ทรงผมสั้น 2012

7 นางเอก 1 นางร้าย เข้าขั้นผู้จัดเซียน ทำละครปังไม่มีแป้ก!!
ผู้จัดละคร /  ดาราผู้จัด / 

ทำเอาผู้จัดมืออาชีพแอบร้อนๆ หนาวๆ กันไป เมื่อเหล่าคนบันเทิงหน้ากล้องหันมาเอาดีหลังกล้อง จุดนี้ไม่รู้ว่าเป็นกระแสไปแล้วหรือเปล่าเพราะเห็นซุปตาร์หลายคนหันมาเป็น ผู้จัดละคร กันไม่น้อย แต่ของแบบนี้ถ้าความสามารถไม่ถึงก็รุ่งเรืองเฟื่องฟูได้ยากเหมือนกันนะเออ แต่คงต้องขอเว้นนักแสดงสาวตัวแม่ๆ ที่กำลังจะกล่าวถึงไว้หน่อยก็แล้วกัน เพราะทำละครเรื่องไหนก็ฮอตปังดังไม่เบา เรื่องความแป้กไม่ค่อยมีให้เห็นเท่าไหร่ เริ่มที่นางเอกและผู้จัดตัวแม่อย่าง แอน ทองประสม กี่เรื่องๆๆ ก็โดนใจคอละครทุกเรื่อง พระนางหน้าไหนๆ ก็อยากร่วมงานด้วยเพราะรับประกันความปัง ล่าสุดอย่าง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ก็ส่งตี๋น้อย เจมส์ มาร์ ขึ้นแท่นพระเอกฮอตไปอีกคน ด้านสาวเก่งนางเอกผมสั้นตลอดศกอย่าง เจี๊ยบ โสภิตนภา ก็เป็นผู้จัดหน้าใหม่ที่น่าจับตามอง เปิดตัวด้วย ฝันเฟื่อง ก็ทำเอาพระนางอย่าง พุฒ-จุ๋ย จิ้นในจอจนรักทะลุนอกจอซะแล้ว นางร้ายหน้าสวยอย่าง เมย์ เฟื่องอารมย์ นางเอกผิวน้ำผึ้งอย่าง เอ๊ะ อิศริยา และ น้ำฝน กุลณัฐ ก็กลายเป็นผู้จัดป้อนละครให้ช่อง 8 ได้อย่างสวยสดงดงาม การันตีคุณภาพด้วยผลงานละครหากหลายเรื่องที่ร่อนลงจอแบบไม่ขาดช่วง คุณแม่ลูก 2 อย่าง หน่อย บุษกร แม้ละครเรื่องแรกที่ขึ้นแท่นเป็นผู้จัดอย่าง รักคุณเท่าฟ้า อาจจะปังไม่มากเหมือนที่หลายคนคาดหวัง แต่ผลงานเรื่องต่อๆ มาก็อัดแน่นด้วยคุณภาพไม่น้อยนะเออ ล่าสุดที่ลาจอไปอย่าง นางร้ายที่รัก พระนางอย่าง บอย-คิม ก็ทำให้แฟนละครแฮปปี้ฝุดๆ ส่วนรุ่นเก๋าอย่าง นก สินจัย รายนี้ไม่ต้องห่วงเรื่องฝีมือ เพราะประสบการณ์ด้านบันเทิงทั้งหน้าจอและหลังจออัดแน่นเหลือเกิน เป็นผู้จัดร่วมกับสามีอย่าง นก ฉัตรชัย มาเยอะ แต่พอฉายเดี่ยวก็เริ่ดไม่น้อยหน้าใครเหมือนกัน ตัวอย่างเช่น ภพรัก ที่ได้ หมาก-เบลล่า มาร่วมงานก็โดนใจคอละครเช่นกัน มาถึงคิวของนักร้องนักแสดงอย่าง นัท มีเรีย ล่าสุดสวมบทบาทผู้จัดละครเต็มตัวใน เจ้าเวหา แม้จะเป็นเรื่องแรกแต่กระแสแรงตั้งแต่เปิดตัวนักแสดง งานนี้ได้สามีสุดที่เลิฟอย่าง อั้ม อธิชาติ มาช่วย ไม่ปังได้ไงล่ะเนอะ เอ้า!!! เห็นไหมล้าาา...ว่า 8 สาวคนเบื้องหน้า เขาได้ดิบได้ดีกับงานเบื้องหลังมากมายขนาดไหน เห็นแบบนี้แล้วผู้จัดตัวเก๋าหนาวกันบ้างไหมเอ่ย หุหุ ผู้จัด แอน ทองประสม ผู้จัด แอน ทองประสม ผู้จัด แอน ทองประสม ผู้จัด แอน ทองประสม ผู้จัด แอน ทองประสม ผู้จัด แอน ทองประสม ผู้จัด แอน ทองประสม ผู้จัด เจี๊ยบ โสภิตนภา ผู้จัด เจี๊ยบ โสภิตนภา ผู้จัด เจี๊ยบ โสภิตนภา ผู้จัด เจี๊ยบ โสภิตนภา ผู้จัด เจี๊ยบ โสภิตนภา ผู้จัด เจี๊ยบ โสภิตนภา ผู้จัด เจี๊ยบ โสภิตนภา ผู้จัด เจี๊ยบ โสภิตนภา ผู้จัด เมย์ เฟื่องอารมย์ ผู้จัด เมย์ เฟื่องอารมย์ ผู้จัด เมย์ เฟื่องอารมย์ ผู้จัด เมย์ เฟื่องอารมย์ ผู้จัด เมย์ เฟื่องอารมย์ ผู้จัด เมย์ เฟื่องอารมย์ ผู้จัด เมย์ เฟื่องอารมย์ ผู้จัด เอ๊ะ อิศริยา ผู้จัด เอ๊ะ อิศริยา ผู้จัด เอ๊ะ อิศริยา ผู้จัด เอ๊ะ อิศริยา ผู้จัด เอ๊ะ อิศริยา ผู้จัด เอ๊ะ อิศริยา ผู้จัด น้ำฝน กุลณัฐ ผู้จัด น้ำฝน กุลณัฐ ผู้จัด น้ำฝน กุลณัฐ ผู้จัด น้ำฝน กุลณัฐ ผู้จัด น้ำฝน กุลณัฐ ผู้จัด น้ำฝน กุลณัฐ ผู้จัด หน่อย บุษกร ผู้จัด หน่อย บุษกร ผู้จัด หน่อย บุษกร ผู้จัด หน่อย บุษกร ผู้จัด หน่อย บุษกร ผู้จัด หน่อย บุษกร ผู้จัด นก สินจัย ผู้จัด นก สินจัย ผู้จัด นก สินจัย ผู้จัด นก สินจัย ผู้จัด นก สินจัย ผู้จัด นัท มีเรีย ผู้จัด นัท มีเรีย ผู้จัด นัท มีเรีย ผู้จัด นัท มีเรีย ผู้จัด นัท มีเรีย ผู้จัด นัท มีเรีย ผู้จัด นัท มีเรีย

ไมค์ น้ำตาไหลได้เจอลูก! พร้อมนานแล้วแต่ ซาร่า ยังไม่ให้เซ็นรับรองบุตร!!
ไมค์ พิรัชต์ /  ซาร่า คาซิงกินี / 

