ทรงผมสั้น 2012

6 ศัลยกรรมสุดประหลาด
ทีนวาไรตี้ /  ศัลยกรรม

การศัลยกรรม หนุ่มสาววัยทีนส์อาจจะคิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา เพราะการที่จะทำให้ตัวเอง ดูดีขึ้น สวยขึ้นดูดีขึ้นก็ไม่เห็นจะผิด แต่การศัลยกรรมสำหรับบุคคลดังต่อไปนี้มัน มีอะไรมากกว่านั้น OMG! 6 ศัลยกรรมสุดประหลาด ทำจมูก ทำคาง หรือเสริมหน้าอก คงเป็นเรื่องจิ๊บๆ สำหรับพวกเค้าเหล่านี้ เพราะแต่ละคนก็มีจุดมุ่งหมายที่แสนจะแตกต่าง และ พิลึก จะแปลกแหวกแนวขนาดไหน และพวกเค้าใช้เงินกันไปสักเท่าไหร่ ลองมาชมกันเลย!!! 6 ศัลยกรรมสุดประหลาด 1. ช่างตัดเสื้อชาวฟิลิปปินส์ ผู้ซึ่งเป็นแฟนพันธ์แท้ซุปเบอร์ฮีโร่ ที่อยากจะเหมือนหนุ่มคลากร์กเค้น ใน ซุปเปอร์แมน จึงลงทุนลงแรงถึงประมาณ 300,000 เปโซ และเริ่มศัลยกรรมตั้งแต่อายุ 16 ปี จนเหมือนเป๊ะ! 2.  Justin Jedlica หนุ่มผู้ดีชาวนิวยอร์ก ที่เริ่มศัลยกรรมตั้งแต่อายุ 18 ปี โดยปัจจุบันเขาอายุ 32 ปี ซึ่งตั้งแต่เริ่มทำศัลยกรรมมา เขาผ่านการศัลยกรรมรวมกว่า 90 ครั้ง จนตอนนี้ดูยังไงก็เหมือน Barbie’s Ken ซึ่งใช้จ่ายไปกว่า 100,000 เหรียญ 3. สาวชาวญี่ปุ่นนามว่า  Vanilla Chamu เธอพยายามศัลยกรรมเพื่อให้เหมือนกับตุ๊กตาฝรั่งเศสที่เธอชอบ โดยใช้จ่ายไปกว่า 10 ล้านเยน ปัจจุบันเธอเป็นนางแบบชื่อดัง 4. คุณยาย Annette Edwards วัย 57 ปี เธอได้ทำศัลยกรรม เพื่อให้เหมือน ตัวการ์ตูนไอดอลของเธออย่าง Jessica Rabbit โดยใช้เวลาในการทำศัลยกรรมกว่าสัปดาห์ และใช้เงินไปมากกว่า 16,000 เหรียญ เธอยังแอบเผยในรายการโทรทัศน์ที่เธอไปออกว่า เธอได้รับการติดต่อจากนิตยสาร Play boy เพื่อถ่ายแฟชั่นด้วย.... 5. ผู้หญิงนามว่า  Anne Bolton เธอรู้สึกเจ็บปวดในช่วงวัย 20 ปีของเธอ เธอเลยจัดการไปทำศัลยกรรมให้ดูแก่ขึ้น  เธอยังบอกอีกว่า ตอนนี้เพื่อนๆ คงอิจฉาในหน้าตาของฉันเลยไม่ค่อยคุยกับฉันเลย...oop! 6. Toby Sheldon อายุ 33 ปี ทำศัยกรรมพลาสติกและปลูกผมใหม่อยู่ 5 ปี เพื่อให้เวลายิ้มแล้วเหมือนกับ จัสติน บีเบอร์ เพราะเค้าเชื่อว่า การมีรอยยิ้มเหมือนจัสติน ช่วยให้เค้าดูอ่อนเยาว์ โดยการทำศัลยกรรมของเขามีค่าใช้จ่ายกว่า 100,000 เหรียญ ปัจจุบัน เพื่อนๆ เรียกเค้าว่า โทบี้ บีเบอร์ เรียบเรียงข้อมูลโดย : http://teen.mthai.com Credit : http://collegecandy.com

ข้อความแรกจาก ไมค์ กรณีดราม่า ซาร่า-น้องหญิง..??
ไมค์ พิรัชต์ /  หญิง พลอยชมพู / 

ตั้งแต่มีดราม่าระหว่าง ซาร่า คาซิงกินี และ หญิง พลอยชมพู น้องสาวของ ไมค์ พิรัชต์ กับประเด็นเรื่องของขวัญวันเกิด น้องแม็กซ์เวลล์ จนทำให้สองสาวเปิดศึก IG โพสต์เหน็บกันไปมาจนหลุดเรื่องฝ่ายชายยังไม่เซ็นรับรองบุตร! แถมยังมี กอล์ฟ พิชญะ และ ออม สุชาร์ เข้ามาคอมเม้นท์สนับสนุนน้องหญิง ล่าสุด หนุ่มไมค์ โพสต์ข้อความแรกหลังเกิดดราม่าผ่าน weibo ส่วนตัวเป็นภาษาจีน ซึ่งแปลความหมายได้ว่า "เพื่อปกป้องคนที่ผมรัก ผมยอมให้คนอื่นมองว่าผมไม่ดี" ไม่รู้ว่าดราม่าครั้งนี้จะจบลงอย่างไร คงต้องรอติดตามกันต่อไป... ขอบคุณภาพจาก IG @m1keangelo, yingpcp ข้อความแรกของ ไมค์ ผ่าน weibo หญิง-น้องแม็กซ์เวลล์-ซาร่า หญิง-ไมค์ ไมค์-น้องแม็กซ์เวลล์

อิ๊ก อลงกรณ์ จากชีวิตเด็กไทยส่งพิซซ่า สู่ ช่างภาพรถแข่ง แดนจิงโจ้
ช่างภาพ /  ภาพถ่าย / 

ช่างภาพรถแข่ง ชีวิตวัยรุ่นไทยที่ไปซ่าอยู่ต่างแดน (ดินแดนจิงโจ้) อิ๊ก อลงกรณ์ อุ่ยถาวร จากชีวิตเด็กหนุ่มคนนึงที่อยากไปเรียนเมืองนอก อยากไปลองอยู่ในที่ไปดิ้นรนเองโดยที่ไม่มีพ่อแม่ ใช้ชีวิตแบบที่อยากทำหลังจากเรียนมหาวิทยาลัยจบ ทำงานครบ 3 ปี ครอบครัวก็ให้โอกาส ไปทดสอบตัวเอง ด้วยใจที่คิดว่าครั้งนึงในชีวิต ต้องได้ชื่อว่าครั้งนึงเคยใช้ชีวิตในเมืองนอกจนก้าวเข้าสู่การเป็น ช่างภาพรถแข่ง ตามสเตป แบบเด็กไทยทั่วไป เขาได้ไปเรียนภาษาก่อน 3 เดือน จนได้ upper intermediate จากนั้น หาวิธีที่จะเรียนเพื่ออยู่ต่อด้วยการลงเรียน Graphic Design แต่ด้วยเรียนไปทำงานเพื่อเลี้ยงชีวิตที่นั้นด้วยจึงทำให้ เรียนไม่ได้ดี จนต้องดร๊อปเรียนไป ย้ายมาเรียน Hospitality ตามที่เรียนจบมาตอนปริญญาตรี ย้อนกลับมาถึงวิธีทำงานสมัยอยู่ในเมืองซิดนีย์ ทุกเย็นก็จะขับรถส่งอาหารไทย จากการแนะนำของรุ่นพี่ว่าควรซื้อรถไว้และขับรถส่งโฮม ดีกว่า ทำงานในครัว ซึ่งมันก็จริงอยากที่พี่เค้าบอกครับ เพราะตกเย็นเลิกเรียน ก็ไปทำงานขับรถส่งอาหาร จันทร์ถึงเสาร์ และเช้าวันเสาร์ก็ไปส่งหนังสือพิมพ์ อย่างน้อยๆ ก็จะได้อยู่สัปดาห์ละ 400เหรียญ ไม่รวมทิปแต่ละวัน และชีวิตก็มีจุดเปลี่ยนเมื่อห้องที่อยู่ครบสัญญาพี่น้องแยกย้ายผมตัดสินใจไปอยู่ Canberra เมืองหลวงที่ไม่มี Starbucks จากนั้นก็เรียนไปทำงานไปมีสังคมกับเพื่อน Aussie จริงๆ และด้วยความชอบรถ ทำให้พลักดันให้เจอเพื่อน Carclub ที่นั่น จนสุดท้าย ได้เข้าไปเรียน Photography และ เข้าไปถ่าย ประสบการณ์ ที่ไม่เคยลืม คือเขาได้เข้าไปถ่ายงาน World time attack 2011 เป็นช่างภาพไทยคนเดียวที่เข้าไปถ่ายในงานนี้เป็นความภาคภูมิใจ ที่ได้มีผลงานลงใน Yearbook ของ ที่ประเทศออสเตรเลียด้วย โดยในปีนั้นขวัญใจสมัยเด็กได้มาแข่งด้วยคือ Tarzan Yamada ขับ Cyber Evo และเป็นแชมป์ ในปีนั้น แข่งกับ เจ้า Siera Siera Evo จาก อเมริกา อย่างสนุก และมีรถแข่งจากทั่วโลกที่มาลงแข่งในปีนั้น Men.MThai เรียบเรียงเนื้อหา

หมาก ลงรูปคู่ คิม กลบกระแสรักล่ม !!
คิมเบอร์ลี่ /  หมาก ปริญ / 

เอาละสิหลังสาว คิมเบอร์ลี่ ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าช่วงนี้ได้ห่างจากแฟนหนุ่ม หมาก ปริญ ไปเป็นที่เรียบเรียบร้อยแล้ว เหตุเนื่องจากทั้งคู่ติดงาน แถมพักหลังๆไอจีของฝ่ายหญิงก็มักจะโพสต์ข้อความเชิงตัดพ้อ เหล่าแฟนคลับก็เริ่มสงสัยว่าจะเกิดอะไรขึ้นน๊า? ล่าสุดสบายใจได้เลยหลังหนุ่ม หมาก โพสต์รูปและข้อความ คลายความสงสัย แต่ที่แน่ๆผู้หญิงผมสั้นที่เจ้าตัวกอดอยู่นั้นน่าจะเป็นสาว คิมเบอร์ลี่ แน่นอน พร้อมทั้งแคปชั่นสุดหวาน ❤️ yes i do. Always do. (ใช่ฉันรักเธอและรักเธอเสมอ) อะไรมันจะหวานขนาดนี้ คนไม่มีคู่เค้าอิจฉาไปหมดแล้ว >< ขอขอบคุณภาพจาก @IG mark_prin @kimmy_kimberley หมาก ลงรูป คู่คิม หมาก คิม คิม คิมเบอร์ลี่ กับผมสั้น หมาก ปริญ

ก็เด็กป๋าเอง! มูรินโญ ยก อาซาร์ เหนือกว่า เจ็ทโด้
คริสเตียโน โรนัลโด้ /  ราชันชุดขาว / 

งานนี้อวยกันเองไม่มีกั๊กเลย สำหรับนายใหญ่ เซลซี อย่าง โจเซ่ มูรินโญ ที่อวยเด็กในสังกัด เอเดน อาซาร์ ถึงขนาดยกว่า เหนือกว่า คริสเตียโน โรนัลโด้ โจเซ่ มูรินโญ กุนซือวัย 52 ปี ของ สิงห์บลู เชลซี ได้กล่าวชื่นชม เอเดน อาซาร์ ลูกทีมของตนเอง ว่ามีฝีเท้าอยู่ในระดับเดียวกันกับ คริสเตียโน โรนัลโด้ จอมทัพของ ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด และเมื่อเทียบกับผลงานเมื่อฤดูกาลที่แล้วนั้น อาร์ซาร์ โชว์ฟอร์มได้เหนือกว่า โรนัลโด้ เห็นๆ โดย มูรินโญ ได้กล่าวว่า "ฤดูกาลที่ผ่านมา โรนัลโด้ ยอดเยี่ยม เขายิงประตูได้มากมายจนน่าเหลือเชื่อ แต่ในมุมของผม นักฟุตบอลที่ดีต้องให้ทีมมาก่อนเสมอนั่นคือสิ่งที่สำคัญ ถ้าวัดจากฤดูกาลที่ผ่านมา เอเดน อาซาร์ ดีกว่า คริสเตียโน โรนัลโด้ ถึงแม้ว่า โรนัลโด จะยิงประตูมากถึง 61 ลูกก็ตาม แต่สุดท้ายฟุตบอลก็ตัดสินกันด้วยการคว้าแชมป์อยู่ดี"

หมู พลพัฒน์ อัศวะประภา ผู้สร้างไบเบิ้ลการแต่งตัวของชายไทย
asava /  ผู้ชายต้นแบบ / 

