ทรงผม2014

ฮ่องกงชวนท่องหมู่บ้าน Smurfs
หมู่บ้าน smurfs /  ฮ่องกง / 

ฮ่องกงชวนท่องหมู่บ้าน Smurfs เพลิดเพลินกับโลกตัวการ์ตูนสีฟ้าสุดน่ารัก ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 21 สิงหาคม! เหล่าคนรักสเมิร์ฟเตรียมเฮ! พร้อมแพ็คกระเป๋ามาตะลุยทริปแสนสนุกที่ฮ่องกงไปด้วยกัน เพราะช่วงกรกฎาคม-สิงหาคมนี้ ห้างสรรพสินค้าฮาร์เบอร์ซิตี้ เตรียมเนรมิตลานหน้าอาคารโอเชียนเทอร์มินัล (Ocean Terminal Forecourt) ให้กลายเป็นหมู่บ้านขนาดมหึมา “We’re All Smurfs!” ของเจ้าตัวการ์ตูนสีฟ้าตัวน้อยขวัญใจคนทั่วโลก พร้อมดึงดูดนักท่องเที่ยวและแฟนคลับสเมิร์ฟทุกเพศทุกวัย นักท่องเที่ยวที่มาเยือนจะได้พบกับเจ้าสเมิร์ฟไซส์ยักษ์สูงกว่า 4 เมตร ลอยทักทายต้อนรับทุกคนอยู่กลางอากาศ พร้อมด้วยฉากจำลองเรื่องราว 8 ฉากสุดคลาสสิคในการ์ตูนสเมิร์ฟที่รอให้ทุกคนแวะถ่ายรูปได้อย่างเพลิดเพลินกันที่ซุ้มประตูทางเข้า เมื่อเดินเข้ามาภายในหมู่บ้าน We’re All Smurfs ก็จะเจอกับบรรดาเอลฟ์สีฟ้าตัวจิ๋วแสนน่ารักที่สูงแค่เพียง 1 เมตร กว่า 35 ตัว อาศัยอยู่ในบ้านเห็ดสูงกว่า 6 เมตร ซึ่งภายในบ้านเห็ดยักษ์หลังนี้ เราจะได้เรียนรู้เวทมนตร์คาถาวิเศษจากปาป้าสเมิร์ฟ และร่วมเล่นเกมส์สนุก ๆ แบบอินเทอร์แอคทีฟกับสเมิร์ฟเฟ็ท เลซี่ สเมิร์ฟ คลัมซี่ เสมิร์ฟ และเสมิร์ฟตัวอื่น ๆ ในหมู่บ้านเสมิร์ฟที่ทุกคนชื่นชอบและคุ้นเคย แล้วอย่าลืมแวะไปที่ the Smurfs House of Stories ในอาคาร Gallery ของห้างฮาร์เบอร์ซิตี้ เพื่อรู้จักประวัติความเป็นมาของการ์ตูนชื่อดังและนักประพันธ์อัจฉริยะชาวเบลเยี่ยม Peyo ผู้สร้างสรรค์โลกแห่งเสมิร์ฟที่สร้างความประทับใจให้กับผู้คนทั่วโลกมานานกว่า 58 ปี พร้อมเนรมิตสตูดิโอของเขาขึ้นใหม่เพื่อจัดแสดงผลงานอันทรงคุณค่ากว่า 36 ชิ้นของเขาให้คนทั่วโลกได้ชื่นชมกันเป็นครั้งแรก และยังมีสารคดีและวิดีโอที่จะมาเผยเรื่องราวชีวิตอันน่าอัศจรรย์และพรสวรรค์ของนักประพันธ์ท่านนี้ด้วย นอกจากนี้ ยังมีงานนิทรรศการ The Smurfs Creative Model Exhibition จัดโดยศิลปินเจ้าของผลงานศิลปะขนาดจิ๋วที่มีชื่อเสียง 2 ท่าน และโซนโรงเรียนแสนสนุก The Smurfs Summer School ที่เด็ก ๆ จะได้เพลิดเพลินไปกับการเรียนรู้เรื่องการทำไร่ทำสวน วาดรูป หรือแม้กระทั่งโชว์เวทมนตร์สุดตื่นเต้น ซึ่งเมื่อเรียนจบก็จะได้รับเข็มรับรองและเข้าร่วมพิธีจบการศึกษาเพื่อกลายเป็นสมาชิกของชุมชนเสมิร์ฟตัวน้อยด้วย! แฟนคลับตัวยงของเจ้าตัวการ์ตูนสีฟ้าห้ามพลาดชิมของว่างและขนมธีมการ์ตูนสเมิร์ฟสุดน่ารัก และอย่าลืมแวะเข้าไปจับจองและเลือกซื้อหุ่นตัวการ์ตูนสเมิร์ฟรุ่น Hong Kong Special Edition และของพรีเมี่ยมสุดพิเศษอีกมากมายไว้ในคอลเล็กชันส่วนตัวที่ร้าน the Smurf Pop-up Store พร้อมปิดท้ายด้วยอีเว้นท์เก๋ ๆ อย่าง The Smurfs Asian Art Tour ที่เปิดตัวครั้งแรกในฮ่องกง จัดแสดงงานศิลปะขนาดจิ๋วจำลองโลกอันแสนวิเศษของเหล่าสเมิร์ฟมาให้ทุกคนได้สัมผัสร่วมกัน!

ราคานี้เมสซี่เถอะ!สโคลแตะเบรกผีทุ่มซื้อป็อกบาสถิติโลก
พรีเมียร์ลีก /  พอล ป็อกบา / 

พอล สโคลส์ อดีตกองกลางเท้าหนักของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาแนะนำสโมสรเก่าว่าให้เอาเงิน 86 ล้านปอนด์ไปซื้อ ลิโอเนล เมสซี่ หรือ โรนัลโด้ แทน พอล ป็อกบาปีศาจแดงกำลังจะทำสถิติโลกค่าตัวนักเตะใหม่ เมื่อมีรายงานว่าใกล้ที่จะปิดดีล พอล ป็อกบา อดีตเด็กเก่ากลับมาจากยูเวนตุสด้วยค่าตัวเป็นสถิติโลกถึง 86 ล้านปอนด์แต่ดูเหมือน พอล สโคลส์ อดีตนักเตะเก่าจะไม่ค่อยเห็นด้วยนัก “ผมแค่คิดว่าเขา (ป็อกบา) ไม่ได้มีค่ามากถึง 86 ล้านปอนด์” อดีตนักเตะทีมขาติอังกฤษกล่าว “ถ้าให้ผมมานั่งๆนึกดู ถ้าคุณอยากจะได้ใครที่ยิงประตูซัก 50 ลูกต่อฤดูกาลเหมือน โรนัลโด้ หรือ เมสซี่ ผมคิดว่าป็อกบายังไม่ได้มีค่าอะไรขนาดนั้นนะ” “ตอนนั้นเขาเล่นให้ทีมไป 1-2 นัดและที่ผมเข้าใจคือเขาเรียกร้องเงินมากไป สำหรับอายุขนาดเขาผมว่าเขาเรียกเงินเยอะไปสำหรับคนที่ยังไม่ได้เล่นทีมชุดใหญ่ด้วยซ้ำ ผมว่าเขายังต้องพิสูจน์ตัวเองอีกเยอะอะว่าเขาคือคนที่ควรจะค่าตัว 86 ล้านปอนด์จริงๆ” สโคลส์ใส่ยับ

official ฉับไว!หงส์แดงเปิดตัวไวนัลดุมจากสาลิกาค่าตัว25ล้านป.
จอร์จินิโอ ไวนัลดุม /  ตลาดซื้อขายนักเตะ / 

“หงส์แดง”​ลิเวอร์พูล ทีมดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษได้ประกาศเปิดตัว จอร์จินิโอ ไวนัลดุม กองกลางทีมชาติฮอลแลนด์ จากนิวคาลเซิล อย่างเป็นทางการดาวเตะวัย 25 ปีย้ายจาก พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น มาอยู่กับ นิวคาลเซิล ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัว 14.5 ล้านปอนด์ เมื่อช่วงต้นฤดูกาล 2015 และได้ลงสนามให้ สาลิกาดงครบ 38 นัดและทำได้ 11 ประตูเดินทางมาเปิดตัวกับ ลิเวอร์พูล เรียบร้อยหลังจากทั้งสองทีมบรรลุข้อตกลงกันได้เมื่อวาน และทำการตรวจร่างกายและเซ็นสัญญาเรียบร้อย ด้วยค่าตัว 25 ล้านปอนด์ โดย ไวนัลดุม จะเดินทางไปร่วมสมทบกับทีมที่ล่วงหน้าไปอเมริกาก่อนแล้วทันที ซึ่งในการเปิดตัวดาวเตะเลือดกังหันกล่าวว่า”ผมตื่นเต้นมากๆ เพราะลิเวอร์พูลเป็นทีมใหญ่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานผมฝันจะเล่นให้ ลิเวอร์พูลมาตลอด” สำหรับ จอร์จินิโอ ไวนัลดุม จะเป็นนีกเตะรายที่ 7 ที่เข้ามาเสริมทีมในฤดูกาลนี้ต่อจาก อเล็กซ์ แมนนิงเกอร์, โจเอล มาติป, ไซโด้ มาเน่, ลอริส คาริอุส, รักนาร์ คราวาน และ มาร์โก กรูยิช

จาก The Woods สู่ BLAIR WITCH ภาคต่อหนังสยองตำนาน Found Footage
BLAIR WITCH /  The Blair Witch Project / 

หลังจากปล่อยตัวอย่างมาให้ชมกันพักใหญ่ ล่าสุดในงาน Comic-Con 2016 ทาง ไลออนส์เกต ผู้สร้างก็เผยข้อมูลใหม่ของ The Woods หนังสยองขวัญผลงานกำกับล่าสุดของ อดัม วิงการ์ด ที่เคยฝากฝีมือไว้ใน You're Next (2011) ว่าแท้จริงแล้ว นี่คือโปรเจ็กต์หนังภาคต่อ ของตำนานหนังสยองขวัญเรื่องดังในปี 1999 ที่จุดกระแสและปักหมุดหมายให้วงการหนังสยองขวัญ ในการเล่าเรื่องแบบ Found Footage อันสมจริงที่ส่งอิทธิพลมาจนถึงหนังหลากแนวในทุกวันนี้ https://www.youtube.com/watch?v=girSv9UH_V8&feature=youtu.be BLAIR WITCH คือชื่อใหม่อย่างเป็นทางการของหนังเรื่องนี้ โดยหนังเล่าเรื่องในอีก 20 ปีต่อมาของ The Blair Witch Project (1999) ว่าด้วยกลุ่มนักศึกษาภาพยนตร์ ที่ร่วมกันเดินทางเพื่อตามหาความจริงของพี่สาวหนึ่งในสมาชิกกลุ่ม ที่หายตัวไปพร้อมเพื่อนซึ่งเชื่อกันว่าพวกเธอโดนดีจากแม่มดในป่าลึกลับแห่งนี้ โดยวิงการ์ดกล่าวถึงการใช้ชื่อใหม่ที่บ่งบอกถึงเรื่องราวที่ต่อเนื่องจาก The Blair Witch Project ว่า “The Woods คือชื่อตอนที่เราใช้ทำงานครับ ตอนที่พวกเราเริ่มต้นเซ็นสัญญาทำงาน เรารู้ว่าสุดท้ายชื่อจะต้องได้รับการเปลี่ยนแปลงในที่สุด และสำหรับทางเราแม้จะไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับส่วนหนึ่งของการทำการตลาด แต่ผมก็คิดว่าไลออนส์เกตนั้นได้ตัดสินใจอย่างชาญฉลาดจริงๆ กับกระบวนการแบบนี้ครับ” โดย The Blair Witch Project (1999) ผลงานกำกับของ เดเนียล มายริค แลละ เอดูอาร์โด ซานเซส เป็นหนังสยองขวัญที่ทำตัวเสมือนวิดีโอไวรัลยุคแรกๆ ด้วยการปล่อยข่าวลือถึงการหายตัวไปอย่างลึกลับในป่าของ 3 นักศึกษา ก่อนจะโปรโมทว่า นี่คือ "ฟุจเตจซึ่งถูกค้นพบ" ในป่า จนหนังสร้างกระแสฮือฮา ก่อนทำเงินในบ็อกซ์ออฟฟิศไปกว่า 248 ล้านเหรียญ จากทุนสร้างเพียง 6 หมื่นเหรียญเท่านั้น กลายเป็นหนังอินดี้ที่ประสบความสำเร็จ (ทำกำไร) สูงสุดตลอดกาลมาจนถึงวันนี้ https://www.youtube.com/watch?v=a_Hw4bAUj8A ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

