ทรงผม2014

แฟชั่นชุดว่ายน้ำ โฟร์ ศกลรัตน์ วรอุไร BLUE SEA & ME
ชุดว่ายน้ำ /  ชุดว่ายน้ำ โฟร์ ศกลรัตน์ / 

แฟชั่นชุดว่ายน้ำ โฟร์ ศกลรัตน์ วรอุไร Summer is calling! ภาพแฟชั่น จาก นิตยสาร สุดสัปดาห์ BLUE SEA & ME สวยซ่า ท้าลมแดด กับงานเผยผิวแบบฉบับ โฟร์ - ศกลรัตน์ ...Summer is calling! เมื่อสายลมแสงแดดเรียกหา ก็ถึงเวลาถ่ายแฟชั่นริมทะเลอีกระลอกครั้งนี้ สุดสัปดาห์ พานางแบบสาวสวย “โฟร์ - ศกลรัตน์ วรอุไร” ผู้รักทะเลเป็นชีวิตจิตใจไปอวดหุ่นบาง ๆ กับบิกินี่สวย ๆ ไม่แคร์เปลวแดดแผดเผา เพราะเราพกครีมกันแดดมาแน่นมาก! นางแบบ : ศกลรัตน์ วรอุไร แต่งหน้า : พรพิชิต ขุมเงิน ทำผม : ทนนท์ ทรงศิล สไตลิสต์ : ธันวดี จุฑาวรากุล ผู้ช่วยสไตลิสต์ : ศราวุฒิ ลาปะ ถ่ายภาพ : พณพิสุทธิ์ ปีเจริญ ผู้ช่วยช่างภาพ : ศรราม ศรีไพรงาม, อธิวัฒน์ สุขคุ้ม http://www.sudsapda.com/

H&M ลุยเปิด 400 สาขาทั่วโลกปีนี้ จากทั้งหมด 3,551 แห่ง
H&M /  คาร์ล โยฮาน แพร์ลสัน / 

H&M ลุยเปิด 400 สาขาทั่วโลกปีนี้ จากทั้งหมด 3,551 แห่ง แม้ค่าเงิน ดอลลาร์ ทำให้ต้นทุนสินค้าพุ่งสูงขึ้น สำนักข่าวต่างประเทศ เปิดเผยว่า บริษัท เฮนเนส แอนด์เมาริชเอบี เจ้าของแบรนด์เอช แอนด์ เอ็ม (H&M) แบรนด์ค้าปลีกแฟชั่นสัญชาติสวีเดน ประกาศจะเดินหน้าขยายสาขาเพิ่มอีก 400 สาขา ตามการรายงานไว้เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ปีและเป็นการขยายสาขาต่อเนื่องจากปีที่แล้วที่เปิดไปเกือบ 400 สาขา ซึ่งทำให้ปัจจุบัน เอช แอนด์ เอ็ม มีสาขา รวมทั่วโลกทั้งหมด 3,551 แห่ง จากเดิมที่มีอยู่ 3,192 แห่ง ซึ่ง 'เป้าหมายหลักของการเปิดสาขาใหม่จะยังคงอยู่ในจีน และสหรัฐ เช่นเดียวกับปีก่อน ขณะเดียวกันก็จะเพิ่มกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ เช่น เปรู มาเก๊า ในช่วงครึ่งปีแรก และแอฟริกาใต้กับอินเดียในช่วงครึ่งปีหลังเข้าไปด้วย จากเมื่อเดือน กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาได้เปิดสาขาแรกในไทเป ประเทศไต้หวันไปแล้ว'  สำหรับผลประกอบการของในช่วง เดือนธันวาคม 2014 ถึงกุมภาพันธ์ 2015 ว่า มีกำไรสุทธิถึง 3.61 พันล้านโครนสวีเดน เพิ่มขึ้น 36% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และสูงกว่าตัวเลข 3.37 พันล้านโครนสวีเดน ที่นักวิเคราะห์ในตลาดหุ้นคาดการณ์ไว้ก่อนหน้า ต้องดูกันต่อไปว่าหลังจากนี้ เอช แอนด์ เอ็มจะสามารถรักษาจังหวะการเติบโตสวนภาวะเศรษฐกิจนี้เอาไว้ได้ หรือจะมีสถานการณ์ใดทำให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนแผนการอีก นอกจากนี้ เอช แอนด์ เอ็ม ยังยอมรับว่า ปัจจัยในเรื่องค่าเงินโดยเฉพาะการแข็งค่าของสกุลดอลลาร์สหรัฐ ยังเป็นความท้าทายหลักของการดำเนินธุรกิจในปีนี้ เนื่องจากเอช แอนด์ เอ็ม มียอดรายจ่ายส่วนใหญ่เป็นเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ แต่มีรายได้หลักเป็นสกุลเงินยูโรซึ่งอ่อนค่ากว่า อีกทั้งต้นทุนด้านขนส่งและราคาผ้าฝ้ายในปีนี้ยังปรับตัวขึ้นเล็กน้อยอีกด้วย ซึ่งเป็นไปตามความเห็นของนักวิเคราะห์ที่มองว่า แม้ยอดขายของ เอช แอนด์ เอ็ม ในช่วง 3 สัปดาห์แรกของเดือนมีนาคม แม้จะเติบโตขึ้น 9% แต่ก็ยังต่ำกว่าที่ควรจะเป็น เมื่อเทียบกับยอดขายที่เติบโตถึง 15% ในช่วงเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา ถึงกุมภาพันธ์ปีนี้ ขณะเดียวกันก็มีรายจ่ายส่วนใหญ่ในประเทศที่ค่าเงินแข็งอย่างสหรัฐ จึงส่งผลกระทบต่อกำไรของบริษัท ซึ่ง นายคาร์ล โยฮาน แพร์ลสัน ซีอีโอ เอช แอนด์ เอ็ม ยอมรับว่า ช่วงฤดูใบไม้ผลิปีนี้ยอดขายไม่ดีอย่างที่คิด เนื่องจากต้องเผชิญกับการแข่งขันจากคู่แข่ง เช่น อินดิเท็ก (Inditex) ในตลาดโลก และเชนร้านค้าปลีกแฟชั่นจากไอร์แลนด์ อย่าง ไพรมาร์ก (Primark) ที่มีฐานในตลาดยุโรป รวมถึงเทรนด์การช็อปสินค้าแฟชั่นทางออนไลน์ ที่ทำให้บริษัทต้องหันไปลงทุนเพิ่มในช่องทางออนไลน์ และเพิ่มไลน์สินค้าใหม่ ดีไซเนอร์ใหม่ ไปจนถึงการสร้างแบรนด์คอส "COS" เพื่อขยับขึ้นไปจับตลาดแฟชั่นไฮเอนด์ "แม้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐจะกระทบต่อต้นทุนการหาสินค้าจากสหรัฐ แต่บริษัทมั่นใจว่าจะยังสามารถคงจุดขายเรื่องความคุ้มค่าเอาไว้ได้ในทุกตลาดและทุกช่องทาง" อย่างไรก็ตาม ซีอีโอ เอช แอนด์ เอ็ม ระบุว่า จากนี้มีแผนจะเปิดขายเสื้อผ้าทางออนไลน์ในหลาย ๆ ประเทศ อาทิ โปรตุเกส เบลเยียม สวิตเซอร์แลนด์ รวมถึงเกือบทุกประเทศในภูมิภาคยุโรปตะวันออก รวมไปถึงการเปิดร้านเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ตกแต่งบ้านอีก 100 สาขา หลังจากที่ก่อนหน้าที่ได้แตกไลน์สินค้าชุดกีฬาและขยายไลน์รองเท้าไปแล้ว MThai News แหล่งที่มา 

สตั้นท์หน้าหนวดพาไปทำความรู้จักกับ
MysteryUnsolved /  rushcontent / 

นักสืบหน้าหนวดรู้สึกว่า ช่วงนี้ตัวเองดวงไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ไหนจะเสียหวย ไหนจะขับรถแล้วเจอเรื่องซวยนานับประการ เขาก็เลยจะลองออกค้นหาเครื่องรางของขลังไว้พกติดตัวอีกสักหน่อย เพื่อจะได้ดำเนินชีวิตได้ง่ายขึ้น และครั้งนี้เขาก็ได้พาเราไปพบกับเรื่องราวของ “กุมารทอง” นายบอยจ๊อดดั้นด้นพาเรามายังวัดขอนชะโงก จังหวัดสระบุรี ที่นี่มีหลวงพ่อท่านหนึ่งมีชื่อเสียงมากด้านเครื่องรางของขลังหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นตะกรุด กริช และอีกมากมายหลายอย่าง สิ่งที่ขึ้นชื่อมากจนนายบอยจ๊อดของเราต้องพาตัวเองมาถึงที่นี่ก็เห็นจะไม่พ้นกุมารทองนั่นเอง กุมารทอง เป็นความเชื่อทางไสยศาสตร์ของไทยเกี่ยวกับจิตวิญญาณ ที่มาของกุมารทองมาจากการเลี้ยงภูติผีปีศาจไว้ใช้งาน โดยกุมารทองจะเป็นวิญญาณของเด็กผู้ชาย หากเป็นวิญญาณผู้หญิงที่คนเลี้ยงไว้จะเรียกว่า "โหงพราย" กุมารทองนั้นแรกเริ่มเดิมทีมาจากวิญญาณของเด็กที่ตายในท้องแม่หรือที่เรียกว่าตายทั้งกลม ผู้มีวิชาอาคมจะไปนำพาวิญญาณเด็กนั้นมาเลี้ยงไว้เป็นลูก จากหลักฐานที่พบในเอกสารโบราณระบุถึงการทำกุมารทองสรุปว่า ต้องหาศพที่ตายทั้งกลม แล้วประกอบพิธีกรรมผ่าเอาศพทารกในท้องนั้นมาย่างไฟให้แห้งสนิทก่อนรุ่งอรุณ แล้วจึงลงรักปิดทองให้ทั่ว ด้วยเหตุนี้จึงเรียกว่ากุมารทอง[ต้องการอ้างอิง] ต่อมาสภาพสังคมและวัฒนธรรมพัฒนาไปมากขึ้น ทำให้ไม่สามารถสร้างกุมารทองจากศพทารกจริง ๆ ได้ จึงได้มีการดัดแปลงกรรมวิธีการสร้างกุมารทองขึ้น โดยใช้ดินเจ็ดป่าช้าบ้าง ไม้รักซ้อนหรือไม้มะยมบ้าง ไปจนถึงโลหะ มาสร้างเป็นรูปกุมาร แล้วปลุกเสกตั้งจิต ตั้งธาตุทั้ง 4 และเรียกอาการสามสิบสองให้บังเกิดเป็นจิตวิญญาณของเด็กขึ้นมา กุมารทองปัจจุบันนิยมสร้างเป็นรูปเด็ก ลักษณะเป็นเด็กไว้จุก นุ่งโจงกระเบนอย่างโบราณ กลายเป็นเครื่องรางของขลัง เชื่อกันว่าเสมือนมีวิญญาณเด็กอยู่ในรูปกุมารนั้น ผู้บูชาต้องเลี้ยงดูเหมือนลูกของตน ต้องให้ข้าวน้ำเซ่นสรวงและต้องเรียกให้กินข้าวด้วย กล่าวกันว่าหากปฏิบัติดูแลดีกุมารทองก็จะช่วยค้ำคูณ อาทิ ช่วยคุ้มครองป้องกันเจ้าของและครอบครัวจากสิ่งไม่ดีทั้งหลาย ช่วยให้ทำมาค้าขึ้น ไปจนถึงเตือนภัยล่วงหน้าอีกด้วย และจะคอยติดตามเฝ้าระวังบ้านเรือนจากโจรผู้ร้ายและศัตรูไม่ให้มากล้ำกราย[ต้องการอ้างอิง] ปัจจุบันผู้บูชานิยมไหว้ด้วยน้ำแดง เรื่องราวของกุมารทองถูกกล่าวถึงใน วรรณคดีไทย เช่น ขุนช้างขุนแผน บ้างก็นับลูกกรอก เป็นกุมารทองด้วย เครื่องรางอีกประเภทหนึ่งที่คล้ายกันคือรักยม ทั้งกุมารทองและรักยมปัจจุบันยังมีผู้นิยมบูชากันอยู่ไม่น้อยในสังคมไทย สำหรับนายบอยจ๊อดแล้ว เขายังรู้สึกว่า กุมารทองอย่างเดียวยังไม่น่าจะยังเอาไม่อยู่สำหรับช่วงชีวิตของเขาในตอนนี้ เขาจึงเริ่มขอให้หลวงพ่อเหลือท่านแนะนำเครื่องรางของขลังอีกหลายๆ อย่าง เผื่อว่าจะพบสิ่งที่น่าจะเหมาะ และเข้ากับชีวิตของเขาอีกนอกเหนือจากกุมารทอง ซึ่งอันที่จริงแล้วกุมารทองที่วัดขอนชะโงกแห่งนี้ก็ไม่ได้มีแค่ประเภทเดียว ยังมีอีกหลายประเภทที่นายบอยจ๊อดยังไม่ชมเลยด้วยซ้ำ แต่ดันจะหาแบบอื่นดูก่อนซะอย่างนั้น หลวงพ่อท่านเลยพานายบอยจ๊อดไปทัศนาห้องเก็บเครื่องรางของขลังของท่านที่ห้องด้านข้าง และนั่นก็ทำให้นายบอยจ๊อดต้องถึงกับตลึงตาค้างยิ่งกว่าดื่มกาแฟ 10 ถ้วย เพราะว่าห้องนั้นมีเครื่องรางของขลังเก็บไว้เป็นจำนวนมาก เล่นซะนายบอยจ๊อดเลือกไม่ถูกกันไปเลยทีเดียว หลวงพ่อท่านจึงตัดสินใจเลือกตะกรุดให้นายบอยจ๊อดมาอีกอันหนึ่งนอกเหนือจากกุมารทอง ซึ่งตะกรุดอันนี้มีอนุภาพช่วยทรงเสรอมเมตตา และโชคลาภ พร้อมคุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัย และนั่นก็ทำให้นายบอยจอ๊อดกระหยิ่มยิ้มย่อง เสพสมอารมณ์หมายกลับบ้านสบายแฮ Did you Know? - กุมารทองแบบพกพาของหลวงพ่อเหลือมีอยู่สามเนื้อครับ เนื้อทองทิพย์ นวะโลหะ และเนื้อเงิน - สระบุรี เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคกลาง ที่มีทรัพยากรการท่องเที่ยวที่สำคัญในด้านโบราณสถานทางพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์ ประเพณี ซึ่งยังคงคุณค่าไว้ได้อย่างครบถ้วน - คำขวัญจังหวัดสระบุรีคือ พระพุทธบาทสูงค่า เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ฐานผลิตอุตสาหกรรม เกษตรนำล้ำแหล่งเที่ยว หนึ่งเดียวกะหรี่ปั๊บนมดี ประเพณีตักบาตรดอกไม้งาม เหลืองอร่ามทุ่งทานตะวัน ลือลั่นเมืองชุมทาง - คำว่า “สระบุรี” สันนิษฐานว่า เพราะเหตุที่ทำเลที่ตั้งครั้งแรกมีบึงอยู่ใกล้ คือ “บึงหนองโง้ง” เมื่อตั้งเมืองขึ้นจึงได้นำเอาคำว่า “สระ” มารวมเข้ากันกับคำว่า “บุรี” เป็นชื่อเมือง “สระบุรี” - สันนิษฐานว่าจังหวัดสระบุรีตั้งขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2092 ในรัชสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ การตั้งเมืองนี้สันนิษฐานว่า พระองค์โปรดเกล้าฯ ให้แบ่งเขตพื้นที่บางส่วนของเมืองลพบุรีกับเมืองนครนายกมารวมกันตั้งขึ้นเป็นเมืองสระบุรี สามารถติดตามความเคลื่อไหวของนิตยสาร RUSH ได้ที่ Facebook : facebook.com/RUSHmag IG : instagram.com/rush_magazine_official/ Youtube : youtube.com/channel/UC05caWeApIU23HyV6e9ng2A ขอขอบคุณเนื้อหาจาก RUSH#61 Sep

