ถ่ายทอดสดการไต่สวน

โอปอล์-หมอโอ๊ค ไม่กังวล น้องอลิน ทำบอลลูนหัวใจ เชื่อ ผ่านไปได้ด้วยดี
หมอโอ๊ค สมิทธิ์ /  โอปอล์ ปาณิสรา / 

เพิ่งผ่านวันเกิดไปได้ไม่นาน สำหรับคุณพ่อสุดหล่อ หมอโอ๊ค สมิทธิ์ ที่วันเกิดปีนี้ มีลูกชายและลูกสาวพร้อมหน้าเป็นครอบครัว แถมภรรยาสาวมั่นอย่าง โอปอล์ ปาณิสรา ยังจัดเซอร์ไพร้ส์พาไปดินเนอร์ บนตึกสูง ใต้เแสงเทียนแบบโรแมนติกมว๊าก แถมด้วยเซอร์ไพร้ส์เล็กๆน้อยๆ กับรูปภาพที่สั่งทำพิเศษเป็นรูปของครอบครัวแบบน่ารักๆ ให้เป็นของขวัญวันเกิดอีกด้วย ล่าสุด ได้เจอทั้งคู่ ในงานการกุศลเพื่อคนตาบอด ‘See The World Charity Event’ เลยต้องขอถามถึงการเซอร์ไพร้ส์วันเกิดที่ผ่านมา และอัพเดตอาการของน้องอลิน ที่จะต้องเข้ารับการทำบอลลูนหัวใจในเดือนตุลาคมนี้ ว่าต้องเตรียมตัวยังไรบ้าง ซึ่งสาวโอปอล์ ได้บอกถึงอาการของน้องอลินว่า น้องอลินจะต้องทำบอลลูนหัวใจในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งเป็นไปตามแพลนทุกอย่างที่คุณหมอบอก ไม่มีอะไรเซอร์ไพร้ส์หรือน่ากลัว ถามว่ากังวลไหม ก็เป็นเรื่องธรรมดาของคนเป็นแม่ แค่ลูกเป็นผื่นก็กังวลแล้ว แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ทำตามคำแนะนำของคุณหมอ เชื่อว่าเขาต้องผ่านไปได้อยู่แล้ว จากนั้นก็พักฟื้นแค่ 3 วัน ตนก็ลางานยาวเลย วันเกิดโอ๊คที่ผ่านมา จัดเซอร์ไพรส์อะไรให้กัน? โอปอล์ "จริงๆ เราเซอร์ไพรส์หลายช็อตมาก เขาเกิด 4 ก.ย. ก็เอารูปลูกๆ มาสั่งทำเป็นของขวัญให้เขา ปอล์บอกที่ร้านว่าให้เอามาส่งให้เรา แต่ทางร้านบอกว่าถนัดไปส่งที่คลินิกพี่โอ๊ค เราก็บอกว่าเก็บให้แน่นเลยนะ อย่าให้พี่โอ๊คเห็นว่าเป็นอะไร แล้วคืนวันที่ 3 ก.ย. พี่โอ๊คกลับมาบ้าน ถือของขวัญที่ปอล์ทำให้แล้วบอกว่าใครเอามาให้ที่คลินิกก็ไม่รู้ ซึ่งตอนนั้นเขาแกะเรียบร้อยแล้ว ปอล์ก็เลยบอกว่าปอล์เอง อันนั้นเป็นของขวัญชิ้นเดียวของเขาในปีนี้ ฉะนั้นวันเกิดเขาในปีนี้ไม่มีของขวัญแล้วนะ พอวันที่ 4 ทำงานเสร็จ ปอล์ก็บอกพี่โอ๊คว่าเดี๋ยวพอไปดินเนอร์แต่ไม่บอกว่าไปที่ไหน เพราะปอล์อยากไปดินเนอร์ที่ roof top bar เป็นแบบเอาต์ดอร์กลางแจ้งบนตึกที่สูงที่สุดและหรูหรา แต่ปรากฏว่าฝนตกตั้งแต่แจ้งวัฒนะ เราก็คิดในใจว่าไม่เป็นไร พี่โอ๊คไม่รู้ว่าเราจะพาไปไหน พอขับรถไปถึงสาทรมันคงซาแล้วแหละ ปรากฏว่า 3 ทุ่มครึ่งก็ไม่ซา เราก็เลยคุยกันว่าวกรถกลับไปกินข้าวที่ฟู้ดแลนด์ดีไหม แต่สุดท้ายก็ไปทานร้านอาหารที่อยู่ใต้ตึกเอาต์ดอร์ ทุกอย่างไม่มีอะไรเป็นอย่างที่เราคาดเลย จนปอล์ตัดสินใจจะบอกพี่โอ๊คว่าไปไหนเพราะฝนตกตลอดทาง" หมอโอ๊ค "จริงๆ ผมก็พอจะเดาออกว่าเขาจะพาไปไหน" ถามถึงของขวัญที่ทำเซอร์ไพรส์หมอโอ๊ค? หมอโอ๊ค "มันเป็นการ์ด 3 มิติ และก็มีรูปลูกๆ มาเรียงเป็นเรื่องราวชีวิตของเรา ก็เก็บไว้อย่างดี"โอปอล์ "เราตั้งใจทำของขวัญชิ้นนี้ กะว่าจะเซอร์ไพรส์เขา พอดีปอล์รู้จักกับคนที่ทำการ์ดแบบนี้ ปอล์ก็บอกเขาว่าปอล์อยากทำของขวัญประมาณนี้ มีรูปปอล์ พี่โอ๊ค และลูกๆ เขาก็ทำเป็นการ์ดใบนี้มาให้ เพราะจริงๆ แล้วปีที่ผ่านมาส่วนใหญ่ของขวัญปอล์จะเป็นฝ่ายทำให้พี่โอ๊คเอง ปอล์เคยเย็บตุ๊กตาให้ดูฟรุ้งฟริ้ง พอปีนี้เลี้ยงลูก เราทำอะไรเองไม่ได้ แต่ก็ไม่อยากซื้ออะไรแพงๆ ให้กัน อยากทำอะไรที่เก็บเป็นความทรงจำ เลยทำของขวัญชิ้นนี้ให้เขา" เซอร์ไพรส์ไหมกับของขวัญชิ้นนี้? หมอโอ๊ค "จริงๆ ก็ดีใจมากกว่า เพราะเป็นของขวัญวันเกิดมันก็มีความหมาย เป็นวันเฉลิมฉลองของเรา ตอนนี้ก็มีภรรยามาอยู่ด้วยอีกคน เขาเป็นคนที่คอยส่งความปรารถนาดีให้เราทุกปี และมีลูกๆ ด้วย เป็นปีแรกที่ได้อยู่พร้อมหน้าทั้งครอบครัว" ปกติโอปอล์จะไม่ค่อยหวาน? โอปอล์ "ใครบอกว่าปอล์ไม่หวาน ปอล์เป็นคนหวานมาก ปอล์เป็นคนมุ้งมิ้งนะ แต่จะไม่ค่อยเหมือนคนอื่นสักเท่าไหร่ แต่ในชีวิตประจำวันนอกจากดูลูกแล้ว ทุกเช้าจะทำกับข้าวให้พี่โอ๊คกินเองทุกมื้อ บางวันเราก็ทำอย่างวิจิตรงดงาม ก็อยากจะถ่ายรูปให้โลกรู้ แต่กลัวคนหาว่าเราอวดไปทั่ว แต่จริงๆ เราก็ตั้งใจ พอปีนี้เหมือนลงตัวแล้ว มีทั้งลูกและสามี ก็ได้ทำหน้าที่ภรรยาจริงๆ" ตั้งใจอยากทำให้โอ๊คเองรึเปล่า? โอปอล์ "บางบ้านจะมีความสุขมากเวลาภรรยาแต่งตัวสวยๆ แต่พี่โอ๊คจะมีความสุขมากเวลาปอล์ทำกับข้าว แววตาเขาเวลาที่ปอล์อยู่หน้ากระทะ เขาดูปลื้มมาก บางทีเขาอัพรูปปอล์ซึ่งหน้าสด ผมไม่ดี แล้วเอาลงไอจี ปอล์ก็ต้องบอกให้พี่โอ๊คลบออกเดี๋ยวนี้ ปอล์มีภาพลักษณ์นะ ซึ่งจริงๆ ไม่มี (ยิ้ม) ปอล์ก็งงเพราะเวลาออกงานเขาจะเฉยๆ แต่วันไหนที่ปอล์จับกระทะแล้วดูสมบุกสมบันเขาจะชอบมาก แต่เป็นสิ่งที่เราชอบทำ ส่วนมื้อกลางวันและเย็นเขาจะทานที่ รพ. มื้อเช้าเป็นมื้อที่เราได้ทานข้าวด้วยกันทุกวัน ปอล์จะตื่นมาทำอาหารให้พี่โอ๊คกินทุกมื้อ" รู้สึกยังไงที่โอปอล์เป็นแม่ศรีเรือน ทำกับข้าวให้เรากินทุกวัน? หมอโอ๊ค "ผมว่ามันมีความหมายนะครับที่คู่ชีวิตทำอะไรให้เรา มันเป็นอะไรที่แสดงความเป็นห่วงเป็นใยกัน เขาทำอะไรก็อร่อยทั้งนั้น และถือเป็นช่วงเวลาที่เราได้ใช้จริงๆ ทุกวัน" เคยมีมื้อไหนที่ไม่ได้ทำให้กินแล้วหมอโอ๊คงอนไหม?โอปอล์ "ไม่งอนหรอก แต่มันเป็นความสะเทือนใจ (ยิ้ม) ถ้าวันไหนที่ปอล์ตื่นมาทำอาหารให้เขา เขาจะมีความสุข แต่ถ้าวันไหนไม่ได้ทำ เขาก็จะหอบกล้วยหอมใส่ถุงซิปล็อกไปกิน แล้วถ่ายรูปลงไอจีว่าภรรยาเตรียมมาให้ ซึ่งเรารู้สึกเวทนาอยู่ในใจ จริงๆ จะด่าเราก็ได้" หมอโอ๊ค "ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก ผมไม่ใช่คนขี้น้อยใจ (ยิ้ม) ก็ไม่อยากทานกับข้าวฝีมือคนอื่น อยากทานฝีมือเขาคนเดียว เพราะอยู่ด้วยกันขนาดนี้ บางทีเสาร์อาทิตย์ก็เป็นเวรผมบ้างสลับกัน" ถามถึงอาการน้องที่จะต้องผ่าตัดทำบอลลูนเป็นยังไงบ้าง? โอปอล์ "เดือน ต.ค.นี้ น้องอลินจะต้องทำบอลลูนหัวใจที่ รพ.รามาธิบดี เป็นไปตามแพลนทุกอย่างที่คุณหมอบอก ไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์หรือน่ากลัว" ยังกังวลอะไรอยู่ไหม? โอปอล์ "พี่โอ๊คบอกว่าอย่ากังวล แต่ด้วยความเป็นแม่ แค่ลูกเป็นผื่นก็กังวลแล้ว ปอล์รู้ว่าพ่อก็กังวล แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ และก็เชื่อตามคำแนะนำของคุณหมอ เพราะเขาก็สู้มานานแล้ว แค่นี้เขาก็ต้องผ่านให้ได้อยู่แล้ว" หมอโอ๊ค "มันเป็นสิ่งที่เราทราบมาตั้งแต่แรกที่ตรวจเจอ และอันนี้เป็นไปตามแผนการรักษา เขาไม่ต้องทำอะไรฉุกเฉิน อาการเขาก็ปกติทุกอย่าง แต่แค่ทำบอลลูนเผื่ออนาคตเขาจะได้ไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนอะไรหลังจากนี้ เรารู้สึกว่าเป็นเวลาที่พอดีแล้ว ก็คุยกับอาจารย์หมอที่เก่งๆ ว่าโอเคทุกอย่าง" น้องต้องพักฟื้นกี่วัน?โอปอล์ "แค่ 3 วันเอง ปอล์ก็ลางานยาวอยู่กับลูก" ขอบคุณรูปภาพจาก opalpanisara โอปอล์ - หมอโอ๊ค โอปอล์ - หมอโอ๊ค โอปอล์ - หมอโอ๊ค โอปอล์ - หมอโอ๊ค และลูกๆ ครอบครัว โอปอล์ น้องอลัน - น้องอลิน คุณพ่อ และน้องอลิน

รวมเด็ด 12 สถานที่ขอหวย! ใกล้ที่ไหนรีบไปที่นั่นเลยจ้าาาาา
ขอหวย /  สถานที่ขอหวย / 

