ทรงผม2014

ความภูมิใจของไทย! มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ผลิต
คาเวียร์ /  ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ / 

ถือเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างมาก เมื่อมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ประสบผลสำเร็จในการส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสัตว์ที่เป็นอาหารโปรตีน และสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ขึ้นมาได้อย่างต่อเนื่อง อาทิ ห่านหัวสิงห์ ปลาเทราต์ และปลาสเตอร์เจียน รวมถึงความสำเร็จครั้งใหญ่ล่าสุด คือ การผลิต "คาเวียร์จากปลาสเตอร์เจียน" ได้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ! เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ  เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๙ มูลนิธิฯ โดยการสนับสนุนของบริษัท สยามสินธร จำกัด จึงได้จัดงานในชื่อว่า  A Spoonful of Love: ช้อน…รัก เพื่อแนะนำผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรจากโครงการตามพระราชดำริฯ ซึ่งจัดจำหน่ายภายใต้ชื่อ “ศิลปาชีพ” ขึ้น โดยได้รับเกียรติจาก ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ ดร.จรัลธาดา กรรณสูต และ ดร.สมชาย ธรณิศร ร่วมพูดคุยถึงผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของโครงการตามพระราชดำริ ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ รวมถึงการสาธิตการปรุงอาหารจากผลิตภัณฑ์โดยเชฟแอร์เว่ เฟรราด์ แห่งคาเฟ่ ปารีเซียง ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ รองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ กล่าวถึง พระราชกรณียกิจในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงสืบสานพระราชปณิธานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงห่วงใยประชาชนชาวไทยในทุกพื้นที่ไม่เว้นแม้กระทั่งชาวไทยภูเขาเผ่าต่าง ๆ ที่อาศัยในถิ่นทุรกันดาร พระองค์ท่านทรงห่วงใยถึงการทำมาหากินของราษฎร โดยเฉพาะการสร้างงาน สร้างรายได้ ตลอดจนการสร้างแหล่งอาหารในชุมชน ควบคู่ไปกับการรักษาป่า ซึ่งเป็นมาของโครงการตามพระราชดำริฯ อาทิ โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ โครงการฟาร์มตัวอย่าง และ สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูง ดร.จรัลธาดา กรรณสูต ที่ปรึกษาสำนักราชเลขาธิการ กล่าวถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ของโครงการตามพระราชดำริฯ ได้แก่ ห่านหัวสิงห์ ปลาเทราต์ ปลาสเตอร์เจียน รวมถึง คาเวียร์จากปลาสเตอร์เจียน ที่ผลิตได้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ว่า “จากการที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงมีความห่วงใยสถานการณ์ชายแดนบริเวณดอยดำ จึงได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมพื้นที่เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ ๒๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ณ จุดสูงสุดของยอดดอยดำ ตำบลเมืองแหง อำเภอเวียงแห จังหวัดเชียงใหม่ และได้มีพระราชดำริให้จัดตั้ง “โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่” ครอบคลุมพื้นที่ ๑๖๑,๘๕๐ ไร่ โดย ดร.จรัลธาดา ยังได้กล่าวอีกว่า “ที่นี่มีลักษณะพิเศษคือ ป่าไม้ยังพอมีความอุดมสมบูรณ์ มีลำธารขนาดใหญ่และน้ำไหลค่อนข้างแรง มีรับสั่งถามชาวไทยภูเขาที่อยู่ที่นั่นว่า ‘ในลำธารมีปลาอะไรบ้าง พอจะหากินได้หรือไม่’ ในขณะนั้นชาวบ้านได้กราบบังคมทูลว่า พื้นที่บริเวณนั้นน้ำเย็นจัดและอยู่สูงมากทำให้ปลาขึ้นมาไม่ค่อยถึง สมเด็จพระนางเจ้าฯจึงมีรับสั่งต่อคณะผู้ติดตามว่า “ให้หาปลาที่เลี้ยงได้ดีในที่มีอากาศหนาว รับประทานอร่อย มาให้ชาวบ้าน"พระองค์ทรงรับสั่งถามผมซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองอธิบดีกรมประมง ว่า ‘เราจะทดลองเลี้ยงปลาน้ำเย็นที่จะนำมาจากต่างประเทศดีไหม เลี้ยงได้ไหม จะเป็นอันตรายกับสิ่งแวดล้อมไหม’ จากพระราชประสงค์ที่ให้หาพันธุ์ปลาที่เหมาะสมกับอุณหภูมิของน้ำ จากต่างประเทศมาทดลองเลี้ยงบนพื้นที่ดอยสูง คณะทำงานได้ศึกษาและดำเนินการตามพระราชดำริ โดยนำพันธุ์ปลาเรนโบว์เทราต์ที่ทนอากาศร้อนได้ดีที่สุด คือไม่เกิน ๒๐ องศาเซลเซียสก็สามารถอยู่ได้ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากประเทศแคนาดามาทดลองเลี้ยงที่โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ตามพระราชดำริ ดอยดำ ซึ่งประสบผลสำเร็จเป็นอย่างมาก แต่ด้วยต้นทุนในการผลิตสูงมาก จึงต้องปรับเปลี่ยนวิธีการให้ชาวบ้านเลี้ยงเพื่อส่งขายเป็นรายได้ และนำเงินที่ได้ไปซื้อโปรตีนอื่นที่ราคาถูกกว่า และหาได้ง่ายกว่ามารับประทานแทน ปลาเรนโบว์เทราต์เป็นปลาที่มีเนื้อแน่น รสหวาน ก้างไม่มาก และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง จึงเป็นที่ต้องการของตลาด ช่วยสร้างรายได้ให้แก่ราษฎรในพื้นที่ได้อย่างดี” ดร. จรัลธาดา กล่าวต่อว่า จากความสำเร็จในการเพาะเลี้ยงปลาเรนโบว์เทราต์ ต่อมาในปี ๒๕๕๐ ได้มีพระราชดำริให้ศึกษาพันธุ์ปลาต่างประเทศชนิดอื่นมาเพาะเลี้ยงเพิ่มเติม “ด้วยความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศ สหพันธรัฐรัสเซียได้ทูลเกล้าฯ ถวายไข่ปลาไซบีเรียน สเตอร์เจียน และพระราชทานให้กรมประมงนำไข่มาฟักที่โรงเพาะฟักบนดอยอินทนนท์ และนำไปทดลองเลี้ยงที่โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ตามพระราชดำริ ดอยดำ ด้วยสภาพภูมิอากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งปี ทำให้สามารถเพาะพันธุ์ปลาสเตอร์เจียนได้สำเร็จเป็นแห่งแรกในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  หลังจากใช้เวลาเพาะเลี้ยงกว่า ๘ ปี จึงได้ผลผลิตที่สำคัญคือ คาเวียร์จากปลาสเตอร์เจียน ซึ่งเป็นอาหารราคาแพงและมีชื่อเสียงระดับโลก  นอกจากนี้เนื้อปลาสเตอร์เจียนก็สามารถนำมาบริโภคได้ ทั้งรสชาติดี ไม่คาว และมีคุณค่าทางโภชนาการสูงด้วย” ทั้งนี้ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ยังมีผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่ออื่นๆ จากโครงการตามพระราชดำริฯ อาทิ ดอกเกลือและเกลือแกง จากโครงการฟาร์มทะเลตัวอย่างตามพระราชดำริฯ, กาแฟอาราบิก้า จากสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูง บ้านปางขอน จ.เชียงราย และสถานีการเกษตรที่สูงฯ ดอยม่อนล้าน จ.เชียงราย, ผักเมืองหนาวปลอดสารพิษ จากสถานีการเกษตรที่สูงฯ ต่าง ๆ ในพื้นที่ภาคเหนือ เป็นต้น ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้ทาง www.facebook.com/SupportFoundationOfHmq

กีกี้ ศักดิ์ นานา คนไทยใน Nürburgring สนามแข่งที่ยากที่สุดในโลก
Nürburgring /  porsche / 