ละครกลกิโมโน , เรื่องย่อกลกิโมโน
เบิร์ด ธงไชย /  ชมพู่ อารยา / 

เรื่องย่อละคร กลกิโมโน บทประพันธ์โดย : พงศกรผลิตโดย : บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่นควคุมการผลิตโดย : หน่อง อรุโณชาออกอากาศทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ณ เมืองสึกิ เกิดพายุหิมะถล่มครั้งยิ่งใหญ่ นี่ไม่ใช่ภัยธรรมชาติธรรมดา แต่เป็นฝีมือของ นางปีศาจหิมะ ที่โกรธแค้น โฮชิ เทพเจ้านกกระเรียนที่ไม่ยอมรับรักเธอ นางปีศาจหิมะต้องการให้โฮชิเห็นประชาชนที่โฮชิรักต้องมีอันเป็นไปต่อหน้าต่อตา โฮชิต่อสู้กับนางปีศาจหิมะจนสามารถช่วยประชาชนได้สำเร็จ แต่การต่อสู้ทำให้กิโมโนของโฮชิขาดวิ่น โฮชิกลับสวรรค์ไปไม่ได้ต้องติดค้างอยู่บนโลกมนุษย์ เขาจึงต้องพรากจาก เมียวโจ คนรักที่อยู่บนสวรรค์ โฮชิเฝ้าคิดถึงเธออยู่ทุกลมหายใจ แต่เชื่อว่าเธอเองก็คิดถึงเขาอยู่เช่นกัน โฮชิมั่นใจว่าสักวันจะได้พบกับสาวคนรักอีกครั้ง ไม่ว่านานแค่ไหนเขาก็จะรอ 400 ปีผ่านไป รินดารา สาวไทยแสนสวยที่ได้รับทุนมาเรียนต่อปริญญาโทสาขากายภาพบำบัดที่ประเทศญี่ปุ่น กำลังเดือดร้อนอย่างหนักเพราะทางมหาวิทยาลัยตัดสินใจไม่ให้ทุนเรียนต่อ เหตุเพราะรินดาราลักลอบขโมยสัตว์ทดลองออกไป รินดาราได้แต่ก้มหน้ายอมรับผลการตัดสินใจของมหาวิทยาลัย เพราะรินดาราไม่สามารถพูดออกไปได้ว่า สาเหตุของการขโมยสัตว์ทดลองเป็นเพราะความสามารถพิเศษของเธอที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดทำให้เธอได้ยินเสียงพวกมันร่ำร้องขอให้ช่วยรักษาบาดแผลบนลำตัว รินดาราพยายามทำเฉยเมยต่อเสียงสัตว์เหล่านั้นเหมือนอย่างที่ สุรินทร์ และ ดวงดาวพ่อแม่เคยเตือนเอาไว้ตั้งแต่เด็ก แต่รินดารารู้อยู่คนเดียวว่ายิ่งเธอไม่สนใจเท่าไหร่ ปานรูปดาวบนแผ่นหลังของเธอก็จะยิ่งเกิดอาการปวดแสบปวดร้อนมากขึ้นเท่านั้นเหมือนอะไรบางอย่าง จะเตือนว่ารินดาราไม่มีสิทธิ์เพิกเฉยต่อความสามารถพิเศษเพราะทุกอย่างถูกลิขิตมาไว้แล้ว รินดารามั่นใจว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ความสามารถพิเศษและปานรูปดาวบนแผ่นหลังจะต้องเป็นที่มาของอะไรบางอย่างที่รอให้เธอหาคำตอบ แล้วผลของการไม่เพิกเฉยต้องทำให้รินดาราต้องดิ้นรนทำงานหาเงินเพื่อเป็นค่าเทอมในปีต่อไป ขอให้เป็นงานที่ไม่เบียดเบียนใครรินดาราทำได้หมด แล้วงานล่าสุดของเธอที่มีค่าตอบแทนอย่างงดงามก็คือ การแต่งตัวเป็นเจ้าหญิงอยู่ในสวนสนุก ในขณะที่รินดารากำลังทำงานด้วยความเพลิดเพลินอยู่กับลูกค้า เธอก็ได้ยินเสียงนกบนต้นไม้พูดขึ้นมาว่า มีเด็กผู้หญิงพิการนั่งอยู่บนรถเข็นล้อเลื่อนกำลังพลัดหลงกับคุณอาชายสุดหล่อกับคู่ควงสาวที่มัวแต่จีบกัน และดูเหมือนว่าเด็กน้อยจะมุ่งหน้าไปที่สระน้ำ รินดาราวิ่งไปช่วยเด็กน้อยได้ทันก่อนที่รถจะไถลลงสระน้ำได้อย่างเฉียดฉิว รินดารากอดปลอบเด็กน้อยชื่อว่า อายูมิ มิยาคาวะ ที่เอาแต่ร้องไห้สะอื้นด้วยความตกใจ ก่อนที่ อาคิระ มิยาคาวะ และ ริเอะ ชินเอบะ ผู้ปกครองของเด็กน้อยจะมาพบเข้า ทั้งสองยังไม่ทันจะรู้เรื่องอะไร ริเอะก็กล่าวหาว่ารินดาราอาจจะเป็นพวกตระกูลโคสึกะ ตระกูลศัตรูคู่อาฆาตกับตระกูล มิยาคาวะ ส่งมาลักพาตัวอายูมิ รินดาราทนไม่ได้จึงเถียงกลับจนริเอะพูดไม่ออก แต่คนที่ไม่เคยยอมแพ้ใครอย่างริเอะก็จัดการรินดาราด้วยการทำให้รินดาราถูกไล่ออกจากงาน รินดาราประกาศไว้กับตัวเองว่าจะไม่ขอเจอยัยริเอะกับอาคิระอีกเลย รินดาราอยู่ในสภาพลำบากอีกครั้ง แล้วเหมือนโชคจะเข้าข้างเธอเมื่อมีคนติดต่อผ่านอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยว่าจะให้เธอไปเป็นพี่เลี้ยงดูแลเด็กหญิงพิการที่เมืองสึกิ เมื่อในนิทานแสนสวยงามที่รินดาราฝันอยากไปตั้งแต่เด็ก และเมืองสึกินี้เองที่เป็รแรงบันดาลใจทำให้รินดาราขอทุนเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่น แต่ที่ผ่านมารินดาราต้องเรียนหนักและต้องประหยัดเงินทุกบาทจึงยังไม่เคยไปเมืองสึกิสักครั้ง รินดาราตื่นเต้นดีใจดีมากก่อนที่จะพบว่าผู้ที่มาติดต่อเธอคืออาคิระ ผู้ชายมาดขรึมเก๊กหล่อแฟนของยัยผู้หญิงนิสัยไม่ดี รินดารากำลังจะปฏิเสธโดยไม่เสียเวลาลังเลเลยแม้แต่วินาทีเดียว แต่อาคิระที่เหมือนจะอ่านใจรินดาราออกรีบบอกว่า ไม่ใช่เขาที่เป็นคนอยากให้รินดาราไปดูแลหลานสาว แต่เป็นคนอื่น รินดาราสังเกตเห็นได้ว่าอาคิระดูไม่ค่อยเต็มใจอยากจะมาทำหน้าที่นี้สักเท่าไหร่ ซึ่งก็เป็นจริงอย่างที่รินดาราคิด การที่อาคิระยอมมาเชิญรินดาราด้วยตัวเองเป็นเพราะ คุณย่ามิกิ คุณย่าที่เขารักและเคารพมากขอร้องมาว่าให้ทำเพื่อบุคคลผู้มีพระคุณต่อมิยาคาวะ อาคิระขอร้องให้รินดาราไปพบกับเขาคนนั้นด้วยตัวเองแล้วค่อยตัดสิ้นใจว่าจะรับหรือไม่รับงานนี้ รินดารายอมไปกับอาคิระเพราะอยากรู้ว่าเขาคนนั้นคือใคร พอถึงที่หมายซึ่งเป็นหน้าอุโมงค์คอกวีสทีเรีย อาคิระบอกให้รินดาราเข้าไปข้างในคนเดียว แล้วภาพของชายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าอุโมงค์คอกวิสทีเรียอันสวยสดงดงามราวกับดวงดาวพร่างพรายแม้เวลากลางวัน เขาคนนั้นคือ ท่านชายโฮชิ ชายหนุ่มผู้มีรอยยิ้มอันเปี่ยมสุข แต่แววตากลับแฝงความเศร้าหมอง เพียงแค่คำพูดของเขาไม่กี่คำก็ทำให้รินดาราเหมือนตกอยู่ในมนต์ ตอบรับทำงานที่คฤหาสน์มิยาคาวะทันที โดยที่ไม่รู้เลยว่าการเดินทางไปเมืองสึกิครั้งนี้จะทำให้ได้พบคำตอบที่เธอรอคอยมาตลอดชีวิต ณ ขณะเดียวกันที่ตระกูลโคสึกะ ตระกูลศัตรูคู่อาฆาตกับตระกูลมิยาคาวะกำลังร้อนเป็นไฟ เมื่อ ไดซุเกะ ชายชราวัย 70 ปี อ่านพบคำทำนายในตำราโบราณของบรรพบุรุษว่ากำลังมีผู้หญิงเดินทางมาที่มิยาคาวะ และผู้หญิงผู้นี้จะนำพาหายนะมาสู้โคสึกะตระกูลโคสึกะเป็นตระกูลใหญ่ในหุบเขาสึกิ พวกเขาเป็นเจ้าพ่อธุรกิจการเกษตรและเป็นตระกูลผู้ดูแลศาลเทพเจ้าสุนัขจิ้งจอก ซึ่งเป็นเทพเจ้าทางด้านพืชผลทางการเกษตร ขณะที่เทพเจ้านกกระเรียนทองคำคือเทพเจ้าแห่งสุขภาพและชีวิตที่ยืนยาว โดยมีตระกูลมิยาคาวะทำหน้าที่ดูแลศาลให้ สองตระกูลนี้ไม่ถูกกันมาตลอดเพราะความเชื่อและศรัทธาในเทพเจ้าของตัวเอง ตระกูลโคสึกะเข้าใจผิดไปว่าเทพเจ้านกกระเรียนเป็นต้นเหตุทำให้เทพเจ้าจิ้งจอกของพวกเขาสูญสลาย และเชื่อว่าเทพเจ้านกกระเรียนยังกลับขึ้นสวรรค์ไม่ได้ ทว่าไม่มีใครรู้ว่าตอนนี้เทพเจ้านกกระเรียนอยู่แห่งใดบนโลกนี้ ทุกคนในตระกูลโคสึกะจึงถูกปลูกฝังให้ขัดขวางไม้ให้เทพเจ้านกกระเรียนกลับขึ้นสวรรค์ เพราะไม่เช่นนั้นตระกูลโคสึกะจะต้องมีอันเป็นไป ฮิเดโนริ โคสึกะ หลานชายวัย 25 ปีลูกของไดซุเกะทำหน้าที่สืบว่าผู้หญิงที่มาคฤหาสน์มิยาคาวะเป็นใครด้วยการส่งฮิโตชิ ผีเด็กตัดผมหน้าม้าสวมชุดยูกาตะสีน้ำเงินที่เขาเลี้ยงไว้ใช้งานให้ไปที่คฤหาสน์มิยาคาวะ ทำให้รินดาราเกือบจะโดนผีหลอกตั้งแต่คืนแรกที่มาอยู่ที่คฤหาสน์มิยาคาวะ แต่รินดารารอดปลอดภัยมาเพราะท่านชายโฮชิมาช่วยไว้ และเขายังมอบเหรียญเซโมริลายนกกระเรียนซึ่งเป็นเครื่องรางของขลังของญี่ปุ่นให้รินดาราเอาไว้เป็นเครื่องคุ้มกันภัยจากอันตรายทั้งปวง ทำให้ฮิโตชิเข้าใกล้รินดาราไม่ได้ ทางด้านรินดาราเริ่มงานดูแลหนูน้อยอายูมิด้วยการบริหารให้กล้ามเนื้อคลาย เด็กหญิงร้องไห้ลั่นด้วยความเจ็บปวด อาคิระมาเห็นเข้าก็ไม่พอใจเข้าไปห้ามทันที รินดาราเข้าใจแล้วว่าที่อายูมิอาการไม่ดีขึ้นเป็นเพราะเด็กน้อยถูกประคบประหงมมากเกินไป กล้ามเนื้อไม่ได้ออกแรงอย่างที่ควรจะเป็น รินดาราใช้สิทธิของการเป็นผู้ดูแลอายูมิจัดโปรแกรมชีวิตเด็กน้อยให้หมด อาคิระจำใจต้องยอมรับรินดาราเพราะคำสั่งของคุณย่ามิกิ อาคิระแปลกใจว่าทำไมย่ามิกิต้องทำเหมือนรินดาราเป็นคนพิเศษมาก ไหนจะยังสายตาที่ท่านชายโฮชิมองรินดาราช่างหวานซึ้งและคุ้นเคย อาคิระจ้างนักสืบสืบประวัติของทั้งสอง นักสืบไม่พบข้อมูลใดๆ น่าสงสัย แต่ที่แปลกคือ นักสืบไม่พบข้อมูลของท่านชายโฮชิเลยแม้แต่นิดเดียวว่าเขาเป็นใครมาจากไหน วันหนึ่งรินดาราพาอายูมิเข้าไปในเมืองเพื่อเปิดหูเปิดตา สร้างแรงบันดาลใจให้เด็กน้อยอยากกลับมาเดินได้อีกครั้ง สองสาวต่างวัยได้พบกับ แป้งร่ำ และ เกียว เจ้าของร้านนวดแผนไทย รินดาราดีใจที่มีคนไทยอยู่ใกล้ๆ ให้อบอุ่นใจ แต่ขากลับรินดาราเกือบถูกสุนัขจิ้งจอกทำร้าย เสื้อผ้าของเธอฉีกขาดเล็กน้อย โชคดีที่อาคิระและโฮชิช่วยเอาไว้ทัน แต่สิ่งที่ทำให้โฮชิตกตะลึงก็คือ ปานรูปดาวบนแผ่นหลังของรินดารา โฮชิแน่ใจแล้วว่าสิ่งที่เขาคิดถูกต้อง รินดาราคืออวตารส่วนหนึ่งของเมียวโจ เมียวโจส่งรินดารามาช่วยทำให้กิโมโนโฮชิปักเสร็จแล้วพาเขากลับสวรรค์ แต่ตอนนี้รินดารายังจำไม่ได้ว่าตัวเองเป็นใคร โฮชิกับมิกิจะช่วยฟื้นความจำให้รินดารา มิกิจึงวางแผนให้รินดาราขึ้นไปบนหอคอยอันเป็นเขตห่วงห้ามของคุณย่ามิกิ เผื่อว่ากิโมโนโฮชิจำทำให้รินดาราจำได้ว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของเมียวโจ แต่เมื่อกิโมโนโฮชิปรากฎต่อสายตา ปานรูปดาวบนแผ่นหลังของรินดาราเกิดอาการปวดแสบปวดร้อนอย่างรุนแรงจนเธอเป็นลมสลบไป โฮชิรู้แล้วว่าตอนนี้ร่ายหยาบของมนุษย์อย่างรินดารายังไม่สามารถรับพลังงานบริสุทธิ์ของเทพได้ ต้องรอให้ร่างของรินดาราพร้อมด้วยตัวเองเท่านั้น ตอนนี้โฮชิจึงได้แต่เฝ้ารอให้รินดาราจำได้ว่าเธอเป็นใคร มิกิหวังว่าจะถึงวันนั้นเร็วๆ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป ทางด้านฮิเดโนริตื่นขึ้นมาในเช้าวันหนึ่งแล้วพบว่าตัวเองอยู่ในสภาพเลือดเต็มตัว เนื้อตัวเปรอะเปื้อนดินโคลน ฮิเดโนริจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น จนกระทั่งไดซุเกะเข้ามารับรู้กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับหลานชาย จึงรู้ว่าเลือดปีศาจจิ้งจอกในตัวฮิเดโนริเริ่มออกฤทธิ์ สุนัขจิ้งจอกตัวที่ทำร้ายรินดาราก็คือฮิเดโนรินั่นเอง แท้จริงแล้วฮิเดโนริเป็นลูกครึ่งมนุษย์และปีศาจจิ้งจอก พ่อของฮิเดโนริรักกับนางปีศาจจิ้งจอกที่ปลอมตัวเป็นหญิงสาวสวย เมื่อฮิเดโนริกำเนิด ทั้งสองก็ทิ้งเด็กชายไว้กับไดซุเกะก่อนที่ผู้เป็นพ่อจะตามคนรักเข้าป่าไปอยู่กับฝูงสุนัขจิ้งจอก ไดซุเกะไม่เคยคิดว่าจะบอกเรื่องนี้ให้กับหลานรู้เพราะอยากให้มันเป็นความลับตลอดกาล แต่เมื่อเลือดปีศาจจิ้งจอกในตัวฮิเดโนริกำลังมีพลังอำนาจเหนือเลือดมนุษย์ ไดซุเกะจึงทำพิธีสักยันต์บนแผ่นหลังของฮิเดโนริ และสอนให้ฮิเดโนริรู้จักควบคุมปีศาจจิ้งจอกให้อยู่ภายใต้การควบคุมของฮิเดโนริ กว่าฮิเดโนริจะทำใจยอมรับกับสิ่งที่ตัวเองเป็นได้ เขาก็อาละวาดใส่ฮิโตชิหลายครั้ง ฮิโตชิตกใจกลัวจึงเข้าไปหลบในห้องของไดซุเกะ แล้วเขาก็เผลอทำตุ๊กตาฮินะรูปผู้หญิงผมยาวผิวขาวซีด ปากเป็นสีแดงตกแตก ทำให้วิญญาณของนางปีศาจหิมะที่ตระกูลโคสึกะกังขังอยู่ในตุ๊กตาฮินะตัวนั้นมานานหลายร้อยปีถูกปลดปล่อยโดยไม่มีใครรู้ นางปีศาจหิมะเป็นเพียงมวลสารไร้รูปกายมันจึงเข้าไปสิงอยู่ในร่างของ ยูกิ เกอิชา สาวแสนสวยที่เป็นทาสความรักของ มาโกะโตะ ชินเอบะ พ่อของริเอะที่ผ่านมามาโกะโตะให้ความหวังกับยูกิจนเธอรักเขาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ยูกิเรียกร้องอยากแต่งงานกับเขา มาโกะโตะรำคาญสุดขีดจึงสั่งเก็บยูกิ ยูกิต้องจบชีวิตด้วยความรักความแค้นไม่ต่างจากที่นางปีศาจหิมะที่เคยรู้สึกมาก่อน นี่เป็นช่องโหว่ที่ทำให้นางปีศาขหิมะสามารถสิงร่างของยูกิได้ แล้วนางปีศาจหิมะที่อยู่ในร่างของยูกิก็กลับมาหามาโกะโตะ พร้อมกับซากศพของลูกน้องของเขาที่เธอสูบกินกิเลสตัวพวกมันจนแห้งกรัง ด้วยความกลัวสุดขีดทำให้มาโกะโตะยอมเป็นทาสรับใช้ ช่วยยูกิตามหาเทพเจ้านกกระเรียนชายที่เธอยังรักหมดหัวใจที่ไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน แล้วยูกิก็ได้พบกับโฮชิอยู่ในงานทานาตะ ยูกิอยากจะเข้าไปหาเขาแต่พลังของเธอยังน้อยเกินไป ทว่า ยูกิยังรู้สึกที่อย่างน้อยก็รู้ว่าเขายังอยู่ในเมืองสึกิและอยู่กับครอบครัวมิยาคาวะ ยูกิคิดไปเองว่าสาเหตุที่เมื่อก่อนโฮชิไม่รับรักเธอ เป็นเพราะเธอเป็นนางปีศาจหิมะน่าเกลียดน่ากลัว แต่ตอนนี้เธออยู่ในร่างของหญิงสาวแสนสวยแล้วโฮชิน่าจะรักเธอได้ ดังนั้นยูกิจึงสั่งให้ริเอะพาคุณย่ามิกิและอาคิระมาที่บ้าน โดยอ้างว่ายูกิอยากจะสั่งคุณย่ามิกิทอกิโมโน เมื่อพบโอกาสยูกิก็จัดการสะกดจิตคุณย่ามิกิคนใกล้ชิดที่สุดของโฮชิให้ทำตามความต้องการของยูกิ ทำให้หลังจากนั้นเป็นต้นมาคุณย่ามิกิก็เอาแต่พูดถึงยูกิให้โฮชิฟัง และยังขอให้โฮชิไปพบกับยูกิอีกด้วย โฮชิมาพบยูกิตามนัดที่ซุ้มอุโมงค์วิสทีเรียเพราะยูกิจงใจให้ตัวเองเหมือนเมียวโจคนรักของโฮชิ แต่โฮชิกลับไม่มีท่าทีอ่อนไหวกับยูกิเลยแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำเขายังเกิดความสงสัยว่ายูกิไม่ใช่คน โฮชิจึงล่อพายูกิไปที่ศาลเจ้าอันเป็นสถานที่ที่ปีศาจเข้าไม่ได้ ยูกิเกือบจะแสดงท่าแท้ของตัวเองออกมาให้โฮชิเห็น แต่เธอก็เอาตัวรอดมาได้ ในงานทานาบาตซึ่งตรงกับวันเกิดของรินดารา รินดาราแปลกใจมากว่าทำไมเธอถึงไม่รู้สึกปวดแสบปวดร้อนที่ปานรูปดาวเหมือนวันเกิดที่ผ่านมา รินดารายอมเล่าเรื่องปานรูปดาวให้โฮชิฟังเพราะเธอไว้ใจเขาอย่างประหลาด โฮชิพูดเป็นในให้รินดาราได้คิดว่าปานรูปดาวอาจจะพอใจที่เธออยู่ในเมืองสึกินี้แล้วก็ได้ รินดารายังไม่เข้าใจที่โฮชิพูดแต่แน่ใจว่าต้องมีอะไร รินดาราพยายามหาคำตอบให้กลับตัวเอง แต่ยิ่งหาเท่าไหร่เธอยิ่งรู้เรื่องประหลาดเกี่ยวกับโฮชิทางด้านฮิเดโนริพยายามทำร้ายรินดาราด้วยการส่งผีไปฆ่าแต่ไม่สำเร็จ เพราะรินดารามีเหรียญเซโมริปกป้อง ฮิเดโนริจึงใช้วิธีเข้าไปทำความรู้จักกับรินดาราเพื่อหาทางทำร้ายเธอ แต่ยิ่งฮิเดโนริอยู่ใกล้รินดารามากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งหลงรักในความน่ารักสดใสของเธอมากขึ้นเท่านั้น จนฮิเดโนริเกิดความรู้สึกลำบากใจที่จะฆ่ารินดารา ฮิเดโนริเกิดเกิดความคิดว่าแค่หาทางไล่รินดาราไปให้พ้นจากเมืองสึกิก็น่าจะพอแล้ว รินดาราได้เห็นรูปถ่ายเมื่อสมัยห้าสิบปีของพ่อสามีของแป้งร่ำ ผู้ที่ปรากฎอยู่ในรูปหน้าตาละม้ายคล้ายท่านชายโฮชิ รินดาราจึกวางแผนให้ท่านขายไปพบกับพ่อสามีของแป้งร่ำ จนรินดารารู้ว่าท่านชายโฮชิคือผู้ชายในรูปจริง ๆ แต่หน้าตาของท่านชายไม่เปลี่ยนแปลงไปเลย รินดาราจึงแน่ใจแล้วว่าเรื่องล่ำลือเกี่ยวกับชายหนุ่มที่อยู่บนหอคอยของคฤหาสน์มิยาคาวะก็คือท่านชายโฮชิด้านทางฮิเดโนริรู้เรื่องว่าฮิโตชิแอบหนีไปเล่นกับอายูมิที่คฤหาสน์มิยาคาวะอยู่บ่อยๆ ฮิเดโนริเรียกฮิโตชิมาลงโทษและกักขังเอาไว้ในตุ๊กตาฮิะ แต่ ไอ บังเอิญไปพบเข้าแล้วทำตุ๊กตาฮินะแตก ฮิโตชิหลุดออกมาหาอายูมิ และได้รับการปกป้องจากท่านชายโฮชิ ทำให้ฮิเดโนริได้เจอกับท่านชายโฮชิแล้วรู้ว่าผู้ชายคนนี้ไม่ธรรมดา ซึ่งขณะเดียวกันนั้นไดซุเกะรับรู้แล้วว่านางปีศาจหิมะหลุดออกไปจากตุ๊กตาฮินะ ไดซุเกะรีบทำพิธีเรียกมันกลับมา แต่มันกลับมาในสภาพของมนุษย์สาวสวยชื่อยูมิ ไดซุเกะจะจัดการกักขังปีศาจหิมะเอาไว้เหมือนเดิม แต่นางปีศาจหิมะที่อยู่ในร่างของยูกิโพล่งออกมาว่า เธอรู้ว่าตอนนี้เทพเจ้านกกระเรียนอยู่ที่ไหนและเธอจะขอให้แก้แค้นเทพเจ้านกระเรียน เพื่อแก้แค้นให้เธอและให้เทพเจ้าจิ้งจอกที่ต้องสลายไป เพราะฝีมือของเทพเจ้านกกระเรียน เมื่อฮิเดโนริรู้เรื่องเข้าจึงกระจ่างแล้วว่าท่านชายโฮชิเป็นเทพเจ้าจริง ๆ ไดซุเกะจึงยอมปล่อยนางปีศาจหิมะโดยไม่รู้เลยว่าทั้งหมดนั้นเป็นแผนการณ์ของนางปีศาจหิมะ นางปีศาจหิมะที่อยู่ในร่างของยูจิหลอกใช้พลังของไฮซุเกะแล้วถ้าทุกอย่างสมหวัง เธอจะจัดการกับไดซุเกะเป็นคนแรก เมื่อได้รับความช่วยเหลือจากไดซุเกะจนมีพลังกลับคืนมา นางปีศาจหิมะที่อยู่ในร่างของยูกิก็ กลับไปพบกับโฮชิที่คฤหาสน์มิยาคาวะ ยูกิอ้างไปว่าที่หายหน้าไปหลายวันเพราะมีธุระส่วนตัว โฮชิจึงไม่สงสัยอีกแล้วว่าโฮชิมีอาการเป็นห่วงผู้หญิงที่ชื่อรินดารามากเป็นพิเศษ จึงอยู่รอพบหน้ารินดารา เมื่อพบหน้ายูกิยังไม่รู้ว่ารินดาราเป็นส่วนหนึ่งของเมียวโจ ยูกิรู้แต่ว่ารินดาราสวยเหลือเกิน ประกอบกับสายตาของโฮชิยามมองรินดาราช่างอ่อนหวานอ่อนโยนจนเธอนึกอิจฉาอยู่ในใจ ยูกิจึงตัดสินใจจะทำอะไรบางอย่างกับรินดารา นางปีศาจหิมะในร่างยูกิหลอกล่อรินดาราเพื่อฆ่า แล้วนางปีศาจหิมะจะสิงเข้าไปอยู่ในร่างของรินดาราเสียเอง แต่นางปีศาจหิมะทำไม่ได้ง่ายๆ เพราะจิตของรินดาราไม่ได้บอบช้ำเพราะความรักเหมือนอย่างยูกิ แล้วอาคิระกับโฮชิก็มาช่วยรินดารา รินดาราตกอยู่ในสภาพแย่มากจากพลังอำนาจประหลาด โฮชิจึงตัดสินใจคืนร่างเป็นเทพเจ้านกกระเรียนเพื่อช่วยรินดารา ทำให้รินดารากระจ่างแล้วว่าโฮชิไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา แต่เป็นเทพเจ้านกกระเรียนตามตำนานในนิทาน เท่านั้นยังไม่พอมิกิยังพารินดาราขึ้นไปดูกิโมโนโฮชิบนหอคอยเพียงแค่รินดารายื่นมือไปแตะลายปักรูปนกกระเรียนบนกิโมโน ภาพความจำว่าเธอเป็นส่วนหนึ่งของเมียวโจก็ปรากฎขึ้นในหัว รินดาราได้คำตอบแล้วว่า เธอเกิดมาเพื่อช่วยส่งท่านชายโฮชิกลับสวรรค์ โดยต้องตามหาขนนกกระเรียนทองคำแล้วนำมาปักบนกิโมโนให้สำเร็จ แต่ทั้งหมดนี้อาคิระยังไม่รู้เรื่อง รินดาราเริ่มหน้าที่ของตัวเองด้วยการหาข้อมูลของขนนกกระเรียนทองคำ รวมทั้งถามกับ แฮโรลด์ เจ้าของสถาบันอาภรณ์แห่งเอเชียผู้โด่งดังที่มาขอกิโมโนของตระกูลมิยาคาวะไปจัดแสดงในงาน แต่แฮโรลด์ไม่เคยได้ยินว่าขนนกกระเรียนทองคำมีจริง ๆ แต่การสนทนาครั้งนั้นทำให้ริเอะได้ยินแล้วนำไปบอกกับยูกิ ยูกิรวบรวมสิ่งที่รู้มาจนแน่ใจว่ารินดาราคือส่วนหนึ่งของเมียวโจที่ลงมาช่วยพาโฮชิกลับสวรรค์ ยูกิสั่งให้ไดซุเกะและฮิเดโนริคอยหาทางขัดขวางไม่ให้รินดาราหาขนนกกระเรียนทองคำเจอ ช่วงนั้นรินดาราไปหาเพื่อนชื่อ เคนจิ ลูกครึ่งญี่ปุ่น-ไทย นักศึกษาปริญญาโทคณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลับเดียวกันกับรินดารา เคนจิกำลังทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับเรื่องสัตว์พิเศษในตำนานของเทพนิยายต่างๆ เช่น ล็อคเนสแห่งทะเลสาปล็อคเนส เยติมนุษย์หิมะแห่งฮิมาลัย ฯลฯ รินดาราถามเคนจิเรื่องนกกนกระเรียนทองคำ แต่เคนจิบอกว่ามันเป็นสิ่งที่หายากมาก ร้อยปีถึงวจะมีกำเนิดสักครั้ง ความหวังที่จะช่วยโฮชิของรินดาราดูจะริบหรี่เหลือเกิน แต่แล้วก็เหมือนฟ้าดลใจ เมื่อเคนจิเดินทางมาหารินดาราที่คฤหาสน์มิยาคาวะว่าได้คุยกับ ป้าอัง ญาติของเคนจิที่อยู่เมืองไทยมีขนนกกระเรียนทองคำ และป้าอังก็ยินดีจะมอบขนนกกระเรียนทองคำให้รินดารา และที่ผ่านมาป้าอังฝันว่ามีผู้หญิงมาบอกว่าให้เก็บขนนกกระเรียนนี้ไว้ สักวันพวกเขาจะมารับ ป้าอังเชื่อว่าต้องเป็นรินดารา เพราะผู้หญิงในฝันหน้าเหมือนรินดาราไม่มีผิด รินดารานำเรื่องนี้ไปเล่าให้ย่ามิกิและท่านชายโฮชิฟังโดยไม่รู้ตัวว่าอาคิระกำลังแอบฟังเรื่องทั้งหมดอยู่ อาคิระก็เลยรู้ความจริงทั้งหมด และเขาก็ยินยอมที่จะร่วมมือช่วยปลดปล่อยท่านชายโฮชิกลับคืนสู่สวรรค์ ในระหว่างนั้นเองทางเมืองไทยก็ส่งข่าวมาว่าพ่อของรินดารามีอาการป่วย รินดาราและอาคิระจึงตัดสินใจเดินทางไปหาป้าอังพร้อมกับเคนจิที่เมืองไทย เพื่อตามหาขนนกกระเรียนและเพื่อรักษาอาการของพ่อ แต่ถึงกระนั้นไอก็ยังขอติดตามไปดูเส้นไหมที่เมืองไทยด้วย หากความจริงแล้วไอไปตามคำสั่งของฮิเดโนริ ไอรักฮิเดโนริมากแล้วความรักนี้ทำให้ไอมองไม่ออกว่าฮิเดโนริกำลังหรอกใช้เธอรินดารากับอาคิระเดินทางไปเมืองไทยด้วยกัน