ทับทิม สตอเบอรี่ชีสเค้ก

พ่อหัวใจสลาย! พบลูกสาววัย13 อยู่ในม่านรูดกับชาย 3คน
ข่มขืน /  ข่าวจังหวัดราชบุรี / 

คุณพ่อชาวราชบุรี แจ้งความตำรวจให้ดำเนินคดีกับชายวัยรุ่น 3 คน หลังพบพาลูกสาววัย 13 ปีไปล่วงละเมิดทางเพศในม่านรูด รายงานข่าวแจ้งว่า ที่จ.ราชบุรี ได้เกิดเหตุการณ์สุดสลดขึ้น เมื่อผู้เป็นพ่อรายหนึ่งหัวใจแทบสลายพบหน้าลูกสาววัย 13 อยู่ในม่านรูดกับชาย 3 คน หลังลูกสาวไปงานบวชในหมู่บ้านพร้อมแม่แต่มีคนเห็นซ้อนรถจักรยานยนต์ไปกับเพื่อนผู้ชาย ซึ่งจากการสอบสวนผู้เป็นพ่อ ภายหลังได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ละแม อ.ละแม จ.ชุมพร ให้เข้าจับกุมชายทั้ง 3 คนดังกล่าวหลังเห็นภาพบาดใจ ได้ความว่าเมื่อช่วงคืนวันที่ 31 มี.ค. 58 ที่ผ่านมา ตนได้ไปร่วมงานศพญาติที่อยู่ใกล้กัน ส่วนภรรยาและลูกสาวไปร่วมงานบวชของคนรู้จัก จนเวลาเกือบ 23.00 น. จึงเดินทางไปรับภรรยาและลูก แต่ไม่พบลูก สอบถามเพื่อนๆ ในกลุ่มจึงทราบว่า ลูกสาวได้นั่งซ้อนท้ายรถ จยย. ออกไปกับวัยรุ่นชายในหมู่บ้าน ด้วยความเป็นห่วงจึงออกตามหาโดยไปที่บ้านชายคนดังกล่าวแต่ก็ไม่พบ จึงร่วมกับญาติๆ ออกตามหาจนกระทั่งเช้ามืดวันนี้ ได้ไปที่มาดรูดแห่งหนึ่ง ในอ.ละแม แล้วเคาะประตูเรียกที่หน้าห้องห้องหนึ่ง ซึ่งพอประตูเปิดออกพบภาพลูกสาวนอนหลับอยู่ในห้องกับผู้ชายอีก 3 คน ตนจึงได้เดินทางเข้ามาแจ้งความดำเนินคดีกับชายทั้ง 3 คนดังกล่าว MThai News

เปิดใจ ผู้พันเบิร์ด กับบทกษัตริย์ชาตินักรบ ใน ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมาหาราช : อวสานหงสา
ดามพ์ ดัสกร /  ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช / 