        เพิ่งจะมีเวลากลับเมืองไทยไม่ถึงสัปดาห์และต้องเตรียมเดินทางต่อยาวๆ สำหรับคุณพ่อสุดฮอต ไมค์ พิรัชต์ ที่คิดถึง น้องแม็กซ์เวลล์ หนักมากจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่เมื่อได้เจอหน้าลูกชาย ล่าสุด หนุ่มไมค์ มาร่วมกิจกรรมในโครงการ "แยก แลก ยิ้ม" จึงได้มีโอกาสเปิดใจหลังมีกระแสข่าวว่านิ่งเฉยกับการเซ็นรับรองบุตร เผยส่วนตัวพร้อมมานานแล้วกับการเซ็น แต่แม่ของลูกอย่างสาว ซาร่า คาซิงกินี ยังไม่ให้เซ็น เพราะอยากรอให้ลูกโตพอที่จะตัดสินใจเอง ซึ่ง หนุ่มไมค์ ก็พร้อมเข้าใจและเคารพการตัดสินใจของอีกฝ่ายโดยดี!!            "ถามเรื่องการเซ็นรับรองบุตร จริงๆ คุยกันไว้ตั้งนานแล้วครับเหมือนจะปีที่แล้วหรืออะไรไม่แน่ใจ แต่ว่าคุยกันไว้ตั้งนานแล้วว่าเค้ายังไม่ให้เซ็นอะไร ผมก็แล้วแต่ตามความสบายใจของทุกฝ่ายมากกว่า เพราะว่าจริงๆ ผมพร้อมตั้งนานแล้ว ผมพร้อมอยู่แล้วครับ จริงๆ ไม่ได้ติดอะไรเลย เพราะยังไงแม็กซ์เวลล์ก็คือลูกของผม"             "ที่ซาร่าบอกว่าเราเงียบไปเองไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้เลย ก็ไม่นี่ครับ จริงๆ เรามีการคุยกันแล้ว และเค้าก็บอกเองว่าไม่ให้เซ็น เพราะว่ารอลูกโตก่อนแล้วค่อยให้ลูกตัดสินใจเองครับ คือจริงๆ ผมก็มีตามไปบ้างนิดๆ หน่อยๆ แต่พอเค้าพูดมาอย่างนี้ผมก็รู้ว่ามันก็คือ NO ครับ ผมเลือกที่จะเคารพการตัดสินใจของเค้า และเค้าก็ขอให้เคารพการตัดสินใจของเค้าด้วย ก็เอาที่สบายใจครับผม"             "ที่เค้าบอกว่าการกระทำสำคัญกว่ากระดาษแผ่นนึง ใช่ครับ การกระทำสำคัญกว่ากระดาษแผ่นนึงอยู่แล้ว คือจริงๆ มันก็ขึ้นอยู่กับมุมมองของลูกมากกว่า คือผมก็ไม่รู้ว่ารอให้ลูกโตถึงอายุเท่าไหร่ ถึงจะตัดสินใจได้ ผมก็ทำหน้าที่ให้ดีที่สุดแหละ ผมก็ทำได้แค่นี้แหละ"             "เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศไม่ถึงอาทิตย์เองครับ แต่เดี๋ยวผมก็บินอีก 3 เดือน ผมก็พยายามไปขอเจอลูกก็เจอได้ 2 ครั้ง ไม่ได้เอาลูกกลับมานอนที่บ้านครับ ไม่ได้มีการคุยกันเรื่องนี้ แค่ได้ไปหาก็ดีใจแล้วครับ (หัวเราะ) เวลาจะออกไปไหนมาไหนก็ต้องขออนุญาตินิดนึงว่าแบบไปกับใครอะไรยังไงครับ ตอนเจอน้องก็ปกตินะครับ เวลาเดินเข้ามาก็วิ่งเข้ามากอดเหมือนเดิม จริงๆ ก็อยากจะขอมาดูแลที่บ้านครับ แต่ซาร่าบอก น้องต้องดื่มนมแม่ก็เลยไม่เคยได้นอนด้วยกันเลยครับ"             "ไม่ได้เจอกันนานก็ลั้นลาดีครับ แต่กลับมาผมก็ต้องเข้าประชุมทำธุรกิจด้วยหลายอย่าง คิวค่อนข้างแน่น ก็คุยกับซาร่าว่าอยากเจอลูก ระหว่างทำงานขอแค่ให้ได้อยู่ด้วย ไม่ได้ไปเที่ยวไหนหรอกครับ พาไปนั่งประชุมด้วย ประชุมไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่ (หัวเราะ) ก็จะมีน้องสาวมีคุณพ่อมาช่วยดูแลจดประชุม ผมก็ดูแลลูกไป เพราะที่บ้านผมก็เข้าใจว่าผมอยากอยู่กับลูก แค่ได้เจอผมก็น้ำตาไหลแล้วครับ"             "พัฒนาการแม็กซ์เวลล์ก็เริ่มพูดคุยรู้เรื่อง อยากกินอันไหน หรือว่าอยากได้อะไร อยากจะเอาอะไร คือค่อนข้างที่จะคุยกันรู้เรื่องแล้วครับ เค้ายังพูดเป็นคำๆ ไม่ได้พูดได้ เดี๋ยวน้องจะเข้าโรงเรียนแล้ว ผมกับซาร่ายังไม่ได้มีการคุยกันเรื่องนี้ครับ คือผมก็มีคิดอยู่ในใจอยู่บ้าง แต่เอาจริงๆ ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าเค้าจะตัดสินใจยังไง คือก็ต้องคุยกันอีกที ค่าเทอมผมซับพอร์ทอยู่แล้วครับ ที่ผมทำงานทุกวันนี้ก็เพื่อที่จะซับพอร์ทตรงจุดนี้ และทุกวันนี้ผมก็ซับพอร์ททุกเดือนครับก็ปกติเหมือนเดิม" ไมค์ กล่าว     ขอบคุณภาพจาก IG @m1keangelo, sarahcasinghini    ไมค์ พิรัชต์   ไมค์ พิรัชต์   ไมค์ พิรัชต์   ไมค์-แม็กซ์เวลล์   ซาร่า-แม็กซ์เวลล์   ซาร่า-แม็กซ์เวลล์  

เหตุผลที่ 'แซม แมนเดส' วางมือจากงานกำกับภาพยนตร์แฟรนไชส์ 007
007 /  Daniel Craig / 

เหตุผลที่ แซม แมนเดส วางมือจากงานกำกับภาพยนตร์แฟรนไชส์ 007 ไม่เพียงแต่การวางมือของ แดเนียล เคร็ก (Daniel Craig) จากการรับบท เจมส์ บอนด์ (James Bond) เท่านั้น ผู้กำกับคนดังจาก Skyfall และ Spectre อย่าง แซม แมนเดส (Sam Mandes) ก็จะอำลาจากภาพยนตร์ 007 ด้วย จากรายงานล่าสุดของ Hay Festival ได้บอกเล่าคำให้สัมภาษณ์ของผู้กำกับคนดังที่ทำให้ภาพยนตร์สายลับอังกฤษโด่งดังถึงขีดสุดว่า “มันเป็นการผจญภัยที่สุดยอดมาก ผมรักมันแทบทุกฉากเลย แต่มันก็ถึงเวลาสำหรับคนอื่น ๆ บ้าง” แซมกล่าว “ผมเป็นนักเล่านิทาน และในช่วงที่ใกล้จะหมดวัน ผมก็อยากสร้างเรื่องราวที่มีตัวละครใหม่ ๆ” น่าสนใจว่าสายลับ MI6 รหัส 007 ในภาคต่อไปน่าจะเป็นอีกหนึ่งทิศทางใหม่ที่น่าจับตามอง ไม่ว่าจะเป็นทั้งตัวผู้กำกับเองหรือผู้ที่จะมารับบทเป็นสายลับคนใหม่ ต่างก็ต้องทำงานสอดประสานกัน เพื่อทำให้แฟน ๆ สายลับคนดังยอมรับในความสามารถให้ได้ เหมือนอย่างที่แซม แมนเดส และแดเนียล เคร็ก สามารถพิสูจน์ตัวเองจนสำเร็จ ขอบคุณรูปภาพจากเว็บไซต์ gettyimages.com ขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์ comingsoon.net

