ทหาร/ดาราชาย/ผู้ชายในเครื่องแบบ/

บุกจับร้านขาย 'สบู่เจ้าโลก' ในพัทยา
ชลบุรี /  บุกจับ / 

เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกจับ 2ร้าน ลักลอบขาย 'สบู่เจ้าโลก' ในพัทยา หลังถูกร้องเรียนจากประชน ตรวจสอบพบสบู่ของกลางเกือบ 1,300 ก้อน พ.ต.ต.ปิยะพงษ์ เอนสาร สารวัตรสถานีตำรวจท่องเที่ยว 4 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ร่วมกันสนธิกำลังกว่า 20 นาย บุกเข้าตรวจสอบร้านดีเดย์ ตั้งอยู่บริเวณหน้าวัดชัยมงคล อารามหลวง ถนนพัทยาใต้ และที่ร้านสยามสปา เอ็กตร้า เวอร์จิ้น บริเวณปากซอย 1 พัทยาใต้ หลังได้รับการร้องเรียนว่าร้านทั้ง 2 แห่ง มีการนำสิ่งของลามกอนาจาร โดยเฉพาะ 'สบู่เจ้าโลก' มาจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยว จากการตรวจสอบและตรวจค้นร้านแรก พบสบู่สปาหลากสีและหลายกลิ่น ซึ่งมีลักษณะเป็นอวัยวะเพศชายปลอม จำนวน 107 ก้อน และสบู่หน้าอกผู้หญิงปลอม จำนวน 38 ก้อน ส่วนเจ้าหน้าที่อีกชุดได้บุกเข้าตรวจสอบอีกร้านพบสบู่สปา ซึ่งมีลักษณะเป็นอวัยวะเพศชาย จำนวน 11 ลัง รวมทั้งสิ้น 1,263 ก้อน พ.ต.ต.ปิยะพงษ์ กล่าวว่า ทั้ง 2 ร้าน มีเจ้าของกิจการเป็นคนเดียวกัน โดยมีผู้เข้าร้องเรียนเกี่ยวกับการลักลอบจำหน่ายสบู่ที่มีลักษณะเหมือนกับอวัยวะเพศชาย ซึ่งถือว่าเป็นสินค้าอนาจารย์ผิดกฎหมาย จึงทำการดำเนินคดีฐาน ประกอบการค้าหรือมีส่วนหรือเกี่ยวข้องในการค้าเกี่ยวกับวัตถุหรือสิ่งของลามกจ่ายแจก หรือแสดงอวดแก่ประชาชน MThai News ขอบคุณภ่พ/ข้อมูลจาก...ข่าวสด

