ทรงผมสั้น 2012

ยอดกตัญญู ลูกชายอุ้มแม่ ป่วยอัมพาตไปหาหมอ
กตัญญู /  ลูกกตัญญู / 

โลกออนไลน์ชื่นชม น้องโอ๋เด็กหนุ่มยอดกตัญญู อุ้มแม่ป่วยอัมพาตไปหาหมอ วันนี้(2มี.ค.) หลังจากชาวสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพและเรื่องราวของเด็กหนุ่มยอดกตัญญูวัย 18 อุ้มแม่ป่วยอัมพาตไปหาหมอ พร้อมต้องดูแลพ่อที่ร่างกายไม่ปกติ และน้องสาวที่ได้รับความกระทบกระเทือนทางสมอง หลังจากประสบอุบัติเหตุรถชนกันทั้งครอบครัว จากการตรวจสอบทราบว่า เด็กหนุ่มคนดังกล่าว ชื่อน้องโอ๋ หรือนายพัชระพงศ์ ประสมศรี อายุ 18 ปี อยู่ที่จ.ศรีษะเกษ เป็นบุตรของนายธวัชชัย อ่อนน้อม อายุ 46 ปี ขณะที่ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบ น้องโอ๋กับน้องสาววัย 11 ปี กำลังบีบนวดให้ผู้เป็นแม่ที่ป่วยนอนอยู่กับพื้น เนื่องจากร่างกายท่อนล่างเป็นอัมพาตขยับไม่ได้ โดยมียายคอยดูแลระหว่างที่เด็กๆไม่อยู่ นางสมภาร ประสมศรี แม่น้องโอ๋ เปิดเผยว่า สาเหตุที่เป็นอัมพาตเกิดจากเมื่อปี 2556 ตนพร้อมครอบครัวกำลังเดินทางไปบวชให้สามี เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับแม่สามี จึงเดินทางโดยรถของน้องชายแต่เกิดประสบอุบัติเหตุจนน้องชายเสียชีวิต ส่วนครอบครัวตัวเองได้รับบาดเจ็บกันทุกคนรักษาตัวนานกว่า 3 เดือน ผู้เป็นแม่กระดูกสันหลังแตก ผ่าตัดทั้งตับ ไต ร่างกายส่วนล่างพิการทั้งหมด พ่อกระดูกแขนหัก ต้องใส่เหล็กที่ท่อนแขน ไม่สามารถทำงานเป็นช่างตัดผมหาเงินได้เหมือนเดิม ซึ่งลูกสาวคนเล็กกระดูกจมูกแตก กลายเป็นคนไม่ค่อยปกติเท่าที่ควร น้องโอ๋เองก็กระดูกต้นคอร้าว หัวแตก เส้นประสาทแตกขาด กระดูกครึ่งตัวด้านซ้ายร้าว ทำให้น้องความจำไม่ค่อยดี ทั้งนี้น้องโอ๋เรียนอยู่ ปวช.3 วิทยาลัยสารพัดช่างศรีสะเกษ ส่วนน้องสาวอยู่ชั้นป.5 และในด้านคดีได้ยุติลงแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ระบุว่าน้องชายของนางสมภารเป็นฝ่ายผิดเนื่องจากวิ่งไปในเลนของอีกฝั่ง MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก รายการเรื่องเล่าเช้านี้

