ทรงผมสั้น 2012

รวมข้อหาสุดแปลก หาที่ไหนไม่ได้ นอกจากประเทศไทย
กฎจราจร /  ข่าว / 

รวมข้อหาจราจรสุดแปลก ที่หลายคนไม่อยากจะเชื่อว่านี่เป็นความผิดของผมหรือครับพี่จ่า ความผิดแบบนี้ก็มีด้วยหรือครับ นี่ผมโดนจับจริง ๆ ใช่มั้ย ฮ่าๆๆๆ หลายคนที่ใช้รถใช้ถนน ไม่ว่าจะขับด้วยตนเอง หรือแม้กระทั่งโดยสารไป อาจจะเคยเจอเหตุการณ์รถที่ขับ หรือนั่งไปถูกพี่ตำรวจจราจรเรียก อาจจะเรียกเพราะความห่วงใย หรือเราทำอะไรผิดกันนะ และแน่นอนครับว่ามากกว่า 99% เราจะต้องทำอะไรผิดแน่นอน ซึ่งก็คงไม่พ้นฝ่าไฟแดง, ไม่สวมหมวก, เอกสารไม่ครบ, ทะเบียนขาด, ไม่รัดเข็มขัด อะไรทำนองนี้ แต่นับจากวินาทีต่อจากนี้ไป MThai News ขอนำทุกคนไปสัมผัสกับความผิดทางจราจรที่ไม่น่าเชื่อว่ามีอยู่จริง ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ หรือมันผิดด้วยเหรอเนี่ย? 1.ขับรถโดยไม่มีล้ออะไหล่ !!! ระดับความแปลก 3 กะโหลก อันนี้ยังพอเข้าใจได้นะครับ ว่าพี่ตำรวจเค้าเป็นห่วงเป็นใยผู้ขับขี่ทุกคน หากเกิดยางแตกขึ้นมา ไม่มีล้ออะไหล่จะทำอย่างไร แต่ที่มันกระตุกต่อมฮาฝุด ๆ นั่นก็คือ พี่รู้ไดยังไงกันครับว่ารถผมไม่มีล้ออะไหล่ พี่มีเทคนิคการดูยังไงบอกผมที่เถอะนะครับ เพราะบางคนขับรถมา ยังไม่เคยรู้เลยว่าล้ออะไหล่อยู่ตรงไหน โอ้ว!!! แม่เจ้า 2.แต่งกายไม่เรียบร้อยขณะขับขี่ !!! ระดับความแปลก 4 กะโหลกครึ่ง หลาย ๆ คนพอเข้าใจนะครับว่า การขับขี่ยานพาหนะบนท้องถนน ก็ควรที่จะแต่งตัวให้เรียบร้อย แต่ !!! คำว่าเรียบร้อยของพี่จ่ากับเรา ๆ  มันช่างมีความหมายต่างกันเหลือเกิน เราต้องเอาเสื้อเข้าในกางเกงเวลาขับรถด้วยหรือครับ หรือต้องผูกไทด์ ใส่สูทถึงจะเรียบร้อย พี่ตำรวจช่วยชี้แจงให้เรา ๆ ทราบทีนะครับ จะได้แต่งองค์ทรงเครื่องออกจากบ้านถูก 3.คนซ้อนท้ายไม่มีใบขับขี่ !!! ระดับความแปลก 17 กะโหลก คนขับรถก็ต้องมีใบขับขี่อยู่แล้ว อันนี้ใครก็รู้ แต่พี่จ่าครับ พี่จ่าของผม พี่จ่าผู้แสนดี ผมผิดด้วยหรือครับที่ผมไม่มีใบขับขี่ ใช่ครับ ผมผิดแน่ถ้าผมเป็นคนขับ แต่!!! ผมเป็นคนซ้อนนะคร้าบบบบบพี่ 4.ฝ่าฝืนสัญญาณไฟเขียว !!! ระดับความแปลก เอากะโหลกใน 3 ข้อแรกมารวมกัน ให้ตายเถอะโรบิ้น ให้ดิ้นสิแบทแมน เกิดมาเคยเจอแต่ฝ่าไฟแดง นี่มันอะไรกันครับพี่จ่า ฝ่าฝืนไฟเขียว! ผมจะขัดขืนไฟเขียวทำไมละครับ เรา ๆท่าน ๆ ขับรถก็อยากจะเจอแต่ไฟเขียวกันนะ 5.ขับรถโดยไม่มีนามสกุล !!! ระดับความแปลก เอาจำนวนกะโหลกที่ได้ในข้อ 4 คูณด้วยค่าปรับเลยครับ เอาจริงดิพี่ตำรวจ มีคนที่ไม่มีนามสกุลหลงเหลืออยู่อีกหราครับทุกวันนี้ หรือพี่จ่าจะหมายถึงรถที่ขับไม่มีนามสกุลหรือเปล่า สรุปเรา ๆ ท่าน ๆ ต้องตั้งนามสกุลให้รถกันด้วยนะครับเนี่ย แหม่!!! ขอบคุณภาพ และข้อมูลจาก http://petmaya.com/ MThai News

ยังไหว! เอมิล เฮสกี้ หวังรีเทิร์นบู๊พรีเมียร์ลีกกับ สุนัขจิ้งจอก
นิวคาลเซิ่ล เจ็ท /  พรีเมียร์ลีก / 

เอมิล เฮสกี้ ดาวยิงรุ่นลายครามวัย 36 ปียังหวังที่จะได้กลับไปเล่นในลีกสูงสุดในบ้านเกิดอย่างพรีเมียร์ลีกกับทีม “สุนัขจิ้งจอก” เลสเตอร์ ซิตี้ น้องใหม่ในศึกพรีเมียร์ลีกทีมที่เคยแจ้งเกิดสมัยเป็นดาวรุ่ง อดีตแข้งลิเวอร์พูลที่เพิ่งเดินทางมาโชว์ฝีเท้าในเมืองไทยกับทีมตำนานนักเตะลิเวอร์พูล กลับไปยังประเทศอังกฤษอีกครั้งหลังจากออกมาค้าแข้งกับนิวคาลเซิ่ล เจ็ท ทีมในเอลีกออสเตรเลีย 2 ปีต้องการได้รับโอกาสจาก ไนเจิล เพียร์สัน กุนซือทีม เลสเตอร์ให้โอกาสตนอีกครั้ง “ผมไม่จำเป็นต้องพูดอะไร ผมต้องการกลับไปที่สโมสรที่ยอดเยี่ยมแห่งนั้นที่เป็นจุดเริ่มต้นในอาชีพของผม”  “ผมติดทีมชาติอังกฤษตอนที่อยู่กับเลสเตอร์ มันคือความสำเร็จที่ดีในตอนนั้น” เฮสกี้ ยิงไป 46 ประตูจาก 196 เกมส์ในช่วงที่เล่นกับเลสเตอร์ ซิตี้ในปี 1994-2000 ก่อนที่จะย้ายมาอยู่กับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

สุดประทับใจ คลิปพระเทพฯ ทรงขับร้องเพลง 'ขอใจเธอแลกเบอร์โทร'
ขอใจเธอแลกเบอร์โทร /  ขับร้องเพลง / 

คลิปหาชมยาก! พระเทพฯ ทรงขับร้องเพลง 'ขอใจเธอแลกเบอร์โทร' สุดประทับใจ วันนี้(26 พ.ย.) บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปสุดประทับใจและยังความปลาบปลื้มให้แก่พสกนิกรชาวไทยเป็นอย่างมาก โดยเป็นคลิป สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ทรงขับร้องเพลง ขอใจเธอแลกเบอร์โทร ของหญิงลี ศรีจุมพลในงานเลี้ยงส่วนพระองค์ซึ่งจัดขึ้นในธีมงานคาวบอยคันทรี่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงแต่งกายด้วยชุดเสื้อกั๊กสีน้ำเงินม่อฮ่อม สวมหมวกปีกกว้างแบบคาวบอยและทรงร้องเพลงร่วมสนุกกับข้าราชบริพารในงานเลี้ยงอย่างเป็นกันเอง สร้างความประทับใจให้กับผู้รับชมคลิปเป็นอย่างมาก หลายคนถึงกับบอกว่าคลิปนี้คือการส่งความสุขให้กับคนไทยและต้องขอบคุณคนถ่ายคลิปเป็นอย่างมาก รวมไปถึงหลายคนแสดงความคิดเห็น "ทรงพระเจริญ" แชร์และกดไลค์อย่างต่อเนื่อง MThai News +