ความลับดาราหนังโป๊ รู้ป่ะเบื้องหลังความเอ็กส์ๆ มันมีอะไรบ้าง
AV /  sex / 

ความลับดาราหนังโป๊ รู้ป่ะเบื้องหลังความเอ็กส์ๆ มันมีอะไรบ้าง เมื่อเราพูดถึงดาวโป๊ดาราav แล้วหล่ะก็ สิ่งแรกที่เราคิดก็คงจะหนีไม่พ้นสาวสวยยั่วสวาทที่มักจะทำตัวเซ็กซี่ยั่วยวนตลอดเวลา แต่รู้ไหมว่าไอ้ที่พวกเธอต้องทำตัวเอ็กว์เซ็กส์แตกแบบนี้มันคืองาน ที่ทำแล้วได้เงินนะ ไม่ใช่ทำไปเพราะเป็นนิสัย ซึ่งวันนี้ทาง Men.MThai เราได้ไปรวมคำบอกเล่าเม้ามอยของเหล่าดาราหนังโป๊สาวๆ ที่จะมาเปิดเผยข้อมูลที่หลายๆ คนไม่เคยรู้มาก่อนของ ความลับดาราหนังโป๊ ที่รู้แล้วเราต้องเลิกคิ้วสูง ...อ๊ะ จริงเด้!!! หลายๆ คนมักไม่เชื่อ เมื่อเหล่าสาวๆ บอกความจริงว่าทำงานอะไร ดาราหนังโป๊หลายๆ คนได้เคยเผยว่า พวกเธอเคยบอกกับคนรู้จักว่าทำงานอะไรหาเงิน แต่กลับกลายเป็นว่าเหล่าคนที่พวกเธฮบอกนั้นไม่เชื่อเธอเลยแม้แต่นิดเดียว พวกเธอเลยบอกว่าทำอาชีพอื่นที่มันดูเกินจริงอย่างเช่น ทำงานเป็นครูฝึกสอนปลาโลมา และผู้คนที่เธอคุยด้วยก็กลับเชื่อซะงั้นอ่ะ จุดสุดยอดเกือบทุกครั้งเป็นอะไรที่ปลม เฟคทั้งเพ จากการเปิดเผยของเหล่าดารารเอวี พวกเธอได้เผยว่า บางครั้งพวกเธอก็ถึงจุดสุดยอดจริงๆ นะ แต่ส่วนมากแล้วเฟคเอาทั้งนั้น ซึ่งพวกเธอก็ได้เผยวิธีทำให้มันดูเนียนๆ ด้วย ซึ่งนั่นคือ หายใจเข้า เผยออ้าปากช้าๆ และหลับตา ...ชัดเจนอ่ะ การเกิดการ squirting (น้ำพุ่งของผู้หญิง) เกือบทุกครั้งมันเก็โกหกเฟคเหมือนกัน นอกจากการถึงจุดสุดยอดปลอมๆ แล้ว วงการนี้ยังเสนอความปลอมอย่างต่อเนื่อง เช่นการ squirting โดยพวกเธอบอกว่าจะเป็นมุมกล้องและใช้เทคนิคตบแต่งให้ดูเหมือนจริงทั้งนั้น ...คุณหลอกดาวววววว เหล่าดาราหนังโป๊ มีอาชีพเสริมเพราะว่าเบื่อ พวกเธอบอกว่า บางคนก็มีฉากเข้าทำงานครั้งเดียวต่อสัปดาห์เพียงเท่านั้น ซึ่งนั่นมันให้เวลาว่างกับพวกเธอเป็นอย่างมาก พวกเธอเลยไปหาอาชีพเสริมทำเช่นทำงานเป็นดีเจ หรือ อาชีพต่างๆเพื่อแก้เบื่อรอวันนัดเข้ากอง เวลาเข้าฉาก บางทีก็หนาวเกิ๊นนนน เพราะว่าการเล่นหนังโป๊ถ่ายฉากนู้นฉากนี้ สุดท้ายคือก็ต้องแก้ผ้า และอากาศของเมืองนอกไม่ได้อบอุ่น (ประชด) 5555 ไม่ร้อนระอุเหมือนประเทศไทย บางที่ถึงกับหนาวเลยด้วย อีกทั้งการใช้ฮีทเตอร์ให้ความร้อนมันยังส่งเสียงดังรบกวนเข้าไปในฟิล์ม พวกเธอเลยต้องเล่นไปทั้งหนาวๆ หมีสั่นแบบนี้แล 555555+ พวกเธอไม่ได้โง่ เพราะวงการนี้มีคนจบปริญญาหลายคน หลายๆ คนที่คิดว่าสาวๆ สวยๆ ที่เราเห็นแบบนี้คงมาเล่นหนังโป๊เพื่อหาเงินใช้ เพราะไม่ได้เรียน แต่ผิดครัชชช สาวๆ เกือบทุกคนในวงการนี้จบปริญญากันหมด มีทั้ง ป.ตรี ป.โท และจบด็อกเตอร์ก็มี ดาราav สาวพวกนี้มักขายกางเกงในของพวกเธอออนไลน์ เอาจริงๆ มันเป็นเรื่องปกติซะด้วยซ้ำ ที่เหล่าแฟนคลับของพวกเธอจะอยากได้อะไรส่วนตัวเอาไว้ครอบครอง ซึ่งนั่นก็ไม่ได้เสียหายอะไรถ้าพวกเธอจะขายมันบ้างอะไรบ้าง ในวงการนี้ แม้ถึงวันแดงเดือด คุณก็ทำงานได้ เทคนินนี้เราสามารถเอาไปใช้กับแฟนเราได้เนอะ เพราะถึงแม้จะมีวันนั้นของเดือนจริง เพียงแค่ใส่ฟองน้ำที่ใช้สำหรับแต่งหน้าเข้าไปในจิมิของเธอ แค่นี้ฟองน้ำมันก็ดูดซับเลือดเอาไว้ได้หมดแล้ว การตรวจโรคเป็นอะไรที่เหมือนเดินเข้า 7-11 เพราะในวงการนี้ความปลอดภัยต้องมาก่อน ยิ่งบริษัทที่มหญ่โตแล้ว การตรวจโรคของเหล่าดารานี่ยิ่งเป็นเรื่องสำคัญมากๆ เพราะคงไม่มีใครอยากที่จะเข้าฉากแล้วได้โรคติดต่อกลับบ้านไปหรอกครับ พวกเธอภูมิใจรักงานตัวเอง แต่พวกเธอไม่ชอบดูตัวเองในหนัง เหล่าดาราหนังโป๊ร้อยทั้งร้อยรู้สึกไม่อายกับงานที่ตัวเองทำ เพราะพวกเธอคิดว่างานนี้มันต้องใช้ความทุ่มทุนมาก และพวกเธอเป็นกำลังใจให้กันและกันในวงการอีกด้วย อีกทั้งพวกเธอยังคิดว่าเธอชอบดูหนังโป๊มากๆ แต่ไม่ใช่หนังที่ตัวเองเล่น ....เป็นใครก็เขินแหละ 55555+ Men.MThai เรียบเรียงเนื้อหาจากต้นฉบับ http://www.buzzfeed.com/caitlinjinks/dont-act-like-youre-not-curious#.qk45PBkD7K

ค้นบ้านหรูแกนนำ'ยูฟัน'ย่านบางพลี พบทรัพย์สินถูกเคลื่อนย้าย
ค้นบ้านเครือข่ายยูฟัน /  บางพลี / 

ตำรวจบุกค้นบ้านพักแกนนำระดับ 1 เครือข่าย 'ยูฟัน' ย่านบางพลี ไม่พบทรัพย์สิน ชี้ถูกเคลื่อนย้ายหนีผิด ขู่ให้แสดงตัวและคืนทรัพย์ภายในพรุ่งนี้ วันที่ 26 พ.ค. พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วยผบ.ตร. พร้อมด้วย พ.ต.อ.อังกูร คล้ายคลึง รอง ผบก.ปคบ.นำหมายศาลจังหวัดสมุทรปราการ เข้าตรวจค้นและอายัดทรัพย์สินของ นายวีรวิชญ์ จารุพัฒนไพศาล หรือ อเล็กซ์ อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับคนที่ 26 แกนนำระดับ 1 ของบริษัท ยูฟัน สโตร์ จำกัด ที่มีทรัพย์สินหลายล้านบาท และเป็นผู้เชิญชวนให้ดาราและพิธีกร เข้าร่วมฟังการบรรยายทำธุรกิจยูฟัน ซึ่งขณะนี้ยังคงหลบหนีอยู่ในต่างประเทศ จากการตรวจสอบภายในบ้านเลขที่ 559/67 หมู่บ้านนารา โบทานิค ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ มูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท ไม่พบทรัพย์สิน และสิ่งของรวมถึงเอกสารใด ๆ ในบ้านหลังดังกล่าว โดยทราบว่า นายอเล็กซ์ ซื้อบ้านหลังดังกล่าวในช่วงเดือนพ.ย.2557 และได้ย้ายทรัพย์สิน รวมถึงรถหรูป้ายแดง 2 คัน ออกในช่วงเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการอายัดไว้เพื่อส่งให้ ป.ป.ง. ตรวจสอบ และขายทอดตลาดต่อไป ส่วนรถยนต์ 2 คัน ที่เคลื่อนย้ายออกไปก่อนหน้านี้ เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจรู้ตัวผู้ที่ครอบครอง และเคลื่อนย้ายออกไปแล้ว โดยจะให้เวลาถึงพรุ่งนี้ (27 พ.ค.) ให้บุคคลดังกล่าวเข้ามาติดต่อเพื่อแสดงตัว และส่งมอบรถยนต์ทั้ง 2 คัน ให้เจ้าหน้าที่ หากยังไม่เข้าพบจะดำเนินการเข้ายึดและแจ้งข้อหา ฐานยักย้ายซ่อนเร้นทรัพย์ของเครือข่ายยูฟัน นอกจากนี้ ยังได้เข้าตรวจ ห้องเช่าเลขที่ 577/784 ภายในคอนโดมิเนียม พาร์คแลนด์ ศรีนครินทร์ อาคารดี ชั้น 4 เนื่องจากสืบสวนพบว่า นายอเล๊กซ์ เช่าห้องพักดังกล่าวไว้ แต่จากการสอบถามผู้ดูแล และเข้าตรวจค้น พบเพียงห้องว่างเปล่า โดยผู้ดูแลระบุว่านายอเล็กซ์ มาเช่าห้องดังกล่าวไว้ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนม.ค.ที่ผ่านมา แต่ต่อมาเจ้าของห้องทราบว่า นายอเล็กซ์ ตกเป็นผู้ต้องหาในคดียูฟัน จึงแจ้งเจ้าของอาคารเพื่อยกเลิกสัญญา และขอห้องพักดังกล่าวคืน โดยนายอเล็กซ์ ได้ส่งคนมาย้ายของในห้องออกในช่วงเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ขอบคุณภาพ/ข้อมูลจาก ครอบครัวข่าว 3 MThai News

