ทหาร/ดาราชาย/ผู้ชายในเครื่องแบบ/

ม็อบมิลานเป็นเหตุ 'ปวิน'ปะทะ 'วาสนา นาน่วม'
กระบอกเสียงคสช. /  คสช. / 

"ปวิน" ฉะ "วาสนา นาน่วม" เป็นกระบอกเสียงให้คสช. ผิดหวังทำหน้าที่สื่อไม่เป็นกลาง แนะนักข่าวอย่าเอาอย่าง วาสนาโต้ พูดแรงไป! นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเกียวโต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว "Pavin Chachavalpongpun" แสดงความคิดเห็นถึง น.ส.วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวสายทหาร ที่นำเสนอข่าวว่า ไม่มีม็อบต้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ที่เดินทางเข้าร่วมประชุมอาเซม ที่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ซึ่งนายปวิน ระบุว่า "ผมผิดหวังในตัวคุณวาสนา นาน่วมมาก ที่เป็นกระบอกเสียงให้ คสช.แทนที่จะทำหน้าที่สื่ออย่างตรงไปตรงมา กรณีงานที่มิลานชี้ว่า คุณวาสนาเล่นด้วยกับการไม่พูดความจริงของสรรเสริญ (พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกรัฐบาล) วันนี้ผมเลยขอเขียนตำหนิคุณวาสนา และร้องขอให้ผู้สื่อข่าวที่ยังมีจรรยาบรรณเหลืออยู่ อย่าได้เอาเยี่ยงอย่าง" โดยก่อนหน้านี้น.ส.วาสนา ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊คส่วนตัว "Wassana Nanuam" ว่า "ร่วมแจมม็อบฝรั่ง ขอถ่ายภาพ สร้างข่าว..."เสธ.ไก่อู"แจง คนไทยแค่ร่วมแจมม็อบอิตาลี ต้านเหยียดสีผิว เพื่อหวังสร้างภาพสร้างข่าว แต่ไม่ใช่ตัดต่อภาพ เผยตรวจสอบไปกับทีมนายกฯ ยืนยันว่าไม่มีเหตุประท้วงในเวลานั้น เพราะเกิดพื้นที่อื่น ระบุมีคนไทยสบโอกาสไปร่วมม็อบ น.ศ.มิลาน ต้านสีผิวถ่ายภาพสร้างข่าว พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกรัฐบาล แจง ไม่ได้ระบุว่าภาพการประท้วงต่อต้าน พล.อ.ประยุทธ์ นั่นเป็นการตัดต่อ แต่เนื่องจากมีนักข่าวโทรมาถามหลายสำนัก หลังมีภาพเผยแพร่ทางออนไลน์ ตนเองจึงตรวจสอบไปกับทีมที่ติดตามนายกฯ ก็ยืนยันว่าไม่มีเหตุประท้วงใดๆ มีแต่คนไทยมาให้กำลังใจนายกฯ ทั้งนี้ ในเวลานั้นยังไม่รู้ เพราะเหตุการณ์นี้เกิดในพื้นที่อื่น โดยพบว่า มีคนไทยบางคนที่ตนไม่อยากระบุชื่อ อาศัยโอกาสที่นักศึกษาอิตาลี เดินขบวนต่อต้านการเหยียดสีผิว ไม่ใช่การต้านนายกฯ ไทย แต่ไปขอร่วม และขอให้นักศึกษาช่วยถือป้ายด้วย แล้วถ่ายภาพถ่ายคลิปในหลายมุม เพื่อมาสร้างข่าวให้ดูว่า ชาวมิลานร่วมด้วยจำนวนมาก แต่จริงๆ เป็นแค่การไปขอร่วม เพื่อหวังผลนั่นเอง" ทั้งนี้ หลังจากที่นายปวินได้โพสต์ข้อความดังกล่าวลงเฟซบุ๊ค ก็ได้มีการโพสต์ตอบโต้กลับไปมาระหว่าง น.ส.วาสนา กับ นายปวิน โดยน.ส.วาสนา ตอบโต้ว่า "นายปวินเขียนด่าแรงไป เพราะการนำเสนอข่าวดังกล่าว ก็นำเสนอตามที่ พล.ต.สรรเสริญ (เสธ.ไก่อู) ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่มีม็อบต้านนายกฯ ที่อิตาลี สื่อฉบับอื่นก็นำเสนอข่าวเหมือนกันหมด และที่มาหาว่าชะเลียนายกฯ นั้นก็ไม่เป็นความจริง แค่นำเสนอข่าวไปตามความจริง" ส่วน นายปวิน โต้ว่า "แค่อยากเตือนการนำเสนอข่าว ว่าอย่าเอนเอียงไปทางทหาร รายงานในสิ่งที่ทหารสั่งให้รายงาน โดยไม่ตั้งข้อสงสัย ผมถือว่าเป็นการบิดเบือนข่าวสาร ซึ่งผมทำหน้าที่ของนักวิชาการในการวิพากษ์วิจารณ์ ไม่ได้เกลียดเป็นการส่วนตัว และทิ้งท้ายว่า จะไม่ยอมให้ทหารใช้สื่อหลอกประชาชน" ข้อมูลจากแนวหน้า MThai News

ภัยหญิง วิธีเอาตัวรอดจากผู้ร้าย
ข่มขืน /  คนร้าย / 

ภัยหญิง วิธีเอาตัวรอดจากผู้ร้าย            1.วิธีเอาตัวรอดจากผู้ร้าย เช่น มาขอเงิน ถามทาง เดินตาม หรือพูดจาลวนลาม ตามหลักจิตวิทยา บอกไว้ว่า "ถ้ายิ่งหนีก็ยิ่งถูกไล่ล่า" ฉะนั้นให้ถือคติไม่สู้ ไม่ถอย เผชิญหน้าคนร้ายอย่างมีสติ และพูดจากับอีกฝ่ายดีๆ จะช่วยให้เขาใจอ่อนลง โดยใช้วิธีการต่อไปนี้ "ตาดีสู้เสือ" คือใช้สายตามองอีกฝ่ายด้วยความใจเย็น สู้สายตา ห้ามก้มหน้าก้มตา ห้ามทำท่ากลัวหรืออ่อนแอให้คนร้ายได้ใจ "ปากดีสู้เสือ" คือ หาเรื่องชวนคุยกับอีกฝ่ายอย่างใจเย็น ให้พูดทำนองเห็นใจ หลักง่ายๆคือ ชวนคุยเรื่องของเขา จะทำให้คนร้ายคิดว่ามีคนสนใจ หันมาใช้สมองคิดคำตอบเรา จะช่วยให้สถานการณ์คลี่คลายลง ประโยคที่ควรพูด เช่น ถ้ามาขอเงิน : ให้ชวนคุยว่า พี่ทำงานอยู่ที่ไหน ถ้าไม่ทำงานแล้วจะเอาเงินที่ไหนใช้ ครอบครัวของพี่ล่ะ พูดเหมือนเห็นใจ อย่าไปต่อว่าเขา จากนั้นให้บอกว่าไม่มีเงิน เพราะเป็นคนจนเหมือนกัน ถ้าถูกเดินตาม : หรือ ถามทาง ให้ชวนคุยว่า พี่จะไปไหน หลงทางหรือ ไปถูกหรือเปล่าค่ะ พูดทำนองเอื้อเฟื้อ อยากช่วยเหลือ ถ้าถูกพูดจาลวนลาม : ให้ชวนคุยว่า พี่มีน้องสาวหรือเปล่าค่ะ วันนี้ทำงานดึกหรือค่ะ พูดจาดีๆเพื่อมิให้คนร้ายบันดาลโทสะ           2.ระหว่างคุยกับคนร้าย คุณควรทำท่าทางน่าเกลียดไปด้วย เช่น แคะขี้มูก แคะขี้หูมาดม แคะขี้ฟันตัวเอง ขากเสลด เพื่อคนร้ายจะได้รังเกียจจนหมดอารมณ์           3.ถ้าเจอคนร้ายจะเข้ามาข่มขืน พึงระลึกไว้ว่า ผู้ชายจะทำร้ายผู้หญิงไม่ได้ตราบที่เราไม่กลัวและต่อสู้ วิธีเอาตัวรอดคือ  ถ้าสู้ไม่ได้ควรแกล้งทำเป็นว่ามีอารมณ์ร่วม ยอมให้ถอดเสื้อผ้ารอจังหวะที่ผู้ชายถอดกางเกง แกล้งเอามือลูบไล้ไปตามร่างกายคนร้าย จากนั้นใช้มือดึงลูกอัณฑะอย่างแรง พอคนร้ายเจ็บปวดหมดเรี่ยวแรง ชั่วขณะค่อยตะโกนขอความช่วยเหลือและวิ่งหนี ถ้าเป็นไปได้ควรเบ่งอุจจาระออกมา แล้วป้ายอุจจาระไปตามเนื้อตัว หน้าอก ท้อง ใบหน้า หรือป้ายไปที่ตัวคนร้าย เพราะกลิ่นเหม็นของอุจจาระจะทำให้คนร้ายหมดอารมณ์ทางเพศได้ ตอนที่แกล้งมีอารมณ์ร่วม พอถึงคราวผู้ชายจะใช้อวัยวะสอดใส่ ผู้หญิงควรพลิกสะโพกหนีไปมา และพูดว่าเจ็บ หรือขมิบอย่างสุดแรงจะทำให้ผู้ร้ายร่วมเพศไม่สำเร็จ และเป็นการประวิงเวลา ก่อนหาทางหลบหนี ที่มาจาก นิตยสาร สุดสัปดาห์    

