ทรงผม2014

พลังใจล้วนๆ หนุ่มลดน้ำหนัก 43 กิโล สู้โรคร้ายออกกำลังกายทั้งๆ ที่ป่วย
Diet /  Fitness / 

เรื่องสุขภาพนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมากดั่งคำกล่าวที่ว่า การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ Men.MThai จึงขอพาไปดูเรื่องราวดีๆ ของคุณ Bankba สมาชิคเว็บ Pantip หนุ่มวัย 35 ปี คนนี้ที่ลดน้ำหนัก 43 กิโล ใน 10 เดือน เพราะเป็นโรคอ้วนและตามมาด้วยโรคต่างๆ มากมาย จึงทำให้เขาหันมาดูแลตัวเองและออกกำลังกายสู้กับโรคต่างๆ ลองไปชมประสบการณ์การลดน้ำหนักดีๆ ของหนุ่มคนนี้กัน ผมอายุ 35 ปี สูง 178 นี่ผมเองครับ ลุงอ้วนแก่นี่หละผมเอง ตอนนั้นหนักราวๆ 132 กิโลกรัม BMI 41.66 เป็นโรคอ้วนขั้นสูงสุดครับ เรื่องสุขภาพ  เมื่อมีนาคมปีที่แล้ววันนึง ผมต้องกินยาวันละ 4-5 เม็ด เพื่อบรรเทาอาการขอโรคต่างๆ ดังนี้ ภูมิแพ้  อันนี้ต้องพ่น สเตียรอยด์ ตอนเช้าทุกวัน เพื่อให้ ร่างกายไม่แพ้ฝุ่น เพราะตื่นเช้ามาจะทรมานมาก เพราะหายใจไม่ออก ต้องหายใจทางปาก ไปหาคุณหมอ คุณหมอว่า ต้องพ่นยา + กินยาไป ตลอดชีวิต แล้วให้ดูแล้วห้องนอนไม่ให้มีฝุ่น ทำให้ตอนเช้าๆ จมูกตีบ หายใจไม่ออก เจ็บคอเพราะ กรน+หายใจทางปาก พอพ่นยาแล้วอาการก็ดีขึ้นบ้าง แต่ถ้าช่วงไหนมีไข้หรือเป็นหวัดอาการก็จะทรุดมาก ความดันสูง+ไขมันในเลือดสูง อันนี้ หมอให้กินยาลดไขมันในเลือด แถมโดนเพิ่มปริมาณยา เพราะปริมาณเดิมเอาไม่อยู่  ส่วนความดัน ก็ไปถึง 150-160 / 100-110 บ่อยๆ ช่วงก่อนหน้านี้บวชพระก็ลำบากมาก เพราะบวชสายธรรมยุติ เดินบิณฑบาต หลายกิโล ต้องพ่นยาที่เท้าก่อนออกบิณฑบาต จนกินยามาได้ซัก 2 ปีกว่า เวลาจะไปไหนมาไหนที ยาเป็นถุงๆครับ  ร่างกายแย่มาก เตะบอลนิดเดียวก็จะเหนื่อยมาก แทบขาดใจเลย เวลาไปเที่ยว เดินนิดหน่อยก็จะเหนื่อยมาก เที่ยวไม่สนุก เป็นภาระ คนอื่นคอยเป็นห่วงสุดท้ายกลับมาจากเที่ยวญี่ปุ่นก็เลยคิดว่ายังไงก็ต้องลดให้ได้ เลยเริ่มหาข้อมูลการลดน้ำหนัก  แต่ครั้นจะไปหาเทรนเนอร์เข้าฟิตเนส ก็คงจะไม่ไหว แต่ก็ยังโชคดี ที่ทำงานมีพี่คนนึง เป็นนักเพาะกายดีกรี รองแชมป์กีฬาแห่งชาติ ก็เลยได้ที่ปรึกษาชั้นดีโดยไม่ต้องเสียเงิน จาก จุด start ในวันนั้น คือ 132 อย่างที่ บอก มาดูพัฒนาการความอ้วนครับ สารแรกที่ผมประมวลได้หลังจากที่หาข้อมูล  คือ *** ห้ามอดอาหารห้ามงดแป้ง กินให้เป็นปกติ แต่ให้ใช้เวทเทรนนิ่ง และ คาดิโอ ควบคู่กันไปในการลดความอ้วน *** *** นำหนักที่เหมาะสมในการลดความอ้วนคือ0.5-3 กิโล ต่อเดือน*** ตอนนั้นหนักมากครับวิ่งไม่ได้ ก็ใช้คาดิโอด้วยการปั่นจักรยาน  แล้วก็ซิทอัพจากเครื่องซิทอัพ  ที่มีที่ดึงแล้วก็มีเครื่องยกเหล็ก แบบที่ไว้ดึงๆ ดันๆ  ก็เริ่มเล่นจากวันละ 40 – 60 นาที อาทิตย์ละ 3-5 วัน  แรกๆ นี่น้ำหนักลงไวมากครับ ไม่ถึงเดือนลงไป 7 กิโล  แต่ก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่ เพราะน้ำหนัก 132 นี่คือชั่งหลังจากกลับมาจาก ญี่ปุ่นแบบว่ากินเพียบมามาก พอมากินปกติ + ออกกำลังกายนี่แรกๆ น้ำหนักเลยลดมาค่อนข้างเยอะ แรกๆที่เล่นทรมานมากครับ เดี๋ยวเนื้อตึง เดี๋ยวตะกริวขา  ที่ทรมานที่สุด คือตะคริวหน้าท้องครับ ยืนยังไม่ได้เลยปวดมากครับ ช่วงแรกๆ นี่ยังนอนดึกตามปกติครับ 5 ทุ่ม ถึงตี 1 ตื่นตี 5 ดูละครบ้าง ซีรี่ย์บ้าง เล่นเกมส์บ้าง  กินก็เลิกพวกน้ำหวาน น้ำอัดลม ของหวาน มื้อเย็นนี่ก็กินบ้างไม่กินบ้าง แต่หมูกระทะ  แฮมเบอร์เกอร์ยังมาเต็มครับ ไปกินบ่อยๆ ใช้ชีวิต แบบนี้มาราวๆ 7 เดือนครับ น้ำหนักลงไปราวๆ 20 กิโลครับ ช่วง 7 เดือนนี้ หักดิบครับ  คือเลิกทานยาทุกอย่างเลย  แต่ความดันลงครับ  อยู่แถวๆ 140/105 แต่ที่ชัดเจนเลยคือ หัวใจเต้นช้าลง จากปกติเคยเต้น 100 นิดๆ ก็มาเหลือแค่ 80 กว่าๆ ในช่วงปกติแต่ที่มหัศจรรย์เลยคือ  ตอนเช้าจมูกไม่ตีบแล้วครับ  หายใจคล่อง  แต่ยังมีอาการภูมิแพ้อยู่บ้างเวลามีฝุ่นมากๆครับ ยังจามอยู่ กางเกงเริ่มหลวมครับ ลงมาใส่ 42 40 ตามลำดับ เริ่มรื้อกางเกงเก่าๆ  มาใส่ครับ อันนี้ยาที่ต้องกินทุกวันครับ แค่บางส่วนนะครับ มาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญเลย  คือช่วงเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วครับ  ผมเข้าโรงพยาบาลครับ  เพราะ มีอาการปวดท้องรุนแรงร้าวไปหลัง แรกๆ หมออายุรกรรม วิเคราะห์ว่าเป็นกระเพาะครับ  ช่วงนี้ น้ำหนักจะลดเยอะเลยเพราะทานอะไรไม่ค่อยได้  อาการก็เป็นๆหายๆ  สุดท้ายต้องเข้าโรงพยาบาลใหญ่ครับ  เช็คละเอียดอีกทั้งอัลต้ราซาวด์ และ MRI ก่อนป่วยคือหนัก 110 จำได้เลยว่าวันที่  20 พย. 2015 ผลอัลตราซาวด์ออกมาก่อน และหมอวิเคราะห์ว่ามีนิ่วในถุงน้ำดี ส่วนหมอศัลย์ดูแล้วส่งไปทำ MRI เพราะ บอกว่า ตับแปลกๆ  แต่ไม่ได้บอกอะไรมาก  ได้คิว mri ปลายๆ ธันวาครับ แล้วก็นัดตรวจเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ตอนนั้นกังวลมากครับ สงสัยว่าอะไรคือ ตับแปลกๆ  มะเร็งตับ ฝีในตับ  ตับแข็ง  คือไม่ว่าจะเป็นอะไรก็หนักหน่วงทั้งนั้นครับ ส่วนผลปัสสาวะ มีโปรตีนรั่วครับ นาทีนั้นเลยตัดสินใจเด็ดขาดครับ  ถ้าจะป่วยหนักต้องเตรียมร่างกายไว้สู้กับโรคภัยครับ  ก็เลยเพิ่มเวลาการออกกำลังกาย เป็น 1-1.5 ชม. และ 6 วันต่อสัปดาห์  แน่นอนครับ  ปวดร้าวไปหลัง ยกเวทไม่ไหวแน่ แต่ก็พยายามทำท่าอื่นๆ และคาดิโอให้มากขึ้น  ทำทั้งๆ ที่ยังนอนเจ็บอยู่เลยนี่หละครับ แต่อันนี้ สำคัญมากครับ  ผมเน้นเลยนะครับ เพราะผมเชื่อว่า น่าจะมีส่วน  มากๆเลยครับ  เรื่องการกินครับ พอช่วงที่ป่วยเนี่ย  เนื่องจากถุงน้ำดีมันจะทำงานเวลาร่างกายต้องการน้ำดีไป ย่อยไขมันครับ   ดังนั้นช่วงป่วยนี่ผมไม่กล้าทานอะไรเลย  แอ๊ปเปิ้ล มะละกอ กล้วย ส้มทั้งวันครับ เพราะกลัวเจ็บไปหมดครับ  เต็มที่คือ ต้มผักกินสุกี้เอาครับ และจากการหาข้อมูลทำให้ได้รู้ว่าพวกอาหารแปรรูปทั้งหลาย ผงชูรส ของหมักดอง น้ำปลา ไม่ดีกับไต ผมก็เลยเลิกขาดทุกชนิครับ สุดท้ายกินแค่ สุกี้ ผักต้ม ปลาปิ้ง ผลไม้สด ผักสด ในช่วงเดือนนี้ป่วยซะมากครับ วันที่ 20 ธ.ค. น้ำหนักคือ 99 ครับ  ต่ำกว่า 100 แล้ว  แต่ ไม่มีแรงครับ เวทที่เคยยกได้ก็ยกไม่ได้ครับ ต้องยกที่น้ำหนักน้อยลง แต่ที่เพิ่มแน่นอนคือพักผ่อนครับ  ตอนนี้เริ่มนอน 2-4 ทุ่มครับ ตื่นตี 5 เหมือนเดิม พออาการปวดเริ่มลดลง  ก็เริ่มกินมากขึ้นครับ นับๆ ดูให้ได้ ซํก 2 พัน แคลในแต่ละวัน   ใช้วิธีกินบ่อยๆครับ  เช้า 7 โมง กลางวัน 11 โมง บ่ายๆกินผลไม้ครับ เย็นก็กินผลไม้บ้าง บางทีออกกำลังกายกลับมาดึกอาบน้ำเสร็จก็นอนเลย หลังจากอาการเริ่มดีขึ้น  ผมก็อัดเวลาออกกำลังเพิ่มไปอีกครับ แต่เพิ่มแค่วันหยุดนะครับ วันธรรมดาไม่มีเวลาแล้ว คือวันหยุดปกติเช้าจะไปวิ่งประมาณ 15-30 นาที รวมวอร์ม + คูลดาว เย็นก็เล่นฟิตเนส + คาดิโอ อีก 2-3 ชม. เรื่องการกิน คือ ไม่กินอาหาร ทอด + ผัด ก็กิน ต้ม นึ่ง แกง(ไม่กะทิ) เท่านั้น อาหารแปรรูปทุกชนิดเลี่ยงครับ กินจืดไม่ปรุงเพิ่ม เลิกน้ำปลา ดังนั้นเมนูผม จะเป็นอะไรที่หากินง่ายๆได้ทุกวันครับ  เช่น สุกี้ (ไม่เอาน้ำจิ้มสูตรเต้าหู้ยี้ ถ้าไม่มีก็ไม่ซดน้ำ) แกงส้ม พะโล้ กินแต่ไข่ เพราะน้ำมันเค็ม แกงเห็ด ส้มตำ ลาบ ยำ แกงป่า แกงไตปลา สลัด+ปลาทูน่าไม่ใส่น้ำสลัดกินมันเขียวๆนี่หละ ข้าวโพดหวานต้ม ก๋วยเตี๋ยว ขนมปังโฮลวีต แอปเปิ้ล กล้วย ทานวันละ 2 มื้อครับ คือ 7โมงกับ 11 โมง ถ้าหิวบางวันบ่ายๆก็กินผลไม้หรือ ขนมปังครับ พอกินมากขึ้น เริ่มยกน้ำหนักได้มากขึ้นครับ  ยกเวทได้ที่น้ำหนักเท่าเดิมแล้วแต่วันไหนที่ปวดครบทุกส่วนของร่างกายก็จะพักครับ คือ ปวดใต้ซี่โครง ปวดข้างๆหน้าอก ปวดต้นขาด้านหลัง  ก็จะพัก1-2วันครับ  เท่ากับว่าจะเล่น 4-6 วันพัก1-2 วันครับ เรื่องสุขภาพ ความดันลงเยอะมาก จนวันที่ไปทำ MRI พยาบาลบอกเลยว่าอย่าให้ต่ำลงไปถึงขนาด 80-90 /60-70  มันจะวูบ แล้วก็จริงๆ ด้วย เพราะช่วงที่ผมป่วยหนักและกินไม่เป็นปกตินั้น ความดันต่ำมากครับ และก็วูบบ่อยๆ  แต่ตอนนี้ความดันปกติแล้วครับ คือ 120+/ 80+ บางทีตัวล่างก็วิ่งไปถึง 90 นิดๆครับ แต่ก็ไม่เกินนี้ ภูมิแพ้ แทบไม่มีอาการแล้วครับ ยกเว้นเวลาไปที่ที่แบบฝุ่นมากจริงๆ จะมีจามบ้าง ล่าสุด เมื่อ วังอังคารที่ผ่านมาหมอนัดตรวจแล้ว  ตับเจอซีสครับ เซนกว่าๆ ถุงน้ำดียังมีอาการบวม แต่เนื้อตับไม่ดี แต่ก็ไม่ถึงกับแข็ง  สุดท้ายหมอนัด ตัดถุงน้ำดีสิ้นเดือนครับ อ่านมาถึงตรงนี้  ใครมีคำแนะนำช่วงพักฟื้นก็ดีนะครับ ว่า ช่วงที่แผลยังไม่หายผมออกกำลังกายท่าไหนได้บ้าง ผมกลัวกลับไปอ้วนอีกครับ ส่วนเรื่องเสื้อผ้า ใส่ไม่ได้ครับ อันนี้ตัวอย่างเสื้อตัวเก่ากับเสื้อใหม่ครับ ตอนนี้ลำบากมากครับ เพราะเสื้อเก่าๆ ใส่ไม่ได้แล้วต้องไปรื้อเสื้อเก่ามากๆมาใส่  ถ้าซื้อใหม่ บางตัวก็ M บางตัวก็ L ครับพวกเสื้อเชิ้ตก็ xl พวก 4-6 xl ใส่ไม่ได้แล้วครับกางเกง เข็มขัดเอาไม่อยู่ครับ บางเส้นเอาไปเจาะเพิ่ม 4 รูก็ยังใส่ไมได้ ตอนนี้ ใส่เอว 34-36 ครับ ผมมี เหตุผลเป็นร้อยอย่างที่คิดว่าอ้วนแล้วมีความสุข ร่าเริง อารมณ์ดี ที่สำคัญไม่หนักหัวใครด้วย แต่เชื่อผมเถอะครับ ความเจ็บป่วยมันทรมาน หันมาดูแล สุขภาพเถอะครับ  อ้วนแล้วไม่หนักหัวใครหรอกครับ หนักหัวตัวเองกับคนรอบข้างนี่แหละ โรครุมเร้า ร่างกายอ่อนแอ ผมคิดว่า มี 3 อย่าง ที่ควรดูแลให้เหมาะสม คือ การกิน การพักผ่อน และการออกกำลังกาย เท่าที่สังเกตุหลังจากวันพักนี่น้ำหนักลงแบบฮวบๆ หลายขีดเลยครับ  Men.MThai ขอบคุณเนื้อหาและรูปภาพ จากคุณ Bankba สมาชิคเว็บ Pantip ที่มา http://pantip.com/topic/34765786