ราคาต่างกันลิบ!สื่อนอกจับ มิลเนอร์ วัดคุณภาพป็อกบา
พรีเมียร์ลีก /  พอล ป็อกบา / 

สื่อต่างประเทศจับเอา เจมส์ มิลเนอร์ กองกลางที่ลิเวอร์พูลได้ตัวมาร่วมทีมแบบฟรีๆ มาเปรียบเทียบกับ พอล ป็อกบา ว่าที่นักเตะค่าตัวสถิติโลกแบบชัดๆ ด้วยการเอาสถิติของทั้งสองคนในซีซั่นที่ผ่านมามาเปรียบเทียบกัน เจมส์ มิลเนอร์                                                      พอล ป็อกบา ค่าตัว : ฟรี                                                           ค่าตัว : 129 ล้านยูโร ยิง : 5 ประตู                                                        ยิง :8 ประตู เข้าสกัด: 53 ครั้ง                                                เข้าสกัด: 55 ครั้ง สร้างสรรค์โอกาส : 61 ครั้ง                               สร้างสรรค์โอกาส : 54 ครั้ง ทรงผม : สั้น ธรรมดา                                        ทรงผม :เปลี่ยนไปเรื่อย ท่าดีใจ : ธรรมดา                                              ท่าดีใจ : แดป ซึ่งจากสถิติทั้งสองอย่างแทบจะไม่มีอะไรแตกต่างกันเลยมีแต่ค่าตัวที่ต่างกันลิบลับ

บทความ: 8 ปีหลังกับ 11 ตัวแสบเคยยิงหงส์! ก่อนย้ายซบ ลิเวอร์พูล ในท้ายที่สุด
คริสเตียน เบนเตเก้ /  จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม / 

หลังจาก ลิเวอร์พูล ทำการสอย จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม มาจากนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 25 ล้านปอนด์ ไวจ์นัลดุมคนนี้เคยเป็นตัวแสบสำหรับลิเวอร์พูลด้วยการมีส่วนร่วมทั้ง 2 ประตูในเกมที่นิวคาสเซิ่ลเอาชนะลิเวอร์พูล 2-0 เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ก่อนที่ทีมหงส์แดงจะฉกตัวมาในที่สุด เรามาดูลิสต์รายชื่อผู้เล่นที่เคยกระซวกตาข่ายทีมหงส์แดง ก่อนจะย้ายมาซบทีมที่เข้าทำแสบเอาไว้ในที่สุดในรอบเกือบ 10 ปีหลังสุด มาดูกันว่าลิเวอร์พูลทำการฉกตัวใครมาร่วมทีมกันบ้าง? 1.ร็อบบี้ คีน ดาวยิงชาวไอริชรายนี้เคยยิง 2 ประตูใส่ลิเวอร์พูลในฐานะผู้เล่นของ "ไก่เดือยทอง" ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ ในเกมที่สเปอร์สเสมอลิเวอร์พูล 2-2 เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2007 ก่อนที่ฤดูกาลถัดมา ลิเวอร์พูลจะดึงตัวคีนมาร่วมทีมด้วยมูลค่า 20 ล้านปอนด์ อาจเป็นเพราะทีมหงส์แดงลืมหยิบคู่มือการใช้มาจากสเปอร์ส ทำให้คีนอยู่กับทีมได้เพียงครึ่งฤดูกาล และย้ายกลับไปยังสเปอร์สด้วยราคาเพียง 7 ล้านปอนด์เท่านั้น 2.โจ โคล ผู้เล่นที่ลิเวอร์พูลดึงมาแบบไม่มีค่าตัวภายใต้การคุมทีมของรอย ฮอดจ์สัน ในสมัยที่โคลน้อยเล่นให้กับเชลซี เขาถือเป็นตัวป่วนสำหรับทีมหงส์แดงเลยทีเดียว และเคยทำประตูใส่ลิเวอร์พูลในฐานะผู้เล่นเชลซีในเกมที่เอาชนะลิเวอร์พูล 4-1 ในฤดูกาล 2005/06 และเป็นคนทำประตูชัยในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก เลกแรกที่เอาชนะ 1-0 แต่เขากลับไม่ประสบความสำเร็จกับลิเวอร์พูล จนถูกปล่อยตัวแบบถาวรให้เวสต์แฮม ยูไนเต็ดในช่วงหน้าร้อนปี 2013 3.พอล คอนเชสกี้ อีกหนึ่งผู้เล่นที่ล้มเหลวกับลิเวอร์พูล แม้คอนเชสกี้จะย้ายตามฮอดจ์สันมาจากฟูแล่ม แต่เขาก็เคยทำประตูใส่ลิเวอร์พูลในฐานะผู้เล่น เวสต์แฮม ยูไนเต็ด มาก่อน ในเกมนัดชิงฯ เอฟเอ คัพ ที่ลิเวอร์พูลดวลจุดโทษชนะเวสต์แฮมในปี 2006 โดยคอนเชสกี้เป็นหนึ่งในผู้ทำประตูก่อนจะจบ 120 นาทีด้วยสกอร์ 3-3 นั่นเอง ก่อนเล่นให้ลิเวอร์พูลเพียงครึ่งฤดูกาล หลังจากนั้นเขาถูกปล่อยตัวถาวรให้กับเลสเตอร์ ซิตี้ในฤดูกาลถัดมา 4.แอนดี้ แคร์โรลล์ หากแฟนหงส์แดงยังจำกันได้ดี แคร์โรลล์นั้นทำประตูด้วยลูกยิงไกลอันทรงพลังใส่ลิเวอร์พูล ในเกมที่นิวคาสเซิ่ลชนะ 3-1 เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 2010 หลังจากนั้นที่แคร์โรลล์ทำประตูใส่ทีมหงส์แดงได้เพียงเดือนเดียว เขากลายมาเป็นผู้เล่นลิเวอร์พูลด้วยค่าตัวมหาศาล 35 ล้านปอนด์ แต่ด้วยการเล่นที่ไม่เข้าระบบหรือลิเวอร์พูลใช้งานเขาไม่เป็น ประกอบการอาการบาดเจ็บรบกวน ทำให้แคร์โรลล์ต้องเก็บกระเป๋าย้ายไปเล่นให้เวสต์แฮม ยูไนเต็ดแบบถาวรในปี 2013 5.ชาร์ลี อดัม กองกลางฮาร์ดแมนเล่นได้อย่างโดดเด่นกับ แบล็คพูล ที่เพิ่งขึ้นชั้นมาเล่นพรีเมียร์ ลีกเป็นฤดูกาลแรก และอดัมก็เป็นหนึ่งในผู้ทำประตูในเกมที่แบล็คพูลเอาชนะลิเวอร์พูล 2-1 ในเดือนตุลาคม 2010 ก่อนที่ฤดูกาลถัดมาเขาจะกลายมาเป็นผู้เล่นทีมหงส์แดงเต็มตัว แต่ด้วยการถ่ายเปลี่ยนตัวผู้จัดการทีมหงส์แดงบ่อยครั้งในเวลานั้น ทำให้อดัมต้องเก็บกระเป๋าออกจากถิ่นแอนฟิลด์ และย้ายไปซบสโต๊ก ซิตี้ที่อ้าแขนรับเขาไว้ 6.สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง ดาวนิ่งเป็นอีกหนึ่งที่เคยทำประตูใส่ลิเวอร์พูล ก่อนย้ายมาเป็นผู้เล่นในทีมที่เขาเคยยิงได้ โดยประตูเดียวที่ดาวนิ่งทำใส่ลิเวอร์พูล คือเกมปิดฤดูกาล 2010/11 ที่แอสตัน วิลล่าเอาชนะลิเวอร์พูล 1-0 ดาวนิ่งเป็นคน ทำประตูชัย ในเกมนั้น ก่อนย้ายมาเป็นผู้เล่นทีมหงส์แเดงในฤดูกาลถัดมาด้วยมูลค่า 20 ล้านปอนด์ ก่อนย้ายไปเวสต์แฮม ยูไนเต็ดในเวลาต่อมา 7.ริคกี้ แลมเบิร์ต แลมเบิร์ตเคยทำประตูใส่ลิเวอร์พูล 1 ประตูในฤดูกาลแรกที่เซาแธมป์ตันขึ้นชั้นมาเล่นพรีเมียร์ ลีกอีกในฤดูกาล 2012/13 ในเกมที่เอาชนะลิเวอร์พูล 3-1 เดือนมีนาคม 2013และอยู่กับลิเวอร์พูลได้เพียงฤดูกาลเดียว ก่อนถูกปล่อยตัวไปเล่นให้กับเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยนในฤดูกาล 2015/16 8.เดยัน ลอฟเรน กองหลังที่เพิ่งย้ายมาเซาแธมป์ตัน โหม่งพังประตูชัยให้ทีมนักบุญเอาชนะลิเวอร์พูล 1-0 ในช่วงต้นฤดูกาล 2013/14 ก่อนย้ายมาลิเวอร์พูลในฤดูกาลถัดมาด้วยค่าตัว 20 ล้านปอนด์ ในปีแรกของเขาจะดูไม่เวิร์คเอาเสียเลยกับทีมหงส์แดง แต่เมื่อการเข้ามาของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ลอฟเรนดูมีอนาคต และพัฒนาฝีเท้าจนกลายมายึดตัวหลักในทีมหงส์แดงได้อีกครั้ง 9.คริสเตียน เบนเตเก้ ศูนย์หน้าที่ถือเป็นขาประจำในการกระซวกตาข่ายทีมหงส์แดง ด้วยการยิงประตูลิเวอร์พูลได้ถึง 5 ประตู ในช่วง 3 ฤดูกาลติดต่อกัน นับตั้งแต่ที่เขาย้ายมาแอสตัน วิลล่า ก่อนที่ลิเวอร์พูลจะทำการตัดกำลังด้วยการดึงเบนเตเก้มาร่วมทีมด้วยมูลค่า 32 ล้านปอนด์ แต่เบนเตเก้ในยุคคล็อปป์กลับไม่เปรี้ยงปร้างเหมือนแต่ก่อน ทำให้มีกระแสข่าวถูกปล่อยตัวถี่ขึ้นเรื่อยๆ ในระยะหลัง 10.ซาดิโอ มาเน่ ผู้ทำ 4 ประตูกับอีก 1 ใบแดง ในเกมที่พบกับลิเวอร์พูล ในฤดูกาล 2015/16 ซึ่งเป็นฤดูกาลที่ 2 ของมาเน่กับเซาแธมป์ตัน ก่อนที่ลิเวอร์พูลภายใต้การทำทีมของเจ้อเก้น คล็อปป์จะดึงตัวเขามาร่วมทีมด้วยมูลค่าราวๆ 34 ล้านปอนด์ในฤดูกาลนี้ 11.จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม เป็นอีกหนึ่งผู้เล่นที่เล่นได้เพียงฤดูกาลเดียวให้กับต้นสังกัดเก่า แล้วลิเวอร์พูลดึงตัวมาร่วมทีม ว่ากันดีลครั้งนี้ลิเวอร์พูลต้องจ่ายราว 25 ล้านปอนด์ให้นิวคาสเซิ่ล โดยฤดูกาลที่แล้วเป็นฤดูกาลแรกของเขากับนิวคาสเซิ่ล และมีส่วนร่วมในการยิงใส่ลิเวอร์พูลในเกมที่เอาชนะทีมหงส์แดง 2-0 ทั้ง 2 ประตู (ยิงแฉลบสเคอร์เทลเข้าประตูและมีชื่อบนสกอร์บอร์ดอีก 1 ประตู) ต้องติดตามดูกันว่าฟอร์มของไวจ์นัลดุมจะไปได้ดีกับลิเวอร์พูลมากน้อยแค่ไหนนับจากนี้เป็นต้นไป...