อาคิระได้เห็นสภาพความเป็นอยู่ของรินดารา ได้เห็นถึงการสู้ชีวิตของหญิงสาวทำให้อาคิระเข้าใจรินดารามากขึ้น ขณะเดียวกันรินดาราก็ได้เห็นมุมอ่อนโยน ความมีน้ำใจของอาคิระที่ปฏิบัติต่อทุกคนในครอบครัวของเธอ ทำให้ความรักก่อเกิดขึ้นในใจของทั้งสองแบบเงียบๆ แต่ทั้งสองยังไม่สามารถคิดสิ่งใดได้ ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือการตามหาขนนกกระเรียนทองคำจากญาติของเคนจิ ขณะเดียวกัยรู้ว่ายูกิไม่ใช่คนอย่างที่เขาเคยคิดจริงๆ แต่โฮชิไม่แสดงออกมาให้ยูกิรู้ว่าเขารู้ความจริง เพราะโฮชิอยากจะช่วยพูดและทำให้นางปีศาจหิมะในร่างยูกิยอมลดกิเลสในใจตัวเอง แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผลเพราะในของนางปีศาจหิมะลุ่มหลงอยู่ในกิเลศมากเหลือเกินทันทีที่รินดารากับอาคิระไปถึงบ้านป้าอัง กลับพบว่าป้าอังเกิดอาการมึนเบลอ จำไม่ได้แม้กระทั่งว่าตนเองมีขนนกกระเรียนทองคำ เพราะความจริงแล้วที่ป้าอังต้องเป็นเช่นนี้เป็นฝีมือของฮิเดโนริที่แอบสะกดรอยตามมา โดยมีไอเป็นนางนกต่อคอยสือความลับอยู่ ดังนั้นไม่ว่ารินดารากับอาคิระจะทำอะไร ฮิเดโนริจะรู้ความเคลื่อนไหวทั้งหมด แต่มีเรื่องที่ไอกับฮิเดโนริไม่รู้คือ ความสามารถพิเศษได้ยินสัตว์พูดรองรินดารา รินดารารู้เรื่องจากแมวป้าอังว่ามีคนปริศนามาทำร้ายป้าอังให้เป็นแบบนี้ และที่สำคัญแมวรู้ด้วยว่าป้าอังเก็บขนนกกระเรียนไว้ที่ไหน แต่รินดาราไม่ยอมบอกเรื่องนี้กับใครแม้กระทั่งอาคิระเพราะรินดาราไม่รู้แน่ชัดว่าใครคือคนปริศนาพวกนั้น รินดารารอจนกลับมาถึงคฤหาสน์มิยาคาวะถึงนำขนนกกระเรียนทองคำของป้าอังออกมา สร้างความดีใจกับย่ามิกิและท่านชายโฮชิเป็นอย่างมาก แต่อาคิระกลับน้ายใจที่รินดาราไม่ไว้ใจเขา ไม่ยอมบอกว่าหาขนนกกระเรียนได้แล้ว รินดาราอธิบายเหตุผลให้อาคิระเข้าใจว่า เธอสงสัยว่ามีหนอนบ่อนไส้อยู่ไกล้พวกเรา แล้วยังไม่ทันขาดคำขนนกกระเรียนทองคำที่ได้มาจากป้าอังก็ถูกมือดีขโมยไปเผาทำลายจนไม่เหลือซาก อาคิระก็เลยวางแผนกับรินดาราสร้างเรื่องขึ้นมาว่ายังมีขนนกกระเรียนทองคำเพื่อล่อมือดีให้ปรากฎตัว จนกระทั่งแผนสำเร็จ ทุกคนมิยาคาวะรู้ว่าไอเป็นสายลับให้โคสึกะมาตลอด ไอกับอาคิระทะเลาะกันอย่างรุนแรงแล้วไอก็หนีออกจากคฤหาสน์มิยาคาวะไปอยู่ที่คฤหาสน์โคสึกะกับฮิเดโนริ อาริคะเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น รินดาราคอยปลอบใจ แล้วความใกล้ชิดก็ทำให้ทั้งสองรู้ใจตัวเองว่ารักอีกฝ่ายเข้าเสียแล้ว แต่ไม่สามารถพูดออกมาได้ เพราะต่างไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไร และอาคิระก็รู้อยู่แก่ใจว่ารินดาราเกิดมาเพื่อช่วยท่านชายโฮชิไม่ใช่เขา แล้วช่วนนั้นเองรินดาราก็ได้พบกับ ฮิเมะ ลูกนกที่พลัดหลงจากแม่และกำลังถูกแมวไล่จับกิน รินดาราช่วยฮิเมะและเลี้ยงดูมันอย่างดี ทางด้านยูกิสั่งให้มาโกะโตะหาเหยื่อมาให้เธอสูบกินกิเลสอีก แต่มาโก๊ะทำไม่ได้เพราะตอนนี้ตำรวจเริ่มตามสืบคดีคนหายไปหลายคน ยูกิโกรธมากจึงสูบกิเลสของมาโกะโตะซะเลย ริเอะเข้ามาเห็นภาพเข้าก็พยายามจะช่วยพ่อแต่ก็ช่วยไม่สำเร็จ มาโกะโตะตายในสภาพที่ไม่ต่างจากเหยือที่เขาหามาให้ยูกิภาพพ่อถูกกินทำให้ริเอะถึงกับเสียสติต้องอยู่โรงพบาบาลด้วยความหวาดกลัว ตอนแรกยูกิจะกินริเอะด้วยแต่ยูกิสัมผัสได้ว่าการที่ริเอะยังมีชีวิตอยู่ในสภาพป่วยเช่นนี้ ความห่วงใยที่อาคิระมีให้ริเอะสร้างความปวดร้าวหัวใจให้รินดารา และเมื่อไหร่ที่รินดาราเจ็บปวดเพราะความรักจนถึงขีดสุด เมื่อนั้นนางปีศาจหิมะจะสามารถสิงร่างของรินดาราได้ ยูกิจึงปล่อยริเอะเอาไว้ก่อน แต่ท่านชายโฮชิรู้ทันแผนของยูกิ เขาจึงพยายามทำให้รินดารากับอาคิระเข้าใจกัน แม้ว่าหัวใจของเขาจะเจ็บปวดเหลือเกินที่ต้องทนเห็นรินดารารักกันกับอาคิระ ยูกิอยากให้อาคิระกับรินดาราเข้าใจผิดกัน จึงวางแผนกันฮิเดโนริให้จับตัวอายูมิไปลักซ่อน ฮิเดโนริใช้ให้ผีเด็กฮิโตชิที่เขาเพิ่มจับมาใหม่ได้อีกครั้งให้ทำงานนี้ ฮิโตชิยอมทำเพราะเด็กชายโกรธที่อายูมิกลับเขา ฮิโตชิล่ออายูมิมาได้สำเร็จ แล้วยูกิก็สร้างเรื่องว่าทั้งหมดนี้เป็นเพราะความประมาทของรินดารา อายูมิจึงหายตัวไป แต่มันก็ไม่ได้เป็นไปตามแผนของยูกิ เพราะท่านชายโอชิบอกให้อาคิระเข้าใจเสียก่อนว่าเรื่องนี้มีตัวไป แต่มันก็ไม่ได้เป็นไปตามแผนของยูกิ เพราะท่านชายโฮชิบอกให้อาคิระเข้าใจเสียก่อนว่าเรื่องนี้มีเบื้องลึกเบื้องหลังมาจากนางปีศาจหิมะ อาคิระกับรินดาราจึงไม่เข้าใจผิดกันแต่ช่วยกันตามหาอายูมิ แต่ก็ยังหาไม่พบ ทางด้านโฮชิออกไปพบกับยูมิเพื่อเจรจาให้ปล่อยอายูมิ แต่ยูกิกลับใช้อายูมิเป็นเครื่องมือต่อรองให้โฮชิยอมให้โอกาสเธอ เธอจะทำให้โฮชิรักเธอให้ได้ แต่โฮชิปฏิเสธเพราะยูกิยังไม่รู้จักความรักที่แท้จริงแล้วจะรักใครได้อย่างไร สร้างความโกระแค้นให้ยูกิ ยูกิจึงขู่เอาไว้ว่าจะถล่มเมืองสึกิอีกครั้ง โฮชิได้แต่เก็บเรื่องนี้ไว้ในใจตามลำพัง เพราะตอนนี้ทุกคนกำลังเป็นห่วงอายูมิที่หายตัวไป จนกระทั่งรินดาราตามกาอายูมิพบจากความช่วยเหลือของฮิโตชิที่กลับใจมาช่วยเพื่อนรัก หลังจากที่รู้ว่าแท้จริงแล้วอายูมิไม่เคยรังเกียดเขาเลย เธอแค่ตกใจในครั้งแรกที่รู้เรื่องว่าฮิโตชิไม่ใช่คนเท่านั้นเอง แล้วเหตุการณ์ครั้งนั้นก็ทำให้อายูมิกลับมาเดินได้อีกครั้ง โฮชิจึงตอบแทนน้ำใจของฮิโตชิด้วยการปลดปล่อยเด็กน้อยให้ไปผุดไปเกิด ทางด้านยูกิก็กลับไปสั่งให้ไดซุเกะร่วมมือกับเธอถล่มเมื่อสึกิ แต่ไดซุเกะยังไม่ทำเพราะป่วยหนัก ยูกิโกรธก็เลยทำร้ายไดซุเกะพร้อมกับพูดให้เขารู้ความจริงว่า พวกโคสึกะเข้าใจผิดมาโดยตลอด แล้วยูกิก็สูบกิเสลในตัวไดซุเกะ วิญญาณของไดซุเกะที่มีความรู้สึกผิดต่อเทพเจ้านกกระเรียนจึงไปหาฮิเดโนริแล้วเล่าความจริงให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้น ทำให้ฮิเดโนริเข้าใจทุกอย่างและมีความโกรธแค้นนางปีศาจหิมะมาก เขายอมไปปรับความเข้าใจกับพวกมิยาคาวะและขอให้ทุกคนยกโทษให้ไอ อาคิระและย่ามิกิก็เลยยอมให้อภัยไอต่อมายูกิถล่มเมืองสึกิเหมื่อนเมื่อสี่ร้อนปีที่แล้วเพื่อหวังให้ผู้คนในเมืองล้มตายและจะฆ่ารินดารา อาคิระ โฮชิ และฮิเดโนริร่วมมือกับช่วยรินดาราและทำร้ายนางปีศาจหิมะกันอย่างยากลำบาก เพราะพลังของนางปีศาจหิมะมากเหลือเกิน แต่สุดท้ายความสามัคคีและหัวใจที่รักรินดาราก็ทำให้ทั้งสามชายช่วยกับปราบปีศาจหิมะได้สำเร็จ เมื่อจัดงานศพของไดซุเกะเสร็จเรียบร้อย ฮิเดโนริก็กลับไปปอยู่ในป่ากับฝูงสุนัขจิ้งจอก เพราะการต่อสู้กับนางปีศาจหิมะครั้งนั้นทำให้เขาไม่สามารถควบคุมพลังของปีศาจสุนัขจิ้งจอกในตัวเองได้อีก และเกรงว่าตัวเองจะทำร้ายมนุษย์ด้วยพลังของปีศาจในตัว ฮิเดโนริจึงยอมทั้งทุกอย่างทั้งตระกูลโคสึกะและไอผู้หญิงที่รักเขาสุดหัวใจ แม้ไอจะพยายามดึงตัวเขาไว้โดยบอกเรื่องที่เธอกำลังท้องกับเขา แต่ฮิเดโนริก็ต้องจากไปพร้อมกับคำสัญญาว่าสักวันจะกลับมาหาเธอกับลูกการต่อสู้ครั้งนั้นก็ทำให้ท่านชายโฮชิบาดเจ็บสาหัส เขาต้องรีบกลับสวรรค์เร็วที่สุด แต่ยังกลับไม่ได้เพราะไม่มีขนนกกระเรียนทองคำ แม้ว่ารินดาราจะเพิ่มค้นพบว่าฮิเมะเป็นลูกนกกระเรียนทองคำ แต่ฮิเมะก็เด็กจนกว่าจะทำขนมาปักชุดได้ ทุกคนมองไม่เห็นทางออกว่าจะเอาขนนกกระเรียนที่ไหนมาปักกิโมโนโฮชิจนกระทั่งแม่ของฮิเมะบินตามหาฮิเมะจนพบแล้วรับรู้ถึงความมีน้ำใจของรินดารา แม่ของฮิเมะก็เลยตอบแทนด้วยการผลัดขนสีทองของตัวเองให้รินดารานำไปปักชุดกิโมโนโฮชิจนสำเร็จ แต่ก่อนที่โฮชิจะสวมใส่กิโมโนโฮชิเพื่อกลับสู่สวรรค์ โฮชิรู้ว่ารินดารามีบางอย่างที่ยังติดค้างอยู่ในใจระหว่างความรู้สึกของเธอที่มีต่อโฮชิและมีแต่อาคิระ โฮชิจึงนัดให้ทั้งสองนัดพบปรับความเข้าใจกันที่สวนวีสทีเรีย จนรินดารากับอาคิระเข้าใจกันและยอมสารภาพความรักต่อกัน ริเอะถึงแน่ใจแล้วว่าตัวเองหมดสิทธิ์ในตัวอาคิระอีกต่อไป เธอจึงบินกลับไปใช้ชีวิตอยู่ที่ฝรั่งเศสไม่มายุ่งกับความรักของอาคิระและรินดาราอีกเลย โฮชิจึงกลับสู่สวรรค์ได้อย่างสุขใจเวลาผ่านไป อาคิระพารินดารามาฝากท้องที่โรงพยาบาลในเมือง แล้วรินดาราก็เพิ่งหันไปเห็นผู้ชายที่เดินสวนกัน ชายคนนั้นมีใบหน้าที่ดูอบอุ่นเป็นมิตร เขาก้มหัวแล้วยิ้มทักทายให้กับอาคิระและรินดาราอย่างยินดีปรีดาที่ได้เห็นทั้งคู่มีความสุข ก่อนที่เขาจะเดินหายไปในฝูงชน ใบหน้าของเขาและดวงตาสีเขียวช่างละม้ายคล้ายกับท่ายชายโฮชิเหลือเกิน ติดตามชม ละครกลกิโมโน ได้ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครกลกิโมโน เริ่มตอนแรกวันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน 2558 รายชื่อนักแสดงนำ ธงไชย แมคอินไตย์ รับบท ท่านชายโฮชิ อารยา เอ ฮาร์เก็ต รับบท รินดารา (ฮิคาริ) ภูภูมิ พงศ์ภาณุ รับบท อาคิระ มิยาคาวะ นัฐฐพนท์ ลียะวณิช รับบท ฮิเดโนริ โคสึกะ ณัฐริกา ธรรมปรีดานันท์ รับบท ยูกิ/นางปีศาจหิมะ จินตรา สุขพัฒน์ รับบท มิกิ มิยาคาวะ ดิลก ทองวัฒนา รับบท ไดซุเกะ โคสึกะ ด.ญ.กุลฑีรา ยอดช่าง รับบท อายูมิ มิยาคาวะ มิณฑิตา วัฒนกุล รับบท ไอ มิยาคาวะ อริสา ทองบริสุทธิ์ รับบท ริเอะ ชินเอบะ อภินันท์ ประเสริฐวัฒนกุล รับบท มาโกะโตะ ชินเอบะ ด.ช.ณัฐพัชร์ นิมจิรวัฒน์ รับบท ฮิโตชิ หนูอิมอิม ก้าวมหัศจรรย์ รับบท แป้งร่ำ ธงธง มกจ๊ก รับบท เกียว อณูวรรณ ปรีญานนท์ รับบท เคโกะ ธัญญา รัตนมาลากุล รับบท นานะ อัศนัย เทศทะวงศ์ รับบท นารุตะ กรกฎ ธนภัทร รับบท อัตสุโอะ ทูน หิรัญทรัพย์ รับบท สุรินทร์ สุปราณี เจริญผล รับบท ดวงดาว วิศรุต หิมรัตน์ รับบท เริงตะวัน นารา เทพนุภา รับบท เรืองนภา

