ทรงผม2014

ยอดชาย เมฆสุวรรณ ยก ป๋าเดียร์
ยอดชาย เมฆสุวรรณ /  ป๋าเดียร์ ชุมพร / 

  เมื่อทราบข่าวการเสียชีวิตของ ป๋าเดียร์ ชุมพร เทพพิทักษ์ เหล่าศิลปินดาราต่างเดินทางมาร่วมแสดงความอาลัยอย่างคับคั่ง ด้านดารานักแสดงรุ่นใหญ่ ยอดชาย เมฆสุวรรณ ซึ่งเป็นอีกคนหนึ่งที่สนิทสนมและร่วมงานกับ ป๋าเดียร์ ชุมพร มาเป็นเวลายาวนานตั้งแต่รุ่นบุกเบิกของวงการบันเทิงไทยเลยก็ว่าได้ ได้เผยเรื่องราวในอดีตที่น่าจดจำและไม่เคยลืมเลือนของ ป๋าเดียร์ ว่าเป็นรุ่นพี่ที่คอยช่วยแนะนำเรื่องการแสดงตั้งแต่ตนเข้าวงการใหม่ๆ และยังเป็นพี่ชายที่ขี้แกล้ง ขี้อำ แม้พี่ชายคนนี้จะจากไปแต่ผลงานและความดีของพี่ชายก็ยังฝากไปยังคนรุ่นหลังต่อไป ลั่นอยากปั้นหุ่นขี้ผึ้งเก็บไว้เป็นความทรงจำและเป็นตำนานของหนังไทย!!   "ครั้งแรกที่ได้เจอกับพี่เดียร์ แกก็อำผมเลย และอำแรงด้วย แกเป็นคนตลก เห็นอะไรก็ขำไปหมด ครั้งนั้นผมไปถ่ายเรื่องนพเก้า ที่สระบุรี ซึ่งผมเป็นพระเอกพี่เดียร์เป็นผู้ร้าย หลังถ่ายเสร็จก็ไปพักที่โรงแรม นั่นเป็นการเจอกันครั้งแรกระหว่างเรา ช่วงประมาณ 6 โมงเย็นพี่เขาก็มาคุยกับเราในห้องพัก เรายังรู้สึกเลยว่าเขาเป็นคนดี เข้ามาสอนมาเทคแคร์ ตอนนั้นปี 2516 ผมก็เพิ่งได้เข้าวงการครั้งแรก และสักพัก แกก็บอกว่า เดี๋ยวกลับก่อนนะ เข้ากรุงเทพ จากนั้นประมาณทุ่มกว่าๆ ก็มีเสียงโทรศัพท์เข้ามาแล้วบอกว่าตอนนี้พี่เดียร์ถูกรถชนเสียชีวิตแล้ว พรุ่งนี้ให้ไปรดน้ำศพด้วยเราก็ตกใจเพราะเพิ่งคุยกันตอน 6โมงเย็น และเวลาประมาณช่วงตี 1 กว่าๆ เรากำลังจะเข้านอนก็ได้ยินเสียคนเคาะประตู พอเปิดประตูออกไปก็เห็นพี่เดียร์ยืนอยู่ เราตกใจมาก แกจะเป็นคนชอบขี้อำตลอด"   "มีอยู่ครั้งหนึ่งมันเหมือนเกิดเป็นปฏิหาริย์เพราะผมฝันเห็น หลวงปู่สงฆ์ จันทสโร วัดเจ้าฟ้า ศาลาลอย ซึ่งผมไม่เคยรู้จักท่านมาก่อน พอไปค้นในประวัติก็ได้เห็นภาพด้านตรงที่นั่งหลังโก่ง ผมจึงนำแบบมาปั้นหุ่นขี้ผึ้ง แต่ก็คิดในใจว่าเห็นด้านเดียว มันจะเหมือนหรือเปล่าแต่เราก็หยุดไม่ได้ แต่ถ้าจะทำต่อไปก็ลังเลกลัวจะไม่เหมือน สักพักก็มีเสียงกดออดที่หน้าบ้าน ปรากฎว่าเป็นพี่เดียร์มาหา ซึ่งปกติแกไม่เคยมาหาผมเลย พอแก้ห็นว่าผมกำลังปั้นพระอยู่ แกก็บอกว่าเหมือนแล้วหยุดทำเลยนะ แต่นี้พอไม่ต้องปั้นต่อ เพราะพี่เดียร์อยู่กับท่านมาตั้งแต่เด็กๆ ท่านเป็นอาจารย์ของพี่เดียร์ที่อยู่จ.ชุมพร เหมือนท่านดลจิตดลใจให้พี่เดียร์มาเช็คผลงาน"   "ระยะหลังพี่เดียร์กับผมจะติดต่อกันตลอด แกจะมาหาที่บ้าน มานั่งคุย วันที่แกเส้นโลหิตในสมองแตก แล้วไม่สบายหนักมาก แกให้เด็กผู้หญิงคนหนึ่งโทรมาบอกว่าแกไม่สบายเข้าโรงพยาบาล ตอนแรกเรานึกว่าแกอำ เพราะแกชอบอำเราก็เลยไม่เชื่อ เราก็พยายามจะตามหา เช็คไปตามโรงพยาบาล ซึ่งก็ไม่เจอชื่อของแกอยู่ที่โรงพยาบาลไหน สักพักมีผู้หญิงโทรมาบอกว่าพี่เดียร์กลับมาบ้านแล้ว เราเลยไปหา แล้วเห็นพี่เดียร์นอนอยู่บนเตียง น้ำตาผมไหลเลย ตอนนั้นแกพูดไม่ได้แล้ว เพราะเส้นโลหิตในสมองแตก"   "ตอนแกมีชีวิตอยู่ ผมไปบอกแกนะครับ ว่าอยากปั้นรูปแก แต่แกบอกว่ายังไม่ตาย ยังไม่อยากให้ปั้น แต่ตอนนี้ถ้าหนุ่ม ศรราม มีรูปอะไรเอามาให้ ผมก็อยากจะปั้น คือมันเป็นอีกหนึ่งความทรงจำ เพราะเขาเป็นตำนานของหนังไทยเลยนะ ไม่มีใครที่จะไม่รู้จัก ชุมพร เทพพิทักษ์ และวันนี้ที่แขกมาร่วมงานกันเยอะก็เพราะสิ่งต่างๆ ที่พี่เคยสร้างเอาไว้ มันเป็นผลสืบเนื่องมา ผมก็ขอให้พี่เดียร์ไปสู่สุคติ ไปอยู่ภพภูมิที่ยิ่งๆ ขึ้นไปครับ"   ป๋าเดียร์ ชุมพร เทพพิทักษ์     ยอดชาย เมฆสุวรรณ   ยอดชาย เมฆสุวรรณ   ยอดชาย เมฆสุวรรณ   ยอดชาย เมฆสุวรรณ   ยอดชาย เมฆสุวรรณ  

