ทหาร/ดาราชาย/ผู้ชายในเครื่องแบบ/

ประวัติการเรียน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 29
กลุ่มสถาบันแพทย์ศาสตร์แห่งประเทศไทย /  นายกรัฐมนตรี / 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ  (คสช.) ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 29 ของไทย หลังจากที่เมื่อวาน (21 สิงหาคม 2557) สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ร่วมลงมติเห็นชอบให้ พล.อ.ประยุทธ จันโอชา ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทีนเอ็มไทยมี ประวัติการเรียน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 29 มาฝากเพื่อนๆ กันคะ .. ถ้าเพื่อนๆ ได้รู้ถึงประวัติการเรียน และนิสัยรักเรียนของท่าน บอกได้เลยว่าท่านเป็นแบบอย่างที่ดีในการเรียนเลยหล่ะคะ ^^ ประวัติการเรียน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 29 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก เกิดเมื่อวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2497 ที่จังหวัดนครราชสีมา เป็นบุตรชายของ พ.อ. (พิเศษ) ประพัฒน์ กับเข็มเพชร จันทร์โอชา มีชื่อเล่นว่า "ตู่" สื่อมวลชนนิยมเรียกว่า "บิ๊กตู่" เป็นบุตรชายคนโตจากพี่น้องทั้งหมดสี่คน หนึ่งในน้องชายคือ พล.ท. ปรีชา จันทร์โอชาแม่ทัพภาคที่ 3 การศึกษา  การเรียน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 29 สำเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 7 จากโรงเรียนสหะกิจวิทยา จังหวัดลพบุรี ซึ่งนางเข็มเพชร คุณแม่ของท่านก็เป็นคุณครูอยู่ที่นั่น แต่ในปัจจุบันโรงเรียนแห่งนี้ได้ยุบไปแล้ว ต่อมาได้ศึกษาต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่โรงเรียนพิบูลวิทยาลัย จังหวัดลพบุรี เช่นเดียวกัน แต่เรียนได้เพียงปีเดียวก็ลาออกเนื่องด้วยบิดาเป็นนายทหารจำต้องโยกย้ายไปในหลายจังหวัด  เขาจึงเข้าศึกษาที่ โรงเรียนวัดนวลนรดิศ กรุงเทพมหานคร จนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3  ภายหลังได้เข้าศึกษาต่อที่ โรงเรียนเตรียมทหาร เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 12 (ตท.12) และเป็นนักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 23 จากรั้วโรงเรียนนายร้อย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รับราชการครั้งแรกในยศร้อยตรี กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ จากนั้นขยับไปยังกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ และก้าวขึ้นเป็นรองแม่ทัพภาคที่ 1 ผู้บัญชาการทหารบก หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และว่าที่ นายกรัฐมนตรีคนที่ 29 เอกสารใบสุทธิของเด็กชาย ประยุทธ์ จันทร์โอชา (มัธยมศึกษาปีที่ 1) ในนั้นแสดงให้เห็นถึงประวัติส่วนตัวของเขา อีกทั้งระบุถึงการเล่าเรียน สอบได้คะแนนดีมาก ความประพฤติเรียบร้อย สุขภาพแข็งแรง นอกจากนี้เพื่อนรุ่นเดียวกันได้ให้สัมภาษณ์ (กับทางข่าวสามมิติ ช่อง 3) ว่า บุคคลิกของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั้นไม่แตกต่างจากวัยเด็ก สมัยเรียนเลย สมัยนี้เราเห็นท่านป็นยังไง สมัยก่อนก็เป็นเช่นนั้นเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ท่านท่านมีอุปนิสัยที่เงียบขรึม ด้วยความที่เป็นพี่ชายคนโตจึงต้องทำตัวเป็นพี่ที่ดี เป็นเด็กที่มีวินัยมาก เนื่องมาจาก นางเข็มเพชร จันทร์โอชา คุณแม่ของท่านเป็นคุณครูประถม ท่านค่อนข้างมีระเบียบ นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อตอนเป็นเด็กนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดนวลนรดิศ เคยลงสัมภาษณ์ ในคอลัมน์ เรียนดี นิตยสารชัยพฤกษ์ ของสำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช เมื่อปี 2512 (45 ปีที่แล้ว) โดยเล่าถึง ประวัติการเล่าเรียนตั้งแต่ชั้นประถมจนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ซึ่งไม่เคยได้เกรดต่ำกว่า 80 เปอร์เซ็นต์! เมื่อถูกถามว่า "ถ้าสอบได้ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 แล้ว จะสอบเข้าเรียนต่อที่ไหน" ท่านประยุทธ์ในวัยเด็กนั้นบอกกับผู้สัมภาษณ์ว่าเขาตั้งใจ จะเรียนต่อที่โรงเรียนเตรียมทหาร และหวังว่าจะได้เป็นทหารบกในอนาคต วันว่างในวัยเด็กของ  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในวัยนั้นท่านใช้เวลาให้หมดไปกับหนังสือ ในวันหยุดจะไม่มีใครเห็นท่านวิ่งเล่นเหมือนที่เด็กรุ่นเดียวกันทำกัน ท่านดูหนังสือแบบทวนตั้งแต่ต้นจนจบแล้วขึ้นทวนใหม่ ทำเช่นนี้หลายๆ หน ก็จำวิชาที่เรียน และเข้าใจวิชานั้นๆ อย่างถ่องแท้ เมื่อติดขัดไม่เข้าใจวิชาอะไร ท่านก็ถามพี่ๆ ที่บ้าน ในวันธรรมดาใช้เวลาทวนวิชาเรียนตอนหลังอาหารเย็น ไปจนถึงสี่ทุ่มจึงจะเข้านอน ตอนเช้าไม่มีเวลาดูหนังสือเพราะต้องรีบไปโรงเรียน โดยท่านประยุทธ์ในวัยเด็กนั้นบอกว่าดูหนังสือจนถึงสี่ทุ่มก็พอแล้ว เพราะเขาดูอย่างสม่ำเสมอ จึงไม่ต้องรีบร้อนดูตอนระยะใกล้สอบ วิชาที่ชอบของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในวัยเด็ก วิชาที่ถนัดเป็นพิเศษ ได้แก่คณิตศาสตร์ อังกฤษ และวิทยาศาสตร์ นอกจากจะเก่งวิชาเหล่านี้แล้ว ยังชอบเรียนวิชาพวกนี้อีกด้วยท่านให้เหตุผลว่าถ้าจะเรียนอะไรก็ตามที่ให้ได้ผล ควรจะมีใจรักในสิ่งนั้นๆ ด้วย นอกจากจะเป็นคนที่รักการเรียนเองแล้ว ประยุทธ์ยังได้รับการสนับสนุนในการเรียนจากบิดามารดา ผลการสอบภาคกลาง ประยุทธ์ได้ 65 เปอร์เซ็นต์ กับผู้สัมภาษณ์ประยุทธ์บอกว่า การสอบทุกครั้งนั้นถึงแม้ตัวเขาจะได้เตรียมพร้อมมาแต่เนิ่นๆ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้น ขณะที่ทำการสอบมักจะตอบอย่างระมัดระวัง เมื่อทำเสร็จ แล้วจะอ่านทานว่าที่ตอบไปนั้น ตอบไปตามภูมิความรู้ทั้งหมดที่ได้เรียนมาหมดหรือเปล่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหนอนหนังสือตั้งแต่เด็ก  ท่านใบอกว่า หนังสือที่ใช้เรียนในห้องเรียนยังไม่มากพอตามความต้องการของเขาเอง เพราะฉะนั้นเขาจึงหาหนังสือจากที่อื่นๆ ที่เป็นหนังสือนอกหลักสูตรไว้อ่านเพื่อประดับความรู้ หนังสือที่อ่านเป็นประจำได้แก่ "ชัยพฤกษ์" ท่านพูดกับผู้สัมภาษณ์ว่า "ผมอ่านชัยพฤกษ์ เพราะได้ความรู้มากครับ" "ความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่หนังสือเรียนเพียงอย่างเดียว" ถึงแม้จะเป็นคนขรึม แต่เขาก็เป็นคนมีน้ำใจ เมื่อกลับจากโรงเรียน เขามักจะช่วยพี่น้องทำงานบ้านทั่วๆ ไป เช่นรดน้ำต้นไม้ กวาดบ้าน แม้จะต้องทำงานบ้าง เขาก็พอใจด้วยเหตุที่ว่าความสำเร็จในชีวิตข้างหน้านั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเรียนหนังสือแต่อย่างเดียว ถึงเขาจะมุ่งดูหนังสือมากแต่ก็ยังมีเวลาสำหรับการบันเทิง เมื่อรู้สึกเมื่อยล้าจากการดูหนังสือเขาจะหยุดทันทีและหันมาดูอย่างอื่นเป็นการพักผ่อนสมองแทน เช่น ดูทีวี ดูหนังญี่ปุ่น และหนังสารคดีต่างแดน บทสัมภาษณ์บางส่วนจาก  ในคอลัมน์ เรียนดี นิตยสารชัยพฤกษ์ ของสำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช เมื่อปี 2512 ^^ เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ขอบคุณข้อมูล wikipedia.org, ข่าวสามมิติ, คอลัมน์ เรียนดี นิตยสารชัยพฤกษ์ ของสำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช เมื่อปี 2512, เพจ พลังประชาชน