5 วิธีประยุกต์ ให้สวยจรดปลาย เล็บ
วิธีแก้เล็บเหลือง /  เล็บ / 

เกิดเป็นหญิง ต้องสวยจรดปลายเล็บ นะคะ จะมากรีดกราย ใช้มือ แล้วเล็บคุด เล็บเหลือง เล็บดำ ขายขี้หน้าประชาชีชะนีปลอมนะ  เราเลยขอนำเสนอ วิธีทำเล็บ สวย แบบ ง่ายๆ มาฝาก พร้อม วิธีแก้เล็บเหลือง มาเอาใจสาวรักการเพ้นท์เล็บ ทาเล็บมาฝาก จะให้มาทาเคลือบๆ เพื่อซ่อนเล็บเหลืองๆ ไปเรื่อยๆ ก็ไม่โอเคนะจ๊ะ ผู้หญิง MThai ต้องงามทั้งนอกและใน แบบล้างเครื่องสำอางมาก็ยังสวยเนียน ไม่ตกใจงี้ 1. เล็บ ลาย Polka Dot งามๆ ทำง๊าย...ง่าย นะตัว ภาพจาก Flickr: wonderfuldiy 2.เล็บเหลืองเหรอ โอ๊ย ง่าย ... มาดูวิธีนี้สิเธอ ภาพจาก beautytips4her.com 3. อยากได้ลายเล็บเจ๋งๆ แต่ไม่มีอุปกรณ์เหมือนร้านแต่งเล็บ .... ก็ลองมองรอบตัวดูสิคุณ มีชิ้นไหนมาประยุกต์ได้บ้าง จัดโลด ทั้งกิ๊บติด ผม ,ไม้ขีดไฟ ,ปากกา ,ไม้แคะหู สารพัดในห้องเราทั้งนั้น ภาพจาก instagram.com 4.เล็บสีไล่เฉด ทำเองง่ายๆ แค่มีฟองน้ำอันเดียว แต้มๆ กดๆ แป๊บเดียวอยู่ ภาพจาก thebeautythesis.com 5. เปลี่ยนสียาทาเล็บเป็นสีแมท ด้วยแป้งข้าวโพด ภาพจาก instagram.com เรียบเรียงเนื้อหาโดย Women.MThai Team ที่มา Buzzfeed  ติดตาม ทิปส์สวย ง่ายๆ  ที่เราๆ คาดไม่ถึง เพิ่มเติม ได้ที่นี่

รำลึกความหลัง! สุดยอดนักเตะโคตรเทพ WINNING ELEVEN 3
WINNING ELEVEN 3 /  ดาเนียล อโมคาชี่ / 

หากจะย้อนอดีตไปเมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว สมัยที่ยังไม่มี Internet เป็นยุคที่เครื่องเล่นเกมส์ซุปเปอร์กำลังจะหมดไป และเป็นรอยต่อเริ่มต้นยุคใหม่ของเครื่อง Play Station 1 และเกมส์ที่ฮิตที่สุดก็คงจะไม่พ้น WINNING ELEVEN 3 อย่างแน่นอน หรืออีกนัยหนึ่งมันคือเกมส์ระดับตำนานที่ใครเล่นไม่เป็นในสมัยนั้น แสดงว่าเพื่อนไม่คบ วันนี้ถือเป็นฤกษ์งามยามดี ติช เต ฉ่อ จะพาเพื่อนๆรำลึกความหลังตามหานักเตะในตำนานของ WINNING ELEVEN 3 มาให้ดูกัน ส่วนเพื่อนที่เห็นว่าขาดนักเตะคนไหนไปก็คอมเม้นท์เพิ่มกันเข้ามาได้เลยนะครับ 1 . Daniel Amokachi Nigeria / ดาเนียล อาโมคาชี่ (กองหน้า) เทพ !!! คำนี้อาจไม่ได้มาจากแรคนาล็อค จริงๆแล้วน่าจะเริ่มจากเขาคนนี้ สุดยอดกองหน้าในตำนาน หมายเลข1 ของ WINNING ELEVEN 3 มีคนบรรยายสรรพคุณของ อาโมคาชี่ ไว้ดังนี้ "ตัวแข็งเป็นหิน วิ่งเป็นม้า เตะลูกบอลทีเหมือนเตะกระป๋อง กดครึ่งหลอด ลูกพุ่งเป็นจรวดเลยแสรด" speed 9 shot 9 เล่นไปเล่นมาอาจมีต่อยกับเพื่อนได้ (โคตรโกง) กดวิ่งที่หายไปเลย ยิงทีเหมือนเตะบอลพลาสติกลูกพุ่งหายไปเลย 2. Nwanko Kanu Nigeria / เอ็นวานโก้ คานู (กองหน้า) อาโมคาชี่ เปิด คานูโหม่ง สูตรโกงระดับเทพของ WINNING ELEVEN 3 สำหรับคนที่ใช้ทีมขี่โกงอย่าง "Super Eagle" Nigeria บอกเลยว่าสูตรนี้ไร้ผู้ท้าชิง ทำติดเป็นเข้า ใครโดน 3 ลูกติดมีปาจอยทิ้ง (ผมนี่เคยโดนเพื่อนงอนปาจอยทิ้งเลิกเล่นไปเลย) แต่อย่าให้เขายิง เพราะนอกจากโหม่งแล้ว คานูนั้นจะทำอะไรไม่เป็นเลย ไม่เลี้ยง ไม่ยิง ยืนรอโหม่งอย่างเดียว นั้นคือ คานู 3. Gabriel Omar Batistuta ARGENTINA / กาเบรียล โอมาน บาติสตูต้า สุดยอดกองหน้าในตำนานอีกคนหนึ่งฉายาของเขาในเกมส์คือ "ยิงเป็นเข้า" เป็นกองหน้าที่คมที่สุดในเกมส์ก็ว่าได้ ได้ยิงในกอบเขตโทษ กดครึ่งหลอด หันหน้าให้ตรงผู้รักษาประตูเข้าแน่นอน 100% และลูกโหม่งก็ไม่เป็นรองใครเหมือนกันเวลายิงเข้าจะมันมาก เกมส์มันจะร้องว่า บาติสตูตตตตตตตตตตตต้าาาาาาาาาาาา สะใจโคตรๆ บอกเลย 4. Claudio Lopez ARGENTINA / เคลาดิโอ โลเปซ (กองหน้า) ขาดไม่ได้เช่นกันสำหรับคู่หูของบาตี้ เพราะบาตี้นั้นมีหน้าที่ยิงอย่างเดียวส่วน โลเปซ นั้นเป็นนักเตะที่มีความสมดุลสูงมากในเกมส์ ค่าพลัง 8 แทบจะทุกอย่างจะขาดเขาไม่ได้เช่นกันไม่งั้น บาตี้ก็ไปไม่เป็นเหมือนกัน 5. Luiz Nazario Ronaldo BRAZIL / โรนัลโด้ (กองหน้า) The Phenomenon ความจริงแล้ว โรนัลโด้ นี้ก็โกงยิ่งกว่า อาโมคาชี่ ซะอีกพลังเยอะที่สุดในเกมส์ แค่นี้ก็ไม่ต้องบรรยายมากแล้ว แต่เวลาเล่นจริงๆแล้วเวลา โรนัลโด้ กลับดูช้ากว่า อาโมคาชี่ แต่โดยรวมแล้วแมร่งเก่งเว่อร์ 6.Roberto Carlos BRAZIL / โรแบร์โต้ คาร์ลอส (กองหลัง) คู่ขากองหน้าของพี่ โรนัลโด้ ใครที่เล่น BRAZIL แล้วไม่เอา โรแบร์โต้ คาร์ลอส มาเล่นหน้ากับ โรนัลโด้ แสดงว่าเล่นไม่เป็น Speed 9 Kick 9 วิ่งเร็วพอๆกับ อาโมคาชี่ ยิงแรงพอๆกับบาตี้ -*- แมร่งโกงสราดดด บราซิล กลายเป็นทีมที่โกงสุดในเกมส์แล้ว มี Speed 9 อยู่หน้า 2 ตัว วันทูก็หายละครับ ไม่ต้องวิ่งตาม แต่ถ้าเอามาเล่นกับไนจีเรียจะมันมากๆ มรึงวันทู กรูเปิดโหม่งมาเลยไอ้แสดๆๆๆ 55555 7. Patrick Mboma Cameroon / แพทริค เอ็มโบม่า (กองหน้า) เขาคือ อาโมคาชี่ ที่สปีด 8 แค่นั้นจริงๆ นอกนั้นเทพทุกอย่างถอดแบบกันมาหมด ค่าตัวก็ถูกมาก เหมาะสำหรับคนที่เล่นแบบซื้อตัวมาทำทีม เสียดายตรงเขาเก่งอยู่คนเดียวในทีม (ภาคนี้ตัวอื่นๆเช่น Simo และ Eto'o ยังไม่เก่งจะมาเก่งตอนภาค 4) 8.Alen Boksic CROATIA / อเลน บ็อกซิค (กองหน้า) ไอ้รถถัง ไม่ใช่กัตจังนะ แต่เป็นฉายาของเขา กองหน้าที่ทรงพลังที่สุดในวินนิ่ง 3 ครบเครื่องทุกอย่าง ทั้งเลี้ยง ยิง โหม่ง เหมาะมากกับสูตรกองหน้า 3 ตัว แล้วให้ บ็อกซิค เล่นตรงกลาง ตามนี้เลย 4-3-3 คู่กับ Davor Suker และ Robert Jarni โคตรเวิร์ค 9. Robert Jarni Croatia / โรเบิร์ต ยาร์นี่ (กองหลัง) โรแบร์โต้ คาร์ลอส 2 แน่นอน คนที่เล่นแบบโกงจะเอา จาร์นี่ มาเล่นเป็นกองหน้าเหมือน คาลอส เพราะเขา speed 9 วิ่นนิ่ง 3 ใครวิ่งเร็วได้เปรียบทีมโครเอเชียนี่กองหน้าดีๆ เยอะมากต้องเล่นหน้า 3 จะดี Suker Boksic Jarni 10. Zinedine Zidane FRANCE / ซีเนอดีน ซีดาน (กองกลาง) พวกบ้าเลี้ยงไม่มีใครไม่รู้จักเขาหัวไข่ดาวจัดเป็น ตัวที่เลี้ยงบอลได้ดีที่สุดในเกมส์ เขามีค่าพลังเลี้ยงบอล 9 และจ่ายบอล 9 เหมาะสำหรับคนที่บ้าเลี้ยงและไม่นิยมการโกงแบบวิ่งเร็วๆหาย ต้องชอบเล่น FRANCE เพราะพ่อเลี้ยงเยอะมากทีมนี้ และยังมีปิแรส และ จอร์เกฟ ช่วยกันเลี้ยงอีกด้วย เลี้ยงกันให้มันไปเลย (Winning Eleven 3 : The World All Star VS The European All Star) เอาละครับ ติช เต ฉ่อ ขอแนะนำไว้แค่นี้แล้วกันส่วนเพื่อนๆที่เคยมีประสบการณ์ร่วมในเกม WINNING ELEVEN 3 เข้ามาเพิ่มข้อมูลกันได้เลยนะครับ ติช เต ฉ่อ รอชมทีมเทพของเพื่อนๆอยู่ "วินนิ่งมั๊ยสาาาดดดด" เครดิต : พันทิปดอดคอม

