ทรงผมสั้น 2012

LG เผยโฉม SUPER UHD TV เปิดประสบการณ์ระดับไฮเอนด์ 86 นิ้ว ราคาครึ่งล้าน!!
LG /  SUPER UHD TV / 

เปิดประสบการณ์การรับชมอย่างเหนือชั้นด้วยทีวีระดับไฮเอนด์ LG SUPER UHD TV รุ่น UH955T ขนาด 86 นิ้วและรุ่น UH855T ขนาด 75 นิ้ว โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี Color Prime สุดล้ำสมัย สามารถมอบภาพที่มีความละเอียดเหนือกว่า Full HD TV ทั่วไปถึง 4 เท่า ทั้ง 2 รุ่นยังได้รับการออกแบบเครื่องเสียงโดยบริษัทชั้นนำอย่าง Harman/Kardon จึงสามารถมอบเสียงทรงพลังรอบทิศทางขนาด 80 วัตต์ สำหรับรุ่น UH955T และขนาด 60 วัตต์สำหรับรุ่น UH855T LG SUPER UHD TV รุ่น UH955T และ UH855T ได้ผสานการทำงานเข้ากับเทคโนโลยี HDR ที่สามารถปรับค่าความสว่างบนหน้าจอพร้อมแสดงภาพได้อย่างมีมิติสมจริงแม้ในฉากมืดยิ่งไปกว่านั้นทีวีทั้ง 2 รุ่น ยังสามารถแสดงสีดำได้อย่างดำสนิทด้วยเทคโนโลยี True Black Panel ในขณะเดียวกันยังสามารถเพิ่มความสว่างของภาพให้มีความคมชัดยิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยี Ultra Luminance เติมเต็มประสิทธิภาพของการแสดงภาพอีกขั้นด้วยเทคโนโลยี 4K Upscaler ที่ยกระดับความคมชัดของภาพ UHD ได้ถึง 6 ระดับ พร้อม Super Viewing Angle ที่ให้ผู้ใช้งานสามารถรับชมภาพได้อย่างคมชัด สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการรับชมภาพยนตร์แบบสามมิติสามารถเพลิดเพลินไปกับ เทคโนโลยี 4K Cinema 3D ที่มอบภาพสามมิติคุณภาพระดับ 4K ได้อย่างคมชัดและสบายตาที่สุด ช่วยเปิดประสบการณ์การชมภาพให้มีชีวิตชีวากว่าที่เคย มาพร้อมระบบปฏิบัติการสมาร์ททีวี webOS 3.0 ที่ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถควบคุม และใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบายผ่าน Magic Remote ที่ทำงานเสมือนเมาส์ไร้สาย นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเข้ากับทีวีเพื่อรับชมบนหน้าจอขนาดใหญ่ได้อีกด้วย โดย LG SUPER UHD TV รุ่น UH955T ขนาด 86 นิ้ว ราคา 499,990 บาท และรุ่น UH855T ขนาด 75 นิ้ว ราคา 299,990 บาท

อยากให้ทุกคนได้เห็นก็อดซิลลา! เปิดใจ 3 นักแสดงนำใน Shin Godzilla
Shin-Godzilla /  ก็อดซิลลา / 