เชลล์ อีโค-มาราธอน เอเชีย 2016 ยกระดับเด็กไทยจากผู้ซ่อมให้เป็นผู้สร้าง
เชลล์ /  เชลล์ อีโค-มาราธอน

จะดีแค่ไหนถ้าเด็กไทยได้รับการส่งเสริม ให้เป็นผู้สร้าง แทนที่จะเป็นเพียง ผู้ซ่อม หรือ ผู้ให้บริการ หลังจากจบหลักสูตรการศึกษาด้านเทคนิคช่างยนต์  การแข่งขัน เชลล์อีโค-มาราธอน ได้เปิดโอกาสให้เยาวชนไทยที่เรียนมาทางสายเทคนิคช่างยนต์ สามารถเปลี่ยนบทบาทของตัวเองได้อย่างน่าสนใจ นายอนุชิต กลับประสิทธิ อาจารย์ที่ปรึกษาทีมเยาวชนจากวิทยาลัยเทคนิคดอนเมือง กรุงเทพฯ หนึ่งใน 3 สถาบันที่เข้าร่วมการแข่งขัน เชลล์ อีโค-มาราธอน เอเชีย 2016 ประเภท Urban Concept แสดงมุมมองอย่างมีความหวัง เชลล์ อีโค- มาราธอน เป็นเวทีการแข่งขันระดับโลกที่เปิดโอกาสให้เยาวชนอายุตั้งแต่ 16 -28 ปี  ร่วมกันออกแบบและสร้างยานพาหนะที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยยานยนต์ที่แล่นได้ไกลที่สุด ใช้ปริมาณเชื้อเพลิงน้อยที่สุด จะเป็นผู้ชนะการแข่งขัน ทั้งนี้ ผู้เข้าแข่งขันมีอิสระในการเลือกใช้เชื้อเพลิงชนิดต่างๆ  ไม่ว่าจะเป็น เชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์สันดาปภายใน เบนซิน ดีเซล เอทานอล 100 หรือเชื้อเพลิงชนิด Gas to Liquid (GTL) รวมไปจนถึงการเลือกเครื่องยนต์ชนิดที่ใช้ระบบไฟฟ้า เช่น ไฮโดรเจน และ แบตเตอรี่ไฟฟ้า เป็นต้น นอกจากนี้  แต่ละทีมต้องออกแบบกล่องสมองกล หรือ ECU (Electronic Control Unit) ซึ่งเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทำหน้าที่รับข้อมูลจากเซ็นเซอร์ต่างๆ มาใช้ในการประมวลผล ควบคุมการสั่งจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง และการจุดระเบิดของเครื่องยนต์ เพื่อให้เครื่องยนต์สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์สำหรับรถยนต์ประเภทสันดาปภายใน หรือในยานยนต์ที่ใช้ระบบไฟฟ้า การแข่งขันแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ประเภท Prototype รถต้นแบบแห่งอนาคต มุ่งเน้นการการออกแบบรถ โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์ทางด้านเทคนิค เพื่อให้ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ประเภท Urban Concept มุ่งเน้นการออกแบบรถประหยัดเชื้อเพลิงโดยคำนึงการใช้งานจริงบนท้องถนน จึงมีลักษณะใกล้เคียงกับรถยนต์ในปัจจุบัน นายอัษฎา หะรินสุต ประธานกรรมการบริษัทเชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า ความพิเศษของการแข่งขัน เชลล์ อีโค-มาราธอน ในปีนี้ คือ ทีมที่ชนะเลิศจำนวน 10 ทีมจากการแข่งขันเชลล์อีโคมาราธอน เอเชีย 2016 ในประเภท Urban Concept ซึ่งมีขึ้นที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ระหว่างวันที่ 3-6 มีนาคม 2559 จะมีโอกาสได้ไปเข้าร่วมการแข่งขัน เชลล์ อีโค-มาราธอน เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ (Shell Eco-marathon World Championship) ในปีนี้กับ 10 ทีมผู้ชนะจากทวีปยุโรป และ อเมริกา เพื่อเฟ้นหาแชมป์โลกในการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ซึ่งจากการแข่งขันหลายครั้งที่ผ่านมา ทำให้ผมเชื่อมั่นในศักยภาพของทีมเยาวชนไทยว่า สามารถแข่งขันกับทีมจากนานาชาติได้อย่างแน่นอน

พบหญิงเป็นศพ ลอยน้ำคลองบางพรม อึ้ง! พกเงินสดกว่า 2 แสน
คลองบางพรม /  หญิงเป็นศพ

พบศพหญิงสูงวัย ลอยน้ำคลองบางพรม เขตทวีวัฒนา อึ้ง พกเงินสดกว่า 2 แสนบาท - ตำรวจเร่งติดตามญาติสอบปมดับ เมื่อเวลา ประมาณ 20.00 น. (12 ก.พ.59 ) เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลธรรมศาลา เข้าตรวจสอบเหตุพบศพลอยน้ำ ในคลองบางพรม เขตทวีวัฒนา ซึ่งในที่เกิดเหตุ พบเป็นศพหญิงไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 60 ปี สูงประมาณ 150-160 เซนติเมตร ลักษณะผิวขาว ผมสั้นสีดำ สวมเสื้อลายดอกไม้ สีชมพูดำ กางเกงสีดำ ในกระเป๋ากางเกงพบซองสีน้ำตาล ตรวจสอบภายใน พบเป็นธนบัตร ใบละ 1 พัน รวมกว่า 2 แสนบาท แต่ไม่พบบาดแผลตามร่างกาย ขณะเดียวกัน จากการตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ไม่พบหลักฐานและอยู่ระหว่างประสานพื้นที่ใกล้เคียงหาบุคคลสูญหาย และติดตามญาติมาสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป MThai News ขอบคุณภาพจาก ข่าวสด

สัญญาจะตั้งใจเรียน! เปิดตัวรายการสอนภาษาในเวเนฯ ครูสาวสวยแก้ผ้าสอน!
Naked Language /  Stripping the News / 

แม้ภาษาต่างประเทศจะเป็นเรื่องที่ยากมากสำหรับใครบางคนก็ตาม จนบางครั้งอยากจะโดดเรียนไปเดินห้างซะเหลือเกิน (โดยเฉพาะผมนี่แหละ) แต่คุณครูสาวสวยเหล่านี้ ก็ได้พบวิธีที่จะทำให้หนุ่มๆ อยากจะพูดได้หลายภาษา และอยากจะเข้าเรียนแทบทุกคาบจนได้ ติวเตอร์สาวเหล่านี้ใช้วิธีเพิ่มความอยากเรียนภาษาอังกฤษให้กับลูกศิษย์ ด้วยการไม่นุ่งห่มเสื้อผ้าอาภรณ์ใดๆ ทั้งสิ้น ดูสีหน้าลูกศิษย์สิ ว่าเขาอยากเรียนรู้ภาษาขนาดไหน รายการทีวีนี้เป็นของประเทศเวเนซุเอลา ประเทศที่ได้ชื่อว่ามีสาวงามมากที่สุดในโลกแห่งหนึ่งเลย โดยรายการจะฉายที่ช่อง Desnudando La Noticias or ‘Stripping the News’ (นั่นแน่ จดไปค้นหาในยูทูปกันใหญ่เชียว) ซึ่งจุดขายของช่องนี้ก็คือ ผู้ดำเนินรายการสาวจะไม่ใส่เสื้อผ้านั่นเอง (อย่างที่เคยมีข่าวไปก่อนหน้านี้นั่นแหละ) และในรายการใหม่นี้ ซึ่งมีชื่อว่า Naked Language ก็ยังคงรักษาคอนเซ็ปต์ของช่องได้เป็นอย่างดี คือให้ติวเตอร์สาวในรายการ ไม่ใส่เครื่องนุ่งห่มใดๆ ทั้งสิ้นขณะที่สอนภาษา ซึ่งแน่นอนว่า รายการนี้เรทติ้งดีมากกว่ารายการอื่นๆ ทั้งสิ้น จนหลายคนไม่เชื่อว่าจะมีคนสนใจภาษาเยอะขนาดนี้ ลองชมคลิปทีเซอร์รายการนี้ดูสิครับ ว่าจะแซบขนาดไหน ว่าไงล่ะหนุ่มๆ อยากจะเรียนภาษาอังกฤษขึ้นมาบ้างหรือยังล่ะ ได้ (เรียน) ซักทีจะไม่ลืมพระคุณเลยผม อิอิกำ :) source: unilad