ให้ไว!! คอนเสิร์ต
คริสติน่า อากีล่าร์ /  คอนเสิร์ต ล้านตลับ / 

   ขยันสร้างสรรค์ผลงานและโชว์ดีๆ มาตลอดหลายปี สำหรับ เอ-ไทม์ โชว์บิส ที่ล่าสุดขอจัดฟินนาเล่ส่งท้ายปีนี้ นำคุณย้อนกลับไปในยุคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการเพลงไทย กับการสร้างประวัติศาสตร์การรวม 6 ศิลปินหญิงยุค 90 ไอคอนผู้พลิกประวัติศาสตร์วงการเพลงไทยไว้บนเวทีเดียวกัน ในคอนเสิร์ต “ล้านตลับ”     คอนเสิร์ตที่ศิลปินทุกคนเป็นเจ้าของผลงานการันตียอดขายถล่มทลายถึง ล้านตลับ ไม่ว่าจะเป็น “คริสติน่า อากีล่าร์” ศิลปินหญิงล้านตลับคนแรกของแกรมมี่, “อมิตา ทาทา ยัง” ศิลปินหญิงล้านตลับเจ้าของยอดขายถล่มทลายที่สุด, “ใหม่ เจริญปุระ” ศิลปินหญิงล้านตลับที่อายุน้อยที่สุด, “นัท มีเรีย” ศิลปินหญิงเอื้อนเสน่ห์กับอัลบั้มสไตล์ R&B ล้านตลับคนแรกของเมืองไทย, “โบ สุนิตา ลีติกุล” ศิลปินหญิงที่ทำสถิติล้านตลับเร็วที่สุด, “นิโคล เทริโอ” ศิลปินหญิงล้านตลับต้นฉบับความกะโปโล     ล้านความทรงจำกำลังจะถูกนำกลับมาอีกครั้ง ใน คอนเสิร์ต “ล้านตลับ” วันเสาร์ที่ 8 ตุลาคม เวลา 19.00 น. และวันอาทิตย์ที่ 9 ตุลาคม เวลา 17.00 น. ที่ รอยัล พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน จำหน่ายบัตรวันแรกในวันศุกร์ที่ 29 กรกฎาคมนี้ ที่ ไทยทิคเก็ต เมเจอร์ ทุกสาขา บัตรราคา 4,500 / 4,000 / 3,500 / 3,000 / 2,500 / 2,000 / 1,500 บาท รายละเอียดเพิ่มเติม www.atimeshowbiz.com / www.facebook.com/Atimeshowbiz

ทีมใหม่แต่เจ้านายคนเดิม! โคโล่ ตูเร่ ซบเซลติกยุคบีร็อดแบบไร้ค่าตัว
ลิเวอร์พูล /  เซลติก / 

หลังจาก โคโล่ ตูเร่ โดน ลิเวอร์พูล ปล่อยตัวหลังหมดสัญญากับทีมหงส์แดง และแล้วปราการหลังวัย 35 ปีก็ได้สังกัดใหม่เสียที โดยย้ายซบ เซลติก ทีมดังจากสกอตติช พรีเมยร์ ลีก ที่มีอดีตเจ้านายเก่าของเขาอย่าง เบรนแดน ร็อดเจอร์ส รับหน้าที่ผู้จัดการทีมอยู่นั่นเอง "ผมเป็นคนดึงตัวเขามาร่วมทีมลิเวอร์พูลและก็ที่นี่อีกครั้ง โคโล่ใช้ประสบการณ์ที่มีอยู่ช่วยเหลือทีมได้มาก นอกจากนี้เขายังเป็นส่วนสำคัญในทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์เมื่อฤดูกาลที่แล้ว และยังได้ลงเล่นยูโรป้า ลีก นัดชิงฯ ชนะเลิศเมื่อฤดูกาลที่แล้วอีกด้วย" ร็อดเจอร์สกล่าวผ่านเว็บไซต์สโมสรเซลติก โดย โคโล่ ตูเร่ ที่เซ็นสัญญา 1 ปีกับทีมจะสวมเสื้อหมายเลข 2 ให้กับเซลติกในฤดูกาลนี้

Alice ! เธอกลับมาอีกครั้งกับการผจญภัยสุดหฤโหดในเมืองกระจก
Alice Through the Looking Glass /  จอห์นนี่ เดปป์ / 

Alice ! เธอกลับมาอีกครั้งกับการผจญภัยสุดหฤโหดในเมืองกระจก  “ผมได้นำตัวเองเข้าไปสู่โลกอันตื่นตาตื่นใจที่ทิม เบอร์ตัน ได้สร้างขึ้นบนจอภาพยนตร์ไว้ในปี 2010 จาก อลิซในแดนมหัศจรรย์ งานบทภาพยนตร์ที่พิถีพิถันโดย ลินดา วูลเวอร์ตัน จากตัวละครที่สร้างสรรค์โดยลิววิส แคร์รอล พร้อมด้วยทีมอำนวยการสร้างโดย โจ รอธ, ซูซาน ทอดด์, เจนนิเฟอร์ ทอดด์, ทิม เบอร์ตัน และมี จอห์น จี. สก็อตติ เป็นผู้อำนวยการสร้างบริหาร”  เจมส์ โบบิน กล่าว Alice Through The Looking Glass : อลิซ ผจญภัยมหัศจรรย์เมืองกระจก ผลงานภาพยนตร์แนวผจญภัย-แฟนตาซี บอกเล่าถึงการผจญภัยสุดตื่นตาครั้งใหม่ของเหล่าตัวละครที่เป็นอมตะจากเรื่องราวอันเป็นที่รักของลิววิส แคร์รอล ผลงานการกำกับโดย เจมส์ โบบิน ทีมผู้อำนวยการสร้าง โจ รอธ, ซูซาน ทอดด์, เจนนิเฟอร์ ทอดด์ และทิม เบอร์ตัน อำนวยการสร้างบริหารโดย จอห์น จี. สก็อตติ บทภาพยนตร์โดย ลินดา วูลเวอร์ตัน Alice Through The Looking Glass : อลิซ ผจญภัยมหัศจรรย์เมืองกระจก ยังได้นักแสดงชุดดั้งเดิมทั้งทีม ไม่ว่าจะเป็น จอห์นนี่ เดปป์, แอนน์ แฮทธาเวย์, มีอา วาซิคอฟสกา และเฮเลน่า บอนแฮม คาร์เตอร์ และทีมพากย์เสียง อลัน ริคแมน, สตีเฟ่น ฟราย, ไมเคิล ชีน และทิโมธี สปาล นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งตัวละครใหม่ ซานิค ไฮท็อปป์ (รับบทโดย ไรส์ ไอแฟนส์) พ่อของแมด แฮทเทอร์ และไทม์ (รับบทโดย ซาช่า บารอน โคเฮน) สิ่งมีชีวิตสุดประหลาดที่มีทั้งส่วนที่เป็นคนและส่วนที่เป็นนาฬิกามาสร้างสีสัน ตลอดระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา อลิซเดินตามร้อยเท้าของพ่อออกเดินเรือไปสู่ทะเลกว้าง ระหว่างเดินทางกลับสู่ลอนดอน เธอได้พบกับกระจกมหัศจรรย์และได้กลับไปอาณาจักรมหัศจรรย์ พร้อมกับเพื่อน ๆ ของเธอ กระต่ายขาว, แอ๊บโซเล็ม, แมวเชสเชอร์ และแมด แฮทเทอร์ ที่ตอนนี้ไม่ได้เป็นตัวของเขาเอง มิราน่าจึงส่งอลิซออกเดินทางเพื่อไปขอยืมโครโนสเพียร์ หรือเครื่องย้อนเวลา โลหะทรงกลมภายในหอนาฬิกากลางที่ให้พลังกับทุกเวลา การเดินทางย้อนเวลาทำให้เธอได้พบกับเพื่อนและศัตรู ในช่วงเวลาต่าง ๆ ของชีวิตพวกเขา เธอต้องแข่งกับเวลาเพื่อที่จะช่วยแฮทเทอร์ก่อนที่เวลาจะหมดลง Alice Through The Looking Glass : อลิซ ผจญภัยมหัศจรรย์เมืองกระจก มีกำหนดเข้าฉายในระบบ 3 มิติ และไอแมกซ์ 3 มิติ วันที่ 11 สิงหาคม 2559 นี้ ทุกโรงภาพยนตร์

หนุ่ม กรรชัย เสียหายหนัก! รอเคลียร์-ไม่คิดเปิดศึกฟ้องช่อง 7 แย่งลิขสิทธิ์เพชรตัดเพชร
หนุ่ม กรรชัย /  ธงชัย ประสงค์สันติ / 