หนุ่ม ศรราม ยกคำสอนพ่อขึ้นกล่าวอาลัย! คนบันเทิงร่วมพิธีฌาปนกิจ ป๋าเดียร์ แน่นวัด
หนุ่ม ศรราม /  ชุมพร เทพพิทักษ์

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ โปรดให้ พลตรี มิตรอนันต์ จิตต์โสภา ประจำสำนักพระราชวังพิเศษระดับสูง เป็นผู้เชิญดอกไม้จันทน์ส่วนพระองค์เพื่อประทาน ฌาปนกิจศพ นายชุมพร เทพพิทักษ์ ณ ศาลาบำเพ็บกุศล วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ทั้งนี้ ท่านมุ้ย หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล เสด็จพร้อมด้วยหม่อมกมลา ยุคล ณ อยุธยา คุณแมงมุม หม่อมราชวงศ์ศรีคำรุ้ง ยุคล และนายพลดอลล่าร์ พล.ต.พัชร รัตตกุล เป็นประธานในงานฌาปณกิจนักแสดงอาวุโส ชุมพร เทพพิทักษ์ หรือพ่อของพระเอก หนุ่ม ศรราม โดยมีทางครอบครัว ญาติ และคนในวงการบันเทิงมาร่วมแสดงความอาลัยเป็นครั้งสุดท้ายกันเป็นจำนวนมาก อาทิ นิโคล+น้องทิกเกอร์, นัท มีเรีย, จิ๊บ วสุ, เก๋ ชลลดา, ต้อย เศรษฐา และอีฟ พุทธิดา, สุเชาว์ พงศ์วิไล, แม่น้อย โพธิ์งาม , ป๋าเทพ โพธิ์งาม, แหม่ม คัทลียา, ตั๊ก มยุรา, เต๋า สมชาย และภรรยา, บัวขาว บัญชาเมฆ ฯลฯ โดยทาง หนุ่ม ศรราม ได้กล่าวแสดงความรู้สึกถึงคุณพ่อชุมพร เป็นครั้งสุดท้าย ดังนี้ "สวัสดีแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน ตลอดทั้งงานได้ยินชื่อ นายคมสัน ตลอด ทุกคนคงคุ้นชินกับชื่อ เดียร์, ป๋าเดียร์ ซึ่งชื่อ คมสัน บอกความเป็นคุณพ่อได้เป็นอย่างดี เพราะมีหน้าตาคมสัน รูปหล่อ รูปร่างสูงใหญ่ เป็นเด็กหนุ่มจากปักษ์ใต้ คุณพ่อเข้าวงการอายุ 25 ปี ชื่อจริงของป๋า อาจจะไม่ค่อยได้มีใครได้ยิน ด้านนิสัยส่วนตัวของป๋า เป็นคนสุภาพ ขี้เล่น มีเสน่ห์ต่อผู้คนที่อยู่รอบข้าง มีน้ำใจต่อคนที่ด้อยกว่า และมีพรสวรรค์ในการทำงาน ป๋าอาจจะไม่ได้ร่ำเรียนมาโดยตรงเกี่ยวกับอาชีพที่ประกอบอยู่ แต่เรียนรู้แบบครูพักลักจำ ค่อยๆ เก็บเกี่ยวความรู้ต่างๆ" "สิ่งที่ป๋ามักจะสอนอยู่เสมอคือ เรื่องความ "กตัญญูกตเวที" ทั้งบุตรและธิดา ในเรื่องการสำนึกพระคุณต่อผู้มีพระคุณ มนุษย์ต้องรู้จักคำนี้ และเป็นสิ่งที่ลูกหลานทุกคนจดจำ และนำมาใช้ในการดำเนินชีวิต ผมขอยกตัวอย่างแค่เรื่องนี้เพียงเรื่องเดียวก็คงพอแล้ว ตลอดระยะเวลาในการสวดพระอภิธรรม ผมในฐานะลูก และตัวแทนครอบครัว ขอกราบขอบพระคุณ แขกผู้มีเกียรติทุกๆ ท่านที่เสียสละเวลามา มากราบเคารพศพป๋า และขออโหสิกรรม ผมกราบขอบคุณแขกผู้มีเกียรติ และผู้มีพระคุณทุกๆ ท่าน ผมกราบขอบพระคุณด้วยความเคารพ" พิธีฌาปนกิจ ป๋าเดียร์ - ชุมพร เทพพิทักษ์ พิธีฌาปนกิจ ป๋าเดียร์ - ชุมพร เทพพิทักษ์ พิธีฌาปนกิจ ป๋าเดียร์ - ชุมพร เทพพิทักษ์ พิธีฌาปนกิจ ป๋าเดียร์ - ชุมพร เทพพิทักษ์ พิธีฌาปนกิจ ป๋าเดียร์ - ชุมพร เทพพิทักษ์ พิธีฌาปนกิจ ป๋าเดียร์ - ชุมพร เทพพิทักษ์ พิธีฌาปนกิจ ป๋าเดียร์ - ชุมพร เทพพิทักษ์ พิธีฌาปนกิจ ป๋าเดียร์ - ชุมพร เทพพิทักษ์ พิธีฌาปนกิจ ป๋าเดียร์ - ชุมพร เทพพิทักษ์ พิธีฌาปนกิจ ป๋าเดียร์ - ชุมพร เทพพิทักษ์ พิธีฌาปนกิจ ป๋าเดียร์ - ชุมพร เทพพิทักษ์ พิธีฌาปนกิจ ป๋าเดียร์ - ชุมพร เทพพิทักษ์ พิธีฌาปนกิจ ป๋าเดียร์ - ชุมพร เทพพิทักษ์ พิธีฌาปนกิจ ป๋าเดียร์ - ชุมพร เทพพิทักษ์ พิธีฌาปนกิจ ป๋าเดียร์ - ชุมพร เทพพิทักษ์ พิธีฌาปนกิจ ป๋าเดียร์ - ชุมพร เทพพิทักษ์ พิธีฌาปนกิจ ป๋าเดียร์ - ชุมพร เทพพิทักษ์

