ทรงผม2014

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

ดูหนังใหม่ รอบพิเศษ Exodus : Gods and Kings (30ที่นั่ง)
Exodus: Gods and Kings /  ชิงรางวัล / 

เอ็มไทยมูฟวี่พรีวิวครั้งที่ 710 จากผู้กำกับ แกลดิเอเตอร์ "Exodus : Gods and Kings" ทเวนตี้เซนจูรี่ ฟ๊อกซ์, เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์ และ เว็บเอ็มไทย แค่บอกว่าจากผู้สร้าง แกลดิเอเตอร์ก็น่าดูแว้ววว Exodus: Gods and Kings - เอ็กโซดัส ก็อดส์ แอนด์ คิงส์ จากผลงานการกำกับของผู้กำกับฯชื่อดัง ริดลีย์ สก็อตต์ อลังสมใจแน่นแน่  หนังยาว 2.30 ชม. เชียวหล่ะ จุใจ มีมาให้ จำนวน 15 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง ฉายวันพุธที่ 3 ธันวาคม 2557 รอบ 20.00 น. (รับบัตรเวลา 19.00 -19.50 น. ) โรงภาพยนตร์ เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์ รัชดา สมาชิกท่านใดสนใจไปดู ร่วมสนุกกับกิจกรรมนี้เลย Exodus: Gods and Kings - เอ็กโซดัส ก็อดส์ แอนด์ คิงส์ เล่าถึงเรื่องราวของบุรุษท่านหนึ่งผู้กล้าท้าทายอาณาจักรมหาอำนาจ สก็อตต์ได้หยิบเรื่องราวของผู้นำการต่อต้าน โมเสส (คริสเตียน เบล) มาเล่าใหม่ เมื่อเขาลุกขึ้นมาต่อต้านกษัตริย์ฟาโรห์ของชาวอียิปต์ผู้มีนามว่า แรเมซีส (โจเอล เอ็ดเกอร์ตัน) โดยนำทาสนับ 600,000 คน เดินทางหลบหนีจากอียิปต์และภัยพิบัติอันเลวร้ายที่จะเกิดขึ้นด้วยความกล้าหาญ โดยในการถ่ายทำมีการใช้วิชวลเอ็ฟเฟ็กต์และภาพ 3 มิติที่ล้ำสมัยดูสมจริง คำถาม 1. เอ่ยชื่อ โมเสส ขึ้นมา คุณรู้ไหมว่าเขาคือใคร (เอาตามความรู้ของตนเอง) 2. ใกล้วันพ่อแล้ว ขอคำคม คำไพเราะ เกี่ยวกับคุณพ่อ วันพ่อ สักคนละหนึ่งคำครับ แบบไหนก็ได้ จะอ่านแล้วซึ้ง อ่านแล้วยิ้ม หรืออ่านแล้วอารมณ์ดี  ช่วยผมคิดหน่อยนะคร้าบบบบ * อ่านหน่อยครับ ล๊อกอินกันก่อน แล้วโพสคำตอบลงกระทู้นี้ได้เลย สำหรับสมาชิกที่กรอกข้อมูลครบถ้วนเท่านั้น ก่อนจะตอบคำถาม แน่ใจหรือยังเอ่ย ว่าได้กรอกชื่อจริงนามสกุลที่อยู่เบอร์โทรไปครบแล้ว ยังงงว่ากรอกตรงไหนหล่ะซี่ ดูมุมขวาบนของจอ ตรงสวัสดีชื่อเรา คลิกเข้าไปเพิ่มเติมนะครับ กรอกให้ครบ จะได้ไม่เสียสิทธิ์ของตนเอง ขอบคุณครับผม คลิกไปดูหน่อย แล้วก็ตอบในหน้านี้เท่านั้น ประกาศผล จันทร์ 1 ธันวาคม 2557 เวลา 10.00 น. เล่นแล้วอย่าลืมว่าเล่นไว้ คอนเฟิร์มได้จนถึง 10.30 น. อังคาร 2 ธันวาคม โทรสำรองวันอังคาร เวลา 11.00 - 12.00 น. โดยเข้ามาเช๊คในกระทู้ ว่ามีที่ว่างไหม . สนับสนุนกิจกรรมโดย ทเวนตี้เซนจูรี่ฟ๊อกซ์ และ เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์

ละครสามใบไม่เถา , เรื่องย่อสามใบไม่เถา
สมาร์ท กฤษฏา /  พรีม รณิดา / 

เรื่องย่อละคร “สามใบไม่เถา” บทประพันธ์ : อาริตาบทโทรทัศน์ : ชลนภัสส์/ตุณย์กำกับการแสดง : ชาตโยดม หิรัณยัษฐิติวันเวลาออกอากาศ : ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องรักของสามสาวในครอบครัวคุณพ่อจอมหวง.. หนึ่ง.. คือรักมั่นคงของลูกสาวคนโต ที่พร้อมจะท้าทายกฏเหล็ก อีกหนึ่ง.. คือรักสุดห้าวลูกสาวคนกลาง ที่รู้แจ้งเรื่องผู้ชายจนยากจะหาใครดีพร้อมสำหรับตัวเอง และอีกหนึ่ง.. คือรักซ่อนรูปของน้องสาวคนสุดท้องอันยากจะหักห้าม กว่าจะได้มาซึ่งความรักที่มีอุปสรรคคือคุณพ่อขี้หวง พวกเธอยังต้องเอาชนะทั้งหัวใจตัวเองและคนที่เธอรัก ที่นำมาซึ่งรสชาติหลากหลายของสิ่งที่เรียกว่า “ความรัก” อัษฎา มีลูกสาว 3 คน.. สวยล้ำทุกคน ผู้เป็นพ่อหวงลูกสาวเรียกว่าจงอางหวงไข่ยังน้อยไป อัษฎาเป็นเหมือนพญานาค 8 เศียรที่แผ่ทุกเศียรปกป้องลูกสาวจากบรรดาหนุ่มๆ ความสัมพันธ์ในครอบครัวอัษฎานับว่าแปลกทีเดียว อัษฎา กับ บราลี ภรรยา ต่างมีลูกติดและทั้งสองมีลูกของเรา อุรวสา คนโตเป็นลูกติดอัษฎาที่สนิทสนมกับแม่เลี้ยงตั้งแต่เล็ก ไม่ค่อยกินเส้นกับพ่อแท้ๆ ตัวเอง อันตรา คนรองเป็นลูกติดบราลี แต่กลับเป็นคู่ซี้อัษฎาพ่อเลี้ยง ลุยไหนลุยกัน คุยกันได้ทุกเรื่อง อินทุอร คนเล็กสนิทกับทั้งพ่อทั้งแม่ มีดีที่ลีลาออดอ้อนให้พ่อยอมทำตามทุกอย่างได้โดยดุษฏี สามศรีพี่น้องรักใคร่สามัคคีกันดี ต่างไม่คิดว่าเป็นลูกคนละพ่อคนละแม่ เนื่องด้วยพ่อกับแม่รักลูกทุกคนเท่ากัน เมื่อต้นปี อุรวสา กลับจากอเมริกาหลังไปใช้ชีวิตที่นั่นหลายปี หอบใบปริญญามหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก และดีกรีนักออกแบบมือรางวัลกลับมาให้พ่อแม่ภูมิใจ ทว่าสิ่งที่พ่อแม่ไม่รู้ก็คือ อุรวสาหอบสามีกลับมาด้วย... แสงฉาน แฟนหนุ่มจูงมืออุรวสาเข้าโบสถ์แต่งงานเรียบร้อยโรงเรียนอเมริกัน ทั้งสองอยู่กินกันฉันสามีภรรยามา 2 ปีแล้ว อุรวสาเป็นคนต้องการปิดเรื่องแต่งงาน เพราะพ่อคาดหวังกับลูกเขยคนโตไว้สูงลิบ ต้องเป็นคนดี เจ้าของกิจการใหญ่โต ฐานะมั่นคง แต่แสงฉานเป็นแค่เชฟจบใหม่ ไฟแรง จิตใจดี ดีกรีเกียรตินิยมเหรียญทองอันดับหนึ่งอุรวสาตั้งเงื่อนไขจะพาแสงฉานไปกราบพ่อในฐานะสามี ก็ต่อเมื่อแสงฉานสร้างเนื้อสร้างตัวทำตามฝันตัวเอง เป็นเจ้าของร้านอาหารไทยฟิวชั่นประยุกต์จนติดอันดับโลกได้ก่อน ฝ่ายแสงฉานได้แต่ยิ้มฟังตามประสาชายหนุ่มอารมณ์ดีอยู่เป็นนิจ รู้ดีว่าเมื่อแฟนสาวคนเก่งแสดงเจตจำนงใด อีกฝ่ายห้ามต่อรอง อันตรา สาวห้าวคนรองเปิดธุรกิจฟิตเนส แต่ด้านหน้าแบ่งเป็นสำนักงานนักสืบ เธอเจริญรอยตามพ่อแท้ ๆ ที่เป็นตำรวจสายสืบซึ่งเสียชีวิตตอนสืบคดีๆ หนึ่ง อันตราได้รับการว่าจ้างให้สะกดรอยตาม เวสน์ ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา ผู้ว่าจ้างสาวคนหนึ่งสงสัยว่าชายหนุ่มแอบซุกหญิงอื่นไว้ เวสม์รู้ตัวว่าถูกตาม พยายามคาดคั้นอันตราว่าใครจ้าง แต่เธอไม่ยอมบอกเพราะผิดจรรยาบรรณนักสืบ อันตราสมเพชเวสน์ที่หน้าตาก็ดีไม่น่า... ขายตัว เวสม์อึ้งที่อันตราหาว่าเป็นแมงดา เขาขำแกมประทับใจในจินตนาการของสาวเจ้า เพราะตั้งแต่เกิดมาไม่เคยโดนใครด่าว่าเป็นแมงดาแบบนี้...วสม์ไปสมัครเป็นสมาชิกฟิตเนสอันตรา อันตราประกาศไม่รับแมงดาเป็นสมาชิก แต่ลูกน้องดันรับเงินให้ใบเสร็จเวสน์ไปแล้ว จึงบังเกิดเรื่องโกลาหลอยู่เนืองๆ เมื่อเวสม์มาออกกำลังกาย ชายหนุ่มชอบยั่วให้อันตรายัวะแล้วเถียงกัน เวสม์สนุกเวลาต่อปากต่อคำกับอันตราสาวห้าวเป็นอย่างยิ่ง เขาพยายามเซ้าซี้ถามว่าใครจ้างตามสืบ.. แต่อันตรารูดซิปปากสนิท ซิปไม่มีแตกงานวันเกิดอัษฎาจัดขึ้นทุกปี ปีนี้พิเศษกว่าปีก่อนเพราะมีแขกพิเศษ ภิสิต เพิ่งเดินทางกลับจากฝรั่งเศสหลังไปทำงานเป็นผู้ช่วยทูตอยู่ 10 กว่าปี อินทุอรใจเต้นระส่ำเมื่อเห็น...คุณอาสิต ย้อนไปเมื่ออินทุอร 7 ขวบ เด็กหญิงตัวน้อยไปงานเลี้ยงกับพ่อ พวกผู้ใหญ่ออกไปเต้นรำ เด็กหญิงอินทุอรเฝ้ามองผู้ใหญ่เต้นรำกอดกัน ประหนึ่งเป็นเจ้าชายเจ้าหญิงในนิทาน เด็กหญิงอินทุอรฝัน จะมีเจ้าชายขี่ม้าขาวมาขอเต้นรำ อาสิตเดินมาหา โค้งให้เด็กหญิงตัวน้อย จูงมืออินทุอรออกไปเต้นรำโดยคุณอาสิตอุ้มอินทุอรตลอดเพลง ตั้งแต่นั้นมาเด็กหญิงอินทุอรก็ติดคุณอาสิตแจ จนกระทั่งภิสิตถูกส่งไปประจำที่ฝรั่งเศสจึงห่างเหินกัน ผ่านมา 10 กว่าปีใครต่อใครคิดว่าอินทุอรลืมภิสิตแล้ว หากแต่ความจริง...ภิสิตเป็น...รักฝังใจอินทุอร รักฝังใจที่เป็นไปไม่ได้... เพราะภิสิตแต่งงานแล้วภิสิตสนิทสนมกับครอบครัวอัษฎามากพอจะเล่าเรื่องส่วนตัว เขามีชีวิตการแต่งงานล้มเหลวไม่เป็นท่า เมื่อภิสิตพูดถึง บุษบาบัณ อินทุอรสังเกตเห็นนัยน์ตาเศร้า ๆ แล้วสงสารจับใจ โดยไม่รู้ตัวเลยว่านั่นคือ..จุดเริ่มต้นของ “ความรัก” ความที่เป็นคนมีหน้ามีตาในสังคม ภิสิตกับบุษบาบัณตกลงอยู่กันฉันท์สามีภรรยาแต่เพียงในนามมานานหลายปีแล้ว อัปสร ป้าของภิสิตรับรู้ความไม่ลงรอยในชีวิตคู่ของหลานชายคนเดียว เธอสงสารหลานมาตั้งแต่เริ่มต้นชีวิตคู่แล้ว ภิสิตถูกพ่อจับแต่งงานกับบุษบาบัณเพราะความเหมาะสมทางสังคม เขาเป็นคนหนุ่มบ้างานมุ่งมั่นจะประสบความสำเร็จในกระทรวงฯ ตรงข้ามกับบุษบาบัณที่เป็นสาวเปรี้ยวเฉี่ยว ชอบสังคม รักการเที่ยวเตร่ ใช้เงินซื้อความสุขทุกอย่าง แม้แต่ตอนที่แต่งงานแล้ว.. ขณะอยู่ที่ฝรั่งเศสบุษบาบัณก็ยังไม่หยุดเที่ยว เธอควงชายหนุ่มไม่เลือกหน้าโดยไม่เกรงใจภิสิตผู้เป็นสามีเลยแม้แต่น้อย จนในที่สุดภิสิตทนไม่ได้ ตกลงต่างคนต่างอยู่ มีชีวิตส่วนตัวเป็นของตัวเอง ซึ่งบุษบาบัณก็ไม่รู้สึกอะไร... ดีเสียอีกที่เธอจะได้สนุกกับชีวิตสาวโสดได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องเกรงใจใคร ! เมื่อภิสิตกลับมาเมืองไทยแล้ว ป้าอัปสรอยากให้ภิสิตหย่าขาดให้เป็นเรื่องเป็นราวเสียที เขาจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่...แผ่นดินไม่ไร้เท่าใบพุทรา ผู้หญิงดีๆ มีออกถมเถ แต่ภิสิตไม่กล้าพอที่จะทำแบบนั้น ด้วยเพราะภาระทางสังคมและเกียรติยศชื่อเสียงวงศ์ตระกูลระหว่างบุษบาบัณกับเขายังค้ำคออยู่ ในวันหยุดวันหนึ่ง.. ภิสิตเจออินทุอรที่บ้านป้าอัปสร จึงได้รู้ว่าอินทุอรเป็นเพื่อนต่างวัยของอัปสรเพราะชอบฟังเพลงลูกกรุงเหมือนๆ กัน อินทุอรมักจะจูงมืออัปสรไปดูคอนเสิร์ตชรินทร์ นันทนาคร อยู่บ่อยๆ เหตุที่อินทุอรชอบเพลงของชรินทร์ก็เพราะนั่นเป็นเพลงแรกที่ภิสิตเต้นรำกับอินทุอรตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ภิสิตกับอินทุอรจึงมีโอกาสพบกันอยู่บ่อยครั้ง อัปสรทำตนเป็นแม่สื่อชั้นดี ให้อินทุอรแสดงฝีมือทำกับข้าวให้ภิสิตกิน ให้อินทุอรถักเสื้อหนาวให้ภิสิตเผื่อภิสิตถูกส่งไปประจำเมืองหนาว หนำซ้ำอัปสรยังให้ภิสิตไปรับไปส่งอินทุอรที่บ้านอยู่บ่อยๆ ภิสิตรู้ทัน... อัปสรต้องการจับคู่เขากับอินทุอร ไม่ใช่อินทุอรคนเดียวที่จำงานเต้นรำคืนนั้นได้ ภิสิตเองก็จำภาพเด็กหญิงตัวน้อยน่ารักแก้มแดงสุกปลั่งเป็นที่น่าเอ็นดู โตเป็นสาวอินทุอรยิ่งสวย สวยจนทำให้ภิสิตหวั่นไหวตั้งแต่วันที่เจอกันงานวันเกิดอัษฎา ภิสิตไม่กล้าแสดงออกด้วยเกรงใจอัษฎา ภาระทางสังคมอันยิ่งใหญ่...ทำให้ความรักระหว่างเขากับอินทุทรเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้... หากแต่ขณะนี้ความรักระหว่างอินทุอรกับภิสิตเกิดขึ้นแล้ว .. เขาและเธอต่างพึงใจซึ่งกันและกัน ก่อเกิดความผูกพันโดยทั้งคู่ไม่ได้ตั้งใจเลยแม้แต่น้อย... อันตราขี่มอเตอร์ไซค์สะกดรอยตามเวสม์ตามภารกิจนักสืบ แต่เวสม์จับได้จึงแกล้งสะกดรอยอันตรากลับ อันตรารู้ตัวตกใจจึงขี่รถหนีแต่ก็ไม่พ้น เธอชนรถของเวสม์อย่างจังจนสลบ ระหว่างนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลอันตราบอกทุกคนว่าเวสม์จงใจขับรถชน เพราะเกลียดที่เธอตามสะกดรอยเขาที่กำลังติดพันกับผู้หญิงอื่นที่ไม่ใช่ภรรยาของตัวเอง อัษฎาจะเอาผิดเวสม์ แต่อุรวสาห้ามไว้เพราะเธอทำธุรกิจกับเวสม์มานานและรู้นิสัยเวสม์ดี แต่ทั้งสองคุยกันไม่รู้เรื่องตามประสาพ่อลูกที่ไม่มีใครยอมใครจากการแอบตามอันตราครั้งนั้นทำให้เวสม์รู้ว่าคนว่าจ้างคือ ศศิพิมล ศศิพิมลกลัวเวสม์มีผู้หญิงอื่นจึงจ้างนักสืบสะกดรอย เวสม์โกรธมากเพราะศศิพิมลไม่มีสิทธิ์ในตัวเขา ทั้งสองไม่ได้เป็นอะไรกัน นอกจากอดีตรักครั้งแรกที่ผ่านมานานแสนนาน เวสม์ขอให้ศศิพิมลออกไปจากชีวิตเพราะไม่อยากยุ่งกับผู้หญิงที่มีสามีแล้ว แต่ศศิพิมลตื๊อไม่เลิก ร้องห่มร้องไห้ว่าโดน พงษ์ชัย สามีเจ้าพ่อทำร้ายจิตใจสารพัด ครั้งหลังสุดเธอโดนทุบตีบาดเจ็บเจียนตาย เวสน์ถึงกับอึ้งเมื่อเห็นอาการร้องไห้แบบไม่สมประดีของสาวที่เขาเคยพึงใจ.. เวสม์สงสารศศิพิมลในฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน จึงช่วยเหลือให้ที่เธอพักที่คอนโดฯ เก่าซึ่งเขาไม่ได้อยู่แล้วเพื่อหนีจากพงษ์ชัย โดยไม่เฉลียวใจเลยว่านั่นยิ่งสร้างความหวังให้กับศศิพิมลมากขึ้นไปอีก เธอตั้งใจจะใช้จิตใจที่ดีงามของเวสม์...เป็นหนทางกลับเข้ามาสู่ชีวิตของชายหนุ่มอีกครั้ง เวสม์มาเยี่ยมอันตราทุกวัน เวลามาต้องคอยหลบอัษฎาที่มีสายตาไม่เป็นมิตร เพราะคิดว่าเขาเป็นผู้ชายไม่ดี อำพล เพื่อนหมอของเวสม์เป็นเจ้าของไข้อันตราช่วยดูต้นทางให้ อำพลดีใจที่เห็นเวสม์เริ่มหันมาสนใจรู้จักรักผู้หญิง เพราะหลังจากเวสม์อกหักช้ำรักจากศศิพิมลตอนวัยรุ่น เวสม์ก็เตลิดไปเมืองนอก มุหาเงินเพื่อชดเชยปมที่โดนศศิพิมลทิ้งเพราะจน เขาประสบความสำเร็จในตลาดหุ้นข้ามชาติ ปัจจุบันเป็นนักการเงินชื่อดังหาตัวจับยาก แต่เวสม์เอาแต่หาเงินจนลืมหาแฟน อำพลเชียร์เวสม์กับอันตรา แต่ก่อนอื่นเวสม์ต้องทำให้อันตราเลิกเข้าใจผิดว่าเป็นไอ้ตัวซะก่อน เมื่อออกมาจากโรงพยาบาล อันตราเห็นเวสม์ดูแลศศิพิมลในวันที่โดนสามีเจ้าพ่อทำร้าย บางวันศศิพิมลก็นอนค้างคอนโดเก่าของเวศม์ ยิ่งทำให้อันตราเข้าใจผิด ขยะแขยงคิดว่าเวสม์เกาะผู้หญิงมีสามี เวสม์แกล้งไม่อธิบายปล่อยให้อันตราเข้าใจผิด เพราะสนุกดีเวลายั่วให้สาวห้าวด่าเล่น อันตราถึงขนาดท้าเวสม์ลงนวมต่อยมวยที่ฟิตเนส เวสม์ออมมือปล่อยให้อันตราชนะไป สาวห้าวยิ่งเหลิงน่าดู ทำซ่า ท้าตีท้าต่อยเวสม์ประจำ แสงฉานซื้อร้านอาหารเก่าเล็กๆ มาปรับปรุงใหม่ เปิดเป็นร้านขายอาหารฝรั่งและไทยประยุกต์ โดยลงทุนจากเงินเก็บของตัวเอง ไม่ยอมใช้เงินของอุรวสาผู้เป็นภรรยา แม้ว่าอุรวสาจะไม่เห็นด้วยและพยายามผลักดันให้แสงฉานเปิดร้านใหญ่มากกว่านี้ก็ตาม แสงฉานต้องการตั้งตัวให้ได้ด้วยตัวเองเพื่อพิสูจน์ให้อัษฎาเห็นว่าเขาเหมาะสมกับอุรวสา แสงฉานตั้งชื่อร้านว่า US Restaurant ตัว U มาจากชื่อ อุรวสา ส่วน S ก็คือชื่อ แสงฉาน ในวันเปิดร้าน อุรวสาพาอัษฎามา US Restaurant ด้วยหวังจะให้พ่อมองแสงฉานดีขึ้น เพราะก่อนหน้านี้แสงฉานเคยเจออัษฎาว่าที่พ่อตา แต่อัษฎาไม่ชอบแสงฉาน เพราะคุณสมบัติแสงฉานไม่ผ่านมาตรฐานสุดเนี๊ยบ และเพื่อให้บรรยากาศราบรื่น อุรวสาพาอินทุอรน้องสาวคนเล็กขวัญใจพ่อมาอีกคนทว่างานนี้ 10 อินทุอรก็ช่วยไม่ได้ อัษฎาตำหนิแสงฉานไม่รู้จักคิดการใหญ่ ร้านเข้ามาในซอยลึกทำเลไม่ดี ไม่น่าจะเจริญไปได้ แต่แสงฉานมั่นใจรสชาติอาหารของตนจะสามารถดึงลูกค้าได้ วันเปิดร้านจึงเกิดบรรยากาศโกลาหลของความไม่ลงรอยกันระหว่างว่าที่พ่อตากับลูกสาวและลูกเขยจนร้านแทบแตก แสงฉานทำงานหนักเป็นสองเท่า คิดเมนูอาหารไทยประยุกต์แบบใหม่ ๆ เพื่อดึงดูดลูกค้า ติดป้ายทางเข้าร้าน ซึ่งก็ได้ผลลูกค้าเริ่มมา แต่ก็ยังไม่เป็นที่พอใจอุรวสา อุรวสาต้องการให้ร้านเต็มทุกที่นั่ง แสงฉานอ่อนใจ บางครั้งมาตรฐานสูงลิบของอุรสาก็กดดันเขาอยู่ไม่น้อย คู่หนุ่มสาวทะเลาะกันบ่อยครั้ง การไม่ให้เกียรติสามีของอุรวสา ทำให้ความอดทนของแสงฉานหมดลงเรื่อย ๆ แสงฉานอาจไม่ใช่ผู้ชายที่เก่งที่สุด... แต่ก็ไม่ได้โง่ ขนาดต้องให้เมียเข้ามาจัดการชีวิตทุกอย่าง อัษฎาชวนภิสิตมากินข้าวที่บ้าน อินทุอรดูแลปรนนิบัติภิสิตอย่างดีจนบราลีและอุรวสาอดที่จะร้อนใจไม่ได้ว่าอินทุอรข้ามเส้นคิดเกินเลยกับภิสิต ภิสิตเห็นสายตาของอินทุอรที่ชื่นชมก็ยิ่งทรมานใจและรู้สึกผิดในสิ่งที่ทำอยู่ ขอตัวกลับ แต่อินทุอรเข้าใจผิดคิดว่าภิสิตโกรธ เมื่อเธอขอคำอธิบาย ภิสิตตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่าเขาไม่ได้เป็นคนดีอย่างที่อินทุอรคิด ทำให้อินทุอรช้ำใจกับความหมางเมินเหินห่าง บราลีกับอุรวสาแน่ใจว่าอินทุอรปักใจกับภิสิตแน่ๆ จึงตกลงกันว่าจะไม่แพร่งพรายเรื่องนี้ให้อัษฎารู้และรอดูท่าทีของภิสิต หากเขาแสดงออกว่าชอบอินทุอร อุรวสาและอันตราจะเป็นคนไปพูดกับภิสิตเอง อุรวสาต้องการเปิดสาขาร้าน แต่แสงฉานไม่เห็นด้วยอยากให้ร้านแรกอยู่ตัวก่อนแล้วค่อยขยับขยาย อุรวสาไม่ฟัง ซื้อร้านเก่ามาตกแต่งใหม่ แสงฉานโมโหไม่ยอมไปเป็นเชฟให้ ด้วยความเจ้าอารมณ์อุรวสาเผลอต่อว่าแสงฉานว่าไม่มีหัวธุรกิจ ไม่มีความทะเยอทะยาน เธอไม่ต้องการผู้ชายแบบนี้มาเป็นผู้นำครอบครัว แสงฉานเหมือนโดนตบหน้า... เมียปรามาสดูถูก แสงฉานขอเลิก ! อุรวสาโมโห เลิกก็เลิก ! แต่หลังเลิกรากันต่างฝ่ายต่างเสียใจ แสงฉานไม่มีจิตใจบริหารร้าน อุรวสาแทบไม่มีรอยยิ้มเพราะคนเดียวที่ทำให้อุรวสายิ้มได้... คือแสงฉาน บุษบาบัณมีโอกาสพบกับแสงฉานในงานปาร์ตี้ครั้งหนึ่งที่ก๊วนแก๊งจัดที่ US Restaurant ทันทีที่เห็นหน้า ด้วยความเป็นสาวเปรี้ยวเจ้าชู้.. บุษบาบัณถึงกับถูกใจในความหล่อเหลาของแสงฉานบุษบาบัณหาโอกาสเข้ามาใกล้ชิดแสงฉานอยู่ตลอดเวลา ใช้เล่ห์มารยาหญิงยั่วยวนแสงฉานแต่เขาไม่เล่นด้วย ผู้หญิงคนเดียวที่แสงฉานรักคือ...อุรวสาบุษบาบัณไม่ยอมแพ้วางแผนให้อุรวสาเข้าใจผิดว่าแสงฉานมีอะไรกับเธอ แต่อุรวสาไม่หลงกล...ตบหน้าบุษบาบัณฉาดใหญ่ ให้สาสมกับความหน้าไม่อายอยากจะแย่งผู้ชายที่เธอรัก เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้อุรวสาตระหนักว่ารักแสงฉานมากแค่ไหน .. ทั้งคู่กลับมาคืนดีกันอีกครั้ง ในงานเลี้ยงเปิดงานโครงการก่อสร้างแห่งใหม่ของอัษฎา เวสม์ไปด้วยในฐานะนักการเงิน อัษฎาจึงชวนภิสิตไปร่วมงานเพื่อกันเวสม์จากอินทุอร เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเวสม์ทำดีกับอันตราเพื่อจีบอินทุอร ยังไงเสียเขาก็ไม่ยอมเสียลูกสาวให้กับผู้ชายที่ไม่น่าไว้ใจเป็นอันขาด!! บุษบาบัณตามภิสิตมาด้วย เพราะเริ่มระแคะระคายคิดว่าภิสิตต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้หญิงคนใดคนหนึ่งแน่นอน แม้เธอไม่ได้รักภิสิต... แต่บุษบาบัณต้องการความเป็นเจ้าของผู้ชายคนนี้ บุษบาบัณยอมไม่ได้ที่ภิสิตจะทิ้งเธอ.. เพื่อไปหาผู้หญิงคนใหม่ !! อินทุอรสลดไปเมื่อเห็นภิสิตมากับบุษบาบัณ เธอต้องเลี่ยงไปคุยกับเวสม์แทน เมื่อบุษบาบัณเห็นแววตาของอินทุอร เธอมั่นใจขึ้นทันทีว่าผู้หญิงคนนี้คือคนที่ภิสิตแอบชอบอยู่ เธอยิ่งชิงชังอินทุอรมากขึ้นไปอีกอันตรากับอุรสาเห็นสายตาไม่เป็นมิตรของบุษบาบัณ รีบดึงอินทุอรออกมาเตือนด้วยความเป็นห่วงกลัวเธอปล่อยใจให้ภิสิต อินทุอรจำต้องยอมรับกับพี่สาวทั้งสองคนว่าเธอชอบภิสิตเกินกว่าจะห้ามใจ อันตราและอุรสาเข้าใจน้องสาว.. และสัญญาว่าจะไม่บอกเรื่องนี้ให้อัษฎารู้ อินทุอรถูกโทรศัพท์ลึกลับตามรังควานและยังถูกบุษบาบัณใส่ร้ายว่าแย่งภิสิตผ่านหน้านิตยสาร ภิสิตทะเลาะกับบุษบาบัณอย่างรุนแรง ที่ปล่อยข่าวทำลายชื่อเสียงของอินทุอรแบบนี้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้คนในสังคมรับรู้ว่าบุษบาบัณไม่เคยแยแสภิสิตแม้แต่นิดเดียว เมื่ออัปสรรู้เรื่องราวทั้งหมดจึงนัดอัษฎามาคุยเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง แนะนำให้อัษฎายอมรับความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสอง เพราะความรักระหว่างภิสิตกับอินทุอรมีแต่ความสวยงามและอยู่ในสายตาของเธอโดยตลอด อัษฎาถึงกับอึ้งเมื่อรับรู้เรื่องราวทั้งหมด...ยากจะทำใจจริงๆ ที่ลูกสาวคนเล็กจะรักกับเพื่อนรุ่นน้องอย่างภิสิต อุรสาช่วยย้ำให้อัษฎาเห็นว่าอินทุอรไม่ใช่ต้นเหตุที่ทำให้ครอบครัวของภิสิตแตกแยก เธอเล่าเรื่องราวระหว่างเธอ บุษบาบัณ และ แสงฉาน ให้พ่อฟัง เพื่อตอกย้ำว่าบุษบาบัณทำตัวแย่เพียงใด ผู้หญิงอย่างบุษบาบัณไม่เคยซื่อสัตย์กับภิสิตเลยสักครั้ง..สถานการณ์เรื่องราวระหว่างอินทุอรกับภิสิตเบาบางลง .. แต่เรื่องราวการแอบแต่งงานกันระหว่างอุรสากับแสงฉานกลับถูกรับรู้โดยอัษฎา.. ระเบิดระหว่างพ่อกับลูกสาวคนโตในบ้านประทุอีกครั้ง !! ศศิพิมลขอหย่าพงษ์ชัยเพื่อเดินหน้าแย่งชิงเวสม์ แต่พงษ์ชัยไม่ยอมหย่า ตบตีและทำร้ายศศิพิมลจนเข้าโรงพยาบาล เวสม์ขู่จะแจ้งความหากพงษ์ชัยยังทำร้ายศศิพิมลอีก ในที่สุดศศิพิมลพ่ายแพ้ต่อความดีของเวสน์ในครั้งนี้ ศศิพิมลเรียกอันตราเข้ามาบอกความจริงและความดีของเวสน์ในอดีตทั้งหมด เล่าให้อันตราฟังว่าเวสน์รักอันตรามากแค่ไหน เหตุการณ์ครั้งนี้.. ทำให้อินตรารับรู้ความจริงว่าเวสม์เป็นผู้ชายแสนดีและเป็นสุภาพบุรุษเพียงใด เป็นครั้งแรกที่สาวห้าว ยินดีเปิดใจรับชายหนุ่มอย่างเวสม์เข้ามาในหัวใจ คนในครอบครัวแปลกใจเมื่อเห็นอันตราใส่กระโปรง ตั้งแต่ใช้นางสาวนำหน้า สาวห้าวไม่เคยนุ่งกระโปรงอื่น.. นอกจากกระโปรงนักเรียน !! แม่พี่สาวน้องสาวถามไถ่ยกใหญ่ อะไรดลใจให้เปลี่ยนไป อันตราปิดปากเงียบแต่อัษฎารู้...ก็ไอ้แมงกะจั๊วหน้าหล่อนั่นไง ทำลูกสาวคนสนิทของเขากลายเป็นหญิงจ๋า อัษฎาบอกอันตรา...หัวเด็ดตีนขาด พ่อก็ไม่รับไอ้เจ้าเวสม์เป็นลูกเขย แม้ว่าอันตรากับบราลีผู้เป็นแม่.. จะอรรถาธิบายถึงเหตุผลความดีของเวสน์ยังไง คนหัวดื้ออย่างอัษฎาก็ไม่ยอมฟัง พงษ์ชัยสั่งให้ลูกน้องจับตัวเวสม์ไปซ้อมทำร้าย แล้วกลายเป็นอัษฎาที่เข้าไปช่วยเวสม์ออกมาจากเหล่าร้ายจนตัวเองเกือบโดนยิงตาย อัษฎายอมเสี่ยงตายเพื่อเวสม์เพราะรู้ว่าเวสม์เป็นผู้ชายที่อันตรารัก อัษฎารู้ว่าเวสม์ไม่ใช่แมงดา แต่ที่ไม่ยอมรับเพราะกลัวเวสม์แย่งลูกสาวไป เวสม์ตัดสินใจเข้าไปสู่ขออันตรา พร้อมๆ กับที่ภิสิตกับแสงฉานเอาธูปเทียนแพไปกราบขอขมาอัษฎา ที่ปิดปังความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากับลูกสาวอีกสองคนของอัษฎามาโดยตลอด บราลีพยายามชี้ให้อัษฎาตระหนักรับรู้ถึงความรักของหนุ่มสาวทั้งสามคู่... อุรวสา อันตรา และ อินทุอร โตเป็นผู้ใหญ่... ไม่ใช่เด็กหญิงตัวน้อยที่อัษฎาเคยดูแลและปกป้อง อาจถึงเวลาที่สาวน้อยของพ่อต้องออกไปเผชิญโลกกว้างกับผู้ชายที่รักแล้ว ในที่สุดอัษฎาจึงเปลี่ยนความคิด ยอมรับความจริงข้อนี้ทั้งหมด.. อัษฎาปลื้มใจที่ลูกทั้งสามคน แม้ไม่ใช่พี่น้องกันแท้ ๆ แต่รักกันมาก เสียสละดูแลกันและกันตลอดเวลาในทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนงานแต่งงานอย่างเป็นทางการระหว่างอุรวสากับแสงฉาน อัษฎาสอนอุรวสา...เป็นภรรยาไม่ควรข่มสามี ต้องให้เกียรติสามี เคารพสามี เพราะทั้งคู่เปรียบเหมือนส่วนเติมเต็มซึ่งกันและกัน อุรวสาพยักหน้ารับคำ...ก้มกราบพ่อ อันตราจะแต่งงานกับเวสม์เดือนหน้า...ส่วนอินทุอรมีแพลนจะแต่งกับภิสิตสิ้นปี ต้นปีหน้าภิสิตต้องจะต้องไปเป็นผู้ช่วยทูตที่ออสเตรียและจะพาอินทุอรไปอยู่ด้วยในฐานะภรรยา อีกไม่นานบ้านหลังใหญ่ของอัษฎา ลูกๆ ก็จะแยกย้ายไปมีครอบครัว แต่ไม่ว่าลูกของพ่อไปอยู่แห่งหนไหน สายใยรักของพ่อก็เชื่อมโยงถึงลูกเสมอ... รายชื่อนักแสดง กฤษฎา พรเวโรจน์ รับบทเป็น ภิสิตรณิดา เตชสิทธิ์ รับบทเป็น อินทิราหลุยส์ สก๊อตต์ รับบทเป็น เวศม์อามีนา กูล รับบทเป็น อันตราอเล็กซ์ เรนเดลล์ รับบทเป็น แสงฉานณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ (ณิชา) รับบทเป็น อุรวสาทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี รับบทเป็น อัษฎาอาภาศิริ นิติพน รับบทเป็น บราลีพิตต้า ณ พัทลุง รับบทเป็น บุษบาบัณอภิษฎา เครือคงคา รับบทเป็น ศศิพิมลอนันต์ บุนนาค รับบทเป็น สมศักดิ์ดนัย จารุจินดา รับบทเป็น พงษ์ชัยณัฐฐา ลอยด์ รับบทเป็น ป้าอัปสรปรารถนา สัชฌุกร รับบทเป็น ป้าแต๋วปาริฉัตร ไพรหิรัญ รับบทเป็น ป้าต้อย

รู้มั้ย !? สัญลักษณ์การชูนิ้ว แบบต่างๆมีความหมายอย่างไร?
ชูนิ้ว /  ชูนิ้วกลาง / 

รู้มั้ย!? สัญลักษณ์การชูนิ้ว แบบต่างๆมีความหมายอย่างไร?  รู้ไว้จะได้ไม่ไปยก ซุ่มสี่ซุ่มห้า เพราะบางทีคุณอาจจะงานเข้าไม่รู้ตัว กระแสการชู 3 นิ้ว ที่แพร่หลายอย่างรวดเร็ว หลังจากภาพยนตร์ชุด The Hunger Games ออกฉาย ซึ่งมีการนำไปตีความ  และใช้สื่อความหมายมากมาย นัยหนึ่งก็แสดงออกซึ่งความกระด้างกระเดื่อง ต่อต้าน และไม่เห็นด้วยกับการปกครอง วันนี้ก็เลย  ไปหาข้อมูล เกี่ยวกับ "สัญลักษณ์นิ้ว" มาบอกเล่าสู่กันฟังครับ ชูนิ้วโป้ง 1 นิ้ว : ทั่วไปก็คือ Thumbs up ยกย่อง-เยี่ยมไปเลย ยิ่งยกหัวแม่โป้ง 2 ข้าง Two Thumbs up ก็ยิ่งเยี่ยมเข้าไปใหญ่ บ้านเรากับอีกหลายๆ ประเทศ นิ้วโป้งหมายถึง "สุดยอด" หรือ "นายแน่มาก" แต่ถ้าไปเผลอยกใส่ใครในญี่ปุ่น นิ้วนี้จะถูกลดความหมายไปทันทีแปลว่า นายก็เป็นได้แค่ที่ 5 เท่านั้นเอง!! เพราะเวลาที่คนญี่ปุ่นเขานับนิ้ว เขจะเริ่มนับกันที่นิ้วชี้ก่อน ตามด้วยนิ้วกลาง นาง ก้อย แล้วปิดท้ายด้วยนิ้วโป้ง ส่วนถ้าไปที่ออสเตรเลีย การชูนิ้วโป้งนี่อันตรายมาก เพราะมันมีความหมายหยาบคายทำนอง "Kiss My Ass" เทียบแล้วก็คือท่าชูนิ้วกลางในบ้านเราขืนไปชมใครด้วยนิ้วนี้ อาจได้รองเท้า (พร้อมเท้า) เป็นรางวัล ชูนิ้วกลาง 1 นิ้ว : เป็นที่รู้กันทั่วโลกว่าหมายถึงการให้ของลับของเพศชาย ที่มาของท่าคลาสสิคนี้เกิดขึ้นในสมัยโบราณ ตอนนั้นชาวโรมันเชื่อกันว่าองคชาติของผู้ชายเป็นเครื่องรางที่ใช้สู้กับคำสาปชั่วร้ายได้เวลาชูนิ้วกลางใส่ใครจึงเป็นการข่มขู่คู่ต่อสู้ว่า "มนต์ดำของแกทำอะไรฉันไม่ได้หรอกน่า" แต่ต่อมาเกิดการเพี้ยนขั้นรุนแรง เลยลืมเรื่องมนต์ดำกันไป กลายเป็นคำด่าล้วนๆ นอกจากนี้ท่าชูนิ้วกลางนี่ยังได้เกิดในวงการมายาด้วย เมื่อ 423 ปีก่อนคริสตศักราช ละครเวทีเรื่อง "The Cloulds" ของ ?อริสโตฟาเนส' ได้เอาท่านี้ขึ้นไปเล่นกันบนเวที แต่เรียกมันว่าท่า "ดิจิตุส อินฟามุส" มีความหมายประมาณว่าเป็นนิ้วทุเรศ หรือนิ้วทะลึ่ง จากนั้นความหมายของนิ้วกลางก็เลยยิ่งแพร่หลายไปในทำนองหยาบคายมากขึ้นไปอีกหลายประเทศถือว่า การแสดงท่านี้ มีความผิดทางกฎหมาย ด้วย ชูนิ้วชี้ ความหมายทั่วๆไปมักจะเป็นการบอกจำนวน หรือมีนัยยะว่า ชั้นน่ะคือที่ 1  (ใช้เพื่อข่มคู่ต่อสู้) ในการแข่งขันบางประเทศในประเทศสหรัฐอเมริกาการชูนิ้วชี้นิ้วเดียวเป็นการบอกว่าชั้นนี่แหละที่ 1 และการชูนิ้วชี้นิ้วเดียวไปยังคนที่ต้องการจะสื่อสารด้วย มักจะเป็นการสั่ง หรือเป็นการเตือนว่าพอได้แล้ว (อาจจะมีเรื่องกันได้) แต่ถ้าไปทำท่านี้ในประเทศแถบอาหรับหรือแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนจะมีความหมายเท่ากับการชูนิ้วกลางนิ้วเดียวให้อีกฝ่าย  ชูนิ้วนาง การชูนิ้วนาง (เฉพาะด้านซ้าย) มักจะเป็นการชูเพื่อให้คนรัก หรือคู่หมั้นใส่แหวนหมั้นในพิธีหมั้นหมายนั่นเอง  ชูนิ้วนิ้วก้อย การชูนิ้วก้อยมักจะมีความหมายไปทาง "ขอคืนดี ดีกันนะ"  มักจะสื่อไปทางความหมายที่ดีแบบอมยิ้ม ชูนิ้วชี้กับนิ้วกลาง 2 นิ้ว  การชูนิ้วชี้กับนิ้วกลาง (แบบหงายฝ่ามือออก) เรียกว่า " V (Victory) Sign " หรือ สัญลักษณ์แหงชัยชนะ เรื่องมันก็มีอยู่ ครั้งหนึ่งในสงคราม อังกฤษ - ฝรั่งเศส โดยนักแม่นธนูชาวอังกฤษถูกทหารฝรั่งเศสจับตัวและถูกทหารฝรั่งเศสตัดนิ้วชี้และนิ้วกลางที่ใช้ในการยิงธนูทิ้ง ทหารอังกฤษทุกคนจึงร่วมชูนิ้วชี้และนิ้วกลางเพื่อเป็นการยกย่องวีรบุรุษพลธนูคนนั้น อีกนัยยะนึงอาจจะหมายความว่า "สู้โว๊ย" เพื่อต่อต้านการรุกรานของฝรั่งเศส ก็เป็นได้ คนที่เอาการชูสองนิ้วมาใช้ในความหมายแสดงชัยชนะจริงๆ คือ "วินสตัน เซอซิล" เค้าเป็นนายกรัฐมนตรีอังกฤษในช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2 ที่มักจะกล่าวคำปราศรัยพร้อมทั้งชู 2 นิ้วประกาศชัยชนะสงครามโลกอยู่หลายครั้ง แต่การชู 2 นิ้วในประเทศญี่ปุ่น จะหมายความว่า "เราต้องการสันติภาพ" (หลังยุคสงครามโลกครั้งที่ 2) แต่ในประเทศไทย มีการชูนิ้วชี้และนิ้วกลางไว้เพื่อการถ่ายรูป เพื่อเพิ่มความแอ๊บแบ๊วขึ้นเท่านั้นเอง การชูนิ้วชี้กับนิ้วกลาง (เอาหลังมือแบออก) มีความหมายหลายระดับ  (มักจะออกไปทางไม่ดี) -ระดับเด็กๆ มักจะหมายความว่า "อยากจะมีเซ็กส์กับฉันไหม" -ระดับหนัก ถ้าใช้กับคนแปลกหน้าก็จะหมายความพอๆกับการชูนิ้วกลางดีๆนี่เอง และถ้าเพิ่มนิ้วโป้งเข้ามาอีกนิ้วนะ จะหยาบคายสุดๆ แต่ทั้งหลายนั้นขึ้นอยู่กับว่าภาษากายเราแสดงออกมาประกอบการเข้าใจมากกว่านะครับ ชูนิ้วชี้กับนิ้วกลาง 2 นิ้ว : แบบเอาหลังมือออก แบบที่ผมเห็นแม่ค้าชาวไทยทำให้ฝรั่งดูนั่นแหละครับ ความหมายมีหลายระดับ ออกไปทางไม่ดีทั้งนั้น - อย่างดีกรีอ่อน จะหมายถึง "อยากมีเซ็กส์กับฉันไหม" (สังเกตรูปนิ้วแล้วจินตนาการความหมายเอาละกัน) หญิงบริการ ที่ไปยืนรอรับกลาสีเรือขึ้นบก มักใช้สัญลักษณ์นี้สือความหมายว่า "ขายนะจ๊ะ" หรือ เอาไว้ใช้ล้อ แซว เพื่อน ประมาณว่า ไอ้หน้า... ก็ได้ - อย่างดีกรีแรง ถ้าใช้กับคนแปลกหน้า ก็คือคำด่า ประมาณเดียวกับ ชูนิ้วกลาง นั่นเอง ถือเป็น คำหยาบรุนแรง ที่เอาไว้ใช้ด่ากันโดยเฉพาะ ถ้าเพิ่ม นิ้วโป้ง แทรกเข้ามา ระหว่างนิ้วชี้กับนิ้วกลาง ยิ่งหยาบหนักเข้าไปอีก คงไม่ต้องอธิบาย อิ อิ ฝรั่ง ก็คงพอเข้าใจว่า การชู 2 นิ้วแบบนี้ ไม่ได้หมายถึง อะไรอย่างที่ว่านั่น เป็นการไม่เข้าใจความหมายที่แท้ เฉย ๆ* ชูมือ 2 นิ้ว ทั้งสองข้าง : แบบเอามาแนบหู คล้าย ๆ หูกระต่าย ฝรั่งเรียกท่านี้ว่า Bunny Finger ไม่ได้มีเอาไว้ ต่อหู ต่อเขา ให้เพื่อน แบบคนไทยเวลาถ่ายรูปหมู่ แต่หมายถึง ไม่เข้าใจ ไม่รู้เรื่อง ฟังไม่ชัด ครับ ชูนิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วก้อย  ที่รู้จักกันว่า  I love you แต่ถ้าไปเมืองฝรั่ง แล้วเผลอ ลืมยกนิ้วโป้งขึ้นมาด้วย แบบนี้ อาจมีปัญหา เพราะการชูนิ้วชี้ กับ นิ้วก้อย หมายถึง สัญลักษณ์ซาตาน ครับ  ชูนิ้วชี้ กับ นิ้วก้อย : มันคือ Devil Horn บ่งบอกว่าเป็น "เขา" ของซาตาน ในสมัยโบราณ การแสดงท่านี้ คือสัญลักษณ์แสดงการ ไม่นับถือพระเจ้า ของพวกนอกรีต บูชาซาตาน แต่ในปัจจุบัน พวกวงดนตรีร็อค แนวเฮฟวี่เมทัล หลายวง ใช้สัญลักษณ์นี้ แสดงถึงความรุนแรงทางดนตรี ประมาณว่า ดนตรีที่ซาตานประทานมาให้ นะแหละ ในการไปชมคอนเสิร์ตเฮฟวี่เมทัล แฟน ๆ ที่ชูนิ้วท่านี้ ถือเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่ว่าเขาจะเป็นพวกนอกรีต แต่อย่างใด  แต่อย่าเผลอ เอามาทำนอกเวทีคอนเสิร์ตก็แล้วกัน คนจะเข้าใจผิด จรดนิ้วโป้งกับนิ้วชี้เป็นวงกลม หรือ โอเค แม้วัฒนธรรมอเมริกันที่แพร่หลาย จะทำให้การเอาปลายนิ้วโป้งกับนิ้วชี้มาชนกัน  จนเกิดวงกลม และปล่อยสามนิ้วที่เหลือให้กางออกจะแปลว่าโอเค ตกลง หรือดี แต่สำหรับบางประเทศการทำมือแบบนี้มีความหมายอื่นค่ะ เช่น บางประเทศในทวีปยุโรปแปลว่าเลข 3 ส่วนในจีนแปลว่าเลข 7 ส่วนที่ประเทศบราซิลและประเทศแถบเมดิเตอร์เรเนียนจะเป็นคำด่าเทียบเท่ากับ Asshole (เพราะมองว่าวงกลมเป็นสัญลักษณ์ของทวารหนัก) ในเยอรมนีหลายคนใช้แปลว่าเกย์ และยังมีอีกหลายประเทศในแถบยุโรปตะวันออกที่ใช้ด่าว่าคนนั้นไม่มีค่า (เป็นศูนย์) หรือด่าตรงๆ เลยว่าอ้วน ตัวกลมไปหมด ฉะนั้นจะโอเคกันง่ายๆ เหมือนปกติไม่ได้แล้วนะคะ "โอเคนะ" หรือ "ตกลง" แต่ก็ยังอุตส่าห์มีการยกเว้นจนได้สำหรับประเทศผ่าเหล่าผ่ากออย่างอิตาลี ใครไปเยือนประเทศนี้ต้องเก็บท่าโอเคนะให้ดีเลย เพราะคนที่นั่นเขาถือว่ามันเป็นการด่ากันแบบไม่ออกเสียงว่า "ไอ้หน้า..." (โปรดเติมคำในช่องว่างเอาเอง) แทนที่ทุกอย่างจะโอเค มันจะกลายเป็นโนเคไปน่ะสิ ชูนิ้วชี้ นิ้วกลางและนิ้วนาง (รวม 3 นิ้ว) จะหมายถึง ถ้าในวงการลูกเสือสามัญ การชู นิ้วชี้นิ้วกลางและนิ้วนาง (ด้านขวา) เค้าหมายถึง การทำความเคารพ (วันธยาหัตถ์) และการชูสัญลักษณ์ประเภทนี้ ในภาพยนตร์ชื่อดังเรื่อง The Hunger Games  มักจะมีนัยยะในด้านการเมือง ทั้งนี้ เหตุการณ์รัฐประหาร โดยเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2557 ที่ทางกลุ่มมวลชนซึ่งไม่เห็นด้วยกับการเข้าควบคุมอำนาจการปกครองประเทศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ คสช. ได้เดินทางมารวมกันตามสถานที่ที่นัดหมาย ทั้งหน้าทางเดินสกายวอล์กสนามกีฬาแห่งชาติ หน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร, ห้างสรรพสินค้า เทอร์มินอล 21  แยกอโศก, ลานโพธิ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์  รวมถึงห้างสรรพสินค้าห้างเมยา ถ.ห้วยแก้ว อ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อประท้วงเชิงสัญลักษณ์ไม่เอารัฐประหาร โดยการประท้วงดังกล่าว ผู้ชุมนุมได้ใช้วิธีชูนิ้ว 3 นิ้ว คือ นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนาง พร้อมกับเอามือปิดปาก ส่วนบางคนก็นำสีสเปรย์มาพ่นคำว่า "NO COUP" และ "ปล้นประชาธิปไตย" ในหลายพื้นที่ และตะโกนเรียกร้องประชาธิปไตยและการเลือกตั้ง การกางเฉพาะนิ้วโป้งและนิ้วชี้เหมือนตัว L จะให้นิ้วโป้งอยู่แนวนอนเหมือนตัว L หรือนิ้วโป้งอยู่แนวตั้งแบบ “ถูกต้องนะคร้าบ” ก็ได้ บ้านเราใช้เวลาชี้บางอย่าง หรือบางทีอาจจะทำมือแบบนี้แล้วคว่ำมือลงเพื่อถ่ายรูปให้ดูฮิพฮอพก็ได้ แต่ในสหรัฐอเมริกาและประเทศที่ได้รับอิทธิพลอเมริกันจะมองว่า L มาจาก Loser (คนแพ้) และใช้เป็นสัญลักษณ์ว่าขี้แพ้ ส่วนในจีนหมายถึงเลข 8 และในประเทศเบลเยี่ยม เนเธอร์แลนด์และลิกเตนสไตน์จะแปลว่าเลข 2 (ทีนี้คงนับเลขกันมึนเลย) สำหรับความหมายแง่ลบของการทำมือแบบนี้พบในประเทศอิตาลีและพื้นที่ข้างเคียง แปลว่าไม่ดี หรือแย่มากค่ะ การหงายฝ่ามือและกระดิกนิ้วชี้เรียก เรามักเห็นในภาพยนตร์ฝรั่งว่าถ้าสาวสวยกระดิกนิ้ว                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                               เรียกในลักษณะนี้แล้วมักเป็นการเชิญชวนและยั่วยวนอีกฝ่ายให้ตามไป หรือเป็นการส่งสัญญาณให้เข้ามาใกล้ๆ เพื่อกระซิบบอกความลับบางอย่าง แต่สำหรับชาวฟิลิปปินส์นั้น ท่าทางนี้ใช้เรียกน้องหมาเท่านั้นค่ะ ฉะนั้นถ้าเผลอไปทำใส่ใครจะเหมือนไปว่าเขาเป็นสุนัข และอีกฝ่ายอาจจะโกรธถึงขั้นหักนิ้วชี้เราได้เลยค่ะ โหดแฮะ การแบมือทั้งห้านิ้วโดนหันฝ่ามือออก โดยทั่วไปแล้วถ้าเรายื่นมือออกไปโดยกางนิ้วทั้งห้าออกและหันฝ่ามือใส่อีกฝ่ายจะเป็นการบอกให้หยุด หรือตามธรรมเนียมอเมริกันคือการแสดงความไม่สนใจในสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังพูดและให้อีกฝ่าย “พูดกับมือ” แทน ซึ่งก็ค่อนข้างจะแสดงความไร้มารยาทแล้วใช่มั้ยคะ แต่ที่ประเทศกรีซแรงกว่านั้นอีกค่ะ เพราะมันหมายถึงให้ไปตายซะ ทีนี้น้องๆ ก็พอรู้กันแล้วนะคะว่าภาษาท่าทางที่ใช้มือเป็นสำคัญนั้นมีหลายความหมายแตกต่างกันไปทั่วโลก จริงๆ มีอีกหลายแบบเลยนะคะ รวมไปถึงการแสดงออกทางสีหน้าและแววตาด้วยที่ให้ความหมายต่างกัน ฉะนั้นก่อนจะเดินทางไปประเทศใดให้หาข้อมูลเรื่องพวกนี้ดีๆ ค่ะ ใครจะรู้ว่าการยิ้มสวยๆ ของเราที่ดูเป็นสิ่งที่ดีนั้น อาจแปลว่าเรากำลังท้าทายคนบางประเทศอยู่ก็ได้ น้องๆ คนไหนที่มีประสบการณ์เรื่องภาษามือที่ความหมายต่างกัน สามารถแบ่งปันเรื่องราวได้ด้านล่างเลยค่ะการแบมือทั้งห้านิ้วโดนหันฝ่ามือออก โดยทั่วไปแล้วถ้าเรายื่นมือออกไปโดยกางนิ้วทั้งห้าออกและหันฝ่ามือใส่อีกฝ่ายจะเป็นการบอกให้หยุด หรือตามธรรมเนียมอเมริกันคือการแสดงความไม่สนใจในสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังพูดและให้อีกฝ่าย “พูดกับมือ” แทน ซึ่งก็ค่อนข้างจะแสดงความไร้มารยาท  แต่ที่ประเทศกรีซแรงกว่านั้นอีกค่ะ เพราะมันหมายถึงให้ไปตายซะ Snap การดีดนิ้ว การดีดนิ้วดังเป๊าะนั้น ถ้าดีด 1 ครั้งคนอเมริกาและอังกฤษจะสื่อว่านึกอะไรออกแล้ว หรือมีไอเดียใหม่ๆ ขึ้นมาในหัว ส่วนการดีดเรื่อยๆ ไปมาหมายถึงกำลังพยายามนึกถึงบางอย่างให้ออกอยู่ แต่สำหรับประเทศแถบละตินอเมริกานั้นหมายความว่า ให้คนข้างหน้าช่วยรีบเดิน เร็วๆ หน่อย แต่ 10 ภาษากายที่มีความหมายต่างกันทั่วโลกสำหรับประเทศส่วนใหญ่ในโลก การดีดนิ้วใส่หน้าคนอื่นเป็นกิริยาที่หยาบคายมาก(แต่บางประเทศก็หมายถึงดึงความสนใจอีกฝ่ายให้กลับมา)  Sign of the Cross เครื่องหมายกางเขน เป็นสัญลักษณ์ของการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของศาสนาคริสต์ เป็นการให้ศีลให้พร จะทำโดยการเคลื่อนมือเป็นรูปกากบาทในอากาศ ตามร่างกายของตัวเอง ด้วยมือข้างขวามักจะมาพร้อมด้วยการบรรยาย พูดหรือสวดมนต์ เป็นการสะท้อนรูปแบบของการเล่าเรื่องของผู้ที่นับถือศาสนาคริสต์ ให้นึกถึงพระเยซูที่ถูกตรึงไม้กางเขน มีสองรูปแบบและถูกใช้เฉพาะในคริสตจักรภาคตะวันออกดั้งเดิมและพิธีกรรมทางทิศตะวันออกของโบสถ์คาทอลิกเท่านั้น  Fig sign / Dulya การมีเพศสัมพันธ์  เป็นท่าทางแสดงความลามกอนาจารอย่างอ่อนโยน ที่ใช้ในวัฒนธรรมตุรกีและสลาฟ และในบางวัฒนธรรมอื่นๆ ที่ใช้นิ้วหัวแม่มือสอดเข้าไประหว่างนิ้วชี้และนิ้วกลาง ตำแหน่งนิ้วเป็นตัวแทนของอวัยวะเพศชาย(นิ้วโป้ง)ที่กำลังสอดเข้าๆ ไปในช่องคลอด (ช่องระหว่างนิ้วชี้กับนิ้วกลาง) ท่าทางนี้เป็นที่นิยมใช้มากที่สุดเพื่อปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือหรือไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เกี่ยวกับการกู้ยืมเงิน  Shocker สิ่งที่เลวทราม   สัญลักษณ์นี้เป็นที่รู้จักในนามว่า “two in the pink, one in the stink” เกี่ยวกับสองสิ่งที่ห่วยแตกหรือมีกลิ่นเหม็น เป็นท่าทางมือที่มีความหมายทางเพศ นิ้วนางและนิ้วหัวแม่มือจะขดหรืองอลงในขณะที่นิ้วอื่นๆ จะขยาย นิ้วโป่งกับนิ้วนางจะถูกเก็บอยู่ด้วยกัน และด้านหลังของมือที่ใบหน้าออกไปด้านนอก ท่าทางนี้หมายถึงการกระทำของการสอดใส่นิ้วกลางเข้าไปในช่องคลอดและนิ้วก้อยเข้าไปในทวารหนักของผู้หญิงจึง มีการห้ามประชาชนใช้สัญลักษณ์นี้ เพราะเป็นท่าทางที่เสื่อมและเกี่ยวกับการคุกคามทางเพศ ซึ่งบางประเทศนั้นสัญลักษณ์นี้เป็นสิ่งผิดกฎหมาย Three-finger salute (Serbian) แสดงความยินดี เป็นสัญลักษณ์แสดงความยินดี ซึ่งคาดว่าเริ่มมาจากชาวเซอร์เบีย เป็นการการชูนิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้ และนิ้วกลาง ด้วยมือข้างใดข้างนึง ซึ่งสัญลักษณ์นี้ยังมีความหมายอื่นๆ ของการแสดงความยินดี และยังถูกใช้โดยฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองของรัฐบาลเซอร์เบีย โดยนาย Srdjan Srećković รองนายกรัฐมนตรีของเซอร์เบียในช่วงเวลานั้นกล่าวในการสัมภาษณ์กับKurir สำนักข่าวของประเทศเซอร์เบีย ว่าสัญลักษณ์นี้ยังสามารถเป็นสัญลักษณ์แทนบุคคลสำคัญทั้งสามของเซอร์เบีย นั่นก็คือ Sveti Sava , Njegoš, และ Karađorđe ซึ่งในช่วงเวลาของสงครามยูโกสลาเวียสัญลักษณ์นี้เป็นสัญลักษณ์แสดงความยินดีเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย

เกรท ปลื้มขึ้นแท่นพระเอกคิวทอง ถึงไม่มีสาวรู้ใจ ชีวิตก็ลั้ลลา
เกรท วรินทร /  ข่าวบันเทิงวันนี้

ตอนนี้หลายคนก็กำลังจับจ้องตาเป็นมันเลยทีเดียว สำหรับพระเอกคิวทองอย่างหนุ่ม เกรท วรินทร เพราะก่อนหน้านี้ก็ถูกบรรดาผู้จัดละครหลายต่อหลายคนจ้องจองคิวจนหนุ่มเกรทถูกเม้าท์มอยว่าเป็นพระเอกคิวทองที่ขายดีคนหนึ่งของช่อง 3 ไปแล้ว เพราะจบจากละครเรื่องโน้นก็มีเรื่องนี้ต่อทันที ซึ่งเจ้าตัวถึงกับยิ้มแก้มปริพร้อมเผยว่า "จริงๆ แล้วผมว่าเรื่องการรับละครแต่ละเรื่องมันขึ้นอยู่ที่จังหวะและโอกาสมากกว่า ผมเองอยากร่วมงานกับผู้จัดทุกคน ผมไม่รู้หรอกว่ามีผู้จัดคนไหนสนใจผม เพราะสำหรับตัวผมแล้ว เมื่อได้รับมอบหมายงานมา ก็ต้องทำให้ดีที่สุด ที่สำคัญผมเพิ่งมามีละครควบเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมาเอง แต่ก็ถือเป็นช่วงที่แฮปปี้นะ เพราะมีละครมาตลอด ยังไม่ได้ว่างเลย มันเลยทำให้ผมไม่มีเวลาที่จะมีแฟนด้วยมั้ง ตอนนี้ขอเอาเวลาให้กับฟุตบอล ให้กับการดูแลตัวเอง และงานดีกว่า ทุกวันนี้ ก็ทำงาน 7 วันรวด จริงๆ ผมโสดไม่มีแฟนมาหลายปีแล้ว ถามว่าตอนนี้มีคนคุยบ้างนิดๆ หน่อยๆ เพื่อให้กระชุ่มกระชวย ให้เลือดลมมันสูบฉีด มีกำลังใจในการทำงานก็แค่นั้น ผมไม่เข้าใจสังคมไทย พอผมสนิทกับผู้ชายก็หาว่าเป็นเกย์ คุยกับผู้หญิงก็ว่าเจ้าชู้ เลยคิดว่าอยู่มันเฉยๆ นี่แหละดีแล้ว สบายใจที่สุด” เกรท วรินทร เกรท วรินทร เกรท วรินทร เกรท วรินทร ขอบคุณภาพจาก IGเกรท วรินทร

อยากจะขำ! ฟาน กัล สะใจได้ตอกหน้าพวกที่ด่าแผน3-5-2
กีฬา /  ข่าวกีฬา / 

หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอมรับว่าดีใจสุดๆ ที่ได้ฝืนเสียงวิจารณ์ของแฟนบอลกลับมาใช้แผนกองหลังสามตัวในเกมที่บุกไปชนะ อาร์เซนอล 2-1 ก่อนหน้านี้ ฟาน กัล ถูกรุมจวกยับหลังใช้แผน 3-5-2 ในช่วงต้นฤดูกาลแต่ผลงานกลับออกมาไม่ดีอย่างที่หวังจนสุดท้ายต้องเปลี่ยนมาใช้แผงหลังสี่ตัวอย่างที่แฟนผีคุ้นเคยมาตลอด แต่ในเกม พรีเมียร์ลีก นัดล่าสุดที่ทีมปีศาจแดงบุกไปเอาชนะ อาร์เซนอล 2-1 ยอดกุนซือดัตช์เปลี่ยนมาใช้ระบบหลังสามอีกครั้ง เขาบอกว่า “ถ้า อาร์เซนอล ยิงได้ใน 20 นาทีแรก แฟนบอลคงถามว่าทำไมผมใช้ระบบหลังสามแต่กลับกันตอนนี้กลายเป็นผมที่หัวเราะได้แล้ว ผมมั่นใจว่าผมตัดสินใจก่อนเกมถูก ตอนนี้ผมพูดได้ว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ดี ชีวิตของผู้จัดการทีมก็แบบนี้แหละ” “ผมไม่สามารถทำอะไรได้มากนักเพราะไม่มีนักเตะให้เลือกเลย ผมคิดว่าพวกนักเตะทำได้ดี แบล็คเก็ตต์, แม็คแนร์, ชอว์ อายุเท่าไหร่กันเอง ผมหวังว่านักเตะบางคนจะกลับมาจากอาการบาดเจ็บ มันเป็นไปไม่ได้เลยที่สร้างทีมที่สุดยอดและเล่นได้คงเส้นคงวาเพราะผมต้องเปลี่ยน11ตัวจริงทุกสัปดาห์”

ทายนิสัยจากเวลาเกิดทั้ง 12 ราศี แม่นจริง!
ความรักวัยรุ่น /  ทายนิสัย / 

ก่อนที่เราจะไปดูการ ทายนิสัยจากเวลาเกิดทั้ง 12 ราศี นั้น เพื่อนๆ จะต้องรู้ก่อนว่า เราเกิดอยู่ในช่วงเวลาใด ลองไปรื้อใบเกิดดูกันเร็วๆ แล้วมาเริ่มทายนิสัยกันเลย แม่นไม่แม่นไม่รู้ แต่มีหลายคนบอก ตรงเป๊ะ! ^^ ทายนิสัยจากเวลาเกิดทั้ง 12 ราศี แม่นจริง!  ทายนิสัยจากเวลาเกิดทั้ง 12 ราศี แม่นจริง! ผู้ที่เกิดเวลาตี 5 ถึง 7 โมงเช้า ช่วงเวลานี้เป็นเวลากระต่าย จะทำให้คุณเป็นคนรักสวยรักงาม ทำอะไรละเอียดอ่อน สะอาดสะอ้าน ชอบแต่งตัวให้ดูดีเสมอ บุคลิกของคุณจะค่อนข้างสุภาพดูอ่อนโยน พูดจาหวานและนอบน้อมถ่อมตัว มีมารยาทเป็นเลิศ ดูแล้วผู้ดี๊ผู้ดี สงบเงียบเรียบร้อยเป็นผู้ใหญ่ ด้านนิสัยใจคอแม้จะดูเงียบนุ่มปานนั้น ลึก ๆ มั่นใจและทะเยอทะยานไม่น้อย เป็นคนเข้มแข็งข้างใน รู้จักระมัดระวังรอบคอบ เป็นนักการทูต จิตวิทยาสูง มีความเข้าอกเข้าใจคนอื่นดี ใจกว้าง โกรธง่ายหายไว จิตใจดี ใจอ่อน ชอบทำบุญ ชอบช่วยเหลือ รสนิยมดี ผู้ที่เกิดเวลา 7 โมงเช้าถึง 9 โมงเช้า เวลานี้เป็นเวลามังกร บุคลิกของคุณจะดูหยิ่งทะนงมาก ท่าทางสง่าผ่าเผย ดูหัวสูง ติดหรู ความทะเยอทะยานจะเห็นได้ชัด คุณดูน่าเกรงใจ เข้าถึงยาก มีความเป็นผู้นำสูง นิสัยของคุณจริง ๆ แล้วเป็นคนใจกว้างและเด็ดเดี่ยว รักศักดิ์ศรี โมโหร้าย บุ่มบ่าม มุทะลุ ทำอะไรต้องตรงไปตรงมา ไม่ชอบเรื่องเล่ห์เหลี่ยม ในด้านดีอยู่ที่เป็นหลักพึ่งพิงได้ รับผิดชอบสูงและขี้สงสาร เป็นคนที่มีประสิทธิภาพสูงทีเดียวนะ อนาคตของคุณค่อนข้างแจ่มแจ๋วด้วยความมุ่งมั่นบากบั่นของคุณนั่นแหล่ะ ผู้ที่เกิดเวลา 9 โมงเช้าถึง 11 โมงเช้า คนที่เกิดสาย ๆ เวลานี้ซึ่งเป็นเวลางู โดยมากจะหน้าตาดี แต่งตัวดีเสมอ ด้วยของหรูหราราคาแพงหรือมียี่ห้อ ภาพพจน์ของคุณต้องมาก่อนเสมอบุคลิกของคุณดูเงียบขรึม เรียบร้อยสุภาพนุ่มนวล มายาทดี พูดจาหวานหูชื่นใจ นิสัยข้างในค่อนข้างฉลาด เก็บความรู้สึกและความต้องการได้นิ่งลึกมาก คุณรักการแข่งขันชิงดีชิงเด่น มีความทะเยอทะยานสูง ชอบทำตัวเด่น อยากมีชื่อเสียง เป็นนักวางแผนผู้ชาญฉลาดใจแข็งไม่หวั่นไหวอ่อนข้อให้ใครง่าย ๆ ถ้าจะล้วงความลับจากตัวคุณคงไม่ง่ายนักหรอก ผู้ที่เกิดเวลา 11 โมงเช้าถึงบ่ายโมง เวลาเกิดช่วงนี้เป็นเวลาม้า ทำให้คุณมีบุคลิกของนักกีฬา แข็งแรงอดทน ร่าเริงคึกคัก ชอบสนุกสนาน เรื่องตลกโปกฮาล่ะชอบนัก ความที่รักอิสระเสรีกับการเป็นนักผจญภัย ถือเป็นจุดเด่นในตัวคุณ มีความเป็นตัวของตัวเอง ชอบแหกกฎ นิสัยของคุณเป็นคนใจกว้าง กระตือรือร้นมากแต่รอบคอบไม่เป็น ใจร้อน ชอบทำก่อนคิด กล้าลุยไปข้างหน้า จิตใจเข้มแข็ง มานะบากบั่น มีความจริงใจสูง รักเพื่อนและครอบครัว เวลามีทิฐิจะเป็นคนหัวแข็ง ดื้อรั้นสุด ๆ เวลาน่ารักจะมีชีวิตชีวาน่าตื่นเต้น เจอมรสุมก็ยังลุกขึ้นสู้ได้ ยิ้มได้ทั้งน้ำตาเลยนะคุณน่ะ ผู้ที่เกิดเวลาบ่ายโมงถึงบ่าย 3 โมง คุณที่เกิดเวลานี้เป็นเวลาแพะ จะเป็นคนใจดีอ่อนโยนจนถึงขั้นขลาดเขิน บุคลิกท่าทางของคุณจะสุภาพอ่อนโยน นุ่มนวลมีมารยาท ดูสุขุมใจเย็น ไม่มีพิษไม่มีภัย ขี้อายแต่มีความคิดสร้างสรรค์ ช่างฝัน มีไอเดียมัน ๆ กับเรื่องตลกจี้เส้น ที่ทำให้หัวเราน้ำหูน้ำตาไหล บางเวลาดูเศร้าซึมเพราะชอบคิดมากเกินเหตุ จิตใจดีทำร้ายใครไม่เป็น ถ้าถูกรังแกจะสู้ยิบตา มีความมั่นใจซ่อนไว้ใต้ท่าทางอ่อนโลกติ่ม ๆ คุณเป็นคนซื่อตรงรักสงบ เกลียดความรุนแรง อะไร ๆ ก็ดีหมด ยกเว้นเรื่องดื้อรั้นของคุณ ครองแชมป์ตลอดกาลเลย ผู้ที่เกิดเวลาบ่าย 3 โมงถึง 5 โมงเย็น คุณที่เกิดเวลาบ่าย ๆซึ่งเป็นเวลาของลิง จะมีอิทธิพลทำให้คุณค่อนข้างแอ็กทีฟไม่อยู่เฉย บุคลิกของคุณดูเปิดเผย ใจร้อนและซุ่มซ่ามนิสัยของคุณเหมือนเด็ก ๆ ชอบเล่นพิสดาร คุณเป็นคนฉลาดหัวไว มีไหวพริบกล้าพูดกล้าทำ ตรงไปตรงมา เป็นนักวางแผนและรู้จักเอาตัวรอด มีเล่ห์กลแต่ไม่ทำร้ายใครลับหลัง มีความสามารถรอบตัว ปรับตัวเข้ากับคนได้ทุกระดับ ทุ่มเทกับการงานมาก งานดีเชื่อมือได้ เสน่ห์ในตัวอยู่ที่ความขี้เล่นมีชีวิตชีวาเฮฮา แม้ท่าทางจะดูคล้ายกะล่อนเล็ก ๆ แต่ก็หนักแน่นจริงใจ ผู้ที่เกิดเวลา 5 โมงเย็นถึง 1 ทุ่ม ช่วงหัวค่ำเป็นเวลาไก่ ส่งผลให้คุณเป็นคนเข้มแข็ง หยิ่งยโส หัวรุนแรง ขวางโลก และหัวโบราณ คุณเป็นคนที่ชอบ แต่งตัวใช้แต่ของดีมีราคา บุคลิกขี้อวดไม่ใช่เล่น ว่าฉันเนี่ยรสนิยมดีนะ ในส่วนลึกของจิตใจคุณเป็นนักอนุรักษ์นิยม เจ้าระเบียบ จู้จี้ ขี้บ่นเก่ง หงุดหงิดง่ายดาย ไม่ยอมเสียเงินแบบไร้ค่า ยกเว้นเรื่องภาพพจน์ล่ะก็โอ.เค. คุณมีหัวในการบริหารควบคุม มีความเด็ดขาดละเอียดถี่ถ้วน ต่อสู้กับอุปสรรคไม่มีถอย ยามอารมณ์ดีจะเป็นคนสนุก ชอบล้อเล่น ใจกว้าง มีน้ำใจนักกีฬา ไม่ชอบการใช้อำนาจ เกลียดคนอวดเบ่งที่สุด ผู้ที่เกิดเวลา 1 ทุ่มถึง 3 ทุ่ม คุณทีเกิดช่วงเวลานี้เป็นเวลาของสุนัข ทำให้คุณเป็นคนรักคุณธรรม ความถูกต้องซื้อสัตย์จริงใจมาก จนถึงขั้นยึดมั่น ถือมั่นทีเดียว ยืดหยุ่นไม่ค่อยเป็น คิดและทำอะไรก็ตามตรง ทื่อไปหมด ไม่กล้าแหกกฎระบบระเบียบจนเกินไป ชีวิตถึงไม่ค่อย มีอะไรแปลกใหม่ บางครั้งจึงดูน่าเบื่อและแสนเซ็ง มีความขยัน ฉลาด แต่พลิกแพลงไม่เป็น เอาตัวไม่ค่อยรอด คุณเกิดมาเป็นนักปกป้องคุ้มครองคนอื่นมองโลกแบบตรงไปตรงมา ไม่เพ้อฝัน ขาดอารมณ์โรมานซ์ แต่ก็เป็นคนตลกจี้เส้นเพราะมองโลกในแง่ดี เรื่องเสียสละเพื่อคนอื่น คุณเป็นเจ้าชาย-เจ้าหญิงในเรื่องนี้เลยล่ะ ซื่อไปนิดเซ็งไปหน่อยแต่จริงใจไม่มีใครเทียบได้เลย ผู้ที่เกิดเวลา 3 ทุ่มถึง 5 ทุ่ม คุณที่เกิดเวลาหมู อันเป็นช่วงเวลาแห่งการพักผ่อน ทำให้คุณขี้เกียจนิด ๆ เฉื่อยหน่อย ๆ คุณรักความเรียบง่ายไม่มากเรื่อง สุภาพอ่อนโยน ใจดี และอบอุ่น บุคลิกออกจะนุ่ม ๆ คุณมีจิตใจดี จริงใจ มีอารมณ์สุนทรีย์ รักดนตรี ศิลปะสวยงาม มีความโรมานซ์ในหัวใจ แม้จะพูดน้อย แต่เอาอกเอาใจเป็นเลิศ คุณชอบแต่งตัวแบบผู้ดี๊ผู้ดี รสนิยมดี ชอบทำอาหารและชอบกินด้วย รูปร่างจึงออกจะแข็งแรงและสมบูรณ์ คุณเป็นคนใจกว้างและชอบให้อภัย หากถูกทำร้ายจะกลายเป็นหมูป่า สู้ถวายชีวิต ความคิด และการกระทำจะเป็นแบบค่อยๆเป็นค่อย ๆ ไป รอบคอบใจเย็นจนกว่าจะมั่นใจนั่นแหล่ะถึงจะลุย ไม่ว่าคุณจะหญิงหรือชาย คุณจะเป็นแม่บ้านพ่อเรือน และรักครอบครัวมาก ผู้ที่เกิดเวลา 5 ทุ่มถึงตี 1 เป็นเวลาของหนู คุณที่เกิดเวลานี้จะมีบุคลิกกระตือรือร้น ร่าเริงปราดเปรียวสดใส แต่มีความระแวดระวัง ฉลาดหัวไวไหวพริบดี ตรงไปตรงมาไม่มีเล่ห์เหลี่ยม บุคลิกท่าทางดูขรึม พูดน้อย เฉยชาแต่มีมารยาท รักเพื่อน มีความสุขในหมู่เพื่อน ๆชอบช่วยเหลือและมีน้ำใจ จุดเด่นคือความขยัน และสะสมเก่งคุณมักมีเงินสำรองช่อนไว้ไม่มีใครรู้หรอก ชอบวางแผนการเงิน ประหยัดไม่ฟุ่มเฟือย เป็นคนมีระเบียบ บากบั่นมุ่งมั่นสูง ปรับตัวเก่ง มีความรักแบบผู้ให้ รักบ้านรักครอบครัว แต่ก็รักอิสระ ไม่อยากถูกผูกมัด กว่าจะลงเอยกับใครสักคน คิดนาน คิดลึก จนผมหงอกเลยเชียวล่ะ ผู้ที่เกิดเวลาตี 1 ถึงตี 3 เวลานี้เป็นเวลาของวัว ทำให้คุณทำอะไรช้ากว่าชาวบ้าน บุคลิกท่าทางแข็งแรงบึกบึน และอึดเป็นบ้าเลย เป็นคนเฉื่อยแบบใจเย็น ๆ โกรธยากแต่โกรธทีเหมือนระเบิดลง ข้อดีอยู่ที่มีความบากบั่นมีระเบียบ ขยันอดทนหนักแน่น อยู่ในจำพวกสมบูรณ์แบบนิยม ทำอะไรตรงไปตรงมา ไม่รู้จักปรับตัว ไม่มีเล่ห์เพทุบายกับใครเค้าหรอก คุณน่ะทื่อตรง จนไม่ค่อยทันใคร ขาดอารมณ์ขัน ตลกก็ตลกแบบฝืดๆ โดยปกติเป็นคนอดทนมาก ไม่ชอบความรุนแรง การทะเลาะวิวาท เลี่ยงได้จะเลี่ยง ถ้าเลี่ยงไม่ได้คุณจะเปลี่ยนร่างเป็นวัวกระทิงขวิดสุดฤทธิ์ทีเดียว ผู้ที่เกิดเวลาตี 3 ถึงตี 5 คุณที่เกิดเวลานี้จะเป็นคนดวงแข็ง เพราะนี่เป็นเวลาเสือ ส่งผลให้คุณหุนหันพลันแล่น ก้าวร้าวเข้มแข็งและดูมีอำนาจ คุณมีจิตใจที่กล้าหาญเด็ดเดี่ยว มั่นใจในตัวเองสูง แต่ขาดความรอบคอบ เพราะอารมณ์อยู่เหนือหัวใจ แต่ก็เป็นคนใจดี ชอบ เสียสละ ใจกว้างไม่จุกจิกกับเรื่องเล็ก ๆ น้อยๆ มีความรับผิดชอบ ชอบฉายเดี่ยวไม่อยู่ติดที่ คุณมักจะมองโลกในแง่ดี มีอารมณ์ขัน ขี้โม้โอ้อวด หลงใหลเรื่องรักใคร่โรแมนติก ชอบเผลอปล่อยตัวปล่อยใจไปชั่ววูบ มีความเซ็กซี่เป็นเสน่ห์ส่วนตัวที่น่าดึงดูดใจ ข้อเสียมีแค่ไม่รู้จักยอมออมชอมบ้างขาวเป็นขาว ดำเป็นดำ จะหาสีเทาจากคุณน่ะยากเหลือ ที่มา: ทางแพทย์สายพุทธ

พบครูวัย 72 ปี สะสมภาพในหลวงกว่าแสนรูป
ข่าววันพ่อแห่งชาติ /  ปทุมธานี / 

ปทุมธานี พบครูวัย 72 ปี สะสมภาพพระราชกรณียกิจในหลวงกว่า แสนรูปเป็นเวลา 42 ปี นางสนอง บำรุงราษฎร์ อายุ 72 ปี ครูสอนวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษา โรงเรียนประชุมวิทยา อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ซึ่งขณะนี้เกษียณแล้ว แต่โรงเรียนยังคงให้ประกอบอาชีพครูสอนอยู่ เนื่องจากมีคุณสมบัติและคุณภาพ รวมถึงครูสนองยังมีใจรักในอาชีพครูสอนหนังสือให้กับเด็ก ปัจจุบันอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 7 หมู่ 1 ต.บ่อเงิน อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ภายในบ้านมีอัลบั้มภาพถ่ายจากนิตยสารต่าง ๆ และหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจมากมายของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ รวมถึงพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ โดยครูสนองได้นำภาพมาตัดและติดกับกระดาษแข็งเพื่อภาพจะได้ไม่ยับและรักษาให้ ภาพอยู่ได้นาน รวมทั้งนำภาพที่ตัดมาบางส่วนใส่แฟ้มอัลบั้มรูป เพื่อความคงทนต่อการเก็บรักษาภาพ ซึ่งเก็บรักษามาเป็นเวลากว่า 42 ปี รวมกว่าแสนภาพ ส่วนใหญ่ภาพที่เก็บสะสมจะเป็นภาพแห่งความสุขของพระองค์ที่ได้พบกับประชาชน จำนวนมากที่มารอเข้าเฝ้าตามพื้นที่ต่าง ๆ ที่พระองค์ท่านทรงเสด็จฯ ไปดูความเป็นอยู่ของประชาชนในทุกภาคของประเทศ และภาพพระราชกรณียกิจนานัปการของพระองค์ แสดงถึงความเหน็ดเหนื่อยที่พระองค์ทรงงานในพื้นที่ทุรกันดาร เพื่อประชาชนคนไทย  

ดีลทางด่วน!! บีร็อด จ้องคว้า นิวโด้อ้วน เซฟเก้าอี้ 28 ลป.
งูใหญ่ /  นิวโด้อ้วน / 

Daily Express สื่อชื่อดังของเกาะอังกฤษ รายงานว่า ลิเวอร์พูล เตรียมขจัดปัญหาหน้าฝืดด้วยการเล็งคว้า เมาโร อิคาร์ดี้ ศูนย์หน้าเจ้าของฉายา "นิวโด้อ้วน" เข้ามาเสริมคมในช่วงตลาดซื้อขายเดือน มกราคม นี้ด้วยเงินที่สูงถึง 28 ล้านปอนด์ ดาวยิงวัย 21 ปี ของ อินเตอร์ มิลาน ถือเป็นคีย์แมนให้กับทัพ "งูใหญ่" ตลอดซีซั่น 2014/15 และนอกจาก "หงส์แดง" ที่พร้อมทุ่มงบก้อนโตเพื่อกระชากมาร่วมทีมแล้วยังมี เชลซี อีกทีมที่ต้องการ วันเดอร์คิด ชาวอาร์เจนไตน์มาเป่าตาข่ายคู่แข่งช่วงครึ่งหลังของฤดูกาลเหมือนกัน ทั้งนี้ เมาโร อิคาร์ดี้ มีสถิติลงสนามให้กับ อินเตอร์ มิลาน ไปแล้วทั้งหมด 39 นัด พังตาข่ายได้ 20 ประตู ตั้งแต่ย้ายมาร่วมทัพเมื่อปี 2013 ถึงปัจจุบัน

อย่างโหด! ส่องเบื้องหลังซีจีขั้นเทพ ของ X-Men: Days of Future Past
Behind the scene /  clip / 

อาจนับเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ขาดไม่ได้ของหนังบล็อกบัสเตอร์ไปซะแล้ว สำหรับเทคนิค VFX ที่อยากเนรมิตอะไรก็จัดได้ตามประสงค์ และแน่นอนหนังมนุษย์กลายพันธุ์สุดทรงพลัง อย่าง X-Men: Days of Future Past ย่อมขาดสิ่งนี้ไปไม่ได้เลย และวันนี้ ทาง The Moving Picture Company ได้ปล่อยคลิปเบื้องหลังสารพันฉาก โดยเฉพาะการสู้รบกับหุ่นเซนติเทลจอมโหด ที่ดูแล้วอดตะลึงไม่ได้กับความเนี้ยบกริบ ของเทคนิคคอมพิวเตอร์ขั้นเทพนี้ ภาพยนตร์ X-Men: Days of Future Past ไม่มีฉายแล้ว ทุกโรงภาพยนตร์ ขอเชิญสาวกมนุษย์กลายพันธุ์ ไปจับจองแผ่นเอามาดูซ้ำกันได้ตามสะดวก ----------------------------

Kungfu Fighting ส่งตัวละครเกมส์ 15 ตัว ร่วมวิทยายุทธ
Kungfu Fighting /  เกมส์มือถือ

เกมส์มือถือ Kungfu Fighting (kf.i3play.com) ทำการอัพเดตตัวละครเกมส์ใหม่ๆกว่า 15 ตัวละคร อัพเดตแล้ววันนี้ เตียกุนป้อ ศิษย์เอกของวัดเส้าหลิน ผู้มีวิชาเก่งกล้าสามารถ และพลังภายในอันแกร่ง ซึ่งภายหลังขอสละจากศิษย์เส้าหลิน เพื่อแยกตัวไปเป็นผู้ก่อตั้งสำนักบู๊ตึ๊ง และต่อไปได้คิดค้นวิชากระบี่ไท่เก๊ก และมวยไท่เก๊ก โดยมีเคล็ดวิชาที่นักท่องยุทธ์ทั่วไปมักจะเลื่องลือกันว่า "สี่ตำลึงปาดพันชั่ง" และนอกจากนั้น "เตียนกุนป้อ" ยังสามารถพัฒนาเปลี่ยนร่างเป็น "เตียซำฮง" ได้อีกด้วย ตัวละครขั้นต้น สกิลตัวละครขั้นพัฒนา มู่หยงฟู่ คุณชายตระกูล "มู่หยง" รูปร่างสง่างาม ใบหน้าหล่อเหลา เสน่ห์ของเขาต่างทำให้สาวสวยทั่วยุทธภพหลงใหล นอกจากจะเป็นหนุ่มรูปงามแล้ว เขายังมีวรยุทธ์ที่สูงส่ง ฉลาดหลักแหลม กลยุทธ์ในการต่อสู้ล้ำลึก จนหลายคนต่างขนานนามกลยุทธ์นี้ว่า "ยืมหอกสนองผู้ใช้" คือ เพียงแค่เห็นวิชา 2 - 3 กระบวนท่า คุณชายมู่หยงสามารถปรับเปลียนกระบวนท่าวิชาของคู่ต่อสู้ และนำวรยุทธ์นั้นล้มคู่ต่อสู้ได้ง่ายดาย แล้วด้วยความที่ถนัดทั้งบุ๋นและบู้ ชื่อเสียงของเขาจึงขจรไกลขึ้นแท่นเป็นจอมยุทธอันดับหนึ่งของแผ่นดิน โดยมีฉายาว่า "เฉียวฟงเหนือ มู่หยงใต้" นอกจะมีปณิธานเก่งเหนือใครแล้ว ลึกๆ ในใจเขายังต้องการฟื้นฟูตระกูลมู่หยงให้โด่งดังผงาดขึ้นอีกครั้งด้วย ราชครูจักรทอง เพียงแค่เห็นแสงสะท้อนจากอาวุธ ไม่ว่าชาวยุทธท่านไหนจะต้องรู้จักคนนี้เป็นอย่างดี "ราชครูจักรทอง" เป็นราชครูจากมองโกล ผู้มีวรยุทธ์ที่แปลกพิศดาร ทั้งกระบวนท่าที่ไม่เหมือนใคร แม้จะไม่มีใครรู้ประวัติของชายคนนี้อย่างเด่นชัด แต่ด้วยการลีลาการใช้อาวุธ "จักรทอง" ที่ต่างจากคนอื่น ผนวกกับพลังภายในที่จับจุดอ่อนได้ยาก และไม่ใช่แค่จักรทองเท่านั้น ยังมี "จักรเงิน" "จักรทองเหลือง" "จักรเหล็ก" และ "จักรตะกั่ว" อีกด้วย หากได้ประจันหน้าต้องระวังอย่างหนัก หยางติ่งเทียน ยอดฝีมือที่จัดอยู่ในระดับต้นๆ ของยุทธภพ ประมุขพรรคเม้งก่าที่จอมยุทธหลายคนต่างให้ความเคารพ และนับถือ แม้ประมุขท่านนี้จะไม่ชอบแสดงฝีมือ หรือสร้างชื่อเสียงในยุทธภพมากนัก แต่หากยุทธภพเกิดความวุ่นวายเมื่อไหร่แล้วละก็ ยุทธภพนี้จะต้องจดจำพลัง และกระบวนท่าวิชาอันแข็งแกร่งของ"หยางติ่งเทียน" ไปอีกนาน ฮึงเทียเจี่ย เป็นจอมยุทธ์ที่หยิ่ง ทนงในศักดิ์ศรี ทั้งกำลังภายในแข็งแกร่ง และวรยุทธ์อันสูงส่ง หามีผู้ใดในใต้หล้ากล้ามาล้มบุคคลผู้นี้ลงได้ และด้วยความรักยุติธรรมที่มีมาก เขาจึงถูกเลือกให้เป็นหนึ่งใน 4 ผู้คุ้มกฎแห่งนิกายเม้งก่า ถูกขนานนามฉายาว่า "อินทรีคิ้วขาว" และยังเป็นตาของเตียบ่อกี้อีกด้วย เจี่ยซุ่น ผู้ที่มีนิสัย โหด ดุดัน ไม่ยอมอ่อนข้อให้ใครง่ายๆ อีกทั้งยังเป็นพ่อบุญธรรมของเตียบ่อกี้ ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกเหมือนราชสีห์ แถมยังมีผมกับหนวดเป็นสีทองใครต่างตั้งฉายาให้จอมยุทธ์ผู้นี้ คือ "ราชสีห์ขนทอง" จิวม่อจื้อ มีสมณศักดิ์เป็นพระธรรมจักรใหญ่ป้องกันประเทศ แห่งประเทศโท่วฮวง เป็นยอดฝีมือที่หาตัวจับยาก พลังภายในสูงส่ง กระบวนท่าวิชาแปลกพิศดารหากใครได้ลองประทะฝีมือ อาจจะล้มลงได้โดยไม่รู้ตัว ลี้มกโช้ว อื้อชางไห่ จ้อแหน้เซี้ยง ฟานเอี้ยว ไต้ฉีซือ อุ้ยเจ็กเฉี่ย สองเฒ่าอเวจี สองเฒ่าประหลาดคู่ซี้ ผู้ที่เก็บเนื้อเก็บตัว หลายคนในยุทธภพอาจจะได้ยินแค่ชื่อเสียงลือนาม แต่มีใครบอกที่อยู่อาศัยได้อย่างแน่ชัด แต่หากสองเฒ่าปรากฏตัวเมื่อไหร่ ไม่ว่าจอมยุทธ์จะหนุ่ม มีความเก่งกล้าสามารถแค่ไหน อาจจะพลาดท่าให้กับกระบวนท่า และวิชาสุดแสนพิศดารของสองเฒ่าอเวจีนี้ได้ แม่นางจาว กุลสตรีที่เรียบร้อย อ่อนโยน เป็นศิษย์เอกของพรรคเม้งก่า แม้นางจะชอบเข้าครัว สนใจแต่งานกุลสตรี แต่หากมีโจรร้าย หรือฝ่ายอธรรมเข้ามาบุกโจมตีพรรค แม่นางคนนี้สามารถปกป้องได้ วรยุทธ์ไม่แพ้กับศิษย์ชายในพรรครุ่นเดียวกันเลย

ชูวิทย์ เตือน พวกบังอาจ แอบอ้างเบื้องสูงระวังให้ดี !
ข่าวล่าสุด /  ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ / 

ชูวิทย์ เตือน พวกบังอาจ แอบอ้างเบื้องสูงระวังให้ดี ! วันนี้(24 พ.ย.) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ได้โพสต์ข้อความสืบเนื่องจากกรณีที่มีการจับกุมตำรวจนายผู้ใหญ่ไปดำเนินคดีร้ายแรง โดยเผยว่า บังอาจแอบอ้างเบื้องสูง บ่อนพระราม 9 หรือ บ่อนโคลอนเซ่ ที่ตั้งอยู่ในอาบอบนวดโคลอนเซ่ถนนพระราม 9 เคยเป็นบ่อนใหญ่ในอดีต เปิดอยู่เกือบปี มีเงินสะพัดหมุนเวียนเกือบหมื่นล้าน อำนาจของเงินบันดาลได้ทุกสิ่งทุกอย่าง เห็นกงจักรเป็นดอกบัว บังอาจแอบอ้างเบื้องสูง ทำให้ไม่มีใครกล้าไปยุ่ง จนเหิมเกริมคิดการใหญ่ขยายกิจการเพราะที่เก่าคับแคบ ไปเปิดอยู่ที่ถนนรัชดาภิเษก เรียกว่า "บ่อนรัชดา" ผมเป็นผู้นำไปอภิปรายในสภา ในวันแถลงนโยบายรัฐบาลยิ่งลักษณ์ โดยที่ใหม่เปิดได้ยี่สิบกว่าวัน ประจวบเหมาะกับผมเพิ่งเป็น ส.ส. จึงส่งสายลับเข้าไปแฝงตัวแอบถ่ายเป็นคลิปออกมาเปิดเผย เพราะผมไม่เชื่อ จึงกล้านำมาพูด หากผมเชื่อ คงจะเงียบเหมือนคนอื่นๆ "แกงค์กิ๊ก-โก" มั่นใจในการแอบอ้างว่าไม่มีใครกล้าแตะต้อง เขารู้กันทั้งวงการแต่ไม่มีใครกล้ายุ่ง แม้แต่คนขายล็อตเตอรี่หน้าบ่อนยังรู้ว่าอ้างใคร? แต่คนบ้าอย่างผมเชื่อว่าไม่จริง จึงขอลองของเสียหน่อย "...ผมชกลมอยู่หลายปี ท้ายสุด สวรรค์มีตา เทวดาไม่ตกสำรวจ ความจริงปรากฏ แต่ขอบอกว่าไม่ใช่มีเท่านี้ ข้อมูลของผมยังเก็บงำเป็นปริศนาที่รอการสานต่อ ให้รู้เสียบ้างบ้านเมืองนี้ใครคุ้มครอง และอยู่ได้เพราะใคร ต่อไปไอ้พวกชอบอ้างระวังไว้ให้ดี...." MThai News

วิธีทำ ขนมใส่ไส้ หรือ ขนมสอดไส้
ขนมสอดไส้ /  ขนมใส่ไส้ / 

วิธีทำ ขนมใส่ไส้ หรือ ขนมสอดไส้ รูปจาก http://www.pinterest.com/ ขนมใส่ไส้ หรือ ขนมสอดไส้ วัตถุดิบ สำหรับ 30 ห่อ น้ำตาลปี๊ป 200 กรัม เกลือป่น 1/2 ช้อนชา สำหรับไส้ , เกลือป่น 1 ช้อนชา สำหรับกะทิ มะพร้าวทึนทึกขูด แป้งข้าวเหนียว 350 กรัม น้ำใบเตยปั่นละเอียด 300 มิลลิลิตร กะทิ 800 มิลลิลิตร แป้งข้าวเจ้า 80 กรัม กลิ่นมะลิ 1 ช้อนชา ไม้สำหรับกลัด หรือไม้จิ้มฟัน ใบตองเช็ดสะอาดสำหรับห่อขนม วิธีทำ นำใบตองที่สำหรับห่อมาตัดเป็น 2 ขนาด ฉีกใบตองชั้นนอก 5 นิ้ว และสำหรับชั้นใน 4 นิ้ว และนำมาตัดมุมให้เป็นทรงวงรี เช็ดให้สะอาด และนำไปลนไฟเล็กน้อยเพื่อให้ห่อขนมได้ง่าย นำมะพร้าวทึนทึกที่ขูดเป็นเส้นยาว เกลือป่น และน้ำตาลปี๊บ ลงไปกวนในกระทะทองเหลือง ใช้ไฟอ่อน กวนไปเรื่อยๆ จนครบ 20 นาที จนส่วนผสมแห้ง จากนั้นก็ปิดไฟพักไว้ให้เย็น ผสมแป้งข้าวเหนียวและน้ำใบเตยเข้าด้วยกัน นวดแป้งจนเริ่มเป็นก้อน เสร็จแล้วให้คลุมด้วยพาสติกแรป นำกะทิ 1/4 ของกะทิทั้งหมดผสมกับแป้งข้าวเจ้า เกลือป่น กลิ่นมะลิ ลงไปในกระทะ คนให้เข้ากันจนแป้งไม้จับตัวกันเป็นเม็ด แล้วค่อยเติมกะทิส่วนที่เหลือลงไป เปิดไฟอ่อนๆ และคนไปเรื่อยๆ จนกะทิเหนียวข้น ปิดไฟพักไว้ให้เย็น เมื่อตัวไส้เริ่มเย็นดีแล้ว ปั้นไส้ให้เป็นก้อนกลมๆ ขนาด 1 นิ้ว จนหมด และปั้นตัวแป้งเป็นก้อนกลมขนาดใหญ่กว่าตัวไส้เป็น 1 นิ้วครึ่ง แผ่แป้งให้แบนวางไส้ลงตรงกลาง และห่อไส้ขนมให้มิด เตรียมใบตองสำหรับห่อ นำใบตอง 2 ขนาดที่ตัดไว้เป็นวงรีมาประกบกัน นำหน้านวลทั้ง 2 แผ่น ชนกัน นำขนมที่ปั้นไว้วางลงบนใบตอง และราดด้วยน้ำกะทิ 1 ช้อนโต๊ะ และพับใบตองให้เป็นทรงสูง คาดทับด้วยใบมะพร้าวและคาดด้วยไม้กลัด นึ่งในน้ำเดือดจัดประมาณ 30 นาที พักไว้ให้เย็นก่อนเสิร์ฟ ที่มาจาก FoodTravel.tv

ร่วมโหวต!! เมญ่า เพื่อผ่านเข้ารอบฟาสแทร็ค มิสเวิลด์ 2014
missworld2014 /  ฟาสแทร็ค / 

โหวต! เมญ่า เพื่อได้สิทธิ์เข้ารอบการประกวด มิสเวิลด์2014 ในทันที        เมญ่า นนธวรรณ ทองเหล็ง มิสไทยแลนด์เวิล์ด 2014  ได้ไปร่วมการประกวด มิสเวิล์ด 2014 ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เรียบร้อยแล้ว ช่วงนี้จึงเป็นช่วงเก็บตัวของเหล่านางงามทุกประเทศ กิจกรรมวันแรก Dances Of The World  ผู้ที่ได้รับคัดเลือกจะได้แสดงโชว์สุดพิเศษในวันติดสิน ซึ่งเมญ่าได้เตรียมโชว์รำมโนราห์ ลีลาอ่อนช้อยไม่แพ้ใครเลยทีเดียว         มิสเวิลด์ 2014  เป็นการประกวดนางงามระดับนานาชาติ ซึ่งเป็นเวทีการประกวดที่มีผู้เข้าร่วมประกวดมากที่สุด ปีนี้มีตัวแทนเข้าประกวดกว่า 120 ประเทศ ที่สำคัญมีการประกวดรอบฟราสแทร็ก ผู้ที่ได้ตำแหน่งฟราสแทร็กจะได้สิทธิ์เข้ารอบการประกวดมิสเวิลด์ในทันที       ทุกคนสามารถให้น้องเมญ่าเข้าสู่รอบฟราสแทร็กได้ โดยโหลด App Miss World ได้ทั้งระบบ iOS และ android เพียงเข้าไปแชร์ภาพของ เมญ่า ผ่านเฟซบุ๊กหรือทวิตเตอร์จากแอปพลิเคชั่นนี้ เพื่อให้เมญ่าได้เข้ารอบฟาสแทร็คใน ตำแหน่ง Miss Multi Media และ สามารถร่วมโหวตให้เมญ่าได้ตำแหน่ง The People’s Champion Award ผ่านทางแอปนี้เช่นกัน โดยมีสิทธิ์โหวตได้ถึง 3 ประเทศ วิธีโหวต เมญ่า ผ่าน App Miss World 1.เมื่อโหลด App Miss world เข้ามาแล้วหน้าแรกจะเป็นแบบนี้ ให้กดแท๊บที่อยู่บนสุดทางซ้าย 2. แล้วคลิกที่คำว่า Contestants  3. จากนั้นพิมพ์ชื่อประเทศที่ต้องการโหวต 4.พิมพ์เพื่อค้นหาประเทศไทย โดยพิมพ์คำว่า Thailand 5. กดที่ปุ่ม ADD TO TOP3 เพื่อโหวตให้เมญ่า 6. หลังจากนั้น คุณยังมีสิทธิ์โหวตได้อีก 2 ประเทศ โหวตให้น้องเมญ่า ได้แล้ว เย้ๆ! ปิดโหวตในการประกวดรอบตัดสินวันที่ 14 ธันวาคมนี้ อย่ารอช้า! มาร่วมให้กำลังใจ เมญ่า กันเร๊วววว..... เรียบเรียงโดย women mthai team ภาพประกอบจาก instagram maeya_mtw2014

สลดใจ เด็กจีนผูกคอตาย เพราะสอบได้คะแนนน้อย ?
ข่าวจีน /  เด็กจีนฆ่าตัวตาย / 

เด็กชายวัย 10 ขวบชาวจีนตัดสินใจผูกคอตายในห้องนอน เผยผ่านไดอารี่ เพราะเครียดที่ทำคะแนนสอบวิชาภาษาอังกฤษได้น้อย เว็บไซต์ข่าวเซี่ยงไฮ้อีสท์ของจีน รายงานเหตุสลดของ เสี่ยวฮวน เด็กชายชาวจีน วัย 10 ขวบ ที่ตัดสินใจแขวนคอตายภายในห้องนอนของตัวเอง ครอบครัวทราบสาเหตุจากไดอารี่ของเขาความว่า "ผมสอบวิชาภาษาอังกฤษได้แค่ 39 คะแนน ผมเสียใจที่ไม่ฟังคำสอนของยาย สอบครั้งต่อไปผมจะใช้เวลาอ่านทบทวนบทเรียนให้มากกว่านี้"  โดยก่อนเกิดเหตุเขากลับมาจากโรงเรียนพร้อมกับกระดาษข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ เมื่อยายของเขาทราบว่าหลานทำคะแนนได้ไม่ดีเธอก็ตำหนิเขา ก่อนหน้านี้เสี่ยวฮวนมีผลการเรียนที่ดี โดยผลสอบครั้งก่อน เขาได้คะแนนสูงถึง 80 คะแนน ทั้งนี้ยายของเขาบอกว่าเขาไม่ควรจะออกไปเล่นหลังเลิกเรียน และควรจะอยู่บ้านเพื่ออ่านหนังสือแทน หลังจากนั้น 1 ชั่วโมง ยายของเขาได้เรียกให้ไปทานมื้อค่ำ แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับ โดยเมื่อเธอเปิดประตูเข้าไปกลับพบว่า เสี่ยวฮวน ก็พบว่าเขาเสียชีวิต โดยการแขวนคออยู่ที่ริมหน้าต่าง ซึ่งยายของเสี่ยวฮวนพยายามวิ่งเข้าไปช่วยหลานชาย แต่ไม่ทันเสียแล้ว ทั้งนี้ลูกพี่ลูกน้องของเสี่ยวฮวนที่เรียนอยู่ห้องเดียวกัน เผยว่า เช้าวันดังกล่าวเสี่ยวฮวนถูกทำโทษให้ยืนในห้องเรียนเป็นเวลา 10 นาที จึงทำให้ครอบครัวของเขาคิดว่าสาเหตุน่าจะมาจากผลสอบของเขา ขณะที่ครูใหญ่ออกมาปฏิเสธ โดยให้การว่าเสี่ยวฮวนถูกทำโทษให้ยืนพร้อมกับนักเรียนคนอื่นในชั้นเรียนวิชาภาษาจีน เนื่องจากเขาคุยในห้องเรียนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสอบสวนสาเหตุต่อไป3 โดยก่อนหน้านี้ เอเอฟพีได้เผยผลวิจัย กว่า 1 ใน 3 ของเด็กประถมในประเทศจีนที่มีความเครียด และประสบกับปัญหาสุขภาพจิต ทั้งยังมีความกังวลเรื่องการสอบ ถึง 81 เปอร์เซ็นต์ และยังระบุว่าครูสั่งการบ้านมากเกินไป ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ มาจากแรงกดดันเพื่อขยับฐานะทางเศรษฐกิจและสังคม  รวมทั้งเหตุผลอื่นๆ เช่น นโยบายลูกคนเดียว จึงมักจะถูกพ่อแม่กดดันและตั้งความหวังอย่างมาก MThai News