หมู พลพัฒน์ อัศวะประภา นายกสมาคมแฟชั่นดีไซเนอร์กรุงเทพ ผู้ก่อตั้งและดีไซเนอร์แบรนด์ Asava และ ASV ปริญญา, Greyhound, Theatre, Legend และ Soda แบรนด์เหล่านี้เป็นแบรนด์เสื้อผ้าชั้นครูที่หมูเลือกหยิบจับมาผสมรวมให้เข้ากับตัวเอง และสร้างสไตล์ให้จัดจ้าน เสนอความคลั่งไฮแฟชั่นและเสื้อผ้าเปี่ยมคาแร็กเตอร์ สำหรับเขาแล้วสไตล์จะชัดเจนได้ต้องออกมาจากตัวตน จากการทำซ้ำๆ (แต่ไม่น่าเบื่อ) หมู พลพัฒน์ ยึดความเป็นตัวเองชัดเจน ทำจนกลายเป็นอัตลักษณ์ มากกว่านั้นเขาตั้งชื่อแบรนด์ Asava ไว้ในหัวตั้งแต่อายุเพียง 20 ต้นๆ เขาใช้เวลาฟูมฟักแบรนด์จนปัจจุบัน Asava ขึ้นทำเนียบแฟชั่นแบรนด์ระดับพรีเมียมที่เน้นความโก้หรูและเปี่ยมไปด้วยรสนิยม Asava ยังคงพัฒนาไม่หยุดยั้งภายใต้นิยาม Timeless Elegance มากกว่านั้นเขายังดำรงตำแหน่งนายกสมาคมแฟชั่นดีไซเนอร์กรุงเทพ (Bangkok Fashion Society-BFS) สมาคมแฟชั่นเดียวของประเทศที่เขาตั้งใจจะหยิบยื่น Fashion Inspiration ส่งต่อแก่ดีไซเนอร์รุ่นต่อๆไปให้ได้มากที่สุด ทุกอย่างเริ่มขึ้นจากหน้ากระดาษ “ย้อนกลับไปเมื่อ 30 กว่าปีที่แล้วสื่อหรือเรื่องราวเกี่ยวกับแฟชั่นหาแทบไม่มี นิตยสารลลนาเป็นสื่อสิ่งพิมพ์เดียวที่เราจับต้องได้” ช่วงเวลาวัยรุ่นของเขาจึงสนุกกับการแต่งตัว เขาเชื่อมาโดยตลอดว่าสไตล์คือวิวัฒนาการที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่ทุกวัน สไตล์คือผลพวงของภาพสะท้อนของการใช้ชีวิต แบรนด์ Asava ถูกตั้งรอไว้ในหัวของเขาตั้งแต่อายุเพียง 20 ต้นๆ“ทุกเช้าตื่นมาจะคิดอยู่เสมอวันนี้จะแต่งตัวอย่างไรดี จะผสมสี เลือกแพตเทิร์นให้เข้ากับตัวเอง” ครั้นเมื่อตัวตนของเราเปลี่ยนสไตล์ก็เปลี่ยนตาม แต่สิ่งสำคัญคือต้องมี ‘แก่น’ ที่จะเติบโตไปพร้อมๆกัน ปัจจุบันหลายคู่สีที่ใช้ในคอลเล็กชั่นของ Asava และ ASV ก็เป็นสีที่หมู-พลพัฒน์หลงใหลมาตั้งแต่วัยเยาว์ ไม่ได้ใช้ความรู้ความสามารถอะไรเลย หลังจบอนุปริญญาด้านแฟชั่นจาก Parsons School of Design ที่มหานครนิวยอร์ก งานแรกที่ได้ทำและก้าวเข้ามาใกล้ความฝันมากที่สุดเกิดขึ้นเมื่อปี 1998 หมู-พลพัฒน์เข้าไปเป็นเด็กฝึกงานกับ Marc Jacobs เขาได้ลองทำในสิ่งที่เด็กฝึกงานเขาทำกันอย่างการซื้อกาแฟที่สตาร์บัคส์และรับ-ส่งของตัวอย่างที่โรงงาน เนื้องานที่ทำนั้นเขายอมรับว่าไม่ได้ใช้ความรู้ความสามารถเท่าไรนัก แต่สิ่งที่ได้รับมาเต็มๆคือแรงบันดาลใจชั้นดีที่จุดประกายความฝันให้เห็นความยิ่งใหญ่ของโลกแฟชั่น ขณะเดียวกันมันยิ่งตอกย้ำว่าสิ่งที่เขาอยากจะทำอยากจะตื่นขึ้นมามีชีวิตทุกวันก็คือบรรยากาศของถนนแฟชั่นสายนี้ ถ้าเราไม่เริ่มมันจะไม่เกิด เมื่อเขากลับมาเมืองไทยเขาเริ่มต้นทำงานธุรกิจรถยนต์ของที่บ้าน ช่วยคุณพ่อคุณแม่ แต่ถึงกระนั้นความหลงใหลทางด้านแฟชั่นก็ยังคุกรุ่นอยู่เสมอ คุณพ่อคุณแม่ซึ่งถือเป็นแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตของเขาเข้าใจเรื่องนี้มาตลอดได้เอื้อนเอ่ยเปิดโอกาสให้เขาได้ทำสิ่งที่ตัวเองรัก หมู พลพัฒน์ จึงได้เริ่มต้นตัดสินใจเปลี่ยนวิถีชีวิตเลิกปาร์ตี้ เลิกแอลกอฮอล์หันมาทุ่มเทให้กับแฟชั่นอย่างจริงจัง พลังงานจากโลกที่เปลี่ยนไปส่งผลอย่างชัดเจนต่อกระบวนการคิดและการสร้างสรรค์จนเกิด Asava ขึ้น จากทีมงานเพียง 4 คนในห้องเช่าเล็กๆที่มีเพียงจักรเย็บผ้า 2 ตัว โต๊ะ 2 ตัว และโคมไฟเก่าๆเพื่อเตรียมงานคอลเล็กชั่นแรก S/S 2008 ที่ต่อมาได้ขยับขยายขึ้นเป็นแบรนด์ Asava และ ASV ที่เรารู้จักกันในทุกวันนี้ เขาให้คำตอบแฝงจริตกับพวกเราไว้ด้วยว่า “‘ความโด่งดัง’ ไม่ใช่โจทย์หรือคำตอบของการทำงาน แต่สิ่งสำคัญคือการทำแบรนด์ของตัวเองและการทำให้ทีมงานรู้สึกศรัทธาในชิ้นงานเพื่อให้คนอื่นยอมรับไปด้วย ความสมดุลที่มีค่าในเชิงพาณิชย์และในเชิงจิตวิญญาณของคนทำงานเป็นสิ่งที่ผมคาดหวังเสมอ” ติดตาม เรื่องราวของ fashion influencers ทั้ง 30 ท่าน ทั้งที่อยู่ในวงการแฟชั่น วงการบันเทิงและใกล้เคียง อาทิ กบ-เมนาท นันทขว้าง, ม.ร.ว.ศรีคำรุ้ง ยุคล, ชำนิ ทิพย์มณี, เซียน-นภดล โชตะสิริ, ภาณุ อิงคะวัต, อิศร์ อุปอินทร์, ศิริชัย ทหรานนท์, มีมี่-มิลิน ยุวจรัสกุล, ลูกเกด-เมทินี กิ่งโพยม, เอเลี่ยน-กัญญานัท บำรุงพงศ์ ฯลฯ รวมถึง fashion influencers ระดับตำนานที่เสียชีวิตไปแล้วแต่ชื่อและผลงานยังเป็นที่จดจำอยู่ในปัจจุบัน ได้แก่ เจ้ากอแก้วประกายกาวิล ณ เชียงใหม่, ลำยงค์ บุญยรัตพันธ์, สุวรรณี สุคนธา, อภิชาติ นรเศรษฐาภรณ์ และทินกร อัศวรักษ์  ซึ่งต่างมีจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตที่เปลี่ยนเขาเหล่านั้นจากคนธรรมดาให้ กลายเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จ และสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ได้ ในงาน ELLE Exhibition: The Passcode to the Fashion Journey นิทรรศการ รูปแบบใหม่ที่ไม่เคยมีที่ไหนมาก่อน โดยการใช้ประสาทสัมผัสทุกด้าน ทั้งการมองเห็น การรับรู้ รวมถึงสมาร์ทดีไวซ์ของคุณในการรับชม ณ ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ ตั้งแต่วันที่ 23 กรกฏาคม – 2 สิงหาคม 2558 และนิทรรศการ ELLE 70 Years of Style ณ โซน THAITHAI เซ็นทรัลชิดลม ตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม 2558

PSY เตรียมกลับมาพร้อมเพลงใหม่ เร็วๆ นี้!
GANGNAM STYLE /  PSY / 

PSY (ไซ) นักร้องหนุ่มใหญ่ เจ้าของเพลงฮิต Gangnam Style เตรียมกลับมาพร้อมผลงานซิงเกิ้ลใหม่เร็วๆ นี้ YG Entertainment ต้นสังกัดของนักร้องคนดัง PSY กล่าวในวันนี้(28 ก.ค.) ว่า "PSY เสร็จสิ้นขั้นตอนการทำเพลงใหม่ของเขาแล้วครับ เรายังไม่ได้กำหนดวันเปิดตัวเพลงอย่างชัดเจน แต่คาดว่าจะเร็วๆ นี้ละครับ" โดยแหล่งข่าวใกล้ชิดยังเปิดเผยเพิ่มเติมด้วยว่า "เขาเขียนเพลงนี้ด้วยอารมณ์ที่มีความสุข และนั่นคือเอกลักษณ์ของความเป็น PSY โดยเขาวางแผนจะเปิดตัวเพลงใหม่นี้ในประเทศเกาหลีเป็นที่แรกครับ"   เมื่อปี 2012 PSY ได้ส่งให้เพลง Gangnam Style กลายเป็นเพลงฮิตระดับโลก จากนั้นเขาจึงปล่อยเพลง Gentleman และ Hangover ตามมา ก่อนที่เขาจะเว้นช่วงในการทำเพลงไปพักใหญ่ อย่างไรก็ตาม PSY เคยวางแผนจะปล่อยเพลงใหม่ Daddy รวมทั้งยังถ่ายทำมิวสิควิดีโอไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วย แต่จนแล้วจนรอดเพลง Daddy ก็ไม่ได้ปล่อยออกมาให้ได้ฟังกัน. ข้อมูลจาก SBS ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ปชช.-นักท่องเที่ยว ร่วมลงนามถวายพระพร พระบรมฯ แน่น
ถวายพระพร พระบรมฯ /  ลงนามถวายพระพร / 

ประชาชน-นักท่องเที่ยว ร่วมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร อย่างเนืองแน่น เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ 28 ก.ค. 2558 บรรยากาศการลงนามถวายพระพรสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ 28 ก.ค. 2558 ทรงเจริญพระชนมายุ 63 พรรษา ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ยังคงมีข้าราชการจากภาคส่วนต่าง ๆ ทยอยเดินทางมาร่วมลงนามถวายพระอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับ ประชาชน ตลอดจนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างชาติ ได้มาร่วมลงนามถวายพระพร บริเวณเต็นท์ด้านข้าง อาคารสำนักราชเลขาธิการ ที่ทางสำนักพระราชวังจัดเตรียมไว้ให้ ก่อนที่จะได้เข้าไปชมและท่องเที่ยวภายใน วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือ วัดพระแก้ว ทั้งนี้แม้จะเป็นวันอังคาร และไม่ใช่วันหยุดสุดสัปดาห์ แต่มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางมาเป็นจำนวนมาก ทางด้าน นางแววดาว สุทธิรัตนาพร อายุ 57 ปี ชาวบ้านจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า ทราบว่าทางสำนักพระราชวังเปิดให้ลงนามถวายพระพร จึงเดินทางมา โดยได้ขอให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ทรงพระเจริญ และมีพระชนมายุยิ่งยืนนาน ส่วนตัวตั้งใจจะทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล โดยภายหลังลงนามถวายพระพรแล้ว ตนเองตั้งใจจะไปทำบุญไหว้พระต่อไป

ช็อคทั้งบาง! เฮียกัล เมินซื้อหน้าเพิ่มย้ำที่มีก็พอแล้ว
ชิชาริโต้ /  ปีศาจแดง / 

เล่นเอาสาวก ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อ้าปากค้างไปตามๆ กัน เมื่อ หลุยส์ ฟาน กัล นายใหญ่ชาวฮอลแลนด์ ย่ำทีมไม่จำเป็นต้องมีศูนย์หน้าเพิ่มแล้ว ที่มีอยู่ก็เพียงพอ หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือวัย 63 ย่างเข้า 64 ปีในสิงหาคมนี้ ออกมาแสดงความเชื่อมั่นว่า ทีมของตนไม่จำเป็นต้องซื้อกองหน้าเพิ่มอีกแล้ว เพราะเท่าที่มีอยู่ในตอนนี้ ก็เพียงพอแล้ว หลังจากที่ได้ปล่อยออกไป 2 ราย ทั้ง โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ย้ายซบ เฟเนร์บาห์เช และ ราดาเมล ฟัลเกา ที่คืนให้กับ โมนาโก ก่อนที่ เชลซี รับเซ้งต่ออีกที ทั้งนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เหลือกองหน้าตัวหลักๆ อยู่ในทีมเพียงแค่ 2 รายเท่านั้น คือ เวย์น รูนีย์ และ ชิชาริโต้ ฮาเวียร์ เฮอร์นานเดซ นั้นเอง ส่วน เจมส์ วิลสัน ก็น่าจะเป็นเพียงกำลังเสริมเท่านั้น โดย ฟาน กัล ได้กล่าวว่า "เวย์น รูนีย์ จะเป็นศูนย์หน้าเบอร์หนึ่งของเรา เขาอาจจะต้องพิสูจน์อีกเล็กน้อย แต่เขาก็เป็นกัปตันทีมของเรา ส่วน ชิชาริโต้ ก็จะได้รับโอกาสลงเล่นเหมือนกัน และเรายังมี เจมส์ วิลสัน ที่ทำผลงานได้อย่างน่าพอใจในซีซันก่อน อั๊ดนาน ยานูไซย์ ก็สามารถขึ้นมาเล่นกองหน้าได้ ผมเชื่อว่าเรามีผู้เล่นเพียงพอแล้ว"

กันเนอร์ยิ้ม! อดีตแข้งปืนยก อาร์เซน่อล ชุดนี้ดีกว่าชุดไร้พ่ายเห็นๆ
ปีเตอร์ เช็ก /  พรีเมียร์ลีก / 