ตำรวจแจง ปมดราม่า หมวกกันน็อคเต็มใบผิดกฎหมาย?
ข่าวตำรวจ /  จราจร / 

อย่าเข้าใจผิด! ตำรวจแจงปมดราม่า หมวกกันน็อคเต็มใบผิดกฎหมาย วันนี้ (26พ.ค.) กลายเป็นประเด็นที่ผู้คนต่างวิพากษ์วิจาณ์อยู่ในขณะนี้ หลังจากดาราดัง หลุยส์ สก็อต โพสต์ภาพหมวกกันน็อคแบบถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย ลงในอินตราแกรม @louisscott ระบุข้อความบรรยายภาพด้วยว่า ประชาชนธรรมดาแบบผมเริ่มอยู่ยากละ ถ้ากฎหมายใหม่นี้ออกใช้จริงก็เข้าใจครับมันทำให้งานพี่ง่ายขึ้นไม่ต้องยุ่งยากจับโจรได้แต่ประชาชนเสี่ยงตายเนอะ ช่างมัน เอาเป็นว่าผมคนนึงละขอเอาตัวรอดไม่เสี่ยงใส่หมวกกันน็อกแบบถูกต้องเพราะกลัวตาย โชคดีนะครับพี่น้องชาวไทย  จากประเด็นที่หนุ่มหลุยได้โพสต์ลงในอินตราแกรม ทำให้ชาวสังคมออนไลน์สงสัยว่า หมวกกันน็อกแบบเต็มใบนี่ผิดกฎหมายจริงหรือไม่ ล่าสุด พล.ต.ต.อภิสิทธิ์ เมืองเกษม ผบก.จร. เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีข้อมูลแชร์กันในโลกออนไลน์ ระบุว่า หมวกกันน็อคแบบเต็มใบผิดกฎหมาย ขณะที่แบบครึ่งใบถูกกฎหมายนั้น ขอชี้แจงว่า หมวกกันน็อกมีทั้ง มอก. และที่ไม่มี มอก. กำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม สำหรับหมวกนิรภัยแบบใดไว้ตามกฎหมายว่า ด้วยมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแล้ว หมวกนิรภัยที่จะใช้ต้องเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มาตรา 122 โดยให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ทุกคน และผู้โดยสารรถจักรยานยนต์สวมหมวกกันน็อกในขณะขับขี่ หมวกกันน็อกจัดทำขึ้นโดยเฉพาะเพื่อป้องกันอันตรายในขณะขับขี่และโดยสารรถจักรยานยนต์ ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวสด MThai News ข่าวที่เกี่ยวข้อง หลุยส์ เคลียร์ปมดราม่า!! หมวกกันน็อค

รถไฟสายยะลา-กทม. ตกราง ที่สงขลา ยกเลิก 4 ขบวน
จ.สงขลา /  ยะลา-กรุงเทพ / 

เกิดเหตุรถไฟ ขบวน 42 ยะลา-กรุงเทพฯ ตกราง บริเวณอ.เทพา จ.สงขลา โชคดีไม่มีผู้บาดเจ็บ แต่ส่งผลให้กีดขวางการเดินรถ ต้องยกเลิกรถไฟ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 4 ขบวน  วันนี้ (26 พ.ค.) เมื่อเวลา 17.20 น. เกิดอุบัติเหตุรถไฟสปรินเตอร์ ขบวน 42 ยะลา-กรุงเทพฯ ตกราง ในพื้นที่ อ.เทพา จ.สงขลา กีดขวางการเดินรถ ส่งผลให้รถไฟขึ้นล่อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 4 ขบวน ไม่สามารถผ่านได้ ต้องยกเลิกการเดินทาง โชคดีไม่มีผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บ โดยบริเวณดังกล่าว เป็นจุดเดียวกันกับเหตุการณ์รถไฟตกรางเมื่อวันที่ 15 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยคันที่ตกรางเป็นคันที่ 2 แคร่ หน้าตกราง 2 เพลา 4 ล้อ ไม่รุนแรงมากนัก แต่ส่งผลให้ขบวนรถไฟ 4 ขบวน ทั้งขาขึ้นและขาล่อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่สามารถผ่านได้ จำนวน 3 ขบวน ประกอบด้วย ขบวนรถเร็ว 176 สุไหงโก-ลก-หาดใหญ่ , ขบวนรถด่วน 38 สุไหงโก-ลก-กรุงเทพฯ และ ขบวนรถธรรมดาท้องถิ่น 464 สุไหงโก-ลก-พัทลุง อีกทั้งติดค้างอยู่ที่ อ.เทพา อีก 1 ขบวน คือ ขบวนรถ 455 นครศรีธรรมราช-ยะลา ซึ่งรถไฟทั้ง 4 ขบวน ต้องยกเลิกการเดินทางทั้งหมด นายสมาน รักษาวงศ์ สารวัตรงานเดินรถแขวงหาดใหญ่ เปิดเผยว่า เหตุดังกล่าวเป็นอุบัติเหตุ ไม่เกี่ยวกับเหตุความไม่สงบ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการกู้ตู้ที่ตกราง และลำเลียงผู้โดยสารออกจากจุดเกิดเหตุ โดยจะเร่งให้แล้วเสร็จภายในคืนนี้ เพื่อให้สามารถเปิดเดินรถได้ตามปกติในวันพรุ่งนี้ MThai News ขอบคุณภาพ/ข้อมูลจาก...ข่าวสด