หลังจากที่ผู้ชมได้ร่วมตำนานกษัตริย์ชาตินักรบผู้กอบกู้อิสรภาพ มาตั้งแต่ภาคแรก จนถึงกับเรื่องราวครั้งสุดท้าย กับภาพยนตร์ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา ที่ยังคงได้ ผู้พันเบิร์ด พันโท วันชนะ สวัสดี กลับมาปิดตำนานในบทพระนเรศวรมหาราช และวันนี้เราจะไปเปิดใจ และไขทุกคำถามที่คุณสงสัย จากใจผู้พันเบิร์ด กันแบบเจาะลึกหมดเปลือก ผู้พันเบิร์ด พันโท วันชนะ สวัสดี กำลังจะมีภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช: อวสานหงสา เข้าฉาย ภาคนี้ยืนยันว่าจบแน่นอนแล้วหรือเปล่า? "หลายคนบอกว่ามาหลอกกันนี่นา ไม่เห็นจะจบสักที ชนช้างแล้วยังไม่จบอีกเหรอ จริงๆเราก็คิดคล้ายกันว่า เออมันน่าจะจบที่ชนช้างไหม  เพียงแต่ผมเชื่ออย่างนี้ครับ เมื่อคนที่ชมภาค 6 ออกมาจากโรงภาพยนตร์แล้ว ทุกคนน่าจะคิดหมือนกัน ว่ามันควรจะมีภาค 6 ด้วยเหตุผลที่ว่าช่วงชีวิตของพระองค์ในการครองราชย์ของท่าน จนกระทั่งสิ้นพระชนม์  พระองค์ไม่ได้จบชีวิตลงตรงแค่การทำยุทธหัตถีแค่นั้น แต่มันมีเรื่องราวที่สืบทอดต่อเนื่อง มีการผันเปลี่ยนทางอำนาจ รวมถึงความสูญเสียในชีวิตของคน หลังจากนั้นอีกมาก และเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ที่เราปฏิเสธไม่ได้เพราะฉะนั้นเมื่อคนได้ไปดู เราถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ในปีนี้เป็นปีที่ 12 ปีและกำลังก้าวย่างเข้าไปสู่ปีที่ 13 มันมีเรื่องราวที่เราถ่ายทำไปเยอะมากแล้วในภาค6นะครับ" "ถ้าไม่จบด้วยข้อจำกัดของเวลา มันมีเรื่องราวที่เยอะกว่านี้อีก แต่เราก็ดึงเฉพาะในส่วนที่น่าสนใจและเรื่องราวที่สำคัญๆมาเพื่อให้ดำเนินเรื่องให้จบได้ในภาคที่ 6 เราได้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงอำนาจ ของอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ที่เราเรียกว่าหงสาวดี เปรียบได้กับจีนในปัจจุบัน ยิ่งใหญ่ในอุษาคเนย์ในสมัยนั้น ภาค 6 อาณาจักรเหล่านั้นมันหายไปครับ มันเปลี่ยนศูนย์กลางอำนาจใหม่ไปอยู่ที่อื่นละ ในขณะเดียวกันมันจะมีความสอดรับกับการก้าวขึ้นมา สู่ห้วงอำนาจที่สำคัญของอยุธยา มันเป็นที่มาของการเป็นเอกราชที่สืบทอดยาวนานอีก 170 กว่าปี ก่อนที่เราจะมาเสียกรุงครั้งที่2อีกครั้งหนึ่ง แล้วเราก็จะได้เห็นความสูญเสียของคน  โดยเฉพาะที่สำคัญที่สุดก็คือความสูญเสียของพระนเรศวร ก็เกิดขึ้นในภาคนี้" กว่าทศวรรษกับภาพยนตร์เรื่องยิ่งใหญ่ ที่ผู้พันเบิร์ดเข้าไปมีส่วนร่วมสำคัญ เรียกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเลยกำลังจะปิดฉากลงรู้สึกอย่างไรบ้าง?   "รู้สึก 2 อย่างครับ ความรู้สึกแรกเลยก็คือดีใจ สิ่งที่เราถ่ายทำมาทั้งหมดจนครบทั้ง 6 ภาค ดีใจที่หนังเรื่องนี้ได้ฉาย เพราะผมเชื่อว่ามันเป็นประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นจริง แต่เป็นความรู้สึกใหม่ของคนไทยที่จะได้ดู เพื่อให้คนได้ดูต่อไปในภายภาคหน้า แต่ความรู้สึกที่ตามมาคือความรู้สึกใจหายแวบว่า หลังจากนี้ไปการถ่ายทำที่เราจะได้เห็นนักแสดงครบๆแบบนี้ มันก็จะหายไป ตลอดระยะเวลา 12 ปีที่ผ่านมา โรงเรียนแห่งนี้เป็นเหมือนโรงเรียนประจำ ที่ทุกคนมาเจอกันตั้งแต่วันจันทร์-ศุกร์ หรือบางครั้งเสาร์อาทิตย์ก็ไม่ได้กลับบ้าน เลยผูกผันเป็นครอบครัวใหญ่ แล้วก็เรื่องราวที่มันเกิดขึ้นในกองถ่าย มันเหมือนรวมตั้งแต่ปฐมแล้วต่อมัธยมจนจบเลย แล้วก็เจอกันทุกวัน เหมือนเพื่อนคนหนึ่ง แล้วเรากำลังจะแยกย้ายจากกันไป มันก็คือใจหาย แต่ว่าเราก็ดีใจครับเพราะว่าความผูกผันตรงนั้นมันไม่ได้จางหายไปไหนหรอกครับ เพียงแต่มันเปลี่ยนสภาพไปเจอกันที่อื่นไปทำงานกันใหม่ในที่อื่นหรือว่านัดกันไปเที่ยว" จากภาคแรกจนถึงภาคนี้ พัฒนาการของตัวละครของสมเด็จพระนเรศวร เป็นอย่างไรบ้างในความคิดของผู้พันเบิร์ด? "ตั้งแต่ภาคแรกจนถึงภาคสุดท้าย จริงๆตัวละครของพระองค์ เราต้องการจะถ่ายทอดความเป็นมนุษย์ปุถุชนธรรมดา ที่มีความหลากหลายทางอารมณ์เหมือนคนทั่วไป พระองค์มีห่วง มีความรัก พระองค์มีความโกรธ เสียใจ ร้องไห้ มีความกลัว แต่ในช่วงพัฒนาของตัวละครที่ผมเล่นตั้งแต่ภาค 2 แต่ในภาค 6 ที่เป็นภาคสุดท้ายนี้ จะมีความหลากหลายทางอารมณ์มากกว่าในภาคที่ผ่านมา ภาคสุดท้ายเราจะเห็นความหลากหลายทางอารมณ์แล้วลึกมาก โดยเฉพาะความห่วงในแผ่นดินอโยธยา ที่เราจะได้เห็นของพระนเรศวรในฉากท้ายๆเรื่อง เราจะเห็นเลยว่าความเป็นมนุษย์จริงๆของพระองค์ ได้ถูกถ่ายทอดออกมาในฉากนี้ และจะบ่งบอกเป็นบทสรุปทุกอย่างเลยว่า ทำไมพระองค์จึงเพียรทำทุกสิ่งทุกอย่างมาตั้งแต่ภาคหนึ่งจนถึงภาคหกครับ" นอกจากศึกยุทธหัตถีแล้ว ในอวสานหงสาจะเกิดอะไรขึ้น มีเหตุการณ์เรื่องราวสำคัญอะไรในประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจในภาคนี้? "ในภาคนี้เราจะพูดถึงเรื่องของการปกครอง แล้วเราจะพูดถึงชีวิตของคน แล้วผมจะแบ่งเรื่องการปกครอง และชีวิตในฝั่งหงสาวดี การปกครองและชีวิตในฝั่งอยุธยา เราเริ่มที่ในเรื่องการปกครองก่อน  ในภาค 6 จะได้เห็นจุดพลิกผันของอาณาจักรหงสาวดีที่ครั้งหนึ่งเคยยิ่งใหญ่ในชมพูทวีป ส่งผลให้อาณาจักรที่เคยยิ่งใหญ่เหล่านั้นมันหายไปเลยครับ แล้วมันจะมีการเปลี่ยนแปลงศูนย์กลางอำนาจใหม่ มีเมืองต่างๆเกิดขึ้นในอาณาจักรหงสาที่เคยรุ่งโรจน์อยู่ เราจะเห็นกลุ่มคนใหม่ๆอย่างยะไข่ ซึ่งเป็นพวกโจรสลัด เราเรียกว่าเป็นชาวอาระกัน มาจากทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของพม่า ซึ่งอยู่ติดกับจีน พวกนี้เป็นโจรสลัดที่ลงมาปล้น มันจะมีนิสัยเหมือนกับพวกตีหัวเข้าบ้านอย่างเดียว เราจะเห็นพวกเมืองมอญ ที่เกิดขึ้นมาใหม่ เราจะเห็น เมาะตะมะ แล้วเราก็จะได้เห็น ตองอู ซึ่งจะกลายเป็นอาณาจักรศูนย์กลางแห่งใหม่ของพม่า" "ต่อมาคือเรื่องชีวิตของคน เราก็จะได้เห็นชีวิตในส่วนของพระเจ้านันทบุเรง ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ครองหงสาวดี คนที่ครองเมืองจะต้องมีความยิ่งใหญ่มาก  สืบต่ออำนาจมาจากพระเจ้าบุเรงนองผู้ชนะสิบทิศ เพราะฉะนั้นความเกรงขามของคนที่อยู่ใต้อาณัติ แม้กระทั่งอโยธยาในเมื่อก่อนนี้เองก็ถือว่าเป็นเมืองขึ้นของพระเจ้านันทบุเรงมาก่อน ต้องพลัดพรากจากบ้านเกิดเมืองนอนของตน ต้องไปเหมือนลี้ภัย แล้วก็เจ็บป่วยเหมือนกับเวรกรรมตามทัน การเจ็บป่วย การเลอะเลือนของสติ แล้วก็ถูกข่มเหง ถูกใช้ประโยชน์ เพื่อประโยชน์ของส่วนอื่น ถูกหลอกใช้นี่คือนันทบุเรง แต่ที่สำคัญของพระเจ้านันทบุเรงที่ช้ำชอกไปกว่านั้นนะครับ คือการสูญเสียลูกชายที่พระองค์รักมากตั้งแต่ศึกยุทธหัตถีแล้ว การสูญเสียในครั้งนั้นมันส่งผลอะไรต่อสภาพจิตใจของพระองค์บ้าง เกิดการกระทำอะไรขึ้นในหงสาวดี มีความเหี้ยมโหดอะไรเกิดขึ้นบ้าง นี่แหละคือสิ่งที่เราจะได้เห็นในภาคที่6" "ฝั่งอยุธยาในแง่ของการปกครอง เราจะได้เห็นความเข้มแข็งของอยุธยา ภายใต้การปกครองของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เราจะเห็นถึงความเด็ดเดี่ยวของพระองค์ อันเป็นศูนย์นำจิตใจของคนสมัยนั้นทำให้เมืองเข้มแข็ง เราจะเห็นการเดินทัพของพระองค์จากอยุธยาไปไกลถึงหงสา เป็นครั้งแรกที่เราไปเหยียบหงสา สืบเนื่องมาจากแนวความคิดของสมเด็จพระนเรศวร 2 ประการ ประการแรกคือเรื่องส่วนรวมของอยุธยา ที่ต้องการจะไปเอาเมืองหงสากลับมาเป็นเมืองขึ้นของเรา เหมือนเมื่อครั้งที่เราเคยเป็นเมืองขึ้นของเขา แต่ประการที่สองเป็นเรื่องเฉพาะพระองค์ นั่นหมายถึงพระองค์จะพยายามไปเอาพระสุพรรณกัลยากลับมา แต่ในขณะเดียวกันเราก็จะเห็นพระองค์ได้เดินทัพไปรบอีกหลายศึก รบกับตองอู รบกับเมาะตะมะ ทำไมพระองค์ถึงต้องทำแบบนั้น เพื่อความเป็นเอกราชและความคงอยู่อย่างมีความสุขของประชากรในอยุธยานั่นเองนะครับอันนี้เป็นเรื่องของการปกครอง" "ต่อมาเป็นเรื่องส่วนตัว เราจะได้เห็นความสูญเสียองค์ประกันที่จบความเป็นองค์ประกันอย่างแท้จริงในภาค6 นั่นคือ พระสุพรรณกัลยา และความสูญเสียนี่ก็จะเป็นเหตุผลอีกเหตุผลหนึ่ง ที่ทำไมพระนเรศวรถึงต้องยกทัพไปถึงหงสา ด้วยความสูญเสียในครั้งนั้นทำให้พระองค์เหมือนมีความเจ็บแค้นอยู่ในใจ ที่จะต้องเอาหงสากลับคืนมาให้ได้ และเมื่อยกทัพไปถึงหงสาแล้ว ยังต้องตามไปเอาชีวิตของนันนทบุเรงกลับมาให้ได้อีกนะครับ ความสูญเสียที่สำคัญที่เราจะได้เห็นในภาค6 นั่นคือการปิดฉากของช่วงชีวิตของสมเด็จพระนเรศวร ซึ่งเป็นเรื่องปกติธรรมชาติที่วันหนึ่งคนเราเกิดมานะครับจะต้องจากไป เราจะฝากอะไรไว้ให้กับแผ่นดินบ้าง เราจะได้เห็นแม้วินาทีสุดท้าย ที่พระองค์จะสิ้นพระชนม์แล้ว ความผูกผันและความห่วงในแผ่นดิน พระองค์ได้ฝากเรื่องราวต่างๆให้กับน้องชายพระเอกาทศรถ จนทำให้เราเข้าใจชีวิตทำให้เราจบภาค6 ถึงแม้ว่าพระองค์จะสูญสิ้นชีวิตไปแล้ว แต่เรากลับอิ่มเอิมใจ ก็แปลกที่ทำภาพยนตร์สร้างออกมาได้แบบนั้นนะครับ และนี่คือบริบททั้งฝั่งอยุธยาและฝั่งหงสาวดีครับ"  ในตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทุกภาคที่ผ่านมาเราอาจจะเห็นอาณาจักรอย่างหงสาวดีกับอโยธยา แต่ในภาคอวสานหงสานี้ เราจะได้เห็นอาณาจักรอื่นๆ ก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญทางประวัติศาสตร์บ้างไหม? "ในภาค 6 นอกเหนือจากอาณาจักรที่มีอยู่อย่างหงสาวดี ก็จะมีเมืองต่างๆที่ขึ้นอยู่กับบุเรงนอง ไม่ว่าจะเป็นตองอู เมาะตะมะ ยะไข่ เหล่านี้ แต่ทีนี้เมื่อสิ้นบุเรงนองแล้ว การขึ้นมาของนันทบุเรงมาเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ ความระส่ำระสายที่เกิดขึ้นคือความเชื่อถือของเมืองต่างๆเหล่านี้ที่มีต่อนันทบุเรง เริ่มคลายความจงรักภักดีออกไป เริ่มตีตัวออกห่าง สัญญาณเหล่านี้จริงๆมันเกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยภาค 2 ตอนประกาศอิสรภาพที่เมืองแครง ตอนนั้นพระนเรศวรเข้าไปเพื่อช่วยหงสาวดีรบกับกบฎอังวะ นี่เป็นสิ่งบอกเหตุว่า อังวะเริ่มตีตนออกห่างแล้ว เพราะฉะนั้นมันก็เลยเกิดความระส่ำระสายเมืองต่างๆเริ่มที่จะตีตัวออกห่างมากขึ้น ด้วยความที่อยากจะขึ้นมาเป็นใหญ่ เพราะด้วยความที่ไม่เชื่อมั่นต่อในตัวพระเจ้านันทบุเรง เมืองเดิมๆเหล่านี้แหละที่จะเข้ามามีบทบาทในการสู้รบสำคัญในภาค 6 การสู้รบระหว่างหงสาวดีกับอยุธยา" "เช่น เมืองยะไข่ ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งเป็นพวกโจรสลัด เมืองตองอู (เกตุมวดีตองอู) เมืองนี้เป็นเมืองที่อยู่ขึ้นไปทางเหนือจากหงสาวดีขึ้นไป ซึ่งการขึ้นไปก็ค่อนข้างทุรกันดารพอสมควร โดยมีเมงเยสีหตู เป็นเจ้าเมืองแสดงโดย อาหนิง นิรุตติ์ อีกคนหนึ่งคือ พี่ลูกแพร รัชนี ศิระเลิศ เมงเกงสอ ภรรยาของเจ้าเมือง ส่วนลูกชายของเมืองนี้ที่เป็นอุปราชอยู่ เราเห็น นัดจินหน่อง มาตั้งแต่ในภาค 2 ตอนขึ้นไปตีเมืองคัง 3 ทัพ ทัพหนึ่งจะเป็นพระนเรศวร อีกทัพหนึ่งเป็นพระมหาอุปราชา และอีกทัพหนึ่งละครับก็คือนัดจินหน่องซึ่งมาจากตองอู เริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญ ในเรื่องการเมืองการปกครองมากขึ้น เริ่มเข้ามามีอิทธิพลในเครือข่ายของพม่าในสมัยนั้นแต่อังวะก็ดี เกตุมวดีตองอูก็ดี จริงๆเป็นเครือญาติกันเกิดมาตั้งแต่สมัยบุเรงนอง เพราะฉะนั้นเขาเองก็คิดว่าเขามีศักดิ์และสิทธิ์ที่จะก้าวขึ้นมาเป็นใหญ่  เขาก็มีสิทธิ์เท่าพระเจ้านันทบุเรงเช่นกัน เพราะฉะนั้นทุกคนก็เลยพยายามที่จะตีตัวออกห่างนะครับ" "สมเด็จพระนเรศวรเดินทัพไปที่หงสาวดี เพื่อที่พระองค์จะไปพาตัวเอาพระสุพรรณกัลยากลับมา พอรู้ว่านันทบุเรงได้สังหารพระสุพรรณกัลยาไปแล้ว ตัวนันทบุเรงไปอยู่ที่ตองอู พระนเรศวรก็เลยยกทัพขึ้นไปถึงตองอู  โดยที่พระองค์ไม่ได้เตรียมเสบียงอาหาร หรืออาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆเพื่อที่จะขึ้นไปถึงเหนือขึ้นไปถึงตองอู การขึ้นไปจึงทุลักทุเลด้วยความยากลำบากของเส้นทางที่ไป ความที่มันเป็นป่า และมีโรคไข้ป่ามากมาย ทำให้ทหารของพระองค์เกิดล้มป่วย เจ็บตายกันมาก ทั้งการรบที่ยากลำบากอยู่แล้ว แถมซ้ำยังต้องมาเผชิญกับพวกยะไข่ที่มาคอยตัดตีตัดเสบียงเราอีก อย่างพระจ้านันทบุเรง หลังจากที่ทรงสูญสียลูกชายไปกับศึกยุทธหัตถี พระองค์ก็เสียใจรวมทั้งความคับแค้นใจ จากการที่ทหารต่างๆที่ติดตามขบวนทัพของลูกชายไปแล้วปล่อยให้ลูกชายตาย พระองค์โหดถึงขนาดจับเผาหมดทหารเหล่านั้น แล้วความเป็นไปของพระเจ้านันทบุเรงในช่วงบั้นปลายของพระองค์เหมือนสติเลอะเลือน ทุกอย่างดาวน์ลงไปหมดเลย ผิดหวังในชีวิตรูปโฉม เหมือนกับเป็นคนพิการทุกอย่าง เมืองที่เคยครอบครองที่ยิ่งใหญ่ก็หายไป" "เหล่านี้มันเป็นบั้นปลายชีวิตของคนๆนี้ แล้วสุดท้ายพระนเรศวรทำอย่างไร ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อมาหลังจากการขึ้นครองความเป็นใหญ่ของตองอู นัดจินหน่องจะเป็นตัวละครสำคัญอีกตัวหนึ่งที่เกี่ยวข้อง แล้วมันยังมีเมืองอื่นอีกมั้ยที่เกิดขึ้นมาพร้อมกับตองอู ที่จะกลายป็นคู่แข่งกัน แล้วบัดนั้นความพลันแปรเปลี่ยนไปของเมืองหลวงของพม่าก็จะเปลี่ยนอำนาจไปที่อื่น หรือไม่อย่างไร" ได้ข่าวว่าชาวมอญรามัญ ที่เข้ามาร่วมกับทางฝั่งอโยธยาในภาคนี้ และตัวละครใหม่ๆที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในภาคนี้ด้วย? "ในภาพยนตร์มีหลายเผ่าพันธุ์ พวกยะไข่ พวกยองม้วย ไทยใหญ่ เมืองคัง อยุธยา พิษณุโลก หรือทางฝั่งเขมร ฝั่งลานช้างร่มขาวเป็นลาว มีเชียงใหม่ แต่ในภาคนี้เราจะเห็นความสำคัญของ พวกมอญพวกรามัญโดยแท้ ซึ่งเดิมทีอาณาจักรหงสา คือจะเป็นพวกมอญมาอยู่ก่อน แต่บุเรงนองก็มายึด และก็ขับไล่พวกมอญออกไป เพราะฉะนั้นอาณาจักรของพวกมอญที่อยู่รายล้อมหงสาวดีก็ยังมีอยู่ จะมีพวกมอญแทรกซึมอยู่ในระหว่างการรบเสมอ แต่ในภาคนี้เราได้ดึงตัวละครใหม่เข้ามา เม้ยมะนิก คือน้องปันปัน-เต็มฟ้า คือสาวชาวลูกครึ่งมอญ-ไทยใหญ่ ที่มีความเก่งกาจ คล่องแคล่วในการต่อสู้ อยู่ภายใต้อาณาจักรเมาะตะมะ ที่เจ้าเมืองเมาะตะมะก็ข่มเหงพวกมอญเหล่านี้มาโดยตลอด แม้แต่ข่มเหงย่ำยีแม่ของเม้ยมะนิก น้องเขา คือเขาเป็นนักกีฬาทีมชาติ นักยิมนาสติกลีลา เต้นบัลเลต์ ความอ่อนตัว  ความแข็งแรง ความยืดหยุ่นเขามีอยู่แล้ว น้องเขาต้องทำทุกอย่างเหมือนที่ผมทำ แล้วทำได้ดีกว่าด้วย เพราะว่าพวกผมไม่ได้มีความอ่อนตัว  ความสามารถพิเศษในการใช้อาวุธที่ท่านก็ออกแบบมาคล้ายกับคทายิมนาสติก เขาคล่องเลยนะครับ" "แล้วก็จะมีบทรุมกันของพระเอกาทศรถแล้วก็พระราชมนูที่พระนเรศวรสั่งให้ไปตามจับตัวมา ก็ต้องมีการชิงไหวชิงพริบ ต้องไปจับตัวคนนี้ให้ได้ มีการสร้างเรื่องราวของเม้ยมะนิกขึ้นมา ยังมีอีกสองตัวละครที่เพิ่มเข้ามาในภาคนี้ก็คือ อารณ ฤทธิชัย ซึ่งเล่นเป็น เมงราชาญี เจ้าเมืองยะไข่ และ สีหรั่น ผู้ร้ายตลอดกาลคือ อาดามพ์ ดัสกร ท่านมุ้ยยังบอกเลยว่าเรื่องนี้เป็นกรุสมบัตินักแสดง ท่านให้อาดามพ์กับอารณ เหมือนวิ่งออกไปสู้รบนะ แล้วท่านก็มองแต่ในกล้องนะ อาก็วิ่งร้อง อ๊า คือวิ่งเหนื่อยมาก แล้วพวกผมก็มองกันอยู่นอกกล้อง โหอาแกวิ่งแทบไม่ไหวอยู่แล้ว ท่านมุ้ยก็บอกว่าเออ ขอโทษที ลืมไปฉันก็อายุขนาดนี้แล้ว โหแต่ยังไหวท่าน เอาเป็นว่าผมขอขี่ม้าได้มั้ย ผมไม่กลัวเลย คราวนี้ท่านก็ให้ขี่ม้า แล้วคอยสั่งการเอา แต่ก็ดูดีขึ้นนะครับ ยะไข่มันเป็นโจรสลัดมันอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของพม่าในปัจจุบัน เมืองๆนี้มีความเก่าแก่ถึงขนาดที่ว่าเราเชื่อว่าเสมา ธรรมจักรที่เก่าแก่ที่สุดที่เอามาจากอินเดีย เก่าแก่ที่สุดในภูมิภาคนี้เลยนะอยู่ที่เมืองนี้" "และแม้กระทั่ง พระสีหมุนี ที่เราไปไหว้ที่พม่าก็เอามาจากเมืองนี้ ด้วยความที่รุ่งเรืองขนาดที่ว่าเพราะว่ามันเป็นโจรสลัดครับ มันอยู่ในเทือกเขาอาระกันโยมา ซึ่งเปรียบเสมือนกับเป็นกำแพงของเมืองๆนี้เลย แล้วตรงเขาตรงไหนที่มันจะชนกันตรงนี้นะ เขาก็ก่อกำแพงกั้นด้วย เหมือนกำแพงเมืองจีนเลย แล้วมีทางเข้าทางเดียวคือแม่น้ำอาระกัน เพราะฉะนั้นคนกลุ่มนี้เวลาเข้าออกมาเขาก็ล่องเรือออกมาครับแล้วก็มาปล้นมาชิงทอง ปล้นสะดม ในท้ายที่สุดเวลาใครจะปล้นเมืองนี้ ต้องผ่านโดยการใช้เรือเข้าออกมา แต่ได้ทางเดียว จนในที่สุดเวลาใครจะเข้าไปตีเมืองๆนี้ก็ต้องล่องแม่น้ำเข้าไป เพราะฉะนั้นแล้วเวลาล่องแม่น้ำเข้าไป แน่นอนว่ามันมีจุดสกัดที่อยู่บนบกยิงลงมา กว่าจะไปถึงนะครับ ก็แทบจะไม่ต้องทำอะไรแล้วครับ เพราะครั้นจะไปปีนเขา มันก็ทำไม่ได้เพราะเขามันสูงมาก ผมก็เลยบอกว่าโอ้โหเมืองนี้พวกยะไข่มันน่าสนใจ น่าศึกษาว่าชนชาตินี้เป็นอย่างไรนะ" นอกเหนือจากความเข้มข้นของเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้น ในภาคอวสานหงสา เราจะได้เห็นภาพความเป็นมนุษย์ปุถุชนคนธรรมดาของสมเด็จพระนเรศวรชัดเจนขึ้นด้วยหรือเปล่า? "เราเคยเชื่อว่าพระมหากษัตริย์สมัยก่อนเป็นสมมติเทพ แต่จริงๆเราต้องการที่จะสื่อในความเป็นมนุษย์ปุถุชนธรรมดาตั้งแต่ภาค 1 ถึงภาค 5 อยู่แล้ว  พระนเรศวรจะมีแกนกลางของแนวความคิด ก็คือพระองค์จะต้องทำเพื่อแผ่นดิน เมื่อแผ่นดินอยู่ได้ ประชาชนของพระองค์เองก็จะอยู่ได้อย่างมีความสุขเช่นเดียวกัน แต่ในการพลิ้วไหวของอารมณ์ที่มันเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ มันเกิดอะไรขึ้นบ้าง เช่นความสูญเสียของพระองค์จากการที่พี่สาวถูกสังหาร บางทีคนเราก็จะโกรธขึ้นมา จะยอมทำทุกอย่างเพื่อความโกรธ แล้วก็ทำตามนั้น แต่พอวันหนึ่งเมื่อเวลามันผ่านไป จะแปรเปลี่ยนไปกลายเป็นทรงกระทำซึ่งเพื่อผลประโยชน์ของชาติ เป็นการกระทำเพื่อส่วนรวมเป็นการเสียสละ ยอมแลกแม้กระทั่งชีวิตของตัวเองเพื่อให้ความเป็นเอกราชกลับคืนมาสู่อยุธยา  อย่างเช่นในฉากท้ายๆเรื่องของการที่พระองค์จะสวรรคตแล้ว คือพระองค์ได้บอกว่า ณ เวลานี้เราจะสิ้นแล้ว เราไม่ได้ต้องการอะไรเลย ไอ้ความเป็นเอกราช หรืออะไรที่จะนำมาซึ่งแผ่นดิน ณ ถึงเวลานี้ เราต้องการเพียงแค่สองสิ่งคือเมียกับลูก อันนี้คือสิ่งที่เป็นคนธรรมดาจริงๆเลย แต่ก็จำเป็นต้องจากไปเพราะป่วย อันนี้คือความเป็นปุถุชนธรรมดาคนหนึ่ง แต่พอสักพักหนึ่งนะครับมันจะถูกหวนกลับมาซึ่งความคิดเดิม คือการกระทำเพื่อแผ่นดิน พระองค์ก็ยังเป็นห่วงอีก พระองค์ก็จึงเรียกพระเอกาทศรถมาสั่งเสียว่าอโยธยาเราต่อไปต้องเป็นอย่างไร จะต้องทำอะไรบ้างเพื่อให้ประชาชนอยู่ได้อย่างมีความสุข สิ่งหนึ่งก็คือบอกพระเอกาทศรถว่าต้องครองแผ่นดินโดยธรรม และเราต้องเป็นเอกราชให้ได้ การที่เป็นเมืองขึ้นไม่มีทางหรอกที่ประชาชนจะอยู่ได้อย่างมีความสุข" ฝั่งความรักความผูกพันของหลากหลายตัวละคร ที่อยู่รายล้อมของพระนเรศวรมหาราชที่ มีส่วนสำคัญกับชีวิตพระองค์จนถึงวินาทีสุดท้าย เราจะได้เห็นแง่มุมนี้แค่ไหน? "เราจะได้เห็นถึงความรักความผูกพันเอื้ออาทรของคนรอบข้างพระนเรศวรที่มีต่อพระองค์ การทัดทานว่าอย่าไปศึกนั้นเลย น่าจะแก้ไขปัญหาแบบนั้นแบบนี้ เริ่มตั้งแต่ บุญทิ้ง เป็นทั้งเพื่อน ทั้งทหารของพระมหากษัตริย์ บุญทิ้งเทิดทูนพระนเรศวรเป็นเจ้านาย ออกรับหน้าแทนพระองค์ไม่ต้องไปรบ ข้าขอไปแทน เปรียบได้กับคนไทยในปัจจุบันที่เรายอมที่จะเสียสละชีวิตให้กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อให้พระองค์มีชีวิตที่ยืนยาว มีความสุขใจอยู่ได้เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้กับคนไทย มณีจันทร์ ก็มีความห่วงหาพระนเรศวร ในแง่มุมมองของคนเป็นเมีย และเคยเป็นเพื่อนมาก่อน ก็คอยให้ข้อคิดพระนเรศวรเสมอ อันนี้มันถ่ายทอดได้ว่าเป็นคู่คิดที่อยู่ในครอบครัว มหาเถร มีความผูกผัน มีความห่วงใยพระนเรศวร ในแง่มุมมองที่พระนเรศวรเป็นเสมือนลูกศิษย์ ข้อคิดที่มหาเถรให้กับพระนเรศวรมันยังเป็นข้อคิดตามหลักธรรม ทำให้พระนเรศวรเย็นลง มีความให้อภัย เรื่องของแอ็คชั่นการบู๊แล้ว ความเป็นบุ๋นมันจะเกิดขึ้นจาก 2 คน คือมณีจันทร์ กับมหาเถรทำให้พระนเรศวรมีบารมีได้ เราจะเห็นได้ว่าท้ายที่สุดไม่ว่าคนจะทัดทานพระนเรศวรยังไง" "แต่เมื่อตัดสินใจอย่างไรแล้ว ทุกคนก็จะเคารพในการตัดสินใจของพระองค์ และก็พร้อมที่จะทำให้การตัดสินใจของพระองค์ไปสู่ผลสำเร็จให้ได้ เพราะทุกคนรู้ครับว่าพระองค์ทำเพื่ออะไร นั่นก็คือความสุขของไพร่ฟ้าประชาชนของชาวอโยธยานั่นเอง  บทบาทความสำคัญของพระเอกาทศรถ ที่เราจะได้เห็นต่อเนื่องจากภาค 5 ที่ไปชนช้างอีกคู่หนึ่งกับ มังจาปะโร พระเอกาทศรถ มีความเป็นน้องไม่คิดอะไรซับซ้อน มีวัตถุประสงค์เดียวคือช่วยพี่ ทำทุกอย่างเพื่อพี่ ตอนภาค 3 ยุทธนาวีเราก็เห็น พระเอกาทศรถเอาเรือมาขวาง แต่ภาคนี้เราจะเห็นมากขึ้น ทั้งความเป็นพี่น้องคู่นี้ในหนัง เห็นพัฒนาการความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น คือมีความเหมาะสมที่จะขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์หนึ่งต่อไปของอยุธยาเราได้แน่นอน แล้วก็คอยทัดทานพระนเรศวร หรือการให้แง่คิดกำลังใจ กับเม้ยมะนิก" มีฉากหรือเหตุการณ์สำคัญอะไรบ้าง ที่จะเกิดขึ้นในภาค อวสานหงสา? "มีฉากสำคัญอยู่หลายฉากด้วยกัน เราจะได้เห็นภาพที่บอกว่าหงสาวดีแผ่นดินลุกเป็นไฟ ลุกเป็นไฟตามอารมณ์แต่เป็นเพราะนันทบุเรงสั่งเผา เผาคนที่ตามศึกลูกชายตัวเองไปเผาทั้งเป็นครับ เป็นหมื่นคนครับ จับเผาขึ้นตะแลงแกงแล้วเผา ซึ่งฉากนี้มันต้องใช้เทคนิคในการถ่ายทำพอสมควรเลย คือมันยากตรงที่ว่าไฟนี่จุดจริง แล้วคนก็ร้อนจริง แต่ว่าไฟไม่ถึงตัวนะการเตรียมการตะแลงแกรงจำนวนเยอะขนาดนั้น มันค่อนข้างจะวุ่นวายในระหว่างที่เผา วุ่นวายจริงในหนังต้องเอาด้วย ตอนเบื้องหลังการถ่ายทำก็วุ่นวาย แล้วก็ความจริงมันไมได้ลุกเป็นไฟอย่างเดียว ในพงศาวดารยังกล่าวไว้เลยว่าพระเจ้านันทบุเรงกวาดต้อนคนพม่ากลับเข้ามาในเมือง แล้วปิดประตูเมืองภายนอกเมืองทั้งหมด ตัดต้นไม้ที่ออกดอกออกผลที่กินได้ทั้งหมด เพื่อต้องการให้พวกมอญอดตายอยู่นอกเมืองครับ ใครขัดขืนแอบเอาไปให้กันฆ่าตายให้หมด" "คือโหดมากในสมัยก่อน เรามีการถ่ายทำอยู่หลายวัน เพราะบางครั้งเวลาที่เราถ่ายทำไปแล้วมันไม่ได้ครับ คือไฟจุดแล้วมันไม่ลุกมาก หรือบางทีจุดแล้วมันลุกมากเกินมัน ทำให้ตัวแสดงที่ถูกมัดอยู่ร้อนจริง แล้วก็ใช้คนประมาณ 500 คน คือนอกเหนือจากคนที่ถูกเผาแล้ว มันต้องมีทหารพม่าที่ทำหน้าที่เผา คือมันจะมีความวุ่นวายเกิดขึ้นในท้องพระโรง การขอชีวิตอะไรอย่างนี้ แล้วก็ความวุ่นวายของคน500คนในการมาถ่ายทำ บางทีเล่นแล้วก็มีการเหลือบมองคนเหลือบมองดูกล้อง ไม่เข้ามาร์ก ไปบังตัวเมน คือชุลมุนวุ่นวายไปหมดครับ แล้วพอบางครั้งเวลาจุดไฟ ตอนซ้อมมันยังไม่มีไฟ พอเอาจริงพอไฟมันขึ้นมาปั๊บ คนที่ต้องไปจุดอีกทีเข้าไปก็ไม่กล้าเข้า พอไม่กล้าเข้า ทางด้านภาพก็ไม่ได้อย่างนี้นะครับ" "จริงๆมันมีความยากอีกอย่างหนึ่งคือเราต้องมีคอมพิวเตอร์กราฟฟิกเข้ามาช่วย เพราะฉะนั้นท่านมุ้ยจะมองไปเลยว่าฉากตรงนี้รูตรงนี้ จะต้องเอากรีนสกรีนมาขึง เพราะว่าภายหลังจากตรงนี้ไปจะเห็นเป็นกำแพงนะ จะเห็นยอดเจดีย์ตรงนี้นะครับ ภาพทั้งหมดมันเป็นภาพที่เขียนมาแล้วครับว่าจะมีเจดีย์ขึ้นตรงไหน ทหารจะคุมจากตรงไหนบ้าง  เวลาถ่ายลมแรง ก็จะพัดผ้ากรีนเกิดเป็นเงา ต้องไปขึงผ้ากรีนขึ้นใหม่ บางทีพอถ่ายเสร็จปั๊บเงาก็ไปติดที่อยู่ตามผ้ากรีนอีก ก็ต้องจัดแสงใหม่ คือถึงแม้ว่าเราจะมีเทคโนโลยีมาแล้ว มันก็มาพร้อมกับความยากลำบากพอสมควร การถ่ายทำสำหรับฉากนี้ฉากเดียวก็ถ่ายทำเป็นอาทิตย์ละครับ" ทราบมาว่าผู้พันเบิร์ดถึงกับยกนิ้วให้กับความทุ่มเท และเต็มที่สุดๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งการแสดงของ ต้น จักรกฤษณ์ ที่ต้องถ่ายทอดการแสดงผ่านดวงตา น้ำเสียง ท่าทางภายใต้หน้ากากชนิดที่ว่าทวีคูณความยากยิ่งขึ้นไปอีก? "บางคนอาจจะคิดว่าสบายเพราะใส่หน้ากาก กลับกันยิ่งยากไปกว่าเดิม มันยากตรงที่ว่าเห็นอย่างเดียว คือเห็นแค่ตาครับ แต่พี่ต้นสามารถแสดง ถ่ายทอดออกมาจากทางตา ว่ารู้สึกอย่างไรอยู่ ถ่ายทอดผ่านทางเสียง ถึงแม้ว่าจะใส่หน้ากาก แต่พี่ต้นก็ยังเล่นลึกเหมือนเดิม คือไม่ใช่ว่าโกรธอย่างเดียว คือโกรธอย่างสูญเสีย ช้ำอกช้ำใจด้วย ก็ถือว่ายากเป็นสองเท่า ลำพังเฉพาะเล่นทางหน้าธรรมดาก็ยากอยู่แล้ว แต่ที่นี้ต้องเล่นเฉพาะตากับเสียง ผมถือว่าพี่ต้น คือนักแสดงมืออาชีพโดยแท้ จัดเป็นอันดับแนวหน้าของเมืองไทยแน่นอน ผมบอกได้เลยว่าผมทำไม่ได้ บางทีแกนั่งเล่นคนเดียว เสียใจ พูดอยู่คนเดียว เรายังรู้สึกได้เลยว่ามันจุกอก แล้วพี่ต้นเก็บรายละเอียดเยอะมาก คือเวลาแกหยิบจับอะไรบนเตียง หรือพลับพลาที่ใช้อยู่ พี่ต้นใช้ทุกอย่างหมดเลยที่อยู่ใกล้ตัว เพราะฉะนั้นหน้ากากที่พี่ต้นใส่ไม่ถือว่าเป็นอุปสรรคของพี่ต้นเลย เพราะพี่ต้นสามารถเล่นได้" ฉากไคล์แม็กซ์สำคัญของภาพยนตร์ อยู่ที่การเผชิญหน้ากันระหว่าง สมเด็จพระนเรศวรมหาราชกับพระเจ้านันทบุเรง? "คือต้นเหตุของการที่พระนเรศวรต้องบุกไปถึงหงสา ขึ้นไปถึงตองอู เพื่อต้องการที่จะขึ้นไปเอาชีวิตของนันทบุเรง ผมขอเล่าความรู้สึกในช่วงการถ่ายทำก่อน ผมอยากจะบอกว่าฉากนี้เป็นฉากสุดท้ายที่พี่ ต้น คมกริช ป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือด แต่แกมาถ่ายฉากนี้หลังจากที่ออกมาจากโรงพยาบาลต้องเติมเลือดเป็นประจำ พอถึงเวลาพอเติมเลือดแล้วแกจะสดใสขึ้นมา แต่ผมรู้เลยว่าพี่ต้นแกมีความสุขกับการที่ได้มาถ่ายหนัง แกสดใสร่าเริงถ่ายทำทั้งคืนเลยนะครับ แต่หลังจากนั้น2วันแกก็กลับเข้าไปเติมเลือดใหม่ แต่แกกลับเข้าไปคราวนั้นนอนยาวจนกระทั่งเสียชีวิตเลย นึกถึงฉากนี้ก็ต้องนึกถึงคนๆนี้ แล้วก็เมื่อได้ร่วมงานกับพี่ ต้น จักรกฤษณ์ ผมบอกเลยว่าในภาคนี้ทั้งภาคผมเจอพี่ ต้น จักรกฤษณ์ ในซีนนี้ซีนเดียว" "ถ้าเราพูดถึงในเนื้อหาของหนัง คือกษัตริย์รูปงามพระองค์หนึ่งที่เคยเป็นกษัตริย์ของหงสาวดี ที่เคยยิ่งใหญ่ที่สุดในอุษาคเนย์ คือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หมด ซึ่งความเปล่งรัศมีของการเป็นพระมหากษัตริย์ ด้วยการที่ใบหน้าเละ จากการถูกปืนใหญ่และไฟลวก แล้วก็สติเลอะเลือน แล้วก็คือเมาสุราจนไม่ได้สติ มีแต่ไฟของความโกรธแค้น ความพิโรธ แล้วก็อยู่ในความหวาดกลัวที่ตัวเองจะต้องถูกคนอื่นตามมาเอาชีวิต เพราะตัวเองได้สร้างก่อกรรมทำเข็ญกับคนอื่นไว้มาก อยู่กับความสูญเสียที่ตอกย้ำอยู่ในจิตใจคือลูกชายที่เป็นที่รักของตัวเองก็เสียไป แล้วความสูญเสียอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ เมื่อพระนเรศวรกลับเข้าไปแล้วเห็นคนๆนี้อีกครั้งหนึ่ง