กปปส. เสนอ กมธ.ยกร่างฯ เลิกส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ - สว.สรรหา
กปปส. /  กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ / 

กปปส. เข้าพบ กมธ.ยกร่างฯ เสนอให้ยกเลิกส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ - สว.สรรหา เน้นให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ หวังให้ประชาชนมีส่วนร่วม ตัดสิทธินักการเมืองตลอดชีวิตหากพบผิดทุจริต-คอรัปชั่น ในรัฐธรรมนูญใหม่ วันนี้ (25 พ.ย. 57) พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้ออกมาเปิดเผยถึงผลการหารือระหว่างกลุ่มกปปส. และกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ หลังส่งตัวแทนอาทิ นายถาวร เสนเนียม นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นายสุริยะใส กตะศิลา นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ และร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ เข้าเสนอความเห็นเกี่ยวกับการยกร่างรัฐธรรมนูญ ว่า กลุ่ม กปปส. ได้มีข้อเสนอแนะหลักสำคัญต่อการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ คือ ต้องมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยทรงมีพระมหากษัตริย์เป็นพระประมุข มีการถ่วงดุลอำนาจทั้ง 3 ฝ่าย รวมถึงองค์กรอิสระอย่างชัดเจน อีกทั้งต้องขจัดการผูกขาดอำนาจและต้องกระจายอำนาจไปสู่ประชาชน ฅ พร้อมกันนี้ยังได้เสนอให้มีการยกเลิก ส.ส.แบบปาร์ตี้ลิสต์ และส.ว.ที่มาจากการสรรหาออกด้วย ให้เหลือเพียง ส.ส. - ส.ว. ที่มาจากการแบ่งเขตเลือกตั้งเท่านั้น รวมไปถึงลดอำนาจของกกต. โดยไม่ให้มีอำนาจแจกใบเหลือง -แดง แต่ให้เป็นอำนาจของศาลแทน ส่วนเรื่องการการป้องกันการทุจริตคอรัปชั่น ทาง กปปส. ได้เสนอให้คุดีทุจริตไม่จำกัดอายุความ และให้ ป.ป.ช.ฟ้องตรงต่อศาลได้ ถ้าคดีถึงที่สุดแล้วก็ให้ยึดทรัพย์ที่ต้องสงสัยได้ รวมถึงการเพิ่มโทษผู้กระทำการทุจริตคอร์รัปชัน เพิกถอนสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต ขณะที่การกระจายอำนาจนั้น ทาง กปปส.เสนอให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ แทนการแต่งตั้ง เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น และยังเน้นการปกครองส่วนท้องถิ่นให้มีการกระจายอำนาจโดยรัฐต้องส่งเสริมให้ชุมชนเข้มแข็งปกครองตนเองได้ และให้กำนันผู้ใหญ่บ้านมาจากการเลือกตั้ง ดำรงตำแหน่งได้สองวาระ ไม่ใช่เป็นได้ตลอดชีวิต พร้อมกันนี้ได้เสนอให้มีการปรับโครงสร้างตำรวจด้วยเพื่อแก้ปัญหาอิทธิพลภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเห็นว่าอัยการสูงสุด ไม่ควรเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ และไม่ควรไปดำรงตำแหน่งในบอร์ดรัฐวิสาหกิจ เพื่อจะให้การทำงานเป็นไปด้วยความโปร่งใส การสั่งคดีต้องเปิดโอกาสให้สาธารณชนรับทราบถึงเหตุผลทุกคดี สำหรับการปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำนั้น เสนอให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งทุน ที่ดินได้ มีกฎหมายให้ประชาชนมีโอกาสมีที่ดินทำกิน โดยเฉพาะต้องปฏิรูปการศึกษาให้ประชาชนเข้าถึงการศึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ยังเสนอเรื่องการปฏิรูปพลังงานจะต้องมีข้อกำหนดไม่ให้ธุรกิจพลังงานถูกผูกขาด โดยบริษัทใหญ่จนมุ่งแต่แสวงหากำไร แต่ต้องเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนดำเนินโครงการพลังงานหมุนเวียน หรือพลังงานชุมชนเพิ่มมากขึ้น แทนที่จะส่งเสริมให้พลังงานหมุนเวียนเป็นธุรกิจขนาดใหญ่เท่านั้น ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ "แก้ไขรัฐธรรมนูญ" ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>> MThai news

นิพิฏฐ์ โต้ ยิ่งลักษณ์ หลังอ้างรัฐประหาร ปล้นชิงรถระหว่างทาง
ข่าววันนี้ /  นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ / 

นิพิฏฐ์ โต้ ยิ่งลักษณ์ หลังเปรียบรัฐบาลถูกปล้นชิงรถระหว่างทาง ชี้เป็นสิทธิผู้โดยสารที่จะลุกมาไล่คนขับลงหากเหตุทำหวาดเสียว ไม่ทำตามกฎ-ฟังคำเตือน จากกรณีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ระบุช่วงหนึ่งโดยเปรียบเปรียบเปรย ว่า สถานการณ์เมื่อวันที่ 22 พ.ค. นั้นเหมือนกับการที่ประชาชนยื่นกุญแจรถให้เธอขับ และบอกให้เธอขับรถนำพาประเทศไทย ทว่าอยู่ดีๆ ก็มีคนเอาปืนมาจี้ที่หัวและบอกให้เธอลงจากรถไปนั้น วันนี้ (25 พ.ย. 57) นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความแสดงความเห็นถึงเรื่องดังกล่าวโดยระบุว่า *สิทธิของผู้โดยสาร -ผมไม่ชอบรถขบวนนี้หรอก แต่บังเอิญมีอยู่คันเดียวชอบหรือไม่ชอบก็ต้องไปขบวนนี้ ที่ไม่ชอบเพราะผู้โดยสารส่วนหนึ่งเอะอะโวยวาย ทำตัวเป็นนักเลงโต แถมบางคนยังเอาไวน์ขึ้นมากินบนรถอีก ข้าวปลาอาหารที่เขาแจกบนรถก็เอาไปกินหมด แถมยังทิ้งเศษข้าวเกลื่อนบนรถ เราก็เสียค่าโดยสารเหมือนกัน นอกจากไม่ให้กินอะไรแล้ว หนอยแน่!กลับมาไล่เราไปนั่งข้างหลังตรงประตูห้องน้ำเสียอีก ที่ไม่ชอบหนักเข้าไปอีกคือคนขับมือใหม่ แถมเป็นผู้หญิงซะด้วย ขับหวาดเสียว ทางข้างหน้าจะขึ้นเขาแล้ว มีป้ายบอกว่า"ระวังอันตราย เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง โปรดลดความเร็ว" แต่คนขับก็ยังขับเมามันสนุกสนาน เหมือนจะอ่านป้ายสัญญาณไม่ออก ยิ่งเจ้าคนเมาไวน์ เสียงแหบๆ เมาหลับไปหลายครั้งแล้ว ดูไกลๆเหมือนจะช็อคตาย แต่สักพักก็ตื่นขึ้นมาอีก ลุกขึ้นมา เชียร์ให้คนขับขับเร็วกว่านี้ บอกว่าไม่ต้องกลัวถูกจับ ตำรวจเป็นของเรา ผมยอมรับล่ะครับ ผู้โดยสารส่วนหนึ่งทนไม่ไหวมองหน้ากันแล้วรวบรวมความกล้าเดินมาข้างหน้า ไล่คนขับลงจากรถ จับคนเมาไปขังห้องน้ำไว้ แล้วเปลี่ยนคนขับใหม่ ตอนนี้รถกำลังลงเขา อย่าส่งเสียงดังไปนะครับ คนขับใหม่จะเสียสมาธิ อ้อ! ลืมบอกไปคนขับใหม่ก็มือใหม่เหมือนกันนะ จะบอกให้ (ปล.สงสารคนขับก็สงสารครับ แต่ทำไงได้ล่ะ นี่ได้ยินเสียงตะโกนไล่หลังมาว่า ถึงป้ายหน้าจะขึ้นมาขับใหม่อีก) ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>> MThai news

แสบจริง! โจรบุกคลินิกความงามฉกเงิน300-น้ำยาดับช่องคลอด
ขโมยน้ำตาดับช่องคลอด /  ข่าวจังหวัดขอนแก่น / 