ค่ายเกมส์เกาหลี NCSoft เผยรายได้เกมส์ออนไลน์ดัง มีเกมส์ไหนทำเงินบ้าง
Aion /  Blade & Soul / 

หากนึกถึงกับเกมส์ออนไลน์สัญชาติเกาหลี ผู้เล่นย่อมนึกถึงค่ายเกมส์ NCSoft เป็นอันดับแรก เพราะเกมส์ออนไลน์ในเครือล้วนมีคุณภาพและสร้างชื่อเสียงให้เป็นรู้จักทั่วโลกมาแล้ว ล่าสุด NCSoft ได้เปิดเผยผลประกอบการบริษัทในปี 2015 ระบุรายได้การให้บริการเกมส์และรายได้รวมระหว่างปี 2013-2015 มาดูกันว่ามีเกมส์ออนไลน์ตัวใดที่ทำรายได้มากที่สุดบ้าง ปัจจุบัน เกมส์ออนไลน์ในเครือ NCSoft มีทั้งหมด 6 เกมส์ ได้แก่เกมส์ Lineage, Lineage 2, Aion, Blade & Soul, Guild Wars 2 และ Wildstar ซึ่งดำเนินเปิดให้บริการในประเทศเกาหลี,​ ญี่ปุ่น, ไต้หวัน, อเมริกา-ยุโรป และประเทศที่ซื้อลิขสิทธิ์เปิดให้บริการ พบว่า เกมส์ Lineage ภาคแรก ซึ่งเป็นเกมส์ออนไลน์ตัวแรกของบริษัท ยังคงทำเงินและเป็นรายได้หลักถึง 3.1 แสนล้านวอน (ราว 9 พันล้านบาท) ตามด้วยเกมส์ Blade & Soul เกมส์แนว MMORPG กลิ่นอายตะวันออกทำรายได้ถึง 1.13 แสนล้านวอน (ราว 3.3 พันล้านบาท) ที่น่าสนใจ เกมส์ Guild Wars 2 ถือว่าทำผลงานได้เป็นอย่างดี โดยช่วงไตรมาส 4 ปี 2015 ทะยานทำรายได้เกือบ 2 เท่า เทียบกับไตรมาสที่ 3 ปี 2015 รวมทั้งหมดราว 1 แสนล้านวอน (ราว 2.9 พันล้านบาท) อย่างไรก็ตาม หากเทียบกับรายได้ระหว่างปี 2014 และ 2015 พบว่า ปีล่าสุดทำกำไรลดลง 15 เปอร์เซนต์ และกำไรสุทธิลดลด 27 เปอร์เซนต์ ซึ่งทาง NCSoft ระบุว่าได้รับรายได้จากประเทศที่ซื้อลิขสิทธิ์เกมส์น้อยลง แต่ยังมีโอกาสทำกำไรได้อยู่ ด้านผู้เล่นเกมส์ต่างจับตามองกับเกมส์ออนไลน์ตัวใหม่ที่ NCSoft จะเปิดให้บริการอย่าง Lineage Eternal เกมส์แนว Action-MMORPG และเป็นเกมส์ที่ผู้เล่นเกาหลีต่างรอคอย และมีกำหนดเปิดทดสอบในปี 2016 และคาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2017 ที่ประเทศเกาหลีเป็นแห่งแรก เกมส์ AION เกมส์ Blade & Soul เกมส์ Guild Wars 2 เกมส์ Lineage เกมส์ Lineage 2 เกมส์ WildStar

ตามกลิ่นเงิน! สเวน เชื่ออนาคตแข้งดังตบเท้าค้าแข้งแดนมังกรแน่นอน
รามิเรส /  สเวน โกรันอีริคสัน / 

สเวน โกรันอิริคสัน กุนซือเซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี ออกมาเปิดเผยว่าในอนาคตบรรดานักเตะชื่อดังอย่าง โรนัลโด้, ลิโอเนล เมสซี่ และ เวนย์ รูนี่ย์ จะย้ายมาเล่นในไชนีสซุปเปอร์ลีกหลังจากที่ไชนีสซุปเปอร์ลีกสร้างปรากฏการณ์ไปทั่วโลก เมื่อหลายทีมในลีกได้ทุ่มงินก้อนโตเพื่อดึงนักเตะระดับบิ๊กเนมในยุโรปหลายรายไปร่วมทัพอาทิ แจ็คสัน มาติเนซ,รามิเรส และ อเล็กซ์ เตเซร่า และล่าสุดสเวน โกรันอีริคสัน กุนซือ เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี ที่เพิ่งเอาชนะ เอสซีจีเมืองทอง ยูไนเต็ด ในศึกเอเอฟซีแชมเปี้ยนส์ลีกรอบเพลย์ออฟมาได้ 3-0 ออกมาแสดงความเชื่อมั่นว่าบรรดาแข้งดังๆของโลกจะย้ายฐานมาเล่นในลีกแดนมังกรแน่นอน “ใครไม่อยากได้ รูนี่ย์มาร่วมทีมบ้าง แต่ผมคิดว่าเขาคงไม่ย้ายออกจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดง่ายๆในตอนนี้แน่นอน” กุนซือชาวสวีเดนที่รับค่าจ้างหลังหักภาษีปีละ15ล้านปอนด์กับทีมในลีกจีนกล่าว “แต่เชื่อผมว่าในอีกไม่นานเราจะได้เห็นนักเตะแบบ โรนัลโด้, เมสซี่ หรือ รูนี่ย์ ที่นี่แน่นอน”

อย่าย่ามใจ! โอเว่นชี้ปีนี้เลสเตอร์อาจได้แชมป์แต่ปีหน้าหนีตกชั้น
พรีเมียร์ลีก /  ลิเวอร์พูล / 

ไมเคิล โอเว่น อดีตดาวยิงหงส์แดง ลิเวอร์พูล ออกมาแสดงทัศนะว่าความสำเร็จของ เลสเตอร์ ซิตี้ อาจไม่ยั่งยืนยาวนานแม้จะได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาลนี้แต่ก็อาจเสี่ยงตกชั้นในซีซั่นหน้า โอเว่น ที่ปัจจุบันผันตัวมาเป็นนักวิเคราะห์ให้กับ BT Sport กล่าวว่า "เลสเตอร์ อาจจะได้แชมป์ลีกและก็อาจจะต้องดิ้นรนหนีตกชั้นในปีหน้า มันขึ้นอยู่กับว่าพวกเขาจะเดินไปในทิศทางไหน พวกเขาอาจเอาเงินที่ได้จากการได้ไปเล่น แชมเปี้ยนส์ลีก ไปลงทุนซื้อนักเตะทั้งหมดและพยายามกลับคืนสู่หัวตารางในปีหน้า อีกแบบหนึ่งคือพวกเขาเก็บเงินเข้ากระเป๋าและอาจเสียนักเตะ อย่าง มาห์เรซ ไป พวกเขาไม่ใช่ทีมที่มีทัพนักเตะแบบ แมนฯ ยูฯ หรือ ลิเวอร์พูล พวกเขาอาจมีฤดูกาลที่เหลือเชื่อ ผมหวังว่าพวกเขาจะได้แชมป์แต่ก็เป็นไปได้ที่จะตกชั้นในปีหน้า"

ความหวังเดียว! “บิ๊กเน” ตั้งเป้าสอย นิงาตะ กู้ศักดิ์ศรีลูกหนังไทย
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด /  อัลบิเร็กซ์ นิงาตะ / 

บอสใหญ่ “ปราสาทสายฟ้า” เตรียมกู้ศักดิ์ศรีให้กับฟุตบอลไทย ด้วยการขอชนะทีม อัลบิเร็กซ์ นิงาตะ ตัวแทนจากศึกเจ-ลีก ประเทศญี่ปุ่น ทีมเเชมป์โตโยต้า ลีกคัพ 2015 อย่าง “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตัวเเทนประเทศไทยทีมที่เตรียมลงเเข่งขันฟุตบอล โตโยต้า พรีเมียร์คัพ กับสโมสร อัลบิเร็กซ์ นิงาตะ ทีมดังจากศึกเจ-ลีก ประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 13 ก.พ.นี้ ณ สนามไอโมบาย สเตเดียม เวลา 18.30 น. ล่าสุดทาง “บิ๊กเน” เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฯ ออกมาประกาศขออาสาดับทีม อัลบิเร็กซ์ นิงาตะ ตัวเเทนจากประเทศญี่ปุ่นให้ได้ เพื่อเป็นการกอบกู้ศักดิ์ศรีให้กับวงการลูกหนังเมืองสยาม “ผมเชื่อเเฟนบอลไทยอยากเห็น บุรีรัมย์ เอาชนะทีม อัลบิเร็กซ์ นิงาตะ ตัวเเทนจากญี่ปุ่น เพื่อเป็นการกอบกู้ศักดิ์ศรีวงการฟุตบอลไทย จากศึกเอเอฟซี เเชมเปียนส์ลีก รอบเพลย์ออฟ เป็นเพียงอุบัติเหตุของฟุตบอลเท่านั้น” 

ส่อง! ชุดเจ้าสาว สุดแปลกจากทั่วโลก กับ ความเชื่อนำโชค ในการแต่งงาน
ความเชื่อ /  ชุดเจ้าสาว / 