มันมีการปะทะคารมกันพอสมควร แม้แต่พี่ต้นเองก็รู้สึกบางอย่าง ผมเองตอนเล่นก็รู้สึกบางอย่างหมายถึงรู้สึกในหนังนะครับว่ามันมีการเชือดเฉือนอารมณ์กันต้องไปตามดู" ตลอดการทำงานกว่า 1 ทศวรรษ มีฉากไหนที่เรียกได้ว่าเป็นที่สุดของ ผู้พันเบิร์ด? "ฉากนี้คือที่สุดของผม คือผมไม่คิดว่าจะเล่นฉากซึ้งได้ คือซีนสวรรคตในฉากภาค 6 ที่เล่นมาทั้งหมดให้ผมแอ็คชั่นยังไงก็ได้นะ ตกจากกำแพงค่าย สู้บนหลังช้าง ปีนกำแพงเมืองขี่ม้าฟันดาบ  ฉากที่ผมชอบที่สุดในชีวิตการแสดงคือฉากนี้ มันดีขนาดที่ว่าพอถ่ายทำฉากนี้ไปแล้วครึ่งหนึ่ง อารมณ์เริ่มไม่ได้ พักกองเลยครับ ท่านเบรคเลยไม่เป็นไร เพราะหลังจากนี้มันจะสำคัญกว่านี้อีก รอ เดี๋ยวค่อยกลับมาถ่ายใหม่ ฉากจะเซ็ทใหม่ แล้วทุกคนก็จะกลับไปพัก หลายวัน ปล่อยให้อารมณ์มันคลาย แล้วค่อยๆบิ้วกลับเข้ามาใหม่ แล้ววันที่ถ่ายอีกครั้งหนึ่งคือ มันจบประมาณสักเที่ยงคืนอีกวันจบตี3 คราวนี้ไม่ละ ท่านต้องการให้ทุกคนมาแบบสดชื่นที่สุด เพื่อที่จะมาเล่นฉากนี้ยังไม่ติดอะไร รู้แค่บทก่อนวันมาถึงท่านก็เริ่มนำนักแสดงทุกคนผม พี่ต๊อด ปีตอร์ พี่ปราบ เข้าไปในพลับพลาที่เซ็ทไว้  อธิบายให้ฟังว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ชุดนี้เป็นชุดที่คุณใส่ตอนขึ้นครองราชย์ อาวุธเหล่านี้มันถูกส่งทอดมาตั้งแต่สมัยปู่ย่า" "เริ่มอธิบายถึงเหตุผลในสิ่งที่เป็นเครื่องราชกกุธภัณฑ์ ที่เป็นเครื่องราชย์ของพระมหากษัตริย์ มันมีความสำคัญ แต่เมื่อสิ้นรัชกาลต่างๆมันจะถูกส่งทอด คืออธิบายให้ฟัง เวลาที่พระนเรศวรสิ้นแล้ว พระเอกาทศรถก็ต้องรับสิ่งเหล่านี้ต่อไป ก็นั่งคุยกันไป เรื่องตลกบ้าง อะไรบ้าง ท่านคงจะดูอารมณ์ว่ามันคลายแล้วรึยัง งั้นเดี๋ยวไปเวิร์คช็อพหน่อย เบิร์ดมานอน เริ่มบทผมก็ยังไม่ได้อ่านเลยนะ แต่จำได้ๆก็มีบทไว้ ค่อยๆบิ้วทีละนิดและเริ่มเล่าเหตุการณ์เกี่ยวกับหนังให้ฟังว่าพระเอกาทศรถ ต๊อดคุณขี่ม้ามาสามวัน ในขณะที่พระมหากษัตริย์กำลังจะสิ้นซึ่งเป็นพี่ทุกคุณรัก  คือทุกอย่างคุณตายแทนได้นะ ถ้าเปลี่ยนพระนเรศวรไม่ตายพระเอกาทศรถตายคุณจะตายแทนได้ คุณจะตายมั้ย พี่ต๊อด ตายครับ แล้วก็เริ่มเล่น ผมก็ไม่คิดว่าผมจะเล่นได้ คุยกันไป สั่งกันไป พี่ต๊อดคือน้ำหูน้ำตาไหล แล้วก็ร้องไห้ พี่ต้น คมกริช พี่ปราบฏ์ คือ ที่หลุดพูดถึงพี่ต้น ทุกๆครั้งที่ถ่ายฉากสำคัญผมจะนึกถึงพี่ต้นตลอดเวลา ทุกครั้งที่ผมไหว้พระ ก็จะนึกถึงบอกพี่ต้นว่าเรากำลังถ่ายฉากนี้อยู่นะ พี่ปราบฎ์เขาก็จะเป็นคู่ซี้พี่เขา เขาก็จะนึกถึง มันเป็นการแสดงทางอารมณ์ความรู้สึกจริงๆ  นึกจะร้องก็ร้องนึกจะกราบก็กราบ นึกจะจับเท้าก็จับเท้า ไหว้เหนือหัว อะไรอย่างนี่ มันก็เป็นไปตามอารมณ์ของมัน ก็ค่อยๆ ถ่ายๆไป ตี 5 เลิกครับ ซึ่งไม่เหนื่อยเลย  มีความรู้สึกว่าแหมมันยังมีฉากแบบนี้อีกมั้ย" (หัวเราะ) "อาจารย์สุเนตร เขียนได้ดีมากเลย ทำให้ทุกอย่างมันคลาย ผมก็เลยคิดว่าการจากไปของพระนเรศวรในหนังภาคนี้ ไม่ได้นำมาซึ่งความเศร้า แต่นำมาซึ่งความซาบซึ้ง และทำให้ทุกคนรู้สึกได้ถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนเรศวร ที่พระองค์ทรงเพียรสร้างมาทั้งหมดมันจะอยู่ในฉากนี้ ทำให้เราเป็นเอกราชต่อมาอีก 175 ปี หลังจากที่พระองค์ขึ้นครองราชย์ในปี2135  แล้วเรามาเสียกรุงอีกครั้งหนึ่งในปี 2310 ช่วงเวลาที่เราอยู่อย่างเป็นเอกราช เพราะสมเด็จพระนเรศวร เรามีเวลาที่จะทำนุบำรุงศาสนา บ้านเมืองเจริญเติบโตจากการค้าขาย  ไม่ว่าจะเป็นสมัยสมเด็จพระเอกาทศรถ ไล่มาจนถึงสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ไล่มาเรื่อยเลยครับ จนกระทั่งในที่สุดเรามาเสียกรุงอีกครั้งหนึ่ง ผมบอกได้เลยว่าการเสียกรุงครั้งที่ 2  มิได้เกิดขึ้นจากความอ่อนแอของเรานะครับ แต่มันเป็นเพราะเราแพ้ศึก เพราะกลยุทธ์ของทางพม่าที่เขาเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ ทำให้เราปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ไม่ทันกัน โดยในส่วนของเบื้องหลังในการถ่ายทำฉากนี้ เราเริ่มถ่ายซีนสุดท้าย ที่บอกว่าจบตี 5 ตั้งแต่ 6 โมงครึ่งตอนเย็น แล้วปราณีตถ่าย ต้องให้ทีมงานเลื่อนมุ้งใหม่ หรือตัดมุ้งเฉพาะรู แล้วพอตัดเสร็จสำหรับซีนนี้ แล้วซีนต่อไปก็ต้องเอาด้ายมาเย็บตะเข็บใหม่เพื่อสอยไม่ให้มันมีรอย อย่างนี้ครับ แสงจัดแล้วจัดอีก พอเปลี่ยนมุมปั๊บแสงก็จัดใหม่" ว่ากันว่าในซีนสุดท้ายนี้ ท่านมุ้ยตั้งใจถ่ายทอด และนำเสนอให้ได้เห็นตัวตนความเป็นมนุษย์ปุถุชนคนธรรมดาอย่างชัดเจนมากๆของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช? "ซีนนี้มันจะเกิดขึ้นเป็นซีนสุดท้ายของภาพยนตร์ในช่วงที่พระองค์ป่วยอยู่ เราจะเห็นมณีจันทร์เข้ามาในช่วงพะวงของความฝันที่พระองค์ทรงป่วยอยู่นี่แหละ ได้แสดงออกและถ่ายทอดถึงความเป็นมนุษย์ธรรมดา ที่มีความรู้สึกรัก โลภ ห่วงในความเป็นตัวของตัวเอง แต่พออีกพาร์ทหนึ่งต่อจากตรงนี้ พระองค์เมื่ออยู่กับเมียเป็นอย่างนี้ แต่เวลาเมื่ออยู่กับทหารก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง อยู่กับเพื่อนสนิทไอ้ทิ้งก็จะมีอีกอารมณ์หนึ่ง และสุดท้ายมาอยู่กับพระเอกาทศรถที่รู้ว่าต้องฝากแผ่นดินไว้ พระองค์ก็ต้องพูดอีกแบบหนึ่ง มันเหมือนกับคนเรามีบทบาทที่เปลี่ยนไปในสังคม" เห็นว่ายังมีอีกฉากสำคัญที่ท่านมุ้ยทรงตั้งอกตั้งใจ ให้แฟนๆจะต้องรู้สึกและอินกับฉากนี้เป็นพิเศษ คือเป็นฉากที่พระนเรศมาลามหาเถรเพื่อที่จะทรงออกศึกครั้งสุดท้าย? "ฉากนี้ถึงแม้ว่าตัวละครแต่ละคนไม่ได้เล่นเป็นเด็กมาก่อน นั่นคือการที่มาพบเจอกันในเฟรมเดียวกันอีกครั้ง อาเอก สรพงษ์ ชาตรี มหาเถรคันฉ่อง ปีเตอร์ นพชัย ชัยนาม ไอ้ทิ้ง ที่ไม่เรียกว่าพระราชมนูเพราะตอนเด็กๆคือไอ้ทิ้ง แอฟ ทักษอร มณีจันทร์ แล้วก็ตัวผมเล่นเป็นพระนเรศวร มันเป็นเฟรมที่ต้องการให้ทุกคนได้มองย้อนกลับ ความสัมพันธ์ตอนเด็ก แล้วโตขึ้นมาความสัมพันธ์เหล่านี้มีการพัฒนา ทั้งในตัวละคร ทั้งความสัมพันธ์ของบุคคลจริง แอฟมีลูกก็ไปเยี่ยมกัน ปีเตอร์กับผมทำงานอยู่ด้วยกัน พี่ เอก สรพงษ์ ที่กลายเป็นเหมือนพี่ใหญ่ที่มีพ่อเป็นท่านมุ้ย แล้วมีลูกเป็นผม ปีเตอร์ แอฟ ฉากนี้เป็นฉากสำคัญที่ถ้าทุกคนได้ดูแล้วจะรู้สึกอมยิ้มนิดๆ กลายเป็นรู้สึกเศร้า เพราะว่ามันเหมือนเป็นการพูดถึงการรบอีกครั้งหนึ่งของพระนเรศวรที่พระองค์จะเสด็จขอรบเป็นครั้งสุดท้าย แล้วจะกลับมาฝากบ้านเมืองกลับมาบวช คือเหมือนไปครั้งนี้คือจะขอสละทุกอย่างแล้วในทางโลกจะเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ทางธรรมเพื่อที่ ข้าจะกลับมาเป็นองค์ดำคนเดิมของเจ้ามณีจันทร์ คือกลับมามีความสุขเหมือนสมัยก่อน อยู่กับมหาเถร ไอ้ทิ้งล้างบาตร พระนเรศวรกวาดลานวัด มณีจันทร์ก็อยู่คอยแซว มหาเถรก็คอยดูเด็กสามคนนี้อยู่ในวัดเหมือนเมื่ออยู่ที่หงสาวดี" การทำงานที่เรียกได้ว่ามีความพิเศษมากๆของภาคนี้ คือการที่ท่านมุ้ยขอให้แอฟกลับมาถ่ายทำ ในขณะที่กำลังตั้งท้อง 8 เดือน? "ถ้าผมเป็นแอฟผมก็จะรู้สึกดีใจ ซึ่งผมก็เชื่อว่าแอฟรู้สึกแบบนั้น แอฟท้อง8เดือน ท่านต้องการให้เห็นท้องก่อน แล้วเอากลับมาถ่ายใหม่ แต่ผมเชื่อว่าพัฒนาการทางอารมณ์มันดีขึ้น คือแอฟเองเป็นแม่คนจริงๆ ผมเองก็มีลูกแล้ว ทำให้เวลาเราเล่นในหนัง เราใส่อารมณ์เต็มที่ทุ่มทั้งความรู้สึกทางด้านร่างกายและความรู้สึกทางจิตใจ เข้าไปอยู่เป็นพระนเรศวรกับมณีจันทร์จริงๆ กับการที่จะต้องร่ำลากัน  ซึ่งจากตรงนี้ทำให้ผมกล้าพูดได้ว่าตลอดระยะเวลา 13 ปีที่ผ่านมา ผมบอกเสมอว่าผมเชื่อมั่นในท่านมุ้ย ท่านคอยไม่ถ่ายท้ายที่สุดภาพที่มันออกมามันดีจริงๆ ผมเองเอ็นหัวเข่าขาดก็ยังไม่ถ่าย รอผมจนกระทั่งผมเดินขึ้นจากเรือได้ถึงยอมถ่าย ฉากบางฉากรอคอยมาเป็นปี เราเห็นในหนังอาจจะแค่นาทีเดียว หรือไม่ถึงนาทีด้วยซ้ำ แต่มันคุ้มค่า" "อย่างเช่นฉากที่แอฟกลับเข้ามาถ่ายตอนท้อง 8 เดือน ท่านต้องการบันทึกความสมจริงของตัวมณีจันทร์ที่ท้องลงไปในหนัง ฉันต้องการให้เห็นพุงให้เห็นท้องว่าเขาท้อง ก็จะมีรอยของผ้า คอย คือไปเอาสีมาลองกลบดูซิ อย่าให้เห็นรอยผ้า ความปราณีตเหล่านี้ มันจะเกิดขึ้นในทุกๆฉากของหนัง วันหนึ่งผมเชื่อว่าเวลาลูกเขาโตที่ดูหนังได้แล้ว  เขาก็จะบอกว่านี่ฉากนี่ลูก..น้องปีใหม่อยู่ในท้องแม่นะ ซี่งถ้าเกิดแอฟไม่ท้องขึ้นมานะ คนดูก็คงจะไม่ได้เห็นงานคุณภาพอันนี้หรอก แต่คราวนี้แอฟท้องไงก็เลยได้เห็น สมจริงไปเลยครับ" เล่าถึง พระราชมนู สหายศึกนักรบคู่ใจของพระนเรศหน่อย ทำงานกับ ปีเตอร์ นพชัย เป็นอย่างไรบ้าง? "ที่ผ่านมาจะมีบุคคลๆหนึ่งที่ขึ้นมาทัดทานการตัดสินใจของพระนเรศวรอยู่ตลอด ว่า แล้วก็โดนด่าหนักด้วย เพราะว่าสนิทกันคือสนิทกันเป็นลักษณะเป็นเหมือนคู่คิดที่เป็นเพื่อน เป็นเพื่อนที่เติบโตมาตั้งแต่เด็กมาด้วยกัน เพราะฉะนั้นไอ้ทิ้งถึงกล้าที่จะทัดทานในความที่เกรงใจด้วยนะครับ แต่ก็ท้ายที่สุดไอ้ทิ้งก็อาสาไปรบนะ ผมว่าอันนี้ก็เป็นการแสดงออกของความผูกผันของสองคนนี้ที่พร้อมที่จะดุด่าว่า กล่าว ทัดทาน พูดคุย ยอม และก็มีหลายๆครั้งที่พระนเรศวรยอมไอ้ทิ้ง มันก็เลยมีความรู้สึกว่าคนเรามันก็ต้องยอมคนอื่นบ้าง" ผมชื่นชมการแสดงของ ปีเตอร์ นพชัย มากๆเลยครับ เพราะว่าปีเตอร์เป็นคนหนึ่งที่เขาเล่นได้อินคาแรคเตอร์ และรักษาความเป็นตัวตนของบุญทิ้งไว้อย่างดีมาก หลายครั้งที่เขาเล่นไม่ได้เป็นตัวเขา เพราะว่าเขาเล่นเลียนแบบบุญทิ้งตอนเด็กคือน้อง เก้า จิรายุ เขาเล่นเลียนแบบไว้ปั๊บ ทุกวันนี้เขาก็ยังเล่นเลียนแบบอยู่ในบางอารมณ์ที่ต้องการให้คนได้มองย้อน กลับไปถึงเด็กๆอย่างเช่นซีนที่เข้าฉากเจอกัน 4 คนอีกครั้งหนึ่งของมหาเถร, พระนเรศวร, มณีจันทร์ และพระราชมนู ปีเตอร์เขาเล่นไว้แบบทำให้เราเห็นแล้วมันน่าเอ็นดู ทั้งๆที่ท่านก็บอกว่าให้ทำแบบนี้เดี๋ยวเอ็งคลานเข้ามาดูนะมาหามหาเถร ท่านบอกแค่นี้ แต่ปีเตอร์เล่นทำให้ผมดูแล้วก็รู้สึกน่ารัก แล้วก็ทำให้นึกถึงเก้าตอนเด็กๆ คือแบบเขานะสุดยอดมากของการแสดง ดูแล้วก็รู้สึกซาบซึ้ง ดูแล้วผมรักไอ้คนๆนี้ แหมรู้สึกถูกชะตามากๆเลยกับปีเตอร์เขา"   เป็นเวลา 13 ปีแล้ว ที่ได้ร่วมงานกับท่านมุ้ย นับตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้รู้สึกอย่างไรบ้าง? "ความคิดของผมไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เราเคารพท่านมุ้ย เหมือนกับเมื่อก่อนนี้เป็นครู เดี๋ยวนี้ความเป็นครูก็ยังคงเป็นเช่นเดิม ท่านเปรียบเป็นเหมือนกับพ่อของกองถ่าย และพ่อคนนี้ก็จะมอบสิ่งที่ดีให้กับทุกคนในกองถ่ายเสมอ อย่างตัวผมเองก็ได้รับการสืบทอดแนวความคิด หรือความรู้ต่างๆหรือวิธีคิดบางอย่างในอีกมุมมองหนึ่ง ที่ผมไม่เคยได้สัมผัสนั่นคือในแง่ของการแสดง ในแง่ของการเทียบเคียงทางประวัติศาสตร์ในสมัยก่อน กับทางประวัติศาสตร์ในสมัยนี้ รวมถึงการปกครอง รวมถึงเรื่องของพระบรมวงศานุวงศ์ที่มันมีความผันเปลี่ยนไปตามวาระโอกาส หรือตามอาณาจักรที่มันมีความเจริญมาเรื่อยๆมาจนกระทั่งถึงในปัจจุบัน" "เพราะฉะนั้นผมคิดว่าผมได้ทำงานกับท่านถือได้ว่าเป็นโอกาสที่ดีในชีวิตครั้งหนึ่ง จนมาถึงทุกวันนี้ก็เหมือนเป็นครอบครัวท่านก็ยังโทรศัพท์มา เบิร์ดว่างมั้ยไปดูหนังเรื่องนี้กันหน่อย หรือจนถึงคริสต์มาสต์ท่านก็จะชวนไปที่บ้านไปกินข้าวกัน ปีใหม่สงกรานต์ แล้วก็ 29 พ.ย.เป็นวันเกิดของท่านพวกผมนักแสดงก็จะพากันไปอวยพรวันเกิดท่าน ไปขอรับพรจากท่าน คือเรียกได้ว่าท่านได้มอบแต่สิ่งที่ดีให้กับผม และครอบครัว สิ่งที่ไม่ดีท่านมอบให้เป็นข้อคิด อย่างเช่นครอบครัวผม ท่านก็กรุณาคือขอสมรสพระราชทานให้ แต่งงานเป็นประธานในงาน พอมีลูกแล้วท่านก็ถามว่าเป็นไงตัวเล็กเป็นไงบ้าง ก็เรียกได้ว่าก็ผูกผันเหมือนเป็นครอบครัว ตัวหม่อมเองก็เปรียบได้เหมือน กับแม่คนหนึ่งที่คอยให้คำปรึกษา รวมถึงคุณแมงมุมคุณอดัม ลูกของท่านก็เป็นเหมือนพี่น้องกันนะครับ พอมีอะไรก็จะคอยช่วยเหลือกัน" อยากฝากบอกอะไรกับแฟนๆภาพยนตร์เรื่อง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช? "ผมอยากเชิญชวนให้คนไทยทุกคน รวมถึงชาวต่างชาติมาชมภาพยนตร์เรื่องนี้ในตอน อวสานหงสา สืบเนื่องมาจากที่ว่า ผมเชื่อว่ายังมีอีกหลายคน อยากให้ลองเปิดใจก่อน แล้วเข้ามาดูเถอะครับ ไม่ต้องคิดอะไรมากเลย เข้ามาแบบใจโล่งๆ สบายๆ แล้วเอามาเก็บเกี่ยวในสิ่งที่ท่านจะได้จากภาพยนตร์เรื่องนี้กลับไป ดู1รอบท่านจะได้ข้อคิดอย่างนึ่ง ดู 2 รอบท่านจะได้ข้อคิด 3 รอบ ดู 6 รอบ 7 รอบ ผมเชื่อว่าทุกรอบที่ดู มันจะได้ข้อคิดกลับไปเสมอ บางคนมาซึมซับหรือมาสัมผัสภาษาที่สวยงาม  บางคนก็มาดูเสื้อผ้าที่สวยงาม บางคนก็มาดูเอาเนื้อหาของมัน บางคนก็มาดูแสงที่สวย ภาพที่สวย เพราะผมเชื่อว่ามารับรองได้อะไรกลับไปอย่างแน่นอนครับภาพยนตร์เรื่องนี้จะเป็นกำลังใจให้คนดำเนินชีวิตต่อไปในอนาคตอย่างมีหลักของการดำเนินชีวิตแน่นอนครับ" ร่วมปิดตำนานกษัตริย์ชาตินักรบ ไปกับ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมาหาราช อวสานหงสา ในวันที่ 9 เม.ย. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมาหาราช อวสานหงสา ได้ที่นี่เลย ------------------------------------------