หม่ำ น้ำตาเอ่อ! เผยลางสังหรณ์ก่อนพบศพ แวว จ๊กมก
แวว จ๊กมก

เผยลางสังหรณ์ก่อนน้องสาวเสียชีวิต!! ตลกชื่อดัง หม่ำ จ๊กมก น้ำตาคลอเบ้า บอกวันที่ แวว จ๊กมก เสียชีวิตไม่รู้เป็นอะไรอยากจะเข้าครัวเร็วๆ จนเกือบเย็นไม่เจอน้องสาว จึงตัดสินใจงัดห้องกระทั่งพบศพ บอกมีเวลาอยู่กับน้องก่อนเจ้าหน้าที่มาชันสูตรศพ ก็นึกถึงตอนที่เคยดุด่า เปรยขอให้น้องไปอยู่ในที่สุขสบาย ไม่ต้องห่วง... รายละเอียดดังนี้ ถั่วแระ "ก่อนที่เสียก็นัดจะไปคุยงานกัน" หม่ำ "วันนั้นเป็นลางสังหรณ์ว่าอยากลงมาที่ครัวเร็วๆ ผมจะลงมาก่อน พอผมลงมาก็ไม่เห็นเขา ปกติเขาจะมาปัดกวาด เลยผิดสังเกต บ่ายสามให้คนไปเคาะก็ไม่ตอบ สี่โมงไปเคาะก็ไม่ตอบ เลยให้คนไปงัดห้อง เพราะล็อกจากข้างใน (ก่อนหน้านี้มีอาการอะไรไหม) เขาไม่เคยเข้าโรงพยาบาล ไม่ได้ป่วยอะไร ไม่ชอบหาหมอด้วย เมียผมชวนไปก็ไม่ไป เขาบอกว่าถ้าไปก็จะไปเอง ตายก็ตายเอง คืนที่เขาจะเสียรู้สึกจะพูดมากกว่าทุกครั้ง หมอบอกตายประมาณ 8 โมง แล้วไปเจอศพตอน 4 โมงกว่าๆ เกือบ 5 โมงเย็น ผมว่าเขารีบคลานไปหาโทรศัพท์ เพราะเขามีเบอร์เมียผม พอเมียผมเข้าไปดูแล้วร้องเสียงหลง ผมรู้เลยว่าใช่แน่ ผมว่าเขาคงไม่ห่วงอะไรแล้ว คงห่วงลูกชายคนเล็ก กับลูกชายคนโตเพิ่งกลับมาจากฮ่องกง พอทราบข่าวก็มาเลย เขาเป็นห่วงคนเล็กมากกว่า" ถั่วแระ "แวว เป็นผู้หญิงที่ดีดดิ้นพอสมควร ถ้าฉายแววก็ไม่ต่างกับพี่ชายเลย เป็นคนสนุกสนานร่าเริง ตลกรู้จักกันหมด เป็นคนดีครับ" หม่ำ "จริงๆ เป็นคนสนุกสนาน ร่าเริง แต่เล่นกับผมไม่กล้าเล่นเท่าไหร่ จะชอบเล่นกับเมียผม เล่นกับน้อง ชอบทะเลาะกันกับน้อง เขาชอบร้องชอบเต้น ร้องเต้นทั้งวัน" ถั่วแระ "เขาเป็นแม่บ้านตัวน้อย หม่ำต้องการอะไร เพื่อนต้องการอะไร เขาจะหา จะทำอาหารคาวหวานให้พวกเรากินตลอด" หม่ำ "ผมนั่งเฝ้าศพเขาคนเดียวเป็นชั่วโมงก่อนที่เขาจะมาชันสูตร(เสียงเครือ) ลูบหลังคิดถึงตอนที่เคยดุด่าเขา เขาฟังแต่ไม่เคยทำตาม เมียกับญาติก็นั่งร้องไห้อยู่หน้าบ้าน ผมนั่งเฝ้าน้องคนเดียว ก็ขอให้น้องไปดี ไปอยู่ในที่ๆ สุขสบาย ขอให้น้องไปอยู่ในที่เบิกบานใจ ไม่ต้องเป็นห่วงข้างหลัง ลูกเต้าก็เป็นฝั่งเป็นฝาหมดแล้ว คุ้มแล้วแหละที่ใช้ชีวิตมา ขอให้แววไปดี" โดยเหล่าศิลปินตลกทั่วฟ้าเมืองไทย ต่างเดินทางมาร่วมพิธีรดน้ำศพ และแสดงความอาลัยกับอดีตนักแสดงตลกหญิงชื่อดัง แวว จ๊กมก หรือ แวววาว วงษ์คำเหลา ที่ศาลา 4 วัดคงคา อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี นำโดย หม่ำ จ๊กมก และครอบครัว, โน้ต เชิญยิ้ม, เจี๊ยบ เชิญยิ้ม, ค่อม ชวนชื่น ฯลฯ ทางทีมข่าว gossipstar.mthai.com ต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว "วงษ์คำเหลา" มา ณ โอกาสนี้อีกครั้ง สำหรับกำหนดการมีดังต่อไปนี้ สวดพระอภิธรรมศพวันที่ 10-14 ก.ค. 60 และฌาปนกิจศพในวันเสาร์ที่ 15 ก.ค. 60 เวลา 17.00 น. พิธีรดน้ำศพ แวว จ๊กมก พิธีรดน้ำศพ แวว จ๊กมก พิธีรดน้ำศพ แวว จ๊กมก พิธีรดน้ำศพ แวว จ๊กมก พิธีรดน้ำศพ แวว จ๊กมก พิธีรดน้ำศพ แวว จ๊กมก พิธีรดน้ำศพ แวว จ๊กมก พิธีรดน้ำศพ แวว จ๊กมก พิธีรดน้ำศพ แวว จ๊กมก

