ทรงผมสั้น 2012

บอย ถกลเกียรติ ตอกหน้าหงาย “ไร้สาระ” ดราม่าล่ารายชื่อปลด แทค ภรัณยู จากละคร!!
บอย ถกลเกียรติ /  แทค ภรัณยู / 

  ถึงกับกลายเป็นกระแสดราม่าใหญ่โตกันเลยทีเดียว จากกรณีที่ หนุ่มแทค ภรัณยู โพสต์ภาพโปรโมทละครเรื่อง ล่า ในอินสตาแกรมส่วนตัว ซึ่งเป็นภาพตนเองและเพื่อนๆ นักแสดงอยู่ในชุดนักโทษคดีข่มขืนพร้อมระบุแคปชั่นว่า   “พวกเราโดนคดีข่มขืน ใครอยากให้เราข่มขืนเลือกเลย #ละครล่า”   ทำเอาชาวโซเชียลจำนวนมากไม่พอใจเพราะมองว่าเป็นการไม่เหมาะสม ถึงกับวิจารณ์อย่างหนักที่ หนุ่มแทค นำเรื่องการข่มขืนมาล้อเล่นแบบนี้ พร้อมกับมีคนบางกลุ่มถึงกับล่ารายชื่อให้ปลด แทค ภรัณยู ออกจากละครดังกล่าว ซึ่งหลังถูกวิจารณ์อย่างหนักด้าน แทค ภรัณยู ก็ได้ออกมายอมรับผิดถึงการกระทำดังกล่าวแจงเป็นเพียงการโปรโมทละครเท่านั้น พร้อมกับยืนยันตนยังสนับสนุนการลงโทษการข่มขืนเท่ากับประหารเหมือนเดิม   ล่าสุดด้าน บอย ถกลเกียรติ ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ช่อง ONE และผู้กำกับละครชื่อดัง เปิดใจถึงประเด็นดราม่าดังกล่าวในงานประกาศรางวัลนาฏราช ครั้งที่ 8 ยันตนเข้าใจ แทค เป็นอย่างดี บางทีอาจจะลืมคิดในเรื่องการเล่นสนุกไปบ้าง และบังเอิญตัวละครที่ แทค แสดงอยู่นั้นเป็นตัวแทนของคนไม่ดี มองดราม่าล่ารายชื่อให้ปลด แทค ภรัณยู ออกจากละครล่า นั้นเป็นเรื่องไร้สาระ!!     "ไม่มีอะไรเลย คือผมเข้าใจน้องนะ คือในความเป็นนักแสดงที่จะเล่นเป็นละครตัวไหน อาจจะลืมคิดนิดนึงแล้วก็สนุกของเขา คือผมรู้จักเขาดีแล้วผมก็รู้ว่าเขาเป็นนักแสดงที่ดี แล้วเขาก็มีความสุขกับอาชีพนักแสดงของเขา คนที่มีความสุขกับอาชีพนักแสดง เวลาที่เขารับบทอะไร เขาต้องหาความสุขที่จะรับบทนั้นๆ อันนี้มันเป็นองค์ประกอบของนักแสดงที่ดีอยู่แล้ว เมื่อเขาสนุกกับบทแบบนั้น เขาลืมไปเลยว่ามันเป็นตัวแทนของคนไม่ดีของคนในสังคม พอเขาพูดอะไรที่หลุดออกไปแล้วมันไม่เข้าหูของใครหลายๆ คน คนก็อาจจะเฮ้ย คุณพูดแบบนี้ได้อย่างไร เข้าใจได้หมดเราเชื่อเลยว่าเขาไม่ได้มีเจตนานะ เขาเป็นน้องที่น่ารักมาก ผมว่าเขาไม่ได้มีเจตนาอะไรเลย แค่หลุดตรงนั้นออกมา เพียงแต่ว่าโลกโซเซียลมีเดียหลุดไปโป้งเร็วมาก (มีคนล่ารายชื่อให้ถอดแทคออกจากละคร) น่าจะมาจากสิ่งอื่นๆ อย่ากลายเป็นผู้ไม่หวังดี การที่หลุดอะไรนิดหน่อยแล้วเขาออกมาขอโทษและรับผิด อย่าๆ ทำลายคนๆ หนึ่งเพราะว่าความที่พลาด ไม่ทันคิดไปหน่อย ทุกคนมีโมเม้นท์นี้อยู่ในชีวิตการที่คุณจะออกมาล่ารายชื่อมันไร้สาระ อันนี้คุณใช้โลกเซียลมีเดียในทางที่ผิด ยิ่งกว่าเขาเสียอีก"   "(ถามว่าได้คุยกับแทคแล้วหรือยัง) ไม่ได้คุยแต่ผู้ช่วยผมได้คุยแล้ว เราคุยกันมันเป็นเช่นนั้นเขาเองก็ออกมาขอโทษ คือผมว่าอย่าไม่รู้นะ สำหรับผม มันเป็นเรื่องที่หลุดปาก มันก็เท่านั้นเอง.ยืนยันได้ว่าเขาเป็นคนดี เขาเป็นนักแสดงที่เก่ง ในความที่เขาสนุกกับบทบาทมันเป็นเรื่องของคนในอาชีพนี้ที่เผลอหลุดปากไป หรืออะไรอย่างไร ของคนทีีคิดน้อยไปหน่อย เขาออกมาขอโทษ เขาระวังตัวกว่านี้ผมว่าบทเรียน เขายังคงแสดงต่อไป ผมเพิ่งได้ยินวันนี้นะ มันว่าเป็นเรื่องไร้สาระที่จะล่ารายชื่อ ผมว่าอันนี้น่าจะมาจากผู้ไม่หวังดี (กลัวทีมงานไม่พอใจทีีแทคออกมาโพสต์ไหม)ไม่กลัวนะ ทุกคนก็เข้าใจนะ"   "ปลายปีนี้จะได้ดูนะ เรื่องกระแสไม่รู้จะเตรียมอะไรนะ เพราะว่าละครเรื่องนี้มีประโยชน์ต่อสังคมมากๆ ผมว่าอันนี้คุณอย่ามาตั้งการ์ด ตั้งอะไรเลย ละครเรื่องนี้มีคุณค่ากับสังคม โดยเฉพาะในยุคนี้อย่างมาก เราเคยทำมาแล้วเมือ 20 ปีมาแล้ว นก สินจัย ครั้งนี้เป็น หมิว ลลิตา นำแสดง ละครเรื่องนี้มีคุณค่าต่อสังคม มีข้อความมีข้อคิดให้กับทุกๆ คน ที่ิอยู่ในสังคมนี้ ไม่ว่าจะเป็นแม่คนที่เป็นลูก คนที่เป็นทั่วไปที่อาจจะไม่ทันคิด กับเรื่องของความถูกต้องและกระบวนการยุติ ละครเรื่องนี้มีข้อความเยอะ แล้วละครเรื่องนี้มีคุณค่ามากกว่าสิ่งที่คุณเจอไม่กี่วันมานี้มันเป็นเรื่องไร้สาระมากๆ" ขอบคุณภาพเพิ่มเติมจาก IG tack_pharunyoo ละคร ล่า บอย ถกลเกียรติ บอย ถกลเกียรติ บอย ถกลเกียรติ