“หวย” หนึ่งในกิจกรรมเสี่ยงโชคยอดฮิตของคนไทย จนในแต่ละเดือนจะเกิดเงินหมุนเวียนทางด้านหวยเป็นหลักหลายล้านบาท เหล่าผู้คนต่างใช้สารพัดวิธีในการหาตัวเลขนำโชคจากรอบกายเพื่อให้ได้เลขเด็ดๆ ทั้งเลขจากอาจารย์ชื่อดัง การตีเลขจากความฝันหรือจากเหตุการณ์ที่ได้พบเจอ หรือแม้แต่การไปขอเลขจากสถานที่ที่มีคนไทยจำนวนมากเลื่อมใสศรัทธา ซึ่งในวันนี้เราจะยกมาทั้งหมด 12 สถานที่ขอหวย แสนศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับการกล่าวขานว่าให้เลขเด็ดแม่นสุดๆ 1. หลวงพ่อเหลือ – วัดสร้อยทอง สะพานพระราม 7 กรุงเทพฯ วัดสร้อยทองเป็นวัดที่ตั้งอยู่ริมฝั่งน้ำเจ้าพระยา สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2394 ปูชนียวัตถุชิ้นสำคัญคือ พระพุทธรูปหล่อด้วยโลหะทองเหลืองที่เหลือจากการสร้างพระประธานในปี พ.ศ.2445 มีนามว่า “หลวงพ่อเหลือ” มีผู้ศรัทธาเดินทางมากราบไหว้บูชาขอโชคลาภกันอย่างไม่ขาดสาย และหลังจากได้รับประทานพรแล้วสิ่งของที่นิยมนำมาแก้บนคือ ดอกไม้ธูปเทียนและอาหารคาวหวานต่างๆ คาถาบูชาหลวงพ่อเหลือ กล่าวนะโม 3 จบ แล้วว่าคาถาดังนี้ นะ โม พุท ธา ยะ นะ เหลือดี โม เหลือยิ่ง พุท เหลือใช้ ธา เหลือล้น ยะ เหลือรวย 2. ศาลตายาย – สนามบินเล็ก ถนนเดชะตุงคะ ดอนเมือง กรุงเทพฯ ศาลตายายเป็นศาลที่ประดิษฐานอยู่ใกล้กับสนามบินเล็ก แถบดอนเมือง ถึงศาลตายายจะไม่ได้ประดิษฐานอยู่ในวัดอันใหญ่โต แต่ผู้ที่ศรัทธาในปฏิหาริย์อันศักดิ์สิทธิ์และได้รับความสมหวังก็มีอยู่นับไม่ถ้วน การขอเลขเด็ดจากศาลเจ้าตายายครั้งในอดีตเคยใช้วิธีรอให้ตากับยายมาเข้าฝัน หรือสังเกตการคดงอของก้านธูปว่าเป็นเลขอะไร แต่ในปัจจุบันชาวบ้านนิยมการใช้การเขย่าเซียมซีแทน มีการเล่าขายกันมาว่าอาหารที่ตากับยายชื่นชอบมากคือ หัวหมู ไก่ต้ม ไข่ต้ม ของหวานเป็นทองหยิบ ทองหยอด ยาเส้นหรือหมากพลู   3. ศาลแม่นาคพระโขนง – วัดมหาบุศย์ เขตพระโขนง กรุงเทพฯ ประวัติความเป็นมาของแม่นาคพระโขนงคิดว่าคงเป็นที่คุ้นเคยของคนไทยดี เพราะได้มีการนำเรื่องราวมาสร้างเป็นภาพยนตร์และละครมากมาย แถมตัวศาลแม่นาคพระโขนงยังเป็นสถานที่ยอดนิยมติดอันดับต้นๆที่ผู้คนนิยมเดินทางไปขอเลขเด็ด วิธีขอเลขจากศาลเม่นาคพระโขนง ใช้วิธีเสี่ยงดวงเขย่าเซียมซีและขูดหาเลขจากซากต้นตะเคียนข้างศาล ผู้คนส่วนใหญ่นิยมนำของหวาน เสื้อผ้าผู้ใหญ่ และของเล่นเด็กมาแก้บนแม่นาคในศาล โดยตัววัดมหาบุศย์ ตั้งอยู่บนถนนอ่อนนุช7 เขตพระโขนง กรุงเทพ   4. พระแม่ธรณีบีบมวยผม – สนามหลวง ใกล้โรงแรมรัตนโกสินทร์ กรุงเทพฯ สร้างเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม 2541 โดยพระแม่ธรณีบีบมวยผมนั้น หมายถึงความอุดมสมบูรณ์ นอกจากเรื่องการขอหวยแล้ว ชาวบ้านยังนิยมมาบนบานศาลกล่าวให้ช่วยเหลือเรื่องต่างๆนับไม่ถ้วน หากสมหวังแล้วผู้คนนิยมใช้ดอกดาวเรืองและผลไม้สดสำหรับการแก้บน ศาลประดิษฐานอยู่ที่มุมท้องสนามหลวงด้านทิศตะวันออกฉียงเหนือ ใกล้โรงแรมรัตนโกสินทร์ กรุงเทพมหานคร คาถาพระแม่ธรณีบีบมวยผม ท่องนะโม 3 จบ ตัสสา เกสีสะโต ยะถาคงคา โสตัง ปะวันตันติ มาระเสนา ปะฎิฐาตุง อาสักโถนโต ปะลายิงสุปาริมานุภาเวนะมาระ เสนาปะราชิตาทิโส ทิสัง ปะลายันติ วิทังเวนติ อะเสสะโต   5. ศาลขุนด่านเจ้าพ่อเสือ – บางเขน กรุงเทพฯ ศาลเจ้าพ่อเสือ ไม่มีปรากฏประวัติความเป็นแม่อันแท้จริง มีแต่ตำนานที่ชาวบ้านเล่าขานกันมาปากต่อปากเท่านั้น ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ทำให้ความศรัทธาของชาวบ้านที่มีต่อเจ้าพ่อเสือเสื่อมคลายลง ในทุกๆวันมักจะมีผู้คนแวะเวียนมากราบไหว้เจ้าพ่อเสือกันอย่างไม่ขาดสาย ทั้งการขอพรเพื่อเป็นสิริมงคล มีเรื่องให้ช่วยเหลือ หรือแม้แต่การขอเลขเด็ดก็ตาม โดยจะนิยมกราบไหว้ด้วย เนื้อสด, ผลไม้สด, ไข่ไก่ต้ม, ดอกดาวเรือง, ชุดหมาก, น้ำเปล่า   6. ศาลหลวงปู่เหมือน นนทฺสร – วัดนาวง (วัดโรงหีบเดิม) อำเภอเมือง จ.ปทุมธานี หลวงปู่เหมือน ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์จอมขมังเวทย์อีกรูปหนึ่งในยุคสมัยนั้น มีลูกศิษย์ที่ให้ความเคารพมากมาย เป็นเหมือนที่พึ่งทางจิตใจของชาวบ้านในละแวกวัดนาวงและเมืองเอก จังหวัดปทุมธานี ตั้งแต่ระดับชาวบ้านไปจนถึงข้าราชการระดับสูง แม้ในปัจจุบันหลวงปู่จะมรณภาพไปนานแล้ว แต่ความขลังและความศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่ได้เลือนหายไปไหน ทำให้ยังคงมีผู้คนแวะเวียนมาที่ศาลหลวงปู่เหมือนกันอย่างต่อเนื่อง โดยรูปปั้นหลวงปู่เหมือน นนทฺสร จะประดิษฐานอยู่ที่ วัดนาวง (วัดโรงหีบเดิม) อ.เมือง จ.ปทุมธานี   7. ศาลองค์เทพพระวิษณุ (พระนารายณ์) – ศาลข้างวัดสุทัศนฯ และใกล้ศาลว่าการกรุงเทพมหานคร องค์เทพพระวิษณุ (พระนารายณ์) สร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2525 ซึ่งเป็นของลัทธิฮินดู ที่ได้รับการเผยแพร่มาจากประเทศอินเดีย ประดิษฐานอยู่ที่ศาลข้างวัดสุทัศนฯ ใกล้กับศาลาว่ากลางกรุงเทพมหานคร ถนนอุณากรรณ เสาชิงช้า กรุงเทพ เหล่าผู้นับถือนิยมใช้ดอกดาวเรือง, นมสด, ธูป, สับปะรด, กล้วยน้ำว้าสุก เป็นเครื่องสำหรับสักการะบูชา คำอธิษฐานขอพรพระวิษณุ (พระนารายณ์) โอม สะศางขะจักรัม สะกิริฏะกุณตะลัม สะปิตะวัสตรัม สะระสีรูเหกะษะณัม สะหาระวักษะสะถะละ เกาสะตุภะ ศะริยัม นะมานิวิษณุม ศิระสา จะคุระภุชัม (ท่อง1จบ หรือ 3 จบ หรือ 12จบ) 8. ศาลเจ้าแม่ต้นไทร – ถนนมุ่งหน้าไปอำเภอสังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ตามถนนที่ทอดตัวยาว เรามักจะได้พบกับศาลเจ้าพ่อ เจ้าแม่ พระพุทธรูปองค์ใหญ่ หรือต้นไม้ใหญ่ อยู่ตามริมทางเสมอ ซึ่งคนส่วนใหญ่มักมีความเชื่อว่า สิ่งเหล่านี้จะมีองค์เทพารักษ์ หรือนางไม้ประทับอยู่ เช่นเดียวกับเจ้าแม่ต้นไทรที่มีอายุกว่าร้อยปี ยืนต้นสูงตระหง่านพร้อมผ้าแพรบาง 7 สีผูกอยู่โดยรอบ รอยแป้งสีขาวที่เกิดจากการขูดหาเลขกระจัดกระจายตามลำต้น เครื่องสักการะบูชาวางเรียงรายเป็นจำนวนมาก แสดงให้เห็นถึงความศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าแม่ต้นไทรแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี โดยเจ้าแม่ต้นไทรแห่งนี้ตั้งอยู่ริมถนนที่มุ่งหน้าไปอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี   9. ศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง (วัดหนองผักชี) – ตรงข้ามตลาดยิ่งเจริญ สะพานใหม่ เขตบางเขน กรุงเทพฯ มีความเชื่อกันว่า นางฟ้าจากสวรรค์จุติลงมาเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านให้พ้นจากความทุกข์ โดยนางฟ้าเหล่านั้นจะสถิตอยู่ที่ต้นตะเคียน จึงได้ตั้งชื่อว่าเจ้าแม่นางตะเคียนนับตั้งแต่ตอนนั้นเป้นต้นมา และที่วัดหนองฝักชีก็มีต้นตะเคียนทองที่มีอายุมากกว่า 100 ปี โดยใช้ชุดไทยโบราณ, เครื่องแป้ง, กระจกเงา, ดอกไม้สด ในการแก้บนเจ้าแม่ตะเคียนทอง คาถาขอพรเจ้าแม่ตะเคียนทอง ตั้งนะโม 3 จบ สัมปะจิตฉามิ นาสังสีฆ พรหมมา จะ มะหาเทวา สัพเพยักขา ปะรายันติ พรหมมา จะ มะหาเทวา อภิลาภา ภะวันตุเม มะหาปุญโญ มะหาลาโภ ภะวันตุเม มิเตพาหุหะติ พุทธะมะอะอุ นะโมพุทธายะ วิระทะโย วิระโคนายัง วิระหิงสา วิระทาสี วิระทาวส วิระอิตถิโย พุทธัสสะ มานีมามะ พุทธัสสะ สวาโหม สัมปะติจฉามิ เพ็ง เพ็ง พา พา หา หา ฤาฤา 10. ศาลเจ้าพ่อเขาสามชั้น – เส้นทางไปอำเภอทองผาภูมิ-สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี หากเดินทางไปบนสายที่จะมุ่งหน้าเข้าอำเภอทองผาภูมิ สังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี บางครั้งจะเห็นว่าเหล่ารถราที่ขับผ่านศาลเจ้าพ่อเขาสามชั้นมักจะบีบแตรเพื่อให้สัญญาณแสดงความเคารพต่อเจ้าพ่อ และขอคำอวยพรเพื่อให้เจ้าพ่อเขาสามชั้นคุ้มครองให้เดินทางรอดปลอดภัยตลอดทาง นอกจากเรื่องคุ้มครองภัยแล้ว ชาวบ้านยังว่ากันว่าเจ้าพ่อเขาสามชั้นให้หวยแม่นมาก มีชาวบ้านที่ได้รับโชคลาภไปนับไม่ถ้วน หากใครมีโอกาสเดินทางไปแถวนั้น อย่าลืมแวะจอดรถไปกราบไหว้ขอพรจากศาลเจ้าพ่อเขาสามชั้น ไม่แน่บางทีอาจจะได้รับลาภลอยเข้ามาโดยไม่รู้ตัว   11. ศาลอนุสาวรีย์เจ้าแม่หมูทองคำ – ตรงข้ามกระทรวงมหาดไทย กรุงเทพฯ ศาลอนุสาวรีย์เจ้าแม่หมูทองคำ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า อนุสาวรีย์สหชาติ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2456 ในแต่ละวันมีผู้คนที่ศรัทธาเดินทางมาสักการะบูชากันอย่างต่อเนื่อง ทั้งขอเลขเด็ดเพื่อไปเสี่ยงโชคหรือเรื่องหน้าที่การงานก็ดี ต่างก็ได้รับความช่วยเหลือและสมหวังกันไปถ้วนหน้า ก่อนเดินทางไปไหว้เจ้าแม่หมูทองคำ อย่าลืมเตรียมเครื่องเซ่นไหว้เป็นผลไม้สดทุกชนิด ยกเว้นมังคุด ติดไม้ติดมือไปด้วย บทสวดบูชา สวดนะโม 3 จบ โอมพระปิยะมะหาราชินี สัพพะโสตถี ภะวันตุเม สัพพะลาภา สัพพะยศา สุขิตา โหติ สัพพะทุกขะ สัพพะภะยะ วินัสสันติ พระปิยะมะหาราชินี ปิยังมะมา 12. ศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง (วังสราญรมย์) – สวนวังสราญรมย์ ใกล้วัดโพธิ์-วัดพระแก้วมรกต ศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง (วังสราญรมย์ ประดิษฐานอยู่ในสวนวังสราญรมย์ ก็เป็นอีกแห่งที่ร่ำลือถึงความศักดิ์สิทธิ์ในบรรดานักเสี่ยงโชคกันอย่างหนาหู ผู้คนนิยมเดินทางมาขอโชคลาภด้วยวิธี 3 แบบคือ จุดธูปอธิษฐานให้เจ้าแม่ตะเคียนทองมาเข้าฝันเพื่อบอกเลข การเสี่ยงเซียมซี หรือขูดซากตอตะเขียนเพื่อหาเลข หลายคนที่มีแรงศรัทธาแรงกล้าก็ได้รับการช่วยเหลือให้สมหวังไปตามๆกัน    ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ : เคล็ดลับขอหวย ๑๒ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

ทรงบร๊ะลานุภาพ! เพลง Dancing King จาก EXO - ยู แจซอก กลายเป็นเพลงฮิตทันที!!
Dancing King /  EXO / 

การรวมตัวสุดพิเศษของ EXO และ ยู แจซอก (YU JAE SEOK) ชวนทุกคนมาแดนซ์ในเพลง Dancing King บอยแบนด์เกาหลีที่มาแรงและฮอตที่สุดในนาทีนี้ EXO (เอ็กซ์โซ) ร่วมกับพิธีกรแห่งชาติของประเทศเกาหลี ยู แจซอก (YU JAE SEOK) ปล่อยผลงานเพลงสุดพิเศษ Dancing King (แด๊นซิ่ง คิง) ผลงานดิจิตอลซิงเกิ้ลลำดับที่ 32 ของโปรเจกต์ STATION ของค่ายเพลงยักษ์ใหญ่อย่าง S.M. Entertainment เพลง Dancing King เป็นเพลงแนวแดนซ์ที่มีเสียงของเบสและจังหวะแบบแซมบ้าที่ให้ความรู้สึกสนุกสนาน ถูกถ่ายทอดผ่านน้ำเสียงอันนุ่มนวลแต่มีพลังของ ยู แจซอก ผสมกับเสียงร้องอันมีเสน่ห์และมีสไตล์อันโดดเด่นของหนุ่มๆ EXO ที่ฟังแล้วยิ่งทำให้รู้สึกคึกคักมากขึ้นไปอีก ส่วนเนื้อเพลงจะมีเนื้อหาที่สื่อถึงคนที่เหน็ดเหนื่อยกับชีวิตประจำวัน ว่าให้ทุกคนละทิ้งเรื่องอื่นๆ ไปให้หมดแล้วออกมาเต้นไปด้วยกัน [STATION] 유재석 X EXO_Dancing King_Music Video youtube channel : SMTOWN หลังจากเปิดตัวเพลง Dancing King ทางรายการโทรทัศน์ยอดนิยม อย่าง Infinity Challenge และตามเวบไซต์เพลงออนไลน์ต่างๆ ของประเทศเกาหลีเมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา เพลงนี้ก็ได้รับการตอบรับอย่างร้อนแรง จนทะยานขึ้นชาร์ตเพลงฮิต และกลายเป็นเพลงคุ้นหูที่นักท่องเที่ยวได้ยินตามสถานที่ต่างๆ ของประเทศเกาหลีทันที! โดยรายได้ที่มาจากการดาวน์โหลดเพลง Dancing King จะถูกนำไปบริจาคทั้งหมด ความพิเศษที่ทำให้แฟนคลับชาวไทยได้ฟินเว่อร์! ต้องยกให้ที่หนุ่มๆ EXO ได้ขึ้นแสดงเวทีเพลง Dancing King ร่วมกับ ยู แจซอก เป็นครั้งแรกที่ประเทศไทย ในคอนเสิร์ต EXO PLANET #3 - The EXO’rDIUM – in BANGKOK ในรอบการแสดงคอนเสิร์ตวันอาทิตย์ที่ 11 กันยายน 2559 ที่ผ่านมา ซึ่งภาพความสนุกและกระแสตอบรับอันร้อนแรงของแฟนคลับชาวไทยได้ถูกเปิดเผยผ่านทางรายการ Infinity Challenge และในมิวสิควิดีโอเพลง Dancing King ด้วย! มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