โจรบุกคลินิกความงาม ที่ขอนแก่น ก่อนฉกเงิน300-น้ำยาดับช่องคลอด หนีลอยนวล ตำรวจเร่งล่าหลังวงจรปิดมัดภาพชัด เกิดเหตุคนร้ายรูปร่างอ้วน งัดคลินิกสูตินรีเวช กลางเมืองขอนแก่น ได้ทรัพย์สินไปหลายรายการ ประกอบด้วย เงินสดรวมกว่า 300 บาท น้ำยาทำความสะอาดช่องคลอด น้ำยากำจัดกลิ่น เครื่องสวนล้างช่องคลอดและเวขภัณฑ์ยาที่เกี่ยวข้องกับสูติ-นรีเวช อีกหลายรายการ รวมทั้งโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง ซึ่งภาพจากกล้องวงจรปิดเห็นใบหน้าอย่างชัดเจน ภาพจากกล้องวงจรปิด ปรากฎคนร้ายเป็นชายรูปร่างอ้วน อายุประมาณ 30 - 35 ปี สูงประมาณ 165 เซนติเมตร ผมสั้น สวมเสื้อแจ๊คเกตแขนยาวกางเกงขายาว เข้าไปรื้อค้นตามลิ้นชักหลังเคาท์เตอร์ ลงมือก่อเหตุเพียงลำพังคนเดียว โดยใช้แชลงงัดเข้ามาจากประตูด้านหลังของตัวอาคารซึ่งติดกับถนน พ.ต.อ.ออมสิน ตรารุ่งเรือง รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น กล่าวว่า ล่าสุดเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานได้ทำการเก็บลายนิ้วมือและหลักฐานติดตามจับกุมคนร้ายแล้ว เนื่องจากกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพของคนร้ายโดยเฉพาะรูปพรรณสันฐานและใบหน้าได้อย่างชัดเจน ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ "โจรปล้น" ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>> MThai news

ไม่ไหวแล้ว!! คาร่า จวกบีร็อด ตาถั่วจับเจิดไปยืนกลางรับเฉย
มาสเคราโน่ /  ลิเวอร์พูล / 

เจมี่ คาร์ราเกอร์ อดีตเซ็นเตอร์ฮาร์ฟระดับตำนานของ ลิเวอร์พูล ออกโรงจวกการทำงานของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ที่ตัดสินใจใช้ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ห้องเครื่องกัปตันทีมไปเล่นตำแหน่งกลางรับ ซึ่งนอกจากมันจะไม่ได้ประโยชน์ ยังไปเพิ่มภาระให้กับแผงแบ็คโฟร์ที่รอโดนเล่นงานจากลูกยิงไกลให้กับบรรดามิดฟิลด์เท้าหนักอีกด้วย อดีตแนวรับดีกรีทีมชาติ อังกฤษ ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ว่า "เขาไม่สามารถสร้างสรรค์เกมให้บรรดาแนวรุกได้เลย สตีวี่ ไม่ใช่คนที่เล่นเกมรับได้เยี่ยมอะไรขนาดนั้น" "เขาไม่ใช่ มาสเคราโน่ เท่าที่ผมเห็น สตีวี่ แทบไม่ได้เติมเกมบุกเลย จริงๆมันน่าจะมีใครที่เกิดมาเพื่อเป็นตัวรับจริงๆไปยืนหน้าแผงแบ็คโฟร์ เพื่อให้ทีมเก็บคลีนชีทได้มากกว่าที่เป็นอยู่" ลูกหม้อ หงส์แดง ทิ้งท้าย

