ทรงผมสั้น 2012

พาณิชย์ เผย วันนี้ราคาสินค้าทรงตัว
พาณิชย์ /  ราคาสินค้า

กระทรวงพาณิชย์ เผย วันนี้ราคาสินค้าทรงตัว เนื้อหมู ราคากิโลกรัมละ 122-126 บาท กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน รายงานภาวะราคาสินค้าจำหน่ายปลีกในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ล่าสุดวันนี้พบว่าราคาสินค้าทรงตัว เมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า โดย เนื้อหมู ราคากิโลกรัมละ 122-126 บาท ไก่สดทั้งตัว ราคากิโลกรัมละ 75-80 บาท กุ้งขาว กิโลกรัมละ 250-280 บาท ไข่ไก่ เบอร์ 2 ราคาฟองละ 2.80-2.90 บาท ไข่ไก่ เบอร์ 3 ราคาฟองละ 2.70-2.80 บาท ผักคะน้า มะเขือเทศกิโลกรัมละ 22-25 บาท ถั่วฝักยาว กิโลกรัมละ 45-48 บาท ผักบุ้งจีน กวางตุ้ง กะหล่ำปลี กิโลกรัมละ 15-18 บาท แตงกวา กิโลกรัมละ 18-20 บาท พริกขี้หนู กิโลกรัมละ 40-50บาท ต้นหอม กิโลกรัมละ 80-90 บาท และ ผักชี กิโลกรัมละ 120-130 บาท MThai News

หงส์ ปืน ตาประกาย!! เอเยนต์ เอล ชาราวี ฝันเห็นนักเตะโม่แข้งพรีเมียร์ฯ
ดอร์ทมุนด์ /  ปีศาจแดง-ดำ / 

มานูเอล เอล ชาราวี เอเยนต์ส่วนตัวของ สเตฟาน เอล ชาราวี ปีกพรสวรรค์ของทัพ "ปีศาจแดง-ดำ" เอซี มิลาน ยืนยันว่าปัจจุบันยังคงไม่ได้รับข้อเสนอซิวตัวนักเตะจากสโมสรที่กำลังตกเป็นข่าวเลยแม้แต่ทีมเดียว แต่ก็ยังไม่ปิดโอกาสในการย้ายทีมหากได้รับข้อเสนอที่ยากจะปฎิเสธ โดยทางนายหน้ายอมรับด้วยว่าอยากเห็นนักเตะบินไปค้าแข้งบนเวที พรีเมียร์ลีก มากที่สุด ซึ่งทางสื่ออย่าง The express เผยว่า ลิเวอร์พูล และอาร์เซน่อล กำลังเล็งแข้งดีกรีทีมชาติ อิตาลี รายนี้มาเสริมช่วงเดือน มกราคม เอเยนต์ส่วนตัวของ สเตฟาน เอล ชาราวี ให้สัมภาษณ์กับ Gianlucadimarzio.com ถึงเรื่องนี้ว่า "ผมยังไม่ได้รับการติดต่อจาก โรม่า และดอร์ทมุนด์ หรือสโมสรอื่นๆเลยสักทีม ผมบอกไว้เลยนะว่า สเตฟาน จะไม่ทิ้ง เอซี มิลาน ไปไหน นอกจากจะได้รับข้อเสนอที่สุดพิเศษในช่วงเดือน มกราคม นี้" "ผมไม่รู้ความต้องการของเขาหลอกนะ เราไม่เคยคุยกันถึงเรื่องการย้ายออกจากทัพ รอสโซเนรี่ แต่ผมอยากเห็นเขาไปโชว์ลวดลายบนเวทีพรีเมียร์ลีกเหมือนกันนะ เพราะสำหรับผมที่นั่นคือลีกฟุตบอลที่น่าหลงใหลมากๆ" มานูเอล เอล ชาราวี ตบท้าย

