ทหาร/ดาราชาย/ผู้ชายในเครื่องแบบ/

ร่วมท่องสู่โลกอาชญากร ผ่านความงดงาม 5 ประเทศ ใน
Our Kind of Traitor /  จอห์น เลอ คาร์เร / 

ร่วมท่องสู่โลกอาชญากร ผ่านความงดงาม 5 ประเทศ ใน "Our Kind of Traitor" Our Kind of Traitor ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่สร้างจากนวนิยายลำดับที่ 22 ของ จอห์น เลอ คาร์เร นำทีมด้วย 4 ดาราระดับฮอลลีวูด อย่าง ยวน แม็คเกรเกอร์ (จาก Star Wars), สเตลแลน สการ์สการ์ด (จาก Thor และ Avenger), นาโอมิ แฮร์ริส (จาก 007 : Skyfall และ Spectre) และเดเมียน ลูอิส (จาก Homeland) ที่จะพาคุณสู่เส้นทางแห่งอาชญากร ผ่านเส้นทาง 5 ประเทศ ที่สวยงามและมีประวัติศาสตร์อันยาวนานที่สุดในโลก มาราเกรซ , โมร็อกโก เมืองประวัติศาสตร์แห่งยุคไบเซนไทน์ที่จะทำให้คุณซึมซับอารยธรรมอาหรับโบราณในแบบแอตลาส ชวนให้เกิดความรู้สึกหลงใหลในยามค่ำคืน แต่ใครเล่าจะรู้ว่ากลางทะเลทรายแห่งนี้ คือ สู่กลางทางการค้าของประเทศโมร็อกโก คุณสามารถมองหาสิ่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว หรือแม้แต่สิ่งที่คุณไม่คิดว่ามีอยู่จริงได้ที่นี่ นอกจากนี้ มาราเกรซ ยังถูกใช้เป็นฉากการพบกันของตัวละครหลักอย่าง เพอร์รี่ (อาจารย์มหาลัยที่หมดความมั่นใจในตัวเอง), เกล (ทนายความสาวที่ถูกสามีนอกใจ) และดีมา (นักฟอกเงินมือหนึ่งแห่งแก๊งมาเฟียร์รัสเซีย) ซึ่งการเดินทางของคู่รักที่กำลังจะแตกหักกลับบังเอิญถูกนักฟอกเงินมือหนึ่งแห่งแก๊งมาเฟียร์รัสเซียขอร้องให้ช่วยหลบหนีเพราะครอบครัวเขากำลังจะถูกฆ่า !! ปารีส, ฝรั่งเศส นครที่ไม่เคยหลับใหล...จะมีอะไรโรแมนติกว่าการเดินชมหอไอเฟลท่ามกลางแสงดาวยามค่ำคืนที่อบอวลไปด้วยน้ำหอม แฟชั่นตระการตา และอาหารเลิศรส จากเชฟมิชลินสตาร์ และปารีสยังเป็นเมืองเดียวในโลกที่จะสวยขึ้นเมื่อฝนตก นี้แหละเสน่ห์ในแบบปารีส และที่นี่ยังเป็นรอยต่อของเส้นทางสู่งวังวนของอาชญากรที่เพอร์รี่ไม่อาจปฏิเสธ เพราะเขาถูกหน่วย MI6 อย่างเฮกเตอร์ให้เดินทางไปนำไฟล์ข้อมูลการฟองเงินทั้งหมดของแก๊งมาเฟียรัสเซีย กลับมายังเกาะอังกฤษ กรุงเบิร์น, สวิตเซอร์แลนด์ ประเทศที่มีภูเขาหิมะและสกีถึง 