รีวิวภาพยนตร์ Fathers : พ่อรักลูก...ลูกก็รู้อยู่ว่ารัก
Fathers /  ณัฐ ศักดาทร / 

รีวิวภาพยนตร์ Fathers : พ่อรักลูก...ลูกก็รู้อยู่ว่ารัก เมื่อเอ่ยถึงคำว่า ครอบครัว ร้อยละ 90 ของมนุษย์เราหรือมากกว่านั้นคงล้วนแต่นึกถึงภาพของกลุ่มคนอันประกอบไปด้วย พ่อ แม่ และลูก แต่จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเด็กคนหนึ่งได้ให้คำตอบแก่ครูว่า ครอบครัว ของเขาไม่มีสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า แม่ และในทางกลับกันเขายังมี พ่อ ถึง 2 คน ! Fathers คือผลงานกำกับของ บูม พลัฏฐ์พล มิ่งพรพิชิต ภายใต้การดำเนินการของ Lovetitude Production ที่กล่าวถึงเรื่องราวภายในครอบครัวของ ฝุ่น รับบทโดย อั๊ต อัษฎา พานิชกุล และ ยุกต์ รับบทโดย ณัฐ ศักดาทร คู่ชายรักชายที่ตกลงปลงใจสร้างครอบครัวด้วยกัน และได้รับเอา บุตร รับบทโดย น้อง ฮิม อริย์ธัช พิพัฒน์ตังกูล มาเป็นบุตรบุญธรรม ทว่าชีวิตครอบครัวของพวกเขาทั้งสามนั้นไม่ง่ายเลยเมื่อถึงวันที่ลูกชายต้องเข้าเรียนชั้น ป.1 พร้อมกับคำถามจากเพื่อน ๆ ร่วมชั้นว่าทำไมเด็กชายจึงมีพ่อ 2 คน ถึงแม้หน้าหนังเรื่องนี้ดูเผิน ๆ จะเหมือนหนังเกย์ทั่วไปที่กำลังเข้ามาตีตลาดภาพยนตร์ให้คนดูได้รับรู้ว่า เกย์ มีอะไรมากกว่าแค่การเป็นตัวประกอบสร้างซีนตลก ๆ ในหนัง หากแต่เมื่อได้ลองสัมผัสกับภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วจะพบว่านี่คือหนังครอบครัวที่เหมาะสำหรับคนทุกเพศทุกวัย ด้วยความที่หนังได้หยิบยกเอาปัญหาสังคมหลาย ๆ ด้านมาเรียงร้อยต่อเนื่องกัน โดยมีจุดเริ่มต้นจากการไม่ยอมรับเพศที่สามของคนในสังคม จากนั้นจึงระเบิดตู้มกลายเป็นโกโก้ครั้นช์ที่ส่งผลกระทบลุกลามไปสู่ปัญหาอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการรับบุตรบุญธรรม ทัศนคติของการใช้ชีวิตคู่ ตลอดจนการเลี้ยงลูกคนหนึ่งเพื่อทดแทนลูกอีกคนหนึ่ง จุดเด่นที่ทรงพลังที่สุดของหนังเรื่องนี้ก็คือความละเมียดละไมทางอารมณ์ ตัวละครหลักทั้งสองมีความชัดเจนว่าคนหนึ่งเป็นจำพวก เหตุผลนำอารมณ์ ขณะที่อีกคนหนึ่งเป็นจำพวก อารมณ์นำเหตุผล ซึ่งความต่างนี้ถูกสอดรับเข้าหากันเพื่อแสดงให้เห็นว่าชีวิตคู่คือการเติมเต็มในสิ่งที่อีกฝ่ายไม่มี ดังนั้นมู้ดและโทนของเรื่องจึงเต็มไปด้วยความรักที่บริสุทธิ์และเป็นธรรมชาติ อีกตัวละครหนึ่งที่แม้จะปรากฏตัวออกมาเพียงไม่กี่ฉาก แต่ก็ดึงอารมณ์ผู้ชมได้ด้วยสีหน้าเรียบนิ่งแต่เปี่ยมด้วยความแข็งแกร่ง นั่นก็คือ รัตติยา รับบทโดย นก สินจัย เปล่งพานิช สาวโสดวัย 45 กะรัต ผอ.สำนักงานคุ้มครองสิทธิเด็กกำพร้า ผู้ที่เข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญในการพิสูจน์ ความรัก ของสามพ่อลูก ถึงตรงนี้ เราคงต้องย้อนกลับมาถามตัวเองกันบ้างแล้วว่า ครอบครัวที่สมบูรณ์ ในความหมายของเราคืออะไร จำเป็นต้องมีองค์ประกอบครบทั้งพ่อ-แม่-ลูก หรือไม่ ? หรือแท้จริงแล้วความรักที่มีให้กันต่างหากที่จะทำให้ ครอบครัว เป็นครอบครัวที่สมบูรณ์ได้ สุดท้าย ขอมอบคะแนน 4/5 ให้กับครอบครัวนี้ พร้อมกับตั้งความหวังเล็ก ๆ ว่าประเด็นในหนังจะสามารถต่อยอดไปสู่การทำภาค 2 ได้ บทความโดย NuTTi3 แลกเปลี่ยนประสบการณ์ได้ที่คอมเมนต์ด้านล่างครับ

เจนนิเฟอร์ คิ้ม โชว์เก๋า จัดคอนเสิร์ตเดี่ยว
Kim รับแขก /  ฉอด สายทิพย์ / 

เอ-ไทม์ โชว์บิส ชวนทุกคนมาทำตัวให้สบายต้อนรับการกลับมาของดีว่าสาธารณะ “เจนนิเฟอร์ คิ้ม” อีกครั้ง ศิลปินที่ไม่ได้มีหน้าตาเป็นจุดขาย เพลงฮิตของตัวเองก็มีอยู่ไม่กี่เพลง แต่ไม่น่าเชื่อว่าเธอมีคอนเสิร์ตเดี่ยวมาแล้วถึง 4 ครั้ง!!! และการกลับมาครั้งที่ 5 นี้ในคอนเสิร์ต “Kim รับแขก” รับรองว่าไม่ธรรมดา โดยจัดงานแถลงข่าวอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา ณ ล็อบบี้ อาคาร จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส พร้อมด้วยแขกรับเชิญครบทีม ไม่ว่าจะเป็น เบิร์ดกะฮาร์ท, ปาน ธนพร แวกประยูร และพระเอกสุดฮอต ฌอห์ณ จินดาโชติ คิ้ม ขอเปิดบ้านเริ่มงานด้วยการชวนแขกมาเสิร์ฟโชว์เรียกน้ำย่อยให้สื่อมวลชวนและแขกผู้มีเกียรติที่มาเยี่ยมบ้านในวันนี้ ประเดิมด้วยศิลปินคู่ดูโอ้ “เบิร์ดกะฮาร์ท” มาฟีจเจอริ่งกันในเพลง “ลืม” ต่อด้วยควงสามีแห่งชาติของยุคนี้ “ฌอห์ณ จินดาโชติ” ขึ้นมาจับไมค์โชว์เสียงร้องบนเวทีในเพลง “พรุ่งนี้ไม่สาย” ก่อนปิดท้ายด้วยนักร้องสาวสายดราม่า “ปาน ธนพร” กับครั้งแรก ของการมาปะทะกันในเพลง “กุหลาบแดง” เรียกได้ว่าทั้งเจ้าบ้านและแขกไม่มีใครยอมใคร ก่อนพิธีกรของงาน ดีเจบุ๊คโกะ ธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล จะเชิญ “พีฉอด-สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา” บอสใหญ่ของบ้าน เอ-ไทม์ โชว์บิส พร้อมด้วย เจ้าของบ้านครั้งนี้ “เจนนิเฟอร์ คิ้ม” ขึ้นมาพูดคุยถึงการกลับมาของคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งที่ 5 นี้ โดย พี่ฉอด กล่าวว่า “ทุกครั้งที่เราพูดถึง เจนนิเฟอร์ คิ้ม เราจะเห็นภาพของนักร้องหญิงที่มีเสียงทรงพลัง และที่มากไปกว่านั้นคือ ความสนุกสนาน เสียงหัวเราะและพี่ว่ามันเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของวงการเพลงไทยนะคะ คือเธอเป็นคนที่ไม่ค่อยมีเพลงฮิตเป็นของตัวเอง แต่เธอกลับมีคอนเสิร์ตเดี่ยวมาแล้วถึง 4 ครั้ง และทุกคอนเสิร์ตของคิ้มที่เกิดขึ้นกระแสตอบรับอยู่ในระดับที่ดีมาก โดยเฉพาะครั้งที่แล้วที่เป็นคอนเสิร์ต 45 ปีที่เราคิดว่านั่นคือที่สุดของ เจนนิเฟอร์ คิ้ม แต่ก็มีกระแสเรียกร้องให้เธอกลับมาอีกครั้ง ก็เลยเกิดขึ้นมาเป็นคอนเสิร์ตครั้งนี้ที่เราเห็นว่ามันถึงเวลาของเธอ อีกครั้งแล้วจริงๆ และสีสันของคอนเสิร์ตเจนนิเฟอร์คิ้มทุกครั้งคือ แขกรับเชิญ ซึ่งครั้งนี้สิ่งที่ต่างไปจากทุกครั้งคือ การโคจรมาเจอกันของแขกรับเชิญแต่ละคนที่วาไรตี้มากๆ เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นบนเวทีก็ครบรสแน่นอนค่ะ เรื่องเพลงยิ่งไม่ต้องห่วงเลย ชื่อ เจนนิเฟอร์ คิ้ม ก็การันตีอยู่แล้วว่าต้องดี”  มาถึงฝั่ง เจนนิเฟอร์ คิ้ม เจ้าของบ้านพูดถึงแขกรับเชิญแต่ละคนกันบ้าง “สำหรับ เบิร์ดกะฮาร์ท ไม่มีอะไรมากไปกว่าความคิดถึงค่ะ คิดถึงเบิร์ดกะฮาร์ท คิดถึงเพลงของเค้า คิดถึงคารมของทั้งคู่ แต่ก็รู้สึกเกร็งมากคือคอนนี้ชื่อคิ้มรับแขก แต่คุณเบิร์ดกะฮาร์ทมากันสองคน เลยไม่ทราบว่าจะกลายเป็นคิ้มลงแขกรึเปล่า พูดเล่นแต่เอาจริงนะคะ คุณสองคนเตรียมตัวให้ดีนะคะ ส่วน ปาน ธนพร คือพอเรามองหาแขกผู้หญิงซักคน สายแบ๊วไม่ใช่ทางเราแน่ๆ คุยกันไม่รู้เรื่อง แล้วชื่อของปานก็ผุดขึ้นมาในหัว ถ้าพูดถึงเสียงของนักร้องที่ชอบที่สุด คือเสียงของปาน ธนพร นี่แหละ แถมยังนับเป็นนักร้องหญิงคนแรกที่มาเป็นแขกรับเชิญบนเวทีของ เจนนิเฟอร์ คิ้ม ด้วย ฌอห์ณ จินดาโชติ ถามว่าถูกใจตรงไหน? น่าจะทั้งตัวและหัวใจ คือน้องเป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์แล้วก็ มีความอบอุ่น สามีแห่งชาติจะกลายเป็นสามีส่วนบุคคลหลังจากขึ้นเวทีคอนเสิร์ตนี้ นี่คือคำเตือน! ชะนีน้อยจะต้องอิจฉากอริลล่า อย่างฉันแน่นอน ส่วนแขกรับเชิญคนพิเศษอีกคน คือคนนี้ต้องอุบไว้ก่อนจริงๆ แต่รับรองว่าพอเปิดหน้ามาปุ๊บ ทุกคนเซอร์ไพรส์แน่ๆ รับรองเลยว่าคนนี้บนเวทีชีไม่ยอมใครจริงๆค่ะ” ทำตัวให้สบายแล้วมาร่วมเป็นแขกคนพิเศษของ เจนนิเฟอร์ คิ้ม ด้วยกัน ในวันเสาร์ที่ 16 กรกฎาคม เวลา 19.00 น. และ วันอาทิตย์ที่ 17 กรกฎาคม เวลา 17.00 น. ที่ รอยัล พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน จำหน่ายบัตรที่ ไทยทิคเกตเมเจอร์ ทุกสาขา บัตรราคา 3,500 / 3,000 / 2,500 / 2,000 / และ 1,500 บาท รายได้ส่วนหนึ่งมอบให้โครงการกองทุน เพื่อผู้ป่วยยากไร้ มูลนิธิรามาธิบดี รายละเอียดเพิ่มเติม www.atimeshowbiz.com / www.facebook.com/Atimeshowbiz