อยากให้ทุกคนได้เห็นก็อดซิลลา! เปิดใจ 3 นักแสดงนำใน Shin Godzilla สามนักแสดงนำจากภาพยนตร์สัตว์ประหลาดแห่งปี Shin Godzilla เริ่มต้นด้วยนักแสดงหนุ่ม ฮิโรกิ ฮาเซกาวะ รับบทเป็น รันโด ยางุจิ รองหัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรี, ยูทากะ ทาเคโนอุจิ รับบทเป็น ฮิเดกิ อาคาซากะ ที่ปรึกษาพิเศษของนายกรัฐมนตรี และสาวน่ารัก ซาโตมิ อิชิฮาระ รับบทเป็น เจ้าหน้าที่ทางการจากสหรัฐฯ ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่จากรัฐบาลญี่ปุ่น โดยทั้งสามนักแสดงได้ให้สัมภาษณ์ถึงการทำงานในภาพยนตร์เรื่องนี้ และความรู้สึกที่ภาพยนตร์จะเข้าฉายไว้ดังต่อไปนี้ ยูทากะ ทาเคโนะอุจิ (ซ้ายมือ) ฮิโรกิ ฮาเซกาวะ (ตรงกลาง) ซาโตมิ อิชิฮาระ (ขวามือ) ช่วยเล่าความรู้สึกเมื่อภาพยนตร์ถ่ายทำอย่างเสร็จสมบูรณ์แล้ว ทาเคโนะอุจิ : การที่ผมได้ร่วมแสดงในภาพยนตร์ก็อดซิลลา ซึ่งกำกับโดยผู้กำกับยอดฝีมือขนาดนี้ คงจะเป็นความรู้สึกที่ผมจะจดจำไปชั่วชีวิต ผมคิดว่าคงไม่สามารถแสดงความประทับใจออกมาได้หมดในระยะเวลาอันสั้นนะครับ ผมคงพูดได้เพียงแค่ว่า มันเป็นหนังที่ดูแล้วเกิดความรู้สึกฮึกเหิมมาก ทั้งที่มันเป็นหนังที่เต็มไปด้วย CG แต่ผมกลับไม่รู้สึกว่ามันเป็นหนังไซไฟเลยแม้แต่นิดเดียว หนังนั้นเปลี่ยนรูปแบบไปตามกาลเวลาและยุคสมัย ซึ่งหนังสัตว์ประหลาดญี่ปุ่นในอดีต พูดได้เลยว่า มันก็ไม่ได้สมจริงสักเท่าไร แต่เราก็ไม่ถือสาเพราะคิดว่ามันก็คือหนัง ตอนที่ผมได้อ่านบทหนังเรื่องนี้ บทหนามากครับ ตัวหนังสือเต็มพรืดไปหมด จนผมจินตนาการไม่ออกเลยว่ามันจะออกมาอย่างไร แม้กระทั่งตอนระหว่างถ่ายทำ แต่ทุกอย่างมันชัดเจนอยู่ในหัวผู้กำกับทั้งหมดเลย ผมเองก็ต้องปรับเพื่อให้เข้ากับความคิดผู้กำกับ ให้มันออกมาสมบูรณ์ที่สุด พอหนังเสร็จแล้ว ตอนได้ดูก็รู้สึกภูมิใจมาก หลัก ๆ เพราะหนังมันสนุกน่ะครับ และดีใจมากที่ได้มีส่วนร่วมกับภาพยนตร์ที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ ฮาเซกาวะ : รู้สึกปลื้มสุด ๆ เลยครับ เพราะนี่เป็นภาพยนตร์ก็อดซิลลาแนวใหม่ที่ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถเลียนแบบได้ แถมยังอัดแน่นด้วยความบันเทิง ผมเคยดูวีดิโอเมื่อตอนเด็ก ๆ ผมกลัวมันมากตอนนั้น แต่มันทำให้ผมรู้ว่าหนังญี่ปุ่นมันน่าทึ่งขนาดไหน และคิดว่าอยากจะให้ทุกคน ๆ ได้รับชมภาพยนตร์เรื่องนี้ไว ๆ ครับ อิชิฮาระ : ฉันว่าพวกเขาต้องกล้ามากที่ทำหนังแบบนี้ออกมาในตอนนั้น มันยอดมากที่เจ้าสัตว์ประหลาดตัวนี้ เป็นหนังแฟรนไชส์ที่ยาวนานมาถึง 60 ปี ซึ่งฉันเองก็เพิ่งจะได้ดูไปเมื่อวันก่อนนี้ค่ะ รู้สึกกลัวจนตัวสั่นเลย แม้ว่าญี่ปุ่นในตอนนี้จะไม่ได้ตกอยู่ในสถานการณ์การแพ้สงครามแล้วก็ตาม แต่ลึก ๆ แล้วเราก็สามารถเข้าใจความรู้สึกนั้นได้ เมื่อหลายวันก่อน ท่านประธานาธิบดีบารัก โอบามา ได้มาเยี่ยมเยียนพร้อมให้กำลังใจแก่ผู้ประสบภัยที่จังหวัดฮิโรชิมา โดยมีการคำนึงถึงโทษของระเบิดปรมาณู และสารกัมมันตรังสี ซึ่งฉันอยากจะให้ทุกคนได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้และไตร่ตรองดูกันนะคะ ช่วยเล่าบทบาทของแต่ละคน คุณฮาเซกาวะ : บทบาทของผมคือเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เป็นบทที่ต้องเผชิญหน้ากับก็อดซิลลาโดยตรง ยางูจิ เป็นวีรบุรุษบูชิโดแบบดั้งเดิม ต้องฝึกให้ตัวเองฮึกเหิม ให้กลายเป็นผู้นำให้ได้ เขาแสดงความเป็นผู้นำภายในองค์กร และช่วยกระชับความสามัคคีความแข็งแกร่ง เป็นคนที่เป็นความหวังของอนาคตญี่ปุ่น โจทย์ของผมก็คือ ผมจะทำแบบไหนให้กลายเป็นนักการเมืองที่ทุกคนเชื่อ เป็นชายอายุ 30 กว่า ๆ ได้เป็นเลขาฯ คณะรัฐมนตรี ผมพยายามเล่นให้มันดูมีตัวตนจริง ๆ คิดว่าตัวละครต้องเจอปัญหาอะไรบ้าง มันก็มีปัญหามากมายเกิดขึ้น ทั้งในองค์กร ทั้งประเทศ อยากที่จะปกป้องพลเมืองในประเทศ และนั่นแหละพอคิดแบบนี้ ตัวละครมันก็ค่อย ๆ พัฒนาขึ้นมาเอง ส่วนอื่น ๆ ผมก็จะถามผู้กำกับอันโนะเอา เขาจะค่อย ๆ เรียนรู้และเติบโตจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครับ ทาเคโนะอุจิ : ผมได้รับบทเป็นนักการเมืองครับ ผมไม่เคยเล่นบททำนองนี้มาก่อนเลย ปกติผมก็จะเห็นนักการเมืองจากในทีวี ครั้งนี้ต้องมาเล่นเอง มันตรงกันข้ามกับบุคลิกของผมเลย ผมไม่รู้จะแสดงยังไง พออยู่ในกองถ่าย พอไม่เข้าใจอะไรก็ถามผู้กำกับก่อน ก็ได้รับคำแนะนำอย่างดี ความคิดของผู้กำกับนั้นสุดยอดจริง ๆ เขารู้ลึก รู้ไปหมด นี่คือสิ่งที่ผมประทับใจตอนถ่ายทำกับคุณอันโนะ บทของคุณฮาเซกาวะเป็นนักการเมืองที่อ่อนหัด เขาจะตะโกนออกคำสั่งตลอดเวลาว่า “ยางุจิ อย่าทำแบบนั้น อันนั้นถูกแล้ว อันนั้นไม่ได้” เพื่อให้คุณฮาเซกาวะเล่นได้เข้าบทบาท ซึ่งมันตรงกับบทบาทของผมเลย บทของผมตรงกันข้ามกับบท ยางุจิมาก ๆ เลย ผมไม่รู้ว่า บุคลิก 2 แบบที่แตกต่างกันนี้ จะอยู่ในหัวของผู้กำกับคนเดียวได้อย่างไร อิชิฮาระ : บทที่ฉันได้รับคือ คายาโกะ แอน แพตเตอร์สัน เป็นคนอเมริกันที่เป็นผู้ติดตามพิเศษของประธานาธิบดีสหรัฐฯ พ่อของเธอมีอำนาจมันทำให้เธอโตมาเป็นผู้หญิงที่มั่นใจในตัวเอง แต่คำพูดของยางูชิทำให้เธอได้นึกถึงรากเหง้าความเป็นญี่ปุ่นในตัวเธอ นอกจากเรื่องอสูรกายมันยังเป็นเรื่องราวการเติบโตของผู้หญิงคนหนึ่งด้วย ตอนที่ฉันสวมบท มันมีบางช่วงที่ฉันรู้สึกเหมือนตอนญี่ปุ่นถูกคลื่นสึนามิถล่มเมื่อปี 2011 “มันเป็นเรื่องที่พวกเราไม่สามารถมองข้าม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ระเบิดปรมาณู ฉันคิดว่าฉันต้องเรียนรู้ว่าควรศรัทธาในอะไร ถึงแม้ว่าจะมีความแคลงใจอยู่บ้าง ก็อดซิลลาช่วยให้ฉันเติบโตขึ้นมาก การทำงานในกองถ่ายของคุณเป็นอย่างไรบ้าง อิชิฮาระ : ในช่วงระหว่างถ่ายทำ ฉันปวดท้องเพราะโรคกระเพาะกำเริบทุกวันเลยค่ะ จึงทำให้รู้สึกเคว้งมาก ทั้งยังรู้สึกกดดันสูงมากด้วย ตอนเริ่มถ่ายซีนแรก ๆ ฉันเครียดมาก ฉันไม่เข้าใจ เวลาถ่ายฉากที่ต้องมองก็อดซิลลา (ต้องมองอากาศไปก่อนเพราะต้องไปทำ CG เพิ่มทีหลัง) ฉันต้องทำแบบไหนนะ ต้องมองยังไง ฉันเริ่มรู้สึกท้อแท้ ก็เลยบอกตัวเองซ้ำ ๆ ว่าอย่ายอมแพ้นะ ด้วยบทบาทในเรื่อง ฉันต้องเป็นคนที่ควบคุมอารมณ์เก่งเสียด้วยสิ แล้วพอถ่ายไปเรื่อย ๆ เปลี่ยนซีนไปเรื่อย ๆ ก็ค่อย ๆ เล่นได้ ความรู้สึกเคว้งก็ค่อย ๆ หายไป ค่อย ๆ ปรับตัวได้ Shin Godzilla มีกำหนดฉายทั่วโลก 100 ประเทศ เป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน รู้สึกอย่างไรที่ได้รับความสนใจขนาดนี้ แล้วนี่ก็ถือว่าเป็นภาพยนตร์หนังก็อดซิลลาในบรรดาก็อดซิลลาเรื่องอื่น ๆ ที่ได้รับความสนใจมากขนาดนี้ ฮาเซกาวะ:เยี่ยมไปเลยครับ ก็อดซิลลาถือเป็นคาแรกเตอร์สัตว์ประหลาดที่คนรู้จักและให้ความสนใจกันทั่วโลก แน่นอนว่า ด้วยชื่อเสียงของคุณผู้กำกับอันโนะ ทำให้มันสร้างความคาดหวังให้กับผู้ชมขึ้นไปอีก แล้วก็ดีใจมากครับที่หนังได้ฉายในหลาย ๆ ประเทศ สมมติว่าเวลาผมไปทำงานในต่างประเทศ คนก็จะถามว่า คุณคือนักแสดงเรื่องก็อดซิลลาใช่ไหม แล้วการที่ก็อดซิลล่าไปฉายในเมืองนอก อาจจะทำรายได้ของหนังเพิ่มขึ้นด้วย(หัวเราะ)ผมดีใจมากครับ ทาเคโนะอุจิ:ก็รู้สึกดีใจจริง ๆ เพราะตอนแรกผมก็เหมือนกับคุณผู้กำกับอันโนะครับ ว่าเราจะรับงานนี้ดีไหมนะ แต่ว่าพอตอนนี้หนังมันเสร็จแล้ว ก็รู้สึกว่ามันเป็นหนังที่ดีมาก ๆ เลย ดูจบแล้วมีความฮึกเหิมสุด ๆ และหนังยังมีความบันเทิงมากด้วย แถมก็อดซิลลาในครั้งนี้ มันก็มีความใหญ่ตั้ง 118.5 เมตร ความใหญ่ของมัน ก็รู้สึกไม่ได้อยากให้แค่คนญี่ปุ่นได้เห็นน่ะครับ แต่ผมก็อยากให้คนทั่วโลกได้เห็นเหมือน ๆ กัน ที่สำคัญ ผมก็อยากให้ทุกคนแสดงความคิดเห็นที่มีต่อหนัง และนั่นก็คือสิ่งที่รู้สึกดีใจ เวลาที่มีคนพูดถึงงานของเรา อิชิฮาระ:เป็นเวลา 60 ปีแล้วที่โตโฮสร้างก็อดซิลลามาเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นใคร เกิดในช่วงเวลาไหน ก็ต้องรู้จักก็อดซิลลากันหมด การได้ไปฉาย 100 ประเทศก็สุดยอดมาก ๆ เลย จนถึงตอนนี้ แม้จะอยู่มา 60 ปีแล้ว ก็อยากให้มันมีไปเรื่อย ๆ อยากให้ทั่วโลกได้เห็น ก็ถือว่าสุดยอดมากค่ะ การถ่ายทำช่วงไหนที่คิดว่ายากที่สุด ฮาเซกาวะ:ผมคิดว่าแสดงบทบาทการเมืองให้ดูสมจริงนั้น ค่อนข้างยากลำบาก บทบาทของผมก็จะเกี่ยวข้องกับนักการเมืองครับ ถ้าพูดถึงนักการเมืองละก็ ผมก็เห็นทั่วไปตามสื่อโทรทัศน์แค่นั้นครับ ไม่ได้รู้ตื้นลึกหนาบาง อย่างเช่น เมื่อมีสถานการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้น ก็จะมีกล้องถ่ายล้อมรอบพร้อมกับการถูกรุมถาม เป็นสิ่งที่ทำได้ยากลำบากมาก ๆ ครับเพื่อให้ดูสมจริง แม้ว่าผมจะถามคนรู้จักที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการเมือง แต่ท้ายที่สุดแล้วก็คงต้องลองสัมผัสดูเอาเองนะครับ ทุกครั้งที่เล่นก็ปรึกษาคุณผู้กำกับอันโนะไปด้วยครับ ทาเคโนะอุจิ:ขณะถ่ายทำฉาก CG นั้นเนื่องจากข้างหลังเป็นฉากสีเขียว พอมองไปยังจอมอนิเตอร์ จึงทำได้เพียงจินตนาการภาพเอาเองครับ ซึ่งเมื่อก็อดซิลลาปรากฏตัว ก็จำเป็นต้องแสดงท่าทางตกใจพร้อมกับพูดคำว่าว่า โอ้ว ซึ่งผมไม่อยากแสดงออกมาให้มันดูไม่สมจริง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องคิดว่าจะต้องแสดงในลักษณะไหนดี ซึ่งนั้นแหละครับเป็นสิ่งที่ยากสำหรับผม Shin Godzilla ที่สร้างมาเพื่อปรับเปลี่ยนเสน่ห์ก็อดซิลลาในแบบเดิม ๆ หนังจะให้ภาพการสร้างความเสียหายให้กับบ้านเมือง  ซึ่งผมดูแล้วก็รู้สึกตื่นตะลึงตามไปด้วย บท ยางุจิ ซึ่งแสดงนำโดยคุณฮาเซกาวะนั้นสะท้อนให้เห็นถึงความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยสีหน้าที่แสดงออกมาในช่วงที่ถูกต้อนจนมุมในยามคับขันนั้นมันรู้สึกตราตรึงใจผมเป็นอย่างมากเลยครับ และนี่ก็เป็นครั้งแรกในบทบาทของนักการเมือง ซึ่งผมก็อยากจะทำมันให้ออกมาดีที่สุด อีกทั้งยังได้รับคำแนะนำมากมายจากคุณผู้กำกับอันโนะ อิชิฮาระ:ช่วงก่อนที่จะถ่ายทำค่อนข้างลำบากค่ะ ตอนที่ได้รับบทภาพยนตร์มานั้น มีแต่ตัวหนังสือเต็มไปหมดแถมยังเป็นคำที่เข้าใจยากอีกด้วย ศัพท์เกี่ยวกับข่าวอะไรทำนองนั้นค่ะ ซึ่งมันยากต่อการเข้าใจ มีส่วนที่ไม่เข้าใจเยอะมาก จึงจำเป็นที่จะต้องหาความหมายเพิ่มเติม และค่อย ๆ จดบันทึกค่ะ อารมณ์แบบอ่านไปด้วยบันทึกไปด้วย อ่านครั้งเดียวไม่เข้าใจค่ะ ต้องอ่านหลาย ๆ รอบ พอยิ่งอ่านก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้นกับบทบาทค่ะ เริ่มรู้สึกกลัวและกดดันที่ตัวเองต้องมาร่วมงานที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ มันเป็นบทภาพยนตร์ที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ ค่ะ ตอนอ่านฉันก็ไม่อยากให้มีเรื่องร้าย ๆ เกิดขึ้น อ่านไปฉันจึงรู้สึกกลัวจนตัวสั่นไปด้วยตลอด อยากฝากอะไรทิ้งท้าย อิชิฮาระ : ฉันได้ข้อคิดว่า ทุกการกระทำนั้นส่งผลต่อเนื่องอะไรบ้าง นั่นทำให้ฉันคิดว่าต่อไปนี้ ฉันก็จะใช้ชีวิตโดยการคำนึงถึงอนาคตเป็นหลัก ฉันรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้ร่วมแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้ ไม่ว่าจะผ่านไปสักกี่ 10 ปีก็จะไม่มีวันลืมเลยค่ะ ฝากถึงท่านผู้ชมว่าถ้าชอบส่วนไหน มีความรู้สึกยังไง มีประสบการณ์ระหว่างชมอย่างไร ตอนดูจบก็ช่วยกันแสดงความคิดเห็นกันเยอะ ๆ นะคะ ทาเคโนะอุจิ:Shin Godzilla สร้างโดยจินตนาการของคุณอันโนะ (ผู้กำกับ) โดยทำให้ก็อดซิลลามีตัวตนในประเทศญี่ปุ่นขึ้นมาอีกครั้ง แต่ผมกลับคิดว่ามันไม่ใช่เฉพาะที่ประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น โดยอยากให้ทุกคนทั่วโลกได้รับชมและแสดงความคิดเห็นกันเยอะ ๆ นะครับ ฮาเซกาวะ:ในระหว่างการถ่ายทำนั้นเต็มไปด้วยความยากลำบาก ซึ่งผมก็ได้สัมผัสมันมาแล้ว ทั้งทำงานหามรุ่งหามค่ำ การต้องเสี่ยงอันตราย แต่ก็ดีใจที่ได้ร่วมชะตากรรมพร้อมกับทีมงานทั้งหมด 328 คน โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ยังแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่ “ญี่ปุ่นยังคงมีอยู่” พวกเราจะได้เห็นการทำงานเป็นทีมเวิร์กที่ดีตามวิถีของคนญี่ปุ่น การให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาร่วมกัน มันเป็นประเด็นที่ดีมาก ๆ นะครับ ผมจึงอยากเชิญชวนให้ทุกคนรับชมภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยนะครับ

We Are X สารคดีชีวิต X JAPAN คอนเฟิร์มฉายในเมืองไทยพร้อมญี่ปุ่น!
We Are X /  X Japan / 

We Are X ภาพยนตร์สารคดีชีวิตของวงร็อกระดับตำนาน X JAPAN คอนเฟิร์มเข้าฉายในประเทศไทยพร้อมประเทศญี่ปุ่น มีนาคม 2017 สาวก X JAPAN เตรียมตัวกันล่วงหน้าได้เลย! เพราะมีการยืนยันจากไลน์อัพปีหน้าของ Documentary Club ประเทศไทยแล้วว่า We are X จะเข้าฉายในเมืองไทยแน่นอนในเดือนมีนาคมปีหน้า WE ARE X | FILM TRAILER youtube channel : Yoshiki We are X จะย้อนรอยถึงความเป็นมาประวัติของวง X JAPAN นับตั้งแต่ยุค '80 จนถึงวันนี้กว่า 20 ปี แล้วที่เหล่าสมาชิกต้องผ่านมาทั้งโศกนาฏกกรรมและความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ รวมไปถึงฉากแสดงดนตรีและการถ่ายทอดบทเพลงสุดทรงพลังของ X JAPAN ซึ่งเคยประจักษ์ต่อสายตาแฟนเพลงนานาประเทศทั่วโลกมาแล้ว We are X เปิดตัวฉายในเทศกาลภาพยนตร์ Sundance Film Festival ประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา และสามารถคว้ารางวัลตัดต่อยอดเยี่ยมในสาย World Cinema - Documentary มาได้ นอกจากนั้นยังได้รับคำชื่นชมในด้านเทคนิค, การดีไซน์ภาพ และ การบันทึกเสียง... ดังนั้นแม้ไม่ใช่แฟน X JAPAN ก็ไม่ควรพลาด We are X!! Embed from Getty Images Embed from Getty Images Embed from Getty Images Embed from Getty Images มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ไปดูอะไรดี ใน
2559 /  เทศกาลหนังสั้น