กลายเป็นปัญหาลิขสิทธิ์บทประพันธ์ เพชรตัดเพชร ที่มีเจ้าของลิขสิทธิ์ 2 คน เมื่อผู้จัดไฟแรง หนุ่ม กรรชัย ควักเงินซื้อลิขสิทธิ์มาทำละครป้อนช่อง 8 จากเจ้าของลิขสิทธิ์รายแรก แต่ก็ต้องหยุดชะงักเพราะเจ้าของลิขสิทธิ์อีกรายขายให้กับช่อง 7 ซึ่งส่งต่อให้ ธงชัย ประสงค์สันติ แห่งค่ายพอดีคำรับหน้าที่ผลิตละครและเริ่มถ่ายทำไปแล้วถึง 80% งานนี้ หนุ่ม กรรชัย มีโอกาสเปิดใจถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ณ สตูดิโอรายการปากโป้ง ช่อง 8 ยอมรับว่าฝ่ายตนเสียหายมาก ทั้งเรื่องลิขสิทธิ์ เรื่องบทและอื่นๆ อีกมากมาย และได้ติดต่อไปทางช่อง 7 ตั้งแต่ยังไม่เริ่มสร้างแล้ว แต่ก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้า ส่วนตัวไม่คิดเปิดศึกฟ้องร้องช่อง 7 รอเคลียร์กับผู้ใหญ่เพื่อหาทางออกร่วมกันที่ดีที่สุด!! "เรื่องลิขสิทธิ์ละครเพชรตัดเพชร จริงๆ แล้วอย่างที่เคยมีข่าวออกไปว่าบทภาพยนตร์เรื่องเพชรตัดเพชร ไม่ได้เป็นชื่อภาพยนตร์ รวมถึงชื่อตัวละครที่อยู่ในภาพยนตร์เรื่องนั้นมีคนที่ร่วมกันเขียน 2 คน คนหนึ่งคือคุณ เศก ดุสิต อีกคนคือคุณ ส.เนาวราช ซึ่งตอนนี้ตัวเราเองถือไว้คนหนึ่ง เพราะฉะนั้นในการจะทำละครเรื่องขึ้นมาต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของบทประพันธ์ทั้งสองคนก่อน แสดงว่าจากคนใดคนหนึ่งด้วยข้อกฎหมายแล้วไม่ได้ เหมือนกับรถยนตร์คันหนึ่งมีชื่อ 2 คนเป็นเจ้าของ อยู่ดีๆ นาย ก. จะไปขายให้อีกคนโดยที่ไม่ถามเจ้าของร่วมมันก็คงจะไม่ได้ แต่ช่อง 7 สร้างไป 80 เปอร์เซ็นต์แล้ว ก็เข้าใจทางฝั่งช่อง 7 นะครับ เพราะผมเชื่อว่าช่อง 7 อาจจะไม่ทราบตรงนี้ว่ามีคนเขียนร่วมกัน เพราะทางช่อง 7 เคยสร้างมาแล้วครั้งหนึ่งก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะตอนนั้นทางทายาทคุณ ส.เนาวราช ยังไม่ได้ปรากฏ แต่ ณ ครั้งนี้ทายาทเขาปรากฏแล้ว เพราะฉะนั้นแน่นอนมันต้องมีเรื่องของกฏหมายมาเกี่ยวข้อง" "ผมทราบเรื่องนี้ตั้งแต่แรกแล้ว เพราะตัวเราเองติดต่อคุณ เศก ดุสิต ไป ครั้งแรกเลยทางทายาทที่เป็นลูกชาย ก็ได้มีการตกลงกันว่าจะขายให้ทางเรา ซึ่งจะมาทำให้ช่อง 8 แต่ปรากฏว่าทางเขาต้องการให้เราแนบท้ายสัญญาว่า ถ้าเกิดมีทายาทของ ส.เนาวราช ขึ้นมาเกี่ยวข้อง เขาไม่ขอเกี่ยวข้องนะ คุณหนุ่มต้องเป็นคนรับผิดชอบเอง เราก็ได้มีการมาพูดคุยกับทางเฮียฮ้อ เฮียก็บอกว่าไม่โอเค ทำแบบนี้ไม่ถูกกฎหมาย ต้องได้รับความยินยอมทั้งสองฝ่ายแล้วถึงจะยอมเซ็น เราก็เลยกลับไปพูดคุยกับทางทายาท เศก ดุสิต ว่าทางเราไม่สะดวกจริงๆ ถ้าเป็นแบบนี้" "ทางฝั่งเขาเลยบอกว่าเอาอย่างนี้แล้วกันให้ผมไปตามหาทายาท ส.เนาวราช มาก่อน เจอเมื่อไหร่ค่อยกลับมาว่ากัน ซึ่งเราก็โอเคแล้วก็ไปตามหา จนกระทั่งผ่านมาเดือนหนึ่งเราก็พบว่าคุณ ส.เนาวราช เสียชีวิตไปแล้ว ทางทายาทเขา 6 คน บางคนก็อยู่ต่างประเทศ บางคนก็เปิดร้านขายของอาหารตามสั่ง แล้วก็ไม่ค่อยรู้เรื่องกฏหมายเท่าไหร่ เราก็เลยไปขอซื้อมา พอซื้อมาแล้วก็กลับมาหาทางทายาทคุณ เศก ดุสิต ปรากฏเขาบอกว่าไม่ทันแล้ว ผมขายไปแล้ว เราก็อ้าว…แล้วทำไมพี่ไม่โทรบอกผมสักคำเลยล่ะ เขาก็บอกว่างั้นผมก็ต้องโทรบอกทุกคนสิ เราก็ไม่รู้จะตอบว่ายังไงก็วางหูไป ถามว่าใครเอาไปทำ ผมจะไปซื้อกลับมาก็ไม่ยอมบอก" "หลังจากนั้นไม่เกิน 3 เดือน ก็ถือสัญญาค้างอยู่ไม่รู้จะทำยังไง ทำอะไรไม่ได้ สุดท้ายทางช่อง 7 ก็ประกาศจะสร้างละครเรื่องนี้ ทางเราก็งงว่าทำไมช่อง 7 สร้างได้ ก็เลยมีการไปคุยกับทางฝ่ายกฏหมาย จริงๆ มันทำไม่ได้ เราก็เลยพยายามติดต่อเข้าไป คือผมไม่ได้ไปคุยโดยตรง แค่ฝากไปก็เลยไม่รู้เรื่องถึงหรือเปล่า หลังจากนั้นก็เพิ่งจะมีข่าวตอนหลัง จริงๆ เราส่งไปตั้งแต่ก่อนจะสร้างด้วย ตั้งแต่ตอนฟิตติ้งใหม่ๆ จะถึงขั้นเข้ากระบวนการทางกฏหมายเลยมั้ย อันนี้ตอบไม่ได้ แต่ ณ ตอนนี้ผมไม่ได้มีความคิดจะฟ้องช่อง 7 ผมเชื่อว่าคนอยู่วงการเดียวกัน บางทีมันก็ต้องมีการพูดคุยกัน ช่วยกันหาทางออกมากกว่าจะมานั่งฟ้องกัน เพราะมันเป็นเรื่องไกลตัวมากนะการฟ้องร้องเนี่ย แต่ถ้าถึงเวลานั้น ผมก็ยังบอกไม่ได้เพราะถ้าเรื่องนี้ถูกนำมาออกอากาศจะถูกดำเนินการทางกฎหมายยังไง แต่ ณ วันนี้ผมยังไม่คิดที่จะฟ้อง" "หลังจากติดต่อไป ทางผู้ใหญ่ก็ได้มีการให้ทางคนที่ช่อง 7 ติดต่อมาว่าขอให้ไปพูดคุยกันเพื่อช่วยกันหาทางออก แต่ด้วยเวลา เราทำงานทุกวัน บางวันเราว่าง ผู้ใหญ่ท่านก็ไม่ว่าง ก็เลยยังไม่มีโอกาสที่จะไปพูดคุยกัน จะขายลิขสิทธิ์ให้เขาไปเลยมั้ยเหรอ อันนี้คงต้องไปพูดคุยกันอีกทีว่าจะเป็นในลักษณะไหน เพราะว่าในช่วงนั้น พอเราได้มาเราก็เริ่มฟิตติ้ง เริ่มติดต่อตัวละคร ทำบท ทำทุกอย่างแล้ว เพื่อที่จะทำเรื่องนี้ สุดท้ายพอรู้ว่ามันมีสัญญา 2 คน แล้วเราถือแค่ขาเดียว เราก็รู้สึกว่าเราทำไม่ได้เดี๋ยวจะมีปัญหา ก็เลยต้องปิดเรื่องไปเลย" "ส่วนตัวยังไม่ได้พูดคุยกับพี่ธงชัยเลย แต่ได้อ่านบทสัมภาษณ์ของพี่ธงแล้วเหมือนกัน ก็ยังรักและเคารพพี่ธงเหมือนเดิมนะครับ แล้วก็ไม่เคยมีปัญหากับพี่ธง แล้วก็เชื่อว่าพี่ธงก็ทำตามหน้าที่ เพราะเรื่องนี้ผมได้ยินมาว่าช่อง 7 เป็นคนซื้อ แล้วมอบหมายให้พี่ธงเป็นผู้จัด เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ก็จะไม่เกี่ยวกับพี่ธง เป็นเรื่องของทางช่อง 7 ที่อาจจะต้องมาร่วมกันหาทางออกกับทางผมมากกว่า ก็เข้าใจพี่ธง ไม่ได้โกรธ ไม่ได้อยากจะทำร้ายอะไรเลย เดี๋ยวพี่ธงจะเข้าใจผิด แนวทางข้างหน้าจะเป็นยังไง อันนี้คงต้องขอเข้าไปคุย ต่างคนต่างทำคงเป็นไปไม่ได้ ต้องขอเข้าไปพูดคุยกับผู้ใหญ่ทางช่อง 7 ก่อน ว่าจะร่วมกันหาทางออกยังไง" "ค่าเสียหายที่เราเริ่มเปิดเรื่องไปแล้วก็ประมาณหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของลิขสิทธิ์เอง ค่าบทที่เราทำ หรืออะไรต่างๆ นานา เดี๋ยวก็ต้องไปว่ากันอีกทีว่ายังไง ถ้าช่อง 7 จะซื้อ ก็คงต้องไปคุยกันอีกทีว่าจะเป็นยังไง คือตรงนี้ยังตอบอะไรไม่ได้ ขอไปดูก่อนว่าทางฝั่งช่อง7 ต้องการหาทางออกยังไง และเราต้องการหาทางออกยังไง เป็นการหาทางออกร่วมกันครับ สำหรับผมเสียดายมากเลย คือเราติดต่อไปทั้งสองเจ้าแล้ว เราตั้งใจที่จะทำ แต่ว่าในเมื่อเหตุการณ์เป็นแบบนี้เราก็ไม่สามารถไปละเมิดได้ เขามีคนเขียนสองคน ถ้าเราเอามาทำโดยที่ไม่มีคู่สัญญาของอีกคน ผมว่ามันก็ไม่ได้จริงๆ อย่าดีกว่า" หนุ่ม กล่าว หนุ่ม กรรชัย หนุ่ม กรรชัย หนุ่ม กรรชัย หนุ่ม กรรชัย

คอนเฟิร์ม!สิงโตเปิดตัวบิ๊กแซมนั่งกุนซือสัญญา2ปี
ยูโร /  อังกฤษ / 

สมาคมฟุตบอลอังกฤษประกาศอย่างเป็นทางการว่าได้แต่ตั้ง แซม อัลลาไดซ์ กุนซือวัย 57 ปีเข้ามาเป็น ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษคนใหม่แล้วด้วยสัญญา 2 ปี หลังจากที่ รอย ฮอดจ์สัน  ประกาศวางงมือหลังจากที่พาทีมชาติอังกฤษตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายศึกยูโร 2016 ด้วยน้ำมือของไอซ์แลนด์ ล่าสุด เอฟเอ ได้ประกาศแต่งตั้ง แซม อัลลาไดซ์ อย่างเป็นทางการแล้วด้วยสัญญา 2 ปี ซึ่ง”บิ๊กแซม” ก็ประกาศแยกทางกับซันเดอร์แลนด์ทีมเก่าทันที โดยอดีตผู้จัดการทีมโบลตันจะเข้ามาเป็น ผู้จัดการทีมคนที่ 14 ในประวัติศาสตร์ทีมชาติอังกฤษ และมีภารกิจพาทีมสิงโตคำรามไปเล่นฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซียกล่าวหลังจากถูกแต่งตั้งว่า “ผมเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ ซึ่งผมต้องการตำแหน่งนี้มาอย่างนานเพราะนี่คืองานที่ดีที่สุดในฟุตบอลอังกฤษ” “ผมจะทำทุกอย่างเพื่อช่วยอังกฤษ และประเทศของเรานำความสำเร็จมาสู่แฟนๆและทำให้ทุกคนภาคภูมิใจ” บิ๊กแซมกล่าว