เซลฟี่เหรอ เด็ก! เดี่ยวนี้เค้ามี Shoefie รองเท้าเซลฟี่ ได้แล้วจ้า
selfie /  Shoefie / 

Miz Mooz แบรนด์รองเท้าชื่อดังในนิวยอร์ค ปล่อยไอเดีย รองเท้าเซลฟี่ ได้ (เราขอเรียกเล่นๆ ว่า Shoefie ล่ะกัน น่ารักดี๊ดี ) มาเอาใจสาวๆ ที่รักการเซลฟี่เป็นชีวิตจิตใจแทน ในเมื่อใช้แขนก็ได้มุมภาพไม่ถูกใจ พกไม้เซลฟี่ ก็รก พะรุงพะรัง เกะกะตัว รองเท้าเซลฟี่นี่ล่ะที่ตอบโจทย์เราๆ เพียงแค่สวมใส่ก็ไปไหนมาไหนกับเราได้ทุกที่ เวลาอยากถ่ายก็แค่เสียบสมาร์ทโฟนเข้ากับหัวรองเท้า ที่ต้องหัดก็มีเป็นเรื่องของสกิลเล็กๆ น้อยๆ แค่ต้องฝึกวิทยายุทธ์ ใช้ "มือฝรั่ง"ให้คล่องไว้ ขอเพียงแค่ฉีกขาสูงให้เก่ง จะมุมไหน ก็ได้ทั้งนั้น (นึกๆ ภาพตาม แหม มันช่างงามสมเป็นกุลสตรีไทยไปถึงลำไส้เลยนะเนี่ย) ดูความสามารถการใช้ขาของสาวสวยที่ใช้ Shoefie ในวิดีโอสิ ทักษะล้ำเลิศนะคุณ อย่าว่าไป แต่ตอนนี้รองเท้ารุ่นนี้ยังไม่มีการผลิตออกมาวางขายนะจ๊ะ เป็นแค่เพียงไอเดียเฉยๆ ซึ่งยังเป็นที่สงสัยกันอยู่ว่า ปล่อยคลิปมาเปิดตัวในวัน April fool's Day นี่ สรุปว่าจริงจังม่ะเนี่ย? รอซื้อเนี่ยรู้ป่ะ! ที่มาจาก mashable เรียบเรียงโดย Women MThai Team