แดนไท - สุภมาส เก็บคนละทองแดงสวิงยูธโอลิมปิกเกมส์
กอล์ฟ /  กอล์ฟยูธโอลิมปิก เกมส์ 2014 / 

"เจ้าแดน" แดนไท บุญมา สวิงทีมชาติ วัย 18 ปี เฉือนเพลย์ออฟสุดมันส์ได้เหรียญทองแดงบุคคลชาย ด้าน "น้องออม" สุภมาส แสงจันทร์ เก็บ 2 อันเดอร์พาร์ ซิวทองแดง เช่นกัน ในกีฬากอล์ฟ ยูธโอลิมปิก เกมส์ 2014 ที่เมืองนานจิง สาธารณรัฐประชาชนจีน การแข่งขันกีฬากอล์ฟในมหกรรมกีฬา ยูธโอลิมปิก เกมส์ 2014 ชิงชัยทั้งสิ้น 3 เหรียญทอง ประเภทบุคคลชาย-หญิง แข่งขันระหว่างวันที่ 19-21 สิงหาคม 2557 และประเภททีม แข่งขันวันที่ 24-26 สิงหาคม 2557 จัดการแข่งขันที่สนามซงซาน อินเตอร์เนชั่นแนล กอล์ฟคลับ พาร์ 72 ระยะแท่นทีชาย 7,004 หลา หญิง 6,127 หลา แข่งขันชาติละ 2 คน ชาย 1 คน หญิง 1 คน มีประเทศเข้าร่วมการแข่งขัน 32 ชาติ โดยวันที่ 21 ส.ค. ชิงชัยในรอบสุดท้าย ประเภทบุคคลชาย แดนไท บุญมา สวิงทีมชาติไทย วัย 18 ปี ทำสกอร์เพิ่มไม่ได้ทำไป 1 โอเวอร์พาร์ 73 จากการทำ 1 อีเกิ้ล ที่หลุม 11 และได้ 1 เบอร์ดี้ ที่หลุม 7 แต่เสีย 4 โบกี้ หลุม 2,3,10,12 สกอร์รวมสามวัน 6 อันเดอร์พาร์ 210 จบการแข่งขันในอันดับที่ 3 ร่วมกับ วิคเตอร์ ฮอฟแลนด์ จากนอร์เวย์ ผู้นำในรอบที่สองที่วันนี้ตีเกิน 2 โอเวอร์พาร์ 74 ต้องเพลย์ออฟเพื่อชิงเหรียญทองแดงกัน โดยใช้หลุม 18 พาร์ 4 ในการเพลย์ออฟ ซึ่งหลุมแรกทั้งคู่ทำได้ดีแอพโพรชขึ้นไปออนระยะ 1 คันธงเท่ากัน แต่เก็บเบอร์ดี้ไม่ได้ออกพาร์ ต้องเพลย์ออฟต่อหลุม 2 ซึ่งใช้หลุม 18 เช่นเดิม แดนไท ไดร์ฟก่อนไปอยู่กลางแฟร์เวย์ ช็อตสองตีขึ้นไปออนระยะไม่ถึง 1 คันธง ขณะที่วิคเตอร์ ฮอฟแลนด์ ไดร์ฟออกขวาไปอยู่ในรัฟ ช็อต 2 แอพโพรชสั้นไปตกทรายหน้ากรีน จากนั้นระเบิดทรายไม่ดีลูกเลยหลุมออนไกลพัตต์เก็บไม่ได้ออกโบกี้ ขณะที่แดนไท ออก 2 พัตต์ เซฟเก็บพาร์ชนะไปได้ คว้าเหรียญทองแดงให้กับทัพนักกีฬาไทยได้สำเร็จ ส่วนเหรียญทองเป็นของ เรนาโต ปาราทอเร่ ชาวอิตาลี 11 อันเดอร์พาร์ 205 และเหรียญเงิน เป็นของ มาร์คัส คินฮูล์ท จากสวีเดน 9 อันเดอร์พาร์ 207 ด้านบุคคลหญิง สุภมาส แสงจันทร์ ทีมชาติไทยวัย 18 ปี จากสุโขทัย ที่ระเบิดฟอร์มตี 6 อันเดอร์พาร์ 66 ในรอบที่แล้ว มารอบนี้เก็บเพิ่มอีก 2 อันเดอร์พาร์ 70 จาก 4 เบอร์ดี้ ที่หลุม 5,7,11,15 เสีย 2 โบกี้ หลุม 10,14 สกอร์รวมสามวัน 7 อันเดอร์พาร์ 209 คว้าเหรียญทองแดงให้กับทัพนักกีฬาไทยได้สำเร็จ โดยเหรียญทองเป็นของ โซ ยัง ลี จากเกาหลีใต้ ที่ 14 อันเดอร์พาร์ 202 และเหรียญเงินเป็นของ ซู เชีย เชง ชาวไต้หวัน 11 อันเดอร์พาร์ 205 นายรังสฤษดิ์ ลักษิตานนท์ นายกสมาคมกอล์ฟแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า ทั้งสองคนทำได้ดีที่สุดแล้ว เพราะก่อนแข่งขันเราไม่ได้แรงค์กิ้งเข้าร่วมการแข่งขันด้วยซ้ำ ซึ่ง 2-3 เดือนก่อนหน้านี้เราได้ส่งนักกอล์ฟทีมชาติไทยแข่งต่างประเทศเพื่อทำแรงค์กิ้งและก็ทำได้สำเร็จ ทำให้มีเวลาเตรียมตัวน้อยมาก 2 เหรียญทองแดงที่ได้นี้จึงถือว่าประสบความสำเร็จ สำหรับเอเชี่ยนเกมส์ที่อินชอนทั้ง แดนไทและสุภมาสก็จะเป็นตัวจริงที่เข้าร่วมการแข่งขัน และจากการแข่งขันยูธโอลิมปิกที่สภาพสนามเป็นแบบภูเขาคล้ายๆสนามที่อินชอน ก็น่าจะทำผลงานได้ดี แถมมีประสบการณ์ระดับรายการใหญ่มาแล้ว ยิ่งจะเป็นตัวความหวังของทีมชาติไทยเลยทีเดียว” สำหรับกีฬากอล์ฟในการแข่งขัน ยูธโอลิมปิก เกมส์ 2014 ยังเหลืออีเวนต์ให้ชิงชัยอีก 1 เหรียญทอง ในประเภททีม ระหว่างวันที่ 24-26 สิงหาคม 2557 โดยในวันแรกแข่งขันแบบโฟร์ซัม (สลับกันตีลูกเดียวกัน), วันที่สองแข่งขันแบบโฟร์บอล (ตีคนละลูกนับสโตรกคนที่ตีดีที่สุดต่อหลุม) และวันสุดท้าย แข่งขันสโตรกเพลย์ 18 หลุม นับสกอร์รวมกัน 2 คน

