ทรงผม2014

เตรียมสละโสด! ไหว้พระขอพรความรัก 5 อันดับที่คนเมืองไปมากที่สุด!!
ขอพรความรัก /  ความรัก / 

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์มาถึง เทศกาลหวานช่ำสำหรับคนมีคู่อย่างก็ "วาเลนไทน์" ก็ตามมาติดๆ เช่นกัน และเพราะว่าเป็นเดือนแห่งความรัก วันนี้ Travel.Mthai จะไม่ยอมให้คนโสดต้องเหงาอีกต่อไป!! มาทำใจให้ชุ่มช่ำ ต้อนรับเนื้อคู่ที่กำลังจะมาถึงกันดีกว่า 5 สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ไหว้พระขอพรความรัก เมื่อบรรยายกันขนาดนี้ หนุ่มโสด สาวโสด ทั้งหลายคงอยากรู้กันแล้วสินะว่าเคล็ดลับการทำให้ดวงความรักของคุณพุ่งสูงปรี๊ดดด แบบทะลุเพดาน ต้องทำอย่างไร งั้นมาดู 5 สถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับ ไหว้พระขอพรความรัก กันเถอะ  ต้องแอบกระซิบว่า Mthai คัดสรรสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ว่าใครที่มาขอพรเรื่องความรัก ก็จะสมหวังกันเกือบทุกคน ถ้าอยากรู้ว่าจะมีสถานที่อะไรบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ 1. สถานที่ไหว้พระขอความรัก ศาลพระตรีมูรติ (ลาน Central World) สถานที่ไหว้ขอพรด้านความรัก อันดับหนึ่งเห็นจะเป็นที่ไหนไปไม่ได้ นอกจาก “ศาลพระตรีมูรติ” แห่งแยกราชประสงค์บริเวณด้านหน้าศูนย์การค้า Isetan Central World  ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องของการขอความรักกับพระตรีมูรติ มหาเทพ โดยสามารถขอพรได้ทุกวัน หากแต่ฤกษ์ที่ดีที่สุดในการขอพรคือ วันพฤหัสบัดี เวลา 9.30 น. และ  21.30 น.  โดยใช้เครื่องสักการะเน้นสีแดง ได้แก่ ธูปแดง, กุหลาบแดงอย่างละ 9 ดอก รวมถึงเทียนคู่สีแดง มีเทคนิคคือจะต้องวางติดกันเพื่อถือเคล็ดให้ได้เจอคู่ครองสมใจ    หากใครมีคนรักอยู่แล้วเมื่อมาขอพรพระตรีมูรติ                ก็จะทำให้รักกันมากขึ้น  หากอธิษฐานแล้วสมหวังจะต้องหานำของมาถวาย เช่น มะพร้าว, น้ำอ้อย, นมสด หรือของหวานอื่นๆ แล้วแต่ศรัธา (ห้ามถวายของคาวทุกชนิด) สถานที่ตั้ง ลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ สี่แยกราชประสงค์ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 2. สถานที่ไหว้พระขอความรัก พระแม่อุมาเทวี  (วัดแขก สีลม) หากอยากมีความรักที่สมหวังและจริงจัง มั่นคงขึ้นมาอีกระดับ เราแนะนำให้มาที่ “วัดแขก” หรือ “วัดพระศรีมหาอุมาเทวี” ย่านสีลม เพื่อสัการะบูชาพระแม่อุมาเทวี  เนื่องด้วยพระแม่อุมาเทวีนั้น ขึ้นชื่อในเรื่องศรัทธาและรักมั่นคงต่อองค์พระศิวะ ดังนั้นหากใครที่กำลังต้องการขอพรเรื่องความรัก หรืออยากมีคู่ครองแบบมั่นคง ต้องเชิญแนะนำมาสักการะพระแม่อุมาเทวี ณ วัดแขกแห่งนี้อย่างแน่นอน   ภายในวัดนั้น มีบริการเครื่องสักการะทั้งหมดอยู่บริด้านหน้าวิหารชุดละ 60 บาท แต่สามารถหามาเพิ่มได้ เช่น ดอกไม้ , มะพร้าว, นมเปรี้ยว,กล้วย เป็นต้น ซึ่งเงินดังกล่าว ทางวัดจะนำไปบำรุงวัดและสร้างสิ่งต่างๆเวลามีงานประจำปีวัดแขก  ดังนั้นหากใครต้องการทำบุญก็สามารถอุดหนุนกับทางวัดได้นะคะ  หรือหากใครไม่สะดวกสักเท่าไหร่  ทีมงาน MThai แนะนำให้เตรียมของไปเอง โดยเฉพาะถาด (พราหมณ์จะคืนให้กับเรา) หรือสามารถซื้อของสักการะได้บริเวณทางด้านวัดก็ไม่ขัดศรัทธาคะ เพียงแต่ราคาอาจจะสูงกว่าสักเล็กน้อย สถานที่ตั้ง : วัดพระศรีมหาอุมาเทวี  2 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 3. สถานที่ไหว้พระขอความรัก พระแม่ลักษมี (เกษรพลาซ่า แยกราชประสงค์) มีความเชื่อว่า พระแม่ลักษมี เป็นเทวีแห่งความรักที่บริบูรณ์  ด้วยพระแม่มีชายาที่ซื่อสัตย์ของพระนารายณ์และทรงเป็นที่รักยิ่งของพระสวามี ทำให้ผู้คนต่างศรัทธาและหลั่งไหลกันมาสักการะขอพรในเรื่องความรัก มีความเชื่อว่า  ไม่เพียงขอให้ได้สมหวังในเรื่องของความรักกับคนที่เรารักแล้วนั้น ยังได้ในเรื่องของรักแท้และซื่อสัตย์กับเราเพียงคนเดียวอีกทางหนึ่ง สถานที่ตั้ง : ห้างเกษรพลาซ่า Gaysorn Plaza 999 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 4. สถานที่ไหว้พระขอความรัก พระนอน- วัดโพธิ์ สาวที่ผิดหวังในเรื่องของความรักมามาก หรือยังไม่สมหวังในความรักสักทีจนอายุเริ่มเข้าเลขสามเข้าให้แล้ว  ซึ่งเลข 3  ก็มีความหมายคือพระนอน  หรือศาสตร์ความเชื่อที่เชื่อว่าเลขสามเปรียบเสหมือนของความรักของหญิงสาวเช่นกัน สถานที่ตั้ง : วัดพระเชตุพน วิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร 2  ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง. เขตพระนคร กรุงเทพฯ 5. สถานที่ไหว้พระขอความรัก พระกฤษณะ วัดเทพมณเฑียร (เสาชิงช้า) เป็นเทพอีกองค์หนึ่งที่สาวโสดหรือผู้อยากสมหวังในเรื่องของความรัก ต้องอย่าพลาดเป็นเด็ดขาด เพราะท่านขึ้นชื่อมากในเรื่องของการให้พรความรัก มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่าสมหวังด้านความรักมาหลายรายแล้ว มีความเชื่อว่าเมื่อท่านยามใช้ชีวิตบนโลกมนุษย์ ท่านมีสนมมากถึง 10,000 คน แต่ถึงอย่างไรท่านก็มีจิตใจรักมั่นต่อนางราดานะคะ หญิงเลี้ยงวัว เป็นรักแรกแห่งกฤษณะ ทำให้ความรักครั้งนั้นประทับใจและฝังอยู่ในใจของพระกฤษณะตลอดจนชั่วอายุขัย   ใครที่อยากไปสักการะองค์พระกฤษณะ สามารถไปได้ที่วัดเทพมณเฑียร บริเวลาข้างโรงเรียนเบญจมราชาลัย ชั้น 3 จะเป็นเทวาลัย สามารถสักการะได้ตั้งแต่เช้าถึงเที่ยงประมาณเที่ยงวัน และช่วงบ่ายสามถึงหนึ่งทุ่ม ซึ่งการบูชาจะต้องเตรียมดอกไม้ธูปเทียนไปให้เรียบร้อย เนื่องจากที่วัดไม่มีจำหน่าย สถานที่ตั้ง :  โบสถ์เทพมณเฑียร  จะอยู่ใกล้กับเสาชิงช้า ฝั่งตรงข้ามกับวัดสุทัศน์เทพวราราม  สุดท้ายนี้ นอกจากการพึ่งศักดิ์สิทธิ์ ไหว้พระขอพรความรัก อีกสิ่งที่จะทำให้ความรักของเราสองคนมั่นคง ก็คือ ความเข้าใจและการให้อภัย ไม่ว่าจะเป็นความรักของคุณจะเป็นรูปแบบไหน Travel.Mthai ขออวยพรให้กับความรักของทุกคู่ และสำหรับความรักของคนที่กำลังจะมีคู่นะคะ  สุขสันต์วันวาเลนไทน์ค่ะ <3

อย่าทำอีกนะ! คล็อปป์ อ้อนเดอะค็อปอย่าวอลเอ้าท์อีก
ตลาดซื้อขายนักเตะ /  ลิเวอร์พูล / 

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมันของทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ที่เพิ่งหายจากการไปผ่าตัดรักษาอาการไส้ติ่งอักเสบออกโรงอ้อนแฟนบอลว่าอย่าประท้วงด้วยการเดินออกจากสนามอีกเลย หลังจากที่ในนัดก่อนหน้านี้ ลิเวอร์พูล ที่ไม่ม่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ยืนคุมทีมข้างสนามเพราะต้องไปผ่าตัด ออกนำซันเดอร์แลนด์ไปก่อน 2-0 แต่ในนาทีที่ 77 แฟนบอลบางส่วนได้ประท้วงด้วยการเดินออกจากสนามเพื่อแสดงความไม่พอใจที่สโมสรขายตั๋วในราคาแพงเกินไป และสุดท้ายทีมถูกไล่ยิงตีเสมอในช่วงท้ายเกมส์ ทไให้กุนซือชาวเยอรมัน ออกโรงอ้อนวอนแฟนๆ “จริงๆแล้วผมอยากรู้ข้อมูลในแง่มุมอื่นๆเพิ่ม เพื่อที่จะหาต้นตอของปัญหา แต่สิ่งที่ผมต้องการอย่างยิ่งคือผมไม่ต้องการให้แฟนบอลออกจากสนามก่อนที่เกมส์จะจบ นี่คือทั้งหมดที่ผมสามารถพูดได้ ตอนที่ผมได้ยินเรื่องการวอลเอ้าท์ ผมรู้สึกผิดหวังเอามากๆ” คล็อปป์กล่าว สำหรับอดีตกุนซือดอร์ทมุนด์ฟื้นตัวจากการผ่าตัดและจะสามารถกลับมาคุมลูกทีมลงแข่งขันฟุตบอลเอเอฟคัพรอบ4นัดรีเพลย์ที่จะบุกไปเยือนเวสต์แฮมยูไนเต็ด ในวันอังคารนี้ได้