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

ฝรั่งเมาคลั่ง กัดขาตำรวจพัทยาขณะโดนจับกุม
กัดขาตำรวจพัทยา /  ชลบุรี / 

อลหม่าน! ฝรั่งเมาคลั่ง กัดขาตำรวจพัทยา ก่อนพุ่งหลาวลงจากรถหวังหลบหนีการจับกุม ตร.เรียกกำลังเสริมไล่จับวุ่น ก่อนพาไปสงบสติที่โรงพัก วันนี้ (1 เม.ย.) ตำรวจสภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีชาวต่างชาติเมาสุรานอนสลบอยู่ที่บริเวณหน้าโรงแรม วูดแลนด์ ม.5 ถนนพัทยา-นาเกลือ ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบชายชาวต่างชาติ อายุประมาณ 30-35 ปี นอนคว่ำหมดสติยู่บริเวณจุดเกิดเหตุ จึงทำการเรียกปลุกให้ตื่น เมื่อชายดังกล่าวลืมตาขึ้นมาเจอเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังช่วยเหลืออยู่ ก็เกิดอาการคลุ้มคลั่งอาละวาด เจ้าหน้าที่เห็นท่าไม่ดี จึงควบคุมตัวแล้วนำขึ้นท้ายรถ เพื่อไปสงบสติอารมณ์ ที่ สภ.เมืองพัทยา ในระหว่างทาง ชายต่างชาติคนดังกล่าว ได้อาศัยจังหวะที่เจ้าหน้าที่ไม่ทันระวัง ใช้ปากกัดขา ส.ต.ต.อนุชิต จองทองหลาง ผบ.หมู่ป้องกันปราบปราม ที่นั่งควบคุมตัวมาอยู่ท้ายกระบะอย่างแรง ก่อนที่จะกระโดดพุ่งหลาวลงจากรถ ขณะที่รถกำลังแล่นอยู่ เพื่อหลบหนีการจับกุม จนศีรษะไปฟาดพื้นถนนได้รับบาดเจ็บ จากนั้นชายต่างชาติดังกล่าว ก็ยังไม่สิ้นฤทธิ์ได้พยายามจะวิ่งหลบหนีต่อ เจ้าหน้าที่จึงต้องวิ่งไล่ติดตามจับกุมไว้ได้ แต่ชายต่างชาติก็ยังขัดขืน ไม่ยอมให้จับกุม เจ้าหน้าที่จึงเรียกกำลังเสริม ช่วยกันควบคุมตัวชายต่างชาติมาที่ สภ.เมืองพัทยา แล้วนำไปสงบสติ ในห้องคุมขังอย่างทุลักทุเล ขอบคุณข้อมูลจาก โพสต์ทูเดย์ MThai News

อีเจี๊ยบ เลียบด่วน ฮอตไม่หยุด คนไลค์ทะลุล้าน แซง เพจดราม่า ลิบลับ
อีเจี๊ยบ เลียบด่วน

อีเจี๊ยบ เลียบด่วน ฮอตไม่หยุด คนไลค์ทะลุล้าน แซง เพจดราม่า ลิบลับ สีสันโซเชียลวันนี้ มีเรื่องคลายเครียดมาให้ขำกันเล่นๆ แต่ถ้าใครอยากอ่านข่าวซีเรียสเชิญคลิกหมวดข่าวการเมืองและเศรษฐกิจได้เลยจ้า  เรื่องราวฮอตบนโลกโซเชียลขณะนี้คงหนีไม่พ้นแฟนเพจ อีเจี๊ยบ เลียบด่วน ที่เปิดมาได้ยังไม่ครบปีล่าสุดก็มีคนกดไลค์เกินหนึ่งล้านคนแล้ว อาศัยคาแร็กเตอร์และการใช้ภาษาสุดกวน ส่งผลให้ตอนนี้อีเจี๊ยบ เลียบด่วนกลายเป็นขวัญใจคนบนโลกออนไลน์ แซงหน้าแฟนเพจดัง Drama Addict ที่โตคู่กันมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในช่วงแรกเพจอีเจี๊ยบยังอาศัยเพจ Drama ในการใช้เป็นช่องทางในการกระจายข่าว จากการเปิดเพจใหม่ๆเรียกง่ายๆว่าพึ่งบารมี แต่สุดท้ายเพจอีเจี๊ยบ เลียบด่วนก็ทิ้งห่างยอดไลค์จนได้ โดยในงานนี้ เพจอีเจี๊ยบ ถึงกับโพสต์ข้อความที่สร้างความหมั่นไส้ให้กับชาวเน็ต ว่า "โพสนี้จะเป็น โพสสุดท้าย ของเพจในฐานะเพจหลักแสนนะครับ จะเข้ามาด่า มาทัก มาจุดพลุร่วมกันก็เชิญได้เลย เพราะพอเป็นเพจหลักล้าน ในวันพรุ่งนี้ผมจะหยิ่งมาก อาจเข้าถึงผมยากขึ้น ใครที่จะรอแคป 999999 ก็เชิญนะ ไม่มีอะไรเป็นรางวัลให้หรอก ขอบคุณทุกคนจริงๆครับ ผมรักคุณ เชื่อเถอะว่าผมพูดจริง" MThai News