จับหนุ่ม17 ดอดเข้าบ้านแม่ พ.ต.ท. ใช้ชีวิต-อาบน้ำไม่ได้รับอนุญาต
ข่าวจังหวัดอุดรธานี /  ข่าววันนี้ / 

ตร.อุดรธานี จับกุมหนุ่ม17 หลังบุกบ้านแม่ พ.ต.ท. ใช้ชีวิต-อาบน้ำไม่ได้รับอนุญาต อ้างหน้าตาเฉยเป็นบ้านตัวเอง ทำไมจะเข้ามาไม่ได้ รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันนี้ (20 ต.ค. 57) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมือง อุดรธานี ได้นำกำลังเข้าจับกุมตัวนายน้อย (นามสมมติ) อายุ 17 ปีชาวต.นางัว อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี หลังได้บุกรุกเข้าไปใช้ชีวิต อาบน้ำ-ดูทีวี ในบ้านพักเลขที่ 86/86 ถนนร่วมจิต ซอยทองคำอุทิศ เขตเทศบาลนครอุดรธานี ซึ่งเป็นของนางพรเพชร เมสเซอร์สิ อายุ 64 ปี เจ้าของบ้าน และเป็นมารดาของ พ.ต.ท.สิทธิพร ธากุลทิพย์ รองผกก.ป. สภ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี ซึ่งจากการสอบสวนนางพรเพชร เจ้าของบ้านได้ให้การว่า ระหว่างที่ตนตื่นขึ้นมาตอนเช้ามืดเพื่อทำกับข้าวไว้รอใส่บาตรนั้น พบว่ามีชายวัยรุ่นไม่ทราบชื่อและไม่รู้ว่าเป็นใครมาจากไหน นอนดูทีวีอยู่ที่ชั้นล่างอย่างหน้าตาเฉย เมื่อเข้าไปสอบถามชายคนดังกล่าวก็ได้ยิ้มใส่ บอกว่าเป็นบ้านของเขาเอง ทำไมจะเข้ามาไม่ได้ เมื่อเห็นท่าไม่ดีตนจึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบดังกล่าว ด้านนายน้อย ว่าอยากดูทีวี จึงได้เข้าไปในบ้านผู้เสียหาย เพื่อต้องการดูทีวีเท่านั้น ไม่ได้หวัง หรือจะทำร้ายอะไรเจ้าของบ้าน นอกจากนี้ยังเผยต่ออีกว่าเขาเคยเอาเสื้อผ้ามาซักที่เครื่องซักผ้าหน้าห้องน้ำมาแล้วครั้งหนึ่งด้วย เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่นำตัวไปตรวจหาสารเสพติดหลังเจ้าตัวสารภาพว่าเคยต้องคดียาเสพติดมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ไม่พบ เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา บุกรุกเคหะสถาน ในเวลากลางคืน ก่อนส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป Cr. ภาพจาก khaosod.co.th MThai news

