะมันเริ่มล่าทั้งกลางคืน กลางวัน จนทำให้คนงานหวาดกลัวพวกมันอย่างมากและเรียกขานพวกมันว่าผีร้ายและความมืด พวกมันมีเขี้ยวที่ยาวเป็นพิเศษทำให้พวกเขาไม่เชื่อว่าพวกมันไม่ใช่สิงโตแต่เป็นปีศาจร้ายที่หลุดมาจากนรก ในขณะที่บางคนเชื่อว่าสิงโตนี้เป็นร่างเกิดใหม่ของกษัตริย์โบราณของท้องถิ่นที่พยายามขับไล่ผู้รุกรานอังกฤษ (เป็นความเชื่อของ แอฟริกาตะวันออกที่เชื่อว่าสิงโตเป็นร่างกลับชาติมาเกิดของกษัตริย์) คนงานหลายคนลังเลที่จะสร้างสะพานต่อ และบางคนหนีออกจากค่ายดีกว่าจะรอเป็นเหยื่อของสิงโตปีศาจ เหตุการณ์เหล่านี้ส่งผลทำให้จอห์นต้องหยุดงานทำสะพาน และเริ่มออกล่าสิงโตคู่นี้ชนิดเอาเป็นเอาตาย เขาวางกับดักและพยายามเกาะรอย ดักฆ่ามันในตอนกลางคืนจากต้นไม้ แต่กระนั้นจอห์นก็ไม่สามารถฆ่าสิงโตคู่นี้ได้เสียที จนกระทั้งเขายิงสิงโตตัวแรกได้เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 1898 (เขาใช้เวลานานถึง 9 เดือน) และสามสัปดาห์ต่อมาเขาก็ฆ่าสิงโตตัวที่สองได้ โดยสิงโตทั้งสองตัวมีขนาดใหญ่ถึง 3 เมตร (วัดจากจมูกถึงปลายหาง) นอกจากนี้จอห์นและคณะยังพบถ้ำที่เป็นที่อยู่ของมันซึ่งได้พบซากของผู้ตกเป็นเหยื่อของสิงโตจำนวนมาก มีทั้งกระดูก เสื้อผ้าและเครื่องประดับ หลังจากที่จอห์นจัดการสิงโตทั้งคู่ได้สำเร็จ เขาก็กลับมาทำสะพานต่อจนสำเร็จลุล่วงเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 1899 และจอห์นได้เขียนหนังสือที่เล่าเหตุการณ์นี้ในชื่อ “The Man-Eaters of Tsavo(1907)” โดยจำนวนผู้ตกเป็นเหยื่อสิงโตคู่นั้น ไม่สามารถระบุได้ชัดเจน แต่หลายคนเชื่อว่าเหยื่อน่าจะสูงถึง 135-140 คนหรือมากกว่านั้น ในปี 1924 ขนสตั๊มฟ์ของสิงโตคู่นี้ถูกขายให้พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่ ชิคาโกในราคา 5,000 เหรียญสหรัฐ ในสภาพดีมาก 3. The Panar Leopard จริงอยู่ที่เสือดาวนั้นเป็นชนิดที่มีขนาดเล็กในจำนวนสัตว์ตระกูล “แมวใหญ่” และมักไม่ทำอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตที่มีขนาดใหญ่กว่ามัน หากแต่ที่จริงแล้วเสือดาวนั้นเป็นนักล่าเก่าแก่ที่สุดที่เรารู้จักจากการพบฟอสซิลกระดูกญาติๆ ของมันก็บ่บอกได้ว่าเจ้าแมวลายตัวนี้เคยรับประทานบรรพบุรุษของมันมากกว่าสามล้านปีที่ผ่านมา ดังนั้นขอเพียงแค่อยู่ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมล่ะก็แมวดำจะทำร้ายมนุษย์ทันที และเมื่อมันพบว่ามันพอใจเนื้อมนุษย์มากกว่าอาหารอื่นๆ มันจะกลายเป็นเครื่องจักรสังหารอย่างแท้จริง เหมือนในกรณีเสือดาวแห่งพานาร์ซึ่งเป็นเสือดาวกินคนที่ออกล่ากินคนในช่วงศตวรรษที่ 20 ในอำเภอคามาออน (Kamaon) ทางภาคเหนือของอินเดีย ที่ว่ากันว่ามันฆ่าและกินคนถึง 400 คน แต่สุดท้ายวลีที่ว่า “สุดท้ายมนุษย์ก็ยังเป็นสัตว์ที่น่ากลัว” นั้นคงจะจริง เพราะเจ้าเสือดาวนั้นได้พลาดท่า ถูกกระสุนนายพรานจนได้รับบาดเจ็บ มันหนีเข้าป่าและไม่ล่ามนุษย์อีกเลย และในปั่นปลายชีวิตสุดท้ายของมันทำได้แต่เพียงหนีนักล่าที่ไล่ล่ามันเท่านั้น และผลสุดท้ายมันก็จบชีวิตในปี 1910 โดยนักล่าในตำนานจิม คอร์เบ็ตต์ (Jim Corbett 1875-1955 นายพรานชาวอังกฤษ นักล่า นักอนุรักษ์ และนักธรรมชาติวิทยา ที่มีชื่อเสียงในการฆ่าเสือและเสือดาวกินคนในประเทศอินเดีย เขาได้เขียน หนังสือ Man-Eaters of Kumaon ที่เล่าประสบการณ์ของเขาในการล่าเสือดาว แห่งพานาร์ จนโด่งดัง และอินเดียได้ตั้งชื่อเขตอุทยานแห่งชาติในคามาออนเป็น ชื่อของเขาเพื่อเกียรติต่อเขาในปี 1957) 2. The Champawat Tigress ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ชายแดนประเทศเนปาลและเมืองคาเมออน ประเทศอินเดียและ ได้เกิดอสูรกายซึ่งเป็นเสือเบงกอลตัวหนึ่งไล่ล่าคนจำนวนมาก มันชอบซุ่มทำร้ายคนกลางป่าเขา มีชายหญิงและเด็กตกเป็นเหยื่อมากมาย หลายคนืเริ่มออกมากล่าวขนานมันว่ามันเป็นปีศาจหรือสิ่งที่ลงมาจากเบื้องบนเพื่อลงโทษพวกเขา มันชื่อ “เสือร้ายแห่งซัมพาวัต” และที่น่าสนใจคือ “มันเป็นเสือตัวเมีย” เสือร้ายแห่งซัมพาวัตได้รับการกล่าวขานว่าเป็นเสือที่ฆ่าคนกว่า 436 ซึ่งตัวเลขดังกล่าวเป็นการอ้างในเอกสารการเสียชีวิตของราชการเนปาลและอินเดีย แต่กระนั้นมันก็ได้ถูกจารึกชื่อว่าเป็นสัตว์ตัวเดียวที่ฆ่ามนุษย์มากที่สุดในโลก หลังจากที่มันฆ่าคนกว่า 200 คนในเนปาล ส่งผลทำให้ทางรายการไม่อยู่เฉย พวกเขาจัดการส่งกองทัพแห่งชาติเนปาลข้ามพรมแดนอินเดียเพื่อไปฆ่ามัน และนี้คงเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายในประวัติศาสตร์ที่มีการใช้ทหารจำนวนมากในการฆ่าสัตว์เพียงตัวเดียว แต่ปรากฏว่าล้มเหลวและกลายเป็นว่ามันกลับเพิ่มชื่อเสียงให้แก่เสือตัวนี้ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น มันเพิ่มความกล้าหาญถึงขั้นข้ามพรมแดนเข้าสู่หมู่บ้านชัมพาวัต ประเทศอินเดีย มันโจมตีกลางวันแสกๆ และหากินรอบๆ หมู่บ้านจนทำให้ชาวบ้านไม่กล้าออกจากกระท่อม และพวกเขามักหวาดกลัวทุกครั้งเมื่อได้ยินเสียงคำรามของมันจนทางการอินเดียถึงขั้นเขียนป้ายเตือนว่าจุดนี้เป็นสถานที่ของเสือแห่งซัมพาวัตออกมาโปรดเลี่ยงใช้เส้นทางอื่น และรัฐบาลอินเดียติดประกาศหานายพรานมือฉมังไปจัดการอย่างเร่งด่วน สุดท้ายเจ้าเสือตัวนี้ก็ถูกยิง โดยจิม คอร์เบ็ตต์ (คนเดียวกับอันดับ 3) ในปี 1911 ซึ่งการกระทำครั้งนี้ทำให้ชาวบ้านยกย่องเขาจนเปรียบเสมือนพราหมณ์ที่เบื้องบนส่งมาโปรด (นอกจากนั้นเขายังไม่เอาเงินรางวัล) และเรื่องราวประสบการณ์เหล่านี้ได้ถูกเขียนในหนังสือ Maneaters of Kumaon (1944) 1. Gustave จากอันดับทั้งหมดส่วนใหญ่สัตว์ที่ฆ่ามนุษย์นั้นมักพบจุดจบด้วยฝีมือมนุษย์ทั้งสิ้นหากแต่ยกเว้นสัตว์ประหลาดตัวหนึ่ง มันคือ “กุสตาฟ” จระเข้แม่น้ำไนล์ ยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในแอฟริกาและของโลก (จระเข้เลี้ยงและใหญ่ที่สุดอยู่ในประเทศไทย ยาว 6 เมตรเช่นกัน) มันอาศัย และอาละวาดคนในบริเวณแม่น้ำลูซิซิและชายฝั่งทางตอนเหนือของทะเลสาปแทนแกนยิกา ประเทศบุรุนดี ทวีปแอฟริกา ด้วยความยาวกว่าหกเมตร (ในปี 2004 มีการประมาณว่า มันมีอายุ 60 ปี ยาวกว่า6.1 เมตร หนักกว่า 1 ตัน จึงไม่แปลกแต่อย่างใดที่หลายคนขนานนามว่ามอนสเตอร์ แห่งแอฟริกา รวมไปถึงมันเป็นสัตว์นักล่ากินคนด้วยมัน ได้ฆ่าคนกว่า 300 คนและอาจมากขึ้นในอนาคต เพราะจนบัดนี้มันยังคงมีชีวิต ไม่ได้หายไปไหน และไม่ได้ ถูกฆ่าแต่อย่างใด และมันเป็นสัตว์ฆ่ามนุษย์เพียงตัวเดียวที่ยังเป็นตำนานที่ยังมีลม หายใจชีวิตอยู่ ( เหยื่อ 300 รายนั้นไม่ได้ถูกบันทึกเป็นทางการ ซึ่งอาจเป็นการกล่าวอ้างที่เกินจริงของคนพื้นเมือง) กุสตาฟถูกตั้งชื่อโดย แพทริช เฟย์ (Patrice Faye) ชาวฝรั่งเศสที่ตั้งถิ่นฐานในบุรุนดีและพยายามที่จะจับมันตั้งแต่ปี 1998 ซึ่งเขาพยายามนำกรงเหล็กใหญ่ล่อมัน แต่จระเข้นั้นฉลาดมาก ไม่เคยหลงกลติดกับแม้แต่หนเดียว แถมมันเยาะเย้ย ทีมงานของแพทริชอีก แต่กระนั้นภาพของมันก็ถูกบันทึกออกอากาศทาง PBS พฤษภาคม 2004 ชาวบ้านในท้องถิ่นต่างบอกว่าสาเหตุที่มันล่ามนุษย์นั้น เพื่อความสนุกสนานของมันเท่านั้น หลักฐานคือเอกลักษณ์ประจำตัวมันคือเมื่อมันฆ่าเหยื่อที่เป็นมนุษย์แล้วมันจะเหลือซากทิ้งไว้ไม่ได้กินหมดแต่อย่างใด อีกทั้งมันฉลาดมากเพราะเมื่อมันฆ่าคนแล้วมันจะหายไปอาจนานเป็นเดือนหรือเป็นปีมันจะออกมาอีกครั้งในสถานที่แตกต่างกันเพื่อฆ่าอีกครั้ง จนไม่มีคาดการได้ว่ามันจะปรากฏที่ใด นอกจากเจ้าจระเข้นี้ยังมีความต้องการอาหารมากกว่าปกติ ถึงขั้นฆ่าช้างน้ำฮิปโปโปเตมัสตัวเต็มวัยได้ (ฮิปโปโปเตมัสเป็นสัตว์อันตรายมาก และเป็นสัตว์ที่จระเข้ไม่กล้ากินพวกมันและพยายามหลีกเลี่ยง) เกราะร่างกายของเจ้ากุสตาฟนั้นเต็มไปด้วยรอยแผลนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็น มีด หอก หรือแม้กระทั้งอาวุธปืน มันสามารถเอาชีวิตได้แม้ว่าจะมีนายพรานหรือทหารติดอาวุธมาล่ามันก็ตาม และตำนานของมันได้ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง  Primeval (ชื่อไทย โคตรเคี่ยมสะพรึงโลก) คลิปความน่ากลัวที่หลายคนขนานนามว่า “โครตไอ้เข้” ..  http://www.youtube.com/watch?v=s6u0qYUfUwc&feature=player_embedded เรียบเรียง teen.mthai.com ขอบคุณข้อมูล redheat atcloud.com,www.oknation.net,weirdnj.com