ถึงคราวจะ...เฮง (2533) 2/2 จบ (คลิปอื่นๆ ให้อ่านรายละเอียดคลิปแบบเต็มๆ)
หนังไทย

สันติสุข พรหมศิริ – วิชชุดา สวนสุวรรณ – กฤษณ์ ศุกระมงคล - ชลิต เฟื่องอารมณ์ – รอง เค้ามูลคดี : นำแสดง เนื้อเรื่องย่อ : ดนัยพร เป็นลูกชายนักธุรกิจที่รํารวย ชอบกุ๊กกิ๊กกับเลขาสาวของพ่อ นิพนธ์ (โกร่ง) เป็นคนขับรถให้เจ้านาย เต่ชอบคุยอวดว่าตนเป็นเจ้าของบริษัท .. วาที (ยุ้ย) เจ้าของกิจการหลายอย่าง ขี้เหนียว กลัวเมีย แต่ชอบจีบสาวๆ .. แว่น ทำงานบริษัท ใผ่ฝันจะเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง 4 คน นี้เป็นเพื่อนรักกัน สมัยเรียน ปรางแฟนสาวโกร่งพาฝ้ายคำมาฝากทำงาน โกร่งจึงพาไปให้อยู่กับเจ้ายุ้ย ดนัยพร บอกจะไปเที่ยวเชียงใหม่จะนำสิ่งของไปบริจากเด็กชาวเขาที่ยากจน ยุ้ยขอไปด้วยเพราะจะไปหาฝ้ายคำ โดยโกหกเมียว่าจะไปดูการค้าต่างประเทศ ดนัยพรกับโกร่งแย่งกันจีบครูน้าทิพย์ลูกสาวกำนัน กานดาเมียเจ้ายุ้ยพาลูกๆมาเที่ยวเชียงใหม่ เรื่องวุ่นๆอลเวงจึงเกิดขึ้น แต่ทุกอย่างก็จบด้วยดีอย่างสนุกสนาน ที่มา : http://rabbit-1963.blogspot.com/2014/01/2533-master-vcd.html 1/2 - http://video.mthai.com/trailer/player/1408694838.html 2/2 - http://video.mthai.com/trailer/player/1408698987.html

ละครรอยฝันตะวันเดือด , เรื่องย่อรอยฝันตะวันเดือด
เรื่องย่อละคร รอยฝันตะวันเดือด /  ละคร รอยฝันตะวันเดือด ย้อนหลัง / 