10 ปีศาจในตำนานชาวไอริช โหดไม่แพ้ของกรีกเลยอ่ะ
10 อันดับ /  ตำนาน / 

บ่อยครั้งที่ทีนเอ็มไทยนำเสนอให้เพื่อนๆ รู้จักกับ ปีศาจหรือสัตว์ในตำนานกรีก, ญี่ปุ่น, จีน ซึ่งเราก็พอจะรู้จักกันมาเยอะพอสมควรแล้ว เช่นองค์เทพ, เมดูซ่า, มังกร เป็นต้น แต่วันนี้เราจะมาพูดถึง ปีศาจในตำนานของชาวไอริชหรือชาวเซลติค ที่เขาพูดถึงสืบต่อกันมาดูบ้าง ขอบอกเลยว่ารูปร่างหน้าตาแปลกสุดๆ แถมร้ายกาจไม่แพ้ของชาติอื่นๆ เลย ^^ 10 ปีศาจในตำนานชาวไอริช โหดไม่แพ้ของกรีกเลยอ่ะ 10 ปีศาจในตำนานชาวไอริช โหดไม่แพ้ของกรีกเลยอ่ะ อันดับที่ 10 : Questing Beast  สัตว์ปีศาจตัวนี้มีชื่อว่า Questing Beast ซึ่งมีลักษณะเหมือนงู แต่ตามจริงแล้ว มันก็ไม่เชิงงูซะทีเดียว เพราะตัวมันมีสัตว์หลายชนิดประกอบรวมร่างกัน คือ มีหัวเป็นงู ตัวเป็นเสือดาว ตูดเป็นสิงโต กีบเท้าเป็นกวาง แถมเสียงร้องของมันดังพอๆกับหมา 30 ตัวเห่า! OMG แต่ปีศาจตัวนี้ค่อนข้างซวยกว่าปีศาจตัวอื่น เพราะว่ามันถูกอัศวินตามล่าตลอดหลังจากได้ยินข่าวเกี่ยวกับมันแพร่สะพัดออกไป นอกจากนี้ เจ้าตัว Questing Beast ไม่ได้มีอยู่แค่ในตำนานเซลติคเท่านั้น แต่ยังไปโผล่ในเรื่องราวของกษัตริย์อาเธอร์อีกด้วย  อันดับที่ 9 : Leanan Sidhe เธอคือ แวมไพร์ไฮโซ Leanan Sidhe เป็นทั้งเทพทางด้านบทกวีและปีศาจในตัวเดียวกัน อีกทั้งยังถูกจัดเป็น 1 ในแวมไพร์อีกตัวหนึ่งในตำนานของเซลติคอีกด้วย ซึ่งตามตำนานของนางนั้น เป็นหญิงที่มีความสวยงาม และจะมองหาคนรัก(เหยื่อนั่นแหละ) ที่เป็นนักดนตรีหรือนักกวีโดยเฉพาะ! โดยในช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันนั้น เธอก็จะแชร์ความรู้ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น บทเพลง กวี หรือเวทมนต์ ซึ่งนั่นก็จะทำให้คนรักของเธอค่อยๆ รักหลงจนโงหัวไม่ขึ้น และเมื่อถึงเวลา Leanan Sidhe ก็จะจากคนรักไป ปล่อยให้คนรักค่อยๆ ทรมาน หมดกำลังใจ สิ้นหวังไปเรื่อยๆ จนตรอมใจตาย นางใจร้ายจัง >,< หลังจากนั้น เธอจะปรากฏตัวอีกครั้งก่อนจะนำร่างที่ไร้วิญญาณของคนรักไปยังที่ซ่อน แต่แทนที่เธอจะดูดเลือดจากเหยื่อแบบแวมไพร์ทั่วไป เธอกลับเอาเลือดของคนรักที่ตายนั้น เทลงใส่ในหม้อสีแดงขนาดใหญ่แล้วค่อยตักมาดื่ม (จะดื่มเลือดทั้งทียุ่งยากจัง) ซึ่งหม้อนี่เป็นแหล่งพลังงานหลักที่ทำให้เธอสวยเป๊ะ! และมีความสามารถทางด้านบทกวีตลอดเวลา ส่วนวิธีป้องกันนั้น ก่อนอื่นก็ต้องหาที่ซ่อนของ Leanan Sidhe ให้ได้ก่อน จากนั้นให้นำแผ่นหินมาปิดทางเข้าไว้ (แค่นี้กันนางได้แล้วหรอ?) อันดับที่ 8 : Caorthannachปีศาจเลื้อยคลานพ่นไฟแห่งเซลติค เรื่องราวของ Caorthannach เริ่มขึ้นในยุคสมัยของนักบุญแพทริก(St. Patrick) ซึ่งขณะนั้นเขาได้ขึ้นไปที่ยอดเขา Croagh Patrick เพื่อสวดขับไล่งูและปีศาจออกจากเกาะไอร์แลนด์ให้จมลงไปยังใต้ทะเล แต่ว่ามีปีศาจอยู่ตัวหนึ่งชื่อว่า Caorthannach ซึ่งมีลักษณะเหมือนงูขนาดใหญ่สามารถพ่นไฟได้ กำลังเลื้อยหนีลงไปจากภูเขา นักบุญแพทริกก็ดันไปเห็นพอดี พร้อมกับไล่ตาม Caorthannach ไปด้วยม้าที่เร็วที่สุดบนเกาะไอร์แลนด์ ซึ่งการไล่ล่านี้กินเวลานานพอสมควร Caorthannach รู้ว่า นักบุญแพทริกจะต้องกระหายน้ำแน่ๆ จึงได้ทำการพ่นไฟและคายพิษลงในทุกๆบ่อน้ำที่เลื้อยผ่าน แต่ทางนักบุญแพทริกก็เหมือนจะรู้ทัน เลยไม่ยอมดื่มน้ำซักหยด พร้อมกับสวดมนต์อ้อนวอนขอคำแนะนำจากพระเจ้า และแล้วการไล่ล่าก็มาถึงตอนจบ นักบุญแพทริกได้มาดักรอ Caorthannach ที่เนินหิน Hawks Rock และเมื่อ Caorthannach มาถึง นักบุญแพทริกก็ออกจากที่ซ่อนพร้อมกับสวดขับไล่เพียงคำพูดเดียว Caorthannach ก็หนีจากเกาะไอร์แลนด์ก่อนจะจมน้ำตายลงในทะเล อันดับที่ 7 : Kelpie ม้าน้ำปีศาจ  เคลพีเป็นปีศาจจำพวกพรายน้ำในนิทานพื้นบ้านของสกอตแลนด์ มีลักษณะเป็นม้าสีขาวหรือกึ่งคนกึ่งม้า มีลักษณะคล้ายคลึงกับเซนทอร์, ลิมนาเดส และสคิลลา ในเทพปกรณัมกรีก และม้าบ้อง สิงสถิตย์อยู่ยังแม่น้ำ, ทะเลสาบหรือ หนองน้ำ แหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ เคลพี ยังมีชื่อเรียกอื่น ๆ ตามท้องถิ่นต่าง ๆ เช่น นักเกิล (Nuggle) ชูพิลที (Shoopiltee) โยเกิล (Njogel) แทงกี (Tangi) ในตำนานสแกนดิเนเวียเรียกว่า Bäckahästen (แปลว่า ม้าลำธาร) ในนอร์เวย์เรียก nøkken (หมายถึง พรายน้ำ) ลักษณะผิวจะเรียบแต่เย็นเหมือนผิวคนตายหากได้สัมผัส เคลพี จะล่อลวงคนที่หยุดพักที่ริมน้ำที่มันอาศัยอยู่ ขณะที่หยุดพักดื่มน้ำ มันจะปรากฏตัวเป็นม้าสีขาวที่สงบเสงี่ยม แต่เมื่อขึ้นขี่หลังมัน มันจะพาดำดิ่งสู่ก้นน้ำทันที จนบุคคลนั้นจมน้ำตาย ซึ่งเคลพีจะกินซากศพจนเหลือเพียงหัวใจหรือตับไว้ บางครั้ง นอกจาก Kelpie จะแปลงเป็นม้าแล้ว มันยังสามารถแปลงเป็นหนุ่มหล่อหรือหญิงสาวแสนสวยเพื่อล่อเหยื่อให้มาติดกับได้ด้วย! มีเรื่องของเคลพีที่แปลงร่างเป็นมนุษย์เพื่อแต่งงานกับหญิงสาว ก็มี ส่วนวิธีดูว่าเป็น Kelpie แปลงมาหรือไม่ ให้ดูที่หัว หากบนหัวมีสาหร่ายปกคลุมอยู่ นั่นก็หมายความว่าเป็น Kelpie แน่นอน แต่วิธีนี้ ใช้ดูได้เฉพาะเวลาที่ Kelpie แปลงเป็นผู้ชายเท่านั้น ส่วนถ้าแปลงเป็นผู้หญิง ก็วัดตามความซวยแล้วกันนะคะ >,< มีนิทานของชาวสก๊อต กล่าวถึงเรื่องของเจ้าปีศาจม้าน้ำนี้เหมือนกัน เรื่องมีอยู่ว่า มีเด็ก 9 คนถูก Kelpie ล่อให้ขี่ไปบนหลัง (ขี่กันยังไงฟระตั้ง 9 คน) เหลือเด็กคนที่ 10 เท่านั้นที่กำลังวิ่งหนี ขณะที่เจ้าม้าน้ำกำลังวิ่งไล่กวด เด็กคนที่ 10 ก็ใช้หมัดต่อยสวนไปที่จมูก แต่ดันลืมไปว่าผิวม้าน้ำปีศาจนั้นเหนียวอย่างกับกาวตราช้างทำให้ดึงมือออกไม่ได้ เด็กคนนี้เลยตัดสินใจควักมีดออกมาตัดมือของตัวเองที่ติดอยู่กับม้าน้ำปีศาจ และหนีออกมาได้ ส่วนเด็ก 9 คนที่เหลือก็ถูกพาลงไปใต้น้ำพร้อมกับ Kelpie อันดับที่ 6 :  Carman ราชินีจอมเวทย์มนต์ดำ Carman เป็นเทพนักรบหญิงของเซลติคและเป็นคนที่ใช้เวทมนต์ดำในการเข้ารุกรานแผ่นดินไอร์แลนด์ในยุคของมนุษย์ พร้อมกับลูกๆทั้ง 3 คน ได้แก่ "Dub (ความมืด)", "Dother (ปีศาจ)" และ "Dian (ความรุนแรง)" Carman ได้ใช้เวทมนต์ดำของเธอทำลายพืชไร่ต่างๆ รวมถึงสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่ขวางทางเธอและลูกๆ แต่แล้วก็มีผู้กล้าทั้ง 4 ได้ต่อกรกับ Carman และลูกๆทั้ง 3 ซึ่งมี Crichinbel, Lugh, B Chuille และ Aoi การต่อสู้ครั้งนี้ ลูกๆทั้ง 3 ถูกขับไล่ออกไปจากเกาะไอร์แลนด์ ส่วน Carman ถูกจับขังคุกก่อนจะตายภายในคุกนั่น ศพของ Carman ว่ากันว่า ถูกฝังไว้ที่เมือง Wexford ในกลุ่มของต้นไม้โอ๊ค ซึ่งขุดโดยกษัตริย์ Eochaid Bres และหลังจากฝั่งศพแล้ว ก็มีการเรียกชื่อหลุมศพนี้ว่า Carman ตามชื่อของเธอและต่อมาก็ได้มีการจัดเทศกาล Carman ในวันที่ 1 สิงหาคมของทุกปี อันดับที่ 5 : Sluagh วิญญาณคนบาปจากตะวันตก Sluagh เป็นดวงวิญญาณของคนที่ตายแล้วไม่ได้ไปสู่สุคติ ซึ่งดวงวิญญาณเหล่านี้ครั้งนึงในอดีตเคยทำบาปมหันต์เอาไว้ หรือเป็นดวงวิญญาณที่สุดเกินจะบรรยาย ถึงขนาดสวรรค์ไม่กล้าเปิดรับและนรกยังต้องถีบส่งขึ้นมา โดย Sluagh นี้จะบินรวมกลุ่มกันมาเหมือนฝูงนกมาจากทิศตะวันตก(ทิศคนตาย) และจะไม่ลงมาเหยียบบนพื้นเลย อีกทั้งยังส่งเสียงกรีดร้องเป็นระยะ โดยมีเป้าหมายก็คือ บ้านที่มีคนตาย ซึ่งเจ้า Sluagh จะพยายามเข้าไปในบ้านเพื่อเอาดวงวิญญาณไปอยู่ด้วย นั่นก็หมายความว่า ดวงวิญญาณนั้นจะไม่ได้ไปผุดไปเกิด บางบ้านก็จะปิดหน้าต่างทางทิศตะวันตกเอาไว้ เพื่อกันไม่ให้ Sluagh เข้ามา บ้างก็บอกว่า Sluagh ยังสามารถลักพาตัวคนบริสุทธิ์ดวงซวยได้ ก่อนจะนำวิญญาณคนที่จับมาได้ไปอยู่ด้วยกันตลอดกาล อันดับที่ 4 : Balor ราชาแห่งเหล่าปีศาจ Balor ในตำนานของเซลติคนั้น กล่าวไว้ว่า เป็นราชาของเหล่า Fomorian ซึ่งเป็นสายพันธุ์ยักษ์ (Fomorian ในภาษาไอริชจะมีความหมายตรงกับคำว่า demigod ซึ่งหมายถึง พวกกึ่งหรือมีพลังเกือบเทียบเท่าพระเจ้า) มีเมียชื่อว่า "Cethlenn" อาศัยอยู่บนเกาะ Tory (Tory island) มีดวงตาที่ด้านหน้า 1 ดวง และด้านหลังอีก 1 ดวง ทำให้สามารถมองได้เกือบรอบทิศและไม่มีใครสามารถลอบทำร้ายเค้าจากด้านหลังได้เลย อีกทั้งยังปล่อยแสงได้ด้วย ตามคำทำนายนั้นกล่าวไว้ว่า Balor จะถูกหลานชายตัวเองฆ่าตาย และเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงความซวยที่จะเกิดกับตัวเอง Balor ก็ได้เตรียมแผนการณ์เอาไว้ Balor ได้ทำการขัง "Ethlinn" ลูกสาวแท้ๆ ของตัวเองไว้ในหอคอยคริสตัลเพื่อกันไม่ให้ใครไปซั่มนางท้อง >,< แต่ยังไงก็ตาม