ทรงผม2014

ภาพแรก!! ชิน-บูม-กวิน-ชาโน ตัดผมเกรียน เป็นพลทหารเต็มตัว!!
ชิน ชินวุฒ /  กวิน 321 / 

เดินทางเข้ารายงานตัวประจำการ ณ กองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 11 (พัน ร. มทบ.11) กรุงเทพมหานคร เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ 3 หนุ่มอย่าง ชิน ชินวุฒ, กวินท์ วง 3.2.1 และ ชาโน แพมเบอร์เกอร์ และอีกหนึ่งหนุ่มสังกัดทหารอากาศผลัดแรกอย่าง บูม กิตตน์ก้อง ที่ล่าสุดมีภาพของ 4 หนุ่มที่สวมชุดลำลองพลทหาร ตัดผมสั้นเกรียนตามกฏระเบียบ ถึงจะยังไม่คุ้นตา แต่บอกเลยว่าทหารใหม่ทั้ง 4 นาย หล่อ เท่ไม่เบาเลยล่ะ... ส่งกำลังใจให้ทหารทุกนายกับการทำหน้าที่รับใช้ชาตินะคะ ขอบคุณภาพจาก IG @boompp_world, kee_icuza, yothin43, bomboboy และ FB :: Wassana Nanuam , Tidarat Veevee Tong ชิน ชินวุฒ ชิน ชินวุฒ กวิน 3.2.1 ชิน-ชาโน-กวิน บูม กิตตน์ก้อง บูม กิตตน์ก้อง บูม กิตตน์ก้อง บูม กิตตน์ก้อง

สาว 12 ราศี.. แต่งหน้า แต่งตัว ลุคไหนดีนะที่ชนะเลิศ ?
12ราศี /  แต่งตัว / 

แต่งหน้า แต่งตัว อย่างไร ถึงจะเสริมดวงผู้หญิงทั้ง 12 ราศี ? ราศี มังกร (14 มกราคม - 13 กุมภาพันธ์) ลักษณะการแต่งตัว : ต้องดูทะมัดทะแมง ใส่สบาย ดูเป็นลุค working women คล่องแคล่ว แต่หาสูททรงสูง รองเท้าส้นไม่สูงเกินไป การแต่งหน้า : เน้นการแต่งรูปคิ้วให้เข้ารูป ขนตางอน เน้นการทาปากสีสด หรือสีนู้ดไปเลย เพิ่มลูกเล่นให้ดูเก๋เปรี้ยวขึ้นไปอีกหนึ่งสเต็ป ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ - 13 มีนาคม) ลักษณะการแต่งตัว : เลือกเสื้อผ้าที่เรียบหรู หาเดรสสีสดใสมาแต่ง อาจเพิ่มลูกเล่นด้วยการหาผ้าพันคอสวยๆ สักผืนมาใส่ การแต่งหน้า : เน้นการแต่งรูปคิ้วให้สวย เปลือกตาเลือกโทนสีทองประกาย ให้ดูเซ็กซี่ ปัดแก้มเน้นสีส้มอิฐ ปากเป็นสีนู้ดเข้มหรือสีอมน้ำตาล ราศีมีน (14 มีนาคม - 14 เมษายน) ลักษณะการแต่งตัว : คุณสามารถใส่เสื้อผ้าได้หลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะผ้าลูกไม้หรือมีโบว์ก็เหมาะกับสาวราศีนี้ แต่รองเท้าเน้นแบบสวมใส่สบาย ไม่ต้องส้นสูง การแต่งหน้า : ควรเน้นลุคที่ดูเป็นธรรมชาติ สดใส อ่อนหวาน อ่อนโยน ดูสุขภาพดี ใช้สีเอิร์ธโทน และสีชมพูอ่อน เน้นพวงแก้มให้ดูสุขภาพดี ลิปกลอสประกายมุกเพิ่มความวาว ราศีเมษ (15 เมษายน - 14 พฤกษภาคม) ลักษณะการแต่งตัว : แนะนำให้แต่งแบบเรียบหรูมีสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นชุดเดรสพอดีตัว หรือกางเกงยีนส์ ที่แมตซ์เข้ากับเสื้อสีดำแดง รองเท้าเน้นส้นสูง ให้เห็นถึงความมั่นใจและความเซ็กซี่ของสาวราศีเมษ การแต่งหน้า : กรีดอายไลน์เนอร์แบบโฉบเฉี่ยว เน้นหางตา ปัดมาสคาร่าให้เด้งๆ แต่ที่ขอเน้นเลยคือสีปาก อยากให้เป็นสีแดงเรียกทรัพย์ พูดอะไรก็เป็นเงินเป็นทองไปทั้งหมด ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม - 14 มิถุนายน) ลักษณะการแต่งตัว : แต่งแบบเรียบๆ ก็พอค่ะ เลือกโทรสีน้ำตาล สีเบจ  สีขาว สีดำ โดยเฉพาะช่วงไหนที่รู้สึกว่าเงินเริ่มขาดมือ แนะนำให้หยิบเสื้อผ้าสีน้ำตาลมาใส่ จะเป็นการเรียกทรัพย์อีกแบบหนึ่งค่ะ การแต่งหน้า : เน้นการแต่งดวงตาให้ชัด และดูคม สีปากสีนู้ด ปัดแก้มเบาๆ ราศีเมถุน (15 มิถุนายน - 15 กรกฎาคม) ลักษณะการแต่งตัว : การแต่งกายของราศีนี้เรียกได้ว่า เรียบ เท่ แต่มีความหรูในตัว การแต่งตัวได้ทุกแนว แต่เน้นสวมรองเท้าส้นสูงที่มีหัวแหลม โทนสีสดใสออกส้ม การแต่งหน้า : เน้นการแต่งสีเอิร์ธโทน สีน้ำตาลทอง เติมกลอสใสที่ริมฝีปาก ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม - 16 สิงหาคม) ลักษณะการแต่งตัว : สไตล์การแต่งตัวของสาวราศีนี้ เน้นความเบาสบายในการสวมใส่เป็นหลัก ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ตามแฟชั่นมากนัก เสื้อผ้าควรมีลายลูกไม้น่ารักๆประดับอยู่ด้วย หรือจะเป็นกางเกงผ้าพลิ้วก็เก๋ไม่เบาค่ะ การแต่งหน้า : เน้นแต่งให้มีประกายชิมเมอร์ที่ดวงตา กับลิปสติกสีชมพูกลอส ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม - 15 กันยายน) ลักษณะการแต่งตัว : เสื้อผ้าที่ใส่สบายดูสง่า และหรูหรา การแต่งตัวควรเน้นสวมใส่เสื้อผ้าโชว์สัดส่วน เพื่อเป็นสเน่ห์ดึงดูด อาจเป็นเดรสสั้นพอดีตัว สีเข้มก็ได้ค่ะ การแต่งหน้า : เน้นการแต่งตาด้วยสีสัน สีน้ำเงิน สีม่วง สีเขียวเทาสโมคกี้อายสีดำ เน้นให้ดวงตาดูโดดเด่น ราศีกันย์ (16 กันยายน - 16 ตุลาคม) ลักษณะการแต่งตัว : เสื้อผ้าที่ใส่จะเน้นไปทางน่ารัก อ่อนหวานลุคคุณหนู เสื้อผ้าที่ไม่เน้นสัดส่วนจนเกินไป สาวราศีนี้เหมาะสำหรับการสวมใส่เสื้อกระโปรงลายดอก สีอ่อนๆ ดูน่ารัก หรือเสื้อผ้าลุกไม้สีเบจหรือเดรสสีหวานก็ได้ การแต่งหน้า : แต่งสวยใสสไตล์เกาหลี แต่งเหมือนไม่แต่ง ให้ดูลุคสวยหวานธรรมชาติสุดๆ ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน) ลักษณะการแต่งตัว : เสื้อผ้าของสาวราศีนี้ บอกได้เลยว่าเธอมีสไตล์เป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะสวมใส่แบบไหนก็จะมีบุคลิกโดดเด่นชัดเจน เน้นเป็นโทนสีเย็นชัดเจน เสริมดวงการเงินได้ดีเลยค่ะ การแต่งหน้า : เน้นแต่งหน้าแบบธรรมชาติ ดูสุขภาพดี อาจเพิ่มชิมเมอร์เล็กน้อย เพื่อให้ดูสดใส สีปากนั้นเน้นเป็นสีชมพูอ่อน หรือสีนู้ดอมชมพู ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน - 14 ธันวาคม) ลักษณะการแต่งตัว : สาวราศีนี้มีสไตล์เป็นของตัวเอง เสื้อผ้าแบบยาวๆ พลิ้วๆ ที่ทำมาจากผ้าไหม ช่วยให้สวมใส่ดูสบายๆ แลดูเซ็กซี่ หรือจะแต่งเป็นโบฮีเมียนก็เก๋ไปอีกแบบ การแต่งหน้า : เน้นดวงตาให้โฉบเฉี่ยว ผิวดูโกลว์ ริมฝีปากเป็นสีออกแนวส้ม ราศีธนู (15 ธันวาคม - 13 มกราคม) ลักษณะการแต่งตัว : การแต่งตัวเน้นเป็นเสื้อผ้าประเภท ผ้าฝ้าย ผ้าป่าน ที่ทำจากธรรมชาติ เน้นให้เป็นเสื้อผ้าที่คล่องตัว ออกแนวเท่ อาจจะใส่ยีนส์เก๋ๆ กับเสื้อผ้าฝ่านก็ได้ค่ะ การแต่งหน้า : เน้นการแต่งหน้าโทนสีสดใส สีส้ม สีชมพู ปัดแก้มให้ดูสดใส  ที่มาจาก : I-see magazine ติดตามดูดวงอื่นๆ ได้ที่  : Horoscope.Mthai.com

พี่ผ่านมาก่อน!ตูเร่อาสาช่วยซาโก้ผ่านช่วงเวลาเลวร้าย
ฝรั่งเศส /  มามาดู ซาโก้ / 

โคโล่ ตูเร่ ปราการหลังตัวเก๋าของ ลิเวอร์พูล ออกมารับอาสาว่าจะช่วยดูแล มามาดู ซาโก้ กองหลังรุ่นน้องในทีมที่เจอมรสุมชีวิตเล่นงานหลังจากตรวจสารกระตุ้นไม่ผ่านโดย ตูเร่ผู้พี่เคยโดนแบนเป็นเวลา 6 เดือนมาแล้ว สมัยที่เล่นให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพราะตรวจสารกระตุ้นไม่ผ่าน ออกมาให้คำมั่นว่าจะช่วยให้ ซาโก้ ที่ตรวจสารกระตุ้นไม่ผ่าน และส่อแววโดนแบนยาวเช่นกันอย่างเต็มที่ “ผมรู้ว่าช่วงเวลานั้นมันจะยากลำบากแค่ไหน แต่ไม่ต้องห่วงผมพร้อมที่จะอยู่ตรงนั้นเพื่อช่วยเหลือเขาอยู่เสมอ”  “ผมพยายามคุยกับเขาตลอด ตอนนี้สิ่งที่เขาต้องทำคือคิดบวกเข้าไว้และเชื่อมันในตัวเองให้มาก" สำหรับ ซาโก้ โดนสุ่มตรวจสารกระตุ้น โดยยูฟ่า ในนัดที่บุกไปเสมอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่โอลด์แทรฟฟอร์ด 1-1  และพบว่ามีสารที่ช่วยเผาผลาญไขมัน ซึ่งเหมือนกับที่ ตูเร่ เคยเจอเมื่อปี 2011 และตอนนั้นเขาโดนแบน 6 เดือน

เริ่มต้นจากศูนย์!! ย้อนอดีต 5 ปีที่แล้วของนักเตะ เลสเตอร์ ก่อนมาเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก
จิ้งจอกสยาม /  พรีเมียร์ลีก อังกฤษ / 