ไปรอกริ๊ดได้! เชลซี ขนทีมทัพใหญ่ถึงไทยเช้านี้ พร้อมจัดกิจกรรมให้เยาวชนแน่นเอี๊ยด
สิงห์ /  เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง / 

“สิงห์บูล” เชลซี ทีมแชมป์พรีเมียร์ลีก และ ลีกคัพ จะเดินทางมาถึงไทยที่ท่าอากาศยานดอนเมือง ช่วงเช้าวันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม นี้เพื่อลงแข่งขัน กับไทยแลนด์  ทีมออลสตาร์  ซึ่งนอกจากการแข่งขันแล้วยังมีการจัดกิจกรรมให้เยาวชนแบบจัดเต็มอีกด้วย การแข่งขันฟุตบอลนัดประวัติศาสตร์ “เดอะ สิงห์ เชลซี เอฟซี เซเลเบรชั่น แมตช์, ไทยแลนด์ 2015” (The Singha Chelsea FC Celebration Match, Bangkok 30 May 2015) ที่ บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด ร่วมกับสโมสรฟุตบอลเชลซี, บริษัท ไอ-สปอร์ต จำกัด และสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ นำทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษ ฤดูกาลล่าสุด “สิงห์บลู” เชลซี นำทีมโดย “เดอะ แฮปปี้วัน” โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือสมองเพชร พร้อมด้วยนักเตะชุดใหญ่ เดินทางมาฉลองแชมป์ร่วมกับแฟนแฟนๆฟุตบอลชาวไทยลอย่างใกล้ชิดเป็นประเทศแรกในโลก ระหว่างวันที่ 28-30 พ.ค.นี้ และมีคิวดวลแข้งกับ ไทยแลนด์ ออลสตาร์  ในวันเสาร์ที่ 30 พ.ค. ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน หัวหมาก ความเคลื่อนไหวล่าสุด บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด โดยคุณปิติ ภิรมย์ภักดี กรรมการบริหาร  โต้โผใหญ่ในการจัดการแข่งขันรายการนี้ เปิดเผยว่า การเดินทางมาครั้งนี้ของสโมสรฟุตบอลเชลซี  นอกจากจะมาร่วมฉลองแชมป์กับแฟนๆฟุตบอลชาวไทย เป็นประเทศแรกในโลก ในการแข่งขันฟุตบอลนัดประวัติศาสตร์ “เดอะ สิงห์ เชลซี เอฟซี เซเลเบรชั่น แมตช์, ไทยแลนด์ 2015” แล้ว ทางสิงห์เองยังได้ร่วมกับทางสโมสรฟุตบอลเชลซี จัดกิจกรรมให้กับน้องๆเยาวชนไทย ได้มีโอกาสสัมผัสประสบการณ์พิเศษกับทีมฟุตบอลระดับโลก ในกิจกรรม “สิงห์-เชลซี คลีนิก” โดยทางเชลซี ได้ส่งทีมโค้ชชุดใหญ่ระดับแชมป์พรีเมียรลีกมาร่วมกิจกรรม  รวมทั้งเรายังได้นำน้องๆนักฟุตบอลเยาวชนจาก 3 จังหวัดชายแดนใต้ กว่า 50 คน เดินทางมาร่วมฉลองแชมป์ร่วมกับเชลซีอย่างใกล้ชิด ในการแข่งขันนัดประวัติศาสตร์ในครั้งนี้ด้วย สำหรับรายละเอียดการเดินทางมาเยือนไทยในครั้งนี้ ประกอบด้วย วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม เชลซี จะถึงเมืองไทยในเวลา 08.45 น. เที่ยวบินที่ ARN86B  ที่สนามบินดอนเมือง โดยมีคณะผู้บริหารจากสิงห์ และ ไอ-สปอร์ต ให้การต้อนรับ ก่อนจะเข้าพักที่โรงแรมแชงกรีล่า จากนั้นในเวลา 13.30 น.จะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการที่ห้องบอลรูม ชั้น 3 ของโรงแรมแชงกรีล่า  จากนั้นในวันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม จะมีการเปิดคลินิกสอนเยาวชน “สิงห์ เชลซี เอฟซี ฟุตบอล คลีนิก” ในช่วงเช้า เวลา 10.00-12.00 ที่สนามฟุตบอลสิงห์ ฟุตบอล ปาร์ค เมืองทองธานี จากนั้นเวลา 18.00 น.นักเตะสิงห์บลู ลงทำการฝึกซ้อม (Close Training) ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน หัวหมาก โดยได้เปิดโอกาสให้น้องๆเยาวชนจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่สิงห์พามาร่วมสัมผัสบรรยากาศการฝึกซ้อมอย่างใกล้ชิด ก่อนจะลงเตะกับไทยแลนด์ ออลสตาร์ ในวันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคมนี้ เวลา 18.00 น. ซึ่งกิจกรรมบริเวณแฟนโซน หน้าสนาม จะเริ่มตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป จากนั้นเวลา 15.00 น. เริ่มเปิดให้ผู้ชมเข้าสนาม และหลังจากเสร็จสิ้นการแข่งขันคณะนักเตะและสต๊าฟโค้ชสโมสรฟุตบอลเชลซี จะเดินทางต่อไปยังออสเตรเลีย ทันที ในเวลา 22.00 น.ที่สนามบินดอนเมือง เที่ยวบิน ARN 88C                    สำหรับแฟนบอลชาวไทยที่สนใจเข้าชมเกมนี้ สามารถซื้อบัตรได้ที่ ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา และ www.thaiticketmajor.com บัตรราคา 500 / 1,000 / 1,500 / 2,000 / 3,000 / 4,000 บาท