ละครภพรัก , เรื่องย่อภพรัก
ละครภพรัก /  ละครภพรัก ช่อง 3 / 

เรื่องย่อละครภพรัก ความตาย.. อาจเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ แต่สำหรับ “เธอ” .. การดับสูญที่ยิ่งใหญ่นำมาซึ่งความผูกพันล้ำค่าบนโลกใบสวย .. ความรักระหว่าง “เธอ” และ “เขา” อาจเป็นไปไม่ได้หากแต่ใน “ภพรัก”…ความสุขในความรักระหว่างเขาและเธอ สดใสและงดงามเสมอ หมวดเหยี่ยว เป็นลูกชายคนเดียวของ วิหค นายตำรวจมือปราบที่เลื่องชื่อในอดีต เหยี่ยวกำพร้าพ่อและแม่มาตั้งแต่เล็กเพราะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมกัน ด้วยสาเหตุที่หลายคนยังตั้งข้อสงสัย วิหคเป็นตำรวจน้ำดีที่หลายคนให้การยกย่อง ทำงานตรงไปตรงมาแบบยอมหักไม่ยอมงอ แต่แล้วจู่ๆ ต้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนปริศนาที่คนขับชนแล้วหนี เหยี่ยวอาศัยอยู่ในชุมชนริมน้ำหลังวัดเก่ากับ ยายนวล ยายตาบอดอารมณ์ดี จิตใจแจ่มใส ชอบทำบุญอยู่ในศีลในธรรม มีข้อเดียวที่ยายนวลผิดศีลอย่างเลิกไม่ได้คือต้องเล่นหวยอยู่เป็นนิจ และยายนวลก็เหมือนมีพรายกระซิบทุก 15 วัน ??? ตั้งแต่เหยี่ยวเล็กจนโต.. ยายนวลถูกหวยงวดเว้นงวด !!! เหยี่ยว มุ่งมั่นเรียนจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จนสอบเข้าทำงานในสำนักงานสืบสวนพิเศษได้ หากแต่ในวิชาชีพตำรวจเหยี่ยวกลับทำไม่ได้ดีเหมือนพ่อ คดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบมักมีข้อผิดพลาดไม่ราบรื่น ยิ่งโดนเปรียบ เทียบกับพ่อ.. เหยี่ยวยิ่งทำงานพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งหลังผู้ต้องหาในคดีค้ายาเสพติดต้องรอดคดีไปได้อย่างลอยนวล เพราะการสอบสวนแบบถึงลูกถึงคนของแหยี่ยวโดนบันทึกภาพผ่านโทรศัพท์มือถือของ ทนายผู้ต้องหา และการนำสืบชี้นำไปที่เหยี่ยวขาดวุฒิภาวะในการควบคุมอารมณ์ ข่มขู่ผู้ต้องหาให้รับสารภาพ หมวดเหยี่ยวถูกคาดโทษจากผู้บัญชาการว่าจะต้องถูกย้ายหากมีข้อผิดพลาดอะไร เกิดขึ้นอีก !!! ดูเหมือนชีวิตของหมวดเหยี่ยวกำลังรอคอยใครบางคน ใครบางคนที่จะเติมเต็ม.. ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น คืนวันหนึ่งขณะหมวดเหยี่ยวออกจากสำนักงานสืบฯ กำลังจะขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางเขารู้สึกแปลกๆ ในจิตใจคล้ายมีคลื่นพลังงานบางอย่างเข้ามากระทบในโสตสัมผัส เมื่อเลี้ยวรถตรงทางแยกหน้าปากซอย เขาพบรถสปอร์ตเกิดอุบัติเหตุตกบึงน้ำขนาดใหญ่ที่ข้างทาง เมื่อ กองพิสูจน์หลักฐานดึงรถยนต์คันงามขึ้นมา.. ทุกคนต้องแปลกใจเพราะภายในรถว่างเปล่า !! ไม่ปรากฏร่างเจ้าของรถผู้ขับขี่ ตำรวจตรวจดูโดยรอบแล้วไม่พบศพผู้เสียชีวิต !!! ขณะ เหยี่ยวช่วยตำรวจท้องที่กันบรรดาไทยมุงออกมาจากพื้นที่ เขาสะดุดสายตาเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางต่างจากชาวบ้านแถบนั้นโดยสิ้นเชิง เงอะๆ งะๆ จนเกือบจะเข้าไปในเขตห้ามเข้า เหยี่ยวต้องเอ่ยปากไล่ไม่ให้เข้ามาวุ่นวายในพื้นที่ เดี๋ยวจะเป็นการทำลายหลักฐานสำคัญ หญิงสาวคนนั้นสะดุ้งสุดตัวก่อนจะเดินหนีออกไป ก่อนขับรถกลับบ้าน เหยี่ยวพบสร้อยคอพร้อมล็อกเก็ตรูปหัวใจตกอยู่ข้างรถ เขาหยิบล็อกเก็ตเส้นนั้นและนำกลับไปบ้านด้วยอย่าง เผลอตัว ความแปลกประหลาดเริ่มบังเกิดขึ้นกับเหยี่ยวนับตั้งแต่วินาทีนั้น.. ตอนกลับบ้าน เสียงหมาวัดแถวนั้นต่างพากันประสานเสียงหอนกันระงมราวกับเห็นผี ! ยายนวลที่ตาบอดยังร้องทักว่าเหยี่ยวพาเพื่อนมาเที่ยวบ้านทำไมไม่บอก จะได้หาข้าวหาปลาให้ทาน มิวายที่เหยี่ยวจะปฏิเสธ แต่ยายนวลกลับไม่เชื่อเถียงคอเป็นเอ็นหาว่าหลานชายแอบเอาสาวเข้าบ้านโดยไม่ บอกให้ยายรู้ จนเหยี่ยวต้องเรียก จ่านกน้อย ตำรวจคู่หูที่อยู่ข้างบ้านมายืนยันว่าไม่มีใครมาด้วย ยายนวลถึงจะเชื่อและเรียกจ่านกน้อยไปขูดต้นกล้วยหลังวัดด้วยกันอย่างออกรส ตามประสาคนบ้าหวยด้วยกัน จ่านกน้อยเป็นตำรวจที่มีอดีตไม่น่าจดจำ บ้าหวยทำตัวไร้สาระก็เพื่อลบปมเศร้าสะเทือนใจในชีวิต เมื่อ 5 ปีที่แล้ว.. นกยูง ลูกสาววัยรุ่นของจ่านกน้อยเสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาด เพราะพ่อบ้างานจนไม่มีเวลาให้ หลังเสียลูกสาวไม่นานเมียก็ต้องเสียชีวิตตามไปอีกคน เพราะโดนคนเมายาบ้าจับเป็นตัวประกัน แล้วจ่าเข้าไปช่วยไม่ทัน นับตั้งแต่นั้น.. ชีวิตจ่านกน้อยก็ไร้แก่นสาร ทำงานไปแบบวันเติมวัน เหมือนกำลังรอวันลาโลก!!! ย่ำ รุ่งคืนวันนั้นเอง เหยี่ยวกลับได้ยินเสียงร้องสะอื้นไห้อย่างน่าสงสารในสวนหลังบ้าน เหยี่ยวพบกับหญิงสาวคนเดียวกับเมื่อตอนหัวค่ำ เธออยู่ในชุดขาวสวยเฉี่ยวทันสมัย ร้องไห้พลางบอกว่าไม่มีที่ไป ไม่มีใครเห็นเธอเลยนอกจากเหยี่ยว ภาพหญิงสาวค่อยๆ จางหายไป .. พร้อมๆ กับพระอาทิตย์ที่กำลังโผล่ขึ้นพ้นขอบฟ้า !