ทรงผม2014

รีวิว Operation Avalanche : การโกหกครั้งสำคัญของ แมตต์ จอห์นสัน
Matt Johnson /  Operation Avalanche / 

รีวิว Operation Avalanche : การโกหกครั้งสำคัญของ แมตต์ จอห์นสัน โปสเตอร์ของภาพยนตร์ Operation Avalanche ปฏิบัติการลวงโลก สามารถดึงความสนใจแวบแรกได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะคีมหนีบลูกโลกนั้นกำลังตกแต่งภาพล้อเลียนก้าวที่ยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติที่ไปเหยียบดวงจันทร์ แน่นอนว่าภาพยนตร์เรื่องนี้กำลังจะบอกว่าเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่ทุกคนเห็นนั้นคือการจัดฉาก ผมจึงตีตั๋วเข้าไปดูเพื่อให้รู้ว่าผู้กำกับจะจัดฉากเหตุการณ์ครั้งสำคัญนั้นอย่างไร Operation Avalanche ปฏิบัติการลวงโลก ว่าด้วยเรื่องราวในยุคปลาย 60 ยุคที่อเมริกาเผชิญหน้ากับสงครามเย็น จึงแข่งขันด้านวิทยาศาสตร์อวกาศ เมื่อหน่วยซีไอเอสงสัยว่าองค์การนาซาจะมีสายลับโซเวียตแฝงตัวอยู่เพื่อทำลายภารกิจพิชิตดวงจันทร์ ซีไอเอจึงส่งสองสายลับ แมตต์ จอห์นสัน รับบทโดย แมตต์ จอห์นสัน (Matt Johnson) และ โอเวน วิลเลียมส์ รับบทโดย โอเวน วิลเลียมส์ (Owen Williams) ในคราบของคนทำหนังสารคดีเข้าไปในนาซาเพื่อสืบหาความจริง แต่ทั้งคู่กลับพบความจริงที่ตะลึงยิ่งกว่า เมื่อรู้ว่านาซายังไม่มีศักยภาพและเทคโนโลยีดีพอที่จะพามนุษย์เหยียบดวงจันทร์ได้ พวกเขาจึงเริ่มปฏิบัติการบางอย่างที่พลิกประวัติศาสตร์โลกอย่างสิ้นเชิง ภาพยนตร์เล่าเรื่องผ่านกล้องที่มีบุคคลที่สามกำลังถ่ายทำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดทั้งเรื่อง ซึ่งแน่นอนว่าบางฉากอาจจะมีการสั่นไหวพอให้เห็นเล็กน้อย และมีการตัดฉากสลับไปมาจนอาจทำให้เกิดความสับสนได้ แต่การถ่ายทำภาพยนตร์ด้วยวิธีนี้สร้างความสมจริงจนทำให้ผมรู้สึกราวกับเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ๆ ผ่านกล้องเก่า ๆ ตัวหนึ่ง และด้วยความไม่คุ้นเคยกับภาพยนตร์แนวนี้ ทำให้ผมสัมผัสได้ถึงความน่าสนใจในช่วงแรก ตัวละครหลัก ๆ มีเพียงสองคนตามที่ระบุในเนื้อเรื่องย่อของภาพยนตร์ แต่ แมตต์ จอห์นสัน ผู้เป็นทั้งผู้กำกับ ผู้เขียนบท และนักแสดงนำ คือบุคคลเพียงคนเดียวที่แบกรับภาพยนตร์เรื่องนี้ทั้งเรื่อง แต่ด้วยคาแรกเตอร์เฉพาะตัวที่มีลูกบ้าอยู่เต็มพิกัด เขาได้กลายเป็นเสาหลักและความหวังเดียวที่ทำให้ผู้ชมทุกคนที่อาจจะรู้สึกเริ่มเบื่อหน่ายได้อยู่กับภาพยนตร์เรื่องนี้จนถึงฉากสุดท้าย ภาพยนตร์เรื่องนี้ฟันธงเรียบร้อยแล้วว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันประวัติศาสตร์นั้นเป็นสิ่งที่จัดฉากขึ้นมา เพราะได้ข้อมูลว่านาซายังไม่สามารถลงจอดบนดวงจันทร์ได้ แน่นอนว่าเหตุการณ์ทั้งเรื่องจะเผยให้เห็นช่วงต้นของการวางแผนทำหนัง การหาโลเคชั่น การหาเทคนิคที่ทำให้สมจริง และการถ่ายทำที่จะนำไปออกอากาศบนโทรทัศน์ เพื่อให้ทุกคนเชื่อว่ามนุษย์ได้ขึ้นไปบนอวกาศที่เคว้งคว้างกว้างใหญ่ และเขาได้เหยียบบนพื้นดวงจันทร์จริง ๆ เมื่อเป็นดังที่กล่าวมาแล้ว ภาพยนตร์เรื่องนี้จึงไม่มีการเจือปนข้อมูลอีกฟากฝั่งที่ระบุว่านาซาสามารถพามนุษย์ขึ้นไปเหยียบดวงจันทร์ได้ ด้วยความที่คาดหวังว่าอาจจะมีการพูดถึงประเด็นว่าจริงหรือไม่อย่างไรระหว่างทฤษฎีสมคบคิดกับความจริงที่นาซาเปิดเผยนั้นแทบไม่มีให้เห็น กล่าวโดยสรุปแล้ว ภาพยนตร์เรื่องนี้อาจจะไม่เหมาะสำหรับทุกคน น่าจะเหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบทฤษฎีสมคบคิด การถ่ายทำหนังแนวสารคดี และความสามารถทางการแสดงของ แมตต์ จอห์นสัน 