คืบหน้า คดีหมอฟันหนีทุน กว่า 47 ล้าน ต้องมาศาล14 มี.ค.นี้
ค้ำประกัน /  ปวิน / 

ศาลยุติธรรม ชี้แจงคดีหมอฟันเบี้ยวหนี้  47 ล้าน ต้องมาศาลวันนัด14 มี.ค. นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงขั้นตอนการพิจารณาคดีล้มละลายที่ มหาวิทยาลัยมหิดล ยื่นฟ้อง ทันตแพทย์หญิง ดลฤดี จำลองราษฎร์ อดีตอาจารย์ภาควิชาทันตกรรมเด็ก คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (ม.มหิดล)หลังจากได้รับทุนไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทและเอก ที่สหรัฐฯ เมื่อสำเร็จการศึกษา ดลฤดี ได้หลีกเลี้ยงไม่กลับมาใช้ทุนคืน รวมถึงแต่งงาน เปลี่ยนสัญชาติ และทำงานเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด อย่างไรก็ตาม คดีดังกล่าว ม.มหิดล เป็นโจทก์ที่ 1 และ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) เป็นโจทก์ที่ 2 ยื่นฟ้อง น.ส.ดลฤดี ผู้รับทุน เป็นจำเลย ต่อศาลล้มละลายกลาง คดีหมายเลขดำ ล.3603/2558 ทั้งนี้ทั้งนั้น คดีล้มละลายนี้ สืบเนื่องจากเป็นคดีที่ศาลปกครองมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว รวมยอดหนี้ทั้งสิ้น 47,853,435.88 บาท พร้อมกันนี้ ศาลได้นัดพิจารณาคดีครั้งแรกวันที่ 14 มี.ค.นี้ เวลา 09.00 น. โดยฝ่ายโจทก์และจำเลยต้องมาศาลตามนัด ซึ่งหากจำเลยเดินทางมาศาลต่อสู้คดีก็ต้อง พิจารณาไปตามกระบวนการ แต่หากจำเลยไม่มา ศาลจะมีคำสั่งว่า จำเลยขาดนัดพิจารณาและดำเนินคดีไปฝ่ายเดียว ซึ่งศาลจะนำความจริงมาพิจารณาว่า จำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่ และมีหนี้สินจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาทหรือไม่ หากศาลพิจารณาแล้วเสร็จ จะมีคำสั่งพิจารณาพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดต่อจำเลย หรือไม่ จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการ การประนอมหนี้ก่อนล้มละลาย ซึ่งในกรณีที่ศาลมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดก็จะมีการประชุมเจ้าหนี้ หากเจ้าหนี้ไม่เห็นด้วยกับการประนอมหนี้ ศาลต้องพิพากษาให้จำเลยตกเป็นบุคคลล้มละลาย จากนั้นจะถึงกระบวนการในเรื่องที่เจ้าหนี้จะต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ในกำหนดเวลา 2 เดือน แล้วมีการพิจารณาคำขอชำระหนี้ไปตามลำดับ เมื่อเสร็จแล้ว จะถึงกระบวนการที่สำคัญคือการไต่สวนลูกหนี้โดยเปิดเผยซึ่งศาลจะต้อง ออกหมายเรียกจำเลย ให้มาศาลเพื่อสอบถามถึงมูลเหตุที่ทำให้ตกเป็นหนี้ ตามคำพิพากษาของศาลปกครองกลางว่าเพราะเหตุใดถึงไม่มีทรัพย์สินในการชำระหนี้ หากจำเลยไม่มาศาลก็ถือเป็นการขัดขืนหมายเรียก ซึ่งศาลจะมีคำสั่งให้ 'ออกหมายจับ' หลังจากผ่านกระบวนการในการขอรับชำระหนี้ และศาลได้พิพากษาจนตกเป็นบุคคลล้มละลายแล้ว จากนั้นจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการบังคับคดี ---------------------------------------------------------------------------------------------------------- มีความคืบหน้า ในขั้นตอนการดำเนินคดีกับ ดลฤดี หมอฟันหนีทุน สำนักข่าว 'เนชั่น' เผยความคืบหน้า กรณีที่ทันตแพทย์หญิงดลฤดี จำลองราษฎร์ อดีตอาจารย์คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งมีประเด็นเรื่องการหนีทุนรัฐบาล พร้อมกันนี้ กรณีเรื่องการฟ้องล้มละลาย ขณะนี้มีการฟ้องล้มละลายแล้ว ตั้งแต่วันที่ 21 ธ.ค. 2558 ที่ผ่านมา โดยในรายละเอียดมีการเปิดเผยตัวเลขหนี้ทุน ของ ทพญ. ดลฤดี ไม่ใช่ตัวเลข 30 ล้านแล้ว แต่ตัวเลขขยับขึ้นไปสูงถึง 48 ล้านบาทแล้ว ทั้งนี้ทั้งนั้นหนี้ตามคำพิพากษา ที่ ทพญ. ดลฤดี จะต้องชำระ ให้กับ ม.มหิดล นั้นเป็นเงินจำนวนกว่า 4 ล้าน 5 แสนบาท และที่ต้องชำระให้กับ สกอ. เป็นจำนวนเงินอีกกว่า 43 ล้านบาท โดยศาลล้มละลายได้นัดพิจารณาคดีในวันที่ 14 มีนาคม 2559 ---------------------------------------------------------------------------------------------------------- 'หมอเผด็จ' เผยแหล่งข่าวจากสหรัฐอเมริกาบอก 'ฮาร์วาร์ด' เรียกสอบ 'หมอฟันหนีทุน' แล้ว หลังโดนกดดัน จากกรณีปม 'หมอฟันหนีทุน' ที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุดวันนี้ (5 ก.พ. 59) เฟซบุ๊กของ เผด็จ พูลวิทยกิจ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า แหล่งข่าวของตนจากสหรัฐอเมริกาแจ้งข่าวส่งมาว่า ทางมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้มีการเรียกสอบ ทพญ. ดลฤดี จำลองราษฎร์ ถึงกรณีดังกล่าวแล้ว คาดอาจถูกลบชื่อจาก leadership ของ HSDM ขอบคุณข้อมูล/ภาพ เผด็จ พูลวิทยกิจ MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เห็นต่าง! ปวิน เทียบข่าวล่าแม่มด "หมอฟันหนีทุน" กับ ทุจริตราชภักดิ์ ดร.ปวิน ชัชวาลพงศ์ นักวิชาการชื่อดังได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นที่บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์เรื่องราวของ น.ส.ดลฤดี จำลองราษฎร์ หมอฟันที่ขอทุนไปเรียนต่อเมืองนอกแล้วหนีทุนปล่อยให้ผู้ค้ำประกันต้องจ่ายเงินชดใช้ค่าเสียหายมากกว่า 2 ล้านบาท จนชาวสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์และกดดันให้ น.ส.ดลฤดี จ่ายเงินค่าเสียหายทั้งหมด โดย ดร.ปวิน มองว่า เรื่องหมอฟันหนีทุนนั้น คนไทยที่เป็นคนดีทั่วราชอาณาจักร ต่างรุมกระหน่ำโจมตีอย่างรุนแรง ทางโซเชียลมีเดีย ผ่านเฟซบุ๊ก ผ่านเว็ปไซต์ของฮาร์วาร์ด ไปขุดประวัติโคตรเหง้าศักราชไปค้นเจอที่อยู่ บ้านพัก ทรัพย์สินเธอในอเมริกา เอามาแฉ เปิดโปง เรียกร้องให้ฮาร์วาร์ดไล่เธอออก บุกไปถล่มเพจที่ทำงานเธอ ด่าให้อายเพื่อลูกค้าทำฟันจะได้แขยง แต่คนดีเหล่านี้มองการคอร์รัปชั่นผ่านเลนดัดจริตของตัวเอง เลือกที่จะจัดการกับคอร์รัปชั่นบางประเภท แต่ยอมรับคอร์รัปชั่นประเภทอื่นๆ นางดลฤดี ตอนนี้กลายมาเป็นทักษิณสาขา 2 ที่ถูกไล่ล่าอย่างหนัก ทั้งๆ ที่รัฐบาลที่อยู่ในอำนาจทุกวันนี้ก็คอร์รัปชั่นไม่แพ้กัน โดยตนไม่มีปัญหากับการ tackle คอร์รัปชั่น แต่มันต้องมีมาตรฐานครับ กองทัพโกงหลายร้อยล้านในกรณี "ราชภักดิ์" ก็เลวร้ายไม่แพ้กับหมอฟันโกงทุน 8 ล้าน ถ้าจะเล่นเกมศีลธรรมนำสังคม คนที่ไล่ล่าดลฤดี-ทักษิณ ต้องออกมาไล่ล่ากองทัพด้วยครับ ไม่เช่นนั้นพวกคุณก็เป็นแค่พวก hypocrites เท่านั้น 'ดลฤดี' หมอฟันหนีทุน ส่งจดหมายแจงยิบถึง 'เนชั่น' น.ส.ดลฤดี จำลองราษฎร์ อดีตอาจารย์ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก คณะทันตแพทย์ ม.มหิดล ส่งจดหมายถึงสำนักข่าว 'เนชั่น' เพื่อชี้แจงถึงกรณีที่มีการแชร์เรื่องราวการหลบหนีทุนการศึกษา เป็นผลให้ผู้เซ็นค้ำประกันชดใช้หนี้แทนกว่า 10 ล้านบาท โดยมีการระบุว่า ข้อเท็จจริงทุกประการในเรื่อง มีความซับซ้อนอย่างมาก ทำให้มีการด่วนสรุปกรณีที่เกิดขึ้น รวมถึงประเด็นดังกล่าว เป็นประเด็นส่วนตัว ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆ กับมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และ วิทยาลัยทันตแพทย์ศาสตร์แห่งฮาร์วาร์ด พร้อมกันนี้ ดลฤดี ชี้แจงว่ามีเจตจำนงที่จะชำระคืนทุนที่ได้รับมาจาก ม.มหิดล โดยตลอด แต่มีปัญหาเกี่ยวกับช่องทางการชำระคืน ตัวอย่างเช่น (ได้เสนอยื่น)แผนการชำระคืนในระยะที่ยาวกว่าเดิม แทนที่จะเป็นการจ่ายเงินก้อนโตภายใน 30 วัน แต่ก็ถูกปฏิเสธ แต่ด้วยปัญหาเรื่องเงิน และเรื่องส่วนตัวที่ยาวนาน จนกระทั่งได้รับความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง จึงสามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ในที่สุด โดยที่ผ่านมา ได้แสดงถึงความต้องการใช้ทุนคืนในทุกทางกับ ผู้ร่วมลงชื่อมาโดยตลอด รวมถึงได้ดำเนินการชำระคืนบ้างแล้วบางส่วน ดังนั้นข้อกล่าวหาที่เธอได้พยายามหลบหนีการชำระทุน จึงไม่เป็นความจริง และเมื่อเร็ว ๆ นี้ ม.มหิดล ได้ขีดเส้นตายให้ผู้ร่วมลงนาม (ค้ำประกัน) โดยที่ ดลฤดีอ้างว่า ไม่รับรู้ อย่างกระทันหัน ซึ่งเธอได้รับเงินสินเชื่อส่วนตัว 5 หมื่นดอลลาร์ จึงส่งมอบให้ผู้ร่วมลงนาม จากนั้น ม. มหิดล ได้เลื่อนเส้นตายออกไปโดยปราศจากการผ่อนผัน อ่านข้อมูลฉบับเต็มได้ที่ http://www.nationtv.tv/main/content/crime/378488192/ --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ผู้ค้ำประกันรายที่ 3 อดีตอาจารย์ ม.มหิดล หนีทุน เดือดร้อนหนัก ต้องยืมเงินกลุ่มเพื่อนช่วยใช้หนี้กว่า 2 ล้าน สำนักข่าว 'อิศรา' รายงาน 'ผศ.ทพญ.ภัทรวดี ลีลาทวีวุฒิ' รองหัวหน้าภาควิชาทันตกรรมเด็ก คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหดิล ปรากฎรายชื่อเป็นหนึ่งในบุคคลที่เซ็นค้ำประกันการเดินทางไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทและเอก ของ น.ส.ดลฤดี จำลองราษฎร์ อดีตอดีตอาจารย์ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก คณะทันตแพทย์ ม.มหิดล และได้หนีทุนไม่เดินทางกลับมาประเทศไทย ทำให้ผศ.ทพญ.ภัทรวดี และผู้ค้ำประกันอีก 3 ราย ต้องร่วมกันชดใช้หนี้ค้ำประกันทุนเรียน เป็นจำนวนเงินกว่า 2 ล้านบาท ล่าสุดวันนี้ (3 ก.พ.) ผศ.ทพญ.ภัทรวดี ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ว่า ขณะนี้กำลังเดือนร้อนเรื่องการเงินเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อวันที่ 1 ก.พ.2559 ที่ผ่านมา เพิ่งหาเงินจำนวน 2 ล้านกว่าบาท ไปชดใช้ให้กับม.มหิดล จากปัญหาการค้ำประกันการเดินทางไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศของน.ส.ดลฤดี ได้ครบถ้วน แต่ตนเองก็ยังคงเป็นหนี้เหมือนเดิม เพราะเงินจำนวน 2 ล้านกว่าบาทที่นำไปใช้หนี้ ได้รับมาจากกลุ่มเพื่อนเตรียมอุดมศึกษาที่รวบรวมเงินมาให้เพราะเห็นใจ ผศ.ทพญ.ภัทรวดี กล่าวว่า 'เหตุผลสำคัญที่ตัดสินใจเซ็นค้ำประกันให้กับน.ส.ดลฤดีไป เพราะต้องการให้ภาควิชาทันตกรรมเด็ก คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มีบุคคลากร ที่ประสบการศึกษาขั้นสูงสุด กลับมาทำงานรับใช้ประเทศชาติ ซึ่งสมัยนั้น ยังขาดแคลนอยู่ โดยไม่คาดคิดว่าการที่ตนเห็นแก่ประโยชน์ส่วนร่วม จะทำให้เดือนร้อนภายหลังแบบนี้' โดยหลังจากนั้น ผู้เซ็นต์ค้ำประกันรายนี้ ได้พยายามติดต่อกับดลฤดีหลายครั้ง เพื่อขอให้รับผิดชอบปัญหาที่เกิดขึ้น เมื่อเรื่องโด่งดังขึ้น ทางนั้นได้ส่งอีเมลตอบกลับมาว่า จะพยายามหาเงินมาช่วยในที่สุด ขอบคุณข้อมูลจาก isranews --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 'หมอเผด็จ' 1 ในผู้ค้ำประกัน 'หมอฟันหนีทุน' เผยเจ้าตัวร่อนจดหมายพร้อมใช้เงินคืนแต่ขอเวลาสักนิด จากกรณีข่าว 'หมอฟันหนีทุน' ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้นั้น ล่าสุด (3 ก.พ. 59) มีรายงานว่า ทพญ. ดลฤดี จำลองราษฎร์ ส่งข้อความถึงเพื่อนที่เป็นผู้ค้ำประกัน โดย 'หมอเผด็จ' ได้นำมาโพสต์ลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ "อย่างที่เคยบอกไปแล้วหลายครั้งกับพี่ปุ้ย พี่เผด็จ และอาจารย์อารยาว่า ฉันจะจ่ายเงินกู้คืนให้ทั้งหมดพร้อมกับดอกเบี้ย ฉันกำลังหาทางเอาเงินมาจ่ายคืนพวกคุณอยู่ ซึ่งบางทีจะเป็นการดีกว่าถ้าคุณฟังจากฉันโดยตรงเพื่อให้มั่นใจว่าฉันจะทำตามสัญญาฉันเพิ่งคุยกับพี่ปุ้ย และเธอรับรู้ถึงเจตนาและความจริงใจของฉัน ช่วยบอกหมายเลขโทรศัพท์และเวลาที่สะดวกให้ฉันติดต่อได้" ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 59 หมอดลฤดีก็ได้ส่งข้อความข้อมาทางมือถือของเพื่อนที่เป็นคนค้ำประกัน โดยเอ่ยชื่อถึง 2 คน ในข้อความนี้ว่า เว้นแต่ว่า มหิดลจะขยายเส้นตายต่อไปอีก ฉันกำลังเข้าตาจน พยายามหาเงินมาใช้หนี้ที่เหลือ ถ้าคุณมีเงินมาจ่าย ที่ไม่ต้องใช้ทรัพย์สิน ฉันจะจ่ายคืนให้พร้อมดอกเบี้ย ฉันจะพยายามหาเงินมาเพิ่มอีกในช่วงซัมเมอร์ ตอนนี้ฉันไม่มีคุณสมบัติพอที่จะกู้เงินเพิ่ม ที่มา : nationtv MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ทพ.เผด็จ พูลวิทยกิจ ทันตแพทย์ 1 ใน 4 ผู้ค้ำประกัน ทพญ.ดลฤดี จำลองราษฏร์ อดีตอาจารย์ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งกำลังเป็นประเด็นพูดถึง เกี่ยวกับการหนีทุน พร้อมให้ผู้ค้ำประกันที่ 4 ชดใช้แทนเป็นเงินกว่า 10 ล้านบาท โดยหลังจากที่ ทพ.เผด็จ ได้รับฟังคำแถลงการณ์ของทางมหาวิทยาลัยมหิดล รู้สึกว่าจะไม่มีเรื่องใหม่ ซึ่งข้อมูลที่ทางมหาวิทยาลัยนำมาชี้แจงนั้นล้วนเป็นสิ่งที่สังคมรู้อยู่แล้ว และเมื่อดูถึงแนวทางในการแก้ปัญหาที่ผ่านมา ทำให้เห็นได้ว่ามหาวิทยาลัยไม่ได้จริงจังในการแก้ปัญหา ทำเพียงตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น 'ในความเป็นจริงมหาวิทยาลัยน่าจะทำอะไรได้มากกว่าที่บอกว่าส่งหนังสือติดต่อ หรืออย่างที่มหาวิทยาลัยบอกว่า อ.ดลฤดี สามารถลาออกได้ เพราะเป็นคนละเรื่องกัน และไม่มีเหตุผลเพียงพอที่ยับยั้ง ถ้ามหาวิทยาลัยจะไม่ให้ อ.ดลฤดี ลาออกย่อมทำได้ เพราะหากในองค์กรมีคนที่ไม่มีจริยธรรม ไม่ยอมใช้ทุน ใช้เงินคืนควรจะมีวิธีการหรือแนวทางไม่ให้ลาออก' ตนมองว่ามหาวิทยาลัยควรดำเนินการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่านี้ ไม่ใช่บอกเพียงแต่ว่าได้ดำเนินการแล้วสิ่งที่มหาวิทยาลัยออกมาพูด ผมมองว่าเป็นการ 'ปัดความรับผิดชอบ' ไม่ได้ทำในเรื่องที่ควรจะทำ ทั้งที่น่าจะมีอำนาจในการตัดสินใจ ทำอะไรให้ดีกว่านี้ ช่วยเหลือเยียวยาได้มากกว่านี้ ไม่ใช่บอกเพียงว่าทำเต็มที่แล้วทั้งที่เหมือนจะยังไม่ได้ทำอะไรเลย และยังคงปกป้องคนผิด ส่วนประเด็นที่ทางมหาวิทยาลัยจะร่วมกับสกอ.ยื่นฟ้องล้มละลายอ.ดลฤดีนั้น คงทำได้แต่มันช้าไปหรือไม่ เรื่องนี้เกิดขึ้นมานานแล้ว ทั้งตอนนี้คดีความใกล้จะจบสิ้นในวันที่ 14 ก.พ.นี้ หากคดีความจบมหาวิทยาลัยก็ไม่ต้องรับผิดชอบ ก็คงต้องเป็นหน้าที่ผู้ค้ำประกันอย่างพวกผมที่ต้องยื่นฟ้องข้ามประเทศเพื่อขอเงินคืน กล่าวอย่างไรก็ตาม การจะฟ้องอ.ดลฤดี หรือไม่นั้น คงต้องหารือกับฝ่ายกฎหมายก่อนว่าจะดำเนินการเช่นใดได้บ้าง ส่วน มม. พวกตนคงไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ นอกจากต้องรอให้มหาวิทยาลัยอยากเข้ามาช่วยเหลือมากกว่านี้ ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ โจ นูโว โพสต์ข้อความถามจิตสำนึกสามี ทันตแพทย์หนีทุน ชี้ "เงินชาติยังไม่ซื่อสัตย์ แล้วจะซื่อสัตย์กับท่านไหม ??" วันนี้ (2 ก.