Spider-Man Unlimited วิ่งทะยานสู้เหล่าวายร้าย บนมือถือ
Spider-Man Unlimited

GameLoft ประกาศเปิดตัวเกมส์ผจญภัยแคชชวล Spider-Man Unlimited ให้ผู้เล่นสวมบทบาทเป็น Spider Man เพื่อวิ่งหลบสิ่งกีดขวางและผจญภัยต่อสู้ศัตรูตามทาง ดาวน์โหลดเล่นฟรีบน iOS และ Android เกมส์ Spider-Man Unlimited กล่าวถึงเหล่ากองทัพศัตรูพยายามบุกเมืองแมนฮัตตันและพยายามเปิดประตูมิติเพื่อเรียกเหล่าปีศาจออกอาละวาดเมือง ทำให้ Spider Man ต้องรับมือต่อสู้กับเหล่าวายร้ายให้ได้ ภายในเกมส์ ให้ผู้เล่นผจญภัยวิ่งบนพื้นดาดฟ้าและตามสถานที่แห่งต่างๆในการเก็บขวดยาที่เรียงตามเส้นทาง พร้อมกับกระโดดข้ามตึกที่ห้างเป็นบล๊อคด้วยการปล่อยใยและประคองไม่ให้ตกลงสู่พื้น นอกจากนี้ การเก็บขวดยาสีเหลืองจะมีผลต่อการพัฒนาตัวละครเกมส์เพื่อให้การเล่นเกมส์มีความคล่องตัวมากขึ้น ระหว่างการผจญภัย ผู้เล่นจะพบกับภารกิจเกมส์รายวันรายสัปดาห์เพื่อบรรลุภารกิจรับไอเทม รวมถึงต่อกรกับบอสในเกมส์จำนวน 5 ด่าน ทั้งนี้ ตัวเกมส์จะเพิ่มระดับความเร็วเมื่อฝ่าด่านในสถานที่ต่างๆไปได้ และเกมส์จะสิ้นสุดลงเมื่อโดนสิ่งกีดขวาง พลาดตกอาคารระหว่างข้ามตึกบล๊อคอื่น เป็นต้น ดาวน์โหลดเกมส์ Spider-Man Unlimited เวอร์ชั่น iOS ได้ที่นี่ https://itunes.apple.com/th/app/spider-man-unlimited/id674657235 ดาวน์โหลดเกมส์ Spider-Man Unlimited เวอร์ชั่น Android ได้ที่นี่ https://play.google.com/store/apps/details?id=com.gameloft.android.ANMP.GloftSIHM