70 % ของประเทศ เนื้อที่ส่วนใหญ่ตั้งอยู่บนเทือกเขาแอลป์ซึ่งเป็นเทือกเขาที่ใหญ่สุดในทวีปยุโรป (ครอบคลุมตั้งแต่สวิตเซอร์แลนด์, ออสเตรีย, อิตาลี, สโลวีเนีย, ลิกเตนสไตน์, เยอรมนี ไปจนถึงฝรั่งเศส) และที่นี่ยังมีพิพิธภัณฑ์ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ บุคคลสำคัญทางคณิตศาสตร์ของโลก ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเบิร์น ซึ่งภาพยนตร์เรื่อง Our Kind of Traitor ได้มีโอกาสเข้าไปถ่ายทำฉากสำคัญภายในนี้อีกด้วย มอสโก, รัสเซีย มหาอำนาจแห่งสหภาพโซเวียตที่โลกมิอาจลืม...รัสเซียเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมทรงพลังอย่าง "มหาวิหารเซนต์เบซิล" อันเป็นสัญลักษณ์ของกรุงมอสโค และโรงละครบอลชอยที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1776 โดยคำสั่งของสมเด็จพระราชินีเยคาเทอริน่า มหาราชินีที่ทำให้ที่นี่ถูกสร้างขึ้นด้วยความปราณีตและยิ่งใหญ่สามารถจุผู้ชมได้คราวละมากกว่า 2 พันคน อีกทั้งนักบัลเล่ต์ระดับโลกต่างฝันว่าจะได้มาแสดงที่นี่ ในการนี้เมืองมอสโกยังถูกใช้เป็นฉากเปิดตัวของภาพยนตร์เรื่อง Our Kind of Traitor ในฉากนี้คุณจะได้พบการแสดงของนักบันเล่ต์ที่วิจิตรงดงาม เยือกเย็น สลับกับการเจรจาต่อรองชีวิตของผู้นำตระกูลมาเฟียรัสเซีย ลอนดอน, อังกฤษ ประเทศแห่ง เจมส์ บอน บ้านของสายลับขนานแท้ และแน่นอนที่นี่มีความลึกลับที่คุณอาจไม่เคยรู้อยู่มากมาย อาทิ หอนาฬิกาบิกเบน ที่มีความสูงถึง 96.3 เมตร ถูกสร้างหลังจากไฟไหม้พระราชวังเวสต์มินสเตอร์แบบไม่รู้สาเหตุ และภายในหอนาฬิกามีระฆังรวมทั้งสิ้น 5 ใบ โดย 4 ใบจะถูกตีเป็นทำนอง ส่วน บิกเบน คือ ระฆังเพียงใบเดียว ที่ตีบอกชั่วโมงตามตัวเลขที่เข็มสั้นชี้บนหน้าปัดนาฬิกา และเพราะความลึกลับมากมายของหน่วย MI6 ประเทศอังกฤษจึงถูกเลือกให้เป็นประเทศหลักที่ใช้ในการถ่ายทำ Our Kind of Traitor และนี่คือฉากหลังอันสวยงามที่แอบซ่อนแผนร้ายของเหล่าอาชญากรใน Our Kind of Traitor : แผนซ้อนอาชญากรเหนือโลก ภาพยนตร์สืบสวนที่จะเข้าฉาย 11 สิงหาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