10 บุคคลไอคิวสูงที่สุดในประวัติศาสตร์โลก
10 อันดับ /  ต่างประเทศ / 

ในสมัยเรียนนั้นเพื่อนๆ ก็คงจะได้เรียนเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ นักวิทยาศาตร์ และจะเห็นว่ามีนักวิทยาศาตร์หลายคนที่เป็นผู้คิดค้นและเริ่มต้นกำเนิดสิ่งต่างๆ ขึ้นมาจนถูกต่อยอดมาถึงปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์บางคนได้ถูกขนานนามว่าเป็นอัฉริยะของโลก และถูกยกย่องในด้านต่างๆ มากมาย ซึ่งถ้ามองย้อนไปดูเราจะเห็นเลยว่า พวกเขามีไอคิวที่สูงกว่าคนปกติมากๆ คือ IQ 140 ขึ้นไป วันนี้ทีนเอ็มไทยมี 10 บุคคลไอคิวสูงที่สุดในประวัติศาสตร์โลก มาฝากเพื่อนๆ กันค่ะ คิดว่าใครจะเป็นอันดับที่ 1 ลองไปอ่านกันดูเลย >,< 10 บุคคลไอคิวสูงที่สุดในประวัติศาสตร์โลก 10. Thomas Young (โทมัส ยัง) : IQ 185 – 200 โทมัส ยัง เป็นนักวิทยาศาสตร์และแพทย์ ชาวอังกฤษ มีความเฉลียวฉลาดถึงขนาดที่พูดได้กว่า 12 ภาษา เมื่ออายุได้ 14 ปี ผลงานที่เด่นที่สุดของเขาในด้านวัสดุศาสตร์ก็คือ มอดุลัสของยัง นอกจากนี้เขาได้ช่วยเขียนหนังสือสารานุกรม เอ็นไซโคลพีเดีย บริตเตนิกา (Encyclopedia Britannica) ในหลาย ๆ บทความ และยังศึกษาอักษรอียิปต์โบราณเช่นเดียวกับชอง-ฟรองซัว ชองโปลิยง นักภาษาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส โทมัส ยัง เป็นผู้คนพบการโฟกัสของดวงตามนุษย์ และ มีความสามารถในการถอดรหัสได้หลากหลายแบบ เขาเขียนหนังสือเรื่อง "Natural Philosophy and the Mechanical Art" มีเนื้อหาเกี่ยวกับทฤษฎีของแสง และงานค้นคว้า เรื่องสี เขาได้ให้สูตรเกี่ยวกับแม่สี ทั้ง 3 สี คือสีแดง สีเหลือง และสีน้ำเงิน ไว้เป็นทฤษฎีที่ใช้มาจนถึงปัจจุบัน เขาสนใจเรื่องพลังงานมาก และให้คำจำกัดความของคำว่า "พลังงาน คือ คุณสมบัติของระบบความสามารถที่ทำงานได้" ทั้งยังค้นคว้าเกี่ยวกับทฤษฎีแคลอริคของความร้อน และได้อธิบายถึงเรื่องความตึงผิวของน้ำ และเรื่องความยืดหยุ่นของสารบางชนิด ที่เราทราบกันในชื่อว่า "ยังโมดูลลัส" ไว้อย่างสมบูรณ์ รวมถึงเรื่องการแปลภาษาฮีโรกราฟฟิกของชาวอียิปต์ ด้วย 9. Gottfried Leibniz (กอทท์ฟรีด วิลเฮล์ม ไลบ์นิซ) เป็นนักปรัชญา, นักวิทยาศาสตร์, นักคณิตศาสตร์, นักการทูต, บรรณารักษ์ และนักกฎหมาย ชาวเยอรมันเชื้อสายเซิบ เขาเป็นคนที่เริ่มใช้คำว่า "ฟังก์ชัน" สำหรับอธิบายปริมาณที่เกี่ยวกับเส้นโค้ง เช่น ความชันของเส้นโค้ง หรือจุดบางจุดของเส้นโค้งดังกล่าว ไลบ์นิซและนิวตันได้รับการยกย่องร่วมกันว่าเป็นผู้เริ่มพัฒนาแคลคูลัส โดยเฉพาะส่วนของไลบ์นิซในการพัฒนาปริพันธ์และกฎผลคูณ ผู้ค้นพบสูตรการเคลื่อนที่แบบไดนามิค 8. Nicolaus Copernicus (นิโคเลาส์ โคเปอร์นิคัส) : IQ 160-200 เป็นนักคณิตศาสตร์และนักดาราศาสตร์สมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา ผู้คิดค้นแบบจำลองระบบดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางสมบูรณ์ ซึ่งดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของเอกภพ มิใช่โลก การตีพิมพ์หนังสือ De revolutionibus orbium coelestium (ว่าด้วยการปฏิวัติของทรงกลมฟ้า) ของโคเปอร์นิคัส ก่อนหน้าที่เขาเสียชีวิตไม่นาน ถูกพิจารณาว่าเป็นเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ เป็นการเริ่มต้นการปฏิวัติโคเปอร์นิคัสและมีส่วนสำคัญต่อความรุ่งเรืองของการปฏิวัติวิทยาศาสตร์ที่เกิดขึ้นตามมา ทฤษฎีระบบดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางอธิบายกลไกของระบบสุริยะในเชิงคณิตศาสตร์ มิใช่ด้วยคำของอริสโตเติล โคเปอร์นิคัสเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญหลายสาขาแห่งสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา เป็นทั้งนักคณิตศาสตร์ นักดาราศาสตร์ นักนิติศาสตร์ที่สำเร็จดุษฎีบัณฑิตในวิกฎหมาย นักฟิสิกส์ ผู้รู้สี่ภาษา นักวิชาการคลาสสิก นักแปล ศิลปิน สงฆ์คาทอลิก ผู้ว่าราชการ นักการทูตและนักเศรษฐศาสตร์ 7. Rudolf Clausius (รูดอล์ฟ เคลาซิอุส) : IQ 190-205 รูดอล์ฟ จูเลียส เอมมานูเอล เคลาซิอุส เป็นนักฟิสิกส์และนักคณิตศาสตร์ชาวเยอรมัน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้วางรากฐานของอุณหพลศาสตร์ โดยนำหลักการ "วัฎจักรการ์โนต์" ของซาดี การ์โนต์ มาศึกษาต่อยอด ทำให้ทฤษฎีความร้อนมีหลักการที่หนักแน่นมั่นคงขึ้น ผู้คิดค้นกฏข้อที่2 ของ ทฤษฏีเทอร์โมไดนามิค 6. James Maxwell (เจมส์ เคลิร์ก แมกซ์เวลล์) : IQ 190-205 เจมส์ คลาร์ก แมกซ์เวลล์ เป็นศาสตราจารย์ด้านฟิสิกส์เชิงทดลอง (Experimental Physics) คนแรกของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ (พ.ศ. 2414) โดยเป็นผู้ก่อตั้งห้องทดลองคาเวนดิช (Cavendish Laboratory) ที่มีชื่อเสียง แมกซ์เวลล์ได้ตีพิมพ์หนังสือเล่มสำคัญชื่อ "เรื่องราวว่าด้วยไฟฟ้าและแม่เหล็ก" (Treatise on Electricity and magnetism) ในปี พ.ศ. 2416 ซึ่งเป็นการให้วิธีการทางคณิตศาสตร์เพื่ออธิบายทฤษฎีของฟาราเดย์เกี่ยวกับไฟฟ้าและแรงของแม่เหล็ก นอกจากนี้ แมกซ์เวลล์ยังได้ให้คำอธิบายเกี่ยวกับการมองเห็นสี จลนะ หรือ การเคลื่อนไหวของก๊าซ แต่งานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาได้แก่ทฤษฎีว่าด้วย การแผ่รังสีของแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งทำให้แมกซ์เวลล์ได้รับการยกย่องให้เป็นนักทฤษฎีฟิสิกส์ชั้นนำแห่งศตวรรษ 5. Isaac Newton (ไอแซก นิวตัน) : IQ 190-200 ไอแซก นิวตัน ได้รับยกย่องจากปราชญ์และสมาชิกสมาคมต่างๆ ว่าเป็นหนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ นักฟิสิกส์ นักคณิตศาสตร์ นักดาราศาสตร์ นักปรัชญา นักเล่นแร่แปรธาตุ และนักเทววิทยาชาวอังกฤษ ผู้เสนอกฏแรงโน้มถ่วงของโลก ในทางคณิตศาสตร์ นิวตันกับก็อตฟรีด ไลบ์นิซ ได้ร่วมกันพัฒนา ทฤษฎีแคลคูลัสเชิงปริพันธ์และอนุพันธ์ เขายังสาธิตทฤษฎีบททวินาม และพัฒนากระบวนวิธีของนิวตันขึ้นเพื่อการประมาณค่ารากของฟังก์ชัน รวมถึงมีส่วนร่วมในการศึกษาอนุกรมกำลัง งานเขียน Philosophiæ Naturalis Principia Mathematica ถือเป็นหนึ่งในหนังสือที่มีอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ เป็นรากฐานของวิชากลศาสตร์ดั้งเดิม บอกถึงกฎแรงโน้มถ่วงสากล และกฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน ซึ่งเป็นกฎทางวิทยาศาสตร์อันเป็นเสาหลักของการศึกษาจักรวาลทางกายภาพตลอดช่วง 3 ศตวรรษ นิวตันสร้างกล้องโทรทรรศน์สะท้อนแสงที่สามารถใช้งานจริงได้เป็นเครื่องแรก และพัฒนาทฤษฎีสีโดยอ้างอิงจากผลสังเกตการณ์ว่าปริซึมสามเหลี่ยมสามารถแยกแสงสีขาวออกมาเป็นหลายๆ สีได้ ซึ่งเป็นที่มาของสเปกตรัมแสงที่มองเห็น เขายังคิดค้นกฎการเย็นตัวของนิวตันและศึกษาความเร็วของเสียง 4. Leonardo da Vinci (เลโอนาร์โด ดา วินชี) : IQ 180-220 เป็นชาวอิตาลี เป็นอัจฉริยบุคคลที่มีความสามารถหลากหลาย เป็นทั้ง สถาปนิกแบบเรอเนซองส์ นักดนตรี นักกายวิภาคศาสตร์ นักประดิษฐ์ วิศวกร ประติมากร นักเรขาคณิต นักวาดภาพ นักดาราศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์ ดา วินชี มีงานศิลปะที่มีชื่อเสียงหลายชิ้น เช่น พระกระยาหารมื้อสุดท้าย และ โมนา ลิซ่า  งานของ ดา วินชี ยังสร้างคุณประโยชน์กับวิชากายวิภาคศาสตร์ ดาราศาสตร์ เป็นบุคคลแรกที่ วางรากฐานด้านการบิน รวมถึงวิศวกรรมโยธา ด้วยความที่เป็นบุรุษที่มีจิตวิญญาณที่รักในศาสตร์หลายแขนง เลโอนาร์โดทำให้เกิดจิตวิญญาณของสหวิทยาการในสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการ และกลายเป็นบุคคลสำคัญของยุคนั้น 3. Albert Einstein (อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์) : IQ 205-225 เป็นนักฟิสิกส์ทฤษฎี นักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในคริสต์ศตวรรษที่ 20 เขาเป็นผู้เสนอทฤษฎีสัมพัทธภาพ และมีส่วนร่วมในการพัฒนากลศาสตร์ควอนตัม สถิติกลศาสตร์ และจักรวาลวิทยา เขาได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ในปี พ.ศ. 2464 จากการอธิบายปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริก และจาก "การทำประโยชน์แก่ฟิสิกส์ทฤษฎี" ในประวัติศาสตร์ ไอน์สไตน์ ได้กลายมาเป็นแบบอย่างของความฉลาดหรืออัจฉริยะ ยังคงถูกยกย่องให้เป็นนักฟิสิกส์ทฤษฎีที่มีอิทธิพลต่อวิทยาศาสตร์ที่สุดในยุคปัจจุบัน ไอน์สไตน์เสียชีวิตเมื่อวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2498 ด้วยโรคประสาท ไอน์สไตน์ได้ตีพิมพ์ผลงานทางวิทยาศาสตร์มากกว่า 300 ชิ้น และงานอื่นที่ไม่ใช่วิทยาศาสตร์อีกกว่า 150 ชิ้น ผลงานของไอน์สไตน์ เช่น ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป, ทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษ, ปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริก, การเคลื่อนที่ของบราวน์, สมการสนามของไอน์สไตน์, ทฤษฎีแรงเอกภาพ 2. Johann Goethe (โยฮันน์ วอล์ฟกัง ฟอน เกอเทอ) : IQ 210-225 ไอสไตน์เรียกเขาว่า “มนุษย์คนสุดท้ายบนโลกที่รู้ทุกสิ่ง” เขามีความสามารถมากมาย เช่น เคมีในร่างกายมนุษย์ และ ยังมีความสามารถในการประพันธ์บทละคร วรรณกรรม  เป็นผู้รู้รอบด้านชาวเยอรมัน เขาเป็นทั้งนักเขียนนิยาย นักเขียนบทละคร นักสิทธิมนุษยชน นักวิทยาศาสตร์ นักปรัชญา รวมถึงดำรงตำแหน่งสมาชิกคณะบริหารของไวมาร์ในประเทศเยอรมนีอยู่ 10 ปี เกอเทอเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของวรรณคดีเยอรมัน คลาสสิกใหม่ของยุโรปและโรมัน ในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 18 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 เกอเทอและงานของเขาได้ส่งผลไปทั่วยุโรปและได้สร้างแรงบันดาลใจกับงานต่อ ๆ มาทางด้าน ดนตรี การละคร และกวี 1. William Sidis : IQ 200-300 ไซดิส เป็นชาวรัสเซีย เกิดวัน April Fool's Day หรือ 1 เมษายน ค.ศ.1898  สมาคมทางด้าน IQ ให้ฉายาว่า "Universal Genius" บุคคลที่ถือว่า "ฉลาดทีสุดในจักรวาล"  สามารถอ่านหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์ได้ตั้งแต่อายุเพียงหนึ่งขวบครึ่ง และต่อมาสามารถเรียนรู้ภาษาละตินด้วยตนเองเมื่ออายุ 2 ขวบ พอ 3 ขวบก็เริ่มฝึกพิมพ์ดีด ด้วยการเขียนจดหมายสั่งของเล่นมาให้ตัวเอง! 8 ขวบเขียนหนังสือเสร็จไปสี่เล่ม รู้จักไปแล้วสิบภาษา 11 ขวบ เป็นผู้ที่เข้าศึกษาที่ harvard อายุน้อยที่สุด เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ขอบคุณข้อมูล businessinsider, http://th.wikipedia.org/wiki/, http://www.neutron.rmutphysics.com/physics-glossary/index.php?option=com_content&task=view&id=2931&Itemid=72

บทสรรเสริญสุดยอดทีม ลิเวอร์พูล จากแฟนบอลผีแดง
ปีศาจแดง /  ผีแดง / 

บทความนี้แด่ 'ลิเวอร์พูล' สโมสรอันเป็นคู่แข่งตลอดกาล เมื่อวานนี้ ลิเวอร์พูล ชนะ แมนซิตี้ 2-1 และทะยานขึ้นอันดับ 5 ของตารางเป็นที่เรียบร้อย ก่อนแข่งผมบอกกับน้องสาวด้วยความมั่นใจว่า "วันนี้ลิเวอร์พูลชนะแน่นอน" ด้วยความที่เชียร์แมนยูมานานหลายสิบปี เลยเข้าใจธรรมชาติของศัตรูที่รักอย่างลิเวอร์พูลเป็นอย่างดี โดยเฉพาะกับศักยภาพอันแสนแปลกประหลาดของลิเวอร์พูลที่ว่า 'เมื่อเจอทีมเก่ง-หงส์จะเก่งตาม และเมื่อเจอทีมห่วย-หงส์ก็พร้อมจะเฮงซวยตาม' จึงไม่แปลกใจเลยที่เมื่อกลางสัปดาห์ ลิเวอร์พูลแพ้ทีมระดับกลางๆของยุโรปถึงล่างอย่างเบซิคตัส แต่มาชนะยอดทีมอย่างแมนซิตี้ได้เมื่อวานนี้ เพราะอะไรงั้นรึ? เพราะทีมต่ำชั้นพรรค์นั้น ไม่ได้อยู่ในสายตาของพญาหงส์แดงเลยแม้แต่น้อย ไม่มีค่าพอให้รีดเค้นความสามารถอันแท้จริงที่หลับใหลอยู่ออกมา มันต้องระดับแมนซิตี้/เชลซี/เรอัลมาดริด/บาร์เซโลน่า หรือบาร์เยินมิวนิคขึ้นไปถึงจะคู่ควร บางทีตอนนี้ทีมอย่างแมนยูยังไม่อยู่ในสายตาพญาฟินิกซ์วิหคเพลิงอมตะเลยด้วยซ้ำ! เพราะลิเวอร์พูลคือทีมที่มีพลังแฝงอันซ่อนเร้นมากกว่าพลังหลักที่เห็นได้ผิวเผินด้วยตาเปล่า เพราะลิเวอร์พูลไม่ใช่แค่ทีมระดับยุโรปหรือระดับโลก แต่เป็นทีมระดับจักรวาล!! ยิ่งเจอคู่แข่งเก่งเท่าไหร่ ชาวไซย่าจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น #‎ลิเวอร์พูลก็เช่นกัน‬ เครดิต : Toon Warat