ทำบุญเสริมมงคล เนื่องในวันมหาบุญ
ตักบาตร /  ทำบุญ / 

วันวิสาขบูชา ได้รับการยกย่องจากพุทธศาสนิกชนทั่วโลกให้เป็นวันสำคัญสากลทางพุทธศาสนา เนื่องจากเป็นวันที่บังเกิดเหตุการณ์สำคัญ 3 เหตุการณ์ ที่เกี่ยวเนื่องกับพระพุทธเจ้าและจุดเริ่มต้นของศาสนาพุทธ คือ 1. วันประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ ณ ใต้ร่มสาลพฤกษ์ ในพระราชอุทยานลุมพินีวัน (ประเทศเนปาลในปัจจุบัน) 2. วันที่เจ้าชายสิทธัตถะได้บรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณ ตรัสรู้เป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า" ณ ใต้ร่มโพธิ์พฤกษ์ ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม (ประเทศอินเดียในปัจจุบัน) 3. วันเสด็จดับขันธปรินิพพาน ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า" ณ ใต้ร่มสาลพฤกษ์ ในสาลวโนทยาน พระราชอุทยานของเจ้ามัลละ เมืองกุสินารา (ประเทศอินเดียในปัจจุบัน) ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดได้เกิดขึ้นเมื่อ 2,500 กว่าปีก่อน ณ ดินแดนที่เรียกว่าชมพูทวีปในสมัยพุทธกาล และล้วนเกิดตรงกับวันเพ็ญเดือน 6 หรือเดือนวิสาขะทั้งสิ้น ชาวพุทธจึงนับถือว่าวันเพ็ญเดือน 6 นี้ เป็นวันที่รวมวันคล้ายวันเกิดเหตุการณ์สำคัญ ๆ ของพระพุทธเจ้าไว้มากที่สุด โดยนิยมประกอบพิธีบำเพ็ญบุญกุศลและประกอบพิธีพุทธบูชาต่าง ๆ เพื่อเป็นการถวายสักการะรำลึกถึงแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจนถึงปัจจุบัน กิจกรรมสำหรับพุทธศานิกชนใน วันวิสาขบูชา 1. ทำบุญตักบาตรที่วัด ถวายสังฆทาน 2. ปล่อยนกปล่อยปลา ต่อชะตาอายุให้กับสัตว์ร่วมโลก 3. เวียนเทียนรอบโบสถ์วัดในช่วงค่ำ   เรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

ชายคลุ้มคลั่ง ไล่ฟันชาวบ้าน ตร.รวบทัน
คลุ้มคลั่ง /  ชายคลั่ง / 

ชายคลุ้มคลั่ง ถือมีดอีโต้และเคียว ไล่ฟันชาวบ้านตามร้านค้าขายข้าวมันไก่ บะหมี่ และปั๊มน้ำมัน ตำรวจควบคุมตัวไว้ได้ทัน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งมีชายคลุ้มคลั่ง อายุประมาณ 50 ปี ถือมีดทำครัวหรือมีดอีโต้จากร้านขายข้าวมันไก่ไล่ฟันชาวบ้านและทำลายทรัพย์สิน รถยนต์ ที่บริเวณร้านขายข้าวมันไก่และร้านขายบะหมี่ ถนนตรัง-ปะเหลียน ต.บ้านควน อ.เมืองตรัง หลังจากนั้นใช้มีดฟันรถตู้สายตรัง-สงขลา ที่จอดอยู่และไล่ฟันคนขับ เอามีดเคียวที่มีด้ามยาวไล่ฟันคนขับรถบรรทุก 10 ล้อ ก่อนที่จะเดินผ่านห้างโฮมโปร และเดินเข้าไปในปั๊มน้ำมันตราดาวทำให้พนักงานและคนที่เข้ามาเติมน้ำมันวิ่งแตกตื่น ต่อจากนั้นกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการควบคุมตัวชายคนดังกล่าวได้ภายในสำนักงานปั๊มน้ำมันโดยถือมีดเคียว ตำรวจจับใส่กุญแจมือเพื่อให้สงบสติอารมณ์ ก่อนที่จะเรียกให้รถแพทย์ศูนย์นเรนทรรับตัวไปตรวจสอบในเบื้องต้นว่าเป็นคนวิกลจริตหรือคนบ้าจริงหรือไม่ หรือติดสารเสพติดเกิดคลุ้มคลั่ง โดยชายคนดังกล่าวบอกเพียงว่าเป็นคน จ.นนทบุรี มาเที่ยวและอาศัยที่บ้านน้ำผุด ต.น้ำผุด อ.เมือง จ.ตรัง