 น้ำชา ไม่พอใจถูกปีนเกลียว! ปันปัน รับโพสต์ด่าจริง เล็งโทรขอโทษ
ปันปัน น้ำชา /  ปันปัน เสียงสูง / 

     หลังจากมีเหตุการณ์โพสต์ด่าเสียงสู๊งงงงงงงง ระหว่างสองซุปตาร์สาวไปเมื่อช่วงกลางดึกวานนี้(28 ก.ค.) ล่าสุดทางดาราสาว น้ำชา ชีรณัฐ ก็ได้ออกมาเผยว่าเธอไม่พอใจ! เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น บอกรูปที่อีกฝ่ายแคปไปโพสต์ด่าแรงนั้นเป็นรูปของเธอจริง ลั่นเป็นเด็กไม่มีสัมมาคาราวะ ส่วนความสัมพันธ์กับหนุ่ม มาร์ช จุฑาวุฒิ นั้นสนิทกันจริง แต่ไม่มีอะไรมากกว่าเพื่อนร่วมงาน อีกทั้งเธอเองก็มีแฟนแล้ว!!      ส่วนด้านต้นเรื่องอย่างดาราสาว ปันปัน สุทัตตา เองก็ออกมายอมรับว่าเธอเป็นคนโพสต์ด่าแรงซุปตาร์รุ่นพี่จริง อ้างได้ยินเรื่องบางเรื่อง?? มากระทบหูจึงโพสต์ไปด้วยอารมณ์ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าไม่เหมาะไม่ควรจึงลบไป บอกตอนนี้กำลังหาเบอร์ติดต่อทางสาวน้ำชาเพื่อเคลียร์ นอกจากนี้ยังขอโทษกับทุกๆ คนที่ทำให้เกิดเรื่องนี้ขึ้นมา    ทั้งนี้ทางต้นสังกัดของสาวปันปันแจ้งว่า ขณะนี้ปันปันอยู่ที่ต่างจังหวัดซึ่งจะกลับมาถึงกรุงเทพในวันอาทิตย์นี้(31 ก.ค.) เวลา 20.30 น. โดยจะไม่มีแถลงข่าวใดๆ นั่นเอง...ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม @punpun_sutatta, @namcha_tea น้ำชา ชีรณัฐ   น้ำชา ชีรณัฐ   ปันปัน สุทัตตา   ปันปัน สุทัตตา   น้ำชา - มาร์ช  

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

ผมอาจไม่ใช่พ่อที่ดีนัก! ติ๊ก-พีช สุดปลื้ม รับรางวัลครอบครัวต้นแบบ!!
ติ๊ก เจษฎาภรณ์ /  พีช สิตมน / 