ถือเป็นสโมสรที่สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไปอีกทีมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว! สำหรับ เลสเตอร์ ซิตี้ ที่เพิ่งคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของฟุตบอล อังกฤษ ได้เป็นครั้งแรกตั้งแต่ก่อตั้งสโมสร โดยถือว่า "จิ้งจอกสยาม" ได้สร้างความประทับใจให้กับแฟนฟุตบอลทีมต่างๆอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสถิติของซีซั่นก่อนแล้ว ที่เพิ่งรอดตายจากการหนีตกชั้น แต่กลับมาเพียงฤดูกาลเดียวพวกเขาสามารถคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ ภายใต้การทำทีมของ เคลาดิโอ รานิเอรี่ ซึ่งวันนี้เราจะมาดูกันว่าเมื่อ 5 ปีที่แล้ว บรรดานักเตะชุด 11 ตัวจริงเขามีเส้นทางการค้าแข้งเป็นอย่างไร ก่อนจะมาประสบความสำเร็จได้ในวันนี้.. ย้อนอดีต 5 ปีที่แล้วของนักเตะ เลสเตอร์ ซิตี้ ก่อนได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก แคสเปอร์ ชไมเคิลส์ - ยังคงเฝ้าเสาให้ ลีดส์ ยูไนเต็ด ก่อนจะถูก "จิ้งจอกสยาม" ดึงตัวมาร่วมทัพเมื่อปี 2011 แดนนี่ ซิมป์สัน - อยู่สโมสร นิวคาสเซิล พร้อมกับโดนใบสั่งห้ามขับรถเพราะใช้ความเร็วเกินกำหนดหลังเหยียบไป 48 ไมล์/ชม. ในโซนพื้นที่ห้ามขับเกิน 30 ไมล์/ชม. โรเบิร์ต ฮูธ - ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในบ่อน้ำมันของ สโต๊ค ซิตี้ ในยุคการทำทีมของ โทนี่ พูลิส เวส มอร์แกน - หนึ่งในนักเตะที่แฟนบอลไม่ค่อยเห็นด้วยกับการย้ายมาร่วมทัพ เนื่องจาก มอร์แกน เดินทางมาจากสโมสร ฟอเรสต์ คู่แข่งร่วมย่านมิดแลนด์ของ เลสเตอร์ แต่ปัจจุบันกลายเป็นกองหลังกัปตันทีมที่ "จิ้งจอกสยาม" จะขาดไปไม่ได้ คริสเตียน ฟุคส์ - ถูก โบคุ่ม มองว่าเป็นส่วนเกินโดนปล่อยไปอยู่กับ ไมนซ์ ด้วยสัญญายืมตัว ริย้าด มาห์เรซ - เพิ่งเลื่อนชั้นจากทีมชุดสำรองของ เลอ อาฟร์ สโมสรใน ลีก เดอซ์ ฝรั่งเศส และได้ลงเล่นเพียง 9 นัดใน ฤดูกาลแรกที่ก้าวขึ้นมา แดเนี่ยล ดริงค์วอเตอร์ - ถูก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปล่อยไปให้ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ยืมตัว - ซึ่งก็โดนปล่อยเช่าให้กับทีมระดับลีกล่างๆยืมตัวมาโดยตลอด ก่อนที่ เลสเตอร์ จะเซ็นสัญญามาร่วมทัพ(แบบถาวร)เมื่อปี 2012 เอ็นโกโล่ ก็องเต้ - เป็นนักเตะเยาวชนให้กับสโมสร บูโลญจน์ ทีมที่ปัจจุบันอยู่ในระดับดิวิชั่น 3 ของลีกฟุตบอล ประเทศ ฝรั่งเศส มาร์ค อัลไบรท์ตัน - อยู่กับสโมสร แอสตัน วิลล่า ซึ่งต้องนั่งเป็นตัวสำรองของ โรแบร์ ปิแรส และรอโอกาสก้าวขึ้นมาอยู่ชุดใหญ่แบบเต็มตัว ก่อนจะหมดอนาคตด้วยการโดนปล่อยฟรีหลังหมดสัญญามาอยู่กับ เลสเตอร์ เมื่อฤดูกาล 2014–15 ชินจิ โอกาซากิ - เพิ่งมีโอกาสย้ายจาก ชิมิสุ เอส-พัลส์ สโมสรใน เจลีก มาอยู่กับ สตุ๊ตการ์ต ช่วงตลาดซื้อขายนักเตะ เดือน มกราคม เจมี่ วาร์ดี้ - เล่นให้กับ ฮาลิแฟกซ์ ทีมนอกลีก 41 นัด ซัดไป 29 ประตู ในฐานะนักเตะกึ่งอาชีพ เนื่องจากต้องทำงานพาร์ทไทม์ในโรงงานมีหน้าที่เป็นช่างเทคนิคเกี่ยวกับ เส้นใยคาร์บอนไฟเบอร์ และประกอบอุปกรณ์ช่วยเดินสำหรับผู้พิการ ต่อมาได้ย้ายไปเป็นนักเตะเต็มเวลากับ ฟลีทวู้ด ทาวน์ 1ฤดูกาล ก่อนที่จะโดน เลสเตอร์ ดึงตัวมาร่วมทัพในที่สุด

รวม 4 รีสอร์ทดีงาม ที่วิวสวยจนต้องร้องว้าว  !
Kata Rocks /  Keemala / 

วันนี้เรารวบรวม 4 รีสอร์ทที่ขอบอกเลยค่ะว่าดีงามมาก  เพราะแต่ละที่ล้วนถูกออกแบบมาเป็นอย่างดี ดูกลมกลืนกับธรรมชาติสุดๆ ไม่ว่าจะมองไปมุมไหน ก็จะได้พบกับวิวทิวทัศน์ที่น่าประทับใจ รับรองว่าถูกใจคนรักธรรมชาติแน่นอน Keemala  ที่แรกที่เราขอแนะนำคือที่นี่เลยค่ะเพราะกำลังเป็นที่นิยมสุดๆ ด้วยการดีไซน์รีสอร์ทที่มีรูปร่างแปลกตา ดูเก๋ๆ หน้าตาคล้ายๆรังนก ที่ใครเห็นครั้งแรกเป็นต้องหยุดมอง  "Keemala Phuket" ด้วยดีไซน์ ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากวัฒนธรรมประเพณีและวิถีชีวิต ของ 4 ชนพื้นเมืองในภูเก็ต กลายเป็นคอนเซ็ปต์ที่พักสุดล้ำให้เราได้ลองสัมผัสกันนี่แหล่ะค่ะ Pool Villa  รีสอร์ทของที่นี่มีวิวที่สวยมาก เพราะสามารถมองออกไปเห็นหมู่บ้านกมลาและทะเลอันดามัน และบ้านทุกหลังยังเชื่อมต่อกันด้วยทางเดินที่ตกแต่งสวยงามราวกับเป็นทางเดินในป่า ถือเป็น eco-hideaway ที่ให้ความรู้สึกเหมือนเข้าไปอยู่ในนิยายแฟนตาซีเลนทีเดียว นอกจากนั้นห้องพักของที่นี่ก็ยังมีอีกหลายแบบหลายสไตล์ทั้ง Tent Pool Villa วิลล่าสไตล์เต็นท์ที่มีลักษณะเป็นเหมือนกระโจม,Bird's Nest Pool Villa วิลล่าสไตล์บ้านรังนกมีเทอเรซกว้างและสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ และTree Pool House ที่พักแบบวิลล่าสไตล์บ้านต้นไม้ ที่ให้คุณได้เลือกได้ตามสบาย ใครไปภูเก็ตต้องลองไปพักที่นี่ดูค่ะ The Naka  อีกหนึ่งรีสอร์ทที่ฮิตมากในภูเก็ตและเพิ่งคว้ารางวัล Best Building of the Year ของ ARCASIA 2015 มาได้ก็คือ "The Naka" รีสอร์ทดีไซน์สวยที่ตั้งอยู่บนหาดนาคาเล ตั้งอยู่ระหว่างหาดกะหลิมและหาดกมลา อยู่ห่างจากป่าตองไปทางเหนือ 4 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นหาดส่วนตัว เงียบสงบ น้ำทะเลสวย มีฉากหลังเป็นภูเขา ธรรมชาติโอบล้อม The Naka Phuket จึงเข้ามาเติมเต็มด้วยพูลวิลล่าสุดหรูหรา ออกแบบด้วยรูปทรงคล้ายเรขาคณิตทำให้ดูโมเดิร์น และเรียบง่าย โดยเน้นสร้างไล่ระดับบนเนินเขา เพื่อเปิดรับทัศนียภาพของทะเลอันดามันแบบพาโนรามา ให้ได้เต็มอิ่มกับธรรมชาติเหมาะสำหรับการพักผ่อนอย่างแท้จริง Kata Rocks เนินเขาเหนือหาดกะตะคือที่ตั้งของรีสอร์ทสไตล์โมเดิร์นอย่าง Kata Rocks จุดเด่นของที่นี่คือสระว่ายน้ำที่คนว่ากันว่าเป็นสระว่ายน้ำไร้ขอบ (infinity pool) ที่สวยที่สุดในไทย  แถมวิลล่าแต่ละหลัง ยังมีเทคโนโลยีนวัตกรรมเพื่อไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ โดยใช้แผงควบคุมด้วย iPad แบบอินเทอร์แอ็คทีฟ เพื่อสร้างบรรยากาศที่สะดวกสบายเฉพาะตัวให้กับแขกอีกด้วย นอกจากวิวธรรมชาติที่สวยงาม แล้วองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมของที่นี่ยังเป็นโลหะ ซึ่งสร้าง “ภาพลักษณ์แบบย้อนยุคทางทะเลผสมผสานกับยุคแห่งอวกาศ” อันน่าตื่นเต้น ทำให้รีสอร์ทกะตะร็อคส์ สามารถคว้ารางวัลสุดยอดอสังหาริมทรัพย์อันทรงคุณค่าระดับนานาชาติมาได้มากมาย Soneva kiri รีสอร์ทสุดหรูในเครือ Six Senses ถือเป็นที่พักหนึ่งใน เกาะกูด จังหวัดตราด ที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจไม่น้อย มีไฮไลท์สุดพิเศษด้วยการให้แขกที่มาพักได้สัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่กับ ร้านอาหารแบบ  fine-dining บนต้นไม้ใหญ่ที่ Treepod Dining ที่พนักงานต้องโหนสลิงมาเสิร์ฟกันถึงที่เลย ให้คุณได้ตื่นตาตื่นใจไปกับบริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติรายล้อม นอกจากนั้นมุมต่างๆของรีสอร์ทแห่งนี้ยังดีไซน์ออกมาได้สวย ทุกห้องพักจะสามารถมองเห็นทะเลได้แบบสุดลูกหูลูกตา เรียกได้ว่าเหมาะกับการนั่งพักผ่อน มองทะเลกันแบบชิวๆมากเลยหล่ะค่ะ หากใครกำลังมองหาที่พักผ่อนหย่อยใจ ลองหาโอกาสไปสักครั้งนะคะ รับรองว่าเติมเต็มความสุขให้คุณได้เต็มที่แน่นอน ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊กแฟนเพจ Keemala ,The Naka , Kata Rocks , Soneva kiri ขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์ triparoundthai.com , soimilk.com

ส่อง!!! อีเย็น 3 ยุค นางทาสเวอร์ชั่นไหน ปังโดนใจติ่ง
ละครไทย /  นางทาส / 

ถูกหยิบมารีเมคอีกครั้งสำหรับบทประพันธ์ที่คุ้นเคยอย่าง นางทาส เรียกว่าเป็นภาพยนตร์จอเงินและละครจอแก้วมาหลายยุคหลายสมัย เด็กรุ่นหลังๆ คงได้ยลกันในเวอร์ชั่นละคร ผู้ใหญ่รุ่นเก๋าดึกดำบรรพ์หน่อยก็คงมีโอกาสได้ยลหนังจอเงิน แต่ไม่ว่าจะยุคไหนสมัยไหน อีเย็น ตัวละครเด่นของเรื่องก็กินใจคนดูได้ตลอดๆ วันนี้มาส่องกันหน่อยว่า 3 ยุคล่าสุดที่ได้ยลกันนั้นใครเป็นอีเย็นได้ถูกใจติ่งละครที่สุด เริ่มกันที่ปี 2536 ได้นางเอกยอดนิยมแห่งวิก 7 สี ในยุคนั้นอย่าง ตุ๋ย - มนฤดี ยมาภัย มาสวมบทบาทเป็นทาสผู้น่าสงสาร รายนี้เรื่องฝีมือไม่ต้องพูดถึง เพราะสวยแจ่มแฉล้มว้าวไม่มีใครเกินอยู่แล้ว แถมบทนี้ยังทำให้เจ้าตัวได้รับรางวัลเมขลาในฐานะนักแสดงนำหญิงดีเด่นอีกด้วย ต่อกันที่ปี 2551 ยังคงเป็นช่อง 7 เช่นเดิมที่หยิบนางทาสมาละเลงจอแก้วอีกครั้ง และได้นางเอกมากความสามารถอย่าง กบ สุวนันท์ มารับบทอีเย็น เรียกว่ามืออาชีพของแท้ สาวกบทำให้น้ำตาอีเย็นไหลมากแค่ไหน น้ำตาคนดูก็ไหลและอินตามมากเท่านั้น หากจะบอกว่าไม่ผิดหวังที่เลือกนางเอกคนนี้มารับบททาสเย็น ก็คงไม่ผิดนักหรอก เพราะทำได้ดีไม่มีที่ติจริงๆ และล่าสุดถือเป็นละครที่น่าจะจับตามองในปีนี้เลยก็ว่าได้ เพราะวิก 3 พระรามสี่ หยิบนางทาสมารีเมคในเวอร์ชั่น 2016 อีกครั้งโดยได้นางเอกมาแรงอย่าง แยม มทิรา มารับบททาสที่หลายๆ คนตั้งตารอ ซึ่งได้ฤกษ์ลงจอในอีกไม่ช้า ไอหยะ!!! งานนี้จะถูกใจคอละครมากน้อยแค่ไหนคงต้องลุ้นกัน ที่รู้ๆ สาวแยมคงกดดันน่าดู เพราะเวอร์ชั่นเก่าทำไว้อย่างดี..ดี๊...ดี มาเวอร์ชั่นล่าสุดนี้จะปังเวอร์อ๊ะเปล่า คงอยู่ที่ฝีมือแอคติ้งบวกบุญพาวาสนาส่งแล้วล่ะค้าาา หุหุ อีเย็น (มนฤดี ยมาภัย) อีเย็น (มนฤดี ยมาภัย) อีเย็น (มนฤดี ยมาภัย) อีเย็น (มนฤดี ยมาภัย) นางทาส 2536 มนฤดี ยมาภัย อีเย็น (กบ สุวนันท์) อีเย็น (กบ สุวนันท์) อีเย็น (กบ สุวนันท์) อีเย็น (กบ สุวนันท์) อีเย็น (กบ สุวนันท์) อีเย็น (กบ สุวนันท์) อีเย็น (กบ สุวนันท์) อีเย็น (กบ สุวนันท์) นางทาส 2551 กบ สุวนันท์ อีเย็น (แยม มทิรา) อีเย็น (แยม มทิรา) อีเย็น (แยม มทิรา) อีเย็น (แยม มทิรา) อีเย็น (แยม มทิรา) อีเย็น (แยม มทิรา) นางทาส 2559 นางทาส 2559 นางทาส 2559 แยม มทิรา ขอบคุณรูปภาพจากนิตยสารดาราภาพยนตร์ และ Facebook ละครไทยในความทรงจำ

เนื้อเต้น! อบรานเต้ กระสันช่วยกิเลนดวลศึก “เอล กลาซิโก้เมืองไทย
กิเลนผยอง /  ชลบุรี เอฟซี / 