หมวดเหยี่ยวอึ้งแทบไม่เชื่อภาพที่ปรากฏต่อสายตา เขาพบกับผีสาว ! ตัวจริง ! เสียงจริง ! เช้าวันรุ่งขึ้น.. เหยี่ยวตื่นแต่เช้ามาใส่บาตรกับ หลวงตาเคี้ยง เขาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง หลวงตาฟังไปพร้อมกับตาลุกด้วยความตื่นเต้น อรรถาธิบายว่าผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นวิญญาณที่เพิ่งออกจากร่าง เพราะเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหัน วิญญาณจึงยังล่องลอยไม่มีที่พึ่ง พออธิบายเสร็จ หลวงตาเคี้ยงก็รีบให้ศีลให้พร จ้ำอ้าวๆ กลับกุฏิแทบไม่ทัน สมดังคำล่ำลือว่าหลวงตาเคี้ยงไม่ค่อยถูกชะตากับพลังงานลึกลับ ?!?!? ทุกวันเมื่อไปทำงานสำนักงานสืบฯ เหยี่ยวต้องปะทะคารมอย่างรุนแรงกับ ผบ.สงคราม ที่จ้องจับผิดตลอดเวลา แม้ผบ.สงครามจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับพ่อ แต่ความจริงที่เหยี่ยวไม่รู้ก็คือ.. สงครามไม่ได้เป็นเพื่อนกับวิหค แต่เป็นคู่แข่งกันมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยเรียนจนทำงานตำรวจ แข่งกันทุกครั้งสงครามก็แพ้วิหคทุกครั้ง .. หนำซ้ำการเสียชีวิตของวิหค ยังมีข่าวลืออีกว่าเป็นเพราะกำลังทำงานลับบางอย่างแข่งกับสงคราม จึงต้องเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ล่า สุดกับคดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบ.. จับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่น เขาเกือบทำพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย เมื่อไว้ใจทิ้งหลักฐานวิดีโอการซื้อขายยาที่จะมัดตัวจอมบงการไว้กับสายสืบ นักข่าวคนหนึ่งที่แปรพักตร์เพราะโดนข่มขู่จากเจ้าพ่อ โชคดีที่ขณะจะกลับ เสียงผีสาวมาบอกให้ไปจับคนร้ายเสียก่อน เหยี่ยวจึงทำงานสำเร็จ ได้รับคำชมเชยเป็นครั้งแรกจาก ผบ.สงคราม คืน วันนั้นเหยี่ยวออกมาที่ต้นลำดวนหลังบ้าน เรียกหญิงคนนั้นเพื่อสอบถามเรื่องราวทั้งหมด วิญญาณสาวคนเดิมออกมาตามเสียงเรียก เธอเรียกตัวเองว่า “น้ำ” แต่จำอะไรไม่ได้เลยนอกจากชื่อ น้ำริน ของตัวเอง น้ำ รินไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องตามเหยี่ยวมาที่นี่ รู้แต่ว่าเธอต้องตามติดเหยี่ยวไปในทุกที่.. เพียงแต่ในช่วงกลางวันเหยี่ยวจะมองไม่เห็นร่างของเธอเท่านั้น ตั้งแต่ นั้นความโกลาหลในชีวิตเหยี่ยวจึงบังเกิด ?!? หมวดเหยี่ยวประสาทเสียที่จู่ๆ ก็มีวิญญาณสาวสวยคอยติดตามไปทุกที่ แม้ในเวลาที่ต้องเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ และ เวลานอน ?!? หนำซ้ำยายนวลยังเป็นอีกคนที่ได้ยินเสียงเหยี่ยว กับน้ำรินคุยกันบ่อยๆ เหยี่ยวเดาเอาเองจากการที่ยายถูกหวยทุกงวดว่าน่าจะเป็นเพราะยายมีสัมผัสที่ หก ได้ยินเสียงพรายกระซิบเป็นประจำ จึงไม่แปลกที่ยายจะได้ยินเสียงน้ำรินเช่นเดียวกับเขา เหยี่ยวโกหก ยายนวลว่าน้ำรินเป็นพยานปากเอกที่เขาได้รับมอบหมายจากสำนักงานสืบฯ ให้นำตัวมาเก็บไว้ โดยใช้บ้านเหยี่ยวเพื่อเป็นเซฟเฮ้าส์ ยายนวลจึงคลายใจหันมาคุยกับน้ำรินวิญญาณสาวอย่างออกรสด้วยนึกว่าหล่อนเป็นคน เมื่อเวลาผ่านไป.. การสนิทสนมกับน้ำรินทำให้ชีวิตยายนวลมีชีวิตชีวามากขึ้น น้ำรินเป็นผีสาวความจำเสื่อมที่อารมณ์ดี มองโลกสดใสในทางบวก ความทรงจำน้ำรินเริ่มกลับมาทีละน้อยๆ เธอจำได้ว่าตัวเองมีฝีมือในการทำขนมไทยอย่างหาตัวจับยาก ตั้งแต่นั้นบ้านหลังน้อยของหมวดเหยี่ยวจึงเกิดกิจกรรมพิเศษของสองคู่ซี้ต่าง วัยและต่างภพ ทำขนมไทยสารพัดชนิดเพื่อเป็นรายได้เสริม ขนมไทยแสนอร่อยของยายนวลเป็นที่นิยมชมชอบของคนในชุมชนมากขึ้นเรื่อยๆ ยาย นวลชวนจ่านกน้อยคู่ซี้มาทำขนมด้วยกันในตอนค่ำ เพื่อละเลิกจากกิจกรรมขี้เมาบ้าหวย สร้างความสนุกสนานและเพลิดเพลินให้กับจ่าไม่น้อย แต่จ่านกน้อยกับชาวบ้านแถบนั้นรวมไปถึงหลวงตาเคี้ยงยังไม่วายต้องผวาไปกับ เสียงแปลกๆ ยามค่ำ และพฤติกรรมเหมือนกำลังคุยกับผีของยายนวลอยู่เนืองๆ สินค้าขนมไทยของยายนวลในชุมชน ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก ธารา นักธุรกิจสาวที่ผันตัวเองจากโลกธุรกิจ มาทำมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ ธาราต้องนั่งรถเข็นจากการเกิดอุบัติเหตุเมื่อปีก่อน ตั้งแต่นั้นธาราจึงอุทิศตัวเองเพื่อสังคม หันหลังให้กับโลกธุรกิจปล่อยให้เป็นหน้าที่ผู้บริหารมืออาชีพ ส่วนตัวเองหันมาทำงานเพื่อสังคมส่วนรวม เมื่อน้ำรินเห็นหน้าธารา.. เธอรู้สึกแปลกๆ เหมือนรู้จักผู้หญิงคนนี้เป็นอย่างดี แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกว่าเคยพบกันที่ไหน ได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ ดูเหมือนวิญญาณน้ำรินกำลังทำความดีชดเชยกับเรื่องราวในอดีตที่เธอยังจำไม่ได้ น้ำรินไม่รู้เลยว่าในตอนมีชีวิตอยู่ เธอมีส่วนทำให้นกยูงลูกสาวจ่านกน้อยเสียชีวิต เพราะ เสพยาเกินขนาด!! วันหนึ่งน้ำรินมีโอกาสเห็นรูปนกยูงโดยบังเอิญ เธอจำได้ทันทีว่าเด็กสาวคนนี้ เคยทำงานพาร์ทไทม์กับเธอที่ใดที่หนึ่งเกี่ยวกับการทำขนม ยิ่งไปกว่านั้น..