พบกับเรื่องราวของนักแข่งรถอันดับ 1 ของประเทศไทยถึงสาเหตุว่าทำไมเขาจึงเลือกไปแข่งที่ Nürburgring รายการแข่งรถที่ขึ้นชื่อในเรื่องความหินที่สุดในโลก วันนั้น มีรุ่นน้องผู้หญิงคนหนึ่ง รู้จักกันมาหลายปีแล้ว ได้ถามผมว่า “พี่กี้คะ ตั้งแต่พี่กี้แข่งมา พี่กี้เคยชนะอะไรบ้างไหมคะ” นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ผมกลับไปบ้าน แล้วเสิร์ชกูเกิ้ลว่า สนามอะไร การแข่งขันอะไร ที่ยากที่สุดในโลก โหดที่สุด เสี่ยงที่สุด และมีคนเสียชีวิตมากที่สุด กูเกิ้ลตอบผมว่า “Nürburgring” เพราะว่าเป็นสนามที่นักแข่งระดับโลกต่างบอกว่ายากกันทุกคน ไม่ว่าจะเป็น Nikki Lauda, Stirling Moss และอีกคนหนึ่งคือ Sir Jackie Stewart ที่เขาได้มอบฉายาให้สนามนี้ว่า นรกสีเขียว (The Green Hell)…การที่ผมโดนดูถูกในครั้งนั้น ทำให้ผมเลือกที่จะไปแข่งสนามที่ยากที่สุดในโลกครับ การที่เราจะได้ไปแข่งขันที่ Nürburgring ได้ เราต้องสอบใบขับแข่ง ใบขับแข่งมีสามรูปแบบ คือ ใบขับแข่งประเภท C, B และ A ใบขับแข่งประเภท C จะได้มาจากประเทศเกิดของนักแข่งแต่ละท่าน ที่ลงแข่งการแข่งขันของประเทศนั้นๆ เช่นเมืองไทยก็เป็นงาน Thailand Super Series เป็นต้น ซึ่งเราก็เอาใบขับแข่งประเภท C นี้ ไปสอบเป็น ใบขับแข่งประเภท B ที่สนามแข่งที่เยอรมนี โดยเราจะต้องแข่ง VLN (งานแข่งชิงแชมป์เยอรมัน) อย่างน้อย 3 สนาม และใน 3 สนามนี้ เราจะต้องติดอันดับ 1 ใน 5 ทั้ง 3 สนาม และต้องแข่งจนจบการแข่งขันโดยไม่มีการชนหรือรถแข่งมีปัญหา พอเราได้ใบขับแข่งประเภท B แล้ว เราก็จะต้องไปอบรมและสอบข้อเขียน เพื่อที่จะได้ใบขับแข่งประเภท A ซึ่งเราจะต้องไปเข้าห้องเรียนสองวัน ต้องสอบข้อเขียนให้ผ่าน โดยจะต้องผ่านแบบถูกต้อง 100 เปอร์เซนต์ เท่านั้น พอสอบข้อเขียนผ่านแล้ว ก็จะต้องขับรถแข่งที่เขาเตรียมไว้ให้ในสนามโดยมี Instructor ( ครูสอนซึ่งเป็นนักแข่งมาก่อน ) นั่งไปในรถด้วย เราจะต้องขับรอบสนามทั้งหมด 3 รอบ แล้วทาง Instructor ก็จะให้คะแนนเรา ว่าเราจะสอบผ่านไหม พอเราผ่านสอบปฏิบัตินี้ เราก็จะได้ใบขับแข่งประเภท A ซึ่งเราจะสามารถแข่งรายการทุกรายการในประเทศเยอรมนีได้หมด ส่วนการแข่ง ตารางการแข่งขัน จะมี VLN ทั้งหมด 10 สนาม VLN คืองานแข่งชิงแชมป์ประเทศเยอรมนี ใน 10 สนามนี้ 9 ครั้งจะเป็นการแข่ง 4 ชั่วโมง และมี 1 ครั้งที่เป็นแข่ง 6 ชั่วโมง แล้วก็มี Qualification Race ซึ่งแข่ง 6 ชั่วโมง เป็นการแข่งเพื่อเตรียมตัวสำหรับแข่งชิงแชมป์โลกในงาน 24H ซึ่งถึงเราจะได้ใบขับแข่งประเภท A แล้ว ก็จะต้องมาขับในงาน Qualification Race 6 ชั่วโมงนี้ด้วย เพราะมันเป็นงานที่ใช้กฎกติกาและตารางงานเหมือนกับงาน 24H ทุกอย่าง แล้วก็งานแข่งขันที่ใหญ่ที่สุดของปีคือ ADAC 24 Hours Rennen Nürburgring ซึ่งงานแข่งนี้ใช้เวลาหลายวันมาก เริ่มจากวันอังคาร เปิดให้ซ้อม วันพุธมี Qualify ตอนกลางคืน วันพฤหัสฯ มี Qualify ตอนกลางวัน วันศุกร์มีงานแข่งงานอื่น เช่น WTCC, Formula 3 และ WEC วันเสาร์เช้ามีแข่ง Classic Cars จากนั้นคิวของพวกเราก็จะเริ่มแข่งกันตอน 4 โมงเย็นวันเสาร์ ยาวไปถึง 4 โมงเย็นวันอาทิตย์ มีรถแข่งเฉลี่ย 250 คัน นักแข่งเกือบ 1,000 คน ทีมของผมเนี่ย เป็นทีม Porsche GetSpeed ครับ ซึ่งเป็นทีมที่ได้สปอนเซอร์มาจาก Porsche ได้การดูแลจาก Porsche มีช่างจากโรงงานมาดูแลตลอด ซึ่งพอเป็นทีมใหญ่ ผู้จัดการทีมและเจ้าของทีม ให้ความจริงจังกับการแข่งมาก เขาควบคุมนักแข่งในเรื่องการออกกำลังกาย การทานอาหาร การดื่มน้ำ และการซ้อม อาหารที่เราทานทุกมื้อ ทางทีมก็คำนวนปริมาณพลังงานและโปรตีน เพื่อที่ให้เรามีแรงงานพอเพียง ช่วงแข่งเขาจะให้เราทานแต่ soup จะได้ไม่มีปัญหาเรื่องย่อยอาหารหรือปวดท้อง เราจะได้ทานอาหารเป็นมื้อเต็มๆ แค่มื้อเย็นเท่านั้น น้ำดื่มจะมีเตรียมกระติกให้นักแข่งแต่ละคน ติดชื่อเอาไว้ เป็นน้ำเปล่าผสมกับกลูโคสและวิตามินต่างๆ ซึ่งเป็นน้ำที่เอาไว้สำหรับนักกีฬาวิ่งระดับโลกเขาใช้ดื่มกัน ตอนอยู่ในรถแข่ง ก็จะมีน้ำอีกชนิดหนึ่งเตรียมไว้ให้ เวลาเราขับไปชั่วโมงหนึ่งแล้วเหนื่อยๆ พอมาดื่มน้ำแล้วจะรู้สึกมีแรงขึ้นมาเลย เหมือนได้ดื่ม Energy Drink ส่วนการซ้อม ยกตัวอย่างทีมอื่นเขาก็จะมาซ้อมก่อนแข่งแค่หนึ่งวัน แต่ทีมผม เขาจะปิดสนาม 2 วันเต็ม ก่อนที่จะมีการแข่งขันหนึ่งอาทิตย์ล่วงหน้า ให้นักแข่งในทีมได้ทำการซ้อมได้อย่างเต็มที่ ได้เข้าใจรถอย่างเต็มที่ ได้รู้จักลิมิตรถ สภาพอากาศของสนาม Nürburgring ด้วยมันเป็นสนามที่สูง 350 – 650 เมตร จากน้ำทะเล จุดนี้ทำให้อากาศเปลี่ยนแปลงฉับพลันตลอดเวลาครับ ความหมายคือ บางครั้งเราขับหนึ่งรอบนั้นมีหลายฤดูด้วยกัน บางช่วงก็แดดออก บางช่วงก็เหมือนเป็นน้ำแข็งบางๆ บนพื้นสนาม บางช่วงก็เปียกเหมือนมีฝนตก นั่นคือสิ่งที่ทำให้สนามนี้ขับยากที่สุด เพราะเราจะไม่สามารถเซ็ทรถให้เข้ากับสนามแบบแห้งหรือแบบเปียกอย่างใดอย่าง หนึ่งได้เลย ดังนั้นจึงเป็นงานของคนขับ ที่จะขับรถ คุมรถ ให้เข้ากับสภาพอากาศในสนามในช่วงๆ นั้น ถ้าถามถึงความคุ้นเคยกับสนาม ผมแข่งสนามนี้มาเป็นปีที่ 4 คงไม่กล้าตอบว่าคุ้นเคยมาก แต่ใช้คำว่า ทุกครั้งที่ขับในสนามนี้ จะได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ กลับมาทุกครั้ง คนที่แข่งที่สนามนี้จะรู้ดีว่า ไม่ว่าคุณจะขับเป็น 1,000 รอบ ไม่มีรอบไหน ที่สนามจะให้ความรู้สึกเหมือนกันเลย หลายท่านถามผมถึง feeling ในการขับ รถ 991 Cup Car ที่ใช้แข่งเป็นรถที่ดีมากครับ Balance ดีมาก, Handling ดีมาก Porsche เป็นรถที่แบบ…ไม่รู้ว่าสร้างด้วยอะไร แต่ไม่รู้สึกว่าเครื่องอยู่หลังแล้ว รู้สึกเหมือนเครื่องอยู่กลาง Understeer นี่แทบไม่มีเลย ผมเคยขับ SLS GT3, Z4 GT3, Lambo GT3 และ 997 GT3R แล้วผมก็คิดว่า 997 GT3R เป็นรถแข่งเกรด GT3 ที่ดีที่สุดแล้ว ครั้งแรกผมคิดว่า 991 cup car นี่ไม่มีทางสู้ได้หรอก แต่พอผมขับแล้วเนี่ย รู้สึกว่า 997 ห่วยไปเลย เพราะว่า Balance น้ำหนักของ 991 นี่ดีเหลือเชื่อ ระบบเบรกนี่คือ โอ้โห! ไม่เคยเจออะไรเบรกดีขนาดนี้มาก่อน สำหรับช่วงล่าง ผมก็ไม่เคยเจอช่วงล่างที่ดีขนาดนี้มาก่อนเหมือนกัน ปกติ Porsche มันจะมีนิสัย Understeer ค่อนข้างง่าย แต่ 991 cup GT3 ไม่มีอาการ Understeer เลย ผมสรุปง่ายๆ เลยละกันครับ ว่า ตั้งแต่ผมแข่งรถมา ผมไม่เคยขับรถแข่งที่ดีขนาดนี้มาก่อน ส่วนการปรับรถให้เข้ากับสนามนั้น รถ 991 cup car ใช้ช่วงล่างมาจากโรงงาน Porsche ซึ่งเราไม่มีสิทธิ์ไปเปลี่ยนมัน เราเปลี่ยนได้แค่สปริงเท่านั้น ทางทีมก็จะเซตอัพให้เราทดสอบดูในวันซ้อม แล้วก็ถามความเห็นนักแข่งว่าแบบไหนดีที่สุด ลมยางแบบไหนดีที่สุด Toe/Camber แบบไหนดีที่สุด เขาจะให้เราเลือก แล้วก็จะเซตอัพอันนั้นให้เรา หรือถ้าตัวเลือกที่เขามีนั้นเราไม่ชอบเลย เขาก็จะให้เราบอกอาการรถ แล้วแก้ไขจนกว่าเราขับแล้วรู้สึกเพอร์เฟ็กต์ เพื่อให้รถกับเราเป็นเหมือนชิ้นส่วนเดียวกัน โดยการดูจากเวลาต่อรอบขับเป็นหลัก ว่าเซตอัพแบบไหนทำเวลาได้ดีที่สุด ส่วนยาง ทาง Porsche จะบังคับให้ใช้เหมือนกันหมดทุกทีม คือ Michelin Hard Compound สุดท้ายนั่นคือแผนการขับ สำหรับตัวผมก็คือ เราต้องขับให้เร็วที่สุดและห้ามชน นี่คือคำสั่งที่เราได้ยินบ่อยที่สุดจากผู้จัดการทีมครับ ส่วนผลการแข่งขันที่ออกมาน่าพอใจไหม? ผมพอใจมากกับผลการแข่งขันสนามแรก แต่เหลืออีก 11 สนาม ยังต้องเหนื่อยอีกเยอะเลยครับ ข้อมูลภาพจาก : นิตยสาร GTPorsche Thailand  