เที่ยวเกาะพะงัน...แบบไม่มีฟูลมูน หาดสวยๆ ชิลล์สุด!
พะงัน /  สุราษฎร์ธานี / 

เกาะพะงัน สุราษฎร์ธานี ชื่อที่คนไทยรู้จักกันดีในแง่ของเกาะแห่งปาร์ตี้ เพราะเป็นสถานที่จัดฟูลมูนปาร์ตี้ชื่อดังของโลก นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติหลายหมื่นคนต่อเดือน ต่างลงเรือนานนับชั่วโมงเพื่อมาสัมผัสความหฤหรรษ์บนเกาะแห่งนี้ แต่น้อยคนจะรู้ว่านอกจาก ฟูลมูนปาร์ตี้ แล้ว บนเกาะพะงันยังมีความงดงามของธรรมชาติที่เงียบสงบอีกมากมาย ซึ่งหน้าแปลกที่สถานที่ท่องเที่ยวสุดป๊อปปูล่าร์แห่งนี้ มีแต่ชาวต่างชาติมาขึ้นฝั่งแต่ไม่ค่อยมีคนไทยมาเที่ยวเกาะพะงันกันเลย Traval Mthai จึงขอพาทุกท่านไปเยี่ยมชมความงดงามของเกาะพะงัน เผื่อเป็นตัวเลือกในการเดินทางไปท่องเที่ยวเกาะงามแห่งอ่าวไทยแห่งนี้ที่มีประวัติว่ารัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสมากที่สุดในบรรดาหมู่เกาะในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันการเดินทางมาเกาะพะงันไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป มีหลายราคา หลายรูปแบบหลายระดับ ตัวเลือกแรก ถ้าอยากมาเที่ยวไวและมีเงินมากหน่อย เราขอแนะนำให้นั่งเครื่องบินบางกอกแอร์เวย์ มาลงที่สมุย ต่อเรือเพียง 30 นาที ก็มาถึงเกาะพะงันแล้ว หรือจะนั่งรถไฟมาลงที่สถานีรถไฟพุนพิน ต่อรถไปดอนสัก นั่งเรือไปพะงันอีกเกือบ 2 -3 ชั่วโมง อีกทางเลือกสำหรับคนที่มีเวลาเยอะๆแล้วขี้เกียจนั่งรถแล้วต้องมาต่ออีกหลายต่อ จากกรุงเทพฯ มีรถทัวร์ กรุงเทพฯ-เกาะพะงันด้วย เวลาเดินทางรวม28ชั่วโมงกว่าๆเท่านั้นเองจิ๊บๆ โดยรถทัวร์จะลงเรือแล้วพาเราข้ามฝั่งมาเองเลย สำหรับสถานที่่ท่องเที่ยวบนเกาะพะงัน นอกจาก หาดริ้น สถานที่จัดปาร์ตี้ฟูลมูนอันเลื่องชื่อแล้ว เกาะพะงันแบ่งพื้นที่ออกเป็น 5 โซน 5รูปแบบ ด้วยสภาพภูมิประเทศที่แยกออกเป็น 5 แฉก ทำให้สามารถเที่ยวได้ทุกฤดูกาลเลย และมีหาดที่เงียบสงบมากในวันที่ไร้งานฟูลมูนปาร์ตี้ ซึ่ง 5 โซนที่น่ามาสัมผัสบนเกาะพะงันได้แก่ - Zoneที่ 1 Lifestyle ผสมผสานชีวิตที่ ทันสมัย-สะดวก-ปลอดภัย - Zoneที่ 2 Nightlife สนุกสนาน-บันเทิง สะดวกปลอดภัย ไปกับ ฟูลมูนปาร์ตี้ - Zoneที่ 3 Heritage & Nature ตามรอยประวัติศาสตร์ อนุรักษ์ธรรมชาติ-สัตว์ป่า-ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ มีหาดธารเสด็จ ซึ่งในหลวงหลายรัชกาลได้เสด็จมาเยือน - Zoneที่4 Intro The Sea วิถีชีวิตชาวประมง-ดำน้ำ-อาหารทะเล - Zoneที่ 5 Health & Wellness Tourism แหล่งพักผ่อนเพื่อสุขภาพศูนย์การเรียนรู้ ศาสตร์ และศิลป์แห่งชีวิต มีสอนนวดไทย สอนมวยไทย และโรงเรียนโยคะมากมายกระจายอยู่บนเกาะ หาดแม่หาด - เป็นชายหาดที่ทอดยาวเป็นโค้งพระจันทร์เสี้ยวแต่ความพิเศษของชายหาดนี้ก็คือมีทางเดินเชื่อมต่อกลางทะเลคล้ายกับทะเลแหวกเดินไปสู่เกาะม้า นอกจากนี้จุดเชื่อมระหว่างหาดแม่หาดกับเกาะม้า ยังสามารถดำน้ำชมปะการังได้อีกด้วย เรียกได้ว่าไม่ต้องล่องเรือไปกลางทะเลก็สามารถเห็นปะการังสวยๆได้ หาดธารเสด็จฯ - เป็นชายหาดสั้นๆ แต่มีความสวยงาม และมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เพราะมีศาลาทรงงาน สถานที่ประทับของรัชกาลที่5 แท่งศิลาสลักพระนามาภิไธย รวมไปถึงเป็นแหล่งน้ำจืดของเกาะพะงัน ด้วยเพราะใกล้หาดธารเสด็จฯ มีน้ำตกไหลลงสู่ทะเล ซึ่งในสมัยก่อน รัชกาลที่ 5 จะทรงจอดเรือเพื่อขนน้ำจืดบนเกาะพะงันเพื่อนำไปใช้ในการเดินทางสู่มลายู     อ่าวโฉลกหลำ - เป็นศูนย์กลางแห่งวิถีชีวิตของคนพื้นถิ่นบนเกาะพะงัน รวมถึงเป็นแหล่งอาหารทะเล เราไปตรง หาดของรีสอร์ทมาลิบลูส์ของอ่าวโฉลกหลำจะเป็นสถานที่เล่นวินต์เซิร์ฟ-ไคต์เซิร์ฟด้วย ใครอยากลองเล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีมรับรองว่าหาดนี้มีให้กิจกรรมให้ทำเยอะมาก วัดพุทธเจดิยาราม (วัดเขาน้อย) - วัดที่มีเจดีย์สีขาวสูงตระหง่าน อายุกว่าร้อยปี ซึ่งเป็นวัดของพระเกจิอาจารย์ชื่อดังของเกาะพะงันคือ 'พ่อท่านหลบ ธัมมวโร' อดีตเจ้าคณะอำเภอเกาะพะงัน นอกจากนี้ยังมีวัดอัมพวัน ซึ่งเป็นวัดของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเกาะพะงันยึดเหนี่ยวจิตใจ คือ หลวงพ่อเพชร วชิโร เรือหลวงพงัน - เรือหลวงพงัน เป็นเรือประเภทยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ สังกัดกองเรือยกพลขึ้นบกและยุทธบริการ กองเรือยุทธการ เดิมชื่อ ยูเอสเอส สตาร์ค เคาน์ตี แอลเอสที 1134ซึ่งกองทัพเรือได้จัดหาตามโครงการช่วยเหลือทางทหารจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกา โดยขึ้นระวางประจำการ เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2509 และปลดระวางประจำการเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน2551มีอายุการใช้งานในกองทัพเรือประมาณ 4๐ ปี เมื่อปลดประจำการแล้วนำมาตั้งไว้ที่เกาะพะงัน เนื่องจากเป็นชื่อเดียวกัน ซึ่งหากโอกาสเหมาะๆจะมีการเปิดประตูให้ชม ภายในท้องเรือซึ่งมีการจัดนิทรรศการภาพถ่ายและภาพศิลปะของเกาะพะงันจากวันวานถึงปัจจุบัน ฉายวิดิทัศน์ภาพเก่าๆ   การทำเคย-กะปิเผา - ของดีเกาะพะงันที่มาถึงต้องมาลองชิมเพราะเคยของเกาะพะงันถือว่ามีคุณภาพและสะอาดมาก จึงทำให้กะปิ-อาหารที่ทำจากเคยมีความอร่อยมาก โดยชาวบ้านที่นี่ นิยมนำกระปิมาปาดกับกะลามะพร้าวจากนั้นนำไปเผาจะทำให้กลิ่นกะปิหอมขึ้นรวมไปถึงมีรสชาติมันๆของมะพร้าวติดอยู่ด้วย เป็นรสแบบชาวใต้โดยแท้   โยคะ - กิจกรรมโยคะเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติชอบมาก ถึงขนาดมีโรงเรียนสอนโยคะมากกว่า 30 แห่งกระจายอยู่บนเกาะพะงัน เรียกได้ว่านอกจากเป็นเกาะที่มีปาร์ตี้สนุกสนานแล้วยังมีแง่มุมของจิตวิญญาณ และความสงบทางจิตใจด้วย นอกจากกิจกรรมและสถานที่น่าท่องเที่ยว ที่น่าสนใจที่ Travel MThai แนะนำมาแล้ว อยากจะเชิญคนไทยมาเที่ยวเมืองไทยเพราะเกาะพะงันยังมีอีกหลากหลายแง่มุมให้เราได้ค้นหาชีวิต หากคุณได้ลองไปสักครั้งแล้วจะติดใจ ซึ่งข้อมูลการท่องเที่ยวเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้เลย

100 ภาพแห่งปี 2014 จากนิตยสารไทม์
ข่าววันนี้ /  ภาพเหตุการณ์2014 / 

เว็บไซต์นิตยสารไทม์ รวม 100 ภาพแห่งปี 2014 ประมวลเหตุการณ์เด่นต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นรอบโลก เป็นประจำทุกปีสำหรับนิตยสารไทม์ ที่ได้มีการรวบรวมภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นรอบโลกมาย้อนให้ชมความเป็นไปต่างๆ โดยในรอบปีที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุการณ์ทั้งเรื่องดี เรื่องร้าย เหตุการณ์สะเทือนใจ และให้กำลังใจ บอกเล่าสิ่งๆ ต่างๆ ที่เกิดขึ้น สำหรับปีนี้เรียกได้ว่าภาพแห่งความทรงจำเหล่ามีหลากรส หลายรูปแบบมากมาย แต่จะมีภาพใดที่ตรึงตาตรึงใจบ้าง MThai News ได้รวบรวมภาพส่วนหนึ่งมาให้ชม ส่วนภาพอื่นๆ ทั้งหมดสามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ของ Time ได้ ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ "ไทม์" ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>> MThai news