เที่ยว 'เชียงใหม่' หน้าฝน จะไปต้องได้ไป!
ที่เที่ยวหน้าฝน /  ที่เที่ยวเชียงใหม่ / 

เดินทางครั้งนี้ ฉบับเดิมเน้น eco trip มีตังค์เท่าไรเอาไปลงกับการเที่ยวและกิน การเดินทางช่างมัน เฮ่ยย ๕๕๕ สรุปเราเดินทางโดยการนั่งรถทัวร์ครับ ทั้งขาไปและขากลับ ก่อนเดินทางก็จัดแจงจับจองนัดแนะกับบริษัทเช่ารถครับ ผมจองรถกับบริษัทท้องถิ่นมั้งไม่รู้เค้าเรียกอย่างนี้หรือเปล่า ครั้งนี้ผมใช้บริการร้าน "กินเที่ยว รถเช่า เชียงใหม่"  นัดแนะสถานที่รับรถและวันเวลาการรับรถคืนรถให้เรียบร้อยนะครับส่วนรายละเอียดค่าใช้จ่ายนั้น เดี๋ยวมีแนบให้ท้ายรีวิวครับ เที่ยว 'เชียงใหม่' หน้าฝน จะไปต้องได้ไป! Day 0 นับเป็น วันที่ 0 แล้วกันครับ  เพราะว่าเป็นวันเริ่มเดินทาง ใช้บริการรถทัวร์ของบริษัทสีฟ้าๆ ๕๕๕ ช่างมัน บริษัทอะไรก็ตามแต่ มาขึ้นรถกันที่ หมอชิต ครับ รอบ 20.35 กะให้ถึงเชียงใหม่เช้า เข้าที่พัก รับรถที่จองไว้ แล้วเที่ยวเลย Day1 ถึงแล้วครับเชียงใหม่ ตามเวลาเป๊ะเลย ตีห้ากว่าๆ เกือบครึ่งได้  พอลงรถปุ๊ปป คณะรถแดงมาจากไหนไม่รู้ รถแดงก่อจ้าววววว ๕๕๕  รู้ตัวอีกทีเดินตามป้าอะไรก็ไม่รู้ไปละต้อยๆ ==*  และนี่คือโฉมหน้าผู้โชคดี ที่พวกเรา ตกลงปลงใจเหมารถแดงในราคา 250 บาท อาเขต-วัดเจ็ดยอด หลังจากที่ตกลงปลงใจ ต่อราคา(ไม่ได้) ก็พากันขึ้นรถมา โชคดีที่ทริปนี้ได้ที่พักฟรี ด้วยเส้นล้วนๆ ไม่มีความผสมอะไรทั้งสิ้น ส่วนเจ้าของเส้นนั้น ได้ไปบอกทางอยู่ข้างๆ คนขับรถ พอเก็บของอาบน้ำ นอนพักเอาแรงนิดหน่อย ท้องก็ร้อง บริษัทรถโทรมาขอเลื่อนเวลาส่งรถ เลยพากันออกมาเดินเล่นครับ ที่แรกที่ไปเยือนก็คือวัดเจ็ดยอดหน้าหอนี่เองครับผม  ไปเดินฆ่าเวลา รอรถที่ได้โทรจองไว้ เผื่อเวลากินข้าวด้วย หลังจากกินข้าวเสร็จเวลาก็ปาไป 9 โมงกว่าๆได้ครับ พากันกลับขึ้นที่พักเตรียมสัมภาระ รอรถมาส่ง พอได้รถมาก็ปาไปประมาณ 09.30 ได้ก็เริ่มออกเดินทาง จุดมุ่งหมายแรกที่เราได้ปักธงไว้เลยนั่นก็คือ ดอยอินทนนท์ ใช้เวลาในการเดินทางราวๆ 2 ชั่วโมงกว่าๆ ได้ จากในตัวเมืองเชียงใหม่ครับ การเดินทางนี้ ไม่มีผู้ชำนาญเส้นทางแต่อย่างใด จึงได้อ้อนวอน ขอร้องผู้ช่วย ชื่อว่าคุณจีพีเอส ชื่อเล่น พี่จี แล้วกันเนาะ ตลอดการเดินทาง ไม่มีพี่จี พวกผมตายยย ๕๕๕ ถึงแล้ววววววววววว หลังจากที่หลงทางกันอย่างเมามัน โค้งผิดซอยบ้างอะไรบ้าง ๕๕๕ หากขาด พี่จี ไปนี่คงขับเลยไปอีกจังหวัดได้ละมั้ง T^T   พอมาถึง อช.ดอยอินทนนท์ ก่อนเข้าเค้าจะมีด่านเก็บค่าเข้านะครับ จอดรถข้างทางเลย พอลงจากรถปุ๊ป ก็มีป้าคนนึงมาบอกว่าเป็นนักศึกษาไปขอส่วนลดเลย เอาบัตรไปยื่นได้จาก 50 เหลือ 20 แล้วคุณป้าแกก็บอกว่า ช่วยซื้อพวกมาลัยป้าด้วย เดี๋ยวเอาไปไหว้ข้างบน ~   ครับคุณป้า ==* และนี่คือไอ่อ๊อด รถคู่ใจในทริปนี้ ๕๕๕ สมบุกสมบัน อาหารโปรดของไอ่อ๊อดคือ ไม้ไผ่ และท้ายรถตู้ ๕๕๕ ไม่ใช่ละๆ คันนี้เครื่อง 1500 พาขึ้นดอย 5 คน ได้รอดนะครับ สบายๆ เลย ระหว่างทางขึ้นก็มีละอองฝนปรอยๆ ขับไปได้สักครึ่งทางจะเห็นว่ามีหมอกบางๆ เป็นบางจุด และหนามากๆ จนไม่เห็นทางในหลายจุด ต้องระมัดระวังในการขับขี่นะครับสำหรับคนที่จะขับขึ้น ระหว่างทางก็จะเป็น หมอกบ้าง ละอองฝนบ้างครับ มีคนปั่นจักรยานขึ้น มีคนเดินขึ้น แน่นอนว่าไม่ใช่คนไทย ๕๕๕ คนนี้เจอโดยบังเอิญตอนลงถ่ายรูปครับ เขาบอกว่า ให้ช่วยถ่ายรูปให้ไหม แหม่ะ น้ำใจงามจริงๆ เลยชวนมาถ่ายภาพด้วยกันซะเลย แต่ไม่ได้ให้เขาติดรถขึ้นไปครับ เพราะในรถเต็มจริงๆ ไม่ได้แล้งน้ำใจน้า เกือบจะถึงยอดดอยแล้ววว แวะ กิ่วแม่ปาน สักหน่อย อากาศหนาวมากกกกกกกกกกก ยิ่งกว่าฤดูหนาวของ กทม. (ปล.ปิดให้ขึ้นชมตั้งแต่ มิ.ย.-ต.ค.) จุดนี้มีร้านอาหารด้วยนะครับ หมูปิ้ง คอหมูย่าง อะไรย่างมีหมดเลยครับ ปักหมุด ดอยอินทนนท์ ถึงสักที พอเปิดประตูรถเท่านั้นแหละ โอ้วววว หนาวจะอะไรจะขนาดนั้น หมอกลงแบบมองไม่เห็นทาง ๕๕๕ เหมือนจะมีฝนด้วย ไม่แน่ใจว่าเป็นน้ำค้างหรือเปล่า แต่เดินหัวเปียกกันทุกคนครับ แนะนำถ้าอยากฮิปส์เตอร์ให้ซื้อผ้ากันฝนสีๆ ไปถ่ายรูปด้วย ๕๕๕ เดินเล่นได้สักพักก็ทนความหนาวเหน็บไม่ได้ เอาดอกไม้ที่ซื้อมาไปไหว้ (ไม่แน่ใจว่าเค้าเรียกว่าอะไร) แล้วก็รีบขึ้นรถขับลงดอยกันครับ ระหว่างทางจะมีสถานที่ท่องเที่ยวให้ได้แวะเที่ยว มีเยอะพอสมควรครับ วันนี้พวกเราแวะกัน 2 ที่ มี หมู่บ้านแม่กลางหลวงที่ข้าวเพิ่งจะปลูกไปเอง และน้ำตกวชิรธาร เที่ยวดอยอิทนนท์เพลิน เดินไปถ่ายรูปไป เวลาก็ล่วงเลยไปประมาณ 4 โมงกว่าได้ครับ เดิมแพลนวันนี้ จะไปแกรนด์แคนยอนต่อ เลยรีบกินข้าวกันที่น้ำตก แล้วรีบขับมุ่งหน้าไปยังแกรนด์แคนยอนครับ แต่... มีแต่ครับ ฟ้าฝนช่างไม่เป็นใจ ได้กระหน่ำลงมาอย่างไม่เกรงใจพวกผมเลย ๕๕๕๕ พอเลี้ยวเข้าปากทางเข้าเท่านั้นแหละ ฝนกระหน่ำแบบ โอ๊ยยยย นี่ตั้งใจมามากนะเว้ยย แต่ด้วยฟ้าฝนไม่เอื้ออำนวย เลยตัดสินใจกลับเข้าเมืองครับ พอขับมาได้สัก 500 เมตร นั่นแหละ ฝนหยุดตกจ้า หึ่มมมม พรุ่งนี้ก็ได้ว้า ๕๕ เย็นนี้ไปพักใจกันที่ อ่างแก้ว มช. ก่อนก็ได้ นั่งกินลมชมวิวกันที่ อ่างแก้วแพรวพราวรื่นรมย์ เห็นเขาว่างั้น ๕๕๕๕ มานั่งได้สัก 10 นาที ฝนตกอีกแล้วครับท่านน T^T ตัดสินใจกลับที่พักมาชำระล้างร่างกาย เปลี่ยนชุด  กินข้าวเย็นนนกันเถอ หิวแล้วว ปิดจ็อบ day 1 เย้ๆๆ หลังจากอกหักมาจากแกรนด์แคนยอน และอ่างแก้วเพราะฝนตก กลับที่พักไปนอนทำสมาธิ ๕๕ ได้ข้อสรุปว่าจะไปหาอะไรกินที่ กาดหน้ามอ Day2 ตื่นเช้าแต่ไก่โห่ รีบปลุกพี่จี แล้วเหยียบรถขึ้นมาข้าวปลาไม่ยอมกิน ๕๕๕๕ กลัวไม่ทันอากาศดีๆ ๕๕๕ ใช้เวลาเดินทางจากในเมืองถึงม่อนแจ่ม ก็ราวๆ 45 นาทีได้ครับ ขึ้นมาถึงถือว่าคุ้มมากก มีอากาศดีๆ มีหมอกบางๆ  มีดอกไม้หลายๆชนิด มีผีเสื้อ มีภูเขา สวยมากก ใช้เวลาถ่ายรูป เดินเล่นสักพักก็ท้องร้องจ๊อกๆๆ พากันลงไปกินข้าวคับ กับข้าวข้างบนก็มีนะ แต่นศ.อย่างพวกเราไม่สู้จริงๆ แวะกินข้าวกินน้ำเสร็จ ขับรถลงดอยมาอีกนิด ระหว่างทางจะเป็น สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ที่นี่ ไม่ไกลจากม่อนแจ่มมาก สวยดี มีพืชทุกชนิดก็ว่าได้ บางชนิดยังปิดปรับปรุงอยู่นะครับ  ช่วงนี้อันนี้เขาไปเดินลอยฟ้ากันก็ปิดปรับปรุงอยู่นะ หลังจากชมนกชมไม้นานาพันธุ์ ก็ตกลงกันว่าเมื่อวานเราขาดไปที่นึง เรายังไม่ได้ไปเยือนแกรนด์แคนยอนเลย วันนี้ต้องไปให้ได้ ก็เลยรีบออกเดินทาง ๕๕๕ ถึงแล้ววว แกรนด์แคนยอนเชียงใหม่  ด้วยความคาดหวังว่าฝนจะไม่ตก มีลุ้นตลอดทาง มีครึ้มมาเล็กน้อย  แต่พอขับมาถึงโชคดีที่ฝนไม่ตก น่าเสียดายไม่ได้เอาชุดมาเปลี่ยนโดดน้ำ ปล.ฝรั่งเยอะมากกก หลังจากที่กินลมชมฝรั่ง เอ้ยยย ชมวิวที่แกรนด์แคนยอนเสร็จ เส้นทางเดียวกันขับรถเลยมาอีกสักพัก จะเจอกับ กับบ กับบบบบบ จะตื่นเต้นทำไม ? บ้านเก๊าไม้รีสอร์ท แวะถ่ายรูปกันเถอะะ  ก่อนเข้าแจ้งยามเขาก่อนนะครับ ปล.รูปประวัติศาสตร์มีรูปเดียวเท่านั้น นอกนั้นเผ่นนนนน ปิดทริป day 2 ครับ ภาคกลางคืน ท้องเริ่มร้อง เริ่มขับรถหาร้านอาหารพื้นเมือง ตกลงกันอยู่นานได้ข้อสรุปว่า ไปกินกันที่นิมมานครับ อยากบอกว่า วนหาที่จอดรถนานมากกก ถ้าจะไป รีบไปตอนเย็นๆ ได้ร้านต๋องเต็มโต๊ะ  พิกัด นิมมาน ซ.13 รอคิวยิ่งกว่า บอนชอนนะครับบอกเลย อาหารที่นี่อร่อยดีครับ มากันหลายๆคนจ่ายไม่กี่บาทเอง พอกินของคาวเสร็จ ของหวานต้องมาสิครับแหม่ะ ๕๕๕๕ แยกกระเพาะได้ดีงามมาก ร้านต่อไปเป็นร้านอ้อนนมสด หลังมช. ครับ มีขนมปังปิ้ง นึ่ง เปียก แห้ง อะไรก็ว่ากันไป พออิ่มแล้วก็กลับไปนอนนนน Day 3 วันนี้วันสุดท้ายแล้วของทริปนี้ วันนี้มีนัดคืนรถกับทางร้านเวลา 11.20 ครับ เลทให้ 2 ชม. ใจดีมากกกกกกก วันนี้ก็ตื่นสายนิดนึงไม่ได้ไปไหนไกลแล้วครับ ชวนกันว่าจะไปกินปาท่องโก๋ ซื้อของฝากกันที่กาดหลวง ปาท่องโก๋ไดโนเสาร์ บลาๆ ๕๕๕ รสชาติเป็นอย่างไร ไปชิมเอาเอง ที่กาดหลวง มาถึงที่นี่แล้วก็เลยแวะซื้อของฝากกลับบ้านด้วยเลย เย่ๆ กลับจากตลาดก็ได้เวลา คืนรถครับผมมม จากนี้ไปรถแดงเท่านั้น  กราบลาพี่จี ๕๕๕ วันนี้ไม่มีอะไรมากครับ เน้นสายชิว กลับมาจากตลาด ซื้อของเสร็จก็นอนพักผ่อนเอาแรง คืนรถ รับเงินประกันคืนก็เที่ยงกว่าๆ พอดี นี่คือสภาพหลังคืนรถแล้วครับ สำหรับคนที่มาเที่ยวแบบนี้หลายๆ คน แนะนำเช่ารถครับ  คิดว่าน่าจะดีกว่าเพราะว่าไปไหนสะดวกกว่ามากครับ จุดมุ่งหมายเที่ยงนี้ของพวกเราเป็น ร้านข้าวซอยนิมมาน ซอย 7 และ ไอเบอรี่ ซอย 17 ครับผม วันนี้พวกเราเลือกปิดทริป ที่ วัดพระสิงห์ และวัดปราสาท เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนกลับบ้าน เย้ๆ ไหว้พระกันเสร็จก็เย็นแล้วครับ ออกเดินทางตามหารถแดงไปเมย่า (MAYA) ซื้อของฝากให้พี่ยามกับป้าแม่บ้านที่หอ เย็นนี้กลับไปกินข้าวเย็นกันที่ร้านขายกับข้าวหน้าหอเลยครับ เสร็จก็เรียกรถแดงไปอาเขต กลับบ้านนนนนนน สรุปค่าใช้จ่ายตลอดทริปนี้ครับ ปิดทริป เชียงใหม่ (หน้าฝน) จะไปต้องได้ไป ในที่สุดทริปนี้ก็คลอดจนได้ กว่าจะได้มานี่ยากลำบากเหลือเกิน ๕๕๕๕ ลุ้นระทึกกับเคสบลาๆๆ แต่ช่างมันเถอะได้มาแล้วนี่นา ทริปนี้เรามาลุยกันที่เชียงใหม่ มาแบบงงๆ คิดแพลนก่อนมา 1 วัน กิกิ เค้าว่ากันว่าขึ้นดอยหน้าฝน ☔ เป็นอะไรที่ฟินมากๆ เลยอยากลองมาดูสักครั้ง ขอบคุณทุกคนน้าาา ที่มาด้วยกัน ขอบคุณที่ลุยไปด้วยกัน แม้บ้างที่มันลำบาก ๕๕๕ ไว้เราไปด้วยกันใหม่นะ C: #เชียงใหม่จะไปต้องได้ไป #ppnnfliveinchiangmai ขอบคุณรูปภาพ-ข้อมูล Facebook : Weerapon Baiya

