ทรงผมสั้น 2012

หมู หน้าบาน!! น้องนาย ยิ่งโตยิ่งฮอตเวอร์
หมู พิมพ์ผกา /  นาย ณภัทร / 

เรียกว่าพกความหล่อเวอร์มาให้สาวๆ ได้กรี๊ดจนห้างแทบแตก สำหรับหนุ่มฮอต นาย ณภัทร เสียงสมบุญ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของนักแสดงสาว หมู พิมพ์ผกา ล่าสุด น้องนาย ควงแขนคุณแม่สุดเลิฟมาเดินแบบคู่เป็นครั้งแรก ในเปิดตัว "CentralPlaza Bangna Naked Summer" ณ ห้างเซ็นทรัลบางนา เล่นเอาเจ้าตัวออกอาการตื่นเต้นอยู่ไม่ใช่น้อย บอกเป็นอีกหนึ่งก้าวก่อนที่จะได้เข้าสู่วงการบันเทิงอย่างเต็มตัว!! น้องนาย : "ผมรู้สึกตื่นเต้นแต่ก็สนุกดีครับ เป็นประสบการณ์ที่ดีที่ได้มาเดินแบบกับคุณแม่ ส่วนงานในวงการผมก็ชอบครับ" หมู : "วันนี้ก็มาเดินแบบกับลูกเป็นครั้งแรก รู้สึกกลับมามีชื่อเสียงอีก เพราะมีลูกช่วยดันเรา(หัวเราะ) พอเห็นลูกชายฮอตแบบนี้ หมูต้องขอบคุณมากๆ เลย คือหมูเองก็คาดไม่ถึงเหมือนกัน ว่าน้องได้รับการตอบรับจากหลายคนดีขนาดนี้ น้ำตาจะไหลเหมือนกัน จริงๆ ก็อยากให้น้องเข้าวงการเหมือนกัน เพราะผู้ใหญ่หลายคนก็ขอมา แต่ทางน้องเค้าเลือกที่จะตั้งใจเรียนค่ะ ส่วนเรื่องเซ็นสัญญา 5 ปี กับทางช่อง 3 น้องเซ็นมาปี 1 แล้ว ก่อนถ่ายโฆษณาตัวแรกด้วยซ้ำ ตอนนี้ก็ดูคิวให้ลูกอยู่ค่ะ" น้องนาย : "เรื่องเตรียมตัวอยู่ในวงการบันเทิง คือคุณแม่เค้าจะช่วยสอนตลอด จริงๆ ผมไปกองถ่ายกับคุณแม่ตั้งแต่เด็ก วันนี้มีแฟนคลับมาด้วยครับ พี่ๆ เค้าน่ารักมาก คอยเอาใจช่วยอยู่ตลอด กับเรื่องสาวๆ ไม่มีครับ เพราะทุกวันทำกิจกรรมให้กับทางมหาลัยฯ แทบจะไม่มีเวลาอยู่แล้วครับ ส่วนใหญ่ภาพสาวๆ ในไอจีจะเป็นเพื่อนกันทั้งนั้นครับ" หมู : "ส่วนเรื่องสาวๆ ไม่หวงเลยน่ะ เรื่องนี้หมูยินดีต้อนรับอยู่แล้ว ถ้าลูกมีคนรักหมูเองก็ดีใจอยู่แล้วค่ะ" หมู พิมพ์ผกา - นาย ณภัทร หมู พิมพ์ผกา - นาย ณภัทร นาย ณภัทร ลูกชายของ หมู พิมพ์ผกา นาย ณภัทร ลูกชายของ หมู พิมพ์ผกา นาย ณภัทร ลูกชายของ หมู พิมพ์ผกา หมู พิมพ์ผกา - นาย ณภัทร หมู พิมพ์ผกา - นาย ณภัทร หมู พิมพ์ผกา - นาย ณภัทร

สุดฮา เมื่อหนุ่มๆ รู้ว่าสาวที่ทากันแดดให้เป็น สาวสวยมีดุ้น เงิบทั้งหาด!
สาวสวยมีดุ้น /  เรื่องตลก / 

สุดฮา เมื่อหนุ่มๆ รู้ว่าสาวที่ทากันแดดให้เป็น สาวสวยมีดุ้น เงิบทั้งหาด! ก็มันร้อนนี่เนอะ อากาศร้อนแบบนี้มันก็ต้องหาวิธีดับร้อน ซึ่งวิธีดับร้อนที่ดีที่สุดมันก็คงจะหนีไม่พ้นการไปเที่ยวทะเล ไปเล่นน้ำให้ร่างกายสดชื่น คลายร้อนนั่นเอง ซึ่งต้องบอกเลยว่าทะเล มันก็ต้องคู่กับสาวๆ ในชุดบิดินี่ตัวจิ๋วสุดเซ็กซี่ ซึ่งวันนี้ทาง Men.MThai จะขอนำเสนอ สาวสวยมีดุ้น ที่จะมาแกล้งเหล่าผู้ชายบนชายหาด โดย Youtuber ที่สนุกกับการสร้างคลิปแกล้งคนอย่าง Break ได้เกิดไอเดียสุดเฟี้ยวที่เรียกว่าดูแล้วต้องขำกันรัวๆ เพราะว่าในครั้งนี้เขาได้ให้สาวสวยสุดเซ็กซี่ (ผู้หญิงแท้ๆ นะ) เอาแท่งมาซ่อนเอาไว้ในกางเกงขาสั้นขณะที่นอนอาบแดดบนชายอาด แล้วหลอกล่อให้หนุ่มที่เดินสัญจรไปมาแถวนั้นมาช่วยทาครีมกันแดดให้ที่หลังของเธอ และพอเมื่อถึงโอกาสเธอก็จะหันหน้ามาพื่อที่จะเผยให้เห็นถึงดุ้นที่เธอใส่เอาไว้ ซึ่งเหล่าผู้ชายเหล่านั้นจะมีปฏิกิริยาอย่างๆร เมื่อรู้ว่า สาวที่ทาโลชั่นกันแดดให้นั้นเป็น สาวสวยมีดุ้น ต้องไปดูกันเอาเองครับ 5555555555+ เอาจริงๆ แล้ว สำหรับหนังแนววัยรุ่นที่มีฉากที่เกี่ยวกับชายหาด ก็มักจะมีฉากที่สาวเซ็กซี่ขอความช่วยเหลือเราให้ทาครีมให้หน่อยซึ่งทั่วไปแล้วลาภลอยมาถึงปากขนาดนี้ใครจะไม่คว้าไว้ แต่หลังจากที่เพื่อนๆ ดูวิดีโอนี้ไป มันคงจะทำให้ก่อนที่จะตัดสินใจทาครีมให้ใครต้องดูให้ดีๆสินะ เหอะๆ Men.MThai เรียบเรียงเนื้อหาจากต้นฉบับ Youtube / Break

