ทหาร/ดาราชาย/ผู้ชายในเครื่องแบบ/

คืบหน้า ! ชายดิ่งชั้น 5 ห้างสีลมคอมเพล็กซ์ ตายคาที่
ฆ่าตัวตาย /  ชั้น 5 / 

ความคืบหน้า กรณีชายปริศนาดิ่งศูนย์การค้าสีลมคอมเพล็กซ์ท่ามกลางสายตาประชาชนนับร้อย ต่อมามีการสืบทราบว่าผู้ตายคือ นายสวัสดิ์ ยะทา วัย 55 ปี อดีตทหารผ่านศึก อาศัยอยู่ย่านคลองสามวา กทม. ขณะเกิดเหตุ ผู้ตายสวมเสื้อยืดแขนสั้น สีเขียว คอกลม ลายการ์ตูน ใส่กางเกงผ้าร่มลายพรางขายาว นอนคว่ำอยู่กับราวเหล็กแขวนเสื้อผ้าติดกับบันไดเลื่อนขึ้นลง สภาพศพพบบาดแผลฉีกขาดรอบลำตัวเหนือเอว ศีรษะกระแทกกับราวเหล็ก ทำให้กะโหลกด้านหลังเปิด ขาซ้ายหักผิดรูป เจ้าหน้าที่ต้องนำแผงกั้นแบบทึบมาบังสายตาผู้คน จากการสอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า เห็นผู้ตายถอดรองเท้าไว้ที่นั่งบริเวณโซฟาติดกับระเบียงกระจก ก่อนเดินมาที่ริมระเบียงของชั้น 5 ซึ่งอยู่ใกล้กันแล้วกระโดดลงไป เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามญาติผู้ตาย แต่ขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุการกระทำดังกล่าว ก่อนประสานทางญาติให้นำศพไปบำเพ็ญกุศลต่อไป ---------------------------------------------------------------------------------------------------------- เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยัน ชายที่พลัดตกจากห้างสรรพสินค้าสีลมคอมเพล็กซ์เสียชีวิต จงใจฆ่าตัวตาย เนื่องจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า ชายคนดังกล่าวถอดรองเท้าก่อนที่จะกระโดดลงมา จากชั้น 5 เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ---------------------------------------------------------------------------------------------------------- เกิดเหตุชายพลัดตกห้างสรรพสินค้าย่านสีลม ชั้น 5 ร่างกระแทกบูทสินค้าชั้น 1 เสียชีวิตคาที่ ได้รับแจ้งเหตุว่าพบชายพลัดตกห้างสรรพสินค้าย่านสีลม เสียชีวิตคาที่ คาดว่าพลัดตกมาจากชั้น 5 ของห้างโดยไม่ทราบสาเหตุ จากการตรวจสอบผู้เสียชีวิตได้ตกลงมาบริเวณลานห้างชั้น 1 ที่มีการจัดบูทขายสินค้าต่างๆ จนร่างกระแทกเข้ากับราวบูทสินค้าส่งผลให้ร่างขาดและเสียชีวิตทันที เบื้องต้นมีหญิงสาวมาแสดงตัวว่าเป็นญาติของผู้เสียชีวิตแล้ว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่กำลังรอแพทย์จาก รพ.จุฬาฯ มายังที่เกิดเหตุเพื่อเคลื่อนย้ายร่างของผู้เสียชีวิตต่อไป อย่างไรก็ตาม มีการคาดการณ์ว่า สาเหตุอาจเกิดจากการตั้งในฆ่าตัวตาย หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป.... ขอบคุณเนื้อหาจาก INN

'ผบ.ตร.' ยืนยัน 'เจ้าคุณเสนาะ' มรณภาพด้วยตัวเอง
ผลชันสูตรศพ เจ้าคุณเสนาะ /  ผูกคอตาย / 

ผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์เชื่อได้ว่า 'เจ้าคุณเสนาะ' อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร มรณภาพด้วยตัวเอง ขณะที่ลูกศิษย์เข้าร่วมงานฌาปนกิจศพวานนี้ เมื่อวันที่ 3 ก.พ. ที่ผ่านมา พระสงฆ์กว่า 500 รูป ร่วมกันพิจารณาผ้าไตรบังสุกุลบริเวณหน้าโรงศพ พระพรหมสุธี หรือ 'เจ้าคุณเสนาะ' อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร และกรรมการมหาเถรสมาคม หรือ มส. ที่มรณภาพด้วยตัวเองภายในกุฏิ เมื่อวันที่ 25 มกราคม พิธีศพเริ่มขึ้นโดยพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 10 รูป สวดมาติกา พระสงฆ์ 400 รูป พิจารณาผ้าบังสกุล ต่อด้วย นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ดุสิตเวชกรรมทอดผ้าบังสุกุล 5 ไตร และเวลา 17 นาฬิกา สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ วัดปากน้ำ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานประกอบพิธีฌาปนกิจศพ ขณะที่ พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ( ผบ.ตร. ) กล่าวถึงผลการตรวจชันสูตรทางนิติวิทยาศาสตร์ เกี่ยวกับการมรณภาพของ พระพรหมสุธีว่า ผลตรวจสอบลายมือที่เขียนจดหมาย และลายนิ้วเท้า บนเก้าอี้ ที่อยู่ภายในกุฎิ เป็นของพระพรหมสุฑี ซึ่งเชื่อได้ว่า เป็นการมรณภาพด้วยตัวเอง แต่หากมีหลักฐานอย่างอื่นที่อาจจะทำให้มีส่วนในการเสียชีวิต ตำรวจก็พร้อมที่จะดำเนินการสืบสวนสอบสวนตามขั้นตอน ____________________________________________________________________________________________ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เผยพบจดหมายสั่งเสียของ 'เจ้าคุณเสนาะ' 2 ฉบับ ด้านน้องชายยืนยันเป็นลายมือท่านจริง วันนี้ (28 ม.