ทรงผม2014

เอ๋จัดให้!! ป๋อ สุดแฮปปี้ ป๊อด โมเดิร์นด็อก โผล่ร้องเพลงเซอร์ไพรส์วันเกิด 42 ปี
ป๋อ ณัฐวุฒิ /  เอ๋ พรทิพย์ / 

  เผลอแป๊บเดียวอายุครบ 42 ปีแล้วค่า สำหรับพระเอกมากฝีมือ ป๋อ ณัฐวุฒิ ที่ล่าสุด 2 ธ.ค.59 ตรงกับวันครบรอบวันเกิดของ หนุ่มป๋อ ด้านภรรยาสุดเลิฟ เอ๋ พรทิพย์ ก็เลยจัดปาร์ตี้วันเกิดพร้อมกับทำเซอร์ไพรส์ชุดใหญ่ให้กับสามีสุดที่รัก ด้วยการเชิญบรรดาเพื่อนสนิทรวมถึงไปแอบชวนเพื่อนๆ ที่จ.เพชรบุรี, เพื่อนที่อังกฤษ, เพื่อนเรียนวิศวะ ม.รังสิต, เพื่อนที่โรงเรียนลูก และเพื่อนสวยพี่ดุ๋ง มารวมตัวกันเพื่อฉลองวันเกิดให้คุณสามีที่บ้านใหม่ แต่ของขวัญชิ้นใหญ่ที่ เอ๋ พรทิพย์ จัดเซอร์ไพรส์ให้คุณสามีและทำเอา หนุ่มป๋อ ถึงกับสะดุ้งตกใจและแฮปปี้มีความสุขมากๆ นั้นก็คือการพานักร้องในดวงใจอย่าง ป๊อด โมเดิร์นด็อก มาร้องเพลงอวยพรวันเกิดและสร้างสีสันในปาร์ตี้วันเกิดครั้งนี้ แถมยังมี หนุ่มบอย พีชเมคเกอร์ ที่มาร่วมขับร้องเพลงอย่างสนุกสนาน โดย ป๋อ ณัฐวุฒิ ได้โพสต์ถึงความรู้สึกสุดประทับใจในอินสตาแกรมส่วนตัวว่า   “ผมไม่รู้จะพูดยังไง ชีวิตผม เริ่มเป็นเด็กวัยรุ่นที่เริ่มหัดคิดนอกกรอบ หัดเดินให้แตกต่างแต่ไม่แตกแถว ทุกสิ่ง มันก็มาจากบทเพลงของพี่นี่แหละครับ ผมเชื่อว่าการกล้าแสดงออกของผมในวันนี้ พี่มีอิทธิพลอย่างมากในตอนแรก ขอบคุณนะครับที่มาเติมพลังให้ผม สุดจริงๆพี่.....ป๊อดดดดดดดดดดด #ช่วงนี้ต้องขอขอบคุณคุณเอ๋ ที่นำความตกใจ หน้าเหวอมาให้ทุกๆวันเกิด เออดีแฮะ สนุกดี #รักนะครับ ทั้งคู่เลย” ขอบคุณภาพจาก IG aey_pornthip, poh_natthawut, great_est, boypeace วันเกิด ป๋อ ณัฐวุฒิ   ป๋อ เอ๋ น้องภู น้องเภา   วันเกิด ป๋อ ณัฐวุฒิ   วันเกิด ป๋อ ณัฐวุฒิ   วันเกิด ป๋อ ณัฐวุฒิ   วันเกิด ป๋อ ณัฐวุฒิ   วันเกิด ป๋อ ณัฐวุฒิ   วันเกิด ป๋อ ณัฐวุฒิ   วันเกิด ป๋อ ณัฐวุฒิ   วันเกิด ป๋อ ณัฐวุฒิ   วันเกิด ป๋อ ณัฐวุฒิ   วันเกิด ป๋อ ณัฐวุฒิ   วันเกิด ป๋อ ณัฐวุฒิ    