สรุปผลบอลเมื่อคืน วันอังคารที่ 13 กันยายน 2559
ผลบอลวันอังคาร /  ผลบอลเมื่อคืน / 

สรุปผลบอลเมื่อคืน วันอังคารที่ 13 กันยายน 2559 ผลบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เวลา 01:45 น. ปารีส แซงต์ แชร์กแมง 1-1 อาร์เซน่อล เวลา 01:45 น. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ - โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค (เลื่อนแข่ง) เวลา 01:45 น. บาร์เซโลน่า 7-0 เซลติก เวลา 01:45 น. พีเอสวี ไอโฮเฟ่น 0-1 แอตเลติโก มาดริด เวลา 01:45 น. บาเยิร์น มิวนิค 5-0 เอเค รอสตอฟ เวลา 01:45 น. ดินาโม เคียฟ 1-2 นาโปลี เวลา 01:45 น. บาเซิ่ล 1-1 ลูโดโกเรตส์ เวลา 01:45 น. เบนฟิก้า 1-1 เบซิคตัส ผลบอล แชมป์เปี้ยนชิพ อังกฤษ เวลา 01:45 น. ไบรท์ตัน 1-0 ฮัดเดอร์ฟิลด์ ทาวน์ เวลา 01:45 น. ดาร์บี้ เค้าท์ตี้ 0-1 อิปสวิช ทาวน์ เวลา 01:45 น. ฟูแล่ม 1-1 เบอร์ตัน อัลเบี้ยน เวลา 01:45 น. ลีดส์ ยูไนเต็ด 2-1 แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส เวลา 01:45 น. นอริช ซิตี้ 2-1 วีแกน แอธเลติก เวลา 01:45 น. เปรสตัน 3-0 คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ เวลา 01:45 น. ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส 0-6 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด เวลา 01:45 น. เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ 3-2 บริสตอล ซิตี้ เวลา 01:45 น. วูล์ฟแฮมป์ตัน 0-4 บาร์นสลีย์ เวลา 02:00 น. เร้ดดิ้ง 0-0 เบอร์มิ่งแฮม ผลบอล เอเอฟซี เอเชี่ยนแชมเปี้ยนลีก เวลา 17:00 น. ชอนบุก ฮุนได 5-0 เซี่ยงไฮ้ อีสต์ เอเชีย เวลา 21:00 น. โลโคโมทีฟ ทัชเคน 0-1 อัลไอน์ ผลบอล เอเอฟซี คัพ เวลา 19:00 น. เซาธ์ ไชน่า 1-1 ยะโฮร์ ดารุล ทักซิม เวลา 22:59 น. อัล คุวา 1-1 อัล จาอิส >> เช็คผลบอลสด ที่นี่ <<

ตะลึง ! 2 ผู้กำกับระดมฝูงบินรบ รถหุ้มเกราะจากกองกำลังป้องกันฯ เข้าฉาก
Shin-Godzilla /  ชินจิ ฮิงุชิ / 

ตะลึง ! 2 ผู้กำกับระดมฝูงบินรบ รถหุ้มเกราะจากกองกำลังป้องกันฯ เข้าฉาก "Shin Godzilla" ฉากบอมบ์ก็อดซิลล่าจากเหล่าฝูงเครื่องบินรบจากกองกำลังป้องกันตัวเองของรัฐบาลญี่ปุ่นที่ระดมขนมา ทั้งสาดกระสุนและยิงมิสไซล์ถล่มเข้าใส่ก็อดซิลล่าอภิมหาสัตว์ประหลาดที่มาพร้อมพลานุภาพการทำลายล้างอันมหาศาล ก็เพื่อสะกัดกั้นและยับยั้งไม่ให้การบุกถล่มเมืองขยี้ตึกระฟ้าแผ่ขยายความสูญเสียไปมากกว่านี้...นี่คือฉากที่นำเสนอให้เห็นว่าเจ้าคิงส์ออฟมอนสเตอร์ตัวนี้คือมหันตภัยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเกินกว่าที่มนุษยชาติจะคาดถึงและเคยประสบมา ในการนี้ ฮิเดะอากิ อันโนะและชินจิ ฮิงุชิ สองผู้กำกับอัจฉริยะของญี่ปุ่นซึ่งถูกสตูดิโอโตโฮที่ให้กำเนิดก็อดซิลล่าเลือกมาพลิกโฉมหน้าอภิมหาสัตว์ประหลาดสุดคลาสสิคที่ครองใจคนทั่วโลกมากว่า 6 ทศวรรษ โดยทั้งสองคิดค้นและดีไซน์วิช่วลทางด้านภาพที่จะเกิดขึ้นในซีนนี้ รวมไปถึงการออกแบบฉากในการเล่าเรื่องที่จะต้องถ่ายทอดให้เห็นว่าศักยภาพ ความเกรี้ยวกราด ดุดัน น่าสยดสยอง และชวนให้รู้สึกหวาดสะพรึงกลัวเจ้าก็อดซิลล่า หรือ Shin Godzilla ที่มาพร้อมน้ำหนักตัวมากถึง 92,000 ตัน และมีความสูงขนาดมหึมาถึง 118.5 เมตร ไม่เพียงเหนือกว่าก็อดซิลล่าทุกตัวที่เคยมีมาบนจอภาพยนตร์แต่จะมาพร้อมกับการทำลายล้างที่ยิ่งกว่า แต่สิ่งที่สร้างความน่าตื่นตะลึงให้ยิ่งกว่าคือ การได้เห็นเหล่าฝูงเครื่องบินรบที่บินผ่านเข้ามาในเขตเมืองที่มีตึกสูงระฟ้าอยู่เต็มไปหมด ก่อนที่จะเห็นภาพของเจ้าก็อดซิลล่ากำลังบุกขยี้เมืองอย่างน่ากลัว นำไปสู่การเผชิญหน้าระหว่างกองกำลังป้องกันตัวเอง กับอภิมหาสัตว์ประหลาดกันชนิดจัดเต็ม และเพื่อให้จินตนาการทางด้านภาพปรากฎสู่สายตาผู้ชมออกมาได้อย่างสมจริง สมบูรณ์ และเพอร์เฟ็กต์ที่สุด งานนี้ทั้งสองผู้กำกับต้องเข้าไปทำการบ้านอย่างหนักเกี่ยวกับอาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ของกองกำลังป้องกันตัวเองทั้งในส่วนของ เครื่องบินรบ รถหุ้มเกราะ รถถัง ตลอดจนเสื้อผ้าชุดเครื่องแต่งกาย ฯลฯ ที่มีการใช้จริง ๆ โดยทั้งนี้พูดได้ว่าการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ครั้งแรกในรอบ 12 ปีของก็อดซิลล่าต้นฉบับ ล้วนต่างได้รับความร่วมมือจากบรรดาหลากหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชน แน่นอนว่ารวมทั้งกองกำลังป้องกันตัวเองที่อนุญาตให้ทางกองถ่ายทำภาพยนตร์ที่เรียกได้ว่ายิ่งใหญ่ที่สุด ทุ่มทุนสร้างสูงที่สุดอย่างก็อดซิลล่าเข้าไปถ่ายทำ พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ทำให้ทุกภาพที่ปรากฎสู่สายตาผู้ชมล้วนสร้างความตื่นตาและเรียกความสนใจ สมกับที่ว่า ชินก็อดซิลล่า คือการพลิกโฉมหน้าของอภิมหาภาพยนตร์สัตว์ประหลาดเรื่องยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกอย่างแท้จริงและรับรองว่า ยังมีอีกหลากฉากหลายซีนที่แฟน ๆ และเหล่าสาวกได้ชมแล้วจะต้องตื่นตะลึงกับ วิช่วลทางด้านภาพสุดอลังการเหนือจินตนาการอย่างที่หลายคนคิดไม่ถึง แต่ยังคงเอกลักษณ์และความเป็น ก็อดซิลล่า ของแท้ต้นฉบับ เพื่อผู้ชมก็อดซิลล่าทุกเจนเนอเรชั่น พบกับความยิ่งใหญ่สมการรอคอยของ Shin Godzilla ได้แล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์

รู้กันไหมว่า? อุณหภูมิร่างกายเท่าไหร่ถือว่า มีไข้ พร้อมวิธีดูแลเมื่อคุณเป็นไข้
มีไข้ /  ลดไข้ / 