เปลี่ยนโฉมสุดชิค! 1 นางแบบกับ 5 ตัวละครจาก Alice Through the Looking Glass
Alice Through the Looking Glass /  Anne Hathaway / 

เปลี่ยนโฉมสุดชิค! 1 นางแบบกับ 5 ตัวละคร จาก Alice Through the Looking Glass Disney Style ได้ปล่อยคลิปทีมเมกอัพและสไตลิสต์จากแฟรนไชส์ภาพยนตร์เรื่อง Alice in Wonderland ได้แปลงโฉมนางแบบให้กลายเป็น 5 ตัวละครสำคัญภาพยนตร์เรื่อง Alice Through the Looking Glass เริ่มจากการทำผมสีขาวราวกับสายฟ้าผ่าเหมือน ไวท์ควีน รับบทโดย แอน แฮททาเวย์ (Anne Hathaway), ทำคิ้วหน้าเหมือน อลิซ ที่รับบทโดย มีอา วาสิคอฟสกา (Mia Washikowska) แต่งหน้าทำผมให้เหมือน ไทม์ รับบทโดย ซาชา บารอน โคเฮน (Sacha Baron Cohen) ทาลิปสติกสีแดงตรงปากเป็นรูปหัวใจเหมือน เรดควีน รับบทโดย เฮเลนา บอนแฮม คาร์เตอร์ (Helena Bonham Carter), และการทำทรงผมสุดเอกลักษณ์เหมือน แมดแฮทเทอร์ รับบทโดย จอห์นนี เด็ปป์ (Johnny Depp) ดูบทความต้นฉบับ : Woman transforms into 5 'Alice Through the Looking Glass' characters in one minute

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

พีโอพี เตรียมรวมตัวในรอบ 5 ปี ใน #Period Of Party Again
COOLfahrenheit Music Alive P.O.P #Period Of Party Again /  p.o.p / 