14 วิธี แฟชั่นแฮ็ค แก้ผ้า เอาหน้ารอด แบบเนียนๆ
กลิ่นรองเท้า /  ซิปฝืด / 

วันดีคืนดี เดินๆ อยู่ริมถนน ซิปเจ้ากรรมดันหล่น ล็อคไม่อยู่ จะแก้สถานการณ์ยังไง ฉีดน้ำหอม มากเกินจนฉุน จะลดกลิ่นยังไง? ต้องไปพรีเซ้นต์งาน ธุรกิจพันล้าน แต่รองเท้าคู่เก่งดันโดนเหยียบเลอะ จะทำความสะอาดยังไงให้เนี้ยบในนาทีเร่งด่วน? วันแย่ๆ แบบนี้ มันก็ต้องมีกันบ้าง แต่ไม่เห็นจะต้องหงุดหงิดไป เรื่องแค่เนี๊ยะ จัดการได้ Women MThai  ขอเสนอ 14 วิธี แฟชั่นแฮ็ค แก้ผ้า เอาหน้ารอด แบบเนียนๆ มาให้คุณ พลิกสถานการณ์ วันแย่ๆ ให้เริ่มต้นใหม่ได้อย่างเนี๊ยบ รับรอง จบสวยค่ะ 1. ตู้เสื้อผ้า เก่าที่ทำจากไม้ มักจะมีกลิ่นอับไม้อยู่ กลิ่นไม่พึงประสงค์ที่ติดตามเสื้อผ้าที่เราสวมใส่ อาจจะติดมาจากตู้เสื้อผ้าที่เราใช้อยู่ สำหรับพื้นไม้ทุกชนิดให้เทน้ำส้มสายชูกลั่นบริสุทธิ์หรือจะใช้วอดก้าราคาไม่แพงแทนก็ได้ เทลงไปในกระบอกสเปรย์ พกผ้าไมโครไฟเบอร์สะอาดไว้ 2 ผืน แล้วฉีดพรมลงบนพื้นไม้จาง ๆ รีบเช็ดด้วยผ้าผืนแรก และเช็ดแห้งตามด้วยผ้าผืนที่สองทันที กลิ่นจะค่อยๆ จางไป หากกลิ่นรุนแรงมาก ให้หา เบคกิ้งโซดา 1 ถุง มาใส่ไว้ในตู้ ทิ้งไว้สัก 1 - 2 วัน เบคกิ้งโซดาจะดูดกลิ่นที่ไม่ต้องการออกไปค่ะ 2.รักษาผ้ายีนส์ให้สีสดเหมือนใหม่ ถ้าคุณต้องการรักษาสีผ้ายีนส์ให้สีคงเหมือนเดิมเหมือนเพิ่งถอยมาจากร้าน ก็อย่าซักด้วยผงซักฟอกโดยเด็ดขาด แต่ ให้ซักด้วยน้ำเย็น ที่ผสม น้ำส้มสายชูกลั่นบริสุทธิ์ 1 แก้ว แค่เพียงแช่ทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง แล้วนำไปผึ่งให้แห้ง ไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นเปรี้ยวจากน้ำส้มสายชู เพราะเมื่อแห้งแล้ว กลิ่นก็จะหายไปด้วย หากคุณต้องการซักเครื่อง ก็เทน้ำส้มสายชูกลั่นบริสุทธิ์ 1 แก้ว ลงไป แล้วกดตั้งค่าการซักแบบ ซักมือ แทน และที่สำคัญอย่าลืม ห้ามใส่ผงซักฟอกเด็ดขาด นะจ๊ะ 3.ดับกลิ่นรองเท้า ถุงชาแห้งๆ ที่ผ่านการชงแล้ว มีประโยชน์มาก ไม่อยากเซด นำถุงชาบีบน้ำออก เอาไปตากให้แห้ง แล้ว นำมาใส่ในรองเท้า ทิ้งไว้ข้ามคืน ชาจะช่วยดูดกลิ่นอับๆ จากรองเท้า หากสุดท้ายกลิ่นยังอยู่ ให้ทำซ้ำ ทิ้งไว้จนกว่ากลิ่นจะหมด  4.ซักผ้าชิ้นบาง อย่างทะนุถนอม ด้วย "ตะกร้าล้างผัก" เดี๋ยวนี้เค้ามีนวัตกรรมล้างผักอย่างถนอมด้วย "ตะกร้าล้างผัก"  ดังภาพ นอกจาก ใช้ล้างผักผลไม้ แม่บ้านฝรั่ง เขายังใช้ "ตะกร้าล้างผัก" นี่สำหรับการซักบราตัวเก่ง ชุดว่ายน้ำตัวโปรดกันอีกด้วย โดยใช้น้ำยาสำหรับซักผ้า หรือ น้ำสบู่อ่อนๆ ผสมน้ำเพียงเล็กน้อย แล้วเขย่า จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด เขย่า จะทำให้อณูของน้ำซอกซอนได้อย่างทั่วถึง ไม่ทำร้ายเนื้อผ้า ให้ฉีกขาด แถมยัง แยกน้ำออกจากชุดที่เราซักได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย 5.วิธีลดกลิ่นฉุนของน้ำหอม ถ้าที่คุณเผลอใส่น้ำหอมเยอะเกินจนทำให้กลิ่นฉุนราวกับอาบมาจากบ้าน ไม่ต้องตกใจ ใช้สำลีก้อนแตะซับเมคอัพรีมูฟเว่อร์ แล้วแปะที่ตำแหน่งตามร่างกายที่คุณฉีดไว้จุดละ 3 นาที 6.ปรับเสื้อสเวตเตอร์ที่ใส่กี่ครั้งก็ระคายผิวให้อ่อนนุ่ม เวลาซื้อเสื้อมาใส่แล้วคัน ระคายเคืองผิว ไม่ต้องทิ้งค่ะ ให้นำเสื้อไปแช่ในน้ำอุ่น ที่เราตวงครีมนวดผมใส่ลงไป 1 - 2 ฝาขวด (ใช้ฝาขวดน้ำยาปรับผ้านุ่มหรือ ผงซักฟอกสูตรน้ำตวงก็ได้ค่ะ ) แช่ทิ้งไว้สักพัก จากนั้นล้างออก แล้วตากให้แห้ง เสื้อพร้อมใส่ตัวเดิมแต่เหมือนใหม่มาแล้วจ้า ภาพประกอบจาก meredithvieirashow 7.ทำความสะอาดกระเป๋าหนังให้เหมือนใหม่ การจะขจัดคราบบนกระเป๋าหนังราคาแพง ให้คุณใช้ผ้าบางๆ ชุบน้ำส้มสายชูขาว เช็ด (อย่าลืมเทสบนจุดเล็กๆ ก่อนว่า จะไม่ทำปฏิกิริยากับกระเป๋าคุณนะ เพราะหนังบางประเภท ก็ไม่เหมาะใช้วิธีนี้จ้า) 8.ซิปหล่น..? แก้ได้ ใช้รูห่วงคล้องกุญแจที่มีขนาดเท่าเหรียญ 5 บาท คล้องตัวซิป จากนั้นให้รูดขึ้น แล้วคล้องเข้ากับกระดุมบนตามรูป ภาพจาก makezine 9. วิธีแก้ซิปฝืด ถูเทียนไขหรือสบู่ก้อนเข้ากับซี่ฟันของซิป จนกว่าคุณจะรูดซิปได้ ไม่ฝืด ลองรูด ดูนะคะ ภาพประกอบจาก babble 10.ผ้าที่รีดแล้วมีไฟฟ้าสถิตย์? ถ้าเสื้อผ้าที่รีดแล้วมีไฟฟ้าสถิตย์ ให้ลองแขวนที่ราวเหล็กหรือโลหะแทนค่ะ จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ 11. เสื้อยืด วินเทจ ทำเองก็ได้นะ เพียงคุณแช่เสื้อยืดให้จมในน้ำเกลือ (ผสม น้ำประปา 3 ส่วน 4 ของถัง , เกลือ ครึ่ง ถ้วยกาแฟ ) ทิ้งไว้ 3 วัน จากนั้น ซักด้วยเครื่องซักผ้า ใส่ผงซักฟอกไปเล็กน้อย แล้วปั่นให้แห้ง จากนั้นนำไปตาก ...เห้ย นี่อาชีพเสริมได้เลยนะ 12.ขจัดคราบเหงื่อ คราบเหงื่อบนเสื้อขาว ย่อมไม่น่าดู แต่อย่าเพิ่งยอมแพ้ นำยาแอสไพริน 2 เม็ดมาทุบให้ละเอียด แล้วโรยบนคราบเหงื่อ จากนั้นราดน้ำอุ่น ครึ่งถ้วย ลงบนคราบปล่อยทิ้งไว้ 2 - 3 ชั่วโมง แอสไพรินจะค่อยๆ กัดคราบเหลืองๆ ออกเองจ้า 13.รองเท้าเงาเหมือนใหม่ ถ้าคุณต้องการขัดรองเท้าให้ใหม่เอี่ยมอย่างเร่งด่วน ใช้เปลือกกล้วยด้านในเนี่ยล่ะจ๊ะ ถูเอา หรือจะเลือก วอลนัท หรือ น้ำมันมะกอก หรือ น้ำมันพืชก็ใช้ได้เช่นกันนะคะ ^ ^ 14.วิธีเก็บขุยผ้าบนเสื้อสเวตเตอร์ หรือเสื้อโค้ท หินขัดผิวช่วยเราได้ก็งานนี้ล่ะ ถูเบาๆ ตามรอยขุยผ้า อย่าหนักมือนะจ๊ะ จากนั้นใช้ โรลเก็บขน ถูไปมาตามรอยที่ถูไว้ จะได้เนื้อเนี้ยบๆ กลับมาใส่ล้าวววววววววว อิอิ ภาพประกอบจาก larkabout อย่าลืมเอาไปใช้นะคุณ ถ้าชอบก็แชร์ด้วย เทคนิคเนี้ยบๆ อย่างนี้ เราไม่เคยหวงค่ะ คุณขา ^ ^ ที่มาจาก thefashionspot.com เรียบเรียงโดย Women MThai Team

Bruce Jenner ให้สัมภาษณ์ ผมเป็นผู้หญิงตอนนี้ผมมีจิตวิญญาณและสมองของเพศหญิง
Bruce /  Jenner

Bruce Jenner ให้สัมภาษณ์ ผมเป็นผู้หญิงตอนนี้ผมมีจิตวิญญาณและสมองของเพศหญิง

หนุ่มช่างรำคาญลุงข้างห้องส่งเสียงดัง ต่อยหมัดเดียวดับคาที่
ดับคาที่ /  ปทุมธานี / 

หนุ่มช่างศูนย์มาสด้า เตือนลุงข้างห้องอย่าส่งเสียงดังจนมีปากเสียงก่อนต่อยเข้าดั้งจมูกหม้ดเดียว ดับคาที่ วันที่ 24 เม.ย. 58 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตบนอาคารเรียนร้าง ข้างวัดนาบุญ หมู่ 3 ต.รังสิต อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี จึงเดินทางเข้าไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กตึ้ง พบศพ นายเส็ง อายุ 60 ปี นอนเสียชีวิตหน้าห้องเรียนชั้น 2 บริเวณใบหน้ามีรอยฟกช้ำ ใส่เสื้อแขนสั้นสีน้ำเงินกางเกงขาสั้น จากการสอบถาม นายอาทิตย์ ธรรมวาส อายุ 36 ปี ช่างศูนย์มาสด้าคลองเจ็ด เล่าว่า ตนเข้าไปตักเตือนผู้ตาย เนื่องจากผู้ตายส่งเสียงดังจากการผ่าฟืนที่ชั้นสอง ซึ่งอาคารเรียนร้างแห่งนี้มีผู้มาพักอาศัยหลายคน จนเกิดมีปากเสียงและผู้ตายได้เข้ามาทำร้าย ตนใช้มือปัดไปมา ก่อนต่อยเข้าบริเวณดั้งจมูก 1 หมัด ทำให้ผู้ตายนอนแน่นิ่ง ตนจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมยืนรอให้ปากคำ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้แจ้งข้อหาทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย ส่วนผู้เสียชีวิตเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มูลนิธิปอเต็กตึ้งนำศพไปนิติเวช รพ.ธรรมศาสตร์ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง ขอบคุณข้อมูล/ภาพ ข่าวสด MThai News

ป.ป.ช.รอหลักฐานเพิ่ม ก่อนส่งศาลฟัน มาร์ค-สุเทพ คดีสลาย53
ถวิล เปลี่ยนสี /  ถอดถอนอภิสิทธิ์ / 

ป.ป.ช. รออนุพงษ์ - ถวิล ให้ข้อมูลเพิ่ม ก่อนฟันถอดถอนอภิสิทธิ์-สุเทพ สลายชุมนุมปี53 นายวิชา มหาคุณ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีถอดถอนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และพระสุเทพ ปภากโร หรือนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) กรณีการสั่งสลายการชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อปี 2553 ว่า ขณะนี้รอเพียงดูพยานหลักฐานเพิ่มเติมจากทางนายถวิล เปลี่ยนสี อดีต เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีตผู้บัญชาการทหารบก ภายหลังนายอภิสิทธิ์ได้มีการอ้างชื่อของบุคคลทั้งสอง โดยเชื่อว่านายถวิล จะเดินทางเข้าให้ปากคำด้วยตนเอง ขณะที่พล.อนุพงษ์ จะส่งหนังสือมาเป็นลายลักษณ์อักษร และหากไม่เพียงพอก็จะต้องขออนุญาตให้เดินทางมาเองอีกครั้งเช่นกัน จากนั้นค่อยส่งเอกสารให้ศาลพิจารณาตัดสิน พร้อมกันนี้นายวิชา ยังได้กล่าวถึงการแถลงเปิดคดีถอดถอนต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)เมื่อวานนี้ ของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในคดีทุจริตในโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี ด้วยว่า ในส่วนของข้อมูลทั้งหมดที่ส่งไปว่ามีความสมบูรณ์ครบทวน และได้ทำงานตามหน้าที่ได้รับมอบหมายให้ดี MThai News