ค. 59) เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เดินทางมายังกุฏิฉัตรลีลา ซึ่งเป็นกุฏิของเจ้าอาวาสเพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม กรณีการเสียชีวิตของ พระพรหมสุธี หรือ เจ้าคุณเสนาะ รวมถึงตรวจกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุและบริเวณใกล้เคียง โดยพบเอกสารสำคัญเพิ่มเติม คาดว่าน่าจะเป็นจดหมายสั่งเสียก่อนเสียชีวิต แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ทั้งนี้จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุไม่พบสิ่งผิดปกติ ส่วนเรื่องที่มีการแจ้งเหตุล่าช้า ทำให้เวลาการเสียชีวิตคลาดเคลื่อนนั้น ทางแพทย์ให้ข้อมูลว่าไม่มีผลแต่อย่างใด ด้าน พระวิจิตรธรรมาภรณ์ (เทอด ญาณวชิโร) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ กล่าวว่า นายเอกวัฒน์ ฝังมุข น้องชายของพระพรหมสุธี ได้มอบเอกสารที่เขียนด้วยลายมือของพระพรหมสุธีให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไปแล้ว ซึ่งเอกสารนี้ยืนยันว่าเป็นลายมือของท่านจริง เพราะท่านเซ็นลายเซ็นกำกับไว้ด้วย จากเอกสารดังกล่าวน่าจะคลายข้อสังสัยลงได้ ภายหลังจากนี้ทางวัดก็คงจะจัดพิธีศพของท่านให้สมเกียรติของสำนัก ส่วนอัฐิของท่านได้ปรึกษากับทางญาติ เบื้องต้นจะเก็บไว้ที่วัดสระเกศฯ ร่วมกับอัฐิบูรพาจารย์ของวัด อีกส่วนหนึ่งทางญาติจะนำไปไว้ที่บ้านเกิดของท่าน สำหรับจดหมายลาตายของเจ้าคุณเสนาะ มีจำนวน 2 ฉบับ ฉบับที่ 1 มีใจความว่า “ท่านพระมหากฤษณะ ช่วยดำเนินการศพของผมด้วย จัดแบบเรียบง่าย มีอะไรก็ปรึกษา นายเอกวัฒน์ ฝังมุข น้องชายของผม ถ้าเป็นไปได้ ก็ควรจัดเผาศพ โยมมารดาของผมไปในวันเดียวกัน ก็จะเป็นการดี ข้อสำคัญ 1. ต้องแจ้งตำรวจเพื่อพิสูจน์ศพ เพื่อออกใบมรณะบัตร 2. แจ้งทางเขาด้วยหรือเปล่า หรือแจ้งหมอให้มาพิสูจน์ 3. แจ้งเจ้าอาวาส เพื่อทราบว่าจะให้ดำเนินการอย่างไร 4. ถ้าวัดสระเกศขัดข้อง ก็ขอให้มหากฤษณะ เรียนเจ้าอาวาส วัดพลับพลาชัย เพื่อดำเนินการ ลงชื่อพระพรหมสุธี” ส่วนฉบับที่ 2 ระบุว่า เงินที่อยู่ในกระเป๋านี้ ถ้าจัดการงานศพผมแล้ว มีเงินเหลืออยู่ ขอให้มหากฤษณะมอบให้ทาง นายเอกวัฒน์ ส่วนสิ่งของอื่น ๆ มอบให้มหากฤษณะ ส่วนเงินตราต่างประเทศถ้ามีถวายพระกฤษณะ ขอบคุณข้อมูล/ภาพ มติชนออนไลน์ MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งสอบสวนเชิงลึกกรณี 'เจ้าคุณเสนาะ' มรณภาพภายในกุฏิ หลังพบเงื่อนงำที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม เมื่อวันที่ 27 ม.ค. ที่ผ่านมา ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีพระพรหมสุธี หรือ 'เจ้าคุณเสนาะ' อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร มรณภาพภายในกุฏิ ขณะนี้ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รรท.ผบช.น.) ไปดำเนินการสืบสวนสอบสวนในเชิงลึกเกี่ยวกับสาเหตุการมรณภาพ ในประเด็นที่ยังมีข้อสงสัยจากตนเพิ่มเติม ทั้งนี้แม้ผลการชันสูตรจากแพทย์นิติเวชจะระบุว่าเจ้าคุณเสนาะเสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจ จากการถูกกดรัดบริเวณลำคอตามปกติ แต่การทำงานของตำรวจก็ต้องดำเนินการตรวจสอบในมุมของตำรวจอย่างละเอียดทุกมิติเพื่อความรอบครอบอีกครั้ง เพื่อพิสูจน์ทราบว่าสาเหตุที่แท้จริงคืออะไร อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง หลังจากพบเงื่อนงำที่ต้องไปตรวจสอบเพิ่มเติม แต่ยังเปิดเผยไม่ได้ ทั้งนี้ ต้องขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลได้ทำงานก่อน คาดว่าวันที่ 29 ม.ค.นี้จะมีความคืบหน้ามากขึ้น ขอบคุณข้อมูล TNN24 ____________________________________________________________________________________________ นิติเวชวิทยา เผยผลการชันสูตรศพ 'เจ้าคุณเสนาะ' ขาดอากาศหายใจ ไม่พบร่องรอยการต่อสู้ วันนี้ (26 ม.ค. 59) พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เผยผลการชันสูตรศพ พระพรหมสุธี หรือ เจ้าคุณเสนาะ อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ที่ผูกคอตายภายในกุฎิว่า สาเหตุการเสียชีวิตมาจากการขาดอากาศหายใจ เนื่องจากถูกกดรัดที่บริเวณลำคอ และจากการตรวจสอบตามร่างกายไม่พบร่องรอยการต่อสู้ พบเพียงบาดแผลเล็กน้อยบริเวณเข่า สันนิษฐานว่าอาจมาจากการเคลื่อนย้ายร่าง ซึ่งขณะนี้ได้เก็บตัวอย่าง เลือด ปัสสาวะ เศษอาหารไว้ เพื่อทำการตรวจพิสูจน์ในห้องปฏิบัติการ พร้อมทั้งเก็บสารพันธุกรรม หรือ DNA ต่าง ๆ เพื่อเป็นหลักฐานทางคดี และป้องกันข้อครหาในภายหลัง ทั้งนี้ ด้านญาติ เจ้าคุณเสนาะ ไม่ได้ติดใจกับการมรณภาพแต่อย่างใด โดยเบื้องต้นได้ประสานขอรับศพไปบำเพ็ญกุศลในวันพรุ่งนี้ (27 มกราคม) แต่ยังไม่ทราบว่าเป็นเวลา ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- พบร่าง เจ้าคุณเสนาะ ผูกคอตายภายในกุฎิ วัดสระเกศ เจ้าหน้าที่เร่งเก็บหลักฐาน สอบหาสาเหตุ วันนี้ (25 ม.