ออฟฟี่ แม็กซิม อุ้มท้อง 4 เดือน! ควงเจ้าบ่าวฉลองแต่งชื่นมื่น
ออฟฟี่ แม็กซิม /  ออฟฟี่ แม็กซิม แต่งงาน / 

สาวเซ็กซี่ ออฟฟี่ แม็กซิม พริตตี้และเน็ตไอดอลชื่อดัง ถือฤกษ์ดีวันนี้(26 ก.ย.) ควง เบส ชยพล เจ้าบ่าว ฉลองมงคลสมรสในธีมสวน ณ โรงแรมแกรนด์ไฮแอทเอราวัณ หลังดูใจกันมา 4 ปี เผยขณะนี้ตั้งท้องลูกชายอายุครรภ์เข้า 4 เดือน! บอกเป็นความตั้งใจอยู่แล้ว เล็งมีลูกสาวเพิ่มอีกคน สำหรับสินสอดนั้นเป็นเงินสดจำนวน 5.6 ล้านบาท! พร้อมที่ดิน แพลนฮันนีมูนที่ทะเลบ้านเกิดทางภาคใต้ เรือนหอเป็นบ้านที่สร้างเสร็จพอดี โดยฝ่ายชายให้คำมั่นสัญญาว่าจะดูแลไปตลอดชีวิต รายละเอียดมีดังนี้ เบส “วันนี้ ตื่นเต้นครับ เป็นวันที่ผมมีความสุขที่สุดอีกวันหนึ่งในชีวิต” ออฟฟี่ “ดีใจมากค่ะ ไม่คิดเหมือนกันว่าจะมีวันนี้ วันนี้รู้สึกมีความสุขมากๆ ที่ได้มานั่งอยู่ตรงนี้ค่ะ” เบส “โมเม้นท์ขอแต่งงาน ผมได้ไปขอความร่วมมือจากเพื่อนของออฟเพื่อเซอร์ไพร้ส์ขอแต่งงาน ซึ่งเพื่อนของเขาเป็นเชียร์ลีดเดอร์ และผมก็ได้ไปขอเขาเต้นด้วย ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วผมเป็นคนที่ไม่เคยเต้นมาก่อน(ยิ้ม)” ออฟฟี่ “รู้จักกันยังไง เราได้มีโอกาสเจอกันที่สนามบินค่ะ เพราะตอนนั้นออฟกำลังจะส่งเพื่อนไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ ถือเป็นครั้งแรกของเราสองคน แต่จากนั้นไม่นานเราก็มาเจอกันอีกที่เสม็ด ซึ่งท่าทางเขาช่วงนั้นก็เหมือนว่ากำลังอกหัก บวกกับเขาเป็นคนไม่ค่อยพูดเลย ผิดกับออฟซึ่งเป็นผู้หญิงที่พูดเยอะและพูดมาก เราก็เลยคุยกัน และพอกลับมาที่กรุงเทพ ด้วยนิสัยของออฟเวลาเลิกงานออฟก็จะชอบไปนั่งเล่นแถวๆ หลัง ม.รังสิต ก็ได้เจอกับเขาอีก จากนั้นเราก็เริ่มคุยกันมากขึ้นเรื่อยๆ” ออฟฟี่ “จีบก่อน ไม่ เอาจริงๆ ตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่าใครจีบใครก่อน แต่เราขอเบอร์กันเพราะเราจะชวนกันไปเล่นไพ่(หัวเราะ)” เบส “ดูใจกัน ประมาณ 4 ปี ครับ” เบส “คำมั่นสัญญา ก็บอกกับเขาว่า จะดูแลเขาไปตลอดชีวิตและก็จะดูแลเจ้าตัวเล็กที่กำลังจะเกิดด้วยครับ” ออฟฟี่ “ตอนนี้ออฟฟี่กำลังตั้งท้องค่ะ อีก 2 อาทิตย์ ก็จะครบ 4 เดือนเต็ม ลูกเราเป็นผู้ชายด้วย ดีใจมาก(ยิ้ม) เพราะเราตั้งใจไว้อยู่แล้วว่าอยากให้ลูกคนแรกเป็นผู้ชาย” ออฟฟี่ “ตั้งใจจะมีลูกอยู่แล้ว ใช่ค่ะ เพราะก่อนหน้านี้เราก็พยายามจะมี แต่ปรากฏว่าแค่อ้วนไม่ได้ท้อง ซึ่งครั้งนี้น้องมาจริงๆ ดีใจมาก” เบส “ครอบครัวผมโอเคนะครับ เพราะออฟเองก็รู้จักกับทางบ้านผมมานานแล้ว เขาไปหาพ่อแม่ผมอยู่บ่อยๆ และที่บ้านผมก็โอเคกับเขามากด้วย” ออฟฟี่ “สินสอด ออฟเป็นคนชอบเล่น 56 ออฟก็เลยขอเขาไป 5.6 ล้าน ค่ะ(ยิ้ม) ส่วนที่ดินก็มี แต่ว่าตอนนี้ยังเป็นชื่อของเขาอยู่ และเดี๋ยวสักพักก็จะโอนมาเป็นชื่อลูกค่ะ” ออฟฟี่ “ทะเบียนสมรส ยังไม่ได้จดเลยค่ะ เดี๋ยวคงต้องหาฤกษ์กันก่อน แต่จดแน่นอนค่ะ” ออฟฟี่ "ธีมงานวันนี้ เป็นสวนค่ะ ออฟอยากเป็นเจ้าหญิง(ยิ้ม) ต้องยอมรับเลยว่าที่ผ่านมาออฟก็ไม่คิดเหมือนกันว่าจะได้เป็นเจ้าสาว แถมวันนี้ยังได้เป็นเจ้าหญิงด้วย และภายในวันนี้ก็จะเป็นสีเขียวขาวทั้งหมด เนื่องจากเป็นสีที่ออฟชอบ” ออฟฟี่ “แต่งแล้วยังติดโซเชียลเหมือนเดิม ยิ่งกว่าค่ะ เพราะทุกคงอยากรู้ว่าคุณแม่จะเป็นยังไงต่อไป(ยิ้ม)” ออฟฟี่ “ฮันนีมูน จริงๆ ก่อนหน้านี้เราไปมัลดีฟส์กันมาแล้วค่ะ ซึ่งมันก็เหมือนฮันนีมูนนะ แต่ก็ตั้งใจไว้ว่าหลังจากนี้จะไปเที่ยวทะเลใต้ที่บ้านเกิดอีกครั้ง จังหวัดนครศรีธรรมราช” เบส “แพลนมีลูกคนที่สอง ก็อยากได้ผู้หญิงอีกคนครับ เพราะออฟเขาเองก็บอกว่าอยากมีลูกก่อนอายุ 30” ออฟฟี่ “เรือนหอ หนูมีบ้านที่เพิ่งสร้างเสร็จอยู่แล้วค่ะ ก็น่าจะใช้ที่นั่นเป็นเรือนหอไปเลย(ยิ้ม)” ออฟฟี่ แม็กซิม - เบส แต่งงาน ออฟฟี่ แม็กซิม - เบส แต่งงาน ออฟฟี่ แม็กซิม - เบส แต่งงาน ออฟฟี่ แม็กซิม - เบส แต่งงาน ออฟฟี่ แม็กซิม - เบส แต่งงาน ออฟฟี่ แม็กซิม - เบส แต่งงาน ออฟฟี่ แม็กซิม - เบส แต่งงาน