ธรรมชาติลงโทษ ? รวมสถานการณ์ภัยพิบัติจากหลายประเทศวันนี้
น้ำท่วม /  พายุ / 

ขณะนี้เป็นที่น่าแปลกใจว่าสถานการณ์ภัยพิบัติ เกิดขึ้นพร้อมๆกันในหลายประเทศทั่วโลก ทั้งในฮ่องกง ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น แม็กซิโก รวมทั้งประเทศไทยเองก็ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งวันนี้เราได้รวบรวมเหตุการณ์จากทั่วโลก ในเวลาไม่ถึง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา 1.ไต้ฝุ่น คัลแมกี ถล่มหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรื่มต้นกันที่ "ไต้ฝุ่น คัลแมกี" ที่ทำให้หลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นบริเวณทะเลจีนใต้ จีน ฮ่องกง เวียดนาม ลาว กัมพูชา ฟิลิปปินส์ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยที่ถูกปกคลุมด้วยไอ้น้ำจนมืดมืด บรรยากาศมืดครึ้ม โดยล่าสุดในวันนี้ได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อน ศูนย์กลางอยู่ทางตะวันตกของกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม และจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันในคืนนี้ โดยผลกระทบที่ไทยได้รับจากอิทธิพลของไต้ฝุ่น คัลแมกี ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้นและตกหนักบางพื้นที่ของ ภาคเหนือ-อีสาน มรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรงมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ทำให้ภาคตะวันออก และภาคใต้มีฝนหนาแน่น โดยกรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศว่าในช่วงวันที่ 17-18 กันยายน 2557 บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ บริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นักท่องเที่ยวชาวจีนถ่ายภาพ คู่กับด้านหลัง ซึ่งปรากฏเส้นขอบฟ้าของเกาลูนในช่วงพายุฝนฟ้าคะนองในฮ่องกง เจ้าหน้าที่ดับเพลิง ทางตะวันตกในฮ่องกง ในช่วงพายุฝนฟ้าคะนองที่เกิดจากพายุไต้ฝุ่น คัลแมกี ได้รับแจ้งเหตุการณ์ฉุกเฉิน คัลแมกี ถล่มฮ่องกง ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากจากลมกรรโชกแรงและฝนที่ตกลงมาไม่หยุด ส่งผลให้ทางการสั่งปิดโรงเรียน และเที่ยวบินกว่า 500 เที่ยวดีเลย์ ชายคนหนึ่งใช้วิธีสัญจรด้วยเรือ ในเมืองเมืองเควซอนประเทศฟิลิปปินส์ หลังจากถูกพายุ คัลแมกีถล่ม มีผู้เสียชีวิตในเมืองดังกล่าว 3 ราย ไต้ฝุ่น คัลแมกี ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักและลมกระโชกแรง จนเรือนในอ่าวมะนิลาพลิกคว่ำ ก่อนหน้านี้ พายุไต้ฝุ่นคัลแมกี ได้เคลื่อนตัวผ่านพื้นที่ทางภาคเหนือ และเกาะลูซอน ของฟิลิปปินส์ ส่งผลให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองอย่างรุนแรง และทางการฟิลิปปินส์ ได้แจ้งเตือนให้ประชาชนระมัดระวังการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มเนื่องจากอิทธิพลของพายุไต้ฝุ่น คัลแมกี 2.ทางการฟิลิปปินส์สั่งอพยบประชาชนนับ หมื่น หวั่นภูเขาไฟมายอนในฟิลิปปินส์ ปะทุอีกครั้ง ฟิลิปปินส์เป็นหนึ่งในหลายประเทศที่ได้รับผลกระทบจากพายุคัลแมกี แต่นี่ไม่ใช่ปัญหาเดียวที่ทางการฟิลิปปินส์ต้องแก้ไข เนื่องจากภูเขาไฟมายอนในฟิลิปปินส์ ภูเขาไฟที่รู้จักกันในนามของภูเขาไฟที่มีรูปทรงกรวยเกือบสมมาตร และความสวยงาม แต่งดงาม แต่เป็นความงามที่ร้ายกาจ เนื่องจากยังคงมีพลัง ได้ส่งเค้าว่าจะจะปะทุขึ้นอีกครั้ง ก่อนหน้านี้ได้มีการออกมาประกาศเตือน ประชาชนที่อาศัยบริเวณใกล้เคียง ภูเขาไฟมายอนในฟิลิปปินส์ซึ่งออกอาการไม่ดี ล่าสุดทางการได้ส่งสัญญาณเตือนระดับ 3 และได้สั่งอพยพกว่า 12,000 ครอบครัว ในขณะที่ลาวาเริ่มไหลทะลักลงไปตามเชิงเขา และทางการฟิลิปปินส์ได้ออกมาประกาศเตือนประชาชนให้ระวังอันตรายจากการปะทุของภูเขาไฟ 3.พายุเฮอริเคน ถล่มเมืองโอดิลเล ในเม็กซิโก พายหมุนเขตร้อนทั่วโลกเวลานี้มี 4 ลูก คือพายุเฮอริเคนโอดิลเล บนฝั่งประเทศเม็กซิโก บ้านเรือนและสนามบินรวมทั้ง รีสอร์ทและโรงแรม ในเม็กซิโกบริเวณคาบสมุทรบาจาแคลิฟอร์เนียถูกถล่มเสียหาย นักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินับพันได้รับผลกระทบ มีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 135 คน ไม่พบผู้เสียชีวิต ภาพประชาชนกู้ซากบ้านเรือน ในเมืองลอส คาบอส ในเม็กซิโกที่ถูกพายุเฮอริเคนใน โอดิลเล ถล่ม  ผู้ว่าราชการจังหวัดของจังหวัดอัลเบย์ ในเม็กซิโกกลาง เปิดเผยว่า ใน 6-8 เขตอันตรายประชาชนมากกว่า 12,000 คนถูกอพยพจากพื้นที่ดังกล่าว ภาพผลกระทบจากพายุเฮอริเคนโอดิลเลบ้านเรือนและรีสอร์ท ได้รับความเสียหายอย่างหนักในชั่วข้ามคืน  นักท่องเที่ยวจากสหรัฐสำรวจความเสียหายภายในโรงแรม ฮิลตัน ลอส คาบอส ในเม็กซิโก นักท่องเที่ยวหลบอยู่ในที่ที่โรงแรมจัดไว้ให้หลังจาก พายุคัลแมกีถล่ม ในเม็กซิโก Mthai News ขอบคุณข้อมูลจาก เว็บภัยพิบัติ Paipibat.com และ สำนักข่าว เอพี

อลังเวอร์!! กับแบนเนอร์สุดยิ่งใหญ่ จาก The Hobbit: The Battle of the Five Armies
Middle Earth /  The Hobbit: The Battle of the Five Armies / 

เตรียมอาวุธชุดเกราะของคุณให้พร้อม แล้วไประเบิดศึกครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งมัชฌิมโลก กับภาคจบของมหากาพย์ทวงคืนบ้านเกิดใน The Hobbit: The Battle of the Five Armies เดอะฮอบบิท: สงคราม 5 ทัพ อันจะนำไปสู่มหากาพย์ไตรภาคแหวนครองพิภพ The Lord of the Ring ซึ่งล่าสุดภาพยนตร์แห่งสงครามครั้งประวัติศาสตร์นี้ ก็ได้ปล่อยภาพแบนเนอร์ใหม่ ที่ยิ่งใหญ่อลังการแบบจัดหนักจัดเต็ม ออกมาให้ชมกันก่อนถึงวันเข้าสู่สมรภูมิจริงกันแล้ว แต่เห็นเพียงภาพเล็กๆ แค่นี้ อาจยังไม่สมศักดิ์ศรี The Hobbit: The Battle of the Five Armies เราเลยจัดแบ่งแต่ละส่วน มาให้ชมกันแบบภาพใหญ่ๆ ให้ได้สะใจกับความอลังการ และภาพเต็มแบนเนอร์แบบใหญ่จุใจ ตามไปด้านล่างนี้กันได้เลย ดินแดนแห่งมัชฌิมโลกจะลุกเป็นไฟ ในการระเบิดศึกครั้งสุดท้ายในตำนานเดอะฮอบบิท กับ The Hobbit: The Battle of the Five Armies เดอะฮอบบิท: สงคราม 5 ทัพ ในวันที่ 18 ธ.ค. นี้ สงครามจะปะทุ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกดูตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ The Hobbit: The Battle of the Five Armies ได้ที่นี่เลย ---------------------------------------------

กรมอุตุฯเผยไทยฝนกระจายตอ.ใต้ฝั่งตต.ตกหนักกทม.60%
กรมอุตุนิยมวิทยา /  พยากรณ์อากาศ

กรมอุตุนิยมวิทยา เตือน ประเทศไทยมีฝนกระจาย ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ตกหนักบางแห่ง ทะเลคลื่นสูง 2-3 เมตรเรือเล็กงดออกจากฝั่ง ขณะ คาดช่วงวันที่ 16-18 มีฝนเพิ่ม ด้าน กทม.-ปริมณฑลโอกาสมีฝนร้อยละ 60 ของพื้นที่ กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์ลักษณะอากาศทั่วไป เมื่อเวา 04.00น. มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยมีฝนกระจายถึงเกือบทั่วไป ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนัก สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่ง อนึ่ง เมื่อเวลา 04.00 น.วันนี้ (15 ก.ย.57) พายุไต้ฝุ่น "คัลแมกี" (Kalmaegi) มีศูนย์กลางอยู่บริเวณด้านตะวันตกของประเทศฟิลิปปินส์ ห่างจากเกาะไหหลำประมาณ 1000 กิโลเมตร หรือที่ละติจูด 18.4 องศาเหนือ ลองจิจูด 119.6 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง 120 กม./ชม. กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือ ด้วยความเร็วประมาณ 30 กม./ชม. พายุนี้จะเคลื่อนที่ไปในแนวเกาะไหหลำ ประเทศจีน และคาดว่าในช่วงวันที่ 16-18 กันยายน 2557 พายุนี้จะมีอิทธิพลต่อลักษณะอากาศของประเทศไทยทำให้มีฝนเพิ่มมากขึ้น สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้นด้วย จึงขอให้ประชาชนติดตามข่าวพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดต่อไป สำหรับ พยากรณ์อากาศสำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล ตั้งแต่เวลา 06:00 น.วันนี้ - 06:00 น.วันพรุ่งนี้ มีเมฆเป็นส่วนมาก โอกาสมีฝนฟ้าคะนองในเกณฑ์กระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ที.ไทยแลนด์ กวาด4แชมป์แบดเอสซีจี
ขนไก่ /  ถ.นางลิ้นจี่ / 