เรย์ พาร์เลอร์ อดีตกองกลาง อาร์เซน่อล ยุคไร้พ่าย ออกโรงยกย่องทีมชุดนี้ของ อาร์เซน เวนเกอร์ ว่าแกร่งแข็งกว่ายุคไร้พ่ายเมือปี 2003-04 พร้อมกับยกว่าการเซ็นสัญญาคว้าปีเตอร์ เช็ก มาร่วมทีมคือการยกระดับทีมไปอีกขั้น แต่อย่างไรก็ตามอดีตกองกลางขวัญใจเดอะกันเนอร์ยังเชื่อว่าทีมต้องการเซ็นสัญญากับนักเตะระดับโลกอีกอย่างน้อย 2 คนขึ้นไป “แน่นอนว่าทีมชุดนี้ดีกว่าชุดไร้พ่าย แต่ต้องจัดการเรื่องอาการบาดเจ็บของนักเตะให้ดีกว่าฤดูกาลก่อน” พาร์เลอร์กล่าว “ในตอนนี้ นี้คือทีมที่ดีที่สุดที่ผมเคยเห็น การชนะเอฟเอคัพสองสมัย จะทำให้พวกเขาเชื่อมั่นว่าจะก้าวไปอีกขั้นได้ สำหรับผมคิดว่าคือการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก นั้นคือถ้วยที่สำคัญที่สุด ที่จะแสดงให้เห็นว่าพวกคุณ เล่นได้อย่างสม่ำเสมอตลอดทั้งฤดูกาล” นอกจากนี้ พาร์เลอร์ ยังพูดถึงการที่ทีมเก่ายอมจ่ายเงิน 10 ล้านปอนด์เพื่อดึงตัว ปีเตอร์ เช็ก มาจากเชลซี อริร่วมลอนดอนว่าเป็นการยกระดับทีมไปอีกขั้น “ผมคิดว่าคุณจะเป็นแชมป์ลีกไม่ได้ถ้าคุณไม่มีผู้รักษาประตูระดับท็อป “ปีเตอร์ เช็ก เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ เขาชนะมาแล้วทุกถ้วยและจะช่วยทีมในห้องแต่งตัวได้ รวมไปถึงดาวรุ่งจะได้เรียนรู้หลายๆอย่างจากเขา”

นิทานไก่แก้วหอมชู เรื่องราวที่นายบอยจ๊อดจะพาเราไปสืบค้น
Mystery Unsolved /  นิทานพื้นบ้าน / 

นิทานพื้นบ้านบางเรื่องก็มาจากจินตนาการล้วนๆ ไม่มีอะไรยืนยัน แต่นิทานบางเรื่องกลับมีสถานที่จริง และหลักฐานอ้างอิงประกอบจนน่าฉงน เหมือนกับเรื่องราวต่อไปนี้ ที่นายบอยจ๊อดนักสืบหน้าหนวดจะพาเราไปทำความรู้จักกับนิทานพื้นบ้านซึ่งมีสถานที่จริงระบุให้เราต้องสืบค้น และนั่นก็คือเรื่องราวของ นิทานไก่แก้วหอมชู นายบอยจ๊อด พร้อมที่จะพาเราไปพิสูจน์แล้ว นายบอยจ๊อดหน้าหนวดได้พาเรามายัง ปรางค์บ้านสีดาหรือปรางค์สีดา ซึ่งตั้งอยู่ที่วัดพระปรางค์สีดา ตำบลสีดา อำเภอสีดา จังหวัดนครราชสีมา เป็นอาคารที่ใช้หินศิลาแลง และอิฐเป็นโครงสร้างหลัก ลักษณะเป็นปราสาทหลังเดี่ยวทรงวิมาน - ศิขร (ะ) (ลดหลั่นขึ้นไป) แผนผังจัตุรมุข มีมุขซุ้มประตูสั้นๆ ปิดทึบด้วยประตูหลอกทั้งสี่ด้าน มีกำแพงศิลาแลง และคูน้ำล้อมรอบ ลักษณะเป็นปราสาทแบบ “สรุก” หรือศาสนสถานตามคติความเชื่อแบบฮินดู (Hinduism) ประจำชุมชนโบราณ ที่มักจะมีบาราย (สระน้ำขนาดใหญ่) อยู่ทางด้านหน้าทิศตะวันออก ฐานไพทีของตัวปราสาทเป็นชั้นบัวลูกฟักศิลาแลงเพิ่มมุม (หยักที่มุม) ที่ชั้นฐานของตัวเรือนธาตุปราสาทก่อด้วยศิลาแลงขึ้นไปถึงชั้นเหนือประตู เหนือขึ้นไปก่อด้วยอิฐ ฉาบปูนและปั้นปูนขาวฉาบประดับทั้งองค์ปราสาท วัดพระปรางค์สีดา ที่ตรงนี้เคยเป็นที่ตั้งรูปปั้นนางสีดา กับท้าวกำพร้า สภาพของปราสาทปรางค์บ้านสีดา ตามภาพถ่ายเก่าเมื่อปี 2504 ชั้นเรือนยอดที่ก่อด้วยอิฐน่าจะพังทลายลงมาทั้งหมดในยุคก่อนหน้า คงเหลือเพียงชั้นของเรือนธาตุกับปูนปั้นประดับกลุ่มบัวเชิงธาตุและปูนปั้นหัวเสาติดอยู่กับตัวอาคารเรือนธาตุที่แตกร่วงหล่นกระจัดกระจาย ส่วนที่คงเหลืออยู่เห็นเป็นเด่นชัดเป็นภาพปูนปั้นประดับบนส่วนของทับหลังและหน้าบันทางฝั่งทิศตะวันตก ที่เป็นภาพของนางอัปสรา 7 นางกำลังร่ายรำ และภาพของกลุ่มบุคคลรายล้อมเทพเจ้าสำคัญ ที่ประทับอยู่บนดอกบัวตรงกลางภาพหน้าบัน จากร่องรอยหลักฐานที่เหลืออยู่ของซากปราสาทปรางค์บ้านปรางค์ ฐานบัวเชิงเรือนธาตุที่เหลืออยู่มีลักษณะยกชั้นสูงกว่าชั้นลวดบัวเชิงเสาประดับผนัง ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของสถาปัตยกรรมในยุคปลายพุทธศตวรรษที่ 16 ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ 17 เป็นสถานที่ทีเต็มไปด้วยรูปปั้นที่สื่อถึงนรกกับสวรรค์ ประกอบกับภาพลวดลายปูนปั้นบนทับหลังหรือหน้าบัน ที่มีลักษณะเป็นเรื่องราวของภาพบุคคลโดด ๆ ไม่มีลายหน้ากาลเกียรติมุข หรือลายพรรณพฤกษามาประกอบ เป็นความนิยมทางศิลปะในช่วงหลังต้นพุทธศตวรรษที่ 17 ซึ่งก็หมายความว่า ปรางค์บ้านสีดาอาจกำหนดอายุการก่อสร้างได้ในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 17 ถึงลักษณะของบุคคล รวมทั้งลวดลายเครื่องแต่งกายของภาพปูนปั้นที่มีอยู่นั้นมีความโดดเด่นแบบศิลปะขอม – เขมรโบราณ แต่ก็ยังมีความเป็น “ท้องถิ่น” ผสมผสานอยู่มาก ซึ่งก็อาจจะเป็นภาพปูนปั้นที่เพิ่งปั้นแต่ง เพิ่มเติมเข้าไปในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 17 ในช่วงซ่อมแซมปราสาทครั้งใดครั้งหนึ่งก็เป็นได้ บ่อที่ถูกอ้างอิงว่าเป็นบ่อไก่แก้วตามตำนาน "ไก่แก้วหอมชู" ชื่อของ “ปรางค์บ้านสีดา” นั้น อาจมาจากชื่อ“นางสีดา” นางเอกสำคัญในวรรณกรรมรามเกียรติ์ และยังปรากฏอยู่ ในนิทานพื้นบ้านลาว เรื่อง "ไก่แก้วหอมชู" ซึ่งเล่าต่อกันในท้องถิ่นว่านางสีดาเป็นพระธิดาของท้าวกะโยงคำพญานาคเจ้าเมืองบาดาล วันหนึ่งแอบขึ้นมาเที่ยวบนโลกมนุษย์ โดยเนรมิตกายให้เป็น “ไก่แก้ว” (ไก่เผือก) ท้าวกำพร้า (ผู้มีวิชาต่อไก่ บุตรของผัวเมียกำพร้า) ได้มาพบไก่แก้ว จึงเข้าต่อไก่ไล่จับ คว้าไว้ได้แต่เพียงปลายหางเส้นหนึ่งของไก่แก้ว แต่นางสีดา (ไก่แก้วจำแลง)ก็สามารถหนีลง “รู” กลับไปเมืองบาดาลได้ ปลายขนหางไก่แก้วที่ท้าวกำพร้านำกลับมา ได้ส่งกลิ่นหอมชูฟุ้งไปทั่วเขตคราม หอมโชยไปจนถึงวังของพญาจาตูม (พญากุญชโร) พระองค์จึงมีรับสั่งให้ออกตามหาที่มาของกลิ่นหอมชู เมื่อทราบความแน่แล้วจึงให้ทหารขุดรูลงไปหาไก่แก้ว แต่จะขุดลึกลงไปมากเท่าใดก็ยังไม่ถึงเมืองบาดาล แม้จะเอาด้ายหย่อนลงไปก็ไม่ถึง พญาจาตูมจึงให้นายช่างหลวงทำสายยนต์เป็นเชือกโซ่เหล็ก ใช้เวลาตีสายเชือกยนต์เจ็ดปีเจ็ดเดือนจนมีความยาวมากพอ แต่ก็ไม่มีใครอาสาลงรูไปตามไก่แก้ว พญาจาตูมจึงขอให้ท้าวกำพร้า เป็นผู้ลงไปตามหาไก่แก้ว โดยสัญญาว่า จะดูแลมารดาของท้าวกำพร้าไว้ให้ (บ่อที่ขุดตามรูก็เรียกว่า "บ่อไก่แก้ว" ช่องหินศิลาแลงรูปสี่เหลี่ยม (ที่ปักเสาจารึกแบบเขมรโบราณ) ในวัดบ่อไก่แก้ว ที่จะมีงานประจำปีทุกวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 ของทุกปี) หน้าปราสาทที่ว่ากันว่า พญาจาตูมสร้างให้แก่นางสีดา ด้านหน้าจะมีรูปปั้นนางสีดาอยู่ เมื่อตั้งหลักยนต์ไว้ข้างบ่อแล้วจึงผูกสายยนต์หย่อนลงไป ให้ท้าวกำพร้าอยู่ในยนต์ โดยแจ้งสัญญาณว่าถ้าต้องการขึ้นมา จะให้ดึงขึ้น ก็ขอให้กระตุกสายยนต์ เมื่อหย่อนลงไปถึงเมืองบาดาล ท้าวกำพร้าก็ได้พบนางสีดา (ไก่แก้วจำแลง) ซึ่งเป็นพระธิดาพญานาค แต่ด้วยเพราะอดีตชาติเป็นคู่ตุนาหงัน ทั้งสองจึงตกลงปลงใจแต่งงานกัน ต่อมาท้าวกำพร้าคิดถึงมารดาที่ฝากพญาจาตูมดูแลไว้ จึงขอพญานาคเจ้าเมืองบาดาลเดินทางกลับขึ้นมาพร้อมกับนางสีดาแต่เมื่อมาจะขึ้นยนต์ นางสีดาลืมของใช้ จึงขอให้ท้าวกำพร้ากลับไปเอามาให้ ท้าวกำพร้าสั่งกำชับนางสีดาว่า ห้ามถูกต้องสายเชือกยนต์โดยเด็ดขาด แต่นางสีดาก็เผลอขึ้นไปนั่งบนยนต์ ทำให้สายเชือกยนต์กระตุก ทหารข้างบนจึงชักสายยนต์ขึ้น ท้าวกำพร้าวิ่งกลับมาไม่ทันจึงขึ้นมาไม่ได้ และต้องย้อนกลับไปยังเมืองบาดาล เพื่อขอให้เจ้าเมืองบาดาลหาหนทางช่วยให้กลับขึ้นมาเบื้องบนเมื่อนางสีดาถูกยนต์ชักขึ้นมาแล้ว พวกทหารที่เฝ้ายนต์ จึงนำตัวนางไปถวายพญาจาตูม พญาจาตูมทรงโปรดและหลงรักนางสีดา หวังจะอภิเษกให้เป็นมเหสีด้วย แต่ด้วยเพราะพญาจาตูมไม่ใช่เนื้อคู่จึงไม่อาจเข้าใกล้ตัวนางสีดาและหากเข้าใกล้ถูกเนื้อต้องตัวนางสีดาก็จะลุกร้อนเป็นไฟ ด้านหน้าของตัวปราสาท "ปรางค์บ้านสีดา" นางสีดาขอเวลา 3 ปี รอให้ท้าวกำพร้ากลับมา ถ้าท้าวกำพร้าไม่กลับ ก็จะยอมเป็นมเหสีของพญาจาตูม แต่ขอให้สร้างปราสาทแยกให้ไปประทับอยู่ห่างๆพญาจาตูมจึงทำตามที่นางสีดาขอ โดยสร้างปราสาทให้นางสีดา (ปรางค์บ้านสีดา) หลังหนึ่ง และเมื่อท้าวกำพร้าสามารถเดินทางกลับขึ้นมาจากบาดาลจนได้มาพบกับนางสีดาและกลับมาอยู่ด้วยกัน เมื่อพญาจาตูมรู้เข้าจึงส่งคนมารับนางกลับไป แต่ท้าวกำพร้าไม่ให้ เพราะพญาจาตูมผิดคำสัญญาที่จะดูแลมารดาให้ดี แต่กลับปล่อยปะละเลยจนเสียชีวิต เกิดการรบพุ่งกันระหว่างพญาจาตูมกับท้าวกำพร้า ท้าวกำพร้าเสกให้พญาจาตูมตัวแข็งเป็นหิน เสกให้น้ำท่วมเมือง จนพ่ายแพ้ พญาจาตูมยอมรับผิด ยกบ้านเมืองให้ท้าวกำพร้าครอบครอง แต่ท้าวกำพร้าปฏิเสธ จึงยกเมืองคืนให้กับพญาจาตูม ครอบครองดังเดิม พร้อมกับสั่งสอนให้ตั้งตนอยู่ในศีลธรรม ส่องใหญ่เลยนะนายบอยจ๊อด ประตูทิศใต้ ที่มีเรื่องเล่าแตกต่างกันมากมาย เกี่ยวกับปรางค์บ้านสีดา ถูใหญ่เลยนะหนวด นอกจากซากของปราสาทร้างในยุควัฒนธรรมเขมรที่บ้านสีดาแล้ว โดยรอบของชุมชนยังปรากฏร่องรอยของเนินเมืองที่ตั้งถิ่นฐานของผู้คนในยุคก่อนประวัติศาสตร์ คูน้ำคันเมืองรูปวงกลมและวัตถุโบราณในวัฒนธรรมแบบทวารวดี (ใบเสมาหินแบบทวารวดี) ที่บ้านโนนเมือง (ทางทิศเหนือของปรางค์บ้านสีดา)แสดงให้เห็น”ร่องรอยหลักฐาน” ของพัฒนาการผู้คน – วัฒนธรรมที่ทับซ้อน ต่างกาลเวลากันมายาวนานจากชุมชนยุคเหล็กมาถึงวัฒนธรรมทวารวดีกลายมาเป็นชุมชนเขมรตั้งแต่ยุคพุทธศตวรรษที่ 16 เป็นต้นมาได้อย่างชัดเจน แม้ว่าจะมีสถานที่อ้างอิงจริง แต่ก็ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเรื่องเล่านิทานนี้จะเคยเกิดขึ้นจริงด้วย และถึงแม้ว่ามันจะเป็นอย่างนั้น นายบอยจ๊อดก็ยังครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้ต่างๆ เพื่อหาข้อสรุปให้ได้ชัดเจนต่อไป เอาน่ะ อย่าเพิ่งไปคิดมากเลยพ่อหนวด.. Did you know - ประเพณีแห่ช้างบ่อไก่แก้วเมืองสีดาใช้ช้างแห่จำนวน ๙ เชือกในช่วงตรุษสงกรานต์ โดยมีความเชื่อว่าเมื่อท้าวกำพร้ารบชนะพระยาจาตูม และชิงตัวนาง - ชาวบ้านมีความเชื่อว่าตรงบริเวณบ่อไก่แก้วมี “รู” หรือ “ทางน้ำ” ที่เชื่อมต่อระหว่างเมืองบาดาลกับโลกมนุษย์ - ปูนปั้นในวัดบ่อไก่แก้วเป็นศิลปะแบบขอม – เขมรโบราณ ระบุว่าเป็นปูนปั้นประดับปราสาทก่ออิฐหลังหนึ่งในจังหวัดโคราช เรียกว่า “กู่สีดา” หรือ “ปรางค์บ้านสีดา” - ที่บ้านโนนเมือง (ทางทิศเหนือของปรางค์บ้านสีดา) แสดงให้เห็น”ร่องรอยหลักฐาน” ของพัฒนาการผู้คน – วัฒนธรรมที่ทับซ้อน ต่างกาลเวลากันมายาวนานจากชุมชนยุคเหล็กมาถึงวัฒนธรรมทวารวดีกลายมาเป็นชุมชนเขมรตั้งแต่ยุคพุทธศตวรรษที่ 16 เป็นต้นมา สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของนิตยสาร RUSH ได้ที่ Facebook : facebook.com/RUSHmag IG : instagram.com/rush_magazine_official/ Youtube : youtube.com/channel/UC05caWeApIU23HyV6e9ng2A ขอขอบคุณเนื้อหาจาก RUSH#64 Dec