ค. 59) มีรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สำราญราช ได้รับแจ้งเกิดเหตุมีพระผูกคอตาย ภายในกุฎิ วัดสระเกศ จึงเดินทางเข้าไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ทั้งนี้จากการตรวจสอบกุฎิ พระพรหมสุธี หรือ เจ้าคุณเสนาะ พบร่างเจ้าคุณเสนาะผูกคอตาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อให้เข้าเก็บหลักฐานต่าง ๆ บริเวณโดยรอบทันที เนื่องจาก พระพรหมสุธี หรือ เจ้าคุณเสนาะ เป็นพระชั้นผู้ใหญ่ สำหรับ พระพรหมสุธี มีนามเดิมว่า เสนาะ ฝังมุข เกิดเมื่อวันพฤหัสบดี ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 3 ปีวอก ตรงกับวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2500 ที่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เนื่องจากทางบ้านยากจน หลังเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนวัดสามเรือนแล้ว โยมพ่อจึงได้นำไปฝากกับอาจารย์ชุบ เจ้าอาวาสวัดสามเรือน เพื่อจะได้บวชเรียน จากนั้นได้บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดบ้านสร้าง อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2512 จากนั้นสามเณรเสนาะได้คอยปรนนิบัติรับใช้อาจารย์ชุบและศึกษาพระธรรมวินัยควบคู่กันไปด้วย จนได้เข้าพิธีอุปสมบทเมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2521 ณ พระอุโบสถ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร โดยมี สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระพรหมคุณาภรณ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า "ปญฺญาวชิโร" มีความหมายว่า ผู้มีปัญญาอันเฉียบแหลม หลังจากอุปสมบทก็ได้รับมอบหมายให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ดูแลงานปกครอง ดูแลด้านการเงิน ในขณะเดียวกันยังเป็นครูสอนพระปริยัติธรรม สำนักเรียนวัดสระเกศ เป็นกรรมการตรวจนักธรรมสนามหลวง และกรรมการตรวจบาลีสนามหลวง เมื่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) มรณภาพเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2556 พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร จึงแต่งตั้งพระพรหมสุธีเป็นผู้รักษาการเจ้าอาวาสวัดสระเกศ และได้รับพระบัญชาแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดสระเกศในวันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2556 ต่อมาในวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2558 สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่ สมเด็จพระสังฆราช มีพระบัญชาให้พระพรหมสุธีออกจากตำแหน่งกรรมการมหาเถรสมาคม เพราะสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบพบว่า พระพรหมสุธี มีพฤติกรรมส่อทุจริตต่องบประมาณแผ่นดิน จำนวน 67 ล้านบาท ที่รัฐบาลอนุมัติเป็นค่าใช้จ่ายในพิธีพระราชทานเพลิงศพสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) จึงปลด พระพรหมสุธี เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของมหาเถรสมาคมและคณะสงฆ์โดยรวม รวมถึงไม่ให้เป็นที่เคลือบแคลงสงสัยของสังคมต่อไป และในวันเดียวกันพระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ได้ลงนามสั่ง พระพรหมสุธี พักการปฏิบัติหน้าที่ตำแหน่งเจ้าอาวาสสระเกศ และให้พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) รักษาการแทน ต่อมาในวันที่ 16 มกราคม สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ) เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก ได้สั่งให้พระพรหมสุธีพักการปฏิบัติหน้าที่เจ้าคณะภาค 12 โดยให้ พระเทพรัตนมุนี (สุรชัย สุรชโย) รองเจ้าคณะภาค12 เป็นรักษาการเจ้าคณะภาค 12 แทน ขอบคุณข้อมูล/ภาพ wikipedia MThai News

สาวโพสต์แจง ไม่ใช่หญิงถูกแก๊งวัยรุ่นรุมข่มขืน-โยนทิ้งเหว
ข่าวข่มขืน /  ข่าวจังหวัดพัทลุง / 

สาวโพสต์เฟซบุ๊กชี้แจง หลังมีคนเข้าใจผิด คิดว่าเป็นเหยื่อถูกแก๊งวัยรุ่นรุมข่มขืน-โยนทิ้งเหว  หลังจากเกิดคดีสะเทือนขวัญที่กลุ่มวัยรุ่น 4 คน ลวงชายหนุ่ม อายุ 19 ปี และแฟนสาว เข้าไปฆ่าหมกป่า และทำการข่มขืนฝ่ายหญิงต่อหน้าฝ่ายชาย ก่อนจับโยนลงเหวเพื่ออำพราง แต่ฝ่ายหญิงรอดชีวิตกลับมาได้ หลังเรื่องดังกล่าวตกเป็นข่าวดังตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้คนอีกจำนวนหนึ่งได้เข้าไปค้นหาเฟซบุ๊กฝ่ายชายซึ่งเป็นผู้เสียชีวิต และย้อนดูในไทม์ไลน์เฟซบุ๊กของผู้ตายประมาณ ช่วงเดือนเมษายน 2558 ที่ผ่านมา ก็ได้พบว่าผู้ตายได้ถ่ายภาพคู่กับหญิงสาวท่านหนึ่งโพสต์เฟซบุ๊ก ดูท่าทางสนิทกัน ทำให้ชาวเน็ตจำนวนหนึ่งตีความไปว่า หญิงที่ปรากฏในภาพดังกล่าวคือเหยื่อที่ปรากฏอยู่ในข่าว ถูก 4 วัยรุ่นขืนใจก่อนโยนทิ้งเหว แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา สมาชิกเฟซบุ๊ก น้อง' ฟิล์ม  ซึ่งเป็นบุคคลที่อยู่ในภาพดังกล่าวได้ออกมายืนยันว่า เธอไม่ใช่เหยื่อเคราะห์ร้ายที่ปรากฏอยู่ในข่าว เธอไม่ได้ถูกแทงและถูกข่มขืนอย่างที่ใครหลายคนเข้าใจผิด แต่ยอมรับว่าเป็นแฟนเก่าของผู้ตาย ซึ่งก่อนหน้านี้ได้พยายามของให้ผู้ตายลบภาพเธอออกไปแล้ว แต่ฝ่ายนั้นไม่ได้ลบ อยากจะให้ทุกคนเข้าใจเพราะ ขณะนี้เครียดหนัก พร้อมระบุว่าเธอไม่รู้จักคนร้ายสักคน MThai News --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 'บิ๊กตู่' ชี้ เปลี่ยนกฎหมายคดีข่มขืนเท่ากับประหารสุดโต่งเกินไป เหมือนการตัดสินของเปาบุ้นจิ้น ! วานนี้ (4 ก.