ทัพขนไก่สโมสร ที.ไทยแลนด์ โชว์ฟอร์มสุดยอด เป็นทีมเดียวที่กวาดแชมป์มากที่สุด โดยเหมา 4 แชมป์ และรองแชมป์อีก 4 ปิดฉากวันสุดท้าย ศึกแบดมินตันเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย รายการ เอสซีจี ไทยแลนด์ จูเนียร์ แบดมินตัน แชมเปี้ยนชิพ 2014 ณ ศูนย์ฝึกแบดมินตัน และวิทยาศาสตร์การกีฬา ถ.นางลิ้นจี่ เมื่อวันที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา โดย 4 แชมป์ได้แก่ ชายเดี่ยว 16 ปี กันตภณ หวังเจริญ ชนะ พชรพล นิพรรัมย์ 21-17, 21-10, ชายคู่ 16 ปี  กิตติธัช เชยกลิ่นเทศ กับ วิภู อินทร์แก้ว ชนะ กันตภณ หวังเจริญ กับ รัชชานนท์ ล้วนศิริ 21-14, 19-21, 21-17, หญิงเดี่ยว 18 ปี น้องเมย์ ศุภนิดา เกตุทอง ชนะ อลิษา ทรัพย์นิธิ 22-20, 21-18 และหญิงคู่ 18 ปี ณัฐพร รุ่งรังษี กับ ศุภนิดา เกตุทอง ชนะ กุลจิรา คงดี กับ นภัสสร อินทรัตน์ชัยกิจ 21-18, 21-12 นอกจากนี้ยังกวาดอีก 4 รองแชมป์ได้แก่ ชายเดี่ยว 18 ปี เมฆ ณรงค์ฤทธิ์ เยาวชนทีมชาติไทย ชุดยูธโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 2 พ่าย อดุลรัตน์ นามกูล 20-22, 21-17, 14-21, ชายคู่ 18 ปี กฤษ ตันติอนันท์กุล กับ เมฆ ณรงค์ฤทธิ์ พ่าย ณัฐดนัย เอื้อกูลวราวัตร กับ สุภัค จอมเกาะ 21-23, 21-10, 17-21, หญิงคู่ 16 ปี ชนม์ณิชา เจริญวัฒน์ กับ ณัชปภา จตุพรกาญจนา แพ้ ขวัญชนก สุดใจประภารัตน์ กับ ภัทรนันท์ จำแนกทาน 18-21, 21-13, 13-21 และชายคู่16 ปี กันตภณ หวังเจริญ กับ รัชชานนท์ ล้วนศิริ แพ้ กิตติธัช เชยกลิ่นเทศ กับ วิภู อินทร์แก้ว 14-21, 21-19, 17-21

เฮียเจิดพร้อมคณะ ขออาสาหนุนนำ เกรียนโอ้ กดสกอร์ช่วยหงส์เถลิงแชมป์!
มาริโอ บาโลเตลลี่ /  ยอดทีมแห่งลุ่มแม่น้ำเมอร์ซีย์ / 

สตีเว่น เจอร์ราร์ด ห้องเครื่องกัปตันทีม ลิเวอร์พูล ออกโรงหนุนหลัง มาริโอ บาโลเตลลี่ ดาวยิงคนใหม่ของทัพ "หงส์แดง" ว่าทุกคนในทีมยินดีมากๆกับการเซ็นสัญญาครั้งนี้ และจะช่วยเหลือทุกอย่างเพื่อให้ ศูนย์หน้าชาว อิตาเลี่ยน ทำผลงานในระดับใกล้เคียงกับ หลุยส์ ซัวเรซ แถม กัปตันสตีวี่ ยังเผยอีกด้วยว่า "เกรียนโอ้" คือหนึ่งในเพื่อนร่วมทีมที่ดีมากๆคนนึง และจะเป็นคนนำพา ยอดทีมแห่งลุ่มแม่น้ำเมอร์ซีย์ ประสบความสำเร็จได้เรื่อยๆได้แน่นอน กองกลางวัย 34 ปีให้สัมภาษณ์กับ Daily Mail ถึง ซุปเปอร์มาริโอ้ ว่า "ถ้ามีอยากจะเขียนเรื่องราวของ มาริโอ ในมุมมองที่บ้าหรือเพี้ยนก็อย่าไปสนใจ เพราะตอนนี้เขาเป็นหนึ่งในสมาชิคของทีมเราแล้ว" "ทุกคนยินดีต้อนรับ มาริโอ เข้ามาร่วมทีม และหวังว่าเขาจะช่วยเราให้ประสบความสำเร็จ ทุกคนๆต้องการให้เขาถล่มประตูแบบเป็นกอบเป็นกำ และเราจะช่วยให้งานนี้ขอเขาประสบความสำเร็จให้ได้" อดีตกองกลางกัปตันทีมชาติ อังกฤษ ตบท้าย

10 ภาพสวยอัศจรรย์ ถ่ายจากมุมสูง
ภาพถ่ายทางอากาศ /  ภาพทิวทัศน์ / 

หากว่า ภาพวิวทิวทัศน์ ต่างๆ ตามเว็บไซต์ชั้นนำที่โพสต์ให้เราๆ ได้เห็นนั้น เป็นสุดยอดภาพสวยแล้วล่ะก็ .. ลองมาดูภาพสวยแปลกตา ที่ถ่ายลงมาจากมุมสูงนี้กันค่ะ จะสูงแค่ไหนก็ไม่รู้ รู้แต่ว่า มันสูงมากกกกกกกก .. 10 ภาพสวยอัศจรรย์ ถ่ายจากมุมสูง ดูภาพเหล่านี้ แล้วให้ทายไว้ในใจ .. ว่าสถานที่เหล่านี้คือที่ไหน มองแว๊บแรก เราจินตนาการถึงใบไม้สีเขียว ที่มีบางส่วนโดนหนอนแทะ .. แต่เมื่ออ่านเฉลย ก็ได้แต่อึ้ง !! คำตอบของภาพแรก 1. Venice, Italy ------------------ นี่คือเครื่องจักรกลของหุ่นยนต์ตัวไหนกัน !!! คำตอบ 2. Chicago O'Hare International Airport ------------------ บ่อน้ำสีสวย รึเปล่า ? สถานที่แห่งนี้ คือ .. 3. Camps Bay suburb of Cape Town, South Africa ------------------ เหมือนแผงวงจรข้างในวิทยุทรานซิสเตอร์ (ตอนเด็กๆ เคยเห็นข้างในวิทยุด้วยล่ะ) แต่ที่แห่งนี้ เป็นภาพถ่ายจากมุมสูง มาจาก 4. Palm Desert, California ------------------ โอ้ว โว้ว สุดยอด ..ว่าแต่ที่ไหนอ่ะ ? คำตอบคือ 5. Gibraltar International Airport สนามบินนี้ ติดอันดับ 10 สนามบินที่น่ากลัว ที่สุดในโลก ด้วยนะ ------------------ นี่คือภาพอัลไล อัลไล และ อัลไล .. ถ้าไม่ดูคำเฉลย ก็คิดภาพตามไม่ออกเลยทีเดียว เพราะคำตอบคือ ภาพถ่ายจาก 6. The Sunset District, San Francisco ---------------------------- ส่วนภาพนี้ เรามองมุมสูงเหมือนเป็นขยะซะงั้น แต่ที่เห็นนั้นเป็นคนนะ คำเฉลยของภาพนี้คือ 7. Tanglewood music venue in Lenox and Stockbridge, Massachusetts ---------------------------- ภาพเหมือนพื้นที่จอดยาน ของมนุษย์ต่างดาว .. (คิดไปด๊ายยย) ภาพนี้มาจากภาพถ่ายมุมสูงจาก 8. Bourtange, Netherlands ---------------------------- เรือ ? คิดได้แค่นี้ .. แต่คำเฉลยคือออออ 9. Palm Island and Hibiscus Island in Miami Beach, Florida  เหมือนเรือใบ ... นี่คือคำตอบที่ได้ของน้องคนหนึ่ง เฉลย ภาพนี้ถ่ายจาก  >>> 10. Port of Santander, Spain ภาพจาก www.huffingtonpost.com อัศจรรย์ 10 ภาพสวย มุมสูง จาก กูเกิ้ล เอิร์ธ

ตัวอย่างซับไทยจาก Ouija เมื่อเพื่อนเป็น อยากติดต่อกับเพื่อนตาย?! พร้อมฉายฮัลโลวีนนี้
Ouija /  กระดานผีกระชากวิญญาณ / 