อุทาหรณ์! ไม่เคยเที่ยวกลางคืน แต่ต้องมาติดเอดส์
party /  ติดเอดส์ / 

 ชายคนนี้ไม่เคยเที่ยวกลางคืน แต่ติดเอดส์มาจากแฟนตัวเอง วันนี้ (24เม.ย.) กลายเป็นเรื่องราวที่ผู้คนบนโลกออนไลน์ให้ความสนใจอยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกพันทิปสมาชิกหมายเลข 1526726 ได้มีการตั้งกระทู้ในหัวข้อเรื่อง "...18+ ไม่เคยเที่ยวกลางคืน แต่ติด เอดส์ มาจากแฟนตัวเอง ..." เจ้าของกระทู้ได้นำเอาเรื่องราว ของชายคนหนึ่งที่เลือกแต่งงานกับแฟนสาว หลังคบหากันมานานถึง 8 ปี  และมีลูกด้วยกัน 2 คนแล้ว แต่อยู่ๆ ก็มีเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้น เมื่อทั้งคู่ได้ทราบว่า กำลังติดเชื้อ HIV ทั้งๆ ที่ฝ่ายชายไม่เคยเที่ยวกลางคืนเลย รายละเอียดเรื่องราวมีดังนี้ เนื้อเรื่องต่อจากนี้ คนในเนื้อเรื่องให้นำมาเผยแพร่ ก่อนอื่นขอตั้งนามสมมุติว่า "เจมส์" นะครับ เจมส์ เป็นเพื่อนของผมที่รู้จักกัน เขาได้แต่งงาน กับแฟนที่คบกันมานานถึง 8 ปี ซึ่งชีวิตคู่ดีมาก คอยดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกันตลอด ไม่เคย มีปัญหาหรือเรื่องทะเลาะที่รุนแรงกันเลย ทั้ง 2 รักกันและมีลูกด้วยกัน 2 คน "พัด" นามสมมุติของแฟนเจมส์ พัดเป็น ผู้หญิงที่ดูเรียบง่าย มีจิตใจดี ชอบช่วยเหลือคนอื่น ทำให้เจมส์ตกหลุมรักเธอ พัดเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูดจากับใครที่ไม่สนิทสนมด้วย แต่ถ้าเธออยู่กับคนสนิทสนมด้วยแล้วละก็สุดเหวี่ยงไปเลยครับ วันนึงเธอออกไป party กับเพื่อนสมัยเรียน เป็น party สละโสดของเพื่อนเธอ ใช่ครับเพื่อนเธอจะแต่งงาน และใช่ครับ เจมส์ ไม่ได้ไปกับเธอ เพราะเป็นเพื่อนๆ สมัยมัธยมปลาย แล้วเรื่องมันก็ได้เกิดขึ้นในคืนนั้น เธอไม่กลับบ้านเจมส์ พยายามโทรหาเธอแต่เธอก็ไม่รับสาย จนกระทั่งเพื่อนเธอโทรมาหาเจมส์ บอกเจมส์ว่า เธอเมาให้เธอนอนค้างที่นั้นไหม เจมส์เห็นว่าเป็นบ้านเพื่อนของเธอ ก็ตอบตกลงไป วันรุ่งขึ้นเจมส์ไปรับเธอที่บ้านของเพื่อน กลับมาบ้านตามปกติ หลังจากวันนั้น ผ่านไป 2 ปีเศษ พัดก็เป็นไข้อยู่บ่อยๆ น้ำหนักลด หน้าดูโทรม มีผื่นคัน ตามตัว เจมส์จึงพาเธอไปหาหมอ หมอจึงบอกกับเจมส์ว่า ภรรยาของคุณติดเชื้อ HIV ระยะที่ 2 หลังจากนั้นหมอจึงให้เจมส์ตรวจเชื้อ HIV เจมส์เป็นระยะแรก ซึ่งทำให้เจมส์ตกใจมากว่าทำไมเธอและเขาถึงเป็นโรคนี้ได้ หลังจากที่ทั้งคู่กลับมาบ้าน พัดจึงบอกกับเจมส์ว่า วันที่เธอไปงาน สละโสดเพื่อนเธอ เธอเมาและไปมีอะไรกับเพื่อนสาว ที่รู้จักกันตอนมัธยม เธอไม่ทราบว่า เพื่อนสาวคนนั้นจะเป็นโรคเอดส์  MThai News ขอบคุณสมาชิกพันทิป หมายเลข 1526726

เส้นทางชีวิต เจ้าสาวบัลลังก์ทอง จากสามัญชน สู่ราชวงศ์บรูไน
พระโอรสคนสุดท้องกษัตริย์บรูไน /  พีธีอภิเสกสมรส / 

เส้นทางชีวิต ดายังกู ราอับ อาตูล อดาวิยาห์ เป็งงิรัน ฮาจิ โบลเกียห์  เจ้าสาวบัลลังก์ทอง เจ้าหญิงผู้ทรงสิริโฉม จากสามัญชน สู่ราชวงศ์บรูไน  ภายหลังจาก สำนักข่าวทั่วโลกได้เผยแพร่ภาพพิธีอภิเษกสมรสสุดยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ ที่เกิดขึ้นในราชวงศ์บรูไน ระหว่าง เจ้าชายอับดุล มาลิก พระชนม์ 31 พรรษา พระราชโอรสองค์สุดท้องในสมเด็จพระราชาธิบดี ฮัสซานัล โบลเกียห์ สุลต่านแห่งบรูไนดารุสซาลาม กับ น.ส. ดายังกู ราอับ อาตูล อดาวิยาห์ เป็งงิรัน ฮาจิ โบลเกียห์ หญิงสาวสามัญชน ที่ในอดีตประกอบอาชีพเจ้าหน้าที่วิเคราะห์ระบบข้อมูลและผู้เชี่ยวชาญด้านไอที วัย 22 ปี ที่พระราชวังนูรูล อิมาน ในกรุงบันดาร์ เสรี เบกาวัน เมืองหลวงของประเทศบรูไน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน โดยในพระราชพิธียิ่งใหญ่อลังการ สวยงาม ข้าวของเครื่องใช้ในพิธีสีทองเหลืองอร่าม ขณะที่เครื่องทรงของเจ้าชายอับดุล มาลิก และเจ้าสาว ก็เป็นสีทอง ประดับประดาด้วยทองคำ และเพชรนิลจินดา ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติและสมาชิกราชวงศ์ต่างชาติที่ได้มาร่วมแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาวกว่า 5,000 คน ซึ่งพระราชพิธี กินเวลายาวนานกว่า 11 วัน พร้อมกันนี้หลายๆท่านอาจจะอยากทราบว่า สตรีสามัญชน ที่ย่างก้าวเข้าสู่ 'ราชวงศ์บรูไน' ที่มีสิริโฉมงดงาม นอกจากความสง่างามภายนอกแล้ว ทรงมีพระปรีชาสามารถ และเคยเป็นถึง นักกอรีอะห์ หรือ นักอ่านคัมภีร์อัลกุรอาน ซึ่งนักอ่านกอรี จะเป็นผู้ที่ได้รับการยกย่องอย่างมากในประเทศขของชาวมุสลิม ทั้งยังเป็นผู้ประกวดที่เข้ารอบสุดท้าย ในเวทีมุสลิมมะห์เวิลด์ หรือ มิสมุสลิม (World Muslimah) เมื่อปี 2556 ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศอินโดนีเซีย อีกด้วย ซึ่งเวทีดังกล่าวจะมาจากทั่วโลก ผู้ที่เข้าประกวดจะต้องเป็นหญิงมุสลิมที่เคร่งครัด เป็นแบบอย่างที่ดี และแสดงให้คณะกรรมการเห็นว่า พวกเธอมีวิธีสร้างสมดุลระหว่างจิตวิญญาณกับโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความทันสมัยอย่างไร ผู้ชนะจะได้เป็นผู้หญิงต้นแบบของหญิงสาวชาวมุสลิมทั่วโลก กระนั้น เจ้าหญิงองค์ใหม่วัยแรกรุ่น เคร่งครัดกันการศึกษาศาสนาอย่างจริงจัง เธอตั้งมั่นอยู่บนศีลธรรม เธอมีส่วนร่วมกับกิจกรรมทางสังคม ที่โดดเด่นทางด้านศาสนาเป็นหลัก เธอเป็นนักคว้ารางวัลตัวยง ไม่ว่าจะเป็นระหว่างการเรียนในระดับมัธยม ไปจนถึงระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งส่วนใหญ่เธอจะสามารถคว้ารางวัลมาได้เสมอ เธอมีบทบาทอย่างมากในกิจกรรมการกุศล ที่มีความเกี่ยวข้องกับสตรีชาวมุสลิม พร้อมทั้งรณรงค์ให้สตรีชาวมุสลิมปฏิบัติตนให้เป็นประโยชน์ จนกระทั่งประสบความสำเร็จ ความสามารถ และ การอุทิศตนเพื่อสังคม เข้าตากรรมการ ก้าวเข้าสู่รอบสุดท้ายของเวทีการประกวด 'มิสมุสลิม' ในที่สุด เธอได้รับการกล่าวขานว่าว่ามีอุปนิสัย สุภาพเรียบร้อย อ่อนน้อมถ่อมตน และปฏิสัมพันธ์กับผู้คนทุกระดับ เธอชื่นชอบการเล่นกีฬาและฟันดนตรี ด้วยคุณสมบัติอันพรั่งพร้อม เธอจึงเป็นแรงบรรดาลใจในการก้าวสู่ความสำเร็จ ของผู้หญิงทั้งประเทศ MThai News ที่มา ohmedia

เด็กข้าใครห้ามแตะ! มู โวย อาซาร์ คือคนของสิงห์บูลอย่ายุ่ง
ซีดาน /  ซีเนดีน ซีดาน / 

งานนี้ตัดความหวังของ เรอัล มาดริด อย่างทันควัน เมื่อ โจเซ่ มูรินโญ่ ออกมาเตือนเลยว่า ใครอย่ามายุ่งกับ เอเด็น อาซาร์ เพราะนักเตะจะไม่ย้ายไปไหนแน่นอน จากที่มีข่าวออกมาว่า ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด ต้องการปีกเบลเยี่ยม อย่าง เอเด็ด อาซาร์ ไปร่วมทีมนั้น โจเซ มูรินโญ่ กุนซือ เดอะ สเปเชียล วัน ของ สิงห์บูล เชลซี ก็ได้ออกมาปัด ซีเนดีน ซีดาน ที่ให้ความสนใจนักเตะในสังกัดของเขา ว่า อาซาร์ จะไม่ย้ายไปไหน เพราะนักเตะมีความสุขดีกับสโมสรและการเล่นในตอนนี้ ทั้งนี้ เอเด็น อาร์ซาร์ ทำผลงานให้กับ เชลซี ได้อย่างโดดเด่น เขาทำประตูไปแล้วถึง 18 ลูก และยังทำได้อีก 10 แอสซิสต์ ช่วยให้ทีมมีลุ้น แชมป์ พรีเมียร์ ลีก มาครองในฤดูกาลนี้ โดย โจเซ่ มูรินโญ่ ได้กล่าวว่า "เขาเพิ่งเซ็นสัญญาฉบับใหม่ไป เขาชอล เชลซี เขาชอบทีมนี้ เขาชอบลีกนี้ และเขามุ่งมั่นที่จะเป็นอนาคตของทีม ผมคิดว่าเขาไม่สนใจเรื่องการย้ายทีม และผมก็ไม่สนใจคำพูดของ ซีดาน ที่แสดงความคิดเห็นถึง อาซาร์ ถามว่า อาซาร์ มีค่าตัวเท่าไหร่ ผมมีคำตอบอยู่ในหัวอยู่แล้ว"

ชูวิทย์ขอ หยุดข่มขืนเขาใหญ่  วอนนายทุนควรสำนึก
ข่าวชูวิทย์ /  ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ / 