บุสเกตเมืองไทย ยันไม่คิดเล่นกองหลังถาวร
ช้างศึก /  ซิโก้ / 

เจ้าตั้ม ธนบูรณ์ เกษารัตน์ 1 ในขุนพลช้างศึก ทีมชาติไทย เจ้าของฉายา บุสเกตเมืองไทย ออกมายืนยันไม่คิดเล่นกองหลังถาวร โดย เจ้าตั้ม ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ห้องเครื่องของ มังกรไฟ บีอีซี เทโรศาสน ถูก ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือใหญ่ ช้างศึก ทีมชาติไทย จับถอยลงไปเป็นกองหลังขัดตาทัพ ซึ่งเจ้าตัวก็ทำผลงานได้เป็นอย่างดี จนสามารถพาทีมเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้ และกำลังจะลงสนามเกมที่ 2 รอบชิงดำ พบ มาเลเซีย ในวันที่ 20 ธ.ค.นี้ นักเตะเจ้าของฉายา บุสเกตเมืองไทย ได้เปิดเผยว่า การถูกจับลงมาให้เล่นเป็นกองหลัง ถือว่าดีครับ ทำให้รู้ว่าเราสามารถทำอะไรได้มากกว่าเดิม ซึ่งมันก็สนุกดีครับ แต่ไม่ว่าจะเล่นตำแหน่งไหนหากโค้ชสั่ง ก็ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เจ้าตั้ม เผยต่อว่า หลังจากจบรายการนี้ ผมก็คงกลับไปเล่นในตำแหน่งที่ตัวเองถนัดคือกองกลาง ซึ่งผมคิดว่ามันคือที่ของผม ตำแหน่งของผม “ส่วนเกมที่พบกับ มาเลเซีย เกมที่ 2 ผมว่าจะเป็นอีกเกมที่น่าจะตื่นเต้น ซึ่งตัวผมเองและเพื่อนๆ ก็มั่นใจว่าเราจะไม่แพ้ พวกเราจะเอาแชมป์กลับไปเมืองไทยให้ได้” บุสเกตเมืองไทย กล่าวปิดท้าย

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

ขอตายรังหงส์!! ปลาคราฟ หวังอนาคตจบชีวิตค้าแข้งที่ แอนฟิลด์
มาร์ติน สเคอร์เทล /  รัสเซีย / 

มาร์ติน สเคอร์เทล ปราการหลังตัวคีย์แมนของ ลิเวอร์พูล ยอมรับว่าตัวเขาเองฝันจะประกาศแขวนสตั๊ดในถิ่น แอนฟิลด์ เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม โดยแนวรับวัย 30 ปี อยู่เฝ้าหลังบ้านให้ "หงส์แดง" มานานร่วม 7 ปี หลังจากตกลงย้ายมาร่วมทัพจากสโมสร เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ทีมดังแห่งลีก รัสเซีย เมื่อฤดูกาล 2007/08 เซ็นเตอร์ฮาร์ฟกัปตันทีมชาติ สโลวาเกีย ใหสัมภาษณ์กับ Dennik Sport ถึงเรื่องนี้ว่า "ผมได้จินตนาการว่าตัวเองจะลงเล่นให้ ลิเวอร์พูล จนถึงบั้นปลายอาชีพการเป็นนักฟุตบอล" "มันขึ้นอยู่กับวิธีการว่าผมจะเล่นยังไงเมื่อมีอายุมากขึ้น และถ้าหาก 2-3 ฤดูกาลข้างหน้าผมต้องแขวนสตั๊ด มันก็เป็นอะไรที่เข้าใจได้ แต่วินาทีนี้ผมไม่สามารถบอกได้หลอกนะว่าจะมีแรงเล่นฟุตบอลได้นานแค่ไหน" สเคอร์เทล ทิ้งท้าย

Stonehearst Asylum : อย่าเชื่อในสิ่งที่เห็น
Stonehearst Asylum /  คนบ้า / 

อาจกล่าวได้ว่า มนุษย์ คือสัตว์ที่มีระบบความคิดซับซ้อนเกินจะหยั่งถึง ยิ่งในยุคสมัยแต่ก่อนเก่า ที่เกิดเรื่องราวใน Stonehearst Asylum อันเต็มไปด้วยค่านิยมผิดๆ การเหยียดเชื้อชาติ เพศ ศักดิ์ศรีความเป็นคน กันอย่างคุกรุ่นยิ่งแล้วใหญ่ และมันทำให้กลอนสุนทรภู่ที่ว่า "แล้วสอนว่าไว้ใจมนุษย์ มันมันแสนสุดลึกล้ำเหลือกำหนด" ทรงพลังขึ้นมาได้อย่างชัดเจน Stonehearst Asylum เล่าเรื่องราวของ เอ็ดเวิร์ด นิวเกท จิตแพทย์หนุ่มจบใหม่ ที่พาตัวเองเข้ามาหาประสบการณ์ ที่โรงพยาบาลจิตเวชสโตนเฮิร์ส และได้พบกับ เอลิซ่า คนไข้สาวสวยที่เคยเป็นเคสทดลองในคลาสเรียน จนหลงรักเข้าหัวปักหัวปำ แต่ยิ่ง เอ็ดเวิร์ด ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่มากขึ้นเท่าไหร่ เขาก็เริ่มไม่แน่ใจว่าคณะแพทย์ พยาบาล และคนไข้ ใครกันแน่ที่บ้า?! จนนำไปสู่การค้นพบสุดตกตะลึง ที่มีแต่ เอ็ดเวิร์ด คนเดียวเท่านั้น ที่จะเปลี่ยนชะตาอันมืดหม่นของที่นี่ได้ Stonehearst Asylum ดำเนินเรื่องด้วยบรรยากาศขมุกขมัว มืดมน และไม่เปิดเผยรายละเอียดของตัวละครมากนัก เมื่อพ่วงการที่ต้องอยู่ท่ามกลางคนคุ้มดีคุ้มร้าย มีอาการประหลาด (เช่น คนไข้รายหนึ่งที่คิดว่าตัวเองเป็นม้า แล้วส่งเสียงร้องครืดคราดตลอดเวลา) ซึ่งการรักษาความลับนี้ ทำงานได้อย่างดีเยี่ยมและเพิ่มความไม่น่าไว้ใจ ของตัวละครแวดล้อม รวมถึงตัวนายพระเอก เอ็ดเวิร์ด เองด้วย จุดนี้เองทำให้คนดูได้เดากันสนุกสมอง ว่าตกลงแล้วใครบ้าใครไม่บ้า หรืออย่างไรกันแน่จนมาถึงกลางๆเรื่อง แต่ถึงกระนั้นเมื่อทุกอย่างในเรื่องที่ดูจะปูมาถูกทาง และถูกสรุปตอนจบ มันกลับมึนตึง ถึงการแถหักมุมแบบจูนไม่ติด เชื่อมโยงเหตุผลไม่ได้ ไม่ต่างอะไรกับสมองกับคนไข้ในโรงพยาบาลนี้เลย แต่ถึงอย่างไร ต้องยกความดีความชอบให้บรรดานักแสดง โดยเฉพาะ เบน คิงสลีย์ ที่ถ่ายทอดความเป็นมนุษย์สองจิตสองใจต้องอดกลั้นต่อสภาวะความผิดปกติตัวเองได้ดี และเป็นตัวชูโรงเสียยิ่งกว่า นายแพทย์ เอ็ดเวิร์ด พระเอกของเราซะอีก เมื่อการแสดงถูกคลุกเคล้าอย่างพอเหมาะพอเจาะกับบรรยากาศของเรื่องแล้ว คงต้องบอกว่า พี่เบน นี่แหละ พระเอกตัวจริงเรื่องนี้ (ถึงจริงๆ  พี่จะเป็นตัวร้ายก็เถอะนะ) สำหรับคุณผู้ชมที่คาดหวังผลงานระดับหัวทิ่มหัวตำแบบ Shutter Island แน่นอนว่า Stonehearst Asylum คงไม่ได้ทรงพลังอย่างแรงขนาดนั้น เรื่องราวในโรงพยาบาลนี้ ปั่นประสาทคนดูทีละนิดๆ และจากภาพความทารุณทางการแพทย์ของคนดีๆ และการไม่รู้จักผิดชอบชั่วดีของคนบ้า ก็ส่งเสียงบอกว่า ในขณะที่ คนสติดีๆ ก็ไว่ใจคนบ้าไม่ได้อยู่แล้ว คนสติบิดเบี้ยวก็ไว้ใจคนดีๆ ไม่ได้เหมือนกันนั่นแหละะ เรื่องนี้ให้ 8/10 ครับ Lecter. -------------------------