พ. 59) นายจิรายุส วรรธนะสิน หรือ โจ นูโว ได้โพสต์ข้อความแสดงความเห็นถึงประเด็นข่าวดังกรณีทันตแพทย์สาวหนีใช้ทุน จนทำให้ผู้ค้ำประกันต้องมาใช้หนี้แทน โดยนักร้องหนุ่มได้ฝากข้อความถึงสามีของทันตแพทย์สาวคนดังกล่าว หากยังมีสติก็ควรเตือนภรรยาให้คืนเงินทุนที่นำไปเล่าเรียนด้วย ว่า "อยากจะบอกไปยังสามีของทันตแพทย์สาวว่า ภรรยาของท่านไม่มีความซื่อสัตย์ต่อชาติ แล้วกับท่านล่ะจะซื่อสัตย์ไหม และหากท่านรับรู้เรื่องราวแล้วยังคงเฉย ๆ ก็ถือว่า ท่านเป็น "คนเห็นแก่ตัว" และน่าจะส่งเงินมาช่วยผู้เซ็นค้ำประกันที่กำลังเดือดร้อนขณะนี้ด้วย" ภาพจาก IG@joejirayut คณะผู้บริหารมหิดล แถลงกรณี 'หมอฟันหนีทุน' ยันพยายามเต็มที่ เผยเตรียมฟ้องล้มละลาย ทพญ.ดลฤดี จำลองราษฎร์ วันนี้ (2 ก.พ. 59) ศ.นพ.บรรจง มไหสวริยะ รองอธิการบดี ม.มหิดล และ รศ.ทพ.พาสน์ศิริท นิสาลักษณ์ แถลงข่าวกรณี หมอฟันหนีทุน ว่า ทางมหิดลได้พยายามติดตามมาโดยตลอด แต่เมื่อไม่ได้มาชดใช้ตามกำหนด จึงจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมายนำคดีขึ้นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง ทั้งนี้เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา ศาลปกครอง มีคำสั่งให้ผู้ใช้ทุน และ ผู้ค้ำประกัน ชดใช้เงินให้กับทางราชการ มหาวิทยาลัยจึงมีหนังสือถึงผู้ใช้ทุน และ ผู้ค้ำประกันทั้ง 4 คน ให้นำเงินมาใช้ตามคำพิพากษาโดยได้ทำความเข้าใจกับผู้ค้ำประกันทั้งหมด และทำหนังสือขอพิจารณาผ่อนผัน ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอนุมัติให้ลดหย่อนภาระหนี้โดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย นอกจากนี้ ม.มหิดล ยืนยันพยายามช่วยเหลือผู้ค้ำประกันอย่างเต็มที่ และจะเร่งติดตามทวงถามหนี้คืน พร้อมเตรียมฟ้องล้มละลาย ทพญ. ดลฤดี ก่อนวันที่ 14 ก.พ. 59 กันคดีหมดอายุความ สำหรับกรณีนี้ เป็นคดีแพ่งบังคับในประเทศไทย จึงไม่สามารถติดตามนอกราชอาณาจักรไทยได้ สำหรับทุนดังกล่าว เป็นทุนที่ทาง สกอ. ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการเร่งรัดผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพในสาขาที่จำเป็นต่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีพัฒนาเศษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ 16 สาขา ซึ่งตามสัญญาจะต้องกลับมาชดใช้ทุน โดยต้องกลับมารับราชการในส่วนราชการตามที่กำหนดให้เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 เท่าของระยะเวลาที่ได้รับทุนรัฐบาล แต่เมื่อไม่กลับมาชดใช้ทุนทาง ม.มหิดล จึงได้รับมอบอำนาจจาก สกอ. ทวงถามตามขั้นตอน MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เพจดัง เผยนักเรียนไทยติดป้ายประจาน 'หมอฟันหนีทุน' ทั่วทั้ง 'ฮาร์วาร์ด' วันนี้ (2 ก.พ. 59) มีรายงานว่า โลกออนไลน์ กำลังแชร์ภาพจากเฟซบุ๊กแฟนเพจ CSI LA ถึงกรณีข่าวหมอฟันหนีทุน ซึ่งเป็นภาพจากบุคคลที่ไป ม.ฮาร์วาร์ด มาว่า "วันนี้ไปมหาลัย Harvard มาค่ะ เห็นมีใบปลิวแปะตามบอร์ดแถว Havard yard หลายบอร์ดเลยค่ะ อันนี้เป็นฝั่งมหาวิทยลัย ไม่ใช่ฝั่ง Medical school แต่คิดว่าน่าจะมีคนติดไปทั่วเเล้วค่ะ" ซึ่งทางเพจอย่าง CSI LA ได้ระบุว่า "กลุ่มนักเรียนไทยที่มหาลัย Harvard เริ่มติดป้ายประจานคุณหมอหนีทุนเเล้ว ตามสถานที่ต่าง ๆ ใน campus ของมหาลัย Havard รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่คนที่เอาป้ายไปติดใช้ข้อความที่ผมเขียนใน CSI LA ไปใช้ ขอบคุณมากครับ CSI Harvard" ขอบคุณข้อมูล/ภาพ CSI LA MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เตรียมแถลงข่าว ปมอาจารย์ทันตกรรมหนีทุน ทำคนค้ำเดือดร้อน ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันพรุ่งนี้ ( 2 ก.พ.) ศาสตราจารย์ นายแพทย์ บรรจง มไหสวริยะ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล จะเป็นประธานในการแถลงข่าว พร้อมด้วยศาสตราจารย์ทันตแพทย์พาสน์ศิริ นิสาลักษณ์ คณบดีคณะทันตแพทย์ศาสตร์ กรณีที่ผู้คนบนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ข้อความระบุว่า มีผู้เสียหายจากการเซ็นค้ำประกัน ให้กับอาจารย์ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก คณะทันตแพทย์ มหาลัยวิทยาลัยมหิดล โดยไม่ใช้ทุนกู้เรียนต่อในต่างประเทศ ทำให้มีการจ่ายค่าเสียหายกว่า 2 ล้านบาท ................................................................ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เผย 'ม.ฮาร์วาร์ด' ปัดเคลียร์ปม 'หมอฟันหนีทุน' ชี้เป็นเรื่องส่วนตัว วันนี้ (1 ก.พ. 59) มีรายงานว่า นพ.อุดม คชินทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล (มม.) กล่าวถึงกรณีของ หมอฟันหนีทุน ว่า อดีตอาจารย์คนดังกล่าวรับทุนของรัฐบาลไม่ใช่ทุนมหาวิทยาลัย แต่มหาวิทยาลัยเป็นตัวกลางในการประสานและเสนอชื่อผู้ค้ำประกันให้ ทางสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ตามหลักเกณฑ์ ในฐานะต้นสังกัดก็ต้องดำเนินการเพื่อส่งสริมให้อาจารย์ในมหาวิทยาลัยได้พัฒนาศักยภาพของตนเอง ขณะที่ มม. เองที่ผ่านมาให้ทุนอาจารย์ไปเรียนต่อต่างประเทศปีหนึ่งเกือบร้อยทุน เฉพาะทุนด้านสาธารณสุขในกลุ่มแพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล ฯลฯ ประมาณ 50-60 ทุน และมีบ้างที่ไม่ยอมกลับมาทำงานตามกำหนด และเลือกจะใช้ทุนคืนเป็นเงิน แต่ไม่เคยมีกรณีไม่ใช้เงินคืน มีเพียงรายนี้ที่หนีไป ไม่ใช้หนี้และไม่กลับมา การที่รัฐบาลหรือมหาวิทยาลัยกำหนดเงื่อนไขให้ใช้ทุนคืน 3 เท่า เพราะอยากให้คนเหล่านี้กลับมาทำงานเพื่อประเทศชาติ ไม่ได้อยากได้เงินคืน ทั้งนี้ มม. เองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้พยายามประสานไปยัง ม.ฮาร์วาร์ด แต่คำตอบที่ได้รับจาก ม.ฮาร์วาร์ด คือบอกว่า เป็นเรื่องส่วนตัวที่ต้องประสานไปยังเจ้าตัวเอง ซึ่งทำให้รู้สึกผิดหวังมากที่ ม.ฮาร์วาร์ด ไม่แสดงท่าทีอะไรกับเราเลย เรื่องนี้ทำเสียชื่อไปหมด ทั้ง มม.เองไปจนถึงโรงเรียนเก่าที่จบออกมา อีกทั้งยังส่งผลกระทบกับผู้ที่รับทุนในรุ่นต่อไป ทำให้หาคนมาค้ำประกันยากขึ้น ขอบคุณข้อมูล/ภาพ มติชนออนไลน์ MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- แฉยับ! 'หมอฟันหนีทุน' อยู่บ้านหรูแถมขับรถสปอร์ต มีรายได้มากพอชดใช้หนี้ที่หนีไปได้อย่างสบาย จากกรณีข่าว 'หมอฟันหนีทุน' ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้นั้น ล่าสุด (1 ก.พ. 59) มีรายงานว่า เฟซบุ๊กชื่อ Weerachai Phutdhawong ได้ออกมาโพสต์แฉข้อมูลต่าง ๆ ของหมอฟันหญิงรายนี้ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้านและรถยนต์ หรือแม้แต่รายได้ที่มากพอชดใช้หนี้ที่หนีไปได้อย่างสบาย ๆ ขณะเดียวกัน ทางเฟซบุ๊กของทันตแพทย์ เผด็จ พูลวิทยกิจ ได้มีกลุ่มประชาชนที่อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา เข้ามาโพสต์ข้อความให้กำลังใจและเล่าว่า คนไทยในอเมริกาหลายฝ่ายกำลังพยายามหาทางเคลื่อนไหวกดดันหน่วยงานต้นสังกัด และทันตแพทย์คนดังกล่าวแล้ว เพราะไม่เห็นดีเห็นงามกับการกระทำเช่นนี้ ด้าน ครูเป็ด มนต์ชีพ ศิวะสินางกูร ครูเพลงชื่อดัง ก็ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าว ผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ครูเป็ด moncheep โดยระบุว่า... ผมว่าคนหนีทุนพยายามพูดให้สังคมเข้าใจคลาดเคลื่อน...เงื่อนไขปกติคือ คุณรับทุนไปเรียนแล้ว คุณต้องกลับมาทำงานกับต้นสังกัด เป็นเวลากี่ปีก็ว่าไป...มีเงินเดือนนะครับ...ครบสัญญาแล้วคุณก็เป็นอิสระ ไม่ต้องเสียเงินสักบาท ...เว้นเสียแต่ว่า คุณจะไม่ทำงานกับต้นสังกัดที่ให้ทุน...คุณถึงจะต้องชดใช้เงิน 3 เท่าของทุนที่ใช้ไป... ...วัตถุประสงค์ของทุนประเภทนี้ คือ อยากส่งเสริม คนที่มีศักยภาพ ไปเพิ่มพูนความรู้ แล้วกลับมาทำประโยชน์กับประเทศ...ไม่ใช่อยากค้ากำไร 3เท่า... ...ผมเองมีเพื่อนพี่น้อง รับทุนแบบนี้ ทำตามเงื่อนไข...ชีวิตก็รุ่งเรืองมีความสุขมากมาย... ...หนีทุนแบบนี้มีผลกระทบถึงคนรุ่นต่อๆไป...หาคนค้ำประกันยากขึ้น... ...คุณก่อกรรมไว้แบบนี้...แล้วชีวิตจะมีความสุขหรือ... ขอบคุณภาพ Weerachai Phutdhawong / ครูเป็ด moncheep MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- แฉปัญหาสมองไหล! นักเรียนนอก หนีทุน คนค้ำเดือดร้อน กับมุมที่หลายคนไม่เคยรู้ รศ.ดร. วีรชัย พุทธวงศ์ (อ.อ๊อด) ในฐานะเลขาธิการศูนย์ประสานงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ (CHES) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คเผยว่า  เรื่อง "นักเรียนทุน หนีทุน ทิ้งทุน" มีเยอะในอดีต กรณีที่โด่งดังช่วงนี้พบว่า เธอเรียนจบ ป. เอก ปี 2003 ซึ่งเธอไปเรียนก่อนหน้านี้สัก 3-4 ปีครับ(1999) ในช่วงนั้น ระเบียบเรื่องการค้ำประกันยังไม่บังคับให้ใช้เฉพาะพ่อแม่ญาติพี่น้องค้ำ จึงมีเพื่อนฝูง ครูบาอาจารย์ที่อยากเห็นนักเรียนทุนเหล่านั้น ได้ไปเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำ และกลับมารับใช้ทุนที่บ้านเกิด มาค้ำประกันให้ ซึ่งอาจช่วยกันค้ำประกันหลายๆ คนก็ได้คิดว่า เธอคงยื้อเรื่องไปพอสมควร เลยทำให้ผู้ค้ำประกันต้องมาจ่ายเงินในปีนี้ (2016) แทน และอย่าลืมว่า ผู้ค้ำไม่ได้จ่ายเงินแทนเธอแค่สองล้านกว่าแต่คงจ่ายรายเดือนมาก่อนหน้านั้นนานแล้ว ตั้งแต่ทราบว่าเธอหนีทุน การใช้ทุนหากเบี้ยวทุนจะต้องใช้ 3 เท่า จากปัญหาดังกล่าว ทาง กพ. ก็มีกฏให้นักเรียนทุน ต้องใช้ พ่อ แม่ หรือ ญาติพี่น้องเท่านั้น ค้ำประกันแทนครับ ภรรยา  เรียน ป.โท-เอก 6 ปี ที่ออสเตรเลียก็ใช้พ่อแม่ค้ำประกันแต่นักเรียนทุนบางคน ก็ยังหนีทุนอยู่ที่ว่าจะใช้มุขไหน จ่ายคืนหรือไม่ บางคนใช้พ่อแม่ที่แก่ชรามากมาค้ำประกัน และเมื่อท่านเสียชีวิต ก็หนีอยู่ต่างประเทศ ไม่ใช้ทุนเลย บางคนก็กลับมาทำงานชดใช้ทุนก่อน พอเหลือไม่มากก็ลาออกหนีไปดื้อๆ ให้คนค้ำจ่ายน้อยๆ หรือบางคนก็มาทำงานก่อนเพื่อให้เหลือเงินชดใช้น้อย ก่อนจะจ่ายและไปทำงานต่างประเทศแทน หรือ บางคนก็หาเงินกลับมาใช้ทุนที่ต้นสังกัดก้อนเดียวเลย และสมองไหลไปทำงานที่ต่างประเทศ บางคนมีเทคนิค เช่น กรณีหนีไปเรียน ป.เอก ด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ และเผอิญบริษัทยักษ์ระดับโลกเอาเข้าทำงานในระหว่างที่เรียน ป.เอก เงินเดือนรายได้เยอะแต่ก็ยังไม่ทำเรื่องจบ ป.เอก ยื้อไปเรื่อยๆ ต้นสังกัดก็งงว่าเรียนเก่งแต่ทำไมเรียนไม่จบเสียที จนสามารถเก็บเงินได้ประมาณ 6 ล้านบาทก็ทำเรื่องจบ และกลับมาลาออกจากทุนและใช้เงินกับต้นสังกัด ก่อนจะบินกลับ USA ไปทำงานในบริษัทยักษ์ใหญ่นั้น สำนักข่าวอิศรา เปิดข้อมูล เหตุ สาวนักเรียนนอก เบี้ยวใช้ทุน ทำผู้ค้ำชดใช้แทน อ้างระบบขอทุนในไทยเอาเปรียบจึงรับไม่ได้ วานนี้ (28 ม.ค. 59) สำนักข่าว isranews ได้มีการออกมาเปิดเผยถึงสาเหตุที่สาวนักเรียนทุนหนีไม่ยอมจ่านเงินจนเป็นเหตุทำให้ผู้ค้ำประกันได้รับความเสียหาย ต้องใช้เงินก้อนโตแทนนั้นเป็นเงินรวมหลายล้านบาทนั้น ว่า หลังจากได้สัมภาษณ์ผู้ค้ำประกันคนดังกล่าว ทำให้ทราบว่าสาเหตุที่สาวนักเรียนนอกคนดังกล่าวไม่ยอมใช้เงินทุนคืนนั้นเป็นเพราะ เธออ้างว่า ได้ไปแต่งงานกับชาวต่างประเทศ มีลูก 1 คน และก็บอกว่า ระบบขอทุนประเทศเราเอาเปรียบเขา ต้องให้ชดใช้เงิน 3 เท่า เขารับไม่ได้ที่ได้รับความเดือดร้อนจึงไม่ยอมจ่ายเงินทุนจนเป็นที่มาของเรื่องดังกล่าว "ผมไม่รู้จะพูดอย่างไรนะ แต่ขอถามหน่อยว่า ก่อนที่จะตัดสินใจขอทุนไป เขาต้องรู้อยู่แล้วว่า ต้องรับผิดชอบอะไรบ้าง เงื่อนไขเป็นอย่างไรบ้าง ถ้ารับไม่ได้ ก็ไม่ต้องไปซิ แต่นี่มาบอกว่ารับไม่ได้ ผมว่าแบบนี้มันไม่ถูกต้อง" ขอบคุณภาพ/ข้อมูลจาก isranews.org อาจารย์ ม.ดัง ตั้งทนายสู้คดี หลังซิ่งหนีไม่ยอมใช้ทุน ปล่อยให้คนค้ำประกันใช้หนี้แทน ความคืบหน้ากรณีที่เกิดเป็นกระแสฮือฮาถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง หลังมีคนได้โพสต์ข้อความเตือนสติผ่านเฟซบุีกส่วนตัว ว่าได้เซ็นค้ำประกันให้สาวเรียนทุนไปเมืองนอก แต่พอศึกษาจบเธอกลับชิ่งไปชดใช้ทุน จนเป็นเหตุให้ผู้โพสต์และเพื่อนอีกหลายคนตามใช้หนี้แทนนั้น ล่าสุดมีรายงานข่าวแจ้งว่า สาวนักเรียนทุนคนดังกล่าวได้ตั้งทีมทนายมาสู้คดี หลังจากที่เจ้าทุกข์ได้รวมตัวกันฟ้องร้องดำเนินคดี โดย เพจเฟซบุ๊ก "ทพ.เผด็จ หมอทอม" ผู้ซึ่งเปิดเผยเรื่องราวดังกล่าวได้ระบุว่า "เรื่องอาจารย์ ม.ดัง ซิ่งหนีไม่ยอมใช้ทุนว่า ขณะนี้ได้ตั้งทนาย พร้อมส่งจดหมายแจ้งเรื่องดังกล่าวไปถึงอาจารย์ที่เป็นคู่กรณีและมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ปรากฏว่า อาจารย์คนดังกล่าวก็ได้ตั้งทนายสู้คดี ทั้งยังมีการข่มขู่ทนายของตนด้วย ส่วนทางด้านมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด มีจดหมายตอบกลับมาว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องส่วนตัว จึงไม่สามารถเข้ามาช่วยจัดการได้" เรื่องราวเตือนสติ! ค้ำประกันให้สาวได้ทุนไปเรียนต่ออเมริกา แต่ต้องมานั่งใช้หนี้แทนหลักล้าน กลายเป็นอีกหนึ่งอุทาหรณ์ที่ถูกแชร์ในโลกออนไลน์ สำหรับเรื่องราวของหนุ่มคนหนึ่งที่เซ็นค้ำประกันให้สาวเรียนทุนเมืองนอก แต่ถูกชิ่งต้องใช้หนี้เองซะงั้น ผู้ใช้งานเฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้แชร์เรื่องราวอุทาหรณ์ ระบุว่า "สิ้นสุดกันทีกับกรรมเก่า ผมได้ชดใช้ให้แล้ว รวมยอดกับที่ต้องชำระให้อีกร่วมล้าน กับการค้ำประกัน xxxx อดีตอาจารย์ภาควิชา xxxx คณะ xxxx มหาวิทยาลัย xxxx ผู้ซึ่งรับทุนศึกษาต่อที่อเมริกา โดยมีผมที่เข้าเรียน...ในฐานะคนรู้จัก แต่ด้วยความที่เห็นแก่คณะและวิชาชีพจึงยอมค้ำประกันร่วมกับอาจารย์และเพื่อนร่วมงาน และเพื่อนอีกคนของดลฤดี หวังว่าเค้าจะกลับมาทำประโยชน์แก่ส่วนรวม แต่สิ่งที่ผมและทุกคนได้รับคือบอกว่าไม่มีเงิน ทั้งๆ ที่เขาทำงานวิจัยที่ ม.ฮาร์วาร์ด รับเงินเดือนสูง อยู่อพาร์ทเม้นท์หรูหราในอเมริกา เขาทำได้แม้อาจารย์ผู้สั่งสอนและสนับสนุนให้เขาได้เรียน ผู้ร่วมงาน เพื่อน อย่างไม่ละอายแก่ใจ พ่อของเขาและญาติพี่น้องก็ไม่สนใจ เขาเคยโทรมาหาผมครั้งเดียวว่าจะไม่ทำให้ผมเดือดร้อน ผมยังต้องส่งเสียลูกอีก 4 คน แต่ผมต้องนำเงินมาชำระแทน เลยขอให้เรื่องนี้เตือนสติแก่ผู้ที่จะค้ำประกันใคร การศึกษาและชาติตระกูลไม่ได้ช่วยอะไร เขาวางแผนล่วงหน้าแล้วให้พ่อเขารับผิดชอบน้อยที่สุด และมาชดใช้ให้หมด แต่ไม่ยอมชดใช้ให้คนอื่น ช่วยแชร์กันนะครับ เพื่อเป็นอุทาหรณ์ และผู้ที่จะทำธุรกรรมกับคนในครอบครัวนี้หรือบุคคลอื่น แม้ท่านจะปรารถนาดีก็ตาม" หลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวถูกส่งต่อในโลกออนไลน์ บรรดาชาวเน็ตต่างเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก พร้อมบอกเล่าประสบการณ์คล้ายกับกรณีนี้อีกด้วย ซึ่งเรื่องราวนี้ถือเป็นอุทาหรณ์เตือนสติ สำหรับคนคิดจะค้ำประกันได้ดีเลยทีเดียว MThai News