พ. 59) มีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. กล่าวถึงกรณีที่มีคนเสนอให้เปลี่ยนกฎหมายคดีข่มขืนเท่ากับประหารชีวิต ว่า นี่คือคนไทยที่มีแต่ความสุดโต่งเหมือนกับการตัดสินของเปาบุ้นจิ้น ซึ่งจะประหารชีวิตอย่างเดียวไม่ได้ เพราะกฎหมายมีขั้นตอน และปัญหาไม่ได้อยู่ที่กฎหมาย แต่อยู่ที่การบังคับใช้กฎหมายว่าทำได้หรือไม่ได้ และจิตสำนึกของคน ด้าน พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้อธิบายถึงความหมายของคำว่า 'สุดโต่ง' ที่ท่านนายกฯ กล่าวไม่ได้หมายความว่าจะปกป้องหรือเข้าข้างผู้กระทำผิด แต่ต้องการให้สังคมร่วมกันพิจารณาอย่างรอบคอบ แท้จริงแล้วต้นเหตุของปัญหาคืออะไร การใช้กฎหมายรุนแรงบังคับแต่เพียงอย่างเดียว จะแก้ไขปัญหาได้จริงหรือไม่ ทั้งนี้นายกฯ ได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมไปศึกษาข้อมูลและหาทางออกในเรื่องดังกล่าว โดยนำกรณีศึกษาจากประเทศต่าง ๆ มาเปรียบเทียบด้วย เพื่อให้เกิดการยอมรับตามหลักสากล MThai News --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- วันนี้ (4 ก.พ. 59) เน วัดดาว จัดนักโพสต์ขู่แก๊งฆ่าโจ๋ฝังดิน ข่มขืนแฟน บอกนักโทษทุกคนรออยู่ แนะยิ้มให้เต็มที่ เพราะนี่อาจเป็นยิ้มสุดท้าย วานนี้ (3 ก.พ. 59) ที่เฟซบุ๊ก @Makharin Phumssart ซึ่งเป็นของ "เน วัดดาว" ได้มีการโพสต์ข้อความแสดงความเห็นถึงกรณีที่แก๊งโจ๋ฆ่าฝังดินคู่อริ ก่อนข่มขืนแฟนสาวและนำร่างทิ้งลงเหว ที่จ.พัทลุง จนทำให้มีคนออกมาเรียกร้องผ่านโลกออนไลน์ให้มีการแก้กฎหมาย "ข่มขืนโทษประหารชีวิต" ว่า กฎหมายที่ประชาชนเรียกร้องอย่างบทลงโทษผู้กระทำความผิดฆ่าข่มขืน เรียกร้องให้มีโทษประหารกัน แต่ก็ไม่มีใครมาดำเนินการ พร้อมทั้งฝากข้อความถึง 4 โจ๋ใจเหี้ยมว่า คดีแบบนี้หากเข้าไปในคุกโดนหนักแน่ เชิญยิ้มให้สบาย เพราะอาจจะเป็นรอยยิ้มสุดท้ายก็ได้ "ยิ่งอยู่ไปอยู่ไป กฎหมายจราจรยิ่งแก้ให้หนักขึ้นๆ ปรับแพงขึ้น อนาคต ขับย้อนศรหรือไม่ใส่หมวกคงแก้เป็นติดคุกสัก 10 ปี ละมั้ง และดูกฎหมายที่ประชาชนเรียกร้องกันสิ ฆ่าข่มขืนเท่ากับประหารกี่ศพและที่เขาเรียกร้องให้แก้กัน ไม่เห็นมีใครออกมาดำเนินการหรือออกมาพูดคุยให้ประชาชนฟังกันบ้างหรอ ผมก็ 1ในขี้คุก แต่คดีแบบนี้ "บอกตรงๆ เข้าไปข้างในมึงหนัก. ตอนโดนจับพวกมึงยิ้มแบบไม่สลด เดี๋ยวเข้าไปมึงจะไม่มีรอยยิ้มอีกเลย รีบยิ้มสะให้เต็มที่เลยนะพวกมึงเพราะมันอาจเป็นรอยยิ้มสุดท้ายของพวกมึง กูเชื่อว่าทุกคุกเขารอพวกมึงอยู่" เน วัดดาว --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- คดีฆ่าหนุ่มหมกป่า-ข่มขืนสาวทิ้งเหว สามารถย้ายมาศาลอาญาได้ ส่วนเยาวชน 2 ราย ยังไม่มีข้อสรุปว่าขึ้นกับศาลใด พ.ต.อ.วิชัย วิชยานฤพล ผกก.สภ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง เผยคดีฆ่าโหดหนุ่มหมกป่า ข่มขืนแฟนสาวจับทิ้งเหว หากจะมีการย้ายจากศาลเยาวชนมายังศาลปกติสามารถทำได้ ส่วนสำนวนคดีที่จะนำส่งศาลเพื่อสั่งฟ้องนั้นรวบรวมได้แล้ว 80 เปอร์เซ็นต์ โดยขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่จับตัวผู้ต้องหาได้แล้ว 5 ราย เป็น เยาวชน 2 ราย ผู้ใหญ่ 3 ราย และได้ขออำนาจศาลฝากขังไปแล้ว 4 ราย ทั้งนี้ ยังกล่าวถึงผู้ต้องหาอีก 2 ราย ที่เข้ามามีส่วนในเรื่องนี้ว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย ไม่ได้มีการพูดถึงว่ามีความเกี่ยวข้องแต่อย่างใด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่มองว่าไม่น่าจะมีส่วนร่วมเนื่องจากเพียงแค่ผ่านดื่มน้ำมาเท่านั้น นอกจากนี้ นางยุพิน องอาจ ผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดพัทลุง เผยขณะนี้เยาวชนชาย 2 ราย อยู่ในความดูแลของสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดตรัง เนื่องจากในขณะนี้สถานพินิจฯ พัทลุง อยู่ระหว่างดำเนินการเปิดเป็นสถานแรกรับ จึงต้องไปฝากไว้ที่สถานพินิจฯ ตรัง เป็นการชั่วคราวก่อน ส่วนประเด็นว่าผู้ต้องหา 2 รายนี้ จะถูกพิจารณาในศาลเด็กและเยาวชน หรือศาลอาญาปกตินั้น ขณะนี้ศาลยังไม่ได้มีการพิจารณา ยังอยู่ในระหว่างการสืบเสาะหาข้อเท็จจริงว่าเป็นเช่นไร ซึ่งกระบวนการต่อไปต้องดำเนินการไปตามกฎระเบียบที่วางเอาไว้ อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.วิชัย กล่าวถึงหญิงสาวที่ได้รับบาดเจ็บขณะนี้ว่า อาการดีขึ้นแล้ว ซึ่งได้มีการจัดชุดดูแลความ ปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง รวมไปถึงหลังจากออกจากโรงพยาบาลด้วย เพื่อคุ้มครองพยานในคดี ที่มา : INN MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- โลกออนไลน์ระอุ!! คนแห่โพสต์ภาพรณรงค์แก้โทษฆ่าข่มขืน ชี้ ‘กี่ศพแล้ว กี่ศพเล่า กฎหมายไทย ทำไมไม่แก้’ รายงานข่าวแจ้งว่า ตลอดช่วงวันของวันนี้ (3 ก.พ. 59) ผู้คนในโลกออนไลน์ พร้อมใจกันโพสต์ภาพเขียนข้อความ เรียกร้องให้ทางการไทยแก้กฎหมาย "ยกเลิกอภัยโทษคดีฆ่าข่มขืน" ไม่ว่าผู้ต้องหาจะเป็นผู้ใหญ่บรรลุนิติภาวะ หรือเป็นเพียงเยาวชน ซึ่งการรณรงค์เรียกร้องดังกล่าวเกิดเป็นกระแสในสังคมอีกครั้ง หลังจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญกลุ่มวัยรุ่นลวงฆ่าคู่อริฝังดิน ก่อนจะข่มขืนแฟนสาว และพยายามฆ่าอำพรางด้วยการทิ้งลงเหว แต่โชคดีที่รอดมาได้ ขณะที่ข้อความรณรงค์ให้แก้กฎหมายข่มขืนให้ได้รับโทษสูงสุด ระบุว่า "ฆ่าข่มขืน กี่ศพแล้ว กี่ศพเล่า กฎหมายไทย ทำไมไม่แก้" สำหรับการเรียกร้องแก้กฎหมายข่มขืนเคยเกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่ง ขณะเกิดคดีพนักงานบนรถไฟฆ่าข่มขืนด.