บทมันใช่ ! แจ๊ป - ฮิวโก้ ต้องยอมเล่น Deadstock : รัก ปี ลึก
Deadstock : รัก ปี ลึก /  จุลจักร จักรพงษ์ / 

บทมันใช่ ! แจ๊ป - ฮิวโก้ ต้องยอมเล่น Deadstock : รัก ปี ลึก ห่างหายจากการแสดงภาพยนตร์ไปนานหลายปี ล่าสุดนักร้องหนุ่มมาดเซอร์อย่าง ฮิวโก้ จุลจักร จักรพงษ์ ที่เอาดีด้านดนตรีจนมีชื่อเสียงโด่งดังและมีที่หลายคนชื่นชอบผลงานเพลงของเขา โดยปีนี้เราจะได้เห็นหนุ่มฮิวโก้ในภาพยนตร์เรื่อง Deadstock : รัก ปี ลึก ที่ควงคู่มากับนักร้องและนักดนตรีรุ่นน้องอย่าง แจ๊ป เดอะ ริชแมน ทอย ที่โดดเข้ามาเล่นภาพยนตร์เป็นเรื่องแรก พร้อมทั้งแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์ให้ด้วย กับเพลง รักไม่มีราคา ซึ่งงานนี้ต้องบอกว่าทั้งสองหนุ่มถูกผู้กำกับและโปรดิวเซอร์ ชีวา ลาภินตั้งสุทธิ นักสะสมของเก่าและรถคลาสสิค ผู้คร่ำหวอดอยู่ในแวดวงของเก่า กล่อมให้มาเล่นหนังเรื่องนี้ด้วยกัน เพราะเป็นหนังที่เล่าถึงความรัก ความผูกพันธ์ ของกลุ่มคนที่เล่นของเก่า นักสะสมแผ่นเสียงและของหายาก ทั้งสองคนรับบทเป็นนักดนตรีที่เดินตามความฝันในยุค 90s ทั้งแจ๊ป และฮิวโก้ เผยว่า “จริง ๆ พวกเราทั้ง 2 คนเป็นนักดนตรีไม่ใช่นักแสดงมืออาชีพ แต่สำหรับเรื่องนี้มันเป็นหนังที่บทเขียนมาเพื่อพวกเรามากเราสองคนเล่นเป็นนักดนตรีที่มีความฝันอยากมีเพลงฮิต อยากมีคอนเสิร์ต และอยากร้องเพลงไปตามฝันของเราเรื่อย ๆ ส่วนตัวแล้วเราสองคนรู้จักกับชีวา ผู้กำกับและโปรดิวเซอร์เรื่องนี้กันอยู่แล้ว เราเหมือนเป็นเพื่อนเป็นพี่เป็นน้องกัน และเรายังสามารถพูดคุยกันได้ในทุก ๆ เรื่อง เช่น เรื่องเพลง เรื่องของเก่าของสะสม งานนี้ ไม่ได้ตัดสินใจอะไรยาก บทคือบทของเรา และหนังก็เป็นหนังของเพื่อนเรา พวกคุณอาจจะไม่ได้เห็นพวกเราในจอหนังบ่อย ๆ หรอกนะ ถ้าเบื่อที่จะเห็นพวกเราบนคอนเสิร์ต ก็มาดูพวกเราเล่นหนังดูบ้าง ให้กำลังใจกัน พวกคุณรักผม พวกผมก็รักพวกคุณ ฝากผลงานด้วยนะครับ” Deadstock : รัก ปี ลึก ภาพยนตร์แนวแฟชั่นแก๊งสเตอร์ เล่าถึงเรื่องราวมุมมองความรัก มิตรภาพ ความฝัน ผ่านชีวิตของโละ (เนตั้น แดนอรุณ รามณรงค์) เด็กกำพร้าที่อาศัยอยู่กับย่า เพราะกำพร้าตั้งแต่เด็กย่าจึงตั้งชื่อไว้ว่า โละ ซึ่งเป็นเหมือนความจงใจที่จะบอกว่าถูกทิ้งตั้งแต่เด็ก โละเติบโตมาและคลุกคลีมากับแวดวงของเก่าในยุคตลาดมืดจึงหลงใหลในของเก่า และนำมาต่อยอดเป็นการสร้างอาชีพเสริมให้ตัวเองเพื่อหวังให้ตนเองและย่ามีอนาคตที่สบาย โดยมีพี่ศักดา (ชีวา ลาภินตั้งสุทธิ) รุ่นพี่ที่โละเคารพคอยดูแลและให้ความช่วยเหลือ สั่งสอน ตักเตือนโละด้วยดีเสมอมา โละมีเพื่อนคู่ใจแต่ต่างวัยอย่างเจ๋ง (แจ๊ป เดอะ ริชแมนทอย) ที่มักจะมีอะไรก็จะเล่าให้เจ๋งฟังทุกอย่างโดยเฉพาะเรื่องความรักที่เกิดขึ้นกับแฟนสาวชื่อแอน (วสุ ปลื้มสกุลไทย) ความสัมพันธ์ของทุกคนและสิ่งของทุกอย่างถูกเล่าผ่านชีวิตของเด็กผู้ชายที่ชื่อ โละ สิ่งของบางอย่างอาจจะต้องรอเวลาถึงจะมีมูลค่า แล้วความรักล่ะ ? ต้องแค่ไหนถึงมีราคา Deadstock : รัก ปี ลึก ร่วมด้วยนักแสดงอีกมากมาย อาทิ เต๋า สมชาย เข็มกลัด, แจ๊ส ชวนชื่น, ฮิวโก้ จุลจักร จักรพงษ์, ลูกเกด เมธินี กิ่งพโยม, โจ๊กเกอร์, แอนนา ชวนชื่น, โบ๊ท วิบูลย์นันท์ โดยมีกำหนดเข้าฉาย 18 สิงหาคมนี้ ทุกโรงภาพยนตร์

ไหว้พระเสริมมงคล 12 ราศี ประจำเดือนสิงหาคม 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร
12ราศี /  ทำบุญ / 