ความกำหนัดก็ยังมีอยู่บนทั่วโลกโดยเฉพาะมนุษย์ เมื่อชายนามว่า "Cian" ได้ทำการลอบเข้าไปช่วยลูกสาวนาง Ethlinn ที่ถูกขังอยู่โดยมี "Birog"คอยให้ความช่วยเหลือ หลังจากซั่มกันแล้ว Ethlinn ก็ได้คลอดเด็กออกมา 3 คน แต่ Balor รู้เรื่องนี้เข้าก็เลยจับเด็กทั้ง 3 โยนในมหาสมุทร โชคยังดี มีเพียงหนึ่งคนเท่านั้นที่ Birog สามารถช่วยชีวิตไว้ได้ ก่อนจะนำไปให้ "Manannan mac Lir" ซึ่งเป็นมนุษย์รับเลี้ยงไว้ และได้ตั้งชื่อให้เด็กคนนี้ว่า "Lugh Lamhfada" หลังจาก Lugh โตขึ้นแล้ว ก็ได้นำมนุษย์เข้าต่อสู้กับเหล่า Fomorian ซึ่งมี Balor เป็นคนนำทัพในสงคราม Mag Tuired ครั้งที่ 2 และผลก็เป็นตามคำทำนายเอาไว้ Lugh ได้ใช้หนังสติ๊กยิงก้อนหินเข้าเบ้าตาข้างหน้าของ Balor ทะลุออกไปยังด้านหลัง ทำให้ Balor เสียชีวิตทันที (บางตำนานกล่าวไว้ว่า Lugh ใช้หอกแทงไปที่เข้าตา หรือ Lugh ตัดหัวของ Balor แล้วใช้ดวงตาที่ปล่อยแสงได้ใส่ไปยังพวก Fomorian) ในตำนานหนึ่งบอกไว้ว่า หลังจากที่ Balor ถูกฆ่าตายแล้ว ดวงตายังไม่ปิดสนิท ทำให้ปล่อยลำแสงลงพื้นไปเรื่อยๆ และด้วยอนุภาพของมัน ทำให้เกิดเป็นพื้นที่กว้างก่อนจะมีน้ำเข้ามาจนกลายเป็นทะเลสาปที่มีชื่อว่า "Loch na Sul" หรือ "ทะเลสาปแห่งดวงตา" ซึ่งอยู่ในประเทศ Sligo บนเกาะไอร์แลนด์ ส่วนพวก Fomorian ที่เหลือรอดจากสงครามก็ได้กลายเป็นปีศาจอาศัยอยู่ในทะเลพร้อมกับรอดักจับมนุษย์ที่หลงเข้ามาในบริเวณทะเลนั้นๆ อันดับที่ 3 : Banshee Banshee เป็นปีศาจอีกตัวหนึ่งที่น่ากลัวไม่แพ้ตัวอื่นในตำนานของชาวไอริช โดย Banshee นี้มีชื่ออื่นๆอีกมากมาย เช่น Banshee, Banshi, Benshee, เทพธิดา(a female fairy), สตรีแห่งความสงบ(Woman of Peace), สตรีแห่งความตาย(Lady of Death), ยมฑูต(the Angel of Death), สตรีชุดขาวแห่งความโศกเศร้า(the White Lady of Sorrow), ภูติแห่งอากาศ(the Nymph of the Air) หรือ วิญญาณแห่งอากาศ(the Spirit of the Air) Banshee ในความเชื่อของชาวไอริชเชื่อว่า เธอจะปรากฏกายในชุดสีเทาหรือไม่ก็สีขาว ผมยาวสีเทามีหวีสีเงินติดอยู่ โดยในตำนาน Banshee จะติดตามอยู่กับครอบครัวตระกูลเก่าแก่ของชาวไอริช ซึ่งจะรู้โดยจากการสังเกตที่นามสกุลของพวกเค้า หากหน้านามสกุลมีตัวโอ(O) หรือคำว่าแมค(Mac) แต่ Banshee จะตามคนในครอบครัวนี้แค่เฉพาะแผ่นดินไอร์แลนด์เท่านั้น หากคนออกไปนอกพื้นที่ไปยังประเทศอื่นก็จะไม่ตาม เพราะ Banshee รักแผ่นดินเกิดมาก นอกจากนี้ Banshee ยังสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท 1. Banshee ประเภทดี Banshee ประเภทนี้มีชื่อเรียกว่า Caspernia จะทำหน้าที่เฝ้าดูคนในครอบครัวอย่างใกล้ชิดและเป็นห่วง จนกระทั่งเมื่อคนๆหนึ่งในครอบครัวกำลังจะถึงวาระสุดท้าย เธอก็จะปรากฏในรูปลักษณ์ผู้หญิงวัยสาว ใบหน้าซีด ผมยาวสีทองหรือสีดำ พร้อมกับเสื้อผ้าสีขาว ก่อนจะร้องเพลงที่มีเนื้อหาโศกเศร้าเสียใจและแสดงถึงความรักต่อคนในครอบครัวที่กำลังจะเสียชีวิต 2. Banshee ประเภทร้าย Banshee อาฆาตนี้ ครั้งหนึ่งเคยเป็นคนธรรมดา แต่ว่าในช่วงระหว่างที่ยังมีชีวิต กลับเจอเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้ต้องเกลียดคนในครอบครัว และเมื่อหลังจากตายไป เธอก็กลายเป็น Banshee ก่อนจะมาเกาะติดกับครอบครัวที่มีความแค้น และเมื่อถึงวาระของคนในครอบครัวนั้นตาย Banshee ก็จะปรากฏตัวพร้อมใบหน้าที่บิดเบี้ยวและน่าเกลียดพร้อมกับส่งเสียงกรีดร้องอย่างสะใจเป็นเวลา 3 ครั้งที่ได้เห็นคนในครอบครัวนั้นตาย ปล. บางครั้งก็บอกว่า Banshee จับมือแท็กทีมกับ Dullahan เดินทางไปด้วยกันยามค่ำคืน โดย Banshee จะนั่งอยู่ในรถม้า ส่วน Dullahan ก็เป็นคนขับรถม้า อันดับที่ 2 : Dullahan ผีไร้หัว Dullahan ในตำนานของชาวไอริชกล่าวไว้ว่า เป็นชาย(หรือหญิงก็ได้) ในชุดสีดำ ไม่มีหัว ใช้มือซ้ายบังคับม้าเทียมโดยมีม้า 6 หรือ 8 ตัวไม่มีหัวคอยลากรถม้าที่ทำจากกระดูกคนตาย ส่วนหัวนั้นถูกมือข้างขวาคอยหิ้วเอาไว้ หรืออีกลักษณะนึงก็คือ เป็นร่างไร้หัวขี่ม้าสีดำตัวใหญ่ เช่นเดียวกันมือซ้ายจับบังเหียน ส่วนมือขวาก็หิ้วหัวตัวเอง ว่ากันว่า Dullahan นั้นเป็นเหมือนลางบอกเหตุของความตาย ซึ่งถ้า Dullahan ไปที่บ้านใครแล้ว บ้านนั้นจะต้องมีคนตาย แต่คนตายในที่นี้หมายถึง หมดอายุขัยจริงๆ ไม่ได้ไปฆ่าคนแต่อย่างใด ส่วนการเดินทางไปรับวิญญาณนั้น เค้าก็จะควบม้าภายในความมืด โดยมีหัวที่ส่องแสงสีเขียวเป็นเหมือนกับตะเกียงยามค่ำคืน ดวงตาก็กลอกกลับไปมา ราวกับมองหาทุกสิ่งที่อยู่ละแวกนั้น ลักษณะพิเศษของหัวยังไม่หมดแค่นี้! ดวงตาของ Dullahan นั้นสามารถมองข้ามไปยังอีกเขตของประเทศ ต่อให้เหยื่อหนีไปยังไงก็ตามหาเจออยู่ดี(มองการณ์ไกลจริงๆ) หรือถ้าบ้านไหนปกปิดว่าไม่มีคนที่ Dullahan ตามไปเก็บวิญญาณอยู่ Dullahan ก็สามารถรู้ได้โดยมองทะลุจิตใจของคนๆนั้นที่ปกปิดอยู่ได้ (หลอนเกิ๊นน) ส่วนอาวุธของ Dullahan นั้น เป็นแส้ที่ทำมาจากกระดูกสันหลังของคน >,< หากใครที่คิดแอบดู Dullahan ระหว่างทำภารกิจ ก็จะถูกแส้ฟาดเข้าที่ดวงตาทำให้ตาบอดไปข้างกันเลยทีเดียว หลายคนอาจสงสัยว่า เฮ้ย! แล้วเอ็งไม่คิดจะส่งเสียงหรือกรีดร้องแบบผีตัวอื่นรึไง Dullahan ไม่ได้ใบ้รับประทาน เขาพูดได้แต่จะพูดแค่ชื่อของคนตายกับบ้านของคนตายที่กำลังจะไปเท่านั้น อันดับที่ 1 : Dearg Due แวมไพร์สาวอาภัพรัก  Dearg Due แปลในความเข้าใจของชาวบ้านก็คือ "แวมไพร์ หรือ ผีดูดเลือด (red blood sucker)" ซึ่งเรื่องราวของ Dearg Due นี้มีที่มาจาก หญิงสาวชาวไอริชนามว่า "Orga" ตำนานกล่าวไว้ว่า Orga เป็นหญิงสาวที่มีความงดงามมาก ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ดวงตาเป็นประกาย ริมฝีปากสีแดง พร้อมกับผมสีทองที่ปลิวไสวยามต้องสายลม แน่นอนว่า เมื่อ Orga สวยแล้ว ย่อมมีชายหื่นจำนวนไม่น้อยที่หวังอยากได้เธอมาเป็นแฟน แต่ Orga นั้นไม่สนใจใครเลยจนไปตกหลุมรักชื่อ Grian เป็นคนยากจน คีบแตะช้างดาวไปไหนมาไหน ไม่มีอะไรเป็นพิเศษเลย แต่ด้วยความรักของบริสุทธิ์ของเค้าแล้ว ทำให้ Orga มองข้ามเรื่องฐานะไปเลย แต่ความรักของทั้งคู่ก็ต้องสะบั้นลง เมื่อพ่อของ Orga ไม่ให้เธอแต่งงานกับไอ้หนุ่มคนที่เธอรัก แต่จะยกให้เศรษฐีผู้มั่งคั่งเพื่อแลกกับที่ดินและทรัพย์สินจำนวนมากแทน และหลังจากผ่านการแต่งงานอันน่าขมขื่นไป Orga สาวน้อยผู้น่ารักก็ดวงตกทันที จากวันปกติที่เธอใช้เวลามีความสุขกับการตกปลาหรือวิ่งเล่นบนทุ่งหญ้า ก็กลายเป็นว่าเธอถูกสามีใหม่ผู้โหดร้ายกักขังเอาไว้อย่างโดดเดี่ยว แถมยังถูกซ้อมตบตีสารพัด Orga รู้สึกสิ้นหวังกับชีวิตภายในห้องขังมืดๆ กินอะไรก็ไม่ได้ นอนก็ไม่เคยจะหลับเต็มตื่น ไม่นานนักเธอก็ตัดสินใจฆ่าตัวตายโดยการดื่มยาพิษ (แต่บางแหล่งก็บอกว่า เธอตรอมใจตาย) ศพของเธอถูกฝังอย่างเรียบง่าย ไม่มีพิธีใหญ่โตอะไร และไม่มีใครเสียน้ำตาให้เธอเลย สามีจอมโฉดก็มีเมียใหม่ ส่วนพ่อสุดชั่วของเธอกับลูกพี่ลูกน้องก็ใช้ชีวิตหรูหราโดยลืมเรื่องราวของเธอไปซะสนิท มีแต่เพียงไอ้หนุ่มคนรักของเธอที่มาคร่ำครวญร้องไห้ที่หลุมศพทุกวันพร้อมกับภาวนาให้เธอฟื้นขึ้นมา และเหมือนคำขอนั้นจะเป็นจริง เวลาผ่านไปปีกว่าๆ ในคืนหนึ่ง Orga ก็ลุกขึ้นมาจากหลุมศพพร้อมกับความแค้นที่สะสมมานานนับปี ก่อนจะมุ่งตรงไปหาพ่ออันสุดที่รัก!!(กัดฟันพูด) เมื่อเห็นพ่อสุดที่รักนอนอยู่ เธอก็ค่อยๆ เอาริมฝีปากเข้าไปใกล้ๆ พร้อมกับดูดเอาพลังชีวิตมาจนหมด เธอเริ่มรู้สึกได้ถึงพลังในร่างกาย หลังจากจัดการพ่อไปแล้ว เธอก็รีบไปหาอดีตสามีสุดชั่วทันที อดีตสามีของ Orga กำลังกินตับกับสาววัยเอ๊าะๆ นางหนึ่งในห้องนอน โดยไม่ได้สนใจว่าอดีตเมียหลวงได้มาเยือนแล้ว ด้วยความแค้นที่สะสมมานาน Orga รีบบึ่งเข้าไปล็อคตัวเอาไว้พร้อมกับฝังเขี้ยวลงไปที่ซอกคอก่อนจะดูดเลือดมาจนหมด ณ วินาทีนั้นเอง ร่างกายของ Orga ก็กลับมาเป็นสาวอีกครั้ง ความคิดถึงคนรักเก่าพลันหายไปพร้อมกับความอยากกระหายเลือดสดๆ ที่เข้ามาแทน โดยทุกๆ 1 คืนในแต่ละปี Orga จะลุกจากหลุมศพขึ้นมาหาเหยื่อเพื่อเติมความสวยงามของเธอ ก่อนจะกลับลงไปยังหลุมอีกครั้งก่อนแสงอาทิตย์จะขึ้น ว่ากันว่า หลุมศพของ Orga ถูกฝังไว้ในเมือง Waterford ทางใต้ของประเทศไอร์แลนด์ ส่วนวิธีป้องกันไม่ให้ Dearg Due ลุกขึ้นมาจากหลุมศพได้ เค้าจะใช้หินมากองทับไว้ที่บนหลุมศพครับเพื่อไม่ให้เธอลุกขึ้นมาได้นั่นเอง .. เรียบเรียง teen.mthai.com ของคุณข้อมูล http://www.soccersuck.com/boards/topic/890127,irishcentral,kittythedreamer,wikipedia