คุณผู้ชมคงคุ้นเคยกับการติดต่อโลกวิญญาณ ผ่านกระดานผีถ้วยแก้วแบบไทยๆ กันมานาน แต่คุณรู้หรือไม่ ว่าทางฝั่งตะวันตก เจ้ากระดานสุดหลอน ก็มีเรื่องราวสุดสะพรึงเช่นเดียวกัน และนี่คือภาพยนตร์ Ouija กระดานผีกระชากวิญญาณ ผลงานจากผู้สร้างเจ้าของตำนานกระตุกขวัญ The Texas Chainsaw Massacre และ Insidious ที่ล่าสุด ได้ปล่อยตัวอย่างซับไทยมาให้หลอนหยุดหายใจกันชุดแรกแล้ว!! ฮัลโลวีนนี้ เตรียมระทึกขวัญไปกับ Ouija กระดานผีกระชากวิญญาณ ภาพยนตร์ทริลเลอร์เหนือธรรมชาติ เรื่องราวของกลุ่มเพื่อนที่ต้องเผชิญกับความกลัวสุดสะพรึง จากพลังมืดของกระดานโบราณ หนุ่มสาววัยรุ่นกลุ่มนี้ใช้กระดานติดต่อกับวิญญาณ เพื่อค้นหาคำตอบเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำของเพื่อนรัก แต่ทว่า กระดานนี้กลับนำไปสู่เหตุการณ์สุดสยองชนิดที่ไม่มีใครเคยคาดคิด!! โดยภาพยนตร์ Ouija เรื่องนี้ ได้นักแสดงมาถ่ายทอดความหลอนทั้ง โอลิเวีย คุ้ก, อนา โคโต และ ดาเรน ซากาคอฟฟ์  กำกับการแสดงโดย สไตล์ส ไวท์ โดย ไวท์ รับหน้าที่เขียนบทร่วมกับ จูเลียต สโนว์เด็น และยังได้ร่วมมือกับผู้สร้างระดับบล็อกบัสเตอร์อย่าง ไมเคิล เบย์, แอนดรูว์ ฟอร์ม และ แบรด ฟูลเลอร์ จากแพลตตินัม ดูนส์ ผู้อยู่เบื้องหลังภาพยนตร์ดังมากมายทั้ง The Purge, The Texas Chainsaw Massacre และ Friday The 13Th ร่วมกับ เจสัน บลัม จาก บลัมเฮาส์ โปรดักชั่นส์ ผู้สร้างแฟรนไชส์ Paranoramal Activitiy และ Insidious แทบเรีบกได้เลยว่า รวมทัพผู้สร้างความหลอนระทึกแบบเต็มๆ เตรียมความกล้าของคุณให้พร้อม แล้วไปหลอนต้อนรับฮัลโลวีน กับ Ouija กระดานผีกระชากวิญญาณ ในวันที่ 30 ต.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ -----------------------------------------

ออโต้แครี่เออร์ (ประเทศไทย) (บริษัท จำกัด)

บริการขนส่งสินค้าทางบก ขนส่งสินค้าลงเรือ

หงส์ถูกกระทำ!! ราชัน หวังสอย ราฮีม 39 ล้านป. ถ้าเสีย โด้จิ๋ว คืนสู่เหย้าผี
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ /  ฟลอเรนติโน่ เปเรซ / 

มีข่าวหลุดออกมาว่า เรอัล มาดริด ยอดทีมแห่งศึก ลาลีกา สเปน กำลังวางแผนกระชาก ราฮีม สเตอร์ลิ่ง วันเดอร์คิดฟอร์มสะท้านฟ้าของ ลิเวอร์พูล มาเติมจี๊ดริมเส้นในช่วงซัมเมอร์หน้า หากต้องเสีย คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ปีกตัวเก่งกลับไปอยู่รังเก่าอย่าง แมนเชสเตอ์ ยูไนเต็ด อย่างที่กำลังตกเป็นข่าว ปีกระดับโลกชาว โปรตุเกส วัย 29 ปี มีทีท่าจะหันหลังให้เวที ลาลีกา ช่วงสิ้นสุดฤดูกาล งานนี้ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสร เรอัล มาดริด ดูจะไม่รู้สึกกังวลกับเรื่องนี้มากเท่าไหร่ เพราะหาตัวแทนที่จะมาสานต่อความอันตรายได้แล้ว โดยเล็งไปที่เจ้าหนู สเตอร์ลิ่ง วัย 19 ปี แถม "ราชันชุดขาว" ยังกล้าทุ่มงบที่สูงถึง 39 ล้านปอนด์ ให้ "หงส์แดง" พิจารณาในช่วงซัมเมอร์หน้าอีกด้วย ทั้งนี้แข้งดีกรีทีมชาติ อังกฤษ และลิเวอร์พูล ลงสนามช่วยต้นสังกัดไปแล้วทั้งหมด 79 นัด พังตาข่ายได้ 14 ประตู ตั้งแต่ถูกคว้ามาร่วมทัพจาก ควีนส์ปาร์ค ด้วยค่าตัว 5 แสนปอนด์ เมื่อปี 2011 ถึงปัจจุบัน

เที่ยวแก่งกระจาน ยลหมอก สัมผัสความสดชื่นในหน้าฝน
อุทยานแห่งชาติ /  เที่ยวกาญจนบุรี / 

อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอหนองหญ้าปล้อง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี และอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีพื้นที่มากที่สุดในประเทศไทย เที่ยวแก่งกระจาน ยลหมอก สัมผัสความสดชื่นในหน้าฝน อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เป็นอุทยานที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดของประเทศไทย มีพื้นที่ถึง 2,915 ตารางกิโลเมตร หรือ 1.8 ล้านไร่ ในเขตอำเภอแก่งกระจาน อำเภอหนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี และอำเภอหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ยังคงสภาพเป็นป่าดงดิบตามธรรมชาติที่สมบูรณ์ และมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมากแห่งหนึ่ง ได้รับการประกาศให้เป็นเขตอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2524 โดยกำหนดพื้นที่บริเวณอ่างเก็บน้ำและป่าเหนือเขื่อนแก่งกระจานเป็นเขตอุทยานฯ เป็นต้นน้ำลำธารของแม่น้ำหลายสาย พื้นที่ส่วนใหญ่ของอุทยานฯ เป็นภูเขาสลับซับซ้อนอยู่ในเทือกเขาตะนาวศรี สภาพภูมิประเทศเป็นป่าดิบชื้น ยอดเขาที่สูงที่สุดในอุทยานฯ คือยอดเขางะงันนิกยวงตอง อยู่ในเขตรอยต่อประเทศพม่าและไทย มีความสูง 1,513 เมตร รองลงมาคือยอดเขาพะเนินทุ่ง ซึ่งมีความสูง 1,207 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง จากสันเขื่อนแก่งกระจาน มีถนนเลียบออกมาทางซ้ายมือเป็นระยะทาง 3 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานฯ สถานที่น่าสนใจภายในอุทยานฯ ทะเลสาบ มีเนื้อที่ประมาณ 45 ตารางกิโลเมตร มีเกาะกลางแม่น้ำอยู่มากมายหลายเกาะ นักท่องเที่ยวที่ต้องการจะล่องเรือชมทิวทัศน์เพื่อพักผ่อนหรือตกปลาน้ำจืดในทะเลสาบ ก็สามารถเช่าเรือได้ที่ร้านอาหารหรือชมรมเรือที่อยู่บริเวณที่ทำการอุทยานฯ จุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจใน อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เขาพะเนินทุ่ง เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของอุทยานฯในเขตประเทศไทยอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 50 กิโลเมตรเป็นภูเขาสูง มีบริเวณที่เป็นทุ่งหญ้ากว้าง ในระดับความสูง 960เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง บริเวณโดยรอบเป็นป่าดิบเขา มีสัตว์ป่าชุกชุม ทิวทัศน์งดงาม จากยอดเขาสามารถเห็นทะเลหมอกในช่วงฤดูฝนต่อฤดูหนาว การเดินทางต้องใช้เวลา 2 วัน พักค้างแรม 1 คืนระหว่างทาง และติดต่อขอเจ้าหน้าที่นำทาง อาหารและเต็นท์สำหรับพักค้างแรมไปเอง พะเนินทุ่งแคมป์ หรือ กม. 30 เป็นจุดชมวิวที่สามารถชมทะเลหมอกในตอนเช้าได้สวยจุดหนึ่ง และสามารถกางเต็นท์พักแรมได้ การเดินทางต้องใช้รถที่มีกำลังสูง สามารถเหมารถปิกอัพได้จากบริเวณที่ทำการอุทยานฯ เนื่องจากถนนค่อนข้างแคบ อุทยานฯ จึงได้กำหนดเวลาในการขึ้น-ลง คือ เวลาขึ้น ช่วงเช้าเวลา 05.00-09.30 น. ช่วงบ่ายเวลา 14.30-15.00 น. เวลาลง ช่วงเช้าเวลา 12.00-13.00 น. ช่วงบ่ายเวลา16.30-18.00 น. สำหรับผู้ที่ต้องการจะขึ้นเขาพะเนินทุ่งต้องติดต่อที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเพื่อขอใบอนุญาตผ่านทาง โดยเสียค่าธรรมเนียม คือ ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท รถยนต์สี่ล้อ 30 บาท รถกระบะ 40 บาท รถตู้ 50 บาท รถยนต์มากกว่าสี่ล้อ 70-80 บาท และผู้ที่ต้องการจะขึ้นเขาพะเนินทุ่ง เวลา 05.00 น. ต้องทำใบขออนุญาตล่วงหน้า 1 วัน น้ำตกทอทิพย์  อยู่ห่างจากเขาพะเนินทุ่ง 15 กิโลเมตร  สามารถเดินทางโดยรถยนต์ และเดินทางเท้าเข้าถึงตัวน้ำตกประมาณ 4 กิโลเมตร มีความสูง 9 ชั้น ชั้นที่ 5 เป็นชั้นที่สวยที่สุด แต่ละชั้นสวยงามแปลกตา สภาพโดยรอบเป็นป่าไม้ร่มรื่น ทั้งนี้การเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ลึกเข้าไปในผืนป่า ควรขอคำแนะนำและคนนำทางจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้ก่อน นอกจากนี้ ควรใช้รถยนต์ที่มีกำลังเครื่องดีเพราะเส้นทางผ่านหุบเขาลาดชัน สำหรับเส้นทางดูนก ผีเสื้อ จะเริ่มจากที่กิโลเมตรศูนย์ คือ บริเวณด่านตรวจเขาสามยอดถึงกิโลเมตรที่ 18 จะพบผีเสื้อได้ตามสองข้างทางหรือตามโป่งดินระหว่างกิโลเมตรที่ 10-12 และจุดที่นักท่องเที่ยวสามารถดูนกได้คือ บริเวณตั้งแต่อ่างเก็บน้ำห้วยสามยอด เลยด่านตรวจมาไม่ไกล ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของนกน้ำนานาชนิด ส่วนเส้นทางศึกษาธรรมชาตินั้นนับตั้งแต่กิโลเมตรที่ 18 ขึ้นไป และบริเวณกิโลเมตรที่ 18-27 อาจจะพบเห็นนกกระลิงเขียดหางหนาม ซึ่งเป็นนกที่พบในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานที่เดียวในประเทศไทย แค้มป์บ้านกร่าง เป็นจุดพักค้างแรมกางเต็นท์ สำหรับผู้สนใจดูนกและผีเสื้อเนื่องจากมีอากาศเย็นสบาย อยู่บริเวณกม.15 มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ซึ่งเป็นป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง ไม้ที่พบมากคือ ไม้ตะเคียนทอง ไม้ยาง ไม้มะค่าโมง ไม้หอมหรือไม้กฤษณา และเป็นป่าที่ชุ่มชื้นจึงมีเฟิร์น กระโถนฤาษี หนุมาน หวาย ขึ้นอย่างสมบูรณ์และยังมีสัตว์ป่ามากมายเช่น ช้างป่า กระทิง วัวแดง เก้ง กวาง หมีและสัตว์ป่าสงวน เช่น เลียงผา เก้งหม้อ สมเสร็จ และแมวลายหินอ่อน รวมทั้งผีเสื้อมากกว่า150 ชนิดให้ศึกษา โดยเฉพาะในหน้าแล้งจะเห็นฝูงผีเสื้อลงไปกินดินโป่งเป็นจำนวนมาก และประมาณเดือนกุมภาพันธ์-มิถุนายน จะสามารถพบเห็นนกหลายชนิดที่กำลังสร้างรัง  วางไข่เลี้ยงลูกอ่อน เช่น นกกก นกกาฮัง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของป่าดงดิบ บริเวณบ้านกร่างมีสถานที่น่าสนใจหลายแห่ง คือ น้ำตกปราณบุรี มี 5 ชั้น เป็นน้ำตกเล็กๆ อยู่ห่างจากที่ทำการหน่วยพิทักษ์ฯ กจ.4 ประมาณ 7 กิโลเมตร น้ำตกแม่สะเลียง มี 3 ชั้น เป็นน้ำตกสายเล็กๆ ซึ่งต้องใช้เวลาในการเดินทาง 3 วัน 2 คืน รอบๆ น้ำตกยังเป็นป่าที่สมบูรณ์ร่มรื่น ถ้ำหัวช้าง อยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์ฯ กจ.4 ไปทางทิศตะวันออก 1 กิโลเมตร ระยะทางเดินเท้าเข้าถ้ำประมาณ 200 เมตร เป็นถ้ำหินปูนภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยลักษณะคล้ายหัวกระโหลกช้าง ถ้ำเขาปะการัง อยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์ฯ กจ. 4 ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ 3 กิโลเมตร ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยสวยงาม เขาปะการัง  เป็นภูเขาหินปูนสีเทาอมน้ำเงิน มีหน้าผาให้ชมทิวทัศน์ที่สวยงาม ประกอบด้วยป่าไม้เขียวขจีและภูเขาสลับซับซ้อน อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มีบ้านพักไว้บริการนักท่องเที่ยว และมีสถานที่กางเต็นท์บริเวณอ่างเก็บน้ำ บริเวณเขาพะเนินทุ่ง และบริเวณแค้มป์บ้านกร่าง อุทยานฯ มีเต็นท์ให้เช่า สามารถติดต่อจองที่พักได้ที่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช โทร. 0 2562 0760 หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวแก่งกระจาน โทร. 0 3245 9293 การเดินทาง รถยนต์ จากกรุงเทพฯ ไปตามทางหลวงหมายเลข 35 ถึงอำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี จากนั้นใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านแยกเข้าตัวเมืองเพชรบุรี จะถึงสี่แยกท่ายาง เลี้ยวขวาเข้าอำเภอท่ายาง แล้ววิ่งไปตามถนนเลียบคลองชลประทาน ตามทางหลวงหมายเลข 3499ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร ก็จะถึงอำเภอแก่งกระจาน จากปากทางเข้าอุทยานฯ อีก 4 กิโลเมตรจะถึงที่ทำการอุทยานฯ รถโดยสารประจำทาง จะมีรถสายกรุงเทพฯ-ท่ายาง ลงที่ตลาดท่ายาง จากนั้นต่อรถสองแถวไปตลาดแก่งกระจาน และต่อรถรับจ้างหรือจักรยานยนต์ไปอีก 4 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยานฯ การนำรถขึ้นเขาพะเนินทุ่ง สำหรับรถยนต์ที่จะเดินทางไปชมทะเลหมอกเขาพะเนินทุ่งหรือใช้เส้นทางสายวังวน-น้ำตกทอทิพย์ ควรเป็นรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อหรือรถที่มีสภาพพร้อมสมบูรณ์ มีสมรรถนะดี และผู้ขับควรมีทักษะในการขับรถขึ้นที่สูงชัน หากต้องการเช่า สามารถติดต่อได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ราคาเช่าตั้งแต่ 1,000-1,800 บาท ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ต้องการเช่าไปเที่ยว โดยสารได้ประมาณ 10 คน เนื่องจากถนนค่อนข้างแคบ อุทยานฯ จึงได้กำหนดเวลาในการขึ้น-ลง คือ เวลาขึ้น ช่วงเช้า 05.00-09.30 น. ช่วงบ่าย เวลา 14.30-15.00 น. เวลาลง ช่วงเช้า 12.00-13.00 น. ช่วงบ่าย 16.30-18.00 น. สำหรับผู้ที่ต้องการจะขึ้นเขาพะเนินทุ่งต้องติดต่อที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเพื่อขอใบอนุญาตผ่านทาง โดยเสียค่าธรรมเนียม คือ ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท รถยนต์สี่ล้อ 30 บาท รถกระบะ 40 บาท รถตู้ 50 บาท รถยนต์มากกว่าสี่ล้อ 70-80 บาท และผู้ที่ต้องการจะขึ้นเขาพะเนินทุ่ง เวลา 05.00 น. ต้องทำใบขออนุญาตล่วงหน้า 1 วัน สิ่งอำนวยความสะดวก อุทยานมีบ้านพัก 18 หลัง บริเวณที่ทำการฯและริมอ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน นักท่องเที่ยวสามารถกางเต็นท์ได้บริเวณริมอ่างเก็บน้ำ ข้างที่ทำการอุทยานฯ กางเต็นท์ได้ 200 หลัง บริเวณบ้านกร่างแคมป์ (กม.15) กางเต็นท์ได้ 100 หลัง และพะเนินทุ่งแคมป์ กางเต็นท์ได้ 60 หลัง นอกจากนี้ บริเวณภายนอกอุทยานฯ มีรีสอร์ทให้บริการหลายแห่ง ทั้งในอำเภอแก่งกระจาน และอำเภอท่ายาง ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเพชร สามารถติดต่อจองบ้านพักในอุทยานฯ ได้ที่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช โทร. 0 2562 0760 หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โทร. 0 3245 9293 ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น ข้อมูลและภาพ : wiki / dnp.go.th / tlcthai.com / panoramio.com / bloggang.com เรียบเรียงโดย Travel MThai

GIRLS' GENERATION - แททิซอ ส่ง Holler ทะยานสู่ชาร์ตเพลงทั่วโลก
Girls Generation /  GIRLS' GENERATION-TTS / 