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

ดาวคะนอง /  รัศมี เผ่าทองเหลือง / 

เสร็จสิ้นงานแถลงข่าวไปเป็นที่เรียบร้อย สำหรับภาพยนต์ ดาวคะนอง ภาพยนตร์นอกกระแสที่สามารถสร้างกระแสความสนใจจากคนรักหนังทั่วโลก ณ โรงภาพยนตร์เอส เอฟ เวิร์ด ซีเนม่า ชั้น 9 ศูนย์การค้าเซนทรัลเวิลด์ โดยผู้กำกับ ใหม่ อโนชา สุวิชากรพงศ์ ที่ทุ่มเทพลังและใช้เวลาพัฒนาบท พร้อมหาทุนการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้นานถึง 6 ปี ก่อนส่งข่าวไปยังแฟนเพลงที่ชื่นชอบหนังศิลป์มีคุณภาพพร้อมคิวเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในวันที่ 8 ธันวาคม 2559 เป็นต้นไป โดยหลังจากไปฉายในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติที่ต่างประเทศมาแล้วมากมาย ถือเป็นโอกาสอันดีในการเปิดตัวรอบปฐมทัศน์โลกที่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโลการ์โน่ (Locarno International Film Festival) ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ในสายประกวดนานาชาติ ซึ่งนับได้ว่า ดาวคะนอง เป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกที่ได้รับเกียรติให้เข้าฉายในสายหลักนี้ บรรยากาศในงานแถลงข่าวคราคร่ำไปด้วยคนรักหนังคนคุ้นเคยผู้สนับสนุนหนังนอกกระแสอาทิ ตัน อิชิตัน ทิฐินันท์ โชตินันทน์ ผู้อำนวยการส่วนงานบริหาร จากเอไอเอส สุวรรณี ชินเชี่ยวชาญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด จากเอสเอฟ จุมภฏ รวยเจริญทรัพย์ ผู้บริหารโก๋แก่ พร้อมการต้อนรับอย่างอบอุ่นสื่อมวลชนทุกแขนงเริ่มงานโดย วินิจ เลิศรัตนชัย รับหน้าที่พิธีกรดำเนินรายการ แนะนำผู้กำกับมือรางวัล ใหม่ อโนชา สุวิชากรพงศ์ พูดถึงภาพยนตร์ที่เธอเขียนบท และ กำกับด้วยตัวเองว่า “หนังเรื่องนี้ไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับดาวคะนอง (เขตจอมทอง ) เลย  เวลาเราขับรถบนถนน บนทางด่วน เราจะเห็นป้าย ดาวคะนอง แต่มีสักกี่คนที่เดินทางไปดาวคะนอง ดาวคะนองจึงเปรียบเสมือนทางผ่าน หรืออีกนัยยะหนึ่ง ดาวคะนองสื่อความหมายถึงคนซึ่งทุกคนมีความเป็นดาวในตัวเอง ” ขณะที่ เป้ อารักษ์ นักแสดงนำ ซึ่งนอกจากจะทำหน้าที่นักแสดงแล้ว ยังทำหน้าที่แต่งเพลง เรียบเรียง ดนตรี และถ่ายทอดเพลงชื่อ ดาวคะนอง ซึ่งจะเป็นเพลงหนึ่งที่ใช้ประกอบในภาพยนตร์ด้วย กล่าวว่า “ผมเขียนและร้องเพลงให้พี่ใหม่ (ผู้กำกับ) ฟัง พี่เขาชอบ เพราะเนื้อหาจะพูดถึง ความสัมพันธ์ที่หลอกลวงของคนใกล้ตัว ซึ่งเป็นเนื้อหาที่สอดคล้องกับภาพยนตร์ บางเรื่องจริงบางเรื่องคือการแสดง หรือร้ายกว่านั้นคือการหลอกลวง”  จากนั้นนักแสดงทุกคน สายป่าน อภิญญา สกุลเจริญสุข, ต่าย เพ็ญพักตร์ ศิริกุล, ทราย อินทิรา เจริญปุระ รวมไปถึงนักแสดงนำหน้าใหม่ รัศมี เผ่าทองเหลือง และวิศรา วิจิตรวาทการ ได้ร่วมกันเล่าประสบการณ์ในการ่วมงานกับผู้กำกับใหม่ว่าเป็นคนที่ทำงานแตกต่างจากคนอื่น คือ ละเอียดและไม่ให้ทำการบ้านมา ซึ่งผู้ชมภาพยนต์จะได้เห็นการแสดงที่แตกต่างจากที่ผ่าน ๆ มาแน่นอน  ดาวคะนอง ได้รับทุนสนับสนุน Prince Claus Film Fund Award และ Hubert Bals Plus Europe จากประเทศเนเธอร์แลนด์ ทุนไทยเข้มแข็ง จาก กระทรวงวัฒนธรรม และทุน Doha Film Fund จากประเทศกาตาร์ ก่อนหน้านี้ ดาวคะนอง ได้เดินทางไปฉายตามเทศกาลต่าง ๆ มาแล้ว เช่น เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตรอนโต ประเทศแคนาดา เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติลอนดอน ล่าสุดได้รับรางวัล Best Film (New Talent Award) จากเทศกาลภาพยนตร์ฮ่องกงเอเชี่ยนฟิล์มเฟสติวัล และในปี 2560 ดาวคะนอง ก็ยังมีคิวฉายตามเทศกาลต่าง ๆ อีกหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นที่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติรอตเตอร์ดาม ประเทศเนเธอร์แลนด์ และในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งขณะนี้ได้มีผู้จัดจำหน่ายในสหรัฐได้ทำการซื้อลิขสิทธิ์ภาพยนตร์เพื่อเตรียมเผยแพร่ในสหรัฐในปี 2560 แล้ว ดาวคะนอง จะเริ่มเข้าฉายในวันที่ 8 ธันวาคม ในโรงภาพยนตร์เอสเอฟเวิล์ดซีนีม่า ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิล์ด โรงภาพยนตร์ลิโด โรงภาพยนตร์เฮาส์ อาร์ซีเอ และ Bangkok Screening Room