เเนวรับดีกรีเเชมป์ยุโรปกิเลนผยอง เผยรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้สัมผัสเกมที่ยิ่งใหญ่ “เอล กลาซิโก้เมืองไทย” ยันทุ่มสุดตัวเพื่อทีม มาริโอ อบรานเต้ กองหลังดีกรีเเชมป์ยุโรปยู 16 ปีเเละชุดฟุตบอลโลกยู 17 ปีทีมชาติสเปน รับเนื้อเต้นที่เตรียมลงดวลศึก “เอล กลาซิโก้เมืองไทย” ให้กับเอสซีจี เมือทองฯ พบกับ ชลบุรี เอฟซี ในวันที่ 1 พ.ค.นี้ เวลา 19.00 น. ณ สนามเอสซีจี สเตเดียม โดยอดีตเด็กปั้นแอตเลติโก มาดริด เปิดใจก่อนเกมว่า “เพื่อนร่วมทีมบอกผมว่า เมืองทองฯเจอกับชลบุรีเหมือนดังศึกเอล กลาซิโก้ ระหว่างบาร์ซ่ากับมาดริด ผมรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้สัมผัสเกมที่ยิ่งใหญ่ของเมืองไทยเเละเเน่นอนว่าผมจะทุ่มเทเเบบสุดตัวเพื่อผลงานที่ดีของทีมเรา” สำหรับ มาริโอ อบรานเต้ ปัจจุบันอายุ 34 ปีเคยคว้าเเชมป์ยุโรป ยู 16 ปีในรุ่นเดียวกับโฆเซ่ เรน่า อดีตนายทวารลิเวอร์พูลและ มิเกล อาร์เตต้า กองกลางอาร์เซนอล นอกจากนี้ยังเป็นขุนพลหลักชุดฟุตบอลโลก ยู 17 ปีเมื่อปี 1999 ที่เคยอยู่ร่วมสายบี กับทีมชาติไทยที่มี สินทวีชัย หทัยรัตนกุล, ณัฐพร พันธ์ฤทธิ์ รวมถึง เเละ ธีรเทพ วิโนทัย ในชุดดังกล่าวด้วย

20 ปีไม่มีความหมาย! แฟนปืนโตร้องเพลงแช่ง เวนเกอร์ ให้ตาย
พรีเมียร์ลีก /  ฟุตบอล / 

ความดีที่ทำมา 20 ปีหมดความหมายแล้วสำหรับ อาร์เซน เวนเกอร์ ผู้จัดการทีม อาร์เซน่อล ที่เจอแฟนบอลทีมตัวเองร้องเพลงแช่งให้ตายในเดือนพฤษภาคมเป็นอีกฤดูกาลที่กุนซือชาวฝรั่งเศสไม่สามารถที่จะพาทีมเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ และมีลุ้นเพียงแค่อันดับที่ 4 เท่านั้น ทำให้แฟนบอล อาร์เซน่อล หลายคนไม่ค่อยสบอารมณ์และอยากเห็นความเปลี่ยนแปลงของสโมสร ถึงขนาดร้องเพลงแช่งที่มีเนื้อหาว่า “พวกเราจะมีความสุขถ้าเวนเกอร์ตายในเดือนพฤษภาคม” หลังจากที่ก่อนหน้านี้มี แบนเนอร์เบาๆออกมาว่า “ขอบคุณเวนเกอร์สำหรับความทรงจำ แต่ถึงเวลาต้องโบกมือลาแล้ว"

รู้ยัง...คนเกาหลีก็มี ความเชื่อโบราณ ที่เหมือนคนไทยนะ
คนเกาหลี /  ความเชื่อ / 

 ความเชื่อโบราณ สุดแปลก ของคนเกาหลี 안녕하세요 อันนยองฮาเซโย แม่หมอมาทักทายคุณผู้อ่านทางบ้านด้วยภาษาเกาหลี เพราะวันนี้จะนำความเชื่อแปลกๆของคนเกาหลีมาฝากค่ะ ว่าความจริงแล้ว ไม่ได้มีแค่เพียงคนไทยเท่านั้นนะคะ ที่จะมี ความเชื่อโบราณ คนเกาหลีก็มีเหมือนกัน แถมบางอย่างยังคล้ายกับไทยอีกด้วยจ้า ความเชื่อโบราณ ของไทยที่หลายคนรู้จักและมักคุ้นเป็นอย่างดีมีอยู่ เช่น จิ้งจกทักอย่าออกจากบ้าน ตากระตุกจะเกิดโชคร้าย ห้ามตัดผมวันพุธ ห้ามทักเด็กทารกว่าน่ารักเพราะผีจะมาขโมยเด็กไป และอื่นๆอีกมาก ความเชื่อเหล่านี้บางอย่างก็หาที่มาไม่ได้ บางอย่างก็เป็นกุศโลบาย ไว้คอยห้ามปรามเด็กๆ คนเกาหลีก็มี ความเชื่อโบราณ เหมือนกัน บางอย่างก็คล้ายคลึงกับไทย อย่างก็แปลกแหวกแนว มาดูกันค่ะ ว่าข้อห้าม หรือ ความเชื่อของคนเกาหลี จะมีอะไรบ้าง 1. ห้ามคู่รัก เดินข้างกำแพงวังด็อกชูกุง ในอดีตปลายถนน เส้นรอบกำแพงวังแห่งนี้ มีศาลครอบครัวแห่งกรุงโซลตั้งอยู่ ซึ่งหากคู่สามีภรรยาที่ต้องการจะหย่าร้างกัน ต้องเดินทางบริเวณนี้เพื่อไปขึ้นศาล จึงเกิดเป็นความเชื่อว่าถ้าหากคู่รักเดินข้างกำแพงวังด๊อกซูกุง จะต้องมีเหตุให้ต้องเลิกกันไป 2. ห้ามกินซุปสาหร่ายก่อนสอบ คนเกาหลีให้ความสำคัญและจริงจังกับการสอบเป็นอย่างมาก นอกจากระเบียนวินัยในการอ่านหนังสือสอบแล้ว ยังมีความเชื่อเรื่องข้อห้ามก่อนสอบที่ทำกันมาอย่างเคร่งครัดอีกด้วย นั่นคือการห้ามกินซุปสาหร่าย เพราะมีความเชื่อว่าความรู้ที่ได้อ่านมา จะลื่นไหลออกไปจากสมองเหมือนคววามลื่นของสาหร่ายในถ้วยซุป และนอกจากนี้ยังห้ามไม่ให้อาบน้ำก่อนไปสอบ เพราะความรู้จะถูกชะล้างออกไป แต่ในทางตรงกันข้าม หากอยากให้คะแนนออกมาดี ทำข้อสอบได้ จะต้องกินขนมที่มีความเหนียว อย่างเช่นท้อฟฟี่ หรือขนมโมจิ 3. ห้ามตัดเล็บตอนกลางคืน ในความเชื่อของคนไทย ก็มีข้อมห้ามนี้รวมอยู่ด้วย ซึ่งของไทยเรานั้นให้เหตุผลว่าตัดเล็บตอนกลางคืน จะทำให้วิญญาณบรรพบุรุษอยู่ไม่เป็นสุข แต่คนเกาหลีให้เหตุสุดประหลาด ว่าหากตัดเล็บตอนกลางคืน จะทำให้หนูมาแอบกินเศษเล็บ และจะกลายร่างมาเป็นมนุษย์หน้าตาเหมือนกับคุณ แล้วตัวคุณเองก็จะหายสาบสูญไป แต่ถ้าให้สันนิฐานคงเป็นกุศโลบายเหมือนกับคนไทยเรา ว่าการตัดเล็บตอนกลางคืน อาจจะทำให้เราพลาดไปโดนเนื้อตัวเองได้ 4. ห้ามผิวปากหรือเป่าขลุ่ย ตอนกลางคืน ความเชื่อข้อนี้ก็มีความคล้ายกับความเชื่อโบราณ ของไทย ที่ว่าจะเป็นการเรียกบรรดา ภูติผีหรือพวกงูให้มารวมตัวกัน 5.ย้ายบ้านในวันปลอดภูติผี บริษัทรับจ้างย้ายบ้านส่วนใหญ่ จะรู้วันที่เหล่านี้กันดีค่ะ พวกเขาจะบอกคุณได้ว่าในเดือนนั้น มีวันไหนบ้างที่จะปลอดภัย ต่อการย้ายบ้าน โดยไม่มีวิญญาณร้ายจากที่เก่าติดตามไปรบกวนคุณที่บ้านใหม่ด้วย และหลังจากที่คุณเก็บของออกมาแล้ว ไม่ต้องทำความสะอาด เพราะจะทำให้ผีร้ายหลงคิดว่าคุณยังอยู่ในบ้านหลังเดิม ไม่ได้ย้ายไปไหน 6. ห้ามให้รองเท้าเป็นของขวัญ ในเกาหลีจะมีความเชื่อว่าหากให้รองเท้าเป็นของขวัญ คนๆนั้นจะหนีหายจากเราไป แต่ถ้าหากว่าคุณพลาดซื้อรองเท้าให้ไปแล้ว ก็มีวิธีแก้ด้วยการจ่ายเงินให้กับคนที่ให้ของขวัญ อาจจะไม่ต้องมาก แค่ให้เหมือนกับว่าซื้อรองเท้าคู่นี้มาเอง 7.อย่าหลงเสน่ห์คนที่มีไฝอยู่ใกล้ปาก คนเกาหลีเชื่อว่า คนที่มีใฝอยู่ใกล้ปากนั้น จะเป็นคนเจ้าชู้เหลือร้าย ให้อยู่ห่างเข้าไว้ ถ้าไม่อยากเดือดร้อนหรือเสียใจ 8.ห้ามป้อนไก่ให้สามี ความเชื่อนี้บอกต่อกันมาว่าถ้าหากภรรยา ป้อนไก่หรือสัตว์ปีกให้สามีกิน จะต้องเลิกรากัน และสามีจะหนีไป เหมือน สัต์ที่มีปีก แปลกมั้ยล่ะคะ 9.ห้ามกระโดดข้ามตัวลูก ถ้าอยากให้ลูกตัวสูง คนเกาหลีก็รูปร่างไม่ต่างจากคนไทย คือไม่สูงมากนัก เพราะฉะนั้นถ้าหากต้องการให้ลูกตัวสูง พ่อกับแม่ห้ามกระโดดข้ามตัวลูกเด็ดขาด และนอกจากนี้ยังเชื่ออีกว่าถ้าตัดผมสั้นเท่าไหร่ตัวก็จะสูงขึ้นเรื่อย 10.ห้ามเอามือมาจับตา ถ้าหากว่าผีเสื้อหรือแมลงเม่าบินมาโดนตาเรา คนเกาหลีมีความเชื่อว่าห้ามเอามือมาโดนตาเด็ดขาด เพราะจะทำให้ตาบอด แต่อันนี้น่าจะเป็นกุศโลบายมากกว่า เพราะผีเสื้อมีละอองเกสรอยู่ ถ้าหากเข้าตาอาจจะติดเชื้อได้ เรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com ที่มาจาก : http://hellomiki.com

คำพูดที่มูต้องกลืนน้ำลาย! 8ปีก่อนเขาดูถูกรานิเอรี่ว่าอย่างไร?
พรีเมียร์ลีก /  เคลาดิโอ รานิเอรี่ / 

หลังการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ของ เลสเตอร์ ซิตี้ ทางด้าน โฆเซ่ มูรินโญ่ ต้องกลืนน้ำลายตัวเองคำโตเพราะสมัยก่อนเคยให้สัมภาษณ์ดูถูก เคลาดิโอ รานิเอรี่ กุนซือชาวอิตาลีเอาไว้เยอะ หลังทราบผล มูรินโญ่ แสดงความยินดีกับทีมจิ้งจอกสยามว่า "ผมขอแสดงความยินดีกับทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเลสเตอร์ทั้งนักเตะ สตาฟฟ์โค้ช เจ้าของทีม และแฟนบอล" แต่ก่อนหน้านั้นมูซึ่งเคยรับงานคุม เชลซี ต่อจากรานิเอรี่ได้จวกกุนซือชาวอิตาลีรายนี้เอาไว้ในปี 2008 ว่า "รานิเอรี่..เขาไม่มีใจเรื่องชัยชนะ เขาแก่หงำเหงือก เขาเคยได้แชมป์ซูเปอร์คัพและถ้วยแชมป์ใบเล็กๆ และเขาก็แก่เกินกว่าจะเปลี่ยนแปลงความคิดของตัวเองแล้ว เขาไม่เคยได้แชมป์อะไรเลย ผมเรียนภาษาอิตาลีห้าชั่วโมงต่อวันเพื่อใช้ในการสื่อสารกับนักเตะ สื่อ และแฟนบอล ส่วนรานิเอรี่อยู่อังกฤษมาห้าปีพูดแค่ ‘good morning’ กับ ‘good afternoon.' ยังตะกุกตะกักเลย"

เอาอย่างป๊า!ปอเช็ตติโน่ หวังอยู่ยาวกับไก่เหมือนเซอร์อเล็กซ์กับผี
พรีเมียร์ลีก /  สเปอร์ส / 

เมาริซิโอ ปอเช็ตติโน่ กุนซือชาวอาร์เจนติน่า ที่เพิ่งต่อสัญญากับ สเปอร์ส ไปถึงปี 2021 ออกมาประกาศลั่นว่าอยากจะสร้างตำนานกับทีมเหมือนอย่างที่ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ทำไว้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดโดยอดีตกุนซือเซาแธมป์ตันที่ได้รับการขยายสัญญาตอบแทนผลงานที่ยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้ ที่สามารถพาทีมลุ้นแชมป์ได้ และยังได้ไปเล่นฟุตบอลยุโรปออกมากล่าวว่า “เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน คือคนพิเศษ เขามีเวลาที่จะสร้างมรดกของเขาขึ้นมา ที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ” “พวกเราก็เป็นทีมที่พิเศษไม่แพ้กัน และผมหวังว่าจะมีเวลาสร้างทีมด้วยกันที่นี่"