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

ยงฮวา CNBLUE อ้อนแฟนคลับไทย
2015 JUNG YONG HWA LIVE One Fine Day IN BANGKOK /  2015 จองยงฮวา ไลฟ์ วัน ไฟน์ เดย์ อิน แบงคอก / 

ยงฮวา แห่ง CNBLUE อ้อนแฟนคลับไทย "หากรักกันจริง ต้องไม่ทิ้งกัน" กึ้ง-โฟร์ วัน วันฯ ชวนแสดงพลัง 4 มี.ค.นี้จองบัตรคอนเสิร์ต วัน ไฟน์ เดย์ ให้เกลี้ยง!! แม้จะเพิ่งขึ้นทะเบียนเป็นศิลปินเดี่ยวหน้าใหม่สดๆ ซิงๆ ด้วยการเสิร์ฟโซโล่อัลบั้มชุดแรก One Fine Day ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ แต่ด้วยประสบการณ์ในแวดวงดนตรีมากกว่า 5 ปีที่หนุ่มหล่อไอดอลนักดนตรี จองยงฮวา (Jung Yong Hwa) ซึ่งบ่มเพาะร่วมกับ ซีเอ็นบลู (CNBLUE) วงดนตรีซึ่งได้รับการยอมรับจากทั้งในและนอกประเทศเกาหลี ก็เป็นเครื่องรับประกันได้อย่างดีถึงฝีไม้ลายมือสุดเก๋าของเขา แถมขีดจำกัดความสามารถทางดนตรีของ ยงฮวา กลับไม่หยุดยั้งเพียงแค่นั้น! หนุ่มคนนี้ยังรุกก้าวต่อด้วยการเตรียมทำหน้าที่สุดท้าทาย ฉายเดี่ยวมอบโซโล่คอนเสิร์ตระดับเอเชียทัวร์เป็นครั้งแรกในชีวิต พร้อมปักหมุดจองคิววันเสาร์ที่ 4 เมษายน 2558 ให้แฟนเพลงชาวไทยได้เจอให้หายคิดถึงแน่นอนกับ 2015 จองยงฮวา ไลฟ์ วัน ไฟน์ เดย์ อิน แบงคอก (2015 JUNG YONG HWA LIVE One Fine Day IN BANGKOK) ซึ่ง FNC Entertainment เลือกแล้วว่าต้องยกให้ กึ้ง-เฉลิมชัย มหากิจศิริ นำทีม บริษัท โฟร์ วัน วัน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ผู้จัดคู่ใจเจ้าประจำมากำกับดูแลคอนเสิร์ตครั้งนี้ และสนับสนุนโดย เอส (est) แฟนคลับสายพันธุ์แท้ของ ยงฮวา รู้ใช่ไหมว่าไม่ควรพลาด!! งานนี้ จองยงฮวา เองก็กระตือรือร้นสุดขั้ว ไม่เชื่อต้องดูคลิปวิดีโอที่นักร้องนักดนตรีหนุ่มคนนี้ส่งตรงมาเชิญชวนแฟนเพลงชาวไทยไปชมคอนเสิร์ตด้วยอารมณ์สุดคึกคัก "สวัสดีครับแฟนชาวไทย(ภาษาไทย)... ผมศิลปินหน้าใหม่ จองยงฮวา ครับ! ตอนนี้โซโล่เดบิวต์อัลบั้มชุดแรกของผมที่มีชื่อว่า ‘어느 멋진 날’ (One Fine Day) ก็ออกวางจำหน่ายเรียบร้อยแล้วนะครับ(ปรบมือ) ไม่ทราบว่าทุกคนได้ลองฟังกันหรือยังครับ? หากว่าทุกคนฟังแล้วชอบก็คงจะดีมากๆ เลยล่ะครับ แล้วก็ได้โปรดรอพบกับ JUNG YONG HWA ‘One Fine Day’ IN BANGKOK โซโล่คอนเสิร์ตเอเชียทัวร์ครั้งแรกของ ‘จองยงฮวา’ คนนี้ ซึ่งจะมีขึ้นวันที่ 4 เดือน 4 ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคอนเสิร์ตสามารถติดตามต่อได้ที่ www.411ent.com กันนะครับทุกคน... (โชว์ภาษาไทย)หากรักกันจริง ต้องไม่ทิ้งกันนะครับ... แล้วเจอกันวันคอนเสิร์ตครับ ขอบคุณมากครับ" ด้าน กึ้ง-เฉลิมชัย มหากิจศิริ ซีอีโอแห่ง โฟร์ วัน วัน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ผู้จัดคอนเสิร์ตครั้งนี้ก็เสริมท้าย หนุ่มย้ง ด้วยว่า "แฟนเพลงตัวจริงของยงฮวาที่ ‘ไม่มีวันทิ้งยงฮวาแน่!’ เตรียมตัวเป็นหนึ่งในแขกคนสำคัญของคอนเสิร์ตสเกลอบอุ่นและให้ความรู้สึกใกล้ชิดกันยิ่งขึ้นได้เลยครับ จำไว้ให้แม่น 4 มีนาคมนี้ มีนัดแสดงพลังจองบัตรให้โลกรู้ว่าแฟนคลับชาวไทยก็ 'รัก ยงฮวา จริง' ไม่ยอมน้อยหน้าแฟนคลับเกาหลี ฮ่องกง และญี่ปุ่น ซึ่งทุบสถิติจองบัตรคอนเสิร์ตที่ โซล ฮ่องกง โตเกียว และโอซาก้า จน sold out ไปแล้วนะครับ" เอ้า!.. แฟนชาวไทยเริ่มจองบัตรตั้งแต่วันที่ 4 มี.ค. นี้เป็นต้นไป บัตรราคา 1,500 (นั่ง) / 2,500 (นั่ง) / 3,500 (นั่ง) / 4,000 (นั่ง) / 4,500 (ยืน) และบัตร VVIP 6,500 บาท (นั่ง) ** โดยบัตร VVIP ทุกที่นั่งจะได้รับสิทธิเข้าชมการซ้อมของศิลปิน พร้อมรับชุดของที่ระลึก (Official Goods) จำนวน 1 ชุด (2 ชิ้น) สิทธิพิเศษนี้มีจำนวนไม่มากบอกเลย ต้องรีบตรงไป ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ทุกสาขา หรือทางออนไลน์ www.thaiticketmajor.com โทร.02-262-3456 ** แล้วรอพบกับคอนเสิร์ต 2015 จองยงฮวา ไลฟ์ วัน ไฟน์ เดย์ อิน แบงคอก (2015 JUNG YONG HWA LIVE One Fine Day IN BANGKOK) แน่นอนในอีก 1 เดือนข้างหน้า วันเสาร์ที่ 4 เมษายน 2558 นี้ เวลา 18:00 น. ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี ** ติดตามรายละเอียดผังที่นั่งได้ตามช่องทางการสื่อสารของ บริษัท โฟร์ วัน วัน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด : เว็บไซต์หลัก www.411ent.com ออฟฟิศเชียลแฟนเพจ www.facebook.com/fouroneoneent ทวิตเตอร์ @411ent รวมทั้งอินสตาแกรมของซีอีโอกึ้ง IG @kueng_chalermchai http://instagram.com/kueng_chalermchai ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ช็อค! ตำรวจผู้ดีรวบตัว อดัม จอห์นสัน ข้อหากินตับเด็ก 15
ซันเดอร์แลนด์ /  พรีเมียร์ลีก / 

เรียกได้ว่าแทบจะหมอนาคตสำหรับ อดัม จอห์นสัน ปีกซันเดอร์แลนด์ ถูกตำรวจเข้าจับกุมตัวที่แมนชั่นราคา 1.85 ล้านปอนด์ ในข้อหามีเพศสัมพันธ์กับเด็กอายุ 15 ปี แถมยังถูกสโมสรสั่งแบนในระหว่างรอคำตัดสินของศาล โดยตำรวจ 3 นายได้บุกเข้าไปยัง แมนชั่นของปีกวัย 27 ปีพร้อมกับจับกุมตัวด้วยข้อหามีเพศสัมพันธ์กับผู้มีอายุต่ำกว่า 16 ปี ซึ่งตำรวจได้เปิดเผยว่า “เขาถูกควบคุมตัวเมื่อเช้านี้ ในข้อหาต้องสงสัยว่ามีเพศสัมพันธ์กับเด็กอายุต่ำกว่า16 ปี” “และเขาจะอยู่ในการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่เพื่อทำการไต่สวนต่อไป” ซึ่งเพื่อนบ้านของอดีตปีกแมนเชสเตอร์ ซิตี้เผยถึงการเข้าจับกุมในครั้งนี้ว่า “พวกเขาน่าจะแสดงตัวว่าเป็นตำรวจซะหน่อย เพราะพวกเขาใส่ชุดดำมากันหมด” “ผมไม่เห็นนักเตะตั้งแต่เช้า และคิดว่าเขาโดนปล้นซะแล้ว” สำหรับ อดัม จอห์นสัน เป็นดาวซัลโวของซันเดอร์แลนด์ในฤดูกาลนี้ด้วยการยิงไป 5 ประตู และเคยติดทีมชาติอังกฤษ 12 นัด