ดร.เสรีถามกระต่ายแม็กซิม  แต่งตัวแบบนี้เอาก้านสมองไหนคิด?
กระต่าย แม็กซิม /  กระต่าย แม็กซิม โชว์เต้า / 

ดร.เสรี ถามกระต่ายแม็กซิม  แต่งตัวแบบนี้เอาก้านสมองไหนคิด? วันนี้(19ธ.ค.) หลังจากที่ “กระต่าย-ทรรศิกา ยุติมิตร” หรือกระต่าย Miss Maxim ปี 2013 ที่แต่งตัวหวิวในชุดเอี๊ยมกระโปรงสั้น เสื้อสูทดำยาวคลุมทับ ไร้บรามีเพียงสายเอี๊ยมพาดผ่านเนินหน้าอกปิดจุกไว้ จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ ล่าสุดรองศาสตราจารย์ ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนและการตลาด ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการแต่งตัวของกระต่าย ว่า  เห็นแล้วสงสารพ่อแม่ คนพวกนี้ลืมไปว่าชีวิตคนเราทุกคน ไม่สามารถมีแค่ชื่อตัวเองแล้วจบได้ หลังชื่อทุกคนจะตามด้วยพื้นเพที่มา ชื่อพ่อแม่ เคยเรียนที่ไหน จบสถาบันอะไร เคยมีอาจารย์ชื่ออะไร ทำงานในองค์กรไหน เราทุกคนต้องรับผิดชอบต่อประวัติของตัวเอง ถ้าเราออกมาจากรูกระบอก ไม่ได้ทำงาน ไม่เคยเรียน ไม่มีครูบาอาจารย์ก็ว่าไปอย่าง แม่คนนี้ออกมาจากรูกระบอกหรือไง กำพร้าพ่อแม่ตั้งแต่เกิดหรือเปล่า ญาติพี่น้องตายหมดแล้วหรือ ถึงไม่มีใครคอยสั่งสอน นี่ถ้าไม่มีกฎหมายกำกับไว้ว่า โชว์หัวนมแล้วผิดฐานอนาจาร เธอก็คงจะโชว์ไปแล้ว ไม่ทราบว่าแต่งกายด้วยชุดแบบนี้ เอาก้านสมองก้านไหนคิด พ่อแม่อยู่ที่ไหน เคยคิดไหมว่าทำแบบนี้คนอื่นจะคิดอย่างไร เข้าใจนะว่าพ่อแม่บางคนไม่ชอบสั่งสอนลูก ตามใจในเรื่องไม่สมควร แบบนี้เธอคงจะเป็นพวกลูกบังเกิดเกล้า ประเภทที่พ่อแม่ยอมแพ้ลูก ส่วนตัวเคยเจอลูกแบบนี้นะ คือชอบเที่ยวมาก พ่อแม่ดุด่าไม่ฟัง สุดท้ายพ่อยอมแพ้ บอกแม่ไม่ต้องด่ามัน เอาถุงยางใส่กระเป๋าไปให้มันก็พอ คือพ่อแม่จำนนต่อความชั่วร้ายของลูก MThai News ขอบคุณข้อมูลข่าวจาก เดลินิวส์ออนไลน์ 

ยอม Cover by นาย ฮาร์ท (เวอร์ชั่นแม่โทรมา5555)
ยอม

เล่นๆอยู่แม่ผมก็โทรมา555กะไอนายคลิปนี้อั­ดประมาณ 10+รอบ คับ แต่ไม่จบซักอันรวมถึงอันนี้ด้วย5555 มีผู้ใดชอบน้าๆคนไหนชอบก็ช่วยกดlikeให้ผมแ­ละเพื่อนหน่อยนะคับ 5555 (มีขอlike) ลุงป้าน้าอาน้องพี่อาม่าอากง ผู้ใดอยากแชร์เต็มที่เลยนะคับขอบคุณครับผม (มีขอShere) 5555 ขอบคุณครับ ^_^

ขรัวโต งานชิ้นสุดท้ายของสมเด็จ(เกี่ยว) วัดสระเกศ ร่วมทำบุญกองทุนพระปริยัติธรรมและโรงพยาบาลสงฆ์
กวีวัฒน์ คานน์ /  กาญจณี ดอกไม้ขาว / 