ญ.วัย 13 ปี บนรถไฟก่อนโยนศพทิ้งป่าทางเมื่อปี 2557 แต่จนถึงทุกวันนี้กฎหมายก็ยังไม่รับการปรับเปลี่ยนแก้ไขแต่อย่างใด รวบสาวทอม 1 ในแก๊งฆ่าหมกป่าแฟนหนุ่ม ก่อนข่มขืนแฟนสาวท้องต่อหน้า และจับโยนทิ้งเหว จากกรณีกลุ่มวัยรุ่น 4 คน ลวงชายหนุ่ม อายุ 19 ปี และแฟนสาว เข้าไปฆ่าหมกป่าและข่มขืนฝ่ายหญิงต่อหน้าฝ่ายชาย ก่อนจับโยนลงเหวเพื่ออำพราง แต่ฝ่ายหญิงรอดชีวิตกลับมาได้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุดผู้ต้องหาให้การซักทอดถึงสาวทอมคนร้ายอีก 1 คน คือ น.ส.ศิริมา ภูพวก อายุ 20 ปี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมได้แล้ว ขณะที่ผู้ต้องหากำลังหลบซ่อนตัวอยู่ในสวนยางพารา ซึ่งยอมรับว่าเป็นผู้ร่วมในขบวนดังกล่าวจริง แต่ไม่ได้ร่วมลงมือในการสังหารโหดเหยื่อแต่อย่างใด เพียงทำหน้าที่คอยซื้ออาหารให้กลุ่มคนร้ายตามคำสั่งของ นายคิว เท่านั้น ด้าน พ.ต.อ.วิชัย กล่าวว่า น.ส.ศิริมา ผู้ต้องหารายนี้ ไม่มีบัตรประชาชน ไม่มีชื่ออยู่ในสำเนาทะเบียนบ้าน มารับจ้างเป็นลูกจ้างกรีดยางในสวนยางพารา โดยเจ้าของสวนยางเป็นญาติขของ นายคิว จึงได้นำตัวไปส่งพนักงานสอบสวน สภ.ศรีนครินทร์ ดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ทั้งนี้ผู้ต้องหาทุกคนได้รับสารภาพทุกข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหาเยาวชน 2 ราย ส่งตัวไปฝากขังที่สถานพินิจของ จ.พัทลุง คาดว่า จะใช้เวลาประมาณ 3 เดือน ในการสรุปสำนวนคดีเพื่อส่งฟ้องต่อศาลเยาวชน ขณะที่ผู้ต้องหา อีก 3 คน ที่อายุเกิน 18 ปี เจ้าหน้าที่ได้ฝากขังไปยังเรือนจำ ก่อนจะเร่งส่งสำนวนคดีต่อศาล เพื่อให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเร็วที่สุด MThai News ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- บุ๋ม ปนัดดา ปรี๊ด!! โพสต์ IG วอนศาล ตัดสินสถานหนักคดี 2 โจ๋ พัทลุง ฆ่า - ข่มขืน คู่แฟนวัยรุ่น แฟนคลับแห่โพสต์กระหน่ำ เห็นด้วย จากเหตุการณ์ แก๊งวัยรุ่น 4 คน ลวงชายหนุ่ม อายุ 19 ปี และแฟนสาว เข้าไปฆ่าหมกป่าและข่มขืนฝ่ายหญิงต่อหน้าฝ่ายชาย ก่อนจับโยนลงเหวเพื่ออำพรางคดี แต่ฝ่ายหญิงรอดชีวิตกลับมาได้ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 2 คน แต่อีก 2 คน ยังหลบหนีอยู่ และได้ติดต่อมอบตัวแล้วแต่ยังไม่ระบุสถานที่และเวลา ซึ่งเรื่องนี้กลายเป็นกระเด็นร้อน ที่คนในโลกออนไลน์ให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง ล่าสุด นักแสดงสาว "บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ได้โพสต์อิสตาแกรมส่วนตัว @boompanadda เรียกร้องต่อศาล ขอให้ลงโทษเด็กวัยรุ่นกลุ่มนี้สถานหนัก โดยมีข้อความระบุว่า "โจ๋พัทลุง เรียกคู่แฟนวัยรุ่นออกไปพบ ขุดหลุมมัดผู้ชายลงก้นหลุมให้ดูแฟนตัวเองที่กำลังท้อง 3 เดือน โดนข่มขืนเรียงคิวต่อหน้าและยิงให้ตายฝังหลุม ส่วนผู้หญิงก็โดนแทงยับแล้วโยนก้นเหว ด้วยแรงฮึดสาวท้องปีนจากก้นเหวออกมาขอความช่วยเหลือ วัยรุ่นกลุ่มนี้รวมตัวเป็นแก๊งทำมาหลายคดี รอดเพราะเป็นเยาวชน แต่ครั้งนี้มันเกินไปไหมคะ บุ๋มเล่นละครเป็นตัวร้ายขนาดไหนยังไม่เคยเหี้ยมโหดขนาดนี้เลย นี่มันยิ่งกว่ามาเฟีย คนร้ายที่มอบตัว 2 คน อายุแค่ 19 กับ 17 ปี?!? ต่อให้ต้องโทษประหาร แต่ถ้ารับสารภาพก็ลดโทษกึ่งนึง และศาลยังลดได้อีกส่วนนึงตามดุลยพินิจของศาล เรียนศาลที่เคารพ หนูรู้ว่าเราต้องให้โอกาสแก่เยาวชน แต่เรายังมีเด็กยากจนและเป็นคนดีอีกมากที่อยากได้โอกาส ไม่ใช่เด็กกลุ่มนี้ที่ไม่เคยทำอะไรดีต่อพ่อแม่และสังคมเลย เราถึงเวลาแล้วไหมคะ ที่ต้องคัดเลือกเยาวชนที่มีคุณภาพ!!! เราไม่ต้องการเยาวชนที่ฆ่าคนอื่นได้อย่างโหดเหี้ยมค่ะ ปล่อยให้อยู่ในคุกยาว ๆ ไปเลยนะคะ ช่วยคุ้มครองพวกเราด้วยค่ะ" ทั้งนี้เมื่อข้อความดังกล่าวได้โพสต์ออกไปมีแฟนคลับเข้ามาแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยมีความเห็นไปในทางเดียวกันให้ศาลตัดสินลงโทษ แก๊งวัยรุ่นกลุ่มนี้อย่างสถานหนัก เช่นกัน ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก INN -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- โฆษก ยธ. ชี้ทำได้โอนคดีฆ่า-ข่มขืนแฟนโยนเหว ไปศาลปกติ เหตุ "แก่เกินวัยใจอาชญากร" นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะโฆษกกระทรวงยุติธรรม ได้ออกมาแสดงความเห็นถึงกรณีที่ผู้คนบนโลกออนไลน์ ได้เรียกร้องให้การดำเนินคดีฆ่าแฟนหนุ่ม - ข่มขืนแฟนสาวท้องก่อนโยนลงเหวที่พัทลุง เป็นเหมือนกับคดีของผู้ใหญ่ และให้มีบทลงโทษเทียบเท่า แม้ว่าผู้ต้องหาทั้งหมดจะเป็นเพียงเยาวชนนั้น ว่า จากคดีดังกล่าวที่เกิดขึ้นการดำเนินคดีสามารถโอนจากศาลเยาวชนและครอบครัว ไปพิจารณาในคดีธรรมดาได้ เนื่องจากพฤติการของผู้ก่อเหตุ "แก่เกินวัยใจอาชญากร" เพราะ 1.