ชูวิทย์วอนนายทุนควรสำนึก และหยุดพฤติกรรมข่มขืนย่ำยีเขาใหญ่ วันนี้ (25เม.ย.) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว “ชูวิทย์ I’m No.5″ ในหัวข้อ หยุดข่มขืนเขาใหญ่ ระบุรายละเอียดดังนี้  ตอนผมยังเด็ก เขาใหญ่มีความอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพันธุ์สัตว์ป่ามากมาย ความเป็นธรรมชาติอบอวลอยู่เต็มพื้นที่ เป็นอุทยานแห่งชาติเหมือนกับ Natural Park ของต่างประเทศ จวบจนปัจจุบัน ความอัปลักษณ์ที่ถูกยัดเยียดให้กับเขาใหญ่ เกิดขึ้นทั้งทางรูปร่างหน้าตาและจิตวิญญาณ อัตลักษณ์ของเขาใหญ่ได้เปลี่ยนแปลงไปเพราะกิเลสของนายทุน จากที่ดินทำกินเพื่อเกษตรกร นิคมสร้างตัวเองเพื่อให้ชาวบ้านรู้จักรักษ์ผืนป่าส่งต่อให้กับลูกหลาน กลับถูกย่ำยีข่มขืนด้วยสถาปัตยกรรมอันบูดเบี้ยวในรูปแบบต่างๆกัน ทั้งแบบตะวันตก อเมริกา ยุโรป กลายเป็นโรงแรมห้าดาว สนามแข่งรถ สนามกอล์ฟ รีสอร์ทคืนละหมื่น สปาหรู และคอนโดมีเนียม วิถีชีวิตของชาวบ้าน สัตว์ป่า อุทยาน ถูกบุกรุกเต็มพื้นที่เขาใหญ่ เพราะบรรดานายทุนไม่เคยหยุดยั้งกิเลสตัณหา สนใจเพียงแต่ให้เงินในกระเป๋าของตัวเองเพิ่มขึ้นก็พอ ผมขอเรียกร้องให้ดำรงรักษาอุทยานแห่งชาติที่สำคัญของประเทศผืนนี้ ในรูปแบบที่ควรจะเป็น เพื่อตกทอดไปสู่ลูกหลาน ไม่ใช่ปล่อยให้บรรดานายทุนแสยะยิ้ม วาดฝันอ้างความดีความชอบว่านำความเจริญมาให้ ส่วนเจ้าหน้าที่ก็ปล่อยปละละเลยให้บุกรุกเรื่อยมา ถึงเวลาก็มาแก้กันที ตรวจๆแล้วก็หายไป สุดท้ายทุกอย่างก็เหมือนเดิม ปัจจุบันที่ดินของเขาใหญ่ราคาเพิ่มขึ้นสูงถึงไร่ละ 20 ล้าน ส่วนข้างในซอยสูงถึงไร่ละ 10 ล้าน จนทำให้ชาวบ้านธรรมดาหายตัวไปหมด ยังมีที่ดินอีกเป็นจำนวนมากในเขาใหญ่ที่ถูกรุกล้ำ ด้วยความร่วมมือของเจ้าหน้าที่รัฐ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรื้อเขาใหญ่ทั้งหมด เลิกสร้างคอนโด สนามกอล์ฟ สนามแข่งรถ รีสอร์ท โรงแรมห้าดาว เพื่อกลับมาฟังเสียงจิ้งหรีด กบ เก้ง กวาง เหมือนอย่างในอดีต ผู้ที่คิดจะซื้อที่ดิน บ้าน คอนโดที่เขาใหญ่ โปรดจำไว้เถิดว่า ให้ชะลอการทำนิติกรรม เพราะบรรดาเจ้าของหรือนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั้งหลายจะอ้างความถูกต้อง เพื่อรีบโอนให้กับผู้ซื้อที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ พอที่ดินมีปัญหาก็ไปบีบบังคับเอาจากผู้ซื้อ เขาใหญ่อยู่ห่างจากกรุงเทพฯแค่สองชั่วโมง ขับรถเช้าไปเย็นกลับยังได้ ถึงซื้อบ้านไปก็ไม่ได้อยู่ แถมถูกฟ้องร้อง เสียทั้งเงินทั้งเวลาทั้งอารมณ์ ส่วนบรรดานายทุนก็ควรสำนึก และหยุดพฤติกรรมข่มขืนย่ำยีเขาใหญ่เสียที เอาเขาใหญ่ของผมคืนมา MThai News

7 การสังหารคนดังที่ตายเว่อร์และยากที่สุดในประวัติศาสตร์
10 อันดับ /  ต่างประเทศ / 