ไข้เป็นสิ่งบ่งบอกว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นในร่างกาย ซึ่งอาจไม่ได้หมายความว่าเป็นเรื่องรุนแรงเสมอไป อุณหภูมิร่างกายตั้งแต่ 37.5 – 38 องศาเซลเซียสขึ้นไปจะถือว่าเด็กเป็นไข้ ไข้เกิดขึ้นได้จากสาเหตุมากมาย ส่วนใหญ่เกิดจากไข้หวัด เด็กมักมีอาการน้ำมูกไหล ไอ หรือเจ็บคอร่วมด้วย ไข้ในเด็กอาจทำให้เด็กงอแง ที่สำคัญอาจมีอาการชักตามมา การดูแลไม่ให้ไข้สูงเกินขีดอันตรายก็สามารถทำได้ โดยการให้เด็กรับประทานยาลดไข้ ร่วมกับการเช็ดตัว ผู้ปกครองเด็กควรใช้ปรอทวัดไข้เพื่อวัดอุณหภูมิร่างกาย ซึ่งเป็นการประเมินประสิทธิภาพของยาลดไข้ และการเช็ดตัว กรณีเด็กที่มีอาการรุนแรง เช่น ไข้สูงมาก เป็นไข้อยู่หลายวัน มีอาการซึม กระหม่อมตึง หอบ เหนื่อย หรือเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 1 ปี หากมีไข้ผู้ปกครองควรพาเด็กไปพบแพทย์ เพื่อตรวจหาสาเหตุของไข้ที่แท้จริงต่อไป ไข้ (fever) หมายถึง การที่อุณหภูมิของร่างกายสูงเกินปกติ ซึ่งร่างกายคนปกติจะมีอุณหภูมิประมาณ 37 องศาเซลเซียส เมื่อวัดทางปาก ร่างกายของคนเราจำเป็นต้องมีการปรับอุณหภูมิให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสม และไม่เปลี่ยนแปลงไปมาก เมื่อเปรียบเทียบกับการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิของอากาศภายนอก ทั้งนี้เพื่อให้การทำงานของร่างกายเป็นไปได้อย่างปกติ ค่าอุณหภูมิที่บอกว่าผู้ป่วยมีไข้ที่เหมาะสมที่สุด คือ การวัดในตอนเช้าตรู่ได้อุณหภูมิเท่ากับ 37.2 องศาเซลเซียส หรือสูงกว่า หรืออุณหภูมิเท่ากับ 37.8 องศาเซลเซียสหรือสูงกว่า เมื่อวัดเวลาใดๆ ของวัน อุณหภูมิร่างกายปกติ 1. อุณหภูมิร่างกายปกติไม่ได้คงที่ตลอดเวลา จะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในแต่ละช่วงของวัน โดยเฉพาะในช่วง 15.00 - 17.00 น. อุณหภูมิมักจะสูงสุด และจะค่อยๆ ลดลงจนต่ำสุดในเวลา 23.00 - 01.00 น. และจะเพิ่มสูงขึ้นอีกเช่นนี้ทุกวัน การเปลี่ยนแปลงของ อุณหภูมิร่างกายเช่นนี้สังเกตเห็นได้ชัดในเด็กมากกว่าผู้ใหญ่ 2. เวลาเช้าอุณหภูมิของร่างกายจะต่ำกว่าอุณหภูมิตอนบ่ายหรือเย็น 3. อุณหภูมิร่างกายยังขึ้นอยู่กับการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ หรือการออกกำลังกาย และขึ้นกับระดับฮอร์โมนในร่างกายด้วย 4. ศูนย์ควบคุมอุณหภูมิร่างกายอยู่ที่สมองส่วนฮัยโปธาลามัส มีหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิรับสัญญาณจากบริเวณต่างๆ ของร่างกาย และคอยควบคุมให้ร่างกายเก็บความร้อน สร้างความร้อน เพิ่มหรือลดความร้อน โดยถ่ายเทความออกไปมากขึ้น 5. peo-optic region เป็นตำแหน่งหนึ่งในสมองส่วนฮัยโปธาลามัส ที่มีบทบาทเป็นแกนกลางของการควบคุมอุณหภูมิร่างกาย จากการศึกษามากมายที่ทำต่อเนื่องกันนานกว่า 60 ปี ทำให้มีหลักฐานแน่ชัดว่าเซลล์ประสาทในบริเวณนี้ ไวต่ออุณหภูมิ และเป็นส่วนสำคัญในการควบคุมการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิทั้งทางสรีรวิทยาและพฤติกรรม 6. สารที่ทำให้เกิดไข้ อาจมาจากภายนอกเข้าสู่ร่างกาย หรือเกิดขึ้นภายในร่างกายเอง โดยจะเกิดปฏิกิริยาภายในและเกิดสารที่ออก ฤทธิ์บริเวณสมองส่วนที่ควบคุมอุณหภูมิ และส่งสัญญาณมาทางระบบประสาทอัตโนมัติ ทำให้หลอดเลือดบริเวณผิวหนังหดตัว ส่ง ผลต่อเนื่องให้การระบายความร้อนในร่างกายออกทางผิวหนังลดลง 7. เวลามีไข้ มือ เท้าจะเย็น แต่ศีรษะจะร้อน บาครั้งมือเท้าซีดและเขียว เนื่องจากผิวหนังขาดออกซิเจน ถ้าอุณหภูมิที่ผิวหนังต่ำมาก ก็ จะเกิดการสั่นของกล้ามเนื้อ ดังที่เห็นว่าเวลามีไข้แล้วหนาวสั่น การสั่นของกล้ามเนื้อทำให้มีการสร้างความร้อนมากขึ้น ถ้าความ ร้อนในร่างกายถูกสร้างขึ้นมาก อุณหภูมิในร่างกายก็จะสูงขึ้นมาก อาจจะทำให้ศูนย์ควบคุมอุณหภูมิเสียการทำงานไปและไม่ตอบ สนองต่อยาลดไข้ การวัดไข้ 1. โดยใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า เทอร์โมมิเตอร์ จะช่วยจำแนกความหนักเบาของไข้ได้ง่ายขึ้น ถ้าไม่มีอุปกรณ์ให้ใช้หลังมือสัมผัสหน้าผาก ลำตัว หรือบริเวณอื่นก็พอรู้สึกได้คร่าวๆ 2. การวัดอุณหภูมิทางทวารหนักเป็นการวัดอุณหภูมิของแกนร่างกายที่แม่นยำมากที่สุด อุณหภูมิที่ได้จากการวัดทางทวารหนักสูงกว่าตำแหน่งอื่นๆ เนื่องจากมีการสร้างความร้อนขึ้นโดยแบคทีเรียในอุจจาระ 3. การวัดอุณหภูมิทางปากเป็นวิธีที่ง่าย มีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วสอดคล้องตามอุณหภูมิของแกนร่างกาย แต่การวัดอุณหภูมิทางปากต้องการความร่วมมือของผู้ถูกตรวจ จึงใช้ไม่ได้กับผู้ป่วยทุกราย โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ผู้ใหญ่ที่ไม่ร่วมมือ และผู้ที่ใส่เครื่องช่วยหายใจอยู่ 4. การวัดอุณหภูมิทางแก้วหูโดยใช้รังสีอินฟราเรด เป็นวิธีที่ง่ายและสะดวก ปัจจุบันนิยมใช้กันมากในหอผู้ป่วยหนักและคลินิกต่างๆ แก้วหูเป็นตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการวัดอุณหภูมิของแกนร่างกาย เนื่องจากถูกหล่อเลี้ยงด้วยแขนงของหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงศูนย์ควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย 5. การวัดอุณหภูมิทางรักแร้เป็นวิธีที่เหมาะสม และแม่นยำในทารกแรกเกิด แต่ไม่ดีในเด็กโต และผู้ใหญ่ 6. ค่าเฉลี่ยของอุณหภูมิที่วัดทางทวารหนักสูงกว่าค่าที่วัดทางปากในเวลาเดียวกัน 0.4 องศาเซลเซียส และสูงกว่าค่าที่วัดทางแก้วหู 0.8 องศาเซลเซียส ลักษณะของไข้ 1. ไข้สูงลอยอยู่ตลอด คือ อุณหภูมิจะสูงอยู่ระดับหนึ่งมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นลงบ้างก็เพียงเล็กน้อย ไม่ลดถึงระดับปกติ 2. ไข้ขึ้นๆ ลงๆ ระหว่างอุณหภูมิสูงกับอุณหภูมิระดับปกติ 3. ไข้ขึ้นๆ ลงๆ แต่ไม่ลงถึงระดับปกติ 4. ไข้ขึ้นหลายๆ วัน แล้วลดเป็นวัน แล้วกลับขึ้นอีก 5. ไข้ต่ำๆ ตลอด ไม่ลดลงระดับปกติ 6. ไข้อาจจำแนกตามระดับอุณหภูมิได้เป็น 3 ระดับ คือ ไข้ต่ำ อุณหภูมิร่างกายอยู่ระหว่าง 37.0 ํc - 38.9 ํc ไข้ปานกลาง อุณหภูมิร่างกายอยู่ระหว่าง 38.9 ํc - 39.5 ํc และไข้สูง อุณหภูมิร่างกายอยู่ระหว่าง 39.5 ํc - 40.0 ํc สาเหตุของไข้ 1. การติดเชื้อที่มีการอักเสบเฉพาะที่ เช่น คออักเสบ ลำไส้อักเสบ ข้ออักเสบ การติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และโปรโตซัว เช่น ไข้หวัด ไข้มาลาเรีย ไข้จากแผล ฝีหนอง 2. การติดเชื้อซึ่งไม่มีอาการเฉพาะที่ เช่น ไข้เลือดออก ไข้หวัดใหญ่ ไข้ไทฟอยด์ เป็นต้น โรคติดเชื้อบางชนิด อาจไม่มีไข้ เช่น โรคเรื้อน กลากเกลื้อน พุพองตามผิวหนัง เป็นต้น โรคติดเชื้อจาก แบคทีเรีย รา ไวรัส ยีสต์ โปรโตซัว เป็นต้น 3. การกระตุ้นจากเหตุผิดปกติบางอย่างในร่างกายที่ไม่ใช่การติดเชื้อ เช่น มะเร็งต่อมน้ำเหลือง ซึ่งจะมีไข้ร่วมกับอาการอื่น เช่น ต่อมน้ำเหลืองโต เกิดจากการอักเสบ เนื้องอกหรือมะเร็ง 4. ศูนย์ควบคุมอุณหภูมิได้รับการกระทบกระเทือนจากความผิดปกติในสมองโดยตรง เช่น เนื้องอกในสมอง เส้นเลือดในสมองแตก การผ่าตัด เป็นต้น 5. การแพ้ยาหรือเซรุ่ม ปฏิกิริยาภายหลังการได้รับเลือด 6. สาเหตุอื่นๆ เช่น การออกกำลังกายกลางแดด ยาบางชนิด เนื้อเยื่อถูกทำลาย ความผิดปกติของ การเผาผลาญพลังงานในร่างกาย ต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ ภาวะขาดน้ำ การรักษา 1. รักษาต้นเหตุของการเกิดไข้ หากอาการไข้ มีสาเหตุมาจากโรคร้ายแรง ควรพบแพทย์เพื่อรับการรักษาโรคที่เป็นสาเหตุให้เกิดไข้ การลดไข้เป็นแค่ส่วนหนึ่งของการรักษาเท่านั้น 2. การใช้ยาลดไข้ อาจเป็นพวกแอสไพริน พาราเซตามอล 3. การเช็ดตัวลดไข้ การเช็ดตัวลดไข้ 1. การใช้น้ำอุ่นเช็ดตัว เพราะจะช่วยระบายความร้อนออกจากร่างกายได้มาก วิธีทางกายภาพสำหรับการลดไข้เพิ่มการสูญเสียความร้อนโดยการนำ การพา และการระเหย การระเหยเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการทำให้ผู้ป่วยที่มีไข้สูญเสียความร้อน โดยไม่ทำให้เกิดอาการหนาวสั่น 2. ไม่ควรใช้น้ำเย็น หรือน้ำแข็งเช็ดตัว เพราะทำให้หลอดเลือดหดตัว ระบายความร้อนออกยากและยังทำให้เกิดอาการหนาวสั่น ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นได้ 3. ควรเช็ดที่ศีรษะ และลำตัวส่วนที่ร้อน 4. ไม่ควรเช็ดส่วนมือและเท้าที่เย็น 5. ผู้ป่วยที่กำลังมีไข้ ไม่ควรสวมเสื้อผ้าหนา เพราะจะทำให้ความร้อนระบายออกได้ยาก แต่ถ้าผู้ป่วยหนาวสั่น ควรใส่เสื้อผ้า เพื่อให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายเพียงพอ แต่ต้องไม่หนาจนเกินไป 6. ผู้ป่วยเด็กที่มีไข้จากภาวะขาดน้ำควรแก้โดยการให้ดื่มน้ำมากๆ หรือให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ ยาลดไข้ 1. ยาลดไข้เป็นเพียงยาบรรเทา ไม่ใช่ยารักษาสาเหตุที่ทำให้เกิดไข้ เมื่อกินยาหนึ่งครั้ง ยาจะออกฤทธิ์ลดไข้อยู่ได้นาน 4-6 ชั่วโมง หากสาเหตุที่ทำให้เกิดไข้ยังไม่หาย เมื่อยาหมดฤทธิ์แล้วไข้ก็จะปรากฏใหม่ 2. ยาที่นิยมใช้ได้แก่ แอสไพริน พาราเซตามอล ยาต้านการอักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ 3. ยาออกฤทธิ์ที่สมอง โดยยับยั้งการเปลี่ยนกรดอะแรคชิโดนิกไปเป็นสารพรอสตาแกลนดิน ฤทธิ์นี้สำคัญมากในการลดไข้ เนื่องจากการสร้างพรอสตาแกลนดิน E2 ที่สมองส่วนฮัยโปธาลามัส เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในกระบวนการที่ทำให้เกิดไข้ พาราเซตามอลมีฤทธิ์น้อยมากต่อการยับยั้งเอนไซม์ซัยโคลออกซิเจนเนสในเนื้อเยื่อส่วนปลาย จึงไม่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ 4. แอสไพรินในขนาดปกติ ไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามหากกินมากเกินขนาด อาจทำให้มีไข้สูง ซึม ชัก และถึงกับเสียชีวิตได้ แอสไพรินอาจระคายเคืองเยื่อบุกระเพาะอาหาร จึงควรรับประทานทานหลังอาหารทันที 5. พาราเซตามอลในขนาดปกติ ไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายแต่อย่างใด แต่ในขนาดสูง จะทำให้ตับถูกทำลาย และตับวายได้ ในผู้ใหญ่รับประทานครั้งละ 2 เม็ดทันทีที่รู้สึกมีอาการไข้ หลังจากรับประทานยาแล้ว 4 ชั่วโมงสามารถทานยาซ้ำได้ ถ้ายังมีอาการไข้ แต่ไม่ควรรับประทานยาติดต่อกันมากกว่า 3 วันโดยไม่ได้รับการวินิจฉัยโรคที่ถูกต้องจากแพทย์ 6. ควรให้ยาลดไข้เมื่อไข้สูงเท่านั้น และให้ในขนาดที่เหมาะสมกับน้ำหนักตัว ห้ามให้ถี่กว่า 4 ชั่วโมง หากให้ยาลดไข้แล้วไข้ไม่ลด ควรให้เด็กดื่มนำมากๆ ร่วมกับการเช็ดตัวลดไข้ ถ้าภายใน 2-3 วันอาการไข้ยังไม่ทุเลา ควรพาไปพบแพทย์ อาการแทรกซ้อน 1. อาการแทรกซ้อนของไข้ที่ต้องระวัง คือ อาการชักจากไข้สูง ซึ่งพบในผู้ป่วยเด็กช่วงอายุ 6 เดือน ถึง 6 ปี 2. เด็กที่เคยชักเวลามีไข้สูงหรือพ่อ แม่ พี่ๆ มีประวัติชักเมื่อไข้สูง ต้องระวังการมีไข้เป็นพิเศษ โดยเช็ดตัวและให้ยาลดไข้เพื่อป้องกันไม่ให้ไข้สูง 3. ถ้าเด็กมีไข้สูงมาก การให้ยาลดไข้จะไม่ค่อยได้ผล ควรเช็ดตัวให้ไข้ลดเสียก่อน สมุนไพรลดไข้ สมุนไพรลดไข้ส่วนใหญ่ จะมีฤทธิ์ลดไข้อย่างเดียว ไม่มีฤทธิ์แก้ปวดควบคู่เหมือนยาแผนปัจจุบัน และพบว่าสมุนไพรจำพวกนี้มักจะมีรสขมรับประทานยาก ทั้งวิธีใช้ส่วนใหญ่เป็นวิธีต้ม ไม่มีการกลบกลิ่น รส อาจพิจารณานำมาใช้กับอาการไข้ปานกลางหรือต่ำ เป็นไข้ที่ไม่นานเกิน 7 วัน และไม่มีอาการร่วมกับไข้ที่รุนแรง เช่น หนาวสั่นมาก ปวดศีรษะรุนแรง เจ็บหน้าอก หรือปวดท้องรุนแรง 1. บอระเพ็ด ใช้เถาสดครั้งละ 2 คืบครึ่ง หรือ 30-40 กรัม ตำคั้นเฉพาะน้ำหรือต้มกับน้ำ 3 ส่วนเคี่ยวให้เหลือ 1 ส่วน ดื่มจนหมด วันละ 2 ครั้ง ก่อนอาหารเช้าและเย็น หรือดื่มเมื่อมีอาการ รูปที่ 669 2. ชิงช้าชาลี ใช้เถาสดยาว 2 นิ้วต่อครั้ง ต้มน้ำ 3 ส่วน เคี่ยวให้เหลือ 1 ส่วน ดื่มก่อนอาหาร วันละ 1-2 ครั้ง หรือเมื่อมีอาการ 3. ย่านาง ใช้รากแห้งครั้งละ 1 กำมือ หรือ 15 กรัม ต้มน้ำดื่มก่อนอาหาร วันละ 3 ครั้ง 4. ลักกะจั่น ใช้แก่นที่มีสีแดงหรือที่เรียกว่า จันทน์แดง ประมาณ 5-10 ชิ้น แต่ละชิ้นกว้างยาวประมาณ 2x3 นิ้ว สับให้มีขนาดเล็กพอ ประมาณ ต้มกับน้ำ 6 ถ้วย เคี่ยวให้เหลือ 4 ถ้วย แบ่งดื่มครั้งละครึ่งถ้วยเมื่อมีไข้ หรือใช้ยาประสะจันทน์แดงชนิดผง ละลายน้ำสุก ครั้งละ 1 ช้อนกาแฟ ที่มา : นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ

รีวิว Seoul Station : ความเหลื่อมล้ำที่ไม่มีวันเท่าเทียม
Seoul Station /  Train to Busan / 