เจย์ซี ชาน ลูกชายเฉินหลง หล่อถอดแบบพ่อเป๊ะ!
ต่างประเทศ /  นักแสดง / 

เมื่อไม่นานมานี้ เจย์ซี ชาน ลูกชายของนักแสดงหนังชื่อดัง เฉินหลง หรือ แจ๊กกี้ ชาน ได้ถูกปล่อยตัวหลังจากครบกำหนดพ้นโทษ จากการจำคุก 6 เดือน ฐานพกยาเสพติด ซึ่งเจย์ซี ชาน ได้โพสต์ภาพ พ่อตัดผมให้ หลังเขาพ้นคดีมาแล้ว เพื่อเป็นการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ นั่นเอง ^^ วันนี้ทีนเอ็มไทยจะพาเพื่อนๆ ไปรู้จักกับ ลูกชายเฉินหลงกันค่ะ บอกเลยว่าเขาก็เป็นนักแสดงตามรอยคุณพ่อ เก่งไม่แพ้กัน แถมหน้าตาถอดแบบคุณพ่อมาแป๊ะ งานนี้ใครหล่อกว่า เพื่อนๆ ตัดสินใจกันเลย >,< เจย์ซี ชาน ลูกชายเฉินหลง หล่อถอดแบบพ่อเป๊ะ!  เจย์ซี ชาน ลูกชายเฉินหลง หล่อถอดแบบพ่อเป๊ะ! ชื่อ : เจย์ซี ชาน (Jaycee Chan) หรือชื่อจีน ฝาง จู่หมิง เกิดวันที่ : 3 ธันวาคม ค.ศ. 1982 การศึกษา : เข้าศึกษาในช่วงระยะเวลาสั้นๆที่วิทยาลัยวิลเลียมและแมรี่ ในวิลเลียมสเบิร์ก รัฐเวอร์จิเนีย เป็นระยะเวลาสองภาคการศึกษาโดยไม่ได้สำเร็จการศึกษา หลังจากเลิกการศึกษา เขาได้กลับไปที่ฮ่องกงเพื่อใช้ชีวิตใหม่ อาชีพ : นักร้องและนักแสดงชาวฮ่องกง วัยเด็ก-ปัจจุบัน เจย์ซี ชาน เกิดและเติบโตในลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นบุตรชายของ เฉินหลง กับนักแสดงหญิงชั้นนำชาวไต้หวัน หลิน ฟ่งเจียว และเป็นน้องต่างมารดาของ อู๋ ฉี่ลี่ ค.ศ. 2003 แม้ว่าอัลบั้มเพลงรวมถึงภาพยนตร์ของเขาจะมียอดจำหน่ายที่มืดมน แต่ทางสตูดิโอก็ยืนกรานว่าเขาจะประสบความสำเร็จในวันหนึ่ง ในช่วงต้น ค.ศ. 2009 ทางเว็บไซต์จีนได้รายงานว่าเขาได้รับการกำหนดเป็นพลเมืองของสหรัฐอเมริกาโดยความเห็นชอบจากความเป็นพลเมืองชาวจีน สำหรับภาพยนตร์ ใหญ่พลิกแผ่นดินฟัด หลิน ฟ่งเจียว ได้แนะนำให้เจย์ซีได้ร่วมงานกับพ่อของเขา แต่เฉินหลงกลับปฏิเสธสำหรับเรื่องดังกล่าว อย่างไรก็ตามเจย์ซีก็ได้คืนดีกับพ่อของเขา และสองพ่อลูกก็ได้แสดงร่วมกันในภาพยนตร์ลำดับที่ 100 ของเฉินหลง ในเรื่อง ใหญ่ผ่าใหญ่  ในระหว่างพิธีมอบรางวัลที่กรุงปักกิ่งในเดือนเมษายน ค.ศ. 2011 เฉินหลงได้กล่าวว่าเขาจะบริจาคทรัพย์สินของเขาทั้งหมดเพื่อการกุศลหลังจากที่เขาเสียชีวิต โดยให้บุตรชายของเขาหาเลี้ยงชีพด้วยตนเองและเพื่อเป็นการพิสูจน์คุณค่าในตัวของเขา ในวันที่ 18 สิงหาคม ค.ศ. 2014 เจย์ซี ชาน ถูกตำรวจจีนแผ่นดินใหญ่จับในข้อหาเสพยาเสพติดประเภทกัญชา โดยมีไว้ครอบครองรวมถึงมีไว้เพื่อการค้า พร้อมกับ เคอ เจิ้นตง นักแสดงชายดาวรุ่งชาวไต้หวัน โดยเจย์ซีได้สารภาพว่าได้เสพกัญชามานาน 8 ปีแล้ว ผลงานภาพยนตร์ ค.ศ. 2004 คู่ใหญ่พายุฟัด 2 (千機變II: 花都大戰) ค.ศ. 2007 ยังมีหวังที่ปลายฟ้า (太陽照常升起) รับบทเป็น ลูกชาย ค.ศ. 2007 อึด ฟัด อัด ถล่มเมืองตำรวจ (男兒本色) รับบทเป็น เว่ย จิงเหอ ค.ศ. 2007 ลั่นฝันให้สนั่นโลก (戰鼓) รับบทเป็น ซิด ค.ศ. 2008 กังฟูแพนด้า จอมยุทธ์พลิกล็อก ช็อคยุทธภพ (功夫熊猫) รับบทเป็น มาสเตอร์กระเรียน (ภาษากวางตุ้ง) ค.ศ. 2008 ความลับของห้าผู้พิทักษ์ (虎胆五俠) รับบทเป็น วานรวัยเด็ก (พากย์เสียง) ค.ศ. 2009 ศึกชิงขุมทรัพย์วังหลวง (追影) ค.ศ. 2009 มู่หลาน วีรสตรีโลกจารึก (花木蘭) ค.ศ. 2011 ใหญ่ผ่าใหญ่ (辛亥革命) รับบทเป็น จาง เซ็นหวู ค.ศ. 2011 กังฟูแพนด้า 2 (功夫熊猫2) รับบทเป็น มาสเตอร์กระเรียน (ภาษากวางตุ้ง) ค.ศ. 2012 พ่อสั่งมาฟัด (寶島雙雄) รับบทเป็น เจย์

พจน์ ร้อง! ปอท. จับนักเลงคีย์บอร์ด ด่าหนัง!!
พจน์ อานนท์ /  ผู้กำกับดัง / 

เมื่อช่วงบ่ายของวันนี้(2 มี.ค.) ผู้กำกับชื่อดัง พจน์ อานนท์ ได้เดินทางไปยัง กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เพื่อแจ้งความในข้อหาหมิ่นประมาท เอาผิดกับนักเลงคีย์บอร์ดกรณีโพสต์โจมตีหนังของตนผ่านทางโซเชียล ทั้งนี้ทางผู้กำกับดังลั่นไม่ขอเคลียร์นอกรอบ เพราะครั้งนี้ถือเป็นการ "เชือดไก่ให้ลิงดู" โดยหลังจากนี้จะมอบหมายให้ทางทนายยื่นฟ้องแพ่งและอาญากับคู่กรณีต่อไป พร้อมโอดผู้กำกับหนังมีเป็นร้อยคน แต่ตนโดนด่าอยู่คนเดียว!! "จริงๆ ที่มาแจ้งความวันนี้คือโดนด่าในโซเชียลเน็ตเวิร์คเยอะ โดนด่ามาตลอดแล้วเราก็นิ่งเฉย เราก็บอกไม่เอาเรื่องดีกว่า แต่ตอนนี้แบบไม่ไหวแล้ว ยิ่งแบบคือคนที่ด่าเราเนี่ยไม่รู้จักเรา ก็มาด่าอยู่นั่นแหล่ะ มีการโพสต์คลิปถ่ายตัวเองด่าเรา ด่าว่าเราไม่มีความสามารถ ไม่มีฝีมือ ด่าเราว่าหนังต้นทุนแค่ล้านนึง กำไรเยอะแยะมาหลอกคนดูอย่างนี้" "เพื่อเป็นอุทาหรณ์ไว้ ไม่ใช่ว่านึกอยากจะด่าในโซเชียลเน็ตเวิร์คก็ด่าได้ แต่ตอนนี้ไม่ได้แล้วเพราะเรามีกฏหมายนะครับ แล้วก็มีคุณตำรวจคอยดูแลพวกเราสำหรับคนที่โดนด่านะครับ เพราะฉะนั้นดาราทั้งหลายที่โดนด่าเยอะๆ เนี่ยอย่าไปยอม มาที่นี่ได้เลยเพราะว่าเขาช่วยเต็มที่" "ที่มาแจ้งความเนี่ยไม่ใช่ว่าอยากจะมาโปรโมทหนังอะไร เพราะมาด่าเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โพสต์คลิปเลย โพสต์คลิปด่า คนนั้นเลยแล้วพวกที่แชร์ด้วย พวกที่แชร์ต่อๆ ไปโดนหมดถ้าไม่เอาออก" "คือไม่เกี่ยวกับหนัง วิจารณ์หนัง กับด่าหนัง คือตำรวจเขารู้ว่าวิจารณ์ยังไง ด่ายังไง เขารู้หมด เพราะฉะนั้นคุณจะมาบอกว่าเป็นการวิจารณ์หนังไม่ได้ วิจารณ์ก็ผิดถ้าเผื่อหนังเขาเสียหาย เพราะฉะนั้นหนังพี่เข้าวันที่ 4 วันที่ 27 คุณออกมาด่าแล้วว่าหนังไร้สาระ อย่างนี้เสียหายแน่นอน เพราะว่าเขาเห็นหนังที่ไหน เขาไม่เห็นหนัง เพราะฉะนั้นคุณจะทำอะไรก็ได้เกี่ยวกับตัวผม ตัวพี่เนี่ย พี่ก็ฟ้องหมดเลย" "แล้วพอหลังจากพี่แจ้งความแล้วเนี่ย พี่ก็จะไปฟ้องศาล ข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ได้ทั้งแพ่งและอาญา ดำเนินคดีถึงที่สุดเลยเพราะว่าเรารู้สึกว่า ถ้าใครคิดจะด่าเราก็เตรียมตัวแบบนี้เหมือนกัน เพราะเราให้ทนายความคอยดูเลย เพราะเราไม่ปล่อยแล้วไง พี่โดนมาอยู่คนเดียวทั้งๆ ที่เราก็ไม่รู้จักกันก็มาด่าอยู่ได้" "ขึ้นศาลก่อนแล้วค่อยคุยกัน เพราะว่าการที่คุณจะด่าใครเนี่ยคุณต้องคิดให้ดี ไม่ใช่ว่านึกอยากด่าก็ด่า เพราะฉะนั้นดาราทั้งหลายที่โดนนักเลงคีย์บอร์ดเล่นอยู่อย่าไปยอม ถ้าเรายอมมันๆ ก็ด่าเราอยู่นั่นแหล่ะ เพราะฉะนั้นเราออกมาฟ้องศาลไม่เสียเวลาหรอกครับ" "ไม่เคลียร์ครับ เพราะผมรู้สึกว่าการที่คุณด่าผมแบบโจ้งๆ โพสต์คลิปอย่างนี้คุณตั้งใจแล้วล่ะ เพราะว่าถ้าคุณคิดได้ตั้งแต่ตอนนั้นคุณก็จะไม่โดน แต่ตอนนี้คุณคิดไม่ได้แล้วคุณมาทำกับผมอย่างเนี้ยะผมเสียหายนะฮะ เยอะด้วย แล้วเสียหายมานานแล้วด้วย แล้วก็ด่าอยู่คนเดียว ผู้กำกับตั้งร้อยคนก็ด่าแต่ไอ้ พจน์ อานนท์ นี่แหล่ะ ผมก็งงว่าไปทำอะไรให้เขาเดือดร้อนนะครับ" "มันต้องเชือดไก่ให้ลิงดู แล้วใครคิดที่จะด่าผมอีกนะ เตรียมตัว เพราะว่าที่นี่ก็ไม่ไกลจากบ้านผมเท่าไหร่หรอก แต่เวลาขึ้นศาลน่ะรัชดา แถวบ้านผมเอง" พจน์ อานนท์ กล่าว พจน์ อานนท์ พจน์ อานนท์ พจน์ อานนท์ พจน์ อานนท์ พจน์ อานนท์