มีการวางแผนเตรียมการมาก่อน 2.มีลักษณะอุกอาจ โหดร้ายทารุณ 3.ผลที่เกิดขึ้นก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรง หรือ เกิดความเสียหายแก่สังคมโดยรวม 4.กระทำโดยขาดความเห็นอกเห็นใจเหยื่อ และ 5.เคยมีประวัติการกระทำผิดในทำนองเดียวกันมาก่อน ไม่ว่าจะถูกจับกุมหรือไม่ โดยตามพ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัว และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัวมาตรา 97 วรรคสองระบุว่า คดีอาญาที่อยู่ในอำนาจศาลเยาวชนและครอบครัว ถ้าศาลเยาวชนและครอบครัว พิจารณาโดยคำนึงถึงร่างกาย สติปัญญา สุขภาพภาวะแห่งจิตและนิสัย แล้วเห็นว่าในขณะกระทำความผิด หรือ ในระหว่างการพิจารณาเด็กหรือเยาวชนที่ต้องหาว่า กระทำความผิดมีสภาพเช่นเดียวกับบุคคลที่มีอายุตั้งแต่สิบแปดปีบริบูรณ์ขึ้นไป ก็ให้มีอำนาจสั่งให้โอนคดีไปพิจารณาในศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีธรรมดาได้   ไม่สลด! 2 โจ๋ฆ่าหมกป่า-ข่มขืนสาวทิ้งเหว นั่งหัวเราะยิ้มขณะให้การ ขณะที่บุ๋ม ปนัดดา จี้ลงโทษ "ประหารชีวิต" จากกรณีกลุ่มวัยรุ่น 4 คน ลวงชายหนุ่ม อายุ 19 ปี และแฟนสาว เข้าไปฆ่าหมกป่าและข่มขืนฝ่ายหญิงต่อหน้าฝ่ายชาย ก่อนจับโยนลงเหวเพื่ออำพราง แต่ฝ่ายหญิงรอดชีวิตกลับมาได้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ความคืบหน้าล่าสุด (2 ก.พ. 59) พ.ต.อ.วิชัย วิชยานฤพล ผกก.สภ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง เผยสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ครบทั้ง 4 ราย โดยให้การรับสารภาพทั้งหมด และในวันนี้จะนำตัวบางคนไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านผู้ต้องหา บริเวณจุดที่ผู้ต้องหาทำการข่มขื่นและฝังศพ รวมทั้งจุดที่ทำร้ายร่างการเหยื่อสาว ก่อนจับโยนลงเหวเพื่ออำพรางคดี ขณะที่ในโลกออนไลน์ ได้มีการส่งต่อข้อความเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด แม้ว่าผู้ต้องหาทั้งหมดจะเป็นแค่เยาวชนก็ตาม เพราะนับว่าเป็นคดีอุกฉกรรจ์ และมีจิตใจเหี้ยมโหดเกินจะรับได้ โดยเฉพาะดาราสาวชื่อดัง บุ๋ม ปนัดดา วงษ์ผู้ดี ที่ได้โพสต์ข้อความแสดงความเห็นอย่างดุเดือดถึงเรื่องดังกล่าวผ่านอินสตราแกรมส่วนตัว เรียกร้องให้ศาลตัดสินคดีขั้นสูงสุด (ประหารชีวิต) เพราะเห็นว่ากลุ่มผู้ต้องหาไม่ได้สำนึกผิดในที่ได้ก่อเหตุในครั้งนี้ "นี่คือสีหน้าของคนที่เพิ่งฆ่าคน ข่มขืนคนท้อง ลงมือกระทำอย่างโหดเหี้ยม??? ไว้ชีวิตแม่งเพื่ออะไร ในเมื่อมันดูไม่สำนึกอะไรเลย???" ภาพจาก instagram @boompanadda MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ญาติสาวถูกข่มขืนจับโยนทิ้งเหวอำพราง สั่งงดเยี่ยมหลังพบชายฉกรรจ์ 5 บุกโรงพยาบาลตามหาตัวหลานสาว จากกรณีกลุ่มวัยรุ่น 4 คน ลวงชายหนุ่ม อายุ 19 ปี และแฟนสาว เข้าไปฆ่าหมกป่าและข่มขืนฝ่ายหญิงต่อหน้าฝ่ายชาย ก่อนจับโยนลงเหวเพื่ออำพราง แต่ฝ่ายหญิงรอดชีวิตกลับมาได้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ความคืบหน้าล่าสุด (1 ก.พ. 59) มารดาและคนในครอบครัวของเหยื่อสาว ได้เดินทางมาจาก อ.นาทวี จ.สงขลา เพื่อมาเฝ้าอาการของหญิงสาวด้วยความห่วงใยและเป็นกังวล เนื่องจากเมื่อวันที่ 31 ม.ค.-1 ก.พ. มีชายฉกรรจ์หน้าตาดุดันที่ทางญาติไม่รู้จักถึง 5 คน พยายามมาค้นหาสืบเสาะว่า หญิงสาวพักอยู่ชั้นไหนห้องใด ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลรู้สึกผิดสังเกตจึงปฏิเสธไม่ให้เข้าเยี่ยม ญาติจึงขอเคลื่อนย้ายคนเจ็บไปตึกอื่นที่ไม่ใช่ตึกรวม เพื่อป้องกันอันตราย เพราะคิดว่าอาจเป็นคนของฝ่ายผู้ต้องหา นอกจากนี้ทาง รพ.ก็สั่งเฝ้าตรวจเข้มตลอด 24 ชม. ขอบคุณข้อมูล เดลินิวส์ MThai News ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- มอบตัวแล้ว! 2 โจ๋โหด ลวงฆ่าคู่อริหมกป่า ก่อนข่มขืนแฟนสาวโยนทิ้งเหวอำพราง วันนี้ (1 ก.พ. 59) มีรายงานความคืบหน้ากรณี กลุ่มวัยรุ่น 4 คน ลวง นายภาสกร คงสวัสดิ์ อายุ 19 ปี และแฟนสาว อายุ 19 ปี ไปฆ่าหมกป่า ก่อนข่มขืนแฟนสาวของผู้ตายและจับโยนทิ้งเหว โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 2 คน แต่อีก 2 คน ได้หลบหนีออกจากหมู่บ้าน ล่าสุดญาติของผู้ต้องหาทั้ง 2 คน คือ นายนพพร ทองเอียด หรือคิว อายุ 19 ปี และนายวรเมธ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ได้ติดต่อขอนำผู้ต้องหาทั้ง 2 คน เข้ามอบตัวที่ สภ.หลังสวน จ.ชุมพร ทั้งนี้ จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ข่มขืนแฟนสาวของผู้ตาย โดยให้ผู้ตายนั่งดูและขู่บังคับให้ผู้ตายลงไปนั่งในหลุมเพื่อทดลองว่าลึกพอหรือยัง และให้โอกาสผู้ตายได้สั่งเสียถึงคนที่บ้าน ก่อนใช้ปืนยิงนัดแรก ตามด้วยอีกคน ยิงนัดที่ 2 จน นายภาสกร เสียชีวิต ส่วนแฟนสาวของผู้ตาย หลังถูกข่มขืนได้ร้องขอชีวิต ตนจึงใจอ่อนไม่ฆ่าทิ้ง ซึ่งระหว่างที่ขุดหลุมและข่มขืนได้ถ่ายคลิปวีดีโอเก็บเอาไว้ด้วย นอกจากนี้ยังพบว่า แฟนสาวของผู้ตายตั้งครรภ์อยู่ 3 เดือน อย่างไรก็ตามคดีนี้พบมีผู้ที่เกี่ยวข้องอีกอย่างน้อย 3 คน เป็นผู้หญิง 1 คน สาวทอม 1 คนและเป็นผู้ปกครอง ซึ่งจะต้องสอบปากคำผู้ต้องหา ญาติของผู้ตายและฝ่ายผู้หญิงที่ได้รับบาดเจ็บ ขอบคุณข้อมูล เดลินิวส์ MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- วัยรุ่นพัทลุง ลากคู่อริกับแฟนสาวเข้าป่า ก่อนข่มขืนฝ่ายหญิงแล้วทิ้งลงเหว ส่วนฝ่ายชายถูกยิงดับจับฝังอำพราง วานนี้ (30 ม.