10อันดับนักเตะ บาเยิร์น มิวนิค ที่ค่าตัวแพงที่สุดในประวัติฯสโมสร
คลิป /  บอลเยอรมัน / 

10อันดับนักเตะ บาเยิร์น มิวนิค ที่ค่าตัวแพงที่สุด 10. เฌอโรม บัวแต็ง 12 ล้านปอนด์ จาก แมนฯ ซิตี้ ปี 2011 9. รอย มาคาย 18 ล้านปอนด์ จาก เดปอร์ติโบ ลา คอรุนญ่า ปี 2003 8. มานูเอล นอยเออร์ 19.5 ล้านปอนด์ จาก ชาลเก้ ปี 2011 7. ฟร้องค์ ริเบรี่ 21 ล้านปอนด์ จาก มาร์กเซย์ ปึ 2007 6. ธิอาโก้ อัลคานตาร่า 21.6 ล้านปอนด์ จาก บาร์เซโลน่า ปี 2013 5. อาร์เยน ร็อบเบน 22 ล้านปอนด์ จาก เรอัล มาดริด ปี 2009 4. เมห์ดิ เบนาเตียย 23.9 ล้านปอนด์ จาก โรม่า ปี 2014 3. มาริโอ โกเมซ 26.5 ล้านปอนด์ จาก สตุ๊ตการ์ต ปี 2009 2. มาริโอ เกิตเซ่ 31.5 ล้านปอนด์ จาก ดอร์ทมุนต์ ปี 2013 1. ฆาบี้ มาร์ติเนซ 31.6 ล้านปอนด์ จาก บิลเบา ปี 2012

British Museum พิพิธภัณฑ์รวมเรื่องราวทั้งโลกในที่เดียว (ลอนดอน)
museum /  พิพิธภัณฑ์ / 

British Museum (บริติช มิวเซียม) กลาง กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร อังกฤษ แห่งนี้ เรียกตนเองว่า เป็น Collection of the World ก็คงไม่ผิด เพราะมีของเก่าแก่ ที่ได้มาจากทุกมุมโลก ด้วยอำนาจของสมัยยุคล่าอาณานิคม และสิ่งของที่วางไว้ หลายสิ่งเห็นแล้ว ก็อุทานในใจว่า "ขนย้ายมาได้อย่างไร?" เพราะของบางอย่างมีน้ำหนักหลายตัน และอุทานอีกทีว่า "แล้วพื้นที่ดั้งเดิม จะเหลืออะไรให้ดูล่ะเนี่ย?" โดยเฉพาะที่ต้องมาดูคือ โลงมัมมี่ อิยิปต์ และวิหาร Parthenon แห่ง กรีก โบราณ British Museum พิพิธภัณฑ์รวมเรื่องราวทั้งโลกในที่เดียว (ลอนดอน) กำเนิด พิพิธภัณฑ์ British Musuem พิพิธภัณฑ์ แห่งนี้ ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 1953 และเปิดให้เข้าชม ฟรี อย่างเป็นทางการเมื่อ 1959 โดยเริ่มต้นจาก Sir Hans Sloane ผู้ซึ่งมีของสะสมโบราณมากมาย ได้ถวาย พระราชา George II เพื่อเป็นสมบัติประเทศ อังกฤษ (โดยได้เงินตอบแทน) จากนั้นก็มีของสะสมมาเพิ่มเติมมากมาย ต่อมาก็มีการปรับแต่ง อาคาร จนสวยงาม ภายนอกเป็นวิหาร กรีก อย่างที่เห็นในปัจจุบัน อ้างอิง http://www.britishmuseum.org/about_us/the_museums_story/general_history.aspx ไฮไลท์ British Musuem สิ่งของมีค่ามากๆสำหรับการศึกษา ประวัติศาสตร์ โลกนี้ ได้แก่ Rosetta Stone (หินจารึก อักษร ซึ่งเป็นการส่วนสำคัญการในแปลภาษา อิยิปต์ เป็นภาษา กรีก และเราก็แปลความหมายออกจากภาษา กรีก อีกทีหนึ่ง เรื่องภาษาอิยิปต์ หรือ Heiroglyphic สาบสูญ แต่ ภาษากรีกยังคงตกทอดมายังปัจจุบัน) วิหาร Parthenon (วิหารใหญ่แห่งอาณาจักร กรีก โบราณที่บูชา เทพี อาธีนา) โลง มัมมี่ ต่างๆจาก อิยิปต์ และรูปสลัก นาฬิกาโบราณ รูปสลักหน้าวิหารของ เปอร์เซีย อัสซีเรีย หลังจากที่ของสะสมเริ่มเยอะขึ้น ก็มีการแยกย้าย เรื่องราว ของสะสม และหนังสือเกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ ไปไว้อีกที่หนึ่ง คือ National Museum ส่วน บริติช มิวเซียม ก็กลายเป็นของสะสมที่ไม่ใช่เรื่องราวของ อังกฤษ เท่านั้น แต่กลายเป็นของมีค่าสำหรับทั้งโลกเลย เบื้องหลังความยิ่งใหญ่ และข้อครหา เบื้องหลังความยิ่งใหญ่ ของ พิพิธภัณฑ์ แห่งนี้ ก็คือ แนวคิดเรื่อง การ ล่าอาณานิคม ในสมัยก่อนนั่นเอง ซึ่ง สหราชอาณาจักร มีความคิดในเรื่องของการขยายพื้นที่ปกครองเพื่อประโยชน์ทางการค้า วัฒนธรรม และการสำรวจ ซึ่งข้อหลังนั้นทำให้ มีการสำรวจมากมายในดินแดนต่างๆที่เป็นเมืองขึ้น บางครั้งก็ถึงขั้น "ถือวิสาสะ" ขนกลับ อังกฤษ ไปวิจัยต่อ เรื่องถือวิสาสะนี้ ก็แรงเกินจนกระทั่ง คนที่ไปเที่ยว อิยิปต์ ยังบอกว่า พิพิธภัณฑ์ ที่นั่น ยังมี มัมมี่ และของสะสมไม่มากเท่ากับ บริติช มิวเซียม เลยด้วยซ้ำ (และก็มีตำนานคำสาป มัมมี่ ต่อมากับทีมสำรวจเหล่านี้) รวมทั้ง วิหาร Parthenon ในปัจจุบันนี้ ที่ กรีซ ก็เหลือเพียงซากปรักหักพัง ครั้นจะบูรณะขั้น ก็กล่าวหาว่า คงไม่มีศิลปะใดๆจะให้ซ่อม เพราะส่วนใหญ่มาอยู่ที่ อังกฤษ เสียหมด ซึ่งทาง อังกฤษ ก็ตอบข้อครหานี้ว่า คิดดูแล้วกันว่า ถ้า อังกฤษ ไม่เก็บกลับมาแสดงใน พิพิธภัณฑ์ ศิลปะเหล่านี้ก็ยังคงถูกปล่อยปละเป็นซากพังๆไปอีกหลายสิบปี (อืม! ตอบได้ดี!) เมื่อหมดยุคล่าอาณานิคม บางคนบอกว่า อังกฤษยังฝันหวานวันวานในความยิ่งใหญ่ จึงมีพิพิธภัณฑ์นี้อยู่ และไม่ส่งของสะสมคืนประเทศเจ้าของเขาเสียที ซึ่งก็มีมีแก้คำครหาเพิ่มว่า นี่คือความตั้งใจที่จะเป็น พิพิธภัณฑ์ แห่งเดียว ที่เก็บประวัติศาสตร์โลกที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และเป็นการเก็บเพื่อการศึกษาจริงๆไม่แสวงหาผลกำไร เพราะการเข้าชม ฟรี! (ดังนั้น ไม่เห็นจำเป็นต้องส่งของคืนซะหน่อย แถมยังดูแลให้อย่างดีด้วยนะ) อ้างอิง: ไกด์ทัวร์ประจำทริป เป็นคนอังกฤษได้รับใบอนุญาติถูกต้องจ้า บรรยากาศ และข้อแนะนำการเดินชม บริติช มิวเซียม ผมแนะนำว่า การเดินชมนั้น เดินที่ชั้นล่าง Ground Level ที่มีชุดสะสมของ กรีก เปอร์เซีย อัสซีเรีย และ อิยิปต์ นั่นคือ ไฮไลท์ใหญ่ที่สุดแล้วครับ อลังการและตะลึง ที่ผู้ดี อังกฤษ เก็บมาทั้งประตูเมือง รูปปั้น วิหาร หน้าบัน เสา ฝาโลงศพ แม้กระทั่ง กำแพงวัง (การเดินทั่วส่วนเหล่านี้ ใช้เวลาประมาณ 1 - 2 ชั่วโมง) จากนั้น ไปชม ห้องนาฬิกา ชั้น 3 ที่เรียกว่า มีกลไลนาฬิกาโบราณ ที่มีวิวัฒนาการแบบมีเสียงเพลง ด้วยน่าทึ่งมากๆ (ส่วนนี้ใช้เวลา 15 นาที) และยังมี มัมมี่ อีกเพียบในชั้นนี้ด้วย ทั้งโลงและทั้งศพที่ห่อผ้า และไม่ได้ห่อผ้า และของใช้ รูปปั้นของ อิยิปต์ และ กรีก อีกบางส่วน (ส่วนนี้ใช้เวลา 30 นาที) ส่วนที่เหลือ จะมี ห้อง Neville ที่เป็นเหมือนห้องสมุด ผสมห้องนักสำรวจมีการโชว์ของสลับสับเปลี่ยนกันไป (15 นาที) ส่วนของอารยธรรมแอฟริกาชั้นใต้ดิน (20 นาที) ส่วนของอารยธรรมเอเชีย (20 นาที) และส่วนของจิตรกรรมภาพวาดต่างๆ ซึ่งคนส่วนใหญ่ จะดูเพียงส่วนของ กรีก อิยิปต์ กันด้วยเวลา 1-2 ชั่วโมง แล้วก็จบกัน ไปเที่ยวอย่างอื่นต่อ (เพราะของชิ้นอื่นๆ ไม่ได้สำคัญมากนัก พอหาดูได้ที่อื่น) ระหว่างการชม คุณจะเจอกับ กลุ่มนักเรียนตัวน้อย ที่มากับอาจารย์ และได้รับโจทย์ให้วาดภาพศิลปะกลับไป การเดินทาง มายัง บริติช มิวเซียม สามารถมาทาง Underground ได้ทั้งสี่มุม (สี่สถานี) ได้แก่ Goodge Street, Tottenham Court Road, Rusell Square และ Holborn (โดยประตูหน้า รูปวิหารอยู่ที่ Great Russell Street และเปิดประตูหลังให้เข้าได้ ไม่ต้องเดินอ้อม ที่ Montague Place) การเข้าชม ให้ไปหยิบคู่มือ ที่ Information counter ก่อนเลย แล้ววางแผนเส้นทาง จะได้ไม่ต้องเดินย้อนไปมาเสียเวลาครับ

รื้อหิ้งหนังเก่า : Basic Instinct (1992) - เจ็บธรรมดา...ที่ไม่ธรรมดา
18+ /  1992 / 

Basic Instinct (1992) - เจ็บธรรมดา...ที่ไม่ธรรมดา พอล เวอร์โฮเวน (Paul Verhoeven) ผู้กำกับชาวดัตช์ที่ข้ามมาโด่งดังในฮอลลีวูดจากหนังแอ็คชันอย่าง Robocop (1987) และ Total Recall (1990) ซึ่งว่ากันว่าในยุคทศวรรรษที่ 1980-90 ผู้กำกับเนื้อหอมในยุคนั้นอย่างเวอร์โฮเวน ใช้ทุนในการสร้างหนังสูงเป็นรองแค่ เจมส์ แคเมรอน (Titanic) เท่านั้น  แถมยังได้ชื่อว่าเป็นนักทำหนักที่นิยมใส่ความรุนแรงในฉากต่อสู้และฉากเซ็กซ์แบบสุดขั้ว จนได้รับฉายาจากคนในฮอลลีวูดว่า "ไอ้บ้าชาวดัตช์" หรือ Mad Dutch ...ซึ่งหนึ่งในหนังที่ทำให้ภาพคนทำหนังของเขาถูกจดจำแบบนั้น คือภาพยนตร์สุดฉาวในปี 1992 เรื่องนี้ และนี่คือฉากที่ทำให้หนังเรื่องนี้ โกยเงินไปกว่า 350 ล้านเหรียญทั่วโลก... แคทเธอรีน เทรเมลล์ (ชารอน สโตน) ในชุดแซ็คสีขาวที่สั้นถึงแค่ขาอ่อนของเธอ เธอรวบผมตึงมัดขึ้นไปด้านหลังเผยให้เห้นต้นคองามระหง ก่อนจะเผยอริมฝีปากอันอวบอิ่มเพื่อคาบบุหรี่ ทันใดนั้น ตำรวจนายหนึ่งก็เอ่ยทักขึ้นว่าที่นี่ห้ามสูบบุหรี่ ก่อนเทรเมลล์จะย้อนถามกลับไปด้วยน้ำเสียงท้าทาย "คุณจะจับฉันด้วยข้อหาสูบุหรี่หรือไงคะ?" การสืบสวนเริ่มขึ้น ภาพวางซ็อตถ่ายจากมุมต่ำ ทำให้เห็นเรียวขาอันยาวเรียวของเทรเมลล์ที่แนบชิดกับชายกระโปรงสุดสั้นจู๋ ทันใดนั้นก่อนที่ทุกคนจะตั้งตัว...เทรเมลล์ยกขาไขว้ออกจากกัน ตัวละคร (หรือแม้กระทั่งคนดู) เผลอลืมหายใจพร้อมกันไปชั่วขณะ ด้วยเพราะพริบตาที่เทรเมลล์ไขว้ห้างนั้น ได้เผยให้เห็น 'ของลับ' อย่างชัดเจน ฉากนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในภาพสำคัญครั้งหนึ่งของวงการภาพยนตร์ ว่ากันว่ามันคือการลักไก่ที่ทำให้หนังรอดพ้นจากคมกรรไกรกองเซ็นเซอร์ ที่นอกจากเป็นซีนที่แสดงให้เห็นว่าเพศหญิงถือไผ่ที่เหนือกว่าและไล่คุกคามเพศชายแล้ว ยังส่งให้ชื่อของ ชารอน สโตน กลายเป็นดาราสุดฮ็อตเพียงชั่วข้ามคืนอีกด้วย สิ่งที่ทำให้ Basic Instinct ถูกพูดถึงมากยิ่งขึ้น คือความสุดขั้วกว่าหนังประเภทเดียวกัน ทั้งความร้อนแรงของเกมล่าและฉากเซ็กซ์ที่มีผู้หญิงเป็นผู้คุมเกม ฆาตกรที่ฉลาดเป็นกรด และบรรยากาศของหนังธริลเลอร์ที่เร้าใจราวกับหนังแอ็กชั่น ...แต่ความแรงที่ทำให้มันกลายเป็นหนังฉาวคลาสสิคไปได้ คือฉากเซ็กซ์ร้อนแรงของสโตน กับ ไมเคิล ดักลาส ไปจนถึงฉากเซ็กซ์ระหว่างดักลาสกับ จีน ทริปเปิลฮอร์น ที่ทำให้หนังได้เรต NC-17 (หรือเรตสูงสุด) จนต้องกลับมาตัดใหม่ถึง 14 รอบ!! ก่อนจะได้เรต R ในที่สุด ไม่จบแค่นั้น Basic Instinct ยังมีเรื่องอื้อฉาวนอกจอมาอีกระรอก กับประเด็นนำเสนอเทรเมลล์ผู้เป็นเลสเบี้ยนในภาพของฆาตกรโรคจิต (เอาเข้าจริง ตัวละครหญิงทั้ง 4 คนในเรื่องนี้ ไม่เป็นฆาตกร ก็เป็นเลสเบี้ยน) จนถูกกลุ่มรักร่วมเพศต่อต้าน ไปจนถึงกล่าวหาว่า ทั้งเวอร์โฮเวนและ โจ เอสเตอร์ฮาส - ผู้เขียนบท เป็นพวก 'เกลียดผู้หญิง' หรือ 'กลัวรักร่วมเพศ' จากกรณีนี้ กลุ่มเกย์และเลสเบี้ยนจึงแก้เผ็ดด้วยการเฉลยตอนจบไปเลยว่า "ใครคือฆาตกร" เพื่อทำลายจุดขายของเรื่อง...แต่ที่ไหนได้ มันกลับยิ่งทำให้คนอยากดูหนังเรื่องนี้มากขึ้นกว่าเดิมอีก!! และอีกเรื่องที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คือเบื้องหลังฉาก 'ไขว้ห้าง' ที่ ชารอน สโตน ถึงกับกรี๊ดแตกในรอบฉายวงใน เมื่อรู้ว่ามันได้เห็นลึกไปถึงไหนต่อไหน (สโตนอ้างว่าเธอไม่คิดว่ามุมกล้องจะทำให้เห็นถึงขนาดนั้น) แถมดูจบเธอก็เดินไปตบหน้าเวอร์โฮเวน พร้อมขู่ว่าถ้าไม่เอาฉากนี้ออกเธอจะฟ้องศาล...แต่เวอร์โฮเวนปฏิเสธ แถมยังออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านนิตยสารอีกว่า สโตนก็พูดกลับไปกลับมาแบบนี้ประจำ เพราะตอนถ่ายเธอก็เห็นทุกซ็อต และไม่เคยมีปัญหาอะไรเลย ข่าวลือความขัดแย้งระหว่างสโตนกับเวอร์โฮเวนในกรณีนี้ ยังคงถูกพูดมาจนถึงปัจจุบัน (ลือไปถึงกระทั่ง เวอร์โฮเวนโจมตีความสามารถทางการแสดงของสโตน เพราะเธอปฏิเสธที่จะมีเซ็กซ์กับเขา) ซึ่งกระแสฉาวๆ ทั้งในและนอกจอนี่เอง ที่ทำให้ Basic Instinct ไม่เพียงประทับในความทรงจำของคนดูในยุค 90 แล้ว ยังส่งอิทธิพลต่อหนังในแนวอีโรติก - เขย่าขวัญในรุ่นต่อๆ มาอีกมากมาย ... 14 ปีต่อมา ในห้องฉายหนังของสตูดิโอ ชารอน สโตน ในวันที่เธอไม่ได้โด่งดังเช่นแต่ก่อน เธอพึ่งดู Basic Instinct 2: Risk Addiction (2006) จบไป ในทันทีนั้นเธอเดินเข้าไปหา ไมเคิล เคตัน-โจนส์ ผู้กำกับของเรื่อง แล้วด่าว่า "ฉากโป๊ๆ ที่ฉันเล่นมันหายไปไหนหมด... ฉันต้องการให้ฉากเหล่านั้นกลับมานะ ฉันต้องการให้คนดูรู้ว่า ผู้หญิงในวัย 48 อย่างฉันก็สามารถเล่นบทแบบนี้ได้ ไมเคิล...เรามาบ้ากันดีกว่า!" https://www.youtube.com/watch?v=wLGx5YT6sOg **เรียบเรียงจาก Scoop Basic Instinct 2: Risk Addiction - เจ็บธรรมดาที่ไม่ธรรมดา เจ็บครั้งนี้ไม่มีวันลืม โดย นลัท ตั้งพรพิพัฒน์ นิตยสาร BIOSCOPE ฉบับที่ 53 (เมษายน 2549)