BMW Driving Experience 2016 เปิดประสบการณ์ขับขี่เหนือระดับ
BMW /  BMW 118i M Sport / 

 BMW เปิดประสบการณ์การขับขี่ด้วยการจัดกิจกรรม Test Drive งานนี้ขนรถยนต์มา 5รุ่น ทั้ง BMW 118i M Sport, BMW  320d Luxury, BMW 320d Sport, BMW 525d M Sport และ BMW 330e M Sport ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีปลั๊กอิน ไฮบริด BMW 118i M Sport BMW 118i M Sport มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ เทคโนโลยี บีเอ็มดับเบิลยู ทวินพาวเวอร์ เทอร์โบ ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 136 แรงม้าที่ 4,500-6,000 รอบต่อวินาที จึงเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเวลาเพียง 8.7 วินาที ทั้งยังใช้เชื้อเพลิงคุ้มค่าด้วยอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยที่ 20.0 กิโลเมตรต่อลิตร และมีระดับการปล่อย CO2 เพียง 118 กรัมต่อกิโลเมตรเท่านั้น  มาพร้อมชุดตกแต่งพิเศษ M Sport ที่มีทั้งล้ออัลลอย M Sport ขนาด 18 นิ้ว สีเทา Ferric Grey metallic แถบตกแต่งคอนโซลอลูมิเนียมลาย Hexagon ชุดแต่ง M Aerodynamic พร้อมด้วยเส้นสายขอบหน้าต่างสีดำเงาแบบ M และพวงมาลัยหุ้มหนังแท้แบบ M Sport นอกจากนี้ ในรุ่นดังกล่าวยังมาพร้อมชุดแต่ง M Performance Parts ที่รวมถึงชุดล้อ M Double spoke black matt 624 19 นิ้ว และชุดเบรกสีแดงด้วยโครงสร้างที่มีน้ำหนักเบา จึงช่วยลดความร้อนของอุณหภูมิและการหมุนเวียนของอากาศ มาพร้อมชุดแต่งสำหรับแป้นพักเท้า เบรกและคันเร่ง ชุดช่วงล่างแบบสปอร์ตและสติ๊กเกอร์คาดลายข้างรถ BMW 320d Luxury และ BMW 320d Sport BMW 320d Luxury และ 320d Sport มาพร้อมกับขุมพลังระดับ 190 แรงม้าที่ 4,000 รอบต่อนาที ที่ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 27 กิโลเมตรต่อลิตร พร้อมอัตราการปล่อย CO2 เพียง 99 กรัมต่อกิโลเมตร และระบบเกียร์ 8 สปีด Steptronic ใหม่ มีส่วนช่วยลดอัตราการปล่อยก๊าซ CO2 ด้วยประสิทธิภาพ อัตราการทดเกียร์ที่กว้างขึ้น และตัวแปลงแรงบิดที่สูญเสียกำลังน้อยลงในขณะเปลี่ยนเกียร์ ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซ CO2 ลงได้ราว 3 เปอร์เซ็นต์ และสำหรับรุ่น 320d Sport มาพร้อมกับเกียร์อัตโนมัติ Steptronic Sport 8 สปีด พร้อมก้านเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย สำหรับ BMW 320d Sport มาพร้อมชุดแต่ง M Performance Parts ที่รวมถึงฝาครอบกระจกมองข้างแบบคาร์บอน ชุดล้อ M Double spoke 624 20 นิ้ว และชุดเบรกสีแดงด้วยโครงสร้างที่มีน้ำหนักเบา จึงช่วยลดความร้อนของอุณหภูมิและการหมุนเวียนของอากาศ มาพร้อมชุดแต่งสำหรับแป้นพักเท้า เบรคและคันเร่ง ชุดท่อไอเสีย M Performance Active Sound B47 และชุดช่วงล่างแบบสปอร์ต Retrofit Sport suspension เพิ่มเสถียรภาพการทรงตัวของรถ BMW 525d M Sport ส่วน BMW 525d M Sport เป็นรถยนต์ที่ครบเครื่องด้วยประโยชน์ใช้สอยและความหรูหรา เติมเต็ม                   ทุกความต้องการการใช้งานทุกรูปแบบ ทรงพลังในทุกสมรรถนะการขับขี่และประหยัดพลังงานด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 16 วาล์ว เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ส่งกำลังสูงสุดที่ 160 กิโลวัตต์/ 218 แรงม้า พร้อมแรงบิด  450 นิวตันเมตร ที่ 1,500-2,500 รอบต่อนาที ให้อัตราเร่งได้อย่างใจนึกจาก 0-100 กิโลเมตรภายใน 6.9 วินาที และยังประหยัดน้ำมันด้วยอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ 17.9 กิโลเมตรต่อลิตร กับอัตราการปล่อย CO2 ที่ 149 กรัมต่อกิโลเมตรเท่านั้น นอกจากนี้ ยังมาพร้อมเทคโนโลยี EfficientDynamics ที่ครบครันกับระบบชาร์จไฟแบตเตอรี่แบบอัตโนมัติ (Brake Energy Regeneration), ระบบ Automatic Start/Stop (พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ แบบสปอร์ต), Optimum Shift Indicator และโหมดการขับขี่ประหยัดพลังงาน BMW 330e M Sport พร้อมเทคโนโลยีปลั๊กอิน ไฮบริด BMW 330e M Sport รถยนต์ปลั๊กอิน ไฮบริด รุ่นถัดจาก BMW i8 เป็นนวัตกรรมที่ครบเครื่องด้วยประโยชน์ใช้สอยและความหรูหรา ได้รับการออกแบบเพื่อสุนทรียะในการขับขี่ของผู้โดยสาร ประหยัดน้ำมันอย่างเหนือชั้นด้วยเทคโนโลยี iPerformance ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร ขุมพลังเบนซิน 4 สูบ BMW TwinPower Turbo ที่ทรงพลังที่สุดของบีเอ็มดับเบิลยู ซึ่งได้รับรางวัล International Engine of the Year มาแล้วถึง 2 ครั้ง สามารถส่งกำลังสูงสุดที่ 135 กิโลวัตต์ /184 แรงม้า พร้อมแรงบิด 290 นิวตันเมตร สู่ล้อรถได้อย่างราบรื่นในทุกรอบเครื่อง ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้ามอบกำลังเพิ่มเติมสูงสุดอีก 65 กิโลวัตต์/88 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ให้สมรรถนะที่พร้อมตอบสนองในเสี้ยววินาทีด้วยระบบส่งกำลังไฟฟ้า ทำงานประสานกันกับระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ 8 จังหวะเพื่อให้ขับขี่ ได้สนุก ทันใจ โดยสามารถเลือกขับขี่โดยใช้พลังไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้ที่ความเร็วสูงสุด 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นอกจากนี้ BMW 330e M Sport มีอัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 6.1 วินาที และมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 225 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อใช้งานร่วมกัน เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าชุดนี้จะมอบกำลังสูงถึง 185 กิโลวัตต์/252 แรงม้า ให้เร่งความเร็วได้อย่างใจนึก ทั้งยังประหยัดน้ำมันด้วยอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลียที่ 41.7กิโลเมตรต่อลิตรและลดระดับมลภาวะในการขับขี่กับอัตราการปล่อย CO2 ที่ 57 กรัมต่อกิโลเมตรเท่านั้น นับว่าเป็นอัตราที่น้อยที่สุดเป็นอันดับหนึ่งในประเทศไทยสำหรับประเภทรถยนต์นั่งแบบซีดาน ส่วนรถที่มีอัตราการปล่อย CO2 น้อยที่สุดอันดับหนึ่งในรถยนต์ทุกประเภท รวมถึงรถยนต์ Eco Car คือ BMW i8 ที่มีอัตราการปล่อย CO2 ที่ 49 กรัมต่อกิโลเมตรเท่านั้น เทคโนโลยีปลั๊กอิน ไฮบริด ใน BMW 330e M Sport สามารถนำสมรรถนะของมอเตอร์ไฟฟ้ามาใช้งานได้อย่างคุ้มค่า ช่วยลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และยังสามารถขับขี่ในตัวเมืองได้โดยไม่ปล่อยมลภาวะออกจากท่อไอเสียเลยในระยะ 40 กิโลเมตร แบตเตอรี่ของรถมีความจุ 7.6 กิโลวัตต์ชั่วโมง และสามารถชาร์จได้กับปลั๊กไฟบ้านทั่วไป โดยมีช่องเก็บสายชาร์จอยู่ใต้พื้นที่เก็บสัมภาระตอนท้าย เมื่อแบตเตอรี่หมด สามารถชาร์จด้วยไฟบ้านให้เต็มได้โดยใช้เวลาราว 3 ชั่วโมง หรือเลือกเสริมประสิทธิภาพการชาร์จด้วยอุปกรณ์ บีเอ็มดับเบิลยู ไอ วอลล์บ็อกซ์ เพียว (BMW i Wallbox Pure) ที่ทั้งปลอดภัย ใช้งานง่าย และรวดเร็วด้วยกำลังไฟถึง 3.7 กิโลวัตต์ (16 แอมป์/230 โวล์ท) จึงสามารถชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มได้ในเวลาเพียง 2 ชั่วโมง 12 นาที ข้อมูล/ภาพจาก : บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย  