เป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การเข้าพิธีแต่งงาน คือ ช่วงเวลาสำคัญอีก 1 เหตุการณ์ในชีวิตของแต่ละคน โดยเฉพาะการหาชุดที่ใช่ สำหรับเจ้าสาวใส่เข้าพิธีนี่คือเรื่องใหญ่ที่ใช่แค่เจ้าสาวจะตื่นเต้น แม้แต่คนใกล้ชิดเองก็ตื่นเต้นนับวันรอชมโฉมเจ้าสาวในวันงานเช่นกัน ซึ่งนอกจากเรื่องของแฟชั่น ความงาม ในหลายประเทศ เจ้าบ่าว - เจ้าสาว มักเลือกสวมชุดแต่งงานแบบชุดประจำชาติดั้งเดิม ซึ่งสะท้อนความเชื่อด้านศาสนา และ วัฒนธรรมท้องถิ่น เช่นกัน ลองมาชม ชุดเจ้าสาวน่าตื่นตาจากทั่วโลก ที่จะมาเล่าเรื่องราวให้คุณฟังไปพร้อมๆ กัน ^ ^ ตามมาค่ะ บัลแกเรีย สาวน้อย ใน ชุดเจ้าสาว สไตล์บัลแกเรีย แบบดั้งเดิม (ภาพจาก ©Stoyan Nenov) ตุรกี ในตุรกี ก่อน ที่เจ้าสาวจะต้องจากอ้อมอกพ่อแม่ เพื่อเข้าพิธีแต่งงาน พี่ชาย น้องชาย หรือ ลุงของเธอจะต้องผูกริบบิ้นสีแดงไว้ที่เอวเจ้าสาว เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของ ความสุข ความโชคดี และ ความบริสุทธิ์ (ภาพจาก ©Umit Bektas) ศรีลังกา ชุดเจ้าสาว เกิดจากการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมตะวันตก และ ตะวันออก เข้าด้วยกัน เจ้าสาวมักจะสวมชุดผ้าไหมส่าหรี และ ผ้าคลุมหน้า ที่เต็มไปด้วยลายปักอัน วิจิตรงดงาม และเครื่องประดับมีค่า วิบวับ แวววาวชิ้นใหญ่ๆ ด้วยจำนวนที่ชาวศรีลังกาเชื่อ ว่าเป็นเลขมงคล (ภาพจาก ©Dinuka Liyanawatte) อินโดนีเซีย ชาวอินโดนีเซียในแต่ละเกาะ ก็จะมีประเพณีชุดแต่งงานที่แตกต่างกันไป ซึ่ง สาวพื้นเมืองมักจะแต่งชุดเจ้าสาวที่มีสีสันสดใส และเต็มไปด้วยงานปักที่โดดเด่นสะดุดตาในสไตล์ชาวอินโด โดยแท้ (ภาพจาก ©Beawiharta ) ปากีสถาน เจ้าสาวชาวปากีสถานมักจะนิยมสวมใส่ชุดเจ้าสาวที่มีสีแดงเข้ม ,สีชมพู หรือ สีม่วง ทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาว จะต้องสวมมงกุฎที่อุบะตุ้งติ้งที่ร้อยด้วยลูกปัดและรินบิ้นผ้าสำลี (ภาพจาก ©Akhtar Soomro ) อินเดีย เจ้าสาวอินเดีย มักสวมชุดเจ้าสาวส่าหรีในสีแดงสด และ เครื่องประดับอีก 16 ชิ้นตามความเชื่อเรื่องความงามของเจ้าสาว(ภาพจาก ©Anindito Mukherjee ) นูเบีย เจ้าสาวประเทศนูเบีย ต้องสวมผ้าคลุม และซ่อนใบหน้าภายใต้ผ้าคลุมหน้าบางๆ นั้น จากนั้นคลุมทับด้วยผ้าคลุมเจ้าสาวสีขาวอีกชั้น (ภาพจาก ©Noor Khamis ) เออริทรีอา ชุดเข้าพิธีแต่งงานตามประเพณีดั้งเดิมขนานแท้ของชาวเออริเทรียน คู่บ่าวสาว ต้องสวมเครื่องศีรษะลายมงกุฎที่ทำจากผ้ากำมะหยี่สีเข้ม และสวมชุดสีม่วงที่เต็มไปด้วยลายปักสีทอง ตระการตา ซึ่งต้องเป็นชุดที่เจ้าสาวต้องตัดและแต่งให้เข้าคู่กันกับของเจ้าบ่าว (ภาพจาก ©Finbarr O’Reilly ) สาธารณรัฐตูวา รัสเซีย ใน ตูวา ชุดประจำชาติ คือ ชุดชนเผ่าพื้นเมือง ซึ่งใช้ชีวิตพเนจรไปเรื่อยๆ ไม่ตั้งรกรากเป็นหลักเป็นแหล่ง เสื้อผ้าที่ใช้ในการเฉลิมฉลองจึงเป็นชุดขี่ม้้า ที่มาสีสันสดใส และประดับประดาคล้ายๆ ชาวมองโกลของจีน (ภาพจาก ©Ilya Naymushin ) ธิเบต ตามประเพณี วันก่อนแต่งงาน เจ้าบ่าวต้องนำชุดเจ้าสาวและเครื่องประดับที่จะใช้มามอบให้เจ้าสาว ซึ่งจะมีเครื่องประดับศีรษะที่ร้อยด้วยเครื่องเงิน และหินสี นอกจากนี้ยังมีเครื่องรางหมุนติ๋ว เพื่อใช้เป็นสิ่งมงคล ในการสวดมนต์ต่อพระพุทธเจ้า (ภาพจาก ©Damir Sagolj) ปาเลสไตน์ งานแต่งงานอย่างเป็นทางการใน ปาเลสไตน์ เจ้าสาวมักสวมชุดแต่งงานสีขาวฟู่ฟ่า แต่ช้าก่อนเธอจะมี 2 ชุดที่ใช้ในพิธีแต่งงานเสมอ ซึ่งอีกชุดจะเป็นชุดที่ปักด้วยมือของแม่เจ้าสาวเองซึ่งจะใช้ในพิธีส่งตัวเข้าหอนั่นเองจ้า (ภาพจาก ©Mohammed Salem) เปรู ลิม่า เมืองหลวงของเปรู เจ้าสาวมักจะสวมชุดแต่งงานตามประเพณีเก่าแก่ ในชุดดำ - แดง ซึ่งต้องเป็นกระโปรงสุ่มบานและ กุ๊นชายขอบกระโปรงด้วยผ้าเชิงระบายอีกที (ภาพจาก ©Lucero Del Castillo) จอร์แดน ชุดแต่งงานตามแฟชั่นตะวันตกเริ่มเป็นที่นิยมในจอร์แดนมากขึ้น เจ้าสาวที่หัวสมัยใหม่จะสวมชุดขาว แล้วสวมเครื่องประดับอย่าง เงิน หรือ ทอง ส่วนผ้าที่ใช้ตกแต่งในงานแต่งงาน ต้องเป็นสีเขียว ซึ่งเป็นสีของการเติบโต ความสามัคคี และ ความมั่นคงปลอดภัย (ภาพจาก ©Ali Jarekji) มาลี ในมาลี ชุดเจ้าสาวเรียกกันว่า "kaftan" มีข้อแม้ว่าจะต้องมีสีสว่างสดใส เข้าชุดกันกับชุดคลุมของเจ้าบ่าว ซึ่งคู่บ่าวสาวโดยมากก็มักจะเลือกสีขาว แต่บางคู่ก็เลือกใช้สีม่วงลาเวนเดอร์ หรือเฉดสีม่วงแทนก็มี (ภาพจาก ©Juan Medina) เกาหลี เป็นเวลากว่าพันปี ที่เจ้าสาวเกาหลีนิยมใส่ชุดฮันบก (ภาษาเกาหลีใต้) หรือ ที่เรียกว่า โจซอน - อ๊ต (ภาษาเกาหลีเหนือ) เข้าพิธีแต่งงาน ซึ่งจะเป็นชุดเสื้อแขนยาว และ กระโปรงเอวสูงทอจากผ้าไหมหรือผ้าสำลีตามฐานะ ญี่ปุ่น เจ้าสาวญี่ปุ่นนิยมใส่ชุดกิโมโนสีขาว และสวมเครื่องศีรษะที่เรียกว่า ’tsunokakushi’ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจ ให้เจ้าสาว ลดการหึงหวง การถือตน และความเห็นแก่ตัว เตือนให้เธอเป็นภรรยาที่อ่อนโยนและเชื่อฟังสามี ไนจีเรีย เจ้าสาวชาวไนจีเรีย มักจะโดดเด่นในชุด kaftan เสื้อแขนยาวสีสว่าง ซึ่งโดยมากมักจะนำเข้าจากอินเดีย สวมเครื่องประดับจากลูกปัดปะการัง และหมวกคลุมผมเป็นอันสวยสมบูรณ์ (ภาพจาก ©Akintunde Akinleye) เชคเนีย เจ้าสาวต้องสวมชุดขาวซึ่งต้องปกปิดเนื้อหนังทั้งเรือนร่างของเธออย่างมิดชิด ตกแต่งด้วยเข็มกลัดและเข็มขัด โพกศีรษะด้วยผ้าขาวอีกชั้น คีพลุคเรียบร้อย แบบสุดๆ (ภาพจาก ©Musa Sadulayev) อิรัก ในอิรัก เจ้าสาวมักแข่งกันทำสถิติการเปลี่ยนชุดจำนวนมากที่สุดกัน บางพิธี ถึงขั้นเปลี่ยนชุดถึง 7 ชุด 7 สี เลยทีเดียว ซึ่งสีแดง เป็นสัญลักษณ์ของความรัก และ ความโรแมนติก (ภาพจาก ©Bakr al-Azzawi) อิตาลี เจ้าสาวชาวอิตาเลี่ยนมีความเชื่อว่า สีเขียวเป็นสีนำโชค สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ ดังนั้นพวกเธอจึงมักใช้สีเขียวเป็นหลักในการแต่งชุดเจ้าสาว ทั้งเสื้อผ้า และ เครื่องประดับ แต่ถึงอย่างไร สีขาวก็ยังเป็นสียอดนิยมในอิตาลีเช่นกัน ที่มาจาก cameralabs.org เรียบเรียงโดย Women MThai Team 

ปรับทัศนคติด่วน! 7 ความเข้าใจผิดๆ เมื่อไปซื้อกางเกง ยีนส์
กางเกงยีนส์ /  ขาช้อป / 

        เทรนด์ ยีนส์ กำลังมา หากคุณสาวๆ ขาช้อปได้ออกเดินสำรวจตลาดในช่วงนี้ ก็จะรู้ได้ หลากหลายแบรนด์ต่างนำเสนอคอลเลคชั่นยีนส์กันสุดฤทธิ์สุดเดชให้คุณสาวๆ ได้เลือกหามาครอบครอง แต่ช้าก่อน เป็นสาว Women.MThai จะช้อปอะไร ต้องมีสติค่ะ เรารวบรวม 7 ความเข้าใจผิดๆ เมื่อไปซื้อ กางเกงยีนส์ให้คุณสาวๆ ได้พิจารณา ก่อนจะลงทุนซื้อ กางเกงยีนส์ตัวเก่งสักตัวกันค่ะ 1. สกินนี่ยีนส์ ทำมาเพื่อคนขี้ก้างเท่านั้น สกินนี่ยีนส์ เป็นกางเกงที่สามารถสวมใส่ได้ทุกคนค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาวที่มีทรวดทรงองค์เอว มีน้ำมีนวลหน่อย ยิ่งใส่ ก็จะยิ่งสวย กว่าสาวหุ่นตรง หรือ หุ่นทรงตะเกียบ เพราะกางเกงยีนส์ทรงนี้ทำมาเพื่อเน้นสรีระของผู้หญิงโดยเฉพาะ และยังจะทำให้พวกเธอดูชะลูดขึ้น น่าเสียดายที่ยังมีความเข้าใจผิดๆ กันอยู่บ้างว่า สาวอวบต้องใส่กางเกงขาบาน หรือ สวมรองเท้าบูทยาวตัดกับขากางเกงยีนส์ ซึ่งนั่นจะยิ่งทำให้คุณดูอ้วนและเตี้ยยิ่งขึ้นไปอีก ถ้าคุณต้องการเน้นทรวดทรงแต่ กางเกงสกินนี่ยีนส์ไม่ใช่คำตอบสำหรับคุณล่ะก็ ขอให้ลอง กางเกงยีนส์ทรงบอยเฟรนด์รุ่นสลิมแทน (ทรงแบบผู้ชายใส่ แต่เป็นรุ่นที่เข้ารูป) 2. กางเกงยีนส์ที่เคยใส่แล้วสวยในซีซั่นนี้ จะยังใส่แล้วสวยในซีซั่นหน้า บางครั้งดีไซเนอร์ก็ใส่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ลงไปในดีไซน์ โดยไม่ได้บอกลูกค้า หรือ ตั้งชื่อรุ่นมันเสียหน่อย ดังนั้น มันก็เป็นไปได้ที่กางเกงตัวโปรดที่คุณชอบอยู่ตอนนี้ จะไม่ได้เป็นตัวโปรดอีกต่อไปในซีซั่นหน้า ดังนั้น ในการช้อปยีนส์แต่ละครั้ง ให้เลือกเฉพาะตัวที่คุณตกหลุมรักมันจริงๆ เท่านั้น มันเป็นการดีกว่า ถ้าคุณจะซื้อกางเกงยีนส์ครั้งละน้อยๆ เท่าที่คุณจะพอซื้อได้ (อย่าติดนิสัย ซื้อเก็บไว้ก่อน แล้วค่อยมาคัดทิ้งที่บ้าน เดี๋ยวตีตายเลย ไม่รู้จักเสียดายเงินกันหรือไง) 3. กางเกงยีนส์ที่ออกแบบโดยดีไซเนอร์ถึงจะดีที่สุด ดีไซเนอร์มักจะกล่าวถึงการออกแบบที่นึกถึงโครงสร้างของรูปร่างคนใส่เป็นอย่างดี เพราะเหตุนี้ กางเกงยีนส์ที่ออกแบบโดยเหล่า ดีไซเนอร์จึงมักมีราคาสูงตามไปด้วย แต่ในความเป็นจริงแล้ว มีแค่รูปร่างของคุณเท่านั้นล่ะที่บอกได้ ถ้าคุณลองใส่แล้วมันดูดี มันก็ไม่ เกี่ยวกับว่า กางเกงยีนส์ตัวนั้นมาจาก ดีไซเนอร์หรือไม่ จะเป็นกางเกงยีนส์แบรนด์นอกอย่าง Frame ตัวละ 200 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือกางเกงยีนส์แบรนด์ Gap ตัวละ 70 ดอลล่าร์สหรัฐ มันก็ไม่ต่างกันหรอกคุณ บางทีอาจจะต่างกันแค่เนื้อผ้า และสไตล์เล็กๆ น้อยๆ แต่ ใส่ออกมาแล้ว ก็พอดีกับรูปร่างไม่ต่างกัน (พูดอย่างนี้แล้ว ยังจะไปลงทุนแพงๆ กับกางเกงยีนส์อีกทำไมกันจ๊ะ ?) 4. กระเป๋าหลังควรมีการตกแต่ง กางเกงยีนส์ที่มีการตกแต่ง จะดูอลัง ดูปังก็ต่อเมื่อคุณตกแต่งแบบเต็มตัว ไม่ว่าจะเป็น ลายพิมพ์ การปะ การใส่เลื่อม ปักหมุด หรืออื่นๆ แต่พื้นที่เดียวที่ไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวปล่อยให้มันโล่งๆ ไปนั่นก็คือ กระเป๋าหลัง! การที่มีโลโก้ มีปากกระเป๋าหลัง หรือมีการตกแต่งใดใดจะยิ่งทำให้กางเกงดูมีราคาถูกลง การปักที่ยิ่งมีความโดดเด่นอย่างชัดเจนออกมาจากกางเกงมากเท่าไหร่ นั่นยิ่งให้กางเกงตัวนั้นดูมีราคาถูกมากยิ่งขึ้น, ดังนั้น ให้แน่ใจว่าด้ายที่ปักบนกางเกงยีนส์ของคุณจะเป็นสีเดียวกัน หรืออย่างน้อยก็ขอให้เป็นสีใกล้เคียง กับยีนส์ของคุณ กรุณาลืมการเดินด้ายสีเหลืองๆ ไปได้เลยนะคะ เพราะมันไม่ได้ช่วยให้คุณเป็นสาวแฟชั่นแต่อย่างใด แถมยังทำลายลุคการแต่งตัวของคุณๆ ไปอย่างสิ้นเชิง 5.กางเกงยีนส์สวยๆ ล้วนแต่มีราคาพันอัพขึ้นไป ว๊าย โกหกทั้งเพจ้า Uniqlo, H&M และ American Eagle ต่างตอบสนองความต้องการของลูกค้าด้วยการผลิต กางเกงยีนส์สวยๆ ในราคาสตาร์ท อัพต่ำกว่า พันบาททั้งนั้น ในหลากหลายรูปแบบและรูปทรง ซึ่งให้ลุคแพงมากกว่าราคาจริงซะด้วยซ้ำ แม้กระทั่ง Old Navy ก็โดดเข้าสู่เกมการแข่งขันทางธุรกิจในครั้งนี้ด้วย 6.หากคุณตัวสั้น คุณต้องสอย ขากางเกงยีนส์ ให้สั้นพอดีเท่านั้น ช่างเสื้อที่เก่งๆ จะสามารถปิดงานสอยชายกางเกงยีนส์ภายในวัน หรือ 2 วัน แต่คุณไม่จำเป็นต้องสอยเก็บขึ้น ทุกตัวที่ซื้อก็ได้ทั้งหมด คุณสามารถบอกให้ช่าง เลาะชายให้ยาวขึ้น หรือ จะสอยเก็บขึ้นเท่าที่คุณต้องการได้ ช่างที่ดีจะไม่แก้นอกเหนือคำสั่ง เว้นเสียแต่ว่า ตะเข็บกางเกงคุณจะรุ่ยออกมาข้างนอก 7.คุณสามารถนำกางเกงมา DIY เองได้ การตกแต่งกางเกงยีนส์ตัวเก่าให้กลายเป็นตัวใหม่ เป็นเรื่องของศิลปะ ซึ่งไม่ง่ายสำหรับผู้ใหญ่เลยค่ะ แน่นอนว่า คุณสามารถเปลี่ยนกางเกงยีนส์ตัวเก่าให้เป็นตัวใหม่ได้เพียงตัดขากางเกงแล้วนำไปซักแล้วซักอีกให้เปื่อย ได้ลุควินเทจ แต่ถ้าพูดถึงการตกแต่ง มันไม่ใช่เรื่องที่ใครๆ ก็สามารถค่ะ คุณคิดว่า ถ้าคุณใส่กางเกงขาสั้นชายรุ่ยๆ เสมอเข่า แล้วจะเป็นอย่างไรคะ แน่ใจนะว่างาม? ให้มืออาชีพทำเถอะค่ะ คุณ เขารู้ว่าจะต้องวางอะไรตรงไหนยังไง ให้มีสไตล์ ที่มาจาก Seventeen เรียบเรียงโดย Women MThai Team