ใน Thai Short Film & Video Festival หรือ เทศกาลภาพยนตร์สั้น ครั้งที่ 20 โดยความร่วมมือของ มูลนิธิหนังไทย และ หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ซึ่งในปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 - 28 สิงหาคม มีภาพยนตร์ที่น่าสนใจทั้งภาพยนตร์ขนาดสั้นจากไทยและต่างประเทศ ไปจนถึงหนังขนาดยาวที่ได้รับเลือกมาฉายโชว์ในเทศกาลนี้ เราจึงขอหยิบหนังที่น่าสนใจในแต่ละวันมาแนะนำให้ชมกัน แนะนำหนัง เทศกาลหนังสั้น ครั้งที่ 20 วันที่ 21 - 24 สิงหาคม โปรแกรมฉายในเทศกาลหนังสั้น 20 โดยแบ่งเป็น 20-21 ส.ค. ที่ หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) และ 23-28 ส.ค. ที่หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ยังคงมีหนังสั้นอาเซียนให้ชมอีก 2 โปรแกรม ได้แก่ S-Express Indonesia 2016 กับ 4 ผลงานหนังสั้นจากอินโดนีเชียซึ่งมีทั้งหนังสารคดีและหนังเล่าเรื่อง และ S-Express Malaysia 2016 รวมหนังสั้นจากมาเลเซียซึ่งคัดเลือกโดย เฉิน ชุ่ยเหมย (Tan Chui Mui) ผู้กำกับหญิงและโปรดิวเซอร์ชาวมาเลเซีย S-Express Indonesia 2016 วันพฤหัสบดีที่ 25 ฉาย เวลา 17.00 น. ณ ห้องออดิทอเรียม ชั้น 5 / (ซ้ำ - เสาร์ที่ 27 สิงหาคม , 14.00 น. ณ ห้องฉาย 501) S-Express Malaysia 2016 วันพฤหัสบดีที่ 25  ฉาย เวลา 13.00 น. ณ ห้องออดิทอเรียม ชั้น 5 / (ซ้ำ - เสาร์ที่ 27 สิงหาคม , 16.30 น. ณ ห้องฉาย 501) สาย ‘รางวัลดุ๊ก’ ส่วนหนังสั้นในสายประกวดเริ่มต้นด้วยสาย ‘รางวัลดุ๊ก’ หรือสายสารคดี ซึ่งยังมีฉายอีก 2 โปรแกรม วันพฤหัสบดีที่ 25 เริ่มในช่วง 15.00 น. ณ ห้องออดิทอเรียมชั้น 5 กับ ในชุดที่สอง ฉายทั้งสิ้น 4 เรื่องได้แก่ 'การตายของหิ่งห้อย' โดย จิรัฐติกาล พระสนชุ่ม และ พสิษฐ์ ตันเดชานุรัตน์ (ยาว 20.40 นาที), Anonymous in Bangkok โดย สินีนาฎ คะมะคต (24.17 นาที), 'ม้าทรง' โดย อภิชน รัตนาภายน และ วัชรี รัตนะกรี (22.29 นาที) และ 'แปะอิ่น' โดย พริมริน พัวรัตน์ (19.19 นาที) และในชุดที่ 3 วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม เริ่มเวลา 15.00 น. ณ ห้องออดิทอเรียมชั้น 5 เช่นกัน กับอีกสามเรื่องชวนชม ทั้ง Ghost โดย วรพจน์ อินเหลา (21.29 นาที), The Rebirth โดย ธีรยุทธ วีระคำ (24.17 นาที) และ 'คนหมายเลขศูนย์' Mr.Zero โดย นัชชา ตันติวิทยาพิทักษ์ (41.10 นาที) สาย ‘รางวัลช้างเผือก’ กลายเป็นสายที่รวมคนทำหนังเลือดใหม่น่าจับตาไปแล้วในปีหลังๆ สำหรับ ‘รางวัลช้างเผือก’ หรือ หนังสั้นประเภทนักศึกษา ซึ่งในปีนี้หลายเรื่องได้ถูกฉายในงานที่ทางมหาวิทยาลัยต่างๆ ๆด้จัดขึ้นเพื่อโชว์ผลงานของนักศึกษาในสาขาภาพยนตร์ของตนกัน ซึ่งในรอบสุดท้ายของสายนี้ก็มีหนังสั้นที่น่าสนใจและน่าจับตาผ่านเข้ารอบมาอย่างอบอุ่น ทั้งจาก 'วัฏจักรวาล' และ 'เมื่อปูนฝัน' หนังสั้นที่โดดเด่นในด้านสไตล์จาก มศว, 'Remark ไม่ได้เป็นอะไรกัน' และ Anatomy of Her สองหนังสั้นที่เล่าเรื่องได้อย่างน่าสนใจจาก ICT ศิลปากร, Lost in the Universe หนังสั้นที่ได้แรงบันดาลใจจากหลากผลงานของ เป็นเอก รัตนเรื่อง โดย พชร พิทักษ์จำนงค์ จาก มหาวิทยาลัยมหิดล หรือแม้แต่ผลงานจบการศึกษาของ วิโอเลต วอเทียร์ อย่าง Glitter and Smoke ที่หลายๆ คนอยากชม เช็คโปรแกรมฉายสาย ‘รางวัลช้างเผือก’ แต่ละเรื่องได้ที่นี่ Digital Forum 2016 มาที่หนังซึ่งยาวเกิน 30 นาที แม้จะไม่เข้าเกณฑ์การประกวดแต่ก็ถูกคัดเลือกมาฉายโชว์ในสายนี้ โดยปีนี้มีทั้งหนังจากนักศึกษาที่น่าสนใจ ไปจนถึงหนังจากคนทำหนังที่เราคุ้นหน้ามาร่วมฉายด้วย ทั้ง Klose โดย อสมาภรณ์ สมัครพันธ์ ที่ถูกพูดถึงอย่างมากจากงาน 'กางจอ' (งานฉายผลงานของ คณะนิเทศจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขาภาพยนตร์และภาพนิ่ง) ครั้งล่าสุด มาจนถึงรอบปฐมทัศน์ของโปรเจ็กต์รวมหนังสั้น Bangkok Stories ของ 6 ผกก. หนังอิสระชื่อดัง ที่ต่างก็มาถ่ายทอดเรื่องของ "กรุงเทพฯ" ในมุมมองของตนเอง ได้แก่ โสรยา นาคะสุวรรณ (ตอน 'พาหุรัด'), อโนชา สุวิชากรพงศ์ ('Oh, Jean!'), สายป่าน-อภิญญา สกุลเจริญสุข ('เยาวราช'), วิชชานนท์ สมอุ่มจารย์ ('Morchit, Almost Love Story'), บิลลี่ วรกร ฤทัยวานิชกุล ('When smoke collides') และ อาทิตย์ อัสสรัตน์ ('Hero') ซึ่งจะฉายใน วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม (19.00 น) ณ ห้องออดิทอเรียมชั้น 5 พร้อมพูดคุยกับผู้กำกับอีกด้วย (โดยหนังจะเข้าฉายจริงในปลายปีนี้) ติดตามข่าวสารของโปรเจ็กต์ Bangkok Stories Film ได้ที่นี่ สาย ‘รัตน์ เปสตันยี’ ปิดท้ายด้วยสายประกวดหนังสั้นประเภทบุคคลทั่วไป หรือรางวัล 'รัตน์ เปสตันยี' แม้ในปีนี้จะมีผลงานที่ส่งเข้ามาน้อยลงกว่าปีก่อน แต่ก็ยังคงมีผลงานของผู้กำกับที่เราคุ้นเคยเข้ามาในรอบสุดท้ายนี้ด้วย ทั้งหนังที่ BIOSCOPE มีส่วนร่วมเองอย่าง 'โปรดระวังเขตอันตรายข้างหน้า' โดย ชาคร ไชยปรีชา และ อภิญญา สกุลเจริญสุข, 'ไกลลิบนานเหลือ' ของ ศิวโรจณ์ คงสกุล ('ที่รัก', Distance) ผู้มีผลงานหนังสั้นเป็นประจำทุกปี , 'รักษาดินแดน' (Fat Boy Never Slim) ของ สรยศ ประภาพันธ์ อีกคนทำหนังรุ่นใหม่ที่มีผลงานหนังสั้นสม่ำเสมอ, 'ศูนย์กลางของจักรวาล' (Center of the Universe) ของ ณัฎฐ์ธร กังวาลไกล ผู้กำกับหนังสารคดีที่ปีนี้มาส่งสายเล่าเรื่องบ้าง หรือแม้แต่อีกผลงานในปีนี้ของ ใหม่-อโนชา สุวิชากรพงศ์ อย่าง Nightfall หนังสั้นซึ่งกำกับร่วมกับ ตุลพบ แสนเจริญ เป็นต้น ในสาย  'รัตน์ เปสตันยี' จะฉายใน วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม ณ ห้องออดิทอเรียมชั้น 5 ทั้งหมด สามารถเช็คโปรแกรมแต่ละเรื่องได้ที่นี่ และปิดท้ายในวันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม กับพิธีปิดและประกาศผลรางวัลในเทศกาลหนังสั้นครั้งที่ 20 นี้ โดยจะเริ่มตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป .... ติดตามข่าวสารและข้อมูลเทศกาลหนังสั้นครั้งที่ 20 ได้ที่นี่ ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

กระแต – หวาย ประชันแดนซ์สุดแซ่บ! ในเอ็มวี เหวี่ยง (นวดให้นุ่ม)
กระแต /  กระแต อาร์สยาม / 

พลิกหน้าวงการเพลงให้สะเทือนอีกครั้ง เมื่อ ค่ายเยส!มิวสิก ท้าชน ค่ายเพลงอาร์สยาม ในเครือ บมจ.อาร์เอส ด้วยการจับ 2 สาวตัวแม่ขาเต้น อย่าง ราชินีแดนซ์ของเมืองไทย กระแต อาร์สยาม (นิภาพร บุญยะเลี้ยง) และสาวแสบแสนแซ่บ ไม่แคร์เวิลด์ หวาย ปัญญริสา เธียรประสิทธิ์ มาประชันแดนซ์สุดสตรองแบบไม่แคร์ผู้ชายในซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุด เหวี่ยง (นวดให้นุ่ม) เพลงแดนซ์สุดมันส์กลิ่น EDM งานนี้จัดเต็มกันมาทั้งเสื้อผ้าหน้าผม และลีลาของทั้งคู่ที่เผ็ดแซ่บแรงไม่แพ้กัน! [Official MV] เหวี่ยง (นวดให้นุ่ม) : กระแต - หวาย | Kratae Rsiam x Waii Yes! Music youtube channel : RsiamMusic : อาร์สยาม หวาย เผยว่า "เป็นโปรเจ็คที่เราสองคนรอคอยเลยค่ะ เพราะเป็นสายแดนซ์เหมือนกัน ชอบอะไรที่คล้ายๆ กัน เจอกันคงมันส์มากแน่ๆ คือปกติหวายจะเป็นแนวสตริง แต่พี่กระแตจะเป็นแนวลูกทุ่ง มีป็อบแดนซ์บ้าง พอมาเพลงนี้ก็เกิดการผสมผสานออกมาในแบบของเรา 2 คนค่ะ เป็นเพลงแนวอิเล็กทรอนิกส์แดนซ์จังหวะตื๊ดๆ มีกลิ่นของ EDM ผสมด้วย หวายว่ามันก็แปลกไปอีกแบบ ก็ภูมิใจมากที่ได้มาร่วมงานกับพี่กระแต เพราะพี่เขาเป็น Professional มาก จนหวายต้องซ้อมหนักซ้อมถี่จนปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ แต่ก็สนุกค่ะ" ฟาก กระแต ก็ให้สัมภาษณ์ว่า "เป็นเพลงที่เต้นกระจายมากค่ะ มีกลิ่นอายความเป็นตัวเองของทั้งสองคน ซึ่งพอเอามาผสมผสานกันทำให้เกิดความแปลกใหม่ที่ลงตัวมากขึ้น ส่วนเนื้อหาเพลงก็เหวี่ยงตามชื่อเลยค่ะ เหมือนเราเริ่มทนไม่ไหวกับผู้ชายคนหนึ่ง ที่ชอบมาเหวี่ยง มาวีน เอาแต่ใจตัวเอง เดี๋ยวเราจะเหวี่ยงกลับบ้าง ไม่ง้อไม่สนใจ อารมณ์แบบไม่แคร์ผู้ชาย ถ้ามาแข็งใส่เรามาก เราก็จะนวดให้มันนุ่มลง เป็นฟีลโดนใจวัยรุ่นที่กำลังมีความรักแต่ไม่ได้ดั่งใจ คิดว่าใครได้ฟังแล้วต้องอยากเหวี่ยงไปด้วยกันแน่นอน ซึ่งท่าเต้นก็เหวี่ยงมาก ยิ่งท่อนโชว์โซโล่ของแต่ละคนนี่ยากมากค่ะ เป็นแนวบอยแอนด์เกิร์ล แตจะเต้นเท่ๆ แมนๆ สไตล์ไมเคิล ส่วนหวายก็จะมาแนวเซ็กซี่ รวมถึงมีท่าโว๊ค(vogue) แว็กกิ้ง(wagging) แดนซ์ฮอลล์(Dancehall) ผสมในท่าเต้นด้วย สตรองมากค่ะ ฝากเป็นกำลังใจให้ กระแต และ หวาย ด้วยนะคะ เพราะต่างคนต่างสายแดนซ์มาเจอกัน ทั้งสนุก แปลกใหม่ และเซอร์ไพรส์แน่นอนค่ะ" มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