ขอแค่เป็นคนดี นุ้ย - ตั๊ก เปิดใจเรื่อง น้องภู รับลูกมาปรึกษาเรื่องไม่แมน!!
ตั๊ก ศิริพร /  นุ้ย เชิญยิ้ม

ถือว่าเป็นคุณพ่อและคุณแม่ที่หัวสมัยใหม่มากๆ หลังมีข่าวเม้าท์มอยลูกชายว่าไม่แมนหรือเปล่า?? ล่าสุด ตั๊ก ศิริพร กับคุณสามี นุ้ย เชิญยิ้ม ออกมาเปิดใจเกี่ยวกับกรณีนี้ รับ น้องภู เดินเข้ามาปรึกษาเรื่องข่าวนี้ ซึ่งทั้งคู่เข้าใจลูกดี รับได้หากลูกจะเป็นเพศที่สามจริง บอกน้องภูเป็นเด็กดี เลี้ยงง่าย เรียนเก่ง ไม่เคยมีเรื่องให้ลำบากใจ หากลูกชายจะเป็นอะไรก็ขอแค่เป็นคนดี ขอโทษหากทำให้หลายคนผิดหวัง พร้อมแนะทุกครอบครัวให้เปิดใจ รับฟังลูก... รายละเอียดดังนี้ ตั๊ก “อยากจะออกจากวงการ สำหรับเรื่องนี้พี่ไม่ได้พูดเพราะความเหนื่อยนะ แต่พี่ต้องบอกก่อนว่าพี่นุ้ยเขาเป็นคนเอาธรรมะให้พี่ฟัง อันนี้พี่ต้องขอชมเขา เพราะตั้งแต่พี่ฟังมาไม่มีวันไหนเลยที่พี่จะไม่ฟังเลย ซึ่งพอพี่ฟังบ่อยๆ พี่ก็เริ่มรู้สึกปลง รู้สึกไม่ยึดติดกับอะไร ไม่ว่าจะเป็น ชื่อเสียง เงินทอง หรือแม้แต่เรื่องอะไรก็ตาม ทุกอย่างพี่ปลงหมดแล้ว อย่างเรื่องลูกชายพี่ พี่ก็มองว่า เราเป็นพ่อเป็นแม่ ส่วนเขาก็คือลูก เขามีชีวิตของเขา เราไม่ใช่เจ้าชีวิตเขา เรามีหน้าที่แค่ให้ชีวิตเขาและส่งให้เขาเรียนจนจบ ส่วนหลังจากนี้เราไปยุ่งอะไรเขาไม่ได้แล้ว และพี่ก็จะไม่บังคับหรืออะไรลูกเลย หลายคนอาจจะด่าตั๊กนะว่าเป็นแม่ที่ประคบประหงมลูกจนเกินไป แต่คุณไม่เคยเป็นแม่คุณไม่รู้หรอกว่าความรักของคนเป็นแม่นั้นมันเป็นยังไง ความรักของแม่มันมีมากมายเหลือเกิน คุณต้องลองเป็นแม่ดู และแม่ที่เขารักลูกก็คงจะเข้าใจหัวอกคนเป็นแม่ด้วยกัน” ตั๊ก “และน้องภูเขาไม่เคยทำอะไรให้พี่ลำบากใจเลยนะตั้งแต่เขาเกิดมา เขาเป็นเด็กที่เลี้ยงง่าย พี่ไม่เคยคิดด้วยซ้ำนะว่าเขาจะดัง เพราะว่าเราสองคนไม่เคยพาเขาไปกอง ไม่เคยสอนเขาเรื่องการแสดง ไม่เคยยัดเยียดอะไรให้เขา แต่ว่าเขาทำด้วยตัวเขาเอง เขาเกิดมาเพื่อเป็นแบบนั้นจริงๆ” นุ้ย “ส่วนตัวผมเอง ผมคิดว่าลูกชายผมเป็นคนที่กล้านะ เพราะเวลาเขามีเรื่องหรือมีอะไรที่เขาอยากพูดอยากปรึกษาเขาก็จะเดินมาบอกเราตรงๆ และเราในฐานะที่เป็นพ่อแม่เราก็ควรจะเปิดใจให้ลูกบ้าง รับฟังลูกบ้าง ไม่ใช่เอะอะโวยวายกับลูกเวลาลูกขอคำปรึกษา หรือขึ้นเสียงกับลูกบ่อยๆ อีกอย่างช่วงวัยนี้มันเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของเขา เขาก็คงอยากจะให้พ่อแม่ช่วยชี้ช่องทางให้กับเขาว่าเขาควรจะเป็นอะไร เขาควรจะทำอะไร ทำแบบนั้นดีไหม หรือทำแบบนี้ดีไหม ซึ่งลูกผมจะเป็นอะไรผมก็ยังภูมิใจในตัวเขาครับ และผมก็เชื่อด้วยว่าเขาเป็นเด็กที่ดี ไม่ใช่แค่ดีในสายตาเรา แต่ให้เป็นเด็กดีในสายตาคนอื่นด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน หรือการวางตัวในสังคม ลูกผมจะเป็นอะไรก็ได้ ผมยอมรับ ผมเปิดอก เปิดใจรับได้หมดเลย ลูกผู้ชายเต็มที่” ตั๊ก “พร้อมให้คำปรึกษากับลูกชายเต็มที่ เห็นพี่งานเยอะก็จริง แต่ว่าในหนึ่งวันพี่ต้องมีเวลาคุยกับเขานะ อาจคุยกับแปปเดียวหรือคุยนานก็แล้วแต่ แต่ต้องคุยกับลูก อย่างน้อยๆ กอดกันหอมกันก็ยังดี พี่ทำแบบนี้เสมอ และพี่ก็จะบอกกับลูกเสมอว่าถ้าหากภูมีเรื่องอะไรภูอย่ามีความลับกับพ่อกับแม่ เราเป็นครอบครัวเดียวกัน และถ้าครอบครัวเราแข็งแกร่งภูก็ไม่ต้องกลัวอะไรแล้ว ฉะนั้นถ้าภูมีเรื่องอะไรภูสามารถบอกกับพ่อกับแม่ได้ทุกเรื่อง พ่อกับแม่จะคุยกับภูด้วยเหตุผล ซึ่งตัวพี่เองก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าเขาจะมาคุยกับเราในเรื่องนี้” นุ้ย “จริงๆ เราก็ยังไม่รู้นะว่าน้องจะยังไง จะสายไหนอะไรก็แล้วแต่ เพราะสิ่งที่เขาเดินมาบอกกับเราเหมือนเขาเองก็ยังไม่แน่ใจ เป็นในลักษณะของการขอคำปรึกษา แต่ด้วยความที่เราไม่อยากโกหกเพราะเราเป็นคนของประชาชน พี่ก็พูดให้มันจบๆ ไปเลยดีกว่า” นุ้ย “สภาพจิตใจของน้องหลังมีข่าวออกมา