ตามที่คณะกรรมการสร้างภาพยนตร์โครงการสนองคุณแผ่นดิน ขรัวโต อมตะเถระกรุงรัตนโกสินทร์ ได้อาราธนา พระเดช พระคุณ เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโน) อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ และประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช, อดีตประธานกรรมการมหาเถรสมาคม,อดีตเจ้าคณะหนใหญ่ตะวันออก เป็นประธานที่ปรึกษาโครงการสร้างภาพยนตร์ดังกล่าวและเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) มีหนังสือตอบรับเลขที่ 75/2556 ลงวันที่ 5 ส.ค. 2556 หลังมีหนังสือตอบรับเพียง 5 วันเจ้าประคุณสมเด็จฯ จึงมรณภาพลง เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2556 นำความโศกเศร้ามาสู่พวกเราชาวพุทธและบรรดาศิษยานุศิษย์ยิ่งนัก   ภาพยนตร์เรื่อง ขรัวโต เปิดกล้องไปเมื่อวันที่ 22 ส.ค. 2556 ที่หน้าอุโบสถ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร โดยมีพระเดช พระคุณ ท่านเจ้าคุณ พระพรหมสุธี เจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ องค์ปัจจุบัน เป็นประธานในการประกอบพิธี เพื่อความเป็นศิริมงคล และเป็นขวัญกำลังใจให้กับทีมงานสร้าง โดยมีดาราผู้แสดง นำทีมโดย เศรษฐา ศิระฉายา ศิลปินแห่งชาติ พ.ศ. 2554 ซึ่งจะเข้ารับบทสำคัญที่สุดในชีวิตเป็น สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี พร้อมดาราชื่อดังอีกมาก และทีมนักแสดงคลื่นลูกใหม่ของวงการ สมเกียรติ เรือนประภัสสร์ สมเกียรติ เรือนประภัสสร์ ผู้กำกับภาพยนตร์ และประธานกรรมการ บริษัท อกาลิโกเอ็นเตอร์เทนเม็นท์ จำกัด เผยว่า "ด้วยความสำนึกพระคุณที่เจ้าประคุณมีกับผม และคณะกรรมการโครงการภาพยนตร์สนองคุณแผ่นดิน ตลอดถึงทีมงานสร้าง จึงได้หารือกัน และมีมติว่า จะนำเงินรายได้ส่วนหนึ่ง สบทบเข้ากับเงินกองทุนของท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ (เกี่ยว) เพื่อไว้ใช้ในกิจการสงฆ์ และเพื่อจัดซื้อหาอุปกรณ์การเรียนการสอน พระปริยัติธรรมให้แก่พระภิกษุ,สามเณรนอกจากนี้เงินรายได้อีกส่วนหนึ่งจะมำไปมอบให้กับโรงพยาบาลสงฆ์ เพื่อใช้ซื้อหาเวชภัณฑ์ต่างๆ ให้กับพระสงฆ์,สามเณรที่อาพารรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล อีกด้วย" "เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ผมไปที่ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร(ภูเขาทอง) เพื่อ นมัสการกราบเรียน ท่านเจ้าคุณพระวิจิตรธรรมาภรณ์ ซึ่งเป็นพระเลขาของ ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโน) ที่สิ้นไปผมนมัสการเรียนท่านเจ้าคุณว่า ขณะนี้หนัง ขรัวโต ได้ปิดกล้องและตัดต่อเสร็จแล้ว ขั้นตอนต่อไป จะเข้าสู่ขบวนการในห้องแลป ซึ่งต้องใช้เวลาอีกประมาณ 1เดือนจึงจะแล้วเสร็จ ผมได้อธิบายถึงความก้าวหน้าของงานให้ท่านรับทราบโดยละเอียด เหตุเพราะ เรื่องนี้เป็นหนังที่ท่านเจ้าประคุณสมเด็จ(เกี่ยว) ปรารถนาที่จะให้ประชาชนได้ชมกัน เป็นการเปิดหน้าบันทึกแห่งประวัติศาสตร์ของ พระอริยะสงฆ์ผู้มีความเอกอุและเป็นที่เคารพสักการะบูชา กราบไหว้ ของชาวพุทธทั้งแผ่นดิน" "นับเป็นเกียรติยศแก่ตัวกระผมและครอบครัวตลอดถึงวงศ์ตระกูลและทีมงานทุกคนอย่างหาที่สุดมิได้ที่เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์(เกี่ยว)อุปเสโน ได้ให้ความไว้วางใจ ให้กระผมทำหน้าที่เป็นผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ บัดนี้กระผมได้ดำเนินการเสร็จสิ้น ขอพระเดช พระคุณ ได้อย่ากังวลเลย กระผมและทีมงานทุกคน พร้อมที่จะรับใช้พระพุทธศาสนาจนชีวิตหาไม่"    ขรัวโต อมตะเถระกรุงรัตนโกสินทร์ ภาพยนตร์สนองคุณแผ่นดิน  ประธานที่ปรึกษาฝ่ายสงฆ์ สมเด็จพุฒาจารย์( เกี่ยว) อุปเสโณ ที่ปรึกษาผู้กำกับภาพยนตร์โดย ครูฉลวย ศรีรัตนา ผลงานสร้าง – บริษัท อกาลิโก เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด อำนวยการสร้าง– พันเอกศักดิ์สุธี, คุณจรัลรัตน์ คงพ่วงพันธ์, คุณสุพัทชฏา พ่วงพันธ์ กำกับภาพยนตร์– สมเกียรติ เรือนประภัสสร์ เรื่องโดย คุณพลาดิศัย สิทธิธัญกิจ บทภาพยนตร์โดย อาจารย์ ศัลยา สุขะนิวัตต์ รับบท สมเด็จพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี แต่ละช่วงวัย โดย เศรษฐา ศิระฉายา (ขรัวโต วัยชรา), น้ำแข็ง ปรัชญา ประทุมเดช (ขรัวโต วัยหนุ่ม), น้องเพลง เจษฏาพร ชมศรี (ขรัวโต วัยรุ่น) และ น้องเพชร ด.ช.ชัยธวัฒน์ เนื่องจำนงค์ (ขรัวโต วัยเด็ก) และ เอิร์ท AF9 บารมี ชำนาญกิจ (ต้น/เพชร) พร้อมด้วยนักแสดงชื่อดังคับคั่ง อาทิ ชุมพร เทพพิทักษ์, โกวิท วัฒนกุล,โสธร รุ่งเรือง, รุจิเรข พักตระเกษตริน,จีระศักดิ์ แสงโชติ,ธนายง ว่องตระกูล,รัญ เมืองลพ, สรนันท์ ร.เอกวัฒน์ และนักแสดงหน้าใหม่ทั้ง พลอย ไพลิน, วิภาวี เวชวงศ์วาน, รัฐธีร์ วรโรจน์โยธิน, ปกรณ์ เจตน์วิทยาชาญ, กวีวัฒน์ คานน์, กาญจณี ดอกไม้ขาว, คณาธิป เปียงใจ, การะเกด แสงไกร, ทรรศนันทน์ ปุณณวรรธน์ และ ธนากร พันกาแด ความรัก เมตตา บารมี จะแผ่พลังศรัทธาพร้อมกันทั่วแผ่นดินสยาม ใน ขรัวโต อมตะเถระกรุงรัตนโกสินทร์ ในวันที่ 26 ก.พ. 2558 ทุกโรงภาพยนตร์ ---------------------------------

เปิดตัวเกมส์มือถือ Mevius Final Fantasy แนว RPG เต็มรูปแบบ
Final Fantasy /  Mevius Final Fantasy