แทยอน ทิฟฟานี่ และ ซอฮยอน สมาชิกของ เกิร์ลส เจนเนอเรชั่น - แททิซอ (GIRLS' GENERATION-TTS) ยูนิตย่อยของเกิร์ลกรุ๊ป Girls' Generation คัมแบ็คพร้อมมินิอัลบั้ม Holler อย่างร้อนแรง! ด้วยการส่งผลงานทะยานสู่อันดับต้นๆ ของชาร์ตเพลงนานาประเทศทั่วโลก ทันทีที่ Holler มินิอัลบั้มชุดใหม่ของ เกิร์ลส เจนเนอเรชั่น - แททิซอ ถูกปล่อยในรูปแบบออนไลน์ในวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา เพลงไตเติ้ลซึ่งมีชื่อเดียวกับชื่ออัลบั้ม อย่าง Holler ก็สามารถคว้าแชมป์ใน 8 ชาร์ตเพลงเรียลไทม์ของประเทศเกาหลีใต้ไปได้อย่างรวดเร็ว ไม่เพียงเท่านั้น เพราะมินิอัลบั้ม Holler ซึ่งเปิดตัวผ่าน iTunes ในวันเดียวกัน ก็สามารถขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในชาร์ตเพลง iTunes ได้ถึง 9 ประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ฮ่องกง, ไต้หวัน, สิงคโปร์, เวียดนาม, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, กัมพูชา, บรูไน และ ประเทศไทย นอกจากนั้นอันดับ 2 ของชาร์ตเพลงป๊อบของประเทศฟินแลนด์ และ ประเทศญี่ปุ่น, อันดับ 3 ในสวีเดน, อันดับ 9 ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา และอยู่ในอันดับ 11 ในประเทศออสเตรเลีย ทั้งหมดล้วนแล้วเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จในการคัมแบ็คครั้งนี้ของสามสาว เกิร์ลส เจนเนอเรชั่น - แททิซอ ได้เป็นอย่างดี โดยหลังจาก เกิร์ลส เจนเนอเรชั่น - แททิซอ ได้จัดกิจกรรมคัมแบ็คโชว์เคสเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 กันยายนแล้ว ทั้งสามสาวก็เตรียมจะโชว์การแสดงเพื่อโปรโมทเพลงใหม่ผ่านรายการเพลงต่างๆ เริ่มต้นจาก Mnet - M COUNTDOWN ในวันที่ 18 กันยายน, MBC - Music Core ในวันที่ 20 กันยายน และรายการ SBS - Inkigayo ในวันที่ 21 กันยายนนี้เป็นต้นไป. ไปดูความน่ารักสดใสของ เกิร์ลส เจนเนอเรชั่น - แททิซอ ในมิวสิควิดีโอเพลง Holler กัน ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

ครม.นัดแรก แบ่งงาน รองนายกฯ-แต่งตั้งโยกย้ายขรก.
ข่าววันนี้ /  ครม. / 

นายกรัฐมนตรีเดินทางถึงทำเนียบรัฐบาล เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนัดแรก พร้อมยอมรับเหตุฆ่านักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ 2 ราย กระทบภาพลักษณ์ประเทศไทย ขณะสั่งเข้าหน้าที่ดูแลคดีแล้ว วันนี้ (16 ก.ย.) เมื่อเวลา 8.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เดินทางถึงทำเนียบรัฐบาล โดยเข้าพักที่ตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนัดแรก ที่ตึกสันติไมตรีหลังในในเวลา 9.00 น. โดยมีคณะรัฐมนตรีต่างได้ทยอยเข้าห้องประชุมอย่างต่อเนื่อง อาทิ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รมว.ศึกษาธิการ พลเอกอุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา โดยในวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ใส่เสื้อผ้าไหมไทยพระราชทานสีส้มอ่อน พร้อมกล่าวทักทายสื่อมวลชนด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่า "สวัสดีวันอังคาร" นอกจากนี้ยังกล่าวก่อนเข้าประชุมคณะรัฐมนตรีถึงเหตุฆาตกรรมนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ 2 ราย ที่ชายหาดเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานีว่า ต้องมองพฤติกรรมต่างๆของอีกฝ่ายหนึ่งด้วย โดยตนมองว่าเรื่องนี้ไม่น่าเกิดขึ้นกับประเทศไทย เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่กระทบต่อสายตาต่างประเทศ และภาพลักษณ์การท่องเที่ยว แต่อย่างไรก็ตามตนได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามคดีดังกล่าวแล้ว ส่วนบรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาลยังคงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ทหารยังคงรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ในขณะที่สื่อมวลชนจำนวนมากเฝ้าติดตามการทำข่าวอย่างต่อเนื่อง สำหรับวาระสำคัญในการประชุมครั้งนี้ คือการแต่งตั้งข้าราชการการเมือง อาทิ การพิจารณาแต่งตั้ง เลขาธิการนายกรัฐมนตรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และทีมโฆษกรัฐบาล รวมทั้งเลขานุการรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆคาดว่าเป็น พล.อ.วิลาศ อรุณศรี อดีตผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์(พล.ม.2 รอ.) พร้อมทีมโฆษกรัฐบาล3 คน คือ ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ รับผิดชอบด้านเศรษฐกิจ พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค ชำนาญการกองทัพบก รับผิดชอบด้านต่างประเทศ และ พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด ผู้ชำนาญการกองทัพบกรับผิดชอบด้านกฎหมาย ความมั่นคง และการเมือง ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุลรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ จะเสนอแต่งตั้ง นายคณิสสร นาวานุเคราะห์ อดีตอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เป็นเลขานุการรองนายกรัฐมนตรีและนายอำนวย ปะติเส อดีตรมช.คลัง ในรัฐบาลนายชวน หลีกภัย เป็นที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี ส่วนพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เสนอแต่งตั้งนายปณิธาน วัฒนายากร อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีและปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะเป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ขณะที่กระทรวงมหาดไทย เสนอรายชื่อโยกย้ายข้าราชการระดับสูง ตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดี ผู้ตรวจราชการกระทรวง และผู้ว่าราชการจังหวัด หลายตำแหน่ง ที่สำคัญ อาทิ ย้ายอธิบดีกรมที่ดินพ้นจากตำแหน่ง รวมทั้งการเสนอแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงของกระทรวงอื่นๆ เช่น กระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข เป็นต้น MThai News

คัลแมกีเคลื่อนออกจากฟิลิปปินส์มุ่งทางใต้ของจีน
คัลแมกี /  คัลแมกีมุ่งหน้าสู่จีน / 

พายุไต้ฝุ่น ที่พัดถล่มทางเหนือฟิลิปปินส์ สังหาร ปชช. ดับ 3 เตรียมเคลื่อนตัวเข้าจีนก่อน สื่อต่างประเทศ รายงาน พายุใต้ฝุ่นคัลแมกี พัดถล่มเคลื่อนตัวออกจากทางเหนือของฟิลิปปินส์ วันนี้ หลังเป็นสาเหตุให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และดินถล่มในพื้นที่ มีประชาชนเสียชีวิต 3 ราย จากเรือข้ามฟาก ที่ถูกซัดด้วยคลื่นขนาดใหญ่จากอิทธิพลของพายุดังกล่าว ล่มเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ไต้ฝุ่นคัลแมกี จะพัดเข้ายังทางตอนใต้ของจีนด้านตะวันตก ทิศเหนือของลาว ในก่อนเที่ยงวันนี้ อุตุนิยมวิทยาของฟิลิปปินส์ กล่าว

กู๊ด เฟื้อง โด่ง ร่วมให้กำลังใจ เคพีเอ็น อวอร์ด 24 ออดิชั่นภาคอีสาน
KPN Award /  KPN Award ครั้งที่ 24 / 

กู๊ด เฟื้อง โด่ง ลงคัดเลือกรอบออดิชั่น เคพีเอ็น อวอร์ด ครั้งที่ 24 ภาคอีสาน เคพีเอ็น อวอร์ด ครั้งที่ 24 ลงรับสมัครกันที่ภาคอีสาน ณ เซ็นทรัลพลาซา จังหวัดขอนแก่น นำทีมโดย กู๊ด-ชยพล ปัญหกาญจน์ (กู๊ด เคพีเอ็น) เฟื้อง–รักชน พุทธรังษี (เฟื้อง เคพีเอ็น) และ โด่ง–ปิยะณัฐ แดงพูนผล (โด่ง เคพีเอ็น) ร่วมให้กำลังใจรุ่นน้องที่มาประลองเวทีเคพีเอ็น อวอร์ด ครั้งที่ 24 กันอย่างคับคั่ง ก่อนลาไปเรียนต่อต่างประเทศ กู๊ด-เคพีเอ็น ขอทำหน้าที่รุ่นพี่ ลงพื้นที่เฟ้นหาว่าที่ศิลปินและดารามาเสริมทัพ เพื่อเฟ้นหาเพชรเม็ดงามมาเสริมทัพ เคพีเอ็น อวอร์ด โดย กู๊ด เผยว่า "ผมดีใจมากครับที่ได้เป็นตัวแทนมาที่ขอนแก่น ปีนี้มีน้องๆ มาสมัครกันเยอะ และมีการเตรียมตัวกันมาเป็นอย่างดี แอบลุ้นอยู่หลายคนมากครับ อยากให้น้องผ่านเข้ารอบลึกๆ จะได้มีโอกาสขึ้นเวทีใหญ่ที่มีแสง สี เสียง ระดับงานโชว์สากล รับรองว่าจะเป็นประสบการณ์ที่ดีกับน้องๆแน่นอนครับ" ด้านตัวแทนผู้เข้าสมัครที่ผ่านการคัดเลือกรอบแรกจากภาคอีสาน ฝั่งสีแดง หนุ่มเสียงดีจากมุกดาหาร นายธนิศทร์ ประจันทร์ อายุ 21 ปี เล่าว่า "ก่อนเข้าไปในห้องออดิชั่นตื่นเต้นสุดๆ เลยครับ แต่หลังจากทราบผลว่าผ่านเข้ารอบก็รู้สึกโล่งและดีใจมากๆ เพราะมาสมัครเป็นครั้งแรกก็ผ่านเข้ารอบเลยครับ ต้องขอขอบคุณกรรมการทุกท่านที่ให้คำแนะนำดีๆ เพื่อกลับไปฝึกฝนการร้องและฝึกในเรื่องบุคลิกภาพเพิ่มเติมครับ" ส่วนทางด้านฝั่งสีน้ำเงิน สาวสวยเสียงดีจากเมืองลำปาง นางสาวธัญวรัตน์ เทพสิทธิ์ อายุ 23 ปี บอกถึงความรู้สึกว่า "มาสมัครเป็นครั้งที่สองแล้วค่ะ เคยมาสมัครเมื่อสี่ปีที่แล้วแต่ตกรอบ มาครั้งนี้เลยทำการบ้านและเตรียมตัวมาอย่างเต็มที่ค่ะ แต่ก่อนเข้าห้องออดิชั่นก็แอบกังวลเรื่องเสียงร้องอยู่มากเพราะเราสมัครฝั่งสีน้ำเงิน แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี ดีใจที่สุดเลยค่ะที่ผ่านเข้ารอบ แต่ยังต้องกลับไปหาเสน่ห์และความเป็นตัวเองให้เจอ รวมถึงฝึกเรื่องการร้องเพลง สำหรับรอบต่อไปค่ะ" พลาดไม่ได้กับโอกาสสุดท้ายการสมัครออดิชั่นภาคกลาง สามารถมาสมัครได้ในวันที่ 20 และ 21 กันยายน 57 ณ โรงภาพยนตร์เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์ ชั้น 3 ศูนย์การค้าเอสพละนาด รัชดาภิเษก และ เตรียมพบกับเคพีเอ็น อวอร์ด ครั้งที่ 24 ออกอากาศให้ชมครั้งแรกในวันเสาร์ที่ 17 มกราคม 2558 เวลา 17.30-19.00 น. ไทยทีวีสีช่อง 3 (ออริจินัล) ติดตามรายละเอียดการรับสมัครเพิ่มเติมได้ที โทร 088 022 0700 หรือทางเว็บไซด์ www.kpnaward.com, facebook.com/kpnaward และ YouTube channel: kpnaward official มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

กิจกรรมชมเหยี่ยวอพยพ ณ เขาเรดาร์
กิจกรรมชมเหยี่ยวอพยพ /  เขาดินสอ / 

ในช่วงเดือนกันยายน – พฤศจิกายนของทุกปี เหยี่ยวนับร้อย นับพันตัว บินอพยพหนีสภาพอากาศหนาวเย็น ภาวะขาดแคลนอาหารและน้ำที่กลายเป็นน้ำแข็ง เหนือถิ่นอาศัยในฤดูผสมพันธุ์ที่บริเวณโดยรอบขั้วโลกเหนือและเขตอบอุ่น อาทิ ประเทศรัสเซีย จีน มองโกเลีย เกาหลี และญี่ปุ่น มุ่งหน้าสู่ทิศใต้ผ่านประเทศไทยมาอาศัยในฤดูหนาวในภาคใต้ของประเทศไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ กิจกรรมชมเหยี่ยวอพยพ ณ เขาเรดาร์ นับเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่น่าตื่นตาตื่นใจ ที่ใครหลาย ๆ คนไม่ควรพลาด กับการเดินทางระยะไกลกว่า 2,000 – 4,000 กิโลเมตร ซึ่งเหยี่ยวอพยพจะบินในช่วงกลางวัน และรวมฝูงกันกลางอากาศนับร้อยนับพันตัวบินลอยละล่องบนท้องฟ้ากระจายออกเป็นเสมือนสายน้ำ ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการดูฝูงเหยี่ยว คือ ช่วง 07.00 -11.00 น. และ 14.00 – 17.00 น. สำหรับเส้นทางที่เหยี่ยวอพยพบินเข้าประเทศไทยมี 2 เส้นทาง คือ เส้นทางที่ 1 : เส้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เหยี่ยวอพยพบินลัดเลาะตามชายฝั่งทะเลจีนใต้ จากประเทศเกาหลี ญี่ปุ่นและจีน บินผ่านประเทศเวียดนาม และลาว เข้าสู่ประเทศไทยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อพยพมาตามแนวเทือกเขาเพชรบูรณ์ในตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือตอนล่าง สู่อีสานใต้ตามแนวเทือกเขาดงพญาเย็นและภาคกลาง แล้วเบี่ยงเส้นทางมุ่งหน้าสู่จังหวัดตามชายฝั่งทะเลอ่าวไทย อาทิ จังหวัดสมุทรสาคร สมุทรสงคราม และเพชรบุรี เส้นทางที่ 2 : เส้นทางตะวันตก เหยี่ยวอพยพ บินย้ายถิ่นเหนือเทือกเขาในภาคใต้ของประเทศจีน เข้าสู่ประเทศไทยในภาคเหนือ อพยพตามแนวเทือกเขาภาคตะวันตก และรวมพลกับเหยี่ยวสายตะวันออกเฉียงเหนือที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อมุ่งหน้าผ่านจังหวัดชุมพรไปยังประเทศมาเลเซีย นับเป็นความสมดุลของธรรมชาติ ที่เหยี่ยวเป็น “ผู้ล่า” เพื่อควบคุมประชากรของแมลง ศัตรูพืช และหนู ไม่ให้มีปริมาณมากเกินไป และเป็นการท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่างหนึ่ง ที่ไม่ควรพลาดที่จะเรียนรู้ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่สร้างขึ้นมา กลุ่มศึกษาเหยี่ยวและนกอินทรี (Thai Raptor Group) นำโดย ผศ.นายสัตวแพทย์ ดร. ไชยยันต์ เกษรดอกบัว ภาควิชาพยาธิวิทยา คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (บางเขน) ขอเชิญนักนิยมธรรมชาติ และเยาวชน เดินทางของไปชมเหยี่ยวอพยพ ณ เขาเรดาร์ อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (ก่อนถึงศูนย์บริการทางหลวงเขาโพธิ์ บนถนนเพชรเกษม หลักกิโลเมตรที่ 330 มุ่งหน้าลงทิศใต้) ในวันที่ 11-12 ตุลาคม 2557 ผศ.นายสัตวแพทย์ ดร. ไชยยันต์ เกษรดอกบัว กล่าวว่า “พิเศษในปีนี้ ท่านจะได้พบกับเหยี่ยวนกเขาพันธุ์ญี่ปุ่น เหยี่ยวนกเขาพันธุ์จีน เหยี่ยวผึ้ง ซึ่งอพยพมาถึงเมืองไทยแล้ว โดยเหยี่ยวนกเขาพันธุ์จีน กองทัพหน้าหลายหมื่นตัวจะยกโขยงกันร่อนผ่านม่านฟ้าเมืองประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร ตั้งแต่กลางเดือนกันยายน เป็นต้นไป แล้วตามหลังด้วยกองหนุน ของเหยี่ยวผึ้ง เหยี่ยวหน้าเทา เหยี่ยวนกเขาชิครา และปิดท้ายด้วยทัพหลวง ของเหยี่ยวกิ้งก่าสีดำนับแสนตัว ภายในช่วงเวลา 3 สัปดาห์ อย่างที่เรียกว่า “มืดฟ้ามัวดิน”เลยทีเดียว” ซึ่งจุดชมเหยี่ยวอพยพที่สำคัญในประเทศไทย และยิ่งใหญ่ในด้านความหลากหลายของชนิดเหยี่ยว และจำนวนต่อฤดูกาล คือ 1. เขาเรดาร์ (ก่อนถึงศูนย์บริการทางหลวงเขาโพธิ์) ถนนเพชรเกษม ตำบลทรายทอง อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 2. เขาดินสอ ตำบลบางสน อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร ท่านใดที่สนใจชมเหยี่ยวอพยพ สามารถพบกันบนลานนับเหยี่ยวเขาเรดาร์ อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในเวลา 07.00 น. เป็นต้นไป ในวันที่ 11 – 12 ตุลาคม 2557 รับฟังข้อมูลจาก ผศ.นายสัตวแพทย์ ดร. ไชยยันต์ เกษรดอกบัว ให้ท่านเตรียมอุปกรณ์ในการส่องนกกำลังขยาย 8 เท่า เช่น 8 x 32, 8 x 40, 8 x 42 (เหมาะสำหรับมือใหม่) เนื่องจากมีอาจจะมีอุปกรณ์ไม่เพียงพอ และไม่ต้องเสียค่าลงทะเบียนไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ช่างน้อย เจ้าหน้าที่ดูแลสถานที่ (เขาเรดาร์) โทร. 086-165-1352 และดูรายละเอียดที่ www.BirdsofThailand.org  หรือขอรับเอกสารในการชมเหยี่ยวได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ 39/9 ต.หัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โทรศัพท์ 032- 513885, 032-513874, 032 -513871 เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น. Fan Page : TAT PRACHUAP ขอบคุณข่าวสารจาก เที่ยวภาคกลาง.com

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3