เสน่ห์เน้นๆ! 11 เหตุผลที่ควร มีแฟนเป็นตากล้อง
คู่รัก /  คู่รักช่างภาพ / 

ปฏิเสธไม่ได้ว่า อาชีพที่สาวๆหนุ่มๆหลงรักหรือหลงใหลมากอาชีพหนึ่งก็คือ "ตากล้อง" เพราะเป็นอาชีพที่ไม่ว่าใครเพศไหน ถ้าได้ถือกล้องขึ้นมาแล้วทำท่าตั้งใจขึ้นมาหน่อย ก็จะดูน่าค้นหา เซ็กซี่ ดูดีเป็นที่สุด ว่าแต่จะมีเหตุผลอะไรอีกที่คนมักจะหลงรักตากล้องได้อีก มาลองดูดีกว่าว่า เสน่ห์ 11 อย่างที่ตากล้องมีน่ะ คืออะไร   1.ครีเอทีฟชั้นดี ไม่ว่าการเลือกมุมมองของภาพ การจัดวางองค์ประกอบต่างๆในภาพ อารมณ์ความรู้สึกของภาพ มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่ภาพหนึ่งภาพจะสื่อออกมาได้ง่ายๆนะ และก็ไม่ใช่ว่าทุกคนที่ภ่ายภาพจะสื่ออารมณ์ออกมาได้หมด ต้องมีปัจจัยหลายอย่างในการสร้างสรรค์ผลงาน แต่ตากล้องฝีมือจะมีความสามารถเหล่านี้ น่าหลงใหลเป็นที่สุด 2.เขาให้ความสำคัญกับองค์ประกอบเล็กๆ เคยเดทกับใครแล้วทักว่าคุณเปลี่ยนสีผม เปลี่ยนทรงผมมั้ย ? ถ้ามีแฟนเป็นตากล้อง หรือ ช่างภาพ บอกเลยว่าคุณจะได้รับสิ่งเหล่านี้แน่นอน เพราะเขาจะมีความใส่ใจในรายละเอียดเล็กน้อยของคุณได้เป็นอย่างดี เนื่องจากอาชีพของเขาต้องคอยสร้างความเนี้ยบให้กับผลงานและต้องดูแลทุกรายละเอียดให้อยู่ในลักษณะที่โอเคที่สุด 3.เขารักงาน อย่างที่ว่าว่าใครๆก็สามารถเป็นตากล้องได้ แต่การยึดอาชีพ ตากล้อง เพื่อหาเลี้ยงชีพเนี่ย เป็นเพราะเขารักในสิ่งที่เขาทำจริงๆ  ไม่ต้องห่วงถ้าเขาจะไม่ดูแลคนที่รักอย่างคุณ เพราะเขาดูแลคุณเป็นอย่างดีแน่นอน (ถ้าไม่ติสต์ไปซะก่อนนะ) 4.ถ่ายรูปคุณออกมาดูดีแน่นอน ยิ่งถ้ามีความสามารถเป็นตากล้องคนเก่งล่ะก็ ถ่ายรูปใครก็ต้องออกมาสวยแน่นอน ยิ่งสร้างความมั่นใจให้กับคุณ เผลอๆได้รูปไปอวดเพื่อนๆในโซเชียลให้อิจฉาเล่นเป็นประจำ 5.เขาเก็บผลงานอย่างดี ผลงานต่างๆที่เขาถ่ายนั้น ไม่ต้องห่วงว่าเขาจะละเลย เขาจะเก็บมันไว้อย่างดี ไม่ว่าจะภาพความทรงจำโมเม้นท์ใดของชีวิต คุณไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ เพราะเขาจะเก็บมันและรักษายิ่งชีพของเขาเลย 6.เขากตัญญูรู้คุณ เพราะการสร้างสรรค์ผลงานไม่ใช่เรื่องง่าย บางครั้งอาศัยความสามารถอย่างเดียวก็ไม่พอ เพราะต้องใช้โชคเข้าช่วยด้วยในบางครั้ง และการเป็นกำลังใจคอยอยู่เคียงข้างเขาในยามที่เขาท้อใจในการทำงาน เขาจะไม่ลืมสิ่งที่คุณทำอย่างแน่นอน 7.อารมณ์ดี เคยเห็นตากล้องที่อารมณ์ดีๆเวลาไปถ่ายภาพมั้ยคะ เพราะเขาต้องการดึงอารมณ์ความรู้สึกออกมา เพื่อให้ภาพเป็นภาพที่ออกมาดีที่สุด ไม่ต้องห่วงว่าเวลาปกติเขาจะไม่อารมณ์ดี เพราะเขาก็อยากให้คุณมีความสุขเหมือนคนอื่นๆที่เขาเคยถ่ายภาพให้เช่นกัน 8.เขารักการเรียนรู้ ถ้าเขารักกล้อง กล้องก็คล้ายกับอุปกรณ์หากินของเขานั่นแหละค่ะ และการถ่ายภาพก็ไม่ได้เป็นความรู้ที่หยุดนิ่ง เขาต้องหมั่นค้นคว้า เขาคอร์สเรียน ต้องพัฒนาศักนภาพของตนเองตลอดเวลา เพื่อผลงานที่ดีที่สุด การที่มีแฟนที่เป็นผู้รอบรู้เรื่องใหม่ๆ จะทำให้คุณเองก็มีความรู้เพิ่มมากขึ้นไปอีกด้วย ที่สำคัญมันแสดงออกว่า เขาไม่ใช่คนปิดตัวเอง เขาพร้อมเรียนรู้สุดๆในทุกเรื่อง 9.เขาเข้าใจความรู้สึกของคนอื่น เมื่อตากล้องต้องทำงานกับนางแบบ หรือ คนที่เป็นแบบ เขาเข้าใจว่าความรู้สึกกระอักกระอ่วนของการเป็นแบบนั้นเป็นอย่างไร ทำให้เขาต้องพยายามดึงความรู้สึกและช่วยให้งานออกมาดีที่สุด ในขณะเดียวกันก็ต้องไม่ทำให้แบบรู้สึกเคอะเขินหรือไม่เป็นตัวเอง เรียกได้ว่าต้องแบกความรู้สึกหลายอย่างในตัวเองมากทีเดียว 10. เขามองเห็นความสวยงามในทุกสิ่ง ทุกอย่างบนโลกใบนี้สวยงามหมด แม้แต่สิ่งไม่มีชีวิต ตากล้องก็สามารถทำให้มันเป็นสิ่งที่ดูสวยงามราวกับมีชีวิตได้ เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงถ้าวันหนึ่งคุณเหนื่อย เจอเรื่องแย่ เขาจะพาคุณไปมองด้านดีๆและความสวยงามของชีวิต ไม่ทำให้คุณเครียดแน่นอน 11.มีเสน่ห์ เป็นธรรมชาติของอาชีพตากล้องเลยก็ว่าได้ เพราะ ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ เวลาเห็นผู้ชายยกกล้องขึ้นมา หมุนเลนส์หน่อย แต่งตัวทะมัดมะแมง มันกลายเป็นดูดีขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย ถ้าอยากได้แฟนเท่ๆมีกล้องคู่กาย ก็คงจะต้องหันมาคบกับตากล้องอย่างเราแล้วล่ะ   ที่มา lifehack เรียบเรียงโดย Women Mthai Team

แว่นตากันแดด แนวสตรีทสุดเท่ DECK Funglasses by Joey Boy
deck /  เทรน / 

คงไม่ต้องบอกสรรพคุณ เจ้าพ่อเพลงแร็ปอันดับหนึ่งของเมืองไทยอย่าง โจอี้ บอย ที่ไม่ว่าหยิบจับอะไรก็ประสบความสำเร็จเป็นกระแสไปหมด ทั้งงานเพลง หนัง กีฬา และล่าสุดก็จับธุรกิจสตรีทแฟชั่นที่บรรดาสาวกของเฮียต่างรอคอยกันมานาน กับแว่นตากันแดดภายใต้แบรนด์... DECKFunglasses by Joey Boy (เด็คฟันกลาสเซส บาย โจอี้ บอย) แว่นตากันแดด แสบซ่าสัญชาติไทย ฉีกทุกแบบ แหวกทุกกฎเกณฑ์ของแฟชั่นในแบบเดิมๆ ความพิเศษคือเฟรมแว่นตาผลิตจากไม้ Canadian Maple Wood เป็นไม้ชนิดเดียวกับที่ใช้ทำแผ่น Skateboard ทุกชิ้นผลิตแบบ Handmade ซึ่งจุดเด่นจะอยู่ที่ลายไม้และสีสัน ในการตัด/การขัดแผ่นไม้ ทำให้แต่ละชิ้นงานมีความแตกต่างกัน เรียกได้ว่าแว่นทุกตัวของ DECK เป็นงานที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก! โจอี้ บอย เผยถึงที่มาของ DECK Funglasses by Joey Boy ว่า “แบรนด์นี้เกิดขึ้นจากความชื่นชอบส่วนตัวของผม คนที่รู้จักผมจะรู้ว่าทำอะไรต้องสนุกและมีความสุขที่จะทำ เช่น เดียวกับแว่นตา DECK ด้วยคอนเซ็ปท์ Funglasses มันบ่งบอกความเป็นตัวผมมากที่สุด แหวกแนวในเรื่องของการคัดเลือกวัสดุที่นำมาผลิตตัวเฟรมแว่นผ่านกระบวนการผลิตแบบเดียวกันกับแผ่นสเก็ตบอร์ดทำให้มีน้ำหนักเบา มึความทนทานรองรับแรงกระแทกสูงและสามารถดีไซน์สีหรือลายได้ตามต้องการเป็นงานแฮนด์เมดล้วนๆ ที่ต้องอาศัยความประณีตในการผลิตอย่างมาก ส่วนเลนส์ก็เป็นระดับคุณภาพเดียวกับแบรนด์ไฮเอนด์ สามารถใส่เล่นกีฬากลางแจ้ง หรือใส่ปกติประจำวันก็ถนอมสายตาได้ไม่มีปัญหา มีให้เลือกทั้งแบบเลนส์สีดำธรรมดา หรือแบบปรอทเท่ซ่าครบทุกเฉดสี เรียกว่าทุกครั้งที่คุณหยิบแว่น DECK Funglasses by Joey Boy มาใส่จะสัมผัสได้ถึงความสนุกไปกับสีสันแฟชั่นที่จัดจ้านไม่ซ้ำแบบใครแน่นอนครับ” DECK Funglasses by Joey Boy มีวางจำหน่ายทั้งหมด 8 รุ่นหลัก ได้แก่ 1950’s, Giant, Popcorn, Owl, Pool, Pool42, Sweet&Sour และ TukTuk โดยแต่ละรุ่นออกแบบให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งสีสันและรูปทรงให้เหมาะกับรูปหน้าทุกแบบ รวมถึงคุณภาพของเลนส์ CR39 ที่ถนอมสายตา ป้องกัน UV ได้อย่างดีเยี่ยม หลากสไตล์หลายสีสันให้คุณแมทช์ได้กับทุกไลฟ์สไตล์ไม่จำเจสามารถดูรายละเอียดสินค้าและสั่งซื้อออนไลน์ได้ทาง wwww.deckthailand.com หรือไปสัมผัสสินค้าจริงได้ที่…Mega Bangna, Siam Center, ร้าน Glassaholic และ ร้าน Burgundy Dipper