บ๊วย เชษฐวุฒิ  รับมีปัญหากับหุ้นส่วนธุรกิจ ปลื้ม! เอกชัย ศรีวิชัย ให้สูตรไก่ทอดฟรี
บ๊วย เชษฐวุฒิ

    ถ้าช่วงนี้เห็น บ๊วย เชษฐวุฒิ โปรโมทธุรกิจร้านไก่ทอดแบรนด์ของตัวเองอย่างหนักก็ไม่ต้องแปลกใจไป เพราะเจ้าตัวเพิ่งจะแยกย้ายกับหุ้นส่วน ยอมรับว่ามีปัญหาหลายอย่างที่ไม่ลงรอย จนต้องแยกออกมาทำด้วยตัวเอง งานนี้ได้พี่ชายใจดีอย่าง เอกชัย ศรีวิชัย ให้สูตรไก่ทอดมาพัฒนาเป็นของตัวเองแบบฟรีๆ ครั้งที่ไปถ่ายทำรายการ โดยมีแพลนจะขยายสาขาเพิ่มอีกด้วย     โดย บ๊วย เผยว่า เปลี่ยนมาใช้ชื่อไก่ทอดพี่บ๊วยแล้วครับเพราะเป็นเรื่องของธุรกิจ เป็นการใกล้จะหมดสัญญากับการทำกับหุ้นส่วนเดิมแล้วแนวทางไม่ตรงกันก็แยกย้ายกันตามปกติ ถามว่ามีปัญหากับหุ้นส่วนจริงมั้ยพูดจริงๆ ก็มี แต่ไม่ได้ทะเลาะกันมันไม่ใช่เราโตเป็นผู้ใหญ่แล้วไปด้วยกันไม่ได้ก็แค่แยกย้าย แล้วจากนั้นทำเป็นอีกแบรนนึงขึ้นมาคนก็ถามกันเยอะว่าใช่ของบ๊วยมั้ยใช่เจ้าเดียวกันรึเปล่า ก็เลยเคลียร์มาเป็นชื่อไก่ทอดพี่บ๊วย ด้วยการทำธุรกิจไก่ทอดมาปีนี้ปีที่ 5 เราเห็นความเป็นไปได้ทางธุรกิจเยอะเลยเรามีสูตรได้จากคนที่รักเราพี่เอกชัย ศรีวิชัย แกบอกมาเอาสูตรพี่ไปเลย แล้วก็เอามาปรับปรุงในการทำเพิ่มอีกนิดหน่อยมันเป็นสูตรที่เราพัฒนามาเอง เราไปถ่ายรายการเดอะเกสท์ที่บ้านพี่เอกชัยนี่แหละได้สูตรในรายการวันนั้นเลย แม่ผมก็ไปด้วย     ตอนนี้มีเพิ่มเมนูใหม่เป็นกินกับขนมจีน เป็นขนมจีนบ้าพลังกินแล้วบ้าไปแล้วอ่ะ คอนเซ็ปต์ของพี่บ๊วยคืออร่อยโหด คือรสชาติไก่ เข้มข้นกินกับข้าวเหนียวหอมเจียวยิ่งผสมกับขนมจีนบ้าพลังน้ำยากระทิเข้มข้นมันอร่อยมาก คือเราใช้วิถีกลับไปหาวิถีที่มีคนกลุ่มนึงกินจริงๆ ส้มตำร้านเราก็พัฒนาให้มันอร่อยด้วย ตอนนี้อยากทำธุรกิจอีกเยอะมากพลังงานเหลือเฟือ แต่ขอโฟกัสทำธุรกิจไก่ทอดไปก่อน ตอนนี้มีคนชวนไปเปิดที่หัวหินและหลายที่ด้วยนะ เราก็จะพยายามรักษามาตรฐานให้ดีที่สุดดูว่าเรามีช่องโหว่อะไรจะได้ปิดตรงนั้น มาชิมกันได้นะครับ สาขาแรกอยู่ที่ถนนเกษตรนวมินทร์ตอหม้อ 139 ครับ บ๊วย เชษฐวุฒิ   บ๊วย เชษฐวุฒิ   บ๊วย เชษฐวุฒิ  