คูลฟาเรนไฮต์ 93 ชวนมาปลุกเพลงรักให้หายคิดถึง COOLfahrenheit Music Alive P.O.P #Period Of Party Again มีความเอ็กซ์คลูซีฟจัดให้สำหรับแฟนๆ ชาวคูลฟาเรนไฮต์ 93 อีกครั้ง... ล่าสุด เป็น 5 ปีของการกลับมารวมกันครั้งใหม่ กับ 5 สมาชิก นภ พรชำนิ, ก้อ ณฐพล, โต้ง มณเฑียร, เจอรี่ ศศิศ และ Mr.Z ที่จะมาร่วมปลุกเพลงรักที่ยังอยู่ในใจให้หายคิดถึงกับคอนเสิร์ตของคนรัก พี.โอ.พี (P.O.P) ใน COOLfahrenheit Music Alive P.O.P # Period Of Party Again เพราะที่แห่งนี้...นั้นยังมีรักอยู่ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ ที่ 10 กรกฎาคม นี้ เวลา 17.00 น. ณ. CDC Crystal Grand Ballroom นภ พรชำนิ พูดถึงความพิเศษในคอนเสิร์ตครั้งนี้ว่า "รู้สึกตื่นเต้นและดีใจมากครับที่พวกเรา P.O.P จะได้กลับมาเจอกับแฟนๆ อีกครั้ง ในรอบ 5 ปี ต้องขอขอบคุณทางคลื่นคูลฟาเรนไฮต์ 93 ที่จัดคอนเสิร์ตนี้ขึ้นมา ซึ่งนอกจากจะได้พบกับการโชว์คอนเสิร์ตแบบเต็มๆ ของพวกเราแล้ว ยังจะได้พบกับโชว์ของแขกรับเชิญสุดพิเศษ แต่ต้องรอลุ้นกันนะครับว่าจะเป็นใคร คอนเสิร์ตนี้ถือว่าเป็นภาพความทรงจำเก่าๆ ของเพลงรัก เพลงเพราะที่ยังตราตรึง จะย้อนกลับมาอีกครั้ง ยังไงก็ขอฝากคอนเสิร์ตนี้ด้วยนะครับ ผมรับรองว่าทุกคนที่มาจะได้รับความอิ่มอกอิ่มใจ กับอรรถรสทางดรตรีกลับบ้านไปอย่างแน่นอน แฟน ๆ สามารถจับจองที่นั่งเพื่อรับบัตรชมคอนเสิร์ตกันได้ง่าย ๆ เพียงคุณคลิกเข้าไปดูโจทย์เพลงประจำชั่วโมงของกิจกรรม COOLfahrenheit Music Alive ผ่านทาง facebook fanpage COOLfahrenheit ทันทีที่คุณได้ยิน COOLJ. เรียกสาย COOLfahrenheit Music Alive P.O.P ให้รีบโทรมาที่เบอร์ 02-938-5093 ใครที่สามารถต่อเพลงได้ถูกต้องเป็นสายแรกก็รับบัตรชมคอนเสิร์ตไปเลย 2 ใบ แบบฟรี ๆ ไม่มีค่าใช้จ่าย เข้ามาร่วมสนุกกันเยอะ ๆ แล้วเจอกัน ในวันอาทิตย์ที่ 10 กรกฎาคม 2559 ที่ CDC Crystal Grand Ballroom นะครับ" มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

แจ็คสัน เผยทิ้งโอกาสแข่งโอลิมปิก สู่การเป็น 'GOT7'
GOT7 /  Jackson / 

แจ็คสัน สมาชิกบอยแบนด์วง GOT7 (ก๊อตเซเว่น) เผย ทิ้งทุนจากมหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ดและการแข่งขันกีฬาฟันดาบระดับโอลิมปิก เพื่อไล่ตามความฝัน 'การเป็นศิลปิน' ทำเอาแฟนๆ ต่างทึ่งในความมุ่งมั่นของ แจ็คสัน GOT7 อีกครั้ง เมื่อนักร้องหนุ่มเปิดเผยผ่านรายการโทรทัศน์ Please Take Care of My Refrigerator ของประเทศจีนว่า ในขณะที่เขากำลังไปได้ดีในฐานะนักกีฬาฟันดาบทีมชาติฮ่องกงจนเกือบได้ไปแข่งขันโอลิมปิก และยังได้รับข้อเสนอเป็นทุนของมหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ด แต่ แจ็คสัน กลับเลือกที่จะเดินทางสู่ประเทศเกาหลีใต้เพื่อสานฝันในการเป็นนักร้องของเขา "ตอนที่เพื่อนๆ ได้ไปแข่งขันในระดับโอลิมปิกและพี่ชายที่สนิทกับผมก็ได้รับเหรียญทองกลับมาด้วย ตอนนั้นผมยังเป็นเพียงศิลปินฝึกหัดที่ยังไม่รู้ว่าอนาคตของตัวเอง มันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากก็จริง แต่ผมก็ไม่เคยเสียใจที่เป็นอย่างนั้นนะครับ" แจ็คสัน GOT7 ในมาดนักกีฬาฟันดาบ แจ็คสัน GOT7 ในมาดนักกีฬาฟันดาบ อย่างไรก็ตาม วันนี้หนุ่ม แจ็คสัน ก็ได้เป็นหนึ่งในสมาชิกของบอยแบนด์ K-POP ชื่อดัง อย่าง GOT7 และกุมหัวใจของแฟนคลับเพลงเกาหลีไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว. แจ็คสัน เคยเผยถึงความสามารถในการเป็นนักกีฬาฟันดาบของเขามาแล้ว จนผู้ร่วมรายการยังทึ่ง 【TVPP】Jackson(GOT7) - Fencing Ability, 잭슨(갓세븐) - 홍콩 펜싱 국가대표 출신! 허당 잭슨의 진면모 @ Radio Star youtube channel : TV-People ข้อมูลจาก xportsnews มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

เผยคลิปกราดยิง! กลางคอนเสิร์ตแร็พเปอร์ T.I. ที่นิวยอร์ค เจ็บ 4!!
Rapper /  T.I. / 

เกิดเหตุกราดยิงกลางคอนเสิร์ตแร็พเปอร์ดัง T.I. ที่มหานครนิวยอร์คเมื่อค่ำวันพุธที่ผ่านมา (25 พ.ค.) เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเบื้องต้น 4 ราย แร็พเปอร์ T.I. ทั้งนี้ เหตุกราดยิงเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 4 ทุ่มระหว่างที่คอนเสิร์ตกำลังดำเนินอยู่ ทำให้มีผู้บาดเจ็บ อาทิ ชายวัย 34 ปีถูกยิงที่หน้าอก, หญิงวัย 33 ปีถูกยิงที่หน้าท้อง โดยทั้งสองถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด ขณะที่หญิงวัย 26 ปี ถูกยิงที่ขาอาการยังทรงตัว พยานในเหตุการณ์เล่าว่าเห็นคนที่นั่งแถว V.I.P. มีปากเสียงกันก่อนที่เสียงปืนจะดังขึ้น ผู้ที่มาชมงานกว่า 1,000 คนก็พยายามวิ่งไปที่ทางออกหลังจากเสียงปืนดังขึ้นขณะที่ตำรวจยังคงตามหาตัวผุ้ก่อเหตุอยู่ Gunshots just went off at the T.I concert, never been so scared in my life pic.twitter.com/rn0CjpAuaU — Marco (@markygeezy) May 26, 2016 แร็พเปอร์ T.I. มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

OFFICIAL:กระต่ายแก้วเซ็นจักรพันธ์เสริมทีมเลกหลังเซ็น3 ปีครึ่ง
จักรพันธ์ พรใส /  ตลาดซื้อขายนักเตะ / 