จะขอสู้ต่อ! ดิ มาเรีย ปัด PSG ขออยู่ผีต่อไป
psg /  ดิ มาเรีย / 

ปีกตัวรุกอาร์เจนตินา อังเคล ดิ มาเรีย ออกมาปัดถึงเรื่องการที่เขาจะย้ายไปยัง ปารีส แชงต์ แชร์กแมงสโมสร มหาอำนาจของ ลีกเอิง ฝรั่งเศส จะขอสู้ต่อที่ ปีศาจแดง อังเคล ดิ มาเรีย ปีกตัวจี๊ด วัย 27 ปี ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาปฎิเสธถึงความเป็นไปได้ระหว่างตัวเขากับ PSG หลังจากตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาตัวเขามีข่าวเรื่องการย้ายตัวกับ เปแอสเช อย่างหนาหู ทั้งนี้ ดิ มาเรีย ย้ายเข้ามายังรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา แต่เขายังไม่สามรถปรับตัวเข้ากับบอลสไตล์อังกฤษได้ และยังเจอเรื่องเลวร้ายที่มีขโมยขึ้นบ้าน ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญด้านสภาพจิตใจของเขากับครอบครัวที่ทำให้ไม่อยากอยู่ในเมือง แมนเชสเตอร์ ต่อไป แต่ล่าสุด มีรายงานจากแหล่งข่าวภายในของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ว่า อังเคิล ดิ มาเรีย มีความต้องการที่จะอยู่กับ ปีศาจแดง ต่อไป และจะขอพิสูจน์ตัวเองที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ตลอดซัมเมอร์นี้ เพื่อให้แฟนๆ เร้ด อาร์มี่ ยอมรับในฝีเท้าของเขาให้ได้

DEVILIAN เตรียมเปิดทดสอบเกมส์ช่วง หลังสงกรานต์ปี 2558
Devilian /  เกมส์ออนไลน์ / 

True Digital Plus เปิดเผยช่วงทดสอบเกมส์ออนไลน์ใหม่ DEVILIAN (DV.in.th) โดยเปิดทดสอบเกมส์ช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ปี 2558 นี้ สำหรับช่วงการทดสอบเกมส์ออนไลน์ใหม่ เปิดเผยการเลือกอาชีพหลักในเกมส์ ประกอบไปด้วย Dualist,Elimentalist,Shadow Hunter และ Cannon Shooter อีกทั้งยังมีระบบเกมส์ที่น่าสนใจ เช่น Transformation System : ยกระดับความมันของการ PVP ด้วยร่างแปลง Devilian Card System : เสริมความแกร่งให้ตัวละครด้วยระบบการ์ด Growth System : แก้ปัญหาเลเวลตันด้วยการนำค่าประสบการณ์มาเพิ่มค่า Status ให้แก่ตัวละคร World Boss : หลังจากบอสตื่นจะกลายพื้นที่สงคราม PK สุดมัน ซัดกันได้ในทันที Smart Drop : ระบบดรอปของตรงสายอาชีพเมื่อลงดันเจี้ยน Resistance System : ระบบป้องกันธาตุ นอกจากนี้ ยังนำเสนอโหมด PvP แบบ 20 ต่อ 20 ให้ผู้เล่นได้แปลงร่าง ต่อสู้ระหว่างผู้เล่นอย่างสนุกสนาน เกมส์ DEVILIAN เปิดทดสอบหลังเทศกาลสงกรานต์ปี 2558 ดูเพิ่มเติมที่ DV.in.th หรือ facebook.com/DevilianOnline

ดราม่า!! มาร์กี้ ถาม ถ้าต้องเอาใจคนทั้งประเทศ??
มาร์กี้ ราศรี /  ป๊อก ภัสสรกรณ์ / 

ดราม่าบังเกิดอีกแล้ว!!! เมื่อช่วงนี้นางเอกสาว มาร์กี้ ราศรี ขยันโพสต์ภาพสวีทหวานใจไฮโซหนุ่ม ป๊อก ภัสสรกรณ์ ก็มีคอมเม้นท์เชิงเหน็บต่างๆ นานาเข้ามามากมาย บ้างก็ตำหนิว่าสวีทเกินหน้าเกินตา โดยลืมคู่จิ้นของตัวเองอย่าง บอย ปกรณ์ ไปแล้ว!! บ้างก็ว่าเธอเปลี่ยนไป!! ตั้งแต่คบกับ หนุ่มป๊อก ดูเป็นสาวมั่น ทำตัวหยิ่งและไม่น่ารักเหมือนเดิม ซึ่งทำเจ้าตัวนอยด์เลยทีเดียว ล่าสุด สาวมาร์กี้ เลยโพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวเชิงตัดพ้อเล็กๆ ว่า "ถ้าคุณต้องเอาใจคนทั้งประเทศ... คุณจะทำได้มั้ย... ทำยังไง... ช่วยบอกที แต่ศรีก็จะพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุดนะ" งานนี้แฟนคลับเข้ามาโพสต์ให้กำลังใจอย่างท่วมท้น บอกให้เธอเป็นตัวของตัวเองดีที่สุดแล้วจ้าาาา!! ขอบคุณภาพจาก IG @margie_rasri มาร์กี้ โพสต์ IG ถาม ถ้าต้องเอาใจคนทั้งประเทศ มาร์กี้ ราศรี มาร์กี้-ป๊อก มาร์กี้-ป๊อก มาร์กี้-ป๊อก มาร์กี้-ป๊อก

พยากรณ์ ดวงประจำวันเกิด กับอ. คฑา (ประจำเดือน เม.ย. 2558 )
ดวงประจำวันเกิด /  ดวงวันเกิด / 

ดวงประจำวันเกิด กับ อาจารย์ คฑา ชินบัญชร ลองมาดูกันซิว่า คนเกิดวันไหนในช่วงเดือน เมษายน 2558 จะดวงดีสุดๆ โดย Horoscope.Mthai.com มีคลิปวีดีโอทั้งหมด 7 วันมาให้คุณดูดังนี้ ดูดวง คนเกิดวันอาทิตย์ ประจำเดือนเมษายน 2558 พยากรณ์ดวงประจำวันเกิด ดูดวงไพ่ยิปซีกับ อาจารย์ คฑา (คำทำนายในช่วงเวลา เดือน เมษายน 2558 ) ดูดวง คนเกิดวันจันทร์ ประจำเดือนเมษายน 2558 พยากรณ์ดวงประจำวันเกิด ดูดวงไพ่ยิปซีกับ อาจารย์ คฑา (คำทำนายในช่วงเวลา เดือน เมษายน 2558 ) ดูดวง คนเกิดวันอังคาร ประจำเดือนเมษายน 2558 พยากรณ์ดวงประจำวันเกิด ดูดวงไพ่ยิปซีกับ อาจารย์ คฑา (คำทำนายในช่วงเวลา เดือน เมษายน 2558 ) ดูดวง คนเกิดวันพุธ ประจำเดือนเมษายน 2558 พยากรณ์ ดวงประจำวันเกิด ดูดวงไพ่ยิปซีกับ อาจารย์ คฑา (คำทำนายในช่วงเวลา เดือน เมษายน 2558 ) ดูดวง คนเกิดวันพฤหัสบดี ประจำเดือนเมษายน 2558 พยากรณ์ดวงประจำวันเกิด ดูดวงไพ่ยิปซีกับ อาจารย์ คฑา (คำทำนายในช่วงเวลา เดือน เมษายน 2558 ) ดูดวง คนเกิดวันศุกร์ ประจำเดือนเมษายน 2558 พยากรณ์ดวงประจำวันเกิด ดูดวงไพ่ยิปซีกับ อาจารย์ คฑา (คำทำนายในช่วงเวลา เดือน เมษายน 2558 ) ดูดวง คนเกิดวันเสาร์ ประจำเดือนเมษายน 2558 พยากรณ์ดวงประจำวันเกิด ดูดวงไพ่ยิปซีกับ อาจารย์ คฑา (คำทำนายในช่วงเวลา เดือน เมษายน 2558 ) ติดตามดูดวงได้ที่ : https://www.facebook.com/MthaiHoro

สหรัฐฯ หวั่นไทยใช้ 'มาตรา 44' แทนกฏอัยการศึก
กฏอัยการศึก /  บีบีซี / 

กลายเป็นพาดหัวข่าวใหญ่ ของสำนักข่าวต่างประเทศหลายสำนัก ในกรณที่หัวหน้า คสช.ออกมาประกาศใช้มาตรา 44 แทนกฏอัยการศึกที่ถูกยกเลิกไป วันนี้ (2 เม.ย.) สำนักข่าว 'บีบีซี' สื่อยักษ์ใหญ่ของอังกฤษ รายงานข่าวหลังจากการออกคำสั่งจาก หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่อาศัยอำนาจตาม รธน.ชั่วคราว มาตรา44 ประกาศใช้แทนกฎอัยการศึกซึ่งถูกยกเลิกไปก่อนหน้า ให้บังคับตั้งแต่วันที่ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้เป็นไปตามหน้าที่รักษาความสงบของประเทศ โดยรอยเตอร์ รายงานการประกาศจากผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ  ออกแถลงการณ์ แสดงความยินดี และชื่มชมที่รัฐบาลไทยประกาศยกเลิกการบังคับใช้กฎอัยการศึกที่ออกมาแสดงความกังวลว่ามาตรา 44 ที่ถูกบังคับใช้แทนที่กฏอัยการศึก จะเป็นตัวควบคุมสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน อย่างไรก็ตาม มาตรการใหม่ที่มีการประกาศบังคับใช้แทน ที่สื่อถึงข้อบังคับที่ยังคงจำกัดสิทธิขั้นพื้นฐานในการแสดงออกของประชาชน อีกทั้งการชุมนุมอย่างสันติทางการเมือง โดยรัฐบาลวอชิงตันแสดงความกังวลว่า มาตรการที่ดังกล่าวที่นำมาบังคับใช้ทดแทนกฎอัยการศึก ยังคงมีการควบคุมสิทธิขั้นพื้นฐานหลายประการ ทางการสหรัฐชื่นชมยินดีมากกว่า หากรัฐบาลไทยคืนอิสรภาพเหล่านี้ให้แก่ประชาชนอย่างแท้จริง แถลงการณ์ดังกล่าว ถูกการเผยแพร่หลังพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ( คสช. ) ออกแถลงการณ์ผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติเมื่อคืนวันพุธ ประกาศยกเลิกการใช้กฎอัยการศึกอย่างเป็นทางการเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังบังคับใช้มานานถึง 10 เดือน นับตั้งแต่การรัฐประหารเมื่อเดือนพ.ค.ปีที่แล้ว MThai News ที่มา BBC

ป่วน! บึ้ม4จุดปัตตานี ย่านเศรษฐกิจ ชาวบ้านเจ็บ1
ปัตตานี /  ระเบิด / 

เกิดเหตุคนร้ายลอบป่วนปัตตานีกลางดึก วางระเบิด 4 จุดใจกลางเมือง ส่งผลให้มีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ 1 ราย รถเสียหาย 2 คัน เจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าตรวจสอบเหตุระเบิดในเขตพื้นที่ อ.เมือง จ.ปัตตานี จำนวน 4 จุด คือ จุดแรกบริเวณ หน้าบริษัทอีซูซุ ถนนหนองจิก จุดที่ 2 หน้าร้านจำหน่ายรถจักรยานยนต์มือ 2 ข้างธนาคารกรุงไทย ถนนหนองจิกจุดที่ 3 บริเวณหน้าร้านจำหน่ายเครื่องดื่ม เยื้องๆบริษัทอริยะมอเตอร์ ถนนยะรัง และจุดที่ 4 บริเวณเสาไฟฟ้าเส้นถนนบานา-แหลมนก แรงระเบิดทำให้ เสาไฟฟ้าล้ม จำนวน 5 ต้น และมีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ 1 ราย เป็นผู้ชาย ยังไม่ทราบชื่อ รถจักรยายนต์พวกข้างได้รับความเสียหาย 1 คัน รถยนต์กระบะป้ายทะเบียน บจ 5177 นราธิวาส ได้รับความเสียหายจำนวน 1 คัน ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบที่เกิดเหตุ