ค. 59) มีรายงานว่า นายสาคร คงทรัพย์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 9 ต.บ้านนา อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง แจ้งว่า นายภาสกรณ์ (อัฐ) คงสวัสดิ์ อายุ 18 ปี ชาวบ้านในตำบลเดียวกัน ได้หายตัวไปจากบ้านพักพร้อมแฟนสาว ชื่อ น.ส.จุฑามาศ อายุ 19 ปี อาศัยอยู่ที่ ต.สะท้อน อ.นาทวี จ.สงขลา ตั้งแต่วันที่ 27 ม.ค. 59 ก่อนมีคนพบ น.ส.จุฑามาศ ถูกทำร้าย แทงด้วยของมีคม และทุบตีด้วยของแข็ง ได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลนาโยง และนำส่งต่อโรงพยาบาลตรัง เมื่อวันที่ 30 ม.ค. 59 โดย น.ส.จุฑามาศ ได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีนครินทร์ ว่า ตนและแฟนหนุ่มถูกกลุ่มวัยรุ่น 4 คน ในหมู่บ้าน หลอกเข้าไปในป่า และช่วยกันขุดหลุมเพื่อฝังแฟนหนุ่มของตน ก่อนข่มขืนตนต่อหน้าแฟนหนุ่ม โดยหลังจากขุดหลุมเสร็จได้นำแฟนหนุ่มไปนั่งในหลุมและใช้ปืนยิงจนเสียชีวิต พร้อมช่วยกันฝังศพ โดยหลังจากนั้น กลุ่มวัยรุ่นได้ใช้หินทุบตีและมีดแทงตนจนหมดสติ และนำร่างตนไปโยนทิ้งเหว ซึ่งตนหมดสติไป 1 คืน เมื่อฟื้นขึ้นมา จึงพยายามคลานขึ้นจากเหวลึก มานอนขอความช่วยเหลือบนถนน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จึงออกค้นหาศพ พบถูกฝังลึกลงไปจากผิวดินประมาณ 50 เซนติเมตร ในป่าบนเทือกเขาบรรทัด ห่างไปทางทิศตะวันตกของสำนักสงฆ์ป่าสนเขาคราม หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านนา อำเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง ประมาณ 5 กิโลเมตร และในเหวห่างจากสถานที่พบศพ ประมาณ 2 กิโลเมตร เจอรถจักรยานยนต์ของผู้ตายถูกนำไปทิ้งไว้ อย่างไรก็ตาม ล่าสุดสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 2 ราย คือ นายเอ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี เป็นชาวบ้านพื้นที่ ต.ลำสินธุ์ อ.ศรีนครินทร์ และ นายบี (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ชาวบ้าน ต.บ้านนา อ.ศรีนครินทร์ ส่วนผู้ต้องหาอีก 2 ราย อยู่ระหว่างการหลบหนี ที่มา : INN MThai News

หมอทราย หมอนางฟ้าเปิดใจ ขับรถขวางถนน ลงมาช่วยคนเจ็บ
ข่าวจังหวัดภูเก็ต /  ภูเก็ต / 

หมอนางฟ้าเปิดใจ ขับรถขวางถนน ลงมาช่วยคนเจ็บ บอกเป็นจรรยาบรรณที่ถูกปลูกฝังมา ความคืบหน้ากรณีที่มีคุณหมอท่านหนึ่ง ลงไปช่วยคนเจ็บข้างถนนโดยไม่ห่วงสวยและช่วยในขณะที่ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ แต่ทำลงไปเพราะมีจิตวิญญาณของความเป็นแพทย์ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุดทราบชื่อคุณหมอคนดังกล่าวแล้ว คือ พญ.จิรายุ พุทธให้ หรือ หมอทราย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ สาขาอายุรกรรม รพ.อบจ.ภูเก็ต โดยเธอได้เปิดใจว่า “ภาพที่เห็นเบื้องหน้า คือ ผู้ป่วยเป็นชายนอนคว่ำหน้า มีเลือดไหลนองพื้น มีบาดแผลที่แขนและมือ ตรวจสอบชีพจรเต้นต่ำและไม่รู้สึกตัว ขณะนั้นมีประชาชนเข้ามามุงดู และอยากที่จะเข้าช่วยเหลือ แต่ด้วยเกรงว่าทำให้ผู้บาดเจ็บมีอาการบาดเจ็บมากขึ้น จึงได้บอกไปว่าตนเป็นหมอและขอให้ทำตามที่บอก รวมทั้งให้ช่วยหาไม้กระดาน เพื่อเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากถนน ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ซึ่งต้องขอบคุณชาวบ้านในบริเวณนั้นที่ได้เข้ามาช่วยเหลือ และนำผู้ป่วยออกจากจุดเกิดเหตุ เพื่อเปิดเส้นทางการจราจร เพื่อเป็นการป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อน ไม่เฉพาะกับผู้ที่บาดเจ็บอยู่แล้ว แต่รวมถึงในส่วนของผู้ที่เข้าไปช่วยเหลือ ณ วินาทีนั้น คิดเพียงอย่างเดียวว่าจะช่วยผู้ที่บาดเจ็บ และป้องกันอุบัติเหตุที่จะเกิดซ้ำซ้อนอย่างไร จึงได้ตัดสินใจจอดรถขวางถนนไว้ 1 ช่องจราจร และการลงไปช่วยผู้บาดเจ็บนั้นเป็นเหตุการณ์ที่เจอครั้งแรก ซึ่งในส่วนของผู้ที่เป็นบุคลากรทางการแพทย์ ทุกคนจะถูกปลูกฝังในเรื่องของการช่วยเหลือผู้ที่บาดเจ็บอยู่แล้ว และเมื่อทุกคนเจอเหตุการณ์เช่นนี้ต้องลงไปช่วย เพราะเป็นจรรยาบรรณที่ถูกปลูกฝังมา ” ทั้งนี้จากการกระทำของคุณหมอคนดังกล่าว ทำให้โรงพยาบาล อบจ.ภูเก็ตจะมีการมอบประกาศเกียรติคุณ เพื่อเป็นการเชิดชูคุณงามความดีของคุณหมอในครั้งนี้ด้วย โลกออนไลน์ ชื่นชม หมอนางฟ้า ลงมาช่วยคนเจ็บข้างถนน กลายเป็นกระแสแชร์บนโลกออนไลน์ เมื่อได้มีการแชร์เรื่องราวของคุณหมอท่านหนึ่งลงไปช่วยคนเจ็บข้างถนนโดยไม่ห่วงสวยและช่วยในขณะที่ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่แต่ทำลงไปเพราะมีจิตวิญญาณของความเป็นแพทย์ โดยเป็นเรื่องราวจากสมาชิกเฟซบุ๊ก อติ บุญเสริม ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า คุณลุงขับสามล้อโดนรถกะบะชนร่างกระเด็นมากลางถนน รถกะบะขับหนีไป ตรงหน้าร้านครัวปลาเก๋าข้าวราดแกง อ.