น้ำรินจำได้ว่าเด็กสาวคนนี้เสียชีวิตเพราะเธอเฉยเมย ไม่ยอมช่วยนกยูงที่เอ่ยปากขอเบี้ยเลี้ยงล่วงหน้า ทำให้นกยูงเข้าสู่วังวนของการส่งยา ค้ายา จนถึงขั้นนกยูงโดนฆ่าตายเพราะคนร้ายต้องการปิดปากเรื่องเครือข่ายค้ายาฯ นกยูงโดนจัดฉากว่าเสพยาเกินขนาด เธอพยายามทำทุกวิถีทางให้ชีวิตของจ่านกน้อยดีขึ้น หลัง จากนั้นเป็นต้นมา เหยี่ยวกับน้ำรินยิ่งใกล้ชิดผูกพันกันมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งสนิทสนม ยิ่งทำให้ทั้งคู่กลายเป็นส่วนผสมของความกุ๊กกิ๊กอลวนที่ลงตัว น้ำรินแสดงถึงความเป็นคุณหนูไฮโซให้เห็นมากขึ้น เธอทั้งซุกซน ซุ่มซ่าม และเผลอเอาแต่ใจตัวเอง น้ำรินขอร้องให้ เหยี่ยวช่วยสืบหาว่าเธอเป็นผีมาจากไหน มีประวัติความเป็นมายังไง .. เหตุใดเธอจึงยังไม่ไปผุดไปเกิดซะที แต่แล้ววันหนึ่งน้ำรินก็ได้พบกับ ป้าปริก วิญญาณอีกดวงนึงที่ดูเหมือนเป็นวิญญาณที่ความอารมณ์ดี ป้าปริกสอนให้น้ำรินกลายเป็นวิญญาณคุณภาพ สามารถควบคุมให้สิ่งของต่างๆ เคลื่อนที่ได้ น้ำรินสามารถหยิบจับของต่างๆ และรับรู้ความรู้สึกในการสัมผัสได้ราวกับมีเลือดเนื้อเหมือนมนุษย์ ต่างกันเพียงว่าไม่มีใครมองเห็นเธอได้… นอกจากเหยี่ยวเพียงคนเดียว และการที่รู้สึกและหยิบจับของต่างๆ ได้เหมือนมนุษย์นี่เอง ที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำรินกับเหยี่ยวออกอาการกุ๊กกิ๊กแนบแน่นมาก ขึ้นกว่าเดิม เพราะเหยี่ยวมักเผลอโอบคอน้ำรินเหมือนเคยๆ ทุกครั้งเพราะไม่เคยทำได้สักที แต่มาวันนี้กลับกลายเป็นรู้สึกได้ว่าเขากำลังกอดคอหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งยิ่งทำให้ทั้งคู่เขินอายและต้องระวังตัวระหว่างกันมากยิ่งขึ้น น้ำ รินมีโอกาสช่วยเหลือเหยี่ยวในการทำงานสำนักงานสืบฯ หลายครั้ง คดีสำคัญก็คือ.. เหยี่ยวสามารถคลี่คลายคดียาเสพติดในหมู่วัยรุ่นได้ เขาจับตัวการที่โยงใยทำให้นกยูงลูกสาวของจ่านกน้อยตาย จ่านกน้อยมีจิตใจดีขึ้นมากขึ้น เพราะความจริงปรากฏชัดว่านกยูงไม่ได้เสพยาเกินขนาดจนตาย แต่เธอตายเพราะต้องการเปิดโปงเครือข่ายค้ายา นกยูงตายเพื่อความถูกต้องในสังคม สมกับเป็นลูกสาวตำรวจอย่างจ่านกน้อย จ่านกน้อยเลิกขี้เมา บ้าหวย หันมาใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ อุทิศตนเองให้กับชุมชนฯ เหยี่ยว เหมือนเป็นนายตำรวจพรายกระซิบ ทำงานสำคัญๆ สำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ น่าแปลกที่ทุกครั้ง ที่น้ำรินช่วยเหยี่ยวคลี่คลายคดีสำคัญได้ ความทรงจำของเธอจะกลับมาหนึ่งอย่างเสมอ เหมือนการช่วยแก้ไขคดีแต่ละคดีเป็นการทดแทนการทำความผิดพลาดในอดีตหมวดแนน แฟนเก่าของเหยี่ยว กลับมาคลุกคลีกับเหยี่ยวอีกครั้ง จนน้ำรินเริ่มหึง ซึ่งเหยี่ยวเริ่มจับสังเกตได้ ภพธร กับนับดาว ยังไม่หยุดแผนที่จะฆ่าธารา จนสงครามเริ่มสงสัยในตัวภพธร จึงพาธาราไปซ่อนตัวที่เซฟเฮ้าส์ โดยให้เหยี่ยวตามไปดูแล คุ้มครองธารา ที่นั่นเอง สงครามได้แสดงความรักที่มีต่อธารามาอย่างช้านาน แต่ธาราปฎิเสธ เพราะไม่อยากผิดต่อพ่อของน้ำริน ซึ่งเป็นเพื่อนรักของสงครามนั่นเอง ถนนทางเข้าเซฟเฮ้าส์ คือถนนที่ครั้งหนึ่ง เหยี่ยว เคยนั่งรถมาพร้อมกับพ่อและแม่ และที่นี่เอง เหยี่ยวได้สูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปกับอุบัติเหตุ ทุกครั้งที่เหยี่ยวขี่จักรยานผ่านจุดเกิดเหตุ เขาก็อดนึกถึงอดีตอันเจ็บปวดไม่ได้ น้ำรินซึ่งติดตามเหยี่ยวมาด้วย พยายามพูดให้กำลังใจ ให้เหยี่ยวต่อสู้กับอดีตอันเลวร้ายให้ได้ ทำให้เหยี่ยวรู้สึกเข้มแข็งขึ้นเมื่อได้อยู่กับน้ำรินน้ำรินเองก็รู้สึกคุ้นหน้าธารามาก แต่ยังนึกเหตุการณ์ในอดีตไม่ได้สักที จำได้แต่ว่า ก่อนตายเธอใกล้มีความสุขที่สุดในชีวิต .. น้ำรินกำลังจะแต่งงาน !!! แล้วจู่ๆ สร้อยล็อตเก็ตรูปหัวใจก็ตกลงจากลิ้นชักโต๊ะทำงานของเหยี่ยว เหยี่ยวระลึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองเผลอหยิบมาจากริมบึงที่มีรถจมน้ำ.. ต้องเป็นเพราะล็อคเก็ตรูปหัวใจแน่ๆ น้ำรินถึงมาติดอยู่กับเขาแบบนี้ !!! เหยี่ยว สืบเรื่องของน้ำรินโดยเริ่มจากคดีรถสปอร์ตจมหายไปในน้ำ ตามไปถึงบ้านใหญ่โตของเจ้าของรถ ในที่สุดเหยี่ยวจึงรู้ว่าน้ำรินคือเจ้าของรถคันนั้น เป็นลูกสาวคนเดียวของ ธารา เศรษฐีนีแม่ม่ายเจ้าของเครือโรงแรมสตาร์ออฟสยาม เครือข่ายโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันนี้ ความจริงแล้วน้ำรินเป็นลูกสาวของคุณธารา สาวใหญ่ใจดีเจ้าของมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ วิญญาณเธอได้พบกับแม่ เพียงแต่เธอจำแม่ไม่ได้ เหยี่ยวปักใจเชื่อว่าคนที่น่าสงสัยที่สุดเห็นจะเป็น ภพธร นักธุรกิจหนุ่มผู้เป็นทั้งพี่ชายบุญธรรม ผู้บริหารเครือโรงแรมนี้ทั้งหมด และเป็นอดีตคู่หมั้นของน้ำริน ภพธรคือคนที่น่าสงสัยที่สุด เมื่อ ตอนมีชีวิตอยู่.. น้ำรินเติบโตมากับภพธรผู้เป็นเหมือนพี่ชาย ภพธรเป็นลูกชาย นุติ อดีตเจ้าของเดอะสตาร์ออฟสยาม ที่ฆ่าตัวตายเพราะทำธุรกิจผิดพลาดจนต้องให้ ธารา แม่ของน้ำรินเข้าซื้อกิจการ แต่มีข่าวลือในวงธุรกิจ.. ความจริงแล้วนุติฆ่าตัวตายเพราะทนไม่ได้ที่โดนธาราโกงจนหมดตัว ธารารู้สึกผิด.. จึงส่งเสียเลี้ยงดูภพธรเป็นลูกบุญธรรม ให้เติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กับน้ำรินลูกแท้ๆ ธาราเดินไม่ได้เพราะได้รับอุบัติเหตุจากการขับรถเมื่อปีก่อน ทำให้อำนาจการบริหารโรงแรมทั้งหมดอยู่ในมือของภพธรลูกบุญธรรมซึ่งกำลังจะ แต่งงานกับน้ำริน และธารารู้สึกผิดกับบาปที่ตัวเองสร้างไว้ในอดีต เธอจึงหันมาทำมูลนิธิช่วยเหลือคนด้อยโอกาสในสังคม ต้องการไถ่บาปสร้างความดีเพื่อชดเชยกับสิ่งที่ตัวเองเคยกระทำไว้ในอดีต น้ำ รินขอบคุณเหยี่ยวและขอให้พาเธอไปสถานที่แห่งหนึ่งเป็นครั้งสุดท้าย เป็นบ้านสวนริมน้ำของ นับดาว ผู้หญิงที่เป็นเพื่อนรักของเธอมาตั้งแต่เด็ก นับดาวเป็นเหมือนเพื่อนคู่หูน้ำรินมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมเรื่อยมาจน กระทั่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยและจบการศึกษา เธอเป็นเหมือนเพื่อนรัก… หากแต่ซ่อนปมความคิดอิจฉาริษยาเพื่อนที่เพียบพร้อมไปทุกอย่างอย่างน้ำรินมา ตลอด นับ ดาวกำลังอยู่กับภพธรฉันท์สามีภรรยา จากคำพูดที่ทั้งสองกำลังปรึกษากัน น้ำรินจึงรู้ว่าทั้งสองแอบคบกันมานานแล้ว เพราะปมชีวิตของนับดาวที่ไม่อาจจะสู้น้ำรินได้ตลอดมา ทำให้นับดาวคิดแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับน้ำรินโดยน้ำรินไม่รู้ตัว สิ่งที่นับดาวเอาชนะน้ำรินได้อย่างเด็ดขาดคือการพิชิตหัวใจของภพธร เพราะภพธรโกรธแค้นครอบครัวของน้ำรินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งสองตั้งใจจะฮุบกิจการโรงแรมของธาราโดยเร็วที่สุด ทั้งเพื่อแก้แค้นให้ภพธรและเพื่อตัวของพวกเขาเอง.. นับดาวเป็นคนวาง แผนบงการทำให้ธาราต้องพิการ และวางแผนฆ่าน้ำรินก่อนการแต่งงานจะเกิดขึ้น !!! น้ำรินมีโรคประจำตัวที่ต้องทานยาเป็นประจำทุกวัน ภพธรแอบเปลี่ยนยาทำให้น้ำรินหมดสติ ขับรถตกบึงน้ำขนาดใหญ่ ก่อนจะอำพรางนำศพของเธอไปเผาทิ้ง ทำให้น้ำรินกลายเป็นบุคคลหายสาปสูญไปเพื่อทำลายหลักฐาน !!! นับดาวกับภพธรแอบเปิดประตูให้คนร้ายเข้าไปในคฤหาสน์ของธารา แต่ขณะที่กำลังจะทำอันตรายธารา เหยี่ยวกับน้ำรินเดินทางมาช่วยธาราได้ทันเวลา นับดาวกับภพธรถูกตำรวจจับ…และถูกลงโทษตามความผิดที่ตัวเองกระทำ ฐานทำร้ายน้ำรินถึงแก่ความตาย เวลานี้ภารกิจของน้ำรินดูเหมือนจะเสร็จสิ้นแล้ว พลังงานภายในวิญญาณของเธออ่อนแรงลง น้ำ รินรู้สึกว่าดวงวิญญาณของเธออาจดับสูญภายในคืนนี้.. เธอรวบรวมพลังงานทั้งหมดเท่าที่เหลืออยู่ ปรากฏกายให้เหยี่ยวเห็นเป็นครั้งสุดท้าย แม้ช่วงเวลาที่น้ำรินจะอยู่กับเหยี่ยวมีเพียงช่วงสั้นๆ หากแต่ความผูกพันในช่วงเวลาอันน้อยนิดระหว่างเธอกับเขา แนบแน่นจนกลายเป็น “ความรัก” ไปเสียแล้ว … เช่นเดียวกับเหยี่ยวที่รู้ใจตัวเองว่ารัก น้ำริน.. วิญญาณ สาวที่กำลังจะดับสลายไปในอีกไม่กี่วินาทีต่อจากนี้ เหยี่ยวอยากจะอ้อนวอนขอให้น้ำรินอยู่กับเขาตลอดไป แต่เขารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้…ไม่มีใครฝืนสัจธรรมการแตกดับนี้ไปได้ เหยี่ยวจึงตั้งจิตมั่นสัญญาไว้กับน้ำริน เขาจะรักเธอตลอดไป จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงความรักที่เขามีให้เธอ ทั้งสองจากกันด้วยน้ำตา… 18 ปีต่อมา… หมวดเหยี่ยวนายตำรวจหนุ่มไฟแรงจบใหม่ในอดีต.. กลายเป็นหนุ่มใหญ่ผู้บัญชาการสำนักงานสืบสวนพิเศษในปัจจุบัน เขามุ่งมั่นในการทำงานจนไม่มีเวลาเหลือให้กับใคร คนเก่าคนแก่ภายในสำนักงานสืบสวนฯ ต่างรู้ดีว่าผู้บัญชาการผู้นี้ยังคงมีอดีตรักฝังใจที่ยากจะลืมเลือน ผบ.เหยี่ยวไม่มีหัวใจจะรักใครได้อีกแล้ว.. จวบจนวันนี้…วันที่สำนักงานสืบสวนพิเศษได้มีโอกาสต้อนรับ น้ำค้าง นักข่าวหญิงเพิ่งจบใหม่จากรั้วมหาวิทยาลัย สาวนักข่าวที่ทันทีที่ผบ.เหยี่ยวเห็นหน้าแล้วต้องชะงักด้วยความตกใจ ฤาสัญญารักที่เขาเคยให้ไว้กับน้ำรินมีผลลัพธ์เกิดขึ้นแล้วในวันนี้… น้ำค้าง…มีใบหน้าบุคลิก ท่าทาง รอยยิ้ม เหมือนกับน้ำริน .. ราวกับเป็นคนๆ เดียวกัน !