เนม รับแบบแมนๆ บอกเลิกเอง! ขำหาก คิทตี้ เปลี่ยนไปชอบเพศเดียวกัน
เนม ปราการ /  คิทตี้ ชิชา

      หลังมีข่าวเรื่องเลิกรากับแฟนสาว ล่าสุดนักร้องหนุ่ม เนม Getsunova หรือ เนม ปราการ ก็ได้ออกมารับแล้วว่าเป็นเรื่องจริง ซึ่งตนเป็นฝ่ายขอเลิกสาว คิทตี้ ชิชา เอง สาเหตุเกิดจากเรื่องนิสัยส่วนตัวของตน ยันไม่มีมือที่สาม เรื่องฝ่ายหญิงไปสนิทกับนางแบบตนรับรู้ตลอด โบ้ยถามทางคิทตี้เองจะเปลี่ยนรสนิยมไหม ส่วนที่ตนได้มาร่วมอีเว้นท์เดียวกับนางเอกที่ปลื้มอย่าง มิว นิษฐา นั้น เปรยยังไม่พร้อมมีใครในตอนนี้...      "จริงๆ เรื่องที่เกิดขึ้น เริ่มที่ตัวเนมเอง เนมอาจจะมีนิสัย หรือทำอะไรให้น้องเสียใจ และเป็นนิสัยส่วนตัวที่เนมยังแก้ไม่ได้ ก็เป็นเรื่องนิสัยส่วนตัวที่บางทีเราคุยกันไว้แล้วไม่เป็นตามที่ควรจะเป็น อยากให้มองว่าเรื่องนี้ เริ่มต้นจากตัวเนมเอง อาจจะเป็นแค่เรื่องนิดเดียวไม่ได้ร้ายแรง แต่ทำให้รู้สึกว่าไม่อยากอยู่กันไป แล้วทำให้เขาเสียใจไปอีกเรื่อยๆ ซึ่งเราก็มีปัญหาแบบนี้มาสักพักนึงแล้ว แต่ที่ไม่ได้พูดก่อนหน้านี้ เพราะไม่อยากจะพูดเท่าไหร่ คือ เนมกับน้องเขายังคุยกัน เป็นพี่น้องที่รักกันอยู่เหมือนเดิม เพียงแต่สถานะตอนนี้เปลี่ยนไปจากที่เคยเป็น"      "เรื่องมีที่สาม ไม่มีเลย ไม่มีเรื่องมือที่สามทั้งจากฝั่งเนมหรือฝั่งน้องเขาเลย อันนี้ขอยืนยัน เพราะเราคุยกันตลอด ความจริงเนมไม่อยากให้คนอื่นมากระซิบบอกพี่ๆ นักข่าว เพราะไม่แฟร์สำหรับเนมและตัวเขา ตัวน้องก็โดนผลกระทบค่อนข้างเยอะ แต่ยืนยันจากคำพูดเนมให้ทุกคนรับทราบว่าน้องเขาไม่ได้มีมือที่สาม หรือทำให้เนมเสียใจ อย่างที่บอกทุกอย่างเริ่มที่ตัวเนมจริงๆ"      "ปัญหาเกิดมา ก็นานพอสมควร จริงๆ ก็เป็นเรื่องที่คู่รักกันอยู่ด้วยกันแล้วมีปัญหาที่ค้างคาแล้วแก้ไม่ได้สักที เราก็เลยมามองกันว่าบางทีถ้าเราถอยห่างกัน อาจจะดีกว่า พยายามทำให้ดี แล้วต้องฝืนใจตัวเอง คือเขาก็ไม่ได้อยากจะเปลี่ยนอะไรที่เนมเป็น แล้วก็ไม่ได้อยากเปลี่ยนในสิ่งที่เขาเป็น เลยเป็นปัญหาที่สะสมมา ล่าสุดที่เนมให้สัมภาษณ์แล้วบอกว่ายังรักกันดีอยู่ คือ ตอนนี้เราก็ยังรักกันดีอยู่ แต่ความรู้สึกไม่เหมือนเดิม สถานะได้เปลี่ยนไปแล้ว แต่เขาก็ยังเป็นคนพิเศษสำหรับเนมอยู่เสมอ แล้วเนมก็ยังไม่ได้มีใครพิเศษไปกว่าเขา เนมก็ยังไม่ได้คิดจะมีใครใหม่เหมือนกัน"      "ห่างนานแค่ไหน ด้วยความที่ปัญหาสะสมมานาน จนถึงจุดที่เรามานั่งคุยกันว่าเราห่างกันเถอะ เราเปลี่ยนสถานะ ลดความต้องการ ความคาดหวังกับอีกคนจะดีกว่า เพราะยิ่งอยู่กันไปก็ยิ่งเหมือนทำร้ายกัน เป็นเรื่องนิสัยของเนมที่มีบางอย่างที่เขารับไม่ได้ คือ เขาพยายามมากๆ เลยนะกับเนม จนเนมต้องบอกว่าเราห่างกันสักพักดีกว่า"      "มันไม่ใช่เรื่องใครผิดไม่ผิด แต่ยอมรับว่าเรื่องเกิดขึ้นจากเนม ที่ทำให้เสียใจและเป็นนิสัยที่เรายังแก้ไม่ได้ เนมเป็นฝ่ายขอ จริงๆ ไม่ได้มีแบบขอหรือไม่ขอยุติ เพราะเป็นการคุยกัน"      "ข่าวคิทตี้มีคนใหม่ อันนี้เนมอยากพูดเลยว่าไม่ใช่เรื่องจริง อย่างที่บอกเรายังเจอกัน ยังคุยกันได้ตลอด แค่อาจจะลดลง แต่เรายังมีความรู้สึกดีๆ ให้กัน