จริงอยู่ที่ว่า ความตาย นั้นอยู่ใกล้เราตลอดเวลา ซึ่งเราไม่รู้ว่ามันจะเกิดขึ้นกับเราเมื่อไหร่? บางคนไปโดยไม่รู้ตัว แต่บางคนก็ตายยากตายเย็นซะเหลือเกิน และนี่คือ 7 การสังหารคนดังที่ตายเว่อร์และยากที่สุดในประวัติศาสตร์ .. เหนื่อยไหมคนดี >,< 7 การสังหารคนดังที่ตายเว่อร์และยากที่สุดในประวัติศาสตร์ 7. เอ็ดเวิร์ด ทีช a.k.a.ไอ้เคราดำ (Edward Teach a.k.a. Blackbeard) เอ็ดเวิร์ด ทีช หรือทาช หรือไอ้เคราดำ(1680-1718) เป็นโจรสลัดที่มีชื่อเสีย(ง)และโหดร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ในช่วงปี1702-1713 (สมัยศตวรรษที่ 18) ในสงครามระหว่างอังกฤษกับฝรั่งเศสและสเปน เขามีรูปลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครเพราะเขาทักหนวดจนเหมือนงูเลื้อยอยู่บนหน้า, สับคนขาด 2 ท่อนด้วยดาบเดียว, พกปืน 6 กระบอกข้างลำตัวแต่ละข้างตลอดเวลา, มีภรรยา 14 คน(อันนี้น่าอิจฉา) เขามีประวัติการปล้นสะดมและฆาตกรรมหลายคดีจนเป็นที่หมายหัวจากสามประเทศ ไอ้เคราดำพบจุดจบของเขาที่ทิศเหนือ ชายฝั่งรัฐนอร์ทแคโรไลน (Carolina) โดยลูกน้องคนสนิท ชื่ออิสราเอล แฮนส์ หักหลังไอ้เคราดำ โดยไปบอกข้าหลวงอังกฤษที่ Virginia รู้ จากนั้นเรือนาวิกโยธินอังกฤษที่นำโดย Robert Maynard ก็ต้อนเรือของไอ้เคราดำจนมุม และเปิดศึกทั้งสองฝ่ายลูกเรือทั้งเจ้าเคราดำยังยืนยัดสู้ท่ามกลางทหารฝ่ายศัตรูที่ล้อมหน้าล้อมหลังเขาไว้ ครั้งแรกเขาถูกยิงลูกระเบิดยิงบนดาดฟ้าเรือ จนบาดเจ็บสาหัส แต่เขาก็ยังดวลดาบกับทหารและ Maynard จนโดนดาบศัตรูฟันทั้งด้านหน้าและหลัง เมื่อการต่อสู้จบลง ไอ้เคราดำตาย จากการตรวจสอบพบว่าเขาโดนยิงกว่า 25 นัด และมีบาดแผลที่ถูกดาบฟันกว่า 20 บาดแผล เขาถูกตัดหัวและตรึงไว้หน้าเรือด้วยตะปู ร่างถูกโยนทะเล มีเรื่องเล่ากันว่าร่างไร้หัวของเขายังว่ายวนรอบ ๆ เรือหลายรอบก่อนที่จะจมทะเลในที่สุด ส่วนแฮนด์คนทรยศนะเหรอเขาตายในขณะเป็นขอทานบนถนน แต่ชื่อของเขาก็เป็นตัวละครหนึ่งในนิยายของโรเบิร์ต หลุยส์ สตีเวนสัน ในเรื่องเกาะมหาสมบัติ(Treasure Island) (ส่วนไอ้เคราดำนั้นเป็น กัปตันฮุกในเรื่องปีเตอร์แพน) 6. พาโบล เอสโคบาร์ (Pablo Escobar) พาโบล เอสโคบาร์(1949-1993) เป็นเจ้าพ่อโคเคนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโคลัมเบียและของโลก ที่ผูกขาดการซื้อขายโคเคนถึง 80%ในโลก และเขายังมีดีกรีติดอันดับคนที่รวยที่สุดในโลกอันดับ 7 จากนิตยสารฟอร์บส์ ที่มีเงินในกระเป๋าถึง 25 พันล้าน เป็นคนมีชื่อเสียงและมีเอกลักษณ์ในชุดเสื้อคอกลมและแขนสั้น เอสโคบาร์เป็นทั้งวีรบุรุษและซาตานของชาวโคลัมเบียในเวลาเดียว เขามีส่วนรับผิดชอบการตายของชาวโคลัมเบียกว่า 4,000 คน และตั้งตัวเป็นศัตรูกับสหรัฐ และต่อสู้กับสหรัฐยาวนานหลายปี แต่เขาก็ไม่จนมุมง่ายๆ เพราะเขามี นักการเมือง, ประชาชน และกองทัพของเขาหนุนหลังอยู่ ไม่มีวันดับเจ้าพ่อที่ยิ่งใหญ่และเร้าใจเท่ากับการล่าพาโบล เอาโคบาร์อีกแล้ว เพราะตำรวจระดมทั้งเทคโนโลยีทั้งกำลังหน่วยสวาทจำนวนมากเท่าที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นการเจาะระบบโทรทัศน์นำร่องชั้นสูงตามหาหมายเลขปลายทาง ซึ่งวันนั้น(วันที่ 2 ธันวาคม ค.ศ.1993)พาโบลกำลังคุยกับครอบครัวพอดี จนตำรวจรู้แหล่งกบดานของเขาในเขตลอส โอลิวอท ในขณะที่พาโบลกำลังคุยโทรศัพท์กับลูกกับเมียอยู่นั้น หน่วยกล้าตายหลายนายต่างพร้อมหน่วยพลแม่นปืนต่าง ๆ มาสมทบและปิดกันทางหนีของพาโบลและสมุน รายล้อมทั่วบริเวณแหล่งกบดาน ๆ และฉากสุดท้ายก็เปิดฉากขึ้น ตำรวจทำการบุกแหล่งกบดานของพาโบลและดวลปืนกับลูกสมุนของเจ้าพ่อ ยิงจนหูตับตับไหม้ ส่วนเจ้าพ่อถูกกดดันที่ตำรวจพังประตูเข้าไปหมายจะจับกุมเขา แต่แล้วพาโบลก็วิ่งตึงตังออกมาจากหน้าต่างชั้นสอง กระโดดลงหลังคา(พาโบลอ้วนก็จริงแต่วิ่งเร็วมาก) ร่างโงนเงนไปมาโดยถือปืนสองมือ ปากก็ด่าตำรวจไปด้วย ในขณะที่หลบกระสุนของตำรวจระยะหนึ่ง พาโบลตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยววิ่งไปด้านหลังของอาคารแห่งหนึ่งด้วยความหวังว่าจะกระโจมไปทางถนนหลังอาคาร แต่เขาวิ่งไม่พ้น เขาถูกกระสุนยิงตัดเข้าที่ขาอ่อนขวา และกระสุนนัดนั้นก็พุ่งทะลุออกไปใต้ลูกสะบ้าหัวเข่าอย่างรุนแรง ส่วนกระสุนอีกนัดเข้าไปฝังอยู่ในสะบักขวา ทำให้พาโบลล้มคว่ำลงไปสันหลังคาอย่างรุนแรงจนทำให้กระเบื้องหลังคาแตกกระจุยหลายแผ่น และกระสุนที่ทำให้พาโบลตายนั้นคือกระสุนที่พุ่งเข้าทางรูหูขวาทะลวงสมองและทะลุไปหน้าหูซ้าย เป็นอันจบชีวิตที่ทุลักทุเลของเจ้าพ่อโคลัมเบีย (มีการสันนิษฐานว่า พาโบลอาจไม่ตายทันทีหลังโดนยิงร่วง แต่เขาโดนยิงซ้ำทีหลังต่างหาก) 5. เน็ด เคลลี่ (Ned Kelly) เน็ด เคลลี่ (1854-1880) ชาวไอรีชที่อาศัยในออสเตรเลียในศตวรรษที่ 19 ถูกบีบบังคับให้เป็นโจรโดยตำรวจชั่วทำให้เขากลายเป็นคนนอกกฎหมาย(ประมาณเสือใบ) เขามีส่วนรับผิดชอบปล้นธนาคาร robberies และฆ่าตำรวจสามนาย และถูกหมายจับทั่วออสเตรเลีย ค.ศ.1880 เน็ด เคลลี่ และแก๊งของเขา จับตัวประกันกว่า 70 ชีวิต ไว้ที่โรงแรมเล็กๆ ในเมืองเกลนโรแวน(Glenrowan) ซึ่งภายนอกโรงแรมเต็มไปด้วยตำรวจหลายสิบนายที่แห่มาจับกุม ตำรวจทำการระดมกระสุนปืนหลายนัดยิงเข้าไปในโรงแรมในความมืดจนถึงเช้า เน็ด เคลลี่ และแก๊งเขาจนมุม จากนั้นเหล่าตำรวจก็หวังว่าเขาและพวกจะยอมมอบตัว แต่แล้วเน็ด เคลลี่ก็ทำให้ตำรวจแปลกใจ และตะลึงสิ่งที่เห็นเน็ด เคลลี่ออกจากประตูโรงแรมคนเดียวในรูปลักษณ์ที่แสนแปลกตาเขาสวมชุดเกราะประดิษฐ์คลุมตั้งแต่หัวจรดต้นขา ซึ่งประกอบกันเข้าแบบหยาบๆ แต่มันก็กันกระสุนได้ดีพอสมควร(ใครวาดภาพไม่ออกขอให้นึกถึงชุดเกราะไอออนแมนเวอรชั่นออฟกัน) เน็ด เคลลี่คนเดียวในชุดเกราะเปิดศึกกับตำรวจนับร้อยด้วยปืนสั้นกระบอกเดียว(อย่างที่เห็นในภาพ) แม้ชุดเกราะมันจะกันกระสุนแต่มันก็ทำให้เขางุ่มง่ามทำให้เขาโดนกระสุนหลายนัดที่ระดมเข้าไปในชุดเกราะของเขาเต็มๆ หลายนัดจนเซไปข้างหน้า ท่ามกลางห่ากระสุนหลายฝ่ายคิดว่าเคลลี่ตายโหงไปแล้ว แต่เหลือเชื่อหลังสิ้นสุดกระสุนปืน(เคลซี่โดนตำรวจยิงที่ขาจนล้ม) ตำรวจทำการตรวจสอบพบว่าเขายังมีลมหายใจอยู่...............(สงสัยห้อยพระดี) เน็ด เคลลี่ถูกตำรวจจับกุม ส่วนลูกน้องถูกตำรวจจับได้บางส่วน ในขณะที่อีกจำนวนหนึ่งโดนตำรวจฆ่าจากการหลบหนี อย่างไรก็ตามต่อมา เน็ด เคลลี่ ถูกแขวนคอข้อหาฆ่าตำรวจตาย คำพูดสุดท้ายของเขาคือ “นี้แหละชีวิต”ส่วนตำรวจที่รังแกครอบครัวเคลลี่ในตอนแรกโดนไล่ออกในเวลาต่อมา จากนั้นเคลลี่ก็กลายเป็นตำนานเสือใบต้นแบบที่ทุกคนมองว่าเขาเป็นวีรบุรุษประจำชาติมากกว่าวายร้ายของประเทศออสเตเลีย 4. ลีออน ทรอตสกี้ (Leon Trotsky) ลีออน ทรอตสกี้ (1879 - 1940) ทรอตสกี้เป็นสมาชิกคนสำคัญการยึดอำนาจของพรรคบอลเชวิคในช่วงเริ่มต้นของการปกครองของพรรคคอมมิวนิสต์โซเวียต อย่างไรก็ตาม เขาก็พ่ายแพ้ให้กับสตาลินในการแย่งอำนาจกันภายหลังจากการถึงแก่อสัญกรรมของเลนิน จนต้องหลบหนีออกนอกประเทศ ทรอตสกี้ถูกลอบสังหารขณะลี้ภัยอยู่ที่ในเม็กซิโก ในวันที่ 20 สิงหาคม 1940 โดยผู้ลอบสังหารที่ชื่อ รามอน แม็คาดาร์ ซึ่งได้รับคำสั่งจากสตาลินให้มากำจัดเขา ในวันเกิดเหตุ ตอนนั้นทรอตสกี้กำลังนั่งอ่านหนังสือที่ห้องรามอน แม็คาดาร์ ใช้ที่สับน้ำแข็งแทงทรอตสกี้จามไปที่กะโหลกศีรษะด้านหลังของเขา แต่แล้ว .เหลือเชื่อ ทรอตสกี้ตายยากกว่าที่คาด เขายืนขึ้นออกจากโต๊ะทำงานทั้งๆ ที่ขวานยังปักคาหัวเขา เขาด่า และถมน้ำลายใส่รามอน จากนั้นก็เล่นมวยปล้ำ(สู้กันแหละ) จนบอดีการ์ดของทรอตสกี้ได้ยินเสียงจึงวิ่งเข้าไป และพาทรอตสกี้ส่งโรงพยาบาล ก่อนที่จะตายในวันต่อมา 3. กาเบรียล การ์เซีย โมเรโน่ (Gabriel Garcia Moreno) โมเรโน่(1821-1875) ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีของเอกวาดอร์เมื่อกลางปีคริสตศักราช 1900 เขาเป็นชาวคริสต์นิกายคาธอลิคที่น่ายกย่องนับถือ เขาก่อตั้งพรรคจารีตแบบแผนของประเทศ อีกทั้งยังหน้าตาคล้ายกับ F. Merray Abrahamอีกด้วย โมเรโน่ได้บัญญัติกฎหมายหนึ่งขึ้นมาเพื่อก่อตั้งหน่วยงานของนิกายคาธอลิคแห่งเอกวาดอร์ เพื่อที่ใครก็ตามที่เข้ามาสมัครและลงคะแนนเสียงให้พรรคนี้แล้ว จะต้องแปรสภาพศาสนามาเป็นคริสต์นิกายคาธอลิค ในขณะที่สิ่งนี้เป็นประโยชน์ต่อต่อชาวคาธอลิค แต่มันก็ดึงผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องให้มาเดือดร้อนด้วย และผู้เกี่ยวข้องนี้ที่ผู้สมัครหาเสียงของพรรคอื่น ได้ร่วมพ้องเห็นต้องกันว่ามันเป็นเวลาอันสมควรที่จะกำจัดอับราฮัมไปให้พ้นทาง ขณะที่เขาสละบัลลังก์ในโบสถ์ที่เมืองกิโต้ เขาถูกโจมตีอย่างโหดเหี้ยมจากผู้ลอบสังหาร ซึ่งใช้มีดขนาดใหญ่เฉือนลำคอของประธานาธิบดี ตัดแขนซ้ายและมือขวาของเขาออกไปด้วย แต่! เขายังไม่ตาย เขาลุกขึ้นยืนด้วยเท้าทั้งสองของเขา ผู้ลอบสังหารจึงยิงเขาเข้าที่หน้าอกไป 6 นัด และฟันที่หน้าอกไป 14ครั้ง ก่อนที่เขาจะล้มลงสู่พื้นในตอนท้าย แต่แม้กระนั้นเขาก็ยังเหลือลมหายใจพอที่จะเขียนพื้นด้วยเลือดของเขาว่า “พระเจ้าไม่มีวันตายจาก(God does not die)” หลังจากที่ผู้ลอบสังหารได้หลบหนีไปแล้ว พระได้นำโมเรโน่เข้าไปในโบสถ์ เขายังมีชีวิตอยู่ในนั้นนานกว่า 15 นาที หลังการชันสูตรพลิกศพ แพทย์พบว่าโมเรโน่มีเหล็กหลอมเป็นทรงกลมอยู่ภายในร่างของเขา!! 2. เฟอร์ดินานด์ มาเจลลัน (Ferdinand Magellan) มาเจลลัน(1480-1521)เป็นนักสำรวจชาวโปรตุเกสผู้เป็นคนแรกที่แล่นเรือไปแล้วรอบโลก และเป็นชาวยุโรปคนแรกที่เดินทางไปถึงเกาะฟิลิปปินส์ และ เขายังค้นพบช่องแคบที่เดินทางข้ามมหาสมุทรแอนแลนติกอีกด้วย.. (ภายหลังได้ตั้งชื่อว่า ช่องแคบมาแจลแลน เพื่อเป็นเกียรติแก่เขา เมื่อมาถึงอีกด้านหนึ่งเขาก็ตั้งชื่อว่า มหาสมุทรแปซิฟิก แปลว่าความสงบ) มาเจลลันเห็นด้วยที่จะสังหารผู้ชายคนหนึ่งนามว่า ลาปู ลาปู ผู้เป็นข้าศึกศัตรูของสองกษัตริย์แห่งฟิลลิปปินส์ผู้เคยเป็นมิตรกันมาก่อน แผนของเขาเป็นเอกลักษณ์อย่างมากโดยการให้ลาปูเปลี่ยนศาสนามาเป็นคริสเตียน แต่ที่ที่เขาจะดำเนินแผนการเปลี่ยนศาสนานั้น ช่างเป็นดินแดนที่โอบล้อมด้วยความหอมหวานของความตายที่พึงจะกระทำเสียนี่กระไร มาเจลลันและลูกเรือของเขาเข้าเทียบท่าที่ดินแดนของลาปูลาปูในเกาะมัคตัน อย่างไรก็ตามลาปูได้ทราบแน่ชัดแล้วว่ามาเจลลันและลูกเรือกำลังเดินทางมาเพราะเขามีทหารสังเกตการณ์อยู่ มาเจลลันเกือบถูกฟาดด้วยหอกอาบยาพิษอย่างหวุดหวิด เขาหลบได้ทันท่วงทีแต่ดันเข้าไปอยู่ในฝูงนักรบของฝ่ายเจ้าบ้าน เขาถูกแทงเข้าที่ใบหน้าด้วยหลาวไม้ไผ่ เขาโต้กลับด้วยการฝังหอกลงไปในร่างของผู้โจมตี มาเจลลันพยายามจะวาดวงกระบี่ของเขาเพื่อต่อสู้ต่อไป แต่อนิจจา แขนขาขาของเขาถูกฟันขาดออกไปเสียแล้ว... และเขาล้มลงบนพื้นพร้อมแผลฉกรรณ์อีกมากมาย ฝ่ายเจ้าบ้านเห็นดังนั้นก็รีบกรูเข้ามารุมกระหน่ำฟันแทงมาเจลลันที่นอนแผ่ที่พื้นอย่างไร้ทางสู้ เขามองขึ้นไปข้างบนเพื่อดูว่าลูกเรือของเขากลับถิ่นตนไปได้อย่างปลอดภัย จากนั้นก็จึงตัดสินใจที่จะปล่อยตัวเองให้ตาย แต่ก่อนนั้นเขาได้ใช้ลมหายใจเฮือกสุดท้ายคำรามออกมาและเขวี้ยงหอกเข้าไปใส่แก้มของลาปูในท้ายที่สุด(ให้นึกถึงหนังเรื่อง 300) 1. กริกอรี เยฟิโมวิช รัสปูติน (Grigori Yefimovich Rasputin) รัสปูติน (ค.ศ. 1869 - 1916) เป็นนักบวช ผู้ที่มีพลังจิตพิเศษที่มีบทบาทในยุคปลายราชวงศ์โรมานอฟของประเทศรัสเซีย แต่การมีบทบาทและอิทธิพลของเขานั้น เป็นสาเหตุหนึ่งที่นำไปสู่การล่มสลายของราชวงศ์โรมานอฟ ค.ศ. 1916 เจ้าชายเฟลิกซ์ ยูสชูปอฟ (Felix Yusupov) เห็นว่าเก็บรัสปูตินไว้จะเป็นภัยต่อชาติ จึงร่วมมือกับแกรด์ดยุคดมิทรี พัฟโลวิช (Grand Duke Dmitri Pavlovich) ลวงสังหารรัสปูติน โดยจะเชิญรัสปูตินไป โดยอ้างว่าเป็นงานเลี้ยงเล็กๆ ในห้องใต้ดิน ณ วังมอยก้าของเจ้าชาย แผนการฆ่ารัสปูตินก็เริ่มขึ้น โดยการวางยาพิษไซยาไนด์ในเครื่องดื่มและเค้กของรัสปูติน โดย ดร. จาโซแวร์ต แพทย์ทหารเป็นผู้จัดหายา (ไซยาไนด์) สอดไส้ขนมเค้กและผสมเหล้ามาเดียราเตรียมไว้ โดยมีซูโคติน นายทหารอีกคนเป็นผู้ช่วย เจ้าชายยุสซูปอฟจะเป็นคนเชิญให้รัสปูตินกินขนมและดื่มสุราผสมยาพิษ โดยมีปูริชเกวิชและแกรนด์ดยุคดิมิตรีสหายสนิทของเจ้าชายคอยสังเกตการณ์อยู่ชั้นบน และแล้ววันลอบสังหารก็มาถึง เจ้าชายเชิญรัสปูตินมาดื่มน้ำชาที่บ้าน ขณะเดียวกันรัสปูตินก็อยากจะเห็นเจ้าหญิงอิรีนาที่คนอื่นว่าสวยนัก เมื่อรัสปูตินมาถึง เจ้าชายก็อ้างว่าเจ้าหญิงกำลังรับแขกคนอื่นอยู่(ความจริงก็คือ เจ้าหญิงทรงพักตากอากาศอยู่ริมทะเลดำ ไกลจากวังเป็นร้อยๆ ไมล์) จึงขอให้รัสปูตินรอที่ห้องใต้ดินก่อน ขณะเดียวกันเจ้าชายทรงให้เปิดเสียงเพลงจากหีบเสียงเบาๆ ประหนึ่งว่าเจ้าหญิงทรงกำลังมีแขกมาพบจริง ขณะรอ รัสปูตินหงุดหงิดพอควร เจ้าชายจึงทรงเชิญกินขนมเค้กและดื่มเหล้ามาเดียรา ตอนแรกรัสปูตินปฏิเสธ แต่ก็เปลี่ยนใจหยิบขนมเค้กไปกิน 2 ก้อน ตามด้วยเหล้ามาเดียรา 2 แก้ว เจ้าชายทรงยิ้มอยู่ในใจ แต่ตะลึงเมื่อรัสปูตินไม่เป็นอะไรเลย ซ้ำยังขอให้เจ้าชายทรงดีดกีตาร์และร้องเพลงคลอ รัสปูตินนั่งฟังและยิ้มอย่างมีความสุข แม้เพลงจะจบไปหลายเพลงแล้วก็ตาม เวลาล่วงไป 2 ชั่วโมง เจ้าชายจึงทรงวิ่งขึ้นบันไดมาต่อว่าดร. ลาโซแวร์ต(แอบซุ่มดูอยู่) ว่ายาพิษหมดอายุ แต่ ดร. ลาโซแวร์ตยืนยันว่ายาดี ส่วนดยุคดิมิตรีนั้นถอดใจ บอกว่าแผนล้มเหลวควรเลิก แต่เจ้าชายทรงยืนยันจะสังหารเอง ดยุคดิมิตรีจึงส่งปืนพกให้ เจ้าชายทรงถือปืนแอบหลังลงมา รัสปูตินกลับขอมาเดียราดื่มอีก ดื่มแล้วก็มีท่าทางคึกคักชวนไปเที่ยวบาร์ยิปซี จากนั้นเจ้าชายทรงชี้ให้รัสปูตินดูไม้กางเขนบนหลังตู้และให้สวดมนต์ พอเหยื่อหันไปเจ้าชายก็ทรงลั่นกระสุนตรงกลางหลังพอดี รัสปูตินร้องเสียงแหลมและล้มลงหงายกับพื้น พอสิ้นเสียงปืนพรรคพวกทั้งสี่ก็ลงมา ดร. ลาโซแวร์ตคลำชีพจรก็บอกว่าตายแล้ว แล้วทั้งสี่ก็สาละวนเตรียมขนศพ ปล่อยเจ้าชายทรงอยู่ตามลำพัง แต่แล้วเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น รัสปูตินบิดตัว ใบหน้ากระตุก ลืมตาซ้ายแล้วตาขวา ตาสีเขียวขุ่นกลอกไปมาและโกรธจัด น้ำลายฟูมปาก ผุดลุกขึ้นยืน พร้อมกับกระชากอินทรธนูเครื่องแบบทหารของเจ้าชายขาดไปข้างหนึ่ง เจ้าชายทรงตกพระทัยสุดขีดกระโดดหนีวิ่งขึ้นบันไดไปชั้นบน รัสปูตินคลานตามขึ้นไปพร้อมด่าไปมา ปูริชเกวิชได้ยินเสียงเจ้าชายและวิ่งตามรัสปูตินออกไปที่สนามวัง ซึ่งหิมะกำลังตกหนัก รัสปูตินตะโกนลั่น "ไอ้เฟลิกซ์ ไอ้เฟลิกซ์ ข้าจะฟ้องพระราชินี" ปูริชเกวิชแทบไม่เชื่อสายตาว่านั่นคือรัสปูตินที่เมื่อครู่นี้นอนตายสนิท กระนั้นก็ตามได้ลั่นกระสุนทันที 2 นัดแรกผิด นัดที่ 3 ถูกไหล่ และนัดที่ 4 ถูกศีรษะ รัสปูตินผงะหงายหลังลงมาจากประตูเหล็ก พยายามจะลุกขึ้น แต่ลุกไม่ไหว นอนกัดฟันด้วยความแค้น ปูริชเกวิชถลันเข้าเตะเต็มแรงเข้าด้านขมับ พอดีเจ้าชายยุสซูปอฟทรงหายตกพระทัย ทรงถือไม้พลองมาด้วยอันหนึ่ง พลันกระหน่ำตีด้วยอารมณ์แค้นเคืองจนเลือดแดงท่วมหิมะ ร่างรัสปูตินถูกห่อด้วยพรม ทิ้งลงในปล่องน้ำแข็งในแม่น้ำเนวา 3 วันต่อมามีผู้พบศพ จากการตรวจศพพบว่ารัสปูตินไม่ได้ตายเพราะยาพิษหรือฤทธิ์กระสุนปืน แต่ตายเพราะสำลักน้ำ! รัสปูตินเสียชีวิตในวันที่ 16 ธันวาคม ค.ศ. 1916 รวมอายุ 47 ปี (สำหรับอวัยวะเพศของรัสปูตินมีเรื่องเล่ากันว่ามีคนรับใช้ผู้ชายได้เก็บไปให้สาวใช้คนหนึ่งและปรากฏว่าได้พบสาวใช้ผู้นั้นอีกที่ปารีส ซึ่งยังเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี ไว้ในหีบไม้ขัดมัน....) (เคยอ่านเจอว่ายาว 13 นิ้ว) ขอบคุณข้อมูล www.soccersuck.in.th