นายกฯ นำ ครม. ซ้อมปั่นจักรยาน เตรียม Bike for Mom
Bike for Mom /  ครม. / 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นำครม. ซ้อมปั่นจักรยานงาน Bike for Mom ฟิตขับวน 5 รอบทำเนียบ วันนี้ (28 ก.ค.)  ก่อนการประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และครม. ได้พร้อมใจกันสวมเสื้อสีเหลือง ร่วมซ้อมปั่นจักรยานในกิจกรรม “Bike for Mom ปั่นเพื่อแม่” ภายในทำเนียบรัฐบาล โดยเริ่มขบวนตั้งแต่บริเวณตึกไทยคู่ฟ้า ปั่นวนไปตามถนนรอบทำเนียบรัฐบาล จำนวน 5 รอบ โดย พล.อ.ประยุทธ์ เผยหลังจากปั่นจักรยานว่า วันนี้ถือเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร ซึ่งในการจัดกิจกรรม “Bike for Mom ปั่นเพื่อแม่” พระองค์ทรงมีความเป็นห่วง ในเรื่องความปลอดภัยของประชาชน ในการขับขี่จักรยาน และในวันนี้ตนได้สวมใส่หมวกและอุปกรณ์ป้องกัน เพื่อให้เห็นถึงความใส่ใจในเรื่องของความปลอดภัย รวมถึงพระองค์ท่านได้รับสั่ง ให้ดูแลผู้ใช้รถจักรยาน โดยให้ร่วมมือกัน ตลอดจนทรงสนับสนุนให้มีการใช้จักรยานให้มากขึ้น และทรงสั่งไม่ให้กังวลว่า จะไหวหรือไม่ไหว หรือปั่นนานเกินไป เพราะกิจกรรมในครั้งนี้จุดประสงค์หลักต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วม นอกจากนี้ทรงสั่งว่า การปั่นจักรยานในวันจัดกิจกรรมจะขับขี่ไม่เกิน 15กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทั้งนี้ขอเชิญชวนให้ทุกคนมาร่วมกิจกรรม และต้องขอขอบคุณประชาชน ที่เข้าร่วมสมัครกิจกรรมดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ขอบคุณข้อมูล/ภาพ dailynews ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ละครนางร้ายที่รัก  , เรื่องย่อนางร้ายที่รัก
บอย ปกรณ์ นางร้ายที่รัก /  คิมเบอร์ลี่ นางร้ายที่รัก / 