ผลบอล : ท็อปโฟร์เลือนราง!! โคเน่ โขกเต็มหัวพา แมวดำ เปิดบ้านฝัง ผี ท้ายเกม
ซันเดอร์แลนด์ /  ปีศาจแดง / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 ซันเดอร์แลนด์ 2-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู : 1-0 วาห์บี้ คาซรี่ น.3, 1-1 อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล น.39, 2-1 ลามีน โคเน่ น.82 เวลา : 19.45 สนาม : สเตเดี้ยม อ็อฟ ไลท์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 1 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดสุดสัปดาห์กลับมาเปิดฉากฟาดแข้งกันอีกครั้ง โดยเป็นการพบกันระหว่าง "แมวดำ" ซันเดอร์แลนด์ ที่วันนี้ได้เปิดสนาม สเตเดี้ยม อ็อฟ ไลท์ ต้อนรับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งก่อนแข่งเป็นอันดับ 5 ของตารางคะแนน [เริ่มเกม] GOAL! นาทีที่ 3 เปิดฉากขึ้นมาสาวก "เดอะ แบล็คแคท" ได้เฮลั่นสนาม สเตเดี้ยม อ็อฟ ไลท์ เมื่อ วาห์บี้ คาซรี่ ปั่นฟรีคิกกะจะหยอดให้เพื่อนที่ยืนรอโขก แต่บอลตกพื้น ก่อนที่จะกระดอนเข้าไปตุงตาข่าย ชนิดที่ไม่แฉลบใครผ่านมือ ดาบิด เด เคอา เข้าไปอย่างง่ายดายเกินคาด ผ่านมาถึงนาที 15 แม้ว่า "ปีศาจแดง" จะเป็นฝ่ายตามหลัง แต่ก็พยายามเอาบอลมาครอง พร้อมกับเดินเกมรุกทดสอบแนวรับ ซันเดอร์แลนด์ แต่สุดท้ายลูกทีมของ หลุยส์ ฟาน กัล ก็ยังหาโอกาสลุ้นยิงประตูไม่ได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว ครึ่งชั่วโมงแรกของเกม ถึงตรงนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายเอาบอลมาครองได้มากกว่า แต่โอกาสปิดบัญชีเป็นทางฝั่งเจ้าบ้านที่มีโอกาสลุ้นพังตาข่ายอยู่ฝ่ายเดียว ซึ่งนักเตะ "ปีศาจแดง" ก็ยังคงหาโอกาสลุ้นยิงประตูไม่ได้แม้แต่ครั้งเดียว นาที 31 โอกาสลุ้นจบสกอร์ครั้งแรกในเกมของ ยูไนเต็ด มาจาก ฆวน มาต้า ได้ลองยิงไกล แต่ก็ยังไม่อันตรายพอไม่ว่าจะเป็นน้ำหนัก(เบา) และทิศทาง(ตรงตัว วิโต้ มานโนเน่) GOAL! นาที 39 "ปีศาจแดง" ตามตีเสมอได้สำเร็จ จากจังหวะตามซ้ำจากลูกยิงแถวสองของ ฆวน มาต้า โดยเป็นทาง อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล ที่วิ่งเข้ามาตักบอลข้ามตัว วิโต้ มานโนเน่ เข้าไปอย่างง่ายดาย ช่วงท้ายครึ่งแรก ถือว่ารูปเกมเริ่มกลับมาสูสี โดย "ปีศาจแดง" ได้ครองบอลมากกว่าเหมือนเดิม แต่โอกาสสวนกลับของทาง "แมวดำ" ก็สร้างความปั่นป่วนให้กับแผงหลังผู้มาเยือนได้ไม่น้อยเช่นกัน แต่สุดท้ายจบ 45 นาทีแรก ยังไม่มีฝั่งไหนทำประตูเพิ่มกันได้ ทำให้สกอร์ยังคงเจ๊ากันอยู่ที่ 1-1 [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวของทั้งสองทีม ผ่านมาถึงนาที 53 ถือว่าเจ้าถิ่นหวิดได้ประตูขึ้นนำหลายครั้งหลายครา ไม่ว่าจะเป็นจังหวะโขกโดนแขน(แต่ผู้ตัดสินไม่ให้จุดโทษ) และลูกชาร์จจ่อๆของ เจอร์เมน เดโฟ แต่บอลหลุดเสาออกหลังไปแค่ปลายเส้นผม นาที 61 สถานการณ์ของผู้มาเยือนชักเริ่มไม่ค่อยสู้ดี หลังจาก ดาเม่ เอ็นดอย ตะบันเต็มข้อด้วยขวา บอลพุ่งแรงแต่ไปติดเซฟ ดาบิด เด เคอา ใช้ขาสกัดออกหลังไปได้แบบหวุดหวิด เกมผ่านมาถึงนาที 80 รูปเกมของเจ้าถิ่น ซันเดอร์แลนด์ ยังคงดูเหนือกว่าในเรื่องของการหาโอกาสพังประตู แถมยังหวิดจะทำได้หลายต่อหลายครั้ง แต่จังหวะปิดบัญชียังไม่เฉียบขาดพอ GOAL! นาที 82 และแล้วสาวก "เดอะ แบล็คแคท" ก็ได้เฮกันบ้านแตกอีกครั้ง จุดเริ่มต้นมาจากจังหวะเปิดเตะมุมเข้ามา และเป็นทาง ลามีน โคเน่ วิ่งมาขึ้นโขกเต็มๆให้ "แมวดำ" พลิกกลับมานำอีกครั้งเป็น 2-1 [จบเกม] ซันเดอร์แลนด์ เปิดสนาม สเตเดี้ยม อ็อฟ ไลท์ เฉือนชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปด้วยสกอร์ 2-1 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ซันเดอร์แลนด์ : วิโต้ มานโนเน่, เดอังเดร เย็ดลิน, ลามีน โคเน่, จอห์น โอเช, พาทริค ฟาน อันโฮลท์, ยาน เคิร์ชฮ็อฟฟ์, วาห์บี้ คาซรี่, ยานน์ เอ็มวิล่า, ลี แค็ตเตอร์โมล, ดาเม่ เอ็นดอย, เจอร์เมน เดโฟ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา, มัตเตโอ ดาเมี่ยน, คริส สมอลลิ่ง, ดาลี่ย์ บลินด์, คาเมรอน บอร์ธวิค-แจ็คสัน, มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน, ไมเคิล คาร์ริค, เจสเซ่ ลินการ์ด, ฆวน มาต้า, อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล, เวย์น รูนี่ย์

ไทม์ไลน์ฉบับย่อ อัพเดทล่าสุด ทับทิมไปรับ 'น้องเดค' จากบ้านอดีตสามีแล้ว
คลิปเสียง /  ทับทิม / 