รีวิว Seoul Station : ความเหลื่อมล้ำที่ไม่มีวันเท่าเทียม ประสบความสำเร็จไปไม่น้อยเลย สำหรับสหมงคลฟิล์มฯ ที่ตัดสินใจนำภาพยนตร์ซอมบี้จากแดนกิมจิอย่าง Train to Busan ด่วนนรกซอมบี้คลั่ง เข้ามาฉายในไทย ซึ่งนอกจากจะสร้างกระแสในประเทศบ้านเกิดแล้ว ยังสร้างกระแสในไทยได้ไม่แพ้กัน ไม่นานนักก็มีแอนิเมชั่นการ์ตูนในชื่อ Seoul Station เข้าฉายตามมา ผลงานของผู้กำกับคนเดียวกัน ยอน ซังโฮ ซึ่งว่าด้วยเรื่องราวที่เกิดเหตุการณ์ขึ้นก่อนล้อรถไฟสายปูซานจะออกจากชานชาลา แน่นอนว่าผมไม่พลาดที่จะตามไปดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในกรุงโซลว่ามันเกิดเรื่องเกิดราวอะไรขึ้นกันแน่ Seoul Station ก่อนนรกซอมบี้คลั่ง ว่าด้วยเรื่องราวของ ซุกคิว ที่พยายามตามหา ฮเยซัน ที่หนีออกมาอยู่บริเวณใจกลางของกรุงโซล แต่ในระหว่างนั้นก็ได้เกิดเหตุการณ์วุ่นวายขึ้น ณ สถานีรถไฟโซลจนทำให้ผู้คนแตกตื่นวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น เหตุเพราะชายเร่ร่อนคนหนึ่งที่ได้ฟื้นขึ้นจากความตายกลายมาเป็นซอมบี้ และเริ่มแพร่เชื้อโจมตีผู้คนมากมายอย่างไม่เลือกหน้า ในขณะที่ทางฝั่งของรัฐบาลตัดสินใจที่จะปิดเมืองกั้นเป็นอาณาเขตกักกัน และรอจนกว่าการแพร่ระบาดของเชื้อซอมบี้นี้จะยุติลง เมื่อเป็นดังนั้น ซุกคิวและฮเยซันจึงต้องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อหนีตายและเอาชีวิตให้รอดพ้นจากเหล่ากองทัพซอมบี้กระหายเลือด แอนิเมชั่นเดินเรื่องเป็นเส้นตรง โดยเริ่มต้นเรื่องจากเหตุการณ์ของบุคคลที่สามแล้วเชื่อมโยงมายังตัวเอกของเรื่องคือ ซุกคิว กับ ฮเยซัน ประกอบกับแอนิเมชั่นมีตัวละครหลักเพียงไม่กี่ตัว ซึ่งแต่ละตัวละครก็มีความเป็นเอกลักษณ์อย่างชัดเจน ทำให้จดจำได้ง่ายและไม่สับสน แม้ว่าจะเป็นแอนิเมชั่นสยองขวัญ แต่ก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ไม่มีฉากจั้มป์สแคร์หรือผีตุ้งแช่ให้เห็น ยังคงมีกลิ่นอายของ Train to Busan ด่วนนรกซอมบี้คลั่ง ให้เห็นอยู่บ้าง ที่สำคัญยังมีช่วงจังหวะให้ลุ้นระทึกอยู่ตลอด และการหักมุมในช่วงท้ายที่ทำให้เผลออุทานในใจว่า "อย่างนี้ก็ได้หรอ" หากใครที่ดูแอนิเมชั่นจากทางฝั่งญี่ปุ่นบ่อย ๆ แล้วชมแอนิเมชั่นเรื่องนี้อารมณ์อาจจะดรอปลงไปเล็กน้อยเท่านั้น เพราะแอนิเมชั่นจากทางฝั่งเกาหลีเรื่องนี้อาจจะยังทำได้ดีไม่เท่ากับแอนิเมชั่นจากทางฝั่งญี่ปุ่น ซึ่งจะเห็นได้ชัดในฉากวิ่งของตัวละคร ทำให้ผมไม่ได้เห็นการวิ่งสี่คูณร้อยของเหล่าซอมบี้เหมือนในเวอร์ชั่นภาพยนตร์คนแสดงอีกแล้ว แต่โดยภาพรวมก็ไม่ได้ทำให้เสียอรรถรสลงไปแต่อย่างใด เสียงพากย์ดังฟังชัดไม่มีเสียงแตกพร่าให้ได้ยิน จังหวะเพลงเร้าอารมณ์ก็ทำออกมาได้ดี แต่ความรู้สึกส่วนตัวมองว่าภาพรวมน่าจะทำได้ดีกว่านี้ ผมค่อนข้างคาดหวังกับภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่องนี้มากทีเดียว ด้วยเรื่องราวที่นำเสนอว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อน Train to Busan ด่วนนรกซอมบี้คลั่ง ข้อสงสัยบางอย่างที่เคยมีในเวอร์ชั่นภาพยนตร์อาจจะได้รับการไขกระจ่างในแอนิเมชั่นเรื่องนี้ ต้องยอมรับว่าอาจเป็นเพราะความเข้าใจผิดของผมเองที่ดันไปเข้าใจว่าแอนิเมชั่นเรื่องนี้จะมีความเกี่ยวข้องกัน หากจะว่าไปแล้วแม้ว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นก่อนขบวนรถไฟสถานีปลายทางปูซานจะออกจากชานชาลา แต่ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใจกลางกรุงโซล ประหนึ่งว่าแอนิเมชั่นเรื่องนี้ถ่ายทอดเรื่องราวที่เกิดขึ้นอีกมุมหนึ่งเท่านั้น แทบไม่มีความเกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงกันให้เห็น การตีแผ่สภาพสังคมของคนในเกาหลีใต้ การตีแผ่นิสัยในด้านมืดของมนุษย์ที่เต็มไปด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอดถูกหยิบยกมาสอดแทรกในแอนิเมชั่นเรื่องนี้เช่นเคย แต่สิ่งที่สะท้อนให้เห็นชัดที่สุดคือความเหลื่อมล้ำของคนในสังคมที่ถูกนำมาเล่นตั้งแต่ต้นเรื่องยันท้ายเรื่อง ในขณะที่ประเด็นด้านมืดในจิตใจคนเมื่อต้องเอาชีวิตรอดนั้นกลับดรอปลงไปไม่เข้มข้นเท่ากับในภาพยนตร์เรื่อง Train to Busan ด่วนนรกซอมบี้คลั่ง รวมไปถึงการดิ้นรนของทุกคนในโลกเศรษฐกิจทุนนิยมที่แม้ว่าเงินจะไม่ใช่พระเจ้า แต่ก็มีอำนาจที่ไม่แตกต่างกัน ในวันที่โลกกำลังหมุนต่อไปอย่างช้า ๆ เศรษฐกิจของโลกในระบบทุนนิยมก็กำลังฆ่าคนบางกลุ่มอย่างช้า ๆ เช่นกัน เมื่อคนรวยรวยยกกำลัง แต่คนจนนั้นจนติดสแควร์รูทกำลังมีให้เห็นมากขึ้นในสังคม ยิ่งวันชนชั้นระหว่างคนยิ่งเห็นชัดเจนมากขึ้น แม้จะไม่มีระบบวรรณะเป็นตัวกำหนด แต่สภาพอดอยากปากแห้งไม่มีจะกินนั้นคือวรรณะที่ตราหน้าโดยไม่ต้องสงสัย ชีวิตคนเรามีต้นทุนทางสังคมที่ไม่เหมือนกัน ในวันนี้ที่เราพอจะมีพอจะกินพอจะมีสักนิดหนึ่งไหมที่สามารถแบ่งปันให้คนที่มีน้อยกว่าเราได้กินอิ่ม ได้นอนอุ่น และได้มีชีวิตที่มีรอยยิ้มบนโลกใบนี้ที่โหดร้ายขึ้นทุกวัน

รวมภาพ เปรียบเทียบการถ่ายรูปที่ท่องเที่ยว โดย
การถ่ายรูป /  ถ่ายรูปมือสมัครเล่น / 

ต้องยอมรับว่าปัจจุบัน สถานที่ท่องเที่ยวที่เดียวกัน หลายๆครั้งถูกถ่ายทอดออกมาต่างกัน ในเรื่องของมุมมองการถ่ายภาพ การบอกเล่าเรื่องราว และที่สำคัญอีกประการคือ "การแต่งรูป" นั่นเอง ลองมาดูกันว่า สถานที่เที่ยวที่เดียวกัน ระหว่างถ่ายโดย "มืออาชีพ" และ ถ่ายโดย "มือสมัครเล่น" ภาพจะออกมาเหมือน หรือ แตกต่างกันขนาดไหน ถ่ายโดย มือสมัครเล่น   Mars was pretty cool. Hopefully next time I go I can spend more time exploring it. #explore #adventure pc: @juliennelavilla A photo posted by Chad Tadashi Sollberger (@chadsollberger) on Sep 15, 2016 at 8:21pm ถ่ายโดยมืออาชีพ A photo posted by Travis Burke (@travisburkephotography) on Feb 11, 2016 at 5:44pm PST   ถ่ายโดยมือสมัครเล่น 晴天的巴黎地標...自有風情萬種... A photo posted by Andy Kuo (@andykuo1128) on Sep 21, 2016 at 8:10am PDT ถ่ายโดยมืออาชีพ   The Eiffel Tower at night is a totally different experience than visiting during the day.   A photo posted by Gary Arndt (@everythingeverywhere) on Sep 13, 2016 at 7:32am PDT   ถ่ายโดยมือสมัครเล่น 🌿💦🌏 A photo posted by M a r i e K a a l b y e (@mariekaalbye) on Jul 20, 2016 at 5:32am PDT ถ่ายโดยมืออาชีพ   captain's log: exploring mauritius, in search of the dodo bird & the lost continent. april the 1st, 1913 A photo posted by Cole Rise (@colerise) on Apr 10, 2013 at 6:46am PDT ถ่ายโดยมือสมัครเล่น 💖 A photo posted by Perla Gurrola (@loveperlapearls) on Aug 17, 2016 at 8:14pm PDT ถ่ายโดยมืออาชีพ Reflections of the Taj Mahal in India. We were first I line at 6am. Avoiding the crowds was a priority. Sometimes the Taj can get so crowded that takes away from its beauty. But we got the opportunity to enjoy this marvel of love almost unto ourselves. The detail in the architecture coupled with the story of love make it one of those places you just have to visit. #india #tajmahal A photo posted by Dave & Deb🔹ThePlanetD (@theplanetd) on Mar 17, 2016 at 7:54pm PDT ถ่ายโดยมือสมัครเล่น #travel #traveling #travelling #instatravel #instatraveling #igtravel #travelgram #travelpics #ilovetravel #vacation #instavacation #visit #visiting #getaway #trip #tourist #tourism #jetsetter #jetsetfam #instago #holiday #passportready #wanderlust #sun #fun #view #Rakotzbrücke #germany #beauty A photo posted by @tomstravels92 on Sep 10, 2016 at 9:48am PDT ถ่ายโดยมืออาชีพ A shot took last month in Germany, inspired by my friend @nvmero and his series #gazinglovers 👫 I connected my iPhone to Nikon D750's wifi to take that shot. @nikonbelgium A photo posted by Johan Lolos ╳ World Explorer (@lebackpacker) on Jun 1, 2016 at 3:22am PDT ถ่ายโดยมือสมัครเล่น หาดบอนได ซิดีย์ ประเทศออสเตรเลีย Monday Blues 💙🐟🌊 . . #sweetlife A photo posted by karao (@karao) on Aug 7, 2016 at 7:20pm PDT ถ่ายโดยมืออาชีพ Quick trip across the pond to Sydney for 2 days to help @cheapflights celebrate 8 million users in Australia and New Zealand woot woot! I had the best time and so happy I got to hang with @theplanetd ❤️ Can't believe this place in Bondi exists after seeing it on the gram and Pinterest for so long! What a spot! Now I see what all the fuss is about #sydneyyourock shot this on my pocket @canonaustralia G7X left the big cameras at home since I only brought a small backpack 📷☀️😍 #canonaustralia A photo posted by Liz Carlson (@youngadventuress) on Feb 24, 2016 at 1:07pm PST ถ่ายโดยมือสมัครเล่น Plaza de España, Seville. Thank you very much for the ride. #thankyou #Sevilla #Seville #Andalusia #spain #stroll #amazing #beau #love #lovewhatyoudo #beauty #monuments #bluesky #sunny #sunnyday #howdoyouroll #plaza #square A photo posted by Giuli (@giuliii9036) on Jun 26, 2016 at 1:11am PDT ถ่ายโดยมืออาชีพ New blog post up about returning to colorful Sevilla, Spain - spoiler alert, it was ridiculously pretty #ole #toma A photo posted by Liz Carlson (@youngadventuress) on Feb 22, 2016 at 4:08pm PST ที่มา: businessinsider

ประกาศผลผู้ได้รับบัตรคอนเสิร์ต WET&WILD FESTIVAL 2016
25Hours /  BangBangBang / 

LAZERFACE Presents WET&WILD FESTIVAL 2016 สุดยอดงาน Pool Party ประจำปี ในธีม OCEAN OF WONDERLAND มันส์แบบยกกำลังสามบน 3 เวที ได้แก่ เวที Ocean กับศิลปินแถวหน้าของเมืองไทยที่มาโชว์จัดเต็มในรูปแบบดนตรีสด นำทัพโดย 25Hours, อ๊อฟ ปองศักดิ์, ปาล์มมี่,ไทยเทเนียม และ บูมบูมแคช, เวที UNITY ระเบิดความมันกับแนวเพลงEDM โดย กับ 8 DJ 8 สไตล์ ได้แก่ BANGBANGBANG, BOTCASH, MAKE YOU FREAK, MACHINA, EMERGENCY, HENRI, DAZETER,DENO พร้อมด้วย DJ ROXY JUNE และ เวที Colour Fantasy ขับเคลื่อนความสนุกสุดเหวี่ยงกับ TRASHER BANGKOK แก๊งค์ปาร์ตี้ที่จี๊ดที่สุดในประเทศไทย ประกาศผลผู้โชคดีที่ได้รับบัตรคอนเสิร์ต LAZERFACE Presents WET&WILD FESTIVAL 2016 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 1 ตุลาคมนี้ ที่ซานโตรินี ชะอำ จำนวน 7 รางวัล (มูลค่าใบละ 1,500 บาท / รางวัลละ 2 ใบ) ได้แก่... 1. คุณ ผุสดี สุขรา 2. คุณ ทศพล ชัยยะ 3. คุณ ธนพร โสภณ 4. คุณ ณัฐนันท์ แก้วโกมุท 5. คุณ กัมปนาท จันทสุวรรณ 6. คุณ ศศธร ระไวกลาง 7. คุณ ณัฐธวัล ขาวพุ่ม ผู้โชคดีจะได้รับของรางวัลโดยการจัดส่งทางไปรษณีย์ตามที่อยู่ที่ระบุไว้ * การจำหน่ายบัตรอภินันทนาการถือว่ามีความผิดทางกฎหมาย หากผู้ซื้อ-ขายถูกดำเนินคดีหรือยึดสิทธิ์ในการเข้างาน ทางทีมงาน MThai จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น * การตัดสินของทีมงาน MThai ถือเป็นที่สิ้นสุด

สั่นประสาทนักวิจารณ์ไม่มีหยุดยั้ง ! “Blair Witch” หลอนไกลถึงเทศกาลภาพยนตร์โตรอนโตฯ
BLAIR WITCH /  คอร์บิน รีด / 