เขาก็จะอัปเดทเนมตลอดว่าทำงานอะไร เป็นยังไงบ้าง แล้วเรื่องที่เขามีกิ๊กใหม่ เนมว่าเนมรู้จักน้องเขาดีสุด น้องเขามีเพื่อนผู้ชายเยอะ แต่ไม่ได้หมายความว่าไปทำอะไรไม่ดีนะ เขาเป็นคนห่ามๆ ไม่ได้คิดมาก ถ้าใครรู้จักเขาจะรู้ว่าไม่มีอะไรไม่ดีขนาดนั้น แล้วถ้าจะให้เนมบอกว่าเขาสนิทกับใครที่สุดเนมก็บอกได้ เพราะตอนนี้เขาสนิทกับนางแบบสาวคนนึง เขาเล่าให้เนมฟังว่าเขาคุยกับคนนี้ทุกวัน แล้วคนที่เขารักที่สุดตอนนี้ คือ นางแบบสาวคนนั้น"      "เขาจะเปลี่ยนรสนิยมไปเลยไหม ไม่รู้ครับ อันนี้ต้องไปถามเขาเอง(หัวเราะ) เขาก็เป็นเพื่อนกันแหละ แต่น้องบอกว่าตอนนี้รักคนนี้ที่สุด สงสัยไหม ไม่รู้ ถ้าเปลี่ยนก็มาบอกก็ได้ ถ้าเปลี่ยนจริงๆ ผมว่าก็โอเค ขำๆ ดี(หัวเราะ) ก็ยังไม่รู้ว่าเขาพูดเล่นหรือยังไง"      "เขาไม่โกรธครับ เขาบอกพูดได้ เราคุยกับเขาแล้ว คิดว่าเขาไม่ได้ทำประชดด้วย ส่วนความสัมพันธ์ของน้องกับนางแบบคนนั้นจะเป็นยังไง พี่ๆ สื่อก็คงต้องไปถามน้องเขาเอง แต่ว่าอย่าให้เป็นประเด็นใหญ่โตเลย"      "พูดแบบนี้เหมือนเป็นการทิ้งระเบิดไหม ไม่ๆ ครับ ก่อนสัมภาษณ์ก็คุยกับน้องตลอด จริงๆ เนมสงสารเขานะ เขาโดนโจมตีอยู่ฝ่ายเดียว แล้วคนที่พูดถึงเรื่องนี้ไม่ควรจะพูดด้วยซ้ำ เพราะมีการป้อนข้อมูลผิดพลาดที่ไม่เป็นความจริง เรารู้สึกว่าไม่แฟร์ที่เขาจะโดนทำร้ายคนเดียว และโดนมองไม่ดี เพราะไม่ใช่ความผิดของเขาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ไม่อยากให้เป็นกระแสลบกับเขา"      "คือถ้าในอนาคต ระหว่างเนมกับน้องห่างกันไป แล้วเราจะกลับมาคุยกันใหม่ได้เหมือนเดิมก็ดี ตอนนี้เนมก็ไม่ได้อยากจะมีใคร อยากนั่งทบทวนตัวเอง ว่าเราต้องการอะไร ชีวิตควรจะเป็นยังไง ความสุขของเราคืออะไร โอกาสกลับมาเหมือนเดิม ก็มีโอกาสอยู่แล้ว เนมไม่เคยปิดโอกาส"      "สถานะตอนนี้ ขอใช้คำว่าห่างและอยู่นิ่งๆ คนเดียวดีกว่า แต่เราก็จบกันด้วยดี เวลา ไม่เสียดาย เพราะบางทีถ้าไปกันไม่ได้ หรือมีปัญหาก็ไม่อยากจะฝืน ให้ทรมานต่อไป ถ้าเห็นปัญหาแล้วตอนนี้ยังแก้ไม่ได้ ก็ควรจะห่างกันไว้ก่อน"      "ร่วมงานอีเว้นท์กับมิว(นิษฐา) สาวที่แอบปลื้ม ในงานยังไม่ได้เจอกันเลย แต่น้องมิวเคยเล่นเอ็มวีให้วงของเรา น้องก็เป็นนักแสดงที่เนมชื่นชอบตั้งนานแล้ว ตอนนี้ยังไม่พร้อมจะพัฒนากับใครทั้งนั้น อยากทบทวนตัวเองอยู่คนเดียว ไม่ใช่ว่าต่างคนต่างว่างแล้วต้องมาจับคู่กัน คือ ตั้งแต่เล่นเอ็มวีเสร็จก็ไม่ได้อะไร"      "สเปคไหม เขาก็เป็นนักแสดงที่เราชื่นชอบและชื่นชมครับ ตอนนี้ยังไม่อยากมีสเปคดีกว่า โอกาสร่วมงานกัน ปกติเนมจะไม่ใช้นางเอกซ้ำครับ(ยิ้ม)เพลงใหม่ ตอนนี้เก็ทสึโนว่า ชื่อว่า "พัง" เป็นเพลงเกี่ยวกับความรักที่ไปต่อกันไม่ได้ ก็เป็นจังหวะพอดีเลย จริงๆ ตอนไปอัดเพลงนี้ น้องก็ยังขับรถไปส่งอยู่เลย แต่บังเอิญเราห่างกันแล้วเพลงนี้ก็ปล่อยออกมาพอดี ปกติไม่รู้เป็นอะไร เวลาเราปล่อยเพลงออกมาส่วนใหญ่จะชอบตรงกับชีวิตเนมและนาฑีตลอด ก็ฝากติดตามด้วยครับ" เนม กล่าว ขอบคุณ ภาพจากไอจี @nameraiva, @kittychicha เนม ปราการ   เนม ปราการ   เนม ปราการ   เนม ปราการ   เนม - คิทตี้  