เพื่อนเขาส่งข่าวให้เขาดูก่อนเลยครับ ตอนนั้นเราเองก็ไม่สบายใจเป็นห่วงความรู้สึกเขา เราก็เลยโทรไปถามเขาเดี๋ยวนั้นเลยว่าเขาซีเรียสไหมที่พ่อให้สัมภาษณ์ไปอย่างนั้นอย่างนี้ เขาก็ตอบกลับมาว่า ไม่เห็นมีอะไรนี่พ่อ ไม่ได้ซีเรียสอะไร เท่านั้นแหละครับเราก็รู้เลยว่าเด็กเขาแยกแยะได้” ตั๊ก “ตอนนี้เขาเพิ่งจะอายุ 14 เขายังมีอะไรให้ต้องเผชิญอีกเยอะ มันยังไม่แน่นอนหรอก ในวันข้างหน้าเขาอาจจะพบเจอตัวเองว่าเขาอาจจะเป็นอย่างนั้นหรือเป็นอย่างนี้ก็ได้ แต่พี่บอกกับลูกเลยว่า ภูจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ แต่ภูทำอะไรให้แม่ได้ไหม แม่ขอภูแค่ 3 ข้อ 1.ภูต้องเรียนให้สูงที่สุดเท่าที่ภูจะเรียนได้ 2.ภูจะต้องมีอนาคตที่ดี มีหน้าที่การงานที่ดี ต้องเป็นคนเก่ง และข้อ 3. ข้อนี้สำคัญที่สุด คือภูต้องเป็นคนดี ห้ามเป็นภาระต่อแม่ ห้ามเป็นภาระต่อสังคม เท่านั้นแหละค่ะแค่ 3 ข้อ ภูให้แม่ได้ไหม นอกเหนือจากนั้นภูอยากทำอะไรภูทำเลย หรือภูอยากจะเป็นอะไรภูก็เป็นเลย ซึ่งเขาก็ตอบกลับมาว่า “ได้ครับ” (ยิ้ม)แถมล่าสุดเขาเอาผลการเรียนมาให้พี่สองคนดู เขาเรียนได้ A ทุกวิชาเลย แค่นี้พี่ก็แฮปปี้แล้ว(ยิ้ม)” นุ้ย “ผลการเรียนของเขาจะ เขียว เขียว เขียว มาตลอด แต่ว่าจะไปแดงตรงส่วนของวิชาพละ เพราะว่าเขาไม่ชอบความรุนแรง เขาไม่ชอบเตะฟุตบอล เขาชอบเล่นแบตมินตัน ชอบว่ายน้ำมากกว่า ซึ่งตอนแรกเขาก็ไม่กล้าเอาผลการเรียนตรงนี้มาให้ดูนะ แต่เราก็บอกว่าไม่เป็นไรเอามาให้ดูได้ ซึ่งพอเห็นว่ามันมีแดงตรงช่องพละ เราก็บอกเขาว่าไม่เป็นไรเรื่องแค่นี้ เขาออกกำลังอยู่บ้านก็ได้ แค่เอาเรียนไว้ก่อน” นุ้ย “อีกอย่างหนึ่งคือพี่เปิดอกคุยกับลูกเลยนะว่า ตอนนี้เราอาจจะยังไม่รู้ว่าเราเป็นอะไร ถ้าหากเป็นผู้ชายก็ทำตัวให้ดีกับสังคม แต่ถ้าหากหนูจะเป็นเพศที่ 3 พ่อก็ไม่ว่า แต่ทาหน้าบางๆ ทาปากเบาๆ ก็ละกัน(หัวเราะ) อย่าเพิ่งออกเต็มๆ เราแฟร์ ลูกเขาถึงได้กล้าเข้ามา” ตั๊ก “ถามว่าพี่โอเคไหมที่พี่นุ้ยเขาบอกลูกแบบนี้ เอาจริงๆ นะ พี่เป็นคนบอกเขาตั้งแต่แรกบอกพี่นุ้ยก่อนเลยว่า ลูกเราจะเป็นอะไรก็ได้นะ แต่ขอให้ลูกเราเป็นคนดีก็พอนะพ่อ แถมยุคสมัยนี้ไม่ว่าจะเป็น ดีเจนุ้ย เอกกี้ ป๋อมแป๋ม แต่ละคนเก่งๆ ทั้งนั้นเลยนะ รวยๆ ทั้งนั้นเลย ดังนั้นลูกจะเป็นอะไรก็ได้ ขอแค่เป็นคนดีเป็นคนเก่งก็พอ” ตั๊ก “แฮปปี้กับลูกมากที่เขาเข้ามาขอคำปรึกษาตรงๆ และไม่มีความลับอะไรกับเรา อย่างที่พี่บอกเลยค่ะ ตั้งแต่เขาเกิดมาจนถึงตอนนี้เขาไม่เคยทำอะไรให้พ่อกับแม่ลำบากใจเลย ไม่เคยเกเร แถมเรียนก็เรียนได้ดี ภาษาอังกฤษก็เก่ง คอมพิวเตอร์ก็ซ่อมเองได้ เรียกว่าทำได้หมดทุกอย่าง ภาษาจีนก็ได้ ซึ่งพี่โอเคมาก” ตั๊ก “คนมองว่าเป็นพ่อแม่ที่หลายคนอิจฉา พี่ไม่รู้นะหลายคนอาจจะว่าพี่เลี้ยงลูกยังไงพี่ก็ไม่ทราบ แต่พี่ขอแค่ให้ลูกพี่เป็นคนดี ไม่เป็นภาระสังคม เป็นคนดีของพ่อแม่แค่นี้ก็พอ แค่นี้เราก็พอใจแล้ว” นุ้ย “เราสองคนขอขอบคุณทุกท่านมากนะครับ ที่ติดต่อครอบครัวเรามาโดยตลอด ตั้งแต่ในวันที่น้องภูยังตัวเล็กๆ จนตอนนี้เขาอายุ 14 ปีแล้ว และเราก็จะทำหน้าที่เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับทุกๆ ท่าน เพราะว่าเราอยู่จุดนี้เราก็เหมือนเป็นกระจกของสังคม เราจะไม่ทำเรื่องเสียหาย ไม่ทำตัวให้เป็นแบบอย่างที่ไม่ดีต่อสังคม แม้แต่ตัวน้องภูเองผมก็ต้องบอกไว้ก่อนนะครับว่า ต้องขอโทษด้วยถ้าหากน้องจะเป็นนู่นเป็นนี่หรือเป็นอะไรก็แล้วแต่ ก็อย่าไปว่าเขาเลยครับ แต่สิ่งหนึ่งที่อยากบอกกับทุกครอบครัวเลยก็คือ อยากให้เปิดใจรับฟังลูก รับฟังคำปรึกษากับลูก ไม่ว่าลูกเขาจะเป็นอะไรเราก็ต้องเปิดใจรับให้ได้ ในสิ่งที่มาถึงหรือมาไม่ถึงก็แล้วแต่ครับ”ขอบคุณ ภาพเพิ่มเติมจากไอจี @tucknuipooh ตั๊ก - นุ้ย ตั๊ก - นุ้ย ตั๊ก - นุ้ย ตั๊ก - นุ้ย ตั๊ก - นุ้ย - น้องภู น้องภู