สีผม สุดแซ่บ!! ที่ถูกโฉลกสำหรับหนุ่มสาว 12 นักษัตร
12นักษัตร /  ดูดวง / 

ยุคสมัยนี้แล้ว น้อยมากที่จะเห็นสาวไทยของเราผมสีดำสนิท นั่นเป็นเพราะว่าเทรนด์แฟชั่นในแต่ละปีที่เปลี่ยนไป รวมถึงการทำสีผมช่วยขับให้ใบหน้าดูมีความสว่างเพิ่มมากขึ้น ดูแล้วมีออร่า จึงไม่เแปลกใจที่สาวและหนุ่มในยุคนี้จะนิยมทำสีผมกัน วันนี้แม่หมอ แห่ง Horoscope.mthai.com เลยอยากมาแนะนำสีผมที่ถูกโฉลกสำหรับ 12 นักษัตร รู้แล้วอย่าลืมบอกต่อให้เพื่อนๆคนอื่นด้วยนะคะ :) หนุ่ม-สาวปีชวด เข้มแข็งทางความคิด รักเพื่อน บางครั้งเชื่อเพื่อนมากกว่าแฟน บางครั้งรักง่ายหน่ายเร็ว ใช้ความคิดตลอด ถ้าตั้งความหวัง มักจะทำให้ได้ไม่เร็วก็ช้า ทั้งหญิงชายผมไม่ควรยาวมากเพราะจะเก็บเงินไม่อยู่ ควรเป็นผมทุยหรือดัดสั้น ทำสีผม สีน้ำตาลทอง บรอนซ์กลาง ทำให้ไม่เครียด หรือ ไฮไลต์แดง ช่วยปัดเป่าอุปสรรค เงินเข้า และ สีแดงออกม่วง ช่วยให้เงินเข้าง่าย สีผมที่ไม่ควรทำคือ สีดำ เพราะทำให้เครียด หนุ่ม-สาวปีฉลู มุทะลุ เอาแต่อารมณ์ จะเหนื่อยกับงาน เปรียบเหมือนต้นกระบองเพชรที่ทนแดดทนฝน แต่ไม่เติบโตเรื่องงานเสียที สีผมที่เหมาะ สีน้ำตาลอ่อน ทำให้อารมณ์ดี ไม่เครียด สีแดง ทำให้ไม่ย่อท้อการงาน สีน้ำเงิน ไม่ย่อท้อ มีมุมมองใหม่ ๆ สีส้ม ความเป็นมิตรที่ดี ไม่ควรทำผม สีดำ ทำให้การงานไม่เปลี่ยนแปลง หนุ่ม-สาวปีขาล เป็นคนที่ดุ ต้องการการยอมรับจากคนทั่วไป อารมณ์รุนแรง เจ้าความคิด มักเครียดง่าย ท่านไม่ชอบโดนกักขังความคิด แต่ท่านจะประสบความสำเร็จจากความคิดของท่านเอง ไม่ควรไว้ผมยาวมาก ทำให้เครียดและคิดอะไรไม่ออก สีผมที่ควรทำ สีน้ำตาล จิตใจจะอ่อนนุ่มลง สีน้ำตาลส้ม อารมณ์ดี เป็นมิตรกับทุกคน สีชมพูไฮไลต์ ทำให้ความรักดี ไม่ควรทำผม สีดำ จะทำให้ยิ่งยึดติดความคิดของตนเอง หนุ่ม-สาวปีเถาะ เชื่อมั่นในตนเองมาก บางครั้งท่านเครียดกับการทำงานของท่านเอง ใช้เงินเก่ง รักใครรักจริง ชอบมองคนจากสายตาและความรู้สึก หากท่านปฏิบัติธรรมจะประสบความสำเร็จเร็วขึ้น ท่านควรไว้ผมยาว สไลด์ จะทำให้ท่านน่าเชื่อถือ ไม่ควรทำผมสั้นมาก เพราะทำให้เงินออก การทำสีผมใช้ น้ำตาลส้มเข้ม ทำให้ไม่เครียด น้ำตาล ทำให้หนักแน่น สีผมที่ไม่ควรทำคือ บรอนซ์อ่อน ทำให้การเงินรั่วไหล ใช้เงินเก่ง หนุ่ม-สาวปีมะโรง เป็นผู้นำเต็มตัว รักความยุติธรรม มีมุมมองการทำงานที่ชัดเจน รักอิสระ ท่านเก็บเงินเก่ง ใช้เก่ง และมีปัญหากับความรักอยู่บ่อย ๆ ไม่ควรทำผมสั้นเกินเพราะเงินจะออกง่าย ทำสีผมด้วย สีดำออกม่วง ช่วยปัดเป่าอุปสรรค สีดำ มีความเป็นผู้นำ แต่จะเครียด สีน้ำตาลส้ม ทำให้มีมุมมองใหม่ ๆ เสมอ หนุ่ม-สาวปีมะเส็ง ท่านต้องช่วยเหลือตนเอง ลำบากตอนเด็ก แต่จะประสบความสำเร็จจากความคิดของท่านเองเมื่อโตขึ้น บางท่านอาจผิดหวังเรื่องความรักอยู่บ่อย ๆ แต่คำพูดของท่านจะดีมาก มีแต่คนเชื่อ ทรงผมของคนปีนี้อาจซอยผมสั้น ๆ เพื่อลดความเครียด ใช้ สีส้มทอง น้ำตาลแดงเข้ม ทำให้อารมณ์ของท่านเย็นลง ไฮไลต์ สีฟ้า ทำให้เกิดความคิดการงานใหม่ ๆ ส่วน สีดำ เหมาะกับท่านที่ประสบความสำเร็จอยู่แล้ว หนุ่มสาว-ปีมะเมีย เป็นนักสู้ของความคิด ต้องรับภาระจากคนรอบข้างที่มาพึ่งท่านเสมอ ท่านเองกล้าได้กล้าเสี่ยงที่จะลงทุนเมื่อมีโอกาส เพราะท่านเป็นนักสู้อยู่แล้ว ควรทำผมด้วย สีดำแดง ทำให้มุมานะในการทำงาน สีส้มน้ำตาล นำความเป็นมิตร สีดำ การยึดมั่นในความคิด แต่จะเหนื่อย หนุ่ม-สาวปีมะแม ท่านเป็นผู้รับภาระต่าง ๆ มีญาติพี่น้องมาพึ่งท่านตลอดเวลา แต่ท่านเป็นคนพูดดีเป็นมิตรกับทุกคน และหาเงินง่าย แต่เงินท่านนั้นจะมีแต่คนมาขอ ควรทำผมด้วย น้ำตาลเข้ม เงินไม่ออกง่าย สีดำแดง ความคิดไม่หยุดนิ่ง สีส้มทอง เสริมทรัพย์ของท่าน หนุ่ม-สาวปีวอก เป็นคนรักเพื่อน รักความสบาย มีเสน่ห์ คำพูดดี มีแต่คนชอบ ค่อนข้างเจ้าชู้ หาเงินง่ายใช้เงินเก่ง เงินมักออกจากการซื้อความสุขสำราญ ควรทำผมสีดำเข้ม คนจะเชื่อคำพูด น้ำตาลธรรมชาติ จะทำให้มีความคิดเป็นกลาง ลดความเอาแต่ใจตนเอง ไม่ควรทำ สีบรอนซ์อ่อน เพราะเงินจะไหลออกมาก หนุ่ม-สาวปีระกา เจ้าอุดมการณ์ เหมาะที่จะเป็นนักคิดนักเขียน นักวางแผน เป็นคนที่รักตนเองและยึดติดกับความคิดของท่านเอง จิตใจหนักแน่น รับแบบใจแลกใจเลยทีเดียว ควรทำผมด้วย สีดำน้ำเงิน เพื่อเสริมความก้าวหน้า สีน้ำตาลม่วง เสริมโชคลาภ สีที่ไม่ควรทำคือ สีบรอนซ์อ่อน การเงินไหลออกง่าย หนุ่ม-สาวปีจอ ปากร้ายใจดี คำพูดเป็นเงินเป็นทอง รักเพื่อนฝูง สู้ชีวิต สู้งาน มีภาระรับผิดชอบมาก ท่านชอบคนที่เอาใจ รักความยุติธรรม รักศักดิ์ศรี ควรทำผมด้วย สีบรอนซ์อ่อน ทำให้อารมณ์ดีไม่วู่วาม สีน้ำตาลออกเขียว นำความเป็นมิตรมาให้ ถ้าทำ สีดำ จะทำให้ท่านดุและไม่ยอมเปลี่ยนแปลงความคิด หนุ่ม-สาวปีกุน รักอิสระเหมือนนกบิน รักง่ายหน่ายเร็ว ชอบหาความสุขใส่ตัว รักความสบาย ชอบนอน เป็นผู้รู้ใจคน ชอบคนพูดจาดี มีเพื่อนฝูงมาก บางครั้งชอบเอาประโยชน์ฝ่ายเดียว ควรทำสีผม สีดำแดง ช่วยด้านการเงิน คำพูด ได้ทรัพย์ สีน้ำตาล ส้มทอง ความเป็นมิตร สีดำไฮไลต์สีส้ม เสริมความคิด เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่