 บางกอกกล๊าส เอฟซี ทีมในศึกโตโยต้าไทยลีก คว้า “เจ้าบอล” จักรพันธ์ พรใส ปีกวัย 29 ปี จาก สุพรรณบุรี เอฟซี มาร่วมทัพเรียบร้อยแล้ว พร้อมจรดปากกาเซ็นสัญญาค้าแข้งในถิ่นลีโอ สเตเดี้ยม เป็นเวลา 3 ปีครึ่ง ทีม “เดอะ แรบบิท” บางกอกกล๊าส เอฟซี ยืนยันคว้า “เจ้าบอล” จักรพันธ์ พรใส ปีกวัย 29 ปี จากทีม สุพรรณบุรี เอฟซี มาร่วมทัพเรียบร้อยแล้ว พร้อมจรดปากกาเซ็นสัญญาค้าแข้งในถิ่นลีโอ สเตเดี้ยม เป็นเวลา 3 ปีครึ่ง โดยปล่อยตัว “เต๋าดินโญ่” ธนาสิทธิ์ ศิริผลา และ สุบรรณ เงินประเสริฐ 2 กองกลางตัวรุกให้กับทีม “ช้างศึกยุทธหัตถี” สุพรรณบุรี เอฟซี โดย อดีตปีกทีมชาติไทย ได้กล่าวหลังย้ายมาร่วมทีม บีจี ว่า “รู้สึกดีใจ ยินดี และตื่นเต้นที่จะได้ลงเล่นให้กับทีม บางกอกกล๊าส เอฟซี มันบอกไม่ถูกครับตื่นเต้น ดีใจ ที่จะได้มาช่วยทีม การมาครั้งนี้มีความท้าทายใหม่ที่รออยู่ ส่วนตัวก็อยากดึกศักยภาพตัวเองออกมาให้ได้มากที่สุด เพื่อช่วยให้ทีมประสบความสำเร็จได้มากที่สุดครับ” สุดท้าย จักรพันธ์ ยังกล่าวถึงแฟนบอล บีจี ว่า “ขอฝากเนื้อฝากตัวแฟนบอล บีจี ด้วยแล้วกันครับ ย้ายเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของ บางกอกกล๊าส อยากให้แฟนๆ ติดตามผลงานของผม และทีม บีจี ผมจะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เพื่อความสำเร็จของสโมสร” สำหรับ จักรพันธ์ พรใส เริ่มต้นเส้นทางการค้าแข้งกับทีมเพื่อนตำรวจ เมื่อ ฤดูกาล 2009 ก่อนจะย้ายไปอยู่กับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เมื่อฤดูกาล 2011 เจ้าตัวสามารถสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยม จนมีชื่อติดทีมชาติไทย และสามารถพาทีมชาติไทย คว้ารองแชมป์ฟุตบอล เอเอฟเอฟ ซูซุกิ คัพ ได้สำเร็จ หลังจากนั้นตัวนักเตะชีพจรลงเท้าอีกครั้ง และได้ย้ายไปอยู่กับทีมยักษ์ใหญ่อย่าง สุพรรณบุรี เอฟซี พร้อมสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมให้กับทีม และได้ย้ายมาร่วมทีม บีจี ในที่สุด

แซม ร็อคเวลล์ ปลื้ม ทิม รอธ! พร้อมจัดแอคชั่นแบบไม่ยั้งใน Mr. Right
Mr. Right /  Sam Rockwell / 

แซม ร็อคเวลล์ ปลื้ม ทิม รอธ! พร้อมจัดแอคชั่นแบบไม่ยั้งใน Mr. Right  สองนักแสดงอย่าง แซม ร็อคเวลล์ (Sam Rockwell) และ ทิม รอธ (Tim Roth) ต้องมาบู๊ใส่กันในภาพยนตร์เรื่องล่าสุด Mr. Right คู่มหาประลัย นักฆ่าเลิฟ เลิฟ ทั้งคู่รับบทเป็นนักฆ่าระดับพระกาฬในฉากแอคชั่นสุดมันส์ โดยแซม ร็อคเวลล์ รับบทเป็น ฟรานซิส หนุ่มคนใหม่ขวัญใจ มาร์ธา ขณะที่ทิม รอธ รับบทเป็น ฮอปเปอร์ ที่ต้องการจะไล่ล่าฟรานซิส และไม่บ่อยครั้งนักที่จะได้เห็นสองคนนี้เชือดเฉือนบทบาทกัน ทางด้านหนุ่มแซม ร็อคเวลล์ ได้บอกเล่าถึงความรู้สึกที่ได้แสดงร่วมกับทิม รอธ ว่า “ผมชื่นชอบงานของเขามานานแล้วครับ ทิมเป็นนักแสดงในดวงใจผมเลย ผมเป็นแฟนพันธุ์แท้ทิม ตั้งแต่เรื่อง Resevoir Dogs และในเรื่องนี้เราได้มีโอกาสเล่นด้วยกัน และฉากที่ผมประทับใจมากคือฉากที่เราต่อสู้กันท่ามกลางสายฝน เป็นอะไรที่สนุกมาก” ขณะที่ ทิม รอธ ก็ได้เผยความรู้สึกที่ได้แสดงภาพยนตร์เรื่องนี้กับนักแสดงคนอื่นว่า “รู้สึกกระชุ่มกระชวยทุกครั้งที่ได้บทแอคชั่น ยิ่งเรื่องนี้มีผสมผสานคอเมดีด้วยแล้ว มันทำให้มีมุมที่รู้สึกว่าอยากค้นหา และเมื่อได้ร่วมงานกับแซมและแอนนา ซึ่งต้องบอกว่าเป็นนักแสดงรุ่นใหม่ที่มีฝีมือ เราเข้าขากันดี ทั้งบทบู๊ บทพูด ทำให้ร่วมงานแล้วไม่เครียด สนุก ลื่นไหลไปกับการทำงานกับพวกเขา”   นักแสดงเข้าขากันแบบนี้แต่ละคนต่างก็โชว์ฝีไม้ลายมือของตัวเองกันอย่างเต็มที่ อีกหนึ่งภาพยนตร์รักคอเมดีที่ใครชอบแนวนี้ไม่ควรพลาด Mr. Right คู่มหาประลัย นักฆ่าเลิฟ เลิฟ เข้าฉายในบ้านเราวันที่ 2 มิถุนายนนี้ในโรงภาพยนตร์

รีวิวภาพยนตร์ Me Before You : ในวันที่ฉันได้พบกับเธอ
Emilia Clarke /  Me Before You / 