ข้อดีของการมี
คู่รัก /  แฟน / 

แน่นอนอยู่แล้วว่า " ความหล่อ " ย่อมเป็นที่สะดุดตาสาวๆ หนุ่มหล่อจึงมักเป็นที่หมายปองของสาวมากหน้าหลายตา แต่เอาเข้าจริง การมีแฟนหล่อก็ใช่ว่าจะทำให้ชีวิตรักเพอร์เฟคต์เสมอไปนะคะ และในความเป็นจริง สาวๆหลายคนก็พบว่าการมีแฟนหน้าตาธรรมดา กลับทำให้ความรักราบรื่นขึ้นซะด้วยสิ วันนี้ จะมาบอกข้อดีของการมี แฟนไม่หล่อ ให้กับสาวๆกันค่ะ 1. แฟนเราจะปลอดภัยจากชะนีร้ายกาจ เพราะหนุ่มหล่อมักเป็นเป้าสายตา และเป็นที่หมายตาของสาวๆ โดยเฉพาะกับความรักแบบ “ผิวเผิน” ที่มองกันแค่ภายนอก ซึ่งไม่ใช่รักแท้ที่มาจากความจริงใจหรือผูกพัน ดังนั้นหนุ่มหล่อที่สะดุดตาผู้คน จึงมักเป็นเป้าของสาวๆจำนวนมากเป็นพิเศษ แถมชะนีร้ายๆ ยังอาจอยากได้ผู้ชายหล่อไปควงเพื่ออวดเพื่อนฝูง ถ่ายรูปโชว์ตามโซเชียลอีกต่างหาก คงไม่ดีแน่ถ้าความหล่อของเขาจะทำให้คุณต้องพารานอยด์ว่าจะมีใครมาแย่งไปเมื่อไหร่ มีแฟนไม่หล่อ ปลอดภัยกว่าแน่นอน ฟันธง ! 2. เขาจะไม่หลงตัวเอง ผู้ชายหล่อๆ บางทีอาจจะไม่ได้ตั้งใจจะหลงตัวเองหรอกค่ะ แต่พอดีมีแต่คนมาเอาอกเอาใจ สาวๆที่รายล้อมก็มีแต่ทำตัวน่ารัก พูดจาดีๆใส่ มันก็ต้องมีบ้างที่จะเผลอเหลิงไปซักหน่อย แถมบางคนยังห่วงหล่อเกิ๊น รู้ว่าคนมองก็เก๊กเข้าไปสิ แต่สำหรับผู้ชายไม่หล่อ ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปเลยซาร่า เพราะทุกคนปฏิบัติกับเขาแบบธรรมดาๆ นั่นเอง 3.  เขาจะยอมคุณมากกว่าพวกผู้ชายหน้าตาดีๆ คนน่ารักมักใจร้าย คนหล่อก็เช่นกัน สืบเนื่องมาจากข้อข้างบน คนหล่อเลือกได้จึงมีอำนาจต่อรองค่อนข้างมาก เวลาคบกันเขามักจะเป็นต่อ (ในกรณีที่ความหล่อของเขารุนแรงแซงความสวยของแฟน) หรือบางที เราเองนั่นแหละที่ใจอ่อนกับความหล่อของเขา หันมาทำหน้าหล่อใส่ทีก็ยอมเค้าไปซะหมด แต่คนไม่หล่อจะไม่มีปัญหานี้ แถมถ้าเขารู้สึกว่าช่างโชคดีที่คนไม่หล่ออย่างเรามีแฟนน่ารักๆ เขาก็จะยื่งยอม ทั้งตามใจและให้อภัยคุณมากกว่าคนหล่อ 4. เขามักจะมีความพยายามพัฒนาตัวเองในด้านอื่นๆ เพราะความต้องการพื้นฐานข้อหนึ่งของคนเราคือ “การเป็นที่ยอมรับในสังคม” คนที่เกิดมาหน้าตาธรรมดาก็ต้องเอาดีอย่างอื่น คนไม่หล่อ (รวมทั้งคนไม่สวย) ที่รักดี ก็จะยิ่งมีความพยายามมากเป็นพิเศษที่จะเป็นที่ยอมรับในด้านอื่น เช่น หน้าที่การงาน คุณความดี หรือการสร้างฐานะ ในขณะที่คนที่เกิดมาหน้าตาเป๊ะอยู่แล้ว ไม่ต้องทำอะไรคนก็ชื่นชมตั้งแต่แรกเห็น อาจทำให้นิ่งนอนใจได้ 5. คนอื่นจะมองไปที่คุณความดีหรือความสามารถของเขา ถ้าคุณมีแฟนหล่อ ใครเห็นแฟนคุณปุ๊บ ก็จะคิดว่า .. อ๋อ แฟนหล่อ … จบ (ทั้งๆที่เขาอาจมีดีอย่างอื่นก็ได้) แต่ถ้าคุณมีแฟนที่ดูธรรมดา หรือไม่หล่อเอาซะเลย คนรอบข้างของคุณก็จะมองลึกเข้าไปว่าเขามีดีอะไรน้า คุณถึงได้รัก ทำให้ได้เห็นข้อดีอื่นๆของแฟนคุณ และจะรักเขาเหมือนที่คุณรักได้ไม่ยาก ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่ช่วยให้ความรักของคุณอบอุ่นและมั่นคงมากขึ้นด้วย 6. คุณจะดูสวยขึ้นมาทันที เวลาไปไหนมาไหนด้วยกัน แถมยุคนี้ไปไหนก็ต้องอัพรูปอีกใช่มั้ยล่ะคะ แล้วถ้าแฟนหล่อเว่อร์ ถามว่าเครียดมั้ย ? เครียดสิคะ เราก็ต้องทำตัวให้สวยๆตลอดเวลา ไม่งั้นคุณอาจถูกเมาท์ได้ว่าเราเป็นพี่สาว น้าสาว หรือเป็นบ่าวมาเดินกับคุณชายที่ไหน ถึงแม้ความจริงคุณจะหน้าตาดีในระดับนึง แต่ถ้าเอาหน้าไปแนบชิดกับคนหล่อเป๊ะ จะรอดเหรอ .. มีแฟนไม่หล่อสบายใจ ทั้งเวลาไปไหนและถ่ายรุปออกมายังไงเราก็สวยอยู่ดีค่ะ 7. ภูมิใจได้เลยว่าคุณไม่ได้รักคนที่ภายนอก ข้อสุดท้ายนี้ กลับมาที่ใจของเราเองบ้างค่ะ การที่คุณรักใครซักคนที่จิตใจ และคุณงามความดีของเขา (ยกเว้นคนที่มีแฟนไม่หล่อ แต่ชอบเพราะเขารวยมากอันนี้ไม่นับนะคะ ! ) นั่นแสดงถึงว่าตัวคุณเองมีจิตใจที่สวยเช่นกัน ที่ไม่ตัดสินคนจากภายนอก และการรักเขาที่ข้างใน ย่อมจะทำให้ความรักของคุณมั่นคงมากกว่ารักที่ภายนอก เพราะความหล่อ ความสวย นานวันมีแต่จะลดลง แต่ความเข้าใจมีแต่จะเพิ่มคุณค่ามากขึ้นทุกวันๆค่ะ   แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น คนหล่อทุกคนก็ใช่ว่าจะคบยาก หรือคนไม่หล่อทุกคนก็ใช่ว่าจะแสนดีไปหมด เพียงแต่มีแนวโน้มมากกว่าเท่านั้นเอง นอกนั้นก็แล้วแต่ตัวบุคคลนะคะ อย่างไรก็ตามก็หวังว่าจะทำให้สาวๆที่มีแฟนดูธรรมดาจะภูมิใจในตัวแฟนของคุณมากขึ้น และหนุ่มๆที่คิดว่าตัวเองไม่หล่อจะมีกำลังใจมากขึ้นนะคะ ทุกคนมีคุณค่าในตัวเอง เพียงทำให้ดีที่สุดในแบบของเราเท่านั้นเองค่ะ ขอบคุณที่มาจาก girlsfriendclub.com

คสช.อนุญาต 'ยิ่งลักษณ์' บินเที่ยวญี่ปุ่น
คสช. /  พ.อ.วินทัย สุวารี / 

โฆษกกองทัพบก ยอมรับ "ยิ่งลักษณ์" บินญี่ปุ่น ขออนุญาต คสช.แล้ว ปัดไม่ทราบ "สนธิ"บินฮอกไกโดด้วย ด้านมท.1 ชี้ไปได้ หากอยู่ในเงื่อนไขกฎหมาย ขณะไม่ติดใจชู 3 นิ้วงาน "อภิวันท์" วันนี้ (20 ต.ค.) พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ในฐานะทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือน้องไปป์ บุตรชาย เดินทางไปประเทศญี่ปุ่นวานนี้ (19 ต.ค.)ว่า เป็นการเดินทางออกนอกประเทศตามปกติ โดยได้มีการแจ้งกำหนดการเดินทางให้ คสช.ได้รับทราบแล้ว ตามที่ คสช.เคยขอความร่วมมือไว้ แต่สำหรับรายละเอียดการเดินทางและวันเดินทางกลับนั้น ตนไม่ขอเปิดเผย เพราะเป็นกำหนดการส่วนตัว ส่วนกรณีที่มีข่าวว่านายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เดินทางไปเมืองฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่นด้วยเช่นกันนั้น พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ขณะตนยังไม่ทราบ ด้านพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า ตนเองยังไม่ทราบเรื่อง และ คสช. ยังไม่ได้มีการประชุมในเรื่องนี้ ทั้งนี้ นางสาวยิ่งลักษณ์ และนายสนธิ สามารถทำได้หากปฏิบัติตามเงื่อนไขและกฎหมาย ส่วนการแสดงสัญลักษณ์ชู 3 นิ้วภายในงานศพ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฏรนั้น  ตนยืนยันว่าจะชอบอย่างไร เห็นทิศทางต่างกันอย่างไร ไม่มีปัญหา แต่ต้องระลึกเสมอว่าต้องไม่นำไปสู่ความขัดแย้ง "เห็นต่างกันได้อยู่ร่วมกันได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย อยากให้มองส่วนร่วมเป็นที่ตั้ง ถ้าอันไหนส่งผลไม่ดีก็ขอว่าอย่าทำเลย สังคมจะไม่ได้ประโยชน์อะไร" MThai News