ยอดชาย เมฆสุวรรณ ยก ป๋าเดียร์
ยอดชาย เมฆสุวรรณ /  ป๋าเดียร์ ชุมพร / 

  เมื่อทราบข่าวการเสียชีวิตของ ป๋าเดียร์ ชุมพร เทพพิทักษ์ เหล่าศิลปินดาราต่างเดินทางมาร่วมแสดงความอาลัยอย่างคับคั่ง ด้านดารานักแสดงรุ่นใหญ่ ยอดชาย เมฆสุวรรณ ซึ่งเป็นอีกคนหนึ่งที่สนิทสนมและร่วมงานกับ ป๋าเดียร์ ชุมพร มาเป็นเวลายาวนานตั้งแต่รุ่นบุกเบิกของวงการบันเทิงไทยเลยก็ว่าได้ ได้เผยเรื่องราวในอดีตที่น่าจดจำและไม่เคยลืมเลือนของ ป๋าเดียร์ ว่าเป็นรุ่นพี่ที่คอยช่วยแนะนำเรื่องการแสดงตั้งแต่ตนเข้าวงการใหม่ๆ และยังเป็นพี่ชายที่ขี้แกล้ง ขี้อำ แม้พี่ชายคนนี้จะจากไปแต่ผลงานและความดีของพี่ชายก็ยังฝากไปยังคนรุ่นหลังต่อไป ลั่นอยากปั้นหุ่นขี้ผึ้งเก็บไว้เป็นความทรงจำและเป็นตำนานของหนังไทย!!   "ครั้งแรกที่ได้เจอกับพี่เดียร์ แกก็อำผมเลย และอำแรงด้วย แกเป็นคนตลก เห็นอะไรก็ขำไปหมด ครั้งนั้นผมไปถ่ายเรื่องนพเก้า ที่สระบุรี ซึ่งผมเป็นพระเอกพี่เดียร์เป็นผู้ร้าย หลังถ่ายเสร็จก็ไปพักที่โรงแรม นั่นเป็นการเจอกันครั้งแรกระหว่างเรา ช่วงประมาณ 6 โมงเย็นพี่เขาก็มาคุยกับเราในห้องพัก เรายังรู้สึกเลยว่าเขาเป็นคนดี เข้ามาสอนมาเทคแคร์ ตอนนั้นปี 2516 ผมก็เพิ่งได้เข้าวงการครั้งแรก และสักพัก แกก็บอกว่า เดี๋ยวกลับก่อนนะ เข้ากรุงเทพ จากนั้นประมาณทุ่มกว่าๆ ก็มีเสียงโทรศัพท์เข้ามาแล้วบอกว่าตอนนี้พี่เดียร์ถูกรถชนเสียชีวิตแล้ว พรุ่งนี้ให้ไปรดน้ำศพด้วยเราก็ตกใจเพราะเพิ่งคุยกันตอน 6โมงเย็น และเวลาประมาณช่วงตี 1 กว่าๆ เรากำลังจะเข้านอนก็ได้ยินเสียคนเคาะประตู พอเปิดประตูออกไปก็เห็นพี่เดียร์ยืนอยู่ เราตกใจมาก แกจะเป็นคนชอบขี้อำตลอด"   "มีอยู่ครั้งหนึ่งมันเหมือนเกิดเป็นปฏิหาริย์เพราะผมฝันเห็น หลวงปู่สงฆ์ จันทสโร วัดเจ้าฟ้า ศาลาลอย ซึ่งผมไม่เคยรู้จักท่านมาก่อน พอไปค้นในประวัติก็ได้เห็นภาพด้านตรงที่นั่งหลังโก่ง ผมจึงนำแบบมาปั้นหุ่นขี้ผึ้ง แต่ก็คิดในใจว่าเห็นด้านเดียว มันจะเหมือนหรือเปล่าแต่เราก็หยุดไม่ได้ แต่ถ้าจะทำต่อไปก็ลังเลกลัวจะไม่เหมือน สักพักก็มีเสียงกดออดที่หน้าบ้าน ปรากฎว่าเป็นพี่เดียร์มาหา ซึ่งปกติแกไม่เคยมาหาผมเลย พอแก้ห็นว่าผมกำลังปั้นพระอยู่ แกก็บอกว่าเหมือนแล้วหยุดทำเลยนะ แต่นี้พอไม่ต้องปั้นต่อ เพราะพี่เดียร์อยู่กับท่านมาตั้งแต่เด็กๆ ท่านเป็นอาจารย์ของพี่เดียร์ที่อยู่จ.ชุมพร เหมือนท่านดลจิตดลใจให้พี่เดียร์มาเช็คผลงาน"   "ระยะหลังพี่เดียร์กับผมจะติดต่อกันตลอด แกจะมาหาที่บ้าน มานั่งคุย วันที่แกเส้นโลหิตในสมองแตก แล้วไม่สบายหนักมาก แกให้เด็กผู้หญิงคนหนึ่งโทรมาบอกว่าแกไม่สบายเข้าโรงพยาบาล ตอนแรกเรานึกว่าแกอำ เพราะแกชอบอำเราก็เลยไม่เชื่อ เราก็พยายามจะตามหา เช็คไปตามโรงพยาบาล ซึ่งก็ไม่เจอชื่อของแกอยู่ที่โรงพยาบาลไหน สักพักมีผู้หญิงโทรมาบอกว่าพี่เดียร์กลับมาบ้านแล้ว