นางร้ายที่รัก บทประพันธ์โดย : ดวงมาลย์บทโทรทัศน์โดย : ชลนภัสส์ จันทรังษี, จีรนุช ณ น่าน, วรรณพร รัฐพิทักษ์สันติกำกับการแสดงโดย : สำรวย รักชาติ ออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 พิมพ์ชนก (คิมเบอร์ลี แอน เทียมศิริ) ดารานางร้ายสุดฮอตในวงการบันเทิง ได้รับมรดก มหาศาลในฐานะทายาทเพียงคนเดียวของตระกูล ทรัพย์ไพศาลอนันต์ หลังจากสูญเสีย พรรณราย (อรสา พรหมประทาน) แม่ที่เลี้ยงเธอมาอย่างเอาอกเอาใจราวกับเธอเป็นราชินีองค์น้อย ๆ ทำให้เธอ เติบโตมาอย่างหรูหรา หยิ่งทะนง เหวี่ยงวีนไม่ไว้หน้าใคร และเอาแต่ใจตัวเองเป็นที่สุด พิมพ์ชนกก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงจากการทาบทามของ ชาร์ลี แมวมองหน้าใหม่หัวใจสีม่วง ตั้งแต่ยังเรียนไม่จบปริญญาตรี ชาร์ลีหวังปั้นให้พิมพ์ชนกเป็นนางเอกดาวรุ่งดวงใหม่ แต่ด้วยความ ปราดเปรียว สวยเฉี่ยว มีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร ทำให้พิมพ์ชนกโด่งดังและมีชื่อเสียงจากการพลิกบทบาทเป็นนางร้ายในละครโทรทัศน์มากกว่า แท้จริงแล้ว พิมพ์ชนกไม่ได้ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงเพื่อชื่อเสียง แต่เพราะเธอต้องการแสดง ตัวตนให้ใครคนหนึ่งได้รับรู้ ใครคนที่เธอรอคอยจะได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง พิมพ์ชนกใช้ชีวิตอยู่ในคฤหาสน์หรูตามลำพังคนเดียว โดยให้ ป้าศัลย์ (ดีใจ ดีดีดี) แม่บ้าน เก่าแก่ และสาวใช้คนอื่นแยกออกไปอยู่เรือนเล็กหลังคฤหาสน์ เพราะไม่ต้องการเห็นใครเข้ามาเดิน วุ่นวายให้รำคาญตาเวลาเธออยู่บ้าน แม่บ้านและสาวใช้จึงต้องเตรียมทำอาหารเช้าไว้ให้พิมพ์ชนก ก่อนตื่นนอน จัดการงานบ้านและเตรียมอาหารเย็นก่อนพิมพ์ชนกกลับจากเลิกงาน หลายคืนติดต่อกัน พิมพ์ชนกฝันกึงผู้หญิงคนหนึ่งในบึงใหญ่ เวิ้งว้าง เสียงเรียกของเธอเต็มไป ด้วยความเจ็บปวด ทุกข์ทรมาน พิมพ์ชนกพยายามเพ่งมองใบหน้าหญิงสาวคนนั้น แต่ก็ถูกม่าน หมอกบดบังให้มองไม่เห็นทุกที... ชาร์ลีบอกว่าพิมพ์ชนกเครียดกับละครผีเรื่องใหม่ที่กำลังจะเปิด กล้อง จึงทำให้เก็บมาฝันเป็นตุเป็นตะ แต่พิมพ์ชนกกลับรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างที่ทำให้เสียงเรียกของผู้หญิงคนนั้น ยังดังแว่วในความคิดตลอดเวลา นางร้ายที่รัก นที สิงห์หฤทธิ์ (ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์) ผู้กองหนุ่มฝีมือดีจากกองปราบ กับ ศาตรา (จิตรกาณุ กลมแก้ว) ตำรวจลูกพี่ลูกน้องของเขา ได้รับคำลังให้นำกำลังตำรวจนอกเครื่องแบบ มาดูแลความเรียบร้อยในงานประกาศรางวัล มาลาทองคำ ที่จัดขึ้นสำหรับดารานักแสดง โดยมีภรรยาท่านนายกรัฐมนตรีมาเป็นประธานในงาน และแขกผู้มีชื่อเสียงทางธุรกิจและวงการบันเทิงมา ร่วมงานอย่างดับคั่ง นทีเบื่อหน่ายงานโชว์หรู ที่ต้องปั้นหน้าแสแสร้งเข้าหากันอย่างนี้มาก ผิดกับศาตราที่ดูจะมี ความสุขกับการมองดาราสาวสวยแต่งชุดหวือหวาประชันความสวย เดินกรดกรายมาบนพรมแดง พิมพ์ชนกเข้างานมาดุจนางพญาหงส์ในชุดเดรสเกาะอกสีแดงเพลิงยาวกรอมพื้น กลบรัศมี ดาราคนอื่นจนหมดสิน แสงแฟลชวูบวาบจากนักข่าวทุกคนพุ่งความสนใจไปเธอเพียงคนเดียว แล้ว สายตาคมกริบของนที ก็ชะงักค้าง ในความงดงามและมีเสน่ห์ของพิมพ์ชนก จนศาตราออกปากแซวว่าอินทรีหนุ่มต้องมนต์สะกดนางพญาหงส์เข้าแล้ว พิมพ์ชนกได้รับรางวัลนักแสดงนำฝ่ายหญิงยอดเยี่ยมแห่งปี ตามที่สื่อบันเทิงหลายสำนัก คาดการณ์ไว้ เนตรกมล (หยาดทิพย์ ราชปาล) นางเอกแสนหวานผู้ร่วมวงการฯ แสดงความยินดีกับ พิมพ์ชนกอย่างชื่นชม ต่างจาก ดวงแข (ธนิดี กาญจนวัฒน์) และ พิไล (เวธกา ศิริวัฒนา) สองเพื่อนซี้ นางร้ายในวงการรุ่นเก่า ที่ถูกรัศมีของพิมพ์ชนกเขี่ยจนเกือบตกกระป๋อง ได้แต่เฝ้ามองพิมพ์ชนกด้วย ความอิจฉาตาร้อน คิดหาทางเขี่ยพิมพ์ชนกกระเด็นออกจากวงการไปให้ได้ นางร้ายที่รัก ผู้หญิงในบึงใหญ่ยังคงร้องเรียกพิมพ์ชนกในฝัน คราวนี้พิมพ์ชนกกำลังจะได้เห็นใบหน้าที่ ชัดเจนของเธอ ถ้าไม่ถูกชาร์ลีปลุกขึ้นมาดูพาดหัวข่าวบันเทิงทุกฉบับ ที่มีรูปพิมพ์ชนกสวยเด่นเป็นสง่าขึ้นไปรับรางวัลอันทรงเกียรติ พิมพ์ชนกภูมิใจกับรางวัลที่ได้รับ แต่ต้องสะดุดตากับข่าวกรอบเล็กมีรูปพบศพผู้หญิงในบึงร้างแห่งหนึ่งแถวรังสิต ระบุชื่อ นางสาวสายธาร ประเสริฐวรกาญจน์ จมน้ำเสียชีวิตไม่ต่ำกว่าหนึ่งสัปดาห์ พิมพ์ชนกมองรูปและชื่อในข่าวนั้นด้วยความตกใจสุดขีด พิมพ์ชนกหยิบกล่องลายลูกไม้เก่าที่เก็บซ่อนในตู้เสื้อผ้าชั้นบนสุดลงมา เปิดกล่องดูรูปถ่ายสี ซีดจางขึ้นมาดูอย่างใจหาย เห็นเด็กหญิงตัวเล็กวัย 7 ขวบที่มีแววตาเศร้า ถ่ายรูปคู่กับเด็กหญิงวัย 9 ขวบ ที่ยิ้มร่าเริงสดใส ด้านหลังรูปถ่ายเขียนชื่อด้วยลายมือเด็ก พี่พิมกับน้องน้ำ ภาพในวันเด็กของพิมพ์ชนกย้อนกลับมาในความคิด พิมพ์ชนกกับ สายธาร (นันทิกานต์ สิงหา) คือพี่น้องต่างสายเลือดร่วมสถานสงเคราะห์เด็กหญิง บ้านแสงประทีป ทั้งสองผูกพันกันมาก พิมพ์ชนกรักและปกป้องสายธารดุจพี่น้องแท้ ๆ แต่ทั้งคู่ก็ต้องแยกจากกันเพราะมีพ่อแม่ใหม่มารับ อุปการะสายธารไปก่อน จากนั้นไม่นาน พรรณราย หญิงหม้ายเศรษฐีนีผู้ไม่มีทายาทสืบสกล ก็มาขอรับพิมพ์ชนกไปเป็นบุตรบุญธรรม ความลับในวัยเด็กของพิมพ์ชนก มีเพียงชาร์ลีกับปาศัลย์เท่านั้นที่รู้ ใครคนนั้นที่พิมพ์ชนกหวังจะได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง คงไม่มีวันเป็นจริง... เมื่อสายธาร น้องสาวที่เธอให้ชาร์ลีจ้างนักสืบเอกชน ตามหามานาน ได้เสียชีวิตแล้ว!! สายธารกับชาร์ลีไปงานศพสายธารในคืนสุดท้าย แอบเฝ้ามองบรรยากาศงานศพอยู่ในรถเพราะไม่อยากให้เป็นจุดสนใจ จนแขกเหรอทยอยกลับจนหมด พิมพ์ชนกจึงเข้าไปเคารพสายธาร ด้วยหัวใจแหลกสลาย ซึ่งไม่คาดคิดว่าจะเจอกมลเนตรกับ พิพัฒน์ (โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์) น้องชายเนตรกมล ซึ่งเป็นแฟนหนุ่มของสายธาร หลังกลับจากงานศพสายธาร พิมพ์ชนกร้องไห้จนหลับไป สะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกทีเพราะมีมือเย็นเฉียบแตะขาเธอ พิมพ์ชนกเห็นร่างสายธารร้องไห้อยู่ปลายเตียงของเธอ เธอไม่ได้ฝัน เธอเห็นสายธารอยู่ตรงหน้าจริง ๆ เสียงโทรศัพท์ของพิพัฒน์ปลุกพิมพ์ชนกให้ตื่นจากภวังค์สายธารหายไปแล้ว พิพัฒน์นัดเจอพิมพ์ชนกบอกความจริงเรื่องสายธารเป็นผู้หญิงไซด์ไลน์ ตอนแรกพิพัฒน์เจ็บปวดและรับไม่ได้ แต่สุดท้ายก็ให้อภัยเพราะความรักที่เขามีต่อสายธาร และวางแผนที่จะแต่งงาน กันแต่ ดนัย (กรุณพล เทียนสุวรรณ) กับ สมภพ (วริษฐ์ ทิพโกมุท) สองพี่น้องนายทุนและเจ้าพ่อแห่งวงการบันเทิง ที่เคยใช้บริการสายธารบ่อย ๆ ไม่ยอมเลิกกับสายธาร ทั้งสองขู่เอาชีวิตสายธาร ทำให้สายธารหวาดกลัวและอัดคลิปเสียงขู่ฆ่า และคลิปเสียงของดนัยที่โทรนัดให้สายธารไปพบที่บึงร้าง ไม่งั้นจะแฉรูปโป๊ของสายธารที่แอบถ่ายเอาไว้ สายธารจึงขู่กลับว่าจะเปิดเผยเรื่องทั้งหมดกับสื่อฯ หลังจากสายธารตาย มือถือของเธอก็หายไป พิพัฒน์มั่นใจว่าดนัยกับสมภพร่วมมือกันฆ่าปิดปาก สายธาร พิมพ์ชนกหดหู่กับเรื่องของสายธารที่เธอได้รับรู้ ความรู้สึกผิดเกิดขึ้นในใจของพี่สาวต่างสายเลือด ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ...สายธารก็คงไม่มีชะตากรรมแบบนี้ เพราะเธอไปอ้อนวอนขอร้องให้สามีภรรยาคู่นั้นรับสายธารไปอยู่ด้วย สามีภรรยาครอบครัวประเสริฐวรกาญจน์ถูกใจและเลือกรับอุปการะพิมพ์ชนก แต่พิมพ์ชนกอยากให้สายธารได้อยู่สุขสบายมีครอบครัวที่อบอุ่น จึงเสียสละโอกาสนั้นให้น้อง โดยหารู้ไม่ว่า เธอได้ส่งสายธารไปสู่เงื้อมือพญามัจจุราช ครอบครัววรกาญจน์ย้ายที่อยู่ทันทีที่ได้ตัวสายธารไป ทำให้บ้านแสงประทีปติดต่อไม่ได้ พิมพ์ชนกขาดการติดต่อกับสายธารทั้งที่ทั้งสองสัญญาจะไม่ทิ้งกัน นางรายที่รัก สายธารถูกเลียงให้เติบโตมาอย่างดี และถูกพ่อแม่ใจยักษ์บังคับให้สายธารขายตัวกับเสี่ยกระเป๋าหนักมากหน้าหลายตา โดยที่เธอไม่อาจขัดขืนได้ หลังจากพ่อแม่สายธารติดหนีพนัน จึงพากันหลบหนีไปชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้สายธารหลุดพ้นจากวังวนอุบาทว์ คิดเริ่มต้นชีวิตใหม่กับพิพัฒน์ แต่ต้องมาเจอเวรกรรมเก่าจากดนัยและสมภพตามหลอกหลอนไม่หยุด พิมพ์ชนกคิดแก้แค้นแทนสายธาร เพื่อกระชากหน้ากากนายทุนชั่วในวงการบันเทิงของดนัยกับสมภพให้สาสมกับที่สายธารถูกทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจ เสียงลมหวีดหวิวและเสียงกระซิบแผ่วเบาของสายธารเตือนพิมพ์ชนกว่า อันตราย แต่พี่สาวผู้รักน้องสุดหัวใจ มุ่งมั่นจะทวงความยุติธรรมให้สายธาร โดยไม่เกรงกลัวอะไรทั้งนั้น พิมพ์ชนกก็ได้รับจดหมายลึกลับขู่เอาชีวิต ให้พิมพ์ชนกเลิกตามสืบเรื่องสายธาร มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นกับพิมพ์ชนกในกองถ่ายและระหว่างทางกลับบ้านหลายครั้ง พิมพ์ชนกคิดว่าเป็นการกลั่นแกล้งจากดวงแขกับพิไล ศัตรูคู่แค้นในวงการ แต่ชาร์ลีมั่นใจว่าเหตุรุนแรงหลายครั้งเป็นฝีมือฆาตกรที่อยู่เบื้องหลังการตายของสายธาร ชาลีติดต่อกองปราบขอตำรวจมือดีมาช่วยคุ้มกันพิมพ์ชนก สารวัตรชินกริช (ตระการ พันธุมเลิศรุจี) จึงมอบหมายให้ นทีผู้กองหนุ่มนักบู๊ไปเป็นเป็นบอดีการ์ดดูแลความบัลอดภัย และสืบเรื่องคนที่ส่งจดหมายขู่ทำร้ายพิมพ์ชนก นทีเดือดดาลไม่พอใจ เพราะฝีมือระดับอินทรีเหล็กอย่างเขาควรได้รับมอบหมายงานที่เสี่ยง อันตรายและได้ออกแรง มากกว่าการเฝ้าติดตามดาราไฮโชอารมณ์ร้ายอย่างพิมพ์ชนก แต่เขาก็ จำเป็นต้องทำตามคำลังเจ้านายอย่างเลี่ยงไม่ได้ นางร้ายที่รัก มธุรส (กัลยา เลิศเกษมทรัพย์) บุกมาอาละวาดพิมพ์ชนกถึงกองถ่ายละคร เพราะรู้ข่าวว่า พิมพ์ชนกนัดพบดนัยสามีของเธอบ่อย ๆ เพื่อพูดคุยเรื่องงานที่ดนัยเป็นนายทุนใหญ่ผลิตละครและรายการโทรทัศน์ เนตรกมลเข้ามาช่วยอธิบาย ก็ถูกมธุรสตบจนเสียหลัก เคราะห์ดีที่นทีเข้ามารับตัวเนตรกมลไว้ทัน นทีประกาศตัวเป็นบอดีการ์ดดูแลพิมพ์ชนก และขัดขวางมธุรสไม่ให้ทำร้ายพิมพ์ชนกกับเนตรกมลจนมธุรสต้องล่าถอยไป พิมพ์ชนกโวยวายชาร์ลี ไม่ยอมรับนทีเป็นบอดี้การ์ด เพราะต้องการเข้าถึงตัวดนัยกับสมภพโดยไม่มีใครล่วงรู้แผนของเธอ แต่ชฺาร์ลียื่นคำขาดให้พิมพ์ชนกมีบอดีการ์ดเพื่อความปลอดภัย ถ้าคิดจะหาหลักฐานเล่นงานตัวฆาตกร โดยจะมีเพียงพิมพ์ชนกชาร์ลี และพิพัฒน์เท่านั้นที่รู้เรื่องนี้ พิมพ์ชนกแกล้งรับปากชาร์ลี แต่ในใจคิดหาวิธีที่จะให้นทีทนเธอไม่ได้จนลาออกไปเอง ชาร์ลีให้นทีย้ายเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์ของพิมพ์ชนก และพักห้องนอนติดกันพับพิมพ์ชนกสร้างความเหวี่ยงวีนให้กับพิมพ์ชนกที่ไม่ชอบให้ใครเข้ามาวุ่นวายในบ้านของตน ชาร์ลีเกลียกล่อมและย้ำเรื่องข้อตกลงของเขากับพิมพ์ชนก จนพิมพ์ชนกค้านไม่ได้ นทีแอบสงสัยว่าชาร์ลีกับพิมพ์ชนกมีข้อตกลงอะไรที่เขาไม่รู้ ซึ่งอาจจะเกี่ยวข้องกับคดีที่เค้ารับหน้าที่ตามสืบด้วย พิมพ์ชนกฝันเห็นสายธารถูกใครคนหนึ่งซึงมองไม่ขัด จับเธอกดน้ำในบึง สายธารตะเกียกตะกายเพื่อเอาชีวิตรอด พิมพ์ชนกรู้สึกเหมือนกำลังถูกจับกดน้ำไปด้วย เธอเริ่มสำลัก และหายใจไม่ออก ก่อนจะกรีดร้องสุดเสียง... จนสะดุ้งตื่น พิมพ์ชนกทบทวนความฝันร้องไห้รู้สึกผิดที่เป็นคนทำให้ชะตากรรมของสายธารเป็นแบบนี้ เธอคร่ำครวญโทษตัวเอง นทีได้ยินเสียงพิมพ์ชนกร้องไห้คิดว่าพิมพ์ชนกตกอยู่ในอันตราย จึงรีบเข้าไปช่วย เป็นครั้งแรกที่นทีได้เห็นน้ำตาของนางพญาหงส์ พิมพ์ชนกอ้างว่าร้องไห้คิดถึงแม่ ไล่ให้นทีออกไปจากพื้นที่หวงห้ามในห้องนอน และไม่ยอมเล่าอะไรให้ฟัง นทีตามมาเฝ้าพิมพ์ชนกที่ห้องถ่ายรายการสดตอนเช้า มีมอเตอร์ไซค์ลึกลับตั้งใจพุ่งมาชนมาชนพิมพ์ชนกขณะเดินเข้าห้องถ่ายรายการ นทีเล่นงานคนร้าย และช่วยพิมพ์ชนกไว้ได้ แต่จับตัวคนร้ายไว้ไม่ทัน พิมพ์ชนกตื่นตระหนกและพยายามกลบความรู้สึกกลัวเอาไว้ ก่อนเริ่มถ่ายรายการ อาจารย์พิมาน (ฝันเด่น จรรยาธนากร) ญาณสัมผัส ถูกเชิญเข้ามาทำพิธีบรวงสรวงให้ทีมงานในกองถ่าย ได้ทักพิมพ์ชนกให้ระวังอันตรายบางอย่างที่คิดจะทำ พิมพ์ชนกปฏิเสธไม่เข้าใจเพราะไม่อยากให้นทีหรือคนอื่นรู้เรื่องขณะให้สัมภาษณ์รายการสดกับพิธีกรหน้าใหม่สองคน พิมพ์ชนกเห็นใบหน้าพิธีกรคนหนึ่งเหมือนสายธาร ถึงกับอึงไป พิมพ์ชนกจึงหันความสนใจมาคุยกับพิธีกรคนแรกคนเดียว ไม่ว่าพิธีกรสาวอีกคนจะถามอะไรเธอก็ไม่ตอบ ไม่มองหน้า จนจบรายการก็หนีเข้าห้องแต่งตัวไป พิธีกรหน้าคล้ายสายธารถึงกับร้องไห้ ไม่เข้าใจว่าพิมพ์ชนกเกลียดอะไรตน ทีมงานพากันซุบซิบนินทาถึงความร้ายกาจของพิมพ์ชนกให้นทีได้ยิน นทีตามพิมพ์ชนกเข้าไปในห้องแต่งตัว ทันเห็นเห็นพิมพ์ชนกปาดนาตาแวบหนึ่ง แต่กลับหันหน้าสวยเชิดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาสั่งนทีว่าจะเดินทางไปทำสปาต่อ เพื่อเตรียมตัวถ่ายโฆษณาตัวใหม่ในวันรุ่งขึ้น ช่างแต่งหน้าคนหนึ่งแอบส่งข่าวไปบอกดวงแขกับพิไลทันที ดวงแขสบโอกาส คิดหาทางแก้แค้นพิมพ์ชนกที่แย่งโฆษณาชิ้นนี้ไปจากตน ดวงแขกับพิไลทำทีมาทำสปาก่อนพิมพ์ชนกจะมาถึง และแอบใส่ครีมกำจัดขนลงในครีมบำรุงคิว พิมพ์ชนกเดินทางมาถึงปะทะคารมกับดวงแขคู่อริ นทีคอยสังเกตพิรุธของดวงแขกับพิไล ว่าอยู่ในข่ายผู้ต้องสงสัยขู่ทำร้ายพิมพ์ชนกรึเปล่า มยุรี (สุวรัฎฐิภา โยคะกุล) เจ้าของสปาชื่อดัง ขอร้องให้ทั้งสามอย่ามีเรื่องกัน เพราะมีนักข่าวเป็นลูกค้าในร้าน ไม่อยากให้เป็นข่าวดังตามหน้าสื่อบันเทิงก่อนกลับดวงแขชื่นชมครีมบำรุงคิ้วตัวใหม่ของมยุรี ทำให้พิมพ์ชนกสนใจอยากลองบ้าง ศาตราโทรบอกนทีเรื่องทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์คนร้ายเป็นทะเบียนปลอม ทำให้ติดตามตัวคนร้ายยาก และจดหมายขู่เอาชีวิตพิมพ์ชนกกิตรวจไม่พบรอยนิ้วมือ ตัวหนังสือก็ใช้พิมพ์จากคอมพิวเตอร์ นางร้ายที่รัก อิงอร (ปารีณา บุศยศิริ) ลูกสาวสารวัตรชินกริช ส่งข้อความและโทรจิกนที จนนทีจำต้องรับสายและหลอกว่ากำลังปฏิบัติภารกิจในซ่องโสเภณี ทำให้อิงอรโวยวายไม่พอใจมาก นทีรู้จักอีกแง่มุมดี ๆ ของพิมพ์ชนกจากป้าศัลย์ หรือป้าศรี แม่บ้านวัย 40 ที่ถูกสามีทำร้ายจนเสียโฉม พิมพ์ชนกจึงออกเงินให้ป้าศัลย์ไปทำศัลยกรรมจนหน้าสวย และช่วยป้าศัลย์ให้รอดพ้นจากสามีใจร้าย นทีสงสัยความสัมพันธ์ระหว่างพิมพ์ชนกกับดนัย ที่ทำให้มธุรสหึงหวงจนต้องตามมาอาละวาดบ่อย ๆ พิมพ์ชนกโกรธนทีเพราะคิดว่าเขากำลังดูถูกเธอว่าใช้ร่างกายเป็นสะพานให้ได้งานจากดนัย แต่เธอไม่ยอมอธิบายว่าทำไมต้องหาโอกาสเข้าใกล้ดนัยบ่อยครั้ง กลางดึก...พิมพ์ชนกกรีดร้องลั่นคฤหาสน์ เมื่อพบว่าขนคิ้วของเธอร่วงจนหมด สร้างความขำระคนปวดหัวให้นที ที่ต้องหาทางแก้ปัญหาให้พิมพ์ชนกโดยด่วน นทีตัดผมหน้าม้าปิดบังคิ้วให้พิมพ์ชนก เป็นทรงที่แปลกตาแตกน่ารักดีสำหรับเธอ แนะนำให้พิมพ์ชนกสั่งชาร์ลีแทรกคิวแอนนาช่างแต่งหน้าเทพจอมวีนด่วน แม้จะยากลำบากแค่ไหน ชาร์ลีก็ต้องได้คิวแต่งหน้าของแอนนามาให้ได้ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าผ่านไปด้วยดี งานถ่ายโฆษณาราบรื่น พิมพ์ชนกอารมณ์ดีและรู้สึก ดีกับนทีจนชาร์ลีผิดสังเกต ที่ผู้กองขี้เก๊กกับคุณนายเอาแต่ใจญาติดีกันได้ ศาตราตามชาร์ลีไปหาหลักฐานและตรวจสิ่งผิดปกติที่สปาของมยุรี เพื่อหาว่าใครกลั่นแกล้งพิมพ์ชนก จึงรู้ว่ามยุรีกำลังถูกลูกค้าหลายคนรุมเอาเรื่องเพราะขนคิ้วร่วงเหมือนพิมพ์ชนก แต่ดวงแขและพิไลกลับไม่เป็นอะไร ทิ้งที่เริ่มใช้ครีมยี่ห้อนี้เป็นสองคนแรก พิมพ์ชนกมั่นใจว่าดวงแขกลั่นแกล้งเธอ จึงคิดเอาคืนด้วยการติดต่อขอพบดนัย เพื่อใช้เสน่ห์อ้อนขอเสียบงานพิธีกรแทนดวงแข นทีไม่เห็นด้วยกับวิธีนี้เพราะไม่อยากให้พิมพ์ชนกสร้างศัตรูและไม่อยากให้พิมพ์ชนกเปลืองตัวแต่พิมพ์ชนกมั่นใจว่ามีนทีคอยปกป้องแล้วจึงไม่กลัวอะไรทั้งนั้น ทำให้นทีรู้สึกหวั่นไหวกับความไว้วางใจของพิมพ์ชนก ดนัยยอมให้พิมพ์ชนกมาทำงานพิธีกรแทนดวงแข นทีไม่พอใจที่พิมพ์ชนกแต่งตัวยั่วยวนดนัยจนเกินงาม จึงมีปากเสียงกันหลังจากกลับถึงคฤหาสน์ ทั้งสองพ่อแง่แม่งอนกัน และต่างคนต่างหนีเข้าห้องของตัวเอง มธุรสอาละวาดดนัยทันทีที่กลับถึงบ้าน เพราะรู้ว่าดนัยแอบนัดเจอกับพิมพ์ชนก ดนัยจึงออกไปดื่มเหล้าและปรับทุกข์กับสมภพน้องชาย ดนัยพูดเป็นนัยว่ารักพิมพ์ชนกจริง และสั่งห้ามสมภพยุ่งวุ่นวายกับพิมพ์ชนกเด็ดขาด แม้สองพี่น้องจะผลัดเปลี่ยนกันเชยชมผู้หญิงคนเดียวกันมาตลอด แต่สำหรับพิมพ์ชนกคือข้อยกเว้น ดวงแขถูกสื่อบ้านเทิงเล่นงานอย่างหนักจนถูกถอดจากงานละครและงานพิธีกร ดวงแขวางแผนกับพิไล หาทางแก้แค้นพิมพ์ชนก พิมพ์ชนกแนะนำเนตรกมลให้รู้จักนทีบอดี้การ์ดส่วนตัวอย่างเป็นทางการ ที่กองถ่ายละครเรื่องใหม่ เนตรกมลถูกใจนทีตั้งแต่ที่เคยช่วยเธอคราวก่อน จึงชวนนทีพูดคุยด้วย แต่นทีกลับพูดถึงแต่พิมพ์ชนกในแง่มุมที่คนอื่นไม่เคยรู้ เพราะเขาอยู่ใกล้ชิดกับพิมพ์ชนกมาหลายอาทิตย์ ดวงแขกับพิไลเป็นแค่ นักแสดงรับเชิญ เห็นบอดีการ์ดอย่างนทีคุยอยู่กับกมลเนตร จึงยิ้มร้ายสบโอกาส พิมพ์ชนกอยู่ในห้องเก็บของที่ใช้เป็นห้องแต่งตัวชั่วคราว ในห้องทึบและอับแทบไม่มีอากาศหายใจเสียงสายธารแว่วเตือนพิมพ์ชนกพร้อมเสียงลมหวีดหวิวให้ระวังตัวจู่ ๆ ก็มีมือลึกลับล็อกประตูห้องแต่งตัวจากด้านนอก พิมพ์ชนกตกใจทุบประตูเรียกก็ไม่มีใครได้ยิน เพราะทีมงานคนอื่นวุ่นวายกับการเซ็ตฉาก เซ็ตไฟ แต่งหน้าแต่งตัวนักแสดงคนอื่น นทีตามหาพิมพ์ชนก ก่อนจะพังประดูห้องแต่งตัวเข้าไปพบว่าพิมพ์ชนกเป็นลมอยู่ในนั้น ชาร์ลีกับเนตรกมลเอายาดมและพัดให้พิมพ์ชนกจนฟื้นคืนสติ ทีมงานต่างโจษจันกันว่าพิมพ์ชนกโดนอาถรรพ์จากละครผีเรื่องนี้ จากการปล่อยข่าวของดวงแขกับพิไล พิมพ์ชนกมั่นใจว่าเป็นฝีมือดวงแขกับพิไล แต่ทั้งสองปฏิเสธแกล้งบีบน้ำตาดราม่าว่าชีวิตกำลังย่ำแย่ ยังจะถูกพิมพ์ชนกกล่าวหาอีก นทีเห็นมธุรสแอบชุ่มดูพิมพ์ชนกมุมหนึ่งด้วยแววตาร้าย มธุรสรบหนีไปทันทีที่ตกเป็นเป้าสายตานที ทำให้นทีสงสัยว่า ดวงแข หรือ มธุรส ที่เป็นคนขู่เอาชีวิตพิมพ์ชนกกันแน่ นางร้ายที่รัก ชาร์ลีพาพิมพ์ชนกมาหาอาจารย์พิมาน เพื่อสอบถามเกี่ยวกับวิญญาณของสายธารมีจริงหรือเปล่า อาจารย์พิมานพูดแต่เรื่องเวรกรรมที่ต้องชดใช้ ทำให้พิมพ์ชนกปักใจว่าเธอต้องชดใช้หนี้ชีวิตของสายธารให้ได้ นทีเฝ้ารออยู่นอกบ้านอาจารย์พิมานอย่างเอือมระอา เพราะไม่เชื่อเรื่องงมงายแบบนี้ พิพัฒน์หลบเนตรกมลมาหาพิมพ์ชนกที่กองถ่าย บอกว่าแอบเข้าไปค้นมือถือสายธารในบ้านดนัยกับสมภพไม่สำเร็จ อยากให้พิมพ์ชนกหาทางเข้าไปหาหลักฐานที่ห้องทำงานดนัยกับสมภพในบริษัท ลมกรรโชกแรง...พิมพ์ชนกไดยินเสียงสายธารชัดเจนว่า อันตราย พิมพ์ชนกเข้าใจว่าสายธารต้องการมาเตือนเรื่องที่เธอกำลังสืบ ยิ่งเป็นแรงผลักดันให้เธอมุ่งมั่นจะจับตัวดนัยเข้าคุกให้ได้ นทีสงสัยว่าพิพัฒน์กับพิมพ์ชนกมีลับลมคมในอะไรกัน ทำไมน้องชายถึงไม่ไปหาเนตรกมลพี่สาว แต่กลับมาคุยกับพิมพ์ชนกแทน พิมพ์ชนกแก้ตัวว่าพิพัฒน์เป็นแฟนคลับละคร แต่นทีไม่เชื่อ เนตรกมลรักน้องชายมาก จึงเตือนพิพัฒน์เรื่องชอบพิมพ์ชนก เพราะไม่อยากให้พิพัฒน์เสียใจ เพราะคนอย่างพิมพ์ชนกอยู่สูงเกินกว่าที่จะมองพิพัฒน์ พิพัฒน์ปฏิเสธหาว่าเนตรกมลเล่นละครมากเกินไปจนผูกเรื่องเองคิดไปเอง ทั้งที่ความจริงไม่มีอะไร ดนัยกับสมภพแจงรายละเอียดงานพิธีกรเทปแรก พิมพ์ชนกตกใจมากเมื่อรู้ว่าจะต้องไปเป็นพิธีกรถ่ายทำรายการที่ บ้านแสงประทีป อดีตที่พิมพ์ชนกพยายามลืมมาสิบกว่าปี สมภพแอบลอบมองความสวยสง่าของพิมพ์ชนกอย่างน่าชื่นชม อย่างนี้นี่เอง...พี่ชายของเขาถึงกับหวงแหนและอยากจะครอบครองพิมพ์ชนกไว้คนเดียว ดนัยเห็นสายตากรุ้มกรมของสมภพ เริ่มไม่ไว้ใจ พิมพ์ชนกยังโดนลอบทำร้ายอยู่ตลอด แม้นทีจะช่วยเธอรอดพ้นอันตราย แต่ก็ไม่สามารถสืบหาได้ว่าใครเป็นจอมบงการและฆาตกรที่แท้จริง แต่พิมพ์ชนกก็ยังดือที่จะเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงตลอด สุดท้ายใครคือฆาตรกรที่ฆ่าสายธาร และบงการฆ่าพิมพ์ชนก ก็ต้องติดตามชมใน ละครนางร้ายที่รัก ที่เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 รายชื่อนัแสดง นางร้ายที่รัก คิมเบอร์ลี แอน เทียมคิริ รับบท พิมพ์ชนก ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ รับบท นที หยาดทิพย์ ราชปาล รับบท เนตรกมล จิตรภาณุ กลมแก้ว รับบท ศาสตรา วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์ รับบท ชาร์ลี ปารีณา บุศยศิริ รับบท อิงอร โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์ รับบท พิพัฒน์ กรุณพล เทียนสุวรรณ รับบท ดนัย วริษฐ์ ทิพโกมุท รับบท สมภพ ธนิดี กาญจนวัฒน์ รับบท ดวงแข เวธกา คิริวัฒนา รับบท พิไล กัลยา เลิศเกษมทรัพย์ รับบท มธุรส