แนะนำ24ทีม ยูโร2016 กลุ่มA - ฝรั่งเศส
ฝรั่งเศส /  ฟุตบอลยุโรป / 

กลุ่มเอ ฝรั่งเศส ฝรั่งเศสเป็นชาติเจ้าภาพชาติสุดท้ายที่สามารถคว้าแชมป์มาครองได้ในปี 1984 และครั้งนี้พวกเขาก็เป็นหนึ่งในทีมเต็งด้วย ฝรั่งเศสมีผู้เล่นตำแหน่งมิดฟิลด์ที่แข็งแกร่งและทรงพลัง ส่วนในแผงแนวรุกสามตัวต่างเล่นได้อย่างวูบวาบและมีความเร็วสูง พวกเขายังเล่นเกมโต้กลับได้เปรี้ยงปร้างมาก ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ เป็นกุนซือที่ทำให้ผู้เล่นกลับมารวมเป็นหนึ่งได้อีกครั้งหลังจากเจอแต่เรื่องวุ่นวายในทีมมาหลายปี พวกเขายังคงแข็งแกร่งและเป็นทีมเต็งแชมป์แม้จะมีคดีแบล็คเมล์ฉาวระหว่าง คาริม เบนเซม่า กับ มาติเยอ วัลบูเอน่า มาบั่นทอนก็ตาม ผลงานในรอบคัดเลือก - เข้ามาเล่นรอบสุดท้ายแบบอัตโนมัติ แต่ตามกฎของยูฟ่าเพื่อให้มีโปรแกรมอุ่นเครื่องของชาติเจ้าภาพ ฝรั่งเศสถูกจับมาอยู่ในกลุ่มไอ เล่นแบบเหย้าเยือนรวมสิบนัดเหมือนกับทีมอื่นๆ แต่ไม่นำผลการแข่งขันไปคิดคะแนน ผลคือฝรั่งเศสชนะเจ็ด เสมอสอง แพ้หนึ่ง หากคิดเป็นแต้มพวกเขาจะเป็นแชมป์กลุ่มมีคะแนนมากกว่าโปรตุเกสสองคะแนน ผลงานในยูโรรอบสุดท้าย - แชมป์ปี 1984 ในฐานะเจ้าภาพ รวมถึงแชมป์ปี 2000 ครั้งนี้เป็นการเข้ามาเล่นรอบสุดท้ายยูโรครั้งที่เจ็ดติดต่อกันของฝรั่งเศส Embed from Getty Images นักเตะสำคัญ - เบลส มาตุยดี้ เป็นนักเตะฝรั่งเศสที่ถูกกล่าวถึงมากมาย มาตุยดี้ ในวัย 28 ขับเคลื่อนทีมในตำแหน่งกองกลาง เขามีจุดเด่นคือการตัดทำลายเกมของคู่แข่งและการเติมเกมรุกแบบไม่มีหมดแรง กุนซือ - เดส์ชองค์ วัย 47 พาทีมเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศในฟุตบอลโลก 2014 แต่ต้องมาพ่ายแพ้ให้กับ เยอรมัน 1-0 ส่วนในฐานะนักเตะเขาเป็นกัปตันทีมชาติฝรั่งเศสชุดแชมป์โลกปี 1998 และแชมป์ยูโร 2000

ยิ้มรับ!กุนซือดอร์ทมุนด์โอเค ฮุมเมลส์ แจงอนาคตอยากซบเสือใต้
ตลาดซื้อขายนักเตะ /  บาเยิร์น มิวนิค / 

โธมัส ทูเคิ่ลกุนซือของโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยอมรับการตัดสินใจของ แมตส์ ฮุมเมลส์  ปราการหลังกัปตันทีมที่ต้องการที่จะย้ายไปอยู่กับ บาเยิร์น มิวนิคโดย แมตส์ ฮุมเมลส์ ที่เคยเป็นเด็กในอคาเดมี่ของทีมเสือใต้แสดงความชัดเจนออกมาว่าต้องการที่จะย้ายกลับไปอยู่กับ บาเยิร์น มิวนิค อีกครั้ง ซึ่ง กุนซือของเสือเหลืองยิ้มรับในเรื่องนี้ และยังจะให้ ฮุมเมลส์ รับบทกัปตันทีมต่อไป “ผมยินดีที่ฮุมเมลส์แสดงความตั้งใจออกมาให้ได้รู้กันในเวลานี้” กุนซือเสือเหลืองกล่าว “เราต้องยอมรับว่าบาเยิร์นคือทีมที่ดีกว่าเรา สำหรับพรุ่งนี้และวันต่อๆไปจนจบซีซั่นเขาจะยังเป็นกัปตันของเราต่อไป"

ตามรอยเส้นทาง
ซันนี่ /  เขาเล่าว่า

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ชวนเปิดมุมมองการท่องเที่ยวผ่านเรื่องเล่าสุดประทับใจและเรื่องราวอันน่าแปลกใจ ภายใต้โครงการ “เขาเล่าว่า” กับ 24 เส้นทางที่เขาเล่าว่า…นอกจากจะมีความงดงามแล้ว สถานที่แต่ละแห่งยังแอบซ่อนแง่มุมอันลึกซึ้ง ก่อให้เกิดคุณค่าทางจิตใจ สร้างแรงบันดาลใจ และให้กำลังใจในการดำเนินชีวิต ผ่านภาพยนตร์โฆษณาชุด “เขาเล่าว่า” และการเดินทางทั้ง 5 เส้นทาง 5 ภูมิภาคทั่วประเทศกับพระเอกมาดเซอร์ “ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์” ที่มาร่วมเดินทางและบอกเล่าเรื่องราว “เขาเล่าว่า” “เขาเล่าว่า” กับการเดินทางของ “ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์” ซันนี่ เล่าว่า...หลังจากได้ร่วมงานกับ ททท. ทำให้มีโอกาสออกไปเดินทางมากขึ้น ได้รู้ว่าประเทศเรานั้นมีที่เที่ยวอีกเยอะ บางสถานที่ยังไม่รู้จัก บางสถานที่เรารู้จักอยู่แล้ว แต่พอได้รับฟังเรื่องราวเรื่องเล่าที่ “เขาเล่าว่า” ทำให้ได้รู้อะไรเพิ่มขึ้น ลึกขึ้น และรู้สึกอินไปกับมัน ทำให้สถานที่แห่งนั้นยิ่งมีความแปลกใหม่น่าสนใจมากขึ้น           สำหรับเรื่องราวที่ “เขาเล่าว่า” ที่ “ซันนี่ได้เล่า” เป็นเช่นไรมาดูกัน “หินชมนภา” หาดชมดาว อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี เขาเล่าว่า…ณ หาดหินรูปทรงประหลาดอันกว้างใหญ่ ในฤดูน้ำโขงลดจะมีหินกลางน้ำผุดขึ้นมาให้เราได้เห็น ชาวบ้านเชื่อกันว่าให้หาหินนี้ให้เจอ เพราะเป็นจุดชมท้องฟ้าที่ส่องแสงและสีสันได้สวยที่สุด ทั้งแสงแรกแห่งรุ่งอรุณและทะเลดวงดาว สวยระยิบระยับเต็มท้องฟ้าในยามคืนข้างแรม...ท้องฟ้าที่สวยและงดงามดั่งฝัน ใครได้มาเซล์ฟฟี่ตรงนี้ก็จะทำให้เราได้สัมผัสกับชีวิตที่สวยงาม และอย่าลืมแชร์ความสวยงามนี้ไปให้คนอื่นๆได้เห็นกันด้วย “ป่าสีทอง” ทุ่งโปรงทอง ปากน้ำประแส อ.แกลง จ.ระยอง เขาเล่าว่า...แหล่งธรรมชาติที่บริสุทธิ์ ดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ จะมีพลังที่สุดแสนบริสุทธิ์ปกคลุมอยู่ เมื่อก้าวเข้าไปจะพบกับ 1 กิโลเมตร ความสุขบนสะพานไม้ทอดยาวกลางป่าอันสมบูรณ์ และมีความงดงาม 3 เวลา 3 อารมณ์ แสงสีทองกว้างไกลสุดสายตา ยามเช้าสว่างไสวเหลืองทองอร่าม ดุจจิตรกรนำสีทองมาแต่งแต้มธรรมชาติให้ตระการตา ยามบ่ายป่าสีทองสงบเงียบมีความสุข ในยามเย็นไปสูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอดกับมวลความบริสุทธิ์ของพลังงานธรรมชาติป่าชายเลน ที่ผ่านเกณฑ์ประเมินมาตรฐานคุณภาพแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ จำนวนป่าสีทองมหาศาล ที่จะช่วยเติมเต็มพลังกับร่างกาย จิตใจ และความคิด “อุโมงค์แสงมรกต” ลานแสงมรกต ถ้ำภูผาเพชร อ.มะนัง จ.สตูล เขาเล่าว่า...ชีวิตคนเราขอเพียงเห็นแสงที่ปลายอุโมงค์ มันก็เกิดพลังที่จะเดินก้าวต่อไปในชีวิต ในความมืดของถ้ำที่ใหญ่กว่า 50 ไร่  มีอยู่โถงหนึ่งถ้าไปในเวลาที่แสงจากภายนอกทำมุมเข้ามา จะเกิดเป็นถ้ำแสงมรกตให้เห็น เชื่อกันว่านี่คือแสงปลายอุโมงค์ที่เล่าขานกันมา ใครได้มาเห็นสักครั้ง...ก็จะเกิดพลังชีวิต “เมืองที่ห้ามพูดโกหก” เมืองลับแล อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ เขาเล่าว่า...จากตำนานที่เล่าต่อๆ กันมา มีเมืองอยู่เมืองหนึ่ง ที่คนมีบุญเท่านั้นจึงจะได้เข้าไปถึง เมืองนี้เป็นเมืองของคนดี ถือวาจาสัตย์ ใครประพฤติผิดไร้ซึ่งสัจจะวาจา ต้องถูกออกจากเมืองไปทันที “เขาหนุมานวัดใจ” เขาวงพระจันทร์ อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี เขาเล่าว่า...ระยะทางกับความยากลำบากพิสูจน์มิตรภาพและรักแท้ เสริมพลังรักกับลพบุรีเมืองลิง หากได้พาคนที่เรารักไปร่วมพิสูจน์รักแท้ โดยการพิชิตยอดเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งเมืองหนุมานด้วยการเดินขึ้นบันได 3,790 ขั้นไปด้วยกัน พร้อมสักการะรอยพระพุทธบาทและสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนยอดเขาแห่งนี้ เราจะรู้เลยว่าเขาคือ “รักแท้” ของเราอย่างแน่นอน หรือผู้ที่เกิดปีนักษัตรปีวอก (ปีลิง) ไปกราบไหว้ขอพรเสริมพลัง เป็นสิริมงคลแห่งปีกับเจ้าพ่อพระกาฬ (ศาลพระกาฬ อ.เมือง จ.ลพบุรี) เขาเล่าว่า…ไม่ใช่แค่เล่าให้เชื่อแต่เพื่อให้เราไปสัมผัส...เพราะทุกที่คงเป็นแค่เรื่องเขาเล่าว่า...จนกว่าคุณจะไปสัมผัสด้วยตัวเอง ติดตามการเดินทางทั้ง 5 เส้นทางของ ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ และรายละเอียดแหล่งท่องเที่ยว “เขาเล่าว่า” อีกหลายเส้นทางทั้งหมดได้ที่ Facebook Fanpage เขาเล่าว่า www.facebook.com/TATAccordingtoLegend 

แนะนำ24ทีม ยูโร2016 กลุ่มA - โรมาเนีย
ฟุตบอลยุโรป /  ยูฟ่า / 

กลุ่มเอ โรมาเนีย โรมาเนียเป็นทีมที่เล่นกันได้อย่างมีระเบียบวินัย และสุดยอดในเกมรับไม่ต่างกับทีมชาติกรีซชุดแชมป์ยูโร 2004 กุนซือ อังเจล ยอร์ดาเนสคู เคยพาทีมขึ้นสูงถึงอันดับ 16 ในฟีฟ่า เวิลด์ แร้งค์กิ้ง ส่วนผลงานในรอบคัดเลือกพวกเขาเป็นทีมที่มีสถิติเกมรับที่ดีที่สุดแม้ว่านักเตะในทีมส่วนใหญ่จะไม่ได้เล่นอยู่ในลีกชั้นนำของยุโรปก็ตาม ผลงานในรอบคัดเลือก - โรมาเนียจบรอบคัดเลือกแบบไร้พ่าย พวกเขาเป็นรองแชมป์ในกลุ่มเอฟโดยมีไอร์แลนด์เหนือเป็นแชมป์กลุ่ม โรมาเนียทำสถิติยิงประตูไม่ได้ 428 นาทีติดต่อกันและยังเสมอสี่เกมติด แต่เสียไปแค่สองประตูจากการลงสนามสิบนัด ผลงานในยูโรรอบสุดท้าย - พวกเขาเคยผ่านเข้ารอบแปดทีมสุดท้ายในยูโร 2000 ด้วยการชนะอังกฤษในรอบแบ่งกลุ่มเพราะได้ประตูจากจุดโทษซึ่ง ฟิล เนวิลล์ ทำพลาดในนาทีสุดท้าย ซึ่งเกมนัดนั้นถือเป็นชัยชนะเพียงนัดเดียวจากการลงสนามเล่นรอบสุดท้ายรวมทั้งหมด 13 เกมของโรมาเนีย Embed from Getty Images นักเตะสำคัญ - วลาด ชิริเชส หลังจากเจอสองฤดูกาลที่ไม่แน่นอนกับ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส กองหลัง 26 ปีตัดสินใจย้ายไปนาโปลีแต่ก็ไม่สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงในทีมได้เช่นเดียวกัน แต่ในทีมชาติ เขายังคงเป็นส่วนสำคัญในแผงหลังอันน่าเกรงขามของโรมาเนีย กุนซือ - อังเจล ยอร์ดาเนสคู กุนซือประสบการณ์สูงได้รับการแต่งตั้งให้เข้ามาคุมทีมผีดิบครั้งนี้เป็นครั้งที่สามเมื่อ ตุลาคม ปี 2014 ตอนแรกเขาปฏิเสธที่จะรับตำแหน่งแต่เพราะประสบการณ์ที่มากล้นทำให้เขาได้รับการเกลี้ยกล่อมให้เข้ามารับงานอีกครั้ง ยอร์ดาเนสคู วัย 65 ปีเคยพาทีมประสบความสำเร็จในช่วงปี 90 และได้รับการแต่งตั้งครั้งที่สองในปี 2002 เขาวางมือจากฟุตบอลไปหลายปีเพื่อไปดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาในระหว่างปี 2008 ถึง 2012