สั่นประสาทนักวิจารณ์ไม่มีหยุดยั้ง ! “Blair Witch” หลอนไกลถึงเทศกาลภาพยนตร์โตรอนโตฯ  หลังจากได้เคยเปิดตัวและเผยความลับว่า Blair Witch คือภาคต่อของภาพยนตร์เรื่อง The Blair Witch Project ผลงานที่เคยเป็นที่สุดแห่งปรากฏการณ์สยองขวัญทอล์คออฟเดอะทาวน์ไปทั้งโลก จนสร้างอาการช็อคผู้คนทั้งฮอลล์และจุดกระแสแห่งความสยองจากผู้ชมกลุ่มแรกภายในงานเทศกาลภาพยนตร์และอนิเมชั่นระดับโลก Comic-Con 2016 มาแล้วเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ล่าสุดตำนานอาถรรพ์แห่งแม่มดแบลร์ได้เดินหน้าบุกเยือน เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตรอนโต (Toronto International Film Festival - TIFF) ครั้งที่ 41 ประจำปี 2016 ขนทีมนักแสดงนำ เจมส์ อัลเลน แม็คคูน, คัลลี่ เฮอร์นานเดซ, คอร์บิน รีด, เวส โรบินสัน และวาลอรี เคอร์รี พร้อมด้วยผู้เขียนบท ไซมอน บาร์เร็ต สามผู้อำนวยการสร้าง รอย ลี, คีธ คาลเดอร์ และเจส คาลเดอร์ และผู้กำกับสายสยองมือฉมัง อดัม วิงการ์ด ร่วมกันเปิดตัว Blair Witch ผลงานสยองขวัญภาคต่อสุดลึกลับที่เตรียมเข้าฉายในรอบ Midnight Madness พร้อมด้วยบรรยากาศภายในงานที่รายล้อมไปด้วย สัญลักษณ์รูปคนที่ทำจากกิ่งไม้ยักษ์อันเป็นภาพจำติดตาของภาพยนตร์เรื่องนี้ ซึ่งล้วนเรียกความสนใจจากกองทัพสื่อมวลชนและสร้างความฮือฮาให้แก่ผู้เข้าร่วมงานอย่างคึกคัก นอกจากนี้การเข้าฉายภายในงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตรอนโตของภาคต่อของหนังสยองระดับตำนานในครั้งนี้ยังส่งให้ Blair Witch เดินหน้าสร้างความหวาดผวา สั่นประสาทจากบรรดาผู้ชมและนักวิจารณ์จากสื่อชั้นนำหลายฝ่ายอย่างต่อเนื่อง พร้อมตอกย้ำการเป็นว่าที่ "หนังสยองขวัญที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่เคยมีการสร้างมา" ได้อย่างไม่ต้องมีข้อสงสัย “Blair Witch คือผลงานที่กลับมาสร้างความสดใหม่ พร้อมเขย่าวงการหนังสยองขวัญ และแฟรนไชส์ของหนังชุดนี้ให้กลับมาเป็นที่เลื่องลืออีกครั้ง”  ----- We Got This Covered “นี่แหละคือหนังภาคต่อของตำนานอาถรรพ์แห่งแม่มดแบลร์ที่เราต้องการ!”  ----- NOW Toronto “อึดอัด เข้มข้น บีบหัวใจ เป็นการต่อยอดเรื่องราวได้อย่างสร้างสรรค์”  ----- Screen International “ชวนให้ขนลุกสุดขีด เป็นประสบการณ์การดูหนังที่น่ากลัวอย่างแท้จริง”  ----- JoBlo's Movie Emporium “ที่สุดของผลงานสยองขวัญแสนเซอร์ไพรส์แห่งยุคสมัย”  ----- The Daily Beast เตรียมทุกโสตประสาทของคุณให้พร้อม ต้อนรับการกลับมาของป่าอาถรรพ์แม่มดแบลร์ ตำนานความหลอนบทใหม่ที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้ความมืดมิดของผืนป่า และพร้อมจะคุกคามทุกคนที่ย่างกรายเข้ามาลองดีใน Blair Witch 22 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ระบบปกติ และสยองสุดสมจริงในระบบ 4DX ณ สาขาเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน, เวสต์เกต ซีนีเพล็กซ์ และ อีสต์วิลล์ ซีนีเพล็กซ์

แมว จิรศักดิ์ แท็คทีมว้ากตัวพ่อ บอน Annalynn ในเพลง Burn Me Alive
Annalynn /  Burn Me Alive / 

แมว จิรศักดิ์ - บอน Annalynn ประชันฝีมือดุเดือดคูณสอง! ชูชีวิตต้องสู้ ผ่าน Burn Me Alive เดินทางสู่ซิงเกิ้ลที่ 2 สำหรับวง Type One Error (ไทพ์ วัน เออเร่อ) ที่นำทีมโดย แมว-จิรศักดิ์ ปานพุ่ม หลังจากปล่อยความร้อนระอุในซิงเกิ้ลแรกเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ในเพลง เค็มแต่ดี แบบได้ใจขาร็อคสายว้ากกันไปเต็มๆ ล่าสุดมาพร้อมความดุเดือดคูณสอง โดยดึงสายว้ากตัวพ่อ อย่าง บอน Annalynn (แอนนาลีน) มาร่วมแจม ในเพลง Burn Me Alive (เบิร์น มี อะไลฟ์) แนวเพลงฮาร์ดคอร์หนักแน่นและการร้องว้ากที่สะใจ บวกเนื้อร้องเป็นภาษาอังกฤษล้วน แถมมิวสิควิดีโอยังโชว์มุมต่าง ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านตัวการ์ตูน! Burn Me Alive - Type One Error feat. Bon Annalynn (Official MV) youtube channel : Music Move แมว จิรศักดิ์ เล่าว่า "เพลง Burn Me Alive เป็นมุมมองความคิดใหม่ๆ ที่ยกตัวอย่างการต่อสู้ของทุกระดับชีวิต รวมไปถึงจุดเล็กๆ เช่น การต่อสู้ของอะตอมหรือเซลล์ เราเลยหยิบไอเดียนี้มาแต่งเพลง และในมิวสิควิดีโอเพิ่มสีสันโดยการถ่ายทอดความคิดบางอย่างผ่านกล้องจุลทรรศน์ สื่อสารมาในรูปแบบของการ์ตูนสลับภาพจริง เนื้อหาในส่วนของการ์ตูนเป็นเรื่องราวของเด็กคนหนึ่งที่ลุกขึ้นมาต่อสู้กับชีวิต ที่โดนกดดัน ดูถูก ซึ่งเขาพยายามต่อสู้เพื่อให้หลุดพ้นจากสิ่งเหล่านั้น เป็นแนวคิดสนุกๆ อยากให้มีความแปลกแตกต่างออกไปครับ โดยตัวผมเองก็ถูกนำไปทำเป็นการ์ตูนด้วยเหมือนกัน เป็นความแปลกใหม่ที่อยากให้แฟนๆ ลองเปิดใจติดตามกันดูครับ" "ความพิเศษของเพลง Burn Me Alive คือได้ บอน Annalynn มาร่วมแต่งเนื้อร้องและร่วมร้องด้วย ที่มาของบอนคือผมเป็นแฟนคลับเขาอยู่แล้ว ชอบเทคนิคการร้องและติดตามผลงานเขามาตลอด Annalynn เป็นวงใต้ดินระดับประเทศที่มีกลุ่มแฟนคลับเฉพาะ ซึ่งสำหรับผมเขายิ่งใหญ่มากครับ เรารู้สึกว่าความสามารถของเขาจะช่วยเพิ่มสีสันให้เพลงนี้ครับ" มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

หนึ่ง ณรงค์วิทย์ - โบ สุนิตา จับมือถ่ายทอดเพลงละครฮิต เลือดรักทระนง
สักวันน้ำตาจะหมดไป /  สุนิตา ลีติกุล / 

นอกจากละครเรื่อง เลือดรักทระนง ละครพีเรียดดราม่าเข้มข้นเชือดเฉือนอารมณ์ ที่นำแสดงโดย โป๊ป ธนวรรธน์ และ เดียน่า ฟลีโป จะเข้มข้นถึงอารมณ์ชนิดมาแรงแซงโค้งแล้ว เพลงประกอบละครก็ไม่น้อยหน้า เพราะได้ทั้ง หนึ่ง ณรงค์วิทย์ และนักร้องสาวล้านตลับ โบ สุนิตา ลีติกุล ที่มาถ่ายทอดความรู้สึกทั้งจากพระเอกและนางเอกผ่านบทเพลง หลังจากเคยฝากผลงานเพลงประกอบละครช่อง 3 ไว้ในเพลง เพลงรักจากฉัน ประกอบละครเรื่อง ปดิวรัดา และ เพลง เจ็บก็ยังจำ ประกอบละครเรื่อง วิมานเมขลา นักร้องเสียงเพราะเจ้าของเพลงฮิตติดหูนับไม่ถ้วน โบ สุนิตา ลีติกุล ก็กลับมาโชว์พลังเสียงอันเปี่ยมไปด้วยอารมณ์อีกครั้ง ในเพลง สักวันน้ำตาจะหมดไป เนื้อเพลง สักวันน้ำตาจะหมดไป Ost.เลือดรักทระนง ศิลปิน โบ สุนิตา ลีติกุล คำร้อง มณฑวรรณ ศรีวิเชียร ทำนอง เรืองกิจ ยงปิยะกุล เรียบเรียง บุรินทร์ สุภัครพงษ์กุล วันที่มันผ่านมา เหมือนน้ำตาไม่พอไหล ใจมันอ่อนและล้าจนจะหมดแรง ยังรอคอยต่อไป บอกหัวใจให้เข้มแข็ง มีสักวันที่แสงทองจะส่องมา *ความเจ็บปวดและทรมาน มันจะผ่านและถูกลืมไป แล้ววันใหม่จะเข้ามา **แต่ละวันที่ฉันนั้นหายใจ เจ็บแค่ไหน เต็มไปด้วยน้ำตา ความหวังอันเดียว ที่ฉันยึดเหนี่ยวเอาไว้ ต้องมีวันที่ฉันได้ชื่นชม ความขื่นขมมีวันต้องจางไป สักวันเมื่อถึงเวลา สักวันน้ำตาก็คงจะหมดไป ทำได้เพียงอดทน ให้พ้นวันที่โหดร้าย เตือนตัวเองให้แข็งใจยืนขึ้นมา ยังรอคอยต่อไป และหวังว่าในไม่ช้า มีสักวันที่ฟ้ามันจะสดใส (ซ้ำ */**/**) นักแต่งเพลงคนดัง หนึ่ง ณรงค์วิทย์ ขอพักปากกามันจับไมค์ถ่ายทอดเพลงอบอุ่นฟังสบาย หนึ่งคำที่รอ แทนความรู้สึกของพระเอกของเรื่อง เนื้อเพลง หนึ่งคำที่รอ Ost.เลือดรักทระนง ศิลปิน หนึ่ง ณรงค์วิทย์ คำร้อง ธาดากร ทำนอง/เรียบเรียง Banana Boat ตั้งแต่คบกันมา แค่ได้มองตา แต่ก็ไม่เคยเผยใจต่อกัน เก็บคำว่ารักมาจนเนิ่นนาน หวังคงมีสักวัน จะได้รู้ใจ ไม่อยากคิดไปเอง แอบฝันไปไกล กลัวเธอไม่มีหัวใจให้กัน เธอคงไม่รู้ฉันรออยู่ทุกวัน ถ้าใจเราผูกกัน อย่าให้ฉันรอ ไปอีกเลย * หนึ่งคำที่ฉันรอ รอ รอ อยากฟังจากเธอ หนึ่งคำได้ไหมเธอ อยากจะรู้ รักกันบ้างหรือเปล่า **สิ่งที่ฉันทำไป บอกได้แทนใจ ว่าคนๆนี้หวังดีเรื่อยมา เธอจะไม่รู้บ้างเลยหรือว่า ที่ฉันคอยมาหา แปลว่ารักเธอ ทั้งหมดใจ (ซ้ำ */*/** ) มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ลิปตา ปล่อยซิงเกิ้ลใหม่ อาย เลิฟ ยู Feat. สาวๆ วงโอลีฟ
Lipta /  คัตโตะ ลิปตา / 

    ยังคงคอนเซ็ปเพลงป็อบสนุกๆ ฟังสบายๆ โดนใจวัยรุ่นอยู่เสมอ สำหรับวงลิปตา ที่ล่าสุด เปิดตัวซิงเกิ้ลใหม่ ที่มาพร้อมกับสาวๆ วงโอลีฟ มาช่วย Featuring ให้เพลงน่ารักสดใสขึ้นอีกเป็นกอง กับซิงเกิ้ลใหม่ที่มีชื่อว่า อาย เลิฟ ยู กับแนวดนตรียุค '60 มีความเป็น Retro แต่ก็ยังคงมีกลิ่นอายความเป็นลิปตาอยู่เช่นเคย     งานนี้ หนุ่มคัตโตะ ลิปตา ได้เปิดเผยถึงซิงเกิ้ลใหม่นี้ว่า เพลง อาย เลิฟ ยู ก็เป็นเพลงซิงเกิ้ลใหม่ของพวกเราวงลิปตานะครับ ซึ่งเพลงนี้มีพิเศษหลายอย่างมากครับ อย่างแรก คือ การได้น้องๆ สาวๆ วง โอลีฟ มาร่วม Featuring ด้วย เพราะแรกเริ่มที่แต่งเพลงนี้ขึ้นมา จุดประสงค์หลักคือเราอยากได้ทำเพลงเต้นรำ ในแบบฉบับแนวดนตรีของลิปตา แนวประมาณยุค '60 หรือ ’70 เป็นแบบ Retro หน่อยๆ ดนตรีจะเป็นจังหวะแมสโพเตโต้ พอแต่งไปได้สักพัก เริ่มอยากได้ท่าเต้น อยากได้ผู้หญิงมาร้องประสานเสียงในท่อนฮุค ซึ่งก็นึกถึงวงโอลีฟ เพราะเป็นวงที่มี Branding ที่เด่นในด้านเรื่องและท่าเต้นที่สนุกสนาน ในที่สุดก็เลยได้วง โอลีฟ มาร่วมร้องในเพลงนี้ด้วย จึงทำให้เพลง อาย เลิฟ ยู เพลงใหม่ของพวกเราเพลงนี้จึงออกมาสนุกสนานอย่างที่ได้ฟังและได้ชมกันครับ     ส่วนในเรื่อง MV ถือว่าเป็นมิวสิควีดีโอเพลงแรกของพวกเราลิปตาเลยก็ว่าได้ที่เห็นตัวศิลปิน(วงลิปตา) น้อยมาก เพราะอยากเน้นไปที่ท่าเต้น เลยไปค้นหานักเต้นมา 2 คน แล้วนำมาถ่ายทอดในสิ่งที่พวกเราอยากสื่อสาร โดยจะถ่ายด้วยวิธี One Shot กันซะส่วนใหญ่ เนื้อเรื่องจะเป็นการไปเจอผู้หญิงคนหนึ่ง แล้วรู้สึกเขิน ไม่รู้จะทำยังไง เลยได้แต่ เขิน อาย...อาย เลิฟ ยู อย่างเดียวครับ