        ผ่านวันครบรอบแต่งงาน 7 ปีไปหมาดๆ เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ที่ผ่านมา สำหรับคุณพ่อสุดหล่อ ติ๊ก เจษฎาภรณ์ และคุณแม่คนสวย พีช สิตมน ล่าสุดควงคู่รับรางวัล Parent of the Year 2016 ที่มาจากการโหวตจากผู้อ่านและบุคคลทั่วไป สาขาสุดยอดครอบครัวต้นแบบ และ พ่อติ๊ก ยังควบอีกรางวัลใน สาขาสุดยอดคุณพ่อต้นแบบ ในงาน Amarin Baby & Kids Fair ครั้งที่ 8 ณ ไบเทค บางนา โดยทั้งคู่กล่าวขอบคุณทุกคะแนนโหวตกับรางวัลแรกของครอบครัวผลดี พร้อมอัพเดทพัฒนาการ น้องเต็นท์ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนว่า...             ติ๊ก "วันนี้มารับรางวัลเป็นอะไรที่น่าแปลกใจมากครับ ทั้งชีวิตการแสดงไม่เคยได้อะไรแบบนี้นะ (หัวเราะ) แต่พอมาในบทบาทของความเป็นพ่ออันนี้ถือว่าเป็นรางวัลแรกที่เป็นรางวัลของการเป็นพ่อ ต้องขอบคุณทุกคนมากๆ ขอบคุณทุกๆ คะแนนเสียงโหวตครับ"             พีช "ได้รางวัลสุดยอดครอบครัวต้นแบบด้วย ดีใจและรู้สึกเป็นเกียรติมากค่ะ ขอบคุณที่นึกถึงครอบครัวเรา เราก็พยายาม ต้องบอกว่าเราเป็นคุณพ่อคุณแม่มือใหม่มากๆ ยังต้องเรียนรู้อะไรไปอีกในทุกๆ วัน เราก็จะพยายามทำให้ดีที่สุด"             ติ๊ก "ก็เหมือนอย่างที่เรียนไปว่าเราก็เหมือนครอบครัวธรรมดาครอบครัวหนึ่ง ในเมื่อมีบทบาทต่างๆ เพิ่มมากขึ้น เรามีโอกาสได้สร้างสรรค์เหมือนเค้าเป็นสิ่งมีชีวิตที่เราค่อยๆ ปั้นว่าอยากให้เค้าเป็นแบบไหน ค่อยๆ ตกแต่งเค้าได้ และไปในทิศทางที่เราสามารถที่จะทำได้ ได้รับรางวัลคุณพ่อต้นแบบก็เกร็งเลย ต้องบอกว่าผมอาจจะไม่ได้เป็นคุณพ่อที่ดีนักนะครับ"             พีช "พีชว่าพี่ติ๊กเค้ามีเท่าไหร่ เค้าให้เท่านั้นเลย มี 100 ก็ให้ 100 ทั้งกับตัวพีชเองและลูกด้วย ถึงจะมีน้อยแต่ให้ทั้งหมดก็แฮปปี้แล้ว อย่างที่บอกว่าลูกของเราจะโตขึ้นในทุกๆ วันก็จะมีอะไรที่มันท้าทายเราทุกๆ วัน ฝึกให้เราได้เป็นคุณพ่อคุณแม่ที่ดีขึ้นในทุกๆ วัน"             ติ๊ก "เค้าเป็นสิ่งที่สร้างแรงบันดาลใจให้เราในหลายๆ อย่างครับ แพลนลูกคนที่ 2 อยากมีครับ เพราะเราเติบโตมาในแบบที่มีพี่น้องก็รู้สึกว่ามันดี ก็อยากให้เค้าได้มีพี่น้องเหมือนกัน"             พีช "พีชเองก็มีพี่น้องเหมือนกัน ก็รู้สึกว่ามันอบอุ่น จะมีคนคอยซับพอร์ทเราตลอด ตอนนี้น้องเต็นท์ไปโรงเรียนแล้วก็คิดถึงค่ะ เรายังเป็นห่วงมากกว่าว่าเค้าจะรู้สึกยังไง แต่เราก็ต้องฝึกเค้า เพราะสุดท้ายแล้วเค้าก็ต้องไปโรงเรียน ตอนนี้ก็เป็นการฝึกเล็กๆ เต็นท์ต้องออกไปเจอเพื่อนๆ เจอคุณครูบ้าง"             ติ๊ก "เด็กเวลาอยู่บ้านทุกวันๆ วันนึงเค้าต้องไปโรงเรียน เค้าก็ไม่ค่อยอยากจะไปไหน เค้าก็จะมีต่อต้าน เราก็ต้องค่อยๆ ฝึกเค้าอาจจะทำให้เค้าไม่ค่อยพอใจ แต่การไปโรงเรียนเป็นสิ่งที่ดีครับ"             พีช "ไม่ได้แอบไปดูลูกที่โรงเรียน เพราะคุณครูจะบอกเลยว่าพอส่งแล้วคุณแม่กลับเลยนะคะ ยิ่งถ้าเราอยู่ เค้าจะยิ่งรู้สึกว่าแม่ยังอยู่นะ เค้ายังงอแงได้ แต่ทุกครั้งที่ไปรับก็จะได้เห็นรอยยิ้มเค้าทุกครั้งเพราะฉะนั้นก็จะรู้ว่าเค้าสนุก แล้วก็ถามเค้าว่าสนุกมั้ย เค้าก็จะบอกว่าสนุก อาจจะมีงอแงตอนไปส่ง แต่ตอนไปรับจะร่าเริงทุกครั้ง ขนาดยังเล็กอยู่ก็มีจำชื่อเพื่อนได้บ้างแล้วค่ะ"      ติ๊ก-พีช รับรางวัลสุดยอดครอบครัวต้นแบบ   ติ๊ก เจษฎาภรณ์   ติ๊ก-พีช   ติ๊ก-พีช รับรางวัลสุดยอดครอบครัวต้นแบบ   ติ๊ก-พีช รับรางวัลสุดยอดครอบครัวต้นแบบ   พีช สิตมน   พ่อติ๊ก-น้องเต็นท์   ครอบครัวผลดี  