ไผ่ เชื่อใจ น้ำตาล สนิท ไฮด์ ไม่จำเป็นต้องโชว์หวานสยบข่าวรักร้าว!!
ไผ่ พาทิศ /  น้ำตาล พิจักขณา / 

        คบหาดูใจกันมาตั้งนาน แต่ก็ยังปากแข็งไม่ยอมใช้คำว่าแฟนสักที สำหรับคู่ของนางเอกสาว น้ำตาล พิจักขณา และหวานใจหนุ่ม ไผ่ พาทิศ รูปคู่หวานๆ ก็ไม่ค่อยจะได้เห็น แถมยังมีข่าวระหองระแหงรักๆ เลิกๆ ออกมาอยู่บ่อยๆ ล่าสุดฝ่ายหญิงก็ไปสนิทสนมกับดาราหนุ่มรุ่นน้อง ไฮด์ ศรุญสธร มีรูปคู่โพสต์ไอจีและยังควงกันไปดูคอนเสิร์ตเกาหลีอีก จนหลายคนสงสัยในความสัมพันธ์ งานนี้ หนุ่มไผ่ ออกตัวเลยว่าไว้ใจและเชื่อใจ เพราะรุ่นน้องคนนี้ตนก็รู้จัก เคยไปทานข้าวด้วยกัน รู้อยู่แล้วว่าเป็นรุ่นน้องที่ร่วมงานกับ สาวน้ำตาล ส่วนความสัมพันธ์ของทั้งคู่นั้นยังเหมือนเดิม และไม่จำเป็นต้องโชว์ภาพหวานสยบข่าวรักร้าว เพราะทุกอย่างยังปกติ              "วันนี้มาร่วมงานกับช่อง 8 เพราะทางพี่กุ้งติดต่อมาทางพี่เหน่ง ดูบทแล้วน่าสนใจ มันเป็นแนวแบบใหม่ที่ไม่เคยเล่น ก็เลยได้มาร่วมงานกันครับ เป็นจ็อบบายจ็อบครับ ไม่ได้เซ็นสัญญา เป็นนักแสดงอิสระครับ ความจริงยังไม่ได้เริ่มถ่ายทำเลย แต่มีการฟิตติ้งไปแล้ว ก็ไม่ได้ปรับจูนอะไรมาก เราก็ทำความเข้าใจเรื่องบทและคุยกับผู้กำกับว่าเราคิดแบบนี้นะ เดี๋ยวไปดูกันอีกทีที่หน้ากอง ตัดสินใจไม่นานก็รับครับ เพราะดูแล้วว่าแบบนี้ไม่เคยเล่นก็อยากเล่นครับ"             "ห่างหายจากงานละครประมาณ 1-2 ปี ก่อนหน้านี้ก็มีไปเรียนแอคติ้งใหม่ ไปฟื้นฟูใหม่นิดนึงเท่านั้นเอง หลังจากนี้ก็จะได้เห็นงานละครมากขึ้น ตอนนี้ไม่ได้มีเซ็นสัญญากับที่ไหน ก็ดูจากบทละครเป็นหลัก บทไหนน่าสนใจและเราทำได้ก็จะได้ไปร่วมงานครับ ไม่มีสัญญาแบบนี้ก็ยังไม่ได้คิดเรื่องความต่อเนื่องของงานนะครับ เราก็ทำอะไรหลายอย่างอยู่เหมือนกันครับ"             "ข่าวที่ว่าช่วงหลังๆ ห่างกับน้ำตาล ก็ไม่ครับ ยังปกติอยู่เหมือนเดิมครับ ยังสนิทเหมือนเดิมครับ มีข่าวแบบนี้ก็ไม่งงครับ เฉยๆ เราอยู่วงการมานานมันก็มีข่าวอะไรมาเรื่อยๆ อยู่แล้ว มีอะไรเราก็คุยกันปกติครับ ที่คนจับตาว่าไม่ได้ลงรูปคู่เหมือนแต่ก่อนเพราะมันไม่ได้ถ่ายครับ พอดีช่วงนี้ฝนตกดีเลยเข้าป่าบ่อย"             "ข่าวมือที่ 3 ว่าเค้าไปดูคอนเสิร์ตกับไฮด์ ผมก็รู้จักครับ เคยกินก๋วยเตี๋ยวด้วยกัน อันนี้เรารู้อยู่แล้วครับว่าไม่ใช่ ก็เป็นรุ่นน้องที่สนิทกัน เค้ารู้จักและเคยร่วมงานกัน เวลาไปไหนมาไหนก็ไม่ถึงขนาดต้องบอกอะไรกันตลอด เค้าก็มีเพื่อนๆ ของเค้า เราก็รู้จักเพื่อนๆ เค้าหมดครับ ก็เลยไม่ได้เป็นห่วงอะไรเรื่องนี้ เป็นห่วงเรื่องอื่นมากกว่าครับ"             "กับเราไม่ค่อยลงรูป แต่กับเค้าลงรูปเยอะ อันนี้ก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมากครับ คนร่วมงานกันก็มีถ่ายรูปกันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วครับ เราไว้ใจ เข้าใจครับ จะโชว์รูปหวานสยบข่าวมั้ยเหรอ คือเวลาผมไปด้วย ผมก็เป็นตากล้องมากกว่า ไม่ได้มีตัวเราอยู่ในภาพ เราอยู่หลังกล้องไง การเจอกันก็แล้วแต่โอกาสครับ เมื่อไหร่จะขยับความสัมพันธ์เป็นแฟนเหรอ ก็ไม่รู้ว่ามันจะต้องขยับไปไหน เราก็ไปเรื่อยๆ ถึงเวลาเดี๋ยวค่อยว่ากันอีกทีครับ" ไผ่ กล่าว          ไผ่ พาทิศ   ไผ่ พาทิศ   ไผ่ พาทิศ   ไผ่ พาทิศ   ไฮด์-น้ำตาล   ไฮด์-น้ำตาล   ไฮด์-น้ำตาล   ไผ่-น้ำตาล   ไผ่-น้ำตาล   ไผ่-น้ำตาล  