ไทยดังทั่วโลก!
ซิโก้ /  วิชัย ศรีวัฒนประภา / 

เฮดโค้ชทีมชาติไทย ไม่พลาดโพสต์ร่วมเเสดงความยินดีกับตระกูล “ศรีวัฒนประภา” หลังสร้างประวัติศาสตร์พาทัพ “จิ้งจอกสยาม” คว้าเเชมป์ครั้งประวัติศาสตร์ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือใหญ่ทีมชาติไทย ร่วมเเสดงความยินดีกับ คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานสโมสรฯ เเละคุณอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา รองประธานสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ หลังเป็นคนไทยคนเเรกที่เป็นเจ้าของทีมเเละคว้าเเชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษมาครองได้อย่างยิ่งใหญ่ หลังคู่เเข่งอย่าง ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส ในปีนี้พลาดท่าทำได้เพียงเสมอกับ เชลซี 2-2 คืนที่ผ่านมา (3 พ.ค.) ทำให้ทัพ “จิ้งจอกสยาม” คว้าเเชมป์ไปครองได้อย่างยิ่งใหญ่ทั้งที่ยังเหลือโปรเเกรมการเเข่งขันอีก 2 นัด โดย "ซิโก้" แบรนด์แอมบาสเดอร์ เลสเตอร์ ซิตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล อะคาเดมี่ ประเทศไทย โพสต์ผ่าน IG ส่วนตัวว่า “ขอแสดงความยินดีกับท่านประธานสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ คุณอา วิชัย ศรีวัฒนประภา คุณอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา รองประธาน ที่สร้างประวัติศาสตร์ให้โลกฟุตบอลต้องจารึกกับการคว้าแชมป์ในฐานะเจ้าของคนไทยคนแรก นอกเหนือจากถ้วยรางวัลแล้วแต่ผมยังภูมิใจในการที่ท่านประธานได้สร้างชื่อเสียงให้คนทั่วโลกได้รู้จักประเทศไทยมากยิ่งขึ้น สุดยอดจริงๆครับ” เครดิตภาพ : coach_zico

ไหว้พระ 12 วัด 12 ราศี เสริมมงคล อิ่มบุญอิ่มใจ รับวันหยุดยาว
ทำบุญ /  วัด / 

ไหว้พระ 12 วัด 12 ราศี เห็นว่าจะใกล้วันหยุดยาวกันอีกแล้ว แม่หมอ แห่ง Horoscope.mthai.com เลยมาแนะนำสถานที่ทำบุญของแต่ละราศีมาฝาก เผื่อว่าใครยังไม่มีโปรแกรมไปที่ไหนในช่วงวันหยุด จะได้พาครอบครัวและคนรักมา ไหว้พระ ทำบุญ แล้วแวะเที่ยวไปในตัว ซึ่งในเดือนพฤษภาคม 2559 นี้ อ.คฑา ชินบัญชร แนะนำวัดสำหรับไหว้พระเสริมมงคลไว้ครบทั้ง 12 ราศี ส่วนจะมีวัดไหนบ้าง ลองอ่านกันดูจ้า ราศี มังกร (14 มกราคม - 13 กุมภาพันธ์) วัดป่าภูก้อน จังหวัดอุดรธานี วัดนี้ตั้งอยู่บนเนินเขา ล้อมรอบด้วยผืนป่าเขียวขจีกว่า 3,000 ไร่ ซึ่งจุดมุ่งหมายในการสร้างวัดแห่งนี้ คือการรักษาธรรมชาติของป่าอันสมบูรณ์ และแหล่งต้นน้ำลำธาร จากการถูกบุกรุกทำลาย ภายในอุโบสถประดิษฐาน "พระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี" ที่สร้างเนื่องในวโรกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จรพะเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ โดยมีความยาวกว่า 20 เมตร และใช้เวลาก่อสร้างนานกว่า 6 ปี  นอกจากนี้ยังมีเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามอีกด้วยค่ะ ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ - 13 มีนาคม) วัดราชาธิวาสราชวรวิหาร กรุงเทพ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้ท่าวาสุกรี สามเสน ปฏิสังขรณ์ใหม่เมื่อสมัยรัชกาลที่ 4 เป็นวัดแรกที่ถือกำเนิดคณะสงฆ์ธรรยุติกนิกาย เมื่อไปวัดนี้แนะนำให้กราบสักการะพระสัมพุทธวัฒโนภาส ที่ประดิษฐานอยู่ในห้องหลังสุดของอุโบสถ เพื่อความเป็นสิริมงคล ราศีมีน (14 มีนาคม - 14 เมษายน) วัดพระธาตุเชิงชุม จังหวัดสกลนคร ภายในพระวิหารประดิษฐานหลวงพ่อพระองค์แสน เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาวสกลนคร ที่ศักดิ์สิทธิ์มากอีกองค์หนึ่งของประเทศ แนะนำให้ถือโอกาสมานั่งสมาธิอธิฐานจิต จะเป็นสิริมงคลกับชีวิตเป็นอย่างยิ่ง ราศีเมษ (15 เมษายน - 14 พฤกษภาคม) วัดทิพยวารีวิหาร หรือวัดกัมโล่วยี่ กรุงเทพ ตั้งอยู่บนถนนตรีเพชร สร้างในสมัยกรุงธนบุรีในปี พ.ศ.2319 รัชสมัยของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี เหตุที่ให้ชื่อวัดเป็นเช่นนี้เพราะที่วัดแห่งนี้ มีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ หรือ บ่อน้ำทิพย์ นอกจานี้ยังมีเทพมังกรเขียว เป็นเทพารักษ์ประจำบ่อน้ำ จนมีการตั้งศาลเทพเจ้ามังกรเขียวขึ้นมา และถือเป็นวัดที่คนจีนนับถือมากที่สุดแห่งหนึ่ง ท่านมักอวยพรให้ผู้ที่ศรัทธาได้ผลสมความปรารถนา คุ้มครองดวงชะตา เสริมพลังบารมี และโชคลาภ ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม - 14 มิถุนายน) วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร กรุงเทพ ตั้งอยู่ถนนมิตรภาพไทย-จีน แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ ต้องไปกราบไหว้หลวงพ่อทองคำ หรือพระสุโขทัยไตรมิตร พระพุทธรูปสมัยสุโขทัยที่มีความศักดิ์มาก เป็นที่เคารพและศรัทธาทั้งชาวไทยและชาวจีน ขอพรให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง ราศีเมถุน (15 มิถุนายน - 15 กรกฎาคม) วัดศรีชุม จังหวัดสุโขทัย เป็นโบราณสถานในเขตอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย วัดนี้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์ใหญ่ นามว่า พระอจนะ หมายถึง ความไม่หวั่นไหว ซึ่งมีความศักดิ์สิทธิ์มาก แนะนำให้สวดมนต์เสร็จแล้วนั่งสมาธิ ถวายบุญกุศลแก่เทวดารักษาตัว และเจ้ากรรมนายเวรจะส่งผลดีกับชีวิตค่ะ ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม - 16 สิงหาคม) วัดพนัญเชิง พระนครศรีอยุธยา เป็นพระอารามหลวงที่มีประวัติมายาวนาน มีพระพุทธไตรรัตนนายก หรือหลวงพ่อซำเปากง เป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ และใหญ่ที่สุดในพระนครศรีอยุธยา หน้าตักกว้าง 20 เมตรเศษ สูง 19 เมตร เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย ชื่อเสียงของหลวงพ่อซำเปากงโด่งดังเป็นอย่างมากในเรื่องของการค้าขาย ทำมาหากินเจริญรุ่งเรืองหากใครมีอาชีพค้าขายจะยิ่งเพิ่มสิริมงคลให้กับตัวเอง ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม - 15 กันยายน) วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร กรุงเทพ เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ตั้งอยู่ใกล้กับเชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้า ฝั่งธนบุรี มีการบูรณะวัดจนส่งผลให้ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมจากยูเนสโก ถือเป้นความภูมิของคนไทยเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ในวัดยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยากให้ทุกคนไปบูชา คือพระบรมสารีริกธาตุที่พระบรมธาตุมหาเจดีย์ ราศีกันย์ (16 กันยายน - 16 ตุลาคม) วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร กรุงเทพ ตั้งอยู่บนถนนตะนาวและถนนเฟื่องนคร บางลำภู ควรไปกราบไหว้พระบรมสารีริกธาตุ องค์พระไพรีพินาศ ให้ศัตรูผู้คิดไม่ดีกับตัวเราแพ้พ่าย หรือกลับใจมาเป็นมิตรกับเรา เป็นการอภัยทานขั้นสูงสุด และกราบพระประธานในพระอุโบสถ คือพระโต และพระพุทธชินสีห์ ให้ประสบแต่ความสุขยิ่งๆขึ้นไป ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน) วัดเขตร์นาบุญญาราม จังหวัดจันทบุรี เป็นวัดอนัมนิกาย หรือวัดญวณ เป็นวัดเก่าแก่สร้างในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้า เมื่อปี พ.ศ.2377 ตั้งอยู่ใจกลางเมืองจันทบุรี เป็นศูนย์รวมพุธศาสนิกชนฝ่ายมหายานทั้งใกล้และไกล พระประธานในวัดทั้ง 3 องค์มีความศักดิ์สิทธิ์มาก ภายในวัดมีอาคารโรงเจเพื่อรองรับผู้ที่มาถือศีลกินเจ เป็นเวลายาวนานกว่าร้อยปีมาแล้ว ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน - 14 ธันวาคม) วัดพนัญเชิง พระนครศรีอยุธยา เป็นพระอารามหลวงที่มีประวัติมายาวนาน มีพระพุทธไตรรัตนนายก หรือหลวงพ่อซำเปากง เป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ และใหญ่ที่สุดในพระนครศรีอยุธยา หน้าตักกว้าง 20 เมตรเศษ สูง 19 เมตร เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย ชื่อเสียงของหลวงพ่อซำเปากงโด่งดังเป็นอย่างมากในเรื่องของการค้าขาย ทำมาหากินเจริญรุ่งเรืองหากใครมีอาชีพค้าขายจะยิ่งเพิ่มสิริมงคลให้กับตัวเอง ราศีธนู (15 ธันวาคม - 13 มกราคม) วัดป่าภูก้อน จังหวัดอุดรธานี วัดนี้ตั้งอยู่บนเนินเขา ล้อมรอบด้วยผืนป่าเขียวขจีกว่า 3,000 ไร่ ซึ่งจุดมุ่งหมายในการสร้างวัดแห่งนี้ คือการรักษาธรรมชาติของป่าอันสมบูรณ์ และแหล่งต้นน้ำลำธาร จากการถูกบุกรุกทำลาย ภายในอุโบสถประดิษฐาน "พระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี" ที่สร้างเนื่องในวโรกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จรพะเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระ ชนมพรรษาครบ 7 รอบ โดยมีความยาวกว่า 20 เมตร และใช้เวลาก่อสร้างนานกว่า 6 ปี  นอกจากนี้ยังมีเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามอีกด้วยค่ะ เรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

แบ็คแพ็คฉายเดี่ยว! ตะลุยเที่ยว 'อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด'
ที่เที่ยวประจวบคิรีขันธ์ /  ท่องเที่ยวประจวบฯ / 