รื้อหิ้งหนังเก่า : Distance (2001)
ฮิโรคะสุ โคเระเอดะ

เรียบเรียงจาก คอลัมน์ Seize The Motion  "ย้อนมองหนังโคเระเอดะ กับเหตุการณ์แก๊สซาริน" โดย กิตติภัต แสนดี / นิตยสาร BIOSCOPE ฉบับ 146 (มีนาคม 2557) ตลอด 25 ปี ในการทำหนัง ฮิโรคะสุ โคเระเอดะ พัฒนาตนเองจากนักทำสารคดี สู่การเป็นนักเล่าเรื่องที่หยิบยืมวิธีของการถ่ายทอดความจริงมาใช้ในหนังของตน และมีหนังที่เข้าถึงคนดูในวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ ในยุคหลัง หากสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไปสำหรับโคเระเอดะ คือการสะท้อนสังคมญี่ปุ่นผ่านสถาบันครอบครัวในหลากหลายรูปแบบ เราจึงขอพาย้อนไปรู้จักหนึ่งในผลงานชั้นเยี่ยมของโคเระเอดะ ที่หยิบยกเหตุการณ์สะเทือนขวัญยากจะลืมของชาวญี่ปุ่นในปี 1995 มาเล่าผ่านในหนังยาวเรื่องที่ 3 ของเขาซึ่งเข้าสายประกวดในเทศกาลหนังเมืองคานส์ปี 2001 อย่าง Distance วันที่ 20 มีนาคม 1995 สมาชิกลัทธิโอมชินริเกียว 5 คน ได้ก่อวินาศกรรมแก๊สซารินในกรุงโตเกียว โดยแฝงตัวไปกับเหล่าพนักงานออฟฟิศที่ต้องออกทำงานตอนเช้า และขึ้นรถไฟใต้ดินทั้งหมด 5 ขบวน เมื่อได้จังหวะ พวกเขาก็นำถุงพลาสติกซึ่งบรรจุแก๊สซารินโยนลงพื้นและใช้ปลายร่มแทงก่อนจะหนีไป ผลลัพธ์คือมีผู้เสียชีวิต 13 ราย และบาดเจ็บอีก 6 พันกว่าราย Distance ของโคเระเอดะอ้างอิงเหตุการณ์นี้ โดยเขียนบทใหม่ให้เป็นว่าญี่ปุ่นกำลังจะจัดงานรำลึกเหตุการณ์วินาศกรรมที่กลุ่มลัทธิหนึ่งใช้สารพิษปนเปื้อนระบบชลประทานจน ทำให้มีผู้เสียชีวิตร่วม 100 คน แต่ความแปลกใหม่ของหนังคือแทนที่จะสนใจฝั่งผู้เสียชีวิตหรือผู้กระทำวินาศกรรม เขากลับเลือกเล่า เรื่องที่เกิดขึ้นกับญาติของสมาชิกลัทธิ ในวันที่คนเหล่านั้นมารวมตัวกันปีละครั้งเพื่อระลึกถึงญาติที่ถูกฆาตกรรมหลังปฏิบัติการ กล่าวคือหนังไม่ได้พูดถึงผู้ถูกกระทำหรือผู้กระทำ แต่คนเหล่านี้นั่งอยู่ตรงกลางระหว่างสองฝักสองฝ่าย เหล่าญาติทั้ง 4 ต้องติดอยู่ในป่าลึกเพราะรถที่ขับมาถูกขโมยไป พวกเขาได้พบชายแปลกหน้าผู้เป็นสมาชิกลัทธิที่หนีไปก่อนเริ่มปฏิบัติการ ทั้ง 5 คนกลับไปยังบ้านไม้ซึ่งเป็นที่ทำการเดิมของลัทธิ เพื่อพักค้างคืนชั่วคราว โคเระเอดะทำให้บ้านไม้หลังนี้เหมือนมีชีวิต มีวิญญาณ โดยทำให้ผู้ที่มาพักต้องคิดคำนึงถึงเหตุการณ์ช่วงก่อนที่ญาติของตนจะเข้ามาสู่ลัทธินี้ หนังไม่ชัดเจนว่าความรู้สึกภายในของตัวละครเหล่านั้นเป็นอย่างไรบ้าง ‘ความเงียบแบบไม่รู้ว่ามันคืออะไร’-ตามสไตล์ ผู้กำกับ-เข้าปกคลุมบทสนทนาเป็นห้วงๆ ปล่อยให้คนดูต้อง พยายามทำความเข้าใจเอาเองว่าคนเหล่านี้คิดอะไรอยู่ ...แต่สิ่งที่ข้าพเจ้าสนใจก็คือ ในฐานะ ‘คนตรงกลาง’ เขาเหล่านี้ควรรู้สึกผิดต่อเหตุการณ์ดังกล่าวหรือไม่ เป็นไปได้ที่คนในครอบครัวเดียวกันจะมีความคิดเห็นไม่ตรงกันในเรื่องต่างๆ ข้อเท็จจริงนี้ผู้กำกับได้จำลองไว้อย่างเฉียบคมในฉากสนทนาครั้งสุดท้ายระหว่างญาติกับสมาชิกลัทธิที่แต่ละคนขุดคุ้ยเรื่องขึ้นมาเล่า บ้างก็ปฏิเสธและดูถูกอย่างรุนแรง บ้างก็เลือกไม่โต้แย้ง และขอประนีประนอมอยู่แบบเดิม ด้วยความเชื่อว่าญาติๆ ย่อมไม่ควรต้องรับผิดชอบในผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเลยเพราะพวกเขาไม่ได้เห็นดีเห็นงามไปด้วย แต่จริงหรือเปล่าที่พวกเขาไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบใดๆ? เมื่อคำนึงว่าพวกเขาคือคนที่อยู่ใกล้ชิดและมีโอกาสจะพูดจาสั่งสอนห้ามปรามเหล่าผู้ก่อวินาศกรรมมากกว่าคนที่ไม่ได้เป็นญาติ แล้วทำไมจึงมิได้ใช้โอกาสในการชักจูงให้คนเหล่านั้นเลิกมีความเชื่อที่จะทำอันตรายแก่สังคม? โดยหนังก็สื่อให้เห็นว่าตัวละครกลุ่มนี้พยายามปิดบังไม่ให้คนวงนอกรู้ว่าญาติของตนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์วินาศกรรม เพื่อป้องกันมิให้ตนเองพลอยถูกสังคมลงโทษ นี่เป็นปัญหาจริยธรรมร่วมสมัยที่ว่าด้วยความขัดแย้งระหว่างจริยธรรมส่วนบุคคลกับจริยธรรมแบบกลุ่ม ฝ่ายแรกเชื่อว่าหลักจริยธรรมตัดสินได้จากปัจเจกเพียงผู้เดียว ไม่จำเป็นต้องพิจารณาถึงบทบาทหน้าที่ของปัจเจกนั้นต่อทางสังคม ส่วนกลุ่มหลังมองว่าหลักการจริยธรรมต้องนำบทบาททางสังคมเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย คนเป็นพี่น้องกันก็ควรดูแลกันมากกว่าปกติ จะไม่รับผิดชอบกันเหมือนคนธรรมดาที่ไม่รู้จักไม่เกี่ยวดองข้องกันเลยนั้นคงไม่ได้ ซึ่งในมุมมองข้าพเจ้าความคิดทางจริยธรรมเช่นนี้น่าเชื่อถือกว่า เพราะเป็นไปได้ยากที่เราจะมองข้ามบทบาททางสังคมในขณะที่เราเลือกกระทำหรือไม่กระทำการใดๆ ในห้วงเวลาที่ตัวละครของ Distance เงียบเสียงลง ข้าพเจ้ากลับสัมผัสได้ถึงความรู้สึกเสียดายและเสียใจของพวกเขาที่ล่องลอยในอากาศ ความเสียดายที่ว่าตนน่าจะทำอะไรได้มากกว่านี้เพื่อให้ญาติไม่ต้องตกอยู่ในวงเวียนของลัทธินั่น และความเสียใจที่ตนพลาดหน้าที่ทางจริยธรรมทั้งต่อญาติและต่อผู้ที่ญาติของตนไปทำร้าย ทั้งที่หากพวกเขาพูดคุยใส่ใจกันมากกว่านี้ กล้าห้ามปรามกันแต่เนิ่นๆ กว่านี้ โศกนาฏกรรมก็คงไม่เกิดขึ้น https://www.youtube.com/watch?v=KtoCBpQf6XE .... ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

รู้ก่อนไป! 10 ปรากฏการณ์
ที่เที่ยวอีสาน /  ที่เที่ยวเปิดใหม่ / 

ชาวอีสานเตรียมพร้อม! 29 กันยายน 2559 นี้ เดอะมอลล์โคราช เปลี่ยนโฉมพร้อมเปิดให้บริการ ซึ่งการกลับมาครั้งนี้บอกเลยว่ายิ่งใหญ่อลังการ พร้อมความเซอร์ไพรส์แบบที่คาดไม่ถึง และก่อนที่เราจะไปเดินช็อปปิ้ง ชิคๆ คูลๆ กันละก็ มาดู 10 ปรากฏการณ์ "ครั้งแรก" ที่ เดอะมอลล์โคราช ที่นี้จะมีอะไรน่าสนใจและแปลกใหม่บ้าง รู้ก่อนไป! 10 ปรากฏการณ์ "ครั้งแรก" ที่ เดอะมอลล์โคราช 1. SNOW & ICE PLANET : บนพื้นที่กว่า 5,000 ตารางเมตร สนุกสุดเหวี่ยงกับเครื่องเล่นมากมายบน SNOW PLAYGROUND ลานหิมะแห่งเดียวในภาคอีสาน 2. THE RINK-ICE BUMPER CARS : รถบั๊มพ์บนลานสเก็ตน้ำแข็งมาตรฐานระดับโลก 3. “WONDER PLANET” ศูนย์รวมความบันเทิงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน - GAME PLANET แหล่งรวมเกมส์สุดฮิตนำเข้าจากต่างประเทศ - LASER PLANET เกมส์ยิงปืนเลเซอร์สุดล้ำพร้อมความมันส์สุดขั้วแห่งแรกในภาคอีสาน - DINO PLANET สวนสนุกธีมไดโนเสาร์ พร้อม INTERACTIVE PLANET ด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำที่จะเนรมิตดินแดนสัตว์โลกล้านปีให้มีชีวิตอีกครั้ง - JUMP PLANET เปิดประสบการณ์ลอยตัวแบบไร้ขีดจำกัด แห่งแรกในภาคอีสาน 4. GOURMET MARKET ที่หนึ่งด้วยคุณภาพแห่งการคัดสรร ครบครันทุกความต้องการ พบกับสินค้าสดใหม่ระดับพรีเมียมทั้งในและต่างประเทศมากกว่า 6,000 brands 35,000 รายการ ให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์อาหารจากทั่วทุกมุมโลก 5. ปรากฎการณ์ “ความครบ” ที่สุดแห่งการ SHOPPING ตอบทุกไลฟ์สไตล์ - Power Mall : ศูนย์รวมสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ครบมากที่สุดของภาคอีสาน บนพื้นที่กว่า 4,000 ตร.ม. ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนทันสมัย พร้อมผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์เพื่อให้คำแนะนำสินค้าอย่างมืออาชีพ - SPORTS MALL : แผนกสินค้ากีฬาที่ครบครันที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บนพื้นที่กว่า 3,500 ตารางเมตร รวบรวมแบรนด์ชั้นนำจากต่างประเทศมากกว่า 250 แบรนด์ นำโดย ADIDAS และ NIKE CONCEPT STORE ซึ่งเป็น SHOP IN DEPARTMENT STORE รูปแบบใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน - BeTrend : แหล่งรวมสินค้าไอเดียที่สุดแห่งภาคอีสาน สำหรับผู้ค้นหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ บนพื้นที่กว่า 1,872 ตารางเมตร ที่จะมาทำให้ไลฟ์สไตล์ทุกวันเป็นวันที่สนุกสนาน สร้างแรงบันดาลใจ และจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ให้กับวัยมันส์ 6. Beauty Hall : ร่วมสัมผัสประสบการณ์ความงามสุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมพรั่งกว่า 50 แบรนด์ดัง พร้อมพบกับแบรนด์ใหม่ MAC, LAURA MERCIER และ L’OCCITANE และบริการด้านความงาม เพื่อเติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์อย่างแท้จริง 7. ครั้งแรกกับแบรนด์แฟชั่นระดับโลก : H&M , UNIQLO , COTTON On ที่จะให้คุณได้นำเทรนด์สุดเวิลด์คลาสก่อนใครในโคราช พร้อมแบรนด์แฟชั่นชั้นนำของเมืองไทย อาทิ CHAPS JASPAL ที่จะนำทัพไลฟสไตล์แฟชั่นสุดจี๊ดให้คุณได้อินกว่าใคร 8. ปรากฏการณ์แห่งกับการรวมตัวของร้านอาหารชั้นนำกว่า 150 ร้าน อาทิ SUSHI HIRO , แหลมเจริญ ,มานีมีหม้อ, ตำมั่ว, ทูดาริ และครั้งแรกในอีสานกับ Burger King พร้อมอิ่มอร่อยกับร้านอาหารชื่อดัง มากกว่า 150 ร้าน ให้คุณได้เอร็ดอร่อยได้ทุกวันไม่มีเบื่อ 9. KORAT CINEPLEX by MAJOR GROUP : เปิดประสบการณ์ความบันเทิงของสุดยอดเทคโนโลยีโรงภาพยนตร์ที่ดีที่สุดในภาคอีสาน พบ 4DX โรงภาพยนตร์สี่มิติ พร้อม 13 SPECIAL EFFECT ใหม่ล่าสุด ULTRA SCREEN และพบกับโรงภาพยนตร์VIP สุดหรูเหนือระดับ 10. FITNESS FIRST THE MALL KORAT : โฉมใหม่ ฟิตเนสครบวงจรที่สุดแห่งภาคอีสาน ทันสมัยด้วยเครื่องออกกำลังกายสุดล้ำ พร้อมคลาสพิเศษ เอาใจคนรักสุขภาพแบบมีสไตล์  ขอบคุณข้อมูล Facebook : The Mall Korat

พาราด็อกซ์ เซอร์ไพร้ส์ x2 เพลงภาคต่อฤดูร้อน - อัลบั้มใหม่ 52 เพลงรวด!!!!
before sunrise after sunset /  Paradox / 