เราเลยไปหา แล้วเห็นพี่เดียร์นอนอยู่บนเตียง น้ำตาผมไหลเลย ตอนนั้นแกพูดไม่ได้แล้ว เพราะเส้นโลหิตในสมองแตก"   "ตอนแกมีชีวิตอยู่ ผมไปบอกแกนะครับ ว่าอยากปั้นรูปแก แต่แกบอกว่ายังไม่ตาย ยังไม่อยากให้ปั้น แต่ตอนนี้ถ้าหนุ่ม ศรราม มีรูปอะไรเอามาให้ ผมก็อยากจะปั้น คือมันเป็นอีกหนึ่งความทรงจำ เพราะเขาเป็นตำนานของหนังไทยเลยนะ ไม่มีใครที่จะไม่รู้จัก ชุมพร เทพพิทักษ์ และวันนี้ที่แขกมาร่วมงานกันเยอะก็เพราะสิ่งต่างๆ ที่พี่เคยสร้างเอาไว้ มันเป็นผลสืบเนื่องมา ผมก็ขอให้พี่เดียร์ไปสู่สุคติ ไปอยู่ภพภูมิที่ยิ่งๆ ขึ้นไปครับ"   ป๋าเดียร์ ชุมพร เทพพิทักษ์     ยอดชาย เมฆสุวรรณ   ยอดชาย เมฆสุวรรณ   ยอดชาย เมฆสุวรรณ   ยอดชาย เมฆสุวรรณ   ยอดชาย เมฆสุวรรณ  

นี่ไง!! ภาพแห่งความทรงจำที่ แหวน ฐิติมา พูดถึงก่อนเสียชีวิต!!
ลูกหนัง ศีตลา /  แหวน ฐิติมา / 

  ยังคงอยู่ในบรรยากาศโศกเศร้าอย่างมากสำหรับแวดวงบันเทิงไทย ซึ่งนับเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ โดยหลังจากที่นักร้องคุณภาพ แหวน ฐิติมา สุตสุนทร จากไปด้วยโรคมะเร็งเต้านม ที่ลุกลามเป็นมะเร็งกระดูกและมะเร็งลำไส้ ในวัย 54 ปีไปเมื่อวันที่ 7 ก.ค.60 ที่ผ่านมา และได้มีพิธีรดน้ำศพ-สวดอภิธรรมวันแรกวานนี้ (10ก.ค.60) ณ วัดธาตุทอง ด้าน ลูกหนัง ศิตลา ลูกสาวของ ตั้ว ศรัณยู ได้เผยภาพแห่งความทรงจำดีๆ ระหว่าง คุณพ่อ กับ ป้าแหวน ฐิติมา ขณะเป็นดรัมเมเยอร์คู่กันเมื่อสมัยเรียน ซึ่งภาพดังกล่าวเป็นภาพที่ แหวน ฐิติมา ได้พูดถึงก่อนที่เจ้าตัวจะสิ้นลม พร้อมระบุข้อความว่า   “ปันบอกว่าตอนอยู่ที่ รพ ก่อนป้าแหวนจะจากไป ป้าแหวนถามถึงพ่อตั้วบ่นอยากเจอพ่อ แล้วก็พูดถึงรูปๆนี้ ...ภาพแห่งความทรงจำของคุณพ่อกับป้าแหวน ดรัมเมเยอร์ สวนกุหลาบ กับ สตรีวิทย์ #เรามีเรา สู้สู่น่ะปัน เข้มแข็ง always here @panpantemfah”   นอกจากนี้ ลูกหนัง ยังได้เผยความรู้สึกถึง ป้าแหวน ผู้เป็นที่รักไว้อย่างสุดซึ้ง พร้อมกับให้กำลังใจแก่พี่สาวคนสนิทอย่าง ปันปัน เต็มฟ้า ลูกสาวของ แหวน ฐิติมา ด้วยว่า   “หนูเจอป้าแหวนมาตั้งแต่หนูเล็กๆทุกครั้งที่เจอกันป้าแหวนก็น่ารักเสมอ ล่าสุด หนุน @suparawongk ถ่ายหนังสือกับปันปัน ยังเจอป้าแหวนแล้วก็ยังคุยกันอย่างสนุกสนาน ถึงแม้หนูจะไม่ได้เจอป้าแหวนแต่หนูก็จะได้ยินเสียงป้าแหวนคุยโทรศัพท์เม้าท์มอยกับคุณแม่อย่างสนุกสนาน คุณแม่จะพูดถึงบ่อยๆว่าถ้าป้าแหวนออกจาก รพ เมื่อไรก็จะชวนกันไปกินคลีนฟู๊ด ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าป้าแหวนไม่อยู่แล้ว แต่สำหรับหนูสองคนป้าแหวนจะอยู่ในใจหนูตลอดไปนะคะเราจะมีเรา และปันปันก็มีเราเสมอนะ เข้มแข็งนะ เต็มฟ้า @panpantemfah” ขอบคุณภาพจาก IG sitalawongk ตั้ว ศรัณยู ลูกหนุน ลูกหนัง ตั้ว ศรัณยู ลูกหนุน ลูกหนัง ตั้ว ศรัณยู ลูกหนุน ลูกหนัง