Square Enix ประกาศเปิดตัวเกมส์มือถือตัวใหม่ Mevius Final Fantasy เกมส์แนว RPG เต็มรูปแบบ พร้อมบรรจุคุณภาพของเกมส์ทุกองค์ประกอบ เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการเร็วๆนี้บน iOS และ Android เกมส์ Mevius Final Fantasy กล่าวถึงตัวละครเอกได้ตื่นขึ้นในโลกอันไม่คุ้นเคยนามว่า Paramatia และความทรงจำก็ลืมเลือนไปทั้งหมด เขาจะต้องผจญภัยเพื่อสำรวจและค้นหาว่าเขาตกอยู่ในห้วงแห่งนี้ได้อย่างไร และให้เสียงแปลกหน้าที่ดังก้องกังวาลเป็นผู้นำทางในครั้งนี้ เกมส์ Mevius Final Fantasy เปิดตัวอย่างเป็นทางการเร็วๆนี้ บน iOS และ Android

10อันดับนักกีฬาที่ถูกค้นหาในกูเกิลมากสุดปี 2014
นักกีฬา /  มาริโอ เกิทเซ / 

เหลืออีกไม่กี่วันก็จะข้ามปี2014กันแล้วซึ่งทางกูเกิลได้เปิดเผยข้อมูลว่านักกีฬาคนไหนถูกค้นหามากสุดในปี2014 มาดูเลยกันดีกว่าว่าใครเป็นจะเป็นนักกีฬาที่ค้นหามากสุดในปีนี้ อันดับ10 ริชาร์ด เชอร์แมน(นักกีฬาอเมริกันฟุตบอลNFL) ริชาร์ด เชอร์แมน กับตำแหน่ง คอร์เนอร์แบ็กระดับพระกาฬแห่งศึก NFL เป็นอย่างดี หนึ่งในขุมกำลังคนสำคัญของ "เหยี่ยวทะเล" ซีแอทเทิล ซีฮอวค์ส กับแชมป์ซูเปอร์โบวล์ปีล่าสุด ด้วยลีลาชอบเยาะเย้ยคู่แข่ง กับการคุยโอ้อวดก่อนเกม ส่งผลให้แฟนกีฬาต่างชื่นชอบบุคลิกของเชอร์แมน และค้นหาข้อมูลในกูเกิลจนติดลิสต์มาอยู่ในท็อปเท็น อันดับ9 ไมเคิล เฟล์ปส(นักกีฬาว่ายน้ำ) โดยปีนี้ ซูเปอร์สตาร์ ชาวสหรัฐฯ มีข่าวฉาวประเด็นร้อนเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาหลังถูกแฉว่า มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับ เทย์เลอร์ ไลแอนน์ แชนด์เลอร์ แฟนสาว ซึ่งออกมายอมรับว่าตนเป็นผู้ชายตั้งแต่กำเนิด แต่ได้ผ่าตัดกำจัดอวัยวะเพศแล้ว อันดับ8 ฟรานซิสโก โอชัว(นักกีฬาฟุตบอล) เขาเป็นใครมาจากไหน ไม่มีใครรู้ จนกระทั่งช่วงฟุตบอลโลกที่ประเทศบราซิล นายด่านมือกาวคนนี้ โชว์ฟอร์มมือปลาหมึก เซฟหนแล้วหนเล่าให้กับทีมชาติเม็กซิโก จนทีมชาติของเขาทะลุไปถึงรอบ 16 ทีม อันดับ7 จูลส์ เบียงคี(นักแข่งรถF1) ถูกค้นหาจากกูเกิลอย่างล้นหลามในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมาเนื่องจาก จูลส์ เบียงคี นักขับชาวฝรั่งเศสจากทีม มารัสเซีย หลังรถแข่งเสียการควบคุม ก่อนจะหลุดโค้งชนเข้ากับรถเครน ระหว่างการแข่งขัน เอฟวัน รายการ เจแปนีส กรังด์ ปรีซ์ ที่ประเทศญี่ปุ่นโดยล่าสุด นักขับวัย 25 ปี มีอาการทรงตัวแล้วและกำลังรักษาตัวอยู่ที่ประเทศบ้านเกิดของตัวเอง อันดับ6 มาริโอ เกิทเซ(นักกีฬาฟุตบอล) แข้งรูปหล่อจาก"เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิกรายนี้ ประกาศศักดาให้ทั่วโลกได้เห็นหลังตะบันประตูชัยให้กับทัพ "อินทรีเหล็ก" เยอรมัน เฉือนเอาชนะ "ฟ้าขาว" อาร์เจนตินา 1-0 ในรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกที่ผ่านมา อันดับ5 เนย์มาร์(นักกีฬาฟุตบอล) โดยประเด็นที่ร้อนแรงที่สุดที่ทำให้เนย์มาร์โดนค้นหาชื่อมากสุดก็คือเหตุการณ์ในช่วงบอลโลกที่เนย์มาร์ ถูก ฮวน ซูนิกา คู่แข่งจากโคลอมเบียกระโดดแทงเข่าคู่ ส่งผลให้เขาต้องปิดฉากฟุตบอลโลกไปก่อนเวลาอันควร และมีข่าวลือออกมาว่าอาการบาดเจ็บที่กระดูกสันหลังของเนย์มาร์ถึงขั้นพิการ ทีเดียว อันดับ4 หลุยส์ ซัวเรซ(นักกีฬาฟุตบอล) แข้งสุดฮอตระดับต้นๆในปีนี้คงจะหนีไม่พ้น หลุยส์ ซัวเรซ หัวหอก ฟันไม่เข้าของ บาร์เซโลนา ที่มีข่าวอื้อฉาวโด่งดังไปทั่วสารทิศกับจังหวะงับคอ จอร์โจ คิเอลลินี ในช่วงฟุตบอลโลกที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้ทางฟีฟ่า สั่งแบนเป็นเวลา 4 เดือนและห้ามรับใช้ทีมชาติอีก 9 นัดด้วยกัน อันดับ3 เรย์ ไรซ์(นักกีฬาอเมริกันฟุตบอลNFL) เจ้าของตำแหน่งรันนิงแบ็กระดับ "โพรโบวล์"  3 สมัย จาก บัลติมอร์ ราเวนส์ ทีมอเมริกันฟุตบอลจากลีก NFL ได้สร้างวีรกรรมสุดอื้อฉาวระบือไปทั่วโลก หลังจากทำร้ายร่างกาย จาเนย์ พาลเมอร์ อดีตคู่หมั้นสาว อย่างรุนแรงถึงขั้นสลบภายในลิฟต์และถูกประธาน NFL สั่งห้ามลงเล่นให้กับทีมไหนจนกว่าคดีจะจบ อันดับ2 มิชาเอล ชูมัคเกอร์(อดีตนักแข่งF1) ถือว่าเป็นปีที่ไม่ดีของ อดีตตำนานนักขับฟอร์มูลาร์ วัน เจ้าของแชมป์โลก 7 สมัย ชาวเยอรมันรายนี้หลังเกิดอุบัติเหตุขณะเล่นสกี ศีรษะกระแทกกับก้อนหิน จนถึงขั้นโคม่า ต้องนอนรักษาตัวมาเป็นเวลานาน แต่ล่าสุดอาการของ "ชูมี่" ได้ดีวันดีคืนแล้ว แต่ยังต้องรับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญต่อไป อันดับ1 ฮาเมส โรดริเกซ(นักกีฬาฟุตบอล) ฮาเมส โรดริเกซ จอมทัพจากสโมสร เรอัล มาดริด เจ้าของตำแหน่งรองเท้าทองคำฟุตบอลโลก หรือ ดาวซัลโวฟุตบอลโลก 2014 ด้วยผลงาน 6 ประตู