เที่ยวเมืองป่าฝน ชมธรรมชาติ ฟังเสียงน้ำตก ดูพระอาทิตย์ตกดิน จ.ตาก
ที่เที่ยวตาก /  ที่เที่ยวพบพระ / 

การไปเที่ยว จังหวัดตาก ในครั้งนี้ เป็นครั้งแรก(อีกแล้ว) สำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆ แบบเรา 555 หลายคนตั้งคำถามว่า ที่ตากมีอะไร? ที่ไหนน่าเที่ยว? เราบอกเลยว่ามีหลายที่เลยค่ะ ยิ่งถ้าใครชอบธรรมชาติ ป่าไม้ ภูเขา จังหวัดตากนี่แหละอุดมสมบูรณ์สุดๆ ตามมาๆ เราจะพาไปเที่ยวตากแบบชิลๆ สโลว์ไลฟ์ กัน เที่ยวเมืองป่าฝน ชมธรรมชาติ ฟังเสียงน้ำตก ดูพระอาทิตย์ตกดิน จ.ตาก เป็นครั้งแรกอีกแล้วของเราที่ได้มาเที่ยวเมืองป่าฝน ใครที่ชอบความเงียบสงบแบบสโลว์ไลฟ์ เราแนะนำที่นี่แหละมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรมที่งดงามหลายแห่ง ได้ฟีลธรรมชาติของจริง อีกทั้งมีประวัติศาสตร์เก่าแก่นับแต่สมัยกรุงสุโขทัยอีกด้วย ก่อนอื่นเพลนของเราคือเที่ยว 3 อำเภอ คือ อำเภอเมืองตาก, อำเภอพบพระ และอำเภอแม่สอด ค่ะ ไปดูกันว่า 4 วัน 3 คืน เที่ยวแบบชิลๆ เราจะพาไปเที่ยวไหนบ้าง ^^ การเดินทางของเรานั้นไปกับแก๊งค์สาวๆ ค่ะ นั่งรถตู้ไปกัน 1 คัน โดยล้อหมุนออกจากกรุงเทพฯ 6 โมงเช้า พอขึ้นรถปุ๊บปุ่ม sleep ก็ทำงานปั๊บ ตื่นมาอีกที โอ้วว! ถึงตัวเมืองพอดีก็เกือบเที่ยงแล้ว ก่อนลุยเที่ยวขอแวะหาข้าวกินก่อน (เรื่องกินที่ 1 นะบอกเลย) ที่ "ร้านอาหารปิงวิว" ร้านอาหารใหญ่ กว้างขวางมากค่ะ แถมนั่งกินอาหารติดริมแม่น้ำด้วย วิวดีไปอี๊กกกก !! อาหารที่สั่งมาก็มี กุ้งผัดซอสมะขาม, ผัดฉ่าปลา, ผัดต้นอ่อนทานตะวัน, กุ้งกระเบื้องสาหร่าย, เปาะเปี้ยทอด อาหารอร่อยค่ะ ถ้าถามว่าอิ่มไหม .. เอาเป็นว่าหายใจแทบไม่ออก 555 หลังจากท้องตึง หนังตาหย่อนไม่ได้!! เดินทางไปสักการะ "ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน" กันค่ะ กลางวันแสกๆ ถามว่าร้อนไหม ยิ้มสวยๆ แล้วบอกว่า ร้อนมาก! แต่ยังดีที่มีลมเย็นตลอด >,< ศาลนี้สร้างขึ้นเป็นแห่งแรกของเมืองไทยด้วย บริเวณรอบๆ เป็นลานกว้าง มีต้นไม้สวยงาม เมื่อมองไปทางด้านหลังของ ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน ก็จะเห็นเป็นลานกว้างที่มีคนนำหุ่นปั้นรูปทหาร สัตว์ต่างๆ มาถวาย สักการะเพื่อเป็นศิริมลคลแล้ว เราก็เดินทางไป "หมู่บ้านหัตถกรรม บ้านปากร้องห้วยจี้" ที่ขึ้นชื่อของ จ.ตาก กันค่ะ เมื่อไปถึงเราก็ได้เจอกับ ป้าทองคำ เป็นอดีตสมาชิก อบต. และอดีตผู้ใหญ่บ้าน ป้าเป็นคนดูแลและต่อยอดกิจการ OTOP ทำหมวกสานจากใบลาน ซึ่งหมู่บ้านหัตถกรรมบ้านปากร้องห้วยจี้ ได้ไปออกงานใหญ่ๆ ระดับประเทศทุกปี แถมการันตีคุณภาพ 3-4 ดาวเชียวนะ คนนี้ไง.. ป้าทองคำ และนี่คือใบลานที่ตากแห้งแล้ว เราก็ไปนั่งฟัง นั่งคุยกับป้า ดูป็นป้าสอนวิธีการทำแต่ละขั้นตอน ตั้งแต่เก็บใบลาน เอาใบลานไปตากแดดอย่างน้อย 3 แดดจนแห้ง รีดใบออก นำมาถักเป็นเปีย ก่อนนำไปเย็บทำเป็นหมวกหรือของที่ระลึก สุดยอดไปเลยค่ะ หลังจากบ้ายบายคุณป้า คุณยาย เราก็ออกเดินทางไปไหว้พระที่ “วัดพระบรมธาตุบ้านตาก” กันต่อค่ะ เป็นวัดขึ้นชื่อของเมืองตากอีกที่นึง เป็นเจดีย์ใหญ่สีทอง ล้อมรอบไปด้วยเจดีย์เล็ก คล้ายเจดีย์ขเวดากอง บรรจุพระเกษาธาตุและพระบนมสารีริกธาตุส่วนพระนลาฏ(หน้าผาก) เป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีมะเมียค่ะ พระครูพิทักษ์พระบรมธาตุ (ทองอยู่) ได้ไปนมัสการพระธาตุชเวดากอง ณ กรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่า ท่านจึงได้จำมาก่อสร้างองค์พระเจดีย์ เหมือนเจดีย์ชเวดากองล้อมคลุมองค์เก่าไว้ ปิดทองสวยงาม อีกทั้งยังมี "หลวงพ่อทันใจ" ที่สร้างเสร็จภายในวันเดียว มีผู้คนมากราบไว้กันเยอะมากๆ (สาระล้วนๆ อิอิ) ไหว้พระกันเสร็จแล้ว เดินมาฝั่งตรงข้ามก็จะเจอกับ พิพิธภัณฑ์วัดพระบรมธาตุ ที่รวบรวมข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ในสมัยก่อนไว้พอสมควรค่ะ เส้นทาง อำเภอบ้านตาก-สามเงา นี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ อีกหลายที่เลยค่ะ อาทิ วนอุทยานไม้กลายเป็นหิน ที่มีความยาวสูงที่สุดในโลก, ผาสามเงา หน้าผาเจาะเป็นช่องลึกพร้อมพระพุทธรูปสามองค์เรียงกัน, วัดชลประทานรังสรรค์ เป็นต้น สายบุญผ่านไป สายเที่ยวกันต่อ! เรามุ่งหน้าไปยัง "เขื่อนภูมิพล" ตั้งอยู่อำเภอสามเงา ที่นี่เป็นเขื่อนแห่งแรกและแห่งเดียวในไทยที่เป็นเขื่อนคอนกรีตรูปโค้ง และสูงเป็นอันดับ 27 ของโลก เดิมชื่อ เขื่อนยันฮี ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระปรมาภิไธยให้เป็นชื่อเขื่อนว่า เขื่อนภูมิพล เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2500 เมื่อมาถึง สิ่งแรกคือดีใจ! เพราะคนไม่เยอะ 5555 ไม่ใช่ละ >,< คือวิวสวยมากๆ มองจากตัวเขื่อนออกไปก็เจอภูเขาและทะเลล้อมรอบ วิวไกลสุดลูกหูลูกตา อากาศเย็นสบาย ลมเย็น เดินเล่นชมวิวได้ชิลๆ เลย ประทับใจสุดๆ ^^ ระหว่างทางออกจากเขื่อนภูมิพล ก็ผ่านร้านกาแฟน่ารักๆ ร้านนึง แวะสิคะ .. รออะไร! ร้านชื่อ "Bed Bar Caffe" ร้านกาแฟสด&เบเกอรี่ แถมด้านหลังร้านยังเป็นที่พักเปิดให้บริการด้วยค่ะ เขาใจดีให้เก็บภาพได้ เลยเอามาฝาก ^^ เบอร์ติดต่อทางร้านค่ะ 091-551-1451 ภายในร้าน ร้านน่ารัก มีมุมถ่ายรูปสวยๆ เยอะเหมือนกันนะ ภาพห้องพักค่ะ ตอนแรกเราตัดสินใจที่จะชมพระอาทิตย์ตกที่เขื่อนภูมิพล แต่เปลี่ยนใจมาชมวิวที่ "สะพานแขวน" แทน ชื่อเต็มๆ ก็คือ "สะพานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200" แลนด์มาร์กของเมืองตากก็ว่าได้ค่ะ เป็นจุดโรแมนติกยามเย็นของคนเมืองตากด้วย ใกล้ๆ กันก็มีสวนเฉลิมพระเกียรติฯ สวนสาธารณะ สวนสุขภาพ สนามกีฬา และตลาดนัด ผู้คนขวักไขว่ มีทั้งวัยรุ่น เล่นสเก็ต นั่งเม้ามอย มีวัยทำงาน ผู้เฒ่าผู้แก่ ออกมาเดินเล่นกันเต็มไปหมด .. แอบเห็นไล่จับมม่อน ปาบอลกันใหญ่เลย 555555 เอาล่ะๆ ไฮไลท์ของเราก็คือ ชมพระอาทิตย์ตกดิน คืออยากจะบอกว่าสวยมากๆๆ ฟีลลิ่งมาเต็ม วิวภูเขา ท้องฟ้าสีส้มๆ ฟ้าๆ ก้อนเมฆ (วันนี้เมฆแอบแน่นไป บังพระอาทิตย์ตกไปอีก!) สะพานแขวนทอดยาวข้ามแม่น้ำปิง (เฮ้ย! นี่มันซานฟรานเมืองไทยนิหน่า) ชมพระอาทิตย์ตก ระฆังดังกริีง! ได้เวลากินอีกแล้ว .. รีบวิ่งขึ้นรถเดินทางมา "ร้านไอยราวดี" ร้านอาหารสไตล์ล้านนา เรือนไม้ ติดริมแม่น้ำปิง อยู่ไม่ห่างจากสะพานแขวนและศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมากนัก มื้อนี้ก็อร่อยเหมือนเดิม มีทั้ง ไส้กรอกถั่ว เมนูนี้เป็นออเดิร์ฟทีเจ้าของร้านเอามาให้เรากินกันก่อนที่จะวางขาย รสชาติก็.. ถั่วนั่นแหละ 55 หวานๆ หอมกลิ่นสมุนไพร ยัดในไส้หมู เหมือนไส้กรอกปลาแนมหรือไส้อั่ว (เด็กสมัยนี้ไม่รู้จักล่ะสิ >,<) ย่างเตาถ่าน ไส้กรอกถั่ว และ ยำข้าวเกรียบ นอกจากนี้ก็มีเมนู ยำข้าวเกรียบ แกงคั่วหอยขม เห็ดหอมทอดเกลือ ขาหมู โอ้ยยย! อิ่มแปร้ ที่อยู่ร้าน : 4/4 หมู่ 7 ต.ป่ามะม่วง อ.เมือง จ.ตาก โทร. 096-636-4542, 094-242-6441 คืนนี้เรามาเอนกายนอนกันที่ "Soho Boutique Hotel" อยู่ในซอยมหาดไทยบำรุง อ.เมืองตาก ค่ะห้องพักเรียบง่าย กว้างขวาง เตียงนุ่มนอนสบาย ^^ วันนี้แอบเสียดายไม่ได้เดินชม "ตรอกบ้านจีน" ไฮไลท์เมืองตากอีกที่หนึ่งเป็นชุมชนโบราณ อายุกว่า 100 ปี ลักษณะเป็นเรือนไม้ทรงไทยปั้นหยา มีลวดลายแกะสลัก แต่ไม่เป็นไรคราวหน้าเราจะกลับมาแน่นอน คืนนี้ราตรีสวัสดิ์ .. ตื่นเช้ามา อาบน้ำ เก็บกระเป๋า เตรียมมุ่งหน้าไปอำเภอแม่สอดกัน จะมีอะไรให้ดู อะไรน่าเที่ยว ต้องติดตาม! แต่เดี๋ยวก่อน .. กองทัพเดินด้วยท้อง มากินอาหารเช้าที่โรงแรมกันก่อน มีให้เลือกหลายอย่างค่ะ เราก็กินรองท้องเบาๆ ^^ กินเสร็จก็ยังเหลือเวลาอยู่นิดหน่อย เจ้าของโรงแรมใจดี พาเราขึ้นลิฟท์ไปยังชั้นบนสุดของตึก ข้างบนเป็นลานกว้าง มองเห็นวิวเมืองตากแบบ 360 องศาเลย! คือล้อมรอบไปด้วยภูเขา เจ้าของบอกว่าถ้าขึ้นมาตอนพระอาทิตย์ขึ้น วิวจะสวยมากๆ เสียดายจัง >,< หลังจากเก็บกระเป่าขึ้นรถเรียบร้อย ก็ออกเดินทางกันต่อ ผ่านแยกรมณี ถ.ตากสิน รถก็สต็อป! หันไปทางขวามือ มีร้านเล็กๆ อยู่ร้านนึงคนมุงกันใหญ่ เพื่อนๆ ลงรถเราก็ลงด้วยสิค่ะ ร้านนั้นคือ "ร้านขนมถั่วแปบแป้งสดหนูนาง" เป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวที่อร่อยที่สุดในเมืองตาก อร่อยถึงขั้นคนสั่งวันนึงเป็นสิบกล่องร้อยกล่อง เปิดขายตอนเช้าหมดตอนเที่ยง แม่ค้ามือแทบหงิกเลยเอาจริง มี 3 สีด้วยกัน คือ สีเหลือง-ฟักทอง, สีม่วง-อัญชัน, สีเขียว-ใบเตย ค่ะ ไอ้เราก็ชอบของหวานๆ อยู่แล้วจะพลาดได้ไง พี่ค่ะ! จัดใส่จานให้ด้วยค่ะ ^^ แม่ค้าบอกว่าขนมถั่วแปบของเขาสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นทานได้ 2-3 วัน โดยที่แป้งยังนุ่มอร่อยอยู่ เราก็เลยลองซื้อมาชุดนึงเอาไว้กินเล่นตอนเย็น เดี๋ยวมาบอกจะจริงสมคำร่ำลือหรือไม่! 55 ร้านอยู่ติดกับทางเข้าวัดโบสถ์มณีศรีบุญเรืองค่ะ กินพอหวานปากได้แป๊บนึง ก็เลยเดินมาชมความงามของ วัดโบสถ์มณีศรีบุญเรือง ซะหน่อย เป็นเจดีย์ทรงมอญ บนยอดฉัตรบรรจุพระธาตุเอาไว้ค่ะ สวยงามตามท้องเรื่อง ขับไปสักพักรถหยุดอีกแล้ว! แวะ "ร้านเมี่ยงจอมพล" (เมี่ยงเต้าเจี้ยวเมืองตาก) เจอป้าแป้วเจ้าของร้าน ป้าบอกว่าเปิดขายมานาน ตัวป้าเป็นรุ่นที่ 3 แล้ว โอ้วมายก็อซ! เมี่ยงมี 2 แบบคือ ใช้ใบเมี่ยง กับ ข้าวแคบ (สีขาวขุ่น แป้งแข็งๆ เหนียวๆ หน่อย) เครื่องเคียงก็ทั่วไป แต่สูตรเด็ดของร้านป้าคือ เต้าเจี้ยว ใส่แทนน้ำเมี่ยงหวานๆ อร่อยไปอีกแบบ ^^ ร้านตั้งอยู่ตรง 3 แยก ถ.