ละคร รอยฝันตะวันเดือด ช่อง3 ประพันธ์โดย : ณาราผลิตโดย : ค่าย เมคเกอร์วายดำเนินงานโดย : ยศสินี ณ นครเตรียมออกอากาศให้ชมกันเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละคร รอยฝันตะวันเดือด เปิดกล้องกันไปเรียบร้อยแล้วสำหรับ ซีรีส์ชุด The Rising Sun เรื่อง รอยฝันตะวันเดือด ของค่าย เมคเกอร์ กรุ๊ป ที่ยกกองไปถ่ายทำไกลถึงประเทศญี่ปุ่น ในช่วงบรรยาการที่ดอกซากุระบานสะพรั่ง ทางผู้จัดและนักแสดง ก็ได้เริ่มถ่ายทำละครเรื่อง รอยฝันตะวันเดือด กันไปบ้างแล้ว ประเดิมด้วยฉากแรกกับการพบกันของ ริว กับ มายูมิ คู่พระนางสวยหล่อที่รับบทโดยคู่ขวัญ ณเดชน์ - ญาญ่า การมาเยือนญี่ปุ่นของทีมงานละคร รอยรักหักเหลี่ยมตะวัน และ รอยฝันตะวันเดือด ในครั้งนี้ ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากทางการของญี่ปุ่น ละคร รอยฝันตะวันเดือด งานนี้เชื่อว่าหลายคนคงแอบสงสัยว่า ทำไมเรื่อง รอยฝันตะวันเดือด ซึ่งเป็นละครเรื่องที่ 2 ในซีรีส์นี้ถึงได้เริ่มถ่ายทำกันก่อน นั่นก็เพราะพระเอกหนุ่ม มาริโอ้ เมาเร่อ เจ้าของบท ทาเคชิ แห่ง รอยรักหักเหลี่ยมตะวัน กำลังอยู่ในระหว่างการโปรโมทภาพยนตร์ พี่มาก..พระโขนง ที่ไทยนั่นเอง แฟน ๆ จึงได้ฟินกับภาพบรรยากาศการถ่ายทำละคร รอยฝันตะวันเดือด ของ ณเดชน์ - ญาญ่า ทาง Gossipstar ได้รวมภาพสวย ๆจากกองถ่ายละคร รอยฝันตะวันเดือด มาฝากกันด้วยค่ะ ณเดชน์ - ญาญ่า ละคร รอยฝันตะวันเดือด เรื่องย่อละคร รอยฝันตะวันเดือด เป็นเรื่องราวความรักของหนุ่มสาวชาว ญี่ปุ่นค่ะ ที่ต่างไม่ใช่หนุ่มสาวธรรมดา ริว โอะนิซึกะ (ณเดชน์ คูกิมิยะ) (พระเอกของเรา) เป็นถึงหัวหน้าใหญ่ของแก๊งค์ยากูซ่า ที่ไม่เคยใยดีเรื่องควารัก ส่วนทางด้านนางเอก (มายูมิ) ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์) เป็น ลูกสาว ของคนระดับสูงในแก๊งค์ยากูซ่าอีกกลุ่ม ริวและมายูมิทั้งคู่ได้หมั้นหมายกันตั้งแต่มายูมิอายุ 15 แต่ริวนั้น ไม่ค่อยสนใจเด็ก และคิดว่าตัวเองจะไม่มีความรัก เพราะเขาคิดว่า ความรักนั้นจะทำให้เขามีจุดอ่อนและกลายเป็นที่เล่นงานของศัครูได้ เขาจึงไม่เคยสานความสัมพันธ์กับมายูมิ แต่แอบติดตามข่าวเธอแบบเงียบๆ ในขณะที่มายูมินั้นหลงรักเขามาตั้งแต่ต้น แต่ทว่าหญิงสาวกลับไม่เคยล่วงรู้ ซ้ำยังเข้าใจผิดเขามาตลอดว่า ริวไม่เคยมีเยื่อใยให้ เธอจึงตัดสินใจที่จะก้าวต่อไป ด้วยการเรียนหมออย่างที่ฝันไว้ฝึกดาบ และศิลปะต่อสู้ เพื่อให้สมกับเป็นลูกคนในแก๊งค์ในขณะที่ริวก็ใช้ชีวิตหนุ่มโสด เกี้ยวสาวไปเรื่อยๆ 7 ปีต่อมาชายหนุ่มตระหนักว่า หัวใจของเขาอยู่ที่มายูมิคนเดียว แต่ทว่าหญิงสาวฃยังเข้าใจผิดเขามาตลอดว่า ริวไม่เคยมีเยื่อใยให้ และหันไปสานสัมพันธ์กับนายตำรวจผู้ทรงอิทธิพล เธอจึงปฏิเสธหนักแน่นเมื่อริวขอแต่งงาน แต่มีหรือที่ยากุซ่าหนุ่มจะยอมให้เธอมาลบเหลี่ยม โดยเฉพาะเมื่อรู้ว่าคู่แข่งเป็นนายตำรวจทรงอิทธิพลที่จะโค่นล้มริว เขาจึงต้องประกาศให้โลกรู้ว่า เธอคือผู้หญิงของเขาเท่านั้น ขณะเดียวกัน ปัญหาระหว่างกลุ่มโกะคุโดที่คิดว่าจบสิ้นไปแล้ว กลับคุกรุ่นขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้ฝ่ายตรงข้ามหมายจะกำจัดโอะนิซึกะให้สิ้นซากเลยทีเดียว บททดสอบริวจึงหนักหนานัก เพราะต้องฟันฝ่าทั้งศึกรบและศึกรักไปให้ได้ ศึกรบของแก๊งยากูซ่ากับศึกรักครั้งนี้จะลงเอยเช่นไรต้องติดตามดูกันต่อใน ละครรอยฝันตะวันเดือด ที่เตรียมออกอากาศให้ชมกันเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ฉากละคร รอยฝันตะวันเดือด กองถ่าย ละคร รอยฝันตะวันเดือด นิยาย รอยฝันตะวันเดือด ละคร รอยฝันตะวันเดือด เบื้องหลัง ละคร รอยฝันตะวันเดือด ละคร รอยฝันตะวันเดือด ละคร รอยฝันตะวันเดือด นำแสดงโดย ณเดชน์ คูกิมิยะ รับบทเป็น ริว โอะนิซึกะญาญ่า อุรัสยา สเปอร์บันด์ รับบทเป็น มายูมิ ตัวอย่างละคร รอยฝันตะวันเดือด ติดตามชม ละครย้อนหลัง รอยฝันตะวันเดือด , ตัวอย่างละคร รอยฝันตะวันเดือด ,รวมภาพนักแสดง ละคร รอยฝันตะวันเดือด เบื้องหลัง ละคร รอยฝันตะวันเดือด