สวีทวนไป!!! เจมส์ - โฟกัส ฉลองครบรอบ 1 ปี เผยข้อความหวานหนักมว๊าก!!!
เจมส์ โฟกัส /  ข่าว โฟกัส จิระกุล / 

เวลาช่างผ่านไปเร็วจริงๆ ไม่ทันไรก็ครบรอบ 1 ปีซะแล้ว สำหรับคู่รักสุดหวานแหวว อย่างสาวโฟกัส จีระกุล ที่มีหนุ่มเจ้าเสน่ห์อย่าง เจมส์ บีโอวาย มาทำให้หัวใจของสาวโฟกัสฟรุ้งฟริ้งอินเลิฟอีกครั้ง หลังจากต้องเสียอกเสียใจกับความรักครั้งเก่า แต่พอมาคบกับหนุ่มเจมส์ก็ดูเหมือนว่าทั้งคู่จะคลิกกันลงล็อคแบบพอดิบพอดี ขยันเสิร์ฟความหวานให้กันแบบสุดๆ ล่าสุด ในวันพิเศษครบรอบ 1 ปี ทั้งคู่เลยพากันไปดินเนอร์ ถึงแม้จะเป็นร้านอาหารธรรมดาๆ แต่ขอบอกเลยว่าภาพและข้อความที่ส่งถึงกันไม่ธรรมนะจ๊ะ มีความสวีทหวานขั้นสุด โอ้ย...งานนี้คนโสดมาเห็นก็ตายเรียบสิคะเนี่ยยย!!! "ทีเร็กซ์ใจดีพามากินข้าว #aniversary #FJmoments ขอบคุณที่รักกัน ขอบคุณที่อยู่ข้างๆกันมาตลอดนะคะ งั่มๆ รักเทออออ แฮ่!!!! " "1st anniversary lets keep it going #loveyou #fjmoments #anniversary Love you so much #รักในแบบของผม อย่าทำให้รักเดี๊ยวมันหลงเดี๊ยวมันรัก #โน๊ตสูงมาก #เด็กขายกบแถวข้าวสาร #ลงจากดอยแล้วมาอยู่ในใจพี่เลย" ขอบคุณรูปภาพจาก jesudjames, focusbabyhippo อินสตาแกรม โฟกัส อินสตาแกรม เจมส์ เจมส์ - โฟกัส เจมส์ - โฟกัส เจมส์ - โฟกัส เจมส์ - โฟกัส เจมส์ - โฟกัส เจมส์ - โฟกัส