หนุ่มญี่ปุ่นซัดสื่ออังกฤษ ไม่มีสิทธิ์ตำหนิไทย ปมโรฮิงญา
ญี่ปุ่น /  อังกฤษ / 

ชายชาวญี่ปุ่นที่หลงรักเมืองไทย ได้โพสต์ข้อความ ถึงสื่อประเทศอังกฤษปมโรฮิงญา ว่า ไม่มีสิทธิ์จะตำหนิประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะประเทศไทย วันนี้ (27พ.ค.) คุณอากิฮิโระ โทมิคาว่า ชายชาวญี่ปุ่นที่หลงรักเมืองไทย ได้โพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Akihiro Koki Tomikawa เกี่ยวกับปัญหาโรฮิงญาว่า สื่อประเทศอังกฤษไม่มีสิทธิ์จะตำหนิประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทย ตอนนี้ผมไม่พอใจสื่ออังกฤษ โดยเฉพาะ BBC  ที่พวกเขาเห็นใจชาวโรฮิงญาและตำหนิประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะประเทศไทย ถ้าดูจากประวัติศาสตร์แล้ว ตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 ชาวโรฮิงญาได้ใช้ชีวิตอยู่แคว้นอารากัน ซึ่งแคว้นอารากัน นับถือศาสนาพุทธ ตั้งอยู่ทางตะวันตกของพม่า แต่ก็มีทหารอังกฤษเข้ามาล่าอาณานิคม และให้ชาวโรฮิงญามีสิทธิ์ใช้ที่ดินในแคว้นอารากัน ตั้งแต่นั้นมาทั้งสองเชื้อชาติก็มีเรื่องขัดแย้งกัน ผมอยากให้พวกคุณเห็นถึงวิธีการของประเทศมหาอำนาจ พวกเขาทำอย่างไร พวกเขาใช้ความขัดแย้งในพื้นที่ ให้ความช่วยเหลือเพียงฝ่ายเดียว และใช้อำนาจในพื้นที่นั้น ผมคิดว่า วันหนึ่งคนในพื้นที่คงจะตระหนักได้ว่า ทุกที่มีแต่ธงชาติอังกฤษ "เราถูกหลอกแล้ว" จนถึงตอนนี้คนอังกฤษดูดกินเลือดไปกี่คนแล้ว ผมรู้ว่านี่ไม่ใช่แค่อังกฤษ แต่พวกเขาสร้างปัญหาไว้จากการล่าอาณานิคมมากมาย อย่างเช่น แอฟริกา ตะวันออกกลาง เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ตอนนี้ผมรู้สึกผิดปกติกับสื่ออย่าง BBC ที่ตำหนิประเทศไทยโดยไม่ได้นึกถึงประวัติศาสตร์เลย ถ้าพูดถึงเรื่องการบริจาคช่วยเหลือนานาชาติ และความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรม ประเทศไทยเป็นประเทศที่ให้ความช่วยเหลือประเทศอื่นอย่างรวดเร็วเป็นอันดับต้นๆ แผ่นดินไหวที่เนปาล น้ำท่วมอินเดีย และปฏิบัติการรักษาสันติภาพในหลายภูมิภาคทั่วโลก สิ่งที่ผมประทับใจประเทศไทยมากที่สุดในการช่วยเหลือของประเทศไทยที่มีต่อญี่ปุ่นคือตอนแผ่นไหวครั้งใหญ่ที่ญี่ปุ่น ประเทศไทยส่งเครื่องปั่นไฟไปให้ที่ญี่ปุ่นเป็นประเทศแรก เครื่องปั่นไฟช่วยให้คนที่ฟุกุชิม่าคลายความหนาวไปได้หลายคน ถ้าเทียบแล้วประเทศไทยไม่ใช่ประเทศใหญ่ที่จะสามารถช่วยเหลือประเทศอื่นๆได้ แต่ก็พยายามจะช่วยเหลือ ผมคิดว่าประเทศไทยกล้าหาญน่าชมเชยมาก สื่ออังกฤษอย่าง BBC ตำหนิประเทศไทยเรื่องปัญหาชาวโรฮิงญา แต่ผมคิดว่าพวกเขาควรจะคิดถึงต้นตอของปัญหาในอดีตก่อนนะ ว่าพวกเขาได้สร้างความขัดแย้งไว้ MThai News