10 สายพันธุ์สัตว์ที่ตัวใหญ่ที่สุดในโลก
ที่สุดในโลก /  สัตว์ / 

วันนี้ทีนเอ็มไทย ขอแนะนำ 10 สายพันธุ์สัตว์ที่ตัวใหญ่ที่สุดในโลก จนคุณต้อง อึ่ง ทึ่ง ที่พวกมันเหล่านี้มีอยู่จริง และเรื่องราวที่น่าสนใจในการใช้ชีวิต เกริ่นมาขนาดนี้แล้ว อยากรู้แล้วใช่ไหมคะ ว่า10 สายพันธุ์สัตว์เหล่านี้ยิ่งใหญ่จนโลกต้องจารึกขนาดไหน ถ้าพร้อมแล้วไปติดตามกันเลยค่ะ 10 สายพันธุ์สัตว์ที่ตัวใหญ่ที่สุดในโลก 1. แมลงบินได้ที่ใหญ่ที่สุด Meganeuropsis Permiana เป็นแมลงปอ ที่ตัวใหญ่ที่สุดที่เคยอุบัติขึ้นมาบนโดย ด้วยช่วงปีกที่กว้างกว่า 72 เซ็นติเมตร และคาดว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดแรกที่บิน บนท้องฟ้าได้ ที่สามารถล่าทุกอย่างที่ขวางหน้าได้ ไม่เว้นแม้แต่สัตว์เลื้อยคลายที่เป็นบรรพบุรุษของไดโนเสาร์ ซึ่งหลักฐานซากฟอสซิลนี้อยู่ที่ Permian rocks รัฐ Kansas ประเทศสหรัฐอเมริกา 2. แมลงเปลือกแข็งที่ใหญ่ที่สุด Arthropleura กิ้งกือยักษ์ดึกดำบรรพ์ เคยอยู่บนโลกเมื่อ 280-340 ล้านปีก่อน ในยุคคาร์บอนนิเฟอร์รัส ซากฟอสซิลของมันถูกพบที่สก๊อตแลนด์ และแถบทวีปอเมริกาเหนือ มีความยาวถึง 2 เมตร และัหนักถึง 500 กิโลกรัม เพราะในยุคคาร์บอนนิเฟอร์รัส เป็นช่วงที่ที่แมลงตัวใหญ่เนื่องจากมีปริมาณออกซิเจนที่สูง และป่าดงดิบอุดมสมบูรณ์ จึงทำให้พวกมันสามารถใหญ่โตได้เท่าที่มันจะสามารถโตได้ และยังมีเขี้ยวพิษที่สามารถฆ่าได้ทุกอย่างที่มันต้องการ 3. งูที่ใหญ่ที่สุด Titanoboa ไททันโอโบอาเป็นงูที่ไม่มีพิษจำพวกโบอา ที่คล้ายกับงูเหลือมหรืองูหลาม มักพบได้ในทวีปอเมริกากลางและเกาะมาดากัสการ์ในปัจจุบัน นักบรรพชีวินวิทยาเชื่อว่า ไททันโอโบอา มีรูปร่างลักษณะและมีพฤติกรรมคล้ายงูอนาคอนดา โดยหากินในน้ำ ซึ่งอาหารได้แก่ จระเข้และปลาขนาดใหญ่ แต่ทว่ามีความยาวกกว่ามาก โดยมีความยาวเฉลี่ยประมาณ 13 เมตร และอาจยาวได้ถึง 15 เมตร หนักถึง 2 ตัน โดยชื่อของมันเป็นภาษาลาติน แปลได้ว่า "งูยักษ์จากแซร์อาโฮน" (Titanic boa from Cerrejon) ซึ่งมาจากชื่อเมืองแซร์อาโฮน ซึ่งเป็นเหมืองแร่ ในประเทศโคลอมเบีย ซึ่งเป็นที่ๆ ค้นพบซากฟอสซิลของมันเป็นครั้งแรก ซากฟอสซิลของไททันโอโบอา ที่ค้นพบเป็นกระดูกสันหลัง จำนวน 180 ชิ้น คาดว่าน่าจะเป็นของงูทั้งหมด 12 ตัว ค้นพบครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 2007 ซึ่งกระดูกสันหลังนั้นมีขนาดใหญ่กว่ากระดูกสันหลังของงูอนาคอนดามากนัก จากการวิเคราะห์และคำนวณด้วยเครื่องมือต่างๆ พบว่า ไททันโอโบอามีชีวิตอยู่ในยุคพาลีโอซีน 58-60 ล้านปีก่อน 4. จระเข้ที่ใหญ่ที่สุด Sarcosuchus หรือรู้จักกันทั่วไปคือ " Super Croc " ซุปเปอร์ครอก แต่ได้สูญพันธุ์ไปเมื่อประมาณ 110 ล้านปีมาแล้ว มันถูกค้นพบครั้งแรกในประเทสไนเจอร์ ( Niger ) โดยนักสำรวจชาวฝรั่งเศลชื่อว่า Alfred Felix de Lapparent โดยในการขุดค้นพบครั้งแรกเป็นฟอสซิลฟัน และหนัง ในบริเวณทะเลทรายซาฮาร่า ในปี 1940 และปี 1950 ข้อมูลเฉพาะ ซุปเปอร์ครอค์ประมาณการณ์ว่ามันจะมีความยาวเมื่อโตเต็มที่ 11 - 12 เมตร จากการประเมินกระโหลก และอายุขัยเต็มที่ประมาณ 50 - 60 ปี น้ำหนักจากการเปรียญเทียบกับจระเข้ในปัจจุบัน คาดว่าจะมีน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 8 ตัน สำหรับอาหาร น่าจะจับปลากินเป็นหลัก และก็อาจจะมีการจับไดโนเสาร์ที่มีขนาดพอดีกับปากของมันบ้างเป็นครั้งคราว ลูกตาของมันไม่สามารถกรอกซ้ายขวาได้ ทำได้แค่กรอกขึ้นลง บนล่างเท่านั้น และจระเข้ในปัจจบันที่เป็นญาติที่สนิทที่สุดของ Sarcosuchus คือพวกจระเข้แม่น้ำไนล์ 5. นักล่าบนพิภพที่ใหญ่ที่สุด Spinosaurus สไปโนซอรัส ถูกค้นพบครั้งแรกในทะเลทรายสะฮาราของอียิปต์ เมื่อปี ค.