รามคำแหง ทางไปสำนักงานเทศบบาลตำบลไม้งาม คราวนี้เดินทางยาวๆ ละ เราเดินทางมา "วัดโพธิคุณ" วัดป่าสายอรัญวาสี มีจุดเด่นตรงพระอุโบสถ ฐานแอ่นโค้งแบบฐานสำเภาค่ะ ร่มเย็น เงียบสงบมากๆ ล้อมรอบไปด้วยป่าเขาเขียวขจี ด้านในอุโบสถ มี 2 ชั้นค่ะ ชั้นบนขึ้นไปถึงกับร้องว้าว! ทั้งอุโบสถเป็นสีทองอร่ามทั้งหมด สวยงามมากๆ ค่ะ บริเวณรอบๆ ก็จะมี ศาลาการเปรียญ, หอระฆัง, ลานธรรมจักร มีที่พักสำหรับผู้ที่มาปฏิบัติธรรมด้วยค่ะ มองนาฬิกา เอ๊ะ.. บ่ายแล้ว! ต้องทำอะไรก็ต้องกินสิค่ะ แวะกินก๋วยเตี๋ยว ส้มตำไก่ย่าง เสร็จแล้วก็เดินทางต่อ สถานีต่อไปคือ ฮักนะแม่กาษา "หมู่บ้านโพธิ์ทอง" ต.แม่กาษา ที่นี่มีคนแก่คนเฒ่า (แต่แข็งแรงเว่อร์!) รวมตัวกันอยู่ ทอผ้า ส่งออกขาย คุณป้าก็เล่าให้ฟังถึงวิธีการตั้งแต่ปลูกฝ้าย ปั่นเอาเม็ดออก กกด้าย จนมาถึงการทอให้เป็นผืนสวยงามอย่างที่เห็นนี่เลย สายตาเหลือบไปเห็น ไม้กวาดรูปร่างประหลาด เหมือนไม้กวาดแม่มดเด๊ะอ่ะ! ก็เลยถามคุณป้ามันคืออะไรคะ? คุณป้าบอกว่ามันคือไม่กวาดสมัยโบราณที่เขาใช้กัน เอ้อ..กิ๊บเก๋ยูเรก้า เดินทางเที่ยวต่อ "อาบน้ำแร่ โป่งคำราม" กันค่ะ ที่นี่เป็นน้ำแร่จากน้ำพุร้อนแม่กาษา ไหลตลอดทั้งปี ซึ่งเจ้าของบอกว่าค่าบริการอาบน้ำแร่ แล้วแต่ความพอใจของลูกค้า จ่ายเท่าไหร่ก็ได้ โอ้โห.. ดีไปอี๊กก! บริการอาบน้ำแร่ของที่นี่มีแบบ แช่ทั้งตัวกับแช่เท้า ถ้าจะแช่น้ำร้อนให้ได้ผลดี ครั้งนึงไม่ควรเกิน 20 นาที นะจ๊ะ ที่นี่คนจะเยอะช่วงเสาร์-อาทิตย์  และหน้าหนาว ดูวิวสิ นอนแช่น้ำแร่ มองวิวทุ่งนา มันได้ฟีลจริงๆ (แต่เราไม่ได้แช่นะ เขิล 5555) มีผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติให้เลือกซื้อกันด้วย เช่น สบู่โคลนธรรมชาติ, สบู่ข้าวน้ำแร่ เรามาสามารถใช้ได้ขณะแช่น้ำแร่นะ ใกล้ๆ กัน ก็จะมีทางเดินไปดู กาน้ำผุด ครั้งแรกที่ได้เห็นหน้าตากาน้ำผุดนี่แหละ ไม่ไกลกันมากก็จะมาถึง "บ่อนำพุร้อนแม่กาษา" ได้นั่งแช่เท้าพอคลายเมื่อย ต้มไข่กันไหมจ๊ะ? เวลาเย็นแล้ว เราเดินทางเข้าที่พัก เก็บกระเป๋ากันก่อน แล้วออกเดินทางไป กิน กิน กิน! กัน ร้านนี้เป็นร้านที่ขึ้นชื่อมากๆ ในแม่สอด ใครมาแล้สไม่กินร้านนี้ พลาดมากบอกเลย! "ร้านข้าวเม่า ข้าวฟาง" ร้านตกแต่งเหมือนเราอยู่ในป่าแบบนั้นเลยค่ะ เต็มไปด้วยต้นไม้ น้ำตก ธรรมชาติสุดๆ บรรยากาศดีเว่อร์ ชอบมาก!! เดินถ่ายรูปร้านเพลินเลย ^^ เมนูของเราเย็นนี้ คือ ยำดอกสลิดกุ้งสด, ซูกินี่ผัดไข่, แกงคั่วเห้ดเผาะ, ฉู่ฉี่ปลาดุกฟู, ปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียม รสชาติอาหารให้มี 10 ให้ 100 รสชาติอร่อย ไม่จัดมากแต่เข้มข้น ส่วนของหวานนำเสนอ กล้วยหอมทอด แป้งไม่หนากรอบ หอมกลิ่นงาขาว กล้วยนิ่มรสหวานค่ะ และ ข้าวเม่าเสวย เป็นสาคูน้ำกะทิ ใส่ผลไม้แคนตาลูป ลำไยข้างในด้วย รสชาติอร่อย ^^ พอกินเสร็จ อ.พนัส รามสูต หนึ่งในหุ้นส่วนร้านก็นั่งเล่าความเป็นมาของร้านนี้ให้ฟัง แล้วก็เล่าเรื่องการเดินป่าให้ฟังด้วย สนุกมากกกก ฟังเพลินจนดึกดื่นเลยทีเดียว เอาไว้เดี๋ยวเขียนรีวิวเสร็จจะเอามาเปะให้อ่านกันนะคะ ^^ คืนนี้เรามาพักกันที่ โรงแรม J2 Hotel ห้องที่เราพักแบบนอน 3 คนค่ะ กว้างขวาง ห้องอาบน้ำใหญ่ แต่เสียดายปลั๊กไฟน้อยไปหน่อย ^^ ชาร์ตไม่พอ 555 ตืนมากินอาหารเช้าตอน 7 โมง อิ่มแล้วก็เตรียมพร้อมร่างกาย สัมภาระออกเดินทางไป อำเภอพบพระ กันค่ะ ที่แรกที่ไปคือ "อุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ" เราไปถึงก็สายๆ บรรยากาศดี อากาศเย็นสบายมากๆๆๆ น้ำตกที่นี่มีชั้นน้ำตกลดหลั่น 97 ชั้น ระหว่างทางเดินไปน้ำตก ก็ได้ชมความงามของ ดอกกระเจียวสีส้ม (พันธุ์ฉัตรทอง) จะบานสะพรั่งเต็มพื้นที่กว่า 10 ไร่เลย เราไปเป็นช่วงฤดูฝน มิ.ย.-ก.ย. ของทุกปี ก็จะเห็นความสวยงามแบบนี้ ^^ ขับรถถัดมาอีกสักระยะก็มาถึง "น้ำตกป่าวหวาย" เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติแห่งใหม่ที่กำลังเปิดรับนักท่องเที่ยวที่ชอบธรรมชาติ น้ำตก แต่ตอนที่เราไปนั้นทางยังเป็นผืนป่า-ธรรมชาติล้วนๆ อยู่เลย มีน้ำไหลตลอดทั้งปีไปลุยๆ ตามสไตล์สาวถึกและบึกบึนแบบเรา 555 ที่ได้ชื่อว่า น้ำตกป่าวหวาย ก็เพราะ เป็นน้ำตกกลางป่าใหญ่ ล้อมรอบไปด้วยไม้หวายจำนวนมาก ทางเข้าจากถนนหลักจะอยู่ตรงหลักกิโลเมตร 43 เส้นทางสาย แม่สอด-อุ้มผาง อยู่ในการดูแลของอุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ ชมธรรมชาติตอนเช้าเสร็จแล้ว ไปไร่ส้มกันเถอะ! "สวนร่มเกล้า" ที่นี่เน้นปลูกส้มหลากหลายสายพันธุ์ รวมถึงปลูกอะโวคาโด ที่ตอนนี้มีกว่า 40 สายพันธุ์เลยทีเดียว แล้วก็ปลูกต้นแมคคาเดเมียด้วย ของชอบเก๊าเลย! >,< กะว่าจะมาเก็บส้มที่นี่ซะหน่อย ฝนดันกระหน่ำตกลงมาซะนี่! ลูกอะโวคาโดจากต้น ออกลูกเยอะยิ่งกว่าต้นมะม่วงซะอีก 55 อันนี้ของโปรด.. แมคคาเดเมีย เป็นลูกสดๆ จากต้น แต่กว่าจะกินได้ของผ่านการทุบ!! ทุบประมาณสองชั้น ต้องออกแรงพอควรเพราะเปลือกหนามาก พอกินสดๆ ก็อร่อยไปอีกแบบ คล้ายๆ มะพร้าวรสชาติมันๆ นอกจากนี้ยังมีน้ำผลไม้แปรรูป สดๆ จากไร่ มีให้เลือกหลายรสชาติ เช่น น้ำมัลเบอร์รี่, น้ำนมแมคคาเดเมีย, น้ำอะโวคาโดน้ำเสาวรส เป็นต้น ส่วนตัวเราชอบทุกรสเลยรสชาติเข้มข้น ทานแล้วสดชื่นมากๆ ค่ะ ใครสนใจสั่งซื้อได้ที่เบอร์ 088-699-6978 ค่ะ หรืออยากสั่งอะโวคาโดก็มีนะ Facebook : อะโวคาโด จากสวน ปลีก- ส่ง Avocado Retail - Wholesale  กก.ละ 60 บาท (ขั้นต่ำ 3 กก. ส่งถึงบ้านทั่วประเทศ) เราเดินทางไปหาของกินกันดีกว่า ^^ ที่ "ร้านชาวหลังสวน" (Chao Langsuan) เป็นร้านไม้เรือนกระจกเล็กๆ น่ารักดีค่ะ เมนูเที่ยงนี้คือ ใบเหลียงผัดไข่, ยำตะไคร้, แกงเหลือง แล้วก็ไข่เจียว เครื่องดื่มของเรา น้ำแตงโมปั่น มาเป็นลูกเลยจ้า ... ร้านนี้เป็นฟาร์มออแกนิคด้วยนะ ใบเหลียงที่เราสั่งที่นี่ก็ปลูกเอง สะอาดปลอดภัย ร้านตั้งอยู่ที่ 90 หมู่ 15 ต.ช่องแคบ อ.พบพระ โทรสอบถาม. 086-366-4067 Facebook : ไร่ชาวหลังสวน - CHAO Langsuan กินข้าวอิ่มก็ต้องตามด้วยของหวานถึงจะถูก >,< เราจึงเดินทางมุ่งหน้าไปยัง "ROCHA CAFE'" (โรชาคาเฟ่) โอ้ยแก .. บอกเลยว่าปริ่ม! ระหว่างทางขับรถเข้ามาก็เห็นวิวนี้ เป็นโรงนาแบบเมืองนอกตั้งอยู่บนยอดดอยท่ามกลางไร่ ธรรมชาติแบบนี้ มันเก๋กู๊ดมาก! เราเชื่อว่าใครมาที่นี่ต้องประทับใจ และได้รูปสวยๆ กลับบ้านเป็นร้อยเหมือนเรา 5555 พอเข้าไปข้างในก็เลิฟไปอีก ตกแต่งสไตล์วินเทจ โมเดิร์นหน่อยๆ เน้นใช้วัสดุไม้ มีที่นั่งสองชั้นค่ะ ที่นี่มีบริการกาแฟ เครื่องดื่ม และเบเกอรี่ เปิดตั้งแต่ 09.00 - 19.00 น. มาดูหน้าตาของหวานที่เราสั่งกัน Lemon Tea และ Vanilla Coffeeeee ~ ที่อยู่ : 511 ตำบล ช่องแคบ อ.พบพระ จ.ตาก 63160 โทร. 091-8437173, 086-1998644 Line : rochacafe หรือ https://m.facebook.com/RochaCafe หลังจากกินของหวานชื่นใจ ตาแข็งกันไปแล้ว 555 ตกเย็นสาวๆ แบบเราไปนวดตัวกันหน่อยดีกว่า ผ่อนคลายจากการเดินทางมา 3 วัน ^^ ที่ "ธารา สปา แม่สอด" (Tara Spa) ที่นี่ขึ้นชื่อในเรื่องการนวดตัว ขัดตัว พอกตัว ทำสปาผิว เราก็จัดไปคอสนึง โดยคอสที่เราทำนั้น จะขัดตัวก่อนด้วยสูตรพิเศษของทางร้าน นวดต่อด้วยน้ำมัน และขั้นตอนสุดท้ายคือบำรุงผิว หลังจากนวดเสร็จรู้สึกผิวเนียน ขาวใสขึ้นมาหน่อย แถมได้ผ่อนคลายจากการนวดด้วย ฟิน! ใครเดินทางเที่ยวแถวแม่สอด สนใจก็ติดต่อได้ที่เบอร์นี้ค่ะ 089-434-9530, 080-121-5727 หรือ Facebook : Tara Spa Maesot ร้านอยู่เยื้องๆ กับร้านอาหารข้าวเม่าข้าวฝ้าง ที่เรากินกันเมื่อคืนเลย ^^ และค่ำคืนนี้ก็จบลงด้วยร้านอาหารทะเล "บ.กุ้งเผาแม่สอด" กุ้งแม้น้ำมาจากฝั่งพม่านะฮะ เขาบอกมา >,< ใครมาแม่สอดถ้าอยากกินอาหารทะเลต้องร้านนี้ อ่ะๆ นี่เมนูของเรา ผัดฉ่าปลากะพง, หอยหวาน, กุ้งแม่น้ำเผา, หอยเชลล์อบกระเทียม, ต้มยำกุ้ง, ปลาหมึกผัดไข่เค็ม , กรรเชียงปู, ผัดผักยอดฟักแม้ว รสชาติเข้มข้น อร่อยค่ะ (อร่อยทุกอย่างอะแกร..) อิ่มท้องก็กลับที่พัก นอนค่ะ! ตื่นมาพรุ่งนี้ต้องแพ็คกระเป๋ากลับบ้านกันแล้ว .. เช้านี้ตื่นเร็าว่าทุกๆ วัน เพราะเราเดินทางไปกิน "โรตีโอ่ง" เจ้าแรกของประเทศไทยกัน ตัวเราก็เพิ่งเคยเห็นโรตีโอ่งเป็นครั้งแรก ตื่นเต้นไปสิ คุณลุงก็ตีแป้ง นวดแป้งไป ไอเราก็อยากจะถ่ายโรตีที่อยู่ในโอ่ง ร้อนใช้ได้ 55555 ผู้คนออกมาทานกันเยอะมากๆ ค่ะ อถมที่นี่ไม่มีสั่งกลับบ้านด้วยนะ ถ้าอยากกิน มากินที่ร้านเท่านั้นจ้า .. ครั้งแรกที่เคยกิน โรตีโอ่ง ส่วนเราชอบนะ ไม่เลี่ยนเหมือนแบบทอด กลิ่นหอม แต่ก็ต้องกินร้อนๆ ถึงจะอร่อย กรอบนุ่ม จิ้มกับนมข้นหวานหรือแกงถั่วของทางร้าน กินเล่นได้เรื่อยๆ เพลินไปสิ! ทานคู่กับชา กาแฟ โอวัลตินร้อนๆ รู้สึกดีมากๆ เราเดินทางออกจากแม่สอดกันแล้ว! ไป ตลาดริมเมย แวะซื้อของฝากกันนิดหน่อย ที่นี่มีของขายตั้งแต่ขนม เสื้อผ้า เครื่องปนะดับ บลาๆ เต็มไปหมด อีกทั้งสินค้าพื้นเมือง สินค้าท้องถิ่นของเมียนม่าด้วย เส้นทางลงจากแม่สอด เราก็จะผ่าน "ศาลเจ้าพ่อพะวอ" ผู้คนที่ผ่านไปมาจะแวะกราบไหว้ขอให้เดินทางปลอดภัยกันค่ะ และระหว่างที่รถวิ่งผ่านไปมาก็จะบีบแตรกันตลอด ดังยาวๆ ไปเลยจ้า! บริเวณใกล้กันก็จะมี พระพุทธโคดม องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ปางนาคปรก ตั้งอยู่อย่างสง่าด้วย บรรยากาศดีขนาดไหนคิดดู หมอกฟุ้งเชียว ... ที่สุดท้ายที่เราแวะก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ ยาวๆ เส้นทางขาลงอำเภอแม่สอด ก็คือ "ตลาดมูเซอ" ตลาดเล็กขนาดสินค้าพื้นเมือง อาหาร ผัก ปลา ของฝาก หมอกมาอีกแล้ว!! อากาศเย็นสบาย จบทริปเที่ยวตากชิลๆ ของเรากันไปแล้ว วังว่ามีข้อมูลที่เป้นประโยชน์กับเพื่อนๆ บ้างนะคะ (เม้ามอยซะเยอะเชียว >,<) เรายังมีที่เที่ยวในเมืองไทยอีกหลายที่ที่อยกให้เพื่อนๆ ลองไปสัมผัสดูกันสักครั้ง แล้วจะรู้ว่าเที่ยวเมืองไทยมีดีกว่าที่คิดนะ ครั้งหน้าเราจะพาไปไหนก็อย่าลืมติดตามกันนะคะ ไปก่อนแล้วบ้าย บาย ... ขอบคุณการเดินทางสนุกๆ : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตาก

ปีศาจแดงสะอึก! ชไวนี่กับปฏิบัติการโบการ์ดโมเดล-นั่งๆนอนๆรอรับเงิน
ข่าวแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด /  ชไวน์สไตเกอร์ / 

เมื่อชไวนี่ออกมายืนยันผ่านทวิตเตอร์ว่าแมนฯ ยูฯ จะเป็นสโมสรสุดท้ายของเขา พูดง่ายๆ คือเขาจะอยู่ให้ครบสัญญาที่เหลือสองปีกับทีมปีศาจแดงแม้ว่าจะโดนมูรินโญ่ส่งไปซ้อมกับทีมสำรองหรือทีม u-23 ก็ไม่สน ข่าวนี้ทำให้แฟนบอลนึกถึงกรณีของวินสตัน โบการ์ด กองหลังชาวดัตช์ของเชลซีที่เซ็นสัญญาสี่ปีกับทีมแต่มีโอกาสลงสนามให้ทีมไม่ถึงสิบนัด สาเหตุที่เป็นอย่างนี้เพราะโบการ์ดไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมของรานิเอรี่(กุนซือเชลซีในตอนนั้น) แต่เชลซีดันไปซื้อโบการ์ดมาก่อน แถมยังให้ค่าเหนื่อยสูงถึง 40,000ปอนด์(ถือว่าสูงมากในตอนนั้น) เชลซีพยายามขายโบการ์ดทิ้งเพราะไม่อยากเปลืองค่าเหนื่อยแต่ไม่มีทีมไหนกล้าซื้อเขาไปร่วมทีมเพราะค่าเหนื่อยที่แพงเกินไปนั่นเอง เชลซีพยายามบีบเขาทุกทาง ส่งไปซ้อมกับทีมสำรองบ้างทีมเยาวชนบ้างแต่ไม่เป็นผลเพราะโบการ์ดไม่ยอมย้ายทีม มาซ้อมทุกวันและก็ขอฟันค่าเหนื่อยสโมสรไปเรื่อยๆ แม้จะไม่ได้ลงสนามก็ตาม เขาบอกว่า "ทำไมผมต้องโยนเงิน15ล้านยูโรทิ้งในเมื่อเงินนั้นมันเป็นของผม?" "โลกนี่เป็นโลกของเงิน เมื่อคุณได้รับข้อเสนอเงินล้านคุณก็ต้องรับไว้...ผมอาจเป็นการซื้อนักเตะที่เลวร้ายที่สุดของพรีเมียร์ลีกแต่ผมไม่แคร์" โบการ์ดอยู่กับเชลซีครบสี่ปี เมื่อหมดสัญญาก็ยังหาสังกัดไม่ได้ ปีต่อมาเขาจึงแขวนสตั๊ด หลายคนมองว่าชไวนี่กำลังเดินตามรอยโบการ์ดอยู่ เพราะชไวนี่ได้ค่าเหนื่อยประมาณ 190,000ปอนด์/สัปดาห์ รวมแล้วสองปีเขาจะฟันเงินมหาศาลเกือบ 20 ล้านปอนด์ แม้จะมีบางสโมสรสนใจอยากได้เขาไปร่วทัพแต่อาจไม่มีทีมไหนกล้าจ่ายค่าเหนื่อยขนาดนี้ นี่อาจเป็นสาเหตุที่เขาประกาศจะอยู่กับทีมต่อโดยไม่สนว่าจะได้ลงสนามหรือไม่