หนุ่ม ศรราม  เผยครั้งแรกหลังสูญเสียป๋าเดียร์ รับสภาพจิตใจดีขึ้น ซึ้งคนส่งกำลังใจเยอะ
ชุมพร พ่อ หนุ่ม ศรราม /  ข่าว หนุ่ม ศรราม / 

  เรียกว่าเป็นการสูญเสียครั้งสำคัญของพระเอกตลอดกาลอย่าง หนุ่มศรราม เทพพิทักษ์ ที่ต้องมาสูญเสีย ป๋าเดียร์ ชุมพร เทพพิทักษ์ ไป ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เจ้าตัวได้เตรียมทำใจไว้บ้างแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้หนุ่มศรราม ปิดปากเงียบมาตลอดเพราะยังทำใจไม่ได้ แต่ล่าสุดวันนี้ 16 ก .ค.เวลา ( 18.00 น.) หนุ่มศรราม ยอมให้สัมภาษณ์และยอมรับว่า   "ลำดับแรกเลย ผมและครอบครัวเทพพิทักษ์ เราน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์โสม ที่พระองค์ท่านทรงประทานน้ำหลวงมาอาบศพและพวงมาลา ให้กับป๋า ก็ต้องกราบขอบพระคุณผู้หลักผู้ใหญ่ทุกๆท่าน ที่มีต่อป๋า มีต่อผม และครอบครัว เพราะถ้าให้เอ่ยนามก็คงจะไม่หมดนะ ผมขอกราบขอบพระคุณด้วยความเคารพครับผม ส่วนสภาพจิตใจ ตอนนี้ก็ดีขึ้นครับ   พรุ่งนี้ก็จัดงานให้ป๋าเสร็จเรียบร้อยมีพิธีฌาปณกิจ จะเก็บอัฐิไว้ส่วนหนึ่งไว้ที่วัดสระเกศ เอาไว้ให้ลูกหลานได้มีโอกาสมากราบไหว้ มาทำบุญทุกปีให้กับป๋า อีกส่วนหนึ่งจะเอาไปลอยอังคารนะครับ ส่วนสถานที่นี้ ขออนุญาตแจ้งอีกทีครับผม ส่วนสภาพจิตใจคุณแม่เหมือนเดิมครับเพราะว่าอาการที่ป๋าป่วย เรารับทราบกันมานานแล้ว และก็สิ่งที่เราดูแลป๋า ในยามที่ท่านยังมีลมหายใจอยู่ เชื่อว่าตัวผมเอง และพี่น้องทุกคน รวมทั้งตัวผมเอง ดูแลป๋าอย่างดีที่สุดครับผม"   สำหรับพิธีฌาปณกิจ ของคุณพ่อชุมพร เทพพิทักษ์ ในวันที่ 17 ก.ค.2560 จะมีการเคลื่อนศพไปตั้งที่ศาลาบำเพ็ญกุศล เวลา 09.00 น. เริ่มทำการทอดผ้าบังสุกุล เวลา 15.50 น. และฌาปณกิจ เวลา 16.00 น. ณ วัดสระเกศ