'ในหลวง' พระราชทานช่วยเหลือ สองพ่อลูกไฟไหม้บ้าน
น้ำใจชาวเน็ต /  บ้านไฟไหม้ / 

ในหลวง ทรงพระราชทาน ช่วยเหลือครอบครัวของสองพ่อลูกที่บ้านไฟไหม้ จ.อุตรดิตถ์ วันนี้ (24เม.ย.) แฟนเพจเฟซบุ๊ค  ฮักแม่สาย รายงานว่า ในหลวงทรงพระราชทานช่วยเหลือ ครอบครัวของนายสุมิตร การินตา อายุ 51 ปี และด.ญ.สุกานดา การินตา อายุ 8 ขวบ ที่บ้านถูกไฟไหม้วอดทั้งหลัง เมื่อวันที่ 22 เมษายนที่ผ่านมา สำหรับบ้านหลังดังกล่าว นายสุมิตร อาศัยอยู่กับลูกสาว 2 คน ในวันเกิดเหตุสองพ่อลูกได้ลงไปอาบน้ำที่ท่าน้ำ เมื่อกลับมาก็เห็นเพลิงกำลังไหม้บ้าน แต่ทำอะไรไม่ได้ ทำได้เพียงยืนมองดูไฟไหม้บ้านตนเองด้วยน้ำตาไหลพราก ทั้งนี้หากใครรประสงค์จะช่วยเหลือ สามารถร่วมบริจาคเงิน ได้ที่ เลขที่บัญชี 020052675337 ธ. เพื่อการเกษตรและสหกรณ์ ชื่อบัญชี เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัย (ด.ญ.สุกานดา การินตา)บัญชีออมทรัพย์ สาขา วังสีสูบ ส่วนเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม อาหาร ให้กับคุณลุงและหลาน สามารถส่งมาได้ที่ เทศบาลตำบลงิ้วงาม อ.เมืองอุตรดิตถ์ จ.อุตรดิตถ์ ‪ โทร 055 – 448386 หรือ ส่งตามบ้านเลขที่ นายสุมิตร. การินตา. 23/1. ม4 ตำบลงิ้วงาม. อ.เมืองอุตรดิตถ์ 53000.หรือท่านที่อยู่ใกล้นำสิ่งของไปฝากไว้ที่ สนง.ท้องถิ่นอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ ชั้น 2 ที่ว่าการอำเภอเมืองฯ ได้เลย MThai News ขอบคุณภาพและข้อมูลจากเพจ ฮักแม่สาย