มิ้นต์ ชาลิดา ในลุคเฟมินีน ชุดเดรสปักลูกไม้สีขาว สวยหรูดูดี!!
ชุดเดรส /  มิ้นต์ ชาลิดา / 

       มิ้นต์ ชาลิดา ในชุดเดรสสสีขาวปักลูกไม้ประดับคริสตัลได้ลุคคุณหนู ทรงผมง่ายๆเพียงแค่มัดผมหางม้าสูงรวบตึงเปิดใบหน้าสวยหวาน เผยผิวใสสุขภาพดี และเพิ่มจุดเด่นด้วยโบแดงน่ารักๆ บอกเลยว่าเดรสสีขาวเป็นสีที่ใส่ง่าย แต่ช่วยให้คุณดูดีได้ไม่ยากเลย!! แค่มีเครื่องประดับอย่างมุก หรือ สร้อยเพชรก็เข้ากับเดรสสีขาวแบบสุดๆแล้ว ภาพโดย Covinus

นิ้วกลม โพสต์ FB ขบวนล้อการเมือง เปรียบเป็นกระจกสะท้อนสังคม
ขบวนล้อการเมือง /  ฟุตบอลประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์ / 

นิ้วกลม โพสต์FB ขบวนล้อการเมือง เปรียบเป็นกระจกสะท้อนสังคม นายสราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ เจ้าของนามปากกา นิ้วกลม ได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็น ผ่านแฟนเพจ Roundfinger เกี่ยวกับการจับตาเพ่งเล็งขบวนล้อการเมืองของงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์  ใจความส่วนหนึ่งระบุว่า ในชีวิตคนเรา กระจกที่ดีคือผู้คนรอบตัว เมื่อทำหน้าที่การงานในสังคม กระจกที่ดีคือคำวิจารณ์จากผู้คนในสังคม หากจะนำผ้าดำไปคลุมกระจกไว้ตลอดเวลาคงเป็นเรื่องน่าเสียดายโอกาสที่จะได้มองเห็นตัวเองชัดๆ เพื่อพัฒนา แก้ไข ปรับปรุงและยิ่งถ้ากระจกบานนั้นเป็นกระจกที่มีอารมณ์ขันด้วยแล้ว ก็ยิ่งน่าส่อง น่ารับฟัง ผมคิดถึงบรรยากาศในงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ สิ่งที่ผมคิดถึงมากๆ คือบรรยากาศโต้ตอบกันด้วยถ้อยคำแซวกันอย่างแสบคันและสนุกสนานโดยไม่มีการถือโทษโกรธกันผมคิดถึงบรรยากาศแบบนั้นในสังคมไทย เช่นกันกับขบวนล้อการเมืองและแปรอักษรที่หนุ่มสาวทั้งหลายพยายามสะท้อนความคิดเห็นของพวกเขาที่มีต่อสังคมและบ้านเมืองผ่านสุ้มเสียงที่มีอารมณ์ขันและความคิดสร้างสรรค์เต็มเปี่ยม ยากจะปฏิเสธว่า โดยรากวัฒนธรรมแล้วคนไทยเป็นคนสนุกสนานเฮฮา เราชอบแซว ชอบเล่นมุกเสียดสีกันเอาสนุก แต่ก่อนก็ไม่ถือโทษโกรธกัน บางเรื่องที่เพื่อนแซว ถ้าเป็นเรื่องที่น่ารับฟัง เราอาจจะนำไปปรับปรุงด้วยซ้ำไป ช่วยกันสร้างสังคมที่ยังคงมีพื้นที่ให้การล้อเลียน การตักเตือนและวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมีอารมณ์ขันกันดีกว่าไหม เพราะสังคมที่ไม่มีพื้นที่ให้การล้อเลียนเลยนั้นถ้าไม่เงียบสงัดจนวังเวง ก็คงเต็มไปด้วยถ้อยคำรุนแรงที่ไม่เหลือมิตรภาพอยู่ในหัวใจ "แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ การทำหน้าที่โดยไม่มีกระจกเลยสักบานมันคงชวนให้เปลี่ยวเหงาเกินกว่าจะทนไหวนะครับ ไม่มีใครอยากปล่อยให้ท่านเดียวดายหรอกครับ มีกระจกอยู่รอบตัวท่านเพียงท่านเปิดผ้าคลุมสีดำนั้นออก" ที่มา  Roundfinger ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

7 เคล็ดลับ เติมรสชาติ เซ็กส์ ให้คู่รักที่กินตับกันมานาน กลับฟินอีกครั้ง
sex /  เซ็กส์ / 

คงปฏิเสธไม่ได้นะครับว่าสำหรับคู่รักบ้างคู่ที่นอนด้วยกันมานาน มันต้องเป็นที่แน่นอนอยู่แล้วว่าต้องมีอาการเบื่อกันบ้าง วันนี้ Men.MThai จะพาไปดู 7 เคล็ดลับง่ายๆ ในการเพิ่มรสชาติให้กับลีลารักบนเตียงของเรากับแฟนสาว ให้กลับมาขึ้นสวรรค์ชั้น 7 อีกครั้ง แบบที่ทำกันได้ทั้งปีไม่มีเบื่อกันเลยทีเดียว จัดหนักกันในตอนเช้า ซึ่งมันได้รับการพิสูจน์ตามหลักวิทยาศาสตร์มาแล้วว่าการปฏิบัติกิจกันในตอนเช้านั้นดีที่สุดสำหรับมนุษย์เรา มันเหมือนเป็นการเริ่มต้นวันที่ดีด้วยการปลดปล่อยพลังรักไปด้วย ถ้าไม่มีโอกาสก็อย่างน้อยให้ได้ซัก 1 ครั้งต่อสัปดาห์ก็ยังดีครับ จัดกันตั้งแต่ลืมตาตื่นเลยก็ได้ลองสะกิดเธอดูในตอนเช้า หรือจะลองเล่นแบบรักหลับก่อนเธอจะตื่น มันก็ตื่นเต้นไปอีกแบบรับลองฟินแน่นอน เล่นเซอร์ไพรส์กันซักหน่อย อันนี้รับลองว่าแม้แต่คนที่ไม่ชอบเซอร์ไพรส์ก็รับรองว่าต้องยอมแน่นอน เพราะการเซอร์ไพรส์นั้นแก้ได้ตรงจุดที่สุดในการแก้ความน่าเบื่อจำเจของชีวิตคู่ แม้แต่เราเจอแฟนสาวใส่ชุดเซ็กซี่นอนรออยู่เรายังรู้ตื่นเต้นเลย ลองจู่โจมพวกเธอแบบที่ไม่ทันตั้งตัวดูบ้าง สร้างความประหลาดใจให้พวกเธอดู รับรองอารมณ์พุ่งปี๊ดสุดๆ ทำเหมือนเราได้พบกันครั้งแรก หากเราจะยังพอจำความรู้สึกครั้งแรกก่อนที่เราจะมี เซ็กส์ กับเธอได้ ครั้งนั้นเป็นครั้งที่เราจะรู้สึกตื่นเต้นที่สุด เป็นความรู้สึกที่ทั้งกลัวแล้วตื่นเต้นว่าเซ็กส์ในครั้งนี้จะออกมาดีหรือเปล่า แล้วเธอจะชอบมันไหม ลองทำเป็นสวมบทบาทดูก้ได้นะครับ เช่น เราไปลองไปผับกันหรือสถานที่แปลกๆ แล้วลองทำเป็นไม่รู้จักกัน จากนั้นก็หิวเธอกลับมาจัดหนักจัดเต็มเรียกได้ว่าสะอื้นกันเลยทีเดียว ประโยชน์จากเทคโนโลยีเป็นตัวช่วยที่ดี ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการนำดิลโด้มาช่วยตอนมีเซ็กส์นะครับ แหม่... เกิดเธอติดใจแล้วไม่ต้องการเราขึ้นมาจะยิ่งเละเทะไปกันใหญ่ชีวิตคู่ เทคโนโลยีในที่นี้ผมหมายถึงการคุยไลน์หรือแชทกับเธอนั้นเอง จากที่เคยถามเรื่องทั่วไปให้น่าเบื่อลองเปลี่ยนเป็นคุยแบบลามกหน่อยๆ อาจจะเป็นในเวลางานหรือเวลาทั่วไป ตรงนี้จะช่วยกระตุ้นอารมณ์ให้เราอยากเจอกันมากขึ้นด้วยครับ และรับรองพอกลับบ้านมาพบกันก็ใส่กันยับแน่ ฮ่าๆ ลองเปลี่ยนสถานที่ดู เหมือนวลีตลกๆ ที่ว่า ความรักไม่ใช่แค่เรื่องบนเตียง ลองที่ระเบียงบ้างก็ได้ อันนี้เรื่องจริงนะครับ ฮ่าๆ กินกันบนเตียงมาแล้วเป็นร้อยๆ ครั้งมันก็ต้องมีเบื่อเป็นเรื่องแน่นอน แต่ผมก็ไม่ได้บอกให้ไปจัดหนักกันที่ระเบียงจริงๆ นะครับ เปลี่ยนสถานที่ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงที่สาธารณะให้ชาวบ้านดูกันเป็นของฟรีเดี๋ยวจะมีคลิปหลุดมาละชีวิตพัง หมายถึงลองเปลี่ยนจากเตียงไปที่โซฟา ห้องครัว โต๊ะทำงาน ห้องน้ำ หรือถ้าความสามารถเยอะจะโหนราวบันไดก็ได้นะครับ ฮ่าๆ จัดหนักกับท่าแปลกๆ อันนี้รับรองเติมอารมณ์รักกันกับมาเต็มร้อยแน่นอน เปิดโลกใหม่ให้เธอด้วยการชวนเธอดูหนังโป๊ อันนี้ค่อนข้างยากนิดนึงเนื่องจากอย่างที่เรารู้ๆ กันอยู่ว่ามันพวกเธอนั้นมักไม่ค่อยถูกกับหนังพวกนี้ แต่เชื่อเถอะครับว่าถ้าเธอลองดูด้วยรับรองว่ามันจะจุดอารมณ์พีคแบบแปลกให้เธอแน่นอนจนต้องอุทานว่า เฮ้ย!! เซ็กส์มันมีแบบนี้ด้วยหรอ? อาจจะลองทำตามท่าแปลกๆ ตามในหนัง อาจจะจัดตามให้สมบทบาทถึงอารมณ์สุดๆ ลยก้ได้ แต่เตือนไว้ก่อนนะครับ ต่อให้เธอยอมดูด้วย แต่ก็ไม่จำเป็นที่จะไปงัดขุมทรัพย์แร่ไอเทมหาอยากทั้งหมดที่คุณมีมาโชว์ให้เธอดู จุดนี้พวกเธอมีคอบเขตและขีดจำกัดนะครับ ฮ่าๆ เปลี่ยนบรรยากาศชมวิวภูเขา,ทะเล อันสุดท้ายนี้รับรองว่าจะเติมรสชาติรับให้กลับมาเต็มอารมณ์ตลอดทั้งปีแน่นอน โดยการวางแผนออกไปเที่ยวกัน อันนี้เปลี่ยนสถานที่ของจริงครับ อย่างน้อยก็เดือนละครั้งแล้วมันยังถือเป็นการพักผ่อนไปในตัวด้วย เปลี่ยนบรรยากาศจากบ้านหลังเดิมที่กินกันมานาน ไปฟิตเจอริ่งกันไปพร้อมทั้งชมวิวทะเลหรือภูเขากันไปตอนจัดหนักรับรองว่าเปลี่ยนอารมณ์ได้สุดๆ 12 เดือน 12 ที่ พีคตลอดทั้งปีไม่มีเบื่อแน่นอนครับ ฮ่าๆ เนื้อหาโดย Men.MThai

เขินหนักมาก!!! ปอ จ้องมอง โบว์ แวนดา ด้วยสายตาแบบนี้
ข่าวปอ ทฤษฎี ล่าสุด /  ปอ ทฤษฎี / 

หลังจากที่ โบว์ แวนดา โพสต์ขอโทษ ปอ ทฤษฎี ที่ห้ามลงรูปคู่กับน้องมะลิ ทั้งที่ หนุ่มปอ อยากจะทำเหมือนพ่อคนอื่นๆ บ้าง และจะขอเป็นคนสานต่อทำให้หนุ่มปอเอง ซึ่งด้าน โบว์ แวนดา ก็ลงภาพน่ารักๆ ระหว่างพ่อ-ลูกตามที่สัญญาไว้อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเพื่อนรักของ ปอ ทฤษฎี ก็ได้เผยภาพพร้อมเรื่องราวความประทับใจระหว่างความรักของ ปอ ทฤษฎี กับ โบว์ แวนดา ในโมเม้นท์น่ารักๆ ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ซึ่งภาพประทับใจที่อยู่ในความทรงจำอันล้ำค่านี้ ถูกถ่ายทอดผ่านอินสตาแกรมที่ใช้ชื่อว่า Mamabaica เล่าถึงเหตุการณ์เมื่อครั้งหนึ่งที่เพื่อนพาเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์ และ ปอ ทฤษฎี ได้แอบจ้องมอง โบว์ แวนดา ด้วยสายตาที่อบอุ่นและเต็มไปด้วยความรัก พร้อมข้อความระบุว่า “มองคนละทิศคนละทาง#สายตาแบบนี้ ท่าทางแบบนี้#คิดถึงเพื่อนที่อยู่บนฟ้า#คนทางนี้จะดูแลกันเหมือนเดิม#เมื่อครั้งหนึ่งที่เพื่อนพาทัวร์บุรีรัมย์” เห็นภาพอย่างนี้แล้ว ทำเอาหลายคนต่างคิดถึงคนบนฟ้า และซาบซึ้งไปกับความรักของ ปอ-โบว์ ในขณะที่พระเอกหนุ่มยังมีชีวิตอยู่ แต่ไม่มีใครได้รับรู้ความรักของทั้งคู่ได้ดีเท่ากับคนที่อยู่ข้างๆ กันตลอดเวลา เครดิตภาพจาก IG: mamabaicha, vanda29 ปอ ทฤษฎี มอง โบว์ แวนดา ด้วยสายตาอบอุ่น ปอ ทฤษฎี - โบว์ แวนดา และเพื่อน ปอ ทฤษฎี - โบว์ แวนดา และเพื่อน ปอ ทฤษฎี - โบว์ แวนดา ปอ ทฤษฎี - โบว์ แวนดา - น้องมะลิ ปอ ทฤษฎี กับ น้องมะลิ ปอ ทฤษฎี กับ น้องมะลิ โบว์ แวนดา กับ น้องมะลิ

แมทช์ โทนสีเขียว อย่างไรให้ลงตัว เคล็ดลับแต่งเท่อย่างมีสไตล์แบบ “ไอซ์ซึ”
Snap Signature /  นายแบบเกาหลี / 

     ไอซ์ ณัฐรัฐ นพรัตยาภรณ์ หนุ่มไทยที่ไปโด่งดังเป็นนายแบบอยู่ที่เกาหลี ด้วยรูปร่างที่ดี และหน้าตาดีสไตล์หนุ่มเกาหลีนายไอซ์เลยได้ไปเป็นนายแบบที่โน่น ซึ่งตอนนี้ก็ไม่ใช่เฉพาะงานเดินแบบถ่ายแบบเท่านั้นที่หนุ่มไอซ์กำลังมีให้แฟนๆได้ชื่นชมเพราะว่าใครที่เป็นคอซีรีส์และเป็นแฟนคลับหนุ่มไอซ์ต้องอย่าพลาดกับซีรีส์ แก๊สโซฮัก รักเต็มถัง ที่กำลังออกอากาศอยู่ และในฐานะที่หนุ่มไอซ์เป็นนายแบบ วันนั้นเราเลยจะพามาดูสไตล์การแต่งตัว และเคล็ดลับดีๆ ในการแต่งตัวของหนุ่มไอซ์กันสักหน่อย ซึ่งครั้งนี้นายไอซ์จะมาเผยเคล็ดลับการหยิบเสื้อผ้า โทนสีเขียว มาแมทช์กันอย่างไรให้ลงตัว หนุ่มๆ คนไหนชอบโทนสีแบบนี้ก็ต้องมาดูกันนะ ไอซ์ซึ ณัฐรัฐ      คือถ้าพูดถึง โทนสีเขียว เนี่ยเอาจริงๆ ในตู้เสื้อผ้าผมก็มีเสื้อผ้าสีนี้เยอะมากเหมือนกัน เพราะว่ามันเป็นสีของต้นไม้ สีของธรรมชาติ ที่สามารถหยิบมาแมทช์ในการแต่งตัวได้อย่างมีสไตล์เลยทีเดียว อย่างชุดวันนี้ผมก็ยืนพื้นด้วยกางเกงก่อนซึ่งกางเกงสีนี้ผมมีเยอะมากแล้วค่อยหยิบเสื้อโทนขาวหรือจะเทามาใส่ ซึ่งสีขาวมันก็เข้ากับเขียวได้ เสร็จถ้าคิดว่ามันดูโล่งไปเราก็หยิบเสื้อแจ็คเก็ตสีพื้นๆจะดำ หรือจะเขียวขี้ม้ามาคุมทับ แค่นี้ก็ทำให้ลุคเราดูเท่มีสไตล์ได้อย่างลงตัว     คือผมจะบอกว่าการแต่งตัวบางทีเราไม่ต้องจัดเยอะ ใส่เต็มอะไรมากมาย แค่เรารู้จักแมทช์สีให้เข้ากัน แค่นี้ก็พอแล้ว ซึ่งเมื่อก่อนผมก็ใส่พวกลายๆ ลายพริ้นท์อะไรเยอะไปหมด จนพอเราโตขึ้นเราก็รู้สึกว่ามันเยอะไป บวกกับการที่เรามาทำงานเป็นนายแบบเราก็ได้รู้อะไรมากขึ้น ก็เลยเปลี่ยนมาเน้นที่การแมทช์สีดีกว่าแค่นี้เราดูมีสไตล์ได้แล้ว เห็นหนุ่มไอซ์หน้าเกาหลีแบบนี้แต่พอหยิบกางเกงสีเขียวมาแมทช์กับการแต่งตัวก็ดูเป็นหนุ่มเกาหลีเท่ๆ ขึ้นมาทีเดียว หนุ่มคนไหนอยากเอาสไตล์แบบนายไอซ์ซึไปใช้ก็จัดได้เลยนะ ติดตามเรื่องราวแฟชั่นได้ที่ https://www.facebook.com/SnapSignature/ และอ่านออนไลน์ได้ที่ http://www.mbookstore.com/book-details/8136/Teen-Magazine-%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99/Snap-Magazine-issue-22-:-Jan-2016/?v=2

อะเดล ใช้ภาพวัยเด็ก โปรโมทเพลงใหม่ When We Were Young
Adele /  Entertainment / 

ทำเอาแฟนๆ หลงใหลรูปเด็กหญิงผมยาว ฟันหลอ ยิ้มแฉ่งที่นักร้องสาว อะเดล (Adele) ปล่อยออกมาก็เพื่อโปรโมทซิงเกิ้ลล่าสุด When We Were Young ที่ตอนนี้ภาพดังกล่าวถูกแชร์และแปะไปตามสถานที่ต่างๆ ทั่วกรุงลอนดอนแล้ว สำหรับเพลง When We Were Young เป็นเพลงที่ 2 จากอัลบั้ม 25 ที่ถูกปล่อยออกมาต่อจากเพลง Hello ที่ทำยอดวิววันแรกถล่มทลายมาแล้ว โดยมียอดผู้ชมบน VEVO มากถึง 23 ล้านวิวในเวลาไม่ถึง 24 ช.ม. Image: XL Recordings ดูบทความต้นฉบับ : Adele's 'When We Were Young' throwback single cover is unbearably cute

ศิษย์เก่า-ผู้ปกครอง เรียกร้องไม่ให้ปิด
ปิดโรงเรียน /  โรงเรียนเพ็ญสมิทธ์

ศิษย์เก่า-ผู้ปกครอง เรียกร้องไม่ให้ปิดโรงเรียนเพ็ญสมิทธ์ บนเว็บไซต์ change.org ได้มีการตั้งแคมเปญเสนอไปยังคณะผู้บริหาร โรงเรียนเพ็ญสมิทธ์ เพื่อขอทราบเหตุผลในการขายโรงเรียน โดยมีการล่ารายชื่อคัดค้านกว่า 1,000 รายชื่อ ซึ่งเจ้าของแคมเปญระบุว่า 'เรื่องเกิดขึ้นในวันพุธ ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2559 ได้มีการประชุม และประกาศจากทางโรงเรียนเพ็ญสมิทธ์ ว่าจะมีการปิดหรือยุบโรงเรียนในปีนี้ ซึ่งมีปัญหาด้านมรดกของทางผู้บริหารซึ่งการกระทำในครั้งนี้ส่งผลให้นักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ต้องขาดการศึกษาและไปศึกษาต่อที่โรงเรียนอื่นต่อ ส่วนครูผู้สอนก็จะต้องไปสอนที่โรงเรียนอื่น หรือจะต้องตกงาน ทางเรานักเรียนไม่พอใจต่อการกระทำครั้งนี้เป็นอย่างมาก นอกจากจะเสียการศึกษายังต้องเสียความรู้สึกด้วย ใน ณ ที่นี้ เรามาขอความเป็นธรรมด้วย หากผู้ใดอ่านแล้วขอความกรุณาลงชื่อรณรงค์ด้วย เรานักเรียนของ โรงเรียนเพ็ญสมิทธิ์ ขอขอบคุณผู้สนับสนุนด้วย อย่างไรก็ตามมีศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันเข้ามาลงชื่อและแสดงความคิดเห็นเสียดายที่จะเห็นโรงเรียนถูกยุบและเสียดายความทรงจำดีๆ ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ย้อนวัยเรียนสาวสวยหุ่นดี จีน่า อันนา ในชุดนักศึกษา
จีน่า อันนา มานัตนันท์ /  ชุดนักศึกษา / 

จีน่า อันนา หรือชื่อเดิม จีน่า อุไรรัตน์ มานัตนันท์ สาวสวยอายุ 23 ปี ดีกรีผู้ชนะ "Paul Frank New Idol 2014" สำเร็จการศึกษาคณะศิลปศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด หรือที่หลายคนรู้จักเธอในฐานะแฟนสาวของนักแสดงหนุ่ม โอ๊ต วรวุฒิ นิยมทรัพย์ วันนี้ทีนเอ็มไทยเลยอยากขอย้อนวัยเรียนสาวสวยหุ่นดี จีน่า อันนา ในชุดนักศึกษา แต่จะน่ารักขนาดไหนนั้นไปติดตามพร้อมๆ กันเลย ย้อนวัยเรียนสาวสวยหุ่นดี จีน่า อันนา ในชุดนักศึกษา ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก นิตยสาร Campusstar, mono-mobile, gossipstar, @jenaanna

ตื้นตันใจ! ชาวนาร่วมใจลงแขกเกี่ยวข้าวผืนนา 'ทรงพระเจริญ'
ข้าว /  ทำนา / 

ตื้นตันใจ! ชาวนา จ.นครสวรรค์ ร่วมใจลงแขกเกี่ยวข้าวบนผืนนา 'ทรงพระเจริญ' เพื่อฉลองวันเฉลิมพระชนมพรรษา 88 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากกรณีที่นายจีรพงษ์ จูอาภรณ์ อายุ 45 ปี เกษตรกรในพื้นที่หมู่ 3 ต.บางพระหลวง อ.เมือง จ.นครสวรรค์ สร้างความฮือฮาด้วยการได้เนรมิตพื้นที่การเกษตรกว่า 2 ไร่ของตนเอง ทำนาข้าว โดยมีการปลูกต้นข้าวเรียงรายให้ออกมาเป็นรูปตัวอักษรพยัญชนะไทย คำว่า “ทรงพระเจริญ” เพื่อฉลองวันเฉลิมพระชนมพรรษา 88 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งสร้างความสวยงามอย่างมาก จนถึงขั้นมีผู้คนต่างเดินทางไปถ่ายภาพความสวยงามกันอย่างไม่ขาดสาย ตามที่ปรากฏเป็นข่าวดังไปแล้วนั้น ล่าสุดวันนี้ 9 ก.พ. นายธนาคม จงจิระ ผวจ.นครสวรรค์ พร้อมด้วย พล.ต.บุญยืน อินกว่าง ผบ.มทบ.31 และหัวหน้าส่วนราชการ เดินทางไปร่วมกันทำพิธี ลงแขกเกี่ยวข้าวที่แปลงนาอักษร "ทรงพระเจริญ" หลังถึงฤดูที่จะต้องเก็บเกี่ยวพันธุ์เมล็ดข้าวตามกำหนดครบ 3 เดือน โดยมีนายจีรพงษ์ จูอาภรณ์ เจ้าของแปลงนาดังกล่าว ชาวบ้านในพื้นที่ รวมถึงนักเรียนนักศึกษา กว่า 300 คน มาร่วมกันลงแขกเกี่ยวข้าวกันอย่างคึกคัก ส่วนเมล็ดพันธ้าวที่เก็บเกี่ยวได้ เป็นเมล็ดพันธุ์ข้าวปัง กข 41 ซึ่งนายจีรพงษ์ มีความประสงค์ที่จะเก็บส่วนหนึ่งไว้ทำนาในฤดูกาลต่อไป ขณะที่เมล็ดข้าวอีกส่วนหนึ่ง ได้ได้มอบให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นำแจกจ่ายให้กับประชาชนที่มาร่วมกันลงแขกเกี่ยวข้าว ให้นำไปปลูกในแปลงของตนเอง เพื่อเสริมความเป็นมงคล ทางด้านด้าน นายจีรพงษ์ เปิดเผยว่า แปลงนาอักษร "ทรงพระเจริญ" ผืนนี้ ตนมีความตั้งใจทำอย่างมาก ที่จะทำความดีถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระองค์ท่านที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อพสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศมาโดยตลอด ซึ่งก็ประสบผลสำเร็จไปได้ด้วยดี จนมาถึงวันนี้ ครบ 3 เดือนที่จะต้องเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ปลูกไว้แล้ว ยิ่งทำให้ตนรู้สึกตื้นตันใจยิ่งนัก ซึ่งในส่วนของการทำนาครั้งต่อไป ตนจะทำแบบนี้ทุกปี เพราะนอกจากจะเป็นการแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ อีกทั้งยังสามารถทำให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว เพื่อให้ประชาชนมาถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกอีกด้วย ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

'ครูหยุย' ยก 8 ข้อดี 'บิ๊กตู่' ต่อกรณีว่า 'ไร้ค่า'
ข้อดี /  ครูหยุย / 

"ครูหยุย" ยก 8 ข้อดีของ "นายกฯ" คือ บุคคลมากคุณค่าที่ควรแก่การสนับสนุน และ ให้กำลังใจ วันที่ 9 ก.พ.59 นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "วัลลภ ครูหยุย ตังคณานุรักษ์" ยกย่อง 8 ข้อดีของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ต่อกรณีคำบ่นเชิงน้อยใจ "ผมคนไร้ค่า" ของนายกฯ โดยข้อความระบุว่า... "ผมคนไร้ค่า" คำบ่นเชิงน้อยใจของนายก เป็นที่วิจารณ์ไปทั่ว สำหรับผม เห็นตรงข้ามครับ นายกเป็น"คนมีคุณค่า"ต่อประเทศชาติบ้านเมืองมาก 1.ยอมเสี่ยงเข้ากู้ชาติบ้านเมืองก่อนที่สงครามกลางเมืองจะเกิด ก่อนประเทศจะแตก 2.ยอมแบกภาระกู้วิกฤติที่ต่างชาติกดดันด้วยมตินานาชาติ เรื่องค้ามนุษย์ เรื่องการบิน เรื่องสิทธิมนุษยชน จนหลายๆเรื่องราวเริ่มคลี่คลายและมีแนวโน้มดีขึ้น 3.กล้ายืนหยัดทำสิ่งถูกต้อง ด้วยการจัดการกับนายทุนที่รุกที่ป่า จนนำคืนผืนป่ามาได้หลายหมื่นแสนไร่ 4.เปิดทางให้กระบวนการยุติธรรมเดินหน้าจัดการการทุจริตคอรัปชั่นอย่างตรงไปตรงมา เช่นกรณีรับจำนำข้าว 5.สร้างกลไกและมาตรการระยะยาว ที่ส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถยืนหยัดด้วยตนเองได้ 6.กล้าตัดสินใจที่จะยุติประเด็นที่จะสร้างปัญหาต่อสังคมในอนาคต เช่น กรณี GMO 7.ผลักดันกฎหมายที่มากประโยชน์ เช่นกฎหมายมรดก/กฎหมายอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน 8.กล้าที่จะวิพากษ์สื่อที่ไร้จุดยืนอย่างตรงมาตรงไปโดยไม่หวั่นเกรง *เหล่านี้คือตัวอย่างครับที่นายกรัฐมนตรีคือบุคคลมากคุณค่าที่ควรแก่การสนับสนุนและให้กำลังใจ ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

หวานไปอีก!!! ดัง พันกร โพสต์รูปใสๆ สไตล์พันกร
ดัง พันกร /  นักร้อง

กลายเป็นสาวหวานไปแล้ว สำหรับนักร้องหนุ่ม ดัง พันกร ที่ตอนนี้เปลี่ยนไปมาก... มากกว่าเดิมคือสวยขึ้นเป็นกอง!!! ด้วยลุคสาวหวาน ที่หวานกว่าผู้หญิงจริงๆ ซะอีก โดยล่าสุด( 8 ก.พ.) ที่เจ้าตัวโพสต์ลงอินสตาแกรม "ในวันสบายๆ สไตล์พันกร #dunkphunkorn #งานปล่อยผม #งานบ๊อบก็มา #งานสายแข็ง" ทำเอาแฟนคลับเข้ามาชื่นชมว่างามมากจริงๆ  จะเป็นยังไงลองไปชมภาพกัน

เพจดังเมิน
กรธ. /  มีชัย ฤชุพันธุ์ / 

เพจดังสวน มีชัย หลังขู่ฟ้อง เหตุบิดเบือน ร่างรัฐธรรมนูญ  ลั่นไม่กลัวเชิญเลย เหน็บ "ไร้สำนึก" เคยเขียนกฎหมายจนคนตายมาแล้ว แต่ยังได้กลับมาเขียนอีก  จากกรณีที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ได้ออกมาเปิดเผยเมื่อวันที่ 8 ก.พ. เตรียมกำลังนำเรื่องเข้าหารือกับรัฐบาลเพื่อดำเนินการเอาผิดกับแฟนเพจดัง "หยุดดัดจริตประเทศไทย" ภายหลังมีการทำกราฟิคอินโฟบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เรื่อง “ฉีกหน้ารัฐธรรมนูญโจร สละเวลาอ่านเพียง 10 นาทีก่อนที่จะสายเกินไป” โดยนายมีชัย ให้เหตุผลว่า เป็นสิ่งที่รับไม่ได้เพราะเป็นการให้ข้อมูลเท็จ จำเป็นต้องหารือกับรัฐบาลในการจัดการกับปัญหานี้ ซึ่งการกระทำดังกล่าวไม่ใช่การปิดกั้นความเห็น แต่จำเป็นที่จะต้องจัดการโกหก บิดเบือนนั้น ล่าสุดผู้ดูแลเพจ "หยุดดัดจริตประเทศไทย" ก็ได้ออกมาแสดงความเห็นภายหลังนายมีชัย เตรียมจะเอาผิดในประเด็นดังกล่าวข้างต้นว่า ไม่กลัวกับคำขู่ หากไม่พอใจก็เชิญดำเนินการได้ เพราะนอายุปูนนี้แล้ว ยังทำตัว "ไร้สำนึก" เคยเขียนกฎหมายจนคนตายมาแล้วตอน "พฤษภาทมิฬ" วันนี้ก็ยังเขียนเหมือนเดิม "ท่านไม่กลัวที่เขียนรัฐธรรมนูญซุยๆ ออกมา ทำให้ประเทศชาติวิกฤตหนักกว่าเดิม แล้วทำไมผมจะต้องกลัวที่จะด่าพวกท่านด้วยละ นายมีชัย ยังสั่งให้ กรธ. ทำกราฟฟิคมาอวยข้อดี ของรัฐธรรมนูญได้เลย ผมก็ทำออกมาแต่เป็นด้านร้าย จริงๆ อย่าว่าแต่เป็นรุ่นพ่อ เกือบจะเป็นรุ่นปู่ยาตายาย ไม่อยากจะด่ามากหรอกนะ แต่คนอายุปูนนี้แล้ว ยังทำตัว "ไร้สำนึก" เคยเขียนกฎหมายจนคนตายมาแล้วตอน "พฤษภาทมิฬ" วันนี้ก็ยังเขียนเหมือนเดิม แปลว่ารัฐธรรมนูญที่ตัวเองเคยเกี่ยวข้องและบอกว่าไม่ดี "เขียนด้วยมือ แต่ลบด้วยตีน" เสมอ อายุก็จะ 80 แล้ว วันไหนตายก็ให้คนเขาสรรเสริญเถอะ อย่าให้เขาถ่มน้ำลายรดหน้าศพ ลูกหลานในอนาคตก็ลำบาก ไปไหนเขาก็ชี้หน้า ว่าเนี่ยดูไว้ ไอ้ตระกูลนี้ร่างกฎหมาย ให้ประชาชนต้องออกมาตายแล้วตายอีก เห็นขู่ก่อนหน้านี้อะไรนะ ถ้าค้านมากๆ โดนคว่ำ ฉบับใหม่จะเขียนให้หนักกว่านี้ "ยังจะหน้าด้านกลับมาเขียนอีกเหรอ" @ หยุดดัดจริตประเทศไทย 9 กุมภาพันธ์ 2559" ข้อมูลบางส่วนจาก Facebook @เพจดัดจริตประเทศไทย ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News ประธาน กรธ. ยัน รับฟังความเห็นทุกฝ่ายพร้อมปรับแก้ "ร่างรธน." จ่อหารือ ครม.คุยเพจดัง บิดเบือน วันที่ 8 ก.พ.59 นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เผยว่า ขณะนี้คณะรัฐมนตรียังไม่ได้ส่งความคิดเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญมาให้ กรธ. ซึ่งยังคงมีเวลา ทั้งนี้ในส่วนของเรื่องปฏิรูปประเทศในร่างรัฐธรรมนูญยังเว้นไว้ และหากจำเป็นต้องเพิ่มหมวดขึ้นมาใหม่ก็สามารถทำได้ไม่ยาก ส่วนการอภิปรายแสดงความคิดเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญของ สปท.ในวันนี้ มีทั้งเรื่องที่ดีและเรื่องที่เข้าใจผิด เช่น กรณีที่บอกว่าร่างรัฐธรรมนูญนี้เป็นฉบับที่มีบทเฉพาะกาลยาวที่สุด แต่ในความจริงมีความยาวเท่ากับรัฐธรรมนูญปี 2550 และสั้นกว่าปี 2540 ส่วนความเห็นที่บอกว่าร่างนี้จะแก้ไขยากนั้น ตนก็รับฟัง และจะนำกลับมาพิจารณา เช่นเดียวกันกับเรื่องที่ให้ กรธ.หยุดโต้ตอบเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ ตามที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีได้เสนอ นอกจากนี้ ได้เตรียมหารือกับคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญและคณะรัฐมนตรีหามาตรการจัดการกับเพจบิดเบือนเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะเพจ "หยุดดัดจริตประเทศไทย" ส่วนจะถึงขั้นบังคับใช้กฎหมายหรือตัดสิทธิ์ใดๆหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาความเหมาะสม ที่มา INN  ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

เสก!! 5 ทรงผมเปีย ด้วย ริบบิ้น รับประกันความง่าย
Hair /  ถักเปีย / 

     วันนี้มีเทคนิค เติมความเก๋ ให้กับ ทรงผมเปีย สวยๆของคุณสาวๆ ด้วยการนำ ริบบิ้น มาเนรมิต ทรงผมเปีย สวยๆให้ไม่น่าเบื่อ ส่วนแต่ละวิธีก็แสนง่าย เรียกได้ว่า เปียสวยได้ ไม่ต้องง้อช่างเลยทีเดียว วันนี้ Women Mthai มีมาฝากกันถึง 5 แบบพร้อมวิธีการเนรมิต ทรงผมสวยเปีย ด้วย ริบบิ้น ให้สาวๆได้สนุกกันแล้วจ้า 1.ทรงแรก นำ ริบบิ้น มามิ๊กซ์กับ เปียมวยต่ำ วิธี ถักเปีย Ribbon Halo Braid พร้อมแมทกับ ริบบิ้น ที่มาภาพจาก oncewed.com  2. ที่คาดผม ริบบิ้น กับ เปียบัน ที่มาภาพจาก missysue.com 3. ริบบิ้นเปีย สไตล์ ฝรั่งเศษ เป็นไงลองดูวิธีทำเลยจ้า ทรงผมเปีย ที่ 4 . เปียม้วน ที่มาภาพจาก Refinery29ทรงผมเปีย ทรงที่ 5. เปียคาดผม ที่มาภาพจาก missysue.comเรียบเรียงโดย Women Mthai Team  

(จะ) อยู่ก่อนแต่งหรือ (จะ) แต่งก่อนอยู่  สาวมั่นยุคใหม่ คิดยังไงกันนะ ?
cohabitation /  couple / 

(จะ) อยู่ก่อนแต่งหรือ (จะ) แต่งก่อนอยู่? สาวเปรี้ยวปรี้ดดด หลายคนอาจบอกว่า ‘อยู่ก่อนแต่ง’ ยุคนี้เป็นเรื่องธรรมดา แต่ทำไม๊สาวๆหลายคนถึงยังต้องการ ‘มีงานแต่ง’ ก่อนจะตัดสินใจ ‘กิน อยู่ หลับ นอน’ กับ ‘ผู้ชาย’ สักคน ! ลองมาฟัง เหตุผลอันน่าสนใจของ 3 สาวจาก 3 อาชีพ กันค่ะ กัปตันไผ่ (พิชา คล่องพิทยาพงษ์) นักบินหญิงลุคเท่ วัย 34 ปี ของสายการบินบางกอก แอร์เวย์ส อยากจะ ‘แต่ง’ ก่อนจะ ‘อยู่’ ? กัปตันไผ่ : คิดว่าถ้าเลือกได้ ถ้าทุกอย่างลงตัว ทุกคนก็คงอยากจะแต่งงานกัน แต่อาจจะติดอะไรบางอย่าง อาจจะเป็นเรื่องส่วนตัวของเขาสองคน แต่ไผ่ก็ไม่ได้ มองว่าการอยู่ด้วยกันก่อนเป็นเรื่องผิด เพราะคนที่อยู่ด้วยกันก่อนก็คงมีเหตุผลของเขา ถ้า ‘เขา’ ชวนให้ ‘อยู่กันก่อนแต่ง’ กัปตันไผ่ : ถ้าใครมาชวนอยู่ก่อนก็จะบอกงั้นแต่งกันเลย เพราะอายุมันไม่รอท่าแล้ว (หัวเราะ) 34 แล้ว จะมาอยู่ดูกันก่อน แล้วเมื่อไหร่จะได้แต่ง เสียเวลามาลองอยู่...แล้วด้วยอาชีพนักบิน ที่เดี๋ยวก็ต้องไปบิน เดี๋ยวก็ต้องไปบิน จะลองอยู่ก่อน หรือแต่งก่อน ก็คงแทบไม่ต่างกัน เพราะ อีกอย่างไผ่คิดว่าถ้าอยู่กันก่อนแล้วไม่เวิร์ค มันก็ต้องเริ่มต้นใหม่อยู่ดี เปลืองตัว เปลืองชื่อ ...คนรุ่นพ่อแม่เรา เขายังอยู่กันมาได้หลังแต่งงานโดยที่ไม่เคยได้ลองอยู่กันมาก่อน ชีวิตคู่มันเป็นเรื่องของการที่ต้องจูน ต้องปรับตัวเข้าหากันบ้างอยู่แล้ว ถ้าคนรุ่นก่อน ทำได้เราก็ต้องทำได้ เพียงแต่อาจจะต้องมีความอดทนมากกว่าคนในปัจจุบัน ที่การหย่าร้างมันง่ายมาก กระทบกระทั่งกันนิดหนึ่งก็เก็บของออกจากบ้านแล้ว... หมอผักบุ้ง (ศิรินทิพย์ ลาวัณย์รัตนากุล) ทันตแพทย์หญิงมาดนิ่ง เจ้าของคลินิกทันตกรรมพร้อม (Prompt Dental Clinic) วัย 31 ปี อยากจะ ‘แต่ง’ ก่อนจะ ‘อยู่’ หมอผักบุ้ง : เวลาได้ยินว่าใครเขาอยู่กันก่อนแต่ง ก็ไม่ได้คิดว่าเขาทำผิดหรือว่าทำถูกนะคะ เพราะคิดว่าเรื่องนี้เป็นความคิดที่แตกต่างของแต่ละคน  แต่โดยส่วนตัวคิดว่าจะไม่อยู่ก่อนแต่ง เพราะเป็นคนมีกฎเกณฑ์เยอะ อีกอย่างคืออยากให้มีความพิเศษในการขยับสถานะจากคนที่ คบกันแบบแฟนมาเป็นคนที่จะอยู่ด้วยกัน ดิฉัน : หมอบุ้งจะไม่ยอมอยู่ก่อนแต่งแน่ๆ หมอผักบุ้ง : แม้แต่ไปเที่ยวด้วยกัน 2 คนยังไม่ไปเลย ต้องมีเพื่อนหรือคนที่สามไปด้วย คือในความรู้สึกของบุ้ง ถ้าทำอย่างนั้นเราจะรู้สึกผิดกับพ่อแม่ที่เขาตั้งใจเลี้ยงเรามา แล้วพรหมจรรย์ของเรา บุ้งคิดว่ามันควรต้องมอบให้คนพิเศษ คือสามีของเราในวันแต่งงาน ...ถ้าเรามีลูก เราจะสอนลูกอย่างไรเราจะกล้าพูดได้อย่างไร ว่าหนูอย่าทำอย่างนั้น เพราะบุ้งคิดว่าถ้าเราจะสอนใคร เราควรทำได้ก่อน.... แป้น (ปิยะนุช แป้นน้อย) นักวอลเลย์บอลสาวทีมชาติไทย อายุย่าง 27 ปีที่ได้รับการยกย่องจากเหล่าติ่ง และแฟนเพจหลายล้านคนให้เป็น 'ลิเบอโร’ (ตัวรับอิสระ)หรือ ‘จอมขุดหน้าหวาน’ อยากจะ ‘แต่ง’ ก่อนจะ ‘อยู่’ แป้น : ความรักนะคะ ใครจะบอกได้ว่าเราจะแต่งกับคนที่เราคบหาอยู่หรือไม่ ถ้าอยู่กันแล้วมีความสุข ไม่ว่าจะแต่งก่อนหรืออยู่ก่อน หนูว่าก็โอ.เค.ละ และ ไม่ได้มองว่าการอยู่กันก่อนเป็นเรื่องของการไม่รักศักดิ์ศรีหรือไม่รักนวลสงวนตัว ยุคนี้แล้ว ทุกคนก็มีสิทธิ์ที่จะเลือก ถ้า ‘เขา’ ชวนให้ ‘อยู่กันก่อนแต่ง’ แป้น : ถ้าชวน...ก็คงปฏิเสธค่ะ เพราะด้วยหน้าที่เรา ด้วยภาระที่เรามีอยู่ หนูยังไม่พร้อม ดิฉัน : แล้วถ้าวันหนึ่ง ไม่ได้เป็นนักกีฬาทีมชาติแล้ว แล้วแฟนชวนว่า...อยู่ด้วยกันเหอะ แป้น : ก็จะบอกเขาว่างั้นก็แต่งเลยเหอะ(หัวเราะ) เพราะสำหรับหนู ไม่ว่าจะอยู่ก่อนหรือแต่งเลย ก็ต้องใช้เวลาในการศึกษากันเหมือนกัน ...ถ้าแต่งงานแล้ว เราก็มีสิทธิ์ทำอะไรในฐานะภรรยาได้เต็มที่ แต่ถ้าอยู่ก่อน แต่ยังไม่แต่ง ทำอะไรก็อาจไม่เต็มที่เหมือนคนที่แต่งงานกันแล้ว... ‘การแต่งงาน’ คือ ‘ความพิเศษ’ หมอผักบุ้ง : การแต่งงาน การทำพิธีทุกอย่างให้ถูกต้อง คือเรื่องการ ให้ความสำคัญ คือเรื่องของความพิเศษ มากกว่าเรื่องของการแคร์สังคม คำว่าพิเศษไม่ได้หมายความว่าต้องจัดงานแต่งใหญ่โต เชิญแขกมาร่วม งานเป็นพัน เพียงแต่บุ้งต้องการความพิเศษของแขกที่เราเชิญ คือเขาต้อง เป็นคนที่สำคัญกับเราจริงๆ เป็นคนที่ทำให้เรารู้สึกอบอุ่นใจ กัปตันไผ่ : การแต่งงานเป็นความศักดิ์สิทธิ์อย่างหนึ่ง ถ้าเราได้ก้าวเข้าไป ตรงนั้น ก็เหมือนเป็นอีกสเต็ปหนึ่งการจะเลิกกัน หรือเก็บของออกจากบ้าน ก็ต้องคิดมากกว่า ไผ่ไม่อยากข้ามสเต็ป คือถ้าไปกันง่ายๆ ก็อาจจะออกมา ง่ายๆเหมือนกัน  ‘แต่งงาน’ แล้วอาจะไม่ ‘Happy Ending’ กัปตันไผ่ : การแต่งงานมันอาจจะเป็นแค่เครื่องมือ ให้เราฝ่าฝัน ข้ามไปด้วยกัน แต่จะอยู่ยั้งยืนยงไหม การแต่งงานคงไม่ใช่คำตอบเพราะพอใช้ชีวิตกันไป มีปัญหาต่างๆเขามา ก็อยู่ที่ว่าทั้งคู่จะร่วมกันแก้ปัญหาได้ดีแค่ไหน หรือว่าเอา ปัญหาเข้ามาที่บ้านมากแค่ไหนมากกว่า แต่อย่างน้อยถ้ามีงานแต่งงาน มีความทรงจำที่ดีต่อกัน มันอาจจะเป็นกำลังใจให้นึกถึงวันนั้น และอาจจะ พร้อมที่จะกลับมาเริ่มกันใหม่ หมอบุ้ง : เพราะทุกวันนี้ที่เรามีแฟน เดี๋ยวก็ทะเลาะกันจุกจิก เดี๋ยวก็ดีกัน อยู่แล้วละ มันอยู่ที่การปรับตัวเข้าหากันหรือยอมรับในกันและกันได้ มากน้อยแค่ไหนมากกว่า แป้น : อนาคตไม่มีใครบอกได้หรอกว่าเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปไหม แต่การแต่งงานเหมือนการย้ำเตือนเราว่า มีอีกคนเข้ามาในชีวิตนะ เราควรดูแลเขา และเขาก็ควรดูแลเรา แต่ถ้าอนาคตมันเกิดต้องแยกกัน ก็ต้องยอมรับความจริง เหตุผลของ 3 สาว อาจเหมือน หรือต่างไปจากเหตุผลของอีกหลายคน แต่ถ้าเลือกแล้ว (ไม่ว่าจะ ‘แต่งก่อน’ หรือ ‘อยู่ก่อน’) และมั่นใจว่า ไม่ได้ทำผิด หรือสร้างความเดือดร้อนให้ใคร...ก็อย่าได้แคร์ แต่ก็อย่าลืมหยุดเพื่อ ‘คิด’ และหยุดเพื่อ ‘เลือก’ กันสักนิดนะคะ