รู้จักยัง โรคแมวข่วน ทาสแมวต้องอ่าน!
จากสัตว์สู่คน /  อาการ / 

ท่านที่เลี้ยงแมวหลายท่านอาจเคยได้ยินกิตติศัพท์ของ โรคแมวข่วน กันมาบ้างแล้ว บางคนอาจสงสัยว่า “แมวข่วน” นั้น ถึงกับเป็นโรคกันเลยหรือ วันนี้ผมมีข้อมูลจาก ผศ.น.สพ.ดร. ชาญณรงค์ รอดคำ จาก ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เกี่ยวกับโรคนี้มาฝากกันครับ โรคแมวข่วนคืออะไร โรคแมวข่วน หรือ Cat Scratch disease เป็นโรคในแมวที่สามารถติดต่อจากแมวสู่มนุษย์ได้ด้วย มีสาเหตุจากอะไร โรคนี้เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า บาร์โทเนลล่า เฮนเซลเล่(Bartonella henselae) ซึ่งเป็นแบคทีเรียแกรมลบ อาศัยอยู่ที่ผิวของเม็ดเลือดแดงของแมว มีรูปร่างเป็นแท่งสั้น โค้งงอเล็กน้อย สามารถก่อโรคได้ในมนุษย์ (Zoonoses) เมื่อคนถูกแมวกัดหรือข่วน หรือถูกแมวเลียที่บาดแผลได้ อาการที่พบ ในแมว ภายหลังการติดเชื้อ แมวจะมีเชื้อในกระแสโลหิตในระยะเวลาตั้งแต่ 3 เดือนถึงหลายปี อาการของโรคในแมว อาจพบว่ามีไข้ เบื่ออาหาร ม่านตาอักเสบ ต่อมน้ำเหลืองบริเวณใกล้ผิวหนังอักเสบ และเหงือกอักเสบ แต่ส่วนใหญ่มักไม่แสดงอาการป่วยใดๆ แต่จะเป็นตัวแพร่โรคสู่คนได้ ในคน คือ มีรอยโรคบนผิวหนัง มีไข้ และมีอาการของต่อมน้ำเหลืองอักเสบ (Lymphadenopathy) รวมถึงตับอักเสบ ในรายที่รุนแรงอาจเกิดการติดเชื้อทั่วร่างกายได้ สัตว์ชนิดใดเป็นโรคแมวข่วนได้บ้าง แมวทั้งที่เป็นสัตว์เลี้ยง หรือสัตว์ป่าก็สามารถติดเชื้อ Bartonella henselae ได้ตามธรรมชาติ แมวที่มีเชื้อมักไม่แสดงอาการป่วย แต่จะเป็นพาหะนำเชื้อมาสู่คนได้ สัตว์ติดต่อโรคกันได้อย่างไร เชื่อกันว่าหมัดแมว (Ctenocephalides felis) เป็นพาหะนำเชื้อจากแมวตัวหนึ่งไปอีกตัวหนึ่ง แต่เชื้อไม่ติดต่อโดยตรงระหว่างแมวกันเองจากการข่วนหรือกัดกัน การติดต่อจากแมวสู่คน คนสามารถติดโรคแมวข่วนนี้ได้ จากการถูกแมวที่มีเชื้อกัด ข่วน หรือเลียบาดแผล เนื่องจากเมื่อแมวตัวที่มีเชื้อในกระแสเลือด แล้วแมวเกา กัด หรือข่วนตัวเองจนมีเลือดออก เชื้อในกระแสเลือดก็จะติดอยู่ตามซอกเล็บ เขี้ยวและฟันของแมว เมื่อแมวเลีย กัด หรือข่วนเจ้าของจนเกิดแผล เชื้อก็สามารถเข้าสู่บาดแผลได้ อาการที่พบคือ พบผื่นแดง ตุ่มพอง แผลหลุมที่บริเวณบาดแผล อาจพบต่อมน้ำเหลืองโต โดยทั่วไป โรคนี้สามารถหายเองได้ภายใน 4-8 สัปดาห์ แต่ในคนที่มีร่างกายอ่อนแอ หรือมีภูมิคุ้มกันบกพร่อง จะมีความเสี่ยงสูงมากต่อการติดเชื้อโรคนี้ แล้วทำให้เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือด มีไข้ เกิดการติดเชื้อที่ตา ระบบประสาท หรือมีตุ่มนูนที่ผิวหนัง นอกจากนี้ยังพบรายงานการ ติดเชื้อแทรกซ้อนที่หัวใจ และตับอีกด้วย การตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อ สามารถทำได้โดยการตรวจหาภูมิคุ้มกันต่อการติดเชื้อ (antibody detection) การตรวจหาตัวเชื้อบาร์โทเนลล่าโดยการเพาะเชื้อ การใช้ปฏิกิริยาลูกโซ่โพลีเมอเรส (Polymerase Chain Reaction, PCR) และเทคนิคทางอณูชีววิทยาอื่นๆ อย่างไรก็ตาม การตรวจหาภูมิคุ้มกันต่อการติดเชื้อในแมวนั้น ไม่สามารถบอกได้ว่า ในขณะนั้นแมวกำลังติดเชื้ออยู่หรือไม่ ในขณะที่วิธีการเพาะเชื้อ การใช้ PCR และเทคนิคทางอณูชีววิทยาอื่นๆ สามารถบอกได้ว่าแมวกำลังติดเชื้อหรือมีเชื้ออยู่ในกระแสเลือด การตรวจการติดเชื้อบาร์โทเนลล่าในแมวมีความจำเป็นในหลายกรณี เช่น การตรวจเมื่อต้องการทำการถ่ายเลือด (Blood transfusion)โดยการตรวจในแมวตัวให้เลือด (Blood donor) และตรวจเพื่อเฝ้าระวังความเสี่ยงในการติดเชื้อสู่คน โดยในโปรแกรมการถ่ายเลือดหากพบว่าตัวให้เลือดสามารถติดเชื้อบาร์โทเนลล่าจะไม่มีการนำมาใช้เป็นตัวให้เลือด เนื่องจากการรักษาให้ผลที่ไม่แน่นอนในการกำจัดเชื้อจากกระแสเลือด เมื่อไรที่เราควรไปพบแพทย์ หากโดนแมวข่วน แล้วมีอาการดังต่อไปนี้ให้ไปปรึกษาแพทย์ อาทิ แผลกัดหรือข่วนหายช้า รอบรอยกัดหรือข่วนแดงขึ้นและกว้างขึ้น ต่อมนํ้าเหลืองบริเวณรักแร้หรือขาหนีบบวมและปวดอยู่เป็นเวลานาน ปวดกระดูกหรือปวดข้อ หรือมีอาการอ่อนเพลียอย่างผิดสังเกตและเป็นไข้นานหลายวันครับ การป้องกันโรคแมวข่วน 1.ป้องกันไม่ให้แมวมีหมัด เพราะหมัดเป็นตัวนำเชื้อโรคบาร์โทเนลล่ามาสู่แมว 2.เมื่อแมวข่วนให้ทำการล้างแผลให้สะอาดด้วยน้ำสบู่ และใช้ยาฆ่าเชื้อทาแผลให้เร็วที่สุด 3.หลีกเลี่ยงจากภาวะที่ทำให้แมวข่วนเช่น เช่นการเล่นกับแมวอย่างรุนแรง เป็นต้น 4.หากโดนแมวข่วน แล้วมีอาการดังต่อไปนี้ให้ไปปรึกษาแพทย์ เช่น แผลกัดหรือข่วนหายช้า รอบรอยกัดหรือข่วนแดงขึ้นและกว้างขึ้น ต่อมนํ้าเหลืองบริเวณรักแร้หรือขาหนีบบวมและปวดอยู่นาน ปวดกระดูกหรือปวดข้อ หรือมีอาการอ่อนเพลียอย่างผิดสังเกตและเป็นไข้นานหลายวันครับ จะเห็นว่าโรคนี้สามารถป้องกันได้ไม่อยากเลยนะครับ หากปฏิบัติได้ดังนี้แล้ว รับรองได้ว่าเราสามารถอยู่กับแมวได้อย่างมีความสุข และห่างไกลจากโรคแมวข่วนนี้ แน่นอนครับ ที่มาเนื้อหาจาก  : เว็บไซต์แนวหน้า โดย อาจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร. ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร ฝ่ายประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ภาพสะเทือนใจ! เด็ก 4ขวบยกมือยอมแพ้
ภาพสลด /  สงคราม

ภาพสะเทือนใจ! เด็ก 4ขวบยกมือยอมแพ้ หลังมีคนยกบางอย่างเล็งมาที่เธอ ความหวาดผวาของผู้ที่ตกอยู่ท่ามกลางสงครามนั้น คนที่อยู่ในเหตุการณ์เท่านั้น จึงจะรู้สึกถึงความโหดร้าย และการสูญเสีย ทิ้งเอาไว้เพียงความทรงจำอันเลวร้ายที่เป็นปมไปตลอดชีวิต โดยสำนักข่าวบีบีซีรายงาน กรณีภาพของเด็กหญิงชาวซีเรียที่ชื่อ ฮิวเด วัยเพียง 4 ขวบ ที่อาศัยอยู่ในค่ายผู้อพยพอัทเมฮ์ในซีเรีย ห่างจากพรมแดนตุรกีราว 10 กิโลเมตร แสดงท่าทางชูมือยอมแพ้ต่อช่างภาพ เพราะคิดไปว่าในมือของช่างภาพคือกระบอกปืน เนื่องจากกล้องที่ซากีร์ลี่ถืออยู่นั้นมีเลนส์ทางยาวคล้ายกับปืนนั่นเอง เห็นเช่นนั้นแล้ว ภาพนี้สะท้อนได้เป็นอย่างดี ถึงความรู้สึกของเด็กน้อย ที่หวาดผวา สายตาโศกเศร้า ชาวเน็ตต่างสะเทือนใจ และเรียกร้องให้มนุษย์หลีกหนีจากการสู้รบโดยเร็ว ไม่ว่ากรณีใดๆ MThai News

ใจยังไม่แตก!! ราฮีม โต้ผมไม่ใช่เด็กน้อยหน้าเงิน
ควีนส์ปาร์ค /  ราฮีม สเตอร์ลิ่ง / 

ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ปีกกึ่งศูนย์หน้าของ ลิเวอร์พูล ออกมาโต้ตอบสถานการณ์เรื่องสัญญาฉบับใหม่ที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะลงเอยด้วยดี โดยเจ้าหนูวัย 20 ปี ยืนยันชัดเจนว่าไม่ใช่พวกหน้าเงินอย่างที่ใครๆพูดกัน แต่แค่ต้องการพุ่งสมาธิไปกับฟุตบอลเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ส่วนสัญญาฉบับใหม่ก็อย่างที่เคยบอกไปแล้วว่ารอจนจบฤดูกาลค่อยมาเปิดโต๊ะเจรจากันอีกที "มันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องเงินเลย" วันเดอร์คิดดีกรีทีมชาติอังกฤษให้สัมภาษณ์ผ่านสำนักข่าว BBC "มันไม่เคยเกี่ยวกับเรื่องเงิน สิ่งที่ผมจะพูดถึงก็คือการซิวแชมป์ตลอดอาชีพการเป็นนักฟุตบอลต่างหาก" "ผมไม่ต้องการถูกมองว่าเป็นพวกหน้าเงินทั้งๆที่อายุแค่ 20 ปี แต่ผมอยากให้ทุกคนเห็นว่าไอ้หนูคนนี้มันรักที่จะเล่นฟุตบอล และโชว์ฟอร์มได้เยี่ยมให้กับทีม" "ผมได้ยินข่าวมาว่าตัวผมเองปฎิเสธทุกข้อเสนอที่ลิเวอร์พูลยื่นมาให้ แต่สโมสร,เอเยนต์ และตัวผมเอง ก็ออกมาพูดเรื่องนี้ชัดเจนแล้วว่าขอไปเจรจาเรื่องสัญญาฉบับใหม่กันหลังจบฤูดูกาล เพราะฉะนั้นมันถึงได้น่าผิดหวังมากที่รู้ว่าสถานการณ์เรื่อสัญญาฉบับใหม่มันยังเป็นข่าวอยู่ซ้ำซาก" อดีตเด็กสร้าง ควีนส์ปาร์ค ทิ้งทวน

คาสโนว่าเรียกพี่! หนุ่มอังกฤษ ทุบสถิติ มีเมีย 20 คน ลูก40 คน
เซ็กซ์ /  ไมค์ โฮลพิน

คาสโนว่าเรียกพี่! หนุ่มอังกฤษ ทุบสถิติ มีเมีย 20 คน ลูก40 คน พร้อมเผยรักการมีเซ็กซ์ และจะไม่หยุดที่จะมีลูกต่อ แม้จะจำชื่อพวกเขาไม่ได้บ้างก็ตาม เรื่องต่อไปนี้ เป็นเรื่องราวของชายคนหนึ่ง ที่มีภรรยาถึง 20 คน จะว่าเจ้าชู้ก็ว่าได้ แต่เขาให้เหตุผลว่า ไม่เชื่อเรื่องการคุมกำเนิด และชื่นชอบการมีเพศสัมพันธ์ ชายที่ว่านี้คือ ไมค์ โฮลพิน ชายชาวอังกฤษวัย 56 ปี ที่หวังจะใฝ่ฝันขยายทายาท มีลูกมีหลานให้ได้มากๆ ปัจจุบันมีภรรยา 20 คน มีลูกแล้ว 40 คน จนทุกวันนี้ จำชื่อภรรยาและลูกบางคนแทบไม่ได้ จึงใช้วิธีสักชื่อลูกไว้บนหลัง แต่แม้ว่าเขาจะมีภรรยาหลายคน เขาก็ต้องเจอปัญหากับความสัมพันธ์ที่สั่นคลอน เพราะเป็นคนติดเหล้า ทำให้ทางสังคมสงเคราะห์ต้องพาเด็กออกไปอยู่ในความดูแล ทำให้มีเพียงภรรยาและลูกไม่กี่คนเท่านั้นที่เขามีโอกาสได้เห็นหน้า อย่างไรก็ตาม เขายังคงตั้งเป้าหมายมีลูกเพิ่มต่อไป โดยบอกว่า "พระเจ้าสอนให้เราเดินไปข้างหน้า แล้วผมก็จะทำตามพระประสงค์ของพระองค์" MThai News