สุดซึ้ง!! แจ๊ส ชวนชื่น ให้แหวนเพชรเม็ดเป้งเซอร์ไพรส์เมีย!!
แจ๊ส ชวนชื่น /  ข่าว แจ๊ส ชวนชื่น / 

  หลังสับขาหลอกออกมาโพสต์ว่าไม่มีอะไรจะเซอร์ไพรส์ให้ภรรยาที่เคารพรัก แจง ปุณณาสา ในวันครบรอบแต่งงาน 3 ปี (24ส.ค.) แต่ล่าสุด แจ๊ส ชวนชื่น ก็ทำซึ้งด้วยการเซอร์ไพรส์แรกในชีวิตให้กับภรรยาสาวคนสวย ด้วยการจัดเตรียมงานฉลองครบรอบวันแต่งงาน 3 ปีที่ประดับตกแต่งไปด้วยลูกโป่งสวยๆ และของขวัญวันครบรอบแต่งงานชิ้นพิเศษเป็นแหวนเพชรเม็ดเป้ง!!   ไม่วาย แจ๊ส ชวนชื่น ยังได้โพสต์ภาพบรรยากาศการเซอร์ไพรส์ ที่คุณภรรยาฉีกยิ้มจนแก้มปริด้วยความปลาบปลื้มดีใจ พร้อมกับแคปชั่น โคตรจริงใจตามสไตล์ตลกชื่อดังว่า   “ครบรอบแต่งงาน. 24. สิงหา. เซอร์. ไพร์ครั้งแรกของผม. รักนะ @jangjit”   พร้อมกับแคปชั่นติดตลกว่า “ฟินไปซิ. มึง นำ้ตากูทั้งนั้น. 555555555. @jangjit”   ส่วนด้านภรรยาสาว แจง ปุณณาสา ก็ได้โพสต์ข้อความสุดซึ้งที่คุณสามีที่รัก แจ๊ส ชวนชื่น ให้แหวนเพชรในวันครบรอบแต่งงาน 3 ปีทั้งที่เมื่อก่อนฝ่ายชายไม่มีเงินซื้อให้แต่รักกันด้วยใจว่า   “เมื่อสามปีที่แล้วยังจำได้แจ๊สไม่มีตังซื้อแหวนสวยๆให้นะ เราก็บอกว่าใส่อะไรก็ได้.แต่วันนี้เค้าไปจัดหาเตรียมทุกๆอย่างให้ พูดไม่ออกเลย อยากบอกว่าเลือกคนไม่ผิดจริงๆ @jazzpadung” ขอบคุณภาพจาก IG jazzpadung, jangjit, aonglipimsupra แจ๊ส ชวนชื่น เซอร์ไพรส์เมีย แจ๊ส ชวนช แจ๊ส ชวนชื่น เซอร์ไพรส์เมีย แจ๊ส ชวนชื่น เซอร์ไพรส์เมีย แจ๊ส ชวนชื่น เซอร์ไพรส์เมีย แจ๊ส ชวนชื่น เซอร์ไพรส์เมีย แจ๊ส ชวนชื่น เซอร์ไพรส์เมีย แจ๊ส ชวนชื่น เซอร์ไพรส์เมีย แจ๊ส ชวนชื่น วันครบรอบแต่งงาน

รักนะจุ๊บๆ!ชไวนี่ยันผีคือทีมสุดท้ายในยุโรปและพร้อมช่วยทีมเสมอ
บาสเตียน ชไวสไตร์เกอร์ /  พรีเมียร์ลีก / 

แม้ว่าบาสเตียน ชไวสไตร์เกอร์ จะไม่เป็นที่ต้องการของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยการถูกส่งไปซ้อมกับทีมสำรอง แต่ดูเหมือนว่าจะยังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับสโมสรอยู่ โดยกองกลางดีกรีแชมป์โลกกับทีมชาติเยอรมันออกมาทวีตข้อความหวานเยิ้มไปถึง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แม้จะเพิ่งถูกส่งไปซ้อมกับทีมสำรองก็ตาม ซึ่งข้อความที่ ชไวนี่ทวีตว่า “นี่คือข้อความเล็กๆน้อยถึงเหล่าแฟนบอลที่น่ามหัศจรรย์ของผมเกี่ยวกับสถานการณ์ของผมกับทีม” “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะเป็นทีมสุดท้ายของผมในยุโรป ผมเคารพสโมสรอื่นแต่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือสโมสรเดียวที่สามารถทำให้ผมย้ายออกจากบาเยิร์นมิวนิคได้ ผมพร้อมเสมอถ้าทีมต้องการผม ผมอยากจะขอบคุณแฟนๆทั้งหมดถึงการสนับสนุนที่ยอดเยี่ยมในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานี้” สำหรับ แข้งวัย 32 ปียังไม่มีส่วนร่วมกับทีมของ โจเซ่ มูรินโญ่ แม้แต่จะมีชื่อบนม้านั่งสำรองในลีก

จั๊กกะบุ๋ม งัดหลักฐาน 3,000 แผ่นเตรียมฟ้อง อึ้ง! ศร - สาวแบงค์ คู่กรณีโผล่งานแถลง!!
จั๊กกะบุ๋ม เชิญยิ้ม /  ศร อิจฉา / 