โคตรเวียร์ด! พบ 13 ลุคสุดเหวอของ
Cate Blanchett /  Manifesto / 

ใครยังตราตรึงกับบทบาทการแสดงของ เคท บลานเชตต์ ใน Carol (2015) คราวนี้เธอกลับมาอีกครั้งพร้อมบทบาทที่เวียร์ดขั้นสุดใน Manifesto ภาพยนตร์ภายใต้การกำกับของจูเลียน โรเซอเฟล ผู้กำกับชาวเยอรมันที่โดดเด่นเรื่องงานวิช่วลมาโดยตลอด โปรเจ็คท์นี้ของผู้กำกับชาวเยอรมันเคยทดลองแสดงในรูปแบบมัลติ-สกรีนวิช่วลไปแล้วในงาน Australian Centre for the Moving Image เมื่อเดือนมีนาคม 2015 โดยมีนักแสดงสาวเจ้าของรางวัลออสการ์อย่างบลานเชตต์รับบทบาทเป็นศิลปินที่แตกต่างกันออกไปถึง 13 บุคลิกด้วยกัน และพร้อมฉายรอบปฐมทัศน์ที่เทศกาลซันแดนซ์ด้วยความยาว 90 นาที ทั้งนี้ ใจความสำคัญของ Manifesto คือ "ประวัติศาสตร์ศิลปะนั้นสามารถประยุกต์เข้ากับสังคมร่วมสมัยได้หรือไม่ นี่นับเป็นการแสดงความเคารพต่องานศิลปะในศตวรรษที่ 20 ที่ดุเดือดเร่าร้อนที่สุด นับแต่ฟิวเจอริสม์และดาด้าอิสม์ มาสู่ป๊อปอาร์ตถึงจิม จาร์มูช" โดยใจความทั้งหมดนี้ ถูกนำเสนอผ่านการแสดงอันทรงพลังของบลานเชตต์ ติดตามผลงานชิ้นนี้ได้ในเทศกาลซันแดนซ์ที่มาถึงในเดือนมกราคมนี้