บ้านใต้หลังคา บ้านศิลปะกับชีวิต
ห้องใต้หลังคา

วันนี้ Decor.MThai ได้หยิบเรื่องราวจากหนังสือ Life and Home เป็นเรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับ บ้านใต้หลังคา บ้านศิลปะกับชีวิต มาให้เพื่อนๆ ชมกันค่ะ บทความนี้เป็นบทความของศิวนาถ  เสนาประทุม ภาพประกอบสวยๆ จากธเนศ เปี่ยมหน้าไม้ค่ะ หากการแต่งบ้านเป็นดั่งสุนทรียศาสตร์ที่ก่อให้เกิดความงาม และความรื่นรมย์ มั่นคงเป็นศาสตร์อย่างหนึ่งที่ไม่ต่างกันกับงานศิลปะ เมื่อใดก็ตามที่เราหยุดเสพหรือชื่นชมสิ่งที่ได้รับคือความสุขในจิตใจ  เช่นเดียวกับบ้านปูนเปลือยขนาดกะทัดรัดหลังนี้ เจ้าของคือคุณลำพู กันเสนาะ  ศิลปินสาวสวย ที่ได้บรรจงสร้างขึ้นในแบบของตัวเอง คล้ายงานศิลปะชิ้นหนึ่ง ก่อนจะนำเอาองค์ประกอบต่างๆ จับวางใส่ลงไป เกิดเป็นโลกอีกใบที่สร้างความจรรโลงในจิตใจให้แก่ผู้อาศัยรวมทั้งผู้มาเยือนอย่างเราได้ไม่น้อย บ้านใต้หลังคา บ้านศิลปะกับชีวิต อาคารโมเดิร์นลอฟต์หลังนี้แฝงตัวอยู่ในวิถีของชาวชุมชนอัมพวา ถูกสร้างขึ้นบนพื้นที่เดิมในอาณาบริเวณของบ้านหลังเก่า กั้นความเป็นส่วนตัวกับเพื่อนบ้านด้วยท้องร่องเป็นทางยาว พร้อมทำระแนงทางเชื่อมระหว่างบ้านหลังเก่า และหลังใหม่เพื่อไม่ให้หลุดไปจากโครงสร้างเดิม แม้ว่ารูปทรงจะดูแตกต่างจากบ้านในระแวกเดียวกัน แต่คุณลำพูต้องการสร้างเป้นสถานที่เพื่อการพักผ่อนและเน้นความสบายโดยแท้จริง ฉะนั้นความร่มรื่นของต้นไม้ใหญ่ที่เป็นของเดิม และปลูกเพิ่มไปนั้น บวกกับระแนงไม้โดยรอบอาคารก็ดูจะเข้าท่า และกลมกลืนไปกับ บริบนโดยรอบไม่น้อย เมื่อมองจากภายนอกบ้านหลังนี้ก็ดูจะโดดเด่นสะดุดตาตามโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมทางกล่องสี่เหลี่ยมปูนเปลือยปกคลุมด้วยต้นหูหระจกที่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงา และต้นอโวคาโดที่สูงใหญ่ บริเวณทางเข้าด้านหน้าเพิ่มความเป็นธรรมชาติด้วยสระบัวที่ดีไซน์ยาวขนานกับไปกับตัวอาคาร ทั้งนี้เนื่องจากพท้นที่ชั้นล่างคุณลำพูตั้งใจให้เป็นสตูดิโอ สำหรับสร้างสรรค์งานศิลปะของเธอ ซึ่งบางครั้งมีเฟรมชิ้นใหญ่ฉะนั้นเพื่อให้สะดวกในการขนย้าย และด้วยเทคนิคการทำงานของศิลปินที่ใช้สีน้ำมัน ซึ่งไม่สามารถเพ้นท์ในห้องแอร์ได้เธอจึงดีไซน์พื้นที่เปิดโล่งทั้งหมดด้วยประตูบานพับ ที่สามารถเปิดออกได้ทุกด้านสามารถรับลม และแสงสว่างที่ส่องผ่านเข้ามาได้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ห้องน้ำได้ถูกออกแบบให้แยกออกจากตัวบ้านเพื่อความเป็นสัดส่วนด้วย ขณะที่ภายในถูกวางฟังก์ชั่นอย่างเป็นสัดส่วนให้อยู่ในสเปซเดียวกันหมดเธอบอกกับเราว่าเป็นพื้นที่ทำงานอยากได้ความเป็นบ้านผนกเข้าด้วยกัน โดยได้ความอบอุ่นของไม้เข้ามาลดความดิบของปูนเปลือยได้อย่างดี ขณะเดียวกันก็เน้นเฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัวเพื่อสะดวกในการเคลื่อนย้ายซึ่งส่วนใหญ่เป็นของเก่า ด้วยขนาดพื้นที่มีจำกัด ศิลปินจึงได้ดีไซน์เทอเรซรอบอาคารด้วยไม้โพลีผสมขี้เลื่อย  ขนาด 2x1x3x2 เมตร ยิ่งเสริมให้พื้นที่บ้านดูกว้างขวาง และโปร่งโล่งสบายตามากยิ่งขึ้น  นอกจากระเบียงดังกล่าวจะรองรับพื้นที่สังสรรค์แล้ว คุณลำพูยังบอกกับเราว่าบางครั้งเธอยังใช้เป็นพื้นที่ในการขึงเฟรมเขียนภาพ กระทั่งบันไดลอยขึ้นสู่ชั้นสอง ก็เป็นที่ตั้งของเฟรมขนาดใหญ่ด้วยเช่นกัน สู่ชั้นบนจัดสรรให้เป็นห้องนอนขนาดย่อมซึ่งลักษณะคล้ายห้องใต้หลังคาตามความฝันในวัยเยาว์ของคุณลำพู ถูกมุงด้วยหลังคากระเบื้องยางแอสฟัลท์วางเฟอร์นิเจอร์ตามการใช้งาน พร้อมติดกระจกวงกลมที่สามารถเปิดออกเพื่อให้ลมพัดผ่านได้ เชื่อมออกมายังรูปท็อฟที่จัดสรรไว้เป็นลานกิจกรรมด้วยขนาดพื้นที่ 5x5เมตร ปูหญ้าเทียมสีเขียวสดเพื่อให้สัมผัสที่นุ่มสบายเท้า อีกทั้ยยังง่ายต่อการดูแลรักษา วางเสริมด้วยเตียงนอนหวาย และเก้าอี้หวาย จับคู่กับโต๊ะไม้ขนาดเล็ก วางไฟไว้ตามจุดต่างๆ เพื่อเพิ่มความโรแมนติกยามค่ำคืน ส่วนนี้ศิลปินสาวมักจะใช้มานั่งสังสรรค์ระหว่างกลุ่มเพื่อน หรือแม้แต่นอนเล่นรับลมเย็นๆ ใต้ร่มเงาของตันหูกระจกนั่นเอง