อุโบสถกลางน้ำ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย (มจร.) แนะนำให้ท่านไปกราบสักการะพระประธานในอุโบสถกลางน้ำ มรดกธรรมหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ ชื่อว่า พระยารัตนโกสินธ์ทรงเครื่อง เป็นพระพุทธรูปปางปราบพระยาชมพูบดี มีความศักดิ์สิทธิ์สวยงามมาก และนอกจากนี้ยังสามารถชมจิตรกรรมฝาผนังอันงดงามในอุโบสถ วัดมังกรกมลาวาส (วัดเล่งเน่ยยี่) สักการะ พระประธานทั้ง 3 องค์ หรือ “ซำป้อฮุกโจ้ว” ได้แก่ พระโคตมพุทธเจ้า พระอมิตาภพุทธะ พระไภษัชยคุรุพุทธะ จากนั้นให้ท่านไปไหว้เทพเจ้า “ไท้ส่วยเอี้ยะ” เพื่อคุ้มครองดวงชะตาของท่านในปีนี้ และที่ต้องห้ามพลาดเลย คือการไหว้ขอพร เทพเจ้าแห่งโชคลาภ “ไฉ่ซิงเอี้ยะ” ขอพรให้ท่านกิจการรุ่งเรือง ร่ำรวย มั่นคง วัดทิพยวารีวิหาร (วัดกัมโล่วยี่) วัด จีนเก่าแก่ สร้างตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรี ขอเชิญทุกท่านไปไหว้ขอพรเทพเจ้ามังกรเขียว หรือแชเล่งเอี้ยะ ปีนี้เป็นปีลิงในทางจีน ถือลิงกับมังกรเป็นมิตรคู่กัน คนจีนแต้จิ๋วนับถือกันมากที่สุดแห่งหนึ่ง เพระาความศักดิ์สิทธิ์ของท่าน มักอวยพรให้ผู้ศรัทธาได้ผลสมความปรารถนา ด้านการคุ้มครองดวงชะตา เสริมพลังบารมี และโชคลาภ จากนั้นอย่าลืมไปไหว้เทพเจ้าอุ้มสม อธิษฐานจิตให้สมหวังในความรักและครอบครัวมีความสุข วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร ไป สักการะพระนิรันตราย ที่ประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปที่รัชกาลที่ 4 ทรงโปรดเกล้าให้สร้างขึ้น เหตุที่ทรงถวายพระนามนี้ เพราะมีพระราชดำริว่า พระพุทธรูปนี้เมื่อขุดได้ก็ไม่ถูกทำลาย และควรที่ผู้ร้ายจะลัก แต่ก็ไม่ลัก แคล้วคลาดไม่เป็นอันตรายถึงสองครั้ง วัดอินทารามวรวิหาร (บางยี่เรือ ฝั่งธนบุรี) เป็น วัดโบราณสมัยอยุธยา แนะนำให้ไปสักการะพระเจดีย์กู้ชาติ เจดีย์ที่บรรจุพระบรมอัฐิสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จากนั้นถวายเครื่องสักการะ และขอพรให้มีปัญญาเฉียบแหลม ดุจคมคาย ทำการสิ่งใดก็สำเร็จทุกประการ ไม่มีอุปสรรคกีดขวาง วัดระฆังโฆษิตารามวรมหาวิหาร ไป ไหว้พระประธานยิ้มรับฟ้าในพระอุโบสถ ให้ชีวิตสดใสราบรื่น จากนั้นไปกราบหลวงปู่โต หรือสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) พร้อมสวดคาถาชินบัญชร ขอให้ท่านปกปักคุ้มครอง คิดทำสิ่งใดก็ประสบความสำเร็จ ก่อนกลับบ้านแนะนำให้ไปรับพลังชีวิต จากสายน้ำที่ท่าน้ำวัดระฆัง ปล่อยปลาเป็นการทำบุญทำทานก่อนกลับบ้าน วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) กราบ สักการะขอพระพุทธรังสุโขทัยธรรมมาโมภาส ประดิษฐานอยู่ ณ ศาลาพระธรรมปัญญาบดี ใกล้กับวิหารพระนอน พระพุทธรูปที่มีความสำคัญและศักดิ์สิทธิ์อย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นพระพุทธรูปประจำรัชกาลที่ 4 จากนั้นให้ไปกราบสักการะพระพุทธเทวปฏิมากร ขอพรให้สำเร็จดุจดังเทวดาสร้างสรรค์ทุกประการ วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร ควร ไปกราบสักการะองค์หลวงพ่อโต หรือซำปอกง อธิษฐานจิตเรื่องธุรกิจ การค้า การเดินเรือ ทางอากาศ ขอให้เดินทางปลอดภัย เคล็ดลับคือห่มผ้าหลวงพ่อโต ขอพร และตีระฆัง ตีกลอง บอกฟ้าดินและหลวงพ่อ อย่างละ 3 ครั้ง ก่อนกลับบ้าน แนะนำให้ทุกท่านไปไหว้พระโพธิ์สัตว์กวนอิมอันศักดิ์สิทธิ์ ณ ศาลเจ้าเกียนอันเกง ที่อยู่คู่ชุมชนกุฎีจีนอันเก่าแก่กว่าร้อยปี วัดบวรนิเวศน์ราชวรวิหาร สักการะ พระบรมสารีริกธาตุ องค์พระไพรีพินาศ ให้ศัตรูผู้คิดไม่ดีแก่เรา แพ้พ่ายหรือกลับใจมาเป็นมิตรกับเรา ถือเป็นการอภัยสูงสุด ขอพรดังนี้จะยิ่งสัมฤทธิ์ผล ที่สำคัญน้ำมนต์ที่ฐานชุกชี ในพระอุโบสถ ให้นำมาประพรมให้กับตัวเองและครอบครัว ทั้งขลังและศักดิ์สิทธิ์ วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร  (วัดสามจีน) ไป กราบพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร หรือหลวงพ่อทองคำ พระพุทธรูปสมัยสุโขทัย มีความศักดิ์สิทธิ์มาก จากนั้นอย่าลืมไปกราบพระพุทธทศพลญาณ ประชาชนทั่วไปนิยมมาบนบานกันด้วยพวงมาลัยดอกมะลิ ขอพรให้สำเร็จสมหวัง การเงินมีทรัพย์มาก วัดอรุณราชวราราม (วัดแจ้ง) เคล็ด ลับในการไหว้ ให้ท่านข้ามฝั่งไปธนบุรี โดยทางเรือ เพราะชื่อว่าการข้ามน้ำข้ามทะเลเพื่อที่จะไปกราบสักการะทำนุบำรุงพุทธศาสนา นั้น จะทำให้ได้รับกุศลที่ยิ่งใหญ่ เพราะถือว่ามีความเพียรพยายาม เมื่อไปถึงที่วัดแล้ว ให้ไปกราบสักการะพระประธานในอุโบสถ คือ “พระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลก” ภายในพระพุทธอาสน์บรรจุพระบรมอัฐิของรัชกาลที่ 2 วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) ควร ไปกราบสักการะองค์พระแก้วมรกต พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง ท่องนะโม  3 จบ และตามด้วยท่อง วาละลุกัง สังวาตังวา 9 จบ จึงอธิษฐานจิตขอบารมี พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ให้ช่วยคุ้มครอง ให้ปลอดภัยจากภัยอันตรายทั้งปวง รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

สับปะรด ช่วยป้องกันโรคต่างๆ ประโยชน์มากมายที่คุณอาจไม่เคยรู้!!
ประโยชน์ของช็อกโกแลต /  สับปะรด

สับปะรด ผลไม้ที่ทุกคนชื่นชอบ สับปะรดมีมากกว่าประโยชน์ที่เราคิด ช่วยป้องกันโรคต่างๆและ นำสับปะรดมาแปรรูปได้อีกมากมายเรามารู้จักกับสับปะรดกันดีกว่าครับ ส่วนต่างๆของ สับปะรด สับปะรดเป็นผลไม้ลำต้นเตี้ย เจริญเติบโตได้ดีในสภาวะอากาศร้อนแห้ง แล้ง มีดินปนทราย ขนาดของผลสับปะรดจะใหญ่กว่าลำต้น ส่วนใบจะเรียวยาว และแข็งแรงใช้ในการกักเก็บน้ำได้ดีครับเพราะมีเส้นใยที่เหนียวมาก ตรงเปลือกของสับปะรดจะมีลักษณะแข็ง มีตา ปรากฎอยู่รอบ ๆ เปลือก เนื้อสับปะรดมีรสหวานอมเปรี้ยวชุ่มน้ำ บางพันธุ์มีรสหวานฉ่ำ ส่วนมากนะครับจะนิยมปลูกทั้งพันธุ์ปัตตาเวีย และพันธุ์ภูเก็ต แต่ในบ้านเราส่วนมากที่ขายกันอยู่ก็จะมี สับปะรด นางแล ภูแล เพชรบุรี ศรีราชา แล้วส่วนต่างๆของสับปะรดเนี่ย เขาเอามาทำอะไรกันบ้าง ผลสับปะรด จะเป็นส่วนที่มีเนื้อและน้ำ ซึ้งมีประโยชน์มากมายเลยครับ เราจะกินผลสดๆก็ได้ รวมไปถึงมาแปรรูปเป็น สับปะรดกวน ,สับปะรดในน้ำเชื่อมบรรจุกระป๋อง ที่เราเห็นทั่วไป , แยมสับปะรด และสับปะรดอบแห้ง หรือจะคั้นเป็นเครื่องดื่มน้ำสับปะรด,น้ำส้มสายชูก็ได้ครับ ใบสับปะรด รู้ไหมครับว่า ใบสับปะรดเนี่ยเป็นเศษวัสดุที่มีมูลค่ามากเลยครับ เพราะเส้นใยที่เหนียวนั้น สามารถนำมาแปรรูปเป็นผ้าใยสับปะรด ซึ่งชาวฟิลิปปินส์ จะนิยมนำมาทำเป็นผ้าพื้นเมืองด้วยครับ อีกทั้งยังนำมาประยุกต์ใช้ทำเป็นกระดาษใบสับปะรด หรือเชือก เปลือกสับปะรด  มีประโยชน์มากเช่นเดียวกันครับ เพราะตรงส่วนตาของสับปะรดนั้น อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีคุณค่า จึงนิยมนำมาแปรรูปเป็นอาหารของโค หรือจะอบแห้งเผื่อนำมาเป็นส่วนผสมหลักๆของอาหารสัตว์อื่นๆ แถมยังนำมาทำเป็นน้ำหมัก ปุ๋ยชีวภาพได้ด้วยครับ แกนสับปะรด  บางสายพันธุ์นะครับที่มีแกนกลางใหญ่ๆ จะนิยมนำมาแปรรูปเป็น แกนสับปะรดอบแห้ง และ แกนสับปะรดหยี ที่ไม่นิยมรับประทานสดๆเพราะ เนื้อของแกนสับปะรดจะมีลักษณะแข็งกระด้างครับ ประโยชน์และสรรพคุณของ สับปะรด 1. ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง รับประทานสับปะรดวันละหนึ่งชิ้นก็จะช่วยให้ร่างกายได้รับวิตามินซี ที่สำคัญคือวิตามินช่วยในการทำงานของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน และยังช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายติดเชื้อและต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ การรับประทานสับปะรดวันละหนึ่งชิ้นจึงเป็นการเพิ่มแรงต้านทานโรคให้แก่ร่าง กายแต่ในผู้ที่มีเลือดจางไม่ควรกินมากนัก 2. ช่วยในการย่อยอาหาร สับปะรดมีกากใยอาหารอาหารมากซึ่งมีความสำคัญกับการย่อยอาหาร และเป็นที่รู้กันอยู่ว่ากากใยอาหารช่วยลดคอเลสเตอรอล ควบคุมน้ำตาลในเส้นเลือดและช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งเพราะในสับปะรดมีเอนไซม์ตามธรรมชาติที่มีชื่อว่า “บรอมีเลน” สามารถช่วยย่อยอาหารได้ทั้งใสภาวะเป็นกรดและด่าง จึงเหมาะมากที่จะพาไปช่วยย่อยในกระเพาะซึ่งเป็นกรด หากกินสัปปะรดหลังอาหารเป็นประจำ จะช่วยในเรื่องของระบบขับถ่ายด้วยนะครับ (ใครที่กำลังอยากลดความอ้วนนี่ ผมคอนเฟริมเลยครับ ได้ผลดีจริงๆ ) 3. ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดี สับปะรดมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ เช่น วิตามินซี เบต้าแคโรทีน และแมงกานีสที่จะช่วยป้องกันอันตรายจากอนุมูลอิสระที่จะทำลายโครงสร้างของ เซลล์ และอาจทำให้เป็นโรคหัวใจและอัมพฤกษ์ อัมพาต นอกจากนี้ สารแอนตี้ออกซิแดนท์ยังมีความสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอีกด้วย หลอดเลือด หลอดลมไหลเวียนดี 4. ป้องกันความเสี่ยงจากโรคมะเร็ง การรับประทานผักและผลไม้เป็นประจำและลดความเสี่ยงจากโรคมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งเต้านม เพราะสับปะรด มีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ที่ช่วยป้องกันการเติบโตของเซลล์ร้ายในปอด ป้องกันมะเร็งรังไข่ 5. ช่วยป้องกันโรคต่างๆ การรับประทานผักและผลไม้ให้ได้วันละ 5 กำมือจะช่วยลดการเสียชีวิตด้วยโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น อัมพฤกษ์ อัมพาต หรือมะเร็งได้ถึง 20% อีกทั้งยังเสริมสร้างการดูดซึมอาหาร เพราะสับปะรดมีกรด และวิตามินหลายชนิดครับ 6. ช่วยให้เหงือกแข็งแรง สับปะรดช่วยให้สุขภาพในช่องปากแข็งแรง เนื่องจากสับปะรดมีวิตามินสูงที่จะช่วยป้องกันความเสี่ยงจากโรคเหงือกได้ 7. ช่วยยับยั้งการอักเสบ เอนไซม์ Bromelain ในสับปะรดจะช่วยยับยั้งการอักเสบ ทั้งนี้ ชาวอเมริกาใต้โบราณใช้สับปะรดเป็นยารักษาโรคผิวหนังและรักษาบาดแผล สับปะรด ดีต่อสุภาพสตรีและผู้ป่วย สำหรับสุภาพสตรีที่มีอาการปวดประจำเดือน อาการอักเสบจากริดสีดวงทวาร หรือผู้ป่วยอาการที่เกี่ยวข้องกับเส้นเลือดดำ โรคกระดูก ข้ออักเสบ รูมาตอยด์ เก๊าท์ หากรับประทานสับปะรดเป็นประจำ จะช่วยบรรเทาอาการต่างๆเหล่านี้ได้ รวมไปถึงสมานแผลให้ทุเลาได้เร็วขึ้นด้วยครับ วิธีรับประทาน สับปะรด ให้ถูกต้อง วิธีกินสับปะรด สำหรับการรับประทานที่ถูกวิธีนะครับ ให้ใช้มีดใหญ่เฉือนเปลือกออกจนหมด จากนั้นจึงใช้มีดตัดส่วนตาออกเป็นร่องเฉียงเป็นแถว ๆ เอาส่วนตาออกแล้วตัดเป็นชิ้น แล้วเอาเกลือแกงทาให้ทั่วหรือมิฉะนั้นก็แช่ในน้ำเกลืออ่อน ๆ ประมาณ 2-3 นาที การทาเกลือหรือแช่ในน้ำเกลือนอกจากจะทำให้รสชาติดีขึ้นแล้วยังเป็นการทำลายสารจำพวก Glycoalkaoid และเอ็มไซม์บางชนิด ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดอาการแพ้ได้หลังรับประทานครับ ข้อแนะนำของ สับปะรด ถึงแม้ว่าสับปะรด จะเป็นผลไม้ที่เยี่ยมยอดเลยก็ว่าได้สำหรับเรานะครับ แต่หากรับประทานในปริมาณมากๆ อาจเป็นผลเสียต่อร่างกายได้ ควรรับประทานสับปะรด ควบคู่ไปกับการทานอาหาร และผักผลไม้อื่นๆด้วยนะครับ อย่าลืมบอกต่อเคล็ดลับดีๆให้เพื่อนๆต่อได้นะครับ ขอบคุณที่มาจาก : www.สุขภาพไทย.com