หนังโลกที่เราอยากดู : White God (2014) - มะหมากบฏ...คน
2014 /  BIOSCOPE / 

White God (2014) - มะหมากบฏ...คน ...นี่คือหนังสงคราม ที่เหล่าฝูงสุนัข ลุกขึ้นมาก่อกบฏกับมนุษย์ !! ภาพยนตร์ฮังการี เจ้าของรางวัลหนังยอดเยี่ยมในสาย Un Certain Regard (เอิง แซเตง เรอการ์ - สายประกวดรอง ซึ่งหนังที่ถูกคัดเลือก มักเป็นงานของผู้กำกับหน้าใหม่ ไปจนถึงหนังที่มีความแปลกใหม่ในการเล่าเรื่อง เช่นหนังไทยที่เคยได้รับเลือกไปฉายอย่าง 'ฟ้าทะลายโจร' ในปี 2000 หรือ 'สุดเสน่หา' ในปี 2002 ซึ่งเรื่องหลังได้รับรางวัลสูงสุดในสายนี้เช่นเดียวกับ White God) ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ ฝรั่งเศส เมื่อปี 2014 กระนั้น ชื่อของ กอร์เนล มุนดรักโซ (Kornél Mundruczó) อาจไม่คุ้นหูคอหนังมากนัก แต่เมื่อย้อนไปดูเครดิตของตัวมุนดรักโซแล้ว ต้องบอกว่าไม่ธรรมดา เพราะ Pleasant Days หนังเรื่องที่สองของเขาเคยได้รางวัลจากเทศกาลหนังเมืองโลการ์โน ในปี 2002 อีกทั้งมาเยี่ยมเยือนเทศกาลหนังเมืองคานส์อยู่เป็นประจำ ทั้งเรื่อง Johanna ในสายเอิง แซเตง เรอการ์ เมื่อปี 2005 และติดสายประกวดหลักมาแล้วถึงสองครั้ง คือในปี 2008 กับ Delta และ Tender Son: The Frankenstein Project ในปี 2010 ก่อนที่มุนดรักโซจะมาโด่งดังจากหนังเรื่องนี้ โดยหนังยาวทั้ง 5 เรื่องก่อนหน้านี้ของมุนดรักโซ มักเน้นเล่าแง่มุมดราม่ากับตัวละครมนุษย์ที่ผิดแปลกจากสังคม เช่น แก๊งโจรที่สองหนุ่มสมาชิกเป็นไบเซ็กชวลกับเกย์ หรือเด็กหนุ่มที่กลับออกมาจากสถานสงเคราะห์เพื่อพบว่าตนเองไม่ได้รับการต้อนรับจากครอบครัวจึงแก้ปัญหาด้วยการฆาตกรรม รวมไปถึงโจนออฟอาร์ค “Tender Son คือ จุดฟูลสต็อปของประโยคแรกในชีวิตการทำหนังของผม ตอนนี้ผมเติบโตขึ้นมามาก หมดเวลาสำหรับการทำหนังแบบวัยรุ่นแล้วล่ะ” ปัจจุบันเขาอายุ 39 “ผมกำลังสนใจในความคิดซึ่งเรียกร้องฟอร์มที่แตกต่างในการนำเสนอ ในสภาวะที่ศิลปวัฒนธรรมอยู่ในช่วงขาลง ผมต้องการฟอร์มใหม่ๆ ภาษาใหม่ๆ เพื่อจะเข้าถึงคนวงกว้างมากขึ้น” มุนดรักโซเล่าไอเดียความสนใจ ตั้งแต่ได้ฟังบิ๊กไอเดียสั้นๆ ว่ามันคือหนัง ‘สงครามของสุนัขที่ลุกขึ้นก่อกบฏกับมนุษย์’ ที่สำคัญ มันถูกเล่าผ่านจากมุมมองของหมาอีกด้วย...หืม? เข้าถึงวงกว้างมากขึ้นด้วยการเล่าเรื่องจากมุมมองของหมาเนี่ยนะ? “ผมกำลังริเริ่มทดลองเล่นกับ genre ต่างๆ โดยเลือก White God เป็นผลงานชิ้นแรกในชีวิตทางภาพยนตร์ของผมหลังจากนี้” ชื่อหนังที่แสดงนัยยะอย่างแจ่มแจ้งทำให้นักวิจารณ์จำนวนมากหยิบไปเทียบเคียงกับ White Dog (แซมวล ฟูลเลอร์, 1982) ซึ่งเล่าเรื่องสุนัขที่ถูกฝึกพิเศษให้ฆ่าคนผิวดำ “ปัจจุบันระบบชนชั้นวรรณะต้องนิยามกันให้แหลมคมขึ้นกว่าเดิม” มุนดรักโซอธิบายแนวคิดเพิ่มเติมโดยไม่ปฏิเสธการเชื่อมโยงนี้ “ความเหนือกว่าดีกว่ากลายเป็นอภิสิทธิ์ของคนผิวขาวที่เติบโตมาภายใต้ความศิวิไลซ์แบบตะวันตก และแทบเป็นไปไม่ได้ที่เราจะไม่ยอมใช้ความได้เปรียบนี้เลยสักครั้งหนึ่งในชีวิต ...ใช่แล้ว เรานี่แหละ เราคือสมาชิกของมวลชนเปี่ยมอภิสิทธิ์ ผมเลยอยากทำหนังที่กล่าวถึงความเคียดแค้น ความโกรธเกรี้ยวอันทรงพลังของคนอีกฝั่งหนึ่งพร้อมกับวิพากษ์วิจารณ์ความมั่นอกมั่นใจในตนเองอย่างน่ารังเกียจของพวกคนขาวทั้งหลายอันเต็มไปด้วยคำลวง ความจริงแบบปิดตาข้างเดียวที่สร้างขึ้นด้วยการกักกรอบผู้ที่ถูกจำกัดให้เป็นคนกลุ่มน้อย เพียงเพื่อหวังว่าสักวันเราจะกำจัดเขาได้อย่างสมบูรณ์ ปฏิเสธความเท่าเทียมอย่างเต็มเปี่ยมไปด้วยทฤษฎีรองรับ และไม่เคยเชื่อในการอยู่ด้วยกันอย่างสันติ” อย่างไรก็ดี หนังก็ไม่ได้เริ่มต้นด้วยอารมณ์ธริลเลอร์สยองขวัญสั่นประสาทเพียงนั้น ออกจะเริ่มต้นอย่างเรียบง่าย (จนถูกนำไปเทียบเคียงกับหนังฟีลกู๊ดอมตะอย่าง Lassie) เพราะมันเล่าถึงความผูกพันระหว่าง ลิลี เด็กหญิงวัยสิบสามกับ ฮาเกน สุนัขพันธุ์ผสมที่ถูกพ่อสั่งให้เอาไปปล่อย (เพราะรัฐบาลฮังการีในหนังออกกฎหมายเก็บภาษีระดับป่าเถื่อนสำหรับเจ้าของที่เลี้ยงสุนัขซึ่งไม่ใช่สายพันธุ์แท้) เมื่อเธอไม่ยอมปล่อยก็ใช้วิธีหลอกล่อกระทั่งเจ้าหมาหายตัวไป เด็กสาวจึงออกตามหาทั้งด้วยความเป็นห่วงและโกรธแค้นพ่อ – ขนานไปกับความพยายามดิ้นรนหาทางกลับบ้านของฮาเกนที่ไม่ได้ลงเอยอย่างสวยงามและชวนซึ้งใจในความอุตสาหะซื่อสัตย์ของ ‘เพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์’ อย่างที่เรามักเห็นในหนังญี่ปุ่น แต่กลับต้องพบความโหดร้ายนานา ทั้งเจ้าหน้าที่ที่คอยไล่จับสุนัขจรจัด ขอทานที่ใช้ประโยชน์จากความน่ารักของหมาเพื่อเรียกเงิน และเจ้าของแคมป์ฝึกหมาไว้กัดกันให้คนดูพนันขันต่อ และเมื่อมันถูกจับไปรวมไว้กับสุนัขจรจัดอื่นๆ ในที่คุมขัง