ศ. 1910 โดยนักบรรพชีวินวิทยาชาวบาวาเรีย โดยขุดค้นไปตามชายขอบด้านตะวันออกของระบบแม่น้ำโบราณซึ่งมีหินในชั้นแคมเบรียนก่อตัวเป็นพรมแดนด้านตะวันตก สไปโนซอรัสเป็นสัตว์กินเนื้อยืน 4 ขาและอาจจะยืน 2 ขาได้  มีจุดเด่น คือกระดูกสันหลังสูงเป็นแผ่นคล้ายใบเรือ รูปวงรี มี11ชิ้น ชิ้นที่ยาวที่สุดมีความยาว 1.69 เมตร เชื่อกันว่าใช้ควบคุมอุณหภูมิร่างกาย กะโหลกศรีษระมีจงอยปากแคบที่เต็มไปด้วยฟันรูปกรวย มีหงอนคู่ขนาดเล็กอยู่เหนือดวงตา แขนแข็งแกร่งมี 3นิ้ว สามารถใช้เป็นอาวุธและจับเหยื่อได้ มีความยาว 16-18 เมตร น้ำหนัก 7 - 10 ตัน อาศัยอยู่ใน ทวีปแอฟริกา มีชีวิตอยู่ในตอนกลางของยุคครีเตเชียส (100-97 ล้านปีที่แล้ว) ในช่วงที่มันอาศัยอยู่ในยุคครีเตเชียสตอนกลาง มันมีคู่แข่งที่สำคัญอย่าง คาร์ชาโรดอนโทซอรัส ที่อาศัยอยู่ยุคเดียวกันที่มีความยาว13เมตรและเป็นไดโนเสาร์กินเนื้อที่ใหญ่เป็นอันดับ3ของโลก สไปโนซอรัส เป็นไดโนเสาร์กินเนื้อที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ1ในโลก, มันมีญาติอย่าง ซูโคไมมัส 6. ปลากระดูกแข็งที่ใหญ่ที่สุด Leedsichthys Problematicus ลีดส์อิชธีส์ เป็นชื่อปลากระดูกแข็งชนิดหนึ่ง อาศัยอยู่ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ อาศัยอยู่ในทะเลในกลางยุคจูราสสิค (185-155 ล้านปีก่อน) โดยพบฟอสซิลในชั้นหินในยุคนี้ โดยที่ชื่อ Leedsichthys ตั้งตามผู้ค้นพบคือ อัลเฟรด นิโคลสัน ลีดส์ นักสะสมฟอสซิลชาวอังกฤษ มีความหมายว่า "ปลาของลีดส์" โดยพบในพื้นที่ใกล้เขตเมืองปีเตอร์โบโรห์เมื่อปี ค.ศ. 1886 นอกจากนี้ ลีดส์อิชธีส์มีลักษณะตาที่เล็ก ใช้ชีวิตคล้ายคลึงกับปลาใหญ่ โดยใช้ฟันซี่เรียวกว่า 40,000 ซี่กรองกินสัตว์เล็กสัตว์น้อยและแพลงก์ตอนเป็นอาหาร แม้ว่ามันจะมีลำตัวขนาดใหญ่มากแต่ทำให้ว่ายน้ำช้า เชื่อว่าลีดส์อิชธีส์ก็ยังคงตกเป็นเหยื่อของปลากินเนื้อขนาดใหญ่รวมถึงสัตว์เลื้อยคลานทะเลยุคเดียวกันด้วย เช่น ไลโอพลัวเรอดอน เป็นต้น 7. สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ใหญ่ที่สุด Paraceratherium ปาราเซอราเธอเรียม นี้มีขนาดที่สูงใหญ่กว่า ช้างแอฟริกัน ถึง 8 เมตร มันเป็นสัตว์กินพืชร่างยักษ์ ที่หนักกวา่ 30 ตัน อย่าง ทีเคยท่องไปทั่วทวปีอเมรกิาเหนือเมื่อ 37 ลา้นปีก่อน โดยปราศจากนักล่าชนดิใดจะสามารถโค่นมันลงได ้แต่พวกมันก็ต้องสญูพันธุ์ไปจากโลกเมื่อ 23 ล้านปีกอ่น เนื่องจากสภาพอากาศ ที่เปลื่ยนแปลงอย่างรุนแรงจนพวกมันปรับตัวไม่ทัน 8. สัตว์บินได้ที่ใหญ่ที่สุด Quetzalcoatlus อาศัยอยู่ในช่วงปลายยุคครีเตเซียส ถูกตั้งชื่อตามเทพมังกรของในตำนานแอซเทค ฟอสซิล ถูกพบเป็นครั้งแรกในเทกซัสเมื่อปี 1971 นับเป็นสัตว์บินได้ขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลกด้วยความยาวจากปีกถึงปีกมากถึง 12 เมตร โครงสร้างกระดูกขาที่แข็งแรงสูง 6 เมตร กับจงอยปากอันคมกริบที่คมที่สุดในยุค 65 ล้านปีก่อน พวกมันไม่ลังเลยที่จะโจมตีรังของไดโนเสาร์เพื่อล่าตัวอ่อน หรือไล่ต้อนฝูงไดโนเสาร์เพื่อแยกตัวที่อ่อนแอออกจากฝูง ก่อนจะสังหารด้วยจงอยปากอันทรงพลัง 9. แมลงน้ำที่ใหญ่ที่สุด Jaekelopterus Rhenaniae ไม่เพียงบนบกและบนฟ้าเท่านั้นที่ถูกแมลงครอบครอง เมื่อ 300 ล้านปีก่อน ในทะเลโบราณยังมีจ้าวแห่งแมลงที่ครอบครองผืนน้ำ ซึ่งนักบรรพชีวินวิทยาต่างลงความเห็นว่า มันคือฝันร้ายของทุกชีวิตที่อยู่ใต้น้ำ เพราะด้วยขนาด 2.5 เมตร ที่มาพร้อมก้ามขนาดยักษ์ที่สามารถจับและฆ่าทุกอย่างที่ขวางหน้าได้อย่างง่ายดาย 10. สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลที่ใหญ่ที่สุด Blue Whale วาฬสีน้ำเงิน เป็นวาฬบาลีน (Balaenopteridae) และถือเป็นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยทั่วไปจะยาวประมาณ 26-29 เมตร แต่ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบมีความยาว 31.2 เมตร น้ำหนักเมื่อโตเต็มที่ ประมาณ 100-200 ตัน เฉพาะลิ้นก็มีน้ำหนักเกือบเท่ากับช้างหนึ่งตัว และหัวใจก็มีขนาดเท่ารถยนต์คันหนึ่ง กินเคยและแพลงก์ตอนเป็นอาหาร แต่ก็อาจจะกินสัตว์น้ำขนาดเล็กเช่น ปลาขนาดเล็กเข้าไปด้วย ส่วนลูกวาฬจะกินเฉพาะนมแม่ที่มีไขมันสูงถึงร้อยละ 40 มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นชั่วโมงละ 4 กิโลกรัม นอกจากนี้แล้ว วาฬสีน้ำเงินยังเป็นสัตว์ที่ส่งเสียงร้องได้กว้างไกลที่สุดในโลกอีกด้วย โดยสามารถส่งได้ได้ดังถึง 1,500 กิโลเมตร ในลักษณะของคลื่นเสียงที่มีความหลากหลาย ซึ่งเชื่อกันว่าไม่ได้เป็นไปในการสื่อสารเพียงอย่างเดียว หากแต่ยังใช้การนำทางอีกด้วย ข้อมูลและภาพจาก สำรวจโลก, วิกิพีเดีย, siamfishing, spokedark