รีวิวภาพยนตร์ The Promise คิดถึงครึ่งชีวิต : เมื่อคำสัญญามีค่าเท่ากับครึ่งชีวิต
The Promise /  คิดถึงครึ่งชีวิต / 

รีวิวภาพยนตร์ The Promise คิดถึงครึ่งชีวิต เมื่อคำสัญญามีค่าเท่ากับครึ่งชีวิต สำหรับคนบางคน คำสัญญา อาจเป็นเพียงคำพูดลอย ๆ ที่พูดให้ผู้ฟังสบายใจ แต่สำหรับใครอีกคน คำสัญญา อาจมีความหมายลึกซึ้ง และต้องใช้เวลายาวนานกว่าจะรู้ว่ามันก็เป็นแค่ลมปากจากคน ๆ หนึ่งเท่านั้น The Promise คิดถึงครึ่งชีวิต ผลงานการกำกับของ แบงค์ ชนพล รินลา แห่ง วรมิตร โปรดักชั่น ตัวภาพยนตร์ตั้งอยู่บนพื้นฐานของคำว่า สัญญา และ ความทรงจำ ด้วยหนังเล่าถึงเรื่องราวของชายหนุ่มชื่อ นัต รับบทโดย ไอซ์ ณัฐพัชร์ ธนนนท์กิตติยศ หรือ ไอซ์ The Star 6 ที่ได้มาพบกับคอลัมนิสต์สาวชาวญี่ปุ่น ฮานะ รับบทโดย อากิโกะ โคเซกิ ผู้ซึ่งกำลังรวบรวมบทสัมภาษณ์ชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในเมืองเชียงใหม่เพื่อนำไปเขียนบทความ ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างนัตกับฮานะนั้นได้พัฒนาไปตามเหตุการณ์ในเรื่อง โดยที่ฝ่ายชายไม่ล่วงรู้เลยว่าการพบกันระหว่างเขาและเธออาจไม่สามารถนิยามด้วยคำว่า ความบังเอิญ ได้ตั้งแต่แรก วิธีการเล่าในช่วงต้นจะเล่าแบบเป็นเส้นตรงเพื่อแสดงให้เห็นว่านัตกับฮานะรู้จักกันได้อย่างไร แก่นหลักของเนื้อเรื่องส่วนนี้มีความราบเรียบอยู่ในตัว แต่อาศัยการตัดสลับไปมาระหว่างฉากสนทนาของทั้งคู่ กับกิจกรรมที่ทั้งสองเข้าไปมีส่วนร่วมในสังคม เช่น การไปสัมภาษณ์คนในเมือง ฯลฯ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครทั้งสองก้าวกระโดดไปอย่างรวดเร็วชนิดที่ว่าหากไม่ตั้งสติดี ๆ อาจจะนึกสงสัยได้ว่าความรู้สึกที่ดีระหว่างคนทั้งสองเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อใด ส่วนการเล่าเรื่องในช่วงหลังจะเป็นการคลี่คลายปมของเรื่อง มีการตัดสลับไปมาระหว่างเหตุการณ์ในปัจจุบันกับความทรงจำในวัยเด็กของฟากพระเอกหนุ่ม ซึ่งเป็นที่มาที่ไปของ คำสัญญา รวมถึงเป็นการแสดงความผูกพันระหว่างนัตกับกลุ่มเพื่อนที่คบหากันมาตั้งแต่วัยเด็กอีกด้วย จุดเด่นของหนังเรื่องนี้ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดก็คือฉากซึ่งฉากสวย ๆ ที่ปรากฏแก่สายตาผู้ชมบ่อยครั้งที่สุดก็คือ ‘ม่อนลอง’ จุดชมวิวที่สูงที่สุดในอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1,450 เมตร จุดชมวิวนี้จึงสามารถมองเห็นทิวเขาที่อยู่ไกลออกไปสุดลูกหูลูกตาได้อย่างเต็มอรรถรส นอกจากนี้ ความงดงามอีกอย่างหนึ่งของภาพยนตร์ก็คือการนำเสนอวัฒนธรรมล้านนาอย่างเครื่องดนตรี พิณเปี๊ยะ พร้อมกับสอดแทรกนัยยะเรื่องความรักผ่านลักษณะการแนบกะโหลกของพิณไว้ตรงอกข้างซ้ายขณะดีดสายพิณ สุดท้าย เชื่อว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ต้องการจะสื่อถึงคุณค่าของคำสัญญา ที่ไม่ใช่เพียงแค่การพูดออกไปอย่างเดียว แต่ควรเก็บสิ่งนี้ให้อยู่ในความทรงจำ และหยิบนำมันออกมาใช้ให้เหมาะสมกับบุคคล ช่วงเวลา โอกาส และสถานที่ เพื่อที่คำสัญญาของเราจะได้ไม่เป็นเครื่องมือทำร้ายคนอื่นโดยที่เราไม่รู้ตัว 3/5 เป็นคะแนนที่ขอมอบให้ค่ายหนังน้องใหม่ กับการนำเสนอคุณค่าแห่ง “คำสัญญา” บทความโดย NuTTi3 แลกเปลี่ยนประสบการณ์ได้ที่คอมเมนต์ด้านล่างครับ

สัญญาแค่กระดาษ! ส.บอลยันซิโก้คุมครบ-คัดบอลโลกรอบ 12 ทีม
ซิโก้ /  ทีมชาติไทย / 

ประมุขลูกหนังไทยยืนยันไม่มีเเผนเปลี่ยนม้ากลางศึก พร้อมให้ซิโก้คุมทีมจนครบ 10 นัดในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก 12 ทีมสุดท้าย โซนเอเชีย พล.ต.ท.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง นายกสมาคมฟุตบอล เเห่งประเทศไทยฯ เผยด้วยสัญญาของ “โค้ชซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือทีมชาติไทย ทำไว้ 1 ปีเเละจะสิ้นสุดลงในวันที่ 25 พ.ค.2560 ทำให้สามารถคุมทัพช้างศึกได้เพียง 7 นัดในศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก 12 ทีมสุดท้ายโซนเอเชีย ยืนยันว่าโค้ชขวัญใจชาวไทยจะคุมทีมจนจบในอีก 3 นัดเเน่นอน เนื่องจากไม่มีเเผนที่จะเปลี่ยนม้ากลางศึกอยู่เเล้ว โดย “บิ๊กอ๊อด” นายกสมาคมฟุตบอล ออกมากล่าวว่า “ผมขอให้สบายใจได้เลยว่าโค้ชซิโก้จะอยู่คุมทีมชาติไทยในศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ทั้ง 10 นัดเพราะผมไม่มีความคิดที่จะเปลี่ยนม้ากลางศึกหรือดึงใครเข้ามากลางคันอย่างเเน่นอน สัญญาตัวนี้เราไม่ขอเปิดเผยมาก เเต่เป็นความพอใจสำหรับทั้งสองฝ่าย” “อีกทั้งผมก็เชื่อใจว่าภายใต้การนำทีมของโค้ชซิโก้จะสามารถพาทีมไปได้ถึงในรอบลึกๆ ใครจะไปรู้ใน 3 นัดสุดท้ายเราอาจทำผลงานดีเก็บชัยชนะได้ทั้งหมด จากนั้นก็มาพิจารณาต่อสัญญาต้องยอมรับว่าซิโก้เป็นคนมีไฟที่ตั้งใจจะทำผลงานเพื่อชาติอยู่เเล้ว”