สาวผวา ชายคลั่งบุกพังประตูห้อง แต่โดนปรับแค่200 ?
คอนโด /  ชายคลั่ง / 

โลกออนไลน์วิจารณ์ กรณีหญิงสาวถูก ชายบุกพังประตูห้อง แต่โดนปรับแค่200 ? วันนี้ (24เม.ย.) กลายเป็นประเด็นที่ผู้คนบนโลกออนไลน์กำลังวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกพันทิปชื่อ Numwaan_S ได้มีการตั้งกระทู้ในหัวข้อเรื่อง "...อยากปรึกษาทุกท่านค่ะ เนื่องจากเกิดเหตุการณ์น่ากลัวจากผู้ชายข้างห้อง..." เจ้าของกระทู้ได้เปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพี่สาวของเธอ หลังซื้อคอนคอนโดแห่งหนึ่งและย้ายเข้าอยู่ได้เพียงไม่นาน กลับต้องเจอเรื่องราวทำเอาขวัญผวา จนไม่สามารถอยู่คอนโดดังกล่าวได้อีก รายละเอียดเรื่องระบุไว้ดังนี้ พี่สาวเพิ่งซื้อคอนโดย้ายเข้าได้ไม่ถึงเดือน ซึ่งโครงการนี้ห้องเป็นแบบระเบียงติดกัน และห้องข้างๆ มีปัญหาเรื่องของหายเป็นประจำ ปัญหาเกิดขึ้น เมื่อเค้าสงสัยว่าห้องที่ระเบียงติดกันเป็นคนขโมย เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 15 เม.ย.ที่ผ่านมา เวลาประมาณตี 3 มีชายคนหนึ่งบุกถีบประตูห้อง และทุบห้อง พร้อมตะโกนขึ้นมาว่า "ออกมา ออกมาเดี๋ยวนี้ _จะคุยกับให้รู้เรื่อง ต้องออกมา" ตอนนั้นพี่สาวกลัวสุดขีด ไม่กล้าทำอะไร รีบโทรหา 191 จากนั้นพี่สาวก็ตะโกนออกไปถามว่า "คุณเป็นใคร มาผิดห้องหรือป่าว" จังหวะเดียวกันผู้ชายคนนั้นก็เอามีดปักที่ประตู คงกะจะพังประตูให้ได้จนมีดปัก พี่สาวกลัวมาก ก็เลยไปตะโกนขอความช่วยเหลือที่ระเบียง จากนั้นมีผู้ชายจากชั้น 3 ได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือ จึงไปตาม รปภ.มาช่วย เพราะไม่สามารถขึ้นมาดูเองได้ เนื่องจากคีย์การ์ดเป็นระบบชั้นใครชั้นมันฝั่งใครฝั่งมัน เมื่อ รปภ.ขึ้นมาที่เกิดเหตุปรากฎว่า ผู้ชายคนที่ถีบประตูหายไป จากนั้นทุกคนก็ลงไปรอตำรวจจาก สน.มักกะสัน ซึ่งตำรวจก็ขึ้นมาสำรวจบนห้อง และบอกแค่ว่า ให้ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ ตอนเข้าไปพูดคุยกับผู้ชายคนนั้นว่าคุณเป็นผู้ต้องสงสัยนะ เค้าก็ทำหน้านิ่งๆ แล้วตอบแบบเฉยๆมากๆ ว่า "ผมนี่แหละทำ" จากนั้นทุกคนก็ไปที่ สน.พร้อมกัน  เค้าบอกตำรวจว่า ของเค้าหายบ่อยมาก เงินหาย ยาหาย กลับมาจากที่ทำงานก็เห็นข้าวของในห้องโดนรื้อ บางครั้งก็เปิดแอร์ในห้องทิ้งไว้ด้วย  เค้าเจอแบบนี้มาเกือบปี คิดว่ายังไงก็ต้องเป็นห้องพี่สาว ที่เข้ามาขโมย เพราะระเบียงติดกัน แต่พี่สาวเพิ่งซื้อและย้ายเข้ามาอยู่ยังไม่ถึงเดือน ซึ่งขัดแย้งกับสิ่งที่ผู้ชายคนนั้นพูด สุดท้ายก็จบตรงที่ตำรวจปรับ 200 บาท ข้อหาทำให้ตกใจ และให้ซ่อมประตูให้ โดยให้พี่สาวเอาใบเสร็จมาเรียกเก็บเงิน พอหลังจากนั้นไปขอดูกล้องวงจรปิดจากนิติฯ นิติแจ้งว่า ฮาร์ทดิสเสีย สรุปไม่มีหลักฐานอะไรเลย ซึ่งตอนนี้พี่สาวก็ย้ายออกมาแล้ว ไม่กล้ากลับไปอยู่ต่อ กลัวมาก ขวัญกระเจิง กลัวคนข้างห้องคนนั้นจะกลับมาทำร้ายอีก ซึ่งโครงการให้ความช่วยเหลือแค่เพียงให้ตำรวจมาคุยกับห้องข้างๆ ว่าอย่ามาทำร้ายห้องพี่สาวอีก และบอกให้พี่สาวกลับไปอยู่ได้แล้ว ไม่น่าจะมีอะไรแล้ว MThai News ขอบคุณสมาชิกพันทิป Numwaan_S

นิพิฏฐ์ เห็นด้วยกับ โอ๊ค ระบุชื่อห้ามเล่นการเมืองลง ร่าง รธน.
นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ /  ร่างรัฐธรรมนูญ / 

นิพิฏฐ์ เผย เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เห็นด้วยกับโอ๊ค พานทองแท้  ให้ระบุชื่อ ห้ามคนตระกูลชินวัตร ลงร่างรัฐธรรมนูญ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ส.ส.นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พร้อมเขียนข้อความ ระบุว่า เห็นด้วยกับโอ๊ค -เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมเห็นด้วยกับโอ๊ค พานทองแท้ ชินวัตร เพราะเมื่อ 23 เม.ย.2558 โอ๊ค เขียนลงเฟซบุ๊กว่า รัฐธรรมนูญที่กำลังร่างอยู่นี้ถูกครหาว่า กำลังร่างเพื่อให้คนกลุ่มหนึ่งสืบทอดอำนาจ โอ๊คบอกว่า ถ้าแน่จริงก็เขียนลงไปเลยว่า"ห้ามคนตระกูลชินวัตร หรือคนที่ทักษิณ สนับสนุนเล่นการเมือง" -ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง และคิดว่าโอ๊คคงสำนึกบาปแล้ว ว่าคนในตระกูลชินวัตรทำความเสียหายอะไรไว้กับประเทศนี้ จึงอยากให้ผู้ร่างเขียนห้ามคนตระกูลชินวัตรเล่นการเมือง เมื่อสำนึกบาปแล้ว ผมอยากให้เพิ่มอีกวรรคหนึ่งว่า "ให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลับมารับโทษ และชดใช้ความเสียหายแก่ประเทศนี้ภายในกำหนด 30 วัน นับแต่รัฐธรรมนูญมีผลใช้บังคับ" -นะโอ๊คนะ! ไหนๆก็จะเป็นคนดีแล้ว โทร.เลย บอกคุณพ่อเลย MThai New

นศ.ป.เอกโรตีปวดหัวรุนแรง แพทย์ผ่าพบ ตัวอ่อนฝาแฝดในสมอง
กระดูกในสมอง /  พบฟันในสมอง / 

นักศึกษาปริญญาเอกชาวอินเดีย ปวดศีรษะอย่างรุนแรงตั้งแต่เกิด จากภาวะเนื้องอก 'เทอราโตมา' หรือตัวอ่อนของแฝดที่แฝงอยู่ในสมอง วานนี้ (24 เม.ย.) เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ต่างประเทศ รายงานเรื่องราวของ 'ญามินี การานาม' นักศึกษาปริญญาเอก ชาวอินเดีย วัย 26 ปี ซึ่งประสบปัญหาในการสนธนากับผู้อื่น และการอ่าน จากความเจ็บปวด ทรมาน โดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งอาจเกิดจากความผิดปกติ บางอย่าง ที่เป็นปริศนา บริเวณศีรษะของเธอ จึงตัดสินใจเดินทางเพื่อเข้ารับการวินิจฉัยจากแพทย์ เพื่อคลายความสงสัยในที่สุด ทั้งนี้แพทย์ผู้ทำการรักษา ไม่แน่ใจเกี่ยวกับความผิดปกติทางร่างกายที่เกิดขึ้น จึงตัดสินใจผ่าตัดสมองเพื่อตรวจดูอาการ และได้พบกับต้นตออาการป่วย คือสิ่งที่ไม่คาดคิด ได้แก่ เส้นผม กระดูก และฟันอยู่ภายในสมองของเธอ อย่างไรก็ตาม ดร. Hrayr Shahinian สถาบันกระโหลกวิทยา ในลองแองเจอลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ออกมาไขข้อสังสัยดังกล่าว ว่าภาวะเช่นนี้ เป็นความผิดปกติ ที่มีชื่อว่า การเกิดเนื้องอก 'เทอราโตมา' (teratoma) ซึ่งเป็นเนื้องอกที่มีเนื้อเยื่อ หรืออวัยวะเป็นส่วนประกอบ เช่น เส้นผม ฟัน หรือกระดูก แต่จะไม่ค่อยปรากฏอวัยวะที่มีความซับซ้อนอย่างดวงตา ลำตัว มือ เท้า หรือแขนขา ส่วนใหญ่มักปรากฏอยู่ในสมอง ไทรอยด์ ตับ และปอด อาจปรากฏในรูปแบบแคปซูล หรือถุงขนาดใหญ่ ที่เต็มไปด้วยของเหลวอยู่ภายใน คล้ายทารกที่อยู่ในครรภ์ สามารถพบได้ทั้งหญิงและชาย แต่ส่วนใหญ่จะปรากฏในวัยรุ่นเพศหญิงเป็นส่วนใหญ่ และจะติดตัวมาตั้งแต่วันเด็ก แต่จะยังไม่แสดงอาการ และเริ่มกำเริบ และมีอิทธิพลในชีวิต เมื่อเติบโตขึ้น MThai News