    ปล่อยให้แฟนๆ รอคอยเมื่อไรจะได้ฟังเพลงใหม่จากวงร็อกแฟนตาซีสุดแนวอย่าง PARADOX (พาราด็อกซ์) ซักที เพราะถึงแม้จะได้เจอ 4 หนุ่ม “ต้า, สอง, โจอี้, บิ๊ก” จากค่าย genie records ตามงานคอนเสิร์ต แต่หลายคนก็ยังอยากได้ยินเพลงใหม่ๆ ของพวกเขาบ้าง เพราะว่างเว้นมากว่า 5 ปีแล้ว     ล่าสุด ในปีนี้ ต้า อิทธิพงศ์ หรือ ต้า พาราด็อกซ์ นักร้องนำหน้าเด็กขวัญใจแม่ยกออกมาประกาศดัง ๆ ให้รู้ว่า พาราด็อกซ์จะดับเบิ้ลความสุขให้แฟนคลับด้วยการปล่อยซิงเกิ้ลใหม่เพลง “ฤดูฝน” (14 ก.ย.) พร้อมวางแผงอัลบั้มใหม่ “before sunrise after sunset” (7 ต.ค.) ไปในคราวเดียว จะมีความพิเศษยังไงบ้างไปฟัง ต้า เล่าดีกว่า     “เราไม่มีอัลบั้มใหม่มา 5 ปีแล้ว แต่เราก็ทำเพลงเก็บไว้เรื่อย ๆ จนปีนี้จังหวะดีเราก็นำเพลงทั้งหมดมารวมเป็นอัลบั้มใหม่ชื่อ before sunrise after sunset (บีฟอร์ ซันไรส์ อาฟเตอร์ ซันเซ็ท) เป็นอัลบั้มที่พิเศษสุด ๆ ทำเป็นลิมิเต็ดอิดิชั่นรันนัมเบอร์ 0001-3500 ข้างในมีซีดี เพลง 3 แผ่น 52 เพลง / โปสเตอร์ / บุ๊คเล็ท / การ์ดพลัง ซึ่งใครที่มีอัลบั้มชุดนี้ในมือจะได้รับสิทธิ์เข้างานมินิคอนเสิร์ตเปิดอัลบั้ม before sunrise after sunset ที่จะจัดวันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม นี้ ที่ GMM STUDIO ชั้น 1 ทันที!! ตอนนี้เปิดพรีออร์เดอร์แล้วทาง www.genie-merch.com , www.gmmshops.com , www.boomerangshop.com และที่ร้านบูมเมอแรงทุกสาขา     ส่วนซิงเกิ้ลเปิดตัวเราเลือกเพลง ฤดูฝน เป็นภาคต่อของเพลง ฤดูร้อน ตามที่แฟนเพลงเคยบอกว่าให้ทำเพลงฤดูอื่นบ้าง 555 พูดถึงคนที่ค่อนข้างเศร้า เหงา โดดเดี่ยว นึกถึงแฟนเก่า พอฝนตกเลยเกิดความรู้สึกงั้นก็เดินตากฝนไปเลยให้มันสะใจ ไอเดียเพลงนี้เริ่มจากการเล่นกีต้าร์โปร่งฮัมเพลง ฤดร้อน เอ๊ะ งั้นทำเพลงภาคต่อดีกว่า เพลงนี้เป็นสัญญาณบอกถึงแฟนเพลงเก่า ๆ ที่อาจจะห่างหายจากการติดตามวงพาราด็อกซ์ไปว่าให้กลับมาได้แล้วเพราะพวกเรากลับมาแล้ว ขณะที่แฟนเพลงใหม่ก็สามารถซึมซับไปกับพวกเราได้โดยใช้เพลงฤดูฝนเป็นตัวแทนของการเริ่มใหม่ในความรู้สึกเดิม ๆ คือความสนุก ความครีเอท ความคิดสร้างสรรค์     ส่วนมิวสิควิดิโอ ผกก.คือ คุณเสือ - พิชย จรัสบุญประชา อยากจะให้เห็นอารมณ์คนเหงา ทุกอย่างมันเลยจะพาไปที่เรื่องอารมณ์ ความอ้างว้าง ความคิดถึง ความทรงจำ โดยถ่ายทอดความรู้สึกผ่านพระเอก-นางเอก ความพิเศษอีกอย่างคือจะทำเอ็มวีออกมา 2 เวอร์ชั่นในมุมมองของผู้ชายและของผู้หญิง ส่วนวงพาราด็อกซ์ขอเล่นดนตรีเน้นภาพสโลว์อยู่ท่ามกลางสายฝนที่กำลังตก ต้องใช้รถน้ำถึง 2 คันแล้วก็ถ่ายกันทั้งคืน พอกลับบ้านไปไม่สบายเลยครับ ฝากติดตามเอ็มวีเพลง ฤดูฝน ได้พร้อมกัน 14 กันยายน นี้ ทุกช่องทางการรับชม หรือดาวน์โหลดเพลงฟังได้ที่ *1230024 ครับ” ต้า พาราด็อกซ์ กล่าว

เตรียมสละโสด! ไหว้พระขอพรความรัก 5 อันดับที่คนเมืองไปมากที่สุด
ขอพรความรัก /  ความรัก / 

บางตำนานของชาวจีน การไหว้พระจันทร์ หมายถึงการส่งความรักไปยังครอบครัวผ่านดวงจันทร์ ให้พระจันทร์เป็นสัญลักษณ์ของความสวยงาม นอกจากจะมีของหวาน น้ำชา ในการไหว้แล้ว สาวๆ บางคนก็นำของใช้ส่วนตัวของผู้หญิงมาไหว้ด้วยเช่นกัน เพื่อขอให้มีความเยาว์วัยและงดงามตลอดไป เมื่อเราไหว้พระจันทร์เสร็จแล้ว สาวโสดคนไหนที่อยากมีความรัก อยากมีคู่ควง เตรียมสละโสด! ไหว้พระขอพรความรัก กันต่อเลยดีกว่า กับ 5 อันดับวัดที่คนเมืองไปมากที่สุด 5 สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ไหว้พระขอพรความรัก เมื่อบรรยายกันขนาดนี้ หนุ่มโสด สาวโสด ทั้งหลายคงอยากรู้กันแล้วสินะว่าเคล็ดลับการทำให้ดวงความรักของคุณพุ่งสูงปรี๊ดดด แบบทะลุเพดาน ต้องทำอย่างไร งั้นมาดู 5 สถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับ ไหว้พระขอพรความรัก กันเถอะ  ต้องแอบกระซิบว่า Mthai คัดสรรสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ว่าใครที่มาขอพรเรื่องความรัก ก็จะสมหวังกันเกือบทุกคน ถ้าอยากรู้ว่าจะมีสถานที่อะไรบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ 1. สถานที่ไหว้พระขอความรัก ศาลพระตรีมูรติ (ลาน Central World) สถานที่ไหว้ขอพรด้านความรัก อันดับหนึ่งเห็นจะเป็นที่ไหนไปไม่ได้ นอกจาก “ศาลพระตรีมูรติ” แห่งแยกราชประสงค์บริเวณด้านหน้าศูนย์การค้า Isetan Central World  ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องของการขอความรักกับพระตรีมูรติ มหาเทพ โดยสามารถขอพรได้ทุกวัน หากแต่ฤกษ์ที่ดีที่สุดในการขอพรคือ วันพฤหัสบัดี เวลา 9.30 น. และ  21.30 น.  โดยใช้เครื่องสักการะเน้นสีแดง ได้แก่ ธูปแดง, กุหลาบแดงอย่างละ 9 ดอก รวมถึงเทียนคู่สีแดง มีเทคนิคคือจะต้องวางติดกันเพื่อถือเคล็ดให้ได้เจอคู่ครองสมใจ    หากใครมีคนรักอยู่แล้วเมื่อมาขอพรพระตรีมูรติ                ก็จะทำให้รักกันมากขึ้น  หากอธิษฐานแล้วสมหวังจะต้องหานำของมาถวาย เช่น มะพร้าว, น้ำอ้อย, นมสด หรือของหวานอื่นๆ แล้วแต่ศรัธา (ห้ามถวายของคาวทุกชนิด) สถานที่ตั้ง ลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ สี่แยกราชประสงค์ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 2. สถานที่ไหว้พระขอความรัก พระแม่อุมาเทวี  (วัดแขก สีลม) หากอยากมีความรักที่สมหวังและจริงจัง มั่นคงขึ้นมาอีกระดับ เราแนะนำให้มาที่ “วัดแขก” หรือ “วัดพระศรีมหาอุมาเทวี” ย่านสีลม เพื่อสัการะบูชาพระแม่อุมาเทวี  เนื่องด้วยพระแม่อุมาเทวีนั้น ขึ้นชื่อในเรื่องศรัทธาและรักมั่นคงต่อองค์พระศิวะ ดังนั้นหากใครที่กำลังต้องการขอพรเรื่องความรัก หรืออยากมีคู่ครองแบบมั่นคง ต้องเชิญแนะนำมาสักการะพระแม่อุมาเทวี ณ วัดแขกแห่งนี้อย่างแน่นอน   ภายในวัดนั้น มีบริการเครื่องสักการะทั้งหมดอยู่บริด้านหน้าวิหารชุดละ 60 บาท แต่สามารถหามาเพิ่มได้ เช่น ดอกไม้ , มะพร้าว, นมเปรี้ยว,กล้วย เป็นต้น ซึ่งเงินดังกล่าว ทางวัดจะนำไปบำรุงวัดและสร้างสิ่งต่างๆเวลามีงานประจำปีวัดแขก  ดังนั้นหากใครต้องการทำบุญก็สามารถอุดหนุนกับทางวัดได้นะคะ  หรือหากใครไม่สะดวกสักเท่าไหร่  ทีมงาน MThai แนะนำให้เตรียมของไปเอง โดยเฉพาะถาด (พราหมณ์จะคืนให้กับเรา) หรือสามารถซื้อของสักการะได้บริเวณทางด้านวัดก็ไม่ขัดศรัทธาคะ เพียงแต่ราคาอาจจะสูงกว่าสักเล็กน้อย สถานที่ตั้ง : วัดพระศรีมหาอุมาเทวี  2 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 3. สถานที่ไหว้พระขอความรัก พระแม่ลักษมี (เกษรพลาซ่า แยกราชประสงค์) มีความเชื่อว่า พระแม่ลักษมี เป็นเทวีแห่งความรักที่บริบูรณ์  ด้วยพระแม่มีชายาที่ซื่อสัตย์ของพระนารายณ์และทรงเป็นที่รักยิ่งของพระสวามี ทำให้ผู้คนต่างศรัทธาและหลั่งไหลกันมาสักการะขอพรในเรื่องความรัก มีความเชื่อว่า  ไม่เพียงขอให้ได้สมหวังในเรื่องของความรักกับคนที่เรารักแล้วนั้น ยังได้ในเรื่องของรักแท้และซื่อสัตย์กับเราเพียงคนเดียวอีกทางหนึ่ง สถานที่ตั้ง : ห้างเกษรพลาซ่า Gaysorn Plaza 999 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 4. สถานที่ไหว้พระขอความรัก พระนอน- วัดโพธิ์ สาวที่ผิดหวังในเรื่องของความรักมามาก หรือยังไม่สมหวังในความรักสักทีจนอายุเริ่มเข้าเลขสามเข้าให้แล้ว  ซึ่งเลข 3  ก็มีความหมายคือพระนอน  หรือศาสตร์ความเชื่อที่เชื่อว่าเลขสามเปรียบเสหมือนของความรักของหญิงสาวเช่นกัน สถานที่ตั้ง : วัดพระเชตุพน วิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร 2  ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง. เขตพระนคร กรุงเทพฯ 5. สถานที่ไหว้พระขอความรัก พระกฤษณะ วัดเทพมณเฑียร (เสาชิงช้า) เป็นเทพอีกองค์หนึ่งที่สาวโสดหรือผู้อยากสมหวังในเรื่องของความรัก ต้องอย่าพลาดเป็นเด็ดขาด เพราะท่านขึ้นชื่อมากในเรื่องของการให้พรความรัก มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่าสมหวังด้านความรักมาหลายรายแล้ว มีความเชื่อว่าเมื่อท่านยามใช้ชีวิตบนโลกมนุษย์ ท่านมีสนมมากถึง 10,000 คน แต่ถึงอย่างไรท่านก็มีจิตใจรักมั่นต่อนางราดานะคะ หญิงเลี้ยงวัว เป็นรักแรกแห่งกฤษณะ ทำให้ความรักครั้งนั้นประทับใจและฝังอยู่ในใจของพระกฤษณะตลอดจนชั่วอายุขัย   ใครที่อยากไปสักการะองค์พระกฤษณะ สามารถไปได้ที่วัดเทพมณเฑียร บริเวลาข้างโรงเรียนเบญจมราชาลัย ชั้น 3 จะเป็นเทวาลัย สามารถสักการะได้ตั้งแต่เช้าถึงเที่ยงประมาณเที่ยงวัน และช่วงบ่ายสามถึงหนึ่งทุ่ม ซึ่งการบูชาจะต้องเตรียมดอกไม้ธูปเทียนไปให้เรียบร้อย เนื่องจากที่วัดไม่มีจำหน่าย สถานที่ตั้ง :  โบสถ์เทพมณเฑียร  จะอยู่ใกล้กับเสาชิงช้า ฝั่งตรงข้ามกับวัดสุทัศน์เทพวราราม  สุดท้ายนี้ นอกจากการพึ่งศักดิ์สิทธิ์ ไหว้พระขอพรความรัก อีกสิ่งที่จะทำให้ความรักของเราสองคนมั่นคง ก็คือ ความเข้าใจและการให้อภัย ไม่ว่าจะเป็นความรักของคุณจะเป็นรูปแบบไหน Travel.Mthai ขออวยพรให้ทุกคู่รักมีความสุขสมหวังนะคะ ^^

หมาก - แอน ถ่ายทอดMV เธอกับดาว โรแมนติกเคมีเข้ากันสุดๆ
จุ๊บ วุฒินันต์ /  หมาก ปริญ / 

    มาแล้วๆ เอ็มวีที่รอคอย เพลง เธอกับดาว ที่ถ่ายทอดผ่านเสียงนุ่มๆของ จุ๊บ- วุฒินันต์ ภิรมย์ภักดี ซึ่งคราวนี้ได้พระเอก-นางเอก ซุปตาร์ อย่าง แอน ทองประสม และหมาก ปริญ ให้โคจรมาพบกันอีกครั้งในเอ็มวีเพลง เธอกับดาว ต้องขอบอกเลยว่า ทั้งคู่เคมีเข้ากันแบบมองตาก็รู้ใจ สะท้อนเรื่องราวได้อย่างลงตัว ซึ่งตัวเอ็มวีได้จำลองภาพฉากรักสุดเพ้อฝันของหนุ่มหมาก ที่อยากจะให้ซุปตาร์อย่างสาวแอนได้ซึมซับความโรแมนติกที่ตัวเองสร้างขึ้นมา ความรักครั้งนี้จะจบอย่างไร รอหาคำตอบพร้อมกันได้ในมิวสิควีดีโอเพลงเธอกับดาวได้แล้ววันนี้ http://canadianpharmacy4bestlife.com/