หนุ่ม ศรราม  เผยครั้งแรกหลังสูญเสียป๋าเดียร์ รับสภาพจิตใจดีขึ้น ซึ้งคนส่งกำลังใจเยอะ
ชุมพร พ่อ หนุ่ม ศรราม /  ข่าว หนุ่ม ศรราม / 

  เรียกว่าเป็นการสูญเสียครั้งสำคัญของพระเอกตลอดกาลอย่าง หนุ่มศรราม เทพพิทักษ์ ที่ต้องมาสูญเสีย ป๋าเดียร์ ชุมพร เทพพิทักษ์ ไป ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เจ้าตัวได้เตรียมทำใจไว้บ้างแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้หนุ่มศรราม ปิดปากเงียบมาตลอดเพราะยังทำใจไม่ได้ แต่ล่าสุดวันนี้ 16 ก .ค.เวลา ( 18.00 น.) หนุ่มศรราม ยอมให้สัมภาษณ์และยอมรับว่า   "ลำดับแรกเลย ผมและครอบครัวเทพพิทักษ์ เราน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์โสม ที่พระองค์ท่านทรงประทานน้ำหลวงมาอาบศพและพวงมาลา ให้กับป๋า ก็ต้องกราบขอบพระคุณผู้หลักผู้ใหญ่ทุกๆท่าน ที่มีต่อป๋า มีต่อผม และครอบครัว เพราะถ้าให้เอ่ยนามก็คงจะไม่หมดนะ ผมขอกราบขอบพระคุณด้วยความเคารพครับผม ส่วนสภาพจิตใจ ตอนนี้ก็ดีขึ้นครับ   พรุ่งนี้ก็จัดงานให้ป๋าเสร็จเรียบร้อยมีพิธีฌาปณกิจ จะเก็บอัฐิไว้ส่วนหนึ่งไว้ที่วัดสระเกศ เอาไว้ให้ลูกหลานได้มีโอกาสมากราบไหว้ มาทำบุญทุกปีให้กับป๋า อีกส่วนหนึ่งจะเอาไปลอยอังคารนะครับ ส่วนสถานที่นี้ ขออนุญาตแจ้งอีกทีครับผม ส่วนสภาพจิตใจคุณแม่เหมือนเดิมครับเพราะว่าอาการที่ป๋าป่วย เรารับทราบกันมานานแล้ว และก็สิ่งที่เราดูแลป๋า ในยามที่ท่านยังมีลมหายใจอยู่ เชื่อว่าตัวผมเอง และพี่น้องทุกคน รวมทั้งตัวผมเอง ดูแลป๋าอย่างดีที่สุดครับผม"   สำหรับพิธีฌาปณกิจ ของคุณพ่อชุมพร เทพพิทักษ์ ในวันที่ 17 ก.ค.2560 จะมีการเคลื่อนศพไปตั้งที่ศาลาบำเพ็ญกุศล เวลา 09.00 น. เริ่มทำการทอดผ้าบังสุกุล เวลา 15.50 น. และฌาปณกิจ เวลา 16.00 น. ณ วัดสระเกศ

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

น้ำตาอาบแก้ม เอ็มมี่ แม็กซิม โกนหัวบวชชี!! แล้ววันนี้
เอ็มมี่ แม็กซิม /  ข่าว เอมมี่ Maxim