“ทิดเป้ อภิวัฒน์“ ปิ๊งไอเดียคว้าข้อมูลข่าว กระตุ้นสำนึกไทยหวงแหนป่าใน “ฮักเขาใหญ่”
ณภัสนันท์ วันดึก /  นิยม วงษ์พงศ์คำ / 

“ทิดเป้ อภิวัฒน์“ ปิ๊งไอเดียคว้าข้อมูลข่าว กระตุ้นสำนึกไทยหวงแหนป่าใน “ฮักเขาใหญ่” บริษัท ฮัค ครีเอชั่น จำกัด ได้ฤกษ์ส่งหนังเรื่องแรก ฮักเขาใหญ่ แนวโรแมนติกคอเมดี้ที่คนไทยหัวใจรักธรรมชาติทุกคนจะต้องดู อำนวยการสร้างโดย ทิดเป้ อภิวัฒน์ จ่าตา ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ พระ-นาง เป็นนักแสดงวัยรุ่นหน้าใหม่ นำแสดงโดย คิม รพินทร์ โฉมโสภา รับบทเป็น กล้า หนุ่มวัยสามสิบกว่า ๆ กับบทบาทรองหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และ แพรว วรรณพร เผือกกล่อม แสดงเป็น โมนา นักชีววิทยาที่ทำงานในองค์กรอิสระด้านสิ่งแวดล้อม เป็นคนมั่นใจในตัวเองสูง ทำงานเก่ง อีกทั้งยังมีนักแสดงกิตติมศักดิ์ สมจิตร จงจอหอ, เควิน ลี เพียร์รี่, เนยหวาน ณภัสนันท์ วันดึก รวมทั้ง ทิดเป้ อภิวัฒน์ จ่าตา ที่ร่วมถ่ายทอดเรื่องราวด้วย โดย ทิดเป้ อภิวัฒน์ ผู้อำนวยการสร้างเผยว่า “ต้องขอขอบคุณความเป็นคนข่าวของผมที่ทำให้มีโอกาสไปพิสูจน์ข้อเท็จจริง ขุดคุ้ยข่าวต่อจากประเด็นข่าวของยูเนสโก้ ในการจะขึ้นนำวิกฤติมรดกโลกเขาใหญ่อาจะถูกถอด ไปทำข่าวจนได้ข้อมูลกระจ่างจริง แต่พอเผยแพร่ข่าวออกไปทุกอย่างก็เริ่มคลี่คลาย แต่ผมเองมานั่งคิดต่อว่าเราไม่น่าจะหยุดอยู่แค่ประเด็นข่าว เราน่าจะทำอะไรได้อีก จึงต่อยอดมาคุยกับเพื่อน ๆ และทีมงานเราน่าจะได้ทำอะไรที่ยั่งยืนและต่อเนื่อง เผยแพร่ได้ในวงกว้าง จึงเป็นที่มาของเนื้อหาที่แฝงข้อเท็จจริง Best on True Story  และพอดีได้ไปเจอกับ คุณโอ๊ค รัฐนันท์ เขาเป็นผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เขาบอกว่าเราติดเรื่องที่มีข่าวการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า โดยเฉพาะไม้พะยูง ซึ่งจริง ๆ ตอนนี้หลังจากที่เจ้าหน้าที่เอาจริง และสื่อช่วยประชาสัมพันธ์ข่าวการจับกุมอย่างต่อเนื่อง ปรากฏว่าทางยูเนสโก ได้ชะลอการขึ้นทะเบียนวิกฤติไว้ และให้เราได้พิสูจน์ต่อไป ซึ่งก็ได้ถือยืดลมหายใจผืนป่าแห่งนี้ออกไป ที่เหลือก็เป็นที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องพิสูจน์ตัวเอง และผมว่าเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนที่จะต้องช่วยกันอนุรักษ์ผืนป่าแห่งนี้ ให้มีความงดงาม สมดุลย์ สมกับที่จะเป็นมรดกโลกต่อไป หนังเรื่องนี้เราทำด้วยใจครับ คิดกันเอง ทำกันเอง แต่เมื่อไปหารือกับผู้ใหญ่ที่ดูแลอุทยาน ต่างก็เห็นด้วยและก็ให้การสนับสนุนเต็มที่ภาพยนตร์เรื่อง ฮักเขาใหญ่ เปรียบเสมือนเป็นหนังของคนไทยทุกคน” เรื่องย่อของหนังฮักเขาใหญ่มีอยู่ว่า โมนา สาวนักวิจัยนกเงือกที่เขาใหญ่ทำวิจัยเพื่อหักล้างข้อมูลซึ่งแฟนหนุ่มของเธอเป็นคนทำขึ้นด้วยความมักง่ายและไม่รอบคอบส่งผลกระทบให้ UNESCO กำลังจะถอดถอนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ออกจากการเป็นมรดกทางธรรมชาติ เธอจึงต้องพยายามชี้ให้ยูเนสโก้ UNESCO เห็นว่านกเงือกคือตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติบนเขาใหญ่ โมนา ได้พบกับ กล้า รองหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และ นิภา ภรรยาของกล้าผู้ซึ่งเป็นเสมือนคนคอยช่วยเหลือ และเติมเต็มข้อมูลนกเงือกให้กับเธอ ในการค้นพบว่าแท้ที่จริงแล้วเขาใหญ่ยังคงอุดมสมบูรณ์อย่างที่เคยเป็นมาและนกเงือกก็คือตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าเขาใหญ่จนสามารถยกเลิกการถอดถอนดังกล่าวได้ สำหรับภาพยนตร์เรื่อง ฮักเขาใหญ่ สร้างโดยบริษัท ฮัค ครีเอชั่น อำนวยการสร้างโดย ทิดเป้ อภิวัฒน์ จ่าตา ควบคุมการผลิตโดย รัฐนันทน์ คิรินทร์จิรเดช จากบทประพันธ์ของ ชัยศรี บทภาพยนตร์โดย ภัทรา พิทักษานนท์กุล, ปุณการ พันตะกรุด, กณิษฐา คงคาสุริยฉาย, ปรีชา สาคร กำกับการแสดงโดย รศ.ดร.นิยม วงษ์พงศ์คำ และปรีชา สาคร ร่วมชมการถ่ายทอดธรรมชาติวิถีแห่งขุนเขาใหญ่มรดกโลกในภาพยนตร์ได้เร็ว ๆ นี้

จบแล้วจบเลย!เจ้าอุ้มเผยก่อนเกมไม่อยากแลกเสื้อกับใคร
ธีรศิลป์ แดงดา /  ธีราทร บุญมาทัน / 

“เจ้าอุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน แบ็กซ้ายของ เอสซีจีเมืองทอง ยูไนเต็ด ที่จะลงสนามพบกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ต้นสังกัดเก่าเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ย้ายทีมเปิดเผยว่าไม่ต้องการแลกเสื้อกับใครหลังจบเกมโดยฟุตบอลไทยคู่ซูเปอร์บิ๊กแมตช์ที่ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่เพิ่งถูกแบงค็อก ยูไนเต็ด ที่ลงแข่งขันก่อนแซงหน้าขึ้นไปเป็นจ่าฝูงชั่วคราวตะเปิดบ้านพบกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แชมป์เก่า อีกจุดที่น่าสนใจในเกมนี้ คือการที่ ธีราทร บุญมาทัน แบ็กซ้ายกัปตันทีมชาติไทยจะลงสนามพบกับทีมเก่าเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ย้ายทีมมา ซึ่งเจ้าอุ้มได้เปิดใจในหนังสือแมตช์เดย์ก่อนเกมนี้ว่า “เสียงด่าหรือเสียงโห่ของแฟนบุรีรัมย์ ไม่มีผลแน่นอนผมจะเล่นเพื่อทีม ผมไม่สนใจเสียงพวกนี้อยู่แล้วยิ่งโห่ผมยิ่งชอบ” เจ้าอุ้มตอบเมื่อถูกถามถึงเสียงโห่จากแฟนทีมเก่า นอกจากนี้ยังทิ้งท้ายถึงการแลกเสื้อหลังจบเกมว่า“ผมไม่อยากแลกเสื้อกับใครครับ"