เลิกหวัง!ผีแห้วหนักมาก รามอส จ่อขยายสัญญาฉบับใหม่ราชัน
ตลาดซื้อขายนักเตะ /  พรีเมียร์ลีก / 

เซร์คิโอ้ รามอส ปราการหลังที่ตกเป็นข่าวกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด น่าจะทำให้ทีมดังจากพรีเมียร์ลีกแห้วรับประทานเต็มๆ เพราะมีรายงานว่าเตรียมเข้าไปคุยสัญญาฉบับใหม่กับ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสร เรอัล มาดริด เร็วๆนี้ มาร์ก้าสื่อดังในสเปน รายงานว่า เซนเตอร์ฮาร์ฟวัน 28 ปีที่ตกเป็นข่าวพัวพันในการเสริมทีมของ หลุยส์ ฟานกัล ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่พร้อมทุ่มเงินก้อนโตกว่า 60 ล้านยูโร สำหรับดีลนี้ น่าจะไม่มีความเป็นไปได้อีกต่อไปแล้ว เมื่อ รามอส เตรียมที่จะเข้าไปพูดคุยกับ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสรถึงเรื่องการขยายสัญญาของตัวเองในถิ่น ซานติเอโก้เบอร์นาเบวออกไปอีก และอย่างที่ ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือ เรอัล มาดริด เลยออกมาพูดก่อนหน้านี้ว่า “รามอสเป็นนักเตะของเรา และเขาเป็นคนสำคัญ” “ผมอยากเห็นเขาเล่นให้เราตั้งแต่ออกสตาร์ทฤดูกาล ผมคิดว่าเขาคือคนสำคัญในทีมของเรา” “ผมยืนยัน 100 เปอร์เซ็นให้เข้าใจทุกฝ่ายว่า รามอสจะอยู่กับเราที่นี่”