ระทึก!ชาวต่างชาติโดดคลองแสนแสบ
คลองแสนแสบ /  ชายต่างชาติโดดคลองแสนแสบ / 

ชายต่างชาติโดดลงคลองแสนแสบ ว่ายน้ำคว้าแฟ้มเอกสาร เนื่่องจากทำแฟ้มหล่น ขณะกำลังก้าวขึ้นจากเรือที่จอดเทียบท่า

เจค จิลเลนฮาล เป็นบ้า ในตัวอย่างใหม่จาก Nightcrawler
Enemy /  Nightcrawler / 

ดูเหมือนหลังๆเขาจะมาในแนวของเวที ชิงรางวัล อีกครั้ง สำหรับนักแสดงหนุ่มที่เก็บฝีมือมานานอย่าง เจค จิลเลนฮาล ที่หลังจากทำเอาคนดูงงงวยไปกับ Prisoners หนังใหม่ของเขาก็ดูจะจี๊ดไม่แพ้กัน กับ Nightcrawler ที่มีหลายสื่อเก็งว่านี่คือเรื่องที่จะทำให้ออสการ์กลับมาเหลียวหลังมองเขาอีกครั้ง หลังจากพลาดสมทบชายใน Prisoners ไปจากปีที่แล้วนั่นเอง โดยเรื่องนี้ เจค ลงทุนลดน้ำหนักจนโครงหน้าซีดอย่างที่เห็นในตัวอย่างนั่นเอง หนังเป็นเรื่องราวของนักข่าวอาชญากรรม ที่ทะเยอะทะยานเพื่อตำแหน่งที่สูงขึ้นของตน จนวันนึงเขานี่แหละที่กลับกลายเป็นตัวละครในข่าวอาชญากรรมเสียเอง ซึ่งถ้าใครชอบหนุ่ม เจค หรือสไตล์หนังฟีล์มนัวร์แนวนี้ ก็น่าจะรอชมกันได้ครับ หนังมีกำหนดฉายปลายปี ซึ่งเป็นช่วงล่ารางวัลนั่นเอง

นิโคลัส เคจ จับมือ เฮย์เดน คริสเตนเซ่น บู๊กองทัพ ในตย.แรก Outcast
Outcast /  นิโคลัส เคจ / 