แนะนำ 10 ที่เที่ยวสุดร้อนแรง ประจำเดือนเมษายน
10 จุดหมายท่องเที่ยว /  10 ที่เที่ยว / 

และแล้วปี 2558 ก็ย่างกรายเข้ามาถึงเดือนแห่งความร้อนแรง ทั้งสภาพอากาศ ทั้งเทศกาล และสถานที่ท่องเที่ยวสุดมหัศจรรย์ travel.mthai.com พร้อมเสิร์ฟให้คุณถึงหน้าจอ ด้วยการแนะนำ 10 ที่เที่ยวสุดร้อนแรง ประจำเดือนเมษายน เพื่อเป็นตัวเลือกในการเดินทางสำหรับผู้ที่ยังไม่รู้ว่าจะไปเที่ยวไหนดีในวันหยุดยาว โดยทั้ง 10 แห่งจะไม่เกี่ยวข้องกับเทศกาลวันสงกรานต์ แต่รับรองได้ว่าวันหยุดของคุณจะต้องมีความหมาย หากได้ไปเยือนสถานที่เหล่านี้ คุณจะได้พบกับความประทับใจและความทรงจำอันแสนพิเศษ แน่นอน ... แนะนำ 10 ที่เที่ยวสุดร้อนแรง ประจำเดือนเมษายน 1. ปราสาทหินพนมรุ้ง จ.บุรีรัมย์ พบความมหัศจรรย์ของ ปราสาทพนมรุ้ง ปราสาทหินเก่าแก่ศิลปะขอมโบราณผ่านการเวลามาร่วมพันปี จากการรังสรรค์ด้วยภูมิปัญญาอันแยบยลของคนโบราณ ถ่ายทอดความเชื่อและความศรัทธาในศาสนาฮินดูไศวนิกาย ที่วิจิตรงดงามผ่านลายสลักบนหินนับร้อยนับพันก้อน ก่อร่างสร้างจนเกิดเป็นความยิ่งใหญ่แห่งเทวสถาน บนยอดภูเขาไฟสูงที่ดับสนิทแล้ว หนึ่งในหกลูกสำคัญของจังหวัดบุรีรัมย์ ชมและสัมผัสปรากฏการณ์แสงแรกแห่งอรุณรุ่ง ฉายแสงผ่าน 15 ช่องบานประตูของปราสาทพนมรุ้ง ถือเป็นความเชื่อและความเป็นสิริมงคลในการเริ่มต้นดำเนินชีวิตในวันใหม่ (วันที่ 3-5 เมษายน 2558 เวลา 06.00 น.) 2. หมู่เกาะสุรินทร์ จ.พังงา หมู่เกาะสุรินทร์ หมู่เกาะที่มีลักษณะทางธรรมชาติที่กำบังคลื่นลมทั้งสองฤดู เนื่องจากเกาะวางตัวอยู่เป็นกลุ่มและมีอ่าวขนาดใหญ่ ทำให้เกิดแนวปะการังริมฝั่งอยู่รอบหมู่เกาะ และเกาะบริวาร นอกจากนี้ สภาพแวดล้อมยังเหมาะต่อการพัฒนาของแนวปะการัง คือ น้ำใส อุณหภูมิพอเหมาะ และมีการผสมผสานของน้ำที่ได้รับสารอาหาร จากมวลน้ำเบื้องล่างที่ปะทะเกาะ ความอุดมสมบูรณ์ของแพลงตอน ซึ่งเป็นอาหารสำหรับปลาและสัตว์อื่นๆ โดยมี กองหินริเชลิว เป็นไฮไลท์จุดดำน้ำของหมู่เกาะแห่งนี้ ที่นักดำน้ำชาวไทย และผู้มีประสบการณ์สูงหลายราย จัดให้ "ริเชลิว" เป็นจุดดำน้ำลึกที่สวยงาม สมบูรณ์ และหลากหลายที่สุดเทียบเท่าหมู่เกาะสิมิลันฃ 3. ถนนสายดอกคูณ จ.ขอนแก่น ในช่วงหน้าร้อน เป็นช่วงที่ดอกไม้หลายชนิดออกดอกบานสะพรั่งให้ได้ชม “ดอกคูน” หรือ “ดอกราชพฤกษ์” ก็เป็นดอกไม้ชนิดหนึ่งที่ออกดอกในช่วงหน้าร้อนนี้ ดอกไม้มงคลชนิดนี้มีดอกสีเหลืองอร่ามที่ลักษณะเป็นช่อย้อยลงมาจากต้น งดงามรับกับความสดใสของฤดูร้อน ปัจจุบันสามารถพบเห็นได้ทั่วไปตามสองฟากฝั่งถนน แต่ที่สามารถชมได้อย่างสวยงามที่สุดก็คงจะเป็นที่ “ถนนสายดอกคูน” บริเวณหน้าศูนย์ราชการจังหวัดขอนแก่น และที่บริเวณสวนดอกคูณ ริมบึงแก่นนคร ซึ่งก็งดงามเข้ากับบรรยากาศงานดอกคูนเสียงแคนเป็นอย่างมาก สอบถามยามดอกไม้บาน ได้ที่ : ททท. สำนักงานขอนแก่น โทร. 0 4322 7714-6 4. วัดใต้น้ำ สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี อุโบสถหลังเก่า ของวัดวังก์วิเวการาม (เดิม) ที่จมอยู่ใต้น้ำ กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งยามใดที่น้ำได้ลดระดับลง เมืองบาดาลทั้งเมืองก็จะเผยความงดงามของโบราณสถาน ให้ปรากฏแก่สายตาของผู้มาเยือนเสมอๆ หากนักท่องเที่ยวท่านใดที่ยังไม่มีโอกาสมาเยือนเมืองบาดาล แนะนำว่าช่วงเวลาที่ดีที่สุด คือระหว่างเดือนมีนาคมถึงเมษายน น้ำในเขื่อนจะลดลงต่ำที่สุด 5. เกาะไข่ จ.สตูล เกาะไข่ เกาะเล็ก ๆ เกาะหนึ่งในอุทยานแห่งชาติตะรุเตา จังหวัดสตูล อยู่ห่างออกไปทางทิศตะวันตกประมาณ 25 กิโลเมตร ตั้งอยู่ระหว่างเกาะตะรุเตาและเกาะอาดัง เสน่ห์ของเกาะไข่อยู่ตรงประติมากรรมธรรมชาติอย่างซุ้มประตูหินอันเป็นสัญลักษณ์ของอุทยานแห่งชาติตะรุเตา ทางด้านทิศตะวันตกของเกาะมีหาดทรายสีขาวนวลและละเอียด น้ำทะเลใสสีมรกตเห็นผืนทรายใต้น้ำได้ชัดเจน เหมาะสำหรับการเล่นน้ำและชมวิวทิวทัศน์อันสวยงามของเกาะที่ยังคงความเป็นธรรมชาติกลางทะเลอันดามันทะเลรอบ ๆ เกาะไข่มีแนวปะการังอยู่โดยทั่วไปซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นปะการังเขากวาง เนื่องจากเป็นเกาะที่เงียบสงบ 6. หินสามวาฬ ภูสิงห์ จ.บึงกาฬ "หินสามวาฬ" อยู่ในอุทยานภูสิงห์ โดยด้านล่างเป็นที่ตั้งของ “วัดป่าภูสิงห์” และมีลานธรรมขนาดใหญ่อยู่ด้านหน้าของก้อนหิน 2 ก้อน ที่มีลักษณะคล้ายสิงโต 2 ตัวหมอบเข้าหากัน พื้นที่บริเวณนี้สามารถขับรถขึ้นไปเองได้ เพื่อไหว้พระเป็นสิริมงคลและเดินไปยังจุดชมวิวลานธรรม แต่หากอยากไปชมวิวยังจุดอื่นบนภูสิงห์ จำเป็นต้องได้รับการอนุญาตจากเจ้าหน้าที่เสียก่อน เนื่องจากเส้นทางค่อนข้างโหด ต้องใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อเท่านั้นถึงจะสามารถขึ้นไปได้ และควรมีผู้ชำนาญนำทางไปด้วย เมื่อได้ขึ้นไปมีจุดแนะนำอยู่ตรง “หินสามวาฬ” พื้นที่ชมวิวใหม่ของภูสิงห์ มีลักษณะคล้ายวาฬโมบี้ดิ๊ก 3 ตัวทอดยาวบนพื้นโลก 7. วัดพระธาตุแก่งสร้อย จ.ตาก วัดพระธาตุแก่งสร้อย เป็นวัดเก่าแก่และมีความสำคัญยิ่งในแม่น้ำปิง ตั้งอยู่บริเวณริมเขื่อนภูมิพล อ.สามเงา จ.ตาก เป็นวัดหนึ่งในแคว้นเขตดินแดนแห่งล้านนาไทย เป็นดินแดนที่อยู่ในหุบเขาลำเนาไพร รถไม่สามารถเข้าไปได้ ใช้เส้นทางน้ำคือนั่งเรือไปอย่างเดียว โดยในทุก ๆ ปี ในช่วงเดือนเมษายน จะมีงาน ประเพณีขึ้นไหว้สาสรงน้ำพระบรมธาตุแก่งสร้อย ซึ่งจะมีชาวบ้านในพื้นที่และละแวกใกล้เคียง รวมทั้งผู้คนที่มีจิตศรัทธาจากจังหวัดอื่น ๆ มาร่วมงานกันอย่างมากมาย ท่านสามารถมาท่องเที่ยวและทำบุญที่ วัดพระธาตุแก่งสร้อย ไปพร้อม ๆ กันได้ในช่วงเดือนเมษายนนี้ 8. หมู่เกาะชุมพร จ.ชุมพร อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะทะเลชุมพร ประกอบไปด้วย เกาะทะลุ เกาะกระโหลก เกาะง่ามใหญ่ และเกาะง่ามเล็ก อยู่ห่างจากฝั่งโดยใช้เวลาเรือวิ่งราว 1 ชั่วโมง ปัจจุบัน "หมู่เกาะง่าม" นั้นถือว่าเป็นจุดดำน้ำที่ได้รับความนิยมจากเหล่านักดำน้ำทั่วโลก และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวยามหน้าร้อนที่ได้รับความนิยมมากแห่งหนึ่งของจังหวัดชุมพรอีกด้วย แม้ว่าทะเลแถบนี้แม้น้ำจะไม่ใสเหมือนแถบอันดามัน และไม่มีดงปะการังอ่อนสีสดมากเท่า แต่ก็รายล้อมด้วยดงปะการังดำที่หาชมได้ยากในจุดดำน้ำอื่นๆ นอกจากนี้แล้วทะเลชุมพรยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเลและฝูงปลาจำนวนมาก นักดำน้ำมักพบปลากะพงแดง ปลากะมง ปลาข้างเหลืองฝูงใหญ่ เวียนว่ายไปมาอยู่เนือง ๆ 9. ทะเลน้อย จ.พัทลุง ในอำเภอควนขนุน ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองพัทลุงออกไปราว 32 กม. มีทะเลสาบขนาดใหญ่ซ่อนอยู่เคียงคู่กับหุบเขาที่นิ่งสงบ ลำน้ำแห่งทะเลน้อยถือเป็นต้นทางของทะเลสาบสงขลา ครอบครัวนกนานาสายพันธุ์ถือเป็นเครื่องยืนยันความอุดสมบูรณ์ของธรรมชาติแห่งทะเลน้อยได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะนกในกลุ่ม “นกน้ำ” หรือ “นกเป็ดน้ำ” นอกจากจะเป็นแหล่งดูนกแล้ว "ทะเลน้อย" ยังมีสิ่งน่าสนใจอันโดดเด่นอีกอย่างนั่นก็คือ “ทะเลบัวแดง” หรือ “ทะเลบัวสาย” พันธุ์บัวที่มีขึ้นอยู่มากที่สุดในทะเลแห่งนี้ โดยในช่วงเช้าเหล่าบัวสายจะพาออกดอกสีแดงสดบานสะพรั่งเต็มท้องน้ำ นอกจากบัวสายแล้ว ในทะเลน้อยยังมีบัวหลวง บัวบา บัวเผือน รวมไปถึงพืชพรรณน่าสนใจ อื่นๆ อาทิ ผักตบชวา จอก แหน สาหร่ายต่างๆ กระจูด กง ย่านลิเภา กก และเสม็ดที่ยืนต้นตระหง่านอยู่ในพื้นที่ป่าบก เป็นต้น 10. เขาหงอนนาค จ.กระบี่ เส้นทางศึกษาธรรมชาติเขาหงอนนาค จุดชมวิว 360 องศาสุดตระการตา ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี โดยมียอดเขาสูงตระหง่านตั้งอยู่ริมทะเล อุดมสมบูรณ์ด้วยผืนป่าดงดิบขึ้นปกคลุมจนแทบไม่เห็นแสงตะวัน ที่นี่เป็นบ้านพำนักอาศัยและแหล่งอาหารของนกป่าและสัตว์ป่านานาชนิดใช้เวลาเดินเท้าเกือบ 2 ชั่วโมงกว่าจะเป็นผู้พิชิตยอดเขาหงอนนาค เขาหงอนนาค ถือได้ว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของ คลองม่วง กระบี่ เลยทีเดียว โดยช่วงเวลาที่เหมาะสมในการท่องเที่ยว คือระหว่างเดือนพฤศจิกายน - เดือนพฤษภาคม ขอบคุณข้อมูลจาก : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย / www.muangthai.com เรียบเรียงโดย : Travel MThai

Fast & Furious 7 ซิ่งครั้งนี้ถ่ายจบได้ เพื่อนาย...พอล วอล์คเกอร์
Fast & Furious 7 /  Fast 7 / 