ไมค์ งง? ถูกโยงคู่ ปุ๊กลุก เข้าข่าวนางเอกติดผู้ทุ่มซื้อคอนโดเป็นรังรัก!!
ไมค์ ภัทรเดช /  ปุ๊กลุก ฝนทิพย์ / 

     ถูกจับโยงเข้าข่าวลือ “นางเอกติดผู้ ทุ่มซื้อคอนโดเป็นรังรักฯ” ซะงั้น สำหรับพระเอกหนุ่ม ไมค์ ภัทรเดช กับคู่จิ้นในจอ ปุ๊กลุก ฝนทิพย์ แต่งานนี้ฝ่ายชายชี้แจงอย่างไม่ซีเรียส บอกเพิ่งรู้ข่าววันนี้(28 ก.ย.) และยืนยันไม่ใช่เรื่องจริงแน่ๆ พร้อมย้ำสถานะของทั้งคู่อีกครั้งว่าแค่เพื่อนที่ดีต่อกันเท่านั้น! รายละเอียดมีดังนี้     “กระแสข่าวนางเอกติดผู้ ทุ่มซื้อคอนโดเป็นรังรัก อ๋อ ไม่จริงครับ เพราะว่าผมไม่ค่อยรู้จักรุ่นพี่ กับปุ๊กลุกก็รุ่นเดียวกันครับ จริงๆ ก็เป็นเพื่อนกัน เพื่อนที่ดีต่อกัน เพราะว่าเรามีโอกาสร่วมงานด้วยกันมาแล้ว ก็งงเหมือนกันครับ”    “ไปอยู่คอนโดกับเค้า ไม่มี ไม่มีทาง เพราะว่าเค้ายังไม่รู้เลยว่าคอนโดผมอยู่ไหน มีข่าวแบบนี้ ส่วนตัวผม ผมไม่ค่อยซีเรียส”      “สนิทกับปุ๊กลุก ระดับเพื่อน เพราะว่าเราเคยร่วมงานกันมาปีกว่า เจอกันอาทิตย์ละ 4 วัน ไปคุยกับปุ๊กลุ๊กหลังมีข่าวเอ่อ... คงไม่ได้คุยหรอกครับ ส่วนมากถ้ามีข่าวออกมา ปุ๊กจะทักมาหาผมมากกว่าว่าอะไรยังไง ผลกระทบ สำหรับผมไม่มีครับ ปกติเลย ผมก็เพิ่งรู้ข่าววันนี้แหล่ะ”    “ทำไมถึงมีข่าวแบบนี้ ผมคิดว่าเพราะว่าเราน่าจะมีโอกาสออกงานด้วยกันมากกว่า อย่างงานล่าสุดก็ไปงานด้วยกัน และก็มีงานก่อนหน้านั้นอีก หลายคนคงจับตา โดนคนจับตาแล้วต้องลดระดับความสัมพันธ์ อ๋อ ไม่ครับ ถ้ามีโอกาสเจอกันก็คงเจอกันครับ ก็เจอกันปกติเลย ตอนนี้ก็มีคุยงานละครด้วยกันอยู่”     “มาเล่นละครด้วยกันอีก เหมือนจะเป็นกระแสตอกย้ำ ผมว่ามันน่าจะเป็นเรื่องดีที่เรารู้จักกัน เราสนิทกันอยู่แล้ว เพราะเล่นละคร ผมว่าน่าจะเข้ากันได้ง่ายมากขึ้น สมการรอคอยของแฟนคลับ ก็ถ้าเกิดเป็นแฟนคลับ กลุ่มที่เค้าติดตาม ก็สมการรอคอยครับ เพราะทำงานกับปุ๊ก ผมรับรองเรื่องคุณภาพในตัวของนางเอกนะ ส่วนตัวของพระเอกก็คอยดูต่อไป(หัวเราะ)” ไมค์ กล่าวขอบคุณภาพเพิ่มเติมจากอินสตาแกรม @pooklook_fonthip ไมค์ ภัทรเดช   ไมค์ ภัทรเดช   ไมค์ ภัทรเดช   ไมค์ - ปุ๊กลุก  

Pen-Pineapple-Apple-Pen!! เขานี่ละคือเจ้าของเพลงอันแสนติดหูในโลกออนไลน์ตอนนี้
Pen-Pineapple-Apple-Pen /  PIKO-TARO