เฮีย นิโคลัส เคจ ก็ดูเหมือนจะมีหนังมาเล่นเรื่อยๆจริงๆ เพราะล่าสุดหนังใหม่ของเฮียแกที่เป็นการร่วมมือกันลงทุนของ สหรัฐ และ ประเทศจีน ก็ได้ปล่อยตัวอย่างออกมาแล้ว สำหรับ Outcast หนังแอ็คชั่น แนวย้อนยุค กับเรื่องราวของอภิมหาสงครามแย่งชิงบัลลังก์ โดยนอกจาก นิโคลัส เคจ หนังยังมีนักแสดงหนุ่มที่หายหน้าหายตาไปนานอย่าง เฮย์เดน คริสเตนเซ่น และนักแสดงชาวจีนอย่าง แอนดี้ ออน และ หลิวอี้เฟย ร่วมแสดงอยู่ด้วย หนังเป็นเรื่องราวของลูกชายจักรพรรดิแห่งประเทศจีน ที่ต้องถูกลุงของตัวเองหักหลัง และแย่งชิงบัลลังก์ ทำให้เขาต้องเดินทางเพื่อไปเสาะหา นักรบในตำนาน เพื่อมาร่วมกองทัพและโค่นล้มลุงตนเองให้จงได้

ซิโก้ ออกโรงถ่อมตัว ช้างศึก ไม่ประมาทเพื่อนร่วมสายเอเชียนเกมส์
ช้างศึก /  ซิโก้ / 

ความเคลื่อนไหว ช้างศึก ทีมฟุตบอลชายทีมชาติไทย ชุดสู้ศึกเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 17 "อินชินเกมส์" ณ เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่ง ช้างศึก อยู่สายอี ร่วมกับ มัลดีฟล์, ติมอร์ เลสเต้ และอินโดนีเซีย โดยจะประเดิมสนาม วันที่ 15 ก.ย. พบ มัลดีฟส์ จากนั้นวันที่ 18 ก.ย. พบ ติมอร์ เลสเต้ และวันที่ 22 ก.ย. จะปิดท้ายรอบแรกพบคู่ปรับเก่า อินโดนีเซีย โดย ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือใหญ่กองทัพ ช้างศึก เปิดเผยว่า หลังจากที่ผลการจับสลากออกมาหลายคนมองว่าทีมชาติไทย ไม่น่าจะเจองานที่ยาก และมีโอกาสที่จะผ่านเข้ารอบต่อไปสูง ทว่าตนเองไม่ต้องการให้มองกันเช่นนั้น ต้องการที่จะให้มองไปทีละก้าวมากกว่า "เราเองก็มองว่า ติมอร์ เลสเต้ ในซีเกมส์มีการโอนสัญชาตินักเตะบราซิลมาถึง 7 ราย ซึ่งพวกเขากก็ทำได้ดี แต่คราวนี้ในเอเชียนเกมส์จะมีผู้เล่นอายุเกินทำให้หากเขาโอนมาอีก 3 รายจะเท่ากับ10 คน ก็น่าจะยิ่งแข็งแกร่งแน่นอน ซึ่งเราจะประมาทไม่ได้เลยซึ่งจะไม่ใช่งานง่ายแน่" กุนซือจอมตีลังกา เผยต่อไปว่า อินโดนีเซีย เราชนะเขาในรอบชิงชนะเลิศซีเกมส์ พวกเขาก็น่าจะเตรียมตัวมาล้างตาเต็มที่ ซึ่งเราก็จะประมาทเขาไม่ได้เช่นกัน ยิ่งมีนักเตะอายุเกินเพิ่มขึ้นมาอีกความแข็งแกร่งของพวกเขาก็น่าจะเพิ่มมากขึ้น "3 นัดในรอบแรกว่าหากเป็นไปได้ผมว่าเราน่าจะเก็บให้ได้อย่างน้อย 7 คะแนน เพื่อโอกาสที่จะผ่านเข้ารอบต่อไป แต่อย่างไรก็ตามไม่อยากให้ทุกคนประมาณ ผม และทีมงานจะทำงานหนักเพื่อแฟนบอลชาวไทยอย่างเต็มที่และจะมองไปทีละนัด หวังว่าแฟนบอลชาวไทยจะช่วยเป็นกำลังใจให้กับทีมฟุตบอลชายทีมชาติไทยด้วย" ซิโก้ กล่าวปิดท้าย