โอม อัชชา เผยขับรถชนท้าย!! เหตุสุดวิสัย ทำใจมีดราม่า
โอม อัชชา /  โฬม พัชฏะ / 

    พระเอกหนุ่ม โอม อัชชา เล่าเหตุการณ์ขับรถชนท้าย เมื่อคืนวันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา ณ ถนนบางนา เผยขับรถกลับจากถ่ายละคร ไม่เร็ว และไม่ได้ประมาท แต่มีรถคันหนึ่งปาดหน้าตรงเส้นทึบทำให้คันถัดมาต้องเบรกกะทันหัน และชนท้ายกันต่อเนื่อง 3 คัน ซึ่งคันของหนุ่มโอมเป็นคันสุดท้ายที่ชน    บอกตอนนี้เป็นเรื่องของประกัน เคลียร์จบแล้ว เปรยเป็นเรื่องปกติบนท้องถนน ทำใจมีดราม่าเพราะตนเป็นคนมีชื่อเสียง แจงลงจากรถเพราะเป็นห่วงกลัวจะมีคนเจ็บ... รายละเอียดมีดังนี้        “เมื่อคืนวัน 4 ธ.ค. ที่ผ่านมา จริงๆ ไม่มีอะไรเลยเพราะผ่านมาสองวันแล้ว เรื่องเกิดตรงหน้าโลตัสบางนา คือหลังจากถ่ายละครเสร็จ คือขากลับตรงนั้นมันมีเลนรถวิ่ง และเลนบังคับกลับรถ แต่รถของคันนั้นเขาแซงกรวยออกมา และรถคันหน้าสุดก็เบรก ผมเป็นเป็นคันที่ 3 ก็เบรกกะทันหัน เลยรถชนตูดกันนิดหน่อย”     “ตอนนั้นผมก็เบรกไม่ทันเพราะมันมีเลนในทางตรงเส้นบางนา ซึ่งฝั่งนั้นเขาเป็นเลนรอบนอกแต่แทรกกรวยออกมา เราก็ไม่คิดว่าเขาจะแทรกกรวยออกมาเพื่อยูเทิร์นรถ พอเขาแทรกเข้ามาปุ๊บเราทางตรงก็เบรกกะทันหันเพราะไม่คิดว่าเขาจะเข้ามา ผมเห็นนะแต่เบรกไม่อยู่ มันไม่ใช่แยก ซึ่งรถที่ออกมาเป็นคันผิดแต่พอขับแทรกออกมาก็เลยขับไปเลย คันที่วิ่งมาทางตรงก็เลยชนกันสามคัน ซึ่งตอนนี้เรื่องอยู่ที่ประกันแล้วไม่เกี่ยวกับผม เพราะก็จับคันที่ก่อเหตุไม่ได้”    “พอเกิดเหตุขึ้นผมก็ลงรถไปดู กลัวว่าคนขับคันอื่นจะเป็นอะไร และพอลงไปคุย คนขับคันหน้าก็ยังขอโทษเราด้วยซ้ำเพราะเขาก็เบรกไม่ทันเหมือนกัน เขาบอกถ้าไม่เบรกก็ชนคันข้างหน้าเหมือนกัน สรุปผมชนตูดทุกคน เลยรับเหมาไป 3 คัน”    “ไม่ตกใจ เพราะมันไม่ใช่เหตุที่รุนแรงและเราไม่ได้ประมาท มันไม่ใช่เส้นทางที่ประมาท แต่จังหวะมันชนก็ต้องชน อย่างรถผมก็เสียหายนิดเดียว เปลี่ยนบังโคลนหน้ารถนิดเดียว ไม่ได้มีใครได้รับบาดเจ็บเพราะเราไม่ได้ขับเร็ว วิ่งมาแค่ 40 เอง ส่วนสองคันหน้าที่ชนก็เสียหายนิดหน่อย แต่ปรากฎมันมีรูปผมออกมาเลยกลายเป็นเรื่องเท่านั้นเอง”    “ดราม่า นั่นคือสิ่งที่ขี้เกียจตอบว่ามันคืออะไร คือรถไม่ได้เป็นอะไร เป็นแค่อุบัติเหตุปกติบนท้องถนน ในแต่ละวันเท่านั้นเอง ไม่ได้รถคว่ำ ไม่ใช่อุบัติเหตุใหญ่ แค่ชนท้าย กับเรื่องนี้ผมไม่ได้กังวลใจอะไรเลย เป็นเรื่องปกติเพราะผมก็ชนบ่อย ปีนฟุตบาทยังหนักกว่านี้ เรื่องนี้เคลียร์ได้แต่ประกันเคลียร์ แต่พอเรามีชื่อเสียงคนเลยถามว่ามันคืออะไร ซึ่งมันธรรมดามาก ถ้าผมไม่ได้ลงจากรถก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ด้วยความเป็นห่วงว่าจะมีคนเจ็บเลยลงไปถามแค่นั้นเอง ซึ่งตอนนี้เรื่องจบเรียบร้อยแล้ว”      “สำหรับเรื่องภาพลักษณ์ผมว่าคนเราควรจะมีน้ำใจ ภาพลักษณ์เอาไว้ทีหลังเลยดีกว่า ซวยส่งท้ายปี ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดี ถือว่าผ่อนหนักเป็นเบา ให้มันผ่านไป ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ผมถือว่าโชคดีที่มันเบา ฟาดเคราะห์ไปแล้วครับ” โอม อัชชา กล่าวขอขอบคุณ คลิปจากเฟซบุ๊ก Elixir SA   โอม อัชชา   โอม อัชชา  