Black Amber ร้านตัดผม ของ ผู้ชายมีสไตล์
black amber /  Social Club / 

Black Amber  สถานที่เรียกตัวเองว่า Social Club สำหรับคนที่มีสไตล์ชัดเจน กลุ่มคนที่เรากำลังทำความรู้จักต่อไปนี้ถือว่า เป็นการรวมคนที่มีความชอบอะไรที่เหมือนๆ กัน ไม่ว่าจะเป็น แฟชั่น การแต่งตัว แนวเพลง แม้กระทั่งหัวใจที่รักการบริการ เรากำลังพูดถึง Black Amber  สถานที่เรียกตัวเองว่าเป็น  Social Club  สำหรับคนที่มีสไตล์ชัดเจนและคนที่มานั่งพูดคุยกับเราเพื่ออธิบายความเป็นมาได้ดีที่สุดเป็นใครไปไม่ได้ต้องเป็น ‘คุณขวัญ’ ชวิน  นันทเทิม คนนี้เท่านั้น ก่อนอื่นอยากทราบความหมายของ Black Amber ครับ ? ความหมายของ Black Amber  หรืออำพันสีดำมาจากอำพันคือนามสกุลของคุณแม่ผม ที่ชอบเพราะว่าอำพันคือยางไม้ที่ดูดซับสิ่งดีๆ เข้าตัวเพื่อให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นกว่าจะฟอร์มตัวขึ้นมาได้ใช้เวลานานมากและอำพันสีดำใช้เวลานานที่สุดและหายากที่สุดนี่คือที่มาของ  Black Amber  คำนิยามของ Black Amber ? ผมเรียกที่นี่ว่า Social Club สำหรับพูดคุยนัดเจอกันทุกๆ อาทิตย์หรืออย่างน้อยเดือนละครั้งถ้าเมืองนอกจะมีคลับอย่างนี้อยู่เยอะแต่เมืองไทยยังไม่มีวัฒนธรรมตรงนี้ จริงๆ คนที่รู้จักวัฒนธรรมในบ้านเรามีเยอะแต่ยังไม่มีร้านมารองรับ ผมก็เลยอยากทำขึ้นมาสำหรับกลุ่มคนของตัวเองโดยเริ่มจากเพื่อนๆ กันก่อนพอได้รับการตอบรับที่ดีจึงอยากให้ทุกคนได้เข้ามาใช้บริการกัน คอนเซ็ปต์หลักของร้าน ? ถ้าเรื่องการตกแต่งร้านจะให้อารมณ์ย้อนยุคไปช่วง คศ. 1920 เป็นช่วง Gentlemen Period ที่ผู้ชายต้องใส่สูท บุคลิกนอบน้อม การดำเนินชีวิตมีแบบแผนและค่อนข้างเนี้ยบในทุกจุดและช่วงนั้นเป็นยุคธุรกิจเฟื่องฟูด้วยของที่เลือกมาใช้คุณภาพจึงต้องดีจริงๆ ที่ Black Amber  มีบริการอะไรให้ลูกค้าบ้างครับ? ตอนนี้มีตัดผม โกนหนวดแบบ Hot Towel Shave คือการโกนหนวดโดยใช้ผ้าร้อนใช้ครีม โลชั่นที่อิมพอร์ตมาจากเมืองนอกแล้วก็มีการขัดรองเท้า อีกหน่อยในอนาคตจะมีรับสักด้วย ภาพสุดท้ายที่ผมวางไว้สำหรับ  Black Amber  มันใหญ่มากที่คิดไว้จะทำบาร์ที่เป็นความลับสำหรับกลุ่มคนที่รู้จักเท่านั้นถึงจะใช้บริการได้และน่าจะมีบริการรองรับลูกค้าที่เป็นสุภาพสตรีด้วยเพราะตอนนี้ที่  Black Amber  ให้บริการเฉพาะผู้ชายเท่านั้น ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นใครครับ ? เป็นฝรั่งที่อาศัยอยู่ในเมืองไทย 50 % ส่วนอีกครึ่งนึงเป็นคนไทยนี่ล่ะครับ แต่หลังๆ เริ่มจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเช่นสิงคโปร์ มาเลเซีย มาบ้างแล้วน่าจะเป็นพูดจากปากต่อปากหรือไปเจอในเว็บไซต์ของเราก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน กฎเหล็กของ Black Amber ? ภายในร้านคุณสามารถสูบซิก้าร์ได้แต่ห้ามสูบบุหรี่ ผมว่ากลิ่นไม่เหมือนกันนะ กลิ่นบุหรี่มันน่ารำคาญแต่กลิ่นซิการ์มันมีเสน่ห์ของมันอยู่ ยิ่งถ้าคนสูบจะรู้สึกเลยว่ามันหอม เสน่ห์ของซิก้าร์คือเราต้องใช้เวลากับมันเหมือนเปิดไวน์ 1 ขวด จะมากระดกทีเดียวมันไม่ได้อรรถรส ซึ่งที่ Black Amber  คุณสามารถหิ้วซิการ์หรือเหล้าเข้ามาเองได้เลยเพราะลูกค้าบางคนชอบดื่มระหว่างตัดผมไปด้วย การ ตัดผม เป็นแนวไหน ? จริงๆ เป็นแนว Gentlemen Classic ให้อารมณ์ภูมิฐานหน่อยๆ อย่างเช่นรองทรงสูง รองทรงต่ำ ทรงนักเรียน ลานบิน ทหาร มันก็เป็นเบสิกของบาเบอร์อยู่แล้ว เราอาจจะต่อยอดไปในการเซ็ทซึ่งทำได้หลายแนว โดยก่อนจะลงมือตัดเราจะคุยกับลูกค้าก่อน ถ้าช่างเห็นว่าไม่ดีก็จะแนะนำ ที่สุดแล้วเราจะตามใจลูกค้าทุกอย่าง ความพิเศษที่เหนือกว่าที่อื่น ? เบสิกการตัดผมแน่นและละเอียดอยู่แล้วสิ่งที่เน้นอีกอย่างคือเรื่องบริการลูกค้าจะชอบส่วนนี้มากยกตัวอย่างคุณเดินเข้าร้านมาจะเสิร์ฟน้ำเย็น ผ้าเย็นก่อนเลย วางกระเป๋าให้ เรียกว่าเอาใจใส่แทบทุกจุดผมคิดว่านี่คือส่วนสำคัญที่ลูกค้าของเรากลับมาใช้บริการ Black Amber แทบทุกคน หลังจากการพูดคุยได้สักพักทำให้ผมรู้ว่าลุคภายนอกไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัว ทรงผมหรือรอยสักเต็มแขนนั้นคือตัวตนของเขาจริงๆ นี่คือสิ่งที่เขารักและตั้งใจทำมันขึ้นมาจนได้กลายเป็นช่างตัดผมแนวหน้าของวงการในเวลาอันรวดเร็ว จุดเด่นของคุณเจ๋งอยู่ที่ความหลากหลายและการออกแบบทรงผมโดยคำนึงถึงรูปหน้าและบุคคลิกของลูกค้าเป็นสำคัญ อีกจุดหนึ่งที่เขาได้เน้นย้ำเป็นพิเศษคือความสะอาดชนิดที่ว่าปล่อยผ่านไม่ได้ซึ่งเป็นอีกจุดที่ครองใจลูกค้าแทบทุกคน คุณเจ๋งได้ทิ้งท้ายไว้สำหรับเทรนด์ทรงผมผู้ชายช่วงนี้ต้องแนววินเทจเท่านั้นและน่าจะอยู่กันยาวข้ามปีทีเดียว Black Amber  สถานที่เรียกตัวเองว่าเป็น Social Club ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก A'lure magazine vol.51

เรื่องน่ารู้ 8 วิธี ที่จะทำให้คุณรอดพ้นจากการหลงทาง
การเดินทาง /  เทคนิค / 

การเดินทางในแต่ละครั้ง ย่อมสร้างประสบการณ์ ความทรงจำที่ดีให้กับเรา มีเรื่องราวมากมายรอให้เราออกไปค้นพบอยู่เสมอ หนึ่งในนั้นคือการหลงทาง ถือเป็นสเน่ห์อีกอย่างของการเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเอง มันทำให้เราได้พบเจอสิ่งแปลกใหม่ ทำให้การเดินทางน่าจดจำ แต่สำหรับผู้ที่ไม่อยากหลงทาง travel.mthai.com มีเรื่องราวดี ๆ มานำเสนอ กับ 8 วิธี ที่จะทำให้คุณรอดพ้นจากการหลงทาง จะมีทริคอะไรบ้าง ลองอ่านกันดูครับ เรื่องน่ารู้ 8 วิธี ที่จะทำให้คุณรอดพ้นจากการหลงทาง 1. จดจำสถานที่สำคัญ (Landmark) เอาไว้ให้ดี ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ไหน การจดจำแลนด์มาร์กถือเป็นสิ่งสำคัญ จะให้ดีควรถ่ายรูปเก็บไว้ด้วย ในรูปมันจะบอกสิ่งที่เป็นประโยชน์กับคุณ เพราะเมื่อคุณจำแลนด์มาร์กต่าง ๆ ได้ คุณจะสามารถคลำเส้นทางได้ไม่ยาก 2. ติดตามดูผู้คน ถ้าคุณอยู่ในเมืองที่คุณไม่คุ้นเคยกับภาษาของพวกเขา ให้ลองติดตามผู้คนท้องถิ่นดู เวลาเดินทาง พวกเขาเลือกใช้การขนส่งสาธารณะแบบไหน เพื่อไปไหน ซึ่งตามสถานีมักจะมีข้อมูลที่เป็นภาษาสากลคอยให้บริการอยู่ 3. สังเกตท้องถนน สำรวจดูรอบ ๆ ว่า ถนนเส้นไหนคือถนนสัญจรสายใหญ่ ถนนที่มีการจราจรมาก นั่นหมายถึงถนนสายหลักนั่นเอง คุณจะพบป้ายบอกทางมากมาย น่าจะเป็นตัวช่วยสำหรับคุณได้มากทีเดียว 4. หัดใช้เข็มทิศ  คุณควรพกเข็มทิศเอาไว้ หรือถ้ามีสมาร์ทโฟน ก็ควรมีแอพพลิเคชั่นเข็มทิศ ตรวจสอบทิศทางที่คุณจะไป คุณจะพบว่าจานดาวเทียมตามบ้านจะหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ นั่นถือเป็นจุดสังเกตที่ยอดเยี่ยม 5. ใช้ธรรมชาติให้เกิดประโยชน์ หากตอนกลางคืนฟ้าเปิด แสงดาวเหนือ สามารถช่วยคุณได้เสมอ ถ้าเป็นตอนกลางวัน ลองปักกิ่งไม้ลงดิน มาร์กที่จุดสิ้นสุดของเงา รอสักครู่แล้วคุณจะเห็นเงาย้ายทิศทางจากตะวันออกไปตะวันตก 6. อ่านแผนที่ทางกายภาพให้เป็น ปัจจุบันเราอาจคุ้นเคยกับ google maps แต่แผนที่ทางกายภาพ คือสิ่งจำเป็นที่ควรพกติดตัวไว้ ในยามที่ไม่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ต มันช่วยเราได้ แต่ก่อนอื่นควรจะลองอ่าน ลองศึกษาสถานที่และเส้นทางในแผนที่เสียก่อน 7. จีพีเอส คือสิ่งจำเป็น ถ้าคุณขับรถไปเที่ยว หรือทำการเช่ารถ สิ่งหนึ่งที่ควรต้องมีคือระบบนำทางอัจฉริยะ "GPS" มันจะช่วยบอกเส้นทาง พาไปคุณยังสถานที่ที่คุณไม่เคยไป เป็นเทคโนโลยีที่มีประโยชน์อย่างมาก 8. เรียนรู้ภาษาท้องถิ่นเบื้องต้น หากคุณไปเยือนในประเทศที่ไม่ค่อยใช้ภาษาอังกฤษ คุณควรศึกษาคำศัพท์เบื้องต้น ก่อนออกเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นหนังสือคู่มือ หรือแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ มันจะช่วยให้การเดินทางของคุณไหลลื่นมากขึ้น ที่มา : www.lifehack.org  ,  แปลและเรียบเรียงโดย : MuzTong - Travel MThai 

'คลัง' ย้ำปีนี้ไม่ขึ้น VAT เเน่นอน
ขึ้นVAT /  คลัง / 

'คลัง' ย้ำปีนี้ไม่ขึ้น VAT เเน่นอน ระบุ ศก.ยังไม่ฟื้นตัว เตรียมดึงรายได้รัฐวิสาหกิจเสริม นายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันว่า ภายในปีนี้จะไม่มีการปรับขึ้น ภาษีมูลค่าเพิ่ม(VAT) จาก 7% ในปัจจุบัน เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจไทยยังไม่ ฟื้นตัวนัก ทำให้การขึ้นภาษีอาจจะกระทบกับประชาชนได้ ขณะที่จะให้รัฐวิสาหกิจที่มีกำไร นำส่งรายได้ให้กระทรวงการคลังเพิ่มเติม เช่น การจ่ายปันผลเพิ่มเติม เพื่อชดเชยการจัดเก็บรายได้ของภาครัฐที่ลดลง รวมถึง ให้กรมสรรพากรปิดช่องโหว่ของการจัดเก็บรายได้ และขยายฐานภาษีไปในกลุ่มที่ยัง ไม่ได้มีการจัดเก็บเพิ่มขึ้น "เอาหลักการ simple ตามที่ท่านนายกฯพูด ถ้าเศรษฐกิจยังไม่ดี ก็ ยังไม่มีการขึ้นเรื่องของ VAT ถ้าผมยังไม่พูดเรื่องนี้ ก็คือยังไม่ขึ้นในปีนี้ ส่วน รายได้ที่หายไป ก็จะหาจากรัฐวิสาหกิจมาจุนเจือ ก็จะเร่งให้มีการส่งเงินเพิ่ม เช่น จ่ายปันผลระหว่างกาล" นายสมหมาย กล่าว MThai News