ฟางเส้นสุดท้ายจึงขาดสะบั้นและหมดเวลาสำหรับความเชื่อที่ว่า ‘มนุษย์คือเพื่อนที่ดีที่สุดของสุนัข’ แล้วหากมองด้วยมุมแบบไทยๆ ที่ ‘หมา’ เป็นคำด่าติดปากในชีวิตประจำวัน อาจรู้สึกว่านี่ไม่ใช่การเหยียดอีกชั้นหนึ่งของ ‘ผู้กำกับคนขาว’ ต่อ ‘ชนกลุ่มน้อย’ หรอกหรือ? (หรือถ้ามองด้วยมุมมองที่กว้างกว่านั้นก็ยังอาจเกิดคำถามว่า ทำไมเขาจึงเลือกแทนภาพคนเหล่านั้นด้วยสัตว์) ลองฟังมุนดรักโซเล่าต่อในประเด็นนี้ “ผมเลือกใช้สัตว์เป็นภาพแทนการเล่าถึงคนที่ถูกทำให้เป็นกลุ่มน้อยโดยตรง เพราะผมต้องการพูดถึงซับเจ็คต์ที่อ่อนไหวมากๆ นี้ได้อย่างเสรี หลีกเลี่ยงการแสดงภาพที่มีลักษณะต้องห้าม (taboo) ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผมจึงเล่าเรื่องของสัตว์ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นมิตรที่ดีที่สุดของมนุษย์ซึ่งลุกฮือขึ้นต่อต้านนายเก่าและเครือข่ายด้วยความโกรธแค้นหลังถูกทรยศ เพื่อที่การดำรงอยู่ของพวกเขาจะได้ ‘มีคุณค่า’ มากกว่าที่เป็นอยู่ “มุมมองในหนังเรื่องนี้สุนัขเป็นตัวแทนของผู้ที่ตกอยู่ในสถานะ ‘คนชายขอบตลอดกาล’ และนายคือพระเจ้า ...คาแร็กเตอร์ของ ‘พระเจ้า’ นี่แหละที่ผมสนใจ พระเจ้าผิวขาวจริงหรือ? หรือแต่ละคนมีพระเจ้าเป็นของตนเองกันแน่? เพราะเอาเข้าจริงแล้ว สิ่งที่คนขาวทำเป็นและทำได้ดีก็คือการออกคำสั่งกับการล่าอาณานิคมในบริบทต่างๆเท่านั้น” ก่อนจะเผยแรงบันดาลใจหนึ่งที่มีส่วนสำคัญสำหรับทิศทางนี้ว่า “สำหรับงานศิลปะ การอธิบายความจริงอันไร้กาลเวลาด้วยวิถีใหม่ๆ นั้นเป็นเรื่องยาก กระทั่งผมได้พบกับงานเขียนของ (J. M. Coetzee) ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ที่ปลดปล่อยตัวเองอย่างแรง หนังสือของเขาแสดงให้เห็นมิติที่ซ่อนอยู่เบื้องล่างอีกชั้นหนึ่งเสมอ แม้กระทั่งในบริบทหรือพื้นที่ซึ่งถูกจัดให้เป็นชายขอบของชายขอบแล้วก็ตามที ผมจึงเริ่มคิดถึงสัตว์ในฐานะสิ่งมีชีวิตซึ่งมีปัญญา มีเหตุผล และถูกกดทับใช้ประโยชน์จากมนุษย์ตลอดมา ก่อนจะคิดหาวิธีถ่ายหนังโดยใช้สุนัขจำนวนมากให้ได้และให้ทั้งตัวละครเด็กสาวกับสุนัขเป็นภาพสะท้อนซึ่งกันและกัน ในภาวะที่ทั้งคู่ต้องสูญเสียความเยาว์วัยและความบริสุทธิ์ทางจิตใจไปพร้อมๆ กัน” (สุนัขที่เขาใช้ถ่ายทำล้วนเคยอยู่ในสถานอภิบาลสัตว์จรจัด และทั้งหมดได้บ้านใหม่หลังจากถ่ายหนังเรื่องนี้จบ “ประสบการณ์ในการถ่ายทำบอกผมว่า หนังเรื่องนี้ถือเป็นตัวอย่างชั้นเยี่ยมที่แสดงให้เห็นความร่วมมือระหว่างสองเผ่าพันธุ์”) เช่นเดียวกับในบริบทสังคมภาพกว้างที่อ้างอิงถึงเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ที่ยังคงทำงานอยู่ White God ก็ทำงานกับสังคมฮังการีในปัจจุบันด้วย “ผมมองว่านี่คือการวิพากษ์ฮังการีในอนาคต เมื่อกฎอันคับแคบทำงานเหนือมวลชนกลุ่มใหญ่ ซึ่งสภาวการณ์เช่นนี้กำลังกัดกินไปทั่วทวีปยุโรป นักการเมืองถูกลดรูปเป็นเหมือนแค่เรียลิตีโชว์ที่เรากดโหวตคนนี้ขึ้น เอาคนนั้นออก ผมมองว่าความตึงเครียดลักษณะนี้เป็นเรื่องอันตรายอย่างยิ่ง หากเรามองมันอย่างผิวเผิน ในอนาคตก็จะถึงเวลาที่ประชาชนลุกฮืออย่างไม่อาจต้านทาน ทั้งหมดนี้ผมทำภายใต้การนำเสนอภาพกรุงบูดาเปสต์ในแบบที่ร่วมสมัยที่สุด ให้หลุดจากภาพจำในหนังยุโรปตะวันออกที่มักผูกติดกับภาพแบบยุคหลังโซเวียต ผมโฟกัสที่สภาพความเป็นจริงที่ว่า เราดำรงอยู่ภายใต้ผลลัพธ์จากความโกลาหลครั้งใหญ่ ความไม่แน่นอนที่ฝังรากลึก และความไม่มั่นคงที่ทำให้เราไม่อาจวางแผนหรือคาดการณ์อนาคตระยะยาวได้เลย” White God จึงประกอบไปด้วยโครงสร้างที่หยิบจับลักษณะเด่นของหนังแต่ละประเภทมารวมกัน มีทั้งความเป็นเมโลดรามา หนังผจญภัย และหนังล้างแค้น “ทั้งหมดที่ว่ามานี้มีอยู่จริงในสังคมยุโรปตะวันออกนะครับ บางคนมีชีวิตแบบละครน้ำเน่าในขณะที่คนอื่นๆ อยู่กันแบบหนังธริลเลอร์ เราเห็นมันเปลี่ยนไปมาง่ายพอๆ กับกดรีโมตเปลี่ยนช่องทีวี การคว้าจับ genre ต่างๆ ขึ้นมารับใช้ไอเดียสำคัญเพียงประเด็นเดียวถือเป็นเรื่องตื่นเต้นสำหรับตัวผมเอง ผมอยากรู้ว่าเราใช้ภาพจำซ้ำซากควบคู่ไปกับความจริงแท้ได้ไหม ตอนนี้ผมมองว่ามันอยู่ใกล้กันมากจนเริ่มรุกล้ำซึ่งกันและกัน” และท่าทีแบบหนึ่งที่เขาตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะไม่ใช้ในหนังเรื่องนี้แน่นอนก็คือการล้อเลียนแบบ parody “เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องตลก และผมทำหนังเรื่องนี้เพื่อตั้งคำถามทางจริยธรรมที่สำคัญมาก ผู้ชมต้องเดินทางมาถึงจุดที่ผมแถลงสาร พร้อมหัวใจที่เต้นระรัว” ตัวอย่างภาพยนตร์ https://www.youtube.com/watch?v=kIGz2kyo26U เบื้องหลังการถ่ายทำ https://www.youtube.com/watch?v=5xU4sw0Brg4