นาย ณภัทร เปิดใจถึงการรับบท บีม ในภาพยนตร์เรื่องแรก พรจากฟ้า
GDH /  ครูเงาะ รสสุคนธ์ / 

นักแสดงหนุ่ม นาย ณภัทร เสียงสมบุญ จากภาพยนตร์เรื่อง พรจากฟ้า ของค่าย GDH ก็กลายเป็นที่พูดถึงชั่วข้ามคืนทันทีที่ภาพยนตร์เข้าฉายวันแรกกันเลยทีเดียว สาว ๆ ที่ได้ชมภาพยนตร์ในตอน ยามเย็น ต่างก็อยากเป็น ภริยาท่านทูตแทน วี วิโอเลต วอเทียร์ กันหลายคน ขณะเดียวกัน ความสามารถทางการแสดงที่เผยออกมาในภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ดีไม่แพ้รูปร่างหน้าตาเลยทีเดียว ซึ่งเจ้าตัวได้ให้สัมภาษณ์ถึงการที่ได้มารับบทในภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า “รู้สึกเป็นเกียรติและดีใจมากที่ได้มาเล่นหนัง พรจากฟ้า วันแรกที่พี่ทีมงาน GDH ติดต่อมา ผมก็อยากเล่นเลย ยิ่งพอเห็นบท และรู้ว่าผู้กำกับคือ พี่หมู ชยนพ ที่กำกับ SuckSeed ห่วยขั้นเทพ ผมรับเล่นเลย เพราะชื่นชอบพี่หมู หนัง SuckSeed ห่วยขั้นเทพ คือแรงบันดาลใจให้ผมอยากเล่นดนตรี” “...บทหนังพาร์ทยามเย็นที่ผมเล่น เป็นบทเพลงพระราชนิพนธ์ที่ผมได้ยินมาตั้งแต่เด็ก และยิ่งได้ฟังเนื้อหาของเพลงผมรู้สึกชื่นชอบมาก ความหมายดี ลึกซึ้ง นี่คือเพลงรักเพลงหนึ่งเลย ยิ่งได้ฟังทุกวันในกองถ่ายยิ่งอินมาก ฉากสุดท้ายของหนัง ผมรู้สึกถึงการจากลาตัวละครตัวนี้ ต้องจากทีมงานทุกคนที่ร่วมงานกันมา เพลงนี้จึงมีความหมายสำหรับทุกคนที่ได้มาเจอกัน รู้จักกัน และวันหนึ่งเราอาจต้องจากกันไปครับ...” “...และบทบีมที่ผมได้รับค่อนข้างไกลจากตัวเรามาก เพราะบีมจะเป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์มาก และชอบโปรยเสน่ห์สาว ๆ แต่ผมทำไม่เป็นเลย จน ครูเงาะ รสสุคนธ์ กับผู้กำกับฝึกให้ผมไปโปรยเสน่ห์กับสาว ๆ ซึ่งผมก็เอาไปใช้กับแฟนคลับ ก่อนมาเข้าฉากจริงกับ วี วิโอเลต ซึ่งต้องขอบคุณวีมากที่ให้ความเป็นกันเองคอย ช่วยเหลือเรื่องการแสดง รับส่งบทให้ผมทุกอย่าง...” “...การเวิร์กชอปที่ต้องเอาสองส่วนในร่างกายมาชิดติดกัน แชร์ประสบการณ์ชีวิต จับมือ จ้องตา มันทำให้ผมทลายกำแพงกับวี แล้วสวมบทเป็นบีมกับแป้งในเรื่องได้ตามที่ผู้กำกับต้องการ จนทำให้มีคนชื่นชมผมในบทนี้และมีสาว ๆ อยากเป็นภริยาท่านทูต ซึ่งผมต้องฝากขอบคุณผู้ชมทุกคนมาก ๆ ครับ ใครที่ยังไม่ได้ชม มาเป็นกำลังใจให้พวกเรา พรจากฟ้า ฉายแล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ด้วยนะครับ” พรจากฟ้า เข้าฉายวันนี้ในโรงภาพยนตร์ พิเศษ นักแสดงนำ "พรจากฟ้า" ให้สัมภาษณ์ในงานกาลาพรีเมียร์ภาพยนตร์