ระหว่างที่การถ่ายทำ Fast & Furious 7 กำลังดำเนินไปในเดือน พ.ย. ปี 2013 ได้เกิดโศกนาฏกรรมขึ้นครอบครัวของเราสูญเสียพ่อ ลูกชายและพี่น้อง ผู้เป็นที่รัก และโลกใบนี้ก็ได้สูญเสียเพื่อน เพื่อนร่วมงาน ผู้มีพรสวรรค์ และผู้ใจบุญ พอล วอล์คเกอร์ ไป ผู้โชคดีที่เคยร่วมงานกับวอล์คเกอร์ในแฟรนไชส์ Fast & Furious ทั้งห้าภาค ต่างก็มีความรู้สึกเหมือนกับทุกคนที่เคยได้สัมผัสกับชีวิตของเขาทั้งในและนอกจอ ความสูญเสียครั้งนี้ช่างใหญ่หลวงนัก ผู้อำนวยการสร้าง มอริทซ์ ผู้ที่อยู่เคียงข้าง วอล์คเกอร์ ตั้งแต่ที่เขาแจ้งเกิดร่วมกับ ดีเซล, บรูว์สเตอร์ และ โรดริเกซ เล่าถึงช่วงเวลานั้นว่า "หลังจากการจากไปอันน่าเศร้าของ พอล เพื่อนและเพื่อนร่วมงานที่แสนดีของเรา เราก็คุยกันว่าเราจะหยุดถ่ายทำหนังเรื่องนี้ แต่หลังจากผ่านไปซักพัก เราก็คิดได้ว่าพอลคงอยากให้เราทำงานต่อจนเสร็จ ผมกับวินคุยกัน และเราก็เห็นพ้องต้องกันว่า เราต้องทำทุกอย่างเพื่อสร้างหนังเรื่องนี้ให้เสร็จเพื่อเขา เราต้องเดินหน้าต่อไปเพราะเรื่องที่เกิดขึ้น เราเคารพในตัวพอล ในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง ในฐานะพ่อ และเพื่อน และเราก็จะไม่นำเสนออะไรที่จะสั่นคลอนสิ่งเหล่านั้นบนหน้าจอ" มอริทซ์ กล่าวต่อว่า "แล้วเราก็คิดได้ว่าเราจะถ่ายทำ Fast & Furious 7 จนจบได้ยังไง เราถ่ายทำหนังส่วนใหญ่กับพอล แต่เราก็สงสัยว่าเราจะทำยังไงให้มันเวิร์ค ผมต้องบอกว่าเขาคอยดูแลเราอยู่ ด้วยฟุตเทจที่เรายังไม่ได้ใช้จากภาคก่อนๆ และการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เราก็เลยสามารถสร้างหนังเรื่องนี้จนจบ ภายใต้แรงบันดาลใจจากพอล และสร้างบทส่งท้ายในโลกภาพยนตร์ที่เพอร์เฟ็กต์ให้กับเขา และตัวละครที่เป็นที่รู้จักดีที่สุดของเขา หนังเรื่องนี้เป็นบทพิสูจน์ตำนานของเขาครับ" วิน ดีเซล พูดแทนเพื่อนนักแสดงและทีมงานของเขาถึงสาเหตุที่ Fast & Furious 7 จะต้องเป็นการเฉลิมฉลองชีวิตของวอล์คเกอร์ว่า "พอลเป็นเหมือนพี่น้องของผม ความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัว Fast ทั้งลึกซึ้งและเต็มไปด้วยความหมายและตัวละครของเราก็ยินดีทำทุกอย่างเพื่อกันและกัน แรงสนับสนุนและความรู้สึกแบบครอบครัวในหนังเรื่องนี้ส่งผลต่อความรู้สึกนอกจอของเราด้วย กับหนังเรื่องนี้ คนทั้งโลกจะได้รู้สึกเหมือนว่าพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเราครับ" ด้วยความช่วยเหลือที่เอื้อเฟื้อจาก คาเล็บ วอล์คเกอร์ และ โคดี้ วอล์คเกอร์ น้องชายของ พอล วอล์คเกอร์ ที่มาแสดงแทนเขา การปรากฏตัวบนหน้าจอครั้งสุดท้ายของเขาจึงกลายเป็นจริงขึ้นมาได้ จอร์แดนา บรูว์สเตอร์ ผู้รับบท ไมอา ทอร์เร็ตโต้ เคียงข้างวอล์คเกอร์ มาตลอด 14 ปีที่ผ่านมา ยินดีต้อนรับเพื่อนเก่าของเธอสู่กองถ่าย และเล่าถึงเหตุผลที่กองถ่ายภาพยนตร์เรื่องนี้กลายเป็นสถานที่ของครอบครัวว่า "มันพิเศษสุดจริงๆ ค่ะ...และก็เซอร์เรียลด้วย มีอยู่ตอนหนึ่ง ฉันขับรถกอล์ฟอยู่กับลูกชายฉัน แล้วฉันก็นึกถึงเมื่อหลายปีก่อน ระหว่างถ่ายทำหนังภาคแรก ที่พอลแบกลูกสาวเขาไว้บนบ่าเดินเข้ากองถ่ายมา มันเป็นเหมือนวงกลมเดินมาครบรอบค่ะ เราต่างก็มีสายสัมพันธ์ที่พิเศษสุดระหว่างกันจริงๆ" คริส มอร์แกน ผู้รับหน้าที่ผู้เขียนเรื่องราวของแฟรนไชส์นี้ตั้งแต่ Tokyo Drift สรุปถึงความภาคภูมิใจของทีมงานและความมุ่งมั่นของพวกเขาในการสร้างหนทางที่น่าพึงพอใจให้แฟนๆ ได้จดจำและชื่นชมวอล์คเกอร์ว่า "การสูญเสียสมาชิกครอบครัวเราระหว่างการถ่ายทำเป็นเรื่องน่าเศร้า แต่การได้ทุกคนมาร่วมแรงร่วมใจกันเพื่อสร้างหนังเรื่องนี้ให้สำเร็จเป็นเรื่องที่งดงาม เป็นสิ่งที่เราทุกคนภูมิใจ ผมรู้ว่าพอลคงจะต้องชอบแน่ๆ" จับมือครอบครัวของเรา แล้วไปซิ่งระห่ำครั้งสุดท้ายของ พอล วอล์คเกอร์ ไปกับ Fast & Furious 7  เร็ว…แรงทะลุนรก 7 ได้แล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ Fast & Furious 7  ได้ที่นี่เลย -------------------------------------

ธปท.ออกธนบัตร 10 ล้านฉบับ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพฯ
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

ธปท.ออกธนบัตร 10 ล้านฉบับ ที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. เปิดเผยว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ พิมพ์ธนบัตรที่ระลึกเพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2558 นั้น ธปท. ได้จัดพิมพ์ธนบัตรที่ระลึกเพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติในโอกาสดังกล่าว เป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และพระราชกรณียกิจอันอเนกประการที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย โดยภาพด้าน หลังธนบัตรได้เชิญพระฉายาสาทิสลักษณ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นภาพประธาน โดยมีภาพพระราชกรณียกิจ เมื่อครั้งโดยเสด็จพระราชดำเนินพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ภาพตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติฯ ภาพดอกจำปีสิรินธร ภาพดอกม่วงเทพรัตน์ ซึ่งเป็นพรรณไม้ในพระนามาภิไธยเป็นภาพประกอบ โดยธนบัตรที่ระลึกฯ มีลักษณะต่อต้านการปลอมแปลงเช่นเดียวกับชนิดราคา 100 แบบ 16 คือ ลายน้ำ ปรากฏพระบรมฉายาทิสลักษณ์ และตัวเลข '๑๐๐ ' ที่โปร่งแสงเป็นพิเศษ ตัวเลขแฝง '100' ซ่อนไว้ในลายประดิษฐ์สีทองแดง หมึกพิมพ์พิเศษสีเหลือบเขียว มีแถวตัวเลข '100'กับลายประดิษฐ์ในแนวตั้ง แถบฟอยล์ 3 มิติ มีตราสัญลักษณ์ และตัวเลข '100 'ซึ่งจะเปลี่ยนเป็น '๑๐๐'เมื่อเปลี่ยนมุมมอง และ แถบสีม่วงแดง ฝังในเนื้อกระดาษ และจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวเมื่อเปลี่ยนมุมมอง ทั้งนี้เทคโนโลยีต่อต้านการปลอมแปลงที่จัดขึ้นพิเศษในครั้งนี้ คือลักษณะการเรืองแสงภายใต้รังสีเหนือม่วง เมื่อนำธนบัตรด้านหลังส่องกับแสงแบล็กไลท์ พระฉายาทิสลักษณ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี และลวดลายโดยรอบ ในส่วนทีพิมพ์ด้วยสีเหลืองจะเรืองแสงเป็นสีเหลืองอย่างเด่นชัด สำหรับ ประชาชนที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่ง ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และธนบัตรที่ระลึกฯสามารถชำระหนี้ได้ตามกฎหมายวันที่ 2 เมษายน 2558 โดยจ่ายแลกในราคา 100 บาท MThai News

Cat Mario - ไอ้ตู้เย็นมหาประลัย!!! #2 By Mr TonyJukKaDuei
เกม /  เกมส์ / 

กลับมาพบกันอีกครั้งหลังจากห่างเหินหายหน้าหายตาไปนาน แต่ตอนนี้ผมกลับมาแล้วพร้อมกับเกม Cat Mario พาร์ทที่ 2 นะครับ จะกวนประสาทขนาดไหนไปดูกัน ท่านสามารถเล่นเกมนี้ได้ที่ http://www.agame.com/game/cat-mario ติดตามแฟนเพจเฟซบุ๊คของผมได้ที่ https://www.facebook.com/MrTonyJukKaDuei?ref=hl ถ้าชอบผม รักผม อย่าลืมกดไลค์ กดแชร์และสับตะไคร้กันเยอะๆ นะครัช ^^

โฆษกฯ ยัน ผู้ว่าฯ กทม. ไม่เคยไล่ปชช.ไปอยู่บนดอย
น้ำท่วมกรุงเทพ /  สุขุมพันธุ์ บริพัตร

โฆษกประจำตัว ผู้ว่าฯ กทม. แจงผ่านเฟซบุ๊ก ระบุการแถลงข่าวของผู้ว่าฯกทม. กรณีน้ำท่วม ไม่มีประโยค หรือข้อความไหนเลยที่ไล่ประชาชนไปอยู่ดอย จากรณีที่เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังผู้ว่าฯ กทม. ม.ร.วงสุขุมพันธุ์ บริพัตร ได้ตัดพ้อผ่านสื่อจากเหตุน้ำท่วมขังในพื้นที่เมืองกรุงหลายจุดหลังเกิดมีฝนตกหนักว่า หากใครไม่พอใจ ไม่อยากเจอน้ำท่วม ให้ไปอยุ่บนดอยตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุด นายวสันต์ มีวงษ์ โฆษกประจำตัว ผู้ว่าฯ กทม. ได้เขียนข้อคามผ่านเฟซบุ๊กชี้แจงถึงกรณีดังกล่าว โดยยืนยันว่า ผู้ว่าฯ ที่เป็นคนมาจากการเลือกตั้งได้คะแนนเป็นล้าน คงไม่มีเจตนาไล่ให้ปชช.ที่เลือกท่านไปอยู่บนดอยแน่ ในฐานะโฆษกประจำตัวของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร) ผมขออนุญาตชี้แจงประเด็นที่เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ กรณีการแก้ปัญหาฝนตกหนัก เมื่อวันที่ 24 มีนาคม ที่ผ่านมา และคำสัมภาษณ์ของท่านผู้ว่าฯ ในวันที่ 25 มีนาคม 2558 มี 3 ประเด็นครับ 1. การแก้ปัญหาของกทม. ในสถาณการณ์ฝนตกหนัก 70 - 80 มิลลิเมตร ในวันที่ 24 มีนาคม ใช้เวลาในการระบายน้ำ 1 - 2 ชั่วโมง หรือจุดที่หนักสุดก็ 3 ชั่วโมง ถ้าจะย้อนกลับไปดูในอดีด ปี52 ซึ่งเป็นปีแรกที่ผู้ว่าสุขุมพันธุ์เข้ามาทำงาน บางพื้นที่น้ำท่วม 3 - 4 วัน แต่หลังจากนั้นก็ไม่เคยเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ดังกล่าวอีกเลย หรือแม้แต่ปี 54 ที่รัฐบาลในขณะนั้นคาดการณ์ ว่าน้ำจะท่วมทั้ง 50 เขต ของ กทม. แต่ท่านผู้ว่าก็ได้อำนวยการและสั่งการ โดยการลงพื้นที่ทุกวัน จนสามารถป้องกันพื้นที่เศรษฐกิจไว้ได้ถึง 12 เขต ไม่ใช่ความบังเอิญหรือความโชคดีครับ แต่เป็นการวางแผนและอำนวยการการแก้ปัญหาในพื้นที่ของผู้ว่าฯ สุขุมพันธุ์ และระบบที่มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องครับ 2. คำสัมภาษณ์ ในวันที่ 25 มีนาคม 2558 ถ้าใครที่อยู่ในห้องแถลงข่าวจะทราบว่า ประโยคแรกท่านผู้ว่าฯ กล่าวว่า "ผมขอขอบคุณพี่น้องชาวกรุงเทพมหานคร ทุกท่าน ที่ได้กรุณาแสดงข้อกังวล และข้อคิดเห็นทั้งที่เป็นบวกและเป็นลบต่อผมและ กทม. " หลังจากแถลงถึงการทำงานของ กทม. กับการแก้ปัญหาเมื่อวาน (24 มี.ค.58) พร้อมทั้งยังได้ชี้แจงในพื้นที่ๆ เป็นปัญหา และกทม.ไม่สามารถเข้าไปดำเนินการได้ เพราะเป็นที่เอกชน กทม. ได้พยายามขอมาโดยตลอด เช่น พระราม9 ซอย 7 ถือว่าท่านชี้แจงได้ครอบคลุมและครบถ้วนทุกประเด็น (แต่ไม่ถูกนำเสนอ) จนมาถึงช่วงตอบคำถาม นักข่าวท่านหนึ่งซึ่งพยายามจะถามย้ำให้ท่านรับปากว่าจะไม่เกิดปัญหาแบบเมื่อวานอีก ท่านก็ตอบแบบอารมณ์ขันว่าผมไม่ใช่เทวดานี่ครับ ซึ่งนักข่าวและผู้ที่อยู่ในห้องแถลงข่าวส่วนใหญ่ก็เข้าใจ หรือแม้แต่คำว่าไปอยู่ดอย นักข่าวคนเดิม ก็ถามอีกว่า ท่านนายกฯ กังวลเรื่องน้ำท่วมกทม. แล้วท่านกังวลไหม ท่านก็ตอบว่า กทม. เป็นเมืองน้ำ ทำไมผมจะไม่กังวล ถ้าจะไม่ให้กังวล ก็ต้องไปอยู่ดอย ก็ไม่มีประโยค หรือข้อความไหนเลยที่ไล่ประชาชนไปอยู่ดอย เพียงเพราะมีสื่อบางฉบับ!! ที่มีนัยเอาเรื่องดังกล่าวไปขยายผล รวมถึงกลุ่มโซเชียลที่ขาดความรอบคอบในการตรวจสอบความถูกต้อง ก็เอาไปขยายผลต่อ โดยขาดความรับผิดชอบ!!! 3. ตลอดเวลา 6 ปี ที่ผมทำงานกับท่านผู้ว่าฯ สุขุมพันธุ์ สิ่งที่ผมเห็นเป็นประจำก็คือการให้เกียรติทุกคน ไหว้คนทุกคน ข้าราชการ ลูกจ้าง กทม. และทุกคนจะรับรู้สิ่งเหล่านี้ได้ ทุกครั้งที่ลงพื้นที่ เมื่อลงจากรถท่านเดินหาคนงานกวาดก่อน ยกมือไหว้ ขอบคุณที่ช่วยดูแล กทม. ไปทานอาหาร ท่านก็เดินไหว้แทบจะทุกโต๊ะ ประชาชนบางคนถึงกับเดินมาชมท่านให้ผมได้ยินบ่อยๆ ว่า เห็นมีแต่ท่านผู้ว่าฯ นี่แหละที่ไม่ว่าจะลงเลือกตั้งหรือไม่เลือกตั้งก็เดินไหว้ประชาชน เพราะที่เค้าเห็นจะไหว้เฉพาะตอนเลือกตั้ง คนที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนด้วยคะแนนนับล้านคะแนน จะไม่มีทางไล่ประชาชนไปอยู่ดอยหรอกครับ ผมไม่ได้ออกมาแก้ตัวให้ท่านผู้ว่าฯ และเจ้าหน้าที่กทม. เพียงแต่ต้องการให้เห็นข้อเท็จจริงกับเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด และเพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ผมอยากชี้ให้สังคมเห็นว่าในโลกปัจจุบันการนำเสนอข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน และเลือกนำเสนอเพื่อให้เป็นที่สนใจ โดยขาดความรับผิดชอบ!! แล้วสังคมที่เราอยากเห็น สังคมที่ต้องการความรักความสามัคคี จะเกิดขึ้นได้อย่างไร MThai News

อึ้งไปเลยกับนักเตะเจ้าของฉายา
ข่าวกีฬา /  บอลสเปน / 

ดาเนี่ยล ดานาเลส กัปตันทีมกูอาร์เตส ได้รับฉายาสุดฮาจากสื่อในสเปนว่า “เอล โคอาล่า” หรือ ไอ้หมีโคอาล่า หลังดานาเลสถูกถ่ายภาพได้ตอนที่เขากำลัง ปีนเสาประตู ในเกมที่ทีมของเขาลงสนามพบกับ เตรูเอล ความจริงคือการที่นักเตะปีนป่ายเสาหรือคานประตูเป็นเรื่องผิดกติกาในเกมฟุตบอล โชคดีที่ผู้ตัดสินไม่เห็นเหตุการณ์นี้ ดานาเลสเลยไม่ถูกลงโทษ โดยนักเตะรายนี้ให้เหตุผลว่าที่เขาต้องปีนเสาประตูก็หวังว่าจะช่วยป้องกันไม่ให้ทีมเสียประตูจากลูกเตะมุมของคู่แข่ง ดานาเลส ให้สัมภาษณ์ว่า “ตอนนั้นเราเสียลูกเตะมุมและทีมคู่แข่งก็มีนักเตะที่สูงมาก สิ่งที่ผมคิดคือปีนเสาเพื่อที่จะกระโดดให้สูงกว่าคู่แข่ง ผมทำไปตามสัญชาตญาณและคงไม่ทำอีก ผมอ่านกติกาและเพิ่งรู้ว่าทำแบบนี้อาจโดนลงโทษได้ เพื่อนร่วมทีมผมบอกว่ามันเป็นอะไรที่บ้ามาก”