หลังจากประสบมรสุม ถูกแฉความลับ ทับทิม มัลลิกา ก็ยังไม่มีการออกมาชี้แจงรายละเอียดปมดัวกล่าวอย่างชัดเจน แต่ได้มีการโพสต์ระบุว่า จะไปรับ น้องเดค สุนัขมาจากบ้านอดีตสามี ซึ่งล่าสุด ทับทิมได้โพสต์ไอจีว่าได้ไปรับน้องเดคมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อ่านเรื่องราวฉบับเต็มได้ที่...ยิ้มทั้งน้ำตา!!! ทับทิม ดี๊ด๊ารับน้องหมากลับบ้านแล้ว --------------------------------------------------------------------------------------------------------- ไม่เป็นอันทำอะไร สำหรับนักสืบออนไลน์ที่พากันตั้งข้อสังเกต เกี่ยวกับกรณีมีบุคคลปริศนา ออกมาแฉเรื่องราวใต้เตียงของคู่ ปลื้ม สุรบถ และ ทับทิม มัลลิกา ซึ่งเหลือเพียงร่องรอยความสัมพันธ์ของความเป็น 'เพื่อน' แต่เรื่องนี้ เห็นทีจะไม่จบลงง่าย ๆ เนื่องจาก มีความไม่ชอบมาพากล ที่ไม่อาจไม่เล็ดลอดสายตานักสืบโซเชียลเหล่านี้ไปได้ จึงมีการนำเอากระทู้ ที่มีการเผยแพร่เรื่องราวผ่านเว็บไซต์พันทิป ในเชิงที่สื่อว่า  ทับทิม มัลลิกา นอกใจ ปลื้ม พร้อมงัดหลักฐานมามัดตัวฝ่ายหญิงเป็นคลิปเสียง ที่มีการแชร์สนั่นโลกออนไลน์ ว่ากระทู้ดังกล่าว มีสำนวน การใช้ภาษาคำว่า 'ละ' แทนคำว่า 'และ' คล้ายสำนวนภาษา ที่ปลื้ม ใช้โพสต์บรรยายภาพ หรือโพสต์ลงในสื่อโซเชียลส่วนตัวดังนี้ --------------------------------------------------------------------------------------------------------- ส่วนกรณีเรื่อง ชายปริศนา ชื่อคังเหว่ย ที่เข้ามาพัวพันในเรื่องดังกล่าว มีการผูกโยงไปถึงนักร้องชื่อดังตัวอักษรย่อ ช. ที่เป็นประเด็นถกเถียงกันไปทั่วโลกออนไลน์ --------------------------------------------------------------------------------------------------------- บุคคลปริศนา อ้างเป็นน้อง ปลื้ม แฉสนั่นออนไลน์ 'ทับทิม' อดีตภรรยา พร้อมแนบคลิปเสียงยัน เกิดการแชร์เรื่องราวของปมดราม่า อดีตคู่สามีภรรยา ปลื้ม สุรบถ และ ทับทิม มัลลิกา หลังจากที่ทั้งคู่ออกมายอมรับว่า 'เตียงหัก' พร้อมทั้งลดสถานะเหลือเพียงแค่เพื่อน โดย สาวทับทิม ขอลาออกจากรายการ VRZO พร้อมทั้งมีการปล่อยภาพแฉฝ่ายชาย เกี่ยวกับหญิงสาวมือที่ 3 ซึ่งฝ่ายชายยืนยันว่าไม่มีเรื่องเกินเลย พร้อมทั้งกล่าวว่าจะดำเนินคดีกับผู้ที่นำเรื่องมาประติดประต่อกัน เรื่องยังไม่จบเพียงเท่านั้น มีประเด็นต่อคือ มารดาของ ปลื้ม สุรบถ ได้โพสต์รูปภาพผ่านไอจีส่วนตัว แสดงให้เห็นเหตุการณ์ขณะที่ตนกำลังเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจถึง 6 กระทง เกี่ยวกับการกระทำของอดีต 'ลูกสะใภ้' จนเกิดกระแสวิพากษ์ไปทั่วทุกสารทิศ กระนั้นวานนี้เพจ Black Hat โพสต์คลิปเสียงหญิงสาวปริศนา พร้อมเช็คอินสถานที่ "พัฒนาการ 46 สัมภาษณ์งานรายการ VRZO VRZO VRZO!!!!!" ซึ่งหญิงสาวลึกลับในคลิปบอกเล่าความสัมพันธ์ของตนเองกับหนุ่มปริศนา ฟันธงเสียงหญิงสาวคนในคลิปว่า เหมือนกับ สาวอักษรย่อ บต. หนึ่งในทีมงานรายการ VRZO ซึ่งตอนนี้เจ้าตัวได้ปิดทุกช่องทางออนไลน์ ส่วนตัวไปแล้ว ยังไม่จบเพียงเท่านั้น วันนี้ มีการแชร์ภาพ แคปเจอร์ ของเรื่องราว ที่ถูกเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์พันทิปของ 'บุคคลปริศนา' ที่อ้างตัวว่าเป็นน้องคนหนึ่งของปลื้ม พร้อมทั้งแฉเรื่องราวของอดีตภรรยา ถึงความไม่เป็นธรรม ที่สังคมรุมประณามฝ่ายชายแต่ฝ่ายเดียวหลังจากที่ทั้งคู่เลิกกัน IG : tubtimofficial พร้อมกันนี้ยังได้แฉเรื่องราวว่า 'ขณะที่พี่ปลื้มคบกับพี่ทับทิมจะมีผู้ชายแอบคุยในLINEตลอด พอพี่ปลื้มจับได้ก็จะทำเป็นโชว์ว่าจะเลิกคุยๆแต่สุดท้ายก็ยังแอบคุยกันอยู่ดี ไม่ว่าจะเป็นแฟนเก่าที่เป็นดารา หรือคนเก่าๆที่เคยเป็นข่าว เวลาทะเลาะกันพี่ทับทิมก็จะชอบโทรหาให้ผู้ชายมารับและหายไปสองวัน พี่ปลื้มจับได้ตั้งแต่เริ่มคบกับพี่ทับทิมใหม่ๆแล้วแต่ยังไม่ยอมเลิกจนทุกวันนี้ ซึ่งเป็นกิ๊กเก่าและชอบขับรถมารับละหายไปเป็นวันๆเป็นดาราอักษรนำ "ช" ส่วนเหตุการณ์สุดท้ายที่ทำให้ความอดทนทั้งหมดของพี่ปลื้มหมดไปนี่เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้น วันที่ 29 พฤศจิกายน 2559 (ซึ่งพี่ทับทิมกับพี่ปลื้มยังไม่เลิกกัน) เหตุการณ์เกิดที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านตลาดนัดรถไฟ ซึ่งพี่ทับทิมกับผู้ชายชื่อ คังเหว่ยได้ไปทำเรื่องน่าเกลียดกันในร้านแห่งนั้นในมุมมืดๆ แต่ก็เพิ่งมารู้ตัวว่าร้านนั้นมีกล้องวงจรปิด ตอนนั้นผมได้ไปช่วยงานที่ร้าน...ที่อยู่ตรงแถวนั้นพี่ทับทิมจึงlineมาหาผมและส่งข้อความเสียงมาตามข้างล่างนี้่' https://youtu.be/5G_LjDEJZPE อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กระทู้ดังกล่าวได้ถูกลบออกไปจากเว็บไซต์แล้ว แต่กระนั้น เรื่องดังกล่าวกลับไม่รอดพ้นมือดี บันทึกเรื่องราวเอาไว้ได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามว่า จะมีการออกมาชี้แจงความจริงเรื่องดังกล่าวจากทั้งคู่หรือไม่ หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป... ที่มา nantapat.paru

จตุพรแฉ!ขบวนการอ้าง 'รมต.-อพศ.' หักหัวคิวงบฯชาติ
จตุพร พรหมพันธุ์ /  หักหัวคิว / 

"จตุพร" แฉซ้ำ กลุ่มคนอ้างชื่อ "รมต. -อพศ." หักหัวคิวโครงการขุดลอกคูคลอง จี้ สตง.สอบด่วน เชื่อ ทำเป็นขบวนการ จากกรณีมีกระแสข่าว นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ออกมาากล่าวถึงกลุ่มบุคคลแอบอ้างชื่อรัฐมนตรีในรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยปฏิบัติการผ่านองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) ในโครงการขุดลอกคลอง และมีการเรียกรับผลประโยชน์มากถึง 70 % ขณะที่ พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ได้ออกมาชี้แจงแล้วว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นจริง ล่าสุด นายจตุพร ได้ออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมในเรื่องดังกล่าวว่า นายวิวัฒน์ สมบัติหลาย ประธานกลุ่มธรรมาภิบาลเครือข่ายประชาชนต้านคอรัปชั่น ได้เดินทางมาพบและได้นำหลักฐานมาให้ส่วนหนึ่ง ระบุถึงคนที่แอบอ้างรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนั้นมีตัวตนจริง ตามที่นายถาวร เสนเนียม ได้เคยร้องเรียนไป แต่เรื่องกลับเงียบ ขณะที่กลุ่มธรรมาภิบาลฯ ก็ได้เคยไปยื่นหนังสือกับนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้เรื่องดังกล่าวก็ไม่มีการเรียกมาสอบถามว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร "กลุ่มธรรมาภิบาลเครือข่ายประชาชนต้านคอรัปชั่นได้ทำหนังสือชี้แจงรายละเอียดของโครงการนี้ ซึ่งได้แจกให้สื่อมวลชน เช่นกันว่ามีการเก็บเงินหัวคิวเพื่อเป็นค่าจองโครงการจากนั้นก็ต้องจ่ายให้ครบ โดยมีการแอบอ้าง พล.อ.ประวิตร โดยมีชื่อคุณนาย อ.ที่อยู่ในจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ไม่มีใครกล้าแตะเพราะเดี๋ยวจะถูกกล่าวหาว่าไม่รักชาติหากมายุ่งกับองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก การที่ทหารไปรบนั้นไม่ใช่ที่จะต้องขุดคลอง ลอกท่อ แบบนี้ เพราะฉะนั้นโฆษกกระทรวงกลาโหมนั้นอธิบายหน่อยว่าที่เขามายื่นหนังสือนั้นไม่เป็นจริง เพราะใช้สถานที่ องค์การทหารผ่านศึกอีกทั้งยังมีชื่อ พล.อ.ประวิตร ด้วยก็เลยคิดว่าจะมีการจ้างงาน ถ้าท่านเห็นแบบนี้นั้นนิ่งดูดายไม่ได้เลย ถ้ารัฐบาลจะมองผมเป็นศัตรู แต่ไม่ยอมมองคนที่ใช้องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกทำมาหากินกับงบประมาณชาติบ้านเมือง...ก็เอากัน" นายจตุพรกล่าว จึงขอเรียกร้องให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) รีบเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบกลุ่มคนอ้างชื่อ อผศ. เพราะพบว่าโครงการดังกล่าวมีการเรียกเก็บค่าหัวคิวมากถึงร้อยละ 40 - 50 และระหว่างการตรวจสอบ อผศ. ก็ควรเปิดแผนการโครงการขุดลอกคลองออกทั้งหมด เพื่อเป็นการพิสูจน์และยืนยันความบริสุทธิ์ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในขบวนการแอบอ้างนี้ อ่านข้อความทั้งหมดได้ที่ >>> Jatuporn Prompan - จตุพร พรหมพันธุ์ ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

เทคนิคยอดฮิต ทำมะม่วงดอกกุหลาบ ง่ายๆ ด้วยตัวเอง
มะม่วงดอกกุหลาบ /  มะม่วงน้ำดอกไม้ / 

กำลังอินเทรนด์มากๆ ในตอนนี้ กับไอเดียสุดเริ่ด ทำมะม่วงธรรมดาๆ ให้กลายเป็นดอกกุหลาบ บนจานข้าวเหนียวมะม่วง เข้ากับช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ ได้เป็นอย่างดี แถมสวยประทับใจคนทานมากๆ แบบนี้เพิ่มความอร่อยให้กับเมนูนี้ขึ้นเป็นกอง วันนี้ Food.mthai มีเทคนิคไม่ลับดีๆจาก คุณมณีริน มาฝากให้ทุกคนได้ลองทำกัน เทคนิคยอดฮิต ทำมะม่วงดอกกุหลาบ ง่ายๆ ด้วยตัวเอง สิ่งที่ต้องเตรียม - มะม่วงดอกไม้ ควรเลือกมะม่วงที่ไม่สุกงอม จนเกินไป -มีด -ภาชนะสำหรับจัดใส่ วิธีทำ 1. ปอกเปลือกมะม่วง พยายามอย่าให้เหลือร่องรอยเปลือกติดที่ผิวมะม่วง เพราะจะทำไห้มะม่วงดำ 2. ฝานเนื้อมะม่วงออกมา และสไลซ์เนื้อมะม่วงเป็นชิ้นบาง ๆ 3.การวางเรียงกลีบดอกไม้ ควรเริ่มจากการใช้มะม่วงชิ้นที่เล็กที่สุดก่อน เพื่อทำกลีบส่วนหัวและส่วนปลายของมะม่วง แล้วเรียงตามลำดับชิ้นใหญ่ขึ้นไปเรื่อย ๆ เคล็ดลับ : เนื้อมะม่วงที่นำมาทำกลีบแรก ๆ ทรงตัวอยู่ได้โดยไม่คลายตัว เพราะว่าเนื้อมะม่วง จะมีความฉ่ำน้ำอยู่ในตัว จะเป็นเหมือนเนื้อกาว เมื่อพับเนื้อเข้าหากันก็จะช่วยให้ติดกัน นอกจากนี้ มะม่วงที่ใช้ในรูปคือ มะม่วงงามเมืองย่า  สามารถเก็บในตู้เย็นไว้ได้หลายวัน โดยไม่ดำ