บ้านต้นไม้ บ้านที่มีบันไดทางขึ้นบนหลังคาลานจอดรถ
บ้านต้นไม้ /  บ้านแปลก

วันนี้ Decor.Mthai นำไอเดียแบบ บ้านต้นไม้ บ้านที่มีบันไดทางขึ้นบนหลังคาลานจอดรถ มาฝากเพื่อนๆ กันอีกแล้วค่ะ บ้านต้นไม้ หลังนี้อยู่บนต้นโอ๊กที่สูงถึง 11 เมตร สร้างขึ้นที่เยอรมัน โครงสร้างเกาะอยู่ด้านบนของต้นโอ๊ก มีทางเดินขึ้นเป็นบันไดวนจากหลังคาลานจอดโรงรถไปยังบ้านต้นไม้ บ้านต้นไม้ บ้านที่มีบันไดทางขึ้นบนหลังคาลานจอดรถ บ้านต้นไม้หลังคาทรงโค้ง มีหน้าต่างบานใหญ่รับวิวภายนอกได้เป็นอย่างดี มีพื้นที่หน้าบ้านปกคุมด้วยใบไม้สีเขียว มีเก้าอีกอยู่ด้านนอกไว้นั่งชมวิวธรรมชาติสุดสดชื่น ทางขึ้นบ้านต้นไม้หลังนี้อยู่บริเวณหลังคาลานจอดรถ ทางขึ้นเป็นบันไดวน โครงสร้างทำจากเหล็ก บ้านหลังนี้ยังมีพื้นที่บริเวณ ชานหน้าบ้าน ที่ปกคลุมไปด้วยร่มไม้ เสริมโต๊ะและเก้าอี้เป็นที่นั่งเล็กๆ สำหรับนั่งเล่น รับวิวธรรมชาติที่สวยงาม ภายในบ้าน ภายในบ้านมีเตียงนอน ล้อมรอบด้วยกระจก สามารถมองวิวด้านนอกได้รอบทิศทาง นอกจากเตียงนอนแล้ว ภายในยังมีตู้ และเบาะนั่งสำหรับนั่งเล่นพักผ่อน เรียกได้ว่าเป็นไอเดียที่สุเเจ๋งเลยทีเดียวนะคะ สำหรับบ้านต้นไม้หลังนี้ หากบ้านของเพื่อนๆ มีต้นไม้ขนาดใหญ่อยู่บนที่ดินของเพื่อนๆ ก็ลองนำไอเดียนี้ไปสร้างบ้านบนต้นไม้ดูนะคะ ขอบคุณ : design-milk.com

เจสสิก้า กระแสตก? สื่อเกาหลีตีข่าวเหลือแฟนคลับแค่ 40 คน!
Girls Generation /  jessica / 

เจสสิก้า ฉายเดี่ยว! ออกงานในเกาหลีครั้งแรกหลังออกจากวงเกิร์ลกรุ๊ป Girls’ Generation - สื่อเกาหลีตีข่าวกระแสตก แฟนคลับน้อย! วานนี้(25 พ.ย.) เจสสิก้า จอง ได้ไปร่วมงานอีเว้นท์เปิดตัวร้าน FENDI ณ Jamsil Lotte Mall กรุงโซล ซึ่งนี่ถือเป็นปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชนในเกาหลีใต้เป็นครั้งแรกของเธอ หลังจาก เจสสิก้า ถูกต้นสังกัด SM Entertainment ปลดออกจากการเป็นสมาชิกของวงเกิร์ลกรุ๊ปสุดฮอต Girls’ Generation เมื่อสองเดือนก่อน เจสสิก้า ปรากฏตัวในเสื้อสีดำประดับเฟอร์แมตช์กับกระโปรงสั้นและรองเท้าบูท โดยเธอได้หยุดถ่ายภาพกับแบ็คดร๊อปท่ามกลางความสนใจจากเหล่าสื่อมวลชนก่อนจะเดินเข้าไปภายในร้าน อย่างไรก็ตาม สื่อเกาหลี Mydaily ได้รายงานข่าวว่า การมาร่วมงานอีเว้นท์ของ เจสสิก้า ครั้งนี้กลับไม่ได้รับความสนใจจากเหล่าแฟนคลับอย่างที่คาดหวังไว้ เพราะมีแฟนคลับเพียง 40 คนที่มาให้กำลังใจ เมื่อรวมกับสื่อมวลชนและคนที่เดินผ่านไปมาแล้วก็มีผู้ร่วมงานอีเว้นท์นี้ประมาณ 100 คนเท่านั้น. [[ อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง ]]  ความจริงสุดช็อค! เจสสิก้า ถูกปลดออกจาก Girls’ Generation!  เจสสิก้า แถลง ถูกบังคับให้ออกจากวง – เพื่อนร่วมวง SNSD เปลี่ยนไป!!  เจสสิก้า เกิดใหม่! ในมาดซีอีโอสาวแบรนด์แฟชั่น BLANC & ECLARE เจสสิก้า ฉายเดี่ยวที่แดนมังกร – โต้ข่าวลือ! ยังไม่วิวาห์กับ ไทเลอร์ ควอน ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