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

ละครรักซ่อนแค้น , เรื่องย่อรักซ่อนแค้น
รักซ่อนแค้น /  ละคร รักซ่อนแค้น / 

รักซ่อนแค้นบทโทรทัศน์ภาษาไทย : ก้องเกียรติ โขมศิริ กำกับการแสดง : อรรถพร ธีมากร อำนวยการผลิต : นิพนธ์ ผิวเณร, ถกลเกียรติ วีรวรรณ เรื่องย่อละคร รักซ่อนแค้น "มีคนบอกว่าใครก็ตามที่พูดว่าเข้าใจเรื่องความรัก เขาไม่เข้าใจอะไรเลย"หลังจากที่แม่หนีไปไม่เคยกลับมาและพ่อที่เป็นนักเลงต้องเสียชีวิตอย่างไร้ค่า เมฆ(ศรัณยู วินัยพานิช) และ ปืน (ชัยพล จูเลี่ยน พูพาร์ต) สองพี่น้องจึงกลายเป็นเด็กกำพร้าถูกส่งเข้าบ้านเมตตา ทั้งคู่ถูกเด็กคนอื่นๆ ล้อเรื่องพ่อที่เป็นนักเลง เมฆพยายามบอกน้องชายให้อดทน เพราะไม่อยากให้ปืนต้องโตมาเป็นนักเลงอย่างพ่อ ปืนพยายามอดทนตามที่พี่ชายบอก แต่ก็ยังคงถูกเด็กรุ่นใหญ่เจ้าถิ่นแกล้งจนทนไม่ได้ เมฆจึงตัดสินใจพาน้องชายหนีจากบ้านเด็กกำพร้ามาเร่ร่อนอยู่กันตามลำพัง เมฆขอให้ปืนสัญญาว่าจะเลิกใช้กำลังเพื่อแก้ปัญหา ปืนจำใจสัญญาเพราะรักพี่ชาย กระทั่งวันหนึ่งปืนหมดความอดทนไปมีเรื่องกับวัยรุ่นเจ้าถิ่น เมฆไม่พูดอะไรกับปืนพร้อมเดินออกจากบ้านไปนับจากวันนั้น และไม่เคยกลับมาอีกเลย รักซ่อนแค้น ปืนใช้ชีวิตตามลำพังโดยปราศจากพี่ชายและเกเรไปวันๆ จนได้เจอกับ ป้าแตง หญิงกลางคนจิตใจดีที่รับเด็กเร่ร่อนหลายคนมาเลี้ยงดูด้วยความรัก ปืนรู้สึกว่านี่คือครอบครัว เพราะป้าแตงรักเด็กทุกคนเหมือนลูก ที่แห่งนี้ปืนได้เจอกับ สร้อย(ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ) สาวห้าวที่มีความเด็ดเดี่ยวและเพื่อนเด็กเร่ร่อนอีกหลายคน พวกเขาเติบโตขึ้นมาด้วยการสั่งสอนดูแลของป้าแตง แม้จะอดบ้าง มีกินบ้าง แต่ทุกคนก็ช่วยดูแลกันและกันตลอดมา เพื่อหาเงินมาช่วยแม่แตง ปืนก็มักจะลงต่อยมวยเวทีเล็กๆ มันเป็นงานที่ดีในความคิดของปืน เพราะนอกจากจะได้เงินแล้ว ยังได้ระบายอารมณ์อีกด้วย รักซ่อนแค้น หลังจากผ่านไป 7 ปี ปืนก็ได้ข่าวเมฆอีกครั้ง แม้จะมีความรู้สึกโกรธเกลียดที่พี่ทิ้งตนเองไว้ตามลำพัง ก็ไม่อาจสู้ความรักที่มีต่อพี่ชายได้ ปืนตัดสินใจไปหาพี่ชาย สองพี่น้องได้เจอกันอีกครั้ง แต่เวลาแห่งความสุขก็สั้นนัก เพราะวันนั้นเมฆตัดสินใจโดดตึกเพื่อจบชีวิตตัวเอง แม้เมฆจะรอดชีวิต แต่ก็ได้แค่นอนนิ่ง ไม่สามารถสื่อสารกับใครได้ ปืนสืบเรื่องราวชีวิตของเมฆจากไดอารี่ และรู้ว่าที่ผ่านมาเมฆมีความรักอยู่กับ อิน(วรรณรท สนธิไชย) ซึ่งกำลังเป็นดาราสาวดาวรุ่งที่ออกสื่อต่างๆ แทบทุกวัน และวันที่ปืนได้เจอกับเมฆ ก็ตรงกับวันที่อินประกาศหมั้น วารินทร์(อัครัฐ นิมิตรชัย) นักธุรกิจหนุ่มทายาทบริษัทพันล้าน ปืนโกรธพี่ชายที่อ่อนแอพอๆ กับที่เกลียดอิน ผู้หญิงที่ทำร้ายหัวใจคนดีๆ อย่างพี่ชายของเขาได้ และสิ่งที่ผู้หญิงอย่างอินจะได้รับ มันต้องหนักหนาสาหัสกว่าที่พี่ชายเขาต้องเจอ ปืนสาบานกับตัวเอง!!! รักซ่อนแค้น ระหว่างนั้นวารินทร์ประกาศหาบอร์ดี้การ์ดให้กับอินคู่หมั้นสาว โอกาสแก้แค้นมาถึงแล้ว ในที่สุดปืนได้ถูกเลือกให้เป็นบอร์ดี้การ์ดอิน แต่ตลอดเวลาที่ได้ใกล้ชิดกับอิน ปืนจะทำเย็นชาและปฏิบัติต่อเธอไม่ดีเท่าไหร่ เพราะปืนมองอินเป็นผู้หญิงใจร้าย แต่เมื่อได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น ปืนก็ได้พบว่าเธอไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิด แถมยังพบเรื่องราวชีวิตที่น่าสงสารของเธอ อินจริงใจต่อคนรอบข้างและเห็นค่าของความรัก ปืนพยายามใกล้ชิดอินเพื่อทำให้เธอเคลิบเคลิ้มหวั่นไหวจนตกหลุมรักเขา และปืนใช้ความรู้สึกเป็นเสมือนดาบ ที่บรรจงแทงลงหัวใจของอิน แต่มันกลับทิ่มแทงหัวใจของปืนไปพร้อมๆ กัน เพราะปืนเองที่เป็นฝ่ายเผลอใจรักอินมากขึ้นทุกวัน ความรักที่ก่อเกิดจากความแค้นอันแสนเจ็บปวด ก่อให้เกิดความรู้สึกผิดของที่พวกเขาทั้งสองคนและเส้นทางรักของคนทั้งคู่เดินไปสู่ปลายทางอย่างไร? ติดตามได้ใน “รักซ่อนแค้น” ออกอากาศตอนแรกวันพุธที่ 26 ก.ค.นี้ เวลา 20.15น. ทางช่องวัน 31 รายชื่อนักแสดง รักซ่อนแค้น ชัยพล จูเลี่ยน พูพาร์ต รับบทเป็น ปืนวรรณรท สนธิไชย รับบทเป็น อินศรัณยู วินัยพานิช รับบทเป็น เมฆอัครัฐ นิมิตรชัย รับบทเป็น วารินทร์ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ รับบทเป็น สร้อยรณวีร์ เสรีรัตน์ รับบทเป็น ไอ้อ้วนเสกสรร สุทธิจันทร์ รับบทเป็น ไอ้หงอคงสมจิตร จงจอหอ รับบทเป็น บาร์โค้ดชนัตพล สังสิทธิเสถียร รับบทเป็น โชกุนอริญรดา ธีมากร รับบทเป็น ขนุนสมมาตร ไพรหิรัญ รับบทเป็น ถวิลณหทัย พิจิตรา รับบทเป็น กัลยาอรรถพร ธีมากร รับบทเป็น เฮียเก๋าปิยะพงค์ ตุรงคกุล รับบทเป็น สายลมเล็ก ไอศูรย์ รับบทเป็น อดุลย์นฤมล พงษ์สุภาพ รับบทเป็น นอบพาวิช ทรัพย์รุ่งโรจน์ รับบทเป็น แม่นพิมพกานต์ แพร่คุณธรรม รับบทเป็น แมว รักซ่อนแค้น รักซ่อนแค้น รักซ่อนแค้น รักซ่อนแค้น รักซ่อนแค้น รักซ่อนแค้น รักซ่อนแค้น