พีโอพี เตรียมรวมตัวในรอบ 5 ปี ใน #Period Of Party Again
COOLfahrenheit Music Alive P.O.P #Period Of Party Again /  p.o.p / 

คูลฟาเรนไฮต์ 93 ชวนมาปลุกเพลงรักให้หายคิดถึง COOLfahrenheit Music Alive P.O.P #Period Of Party Again มีความเอ็กซ์คลูซีฟจัดให้สำหรับแฟนๆ ชาวคูลฟาเรนไฮต์ 93 อีกครั้ง... ล่าสุด เป็น 5 ปีของการกลับมารวมกันครั้งใหม่ กับ 5 สมาชิก นภ พรชำนิ, ก้อ ณฐพล, โต้ง มณเฑียร, เจอรี่ ศศิศ และ Mr.Z ที่จะมาร่วมปลุกเพลงรักที่ยังอยู่ในใจให้หายคิดถึงกับคอนเสิร์ตของคนรัก พี.โอ.พี (P.O.P) ใน COOLfahrenheit Music Alive P.O.P # Period Of Party Again เพราะที่แห่งนี้...นั้นยังมีรักอยู่ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ ที่ 10 กรกฎาคม นี้ เวลา 17.00 น. ณ. CDC Crystal Grand Ballroom นภ พรชำนิ พูดถึงความพิเศษในคอนเสิร์ตครั้งนี้ว่า "รู้สึกตื่นเต้นและดีใจมากครับที่พวกเรา P.O.P จะได้กลับมาเจอกับแฟนๆ อีกครั้ง ในรอบ 5 ปี ต้องขอขอบคุณทางคลื่นคูลฟาเรนไฮต์ 93 ที่จัดคอนเสิร์ตนี้ขึ้นมา ซึ่งนอกจากจะได้พบกับการโชว์คอนเสิร์ตแบบเต็มๆ ของพวกเราแล้ว ยังจะได้พบกับโชว์ของแขกรับเชิญสุดพิเศษ แต่ต้องรอลุ้นกันนะครับว่าจะเป็นใคร คอนเสิร์ตนี้ถือว่าเป็นภาพความทรงจำเก่าๆ ของเพลงรัก เพลงเพราะที่ยังตราตรึง จะย้อนกลับมาอีกครั้ง ยังไงก็ขอฝากคอนเสิร์ตนี้ด้วยนะครับ ผมรับรองว่าทุกคนที่มาจะได้รับความอิ่มอกอิ่มใจ กับอรรถรสทางดรตรีกลับบ้านไปอย่างแน่นอน แฟน ๆ สามารถจับจองที่นั่งเพื่อรับบัตรชมคอนเสิร์ตกันได้ง่าย ๆ เพียงคุณคลิกเข้าไปดูโจทย์เพลงประจำชั่วโมงของกิจกรรม COOLfahrenheit Music Alive ผ่านทาง facebook fanpage COOLfahrenheit ทันทีที่คุณได้ยิน COOLJ. เรียกสาย COOLfahrenheit Music Alive P.O.P ให้รีบโทรมาที่เบอร์ 02-938-5093 ใครที่สามารถต่อเพลงได้ถูกต้องเป็นสายแรกก็รับบัตรชมคอนเสิร์ตไปเลย 2 ใบ แบบฟรี ๆ ไม่มีค่าใช้จ่าย เข้ามาร่วมสนุกกันเยอะ ๆ แล้วเจอกัน ในวันอาทิตย์ที่ 10 กรกฎาคม 2559 ที่ CDC Crystal Grand Ballroom นะครับ" มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ส่อแววแห้ว! เอเย่นต์ซลาตันบอกมีทีมอื่นสนใจอีกเพียบเตือนผีอย่ามโน
ข่าวย้ายทีม /  ข่าวแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด / 

มีตัวเลือกมากมายไม่ใช่แค่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สำหรับ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าชาวสวีเดนที่กำลังมองหาทีมใหม่อยู่ในเวลานี้ มิโน่ ไรโอล่า เอเย่นต์ของซลาตันออกมาบอกเองว่าอย่าไปเชื่อกระแสข่าวให้มากเรื่องที่ลูกค้าของเขาจะย้ายมาทีมปีศาจแดง "เรายังไม่ได้ตัดสินใจอะไรเลย ผมคิดว่าตอนสุดท้ายอาจมีเซอร์ไพรซ์ก็ได้ ทุกคนเอาแต่พร่ำถึงแต่ ยูไนเต็ด ยูไนเต็ด ยูไนเต็ด" เขาบอกอีกว่า "มีบางทีมในอังกฤษ รวมถึงบางทีมในยุโรปและนอกยุโรป(สนใจซลาตัน) แต่ทุกคนทึกทักเอาว่าเขาจะต้องไปแมนฯ ยูฯ ซึ่งมันไม่จริงเลย"

7 ไอเดียเลิศๆ แต่งตัวไปทำงานแบบฉบับสาวออฟฟิศ !
idea /  office / 

เชื่อว่าปัญหาโลกแตกอย่างหนึ่งของสาวออฟฟิศคือ วันนี้จะแต่งตัวไปทำงานอย่างไรดีน้า ? หลายคนมักจะเร่งรีบในเวลาเช้าและลงเอยด้วยการหยิบจับเสื้อผ้าอะไรก็ได้ในตู้มาใส่ และส่วนมากถ้าเซ้นส์แฟชั่นที่มีอยู่ในตู้เสื้อผ้าของคุณไม่ดีพอ คุณก็มักจะจบไม่สวยกับเสื้อผ้าที่ใส่ อาจจะดูไม่เหมาะสม ไม่มีความแมทช์กัน หรืออะไรก็ตามที วันนี้เรามี 7 ไอเดียสำหรับสไตล์การแต่งตัวไปทำงานให้คุณได้พิจารณากันว่า คุณและที่ทำงานของคุณจะเหมาะกับสไตล์ไหนกันแน่ 1. CLASSIC การแต่งตัวแบบคลาสสิคน่าจะเป็นสไตล์ที่เห็นกันได้ทั่วไปและง่ายที่สุดแล้วสำหรับการหาเสื้อผ้ามาสวมใส่ไปออฟฟิศ แต่ข้อเสียของมันก็คืออาจจะทำให้คุณดูน่าเบื่อไปนิด ดังนั้นจงจำคล็ดลับนี้ไว้ว่า เราสามารถตกแต่งเสื้อผ้าคลาสสิคน่าเบื่อของเราได้อย่างไม่ซ้ำกัน ไม่ว่าจะเป็นรองเท้า กระเป๋า เครื่องประดับ หรือแม้กระทั่งสีลิปสติกและสีเล็บก็ช่วยทำให้เสื้อผ้าของคุณไม่น่าเบื่ออย่างที่เคยเป็นได้ค่ะ 2. CASUAL ลุคดูคล้ายๆสาวนักธุรกิจแต่อาจจะสบายกว่าหน่อย อารมณ์ประมาณว่า 'เฮ้ ฉันสามารถใส่กางเกงยีนส์ไปทำงานก็ได้ !' การแต่งตัวแบบนี้จะสามารถหาเสื้อผ้าแมทช์ได้ง่ายและดูเหมาะสม การแต่งตัวสำหรับสไตล์นี้ส่วนมากก็จะเน้นส้นสูง เสื้อแบบผู้หญิงเก่งๆ ซักตัว สูทคลุมหรือแจ็คเกต ตบท้ายด้วยกระเป๋าเก๋ซักใบก็พอค่ะ 3. CARELESS CHIC เป็นลุคที่เหมือนจะชอบแฟชั่น แต่ก็ไม่ได้ตั้งใจแต่งจนเวอร์เกินไป สามารถเดินตามท้องถนนได้สบายๆ วิธีการแต่งตัวแนวนี้คือเล่นกับไอเท็มส์บนตัวเยอะๆ อาจจะไม่ต้องแคร์เรื่องรูปร่างของหุ่นมาก แต่ถ้าใส่ส้นสูงจะดูเหมาะกับลุคนี้ที่สุดค่ะ 4. GLAMOROUS เป็นลุคสำหรับผู้หญิงเซ็กซี่ที่มั่นใจ พร้อมกับลิปสติกปากสีสันสดใส รองเท้าส้นเข็มและเสื้อผ้าที่สามารถไปไหนมาไหนได้ตั้งแต่เริ่มทำงานจนถึงร้านอาหารหรูๆหลังเลิกงาน สำคัญที่สุดสำหรับลุคนี้คือ ส้นสูงหรูหราซักคู่ น้ำหอมแพงๆ กระโปรงทรงเอ สร้อยคอ และนาฬิกา ไปจนถึงกระเป๋าถือสวยๆ ซักใบ จะทำให้ดูมั่นใจและกล้าที่จะแต่งตัวค่ะ 5. SIMPLE & FEMININE เป็นลุคง่ายๆ สบายๆ เหมาะสำหรับผู้หญิงที่ชอบเดรสพลิ้วๆ เครื่องประดับชิ้นเล็กๆ ดูทะมัดทะแมงตลอดเวลา ถ้าคุณคิดว่าชุดผ้าชีฟองและเดรสระบายพลิ้วๆ ไม่เหมาะกับการทำงานออฟฟิศล่ะก็ คิดใหม่เถอะค่ะ แต่ถ้าจะใส่ไม่ให้ดูแก่ก็ต้องคำนึงถึงความยาวของเดรสด้วยนะคะ ใส่เดรสที่มีความยาวเท่าเข่าหรือเหนือเข่า รัดตรงเอวให้ดูมีส่วนเว้าโค้ง ส่วนรองเท้าจะเลือกส้นสูงหรือรองเท้าแบนๆ ก็ได้หมดเลยค่ะ 6. SOPHISTICATED การใส่ชุดไปทำงานออฟฟิศนั้นเป็นเรื่องง่าย แต่ต้องฝึกฝนและต้องกล้าลองอะไรใหม่ๆ ค่ะ ลุคนี้ต้องการความมั่นใจของคุณในการสวมใส่เสื้อผ้าหลักๆ 1 ชิ้น อาจจะเลือกเสื้อที่ดูมีลุคคลาสสิค แล้วเพิ่มเติมเสริมแต่งด้วยเครื่องประดับอื่นๆ ให้ดูเหมาะกับคาแรคเตอร์ของคุณ จะเป็นกระโปรงทรงเอ หมวกลายปริ้นท์เท่ๆ หรือจะกางเกงยีนส์เดนิมก็ไม่ว่ากัน ทุกอย่างอยู่ที่สไตล์และความเหมาะสมค่ะ สนุกให้เต็มที่ ! 7. The EDGY สไตล์นี้จะดูเหมาะสมกับครีเอทีฟหรือคนที่ทำงานเกี่ยวกับงานที่ครีเอทพอสมควรค่ะ อีกอย่างคือออฟฟิศจะต้องไม่ซีเรียสกับการแต่งตัวมากนักด้วย ส่วนมากก็จะเน้นรองเท้าบูท เสื้อหนัง เสื้อเชิ้ตเท่ๆ อาจจะทาลิปสติกสีเข้มๆ เพ้นท์เล็บสวยๆ และสวมรองเท้ากีฬาเท่ๆ ซักคู่ แต่ก็ควรแมทช์ให้เสื้อผ้าดูไม่เยอะเกินไป หรือจะเขาเรียกกันว่ามินิมอลค่ะ ถ้าหากว่าสาวๆ ไม่มีไอเดียสำหรับชุดใส่ไปทำงาน ลองเลือกสไตล์ที่คุณชอบจาก 7 สไตล์นี้ซิคะ  ------------------------------------------------------------------------- ขอบคุณเรื่องจากเว็บไซต์ thefashiontag.com