เคล็ด(ไม่)ลับ เลือกของขวัญตามธาตุราศีเกิด ให้กับแฟนของคุณ
ของขวัญ /  คนรัก / 

ของขวัญ สุดเลิฟจากคนให้สุดรัก แม่หมอและ Horoscope.mthai.com อยากแนะนำให้ลองเลือกของขวัญจากธาตุเกิด ไหนๆจะให้ทั้งที ความหมายก็สำคัญเหมือนกันน๊า ช่วยเสริมดวงคู่รักให้หวานจนคนอื่นอิจฉากันไปเลยค่ะ ก่อนอื่นต้องมารู้จักตัวเองกันก่อนนะคะ ว่าจริงๆแล้วเราอยู่ธาตุอะไร แล้วค่อยมาดูธาตุคนรักของเราค่ะ ซึ่งตามหลักโหาราศาสตร์แล้ว ธาตุประจำตัวของเรา จะถูกแบ่งออกตามราศีเดือนที่เกิดค่ะ คนเกิดในธาตุดิน ได้แก่ราศีมังกร พฤษภ กันย์   เป็นคนมั่นคง อดทน เข้มแข็ง แต่ราศีกันย์แอบอ่อนภายใน กลุ่มนี้รักจริงมีเหตุผล ยอมเจ็บและรอคอยได้ คนที่เกิดธาตุน้ำ ได้แก่ กรกฎ พิจิก มีน   เป็นคนไหลลื่นตามกระแส ไม่นิ่ง ปรับตัวไปตามสถานการณ์ได้ดี คือเนียนได้เก่งที่สุด แต่ข้อดีคือ ไม่คิดมาก ส่วนมากจะเสียที่ไม่คิดนี่แหละ ทำให้โดนหลอกประจำ คนที่เกิดธาตุลม ได้แก่ ราศีตุลย์ กุมภ์  เมถุน   จับไม่ได้ไล่ไม่ทัน ไม่เนียนแต่ไปดื้อๆ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เอาแน่ไม่ได้ ทิ้งๆ ขว้างๆ ไม่ค่อยจริงจัง เบื่อง่าย ส่วนข้อดี ตรงไปตรงมาเดาทางง่าย ถ้ามีภาระร่วมกันแล้วก็โอเค แต่ส่วนมากโดนทิ้งก่อนประจำอิอิ คนที่เกิดธาตุไฟ ได้แก่ราศีเมษ  สิงห์ ธนู   ตัวพ่อตัวแม่ แห่งความเจ้าชู้เลยจร้า  หงุดหงิดง่ายหรือชอบทำเป็นหงุดหงิดเพื่อให้คนเอาใจ รักง่ายหน่ายเร็ว กินเด็ก จริงๆ กินหมดแหล่ะที่กินได้ ข้อดีใครมีแฟนราศีนี้ มีความสุขมากในช่วงแรกๆ เขาจะเต็มที่สุดๆ คราวนี้รู้แล้วนะคะ ว่าตัวเราและคนรักอยู่ธาตุอะไร คราวนี้แม่หมอจะมาพูดถึงการเลือกของขวัญให้เหมาะสม สามารถปรับธาตุ และเสริมดวงความรักกันได้ โดยเน้นที่ธาตุประจำตัวของเราเป็นหลักนะคะ ธาตุดิน....คนรักของคุณอยู่ใน ธาตุดิน เหมือนกันก็ต้องให้ถ้วย ชาม จาน ที่ทำจากเซรามิก แต่แตกหักง่าย ก็ต้องระวังดูแลกันดีๆ ธาตุน้ำ ต้องให้ของที่เป็นโลหะ ทอง เงิน นาค เหล็ก เครื่องประดับ ที่ทรงทื่อไม่ต้องสวยงามมากแต่ดูมั่งคง คุณจะเหนือกว่า หรือถ้าเขาดูไม่จริงจัง อาจจะให้ของที่ดูเหมือนของมีคม (ไม่เอามีดนะ) จะเป็นชุดกรรไกรตัดเล็บ ปากกาโลหะ ช้อนส้อมน่ารักๆ หรืออะไรก็ได้ที่ดูมีแหลมมีคมก็พอ ธาตุลม ต้องให้ภาพวาด รูปภาพ เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย แต่ต้องเป็นสีเทา ดำ น้ำตาล จะทำให้เหมือนเรากดทับเขาอยู่ ถ้าคิดนอกลู่นอกทาง มันจะเหมือนมีอะไรมาเตือนเขาเอง ธาตุไฟ ต้องให้พวกอุปกรณ์ไฮเทคต่างๆ เพราะในอุปกรณ์นั้น มีสารกึ่งตัวนำต่างๆ ทั้งโลหะ ซิลิกอนต่างมาจากดิน จะเหมือนว่าขาดฉันไม่ได้ ทั้งที่ตามราศีแล้วเขาแสบสุดๆเลย ธาตุน้ำ...คนรักของคุณอยู่ใน ธาตุน้ำ เหมือนกัน ต้องให้ปลาไปเลี้ยง แล้วต้องหาโหล หรือตู้ปลาให้ด้วยนะ ถ้าครบชุดยิ่งดีใหญ่เลย คุณจะควบคุมคนที่คุณรักได้ทุกอย่าง ลองนึกดูตู้ปลามีครบทุกธาตุ แถมยังเป็นฮวงจุ้ยดีๆ นี่เอง แต่ลงทุนนิดหน่อยนะ ธาตุลม ไม่ต้องให้ของขวัญ พาไปกินข้าวแทน แต่ให้เน้นสั่งอาหารรสจัดมาหน่อย ให้เขากินน้ำเยอะๆ ธาตุน้ำอย่างเราจะได้ควบคุมได้ง่ายๆ ธาตุไฟ  ต้องให้น้ำหอม เขาจะเหมือนถูกเราสะกดจิตเลย เน้นกลิ่นที่ไม่ฉุนมากนักนะคะ ธาตุดิน ต้องให้ต้นไม้ ดอกไม้ จะได้ขาดกันไม่ได้ เหมือนกับดินขาดน้ำ ต้นไม้จะไม่โต  ความหมายคือความรักของคุณจะได้พัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น ธาตุลม...คนรักของคุณอยู่ใน ธาตุลม เหมือนต้องให้พวก  accessories จุกๆ จิกๆ ออกแนวเด็กๆ ดูไม่จริงจัง แต่ต้องเน้นสีสดๆ ดูร้อนๆ เพื่อเพิ่มธาตุไฟ คนที่คุณรักจะได้คิดจะทำอะไรก็จะได้เกรงใจคุณหน่อย ธาตุไฟ ต้องให้อุปกรณ์ที่เกี่ยวกับการนอน ตอนหลับจะเป็นช่วงที่เขานิ่งที่สุดจะได้อยู่กับคุณนานๆ ธาตุดิน ต้องให้ขนมก็ตามธรรมเนียม ของหวานเพิ่มหวานให้กับคู่ของคุณ ที่เริ่มไม่หวานออกจะน่าเบื่อให้ความรู้สึกกลับดีขึ้นมา ธาตุน้ำ ไม่ต้องให้ แต่พาไปเที่ยวที่สูงๆ โล่งๆ เช่นร้านอาหารบรรยากาศดีๆ มองเห็นทิวทัศน์รอบกรุง ก็เก๋ไปอีกแบบนะ ธาตุไฟ...คนรักของคุณอยู่ใน ธาตุไฟ ถ้าไฟเหมือนกัน ส่วนใหญ่จะคบกันไม่นาน หรือรักกันไม่ทน จะไม่มีใครยอมใคร นอกจากคู่นั้นจะแพ้กันที่ปีเกิด เอาเป็นว่า ถามเขาเลยว่าอยากได้อะไร ตรงๆ ไม่ต้องอ้อมค้อม แค่ให้เขาถูกใจก็พอ ธาตุดิน ต้องให้โคมไฟสีสดๆ เวลาเปิดแล้วดูสว่างๆ หรือโคมไฟกระดาษก็ดีนะคะ ธาตุน้ำ ต้องให้นาฬิกา แล้วให้เวลากับเขาบ้าง ไม่ใช่แค่หานาฬิกามาให้ ขอเน้นเป็นดิจิตอลนะ ต้องใช้พลังงานไฟฟ้า คราวนี้เขาจะตามใจคุณมากกว่าเดิมอีก ธาตุลม ให้อะไรก็ได้ แต่ห้ามไปสัญญาว่าจะไม่เป็นหรือทำอย่างนั้นอีก เพราะคุณเป็นอีกแน่ๆ คนธาตุนี้ พร้อมที่จะไปหรือทำกับคุณเหมือนที่คุณทำกับเขานะ ต้องระวังคำพูดให้ดี เรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com ข้อมูลจาก : www.marumura.com