ซวยสิครับ!! ดาวรุ่งโรชเดลส่อโดนตัดหางหลังโพสต์บ้ากามใส่ลูกสาวเจิด
ลอร์เดส /  ลิเวอร์พูล / 

แกว่งเท่าหาเซี่ยนซะแล้ว!! สำหรับเจ้าหนูเยาวชนของสโมสรโรชเดล ที่โชวเกรียนแตก ไปโพสต์ข้อความในช่องคอมเม้นท์ใต้รูป อิสตาแกรม ของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด มิดฟิลด์ขวัญใจสาวก "เดอะค็อป" โดยเป็นภาพที่กัปตันหัวขิงถ่ายคู่กับลูกสาวคนเล็ก(ลอร์เดส) ซึ่งคอมเม้นท์ฉาวดังกล่าวถูกลบออกไปแล้ว แต่สุดท้ายก็ไม่รอดสายตาของเหยี่ยวข่าว เมื่อสื่ออย่าง Daily Star จัดการตีแผ่ความเกรียนของแข้งตัวแสบรายนี้ไว้ได้ทันควัน โดยคอมเม้นท์ดังกล่าวมีข้อความว่า "ผมจะซั่มลูกสาวคุณ สตีวี่" แถมยังติดแท็ค @stevengerrard ลงท้ายคอมเม้นท์แบบโจ่งครึ่มเพื่อเจตนาให้ข้อความนี้ส่งไปถึง เจอร์ราร์ด และหลังจากความหื่นของแข้งโนเนมที่ไม่มีการเปิดเผยชื่อ ออกสู่สายตาประชาคมโลก แน่นอนคอมเม้นท์ดังกล่าวโดนถล่มยับ แต่ไม่ใช่แค่ตัวนักเตะที่โดนประณาม เพราะความเสียหายได้รามไปถึงสโมสรต้นสังกัดที่ต้องมารับเผือกร้อนกับวีรกรรมที่เจ้าหนูรายนี้ได้ทำเอาไว้ด้วย หลังจากเกิดเรื่องขึ้นแหล่งข่าวของทางสโมสร โรชเดล ทีมจากลีกวัน ได้รีบออกมาพูดถึงเหตุการณ์ในครั้งนี้ว่า "สิ่งที่เขาทำมันเหมือนการฆ่าตัวตายชัดๆ เพราะคอมเม้นท์นั้นมันทำให้สโมสรเสื่อมเสียชื่อเสียง แถมยังมีบางคนที่ปรี๊ดแตกโทรมาด่ากราดสโมสรถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และต้องการให้ทางเราเฉดหัวเขาออกจากทีมโดยด่วน" "แต่ทางสโมสรยังไม่ได้ตัดสินใจที่จะทำแบบนั้น เขาอาจจะโดนแค่แบนและปรับเงินจากทางเรา ซึ่งถ้ามันเป็นอย่างนั้นจะถือว่าเขาเป็นคนที่โชคดีมากๆถ้าเทียบกับการกระทำดังกล่าว"

อีเจี๊ยบ เลียบด่วน จวก ผกก.หนัง หลังเอาโลโก้ไปใช้โดยไม่ขอ
สราวุธ อินทรพรหม /  สุพรรณหงส์ / 

อีเจี๊ยบ เลียบด่วน จวก ผกก.หนัง หลังเอาโลโก้ไปใช้โดยไม่ขอ จากกรณีที่เฟซบุ๊คของนาย สราวุธ อินทรพรหม ผู้กำกับหนังชื่อดังได้โพสต์ภาพของตนใส่หัวซึ่งเป็นโลโก้ของอีเจี๊ยบ เลียบด่วน แฟนเพจชื่อดังที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้เข้าร่วมงานสุพรรณหงส์สร้างความฮือฮาบนโลกออนไลน์ว่าเป็นอีเจี๊ยบตัวจริงหรือไม่ รวมถึงมองว่าผู้กำกับคนดังกล่าวเกาะกระแสเพจนี้ ล่าสุดแฟนเพจของอีเจี๊ยบ เลียบด่วน ได้ออกมาชี้แจงว่า ผู้กำกับคนดังกล่าวไม่ได้รู้จักกับตนหรือมาขออนุญาตนำภาพไปใช้ประกอบใดๆทั้งสิ้น ขอบคุณที่ให้เกียรติคิดถึงเพจของตน แต่ทีหลังถ้าจะทำอะไรช่วยรบกวนแจ้งมาทางตนก่อน "...ขนาดเพื่อนสนิทผม ที่รู้จักกันมานาน ช่วยเหลือพึ่งพากันมาตลอด จะเอารูปไก่ผมไปโปรโมทอะไร แกยังเกรงอกเกรงใจ ขอแล้วขออีก ทำเป็นเรื่องเป็นราว เพื่อนๆในเพจ ที่อยากใช้รูปเพจผมไปใช้ในงานเรียน ไปทำอะไรกันเล่นๆ ไม่ได้เพื่อการค้า เค้ายังมีจิตสำนึกที่จะอินบ๊อกซ์มาขอผมก่อน ผมก็ให้ไปทุกคน เราไม่เคยช่วยเหลือพึ่งพาอะไรกันมาก่อน แต่พี่เอารูปเพจผมไปโปรโมทเด็กๆ โปรโมทหนังพี่ โดยไม่บอกไม่กล่าว ผมว่า ไม่มีมารยาทไม่ได้ด่าพี่นะ ผมบอกให้ฟัง เผื่อพี่จะยังไม่รู้ว่ามันไม่ดี..." ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ค สราวุธ อินทรพรหม MThai News

ลิลลี่ ถ่ายแบบ Playboy เซ็กซี่ มองทั้งวันก็ไม่มีเบื่อ
playboy /  sexy / 

ลิลลี่ ชัชนันท์ กับหุ่นสวยสุดเอ็กซ์ที่นิตยสาร Playboy เลือกเธอมาเป็น Miss February เพื่อให้เราได้ชมความเซ็กซี่ของเธอคนนี้ และด้วยสัดส่วนสุดเพอร์เฟคจึงทำให้เกิดส่วนเว้าโค้งที่สวยงามจนใครเห็นเป็นต้องเคลิ้มกันเลยเชียว ไฟหน้าเธอคนนี้สวยงามสุดๆพูดเลย มุมข้างที่ชวนให้หลงไหล เป็นอะไรที่ลงตัวมาก เชื่อผมสิ!! ถ้าต้องนั้งดูหุ่นสวยเซ็กซี่ของเธอคนนี้ทั้งวันก็ไม่มีเบื่อ ติดตามชมความเซ็กซี่ของเธอต่อได้ที่ Playboy February 2015