น้ำตาไหลนองด้วยความซาบซึ้ง ดาราสาว เอ็มมี่ แม็กซิม ปลงผมบวชชี เป็นเวลา 15 วัน โดยแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต ณ เสถียรธรรมสถาน เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับบิดาผู้ล่วงลับ เพื่อคุณแม่ที่ยังมีชีวิตอยู่ได้เห็น และ เพื่อทำความดีให้กับลูกๆ เห็น ซึ่งก็มีทางครอบครัวและพี่น้องในวงการมาร่วมอนุโมทนาบุญกันอย่างอบอุ่น ทั้งนี้ทางทีมข่าว Gossipstar.mthai.com ต้องขอร่วมอนุโมทนาบุญมา ณ โอกาสนี้ "ความตั้งใจบวชครั้งนี้ของเอ็มมี่คือพ่อป่วย พ่อเคยบอกว่าอยากจะบวชตลอดชีวิตสุดท้ายพ่อก็จากพวกเราไปโดยที่ไม่ได้บวช เลยคิดว่าตัวเองที่ยังมีชีวิตอยู่และยังมีแรงที่พอจะปฏิบัติอยู่ในร่มกาสาวพัสตร์ได้ก็เลยบวชให้คุณพ่อค่ะ และในขณะที่บวชให้คุณพ่อแล้ว จะขาดคุณแม่ได้ยังไงตอนนี้อยากจะทำความดีตอบแทนบุณคุณแม่ในขณะที่แม่ยังมีชีวิตอยู่และอยากจะเป็นคนดีให้ลูกเห็นค่ะ เอ็มมี่ตั้งใจจะบวช 15 วันค่ะ" "นอกจากครอบครัวเอ็มมี่และเพื่อนๆ กัลยานมิตรที่เอ็มมี่รักที่สุดแล้วก็คือผมนี่แหละค่ะที่คอบปกคลุมศรีษะเอ็มมี่มาตั้งแต่เกิด เป็นสิ่งที่เอ็มมี่รักมากที่สุด แต่วันนี้พร้อมที่จะปลงแล้ว พร้อมที่จะอยู่แล้วในร่มกาสาวพัสตร์แล้วทุกๆ อย่างค่ะ แล้วผมเอ็มมี่ก็จะนำไปบริจาคให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งค่ะ" "รู้สึกตื่นเต้นมากกว่าว่าเราจะต้องปลงผมจริงๆ แล้วนะ อยู่กับแม่ให้มากขึ้นเมื่อก่อนจะไม่ได้อยู่กับแม่นอนกับลูกทุกวัน" "เอ็มมี่เข้าใจว่าในความรู้สึกของคนอื่นเราคือเซ็กซี่สตาร์ เอ็มมี่ไม่สามารถที่ให้ใครมองว่าเราเป็นแบบไหนได้ ณ วันนี้เอ็มมี่รู้ดีที่สุดแล้วว่าเจตนาเราคืออะไร และเรากำลังทำอะไรอยู่แค่นี้ค่ะ แต่เอ็มมี่ก็มีทิ้งทวนถ่ายแบบให้ดูก็ยังเป็นเอ็มมี่แมกซิมอยู่ค่ะ ยังคงความเซ็กซี่เหมือนเดิม เอมมี่มีครอบครัวต้องดูแล อยากให้ทุกคนแยกแยะว่าตอนนี้เอมมี่ทำอะไร ก่อนหน้านี้เอ็มมี่เป็นอะไรและอนาคตเอ็มมี่จะเป็นอะไรดีกว่า" "การตัดผมเอ็มมี่ว่าไม่ง่ายนะ แม้จะทั้งผู้ชายจะบวชให้พ่อแม่แต่ละครั้งยังอยากเลย บางคนหนีออกจากบ้านพ่อให้บวชยังมีเลย เพราะฉะนั้นการที่เราจะตัดสิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้วเนี่ยมันยากนะเอ็มมี่เลยมองว่าใครจะมองเอ็มมี่แบบไหนก็ไม่เป็นไร(ร้องไห้) ณ วันนี้เจตนาเอ็มมี่คืออะไรแค่นี้พอ ณ วันนี้ก็อยากขออโหสิกรรมผ่านตรงนี้เลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นอดีตชาติหรือปัจจุบันชาติที่เอ็มมี่เคยล่วงเกินด้วยใจก็ดี ด้วยใจก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ทั้งตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจก็ดีเอมมี่ขออโหสิกรรม ณ วันนี้ค่ะ" เอ็มมี่ กล่าว เอ็มมี่ แม็กซิม บวชชี เอ็มมี่ แม็กซิม บวชชี เอ็มมี่ แม็กซิม บวชชี เอ็มมี่ แม็กซิม บวชชี เอ็มมี่ แม็กซิม บวชชี เอ็มมี่ แม็กซิม บวชชี เอ็มมี่ แม็กซิม บวชชี เอ็มมี่ แม็กซิม บวชชี เอ็มมี่ แม็กซิม บวชชี เอ็มมี่ แม็กซิม บวชชี เอ็มมี่ แม็กซิม บวชชี เอ็มมี่ แม็กซิม บวชชี เอ็มมี่ แม็กซิม บวชชี เอ็มมี่ แม็กซิม บวชชี เอ็มมี่ แม็กซิม บวชชี

พูนทรัพย์แอร์ เซอร์วิส

จำหน่าย พร้อมติดตั้ง รวมถึง ล้าง ซ่อม ย้ายเครื่องปรับอากาศ ทุกยี่ห้อ ในราคาที่เหมาะสมครับ ดูแลบริการหลังการซื้อขายเป็นอย่างดี พร้อมประสบการณ์มากกว่า 20ปี ครับผม ติดต่อ 095-442-8992 02-990-4745 Boost post