Breaking‬! กิเลนยื่นประท้วงผู้ตัดสิน 3 เหตุการณ์เกมดวลบุรีรัมย์
ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ /  บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด / 

กิเลนผยองรวบรวมหลักฐานยื่นฟ้องเเละประท้วงการทำหน้าที่ของ อำนาจ ผ่องมณี ผู้ตัดสินเกมบิ๊กกับเเมตช์ปราสาทสายฟ้า 3 เหตุการณ์  สโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่ศึกโตโยต้าไทยลีก หลังจากได้มีหนังสือจากคณะกรรมการพิจารณามรรยาทฯ โดยสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เพื่อแจ้งบทลงโทษเกี่ยวกับแฟนบอล 3 กรณี 1. ลงโทษปรับเงิน 20,000 บาท จากกรณีที่ผู้ควบคุมการแข่งขัน ได้เขียนรายงานในนัดที่เอสซีจี เมืองทองฯ พบกับราชนาวี ว่า ได้มีแฟนบอลอัฒจันทร์โซน E ใกล้กับห้องทำงานของผู้ควบคุมการแข่งขัน ได้ด่าทอด้วยคำหยาบคายต่อผู้ตัดสิน และหันมาต่อว่าผู้ควบคุมการแข่งขันและผู้ประเมิน 2. ลงโทษปรับเงิน 30,000 บาท ในนัดที่เอสซีจี เมืองทองฯ พบกับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จากกรณีที่ได้มีแฟนบอลตะโกนด่าและแสดงสัญลักษณ์ชูนิ้วกลางให้กับผู้เล่นสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 3.จากนัดที่ไปเยือนแบงค็อก ยูไนเต็ด ผู้ควบคุมการแข่งขันและฝ่ายรักษาความปลอดภัยสโมสรแบงค็อกฯ ได้รายงานว่า กองเชียร์สโมสรเอสซีจี เมืองทองฯ ได้จุดพลุแฟร์ที่นอกสนามบริเวณกองเชียร์ทีมเยือน แต่ไม่มีใครสามารถยืนยันได้และไม่มีใครสามารถบันทึกภาพได้ จึงขอความร่วมมือให้สโมสรเอสซีจี เมืองทองฯ ประชาสัมพันธ์ได้ทราบถึงระเบียบการแข่งขันและไม่กระทำการใดๆที่ผิดระเบียบ พร้อมกันนี้เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้มีรายงานว่าทัพกิเลนผยองได้รวบรวมหลักฐานเพื่อยื่นให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน อำนาจ ผ่องมณี ถึง 3 เหตุการณ์ในเกมลีกล่าสุดกับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เช่นกันประกอบด้วย 1.จังหวะที่ ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ ใช้มือปะทะเข้าที่ชายโครงเเละบีบคอของทริสตอง โด แต่ไม่มีลงโทษออกมา 2.จังหวะโดนใบเหลืองของ เคลตัน ซิลวา ที่กระโดดข้ามป้ายโฆษณาออกไปดีใจกับเเฟนบอลถือว่าไม่ได้หากไกลจากสนามมาก เเละใช้เวลาไม่นาน 3.จังหวะเสียจุดโทษที่ ธีราทร บุญมาทัน ได้ปะทะกับ ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ เพียงเล็กน้อยถือว่าไม่รุนเเรง ร่วมถึงการโดนใบเหลืองของ ธีราทร ที่มองว่าง่ายเกินไป ทั้งนี้คณะอนุกรรมการประเมินผลงานผู้ตัดสินฯ จะส่งเรื่องถึง พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ประธานผู้ตัดสินอีกครั้ง และหากภายใน 5 วันหากไม่มีข้อโต้แย้งกลับมาจากประธาน ก็จะส่งเรื่องไปตัดสินอีกครั้งว่านักเตะคนใด มีความผิดในข้อใดบ้าง เครดิตภาพบางส่วน : PPTV