งานวัด /  พากย์หนังกลางแปลง / 

อีกหนึ่งฉากใหญ่ในภาพยนตร์ “มนต์เลิฟสิบหมื่น” ที่ผู้กำกับ “โต๊ะ พันธมิตร” บรรจงสร้างสรรค์ออกมาอย่างสมจริงสุดอลังการกับฉาก “งานวัด-พากย์หนังกลางแปลง” ที่ถือเป็นฉากใหญ่สำคัญที่นอกจากจะสร้างสีสันความสนุกเฮฮาแล้ว ยังสะท้อนภาพประเพณีวัฒนธรรมไทย รวมถึงเป็นการจำลองภาพจริงที่หาดูได้ยากในสมัยนี้ ให้มาโลดแล่นอยู่บนจอหนังกันเลยทีเดียว “สีสันของงานวัดเรื่องนี้จะทำให้เห็นเลยว่า งานวัดสมัยก่อนมีอะไรบ้าง มีขายของ ขายอะไรหลายอย่างมาก มีโชว์มายากล มีชิงช้าสวรรค์ มีเวทีเพลง มีการละเล่นต่างๆ มีพากย์หนังกลางแปลง มีทุกอย่างที่เราเคยเห็นเมื่อตอนเด็กๆ แม้เขาทำกันมาหลายเรื่องแล้ว แต่เราก็พยายามจะแทรกในสิ่งที่หลายๆ เรื่องไม่มี คืออย่างการพากย์หนังแบบแนวโบราณ วงดนตรีโบราณ พยายามจะใส่เข้าไป คือพยายามจะใช้เงินให้คุ้มที่สุดในฉากที่เราต้องการ คือ 3 วันที่ไปถ่ายงานวัด พยายามจะนึกอะไรได้ที่เราเคยเห็นมาก่อน ก็จะใส่เข้าไปเติมเข้าไป พยายามให้เป็นแบบนั้น มันไม่มีงานวัดที่ไหนเป็นแบบนี้อีกแล้ว หนังกลางแปลงพากย์สดๆ หนังเราเป็นหนังรุ่นมิตร ชัยบัญชานะ พระอภัยมณี, อินทรีแดง คุณจะได้เห็นมิตร ชัยบัญชาอยู่บนจอด้วยในหนังเรื่องนี้ ผมลืมเล่าไปถึงการที่เอาฟุตเตจจากหนังรุ่นเก่าๆ ที่เป็นรวมมิตรจริงๆ เนี่ยมาให้ดารารุ่นใหม่เขาพากย์กันใส่ปากหนังรุ่นเก่า ความตั้งใจเราคือเราชอบมิตร ชัยบัญชา แล้วหนังเรื่องนี้มิตร ชัยบัญชาเคยเล่นมาก่อน เราทำเหมือนจิตคารวะมิตร ชัยบัญชา คือให้ท่านมาขึ้นอยู่บนจอด้วย แม้จะเป็นคนละโลกคนละภพก็จริง แต่ตั้งใจอยากให้มิตรอยู่ในหนังของเรา คือพยายามจะสอดแทรกสิ่งเก่าๆ ที่บางครั้งบางทีคนดูอาจจะสังเกตบ้าง ไม่สังเกตก็ตาม ถ้าสังเกตก็จะเห็นว่าทุกอย่างเราพยายามจะใส่เข้าไปนะ พยายามให้เห็นว่าสิ่งนี้มันหายไปจากสังคมเรานานแล้วนะ มันอยู่ในจอหนังเรื่องนี้แหละ ถ้าสังเกตแล้วจะเห็น พยายามอย่าหัวเราะปิดตา หัวเราะแล้วลืมตาดูข้างๆ ไปด้วย คุณจะได้เห็นสิ่งเก่าๆ น่าจดจำหลายๆ อย่าง ผมตั้งใจจะทำอย่างนั้นนะ ตั้งใจทำให้มันสนุก ให้คลายเครียดแน่ๆ คือทุกเม็ดระหว่างที่หนังเดินไปจะใส่ตลอด พยายามจะใส่มุกตลกอะไรที่มันขำๆ ด้วยคำพูดคำจา ด้วยภาพบนจอ คือพร้อมจะเสิร์ฟทั้งคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่” ชมฉากอลังการงานวัดและการพากย์หนังโบราณแบบฮากระจายได้ใน “มนต์เลิฟสิบหมื่น” ฉายแล้วทุกโรงภาพยนตร์ ------------------------------

คังมินฮยอก CNBLUE ขโมยหัวใจ 'บอยซ์ไทย' ตั้งแต่โมเม้นท์แรก!
CN Blue /  CNBlue / 

ขโมยหัวใจ 'บอยซ์ไทย' ตั้งแต่โมเม้นท์แรก! คังมินฮยอก CNBLUE เสิร์ฟงานแถลงข่าวสุดเป็นกันเอง ก่อนจัดแฟนมีตติ้งครั้งแรกในเมืองไทย ก่อนจะเสิร์ฟงานแฟนมีตติ้งครั้งแรกในเมืองไทย คัง มินฮยอก ฟรอม ซีเอ็นบลู เฟิร์ส แฟน มีตติ้ง อิน ไทยแลนด์ 2015 “เดอะ โมเม้นท์” (KANG MIN HYUK FROM CNBLUE 1st FAN MEETING IN THAILAND 2015 “THE MOMENT”) ผู้จัดรุ่นใหม่ไฟแรง อะชิ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ กรุ๊ป (A CHI ENTERTAINMENT GROUP) ลงทุนพาหนุ่มหล่อ คังมินฮยอก มือกลองน้องเล็กสุดน่ารักประจำวง CNBLUE แห่งค่าย FNC ENTERTAINMENT มาให้ บอยซ์ไทย ได้พบเจอกันอย่างใกล้ชิด โดยยึดพื้นที่หน้าลานห้างสรรพสินค้าชื่อดัง เซ็นทรัลเวิลด์ เปิดงานแถลงข่าวอย่างเป็นทางการไปเมื่อเย็นย่ำของวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา บรรยากาศในงานแถลงข่าวร้อนแรงขึ้นทันทีที่หนุ่ม คังมินฮยอก ปรากฏตัว โดยได้ ดีเจคิว ธิติพันธ์ สุริยาวิชญ์ รับหน้าที่พิธีกร และ แจยองทำหน้าที่ช่วยในการสื่อสาร มือกลองหนุ่ม มินฮยอก แนะนำตัวด้วยประโยคภาษาไทยสั้นๆ "สวัสดีครับ ผมมินฮยอก ตีกลองครับ" เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนคลับได้สนั่นลั่นบริเวณ ดีเจคิว จึงกล่าวต้อนรับสู่ไทยแลนด์แดนออฟสไมล์อย่างเป็นทางการว่า "ขอต้อนรับสู่เมืองไทย สยามเมืองยิ้ม ตอนนี้ไม่ว่าคุณจะมองไปทางไหนก็จะเจอแต่คนยิ้มให้" มินฮยอก ไม่รอช้าขอหยอดคำหวานทันที "ทุกคนสวยมากเลยครับ" และ "ผมมีอะไรจะบอก...ยินดีที่ได้เจอกันอีกนะครับ" เท่านั้นไม่พอยังอ้อนต่อเป็นภาษาไทยอีกว่า "คิดถึงมากครับ... ไม่ใช่แค่ช่วงนี้นะครับที่ผมจะยิ้ม แต่ผมจะยิ้มไปตลอดจนจบงานเลย เพราะตอนนี้ผมมีความสุขมาก บรรยากาศในวันนี้อบอุ่นมากจริงๆ ผมสัมผัสได้ถึงความรักของแฟนที่มีให้กับผมครับ" ก่อนเข้าสู่ช่วงสัมภาษณ์ ซึ่ง คังมินฮยอก ก็ตอบทุกคำถามอย่างใส่ใจ ฉายเดี่ยวมาจัดงานแฟนมีตติ้งคนเดียวแบบนี้ เหงาไหม? "เมื่อกี้ตอนที่แสตนด์บายรออยู่ด้านหลังจะมีเพลงของ CNBLUE เปิดคลอไปด้วย พอได้ยินเพลงของ CNBLUE แต่มีผมยืนอยู่คนเดียวก็อดคิดถึงสมาชิกในวงไม่ได้ แล้วพอมายืนอยู่ตรงนี้จะเห็นแฟนคลับถือป้าย CNBLUE ผมดีใจที่ได้มาเป็นตัวแทนของวง และผมมายืนอยู่ตรงนี้ได้ก็เพราะความรักของทุกคนที่มีให้ CNBLUE และเร็วๆ นี้พวกเรา CNBLUE จะมาเมืองไทยอีกครั้งพร้อมกันครับ" ชื่อแฟนมีตติ้งครั้งนี้คือ Kang Min Hyuk from CNBLUE 1st Fan Meeting in Thailand 2015 ‘The Moment’ อยากรู้ว่าคุณมีโมเม้นท์ไหนในชีวิตที่ประทับใจจนลืมไม่ลงบ้าง? "มันเยอะมากเลย แต่มีอยู่โมเม้นท์หนึ่งที่ชอบมากจนลืมไม่ลง คือโมเม้นท์ตอนได้แสดงโชว์เคสครั้งแรกของ CNBLUE เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2010 บนเวทีจะมีผ้าบางๆ กั้นอยู่แล้วผมยืนอยู่ด้านหลังผ้านั้นอีกที บนโปรเจ็กเตอร์ฉายภาพมิวสิควิดีโอของ CNBLUE ตอนนั้นใจผมเต้นแรงมาก เป็นโมเม้นท์ที่ลืมไม่ลงเลยจริงๆ ยังจำความรู้สึกตอนใจเต้นแรงได้อยู่เลยครับ" แล้วในงานแฟนมีตติ้งครั้งนี้อยากมีโมเม้นท์แบบไหนกับแฟนๆบ้าง? "เพื่อให้สมกับที่เป็นงานแฟนมีตติ้งครั้งแรก ผมจะทำให้มันเป็นโมเม้นท์ที่ทุกคนพลาดไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียวเลยล่ะครับ" ก่อนหน้านี้คุณเคยใช้ชีวิตอยู่ในหอร่วมกับเพื่อนๆ ในวง พอต้องออกมาใช้ชีวิตอยู่คนเดียวแบบนี้รู้สึกอย่างไร ชีวิตแตกต่างไปจากเดิมมั้ย? "ตอนอยู่หอกับเพื่อนๆ ในวง นึกอยากชวนกันไปเที่ยวก็ไปกัน แต่พอย้ายออกมาอยู่คนเดียว นานๆ ทีถึงจะได้เจอกัน มันทำให้เรารู้สึกรักกันมากขึ้น แล้วความสัมพันธ์ระหว่างพวกเราก็แน่นแฟ้นขึ้นด้วยครับ" ทราบมาว่าถ้ามีเวลาว่างคุณคังมินฮยอกชอบไปเดินดูดอกไม้ แล้วคุณคิดว่าดอกไม้ชนิดไหนเหมาะกับบอยซ์ไทยมากที่สุด เพราะอะไร? "ผมเป็นคนชอบดอกไม้ มันเป็นดอกไม้ชนิดหนึ่งที่ผมชอบมาก ชื่อว่า ดอกสแตติส (Statice) ซึ่งเวลาสดกับเวลาแห้งจะเหมือนกัน เลยคิดว่าคงคล้ายๆ กับบอยซ์ไทยที่สวยตลอดไม่เคยเปลี่ยน ที่สำคัญคือดอกสแตติส มันมีหลายดอกรวมกัน แล้วมีสีฟ้าๆ ม่วงๆ ตอนแสดงคอนเสิร์ตผมเห็นแฟนๆ ถือแท่งไฟแล้วรู้สึกว่าอารมณ์มันคล้ายกันมากเลยครับ" แฟนๆ ฝากถามมาว่าระหว่างแมวน้อยสองตัว เจ้าชิชิ กับ เจ้าตาต้า ตัวไหนแสบซน และตัวไหนขี้อ้อนมากกว่ากัน? "ก่อนอื่นต้องขอโทษ ชิชิ กับ ตาต้า ก่อนนะครับ ต้องขอโทษก่อนเพราะพวกเขาเป็นลูกของผม(ยิ้ม)... ชิชิ เป็นน้องเล็กที่รู้ว่าตัวเองเป็นน้องเล็กด้วย เขาก็เลยจะน่ารัก ขี้อ้อน ฉลาด รู้ว่าต้องทำยังไงถึงจะมีคนมารัก อย่างเวลาถ่ายรูปจะชอบทำหน้าไร้เดียงสาเหมือนกับว่า 'เธอจะทำอะไรฉันเหรอ?' แล้วก็กินเก่งด้วยครับ ส่วน ตาต้า ตัวพี่ เขาจะเรียบร้อย เงียบๆ ขี้กลัว ได้ยินเสียงอะไรดังๆ ก็จะวิ่งก่อนเลย แต่ผมรักตาต้ามากกว่านะ" คังมินฮยอกตัวจริงกับ 'ยุนชันยอง' ตัวละครจากเรื่อง The Heirs เหมือนหรือต่างกันมากไหม "ผมไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกันว่าต่างกันตรงไหน แต่ตอนแสดงผมอินกับบทยุนชันยองมากนะ ผมว่าคงเป็นตรงความเป็นสุภาพบุรุษมั้งครับ" (Q: แล้วถ้าคุณมีแฟนแบบ อีโบนา สุดแสบขนาดนั้น) "ถ้าเธองอแงแบบ อีโบนา ในบทก็โอเค แต่ถ้ามากกว่านั้น ผมคงเหนื่อย แต่ถ้าเป็นแฟนที่รักกันมากๆ แล้วแฟนงอแง ผมก็คงตามใจเธอหมดมั้งครับ คือถ้าผมรัก ไม่ว่าเค้าจะทำอะไรก็สวยหมด อันนี้พูดจากใจจริงเลย" มีโมเม้นท์ไหนที่ประทับใจที่สุดในละครเรื่อง The Heirs? "อาจเป็นช่วงแรกๆ ของ The Heirs ในซีนที่ ชันยอง ไปรอ ชาอึนซอง ที่คาเฟ่ แล้วมี อีโบนา เข้าฉากด้วย ตอนนั้นผมลูบหัว อีโบนา ด้วยความไม่รู้ว่าสั่งคัทแล้ว ซึ่งภาพที่ออกมามันเป็นธรรมชาติมาก ก็เลยรู้สึกประทับใจ" รู้มั้ยว่าแฟนไทยเรียกคุณว่า ‘น้องมิน’? "'น้องมิน' นี่เหมือนนิคเนมใช่มั้ยครับ น่ารักดีครับ ชอบนะครับ... (พูดภาษาไทย)รักนะ...รู้ยัง" นี่ไม่เหมือนงานแถลงข่าวเลยนะ แต่เหมือนงานแฟนมีตติ้งเล็กๆ มากกว่า "ปกติไม่ได้เป็นแบบนี้หรอกเหรอครับ? อ้อ... ก็เพราะมันเป็นครั้งแรกของผมน่ะสิครับ" อยากฝากอะไรถึงแฟนๆ หน่อยไหม "ขอบคุณนะครับที่มาให้กำลังใจผมอย่างอบอุ่นในวันนี้ ส่วนพรุ่งนี้วันงานก็มากันเยอะๆ นะครับ ผมรู้สึกรักทุกคนมาก มีความสุขมากจริงๆ ยังไงมาเจอกันวันพรุ่งนี้นะครับ ขอบคุณครับ... (ภาษาไทย)เยี่ยมเลย" ก่อนจบงาน มือกลองหนุ่มหล่อ คังมินฮยอก ก็ร่วมถ่ายภาพที่ระลึกกับ ผู้บริหาร อะชิ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ กรุ๊ป และ ผู้บริหารจากห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ที่เอื้อเฟื้อสถานที่ พร้อมให้พี่ๆ สื่อมวลชนชักภาพกันอย่างจุใจ เรียกว่าแค่งานแถลงข่าวก็ทำเอาบอยซ์ไทยรู้สึกว่าฟินกันอย่างจุใจ. ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com