หลังจากเป็นที่ฮ็อตฮิตในหมู่นักเรียนผู้ใช้ทวิตเตอร์และสื่อออนไลน์ในญี่ปุ่น ก่อนจะลามมาฮิตในบ้านเราแบบข้ามคืน กับคลิปสั้นๆ ที่มีชายหนุ่มวัยกลางคนรูปร่างสูงยาวในเครื่องแต่งกายแบบโอล์ดสคูลที่มาร้องเพลงว่าด้วย ปากกา แอปเปิ้ล และสับปะรด!!! คลิปนี้มีชื่อว่า Pen-Pineapple-Apple-Pen หรือ PPAP โดยศิลปินที่ใช้ชื่อว่า PIKO-TARO ซึ่งเผยแพร่ผ่านช่องยูทูป PIKO-TARO singing video channel (ピコ太郎歌唱ビデオチャンネル) คลิปนี้ได้เผยแพร่มาตั้งแต่ 25 ส.ค. หรือประมาณหนึ่งเดือนก่อน และก็กลายคลิปไวรัลที่แอบฮิตในหมู่ผู้ใช้สังคมออนไลน์วัยเรียนมัธยมต้นและปลายในญี่ปุ่นจนมีคลิป Cover มากมายหลายรูปแบบ ก่อนจะเป็นกระแสในวงกว้างและเริ่มดังมาถึงในไทยเมื่อวานนี้ (25 ก.ย.) https://www.youtube.com/watch?v=0E00Zuayv9Q โดย PIKO-TARO มีชื่อจริงว่า คาซูฮิโตะ โคซากะ (Kazuhito Kosaka) วัย 43 ปี ปัจจุบันเป็นดีเจและหนึ่งในสมาชิกกลุ่มนักดนตรี/นักแสดงตลก NBR (NEW BUSHIDOU RAVERS - โดยมีผลงานอัลบั้มชื่อว่า Anvil ในปี 2009) โดยใช้ชื่อในวงว่า Old Bandai devil ซึ่งในอดีตโคซากะเคยเรียนสาขาภาพยนตร์แต่ไม่จบ ก่อนจะเข้าสู่วงการบันเทิงเป็นหนึ่งในสมาชิกคณะตลก Nutty AIR-LINE (底ぬけAIR-LINE, 1992 - 2005) ซึ่งโคซากะเป็นสมาชิกหลักเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่และกลายมาเป็น NBR ในปัจจุบัน https://www.youtube.com/watch?v=2YNOCqrJlqc https://twitter.com/kosaka_daimaou/status/778243556825665536 โดยโคซากะเล่าถึงโปรเจ็กต์ PIKO-TARO ว่า "PIKO-TARO เป็นงานดนตรีที่มีคาแร็กเตอร์และเนื้อหาของดนตรีที่ไม่บ่งบอกความหมาย คือผมอาจไม่รู้จักเรื่องของดนตรีนัก แต่ผมคิดว่าเราคงไม่สามารถทำสิ่งนี้ด้วยดนตรีที่ไม่จริงจังได้หรอก" https://www.youtube.com/watch?v=59kxiQ0dpyY https://www.youtube.com/watch?v=V4U3UihKQvk https://www.youtube.com/watch?v=t0jv1CIFH9U ส่วนการแสดงภาพยนตร์นั้น คาซูฮิโตะ โคซากะ มีผลงานเพียงสองเรื่องนั่นคือ Helter Skelter (2012) ผลงานสุดเปรี้ยวของ ผกก. หญิง มิกะ นินากาวะ (Sakuran) ซึ่งดัดแปลงจากมังงะชื่อดัง และอีกเรื่องคือ By Rule of Crow's Thumb (2012, ทาดาฟูมิ ฮิโตะ) https://www.youtube.com/watch?v=4xoqRSSvxc0 https://www.youtube.com/watch?v=-WNQWxRYL4M .... ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

Logitech M331 Silent Plus และ M221 Silent เมาส์ไร้เสียงเพื่อการทำงานอย่างเงียบเชียบ
gadget /  Logitech / 

Logitech เปิดตัวเมาส์ M331 Silent Plus และ M221 Silent เมาส์ไร้เสียงรุ่นแรกที่ช่วยให้คุณสามารถทำงานได้อย่างเงียบเชียบ ทั้งให้ความรู้สึกของการกดเมาส์แบบเดิม แต่ลดเสียงได้มากกว่า 90% โดยทั้งสองรุ่นสามารถเชื่อมโยงการทำงานแบบไร้สายได้ไกลถึง 33 ฟุต ตัว M331 Silent Plus มีแบตเตอรี่ซึ่งใช้งานยาวนานถึง 24 เดือน การออกแบบรูปทรงให้จับได้ถนัดเพื่อการใช้งานที่สบาย และพอดีกับมือข้างขวา ส่วน M221 Silent แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้นาน 18 เดือน ตัวเมาส์ถูกออกแบบให้ใช้งานได้ทั้งมือซ้าย และขวา Logitech M331 Silent Plus คาดว่าจะเริ่มจำหน่ายผ่าน Logitech.com และร้านค้าปลีกที่ได้รับคัดเลือกราวเดือนกันยายน ในราคา 590 บาท สำหรับ Logitech M221 Silent คาดว่าจะเริ่มจำหน่ายผ่าน Logitech.com และร้านค้าปลีกที่ได้รับคัดเลือกราวเดือนตุลาคม ที่ 490 บาท