คู่กรณีโผล่!! งานแถลง โดยช่วงบ่ายวันนี้(24 ส.ค.) ทางตลกชื่อดัง จั๊กกะบุ๋ม เชิญยิ้ม ได้หอบหลักฐานกว่า 3,000 แผ่นตั้งโต๊ะชี้แจงกรณีที่ตนมีปัญหากับอดีตนักร้อง ศร อิจฉา หรือ ศร ศรศักดิ์ จากที่วันก่อนอีกฝ่ายได้ออกมาอ้างว่าถูกทางจั๊กกะบุ๋มขมขู่ และถ้าทางฝั่งตลกดังแถลงตนก็จะขอมาแจมด้วย ซึ่งก็ไม่ผิดไปจากคำพูด เพราะทาง ศร อิจฉา โผล่มาร่วมวงแถลงด้วยจริงๆ บอกถ้าอีกฝ่ายไม่ท้าก็ไม่มีการวางมวยกันเกิดขึ้น ไม่เท่านั้นทางภรรยาของหนุ่มศร ยังพา ออม สาวแบงค์ คู่กรณีอีกคนหนึ่งของตลกจั๊กกะบุ๋ม ที่เคยไปแจ้งความดำเนินคดีกับอีกฝ่ายเนื่องจากตลกดังยืมเงินไป 50,000 บาทแล้วไม่คืนนั่นเอง... โดยตลกดัง จั๊กกะบุ๋ม เผยตนขอติดตามอดีตนักร้องไปต่างประเทศจริง หวังหาเงินมาใช้หนี้ แต่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามคาดจึงไปทำงานกับอีกเจ้าหนึ่ง ซึ่งได้มีการขออนุญาติทางเจ้าของงานแล้ว และได้มีการไปขอโทษทางอดีตนักร้องแล้วเช่นกัน แต่กลับโดนโพสต์ใส่ร้ายในโซเชียลต่างๆ นาๆ แถมอีกฝ่ายยังโทรไปล้างสมองภรรยาของตน โดยได้มีการอัดคลิปเสียงไว้ จั๊กกะบุ๋ม กล่าวอีกว่า ตนถูกอดีตนักร้องคุกคาม ขุดขุ้ยประวัติต่างๆ เป็นหนี้ใครบ้าง และอีกฝ่ายยังมีการพาดพิงถึงบุพการีเรื่องเคยติดคุก ด้วยเหตุนี้ตนจึงต้องอัดคลิปข่มขู่อีกฝ่าย บอกใครกันแน่ที่ต้องการเกาะกระแส จากนี้ให้ศาลตัดสิน รับเป็นหนี้ ออม สาวแบงค์ จริงแต่จ่ายล่าช้า เนื่องจากอีกฝ่ายไปแจ้งความทำให้ตนเสื่อมเสียชื่อเสียง ก็ต้องใช้กฏหมายคุยกัน บอกตนเป็นคนเชิญมาฟังแถลงเอง ส่วนกับนักร้องรุ่นพี่ถ้าตนทำอะไรให้ไม่พอใจก็ขอโทษ แต่เรื่องกราบขอโทษไม่ทำเพราะตนไม่ผิด ไปเจอกันที่ศาล ไม่กลัวอีกฝ่ายแถลงกลับอีกรอบ พร้อมยืนยันจะหาเงินมาใช้หนี้กับเจ้าหนี้ทุกคน... รายละเอียดมีดังนี้ “จากกรณีที่คลิปที่ผมแสดงความไม่สุภาพออกไป ขอกราบอภัยด้วย แต่สาเหตุเพราะถูกกดดันต้องออกมาทำอะไรสักอย่างเพื่อปกป้องแม่ แม่ถูกเหยียดหยาม ดูถูก ใช้คำพูดไม่สุภาพ เอาอดีตของแม่มาประจาน คงไม่ผิดที่ผมออกมาปกป้องบุพการี ผมต้องทำครับแม้ผมจะเรียนน้อย แต่ครอบครัวผมสอนว่าไม่ให้เอาประวัติใครมาเหยียบย่ำก่อน” “แต่สิ่งที่ผมเจอและเกิดขึ้นเกิดจากสิ่งที่เขาเหยียดหยามจนผมทนไม่ไหวแล้ว เรื่องเกิดขึ้นเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา ได้ไปสวิสเซอร์แลนด์ เจอนักร้องที่สนิทกัน เขาจะไปสวิสเหมือนกัน ผมยอมรับว่าขอเขาไปสวิสด้วยในฐานะพี่น้อง จากนั้น 2-3 วันเขาบอกว่าเจ้าภาพที่นั่นยินดีให้ผมไปแสดงด้วย เพราะผมประสบปัญหาการเงินจากธุรกิจที่หัวหิน ต้องมีเงิน 400,000 บาททุกเดือนเพื่อเป็นการหมุน ค่าเช่าร้าน เงินเดือนพนักงาน 10 คน ค่าวัตถุดิบ คือทั้งร้านกาแฟและร้านสเต็ก มีค่าใช้จ่ายส่วนตัว ค่าส่งเสียครอบครัว ทำให้ชักหน้าไม่ถึงหลัง ต้องไปกู้เงืนเพื่อนๆ มาและที่อยากไปสวิสเพราะต้องการเอาเงินมาปลดหนี้ที่มีและได้บอกเจ้าหนี้ทุกคนแล้วว่าหลังกลับจากสวิส 15 วันจะเอาเงินกลับมาใช้หนี้ มั่นใจว่าใช้หนี้ได้แน่นอน” “แต่ไม่ใช่อย่างนั้น เพราะค่าเครื่องบินออกเอง ทำงานจริง 6 วัน ได้ค่าตอบแทนเป็นเงินไทย 15,000 บาท ว่างงานอยู่ 7 วัน แต่โชคดีที่ได้รับความเมตตากับคนไทยที่นั่น ได้คุยกันทางไลน์ เป็นพี่สาวที่น่ารักคนหนึ่ง พี่สาวคนนี้เลยชักชวนและแนะนำว่าถ้าหางานให้เล่นจะมีปัญหากับเจ้าของงานมั้ย ผมก็ขออนุญาติเจ้าของงานแล้ว และพี่สาวคนนั้นก็ไปขอด้วย” “แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดคือได้มีการติดตามเฟสบุ๊คของนักร้องที่ผมตามเขาไปสวิส เห็นเขาโพสต์แปลกๆ ผมก็ไม่สบายใจ เขาบอกว่าพาไปต่างแดนแต่กลับมาเนรคุณ นั่นหมายถึงคือผมนะ ผมก็ปรึกษาคนอื่น ก็บอกว่ารอให้ใจเย็นๆ ค่อยเข้าไปขอโทษ” “ตอนนั้นผมกับพี่นักร้องคนนั้นอยู่คนละบ้านแล้วตอนอยู่สวิส และผมก็เข้าไปขอโทษพี่เขาแล้ว จากนั้นไม่ถึง 5 นาทีผมก็เห็นที่เขาโพสต์” “นี่คือสิ่งที่คุณได้รับคำขอโทษจากผมแล้วมาโพสต์ ผมไม่โกรธ แต่ไม่เข้าใจ อีกเรื่องคือหายไป 3 วัน จะติดต่อครอบครัวได้เจอคำด่าจากครอบครัวหาว่าขายตัว มั่วผู้หญิง ไม่กลับบ้าน แต่โชคดีได้พิสูจน์ตัวเองจากที่สวิส วีดีโอคอลบอกว่าตอนนี้ผมทำอะไรอยู่ที่ไหน แต่ขณะนั้นมีสายเข้ามาที่บ้าน บอกว่าตอนนี้มันไปอยู่กับผู้หญิงแล้ว สบายไปแล้ว ไม่ต้องไปสนใจมัน” “ครอบครัวผมบอกแบบนั้น ผมถึงต้องถามว่าเกิดอะไรขึ้น และอัดเสียงว่าผมทำจริงหรือเปล่า ก็เลยเกิดคลิปเสียงขึ้น” (เปิดคลิปเสียงภรรยาตัวเองกับภรรยานักร้องที่มีปัญหาคุยกัน) “ผมมีเอกสารทุกอย่างที่เขาส่งมาล้างสมองแฟนผมว่าผมเป็นอย่างนั้นจริงๆ แต่แฟนผมก็อัดเสียงไว้ แล้วเอามาหักล้างกับสิ่งที่ผมมีทุกอย่างจนแฟนผมเข้าใจ หลังจากนั้นเขาก็ทวงเงินผมตลอด ขู่ผมว่าจะเอาผมให้ตาย ผมไม่ได้ติดเงินเขาด้วย แต่เขามาทวงแทนคนอื่นทำไม ผมไม่ได้ติดหนี้สินอะไรกับเขาเลย แต่เขาอาสามาทวงหนี้แทน แต่วิธีของเขามันเกินไปมาแอบถามจากภรรยาผม บอกเล่าเรื่องราวใส่ข้อมูลกับภรรยาผม ภรรยาผมถึงได้หลงบอกว่าผมเป็นหนี้ใครอะไรยังไงบ้าง” “หลังจากนั้นเขาจึงขุดผมทุกอย่างว่าผมเป็นหนี้ใคร ทำธุรกิจอะไรเจ๊งมาบ้างแล้วก็ยังมาโพสต์อะไรต่ออะไรอีกเยอะแยะ รู้ทุกอย่างว่าผมทำอะไรอยู่ที่ไหน รู้บ้าน รู้ทุกอย่าง เขาคุกคามผมมาก ตอนก่อนไปสวิสไม่เคยมีปัญหากันเลย แทบจะจูบปากกัน เขาเคยโพสต์ว่าเปิดบริษัทรับทวงหนี้ทั่วราชอาณาจักร แต่ลบไปแล้ว แบบนี้ผิดพรบ.คอมพิวเตอร์ เตรียมยื่นเรื่องทางกฎหมายต่อไป”(เปิดคลิปเสียงจั๊กกะบุ๋มคุยกับศร) “ที่ผมข่มขู่ เพราะเขามาพาดพิงว่าแม่ผมเคยติดคุกคดียาเสพติด ผมผิดมั้ยที่ออกมาปกป้องแม่ รู้เหรอว่าแม่ติดคุกเรื่องอะไร รู้เหรอว่าแม่เจ็บช้ำน้ำใจจากการถูกยัดข้อหา ติดคุก 2 ปี เขาช้ำขนาดไหน” “การที่ผมออกมาปกป้องบุพการีใช้คำไม่สุภาพ ผมกราบขออภัย คุณทำเพื่อจะโปรโมทอะไรหรือเปล่า อย่าทำเลย เขาบอกผมมาเกาะเขาดัง ผมเองมีงานมาตลอดนะ ทำงานมาตลอด 11 ปี แต่เขามีอะไร เขาหายจากจอทีวีมานานมาก ใครเกาะกระแสใครกันแน่” “ดำเนินการทางกฎหมายแน่นอน เอกสารมีมากกว่า 3,000 แผ่น จะเข้าสู่กระบวนการกฎหมาย จะฟ้องหมด พรบ.คอมฯ หมิ่นประมาท ขู่กรรโชก ข่มขู่คุกคาม ไม่ต้องแจ้งความแล้ว เข้าฟ้องศาลเลยฝ่ายโน้นบอกให้กราบเท้าขอขมา ผมถามหน่อย ผมผิดอะไร ถ้าผมผิดจริงผมพร้อมกราบต่อหน้านักข่าวเลย ไปเคลียร์กันที่ศาลเลย พูดไปก็เป็นการกล่าวโทษพาดพิง ไปศาลเลยดีกว่า ที่เขามาวันนี้มาทำไม ไม่ได้เชิญ เอาคนชื่อออมที่ว่าผมเป็นหนี้มาด้วย ผมเป็นคนเชิญมาเอง อยากให้มาคุยต่อหน้านักข่าว ยอมรับยืมเงินออมมาจริง แต่มีการจ่ายล่าช้า” “ตอนแรกคุยกันเองว่าจะจ่าย แต่พอดีเขาไปแจ้งความ หลังจากนี้ก็คงต้องใช้กฎหมายคุยกันจะฟ้องทุกเรื่องภายในอาทิตย์นี้ ไม่ต้องการเรียกร้องอะไร เพียงแต่จะให้คนรู้ว่าผมเป็นยังไง สมาคมตลกไม่มีเรียกไปคุย มองเป็นตัวบุคคลดีกว่า อย่าไปพาดพิงถึงองค์กร ไม่มีองค์กรไหนสอนให้คนทำผิดพลาด ผมกราบขออภัยสมาคมตลกด้วย องค์กรก็ไม่จำเป็นต้องเข้ามายุ่ง แต่นามสกุลเชิญยิ้มก็อาจจะทำให้มีผลบ้าง แต่ขอให้ผมได้ชี้แจงก่อนจะใช้หนี้ทุกคนแน่นอน มีการพูดคุยกับเจ้าหนี้ทุกคนตลอด จำนวนเงินติดหนี้ทั้งหมดประมาณ 120,000 บาท แต่เขาทำเป็นเรื่องใหญ่ ไปบอกผู้จัดว่าอย่าจ้างงาน แล้วผมจะเอาเงินที่ไหนไปใช้หนี้” “ถ้าเขาออกมาแถลงโต้ผมไม่ซีเรียส ผมทำมาหากิน ให้โอกาสผมเถอะ ผมใช้หนี้ทุกคนแน่นอน สัญญาว่าจากนี้ไปจะไม่มีการโพสต์พาดพิงถึงเขาอีก แต่ถ้าเขาโพสต์ถึงผมขอให้ทุกคนคิดเอาเองว่าใครกันที่ไม่จบ ฝากถึงเขาในฐานะที่ผมเป็นน้อง ถ้ามีสิ่งใดที่ผมทำให้พี่ไม่พอใจ ผมขอโทษ ทุกเรื่องทุกสิ่งผมพยายามบอกให้พี่หยุด ผมไม่โกรธ เพราะผมเข้าใจว่าพี่ทำเพราะอะไร แต่ผมขอให้ศาลเป็นคนดำเนินการแทน ผมขอโทษแล้วกัน ถ้าพี่คิดได้พี่ก็หยุดเถอะ ไม่นานคนไทยก็ลืม อย่าดื้อดึงเลย” จั๊กกะบุ๋ม กล่าว จั๊กกะบุ๋ม เชิญยิ้ม จั๊กกะบุ๋ม เชิญยิ้ม จั๊กกะบุ๋ม เชิญยิ้ม - คุณแม่ ศร อิจฉา ภรรยาของศร ภรรยาศร - ออม สาวแบงค์ จั๊กกะบุ๋ม และภรรยา ออม สาวแบงค์ มาทวงเงินจั๊กกะบุ๋มหลังแถลง ออม สาวแบงค์

พลพล พลกองเส็ง /  มะปราง อลิสา / 

     กลับมาทั้งทีต้องให้ยิ่งใหญ่ สำหรับนักร้องหนุ่มเสียงนุ่ม พลพล พลกองเส็ง ที่ขอจัดชุดใหญ่ชวน 4 หนุ่มหล่อ “โบ๊ท The Yers / เชา COCKTAIL / แอร์ The Mousses / โจอี้ PARADOX”  นักดนตรีครอบครัว genie records มาเล่นMV เพลงใหม่ “หล่อเลย” ซะให้รู้แล้วรู้รอด ซึ่งจะได้ฟังพร้อมกันในวันพุธที่ 24 สิงหาคม นี้      โดย พลพล เล่าให้ฟังว่า “ตอนที่เริ่มคุยเพลงใหม่กับ พี่นิค แกบอกว่าจะให้ น้องโอม วงค็อกเทล มาช่วยโปรดิวซ์ให้ พี่นิคอยากให้มีอะไรใหม่ ๆ ในงานใหม่ของเรา จริง ๆ ผมกับ โอม รู้จักกันอยู่แล้วเวลาอยู่ที่ค่ายก็จะคุยกันสนุกสนานทะลึ่งตึงตัง น้องเค้าก็เลยหยิบมุมนี้ไปเขียนเพลงขึ้นมา เนื้อหาเพลงคือหลาย ๆ คนที่จีบหญิงแต่ไม่มีความหล่อ ไม่มีความสามารถ แต่เค้าอาจจะเป็นคนดี มีน้ำใจ แค่นั้นก็หล่อแล้ว โอมเลยเขียนเพลงนี้ให้ผมเป็นสื่อกลาง การทำงานก็ดีเลยเราโทรปรึกษากันตลอดเวลา      การร้องเป็นฟิลของผมส่วนภาคดนตรี โอม เค้าดูแล ถือว่าแตกต่างจากงานที่เคยทำมามาก ๆ เพราะประโยคในเนื้อเพลงแบบนี้ผมไม่เคยร้องมาก่อนมันเกือบจะแร๊พอยู่แล้ว แต่พอร้องแล้วก็สนุกดี ไม่ได้ยากอย่างที่คิดมันก็ให้อารมณ์อีกแบบนึง เพลงนี้มีเสียงไวโอลินเพราะ ๆ จาก น้องแดน - คณิน อุดมมะระ มาเพิ่มความเป็นคันทรี่ร็อกอย่างที่ผมอยากได้ ส่วนไลน์กีตาร์ก็หนาขึ้น มีความร็อกขึ้น      มิวสิกวิดิโอเป็นเรื่องของผู้ชายคนนึงที่ไม่ได้หล่อมาก รับบทโดย น้องโอบ - โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์ ไปตามจีบผู้หญิงคือ น้องมะปราง - อลิสา ขุนแขวง แต่จะโดนเมินตลอดเวลาเพราะหน้าตาและฝีมือร้องเพลงจีบหญิงเนี่ย..มันแย่มาก แต่แล้วก็ได้แก๊งค์นักดนตรีหนุ่มหล่อฝีมือดีที่คัดแล้วคัดอีกจากวงต่าง ๆ ในค่ายจีนี่ฯ คือ โบ๊ท มือเบสวงเดอะเยอร์ , เชา มือกีต้าร์วงค็อกเทล , แอร์ นักร้องนำวงเดอะมูส , โจอี้ มือกลองวงพาราด็อกซ์ และ น้องแดน มือไวโอลิน อีกคน มาช่วยสอนเล่นสอนร้องจนทำเพลงลงยูทูปจีบสาวได้ในที่สุด ต้องขอบคุณทุกคนที่มาช่วยทำให้ MV เพลงนี้หล่อเหมือนชื่อเพลง แต่จะหล่อแค่ไหนต้องดูกันเองนะครับ ผมไม่ได้มีซิงเกิ้ลมานานแล้ว ขอฝาก “หล่อเลย” ด้วยนะครับ อยากได้ยินทุกคนช่วยกันร้องเพลงนี้เวลาผมไปร้องเพลงตามงานต่าง ๆ คงจะสนุกขึ้น ถ้าจะโหลดก็ขอแค่ถูกกฎหมายก็พอที่ *1230053 นะครับ”