เตือนภัย!! แก๊งมิจฉาชีพ อ้างเป็นตร.ขอค้นรถ
ขอค้นรถ /  อ้าง / 

 แก๊งมิจฉาชีพ อ้างเป็นตำรวจ ขอค้นรถ ด้าน ผบช.ภ.4 เตือนระวังเป็นแก๊งมิจฉาชีพ ชี้ประชาชนมีสิทธิ์ขอดูบัตรเจ้าหน้าที่ตำรวจ วันที่ 1 มี.ค.2558  ผู้ใช้เฟซบุ๊กระบุชื่อ “เด็กชาย ฟุ้งฟิ้ง” โพสต์คลิปวิดีโอ “ประชาชนไม่มีสิทธิ์ขอดูบัตรเจ้าหน้าที่” ความยาว 1.57 นาที พร้อมระบุข้อความว่า “คืออะไร ประชาชนไม่มีสิทธิรู้ชื่อหรือดูบัตรเจ้าพนักงาน มาก็นอกเครื่องแบบ ความปลอดภัยในชีวิตอยู่ที่ไหน เมื่อเจ้าหน้าที่บ้านเมืองทำตัวคล้ายโจรไปทุกวัน และถ้าวันนี้ผมไปคนเดียว ผมจะโดนยัดอะไรรึเปล่า ไม่โชว์บัตรก่อนค้นรถประชาชน ด่านตรวจก็ไม่ใช่ บอกว่าผมไม่มีสิทธิดูบัตรเจ้าพนักงาน” โดยเหตุเกิดขึ้นในท้องที่ จ.ขอนแก่นเมื่อวันที่ 1 มี.ค. เวลาประมาณ 14.00 น. เจ้าของคลิปแวะทานข้าวที่ร้านสวนอาหารวังมัจฉา ขณะกำลังจะออกจากร้าน มีชายแปลกหน้า 2 คน มาขอค้นรถ อ้างว่าเจ้าของคลิปอยู่ในข่ายผู้ต้องสงสัย แต่เมื่อขอดูบัตรประจำตัวพนักงาน กลับถูกปฏิเสธ และเมื่อเห็นว่าถูกถ่ายคลิปวิดีโอจึงตัดบทว่า “ไม่เป็นไร ไม่มีอะไร” หลังจากนั้นเขาได้โทรแจ้ง 191 แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.ย่อยบ้านเป็ด มาถึง กลับบอกให้ใจเย็น ไม่น่าจะมีเรื่องอะไร ความคืบหน้าในเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 2 มี.ค.  สอบถามไปยังพ.ต.อ.นพดล เพชรสุด ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น ซึ่งมอบหมายให้ พ.ต.อ.คารม พรหมคุณ พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ สภ.เมืองขอนแก่น ทำหน้าที่หัวหน้า สภ.บ้านเป็ด ให้รายละเอียดแทนว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง โดยชายทั้ง 2 คนในคลิป อ้างตัวเป็นตำรวจขอตรวจค้นรถของชาวบ้าน แต่ผู้เสียหายไม่ยอม จึงเกิดการยื้อแย่ง ด่าทอกัน จนเกือบเกิดเหตุทะเลาะวิวาท แต่เมื่อตำรวจสายตรวจไปถึง และขอดูบัตรประจำตัว ผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 ราย กลับแสดงบัตรตำรวจที่มีสภาพเก่า จนไม่สามารถอ้างอิงได้ ทำให้ไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นตำรวจจริงหรือไม่ ขณะนี้อยู่ระหว่างสืบสวนข้อเท็จจริง จึงแนะนำให้ประชาชนหากมีข้อสงสัย สามารถแจ้งให้เจ้าหน้าที่ช่วยตรวจสอบได้ทันที ด้าน พล.ต.ท.บุญเลิศ ใจประดิษฐ์ ผบช.ภ.4 เปิดเผยว่า หากเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริงและมีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขณะปฏิบัติหน้าที่ แม้จะอยู่ในลักษณะนอกเครื่องแบบ ก็ถือว่ามีความผิด แต่ทั้งนี้ต้องตรวจสอบว่า ผู้ที่แอบอ้างนั้นเป็นตำรวจจริงหรือไม่ หรืออาจจะเป็นตำรวจจริง แต่ไม่ได้อยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ และแสดงตัวเพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการขอตรวจค้นเท่านั้น ทั้งนี้ประชาชนมีสิทธิ์ขอดูบัตรประจำตัวของเจ้าหน้าที่ หากขอดูแล้วไม่มีบัตรมาแสดง ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ล่วงหน้าว่า อาจเป็นโจรหรือมิจฉาชีพแฝงตัวมาเพื่อก่อเหตุ. MThai News ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก  เดลินิวส์ออนไลน์

ส่อง! บ้านซุปตาร์ ราคาเฉียด 100 ล้านนน !!
บ้านดารา /  ดาราซื้อบ้าน / 

เรียกว่าหายเหน็ดเหนื่อยกันเลยทีเดียวกับ รางวัลชิ้นโบแดง ของเหล่าซุปตาร์คนบันเทิง ที่สละเวลาส่วนตัวแลกกับผลตอบรับก้อนโตๆ จนเป็นที่มาของสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ทั้ง เสื้อผ้า เครื่องประดับ กระเป๋า รถยนต์ หรูเริ่ดกว่าสายงานอาชีพอื่นๆ รวมถึงปัจจัยสำคัญที่สุดอีกอย่างหนึ่ง นั่นคือ ที่อยู่อาศัย ซึ่งถือเป็นโจทย์ที่เหล่าซุปตาร์ตอบสนองให้ตัวเองเต็มร้อย!!! ดูจากราคาคอนโด บ้าน คฤหาสถ์ ตั้งแต่หลักสิบไปจนเฉียดหลักร้อยล้านบาท!!!!!! เลยทีเดียวคะคูณณณณ!! นอกจากนี้ยังมีซุปตาร์อีกจำนวนไม่น้อยที่แต่งงานมีครอบครัว และบังเอิ๊ญคุณสามีรวยเวอร์ซะ!! สถานะทางการเงิน(ในกำมือเธอ)ก็เปลี่ยนตามไปด้วย เคสทำนองนี้จะมีเรือนหอสักหลังต้องระดับเฉียด100 ล้าน ถึงจะคู่ควร!! เอาหละ ไม่พูดพร่ำทำเพลง...ไปดูกันดีกว่าว่าบ้านสุดหรูของพวกเขาและเธอ จะเริ่ดจนต่อมอิจฉาแตกหรือไม่ จัดไปจ้า.......!! อันดับที่ 1 นุ่น วรนุช และสามี ต๊อด ปิติ กับคฤหาสถ์คอนโด สุดหรู 6 ชั้น ใจกลางเมืองย่านสุขุมวิท ในราคามากกว่า 100 ล้านบาท !! โอ้ววมายก๊อด อันดับที่ 2 บุ๋มปนัดดา กับคฤหาสถ์ กว่า 200 ตารางวา 12 ห้องนอน ในราคา 100 ล้านบาท ! อันดับที่ 3 หนิง ปณิตา และครอบครัว กับคฤหาสถ์สุดหรู ในราคา 100 ล้านบาท ! อันดับที่ 4 อั้ม พัชราภา กับคฤหาสถ์สุดหรูสมกับเป็นซูเปอร์สตาร์ ในราคา 70 ล้านบาท! ส่องทุกมุมของบ้าน อั้ม-พัชราภา >>http://goo.gl/Ks1Ybi อันดับที่ 5 เติ้ล ธนพล กับอดีต เรือนหอสุดหรู ในราคา 60 ล้านบาท อันดับที่ 6 ตั๊ก บงกช พร้อมครอบครัว บุญชัย กับบ้านในราคา 45 ล้านบาท สำรวจบ้าน ตั๊ก-บงกช >>http://goo.gl/c2poVr อันดับที่ 7 คู่รักหวาน นัท มีเรีย - อั้ม อธิชาติ กับบ้าน ในราคาเฉียด 30 ล้านบาท อันดับที่ 8 ใบเตย สุธีวัน กับบ้านสุดเก๋สไตล์สาวสั้น ในราคาเกือบ 20 ล้านบาท ติดตาม บ้านใบเตยทุกซอกทุกมุม =>> http://goo.gl/U65p0z อันดับที่ 9 ชมพู่ อารยา กับคอนโดหรูใจกลางเมือง ในราคา 10 ล้านบาท อันดับที่ 10 ณเดชน์ คูกิมิยะ พร้อมครอบครัว กับบ้านแสนอบอุ่น ในราคา 5 ล้านบาท และกำลังปลูกสร้างใหม่ที่จังหวัดบ้านเกิด ขอนแก่น ด้วยเนื้อที่กว้างหลายไร่ ส่วนราคาเจ้าตัวยังอุบ เนื่องจากคชจ.ยังไม่นิ่ง!

สายรัดข้อมือ ช่วยตัวเองเพื่อโลก Fab ได้ Fab ดี โลกได้พลังงาน
Wankband /  ข่วยตัวเอง / 

สายรัดข้อมือ ช่วยตัวเองเพื่อโลก Fab ได้ Fab ดี โลกได้พลังงาน ปัญหาพลังงานขาดแคลนมันไม่ใช่เรื่องตลกที่เราจะสามารถมองข้ามกันได้ง่ายๆ เพราะว่าพลังงานถ้าหมดแล้ว คือหมดเลย ไม่สามารถหามาทดแทนได้ เดี๋ยวนี้มันเลยมีพลังงานทางเลือก ขึ้นมาทดแทนไงหล่ะครับ ...เอาหล่ะ เข้าเรื่อง เพื่อนๆ Men.MThai ว่า มันจะดีแค่ไหนถ้าเราสามารถช่วยโลกได้ด้วยมือของเรา โดยเฉพาะผู้ชาย กับโครงการ ช่วยตัวเองเพื่อโลก สร้างพลังงานคืนโลกสวยด้วยมือเรา ใช่แล้วครับ เพื่อนๆ ได้ยินไม่ผิดหรอก ช่วยตัวเองเพื่อโลก มันมีอยู่จริง!!! โดยมันก็คือ สายรัดข้อมือสำหรับการช่วยตัวเองนั่นเองครับ โดนมันถูกคิดค้นโดยเว็บไซต์หนังโป๊ออนไลน์อย่าง PornHub ซึ่งทางเขาไม่ได้นำเสนอแค่สื่อลามกให้เราดูอย่างเดียว ทาง PornHub ยังคงนำเสนออย่างทรงคุณค่าและมีสไตล์แบบหาสิ่งใดมาเทียบไมได้จริงๆ โดยสายรัดข้อมือ ช่วยตัวเองเพื่อโลก นี้มีชื่อว่า Wankband โดยมันจะสร้างพลังงาน จากการที่ผู้ชายเราใส่มันที่ข้อมือ และขยับรัวๆ ยุกๆ ยิกๆ ในขณะที่เราสไลด์หนอน ขัดจรวด ไปสนามหลวง หรือจะเรียกอะไรก็แล้วแต่เถอะนะ 55555+ โดยทาง PornHub ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า ทุกวัน เนื้อหาผู้ใหญ่เป็นล้านๆ ได้ถูกนำเสนอออนไลน์ให้กับผู้ชายได้รับชม ซึ่งมันก็อาจจะเป็นการเสียพลังงานไปเปล่าๆ อีกทั้งการเอาแต่นั่งดูอะไรหน้าคอมมันยังเป็นอะไรที่ทำร้ายสิ่งแวดล้อมทางอ้อมด้วย ทางเราเลยทำการคิดค้นสิ่งที่แปลกใหม่ออกมาเพื่อรักษาโลกอันสวยงามของเราเอาไว้ โดยสโลแกนของสายรัดข้อมือ ช่วยตัวเองเพื่อโลกก็คือ รักโลกด้วยการรักตัวเองครับ ปล. อุปกรณ์นี้ยังคงอยู่ในระหว่างการทดลองนะครับ ยังไม่มีการปล่อยออกมาใช่อยากจริงจัง คงอีกไม่นานแหละ เราก็คงจะได้รักโลกกันอย่างบริสุทธิใจแล้วแหละครับ Men.MThai เรียบเรียงเนื้อหาจาก http://metro.co.uk/2015/02/27/wankband-is-first-gadget-that-harnesses-the-energy-of-masturbation-5081633/