ดนตรีสื่อรัก! จินอุน 2AM - เยอึน Wonder Girls คบกัน 3 ปีแล้ว
2AM /  HA:TFELT / 

เปิดตัวคู่รักคู่ใหม่ของวงการเพลงเกาหลี! ต้นสังกัดคอนเฟิร์ม จอง จินอุน หนุ่มเสียงดีจากวง 2AM และ เยอึน สมาชิกเกิร์ลกรุ๊ป Wonder Girls ซุ่มปลูกต้นรักมานานกว่า 3 ปีแล้ว หลังจากมีรายงานข่าวจากสื่อเกาหลีถึงความสัมพันธ์ระหว่าง จอง จินอุน 2AM วัย 25 ปี และ เยอึน Wonder Girls วัย 27 ปี ว่าทั้งคู่เดทกันมากว่า 3 ปีแล้ว ล่าสุด JYP Entertainment ก็ออกมายืนยันถึงเรื่องดังกล่าวว่าเป็นความจริง Yenny's Gift for Wonderful (Last Christmas) with JinWoon (2AM) youtube channel : wondergirls JYP Entertainment ต้นสังกัดของ เยอึน และอดีตต้นสังกัดของ จินอุน เปิดเผยว่าทั้งคู่เริ่มสนิทสนมเพราะจากรสนิยมทางดนตรีที่คล้ายคลึงกัน ก่อนที่ จินอุน และ เยอึน จะพัฒนาความสัมพันธ์จากการเป็นศิลปินร่วมค่ายมาเป็นคู่รักในต้นปี 2014 และแม้ปัจจุบันทั้งคู่จะอยู่คนละสังกัดแต่ก็ยังคบหากันอยู่ ปัจจุบัน จินอุน เป็นศิลปินในค่าย Mystic Entertainment ในขณะที่ เยอึน Wonder Girls (หรือใช้ชื่อ HA:TFELT ในบทบาทศิลปินเดี่ยว) เป็นศิลปินภายใต้การดูแลของ JYP Entertainment. Embed from Getty Images Embed from Getty Images Embed from Getty Images Embed from Getty Images มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

อ้วน รีเทิร์น เตรียมพลิกบทบาทใหม่ในหนังสยองขวัญ เก็บศพ 100 วัน
อ้วน รีเทิร์น /  เก็บศพ 100 วัน / 

อ้วน รีเทิร์น เตรียมพลิกบทบาทใหม่ในหนังสยองขวัญ เก็บศพ 100 วัน อ้วน รีเทิร์น เตรียมกลับมาสร้างความบันเทิงบนจอเงินอีกครั้งใน เก็บศพ 100 วัน ภาพยนตร์เรื่องแรกของค่ายน้องใหม่ เดซี่ เอนเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด และพาสาวงามจากเวทีมิสอันเซนเซอร์นิวส์ไทยแลนด์ มาจัดโชว์ความสวยปลดปล่อยความสามารถในภาพยนตร์อีกด้วย นอกจากจะเป็นนักแสดงแล้ว อ้วน รีเทิร์น ยังรับหน้าที่เป็นผู้กำกับร่วมกับ เดซี่ สมชาย อีกด้วย งานนี้เจ้าตัวมาฟิตติ้งเสื้อผ้าหน้าผม ก็เลยได้ให้สัมภาษณ์การทำงานในกองถ่ายภาพยนตร์เรื่องนี้ให้ฟังว่า “หนังเรื่องนี้จริง ๆ แล้วเป็นของค่ายหนังน้องใหม่ เดซี่ เอนเตอร์เทนเม้นท์ ซึ่งเดซี่เนี่ยรู้จักกับพี่อ้วนมานาน นับถือกันเป็นพี่เป็นน้องเป็นคุณแม่เป็นลูกสาวกัน เดซี่ก็เข้ามาปรึกษาว่าอยากทำหนังสักเรื่อง เราก็ให้คำแนะนำไปในฐานะที่ทำหนังมาหลายเรื่อง คราวนี้เดซี่ก็บอกว่าขอให้พี่อ้วนเนี่ยช่วยดูกำกับด้วยได้ไหม ด้วยความที่เราก็เป็นห่วงเดซี่เพราะมันก็มือใหม่ไม่เคยทำหนังมาก่อน พี่อ้วนก็เลยตอบตกลงว่าพี่อ้วนจะช่วยดูให้กำกับให้ แต่ก็ต้องร่วมด้วยช่วยกันในการกำกับและต้องทำออกมาให้ดี เพราะมันเป็นหนังเรื่องแรกมันจะเป็นเครดิตของเราไปจนตาย...” “...ซึ่งพี่อ้วนก็ช่วยนั่นแหละ คิวว่างไม่ชนกันเราก็ต้องไปช่วยมันอยู่แล้ว นับถือกันมานานมีอะไรก็ช่วย ๆ กันไป ดีซะอีกมีค่ายหนังใหม่ ๆ เกิดขึ้น มีไอเดียใหม่ ๆ เกิดขึ้น คนดูหนังก็จะได้เสพอะไรใหม่ ๆ บ้างจากที่เป็นอยู่...” นอกจากนี้พี่อ้วนยังพูดถึงประเด็นการพลิกคาแรกเตอร์ของตัวเองที่จะไม่ได้เป็นสายฮาในภาพยนตร์เรื่องนี้ “มันเป็นบทที่เราไม่เคยเล่นไง ปรกติก็จะเล่นแบบตลกเฮฮาไป แต่สำหรับหนังเรื่องนี้ มันเป็นหนังผีไม่ใช่หนังตลก ออกแนวหลอน ๆ น่ากลัวด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นบทที่อ่านมันดูท้าทายดีเหมือนกัน” และปิดท้ายกับการให้สัมภาษณ์ประเด็นที่มีนักแสดงหน้าใหม่เยอะ จะมีความกังวลหรือไม่ “สิ่งที่หนักใจคงเรื่องแอคติ้งของนักแสดง การแสดงหนังมันไม่เหมือนละครนะ ถามว่ายากก็ยากจะว่าง่ายก็ว่าง่าย คือมันต้องดูหน้างานจริง ๆ ถ้าไม่ผ่านก็คือไม่ผ่านต้องถ่ายใหม่ ถ่ายซ้ำให้ได้ภาพที่ดีที่สุด แต่เท่าที่ดูตัวนักแสดงเอง เขาก็ได้มีการเรียนแอคติ้งมาแล้ว แต่ละคนฝีมือการแสดงก็มีพกพาติดตัวมาบ้าง ก็อย่างที่บอกนั่นแหละมันต้องทำให้ดีที่สุด”

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง