ทรงผม2014

Transcendence : คน หรือ คอมพ์
Transcendence /  คริสโตเฟอร์ โนแลน / 

หลังจากไปเป็นตากล้องให้สุดยอดผู้กำกับอย่าง คริสโตเฟอร์ โนแลน มานานหลาย 10 ปี ก็สงสัยจะถึงเวลาเปิดซิงกันเรียบร้อยแล้วสำหรับ วอลลี่ ฟิสเตอร์ ที่ขอหยิบเอาแนวคิดไอเดีย เทคโนโลยี มาใช้เข้ากับหนังเรื่องแรกของเขา ที่บทหนังเรื่องนี้ถูกติดอยู่ในบทที่ดี แต่ยังไม่สร้างมานานหลายปี และสุดท้ายมันจึงออกมาเป็น Transcendence ที่เข้าฉายในบ้านเราเรียบร้อยแล้ว เมื่อนักวิทยาศาสตร์ระดับหัวกะทิ วิล แคสเตอร์ (จอห์นนี เด็ปป์) อีฟว์ลิน (รีเบคก้า ฮอล) และ แม็กซ์ (พอล เบททานีย์ จาก Priest) ได้ทำการคิดค้นเทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนโลกให้ดีขึ้น แต่ทว่าพวกเขากลับถูกต่อต้านอย่างรุนแรง และเมื่อวิลถูกลอบทำร้ายจนเสียชีวิต ทำให้ ภรรยาของวิล จึงได้เชื่อมต่อสมองของเขาเข้ากับระบบปฏิบัติการ จนเกิดเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์อัจฉริยะที่ “คิด” “ตัดสินใจ” และ “ลงมือ” ได้ด้วยตัวเองเป็นครั้งแรกในโลก พร้อมเปิดฉากสู้กับองค์กรก่อการร้ายที่วางแผนหยุดยั้งและทำลาย” “โปรแกรมของวิล” ให้สิ้นซากไป จากตัวอย่าง และ แนวคิด คงอดที่จะบอกไม่ได้ว่าหนังเรื่องมันช่าง โนแล้น โนแลน หรือจะให้บอกคือมันเป็นหนังที่มีแนวคิดเดียว และ วิธีการคุมโทนหนังแบบที่ Inception ใช้เลยก็ว่าได้ จนทำให้ใครหลายคนต้องตีตนไปก่อนไข้ และคิดว่าหนังเรื่องนี้จะต้องล้ำอย่างเช่นหนังแนว โนแลน เขาทำกัน แถมเรื่องนี้ยังได้เฮียแกมาเป็น โปรดิวเซอร์ อีกด้วย ทั้งที่จริงแล้วตัวหนัง Transcendence มันไม่ใช่อย่างที่กล่าวมาด้านบน แต่มันกลับกลายเป็นหนังเปิดตัวของผกก. วอลลี่ ฟิสเตอร์ ที่อาจจะยังหาจุดสมดุลของตนเองไม่ได้ แต่ก็จัดได้ว่าน่าชื่นชมทีเดียวเลยหล่ะครับ การที่พูดถึงเรื่องราวของ คน ปะทะ เทคโนโลยี ในหนังฮอลลีวู้ด มีมาหลายเรื่องหลายรสชาติจนคนดูคงเบื่อไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็น Wall-E, I, Robot หรือแม้แต่ที่เพิ่งผ่านไปล่าสุดอย่าง Her ที่หยิบเอาแนวคิดที่ว่า เทคโนโลยี มันทำให้ชีวิตของเราสะดวกสบายขึ้น หรือว่ามันกำลังจะทำร้ายเราอยู่ลึกๆแน่ๆ ซึ่งเอาเข้าจริงๆแนวคิดหนังของ Transcendence เนี่ย มันไม่ได้ใหม่หรืออะไรเลยสัก กับการตั้งหน้าตั้งตาด่า เทคโนโลยี พร้อมเสริมความสำคัญให้กับมันเข้าไปทีละก้าวๆ แต่สิ่งที่ดูเหมือนจะโดนใจมากที่สุดในหนัง คงหนีไม่พ้นการวางคาแรกเตอร์ เทคโนโลยี ในเรื่องนี้ ซึ่งถ้าหากเราดูหนังพวก I-Robot และอีกมากมาย คงจะเห็นได้ว่าหนังพวกนี้ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการวางตัว เทคโนโลยี ให้มีหัวใจสักเท่าไหร่ แต่มันกลับเป็นสิ่งที่เราพร้อมจะปิดหรือทำลายเมื่อไหร่ก็ได้ เพราะฉะนั้นแล้วการที่จะเพิ่มให้ตัว เทคโน มีส่วนเข้มข้นและดูจริงมากขึ้น Transcendence จึงเอาคนที่มีเนื้อมีหนังไปเป็นส่วนนึงของ เทคโน เสียเลย และผลลัพธุ์ที่มันออกมาก็น่าภูมิใจทีเดียว เพราะ เทคโนโลยี ในเรื่องนี้กลับกลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้ มีความรู้สึก ไม่ต่างจากคน แต่คำถามเดียวของหนังคือ 'มันมีจิตวิญญาณ หรือไม่ แล้วถ้ามันมี จิตวิญญาณของมันไม่สำคัญหรือมีความรู้สึกเท่ามนุษย์จริงหรือ' ซึ่งถึงแม้มุกนี้จะเคยใช้มาแล้วใน 2001 ของ สแตนลี คูบริก แต่กระนั้นความเข้มข้นอีกอย่างของ Transcendence คงหนีไม่พ้นการที่มันเล่าผ่านมุมมองของผู้หญิง ชีวิตคู่ และ การแต่งงาน ที่เต็มไปด้วยภาพของความรัก และ ความเจ็บปวด ซึ่งหนังก็เปรียบเปรยเอาชีวิตการแต่งงานที่เริ่มล้มเหลว เข้ามาใช้กับการคลืบคลานเข้ามาทำลายชีวิตของ เทคโนโลยี ได้อย่างแนบเนียน ถึงแม้หนังจะมีช่องโหว่ในการเล่าเรื่อง และความตะกุกตะกักในวิธีการหาทางออกของโจทย์ที่ตั้งขึ้นมามากพอสมควรก็ตาม งานวิชวล เอฟเฟกต์ และ ทีมนักแสดง จัดได้ว่าเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยหนังให้เจิดจรัสได้ในระดับนึง โดยเฉพาะนางเอกสาวอย่าง รีเบ็คก้า ฮอลล์ ที่เหมือนจะทุ่มสุดตัวของเธอให้กับบทนี้ ก็สามารถทำให้ตัวเธอเป็นนักแสดงที่น่าจับตามองขึ้นมาทันที หลังจากได้แต่บทตัวประกอบอยู่นานสองนาน เช่นเดียวกับ พอล เบ็ตตานี่ย์ ที่ถึงแม้จะรับบทนำอยู่หลายเรื่อง แต่การเป็นแบ็คอัพให้หนังเรื่องนี้ กลับดูมีเสน่ห์มากกว่าเห็นๆ โดยรวมแล้วถึงแม้ว่ามันจะไม่หนังแนวแอ็คชั่น ที่น่าตื่นตาอย่างที่ตัวอย่างตัดเรียกคนดู แต่กระนั้นฉากแอ็คชั่นในช่วงท้าย พร้อมกับประเด็นน่าคิดค้นของตัวหนัง Transcendence ก็มากเพียงพอที่จะทำให้คนดูรู้สึกกลัวความเข้ามาครอบงำของ เทคโนโลยี รวมถึงคำถามที่ว่า ถึงมันจะเลวร้าย แต่ถ้าไม่มีมันแล้วเราจะอยู่ได้หรือไม่ เรื่องนี้ผมให้ 8/10 ครับ

วิเคราะห์ Skill เทพกระชากลากยิง แกเร็ท เบล นัดชิงโคปาฯ
บาร์เซโลน่า /  ประตู / 

หากใครได้ชมเกมนัดชิง โคปา เดล เรย์ ระหว่าง บาร์เซโลน่า กับ เรอัล มาดริด เมื่อคืนที่ผ่านมาคงจะได้เสพถึงอรรถรสของฟุตบอลอย่าเต็มเปี่ยมแน่นอน :) โดยเกมนัดชิง โคปา เดล เรย์ เป็นฝั่ง เรอัล มาดริด เป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ 2-1 จากการยิงของ อังเคล ดิ มาเรีย เป็นประตูขึ้นนำ ก่อนจะโดน มาร์ค บาร์ตร้า โขกตีเสมอในครึ่งหลัง และประตูชัยสุดมหัศจรรย์ของ แกเร็ท เบล ก่อนหมดเวลา 5 นาที ซึ่งหลังจบเกมดังกล่าวมีการหยิบยกจังหวะประตูชัยของ เรอัล มาดริด ที่ แกเร็ท เบล ปีกหน้าลิงวัย 24 ปี ทำได้นั้นมันสุดมหัศจรรย์ ทั้งความเร็ว และความแข็งแกร่งของปีกชาวเวลส์คนนี้ จังหวะการยิงประตูดังกล่าว เป็นเกมสวนกลับเร็วของ เรอัล มาดริด ฟาบิโอ โคเอนเทรา แตะบอลให้ เบล ขึ้นบอลทางริมเส้นฝั่งซ้ายก่อนที่นักเตะค่าตัวแพงที่สุดในโลกจะแตะบอลอ้อมตัว มาร์ค บาร์ตร้า ก่อนจะถูก มาร์ค บาร์ตร้า เข้าเบียดจน เบล หลุดออกจากสนามแข่ง แต่ แกเร็ท เบล ก็แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง ความเร็ว และความมุ่งมั่นสปีดวิ่งกลับเข้าสนามพร้อมกับสปีดแย่งบอลกับ บาร์ต้า เข้าไปยิงประตูชัยให้กับต้นสัง เรอัล มาดริด ได้สำเร็จ และหลังจบเกมเหล่าบรรดาเกจิรวมถึงเซียนบอลหลายท่านต่างก็ออกมาชื่นชมยกย่องถึงความสุดยอดของ แกเร็ท เบล ว่าจะเป็นประตูที่สุดสวยที่สุดและสำคัญที่สุดตลอดกาลของ แกเร็ท เบล แน่นอน โดยล่าสุด เดลี่เมล ก็ออกมาเผยว่าระยะทางที่ แกเร็ท เบล วิ่งเข้าไปยิงประตูนั้นมีระยะทางอยู่ที่ 65 หลา หลังจากที่ เบล ได้บอลจาก โคเอนเทรา พร้อมกับใช้เวลาเพียง 7.2 วินาทีเท่านั้น ซึ่งระยะทางและเวลาที่ แกเร็ท เบล ทำได้นั้นนับว่าเป็นเรื่องน่าเชื่ออย่างมาก เพราะ แกเร็ท เบล ลงเล่นมากว่า 84 นาที แต่ ปีกเจ้าของค่าตัว 86 ล้านปอนด์ ยังมีสปีดต้นและพลังกำลังเหลือเฟือ ทั้งนี้ประตูชัยที่ แกเร็ท เบล ทำได้พร้อมกับพา เรอัล มาดริด เป็นแชมป์ โคปา เดล เรย์ ปี 2014 นับว่าเป็นแชมป์รายการที่ 2 ของ แกเร็ท เบล เท่านั้น หลังจากก่อนหน้านี้ แกเร็ท เบล เคยคว้าแชมป์มาได้ครั้งเดียวเท่านั้น คือ แชมป์ Premier Academy League (ลีกสูงสุดระดับเยาวชนของอังกฤษ) กับ เซาธ์แฮมป์ตัน ในฤดูกาล 2005-06 **รู้หรือไม่? ในปี 2012 แกเร็ท เบล ตัดสินใจผ่าตัดเย็บใบหู เพราะในสมัยเด็กๆ แกเร็ท เบล มักโดนเพื่อนล้อเลียนเรื่องใบหูที่กางอยู่เป็นประจำ ทำให้ เบล ไม่มั่นใจ แต่หลังจากก้าวขึ้นมาเป็นนักฟุตบอลอาชีพเต็มตัว แกเร็ท เบล ก็ไม่รอช้าที่จะลบปมด้อยเรื่องหูกางของเขา ที่มา : dailymail, footballvintage

ดูหนังตัวอย่าง หนังไทย เวอร์ชั่นพากย์เขมร
กัมพูชา /  คิดถึงวิทยา / 

เคยดูกันแล้วหรือยัง เวลาหนังไทยเอาไปฉายที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างเขมร ก็มีหนังตัวอย่างเวอร์ชั่นพากย์เสียงเขมร และโปสเตอร์หนังเวอร์ชั่นเขมร (ฟ้อนท์เขมร) ลองหยิบหนังไทยของปีนี้ ที่กำลังจะเข้าฉายที่กัมพูชา มาให้ได้ดูกัน อย่างเช่น เธอ เขา เรา ผี เข้าฉาย 1 พฤษภาคม (สหมงคลฟิล์ม), คิดถึงวิทยา เข้าฉาย 24 เมษายน (จีทีเอช),  ม.6/5 ปากหมาท้าแม่นาค เข้าฉาย 15 พฤษภาคม(พระนครฟิล์ม) และ ไทม์ไลน์ จดหมาย ความทรงจำ เข้าฉายไปแล้ว (สหมงคลฟิล์ม) เธอ เขา เรา ผี คิดถึงวิทยา ม. 6/5 ปากหมาท้าแม่นาค ไทม์ไลน์ จดหมาย ความทรงจำ ที่มา เว็บไซต์โรงหนัง แพลตินั่ม ซีนีเพล็กซ์ กัมพูชา http://www.platinumcineplex.com.kh/ แชแนลยูทูป http://www.youtube.com/user/PlatinumCambodia/videos แฟนเพจ https://www.facebook.com/PlatinumCineplexCambodia

EOS Online เปิดทดสอบเกมส์ 2 ช่วง ตลอดเดือน พ.ค. 57
EOS Online /  เกมส์ออนไลน์ / 

เกมส์ออนไลน์ EOS Online (eosonline.in.th) ประกาศวันเปิดทดสอบเกมส์ออนไลน์ใหม่อย่างเป็นทางการ โดยเปิดทดสอบ 2 ครั้ง ตลอดช่วงเดือนพฤษภาคม 2557 สำหรับการเปิดทดสอบเกมส์ EOS Online ครั้งแรกจะเปิดทดสอบวันที่ 9-11 พฤษภาคม 2557 ขณะที่ครั้งที่ 2 วันที่ 23-25 พฤษภาคม 2557 และช่วงการทดสอบดังกล่าวจะเปิดให้เล่นสูงสุด 5 พันคน ด้านผู้เล่นที่เคยเข้าร่วมทดสอบเกมส์ช่วง Focus Group Test เดือนมีนาคม 2557 กับเข้าร่วมกิจกรรม Council จะได้รับสิทธิ์เล่นก่อนผู้เล่นทั่วไปหนึ่งวัน ขณะที่ผู้เล่นทั่วไปสามารถสมัครเล่นเกมส์ได้เช่นกัน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ eosonline.in.th

บอลโลกจีนแดง! ตร. เข้ายึดถ้วย ฟุตบอลโลก ปลอมที่จีนกว่า 1 พันใบ
2014 /  ถ้วยบอลโลก / 

ขึ้นชื่อเรื่องการก็อปปี้อยู่แล้วสำหรับประเทศจีนที่ล่าสุดถูก ตำรวจ เข้ายึดของกลางเป็นถ้วย ฟุตบอลโลก กว่า 1,020 ใบ ในโกดังในเมือง อี้อู ในมณฑล เจ้อเจียง โดยการขยายผลสอบสวนระบุว่าโกดัง ดังกล่าว เป็นที่เก็บถ้วยฟุตบอลโลกปลอมกว่า 1,020 ใบ ที่แพ็คลงกล่องพร้อมทำการส่งออกสู่ประเทศลิเบีย นอกจากนี้แหล่งข่าวระบุเพิ่มเติมอีกว่า ถ้วยฟุตบอลโลกปลอม นั้นถูกผลิตขึ้นเมื่อช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา เพื่อส่งออกขายทั่วโลก ให้รองรับกับความต้องการของแฟนบอลและให้ทันศึก ฟุตบอลโลก ที่บราซิลช่วงเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ อย่างไรก็ดีฝ่ายจัดการแข่งขันกำลังเร่งตรวจสอบเพิ่มเติมและกวาดล้างโรงงานในประเทศจีนที่กำลังผลิตสินค้าของที่ระลึก และตัวมาสคอส ของศึก ฟุตบอลโลก 2014 ครั้งนี้อีกด้วย

ศอ.รส. แถลง ร้องทุกฝ่าย ร่วมแก้ไขป้องกันเหตุรุนแรง
ข่าวม็อบ /  ศอ.รส.

ศอ.รส. แถลง ร้องทุกฝ่าย ร่วมแก้ไขป้องกันเหตุรุนแรง หลังศาล-ป.ป.ช. จะมีการพิจารณาชี้มูลนายกฯ จี้ตัดสินตรงไป-ตรงมา กปปส. - นปช. ยุติชุมนุมหลังมีคำตัดสิน  วันนี้ (17 เม.ย. 57) ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย หรือ ศอ.รส. ได้ออกแถลงการณ์ภายหลังได้มีการหารือร่วมกันจากทุกภาคส่วนเพื่อแก้ไขปัญหาความสงบเรียบร้อย เนื่องจากมีความกังวลว่าจะเกิดเหตุวุ่นวายขึ้นจากการวินิจฉัยสถานภาพนายกฯ ของศาลรัฐธรรมนูญ ปมโยกย้าย นายถวิล เปลี่ยนศรี และการชี้มูลความผิดนายกฯ จากคดีทุจริตจำนำข้าวของ ป.ป.ช. โดยระบุว่า ขณะนี้ได้ปรากฏเป็นข้อมูล และข้อเท็จจริง ของการเผชิญหน้าและการท้าทายที่จะจัดการชุมนุมใหญ่ด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย และจะนำไปสู่การปะทะกันและก่อเหตุร้ายต่อกัน ทาง ศอ.รส. มีความกังวลและห่วงใยต่อสถานการณ์ จึงเห็นสมควรออกแถลงการณ์ฉบับนี้ 7 ข้อ เพื่อเรียกร้องต่อองค์กร กลุ่มบุคคล คณะรัฐมนตรี และกลุ่มแกนนำผู้ร่วมชุมนุม ตลอดจนพี่น้องประชาชน ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการสร้างสถานการณ์หรือแก้ไขสถานการณ์ไม่ให้เกิดความรุนแรง หรือรักษาความสงบเรียบร้อย ดังนี้ 1. คณะกรรมการ ป.ป.ช. ด้วยความเคารพต่อองค์กรและเห็นถึงบทบาทอันสำคัญ แต่มีความกังวลในตัวคณะกรรมการบางคน ศอ.รส. จึงขอเรียกร้องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาดำเนินคดีและมี คำวินิจฉัยต่อนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในกรณีโครงการรับจำนำข้าวอย่างตรงไปตรงมา ตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายโดยไม่เลือกปฏิบัติเป็น 2 มาตรฐาน ที่แตกต่างกันระหว่างคนของพรรคฝ่ายค้านและกับพรรคฝ่ายรัฐบาล โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะต้องปฏิบัติตามจริยธรรมอันเป็นมาตรฐานสำคัญของการปฏิบัติหน้าที่ด้วย 2. ศาลรัฐธรรมนูญ ด้วยความเคารพต่อองค์กรและเห็นถึงความสำคัญ แต่มีความกังวลในตัวตุลาการบางคน ศอ.รส. จึงขอเรียกร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาและมีคำวินิจฉัยต่อนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในกรณีการก้าวก่ายหรือแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี อย่างตรงไปตรงมาเพราะเมื่อเป็นการกระทำในอำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีแล้ว ก็ไม่อาจเป็นการก้าวก่ายหรือแทรกแซงได้ และประการสำคัญอย่างยิ่ง ศาลรัฐธรรมนูญจะต้องไม่วินิจฉัยเกินเลยไปถึงขนาดว่าหากความเป็นนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงแล้ว รัฐมนตรีทั้งคณะจะต้องพ้นจากตำแหน่งไปตามมาตรา 180 โดยจะอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่ตามมาตรา 181 อีกไม่ได้ ซึ่งจะเป็นการวินิจฉัยเกินกว่ารัฐธรรมนูญ โดยศาลรัฐธรรมนูญจะต้องปฏิบัติตามจริยธรรมและคำถวายสัตย์ อันเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องยึดถือในการปฏิบัติหน้าที่ด้วย 3. คณะรัฐมนตรี ศอ.รส. ขอเรียกร้องว่า หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเกินกว่ารัฐธรรมนูญตามที่กล่าวมาในข้อ 2 แล้ว คณะรัฐมนตรีจะต้องแก้ไขปัญหามิให้เกิดสุญญากาศ เพราะเมื่อศาลรัฐธรรมนูญ จงใจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญเสียเอง คณะรัฐมนตรีก็ชอบที่จะทูลเกล้าฯ ขอพระบรมราชวินิจฉัยว่า คณะรัฐมนตรีต้องพ้นจากการอยู่ในตำแหน่งตามที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเกินจากรัฐธรรมนูญ หรือไม่ เพราะคณะรัฐมนตรีได้รับการ โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง การจะพ้นไปก็สมควรที่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พ้นไป มิใช่ศาลรัฐธรรมนูญ จะเป็นผู้ชี้ขาดเสียเองโดยฝ่าฝืนมาตรา 181 ดังกล่าว โดยในระหว่างทูลเกล้าฯ ขอพระบรมราชวินิจฉัยนั้น ให้กราบบังคมทูลด้วยว่า คณะรัฐมนตรีจะคงอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปตามมาตรา 181 การทูลเกล้าฯ ขอพระบรมราชวินิจฉัยเช่นนี้ ก็เพื่อให้เกิดข้อยุติอันจะนำมาซึ่งความสงบสุขของบ้านเมือง โดยมิต้องเกิดการใช้กำลังของกลุ่มคน 2 กลุ่ม เข้าก่อเหตุร้ายต่อกัน และป้องกันมิให้คณะรัฐมนตรีกระทำผิดตามมาตรา 181 ด้วย ศอ.รส. เห็นว่ามาตรา 181 เป็นหลักการอันสำคัญของการบริหารประเทศที่ป้องกันไม่ให้เกิดสุญญากาศหรือช่องว่าง โดยจะไม่มีรัฐบาลบริหารประเทศไม่ได้เป็นอันขาดในทุกๆ กรณี ซึ่งในอดีตรัฐธรรมนูญทุกฉบับก็บัญญัติไว้ทำนองเดียวกับมาตรา 181 อนึ่ง ข้อเรียกร้องดังกล่าวข้างต้นนั้น รวมถึงกรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะได้วินิจฉัยว่าข้อกล่าวหาต่อนายกรัฐมนตรีมีมูล และนายกรัฐมนตรีต้องหยุดการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 272 ด้วย 4. คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ศอ.รส. ขอเรียกร้องให้รับผิดชอบในการจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโดยเร็ว เพื่อจะได้มีรัฐบาลชุดใหม่เข้าบริหารประเทศ ปัญหาความขัดแย้งของคนในชาติ และการชุมนุมของกลุ่มต่างๆ จะยุติลงทันที และการแสดงพฤติกรรมของ กกต. บางคนที่ประกาศชัดเจนว่า จำเป็นต้องเอนเอียงเข้าข้างบางฝ่ายนั้น เป็นพฤติกรรมที่ไม่สมควรอย่างยิ่งและเข้าข่ายผิดต่อกฎหมายด้วย 5. แกนนำของ กปปส. และ นปช. ศอ.รส. ขอเรียกร้องให้ยุติการชุมนุมและไม่ปลุกระดมเรียกคนเข้าร่วมชุมนุมใหญ่ เพราะจะเป็นความเสี่ยงอย่างมากต่อการกระทบกระทั่ง และก่อเหตุร้ายต่อกันและกัน หากแกนนำยังคงฝ่าฝืนจนเกิดเหตุร้าย แกนนำทุกคนทุกกลุ่มจะต้องรับผิดชอบต่อการทำผิดกฎหมาย ทั้งทางอาญาและทางแพ่งอย่างถึงที่สุด 6. หัวหน้าส่วนราชการ ศอ.รส. ขอเรียกร้องต่อหัวหน้าส่วนราชการระดับสูง อันได้แก่ ปลัดกระทรวง เลขาธิการ อธิบดี และหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออื่นๆ ได้ปฏิบัติหน้าที่ในราชการอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะการบริหารจัดการให้ส่วนราชการ ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ สามารถปฏิบัติงานให้บริการประชาชนได้อย่างดีตามปกติ โดยไม่ถูกบุกรุกหรือปิดล้อมจนไม่สามารถให้บริการได้ รวมถึงการกำชับ ตักเตือน และดูแลให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่หลีกเลี่ยงการเข้าร่วมกับกิจกรรมใดๆ ที่อาจเข้าข่ายสนับสนุนแกนนำของกลุ่มเรียกร้องที่กระทำผิดกฎหมายและอยู่ระหว่างถูกดำเนินคดี เช่น กลุ่ม กปปส. และกลุ่มอื่นๆ ซึ่งหัวหน้าส่วนราชการจะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีและเหมาะสมด้วย และ 7. พี่น้องประชาชน ศอ.รส. ขอเรียกร้องให้งดเว้นการเข้าร่วมชุมนุม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม กปปส. และกลุ่ม นปช. หรือกลุ่มอื่นใด เพราะนอกจากจะก่อให้เกิดความขัดแย้งและเหตุร้ายที่จะรุนแรงขึ้นแล้ว ยังเป็นอันตรายต่อสวัสดิภาพของผู้เข้าร่วมชุมนุมด้วย และขณะนี้แกนนำของทุกฝ่ายได้พยายามใช้การปลุกระดมในลักษณะสงครามทางจิตวิทยา เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อฝ่ายตนและเพิ่มความเกลียดชังฝ่ายอื่นมากขึ้นเรื่อยๆ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่พี่น้องประชาชนจะต้องมีสติ และใช้วิจารณญาณอย่างรอบคอบให้มากที่สุดก่อนที่จะตัดสินใจเชื่อตามคำยุยงแล้วกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดลงไป ศอ.รส., ข่าวม็อบ, MThai News

13โจทย์สุดช็อค 13คำท้าสุดอันตราย “13 Sins เกม13 เล่น ไม่ รอด” เกมวัดใจที่ต้องแลกด้วยชีวิต
13 Sins /  หนังฝรั่ง / 

เตรียมทุกโสตประสาทมาลุ้นตามไปกับภาพยนตร์ไอเดียระทึกที่จะทำให้คุณต้องลุ้นจนนาทีสุดท้าย “13 Sins” (เตอร์ทีน ซินส์) เกม13 เล่น ไม่ รอด ผลงานทริลเลอร์ฟอร์มร้อนแรงล่าสุดจากผู้อำนวยการสร้าง Insidious และ Sinister ซึ่งกำลังได้รับกระแสตอบรับจากสื่อชั้นนำต่างๆ ของอเมริกาอย่างคับคั่งในการนำเสนอที่ตื่นเต้น เร้าใจพร้อมการแสดงที่ทรงพลัง “13 Sins”  ถ่ายทอดเรื่องราวของ เอเลียต บรินเดิล (มาร์ค เว็บเบอร์) เซลส์แมนหนุ่มดวงตกที่กำลังมืดบอดจากปัญหาที่รุมเร้าเข้ามารอบด้าน แต่จู่ๆ ก็มีโทรศัพท์ลึกลับที่อ้างว่าเขากำลังร่วมสนุกในรายการเกมโชว์รายการหนึ่ง ซึ่งเสนอเงินรางวัลสูงถึง 6.2 ล้านเหรียญฯ ถ้าเขารับคำท้าที่จะทำภารกิจวัดใจทั้ง 13 ข้อ เอเลียต ไม่มีทางเลือกนอกจากตอบตกลงโดยที่หารู้ไม่ว่า ถึงจะยิ่งเล่น เงินในบัญชีอาจจะยิ่งเพิ่ม แต่ 13 คำท้า กลับมาพร้อม 13 ประสบการณ์ระทึกที่จะดึงเขาสู่ด้านมืดของมนุษย์จนเหนือการควบคุม อาทิ กินแมลงวันตัวเป็นๆ, พังงานแต่งงานของแฟนเก่า, จุดไฟเผาโบสถ์ หรือตัดแขนคนที่เคยกลั่นแกล้งเขา  ซึ่งผู้ชมต้องลุ้นตามไปพร้อมกันว่า บทสรุปของเกมระทึกครั้งนี้จะเปลี่ยนทั้งชีวิตของ เอเลียต ไปจนถึงระดับไหน พร้อมกับตั้งคำถามท้าทายผู้ชมว่าถ้าเป็นตนเอง จะกล้าเล่นเกมทั้ง 13 ข้อนี้หรือไม่? ร่วมวัดใจไปกับ 13 เกมที่ยิ่งเล่นจะยิ่งลุ้นระทึกไปถึงขีดสุด และร่วมพิสูจน์กระแสตอบรับที่ยอดเยี่ยมทั่วอเมริกา กับ “13 Sins” จะสร้างความความกล้าบ้าสุดคลั่งที่ไม่มีใครกล้าปฏิเสธรับคำท้าได้อย่างแน่นอน เงินรางวัลร้อยล้าน ลืมกลัว ลืมบาป ลืมตาย แล้วรับ 13 คำท้าพลิกชีวิต   “13 Sins” 8 พฤษภาคมนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ ------------------------------------- -------------------------------- ดูหนังตัวอย่าง เวอร์ชั่นต้นฉบับ หนังไทยบ้านเรา 13 เกมสยอง น้อย วงพรู เล่น

อั๋น เจษฎา The Demo แต่งเอง-ร้องเอง ซิงเกิ้ลแรก อยากจะดีกว่านี้
The Demo /  อยากจะดีกว่านี้ / 

อั๋น เจษฎา The Demo เยือน มิวสิคเอ็มไทย แนะนำซิงเกิ้ลแรก อยากจะดีกว่านี้ (Better Man) เพลงป็อปฟังสบาย ที่แต่งเอง-ร้องเอง เปิดตัวศิลปินเบอร์ล่าสุด ค่าย The Demo อั๋น เจษฎา The Demo  (เจษฎา ตรีรุ่งกิจ) ปล่อยเพลงแรกให้แฟนๆ ได้ทำความรู้จักกันไปแล้ว สำหรับ เพลง อยากจะดีกว่านี้ ซิงเกิ้ลเปิดตัวของ อั๋น เจษฎา The Demo (เจษฎา ตรีรุ่งกิจ) นิสิตหนุ่มคณะวิศวกรรมศาสตร์ จากรั้วจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มีหัวใจดนตรี ดีกรีแชมป์รางวัลชนะเลิศ สาขานักร้องยุวชนยอดเยี่ยมแห่งประเทศไทย ประเภทเพลงไทยสากล จากเวทีเคพีเอ็น จูเนียร์ อวอร์ด 2006 ศิลปินเบอร์ล่าสุดของค่าย The Demo ในเครือ อาร์เอส ที่เพิ่งแวะมาแนะนำงานเพลง ซิงเกิ้ลแรก ด้วยตัวเอง กันถึงที่ออฟฟิศ มิวสิคเอ็มไทย เลยนะ "เพลง อยากจะดีกว่านี้ เป็นซิงเกิ้ลแรกในชีวิตของผมเลยครับ เป็นเพลงที่แต่งมาจากประสบการณ์ของตัวผมเอง ที่อยากจะทำทุกๆ อย่าง ให้ดีขึ้น เพื่อให้คนที่เรารักเราชอบมั่นใจเรามากขึ้นครับ เพลงนี้ก็ได้ พี่ พีร์ โรจนดารา (ผู้สร้างผลงานเพลงฮิตๆ อย่างเพลง ที่รัก(เธอ) ของพี่ เอก สุระเชษฐ์) มารับหน้าที่โปรดิวเซอร์ให้ด้วยครับ" หลังจากที่มิวสิควีดีโอ เพลง อยากจะดีกว่านี้ ออนแอร์ตามเคเบิ้ลทีวี หรือใน Youtube เจ้าตัวถึงกับบอกว่า "พี่เอี๊ยง" เล่นได้เกรียนมาก "เป็นมิวสิควีดีโอที่น่ารักดีครับ แล้วพี่เอี๊ยง (พระเอก MV) ก็เล่นได้เกรียนมาก มีแบบว่า นางเอกเชื่อเรื่องดวง ซึ่งมันตรงกับเนื้อหาของเพลงดีครับ (แล้วส่วนตัวเป็นคนชอบดูดวงแบบใน MV มั้ย) ก็ไม่ถึงขนาดนั้นนะครับ คุณแม่ผมชอบพาไปดูดวง เผื่อว่า บางอย่างตรงก็ดีไป แต่ถ้าอันไหนไม่ดี ก็ให้ระวังตัวไว้ ส่วนตัวก็ไม่ได้เป็นคนเชื่อดวงร้อยเปอร์เซนต์ครับ" อั๋น เจษฎา โชว์สด เพลง เบาเบา จากรายการ คนดูเป็นใหญ่ 11 มีนาคม 2011 (คลิปโดย papabaloomak สมาชิก Youtube.com) อั๋น เล่าให้เราฟังอีกว่า เคยฟอร์มวงสมัยเรียนมัธยม แต่ก็รู้สึกว่า เพลงป็อป ฟังสบาย ใช่ทางที่สุดแล้ว "ตอนที่ผมเรียนอยู่เซนคาเบรียล ก็ฟอร์มวงกับเพื่อนๆด้วยครับ ซึ่งตอนนั้นผมจับเครื่องดนตรีหลายอย่างมากครับ เบสบ้าง กลองบ้าง แต่ที่ถนัดสุด เป็นกีต้าร์ นี่แหละ ที่สามารถร้องเอง เล่นเอง ได้เลย พอถึงช่วงเข้ามหาวิทยาลัย ก็ฟอร์มวงกับเพื่อนๆที่คณะครับ เล่นเพลงของคนนั้น คนนี้ แต่ก็ยังไม่ใช่แนวทางที่เราถนัด เพราะส่วนตัวผมจะชอบฟังเพลงป็อปชิลชิล ซะมากกว่า หรือไม่ก็ดิสโก้ ฟั้งค์" ฟังเพลง Be Honest มี Jason Mraz เป็นไอดอล "ถ้าจะให้เลือก Cover เพลงสักเพลงนึง ณ ตอนนี้ ผมนึกถึงเพลง Be Honest ของ Jason Mraz ครับ คือเขาเป็นศิลปินที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากครับ ตอน Jason Mraz มาเล่นคอนเสิร์ตที่ไทยผมก็มีโอกาสได้ไปดูมาด้วย สุดยอดมากครับ แล้วแบคอัพที่มาเล่นนี่สุดสุด ฟังแล้วสนุกมาก"   อยากรู้จักกับ อั๋น เจษฎา The Demo ให้มากขึ้น ติดตามความเคลื่อนไหวกันได้ที่ Facebook.com/thedemomusic และ subscribe ช่อง The Demo ได้ที่ youtube.com/thedemolabel สำหรับคลิปต่างๆ ของศิลปินในค่าย The Demo แล้วก็สามารถดาวน์โหลด เพลง อยากจะดีกว่านี้ (Better Man) ได้ที่ *339086 ครับ หนุ่มอั๋น เขาฝากมาบอกครัช ^__^ เรื่อง/ภาพ : Ryu Ryan มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

คาดหวังสูง! ชิรูด์ ขอยืมมือ ผีแดง ตัดแต้มท็อฟฟี่
บอลอังกฤษ /  ปีศาจแดง / 

โอลิวิเยร์ ชิรูด์ กองหน้า ทีมชาติฝรั่งเศส ของ อาร์เซนอล หวังให้ แมนฯ ยูฯ ช่วยตัดแต้ม เอฟเวอร์ตัน คู่แข่งแย่งตำแหน่งท็อปโฟร์ในเกมที่ทีม ปีศาจแดง บุกไปรัง กูดิสัน ปาร์ค วันอาทิตย์นี้ ทีม ปืนใหญ่ ปัจจุบันรั้งอันดับสี่ของตารางคะแนน มีแต้มมากกว่า เอฟเวอร์ตัน คะแนนเดียว ขณะที่เหลือการแข่งขันอีกสี่เกม โดย ชิรูด์ บอกว่า “เราต้องการชัยชนะในสี่เกมที่เหลือ เพราะว่าเราไม่ได้กุมชะตากรรมของเราเอง” “ผมหวังว่า เอฟเวอร์ตัน จะแพ้บ้าง บางทีอาจจะเป็นสัปดาห์นี้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่เราต้องโฟกัสมาที่ตัวเอง และชนะเกมที่เราเหลืออยู่ เราต้องทำงานของเราให้สำเร็จก่อน”

เงินทุนต่างชาติไหลกลับตลาดหุ้นไทยสั้นหรือยาว
กปปส. /  ตลาดหุ้น / 

โบรกเกอร์ฟันธง ต่างชาติหันกฃับลงทุนในตลาดหุ้นไทยมี 2 กลุ่มทั้งถือหุ้นยาว และสั้น เหตุกปปส.ย้ายชุชมนุมที่สวนลุม และยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ทิสโก้ กล่าวว่า การลงทุนของต่างประเทศ เริ่มกลับเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยมากขึ้น ทั้งนี้ถ้าดูจากกระแสการไหลเข้าของเงินทุนจากต่างประเทศที่เริ่มเป็นบวก หลังจากกลุ่ม กปปส. ย้ายการชุมนุมเข้าไปในสวนลุมพินี และเป็นบวกมากขึ้นอีก หลังรัฐบาลยกเลิกใช้พระราชกำหนดในสถานการณ์ฉุกเฉิน "พอสรุปได้ว่าการกลับเข้ามาของนักลงทุนต่างชาติในรอบนี้ เพราะสถานการณ์ทางการเมืองมีความตึงเครียดน้อยลง และถ้าสังเกตคำถามของนักลงทุนส่วนใหญ่ระยะหลัง จะเน้นแนวโน้มเศรษฐกิจโดยรวม และทิศทางการขยายตัวของผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนมากกว่าเรื่องการชุมนุม ผมเชื่อว่านักลงทุนต่างชาติกล้ามองข้ามความวุ่นวายด้านการเมือง ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 3 มี.ค.ถึงวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา ต่างชาติมียอดซื้อสุทธิในตลาดไทย 19,532 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีมาก เมื่อเทียบกับช่วง 4 เดือนแรกของการชุมนุม ที่ต่างชาติขายหุ้นออกต่อเนื่องเกือบทุกวัน มีแค่ 11 วันเท่านั้นในช่วงนั้นที่มียอดสุทธิเป็นบวก รวมเม็ดเงินที่ขายหุ้นทั้งหมดใน 4 เดือนมีมูลค่าถึง 123,701 ล้านบาท" "เท่าที่ติดตามดู เงินที่กลับเข้ามารอบนี้ มาจากนักลงทุน 2 ประเภท คือพวกลงทุนระยะยาว Long-term มากๆ ซึ่งมีระยะเวลาถือหุ้นนาน 3-5 ปี กลุ่มนี้มองภาพระยะยาวๆ มากกว่าจะสนใจเหตุการณ์ในระยะสั้นๆ และชอบลงทุนในช่วงที่ตลาดเหมาะสม (Correction) แบบที่ผ่านมา เพราะจะได้ของถูก นักลงทุนกลุ่มนี้เข้ามาค่อนข้างมาก ส่วนอีกประเภทที่เห็นเข้ามา คือพวกหวังผลเร็ว โดยเชื่อว่าตลาดจะดีดตัวกลับหลังจากการที่เคลื่อนไหนต่ำกว่าคาดการณ์มานาน พวกหลังนี้จะอยู่ไม่นาน แต่ถ้าการเมืองดีขึ้นเรื่อยๆ และเชื่อว่าตลาดจะไปได้ต่อ ก็จะไม่รีบร้อนขายทำกำไร" ด้านนายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.เอเชียพลัส กล่าวว่าแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติที่กลับเข้ามาในช่วงนี้ เป็นเพียงการซื้อกลับ หลังจากที่มีการขายออกมากเกินไปในช่วงที่ผ่านมา หากนับการซื้อสุทธิสะสมของนักลงทุนต่างชาติที่สูงสุดถึง 3.2 แสนล้านบาท ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติขายออกไปจนเหลือเพียง 4.4 หมื่นล้านบาท ถึงแม้จะมีการซื้อกลับมาก็คาดว่าแรงซื้อจะไม่สูงมาก คาดจะซื้อกลับเพื่อให้เม็ดเงินลงทุนเหลือ 20% ของการซื้อสะสมในรอบที่ผ่านมา หรือซื้อเพิ่มอีกประมาณ 2 หมื่นล้านบาท" MThai News

สุดยอดมหาวิทยาลัยเด่นสายศิลป์ ปี 2014
การศึกษา /  การศึกษาแนวใหม่ / 

สุดยอดมหาวิทยาลัยเด่นสายศิลป์ ปี 2014 นี้เป็นการจัดอันดับจาก QS World University Rankings สถาบันจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกชื่อดัง ได้เผยผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยแบบใหม่โดยแบ่งตามสาขาวิชา เผื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการเรียนที่จะช่วยให้เพื่อนๆพัฒนาต่อได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ลองมาดูกันคะ ^^ สุดยอดมหาวิทยาลัยเด่นสายศิลป์ ปี 2014 สุดยอดมหาวิทยาลัยเด่นสายศิลป์ ปี 2014 : สังคมศาสตร์ (Social sciences) ในสาขาวิชาด้านสังคมศาตร์ทาง QS ได้ทำการสำรวจ 8 สาขาวิชาด้วยกัน ได้แก่ กฎหมาย (Law), สังคมวิทยา (Sociology), สถิติ (Statistics), เศรษฐศาสตร์ (Economics), การศึกษา (Education), บัญชีและการเงิน (Accounting and Finance), การสื่อสารและสื่อ (Communication and Media studies), และรัฐศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (Politics and International studies) จากผลการสำรวจพบว่า Harvard University จากสหรัฐอเมริกา นอกจากจะโดดเด่นทางด้านสาขาวิชาสายวิทยาศาสตร์แล้ว ทางด้านสาขาวิชาสายศิลป์มหาวิทยาลัยระดับโลกแห่งนี้ก็ยังมาแรงแบบไม่เกรงใจใครเช่นกัน เพราะกวาดเรียบคว้าคะแนนนำเป็นอันดับ 1 ในหลายสาขาวิชาไม่ว่าเป็น การบัญชีและการเงิน, กฎหมาย, เศรษฐศาสตร์, รัฐศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และสังคมวิทยา ส่วนอันดับ 1 ด้านการสื่อสารและสื่อตกเป็นของ University of Wisconsin-Madison มหาวิทยาประจำ เมืองเมดิสัน รัฐวิซคอนซิน จากสหรัฐอเมริกาเช่นกัน ขณะที่มหาวิทยาลัยจากฝั่งสหราชอาณาจักรเบียดเข้ามาได้หนึ่งที่นั่งในสาขาวิชาการศึกษา ซึ่งกำชัยโดย Institute of Education, University of London มหาวิทยาลัยเฉพาะทางด้านการศึกษาที่ตั้งอยู่ในกรุงลอนดอน ส่วนสถาบันการศึกษาอื่นที่เด่นๆ จากสหราชอาณาจักรก็ได้แก่ วิทยาลัยเฉพาะทางด้านเศรษฐศาสตร์และรัฐศาสตร์โดยเฉพาะอย่าง The London School of Economics and Political Science (หรือที่รู้จักกันในชื่อ LSE) ที่เข้าโผมาเป็นอันดับ 3 ใน 3 สาขาวิชาได้แก่ เศรษฐศาสตร์, การบัญชีและการเงิน และรัฐศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ส่วน The University of Melbourne และ University of New South Wales มหาวิทยาลัยชั้นแนวหน้าจากออสเตรเลีย ก็ติด 1 ใน 10 ของมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในสาขาวิชาการบัญชีและการเงินด้วยกันทั้งคู่ ตามมาติดๆ ด้วย University of Sydney ซึ่งอยู่ในอันดับ 13 และมี Australian National University ที่อยู่ในอันดับ 7 ของสาขาวิชารัฐศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ นำหน้าตัวแทนของเอเชียอย่าง National University of Singapore ที่อยู่อันดับ 9 ไปเพียงเล็กน้อย ดูเพิ่มเติม >> http://www.hotcourses.in.th/study-abroad-info/latest-news/tops-arts-2014/  << สุดยอดมหาวิทยาลัยเด่นสายศิลป์ ปี 2014 : ศิลปศาสตร์และมนุษยศาสตร์ (Arts & Humanities) ในสาขาวิชาด้านศิลปศาสตร์และมนุษยศาสตร์ทาง QS ได้ทำการสำรวจ 6 สาขาวิชาด้วยกัน ได้แก่ ปรัชญา (Philosophy), ภาษาสมัยใหม่ (Modern languages), ภาษาอังกฤษและวรรณคดี (English language and Literature), ภูมิศาสตร์ (Geography), ประวัติศาสตร์ (History) และภาษาศาสตร์ (Linguistics) หลังปล่อยให้มหาวิทยาลัยจากสหรัฐอเมริกาทำคะแนนนำลิ่วมาหลายสาขาวิชา ก็ถึงเวลาที่สหราชอาณาจักรจะได้ทวงท็อปฟอร์มกลับคืนมาบ้างด้วยการส่ง University of Oxford เข้ามาเป็นอันดับ 1 ในสาขาวิชาภาษาอังกฤษและวรรณคดี ภาษาสมัยใหม่ และภูมิศาสตร์ อันดับ 2 ในสาขาวิชาปรัชญา และประวัติศาสตร​์  อันดับ 4 ในสาขาวิชาภาษาศาสตร์ เรียกได้ว่าเป็นตัวจริงของสาขาวิชาด้านศิลปศาสตร์และมนุษยศาสตร์อย่างไร้ข้อกังขา ซึ่งโดยทั่วไปจากสถิติที่ผ่านมาหลายปี มหาวิทยาลัยจากสหราชอาณาจักรก็มักจะทำคะแนนได้ดีในสาขาวิชาด้านนี้อยู่เสมอ ทางด้าน The London School of Economics and Political Science (LSE) อีกหนึ่งมหาวิทยาลัยจากสหราชอาณาจักรก็ไม่น้อยหน้า เข้าวินตามมาติดๆ ในอันดับ 2 ของสาขาวิชาภูมิศาสตร์ ซึ่งใน 10 อันดับแรกนั้นมีมหาวิทยาลัยจากสหราชอาณาจักรถึง 6 แห่ง อีก 4 แห่งที่แทรกเข้ามาได้ เป็นมหาวิทยาลัยจากสหรัฐอเมริกา 2 แห่ง มหาวิทยาลัยจากสิงคโปร์ และมหาวิทยาลัยจากแคนาดา อย่างละ 1 แห่ง ขณะที่ Oxbridge (ชื่อเรียก University of Oxford และ University of Cambridge) และมหาวิทยาลัยกลุ่มไอวี่ลีก (Ivy League: มหาวิทยาลัยเอกชนกลุ่มเล็กๆ ในอเมริกาที่มีชื่อเสียงอย่างมากในด้านการศึกษาที่ดีเยี่ยม) ยึดครองตำแหน่งท็อปของสาขาวิชาภาษาอังกฤษและวรรณคดี แต่สาขาวิชาปรัชญาจะค่อนข้างมีความหลากหลายของมหาวิทยาลัยที่ขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ มากกว่า โดยมี New York University ขึ้นมาเป็นอันดับ 1 และมี University of Pittsburgh และ Rutgers - The State University of New Jersey, New Brunswick เข้าวินมาเป็น 2 ใน 5 ของมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดด้านสาขาวิชาปรัชญาด้วย ขอบคุณข้อมูล SUTASINEE LERTWATCHA hotcourses.in.th ดูเพิ่มเติม >> http://www.hotcourses.in.th/study-abroad-info/latest-news/tops-arts-2014/  <<

7 ข้อไม่ควรปฏิบัติ เมื่อถูกทิ้ง
ความรักวัยรุ่น /  ทายนิสัย

สารพัดกิจกรรมที่เรามักจะสรรหามาทำหลังความรักไม่สมหวัง เพื่อฆ่าเวลาที่ผ่านไปไม่ให้คิดถึง "เขา" แต่บางครั้งก็อดไม่ได้ใช่ม่ะ เพราะคบกันมานาน อะไรๆ ก็เคยชินกับเค้าไปเสียหมด ติดจนเป็นนิสัยงอมแงม ไม่เคยขาดเขา ไม่เคยห่างเขา จะให้เลิกทำเลยก็ยากซะเหลือเกิน แต่...มีข้อห้ามอะไรบ้างล่ะที่ห้ามทำเด็ดขาดหลังอกหัก...7 ข้อไม่ควรปฏิบัติ เมื่อถูกทิ้ง 7 ข้อไม่ควรปฏิบัติ เมื่อถูกทิ้ง ข้อ1 : ห้ามโทรหาเขายามคิดถึง ก่อนหน้านี้เคยเป็นแบบไหน ตอนนี้จะทำแบบนั้นไม่ได้เป็นอันขาด อดีตชาติอาจคุณอาจเคยโทรจิกเขา อยู่ไหน ทำอะไรอยู่ เมื่อไหร่จะกลับบ้าน ส่งข้อความหาเขาตลอดเวลายามว่าง แต่..ณ เวลานี้ อกเดาะแล้ว เราจะทำแบบนั้นไม่ได้อีกเป็นอันขาด เพราะเขาไม่ได้เป็นคนรักเราแล้ว รู้ไว้ซะ คิดถึงเมื่อไหร่เป็นคว้าโทรศัพท์โทรหาทันที ทุก 10 นาทีต้องโทรเช็ก เวลานี้คงต้องห้ามอกห้ามใจบ้างแล้วล่ะ ปลงซะบ้าง อย่ามัวอาลัยอาวรณ์ ชีวิตต้องดำเนินต่อไปอย่างไร้ข้อกังขา ข้อ2 : ห้ามรีบหาชายมาดามอก อย่าเด็ดขาด! ห้ามประชดรักด้วยการรีบหาแฟนใหม่มาดามอก เพราะคุณยังไม่รู้จักใจตัวเองพอ และโปรดสงสารจิตใจชายหนุ่มที่คุณนำพาเขามาเพื่อเป็นที่ระบายทุกข์ทางอารมณ์ชั่วคราว หากคุณไม่ได้รักเขาจริงอย่าทำเด็ดขาด คุณควรรู้จักจิตใจตัวเองก่อน ว่าพร้อมกับรักครั้งใหม่หรือยัง หากยัง จงทำใจและโสดไปก่อน แล้วคุณจะรู้ว่าความสุขในการอยู่คนเดียวมันไม่เลวเลย อาจจะแค่เหงา เพราะบางคนสู้รบกับความเหงาไม่ได้ จึงต้องหาใครสักคนมาทำให้คลายเหงา แต่หารู้ไม่ นั่นเท่ากับว่า คุณใจร้ายสุดๆ แต่หากเพื่อเป็นการเยียวยากับสิ่งร้ายๆ แรงๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต หากคุณมีผู้ชายเบอร์ 2 สำรองไว้สำหรับความรักล่ะก็ กรุณาเรียกเขามาแทนผู้ชายคนนั้นเสียเดี๋ยวนี้เลยค่ะ ข้อ3 : ห้ามอยู่คนเดียว อย่าปล่อยให้ตัวเองว่าง เพราะจะทำให้จิตใจฟุ้งซ่าน ทำอะไรบ้าบอคอแตก ประชดชีวิต น่ากลัวนะคะ อย่ามัวแต่นั่งจิตตก คิดอยู่คนเดียว ราวกับพายเรือในอ่าง ไร้ทางออก ไร้คำตอบ ทำไมเขาต้องทำให้เราเสียใจขนาดนี้ ทำไมเขาต้องมีกิ๊ก ทำไมเขาต้อง..... สิ่งเหล่านี้เราจะหาคำตอบไม่ได้เลยหากเราคิดเองเออเองอยู่คนเดียว ภาพในอดีตที่เคยรักกันหวานชื่นอาจจะทำให้หดหู่ใจ แต่จงคิดเสียว่า เราก็เคยได้รับความสุขจากเขา อย่ามัวแต่นั่งเสียเวลาคิดเลยค่ะ ออกจากบ้าน ห้องนอน ผลักตัวเอง และจิตใจออกไปสู่โลกข้างนอก เปิดใจเปิดรับความสุขจากคนรอบข้างที่ไม่ใช่แฟน ยังมีผู้คนอีกมากมายรักคุณค่ะ แนะนำให้หาอะไรทำฆ่าเวลาจะได้ไม่ฟุ้งซ่านคิดมาก เช่น บ้างานไปเลย ช้อปปิ้งให้กระหน่ำ (ไม่แนะนำสำหรับคนเบี้ยน้อยหอยน้อย อาจจะเครียดช้ำกว่าเดิมได้ อิอิ) ข้อ4 : ห้ามตัดผมประชดรัก ห้ามปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้โทรม เราต้องดูดีกว่าเดิม พริ้งแซ่บกว่าเก่า เราควรเห็นคุณค่าในตัวเอง และข้อสำคัญ ผู้หญิงชอบหั่นผมประชดรักกันนักเชียว อย่าพยายามเปลี่ยนแปลงทรงผมในทันทีทันใด เช่นว่า จากที่เคยผมยาวตรงถึงบั้นเอว อกหักปุ้บเข้าซลอนหั่นผมชั้บ! กลายเป็นอีโล้นซ่า แบบนี้ก็ไม่ไหวจะเคลียร์นะฮะ ควรไตร่ตรองคิดอะไรให้รอบคอบเสียก่อน หรืออย่างน้อยหากอยากเปลี่ยนทรงผม หรือเบื่อกับหน้าเดิมๆ ก็ควรให้สไตลิสต์ผม ดูทรงผมที่เข้ากับใบหน้าคุณนิดนึง ตัดผมออกจะจะได้เช้งกว่าเดิม คุณจะได้ไม่ผิดหวังไงล่ะ ข้อ5 : ห้ามเปลี่ยนสถานะจากแฟนเป็นเพื่อนทันที มันเป็นไปไม่ได้หรอกหากจะรีบหุนหันพลันแล่นเปลี่ยนสถานภาพจาก "แฟน" เป็น "เพื่อน" ในทันทีทันใด คุณอาจคิดว่า ถึงเราจะไม่คบในฐานะแฟน เป็นเพื่อนก็ยังดี คุณอย่าลืมว่า คำว่าแฟน มันทำให้เกินขอบเขตความเป็นเพื่อนไปแล้ว อาจต้องใช้เวลาสักพักเพื่อปรับตัว และปรับใจ กรณีที่อาจเลิกกันด้วยดี ความเป็นเพื่อนยังคงอยู่ จะตัดขาดจากกันไปเลยคงยาก แต่หากเลิกกันแบบไร้เยื่อใย มองหน้ากันไม่ติดแล้ว จะมาคบเป็นเพื่อนอีกคงยากซะเหลือเกิน คุณรับได้ไหม และคุณจะปรี๊ดหรือไม่ หากได้รู้ว่าเขาคบกับสาวคนใหม่ คุยกับสาวที่กำลังคั่วอยู่อย่างหวานแหวว โดยไร้คำว่า "หึงหวง" หากคุณสามารถทำได้ เท่ากับว่า คุณสามารถเป็นเพื่อนเขาได้แล้วอย่างไร้ข้อสงสัย ! ข้อ6 : ไม่ควรไปทำงาน อย่าไปทำงานในสภาพที่คุณไม่พร้อมเลย เพราะพอไปถึงที่ทำงาน นอจากตัวคุณจะทำงานไม่ได้แล้ว คุณยังทำให้บรรยากาศการทำงานของตัวเองและเพื่อนร่วมงานเศร้าไปด้วย สิ่งที่อยากแนะยำคือโทรไปลางานกับเจ้านายแล้วออกไปดูหนังฟังเพลง ทำบุญ ความอื่มเอิบใจในการทำบุญ เข้าวัด จะทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น ข้อ7 : อย่าปิดกั้นตัวเอง สุดท้าย เราต้องอย่าปิดกั้นตัวเองและโอกาสที่หนุ่มๆ ทั้งหลายจะเข้ามาจีบเราเป็นอันขาด ผู้ชายไม่ได้เลวไปหมดทุกคนอย่างที่คิดนะจ๊ะ เราต้องมีความมั่นใจและตั้งปณิธานว่า แฟนใหม่ไม่ใช่เรื่องยากที่เราจะมีได้ สิ้นหวังจากรักครั้งนี้แล้ว รักครั้งใหม่ยังรอเราอยู่เบื้องหน้าตลอดเวลา ผู้ชายมีเยอะเหมือนฝูงลิง อ้อ!อย่าลืมดูแลตัวเองให้สวยเด้งแซ่บอยู่เสมอล่ะ ข้อมูล manager.co.th

 แพรว ระรื่นแฟนใหม่ ควงไอ้หนุ่มผมยาว
แพรว คณิตกุล

กลายเป็นสาวไฟแรงสูงไปซะแล้ว สำหรับนักร้องสาวร่างเล็กใจใหญ่ แพรว คณิตกุล ซึ่งก่อนหน้านี้นางเคยตกเป็นข่าวกับนักร้องต่างค่ายสุดไฮโซ พิชญ์ กาไชย มาแล้ว ขนาดเดินจูงมือกันในที่สาธารณะแต่ก็ยังออกมาปฏิเสธว่าไม่มีอะไรในกอไผ่ เอ่อ...ในเมื่อฝ่ายชายไม่เล่นด้วย ครั้นฝ่ายหญิงจะไปยื้อยุดฉุดกระชากก็ใช่ที่ ก็เลยเหลือความสัมพันธ์ฉันเพื่อนไปโดยปริยาย แต่เล็กพริกขี้หนูอย่าง แพรว คณิตกุล ซะอย่าง ไม่ปล่อยให้หัวใจว่างนานหรอกค่า เพราะล่าสุดคุณเธอย่องควงหนุ่มผมยาวหน้าตาดีถึงขั้นหล่อออกมาลัลล้าในงานคอนเสิร์ตงานหนึ่ง จากภาพที่เห็นก็พอจะยืนยันได้ว่า ทั้งคู่สนิทสนมกลมเกลียวกันขนาดไหน แหม...เห็นตัวเล็กๆ อย่างนี้แซบไม่เบานะคะคุณน้อง!!! แพรว คณิตกุล แพรว คณิตกุล แพรว คณิตกุล

พ่อแม่สาวสไตลิสต์ แจ้งความลูกหมิ่นเบื้องสูง
จับลูก /  พ่อแม่แจ้งความจับลูก / 

บิดา มารดา สาวสไตลิสต์ แจ้งป. เอาผิด ลูกสาวตัวเองหมิ่นเบื้องสูง พรุ่งนี้ประชุมรวมคดีเป็นคดีเดียวกับ"โกตี๋" นาย สุรพงศ์ อมรพัฒน์ อายุ 67 ปี และ นางสมจินตนา อมรพัฒน์ อายุ 59 ปี เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.ฉัตรวดี อมรพัฒน์ หรือ “โรส” อายุ 34 ปี บุตรสาวคนเล็กของ นายสุรพงศ์ และนางสมจินตนา เอง ในความผิดฐานหมิ่นเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยนำแผ่นดีวีดีบันทึกภาพและเสียงของ น.ส.ฉัตรวดี ที่มีการกล่าวพาดพิงสถาบันเบื้องสูง รวม 7 คลิป มอบให้พนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้ นายสุรพงศ์ และ นางสมจินตนา เปิดเผยว่า เหตุที่ต้องเข้าแจ้งความดำเนินคดีบุตรสาวตนเอง เป็นเพราะช่วงเวลาตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ได้รับผลกระทบในการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก ถูกต่อว่า ถูกโทรศัพท์มาคุกคามต่างๆ นานา หลังจากบุตรสาวซึ่งไปทำงานเป็นช่างผม หรือแฮร์สไตลิสต์ ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ได้ถ่ายคลิปวีดีโอคำพูดซึ่งมีการพาดพิงสถาบันเบื้องสูงอันเป็นที่เคารพรัก ของประชาชนชาวไทย แล้วถูกเผยแพร่ทางเว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์ จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์เขาก็ไปอยู่ที่ประเทศอังกฤษ นานแล้วตอนนี้ก็ได้สัญชาติอังกฤษ ลงหลักปักฐานอยู่ที่นั่น พวกตนก็ไม่เคยบังคับอะไรบุตรสาวเลย ก็อยากขอความเห็นใจจากคนในสังคมว่า ลูกกระทำผิดก็ไม่ใช่ว่าพ่อแม่ต้องผิดไปด้วยเพราะไม่ได้รู้เห็นเป็นใจ จึงต้องเดินทางเข้าแจ้งความ กับกองปราบปราม ไว้ อย่างไรก็ตาม ในวันพรุ่งนี้ เวลา 10.00 น. พล.ต.ต.นรบุญ แน่นหนา รอง ผบช.ก.รักษาราชการแทน ผบก.ป.จะเรียกประชุมคณะทำงานติดตามความคืบหน้าการดำเนินคดีกับ นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ “โกตี๋” หมิ่นเบื้องสูงนำกรณีการแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.ฉัตรวดี มาพิจารณาเพื่อรวมเป็นคดีเดียวกันด้วย

มุขขายฝัน! บังยี ยันแข้งสาวได้ไปบอลโลกมีโบนัสแน่นอน
AFC Women’s Asian Cup 2014 /  กกท. / 

ความเคลื่อนไหวของทีมนักเตะสาวทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ที่เตรียมสู้ศึกฟุตบอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย (AFC Women’s Asian Cup 2014) รอบสุดท้าย ระหว่าง 14-25 พ.ค.นี้ ณ เมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 เม.ย.57 ณ ห้องประชุมอาคารที่พักนักกีฬา 300 เตียง การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้มีการแถลงข่าวความพร้อมในการเตรียมทีมสู้ศึกฟุตบอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย โดยมี บังยี วรวีร์ มะกูดี ว่าที่นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ผู้จัดการทีม พร้อมด้วยนักเตะ และสตาาฟ์โค้ช ร่วมแถลงข่าว โดย บังยี วรวีร์ เปิดเผยว่า แข่งสาวไทยชุดนี้จะบินไปเก็บตัวที่ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 21 เม.ย.-4 พ.ค.57 ซึ่งตนติดต่อสโมสรชั้นนำในประเทศญี่ปุ่น เพื่อขออุ่นเครื่อง 3-4 เกม แต่ยังไม่สรุปว่าจะเป็นทีมใดบ้าง ส่วนความมั่นใจในการแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย บังยี เผยว่า ตนมีความมั่นใจว่า สาวไทย มีโอกาสติด 1 ใน 5 เพื่อคว้าตั๋วไปเล่นฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก 2015 รอบสุดท้าย ที่ประเทศแคนาดา ซึ่งหากแข้งสาวชุดนี้ทำได้ เราจะมีเงินอัดฉีดให้เป็นรางวัลแน่นอน แต่ก็ยังบอกไม่ได้ว่าจะมากน้อยแค่ไหน ด้าน มาดามแป้ง เปิดเผยว่ ยอมรับว่าเป็นงานยากมาก เพราะอยู่ในกลุ่มบี ร่วมกับทีมแข็งอย่างจีน, เกาหลีใต้ และพม่า โดยอย่างน้อยต้องคว้าอันดับ 3 ของกลุ่มไปเล่นเพลย์ออฟชิงตั๋วฟุตบอลโลก กับอันดับ 3 ของอีกกลุ่มที่คาดว่าจะเป็นเวียดนาน ส่วนสภาพทีมตอนนี้ 4 นักเตะที่เจ็บไปนานคือ ชิดตะวัน ชาวงศ์, พิสมัย สอนไสย์, สุนิสา สร้างไธสง และวิลัยพร บุตรด้วง ก็มาร่วมซ้อมได้แล้ว

10 ข้อเท็จจริงที่หายไปในประวัติศาสตร์
10 อันดับ /  ประวัติศาสตร์ / 

สิ่งของ มนุษย์ สิ่งก่อสร้างต่างๆที่เกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ ล้วนก็มีที่มา จุดกำเนิดด้วยกันทั้งสิ้น .. นักวิทยาศาสตร์ นักธรณีวิทยา หรือคนหลายกลุ่มต่างก็ค้นคว้าหาข้อเท็จจริงของเรื่องราวที่เกิดขึ้นกันมากมาย ไม่ว่าจะผ่านไปนานเป็นสิบ ร้อย พัน หรือหมื่นปี ผู้คนก็ยังคงให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องราวในประวัติศาสตร์กันเรื่อยมา แต่! เรื่องราวในประวัติศาสตร์บางเรื่องที่ทีนเอ็มไทยนำมาให้เพื่อนๆอ่านกันนี้ เป็น 10 ข้อเท็จจริงที่หายไปในประวัติศาสตร์ จะมีเรื่องอะไรบ้างตามมาเลยคะ ^^ 10 ข้อเท็จจริงที่หายไปในประวัติศาสตร์ 10.โทมัส อัลวา เอดิสัน ไม่ใช่คนประดิษฐ์หลอดไฟคนแรกของโลก ในความเป็นจริงแล้ว โทมัส อัลวา เอดิสัน (Thomas Alva Edison) ไม่ได้เป็นผู้ริเริ่มประดิษฐ์หลอดไฟฟ้าตามที่คนทั่วไปเข้าใจแต่อย่างใด หลักการของหลอดไฟฟ้าถูกพัฒนามาก่อนหน้านี้โดยนักประดิษฐ์หลายท่าน เช่น จูเซ็ปป์ สวอน (Juseph Swan) หรือ ไฮน์ริช เกอเบิล (Heinrich Goebel) อย่างไรก็ตามเอดิสันได้คำนึงถึงการนำหลอดไฟฟ้าไปใช้งานจริงในชีวิตประจำวันอย่างจริงจัง โดยเอดิสันได้ทำให้อายุการใช้งานของหลอดไฟฟ้ายาวนานพอที่จะนำไปใช้ได้อย่างสะดวกสบายในบ้านเรือนหรือร้านค้า นอกจากนั้นเอดิสันยังได้สร้างระบบผลิตและแจกจ่ายไฟฟ้าอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีเรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับเอดิสันอีกว่า  สิ่งประดิษฐ์ภายใต้ชื่อของเขาและจดสิทธิบัตรเป็นจำนวนถึง 1,093 ชิ้น ส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่เขาคิดค้นขึ้นมาเอง แต่เป็นการพัฒนาจากสิ่งประดิษฐ์ดั้งเดิมที่คิดค้นขึ้นโดยลูกจ้างของเขา เพราะเหตุนี้ทำให้เขาถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่เสมอ ในเรื่องการอ้างผลงานเป็นของตัวแต่ผู้เดียว โดยไม่แบ่งปันให้กับผู้คิดค้นดั้งเดิม 9. เธอคือโป๊บ ? เพื่อนๆเคยดูภาพยนตร์เรื่อง เธอคือโป๊บ (Pope Joan) ที่สร้างจากเค้าโครงในตำนาน (โดยเนื้อเรื่องเอามาจากนิยาย) กันบ้างรึเปล่าคะ เป็นเรื่องราวในตำนานของหญิงสาวที่แต่งตัวเป็นพระชายและไปกรุงโรมเพื่อศึกษา ในที่สุดเธอก็ได้เป็นพระสันตะปาปา แต่เธอคลอดบุตรในขณะกำลังขึ้นม้า ภาพยนตร์เรื่องนี้โดนแบนหลายประเทศมาก (ยกเว้นไทย) เพราะว่าเนื้อหาค่องข้างหมิ่นศาสนามา หนังพยายามบอกว่าเรื่องพระสันตะปาปาเป็นเรื่องจริง หากแต่ปัจจุบันเรื่องราวของพระสันตะปาปาหญิงโจน (Pope Joan หรือ Popess Joan) ยังเป็นที่ถกเถียงกันว่า มีตัวตนจริงๆหรือไม่  โดยตำนานกล่าวว่าพระสันตะปาปาหญิงโจนมี ชื่อเดิมคือโจฮานนา แองลิกัส (Johanna Anglicus) โดยใช้ชื่อผู้ชายว่าจอห์น (John) เกิดที่ไมนส์ (Mainz) เป็นผู้เชียวชาญศิลปวิทยาหลากหลายแขนง จนไม่มีผู้ทัดเทียม และภายหลังเธอเดินทางไปโรม ก็เปิดสอนวิชาศิลปศาสตร์จนที่เคารพรักแก่บรรดาศิษย์  จากนั้นก็เล่นการเมืองและถูกเลือกโดยพระสันตะปาปา ในขณะที่เธอเป็นพระสันตะปาปา เธอตั้งครรภ์โดยคนรักของเธอ โดยไม่รู้ว่า เมื่อไรจะถึงกำหนดคลอด เธอให้กำเนิดทารกเพศชาย และโดนการตัดสินของกระบวนการยุติธรรมของกรุงโรม เธอต้องโดนลงโทษ โดยการผูกติดกับขาม้าแล้วก็ถูกลากไป และโดนโยนก้อนหินโดยประชาชนครึ่งหนึ่ง แต่ไม่มีหลักฐานว่าที่ที่ฝังเธอเป็นที่ศักดิ์สิทธิ์ อาจจะเนื่องมากจากเหตุผลที่ว่า เธอเป็นผู้หญิง หรือมาจากความโง่ของหลักฐานก็ตาม และเรื่องราวของเธอถูกเขียนโดย(Martin of Opava) ใน Chronicon Pontificum et Imperatum แต่กระนั้นนักประวัติศาสตร์ และผู้เคร่งศาสนา ต่างไม่เชื่อว่า มีพระสันตะปาปาหญิงโจนมีตัวตนจริงๆ เป็นเพียงเรื่องโกหกและเป็นตำนานลอย ๆ เท่านั้น สาเหตุเพราะเรื่องนี้ไม่ได้ถูกพบในเอกสารที่เชื่อถือได้ 8.รูปร่างที่แท้จริงของเทวรูปโคโลสซูสเป็นอย่างไรกันแน่ ? นี้คือ สิ่งมหัศจรรย์ที่ขาดหายไปในประวัติศาสตร์ยุคโบราณ  เทวรูปโคโลสซูสเป็นที่เกาะโรดส์ ประเทศกรีก หล่อด้วยทองบรอนซ์ ในท่ายืน สูง 100 ฟุตโดยเฉพาะฐานที่รองรับรูปหล่อนั้นสูงกว่าตึก 5 ชั้น พระหัตถ์ขวาถือดวงประทีป ตั้งอยู่หน้าเมืองโรดส์ประเทศกรีก สร้างโดยกษัตริย์แชรัสแห่งลินดัส เชื่อกันว่าเป็นรูปปั้นที่คอยกั้นอ่าวของเกาะแห่งนี้ของกรีกในทะเลเอเจียน สร้างเสร็จหลังจากใช้เวลา 12 ปี แล้วเสร็จเมื่อประมาณ 280 ปีก่อนคริสตกาล และต้องพังทลายลง เพราะแผ่นดินไหว ถูกทอดทิ้งเป็นเวลา 900 ปี จนถูกขายเป็นเศษเหล็ก ให้แก่ชาวเมืองซาราเซน เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการสงคราม จนเราไม่ได้เห็นสิ่งมหัศจรรย์นี้เลยแม้แต่ซาก ส่วนภาพที่เห็นเป็นเพียงจินตนการของคนวาดเท่านั้น แต่ที่น่าเหลือเชื่อคือเอกสารหลายชิ้นพรรณารูปปั้นนี้ไม่เหมือนกันเลย บ้างก็บอกว่ารูปปั้นอ้าขาจนเรือรอดได้ บ้างก็บอกว่ารูปปั้นไม่ได้อ้าขา 7. แรงงานสร้างพีระมิดไม่ใช้ทาส ? จากที่เราอ่านประวัติศาสตร์เรามักเห็นฉากแรงงานสร้างพีระมิด โดยหนังสือบอกว่าพวกเขาเป็นทาสและมีคนโบยแส้ที่ด้านหลังใช่รึเปล่า หากแต่ปัจจุบันความคิดนี้ต้องเปลี่ยนไปเมื่อนักโบราณคดีค้นพบสุสานในอียิปต์ ซึ่งช่วยพิสูจน์ว่าแรงงานที่ช่วยกันสร้างพีระมิดนั้นไม่ใช่ทาสอย่างที่เคยเข้าใจ แต่เป็นคนที่ได้รับการเอาใจใส่เป็นอย่างดี มีการจ่ายค่าแรงรวมถึงมีการจัดอาหารให้รับประทาน 3 มื้อต่อวันเป็นอย่างดี อีกทั้งการสร้างสุสานใกล้กับที่ฝังศพของกษัตริย์  แสงให้เห็นว่าแรงงานเหล่านี้ไม่ใช่ทาสแต่อย่างใด โดยคาดว่าแรงงานเหล่านั้นน่าจะเป็นชาวนา ชาวไร่ผู้มีความเชื่อว่าสิ่งที่ตนกำลังทำนั้น มีส่วนช่วยให้องค์ฟาโรห์ได้ไปจุติบนสวรรค์ และเมื่อถึงเวลาที่ตนจะจากโลกนี้ไปบ้าง เทพฟาโรห์ก็จะได้พิทักษ์ปกป้องตนต่อไป 6. ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับไวกิ้ง ไวกิ้งที่เราได้เห็นภาพยนตร์หลายเรื่องนั้น ส่วนใหญ่มักตัวใหญ่น่ากลัวสวมหมวกขนสัตว์ โหดร้ายป่าเถื่อนชอบปล้นทรัพย์ฆ่าและข่มขื่นหญิงชาวบ้าน อีกทั้งตัวสกปรก ไร้สมอง เรียกได้ว่าเป็นฝันร้ายของยุโรปอย่างแท้จริง แหละนี่คือความรู้ที่ผิด! จากการศึกษาประวัติศาสตร์พบว่าไวกิ้งไม่โหดร้ายอย่างที่คุณคิด ไวกิ้งไม่ใช่นักรบอย่างเดียว หากแต่เป็นพ่อค้าและนักตั้งถิ่นฐานที่มีส่วนสำคัญในการพัฒนายุโรปกลาง พวกเขาอาบน้ำสัปดาห์ละครั้ง ในวันเสาร์เท่านั้น(อย่าลืมว่าอากาศยุโรปมันหนาว) ที่น่าสนใจคือส่วนใหญ่พวกเขาสูงแค่ 170 ซม. ซึ่งไม่สูงอย่างที่เราเข้าใจกัน ผมและหนวดสีทองที่เราเห็นในภาพยนตร์เป็นเพียงอุดมคติความเชื่อในวัฒนธรรมไวกิ้งที่ใช้สบู่พิเศษในการแต่งไม่ใช้เป็นมาตั้งแต่เกิด อีกทั้งพวกเขาไม่ได้อาศัยเฉพาะสแกนดิเนเวีย พวกเขาอพยพไปหลายพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น รัสเซีย, แอฟริกา หรือแม้แต่อเมริกาเหนือ ส่วนพฤติกรรมที่ฆ่าและข่มขืนปล้มทรัพย์นั้นเป็นส่วนน้อยเท่านั้น แต่สิ่งที่เชื่อถือได้คือพวกนักบวชในยุโรปไม่ชอบพวกนี้เท่าไหร่ เนื่องจากครั้งหนึ่งพวกไวกิ้งเคยทำลายวัดและฆ่าพวกพระบาทหลวงหลายคน(ภายหลังไวกิ้งก็เข้ารีตเป็นคริสต์ศาสนิกชน) 5. ครีโอพัตราไม่ใช่คนอียิปต์ คลีโอพัตรา ที่ 7 ฟิโลปา หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ คลีโอพัตรา) เป็นราชินีแห่งอียิปต์โบราณ และเป็นสมาชิกคนสุดท้ายของราชวงศ์ปโตเลมีแห่งมาเซโดเนีย แต่จนบัดนี้ยังมีหลายคนเข้าใจว่าเธอเป็นคนอียิปต์(อย่างน้อยก็การ์ตูนญี่ปุ่นล่ะ) เพราะว่าเธอเป็นชาวกรีกแท้ๆ บิดาของพระนางคือปโตเลมีที่ 12 โอเลเตส และคาดว่าพระมารดาเป็นเชษฐภคินีของโอเลเตส ทรงพระนามว่า คลีโอพัตราที่ 5 ทรีฟาเอ พระนางทรงมีความเฉลียวฉลาดมาก ทรงแตกฉานถึง 14 ภาษา เช่น ภาษาฮิบรู ภาษาละติน ภาษามาซิโดเนีย ภาษาเอธิโอเปียน ภาษาซีเรีย ภาษาเปอร์เซีย ภาษาอียิปต์ ซึ่งแม้แต่ในราชวงศ์ก็น้อยคนนักที่จะแตกฉานในภาษานี้ และเธอเป็นผู้ปกครองอียิปต์คนสุดท้ายที่มีเชื้อสายกรีก 4. คิงอาเธอร์มีตัวตนในประวัติศาสตร์จริงเหรอ กษัตริย์อาเธอร์ (King Arthur) เป็นกษัตริย์อังกฤษผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในตำนานเล่าขานในฐานะวีรบุรุษในยุคกลาง ซึ่งได้ปกป้องเกาะบริเตนจากการรุกรานของชาวแซ็กซอนในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 6 รายละเอียดส่วนใหญ่เกี่ยวกับกษัตริย์อาเธอร์ปรากฏอยู่ในเรื่องเล่าขาน ตำนานพื้นบ้าน และวรรณกรรมที่แต่งขึ้นโดยส่วนมากมักเกินจริงไปหน่อย เช่น มีพ่อมดเมอร์ลินเป็นผู้ช่วยทำสงคราม, อาเธอร์สามารถต่อสู้ตามลำพังด้วยมือเปล่า และสังหารศัตรูไปถึง 960 คน และแน่นอนเรื่องราวภูมิหลังที่แท้จริงทางประวัติศาสตร์ของตำนานกษัตริย์อาเธอร์เป็นที่ถกเถียงในหมู่นักวิชาการมาเป็นเวลานานแล้ว หลายคนเชื่อว่าอาเธอร์เป็นบุคคลที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งระหว่างปลายคริสต์ศตวรรษที่ 5 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 6  แต่กระนั้นก็ยังขาดหลักฐานสนับสนุนที่หนักแน่นเพียงพอ(ปละหลักฐานส่วนใหญ่เป็นของปลอม) นักประวัติศาสตร์ในยุคหลังโดยมากจึงไม่นับว่าอาเธอร์เป็นหนึ่งในกษัตริย์ที่มีตัวตนจริง นักประวัติศาสตร์ จนมีนักประวัติศาสตร์ออกมาบอกว่า "ไม่มีบุคคลใดในกรอบประวัติศาสตร์และตำนานที่จะทำให้นักประวัติศาสตร์เสียเวลามากเท่านี้” 3. เลดี้โกไดวา มีตัวตนอยู่จริงเหรอ เลดี้โกไดวา (Lady Godiva) เป็นสตรีสูงศักดิ์ผู้เป็นสัญลักษณ์แห่งเมืองโคเวนทรี (ประเทศอังกฤษมีชีวิตอยู่ในช่วงปี ค.ศ. 997-1067 เธอเป็นภรรยาของลีโอฟริก เอิร์ลแห่งเมอร์เซียและลอร์ดแห่งเมืองโคเวนทรี ผู้มีอำนาจสูงสุดในแผ่นดินอังกฤษ เป็นคนละโมบและกดขี่ชอบเก็บภาษีประชาชนอย่างบ้าเลือด แม้เลดี้โกไดวาเฝ้าขอร้องสามีให้ลดภาษี แต่เขาไม่เคยยอม จนกระทั้งวันหนึ่ง ลีโอฟริกได้คิดสนุกเลยบอกเลี้โกไดวาว่าถ้าเธอกล้าเปลือยกายขี่ม้ารอบเมือง เขาจะยอมลดภาษีให้ตามที่ขอ ซึ่งการการกระทำดังกล่าวสำหรับผู้หญิงอังกฤษสมัยกลางย่อมถือเป็นเรื่องต่ำช้าอย่างยิ่ง แต่เลดี้โกไดวาก็ตัดสินที่จะยอมทำตามดังกล่าว โดยเธอได้กระจายข่าวบอกชาวเมืองให้พวกเขาร่วมมือด้วยการปิด ประตูหน้าต่างหลบอยู่ในที่พักอาศัยขณะเธอขี่ม้าผ่านเปลือยกาย ซึ่งชาวบ้านก็ร่วมมือเป็นอย่างดี(ความจริงมีชายคนหนึ่งแอบดูนาง หากแต่เขาถูกสวรรค์ลงโทษด้วยการทำให้ตาบอดในเวลาต่อมา และชายคนนั้นชื่อทอม จนเกิดสำนวนว่า “ทอมนักถ้ำมอง” Peeping Tom ในเวลาต่อมา)  จนนางสามารถทำสิ่งที่สามีบอกได้สำเร็จ และส่งผลให้สามีของเธอยกเลิกภาษาตามสัญญาที่ว่าไว้ อีกทั้งเธอก็ไม่ถูกประณามซ้ำยังชกลายเป็นวีรสตรีของชาวเมืองไปในทันที ทุกวันนี้ที่จัตุรัสกลางเมืองโคเวนทรีมีอนุสาวรีย์เลดี้โกไดวาตั้งอยู่อย่าง โดดเด่นเป็นสัญลักษณ์ที่ชาวเมืองภาคภูมิใจ ในวันที่ 31 พฤษภาคม ค.ศ. 1678 สภาเมืองโคเวนทรีได้เริ่มจัดให้มีขบวนแห่ "เลดี้โกไดวา" บันทึกไว้เป็นครั้งแรก โดยจัดหาผู้หญิงมาสวมผ้าสีเนื้อรัดกายให้ดูคล้ายเปลือยเปล่า นั่งบนหลังม้าแห่ไปรอบเมืองเพื่อรำลึกการกระทำอันงดงามของโกไดวา ในขณะเดียวกัน นักประวัติศาสตร์ร่วมสมัยหลายคนไม่คิดว่าเรื่องของโกไดวาได้เกิดขึ้นจริง เนื่องจากหลักฐานระบุไว้เพียงว่าเธอเป็นภรรยาของเอิร์ลลีโอฟริก และข้อมูลยังบ่งชี้ว่าทั้งคู่ต่างก็มีน้ำใจงามและเคร่งศาสนา เช่นในปี 1043 ท่านเอิร์ลและเลดี้ได้บริจาคเงินพร้อมที่ดินเพื่อสร้างวัดในนิกายเบเนดิกทีนที่โคเวนทรี ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเดียวกับโบสถ์โคเวนทรีที่ถูกระเบิดทำลายไปบางส่วนในสงครามโลกครั้งที่ 2 วัดแห่งนี้ประดับด้วยพลอยล้ำค่างดงามอย่างที่ไม่มีวัดใดในอังกฤษยุคนั้นเทียบได้ และในช่วงทศวรรษ1050 ทั้งสองยังบริจาคที่ดินและเงินมหาศาลเพื่อสร้างวัดและโบสถ์อีกหลายแห่ง เช่นที่ลินคอล์นเชียร์ ลีโอมินสเตอร์ และอีฟแชม นักประวัติศาสตร์หลายคนจึงไม่คิดว่าท่านเอิร์ลจะโหดหินจนโกไดวาต้องเปลือยร่างขี่ม้าขอความเป็นธรรมให้ประชาชน ส่วนผู้ที่เชื่อว่าตำนานนี้เป็นเรื่องจริงก็จะอิงบันทึกเกร็ดประวัติศาสตร์อังกฤษฉบับภาษาละตินที่ชื่อ Flores Historiarum (Flowers of History) ของโรเจอร์แห่งเวนโดเวอร์ (Roger of Wendover) ในคริสต์ศตวรรษที่ 13 ที่ระบุเรื่องราวของเลดี้โกไดวาไว้ตามที่ระบุข้างต้น ซึ่งนักประวัติศาสตร์บางคนแย้งว่าเวนโดเวอร์เป็นเพียงผู้บันทึกตำนานและเกร็ดประวัติศาสตร์ แต่ไม่ใช่นักประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาเขียนบันทึกนี้ขึ้นเมื่อ 2 ศตวรรษหลังการตายของโกไดวา ข้อความดังกล่าวจึงไม่มีน้ำหนักพอให้เชื่อถือ แม้จะมีบันทึกระบุว่าครั้งหนึ่งลีโอฟริกได้ยกเลิกภาษีให้ประชาชนจริง และประทับตราด้วยตราประจำตัวของเขาเองเลยก็ตาม ส่วนคนอื่นก็เสริมว่าบางทีเลดี้โกไดวาอาจไม่ได้ปลดเปลื้องเสื้อผ้า หากแต่ปลดเชิงสัญลักษณ์ คือปลดทั้งเครื่องประดับกายและผม เพราะเมื่อสตรีสูงศักดิ์ปราศจากเครื่องประดับก็เท่ากับลดเกียรติของตนลงเทียบเท่าสตรีสามัญ อย่างไรก็ตาม เรื่องราวของโกไดวาจะเป็นเพียงตำนานหรือความจริงย่อมยากที่จะพิสูจน์ไม่ต่างจากทุกตำนานในโลก หากเหนือข้อเท็จจริงย่อมเป็นคุณค่าของตำนานที่ถูกส่งผ่านมากับกาลเวลา เฉกเช่นเรื่องของเลดี้โกไดวาที่เนื้อหาแท้จริงได้แทรกตัวอยู่ทั้งในบทกวี รูปปั้น ภาพเขียนของจิตรกรหลายยุคสมัย หรือกระทั่งในกระดาษห่อช็อกโกแลตยี่ห้อโกไดวา 2.สวนอีเดนอยู่ที่ไหนกันแน่ สวนอีเด็น หรือ สวนเอเดน (Garden of Eden) เป็นสถานที่บรรยายไว้ในพระธรรมปฐมกาลว่าเป็นสถานที่มนุษย์สองคนแรกที่พระเจ้าสร้างอาดัม และ อีฟ  โดยสวนนั้นบรรยายไว้ว่าสวยงามราวกับสวรรค์ มีพืชพรรณอาหารอุดมสมบูรณ์เต็มไปด้วยสัตว์ป่า แม่น้ำใสสะอาด แต่ปัญหาคือถ้าสถานที่นี้มีจริง มันจะอยู่จุดไหนของโลกกันแน่ โดยหลายคนเชื่อว่าสวนอีเดนนี้อยู่ในโมโสโปเตเนีย ทางภาคกลาง เนื่องจากบันทึกการสร้างโลกในพระธรรมปฐมกาลได้กล่าวถึงที่ตั้งของสวนอีเด็นว่าอยู่ในบริเวณแม่น้ำสำคัญสี่สาย : แม่น้ำพิชอน แม่น้ำกิฮอน แม่น้ำไทกริส และแม่น้ำยูเฟรติสซึ่งอยู่ในบริเวณอาร์เมเนีย, ยอดเขาอาระรัต, เยเรวาน หรือที่ราบสูงอาร์เมเนีย)  (พระธรรมปฐมกาล บทที่ 2 ข้อที่ 10-14) ซึ่งอยู่ในบริเวณประเทศอิรักในปัจจุบัน ซึ่งน่าจะเป็นบริเวณคอเคซัสโบราณโดยเฉพาะบริเวณใกล้กับอาร์เมเนีย แต่ที่ตั้งของแม่น้ำทั้งสี่ยังเป็นที่ถกเถียงกันและยังไม่มีหลักฐานเป็นที่แน่นอนที่สนับสนุนที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของแม่น้ำนอกจากที่กล่าวในพระธรรมปฐมกาลเอง และ วรรณกรรมยิว-คริสเตียนเช่น “จูบิลี” สมมุติฐานอื่นก็ว่าตั้งอยู่ที่เมโสโปเตเมีย ทวีปแอฟริกา หรือ อ่าวเปอร์เซีย สมมุติฐานหลังมาจากหลักฐานของลุ่มแม่น้ำสี่สายที่มาพบกันที่เป็นที่ผลิตทองคำ และยางไม้หอม ซึ่งตรงกับการพรรณนาการสร้างโลกดังกล่าว 1. Prester John  เพรสเตอร์ จอห์น เป็นชื่อของกษัตริย์ในตำนานยุคกลางของยุโรป โดยเชื่อว่ากษัตริย์องค์นี้อยู่ในดินแดนหนึ่งในเอเชีย หรืออาจเป็นแอฟริกา โดยดินแดนแห่งนั้นเป็นเดินแดนแห่งความเพียบพร้อม ไม่มีคนจน ไม่มีโจร ไม่มีคนพูดโกหกหรือมุ่งร้ายต่อกัน นอกจากจะเป็นกษัตริย์แล้วเพรสเตอร์ จอห์นยังเป็นประมุขศาสนาอีกด้วย ทำให้ดินแดนแห่งนี้มีคนนับถือศาสนาคริสต์อย่างเคร่งครัด กล่าวกันว่าเขาสืบเชื้อสายจากมากี 3 ท่านที่เดินไปให้พรแก่พระเยซูเมื่อครั้งประสูติบนโลกอีกด้วย เรื่องราวของเพรสเตอร์ จอห์นและอาณาจักรอันสมบูรณ์นั้นได้ถูกกล่าวถึงในบันทึกของบาทหลวงชาวเยอรมันท่านหนึ่ง ในสมัยเกิดสงครามครูเสดหลังชาวคริสต์ยึดดินแดนศักดิ์สิทธิจากชาวมุสลิม พวกเขาพยายามค้นหาอาณาจักรแห่งนี้ หากแต่ไม่พบ แต่เชื่อกันว่าดินแดนแห่งที่ว่าน่าจะเป็น อินเดีย หรือไม่ก็เอธิโอเปีย หรือจะอยู่ในอบิสซิเนีย ข้อมูลโดย Cammy,.unigang.com/Article/11833

Fairy Tail (2014) ตอนที่ 178 English Sub
Fairy /  Tail / 

FanPage : ไปกด LIKE ด้วยนะครับ https://www.facebook.com/pages/Nura-Rihyon/105958462876779

ไปแล้ว! ตูน บอดี้สแลม ร่วงรอบ3เซ็นทรัลเทเบิลเทนนิสคัพ
ตูน บอดี้สแลม /  ลูกเด้ง / 

ความเคลื่อนไหวลูกเด้ง ศึก เซ็นทรัล เทเบิลเทนนิส คัพ 2014 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า แจ้งวัฒนะ เมื่อวันที่ 18 เม.ย.57 ไฮไลท์อยู่ที่การลงแข่งขันของ อาทิวราห์ คงมาลัย หรือ ตูน บอดี้สแลม ร็อกเกอร์ชื่อดังของเมืองไทย ที่ลงแข่งขันรุ่นทั่วไป ประเภทชายเดี่ยว โดยรอบแรก ตูน บอดี้สแลม เอาชนะ มโนสถติย์ ญาณธรรม ไปได้ 3-1 เกม 9-11, 11-8, 11-8, 13-11 จากนั้นในรอบที่ 2 ก็ยังโชว์ฟอร์มเก่งเอาชนะ สมเกียรติ เอี่ยมวิบูลย์ ไปได้ 3-2 เกม 9-11, 11-13, 11-9, 11-6, 11-9 เมื่อเข้าสู่รอบที่ 3 ตูน บอดี้สแลม ไปพลาดท่าพ่าย ดนุสรณ์ ชาญวลีชล 3-2 เกม 11-7, 2-11, 11-9, 7-11, 9-11 ตกรอบที่ 3 ไปแบบน่าดาย

ปัญหาของสาว หน้าอกใหญ่ มันแน่นอก ต้องยกออก!
นมใหญ่ /  หน้าอก / 

         ปัญหาเรื่องหน้าอก เป็นสิ่งที่สร้างความหนักอกหนักใจให้กับคุณสาวๆมาทุกยุคทุกสมัย สำหรับคนที่มีหน้าอกเล็กก็ใฝ่ฝันอยากที่จะมีขนาดของหน้าอกที่ใหญ่ขึ้น เพื่อที่จะได้ใส่เสื้อผ้าตัวเล็กๆโชว์สัดส่วนให้คนอื่นๆเห็นโดยไม่อายใคร        ในขณะเดียวกันคุณสาวๆ ที่มีขนาด หน้าอกใหญ่ มากจนเกินไปนั้น ก็จะกลายเป็นความทุกข์ได้เหมือนกัน หน้าอกที่มีขนาดใหญ่ทำให้เกิดปัญหาการหาซื้อชุดชั้นในที่เหมาะสมได้ยาก บางที่ซื้อชุดมาแล้วใส่เอวได้ สะโพกได้ แต่ติดอกติด นอกจากนี้ ยังทำให้เกิดอาการปวดไหล่ และขาดความคล่องตัวในการทำกิจกรรมต่างๆ ยิ่งเมื่อน้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้น ขนาดของหน้าอกก็ยิ่งใหญ่มากขึ้นไปอีก ปัญหาเหล่านี้ก็สร้างความหนักใจให้กับคุณสาวๆหลายคนไม่ใช่น้อย ปัญหาของคุณสาวๆที่มี หน้าอกใหญ่        ปัญหาที่มักเกิดขึ้นกับคนที่มีขนาด หน้าอกใหญ่ จนเกินไป ได้แก่ อาการปวดหลัง ปวดไหล่ เนื่องจากกระดูกสันหลังต้องทำงานหนักในการแบกรับน้ำหนักที่มากเกินพอดี นอกจากนี้ ยังทำให้เกิดปัญหาหน้าอกหย่อนคล้อยก่อนวัยอันควร เพราะเส้นยึดเต้านมที่ต้องแบบน้ำหนักที่มากเกินพอดี ทำให้เกิดการหย่อนคล้อยลงตามแรงโน้มถ่วงอย่างรวดเร็ว คุณสาวๆที่มี หน้าอกดใหญ่ ยังมีปัญหาเรื่องความสวยงาม หาเสื้อผ้าใส่ยาก จะแต่งตัวอย่างไรเรียบร้อยแค่ไหนแต่ก็ยังดูจะชวนให้สื่ออารมณ์ทางเพศแก่เพศตรงข้ามไปหมด วิธีการลดขนาดหน้าอก สำหรับในปัจจุบันมีวิธีที่สามารถช่วยลดขนาดหน้าอกลงอยู่หลายวิธี ดังต่อไปนี้ 1. การออกกำลังกายกระชับสัดส่วน เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยทำให้คุณสาวๆมีขนาดของหน้าอกที่กระชับเข้ารูป นอกจากนี้ยังทำให้สัดส่วนโดยรวมของร่างกายมีความฟิตเฟิร์มสวยงามมากขึ้นอีกด้วย สำหรับวิธีการออกกำลังที่แนะนำได้แก่ การออกกำลังกายแบบคาดิโอร์ ควบคู่ไปกับการเล่นเวทเทรนนิ่ง ซึ่งจะเป็นการช่วยเบิร์นไขมัน ผลที่ได้คือการทำให้หน้าอกทีขนาดเล็กลง และการว่ายน้ำแบบฟรีสไตย์อย่างหนัก ก็สามารถช่วยทำให้ขนาดหน้าอกลดลงได้เช่นกัน อย่างไรก็ตามสาวๆบางคน ถึงแม้น้ำหนักตัวจะลดลง แต่ขนาดหน้าอกไม่ลดลงนั้นก็อยู่เช่นกัน 2. การลดปริมาณอาหาร เมื่อร่างกายได้รับสารอาหารที่น้อยลง น้ำหนักตัวลดลง ขนาดหน้าอกก็มีกที่จะลดลงตามไปด้วย และควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง เช่น อาหารทอก เบเกอรี่ เป็นต้น ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดไขมันสะสมบริเวณหน้าอกขึ้น 3. การนวดเพื่อลดขนาดหน้าอก เป็นการนวดหน้าอกให้เกิดความกระชับ มีรูปทรงที่สวยงามมากขึ้น ควรทำควบคู่ไปกับการใช้ครีมนวดหน้าอก หรือครีมทาหน้าอกสำหรับสาวอกใหญ่โดยเฉพาะ การนวดหน้าอกไปพร้อมกับครีมประมาณครึ่งช้อนชา ทาให้ทั่วหน้าอกยกเว้นบริเวณหัวนม แล้วทำการนวดเป็นวงกลมจากกลางลำตัวออกนอกลำตัว ทุกครั้งที่มือผ่านเต้านมด้านล่าง ให้ช้อนทรวงอกขึ้น ทำการนวดประมาณ 15 ครั้ง ต่อข้าง และควรนวดอย่างเบามือ ออกแรงอย่างพอประมาณ เมื่อทำการนวดในตอนเช้า-เย็น เป็นเวลาประมาณ 3 เดือนขึ้นไป คุณก็จะสามารถเห็นขนาดหน้าอกที่เล็กลง นอกจากนี้ คุณสาวๆที่ไม่ต้องการใช้ครีมลดขนาดหน้าอก ก็ยังสามารถทำได้โดยการเปิดน้ำอุ่นจากฝักบัวใส่บริเวณหน้าอก พร้อมกับทำการนวดโดยวิธีที่แนะนำไปแล้วได้เช่นกัน 4. ยาลดขนาดหน้าอก เป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่มีความไม่มั่นใจในขนาดหน้าอกของตัวเอง หรือช่วยในการลดไขมันตรงช่วงอกให้น้อยลง มักจะมีการอวดอ้างสรรพคุณว่าสามารถลดขนาดของหน้าอกลงไป 2-3 เซนติเมตร ในระยะเวลาเพียง 7 วัน หรือเห็นผลได้ภายในระยะเวลา 14-30 วัน 5. ครีม หรือเจลลดขนาดหน้าอก เป็นผลิตภัณฑ์ทีมักใช้ควบคู่ไปกับการนวดเพื่อลดขนาดหน้าอก ด้วยการสลายไขมันส่วนเกินของหน้าอกให้ลดน้อยลง 6. การผ่าตัดลดขนาดหน้าอก เป็นการผ่าตัดเพื่อแก้ไขปัญหาหน้าอกโตผิดปกติ โดยการตัดต่อมท่อน้ำนม และเนื้อเยื้อข้างเคียงออก พร้อมกับตัดผิวหนังส่วนเกินออก ผลที่ได้คือทำให้ขนาดหน้าอกเล็กลง และมีความกระชับได้รูปเหมาะสมกับสรีระ แต่ก็เป็นวิธีการที่ควรระวัง เพราะคุณสาวๆอาจจะได้ร่องรอยแผลเป็นจากการผ่าตัดติดมาเป็นของแถมด้วยถึงแม้จะเพียงเล็กน้อย แต่ก็ยังถือว่าเป็นเรื่องใหญ่สำหรับความงามเลยทีเดียว          แม้การที่สาวๆ ที่มีขนาด หน้าอกใหญ่ เกินไป จะมีความเสี่ยงต่อสุขภาพอยู่บ้าง แต่ทางที่ดีที่สุดคือ การดูแลตัวเอง ควบคุมเรื่องอาหาร และหมั่นออกกำลังกาย ให้สุขภาพกายแข็งแรงอยู่เสมอ ก็จะช่วยบรรเทาความเสี่ยงและเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กำลังร่างกายได้ค่ะ ติดตามบทความได้จาก emaginfo.com