หนุ่ม ศรราม ยกคำสอนพ่อขึ้นกล่าวอาลัย! คนบันเทิงร่วมพิธีฌาปนกิจ ป๋าเดียร์ แน่นวัด
หนุ่ม ศรราม /  ชุมพร เทพพิทักษ์

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ โปรดให้ พลตรี มิตรอนันต์ จิตต์โสภา ประจำสำนักพระราชวังพิเศษระดับสูง เป็นผู้เชิญดอกไม้จันทน์ส่วนพระองค์เพื่อประทาน ฌาปนกิจศพ นายชุมพร เทพพิทักษ์ ณ ศาลาบำเพ็บกุศล วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ทั้งนี้ ท่านมุ้ย หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล เสด็จพร้อมด้วยหม่อมกมลา ยุคล ณ อยุธยา คุณแมงมุม หม่อมราชวงศ์ศรีคำรุ้ง ยุคล และนายพลดอลล่าร์ พล.ต.พัชร รัตตกุล เป็นประธานในงานฌาปณกิจนักแสดงอาวุโส ชุมพร เทพพิทักษ์ หรือพ่อของพระเอก หนุ่ม ศรราม โดยมีทางครอบครัว ญาติ และคนในวงการบันเทิงมาร่วมแสดงความอาลัยเป็นครั้งสุดท้ายกันเป็นจำนวนมาก อาทิ นิโคล+น้องทิกเกอร์, นัท มีเรีย, จิ๊บ วสุ, เก๋ ชลลดา, ต้อย เศรษฐา และอีฟ พุทธิดา, สุเชาว์ พงศ์วิไล, แม่น้อย โพธิ์งาม , ป๋าเทพ โพธิ์งาม, แหม่ม คัทลียา, ตั๊ก มยุรา, เต๋า สมชาย และภรรยา, บัวขาว บัญชาเมฆ ฯลฯ โดยทาง หนุ่ม ศรราม ได้กล่าวแสดงความรู้สึกถึงคุณพ่อชุมพร เป็นครั้งสุดท้าย ดังนี้ "สวัสดีแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน ตลอดทั้งงานได้ยินชื่อ นายคมสัน ตลอด ทุกคนคงคุ้นชินกับชื่อ เดียร์, ป๋าเดียร์ ซึ่งชื่อ คมสัน บอกความเป็นคุณพ่อได้เป็นอย่างดี เพราะมีหน้าตาคมสัน รูปหล่อ รูปร่างสูงใหญ่ เป็นเด็กหนุ่มจากปักษ์ใต้ คุณพ่อเข้าวงการอายุ 25 ปี ชื่อจริงของป๋า อาจจะไม่ค่อยได้มีใครได้ยิน ด้านนิสัยส่วนตัวของป๋า เป็นคนสุภาพ ขี้เล่น มีเสน่ห์ต่อผู้คนที่อยู่รอบข้าง มีน้ำใจต่อคนที่ด้อยกว่า และมีพรสวรรค์ในการทำงาน ป๋าอาจจะไม่ได้ร่ำเรียนมาโดยตรงเกี่ยวกับอาชีพที่ประกอบอยู่ แต่เรียนรู้แบบครูพักลักจำ ค่อยๆ เก็บเกี่ยวความรู้ต่างๆ" "สิ่งที่ป๋ามักจะสอนอยู่เสมอคือ เรื่องความ "กตัญญูกตเวที" ทั้งบุตรและธิดา ในเรื่องการสำนึกพระคุณต่อผู้มีพระคุณ มนุษย์ต้องรู้จักคำนี้ และเป็นสิ่งที่ลูกหลานทุกคนจดจำ และนำมาใช้ในการดำเนินชีวิต ผมขอยกตัวอย่างแค่เรื่องนี้เพียงเรื่องเดียวก็คงพอแล้ว ตลอดระยะเวลาในการสวดพระอภิธรรม ผมในฐานะลูก และตัวแทนครอบครัว ขอกราบขอบพระคุณ แขกผู้มีเกียรติทุกๆ ท่านที่เสียสละเวลามา มากราบเคารพศพป๋า และขออโหสิกรรม ผมกราบขอบคุณแขกผู้มีเกียรติ และผู้มีพระคุณทุกๆ ท่าน ผมกราบขอบพระคุณด้วยความเคารพ" พิธีฌาปนกิจ ป๋าเดียร์ - ชุมพร เทพพิทักษ์ พิธีฌาปนกิจ ป๋าเดียร์ - ชุมพร เทพพิทักษ์ พิธีฌาปนกิจ ป๋าเดียร์ - ชุมพร เทพพิทักษ์ พิธีฌาปนกิจ ป๋าเดียร์ - ชุมพร เทพพิทักษ์ พิธีฌาปนกิจ ป๋าเดียร์ - ชุมพร เทพพิทักษ์ พิธีฌาปนกิจ ป๋าเดียร์ - ชุมพร เทพพิทักษ์ พิธีฌาปนกิจ ป๋าเดียร์ - ชุมพร เทพพิทักษ์ พิธีฌาปนกิจ ป๋าเดียร์ - ชุมพร เทพพิทักษ์ พิธีฌาปนกิจ ป๋าเดียร์ - ชุมพร เทพพิทักษ์ พิธีฌาปนกิจ ป๋าเดียร์ - ชุมพร เทพพิทักษ์ พิธีฌาปนกิจ ป๋าเดียร์ - ชุมพร เทพพิทักษ์ พิธีฌาปนกิจ ป๋าเดียร์ - ชุมพร เทพพิทักษ์ พิธีฌาปนกิจ ป๋าเดียร์ - ชุมพร เทพพิทักษ์ พิธีฌาปนกิจ ป๋าเดียร์ - ชุมพร เทพพิทักษ์ พิธีฌาปนกิจ ป๋าเดียร์ - ชุมพร เทพพิทักษ์ พิธีฌาปนกิจ ป๋าเดียร์ - ชุมพร เทพพิทักษ์ พิธีฌาปนกิจ ป๋าเดียร์ - ชุมพร เทพพิทักษ์