รีวิวภาพยนตร์ Me Before You : ในวันที่ฉันได้พบกับเธอ ทันทีที่ได้เห็นตัวอย่างแรกของภาพยนตร์เรื่อง Me Before You ผมสัมผัสได้ถึงความสอดคล้องของการเล่าเรื่อง บทสนทนา และจังหวะเพลง ทุกอย่างช่างลงตัวเหลือเกิน มือของผมไม่รอช้าที่จะกากบาทบนปฏิทินและนับวันเวลารอคอยให้ถึงวันที่ภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าฉาย ประกอบกับโปสเตอร์ภาพยนตร์ที่มีรูป ลูอิซา ในชุดเดรสสีแดง และ วิล ในชุดทักซิโด ก็สร้างแรงผลักดันให้ความอดทนต่อการรอชมภาพยนตร์เรื่องนี้ลดลงเรื่อย ๆ และเมื่อโอกาสมาถึง ไม่มีสิ่งใดบนโลกนี้จะขวางกั้นไม่ให้เข้าไปสัมผัสกับเรื่องราวความรักของชายหญิงคู่นี้ Me Before You ว่าด้วยเรื่องราวของ ลูอิซา คลาร์ก รับบทโดย เอมิเลีย คลาร์ก (Emilia Clarke) หญิงสาวที่ต้องหางานทำ และงานล่าสุดที่ได้รับก็คือการจ้างวานให้มาดูแล วิลเลียม เทรย์เนอร์ รับบทโดย แซม คลาฟลิน (Sam Claflin) ชายหนุ่มที่ประสบอุบัติเหตุจนร่างกายพิการ แม้ช่วงเวลาที่พบกันครั้งแรกอาจจะไม่น่าอภิรมย์นักสำหรับทั้งสองคน แต่เวลาได้ทำให้ทั้งคู่เชื่อมความรู้สึกถึงกัน และเรื่องราวของกันและกันได้สอนให้ทั้งสองคนเรียนรู้ที่จะมีชีวิตต่อไปอย่างเข้มแข็ง ภาพยนตร์เดินเรื่องไปตามลำดับ ไม่สลับซับซ้อนอะไร ไม่มีฉากเนือยหรือเนิบช้าให้เห็นมากนัก ค่อนข้างกระชับและสร้างเสียงหัวเราะได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะ เอมิเลีย คลาร์ก (Emilia Clarke) นางเอกสาวของเรื่องที่รับบท ลูอิซา คลาร์ก ผู้หญิงคนนี้คือเสาหลักของภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ว่าได้ ความสามารถทางการแสดงของเธอไม่เพียงทำให้พระเอกหนุ่มอย่าง วิล เทรย์เนอร์ รับบทโดย แซม แคลฟลิน (Sam Claflin) หลงรักเธอเท่านั้น ผมเชื่อว่าทุกคนที่ได้ดูต้องตกหลุมรักผู้หญิงคนนี้เช่นกัน รวมถึงแซม แคลฟลิน ที่รับบทเป็นชายพิการ การแสดงออกทางสีหน้าและการพูดคือสิ่งที่เขาทำได้ แต่เสน่ห์ของผู้ชายคนนี้บอกได้เลยว่าไม่ธรรมดา หญิงสาวอารมณ์ดีผู้มีพลังด้านบวกอยู่เต็มหัวใจได้ดึงดูดให้เธอได้พบกับชายหนุ่มผู้ใช้ชีวิตบนรถเข็นที่อัดแน่นด้วยพลังด้านลบ โดยเฉพาะชายหนุ่มผู้ที่ตัดสินใจจะจากโลกนี้ไปในอีก 6 เดือนข้างหน้า ชีวิตที่ไม่เคยต้องพบกับการสูญเสียอิสรภาพ คือแรงกดดันอันมหาศาลที่กดดันให้วิลต้องจมจ่อมอยู่กับความทุกข์ที่ไม่อาจหลีกหนี ลูอิซาเดินเข้ามาพร้อมกับสีสันแห่งความสดใส และเริ่มเปลี่ยนแปลงหัวใจของวิลทีละนิด ๆ ซึ่งฉากที่ผมประทับใจเป็นอย่างมาก คือฉากที่ลูอิซาสามารถทำให้วิลฉีกยิ้มอย่างเป็นธรรมชาติ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ความรู้สึกของคนทั้งสองเชื่อมถึงกัน ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อลูอิซาตัดสินใจหยิบเดรสสีแดงขึ้นมาใส่ในการออกเดทครั้งแรกระหว่างเธอกับวิล เป็นอีกหนึ่งฉากที่สร้างความประทับใจได้ไม่แพ้กัน ความงดงามของสาว เอมิเลีย คลาร์ก ในชุดสีแดง ไม่เพียงแต่วิลเท่านั้นที่ยินดีกับความงดงามของเธอในค่ำคืนการออกเดท ความรู้สึกของผมในวินาทีนั้นก็คงไม่ต่างจากวิล และคงรู้สึกยินดีที่ได้อยู่กับสาวชุดแดงคนนี้ให้นานที่สุดเช่นกัน Me Before You คือภาพยนตร์รักที่ไม่ได้เปิดประตูต้อนรับแต่คนที่มีคู่แล้วเท่านั้น คนไร้คู่ก็สามารถเข้าไปเติมเต็มความรู้สึกได้ทัดเทียมกัน แม้ความปรารถนาดีที่ไม่อยากให้คนที่รักต้องมาอยู่กับตัวเองที่ไร้สมรรถภาพทางร่างกาย แต่อีกฝ่ายสามารถก้าวข้ามเปลือกนอกที่มองเห็น และเข้าถึงจิตใจอันบริสุทธิ์ที่มองไม่เห็นได้ ความรักของทั้งคู่ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตและทัศนคติไปตลอดกาล ไม่มีใครรู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ขอเพียงวันนี้ได้อยู่ใกล้กัน หัวเราะไปด้วยกัน เศร้าไปพร้อมกัน สุดท้ายความรักจะประสบความสำเร็จหรือไม่ก็คงไม่เสียดายที่วันนี้ได้รักเธอ 4/5 หนึ่งเรื่องราวความรักที่สวยงามตอกย้ำให้รู้ว่าตราบที่ยังมีลมหายใจ ความรักที่มอบให้คือความปรารถนาดีที่มีไม่สิ้นสุด บทความโดย ธ.เชิดวรพงศ์ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้ที่คอมเมนต์ด้านล่างครับ

รวมการแสดงสุดอลังจาก Billboard Music Awards 2016
#BBMAs /  Ariana Grande / 

ผ่านพ้นไปหมาดๆ สำหรับ Billboard Music Awards 2016 (บิลบอร์ด มิวสิค อวอร์ดส 2016) งานประกาศผลรางวัลอันทรงเกียรติแก่ศิลปินที่ประสบความสำเร็จที่สุดแห่งปี สำหรับปี 2016 นี้นอกจากการประกาศผลรางวัลแล้ว ไฮไลท์ที่แฟนเพลงทั่วโลกยังจดจำและพูดถึงก็ต้องยกให้การแสดงสุดพิเศษต่างๆ ที่เหล่าศิลปินชั้นนำยกขบวนกันมาโชว์แบบจัดเต็ม!... Rihanna ขึ้นโชว์เพลง Love on the Brain จากอัลบั้มใหม่ Anti ด้วยน้ำเสียงไร้ที่ติ Rihanna - Love On The Brain (Live From the 2016 Billboard Music Awards) youtube channel : RihannaVEVO หนุ่ม Justin Bieber ออกมาโชว์เพลง Company และ Sorry เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนๆ ได้ตลอดทั้งการแสดง Justin Bieber - Company / Sorry (Live From the 2016 Billboard Music Awards) youtube channel : JustinBieberVEVO วงป๊อปสุดฮอต DNCE ที่นำโดย Joe Jonas โชว์สุดมันในเพลงฮิต Cake by the Ocean DNCE - Cake By The Ocean (Live From The 2016 Billboard Music Awards) youtube channel : DNCEVEVO น้องชายจากตระกูลโจนาส Nick Jonas มาร้องซิงเกิ้ลใหม่สุดเซ็กซี่ Close ร่วมกับสาว Tove Lo Nick Jonas - Close (Live From the 2016 Billboard Music Awards) ft. Tove Lo youtube channel : NickJonasVEVO สาวเสียงดี Demi Lovato โชว์พลังเสียงเต็มพิกัดในเพลง Cool for the Summer Demi Lovato - Cool For The Summer (Live From the 2016 Billboard Music Awards) youtube channel : DemiLovatoVEVO Troye Sivan น่ารักๆ ในซิงเกิ้ลสุดฮิต Youth Troye Sivan - Youth (Live From the 2016 Billboard Music Awards) youtube channel : TroyeSivanVEVO ป๊อปดีว่า Ariana Grande มากับคีย์บอร์ดในเพลง Dangerous Woman พร้อมด้วยโชว์เพลงใหม่ Into You Dangerous Woman/Into You Medley (Live From The 2016 Billboard Music Awards) youtube channel : ArianaGrandeVevo และที่ทำให้ผู้ชมต่างร้องเพลงตามกันทั่วทั้งฮอลล์ ก็คือโชว์จากราชินีเพลงป๊อป Madonna ที่ขึ้นแสดงเพื่ออุทิศให้กับตำนานผู้ล่วงลับ Prince ด้วยสองเพลงดังของเขาอย่าง Nothing Compares 2 U และ Purple Rain ซึ่งเพลงหลังได้ Stevie Wonder มาร่วมร้องอย่างน่าประทับใจ มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

มีแต่พวกกัน! แอชตันแฉ
ทีมชาติอังกฤษ /  ยูโร / 

ดีน แอชตัน ในวัย 32 ปี อดีตศูนย์หน้าที่เคยติดทัพสิงโตคำรามเพียงนัดเดียวในปี 2008 เผยว่าใน ทีมชาติอังกฤษ "ยุคทอง" ที่ประกอบไปด้วย แฟรงก์ แลมพาร์ด, โจ โคล, แอชลีย์ โคล และ เวย์น รูนี่ย์ ต่างหันหน้าเข้ากลุ่มกันเอง โดยไม่แยแสและพูดคุยผู้เล่นที่เพิ่งติดทีมชาติอังกฤษอย่างเขาเลย อันที่จริง แอชตัน เคยเข้าแคมป์ทีมชาติอังกฤษในปี 2006 แต่ประสบปัญหาบาดเจ็บอย่างรุนแรงจนต้องถอนตัวออกจากทีมชาติในทันที "ผมเตือนตัวเองก่อนหน้านั้นว่าในทีมอังกฤษชุดนี้ จะต้องจับกลุ่มคุยกันเองระหว่างเด็กลิเวอร์พูล, แมนฯ ยูไนเต็ด และเชลซี ซึ่งมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ และยิ่งรู้สึกเคว้งคว้างเข้าไปอีก ตอนที่เข้าห้องแต่งตัวร่วมกับพวกเขาครั้งแรก ไม่มีใครคุยกับผมสักคน!" อดีตศูนย์หน้าเวสต์แฮมและนอริชกล่าว "มีเพียง จอห์น เทอร์รี่ เท่านั้นที่แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยที่มีต่อผม แถมยังส่งข้อความมาหาผมในคืนก่อนที่ผมจะลงเล่นให้ทีมชาติอังกฤษอีกว่า 'มันยอดเยี่ยมมากที่เห็นคุณในทีมชุดนี้' เขา (เทอร์รี่) เป็นคนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยภาวะผู้นำอย่างแท้จริง" แอชตันเผยถึงเรื่องราวในแคมป์สิงโตคำรามยุคที่รุ่งเรืองในเวลานั้น