บางครั้งการที่เราออกไปเที่ยวคนเดียวไม่ว่าจะที่ใดก็ตาม สิ่งนั้นยิ่งทำให้เราได้เห็นโลกที่กว้างขึ้น แต่ก่อนที่เราจะเก็ยกระเป๋าก้าวออกจากบ้าน สิ่งที่เราต้องมีก็คือ "ความกล้า" เช่นครั้งหนึ่งเพจ LIFE IS A JOURNEY แบ็คแพ็คฉายเดี่ยว! ตะลุยเที่ยว 'อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด' ใครจะไปรู้ว่าที่นี่มีที่เที่ยวชมธรรมชาติที่สวยงามอยู่หลายที่เลย อยู่ใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นี้เอง ตามไปดูกันเลย ^^ แบ็คแพ็คฉายเดี่ยว! ตะลุยเที่ยว 'อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด' การเดินทางครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณหกปีที่แล้ว ช่วงปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่น ไม่มีอะไรทำ นอนดูทีวีอยู่หอ พอดีเปิดไปเจอรายการท่องเที่ยวของช่อง 5 รายการอะไรจำชื่อไม่ได้ล่ะ จำได้แค่ว่า เค้าพาเดินไปดูพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้าบนยอดเขา เป็นพระอาทิตย์ดวงกลมๆสีส้มค่อยๆโผล่ขึ้นมาจากทะเล!!! เห็นเท่านั้นล่ะ หัวใจเต้นแรง เลือดสูบฉีดขึ้นมาทันใด (รู้สึกเหมือนตอนต้องออกไปยืนพูดหน้าเสาธงเป็นครั้งแรก) ดูจนจบเลยรู้ว่าไม่ใช่ที่ไหนไกล เป็นจุดชมวิวเขาแดง อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ นั้นเอง ด้วยความว้าวุ่น ว่าง เปลี่ยว และเหงา!!! ก็เลยลองหาข้อมูลเพิ่มเติม แค่รู้ว่าอยู่ตรงไหน มีที่เที่ยวอะไร จะไปยังไงได้บ้าง ส่วนที่พักหน่ะหรอ ไม่ต้องจองล่วงหน้า Agoda ก็ยังไม่รู้จัก เพราะมีเต้นท์และถุงนอนส่วนตัวจะไปกลัวอะไร ไปตายเอาดาบหน้าละกัน จึงตัดสินใจเก็บกระเป๋าในคืนนั้น แล้วออกเดินทางทันทีในเช้าวันรุ่งขึ้น โดยเอาของไปเท่าที่จำเป็น และของสำคัญที่จะขาดไม่ได้เลยสำหรับการเดินทางเพียงลำพัง นั่นก็คือ "ความกล้า" "สูดหายใจเข้าให้ลึกสุดปอด รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี แล้วออกเดินทางไปพร้อมกัน" แผนการผจญภัยคร่าวๆ ในระยะเวลา 2 วัน 1 คืน ดังนี เดินทางด้วยรถตู้จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปหัวหิน ต่อรถไฟฟรีไปลงสถานีสามร้อยยอด นั่งรถมอเตอร์ไซด์ไปเดินเล่นทุ่งสามร้อยยอด กางเต็นท์นอนค้างคืนริมชายหาดสามพระยา เดินขึ้นเขาตอนตีห้า พระอาทิตย์มาตอนหกโมง เดินข้ามเขา มุดเข้าถ้ำพระยานคร ยืนดูดาวตอนกลางวันในถ้ำแก้ว เพื่อนร่วมเดินทาง กระเป๋า 1 ใบ ข้างในมีเสื้อ กางเกง ผ้าเช็ดตัว รองเท้าผ้าใบ อุปกรณ์อาบน้ำ ฯลฯ กระเป๋าคาดหน้าอก 1 ใบ เอาไว้ใส่เงิน โทรศัพท์ กล้อง ฯลฯ ไฟฉาย ยาสามัญประจำบ้าน ขวดน้ำดื่ม เต้นท์ ขนาด 2 คนนอน 1 หลัง และถุงนอน 1 ใบ กล้องคอมแพค 1 ตัว 07.00 AM : ออกจากหอไปขึ้นรถตู้ กรุงเทพ-หัวหิน ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เดินทางถึงหัวหินประมาณ 10 โมง แวะกินข้าวฟรีที่บ้านลุง กินอิ่มก็ไปรับตั๋วรถไฟฟรีที่สถานีหัวหิน ขบวนที่ 255 หรือใครอยากนั่งรถไฟฟรีมาจากกรุงเทพก็ได้นะ สถานีต้นทาง ธนบุรี ออกเวลา 07.30 สิ้นสุดที่สถานีหลังสวน 01.30 PM : รถไฟ รถไฟมา มาช้าหน่อยแต่ก็มา ตามประสารถไฟไทย รถไฟมาก็รีบกระโดดขึ้นไปหาที่นั่ง ขบวนนี้เบาะนุ่มสบายก้นมาก แนะนำเพิ่มเติมสำหรับคนที่เดินทางคนเดียว ควรมีกระเป๋าคาดหน้าอกแบบในรูปไว้สักใบ เอาไว้ใส่เงิน ใส่โทรศัพท์ ใส่กล้อง ฯลฯ หยิบใช้ง่าย สะดวกมากๆ นั่งมาสักพักก็ได้พบกับนวัตกรรมที่น่าทึงของแม่ค้าไทย นั่นคืออุปกรณ์สำหรับแขวนของมาขายบนรถไฟ มีทั้งอาหารสด อาหารแห่ง และเครื่องดื่ม เวลาจะขายก็แค่เอาตะขอไปแขวนไว้กับชั้นวางของด้านบน 02.00 PM : รถไฟมาถึงสถานีสามร้อยยอด  ที่นี่สถานีสามร้อยยอด แดดร้อนมาก แผนที่จุดหมายของการเดินทางทั้งหมดในครั้งนี้ 1) สถานีรถไฟสามร้อยยอด 2) ทุ่งสามร้อยยอด (ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ บึงบัว) 3) ที่ทำการ อช.เขาสามร้อยยอด (Khao Sam Roi Yot National park) 4) หาดสามพระยา (Sam Phraya Beach) 5) จุดชมวิวเขาแดง (Khao Daeng View Point 6) ถ้ำพระยานคร (Phraya Nakhon Cave) 7) ถ้ำแก้ว (Kaeo Cave) หลังจากลงจากรถไฟ ก็เดินหาของกินรองท้อง และเตรียมเผื่อสำหรับมือเย็นที่ตลาดใกล้ๆสถานีรถไฟ เดินเลือกหาของกินอยู่สักพัก ก็มีเสียงทักเบาๆมาจากข้างหลังว่า "ไอ้หนู สะพายกระเป๋าพะรุงพะรังจะไปไหนเนี่ย" หันไปดูก็เห็นเป็นคุณป้าร้านขายลูกชิ้นกับข้าวเหนียวมะม่วง ดูท่าทางใจดี ก็เลยบอกป้าว่าจะไปทุ่งสามร้อยยอด ป้าก็ถามว่าแล้วจะไปยังไงล่ะ ไม่มีรถเข้าไปมันไกลนะ จึงบอกป้าไปว่าจะเดินเข้าไป หรือไม่ก็หาโบกรถเข้าไป ป้าก็อมยิ้ม แล้วบอกว่าจะไปส่ง แต่เราก็เกรงใจเพราะเห็นป้ากำลังตั้งร้านยังไม่เสร็จ ก็เลยปฏิเสธป้าไป แล้วก็ได้ยืนคุยกันอยู่สักพักก่อนจะออกเดินทางต่อ ป้าใจดีให้ลูกชิ้นมา 4 ไม้ ข้าวเหนียวมะม่วงมา 1 ถุง 03.00 PM : ออกเดินทางไปยังทุ่งสามร้อยยอด ทุ่งสามร้อยยอดอยู่ห่างจากตลาดที่เราอยู่ประมาณ 8 กิโลเมตร ไม่มีรถประจำทาง ดังนั้น วิธีการที่เราเลือกใช้คือ "โบกรถ" ก็เลยเดินไปที่ปากทางเข้าเพื่อรอโบกรถ เดินไปสักระยะก็เจอกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 4-5 คน พร้อมมอเตอร์ไซด์กำลังจับกลุ่มคุยกัน กลุ่มวัยรุ่นเห็นเราเดินผ่านมาก็เลยตะโกนถามว่า "พี่จะไปไหนครับ" ด้วยความกลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีหรือโดนปล้น ก็เลยบอกไปว่า "จะไปบ้านญาติที่อยู่ข้างใน" กลุ่มวัยรุ่นก็เลยบอกว่า "ให้ผมไปส่งไหมพี่" เราก็รีบปฏิเสธทันใดว่า "อยู่ใกล้ๆ เดินไปเดี๋ยวก็ถึง" จากนั้นก็รีบเดินห่างออกมาอย่างรวดเร็ว เดินมาได้สักพัก ก็มีเสียงรถมอเตอร์ไซด์และเสียงพูดตามหลังว่า "มาๆ เดี๋ยวผมไปส่ง" เป็นเสียงของเด็กวัยรุ่นที่ขับมอเตอร์ไซด์มาคนเดียว ไอ้เราก็กลัวๆกล้าๆ แต่เพื่อไม่ให้เป็นการขัดศรัทธา ก็เลยยอมนั่งไปด้วย และบอกว่าจะแวะไปที่ทุ่งสามร้อยยอดก่อน น้องเค้าก็มาส่งให้อย่างปลอดภัย แอบรู้สึกเสียใจเล็กน้อยที่มองน้องเขาในทางไม่ดีในตอนแรก แต่การเดินทางเพียงลำพัง บางครั้งถ้าอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่น่าไว้วางใจ ก็ควรคิดในแง่ร้ายเอาไว้ก่อนเสมอ เพื่อที่เราจะได้คิดหาวิธีการป้องกัน แต่ก็อย่าแสดงออกให้เค้ารู้ถึงความคิดนั้น เพราะผลลัพท์สุดท้ายที่ออกมาอาจจะเป็นเรื่องดี 03.15 PM : ซ้อนรถมอเตอร์ไซด์มาลงที่หน้าทางเข้าทุ่งสามร้อยยอด บรรยากาศตรงหน้าคือทุ่งน้ำอันกว้างใหญ่ กลางแดดที่ไม่ร้อน เพราะมีสายลมแรงพัดมากระทบใบหน้าอยู่ตลอดเวลา ก่อนที่จะเข้าไปเดินเล่น ได้แวะเข้าไปที่สำนักงาน เพื่อดูว่ามีใครอยู่รึเปล่า ขากลับจะได้ขอเค้าติดรถออกมาข้างนอกด้วย เพราะตั้งใจว่าจะไปพักค้างคืนที่ที่ทำการอุทยาน ซึ่งอยู่ห่างจากตรงนี้ไปอีกประมาณ 34 กิโลเมตร และต้องอ้อมเขาที่เห็นในภาพไปอีกด้านหนึ่ง ได้เจอกับเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ 2 คน แล้วจะออกมาข้างนอกตอน 4 โมงครึ่งหลังเลิกงาน ทุกอย่างเลยเป็นไปตามแผน ไม่งั้นต้องได้นอนอยู่ที่นี่แน่ๆ 04.30 PM : เดินสำรวจทุ่งกว้างบนเส้นทางที่ทอดยาว หลังจากสบายใจเรื่องการเดินทางกลับออกไปด้านนอก ก็ถึงเวลาเดินเล่นอย่างเพลิดเพลินไปบนสะพานไม้ที่ทอดยาวสุดสายตา ผ่านทุ่งดอกบัวที่กำลังเก็บตัว เพื่อรอวันอวดโฉมความสวยงามในปีหน้า ผ่านทุ่งหญ้า(กก) ที่พลิ้วไหวเอนไปตามสายลมครั้งแล้วครั้งเล่า อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ความรู้สึกเหมือนทุ่งหญ้ากำลังเต้นระบำ โดยมีสายลมเป็นเพลงบรรเลงอย่างสนุกสนาน ระหว่างทางจะมีศาลาให้หลบแดดอยู่เป็นระยะ ให้เราได้นั่งพักชมบรรยากาศแบบพาโรนามา มีพื้นหลังของทุ่งหญ้าเป็นท้องฟ้าและภูเขาที่สูงตระหง่าน ท่ามกลางสายแดดอ่อนๆ มีเวิ้งน้ำน้อยใหญ่ เป็นที่อาศัยของนกนานาชนิด เหมาะแก่การมาศึกษาเรื่องนกเป็นอย่างมาก มุมที่เราถ่ายออกมาอาจจะไม่แตกต่างกันสักเท่าไหร่ แต่ถ่ายยังไง ถ่ายเท่าไหร่ ก็ถ่ายไม่เบื่อ อยากให้ทุกคนได้ลองมาสัมผัสที่นี่ดูสักครั้ง แล้วจะรู้ว่าความสงบท่ามกลางธรรมชาติเป็นเช่นไร 05.30 PM : ที่พักสุดหรูริมชายหาดสามพระยา ลาจากทุ่งสามร้อยยอดที่แสนสงบ แล้วออกเดินทางต่อด้วยรถมอเตอร์ไซด์ของพี่เจ้าหน้าที่มาลงที่ปากทางริมถนนเพชรเกษม จากนั้นต่อรถทัวร์ขาลองใต้มาลงที่ปากทางเข้าที่ทำการอุทยาน ระยะทางประมาณ 20 กว่ากิโล ดักรอโบกรถเข้าไปข้างในอีกประมาณ 14 กิโล โบกไปโบกมา ผ่านหน้าไปประมาณ 5 คัน ก็มีรถกระบะสีแดงจอดรับ เลยรีบวิ่งไปสวัสดี แล้วขอติดรถไปด้วยหนึ่งคน ซึ่งด้านหลังรถมีถังใส่กุ้งพร้อมออกซิเจน เราก็เลยได้นั่งหน้าข้างรถขับ แต่ก็ไปไม่ถึงฝัน เพราะบ้านพี่เค้าถึงก่อนจุดหมายของเราประมาณครึ่งทางเห็นจะได้ เลยมายืนโบกต่อหน้าบ้านพี่เค้า ไม่ทันไรก็มีรถมอเตอร์ไซด์จอดรับ จึงรีบกระโดดขึ้นอย่างรวดเร็ว เหมือนจะไม่ทันรถไฟเที่ยวสุดท้ายยังไงยังงั้น นั่งมาใกล้จะถึงที่ทำการอุทยานเจอลิงเยอะมาก พี่คนขับเลยบอกว่าอย่านอนที่นี่เลย ลิงเยอะ เดี๋ยวลิงจะมารื้อของซะก่อน ก็เลยแนะนำให้เราไปนอนที่หาดสามพระยา ซึ่งอยู่เลยจากที่ทำการอุทยานไปอีกประมาณ 5 กิโลกว่าๆ ซึ่งเราก็เห็นด้วย เพราะลิงเยอะมากจริงๆ แล้วพี่เค้าก็ไปส่งเราจนถึงจุดหมาย หลังจากมาถึงก็รีบเข้าไปคุยกับพี่เจ้าหน้าที่ที่เฝ้าอยู่บริเวณป้อมด้านหน้าหาด เพื่อเข้าไปสอบถามว่าถ้าจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นบนเขาแดงตอนตีห้า จะไปยังไงได้บ้าง เพราะไม่มีรถประจำทาง พี่เค้าก็เลยอาสาจะช่วยไปส่งให้ตรงทางขึ้นเขา เจอกันตีห้าที่หน้าป้อม จากนั้นก็รีบไปหาที่ซุกหัวนอน ซึ่งตอนนั้นมีฝรั่งมาพักอยู่แถวนั้น 1 คน แต่สุดท้ายฝรั่งก็ออกไป หาดเลยตกเป็นของเราแต่เพียงผู้เดียว จนได้จุดยุทธศาสตร์ในการกางเต้นท์เป็นศาลาริมชายหาด เดินลงจากศาลาเท้าก็เหยียบหาดทรายพอดี หรูยิ่งกว่าโรงแรมห้าดาวริมทะเลอีกนะ หลังจากเตรียมที่หลับที่นอนเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงออกไปเดินเล่นริมชายหาดก่อนที่ตะวันจะลับขอบฟ้า แสงยามเย็นตกมากระทบกับผืนโคลนปนทรายเป็นสีส้มอมทอง สำหรับเราแสงยามเย็นก่อนพระอาทิตย์จะตกดิน เป็นแสงที่มีเสน่ห์ที่สุด เดินเล่นจนแสงใกล้จะหมด จึงรีบกลับมาอาบน้ำ ห้องอาบน้ำที่นี่สะอาดมากๆ อาบน้ำเสร็จก็กลับมาที่เต้นท์ เต้นท์ปลิวครับท่านผู้ชม ปลิวไปติดอยู่มุมเสาของศาลา เพราะเวลาฟ้ามืดลมทะเลจะแรงมากๆ เราจึงไปหาก้อนหินมาทับมุมเต้นท์ไว้ทั้งสี่ด้านถึงเอาอยู่ 05.00 AM : ออกไปแตะขอบ(ทะเล)ฟ้า เสียงปุกของนาฬิกาบ่งบอกว่าได้เวลาออกไปตามหาพระอาทิตย์ที่ปลายขอบฟ้า ไม่ใช่สิ!!! ต้องบอกว่าขอบทะเลถึงจะถูก จึงไม่รอช้ารีบเก็บของ เก็บเต้นท์ น้ำไม่อาบ หน้าไม่ล้าง ฟันไม่แปลง แล้วรีบวิ่งไปหาพี่เจ้าหน้าที่ที่ป้อมตามที่นัดหมาย เพราะกลัวว่าจะไปไม่ทันเห็นพระอาทิตย์ขึ้น นั่งซ้อนรถมอเตอร์ไซด์ผ่านความมืด โดยมีเพียงแสงไฟจากรถเป็นเครื่องนำทางมาลงที่ปากทางขึ้นจุดชมวิวเขาแดง ซึ่งอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณ 300 เมตร หลังจากแสงไฟจากรถค่อยๆหายลับไป แสงของไฟฉายดวงน้อยๆก็สว่างขึ้นมาแทน ทำให้เส้นทางข้างหน้าที่จะต้องก้าวต่อไป มีขนาดเพียงแค่ลำแสงของไฟฉายที่สามารถฉายไปถึงเท่านั้น จึงรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีแล้วออกเดินไปตามเส้นทางลูกรัง ฉายไฟไปเจอศาลหลังเล็กๆ บริเวณใกล้ๆตีนเขา ขนทุกเส้นที่มีบนร่างกาย ลุกขึ้นยืนพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ใจหวิวๆยังไงไม่รู้บอกไม่ถูก ความกล้าที่มีในตอนแรกหายไปจนหมด เรายืนหยุดนิ่งพร้อมกับในใจก็ครุ่นคิดว่าจะเอายังไงดีจะหันหลังกลับดีไหม แต่พอเริ่มมีสติก็คิดได้ว่าจริงๆแล้วความกลัวนั้นเกิดมาจากภายในจิตใจของเรา เป็นสิ่งที่เราสร้างมันขึ้นมาเองทั้งนั้น สิ่งที่เราเห็นภายนอก ไม่ได้มาทำอะไรเราเลย มีแค่เราเท่านั้นที่คิดไปเอง ดังนั้นเราก็ควรที่จะหยุดความกลัวนั้นจากข้างใน ไม่ใช่ให้ความกลัวมาหยุดสิ่งที่เราตั้งใจ จึงเริ่มเดินต่อไปจนถึงบริเวณตีนเขา พร้อมกับมองหาเส้นทางเดินขึ้นไป แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ เพราะเป็นภูเขาหินปูนที่ไม่มีร่องรอยของทางเดินให้เห็น หาอยู่สักพักก็ยังหาไม่เจอ เลยตัดสินใจเดินกลับไปยังที่ทำการอุทยานเพื่อสอบถามเส้นทาง พอมาถึงก็พยายามมองหาเจ้าหน้าที่จนไปเจออยู่คนหนึ่งกำลังนอนอยู่ในเปล " พี่ครับๆ พี่ครับๆ" พี่เค้าตกใจตื่นเพราะเสียงและแสงไฟของเรา จึงรบกวนให้พี่เค้าช่วยแนะนำและชี้เส้นทางการเดินขึ้นไปยังจุดชมวิวเขาแดง พี่เค้าก็พาเราเดินกลับไปชี้จุดเริ่มต้นของทางเดินขึ้นเขา โดยตามเส้นทางจะมีป้ายไม้บอกทางเป็นลูกศรสีเหลืองพื้นหลังสีน้ำตาล ซึ่งเล็กมากๆ ฝังติดอยู่ตามก้อนหิน ซึ่งตอนแรกเราหาไม่เจอ หลังจากนั้นพี่เค้าก็กลับไปนอนต่อ และก็ถึงเวลาที่เราจะต้องไปต่อด้วยตัวเอง โดยระหว่างทางต้องพยายามคอยมองหาป้าย และหลบคมหนามของต้นกระบอกเพชรที่มีอยู่มากมายรายทาง สุดท้ายอุปสรรคก็ช่วยเป็นแรงผลักดันให้เราไปจนถึงจุดหมายได้ทันก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้น รางวัลที่ได้รับคือวิวแบบพาโรนามา พร้อมกับสายลมเย็นๆที่สูดเข้าไปแล้วทำให้หายเหนื่อยได้อย่างน่าประหลาดใจ ด้านหลังเป็นแนวภูเขาหินปูนสลับซับซ้อน ซึ่งอาจจะเป็นที่มาของคำว่า "สามร้อยยอด" ก็เป็นได้ ด้านซ้ายและขวาเป็นบ่อเลี้ยงกุ้ง ส่วนด้านหน้าเป็นพระอาทิตย์และท้องทะเล และในที่สุดพระอาทิตย์ดวงกลมๆสีส้มก็ค่อยๆโผล่ขึ้นมาจากทะเลให้เราได้พิชิตด้วยสายตาของตนเองจนสำเร็จ ต้องลองมาสัมผัสด้วยตัวเองเท่านั้นถึงจะเข้าใจ 08.00 AM : การขึ้นภูเขาไม่เหนื่อยเท่าลงจากภูเขา หลังจากดื่มด่ำกับบรรยากาศบนจุดชมวิวจนแสงแดดอุ่นๆเริ่มเปลี่ยนเป็นความร้อน ก็ได้เวลาออกเดินทางไปยังจุดหมายต่อไป นั้นก็คือ "ถ้ำพระยานคร" และ "ถ้ำแก้ว" โดยปกติการเดินขึ้นภูเขามักจะเหนื่อยมากกว่าการลงจากภูเขา เพราะแรงโน้มถ่วงของโลก แต่สำหรับเราการเดินขึ้นภูเขาเหนื่อยน้อยกว่าการเดินลงจากภูเขา เพราะแรงโน้มถ่วงของโลกถูกกำจัดหมดไปด้วยความตั้งใจที่แนวแน่และมุ่งมั่นเพื่อไปให้ถึงยังจุดหมาย ระหว่างทางที่กลับลงมาจากภูเขา ได้เจอกับค่างแว่นถิ่นใต้ที่ออกมาหากินในตอนเช้า ห้อยโหนอยู่ตามยอดไม้อยู่เป็นระยะ บ้างก็อยู่โดดเดียว บ้างก็อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม หน้าตาน่ารักและช่างสงสัย ลักษณะของป้ายบอกทางเดินขึ้นไปยังจุดชมวิว ซึ่งหากเป็นตอนกลางคืนจะยากต่อการมองเห็นสักหน่อย ระยะทางอาจจะดูไม่ไกล ถ้าหากไม่มั่นใจโปรดติดต่อเจ้าหน้าที่จะดีกว่านะ ภูเขาหินปูนจะไม่มีร่องรอยของทางเดินให้เห็น และเป็นหินที่มีความแหลมคม จึงควรใส่รองเท้าผ้าใบเดินขึ้นไปจะดีที่สุด จุดชมวิวเขาแดงอยู่บนยอดของภูเขา ซึ่งอยู่ด้านหลังของภูเขาลูกที่เห็นอยู่นี้ หลังจากลงมาถึงพื้นราบแล้ว ได้แวะเข้าไปหาข้าวเช้ากินเพื่อเติมพลัง ภายในที่ทำการอุทยานซึ่งอยู่ไม่ไกล 09.00 AM : มุ่งหน้าไปยังถ้ำพระยานคร นั่งกินข้าวเช้าในที่ทำการอุทยาน พร้อมชมโชว์กายกรรมห้อยโหนไปมาของลิงแสมอย่างเพลิดเพลิน ก็ได้เวลาออกเดินทางต่อไปยังถ้ำพระยานคร ซึ่งอยู่ห่างจากออกไปอีกประมาณ 18 กิโลเมตร วิธีการเดินทางที่เราเลือกใช้ก็ยังคงเป็นวิธีการเดิม นั่นก็คือ "การโบกรถ" โดยไปยืนดักรอโบกรถอยู่ข้างหน้าที่ทำการอุทยาน ซึ่งเวลานั้นไม่ค่อยมีรถผ่านไปมาซักเท่าไหร่ แต่สุดท้ายก็ได้ไปกับรถของการไฟฟ้า ไม่รอช้ากระโดดขึ้นข้างหลังไปนั่งรวมอยู่กับเครื่องมือของเจ้าหน้าที่ นั่งมาลงบริเวณสามแยกทางไปถ้ำพระยานคร เพราะพี่เค้าต้องตรงไป ส่วนเราต้องเลี้ยวไปทางขวา จากจุดที่ลงรถต้องเข้าไปอีกประมาณ 5 กิโล จึงจะถึงจุดเริ่มต้นของทางเดินไปยังถ้ำพระยานคร เราเดินเข้าไปได้สักระยะ ผ่านรถสิบล้อที่อยู่ไกลๆในรูป เจอชาวบ้านกำลังนั่งคัดแยกกุ้งกันอยู่ เห็นเราเดินตากแดดมาคนเดียว ก็เลยแซวและถามว่าจะไปไหน พร้อมกับชวนให้ไปกินน้ำเย็นๆในกระติก เดินต่อไปกลางแดดจ้า บนถนนราดยางที่เริ่มจะร้อนระอุ ก็มีรถฟอร์จูนเนอร์สีดำขับมาจอดอยู่ข้างๆ แล้วเปิดกระจกออกมาถามว่าจะเดินไปไหน พอดีไปทางเดียวกันก็เลยชวนเราติดรถไปด้วย พี่ๆ บอกว่าเดินทางมาจากกรุงเทพ มากันสามคน เห็นเราแบกกระเป๋าเดินตากแดดคนเดียวแล้วรู้สึกสงสารเลยตัดสินใจแวะรับมาด้วย หลังจากมาถึงจุดเริ่มต้นทางเดินไปถ้ำพระยานคร ก็ได้แยกกับพี่ๆทั้งสามคน เพราะการเดินทางไปยังถ้ำนั้น สามารถทำได้สองวิธี คือ นั่งเรืออ้อมภูเขาไปลงหน้าชายหาดทางเข้าถ้ำ กับเดินข้ามภูเขาไปอีกประมาณ 1 กิโลไปยังปากทางเข้าถ้ำ ซึ่งวิธีนี้ไม่เสียค่าใช้จ่าย เพราะใช้แค่แรงกายและใจเท่านั้น เราเลือกที่จะเดินข้ามภูเขาไปตามทางเดินที่เป็นบันไดหินซึ่งไม่ราบเรียบเพียงลำพัง ส่วนพี่ๆ นั่งเรืออ้อมเขาไปลงที่หน้าหาดซึ่งเร็วกว่ามาก หลังจากนั้นพวกเราก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย  ระหว่างทางสามารถแวะชมวิวภูเขาและทะเลสีฟ้าใสได้ตลอดทาง ช่วยทำให้ความเหนื่อยลดลงไปได้เยอะ เดินขึ้นเขามาได้ประมาณครึ่งทางกว่าๆก็จะสามารถมองเห็นชายหาดขาวสะอาดที่เรือมาจอดส่งนักท่องเที่ยว ชีวิตคนเราก็เหมือนกับการเดินทางข้ามภูเขา มีขึ้นก็ต้องมีลงเป็นเรื่องธรรมดา แถมยังช่วยให้เราเข้มแข็งขึ้น 11.00 AM : สำรวจถ้ำพระยานคร ลงจากเขามาล้างหน้าล้างตา นั่งพักสักครู่ และฝากกระเป๋าไว้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว จากนั้นก็ออกเดินทางต่อเพื่อเข้าไปข้างในถ้ำอีกประมาณ 500 เมตร ผ่านบ่อพระยานคร ซึ่งตามประวัติเล่าว่าในสมัยรัชกาลที่ 1 เจ้าพระยานคร ผู้ครองเมืองนครศรีธรรมราชได้แล่นเรือผ่านทางเขาสามร้อยยอด และเกิดพายุใหญ่ไม่สามารถเดินทางต่อไปได้ จึงจอดพักเรือหลบพายุที่ชายหาดแห่งนี้เป็นเวลาหลายวัน และได้สร้างบ่อน้ำเพื่อใช้ดื่ม เรียกว่า "บ่อพระยานคร" เส้นทางเดินเป็นบันไดโขดหินตะปุ่มตะป่ำค่อนข้างเดินลำบากสักเล็กน้อย หลังจากเดินขึ้นมาได้สักพักก็ถึงปากทางเข้าถ้ำ และจะรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของอากาศที่เริ่มเย็นขึ้นเรื่อยๆ ภายในถ้ำจะมีลักษณะเป็นโถงขนาดใหญ่ มีปล่องอากาศขนาดเล็ก และใหญ่ที่มีแสงแดดส่องลงมาถึงด้านล่างอยู่หลายจุด " พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์" เป็นพลับพลา แบบจตุรมุข สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 คราวเสด็จประพาสเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2433 เป็นฝีพระหัตถ์ของพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าขจรจรัสวงศ์ ทรงสร้างขึ้นในกรุงเทพฯ แล้วส่งมาประกอบทีหลังโดยให้พระยาชลยุทธโยธินเป็นนายงานก่อสร้าง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จมายกช่อฟ้าด้วยพระองค์เอง   หลังจากเดินสำรวจภายในถ้ำจนครบถ้วนและหายเหนื่อยแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางต่อไปยังจุดหมายสุดท้าย นั้นก็คือ "ถ้ำแก้ว" 01.00 PM : จุดหมายสุดท้าย เมื่อออกมาจากถ้ำพระยานครก็กลับไปเอาของที่ฝากไว้แล้วเดินกลับด้วยวิธีการเดิม และแวะกินข้าวเที่ยงบริเวณตีนเขา ล้างหน้าล้างตา นั่งพักสักครู่แล้วเดินทางต่อด้วยรถมอเตอร์ไซด์ของชาวบ้านมาลงที่ปากทางไปถ้ำแก้ว ซึ่งอยู่ระหว่างทางก่อนที่จะถึงถ้ำพระยานครในตอนแรก เดินต่อไปตามทางลูกรังสีแดงอีกประมาณ 1 กิโล ก็จะถึงปากทางเข้าถ้ำ ซึ่งจะมีชาวบ้านมาคอยให้บริการเช่าไฟฉาย เพราะข้างในไม่มีแสงสว่าง ต้องเตรียมไฟฉายเข้าไปด้วยทุกครั้ง แต่เราเตรียมไฟฉายมาเอง เลยไม่ต้องเสียตังค์เช่า ข้างในมีระยะทางประมาณ 128 เมตร ซึ่งตอนที่เราไปไม่มีนักท่องเที่ยวคนอื่นเลยสักคน เหงาเลยเรา ข้างในถ้ำมืดมากๆ มีหินงอกหินย้อยเล็กใหญ่สลับกันไปตลอดทาง บางจุดต้องก้ม ต้องมุดผ่านหินงอกขนาดใหญ่ บางจุดต้องเดินผ่านช่องหินเล็กๆ บางจุดต้องเดินขึ้นสะพาน ลงสะพาน ซึ่งด้านล่างเป็นเหวลึกๆมึดๆ ที่ส่องไฟไปได้ไม่สุด ดินสำรวจไปได้ครึ่งทาง ไฟฉายคู่ใจที่พกมาด้วยแสงเริ่มอ่อนลงเรื่อยๆ ฉายไปแทบจะไม่เห็นทางข้างหน้า เราพยายามเคาะขั้วถ่าน หมุนให้เน้นอยู่สักพักก็ไม่สำเร็จ ติดๆดับๆ สุดท้ายก็ดับสนิทนิ่งไปในทันใด เรายืนซ่อมไฟฉายท่ามกลางความมืดมิด ที่ไม่สามารถเดินขยับไปไหนได้เลย เพราะรอบตัวมีแต่หินงอกหินย้อย ยืนอยู่ที่เดิมประมาณ 15 นาที ซึ่งเป็น 15 นาทีที่รู้สึกนานมากๆ กลัวว่าจะต้องติดอยู่ในถ้ำ เพราะไม่ค่อยมีคนเข้ามาเที่ยว แต่สุดท้ายก็มีแสงสว่างแห่งความหวังส่องเข้ามา ตอนนั้นรู้สึกโล่งใจมากๆ อย่างบอกไม่ถูก เป็นแสงไฟฉายของนักท่องเที่ยวสองคนสามีภรรยา ที่ฉายมาเจอเรายืนอยู่ท่ามกลางความมืดคนเดียว เค้าก็ตกใจเล็กน้อยว่าทำไมมายืนอยู่คนเดียวมืดๆ เราก็เลยเล่าให้เค้าฟังแล้วขอเดินตามเค้าออกไปด้วย เดินตามพี่เค้ามาเรื่อยๆก็มาเจอกับจุดที่ได้นำไปตั้งเป็นชื่อของถ้ำนี้ ซึ่งเมื่อเราฉายไฟไปที่ผนังถ้ำ ก็จะมีแสงระยิบระยับสะท้อนกลับมาเป็นเหมือนเศษแก้วเล็กๆประดับอยู่อย่างสวยงาม ความรู้สึกเหมือนได้ยืนดูดาวอยู่ท่ามกลางความมืดมิดภายในถ้ำยังไงยังงั้น สุดท้ายเราก็ออกมาจากถ้ำจนได้ ต้องขอขอบคุณพี่ๆทั้งสองเป็นอย่างมาก ขอบคุณโชคชะตาที่นำพาให้ได้มาเจอกัน เกือบปิดท้ายทริปนี้ด้วยการนอนในถ้ำแก้วซะแล้วเชียว จริงๆมีอีกที่ที่อยากไปคือ "ถ้ำไทร" ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันมาก แต่ตอนนั้นใกล้จะเย็นแล้วน่าจะไปไม่ทัน จึงตัดออกไปแล้วเดินทางกลับ เดินออกจากถ้ำไปสามแยกที่มาลงในตอนแรกอีกประมาณกิโลกว่าๆ เพื่อมายืนรอโบกรถกลับออกไปที่ถนนเพชรเกษม และได้ไปกับรถกระบะขนโต๊ะจีนเพื่อไปจัดงานแต่ง โดยยืนเกาะหลังคารถเอาหน้าโต้ลมสนุกมากๆ แต่ก็ไปไม่ถึงที่หมาย เพราะบ้านงานอยู่ถึงก่อน เลยโบกรถต่ออีกรอบ และไปได้กับรถกระบะของตายายใจดีไปลงถึงปากทางเข้าอุทยานริมถนนเพชรเกษม แล้วต่อรถทัวร์ไปยังอ.เมืองประจวบฯ ก็เป็นอันจบทริปอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดเพียงเท่านี้ การเดินทางครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เราออกเดินทางเพียงลำพัง ซึ่งความจริงแล้วการตัดสินใจออกเดินทางคนเดียวครั้งแรกนั้นมันยากมาก เพราะเราไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเส้นทางข้างหน้าจะเป็นเช่นไร จึงคิดและจินตนาการไปก่อนว่ามันน่าจะเหงา ลำบาก และอันตราย สิ่งเหล่านี้จึงเป็นเสมือนกำแพงที่เราสร้างมันขึ้นมาเพื่อป้องกันตัวเราให้ยังคงอยู่ในพื้นที่ที่เราคิดว่าปลอดภัย ทำให้เราไม่ได้ออกไปผจญภัยในโลกกว้างนอกกำแพงนั้นเสียที แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่จะสามารถทลายกำแพงนั้นก็ได้คือ "ความกล้า" กล้าที่จะตัดสินใจ กล้าที่จะออกไปเรียนรู้ กล้าที่จะยอมรับความเปลี่ยนแปลงของทุกอย่างที่จะเกิดขึ้น ถ้าเราสามารถทำและยอมรับสิ่งเหล่านั้นได้มันจะคุ้มค่ามากๆ เพราะสิ่งรอเราอยู่หลังกำแพงนั้นคือประสบการณ์อันล้ำค่าที่ไม่สามารถหาซื้อได้จากที่ไหน ได้มิตรภาพ ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆรอบตัว ได้รู้จักและเข้าใจตัวเราเองเพิ่มมากขึ้น และเมื่อเราสามารถก้าวผ่านครั้งแรกไปได้แล้ว เชื่อว่าจะต้องมีครั้งต่อๆไปอย่างแน่นอน " A journey of a thousand miles must begin with a single step." – Lao Tzu " การเดินทางนับพันไมล์ต้องเริ่มต้นที่ก้าวแรกเสมอ" ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก Facebook LIFE IS A JOURNEY ติดตามเพิ่มเติมได้ที่  https://th.readme.me/id/lifeisajourney, https://www.facebook.com/LifeIsAJourneyThailand, https://www.instagram.com/lifeisajourneythailand/