ณเดชน์ รับแล้ว ญาญ่า คือ คนพิเศษที่สุด !!
ดาราคู่จิ้น /  ญาญ่า ณเดชน์

เป็นอีกหนึ่งคู่จิ้น(ทั้งนอกและในวงการ) ที่กระแสไม่มีตกเลยทีเดียวสำหรับ ณเดชน์ คูกิมิยะ และ ญาญ่า อุรัสยา ที่พักหลังๆ มานี้ มักจะมีภาพหวานๆ หลุดออกมาให้ชมกันบ่อยๆ ตั้งแต่ วันวาเลนไทน์ ที่ผ่านมาที่ทั้งคู่ดอดไปทานอาหารด้วยกัน แม้หนุ่ม ณเดชน์ จะให้ออกมาสัมภาษณ์ก่อนหน้านั้นแล้วว่า วันวาเลนไทน์ติดทำงาน แต่ไหงกลับเจียดเวลาไปทานอาหารสองต่อสองกับสาว ญาญ่า ได้ซะงั้น ?? งานนี้ทั้งคู่เผย ไม่มีอะไร ทานข้าวด้วยกันเป็นปกติอยู่แล้ว พร้อมทั้งหนุ่ม ณเดชน์ บอกอีกว่าสาว ญาญ่า คือ ผู้หญิงที่พิเศษที่สุด ส่วนสาว ญาญ่า นั้นก็ยกให้หนุ่ม ณเดชน์ เป็น กัลยาณมิตรที่ดีอีกด้วย แหมหวานซะไม่มีล่ะคู่นี้ !!! ณเดชน์ "ถ่ายแบบคู่กัน ถ่ายได้ครับ แต่ถ้ามาชุดว่ายน้ำคงปฏิเสธนะครับ ผมเก็บหุ่นดีดีแบบนี้ไว้ให้ตัวเองมองดีกว่า เฟิร์มครับ" ญาญ่า "พี่ณเดชน์ผอมลงเยอะมากค่ะ ออกกำลังกำลังเยอะ ไม่หวงหุ่นค่ะ สงสารคนดูมากกว่าค่ะ(หัวเราะ)" ณเดชน์ "ยังหรอกครับ เก็บแหนมตุ้มผมไว้ดีกว่าครับ(หัวเราะ) เวลาไปฟิตเนสค่อนข้างน้อยครับ ที่อ้วนได้เพราะกองถ่ายละคร" ญาญ่า "ไม่มีค่ะ ไม่ห้าม คือทุกคนบอกพี่เค้ากินอะไรก็อร่อยหมดเลย งานรับปริญญาพี่ณเดชน์ ดีค่ะ พลาดไม่ได้อยู่แล้วค่ะงานรับปริญญา ไม่ได้ไปที่มหาวิทยาลัย สะดวกที่บ้านมากกว่า" ณเดชน์ "ไม่นะครับปกติ เราสนิทกันอยู่แล้ว มีคนมาบ้านเยอะ ไม่ใช่แค่น้อง ก็จริงเป็นแบบนี้มาอยู่เรื่อยๆนะครับ" ญาญ่า "วาเลนไทน์ที่ผ่านมา วันนั้นอาหารอร่อยดีค่ะ ลูกโป่งก็น่ารักดีค่ะ" ณเดชน์ "ลูกโป่งลอยมาเองครับ ไม่มีอะไรครับ เหมือนๆเดิม ทานข้าวปกติอยู่แล้ว เป็นเรื่องธรรมดาที่เห็นบ่อยๆ แฟนๆลุ้นให้เปิดเผยเหมือนคิมกับหมากไปเลย เราไม่ได้ปิดอะไรนะ ทำตัวปกติมาตลอด ผมทำงานกับน้องบ่อย เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่พิเศษที่สุดครับ" ญาญ่า "พี่เค้าเป็นกัลยาณมิตรที่ดีค่ะ ละครคู่ไม่แน่ค่ะ ยังไม่มีติดต่อเข้ามา" ขอขอบคุณภาพจาก IG @keaw_jung , Twitter @jansiranuch ญาญ่า - ณเดชน์ ญาญ่า - ณเดชน์ ญาญ่า - ณเดชน์ แอบไปทานข้าว สองต่อสอง วันวาเลนไทน์ ญาญ่า แสดงความยินดีที่บ้าน ณเดชน์

แนะนำ 10 สถานที่ท่องเที่ยว ประจำเดือนมีนาคม
สถานที่ท่องเที่ยวเดือนมีนาคม /  เที่ยวทั่วไทย / 

เหมือนเพิ่งจะพ้นปีใหม่ได้ไม่นาน หลายๆ คน ก็คงไปเที่ยวหน้าหนาว สูดโอโซนซึมซับธรรมชาติ ตามสถานที่ท่องเที่ยวทั่วประเทศอย่างเต็มอิ่ม มารู้ตัวอีกที ก็เข้าเดือนที่ 3 ของปีเรียบร้อย พ่วงด้วยฤดูร้อน ที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนแทนที่ฤดูหนาว travel.mthai.com จึงขอแนะนำ 10 สถานที่ท่องเที่ยว ประจำเดือนมีนาคม อุ่นเครื่องรับฤดูร้อน รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ มาให้คุณพิจารณากัน แนะนำ 10 สถานที่ท่องเที่ยว ประจำเดือนมีนาคม 1. อุโมงค์ชมพูพันทิพย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม ไฮไลท์ชมเส้นทางดอกไม้ประจำเดือนมีนาคม ในแคมเปญ Dream Destinations 2 "กาลครั้งนั้น ความฝันผลิบาน" ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ดอกไม้สีชมพูสวยหวานมีให้ชมกันที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน จ.นครปฐม นั่นก็คือ “ดอกชมพูพันทิพย์” ที่มีปลูกไว้หลายร้อยต้น มีให้ชมบริเวณริมถนนวัฒนา เสถียรสวัสดิ์ หรือที่นักศึกษาเรียกกันว่า “ถนนหลังมอ” ระยะทางกว่า 2 กม. และอีกแห่งหนึ่งคือบริเวณรอบๆ สระน้ำพระพิรุณ ซึ่งปลูกต้นชมพูพันทิพย์กลางสนามหญ้าบนลานกว้าง เวลาดอกไม้สีชมพูร่วงหล่นลงบนสนามหญ้าสวยงามน่าประทับใจยิ่งนัก ปกติดอกชมพูพันทิพย์ที่นี่จะบานในช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ. แต่ในปีนี้จะบานล่าช้ามาจนถึงช่วงเดือน มี.ค. สอบถามได้ที่ : ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน โทร. 0-2942-8010-9 , 0-3428-1053-6 2. ตลาดน้ำกองถ่ายฯ ค่ายสุรสีห์ จ.กาญจนบุรี เปิดตัวแหล่งท่องเที่ยวใหม่ “ตลาดน้ำกองถ่าย ฯ ค่ายสุรสีห์” โดยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-10 มีนาคม 2558 ณ กองถ่ายภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (พร้อมมิตรฟิล์ม สตูดิโอ เดิม) ภายในพื้นที่ค่ายสุรสีห์ ตำบลลาดหญ้า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย สนองนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาล เนื่องใน “ปีท่องเที่ยววิถีไทย” สำหรับรูปแบบการจัดกิจกรรมประกอบด้วย การจัดการแสดงทางวัฒนธรรมพื้นบ้าน การจำหน่ายผ้าไหมศูนย์ศิลปาชีพฯ จำหน่ายสินค้า OTOP ชึ้นชื่อ การสาธิต และจำหน่ายผลิตภัณฑ์-อาหาร 4 ภาค จากกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง ที่จะเน้นบรรจุภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ โดยให้นักแสดง ผู้สาธิต และผู้ที่มาร่วมจำหน่ายสินค้าภายในงาน แต่งกายด้วยชุดไทยแบบย้อนยุค นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงแสงเสียงชุดพิเศษที่ยิ่งใหญ่ตระการตาให้ชมฟรีตลอดทั้ง 7 คืน 3. ปั่นจักรยานชมสวน ที่บ้านบางพลับ จ.สมุทรสงคราม ชุมชนบ้านบางพลับ ตำบลบางพรม อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นชุมชนที่ได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 3 ชุมชนท่องเที่ยวของประเทศ จัดโครงการ “บ้านบางพลับ ยินดีต้อนรับ” ให้บริการจักรยานแก่นักท่องเที่ยวเพื่อปั่นเที่ยวชมและศึกษาวิถีชีวิตในชุมชน เช่น การทำน้ำตาลมะพร้าว การทำผลไม้กลับชาติ การเผาถ่านผลไม้ ชิมส้มโอสดๆ จากสวน เป็นต้น ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจ สามารถขอรับเอกสารเส้นทางปั่นจักรยาน โครงการ “บ้านบางพลับ ยินดีต้อนรับ” ได้ที่ ททท. สำนักงานสมุทรสงคราม โทร. 0 3475 2847-8 หรือที่ชุมชนบ้านบางพลับ โทร. 0 3476 1985 4. เทศกาลโคมไฟ เฟสติวัล 2015 จ.สมุทรปราการ “เทศกาลโคมไฟ เฟสติวัล 2015” ครั้งที่ 4 ได้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 กุมภาพันธ์ – 15 มีนาคม 2558 ณ บริเวณลานกิจกรรมมูลนิธิธรรมกตัญญู อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ท่านจะได้รับชมการแสดงโคมไฟที่ยิ่งใหญ่ตระการตา อาทิ โคมไฟการ์ตูนแฟนตาซี โคมไฟเทพเจ้า และโคมไฟที่หลากหลายกว่า 5,000 ดวง ที่นำเข้ามาจากประเทศไต้หวัน ชมการจุดพลุอันงดงามตระการตา ไหว้พระขอพรปีมะแม กราบไหว้บูชาเทพเจ้า 5 พระองค์จากฝีมือการแกะสลักหินอันประณีต ชมสิงโตคู่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยแกะสลักจากหินหยกเขียว โชว์การแสดงสิงโต ชมการแสดงเต้นตุ๊กตาหุ่น การแข่งขันวาดรูปลงบนโคมไฟ 5. เกาะขาม อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ชมทะเลสวย ท้องฟ้าสดใส ใกล้กรุงเทพฯ ที่เกาะขาม อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พักผ่อนในวันสบายๆ เล่นน้ำ ถ่ายรูป ซึมซับทรัพยากรธรรมชาติ อุทยานใต้ทะเลเกาะขาม อุดมไปด้วยปะการังน้ำตื้น โดยจะเปิดให้เที่ยวได้เฉพาะวันเสาร์ และวันอาทิตย์ โดยจะมีเรือให้บริการข้ามเกาะที่ท่าเทียบเรือเขาหมาจอ ต.แสมสาร อ.สัตหีบ คิดค่าบริการสำหรับผู้ใหญ่ รายละ 200 บาท และเด็ก 150 บาท มีอุปกรณ์ดำน้ำไว้ให้บริการ เกาะขาม อยู่ในความดูแลของกองทัพเรือ ไม่มีที่พักบนเกาะ ต้องไปแบบเช้าเย็นกลับ หรือจะเลือกพักบนฝั่งก็มีที่พักให้เลือกมากมาย สอบถามเพิ่มเติม โทร. 038-439-444 , 038-437-927 (ตามเวลาราชการ) 6. เขาช่องกระจก อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ เขาช่องกระจก เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เที่ยวสบายๆ ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ บริเวณยอดเขาประดิษฐานพระพุทธบาทจำลอง และพระบรมสารีริกธาตุ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเสด็จฯ ขึ้นไปบนยอดเขาเพื่อทรงประกอบพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุและปลุกต้นศรีมหาโพธิ์ เพื่อเป็นที่สักการะของชาวเมืองประจวบฯ นอกจากนี้ ที่นี่ยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งด้วย พร้อมเจ้าจ๋อแสนซนที่จะทำให้คุณต้องยิ้ม 7. นมัสการรอยพระพุทธบาท เขาคิชฌกูฏ งานนมัสการรอยพระพุทธบาท ณ เขาคิชกูฏ จังหวัดจันทบุรี จะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี (ช่วงปลายเดือนมกราคม – มีนาคม) โดยจะสิ้นสุดการเปิดให้ขึ้นไปแสวงบุญ ในวันที่ 19 มีนาคม 2558 ใครจะไป คงต้องรีบกันหน่อย เหลืออีกเพียงไม่กีวันเท่านั้น โดยสถานที่แห่งนี้ มีผู้คนเป็นจำนวนมากที่พยายามจะขึ้นไปให้ถึงสุดปลายยอดเขา เพื่อกราบนมัสการรอยพระพุทธบาท ซึ่งถือเป็นงานประเพณีที่สำคัญประจำปี และได้ปฏิบัติสืบทอดกันมานาน โดยมีความเชื่อว่าจะได้บุญสูงสุด และเป็นการฝึกจิตใจให้มีความอดทนไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก 8. ถ้ำเสาหินลำคลองงู อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ลุยโลกใต้พิภพ ที่ถ้ำเสาหินลำคลองงู หนึ่งในหลายถ้ำของอุทยานแห่งชาติลำคลองงู ที่มีลำห้วยลำคลองงูไหลผ่านบริเวณกลางถ้ำ เป็นห้องโถงขนาดใหญ่มาก และภายในห้องโถงนั้นมีเสาหินตั้งตระหง่านอยู่กลางถ้ำ และได้ชื่อว่าเป็นเสาหินธรรมชาติที่สูงที่สุดในโลก วัดจากพื้นถึงยอดได้ 62.5 เมตร เทียบเท่าคน 35 คน ยืนต่อกัน โดยสถานที่แห่งนี้ จะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปสัมผัสถึงความมหัศจรรย์เพียงปีละ 2 เดือนเท่านั้น (มีนาคม-เมษายน) 9. เกาะตาชัย จ.พังงา  ร้อนๆ แบบนี้ ไม่มีที่ไหนเหมาะเท่าเกาะตาชัยอีกแล้ว เกาะสวรรค์ แห่งทะเลอันดามัน ที่กำลังเป็นที่นิยมของเหล่าคนรักท้องทะเล เกาะตาชัย ตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของ “อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน” และอยู่ไม่ไกลจากหมู่เกาะสุรินทร์นัก ใครที่ชอบอยู่ใต้น้ำต้องไม่ผิดหวังกับแนวปะการังที่ทอดตัวยาวตลอดหาด เป็นจุดดำน้ำที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของเมืองไทย เปิดให้ท่องเที่ยวในช่วงเวลาที่งดงามที่สุด คือ ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ – เมษายน ของทุกปี หลังจากนั้นจะมีการปิดเกาะ เพื่อรักษาสมดุลของธรรมชาติ 10. พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง จ.ขอนแก่น พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง อำเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น เป็นอุทยานไดโนเสาร์แห่งแรกในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีการค้นพบซากไดโนเสาร์ที่ได้รับการตั้งชื่อตระกูลใหม่ถึง 4 ตัว คือ สยามโมไทรันนัส อิสานเอนซิส (Siamotyrannus isanensis) ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน (Phuwiangosaurus suteethorni) และกินรีมิมัส ขอนแก่นเอนซิส (Kinnareemimus Khonkaenensis) ภายในพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง จัดแสดงไดโนเสาร์ขนาดเท่าจริงแสดงไว้ ส่วนบริเวณอุทยานแห่งชาติภูเวียง ก็จะได้ดูหลุมขุดค้นจริงให้ชมอย่างใกล้ชิด เหมาะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับครอบครัว ในวันหยุดสุดสัปดาห์ ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก : www.tiewpakklang.com , www.eventthai.com เรียบเรียงโดย : Travel MThai

ชมหนังสั้นสุดเจ๋ง Danny and the Wild Bunch เพราะชีวิตฉัน เธอ (ต้อง) ลิขิตได้!?
Danny and the Wild Bunch /  Robert Rugan / 

เวลาคุณเขียนนิยาย การ์ตูน หรือแม้แต่เรื่องราวขึ้นมาสักเรื่อง ตัวละครในนั้นทุกตัวล้วนขึ้นอยู่กับคุณจะลิขิต แต่ระวังไว้ให้ดี ถ้าเรื่องที่แต่งขึ้นมันจะย้อนกลับมาหาคุณแบบชวนสะพรึง! กับ Danny and the Wild Bunch หนังสั้นผลงานของผู้กำกับ Robert Rugan ที่กวาดรางวัลมาแล้วหลายเวที โดยใช้เทคนิคหนังคนแสดงผสมกับแอนิเมชั่นได้แบบเนี้ยบกริบ ชวนติดตาม และสวยงามสุดๆ โดยเป็นเรื่องราวของ สาวนักเขียนหนังสือเด็ก ที่จู่ๆเกิดอยากเปลี่ยนเรื่องในหนังสือให้มืดมนขึ้น และสิ่งที่ตามมานั้นเกินกว่าที่เธอจะคาดคิด! อยากชมผลงานเจ๋งๆ แบบนี้อีกล่ะก็ ตามต่อไปที่ robert rugan ได้เลย -----------------------------

ไม่น่าเชื่อ !! สาวฝาแฝดสองสัญชาติครึ่งอังกฤษ-จาเมกา
จาเมกา /  ฝาแฝด / 

สองฝาแฝดสองสัญชาติ ซึ่งมีบิดาเป็นคนผิวขาว และมารดาเป็นชาวจาเมกา วานนี้ (2 มี.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว ของ 'มาเรีย และ ลูซี่' สองสาวฝาแฝดคนละฝา ลูกครึ่งอังกฤษ-จาเมกา ที่อาศัยอยู่ในสหราชอาณาจักร ซึ่งทั้งคู่มีความแตกต่างกันมากจนแทบจะไม่มีใครเชื่อว่าทั้งสองจะเป็นฝาแฝดกันจริงๆ ทั้งนี้รายงาน ระบุว่า มาเรียซึ่งมีลักษณะภายนอกเหมือนมารดาของทั้งคู่ ซึ่งเป็นชาวจาเมกา ที่มีผิวสี ผมหยิก ในขณะที่ลูซี่ซึ่งมีลักษณะเหมือนกับบิดา ที่มีผิวขาว ตาฟ้า ผมบลอนด์อย่างชาวตะวันตก โดยทั้งคู่ได้รับการถ่ายทอดยีนส์มากจากพ่อซึ่งมีความแตกต่างทางเชื้อชาตินั่นเอง อย่างไรก็ตาม ทั้งคู่กำเนิดขึ้นในปี 2540 ซึ่งขณะนี้พวกเธออายุได้ 18 ปี พวกเธอเปิดเผยผ่านสื่อว่า ผู้คนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจว่าทั้งสองเป็นเพื่อนกันมากกว่าฝาแฝด มีเพียงใบสูติบัตรเท่านั้นที่จะยืนยันความสัมพันธ์ที่แท้จริงของทั้งคู่ได้ พร้อมกันนี้ประเทศหลายประเทศที่ มักจะมีความหลายหลายทางเชื้อชาติ ที่มีความหลายหลายทางเชื้อชาติดังนั้นจึงเกิดกรณีเช่นนี้ได้บ่อยครั้งกว่าในแถบเอเชีย ซึ่งเป็นความแตกต่างที่เกิดขึ้นได้จากการแบ่งประเภทยีนส์ ดังนั้นคู่สมรสบางรายจะมีการแบ่งแยกประเภทยีนส์มากจากภูมิหลังของเชื้อชาติในแต่ละราย โดยในกรณีของมาเรียและลูซี่ เป็นกรณที่เกิดขึ้นได้เพียงหนึ่งในล้านเท่านั้น MThai News ที่มา nypost