บ๊าย บาย Last Chaos เกมส์ดีๆ อีกหนึ่งเกมที่เปิดบริการนานถึง 11 ปี
Last Chaos /  lc / 

ใครที่เป็นคอเกมส์ MMORPG ต้องรู้จักเกมส์ LC หรือ Last Chaos อย่างแน่นอน ด้วยระบบการเล่นที่ง่าย ภาพสวย และมีการอัพเดทกิจกรรมบ่อยๆ มีแฟนๆ เกมส์เติมแคช และร่วมกิจกรรมกันต่อเนื่อง เรียกว่า เป็นอีกหนึ่งตำนานเกมส์ MMORPG เทียบชั้น RO ได้อีกหนึ่งเกมส์ งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา จะด้วยปัญหาการอัพเดท ไม่มีคอนเท้นท์ใหม่ๆ จากผู้พัฒนา หรือจะถึงทางตันก็เป็นได้ ยุคนี้ ผู้พัฒนาส่วนใหญ่หันไปพัฒนาเกมที่เปิดบริการผ่าน Mobile บางค่ายเปิดขายบน Steam ซึ่งน่าจะเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของ Gamer และอีกหลายๆ อย่าง สุด ท้าย ผมเอง ก็เป็นหนึ่งในเกมเมอร์ ที่เล่นเกมส์นี้ตั้งแต่เริ่ม Close Beta แต่ก็ไม่ได้เล่นมาหลายปีเหมือนกัน ในที่สุด ก็มีวันนี้ที่เป็นส่วนหนึ่งของการจากไป ของเกมส์ที่เรารัก บ๊าย บาย Last Chaos ------------------------------------------------- ข้อความจากทีมงาน Last Chaos สวัสดีค่ะ ก่อนอื่น ทางเราต้องขออภัยอย่างสูงที่ไม่ได้ประกาศแจ้งให้ชัดเจนล่วงหน้า หลายปีที่ผ่านมา เกม Last Chaos ได้หยุดการพัฒนาและอัพเดทเกมจากเซิร์ฟเวอร์หลัก ทำให้ไม่มีการอัพเดทใดๆ เกิดขึ้น  หลังจากการประชุมนับหลายชั่วโมง เราได้พยายามคิดค้นวิถีและแนวทางการให้บริการเกมต่อไปในอนาคต แต่แล้วก็ต้องตัดสินใจปิดบริการเกมในที่สุด ขอขอบคุณผู้เล่นทุกท่านที่คอยสนับสนุนและอยู่ร่วมกับเรามาตลอดเวลา 11 ปี, ตั้งแต่ Close Beta เมื่อปี พ.ศ. 2547 ค่ะ ... [ แจ้งวันปิดบริการเกม Last Chaos ] * ปิดบริการเกม : วันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 * ปิดบริการเติมเงินและไอเทม : วันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 * แคชที่เหลือทั้งหมดจะสลายไปพร้อมกับวันปิดบริการเกมที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 ขอขอบคุณอีกครั้ง สำหรับผู้เล่นที่รักและให้ความสนับสนุนเกม Last Chaos ตลอดเวลาที่ผ่านมา ขอบคุณค่ะ ------------------------------- ร่วมกิจกรรมปิด Last Chaos ได้ที่นี่ https://www.facebook.com/events/507613246092943/

ออกไปซิ่งกับ 1969 Lamborghini Espada ของ Jay Leno กันเถอะ
1969 /  Classic cars / 

เมื่อ Jay Leno พิธีกรและดาราตลกชื่อดังชาวอเมริกันพาเจ้ากระทิงรุ่นปู่อย่าง Lamborghini Espada ปี 1969 ออกมาโลดแล่นบนไฮเวย์ ที่ทำเอาเจ้าตัวถึงกับอุทานออกมาว่าดังๆเลยว่า "โอ้วแม่เจ้าพลังเสียงมันช่างเหมือนโอเปร่าของชาวอิตาเลี่ยนไปเลยพวก" เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วสำหรับใครที่ติดตาม Jay Leno พิธีกรและดาราตลกชื่อดังชาวอเมริกันคนนี้นั้นคลั่งไคล้ในรถซูเปอร์ คาร์ และคลาสสิค คาร์ เอามากๆ และเจ้าตัวนั้นสะสมรถซูเปอร์ คาร์ ไว้นับร้อยๆคัน และส่วนใหญ่ก็จะเป็นรถซูเปอร์ คาร์ ที่หายากๆแทบทั้งสิ้น และวันนี้เค้าจะพาไปเปิดโรงรถเพื่อที่จะแนะนำให้รู้จักกับ Lamborghini Espada ปี 1969 กัน  สำหรับ Lamborghini Espada ปี 1969 คันนี้นั้น Jay Leno เพิ่งจะได้นำไปโมดิฟายสภาพรถขึ้นมาใหม่หมาดๆเมื่อไม่นานนี้เอง หลังจากที่เจ้าตัวนั้นได้เป็นเจ้าของรถคันนี้มาเป็นเวลาถึง 30 ปีแล้ว เขากล่าวว่า " ไม่ว่าคุณจะรักหรือเกลียดการออกแบบทั้งภายนอกหรือภายในของรถคันนี้นั้นมันอาจจะเป็นไปได้ แต่ถ้าคุณบอกว่าคุณเกลียดเสียงเครื่องยนต์ V12 ขนาด 4.0 ลิตร ของรถคันนี้แล้วนั้น ผมว่าพูดได้เลยว่า คุณโกหกแน่นอน เพราะผมว่าคุณไม่มีทางที่จะเกลียดพลังเสียงโอเปร่าอันไพเราะนี้ได้หรอกนะ" หลังจากสองสามปีที่ผ่านมาเค้าสังเกตุได้ถึงความเสื่อมสภาพลงของรถไม่ว่าจะเป็นทางด้านของเครื่องยนต์,เกียร์ และการกัดกร่อนของตัวถัง รวมไปถึงกลิ่นควันและการเผาไหม้ของสายไฟภายในตัวรถ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนภัยที่ชัดเจน เค้าจึงไม่รอช้าที่จะโมดิฟายเจ้า Espada นี้อย่างเร่งด่วนก่อนที่สายไฟพวกนั้นมันจะก่อให้เกิดหายนะกับรถของเค้า และหลังจากภารกิจการโมดิฟายเจ้า Espada เสร็จสิ้นลงแล้วผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ "เจ้า Espada ปี 69 มันจะทำให้คุณตื่นเต้นจนหัวใจคุณสั่นรัวๆเลยทีเดียวเชียวแหละ" ขอบคุณ carbuzz

ชอบอุดจริงหรือ? เปิดสถิติสุดอึ้งที่จะทำให้คุณลืมฉายา
บาร์เซโลน่า /  เชลซี / 

ต้องกางสถิติมายันกันซะแล้วเพราะมีแฟนบอลบางกลุ่มเชื่อว่า โฆเซ่ มูรินโญ่ ว่าที่กุนซือปีศาจแดงทำทีมเน้นแต่เกมรับแต่ เธียร์รี่ อองรี อดีตดาวซัลโวบาร์เซโลน่าและอาร์เซนอลออกมาเถียงแทนว่าไม่จริง อองรีออกมาให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า "ผมรู้ว่ามีบางคนที่คิดว่าเขาทำทีมน่าเบื่อและยิงประตูไม่ได้เยอะ แต่เมื่อเขาเข้ามาคุมเรอัล มาดริด มีหลายครั้งที่ทีมของเขาถล่มประตูได้มากกว่าบาร์เซโลน่าซะอีก และตอนที่เขาคุมเชลซี ทีมก็ยิงประตูได้เยอะแยะมากมาย" หากมาดูสถิติจะพบว่าจริงเหมือนที่อองรีบอก เพราะสามปีที่เขาคุมทีมเรอัล มาดริดรวมยอดการทำประตูแล้ว มาดริดยิงได้มากกว่าทีมที่ได้ชื่อว่ามาจากต่างดาวอย่างบาร์ซ่าซะอีก!