แฟนหนุ่มบอก
ขอแต่งงาน /  ลดความอ้วน / 

ลองคิดกันเล่นๆนะคะ ถ้าเกิดวันหนึ่งคบๆกับแฟนคุณอยู่ดี จู่ๆแฟนสุดที่รักก็เข้ามาบอกอย่างจริงจังว่า " เธออ้วนไปแล้ว" คุณจะทำยังไงคะ แน่นอนค่ะว่า สาวบางคนต้องมีงอน บางคนอาจจะเป็นประเด็นในการเลิกเลยก็ว่าได้ แต่ไม่ใช่กับสาวรายนี้แน่นอนค่ะ เพราะ เธอเอาคำพูดที่แสบทรวงนี้ มาเป็นแรงบันดาลใจในการ ลดความอ้วน ที่เรียกได้ว่า "จริงจัง" เลยล่ะค่ะ ฮาลี่ย์ สาววัย 30 ปีเป็นสาวที่อ้วนท้วนสมบูรณ์สุดๆมาตั้งแต่เกิด ด้วยหุ่นไซส์ 24 โดยแฟนหนุ่มของเธอก็รู้ดีว่าเธอเองก็เครียดกับน้ำหนักเพราะทั้งคู่พบรักกันในออนไลน์นั่นเอง ทั้งคู่ใช้เวลาจีบกันกว่า 8 เดือน ก่อนที่ร๊อบ (แฟน) จะออกมาอยู่กับเธอที่เมือง Ipswich  หลังจากที่ทั้งคู่พูดคุยกันจนสนิทสนม แฟนหนุ่มของเธอก็เริ่มจะจริงจังกับความสัมพันธ์ขึ้นมา โดยได้ส่งอีเมลล์หนึ่งที่แทบจะเปลี่ยนชีวิตฮาลี่ย์ไปตลอดกาล " ฮาลี่ย์ คุณ..เป็นผู้หญิงที่ดี ตลก ใจดี และเป็นคนพิเศษที่ผมเพิ่งเคยพบเจอ แต่ตอนนี้ผมกลับคิดเรื่องความสัมพันธ์ที่จริงจังขึ้นมาแล้ว ผมไม่อยากมีความรักที่อยู่ไม่ยืนยาว ผมอยากอยู่กับคุณไปนานๆ จนเราสองคนอายุ 60 แต่ความจริงมันช่างทรมานเรา ผมขอโทษที่อาจจะทำให้คุณรู้สึกไม่ดีที่ได้อ่านข้อความเหล่านี้ แต่ผมหวังว่าคุณจะเข้าใจ ผมอยากให้เรามีความสุข ผมอยากทำให้ฝันของเราเป็นจริง " แน่นอนว่า ฮาลี่ย์อ่านจบ เธอรู้ตัวว่า ร็อบกำลังบอกเป็นนัยๆว่าเธออ้วน แต่เขาไม่ยอมพูดตรงๆ  แน่นอนว่าตอนแรกเธอเคือง แต่เมื่อเธอลองอ่านข้อความเหล่านี้อีกรอบ มันกลับหมายถึงความหวังดีที่แฟนหนุ่มมีต่างหาก และเธอก็เริ่มที่จะเข้าใจเขา และเริ่มปฏิวัติตัวเองขึ้นมา  โดย 3 อาทิตย์แรก ฮาลี่ย์ลดน้ำหนักไปได้จำนวนมากจนเหยียบ ไซส์ 16!!   หลังจากนั้นไม่นาน แฟนหนุ่มก็บินไปเยี่ยมครอบครัวที่ออสเตรเลียเป็นเวลา 3 เดือน พร้อมส่งตั๋วเชิญเธอไปเยี่ยมครอบครัวด้วยกัน แน่นอว่าฮาลี่ย์ไม่ปฏิเสธ เพราะเธอมีของขวัญที่พร้อมจะให้แฟนหนุ่มอยู่นั่นเอง ฮาลี่ย์ ในวันแต่งงาน หลังลดความอ้วนได้จนเปลี่ยนโฉมตัวเองไปเลย " พอร็อบเจอฉัน เขาตกใจจนอ้าปากค้าง พร้อมเอามือจับเอวและพูดว่า  เธอคนเก่าหายไปแล้วใช่ไหม มันเป็นอาการที่ฉันคิดไว้ว่าร็อบต้องเป็นแน่ๆ และมันก็รู้สึกดีจนน่าใจหาย ที่สำคัญฉันได้ใส่ชุดว่ายน้ำอย่างที่ฉันต้องการ รู้สึกดีสุดๆ " และความอ้วนของเธอก็ค่อยๆลดลงไป จนถึงไซส์ 12 และในวันเกิดของเธอนั่นเอง เธอตัดสินใจไปเยี่ยมพ่อและแม่ของเธอ และทันทีที่เธอเจอร็อบในงาน ร็อบก็คุกเข่าขอเธอแต่งงานทันที แน่นอนว่าเธอตกลง และไม่ติดใจอะไร ในเมื่อแฟนของเธอนี่แหละคือแรงบันดาลใจให้เธอผอมลง สำหรับเคล็ดลับ ลดความอ้วน ของฮาลี่ย์คือการ ออกกำลังกาย 5 วันต่อสัปดาห์ และรักษาหุ่นไว้ในระดับเดิมให้ได้  " ฉันรู้สึกเหมือนเป็นเจ้าหญิง มันทึ่งมากที่พุงของฉันหายไป เรียบแบนอย่างที่ไม่เคยเป็น "   ด้านร็อบเองก็บอกว่า" ผมโล่งใจที่เธอไม่โกรธผมและหนีผมไปหลังจากอ่านอีเมลล์นั้น และผมก็ดีใจที่เราได้มีชีวิตร่วมกันในที่สุด"    ที่มา Metro.co.uk เรียบเรียงโดย Women Mthai Team

วิวัฒนาการ ชุดโป๊ พรมแดง ของเหล่าคนดัง ฮอลลีวู้ด
ชุดซีทรู /  ชุดเดรส / 

ถ้าหากจะพูดถึงเรื่องการพรีเซ็นต์เสื้อผ้าสวยๆที่เหล่าคนดัง มาเดินเฉิดฉายโชว์ตัวกันอยู่บนพรมแดง หรือ งานอีเว้นท์ สิ่งแรกที่นึกถึงเป็นอันดับต้นๆ คงหนีไม่พ้น ชุดใครเริ่ดสุด แต่สิ่งที่ตามมาติดๆ และแทบจะเป็นไฮไลท์ ที่สาวๆ(บางคน)งัดออกมาใช้เพื่อขจัดคู่แข่ง ก็เห็นจะเป็น การขโมยซีน แต่การขโมยซีนนั้นก็มีหลายรูปแบบอีก เพราะบางคนก็งัดกลยุทธ์ ขายหลุด อะไรก็ได้ขอให้หลุดไว้ก่อน บางคนก็มาแบบจัดเต็ม พร้อมโชว์ พร้อมเปลือย ชุดโป๊ ไร้ขีดจำกัด ไม่ต้องคิดถึงความสวยงาม คำนึงถึงความบาง ความโปร่ง ความสั้น เป็นใช้ได้ วันนี้เลยจะชวน สาวๆ Women Mthai ย้อนไปดูว่า การหยิบ ชุดโป๊ มาใส่ออกงานอย่างเฉิดฉายหน้าชื่นตาบาน เป็นที่นิยมกันมาพักใหญ่อยู่แล้วทั่วโลก ฝั่งสาวๆฮอลลีวู้ด เค้าก็อยากโชว์ไม่แพ้กัน ถึงแม้ว่าวัฒนธรรมเรื่องการโป๊เปลือยของเขาจะไม่ใช่เรื่องอื้อฉาวอะไร แต่! เชื่อไหมว่า เมื่อพวกคนดังลุกขึ้นมาหยิบ ชุดโป๊ ออกงาน ก็โดนวิจารณ์กันถ้วนหน้าไม่แพ้สาวไทยบ้านเราเช่นกัน ถ้ามันสวยก็ดี แต่ถ้าไม่... ก็คงรู้นะ ว่าใส่แล้วให้ความรู้สึกเหมือนอะไร ??  Toni Braxton ในชุดรับรางวัลบนเวที Grammy Awards 2001 Kelly Brook ในชุดเดรสซีทรู บางหวิว บนพรมแดงงาน British Independent Film Awards 2004 Coco Austin ในชุดตาข่ายสุดสะพรึง งาน MTV Video Music Awards 2005 Lady Gaga's ใน ชุดโป๊ นมหลุดทั้งงาน จากงาน CFDA Awards 2011 Melody Thornton ในชุดซีทรู บางทะลุทุกสัดส่วน ELLE's  Women in Music awards 2012  Iggy Azalea จากงาน MTV Video Music Awards 2013 Miley Cyrus  ชุดตาข่ายสุดฮิต จากงาน iHeartRadio Music Festival 2013 และล่าสุดที่ฮือฮากันทั่วโลก ชุดโป๊ ของ Rihanna's  จากงาน CFDA Fashion Awards 2014 หรือจะเป็น ขายโป๊ของแท้อย่าง Amber Rose ในงาน MTV Video Music Awards 2014 หันมาเอาดีเรื่องโชว์ Rihanna กลับมาฮือฮาอีกครั้ง ในชุดเผยหน้าอก ร่วมงาน amfAR Inspiration Dinner in Los Angeles 2014 คนล่าสุดสดๆร้อนๆ ที่ขายโป๊ เรียกแฟลช Bleona Qereti จากพรมแดง American Music Awards 2014 เมื่อค่ำวันอาทิตย์ที่ผ่านมา รายงานโดย Women Mthai Team ที่มาภาพและเรื่องจาก www.elle.com