เด็กเกรียน ทักแชทท้า ตร.มาจับ อ้างมียาบ้า สุดท้าย...?
ขอนแก่น /  ท้าตำรวจ / 

เด็กเกรียน ทักแชทท้า ตร.มาจับ อ้างมียาบ้า สุดท้าย...? แฟนเพจ Thailand Police Story เผยแพร่เรื่องราวชื่อ "จัดมา จัดกลับ ไม่โกง" โดยเป็นเหตุการณ์ที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านแฮด จ.ขอนแก่น เข้าตรวจค้นและตรวจฉี่นายเต้ หลังมือบอนพิมพ์เข้ามาในเฟสบุ๊ค ตำรวจ สภ.บ้านแฮด ว่าตนเองนั้นมียาบ้าและท้าให้เข้ามาจับ เมื่อตรวจสอบไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย จึงทำประวัติบุคคลไว้ ให้ผู้ปกครองและทางโรงเรียนรับทราบ เพื่ออบรมแก้ไขพฤติกรรมต่อไป ทั้งนี้เมื่อภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมากโดยหลายคนมองว่า เด็กคนดังกล่าวแค่เกรียนและสร้างกระแสอยากดัง หรืออาจโดนเพื่อนท้า หรือเพื่อนแกล้งก็เป็นได้ อย่างไรก็ตามขอเตือนเด็กวัยรุ่นที่คึกคะนอง หยุดทำพฤติกรรมที่สร้างความเดือดร้อนให้กับสังคมแล้วมองว่าเท่ห์ และหันเอาเวลาว่างไปทำในสิ่งที่สร้างสรรค์มากกว่านี้จะดีกว่า MThai News

2หนุ่มตามง้อแฟนสาว แต่สุดท้ายโดนตำรวจวิสามัญ
ตามง้อแฟน /  ลำปาง / 

2หนุ่มตามง้อแฟนสาว แต่สุดท้ายโดนตำรวจวิสามัญ ชาวสังคมออนไลน์ได้แชร์ข่าวจากแฟนเพจ Thailand Police Story รายงานข่าวว่า นายอดิศักดิ์ ดวงใจสืบ อายุ 24 ปี และนายภูชิชย์ชัย วงศ์ชมพู อายุ 36 ปี (เพื่อน) ขับรถกระบะตามไปง้อแฟนสาวที่ร้านเสริมสวย ใน จ.ลำปาง แต่แฟนสาวไม่ยอมคืนดี จึงโมโหและข่มขู่จะทำร้าย พลเมืองดีพบเห็นจึงโทรแจ้งตำรวจ สภ.เมืองลำปาง เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ เมื่อนายอดิศักดิ์ เห็นตำรวจเดินมา กลับชักปืนขนาด 9 มม. ออกมายิงใส่ทันที กระสุนถูกขา ด.ต.ชนกุล บุญคำ ได้รับบาดเจ็บ ก่อนทั้งคู่จะขับรถหลบหนีไป ตำรวจภูธรจังหวัดลำปางจึงนำกำลังไล่ติดตาม แต่ถูกคนร้ายยิงปืนใส่ก่อน ตำรวจจึงเข้าปิดล้อมป่าละเมาะและวิสามัญคนร้ายทั้ง 2 คนเสียชีวิต ทั้งนี้ชาวสังคมออนไลน์ตั้งข้อสังเกตว่าคดีนี้น่าจะมีอะไรมากกว่านี้เพราะไม่เช่นนั้นฝ่ายคนร้ายจะยิงปืนใส่ตำรวจทำไม? หากไม่ได้ทำผิดร้ายแรงจริงๆ พร้อมทั้งชี้ให้เป็นอุทาหรณ์สำหรับสาวๆในการเลือกคบแฟนด้วย Mthai News

นายกฯนำตักบาตร เฉลิมพระเกียรติ พระเทพฯ5รอบ
ตักบาตร /  นายก / 

นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 161 รูป ฉลองพระชนมายุ 5 รอบ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ขณะที่ ทั่วไทยแต่งเสื้อม่วง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 161 รูป ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 2 เม.ย. 2558 ที่บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง โดยมีคณะรัฐมนตรี ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชาชน เข้าร่วมในพิธีอย่างคึกคัก ท่ามกลางมาตราการรักษาความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่อย่างเข้มงวดรอบพื้นที่ ภายหลังจากมีการประกาศยกเลิกกฏอัยการศึก และใช้ประกาศ คสช. ตามอำนาจ ในมาตรา 44 ของรัฐธรรรมนูญฉบับชั่วคราว ในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ในเวลาประมาณ 09.00 น. นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยภริยา จะเดินทางไปร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ ศาลาสหทัยสมาคมในพระบรมมหาราชวัง

20 ดารา-ไอดอลเกาหลีสมัยชุดนักเรียน
Big Bang /  SNSD / 

อยากรู้ไหมว่า ช่วงวัยเด็กของเหล่าดารา นักร้อง ไอดอลเกาหลี เนี่ยจะหน้าตาน่ารักกันขนาดไหน วันนี้ทีนเอ็มไทยเลยนำภาพ 20 ดารา-ไอดอลเกาหลีสมัยชุดนักเรียน มาฝากเพือนๆ กันค่ะ หน้าตาจะเปลี่ยนไป อ้วนขึ้น ผอมลง หรือสวย-หล่อกันขนาดไหน ตามไปดูกันเลย ^^ 20 ดารา-ไอดอลเกาหลีสมัยชุดนักเรียน นานะ (Nana) - After School ผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลกของการจัดอันดับประจำปี 2014 ลีมินโฮ (lee min ho) ซูจี (Suzy) - miss A หวานใจคนล่าสุด ของ ลีมินโฮ อีจงซอก (lee jong suk) นักร้องสาวสุดฮอต ฮยอนอา (HyunA) วง 4minute จางกึนซอก (jang geun suk) สาวหมวยมีเส่นห์ โซฮี (Sohee) วง Wonder Girls T.O.P วง BigBang ทิฟฟานี่ (Tiffany) วง SNSD (Girls’ Generation)  ซีวอน (Si Won) วง Super Junior ยูอี (UEE) วง After School กาอิน (Ga In) วง BEG (Brown Eyed Girls) ซอนมี (Sunmi) อดีตสมาชิก Wonder Girls ซิ่วหมิน วง EXO  ซอลลี่ (Sulli) วง f(x) คริสตัล (krystal) วง f(x)  จียอน (Jiyeon) วง T-ARA ยุนอา (YoonA) วง SNSD (Girls’ Generation) ไอยู (IU) ฮาร่า (Goo Hara) วง KARA

'พยัคฆ์ไพร'บุกยึด13รีสอร์ทดัง รุกป่าเมืองกาญจน์
ป่าท่าละเมาะ /  พยัคฆ์ไพร / 

ชุดปฏิบัติการพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ สนธิกำลังบุกตรวจยึด 13 รีสอร์ทบุกรุกเขตป่าท่าละเมาะ รวมพื้นที่ 417 ไร่ พร้อมดำเนินคดีกับผู้บุกรุกครอบครอง 20 คดี วันนี้ (1 เม.ย.) นายชีวะภาพ ชีวะธรรม หัวหน้าชุดปฏิบัติการพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ และ นายสมชาย เปรมพาณิชย์นุกูล ผอ.สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่10 (ราชบุรี) เปิดเผยผลการปฏิบัติการทวงคืนผืนป่าจ.กาญจนบุรี ตามคำสั่งของ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หลังสนธิกำลังเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ทหาร ตชด. และฝ่ายปกครอง เข้าตรวจยึดพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุก บริเวณขอบอ่างเก็บน้ำเหนือสันเขื่อนศรีนครินทร์ ต.ท่ากระดาน อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาท่าละเมาะ และเขตป่าตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484  ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินคดีกับผู้บุกรุกครอบครองพื้นที่ป่าสงวน รวมทั้งสิ้น 20 คดี ยึดคืนพื้นที่ป่ารวม 417 ไร่ ประกอบด้วย 1.กินรี เลคฮิล รีสอร์ท 2. อนันตา ริเวอร์ฮิล รีสอร์ท 3. รักน้ำ รีสอร์ท 4.เลคเฮฟเว่น รีสอร์ท 5.ภูไพรเลค รีสอร์ท 6.ภูนกเงือก รีสอร์ท 7.ออกซิเจน โซน รีสอร์ท 8.บ้านไร่วรรณ์วาลย์ รีสอร์ท 9.รายาบุรี รีสอร์ท 10.ผากล่อมไพร รีสอร์ท 11.กินลมชมวิว รีสอร์ท 12.แพพี่ต้น รีสอร์ท และ 13.ท่ากระดาน วาเล่ย์ นอกจากนี้ยังได้ทำการตรวจยึดพื้นที่ว่างเปล่าที่พบว่ามีการถูกบุกรุกอีก 6 แห่ง คือ 1.บริเวณพื้นที่ป่าท่ากระดาน หมู่ 1 ต.ท่ากระดาน 2.บริเวณพื้นที่ริมเขื่อนศรีนครินทร์ หมู่ 1 ต.ท่ากระดาน 3.บริเวณที่ กฟภ.ปักเสาพาดสายไฟฟ้าเข้า อนันตา รีสอร์ท และรักน้ำ รีสอร์ท 4.พื้นที่ป่าเขาลูกช้าง หมู่ 1 ต.ท่ากระดาน 5.พื้นที่ป่าหลังวัดพุกุ้ง หมู่ 1 ต.ท่ากระดาน และ 6.บริเวณพื้นที่เส้นทางเข้าแพน้ำโจน นอกจากนี้ ยังมีพื่นที่ที่อยู่ในระหว่างตรวจสอบการบุกรุกป่า บริเวณริมอ่างเก็บน้ำ หมู่ 1 ต.ท่ากระดาน ติดกับออกซิเจน โซน รีสอร์ท โดยบริเวณพื้นที่ป่าแห่งนี้มีการตัดถนนเลียบริมเนินเขา และปักเสาปูนซีเมนต์ขึงรั้วลวดหนาม ใช้สีทาต้นไม้ แบ่งเป็นล็อกๆ เชื่อว่าเพื่อจัดขายเป็นแปลง ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการตรวจยึดผืนป่าคืนสู่ธรรมชาติอย่างต่อเนื่องต่อไป ขอบคุณข้อมูลจาก เดลินิวส์ออนไลน์ MThai News

หนุ่มช้ำรัก เขียนลาตายทั่วผนังห้อง ก่อนผูกคอดับ
ฆ่าตัวตาย /  จดหมายลาตาย / 

สลด! หนุ่มเขียนจดหมายและข้อความลาตายทั่วผนังห้อง ตัดพ้อแฟนสาว "เธอจะทำร้ายจิตใจ" ก่อนผูกคอดับคาห้อง วันนี้ (2เม.ย.) เมื่อเวลา 20.30 น.วานนี้(1 เม.ย.) ตำรวจสภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี รับแจ้งเหตุมีคนผูกคอเสียชีวิต ภายในห้องแถว หมู่ 7 บ้านใหม่ดอนกระชาย ต.ปากแรต อ.บ้านโป่ง จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยมูลนิธิรวมใจการกุศลราชบุรี ที่เกิดเหตุพบ นายนาย่า สินภักดี อายุ 34 ปี สภาพใช้เชือกไนล่อน ผูกคอตัวเองแขวนกับโครงเหล็กฝ้าเพดานข้างห้องน้ำ เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ชั่วโมง จากการตรวจสอบภายในห้องที่บริเวณผนังทั่วห้อง พบข้อความที่เขียนด้วยปากกาเมจิกถึงแฟนสาวและครอบครัวว่า “ความรักครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ผมจริงใจที่สุด เพราะผมหามาทั้งชีวิต ลูกผู้ชายฆ่าได้หยามไม่ได้จำเอาไว้นะ อย่าคิดว่าการทำเฉยจะไม่มีผล สำหรับคนบางคนอาจใช้ได้ แต่สำหรับนาย่า ไม่ คำเดียว ถึงเธอจะทำร้ายจิตใจผม ผมให้อภัยเธอทุกอย่าง แม้แต่ชีวิตก็ให้ได้ ขอโทษเล็ก (พี่ชาย) ที่ทำให้เดือดร้อน ดูแลแม่ด้วยนะ” นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ยังพบจดหมายลาตาย และสมุดไดอารี่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่านายนาย่า มีอาชีพรับจ้างส่งผักในตลาดสดเทศบาลเมืองบ้านโป่ง จนกระทั่งพบรักกับ น.ส.โอ๋ แฟนสาว ต่อมาแฟนสาวได้บอกให้นายนาย่า ไปสมัครสอบเข้าหน่วยงานราชการหลายแห่ง เพื่อให้รับราชการ แต่นายนาย่า ก็ไม่สามารถสอบได้ จนอายุเกินเกณฑ์กำหนด อีกทั้งภายหลังเกิดความระแวงว่าแฟนสาวจะมีใจออกห่าง ทำให้เกิดอาการเครียดและมักบ่นว่าอยากตาย จนกระทั่งนายนาย่าได้ตัดสินใจฆ่าตัวตายดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ประสานญาติเพื่อนำศพบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวสดออนไลน์ MThai News