ฉลอง100ปีลูกหนังไทย!แกรนด์สปอร์ตเปิดตัวชุดตราพระมหามงกุฎลุยคิงส์คัพ
ช้างศึก /  ซิโก้ / 

แกรนด์สปอร์ต ผู้สนับสนุนชุดแข่งขันของทีมชาติไทยเปิดตัวชุดแข่งขันตราพระมหามงกุฏ ที่ทีมชาติไทยจะใช้สวมลงแข่งขันในศึกคิงส์คัพครั้งที่ 44 นี้โดยชุดดังกล่าวจัดทำขึ้นเพื่อเพื่อระลึกถึงทีมฟุตบอลทีมชาติไทยครบรอบ ๑๐๐ ปีตามประวัติศาสตร์ฟุตบอลทีมชาติไทย ในวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2458 รัชกาลที่6 ทรงโปรดเกล้าฯ จัดตั้ง "กรรมการคณะฟุตบอลแห่งสยาม" มีพระยาประสิทธิ์ศุภการ (หม่อมหลวงเฟื้อ พึ่งบุญ ณ อยุธยา) เป็นสภานายกฯ ขณะนั้นราชกรีฑาสโมสรจะมีพิธีเปิดอาคารหลังใหม่ ทั้งสองฝ่ายจึงตกลงร่วมกันให้จัดการแข่งขันฟุตบอลระหว่างชาติขึ้นเป็นครั้งแรก “ทีมชาติสยาม” จึงถูกก่อตั้งขึ้น และในวันอังคารที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2458 ณ สนามราชกรีฑาสโมสรปทุมวัน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเสด็จเป็นประธานการแข่งขันฟุตบอล เอกสารสิ่งพิมพ์เก่าบันทึกว่า นักเลงฟุตบอลสยามในชุดแดงแถบขาว มี “ตราพระมหามงกุฎ” อยู่อกเบื้องซ้ายของเสื้อทีมชาติสยาม โดยทีมชาติสยามชนะทีมสปอร์ตคลับ 2-1 เมื่อคนสยามเอาชนะชาวตะวันตกได้ด้วยเชิงกีฬาสากลแล้ว มีผลให้ราษฎรสนใจเล่นฟุตบอลเพิ่มมากขึ้น รัชกาลที่๖ จึงทรงสถาปนา “สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศสยามในพระบรมราชูปถัมภ์” ขึ้น เมื่อวันที่ ๒๕ เมษายน พ.ศ. ๒๔๕๙ หนึ่งปีหลังจากชัยชนะครั้งแรกของนักฟุตบอล "ตราพระมหามงกุฎ" ทีมชาติสยาม ซึ่งชุดแข่งขันจะมีลวดลายต้นฉบับแบบดั้งเดิม ด้วยเทคนิคการทอแบบพิเศษ บนอกซ้ายมี “ตราพระมหามงกุฎ” อันเป็นเครื่องหมายเกียรติยศ “การรักชาติ” ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว “องค์บิดาแห่งฟุตบอลเมืองสยาม” ได้ประทานแก่นักเลงฟุตบอลสยาม ด้านหลังปักดิ้นทองเลขไทย ๑๐๐ ปี มาพร้อมกล่องที่ระลึกหรูหรา

มาร์กี้ นำทีม
ตั๊ก บริบูรณ์ /  มหาลัยเที่ยงคืน / 

เปิดฉากภาพยนตร์นักศึกษาฮาเฮี้ยนด้วยการส่งทีมนักศึกษาภาคเที่ยงคืน มาร์กี้-ราศรี บาเล็นซิเอก้า , โทนี่ รากแก่น, เบลเยี่ยม-ภาวินี บูรณาชีวาวิไล, DJ.อาร์ต-มารุต ชื่นชมบูรณ์, อิคคิว-ปองสิชฌ์ พิศิษฐการ มาดวลกับ “ตั๊ก-บริบูรณ์ จันทร์เรือง” ที่ร้องแร็พฟีตเจอร์ริ่งกับวง DOUBLETAP (ดับเบิ้ลแท็ป) ศิลปินคู่หู Beat Box ที่ หมวดแวน หรือ ร.ต.ท.กรวิก จันทร์แด่น หนึ่งในสองมาทำงานในภาพยนตร์เรื่องนี้พร้อมกันถึง 2 หน้าที่ คือเป็นทั้งผู้แต่งเพลงและเป็นนักแสดง กับมิวสิควีดิโอเพลงประกอบฯ สนุกๆ ว่าด้วยเรื่อง “จุดสุดยอด” ของการใช้ชีวิตของนักศึกษาในมหาวิทยาลัย ที่งานนี้นอกจากนักแสดงทั้งหมดจะได้มาเจอหน้ากันครบแก๊งค์เป็นครั้งแรก หลังจากปิดกล้องถ่ายทำไปได้พักใหญ่ และเตรียมเข้าฉาย 30 มิถุนายนนี้ สำหรับภาพยนตร์ “มหาลัยเที่ยงคืน” ภาพยนตร์ผลงานโดย M๓๙ (บริษัท เอ็ม เทอร์ตี้ ไนน์ จำกัด) ซึ่งงานนี้คนที่ดูจะมันส์สุดแบบฉุดไม่อยู่ คงหนีไม่พ้น “ตั๊ก-บริบูรณ์” นี่แหละ ที่ได้ทั้งร้องแร๊พดวลกับศิลปินในดวงใจ แถมยังได้เต้นกับสาวๆ นักศึกษาที่มาร่วมเข้าฉากกันในระหว่างถ่ายทำ  “ก็ดีฮะ สนุกดี ได้เต้นกับน้องๆ น่ารักดี เป็นการทำงานที่มีความสุขดีทีเดียว (หัวเราะ) ส่วนเรื่องเพลงก็ดีใจครับที่ได้มาร้องเพลงกับศิลปินที่เราติดตามอยู่แล้วอย่างหมวดแวน วงดับเบิ้ลแท็ป ในเรื่องนี้ผมได้แสดงกับเค้าด้วยนะครับ อยากรู้ไหมว่าบทอะไร รับรองคาดไม่ถึงกันแน่ๆ ใบ้ให้แล้วกันว่าบทนี้เนี่ยเหมาะกับผมที่สุดแล้วครับในพ.ศ.นี้ ไม่มีใครเหมาะไปกว่าผมอีกแล้ว” โดยมิวสิควีดิโอเพลง “จุดสุดยอด” นั้น ได้ไปถ่ายทำกันที่ พี.เอ็น.สตูดิโอ ย่านทาวน์อินทาวน์ ซึ่งตลอดการถ่ายทำทุกคนคึกคักสนุกสนาน เฮฮาไปกับบรรยากาศผีรายล้อมและความมันส์ของเพลงเต็มที่ เรียกว่างัดท่าเต้นสุดยอดๆ มาแบทเทิลกันตลอด ชมมิวสิควีดิโอเพลงนี้กันแบบเต็มๆ ได้ที่ Facebook Fanpage : มหาลัยเที่ยงคืน