7 สถานที่ใกล้รถไฟใต้ดินในโซล ไปเองได้ง่ายมากๆ !
คาเฟ่ /  ตลาดปลา / 

เกาหลีใต้เป็นประเทศที่เที่ยวด้วยตัวเองง่ายดายมากค่ะ เพราะว่ารถไฟใต้ดินของเกาหลีนั้นวิ่งยาวทั่วเมืองหลวงอย่างกรุงโซลกันเลยทีเดียว แถมยังมีภาษาอังกฤษกำกับตลอด ไม่มีหลงแน่นอน วันนี้เรามี 7 สถานที่ที่คิดว่าคุณไม่ควรพลาดเมื่อได้ไปเยือนเกาหลี แถมยังอยู่ใกล้รถไฟใต้ดิน เดินทางสะดวกอีกด้วยค่ะ คาเฟ่สุนัข Bau House ถือเป็นคาเฟ่หมาที่ดังแห่งนึงในเกาหลีที่เปิดมาได้ 5 ปีแล้ว เนื่องจากภายในร้านมีน้องหมาหลากหลายสายพันธุ์ ตั้งแต่หมาพันธุ์เล็กไปจนถึงหมาสายพันธุ์ใหญ่ที่เราไม่ค่อยมีคนเลี้ยงกันเท่าไหร่อย่างเช่น ซามอยที่เป็นหมาสีขาวตัวใหญ่ หรือจะเป็นคอร์กี้ หมาพันธุ์เล็กขาสั้น โดยในคาเฟ่จะมีพื้นที่เปิดสำหรับน้องหมาให้เดินเล่นกับลูกค้า แต่มีข้อกำหนดว่าลูกค้าจะต้องซื้อเครื่องดื่ม 1 แก้ว ราคาก็จะเริ่มที่ 4000 วอนค่ะ พิกัด: สถานีใต้ดิน Hapjeong --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- พิพิธภัณฑ์ Figure Musuem W เรียกได้ว่าแฟนการ์ตูนทั้งหลายห้ามพลาด เพราะพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้รวบรวมโมเดลการ์ตูนมากมายไม่ว่าจะเป็น สตาร์วอรส์ ฮีโร่มาร์เวลต่างๆ วันพีซ หรือจะเป็นเหล่าวายร้ายก็มีค่ะ โดยค่าเข้าที่นี่จะตกอยู่ที่ 15,000 วอน แพงกว่าพิพิธภัณฑ์อื่นๆอยู่ 5000 วอนแต่ขอบอกว่าถ้าได้เข้าไปแล้วจะไม่อยากออกเลยล่ะค่ะ พิกัด: สถานีใต้ดิน Apgujeong Rodeo Station ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- DDP   DDP ย่อมาจาก Dongdaemun Design Plaza เป็นสถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นได้เพียง 2 ปีเท่านั้น แต่ได้รับความนิยมมาก ดีไซน์โดย Zaha Hadid สถาปนิกชื่อดังที่มีเอกลักษณ์ในงานศิลปะโดยเป็นศิลปะแบบทรงโค้งมน DDP แห่งนี้เป็นที่นิยมมากๆ สังเกตได้จากงาน Seoul Fashion Week ที่มักจะจัดขึ้นที่นี่ทุกปี นอกจากนั้นในวันเปิดทำการธรรมดายังมีร้านค้าแฮนเมดมากมายที่มีดีไซน์เฉพาะตัวมาเปิดขายอีกด้วย พิกัด: สถานีใต้ดิน Dongdaemun History & Culture Park Station --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- สวนฮานึล ฮานึลในภาษาเกาหลีแปลว่า ท้องฟ้า ซึ่งสวนแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับ World Cup Stadium ซึ่งเป็นสถานที่จัดแข่งขันฟุตบอลโลกเมื่อปี 2002 จุดเด่นของสวนแห่งนี้จะเต็มไปด้วยดอกหญ้า ถ้าหากเป็นช่วงตุลาคม จะเป็นฤดูใบไม้ร่วงพอดี ดอกหญ้าจะมีสีเป็นสีน้ำตาลอ่อนๆ สวยงาม เหมาะแก่การถ่ายรูปสุดๆ เลยค่ะ พิกัด: สถานีใต้ดิน World Cup Stadium Station -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ตลาดปลาโนรยางจิน ตลาดปลาเกาหลีขึ้นชื่อว่าซีฟู้ดสดและอร่อยมากค่ะ ซึ่งตลาดปลาแห่งนี้ใหญ่เป็นอันดับ 2 ในเกาหลีเลยทีเดียว มีซีฟู้ดสดๆขายมากมาย อาหารทะเลบางอย่างเราอาจจะไม่เคยเห็นที่ไทยมาก่อน อย่างเช่น แกบึล ที่จะมีรูปร่างประหลาดเหมือนหนอนทะเล แต่คนเกาหลีเขาการันตีว่าอร่อยล้ำค่ะ หรือถ้าไม่อยากซื้อกลับบ้าน อยากทานสดๆ บางร้านก็มีพื้นที่ให้นั่ง แล้วก็เสริ์ฟกันสดๆ ตรงนั้นเลยค่ะ พิกัด: Noryangjin Station   --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- หมู่บ้าน Bukchon Hanok ตั้งอยู่ใจกลางศูนย์รวมวัฒนธรรมของเกาหลีอย่าง พระราชวังเคียงบกกุง ซึ่งหมู่บ้าน Bukchon Hanok นี้มีบ้านเรือนทรงเกาหลีโบราณมากมายนับร้อย ทำให้สถานที่แห่งนี้ดูขลังและมีมนต์เสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก ในปัจจุบันนี้บ้านเรือนต่างๆก็ได้ผันมาเป็น ศูนย์ให้ความรู้ทางวัฒนธรรม เกสท์เฮ้าส์ ร้านอาหาร ร้านกาแฟต่างๆ ใครอยากจะไปสัมผัสวัฒนธรรมดั้งเดิมของเกาหลีขอบอกเลยว่าไม่ควรพลาดค่ะ พิกัด: สถานีใต้ดิน Anguk --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- แม่น้ำฮัน เป็นแม่น้ำหลักแห่งนึงในเกาหลีใต้ที่ตัดผ่านระหว่างโซลตอนบนและโซลตอนล่าง ซึ่งตลอดทั้งริมแม่น้ำฮันจะมีกิจกรรมหลากหลายที่คนหนุ่มสาวชาวเกาหลีจะพากันมาในช่วงวันหยุดหรือช่วงเย็น โดยคนเกาหลีจะนิยมขี่จักรยานกันในช่วงหน้าร้อนและใบไม้ผลิ อีกทั้งยังมีสนามหญ้าให้เอาเสื่อมานั่งปู ปิคนิค หรือมาพักผ่อนหย่อนใจก็ได้ค่ะ เป็นทัศนียภาพสวยงามมาก เมื่อคุณไปเยือนเกาหลีใต้แล้ว ไม่ควรพลาดที่นี่เลยค่ะ พิกัด:  Dangsan Station --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ขอบคุณภาพจาก: bauhouse, haneulpark, noryangjin k-dramaland japantimes