บิ๊กคิม ยิ้มแป้น โชว์ตัวงานเลี้ยงฉลองเหรียญทองอินชอนอีกรอบ
คิมจองอึน /  ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ / 

นาย คิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือปรากฏตัวอีกครั้งในฐานะเจ้าภาพจัดเลี้ยงฉลองให้กับนักกีฬาเกาหลีเหนือที่ชนะเหรียญทองในการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว นาย คิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ปรากฏตัวอีกครั้งต่อหน้าสาธารณะชนในฐานะเจ้าภาพจัดเลี้ยงฉลองให้กับนักกีฬาเกาหลีเหนือที่ชนะเหรียญทองในการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ที่เมืองอินชอนประเทศเกาหลีใต้ซึ่งเพิ่งจบลงไปเมื่อวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา หลังจากการตั้งข้อสังเกตถึงการหายตัวไปเป็นระยะเวลานานกว่า 40 วัน จนคนสงสัยว่าเขาอาจจะถูกโค่นล้มอำนาจลง อย่างไรก็ตาม นายคิม จอง อึน ได้กล่าวยกย่องนักกีฬาที่คว้าชนะมาได้ ว่าเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่าแผนการสร้างคลังด้านกีฬาของพรรคแรงงานเกาหลีเหนือได้ผล โดยเกาหลีเหนือได้ 11 เหรียญทอง 11 เหรียญเงิน และ 14 เหรียญทองแดงซึ่งเป็นสถิติในเอเชียนเกมส์ที่ดีที่สุดของประเทศนับแต่ปี 2533 งานเลี้ยงในครั้งนี้ จัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ โดยมีภริยาของนายคิม และเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูง รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐบาลมาร่วมงานด้วย โดยภาพที่สื่อเกาหลีเหนือเผยแพร่เผยให้เห็นนายคิมยิ้มแย้ม ขณะถือไม้เท้าด้วยมือซ้าย ยืนพูดคุยกับทีมนักกีฬา Mthai News

ไม่จบ! มนุษย์ลุง เปิดเพจประจานตัวเอง โชว์ภาพโยนกระเป๋าลงจากเครื่อง
กระเป๋าเกินขนาด /  คลิป / 

ไม่จบ! มนุษย์ลุง เปิดเพจประจานตัวเอง โชว์ภาพโยนกระเป๋าลงจากเครื่อง ตั้งคำถามสวนกลับแอร์ดัง จากกรณีชาวสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปผู้โดยสารท่านหนึ่งโวยวายบนเครื่องบิน พร้อมโยนกระเป๋าเดินทางลงจากเครื่อง เนื่องจากโมโหที่เจ้าหน้าที่ไม่ให้นำกระเป๋าขึ้นเครื่องเพราะมีขนาดเกินมาตรฐาน จนสุดท้ายชายในคลิปโดนเชิญลงจากเครื่อง ล่าสุดชายคนดังกล่าวได้เปิดแฟนเพจเพื่อถามกลับไปยังสายการบินดังและชี้แจงต่อคนบนโลกออนไลน์ดังนี้ ความจริงที่ทุกคน ยังไม่รู้ ว่าทำไมผมถึงเสียงดังและเกรี้ยวกาจ อย่างที่มีคนโพส  ดูคลิปคุณอาจจะด่าผมมากขึ้น ผมก็ยินดี แต่คุณลองคิดถ้าเป็นคุณ โดนพนักงานกล่าวคำซึ่งดูเหมือนจะพยายามให้ผู้โดยสาร ฟิวส์ขาด คุณจะเป็นอย่างผมไหม ความจริงคือที่ถาม 1. ทำไมตอนขามาจากกรุงเทพถึงกระเป๋าใบเดิมขึ้นได้ 2. ทำไมเจ้าหน้าที่ถึงปล่อยผ่านมา 3 ด่าน โดยไม่สกัดไว้ ก่อนถึงเครื่อง 3. โยนกระเป๋าเพื่อแสดงออกถึงสัญลักษณ์ว่า ถ้าคุณไม่ให้ขึ้น ผมก็โยนทิ้งซึ่งกระเป๋าผมซื้อมา ไม่ได้ขอตังค์ใครซื้อ ทำไม่ถึงโยนทิ้งไม่ได้ และแสดงให้รู้ว่า ผมไม่พอใจเกี่ยวกับการตัดสินใจ ที่ไม่ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง 4. ทำไมเจ้าหน้าที่ถึงได้แสดงว่าจาเสียดสีทำให้เกิดอารมณ์ 5. คุณทุกคนลองคิดดูถ้าเป็นพ่อแม่พี่น้องคุณโดนด่าจากผู้คอมเม้นในเพจต่างๆ โดยไม่รู้เรื่องความจิง พวกคุณรับได้ไหม ทั้งนี้จากการชี้แจงเรื่องราวดังกล่าวกลายเป็นว่ามีชาวสังคมออนไลน์จำนวนมากเข้าไปรุมแสดงความคิดเห็นและต่อว่าเป็นจำนวนมาก โดยหลายคนมองว่าชายในคลิปใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผลทำผิดแล้วไม่รู้จักยอมรับผิด   สมาชิกเฟซบุ๊คแสดงความคิดเห็นว่า "....คุณโวยวายว่าพนักงานไม่ให้เกียรติคุณ และคุณให้เกียรติพนักงานไหมคะ เอาจริงๆคุณไม่ให้เกียรติผู้โดยสารทั้งเครื่องแหละคะ เพราะคุณห่วงแต่ตัวเองและไม่รู้จักควบคุมอารมณ์ ทุกคนต้องช้าเพราะคุณแต่ทุกคนก็ควบคุมอารมณ์ได้ไม่เห็นใครลุกมาโวยวายแบบคุณนะคะ ลองคิดวิเคราะห์ใหม่..." "....คุณน่าจะหัดพยายามควบคุมอารมบ้างไม่ใช่แสดงออกมาแบบนี้เพราะคิดว่าตัวเองถูก สรุปถ้าคุณไม่ขึ้นเครื่องไฟล์นี้คนทั้งลำต่างหากที่ไม่ต้องออกเดินทางล่าช้าเพราะการขึ้นมาโวยวายของคุณ ทำผิดกฎก็ควรยอมรับ ขอโทษขอความเห็นใจจะดีกว่าไม่ใช่มาโวยวายแบบนี้ กระเป๋าใบเดียวกันแต่มันใส่ของต่างกันไม่ได้หรือยังไง ยังจะมาแก้ตัวอีก แต่ทั้งหมดนี้ดูจากการที่คุณอัดวีดีโอมาประจานตัวเองแล้วยังมีหน้ามาพูดว่าผมไม่ใช่คนโง่ แค่นี้ก็รู้และว่าคุณเป็นคนยังไง กินปลาเยอะๆนะ..." MThai News ข่าวที่เกี่ยวข้อง >> รวมเรื่องเด็ด วีรกรรมผู้โดยสารตัวป่วนบนเครื่องบิน