เป็นทางการแล้ว! ผีแดง เปิดตัว โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือใหม่ เซ็นคุมทีม 3 ปี
ปีศาจแดง /  ผีแดง / 

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดตัวผู้จัดการทีมคนใหม่อย่างเป็นทางการ โดยไม่พลิกจากที่สื่อทุกสำนักตีข่าวออกมาก่อนหน้านี้ นั่นคือ โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือคนดังชาวโปรตุเกส โดยเซ็นสัญญาคุมทีมในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด นาน 3 ปี พร้อมออพชั่นขยายสัญญาต่อไปอีกจนถึงปี 2020 หลังจากที่มีการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ อดีตผู้จัดการทีม เชลซี ก็ได้หยอดคำหวานถึงสโมสรใหม่ของเขาทันทีว่า "การได้เข้ามาเป็นผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถือเป็นเกียรติอย่างสูงส่ง นี่คือสโมสรที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ตลอดอาชีพการคุมทีมของผมที่ได้มาเยือน โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ผมรู้สึกสนุกไปกับความสามัคคีกันของแฟนๆ ยูไนเต็ด ผมเฝ้าคอยที่จะเป็นผู้จัดการทีมให้กับพวกเขา และสัมผัสถึงแรงสนับสนุนอันยอดเยี่ยมเหล่านั้นไปอีกหลายปีนับจากนี้ไป" สำหรับ มูรินโญ่ วัย 53 ปี เคยคุมทีมระดับท็อปมาแล้วทั่วยุโรป พร้อมคว้าแชมป์รายการใหญ่ได้ถึง 22 รายการ ซึ่งเป็น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 สมัย ในการคุม เอฟซี ปอร์โต้ เมื่อปี 2004 และ อินเตอร์ มิลาน เมื่อปี 2010 ขอบคุณภาพจากสโมสร Manchester United

วิธี ปลูกต้นดาวเรือง ต้นไม้ที่มีดอกช่วยเสริมมงคลให้กับบ้าน
พื้นสวนครัว

คนไทยสมัยโบราณเชื่อว่าการปลูกต้นดาวเรืองไว้ในบ้านจะช่วยเสริมมงคลให้กับชีวิต ทำให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง วันนี้ Decor.MThai จึงได้ไปหาข้อมูลวิธี ปลูกต้นดาวเรือง แบบง่ายๆ ไม่ยุ่งยากมากนักมาให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันค่ะ ดาวเรืองนิยมปลูกไว้หน้าบ้าน เป็นไม้ดอกที่ปลูกง่าย งอกเร็ว ต้นโตเร็ว และแข็งแรงไม่ค่อยมีโรคหรือแมลงรบกวน ให้ดอกเร็ว ดอกดก มีหลายชนิดและหลายสี ว่าแล้วเราไปดูวิธีปลูกกันเลยค่ะ วิธี ปลูกต้นดาวเรือง ต้นไม้ที่มีดอกช่วยเสริมมงคลให้กับบ้าน ดอกดาวเรืองมีรูปทรงสวยงาม มีสีสันที่สดใส ระยะเวลาในการปลูกต้นดาวเรืองให้ออกดอกจะอยู่ที่ประมาณ 60 วัน เมื่อต้นดาวเรืองเริ่มออกดอกเราก็สามารถตัดดอกมาใส่แจกันประดับตกแต่งบ้านได้อีกด้วย ดอกดาวเรืองเป็นดอกไม้ที่แห้งช้าสามารถอยู่ในแจกันประดับบ้านไว้ได้ 1 - 2 อาทิตย์เลยนะคะ วิธีปลูกดาวเรือง  เตรียมกระถางใส่ดินลงไป และลดน้ำให้ดินชุมชื่นทิ้งไว้ 1 คืน นำต้นกล้าที่มีอายุ 7-10 วัน ( นับจากวันเพาะเมล็ด ) โดยแยกต้นกล้าให้มีวัสดุเพาะ หรือดินหุ้มติดรากมาด้วย เพื่อป้องกันรากกระทบกระเทือน นำมาปลูกในแต่ละหลุมที่เตรียมไว้ รดน้ำให้ชุ่ม นำต้นกล้าที่มีอายุ 7-10 วัน โดยเลือกต้นกล้าที่มีดินหุ้มติดรากมาด้วย เพื่อป้องกันรากกระทบกระเทือน นำมาปลูกในแต่ละกระถางที่ได้เตรียมเดินไว้ รดน้ำให้ชุ่ม ลดน้ำดาวเรืองไปเลื่อยๆ อาทิตย์แรกควรรดเช้าเย็น อาทิตย์ต่อไปลดเช้า หรือเย็นอย่างเดียวได้ค่ะ เมื่อดาวเรืองอายุ 15 - 25 วัน ใส่ปุ๋ยลงไป และก็รอให้ต้นดาวเรืองออกดอก ก็สามารถตัดดอกไปใส่ในกระถางประดับบ้านให้สวยงามได้แล้วค่ะ การปลูกต้นดาวเรืองนอกจากจะเสริมมงคลให้บ้านแล้ว ยังสามารถนำดอกมาประดับตกแต่งบ้านได้อีกด้วยนะคะ แถมได้ใช้เวลาว่าให้เกิดประโยชน์ได้อีกด้วยค่ะ