ลูกสาวแอบถ่ายคลิป คนดูแล ลอบตบตีแม่เฒ่าความจำเสื่อมวัย 94 ปี
คนชรา /  คนแก่ / 

ลูกสาวแอบถ่ายคลิปขณะไม่อยู่บ้าน ความลับแตก คนดูแลลอบตบตีแม่สูงวัยป่วยเป็นโรคความจำเสื่อม วานนี้ (8 ก.พ.) เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ 'เมโทร' เผยแพร่คลิปวีดีโอ ที่เปิดเผยความลับ และการกระทำอันโหดร้ายของ ผู้ดูแลหญิงชราวัย 94 ปี ที่ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ ซึ่งถูกแอบถ่ายไว้โดยที่ไม่มีใครรู้ตัว โดยคลิปดังกล่าว ถ่ายจากกล้องที่ติดตั้งไว้โดย มิเรียม มารีโน ลูกสาวของหญิงชรา ที่ปรากฏตัวเป็นเหยื่อในคลิปดังกล่าว หลังจากที่เพื่อนบ้านของเธอกล่าวเตือนว่ามีความไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับหญิงผู้ดูแลแม่ของเธอคนนี้ หลังจากตั้งกล้องไว้ คลิปปรากฏให้เห็นเหตุการณ์ขณะที่ผู้ดูแล กำลังนั่งอยู่ภายในอพาร์ทเม้นท์ กับแม่ซึ่งป่วยเป็นโรคความจำเสื่อมของเธอ จากนั้นผู้ดูแลคนเดียวกัน ได้ผลักหัว จิกผม และตบศีรษะของหญิงชราที่ไร้ทางสู้ ทั้งยังใช้เท้าถีบเข้าไปที่ร่างหลายครั้ง ขณะที่เหยื่อยังคงนั่งนิ่ง ไม่สามารถตอบโต้ใด ๆ ได้มากนัก รายงานระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ประเทศ อาร์เจนตินา โดยสาเหตุที่ มิเรียม นำคลิปดังกล่าวมาเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อเป็นอุทาหรณ์แก่ผู้อื่น ให้มีวิจารณญาณในการเลือกผู้ดูแลญาติผู้ใหญ่ในครอบครัว อย่างไรก็ตาม มิเรียม ได้แจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้มีการดำเนินคดีทางกฎหมายต่อผู้ดูแลรายนี้แล้ว https://youtu.be/l8bDvtzWmcM ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News ที่มา  metro

อาลัย!! 4 คนบันเทิงผู้ยิ่งใหญ่ “มิตร-พุ่มพวง-บิ๊ก-ปอ”
ปอ ทฤษฎี /  ข่าวปอ ทฤษฎี ล่าสุด / 