โหดแท้! 21 วิธีประหารสมัยกรุงศรีอยุธยา
ที่สุดในประเทศไทย /  ประวัติศาสตร์ / 

วันนี้ทีนเอ็มไทยขอนำเกร็ดความรู้ ประวัติศาสตร์ไทย มาให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันค่ะ ซึ่งในวันนี้นี้จะเกี่ยวกับ โหดแท้! 21 วิธีประหารสมัยกรุงศรีอยุธยา  โหดไม่แพ้ของต่างประเทศที่ทีนเอ็มไทยเคยนำเสนอให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันคราวก่อนเลย >,< เนื้อหาอาจรุนแรง เหมาะกับ 18+ นะค่ะ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน โหดแท้! 21 วิธีประหารสมัยกรุงศรีอยุธยา  ในสมัยกรุงศรีอยุธยา อาณาจักรที่รุ่งเรืองที่สุดอีกยุคสมัยหนึ่งของไทยเรา พบว่า มีการตราบทลงโทษขั้นรุนแรงที่สุดคือ โทษประหารชีวิตเอาไว้ในพระไอยการกระบถศึก ซึ่งเป็นกฎหมายที่ตราขึ้นในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 และมีการแก้ไขเพิ่มเติมในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ก่อนจะมีการแก้ไขเพิ่มเติมอีกครั้งในสมัยสมเด็จพระเอกาทศรถ แต่กฎหมายฉบับนี้มิได้มีการแก้ไขในบทลงโทษความผิดขั้นประหารชีวิตและวิธีการประหารชีวิตเลยแม้แต่น้อย คือยังคงลักษณะเดิมไว้แต่ครั้งการตราขึ้นในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 ทุกประการ โดยวิธีการประหารชีวิตตามพระไอยการกระบถศึก บันทึกและอธิบายเอาไว้อย่างละเอียดถึงวิธีการลงโทษประหาร 21 วิธีหรือ 21 สถาน ดังนี้ สถาน 1 คือ ให้ต่อยกระบานศีศะ (กบาลศีรษะ) เลิกออก (เปิดออก) เสียแล้ว เอาคีมคีบก้อนเหล็กแดงใหญ่ใส่ลงไปในมันสะหมอง (มันสมอง) ศีศะพลุ่งฟู่ขึ้นดั่งม่อ (หม้อ) เคี่ยวน้ำส้มพะอูม สถาน 2 คือ ให้ตัดแต่หนังจำระ (จาก) เบื้องหน้าถึงไพรปากเบื้องบนทั้งสองข้างเป็นกำหนด ถึงหมวกหู (ใบหู) ทั้งสองข้างเป็นกำหนด ถึงเกลียวคอชายผมเบื้องหลังเป็นกำหนด (หนังบริเวณคอถึงท้ายทอย) แล้วให้มุ่นกระหมวดผมเข้าทั้งสิ้น (ม้วนเข้าหากัน) เอาท่อนไม้สอดเข้าข้างละคน โยกคลอนสั่นเพิกหนังทั้งผมนั้นออกเสียแล้วเอากรวดทรายหยาบขัดกระบานศีศะชำระให้ขาวเหมือนพรรณศรีสังข์ สถาน 3 คือ ให้เอาขอเกี่ยวปากให้อ้าไว้ แล้ให้ตามประทีบ (ดวงไฟ) ไว้ในปาก ไนยหนึ่ง (นัยหนึ่ง) เอาปากสิวอันคมนั้นแสะแหวะผ่าปากจนหมวกหู (ใบหู) ทั้งสองข้าง แล้วเอาขอเกี่ยวให้อ้าปากไว้ให้โลหิตไหลออกเต็มปาก สถาน 4 คือ เอาผ้าชุบน้ำมันพันให้ทั่วร่างกายแล้วเอาเพลิงจุด สถาน 5 คือ เอาผ้าชุบน้ำมันพันนิ้วทั้งสิบนิ้วแล้วเอาเพลิงจุด สถาน 6 คือ เชือดเนื้อให้เป็นแรงเป็นริ้วอย่าให้ขาดจากกัน ตั้งแต่ใต้คอลงไปถึงข้อเท้าแล้วเอาเชือกผูกจำ ให้เดินเหยียบริ้วเนื้อริ้วหนังแห่งตน ให้ฉุดคร่าตีจำให้เดินไปกว่าจะตาย สถาน 7 คือ เชือดเนื้อให้เนื่องด้วยหนังเป็นแร่งเป็นริ้ว ตั้งแต่ใต้คอลงมาถึงเอวและให้เชือดตั้งแต่เอวให้เนื่องด้วยหนังเป็นแร้งเป็นริ้วลงมาถึงข้อเท้ากระทำหนังเบื้องบนให้คลุมลงมาเหมือนนุ่งผ้า สถาน 8 คือ ให้เอาห่วงเหล็กสวมข้อศอกทั้งสองข้าง ข้อเข่าทั้งสองข้างให้มั่นแล้วเอาหลักสอดในวงเหล็กแย่งขึงตรึงลงไว้กับแผ่นดินอย่าให้้ไหวตัวได้ แล้วเอาเพลิงรน (ลน) ให้รอบตัวจนกว่าจะตาย สถาน 9 คือ ให้เอาเบ็ดใหญ่ที่มีคมสองข้างเกี่ยวทั่วร่างเพิก (เปิด) หนังเนื้อและเอ็นน้อยใหญ่ให้หลุดขาดออกมาจนกว่าจะตาย สถาน 10 คือ ให้เอามีดที่คมเชือดเนื้อให้ตกออกจากกายแต่ทีละตำลึง(นำเนื้อมาชั่งให้ได้น้ำหนักหนึ่่งตำลึง:มาตราวัดสมัยโบราณ) จนกว่าจะสิ้นมังสา (เนื้อ) สถาน 11 คือ ให้แล่สับทั่วร่างแล้ว เอาแปรงหวีชุบน้ำแสบกรีดครูดขูดเสาะหนังและเนื้อแลเอ็นน้อยใหญ่ให้ลอกออกให้สิ้นให้อยู่แต่ร่างกระดูก สถาน 12 คือ ให้นอนลงโดยข้างๆ หนึ่งแล้วให้เอาหลาวเหล็กตอกลงไปโดยช่องหูให้แน่นกับแผ่นดินแล้วจับขาทั้งสองข้างหมุนเวียนไปดังบุคคลทำบังเวียน (เวียนเทียน) สถาน 13 คือ ทำมิให้หนังพังหนังขาด แล้วเอาลูกสีลา (ลูกหิน) บดทุกกระดูกให้แหลกย่อย แล้วรวบผมเข้าทั้งสิ้น ยกขึ้นหย่อนลงกระทำให้เนื้อเป็นกองเป็นลอมแล้วพับห่อเนื้อหนังกับทั้งกระดูกนั้นทอดวางไว้ดั่งตั่งอันทำด้วยฟางซึ่งเอาไว้เช็ดเท้า สถาน 14 คือ ให้เคี่ยวน้ำมันให้เดือดพลุ่งพล่าน แล้วลาด**censor**ลงมาแต่ศีศะ (ศีรษะ) จนกว่าจะตาย สถาน 15 คือ ให้กักขังสุนัขร้ายทั้งหลายไว้ อดอาหารหลายวันให้เต็มอยากแล้วปล่อยให้กัดทึ้งเนื้อหนังกินให้เหลือแต่ร่างกระดูกเปล่า สถาน 16 คือ ให้เอาขวานผ่าอกทั้งเป็นแหกออกดั่งโครงเนื้อ สถาน 17 คือ ให้แทงด้วยหอกทีละน้อยๆ จนกว่าจะตาย สถาน 18 คือ ให้ขุดหลุมฝังเพียงเอว แล้วเอาฟางปกลงคลุมร่างก่อนคลอกด้วยเพลิงพอหนังไหม้แล้วไถด้วยไถเหล็ก ให้เป็นท่อนน้อยท่อนใหญ่เป็นริ้วน้อยริ้วใหญ่ สถาน 19 คือ ให้เชือดเนื้อล่ำออกทอดด้วยน้ำมัน เหมือนทอดขนมให้กินเนื้อตัวเองจนกว่าจะตาย สถาน 20 คือ ให้ตีด้วยตะบองสั้นตะบองยาวจนกว่าจะตาย สถาน 21 คือ ตีด้วยหวายที่มีหนามจนกว่าจะตาย เกร็ดความรู้  เรื่องเล่าจากลานประหาร การประหารชีวิต ถือเป็นบทลงโทษที่รุนแรงที่สุดในทุก ๆ ประเทศ ที่มีมาตั้งแต่อดีต ซึ่งถ้าหากใครได้อ่านหรือศึกษาเรื่องราวเหล่านี้ซักครั้ง คงจะรู้สึกไม่ต่างกันหรอกค่ะว่า แม้ว่าในแต่ละประเทศจะมีเครื่องมือประหารชีวิตที่แตกต่างกันออกไป แต่ความรุนแรง หรือความซาดิสม์นั้นไม่ได้ต่างกันเลย เพราะไม่ว่าจะใช้เครื่องมือไหน ๆ ก็ล้วนแล้วแต่มีจุดประสงค์เดียวกัน นั่นคือทรมานคนผิดอย่างเลือดเย็นแล้วปล่อยให้เจ็บปวดตายไปในที่สุด ในประเทศไทยก็เช่นกัน โทษประหารที่เคยทำกันมาตั้งแต่อดีตนั้นขึ้นชื่อว่าโหดใช่ย่อย เริ่มตั้งแต่สมัยก่อนกรุงรัตนโกสินทร์ วิธีการประหารชีวิตจะเน้นความทรมานชนิดที่ได้ยินแล้วยังขนลุก ไม่ว่าจะเป็นการเอาน้ำมันเดือดราดหัวจนตาย เอามีดและขวานผ่าอกแหวกตับไตไส้พุงทั้งเป็นจนตาย  เอาเบ็ดใหญ่เกี่ยวเนื้อให้หลุดทีละส่วนจนตาย เอามีดคม ๆ แล่เนื้อลอกหนังออกทีละนิดจนตาย เอาหอกค่อย ๆ ทิ่มแทงจนตาย หรือฝังดินครึ่งตัวแล้วเผาส่วนบนจนทรมานตาย ซึ่งโทษแสนทรมานในสมัยนั้น ก็จะตัดสินจากความผิดที่แตกต่างกันออกไป อย่างเช่นถ้าใครเผาบ้านเมือง ก็จะถูกประหารด้วยการเอาผ้าชุบน้ำมันพันรอบตัวแล้วจุดไฟเผาทั้งเป็น อย่างงี้เป็นต้น และที่สำคัญการประหารชีวิตทุกรูปแบบก็จะต้องทำกันแบบโจ่งแจ้งต่อหน้าชาวบ้านมากมาย เพื่อให้คนเกรงกลัว และมันก็ได้ผลดีเลยล่ะค่ะ เพราะเวลาที่มีการประหารนักโทษซักคน บ้านเมืองก็สงบสุขไปพักใหญ่ทีเดียว เพราะไม่มีใครกล้าทำความผิด ไม่มีใครอยากถูกลงโทษอย่างทรมานอย่างที่ตัวเองไปเห็นมา สมัยอยุธยาตอนปลายและรัตนโกสินทร์ การประหารด้วยวิธีทรมานสารพัดก็เริ่มค่อย ๆ หายไป เหลืออยู่แค่วิธีเดียวง่าย ๆ นั่นคือ การตัดคอหรือกุดหัวเท่านั้น เป็นวิธีฉับเดียวดับ ไม่ทันได้ทรมานก็ตายแล้ว แถมก่อนหน้าวันประหารก็ยังมีการเลี้ยงข้าวเลี้ยงน้ำอย่างดีอีก และพอถึงวันประหารนักโทษก็ถูกปิดตา ไม่ต้องเห็นบาดแผล ไม่ต้องรู้ว่าใครกำลังจะทำอะไรเรา ไปแบบสบาย ๆ เลยทีเดียว ในการประหารนักโทษ 1 คน เค้าจะใช้เพชฌฆาตถึง 3 คน ซึ่งโดยปกติแล้ว ถ้าเพชฌฆาตดาบ 1 จะพลาด ก็พลาดมากที่สุดแค่ตัดคอแล้วตายแต่คอดันไม่ขาด ซึ่งแบบนี้เพชฌฆาตดาบ 2 ก็จะรีบเข้ามาฟันให้ขาดทันที ถ้ายังไม่ขาดอีกก็มีดาบ 3 สำรองไว้อีก ต้องเอาให้ขาดอย่างแท้จริงเพื่อที่จะเอาหัวไปเสียบประจานนั่นเอง ส่วนร่างกายก็มอบให้ญาตินำไปทำพิธีต่อไป ในกรณีที่นักโทษเป็นเชื้อพระวงศ์หรือกษัตริย์ ก็จะมีวิธีเฉพาะคือการทุบด้วยท่อนจันทน์ ที่ถือเป็นไม้หอม เป็นการให้เกียรตินักโทษ โดยการประหารด้วยท่อนจันทน์นี้ จะใช้วัดปทุมคงคาเป็นลานประหาร ส่วนวิธีการ ก็คือ จะนำร่างของผู้ถูกประหารสวมด้วยถุงแดงแล้วรัดถุงให้แน่น เพื่อไม่ให้ใครแตะต้องพระวรกาย และไม่ให้ใครเห็นพระศพด้วย จากนั้นเพชฌฆาตที่ได้รับนามเฉพาะว่า "หมื่นทะลวงฟัน"  ก็จะใช้ไม้จันทน์ขนาดใหญ่รูปร่างคล้ายสากตำข้าวทุบลงไปสุดแรงบริเวณพระเศียรหรือพระนาภี เสร็จแล้วก็นำไปฝังในหลุม 7 คืนเพื่อให้มั่นใจว่าสิ้นพระชนม์แล้วจริง ๆ ก่อนขุดขึ้นมาประกอบพิธีต่อไป และหากใครสงสัยว่าทำไมไม่ใช้วิธีเปิดผ้าดูว่าสิ้นแล้วหรือไม่ ก็อย่างที่บอกไปค่ะว่าไม่ว่าจะอย่างไร หลังจากนำนักโทษใส่ถุงแดงแล้วก็ห้ามเปิดให้ใครเห็นหรือแตะต้องพระวรกายโดยตรงได้เป็นอันขาด แต่!วิธีการประหารชีวิตด้วยท่อนจันทน์ เลิกล้มไปในสมัยรัชกาลที่ 5 หลังจากมีการประกาศใช้กฎหมาย ร.ศ. 127 ว่า ให้ประหารชีวิตเชื้อพระวงศ์ด้วยวิธีเดียวกันกับสามัญชน ไม่มีการแบ่งแยกชนชั้นนักโทษ และในที่สุด ในปี 2477 ก็ได้ล้มเลิกการประหารชีวิตด้วยการตัดหัวไป เปลี่ยนเป็นการใช้ปืนยิงแทน โดยวิธีการยิงปืนประหารนี้ ก็จะมีขั้นตอนคล้ายกับการประหารชีวิตด้วยการตัดหัว ต่างที่การยิงปืนประหาร จะทำในห้องประหารมิดชิด ไม่มีการเรียกประชาชนมามุงดูเหมือนกับการประหารชีวิตด้วยการตัดหัวอีกต่อไป การประหารชีวิตด้วยปืนทำกันมาได้ไม่นานนัก เพราะเมื่อปี 2545 ได้เปลี่ยนวิธีการประหารชีวิตด้วยปืน มาเป็นการฉีดยาแทน ซึ่งการฉีดยาจะมี 3 ขั้นตอน คือ ขั้นแรกจะฉีดยาให้นักโทษสลบก่อน จากนั้นค่อยฉีดยาหยุดการทำงานของปอดและกระบังลม และสุดท้ายก็จะฉีดยาที่ทำให้หัวใจหยุดเต้น เป็นอันเสร็จพิธี เรียกว่าสบายกว่าวิธีไหน ๆ ไม่ต้องตื่นเต้นว่าจะถูกสับหัวหรือยิงปืนเมื่อไหร่ และวิธีนี้ก็ยังเป็นวิธีที่ใช้กันมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งหมดนี้คือวิวัฒนาการของการประหารชีวิตในสยาม ที่ดูเหมือนจะลดความทรมานลงทุกวัน ๆ ขณะเดียวกันที่สถิติการประหารชีวิตก็ค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ ทั้งในไทยและหลายประเทศทั่วโลก  ซึ่งที่เป็นอย่างนั้นก็ไม่ใช่เพราะว่าคนเรามีคุณธรรมกันมากขึ้นแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะบทลงโทษในสังคมทุกวันนี้มันเบาลงเรื่อย ๆ ต่างหาก.. ยิ่งไปกว่านั้น ในยุคที่บทลงโทษในสังคมเบาลงทุกวัน ขณะที่โจรผู้ร้ายมีมากขึ้นแบบนี้ ก็ยังมีคนในหลายประเทศออกโรงต่อต้านการประหารชีวิตกันอย่างมากมาย เพราะเห็นว่ามันโหดร้าย ก็ไม่แน่ว่า.. บางที โทษประหารอาจถูกล้มเลิกไปในอีกไม่เกิน 10 ปีข้างหน้าก็เป็นได้ และถ้าวันนั้นมาถึงเมื่อไหร่ สังคมก็คงวุ่นวายขึ้นน่าดู ที่มา : http://xchange.teenee.com/lofiversion/index.php/t46653.html, http://nongza.exteen.com/20101028/entry อ่านเพิ่มเติม >> 15 เครื่องมือทรมานโหดในอดีต Torture << >> เครื่องมือทรมานโหดในอดีต Torture ภาค 2 <<