ถลาง จ.ภูเก็ต โชคดีของคุณลุง เพราะในขณะนั้นคุณหมอหญิงท่านหนึ่งขับรถมาพอดี ตัดสินใจจอดรถตัวเองขวางถนน แล้วลงไปช่วยปั๊มหัวใจคุณลุง ล่าสุดคุณลุงปลอดภัยแล้วและ เจ้าหน้าที่ตร.สามารถสกัดจับรถกะบะคันที่ชนได้แล้ว เบื้องต้นทราบว่าคุณหมอท่านนี้เป็นหมอ รพ.วชิระภูเก็ต หลังจากภาพดังกล่าวถูกแชร์ได้มีชาวเฟซบุ๊กเข้ามาแสดงความคิดเห็นชื่นชมในน้ำใจของคุณหมอเป็นจำนวนมาก โดยสมาชิกเฟซบุ๊กคนหนึ่งได้แสดงความคิดเห็นว่า  ช่วยปรบมือให้คุณหมอท่านนี้หน่อย ลงไปช่วยชีวิตคนโดยไม่คำนึงว่าจะเป็นเวลาหรือสถานการณ์ไหน ชีวิตคนคนหนึ่งมีคุณค่าและอาจมีความหมายกับอีกหลายหลายชีวิตที่รออยู่ข้างหลัง เธอเป็นนางฟ้าในใจดิฉันไปแล้ว ที่มา อติ บุญเสร

ตร.เร่งล่าตัว หนุ่มใจทราม ต้มน้ำเดือดสาดแมว ทำโซเชียลเดือดจัด
กฎหมายคุ้มครองสัตว์ /  ทารุณกรรมสัตว์ / 

มนุษย์ใจทราม โพสต์คลิปต้มน้ำเดือดสาดใส่แมว ตำรวจจ่อนำตัวมาลงโทษ หลังโลกออนไลน์แห่ประณามเดือด วานนี้ (4 ก.พ.) เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ มิรเรอร์ เผยคลิปวิดีโอ ชายชาวอเมริกันถ่ายคลิปต้มน้ำจนเดือด พร้อมทั้งสาดใส่แมว ด้วยความเจ็บปวด มันจึงวิ่งหนีพร้อมทั้งส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด และยังไม่ทราบชะตากรรมของเจ้าแมวเคราะห์ร้ายตัวนั้น ทั้งนี้คลิปดังกล่าวถูกโพสต์ลงบนเฟซบุ๊กชื่อ Dacquan Smith มีผู้เข้าไปชมแล้วมากกว่า 4 แสนครั้ง หลังจากถูกเผยแพร่ไปเพียงไม่ถึง 12 ชั่วโมง โดยผู้โพสต์คลิป บรรยายข้อความว่า ไม่ได้ต้องการทำเช่นนั้น ถ้าเป็นคุณก็ก็คงทำเช่นกัน โดยหลังจากคลิปนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ชาวออนไลน์ผู้รักสัตว์เกิดอาการโกรธจัด พร้อมทั้งเข้ามากระหน่ำด่า ประณามจนหนุ่มรายนี้ต้องลบวิดีโอออกจากเฟซบุ๊คในที่สุด นอกจากนี้ ยังมีการระดมกำลังในกลุ่มผู้รักสัตว์เพื่อตามล่าตัวชายคนดังกล่าว ทั้งนี้เหล่านักสืบออนไลน์ได้ตามเบาะแส พบว่าหนุ่มรายนี้อาศัยอยู่ในเขตมาร์ติน รัฐนอร์ทแคโรไลนา ของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม เมื่อเรื่องดังกล่าวโด่งดังขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจในหลายเขตของรัฐนอร์ทแคโรไลนาออกมาประกาศผ่านเฟซบุ๊ค ประจำหน่วยงานว่า เจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนหาตัวคนร้ายอยู่ในขณะนี้ พร้อมทั้งขอให้ประชาชนมั่นใจว่าชายคนดังกล่าวจะถูกจับข้อหาทารุณกรรมสัตว์ MThai News

ไอเดียเจ๋ง! 'ปาท่องโก๋มังกร' ต้อนรับเทศกาลตรุษจีน
ตรุษจีน /  ปาท่องโก๋ / 

ชาวบ้านเมืองเชียงใหม่แห่ซื้อ 'ปาท่องโก๋มังกร' ที่ตลาดต้นลำไย จ.เชียงใหม่ เผยออร์เดอร์เพียบ ต้อนรับเทศกาล 'ตรุษจีน' วันนี้ 5 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีพ่อค้าปาท่องโก๋มีไอเดียเจ๋ง ปั่นแป้งเป็นรูปมังกรเพื่อต้อนรับตรุษจีน บริการจำหน่ายให้กับลูกค้าที่พากันอุดหนุนในช่วงเช้าที่ตลาดต้นลำไย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จึงเดินทางไปตรวจสอบพบว่ามี ลูกค้าแห่สั่งออร์เดอร์ไหว้เจ้าช่วงตรุษจีน จากการสอบถามนายสัมฤทธิ์ มหาพราหมณ์ 'โกเหน่ง' อายุ 52 ปี เจ้าของร้านปลาท่องโก๋ พบว่ากำลังขมักเขม่นและบรรจงปั่นแป้งให้เป็นรูปมังกร และสัตว์ต่างๆ เช่น ช้าง จระเข้ ไดโนเสาร์ และมังกร รวมทั้งตัวการ์ตูนยอดนิยมอย่าง แองกี้เบริ์ด ก่อนจะนำลงทอดในกระทะร้อนๆ ท่ามกลางลูกค้าที่มีทั้งชาวเชียงใหม่ นักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ ที่มาอุดหนุนกันตั้งแต่เช้า ทางด้านนายสัมฤทธิ์ เปิดเผยว่า ขณะที่ในช่วงเทศกาลตรุษจีนแทบทุกปี ลูกค้าที่เป็นชาวไทยเชื้อสายจีนในระแวกตลาดต้นลำไยและตลาดวโรรส จะพากันสั่งปลาท่องโก๋มังกร เพื่อนำไปไหว้เจ้ากันเป็นจำนวนมาก เพราะมังกรถือเป็นสัตว์มงคลตามความเชื้อของชาวจีน โดยตรุษจีนปีนี้ก็เช่นเดียวกัน มีออร์เดอร์เข้ามาสั่งปลาท่องโก๋มังกรหลายร้อยอัน ทั้งนี้ตนเปิดขายในตรอกเล็กๆแห่งนี้มานานกว่า 30 ปีแล้ว เริ่มต้นจากการทอดปลาท่องโก๋แบบธรรมดา กระทั่งลูกชายอยากกินปลาท่องโก๋รูปตัวจระเข้ และตัวการ์ตูน จึงทดลองปั่นแป้งปลาท่องโก๋ให้ลูกชายทานดู เมื่อลูกค้าคนอื่นเห็นตนทำให้ลูกก็อยากได้บ้าง ปรากฏว่าก็พากันสั่งทำรูปสัตว์ การ์ตูน ให้กับลูกหลานของลูกค้ากันเรื่อยมา ขอบคุณ ข่าวสด ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

กั๊กมั้ย...ยอมมั้ย พ่อลูกเล่นกันน่ารัก #พ่อบรู๊ค-น้องณดล
กบ สุวนันท์ /  บรู๊ค ดนุพร / 

นานๆ ทีจะได้เห็นความน่ารักของคู่พ่อลูกสุดหล่อ อย่างพ่อ บรู๊ค ดนุพร ลูกชายตัวน้อยน้องณดล ปุณณกันต์ ที่ล่าสุดคุณแม่กบได้โพสต์คลิปผ่าน IG ให้แฟนคลับได้ชมกันพร้อมแคปชั่นว่า กั๊กมั้ย?..กั๊กก้า ยอมมั้ย?..ยอมอารมณ์ดีก่อนนอนคร้าบ