เป็นสัจธรรมที่ว่ามีเกิดขึ้นก็ต้องมีดับไป และการสูญเสียที่เกิดขึ้นแก่คนในวงการบันเทิงที่ผ่านมาก็มีไม่น้อย แม้ตัวจะจากไปแล้วแต่พวกเขาได้สร้างความดี ความประทับใจ เป็นคนบันเทิงผู้ยิ่งใหญ่ และยังคงอยู่ในใจเสมอ!!! ฮีโร่แห่งตำนาน “มิตร ชัยบัญชา” มิตร ชัยบัญชา เป็นตำนานที่น่าจดจำสำหรับฮีโร่วีระบุรุษชุดดำขวัญใจมหาชน ซึ่งโด่งดังในบทของ อินทรีแดง มิตร ชัยบัญชา เริ่มเข้าสู่วงการบันเทิงไทยช่วงปลายปี 2499 และเป็นพระเอกภาพยนตร์ไทยในช่วง พ.ศ.2500 – 2513 รวมผลงานในขณะนั้น 266 เรื่องจากทั้งสิ้น 300 กว่าเรื่อง ซึ่ง มิตร ชัยบัญชา มีผลงานการแสดงที่โดดเด่นมากและหลากหลายทุกแนว ไม่ว่าจะเป็นบทบู๊ รัก ตลก หรือ ดราม่า เขาทำได้หมด มิตร ชัยบัญชา ภาพยนตร์อินทรีแดง เมื่อวันที่ 8 ต.ค.2513 มิตร ชัยบัญชา เสียชีวิตขณะถ่ายทำฉากโหนบันไดเชือกเฮลิคอปเตอร์ซึ่งเป็นฉากสุดท้ายจากภาพยนตร์เรื่อง อินทรีทอง ในภาพยนตร์ชุด อินทรีแดง เรื่องที่ 6 ที่ มิตร ชัยบัญชา แสดงในบท โรม ฤทธิไกร หรือ อินทรีแดง โดยเขาตกลงว่าจะแสดงฉากนี้ด้วยตัวเอง แต่ด้วยความผิดพลาดทางเทคนิคและแรงกระตุกของเครื่องบิน ทำให้เขาไม่ได้เหยียบบนบันได ต้องโหนตัวอยู่เป็นเวลานาน และได้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าโดยการใช้ข้อมือซ้ายเกี่ยวพันกับบันไดลิง แต่เชือกบากข้ดมือจนเกือบขาด เขาจึงตัดสินใจแกะเชือกที่รัดข้อมือแล้วปล่อยตัวลงมา โดยตั้งใจว่าจะลงสู่บึง แต่ด้วยแรงลมทำให้เขาตกลงมากระแทกพื้นตรงจอมปลวก จากความสูง 300 ฟุต เสียชีวิตทันที มิตร ชัยบัญชา ภาพยนตร์อินทรีทอง ศพของ มิตร ชัยบัญชา ตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดแคนางเลิ้ง หลังจากครบ 100 วัน มีการพระราชทานเพลิงศพโดยได้ย้ายจากวัดแคนางเลิ้งไปวัดเทพศิรินทร์ มีประชาชนหลั่งไหลไปร่วมงานกว่า 3 แสนคนมากที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ และได้มีการตั้งศาลบริเวณ หาดจอมเทียน พัทยาใต้ สถานที่ที่ มิตร ชัยบัญชา เสียชีวิต และได้มีการปรับปรุงสร้างรูปหล่อของ มิตร ชัยบัญชา ในชุดอินทรีทอง ไว้ที่ศาลด้วย หลังจากนั้นช่วง พ.ศ.2549 – 2550 มีการรวมใจสร้างอนุสรณ์สถานมิตร ชัยบัญชา พร้อมหุ่นไฟเบอร์กลาส ที่บ้านไสค้าน จ.เพชรบุรี บ้านเดิมของ มิตร ชัยบัญชา ฮีโร่ในตำนานด้วย มิตร ชัยบัญชา มิตร ชัยบัญชา โปสเตอร์ภาพยนตร์ มิตร ชัยบัญชา ราชินีลูกทุ่ง “พุ่มพวง ดวงจันทร์” พุ่มพวง ดวงจันทร์ พุ่มพวง ดวงจันทร์ หรือ ผึ้ง นักร้องเพลงลูกทุ่ง เจ้าของฉายา ราชินีลูกทุ่ง ผู้มีน้ำเสียงไพเราะ โดดเด่น จำเนื้อเพลงได้โดยที่เธอไม่รู้หนังสือ และยังเป็นแม่แบบให้กับนักร้องรุ่นหลัง แม้จะไม่ได้เรียนและอ่านหนังสือไม่ออก แต่ความจำดีเยี่ยม เริ่มหัดร้องเพลงและเข้าประกวดตามงานต่างๆ ตั้งแต่อายุ 8 ปี โดยใช้ชื่อว่า น้ำผึ้ง ณ ไร่อ้อย พุ่มพวง ดวงจันทร์ เมื่อไวพจน์ เพชรสุพรรณ นำวงดนตรีมาแสดงที่วัดทับกระดาน และได้เห็นความสามารถของผึ้งจึงรับเป็นบุตรบุญธรรมและพาไปอยู่กรุงเทพฯ ก่อนที่จะแต่งเพลงและอัดแผ่นเสียงชุดแรกให้ ชื่อเพลง แก้วรอพี่ เพลงแต่งแก้กับเพลง แก้วจ๋า โดยใช้ชื่อในการร้องเพลงว่า น้ำผึ้ง เมืองสุพรรณ และได้แยกออกจากวงดนตรีของไวพจน์ ไปอยู่วงดนตรีอื่นๆ ในเวลาต่อมา ครูเพลงลูกทุ่งชื่อดัง มนต์ เมืองเหนือ รับเป็นลูกศิษย์ และเปลี่ยนชื่อให้เป็น "พุ่มพวง ดวงจันทร์" ได้รับบันทึกเสียง และได้ตั้งวงดนตรีเป็นของตนเองมีเพลงดังมากมาย อาทิ หนูไม่รู้, หนูไม่เอา, ตั๊กแตนผูกโบว์ ฯลฯ และมีงานภาพยนตร์หลายเรื่อง พุ่มพวง ดวงจันทร์ พุ่มพวงได้รับรางวัลพระราชทานเสาอากาศทองคำพระราชทาน จากสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาฯ ในปี พ.ศ.2521 จากเพลง “อกสาวเหนือสะอื้น” นอกจากนี้ ยังได้เป็นผู้ร้องเพลง "ส้มตำ" พระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ พุ่มพวง ดวงจันทร์ ช่วงบั้นปลายของชีวิต พุ่มพวง ดวงจันทร์ ป่วยเป็นโรตไตขั้นรุนแรง จนต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลหลายแห่ง ขณะเดียวกันก็มีกระแสข่าวทะเลาะกับสามี ไกรสร แสงอนันท์ กระทั่ง พุ่มพวง ย้ายตัวมารักษาที่โรงพยาบาลศิริราช พบว่าเธอป่วยด้วยโรคเอสแอลอี หรือ โรคแพ้ภูมิตัวเอง อาการขั้นรุนแรง ลุกลามถึงไต ในเวลาต่อมาแพทย์เจ้าของไข้ได้เปิดเผยว่าอาการของพุ่มพวงดีขึ้น แต่ทางด้านญาติของพุ่มพวงมีความเห็นว่าควรรักษาด้วยไสยศาสตร์ จึงพาพุ่มพวงไปรักษาด้วยวิธีทางไสยศาสตร์ที่ จ.พิษณุโลก หลังจากกราบไหว้พระพุทธชินราช พุ่มพวงก็เกิดอาการช็อกและหมดสติ ญาตินำส่งโรงพยาบาลพุทธชินราช กระทั่งถึงแก่กรรมอย่างสงบในวันที่ 13 มิ.ย.2535 พุ่มพวง ดวงจันทร์ ได้มีการจัดพิธีพระราชทานเพลิงศพของ พุ่มพวง ดวงจันทร์ ที่วัดทับกระดาน อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 2535 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธี นอกจากนี้ยังมีการสร้างหุ่นพุ่มพวง ตั้งอยู่ในศาลาริมสระน้ำ วัดทับกระดาน ซึ่งมีการจัดงานรำลึกถึงพุ่มพวงทุกปี ช่วง 13-15 มิ.ย. ซึ่งเป็นวันครบรอบการเสียชีวิตของเธอ และได้มีการนำชีวิตของ พุ่มพวง ดวงจันทร์ มาสร้างเป็นละครและภาพยนตร์อย่างต่อเนื่อง พุ่มพวง ดวงจันทร์ หุ่นขี้ผึ้ง พุ่มพวง ดวงจันทร์ “บิ๊ก ดีทูบี” บอยแบนด์ขวัญใจวัยรุ่น บิ๊ก ดีทูบี บิ๊ก อภิเชษฐ์ กิตติกรเจริญ หนึ่งหนุ่มบอยแบนด์ในสมาชิกวงดีทูบี ค่าย อาร์เอสฯ เข้าสู่วงการด้วยการประกวดร้องเพลงโครงการ Panasonic Star Challange และมีผลงานถ่ายแบบ ถ่ายโฆษณาตามลำดับก่อนจะมาเป็นสมาชิกวงดีทูบี ขณะที่วงดีทูบี กำลังโด่งดังถึงขีดสุด บิ๊กเกิดประสบอุบัติเหตุขับรถยนต์ส่วนตัวตกคูน้ำย่านศรีนครินทร์ในวันที่ 22 กรกฎาคม 2546 ซึ่งบิ๊กมีอาการน้ำคำท่วมปอด แต่การรักษาเป็นไปได้ด้วยดี บิ๊กสามารถทักทายแฟนเพลงได้อีกครั้งด้วยการชูสองนิ้วสู้ตาย พร้อมการเขียนเป็นตัวอักษรบอกแฟนๆ ว่า "ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วงครับเจอกันแน่นอนครับ" ก่อนที่บิ๊กจะอาการโคม่า บิ๊ก ดีทูบี แพทย์ตรวจพบเชื้อรา Scedosporium ในสมอง ซึ่งโอกาสรอดชีวิตมีเพียง 0.01% เท่านั้น และได้เปลี่ยนชื่อเป็น ปาณรวัฐ ซึ่งเป็นชื่อขอพระราชทานจากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช มีความหมายว่า "ผู้มีชีวิตอยู่ตามคำขอ" เพื่อเป็นศิริมงคล บิ๊ก ดีทูบี ภายหลังการรักษาด้วยวัคซีนเฉพาะโรคและได้รับกำลังใจอย่างมากมาย บิ๊กรอดชีวิตและออกจากห้องไอซียูในเวลาต่อมา แต่กลายเป็นเจ้าชายนิทราซึ่งสร้างความเศร้าโศกแก่แฟนเพลงเป็นอย่างมาก บรรดาแฟนคลับต่างทั้งสวดมนต์ พับนกกระเรียน และทำทุกวิถีทางที่จะช่วยให้บิ๊กกลับมา แต่เบื้องหลังการดูแลบิ๊กทั้งหมดก็คือ นายอุดมและนางยุพา กิตติกรเจริญ คุณพ่อคุณแม่ของ บิ๊ก ที่อยู่เคียงข้างลูกชายเสมอ บิ๊ก ดีทูบี สุดท้าย บิ๊ก ได้เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2550 ด้วยอาการติดเชื้อในกระแสเลือดทางปอดที่โรงพยาบาลศิริราช หลังเป็นเจ้าชายนิทราจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ถึง 4 ปี ด้วยวัยเพียง 25 ปีเท่านั้น ในช่วงที่เขาโด่งดังถึงสุดขีด บีม - แดน - บิ๊ก วงดีทูบี บีม - แดน - บิ๊ก วงดีทูบี "ปอ ทฤษฎี" พระเอกนิสัยดีตลอดกาล ปอ ทฤษฎี ปอ ทฤษฎี สหวงษ์ เกิดเมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2523 เป็นชาว จ.บุรีรัมย์ เริ่มเข้าสู่วงการบันเทิงด้วยการเป็นนายแบบโฆษณา กระทั่งได้รับรางวัลสุดยอดหนุ่มคลีโอ ปี 2004 ทางบางกอกดราม่า ค่ายละครของช่อง 3 เห็นแววจึงเรียกเข้าไปแคสงาน หลังจากผ่านการแคสติ้งได้เข้าเรียนการแสดงกับช่อง 3 และได้เล่นละครเรื่อง “ลิขสิทธิ์หัวใจ” เป็นเรื่องแรกโดยแสดงคู่กับ แพท ณปภา ตันตระกูล ในนามของ Power 3 และมีผลงานละครอย่างต่อเนื่อง 30 เรื่องด้วยกัน สำหรับละครที่โด่งดังสร้างชื่อเสียงให้กับเขาก็คือเรื่อง ผู้ใหญ่ลีกับนางมา, ทัดดาว บุษยา, ดาวเรือง, ต้มยำลำซิ่ง ซึ่งละครเรื่อง “สาวน้อยร้อยล้าน” กำลังออนแอร์ในปัจจุบัน และละคร “ท่านชายกำมะลอ” มีกำหนดออนแอร์ในปี 2559 นี้ ปอ ทฤษฎี และจากการรับบทหนุ่มบ้านๆ จากละคร ผู้ใหญ่ลีกับนางมา ปอ ทฤษฎี จึงได้รับฉายาว่า “พระเอกภูธร” และ ปอก็ยังค้นพบตัวเองหันมาใช้ชีวิตแบบพอเพียง ทำอาชีพชาวนาจริงๆ จนได้รับเสียงชื่นชมว่าเป็นพระเอกติดดินใช้ชีวิตไม่ฟุ้งเฟ้อ ปอ ทฤษฎี นอกจากนี้ ปอ ทฤษฎี ยังมีผลงานอื่นๆ อีกมากมายทั้งงานร้องเพลง งานภาพยนตร์ พากษ์เสียงภาพยนตร์ ละครเวทีอิงประวัติศาสตร์เรื่อง "นางเสือง" และละครเพลงกลางแจ้ง "พระมหาชนก เดอะ ฟีนอมินอลไลฟ์โชว์" ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ 87 พรรษา 5 ธันวาคม 2557 ปอ ทฤษฎี ในเดือนสิงหาคม 2558 ปอ ทฤษฎี รับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งด้วยโรคไข้เลือดออก และถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ตั้งแต่วันที่ 9 พ.ย. 2558 อาการของ ปอ ทฤษฎี ทรุดหนักเข้าขั้นวิกฤติ เกิดภาวะตับวายและไตวายเฉียบพลัน มีภาวะตกเลือดอย่างมากในโพรงเยื่อหุ้มปอดข้างซ้าย มีอาการหายใจผิดปกติ หัวใจเต้นผิดจังหวะ แพทย์จึงใช้เครื่องมือฟอกไต และเครื่องมือพยุงการหายใจนับตั้งแต่นั้น และได้มีการตัดขาเหนือข้อเท้าข้างซ้าย ตัดปอดซ้าย และรับการผ่าตัดเป็นระยะๆ เพื่อพยุงอาการตามลำดับ ปอ ทฤษฎี แต่ต่อมาอาการของ ปอ ทฤษฎี ก็ทรุดลงอย่างหนักเนื่องจากการติดเชื้อที่ปอดข้างขวา ลุกลาม จนสุดท้ายร่างกายไม่ตอบสนองต่อการรักษา และเสียชีวิต ณ โรงพยาบาลรามาธิบดีเมื่อวันที่ 18 ม.ค. 2559 เมื่อเวลา 11.50 น. ก่อนวันเกิดของ ปอ ทฤษฎี อีก 5 วันก็จะครบอายุ 36 ปีบริบูรณ์ พิธีพระราชทานเพลิงศพ ปอ ทฤษฎี ร่างของ ปอ ทฤษฎี ได้ถูกนำไปทำพิธีที่วัดกลางอารามหลวง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ โดยมีประชาชนมาร่วมแสดงความไว้อาลัยอย่างหนาแน่น และมีพิธีพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 24 ม.ค.2559 ทั้งนี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงประทานผ้าไตร - ดอกไม้จันทน์ ในพิธีพระราชทานเพลิงศพ ปอ ทฤษฎี ด้วย ปอ ทฤษฎี - น้องมะลิ ขณะที่รักษาตัวอยู่โรงพยาบาล โบว์ แวนดา ภรรยาสาว ได้พา น้องมะลิ พาขวัญ สหวงษ์ ซึ่งเป็นลูกสาวของ ปอ ทฤษฎี มาเยี่ยมอยู่เสมอ ซึ่ง ปอ ทฤษฎี ยังไม่เคยเปิดเผยภรรยาและลูกต่อหน้าสื่อมาก่อนสร้างความเซอร์ไพร้สให้แฟนละครไม่น้อย แต่ความน่ารักของน้องมะลิก็ทำให้เธอกลายเป็นขวัญใจมหาชนไปซะแล้ว และแม้พระเอกหนุ่มจะลาจากไปแล้ว แต่ความดีที่ ปอ ทฤษฎี ได้เคยทำไว้ ค่อยๆ หลั่งไหลพรั่งพรูให้เราได้รับรู้และถือเป็นแบบอย่างในการทำดีต่อไป... ปอ ทฤษฎี - น้องมะลิ ปอ ทฤษฎี - น้องมะลิ - โบว์ แวนดา ขอบคุณภาพจาก www.thaifilm.com, FB พุ่มพวง ดวงจันทร์, บิ๊ก ดีทูบี อภิเชษฐ์ กิตติกรเจริญ, IG portid

ไทม์ไลน์ฉบับย่อ หลังเตียงหัก จับผิดสำนวนปมแฉ 'ทับทิมนอกใจปลื้ม'
คลิปเสียง /  ทับทิม / 

ไม่เป็นอันทำอะไร สำหรับนักสืบออนไลน์ที่พากันตั้งข้อสังเกต เกี่ยวกับกรณีมีบุคคลปริศนา ออกมาแฉเรื่องราวใต้เตียงของคู่ ปลื้ม สุรบถ และ ทับทิม มัลลิกา ซึ่งเหลือเพียงร่องรอยความสัมพันธ์ของความเป็น 'เพื่อน' แต่เรื่องนี้ เห็นทีจะไม่จบลงง่าย ๆ เนื่องจาก มีความไม่ชอบมาพากล ที่ไม่อาจไม่เล็ดลอดสายตานักสืบโซเชียลเหล่านี้ไปได้ จึงมีการนำเอากระทู้ ที่มีการเผยแพร่เรื่องราวผ่านเว็บไซต์พันทิป ในเชิงที่สื่อว่า  ทับทิม มัลลิกา นอกใจ ปลื้ม พร้อมงัดหลักฐานมามัดตัวฝ่ายหญิงเป็นคลิปเสียง ที่มีการแชร์สนั่นโลกออนไลน์ ว่ากระทู้ดังกล่าว มีสำนวน การใช้ภาษาคำว่า 'ละ' แทนคำว่า 'และ' คล้ายสำนวนภาษา ที่ปลื้ม ใช้โพสต์บรรยายภาพ หรือโพสต์ลงในสื่อโซเชียลส่วนตัวดังนี้ --------------------------------------------------------------------------------------------------------- ส่วนกรณีเรื่อง ชายปริศนา ชื่อคังเหว่ย ที่เข้ามาพัวพันในเรื่องดังกล่าว มีการผูกโยงไปถึงนักร้องชื่อดังตัวอักษรย่อ ช. ที่เป็นประเด็นถกเถียงกันไปทั่วโลกออนไลน์ --------------------------------------------------------------------------------------------------------- บุคคลปริศนา อ้างเป็นน้อง ปลื้ม แฉสนั่นออนไลน์ 'ทับทิม' อดีตภรรยา พร้อมแนบคลิปเสียงยัน เกิดการแชร์เรื่องราวของปมดราม่า อดีตคู่สามีภรรยา ปลื้ม สุรบถ และ ทับทิม มัลลิกา หลังจากที่ทั้งคู่ออกมายอมรับว่า 'เตียงหัก' พร้อมทั้งลดสถานะเหลือเพียงแค่เพื่อน โดย สาวทับทิม ขอลาออกจากรายการ VRZO พร้อมทั้งมีการปล่อยภาพแฉฝ่ายชาย เกี่ยวกับหญิงสาวมือที่ 3 ซึ่งฝ่ายชายยืนยันว่าไม่มีเรื่องเกินเลย พร้อมทั้งกล่าวว่าจะดำเนินคดีกับผู้ที่นำเรื่องมาประติดประต่อกัน เรื่องยังไม่จบเพียงเท่านั้น มีประเด็นต่อคือ มารดาของ ปลื้ม สุรบถ ได้โพสต์รูปภาพผ่านไอจีส่วนตัว แสดงให้เห็นเหตุการณ์ขณะที่ตนกำลังเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจถึง 6 กระทง เกี่ยวกับการกระทำของอดีต 'ลูกสะใภ้' จนเกิดกระแสวิพากษ์ไปทั่วทุกสารทิศ กระนั้นวานนี้เพจ Black Hat โพสต์คลิปเสียงหญิงสาวปริศนา พร้อมเช็คอินสถานที่ "พัฒนาการ 46 สัมภาษณ์งานรายการ VRZO VRZO VRZO!!!!!" ซึ่งหญิงสาวลึกลับในคลิปบอกเล่าความสัมพันธ์ของตนเองกับหนุ่มปริศนา ฟันธงเสียงหญิงสาวคนในคลิปว่า เหมือนกับ สาวอักษรย่อ บต. หนึ่งในทีมงานรายการ VRZO ซึ่งตอนนี้เจ้าตัวได้ปิดทุกช่องทางออนไลน์ ส่วนตัวไปแล้ว ยังไม่จบเพียงเท่านั้น วันนี้ มีการแชร์ภาพ แคปเจอร์ ของเรื่องราว ที่ถูกเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์พันทิปของ 'บุคคลปริศนา' ที่อ้างตัวว่าเป็นน้องคนหนึ่งของปลื้ม พร้อมทั้งแฉเรื่องราวของอดีตภรรยา ถึงความไม่เป็นธรรม ที่สังคมรุมประณามฝ่ายชายแต่ฝ่ายเดียวหลังจากที่ทั้งคู่เลิกกัน IG : tubtimofficial พร้อมกันนี้ยังได้แฉเรื่องราวว่า 'ขณะที่พี่ปลื้มคบกับพี่ทับทิมจะมีผู้ชายแอบคุยในLINEตลอด พอพี่ปลื้มจับได้ก็จะทำเป็นโชว์ว่าจะเลิกคุยๆแต่สุดท้ายก็ยังแอบคุยกันอยู่ดี ไม่ว่าจะเป็นแฟนเก่าที่เป็นดารา หรือคนเก่าๆที่เคยเป็นข่าว เวลาทะเลาะกันพี่ทับทิมก็จะชอบโทรหาให้ผู้ชายมารับและหายไปสองวัน พี่ปลื้มจับได้ตั้งแต่เริ่มคบกับพี่ทับทิมใหม่ๆแล้วแต่ยังไม่ยอมเลิกจนทุกวันนี้ ซึ่งเป็นกิ๊กเก่าและชอบขับรถมารับละหายไปเป็นวันๆเป็นดาราอักษรนำ "ช" ส่วนเหตุการณ์สุดท้ายที่ทำให้ความอดทนทั้งหมดของพี่ปลื้มหมดไปนี่เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้น วันที่ 29 พฤศจิกายน 2559 (ซึ่งพี่ทับทิมกับพี่ปลื้มยังไม่เลิกกัน) เหตุการณ์เกิดที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านตลาดนัดรถไฟ ซึ่งพี่ทับทิมกับผู้ชายชื่อ คังเหว่ยได้ไปทำเรื่องน่าเกลียดกันในร้านแห่งนั้นในมุมมืดๆ แต่ก็เพิ่งมารู้ตัวว่าร้านนั้นมีกล้องวงจรปิด ตอนนั้นผมได้ไปช่วยงานที่ร้าน...ที่อยู่ตรงแถวนั้นพี่ทับทิมจึงlineมาหาผมและส่งข้อความเสียงมาตามข้างล่างนี้่' https://youtu.be/5G_LjDEJZPE อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กระทู้ดังกล่าวได้ถูกลบออกไปจากเว็บไซต์แล้ว แต่กระนั้น เรื่องดังกล่าวกลับไม่รอดพ้นมือดี บันทึกเรื่องราวเอาไว้ได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามว่า จะมีการออกมาชี้แจงความจริงเรื่องดังกล่าวจากทั้งคู่หรือไม่ หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป... ที่มา nantapat.paru